แผนการจัดการเรยี นรู้
วิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ33101
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษา และพลศกึ ษา
ม.๖ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
นายยทุ ธชัย แกว้ สารทอง
ตาแหนง่ ครู
โรงเรยี นวิเชียรมาตุ
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาตรัง กระบี่
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ก
หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
1. ความสาคัญ ธรรมชาติ และลกั ษณะเฉพาะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จดั เป็ นสาระการเรียนรู้ที่เป็ นพ้ืนฐานสาคญั ที่
ผเู้ รียนทุกคนจาเป็ นตอ้ งเรียนรู้ เพราะการมีสุขภาพดีเป็ นคุณลกั ษณะที่พึงประสงคป์ ระการแรกของ
คนไทยท่ีรัฐบาลกาหนดไวเ้ ป็ นนโยบายและมาตรการในการจดั การศึกษาของประเทศ เพื่อพฒั นา
ทรัพยากรของมนุษยใ์ ห้สามารถยืนหยดั อย่างไทยในประชาสังคมโลก ท้งั ปัจจุบนั และอนาคต
โดยการจดั การเรียนการสอนตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ของกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ซ่ึงมุ่งเนน้ เร่ือง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพการป้องกนั โรค
การส่งเสริมการพฒั นาสุขภาพ และการบริหารจดั การชีวิต เพื่อดารงสุขภาพที่ดีอนั เป็ นรากฐาน
สาคญั อยา่ งยง่ิ ในการดาเนินชีวติ ทีสมดุลท้งั ทางร่างกาย จิตใจอารมณ์ สงั คมและจิตวญิ ญาณ อนั เป็ น
องคป์ ระกอบของการมีสภาวะสุขภาพที่สมบูรณ์
การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มุ่งเน้นการพฒั นาผูเ้ รียนด้าน
ปัญญา พฒั นาระบบการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตดั สินใจ และการแกป้ ัญหา โดยการให้ผูเ้ รียน
เรียนรู้เกี่ยวกบั ตนเอง เขา้ ใจธรรมชาติและชีวิต รู้จกั และเขา้ ใจตนเอง เห็นคุณค่าของตนและผูอ้ ่ืน
รักการออกกาลงั กายและเล่นกีฬา รวมท้งั มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมท่ีดี เพ่ือให้สามารถ
ปฏิบตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ท้งั ในดา้ นการป้องกนั การส่งเสริม และการดารงไวซ้ ่ึงสุขภาพท่ีดี
อย่างถาวรท้งั ของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ดงั น้ันในการจดั การเรียนการสอนสุขศึกษาและ
พลศึกษา จะเป็ นการมุ่งเน้นการเรียนรู้ทางปัญญา เพื่อวางรากฐานด้านสุ ขภาพให้เข้มแข็ง
เป็ นการเตรียมความพร้อมเพ่ือป้องกนั ปัญหาสุขภาพต้งั แต่เริ่มแรก ให้สามารถเผชิญสถานการณ์
ที่คุกคามสุขภาพไดต้ ลอดไป อนั จะนาไปสู่การพฒั นาสุขภาพท่ียง่ั ยืนตรงตามเป้าหมาย สอดคลอ้ ง
กบั แนวความคิดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2540 ท่ีว่า “ สุขภาพเป็ น
พ้นื ฐานของชุมชน ”
2. วสิ ัยทศั น์
การจดั การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาในสถานศึกษา มุ่งเนน้ ให้ผูเ้ รียนไดเ้ กิดการพฒั นา
ครบถ้วนจากสาระต่าง ๆ คือ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว
การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล การสร้างเสริมสุขภาพ
สมรรถภาพ การป้องกนั โรค และความปลอดภยั ในชีวติ รวมท้งั สามารถจดั ให้สอดคลอ้ งเช่ือมโยง
ข
บูรณาการกบั สาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ อีก 7 กลุ่มสาระและยงั นาไปจดั เป็ นกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนเพื่อ
การเติมเตม็ ใหแ้ ก่ผเู้ รียนไดอ้ ีกดว้ ย
3. คุณภาพผู้เรียน
จบช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6
3.1 สามารถดูแลสุขภาพสร้างเสริมสุขภาพป้องกนั โรคหลีกเล่ียงปัจจยั เส่ียงและ
พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพอุบตั ิเหตุการใชย้ าสารเสพติดและความรุนแรงไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ดว้ ยการวางแผนอยา่ งเป็ นระบบ
3.2 แสดงออกถึงความรักความเอ้ืออาทรความเขา้ ใจในอิทธิพลของครอบครัวเพื่อน
สังคมและวฒั นธรรมที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศการดาเนินชีวติ และวถิ ีชีวติ ที่มีสุขภาพดี
3.3 ออกกาลงั กายเล่นกีฬาเขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ
เพ่อื สุขภาพโดยนาหลกั การของทกั ษะกลไกลมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งสม่าเสมอดว้ ยความช่ืนชมและ
สนุกสนาน
3.4 แสดงความรับผดิ ชอบใหค้ วามร่วมมือและปฏิบตั ิตามกฎกติกาสิทธิหลกั ความ
ปลอดภยั ในการเขา้ ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาจนประสบความสาเร็จตามเป้าหมายของ
ตนเองและทีม
3.5 แสดงออกถึงการมีมารยามทในการดูการเล่นและการแขง่ ขนั ดว้ ยความมีนา้ ใจ
นกั กีฬาและนาไปปฏิบตั ิในทุกโอกาสจนเป็ นบุคลิกภาพท่ีดี
3.6 วเิ คราะห์และประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพ่อื กาหนดวธิ ีลดความเสี่ยงสร้างเสริม
สุขภาพดารงสุขภาพการป้องกนั โรคและการจดั การกบั อารมณ์และความเครียดไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
3.7 ใชก้ ระบวนการทางประชาสังคมสร้างเสริมใหช้ ุมชนเขม้ แขง็ ปลอดภยั และมีวถิ ี
ชีวติ ที่ดี
4. สาระการเรียนรู้
สาระที่ 1 : การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 : เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโต และพฒั นาการของมนุษย์
สาระที่ 2 : ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 : เขา้ ใจและเห็นคุณค่าของชีวติ ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะ
ในการดาเนินชีวติ
ค
สาระท่ี 3 : การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.1 : เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ
กีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 : รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกมและการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจา
อยา่ งสม่าเสมอ มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนกั กีฬา มีจิตวิญญาณในการ แขง่ ขนั และช่ืนชม
ในสุนทรียภาพของการกีฬา
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค
มาตรฐาน พ 4.1 : เห็นคุณค่า และมีทกั ษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ
การป้องกนั โรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
สาระท่ี 5 : ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ 5.1 : ป้องกนั และหลีกเล่ียงปัจจยั เสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ
การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง
5. ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6
สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.4–ม.6 1.อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและ กระบวนการสร้างเสริมและดารง
ดารงประสิทธิภาพการทางาน ของ ประสิทธิภาพการทางานของระบบอวยั วะ
ระบบอวยั วะตา่ ง ๆ ต่าง ๆ
- การทางานของระบบอวยั วะตา่ งๆ
2.วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวะการ - การสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพของ
เจริญเติบโตและพฒั นาการของตนเอง อวยั วะตา่ งๆ (อาหาร การออกกาลงั กาย
และบุคคลในครอบครัว นนั ทนาการ การตรวจสุขภาพ ฯลฯ)
การวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและ
บุคคลในครอบครัว
ง
สาระท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนิน
ชีวติ
ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.4–ม.6 1.วเิ คราะห์อิทธิพลของครอบครัว อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สงั คม และ
เพ่อื น สงั คม และวฒั นธรรมท่ีมีผลตอ่ วฒั นธรรมท่ีมีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการ
พฤติกรรมทางเพศและการดาเนินชีวติ ดาเนินชีวติ
2.วเิ คราะห์คา่ นิยมในเรื่องเพศ ตาม คา่ นิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทย
วฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรม อื่น ๆ และวฒั นธรรมอื่น ๆ
3.เลือกใชท้ กั ษะที่เหมาะสมในการ แนวทางในการเลือกใชท้ กั ษะตา่ ง ๆ ในการ
ป้องกนั ลดความขดั แยง้ และ
แกป้ ัญหาเร่ืองเพศและครอบครัว ป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหาเร่ือง
เพศ และครอบครัว
- ทกั ษะการสื่อสารและสร้างสัมพนั ธภาพ
- ทกั ษะการตอ่ รอง
- ทกั ษะการปฏิเสธ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
- ทกั ษะการตดั สินใจ และแกไ้ ขปัญหา
4.วเิ คราะห์สาเหตุและผลของความ ความขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้ึนระหวา่ งนกั เรียน
ขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้ึนระหวา่ งนกั เรียน หรือเยาวชนในชุมชน
หรือเยาวชนในชุมชน และเสนอแนว - สาเหตุของความขดั แยง้
ทางแกไ้ ขปัญหา - ผลกระทบท่ีเกิดจากความขดั แยง้ ระหวา่ ง
นกั เรียน หรือเยาวชนในชุมชน
- แนวทางในการแกป้ ัญหาที่อาจเกิดจากความ
ขดั แยง้ ของนกั เรียนหรือเยาวชนในชุมชน
จ
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ
กีฬา
ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.4–ม.6 1. วเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเก่ียวกบั ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การเคล่ือนไหว
การเคลื่อนไหวรูปแบบตา่ งๆ ในการ รูปแบบต่าง ๆ ในการเล่นกีฬา
เล่นกีฬา การวเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การ
เคลื่อนไหวรูปแบบตา่ งๆ ในการเล่นกีฬา
2.ใชค้ วามสามารถของตนเพื่อเพิ่ม การใชค้ วามสามารถของตนในการเล่น
ศกั ยภาพของทีม คานึงถึงผลที่เกิดต่อ กีฬา เพ่อื เพ่ิมศกั ยภาพของทีม โดยคานึงถึง
ผอู้ ่ืนและสงั คม ผลท่ีเกิดตอ่ ผอู้ ่ืนและสงั คม
3.เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภท กีฬาประเภทบุคคล / คู่ ประเภททีม เช่น
บุคคล / คู่ กีฬาประเภททีมไดอ้ ยา่ ง ฟุตซอล รักบ้ีฟุตบอล ยมิ นาสติก ลีลาศ
นอ้ ย 1 ชนิด ซอฟทบ์ อล เทนนิส เซปักตะกร้อ มวยไทย
กระบี่กระบอง พลอง งา้ ว
4. แสดงการเคล่ือนไหวไดอ้ ยา่ ง การเคลื่อนไหวท่ีสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรม
สร้างสรรค์ เขา้ จงั หวะ เชียร์ลีดเดอร์
5. เขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการนอก การนาหลกั การและแนวคิดของกิจกรรม
โรงเรียน และนาหลกั การแนวคิด นนั ทนาการไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพ
ไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพชีวติ ชีวติ ของตนและสังคม
ของตนและสังคม
ฉ
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจา
อยา่ งสม่าเสมอ มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนกั กีฬา มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และ
ช่ืนชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม. 4–ม.6
1. ออกกาลงั กายและเล่นกีฬาท่ี การออกกาลงั กายดว้ ยวธิ ีท่ีชอบ เช่น
เหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่าเสมอ ฝึกกายบริหารแบบต่างๆ ขี่จกั รยาน
และใชค้ วามสามารถของตนเองเพิ่ม การออกกาลงั กายจากการทางาน
ศกั ยภาพของทีม ลดความเป็ นตวั ตน ในชีวติ ประจาวนั การรากระบอง รามวยจีน
คานึงถึงผลที่เกิดต่อสงั คม การเล่นกีฬาประเภทบุคคล และประเภท
ทีม
การใชค้ วามสามารถของตนในการเพิม่
ศกั ยภาพของทีมในการเล่นกีฬาและการเล่น
โดยคานึงถึงประโยชน์ต่อสังคม
การวางแผนกาหนดกิจกรรมการออกกาลงั -
กายและเล่นกีฬา
2. อธิบายและปฏิบตั ิเก่ียวกบั สิทธิ กฎ สิทธิ กฎ กติกาการเล่นกีฬา
กติกา กลวธิ ีตา่ งๆ ในระหวา่ งการ กลวธิ ี หลกั การรุก การป้องกนั อยา่ ง
เล่น การแข่งขนั กีฬากบั ผอู้ ื่นและ สร้างสรรคใ์ นการเล่นและแข่งขนั กีฬา
นาไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิและใชใ้ น การนาประสบการณ์จากการเล่นกีฬาไปใช้
ชีวติ ประจาวนั อยา่ งตอ่ เนื่อง ในชีวติ ประจาวนั
3. แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การปฏิบตั ิตนในเรื่องมารยาทในการดู การ
การเล่นและการแข่งขนั กีฬา ดว้ ย เล่น การแขง่ ขนั ความมีน้าใจนกั กีฬา
ความมีน้าใจนกั กีฬา และนาไปใช้ บุคลิกภาพท่ีดี
ปฏิบตั ิทุกโอกาส จนเป็นบุคลิกภาพที่
ดี
4. ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬา ความสุขท่ีไดจ้ ากการเขา้ ร่วมกิจกรรมทาง
อยา่ งมีความสุข ชื่นชมในคุณค่าและ กาย และเล่นกีฬา
ความงามของการกีฬา คุณค่าและความงามของการกีฬา
ช
สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทกั ษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การ
ป้องกนั โรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพอื่ สุขภาพ
ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.4– ม.6
วเิ คราะห์บทบาทและความรับผดิ ชอบ บทบาทและความรับผดิ ชอบของบุคคล
ของบุคคลที่มีต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ที่มีตอ่ การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกนั
และการป้องกนั โรคในชุมชน โรคในชุมชน
วเิ คราะห์ อิทธิพลของสื่อโฆษณา อิทธิพลของสื่อโฆษณาเก่ียวกบั สุขภาพ
เกี่ยวกบั สุขภาพเพ่อื การเลือกบริโภค แนวทางการเลือกบริโภคอยา่ งฉลาดและ
ปลอดภยั
ปฏิบตั ิตนตามสิทธิของผบู้ ริโภค สิทธิพ้ืนฐานของผบู้ ริโภคและกฎหมายท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั การคุม้ ครองผบู้ ริโภค
วเิ คราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางการ สาเหตุของการเจบ็ ป่ วยและการตายของคนไทย
ป้องกนั การเจบ็ ป่ วยและการตายของ เช่น โรคจากการประกอบอาชีพ โรคทาง
คนไทย พนั ธุกรรม
วางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการ แนวทางการป้องกนั การเจบ็ ป่ วย
พฒั นาสุขภาพของตนเองและ การวางแผนการพฒั นาสุขภาพของตนเอง
ครอบครัว ครอบครัว
มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพฒั นา การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพฒั นา
สุขภาพของบุคคลในชุมชน สุขภาพของบุคคลในชุมชน
วางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการ การวางแผนพฒั นาสมรรถภาพทางกาย
พฒั นาสมรรถภาพกายและ และสมรรถภาพกลไก
สมรรถภาพกลไก
วเิ คราะห์บทบาทและความรับผดิ ชอบ บทบาทและความรับผดิ ชอบของบุคคล
ของบุคคลท่ีมีต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ที่มีตอ่ การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกนั
และการป้องกนั โรคในชุมชน โรคในชุมชน
ซ
สาระท่ี 5 ความปลอดภยั ในชีวติ
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกนั และหลีกเลี่ยงปัจจยั เส่ียง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ
การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง
ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.4–ม.6
มีส่วนร่วมในการป้องกนั ความเส่ียง การจดั กิจกรรมป้องกนั ความเสี่ยงตอ่ การ
ตอ่ การใชย้ า การใชส้ ารเสพติด และ ใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง
ความรุนแรง เพ่ือสุขภาพของตนเอง
ครอบครัว และสังคม
วเิ คราะห์ผลกระทบท่ีเกิดจากการ การวเิ คราะห์ผลกระทบท่ีเกิดจากการ
ครอบครอง การใชแ้ ละการจาหน่าย ครอบครอง การใชแ้ ละการจาหน่ายสารเสพ
สารเสพติด ติด (ตนเอง ครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม)
โทษทางกฎหมายท่ีเกิดจากการครอบครอง
การใชแ้ ละการจาหน่ายสารเสพติด
วเิ คราะห์ปัจจยั ที่มีผลตอ่ สุขภาพ หรือ ปัจจยั ท่ีมีผลต่อสุขภาพของคนไทยและ
ความรุนแรงของคนไทยและเสนอ เสนอแนวทางป้องกนั
แนวทางป้องกนั
วางแผน กาหนดแนวทางลดอุบตั ิเหตุ การวางแผน กาหนดแนวทางลดอุบตั ิเหตุ
และสร้างเสริมความปลอดภยั ใน และสร้างเสริมความปลอดภยั ในชุมชน
ชุมชน
มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมความ กิจกรรมการสร้างเสริมความปลอดภยั
ปลอดภยั ในชุมชน ในชุมชน
ใชท้ กั ษะการตดั สินใจแกป้ ัญหาใน ทกั ษะการตดั สินใจแกป้ ัญหาในสถานการณ์
สถานการณ์ท่ีเสี่ยงตอ่ สุขภาพและ ที่เสี่ยงตอ่ สุขภาพ
ความรุนแรง
แสดงวธิ ีการช่วยฟ้ื นคืนชีพอยา่ งถูกวธิ ี วธิ ีการช่วยฟ้ื นคืนชีพอยา่ งถูกวธิ ี
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ สุขศึกษำและพลศึกษำ สำระกำรเรียนรู้พืน้ ฐำน
ระดับช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี 6
รำยวชิ ำ พ 33101 สุขศึกษำและพลศึกษำ 1
จำนวน 0.5 หน่วยกติ
จำนวน 1 ชั่วโมง / สัปดำห์ 20 ช่ัวโมง / ภำคเรียน
มีความรู้ ความเขา้ ใจ กระบวนการสรางเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบ
ประสาท ระบบสืบพนั ธุ์ และระบบต่อมไร้ท่อ คุณค่าและการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคล
ในครอบครัว ชุมชนและสังคม ปัจจยั เสียงของสังคมที่มีต่อการมีเพศสัมพนั ธ์ เช่น การอยู่หอพกั
การเท่ียวงานปาร์ต้ี การเที่ยวต่างจงั หวดั ฯลฯ แนวทางการจดั กิจกรรมเพ่ือป้องกนั ปัจจยั เส่ียงเรื่อง
เพศในโรงเรียนและชุมชน การวางแผนชีวิตและการสร้างครอบครัว รูปแบบและขอบเขตของ
ความสัมพนั ธ์แบเพ่ือนสนิทแตกต่างจากความสัมพนั ธ์แบบคู่รัก สาเหตุและแนวทางการป้องกนั
การเกิดความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การประยกุ ตใ์ ชค้ วามคิดรวบยอดจากหลกั การ ทาง
วทิ ยาศาสตร์เกี่ยวกบั การเคลื่อนไหวแบบต่างๆ ในการเล่นกีฬา ประเภทบุคคล ประเภททีม การ
เคล่ือนไหวที่สร้างสรรค์ การเขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการในรูปแบบตา่ งๆ ความสามารถ ทางกาย
ในการทางานตา่ งๆ
อธิ บายกระบวนการสร้ างเสริ มและดารงประสิ ทธิ ภาพการทางา นของระบบประสาท
ระบบสืบพนั ธุ์ และระบบต่อมไร้ท่อ วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวการณ์เจริญเติบโตและพฒั นา
การของตนเองและบุคคลในครอบครัว วเิ คราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพ่อื น สงั คม และวฒั นธรรม
ที่มีผลตอ่ พฤติกรรมทางเพศและการดาเนินชีวติ วเิ คราะห์คา่ นิยมในเรื่องเพศ ตามวฒั นธรรม
ไทยและวฒั นธรรมอื่นๆ เลือกใช้ทกั ษะที่เหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหา
เร่ืองเพศและครอบครัว วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้ึนระหวา่ งนกั เรียนหรือ
เยาวชนในชุมชน และเสนอแนะทางแกไ้ ขปัญหา
วเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การเคลื่อนไหวรูปแบบตา่ งๆ ในการเล่นกีฬา ใช้
ความสามารถของตนเพือ่ เพิ่มศกั ยภาพของทีม คานึงถึงผลที่เกิดต่อผอู้ ื่นและสงั คม เล่นกีฬาไทย กีฬา
สากล แสดงการเคลื่อนไหวไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ เขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการนอกโรงเรียน และนา
หลกั การ แนวคิดไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนและสงั คม
ตวั ช้ีวดั พ 1.1 ม.6/1 ม. 6/2
พ 2.1 ม.6/1 ม. 6/2 ม.6/3 ม. 6/4
พ 3.1 ม.6/1 ม. 6/2 ม.6/3 ม. 6/4 ม.6/5
รวม 11 ตวั ช้ีวดั
โครงการสอน
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
รหสั วิชา พ 33101 รายวิชา สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 รายวิชาพ้ืนฐาน เวลา 20 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
อัตราส่วนคะแนน = ระหวา่ งภาคเรียน : ปลายภาคเรียน = 80 : 20
ชวั่ โมง นา้ หนักคะแนน
ที่ K
ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ P A กอ่ น กลาง หลัง ปลาย
ภาค ภาค
พ. 1.1 ม. 4-6/1 อธบิ ายกระบวนการสรา้ ง
1. ระบบการทางานของอวัยวะ เสรมิ และดารงประสิทธภิ าพการทางานของ 1-5 10 10 - 10 10 - -
อวยั วะตา่ งๆ
พ. 2.1 ม. 4-6/3 เลอื กใชท้ กั ษะทเี่ หมาะสมใน
การป้องกนั ลดความขดั แย้ง แก้ปัญหาเรอ่ื ง
2. การแก้ปัญหาความขดั แยง้ เพศและครอบครวั 6-7 10 - 5 10 5 - -
พ. 2.1 ม. 4-6/4 วเิ คราะหส์ าเหตแุ ละผลของ
ความขัดแย้งทอ่ี าจเกิดขึน้ ระหวา่ งนกั เรียน
หรอื เยาวชนในชมุ ชน
พ. 2.1 ม. 4-6/1 วเิ คราะหอ์ ทิ ธิพลของ
3. ภาวการณท์ างเพศ ครอบครัว เพ่ือน สังคม และวฒั นธรรมทม่ี ผี ล 8-9 10 - 5 10 5 - -
ตอ่ พฤตกิ รรมทางเพศและการดาเนนิ ชวี ติ
สอบวัดผลกลางภาค 10
พ. 4.1 ม. 4-6/1 วิเคราะห์บทบาทและความ
รับผิดชอบของบุคคลทม่ี ตี อ่ การเสริมสร้าง
4. สขุ ภาพดีสร้างได้ สขุ ภาพและการป้องกนั โรคในชมุ ชน 11-13 10 5 - - - 10 5
พ. 4.1 ม. 4-6/6 มสี ว่ นร่วมในการสง่ เสริมและ
พฒั นาสุขภาพของบคุ คลในชุมชน
5. สิทธิผ้บู รโิ ภค พ. 4.1 ม. 4-6/3 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธิผบู้ ริโภค 14-15 5 5 - - - 5 5
พ. 4.1 ม. 4-6/1 วิเคราะหบ์ ทบาทและความ
รบั ผดิ ชอบของบุคคลทม่ี ีต่อการเสริมสรา้ ง
6. 6. สิ่งแวดล้อมดีชวี มี สี ขุ สุขภาพและการปอ้ งกันโรคในชมุ ชน 16-17 10 5 - - - 5 10
พ. 4.1 ม. 4-6/6 มสี ว่ นร่วมในการสง่ เสริมและ
พฒั นาสขุ ภาพของบคุ คลในชุมชน
7. การเคลื่อนไหวการ พ. 3.2 ม. 4-6/1 ออกกาลงั กายและเลน่ กีฬาที่
ออกกาลงั กาย การเลน่ เกม
กฬี าไทย และกีฬาสากล เหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่าเสมอ และใช้ 18-19 - 10 - - - 10 -
ความสามารถของตนเอง เพ่ิมศักยภาพของทมี
ลดความเปน็ ตวั ตน คานงึ ถึงผลทเี่ กิดต่อสงั คม
สอบวดั ผลปลายภาค 20
รวมกอ่ นกลางภาค/กลางภาค/หลังกลางภาค/ปลายภาค 55 35 10 30 20 30 20
รวมท้ังหมด 100
ลงช่อื ……………………...................ครูผสู้ อน ลงช่ือ.................................................
(นายยุทธชยั แกว้ สารทอง) (นายจิระศกั ด์ิ ชัยเพชร)
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวชิ า พ 33101 เวลา 1 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง ระบบการทางานของอวยั วะ
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตวั ชี้วดั พ ๑.๑ ม. ๔-๖/๑ อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการ
ทางานของระบบอวยั วะต่างๆ
๒. สาระสาคญั สาระสาคญั
ร่างกายของมนุษยป์ ระกอบดว้ ยอวยั วะต่างๆ ที่มีการทางานอยา่ งเป็นระบบ ในแต่ละระบบจะทาหนา้ ท่ี
แตกต่างกนั ไป แต่จะมีความสมั พนั ธซ์ ่ึงกนั และกนั การดารงชีวิตของมนุษยจ์ ึงข้ึนอยกู่ บั การทางานของระบบ
ต่างๆในร่างกายที่มีการสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ดงั น้ัน กระบวนการสร้างเสริมและดารง
ประสิทธิภาพการทางานของระบบอวยั วะต่างๆจึงเป็นส่วนสาคญั ท่ีจะช่วยใหม้ นุษยส์ ามารถดารงชีวิตอยู่ได้
อยา่ งปกติสุข
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมายการเรียนรู้
ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะที่สาคัญ หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A)
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. อธิบายกระบวนการ ๑. ปฏิบตั ิตามแนว ๑. มีวนิ ยั ๑. ความสามารถใน ๑. มคี วามรอบรู้
สร้างเสริมและดารง ทางการสร้างเสริม ๒. ใฝ่ เรียนรู้ การคิด - นกั เรียนมีการ
วางแผนในการ
ประสิทธิภาพการ และดารง ๓. มุ่งมนั่ ในการทางาน - ทกั ษะการสร้าง สืบคน้ ขอ้ มูลจาก
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ
ทางานของระบบ ประสิทธิภาพการ ความรู้
อวยั วะต่างๆของ ทางานของระบบ - ทกั ษะการนา
ร่างกายได้ ต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง ความรู้ไปใช้
ถูกตอ้ ง ๒. ความสามารถใน
การส่ือสาร
๓. ความสามารถใน
การแกป้ ัญหา
๒
๔. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สาระการเรียนรู้
๑. องคป์ ระกอบของระบบอวยั วะต่างๆ ของร่างกาย
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ื่น ความซ่ือสตั ย์ สานึกพลเมือง
๓
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทางบูรณการการเรียนรู้
ระบบอวยั วะของร่างกาย กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
(การออกแบบแผนผงั ความคิด
เรื่ององคป์ ระกอบและความสาคญั ของอวยั วะ
ในระบบตา่ งๆ ของร่างกาย)
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(นกั เรียนมีการวางแผนในการสืบคน้ ขอ้ มลู จาก
แหล่งเรียนรู้ตา่ งๆ)
๘. การเตรียมตัวของผู้สอน
๑. ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
และกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๒. ศึกษาเน้ือหาสาระ เร่ือง ระบบการทางานของอวยั วะ หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๓. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมสื่อ/นวตั กรรม
๙. สื่อ/นวตั กรรม
๑. หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
จากดั
๒. โปรแกรม PowerPoint เร่ือง อวยั วะต่างๆ ของร่างกาย
๓. แผนภาพความคิด เร่ือง องคป์ ระกอบและความสาคญั ของอวยั วะในระบบต่างๆ ของร่างกาย
๔. การใชเ้ ทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีที่สามารถเขา้ ถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาใหผ้ ูส้ อนสามารถนาส่ือจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั นกั เรียนจากแอปพลิเคชนั
Aimphan Education
๔
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบโครงสร้างความรู้หรือแผนผงั ความคิด เป็นการ
ฝึ กใหผ้ เู้ รียนรวบรวมขอ้ มูลหรือความรู้จากการศึกษาคน้ ควา้ การอ่าน การฟังคาบรรยาย แลว้ นาขอ้ มูลมาจดั
กลุ่ม เขียนเป็นภาพแสดงใหเ้ ห็นถึงโครงสร้างความคิด กระบวนการคิด และความสมั พนั ธ์ของกระบวนการ
คิด โดยใชร้ ูปภาพ หรือแผนภาพ เช่น แผนผงั ความคิด (Mind Mapping)
ช่ัวโมงท่ี ๑
ข้นั กระตุ้นความสนใจ (๕ นาที)
๑. นกั เรียนและครูทาความรู้จกั และสร้างความคุน้ เคยระหว่างกนั ดว้ ยรูปแบบการเรียนแบบการใช้
คาถาม โดยครูจะไม่บอกรายละเอียดเกี่ยวกบั รายวิชา แต่จะให้นักเรียนเป็ นผูต้ ้งั คาถามในส่ิงท่ี
อยากรู้ ซ่ึงครูจะใหน้ กั เรียนเป็นผตู้ ้งั คาถามท้งั หมด ๕ คาถาม ในการคน้ หาคาตอบที่มีประโยชน์
ต่อการเรี ยนในรายวิชาน้ี เพ่ือสร้างทักษะความกล้าแสดงออกและการใช้คาถามแบบมี
วจิ ารณญาณ
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั การเรียนรู้วิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖
ในเร่ืองของจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เวลาเรียน การประเมินผล และการปฏิบตั ิตน พร้อมท้งั ร่วมกนั
ซกั ถามปัญหา และร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การเรียนวิชาน้ี
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที)
๓. นกั เรียนเลือกอวยั วะท่ีชอบมากท่ีสุดในร่างกายมาคนละ ๑ อวยั วะ และใหเ้ ขียนคาใบถ้ ึงอวยั วะ
ดงั กล่าวมา ๓ คาใบต้ ามความเขา้ ใจของนกั เรียน ซ่ึงอาจใบเ้ ป็ นตาแหน่งท่ีอยู่ ความสาคญั หรือ
หนา้ ท่ีการทางาน เป็นตน้ โดยหา้ มบอกวา่ อวยั วะน้นั ชื่อว่าอะไร หลงั จากน้นั ครูจะสุ่มนกั เรียน ๕
คนออกมาอ่านคาใบถ้ ึงอวยั วะท่ีตนเองชอบหนา้ ช้ันเรียน และให้สมาชิกที่เหลือร่วมกนั ทายว่า
เพื่อนแต่ละคนกาลงั ใบถ้ ึงอวยั วะใดในร่างกาย นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปกิจกรรมดงั กล่าวและ
นาเขา้ สู่บทเรียนเร่ือง ระบบการทางานของอวยั วะ
ข้ันสอน (๒๕ นาที)
๔. ครูใชโ้ ปรแกรม PowerPoint ในการนาเสนอรูปภาพ
อวยั วะท้งั หมดของร่างกาย และใหน้ กั เรียนแบ่งเป็น
๑๐ กลุ่ม นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาข้อมูลเพ่ือ
คน้ หาว่าอวยั วะใดอยู่ในระบบเดียวกันบ้าง และ
ตอบคาถามวา่ ในร่างกายมนุษยป์ ระกอบดว้ ยระบบ
ใดบา้ ง
๕
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากเพ่ือเลือกระบบอวยั วะกลุ่มละ ๑ ระบบ และสรุป
องคป์ ระกอบของระบบท่ีนกั เรียนหยิบฉลากไดใ้ นรูปแบบของแผนผงั ความคิด(Mind Map) ลงใน
กระดาษ A4 ซ่ึงแสดงรายละเอียดถึงความสาคญั ของระบบดงั กล่าว องคป์ ระกอบของอวยั วะและ
การสร้างเสริมและดูแลรักษาระบบดงั กลา่ วมาพอสงั เขป
ข้ันสรุป (๕ นาที)
๖. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปและอภิปรายเก่ียวกบั องคป์ ระกอบของระบบอวยั วะต่างๆของร่างกาย
และความสาคญั ของอวยั วะในแต่ละระบบและเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามขอ้ สงสัยท่ีเกี่ยวกบั
การเรียน
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๗. ตรวจสอบและประเมินแผนผงั ความคิด เร่ือง องคป์ ระกอบและความสาคญั ของอวยั วะในระบบ
ต่างๆ ของร่างกาย
๘. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเช่ือมโยงขอ้ มูลและสรุป
ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
๑๑.๑ การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เครื่องมือ วธิ ีวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. ทาแผนผงั ความคิด ๑. แผนผงั ความคิด เรื่อง ๑. ตรวจแผนผงั ความคิด การประเมิน
(K)
เร่ือง องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบและ เรื่อง องคป์ ระกอบ ๕ = ดีมาก
ทักษะ/กระบวนการ (P)
และความสาคญั ของ ความสาคญั ของ และความสาคญั ของ ๔ = ดี
อวยั วะในระบบต่างๆ อวยั วะในระบบต่างๆ อวยั วะในระบบต่างๆ ๓ = ปานกลอง
ของร่างกาย ของร่างกาย ของร่างกาย ๒ = พอใช้
๒. แบบประเมิน ๒. สงั เกตพฤติกรรมการ ๑ = ควรปรับปรุง
พฤติกรรมการทางาน ทางาน
๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ในการสร้างเสริม รายบุคคล
และดารง
ประสิทธิภาพการ
ทางานของระบบ
ตา่ งๆ
๖
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เคร่ืองมือ วิธีวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
สมรรถนะท่สี าคญั ชิ้นงาน ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ๑. พฤติกรรม สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
นกั เรียน ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ทกั ษะชีวติ ในช้นั เรียน
คณุ ลกั ษณะ ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑร์ ะดบั
อนั พงึ ประสงค์ (A) ๑. พฤติกรรม คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
ในช้นั เรียน อนั พงึ ประสงค์ ช้นั เรียน ข้ึนไป
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการใหเ้ หตผุ ลใน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ ๖๐
ในช้นั เรียน ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
ช้นั เรียน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ๑. แบบสงั เกต
ในช้นั เรียน พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
๗
๑๓. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยุทธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
๘
ความเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้/หวั หน้ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๙
ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๑๐ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6
รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 ชั่วโมง
รหสั วชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง ระบบการทางานของอวยั วะ
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตวั ชี้วดั พ ๑.๑ ม. ๔-๖/๑ อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการ
ทางานของระบบอวยั วะต่างๆ
๒. สาระสาคัญ
ระบบประสาทถือเป็นระบบหน่ึงท่ีมีความสาคญั ต่อร่างกายมนุษย์ สมองของมนุษยจ์ ะเป็นศูนยค์ วบคุม
การทางานและสง่ั การอวยั วะต่างๆ ในร่างกาย ช่วยใหม้ นุษยม์ ีความรู้สึกนึกคิด มีการจดจา และเกิดการเรียนรู้
ซ่ึงเปรียบเสมือนศูนยก์ ลางที่เชื่อมโยงอวยั วะต่างๆในร่างกายให้สามารถทางานไดอ้ ย่างสอดประสานกนั
ดงั น้นั เราควรใส่ใจดูแลระบบประสาทใหส้ ามารถทางานไดต้ ามปกติและมีประสิทธิภาพ เพ่ือใหม้ นุษยส์ ามารถ
ดาเนินชีวติ ไดอ้ ยา่ งปกติสุข
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมายป้าหมายการเรียนรู้
ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะทส่ี าคญั หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(K) (P) ประสงค์ (A)
๑. อธิบายกระบวนการ ๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. มวี นิ ยั ๑. ความสามารถใน ๑. หลกั ความพอประมาณ
สร้างเสริมและดารง ในการสร้างเสริมและ ๒. ใฝ่ เรียนรู้ การคิด -นกั เรียนไดร้ ับเน้ือหาตาม
ประสิ ทธิภาพการ ดารงประสิทธิภาพการ ๓. มงุ่ มน่ั ในการทางาน - ทกั ษะการสร้าง ความเหมาะสมกบั ช่วงวยั เพอ่ื ให้
ทางานของระบบ ท างาน ข อ งระ บ บ ความรู้ เกิดกระบวนการเรียนรู้
ประสาทได้ ประสาทและสมองได้ - ทกั ษะการนา อยา่ งมีประสิทธิภาพ
อยา่ งถูกตอ้ ง ความรู้ไปใช้
๒. ความสามารถใน
การสื่อสาร
๓. ความสามารถใน
การแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถใน
การใชท้ กั ษะชีวติ
๑๑
๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สาระ
๑.ระบบประสาท (Nervous System)
- ความสาคญั ของระบบประสาท
- การทางานของระบบประสาท
- การสร้างเสริมและดูแลรักษาระบบประสาท
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ่ืน ความซ่ือสตั ย์ สานึกพลเมือง
๑๒
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทางบูรณการ
ระบบประสาท กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
(ทกั ษะการฟัง การอ่าน การเขียน การพูดใน
กิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง ระบบประสาท)
กลุ่มสาระก()ารเรียนรู้ศิลปะ
(การออกแบบแผนผงั องคป์ ระกอบของสมอง)
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(นกั เรียนไดร้ ับเน้ือหาตามความเหมาะสมกบั ช่วงวยั เพื่อให้เกิด
กระบวนการเรียนรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพ)
๘. การเตรียมตวั ของผู้สอน
๑. ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล
ศึกษา และกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๒. ศึกษาเน้ือหาสาระ เรื่อง ระบบประสาท หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้ัน
มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๓. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมสื่อ/นวตั กรรม
๙. สื่อ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๑. โปรแกรม PowerPoint เร่ือง องคป์ ระกอบของระบบประสาทและสมอง
๒. ใบงานที่ ๑ เรื่อง องคป์ ระกอบของสมอง
๑๓
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบ Active learning และใช้วิธีการตรวจสอบความรู้ของ
นกั เรียนดว้ ยการถาม - ตอบ
ช่ัวโมงท๒ี
ข้นั กระตุ้นความสนใจ (๕ นาท)ี
๑. ครูใช้ส่ือ PowerPoint ในการนาเสนอรูปภาพหลากหลายรูปแบบ (ตามภาคผนวก ๑) ซ่ึงเป็ น
รูปภาพที่สื่อถึงกระบวนการคิดและการทางานของสมอง ซ่ึงภาพดงั กล่าวสามารถใชใ้ นการฝึ ก
สมองใหส้ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งสมดุลและกระตุน้ การเรียนรู้ของนกั เรียน โดยใหน้ กั เรียนร่วมกนั
เล่นเกมทายภาพปริศนาดงั กล่าว
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายสิ่งท่ีไดเ้ รียนรู้จากการเล่นเกมฝึ กสมองดงั กล่าว และเช่ือมโยง
ขอ้ มลู นาเขา้ สู่บทเรียน
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที)
๓. ครูใช้โปรแกรม PowerPoint ในการแสดงภาพภาพหน่ึง (ตามภาคผนวก ๒) ซ่ึงเป็ นภาพท่ี
ช้ีใหเ้ ห็นถึงการทางานของสมองท้งั สองซีก โดยจะเป็นภาพที่เก่ียวกบั คาท่ีเป็นชื่อสีแต่เขียนดว้ ยสี
ที่แตกต่างจากช่ือ ให้นกั เรียนลองฝึ กทาตามคาส่ังจากภาพดงั กล่าว หลงั จากน้ันนกั เรียนและครู
ลองร่วมกนั อภิปรายถึงเหตุผลท่ีแต่ละคนทาตามคาสง่ั ไดป้ ระสิทธิภาพที่แตกต่างกนั
๔. ครูอธิบายถึงสิ่งท่ีไดเ้ รียนรู้จากกิจกรรมดงั กล่าว ซ่ึงเกิดข้ึนเพราะมนุษยท์ ุกคนมีสมองท้งั สองซีกที่
ควบคุมการทางานท่ีแตกต่างกนั คือ สมองซีกซา้ ยควบคุมเกี่ยวกบั การตรรกะ ภาษาและการใช้
เหตุผล และสมองซีกขวาที่ควบคุมเกี่ยวกบั ศิลปะและจินตนาการ มนุษยจ์ ึงอ่านคาจากภาพ
ดงั กล่าวไดย้ ากลาบากกวา่ ปกติเพราะสมองท้งั สองซีกเกิดความสบั สนเม่ือตอ้ งทางานพร้อมกนั
ข้ันสอน (๓๐ นาที)
๕. ครูใชโ้ ปรแกรม PowerPoint ในการแสดงองคป์ ระกอบของระบบประสาทและสมอง ความสาคญั
ของระบบประสาทและสมอง พร้อมท้งั หนา้ ท่ีกระบวนการทางานของสมองในแต่ละส่วน
๖. นักเรียนทาใบงานท่ี ๑ เรื่อง องค์ประกอบของสมอง (ตามภาคผนวก ๓) ซ่ึงเป็ นใบงานที่
ประกอบดว้ ยภาพจาลองกอ้ นสมองที่วา่ งเปล่า 1 กอ้ น ใหน้ กั เรียนแต่ละคนต่อเติมส่วนประกอบ
ของสมองใหส้ มบูรณ์โดยใชข้ อ้ มูลที่สรุปไดจ้ ากการบรรยายของครู และวาดต่อเติมจากรูปสมอง
กอ้ นดงั กล่าวใหเ้ ป็นรูปหนา้ มนุษยต์ ามจินตนาการของนกั เรียน พร้อมท้งั ระบายสีตกแต่งรูปภาพ
ของนกั เรียนใหส้ วยงาม
๑๔
ข้ันสรุป (๕ นาที)
๗. นักเรียนแต่ละคนสารวจตนเองว่าได้เคยกระทาพฤติกรรมใดบ้างในชีวิตประจาวนั ท่ีเป็ น
พฤติกรรมเส่ียงต่อการทาลายสมองของตนเอง โดยตรวจเช็คไดจ้ ากแบบสารวจ “10 นิสัยทาลาย
สมอง”(ตามภาคผนวก ๔)
๘. นกั เรียนแต่ละคนไปหาแนวทางท่ีเหมาะสมกบั ตนเองในการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพ
การทางานของระบบประสาทและสมอง เพื่อหาแนวทางในการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทาลาย
สมองของตนเองในระยะยาว และเตรียมขอ้ มูลมาอภิปรายร่วมกนั ในคาบต่อไป
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๙. ตรวจสอบและประเมินใบงานที่ ๑ เร่ือง องคป์ ระกอบของสมอง
๑๐. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเช่ือมโยงขอ้ มูลและสรุป
องคค์ วามรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๑๕
๑๑. การวดั และประเมินผล
๑๑.๑ การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ชีว้ ดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เครื่องมือ วธิ ีวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. ทาใบงานท่ี ๑ เร่ือง ๑. แบบประเมินใบงานที่ ๑. ตรวจสอบใบงานท่ี ๑ การประเมิน
(K) องคป์ ระกอบของ ๑ เรื่อง องคป์ ระกอบ เรื่อง องคป์ ระกอบ
สมอง ของสมอง ของสมอง ๕ = ดีมาก
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) (ตามภาคผนวก ๓) ๒. แบบประเมิน ๕. สงั เกตพฤติกรรมการ ๔ = ดี
พฤติกรรมการทางาน ทางาน ๓ = ปานกลอง
๒ = พอใช้
๑ = ควรปรับปรุง
๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๖๐
ในการสร้างเสริมและ รายบุคคล
ดารงประสิทธิภาพ
การทางานของระบบ
ประสาทและสมอง
๑๑.๒ การประเมนิ สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เคร่ืองมือ วธิ ีวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกว่าร้อยละ
๑. ความสามารถในการใช้
ในช้นั เรียน สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมในช้นั ๖๐
ทกั ษะชีวติ นกั เรียน เรียน
คณุ ลกั ษณะ ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ
อนั พงึ ประสงค์ (A) ในช้นั เรียน คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมในช้นั ๖๐
อนั พงึ ประสงค์ เรียน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ๑. พฤติกรรม แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการใหเ้ หตุผลใน นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑร์ ะดบั
ในช้นั เรียน ศตวรรษท่ี 21 การตอบคาถามในช้นั คุณภาพการประเมินระดบั
เรียน พอใชข้ ้ึนไป
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ๑. แบบสงั เกตฤติกรรม ๑. สงั เกตพฤติกรรม ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ
ในช้นั เรียน รายบคุ คลตามหลกั นกั เรียนระหวา่ งการ ๖๐
ปรัชญาศรษฐกิจฯ เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
๑๖
๑๓. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเดก็ พิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
๑๗
ความเหน็ ของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้/หวั หน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผู้อานวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
๑๘
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๑๙
ภาคผนวก ๑
ตัวอย่างภาพฝึ กสมอง
๑. นักเรียนเห็นคาว่าอะไรในภาพนี้
เฉลย : คาวา่ LIFT (มองพ้นื ท่ีสีขาวจะเห็นเป็ นคา)
๒. นักเรียนเห็นรูปอะไรบ้างในภาพนี้
เฉลย : หญิงสาวหนั ดา้ นขา้ งและหญิงชรา (เป็นภาพท่ีมองได้ 2 แบบ)
๒๐
๓. จากภาพ นักเรียนเหน็ รูปหน้าคนท้งั หมดกีห่ น้า
เฉลย : 9 หนา้
๔. คุณอ่านได้ไหม?
ทุกคนสามารถอา่ นไดเ้ พราะสมองของคนเราสามารถจดจารูปแบบของอกั ษรหรือท่ีเคยพบและเคย
อ่านไดแ้ ละสามารถเรียบเรียงตวั อกั ษรต่างๆใหอ้ ยา่ งอตั โนมตั ิ ถึงแมว้ า่ จะสลบั ท่ีกนั ยงุ่ เหยงิ
๒๑
ภาคผนวก ๒
ให้ อ่านสีทเ่ี ขยี นคาต่างๆ ด้านล่างนี้
เช่น คาแรกพมิ พ์ด้วยสีเขยี วกใ็ ห้อ่านว่า "เขยี ว" อ่านให้เร็วท่สี ุด
๒๒
ภาคผนวก ๓
ใบงานท่ี ๑ องค์ประกอบของสมอง
เขียนรายละเอียดของส่วนประกอบสมองและวาดต่อเติมจากรูปสมองกอ้ นดงั กล่าวใหเ้ ป็ นรูป
หนา้ มนุษยต์ ามจินตนาการของนกั เรียน พร้อมท้งั ระบายสีตกแต่งรูปภาพของนกั เรียนใหส้ วยงาม
๒๓
ภาคผนวก ๔
ตารางสารวจพฤตกิ รรม “๑๐ นิสัยทาลายสมอง”
พฤตกิ รรม ปฏิบัติ ไม่ปฏิบตั ิ
๑. ไม่รับประทานอาหารเช้า
๒. รับประทานอาหารมากเกินไป
๓. สบู บุหรี่
๔. ทานของหวานมากเกินไป
๕. อยใู่ นพ้ืนทท่ี ี่มีมลภาวะ
๖. การอดนอนเปน็ ประจา
๗. การนอนคลมุ โปง
๘. ใชส้ มองขณะไมส่ บาย
๙. ขาดการใช้ความคดิ ไมค่ อ่ ยคดิ ไตรตรอง
๑๐. เป็นคนไม่ค่อยพูด
๒๔ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รหสั วชิ า พ 33101 เวลา 1 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง ระบบการทางานของอวยั วะ
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตวั ชีว้ ดั พ ๑.๑ ม. ๔-๖/๑ อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการ
ทางานของระบบอวยั วะต่างๆ
๒. สาระสาคญั
ระบบสืบพนั ธุ์เป็ นอีกหน่ึงระบบท่ีมีความสาคญั ต่อการดารงเผา่ พนั ธุ์มนุษย์ มนุษยใ์ ชก้ ารสืบพนั ธุ์ใน
การสืบทอดเผ่าพนั ธุ์ให้ดารงอยู่ ซ่ึงถูกกาหนดให้มีอวยั วะสืบพนั ธุ์ของสองเพศที่มีความแตกต่างกัน คือ
อวยั วะเพศชายและอวยั วะเพศหญิง นอกจากจะใชเ้ ป็นตวั กาหนดเพศแลว้ ยงั เป็นแหล่งสร้างฮอร์โมนเพศท่ีมี
ความสาคญั ต่อการแสดงออกถึงลกั ษณะทางเพศท้งั ทางกายภาพ ทางจิตใจและอารมณ์ และทางสังคมอีกดว้ ย
ดงั น้นั เราควรใส่ใจดูแลระบบสืบพนั ธุ์ใหส้ ามารถทางานไดต้ ามปกติเพื่อใหม้ นุษยส์ ามารถดาเนินชีวิตไดอ้ ยา่ ง
ปกติสุข
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะทีส่ าคญั หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A) เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. อธิบายกระบวนการ ๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. มีวนิ ยั ๑. ความสามารถใน ๑. หลกั สร้าง
ภูมิคุม้ กนั
สร้างเสริมและดารง ในการสร้างเสริม ๒. ใฝ่ เรียนรู้ การคิด
- นกั เรียนเกิด
ประสิทธิภาพการ และดารง ๓. มุง่ มนั่ ในการทางาน - ทกั ษะการสร้าง ทกั ษะและไดร้ ับ
ทางานของระบบ ประสิทธิภาพการ ความรู้
สืบพนั ธุไ์ ด้ ทางานของระบบ - ทกั ษะการนา ประสบการณ์ตรง
๒. เสนอแนวทางใน สืบพนั ธุ์ ความรู้ไปใช้ จากกิจกรรมการ
๒. ความสามารถใน เรียนรู้
การสร้างเสริมและ
ดารงประสิทธิภาพ การส่ือสาร
การทางานของ ๓. ความสามารถใน
ระบบสืบพนั ธุไ์ ด้
อยา่ งถูกตอ้ ง การแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถใน
การใชท้ กั ษะชีวติ
๒๕
๔. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สาระ
ระบบสืบพนั ธุ์ (Reproductive System)
- ระบบสืบพนั ธุ์เพศชาย
- ระบบสืบพนั ธุ์เพศหญิง
- การสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบสืบพนั ธุ์
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผิดชอบเชื่อถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ่ืน ความซ่ือสตั ย์ สานึกพลเมือง
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทาง ๒๖
ระบบสืบพนั ธ์ุ
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(องคป์ ระกอบและหนา้ ท่ีการทางานของระบบสืบพนั ธุ์)
กล่มุ สาระกา(ร)เรียนรู้ศิลปะ
(การออกแบบแผนผงั ความคิดเรื่อง ระบบสืบพนั ธุ์)
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(นกั เรียนเกิดทกั ษะและไดร้ ับประสบการณ์ตรง
จากกิจกรรมการเรียนรู้)
๘. การเตรียมตัวของผ้สู อน
๑. ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
และกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๒. ศึกษาเน้ือหาสาระ เร่ือง ระบบสืบพนั ธุ์ หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี
ที่ ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๓. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมสื่อ/นวตั กรรม
๙. ส่ือ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๑. โปรแกรม PowerPoint เร่ือง ระบบสืบพนั ธุ์
๒. แผนภาพความคิด เร่ือง ระบบสืบพนั ธุ์
๓. กระดาษ A4
๕. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาส่ือจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั ผูเ้ รียนจากแอปพลิเคชัน
Aimphan Education
๒๗
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบ Active learning โดยการใชเ้ กมและแผนภาพความคิด
เป็นส่ือการจดั การเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ ๓
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ (๕ นาที)
๑. จากคาบเรียนท่ีแลว้ ครูสุ่มนกั เรียนเพื่อบอกแนวทางท่ีเหมาะสมกบั ตนเองในการสร้างเสริมและ
ดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบประสาทและสมอง จากน้นั ครูใชเ้ กมเพ่ือกระตุน้ ความ
สนใจของนกั เรียน โดยเกมน้ีมีกติกาวา่ ใหน้ กั เรียนจบั คู่กนั โดยแต่ละคู่จะตอ้ งเป็นเพศตรงขา้ มกนั
จากน้นั ใหน้ กั เรียนหนั หนา้ เขา้ หากนั และเอานิ้วช้ีมาแตะกนั ไว้ ครูจะเร่ิมเกมโดยการพูดคาข้ึนตน้
ของอวยั วะในร่างกาย เช่น อวยั วะท่ีข้ึนตน้ ดว้ ย ข. ไข่ และใหน้ กั เรียนใชน้ ิ้วช้ีไปช้ีอวยั วะที่ข้ึนตน้
ดว้ ยตวั อกั ษรดงั กล่าวของฝ่ ายตรงขา้ ม ใครช้ีไดเ้ ร็วกวา่ และถูกตอ้ งถือเป็นผูช้ นะ โดยเล่นเกมวน
ไป ๓ คร้ัง เพื่อหาผชู้ นะในแต่ละคู่
๒. นักเรียนบอกความแตกต่างที่สังเกตเห็นระหว่างตนเองและคู่ของตนในระหว่างการเล่นเกม
ร่วมกนั อภิปรายและนาเขา้ สู่บทเรียน
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาท)ี
๓. ครูแบ่งกระดานออกเป็ น ๒ ฝ่ัง ฝ่ังเพศชายและฝ่ังเพศหญิงและต้งั หัวขอ้ บนกระดานว่า “ความ
แตกต่างระหวา่ งเพศชายและเพศหญิง” โดยใหน้ กั เรียนแต่ละคนออกมาเขียนลกั ษณะเฉพาะที่เห็น
เด่นชดั ที่สังเกตเห็นไดจ้ ากเพศตรงขา้ ม คือใหน้ กั เรียนชายเขียนฝั่งเพศหญิงและใหน้ กั เรียนหญิง
เขียนในฝ่ังเพศชาย
๔. นักเรียนและครูร่วมกนั อภิปรายถึงความแตกต่างระหว่างเพศที่นกั เรียนเขียนบนกระดาน โดย
แบ่งเป็ นดา้ นร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ลกั ษณะนิสัยรวมถึงพฤติกรรมการใชช้ ีวิต และ
ร่วมสรุปประเดน็ สาคญั วา่ เหตุใดธรรมชาติจึงสร้างใหม้ นุษยม์ ี ๒ เพศ คือเพศหญิงและเพศชาย
ข้นั สอน (๓๐ นาที)
๕. ครูใชโ้ ปรแกรม PowerPoint ในการนาเสนอรูปภาพระบบอวยั วะสืบพนั ธุ์ของเพศชายและเพศ
หญิง โดยแสดงให้เห็นถึงลกั ษณะภายนอกและภายในของอวยั วะเพศท้ังสองเพศ หน้าท่ีการ
ทางาน และความสาคญั ของแต่ละอวยั วะในระบบสืบพนั ธุ์ และช้ีให้เห็นถึงความแตกต่างของ
อวยั วะเพศท้งั สองเพศ
๒๘
๖. นกั เรียนแบ่งเป็น ๔ กลุ่ม แยกเพศชายและเพศหญิง โดยแบ่งเป็นเพศชาย ๒ กลมุ่ และเพศหญิง ๒
กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเขียนแนวทางการดูแลรักษาอวยั วะเพศและระบบสืบพนั ธุ์ของตนเอง เป็ น
แผนผงั ความคิด ลงในกระดาษ A4 พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
ข้ันสรุป (๕ นาที)
๗. สุ่มนกั เรียนในหอ้ ง ๔ คน ผหู้ ญิง ๒ คนและผชู้ าย ๒ คน ใหบ้ อกวิธีการดูแลรักษาอวยั วะเพศและ
ระบบสืบพนั ธุ์ของตนเองท่ีทาอยูใ่ นชีวติ ประจาวนั มาคนละ ๑ อยา่ ง อภิปรายและสรุปเน้ือหาบทท่ี
ไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ี
๘. ครูให้นกั เรียนหารูปศิลปิ นหรือบุคลท่ีมีช่ือเสียงที่นักเรียนชื่นชอบมาคนละ ๑ รูป ขนาดเท่ากบั
กระดาษ A4 โดยรูปจะตอ้ งเป็ นรูปท่ีแสดงใหเ้ ห็นรูปร่างท้งั ตวั ของบุคคลดงั กล่าว และเตรียมปก
ใสมาคนละ ๑ แผน่ แปะมาบนรูปโดยติดสก๊อตเทปใสใหต้ ิดกบั รูป ๑ ดา้ น พร้อมท้งั เตรียมปากกา
ชนิดที่สามารถเขียนบนแผน่ ใสไดโ้ ดยไม่เลอะมาดว้ ย และนามาในคาบต่อไป
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๙. ตรวจสอบและประเมินงานแผนผงั ความคิด เร่ือง แนวทางการดูแลรักษาอวยั วะเพศและระบบ
สืบพนั ธุ์ของตนเอง
๑๐. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเช่ือมโยงขอ้ มูลและสรุป
องคค์ วามรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๒๙
๑๑. การวดั และประเมินผล
๑๑.๑ การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เคร่ืองมือ วธิ ีวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. ทาแผนผงั ความคิด ๑. แบบประเมินแผนผงั ๑. ตรวจสอบแผนผงั การประเมิน
(K)
เรื่อง แนวทางการ ความคิด เร่ือง แนว ความคิด เร่ือง แนว ๕ = ดีมาก
ทักษะ/กระบวนการ (P)
ดูแลรักษาอวยั วะเพศ ทางการดูแลรักษา ทางการดูแลรักษา ๔ = ดี
และระบบสืบพนั ธุ์ อวยั วะเพศและระบบ อวยั วะเพศและระบบ ๓ = ปานกลอง
ของตนเอง สืบพนั ธุข์ องตนเอง สืบพนั ธุข์ องตนเอง ๒ = พอใช้
๒. แบบประเมิน ๒. สงั เกตพฤติกรรมการ ๑ = ควรปรับปรุง
พฤติกรรมการทางาน ทางานกลุ่ม
กลุ่ม
๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ในการสร้างเสริม รายบุคคล
และดารง
ประสิทธิภาพการ
ทางานของระบบ
สืบพนั ธุ์
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เครื่องมือ วิธีวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน
สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
ทักษะชีวติ
นกั เรียน ช้นั เรียน
คุณลกั ษณะ ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ ๖๐
อนั พงึ ประสงค์ (A) ในช้นั เรียน คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน
อนั พงึ ประสงค์ ช้นั เรียน นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑร์ ะดบั
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการใหเ้ หตผุ ลใน ข้ึนไป
ศตวรรษท่ี 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้
๓๐
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๑๓. บันทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเดก็ พิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๓๑
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยุทธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...............................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๓๒
ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกล่มุ บริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๓๓
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
รหสั วชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ระบบการทางานของอวยั วะ เวลา 1 ชั่วโมง
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มาตรฐาน
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตวั ชีว้ ดั พ ๑.๑ ม. ๔-๖/๑ อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการ
ทางานของระบบอวยั วะต่างๆ
๒. สาระสาคญั
ระบบต่อมไร้ท่อเป็นอีกระบบหน่ึงที่มีความสาคญั และมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของร่างกาย เป็ น
แหล่งผลิตฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย ท่ีมีคุณสมบตั ิแตกต่างกนั ส่งผ่านไปตามกระแสเลือดมีผลต่ออวยั วะ
ต่างๆในร่างกายเพ่ือรักษาสมดุลใหก้ บั ร่างกาย โดยฮอร์โมนแต่ละชนิดจะมีหนา้ ที่เฉพาะอย่างและมีอิทธิพล
ต่ออวยั วะต่างๆในร่างกายเป็นอย่างมาก จึงควรดูแลรักษาต่อมไร้ท่อต่างๆในร่างกายใหส้ ามารถทางานไดอ้ ย่าง
มีประสิทธิภาพและเป็ นปกติ
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะท่สี าคัญ หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A)
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. อธิบายกระบวนการ ๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. มีวนิ ยั ๑. ความสามารถใน ๑. หลกั ความ
สร้างเสริมและดารง ในการสร้างเสริม ๒. ใฝ่ เรียนรู้ การคิด พอประมาณ
- นกั เรียนทา
ประสิทธิภาพการ และดารง ๓. มงุ่ มนั่ ในการทางาน - ทกั ษะการสร้าง
ทางานของระบบต่อม ประสิทธิภาพการ ความรู้ กิจกรรมไดเ้ ต็ม
ไร้ท่อได้ ทางานของระบบ - ทกั ษะการนา ศกั ยภาพตนเอง
๒. บอกแนวทางการ ต่อมไร้ท่อได้ ความรู้ไปใช้
สร้างเสริมและดารง
ประสิทธิภาพการ ๒. ความสามารถใน
ทางานของระบบต่อม การสื่อสาร
ไร้ทอ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
๓๔
๔. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สาระ
ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System)
- ตาแหน่งและหนา้ ที่ของต่อมไร้ท่อในร่างกายมนุษย์
- การสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบต่อมไร้ท่อ
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ่ืน ความซื่อสตั ย์ สานึกพลเมือง
๓๕
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทาง
ระบบต่อมไร้ท่อ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ตาแหน่งและหนา้ ท่ีการทางานของระบบตอ่ มไร้ท่อ)
กลุ่มสาระกา(ร)เรียนรู้ศิลปะ
(การใชภ้ าพเสมือนมนุษยบ์ อกตาแหน่งต่อมไร้ท่อ)
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(นกั เรียนทากิจกรรมไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพตนเอง)
๘. การเตรียมตวั ของผู้สอน
๑. ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
และกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๒. ศึกษาเน้ือหาสาระ เรื่ อง ระบบต่อมไร้ท่อ หนังสื อเรี ยนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้ัน
มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๓. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมส่ือ/นวตั กรรม
๙. สื่อ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๑. โปรแกรม PowerPoint เร่ือง ระบบต่อมไร้ท่อ
๒. ทาชิ้นงาน เรื่อง ตาแหน่งและหนา้ ท่ีการทางานของระบบต่อมไร้ท่อต่างๆในร่างกายมนุษย์
๔. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีท่ีสามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั ผูเ้ รียนจากแอปพลิเคชัน
Aimphan Education
๓๖
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ธิ ีการสอนแบบโครงสร้างความรู้ (Graphic Organizer)
การสอนแบบโครงสร้างความรู้หรือแผนผงั ความคิด เป็ นการฝึ กให้ผูเ้ รียนรวบรวมขอ้ มูลหรือความรู้จาก
การศึกษาค้นควา้ การอ่าน การฟังคาบรรยาย แล้วนาข้อมูลมาจัดกลุ่ม เขียนเป็ นภาพแสดงให้เห็นถึง
โครงสร้างความคิด กระบวนการคิด และความสมั พนั ธข์ องกระบวนการคิด โดยใชร้ ูปภาพ หรือแผนภาพ
ช่ัวโมงท่ี ๔
ข้ันกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที)
๑. ครูเร่ิมตน้ ต้งั คาถามกบั นกั เรียนว่า “ใครเคยดูซีรียเ์ ร่ืองฮอร์โมนวยั วา้ วนุ่ บา้ ง เน้ือเรื่องเป็ นอยา่ งไร
และทาไมตวั ละครในเรื่องถึงมีบุคลิกลกั ษณะท่ีแตกต่างกนั ?”
๒. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายถึงส่ิงที่สังเกตเห็นจากการดูซีรีย์เรื่องดงั กล่าว และเช่ือมโยง
ความรู้เขา้ สู่เรื่องการผลิตและการทางานของฮอร์โมนต่างๆในร่างกายมนุษย์ พอสงั เขป
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที)
๓. ใหน้ กั เรียนเขียนเหตุผลท่ีนกั เรียนช่ืนชอบศิลปิ นหรือบุคคลที่มีช่ือเสียงหลงั รูปที่นกั เรียนเตรียมมา
ในวนั น้ี
๔. สุ่มนกั เรียน อยา่ งนอ้ ย ๓ คน บอกเหตุผลที่เลือกรูปดงั กล่าว นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายถึง
ลกั ษณะของบุคคลท่ีนกั เรียนประทบั ใจ เพื่อสร้างความตระหนกั ในการเห็นคุณค่าของผูอ้ ่ืน และ
เห็นความสาคญั ในการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองและบุคคลอนั เป็นท่ีรัก
ข้ันสอน (๓๐ นาท)ี
๕. ครูใชโ้ ปรแกรม PowerPoint ในการ
นาเสนอรูปภาพตาแหน่งของต่อมไร้ท่อที่
เป็นแหลง่ ผลิตฮอร์โมนในร่างกาย
เพ่ือใหน้ กั เรียนเห็นภาพที่ชดั เจน พร้อม
ท้งั อธิบายหนา้ ท่ีการทางาน การสร้างและ
ผลของฮอร์โมนชนิดต่างๆต่ออวยั วะ
เป้าหมาย ผลท่ีเกิดจากความผดิ ปกติใน
การทางาน และความสาคญั ของต่อมไร้
ท่อในแต่ละส่วนของร่างกาย
๓๗
๖. นกั เรียนสรุปตาแหน่งและหนา้ ท่ีของต่อมไร้ท่อแต่ละชนิดลงในภาพที่นกั เรียนนามา โดยใชภ้ าพ
ดงั กล่าวเป็ นตวั แทนของมนุษย์ ระบุตาแหน่งของต่อมไร้ท่อลงไปพร้อมท้งั อธิบายเพิ่มเติมถึง
ความสาคญั ของแต่ละต่อมจากการสรุปประเดน็ สาคญั ที่ไดจ้ ากการบรรยายของครูผสู้ อน
ข้นั สรุป (๕ นาท)ี
๗. สุ่มนกั เรียน ๓ คน ให้นกั เรียนเลือกต่อมไร้ท่อมาคนละ ๑ ต่อมและยกตวั อย่างวิธีดูแลรักษาต่อม
ไร้ท่อดงั กล่าวใหส้ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมาคนละ ๒ ขอ้ พร้อมอธิบายพอสงั เขป
๘. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปองคค์ วามรู้ที่ไดจ้ ากการเรียนในวนั น้ีร่วมกนั
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๙. ตรวจสอบและประเมินงาน เร่ือง ตาแหน่งและความสาคญั ของต่อมไร้ท่อต่างๆในร่างกายมนุษย์
๑๐. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเช่ือมโยงขอ้ มูลและสรุป
องคค์ วามรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
๑๑.๑ การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เคร่ืองมือ วิธีวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. ทาชิ้นงาน เร่ือง ๑. แบบประเมินชิ้นงาน ๑. ตรวจสอบชิ้นงาน การประเมิน
(K) ตาแหน่งและ ตาแหน่งและ เรื่อง ตาแหน่งและ ๕ = ดีมาก
ความสาคญั ของตอ่ ม ความสาคญั ของตอ่ ม ความสาคญั ของต่อม
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ไร้ท่อต่างๆใน ไร้ท่อต่างๆในร่างกาย ไร้ทอ่ ต่างๆใน ๔ = ดี
ร่างกายมนุษย์ มนุษย์ ร่างกายมนุษย์ ๓ = ปานกลอง
๒. แบบประเมิน ๒. สงั เกตพฤติกรรมการ ๒ = พอใช้
พฤติกรรมการทางาน ทางาน ๑ = ควรปรับปรุง
๑. ปฏิบตั ิตามแนวทาง ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อย
ในการสร้างเสริม รายบุคคล กวา่ ร้อยละ ๖๐
ดารงประสิทธิภาพ
การทางานของระบบ
ตอ่ มไร้ท่อ
๓๘
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เครื่องมือ วิธีวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน
สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
ทกั ษะชีวติ
นกั เรียน ช้นั เรียน
คุณลกั ษณะ ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๖๐
อนั พงึ ประสงค์ (A) ในช้นั เรียน คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน
อนั พึงประสงค์ ช้นั เรียน นกั เรียนจะตอ้ งผา่ นเกณฑร์ ะดบั
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการใหเ้ หตุผลใน ข้ึนไป
ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................