๓๙
๑๓. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเดก็ พิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๔๐
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครูผ้สู อน
(นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๔๑
ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๔๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง การแก้ปัญหาความขดั แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มาตรฐ
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนิน
ชีวิต
ตวั ชี้วัด พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้
และแกป้ ัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแยง้ ที่อาจเกิดข้ึน
ระหวา่ งนกั เรียน หรือเยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหา
๒. สาระสาคญั
ปัญหาความขดั แยง้ เป็นปัญหาที่เกิดข้ึนจากการไม่ลงรอยกนั ซ่ึงอาจจะเกิดข้ึนไดร้ ะหวา่ งนกั เรียนและ
ครอบครัว หรือเยาวชนในชุมชน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหา
ภายในครอบครัว และอาจบานปลายกลายเป็ นปัญหาสังคมในอนาคต ดงั น้ันเราจึงควรฝึ กฝนและเลือกใช้
ทกั ษะที่เหมาะสมในการจดั การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวเพื่อลดความขดั แยง้ และปัญหาต่างๆ ท่ี
อาจจะเกิดข้ึนตามมา
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ/กระบวนการ (P) คุณลกั ษณะอนั สมรรถนะทีส่ าคัญ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
(K) พงึ ประสงค์ (A) พอเพยี ง
๑. บ อ ก ส าเห ตุ ข อ ง ค ว า ม ๑. เลือกใช้ทักษะท่ีเหมาะสม ๑. มีวนิ ยั ๑. ความสามารถในการ ๑. หลกั ความมเี หตุผล
ขัดแย้งระหว่างวัยรุ่ นกับ ในการป้ องกัน ลดความ ๒. ใฝ่ เรียนรู้ คิด - นกั เรียนใชเ้ หตุผล
ครอบครัวได้ ขัดแยง้ และแก้ไขปัญหา ๓. มุ่งมน่ั ในการ - ทกั ษะการนา ประกอบการตดั สินใจ
๒. วิ เค ร า ะ ห์ ส า เห ตุ แ ล ะ เรื่องเพศและครอบครัว ทางาน ความรู้ไปใช้ ในการเลือกใชท้ กั ษะ
ผลกระทบของความขดั แยง้ ๒. มที กั ษะในการแกไ้ ขปัญหา ๒. ความสามารถในการ ในการแกไ้ ขปัญหา
ท่ี อ า จ เกิ ด ข้ึ น ร ะ ห ว่ า ง ค ว า ม ขั ด แ ย้ง ที่ เกิ ด ข้ึ น สื่อสาร ความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึน
นักเรี ยน หรื อเยาวชนใน ร ะ ห ว่าง นั ก เรี ย น ห รื อ ๓. ความสามารถในการ
ชุมชนได้ ชุมชน แกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการ
ใชท้ กั ษะชีวติ
๔๓
๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สาระ
๑. ความหมายของความขดั แยง้
๒. สาเหตุของความขดั แยง้ ระหวา่ งบุคคล
๓. สาเหตุของความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นกบั ครอบครัว
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ื่น ความซ่ือสตั ย์ สานึกพลเมือง
๔๔
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทาง
สาเหตุของความขัดแย้ง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
(ทกั ษะการฟัง การอ่าน การเขียน การพดู ในกิจกรรม
การเรียนรู้เรื่อง สาเหตุของความขดั แยง้ )
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(นกั เรียนใชเ้ หตุผลประกอบการตดั สินใจในการ
เลือกใชท้ กั ษะในการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ท่ี
เกิดข้ึน)
๘. การเตรียมตวั ของผ้สู อน
ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และ
กาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๑. ศึกษาเน้ือหาสาระ เร่ือง สาเหตุของความขดั แยง้
๒. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมสื่อ/นวตั กรรม
๙. สื่อ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๑. วดี ิทศั นต์ วั อยา่ งละครเรื่อง “วยั แสบสาแหรกขาด”
๓. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั นกั เรียนจากแอปพลิเคชนั
Aimphan Education
๔๕
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบโครงสร้างความรู้หรือแผนผงั ความคิด เป็นการ
ฝึ กใหผ้ ูเ้ รียนรวบรวมขอ้ มูลหรือความรู้จากการศึกษาคน้ ควา้ การอ่าน การฟังคาบรรยาย แลว้ นาขอ้ มูลมาจดั
กลุ่ม เขียนเป็นภาพแสดงใหเ้ ห็นถึงโครงสร้างความคิด กระบวนการคิด และความสมั พนั ธ์ของกระบวนการ
คิด โดยใชร้ ูปภาพ หรือแผนภาพ เช่น แผนผงั ความคิด (Mind Mapping)
ช่ัวโมงที่ ๕
ข้ันกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที)
๑. ครูให้นักเรียนหยิบสลากกระดาษแผ่นเล็กๆ คนละ ๑ แผ่น ซ่ึงเป็ นกระดาษที่มีสีแตกต่างกนั
ท้งั หมด ๖ สี โดยให้ผูท้ ี่จบั ไดส้ ีเดียวกบั รวมตวั กนั เป็ นกลุ่ม หลงั จากน้นั ครูแจกกระดาษสีแผ่น
ใหญ่ท่ีมีสีเดียวกนั กบั กลุ่ม กลุ่มละ ๑ แผน่ กาหนดกติกาใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มวางอวยั วะส่วนใด
ส่วนหน่ึงของร่างกายใหอ้ ยใู่ นกระดาษแผน่ ดงั กล่าวใหไ้ ดค้ รบทุกคน ซ่ึงในแต่ละรอบใหน้ กั เรียน
พบั กระดาษให้เล็กลงเรื่อยๆ กลุ่มใดสามารถรวมตวั กนั และมีอวยั วะของทุกคนอยู่บนกระดาษ
แผน่ ท่ีเลก็ ที่สุดจะเป็นฝ่ ายชนะเกมน้ี
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั กิจกรรมดงั กล่าว ซ่ึงเป็นการฝึ กร่วมมือร่วมแรงกนั แกไ้ ข
ปัญหาโดยใชท้ กั ษะต่างๆ เชื่อมโยงเขา้ สู่บทเรียน
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาท)ี
๓. นักเรี ยนดูวีดิทัศน์ตัวอย่างละครเร่ื อง “วัยแสบสาแหรกขาด” (https://www.youtube.com/
watch?v=yGDW-tzsnUU) นกั เรียนและครูร่วมกนั วเิ คราะห์วา่ พฤติกรรมของเดก็ แต่ละคนในเรื่อง
เกิดจากความขดั แยง้ ที่มีสาเหตุมาจากอะไรบา้ ง
ข้ันสอน (๓๐ นาท)ี
๔. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละคนในกลุ่มเขียนปัญหาความขดั แยง้ ระหวา่ งตวั เองกบั คนใน
ครอบครัวลงในกระดาษ รวบรวมปัญหาของแต่ละคนและใหส้ มาชิกในกลุ่มช่วยกนั วิเคราะห์ว่า
ความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากอะไรบา้ ง มีผลกระทบต่อวยั รุ่นและครอบครัว
อย่างไร และเลือกปัญหาความขดั แยง้ มา ๑ ปัญหาท่ีเกิดกบั สมาชิกส่วนใหญ่ในกลุ่มมากที่สุด
ร่วมกนั อภิปรายและหาแนวทางแกไ้ ขปัญหาเขียนเป็นความคิดรวบยอดของกลุ่ม
๔๖
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนมานาเสนอปัญหาความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึน และแนวทางการแกป้ ัญหา
ที่สมาชิกในกลมุ่ ร่วมกนั วิเคราะห์และสรุปออกมาเป็นความคิดรวบยอดมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั สรุป (๕ นาที)
๖. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปและอภิปรายปัญหาความขดั แยง้ ท่ีแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ ร่วมกนั
เสนอแนวทางการแกป้ ัญหาเพิ่มเติม
๗. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั สมมติเร่ืองราวเพื่อจาลองสถานการณ์ท่ีอาจเกิดข้ึนจากปัญหาความ
ขดั แยง้ เกี่ยวกบั วยั รุ่นและครอบครัวท่ีกลุ่มนักเรียนเลือกออกมานาเสนอ โดยจะตอ้ งใชท้ กั ษะ
ต่างๆ ในการแกป้ ัญหาเพื่อลดความขดั แยง้ ท่ีอาจจะเกิดข้ึน เช่น
๑) ทกั ษะการสื่อสารท่ีสร้างสรรค์
๒) ทกั ษะการตดั สินใจและแกไ้ ขปัญหา
โดยนกั เรียนแต่ละกลุ่มจะตอ้ งออกมาแสดงบทบาทสมมุติท่ีแสดงใหเ้ ห็นถึงการใชท้ กั ษะต่างๆ ใน
การแกป้ ัญหาเพ่ือลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัวหนา้ ช้นั เรียนในคาบถดั ไป
ข้ันตรวจสอบผลการเรียนรู้
๗. ตรวจสอบและประเมินงานนาเสนอสาเหตุและแนวทางการแกป้ ัญหาเพื่อลดความขดั แยง้ ระหวา่ ง
วยั รุ่นและครอบครัว
๘. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเชื่อมโยงขอ้ มูลและสรุป
ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๔๗
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
๑๑.๑ การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เครื่องมือ วิธีวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. การทาแผนงานสรุป ๑. แบบประเมินแผนงาน ๑. ตรวจแผนงานสรุป การประเมิน
(K)
ความคิดรวบยอด สรุปความคิดรวบยอด ความคิดรวบยอด ๕ = ดีมาก
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
เรื่อง สาเหตุ เรื่อง สาเหตุ เรื่อง สาเหตุ ๔ = ดี
ผลกระทบและแนว ผลกระทบและแนว ผลกระทบและแนว ๓ = ปานกลาง
ทางการแกป้ ัญหาเพ่ือ ทางการแกป้ ัญหาเพ่ือ ทางการแกป้ ัญหาเพื่อ ๒ = พอใช้
ลดความขดั แยง้ ลดความขดั แยง้ ลดความขดั แยง้ ๑ = ควรปรับปรุง
ระหวา่ งวยั รุ่นและ ระหวา่ งวยั รุ่นและ ระหวา่ งวยั รุ่นและ
ครอบครัว ครอบครัว ครอบครัว
๒. แบบประเมิน ๒. สงั เกตพฤติกรรมการ
พฤติกรรมการทางาน ทางาน
๑. การเลือกใชท้ กั ษะที่ ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อย
เหมาะสมในการ รายบุคคล กวา่ ร้อยละ ๖๐
ป้องกนั และลดความ ๒. แบบประเมินงานกลุ่ม
ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น
และครอบครัว
๔๘
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เคร่ืองมือ วิธีวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
นกั เรียน ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ทกั ษะชีวติ ๑. พฤติกรรม
คุณลกั ษณะ ในช้นั เรียน ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑร์ ะดบั
อนั พงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
อนั พึงประสงค์ ช้นั เรียน ข้ึนไป
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการให้เหตผุ ลใน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๖๐
ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
๔๙
๑๓. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเดก็ พิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๕๐
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๕๑
ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๕๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
รหสั วชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง การแก้ปัญหาความขดั แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั มาตรฐ
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนิน
ชีวติ
ตวั ชี้วัด พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้
และแกป้ ัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแยง้ ที่อาจเกิดข้ึน
ระหวา่ งนกั เรียน หรือเยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหา
๒. สาระสาคญั
ปัญหาความขดั แยง้ ของวยั รุ่นท่ีเกิดข้ึนในสังคมลว้ นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจยั ซ่ึงสาเหตุหน่ึงที่มี
อิทธิพลต่อวยั รุ่นมากคือปัญหาความขดั แยง้ ท่ีเกิดข้ึนภายในครอบครัว โดยส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดข้ึนมกั มี
ความแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะครอบครัว แต่ลว้ นส่งผลกระทบตอ่ จิตใจของวยั รุ่นโดยตรง เน่ืองจากสถาบนั
ครอบครัวถือไดว้ า่ เป็ นสถาบนั ที่ใกลช้ ิดกับบุคคลใดบุคคลหน่ึงต้งั แต่เด็กจนเติบโตมาเป็ นวยั รุ่น ดงั น้ัน
ความขดั แยง้ ต่างๆที่เกิดข้ึนจึงอาจฝังใจและก่อใหเ้ กิดปัญหาลกุ ลามตามมาในอนาคต จึงควรเลือกใชท้ กั ษะ
ที่เหมาะสมในการลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัว
๕๓
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะทีส่ าคัญ หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A) ๑. ความสามารถใน เศรษฐกจิ พอเพยี ง
การคิด
๑. วิเคราะห์สาเหตุและ ๑. สามารถออกแบ บ ๑. มีวินยั - ทกั ษะการสร้าง ๑. หลกั ความมีเหตผุ ล
ความรู้ - นกั เรียนสามารถ
ผลกระทบของความ สถานการณ์ในการ ๒. ใฝ่เรียนรู้ - ทกั ษะการนา
ความรู้ไปใช้ ตดั สินใจเลือกใช้
ขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้ึน เลื อ ก ใ ช้ ทั ก ษ ะ ที่ ๓. มุ่งมน่ั ในการทางาน ทกั ษะต่างๆเพอื่
ระหว่างนกั เรียนและ เห ม าะ ส ม ใน ก าร ๒. ความสามารถใน ช่วยป้องกนั และลด
การสื่อสาร ความขดั แยง้ ใน
ครอบครัวได้ ป้องกนั และลดความ ชีวิตประจาวนั ได้
๓. ความสามารถใน อยา่ งเหมาะสม
๒. บอกแนวทางแก้ไข ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น การแกป้ ัญหา
ปัญหาความขดั แยง้ ท่ี และครอบครัว ๔. ความสามารถใน
การใชท้ กั ษะชีวิต
เกิดข้ึนระหว่างวยั รุ่น ๒. แสดงแนวทางแก้ไข
และครอบครัวได้ ปัญหาความขดั แยง้ ท่ี
เกิดข้ึนระหวา่ งวยั รุ่น
และครอบครัว
๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สะ
๑. ผลของความขดั แยง้ ต่อวยั รุ่นและครอบครัว
๒. แนวทางแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัว
๓. ทกั ษะที่เหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
๕๔
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ื่น ความซ่ือสตั ย์ สานึกพลเมือง
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทาง
การแสดงบทบาทสมมติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
(ทกั ษะการฟัง การอ่าน การเขียน การพดู )
ทกั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และ
ลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ครอบครัว (นกั เรียนสามารถตดั สินใจเลือกใชท้ กั ษะต่างๆเพือ่
ช่วยป้องกนั และลดความขดั แยง้ ในชีวติ ประจาวนั ได้
อยา่ งเหมาะสม)
๕๕
๘. การเตรียมตวั ของผู้สอน
ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และ
กาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๑. ศึกษาเน้ือหาสาระ เร่ือง การเลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ ง
วยั รุ่นและครอบครัว
๒. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมสื่อ/นวตั กรรม
๙. สื่อ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๒. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีท่ีสามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาส่ือจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั ผูเ้ รียนจากแอปพลิเคชัน
Aimphan Education
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) หมายถึง วิธีสอน
ท่ีใช้บทบาทสมมติข้ึนจากความเป็ นจริงมาเป็ นเครื่องมือในการสอนโดยที่ครูสร้างสถานการณ์
สมมติและบทบาทข้ึนมาใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงออกตามที่ตนคิดวา่ ควรจะเป็น มีการนาการแสดงออก
ท้งั ทางดา้ นความรู้ความคิด และพฤติกรรมของผูแ้ สดงมาใชเ้ ป็ นพ้ืนฐานในการใหค้ วามรู้และสร้าง
ความเขา้ ใจใหแ้ ก่นกั เรียนในเร่ืองความรู้สึกและพฤติกรรม และปัญหาต่างๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ชั่วโมงท่ี ๖
ข้ันกระตุ้นความสนใจ (๕ นาท)ี
๑. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนมากลุ่มละ ๕ คนเพื่อร่วมเล่นเกม “ปริศนาคาใบบ้ นแผ่นหลงั ”โดยมี
กติกา คือ ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มยืนเรียงเป็นแถวตอนหันหนา้ เขา้ กระดานและใหค้ นสุดทา้ ยของ
แถวมาพบครูหลงั หอ้ งเพ่ือรับคาใบไ้ ป ต่อจากน้นั ใหไ้ ปใบค้ นรองสุดทา้ ยโดยใชท้ ่าทางเพียงอยา่ ง
เดียว และใหใ้ บค้ นถดั ไปเรื่อยๆโดยการเขียนขอ้ ความหรือภาพลงบนแผน่ หลงั จนถึงคนแรก และ
๕๖
ใหค้ นแรกตอบว่าคาใบน้ ้นั คือคาว่าอะไร กลุ่มใดตอบถูกตอ้ งและใชเ้ วลานอ้ ยท่ีสุดจะเป็นผชู้ นะ
ในเกมน้ี
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั กิจกรรมดงั กล่าว ซ่ึงเป็นกิจกรรมท่ีประยกุ ตใ์ ชท้ กั ษะการ
ส่ือสารอยา่ งสร้างสรรคเ์ ช่ือมโยงเขา้ สู่บทเรียน
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (๕ นาที)
๓. นกั เรียนช่วยกนั จดั โต๊ะ เกา้ อ้ี และสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียนใหเ้ หมาะสมกบั การแสดงบทบาท
สมมติในเรื่อง การเลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและ
ครอบครัว
ข้ันสอน (๒๕ นาท)ี
๔. นักเรียนกลุ่มที่ ๑ – ๓ เตรียมตัวออกมาแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้ันเรียนเก่ียวกบั การเลือกใช้
ทกั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและความครัว โดยหยบิ สลาก
เพื่อออกมาแสดงตามลาดบั
๕. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายการเลือกใชท้ กั ษะในการป้องกนั และลดปัญหาความขดั แยง้ ของ
แต่ละกลมุ่ และสรุปประเดน็ สาคญั ของกิจกรรม
ข้ันสรุป
๖. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปและอภิปรายปัญหาความขดั แยง้ ท่ีแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอ ร่วมกนั
เพิ่มเติมและเสนอแนะแนวทางการแกป้ ัญหาเมื่อเกิดปัญหาน้ีข้ึนในชีวิตจริง (๑๐ นาที)
๗. ครูสุ่มนกั เรียนอยา่ งนอ้ ย ๓ คน สรุปประเดน็ สาคญั จากกิจกรรมในวนั น้ี และเพ่ิมเติมแนวทางการ
แกไ้ ขปัญหาในประเดน็ อ่ืนๆ เพ่ือเพิ่มความเขา้ ใจในบทเรียน และย้าเตือนนกั เรียนกลุ่มท่ี ๔ – ๖
เตรียมตวั มานาเสนอต่อในคาบถดั ไป
ข้ันตรวจสอบผลการเรียนรู้
๘. ตรวจสอบและประเมินงานการแสดงบทบาทสมมติ ในหวั ขอ้ เรื่อง การเลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสม
ในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัว
๙. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเช่ือมโยงขอ้ มูลและสรุป
ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๕๗
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
๑๑.๑ การประเมินตามจุดประสงค์/ตัวชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เคร่ืองมือ วธิ ีวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. บอกแนวทางแกไ้ ข ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม - ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ย
(K)
ปัญหาความขดั แยง้ รายบคุ คล กวา่ ร้อยละ ๖๐
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ที่เกิดข้ึนระหวา่ ง ๒. แบบประเมินการ
ทางานกลุ่ม
นกั เรียน หรือ
เยาวชนในชุมชนได้
๑. การออกแบบบทบาท ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ย
สมมติ สถานการณ์ใน รายบคุ คล ๒. แบบประเมินงานกลุ่ม กวา่ ร้อยละ ๖๐
การเลือกใชท้ กั ษะที่ ๒. แบบประเมินงานกลุ่ม การแสดงบทบาท ๒. การประเมิน
เหมาะสมในการ การแสดงบทบาท สมมติ เร่ือง การ ๕ = ดีมาก
ป้องกนั และลดความ สมมติ เรื่อง การ เลือกใชท้ กั ษะที่ ๔ = ดี
ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น เลือกใชท้ กั ษะที่ เหมาะสมในการ ๓ = ปานกลาง
และครอบครัว เหมาะสมในการ ป้องกนั และลดความ ๒ = พอใช้
๒. ปฏิบตั ิตามแนว ป้องกนั และลดความ ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น ๑ = ควรปรับปรุง
ทางการเลือกใชท้ กั ษะ ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น และครอบครัว
ที่เหมาะสมในการ และครอบครัว
ป้องกนั และลดความ
ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น
และครอบครัว
๕๘
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เคร่ืองมือ วิธีวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
นกั เรียน ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ทกั ษะชีวติ ๑. พฤติกรรม
คุณลกั ษณะ ในช้นั เรียน ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑร์ ะดบั
อนั พงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
อนั พึงประสงค์ ช้นั เรียน ข้ึนไป
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการให้เหตผุ ลใน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๖๐
ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
๕๙
๑๓. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๖๐
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยุทธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๖๑
ความเห็นของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๖๒
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง เวลา 1 ชั่วโมง
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มาตรฐ
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนิน
ชีวิต
ตวั ชี้วดั พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใชท้ กั ษะที่เหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้
และแกป้ ัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้ึน
ระหวา่ งนกั เรียน หรือเยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหา
๒. สาระสาคัญ
ปัญหาความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจาวนั เกิดข้ึนมาจากหลายสาเหตุ และมีความรุนแรงที่แตกต่าง
กนั ซ่ึงในปัจจุบนั ปัญหาความขดั แยง้ ที่พบและก่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อวยั รุ่นเป็ นอย่างมาก คือปัญหาความ
ขดั แยง้ ในเรื่องเพศและครอบครัว จึงตอ้ งมีการเลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั แกไ้ ขและลดความ
ขดั แยง้ ที่อาจจะเกิดข้ึน เช่น การใชท้ กั ษะการส่ือสารอยา่ งสร้างสรรค์ การทาความเขา้ ใจกบั ปัญหาและการใช้
ทกั ษะในการตดั สินใจเพ่ือแกป้ ัญหา เป็นตน้
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะท่สี าคัญ หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A) เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. วเิ คราะหส์ าเหตุ ๑. สามารถออกแบบ ๑. มีวนิ ยั ๑. ความสามารถใน ๑. หลกั ความมี
และผลกระทบของ สถานการณ์ในการ ๒. ใฝ่ เรียนรู้ การคิด เหตุผล
ความขดั แยง้ ท่ีอาจ เลือกใชท้ กั ษะท่ี ๓. มงุ่ มนั่ ในการ
เกิดข้ึนระหวา่ ง เหมาะสมในการ ทางาน - ทกั ษะการนา - นกั เรียนสามารถ
ความรู้ไปใช้ ตดั สินใจเลือกใช้
ป้องกนั และลด ๒. ความสามารถใน ทกั ษะต่างๆเพื่อ
นกั เรียนและ ความขดั แยง้ การสื่อสาร ช่วยป้องกนั และ
ครอบครัวได้
ระหวา่ งวยั รุ่นและ
๓. ความสามารถใน ลดความขดั แยง้
การแกป้ ัญหา
ครอบครัว ในชีวติ ประจาวนั
๔. ความสามารถใน ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
การใชท้ กั ษะชีวติ
๖๓
ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะท่สี าคัญ หลกั ปรัชญา
ประสงค์ (A) เศรษฐกจิ พอเพยี ง
(K) (P)
๒. บอกแนวทางแกไ้ ข ๒. แสดงแนวทาง
ปัญหาความขดั แยง้ แกไ้ ขปัญหาความ
ท่ีเกิดข้ึนระหวา่ ง ขดั แยง้ ที่เกิดข้ึน
วยั รุ่นและ ระหวา่ งวยั รุ่นและ
ครอบครัวได้ ครอบครัว
๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สะ
๑. ผลของความขดั แยง้ ต่อวยั รุ่นและครอบครัว
๒. แนวทางแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ท่ีเกิดข้ึนระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัว
๓. ทกั ษะที่เหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหาเร่ืองเพศและครอบครัว
๖๔
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ื่น ความซื่อสตั ย์ สานึกพลเมือง
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ทา
การแสดงบทบาทสมมุติ
ทกั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระกหลวุ่มา่ งสวายัรระุ่นกแารลเะรคียรนอรบู้ภคาษรัวาไทย
การแสดงบทบาทสมมติ (ทกั ษะการฟัง การอา่ น การเขียน การพดู )
ทกั ษะที่เหมาะสมในการป้องกนั และ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและ (นกั เรียนสามารถตดั สินใจเลือกใชท้ กั ษะ
ครอบครัว
ต่างๆเพอ่ื ช่วยป้องกนั และลดความขดั แยง้ ใน
ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม)
๖๕
๘. การเตรียมตวั ของผ้สู อน
ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และ
กาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๑. ศึกษาเน้ือหาสาระ เรื่อง การเลือกใชท้ กั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ ง
วยั รุ่นและครอบครัว
๓. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมส่ือ/นวตั กรรม
๙. ส่ือ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๒. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั ผูเ้ รียนจากแอปพลิเคชัน
Aimphan Education
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ธิ ีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)
หมายถึง วิธีสอนที่ใช้บทบาทสมมติข้ึนจากความเป็ นจริงมาเป็ นเครื่องมือในการสอนโดยท่ีครูสร้าง
สถานการณ์สมมติและบทบาทข้ึนมาให้นักเรียนไดแ้ สดงออกตามท่ีตนคิดว่าควรจะเป็ น มีการนาการ
แสดงออกท้งั ทางดา้ นความรู้ความคิด และพฤติกรรมของผแู้ สดงมาใชเ้ ป็นพ้ืนฐานในการใหค้ วามรู้และสร้าง
ความเขา้ ใจใหแ้ ก่นกั เรียนในเรื่องความรู้สึกและพฤติกรรม และปัญหาต่างๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ช่ัวโมงที่ ๗
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ (๕ นาท)ี
๑. นกั เรียนหยิบสลากกระดาษแผ่นเลก็ ๆคนละ ๑ แผน่ ที่ครูเตรียมมา จากน้นั เขียนนิสยั ดา้ นที่ดีและ
ดา้ นท่ีแยข่ องตนเองลงไปในแผน่ กระดาษโดยไม่ตอ้ งเขียนช่ือตวั เองลงไป
๒. เมื่อเขียนเสร็จใหน้ กั เรียนนากระดาษของตนเองสลบั กบั เพ่ือน และเมื่อทุกคนมีกระดาษของเพื่อ
อยใู่ นมือแลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านทาความเขา้ ใจ
๖๖
๓. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั กิจกรรมดงั กล่าว ซ่ึงกิจกรรมจะทาใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้
เกี่ยวกบั พฤติกรรมของแต่ละคนวา่ มีนิสยั ท่ีไม่เหมือนกนั ดงั น้นั เราจึงควรคบเพ่ือนแบบ เอาใจเขา
มาใส่ใจเราเพราะแต่ละคนมีนิสยั ที่ไมเ่ หมือนกนั
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที)
๔. เมื่อเสร็จกิจกรรมขา้ งตน้ ครูใหน้ กั เรียนพิจารณาตนเองวา่ เรามีขอ้ เสียอะไรบา้ ง
๕. นกั เรียนบอกแนวทางปรังปรุงและพฒั นาตนเอง พร้อมท้งั เตรียมในจากแสดงบทบาทสมมติต่อ
จากคาบท่ีแลว้
ข้ันสอน (๒๕ นาที)
๖. นกั เรียนกลุ่มท่ี ๔ – ๖ เตรียมตวั ออกมาแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้นั เรียนเก่ียวกบั การเลือกใชท้ กั ษะ
ท่ีเหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัว ต่อจากคาบที่แลว้
๗. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายการเลือกใชท้ กั ษะในการป้องกนั และลดปัญหาความขดั แยง้ ของ
แต่ละกลุม่ และสรุปประเดน็ สาคญั ของกิจกรรม
ข้ันสรุป (๕ นาท)ี
๘. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปและอภิปรายปัญหาความขดั แยง้ ที่แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอร่วมกนั
เพิ่มเติมและเสนอแนะแนวทางการแกป้ ัญหาเม่ือเกิดปัญหาน้ีข้ึนในชีวติ จริง (๑๐ นาที)
๙. ครูสุ่มนกั เรียนอยา่ งนอ้ ย ๓ คน สรุปประเด็นสาคญั จากกิจกรรมในวนั น้ี และเพ่ิมเติมแนวทางการ
แกไ้ ขปัญหาในประเดน็ อื่นๆ เพื่อเพ่ิมความเขา้ ใจในบทเรียน
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๑๐. ตรวจสอบและประเมินงานนาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาเพ่ือลดความขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่นและ
ครอบครัว
๑๑. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนักเรียนโดยใชค้ าถามในการเช่ือมโยงขอ้ มูลและสรุป
ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๖๗
๑๑. การวดั และประเมินผล
๑๑.๑ การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เครื่องมือ วธิ ีวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ ความเข้าใจ
๑. บอกแนวทางแกไ้ ข ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม - ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ย
(K)
ปัญหาความขดั แยง้ รายบุคคล กวา่ ร้อยละ ๖๐
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ท่ีเกิดข้ึนระหวา่ ง ๒. แบบประเมินการ
ทางานกลุ่ม
นกั เรียน หรือ
เยาวชนในชุมชนได้
๑. การออกแบบบทบาท ๑. แบบประเมิน ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ย
สมมติ สถานการณ์ใน รายบคุ คล ๒. แบบประเมินงานกลุ่ม กวา่ ร้อยละ ๖๐
การเลือกใชท้ กั ษะที่ ๒. แบบประเมินงานกลุ่ม การแสดงบทบาท ๒. การประเมิน
เหมาะสมในการ การแสดงบทบาท สมมติ เร่ือง การ ๕ = ดีมาก
ป้องกนั และลดความ สมมติ เรื่อง การ เลือกใชท้ กั ษะที่ ๔ = ดี
ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น เลือกใชท้ กั ษะท่ี เหมาะสมในการ ๓ = ปานกลาง
และครอบครัว เหมาะสมในการ ป้องกนั และลดความ ๒ = พอใช้
๒. ปฏิบตั ิตามแนว ป้องกนั และลดความ ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น ๑ = ควรปรับปรุง
ทางการเลือกใชท้ กั ษะ ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น และครอบครัว
ท่ีเหมาะสมในการ และครอบครัว
ป้องกนั และลดความ
ขดั แยง้ ระหวา่ งวยั รุ่น
และครอบครัว
๖๘
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เคร่ืองมือ วิธีวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ชิ้นงาน
สมรรถนะทสี่ าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
นกั เรียน ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๖๐
ทักษะชีวติ ๑. พฤติกรรม
คณุ ลกั ษณะ ในช้นั เรียน ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑร์ ะดบั
อนั พงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
อนั พึงประสงค์ ช้นั เรียน ข้ึนไป
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ๑. พฤติกรรม
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการให้เหตุผลใน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๖๐
ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
๖๙
๑๓. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๗๐
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความเหน็ ของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๗๑
ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ผู้อานวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
๗๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
รหสั วชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง เวลา 1 ช่ัวโมง
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มาตรฐ
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวิต
ตัวชี้วัด พ ๒.๑ ม.๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขดั แยง้ ท่ีอาจเกิดข้ึนระหว่างนกั เรียน
หรือเยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหา
๒. สาระสาคญั
ปัญหาความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจาวนั ท้งั ท่ีเกิดข้ึนระหว่างบุคคล หรือเกิดข้ึนระหว่างคนใน
ครอบครัว ลว้ นก่อให้ให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมากมาย ทุกคนจึงจาเป็ นตอ้ งมีทกั ษะในการลดความ
ขดั แยง้ ท่ีเกิดข้ึน และสามารถหาแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม สามารถ
จดั การกบั ปัญหาที่เกิดข้ึนไดท้ นั ท่วงทีและสามารถใชท้ กั ษะชีวิตในการดาเนินชีวิตเพ่ือลดความขดั แยง้ ที่
อาจจะเกิดข้ึนในสงั คม
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะท่สี าคัญ หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A) เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. บอกสาเหตุของ ๑. เลือกใชท้ กั ษะที่ ๑. มีวนิ ยั ๑. ความสามารถใน ๑. หลกั ความมี
ความขดั แยง้ เหมาะสมในการ ๒. ใฝ่ เรียนรู้ การคิด เหตุผล
ระหวา่ งวยั รุ่นกบั ป้องกนั ลดความ ๓. มุง่ มนั่ ในการ - ทกั ษะการสร้าง - นกั เรียนไดว้ าง
ครอบครัวได้ ขดั แยง้ และแกไ้ ข ทางาน ความรู้ แผนการทางาน
๒. วเิ คราะห์สาเหตุ ปัญหาเร่ืองเพศและ - ทกั ษะการนา และแสดงความ
และผลกระทบของ ครอบครัว ความรู้ไปใช้ คิดเห็นอยา่ ง
ความขดั แยง้ ท่ีอาจ ๒. เสนอแนวทาง ๒. ความสามารถใน สร้างสรรค์
เกิดข้ึนระหวา่ ง แกไ้ ขปัญหาความ การส่ือสาร
นกั เรียนหรือ ขดั แยง้ ที่เกิดข้ึน ๓. ความสามารถใน
เยาวชนในชุมชนได้ ระหวา่ งนกั เรียน การแกป้ ัญหา
หรือเยาวชนใน ๔. ความสามารถใน
ชุมชน การใชท้ กั ษะชีวติ
๗๓
๔. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สะ
๑. แนวทางแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนระหวา่ งวยั รุ่นและครอบครัว
๒. ทกั ษะท่ีเหมาะสมในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ื่น ความซื่อสตั ย์ สานึกพลเมือง
๗๔
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ท
ทกั ษะทเี่ หมาะสมในการป้องกนั กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ลดความขดั แย้งและแก้ปัญหา (ทกั ษะการฟัง การอ่าน การเขียน การพดู )
เรื่องเพศและครอบครัว ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
นกั เรียนไดว้ างแผนการทางานและแสดงความ
คิดเห็นอยา่ งสร้างสรรค์
๘. การเตรียมตัวของผู้สอน
ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และ
กาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๑. ศึกษาเน้ือหาสาระ เรื่อง การแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้
๒. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมส่ือ/นวตั กรรม
๙. ส่ือ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๒. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีท่ีสามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั ผูเ้ รียนจากแอปพลิเคชัน
Aimphan Education
๗๕
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบการถามตอบ เป็นการสอนเพื่อส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียนรู้จกั คิด
และรู้จักหาคาตอบด้วยตนเอง ซ่ึงในการต้ังคาถามผู้ต้ังคาถามจะต้องใช้ความคิดในการต้ังคาถาม
ขณะเดียวกนั ผตู้ ้งั คาถามจะตอ้ งมีคาตอบอยใู่ นใจ การสอนแบบถามตอบ เป็ นการสอนส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียนคิด
วเิ คราะห์ วิจารณ์และผเู้ รียนจะเรียนรู้เก่ียวกบั การใชภ้ าษาในการสื่อสาร และเป็นการส่งเสริมกระบวนการคิด
ช่ัวโมงที่ ๘
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ (๕ นาที)
๑. นักเรียนใช้สมาร์ทโฟนของตนเองเขา้ ไปในเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต และเข้าไปทาแบบ
ป ร ะ เมิ น ค ว า ม เค รี ย ด อ อ น ไ ล น์ จ า ก ใ น เว็ บ ไ ซ ต์ ดั ง ก ล่ า ว (เข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก
https://www.dmh.go.th/test/qtest5/) เพื่อประเมินตนเองว่าในช่วงเวลาน้ีนกั เรียนมีความเครียด
อยใู่ นระดบั ใด และคะแนนท่ีไดอ้ ยใู่ นเกณฑท์ ่ีเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพจิตของตนเองหรือไม่
๒. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับกิจกรรมดงั กล่าวเชื่อมโยงเขา้ สู่บทเรียนในเร่ืองของ
แนวโน้มของสุขภาพจิตตนเองที่อยู่ในระดับที่อาจก่อให้เกิดความขัดแยง้ กับคนรอบข้างได้
หรือไม่ และนกั เรียนจะมีการจดั การแกป้ ัญหาดงั กลา่ วไดอ้ ยา่ งไร
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
๓. นกั เรียนอ่านสถานการณ์เกี่ยวกบั ความขดั แยง้ ในครอบครัว (ใบงานท่ี ๒.๓) ในเล่มแบบฝึ กหัด
หนา้ ที่ ๑๖ และลองวิเคราะห์สถานการณ์ดงั กล่าว หาแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวดว้ ย
ตนเอง
๔. ครูสุ่มนกั เรียน ๒ – ๓ คนร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็นกบั สถานการณ์ที่เกิดข้ึน พร้อมท้งั
เสนอแนะแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
๗๖
ข้นั สอน (๒๕ นาที)
๕. นักเรี ยนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คนเพื่อร่วมกิจกรรมการสร้างความเข้าใจผูอ้ ่ืน โดยครูจะมี
สถานการณ์ให้กลุ่มละ ๓ สถานการณ์ และให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกนั วิเคราะห์ว่าการกระทา
ของบุคคลของท้งั ๓ สถานการณ์ เกิดจากสาเหตุใด และนกั เรียนมีวิธีการอย่างไรเพื่อช่วยให้ไม่
เกิดปัญหาความขดั แยง้ ข้ึนจากสถานการณ์ดงั กลา่ ว โดยมีสถานการณ์ดงั น้ี
- สถานการณ์ที่ ๑ : พ่อแม่มีเร่ืองบ่นหรือวา่ เราทุกวนั จนเราเบื่อ
- สถานการณ์ที่ ๒ : มีเพ่ือนคนหน่ึงไม่ยอมร่วมทากิจกรรมกบั เพ่ือนๆในห้องเรียน ทาให้
เพื่อนๆไม่ชอบและกลา่ วหาวา่ เขาเป็นคนเห็นแก่ตวั
- สถานการณ์ที่ ๓ : เพ่ือนหลายคนในห้องเรียนไม่รู้เรื่อง ตอบคาถามอาจารยไ์ ม่ได้ ทาให้อา
จายอ์ ารมณ์ไมด่ ี พาลใหค้ ะแนนพวกเราไมด่ ีไปดว้ ย
๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั วิเคราะห์สถานการณ์ดงั กล่าว และสรุปผลการวิเคราะห์ลงในกระดาษ
เตรียมตวั มานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
ข้ันสรุป (๕ นาท)ี
๗. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนมานาเสนอผลการวเิ คราะห์หนา้ ช้นั เรียน โดยจะตอ้ งสรุปสาเหตุของ
การกระทาของแต่ละบุคคลและเสนอแนวทางการลดความขดั แยง้ ที่อาจจะเกิดข้ึน เพื่อนเป็นแนว
ทางการใชช้ ีวิตให้แก่สมาชิกคนอื่นๆในหอ้ งเรียนในการจดั การปัญหาความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนใน
ชีวติ ประจาวนั
๘. สรุปประเด็นสาคญั จากกิจกรรมในวนั น้ี และเพ่ิมเติมแนวทางการแกไ้ ขปัญหาในประเด็นอ่ืนๆ
เพื่อเพิ่มความเขา้ ใจในบทเรียน
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๙. ตรวจสอบและประเมินงานกิจกรรมการนาเสนอผลการวิเคราะห์สถานการณ์ท่ีอาจก่อให้เกิด
ความขดั แยง้ และการเลือกใชท้ กั ษะที่เหมาะสมในการป้องกนั และลดความขดั แยง้ ระหวา่ งบุคคล
๑๐. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเชื่อมโยงขอ้ มูลและสรุป
ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๗๗
๑๑. การวดั และประเมินผล
๑๑.๑ การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เคร่ืองมือ วธิ ีวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ ความเข้าใจ ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๖๐
๑. วิเคราะห์สาเหตุและ ๑. แบบประเมิน
(K) ๑. การถาม – ตอบ การประเมิน
ผลกระทบของความ รายบุคคล ๕ = ดีมาก
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๔ = ดี
ขัดแยง้ ที่อาจเกิดข้ึน ๓ = ปานกลอง
๒ = พอใช้
ระหว่างนักเรี ยนหรื อ ๑ = ควรปรับปรุง
เยาวชนในชุมชน
๑. กิจกรรมการนาเสนอ ๑. แบบประเมิน
ผลการวิเคราะห์ รายบุคคล
สถานการณ์ท่ีอาจ ๒. แบบประเมินการ
ก่อใหเ้ กิดความ นาเสนอ
ขดั แยง้ และการ
เลือกใชท้ กั ษะที่
เหมาะสมในการ
ป้องกนั และลดความ
ขดั แยง้ ระหวา่ งบคุ คล
๗๘
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เครื่องมือ วิธีวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน
สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
ทกั ษะชีวติ
นกั เรียน ช้นั เรียน
คุณลกั ษณะ ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
อนั พงึ ประสงค์ (A) ในช้นั เรียน คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน
อนั พึงประสงค์ ช้นั เรียน นกั เรียนจะตอ้ งผา่ นเกณฑร์ ะดบั
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการให้เหตุผลใน ข้ึนไป
ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
๗๙
๑๓. บันทกึ หลงั สอน
๑๓.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1………………………………………………………………………….......................……………
2…………………………………………………………………………...............…………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………...............………………
2……………………………………………………………………………...............………………
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๑๓.๒ ปัญหา/อปุ สรรค
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
๘๐
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน
(นายยุทธชัย แก้วสารทอง)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
(นายจริ ะศักด์ิ ชัยเพชร)
…………./……………./…………
๘๑
ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................รองผู้อานวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์
๘๒
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวชิ า พ 33101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เพศวถิ ีศึกษา เวลา 1 ชั่วโมง
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวติ
ตวั ชี้วดั พ ๒.๑ ม.๔-๖/๑วิเคราะหอ์ ิทธิพลของครอบครัว เพ่ือน สงั คม และวฒั นธรรมท่ีมี
๒. สาระสาคญั ผลต่อพฤติกรรมทางเพศและการดาเนินชีวิต
พ ๒.๑ม.๔-๖/๒ วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรม
อ่ืนๆ
วยั รุ่นทุกคนมีสิทธิท่ีจะรับรู้ขอ้ มูลที่ถูกตอ้ งเหมาะสมในการดูแลสุขภาพและพฒั นาการ ที่ส่งผล
กระทบพฤติกรรมท่ีปลอดภัย การเรียนรู้เรื่องเพศวิถีจะทาให้นักเรียนไดร้ ับความรู้ที่ถูกตอ้ งชัดเจน บน
พ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ มีทศั นคติและทกั ษะในการลดความเส่ียงที่เกี่ยวขอ้ งกบั วถิ ีชีวติ ทางเพศ รวมท้งั มีทกั ษะ
ในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหาเร่ืองเพศและครอบครัว
๓. เป้าหมายการเรียนรู้เป้าหมาย
ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะทสี่ าคัญ หลกั ปรัชญา
(K) (P) ประสงค์ (A) ๑. ความสามารถใน เศรษฐกจิ พอเพยี ง
การคิด
๑. อธิบายความหมาย ๑. ปฏิบตั ิตามค่านิยม ๑. มวี นิ ยั - ทกั ษะการสร้าง ๑. หลกั สร้าง
ความรู้ ภูมคิ ุม้ กนั
ของเพศวถิ ีศึกษาได้ เรื่องเพศที่เหมาะสมกบั ๒. ใฝ่ เรียนรู้ - ทกั ษะการนา
ความรู้ไปใช้ - นกั เรียนเกิด
และมีความรู้ความ วยั รุ่นตามแนวทาง ๓. มุ่งมน่ั ในการ ทกั ษะและไดร้ ับ
๒. ความสามารถใน ประสบการณ์ตรง
เขา้ ใจในเร่ืองสิทธิที่ ปฏิบตั ิที่ดีงามของ ทางาน จากกิจกรรมการ
เรียนรู้
บุคคลจะไดร้ ับการ วฒั นธรรมไทย
เรียนรู้เรื่องเพศ
๒. อธิบายความหมาย
๘๓
ของพฤติกรรมทาง การสื่อสาร
เพศได้ และ ๓. ความสามารถใน
วเิ คราะหป์ ัจจยั ที่ทา
ใหพ้ ฤติกรรมทาง การแกป้ ัญหา
เพศของวยั รุ่น
แตกต่างกนั ได้
๓. มที กั ษะในการ
ป้องกนั ลดความ
ขดั แยง้ และ
แกป้ ัญหาเร่ืองเพศ
และครอบครัวอยา่ ง
เหมาะสม
๔. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๕. สาระการเรียนรู้สะ
๑. ความหมายของเพศวถิ ีศึกษา
๒. บุคคลท่ีมีสิทธิที่จะไดร้ ับการเรียนรู้เรื่องเพศ
๓. วถิ ีชีวิตทางเพศ
๔.พฤติกรรมทางเพศ
๕. ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศในวยั รุ่น
๖. ทกั ษะในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแกป้ ัญหาเรื่องเพศและครอบครัว
๘๔
๖. จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็ นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้
ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ่ืน ความซ่ือสตั ย์ สานึกพลเมือง
๗. แนวทางบูรณาการการเรียนรู้ท
เพศวถิ ีศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
(ทักษะการฟัง การอ่าน การเขียน การ
พดู )
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
นกั เรียนเกิดทกั ษะและไดร้ ับประสบการณ์
ตรงจากกิจกรรมการเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวฒั นธรรม
ค่านิยมทางเพศในสงั คมไทย
๘๕
๘. การเตรียมตัวของผ้สู อน
ศึกษาตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้หลกั สูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และ
กาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
๑. ศึกษาเน้ือหาสาระ เร่ือง ภาวการณ์ทางเพศ
๒. วางแผนการจดั การเรียนการสอน และเตรียมสื่อ/นวตั กรรม
๙. สื่อ/นวตั กรรม
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษา ๖ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖ ของบริษทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
๑. โปรแกรม PowerPoint เร่ือง ภาวการณ์ทางเพศ
๓. การใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซ่ึงเป็ นเทคโนโลยีท่ีสามารถเข้าถึงวิดีโอและ
ขอ้ มูลต่างๆ ทาให้ผูส้ อนสามารถนาสื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไปยงั ผูเ้ รียนจากแอปพลิเคชัน
Aimphan Education
๑o. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีใชว้ ิธีการสอนแบบถาม – ตอบ (Questioning) เป็ นการสอนเพ่ือส่งเสริม
ใหผ้ ูเ้ รียนรู้จกั คิดและรู้จกั หาคาตอบดว้ ยตนเอง ซ่ึงในการต้งั คาถามผูต้ ้งั คาถามจะตอ้ งใชค้ วามคิดใน
การต้งั คาถาม ขณะเดียวกนั ผูต้ ้งั คาถามจะตอ้ งมีคาตอบอยู่ในใจ การสอนแบบถามตอบ เป็ นการ
สอนส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนคิด วิเคราะห์ วิจารณ์และผูเ้ รียนจะเรียนรู้เกี่ยวกบั การใชภ้ าษาในการส่ือสาร
และเป็ นการส่งเสริ มกระบวนการคิด
ชั่วโมงที่ ๙
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ (๕ นาที)
๑. นกั เรียนชมคลิปรายการ “เทยเที่ยวไทย” เป็ นรายการท่ีมีเน้ือหาเก่ียวกบั การพาไปเท่ียวแหล่ง
ท่องเท่ียวต่างๆของประเทศไทย จุดเด่นของรายการคือ พิธีกร เป็นสาวประเภท2 นกั เรียนและครู
ร่วมกนั วิเคราะห์ถึงพฤติกรรมท่ีแสดงออกของพฤติกรรมที่แสดงออกทางเพศ
๘๖
๒. ครูสุ่มนักเรียนออกมาหน้าช้นั เรียนเพ่ือแสดงความคิดเห็น เพ่ือดูเจคติของนักเรียนที่มีต่อเพศ
ทางเลือก เพ่ือสร้างความเขา้ ใจถึงพฤติกรรมท่ีแสดงออกท่ีแตกต่างกนั ในแต่ละเพศ หรือการทา
ความเขา้ ในเรื่อง “เพศวิถีศึกษา” และเช่ือมโยงเขา้ สู่บทเรียน ท่ีสาคญั คือครูมีหน้าที่อธิบายให้
นกั เรียนยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล และเขา้ ใจในบริบทของบุคคลที่มีความหลากหลาย
ทางเพศ
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที)
๓. นักเรียนทาแบบตรวจเช็คพฤติกรรมทางเพศของตนเอง เพื่อตรวจสอบตัวเองว่านักเรียนมี
พฤติกรรมทางเพศไปในแนวทางใด และพฤติกรรมทางเพศดงั กล่าวส่งผลดีหรือผลเสียต่อตนเอง
และผอู้ ื่นหรือไม่อยา่ งไร
๔. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายถึงพฤติกรรมทางเพศท่ีแตกต่างกนั ของแต่ละบุคคล และผลของ
พฤติกรรมดงั กลา่ วต่อการดาเนินชีวติ ประจาวนั
ข้ันสอน (๒๕ นาท)ี
๕. ครูใชส้ ื่อ PowerPoint เพื่อแสดงให้เห็นปัจจยั ที่ส่งผลให้พฤติกรรมทางเพศของวยั รุ่นแต่ละคนมี
ความแตกต่างกัน อันได้แก่ ปัจจยั ทางด้านชีวภาพ ครอบครัว เพื่อน การศึกษา สังคม และ
วฒั นธรรม จากน้นั ร่วมกนั วิเคราะห์และสรุปวา่ มีปัจจยั ใดอีกบา้ งท่ีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศ
ของวยั รุ่น
๖. ครูยกตวั อย่างข่าวหรือภาพเหตุการณ์ท่ีเกี่ยวกบั การแสดงออกทางเพศของบุคคลต่างๆ และให้
นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์ว่ามีปัจจยั ใดบา้ งท่ีส่งเสริมให้บุคคลแสดงออกถึงพฤติกรรมทางเพศ
ดงั กลา่ ว
ข้นั สรุป (๕ นาที)
๗. นกั เรียนเลือกพฤติกรรมทางเพศของตนเองมาคนละ ๑ พฤติกรรมและลองวิเคราะห์วา่ พฤติกรรม
ดังกล่าวข องนักเรี ยน ได้รับอิทธิ พ ลหรื อมีปั จจัยใดบ้างมาเก่ี ยวข้องและส่ งเสริ มให้เกิ ดการ
แสดงออกของพฤติกรรมน้นั ของนกั เรียน
๘. ครูสุ่มถามนกั เรียน ๓-๔ คน ถึงปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเกิดพฤติกรรมท่ีนกั เรียนไดเ้ ขียนไว้ นกั เรียน
และครูร่วมกนั สรุปประเดน็ สาคญั ของบทเรียน
ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู้
๙. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใชค้ าถามในการเชื่อมโยงขอ้ มูลและสรุป
ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
๘๗
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
๑๑.๑ การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตัวชี้วดั
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน เคร่ืองมือ วิธีวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ ความเข้าใจ ๑. การถาม – ตอบ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ย
๑. วเิ คราะห์อิทธิพล ๑. แบบประเมนิ
(K) ๑. การถาม – ตอบ กวา่ ร้อยละ ๖๐
ของครอบครัว รายบุคคล
ทกั ษะ/กระบวนการ ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่นอ้ ย
(P) เพ่อื น สังคม และ กวา่ ร้อยละ ๖๐
วฒั นธรรมท่ีมผี ล
ต่อพฤติกรรมทาง
เพศของวยั รุ่น
๒. เปรียบเทียบ
ค่านิยมในเรื่องเพศ
ระหวา่ งวฒั นธรรม
ไทยและ
วฒั นธรรมต่างชาติ
ไดถ้ ูกตอ้ งตรง
ประเดน็
๑. ปฏิบตั ิตามค่านิยม ๑. แบบประเมนิ
เรื่องเพศท่ี รายบุคคล
เหมาะสมกบั วยั รุ่น ๒. แบบประเมินงาน
ตามแนวทาง กลุ่ม
ปฏิบตั ิท่ีดีงามของ
วฒั นธรรมไทย
๘๘
๑๑.๒ การประเมินสมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป้าหมายการเรียนรู้ ภาระงาน/ เคร่ืองมือ วธิ ีวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ชิ้นงาน
สมรรถนะทส่ี าคญั ๑. พฤติกรรม ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสงั เกต ๑. ผา่ นข้นั ต่าไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการใช้ ในช้นั เรียน สมรรถนะสาคญั ของ การร่วมกิจกรรมใน
นกั เรียน ช้นั เรียน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ทกั ษะชีวติ ๑. พฤติกรรม
คณุ ลกั ษณะ ในช้นั เรียน ๑. แบบประเมิน ๑. ตรวจดว้ ยการสังเกต นกั เรียนจะตอ้ งผา่ นเกณฑร์ ะดบั
อนั พงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะ การร่วมกิจกรรมใน คุณภาพการประเมินระดบั พอใช้
อนั พึงประสงค์ ช้นั เรียน ข้ึนไป
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ๑. พฤติกรรม
ในช้นั เรียน แบบประเมินดา้ นทกั ษะ สงั เกตการให้เหตุผลใน ๑. ผา่ นข้นั ต่าไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๖๐
ศตวรรษที่ 21 การตอบคาถามใน
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. พฤติกรรม ช้นั เรียน
ในช้นั เรียน ๑. แบบสงั เกต
พฤติกรรมรายบุคคล ๑. สงั เกตพฤติกรรม
ตามหลกั ปรัชญา นกั เรียนระหวา่ งการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เรียนรู้
๑๒. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................