The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanrujirawan, 2021-06-21 02:45:02

วิทยาศาสตร์ 3

วิทยาศาสตร์ 3

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

ข อ ง เห ล ว จ ะ เดื อ ด แ ล ะ ก ล า ย เป็ น ไอ แ ย ก จ า ก
สารละลายแล้วควบแน่นกลับเป็นของเหลวอีกครั้ง
ขณะท่ีของเหลวเดือด อุณหภูมิของไอจะคงท่ี
โครมาโทกราฟีแบบกระดาษเป็นวิธีการแยกสาร
ผสมที่มีปริมาณน้อยโดยใช้แยกสารท่ีมีสมบัติการ
ละลายในตัวทำละลายและการถูกดูดซับด้วย
ตัวดูดซบั แตกตา่ งกัน ทำให้สารแต่ละชนิดเคลื่อนที่
ไปบนตัวดูดซับได้ต่างกัน สารจึงแยกออกจากกัน
ได้ อัตราส่วนระหว่างระยะทางที่สารองค์ประกอบ
แต่ละชนิดเคลื่อนที่ได้บนตัวดูดซับกับระยะทางท่ี
ตัวทำละลายเคลื่อนที่ได้เป็นค่าเฉพาะตัวของสาร
แต่ละชนิดในตัวทำละลายและตัวดูดซับหนึ่ง ๆ
การสกัดด้วยตัวทำละลายเป็นวิธีการแยกสารผสม
ที่มีสมบัติการละลายในตัวทำละลายที่ต่างกัน โดย
ชนิดของตวั ทำละลายมผี ลตอ่ ชนิดและปริมาณของ
สารที่สกัดได้ การสกัดโดยการกล่ันด้วยไอน้ำใช้
แยกสารท่ีระเหยง่าย ไม่ละลายน้ำ และไม่ทำ
ปฏิกิริยากับน้ำออกจากสารท่ีระเหยยากโดยใช้
ไอน้ำเป็นตวั พา

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

โครมาโทกราฟีแบบกระดาษใช้แยกสารละลายท่ีประกอบด้วยสารมากกว่า 1 ชนิด ออกจากกัน

โดยอาศัยความสามารถในการละลายของสารในตัวทำละลายและการถูกดูดซับบนตัวดูดซับที่แตกต่างกัน

ทำให้สารแต่ละชนดิ ถกู แยกออกจากกัน ซึ่งระยะทางทส่ี ารแต่ละชนดิ เคลอ่ื นท่ีบนตัวดูดซบั สามารถนำมาหา

อัตราการเคลือ่ นทข่ี องสาร (Rf) ได้จากสูตร

อตั ราการเคลื่อนที่ของสาร ระยะทางที่สารเคลอ่ื นที่
= ระยะทางท่ีตัวทำละลายเคล่อื นที่

150

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทักษะการสังเกต 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

2) ทักษะสำรวจคน้ หา

3) ทักษะการทดลอง

4) ทกั ษะการคำนวณ

5) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและการลง

ขอ้ สรปุ

3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชั่วโมงท่ี 1-2

ข้ันนำ

กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. นกั เรยี นทำ Understanding Check เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเรยี น
2. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ

นักเรยี นว่า สารละลายท่ีเปน็ สารเนอื้ เดยี วจะสามารถแยกตัวละลายออกจากตวั ทำละลายได้อย่างไร
(แนวตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น ใช้การกล่ัน โดยการให้ความร้อนกับสารละลาย
ซ่ึงสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะระเหยกลายเป็นไอออกมาก่อน และจะควบแน่นกลับเป็นของเหลวอีกคร้ัง
จงึ สามารถแยกตัวละลายออกจากตวั ทำละลายได้)
3. เกร่ินให้นักเรียนฟังว่า จากวิธีการแยกสารท่ีผ่าน ๆ มา ทั้งการระเหยแห้ง การตกผลึก และการกลั่น
สามารถใช้แยกสารท่ีมีปริมาณมากได้ แล้วถามคำถามนักเรียนว่า ถ้าสารมีปริมาณน้อย (น้อยกว่า 1
มลิ ลลิ ติ ร) นกั เรยี นจะสามารถแยกสารได้อยา่ งไร
(แนวตอบ ใช้การแยกสารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ)

151

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

ข้นั สอน

สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรียนศึกษาการแยกสารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ และหน้าท่ีของตัวทำละลายและตัวดูดซับ

จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2. นำภาพการแยกสารโดยโครมาโทกราฟแี บบกระดาษมาให้นักเรยี นดู แล้วถามคำถามนกั เรียน เช่น

- สารทถี่ กู แยกโดยวิธีโครมาโทกราฟแี บบกระดาษประกอบด้วยสารกี่ชนดิ ทราบไดอ้ ยา่ งไร
(แนวตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับภาพทนี่ ำมาใช้ ซ่ึงสงั เกตไดจ้ ากสที ป่ี รากฏบนกระดาษโครมาโทกราฟี)
3. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระยะทางที่สารแต่ละชนิดเคล่ือนที่บนตัวดูดซับสามารถนำมาหาอัตราการเคลื่อนท่ี
ของสาร (Rf) แต่ละชนดิ ได้ จากสตู ร

อตั ราการเคลื่อนท่ีของสาร ( ) = ระยะทางท่ีสารเคลอ่ื นท่ี (ซม. ) )
ระยะทางทต่ี วั ทำละลายเคล่ือนที่ (ซม.

4. นักเรียนศกึ ษาตวั อย่างที่ 2.1 การแยกสารสีในพชื จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 และฝกึ คำนวณ
ค่า Rf ของสารจากกระดาษโครมาโทกราฟีท่ีครนู ำมาใหน้ ักเรยี นดู

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ถามคำถามนกั เรียน โดยใช้คำถามต่อไปนี้

- การแยกสารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษใช้แยกสารประเภทใด
(แนวตอบ แยกสารละลายที่ประกอบดว้ ยสารมากกว่า 1 ชนิด ออกจากกนั )
- การแยกสารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษมหี ลกั การอย่างไร
(แนวตอบ สารแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลายในตัวทำละลาย และถูกดูดซับบนตัวดูดซับได้
แตกตา่ งกัน จงึ เคล่อื นท่ไี ปในระยะทางทแ่ี ตกตา่ งกัน ทำใหส้ ามารถแยกสารต่าง ๆ ออกจากกันได้)
- ตวั ทำละลายและตัวดดู ซับมหี นา้ ทใี่ นการแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษอย่างไร
(แนวตอบ ตัวทำละลายทำหน้าท่ีละลายและพาสารให้เคล่ือนที่ ส่วนตัวดูดซับทำหน้าท่ีดูดซับสารและเป็น
ตัวกลางใหส้ ารเคลอ่ื นที่)
2. สมุ่ เลอื กนักเรียนออกมาเฉลยคา่ Rf ของสารจากกระดาษโครมาโทกราฟีท่นี ำมาประกอบการสอน
3. ตั้งโจทย์การหาค่า Rf ของสาร เพ่ือให้นักเรียนได้ฝึกคำนวณอัตราการเคลื่อนที่ของสารด้วยตนเอง แล้วสุ่ม
เลอื กนักเรียนออกมาแสดงวธิ ีการหาคา่ Rf ทีห่ น้าชนั้ เรยี น โดยใช้คำถาม ดังนี้
- จงหาค่า Rf ของสาร A B และ C จากการแยกสารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ ซ่ึงสาร A B และ C
เคล่ือนท่ีเป็นระยะทาง 2.8 1.6 และ 5.8 เซนติเมตร และตัวทำละลายเคล่ือนที่เป็นระยะทาง 6.4
เซนติเมตร
(แนวตอบ สาร A มีอตั ราการเคลือ่ นท่ี = 2.8/6.4 = 0.44

สาร B มอี ตั ราการเคล่ือนท่ี = 1.6/6.4 = 0.25
สาร C มอี ตั ราการเคลือ่ นท่ี = 5.8/6.4 = 0.91)

152

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

- จงเรียงลำดับความสามารถในการละลายของสาร A B C และ D ในเอทิลแอลกอฮอล์ท่ีได้จากการแยก
สารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ ซ่ึงสารแต่ละชนิดเคล่ือนท่ีเป็นระยะทาง 1.4 0.7 5.3 และ 2.6
เซนติเมตร ตามลำดบั ขณะท่ีเอทิลแอลกอฮอล์เคลอ่ื นทีเ่ ปน็ ระยะทาง 7.3 เซนตเิ มตร
(แนวตอบ สาร A มีอัตราการเคลอื่ นที่ = 1.4/7.3 = 0.19)

สาร B มอี ตั ราการเคลื่อนที่ = 0.7/7.3 = 0.10
สาร C มอี ัตราการเคล่ือนท่ี = 5.3/7.3 = 0.73
สาร D มอี ตั ราการเคลื่อนที่ = 2.6/7.3 = 0.36
ดงั นั้น สาร C มีความสามารถในการละลายในเอทิลแอลกอฮอล์ได้ดีท่ีสุด รองลงมา คือ สาร D สาร A และ
สาร B ตามลำดบั )
- สารชนิดใดถูกดูดซบั บนตัวดูดซับได้มากและน้อยที่สุด โดยสาร A B C และ D มีระยะทางในการเคลื่อนท่ี
บนกระดาษโครมาโทกราฟเี ท่ากบั 1.8 2.6 0.8 และ 2.4 เซนติเมตร ตามลำดบั
(แนวตอบ สารท่ีมีระยะทางในการเคล่ือนท่ีบนตัวดูดซับมาก แสดงว่า ถูกดูดซับบนตัวดูดซับได้น้อย ดังนั้น
สาร B จึงถูกดูดซับบนตัวดูดซับได้น้อยที่สุด ในทางตรงกันข้าม สารท่ีมีระยะทางในการเคลื่อนท่ีบนตัวดูด
ซบั นอ้ ย แสดงวา่ ถูกดูดซบั บนตวั ดดู ซับได้มาก ดงั น้นั สาร C จึงถูกดูดซบั บนตวั ดดู ซับได้มากท่สี ุด)
4. ถามคำถามท้าทายการคิดขน้ั สงู จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กบั นักเรียนวา่ เมือ่ นำสารละลาย
ชนิดหนึ่งมาแยกโดยวิธีโครมาโทกราฟี พบว่า ประกอบด้วยสาร 3 ชนิด ได้แก่ สาร A สาร B และสาร C
โดยสาร A ละลายในตัวทำละลายได้ดีท่ีสุด รองลงมา คือ สาร C และสาร B ตามลำดับ จงเรียงลำดับการ
ถูกดูดซับด้วยตัวดูดซบั ของสาร A B และ C จากมากไปนอ้ ย และสารชนิดใด จะมคี ่า Rf สูงสุด และต่ำสุด
เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ สาร B ถูกดดู ซับบนตัวดดู ซับได้มากที่สุด รองลงมา คอื สาร C และ A ตามลำดับ
สาร A มีคา่ Rf มากทสี่ ุด รองลงมา คือ สาร C และ B ตามลำดับ)
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษเพ่ือให้ได้ข้อสรุป
ดังน้ี โครมาโทกราฟีแบบกระดาษเป็นการแยกสารละลายที่ประกอบด้วยสารมากกว่า 1 ชนิด ออกจากกัน
โดยอาศัยความสามารถในการละลายของสารในตัวทำละลายและการถูกดูดซับบนตัวดูดซับท่ีแตกต่างกัน
ซ่ึงสารท่ีมีความสามารถในการละลายสูงและถูกดูดซับจากตัวดูดซับน้อยจะมีค่าอัตราการเคล่ือนท่ีของสาร
(Rf) มาก

ช่ัวโมงท่ี 3
ขน้ั สอน

สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระยะทางท่ีสารองค์ประกอบเคล่ือนที่บน

ตัวดดู ซับสามารถนำมาหาอัตราการเคลอื่ นที่ของสาร (Rf) ได้ จากสตู ร

153

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

อตั ราการเคลอื่ นที่ของสาร ( ) = ระยะทางที่สารเคลอ่ื นที่ (ซม. ) )
ระยะทางที่ตวั ทำละลายเคล่ือนที่ (ซม.

2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ทำกิจกรรม สารในสีผสมอาหาร เพื่อแยกสารในสีผสมอาหารโดยวิธี
โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ส่มุ เลือกกลุ่มนักเรยี นอยา่ งน้อย 5 กลุ่ม นำเสนอผลการทำกิจกรรม สารในสีผสมอาหาร
2. ถามคำถามท้ายกิจกรรมกับนักเรยี น โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้

- สีผสมอาหารที่นำมาทดสอบประกอบด้วยสารกีช่ นิด ทราบไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ คำตอบขึ้นอยกู่ บั ผลการทำกจิ กกรรมของนักเรียน)
- การทดสอบในตัวทำละลายแตล่ ะชนดิ ใหผ้ ลเหมือนกันหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับผลการทำกิจกรรมของนักเรียน เช่น ตัวทำละลายแต่ละชนิดอาจให้ผลการ
ทดสอบที่แตกต่างกัน ข้ึนอยู่กับความสามารถในการละลายในตัวทำละลายของสีผสมอาหารท่ีนำมา
ทดสอบ)
- หากเกิดแถบสขี น้ึ เพยี งแถบเดียว นกั เรียนจะสรปุ ผลว่าอย่างไร
(แนวตอบ หากเกิดแถบสีขึ้นเพียงแถบเดียว อาจสรุปว่า สีผสมอาหารประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว
หรือตัวทำละลายและตัวดดู ซบั ไม่สามารถละลายและดดู ซับสารได้)
- หากเกิดแถบสขี ึ้นเพียงแถบเดยี ว นักเรียนจะมีวิธีการแกไ้ ขอย่างไร
(แนวตอบ เปลี่ยนตัวดดู ซบั หรือเปล่ยี นตวั ทำละลาย หรือเปลี่ยนทง้ั ตัวดูดซบั และตัวทำละลาย)
3. นำคลปิ วิดโี อ เรอื่ ง การแยกสารโดยโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ มาใช้ประกอบการอภิปราย เช่น

- https://www.youtube.com/watch?v=23W5Z_redfs
- https://www.youtube.com/watch?v=FQqVqVZgKjA
4. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายกิจกรรม สารในสีผสมอาหาร เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ หากปรากฏแถบสีบน
กระดาษโครมาโทกราฟีมากกว่า 1 สี แสดงว่า สีผสมอาหารประกอบด้วยสารมากกว่า 1 ชนิด (ตามจำนวน
สีที่ปรากฏบนกระดาษโครมาโทกราฟี) แตห่ ากปรากฏแถบสีบนกระดาษโครมาโทกราฟีเพียง 1 สี แสดงว่า
สีผสมอาหารอาจประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว หรือตัวทำละลายและตัวดูดซับไม่สามารถละลาย
และดูดซับสารได้ ซึ่งนักเรียนสามารถแก้ไขโดยการเปลี่ยนตัวดูดซับ เปล่ียนตัวทำละลาย หรือเปลี่ยนทั้ง
ตวั ดดู ซบั และตัวทำละลาย

ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรยี นทำใบงานที่ 2.2 เรื่อง การหาอตั ราการเคลือ่ นทข่ี องสาร
2. นักเรยี นทำ Topic Question ท้ายหัวขอ้ เรอื่ ง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ
3. นักเรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1

154

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

ขั้นสรุป

ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุป เรื่อง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ โดยมปี ระเด็น ดังนี้

- หลกั การโครมาโทกราฟแี บบกระดาษ
- การประยุกตใ์ ชป้ ระโยชน์จากโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ
นักเรียนเขียนสรุปลงในสมุดบันทกึ ของนกั เรียน
2. ตรวจสอบผลจากการสรปุ เรื่อง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ
3. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง อตั ราการเคลอ่ื นท่ีของสาร
4. ประเมนิ ผลจากการทำกิจกรรม สารในสีผสมอาหาร
5. ตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question ท้ายหัวข้อ เรือ่ ง โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ
6. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1

7. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด - ตรวจการสรุป เรื่อง - แบบประเมินชิน้ งาน - ระดบั คุณภาพ 2

7.1 การประเมินชน้ิ งาน/ การกล่ัน - ใบงานท่ี 2.2 ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด)
- ตรวจใบงานที่ 2.2 - Topic Question - รอ้ ยละ 60
7.2 ประเมินระหวา่ ง ผ่านเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม - ตรวจ Topic - แบบฝึกหดั
การเรยี นรู้ Question - รอ้ ยละ 60
1) โครมาโทกราฟี - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
แบบกระดาษ - ตรวจแบบฝกึ หดั การนำเสนอ
- ร้อยละ 60
2) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน ผลงาน การปฏิบัติการ
- ระดับคุณภาพ 2
3) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมนิ การ - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
ปฏิบตั ิการ การทำงานรายบุคคล
4) พฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล
- ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์

155

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

รายการวดั วิธีวดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
5) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม
6) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่ัน - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
ในการทำงาน
คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์

อันพงึ ประสงค์

8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
3) ใบงานที่ 2.2 เร่ือง อัตราการเคลือ่ นท่ีของสาร
4) PowerPoint เร่อื ง โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

156

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

ใบงานท่ี 2.2
เรือ่ ง การหาอตั ราการเคลอ่ื นทีข่ องสาร

คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

1. จากการแยกสารสใี นดอกอัญชันโดยวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ ซ่ึงมีเอทิลแอลกอฮอล์เปน็ ตัวทำละลาย

พบว่า ประกอบด้วยสารสี 4 ชนิด ได้แก่ สาร A สาร B สาร C และสาร D ซ่ึงสารแต่ละชนิดเคลอื่ นที่บนตัวดูด

ซับดว้ ยระยะทาง 5.8 2.4 3.9 และ 4.8 เซนตเิ มตร ตามลำดับ สว่ นเอทิลแอลกอฮอล์เคลื่อนท่ีบนตัวดูดซับเป็น

ระยะทาง 7.2 เซนตเิ มตร จงคำนวณหาอตั ราการเคล่อื นทข่ี องสารสที ั้ง 4 ชนิด และเรียงลำดับความสามารถใน

การละลายในเอทิลแอลกอฮอล์ของสารแต่ละชนดิ

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

2. จากภาพท่กี ำหนดให้ จงคำนวณหาอัตราการเคลอ่ื นที่ของสารชนิดต่าง ๆ และสารชนดิ ใดมีความสามารถใน

การละลายในตวั ทำละลายไดม้ ากที่สุด

......................................................................................

......................................................................................

......................................................................................
1.4 cm ......................................................................................

2.1 cm ......................................................................................
......................................................................................
8.0 cm 2.3 cm ......................................................................................

......................................................................................

1.2 cm ......................................................................................

......................................................................................

......................................................................................

......................................................................................

157

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

ใบงานท่ี 2.2 เฉลย
เรือ่ ง การหาอัตราการเคล่อื นท่ีของสาร

คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

1. จากการแยกสารสีในดอกอญั ชันโดยวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ ซ่ึงมีเอทิลแอลกอฮอล์เปน็ ตัวทำละลาย

พบว่า ประกอบด้วยสารสี 4 ชนิด ได้แก่ สาร A สาร B สาร C และสาร D ซ่ึงสารแต่ละชนิดเคลอ่ื นท่ีบนตัวดูด

ซบั ดว้ ยระยะทาง 5.8 2.4 3.9 และ 4.8 เซนติเมตร ตามลำดับ สว่ นเอทิลแอลกอฮอล์เคลือ่ นที่บนตัวดดู ซับเป็น

ระยะทาง 7.2 เซนตเิ มตร จงคำนวณหาอตั ราการเคล่อื นท่ีของสารสที งั้ 4 ชนดิ และเรยี งลำดับความสามารถใน

การละลายในเอทิลแอลกอฮอล์ของสารแต่ละชนดิ

...............อ..ัต...ร..า..ก..า..ร..เ.ค...ล..อ่ื..น...ท...ข่ี ..อ..ง..ส...า..ร................=....................ร..ะ...ย..ะ..ท...า..ง..ท..ส่ี..า..ร..เ..ค..ล...่ือ..น..ท...ี่.............................................

.....................................................................................ร..ะ..ย..ะ..ท...า..ง..ท..ี่ต...วั ..ท..ำ..ล...ะ..ล..า..ย...เ.ค..ล..อื่...น..ท...่ี......................................

.............................ส..า..ร....A..................................=..............5...8../..7...2.................=..............0...8...1..........................................

.............................ส..า..ร....B..................................=..............2...4../..7...2..................=..............0...3..3..........................................

.............................ส..า..ร....C..................................=..............3...9../..7...2.................=..............0...5...4..........................................

.............................ส..า..ร....D..................................=..............4...8../..7...2.................=..............0....6..7..........................................

.ด...งั .น...้ัน.......ส...า..ร...A....ม...ีค..ว..า..ม...ส..า...ม..า..ร..ถ...ใ.น...ก...า..ร..ล..ะ..ล...า..ย..ใ..น...เ.อ...ท..ิล...แ..อ...ล..ก...อ..ฮ...อ..ล...์ม..า..ก...ท..่ี.ส..ุด....ม..ีอ...ัต...ร..า..ก..า..ร..เ..ค..ล...ื่อ..น...ท...่ีเ.ท...่า..ก..ับ........

...............0...8...1...ร..อ...ง..ล..ง..ม...า...ค..ือ....ส...า..ร...D....ส...า..ร...C....แ..ล...ะ..ส...า..ร...B....ม..ีอ...ัต..ร..า..ก...า..ร..เ.ค...ล..ื่อ..น...ท...่ีเ.ท...่า..ก..ับ....0....6..7....0...5..4....แ..ล...ะ...0....3..3.......

...............ต...า.ม...ล..ำ..ด...ับ.................................................................................................................................................

2. จากภาพท่ีกำหนดให้ จงคำนวณหาอัตราการเคล่ือนที่ของสารชนิดต่าง ๆ และสารชนดิ ใดมคี วามสามารถใน

การละลายในตวั ทำละลายได้มากที่สดุ

อัต.ร..า..ก...า..ร..เ.ค..ล...ื่อ..น...ท..่ีข...อ..ง..ส..า..ร....=......ร..ะ..ย...ะ..ท...า.ง..ท...ีส่ ..า..ร..เ.ค...ล..่อื..น...ท..่ี...

......................................ร..ะ..ย...ะ..ท...า..ง.ท...ต่ี ..วั...ท..ำ..ล..ะ...ล..า..ย..เ.ค...ล..่ือ..น.. ท่ี

..........ส...า..ร..ส..เี.ห...ล..ือ...ง..........=..............1...2.../.8....0.......................

1.4 cm ......................................=..............0...1...5............................

2.1 cm ..........ส...า..ร..ส..เี.ข...ยี ..ว.............=...........(.1...2...+..2...3..)../.8...0.................
......................................=..............0...4...4............................
8.0 cm 2.3 cm ..........ส...า..ร..ส..ีฟ...้า................=.......(.1...2..+...2...3...+..2...1..)../.8...0.............

......................................=..............0...7...............................

1.2 cm ..........ส...า..ร..ส..ีม...ว่ ..ง..............=....(.1....2..+..2....3..+..2....1..+..1...4...)./.8....0.......
......................................=..............0...8...8............................

ดัง.น..้นั....ส...า..ร..ส..มี..ว่..ง..ส...า..ม..า..ร..ถ..ล...ะ..ล..า..ย...ใ.น...ต..วั..ท...ำ..ล..ะ..ล..า..ย...ไ.ด...ม้ ..า..ก..ท...สี่ ..ดุ
เน.อ่ื ..ง..จ..า..ก..ม...รี .ะ...ย..ะ..ท...า..ง.เ..ค..ล..่อื...น..ท...ี่บ..น...ต..ัว..ด...ูด..ซ..ับ...ม..า..ก...ท..่ีส...ดุ ..........

158

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 4 โครมาโทกราฟแี บบกระดาษ

9. ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื .................................
( ................................ )

ตำแหนง่ .......

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

 ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่มี ปี ัญหาของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

159

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 5 การสกดั ดว้ ยสารละลาย

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 5

การสกัดด้วยสารละลาย

เวลา 6 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด

ว. 2.1 ม.2/1 อธบิ ายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลน่ั อย่างงา่ ย โครมาโท-
กราฟีแบบกระดาษ การสกัดดว้ ยตวั ทำละลาย โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์

ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบ
กระดาษ การสกัดดว้ ยตัวทำละลาย

ม.2/3 นำวิธีการแยกสารไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายการแยกสารโดยการสกัดดว้ ยตวั ทำละลายได้ (K)
2. สกดั สารดว้ ยตวั ทำละลายได้ (P)
3. สร้างหรอื พฒั นานวตั กรรมการแยกสารท่ีสามารถนำมาใช้แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันได้ (P)
4. ใชเ้ คร่อื งมือและอปุ กรณ์ทางวิทยาศาสตรไ์ ดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P)
5. ทำงานร่วมกบั ผู้อืน่ ได้อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
6. สนใจใฝ่รใู้ นการศึกษา (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถ่ิน

- การแยกสารผสมให้เป็นสารบริสุทธิ์ทำได้หลายวิธี พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ขึ้นอยู่กับสมบัติของสารน้ัน ๆ การระเหยแห้งใช้

แยกสารละลายซึ่งประกอบด้วยตัวละลายท่ีเป็น

ของแข็งในตัวทำละลายท่ีเป็นของเหลว โดยใช้

ความร้อนระเหยตัวทำละลายออกไปจนหมด

เหลอื แต่ตวั ละลาย การตกผลึกใชแ้ ยกสารละลายที่

ประกอบด้วยตัวละลายที่เป็นของแข็งในตัวละลาย

ท่ีเป็นของเหลว โดยทำให้สารละลายอ่ิมตัว

แล้วปล่อยให้ตัวทำละลายระเหยออกไปบางส่วน

ตัวละลายจะตกผลึกแยกออกมา การกล่ันอย่าง

ง่ายใช้แยกสารละลายท่ีประกอบด้วยตัวละลาย

160

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

และตัวทำละลายที่เป็นของเหลวที่มีจุดเดือด
ต่างกันมาก วิธีนี้จะแยกของเหลวบริสุทธิ์ออกจาก
สารละลายโดยให้ ความร้อนกับสารละลาย
ข อ ง เห ล ว จ ะ เดื อ ด แ ล ะ ก ล า ย เป็ น ไอ แ ย ก จ า ก
สารละลายแล้วควบแน่นกลับเป็นของเหลวอีกคร้ัง
ขณะท่ีของเหลวเดือด อุณหภูมิของไอจะคงท่ี
โครมาโทกราฟีแบบกระดาษเป็นวิธีการแยกสาร
ผสมท่ีมีปริมาณน้อยโดยใช้แยกสารที่มีสมบัติการ
ละลายในตัวทำละลายและการถูกดูดซับด้วย
ตัวดดู ซับแตกต่างกัน ทำให้สารแต่ละชนิดเคล่ือนที่
ไปบนตัวดูดซับได้ต่างกัน สารจึงแยกออกจากกัน
ได้ อัตราส่วนระหว่างระยะทางท่ีสารองค์ประกอบ
แต่ละชนิดเคล่ือนท่ีได้บนตัวดูดซับกับระยะทางท่ี
ตัวทำละลายเคลื่อนท่ีได้เป็นค่าเฉพาะตัวของสาร
แต่ละชนิดในตัวทำละลายและตัวดูดซับหน่ึง ๆ
การสกัดด้วยตัวทำละลายเป็นวิธีการแยกสารผสม
ที่มีสมบัติการละลายในตัวทำละลายท่ีต่างกัน โดย
ชนิดของตัวทำละลายมีผลต่อชนิดและปริมาณของ
สารที่สกัดได้ การสกัดโดยการกล่ันด้วยไอน้ำใช้
แยกสารที่ระเหยง่าย ไม่ละลายน้ำ และไม่ทำ
ปฏิกิริยากับน้ำออกจากสารที่ระเหยยากโดยใช้
ไอน้ำเป็นตวั พา
- ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแยกสาร
บูรณาการกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี โดยใช้
กระบวนการทางวิศวกรรม สามารถนำไปใช้
แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือปัญหาท่ีพบใน
ชุมชน หรอื สร้างนวตั กรรม โดยมขี ้นั ตอน ดังนี้
- ระบุปัญหาในชีวิตประจำวันที่เก่ียวกับการ

แยกสารโดยใช้สมบัติทางกายภาพ หรือ
นวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา โดยใช้หลักการ
ดงั กลา่ ว

161

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

- รวบรวมข้อมูลและแนวคิดเกี่ยวกับการแยก
สาร โดยใช้สมบัติทางกายภาพท่ีสอดคล้องกับ
ปญั หาทีร่ ะบุ หรอื นำไปสู่การพฒั นานวตั กรรม
นั้น

- ออกแบบวิธีการแก้ปัญ หา หรือพั ฒ นา
นวัตกรรมที่เก่ียวกับการแยกสารในสารผสม
โดยใช้สมบัติทางกายภาพ โดยเช่ือมโยง
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิ ตศาสตร์
เทคโนโลยี และกระบวนการทางวิศวกรรม
ร ว ม ท้ั ง ก ำ ห น ด แ ล ะ ค ว บ คุ ม ตั ว แ ป ร อ ย่ า ง
เหมาะสมครอบคลมุ

- วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา หรือพัฒนา
นวัตกรรม รวบรวมข้อมูล จัดกระทำข้อมูล
และเลือกวิธีการส่ือความหมายท่ีเหมาะสมใน
การนำเสนอผล

- ท ด ส อ บ ป ระเมิ น ผ ล ป รับ ป รุงวิธีก าร
แก้ปัญหา หรือนวัตกรรมท่ีพัฒนาขึ้นโดยใช้
หลักฐานเชงิ ประจกั ษท์ ่ีรวบรวมได้

- นำเสน อวิธีการแก้ปั ญ ห า ห รือผลของ
นวัตกรรมท่ีพัฒนาขึ้น และผลท่ีได้ โดยใช้
วธิ ีการสอ่ื สารท่เี หมาะสมและนา่ สนใจ

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การสกัดด้วยตัวทำละลายใช้แยกสารออกจากสารผสมโดยอาศัยสมบัติการละลายในตัวทำละลาย
ของสาร ตัวทำละลายท่ีเหมาะต้องละลายสารท่ีต้องการจะแยก ไม่ละลายสารท่ีไม่ต้องการ ไม่ทำปฏิกิริยา
กับสารท่ีต้องการจะแยก มีจุดเดือดต่ำ ระเหยง่าย แยกออกจากสารละลายได้ง่าย เช่น การสกัดน้ำมันจาก
เมล็ดพชื

ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแยกสารสามารถนำไปบูรณาการกับคณิตสาสตร์ เทคโนโลยี
โดยใช้กระบวนการทางวิศวกรรม เพื่อนำไปแก้ปญั หาในชีวิตประจำวนั ตอ่ ไป

162

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทักษะการสังเกต 3. มุ่งม่ันในการทำงาน

2) ทกั ษะสำรวจค้นหา

3) ทักษะการทดลอง

4) ทักษะการเปรียบเทียบ

5) ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู

6) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู

7) ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร

8) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและการลง

ขอ้ สรุป

3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชั่วโมงท่ี 1-2

ข้ันนำ

กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทำ Understanding Check จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ

ของตนเองก่อนเรียน
2. ถามคำถามเพือ่ นำเข้าส่บู ทเรียนวา่ ในหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 น้ี นักเรยี นเคยใช้ตวั ทำละลายชนิดใดบ้าง

(แนวตอบ คำตอบขึน้ อยู่กบั ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน เชน่ น้ำ เอทลิ แอลกอฮอล์ โซเดยี มคลอไรด์)
3. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพ่ือทบทวนความรู้เดิมกับ

นกั เรียนว่า ตวั ทำละลายท่ีดีควรมีลักษณะอยา่ งไร พรอ้ มยกตัวอยา่ งตวั ทำละลายทีร่ จู้ กั
(แนวตอบ ตัวทำละลายที่ดีควรละลายตัวละลายได้หมด ไม่ทำปฏิกิริยากับตัวละลาย แยกออกจาก
ตัวละลายไดง้ า่ ย มจี ดุ เดอื ดตำ่ และระเหยง่าย เช่น น้ำ เอทิลแอลกอฮอล์)

163

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกดั ดว้ ยสารละลาย

ขนั้ สอน

สำรวจคน้ หา (Explore)
1. เกริ่นให้นกั เรียนฟังว่า สารต่าง ๆ สามารถละลายในตวั ทำละลายได้แตกต่างกนั สารบางชนิดอาจละลายใน

ตัวทำละลายชนิดหน่ึงได้ดี แต่ไม่ละลายในตัวทำละลายอีกชนิด เช่น โซเดียมคลอไรด์ละลายในน้ำ แต่ไม่
ละลายในนำ้ มัน
2. นักเรียนศึกษาหลักการสกัดด้วยตัวทำละลายและหลักการเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสม จากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
3. นักเรียนศกึ ษาการสกัดสารด้วยตัวทำละลายและการสกัดสารด้วยซอกห์เลต จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
ม.2 เลม่ 1 หรือวีดิทัศนจ์ ากสือ่ ออนไลน์ เร่อื ง การสกัดสารดว้ ยตัวทำละลาย เช่น

- https://www.youtube.com/watch?v=4PFX7s4g13s
4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ทำกิจกรรม สารสกัดจากขม้ิน เพื่อแยกสารจากขม้ินโดยการสกัด

ด้วยตวั ทำละลาย จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. สมุ่ เลือกกลมุ่ นกั เรยี นอยา่ งน้อย 5 กลมุ่ นำเสนอผลการทำกจิ กรรม สารสกัดจากขมน้ิ
2. ถามคำถามท้ายกิจกรรมกับนักเรียน โดยใช้คำถามตอ่ ไปน้ี

- สารสกดั ในขวดใบท่ี 1 และ 2 มีลกั ษณะเหมือนหรอื แตกตา่ งกัน อยา่ งไร
(แนวตอบ สารสกัดในขวดใบที่ 1 มีน้ำเป็นตัวทำละลาย จะสกัดได้ของเหลวสีเหลือง และมีกล่ินขมิ้น
เล็กน้อย ส่วนสารสกัดในขวดใบที่ 2 มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย จะสกัดได้ของเหลวสีเหลือง
ออ่ น ๆ แตม่ ีกล่นิ ขม้ินแรงกวา่ )
- ตัวทำละลายตา่ งชนิดกนั ใชส้ กัดสารไดเ้ หมอื นหรอื แตกตา่ งกัน อยา่ งไร
(แนวตอบ ตัวทำละลายต่างชนิดกันสามารถสกัดสารชนิดเดียวกันได้แตกต่างกัน เน่ืองจากสารแต่ละชนิดมี
ความสามารถในการละลายในตัวทำละลายตา่ ง ๆ ไดแ้ ตกต่างกนั )
- นกั เรียนสามารถแยกสารจากขมิ้นออกจากตัวทำละลายได้อย่างไร
(แนวตอบ ใช้การกล่ันแบบธรรมดา ซ่ึงสารท่ีมีจุดเดือดต่ำกว่าจะระเหยกลายเป็นไอออกมาก่อน และควบแน่น
กลับมาเป็นของเหลวอกี คร้ัง ทำให้แยกสารออกจากน้ำหรือเอทิลแอลกอฮอลซ์ งึ่ เปน็ ตัวทำละลายได้)
3. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลกิจกรรม สารสกัดจากขม้นิ เพื่อให้ไดข้ ้อสรปุ ดังนี้ นำ้ สามารถสกัดสีจาก
ขมนิ้ ได้ดีกวา่ เอทลิ แอลกอฮอล์ แตเ่ อทิลแอลกอฮอล์จะสามารถสกดั กลิน่ จากขมิ้นไดด้ ีกว่านำ้
4. ถามคำถามนกั เรียน โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้
- ตวั ทำละลายทีเ่ หมาะสมควรมีลักษณะอย่างไร
(แนวตอบ ตวั ทำละลายท่ีเหมาะสมตอ้ งละลายสารที่ตอ้ งการแยก ไม่ละลายสารอ่ืนที่ไม่ต้องการหรือละลาย
ได้น้อยมาก ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ต้องการแยก มีจุดเดือดต่ำ ระเหยง่าย ไม่มีความเป็นพิษ สามารถทำให้
บริสุทธเ์ิ พ่อื นำกลบั มาใชใ้ หมไ่ ด้ มรี าคาถูก)

164

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

- การสกดั สารโดยใช้ซอกห์เลตมขี ้อดีอย่างไร
(แนวตอบ ตัวทำละลายที่สกัดโดยใช้ซอกซ์เลตจะหมุนเวียนผ่านสารท่ีต้องการสกัดหลาย ๆ ครั้ง
ตอ่ เนื่องกนั ทำใหไ้ ด้สารที่สกัดในปริมาณมาก แต่ใชต้ วั ทำละลายปรมิ าณนอ้ ย)
- หลักการสกดั โดยใช้ซอกห์เลต สารท่สี กัดจะรวมอยูก่ ับตวั ทำละลาย นักเรียนจะแยกสารทสี่ กัดออกมาจาก
ตัวทำละลายไดอ้ ยา่ งไร
(แนวตอบ ใชก้ ารกลน่ั แยกสารท่ีสกดั ออกมาจากตัวทำละลาย)
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการสกัดสารด้วยตัวทำละลายเพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ การสกัดด้วย
ตวั ทำละลายเป็นการแยกสารออกจากสารผสม โดยอาศัยสมบัติการละลายของสารในตัวทำละลาย ซ่ึงสาร
แต่ละชนิดจะละลายในตัวทำละลายได้แตกต่างกัน โดยตัวทำละลายที่นำมาใช้ต้องละลายสารท่ีต้องการ
แยก ไม่ละลายสารอ่ืนที่ไม่ต้องการหรือละลายได้น้อยมาก ไม่ทำปฏิกิริยากับสารท่ีต้องการแยก มีจุดเดือด
ตำ่ ระเหยงา่ ย ไม่มีความเป็นพิษ สามารถทำใหบ้ ริสุทธิเ์ พอื่ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และมีราคาถูก การสกัดดว้ ย
ตัวทำละลายโดยใช้ซอกห์เลต ซึ่งเมื่อให้ความร้อนกับตัวทำละลาย ตัวทำละลายจะระเหยข้ึนไปในเครื่อง
ควบแน่น และควบแน่นกลับมายังตัวอย่างท่ีต้องการสกัดสาร และสกัดสารออกมารวมกับตัวทำละลาย ซึ่ง
จะเกิดหมุนเวียนเป็นระบบจนสกัดสารออกมาจนหมด ดังนัน้ การสกัดด้วยตัวทำละลายโดยใช้ซอกห์เลตจึง
ใช้ตัวทำละลายปริมาณน้อย เน่ืองจากตัวทำละลายจะหมุนเวียนผ่านสารที่ต้องการสกัดหลายครั้ง
ต่อเนือ่ งกนั

ช่ัวโมงที่ 23

ข้ันสอน

สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรจู้ ากชั่วโมงท่แี ล้วใหน้ ักเรียนทราบพอสังเขปวา่ การสกัดดว้ ยตัวทำละลายใชแ้ ยกสารออกจาก

สารผสมโดยอาศัยสมบัติการละลายของสารในตัวทำละลาย ซึ่งสารแต่ละชนิดจะละลายในตัวทำละลายได้
แตกต่างกัน
2. นักเรียนจับคู่ศึกษาตัวอย่างการสกัดสารด้วยตัวทำละลาย เช่น การสกัดน้ำมันจากเมล็ดพืช จากหนังสือ
เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 แลว้ ร่วมกันวิเคราะห์การสกดั สารจากพืชที่พบในชีวิตประจำวันของนักเรียน
พร้อมการนำสารสกัดจากพืชดงั กล่าวมาใช้ประโยชน์

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแตล่ ะคู่ออกมานำเสนอการสกดั สารจากพืชที่พบในชวี ิตประจำวนั ทห่ี น้าช้ันเรียน
2. นกั เรียนและครูรว่ มกนั อภปิ รายเกีย่ วกบั การสกัดสารด้วยตวั ทำละลายทพ่ี บในชวี ติ ประจำวัน ตัวอยา่ งเช่น

- การสกัดน้ำมันพชื จากเมลด็ ทานตะวนั ถั่วลสิ ง งา รำข้าว องุ่น ปาลม์ โดยใช้เฮกเซนเป็นตวั ทำละลาย
- การสกดั นำ้ มันหอมระเหย จากสม้ มะกรดู ตะไครห้ อม โดยใช้เอทิลแอลกอฮอล์เปน็ ตวั ทำละลาย

165

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

ชว่ั โมงที่ 4
ขนั้ สอน

สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ทำกิจกรรม นวัตกรรมการแยกสารผสม เพ่ือออกแบบนวัตกรรมการ

แยกสารผสมที่สามารถนำมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ โดยนำความรู้เกี่ยวกับการแยกสารผสมมา
บูรณาการกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการทางวิศวกรรม โดยสร้าง หรือพัฒนานวัตกรรม
การแยกสารผสม จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั วเิ คราะหป์ ัญหาในชีวิตประจำวันท่ีเกย่ี วกบั การแยกสารโดยใช้สมบตั ิทางกายภาพ
เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาโดยสร้าง หรือพัฒนานวัตกรรมการแยกสารผสม แล้วนำข้อมูลไปจัดทำป้ายนิเทศ
และรปู เล่มรายงานส่งครูผู้สอน
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน เพื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับการทำกิจกรรม Fun Science Activity
เรอ่ื ง อมยม้ิ คริสตัล ในชว่ั โมงตอ่ ไป

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอปัญหาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกบั การแยกสารโดยใช้สมบัติทางกายภาพ

และแนวทางการสรา้ งหรือพัฒนานวัตกรรมการแยกสารผสมอย่างครา่ ว ๆ
2. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ทำกิจกรรม นวัตกรรมการแยกสารผสม โดยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

ชัว่ โมงท่ี 5

ขน้ั สอน

สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้ เรื่อง การตกผลึก ให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า เม่ือนำสารมาละลายในตัวทำละลายที่ให้

ความร้อน สารจะสามารถละลายในตัวทำละลายได้มากขึ้นจนกลายเป็นสารละลายอิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง แต่
เมอื่ อุณหภมู ิลดลง สารจะตกผลึกแยกออกมาอยูใ่ นตวั ทำละลาย
2. นักเรียนทำกจิ กรรม Fun Science Activity เรอ่ื ง อมยิม้ ครสิ ตัล จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1

166

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. สุ่มเลือกกลมุ่ ของนักเรียน อย่างนอ้ ย 5 กลุ่ม นำเสนอผลการทำกจิ กรรม Fun Science Activity
2. ครถู ามคำถามนกั เรียน โดยใช้คำถาม ดงั น้ี

- การทำอมยิ้มครสิ ตัลใช้ความรู้เก่ยี วกบั การแยกสารผสมอย่างไร
(แนวตอบ การทำอมย้ิมคริสตัลใช้ความรู้เก่ียวการตกผลึก ซ่ึงเม่ือละลายน้ำตาลในน้ำที่ให้ความร้อนจะได้
สารละลายน้ำตาลอ่ิมตัว และเม่ือปล่อยให้สารละลายน้ำตาลอิ่มตัวเย็นลงจะเกิดผลึกน้ำตาลแยกออกจาก
สารละลาย)
- การทำสารละลายอิม่ ตวั ของน้ำตาลทำได้อยา่ งไร
(แนวตอบ การให้ความร้อนกบั นำ้ จะทำให้สามารถละลายนำ้ ตาลไดเ้ พิม่ มากขน้ึ )
- เพราะเหตใุ ดจึงตอ้ งใชไ้ มเ้ สยี บลูกชน้ิ เสยี บลงไปในสารละลายอิ่มตวั ของนำ้ ตาล
(แนวตอบ ไม้ลูกชิ้นทำหน้าที่เป็นฐานสำหรบั ล่อการเกิดผลึก โดยผลึกทเ่ี กิดจากสารละลายน้ำตาลอ่มิ ตัวจะ
เกาะทีไ่ ม้ลูกชิ้น และทำใหแ้ ยกผลกึ ออกจากสารละลายอิ่มตัวได้ง่าย)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายกิจกรรม Fun Science อมยิ้มคริสตัล เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี เมื่อให้
ความร้อนกับน้ำจะทำให้สามารถละลายน้ำตาลได้เพิ่มข้ึน จนกลายเป็นสารละลายน้ำตาลอ่ิมตัว และเม่ือ
ปล่อยใหส้ ารละลายอ่มิ ตวั เยน็ ลงจะเกิดการตกผลกึ ของนำ้ ตาล กลายเป็นผลกึ อมยมิ้ น้ำตาล
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำอมยิ้มคริสตัลท่ีทำจากกิจกรรม Fun Science Activity มาส่งครู กลุ่มละ 1 ช้ิน
หลังจากเวลาผ่านไป 1 สปั ดาห์

ช่ัวโมงที่ 6

ข้นั สอน

สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้เกี่ยวกับการแยกสารผสมท่ีเรียนผ่านมา ท้ังการระเห ยแห้ง การตกผลึก การกลั่น

โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ และการสกัดดว้ ยตวั ทำละลาย
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอป้ายนิเทศ จากกิจกรรม นวัตกรรมการแยกสารผสม ท่ีให้นักเรียนสร้าง

หรอื พัฒนาเมอื่ 2 สัปดาห์ทผี่ า่ นมา

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนกลุ่มอืน่ รว่ มกนั ถามคำถามกลุ่มทน่ี ำเสนอ
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมการแยกสารผสมที่นักเรียนแต่ละ

กล่มุ นำเสนอ

167

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรียนสืบค้นข้อมูล เรื่อง สารละลาย แล้วเลือกสารละลาย 1 ชนิด ที่สนใจมาอธิบายลักษณะของ

สารละลาย คุณสมบัตขิ องสารละลาย และการนำสารละลายมาใชส้ กัดสารจากพชื ลงในกระดาษ A4
2. นกั เรียนทำ Topic Question ทา้ ยหัวขอ้ เร่อื ง การสกัดดว้ ยตัวทำละลาย
3. นักเรยี นทำ Self Check ทา้ ยหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 การแยกสารผสม
4. นักเรียนทำ Unit Question ทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
5. นักเรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
6. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม

ขนั้ สรุป

ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุป เร่ือง การสกัดดว้ ยตัวทำละลาย โดยมปี ระเด็น ดงั นี้

- หลักการสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย
- หลักการเลอื กตวั ทำละลายทเ่ี หมาะสม
- การประยุกตใ์ ชป้ ระโยชน์จากการสกดั ด้วยตวั ทำละลาย
นักเรียนเขียนสรปุ ลงในสมดุ บนั ทกึ ของนักเรยี น
2. ตรวจสอบผลจากการสรปุ สารละลายทีส่ นใจ 1 ชนดิ
3. ประเมนิ ผลจากรายงาน ปา้ ยนเิ ทศ และการนำเสนอผลงาน เร่อื ง นวตั กรรมการแยกสารผสม
4. ตรวจสอบผลจากการจับคนู่ ำเสนอ การสกดั สารจากพืชที่พบในชีวิตประจำวนั
5. ตรวจสอบผลจากการสรุป เรือ่ ง การสกัดด้วยตวั ทำละลาย
6. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรม สารสกัดจากขมน้ิ
7. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรม Fun Science Activity เรื่อง อมยม้ิ คริสตัล
8. ตรวจสอบผลจากการตอบคำถาม Topic Question ทา้ ยหัวขอ้ เรือ่ ง การสกดั ดว้ ยตัวทำละลาย
9. ตรวจสอบผลจากการทำ Unit Question ทา้ ยหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
10. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
11. ครตู รวจสอบผลจากแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การแยกสารผสม

168

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ท่ี 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

7. การวดั และประเมนิ ผล วธิ วี ดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด - ตรวจการสรปุ เรอื่ ง - แบบประเมนิ ชิน้ งาน - ระดับคุณภาพ 2

7.1 การประเมนิ ชิน้ งาน/ การสกัดด้วย - แบบประเมินชน้ิ งาน ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) สารละลาย
- ตรวจการสรุป เรอ่ื ง - แบบประเมินรายงาน - ระดับคุณภาพ 2
7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง สารละลาย ผา่ นเกณฑ์
การจดั กิจกรรม - ตรวจรายงานและป้าย - Topic Question
การเรียนรู้ นิเทศ เรือ่ ง นวัตกรรม - ระดับคุณภาพ 2
1) การสกดั ด้วย การแยกสารผสม - แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์
ตวั ทำละลาย
- ตรวจ Topic - แบบประเมิน - ร้อยละ 60
2) การนำเสนอ Question การนำเสนอ ผ่านเกณฑ์
ผลงาน
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบประเมิน - รอ้ ยละ 60
3) การปฏิบตั ิการ การปฏบิ ัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์
- ประเมนิ การนำเสนอ
4) พฤติกรรม ผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงาน การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล - ประเมนิ การ
ปฏิบัตกิ าร - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
5) พฤติกรรม การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
การทำงานกลมุ่ - สงั เกตพฤติกรรม
การทำงานรายบุคคล - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
6) คณุ ลกั ษณะ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์ - สังเกตพฤตกิ รรม อนั พงึ ประสงค์
การทำงานกลมุ่ - ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตความมีวนิ ยั
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น - ระดับคุณภาพ 2
ในการทำงาน ผา่ นเกณฑ์

169

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 5 การสกดั ดว้ ยสารละลาย

รายการวัด วิธีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

7.3 ประเมนิ หลงั เรยี น

1) ทดสอบหลงั เรียน

- แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบหลงั - แบบทดสอบหลงั เรยี น - รอ้ ยละ 60

หลังเรียนหน่วย เรยี น ผา่ นเกณฑ์

การเรียนร้ทู ่ี 2

- Unit Question - ตรวจ Unit Question - หนังสอื เรยี น - ร้อยละ 60

หนว่ ยการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 ผ่านเกณฑ์

ท่ี 2

- แบบฝึกหัด - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60

หน่วยการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ผ่านเกณฑ์

ท่ี 2

8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม
3) แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารผสม
4) PowerPoint เรื่อง การสกดั ด้วยตัวทำละลาย

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

170

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การแยกสารผสม
แผนฯ ที่ 5 การสกัดดว้ ยสารละลาย

9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชื่อ .................................
( ................................ )

ตำแหน่ง .......

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมที่มีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

171

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3

สารละลาย

เวลา 15 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั

ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ

โครงสรา้ งและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปลีย่ นแปลงสถานะของ

สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี

ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิด

ตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร รวมทั้งอธิบายผลของความดันท่ี

มีตอ่ สภาพละลายได้ของสาร โดยใชส้ ารสนเทศ

ม.2/5 ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อ

ปรมิ าตร มวลต่อมวล และมวลตอ่ ปรมิ าตร

ม.2/6 ตระหนักถึงความสำคัญของการนำความรู้เร่ืองความเข้มข้นของสารไปใช้

โดยยกตัวอย่างการใช้สารละลายในชวี ติ ประจำวนั อยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภยั

2. สาระการเรยี นรู้

2.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1) สารละลายอาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลาย
และตัวละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารท่ีมีสถานะเดียวกัน สารท่ีมีปริมาณมากที่สุดจัดเป็น
ตัวทำละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารท่ีมีสถานะต่างกัน สารท่ีมีสถานะเดียวกันกับ
สารละลายจดั เปน็ ตัวทำละลาย
2) สารละลายท่ีตัวละลายไม่สามารถละลายในตวั ทำละลายได้อีกที่อุณหภูมิหนึ่ง ๆ เรียกว่า สารละลาย
อ่มิ ตัว
3) สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายเป็นค่าที่บอกปริมาณของสารท่ีละลายได้ในตัวทำละลาย
100 กรัม จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิ และความดันหน่ึง ๆ สภาพละลายได้ของสารบ่งบอก
ความสามารถในการละลายได้ของตัวละลายในตัวทำละลาย ซ่ึงความสามารถในการละลายของสาร
ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวทำละลายและตวั ละลาย อุณหภมู ิ และความดนั
4) สารชนิดหนึ่งมีสภาพละลายได้แตกต่างกันในตัวทำละลายท่ีแตกต่างกัน และสารต่างชนิดกันมี
สภาพละลายได้ในตวั ทำละลายหนึ่ง ๆ ไมเ่ ท่ากนั

172

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย

5) เม่ืออุณหภูมิสูงขึ้น สารส่วนมากสภาพละลายได้ของสารจะเพ่ิมข้ึน ยกเว้นแก๊ส เม่ืออุณหภูมิสูงข้ึน
สภาพการละลายได้จะลดลง ส่วนความดันมีผลต่อแก๊ส โดยเม่ือความดันเพิ่มขึ้น สภาพละลายได้จะ
สูงขึ้น

6) ความรู้เก่ียวกับสภาพละลายไดข้ องสาร เม่ือเปล่ียนแปลงชนิดตัวละลาย ตัวทำละลาย และอุณหภูมิ
สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำน้ำเช่ือมเข้มข้น การสกัดสารออกจาก
สมุนไพรใหไ้ ด้ปรมิ าณมากทส่ี ดุ

7) ความเข้มขน้ ของสารละลายเป็นการระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย หน่วยความเข้มข้นมีหลาย
หน่วย นิยมระบุเปน็ หนว่ ยเปน็ ร้อยละปรมิ าตรต่อปริมาตร มวลตอ่ มวล และมวลต่อปรมิ าตร

8) ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรเป็นการระบุปริมาตรตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร
เดยี วกัน นยิ มใช้กบั สารละลายที่เปน็ ของเหลว หรอื แกส๊

9) ร้อยละโดยมวลตอ่ มวลเป็นการระบุมวลตวั ละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน นิยมใช้กับ
สารละลายท่มี สี ถานะเป็นของแข็ง

10) ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้กับ
สารละลายที่มตี ัวละลายเป็นของแขง็ ในตวั ทำละลายทเี่ ป็นของเหลว

11) การใช้สารละลายในชีวิตประจำวันควรพิจารณาจากความเข้มข้นของสารละลาย ข้ึนอยู่กับ
จุดประสงค์ของการใช้งาน และผลกระทบต่อสงิ่ มีชีวติ และสิ่งแวดล้อม

2.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

สารละลาย หมายถงึ สารเนื้อเดียวท่ีประกอบด้วยธาตุ หรือสารประกอบตั้งแต่ 2 ชนิด ขึ้นไปรวมตัว
กัน โดยธาตุหรือสารประกอบชนิดหน่ึงเป็นตัวทำละลาย ส่วนธาตุหรือสารประกอบอีกชนิดหรือมากกว่า
เป็นตวั ละลาย การพิจารณาตวั ละลายและตัวทำละลายในสารละลาย มดี งั น้ี

- หากสารอยู่ในสถานะเดียวกัน สารท่ีมีปริมาณมากกว่าเป็นตัวทำละลายและสารท่ีมีปริมาณ
นอ้ ยกวา่ เปน็ ตวั ละลาย
- หากสารอยู่ในสถานะต่างกัน เม่ือผสมกันแล้วมีสถานะเหมือนกับสารชนิดใด ถือว่าสารน้ันเป็น
ตัวทำละลาย ส่วนสารอกี ชนดิ หน่งึ เป็นตัวละลาย

173

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย

สภาพละลายได้ หมายถึง ความสามารถในการละลายได้ของตัวละลายในตัวทำละลายจนเป็น

สารละลายอมิ่ ตวั ณ อุณหภูมิหนึ่ง ๆ การละลายของตวั ละลายในตวั ทำละลายข้นึ อยกู่ บั ปัจจัยต่าง ๆ ดังน้ี

- อุณหภูมิ เม่ืออุณหภูมิสูงขึ้น ตัวละลายที่เป็นของแข็งและของเหลวจะละลายได้มากข้ึน แต่

ตัวละลายท่เี ป็นแก๊สจะละลายได้น้อยลง

- ชนิดของตัวทำละลาย ตัวทำละลายแต่ละชนิดสามารถละลายตวั ละลายแตล่ ะชนิดได้แตกตา่ งกนั

- ขนาดของตวั ละลายซ่งึ ตวั ละลายท่มี ีขนาดเล็กจะละลายได้เรว็ กว่าตัวละลายท่ีมขี นาดใหญ่ เพราะมี

พน้ื ท่ีผวิ สมั ผัสมากกวา่

- ความดัน มีผลตอ่ ตัวละลายทีเ่ ป็นแกส๊ เมื่อความดนั สงู ข้ึนจะทำให้แกส๊ ละลายได้ดขี ้นึ

- การคน การเขยา่ หรือการป่ันเหวยี่ ง ทำให้อนภุ าคเคลื่อนท่ีเรว็ จึงเกดิ การละลายได้เรว็

ความเข้มข้นของสารละลาย เป็นค่าท่ีแสดงปริมาณของตวั ละลายทล่ี ะลายอยู่ในตวั ทำละลายหรอื ใน

สารละลาย ดังน้ี

- ร้อยละโดยมวล เป็นหน่วยที่บอกถึงปริมาณตัวละลายเป็นกรัมที่ละลายในสารละลาย 100 กรัม

นยิ มใชก้ ับสารละลายทีเ่ ปน็ ของแขง็ มีสตู รดังนี้

รอ้ ยละโดยมวล = มวลของตัวละลาย x 100
มวลของสารละลาย

- รอ้ ยละโดยปรมิ าตร เป็นหน่วยท่ีบอกถงึ ปรมิ าตรของตวั ละลายเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร ที่ละลายใน

สารละลาย 100 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร นยิ มใช้กบั สารละลายท่เี ปน็ ของเหลว หรือแกส๊ มสี ูตรดงั นี้

ร้อยละโดยปรมิ าตร = ปรมิ าตรของตัวละลาย x 100
ปริมาตรของสารละลาย

- ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็นหน่วยที่บอกถึงปริมาณของตัวละลายเป็นกรัมท่ีละลายใน

สารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร นิยมใช้กับตัวละลายท่ีเป็นของแข็งในตัวทำละลายท่ีเป็น

ของเหลว มีสตู รดังนี้

รอ้ ยละโดยมวลต่อปรมิ าตร = มวลของตัวละลาย x 100
ปริมาตรของสารละลาย

สารละลายถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งใช้ที่ความเข้มข้นแตกต่างกัน เช่น น้ำส้มสายชูมีความ
เข้มข้นของกรดแอซีติกรอ้ ยละ 4-18 โดยปริมาตร แอลกอฮอล์ล้างแผลมีความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์
ร้อยละ 70 โดยปริมาตร น้ำเกลือมีความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ร้อยละ 0.9 หรือร้อยละ 15 โดยมวล
ตอ่ ปริมาตร น้ำยาล้างเล็บมีความเข้มขน้ ของแอซีโตนรอ้ ยละ 80 โดยปรมิ าตร สำหรบั สารทำความสะอาด
และสารเคมกี ำจดั ศัตรพู ืชจะถกู นำมาทำใหเ้ จือจางกอ่ นนำไปใช้

174

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินยั

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

2) ทักษะการสำรวจค้นหา

3) ทักษะการทดลอง

4) ทักษะการวดั

5) ทักษะการคำนวณ

6) ทกั ษะการจำแนกประเภท

7) ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมูล

8) ทักษะการกำหนดและควบคมุ ตัวแปร

9) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและการลง

ข้อสรปุ

10) ทกั ษะการจดั กระทำและสือ่ ความหมายข้อมูล

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- การสรุป เร่ือง สารละลาย
- การสรปุ เร่ือง สภาพละลายไดข้ องสาร
- การสรปุ เรือ่ ง การใช้สารละลายในชีวิตประจำวัน
- รายงาน เร่ือง ความเข้มข้นของสารละลายท่ีพบในชีวิตประจำวัน
- ผงั มโนทัศน์ เรอ่ื ง ปจั จยั ท่มี ผี ลตอ่ การละลายของสาร
- ป้ายนเิ ทศ เร่ือง การใชส้ ารละลายด้านตา่ ง ๆ

6. การวัดและการประเมนิ ผล เกณฑก์ ารประเมนิ
- ระดับคุณภาพ 2
รายการวัด วิธีวดั เครือ่ งมอื
6.1 การประเมินชน้ิ งาน/ - ตรวจการสรุป เร่อื ง - แบบประเมินชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์
- ระดบั คุณภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด) สารละลาย
- ตรวจการสรปุ เรอื่ ง - แบบประเมินช้นิ งาน ผา่ นเกณฑ์
สภาพละลายได้ของสาร

175

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย

รายการวัด วิธวี ดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
- ตรวจการสรุป เรอ่ื ง - แบบประเมนิ ชิน้ งาน - ระดบั คุณภาพ 2
6.2 การประเมนิ ก่อนเรียน - แบบประเมนิ รายงาน
- แบบทดสอบ การใชส้ ารละลายใน ผ่านเกณฑ์
กอ่ นเรยี น หนว่ ย ชวี ิตประจำวัน - แบบประเมนิ ช้ินงาน
การเรียนรทู้ ี่ 3 - ตรวจรายงาน เรือ่ ง - แบบประเมินชนิ้ งาน - ระดับคุณภาพ 2
ความเข้มขน้ ของ ผา่ นเกณฑ์
6.3 การประเมินระหวา่ ง สารละลายทีพ่ บใน - แบบทดสอบ
การจัดกจิ กรรม ชีวิตประจำวัน ก่อนเรียน - ระดับคุณภาพ 2
1) สารละลาย - ตรวจผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง ผ่านเกณฑ์
ปจั จัยทมี่ ผี ลตอ่ การ - ใบงานท่ี 3.1
ละลายของสาร - ระดบั คุณภาพ 2
- ตรวจปา้ ยนเิ ทศ เรื่อง ผา่ นเกณฑ์
การใช้สารละลายดา้ น
ตา่ ง ๆ - ประเมนิ ตาม
สภาพจริง
- ตรวจแบบทดสอบ
ก่อนเรียน - รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานที่ 3.1
- รอ้ ยละ 60
- ตรวจ Topic Question - Topic Question ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
2) สภาพละลายได้ - ตรวจ Topic Question - Topic Question
ของสาร - ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั
- รอ้ ยละ 60
3) ความเข้มข้นของ - ตรวจใบงานท่ี 3.3 - ใบงานท่ี 3.3 ผา่ นเกณฑ์
สารละลาย
- ร้อยละ 60
ผา่ นเกณฑ์

176

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 สารละลาย

รายการวดั วิธวี ดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

- ตรวจใบงานท่ี 3.4 - ใบงานที่ 3.4 - รอ้ ยละ 60

ผ่านเกณฑ์

- ตรวจ Topic Question - Topic Question - รอ้ ยละ 60

ผ่านเกณฑ์

- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60

ผา่ นเกณฑ์

4) การใชส้ ารละลาย - ตรวจ Topic Question - Topic Question - ร้อยละ 60

ในชีวิตประจำวนั ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60

ผา่ นเกณฑ์

5) การปฏิบัตกิ าร - ประเมนิ การปฏบิ ตั กิ าร - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2

การปฏบิ ัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์

6) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2

ผลงาน ผลงาน การนำเสนอ ผา่ นเกณฑ์

7) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

8) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

การทำงานกล่มุ การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

9) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2

อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่ัน คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์

ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

6.4 ประเมนิ หลังเรียน

1) ทดสอบหลังเรยี น

- แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบหลัง - แบบทดสอบ - รอ้ ยละ 60

หลังเรียน หน่วย เรยี น หลงั เรียน ผา่ นเกณฑ์

การเรยี นรู้ที่ 3

- Unit Question - ตรวจ Unit Question - หนงั สอื เรยี น - ร้อยละ 60

หน่วยการเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ผา่ นเกณฑ์

ที่ 3

- แบบฝกึ หดั - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60

หนว่ ยการเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ผ่านเกณฑ์

ท่ี 3

177

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 สารละลาย

7. กิจกรรมการเรียนรู้ เวลา 2 ชวั่ โมง
เวลา 5 ชวั่ โมง
• แผนฯ ท่ี 1 : สารละลาย เวลา 5 ชวั่ โมง
วิธกี ารสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 3 ชวั่ โมง

• แผนฯ ที่ 2 : สภาพละลายได้ของสาร
วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

• แผนฯ ท่ี 3 : ความเข้มขน้ ของสารละลาย
วิธีการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

• แผนฯ ท่ี 4 : การใช้สารละลายในชีวติ ประจำวนั
วธิ ีการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย
3) แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย
4) แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย
5) ใบงานท่ี 3.1 เรื่อง สารละลาย
6) ใบงานท่ี 3.2 เรือ่ ง ร้อยละโดยมวล
7) ใบงานท่ี 3.3 เร่ือง ร้อยละโดยปริมาตร
8) ใบงานที่ 3.4 เรอ่ื ง ร้อยละโดยมวลต่อปรมิ าตร
9) ภาพยนตรส์ ารคดสี ้นั Twig
10) PowerPoint เร่อื ง สารละลาย
11) QR Code

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมดุ
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

178

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3

คำช้แี จง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. สารละลายจัดเปน็ สารประเภทใด 7. นำเอทิลแอลกอฮอล์ 20 ลกู บาศก์เซนติเมตร ละลายใน

1. คอลลอยด์ น้ำ 180 ลูกบาศก์เซนติเมตร จงหาความเข้มข้นของ

2. สารบริสทุ ธิ์ สารละลายเอทลิ แอลกอฮอล์

3. สารเน้ือผสม 1. ร้อยละ 8.0 โดยปริมาตร

4. สารเนอื้ เดยี ว 2. รอ้ ยละ 9.0 โดยปริมาตร

2. สารละลายชนิดหน่งึ ประกอบดว้ ยสาร 3 ชนดิ ได้แก่ 3. รอ้ ยละ 10.0 โดยปริมาตร

สาร A รอ้ ยละ 40 สาร B รอ้ ยละ 30 และ สาร C 4. ร้อยละ 12.0 โดยปรมิ าตร

ร้อยละ 30 ซ่งึ สารท้ัง 3 ชนิด มีสถานะเดียวกนั 8. สารละลายนำ้ ตาลกลโู คส 500 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร มี

สารชนิดใดทำหนา้ ที่เป็นตวั ละลาย นำ้ ตาลละลายอยู่ 40 กรมั สารละลายน้ำตาลกลูโคสมี

1. สาร A 2. สาร B ความเขม้ ข้นรอ้ ยละโดยมวลต่อปรมิ าตรเทา่ ใด

3. สาร C 4. สาร B และ สาร C 1. ร้อยละ 6.0 โดยมวลต่อปริมาตร

3. น้ำอดั ลมมีสารใดเป็นตัวทำละลาย 2. รอ้ ยละ 8.0 โดยมวลต่อปรมิ าตร

1. สี 3. ร้อยละ 10.0 โดยมวลต่อปรมิ าตร

2. นำ้ 4. รอ้ ยละ 12.0 โดยมวลต่อปริมาตร

3. นำ้ ตาล 9. ขอ้ ความใดกล่าวถงึ นำ้ เกลอื ความเข้มข้นรอ้ ยละ 5

4. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ โดยมวลตอ่ ปริมาตรได้ถกู ต้อง

4. ปจั จยั ในขอ้ ใดไมม่ ีผลตอ่ สภาพการละลายไดข้ องสาร 1. มเี กลือมวล 5 กรมั ละลายอยู่ในนำ้ ปรมิ าตร 95

ทม่ี สี ถานะเป็นของแข็ง ลกู บาศก์เซนตเิ มตร

1. อุณหภมู ิ 2. ความดนั 2. มเี กลอื มวล 5 กรมั ละลายอยู่ในนำ้ ปรมิ าตร 100

3. ขนาดของตัวละลาย 4. ชนิดของตวั ทำละลาย ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร

5. หากละลายนำ้ ตาลกลูโคส 12.5 กรมั ในนำ้ จนได้ 3. มีเกลอื มวล 5 กรัม ละลายยใู่ นน้ำเกลอื ปรมิ าตร 95

สารละลาย 400 กรัม สารละลายน้ำตาลกลูโคสจะมี ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

ความเข้มข้นร้อยละโดยมวลเท่าใด 4. มเี กลือมวล 5 กรัม ละลายยู่ในน้ำเกลอื ปริมาตร 100

1. 2.775 2. 3.125 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

3. 3.250 4. 3.550 10. สารละลายในขอ้ ใดมนี ้ำเปน็ ตัวละลาย

6. หากต้องการเตรยี มสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต 1. น้ำเกลือ

ความเข้มข้นร้อยละ 7.5 โดยมวล จำนวน 200 กรัม 2. น้ำส้มสายชู

จะตอ้ งใช้คอปเปอร์ (II) ซัลเฟตกก่ี รมั 3. แอลกอฮอล์ล้างแผล

1. 7.5 2. 10.0 4. สารเคมกี ำจดั ศัตรูพืช

3. 12.5 4. 15.0

เฉลย 1. 4 2. 1 3. 2 4. 2 5. 2 6. 4 7. 3 8. 2 9. 4 10. 3

179

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย

แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3

คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดกล่าวถงึ สารละลายได้ถูกต้อง 6. หากตอ้ งการสารละลายกรดแอซตี ิกความเขม้ ข้นร้อยละ

1. สารละลายเป็นสารทีอ่ ย่ใู นสถานะของเหลวเท่านน้ั 7.5 โดยปรมิ าตร ปริมาตร 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร

2. สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวถูก จะต้องใช้กรดแอซีตกิ และนำ้ กลัน่ อยา่ งละกี่ลกู บาศก์

ละลาย เซนติเมตร ตามลำดับ

3. สารละลายบางชนิดอาจมีสารท่ีเป็นตัวละลาย 1. 5.0 และ 195.0 2. 7.5 และ 192.5

มากกวา่ 1 ชนิด 3. 15.0 และ 185.0 4. 30.0 และ 170.0

4. สารที่มีปริมาณมากกว่าจะเป็นตัวทำละลายเสมอ 7. ขอ้ ใดกล่าวถึงสารละลายเอทลิ แอลกอฮอลค์ วามเข้มขน้

แม้จะมสี ถานะตา่ งกัน ร้อยละ 15 โดยปริมาตร ไดถ้ ูกต้อง

2. อากาศมแี กส๊ ชนดิ ใดเป็นตวั ทำละลาย 1. มีเอทิลแอลกอฮอล์ 15 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ละลาย

1. แกส๊ อาร์กอน 2. แก๊สออกซเิ จน ในน้ำปรมิ าตร 85 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร

3. แกส๊ ไนโตรเจน 4. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 2. มีเอทิลแอลกอฮอล์ 15 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ละลาย

3. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ปัจจยั ท่ีมผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร ในนำ้ ปรมิ าตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร

ไดถ้ ูกตอ้ ง 3. มีเอทลิ แอลกอฮอล์ 15 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร

1. ตัวละลายท่ีเป็นแก๊สจะลายลายได้ดีขึ้นเม่ืออุณหภูมิ ในสารละลายปริมาตร 85 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร

สงู ขนึ้ 4. มีเอทิลแอลกอฮอล์ 15 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร

2. ตัวละลายท่ีเป็นแก๊สจะละลายได้ดีขึ้นเมื่อความดัน ในสารละลายปรมิ าตร 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร

เพม่ิ ข้นึ 8. สารละลายด่างทบั ทิมความเขม้ ข้นรอ้ ยละ 6 โดยมวลตอ่

3. ตัวละลายท่ีเป็นของแข็งจะละลายได้ดีข้ึนเม่ือ ปริมาตร จำนวน X ลูกบาศก์เซนติเมตร มีด่างทับทิม

อณุ หภมู ลิ ดลง ละลายอยู่ 30 กรมั จงหาปรมิ าตรของ X

4. ตัวละลายท่ีมีขนาดใหญ่จะละลายได้ดีกว่าตัว 1. 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร 2. 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร

ละลายท่ีมีขนาดเลก็ 3. 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร 4. 500 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

4. ถ้าตัวละลายมสี ถานะเปน็ ของแขง็ การกระทำในขอ้ ใด 9. สารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตความเขม้ ขน้ รอ้ ยละ 12

ท่ีเพม่ิ การละลายไดม้ ากทีส่ ุด โดยมวลต่อปริมาตร ปริมาตร 450 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร

1. ใช้ตัวละลายเป็นกอ้ นขนาดใหญ่ จะมีคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตอยกู่ ี่กรมั

2. บดตัวละลายใหเ้ ปน็ ผงขนาดเล็ก 1. 54 กรัม 2. 60 กรัม

3. ใชต้ วั ละลายเป็นก้อนขนาดใหญ่ และใช้แทง่ แก้วคน 3. 64 กรัม 4. 72 กรมั

4. บดตัวถกู ละลายเป็นผงขนาดเล็ก และใชแ้ ท่งแก้วคน 10. เพราะเหตุใดแอลกอฮอลล์ ้างแผลจงึ ตอ้ งใช้ทค่ี วาม

5. โลหะผสมชนิดหนึ่งประกอบดว้ ยทองแดง 75% และ เขม้ ขน้ รอ้ ยละ 70 โดยปริมาตร

นิกเกิล 25% ในโลหะผสมจำนวน 300 กรัม จะมี 1. ประหยัด

ปริมาณทองแดงและนกิ เกลิ ก่กี รัม ตามลำดับ 2. ฆ่าเช้อื โรคได้ดีข้นึ

1. 20 และ 60 2. 60 และ 20 3. ลดความอนั ตรายของสาร

3. 75 และ 225 4. 225 และ 75 4. เพหิม่ากระตยอ้ ะงเกวาลราเใตนรกยี ามรสฆา่ารเลชะื้อลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต

เฉลย

1. 3 2. 3 3. 2 4. 4 5. 4 6. 3 7. 4 8. 4 9.1 10. 4

180

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย

แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมนิ ผังมโนทศั น์/แผน่ พบั /ผังสรปุ

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนประเมินชิ้นงาน/ภาระงานของนักเรียนตามรายการท่ีกำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องท่ีตรง

กับระดับคะแนน

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321

1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์

2 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา

3 ความคดิ สร้างสรรค์

4 ความตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............../................../................

เกณฑก์ ารประเมินผงั มโนทัศน์/แผน่ พับ/ผังสรปุ

ประเด็นท่ีประเมนิ ระดบั คะแนน

1. ความ 432 1
สอดคลอ้ ง ผลงานไม่สอดคล้อง
กบั จุดประสงค์ ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคลอ้ ง กับจดุ ประสงค์

2. ความถูกต้อง จุดประสงค์ทุกประเดน็ กบั จดุ ประสงค์เปน็ กบั จดุ ประสงค์ เนื้อหาสาระของผลงาน
ของเน้อื หา ไม่ถกู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่
ส่วนใหญ่ บางประเดน็

เนือ้ หาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน

ถูกตอ้ งครบถ้วน ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถกู ตอ้ งบางประเด็น

3. ความคดิ ผลงานแสดงถึงความคดิ ผลงานแสดงถงึ ความคิด ผลงานมคี วามน่าสนใจ ผลงานไม่มีความ
สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ แตย่ งั ไมม่ แี นวคิดแปลก นา่ สนใจ และไม่แสดง
และเป็นระบบ แตย่ ังไมเ่ ปน็ ระบบ ใหม่ ถงึ แนวคดิ แปลกใหม่
4. ความตรงต่อ
เวลา ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ สง่ ช้นิ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี สง่ ช้นิ งานช้ากวา่ เวลาที่ ส่งช้นิ งานชา้ กว่าเวลาที่
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน กำหนด 3 วนั ข้ึนไป

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-16 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง

181

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 สารละลาย

แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมนิ รายงาน

คำช้แี จง : ให้ผู้สอนประเมินชิ้นงาน/ภาระงานของนักเรยี นตามรายการท่ีกำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรง
กับระดบั คะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความสมบูรณ์ของรูปเล่ม รวม
3 ความตรงต่อเวลา

ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ
............/................../..................

เกณฑก์ ารประเมินรายงาน

ประเดน็ ทีป่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32

1. ความถกู ตอ้ ง เนื้อหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ

ของเนอื้ หา รายงานถูกต้อง รายงานถูกต้องเปน็ รายงานถกู ต้อง รายงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่

2. ความสมบูรณ์ มีองคป์ ระกอบครบถว้ น มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น มีองค์ประกอบครบถ้วน องค์ประกอบไม่

ของรูปเล่ม สมบรู ณ์ มคี วามเปน็ สมบรู ณ์ มคี วามเป็น สมบรู ณ์ แตย่ ังไม่เป็น ครบถ้วน ไมเ่ ปน็

ระเบยี บ และรปู เล่ม ระเบียบ แตร่ ูปเลม่ ระเบยี บ และรปู เล่ม ระเบยี บ และรปู เลม่

สวยงาม ไม่สวยงาม ไมส่ วยงาม ไม่สวยงาม

3. ความตรงต่อ ส่งช้นิ งานภายในเวลาที่ ส่งชน้ิ งานชา้ กวา่ เวลาที่ สง่ ชิน้ งานช้ากว่าเวลาท่ี สง่ ช้นิ งานชา้ กว่าเวลาท่ี

เวลา กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน กำหนด 3 วันข้นึ ไป

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

11-12 ดมี าก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ต่ำกวา่ 6 ปรบั ปรงุ

182

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 สารละลาย

แบบประเมนิ การปฏบิ ัตกิ าร

คำชี้แจง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินการปฏิบตั กิ ารของนักเรยี นตามรายการที่กำหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทตี่ รงกับ
ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การปฏบิ ัตกิ ารทดลอง
2 ความคลอ่ งแคล่วในขณะปฏบิ ัตกิ าร รวม
3 การนำเสนอ

ลงชื่อ ................................................... ผ้ปู ระเมิน
................./................../..................

183

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย

เกณฑก์ ารประเมินการปฏิบัติการ

ประเด็นทีป่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
ตอ้ งให้ความชว่ ยเหลอื
1. การปฏิบตั ิการ ทำการทดลองตาม ทำการทดลองตาม ต้องใหค้ วามช่วยเหลือ อยา่ งมากในการทำ
ทดลอง ขั้นตอน และใช้อปุ กรณ์ ขัน้ ตอน และใชอ้ ปุ กรณ์ บา้ งในการทำการ การทดลอง และการใช้
ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง แตอ่ าจ ทดลอง และการใช้ อุปกรณ์
ต้องไดร้ ับคำแนะนำบา้ ง อปุ กรณ์

2. ความ มีความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคลว่ ขาดความคล่องแคลว่ ทำการทดลองเสรจ็
คล่องแคล่ว ในขณะทำการทดลอง ในขณะทำการทดลอง ในขณะทำการทดลอง ไม่ทนั เวลา และ
ในขณะ โดยไม่ตอ้ งไดร้ บั แต่ต้องไดร้ บั คำแนะนำ จึงทำการทดลองเสร็จ ทำอุปกรณ์เสยี หาย
ปฏบิ ัตกิ าร คำช้แี นะ และทำการ บา้ ง และทำการทดลอง ไม่ทนั เวลา
ทดลองเสร็จทนั เวลา เสร็จทันเวลา ต้องใหค้ วามช่วยเหลือ
3. การบนั ทกึ สรปุ บันทกึ และสรปุ ผลการ บันทกึ และสรุปผลการ ตอ้ งให้คำแนะนำในการ อย่างมากในการบนั ทกึ
และนำเสนอผล ทดลองไดถ้ ูกตอ้ ง รดั กุม ทดลองไดถ้ กู ต้อง แต่ บันทกึ สรปุ และ สรุป และนำเสนอผล
การทดลอง นำเสนอผลการทดลอง การนำเสนอผลการ นำเสนอผลการทดลอง การทดลอง
เป็นขน้ั ตอนชดั เจน ทดลองยงั ไม่เป็น
ขัน้ ตอน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

11-12 ดมี าก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ตำ่ กว่า 6 ปรบั ปรุง

184

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 เนือ้ หาละเอยี ดชัดเจน 
2 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา  
3 ภาษาท่ใี ช้เข้าใจงา่ ย  
4 ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการนำเสนอ  
5 วธิ ีการนำเสนอผลงาน  


รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ

185

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล

คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี

ตรงกับระดับคะแนน

ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32

1 การแสดงความคิดเหน็  

2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น  

3 การทำงานตามหน้าท่ีทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย  

4 ความมีน้ำใจ  

5 การตรงต่อเวลา  

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

186

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

คำชี้แจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่

ตรงกบั ระดบั คะแนน

การมี

ลำดับท่ี ชอ่ื –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี ส่วนร่วม รวม
ของนกั เรยี น ความ ฟงั คนอน่ื ตามที่ไดร้ บั น้ำใจ ในการ 15
คดิ เห็น มอบหมาย ปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม

321321321321321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............../.................../...............
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

187

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่

ตรงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
กษัตรยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมท่สี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต ตอ่ โรงเรียน
3. มีวินยั รับผดิ ชอบ 1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถือ ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทเ่ี กี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามทีโ่ รงเรียนจัดข้ึน
2.1 ใหข้ อ้ มลู ที่ถกู ต้องและเป็นจรงิ
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 2.2 ปฏบิ ัติในส่ิงท่ีถูกต้อง
3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน
8. มีจติ สาธารณะ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบตั ิได้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟังคำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ตง้ั ใจเรียน
5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรคู้ ณุ คา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแทต้ ่ออุปสรรคเพ่อื ให้งานสำเร็จ
7.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 รจู้ ักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อมของหอ้ งเรยี นและ

โรงเรยี น

ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน

............../.................../...............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พฤติกรรมท่ีปฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดมี าก

พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี

30-40 พอใช้

ต่ำกวา่ 30 ปรับปรุง

188

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 สารละลาย
แผนฯ ท่ี 1 สารละลาย

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1

สารละลาย

เวลา 2 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด

ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิด
ตัวทำละลาย อุณหภมู ิท่ีมีต่อสภาพละลายได้ของสาร รวมท้ังอธิบายผลของความดันท่ี
มตี ่อสภาพละลายไดข้ องสาร โดยใชส้ ารสนเทศ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายองคป์ ระกอบของสารละลายได้ (K)
2. ระบตุ ัวทำละลายและตัวละลายในสารละลายได้ (K)
3. แยกองคป์ ระกอบของสารละลายได้ (P)
4. ใชเ้ คร่ืองมอื และอุปกรณ์ทางวทิ ยาศาสตร์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (P)
5. สนใจใฝร่ ูใ้ นการศกึ ษา (A)

3. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ

- สารละลายอาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

และแก๊ส สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลาย

และตัวละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารท่ีมี

สถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากท่ีสุดจัดเป็น

ตัวทำละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารท่ีมี

สถาน ะต่างกัน สารท่ี มีสถาน ะเดียวกัน กับ

สารละลายจดั เปน็ ตวั ทำละลาย

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

สารละลาย หมายถึง สารเน้ือเดียวท่ีประกอบด้วยธาตุหรือสารประกอบต้ังแต่ 2 ชนิดขึ้นไปรวมตัว
กัน โดยธาตุหรือสารประกอบชนิดหน่ึงเป็นตัวทำละลาย ส่วนธาตุหรือสารประกอบอีกชนิดหรือมากกว่า
เป็นตวั ละลาย ซึง่ มีหลักการพิจารณาตวั ละลายและตวั ทำละลายในสารละลาย ดังนี้

- หากสารอยู่ในสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากกว่าเป็นตัวทำละลายและสารที่มีปริมาณ
น้อยกว่าเป็นตัวละลาย
- หากสารอยู่ในสถานะต่างกัน เม่ือผสมกันแล้วมีสถานะเหมือนกับสารชนิดใด ถือว่าสารนั้นเป็น
ตัวทำละลาย สว่ นสารอกี ชนิดหนึง่ เป็นตัวละลาย

189

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวินยั

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา

3) ทกั ษะการวดั

4) ทักษะการทดลอง

5) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและการลง

ข้อสรปุ

3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชัว่ โมงท่ี 1

ข้ันนำ

กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 สารละลาย
2. นำสารละลายน้ำเช่ือมท่ีมีความเข้มข้นร้อยละ 12.5 โดยมวลต่อปริมาตร มาให้นักเรียนดู ซึ่งเตรียมได้จาก

น้ำตาลทราย 12.5 กรัม ผสมกับน้ำกล่ัน 50 มิลลิลิตร ปรับปริมาณสุดท้ายเป็น 100 มิลลิลิตร แล้วถาม
คำถาม Big Question จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า น้ำเช่ือมเข้มข้นร้อยละ
12.5 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร หมายความว่าอยา่ งไร
(แนวตอบ น้ำเชื่อมเข้มข้นร้อยละ 12.5 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในน้ำเช่ือม 100 ลูกบาศก์
เซนติเมตร มีนำ้ ตาลทรายละลายอยู่ 12.5 กรัม)
3. นักเรียนทำ Understanding Check จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจ
ของตนเองก่อนเรียน
4. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ
นักเรียนว่า สารละลายประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบใดบา้ ง
(แนวตอบ สารละลายประกอบด้วยตวั ทำละลายและตวั ละลาย)

190

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย
แผนฯ ท่ี 1 สารละลาย

ขนั้ สอน

สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นักเรียนศึกษาสารละลาย การพิจารณาตัวทำละลายและตัวละลายในสารละลาย จากหนังสือเรียน

วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
2. นำสารละลายน้ำเช่ือมท่ีเตรียมไวม้ าให้นักเรียนดู พร้อมนำสารละลายชนิดอื่น ๆ เช่น สารละลายเกลือแกง

(โซเดยี มคลอไรด์) สารละลายโซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์ (แอลกอฮอล์ลา้ ง
แผล) แล้วถามคำถามนักเรียนว่า สารละลายที่เตรียมมาประกอบด้วยสารก่ีชนิด อะไรบ้าง สารแต่ละชนิด
ทำหนา้ ทใี่ ด
(แนวตอบ สารละลายน้ำเช่ือมประกอบด้วยน้ำเป็นตัวทำละลายและน้ำตาลทรายเปน็ ตัวละลาย สารละลาย
เกลือแกงประกอบด้วยน้ำเป็นตัวทำละลายและโซเดียมคลอไรด์เป็นตัวละลาย สารละลายโซดาไฟ
ประกอบด้วยน้ำเป็นตัวทำละลายและโซเดียมไฮดรอกไซด์เป็นตัวละลาย สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์
ประกอบด้วยเอทลิ แอลกอฮอล์เป็นตวั ทำละลายและน้ำเป็นตัวละลาย)
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ร่วมกันสืบค้นข้อมูล เร่ือง สารละลายในชีวิตประจำวันท่ีมีสถานะเป็น
ของแขง็ ของเหลว และแก๊ส ระบุชนิดของตัวละลายและตวั ทำละลายในสารละลายลงในกระดาษ A4
4. อธิบายให้นักเรียนฟังว่า จากหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 มีการแยกสารโดยวิธีการระเหยแห้ง ซึ่งสามารถแยก
สารละลายท่ีมีตัวละลายเป็นของแข็ง และยังใช้บอกองค์ประกอบของสารในสารละลายว่ามีตัวละลายเป็น
ของแข็งหรือของเหลว

อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากเลือกกลุ่มนักเรียนอย่างน้อย 3 กลุ่ม นำเสนอสารละลายในชีวิตประจำวันท่ีมีสถานะเป็นของแข็ง

ของเหลว และแก๊ส
2. ถามคำถามนกั เรยี น โดยใช้คำถามตอ่ ไปน้ี

- สารละลายคืออะไร ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบใดบา้ ง
(แนวตอบ สารเน้ือเดียวที่ประกอบด้วยธาตุ หรือสารประกอบ ต้ังแต่ 2 ชนิดขึน้ ไปมารวมกัน โดยมีธาตุหรือ
สารประกอบชนดิ หน่งึ เปน็ ตัวทำละลาย ส่วนอีกชนิดหนึง่ หรอื มากกว่าเปน็ ตวั ละลาย)
- การพจิ ารณาสารทีเ่ ป็นตวั ทำละลายและตวั ละลายในสารละลายมีเกณฑ์อยา่ งไร
(แนวตอบ ถ้าตวั ทำละลายและตัวละลายอยู่ในสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากกวา่ จะเป็นตัวทำละลาย
ส่วนสารท่ีมีปริมาณน้อยกว่าจะเป็นตัวละลาย แต่ถ้าตัวทำละลายและตัวละลายอยู่ในสถานะต่างกัน เม่ือ
ผสมกันแล้วสารละลายมีสถานะเหมือนกับสารชนิดใด จะจัดว่าสารนั้นเป็นตัวทำละลาย ส่วนสารอีกชนิด
เปน็ ตัวละลาย)

191

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย
แผนฯ ท่ี 1 สารละลาย

- กรดแอซีตกิ เข้มขน้ ร้อยละ 10 โดยมวลต่อปรมิ าตร มีสารชนิดใดเป็นตัวทำละลาย และสารชนิดใดเป็นตัว
ละลาย
(แนวตอบ กรดแอซีติกเข้มข้นร้อยละ 10 โดยมวลต่อปริมาตร มีน้ำเป็นตัวทำละลาย และกรดแอซีติกเป็น
ตัวละลาย)
- นำ้ ในแอลกอฮอล์ลา้ งแผลกบั น้ำในน้ำสม้ สายชทู ำหน้าท่ีเหมือนกนั หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ น้ำในแอลกอฮอล์ล้างแผลทำหน้าที่เป็นตัวละลาย ส่วนน้ำในน้ำส้มสายชูทำหน้าที่เป็นตัวทำ
ละลาย)
- นักเรียนสามารถทดสอบสารละลายท่ีมตี ัวละลายเปน็ ของแขง็ ในตวั ทำละลายท่เี ปน็ ของเหลวได้อย่างไร
(แนวตอบ ใช้การระเหยแห้ง ซึ่งสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะระเหยกลายเป็นไอออกไป จึงเหลือเฉพาะสารท่ี
เปน็ ของแขง็ )
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสารละลายเพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี สารละลายเป็นสารเน้ือเดียวท่ี
ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดข้ึนไปมาผสมกัน โดยสารชนิดหน่ึงเป็นตัวทำละลาย ส่วนอีกชนิดหน่ึงหรือ
มากกว่าเป็นตัวละลาย การพิจารณาตัวทำละลายและตัวละลายในสารละลายพิจารณาจากปริมาณ ถ้า
ตัวทำละลายและตัวละลายอยู่ในสถานะเดียวกัน สารท่ีมีปริมาณมากกว่าจะเป็นตัวทำละลาย ส่วนสารท่ีมี
ปริมาณน้อยกว่าจะเป็นตัวละลาย และพิจารณาจากสถานะของสารท่ีเป็นองค์ประกอบ ถ้าตัวทำละลาย
และตวั ละลายอยูใ่ นสถานะต่างกัน เม่ือผสมแล้วสารละลายมีสถานะเหมือนกับสารชนิดใด จะจัดว่าสารนั้น
เป็นตัวทำละลาย ส่วนสารอีกชนิดเป็นตัวละลาย ซึ่งสารละลายสามารถพบได้ทั้งในสถานะของแข็ง
ของเหลว และแก๊ส
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับหลักการระเหยแห้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ การระเหยแห้งถูกใช้
ทดสอบสารละลายท่ีมีตัวทำละลายเป็นของเหลวและตัวละลายเป็นของแข็ง ซึ่งเม่ือให้ความร้อนกับ
สารละลาย สารทีม่ ีจดุ เดือดตำ่ กวา่ จะระเหยกลายเป็นไอออกไป จงึ เหลอื เฉพาะสารท่ีเปน็ ของแขง็
5. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.1 เร่ือง สารละลาย

ชว่ั โมงท่ี 2

ขัน้ สอน

สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรจู้ ากชวั่ โมงที่แล้วใหน้ ักเรยี นทราบว่า สารละลายเปน็ สารเนือ้ เดยี วทปี่ ระกอบด้วยสารตงั้ แต่ 2

ชนิดขึ้นไปมาผสมกัน โดยสารชนิดหนึ่งเป็นตัวทำละลาย ส่วนอีกชนิดหนึ่งหรือมากกว่าเป็นตัวละลาย การ
พิจารณาตัวทำละลายและตัวละลายในสารละลาย พิจารณาจากปริมาณหรือจากสถานะของสารท่ีเป็น
องค์ประกอบ โดยสามารถใช้การระเหยแห้งทดสอบตัวทำละลายท่ีเป็นของเหลวและตัวละลายที่เป็น
ของแขง็ ได้

192

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย

2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน ทำกิจกรรม องค์ประกอบของสารละลาย เพ่อื ตรวจสอบองค์ประกอบของ
สารละลายท่ีประกอบด้วยตัวทำละลายเป็นของเหลว และตัวละลายเป็นของแข็ง จากหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. จบั สลากเลอื กนักเรียน 5 กล่มุ นำเสนอผลการทำกิจกรรม องคป์ ระกอบของสารละลาย
2. ถามคำถามท้ายกจิ กรรมกบั นักเรยี น โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้

- สง่ิ ทเ่ี หลืออยู่ในจานหลุมโลหะแต่ละหลุมเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร
(แนวตอบ เม่ือของเหลวระเหยไปจนหมด จะเหลือตะกอนในหลุมเพียง 2 หลุม ได้แก่ หลุมท่ีบรรจุ
สารละลายโซเดียมคลอไรด์ และหลุมที่บรรจุสารละลายน้ำตาลกลูโคส เน่ืองจากสารละลายทั้ง 2 ชนิด มี
ของเหลวเป็นตัวทำละลาย และมีของแข็งเป็นตัวละลาย ซ่ึงเม่ือของเหลวระเหยไปจนหมดจะเหลือเฉพาะ
ของแข็งในจานหลุม ส่วนหลุมที่บรรจุสารละลายกรดแอซีติกจะไม่เหลือตะกอน เน่ืองจากมีตัวทำละลาย
และตวั ละลายเป็นของเหลว จงึ ระเหยกลายเปน็ ไอจนหมด)
- สิ่งทีเ่ หลอื อยใู่ นจานหลมุ โลหะคือตวั ทำละลายหรอื ตัวละลาย เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ ส่ิงที่เหลืออยู่ในจานหลุมโลหะ คือ ตัวละลาย เนื่องจากสารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะเป็น
ของเหลวและของแข็งผสมกัน แตส่ ารละลายที่ไดเ้ ป็นของเหลว ดังนั้น สารท่ีมีสถานะของเหลวจงึ เป็นตัวทำ
ละลาย ส่วนสารที่มสี ถานะของแข็งเป็นตัวละลาย)
3. นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปรายกิจกรรม องค์ประกอบของสารละลาย เพื่อให้ไดข้ ้อสรปุ ดังนี้ เม่ือของเหลว
ในหลุมระเหยไปจนหมด จะเหลือตะกอนในหลุมเพียง 2 หลุม ได้แก่ หลุมที่บรรจุสารละลายโซเดียม-
คลอไรด์ และสารละลายนำ้ ตาลกลูโคส แสดงว่า สารละลายท้ัง 2 ชนิด มีของเหลวเป็นตัวทำละลาย และมี
ของแข็งเป็นตัวละลาย สว่ นหลุมทีบ่ รรจสุ ารละลายกรดแอซีติกจะไม่เหลือตะกอน แสดงว่า สารละลายกรด
แอซตี กิ มีตัวทำละลายและตวั ละลายเปน็ ของเหลว

ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแต่ละคนสำรวจสารละลายที่พบในชีวิตประจำวัน อย่างน้อย 10 ชนิด พร้อมระบุตัวทำละลายและ

ตวั ละลายของสารละลายแตล่ ะชนิด
2. นักเรยี นทำ Topic Question ทา้ ยหวั ขอ้ เรื่อง สารละลาย
3. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1

193

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย

ข้นั สรุป

ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเก่ียวกบั สารละลาย และการพิจารณาตัวทำละลายและตัวละลายในสารละลาย

โดยเตรียมสารละลายหรือภาพสารละลายต่าง ๆ แล้วให้นักเรียนระบุตัวทำละลายและตัวละลายใน
สารละลาย
2. ตรวจสอบผลจากแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 สารละลาย
3. ประเมนิ ผลจากการสำรวจสารละลายทีพ่ บในชีวติ ประจำวัน
4. ตรวจสอบผลจากการระบุตวั ทำละลายและตัวละลายในสารละลาย
5. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง สารละลาย
6. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรม องค์ประกอบของสารละลาย
7. ตรวจสอบผลจากการตอบคำถาม Topic Question ท้ายหวั ขอ้ เรอ่ื ง สารละลาย
8. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวดั วธิ ีวัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- แบบประเมินชน้ิ งาน - ระดบั คุณภาพ 2
7.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/ - ตรวจการสรปุ เร่ือง
- แบบประเมนิ ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) สารละลาย - ระดบั คุณภาพ 2

- ตรวจการสำรวจ ผา่ นเกณฑ์

สารละลายใน

ชวี ติ ประจำวัน

7.2 การประเมินก่อนเรียน

- แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ - ประเมนิ ตาม
กอ่ นเรยี น สภาพจริง
เรียน หนว่ ยการ ก่อนเรยี น

เรยี นรทู้ ี่ 3

7.3 ประเมินระหว่าง

การจดั กจิ กรรม

การเรยี นรู้

1) สารละลาย - ตรวจใบงานท่ี 3.1 - ใบงานที่ 3.1 - รอ้ ยละ 60
- Topic Question ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจ Topic
Question - ร้อยละ 60
ผา่ นเกณฑ์

194

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60

รายการวดั - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานที่นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
ผลงาน - ระดบั คุณภาพ 2
2) การนำเสนอ - ปฏบิ ัติการท่ีทำ
ผลงาน - ประเมนิ การ ผ่านเกณฑ์
ปฏิบตั กิ าร - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
3) การปฏิบัตกิ าร การทำงานรายบคุ คล
- สงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรม การทำงานรายบคุ คล - ระดับคุณภาพ 2
การทำงาน
รายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

5) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกล่มุ การทำงานกลมุ่
การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

6) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่ัน คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 สารละลาย
3) แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 สารละลาย
3) ใบงานท่ี 3.1 สารละลาย
4) PowerPoint เร่อื ง สารละลาย
5) ภาพยนตร์สารคดสี ั้น Twig
6) QR Code เรือ่ ง การระเหยแห้ง

8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมุด
3) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

195

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย

ใบงานท่ี 3.1
เรื่อง สารละลาย

คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง

1. สารละลายหมายถึงอะไร

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

2. จงอธิบายเกณฑ์พิจารณาตัวทำละลาย และตัวละลายในสารละลาย

......................................................................................................................................... .....................................

............................................................................................ ..................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

3. จงตอบคำถามในตารางต่อไปน้ใี หถ้ ูกตอ้ ง

สารละลาย ตัวทำละลาย ตัวละลาย สถานะของสารละลาย

น้ำเชอื่ ม .............................................. .............................................. ..............................................

นาก .............................................. .............................................. ..............................................

อากาศ .............................................. .............................................. ..............................................
.............................................. .............................................. ..............................................
แอลกอฮอล์
ล้างแผล

ทองเหลอื ง .............................................. .............................................. ..............................................
.............................................. .............................................. ..............................................
เหล็กกลา้
ไร้สนมิ

นำ้ สม้ สายชู .............................................. .............................................. ..............................................

นำ้ เกลอื .............................................. .............................................. ..............................................

196

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย

ใบงานท่ี 3.1 เฉลย
เรอ่ื ง สารละลาย

คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง

1. สารละลายหมายถงึ อะไร
...ส...า..ร..ล...ะ..ล...า..ย....ห...ม..า...ย..ถ..ึ.ง...ส...า..ร..เ.น...ื้อ...เ.ด..ี.ย..ว...ท..่ีม...ีข...น..า...ด..อ...น..ุ.ภ...า..ค..เ..ล..็ก...ก..ว..่.า...1...0..-.7...เ..ซ..น...ต..ิ.เม...ต...ร...ป...ร..ะ...ก..อ...บ...ด..้.ว..ย..ธ...า..ต..ุห...ร..ื.อ....
...ส...า..ร..ป...ร..ะ..ก..อ...บ..ต...้ัง..แ..ต...่ .2....ช..น...ิด..ข...ึ้น..ไ..ป...ม..า..ร..ว..ม...ต..ัว..ก...ัน....โ.ด...ย..ม...ีธ..า..ต..ุห...ร..ือ...ส..า..ร..ป...ร..ะ..ก..อ...บ...ช..น..ิด...ห..น...ึ่ง..เ.ป...็น..ต...ัว..ท...ำ..ล..ะ..ล...า..ย....ส..่ว..น.....
...ธ..า..ต...หุ ...ร..อื ..ส..า..ร..ป...ร..ะ..ก..อ...บ..อ...กี ..ช...น..ิด...ห..น...ง่ึ ..ห..ร..ือ...ม..า..ก...ก..ว..่า..เ.ป...็น..ต...ัว..ล..ะ...ล..า..ย.............................................................................

..............................................................................................................................................................................

2. จงอธิบายเกณฑพ์ จิ ารณาตัวทำละลาย และตวั ละลายในสารละลาย
...-...ถ..้า..ต...ัว..ท...ำ..ล..ะ...ล..า..ย...แ..ล..ะ...ต..ัว..ล...ะ..ล...า..ย..อ..ย...ู่ใ.น...ส...ถ..า..น...ะ..เ.ด...ีย..ว..ก...ัน...จ..ะ..ก...ำ..ห..น...ด...ใ.ห...้ส..า..ร...ท..ี่ม...ีป..ร..ิม...า..ณ...ม...า..ก..ก..ว...่า..เ.ป...็น..ต...ัว..ล...ะ..ล..า..ย.....
......ส..ว่...น..ส...า.ร..ท...ีม่...ปี ..ร..มิ...า..ณ...น...้อ..ย..ก...ว..า่ ..เ.ป...น็ ..ต...ัว..ล..ะ..ล...า..ย.......................................................................................................
...-...ถ..้.า..ต..ัว..ท...ำ..ล...ะ..ล..า..ย...แ..ล...ะ..ต..ัว...ล..ะ..ล...า..ย..อ...ย..ู่ใ..น..ส...ถ..า..น...ะ..ต...่า..ง.ก...ัน....เ.ม...่ือ..ผ...ส..ม...ก..ัน...แ...ล..้ว..ส...า..ร..ล..ะ...ล..า..ย..ม...ีส...ถ..า..น...ะ..เ.ห...ม...ือ..น...ก..ับ...ส...า..ร....
......ช..น...ดิ...ใ.ด..จ...ะ..ถ..ือ...ว..า่ ..ส..า..ร..น...้นั ..เ.ป...็น...ต..วั..ท...ำ..ล..ะ..ล...า..ย...ส...ว่ ..น..ส...า..ร..อ..ีก...ช..น...ดิ ..ห...น..่ึง..ห...ร..อื ..ม...า..ก..ก..ว..า่..เ..ป..น็ ..ต...วั ..ล..ะ..ล...า..ย...............................

3. จงตอบคำถามในตารางต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง

สารละลาย ตัวทำละลาย ตัวละลาย สถานะของสารละลาย

น้ำเช่ือม ...............น...้ำ............................ .............น..ำ้..ต...า.ล...ซ..ูโ..ค..ร..ส.............. ..............ข..อ...ง.เ..ห..ล...ว...................

นาก ............ท...อ..ง..แ...ด..ง...................... .............ท..อ...ง.ค...ำ..แ..ล...ะ..เ.ง..ิน............ ...............ข...อ..ง..แ..ข...็ง...................

อากาศ ..........แ...ก..๊ส..ไ..น...โ.ต..ร..เ..จ..น............... ...แ...ก..๊ส..อ...อ..ก..ซ...เิ .จ..น...แ..ล...ะ..แ..ก...๊ส..อ..ื่น....ๆ ..................แ..ก..๊ส........................
.........เ.อ...ท..ิล...แ..อ..ล...ก..อ..ฮ...อ..ล...์ ......... ................น...้ำ........................... ...............ข..อ..ง..เ.ห...ล..ว...................
แอลกอฮอล์
ลา้ งแผล

ทองเหลอื ง ................ท...อ..ง..แ..ด...ง.................. ...............ส..งั..ก...ะ..ส..ี.................... ...............ข..อ..ง..แ..ข...ง็ ....................
................เ.ห...ล..็ก........................ .........โ..ค..ร..เ.ม...ีย..ม....น...กิ ..เ.ก...ิล............ ................ข..อ...ง.แ...ข..ง็...................
เหล็กกลา้
ไร้สนมิ

นำ้ ส้มสายชู ..................น..้ำ.......................... ............ก..ร..ด...แ..อ...ซ..ีต..ิก.................. ...............ข...อ..ง..เ.ห...ล..ว..................

นำ้ เกลือ ..................น..ำ้.......................... ..........โ..ซ..เ.ด...ยี..ม...ค..ล..อ...ไ.ร..ด...์ .......... ................ข..อ..ง..เ..ห..ล...ว.................

197

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 1 สารละลาย

9. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชือ่ .................................
( ................................ )

ตำแหน่ง .......

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ดา้ นอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมีปญั หาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

198

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 สารละลาย
แผนฯ ที่ 2 สภาพละลายไดข้ องสาร

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2

สภาพละลายไดข้ องสาร

เวลา 5 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั

ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิด
ตัวทำละลาย อุณหภมู ิที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร รวมทั้งอธิบายผลของความดันที่
มตี อ่ สภาพละลายได้ของสาร โดยใชส้ ารสนเทศ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายความหมายของคำว่าสภาพละลายได้ของสารได้ (K)
2. อธิบายปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การละลายของสารได้ (K)
3. ออกแบบการทดลองและทดลองปจั จยั ทีม่ ีผลต่อการละลายของสารได้ (K)
4. ใช้เคร่ืองมือและอปุ กรณท์ างวทิ ยาศาสตรไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง (P)
5. สนใจใฝร่ ูใ้ นการศึกษา (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถ่นิ

- สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายใน พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

ตัวทำละลายได้อีกท่ีอุณหภูมิหนึ่ง ๆ เรียกว่า

สารละลายอ่ิมตวั

- สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายเป็นค่าท่ี

บอกปริมาณของสารท่ีละลายได้ในตัวทำละลาย

100 กรัม จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิ และ

ความดันหนึ่ง ๆ สภาพละลายได้ของสารบ่งบอก

ความสามารถในการละลายได้ของตัวละลายใน

ตัวทำละลาย ซ่ึงความสามารถในการละลายของ

สารข้ึนอยู่กับชนิดของตัวทำละลายและตัวละลาย

อณุ หภูมิ และความดนั

- สารชนิดหน่ึงมีสภาพละลายได้แตกต่างกันใน

ตัวทำละลายท่ีแตกต่างกัน และสารต่างชนิดกัน

มสี ภาพละลายไดใ้ นตัวทำละลายหนง่ึ ๆ ไม่เท่ากนั

199


Click to View FlipBook Version