แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ระเทคโนโลยี
วทิ ยาศาสตร์ 3 (ว22101)
2ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
นางสาวนภสั สร ชะปแู สน
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นบา้ นแพงพทิ ยาคม
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศึกษา นครพนม
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
ระบบรา่ งกายมนุษย์
เวลา 28 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของ
โครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ
โครงสร้าง และหนา้ ที่ของอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทำงานสมั พนั ธ์กัน รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ม.2/1 ระบอุ วัยวะและบรรยายหน้าทข่ี องอวยั วะทีเ่ กี่ยวข้องในระบบหายใจ
ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจเข้าและออกโดยใช้แบบจำลอง รวมท้ังอธิบายกระบวนการ
แลกเปล่ยี นแกส๊
ม.2/3 ตระหนกั ถึงความสำคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะใน
ระบบหายใจใหท้ ำงานเป็นปกติ
ม.2/4 ระบอุ วัยวะและบรรยายหนา้ ท่ีของอวัยวะในระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต
ม.2/5 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต โดยการบอก
แนวทางในการปฏิบัติตนท่ีช่วยให้ระบบขับถา่ ยทำหน้าทีไ่ ด้อย่างปกติ
ม.2/6 บรรยายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องหัวใจ หลอดเลือด และเลอื ด
ม.2/7 อธิบายการทำงานของระบบหมนุ เวยี นเลอื ดโดยใชแ้ บบจำลอง
ม.2/8 ออกแบบการทดลองและทดลองในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหวั ใจขณะปกติและ
หลังทำกิจกรรม
ม.2/9 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษา
อวยั วะในระบบหมนุ เวียนเลือดให้ทำงานเป็นปกติ
ม.2/10 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการควบคุม
การทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย
ม.2/11 ตระหนกั ถึงความสำคัญของระบบประสาท โดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษา รวมถึง
การป้องกันการกระทบกระเทือนและอนั ตรายต่อสมองและไขสนั หลัง
ม.2/12 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุของเพศชายและเพศหญิง
โดยใชแ้ บบจำลอง
ม.2/13 อธิบายผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงท่ีควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
เม่ือเข้าสูว่ ัยหนมุ่ สาว
ม.2/14 ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเม่ือเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษาร่างกาย
และจิตใจของตนเองในช่วงที่มกี ารเปลีย่ นแปลง
1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต จนคลอดเป็น
ทารก
ม.2/16 เลือกวธิ ีการคมุ กำเนดิ ที่เหมาะสมกับสถานการณท์ ก่ี ำหนด
ม.2/17 ตระหนักถึงผลกระทบของการต้งั ครรภ์ก่อนวยั อันควร โดยการประพฤตติ นใหเ้ หมาะสม
2. สาระการเรียนรู้
2.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1) ระบบหายใจมอี วยั วะต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ทอ่ ลม ปอด กะบงั ลม และกระดูกซ่ีโครง
2) มนุษย์หายใจเข้าเพื่อนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ในเซลล์ และหายใจออกเพ่ือ
กำจัดแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
3) อากาศเคลื่อนที่เข้าและออกจากปอดได้ เน่ืองจากการเปล่ียนแปลงปริมาตรและความดันของ
อากาศภายในช่องอกซ่ึงเก่ียวข้องกับการทำงานของกะบงั ลมและกระดูกซีโ่ ครง
4) การแลกเปล่ียนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายเกิดขึ้นบริเวณถุงลมในปอด
กบั หลอดเลือดฝอยที่ถงุ ลม และระหว่างหลอดเลือดฝอยกับเน้ือเย่อื
5) การสูบบุหรี่ การสูดอากาศที่มีสารปนเป้ือน และการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจบางโรค อาจ
ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ซ่ึงมีผลให้ความจุอากาศของปอดลดลง ดังน้ัน จึงควรดูแลรักษา
ระบบหายใจให้ทำหน้าที่เป็นปกติ
6) ระบบขับถ่ายมีอวัยวะท่ีเก่ียวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไต
ทำหน้าท่ีกำจัดของเสีย เชน่ ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมท้ังสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจาก
เลอื ด และควบคมุ สารที่มมี ากหรือนอ้ ยเกินไป เช่น น้ำ โดยขับออกมาในรปู ของปัสสาวะ
7) การเลือกรับประทานอาหารท่ีเหมาะสม เช่น รับประทานอาหารท่ีไม่มีรสเค็มจัด การด่ืมน้ำ
สะอาดใหเ้ พยี งพอเปน็ แนวทางหน่ึงท่ีช่วยใหร้ ะบบขบั ถ่ายทำหนา้ ทไ่ี ด้อยา่ งปกติ
8) ระบบหมนุ เวียนเลือดประกอบดว้ ยหัวใจ หลอดเลือด และเลอื ด
9) หัวใจของมนุษย์แบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจ
หอ้ งบนและหัวใจหอ้ งลา่ งมลี ิ้นหวั ใจก้นั
10) หลอดเลือด แบ่งเป็นหลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย ซ่ึงมีโครงสร้าง
ต่างกนั
11) เลอื ด ประกอบด้วยเซลลเ์ มด็ เลือด เพลตเลต และพลาสมา
12) การบีบและคลายตัวของหัวใจทำให้เลือดหมุนเวียน และลำเลียงสารอาหาร แก๊สของเสีย และ
สารอ่ืน ๆ ไปยงั อวัยวะและเซลลต์ ่าง ๆ ทวั่ ร่างกาย
2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
13) เลือดท่ีมีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจากหัวใจไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกัน
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์จะแพร่เข้าสู่เลือด และลำเลียงกลับเข้าสู่หัวใจและถูกส่งไป
แลกเปลยี่ นแกส๊ ทปี่ อด
14) ชีพจรบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจซ่ึงอัตราการเต้นของหัวใจในขณะปกติและหลังจากทำ
กิจกรรมต่าง ๆ จะแตกตา่ งกัน ส่วนความดนั เลือดเกิดจากการทำงานของหวั ใจและหลอดเลือด
15) อัตราการเต้นของหัวใจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจะ
ส่งผลทำให้หัวใจสบู ฉดี เลอื ดไม่เปน็ ปกติ
16) การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการรักษาภาวะทางอารมณ์ให้
เป็นปกติ จึงเปน็ ทางเลอื กหนงึ่ ในการดูแลรักษาระบบหมนุ เวยี นเลือดใหเ้ ป็นปกติ
17) ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง จะทำหน้าที่ร่วมกับเส้นประสาทซึ่ง
เป็นระบบประสาทรอบนอกในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดง
พฤติกรรมเพอ่ื การตอบสนองต่อส่ิงเร้า
18) เมื่อมีส่ิงเร้ามากระตุ้นหน่วยรับความรู้สึกจะเกิดกระแสประสาทส่งไปตามเซลล์ประสาท
รับความรู้สึกไปยังระบบประสาทส่วนกลาง แล้วส่งกระแสประสาทมาตามเซลล์ประสาทส่ังการ
ไปยังหน่วยปฏิบัติงาน เชน่ กลา้ มเน้ือ
19) ระบบประสาทเป็นระบบที่มีความซับซ้อนและมีความสัมพันธ์กับทุกระบบในร่างกาย ดังน้ัน จึงควร
ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุท่ีกระทบกระเทือนต่อสมอง หลีกเล่ียงการใช้สารเสพติด หลีกเลี่ยงภาวะ
เครยี ด และรับประทานอาหารทีม่ ีประโยชน์ เพ่ือดูแลรักษาระบบประสาทให้ทำงานเป็นปกติ
20) มนุษย์มรี ะบบสืบพนั ธ์ทุ ี่ประกอบด้วยอวัยวะตา่ ง ๆ ทที่ ำหน้าท่เี ฉพาะ โดยรังไขใ่ นเพศหญิงจะทำ
หนา้ ทผ่ี ลติ เซลล์ไข่ สว่ นอัณฑะในเพศชายจะทำหน้าที่สร้างเซลลอ์ สจุ ิ
21) ฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางเพศท่ีแตกต่างกัน เม่ือเข้าสู่วัยหนุ่ม
สาวจะมีการสร้างเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิ การตกไข่ การมีรอบเดือน และถ้ามีการปฏิสนธิของ
เซลลไ์ ขแ่ ละเซลล์อสุจิจะทำใหเ้ กดิ การตั้งครรภ์
22) การมีประจำเดือนมีความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยเป็นผลจากการเปล่ียนแปลงของระดับ
ฮอร์โมนเพศหญงิ
23) เมื่อเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเซลล์อสุจิจะทำให้ได้ไซโกต ไซโกต จะ
เจริญเป็นเอ็มบริโอและฟีตัส จนกระท่ังคลอดเป็นทารก แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิ เซลล์ไข่จะ
สลายตัว ผนังด้านในมดลูกรวมทัง้ หลอดเลอื ดจะสลายตวั และหลดุ ลอกออก เรียกว่า ประจำเดอื น
24) การคุมกำเนิดเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการต้ังครรภ์ โดยป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้มี
การฝังตวั ของเอม็ บรโิ อ ซ่ึงมหี ลายวิธี เชน่ การใชถ้ ุงยางอนามยั การกนิ ยาคมุ กำเนดิ
2.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
3
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ระบบหายใจมีอวัยวะท่ีเป็นทางเดินของอากาศ ได้แก่ จมูก ท่อลม และปอด และมีอวัยวะที่เก่ียวข้อง
ได้แก่ กะบังลมและกระดูกซ่ีโครง โดยอากาศเคล่ือนท่ีเข้าและออกจากปอดเป็นผลจากการเปล่ียนแปลง
ปรมิ าตรและความดันภายในช่องอกซ่งึ เก่ยี วกับการทำงานของกะบังลมและกระดูกซี่โครง เมอ่ื มนุษย์หายใจ
นำอากาศเข้าสู่ร่างกาย อากาศเดินทางผ่านจมูก ท่อลม และเข้าสู่ปอดซึ่งเป็นบริเวณท่ีเกิดการแลกเปล่ียน
แก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแก๊สออกซิเจนแพร่จากถุงลมเข้าสู่หลอดเลือดฝอย ส่วน
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่จากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่ถงุ ลมเพื่อกำจัดออกจากรา่ งกายผ่านการหายใจออก
แก๊สออกซิเจนท่ีแพร่เข้าสู่หลอดเลือดฝอยถูกลำเลียงไปยังเนื้อเย่ือต่าง ๆ ของร่างกายและเกิดการ
แลกเปล่ียนแกส๊ ขึ้น โดยแก๊สออกซิเจนจากหลอดเลือดฝอยแพร่เข้าสู่เน้ือเย่ือ ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แพร่จากเนื้อเยื่อเข้าสู่หลอดเลือดฝอยเพ่ือลำเลียงไปยังปอดและกำจัดออกจากร่างกาย ซึ่งการสูบบุหร่ีและ
การสูดอากาศที่มีสารปนเป้ือนอาจเป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง ดังนั้น
จงึ ควรดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบหายใจให้ทำงานอยา่ งปกติ
ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ภายในไต
มีหน่วยไตทำหน้าทก่ี ำจดั ของเสียต่าง ๆ ออกจากเลอื ด และดูดสารทม่ี ีประโยชนก์ ลับเข้าสเู่ ลือด ของเหลวท่ี
ผ่านการทำงานของหน่วยไตจะไหลผ่านท่อไตไปเก็บในกระเพาะปัสสาวะเพื่อกำจัดออกจากร่างกายผ่าน
ท่อปสั สาวะ ซ่ึงการเลือกรบั ประทานอาหารท่ีไม่มีรสจัดและการดม่ื น้ำอย่างเพยี งพอเป็นแนวทางในการดแู ล
รักษาอวยั วะในระบบขับถา่ ยให้ทำงานอยา่ งปกติ
ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วยหัวใจ แบ่งออกเป็น 4 ห้อง ได้แก่ ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2
ห้อง มีลิ้นหัวใจก้ันระหว่างห้องบนและห้องล่าง หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ หลอดเลือด
แบ่งออกเป็นหลอดเลือดอาร์เตอรีทำหน้าที่ลำเลียงเลือดท่ีมแี ก๊สออกซเิ จนสูงไปยังเซลล์ (ยกเวน้ หลอดเลือด
อาร์เตอรีจากหัวใจไปยังปอด) หลอดเลือดเวนทำหน้าท่ีลำเลียงเลือดที่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจาก
เซลล์กลับสู่หัวใจ (ยกเว้นหลอดเลือดเวนจากปอดกลับมายังหัวใจ) และหลอดเลือดฝอยทำหน้าที่
แลกเปลี่ยนแก๊สและสารอาหาร และเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงแก๊สออกซิเจน
ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ เซลล์เม็ดเลือดขาวทำหน้าท่ีกำจัดเช้ือโรคและสิ่งแปลกปลอม และเพลตเลตทำหน้าที่
ชว่ ยการแข็งตัวของเลือด ระบบหมุนเวียนเลือดมกี ารหมุนเวยี นอย่างเป็นระบบ โดยเลือดท่มี ีแก๊สออกซิเจน
ต่ำ แต่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงเข้าสู่หัวใจห้องบนขวาและผ่านลงสู่หัวใจห้องล่างขวา แล้วลำเลียงไปยัง
ปอดเพื่อแลกเปล่ียนแก๊สกลายเป็นเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูง แต่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ กลับเข้าสู่
หัวใจห้องบนซ้ายและผ่านลงสู่หัวใจห้องลา่ งซ้ายเพ่ือนำเลือดท่ีมีแก๊สออกซเิ จนสูงไปยงั เซลล์ต่าง ๆ โดยการ
ออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร และการรักษาสภาวะทางอารมณ์ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือด
ทำงานปกติ
4
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
ระบบประสาทประกอบด้วยสมองทำหนา้ ที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ไขสันหลังทำหนา้ ที่ส่งผ่าน
กระแสประสาท และเส้นประสาททำหน้าท่ีรับส่งกระแสประสาท ซึ่งมีเซลล์ประสาทอยู่จำนวนมาก
การทำงานของระบบประสาทเกิดจากการส่งกระแสประสาทจากอวัยวะรับความรู้สึกไปยังไขสันหลังและ
ส่งต่อไปยังสมอง จากน้ันสมองส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลังไปยังหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ ระบบ
ประสาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของทุกระบบจึงควรป้องกันการกระทบกระเทือนของสมองและไขสันหลัง
หลีกเลย่ี งการใช้สารเสพตดิ และภาวะเครยี ด เพ่อื ดแู ลรกั ษาระบบประสาทใหท้ ำงานอยา่ งเปน็ ปกติ
ระบบสืบพันธ์ุแบ่งออกเป็นระบบสืบพันธุ์เพศชาย มีการสร้างเซลล์อสุจิจากอัณฑะซ่ึงทำหน้าท่ีเป็น
เซลล์สบื พนั ธ์เพศชาย ถูกควบคุมโดยฮอรโ์ มนเทสโทสเทอโรน และระบบสืบพันธ์ุเพศหญิง มีการสร้างเซลล์
ไข่จากรังไข่ซ่ึงทำหน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธ์ุเพศหญิง ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและฮีสโตรเจน
เพศหญิงในวัยเจริญพันธ์ุมีการตกไข่ เดือนละ 1 เซลล์ และหากเซลล์ไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิจากเซลล์อสุจิ
จะกลายประจำเดือน แต่หากเซลลไ์ ขไ่ ด้รับการปฏิสนธิจากอสุจิจะแบ่งเซลลเ์ ป็นไซโกต เอ็มบรโิ อ และเจริญ
เป็นทารกในครรภ์ ซึ่งอยู่ในครรภ์ประมาณ 9 เดือน อย่างไรก็ตาม มีวิธีการคุมกำเนิดหากไม่พร้อมสำหรับ
การมีบุตร เชน่ การคุมกำเนดิ โดยวธิ ีทางธรรมชาติ การใชอ้ ปุ กรณ์ การใช้สารเคมี การทำหมนั
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี นิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทักษะการสังเกต 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
2) การสำรวจคน้ หา
3) การจำแนกประเภท
4) ทักษะการทดลอง
5) ทกั ษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร
6) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมลู
7) ทกั ษะการตคี วามหมายขอ้ มลู และการลข้อสรปุ
8) ทักษะการจัดกระทำและสอื่ ความหมายขอ้ มลู
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง ระบบหายใจ
- ผงั มโนทัศน์ เรื่อง ระบบขบั ถ่าย
- ผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง ระบบหมุนเวียนเลอื ด
- ผังมโนทัศน์ เรือ่ ง ระบบประสาท
- ผังมโนทศั น์ เรอ่ื ง อวัยวะรบั สัมผัสของมนษุ ย์
- ผงั มโนทัศน์ เรอ่ื ง ระบบสืบพันธุ์
- แผน่ พบั เรอื่ ง สารพษิ ในบุหร่ีท่สี ง่ ผลตอ่ ระบบหายใจ หรอื เรื่อง สารพษิ ในอากาศท่ีส่งผลตอ่ ระบบหายใจ
- แผ่นพบั เรอ่ื ง การตง้ั ครรภก์ อ่ นวัยอันควร
- รายงาน เรือ่ ง ไตเทยี ม
- รายงาน เร่อื ง ระบบหมุนเวยี นเลอื ดของสตั ว์
- รายงาน เรอื่ ง การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเข้าสู่วยั หนุ่มสาว
- แบบจำลองระบบหมนุ เวียน
- แบบจำลองระบบรา่ งกายมนษุ ย์
6. การวัดและการประเมินผล
รายการวัด วธิ วี ัด เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมินรายงาน - ระดับคุณภาพ 2
6.1 การประเมินชิ้นงาน/ - ตรวจรายงาน เรื่อง - แบบประเมินรายงาน
ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) ไตเทียม - แบบประเมนิ รายงาน - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจรายงาน เรื่อง - แบบประเมนิ ช้ินงาน ผา่ นเกณฑ์
ระบบหมนุ เวียนเลอื ด - ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
ของสตั ว์
- ระดบั คุณภาพ 2
- ตรวจรายงาน เรอื่ ง ผ่านเกณฑ์
การเปลย่ี นแปลงของ
ร่างกายเข้าสู่วยั หน่มุ
สาว
- ตรวจแผ่นพับ เร่ือง
สารพิษในบุหร่ีท่ีสง่ ผล
ตอ่ ระบบหายใจ หรือ
เรอื่ ง สารพษิ ในอากาศ
ท่สี ่งผลต่อระบบหายใจ
6
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
รายการวัด วธิ วี ดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- แบบประเมินชิน้ งาน - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจแผ่นพับ เรอื่ ง
- แบบประเมนิ ชน้ิ งาน ผา่ นเกณฑ์
การตัง้ ครรภ์ก่อนวัย - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน
- แบบประเมินชิ้นงาน - ระดับคุณภาพ 2
อนั ควร - แบบประเมนิ ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์
- ตรวจผังมโนทศั น์ เรอื่ ง - แบบประเมินชนิ้ งาน - ระดับคุณภาพ 2
- แบบประเมินชิ้นงาน ผา่ นเกณฑ์
ระบบหายใจ - แบบประเมนิ
- ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจผงั มโนทัศน์ เรอ่ื ง แบบจำลอง ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมิน
ระบบขับถา่ ย - ระดับคุณภาพ 2
แบบจำลอง ผ่านเกณฑ์
- ตรวจผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง - แบบทดสอบ
- ระดบั คุณภาพ 2
ระบบหมนุ เวยี นเลือด ก่อนเรยี น ผ่านเกณฑ์
- ตรวจผงั มโนทัศน์ เร่อื ง - ใบงานท่ี 1.1 - ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
อวัยวะรับสมั ผสั ของ
- ระดับคุณภาพ 2
มนุษย์ ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจผังมโนทศั น์ เรอื่ ง - ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
ระบบประสาท
- ประเมนิ ตาม
- ตรวจผังมโนทศั น์ สภาพจรงิ
เรอ่ื ง ระบบสืบพนั ธุ์ - รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
- แบบจำลองระบบหมุน
- ร้อยละ 60
เวยี นเลือดของมนุษย์ ผา่ นเกณฑ์
- แบบจำลองระบบ - รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
รา่ งกายมนุษย์
6.2 การประเมินก่อนเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ก่อนเรยี น
6.3 การประเมนิ ระหวา่ ง
การจัดกจิ กรรม
1) ระบบหายใจ - ตรวจใบงานท่ี 1.1
- ตรวจ Topic Question - Topic Question
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด
7
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
รายการวัด วิธวี ดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
2) ระบบขับถา่ ย - ตรวจใบงานที่ 1.2 - ใบงานที่ 1.2 - รอ้ ยละ 60
3) ระบบหมนุ เวยี น - ตรวจ Topic Question - Topic Question ผา่ นเกณฑ์
เลอื ด - รอ้ ยละ 60
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหัด
4) ระบบประสาท ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานที่ 1.3 - ใบงานที่ 1.3 - ร้อยละ 60
5) ระบบสืบพนั ธ์ุ
- ตรวจใบงานท่ี 1.4 - ใบงานที่ 1.4 ผ่านเกณฑ์
- ร้อยละ 60
- ตรวจ Topic Question - Topic Question
ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60
- ตรวจใบงานที่ 1.5 - ใบงานที่ 1.5 ผา่ นเกณฑ์
- ร้อยละ 60
- ตรวจ Topic Question - Topic Question
ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60
- ตรวจใบงานท่ี 1.6 - ใบงานท่ี 1.6 ผ่านเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60
- ตรวจใบงานที่ 1.7 - ใบงานที่ 1.7
ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.8 - ใบงานที่ 1.8 - ร้อยละ 60
- ตรวจ Topic Question - Topic Question ผา่ นเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั
ผา่ นเกณฑ์
- ร้อยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
8
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
รายการวัด วิธวี ัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน
6) การปฏบิ ตั กิ าร - ประเมนิ การปฏบิ ตั ิการ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
การปฏิบัตกิ าร ผ่านเกณฑ์
7) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน ผลงาน
การนำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
8) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม
การทำงาน การทำงานรายบุคคล - แบบสงั เกต - ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล
- สงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์
9) พฤติกรรม การทำงานกลุ่ม
การทำงานกลุม่ รายบุคคล
- แบบสังเกต - ระดับคุณภาพ 2
พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงานกล่มุ
10) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ัน
ในการทำงาน คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
6.4 ประเมนิ หลงั เรยี น อันพึงประสงค์
1) ทดสอบหลังเรยี น
- แบ บ ท ดส อ บ - ตรวจแบบทดสอบหลัง - แบบทดสอบ - ร้อยละ 60
หลังเรียน หน่วย เรยี น หลงั เรยี น ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นร้ทู ่ี 1 - ตรวจ Unit Question
- Unit Question หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 - หนังสอื เรยี น - ร้อยละ 60
หนว่ ยการเรียนรู้ ผา่ นเกณฑ์
ที่ 1
- แบบฝกึ หัด - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60
หน่วยการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ผ่านเกณฑ์
ที่ 1
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ เวลา 6 ชวั่ โมง
เวลา 4 ชวั่ โมง
• แผนฯ ที่ 1 : ระบบหายใจ
วิธกี ารสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนฯ ท่ี 2 : ระบบขับถ่าย
วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
9
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
• แผนฯ ท่ี 3 : ระบบหมุนเวียนเลอื ด เวลา 7 ชวั่ โมง
วธิ ีการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 3 ชว่ั โมง
เวลา 8 ชว่ั โมง
• แผนฯ ท่ี 4 : ระบบประสาท
วธิ ีการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
• แผนฯ ท่ี 5 : ระบบสืบพันธุ์
วิธกี ารสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
3) แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย
4) แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย
5) ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง ระบบหายใจ
6) ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ระบบขับถ่าย
7) ใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง หวั ใจและหลอดเลอื ด
8) ใบงานท่ี 1.4 เรื่อง เลือด
9) ใบงานที่ 1.5 เรื่อง ระบบประสาท
10) ใบงานท่ี 1.6 เรอื่ ง ระบบสบื พันธ์ุเพศชาย
11) ใบงานท่ี 1.7 เรื่อง ระบบสบื พนั ธุ์เพศเหญิง
12) ใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง การปฏสิ นธิและการตัง้ ครรภ์
13) ภาพยนตร์สารคดีสัน้ Twig
14) PowerPoint เรอ่ื ง ระบบร่างกายมนุษย์
15) QR Code
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมุด
3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
10
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. อวยั วะใดทำหน้าทใ่ี นการแลกเปล่ยี นแกส๊ 6. เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวสรา้ งสารชนิดใดมาทำลายเชือ้ โรค
1. จมกู 1. วคั ซีน
2. ปอด 2. แอนติเจน
3. ท่อลม 3. แอนติบอดี
4. กะบงั ลม 4. เฮโมโกลบิน
2. ขอ้ ใดไม่ใช่การเปล่ยี นแปลงของชอ่ งอกเม่ือหายใจเขา้ 7. ระบบประสาทของมนษุ ย์มีองคป์ ระกอบสำคญั ใดบา้ ง
1. กะบงั ลมเล่ือนต่ำลง 1. สมอง ไขสนั หลัง เส้นประสาท
2. ชอ่ งอกมีปรมิ าตรเพ่ิมขึ้น 2. สมอง ปมประสาท เสน้ ประสาท
3. กระดกู ซ่ีโครงเลื่อนสงู ข้ึน 3. สมอง ไขสนั หลัง ร่างแหประสาท
4. ชอ่ งอกมคี วามดันเพ่มิ ขึน้ 4. สมอง เสน้ ประสาท เซลลป์ ระสาท
3. ปสั สาวะประกอบดว้ ยสารชนดิ ใดเปน็ หลัก 8. อสุจิเข้าผสมกับไขท่ บ่ี ริเวณใด
1. นำ้ 1. รังไข่
2. ยเู รีย 2. ทอ่ นำไข่
3. กลโู คส 3. ผนงั มดลูก
4. กรดอะมิโน 4. ปากมดลกู
4. ข้อใดไมใ่ ช่วธิ ีการดแู ลรกั ษาไตอยา่ งถูกวิธี 9. ฮอร์โมนเพศชายคอื ฮอร์โมนใด
1. งดด่ืมเครอื่ งด่ืมแอลกอฮอล์ 1. อสี โทรเจน
2. การรับประทานอาหารรสเค็ม 2. โกรทฮอรโ์ มน
3. การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพยี งพอ 3. โพรเจสเทอโรน
4. การออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ 4. เทสโทสเทอโรน
5. หลอดเลอื ดชนิดใดมีลิ้นกน้ั ปอ้ งกนั การไหลย้อนกลับ 10. แฝดร่วมไขเ่ กิดขึน้ ไดอ้ ย่างไร
ของเลือด 1. เซลลอ์ สจุ ิ 2 เซลล์ เขา้ ผสมกบั เซลลไ์ ขพ่ รอ้ มกนั
1. หลอดเลือดดำ 2. เซลล์ไข่ 2 เซลล์ ท่สี ุกพร้อมกนั ถกู ผสมในเวลา
2. หลอดเลือดฝอย เดยี วกนั
3. หลอดเลือดแดง 3. เซลล์ไข่ 2 เซลล์ ทส่ี กุ พร้อมกันถกู ผสมดว้ ยเซลล์อสจุ ิ
4. หลอดเลอื ดแดงและหลอดเลือดดำ ตวั เดียวกนั
4. เซลล์อสจุ ิเซลลเ์ ดียวเข้าผสมกับเซลลไ์ ข่ แลว้ แบ่ง
เซลล์เป็นสองไซโกต
เฉลย 1. 2 2. 4 3. 1 4. 2 5. 1 6. 3 7. 1 8. 2 9. 4 10. 4
11
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดเรียงลำดบั การเดนิ ทางของอากาศเขา้ สู่ร่างกาย 6. ความดันเลอื ดของคนปกตมิ ีควรค่าเทา่ ใด
ได้ถกู ตอ้ ง 1. 60/90 มลิ ลิเมตรของปรอท
1. จมกู ทอ่ ลม หลอดลมฝอย แขนงปอด ถุงลม 2. 90/120 มลิ ลเิ มตรของปรอท
2. จมกู ท่อลม แขนงปอด หลอดลมฝอย ถงุ ลม 3. 120/80 มลิ ลิเมตรของปรอท
3. จมกู แขนงปอด ทอ่ ลม หลอดลมฝอย ถุงลม 4. 120/100 มลิ ลเิ มตรของปรอท
4. จมกู แขนงปอด หลอดลมฝอย ท่อลม ถุงลม 7. สมองส่วนใดทำหนา้ ท่เี กี่ยวกบั ความคิด ความจำ และ
2. เมอ่ื หายใจออก กะบังลมและกระดูกซโ่ี ครงมกี าร สตปิ ัญญา
เปลยี่ นแปลงอยา่ งไร 1. พอนส์
1. กะบังลมและกระดกู ซ่โี ครงเลอ่ื นตำ่ ลง 2. เซรีบรมั
2. กะบังลมและกระดูกซโ่ี ครงเลื่อนสงู ขึ้น 3. เซรีเบลลมั
3. กะบังลมเลอ่ื นต่ำลง กระดูกซ่โี ครงเล่อื นสงู ข้นึ 4. ไฮโพทาลามัส
4. กะบังลมเลอื่ นสูงขนึ้ กระดกู ซโี่ ครงเลือ่ นตำ่ ลง 8. ต่อมลกู หมากทำหน้าท่ใี ดในระบบสืบพนั ธ์ุเพศชาย
3. สารชนิดใดไมค่ วรพบในปัสสาวะ 1. สร้างเซลล์อสจุ ิ
1. นำ้ 2. ยเู รีย 2. สรา้ งสารหลอ่ ลนื่
3. โปรตีน 4. โซเดียม 3. สร้างน้ำเลย้ี งเซลลอ์ สุจิ
4. ขอ้ ใดกลา่ วถึงหนา้ ที่ของหลอดเลือดได้ถูกต้อง 4. สรา้ งสารที่มฤี ทธ์ิเปน็ เบส
1. หลอดเลือดแดง : แลกเปลีย่ นแกส๊ 9. ประจำเดือนเกดิ ข้นึ ไดอ้ ย่างไร
2. หลอดเลอื ดแดง : ลำเลยี งเลอื ดไปยังปอด 1. การตกไข่เขา้ สู่ทอ่ นำไข่
3. หลอดเลอื ดดำ : ลำเลียงเลือดดำไปสว่ นต่าง ๆ ของ 2. การฝงั่ ตัวของเซลล์ไขท่ ผี่ นงั มดลูก
ร่างกาย 3. การหลุดลอกของผนงั มดลูกเมื่อไม่มีการปฏิสนธิ
4. หลอดเลอื ดแดง : กำจัดแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ 4. การสลายตัวของเซลล์อสจุ ิท่ไี ม่ถกู ปฏสิ นธกิ ับเซลลไ์ ข่
ออกจากเลอื ด 10. เซลล์ไข่ท่ไี ดร้ ับการผสมจากเซลล์อสจุ จิ ะพัฒนาเป็น
5. ขอ้ ใดต่อไปน้กี ลา่ วถกู ตอ้ ง เซลลช์ นดิ ใด
1. เลือดทเี่ ข้าส่หู วั ใจหอ้ งบนซ้ายมแี ก๊สออกซเิ จนสูง 1. ฟตี สั
2. เลอื ดท่เี ข้าสหู่ วั ใจหอ้ งบนขวามีแก๊สออกซิเจนสงู 2. ทารก
3. เลอื ดทกี่ ลับจากอวัยวะตา่ ง ๆ เข้าส่หู ัวใจมแี กส๊ 3. ไซโกต
ออกซิเจนต่ำ 4. เอม็ บรโิ อ
4. เลอื ดที่ออกจากหวั ใจไปอวัยวะตา่ ง ๆ มีแก๊ส
ออกซิเจนสูง
เฉลย 1. 2 2. 4 3. 3 4. 2 5. 1 6. 3 7. 2 8. 4 9. 4 10. 3
12
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แบบประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ ผังมโนทศั น์/แผ่นพบั /ผงั สรปุ
คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนประเมินชิ้นงาน/ภาระงานของนักเรยี นตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรง
กับระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 ความสอดคล้องกับจุดประสงค์
2 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา
3 ความคิดสรา้ งสรรค์
4 ความตรงต่อเวลา
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ
............../................../................
เกณฑก์ ารประเมินผงั มโนทศั น์/แผน่ พับ/ผงั สรปุ
ประเดน็ ท่ปี ระเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1. ความ ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานไมส่ อดคลอ้ งกับ
สอดคลอ้ งกับ จดุ ประสงคท์ กุ ประเด็น จุดประสงคเ์ ป็น จุดประสงคบ์ างประเด็น จดุ ประสงค์
จดุ ประสงค์ ส่วนใหญ่
2. ความถกู ตอ้ ง เน้ือหาสาระของผลงาน เน้อื หาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงาน เน้อื หาสาระของผลงาน
ของเน้อื หา ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกตอ้ งเป็นส่วนใหญ่ ถูกต้องบางประเด็น ไม่ถูกตอ้ งเปน็ ส่วนใหญ่
3. ความคิด ผลงานแสดงถึงความคิด ผลงานแสดงถึงความคดิ ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไมม่ ีความ
สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ แต่ยังไมม่ ีแนวคดิ แปลก นา่ สนใจ และไมแ่ สดง
และเป็นระบบ แต่ยงั ไมเ่ ปน็ ระบบ ใหม่ ถึงแนวคดิ แปลกใหม่
4. ความตรงต่อ
เวลา ส่งชิน้ งานภายในเวลาท่ี ส่งช้ินงานชา้ กว่าเวลาที่ ส่งช้ินงานชา้ กวา่ เวลาที่ สง่ ช้นิ งานช้ากว่าเวลาที่
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน กำหนด 3 วันขนึ้ ไป
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-16 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
13
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แบบประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินรายงาน
คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนประเมินชิ้นงาน/ภาระงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องท่ีตรง
กับระดบั คะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา
2 ความสมบูรณข์ องรปู เล่ม รวม
3 ความตรงต่อเวลา
ลงช่ือ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................../..................
เกณฑ์การประเมนิ รายงาน
ประเดน็ ท่ีประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
1. ความถูกต้อง เนือ้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
ของเนอ้ื หา รายงานถกู ตอ้ งครบถว้ น รายงานถกู ต้องเปน็ รายงานถกู ตอ้ งบาง รายงานไมถ่ กู ต้องเป็น
ส่วนใหญ่ ประเดน็ สว่ นใหญ่
2. ความสมบูรณ์ มีองคป์ ระกอบครบถว้ น มีองคป์ ระกอบครบถว้ น มอี งค์ประกอบครบถ้วน องคป์ ระกอบ
ของรูปเล่ม สมบูรณ์ มคี วามเป็น สมบูรณ์ มคี วามเป็น สมบรู ณ์ แต่ยงั ไม่เป็น ไม่ครบถว้ น ไม่เป็น
ระเบยี บ และรปู เลม่ ระเบยี บ แตร่ ปู เลม่ ระเบยี บ และรปู เล่ม ระเบยี บ และรปู เลม่
สวยงาม ไม่สวยงาม ไมส่ วยงาม ไมส่ วยงาม
3. ความตรงตอ่ ส่งช้นิ งานภายในเวลาที่ ส่งชนิ้ งานช้ากว่าเวลาท่ี ส่งชิ้นงานช้ากวา่ เวลาท่ี ส่งช้นิ งานช้ากวา่ เวลาที่
เวลา กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วนั กำหนด 3 วันขึ้นไป
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
11-12 ดมี าก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ตำ่ กว่า 6 ปรบั ปรงุ
14
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แบบประเมนิ แบบจำลอง
คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนประเมินแบบจำลองของนักเรียนตามรายการท่ีกำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ
ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 ความสอดคล้องกับจุดประสงค์
2 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3 ความคดิ สรา้ งสรรค์
4 การเลอื กใช้วัสดอุ ุปกรณ์
รวม
ลงชือ่ ................................................... ผปู้ ระเมิน
…............../................../..................
เกณฑก์ ารประเมนิ รายงาน
ประเด็นทป่ี ระเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
1. ความ แบบจำลองสอดคล้อง แบบจำลอสอดคล้อง แบบจำลอสอดคลอ้ งกบั แบบจำลอไม่สอดคล้อง
สอดคลอ้ งกบั กบั จุดประสงค์ กบั จดุ ประสงคเ์ ปน็ จดุ ประสงคบ์ างประเดน็ กับจดุ ประสงค์
จุดประสงค์ ทกุ ประเดน็ สว่ นใหญ่
2. ความถูกต้อง เนื้อหาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ
ของเนื้อหา แบบจำลองถกู ตอ้ ง แบบจำลองถูกตอ้ งเป็น แบบจำลองถูกตอ้ ง แบบจำลองไมถ่ กู ต้อง
ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เป็นส่วนใหญ่
3. ความคิด ผลงานแสดงถึงความคิด ผลงานแสดงถึงความคิด ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไม่มคี วาม
สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ แตย่ ังไมม่ แี นวคดิ นา่ สนใจ และไมแ่ สดง
และเป็นระบบ แต่ยงั ไมเ่ ป็นระบบ แปลกใหม่ ถงึ แนวคดิ แปลกใหม่
4. การเลอื กใช้ เลอื กใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ เลอื กใชว้ สั ดอุ ุปกรณท์ ่ี เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ เลอื กใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์
วสั ดุอุปกรณ์ ทเ่ี หมาะสม หาง่าย เหมาะสม และมรี าคา เหมาะสม แตม่ รี าคา ท่ไี ม่เหมาะสม
และมรี าคาถูก ถกู แพง และมรี าคาแพง
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
15-16 ดีมาก
12-14 ดี
8-11 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
15
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แบบประเมินการปฏบิ ัติการ
คำช้ีแจง : ใหผ้ ้สู อนประเมนิ การปฏิบัติการของนักเรยี นตามรายการท่ีกำหนด แล้วขดี ✓ ลงในช่องทีต่ รงกบั
ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 การปฏบิ ัตกิ ารทดลอง
2 ความคลอ่ งแคลว่ ในขณะปฏบิ ัตกิ าร รวม
3 การนำเสนอ
ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
................./................../..................
16
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
เกณฑ์การประเมินการปฏิบัติการ
ประเด็นที่ประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
ตอ้ งให้ความช่วยเหลอื
1. การปฏบิ ตั ิการ ทำการทดลองตาม ทำการทดลองตาม ต้องให้ความช่วยเหลอื อยา่ งมากในการทำการ
ทดลอง ข้ันตอน และใช้อุปกรณ์ ขัน้ ตอน และใช้อุปกรณ์ บ้างในการทำการ ทดลอง และการใช้
ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ได้อยา่ งถูกต้อง แต่อาจ ทดลอง และการใช้ อปุ กรณ์
ตอ้ งได้รบั คำแนะนำบ้าง อปุ กรณ์
2. ความ มคี วามคลอ่ งแคลว่ มคี วามคล่องแคลว่ ขาดความคล่องแคล่ว ทำการทดลองเสร็จ
ในขณะทำการทดลอง ในขณะทำการทดลอง ไม่ทันเวลา และทำ
คล่องแคล่ว ในขณะทำการทดลอง แตต่ ้องไดร้ บั คำแนะนำ จงึ ทำการทดลองเสรจ็ อุปกรณ์เสียหาย
บ้าง และทำการทดลอง ไมท่ ันเวลา
ในขณะ โดยไมต่ ้องไดร้ ับ เสรจ็ ทันเวลา ต้องใหค้ วามชว่ ยเหลือ
บนั ทกึ และสรปุ ผล ต้องให้คำแนะนำในการ อยา่ งมากในการบันทกึ
ปฏบิ ตั ิการ คำชแ้ี นะ และทำการ การทดลองไดถ้ กู ตอ้ ง บนั ทึก สรปุ และ สรุป และนำเสนอผล
แตก่ ารนำเสนอผล นำเสนอผลการทดลอง การทดลอง
ทดลองเสร็จทันเวลา การทดลองยังไมเ่ ปน็
ขั้นตอน
3. การบันทึก สรปุ บันทึกและสรปุ ผล
และนำเสนอผล การทดลองได้ถูกตอ้ ง
การทดลอง รดั กุม นำเสนอผลการ
ทดลองเป็นข้ันตอน
ชดั เจน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
11-12 ดมี าก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ตำ่ กวา่ 6 ปรบั ปรงุ
17
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน
2 ความถกู ต้องของเน้อื หา
3 ภาษาท่ีใชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากการนำเสนอ
5 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรุง
18
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ นื่
3 การทำงานตามหน้าท่ีท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
4 ความมนี ้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ
19
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
การมี
ลำดบั ที่ ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี ส่วนรว่ มใน รวม
ของนักเรยี น ความ ฟังคนอนื่ ตามท่ไี ด้รบั นำ้ ใจ การ 15
คดิ เห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรุง
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............../.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ
20
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
คำชแ้ี จง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์
2. ซอ่ื สัตย์ สจุ ริต ตอ่ โรงเรยี น
3. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ 1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏบิ ัติตามหลกั ศาสนา
4. ใฝเ่ รียนรู้ 1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมท่เี กี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยต์ ามท่ีโรงเรียนจดั ขนึ้
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 2.2 ปฏิบัติในสง่ิ ที่ถกู ตอ้ ง
3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครัว
6. มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
8. มจี ิตสาธารณะ 4.1 รู้จกั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 ร้จู กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอื่ ฟงั คำสั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ตงั้ ใจเรยี น
5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และส่งิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ คา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ
6.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอ่ื ให้งานสำเร็จ
7.1 มจี ติ สำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
8.2 รู้จกั การดแู ลรักษาทรัพย์สมบัติและส่งิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี นและ
โรงเรียน
ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../.................../...............
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ัติชัดเจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดีมาก
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัตบิ างครง้ั ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี
30-40 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรับปรงุ
21
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 1 ระบบหายใจ
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1
ระบบหายใจ
เวลา 6 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
ว 1.2 ม.2/1 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวยั วะที่เกย่ี วข้องในระบบหายใจ
ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจเข้าและออกโดยใช้แบบจำลอง รวมทั้งอธิบายกระบวนการ
แลกเปล่ยี นแก๊ส
ม.2/3 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษา
อวัยวะในระบบหายใจใหท้ ำงานเปน็ ปกติ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องอวยั วะที่เก่ยี วขอ้ งในระบบหายใจได้ (K)
2. อธิบายการเคลอื่ นทีข่ องอากาศเข้าและออกจากปอดได้ (K)
3. อธิบายกลไกการหายใจเข้าและออกได้ (K)
4. อธบิ ายการแลกเปลีย่ นแก๊สบริเวณปอดและบริเวณเซลล์ของร่างกายได้ (K)
5. เปรียบเทยี บการเปล่ยี นแปลงของกระดูกซโ่ี ครงและกะบังลมขณะหายใจเข้าและออกได้ (K)
6. เปรยี บเทยี บการทำงานของปอดจำลองกบั การทำงานของปอดในรา่ งกายได้ (K)
7. เปรยี บเทยี บสดั ส่วนของแก๊สต่าง ๆ ในอากาศทีเ่ ข้าและออกจากรา่ งกายได้ (K)
8. เขียนลำดับการเคลอื่ นทข่ี องอากาศผา่ นอวัยวะต่าง ๆ เข้าและออกจากปอดได้ (P)
9. จำลองการทำงานของปอดในการหายใจเข้าและออก (P)
10. วดั ความจอุ ากาศของปอด (P)
11. ตระหนักถงึ ความสำคญั ของอวัยวะในระบบหายใจและการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจ (A)
12. สนใจใฝ่รู้ในการศึกษา (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน
- ระบบหายใจมีอวัยวะต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
จมกู ท่อลม ปอด กะบงั ลม และกระดกู ซ่โี ครง
- มนุษย์หายใจเข้าเพ่ือนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่
ร่างกายเพื่อนำไปใช้ในเซลล์ และหายใจออกเพ่ือ
กำจัดแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
22
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
- อากาศเคล่ือนที่เข้าและออกจากปอดได้
เน่ื อ ง จ า ก ก า ร เป ลี่ ย น แ ป ล ง ป ริ ม า ต ร แ ล ะ
ความดันของอากาศภายในช่องอกซึ่งเก่ียวข้อง
กับการทำงานของกะบงั ลมและกระดูกซี่โครง
- การแ ล กเป ลี่ ย น แก๊ ส อ อ กซิ เจ น กั บ แ ก๊ ส
คาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายเกิดขึ้นบริเวณ
ถุงลมในปอดกับหลอดเลือดฝอยที่ถุงลม และ
ระหว่างหลอดเลอื ดฝอยกับเนอ้ื เยอ่ื
- การสูบบุหร่ี การสูดอากาศที่มีสารปนเปื้อน
และการเป็นโรคเก่ียวกับระบบหายใจบางโรค
อาจทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ซ่ึงมีผลให้
ความจุอากาศของปอดลดลง ดังนั้น จึงควร
ดแู ลรักษาระบบหายใจให้ทำหนา้ ทเ่ี ปน็ ปกติ
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ระบบหายใจมีอวัยวะท่ีเป็นทางเดินของอากาศ ได้แก่ จมูก ท่อลม และปอด และมีอวัยวะท่ีเก่ียวข้อง
ได้แก่ กะบังลมและกระดูกซ่ีโครง โดยการเคลื่อนท่ีของอากาศเข้าและออกจากปอดเป็นผลจากการ
เปลย่ี นแปลงปริมาตรและความดนั ภายในชอ่ งอกซ่ึงเกย่ี วกับการทำงานของกะบังลมและกระดกู ซีโ่ ครง
เมื่อมนุษย์หายใจนำอากาศเข้าสู่ร่างกาย อากาศเดินทางผ่านจมูก ท่อลม และเข้าสู่ปอดซึ่งเป็นบริเวณ
ที่เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแก๊สออกซิเจนแพร่จากถุงลมเข้าสู่
หลอดเลือดฝอย ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่จากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่ถุงลมเพ่ือกำจัดออกจาก
ร่างกายผ่านการหายใจออก แก๊สออกซิเจนที่แพร่เข้าสู่หลอดเลือดฝอยจะถูกลำเลียงไปยังเน้ือเยื่อต่าง ๆ
ของร่างกายและเกิดการแลกเปล่ียนแก๊สขึ้นท่ีเซลล์ โดยแก๊สออกซิเจนจากหลอดเลือดฝอยแพร่เข้าสู่เซลล์
ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่จากเซลล์เข้าสู่หลอดเลือดฝอยเพื่อลำเลียงไปยังปอดและกำจัดออกจาก
ร่างกาย
การสูบบุหร่ีและการสูดอากาศที่มีสารปนเป้ือนอาจเป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น
โรคถุงลมโป่งพอง ดังน้ัน จึงควรดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจให้ทำงานอย่างปกติ เช่น ออกกำลังกาย
อย่างสม่ำเสมอ หลีกเล่ียงสถานที่ท่ีมีมลพิษทางอากาศและสถานที่แออัด งดสูบบุหร่ีหรือหลีกเล่ียงการอยู่
ใกล้กบั ผ้สู บู บุหรแ่ี ละผู้ป่วยโรคระบบทางเดนิ หายใจ
23
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทักษะสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวัด
4) ทกั ษะการทดลอง
5) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
6) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและการลง
ข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ 1
ข้นั นำ
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
2. ถามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นว่า นักเรียนรูจ้ ักระบบของร่างกายระบบใดบ้าง และระบบท่รี ู้จัก
มคี วามสำคัญอยา่ งไร
(แนวตอบ คำตอบข้ึนอยู่กับดุลยพินิจของครูผ้สอน เช่น ระบบย่อยอาหารทำหน้าท่ีย่อยอาหารให้เป็น
สารอาหารเพ่ือนำไปใช้ในการสร้างพลังงานเพื่อการดำรงชีวิต หรือระบบขับถ่ายทำหน้าที่กำจัดของเสีย
ตา่ ง ๆ ออกจากรา่ งกาย)
3. ถามคำถาม Big Question จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า ระบบต่าง ๆ ใน
ร่างกายมนุษย์มกี ารทำงานอย่างไร
(แนวตอบ คำตอบข้ึนอยู่กับดุลยพินิจของครูผ้สอน เช่น ระบบหายใจมีการหายใจนำอากาศจากภายนอก
เข้าสู่ร่างกายเพื่อนำอากาศท่ีมีแก๊สออกซิเจนสูงไปแลกเปล่ียนแก๊สท่ีปอดและนำอากาศที่มีแก๊สคาร์บอน-
ไดออกไซด์สูงมากำจัดออกจากร่างกายผ่านการหายใจออก หรือระบบหมุนเวียนเลือดมีหัวใจ ทำหน้าท่ีสูบ
ฉีดเลือดไปตามหลอดเลือดอาร์เตอรีเพ่ือนำเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
และนำเลือดท่ีมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงกลับเข้าสู่หัวใจทางหลอดเลือดเวนหรือนำเลือดที่มีของเสียไป
กำจัดออกทางอวยั วะตา่ ง ๆ เชน่ ไต)
24
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
4. นักเรียนทำ Understanding Check จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
ของตนเองก่อนเรยี น
5. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมของ
นักเรยี นว่า มนุษยห์ ายใจเข้าและออกผ่านทางอวยั วะใด
(แนวตอบ จมูกและปาก)
ข้นั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. เกร่ินให้นักเรียนฟังว่า ระบบหายใจเป็นระบบแลกเปล่ียนแก๊สของร่างกายกับสิ่งแวดล้อม โดยแก๊ส
ออกซเิ จนจากสงิ่ แวดล้อมเข้าสู่ร่างกายและถูกนำไปใช้สลายสารอาหารภายในเซลล์เพื่อสรา้ งพลังงาน ซง่ึ ได้
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะถูกนำไปกำจัดออกทางการหายใจออก ระบบหายใจมี
ปอดเปน็ อวัยวะสำคัญในการแลกเปลี่ยนแก๊ส
2. นักเรียนศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบหายใจ ประกอบด้วยจมูก ทอ่ ลม ปอด และอวยั วะท่ี
ทำหน้าท่ีเก่ียวกับการหายใจ ได้แก่ กะบังลมและกระดูกซ่ีโครง โดยใช้แบบจำลองอวัยวะในระบบหายใจ
หรือภาพจากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรอื ใช้วีดิทศั น์จากสอื่ ออนไลน์ เร่อื ง ระบบหายใจ เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=uyqt7ekkP2E
- https://www.youtube.com/watch?v=mOKmjYwfDGU
- https://www.youtube.com/watch?v=PLFq-1h4870
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จบั สลากหมายเลขของนักเรยี น 5 คน อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวัยวะในระบบหายใจ ประกอบด้วย
จมูก ทอ่ ลม ปอด กะบังลม และกระดกู ซี่โครง
2. จับสลากหมายเลขของนักเรียน 3 คน ร่วมกันเขียนแผนผังแสดงการเคล่ือนที่ของอากาศเข้าและออกจาก
ร่างกาย พรอ้ มอธิบายแผนผังแสดงการเคล่อื นที่ของอากาศ
3. ถามคำถามนักเรียน โดยใช้คำถามตอ่ ไปน้ี
- อากาศจากสิง่ แวดลอ้ มที่ผ่านเขา้ สรู่ า่ งกายจะผา่ นอวยั วะใดบ้าง
(แนวตอบ อากาศเคลื่อนท่ีเข้าสู่ร่างกายทางจมูกหรือปาก ผ่านเข้าสู่โพรงจมูก ท่อลม ปอด และถุงลม
ตามลำดับ)
- ในอากาศประกอบด้วยฝุ่นละอองและเชื้อโรคจำนวนมาก ระบบหายใจจะมีการป้องกันการหายใจนำฝุ่น
ละอองและเชือ้ โรคเขา้ สู่รา่ งกายไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ ภายในโพรงจมูกมีขนทำหน้าที่กรองฝุ่นละออง เช้ือโรค และส่ิงแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่ทางเดิน
หายใจ และบริเวณเซลล์เย่ือบุของผนงั ท่อลมสามารถดักจับฝุ่นละออง เชื้อโรคและส่ิงแปลกปลอมไม่ให้เข้า
ส่ปู อด)
25
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 1 ระบบหายใจ
- ถุงลมมลี ักษณะสำคญั ท่เี หมาะสมตอ่ การแลกเปล่ยี นแกส๊ อยา่ งไร
(แนวตอบ ถุงลมมีลักษณะเป็นถุงขนาดเล็ก มีผนังบาง และมีหลอดเลือดฝอยมาหล่อเล้ียงจำนวนมาก ซึ่ง
ทำใหเ้ กดิ การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างถุงลมกบั หลอดเลือดฝอย)
- กะบงั ลมและกระดูกซีโ่ ครงเกย่ี วขอ้ งกับการหายใจอยา่ งไร
(แนวตอบ กะบังลมทำหน้าที่ร้ังปอดลงเพื่อให้อากาศผ่านเข้าสู่ปอดขณะหายใจเข้าและดันปอดขึ้นเพ่ือไล่
อากาศออกจากปอดขณะหายใจออก ส่วนกระดูกซ่ีโครงทำงานร่วมกับกล้ามเน้ือยึดกระดูกซ่ีโครงในการ
เปลย่ี นแปลงปริมาตรของช่องอกระหว่างการหายใจเข้าและออก)
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบหายใจ เพ่ือให้ได้ข้อสรุป
ดังน้ี ระบบหายใจประกอบด้วยจมูกซึ่งภายในมีขนทำหน้าที่กรองฝุ่นละออง เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม
ไม่ให้เข้าสู่ทางเดินหายใจ ท่อลมเป็นท่อกลวง ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปเกือกม้าช่วยป้องกันการแฟบ
หรือยุบตัวขณะหายใจเข้าและออก ท่อลมเป็นทางผ่านของอากาศเข้าสู่ปอดและช่วยดักจับฝุ่นละออง
เชื้อโรค และส่ิงแปลกปลอมไมใ่ ห้เขา้ สู่ปอด ปอดประกอบดว้ ยถุงลมจำนวนมาก ซึ่งจะมีการแลกเปล่ียนแก๊ส
ระหว่างถุงลมกับหลอดเลือดฝอย และอวัยวะท่ีเกี่ยวข้องกับระบบหายใจ ได้แก่ กะบังลมทำหน้าท่ีร้ังหรือ
ดันปอดในขณะหายใจเข้าและออก และกระดูกซี่โครงทำหน้าที่ร่วมกับกล้ามเน้ือยึดกระดูกซี่โครงในการ
เปล่ยี นแปลงปรมิ าตรของชอ่ งอกระหวา่ งการหายใจเขา้ และออก
ชัว่ โมงที่ 2
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบหายใจประกอบด้วยอวัยวะท่ีเป็น
ทางผา่ นของอากาศ ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด และอวัยวะที่ทำหน้าท่ีเก่ยี วกับการหายใจ ได้แก่ กะบังลมและ
กระดูกซ่ีโครง พรอ้ มอธบิ ายหนา้ ที่ของแต่ละอวยั วะให้นกั เรียนฟังพอสงั เขป
2. นักเรียนลองสูดลมหายใจเข้าและออกและสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงอวัยวะต่าง ๆ แล้วถามนักเรียนว่า
เมอื่ หายใจเข้าและออกจะมีการเปล่ยี นแปลงของอวยั วะใดบา้ ง
(แนวตอบ การเปลย่ี นแปลงของปอด กะบงั ลม และกระดกู ซี่โครง)
3. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า เมื่อหายใจเข้าและออกจากร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกซี่โครงและ
กะบงั ลมทำให้ปริมาตรของชอ่ งอกและความดนั ภายในช่องอกเปลี่ยนแปลง
5. นักเรียนศึกษากลไกการหายใจเข้าและการหายใจออกจากร่างกาย จาก QR Code เรื่อง กลไกการหายใจ
หรอื จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
6. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า เม่ือหายใจนำอากาศเข้าสู่ปอดจะเกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างแก๊สออกซิเจนกับ
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ เกิดขนึ้ 2 บรเิ วณ ได้แก่ บรเิ วณปอดและบรเิ วณเซลลต์ า่ ง ๆ ของร่างกาย
26
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
7. นักเรียนศึกษาการแลกเปล่ียนแก๊สบริเวณปอดและบริเวณเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จากหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใชว้ ิดีทศั น์จากสือ่ ออนไลน์ เร่ือง การแลกเปล่ยี นแก๊ส เช่น
- https://www.youtube.com/watch?v=kacMYexDgHg
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขของนักเรียน 3 คู่ เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะในช่องอกระหว่างการหายใจ
เข้าและหายใจออก
2. จับสลากหมายเลขของนักเรียน 2 คน อธิบายการแลกเปล่ียนแก๊สที่เกิดข้ึนบริเวณปอดและบริเวณเซลล์
ต่าง ๆ ของร่างกาย
3. ถามคำถามนกั เรียน โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้
- เมอื่ หายใจเข้าและออก กล้ามเนื้อยดึ กระดกู ซี่โครงและกล้ามเนอ้ื กะบังลมมีการทำงานอยา่ งไร
(แนวตอบ เมื่อหายใจเข้า กล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงหดตัวทำให้กระดูกซ่ีโครงเล่ือนสูงข้ึน กล้ามเนื้อ
กะบังลมหดตัวทำให้กะบังลมเล่ือนต่ำลง แต่เมื่อหายใจออก กล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงคลายตัวทำให้
กระดกู ซ่ีโครงเลอ่ื นต่ำลง กลา้ มเนื้อกะบงั ลมกะบังลมคลายตัวทำใหก้ ะบังลมเล่อื นสูงข้ึน)
- เม่ือหายใจเขา้ และออก ปริมาตรและความดันในชอ่ งอกเปน็ อย่างไร
(แนวตอบ ขณะหายใจเข้า ปริมาตรช่องอกเพ่ิมข้ึน ความดันในช่องอกลดลง ทำให้อากาศจากภายนอกไหล
เขา้ สู่ร่างกาย แตข่ ณะหายใจออก ปริมาตรช่องอกลดลง ความดนั ในช่องอกเพ่ิมขึ้น ทำให้อากาศจากภายใน
ไหลออกภายนอกรา่ งกาย)
- อวยั วะใดที่มผี ลทำให้ปริมาตรและความดนั ในช่องอกเปลย่ี นแปลงระหว่างการหายใจเขา้ และออก
(แนวตอบ กะบังลมและกระดูกซี่โครง เน่ืองจากเม่อื กระดูกซี่โครงเล่อื นสูงข้ึนและกะบังลงเล่อื นต่ำลง ทำให้
ปริมาตรช่องอกเพิ่มข้ึนและความดันในช่องอกลดลง แต่เม่ือกระดูกซี่โครงเล่ือนต่ำลงและกะบังลงเล่ือน
สงู ขึ้น ทำให้ปรมิ าตรช่องอกจะลดลงและความดันในชอ่ งอกเพิ่มขึน้ )
- การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดข้นึ ที่ส่วนใดของร่างกาย และเกดิ ข้นึ อย่างไร
(แนวตอบ การแลกเปล่ียนแก๊สเกิดข้ึน 2 บริเวณ ได้แก่ บริเวณปอดเป็นการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างถุงลม
กับหลอดเลือดฝอย โดยแก๊สออกซิเจนแพร่จากถุงลมเข้าสู่หลอดเลือดฝอย ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แพร่จากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่ถุงลม และบริเวณเซลล์เป็นการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างหลอดเลือดฝอยกับ
แซลล์ โดยแก๊สออกซิเจนแพร่จากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่เซลล์ ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่จากเซลล์
เข้าหลอดเลือดฝอย)
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับกลไกการหายใจ เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี ในการหายใจเข้า กระดูก
ซี่โครงเลื่อนสูงขึ้นและกะบังลมเล่ือนต่ำลง ทำให้ปริมาตรช่องอกเพิ่มข้ึนและความดันในช่องอกลดลง ส่วน
การหายใจออก กระดกู ซี่โครงเล่ือนต่ำลงและกะบังลมเล่ือนสูงข้ึน ทำให้ปริมาตรช่องอกลดลงและความดัน
ในชอ่ งอกเพิ่มขนึ้
27
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการแลกเปล่ียนแก๊ส เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี การแลกเปลี่ยนแก๊ส
เกิดขึ้น 2 บริเวณ ได้แก่ บริเวณปอด แก๊สออกซิเจนแพร่จากถุงลมเข้าสู่หลอดเลือดฝอย แก๊สคาร์บอน-
ไดออกไซด์แพร่จากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่ถุงลม และบริเวณเซลล์ แก๊สออกซิเจนแพร่จากหลอดเลือดฝอย
เข้าสเู่ ซลล์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพรจ่ ากเซลลเ์ ข้าสู่หลอดเลอื ดฝอย
6. นักเรยี นทำใบงานที่ 1.1 เร่อื ง ระบบหายใจ
ชั่วโมงที่ 3
ข้นั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชั่วโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า การเปล่ียนแปลงของกระดูกซ่ีโครงและ
กะบังลมทำให้ปริมาตรของช่องอกและความดันภายในช่องอกเปล่ียนแปลง ทำให้เกิดการหายใจเข้าและ
ออกจากร่างกาย ซึง่ เมอ่ื หายใจเข้า ร่างกายนำแก๊สออกซิเจนไปแลกเปลี่ยนแก๊สท่ีปอดและเซลล์ต่าง ๆ ของ
รา่ งกาย และนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซดจ์ ากการแลกเปลี่ยนแก๊สมากำจดั ผ่านการหายใจออก
2. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ทำกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของปอด เพ่ือจำลองการทำงานของ
ปอด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 โดยแนะนำอุปกรณ์ปอดเทียมที่ประกอบด้วยลูกโป่ง
วงแหวนยาง หลอดพลาสตกิ รปู ตัว Y และกลอ่ งพลาสตกิ
อธิบายความรู้ (Explain)
1. สุ่มเลือกกล่มุ นักเรียนอยา่ งนอ้ ย 5 กล่มุ นำเสนอผลการทำกจิ กรรม แบบจำลองการทำงานของปอด
2. ถามคำถามท้ายกจิ กรรมนักเรียน โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้
- ส่วนตา่ ง ๆ ของแบบจำลองเปรยี บเทียบไดก้ ับอวยั วะใด
(แนวตอบ ลูกโป่งเปรียบได้กับปอดท้ัง 2 ข้าง แผ่นยางเปรียบได้กับกะบังลม หลอดพลาสติกรูปตัว Y
เปรยี บไดก้ บั หลอดลม และกล่องพลาสติกเปรยี บไดก้ ับผนงั ทรวงอก)
- เม่อื ดงึ แผน่ ยางขน้ึ หรือลง จะมกี ารเปลี่ยนแปลงของลกู โปง่ หรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ เมื่อดงึ แผ่นยางลง ลกู โป่งจะพองออก แต่เมอ่ื ดึงแผ่นยางขน้ึ ลกู โปง่ จะแฟบลง)
- การเปลีย่ นแปลงของลกู โป่งเก่ยี วขอ้ งกับปรมิ าตรและความดันของอากาศอยา่ งไร
(แนวตอบ เม่ือดึงแผ่นยางลง ลูกโป่งจะพองออก เน่ืองจากปริมาตรอากาศภายในกล่องพลาสติกเพิ่มข้ึน
ทำให้ความดันอากาศลดลง อากาศจากภายนอกจึงเคล่ือนท่ีเข้าสู่ลูกโป่ง แต่เม่ือดันแผ่นยางขึ้น ลูกโป่งจะ
แฟบลง เนือ่ งจากปริมาตรอากาศภายในกล่องพลาสติกลดลง ทำให้ความดันอากาศเพ่ิมขึ้น อากาศจากภายใน
จงึ เคลื่อนท่อี อกจากลูกโป่ง)
28
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
- จากการทำกิจกรรมสามารถอธิบายการทำงานของปอดและอวยั วะต่าง ๆ ไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ เมื่อดึงแผ่นยางลงเปรียบเสมือนกะบังลมเล่ือนต่ำลง ทำให้ปริมาตรภายในช่องอกเพิ่มขึ้น
ความดันภายในช่องอกลดลง อากาศจึงเคลื่อนเข้าสู่ปอด แต่เม่ือดันแผ่นยางข้ึน เปรียบเสมือนกะบังลม
เล่ือนสูงขึ้น ทำให้ปริมาตรภายในช่องอกลดลง ความดันภายในช่องอกเพิ่มข้ึน อากาศจึงเคล่ือนที่ออกจาก
ปอด)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของปอด เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังนี้
การเปล่ียนแปลงความดันอากาศภายในกลอ่ งพลาสติกที่บรรจุลูกโป่งส่งผลให้มีการเคลื่อนท่ีของอากาศเข้า
และออกจากลูกโป่ง เมื่อดึงแผ่นยางลง ลูกโป่งจะพองออก เนื่องจากปริมาตรอากาศภายในกล่องพลาสติก
เพิ่มขึ้นและความดันอากาศลดลง อากาศจากภายนอกจึงเคล่ือนเข้าสู่ลูกโป่ง ทําให้ลูกโป่งพองออก แต่เมื่อ
ดันแผ่นยางขึ้น ปริมาตรอากาศภายในกล่องพลาสติกลดลง ทําให้ความดันอากาศเพ่ิมข้ึน อากาศภายใน
ลูกโป่งจึงเคลือ่ นออกสู่ภายนอก สง่ ผลทําให้ลกู โปง่ แฟบลง
ชัว่ โมงที่ 4
ขัน้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ถามคำถามกบั นกั เรียนวา่ ในอากาศประกอบดว้ ยแกส๊ ชนดิ ใดบ้าง
(แนวตอบ ในอากาศประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจนร้อยละ 28 แก๊สออกซิเจนร้อยละ 21 แก๊สอาร์กอนร้อยละ
0.93 แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 0.04 และแกส๊ อนื่ ๆ รอ้ ยละ 0.03)
2. นำแผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนของแก๊สต่าง ๆ มาให้นักเรียนศึกษา โดยแบ่งกลุ่มศึกษา กลุ่มละ 4-5 คน และ
เกร่ินให้นกั เรียนฟงั วา่ ในการหายใจเข้าและออก สัดสว่ นของแก๊สตา่ ง ๆ ท่ีเคลอื่ นท่ีเขา้ และออกจากปอดจะ
แตกต่างกนั
3. นักเรียนศึกษาสัดส่วนของแก๊สชนิดต่าง ๆ ท่ีเข้าและออกจากปอด จากตารางท่ี 1.1 และปริมาตรอากาศท่ี
หายใจเขา้ และออกแตล่ ครง้ั จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. จับสลากเลือกกลุ่มนักเรียน 3 กลุ่ม นำเสนอการเปล่ียนแปลงของแก๊สต่าง ๆ ระหว่างการหายใจเข้าและ
การหายใจออก
2. ถามคำถามนกั เรียน โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- สดั ส่วนของอากาศทีเ่ ขา้ และออกจะมีการเปล่ยี นแปลงอย่างไร
(แนวตอบ อากาศที่เข้าสู่ร่างกายมีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง แต่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ส่วนอากาศท่ี
ออกจากรา่ งกายมแี กส๊ ออกซิเจนต่ำ แต่แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดส์ งู )
29
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 1 ระบบหายใจ
- นักเรยี นสามารถแปลผลข้อมลู ในแผนภูมวิ งกลมทค่ี รนู ำมาให้ศึกษาได้อยา่ งไร
(แนวตอบ จากแผนภูมิวงกลมอธิบายได้ว่า สัดส่วนของแก๊สออกซิเจนในลมหายใจเข้ามีมากกว่าลมหายใจ
ออก แต่สัดส่วนของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออกมีมากกว่าในลมหายใจเข้า แสดงว่าร่างกาย
นำแก๊สออกซิเจนจากการหายใจเข้าไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ซ่ึงได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลิตภัณฑ์ซ่ึง
จะถูกกำจัดออกโดยการหายใจออก ส่วนสัดส่วนของแก๊สไนโตรเจนในลมหายใจเข้าและออกจะคงที่
เนือ่ งจากรา่ งกายไม่ไดน้ ำแก๊สไนโตรเจนไปใช้)
- เพราะเหตุใดแผนภูมวิ งกลมทีน่ ำมาจึงแสดงสดั ส่วนของแกส๊ เพยี ง 3 ชนดิ เท่านนั้
(แนวตอบ ในอากาศประกอบด้วยแก๊ส 3 ชนิดนี้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนแก๊สอื่น ๆ เช่น อาร์กอน ฮีเลียม และ
ไฮโดรเจนมีปรมิ าณน้อยมาก)
- ร่างกายของมนุษยส์ ามารถจอุ ากาศได้ก่ีลิตร
(แนวตอบ ร่างกายของมนุษย์สามารถจุอากาศได้มากถึง 6 ลิตร ซ่ึงในการหายใจเข้านำอากาศเข้าประมาณ
0.5 ลติ ร โดยอากาศอยใู่ นปอด 0.35 ลติ ร และในทางเดินหายใจ 0.15 ลิตร)
3. ถามคำถามท้าทายการคิดข้ันสูง (H.O.T.S.) จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า
เพราะเหตใุ ดสัดสว่ นของแก๊สต่าง ๆ ระหว่างการหายใจเข้าและออกจึงแตกต่างกนั
(แนวตอบ อากาศท่ีหายใจเข้ามีสัดส่วนของแก๊สต่าง ๆ คงท่ี ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจนร้อยละ 78 แก๊ส
ออกซิเจนร้อยละ 21 แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 0.04 แต่อากาศที่หายใจออกมีสัดส่วนของแก๊ส
เปลี่ยนแปลงไป เน่ืองจากรา่ งกายนำแก๊สออกซเิ จนไปใช้ในกิจกรรมตา่ ง ๆ และนำแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
ที่เป็นผลิตภัณฑ์มากำจัดออกจากร่างกาย ทำให้สัดส่วนของแก๊สทั้ง 2 ชนิด เปลี่ยนแปลง โดยสัดส่วนของ
แก๊สออกซิเจนลดลงเหลือประมาณรอ้ ยละ 16 แต่สัดส่วนของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ
รอ้ ยละ 4 ทำให้สดั ส่วนของแกส๊ ตา่ ง ๆ ระหวา่ งการหายใจเข้าและออกแตกตา่ งกนั )
4. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับสัดสว่ นของแก๊สตา่ ง ๆ ท่ีหายใจเข้าและออกจากร่างกาย เพ่ือให้ได้
ข้อสรุป ดังน้ี ในการหายใจเข้ามีสัดส่วนของแก๊สออกซิเจนสูง แต่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ แต่ในการ
หายใจออกมีสัดส่วนของแก๊สออกซิเจนลดลง แต่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพ่ิมข้ึน เน่ืองจากร่างกายนำแก๊ส
ออกซิเจนไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ และได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะถูกกำจัดออก
ทางร่างกายทางการหายใจออก
ชว่ั โมงท่ี 5
ข้นั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ในการหายใจเข้าแต่ละคร้ังนำอากาศเข้าสู่
ปอดประมาณ 0.5 ลิตร (อยู่ในถุงลม 0.35 ลิตร และในทางเดินหายใจ 0.15 ลิตร) แต่ปริมาณอากาศที่
หายใจเขา้ แต่ละครัง้ จะแตกตา่ งกนั ตามเพศ อายุ และสุขภาพของรา่ งกาย
30
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
2. นักเรียนจับคู่ทำกิจกรรม ความจุอากาศของปอด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อวัดความจุ
อากาศของนักเรยี นในช้นั เรียน โดยให้นกั เรียนจับคกู่ บั เพ่ือนและวัดความจุอากาศปอดของแต่ละคน ซ่ึงต้อง
ทำการวดั ความจุอากาศของปอด 3 คร้งั เพ่ือนำมาหาค่าเฉลย่ี
3. นักเรียนแต่ละคนหาค่าเฉล่ียความจุของปอดของตนเอง และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความจุอากาศปอดของ
นกั เรยี นชายและนักเรยี นหญงิ
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากเลือกนกั เรยี น 10 คู่ นำเสนอผลการทำกิจกรรม ความจุอากาศของปอด
2. ถามคำถามท้ายกจิ กรรมกับนกั เรียน โดยใช้คำถามตอ่ ไปน้ี
- ระหว่างการหายใจเขา้ ปกตกิ ับการหายใจเขา้ เต็มที่ ปรมิ าตรของอากาศท่วี ดั ได้แตกต่างกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ แตกต่างกัน โดยการหายใจเข้าเตม็ ทมี่ ปี รมิ าตรของอากาศมากกว่าการหายใจเขา้ ปกติ)
- ความจอุ ากาศของปอดเฉลยี่ ระหว่างนกั เรียนหญิงกบั นักเรียนชายแตกตา่ งกันหรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ คาํ ตอบขึ้นอยูกบั ผลการทาํ กิจกรรม ซงึ่ ปกตเิ พศชายจะมีความจอุ ากาศของปอดสงู กวา่ เพศหญงิ )
- นักเรียนคดิ วา่ ปจั จยั ใดบา้ งที่สง่ ผลต่อความจอุ ากาศของปอด
(แนวตอบ ปัจจัยที่มีผลต่อความจุอากาศของปอด ได้แก่ เพศ อายุ โรคบางโรค เช่น คนท่ีเป็นโรคถุงลมโป่ง
พองจะมีความจุอากาศนอ้ ยกวา่ คนปกติทไี่ ม่ไดเ้ ป็นโรค เน่ืองจากผนงั ถงุ ลมมีความยดื หยนุ่ น้อยกว่าปกต)ิ
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม ความจุอากาศของปอด เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี ความจุอากาศ
ของปอดของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กบั เพศ ซึ่งโดยเฉลี่ยเพศชายมีความจุอากาศของปอดมากกว่าเพศ
หญงิ นอกจากน้นั ความจุอากาศของปอดขึ้นอย่กู ับปัจจจัยอ่นื ๆ อีกด้วย เช่น อายุ สภาพร่างกายของแต่ละ
บุคคล
ชว่ั โมงที่ 6
ขัน้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. เกร่ินให้นักเรียนฟังว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของโรคถุงลมโป่งพอง ทำให้พื้นที่ผิวแลกเปลี่ยนแก๊ส
ลดลง เนื่องจากสารพิษในบุหรี่ทำให้ผนังถุงลมฉีกขาด ซ่ึงอาจใช้ภาพหรือวีดิทัศน์จากส่ือออนไลน์แสดง
ลกั ษณะของถงุ ลมโปง่ พอง เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=T1G9Rl65M-Q
2. นักเรียนศึกษาโรคระบบทางเดินหายใจและการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจ จากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
3. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 8-10 คน ร่วมกนั วางแผนเพื่อแสดงบทบาทสมมุติ เรอื่ ง โทษของการสูบบุหรี่
31
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอบทบาทสมมตุ ิ เรื่อง โทษของการสูบบหุ ร่ี
2. ถามคำถามนักเรยี น โดยใช้คำถามต่อไปนี้
- การสูบบหุ รมี่ ผี ลต่อระบบหายใจอย่างไร
(แนวตอบ สารเคมีในบุหร่ี เช่น แก๊สไฮโดรเจนไซยาไนด์ แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ
ของผนงั ถุงลมทำให้ผนังถงุ ลมฉีกขาด พื้นที่ผิวแลกเปลี่ยนแก๊สจึงลดลง จึงต้องหายใจเร็วและถี่เพ่ือใหไ้ ด้รับ
แก๊สออกซเิ จนทเี่ พียงพอกับความต้องการของร่างกาย)
- เพราะเหตุใดจึงมกี ารออกกฎหมายห้ามขายบหุ รี่ใหก้ ับผทู้ ี่มอี ายุต่ำกว่า 18 ปี
(แนวตอบ เพอื่ ป้องกันการทดลองสบู บหุ ร่ีของเยาวชนอายุต่ำกวา่ 18 ปี ซึ่งจะช่วยลดจำนวนคนท่ีสบู บหุ ร)ี่
- นกั เรียนเห็นดว้ ยหรือไม่กบั การจัดพืน้ ทไ่ี ว้สำหรบั ผ้สู ูบบหุ ร่โี ดยเฉพาะ
(แนวตอบ นักเรียนควรตอบว่าเห็นด้วย เนื่องจากสารพิษในควันบุหรี่ เช่น แก๊สไฮโดรเจนไซยาไนด์ แก๊ส
ไนโตรเจนออกไซด์ เป็นแก๊สพิษท่ีมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ดงั น้ัน การจัดพื้นท่ีสูบบุหรี่จงึ เป็นการจำกัด
พนื้ ทใ่ี นการแพรก่ ระจายของแก๊สเหลา่ นี้)
- นักเรยี นมวี ธิ กี ารดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบหายใจอยา่ งไร
(แนวตอบ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้ปอดมีความจุเพ่ิมมากข้ึน หลี่กเล่ียงการอยู่ในสถานท่ี
แออัดและมีมลพิษ งดสูบบุหร่ีและหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้สูบบุหร่ี เน่ืองจากในบุหรี่มีสารพิษที่เป็น
อันตรายต่อระบบหายใจ รวมทั้งหลกี เล่ยี งการอยูใ่ กลช้ ิดกบั ผปู้ ว่ ยโรคระบบทางเดนิ หายใจทเี่ ปน็ โรคติดต่อ)
3. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ เพ่ือให้ไดข้ องสรุป ดงั น้ี โรคถุงลมโป่งพอง
มีสาเหตุจากการสูบบุหร่ี เนื่องจากสารเคมีในบุหรี่ทำให้เน้ือเย่ือถุงลมฉีกขาด พื้นท่ีผิวแลกเปลี่ยนแก๊สจึง
ลดลง จึงควรดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ปอดมีความจุ
อากาศเพ่ิมข้ึน หลกี เล่ียงการอยใู่ นสถานท่ีแออัดและมีมลพิษ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้สูบบุหร่ี
และผู้ปว่ ยโรคระบบทางเดินหายใจทเี่ ปน็ โรคติดตอ่
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน สืบค้นข้อมูล เร่ือง สารพิษในบุหรี่ที่ส่งผลต่อระบบหายใจ หรือเรื่อง
สารพิษในอากาศที่ส่งผลต่อระบบหายใจ โดยทำเป็นแผน่ พับส่งครูผู้สอนและแจกนักเรียนในโรงเรียน กลุ่ม
ละ 50 ชุด
2. นกั เรยี นทำ Topic Question ท้ายหวั ข้อ เร่อื ง ระบบหายใจ จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
3. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
32
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
ขน้ั สรปุ
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นกั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ เรอ่ื ง ระบบหายใจ ในประเดน็ ต่าง ๆ ดงั นี้
- ความสำคญั ของระบบหายใจ
- โครงสร้างและหน้าที่ของอวยั วะในระบบหายใจ
- การทำงานของระบบหายใจ
- การดูแลรักษาระบบหายใจ
นักเรยี นสรุปในรูปผังมโนทัศน์ลงกระดาษ A4 ส่งครผู ูส้ อน
2. ตรวจสอบผลจากแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
3. ตรวจสอบผลจากแผ่นพับ เร่ือง สารพิษในบุหร่ีท่ีส่งผลต่อระบบหายใจ หรือเร่ือง สารพิษในอากาศท่ีส่งผล
ตอ่ ระบบหายใจ
4. ตรวจผงั มโนทัศน์ เร่ือง ระบบหายใจ
5. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง ระบบหายใจ
6. ประเมนิ จากการทำกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของปอด
7. ประเมนิ จากการทำกจิ กรรม ความจอุ ากาศของปอด
8. ประเมินจากการแสดงบทบาทสมมตุ ิ เร่อื ง โทษของการสูบบหุ รี่
9. ตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question ท้ายหวั ข้อ เรอื่ ง ระบบหายใจ
10.ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
7. การวัดและประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมิน
รายการวัด วธิ ีวดั เครือ่ งมอื - ระดับคุณภาพ 2
7.1 การประเมนิ ช้ินงาน/ - ตรวจแผ่นพับ เรื่อง - แบบประเมินชน้ิ งาน ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) สารพิษในบหุ รท่ี สี่ ่งผล
ตอ่ ระบบหายใจ หรอื - ระดับคุณภาพ 2
เรอ่ื ง สารพษิ ใน ผ่านเกณฑ์
อากาศทีส่ ง่ ผลต่อ
ระบบหายใจ
- ตรวจผังมโนทัศน์ - แบบประเมินชิ้นงาน
เรือ่ ง ระบบหายใจ
33
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
รายการวดั วิธวี ดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
7.2 การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบ - ประเมินตาม
ก่อนเรยี น สภาพจรงิ
- แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ
- ใบงานท่ี 1.1 - รอ้ ยละ 60
กอ่ นเรียนหนว่ ยการ กอ่ นเรียน ผ่านเกณฑ์
- Topic Question
เรียนรทู้ ี่ 1 - รอ้ ยละ 60
- แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์
7.3 ประเมินระหวา่ ง
- แบบประเมิน - ร้อยละ 60
การจัดกิจกรรม การนำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นรู้ - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2
การปฏบิ ัติการ ผ่านเกณฑ์
1) ระบบหายใจ - ตรวจใบงานท่ี 1.1
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจ Topic การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
Question
- แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจแบบฝึกหัด การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน ผลงาน คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
3) การปฏบิ ัตกิ าร - ประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ 2
ปฏิบัติการ ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรม
การทำงาน - สังเกตพฤติกรรม
รายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล
5) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม
การทำงานกลุ่ม การทำงานกล่มุ
6) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินยั
อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่นั
ในการทำงาน
34
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 1 ระบบหายใจ
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
2) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
3) แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
4) ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ระบบหายใจ
5) PowerPoint เรอื่ ง ระบบหายใจ
6) ภาพยนตร์สารคดีส้นั Twig
7) QR Code เรื่อง กลไกการหายใจ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
35
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
ใบงานที่ 1.1
เรอื่ ง ระบบหายใจ
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจต่อไปนี้
1 1. อวยั วะ................................................................
หน้าท.ี่ ................................................................
2 ...........................................................................
3 ...........................................................................
4
2. .อวัยวะ................................................................
5 หน้าท.ี่ ................................................................
...........................................................................
4. อวยั วะ............................................................... ...........................................................................
หน้าที่.................................................................
........................................................................... 3. .อวัยวะ................................................................
........................................................................... หนา้ ท่ี.................................................................
...........................................................................
...........................................................................
5. .อวัยวะ.................................................................
หน้าท่ี...................................................................
.............................................................................
.............................................................................
2. จงเขียนลำดับการเคลื่อนที่ของอากาศจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ปอด
1……………… 2……………… 3………………… 4………………… 5…………………
3…. …จง…เปรียบเทียบการ…เป…ล…ี่ยนแปลงของอวัย…ว…ะต่าง ๆ เมื่อหายใจเข…้า…และออกจากร่างกาย……
อวัยวะ การหายใจเข้า การหายใจออก
กะบังลม ................................................... ...................................................
กระดูกซี่โครง ................................................... ...................................................
ปริมาตรของช่องอก ................................................... ...................................................
ความดันภายในช่องอก ................................................... ...................................................
36
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 1 ระบบหายใจ
ใบงานท่ี 1.1 เฉลย
เร่ือง ระบบหายใจ
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจต่อไปนี้
1 1. อวัยวะ..จ..ม...ูก.........................................................
หน้าท่.ี ...เ.ป..็.น..ท...า..ง..ผ..่า..น...ข..อ...ง..อ..า..ก..า..ศ....ภ...า..ย..ใ..น..ม...ีข..น......
2 ...ท..ำ..ห...น...้า..ท...่ีก...ร..อ..ง..ฝ...ุ่น...ล..ะ...อ..อ...ง...เ.ช..ื้.อ..โ..ร..ค....แ..ล...ะ..ส..่ิ.ง.....
3 ...แ..ป...ล..ก..ป...ล..อ...ม..ไ..ม..ใ่ ..ห..เ้ .ข...้า..ส..่ทู ...า..ง.เ..ด..นิ ...ห..า..ย..ใ..จ................
4
2. .อวยั วะ..ท..่อ..ล...ม.......................................................
5 หนา้ ท่.ี .เ.ป..็น...ท...่อ..ก...ล..ว..ง..ป...ร..ะ..ก..อ...บ..ด...้ว..ย..ก...ร.ะ...ด..ูก..อ...่อ..น......
..ช..่.ว..ย...ป..้.อ..ง...ก..ัน...ก...า..ร...ย..ุบ...ต...ัว..ข...ณ....ะ..ห...า..ย...ใ..จ....ส..่ว...น......
4. อวยั วะ.ก..ร..ะ..ด...กู ..ซ..ีโ่..ค..ร..ง........................................... ..ป...ล..า..ย..แ..ต...ก..เ..ป..น็...ห..ล...อ..ด...ล..ม..เ..ข..า้ ..ส..ู่ป...อ..ด..ท...้ัง...2....ข..า้..ง.......
หน้าที่.อ..ย...ู่บ..ร..ิ.เ.ว..ณ...อ...ก....ท..ำ..ง..า..น...ร..่ว..ม...ก..ับ...ก..ล..้.า..ม..เ.น...ื้อ.....
.ย...ดึ ..ก..ร..ะ...ด..ูก..ซ...่ีโ.ค...ร..ง..ใ.น...ก..า..ร..เ..ป..ล..่ี.ย..น..แ...ป..ล...ง..ป..ร..ิม...า..ต..ร..... 3. .อวัยวะ.ป...อ..ด..........................................................
.ข...อ..ง..ช..่อ..ง..อ...ก.......................................................... หนา้ ท่.ี อ...ย..ู่ใ..น..ช...่อ..ง..อ...ก....ม..ี..2...ข...้า..ง...ภ...า..ย..ใ..น...ม..ีถ...ุง..ล..ม.....
ซ...ึ่ง..ม..ี.ล..ัก...ษ...ณ....ะ..บ...า..ง..แ...ล...ะ..ม...ีห...ล...อ..ด...เ.ล...ือ..ด...ฝ...อ..ย...ม...า....
ห...ล..อ่...เ.ล..ีย้...ง...ท..ำ..ห...น...า้ ..ท..แี่...ล..ก..เ..ป..ล...ย่ี ..น..แ...ก..๊ส.....................
5. .อวยั วะ.ก...ะ..บ..ัง..ล...ม....................................................
หนา้ ท.่ี เ..ป..็น...แ..ผ...่น..ก...ล..้า..ม...เ.น...ื้อ..ก..้ัน...ช..่.อ..ง..อ..ก...ก..ับ...ช..่อ..ง..ท...้อ..ง...
..ท...ำ..ห..น...้า..ท...่ีร..ั้ง..ป...อ..ด...ล..ง..แ..ล...ะ..ด...ัน..ป...อ...ด..ข...ึ้น..เ..ม..่ือ...ห...า..ย..ใ..จ...
..เ.ข..้า..แ...ล..ะ..อ..อ...ก....แ..ล..ะ...ป..อ้...ง.ก...นั ..ก...า..ร..ข..ย..า..ย..ต...ัว..ข..อ...ง.ป...อ..ด.....
2. จงเขียนลำดับการเคลื่อนท่ีของอากาศจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ปอด
1…ร…ูจม…กู ……… 2…โพ…ร…ง…จม…ูก… 3…ท…อ่ …ล…ม……… 4…ป…อ…ด………… 5…ถ…ุงล…ม…………
3…. …จง…เปรียบเทียบการ…เป…ล…ี่ยนแปลงของอวัย…ว…ะต่าง ๆ เมื่อหายใจเข…้า…และออกจากร่างกาย……
อวัยวะ การหายใจเข้า การหายใจออก
กะบังลม ...................เ.ล...ื่อ..น...ต..่ำ..ล..ง................. ...................เ.ล..่อื..น...ส..ูง..ข..ึน้..................
กระดูกซี่โครง ...................เ.ล...ื่อ..น..ส...ูง.ข...ึน้ ................. ...................เ.ล..ื่อ...น..ต...่ำ..ล..ง.................
ปริมาตรของช่องอก .....................เ.พ...่ิม..ข...้ึน..................... ........................ล..ด..ล...ง....................
ความดันภายในช่องอก ......................ล...ด..ล..ง...................... .......................เ.พ...ิม่ ..ข...ึน้ ...................
37
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 1 ระบบหายใจ
9. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื .................................
( ................................ )
ตำแหน่ง .......
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่ีมีปญั หาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี )
ปญั หา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
38
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขับถา่ ย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2
ระบบขับถา่ ย
เวลา 4 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
ว 1.2 ม.2/4 ระบุอวยั วะและบรรยายหนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบขับถา่ ยในการกำจดั ของเสียทางไต
ม.2/5 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต โดยการบอก
แนวทางในการปฏบิ ัตติ นท่ชี ว่ ยใหร้ ะบบขบั ถ่ายทำหนา้ ทไ่ี ด้อยา่ งปกติ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ทข่ี องอวัยวะในระบบขับถ่ายได้ (K)
2. อธิบายการทำงานของหนว่ ยไตได้ (K)
3. เปรียบเทียบปริมาณสารต่าง ๆ ในนำ้ เลือดและในนำ้ ปัสสาวะได้ (K)
4. เขยี นข้ันตอนการเคลื่อนที่ของของเสียออกจากร่างกายในรปู ปสั สาวะได้ (P)
5. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของไตและการดแู ลรักษาไต (A)
6. สนใจใฝร่ ้ใู นการศกึ ษา (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่นิ
- ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เก่ียวข้อง คือ ไต ท่อไต พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไต
ทำหน้าท่ีกำจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย
กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการ
ออกจากเลือด และควบคุมสารที่มีมากหรือ
น้อยเกินไป เช่น น้ำ โดยขับออกมาในรูปของ
ปสั สาวะ
- การเลือกรับประทานอาหารท่ีเหมาะสม เช่น
รับประทานอาหารที่ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ำ
สะอาดให้เพียงพอเป็นแนวทางหน่ึงที่ช่วยให้
ระบบขบั ถ่ายทำหนา้ ทไี่ ดอ้ ย่างปกติ
39
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขับถ่าย
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ไตมี 2 ข้าง อยู่บริเวณด้านหลังของช่องท้องเหนือระดับเอว
มสี ีแดง รูปร่างคล้ายเมล็ดถ่ัว ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก ท่อไตเป็นท่อขนาดเล็กและยาวที่
ต่อมาจากไตทั้ง 2 ข้าง ไปเช่ือมกับกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยวะที่สามารถยืดหยุ่นได้
ทำหน้าที่เก็บน้ำปัสสาวะที่ส่งมาจากไต และท่อปัสสาวะเป็นท่อนำน้ำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่
ภายนอกรา่ งกาย
ภายในไตมีหน่วยไตทำหน้าที่กำจัดของเสียต่าง ๆ เช่น ยูเรีย ไอออนของแร่ธาตุ ออกจากเลือด และ
ดูดสารท่ีมีประโยชน์ เช่น น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน กลับเข้าสู่เลือด ของเหลวท่ีผ่านการทำงานของหน่วยไต
จะไหลผา่ นทอ่ ไตไปเก็บในกระเพาะปัสสาวะ เพอื่ กำจดั ออกจากรา่ งกายผา่ นท่อปัสสาวะต่อไป
การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีรสจัด การด่ืมน้ำอย่างเพียงพอ งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อไต และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เปน็ แนวทางในการดแู ลรักษาอวัยวะในระบบขับถา่ ยให้ทำงานอย่างปกติ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะสำรวจคน้ หา 3. มุง่ มั่นในการทำงาน
2) ทักษะการเปรียบเทยี บ
3) ทักษะการจำแนกประเภท
4) ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงที่ 1
ขั้นนำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทำ Understanding Check จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจ
ของตนเองก่อนเรยี น
40
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 2 ระบบขบั ถ่าย
2. ถามคำถามเพ่ือนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น โดยใชค้ ำถามดงั น้ี
- ในแตล่ ะวัน นกั เรยี นขับถ่ายปัสสาวะและอุจาระวันละก่ีครัง้
(แนวตอบ นักเรียนอาจตอบว่า อุจจาระประมาณ 1-2 คร้ัง แต่ปัสสาวะประมาณ 8-10 ครั้ง ข้ึนอยู่กับ
ปริมาณอาหารและนำ้ ทร่ี า่ งกายได้รับ)
- นอกจากปสั สาวะและอุจาระ รา่ งกายขบั ถ่ายของเสียอน่ื ๆ อกี หรอื ไม่
(แนวตอบ เหงือ่ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์)
3. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ
นักเรียนวา่ มนษุ ยข์ ับถา่ ยของเสียออกจากร่างกายทางใดบ้าง
(แนวตอบ มนุษย์ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้หลายทาง ทั้งทางการหายใจในรูปแก๊สคาร์บอน-
ไดออกไซด์ ทางผิวหนังในรูปเหง่อื ทางท่อปสั สาวะในรูปนำ้ ปัสสาวะ และทางทวารหนกั ในรปู อุจจาระ)
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ทั้งในรูปแก๊สผ่านการหายใจ
ออก รูปของแข็งผ่านการอุจจาระ และที่เน้นในหน่วยการเรียนรู้น้ี คือ การขับถ่ายของเสียในรูปของเหลว
ผ่านการปัสสาวะ ซงึ่ มไี ตเป็นอวยั วะหลกั ของระบบขบั ถ่ายของเสยี ในรูปปัสสาวะ
2. นักเรียนศึกษาโครงสร้างและอวัยวะในระบบขับถ่าย ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และ
ท่อปัสสาวะ โดยใช้แบบจำลองอวัยวะในระบบขับถ่ายปัสสาวะ หรือภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2
เลม่ 1 หรอื ใชว้ ีดิทศั นจ์ ากสอื่ ออนไลน์ เรื่อง ระบบขับถา่ ยปสั สาวะ เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=dZREDWD_5bA
- https://www.youtube.com/watch?v=_NO8n48AKJY
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขของนักเรียน 4 คน อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายปัสสาวะ
ประกอบด้วยไต ทอ่ ไต กระเพาะปสั สาวะ และท่อปัสสาวะ
2. ถามคำถามนกั เรียน โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้
- ระบบขบั ถา่ ยประกอบด้วยอวัยวะใด แตล่ ะอวยั วะมีลกั ษณะและหนา้ ท่ีอยา่ งไร
(แนวตอบ ระบบขับถ่ายประกอบด้วยไต มี 2 ข้าง ลักษณะคล้ายเมล็ดถ่ัว มีสีแดง ภายในมีหน่วยไต
ทำหน้าท่ีกรองของเสียและสารต่าง ๆ ออกจากเลือด ท่อไตมีลกั ษณะเป็นท่อขนาดเล็กและยาวที่ต่อมาจาก
ไตท้ัง 2 ข้าง ทำหน้าท่ีลำเลียงปัสสาวะจากไตเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะมีลักษณะเป็นถุง
ขนาดใหญ่ท่ียืดหยุ่นได้ ทำหน้าท่ีเก็บน้ำปัสสาวะ และท่อปัสสาวะมีลักษณะเป็นท่อที่ต่อมาจากกระเพาะ
ปสั สาวะ ทำหนา้ ทข่ี ับน้ำปสั สาวะออกสู่ภายนอกรา่ งกาย)
41
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขบั ถ่าย
- ไตเกีย่ วข้องกับการกำจดั ของเสยี ในรปู ปัสสาวะอย่างไร
(แนวตอบ ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไต ซ่ึงทำหน้าท่ีกรองของเสียต่าง ๆ ออกจากเลือด โดยของเสียจะ
ถูกลำเลยี งจากไตผ่านทอ่ ไตไปเกบ็ ยงั กระเพาะปสั สาวะในรูปนำ้ ปสั สาวะ เพื่อกำจดั ออกจากรา่ งกายผ่านท่อ
ปัสสาวะ)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ยี วกับโครงสร้างและอวัยวะในระบบขับถ่าย เพอ่ื ให้ได้ขอ้ สรุป ดังน้ี ระบบ
ขับถ่ายปัสสาวะประกอบด้วยไต ซึ่งภายในมีหน่วยไตทำหน้าท่ีกรองของเสียออกจากเลือด ท่อไตทำหน้าท่ี
ลำเลียงปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะทำหน้าทเี่ ก็บน้ำปสั สาวะ และท่อปัสสาวะ
ทำหน้าท่ีขับน้ำปัสสาวะออกจากรา่ งกาย
ช่วั โมงที่ 2
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรจู้ ากช่ัวโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบขับถ่ายปัสสาวะประกอบด้วยไต ท่อไต
กระเพาะปัสสาวะ และทอ่ ปัสสาวะ พรอ้ มอธบิ ายหน้าทีข่ องแตล่ ะอวัยวะให้นักเรียนฟังพอสงั เขป
2. นำไตจากสัตว์บางขนิด เช่น วัว สุกร มาให้นักเรียนศึกษาโครงสร้างภายนอกของไต และนำมาผ่าตามยาว
เพ่อื ศึกษาโครงสรา้ งภายในของไต
3. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก ทำหน้าท่ีกรองของเสียออกจากเลือด
และดดู สารท่มี ีประโยชนก์ ลับเขา้ สูเ่ ลือด
4. นักเรียนศึกษาการทำงานของหน่วยไตในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
ม.2 เล่ม 1 จาก QR Code เรื่อง การกำจัดของเสียของหน่วยไต หรือใช้วีดิทัศน์จากส่ือออนไลน์ เรื่อง การ
ทำงานของหนว่ ยไต เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=3nc3yGZr4ik&t=156s
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ส่มุ จบั สลากหมายเลขของนักเรยี น 3 คน รว่ มกนั อธิบายการทำงานของหนว่ ยไต
2. ถามคำถามนกั เรยี น โดยใชค้ ำถามต่อไปน้ี
- หนว่ ยไตทำหนา้ ท่ีอะไร
(แนวตอบ หนว่ ยไตทำหน้าท่ีกรองของเสียและสารตา่ ง ๆ ออกจากเลือด และทำหน้าที่ดูดสารท่ีมีประโยชน์
กลบั เข้าสเู่ ลอื ด)
42
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขบั ถา่ ย
- สารชนดิ ใดทีผ่ า่ นการกรองของหน่วยไตและสารชนิดใดท่ีไมผ่ า่ นการกรองของหนว่ ยไต
(แนวตอบ สารท่ีผ่านการกรองของหน่วยไตเป็นสารท่ีมีโมเลกุลขนาดเล็ก ได้แก่ น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน
ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรีย ส่วนสารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไตเป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ได้แก่
โปรตนี เซลล์เมด็ เลอื ด)
- สารชนิดใดทม่ี กี ารดดู กลับเข้าสูเ่ ลอื ดอกี ครง้ั
(แนวตอบ สารที่มีการดูดกลับเข้าสู่เลือด ได้แก่ น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน ไอออนของแร่ธาตุ เนื่องจากเป็น
สารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย)
3. ถามคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง (H.O.T.S.) จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ว่า สารชนิดใดท่ีไม่
ควรพบในปสั สาวะของคนปกติ เพราะเหตุใด
(แนวตอบ โปรตีน กลูโคส กรดอะมิโน เนื่องจากโปรตีนเป็นสารทีไ่ ม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคส
และกรดอะมิโนเป็นสารที่มีประโยชน์จึงถูกหน่วยไตดูดกลับเข้าสู่เลือด ด้ังน้ัน ในน้ำปัสสาวะจึงไม่ควรพบ
โปรตนี กลูโคส และกรดอะมิโน)
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับการกำจัดของเสียของหน่วยไต เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ หน่วยไต
ทำหน้าที่กรองสารโมเลกุลขนาดเล็ก เช่น น้ำ กลูโคส กระดอะมิโน และของเสียออกจากเลือด แต่สาร
โมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน เซลล์เม็ดเลือด ไม่ผ่านการกรอง รวมท้ังยังดูดสารที่มีประโยชน์ เช่น น้ำ
กลโู คส กลับเข้าสเู่ ลือดอีกครง้ั
ช่ัวโมงท่ี 3
ขั้นสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรจู้ ากช่ัวโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไตทำหนา้ ที่กรองสาร
ต่าง ๆ และของเสียออกจากเลือดและดูดสารที่มีประโยชน์กลับ ทำให้ของเสียถูกขับออกจากร่างกายในรูป
ปสั สาวะ
2. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า สารท่ีถูกกรองและสารท่ีไม่ถูกดูดกลับจะไหลผ่านท่อไตไปรวมยังกระเพาะปัสสาวะ
เป็นนำ้ ปัสสาวะเพอ่ื กำจดั ออกจากร่างกาย โดยกระเพาะปสั สาวะเก็บนำ้ ปสั สาวะไดป้ ระมาณ 0.7-0.8 ลติ ร
3. นักเรียนศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผนังกระเพาะปัสสาวะระหว่างท่ีมนี ้ำปัสสาวะอยู่เต็มกับไม่มนี ้ำปัสสาวะ
อยู่ จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
4. นักเรียนเปรียบเทียบปริมาณสารต่าง ๆ ในน้ำเลือด และในน้ำปัสสาวะ จากตารางท่ี 1.2 หนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพ่ือศึกษาสารที่ถูกกรองผ่านหน่วยไต สารท่ีถูกดูดกลับ และสารที่ถูกขับออกจาก
รา่ งกายในรูปน้ำปสั สาวะ
5. อธิบายเพิ่มเต่ิมให้นักเรียนฟังว่า นอกจากไตจะทำหน้าท่ีกำจัดของเสียและดูดสารที่มีประโยชน์กลับแล้ว
ไตยงั ทำหน้าทีร่ กั ษาดุลยภาพน้ำและดุลยภาพของกรด-เบสในร่างกายเชน่ กนั
43
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขบั ถ่าย
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขของนักเรียน 5 คน เปรียบเทียบปรมิ าณน้ำ โปรตีน คลอไรด์ กลโู คส และยูเรีย ระหว่าง
ในน้ำเลอื ดกบั นำ้ ปัสสาวะ พรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบ
2. ถามคำถามนักเรียน โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- เพราะเหตุใดจึงไม่พบโปรตนี และกลูโคสในนำ้ ปัสสาวะ
(แนวตอบ เนื่องจากโปรตีนเป็นสารที่ไม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคสเป็นสารท่ีมีประโยชน์ จึงถูก
ดดู กลบั เข้าสู่เลอื ด)
- ไตมสี ่วนชว่ ยในการรักษาดุลยภาพของน้ำในรา่ งกายอย่างไร
(แนวตอบ หน่วยไตสามารถดูดน้ำกลับเข้าสู่เลือดได้ ซ่ึงหากร่างกายขาดน้ำ หน่วยไตจะดูดน้ำกลับมากขึ้น
ทำให้ปัสสาวะออกมาน้อย แต่เข้มข้น ในทางตรงกนั ข้าม หากรา่ งกายได้รับนำ้ มากเกินไป หน่วยไตจะดูดน้ำ
กลับน้อย ทำให้ปัสสาวะออกมามาก แต่เจือจาง ดังนั้น ไตจึงมีส่วนช่วยในการรักษาดุลยภาพของน้ำ
ในร่างกาย)
- การตรวจปัสสาวะบง่ บอกความผิดปกติของไตได้อย่างไร
(แนวตอบ เนื่องจากภายในไตมีหน่วยไต ทำหน้าท่ีกรองของเสียและสารต่าง ๆ และดูดสารบางชนิดกลับ
เข้าสู่เลือด ซึ่งสารบางชนิดที่ไม่ผ่านการกรอง เช่น โปรตีน เซลล์เม็ดเลือด หรือสารบางชนิดท่ีถูกดูดกลับ
เช่น กลูโคส กรดอะมิโน ไม่ควรพบปนออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะ ซึ่งหากพบสารเหล่าน้ีในน้ำปัสสาวะ
อาจบง่ บอกถงึ การทำงานทีผ่ ดิ ปกตขิ องหน่วยไตได้)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับปริมาณสารต่าง ๆ ท่ีพบในน้ำเลือดและในน้ำปัสสาวะ เพ่ือให้ได้
ขอ้ สรุป ดังนี้ สารท่ีพบในน้ำเลือดและในน้ำปัสสาวะมีสัดส่วนท่ีแตกต่างกัน เช่น ในน้ำเลือดพบโปรตีนและ
กลูโคส แต่ไม่พบในน้ำปัสสาวะ เนื่องจากโปรตีนไม่ผ่านการกรองของหน่วยไต ส่วนกลูโคสถูกหน่วยไตดูด
กลบั เขา้ ส่หู ลอดเลือดฝอยอีกครัง้ จงึ ไมพ่ บสารเหลา่ นีใ้ นน้ำปสั สาวะ
4. นกั เรียนทำใบงานท่ี 1.2 เร่ือง ระบบขับถ่าย
ชัว่ โมงท่ี 4
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรจู้ ากชัว่ โมงทแี่ ล้วให้นักเรยี นทราบพอสงั เขปวา่ ไตเป็นอวยั วะสำคญั ของระบบขับถา่ ย หากไต
ทำงานบกพร่องอาจกอ่ ใหเ้ กิดโรคต่าง ๆ ตามมา
2. นักเรียนศึกษาโรคไตวายและโรคน่ิว และการดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่าย จากหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
44
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 2 ระบบขบั ถ่าย
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ถามคำถามนักเรียน โดยใชค้ ำถามดังต่อไปนี้
- หากหน่วยไตทำงานบกพร่อง จะเกดิ ผลเสียตอ่ ร่างกายอยา่ งไร
(แนวตอบ หากหน่วยไตทำงานบกพร่องจะทำให้ไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดและขับออกทาง
ปัสสาวะได้ รวมท้ังไม่สามารถดูดสารท่ีมีประโยชน์กลับเข้าสู่ร่างกายได้ จึงพบสารเหล่าน้ีปนออกมาพร้อม
กับนำ้ ปัสสาวะ)
- โรคไตวายและโรคนว่ิ เกดิ จากสาเหตุใด และมีวิธกี ารรกั ษาอยา่ งไร
(แนวตอบ โรคไตวายเกิดจากไตท้ัง 2 ข้าง ไม่สามารถทำหน้าท่ีกรองของเสียออกจากเลือดได้ ทำให้ไม่
สามารถขับของเสียออกทางน้ำปัสสาวะได้ ซ่ึงสามารถรักษาได้โดยการฟอกเลือดด้วยเคร่ืองไตเทียม หรือ
การปลูกถ่ายไต ส่วนโรคน่ิวเกิดจากการจับตัวของแร่ธาตุและตกตะกอนเป็นก้อนน่ิวบริเวณไต ท่อไต และ
กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมีสาเหตุจากการสูญเสียเหงื่อมากและดื่มน้ำน้อย หรือการรับประทานอาหารท่ีมีสาร
ออกซาเลตสูง สามารถรกั ษาได้โดยการใช้ยา การผา่ ตัด หรอื การสลายน่วิ โดยใชค้ ลืน่ เสียงความถีส่ งู )
- นักเรียนสามารถดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถา่ ยได้อยา่ งไร
(แนวตอบ เลือกรับประทานอาหาร โดยหลีกเล่ียงอาหารท่ีมีรสเค็มจัด รสเผ็ดจัด และมีโปรตีนสูง ดื่มน้ำ
สะอาดอย่างเพียงพอเพ่ือให้ไตไม่ทำงานหนักเกินไป งดสูบบุหรี่และงดด่ืมเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์ หลีกเล่ียง
การใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลตอ่ ไต และออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ)
- การดม่ื น้ำสะอาดอย่างเพียงพอมีส่วนช่วยในการทำงานของไตอยา่ งไร
(แนวตอบ การดื่มนำ้ สะอาดอย่างเพียงพอทำให้ไตไมต่ อ้ งกรองนำ้ เลอื ดที่มคี วามเข้มข้นสูง ซ่ึงทำใหไ้ ตไม่ต้อง
ทำงานหนักเกนิ ไป ซ่ึงแพทย์แนะนำให้ด่ืมน้ำสะอาดวนั ละ 2 ลติ ร)
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับโรคที่เก่ียวกับไต เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ โรคไตวายเกิดจากการ
สูญเสียการทำงานของไต จงึ ไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ สามารถรักษาได้โดยการปลูกถ่ายไต
หรือการฟอกเลือดด้วยเคร่ืองไตเทียม โรคนิ่วเกิดจากการจับตัวและตกตะกอนของแร่ธาตุเป็นก้อนน่ิว
บรเิ วณไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ สามารถรักษาโดยการใชย้ า ผา่ ตัด หรือคลืน่ เสยี งความถ่ีสูง จึงควรดแู ล
รักษาอวัยวะในระบบขับถ่าย โดยการเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เผ็ดจัด และมี
โปรตีนสงู ด่ืมน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ ประมาณวนั ละ 2 ลิตร หลีกเลย่ี งการใชย้ าหรอื อาหารเสริมทม่ี ีผลต่อ
ไต
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน สืบค้นข้อมูล เรือ่ ง ไตเทียม แล้วทำเป็นรายงานส่งครูผู้สอน โดยเน้ือหา
ต้องระบุหลักการทำงานของเคร่ืองไตเทียม และข้อดี/ข้อเสียของการรักษาโรคด้วยเครื่องไตเทียม และ
นำเสนอหน้าชัน้ เรยี น
2. นักเรยี นทำ Topic Question ทา้ ยหวั ขอ้ เร่อื ง ระบบขับถา่ ย จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
3. นักเรยี นทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
45
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 2 ระบบขับถ่าย
ขั้นสรปุ
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ เร่อื ง ระบบหายใจ ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
- ความสำคญั ของระบบขับถ่าย
- โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบขับถ่าย
- การทำงานของระบบขบั ถ่าย
- การดูแลรักษาระบบขบั ถ่าย
นักเรียนสรปุ ในรปู ผงั มโนทัศน์ลงกระดาษ A4 ส่งครผู สู้ อน
2. ตรวจสอบผลจากรายงานกลุ่ม เรอ่ื ง ไตเทียม
3. ตรวจผงั มโนทัศน์ เร่อื ง ระบบขบั ถ่าย
4. ตรวจสอบผลจากใบงานท่ี 1.2 เร่ือง ระบบขับถ่าย
5. ตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question ท้ายหัวข้อ เรอ่ื ง ระบบขับถา่ ย
6. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
7. การวดั และประเมนิ ผล วธิ วี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
รายการวดั - ตรวจรายงาน เรือ่ ง - แบบประเมนิ รายงาน - ระดบั คุณภาพ 2
- แบบประเมนิ ช้นิ งาน
7.1 การประเมินชิน้ งาน/ ไตเทยี ม ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจผังมโนทศั น์ - ใบงานที่ 1.2 - ระดับคุณภาพ 2
- Topic Question
7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง เร่อื ง ระบบขบั ถ่าย - แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม
การเรียนรู้ - ตรวจใบงานที่ 1.2 - รอ้ ยละ 60
1) ระบบขับถ่าย การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic
2) พฤติกรรม Question - ร้อยละ 60
การทำงาน ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล - ตรวจแบบฝกึ หัด
- รอ้ ยละ 60
- สงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
- ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
46
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 2 ระบบขับถา่ ย
รายการวดั วธิ ีวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
3) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
4) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
ในการทำงาน
คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
3) ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง ระบบขับถา่ ย
4) PowerPoint เรอื่ ง ระบบขบั ถ่าย
5) ภาพยนตรส์ ารคดสี นั้ Twig
6) QR Code เร่อื ง การกำจัดของเสยี ของหน่วยไต
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
47
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขบั ถ่าย
ใบงานท่ี 1.2
เรื่อง ระบบขบั ถ่าย
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายต่อไปนี้
1. อวยั วะ.........................................................................
หนา้ ที.่ ..........................................................................
....................................................................................
1 ....................................................................................
2. อวยั วะ.........................................................................
2 หนา้ ท.่ี ..........................................................................
....................................................................................
....................................................................................
3. อวัยวะ.........................................................................
3 หนา้ ที่...........................................................................
....................................................................................
4 ....................................................................................
4. อวยั วะ.........................................................................
หนา้ ท.่ี ..........................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
2. จงนำสารต่อไปนี้ไปเติมในตารางท่ีมีความสัมพันธ์กัน
กรดอะมิโน นำ้ โปรตนี กลโู คส ไอออนของแร่ธาตุ ยูเรยี เซลล์เม็ดเลือดแดง
สารที่กรองผ่านหน่วยไต สารที่กรองไม่ผ่านหน่วยไต สารที่ถูกดูดกลับจากหน่วยไต
............................................... ............................................... ...............................................
............................................... ............................................... ...............................................
............................................... ................................................ ................................................
48
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 2 ระบบขบั ถา่ ย
ใบงานที่ 1.2 เฉลย
เร่ือง ระบบขับถ่าย
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายต่อไปนี้
1. อวัยวะ...ไ..ต....................................................................
หนา้ ท่.ี .ม...ีอ...ย..ู่ ..2....ข..้.า..ง...ส...ีแ...ด...ง...ร..ู.ป...ร..่า..ง..ค...ล..้.า..ย...เ.ม...ล..็.ด...ถ..ั่ว....
..ภ...า..ย...ใ.น...ไ..ต..ม...ีห...น..่ว...ย..ไ..ต....ท..ำ..ห...น...้า..ท...ี่ก..ร..อ...ง..เ.ข..อ...ง..เ.ส..ีย...แ..ล...ะ....
1 ..ส...า..ร..ต..่า..ง...ๆ....อ..อ...ก..จ..า..ก...เ.ล..ือ...ด............................................
2. อวัยวะท...่อ..ไ..ต..................................................................
2 หนา้ ท่.ีท..่อ...ข..น..า..ด...เ.ล...้ก..แ..ล...ะ..ย..า..ว..ท...ี่ต..อ่...ม..า..จ...า.ก...ไ.ต...ท..้ัง....2...ข...้า..ง....
ไ.ป...เ.ช...ื่อ..ม...ต..่อ...ก..ับ...ก...ร..ะ..เ.พ...า..ะ..ป...ัส...ส..า..ว..ะ....ท...ำ..ห...น..้า..ท...ี่ล..ำ..เ..ล..ีย...ง....
ป..สั...ส..า..ว..ะ..ไ..ป..เ.ก...็บ..ท...กี่..ร..ะ...เ.พ...า..ะ..ป..สั...ส..า..ว..ะ................................
3. อวัยวะ..ก..ร..ะ..เ.พ...า..ะ..ป...สั..ส...า..ว..ะ.............................................
3 หน้าท่.ีเ.ป...็น...อ..ว..ัย...ว..ะ...ท..่ี.ส..า..ม...า..ร..ถ...ย..ืด...ห...ย..ุ่น...ไ..ด..้..ท...ำ..ห...น..้.า..ท..่ี....
.เ.ก...บ็ ..ป...ัส..ส...า.ว...ะ..ท..ถี่...ูก..ส..ง่..ม...า..จ..า..ก..ไ..ต.......................................
4 ....................................................................................
4. อวัยวะ..ท..่อ...ป..ัส...ส..า..ว..ะ.......................................................
หน้าที่.ท..อ่...น..ำ..น...้ำ..ป..ัส...ส..า..ว..ะ..จ...า..ก..ก..ร..ะ...เ.พ...า..ะ..ป..ัส...ส..า..ว..ะ...อ..อ..ก...ส..ู่ ..
.ภ...า..ย..น..อ...ก..ร..่า..ง..ก..า..ย............................................................
.....................................................................................
2. จงนำสารต่อไปนี้ไปเติมในตารางที่มีความสัมพันธ์กัน
กรดอะมโิ น น้ำ โปรตีน กลโู คส ไอออนของแรธ่ าตุ ยูเรยี เซลลเ์ ม็ดเลือดแดง
สารที่กรองผ่านหน่วยไต สารที่กรองไม่ผ่านหน่วยไต สารที่ถูกดูดกลับจากหน่วยไต
...ก..ร..ด..อ..ะ..ม..ิโ.น.....น..้ำ....ก..ล..โู.ค...ส............ ...โ..ป..ร..ต..นี ....เ.ซ..ล..ล...เ์ .ม..ด็ ..เ.ล..อื ..ด..แ..ด..ง........ ....ก..ร..ด..อ..ะ..ม..โิ..น....ก..ล..ูโ..ค..ส....น..ำ้...........
...ไ..อ..อ..อ..น..ข..อ..ง..แ..ร.่ธ..า..ต..ุ ..ย..ูเ.ร..ีย............ ............................................... ....ไ..อ..อ..อ..น..ข..อ..ง..แ..ร.ธ่..า..ต..ุ..................
............................................... ................................................ ................................................
49