หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 2 ระบบขับถา่ ย
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื .................................
( ................................ )
ตำแหน่ง .......
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
50
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3
ระบบหมนุ เวียนเลอื ด
เวลา 7 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องหวั ใจ หลอดเลอื ด และเลอื ด
ม.2/7 อธิบายการทำงานของระบบหมนุ เวียนเลือดโดยใช้แบบจำลอง
ม.2/8 ออกแบบการทดลองและทดลองในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจขณะปกติ
และหลังทำกิจกรรม
ม.2/9 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางในการดูแล
รกั ษาอวยั วะในระบบหมุนเวียนเลอื ดใหท้ ำงานเป็นปกติ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทข่ี องอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดได้ (K)
2. อธบิ ายการหมนุ เวยี นเลอื ดผา่ นหวั ใจได้ (K)
3. เปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดอารเ์ ตอรี หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอยได้ (K)
4. เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลอื ดขาว และเพลตเลตได้ (K)
5. เปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งวัคซนี กบั เซรุ่มได้ (K)
6. นบั ชพี จรบรเิ วณข้อมือ (P)
7. จำลองการทำงานของหัวใจ (P)
8. วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (P)
9. สรา้ งแบบจำลองการหมนุ เวยี นเลือดผ่านหวั ใจ (P)
10. ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหมนุ เวยี นเลอื ดและการดแู ลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด (A)
11. สนใจใฝ่รใู้ นการศึกษา (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ
- ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วยหัวใจ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
หลอดเลือด และเลอื ด
- หัวใจของมนุษย์แบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจ
ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่าง
หวั ใจห้องบนและหวั ใจหอ้ งล่างมลี น้ิ หัวใจกัน้
51
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
- หลอดเลือด แบ่งเป็นหลอดเลือดอาร์เตอรี
หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอย ซึ่งมี
โครงสร้างต่างกัน
- เลือด ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือด เพลตเลต
และพลาสมา
- การบีบและคลายตัวของหัวใจทำให้เลือด
หมุนเวียน และลำเลียงสารอาหาร แก๊ส
ของเสีย และสารอ่ืน ๆ ไปยังอวัยวะและเซลล์
ต่าง ๆ ทวั่ รา่ งกาย
- เลือดท่ีมีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจาก
หัวใจไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณ ะ
เดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์จะ
แพรเ่ ขา้ สเู่ ลอื ด และลำเลียงกลับเข้าสูห่ ัวใจและ
ถกู สง่ ไปแลกเปล่ียนแก๊สท่ปี อด
- ชีพจรบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจซ่ึงอัตรา
การเต้นของหัวใจในขณะปกติและหลังจาก
ทำกิจกรรมต่าง ๆ จะแตกต่างกัน ส่วนความดัน
เลือดเกิดจากการท ำงาน ของหั วใจและ
หลอดเลือด
- อัตราการเต้นของหัวใจมีความแตกต่างกันใน
แต่ละบุคคล คนที่เป็นโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด
จะส่งผลทำให้หัวใจสูบฉดี เลือดไมเ่ ปน็ ปกติ
- การออกกำลังกาย การเลือกรบั ประทานอาหาร
การพักผ่อน และการรักษาภาวะทางอารมณใ์ ห้
เป็นปกติ จึงเปน็ ทางเลือกหนง่ึ ในการดูแลรักษา
ระบบหมุนเวียนเลือดให้เป็นปกติ
52
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วยหัวใจ แบ่งออกเป็น 4 ห้อง ได้แก่ ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2
ห้อง โดยมีลิ้นหัวใจกั้นระหว่างห้องบนและห้องล่าง หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงผ่าน
หลอดเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย หลอดเลือด แบ่งออกเป็นหลอดเลือดอาร์เตอรีทำหน้าท่ีลำเลียง
เลือดท่ีมแี กส๊ ออกซิเจนสูงไปยังเซลล์ (ยกเวน้ หลอดเลือดอาร์เตอรที ลี่ ำเลียงเลือดไปยงั ปอด) หลอดเลือดเวน
ทำหน้าที่ลำเลียงเลอื ดทม่ี แี ก๊สคารบ์ อนไดออกไซดส์ งู จากเซลล์มายังปอดเพ่ือกำจดั ออกจากรา่ งกาย (ยกเว้น
หลอดเลือดเวนท่ีลำเลียงเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจ) และหลอดเลือดฝอยทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส
และสารอาหาร เลือดแบ่งออกเป็นน้ำเลือด ทำหน้าท่ีลำเลียงสารต่าง ๆ ไปยังอวัยวะเป้าหมาย และ
เซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ เซลล์
เม็ดเลือดขาวทำหนา้ ท่กี ำจัดเช้ือโรคและส่ิงแปลกปลอม และเพลตเลตทำหนา้ ทีช่ ่วยการแขง็ ตัวของเลือด
ระบบหมุนเวียนเลือดมีการหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ โดยเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำ แต่แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์สูงเข้าสหู่ ัวใจห้องบนขวาผ่านล้นิ หัวใจลงสู่หัวใจหอ้ งล่างขวา แล้วลำเลียงไปยังปอดเพ่ือ
แลกเปล่ียนแก๊ส กลายเปน็ เลือดท่ีมีแกส๊ ออกซิเจนสงู แต่แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ต่ำ กลบั เข้าสู่หวั ใจห้องบน
ซ้ายผ่านลน้ิ หัวใจลงส่หู ัวใจหอ้ งล่างซ้ายเพื่อนำเลอื ดท่ีมแี ก๊สออกซิเจนสงู ไปยังเซลล์ต่าง ๆ
การออกกำลังกาย การเลอื กรบั ประทานอาหาร หลีกเล่ยี งการดื่มเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์และการใช้สาร
เสพติด และการรักษาสภาวะทางอารมณช์ ่วยให้ระบบหมนุ เวียนเลือดทำงานปกติ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะสำรวจค้นหา
3) ทักษะการทดลอง
4) ทกั ษะการกำหนดและควบคุมตวั แปร
5) ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู
6) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและการลง
ข้อสรุป
7) ทักษะการจัดกระทำและส่ือความหมาย
ขอ้ มูล
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
53
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงท่ี 1
ขัน้ นำ
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทำ Understanding Check ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
กอ่ นเรยี นของตนเอง
2. ถามคำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนว่า แก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการแลกเปล่ียนแก๊ส
ถูกลำเลียงไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายไดอ้ ยา่ งไร
(แนวตอบ แก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ถูกลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยผ่าน
ระบบหมุนเวยี นเลือด)
3. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ
นกั เรยี นวา่ มนษุ ย์มหี ัวใจทั้งหมดกี่ห้อง
(แนวตอบ มนุษย์มีหวั ใจ 4 หอ้ ง แบ่งออกเปน็ ห้องบน 2 ห้อง และหอ้ งลา่ ง 2 ห้อง)
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. เกร่ินให้นักเรียนฟงั วา่ ระบบหมุนเวียนเลือดเป็นระบบขนสง่ สารต่าง ๆ เชน่ สารอาหาร แก๊ส ของเสยี ไปยัง
ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมท้ังควบคุมอุณหภูมิและปริมาณสารต่าง ๆ ในร่างกาย โดยระบบหมุนเวียน
เลอื ดประกอบด้วยหัวใจ หลอดเลอื ด และเลือด
2. นำหัวใจของสัตว์เล้ยี งลกู ด้วยนำ้ นม เชน่ หมู ววั มาผ่าเพอ่ื ใช้ประกอบการสอน เรอ่ื ง หัวใจ
3. นักเรียนศึกษาหัวใจ ซึ่งประกอบด้วยหัวใจห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง โดยใช้แบบจำลองหัวใจ
หรอื ภาพจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หรอื ใช้ววีดิทัศน์จากสอ่ื ออนไลน์ เรอ่ื ง หวั ใจ เช่น
- https://www.youtube.com/watch?v=fOMuh8d3n7w
54
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมุนเวียนเลอื ด
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขของนักเรยี น 4 คน อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องหวั ใจแตล่ ะหอ้ ง
2. ถามคำถามนักเรยี น โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- หัวใจห้องบนและหอ้ งลา่ งมีขนาดแตกตา่ งกันอยา่ งไร เพราะเหตใุ ดจงึ เปน็ เชน่ นน้ั
(แนวตอบ หัวใจห้องบนมีขนาดเล็กและผนังบางกว่าหัวใจห้องล่าง เนื่องจากหัวใจห้องล่างทำหน้าที่สูบฉีด
เลือดไปยงั ส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย (หวั ใจห้องล่างขวาสูบฉีดเลือดไปปอดและหัวใจห้องล่างซา้ ยสูบฉดี เลือด
ไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย) จงึ ต้องมผี นังหนาเพื่อให้สูบฉดี เลือดไปยงั บรเิ วณต่าง ๆ ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ)
- หวั ใจแตล่ ะห้องทำหน้าท่ีเหมือนหรอื แตกตา่ งกันอยา่ งไร
(แนวตอบ หัวใจห้องบนขวาทำหน้าท่ีรับเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หัวใจห้อง
ล่างขวาทำหนา้ ท่สี ่งเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนตำ่ ไปแลกเปลีย่ นแก๊สที่ปอด หัวใจห้องบนซ้ายทำหน้าท่ีรับเลือด
ที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากปอด หัวใจห้องล่างซ้ายทำหน้าที่ส่งเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนสูงไปยังเซลล์ต่าง ๆ
ท่ัวร่างกาย)
- ลิ้นหวั ใจทก่ี ้ันระหว่างหอ้ งล่างกับหอ้ งบนทำหนา้ ทีใ่ ด
(แนวตอบ ลน้ิ หัวใจทำหน้าทก่ี ัน้ หวั ใจห้องบนกบั ห้องล่างเพ่อื ป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด)
3. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกับหัวใจ เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี หวั ใจของมนุษย์ประกอบด้วยห้องบน
2 ห้อง ห้องล่าง 2 ห้อง ซึ่งหัวใจห้องบนมีขนาดเล็กและผนังบางกว่าห้องล่าง และระหว่างหัวใจห้องบนกับ
หวั ใจหอ้ งลา่ งมลี ิ้นหัวใจกั้นปอ้ งกนั การไหลยอ้ นกลบั ของเลือด
ชั่วโมงท่ี 2
1ข.นั้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชว่ั โมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสงั เขปวา่ หวั ใจประกอบดว้ ยห้องบน 2 ห้อง และห้อง
ลา่ ง 2 หอ้ ง ซึง่ มลี น้ิ หัวใจก้นั ระหว่างหวั ใจหอ้ งบนและหอ้ งลา่ ง
2. เกร่นิ ให้นกั เรยี นฟงั วา่ การศึกษาหวั ใจของสัตวเ์ มือ่ ช่วั โมงท่ีแล้ว นกั เรียนสงั เกตเหน็ วา่ มีหลอดเลือดที่ต่อจาก
หัวใจจำนวนมาก หลอดเลอื ดท่ตี ่อจากหัวใจประกอบดว้ ยหลอดเลือดอาร์เตอรีและหลอดเลือดเวนเป็นหลัก
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ร่วมกันศึกษาหลอดเลือดท้ัง 3 ชนิด ได้แก่ หลอดเลือดอาร์เตอรี
หลอดเลือดเวน และหลอดเลือดฝอย รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแต่ละชนิด
จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
55
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
อธิบายความรู้ (Explain)
1. สมุ่ เลอื กกลมุ่ นกั เรียน 5 กลมุ่ นำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกบั หลอดเลือด
2. ถามคำถามนกั เรยี น โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- หลอดเลือดทัง้ 3 ชนดิ มลี ักษณะเหมอื นหรือแตกต่างกันอย่างไร
(แนวตอบ หลอดเลือดท้งั 3 ชนิด มีลักษณะแตกต่างกัน หลอดเลอื ดอาร์เตอรีมผี นังหนาและมคี วามยืดหยุ่น
สูง หลอดเลือดเวนมีผนังบางกว่าและมีล้ินภายในหลอดเลือด ส่วนหลอดเลือดฝอยมีขนาดเล็กและมีผนัง
บางมาก ประกอบด้วยเซลล์เพยี งชัน้ เดยี ว)
- เพราะเหตุใดหลอดเลือดเวนจงึ ต้องมลี น้ิ ภายในหลอดเลือด แตห่ ลอดเลอื ดอารเ์ ตอรไี ม่มลี ิน้
(แนวตอบ เนื่องจากความดันเลือดเลือดในหลอดเลือดเวนต่ำ จึงต้องมีลิ้นก้ันเป็นระยะเพ่ือป้องกันการไหล
ย้อนกลบั ของเลือด)
- หลอดเลอื ดเวนทีล่ ำเลียงเลอื ดจากปอดกลบั เข้าสหู่ วั ใจแตกต่างจากหลอดเลือดเวนท่วั ไปอยา่ งไร
(แนวตอบ หลอดเลือดเวนท่ัวไปลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับเข้าสู่
หัวใจ แตห่ ลอดเลือดเวนที่ลำเลียงเลือดจากปอดกลับเขา้ สหู่ วั ใจมแี ก๊สออกซิเจนสงู )
- หลอดเลอื ดอารเ์ ตอรที ลี่ ำเลยี งเลอื ดจากหัวใจไปสปู่ อดแตกต่างจากหลอดเลอื ดอาร์เตอรีทั่วไปอยา่ งไร
(แนวตอบ หลอดเลือดอาร์เตอรีท่ัวไปลำเลียงเลือดท่ีมแี ก๊สออกซิเจนสงู จากหวั ใจไปยังส่วนต่าง ๆ แต่หลอด
เลือดอาร์เตอรีท่ีลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ปอดเป็นหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำจาก
หวั ใจไปฟอกท่ีปอด)
- ทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลอื ดอารเ์ ตอรีและหลอดเลือดเวนเหมือนหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ ทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีและหลอดเลือดเวนแตกต่างกัน โดยการไหล
ของเลือดในหลอดเลือดอาร์เตอรีมีทิศออกจากหัวใจ ส่วนการไหลของเลือดในหลอดเลือดเวนมีทิศเข้าสู่
หวั ใจ)
3. นกั เรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายเก่ียวกบั หลอดเลือดทั้ง 3 ชนดิ เพื่อใหไ้ ดข้ ้อสรุป ดังนี้ หลอดเลือดอาร์เตอรี
ทำหน้าท่ีลำเลียงเลือดออกจากหัวใจ มีความหนาและยืดหยุ่น มีแรงดันเลือดคงท่ี หลอดเลอื ดเวนทำหน้าที่
ลำเลียงเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ มีผนังบางกว่าและความดันเลือดต่ำกว่าหลอดเลือดอาร์เตอรี และมีลิ้นกั้น
ภายในหลอดเลือด และหลอดเลือดฝอยทำหน้าที่แลกเปล่ียนแก๊ส ซึ่งผนังของหลอดเลือดมีเซลล์เพียง
ชนั้ เดียว
4. นกั เรยี นทำใบงานที่ 1.3 เร่อื ง หัวใจและหลอดเลือด
56
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
ช่ัวโมงที่ 3
2ข.น้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ทำกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของหัวใจ เพื่อศึกษาการหมุนเวียน-
เลือดผา่ นหวั ใจและจำลองการทำงานของหัวใจ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. สมุ่ เลอื กกล่มุ นักเรยี นอยา่ งน้อย 5 กลุ่ม นำเสนอผลการทำกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของหวั ใจ
2. ครถู ามคำถามท้ายกจิ กรรมกับนักเรียน โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- เมอ่ื คลายมอื จากลูกบีบ สิ่งใดทำให้น้ำสแี ดงในทอ่ ไม่ไหลกลบั ไปตามท่อเดิม
(แนวตอบ การบบี และปลอ่ ยลูกบีบออกจะทำให้นำ้ ถูกดูดขึน้ มาในทอ่ )
- นำ้ สไี หลเขา้ ส่ทู ่อป๊ัมในเส้นทางใด
(แนวตอบ ภาพจากคู่มือครู วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนา้ T29)
- นักเรยี นสามารถอธิบายหลักการทำงานของแบบจำลองการทำงานของหัวใจมีการทำงานอย่างไร
(แนวตอบ เมื่อใชมือขวาบีบลูกบีบเปรียบเสมือนการบีบตัวหัวใจเพ่ือนําเลือดจากสวนตาง ๆ ของรางกาย
เข้าสูหัวใจหองบนขวาและผ่านไปยังหองลางขวาเพ่ือส่งเลือดไปยังปอด โดยมีลิ้นกั้นระหวางหัวใจทั้งสอง
ห้อง เม่ือบีบลูกบีบที่มือซายเปรียบเสมือนการบีบตัวของหัวใจและนําเลือดจากปอดกลับเขาสูหัวใจหอง
บนซายและผานไปยังหัวใจหองลางซาย เพอื่ ส่งเลอื ดไปเลยี้ งสวนตาง ๆ ของรางกาย)
- แบบจำลองการทำงานของหัวใจมสี งิ่ ทีเ่ หมอื นและส่ิงทแ่ี ตกต่างจากการทำงานของหัวใจมนุษย์อยา่ งไร
(แนวตอบ แบบจําลองมีส่ิงที่เหมือนกับการทํางานของหัวใจมนุษย ได้แก่ หัวใจมี 4 หอง คลายกับหัวใจ
มนุษย์ มีลน้ิ ปด-เปดเพื่อปองกันการไหลยอนกลับของน้ำคลายกับการทํางานของล้ินหัวใจ ซ่ึงของเหลวจะมี
ปริมาณเทาเดมิ และจะหมนุ เวยี นอยูในระบบ ไมตองเตมิ ของเหลวจากภายนอก)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของหัวใจ เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี
แบบจำลองการทำงานของหัวใจมีการทำงานคล้ายคลึงกับหัวใจของมนุษย์ ขณะบีบลูกบีบด้านขวา
เปรียบเสมือนการบีบตัวของหัวใจเพ่ือนำเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจห้องบนขวาและห้อง
ล่างขวาตามลำดับ เพ่ือส่งไปยังปอด โดยมีล้ินกั้นระหว่างหัวใจท้ังสองห้อง และในขณะบีบลูกบีบด้านซ้าย
เปรียบเสมือนการบีบตัวของหัวใจเพ่ือนำเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและล่างซ้ายตามลำดับ
เพ่อื ลำเลยี งไปยงั อวยั วะต่าง ๆ ของร่างกาย
57
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมนุ เวียนเลอื ด
ชวั่ โมงที่ 4
3ข.ั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชั่วโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า หัวใจทำหน้าท่ีสูบฉีดเลือดเพ่ือลำเลียงเลือด
ผ่านหลอดเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซ่ึงหลอดเลือดแต่ละประเภททำหน้าท่ีแตกต่างกัน
หลอดเลือดอาร์เตอรีลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนสูงจากหัวใจไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย (ยกเว้น
หลอดเลือดอาร์เตอรีท่ีลำเลียงเลือดจากหัวใจไปยังปอด) หลอดเลือดเวนลำเลียงเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำ
จากอวัยวะต่าง ๆ กลับเข้าสู่หัวใจ (ยกเว้นหลอดเลือดเวนท่ีลำเลียงเลือดจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจ) และ
หลอดเลอื ดฝอยทำหน้าที่แลกเปล่ยี นแก๊ส
2. นำสไลด์ถาวรของเซลลเ์ ม็ดเลอื ดของมนุษย์มาส่องภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์เพื่อใชป้ ระกอบการสอน เช่น
3. เกรนิ่ ให้นักเรียนฟังว่า เลือดประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนท่ีเป็นของเหลว และส่วนที่เป็นเซลล์เม็ดเลือด
ซ่งึ ประกอบดว้ ยเซลลเ์ ม็ดเลือดแดง เซลลเ์ ม็ดเลอื ดขาว และเพลตเลต
4. นักเรียนศึกษาส่วนประกอบของเลือด จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้วีดิทัศน์จากส่ือ
ออนไลน์ เร่ือง เลือด เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=co6iuDpaQTM
5. อธบิ ายใหน้ ักเรยี นฟงั วา่ เน่ืองจากเซลล์เม็ดเลือดขาวสามารถสร้างแอนติบอดี ซ่ึงแอนตบิ อดสี ามารถทำลาย
เชือ้ โรคและส่ิงแปลกปลอมที่เข้าส่รู ่างกาย จงึ มีการนำแอนติบอดีทส่ี รา้ งข้นึ มาผลิตวคั ซนี หรอื เซรมุ่
6. นักเรียนจับคู่ศึกษาเก่ียวกับวัคซีนและรุ่ม และเปรียบเทียบความแตกต่างของวัคซีนและเซรุ่ม จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขของนักเรียนออกมาอธิบายลักษณะและหน้าที่ของส่วนประกอบต่าง ๆ ของเลือด
ซึ่งประกอบดว้ ยน้ำเลือดและเซลลเ์ ม็ดเลอื ด (เซลลเ์ มด็ เลือดแดง เซลล์เมด็ เลอื ดขาว และเพลตเลต)
2. จบั สลากหมายเลขนักเรียน 3 คู่ เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของวัคซีนกับเซร่มุ
3. ถามคำถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
58
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมนุ เวียนเลอื ด
- เลอื ดแบ่งออกเปน็ กส่ี ว่ น อะไรบ้าง
(แนวตอบ เลือดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนของน้ำเลือดหรือพลาสมาประกอบด้วยน้ำ สารอาหาร
เอนไซม์ ฮอร์โมน แก๊ส และของเสียต่าง ๆ และส่วนท่ีเป็นเซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง
เซลลเ์ ม็ดเลอื ดขาว และเพลตเลต)
- ลักษณะของเซลล์เม็ดเลอื ดแดงเหมาะสมกับการทำหน้าท่ีอยา่ งไร
(แนวตอบ เซลล์เม็ดเลือดแดงมีลักษณะกลมแบน ตรงกลางบุ๋ม และไม่มีนิวเคลียส ซ่ึงช่วยเพิ่มพ้ืนที่ผิวใน
การรับ-ส่งแก๊สออกซเิ จนไปยงั เซลล์ตา่ ง ๆ)
- เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวทำลายเช้อื โรคและสงิ่ แปลกปลอมไดอ้ ยา่ งไร
(แนวตอบ เซลลเ์ ม็ดเลือดขาวทำลายเชอ้ื โรคโดยการสร้างแอนติบอดีเข้าทำลายเชือ้ โรคที่เขา้ สู่ร่างกาย หรือ
กลนื กนิ เชอ้ื โรคที่เขา้ สรู่ า่ งกาย แล้วยอ่ ยสลายด้วยไลโซโซมภายในเซลล์)
- หากรา่ งกายไมม่ เี พลตเลตจะสง่ ผลอย่างไรเมื่อเกิดบาดแผล
(แนวตอบ เพลตเลตทำหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ซ่ึงหากร่างกายไมม่ ีเพลตเลตจะทำใหเ้ ลือดไหลไม่
หยดุ เมอ่ื เกิดบาดแผล ซง่ึ อาจทำให้รา่ งกายสญู เสียเลอื ดมากจนอาจเสียชวี ิตได้)
- วัคซีนกบั เซรุม่ แตกต่างกันอยา่ งไร
(แนวตอบ วัคซีนเป็นเช้ือโรคที่ตายแล้วหรอื อ่อนฤทธ์ิลงจนไม่ก่อโรคที่ถูกนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้สร้าง
แอนติบอดี ซ่ึงมักฉีดให้ก่อนการเกิดโรค และมีระยะเวลาในการออกฤทธ์ินาน ส่วนเซรุ่มเป็นแอนติบอดีท่ี
สร้างขึ้นจากสัตว์ โดยการฉีดเช้ือโรคที่อ่อนกำลังให้กับสัตว์เพ่ือให้สัตว์สร้างแอนติบอดีขึ้นมา แล้วจึงนำ
แอนติบอดขี องสัตวม์ าฉดี เข้าสรู่ า่ งกาย ซง่ึ มกั จะฉดี ใหห้ ลงั เกิดโรค และมีระยะเวลาในการออกฤทธ์สิ ัน้ )
4. ถามคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง (H.O.T.S.) จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า
หากนักเรยี นถูกงเู ห่ากดั แพทยจ์ ะฉดี วัคซนี หรือเซรุ่มให้กับนกั เรยี น เพราะเหตุใด
(แนวตอบ ฉีดเซรุ่ม เนื่องจากเป็นการฉีดให้หลังจากได้รับพิษจากงู ซึ่งเซรุ่มเป็นแอนติบอดีจากสัตว์ที่ได้รับ
การฉีดเช้อื โรคทอ่ี ่อนฤทธิ์ โดยเซรมุ่ จะมรี ะยะเวลาในการออกฤทธิ์ชว่ งส้ัน ๆ)
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับเลือด เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี เลือดประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่
น้ำเลือดทำหน้าที่ลำเลียงสารไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ประกอบด้วยน้ำ สารอาหาร เอนไซม์ แก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ และของเสียต่าง ๆ และเซลลเ์ มด็ เลือดประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดงทำหน้าท่ีขนส่ง
แก๊สออกซิเจน เซลล์เม็ดเลือดขาวทำหน้าท่ีทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมท่ีเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจาก
คุณสมบัติของเซลล์เม็ดเลือดขาวจึงนำมาผลิตวัคซีนและเซรุ่ม และเพลตเลตทำหน้าท่ีช่วยการแข็งตัวของ
เลอื ด
6. นักเรียนและครูร่วมกันเปรียบเทียบความแตกต่างของวัคซีนกับเซรุ่ม เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ วคั ซีนเป็นการ
ฉดี เช้อื โรคทีต่ ายแลว้ หรือออ่ นกำลังเขา้ สูร่ า่ งกายเพ่ือให้ร่างกายสรา้ งแอนติบอดีเข้าทำลายเชื้อโรค ซ่ึงมักฉีด
เข้าสู่ร่างกายก่อนเกิดโรคและมีระยะเวลาคุ้มกันโรคหลายปี ส่วนเซรุ่มเป็นแอนติบอดีที่แยกจากเลือดของ
สตั ว์ เม่ือฉดี เข้าส่รู า่ งกายจะทำลายเช้ือโรคทันที จงึ ฉดี หลงั การเกิดโรค แต่มีระยะเวลาคุ้มกันโรคในชว่ งส้นั ๆ
7. นกั เรยี ทำใบงานที่ 1.4 เร่อื ง เลอื ด
59
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมุนเวียนเลอื ด
ช่วั โมงท่ี 5
ขัน้ สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. นำคลิปวิดโี อเกยี่ วกับการหมนุ เวยี นเลือดมาใช้ประกอบการสอน เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=CWFyxn0qDEU
2. นักเรียนศกึ ษาการทำงานของระบบหมุนเวยี นเลือด จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรอื จาก QR
Code เรอื่ ง การหมุนเวียนเลือด
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ศึกษาเร่ือง โครงสรา้ งและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด และ
เรื่อง การทำงานของระบบหมุนเวียนเลือด แล้วสร้างแบบจำลองระบบหมุนเวียนเลือดของร่างกายมนุษย์
ในกจิ กรรม แบบจำลองระบบหมุนเวยี นเลือดของร่างกายมนษุ ย์ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอแบบจำลองระบบหมนุ เวยี นเลือดของมนุษย์
2. ถามคำถามท้ายกิจกรรมกับนกั เรยี น โดยใช้คำถามดงั ต่อไปนี้
- ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ประกอบดว้ ยอวยั วะใดบ้าง แต่ละอวยั วะทำหนา้ ท่ีเชอ่ื มโยงกันอยา่ งไร
(แนวตอบ ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ ประกอบด้วยหวั ใจทำหน้าท่ีสูบฉดี เลือดซึ่งประกอบด้วยสารอาหาร
แก๊ส ฮอร์โมน เอนไซม์ และของเสียไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านทางหลอดเลือด ซึ่งแบ่งออกเป็น
หลอดเลอื ดอาร์เตอรี หลอดเลอื ดเวน และหลอดเลอื ดฝอย)
- บรเิ วณสว่ นใดของหวั ใจท่ีมีแกส๊ ออกซิเจนสงู และส่วนใดทมี่ แี กส๊ ออกซเิ จนตำ่
(แนวตอบ หัวใจห้องบนขวาเป็นบริเวณท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำสุด เน่ืองจากรับเลือดดำท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำ
จากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วส่งไปยังหัวใจห้องล่างขวาเพื่อส่งไปแลกเปล่ียนแก๊สท่ีปอด ส่วนหัวใจห้อง
บนซ้ายเป็นบรเิ วณที่มีแก๊สออกซิเจนสูงสดุ เนอ่ื งจากรับเลือดแดงทม่ี ีแก๊สออกซเิ จนสูงจากปอดส่งไปยังห้อง
ล่างซ้ายเพ่ือส่งไปส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย)
- ระบบหมุนเวียนเลือดของมนษุ ย์มีการหมนุ เวียนอยา่ งไร
(แนวตอบ เลือดดำซึง่ เป็นเลือดที่มีแกส๊ ออกซิเจนต่ำจากสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจห้องบนขวา ไหล
ผ่านล้ินหัวใจไปยังหัวใจห้องล่างขวา แล้วส่งต่อไปแลกเปลี่ยนแก๊สท่ีปอด กลายเป็นเลือดแดงที่มีแก๊ส
ออกซเิ จนสูง ซงึ่ จะไหลกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซา้ ย ไหลผา่ นลิ้นหัวใจไปยงั หัวใจหอ้ งลา่ งซา้ ย แล้วสง่ ต่อไปยัง
ส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ซ่ึงจะมีการหมุนเวยี นอย่างเปน็ ระบบเชน่ นี้)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับการทำงานของระบบหมุนเวียนเลอื ด เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ เลือด
ท่ีมีแก๊สออกซิเจนต่ำจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เข้าสู่หัวใจห้องบนขวาและผ่านล้ินหัวใจไปยังหัวใจห้อง
ล่างขวา แล้วส่งต่อไปแลกเปล่ียนแก๊สที่ปอด กลายเป็นเลือดแดงท่ีมีแก๊สออกซิเจนสูง ซึ่งจะไหลกลับเข้าสู่
หัวใจห้องบนซ้ายและไหลผ่านลิ้นหัวใจไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย แล้วส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่ง
จะมีการหมุนเวียนอย่างเป็นระบบเช่นนี้
60
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
ชว่ั โมงที่ 6
4ข.ั้นสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชั่วโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบหมุนเวียนเลือดมีการทำงานอย่างเป็น
ระบบ ซึ่งหัวใจจะบีบตวั และคลายตัวตลอดเวลาเพื่อสบู ฉดี เลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของรา่ งกาย
2. นักเรียนลองใช้นิ้วช้ีและน้วิ กลางจบั ข้อมืออีกขา้ งของตนเอง เพื่อสงั เกตและนับการเต้นของชพี จร ในเวลา 1
นาที แลว้ ถามนกั เรียนวา่ นักเรียนนับจำนวนครงั้ ทช่ี ีพจรเตน้ ภายใน 1 นาที ไดเ้ ท่าใด
(แนวตอบ คำตอบข้นึ อยูก่ ับผลการนบั ของนกั เรยี น โดยปกติจะอย่ทู ่ี 60-100 ครั้ง/นาท)ี
3. เกร่ินให้นักเรียนฟังว่า ระหว่างการหมุนเวียนเลือดผ่านหัวใจจะทำให้หัวใจหดตัวและคลายตัวอย่างเป็น
จังหวะเกิดเป็นชีพจร และระหว่างท่ีหัวใจหดตัวและคลายตัวจะทำให้เกิดแรงดันไปกระทบกับผนังของ
หลอดเลือดเกดิ เป็นความดันเลือด
4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ทำกิจกรรม การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพ่ือศึกษาอัตราการเต้นของ
หัวใจขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 โดยใหน้ ักเรียนวัดอัตราการเต้นของ
หวั ใจก่อนและหลงั การทำกจิ กรรม แลว้ นำคา่ มาท่ีวัดไดเ้ ปรยี บเทยี บกนั
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการวัดอัตราการเต้นของหวั ใจ
2. ถามคำถามทา้ ยกิจกรรมกับนักเรยี น โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้
- อตั ราการเต้นของหวั ใจก่อนและหลังทำกจิ กรรมแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวตอบ อัตราการเต้นของหัวใจหลงั ทำกิจกรรมสงู กว่ากอ่ นทำกจิ กรรม เนือ่ งจากหวั ใจหดตวั และคลายตัว
เร็วขนึ้ เพื่อนำเลอื ดแดงทม่ี แี ก๊สออกซเิ จนสงู ไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของรา่ งกาย)
- เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งนับอัตราการเต้นของหวั ใจถึง 3 ครัง้
(แนวตอบ เพือ่ ให้ไดค้ ่าอัตราการเต้นของหวั ใจที่ใกลเ้ คยี งความเปน็ จริงมากทส่ี ุด)
- อตั ราการเตน้ ของหัวใจของนกั เรยี นแต่ละคนเหมือนหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ แตกต่างกนั เลก็ นอ้ ย เนื่องจากนกั เรยี นอยู่ในวัยเดยี วกัน)
- นักเรียนคดิ ว่า มปี จั จัยใดบ้างทส่ี ่งผลตอ่ อตั ราการเต้นของหัวใจ
(แนวตอบ เพศ อายุ กิจกรรมท่ที ำ และสุขภาพรา่ งกาย)
- หากนักเรียนอ่านค่าความดันเลือดได้เท่ากับ 120/90 มิลลิเมตรของปรอท นักเรียนจะสามารถอธิบายได้
อย่างไร
(แนวตอบ ค่าความดันขณะท่ีหัวใจบีบตัว เท่ากับ 120 มิลลิเมตรของปรอท และค่าความดันขณะท่ีหัวใจ
คลายตัว เทา่ กบั 90 มลิ ลิเมตรของปรอท ซ่งึ เป็นค่าความดันปกต)ิ
61
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมุนเวียนเลอื ด
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับชีพจร ความดันเลือด และกิจกรรม การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี อัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรของแต่ละคนมีค่าแตกต่างกัน ข้ึนอยู่กับกิจกรรมท่ี
ทำ เช่น การว่ิงหรือการเดินขึ้นและลงจากบันได ทำให้อัตราการการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงข้ึนจากปกติ
นอกจากน้ี ยังมีปัจจัย อ่ืน ๆ ท่ีทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุ เพศ อุณหภูมิของ
ร่างกาย ยา ความเครยี ด
5ข.ั้นสอน ช่ัวโมงท่ี 7
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบหมุนเวียนเลือดมีความสำคัญต่อ
ร่างกายอยา่ งมาก เน่ืองจากเป็นระบบขนส่งสารอาหาร แก๊ส และของเสียไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซ่ึง
หากเกิดความผิดปกติอาจทำใหเ้ กิดโรคต่าง ๆ
2. นกั เรียนศึกษาโรคหลอดเลอื ดหัวใจตบี และโรคความดนั โลหิตสูง และการดแู ลรักษาระบบหมุนเวียนเลอื ดให้
ทำงานอยา่ งปกติ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ถามคำถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้
- โรคหลอดเลือดหวั ใจตบี เกิดจากสาเหตใุ ด และมีวิธีการรักษาอย่างไร
(แนวตอบ โรคหลอดเลือดหัวใจตบี เกิดจากการสะสมของไขมันทผ่ี นังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดตีบตัน จึงนำ
เลือดไปเลี้ยงหัวใจไดน้ ้อยลง และมีปัจจยั อน่ื เชน่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสงู ความเครียด การสบู บหุ รี่)
- หากวัดความดนั เลือดได้เท่ากบั 150/90 มลิ ลเิ มตรของปรอท หมายความวา่ มีความดันปกตหิ รอื ไม่
(แนวตอบ หากวดั ความดันเลือดเท่ากับ 150/90 มิลลิเมตรของปรอท แสดงวา่ มีความดันเลือดสงู กว่าปกติ
เนื่องจากความดนั เลอื ดปกติเทา่ กบั 120/80 มิลลิเมตรของปรอท)
- นักเรยี นสามารถดูแลรักษาระบบหมุนเวยี นเลอื ดให้ทำงานปกตไิ ด้อยา่ งไร
(แนวตอบ ควรเลือกรับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารท่ีมีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้หัวใจสูบฉีดไปเล้ียงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ
หลีกเลี่ยงการดม่ื เครื่องดม่ื แอลกอฮอล์ และการใชส้ ารเสพติด)
- การรับประทานอาหารท่ีมีไขมันสูงส่งผลต่อระบบหมนุ เวียนเลือดอยา่ งไร
(แนวตอบ การรับประทานอาหารท่ีมีไขมันสูงจะทำให้มีการสะสมของไขมันบริเวณหลอดเลือด ซึ่งทำให้
หลอดเลือดตีบตัน จึงนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ และหากมีไขมัน
สะสมมากจนอุดตันหลอดเลือด จะทำให้ไม่สามารถนำเลือดไปยังท่ีอุดตันได้ จึงทำให้เซลล์หรือเน้ือเยื่อ
บรเิ วณท่ีไม่มีเลอื ดไปเลี้ยงเกิดการตายของเซลล์หรือเนื้อเย่ือได้)
62
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรมเกี่ยวกับโรคในระบบหมุนเวียนเลือด เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณผนังหลอดเลือดทนี่ ำเลอื ดไปเลีย้ งหัวใจ สามารถ
รักษาโดยการใช้ยา หรือการผ่าตัด โรคความดันโลหิตสูงเกิดจากความดันในหลอดเลือดสูงว่าปกติซ่ึงเกิด
จากความอ้วน การสูบบุหร่ี การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคอาหารท่ีมีน้ำตาลสงู สามารถรักษาได้
โดยการใช้ยาร่วมกับการปรับเปล่ียนพฤติกรรม จึงควรดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือด โดยการหลีกเลี่ยง
การรับประทานอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการดื่ม
เครื่องดมื่ แอลกอฮอล์ และตรวจความดนั เลือดหรือตรวจเลอื ดเป็นประจำ
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน สืบค้นข้อมูล เร่ือง ระบบหมุนเวียนเลือดของสัตว์ต่าง ๆ ได้แก่ ปลา สัตว์
สะเทินนำ้ สะเทินบก สตั ว์เล้ือยคลาน และสตั วเ์ ลี้ยงลูกด้วยน้ำนม พรอ้ มเปรยี บเทียบระบบหมุนเวียนเลือดของ
สตั วต์ า่ ง ๆ กบั ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ แล้วทำรูปเล่มรายงานสง่ ครผู ู้สอน และนำเสนอหน้าช้นั เรยี น
2. นกั เรยี นทำ Topic Question ทา้ ยหัวข้อ เร่ือง ระบบหมุนเวียนเลือด จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
3. ครูให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
ข้ันสรุป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุป เร่อื ง ระบบหมนุ เวียนเลือด ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดังนี้
- ความสำคญั ของระบบหมุนเวียนเลือด
- โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องอวยั วะในระบบหมุนเวียนเลือด
- การทำงานของระบบหมนุ เวยี นเลือด
- การดแู ลรกั ษาระบบหมุนเวยี นเลอื ด
นักเรียนสรปุ ในรูปผงั มโนทศั น์ลงกระดาษ A4 สง่ ครผู ู้สอน
2. ตรวจสอบผลจากรายงาน เร่ือง ระบบหมนุ เวียนเลอื ดของสัตว์
3. ประเมินจากแบบจำลองระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์และการนำเสนอแบบจำลองระบบหมุนเวียนเลือด
ของมนุษย์
4. ตรวจสอบผลจากผังมโนทศั น์ เร่ือง ระบบหมนุ เวียนเลอื ด
5. ประเมนิ จากกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของหัวใจ
6. ประเมนิ จากกิจกรรม การวดั อัตราการเต้นของหวั ใจ
7. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 1.3 เรื่อง หัวใจและหลอดเลอื ด
8. ตรวจสอบผลจากใบงานท่ี 1.4 เรอ่ื ง เลือด
9. ตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question ทา้ ยหัวขอ้ เรอื่ ง ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
10. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัดในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
63
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมุนเวียนเลอื ด
7. การวัดและประเมนิ ผล วิธวี ดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
รายการวดั - ตรวจรายงาน เร่อื ง - แบบประเมนิ รายงาน - ระดบั คุณภาพ 2
7.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/ ระบบหมุนเวียนเลือด - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) ของสตั ว์
- ตรวจผงั มโนทศั น์ - แบบประเมนิ ช้ินงาน - ระดับคุณภาพ 2
7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง เร่ือง ระบบหมนุ เวียน ผา่ นเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม เลอื ด - ใบงานท่ี 1.3
การเรยี นรู้ - ตรวจแบบจำลอง - ใบงานท่ี 1.4 - ระดับคุณภาพ 2
1) ระบบหมุนเวยี น แบบจำลองระบบ - Topic Question ผ่านเกณฑ์
เลือด หมนุ เวยี นเลือดของ - แบบฝกึ หดั
มนุษย์ - แบบประเมนิ - รอ้ ยละ 60
2) การนำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน - ตรวจใบงานท่ี 1.3 การนำเสนอ
- แบบประเมิน - ร้อยละ 60
3) การปฏบิ ัตกิ าร - ตรวจใบงานท่ี 1.4 ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรม การปฏิบตั กิ าร
- ตรวจ Topic - แบบสังเกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60
การทำงาน Question ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล
5) พฤติกรรม - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบสังเกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60
การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
- ประเมนิ การนำเสนอ การทำงานกลุ่ม
ผลงาน - ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
- ประเมนิ การ
ปฏิบตั ิการ - ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรม
การทำงานรายบคุ คล - ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรม
การทำงานกลมุ่ - ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
64
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
รายการวัด วธิ ีวดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
6) คุณลักษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ัน คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
3) ใบงานท่ี 1.3 เร่ือง หัวใจและหลอดเลอื ด
4) ใบงานท่ี 1.4 เร่ือง เลอื ด
5) PowerPoint เรอื่ ง ระบบหมุนเวียนเลือด
6) ภาพยนตรสารคดสี ัน้ Twig
5) QR Code เรือ่ ง การหมนุ เวียนเลอื ด
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) ห้องสมดุ
3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
65
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
ใบงานท่ี 1.3
เรือ่ ง หวั ใจและหลอดเลือด
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. หมายเลข 1-7 คืออะไร ทำหน้าที่ใด
หมายเลข 1 คือ.......................................................
1 7 หน้าที.่ .....................................................................
................................................................................
6
หมายเลข 2 คอื .......................................................
2 5 หน้าท่.ี .....................................................................
................................................................................
3 4 หมายเลข 3 คือ.......................................................
หนา้ ท่.ี .....................................................................
................................................................................
หมายเลข 4 คือ....................................................... หมายเลข 5 คือ.......................................................
หน้าท่.ี ..................................................................... หนา้ ท.่ี .....................................................................
................................................................................ ................................................................................
หมายเลข 6 คอื ....................................................... หมายเลข 7 คือ.......................................................
หน้าท.่ี ..................................................................... หน้าที่......................................................................
................................................................................ ................................................................................
2. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอย
หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย
หน้าที่ ....................................... ....................................... .....................................
....................................... ....................................... .....................................
ผนังหลอดเลือด ....................................... ....................................... .....................................
ล้ิน ....................................... ....................................... .....................................
แรงดันเลือด ....................................... ....................................... .....................................
...................................... ...................................... .....................................
66
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมุนเวียนเลอื ด
ใบงานท่ี 1.3 เฉลย
เรือ่ ง หัวใจและหลอดเลือด
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. หมายเลข 1-7 คืออะไร ทำหน้าที่ใด
หมายเลข 1 คอื .ห...ัว..ใ..จ..ห...อ้ ..ง..บ..น...ข..ว..า.............................
1 7 หน้าท.่ี ..ร..ับ...เ..ล..ือ...ด..ท...่ีม...ีแ...ก..๊ส...อ..อ...ก..ซ...ิเ.จ..น...ต...่ำ..จ..า..ก...ส..่.ว..น......
....ต..่า..ง...ๆ....ข..อ...ง..ร..่า..ง..ก..า..ย....แ..ล..ะ...ส..่ง..ไ.ป...ย..ัง..ห...ัว..ใ.จ...ห..้อ...ง.ล...่า..ง.....
6 หมขาวยาเลข 2 คือ..ห...ล..อ..ด...เ.ล..อื...ด..เ..ว..น...............................
2 5 หนา้ ที.่ ..น...ำ..เ.ล...ือ...ด..ท...่ีม...ีแ...ก..๊ส...อ...อ..ก...ซ..ิเ..จ..น...ต..่ำ..จ...า..ก...ส..่ว...น.....
...ต...่า..ง...ๆ....ข..อ..ง..ร..่า..ง..ก..า..ย....เ.ข...า้ ..ส..หู่ ...ัว..ใ.จ..ห...อ้ ..ง..บ...น..ข..ว..า.............
3 4 หมายเลข 3 คือ..ห..วั..ใ..จ..ห...อ้ ..ง..ล..า่..ง..ข..ว..า............................
หน้าท.่ี .ร..ับ...เ..ล..ือ...ด..ท...ี่ม...ีแ...ก..๊ส...อ..อ...ก..ซ...ิเ.จ..น...ต...่ำ..จ..า..ก...ห...ัว..ใ..จ.....
....ห...้อ..ง..บ..น...ข..ว..า....แ..ล..ะ...ส..่ง..ไ.ป...แ..ล...ก..เ.ป...ล..ยี่..น...แ..ก...ส๊ ..ท..่ปี...อ..ด.........
หมายเลข 4 คือ...ห...วั..ใ.จ...ห..อ้...ง..ล..่า..ง..ซ..้า..ย.......................... หมายเลข 5 คือ..ห...ัว..ใ.จ...ห..้อ...ง.บ...น...ซ..า้..ย............................
หน้าท.ี่ ร..บั...เ.ล...ือ..ด..ท...ีม่...แี ..ก..ส๊...อ..อ..ก...ซ..ิเ.จ...น..ส..งู..จ..า..ก...ห..ัว..ใ..จ..ห...อ้ ..ง.... หน้าท.ี่ .ร..ั.บ...เ.ล..ื.อ..ด...ท...่ีม...ีแ...ก..๊ส...อ...อ..ก...ซ..ิ.เ.จ..น...ส..ู.ง..จ..า...ก..ป...อ...ด....
......บ..น...ซ..้า..ย....เ.พ...ื่อ..ส...่ง..ไ.ป...ย..ัว..ส..ว่..น...ต..่า..ง....ๆ...ข...อ..ง..ร..่า.ง..ก...า.ย........ ....แ..ล...ว้ ..ส..ง่..ไ.ป...ย..ัง..ห...วั..ใ..จ..ห..้อ...ง..ล..่า..ง..ซ..้า..ย...............................
หมายเลข 6 คือ..ห..ล...อ..ด..เ..ล..อื..ด...เ.ว..น...ไ.ป...ย..ัง..ป..อ...ด................ หมายเลข 7 คอื ..ห...ล..อ..ด...เ.ล..ือ...ด..อ...า..ร..์เ.ต..อ..ร..ี.....................
หน้าที.่ ..ร..ั.บ..เ..ล..ือ...ด...ท..่ีม...ีแ...ก..๊ส...อ..อ...ก..ซ...ิเ.จ...น..ต...่ำ..จ..า..ก...ห...ัว..ใ..จ.... หนา้ ท่.ี ...ร..ับ...เ..ล..ือ...ด..ท...ี่ม...ีแ..ก...๊ส..อ...อ..ก...ซ..ิเ..จ..น...ส..ูง..ห...ัว..ใ..จ..ห...้อ..ง....
.....ห...้อ..ง..ล..่า..ง..ข..ว..า....เ.พ...ื่อ..ส..่ง..ไ..ป..ฟ...อ..ก...ท..่ปี...อ..ด......................... .....ล..่า..ง..ซ..้า..ย....เ.พ...่อื ..ส..ง่..ไ..ป..ย...ัง.ส...ว่ ..น..ต...่า..ง...ๆ....ข..อ..ง..ร..่า..ง..ก..า..ย........
2. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอย
หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย
หน้าที่ ..ล..ำ..เ.ล..ยี..ง..เ.ล..ือ..ด..จ..า..ก..ห..ัว..ใ.จ..ไ.ป..... ..ร.ับ...เ.ล..อื ..ก..จ..า.ก..ส..่ว..น...ต..่า.ง...ๆ........ ....แ..ล..ก..เ.ป..ล..่ีย..น...แ..ก..๊ส.............
..ส..่ว..น..ต..่า..ง...ๆ...ข..อ..ง..ร.่า..ง..ก..า.ย....... ..ข..อ..ง.ร..า่ ..ง.ก..า..ย..เ.ข..า้..ส..ู่ห..วั..ใ.จ......... .....................................
ผนังหลอดเลือด ..................ผ..น..ัง.ห...น..า........... ..................ผ..น...ัง.บ...า.ง........... ............ผ..น..ัง..บ..า.ง..ม..า..ก..........
ลิ้น ...................ไ.ม..่ม..ี............... ....................ม..ี ................. ................ไ.ม..่ม..ี................
แรงดันเลือด ....................ส..งู ................. ...................ต..ำ่ .................. ..ต..่ำ.ก..ว..่า..ห..ล..อ..ด..เ.ล..อื..ด...อ..า.ร..เ์.ต..อ..รี
...................................... ...................................... ..แ..ต..่ส..ูง.ก..ว..า่..ห..ล..อ..ด..เ.ล..ือ..ด..เ..ว.น....
67
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
ใบงานที่ 1.4
เรื่อง เลือด
คำช้ีแจง : จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของส่วนประกอบของเลือดให้ถูกต้อง
4
1
2
หมายเลข 1 คือ....................................................... 3
ลกั ษณะ...................................................................
................................................................................ หมายเลข 2 คอื .......................................................
............................................................................. ... ลักษณะ...................................................................
หน้าที่ ..................................................................... ................................................................................
……………………………………………………………………… ............................................................................. ...
……………………………………………………………………… หน้าที่ .....................................................................
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
หมายเลข 3 คือ....................................................... หมายเลข 4 คอื .......................................................
ลกั ษณะ................................................................... ลักษณะ...................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
หน้าท่ี ..................................................................... หนา้ ท่ี .....................................................................
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
68
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์ เฉลย
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมุนเวียนเลอื ด
ใบงานท่ี 1.4
เร่อื ง เลือด
คำช้ีแจง : จงอธิบายลักษณะและหน้าที่ของส่วนประกอบของเลือดให้ถูกต้อง
4
1
2
หมายเลข 1 คือ...เ.ซ...ล..ล...์เ.ม..็ด...เ.ล..ือ...ด..ข..า..ว......................... 3
ลักษณะ..เ.ป...็น...เ.ซ..ล...ล..์ท...่ีม..ีล...ัก..ษ...ณ....ะ..ก..ล...ม....ใ.ห...ญ...่ก..ว..่า..เ..ซ..ล..ล...์
....เ.ม...็ด..เ.ล...ือ..ด..แ...ด..ง.....แ..ล..ะ...ม..นี...ิว..เ.ค..ล...ีย..ส.............................. หมายเลข 2 คือ....พ...ล..า..ส...ม..า.......................................
ลกั ษณะ...เ.ป...็น..ข...อ..ง..เ.ห...ล..ว..ใ..ส....ส..ีเ..ห..ล..ื.อ..ง...ป...ร..ะ..ก..อ..บ...ด..้.ว..ย....
............................................................................. ... .....น..้.ำ....ส...า..ร...อ...า..ห....า..ร....เ..อ...น...ไ..ซ...ม..์ ..ฮ...อ...ร..์ โ..ม...น.....แ...ก..๊ ส.....
หนา้ ท่ี ..ท...ำ..ล...า..ย..เ.ช...ื้อ..โ..ร..ค..แ...ล..ะ...ส..ิ่ง..แ..ป...ล..ก...ป...ล..อ..ม...ท...่ีเ.ข..้า..ส...ู่ .....ค..า..ร..บ์ ...อ..น...ไ.ด...อ..อ..ก...ไ.ซ...ด..์ ..แ..ล..ะ..ข...อ..ง..เ.ส..ยี...ต..า่ ..ง...ๆ............. ...
……ร่า…ง…ก…า…ย …โด…ย…ก…า…ร…ส…ร้า…ง…แ…อ…น …ติ บ…อ…ด…ีเ…ข…้าท…ำ…ล…า…ย หน้าท่ี .....ล..ำ..เ.ล..ี.ย..ง..ส..า..ร..อ..า..ห...า..ร..ท...่ีถ..กู..ด...ูด..ซ..ึม...จ..า..ก..ล...ำ..ไ.ส..้.-...
……ห…รอื …โ…อบ…ล…อ้ …ม…แ…ล…้วย…่อ…ย…ส…ลา…ย…ด…ว้ ย…ไ…ลโ…ซ…โซ…ม………… ……เล…็ ก…ไ…ป…ส…่ วน…ต…่า…ง…ๆ…ข…อ…ง…ร…่าง…ก…า…ย …แ…ล…ะล…ำ…เล…ี ย…ง…
……ข…อ…งเ…สีย…ไ…ป…กำ…จ…ัด…ออ…ก…จ…าก…ร…า่ …งก…า…ย……………………
หมายเลข 3 คอื ....เ.ก..ล...็ด..เ.ล...อื ..ด..................................... หมายเลข 4 คือ....เ.ซ..ล...ล..เ์.ม...ด็ ..เ..ล..ือ..ด...แ..ด..ง........................
ลกั ษณะ....ช..ิ้น...ส..่ว..น...ข..อ...ง..เ.ซ..ล...ล..์ท...ี่ม..ี.ร..ูป..ร..่า..ง..เ.ป...็น...แ..ผ..่.น..เ.ล...็ก.. ลักษณะ....ร..ู ป...ร..่.า..ง..ก...ล...ม...แ..บ....น....ต...ร...ง..ก..ล...า..ง..บ...ุ๋ ม.....ไ..ม..่ ม...ี
....ไ..ม..่ม...ีน..ิว...เ.ค..ล...ยี ..ส........................................................ .....น..วิ ..เ.ค...ล..ีย...ส...(.จ...ะ..ม..ีน...ิว..เ.ค...ล..ยี ..ส...ใ.น...ช..ว่ ..ง..ท..เี่..ซ..ล..ล...์เ.ก..ิด..ใ..ห...ม..)่ ..
............................................................................. ... ............................................................................. ...
หนา้ ท่ี ...ช..่ว..ย...ใ.ห...้เ..ล..ือ..ด...แ..ข...็ง..ต..ัว..เ..ม..ื่อ...เ.ก..ิ.ด..บ...า..ด..แ...ผ..ล....โ.ด...ย..
……ก…าร…ส…ร…้า…งเ…ส…้น…ใย…ป…ก…ค…ล…ุม…บ…าด…แ…ผ…ล…ท…ำ…ใ…ห…้เล…ือ…ด หนา้ ท่ี ...ช..่.ว..ย...ล..ำ...เ.ล..ี.ย..ง...แ..ก...๊ส...อ..อ...ก...ซ..ิ.เ.จ...น...ไ.ป...ย..ั.ง..เ.ซ...ล...ล..์
……ห…ย…ดุ ไ…ห…ล……………………………………………………… ……ต…่าง……ๆ…ท…่ัว…ร่า…ง…กา…ย…โ…ด…ย…แก…๊ส…อ…อ…ก…ซิเ…จ…น…จะ…จ…ับ…ก…ับ
……เฮ…โ…มโ…ก…ล…บนิ…ใ…น…เซ…ล…ล์เ…ม…ด็ …เล…ือ…ดแ…ด…ง……………………
69
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผูท้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชื่อ .................................
( ................................ )
ตำแหน่ง .......
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
70
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 4 ระบบประสาท
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 4
ระบบประสาท
เวลา 3 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
ว 1.2 ม.2/10 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการควบคุม
การทำงานตา่ ง ๆ ของร่างกาย
ม.2/11 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบประสาท โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษา
รวมถึงการปอ้ งกนั การกระทบกระเทอื นและอนั ตรายตอ่ สมองและไขสนั หลัง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวยั วะในระบบประสาทได้ (K)
2. อธบิ ายการทำงานของระบบประสาทได้ (K)
3. เขียนการทำงานของระบบประสาทอย่างเปน็ ลำดบั ขั้นได้ (P)
4. ตระหนักถึงความสำคญั ของระบบประสาทและการดแู ลรักษาอวยั วะในระบบประสาท (A)
5. สนใจใฝ่รใู้ นการศกึ ษา (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ
- ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมอง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
และไขสนั หลงั จะทำหน้าทรี่ ่วมกบั เส้นประสาท
ซึ่งเป็นระบบประสาทรอบนอกในการควบคุม
การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดง
พฤติกรรมเพื่อการตอบสนองต่อสงิ่ เรา้
- เม่ือมีส่ิงเร้ามากระตนุ้ หนว่ ยรับความรู้สึกจะเกิด
กระแสประสาทส่งไปตามเซลล์ประสาทรับ
ความรู้สึกไปยังระบบประสาทส่วนกลาง แล้ว
ส่งกระแสประสาทมาตามเซลล์ประสาทสั่งการ
ไปยงั หนว่ ยปฏิบัตงิ าน เช่น กล้ามเน้อื
- ระบบประสาทเป็นระบบท่ีมีความซับซ้อนและ
มีความสัมพันธ์กับทุกระบบในร่างกาย ดังน้ัน
จึ ง ค ว ร ป้ อ ง กั น ก า ร เกิ ด อุ บั ติ เห ตุ ท่ี ก ร ะ ท บ
71
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 4 ระบบประสาท
กระเทือนต่อสมอง หลีกเล่ยี งการใช้สารเสพติด
หลีกเลี่ยงภาวะเครียด และรับประทานอาหาร
ท่ีมีประโยชน์ เพ่ือดูแลรักษาระบบประสาทให้
ทำงานเปน็ ปกติ
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมอง ทำหน้าท่ีควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย
ไขสันหลังทำหน้าที่ส่งผ่านกระแสประสาท และมีเส้นประสาทเป็นระบบประสาทรอบนอกทำหน้าท่ีรับ-ส่ง
กระแสประสาทซง่ึ มีเซลลป์ ระสาทอย่จู ำนวนมาก
การทำงานของระบบประสาทเกิดจากการส่งกระแสประสาทจากอวัยวะรับความรู้สึกไปยังไขสั นหลัง
และส่งต่อไปยังสมอง ซึ่งสมองส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลังไปยังหนว่ ยปฏิบัติการตา่ ง ๆ เพ่อื ตอบสนองต่อ
สง่ิ เรา้ ทีไ่ ด้รับ
ระบบประสาทเกีย่ วข้องกับการทำงานของทุกระบบจงึ ควรปอ้ งกันการกระทบกระเทือนของสมองและ
ไขสันหลัง หลีกเล่ียงการดื่มเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
หลกี เลยี่ งภาวะเครียด เพอื่ ดูแลรักษาระบบประสาทใหท้ ำงานอย่างเป็นปกติ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทักษะการสำรวจคน้ หา 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
2) ทักษะการจำแนกประเภท
3) ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
72
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 4 ระบบประสาท
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ 1
ขัน้ นำ
กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทำ Understanding Check จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
ของตนเองกอ่ นเรียน
2. ถามคำถามเพอ่ื นำเข้าสู่บทเรยี นว่า ระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ทำงานประสานกันได้อย่างไร
(แนวตอบ ระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะทำงานประสานกัน โดยมีระบบประสาททำหน้าท่ีรับ-ส่งกระแส
ประสาทไปควบคุมการทำงานของระบบตา่ ง ๆ ของร่างกาย ให้เป็นไปอย่างปกต)ิ
3. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อทบทวนความรู้เดิมกับ
นกั เรยี นวา่ สมองทำหนา้ ทอ่ี ะไร
(แนวตอบ สมองทำหนา้ ทีเ่ ป็นศูนยก์ ลางควบคมุ การทำงานของระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย)
ข้นั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ระบบประสาทเป็นระบบควบคุมและประสานการทำงานของระบบต่าง ๆ ของ
รา่ งกาย ประกอบดว้ ยสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาท
2. นักเรียนศึกษาโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบประสาท ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และ
เส้นประสาท โดยใชแ้ บบจำลองอวยั วะในระบบประสาท หรือภาพจากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จบั สลากหมายเลขของนักเรียน 9 คน อธิบายหนา้ ทข่ี องสมอง (เซรีบรัม เซรีเบลลัม ไฮโพทาลามสั ทาลามัส
พอนส์ เมดัลลาออบลองกาตา) ไขสนั หลัง และเส้นประสาท
2. ถามคำถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถามดงั ต่อไปนี้
- ระบบประสาทส่วนกลางประกอบด้วยอวัยวะใดบา้ ง
(แนวตอบ ระบบประสาทสว่ นกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสนั หลงั )
- เพราะเหตใุ ดมนุษยจ์ ึงมสี มองสว่ นเซรีบรมั ขนาดใหญ่มาก
(แนวตอบ เนื่องจากมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการใช้ความคิด ความจำ และสติปัญญามาก ซ่ึงสมองส่วน
เซรีบรัมทำหน้าที่ควบคุมความคิด ความจำ สติปัญญา และการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย จึงทำให้สมอง
สว่ นนม้ี ขี นาดใหญก่ วา่ สมองสว่ นอื่น ๆ)
73
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
- เซลลป์ ระสาทมีรูปรา่ งแตกต่างจากเซลลอ์ ่ืน ๆ อยา่ งไร
(แนวตอบ เซลล์ประสาทแบ่งออกเป็นตัวเซลล์ซ่ึงประกอบด้วยนิวเคลียสและไซโทพลาซึมที่มีออร์แกเนลล์
อย่ภู ายใน ทำหน้าท่ีสังเคราะห์สารทจี่ ำเป็นสำหรบั เซลลป์ ระสาท และใยประสาทเป็นสว่ นท่แี ยกออกมาจาก
ตัวเซลล์ ทำหนา้ ทรี่ ับ-สง่ กระแสประสาท ซง่ึ มลี กั ษณะแตกต่างจากเซลลอ์ น่ื ๆ)
- เดนไดรตก์ บั แอกซอนมีลักษณะแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ เดนไดรต์เป็นใยประสาทท่ีนำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์ ส่วนแอกซอนเป็นใยประสาทท่ี
นำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์ ซ่ึงเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์ อาจมีเดนไดรต์เพียง 1 เส้น หรือหลาย
เส้น แตแ่ อกซอนจะมีเพยี งเส้นเดียวเทา่ นน้ั )
2. ถามคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง (H.O.T.S.) จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กับนักเรียนว่า หาก
ถูกทำร้ายโดยใช้ของแข็งตบี ริเวณทา้ ยทอยอย่างรนุ แรง จะสง่ ผลตอ่ รา่ งกายอยา่ งไร
(แนวตอบ บริเวณทายทอยเปนบริเวณสมองส่วนเซรีเบลลัม ซ่ึงทำหน้าท่ีควบคุมการเคล่ือนไหว และการ
ทรงตัวของร่างกาย หากสมองส่วนน้ีได้รับการกระทบกระเทือนอาจมีผลต่อการทรงตัว และการเคลอ่ื นไหว
ของร่างกายที่ผดิ ปกต)ิ
3. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบประสาท เพอ่ื ใหไ้ ด้ขอ้ สรุป
ว่า ระบบประสาทประกอบด้วยสมองทำหน้าท่ีเป็นศูนย์กลางการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งสมองแต่ละ
ส่วนจะทำหน้าที่แตกต่างกัน ไขสันหลังทำหน้าท่ีส่งผ่านกระแสประสาทจากหน่วยรับความรู้สึกไปยังสมอง
และจากสมองไปยังหน่วยปฏิบัติงาน และเส้นประสาททำหน้าท่ีส่งผ่านกระแสประสาทไปยังส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย ซึ่งในสมองและไขสนั หลังจะมีเซลล์ประสาทจำนวนมาก ประกอบด้วยตัวเซลล์และใยประสาท
(แอกซอนและเดนไดรต)์
4. นกั เรียนทำใบงานท่ี 1.5 เรือ่ ง ระบบประสาท
ช่ัวโมงที่ 2
ขน้ั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชัว่ โมงท่ีแล้วให้นกั เรียนทราบพอสงั เขปวา่ ระบบประสาททำหน้าทีค่ วบคุมและประสาน
การทำงานของระบบตา่ ง ๆ ของร่างกาย ประกอบด้วยสมอง ไขสนั หลงั และเสน้ ประสาท
2. ถามคำถามนักเรยี นว่า เพราะเหตใุ ด เม่ือนักเรยี นเดินเหยียบตะปู จะยกเทา้ หนีทนั ที
(แนวตอบ เน่ืองจากมีการส่งกระแสประสาทจากเท้าไปยังสมอง ทำให้สมองรับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการ
เหยียบตะปู จงึ ส่ังการมายงั กลา้ มเนอ้ื บรเิ วณขาให้ยกเทา้ หนอี อกทนั ที)
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ร่วมกันศึกษาการทำงานของระบบประสาทเม่ือถูกหนามทิ่ม จากหนังสือ
เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรอื ใชว้ ีดทิ ศั น์จากส่อื ออนไลน์ เร่ือง การทำงานของระบบประสาท เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=Nn2RHLWST-k
74
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 4 ระบบประสาท
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. สุ่มเลือกกลมุ่ นักเรียนอยา่ งน้อย 3 กลมุ่ เขยี นแผนผงั แสดงการทำงานของระบบประสาทเม่ือถูกหนามท่ิม
2. ถามคำถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถามดงั ต่อไปน้ี
- เพราะเหตุใด เมือ่ ถกู หนามทิม่ หรือเดินเหยียบตะปู จึงรู้สกึ เจบ็
(แนวตอบ เน่อื งจากมกี ารสง่ กระแสประสาทไปยังไขสันหลังและสมอง ทำให้สมองรับรถู้ งึ ความเจ็บปวด)
- กระแสประสาทจะส่งต่อไปยังไขสนั หลังและสมองได้อยา่ งไร
(แนวตอบ กระแสประสาทถูกส่งไปยังสมองและไขสันหลังผ่านเส้นประสาท ซ่ึงเส้นประสาทจะมีเซลล์
ประสาทต่อกันเป็นร่างแหเพื่อรับ-ส่งกระแสประสาท โดยแอกซอนของเซลล์ประสาทหน่ึงจะแตกออกเป็น
กิ่งก้าน แล้วไปแนบชิดกับเดนไดรต์ของอีกเซลล์ประสาทหน่ึง จึงมีการรับ-ส่งกระแสประสาทจากเซลล์
ประสาทตอ่ ๆ กนั จนไปถึงเซลล์ประสาททไี่ ขสนั หลงั และสมอง ตามลำดับ)
- ระบบประสาทมีการทำงานอยา่ งไร
(แนวตอบ เม่ือหน่วยรับความรู้สึกได้รับการกระตุ้น กลุ่มเซลล์รับความรู้สึกจะส่งกระแสประสาทไปยัง
ไขสันหลัง แล้วส่งกระแสประสาทต่อไปยังสมอง ซึ่งสมองจะส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลังไปยังหน่วย
ปฏิบัติงาน เพ่ือกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของอวัยวะที่ได้รับการกระตุ้น ให้แสดงพฤติกรรมที่ตอบสนอง
ตอ่ สิง่ เรา้ ท่ีไดร้ ับ)
3. นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับการทำงานของระบบประสาทเม่ือถูกหนามท่มิ เพ่ือใหไ้ ด้ขอ้ สรุปว่า
เม่ือถูกหนามทิ่ม หน่วยรับความรู้สึกบริเวณปลายน้ิวจะส่งกระแสประสาทไปยังไขสันหลัง และส่งต่อไปยัง
สมองทำให้รู้สึกเจ็บ และไขสันหลังจะส่งกระแสประสาทไปสั่งการให้กล้ามเน้อื โคนแขนพับงอ และยกปลาย
น้วิ ออกจากหนาม
ชั่วโมงท่ี 3
ขัน้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปว่า ระบบประสาททำหน้าที่รับ-ส่งกระแส
ประสาทไปกระตุ้นหรือยับย้ังการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ซ่ึงหากระบบประสาททำงานผิดปกติอาจส่งผล
ให้เกิดโรคตา่ ง ๆ ตามมา
2. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับโรคอัมพฤกษ์และอัมพาต โรคอัลไซเมอร์ และการดูแลรักษาระบบประสาท
จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
75
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ถามคำถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- โรคอมั พฤกษแ์ ละอัมพาตเกิดจากสาเหตุใด
(แนวตอบ โรคอมั พฤกษ์และอมั พาตเกิดจากความผิดปกติของสมองในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ
และการรับความรู้สึก ซ่ึงความผิดปกติของสมองเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การอุดตันของหลอดเลือดแดง
ในสมองทำให้สมองขาดเลือดและสมองตาย การแตกของหลอดเลือดแดงในสมองจากความดันเลือดสูง
การได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ หรือเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง
โรคหัวใจและหลอดเลอื ด)
- เพราะเหตใุ ดจงึ มกั พบการเกิดโรคอัลไซเมอรใ์ นผสู้ ูงอายุ
(แนวตอบ โรคอัลไซเมอร์สามารถพบได้ทุกช่วงวัย แต่จะพบมากในผู้สูงอายุ เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้เซลล์สมองหรือเซลล์ประสาทเส่ือมลงจากการใช้งานมาก และยังเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น
พันธุกรรม การได้รับบาดเจ็บของสมอง การเป็นโรคบางโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรค
ไขมนั ในเลอื ดสูง)
- การสวมใสห่ มวกกนั นอ็ กขณะขบั ข่รี ถจักรยานยนตม์ ปี ระโยชน์อย่างไร
(แนวตอบ การสวมหมวกกันน็อกจะช่วยป้องกันไม่ให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน เม่ือเกิดอุบัติเหตุ
ขณะขบั ขรี่ ถจักรยานยนต์)
- การรบั ประทานขา้ วกล้อง เมล็ดธัญพชื และเครอื่ งในสตั ว์ มสี ว่ นช่วยบำรุงระบบประสาทอยา่ งไร
(แนวตอบ เน่ืองจากอาหารดังกล่าวมีวิตามินบี 1 สูง ซ่ึงเป็นวิตามินท่ีช่วยบำรุงสมอง และช่วยให้ระบบ
ประสาทบรเิ วณตา่ ง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างปกติ)
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับโรคท่ีเกี่ยวข้องกับระบบประสาท เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ โรค
อัมพฤกษ์และอัมพาตเกิดจากความผิดปกติของสมองในการควบคุมกล้ามเน้ือแขนและขา ซึ่งอาจเกิดจาก
การอุดตันของหลอดเลือดในสมอง หรือการแตกของหลอดเลือดในสมองทำให้สมองขาดเลือด การได้รับ
การกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ หรือเกิดจากโรคบางโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
โรคอัลไซเมอรเ์ กิดจากเซลล์สมองและเซลล์ประสาทในสมองเสื่อมหรือถูกทำลาย ส่งผลต่อความจำ มักพบ
ในผู้สูงอายุ จึงควรดูแลรักษาอวัยวะในระบบประสาท โดยระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ
และไขสันหลัง รับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 หลีกเล่ียงการด่ืมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์ การสูบบุหร่ี สาร
เสพตดิ และยาบางชนิดที่มผี ลต่อระบบประสาท พกั ผอ่ นให้เพยี งพอและทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครยี ด
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนสืบค้นข้อมูล เร่ือง อวัยวะรับสัมผัสของมนุษย์ โดยเช่ือมโยงความสัมพันธ์ของอวัยวะรับสัมผัส
ต่าง ๆ กบั การทำงานของระบบประสาทในรปู ผงั มโนทัศน์ลงกระดาษ A4 สง่ ครผู ู้สอน
2. นักเรียนทำ Topic Question ทา้ ยหวั ขอ้ เรือ่ ง ระบบประสาท จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
3. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
76
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
ขัน้ สรปุ
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุป เรื่อง ระบบประสาท ในประเดน็ ต่าง ๆ ดงั น้ี
- ความสำคัญของระบบประสาท
- โครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบประสาท
- การทำงานของระบบประสาท
- การดแู ลรกั ษาระบบประสาท
นกั เรียนสรปุ ในรปู ผงั มโนทศั น์ลงกระดาษ A4 ส่งครูผ้สู อน
2. ตรวจสอบผลจากผังมโนทศั น์ เรอ่ื ง อวยั วะรบั สัมผัสของมนุษย์
3. ตรวจสอบผลจากผังมโนทัศน์ เรื่อง ระบบประสาท
4. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 1.5 เร่ือง ระบบประสาท
5. ตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question ท้ายหัวข้อ เรื่อง ระบบประสาท
6. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
7. การวัดและประเมินผล วิธวี ดั เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
รายการวัด - ตรวจผงั มโนทศั น์ - แบบประเมินชน้ิ งาน - ระดับคุณภาพ 2
- แบบประเมนิ ชนิ้ งาน
7.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/ เร่อื ง อวยั วะรบั สัมผสั ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) ของมนุษย์ - ใบงานที่ 1.5
- ตรวจผังมโนทศั น์ - ระดบั คุณภาพ 2
7.2 ประเมินระหว่าง เรื่อง ระบบประสาท ผา่ นเกณฑ์
การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ - ตรวจใบงานท่ี 1.5 - ร้อยละ 60
1) ระบบประสาท ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจ Topic - Topic Question - ร้อยละ 60
Question - แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานท่ีนำเสนอ
ผลงาน ผลงาน - ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
77
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
รายการวัด วิธีวดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
3) พฤติกรรม
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทำงาน
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรม
การทำงานกลุ่ม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
5) คณุ ลกั ษณะ การทำงานกลมุ่
อันพึงประสงค์ การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตความมวี ินยั
ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มัน่ - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2
ในการทำงาน
คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
3) ใบงานที่ 1.5 เรอ่ื ง ระบบประสาท
4) PowerPoint เรอ่ื ง ระบบประสาท
5) ภาพยนตร์สารคดีสั้น Twig
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมดุ
3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
78
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
ใบงานท่ี 1.5
เรอ่ื ง ระบบประสาท
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายหน้าท่ีของสมองส่วนต่าง ๆ ต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1
6
2
35
4
1. สมองส่วน.................................................................... 2. สมองส่วน....................................................................
หนา้ ท่.ี .......................................................................... หนา้ ที.่ ..........................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
3. สมองสว่ น.................................................................... 4. สมองสว่ น....................................................................
หน้าท.่ี .......................................................................... หนา้ ท่ี...........................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
5. สมองส่วน.................................................................... 6. สมองส่วน....................................................................
หนา้ ท่ี........................................................................... หน้าท.่ี ..........................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
2. จงอธิบายลักษณะของเซลล์ประสาทต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
……………………….. ..........................................................................................
..........................................................................................
. ..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
……………………….. ..........................................................................................
. 79
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์ เฉลย
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
ใบงานที่ 1.5
เรอ่ื ง ระบบประสาท
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายหน้าที่ของสมองส่วนต่าง ๆ ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1
6
2
35
4
1. สมองสว่ น.เ.ซ...ร..บี ..ร..มั......................................................... 2. สมองส่วน.ไ..ฮ..โ.พ...ท...า..ล..า..ม..สั................................................
หน้าที่..ค...ว..บ...ค..ุม...ค...ว..า..ม..ค...ิด....ค...ว..า..ม...จ..ำ...ส...ต..ิ.ป..ัญ....ญ...า....แ..ล...ะ..... หนา้ ท.่ี .ค..ว..บ...ค...ุม..อ...ุณ...ห...ภ..ู.ม..ิ.ก...า..ร..เ.ต...้น..ข...อ..ง..ห...ัว..ใ.จ....ค...ว..า..ม..ด...ัน....
...เ.ป...็น..ศ...นู ..ย..ค์...ว..บ...ค..มุ..ก...า..ร..ท..ำ..ง..า..น...ต..่า..ง...ๆ....ข..อ..ง..ร..า่..ง..ก..า..ย........... ..แ...ล..ะ..ค...ว..า..ม..ต..อ้...ง..ก..า..ร..พ...ื้น..ฐ..า..น...ข..อ...ง.ร..า่..ง..ก..า..ย.........................
3. สมองส่วน..พ..อ...น..ส...์ ........................................................ 4. สมองสว่ น.เ.ม...ด..ัล..ล...า...อ..อ...บ..ล...อ..ง..ก..า..ต...า................................
หนา้ ท่.ี .ค...ว...บ...ค..ุ.ม..ก...า..ร...ห...า..ย...ใ..จ....ก...า..ร...เ.ค..้ี.ย...ว....ก..า...ร..ห...ล...่ัง..... หน้าที.่ .ค..ว..บ...ค...ุม..ก...า..ร..เ..ต..้น...ข..อ...ง..ห...ัว..ใ..จ...ก...า..ร..ห...า..ย...ใ.จ....ค...ว..า..ม...
...น..ำ้..ล...า.ย....แ..ล...ะ..ก..า..ร..เ..ค..ล..ือ่...น..ไ..ห..ว..ข...อ..ง..ใ.บ...ห..น...า้ ....................... ..ด...นั ..เ.ล...อื ..ด....ก..า..ร..จ..า..ม....ก...า..ร..อ..า..เ.จ..ยี...น...ก...า..ร..ก..ล..นื......................
5. สมองส่วน.เ..ซ..ร..ีเ.บ...ล..ล..ัม..................................................... 6. สมองส่วน.ท...า..ล..า..ม...สั .......................................................
หนา้ ท.่ี .ค...ว..บ...ค...ุม...ก..า...ร..เ.ค...ล...่ือ...น...ไ.ห...ว....ก...า..ร...ท...ร..ง..ต...ัว..ข...อ...ง..... หนา้ ท.ี่ .ศ..ู.น..ย...์ร..ว..บ...ร..ว..ม...ก..ร...ะ..แ..ส...ป...ร..ะ..ส...า..ท...เ.ข..้.า..แ..ล...ะ..อ...อ..ก......
..ร..า่..ง..ก..า..ย........................................................................ ..จ...า..ก..ส..ม...อ..ง....................................................................
2. จงอธิบายลักษณะของเซลล์ประสาทต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
………เด…น…ได…ร…ต…์ ….. ..เ.ซ...ล..ล...์ป...ร..ะ..ส...า..ท....ป...ร...ะ..ก...อ..บ...ด...้ว..ย...ต..ัว...เ.ซ...ล..ล..์..ท...ี่ม..ี.น..ิ.ว..เ.ค...ล..ีย...ส....
..แ..ล...ะ..ไ..ซ...โ.ท...พ...ล...า..ซ..ึ.ม...ท..ี่.ม..ีอ...อ...ร..์แ..ก...เ.น...ล...ล..์.ต..่า...ง...ๆ....ท...ำ...ห..น...้า...ท..่ี..
. ..ส..ัง..เ.ค...ร..า..ะ..ห..์ส...า..ร..ท...ี่จ..ำ..เ.ป...็น..ต...่อ..ก...า..ร..ด..ำ..ร..ง..ช..ีว...ิต..ข..อ...ง..เ.ซ..ล...ล..์ ..แ..ล..ะ....
..ใ.ย...ป...ร..ะ...ส...า..ท.....เ.ป...็ น...แ...ข...น...ง..ป...ร..ะ...ส..า...ท...แ...ย..ก...จ...า..ก...ต..ั ว...เ.ซ...ล...ล..์ ..
..แ..บ...ง่ .เ..ป..็น...เ.ด...น..ไ..ด..ร..ต...ท์ ..ี่น...ำ..ก..ร..ะ..แ...ส..ป...ร..ะ..ส..า..ท...เ.ข..้า..ต...ัว..เ.ซ..ล...ล..์..แ..ล..ะ....
……แ…อ…ก…ซ…อน……….. ..แ..อ..ก...ซ..อ..น...ท...่นี ..ำ..ก...ร..ะ..แ..ส..ป...ร..ะ..ส...า..ท..อ...อ..ก..จ...า..ก..เ.ซ..ล...ล..์....................
. 80
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 4 ระบบประสาท
9. ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษาหรือผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื .................................
( ................................ )
ตำแหน่ง .......
10. บันทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ดา้ นอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ีปัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
81
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 5 ระบบสืบพนั ธุ์
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 5
ระบบสืบพันธ์ุ
เวลา 8 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
ว 1.2 ม.2/12 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิง
โดยใชแ้ บบจำลอง
ม.2/13 อธิบายผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงท่ีควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
เม่อื เข้าส่วู ยั หนุ่มสาว
ม.2/14 ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษา
รา่ งกายและจิตใจของตนเองในชว่ งท่มี ีการเปลยี่ นแปลง
ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต จนคลอด
เปน็ ทารก
ม.2/16 เลือกวธิ กี ารคมุ กำเนดิ ทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์ทก่ี ำหนด
ม.2/17 ตระหนักถึงผลกระทบของการต้ังครรภ์ก่อนวัยอันควร โดยการประพฤติตนให้
เหมาะสม
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายโครงสรา้ งและอวยั วะในระบบสบื พนั ธ์ุของเพศชายและเพศหญิงได้ (K)
2. อธิบายการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศชายและเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิง และการเกิดประจำเดือนใน
เพศหญิงได้ (K)
3. อธิบายผลของฮอรโ์ มนเพศตอ่ การเปลีย่ นแปลงของร่างกายและจติ ใจเม่ือเขา้ สู่วยั หนุ่มสาวได้ (K)
4. อธิบายการปฏิสนธแิ ละการต้ังครรภไ์ ด้ (K)
5. อธิบายการคมุ กำเนิดวธิ ตี ่าง ๆ ได้ (K)
6. เลอื กวธิ กี ารคุมกำเนดิ ที่เหมาะสมกับสถานการณต์ ่าง ๆ ได้ถูกต้อง (K)
7. แสดงบทบาทสมมตุ ใิ นการเลือกวิธกี ารคมุ กำเนิดได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (P)
8. ยอมรับการเปล่ยี นแปลงของรา่ งกายและจติ ใจเม่ือเจริญเขา้ สวู่ ัยหนมุ่ สาว (A)
9. ตระหนักถงึ การป้องกนั การมีเพศสัมพันธ์และการต้งั ครรภก์ ่อนวยั อันควร (A)
10. สนใจใฝ่รูใ้ นการศกึ ษา (A)
82
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพันธุ์
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ
- มนุษย์มีระบบสืบพันธุ์ท่ีประกอบด้วยอวัยวะ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ต่าง ๆ ที่ทำหน้าท่ีเฉพาะ โดยรังไข่ในเพศหญิงจะ
ทำหน้าท่ีผลิตเซลล์ไข่ ส่วนอัณฑะในเพศชายจะ
ทำหนา้ ทสี่ รา้ งเซลลอ์ สจุ ิ
- ฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออก
ของลักษณะทางเพศที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่
วัยหนุ่มสาวจะมีการสร้างเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิ
การตกไข่ การมีรอบเดือน และถ้ามีการปฏิสนธิ
ข อ ง เซ ล ล์ ไ ข่ แ ล ะ เซ ล ล์ อ สุ จิ จ ะ ท ำ ใ ห้ เกิ ด ก า ร
ตัง้ ครรภ์
- การมีประจำเดือนมีความสัมพันธ์กับการตกไข่
โ ด ย เป็ น ผ ล จ า ก ก า ร เป ล่ี ย น แ ป ล ง ข อ ง ร ะ ดั บ
ฮอรโ์ มนเพศหญงิ
- เม่ือเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ได้รับการ
ปฏิสนธิกับเซลล์อสุจิจะทำให้ได้ไซโกต ไซโกตจะ
เจริญเป็นเอ็มบริโอและฟีตัส จนกระท่ังคลอด
เป็นทารก แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิ เซลล์ไข่จะ
สลายตัว ผนังด้านในมดลูกรวมท้ังหลอดเลือดจะ
สลายตัวและหลุดลอกออก เรียกวา่ ประจำเดอื น
- การคุมกำเนิดเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการ
ต้ังครรภ์ โดยป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือ
ไม่ให้มีการฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น
การใช้ถุงยางอนามัย การกนิ ยาคมุ กำเนิด
83
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 5 ระบบสบื พนั ธ์ุ
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ระบบสืบพนั ธุ์ของมนุษย์ แบ่งออกเป็น 2 ระบบ ดงั น้ี
- ระบบสืบพันธุ์เพศชาย ประกอบด้วยอวัยวะหลายอวัยวะที่ทำหน้าท่ีสัมพันธ์กัน ได้แก่ อัณฑะ
ทำหน้าทส่ี ร้างฮอร์โมนเพศชายและเซลล์อสุจิ ถุงหุ้มอัณฑะทำหน้าทห่ี ่อหมุ้ อัณฑะและปรับอณุ หภูมขิ องอัณฑะ
ให้ต่ำกว่าปกติ หลอดเก็บอสุจิทำหน้าท่ีเก็บเซลล์อสุจิท่ีสร้างจากอัณฑะ หลอดนำอสุจิทำหน้าท่ีเป็นทางผ่าน
ของเซลล์อสจุ ิ ต่อมลกู หมากทำหน้าท่ีหลงั่ สารทีม่ สี มบัติเป็นเบสเพือ่ ลดความเป็นกรดในช่องคลอดของเพศหญิง
ต่อมคาวเปอร์ทำหน้าท่ีสร้างสารหล่อล่ืน ต่อมสร้างน้ำเล้ียงอสุจิทำหน้าท่ีสร้างน้ำเลี้ยงเซลล์อสุจิ และองคชาติ
เป็นอวัยวะสืบพันธ์ุภายนอกซ่ึงเป็นทางผ่านของเซลล์อสุจิออกจากร่างกาย การสร้างเซลล์อสุจิและการเกิด
ลกั ษณะขัน้ ที่ 2 ของเพศชายถกู ควบคมุ โดยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน
- ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วยอวัยวะหลายอวัยวะที่ทำหนา้ ท่ีสัมพันธ์กนั ไดแ้ ก่ รงั ไข่ทำหน้าที่
สร้างเซลล์ไข่และฮอร์โมนเพศหญิง ท่อนำไข่เป็นบริเวณที่เกิดการปฏิสนธิของเซลล์อสุจิกับเซลล์ไข่ มดลูกเป็น
บริเวณที่ฝังตัวของเอ็มบริโอ และช่องคลอดเป็นทางผ่านของเซลล์อสุจิเข้าสู่มดลูกและเป็นทางออกของทารก
เมื่อครบกำหนดคลอด การสร้างเซลล์ไข่และการเกิดลักษณะขั้นที่ 2 ของเพศหญิงถูกควบคุมโดยฮอร์โมน
โพรเจสเทอโรนและอีสโทรเจน ซง่ึ เพศหญิงในวัยเจริญพันธ์ุมีการตกไข่ เดอื นละ 1 เซลล์ และหากเซลล์ไข่ไม่ได้
รบั การปฏสิ นธิกับเซลล์อสุจิ ผนังมดลกู ที่หนาตัวข้นึ จะหลดุ ออกเป็นประจำเดือน
การปฏิสนธิของเซลล์ไข่กับเซลล์อสุจิเกิดข้ึนที่ท่อนำไข่ของเพศหญิง แบ่งเซลล์เป็นไซโกต เอ็มบริโอ
และเจรญิ เปน็ ทารกในครรภ์เป็นเวลา 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม มีวิธีการคุมกำเนิดหากไม่พร้อมสำหรับการมีบุตร เช่น การคุมกำเนิดโดยวิธีทาง
ธรรมชาติ การใช้อุปกรณ์ การใช้สารเคมี การทำหมัน ซึ่งการคุมกำเนิดแต่ละวิธีมีข้อดี-ข้อเสียและความ
เหมาะสมท่ีแตกตา่ งกัน
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะสำรวจค้นหา 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
2) ทักษะการจำแนกประเภท
3) ทักษะการเปรียบเทียบ
4) ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล
5) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
84
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพันธุ์
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงที่ 1
ข้นั นำ
กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. นักเรียนทำ Understanding Check ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
ของตนเองกอ่ นเรียน
2. ถามคำถามเพื่อนำเขา้ ส่บู ทเรียน โดยใช้คำถามต่อไปนี้
- ลักษณะใดบ้างที่บ่งบอกถึงความแตกตา่ งของเพศชายและเพศหญงิ
(แนวตอบ คำตอบขน้ึ อยู่กับดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน เชน่ เพศชายไม่มหี น้าอก แต่เพศหญิงมหี น้าอก หรอื เพศ
ชายมลี กู กระเดอื ก แต่เพศหญิงไมม่ ลี ูกกระเดอื ก)
- มนษุ ย์มีการสืบพันธุแ์ บบใด
(แนวตอบ มนุษย์มกี ารสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ โดยการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธ์ุเพศชาย คอื เซลล์อสุจิ กับ
เซลลส์ บื พนั ธ์ุเพศหญิง คือ เซลลไ์ ข่)
3. ถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 เพ่ือทบทวนความรู้เดิมกับ
นกั เรียนว่า การสืบพันธ์แุ บ่งออกเปน็ กี่ประเภท อะไรบา้ ง
(แนวตอบ 2 ประเภท ได้แก่ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ซึ่งจะไม่มีการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธ์ุเพศชาย
และเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิง เช่น การแตกหน่อ การงอกใหม่ และการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ เป็นการ
สบื พันธุท์ ี่มกี ารปฏสิ นธิของเซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศชายและเซลลส์ บื พันธุ์เพศหญงิ )
ขน้ั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. เกริ่นให้นักเรียนฟังว่า มนุษย์มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เกิดจากการปฏิสนธิของเซลล์อสุจิกับเซลล์ไข่
ได้เป็นไซโกต ซึ่งจะแบง่ เซลลเ์ ป็นเอม็ บรโิ อ และเจรญิ ตอ่ เปน็ ทารก
2. นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและการสร้างเซลล์อสุจิ โดยใช้แบบจำลองระบบ
อวัยวะสบื พันธ์เุ พศชาย หรือจากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
85
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพนั ธ์ุ
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขกลุ่มนักเรียน 2 กลุ่ม อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายและการ
สรา้ งเซลลอ์ สุจิ
2. ถามคำถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถามต่อไปน้ี
- เซลล์อสุจถิ ูกสร้างและเจริญเติบโตทอี่ วัยวะใด
(แนวตอบ เซลล์อสุจิถูกสร้างจากอัณฑะและเคลื่อนท่ีไปยังหลอดเก็บอสุจิซ่ึงเป็นแหล่งพัฒนาและ
เจรญิ เตบิ โตของเซลล์อสจุ ิ)
- หากไม่มถี ุงอณั ฑะจะมีผลต่อการสร้างเซลลอ์ สุจิหรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ ถุงอัณฑะทำหน้าท่ีปรับอุณหภูมิของอัณฑะให้ต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย 3 องศาเซลเซียส ซ่ึง
หากไม่มถี งุ อัณฑะอาจทำให้การสร้างเซลลอ์ สุจผิ ิดปกติ เนื่องจากอุณหภูมิไม่เหมาะสมตอ่ การสร้าง)
- หากตอ่ มคาวเปอรไ์ ม่สามารถหลัง่ สารออกมาได้ จะส่งผลต่อเซลล์อสจุ อิ ยา่ งไร
(แนวตอบ ต่อมคาวเปอร์ทำหนา้ ทห่ี ล่งั สารที่มสี มบัตเิ ป็นเบสเพื่อลดความเป็นกรดในชอ่ งคลอดของเพศหญิง
ซ่ึงหากต่อมคาวเปอร์ไม่หล่ังสารท่ีมีสมบัติเป็นเบส จะทำให้เซลล์อสุจิตายเมื่อเข้าสู่ช่องคลอดของเพศหญิง
เนอ่ื งจากชอ่ งคลอดมีความเปน็ กรดซงึ่ เปน็ สภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อเซลลอ์ สจุ ิ)
- เซลล์อสุจิมีลักษณะอย่างไร และสามารถเคล่อื นท่ีได้อยา่ งไร
(แนวตอบ เซลล์อสุจิแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัวประกอบด้วยนิวเคลียสท่ีบรรจุสารพันธุกรรม ถูก
ห่อหุ้มถุงอะโครโซมท่ีภายในมีเอนไซม์เจาะเย่ือหุ้มเซลล์ไข่ ส่วนลำตัวมีไมโทคอนเดรียเป็นแหล่งสร้าง
พลงั งานสำหรบั การเคลือ่ นที่ และส่วนหางประกอบด้วยแฟลเจลลัมทชี่ ่วยพัดโบกในการเคล่อื นท่ี)
- นำ้ อสจุ ิที่หลั่งออกมาประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
(แนวตอบ น้ำอสุจิประกอบด้วยเซลล์อสุจิ อาหารเลี้ยงอสุจิจากต่อมน้ำเลี้ยงอสุจิ ของเหลวท่ีมีฤทธิ์เป็น
เบสอ่อนจากตอ่ มลกู หมาก และของเหลวสำหรบั หลอ่ ล่ืนท่อปสั สาวะจากตอ่ มคาวเปอร์)
3. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกบั โครงสรา้ งและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุเพศชาย เพ่ือให้ได้
ข้อสรุป ดังนี้ ระบบสืบพันธุ์เพศชายประกอบด้วยอวัยวะหลายอวัยวะที่ทำหน้าที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ อัณฑะ
ทำหน้าที่สร้างเซลล์อสุจิและฮอร์โมนเพศชาย ถุงอัณฑะทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิของอัณฑะ หลอดเก็บอสุจิ
ทำหน้าที่เก็บเซลล์อสุจิ ต่อมลูกหมากทำหน้าท่ีสารสร้างท่ีมีสมบัติเป็นเบส หลอดนำอสุจิเป็นทางผ่านของ
เซลล์อสุจิท่ีสร้างจากอัณฑะ ต่อมคาวเปอร์ทำหน้าที่สร้างสารหล่อล่ืน ต่อมสร้างน้ำเล้ียงอสุจิทำหน้าทสี่ ร้าง
นำ้ เลย้ี งอสุจิ และองคชาติเปน็ อวยั วะสบื พันธ์ุภายนอกของเพศชาย
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกับการสร้างเซลลอ์ สุจิ เพอื่ ให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี เซลลถ์ ูกสรา้ งจากอัณฑะ
และมาเจริญเติบโตต่อท่ีหลอดเก็บอสุจิ เซลล์อสุจิประกอบด้วยส่วนหัวมีนิวเคลียสบรรจุสารพันธุกรรมที่
ห่อหุ่มด้วยอะโครโซม ส่วนลำตัวประกอบด้วยไมโทคอนเดรียเป็นแหล่งสร้างพลังงานสำหรับการเคล่ือนที่
และส่วนหางประกอบด้วยแฟลเจลลัมช่วยในการเคลื่อนที่ โดยการหล่ังน้ำอสุจิจะประกอบด้วยเซลล์อสุจิ
อาหารเลีย้ งเซลลอ์ สจุ ิ ของเหลวทีม่ ีฤทธ์ิเป็นเบสอ่ออน และของเหลวสำหรับหล่อลน่ื ท่อปสั สาวะ
5. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 1.6 เร่อื ง ระบบสบื พันธเ์ุ พศชาย
86
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสบื พนั ธุ์
ชัว่ โมงที่ 2
ข้นั สอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง การตกไข่ และการเกิดประจำเดือน โดยใช้
แบบจำลองระบบอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง หรือภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือใช้
วีดิทัศนจ์ ากสื่อออนไลน์ เรือ่ ง การตกไข่ และเรือ่ ง การเกิดประจำเดอื น เชน่
- https://www.youtube.com/watch?v=SiNHMWkJYs0
- https://www.youtube.com/watch?v=nLmg4wSHdxQ
- https://www.youtube.com/watch?v=vXrQ_FhZmos
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จบั สลากหมายเลขกลุ่มนกั เรียน 2 กลมุ่ อธิบายอวัยวะในระบบสืบพนั ธเ์ุ พศหญิง
2. จับสลากหมายเลขกลุ่มนักเรยี น 2 กลมุ่ อธบิ ายความสมั พันธ์ของการตกไข่และการเกิดประจำเดอื น
3. ถามคำถามนกั เรยี น โดยใชค้ ำถามต่อไปน้ี
- เซลล์ไขส่ รา้ งจากอวัยวะส่วนใด และมีการสรา้ งอยา่ งไร
(แนวตอบ เซลลไ์ ขถ่ กู สรา้ งจากรังไข่ โดยปกตแิ ตล่ ะเดือนจะมีการสรา้ งเซลล์ไข่เดือนละ 1 เซลล์ เทา่ นั้น)
- ประจำเดือนเกิดขึน้ ไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ ประจำเดือนเกิดจากการสลายตัวของผนังมดลูกท่ีหนาตัวขึ้น เพื่อรองรับการฝ่ังตัวของเอ็มบริโอ
แต่หากเซลล์ไข่ไม่ได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิ จะไม่มีการฝังตัวของเอ็มบริโอที่ผนังมดลูก ทำให้ผนังมดลูก
ที่หนาตัวขน้ึ สลายตวั ออกมาเป็นประจำเดอื น)
- ตลอดชว่ งชวี ติ ของผ้หู ญงิ ปกติทอ่ี ยู่ในวัยเจรญิ พันธ์ุ จะมีไขต่ กโดยเฉลี่ยประมาณก่ีเซลล์
(แนวตอบ ให้นักเรียนคำนวณจากระยะเวลาของผู้หญิงปกติท่ีอยู่ในวัยเจริญพันธ์ุ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงมี
ประจำเดอื น เชน่ ถ้าเริ่มมปี ระจำเดือนเมอื่ อายุ 10 ปี และหยดุ เม่อื อายุ 45 ปี ชว่ งเวลาท่ีอยู่ในวยั เจรญิ พนั ธ์ุ
คอื 10–45 ปี ซึ่งคิดเป็นเวลา 35 ปี โดยท่ัวไปผู้หญิงจะมีการตกไข่เดือนละ 1 เซลล์ เพราะฉะน้ันในช่วงวัย
เจริญพนั ธุ์จะมีไข่ตกประมาณ 420 เซลล์ (35 X 12))
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุเพศหญิง เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ ระบบ
สบื พันธ์ุเพศหญิงประกอบดว้ ยอวยั วะหลายอวัยวะ ได้แก่ รังไข่ทำหน้าที่สร้างเซลล์ไข่และฮอร์โมนเพศหญิง
ท่อนำไข่เป็นบริเวณท่ีเซลล์ไข่ผสมกับเซลล์อสุจิ และเป็นทางผ่านของเซลล์ไข่จากรังไข่ไปยังมดลูก มดลูก
เป็นบริเวณที่มีการผังตัวของเซลล์ไข่ที่ได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิ และช่องคลอดเป็นทางผ่านของเซลล์
อสุจเิ ขา้ สูม่ ดลูกและเปน็ ทางผา่ นของทารกเมื่อครบกำหนดคลอด
87
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 5 ระบบสืบพนั ธ์ุ
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างเซลล์ไข่และการเกิดประจำเดือน เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี
เซลล์ไข่ท่ีเจริญเต็มท่ีจะตกเข้าสู่ท่อนำไข่ เรียกว่า การตกไข่ ซ่ึงจะมีการตกไข่เดือนละ 1 เซลล์ หากเซลลไ์ ข่
ทตี่ กเข้าสู่ท่อนำไข่ได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิจะเคลือ่ นที่ไปฝังตัวท่ีผนังมดลูก แต่หากเซลล์ไข่ไม่ได้รับการ
ผสมจากเซลล์อสจุ ิ ผนังมดลูกทหี่ นาตวั ข้ึนจะกลายเปน็ ประจำเดือน
6. นกั เรียนทำใบงานท่ี 1.7 เร่ือง ระบบสืบพนั ธ์ุเพศหญงิ
ช่ัวโมงที่ 3
ขนั้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชวั่ โมงที่แลว้ ใหน้ ักเรียนทราบพอสังเขปว่า เซลล์สบื พันธ์ุเพศชาย คือ เซลล์อสุจิ ถูกสรา้ ง
จากอัณฑะและมาเจริญเติบโตที่หลอดเก็บอสุจิ เซลล์อสุจิประกอบด้วยส่วนหัวที่มีนิวเคลียสบรรจุสาร
พันธุกรรม ส่วนลำตัวประกอบด้วยไมโทคอนเดรียเป็นแหล่งสร้างพลังงาน และส่วนหางประกอบด้วย
แฟลเจลลัมท่ีช่วยในการเคลื่อนท่ี โดยเพศชายเริ่มสร้างเซลล์อสุจิเมื่ออายุประมาณ 12-13 ปี ส่วนเซลล์
สืบพันธ์ุเพศหญิง คือ เซลล์ไข่ ถูกสร้างจากรังไข่ เมื่อไข่สุกจะตกเข้าสู่ทอ่ นำไข่ ซึ่งจะมีการตกไขเ่ ดือนละ 1
เซลล์ หากเซลล์ไข่ที่ตกเข้าสู่ท่อนำไข่ได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิจะเคลื่อนที่ไปฝังตัวท่ีผนังมดลูก แต่หาก
เซลลไ์ ขไ่ มไ่ ด้รบั การผสมจากเซลล์อสจุ ิ ผนังมดลูกทห่ี นาตัวข้นึ จะกลายเป็นประจำเดือน
2. เกร่ินให้นักเรียนฟังว่า การสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิงเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศ
ซ่งึ ฮอรโ์ มนเพศชาย คอื เทสโทสเทอโรน และฮอร์โมนเพศหญิง คือ อสี โทรเจนและโพรเจสเทอโรน
3. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ศึกษาอิทธิพลของฮอร์โมนเพศต่อการสร้างเซลล์สืบพนั ธ์ุและการเจริญเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่ม
สาว รวมทั้งการดูแลด้านร่างกายและจิตใจเม่ือเจริญเข้าสู่วัยหนุ่มสาว จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2
เลม่ 1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขกลุ่มนักเรียน 2 กลุ่ม อธิบายอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย ได้แก่ เทสโทสเทอโรน และ
ฮอร์โมนเพศหญงิ ไดแ้ ก่ โพรเจสเทอโรนและอีสโทรเจน
2. สุ่มจบั สลากหมายเลขกลุ่มนักเรยี นอธบิ ายการเปล่ียนแปลงของฮอรโ์ มนเพศหญงิ ในช่วง 1 รอบเดือน
3. ถามคำถามนกั เรยี น โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- ฮอร์โมนฟอลลิเคิลสตมิ ิวเลติงและลทู ไิ นซงิ ฮอร์โมนจดั เป็นฮอรโ์ มนเพศหญิงหรือฮอร์โมนเพศชาย
(แนวตอบ ฮอร์โมนท้ัง 2 ชนิด ไม่ใช่ฮอร์โมนเพศ เน่ืองจากฮอรโ์ มนทัง้ 2 ชนิด มีบทบาททั้งในเพศหญิงและ
เพศชาย แตม่ ีบทบาทท่ีแตกตา่ งกันในแต่ละเพศ)
88
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพันธุ์
- ฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิงคือฮอร์โมนใด มีผลต่อการสร้างเซลล์สืบพันธุ์และการเจริญเติบโต
เขา้ สวู่ ัยหนมุ่ สาวอยา่ งไร
(แนวตอบ ฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสโทสเทอโรน มีบทบาทควบคมุ การสรา้ งเซลล์อสุจิ และการเจรญิ เติบโต
ข้ันท่ี 2 ของเพศชาย ได้แก่ มีหนวดเครา มีขนบริเวณรักแร้ หน้าแข้ง และอวัยวะเพศ มีหัวนมแข็ง เสียง
แหบห้าว มีมัดกล้ามเนื้อ มีสะโพกแคบ ไหล่กว้าง มีอวัยวะเพศใหญ่ข้ึน และมีการหลั่งน้ำอสุจิขณะนอน
หลับ ส่วนฮอรโ์ มนเพศหญิง ได้แก่ โพรเจสเทอโรนและอสี โทรเจน ทำหน้าท่ีกระตุ้นการเจริญของผนังมดลูก
เพื่อรองรับการฝังตัวของเอ็มบริโอ และอีสโทรเจนยังควบคุมการเกิดลักษณะข้ันที่ 2 ของเพศหญิง ได้แก่
เสยี งเล็กแหลม สะโพกผาย หนา้ อกและอวัยวะเพศใหญ่ขึ้น มีขนขน้ึ บรเิ วณรักแร้และอวยั วะเพศ)
- ฮอรโ์ มนอีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนมีการเปล่ยี นแปลงอยา่ งไรในชว่ งระยะ 1 เดือน
(แนวตอบ ฮอร์โมนอีสโทรเจนจะสูงขึ้นในช่วงระยะก่อนไข่ตก และจะลดต่ำลงช่วงระยะหลังไข่ตก และจะ
สูงขึ้นอีกในช่วงระยะก่อนไข่ตก ส่วนฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะสูงขึ้นหลังระยะไข่ตก และจะลดต่ำลงเมื่อ
เซลลไ์ ขไ่ มไ่ ดร้ บั การปฏิสนธกิ ับเซลลอ์ สุจิ)
- นักเรียนจะปรับตัวต่อการเปลยี่ นแปลงทางร่างกายและจิตใจตอ่ การเจริญเข้าส่วู ยั หน่มุ สาวได้อย่างไร
(แนวตอบ เม่ือเจริญเข้าสู่วัยหนุ่มสาว จะมีการเปล่ียนแปลงทางด้านร่างกาย จึงควรรกั ษาความสะอาดของ
ร่างกาย รับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์และครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
และหลีกเล่ียงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติด และเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ จึงควร
สร้างความเชื่อม่ันให้กับตนเอง รู้จักการปรับตัวเข้ากับผู้อ่ืน มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ท่ีดี และหลีกเล่ียงส่ิงท่ีมี
ผลต่ออารมณ์และจิตใจ)
4. ถามคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง (H.O.T.S.) จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 ว่า หากฮอร์โมน
อสี โทรเจนไม่เพมิ่ สูงขึ้นหลังการเกิดประจำเดอื น จะมีผลตอ่ ร่างกายอย่างไร
(แนวตอบ หากฮอร์โมนอีสโทรเจนไม่เพ่ิมสูงขึ้นหลังการเกิดประจำเดือน จะทำให้ไม่มีการหล่ังลูทิไนซิง
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า จึงไม่มีการตกไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ ทำให้ไม่เกิดประจำเดือนในรอบเดือน
ตอ่ ไป)
5. นักเรียนและครรู ่วมกันอภปิ รายเกยี่ วกับฮอร์โมนเพศ เพ่ือให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ ฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสโทส-
เทอโรน สร้างจากอัณฑะ ทำหน้าท่ีควบคุมการสร้างเซลล์อสุจิและการเกิดลักษณะข้ันท่ี 2 ของเพศชาย
ส่วนฮอรโ์ มนเพศหญิง คอื โพรเจสเทอโรนและอสี โทรเจน สร้างจากรังไข่ ทำหน้าที่ควบคมุ การเปลยี่ นแปลง
ของเซลล์ไข่ ผนงั มดลูก ประจำเดอื น และอสี โทรเจนยงั ควบคมุ การเกิดลักษณะข้ันที่ 2 ของเพศหญิง
6. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการปรับตัวด้านร่างกายและจิตใจต่อการเจริญเข้าสู่วัยหนุ่มสาว
เพอ่ื ใหเ้ จริญเตบิ โตอยา่ งมีคุณภาพชวี ติ ทดี่ ี
89
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 5 ระบบสืบพนั ธ์ุ
ชว่ั โมงท่ี 4
ขนั้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรจู้ ากช่ัวโมงที่แล้วให้นักเรียนทราบพอสังเขปวา่ เมื่อถงึ วัยเจรญิ พันธ์ อัณฑะจะสร้างเซลลอ์ สจุ ิ
ซ่ึงถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน และรังไข่จะสร้างเซลล์ไข่และตกไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ซึ่งถูกควบคุม
ด้วยฮอรโ์ มนโพรเจสเทอโรนและอสี โทรเจน
2. นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาการเปล่ียนแปลงของเซลล์หลังการปฏิสนธิ และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หรือจาก QR Code เรอื่ ง การปฏิสนธิการต้ังครรภ์ หรือวีดิทัศน์
จากสอ่ื ออนไลน์ เรือ่ ง การปฏสิ นธิ และเรอ่ื ง การเจรญิ เตบิ โตของทารกในครรภ์ เช่น
- https://www.youtube.com/watch?v=jzqZjrmMr3w
- https://www.youtube.com/watch?v=WtDknjng8TA
- https://www.youtube.com/watch?v=4l9GE_eaMSs
3. ถามนกั เรียนในช้นั เรียนว่า นักเรยี นในชน้ั เรยี นมแี ฝดหรือไม่ ถ้ามี ให้นักเรียนออกมาอธิบายลกั ษณะที่
เหมือนและแตกตา่ งของแฝด
4. นักเรยี นจับคศู่ ึกษาการเกิดแฝดและเปรยี บเทียบลักษณะของแฝดร่วมไข่และแฝดตา่ งไข่ จากหนงั สือเรยี น
วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. จับสลากหมายเลขกลุ่มของนักเรียน 2 กลุ่ม อธิบายการเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลังการปฏิสนธิและ
การเจรญิ เตบิ โตของทารกในครรภ์
2. ส่มุ เลอื กคู่ของนกั เรยี น 3 คู่ เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของแฝดรว่ มไข่และแฝดต่างไข่
3. ถามคำถามนักเรียน โดยใชค้ ำถามต่อไปน้ี
- การปฏิสนธิเกิดข้ึนท่ีบริเวณใด
(แนวตอบ เซลลอ์ สจุ ิกบั เซลลไ์ ข่ปฏสิ นธิกนั บรเิ วณทอ่ นำไข่)
- หลังการปฏสิ นธิของเซลล์ไขก่ ับเซลล์อสจุ ิ เซลล์จะมีการเปลยี่ นแปลงอยา่ งไร
(แนวตอบ หลังการปฏิสนธิ เซลล์ไข่ท่ีได้รับการผสมจากเซลล์อสุจิจะพัฒนาเป็นไซโกต และจะแบ่งเซลล์ต่อ
จนกลายเป็นเอ็มบริโอ ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปฝังตัวที่ผนังมดลูก โดยมีการแลกเปลี่ยนสารอาหาร แก๊สออกซิเจน
แอนติบอดี ของเสยี และแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดร์ ะหวา่ งแม่กับลกู ผา่ นทางรก)
- เม่อื มกี ารฝงั ตัวของเอม็ บรโิ อที่ผนงั มดลกู ผู้หญิงจะมีประจำเดือนหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ ไมม่ ีประจำเดือน เนือ่ งจากการฝังตวั ของเอ็มบริโอทผี่ นังมดลกู จะมีการเจรญิ ของรก ซงึ่ รกจะหล่ัง
ฮอร์โมนยับย้งั การหลดุ ลอกของผนังมดลูกเป็นประจำเดือน)
90
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ท่ี 5 ระบบสืบพันธ์ุ
- ทารกเจรญิ เตบิ โตในครรภเ์ ปน็ เวลาก่ีเดอื น แต่ละเดอื นมีการเจริญเติบโตอย่างไร
(แนวตอบ 9 เดือน ซึ่งแตล่ ะเดือนจะมีการพฒั นา ดงั นี้
เดือนท่ี 1 ระบบประสาทเริม่ พฒั นา เรมิ่ มกี ารสร้างอวยั วะต่าง ๆ
เดือนที่ 2 ระบบหายใจเร่ิมพฒั นา แขน ขา ปาก และจมกู เริม่ ชดั เจน
เดอื นที่ 3 อวัยวะตา่ ง ๆ ครบ เริ่มมีการเคลอ่ื นไหว
เดือนที่ 4 อวัยวะเพศภายนอกพัฒนาจนแยกเพศได้
เดือนท่ี 5 ศีรษะคอ่ นขา้ งโต แขน ขา คอเคลอื่ นไหวไดด้ ี นว้ิ มอื นว้ิ เทา้ แยกกนั ชัดเจน
เดือนท่ี 6 ผมและเล็บเท้าเริม่ งอก ระบบประสาทเริ่มทำงาน
เดือนที่ 7 มีการเคล่ือนไหวแบบตา่ ง ๆ ได้แก่ การจาม ดูดนว้ิ มือและนิ้วเท้า
เดือนท่ี 8 กระดกู แขง็ แรงขึ้น สมองและเสน้ ประสาททำงานได้เตม็ ท่ี
เดือนที่ 9 สมองเจริญเติบโตเรว็ มาก ทารกกลบั หัวพรอ้ มคลอด)
- แฝดเกดิ จากอะไร แบ่งออกเปน็ กป่ี ระเภท แตล่ ะประเภทมีลักษณะแตกตา่ งกันอยา่ งไร
(แนวตอบ แฝดเกดิ จากความผิดปกตขิ องการปฏสิ นธิ ทำให้เกดิ ทารก 2 คน แบ่งออกเป็น 2 แบบ ไดแ้ ก่
- แฝดร่วมไข่ เกิดจากเซลล์อสุจิ 1 เซลล์ ผสมกับเซลล์ไข่ 1 เซลล์ แต่มีการแยกตัวหลังการปฏิสนธิ
ทำให้มีการพัฒนาเป็นไซโกต เอ็มบริโอ และทารก 2 คน ซึ่งทารกท่ีเกิดมาจะมีเพศเดียวกัน และมี
ลักษณะเหมอื นกันเกือบทกุ ประการ
- แฝดต่างไข่ เกิดจากเซลล์อสุจิ 2 เซลล์ ผสมกับเซลล์ไข่ 2 เซลล์ ซึ่งจะพัฒนาเป็นไซโกต เอ็มบริโอ
และทารก 2 คน ซ่ึงทารกท่เี กดิ มาอาจมีเพศเดียวกันหรือต่างเพศกัน)
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการปฏิสนธิและการต้ังครรภ์ เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี เซลล์อสุจิ
ปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ท่ีท่อนำไข่ เจริญต่อเป็นไซโกตและแบ่งเซลล์จนเป็นเอ็มบริโอ จากนั้นเอ็มบริโอจะ
เคล่ือนท่ีไปฝังตัวท่ีผนังมดลูก ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนแก๊ส สารอาหาร และของเสียระหว่างแม่กับลูกผ่านทาง
รก จนเม่ือครบ 8 สัปดาห์ เอ็มบริโอจะกลายเป็นฟีตัสท่ีมีอวัยวะต่าง ๆ ครบ และเจริญต่อในครรภ์จนครบ
9 เดือน แลว้ จงึ คลอดออกมาจากครรภ์ของแม่
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเกิดแฝด เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี แฝดเกิดจากความผิดปกติ
ระหวา่ งการพัฒนาหลังการปฏิสนธิ หรอื ระหว่างการปฏิสนธิ ทำให้ได้ทารก 2 คน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ได้แก่ แฝดร่วมไข่ท่ีเกิดจากเซลล์อสุจิและเซลล์ไขเ่ ดียวกัน แต่แยกตัวหลงั การปฏิสนธิ และแฝดต่างไข่ท่ีเกิด
จากการปฏสิ นธขิ องเซลลอ์ สจุ ิคนละเซลล์ และเซลลไ์ ข่คนละเซลล์ทต่ี กไข่พรอ้ มกนั
6. นักเรยี นทำใบงานที่ 1.8 เร่ือง การปฏิสนธแิ ละการต้ังครรภ์
91
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพันธุ์
ชว่ั โมงที่ 5
ขนั้ สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากชั่วโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบว่า การต้ังครรภ์เกิดจากการปฏิสนธิของเซลล์อสุจิและ
เซลล์ไข่ที่ท่อนำไข่ เจริญต่อเป็นไซโกตและแบ่งเซลล์จนเป็นเอ็มบริโอ จากน้ันเอ็มบริโอจะเคล่ือนที่ไปฝังตัว
ทผี่ นงั มดลกู และเจรญิ ต่อในครรภ์จนครบ 9 เดือน แลว้ จึงคลอดออกมาจากครรภ์ของแม่
2. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเป็น 4 กลุ่ม จบั สลากเลอื กวธิ กี ารคุมกำเนดิ แตล่ ะวธิ ี ดงั นี้
- วิธธี รรมชาติ - การใชอ้ ุปกรณ์
- การใชส้ ารเคมี - การผ่าตัดทำหมัน
ให้นกั เรียนแต่ละกลุม่ สืบคน้ ขอ้ มลู เกี่ยวกับวธิ กี ารคุมกำเนิด และข้อดี-ข้อเสียของวธิ ีการคุมกำเนิดแต่ละวิธี
อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอวิธกี ารคมุ กำเนิดแต่ละวธิ ี
2. ถามคำถามนกั เรยี น โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- จงหาระยะปลอดภยั ของการตง้ั ครรภ์ หากมีประจำเดอื นในช่วงวันที่ 18-22 มกราคม
(แนวตอบ ระยะปลอดภัยของการตั้งครรภ์ คอื วนั ที่ 10-25 มกราคม)
- การใช้ถุงยางอนามยั มีขอ้ ดี-ขอ้ เสยี อย่างไร
(แนวตอบ ข้อดี คือ สามารถป้องกันเซลล์อสุจิเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิง และป้องกันการเกิด
โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ได้ แตม่ ขี ้อเสีย คอื ไม่สามารถปอ้ งกนั การตั้งครรภไ์ ด้ 100 เปอร์เซน็ ต์)
- การใช้ยาคมุ กำเนดิ เหมาะสำหรบั การคมุ กำเนดิ รูปแบบใด
(แนวตอบ ยาคุมกำเนิดมหี ลายประเภท แต่ละประเภทจะใชค้ มุ กำเนิดที่แตกต่างกัน เชน่ ยาคมุ กำเนดิ ทช่ี ว่ ย
ยบั ยั้งการตกไข่ของเพศหญิง ยาคุมกำเนิดที่ทำให้ผนังมดลูกของเพศหญิงไม่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของ
เอม็ บริโอ หรือยาคุมกำเนิดทใ่ี ช้ป้องกันการตั้งครรภใ์ นกรณฉี กุ เฉินจากการถูกขม่ ขืน)
- การคมุ กำเนิดวิธีใดมีประสิทธิภาพสงู ทส่ี ดุ เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ การผ่าตัดทำหมัน เนื่องจากเป็นการตัดท่อน้ำไข่ หรือท่อนำอสุจิ ทำให้เซลล์ไข่ หรือเซลล์อสุจิ
ไม่สามารถเคลอ่ื นที่ไปปฏิสนธกิ นั ได้)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับการคุมกำเนิด เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า การคุมกำเนิดมีหลายวิธี ได้แก่
วธิ ีธรรมชาติเป็นการนับวันในการมเี พศสัมพันธ์ การคุมกำเนิดโดยใช้อุปกรณ์ ได้แก่ การใชถ้ ุงยางอนามยั ใน
เพศชาย และการใช้ห่วงคุมกำเนิดในเพศหญิง การคุมกำเนิดโดยใช้สารเคมี ได้แก่ การใช้ยาคุมกำเนิดซ่ึงมี
หลายประเภท เช่น ยาช่วยยับย้ังการตกไข่ ยาปรับสภาพผนังมดลูกให้ไม่เหมาะสมต่อการฝังตัว การผ่าตัด
ทำหมัน เป็นการคุมกำเนิดถาวร ได้แก่ การตัดท่อนำอสุจิของเพศชาย การตดั ท่อนำไข่ของเพศหญงิ ซ่ึงการ
คมุ กำเนิดแต่ละวิธจี ะมขี ้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน และจะถูกใช้ในสถานการณ์ที่แตกตา่ งกัน
92
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสบื พันธ์ุ
ช่วั โมงที่ 6
ข้ันสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ทบทวนความรู้จากช่ัวโมงท่ีแล้วให้นักเรียนทราบว่า การคุมกำเนิดเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ แบ่ง
ออกเป็นหลายวิธี ได้แก่ วิธีธรรมชาติ การใช้อุปกรณ์ การใช้สารเคมี และการผ่าตัดทำหมัน ซึ่งแต่ละวิธีมี
ขอ้ ดี-ขอ้ เสียแตกตา่ งกัน
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 3 กลุ่ม จับสลากเลือกสถานการณ์ท่ีกำหนดให้ในกิจกรรม การเลือกวิธีการ
คมุ กำเนิด เพอ่ื เลือกวิธกี ารคุมกำเนิดใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์ทีก่ ำหนดให้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
ม.2 เล่ม 1
3. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั วางแผนจำลองสถานการณท์ ีจ่ ับสลากได้
อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมาจำลองสถานการณ์
2. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั ประเมนิ สถานการณ์จำลองของนกั เรียนกลุ่มอืน่ ๆ
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายการจำลองสถานการณ์การเลือกวิธีการคุมกำเนิด เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังน้ี
การคุมกำเนิดแต่ละวิธีจะถูกเลือกใช้ในสถานการณ์ท่ีแตกต่าง ๆ กัน เช่น สามีภรรยาที่มีบุตรเพียงพอแล้ว
จะใช้การคุมกำเนิดแบบการผ่าตัดทำหมัน สามีภรรยาที่ยังไม่พร้อมมีบุตรอาจเลือกใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธี
ธรรมชาติ โดยการนับวันหรือเลือกใช้อุปกรณ์ เช่น ถุงยางอนามัย ห่วงคุมกำเนิด หรือหากมีเพศสัมพันธ์
โดยไม่ทันต้งั ตวั อาจเลอื กการคุมกำเนดิ โดยใชส้ ารเคมี เช่น ยาคมุ กำเนิดฉุกเฉิน
ชัว่ โมงท่ี 7
ขั้นสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นำตัวอย่างข่าวเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรมายกตัวอย่างในนักเรียนฟัง พร้อมอธิบายถึงผลเสีย
ท่เี กิดขึน้ จากการตงั้ ครรภก์ อ่ นวัยอนั ควร
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และ
แนวทางการป้องกันการต้งั ครรภ์ก่อนวัยอันควร
93
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสบื พันธ์ุ
อธิบายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน
2. ถามคำถามกบั นกั เรยี น โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้
- การต้งั ครรภก์ อ่ นวยั อันควรมผี ลกระทบอย่างไรบา้ ง
(แนวตอบ การตัง้ ครรภ์ก่อนวัยอันควรก่อให้เกดิ ปัญหาต่าง ๆ ตามมา ได้แก่ การทำแท้งเพอ่ื ยตุ ิการตั้งครรภ์
ฝา่ ยหญิงต้องออกจากสถานศกึ ษาทำให้เสียการเรียนและเสียอนาคต การแต่งงานจากภาวะจำยอม)
- นักเรียนมีวธิ หี ลกี เลี่ยงการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรอย่างไรบา้ ง
(แนวตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผ้สอน เช่น หลีกเล่ียงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์
การเท่ียวสถานบันเทิง การอยู่ด้วยกันตามลำพังในท่ีลับตาคน การแต่งกายรัดรูปหรือเปิดเผยสัดส่วน รู้จัก
การปฏิเสธในสถานการณ์ที่เสยี่ งตอ่ การมีเพศสัมพันธ์ รู้จักวธิ ีการคุมกำเนิดทเ่ี หมาะสม การสำเรจ็ ความใคร่
ดว้ ยตนเองในสถานการณ์ที่เหมาะสม)
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับปัญหาจากการตั้งครรภ์ก่อนวันอันควร เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้
การตั้งครรภ์ก่อนวันอันควรเป็นปัญหาใหญ่ท่ีพบในวัยหนุ่มสาว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น การ
ทำแท้ง การแต่งงานจากภาวะจำยอม การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ เสียการเรียน และสร้างปัญหาทางด้าน
อารมณ์และจิตใจต่อผู้ตั้งครรภ์ นักเรียนสามารถประพฤติตนเพ่ือหลีกเล่ียงปัจจัยเสี่ยงต่อการต้ังครรภ์ก่อน
วยั อนั ควร เช่น การหลี่กเลยี่ งพฤตกิ รรมเส่ียง (การเท่ียวสถานบันเทิง การด่มื แอลกอฮอล์ การอยู่ตามลำพัง
ในท่ีลับตา การแต่งกายรัดรูป) รู้จักการปฏิเสธ รู้จักวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม การสำเร็จความใคร่ด้วย
ตนเอง และการสร้างความสมั พันธร์ ะหว่างบคุ คลในครอบครวั
4. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 6 กล่มุ จบั สลากเลอื กระบบรา่ งกายมนษุ ย์ ดังนี้
- ระบบหายใจ - ระบบขบั ถ่าย
- ระบบหมุนเวยี นเลือด - ระบบประสาท
- ระบบสืบพันธเุ์ พศชาย - ระบบสืบพนั ธุ์เพศหญิง
นักเรียนสร้างแบบจำลองร่างกายทีจ่ บั สลากได้ เพ่ือนำเสนอในช่วั โมงตอ่ ไป
ช่วั โมงที่ 8
ข้นั สอน
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอแบบจำลองระบบร่างกายมนุษย์ กลุ่มละ 10 นาที
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ถามคำถามกลุ่มท่นี ำเสนอ
3. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกับแบบจำลองระบบรา่ งกายมนษุ ย์ของนักเรียนแต่ละกลุม่
94
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสบื พันธุ์
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน สืบค้นข้อมูล เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเข้าสู่วัยหนุ่มสาว แล้วทำ
เป็นรปู เล่มรายงานส่งครผู ้สู อน
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน สืบค้นข้อมูล เร่ือง การต้ังครรภ์ก่อนวัยอันควร แล้วทำแผ่นพับนำเสนอ
ส่งครผู ้สู อน และแจกนักเรียนในโรงเรียน จำนวน 50 ชุด
3. นกั เรียนทำ Topic Question ท้ายหวั ขอ้ เรื่อง ระบบสบื พันธ์ุ จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
4. นักเรยี นทำ Self Check หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์ จากหนังสือวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
5. นักเรียนทำ Unit Question ท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์ จากหนังสือวิทยาศาสตร์ ม.2
เล่ม 1
6. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
7. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
ขัน้ สรปุ
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ เร่อื ง ระบบสืบพันธุ์ ในประเดน็ ต่าง ๆ ดังน้ี
- ความสำคัญของระบบสืบพนั ธ์ุ
- โครงสรา้ งและหน้าทข่ี องอวัยวะในระบบสืบพนั ธุ์
- ฮอร์โมนเพศ
- การคมุ กำเนิด
นักเรียนเขยี นสรปุ ในรูปผังมโนทัศน์ลงกระดาษ A4 ส่งครผู ู้สอน
2. ตรวจสอบผลจากรายงาน เรื่อง การเปลย่ี นแปลงของรา่ งกายเขา้ สวู่ ัยหนุม่ สาว
3. ตรวจสอบผลจากแผ่นพับ เรอ่ื ง การตัง้ ครรภ์ก่อนวัยอันควร
4. ตรวจสอบผลจากผังมโนทศั น์ เร่ือง ระบบสืบพันธ์ุ
5. ประเมนิ จากการจำลองสถานการณก์ ารเลอื กวธิ กี ารคมุ กำเนดิ
6. ประเมินจากแบบจำลองและการนำเสนอแบบจำลองระบบรา่ งกายของมนุษย์
7. ตรวจสอบผลจากใบงานที่ 1.6 เรอื่ ง ระบบสบื พนั ธ์เุ พศชาย
8. ตรวจสอบผลจากใบงานท่ี 1.7 เรอ่ื ง ระบบสบื พันธุ์เพศหญงิ
9. ตรวจสอบผลจากใบงานท่ี 1.8 เร่อื ง การปฏสิ นธิและการต้งั ครรภ์
10. ตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question ทา้ ยหวั ขอ้ เร่ือง ระบบสบื พันธ์ุ
11. ตรวจสอบผลจากการทำ Unit Question ท้ายหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบร่างกายมนุษย์
12. ตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัดในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
13. ตรวจสอบผลจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ระบบร่างกายมนษุ ย์
95
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพันธ์ุ
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมนิ รายงาน - ระดบั คุณภาพ 2
7.1 การประเมินชนิ้ งาน/ - ตรวจรายงาน เร่อื ง
ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) การเปล่ียนแปลงของ
ร่างกายเขา้ ส่วู ยั หนมุ่
สาว
- ตรวจแผ่นพบั เรื่อง - แบบประเมินชน้ิ งาน - ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
การตงั้ ครรภก์ ่อนวยั
อนั ควร
- ตรวจผังมโนทัศน์ - แบบประเมนิ ชิ้นงาน - ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
เรื่อง ระบบสืบพนั ธุ์ - แบบประเมนิ
แบบจำลอง - ระดับคุณภาพ 2
- แบบจำลองระบบ ผา่ นเกณฑ์
รา่ งกายของมนุษย์
7.2 ประเมนิ ระหว่าง
การจดั กจิ กรรม
การเรยี นรู้
1) ระบบสืบพันธุ์ - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ใบงานที่ 1.6 - ร้อยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.7 - ใบงานท่ี 1.7 - รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานที่ 1.8 - ใบงานที่ 1.8 - รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic - Topic Question - รอ้ ยละ 60
Question
ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด
- แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน ผลงาน
การนำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม
การทำงาน การทำงานรายบุคคล - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล
- สังเกตพฤตกิ รรม การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
5) พฤติกรรม การทำงานกล่มุ
การทำงานกลมุ่ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
96
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
แผนฯ ท่ี 5 ระบบสบื พันธ์ุ
รายการวดั วธิ วี ัด เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
- ระดับคุณภาพ 2
6) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ
ผ่านเกณฑ์
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ัน คณุ ลักษณะ
- รอ้ ยละ 60
ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
7.3 ประเมนิ หลังเรียน - ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
1) ทดสอบหลังเรยี น
- รอ้ ยละ 60
- แ บ บ ท ด ส อ บ - ตรวจแบบทดสอบหลงั - แบบทดสอบหลงั เรียน ผา่ นเกณฑ์
หลังเรียน หน่วย เรียน
การเรยี นรู้ท่ี 1 - ตรวจ Unit Question - หนังสอื เรยี น
- Unit Question หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1
หนว่ ยการเรียนรู้
ที่ 1
- แบบฝกึ หดั - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั
หน่วยการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
ที่ 1
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
2) แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
3) แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนษุ ย์
4) ใบงานที่ 1.6 เรอ่ื ง ระบบสืบพันธ์เุ พศชาย
5) ใบงานที่ 1.7 เร่อื ง ระบบสืบพนั ธ์เุ พศหญงิ
6) ใบงานที่ 1.8 เรือ่ ง การปฏิสนธิและการตง้ั ครรภ์
6) PowerPoint เร่ือง ระบบสืบพนั ธุ์
7) ภาพยนตรส์ ารคดีสน้ั Twig
8) QR Code เรือ่ ง การปฏสิ นธแิ ละการต้ังครรภ์
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
97
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบรา่ งกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสืบพันธ์ุ
ใบงานที่ 1.6
เรอื่ ง ระบบสบื พันธุ์เพศชาย
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายต่อไปนี้
1
8
2
7
3
46
5
หมายเลข 1 คอื ............................................................. หมายเลข 2 คอื .............................................................
หนา้ ที่.............................................................................. หน้าท่.ี .............................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
หมา.ยเลข 3 คือ ............................................................. หมา. ยเลข 4 คอื .............................................................
หนา้ ที.่ ............................................................................. หนา้ ท.ี่ .............................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
หมา.ยเลข 5 คอื ............................................................. หมา.ยเลข 6 คือ .............................................................
หนา้ ท่.ี ............................................................................. หน้าที.่ .............................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
หม.ายเลข 7 คอื ............................................................. หมา. ยเลข 8 คอื .............................................................
หนา้ ท.ี่ ............................................................................. หนา้ ที่..............................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
2. .เซลล์อสุจิมีลักษณะสำคัญอย่างไร .
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
98
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบร่างกายมนุษย์
แผนฯ ที่ 5 ระบบสบื พันธุ์
ใบงานที่ 1.6 เฉลย
เรื่อง ระบบสบื พันธ์ุเพศชาย
คำชี้แจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงอธิบายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายต่อไปนี้
1
8
2
7
3
46
5
หมายเลข 1 คือ .ต...อ่ ..ม..ส...ร..้า..ง..น..ำ้..เ.ล...ีย้ ..ง..อ..ส..ุจ...ิ ......................... หมายเลข 2 คือ ...ห...ล..อ..ด...น..ำ..อ...ส..จุ..ิ.....................................
หน้าท.่ี .ส..ร..้า..ง..น...้ำ..เ.ล...้ีย...ง..เ.ซ..ล...ล..์.อ..ส..ุ.จ..ิท...่ีม..ี.ฤ..ท...ธ..ิ์เ..ป..็น...เ..บ...ส..อ..่.อ..น...ๆ... หน้าที.่ ..เ..ป..็.น...ท...า..ง..ผ...่า..น...ข...อ...ง..เ.ซ...ล...ล..์อ...ส..ุ.จ..ิท...ี่ส...ร..้า...ง..ม...า..จ..า...ก....
..ป...ร..ะ..ก..อ..บ...ด...้ว..ย..น...ำ้ ...น..้ำ..ต...า..ล..ฟ...ร..กั ..โ..ท..ส....ส..า..ร..เ..ม..อื..ก..................... ....อ..ณั...ฑ...ะ............................................................................
หมา.ยเลข 3 คอื ..อ..ง..ค..ช...า.ต...ิ.............................................. หมา. ยเลข 4 คือ ...อ..ณั...ฑ...ะ..................................................
หนา้ ที.่ .เ.ป...็น...อ..ว..ยั..ว..ะ...ส..ืบ...พ..ัน...ธ..ุ์ภ...า..ย..น...อ..ก..ร..่า..ง..ก...า..ย..................... หน้าท.่ี ..ส..ร..้า..ง..เ.ซ...ล..ล...อ์ ..ส..จุ...ิแ..ล..ะ..ฮ...อ..ร..์โ..ม..น...เ.พ...ศ..ช..า..ย.....................
........................................................................................ ........................................................................................
หมา.ยเลข 5 คือ ..ถ...งุ .อ...ัณ...ฑ...ะ.............................................. หมา.ยเลข 6 คือ ...ห..ล...อ..ด...เ.ก..็บ...อ..ส...ุจ..ิ ...................................
หนา้ ท่.ี ..ห..่.อ..ห...ุ้ม...อ..ั.ณ...ฑ....ะ..แ...ล..ะ...ป...ร..ับ...อ..ุณ....ห...ภ...ูม...ิข..อ...ง..อ..ั.ณ...ฑ....ะ.... หนา้ ท่ี...เ..ก..บ็...อ..ส..ุจ...ทิ ..ีส่...ร..้า..ง.ม...า..จ..า..ก..อ...ณั ...ฑ...ะ...............................
...ใ..ห..้เ.ห...ม...า..ะ..ส..ม...ต..่อ..ก...า..ร..ส..ร..า้..ง..เ.ซ..ล...ล..์อ..ส...จุ ..ิ............................... ........................................................................................
หม.ายเลข 7 คอื .ต...่อ..ม...ล..กู..ห...ม..า..ก......................................... หมา. ยเลข 8 คอื ....ต...อ่ ..ม..ค...า..ว..เ.ป...อ..ร..์...................................
หน้าท.ี่ .ห...ล..ั่ง..ส...า..ร..ท..ี่.ม..ีส...ม..บ...ัต...ิเ.ป...็น...เ.บ...ส....เ.พ...ื่อ..ล...ด...ค..ว..า..ม...เ.ป...็น...... หนา้ ที.่ ....ส..ร..้า..ง..ส..า..ร..ห...ล..่อ...ล..่ืน....ช...่ว..ย..ใ..ห..เ้..ซ..ล..ล...์อ..ส...จุ ..ิเ.ค...ล..่ือ..น...ท...่ีไ.ด..้.
..ก...ร..ด..ภ...า..ย..ใ.น...ช..อ่...ง..ค..ล..อ...ด...................................................... .....เ.ร..็ว..ข...้ึน...........................................................................
2. .เซลล์อสุจิมีลักษณะสำคัญอย่างไร .
…เซ…ล…ล์อ…ส…ุจ…ิป…ระ…ก…อ…บ…ด้ว…ย…3……ส่ว…น…ไ…ด…แ้ …ก่…ส…่วน…ห…วั …ม…ีน…ิวเ…ค…ลีย…ส…ท…่ีบ…รร…จ…ุส…าร…พ…นั …ธ…กุ ร…ร…ม…อย…ูภ่ …า…ย…ใน…แ…ล…ะ…ถ…ูกห…่อ…ห…ุ้ม…ด…้วย…..
…ถุง…อ…ะ…โค…ร…โซ…ม…ท…ี่ภ…าย…ใ…นบ…ร…ร…จ…ุเอ…น…ไซ…ม…์ส…ำห…ร…ับ…ก…าร…เจ…า…ะ…เย…่ือ…ห…ุ้ม…เซ…ล…ล…์ไข…่ ส…่ว…น…ล…ำต…ัว…ม…ีไม…โ…ทค…อ…น…เด…ร…ีย…ท…่ีเป…็น…แ…ห…ล่ง…..
…พล…งั …งา…น…ส…ำห…ร…บั …ก…าร…เค…ล…อ่ื …น…ท…ข่ี อ…ง…เซ…ล…ล…์อส…ุจ…ิ …แล…ะ…ส…ว่ น…ห…า…งซ…่งึ …ป…ระ…ก…อ…บ…ดว้…ย…แ…ฟ…ลเ…จ…ลล…มั …ท…่ีใช…้ส…ำ…ห…รบั …เ…คล…่ือ…น…ท…ี่ ……..
99