จังหวัดฉะเชิงเทรา : ผู้จัดพิมพ์ เอนก นาวิกมูล ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ : บรรณาธิการ สมุดภาพฉะเชิงเทรา CHACHoengsAo’s PHoto Album
ประมวลภาพถ่ายเก่าและศิลปวัตถุของจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยความร่วมมือร่วมใจของชาวฉะเชิงเทรา Chachoengsao สมุดภาพฉะเชิงเทรา CHAchoengsao’S PHOtO Album จังหวัดฉะเชิงเทรา : ผู้จัดพิมพ์
ชื่อหนังสือ สมุดภาพฉะเชิงเทรา Chachoengsao’s Photo Album ผู้จัดพิมพ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา พิมพ์ครั้งแรก กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ปรึกษา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.จินดา เนื่องจ�ำนงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ นายอาณัติ บ�ำรุงวงศ์ อดีตผู้อ�ำนวยการส�ำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี นางอมร ตันสุตะพานิช วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ทรงคุณวุฒิ รองศาสตราจารย์วุฒิชัย มูลศิลป์ ราชบัณฑิต รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร ดาบเพชร คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บรรณาธิการ นายเอนก นาวิกมูล นายธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ บรรณาธิการผู้ช่วย นายสุปรีดิ์ ณ นคร กองบรรณาธิการ นางวรรณา นาวิกมูล นางสาวโชติรส เกตุแก้ว นายวุฒิพงศ์ ท้าวฬา นายชนินทร์ อินทร์พิทักษ์ นายนเรศ อินทรประเสริฐ พิสูจน์อักษร นายรัตนพล ชื่นค้า ถ่ายภาพ นายพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ ศิลปกรรม นางสาวทิษฏยา นาคเนียม ด�ำเนินการพิมพ์ ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัด ส�ำนักพิมพ์ต้นฉบับ (๒๐๑๘) ๘ ซอยงามวงศ์วาน ๒๓ แยก ๑๘ ต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศัพท์ ๐-๒๙๕๒-๙๒๐๓ พิมพ์ที่ บริษัทพิมพ์ดี จ�ำกัด จ�ำนวนหน้า ๒๔๐ หน้า จ�ำนวนพิมพ์ ๒,๐๐๐ เล่ม © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง) พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้จัดพิมพ์ Printed in Thailand 2023 ภาพปก ขบวนแห่หลวงพ่อโสธรทางบก ที่ตลาดทรัพย์สินฉะเชิงเทรา ตัวเมืองฉะเชิงเทรา ภาพถ่ายราว พ.ศ. ๒๕๐๕ - ๒๕๑๐ 2 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สารบัญ ค�ำปรารภ ๔ ค�ำน�ำ ๕ พื้นภูมิเมืองฉะเชิงเทรา ๗ แผนที่เมืองฉะเชิงเทรา ๑๐ แผนที่มณฑลปราจีนบุรี ๑๒ สมุดภาพฉะเชิงเทรา ๑๓ การเสด็จพระราชด�ำเนินจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑๔ รัชกาลที่ ๘ เสด็จฯ เยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๔๘๙ ๑๔ รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ วัดโสธรวราราม พ.ศ. ๒๕๐๙ ๑๘ รัชกาลที่ ๙ เสด็จประพาสบางขนาก พ.ศ. ๒๕๑๔ ๒๒ รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จฯ เยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๕๑๓ ๒๖ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ๓๒ ประชุมแพทย์อาสา (พอ.สว.) พ.ศ. ๒๕๑๖ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ เสด็จวัดท่าลาดใต้ ๓๔ พ.ศ. ๒๕๑๗ ภาพเก่าฉะเชิงเทรายุคแรก ๓๖ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ ๓๖ ตรวจราชการ พ.ศ. ๒๔๓๔ ภูมิสถานบ้านเมือง ๔๐ วัดในฉะเชิงเทรา ๔๐ ศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา ๔๙ วัดและโรงเจของชาวจีน ๕๐ โบสถ์คริสต์และมัสยิด ๕๒ ค่ายศรีโสธร ๕๔ ต�ำหนักกรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ๕๕ สถานีรถไฟแปดริ้ว ๕๖ ป้ายสถานีรถไฟ ๕๘ ศาลารัฐบาลมณฑลปราจีนบุรี ๖๐ โรงเรียนฝึกหัดครู “ฉะเชิงเทรา” ๖๒ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๖๓ สะพานฉะเชิงเทรา ๖๔ แพขนานยนต์บางปะกง ๖๘ แม่น�้ำบางปะกง ๗๐ ภาพถ่ายโดย ดร.โรเบิร์ต ลาริมอร์ เพนเดิลตัน ๗๒ เหตุการณ์และกิจกรรมสัมพันธ์ ๘๒ เปิดสะพานผลประเสริฐศุข ๘๒ ซ่อมทางหลวงสายปากน�้ำ - บางปะกง ๘๔ สร้างสะพานเทพหัสดิน ๘๖ ตระเวนหาเสียงเลือกตั้งผู้แทนฯ ๘๘ อธิบดีเผ่ามาเยือนบางน�้ำเปรี้ยว ๙๐ องค์การส่งเสริมการศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ๙๒ เปิดโรงเรียนพรหมานุเคราะห์ ๙๔ เปิดโครงการโรงเรียนมัธยมน�ำร่อง ๙๕ จอมพล ป. เปิดพรรคเสรีมนังคศิลา ๙๖ ร่วมใจสร้างสะพานที่แปลงยาว ๑๐๐ แข่งกีฬาโรงเรียนดัดดรุณี ๑๐๒ สมโภชวิหารวัดจีนประชาสโมสร ๑๐๔ ประเพณีและวิถีชีวิต ๑๐๘ ประเพณีแห่หลวงพ่อโสธรทางน�้ำ ๑๐๘ ประเพณีแห่หลวงพ่อโสธรทางบก ๑๑๐ กิจกรรมของชาวจีนฉะเชิงเทรา ๑๑๔ ส.ส.ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ทอดกฐิน ๑๑๘ เล่นสงกรานต์ที่บางปะกง ๑๒๐ งานอุปสมบท ๑๒๒ งานมงคลสมรส ๑๒๔ พิธีฌาปนกิจศพ ๑๒๘ ภาพถ่ายฉะเชิงเทรา โดยนายเอนก นาวิกมูล ๑๓๔ ผู้คนชาวฉะเชิงเทรา ๑๔๔ บุคคลส�ำคัญ ๑๔๔ ภาพหมู่ชาวฉะเชิงเทรา ๑๕๖ ภาพหมู่นักเรียนของโรงเรียนในฉะเชิงเทรา ๑๗๐ พระพุทธรูปและพระสงฆ์เมืองฉะเชิงเทรา ๑๘๔ หลวงพ่อโสธร ๑๘๔ พระสงฆ์เมืองฉะเชิงเทรา ๑๘๘ พระบูชาและเหรียญส�ำคัญ ๒๐๒ สมบัติเมืองฉะเชิงเทรา ๒๐๖ พระพุทธนวราชบพิตร ๒๐๖ พระแสงราชศัสตรา ๒๐๘ พระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ๒๑๐ พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ ๕ ๒๑๒ ดวงตราไปรษณียากร ๒๑๓ ธรรมาสน์สังเค็ดพระราชทาน ๒๑๔ เครื่องสังเค็ดงานพระเมรุ ๒๑๖ นาฬิกาที่ระลึก ๒๑๙ ธรรมาสน์เทศน์ ๒๒๐ หีบพระมาลัย ๒๒๒ รัฐธรรมนูญฉบับจ�ำลอง ๒๒๔ เอกสารล�้ำค่า ๒๒๖ จิตรกรรมฝาผนังวัดสายชล ณ รังษี ๒๓๒ รายชื่อผู้ให้ความอนุเคราะห์ ๒๔๐ สมุดภาพฉะเชิงเทรา 3
ค�ำปรารภ จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกที่มีพื้นที่ปกครองกว้างขวาง มีเศรษฐกิจเจริญเติบโตที่รวดเร็ว ท�ำให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางกายภาพตลอดเวลา เมื่อส�ำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรามีแนวความคิด ที่จะส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยมีโครงการจัดพิมพ์หนังสือ “สมุดภาพฉะเชิงเทรา” เพื่อ รวบรวมภาพถ่ายเก่าและศิลปวัตถุที่เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของชาวฉะเชิงเทรา จึงนับว่าเป็น โครงการหนึ่งที่น่าชื่นชมและควรส่งเสริมให้ด�ำเนินการต่อเนื่อง เพราะหนังสือประเภทสมุดภาพจะช่วยบันทึกพัฒนาการ ของเมืองฉะเชิงเทราไว้ในภาพถ่าย และสามารถเติมเต็มการท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ นอกเหนือจากภาพถ่ายเก่าแล้ว จังหวัดฉะเชิงเทรายังมีสรรพสิ่งที่บ่งบอกวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรม อันงดงามอยู่อีกมากมายหลายหลาก ดังปรากฏให้เห็น อาทิ หลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมือง พระแสงราชศัสตรา ประจ�ำเมือง ธรรมาสน์เทศน์ยอดทอง หีบพระมาลัยลายทอง หรือลายจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆ เป็นต้น ด้วยเห็น ว่าศิลปกรรมและศิลปวัตถุเหล่านี้ก็ควรได้รับการบันทึกเพื่อการรับรู้ถึงความส�ำคัญของการเป็นมรดกทางภูมิปัญญา และควรได้รับการเผยแพร่เช่นเดียวกันกับภาพถ่ายเก่า จึงได้ปรากฏภาพสิ่งของส�ำคัญเหล่านี้อยู่ในหมวด “สมบัติเมือง ฉะเชิงเทรา” ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งภาพถ่ายเก่าและมรดกของชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดความเข้าใจและภาคภูมิใจ ในท้องถิ่นของชาวฉะเชิงเทราเท่านั้น แต่จะท�ำให้ผู้สนใจใคร่จะได้มาชื่นชมด้วยตาตนเอง อันจะส่งผลดีต่อการส่งเสริม การท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทราให้ยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ผมขอขอบคุณชาวฉะเชิงเทราทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการท�ำหนังสือเล่มนี้ ทั้งพระสงฆ์ ข้าราชการ นักวิชาการ และประชาชนคนเก่าแก่ของแต่ละท้องที่ในทุกอ�ำเภอ อีกทั้งบรรณาธิการซึ่งเป็นมืออาชีพในการผลิตหนังสือเฉพาะ ด้านนี้ ผมเชื่อว่าหนังสือ “สมุดภาพฉะเชิงเทรา” จะยังประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไป และสร้างความตื่นรู้และ ความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดฉะเชิงเทราขึ้นได้สมดังเจตนารมณ์ทุกประการ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา วันพฤหัสบดีที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ 4 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
ค�ำน�ำ จังหวัดฉะเชิงเทราให้ค�ำนิยามตัวเองผ่านค�ำขวัญ ยุคใหม่ว่า “แม่น�้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย เขาอ่างฤๅไน ป่าสมบูรณ์” ซึ่งหมายความว่าเมืองนี้มีแม่น�้ำบางปะกงเป็น แม่น�้ำสายหลัก ช่วยหล่อเลี้ยงภูมิประเทศแถบฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียงให้อุดมสมบูรณ์ มีพระพุทธโสธร หรือหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูป เก่าแก่เป็นศูนย์รวมใจ มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร พ.ศ. ๒๓๖๕ - ๒๔๓๔) ผู้แต่งแบบเรียนหลวงชุดมูลบทบรรพกิจ เมื่อต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นตัวแทนบุคคลส�ำคัญของเมือง มีเขาอ่างฤๅไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่อยู่ใกล้ กรุงเทพฯ มากที่สุด ป่าผืนนี้เป็นต้นก�ำเนิดของแม่น�้ำบางปะกง คลองตะโหนดของจันทบุรี และแม่น�้ำประแสในระยอง ความจริงฉะเชิงเทรายังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่ในการแต่งค�ำขวัญ ต้องยึดหลักกระชับ จึงไม่สามารถ บรรจุจุดเด่นทุกอย่างเข้าไปหมดได้ จังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ห่างจากตัวกรุงเทพฯ ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น ๑๑ อ�ำเภอ คือ ๑. อ�ำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ๒. อ�ำเภอบางคล้า ๓. อ�ำเภอบางน�้ำเปรี้ยว ๔. อ�ำเภอบางปะกง ๕. อ�ำเภอบ้านโพธิ์ ๖. อ�ำเภอพนมสารคาม ๗. อ�ำเภอราชสาส์น ๘. อ�ำเภอสนามชัยเขต ๙. อ�ำเภอแปลงยาว ๑๐. อ�ำเภอท่าตะเกียบ ๑๑. อ�ำเภอคลองเขื่อน จังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ระยอง และชลบุรี พัฒนาการของฉะเชิงเทรานั้นมีมานานตั้งแต่สมัย ยังเป็นเมืองขอบทะเลโบราณ ที่พื้นดินค่อยๆ งอกถมทับ ผืนน�้ำ จนกลายเป็นเมืองขึ้นมาทีหลัง ตัวเมืองฉะเชิงเทราอยู่ริมแม่น�้ำบางปะกง สิ่งที่ แสดงถึงความเก่าแก่ของเมืองได้แก่แหล่งโบราณคดี โคกหัวข้าว อ�ำเภอพนมสารคาม ซึ่งมีการค้นพบระฆังหินปูน สมัยทวารวดี เครื่องถ้วย เศษภาชนะสมัยราชวงศ์เหม็ง ตอนปลาย ป้อมและก�ำแพงเมืองเก่าซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๗ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ศาลากลาง พ.ศ. ๒๔๔๙ (เคยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการมณฑล ปราจีนบุรี) สมัยรัชกาลที่ ๕ วัดโสธรวรารามวรวิหาร สถานที่ ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งถือ กันว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจของชาว ฉะเชิงเทราและชาวไทยทั่วประเทศ มีคนไปบนบานสักการะ กันทุกวัน ข้างตลาดในใจกลางเมือง มีตึกเก่าราวยุค ๒๔๖๐ หน้าตาคล้ายตึกทางตลาดนางเลิ้ง กรุงเทพฯ บนถนน หลายสาย ชวนให้เดินเล่น ตลาดบ้านใหม่ซึ่งห่างจากตลาด ในเมืองไปไม่ไกล เดิมเคยคึกคัก แล้วร่วงโรยไปพักใหญ่ จนถึงสมัยฟื้นฟูตลาดริมน�้ำจึงกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นอีกครั้ง หนึ่ง นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินเที่ยวกันไม่น้อย วัดหลายวัดมีภาพปูนปั้นและจิตรกรรมฝาผนังที่ แสดงให้เห็นว่าฉะเชิงเทรามีช่าง มีศิลปินที่มีความสามารถ เช่นกัน เช่น วัดสัมปทวนนอก อ�ำเภอเมือง มีภาพปูนปั้น พ.ศ. ๒๔๗๙ แสดงวิถีชีวิตชาวฉะเชิงเทรายุคเก่า วัดเมืองกาย กับวัดบ้านเล้อ อ�ำเภอพนมสารคาม ชุมชนคนไทย เชื้อสายลาว มีจิตรกรรมฝาผนัง วาดโดยช่างพื้นบ้าน ทางด้านคติชนวิทยา ทางบ้านหัวส�ำโรง อ�ำเภอ สนามชัยเขต เคยมีการร้องเพลงพื้นบ้านจ�ำพวกเพลงระบ�ำ เพลงชางชัก มีการเล่นสวดคฤหัสถ์ในงานศพ ดัง รองศาสตราจารย์นารี สาริกะภูติ ได้เคยศึกษาและเขียนถึง ในหนังสือชื่อ วัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวไทยเชื้อสาย เขมรบ้านหัวส�ำโรง สระสองตอนและดงยาง พิมพ์โรเนียว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ หนังสือ วัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัด ฉะเชิงเทรา โดยรองศาสตราจารย์นารี สาริกะภูติ พิมพ์ โรเนียวเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ หนังสือที่เขียนถึงฉะเชิงเทราอย่างละเอียด ได้แก่ หนังสือชื่อ ฉะเชิงเทราในประวัติศาสตร์ โดยสุนทร คัยนันทน์ ปกสีบานเย็น จัดพิมพ์โดยศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด ฉะเชิงเทรา วิทยาลัยครูฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๕๓๔ กับหนังสือ สมุดภาพฉะเชิงเทรา 5
ชื่อ วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาจังหวัดฉะเชิงเทรา ปกแข็งสีเทาอ่อน ซึ่งจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ หนังสือทั้งสองเล่มเน้นเนื้อหาหรือตัวหนังสือเป็น ส่วนส�ำคัญ ใช้ภาพเป็นแค่ส่วนประกอบ ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง สลับกันไป สิ่งที่ยังขาดจึงได้แก่หนังสือประมวลภาพถ่ายเก่า เกี่ยวกับฉะเชิงเทรา การที่ทางจังหวัดฉะเชิงเทราโดยการน�ำของ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งใจท�ำ หนังสือ “สมุดภาพฉะเชิงทรา” นั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เพราะสมุดภาพจะเป็นตัวเผยแพร่และอธิบายเรื่องราวของ จังหวัดให้คนทั่วไปได้ทราบเรื่องอย่างกระชับ รวดเร็ว ปกติ ถ้าเราอ่านแต่ตัวหนังสือยาวๆ มักมีความเบื่อหน่าย อาจวาง หนังสือทิ้งได้ง่ายๆ หากมีภาพประกอบแม้สัก ๕ หรือ ๑๐ รูป ก็จะเป็นเครื่องช่วยพักสายตา และเกิดก�ำลังในการอ่าน ภาพจึงเป็นเรื่องส�ำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการรวบรวมภาพฉะเชิงเทรา โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพเก่าอันเป็นเครื่องบ่งบอก ถึงพัฒนาการของบ้านเมือง เมื่อต้องการหาภาพส�ำคัญ มาใช้ หรือต้องการภาพที่มีความละเอียดคมชัด ก็เกิด ปัญหาว่าจะเอาภาพจากแหล่งใด ความจริงแล้ว ภาพส�ำคัญหลายภาพตกอยู่ตามสถานที่ ราชการบ้าง วัดวาอารามบ้าง ในเรือนร้านบ้านเล็กใหญ่ ทั้งหลายบ้าง เพียงแต่ไม่มีคนไปค้นคว้าเสาะหามารวมไว้ ในที่เดียวเท่านั้น ยิ่งในยุคปัจจุบัน โลกอินเทอร์เน็ตได้ท�ำให้ เราได้เห็นข้อมูลกว้างขวางมากขึ้น ถ้าสละเวลาออกส�ำรวจ ติดตามอย่างจริงจัง ก็จะเกิดคลังภาพฉะเชิงเทราที่ดีได้ ในการท�ำสมุดภาพ คณะท�ำงานซึ่งได้รับมอบหมาย จากจังหวัดได้ออกไปส�ำรวจและบันทึกภาพตามสถานที่ ต่างๆ โดยมีทั้งมิตรสหาย ข้าราชการ ครูบาอาจารย์ ชาวตลาดชาวเมือง นักสะสม และผู้รักประวัติศาสตร์ช่วย เป็นสื่อน�ำทางไปยังแหล่งภาพนั้นๆ เป็นหลัก ดังเอ่ยนาม และกล่าวถึงในหมายเหตุการท�ำงานข้างท้าย เมื่อแนะน�ำ ตัวและชี้แจงวัตถุประสงค์กับหลักการท�ำงานให้ทราบแล้ว ก็มักได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง หลายคนช่วยเป็นธุระบอกข่าวและประสานงานให้ ด้วยความเต็มใจ ท�ำให้งานรุดหน้า สามารถรวบรวมภาพ ได้เป็นจ�ำนวนมาก ภาพเหล่านี้ เมื่อจบการท�ำงานและ ตีพิมพ์เป็นหนังสือเสร็จแล้ว คณะท�ำงานมีหลักการว่าจะ ส่งมอบให้ทางจังหวัดเก็บรักษาไว้เผื่อใช้ด้วย เนื้อหาของหนังสือแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนใหญ่ๆ คือ ภาพเก่ากับข้าวของและภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งจ�ำเป็น ต้องรีบบันทึกไว้โดยเร็วเพราะมักถูกแดดลมและความชื้น กัดกร่อนท�ำลายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หลักการของการท�ำหนังสือสมุดภาพโดยสรุป คือ ๑. เน้นที่ภาพรุ่นเก่า คือภาพยุคขาวด�ำเป็นหลัก เพราะหน้ากระดาษมีจ�ำกัดประมาณ ๒๔๐ หน้า ต้องกันที่ ไว้ส�ำหรับคนรุ่นเก่าหรือภาพยุคเก่าเสียก่อน เมื่อมีโอกาส จึงจะรวมภาพในชั้นหลังต่อไป ๒. เน้นภาพที่คมชัด มีคุณภาพ มีเนื้อหา หรือเรื่อง เล่าพอสมควร ๓. ก๊อบปี้เดี๋ยวนั้น คืนเดี๋ยวนั้น เพื่อมิให้เกิด ปัญหาภาพสูญหาย หรือคลาดเคลื่อนเปลี่ยนมือ คณะ ท�ำงานใช้ช่างภาพมืออาชีพและท�ำงานอย่างเป็นระบบ มีการสอบถามรายละเอียดของภาพแต่ละภาพในระหว่าง บันทึกภาพ ๔. ระบุที่มาของภาพเพื่อคนรุ่นหลังจะได้ไม่ต้อง เสียเวลาค้นหาอีกต่อไป ๕. ให้เกียรติเจ้าของภาพหรือข้อมูล ให้เกียรติ ผู้อนุเคราะห์ต่างๆ ซึ่งท�ำให้ความรู้งอกงามขึ้น โดยระบุ ชื่อก�ำกับในค�ำบรรยาย ในหมายเหตุการท�ำงาน หรือใน รายนามบุคคลที่ให้ความอนุเคราะห์อย่างชัดเจน ๖. ส่วนหลังของหนังสือ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือข้าวของชิ้นส�ำคัญๆ ของจังหวัดลงไว้ด้วยเพื่อให้เห็น มรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่นอกเหนือไปจากภาพถ่าย เมื่อได้ออกเก็บภาพตามอ�ำเภอต่างๆ แล้วท�ำให้ ได้พบสิ่งซึ่งยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมากมาย ภาพเหล่านี้ จึงเป็นจดหมายเหตุส�ำคัญที่จะช่วยบันทึกและฉายหน้าตา ของฉะเชิงเทราให้กระจ่างแจ้งมากขึ้น สมุดภาพฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นการ ก้าวเดินทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมอีกทาง หนึ่ง หากการท�ำงานครั้งนี้ส่งผลให้มีการรวบรวมภาพ ฉะเชิงเทราต่อไปอย่างเป็นระบบ ก็จะเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง นายเอนก นาวิกมูล วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ 6 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
พื้นภูมิเมืองฉะเชิงเทรา๑ “ฉะเชิงเทรา” กับ “แปดริ้ว” เป็นชื่อที่เรียกขาน เมืองนี้ “ฉะเชิงเทรา” เป็นภาษาราชการ ส่วน “แปดริ้ว” เป็นภาษาท้องถิ่นที่ชาวบ้านใช้เรียกกันมาช้านาน ซึ่ง ทั้งสองชื่อต่างก็มีเรื่องเล่าขานถึงความเป็นมาอย่าง หลากหลายและมีสีสัน ชื่อ “ฉะเชิงเทรา” มีต้นเค้า หนึ่งมาจากหนังสือชุมนุมพระนิพนธ์ภาคปกิณกะ ภาค ๑ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีความกล่าวถึงเมืองฉะเชิงเทราว่า “…ชื่อบ้านเมือง เหล่านี้เป็นชื่อไทยบ้าง ชื่อเขมรบ้าง เป็นสองชื่อ ทั้งไทยทั้งเขมรบ้าง อย่างเมืองฉะเชิงเทราเป็นชื่อ เขมร แปดริ้วเป็นชื่อไทย…” นักประวัติศาสตร์และ นักโบราณคดีบางท่านจึงมีความเห็นว่า “ฉะเชิงเทรา” น่าจะเพี้ยนมาจากค�ำเขมรว่า “สตึงเตรง” หรือ “ฉ่ทรึงเทรา” ซึ่งแปลว่า “คลองลึก” ความเห็นนี้คงอาศัย เหตุผลทางภูมิศาสตร์ด้วย เพราะเมืองฉะเชิงเทราตั้ง อยู่สองฝั่งแม่น�้ำบางปะกง เมื่อครั้งที่ขอมยังมีอ�ำนาจ ปกครองแผ่นดินไทยอยู่นั้น เมืองนี้เป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ ในอ�ำนาจการปกครองของขอมมาก่อน เป็นไปได้ว่า ชาวเมืองในสมัยโบราณอาจจะเรียกแม่น�้ำบางปะกงว่า “คลองลึก” หรือคลองใหญ่ ตามลักษณะที่มองเห็น และ ด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น�้ำเป็นภาษาเขมรว่า “สตรึงเตรง” หรือ “ฉ่ทรึงเทรา” ครั้นเรียกกันไปนานๆ เสียงก็เพี้ยนกลายเป็น “ฉะเชิงเทรา” เมืองที่อยู่บนฝั่ง แม่น�้ำก็พลอยได้ชื่อว่า “ฉะเชิงเทรา” ไปด้วย ๑ บทความนี้ปรับปรุงจากประวัติจังหวัดฉะเชิงเทรา เรียบเรียงโดย ส�ำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุดภาพฉะเชิงเทรา 7
อย่างไรก็ตาม คนจ�ำนวนมากมักมีความเห็นต่าง ออกไปว่า ชื่อ “ฉะเชิงเทรา” น่าจะเพี้ยนจาก “แสงเชรา” หรือ “แซงเซา” หรือ “แสงเซา” อันเป็นชื่อเมืองที่สมเด็จ พระบรมราชาธิราชเสด็จไปตีได้ ตามที่พงศาวดารฉบับ หลวงประเสริฐกล่าวไว้มากกว่า เพราะการออกเสียง ใกล้เคียงกันมาก ยิ่งเมื่อประกอบความคิดที่ว่า เมืองตั้งขึ้น ในตอนต้นกรุงศรีอยุธยา อันเป็นเวลาที่ชื่อเสียงเรียงนาม ต่างๆ น่าจะเป็นค�ำไทยหมดแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเทียบ กับเมืองอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน อย่างนนทบุรี นครไชยศรีและสาครบุรี ซึ่งล้วนแต่มีเชื้อสายไทยอิทธิพล อินเดีย ยิ่งท�ำให้น่าเชื่อว่าชื่อเมืองนี้ไม่ใช่ค�ำเขมร หากแต่ เป็นค�ำไทยที่เพี้ยนมาจากชื่อเมืองในพงศาวดารนี่เอง ส่วน ความเป็นมาของชื่อ “แปดริ้ว” ก็มีต�ำนานเล่าขาน กันมาหลายกระแสไม่แพ้กัน บ้างก็ว่าเมืองนี้แต่ไหนแต่ไรมา เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น�้ำ ในล�ำน�้ำอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น�้ำ นานาชนิด โดยเฉพาะปลาช่อนซึ่งเป็นปลาน�้ำจืดรสชาติดี นั้นมีชุกชุมและขนาดใหญ่กว่าในท้องถิ่นอื่นๆ และเมื่อน�ำมา แล่เนื้อท�ำปลาตากแห้ง จะแล่เพียงสี่ริ้วหรือห้าริ้วตามปกติ ไม่ได้ ต้องแล่ออกถึง “แปดริ้ว” เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว” ตามขนาดใหญ่โตของปลาช่อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของเมือง นอกจากเรื่องปากท้องซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมี อิทธิพลต่อความคิดของชาวบ้านอย่างมากแล้ว นิทานพื้นบ้าน ซึ่งมีเนื้อเรื่องค่อนข้างผาดโผนก็มีส่วนสร้างความเชื่อถือ ในเรื่องชื่อเมืองได้เหมือนกัน คนในท้องถิ่นพนมสารคาม เล่าถึงเรื่อง “พระรถ-เมรี” ซึ่งเป็นนิทานเรื่องหนึ่งใน ปัญญาสชาดกว่า ยักษ์ได้ฆ่านางสิบสองแล้วลากศพไปยัง ท่าน�้ำ ในบริเวณที่เป็นคลอง “ท่าลาด” แล้วช�ำแหละศพออก เป็นริ้วๆ รวมแปดริ้ว แล้วทิ้งลอยไปตามล�ำน�้ำท่าลาด ริ้วเนื้อ ริ้วหนังของนางสิบสองลอยมาออกยังแม่น�้ำบางปะกง ไปจนถึงฉะเชิงเทรา เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว” เมืองฉะเชิงเทราถือก�ำเนิดขึ้นเมื่อใด ไม่มีผู้ยืนยัน ได้แน่ชัด แต่จากที่ตั้งของเมือง นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ริมฝั่งแม่น�้ำบางปะกงแห่งนี้ เมื่อหลายพันปีก่อน น่าจะเป็น แหล่งอารยธรรมส�ำคัญแห่งหนึ่งเช่นเดียวกับที่ราบลุ่มแม่น�้ำ อื่นๆ ซึ่งเป็นแหล่งพักพิงอาศัยของผู้คนมาแต่โบราณ และ เมื่อมีการขุดค้นพบโครงกระดูกและเครื่องประดับมีค่า อายุกว่า ๕,๐๐๐ ปี ณ แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี อ�ำเภอ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงเกิดเป็นหลักฐานว่าพื้นที่ชายฝั่ง ทะเลในบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์โบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์มาก่อน เมื่อล่วงเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรม ลุ่มแม่น�้ำบางปะกงดูจะมีหลักฐานชัดเจนขึ้น แต่บ้านเมืองใน ยุคนี้ก็ยังมิได้รวมเป็นลักษณะ “อาณาจักร” ที่มีราชธานี ณ ที่ใด ที่หนึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครอง คงเป็นเพียงการรวมกลุ่ม ขึ้นเป็น “แคว้น” หรือ “นครรัฐ” เล็กๆ กระนั้น บทบาทส�ำคัญทาง เศรษฐกิจก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว หากพิจารณาจากสภาพภูมิศาสตร์ ชุมชนศูนย์กลางของอารยธรรมลุ่มแม่น�้ำบางปะกงนั้น น่าจะเป็นทางออกสู่ทะเลซึ่งสามารถติดต่อซื้อขายหรือ แลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมกับดินแดนโพ้นทะเล และใน ขณะเดียวกันก็สามารถน�ำพาสินค้าและวัฒนธรรมเหล่านั้นไป ยังดินแดนภายในแผ่นดินใหญ่ ซึ่งอยู่บริเวณที่ราบสูงในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและที่ราบต�่ำในกัมพูชา อันถือได้ว่าเป็น บ่อเกิดแห่งอารยธรรมสมัยโบราณของภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ได้อย่างสะดวก หลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบได้ ในบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือประติมากรรม ล้วนแสดงว่าชุมชนแห่งนี้มีอายุต่อเนื่องยืนยาวหลายพันปี และมีมนุษย์อาศัยสืบเนื่องมาไม่ขาดสายตั้งแต่ยุคบรรพกาล ในที่สุดชื่อ “ฉะเชิงเทรา” จึงได้มาปรากฏอย่าง เป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดิน ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑) ฉะเชิงเทราได้รับบทบาทส�ำคัญในการปกครอง ในฐานะ หัวเมืองชั้นในหรือเมืองจัตวาที่อยู่ใกล้ราชธานีของประเทศ เช่นเดียวกับราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม นครไชยศรี นครสวรรค์ ชัยนาท สุพรรณบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก ต่อเนื่องในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ด้วยเหตุที่ฉะเชิงเทราตั้งอยู่ใกล้ชายแดน เขมร ใน พ.ศ. ๒๑๒๖ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงได้ ทรงเกณฑ์ผู้คนนับหมื่น เสด็จกรีธาทัพไปตีเมืองละแวก เพื่อแก้แค้นเขมร การศึกครั้งนั้นเป็นครั้งใหญ่ที่มีการ วางแผนรบอย่างรอบคอบ และฉะเชิงเทราได้กลายเป็น ขุมก�ำลังและแหล่งเสบียงส�ำคัญที่มีหน้าที่แจกจ่ายเสบียง ให้แก่กองทัพหลวง 8 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ ตรงกับคราวที่กรุงศรีอยุธยา แตกพ่ายแก่พม่า พระยาก�ำแพงเพชรผู้ซึ่งในภายหลัง ได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ชุมนุม พลพันเศษ เดินทัพจากกรุงศรีอยุธยาที่ล่มแล้ว หมายจะไป ซ่องสุมก�ำลังที่เมืองจันทบุรีเพื่อกอบกู้ชาติไทย ทัพไทยถูก ทหารพม่าติดตามมาดักที่บริเวณปากน�้ำเจ้าโล้ (โจ้โล้) ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองฉะเชิงเทราในขณะนั้นจึงเกิดปะทะกันขึ้น แต่ด้วยชัยภูมิของเมืองอันเหมาะแก่การท�ำสงครามกองโจร พระยาก�ำแพงเพชรจึงสามารถตีทัพพม่าแตกพ่ายไปและ เดินทางต่อไปได้จนถึงที่หมาย และภายหลังจากที่ฝึกปรือ ทหารจนมีก�ำลังกล้าแข็งแล้วก็ได้น�ำก�ำลังโดยใช้ฉะเชิงเทรา เป็นเส้นทางหนึ่งในการเดินทัพเข้าโจมตีพม่าที่เมืองธนบุรี แล้วขึ้นไปตีค่ายโพธิ์สามต้นซึ่งเป็นค่ายใหญ่ของพม่าที่อยุธยา ท�ำการกอบกู้เอกราชให้กับชาติไทยได้เป็นผลส�ำเร็จ โฉมหน้าใหม่ของเมืองฉะเชิงเทราเริ่มชัดเจนขึ้น ในช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะ เป็นเวลาที่ฉะเชิงเทราได้รับบทบาทในฐานะ “เมืองหน้าด่าน” ที่ส�ำคัญแห่งหนึ่ง เมื่อฝ่ายญวนเข้ามาท้าทายอ�ำนาจ ในการปกครองเขมรและสถาปนากษัตริย์เขมรจากไทย จนเกิดเหตุลุกลามกลายเป็นสงคราม “อานามสยามยุทธ” ระหว่างไทยกับญวนด�ำเนินไปได้ราว ๑ ปี คือใน พ.ศ. ๒๓๗๗ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ว่าการเมืองฉะเชิงเทราจากเดิมซึ่งตั้งอยู่ที่ปากน�้ำ เจ้าโล้ มาสร้างก�ำแพงเมืองใหม่ที่บ้านท่าไข่ แขวงเมือง ฉะเชิงเทรา ชิดกับล�ำนำ �้บางปะกง ซึ่งเป็นเสมือนก�ำแพง ธรรมชาติที่ป้องกันศัตรูได้อย่างดี หมายให้ช่วยรักษา เมืองหลวงให้พ้นภัยจากข้าศึก ก�ำแพงนี้นอกจากจะ เป็นปราการในการปกป้องเมืองหลวงแล้ว ยังกลายเป็น ศูนย์กลางอ�ำนาจรัฐแห่งใหม่และเป็นเครื่องแสดง อาณาเขตของเมืองอีกด้วย ต่อมาเมื่อเกิดการสร้างบ้าน แปลงเมืองใหม่ภายในก�ำแพง ความเป็น “เมือง” ที่มี อาณาเขตแน่นอนของฉะเชิงเทราจึงได้เกิดขึ้นเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การด�ำเนินสู่ยุค “สมัยใหม่” ของฉะเชิงเทรามี จุดเริ่มต้นในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เมื่อไทยได้เปิดรับอารยธรรมตะวันตกและเริ่ม ผันชีวิตความเป็นอยู่รับสถานการณ์โลก มีการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมและวัฒนธรรมนานัปการเพื่อให้นานาชาติเห็นว่า ไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรมประเทศหนึ่ง เมื่อลุถึงรัชกาล ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อิทธิพล ของมหาอ�ำนาจตะวันตกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ ยิ่งกว้างขวาง กิจการภายในของไทยถูกคุกคามและ แทรกแซง เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ไทยพบกับภัยทางการเมือง ในรูปแบบใหม่ที่รุนแรง แต่ด้วยพระราชด�ำริของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยได้หันมาใช้นโยบาย “การเมือง” น�ำหน้า “การทหาร” และในขณะเดียวกันก็เร่ง พัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัย ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของ ประชาชนในทุกด้าน น�ำการปกครองระบบ “เทศาภิบาล” มาใช้โดยรวบรวมเมืองต่างๆ ขึ้นเป็น “มณฑล” โดยยึด เอาล�ำนำ �้เป็นหลัก ฉะเชิงเทราก็ได้ร่วมมีบทบาทในการ เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าครั้งยิ่งใหญ่นี้ด้วย โดยให้รวมเข้า เป็นหนึ่งในมณฑลปราจีนบุรีใน พ.ศ. ๒๔๓๕ ร่วมกับ เมืองปราจีนบุรี นครนายก พนมสารคาม มีล�ำน�้ำบางปะกง เป็นล�ำน�้ำสายหลักและมีการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ ระเบียบเป็นครั้งแรก และเมื่อมีการขยายอาณาเขตโดย รวมเอาเมืองพนัสนิคม เมืองชลบุรี และเมืองบางละมุง เพิ่มเข้าไปด้วย ฉะเชิงเทราจึงกลายเป็นที่ว่าการมณฑล แห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา “มณฑลปราจีนบุรี” ในครั้งนั้นคือ สัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาติในยุคของ การล่าอาณานิคมอย่างแท้จริง ฉะเชิงเทราซึ่งเป็นที่ว่าการ มณฑล ก็ได้กลายเป็นต้นฉบับของการปกครองที่ก้าวหน้า และมั่นคง ให้มณฑลอื่นๆ ได้ถือเป็นแบบอย่าง จวบจนย่างเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่อการปกครองระบบ “เทศาภิบาล” ยุติลงและเริ่ม มีการใช้พระราชบัญญัติว่าด้วย “ระเบียบราชการบริหาร แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๔๗๖” อ�ำนาจปกครอง จึงเริ่มกระจายสู่ส่วนภูมิภาค มี “ผู้ว่าราชการจังหวัด” เป็นผู้บริหารราชการภายในจังหวัด ปัจจุบันจังหวัด ฉะเชิงเทราประกอบด้วย ๑๑ อ�ำเภอ คือ อ�ำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา อ�ำเภอบางคล้า อ�ำเภอบางนำ �้เปรี้ยว อ�ำเภอ บางปะกง อ�ำเภอบ้านโพธิ์ อ�ำเภอพนมสารคาม อ�ำเภอ ราชสาส์น อ�ำเภอสนามชัยเขต อ�ำเภอแปลงยาว อ�ำเภอ ท่าตะเกียบ เป็นส่วนหนึ่งของภาคตะวันออกของไทย สมุดภาพฉะเชิงเทรา 9
10 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
แผนที่เมืองฉะเชิงเทรา มาตรา ๑ : ๖๔,๐๐๐ ส�ำรวจเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ พิมพ์ราว พ.ศ. ๒๔๓๙ - ๒๔๔๕ (ภาพจากนายธงชัย ลิขิตพรสวรรค์) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 11
12 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
Chachoengsao ภาพหน้าซ้าย แผนที่มณฑลปราจีนบุรี มาตราส่วน ๑ : ๑,๒๐๐,๐๐๐ พิมพ์ที่โรงพิมพ์แผนที่ ยุคปลายรัชกาลที่ ๖ (ภาพจากพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา) สมุดภาพฉะเชิงเทรา CHAchoengsao’S PHOtO Album เอนก นาวิกมูล ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ I บรรณาธิการ สมุดภาพฉะเชิงเทรา 13
การเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดฉะเชิงเทรา รัชกาลที่ ๘ เสด็จฯ เยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๔๘๙ 14 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
ภาพหน้าซ้ายและขวา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช) เสด็จพระราชด�ำเนินมายังส�ำนักงานศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา (อาคารศาลมณฑลปราจีนบุรีเดิม) โดยมีข้าราชการประจ�ำศาลเฝ้าฯ รับเสด็จ และเสด็จขึ้นประทับบัลลังก์ผู้พิพากษาพิจารณาคดี เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 15
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร (เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช) เสด็จพระราชด�ำเนิน มาประทับ ณ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ในคราวเสด็จฯ มาทรงเยี่ยมราษฎรชาวฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ภาพหน้าขวา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงพระกรุณาให้ราษฎรชาวฉะเชิงเทราเข้าเฝ้าฯ ณ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา และมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรบางส่วนที่มาเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) 16 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 17
รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ วัดโสธรวราราม พ.ศ. ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตน ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี (พระอิสริยยศ ในขณะนั้น) เสด็จ พระราชด�ำเนินมาในการพิธีบ�ำเพ็ญ พระราชกุศลวิสาขบูชา ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ (ภาพจากโรงเรียนดัดดรุณี) 18 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงพระด�ำเนินประทักษิณาวัตรรอบพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องใน การพิธีบ�ำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ (ภาพจากโรงเรียนดัดดรุณี) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 19
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธโสธร ณ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องในการพิธีบ�ำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ (ภาพจากพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา) ภาพหน้าขวา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปิดแผ่นทองค�ำเปลวบูชาพระพุทธโสธร ณ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องในการพิธีบ�ำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ (ภาพจากนายวสันต์ หลงเจริญ) 20 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 21
รัชกาลที่ ๙ เสด็จประพาสบางขนาก พ.ศ. ๒๕๑๔ ซุ้มรับเสด็จฯ ของชาวอ�ำเภอบางน�้ำเปรี้ยว (ด้านซ้าย) และซุ้มประตูรับเสด็จฯ หน้าบ้านนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ (ด้านขวา) ที่ประดับตกแต่งเตรียมการรับเสด็จฯ ณ ต�ำบลบางขนาก อ�ำเภอบางน�้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (ชุดภาพของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ จากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ภาพหน้าขวา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์มายังต�ำบลบางขนาก อ�ำเภอบางน�้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (ชุดภาพของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ จากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) 22 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 23
ภาพบน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ประทับเรือพระที่นั่ง ทอดพระเนตรแม่น�้ำบางปะกง ในพื้นที่ต�ำบล บางขนาก อ�ำเภอบางนำ �้เปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (ชุดภาพของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ จาก ส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ภาพล่าง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ณ บ้านของนาย ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา) ต�ำบลบางขนาก อ�ำเภอ บางน�้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (ชุดภาพของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ จาก ส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) 24 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
ภาพบนและล่าง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับคุณข้าหลวงผู้ติดตาม ทรงพายเรือ ที่ประทับในแม่น�้ำบางปะกง ในพื้นที่ต�ำบลบางขนาก อ�ำเภอบางน�้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (ชุดภาพของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ จากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 25
รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จฯ เยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๕๑๓ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ประทับเรือยนต์ของกองทัพเรือ เสด็จพระราชด�ำเนินมายังท่าน�้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีพระพรหม คุณาภรณ์ (ด.เจียม จิรปุญฺโญ) เมื่อครั้งเป็นที่พระราชพุทธิรังสี เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และนายจาด อุรัสยะนันทน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา รอเฝ้ารับเสด็จฯ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ (ภาพจากโรงเรียนดัดดรุณี) ภาพหน้าขวาบนและล่าง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชด�ำเนินมาประกอบพระราชกรณียกิจ ภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา และทรงพระกรุณาให้ราษฎรชาวฉะเชิงเทราเข้าเฝ้าฯ ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ (ภาพจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์) 26 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 27
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชด�ำเนินมาทรงนมัสการและทรงปิดแผ่นทองค�ำเปลวบูชาพระพุทธโสธร ณ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ (ภาพจากนายนเรศ อินทรประเสริฐ) 28 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธโสธรจ�ำลองขนาดบูชาจากพระพรหมคุณาภรณ์ (ด.เจียม จิรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ในคราว เสด็จมาทรงนมัสการพระพุทธโสธร ณ พระอุโบสถวัดโสธรวราราม วรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ (ภาพจากโรงเรียนดัดดรุณี) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 29
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมี พระราชปฏิสันถารกับพระพรหมคุณาภรณ์ (ค.เจียม จิรปุญฺโญ) และพระเทพสิทธิโสภณ (สุดใจ กนฺตจารี) ในคราวเสด็จ พระราชด�ำเนินไปทอดพระเนตรการก่อสร้างพระอุโบสถวัดโสธรราชวรารามวรวิหาร (ภาพจากส�ำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา) 30 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับการถวายความเคารพจากทหารกองเกียรติยศค่ายศรีโสธร ณ สนามบินเฮลิคอปเตอร์ ช. พัน ๒ รอ. ค่ายศรีโสธร ในคราว เสด็จพระราชด�ำเนินมาประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ (ภาพจากค่ายศรีโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 31
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประชุมแพทย์อาสา (พอ.สว.) พ.ศ. ๒๕๑๖ 32 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
ภาพหน้าซ้าย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชด�ำเนินมาประชุมแพทย์อาสา (พอ.สว.) จังหวัดฉะเชิงเทรา - ภาพบน และทรงร่วมถ่ายภาพกับคณะแพทย์และพยาบาลที่มาร่วมประชุม - ภาพล่าง ณ ห้องประชุมส�ำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ (ภาพจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรชาวฉะเชิงเทราที่มาเข้าเฝ้าฯ ณ ต�ำหนักกรมหมื่น มรุพงษ์ศิริพัฒน์ ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการเสด็จฯ มาประทับส�ำราญพระอิริยาบถภายหลังการประกอบ พระราชกรณียกิจภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ (ภาพจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 33
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าอุโบสถหลังใหม่ วัดท่าลาดใต้ อ�ำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา - ภาพบน โดยมีพระอาจารย์ซ่วน ปญฺญาธโร เจ้าอาวาสวัดท่าลาดใต้ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ - ภาพล่าง เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗ (ภาพจากวัดท่าลาดใต้) สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ เสด็จวัดท่าลาดใต้ พ.ศ. ๒๕๑๗ 34 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงปลูกต้นไม้พระราชทานที่ด้านหน้าอุโบสถหลังใหม่ ในคราวเสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าอุโบสถหลังใหม่ วัดท่าลาดใต้ อ�ำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗ (ภาพจากวัดท่าลาดใต้) อุโบสถหลังใหม่ วัดท่าลาดใต้ อ�ำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เตรียมการก่อนพิธียกช่อฟ้า สมุดภาพฉะเชิงเทรา 35
ภาพเก่าฉะเชิงเทรายุคแรก พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณตรวจราชการ พ.ศ. ๒๔๓๔ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ เมื่อครั้งเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ รับราชการใน กระทรวงยุติธรรม เสด็จไปตรวจราชการในหัวเมืองภาคตะวันออก เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๓๔ ทรงฉายพระรูปร่วมกับพระสงฆ์ และกรมการเมืองพนมสารคามที่วัดเมืองแมด ต�ำบลเมืองเก่า อ�ำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีข้อความก�ำกับภาพว่า “วันที่ ๑๘ เมษายน ร.ศ. ๑๑๐ ถ่ายเมื่อไปตรวจราชการพักที่วัดบ้านแมดเมืองพนมสารคาม” (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) 36 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ เสด็จไปตรวจราชการในกระทรวงยุติธรรมที่เมืองพนมสารคาม เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๔ ทรงฉายรูปนักโทษที่วัดเมืองแมด ต�ำบลเมืองเก่า อ�ำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีข้อความ ก�ำกับภาพว่า “วันที่ ๑๘ เมษายน ร.ศ. ๑๑๐ รูปนักโทษถ่ายที่วัดบ้านแมดเมืองพนมสารคาม” (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 37
38 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ เสด็จไปตรวจราชการในกระทรวงยุติธรรมที่เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อเดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ทรงฉายรูปภายในตัวเมืองฉะเชิงเทรา มีข้อความก�ำกับภาพว่า “วันที่ ๒ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๐ ออฟฟิซ โทระเลขเมืองฉะเชิงเทรา” (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ภาพหน้าซ้าย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ เสด็จไปตรวจราชการในกระทรวงยุติธรรมที่เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ทรงฉายรูปถนนด้านหน้าประตูเมืองฉะเชิงเทรา มีข้อความก�ำกับภาพว่า “วันที่ ๒ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๐ ถนนน่าเมืองฉะเชิงเทรา” (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 39
วัดในฉะเชิงเทรา ภาพหน้าซ้ายและขวา อุโบสถวัดคงคาราม (วัดบนบางปะกง) เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน เครื่องบนท�ำด้วยไม้ประกอบด้วยหลังคาซ้อน ๒ ชั้น ลดชั้นด้วย มุขประเจิดหน้า - หลัง (ปัจจุบันรื้อแล้ว) ตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลต�ำบลบางปะกง อ�ำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา / ภาพยุค ปลายรัชกาลที่ ๕ - ต้นรัชกาลที่ ๖ (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ภูมิสถานบ้านเมือง 40 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 41
อุโบสถวัดสุคันธศีลาราม (หอมศีลใต้) ต�ำบลหอมศีล อ�ำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์ เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั้งอาราม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ (ภาพจากส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ภาพล่าง หอสวดมนต์ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ (วัดเมือง) พระอารามหลวงประจ�ำจังหวัดฉะเชิงเทรา / ภาพยุค ๒๔๙๐ (ภาพจากวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ พระครูสุตธรรมาภรณ์ (ส�ำราญ) เอื้อเฟื้อภาพ) 42 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
พระอุโบสถวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ (วัดเมือง) พระอารามหลวงประจ�ำจังหวัดฉะเชิงเทรา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงรักษ์รณเรศ ทรงสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่ต�ำบลหน้าเมือง อ�ำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ภาพถ่ายเมื่อครั้งซ่อมแซมแล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๔๙๒ (ภาพจากวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ พระครูสุตธรรมาภรณ์ (ส�ำราญ) เอื้อเฟื้อภาพ) สมุดภาพฉะเชิงเทรา 43
ภาพหน้าซ้ายและขวา อุโบสถวัดสุวรรณาราม (วัดดอนทอง) ต�ำบลบางตีนเป็ด อ�ำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ (ภาพจากนายธีรภาพ โลหิตกุล) 44 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 45
พระอุโบสถหลังเก่า วัดโสธรวรารามวรวิหาร ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธโสธร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ แล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๔๙๙ / ภาพยุค ๒๕๑๐ (ภาพจากนายสุนทร จันทชาติ ส�ำนักงานเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เอื้อเฟื้อภาพ) ภาพหน้าขวา พระพุทธโสธร หรือหลวงพ่อโสธร (ตามค�ำเรียกทั่วไป) ประดิษฐานภายในพระอุโบสถหลังเก่า วัดโสธรวรารามวรวิหาร ต�ำบลหน้าเมือง อ�ำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ภาพยุค ๒๕๐๐ พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) ในคราวเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี ทรงกล่าวถึงพระพุทธโสธรไว้ว่า “...กลับมาแวะวัดโสธรซึ่งกรมหลวงด�ำรงคิดจะแปลว่า ยโสธร จะให้เกี่ยวข้องแก่การที่ได้สร้างเมื่อเสดจกลับจากไปตีเมืองเขมร แผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถหรือเมื่อใดราวนั้น แต่เปนที่น่าสงสัยด้วยเห็นใหม่นัก พระพุทธรูปว่าท�ำด้วยศิลาแลงทั้งนั้น องค์ที่ส�ำคัญว่าเปนหมอดีนั้นคือองค์ที่อยู่กลาง ดูรูปตักและเอวงามเปนท�ำนองเดียวกันกับพระพุทธเทวปฏิมากร แต่ตอนบนกลายไป เปนด้วยฝีมือผู้ที่ไปปั้น ว่าลอยน�้ำมาก็เปนความจริง เพราะเปนพระศิลาคงจะไม่ได้ท�ำในที่นี้ ความนิยมนับถือในความเจ็บไข้อยู่ข้างจะมาก มีคนไปมาเสมอไม่ขาดจนถึงมีร้านธูปเทียนประจ�ำอยู่ได้...” (ภาพจากนายวสันต์ หลงเจริญ) 46 สมุดภาพฉะเชิงเทรา
สมุดภาพฉะเชิงเทรา 47
หลวงพ่อโต (ปางสมาธิ) พระประธานอุโบสถวัดเทพนิมิตร ต�ำบลหน้าเมือง อ�ำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น พระพุทธรูปโลหะเนื้อทองสัมฤทธิ์ลงรักปิดทองปางสมาธิ มีลวดลายดอกพิกุลที่สังฆาฏิและจีวร ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น / ภาพยุค ๒๔๙๐ (ภาพจากวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ พระครูสุตธรรมาภรณ์ (ส�ำราญ) เอื้อเฟื้อภาพ) 48 สมุดภาพฉะเชิงเทรา