235 3.2.2 มองตามบท เมื่อกล่าวถึงสิ่งใด อาจใช้สายตามองไปยังสิ่งนั้น เพื่อช่วยส่งอารมณ์ และท่ารำให้สวยงาม ดังจะยกตัวอย่างการมองตามมือไว้ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 12 วิเคราะห์กลวิธีการมองตามบท ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธี 1 ทำทีชม้าย ชายตา ใบหน้า - ในบทนี้เป็นบทที่นางแก้ว หน้าม้า ต้องใช้สายตาใน การมองไปที่พระปิ่นทอง โดยใช้ลักษณะการมองด้วย หางตา เพื่อสื่อถึงการมอง หรือการส่งสายตา ไปยังอีก ตัวละคร กิริยาท่าทาง - ในบทนี้นางแก้วหน้าม้า ทำบทอยู่บนเตียง กับพระ ปิ่นทอง ตามบทมีการใช้ ส า ย ต า ใ น ก า ร ม อ ง แทนการทำท่ารำ และ มี ก ารค ล าน แ ล้ ว ตั้ งข า ในการเคลื่อนไหวไปมาใน แต่ละข้าง ที่มา: ผู้วิจัย
236 3.2.3 มองเล่นกับคนดูการใช้สายตามองไปหาคนดูเพื่อช่วยส่งอารมณ์ ให้คนดูเข้าใจ ถึงอารมณ์ของตัวละครมากยิ่งขึ้น ดังจะยกตัวอย่างการมองเล่นกับคนดู ไว้ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 13 วิเคราะห์กลวิธีการมองเล่นกับคนดู ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธี 1 วันนี้อีแก้ว ใบหน้า - ในบทนี้นางแก้วหน้าม้า จะทำบทประกอบคำร้อง โดยมีการน ำเอากลวิธี การแสดง ในเรื่องของการ ม องเล่ น กั บ ค น ดู ม าใช้ เพื่อให้คนดูเข้าใจถึงการ สื่อสารของตัวละคร และ รับรู้ถึงอารมณ์ คล้อยตาม ไปกับบทบาท กิริยาท่าทาง - ในบทนี้นางแก้วหน้าม้า จะใช้ท่ารำโดยการตีบท ต า ม ค ำ ร้ อ ง โด ย ก า ร เคลื่อนไหวของท่าจะมีทั้ง การเดินไปมา และนั่งรำ ขณะแสดง 2 เสด็จกลับ 3 เชิญทอดทัศนา ที่มา: ผู้วิจัย
237 จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า ในการแสดงละครให้ครบรสนั้นนอกจากท่าทาง อารมณ์ สายตา หรือการมอง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยสื่อสารให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ในการแสดงมากยิ่งขึ้น โดยละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ผู้วิจัยพบว่าการมอง ในการแสดงละครในตอนนี้พบทั้งหมด 3 ประเภทได้แก่ การมองตามมือ การมองตามบท และการมองเล่นกับคนดู 3.3 กลวิธีการนั่งรำ และยืนรำ กระบวนท่ารำของนางแก้วหนเม้า ตอนถวายลูกนี้ ใช้การรำตีบทเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งการนั่งรำ และการยืนรำ 3.3.1 การนั่งรำ การนั่งรำพบว่ามี 4แบบ คือ การนั่งคุกเข่า การนั่งชันเข่า นั่งแยกเข่าการนั่งคลานเข่า ดังจะยกตัวอย่างเพื่ออธิบายประกอบต่อไป ตารางที่ 14 วิเคราะห์กลวิธีการนั่งรำ ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธี 1 อุ้มลูกเข้าใกล้ พระราชา การนั่งคุกเข่า ลักษณะการนั่ง : นั่งตัวตรง ปลายเท้าตั้งขึ้น นั่งลงทับ บนส้นเท้า หัวเข่าชิดติดกัน การนั่งลักษณะนี้จะใช้นั่งรำ ต อ น ที่ ใน บ ท ร้ อ งคู่ กั บ พระปิ่นทอง 2 สมเป็นลูกเต้า การนั่งชันเข่า ลักษณะการนั่ง : นั่งตัวตรง ปลายเท้าตั้งขึ้น นั่งลงทับ บนส้นเท้า หัวเข่าข้างหนึ่ง ยกขึ้น อีกข้างหัวเข่าติดกับ พื้น การนั่งลักษณะนี้จะใช้ นั่งรำตอนที่ในบทร้องคู่กับ พระปิ่นทอง
238 ตารางที่ 14 วิเคราะห์กลวิธีการนั่งรำ (ต่อ) ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธีในการแสดง 3 เชิญทอดทัศนา นั่งแยกเข่า ลักษณะการนั่ง : นั่งตัวตรง ปลายเท้าตั้งขึ้น นั่งลงทับ บนส้นเท้า หัวเข่าห่างจากกัน การนั่งลักษณะนี้จะใช้นั่งรำ ต อ น ที่ ใน บ ท ร้ อ งคู่ กั บ พระปิ่นทอง 4 แล้วมีวาจา การนั่งคลานเข่า ลักษณะการนั่ง : นั่งตัวตรง ปลายเท้าตั้งขึ้น ยกก้นขึ้น หัวเข่าชิดติดกัน การนั่ง ลักษณะนี้จะใช้การคลาน เข่า เคลื่อนไหวไปทางใด ทางหนึ่ง ซึ่งจะใช้ในการรำ ต อ น ที่ ใน บ ท ร้ อ งคู่ กั บ พระปิ่นทอง ที่มา: ผู้วิจัย 3.3.2 การยืนรำ การยืนรำจะเป็นลักษณะการรำตีบท ที่ใช้การเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ทั้งหมด พบว่ามีกระบวนท่ารำยืนในเพลงสาริกาแก้ว เพลงเขมรกำปอ เพลงตะลุ่มโปง ดังตัวอย่างที่ยกมา
239 ตารางที่ 15 วิเคราะห์กลวิธีการยืนรำ ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธี 1 นางแก้ว การยืนรำแบบผสมเท้า เป็นลักษณะของการก้าว เท้าใดเท้าหนึ่งขึ้นข้างหน้า เล็กน้อยโดยให้ปลายส้น เท้าอยู่บริเวณปลายเท้า ขอ งเท้ าห ลั ง แ ล ะถ่าย น้ำหนักไปที่ขาหลัง 2 เอื้อน การยืนรำแบบก้าวหน้า เป็นลักษณะการก้าวเท้าใด เท้าหนึ่งขึ้นไปด้านหน้า โดยให้น้ำหนักทิ้งอยู่ที่ขา ข้างที่ก้าว และเท้าหลังเปิด ส้นเท้าขึ้น 3 เอื้อน การยืนรำก้าวไปด้านข้าง เป็นลักษณะของการก้าว เท้ าใด เท้ าห นึ่ งอ อ ก ไป ด้านข้างโดยเฉียง 45 องศา วางเท้าลงเต็มพื้น และเท้า หลังเปิดส้นเท้าขึ้นเล็กน้อย ที่มา: ผู้วิจัย จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า การแสดงละครนอก การเคลื่อนย้ายไปมาตามตำแหน่ง และ บทบาทของตัวละครถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของการแสดง ในละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ลักษณะ การเคลื่อนย้ายมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ การนั่งรำ และยืนรำ การรำหรือการทำบทในละครนอก จะมีเพลงร้อง และเพลงบรรเลงประกอบในการแสดง ผู้แสดงจะต้องเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง
240 หรือตามบทร้อง จึงทำให้การรำเกิดการเคลื่อนไหว และย้ายตำแหน่งไปอริยบทจึงทำให้เกิดการ เคลื่อนไหวทั้งในการนั่งรำ และยืนรำ 3.4 กลวิธีการใช้หน้า กลวิธีการใช้หน้า กระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูกนี้ ในการรำตีบท จะต้องมีการใช้หน้าเป็นหลัก มีทั้งการกล่อมหน้า และการลักคอ 3.4.1 การกล่อมหน้า พบมากในกระบวนรำของนางแก้วหน้าม้าทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง ดังจะยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย ได้ดังนี้ ตารางที่ 16 วิเคราะห์กลวิธีการกล่อมหน้า ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธี 1 บัดนั้น ลักษณะการกล่อมหน้า การกล่อมหน้าเป็นลักษณะ การใช้ใบหน้าเคลื่อนไหว เป็นลักษณะการเดินหน้า วนเป็นเลขแปดแนวนอน โด น ใช้ ป ล า ย ค า ง เป็ น ตัวกำหนดของการเดินหน้า โดยการกล่อมหน้า จะพบ ในช่วงของการทำบทที่เป็น ช่วงเอื้อนของเพลง ที่มา: ผู้วิจัย 3.4.2 การลักคอ การลักคอ พบมากในกระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้าทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง ดังจะยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย ได้ดังนี้
241 ตารางที่17 วิเคราะห์กลวิธีการใช้หน้า ลักคอ ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง รูปภาพท่ารำ กลวิธี 1 เพลงสารลิกาแก้ว การใช้หน้า และลักคอ เป็นลักษณ ะของการใช้ ใบหน้าส่วนหู และหัวไหล่ เคลื่อนไหวตรงข้ามกันโดย ไป ข้างใดข้างห นึ่ง เช่น ลักคอทางขวาต้องเอียง ศีรษะ ทางซ้ายพร้อมกับ กดไหล่ขวาลง แล้วสลับมา ลักคอซ้ายต้องเอียงศีรษะขวา แล้วกดไหล่ซ้ายลงผู้แสดง ต้องเปิดปลายคางขึ้น และ ใช้สายตามองไปที่ใดที่หนึ่ง ที่มา: ผู้วิจัย จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า กลวิธีการใช้หน้า เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งพบมากในการแสดงและเป็นกลวิธีที่ผู้แสดงใช้ทำเพื่อเชื่อมระหว่างท่ารำหนึ่งไปอีกท่ารำหนึ่ง เนื่องจากเพลงมีท่วงทำนองเร็ว หรือมีคำเอื้อนมาก เพื่อช่วยให้ท่ารำมีความกลมกลืน และสนุกสนาน มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการกล่อมหน้า และลักคอ 3.5 กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการรำตีบทตามคำร้อง ซึ่งอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์จะใช้ท่ารำมาตารฐานของ ตัวนางตลาด และท่าทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่าในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า จะสอดแทรกกลวิธีการแสดง โดยมีการประดิษฐ์ท่ารำทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนี้
242 ตารางที่18 วิเคราะห์กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง ภาพท่ารำ กลวิธี 1 กล่อมลูก การกล่อมลูก ลักษณะการเล่นกล่อมลูกมี ดังนี้ 1. การเล่นกับลูก นางแก้ว หน้าม้าจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้น แบมือขึ้นระดับหน้าอกแล้ว ส่ายมือ ลักคอไปมา พร้อม กับร้องเพลงกล่อม 2 การเล่นกับมเหสีเพื่อให้ มเหสีทำตาม โดยร้องล้อ กับ มเหสีมีการโยนลูก เพื่อทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้น และร้าวใจในการแสดง 3 ดูมเหสีเล่นกับลูกโดย การนอนดู การกลิ้งไปมา พลิกตัวไปทางซ้าย ขวา และยืนดูหัวเราะอย่างมี ความสุข
243 ตารางที่18 วิเคราะห์กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (ต่อ) ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง ภาพท่ารำ กลวิธี 2 วัน นี้ อี แ ก้ ว มั น หน้าม้า ท่าม้า เป็นท่าเฉพาะของตัวนาง แก้วหน้าม้า โดยจะปฏิบัติ ท่าในบทที่ว่า “วันนี้อีแก้ว มันหน้าม้า” ซึ่งเป็นการ เลียนแบบลักษณะท่าทาง ม าจ าก ท่ าท างข อ งม้ า มาประกอบในบทร้อง 3 เพลงอัศวลีลา ท่ายักเอว ท่ายักเอว เป็นท่าพิเศษ ข อ ง น า ง แ ก้ ว ห น้ า ม้ า ในช่วงท้าย ซึ่งนางแก้วหน้า ม้าจะทำประกอบในเพลง อัศวลีลา โดยจะใช้เอว ใน ก า ร ก ร ะ ด ก ขึ้ น ไ ป ด้านข้างตามจังหวะเพลง และเปิดส้นเท้า ยกส้นขึ้น ด้านเดียวกับข้างที่กระดก พ ร้ อ ม เ ค ลื่ อ น ไ ห ว ไปทางด้านข้าง
244 ตารางที่18 วิเคราะห์กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (ต่อ) ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง ภาพท่ารำ กลวิธี 4 เพลงเร็ว ท่าเดินย่อง เป็นลักษณ ะท่าพิเศษที่ เป็นกลวิธีในการเล่นของ อาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ ไ ด้ คิ ด ไ ว้ เพื่ อ ใ ห้ เกิ ด ค ว า ม ส นุ ก ส น า น ใ น กระบวนท่ารำ โดยเป็นการ ก้ า ว เท้ า ไ ป ด้ า น ข้ า ง แล้ วก ระด ก ก้ น ไป ต าม จังหวะในช่วงเพ ลงเร็ว จุดประสงค์ท่านี้เพื่อให้ พระปิ่นทองถีบที่ก้นได้ 5 ท่าเดินกระโดด เป็นลักษณะของการก้าว ยกเท้าข้างใดเท้าหนึ่งขึ้น พร้อมใช้เท้าอีกข้างกระโดด ขึ้ น ใน จั งห ว ะ เดี ย ว กั น เพื่อเคลื่อนไหวไปด้านหน้า อย่างรวดเร็ว โดยท่านี้จะ ปฏิบัติในเพลง ซึ่งช่วยเสริม บุคลิกความเป็นม้ามาก ยิ่งขึ้น
245 ตารางที่18 วิเคราะห์กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (ต่อ) ลำดับที่ เนื้อร้อง/ทำนอง ภาพท่ารำ กลวิธี 6 เพลงอัศวลีลา ท่าวิ่งม้า เป็นท่าทางที่เคลื่อนไหว อย่างรวดเร็ว โดยมือจะใช้ การกำมือแท นขาห น้ า ของม้า และส่วนเท้าจะกาง ขาออกไปด้านข้างหนึ่ง แทนขาข้างหลังของม้า ได้โชว์สัดส่วนสรีระร่างกาย ของม้า โดยการเคลื่อนไหว จ ะ ใช้ เท้ า ห น้ า ข ยั บ ไป ข้างหน้า และเด้งสะโพก ขึ้น ตามจังหวะของเพลง อัศวลีลา 7 เพลงอัศวลีลา ท่าเดินส่ายก้น เป็นการใช้ช่วงสะโพก หรือ ก้น ส่ายไปมาตามจังหวะ เพลงอัศวลีลา เพื่อเป็นการ เยาะเย้ย หรือเป็นการสร้าง มุขตลก ก่อนการเปิดตัว ของบทบาทนางแก้วหน้า ม้าในตอนท้าย เสริมบุคลิก ใ ห้ตั ว ล ะ ค รดู น่ า รั ก น่าเอ็นดู ที่มา: ผู้วิจัย
246 ในการแสดงละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า เป็นอีกหนึ่งตอนที่ผู้แสดงจะต้องมีความชำนาญ ในบทละคร ท่ารำ และอีกสิ่งหนึ่งนั่นคือ กลวิธีในการแสดง เพราะจะทำให้การแสดงครบรสละครนอก ได้นั้นผู้แสดงจะต้องมีปฏิภาณ ไหวพริบ ในการเล่นจนเกิดเป็นทักษะขั้นสูงสุดที่เรียกว่า กลวิธีในการแสดง กลวิธีในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้า ในการแสดงละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ของกรมศิลปากร ตามแนวทางอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์มีทั้งหมด 5 กลวิธี ดังนี้ 1. กลวิธีการสื่ออารมณ์ ในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าพบว่า ผู้แสดงจะต้องเข้าใจ ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกภายในออกมาทางใบหน้า และกิริยา ท่าทางในการแสดง ซึ่งแต่ละอารมณ์ก็จะมีกลวิธีการสื่ออารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป จากการศึกษา การแสดงละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ของอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์พบว่านางแก้วหน้า ม้า ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่อง มีอารมณ์ที่แสดงออก 3 ลักษณะ ซึ่งมีกลวิธีในการแสดงอารมณ์ต่าง ๆได้แก่ 1.1 อารมณ์ดีใจจากบทร้องเพลงสาริกาแก้วจนถึงร้องร่าย มีเนื้อหากล่าวถึง นางแก้วหน้าม้า ทราบข่าวรู้ว่าพระปิ่นทองเสด็จกลับมาพระราชวัง จึงเข้ามาเฝ้าด้วยความดีใจ พร้อมทั้งนำลูกมาถวาย ให้กับพระปิ่นทอง สอดคล้องกับกระบวนท่ารำซึ่งมีกลวิธี คือการยิ้มในหน้า และใช้แววตามีความสุข และกิริยาท่าทาง ท่าชี้ท่าไว้มือ ท่ารัก 1.2 อารมณ์ประชดประชัน แสดงออกโดยการขมวดคิ้วเล็กน้อย ยิ้มในหน้าและ แววตาไม่พอใจ ตามองอย่างเยาะเย้ยถากถาง กริยาท่าทาง ท่าชี้นิ้วกวาด ท่าตบหน้าขา ทำให้เห็นถึง น้ำหนักในการแสดงออกของท่าทาง เพื่อสอดคล้องกับจังหวะ และเพลงร้อง 1.3 อารมณ์น้อยใจ แสดงออกโดยการขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ยิ้ม มีแววตาเศร้าเสียใจ สายตาละห้อย เมื่อเวลามองพระปิ่นทอง กิริยาท่าทาง ท่าชี้หน้า ท่าไม่ ท่าจีบคลายมือ 2. กลวิธีการมอง ในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าพบว่า ลักษณะการมองในการแสดง บทบาทนางแก้วหน้าม้า มี 3 ลักษณะ คือ 1) การมองตามมือ จะมองเพื่อชี้นำสายตาผู้ชมให้มองมือ ที่ใช้ในการ ตีบทเพื่อเสริมความชัดเจนในการสื่อความหมายด้วยการสังเกตจากลักษณะมือของผู้แสดง ที่ร่ายรำเป็นสิ่งสำคัญ 2) การมองตามบท เป็นลักษณะการมองเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับบทร้อง เพื่อเสริม กิริยาท่ารำให้เกิดความสมจริง3) มองเล่นกับคนดูการใช้สายตามองไปหาคนดูเพื่อช่วยส่งอารมณ์ ให้คนดูเข้าใจถึงอารมณ์ของตัวละครมากยิ่งขึ้น
247 3. กลวิธีการนั่งรำและยืนรำ 3.1 การนั่งรำลักษณะหนึ่งของกระบวนท่ารำ ซึ่งในแต่ละบทบาท แต่ละอารมณ์ใน การแสดง จะมีวิธีการนั่งที่แตกต่างกัน เช่น การนั่งคุกเข่า การนั่งชันเข่า นั่งแยกเข่า การนั่งคลานเข่า 3.2 การยืนรำ จะเป็นลักษณะการรำตีบท ที่ใช้การเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วน ของร่างกาย ทั้งหมด พบว่ามีกระบวนท่ารำยืนในเพลงสาริกาแก้ว เพลงเขมรกำปอ เพลงตะลุ่มโปง การยืนรำแบบผสมเท้า การยืนรำแบบก้าวหน้า การยืนรำก้าวไปด้านข้าง 4. กลวิธีการใช้หน้า กระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูกนี้ ในการรำตีบท จะต้องมีการใช้หน้าเป็นหลัก มีทั้งการกล่อมหน้าการใช้ใบหน้าเคลื่อนไหวเป็นลักษณะการเดินหน้าวน เป็นเลขแปดแนวนอนโดนใช้ปลายคางเป็นตัวกำหนดของการเดินหน้า โดยการกล่อมหน้า จะพบในช่วงของการทำบทที่เป็นช่วงเอื้อนของเพลง และการลักคอ เป็นกลวิธีการแสดงประกอบ กิริยาการใช้ใบหน้าเพื่อให้กระบวนท่ารำดูมีลีลาสวยงาม ซึ่งกลวิธีการลักคอคือการกดไหล่ตรงข้ามกับ การเอียงศีรษะ เช่นเอียงศีรษะทางซ้าย ก็จะกดไหล่ขวา เอียงศีรษะทางขวาก็จะกดไหล่ซ้าย 5. กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการรำตีบทตามคำร้อง ซึ่งอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์จะใช้ท่ารำมาตารฐานของตัวนางตลาด และท่าทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่า ในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าจะสอดแทรกกลวิธีการแสดง โดยมีการประดิษฐ์ท่ารำทางเล่น เอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การกล่อมลูก ท่าม้า ท่ายักเอว ท่าเดินย่อง ท่าเดินกระโดด ท่าวิ่งม้า ท่าเดินส่ายก้น 4. สรุป กระบวนท่ารำบทบาทนางแก้วหน้าม้าตามแนวทางอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์มีกระบวน ท่ารำในบทร้อง ใช้พื้นฐานท่ารำเบื้องต้นของตัวนางผสมการรำนางตลาดในลักษณะของการรำตีบท การกล่อมลูก และเพลงอัศวลีลา โดยท่ารำมี86 ท่า ซึ่งเป็นลักษณะการรำตีบทตามคำร้อง เป็นกระบวนท่ารำที่มาจากท่ามาตรฐาน 25 ท่า เป็นกระบวนท่ารำที่ปรับปรุงจากท่าธรรมชาติ 43 ท่า และเป็นท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้น 18 ท่า การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในกระบวนการรำบทบาทของนางแก้วหน้าม้า มีการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้ ส่วนใบหน้า และลำคอ พบว่าในบทบาทนางตลาดของนางแก้วหน้าม้าในตอนนี้ จะมีการใช้ ลักษณะเอียงศีรษะ การลักคอ กล่อมหน้า พยักหน้าเป็นส่วนมาก
248 ส่วนตา พบว่ามีในบทบาทนางตลาดของนางแก้วหน้าม้าในตอนนี้จะมีการมองมือ มองตรง ที่ผู้ชม แต่ส่วนใหญ่จะมองพระปิ่นทอง นางนันทา เพื่อให้ได้รับรู้อารมณ์ผ่านสายตาจากความรู้สึกของ ในของตัวละคร ส่วนแขน และมือ พบว่าในบทนี้นางแก้วหน้าม้าจะมีการอุ้มกุมารในตอนนี้จึงมีการรำโดยใช้ แขนและมือเพียงข้างเดียว มีลักษณะการใช้มือตั้งวง จีบ ชีนิ้ว และการกำมือ ซึ่งบ่งบอกความเป็นเท้า หน้าของม้าได้อย่างชัดเจน ส่วนลำตัว พบว่าด้วยบทบาทนางตลาดของนางแก้วหน้าม้า จะมีการปฏิบัติที่เกินจริง ในบางครั้ง เพื่ออรรถรสและเป็นไปตามบริบทของตัวละคร โดยมีลักษณะของการกดไหล่ การใช้ น้ำหนักตัวไปข้างหน้า - หลัง สลับกับการตีไหล่ ส่วนขา และเท้า พบว่ามีการใช้ลักษณะของการก้าวเท้าหน้า เกินก้าวข้าง การผสมเท้า การเดินก้าวชิด การย่ำเท้า การซอยเท้า การกระโดด การกางขา และยังมีลักษณะการใช้เข่าในการ เคลื่อนที่ นั่งคุกเข่า นั่งชันเข่า นั่งคลานเข่า นั่งแยกเข่า การใช้ใบหน้า และการแสดงอารมณ์ตามบทบาท พบว่ามีการใช้ใบหน้าที่มีการแสดงอารมณ์ ยิ้มแย้ม ยินดีดีใจ ประชดประชัน เยาะเย้ย โกรธ ซึ่งเป็นไปตามบริบทของตัวละครที่กำลังสื่ออารมณ์ ให้ผู้ชมรับรู้ จากการศึกษาการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในการแสดงละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ของกรมศิลปากร พบว่าบทละครเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้แสดงนั้นสามารถถ่ายทอด อารมณ์ให้ผู้ชม สามารถเข้าถึงอารมณ์ในแต่ละบทบาทได้ ซึ่งการแสดงบทบาทของนางแก้วหน้าม้าได้ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 4.1 กระบวนท่ารำในบทร้อง การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้านั้นจะใช้พื้นฐานท่ารำเบื้องต้น ของตัวนางผสมการรำนางตลาดในลักษณะของการรำตีบท โดยสามารถแบ่งตามอารมณ์ ได้ดังนี้ 4.1.1 อารมณ์ดีใจ การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการำเดียว จะเริ่มด้วยนางแก้วหน้าม้าอุ้มลูกออกมาหน้าเวที ปี่พาทย์ทำเพลงสาริกาแก้ว และร้องร่าย ลักษณะ การรำตีบทตามคำร้องด้วยความกระฉับกระเฉง การแสดงกิริยาท่าทางร่างเริง ดีใจ 4.1.2 อารมณ์ประชดประชัน การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการรำ ตีบทประกอบเพลงร้อง โดยนางแก้วหน้าม้าจะรำจากกลางเวทีโดยทำบทคู่กับพระปิ่นทอง ปี่พาทย์
249 ทำเพลงร้องเขมรกำปอ ที่มีจังหวะรวดเร็ว กระชับ กระบวนท่ารำจะตีบทตามคำร้องทุกคำ มีการพยักหน้า การแสดงกิริยาท่าทางไม่พอใจ 4.1.3 อารมณ์น้อยใจ การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการรำทำบท ประกอบเพลงร้องตะลุ่มโปง ที่มีจังหวะรวดเร็ว เน้นการรำที่กระฉับกระเฉง ใบหน้ามีการกล่อมหน้า และการลอยหน้าในการรำ การกล่อมไหล่ไปมาประกอบกับการตีบท การวิ่งซอยเท้า ผสมกับการย่ำเท้า การแสดงกิริยาท่าทางตัดพ้อน้อยใจ 4.2 กระบวนท่ารำกล่อมลูก การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นกลวิธีการเล่น อันเป็นเฉพาะของบทบาทนางตลาดตัวนางแก้วหน้าม้า ในตอนนี้พระมเหสีจะลงมาแสดงกับนางแก้ว หน้าม้าแล้วร้องกล่อมลูกสลับกันไปมา 2 - 3 ครั้งเล่นกับตะโพน จะมีการใช้ลักษณะของการลักคอ การพยักหน้า 4.3 กระบวนท่ารำในทำนองเพลง การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการรำ ในทำนองเพลงอัศวลีลา โดยนางแก้วหน้าม้าจะรำจากกลางเวทีเข้าม่าน มีกระบวนท่ารำที่เป็นท่าทาง ของม้าอย่างชัดเจน โดยกระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้าเป็นการรำตีบทตามคำร้องเพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชม เกิดความเข้าใจในความรู้สึกอารมณ์ของตัวละคร โดยมีบทละครเป็นตัวกำหนดการใช้ท่ารำ และ อารมณ์ของเพลงเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของตัวละครให้มีความสอดคล้องกับอารมณ์เพลง การแสดง จึงจะสมบทบาท และสร้างสุนทรียะให้กับผู้ชมในการชมละคร ทั้งนี้ ผู้แสดงจะต้องมีปฏิภาณ ไหวพริบ ในการเล่นจนเกิดเป็นทักษะขั้นสูงสุดที่เรียกว่า กลวิธี ในการแสดง โดยกลวิธีในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้า ในการแสดงละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูกของกรมศิลปากร ตามแนวทางอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ มีทั้งหมด 5 กลวิธี คือ 1. กลวิธีการสื่ออารมณ์ มีอารมณ์ที่แสดงออก 3 ลักษณะ ได้แก่ อารมณ์ดีใจ อารมณ์ประชดประชัน อารมณ์น้อยใจ 2. กลวิธีการมอง มี 2 ลักษณะ คือการมองตามมือ การมองตามบท และการมองเล่น กับคนดู 3. กลวิธีการนั่งรำและยืนรำ 4. กลวิธีการใช้หน้า 5.กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการรำตีบทตามคำร้อง ซึ่งอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์จะใช้ท่ารำมาตารฐานของตัวนางตลาด และท่าทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่าในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าจะสอดแทรกกลวิธี การแสดงโดยมีการประดิษฐ์ท่ารำทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กระบวนท่ารำนางแก้วหน้าม้า ในการแสดง ละครนอก ตอนถวายลูก ของกรมศิลปากร และกลวิธีในการการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า ตามแนวทางอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์อดีตนักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ (ผู้เชี่ยวชาญด้าน โขน - ละคร) สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยผู้วิจัยศึกษาจากเอกสาร ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทความ สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีการลงภาคสนามเพื่อฝึกปฏิบัติกระบวนท่ารำและรวบรวมข้อมูลจาก การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนาฏศิลป์ไทย เพื่อนำมาวิเคราะห์นำเสนอในรูปแบบ รายงานการวิจัย รวบรวมองค์ความรู้โดยมีการสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ 1. สรุปผล 1.1กระบวนท่ารำนางแก้วหน้าม้า ในการแสดงละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้านั้นจะยึดหลักของท่ารำมาตรฐานของตัวนางผสมกับ นางตลาด เพราะเป็นหญิงสาวชาวบ้าน จะมีกิริยาที่ไม่เรียบร้อย ผู้แสดงจะต้องใช้ทักษะและ ความสามารถในการรำเป็นอย่างดีเพราะในการรำของนางแก้วหน้าม้ามีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ลีลา ท่าทางกระฉับกระเฉง โลดโผน ผู้แสดงจะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะการปฏิบัติและทฤษฎีอย่างหนัก เพื่อให้เกิดความชำนาญและคล่องแคล่วในการปฏิบัติท่ารำ ตลอดจนให้เข้าถึงบทบาท ซึ่งจะต้อง สามารถแสดงออกมาได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าอารมณ์ดีใจ ประชดประชัน น้อยใจ ซึ่งเมื่อผู้วิจัย วิเคราะห์กระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้า สังเกตได้ว่าลักษณะท่ารำของนางแก้วหน้าม้าแตกต่าง จากการรำของละครราษฎร์ทั่วไป จึงวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการรำของนางแก้วหน้าม้าของ กรมศิลปากรและการรำของละครราษฎร์ทั่วไปได้ ดังนี้ 1.1.1 กระบวนท่ารำในบทร้อง การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้านั้นจะใช้พื้นฐานท่ารำ เบื้องต้นของตัวนางผสมการรำนางตลาดในลักษณะของการรำตีบท โดยสามารถแบ่งตามอารมณ์ ได้ดังนี้
251 1.1.1.1 อารมณ์ดีใจ การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการำเดียว จะเริ่มด้วยนางแก้วหน้าม้าอุ้มลูกออกมาหน้าเวทีปี่พาทย์ทำเพลงสาลิกาแก้ว และร้องร่าย ลักษณะ การรำ ตีบทตามคำร้องด้วยความกระฉับกระเฉง การแสดงกิริยาท่าทางร่างเริง ดีใจ 1.1.1.2 อารมณ์ประชดประชัน การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการรำ ตีบทประกอบเพลงร้อง โดยนางแก้วหน้าม้าจะรำจากกลางเวทีโดยทำบทคู่กับพระปิ่นทอง ปี่พาทย์ ทำเพลงร้องเขมรกำปอ ที่มีจังหวะรวดเร็ว กระชับ กระบวนท่ารำจะตีบทตามคำร้องทุกคำ มีการแสดงกิริยาท่าทางไม่พอใจ 1.1.1.3 อารมณ์น้อยใจ การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นการรำ ทำบทประกอบเพลงร้อง เพลงตะลุ่มโปง ที่มีจังหวะรวดเร็ว เน้นการรำที่กระฉับกระเฉง ใบหน้ามีการ กล่อมหน้า และการลอยหน้าในการรำ แสดงอารมณ์โกรธ ขุ่นเคือง การกล่อมไหล่ไปมาประกอบกับ การตีบท การวิ่งซอยเท้า ผสมกับการก้าวย่ำเท้า 1.1.2 กระบวนท่ารำกล่อมลูก การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็นกลวิธี การเล่นบทบาทนางตลาดของตัวนางแก้วหน้าม้า ซึ่งเป็นทางเฉพาะของอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ โดยท่านได้ประดิษฐ์ท่ารำขึ้นตามคำร้อง เริ่มต้นด้วยนางแก้วหน้าม้าร้องกล่อม ในตอนนี้พระมเหสี จะลงมาแสดงกับนางแก้วหน้าม้าแล้วร้องกล่อมลูกสลับกันไปมา 2-3 ครั้ง เล่นกับตะโพน จะมีการใช้ ลักษณะของการลักคอ การพยักหน้า การแสดงในช่วงกล่อมลูกจะมีการโยนลูกไปมากับตัวละคร ในเรื่องซึ่งปรากฏเพียงแค่เรื่องเดียวนั่นคือ ละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ซึ่งตามหลัก ความเป็นจริงของบริบทการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทารกมิสามารถโยนได้ แต่ในละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก มีการโยนลูกในการแสดง เพียงเพื่อสร้างความบันเทิง และความเร้าใจให้กับผู้ชม ในการแสดง เพียงแค่ใจหลักสำคัญของการแสดงละครนอกนั้น คือความสนุกสนานในการแสดง 1.1.3 กระบวนท่ารำในทำนองเพลง การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าในบทนี้จะเป็น การรำในทำนองเพลงอัศวลีลา โดยนางแก้วหน้าม้าจะรำจากกลางเวทีเข้าม่าน มีกระบวนท่ารำที่เป็น ท่าทางของม้าอย่างชัดเจน 1.2 กลวิธีการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า ตามแนวทางของอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ 1.2.1 บทบาทนางแก้วหน้าม้า นางแก้วหน้าม้าเป็นตัวละครเอกของเรื่องที่มีลักษณะหน้าตาอัปลักษณ์ รูปหน้ายาว เหมือนม้า ตาจระเข้ ผิวดำคล้ำ รูปร่างอ้วน มีหลากหลายบุคลิกที่แตกต่างจากนางเอกในวรรณกรรม
252 เรื่องอื่น ๆ สร้างความสนุกสนาน มีลักษณะนิสัย กิริยามารยาทที่ไม่เรียบร้อย มักชอบกระโดดโลนเต้น วิ่งไปวิ่งมา ฝีปากกล้า พูดจาคมคายและเป็นสตรีที่เป็นฝ่ายเสนอบอกรักผู้ชายก่อน บทบาททางด้านสังคม ที่เด่นชัด คือ ด้านสภาพของผู้หญิงและการต่อสู้ทางอุดมการณ์ ในแง่มุมของความสำคัญของสภาพ ผู้หญิงที่เหนือกว่าชาย และความดีงามของมนุษย์จากการประพฤติปฏิบัติ สัจวาจา อดทน กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ฉลาดรอบรู้เท่าทันผู้อื่น และมีความกตัญญูกตเวที ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้นางแก้วหน้าม้าประสบ ความสำเร็จในชีวิต ผู้แสดงจะต้องใช้ทักษะและความสามารถในการรำเป็นอย่างดี การเคลื่อนไหวลีลา ท่าทางจะกระฉับกระเฉง โลดโผน สามารถแสดงออกมาได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าอารมณ์ดีใจมีความสุข ประชดประชัน หรือเยาะเย้ย 1.2.2 กลวิธีการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า ตามแนวทางของอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ การแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ของอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ ข้าราชการบำนาญ (อดีตนักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ) กรมศิลปากร มีการแสดงทางอารมณ์ ที่หลากหลายแตกต่างจากศิลปินท่านอื่น โดยกระบวนท่ารำนั้น มีรายละเอียดในการปฏิบัติมากกว่า การรำตามบทร้องทั่วไป ซึ่งมีเทคนิคหรือกลวิธีในการแสดงเพื่อให้สามารถถ่ายทอดกระบวนท่ารำได้ กระชับกระเฉง อีกทั้งยังถ่ายทอดอารมณ์ทางการแสดงได้อย่างสมบทบาท ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่สำคัญอัน เป็นประโยชน์ในการำไปปฏิบัติ ดังนั้นผู้วิจัยจะนำเสนอกลวิธีหรือเทคนิคในการแสดงบทบาทนางแก้ว หน้าที่ได้ศึกษาสามารถแบ่งเป็น หัวข้อต่างๆ ได้ดังนี้ กลวิธีการสื่ออารมณ์ กลวิธีการสื่ออารมณ์ ในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า ผู้แสดงจะต้องเข้าใจความรู้สึก นึกคิดของตัวละคร เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกภายในออกมาทางใบหน้า และกิริยาท่าทาง ในการแสดง ซึ่งแต่ละอารมณ์ก็จะมีกลวิธีการสื่ออารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป จากการศึกษาการแสดง ละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ของอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์พบว่า นางแก้วหน้า ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่อง มีอารมณ์ที่แสดงออก 3 ลักษณะ ซึ่งมีกลวิธีในการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้แก่ มีความสุข แสดงออกใช้สีหน้าที่ยิ้มแย้ม เบิกบาน แววตาพองโต สายตามองเล่นกับคนดู ท่าทางกระโดด โลดเต้น สื่อให้เห็นถึงการมีความสุขกายสบายใจที่ได้เจอพระปิ่นทอง รำจังหวะกระชับ
253 ประชด แสดงออกโดยการยิ้มในหน้าเล็กน้อย ขมวดคิ้ว แววตาไม่พอใจ สายตามองอย่าง เยาะเย้ยถากถาง กริยาท่าทาง ท่าชี้นิ้วกวาด ท่าตบหน้าขา ทำให้เห็นถึงน้ำหนักในการแสดงออกของ ท่าทาง เพื่อสอดคล้องกับจังหวะ และเพลงร้อง น้อยใจ แสดงออกโดยการไม่ยิ้ม มีแววตาเศร้าเสียใจ สายตาละห้อย เมื่อเวลามอง พระปิ่นทอง แสดงออกทางสีหน้า แต่ไม่แสดงออกทางท่าทาง เพราะนางแก้วจะไม่แสดงอาการ อ่อนแอให้ใครเห็น กลวิธีการมอง การมองตามมือ จะมองเพื่อชี้นำสายตาผู้ชมให้มองมือที่ใช้ในการตีบทเพื่อเสริม ความชัดเจนในการสื่อความหมายด้วยการสังเกตจากลักษณะมือของผู้แสดงที่ร่ายรำเป็นสำคัญ การมองตามบท เป็นลักษณะการมองเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับบทร้องเพื่อเสริม กิริยาท่ารำให้เกิดความสมจริง มองเล่นกับคนดูการใช้สายตามองไปหาคนดู เพื่อช่วยส่งอารมณ์ ให้คนดูเข้าใจ ถึงอารมณ์ของตัวละครมากยิ่งขึ้น กลวิธีการนั่งรำและยืนรำ การนั่งรำลักษณะหนึ่งของกระบวนท่ารำ ซึ่งในแต่ละบทบาท แต่ละอารมณ์ในการแสดง จะมีวิธีการนั่งที่แตกต่างกัน เช่น การนั่งคุกเข่า การนั่งชันเข่า นั่งแยกเข่า การนั่งคลานเข่า การยืนรำ จะเป็นลักษณะการรำตีบท ที่ใช้การเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ทั้งหมด พบว่ามีกระบวนท่ารำยืนในเพลงสาลิกาแก้ว เพลงเขมรกำปอ เพลงตะลุ่มโปง การยืนรำ แบบผสมเท้า การยืนรำแบบก้าวหน้า การยืนรำก้าวไปด้านข้าง กลวิธีการใช้หน้า กระบวนท่ารำของนางแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูกนี้ ในการรำตีบทจะต้องมีการใช้หน้า เป็นหลัก มีทั้งการกล่อมหน้าการใช้ใบหน้าเคลื่อนไหวเป็นลักษณะการเดินหน้าวนเป็นเลขแปด แนวนอนโดนใช้ปลายคางเป็นตัวกำหนดของการเดินหน้า โดยการกล่อมหน้า จะพบในช่วงของการทำ บทที่เป็นช่วงเอื้อนของเพลง และการลักคอ เป็นกลวิธีการแสดงประกอบกิริยาการใช้ใบหน้าให้ กระบวนท่ารำให้ดูมีลีลาสวยงาม ซึ่งกลวิธีการลักคอคือการกดไหล่ตรงข้ามกับการเอียงศีรษะ เช่น เอียงศีรษะทางซ้าย ก็จะกดไหล่ขวา เอียงศีรษะทางขวาก็จะกดไหล่ซ้าย
254 กลวิธีทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการรำตีบทตามคำร้อง ซึ่งอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์จะใช้ท่ารำมาตารฐานของตัวนางตลาด และท่าทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่าในการแสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้าจะสอดแทรกกลวิธี การแสดง โดยมีการประดิษฐ์ท่ารำทางเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การกล่อมลูก ท่าม้า ท่ายักเอว ท่าเดินย่อง ท่าเดินกระโดด ท่าวิ่งม้า ท่าเดินส่ายก้น 2. อภิปรายผล กระบวนท่ารำตามแบบแผน เป็นกลวิธีสำคัญของนางตลาดในการแสดงละครนอก ซึ่งกระบวนท่ารำบทบาทนางแก้วหน้าในการแสดงละครนอกเรื่องแก้วหน้า ตอนถวายลูก ของกรมศิลปากร ตามแนวทางอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ มีลักษณะการใช้กระบวนท่ารำตีบท อยู่ 3 ลักษณะ คือ 1) กระบวนท่ารำในบทร้อง 2) กระบวนท่ารำในการกล่อมลูก การแสดงในช่วง กล่อมลูกจะมีการโยนลูกไปมากับตัวละครในเรื่อง ซึ่งปรากฏเพียงแค่เรื่องเดียวนั่นคือ ละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ซึ่งตามหลักความเป็นจริงของบริบทการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทารกมิ สามารถโยนได้แต่ในละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก มีการโยนลูกในการแสดงเพียงเพื่อสร้าง ความบันเทิง และความเร้าใจ ความสนุกสนานให้กับผู้ชมในการแสดงเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับเฉลิมศักดิ์ เย็นสำราญ (2561, น. บทคัดย่อ) ที่ได้กล่าวไว้ว่า มุ่งแสดงลีล่าท่ารำและอารมณ์ความรู้สึก ตามธรรมชาติอย่างมีอิสระไม่ยึดแบบแผนการแสดงทางนาฏยศิลป์ไทย มีการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง แววตาและน้ำเสียงเกินจริงรวมทั้งสอดแทรกความตลกขบขันระหว่างแสดงเป็นระยะ ๆ 3)กระบวนท่ารำในทำนองเพลงอัศวลีลา เลียนแบบท่าทางของม้าการกำมือ ซึ่งบ่งบอกความเป็นเท้าหน้า ของม้าได้อย่างชัดเจน ลักษณะการเคลื่อนไหวของเท้าทั้งหมด 3 ประเภท อันได้แก่ การกางขาออก ไปข้างใดข้างหนึ่งแล้วยกส้นเท้าขึ้นเพื่อสื่อให้เห็นของการควบม้า การกระโดดเท้า การเดินซอยเท้า จะให้ความรู้สึกทรงพลัง ดุดัน ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีแห่งการเคลื่อนไหว (สุรพล วิรุฬห์รักษ์, 2543, น. 229 - 230) ที่ได้กล่าวไว้ว่า ความแรงของพลัง การเน้นพลัง และลักษณะของการใช้พลังเป็นการที่ ใช้ปริมาณการเคลื่อนไหวในด้านพลังมาก - น้อยแตกต่างกันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันด้วย เช่น การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และรุนแรง จะให้ความรู้สึกรีบเร่ง ทรงพลัง ดุดัน ในขณะที่ปริมาณของ พลังน้อยให้ความรู้สึกแตกต่างกัน คือ อ่อนโยน ละเมียดละไม เป็นมิตร การเน้นพลัง เป็นการใช้พลัง อย่างเจาะจง ปัจจุบันทันด่วน เป็นจุดเน้นให้เกิดความสนใจ เช่น การกระแทกส้นเท้า ให้จังหวะ ที่ไม่แน่นอน ทำให้ผู้ชมหันมามอง ลักษณะการใช้พลัง เป็นการใช้พลังในการเคลื่อนไหว อันได้แก่
255 การแกว่งไกว การระเบิด การสืบเนื่อง การสั่นพลิ้ว และการลอยตัว เป็นการใช้พลังที่ให้อารมณ์และ ความรู้สึก ต่างกันขณะเคลื่อนที่มีการใช้กระบวนท่ารำ 268 ท่าที่เป็นแบบแผนตามมาตรฐานท่ารำ ตัวนาง ซึ่งเป็นท่ามาตรฐานทางนาฏศิลป์ไทย และกระบวนท่าที่ปรับปรุงมาจากท่าธรรมชาติ มีกลวิธี การแสดงโดยใช้ลักษณะการแสดงอากัปกิริยาที่สอดคล้องกับการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ที่แสดงออกมา ได้แก่ การใช้ใบหน้า ดวงตา และกิริยาท่าทาง เพื่อสื่อให้คนดูเห็นอารมณ์ของตัวละครได้ชัดเจน สอดคล้องกับ นันทวัณ ณ กาฬสินธุ์ และคณะ (2562, น. บทคัดย่อ) กล่าวว่า นางตลาด เป็นตัวละคร ที่สำคัญในการแสดงละครนอกซึ่งมีบุคลิกลักษณะเฉพาะของตัว มีท่าทางกิริยาไม่สำรวม กระฉับกระเฉง แคล่วคล่อง ว่องไว เปิดเผยตรงไปตรงมา เป็นตัวละครสร้างสีสันให้กับผู้ชมได้รับ อรรถรสในการชม ปฏิภาณไหวพริบที่สามารถสอดแทรก ด้วยบทที่มีมุขตลกขบขัน ทำให้ผู้ชม สนุกสนานเข้าใจง่ายและมีส่วนร่วมในการแสดง ได้อย่างเป็นธรรมชาติผู้แสดงบทบาทนางแก้วหน้าม้า ต้องแสดงออกถึงความดีใจ รื่นเริงใจ โดยการใช้ สีหน้าที่ยิ้มแย้ม เบิกบาน การยิ้ม การเลิกคิ้ว การหัวเราะ การทำแววตาพองโตตื้นเต้น การกระโดดโลดเต้น สื่อให้เห็นถึงการมีความสุขกายสบายใจ สอดคล้องกับทฤษฎีนาฏยศาสตร์ของภรตมุนี แปลโดย แสง มนวิทูร (2541, น. 287, 315) ความว่า อัธยายที่ 6 ข้อ 89 อัทภุตะรส คือ เกิดโดย เหตุการณ์ที่ปรากฏ เห็นเทวดา ได้รับสิ่งของที่ต้องการตาม ความปรารถนา ไปเที่ยวอุทยาน ไปเที่ยววัด เป็นต้น ผู้แสดงพึงแสดงท่าทาง คือ ตาพอง จ้องดู ขนลุก ดีใจ พูดชม สัมผัส กระโดดโลดเต้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ นันทนา สาธิตสมมนต์(2557, น. 394) กล่าวว่า การแสดงอารมณ์ตามบทบาทเน้นการแสดงออกอย่างเปิดเผยและมีลักษณะเกินจริง โดยแสดงออกผ่านทาง สีหน้า แววตาและท่าทาง เช่น อารมณ์โกรธ อิจฉาริษยา จะใช้สีหน้าบึ้งตึง โดยการขมวดคิ้ว การเบะปาก ส่งสายตาแข็งกร้าว อาฆาต อารมณ์เสียใจจะใช้สีหน้าแววตาเศร้าหมอง กิริยาสะอึกสะอื้น การเจรจา ต้องใช้น้ำเสียงให้มีความสอดคล้องกับอารมณ์ของตัวละคร และยังสอดคล้องกับ จิราพรรณ เอี่ยมแก้ว (2550, น. 314) กล่าวว่า กลวิธีการแสดงนั้นผู้แสดงจะต้อง เข้าใจบทละครอย่างถ่องแท้และการเรียนรู้พฤติกรรมของตัวละครที่แสดงให้ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้แสดงยังต้องแสดงออกทาง สีหน้า แววตาประกอบการทำบทบาท เพื่อสื่อสารให้ผู้ชมทราบว่า ตัวละครกำลังอยู่ในอารมณ์อะไรตามบทละคร หลักอันเป็นกลวิธีการแสดง กล่าวคือ ผู้แสดงจะต้อง แสดงออกทางสีหน้า สื่อออกมาด้วยดวงตาว่ากำลังเยาะเย้ย ประชดประชัน ถากถาง หรือมีอารมณ์ โกรธเครียดแค้น แต่การแสดงออก ทางแววตานั้นต้องมีความสอดคล้องกับหน้าตาที่แสดงด้วย การใช้น้ำเสียงสูงและต่ำ รวมไปถึงกิริยาท่าทางของม้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมบุคลิกของตัวละคร
256 ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนผู้ชมเข้าใจว่าผู้แสดงเป็นตัวละครนั้นจริง ๆ โดยแสดงท่ารำและอารมณ์ ความรู้สึกตามธรรมชาติอย่างมีอิสระไม่ยึดแบบแผนจนเกินไปเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน 3. ข้อเสนอแนะ 3.1 ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 3.1.1 ผู้ศึกษางานวิจัยที่เป็นผู้ถ่ายทอดท่ารำ ปฏิบัติหน้าที่ในการสอนทักษะนาฏศิลป์ สามารถทบทวนความรู้ด้านท่ารำ เพื่อนำไปใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน หรือในด้านการแสดงต่อไป 3.1.2 สถาบันการศึกษา ที่จัดการเรียนการสอนในสาขาวิชานาฏศิลป์ไทยสามารถศึกษา งานวิจัยเพื่อเป็นแนวทาง และเป็นสื่อในการเรียนการสอน ในภาคทฤษฎีได้ 3.2 ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 3.2.1 ควรศึกษาบทบาทนางตลาดในการแสดงละครนอกแบบหลวงที่ตัวละครมีฐานะ เป็นเพียงชาวบ้าน ที่มีบุคลิกลักษณะความสำคัญ และอัตลักษณ์การแสดงที่น่าสนใจ ควรจัดทำเป็น องค์ความรู้ด้วยกระบวนการวิจัย เช่น บทบาทนางค่อม นางวิฬาร์ ผีเสื้อสมุทร นางเฒ่าทัศประสาท ดังนั้นควรทำการศึกษา เปรียบเทียบความแตกต่างด้านสถานะของตัวละครว่าจะมีผลต่อกระบวนท่ารำ และกลวิธีในการแสดงละครนอกแบบหลวงหรือไม่ เพื่อเป็นองค์ความรู้สำคัญในการศึกษาต่อไป 3.2.2 ควรศึกษาเพื่อวิเคราะห์กระบวนท่ารำบทบาทตัวนางที่มีบุคลิกลักษณะคล้าย นางตลาดในการแสดงละครนอก จากการแสดงประเภทอื่น ๆ เช่น นางสำมนักขา (แปลง) ในการแสดงโขน นางเม้ยมะนิก ในการแสดงละครพันทาง นางสันที ในการแสดงละครชาตรี เป็นต้น เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทางด้านนาฏศิลป์ไทยต่อไป 3.2.3 ควรศึกษาวิเคราะห์กระบวนท่ารำบทบาทนางแก้วหน้าม้า ในตอนทัศมาลี ซึ่งเป็น อีกตอนที่นางแก้วหน้าม้ามีบทบาทสำคัญ เพื่อนำมาสร้างเป็นองค์ความรู้เพิ่มเติม
บรรณานุกรม การุณันทน์ รัตนแสนวงษ์. (2548). สำนวนไทยในบทละคร. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ฝ่ายเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศรีปทุม. กชกรณ เสรีฉันทฤกษ์. (2551). วาทกรรมความงามของผู้หญิงในสังคมไทย : มุมมองพหุมิติ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพมหานคร กรมศิลปากร. (2502). บทละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์. พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์. กรมศิลปากร. (2505). บทละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก. พระนคร: ศิวพร. กรมศิลปากร. (2525). รวมงานนิพนธ์ของ นายอาคม สายาคม ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์กรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. กรมศิลปากร. (2527). บทละครนอกของกรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สยามรัฐ. กฤติเดช สมบุญดี. (2557). การแสดงละครนอกของกรมศิลปากร. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2562 จาก https://www.facebook.com/Biggyphoto กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. (2545). พระบวรราชนิพนธ์ เล่ม 1. กรุงเทพฯ: สำนักหอสมุด แห่งชาติ. คณิตา หอมทรัพย์. (2556). กลวิธีการเล่าเรื่องและกลวิธีทางวรรณศิลป์ เพื่อนำเสนอภาพ พระโพธิสัตว์ในมหาชาติคำหลวงกัณฑ์ที่ 8 - 13. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. จตุพร มีสกุล. (2540). การศึกษาเชิงวิเคราะห์บทละครนอกพระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิรพรรณ เอี่ยมแก้ว. (2550). กลวิธีการแสดงเป็นนางวิฬาร์ ในการแสดงละครนอกเรื่องไชยเชษฐ์ ตอนอุบายนางทั้งเจ็ดถึงนางแมวเย้ยซุ้ม. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. เฉลิมศักดิ์ เย็นสำราญ. (2561). ความเป็นตลาดในละครรำ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.
258 ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต. (2548). ความหมายและบทบาทของหนาม้าของนางแกวหนาม้า วารสารราชบัณฑิตยสถาน, 30(2), เมษายน – มิถุนายน. น. 470 – 492. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2508). ละครฟ้อนรำ. กรุงเทพฯ: มติชน. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2546). ละครฟ้อนรำ. กรุงเทพฯ: มติชน. ณฐพร ใจหาญ. (2562). เครื่องดนตรีไทย. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2562 จาก https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/kheruxng-dntri-thiy-3-2/wng-piphathy นันทนา สาธิตสมมนต์. (2557). กลวิธีการแสดงบทบาทนางยักษ์แปลงในละครนอก. (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. นางในวรรณคดีไทย. (2562). แก้ว จากเรื่อง แก้วหน้าม้า. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2562 จาก https://sites.google.com/site/nangniwannakadithai/nangni-wannakadithai/kaew-cak-reuxng-kaew-hna-ma นันทวัน ณ กาฬสินธุ์ และคณะ. (2562). นางตลาดในการแสดงละครนอก. วารสารมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(1), มกราคม – มิถุนายน. น. 213 – 226. บุษย์. (2412). หนังสือนิทาน เรื่องแก้วหน้าม้า ฉบับวัดเกาะ. พระนคร: ราษฎร์เจริญ. ประเมษฐ์บุณยะชัย และสุรัตน์ จงดา. (2552). เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา การแต่งกาย ยืนเครื่องละครใน ของกรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์. พัชรินทร์ จันทรัดทัต. (2552). บทบาทและลีลาท่ารำนางเมรีในละครนอก เรื่องรถเสน. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. พัชราวรรณ ทับเกตุ. (2544). หลักการแสดงของนางเกศสุริยงแปลง ในละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. ภูวเนตรนรินทรฤทธิ์, กรมหลวง. (2544). บทละครนอกเรื่อง แกวหนาม้า. กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. เรวดี ฐิตะโลหิต. (2547). ชุมนุมเรื่องพระลอ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. วิทยาลัยนครปฐม. (2533). วรรณคดีสมุดไทย. นครปฐม: ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม.
259 สรณัฐ ไตลังคะ และคณะ. (2558). นาฏยวรรณคดีสโมสร. กรุงเทพฯ: ภาควิชาวรรณคดีและ คณะกรรมการฝ่ายวิจัย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สดใส พันธุมโกมล. (2524). ศิลปะการละครเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: คุรุสภา ลาดพร้าว. สุภาวดี โพธิเวชกุล. (2552). การแก้ไขท่าทางในการปฏิบัติท่ารำให้ได้มาตรฐานนาฏศิลป์ไทย แบบหลวง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. สุมนมาลย์ นิ่มเนติพันธ์. (2543). การละครไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2543). นาฏยศิลป์ปริทรรศน์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เสาวลักษณ์ อนันตศานต์. (2515). บทละครนอกสมัยอยุธยา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. แสง มนวิทูร. (2511). นาฏยศาสตร์ตำรารำ. พระนคร: ศิวพร. อัควิทย์ เรืองรอง. (2539). การศึกษาเชิงวิเคราะห์วรรณกรรมเรื่องแก้วหน้าม้า. (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. อาภากร หนักไหล่. (2559). ตัวละครอัปลักษณ์ในวรรณคดีไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพมหานคร. อมรา กล่ำเจริญ. (2535). วิธีสอนนาฏศิลป์. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์. Dhanit Yupho. (1963). The Khon and Lakon. Bangkok: Popular Library.
260 บุคลานุกรม กัญจนปกรณ์ แสงหาญ. คีตศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 12 มีนาคม 2562 ชวลิต สุนทรานนท์. ข้าราชการบำนาญ (อดีตนักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ) กรมศิลปากร. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 20 กันยายน 2561. ไชยะ ทางมีศรี. ข้าราชการบำนาญ ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ด้านดนตรีไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 12 มีนาคม 2562. ไพโรจน์ ทองคำสุก. ราชบัณฑิต สาขานาฏกรรมไทย ราชบัณฑิตยสภา. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 10 มีนาคม 2563. เมื่อ 10 มีนาคม 2563. รัจนา พวงประยงค์. ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - ละคร) พุทธศักราช 2554. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 27 กุมภาพันธ์2562. สุพรทิพย์ ศุภรกุล. ข้าราชบำนาญ (อดีตนาฏศิลปินอาวุโส) สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเครื่องแต่งกาย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 11 มีนาคม 2563. เสาวณิต วิงวอน. รองศาสตราจารย์ ภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกสรศาสตร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 20 สิงหาคม 2563. อัควิทย์เรืองรอง. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นายชุติพันธุ์ บุญชม. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 6 ตุลาคม 2563.
ภาคผนวก
262 ภาคผนวก ก ประวัติและผลงาน ดร.ชวลิต สุนทรานนท์
263 ประวัติ และผลงานทางวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ภาพที่ 28 นายชวลิต สุนทรานนท์ ที่มา: ผู้วิจัย ชื่อ-สกุล ดร.ชวลิต สุนทรานนท์ DR. CHAOVALIT SOONTRANON ตำแหน่งทางวิชาการ อดีตนักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ (โขน ละคร และดนตรี) สังกัดหน่วยงาน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่อยู่ปัจจุบัน 99/460 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทรศัพท์ที่ทำงาน 02 225 9097 โทรศัพท์มือถือ 086 410 6602 โทรสาร 02 225 9097 อีเมล์[email protected] ประวัติการศึกษา คุณวุฒิ สาขาวิชาที่จบ ปีที่จบ สถาบันการศึกษา ศษ.ด. นาฏศิลป์ไทย 2556 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศศ.ม. ไทยศึกษา 2554 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศษ.บ. นาฏศิลป์ไทย 2525 สถาบันเทคโนโลยีและอาชีวะศึกษา
264 ประวัติการทำงาน - เริ่มรับราชการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 ในตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 3 วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง กรมศิลปากร และได้รับการโอนย้ายไปสังกัดกองการสังคีต กรมศิลปากร และเลื่อนตำแหน่งมาโดยตลอดดังนี้ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2530 นักวิชาการละครและดนตรี 3 กองการสังคีต กรมศิลปากร 1 สิงหาคม พ.ศ. 2531 นักวิชาการละครและดนตรี 4 กองการสังคีต กรมศิลปากร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2533 นักวิชาการละครและดนตรี 5 กองการสังคีต กรมศิลปากร 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 นักวิชาการละครและดนตรี 6 กองการสังคีต กรมศิลปากร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2540 นักวิชาการละครและดนตรี 6 ว. สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ กรมศิลปากร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 นักวิชาการละครและดนตรี 7 ว. สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ กรมศิลปากร 20 ธันวาคม พ.ศ. 2544 นักวิชาการละครและดนตรี 8 ว. สำนักการสังคีต กรมศิลปากร 11 เมษายน พ.ศ. 2548 นักวิชาการละครและดนตรี 9 ชช. หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนา งานแสดงสำนักการสังคีต กรมศิลปากร 11 เมษายน พ.ศ. 2557 นักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ ระดับ 10 (เชี่ยวชาญ ทางด้านโขน ละคร และดนตรี) กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ข้าราชการบำนาญ (อดีตนักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ) กรมศิลปากร ประวัติการดำรงตำแหน่งและทำหน้าที่ด้านบริหาร • คณะกรรมการบริหารกระทรวงวัฒนธรรม • คณะกรรมการบริหารงานกรมศิลปากร • รักษาการอธิบดีกรมศิลปากรในการประชุมวาระต่างๆ • เป็นที่ปรึกษาการจัดการแสดงนาฏศิลป์ประจำปี ณ โรงละครแห่งชาติ ของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร • ที่ปรึกษาโครงการ ศิลปิน ศิลปะ ศิลปากร
265 • ที่ปรึกษาโครงการศิลปะเลิศล้ำนาฏกรรมวังหน้า • ที่ปรึกษาโครงการศิลปินศิลปากรต้นแบบ • ที่ปรึกษาการแสดงสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ. 2557 • ที่ปรึกษาการจัดทำเอกสารประกอบการสอน เรื่องรำวงมาตรฐาน • ที่ปรึกษางาน “ใต้ร่มพระบารมี 235 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” • ที่ปรึกษาการจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2560 • ที่ปรึกษาการแสดงโขน และกำกับการแสดงโครงการ 9 ราชมงคลร่วมใจสืบสาน วัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี • ที่ปรึกษาประธานกรรมการคณะทำงาน และเลขานุการโครงการต่างๆ ของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ประวัติการทำงานในด้านวิชาการ • กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณ วุฒิ สถาบันบัณ ฑิตพัฒ นศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม • เป็นคณะกรรมการทรงคุณวุฒิฝ่ายบริหาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี • ผู้ตรวจผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะครูสอนนาฏศิลป์ในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ • ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสอบปริญญานิพนธ์ระดับปริญญาตรีและระดับ บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน • วิทยากรเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านโขนละครและดนตรีแก่นักเรียน/นักศึกษา ครูอาจารย์ นักวิชาการในโรงเรียน/มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ผลงานทางวิชาการ บทความทางวิชาการ ชวลิต สุนทรานนท์. (2551). เหลียวหน้า แลหลังดูหนังใหญ่. กรุงเทพฯ. กรมศิลปากร. ชวลิต สุนทรานนท์. (2555). นาฏกรรมโขน ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตอนที่ 1). นิตยาสารศิลปากร ฉบับที่ 1. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
266 ชวลิต สุนทรานนท์. (2555). นาฏกรรมโขน ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตอนที่ 2 : รามเกียรติ์). นิตยาสารศิลปากร ฉบับที่ 2. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. ชวลิต สุนทรานนท์. (2559). องค์ความรู้ เรื่อง รำวงมาตรฐาน กรมศิลปากร. “วิจัย วิจักขณ์” การนำเสนอผลงานวิชาการ กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. 2569. ชวลิต สุนทรานนท์. (2560). รำแต่งองค์ทรงเครื่องโขน. “วิจัย วิจักขณ์” การนำเสนอผลงาน วิชาการ กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. 2560 เล่ม 1 วันที่ 31 สิงหาคม 2560. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. ชวลิต สุนทรานนท์. (2560). องค์ความรู้ เรื่อง การรำตรวจพลในการแสดงโขน กรมศิลปากร. “วิจัย วิจักขณ์” การนำเสนอผลงานวิชาการ กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. 2560. ชวลิต สุนทรานนท์. (2561). กระบวนท่ารบในการแสดงละคร ละครเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ตอนพลายเพชร พลายบัว ออกศึก. “วิจัย วิจักขณ์” การนำเสนอผลงานวิชาการ กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. 2561 วันที่ 24 - 25 กันยายน 2561. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. ชวลิต สุนทรานนท์. (2562). องค์ความรู้กระบวนท่ารำตรวจพล (ตัวนาง) ในการแสดงละคร กรมศิลปากร. “วิจัย วิจักขณ์” การนำเสนอผลงานวิชาการ กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. 2562 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2562. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. ตำรา/หนังสือ ชวลิต สุนทรานนท์. (2560). ปกิณกะสาระโขน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. งานวิจัย/บทความวิจัย ชวลิต สุนทรานนท์และคณะ. (2549). ทะเบียนข้อมูล: วิพิธทัศนา ชุดระบำ รำ ฟ้อน (เล่ม 1). กรุงเทพฯ: ไทภูมิพับลิชชิ่ง. ชวลิต สุนทรานนท์และคณะ. (2550). ทะเบียนข้อมูล: วิพิธทัศนา ชุดระบำ รำ ฟ้อน (เล่ม 2). กรุงเทพฯ: ไทภูมิพับลิชชิ่ง. ชวลิต สุนทรานนท์และคณะ. (2551). ทะเบียนข้อมูล: วิพิธทัศนา ชุดระบำ รำ ฟ้อน (เล่ม 3). กรุงเทพฯ: ไทภูมิพับลิชชิ่ง. ชวลิต สุนทรานนท์. (2559). การศึกษาและการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการแต่งกายยืนเครื่อง โขน - ละครรำ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
267 ผลงานทางวิชาการรับใช้สังคม • เป็นคณะทำงานจัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มศิลปะ ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ของกรมวิชาการ ปี พ.ศ. 2544 • เป็นคณะทำงานฝ่ายนิทรรศการ สูจิบัตร รายการปี่พาทย์เสภาที่วังหน้าในพิธีวางพวงมาลา ถวายสักการะพระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี 2544-ปัจจุบัน • เป็นกรรมการควบคุมและประเมินผลศิลปนิพนธ์ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 ภาควิชานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ปี พ.ศ. 2544 • เป็นกรรมการตัดสินการประกวดรำวงมาตรฐานของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในงานราช มงคลร่วมใจสืบสานวัฒนธรรมไทยครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2545 • เป็นคณะทำงานจัดทำหนังสือรวมงานนิพนธ์นายอาคม สายาคม ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์ ปีพ.ศ. 2545 • เป็นกรรมการสอบศิลปนิพนธ์ คณะนาฏศิลป์และดุริยางค์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ปี พ.ศ. 2545 - ปัจจุบัน • เป็นกรรมการสอบคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาต่อคณะนาฏศิลป์และดุริยางค์ สถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล ปี 2545 - ปัจจุบัน • เป็นคณะกรรมการฝ่ายอบรมโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดนาฏศิลป์ไทยเยาวชนระดับชาติ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2545 • เป็นกรรมการโครงการพัฒนาศูนย์สารสนเทศ ด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ปี พ.ศ. 2545 • เป็นกรรมการพิจารณาต้นฉบับนิตยสารศิลปากร ปี พ.ศ. 2545 • เป็นคณะทำงานโครงการบันทึกท่ารำศิลปินต้นแบบเพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่ ปี พ.ศ. 2545 • เป็นคณะทำงานด้านบันทึกข้อมูลติดตามและประเมินผลงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงดนตรีไทยประกอบการแสดงโขนหน้าจอเรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกวิรุญจำบัง ปี พ.ศ. 2546 • เป็นกรรมการตัดสินการประกวดนาฏศิลป์ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ณ อุทยานเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชินีนาถ ปี พ.ศ. 2546
268 • เป็นกรรมการคัดเลือกทุนมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ ของคณะนาฏศิลป์และดุริยางค์ สถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล ปี พ.ศ. 2546 • เป็นคณะทำงานด้านเอกสารประกอบการสัมมนา สูจิบัตรโครงการวิจัยเรื่องวิเคราะห์ องค์ความรู้ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย ปี พ.ศ. 2546 • เป็นคณะทำงานด้านบันทึกข้อมูล ติดตามและประเมินผลการแสดงวัฒนธรรม งานประชุม เอเปค 2003 ปี พ.ศ. 2546 • เป็นคณะทำงานและเลขานุการ การสัมมนาเชิงวิชาการโครงการรวบรวมค้นคว้าวิจัย เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา ปี พ.ศ. 2546 • เป็นกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและประเมินผลงานของบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ข้าราชการพลเรือนสามัญ ปี พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน • เป็นกรรมการฝ่ายการแสดงนาฏศิลป์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย ปี พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน • เป็นคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมแก่เด็กและ เยาวชนในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปี พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน • เป็นกรรมการตรวจผลงานชั้นต้น การคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินในตำแหน่งที่สูงขึ้น ของกลุ่มวิจัยและพัฒนางานแสดง ปี พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน • เป็นคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจัดจ้างโครงการพัฒนาฐานข้อมูล ด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ปี พ.ศ. 2546 • เป็นกรรมการตัดสินประกวดรำวงมาตรฐานโรงเรียนวิบูลย์บริหารธุรกิจ ปี พ.ศ. 2547 • เป็นคณะทำงานจัดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในงานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย ปี พ.ศ. 2547 • เป็นอนุกรรมการฝ่ายประเมินผลการจัดงานการแสดงนาฏศิลป์วันข้าราชการพลเรือน ปี พ.ศ. 2547 • เป็นกรรมการอนุรักษ์พลังงานของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ปี พ.ศ. 2547 • เป็นกรรมการและเลขานุการฝ่ายจัดนิทรรศการ โครงการ “เปิดตำนาน สานสำเนียง เสียงศิลปากร” ปี พ.ศ. 2547 • เป็นรองประธานฝ่ายนิทรรศการและประชาสัมพันธ์โครงการวิจัยฯ คุณครูเสรี หวังในธรรม ปี พ.ศ. 2547
269 • เป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดรำกลองยาวประยุกต์ กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2547 • เป็นคณะทำงานแผนจัดทำยุทธศาสตร์ระดับกรมและคำรับรองการปฏิบัติราชการ ของ กรมศิลปากร ปี พ.ศ. 2547 • เป็นกรรมการและช่วยเลขานุการการประกวดขับร้องและจินตลีลา เพลงนาถมาตา เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 72 พรรษา ปี พ.ศ. 2547 • เป็นคณะทำงานจัดทำบทละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน จัดแสดงเผยแพร่ให้ประชาชนชม ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี • เป็นกรรมการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานกลุ่มงานวิจัยและพัฒนางานแสดง ปี พ.ศ. 2547 • เป็นคณะทำงานสาธยายท่ารำเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ เนื่องในงานคุรุปูชนีย์ 95 ปี นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร • เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จัดจ้าง พิมพ์หนังสือวิเคราะห์รูปแบบความเป็นคุณสู่ กระบวนการถ่ายทอดความรู้ของผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย คุณครูเสรีหวังในธรรม ปี พ.ศ. 2547 • เป็นวิทยากรอบรมนาฏศิลป์ไทยให้กับเยาวชน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย • เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิต ศักยภาพด้านการวิจัยสาขานาฏศิลป์และดุริยางค์ สถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล • เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิต เรื่องการแสดงพื้นเมืองงามตามกาลสมัย การอบรมเชิง ปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพ ครูสอนนาฏศิลป์ ระดับมัธยมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร • เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิต การออกกำลังกายแบบศิลปะนาฏศิลป์พื้นบ้าน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข • เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิต โครงการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ณ เมืองยาชิโย ประเทศญี่ปุ่น ของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร • เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิตเรื่อง “เมื่อแขกเต้าเข้ารังปะทะจระเข้ฟาดหาง” ของ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข • เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิตเชิงปฏิบัติการ การออกกำลังกายแบบจังหวะไทยกายบริหาร รายการบ้านเลขที่ 5 • เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องนาฏศิลป์ไทย หลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนดุสิต
270 • เป็นวิทยากร เรื่อง สุนทรียทางด้านนาฏศิลป์และดนตรี ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี • เป็นอาจารย์พิเศษสอนนาฏศิลป์แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น 1. เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติครูสอนนาฏศิลป์ เรื่องการแสดงพื้นเมืองงาม ตามกาลสมัย 2. จัดทำการผลิตสื่อวีดิทัศน์สำหรับครูเพื่อบูรณาการการสอนกิจกรรมนาฏศิลป์กับ พลศึกษา เรื่องจังหวะไทยกับกายบริหาร 3. คู่มือการผลิตและการใช้สื่อการเรียนการสอน ดนตรีและนาฏศิลป์ระดับประถมศึกษา 4. จัดทำการผลิตสื่อ โครงการพัฒนาระบบการจัดการองค์ความรู้ด้านการแสดงนาฏศิลป์ กรณีศึกษา การแสดงเป็นชุดเป็นตอนละคร - โขน (โขนพระ) ชุดที่ 1 - 2 5. จัดทำการผลิตสื่อ โครงการพัฒนาระบบการจัดการองค์ความรู้ด้านการแสดงนาฏศิลป์ กรณีศึกษาการแสดงเป็นชุดเป็นตอนละคร - โขน ชุดที่ 1 - 2 6. งานด้านการประพันธ์ บทโขน - ละคร • เรียบเรียงบทโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย สำหรับแสดงกลางแจ้งในงาน วันศิลปากร • เรียบเรียงบทโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนพิธีอุโมงค์สำหรับแสดงกลางแจ้งในงานต่าง ๆ • จัดทำบทโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จัดแสดงเนื่องในงานวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า • จัดทำบทประกอบการแสดงหุ่นกระบอกออกตัว เรื่องไกรทอง ตอน ปราบชาลวัน จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2543 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างขอวันทอง จัดแสดงเผยแพร่ให้ ประชาชน ณ ลานมิ่งเมือง ดิโอลด์สยามพลาซ่า วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2544 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพิษรักฤทธิ์หึง จัดแสดงเผยแพร่ ให้ประชาชน ณ ลานมิ่งเมือง ดิโอลด์สยามพลาซ่า วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2544 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนส่องกระจกมนต์ จัดแสดงเผยแพร่
271 ให้ประชาชน ณ ลานมิ่งเมือง ดิโอลด์สยามพลาซ่า วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2544 • จัดทำบทละครนอกเรื่อง พระอภัยมณี ตอนเกี้ยวนางละเวง จัดแสดง ณ ลานมิ่งเมือง ดิโอลสยามพลาซ่า วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2544 • จัดทำบทละครประกอบการแสดง แสง สี เสียง ชุดไตรเทพประทานพร ธนาคารกสิกร ไทย จัดแสดงเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ณ โรงแรมมณเฑียรริเวอร์ไซด์วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2544 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนเพื่อนทรยศ จัดแสดงเผยแพร่ ให้ประชาชน ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 9, 16 มกราคม พ.ศ. 2545 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนวิวาห์พระไวย - แก้สงสัยมนต์เสน่ห์ จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2545 • จัดทำบทละครนอกเรื่องไกรทอง ตอนขึ้นหึงวิมาลา จัดแสดง ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ บวงสรวงพระสยามเทวาธิราช วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2545 • จัดทำบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง ตอนหาปลา จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับ ประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2545 • จัดทำบทโขนเบิกโรงเรื่อง เสี่ยงทายสายโลหิต พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2545 • ประพันธ์บทอำนวยพรงานเกษียณอายุข้าราชการกรมศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2545 • ประพันธ์บทอำนวยพรงานเกษียณอายุราชการ กรมตำรวจ ณ สำนักงานตำรวจ แห่งชาติวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2545 • ประพันธ์บทอำนวยพรงานเกษียณอายุราชการผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2545 • ประพันธ์บทอำนวยพรงานเกษียณอายุราชการพยาบาลทหารเรือ ณ วิทยาลัยพยาบาล กองทัพเรือ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2545 • ประพันธ์บทอวยพรในโอกาสรัฐบาลไทยจัดงานเลี้ยงรับรองต้อนรับ ฯพณฯ นายเดย์
272 ราลากูสเทา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยตะวันออก ณ ห้องวิเทศ สโมสร กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 • เรียบเรียงบทโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามคืนนคร จัดแสดงเนื่องในงานเฉลิม พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวามหาราช ณ บริเวณท้องสนามหลวง วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2545 • จัดทำบทละครนอกเรื่องลักษณวงศ์ ตอนเล่ห์นางยี่สุ่น จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรี สำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2545 • จัดทำบทละครในเรื่องอุณรุท ตอนอุณรุทชมไพรได้นาง จัดแสดงรายการดนตรีบรรเลง สำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 • จัดทำบทละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนทัศมาลีขึ้นหึง จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรี สำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องไกรทอง ตอนประลองฤทธิ์เหราสองกัลยาขึ้นหึง จัดแสดง รายการดนตรีบรรเลงสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายงามพบพ่อขออาสาตีเชียงใหม่ จัดแสดงเผยแพร่ให้ประชาชนชม ณ โรงละครแห่งชาติ ภาคตะวันตก จังหวัด สุพรรณบุรี วันที่ 8, 15 มีนาคม พ.ศ. 2546 • จัดทำบทละครเรื่องรถเสน ตอนเมรีขี้เมา จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับ ประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2546 • จัดทำบทละครเรื่อง พระลอคำเมือง จัดแสดงเนื่องในโอกาสการวิจัยการแสดงระดับ มหาบัณฑิต วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ โรงละคร แห่งชาติวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2546 • จัดทำบทละครเบิกโรงเรื่องพระนรสิงหวตาร พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงเนื่องในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2546 • ประพันธ์บทอวยพรงานเกษียณอายุข้าราชการ กรมบัญชีกลาง ณ โรงแรมโซลทวิน ทาวเวอร์ วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2546
273 • จัดทำบทละครพันทางเรื่อง พระราชพงศาวดาร จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับ ประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 • จัดทำบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่หาปลา จัดแสดงเผยแพร่เพื่อให้ประชาชน โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรีวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2547 • จัดทำบทละครเสภาเรื่องไกรทอง ตอนศึกพี่น้อง จัดแสดงรายการบรรเลงดนตรีสำหรับ ประชาชน ณ สังคีตศาลา วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2547 • จัดทำบทละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก ถอดรูป จัดแสดงเนื่องใน งานส่งเสริมกีฬาคนพิการ ณ โรงละครแห่งชาติ วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2547 • จัดทำบทละครรำ เรื่องอิเหนาแต่งกายแบบชวา ตอนไหว้พระ จัดแสดงเผยแพร่ให้ ประชาชน ณ โรงละครแห่งชาติ วันที่ 8 - 9, 15 - 16 มกราคม พ.ศ. 2548 รางวัลที่ได้รับ/เกียรติยศ • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.) พ.ศ. 2532 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.) พ.ศ. 2534 • ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม โดยโรงละครภัทราวดีเธียเตอร์พ.ศ. 2535 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) พ.ศ. 2538 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) พ.ศ. 2543 • รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ. 2545 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) พ.ศ. 2546 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) พ.ศ. 2549 • เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ) พ.ศ. 2551 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) พ.ศ. 2552 • รับพระราชทานของที่ระลึกหลังจบการแสดงละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ที่พระที่นั่ง ไพศาลทักษิณ ภายใน พระบรมมหาราชวัง • ได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปิน ศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการละครและ ดนตรีชวลิต สุนทรานนท์“แก้วหน้าม้า...ศิลปากร” ลงนิตยสารศิลปากร ปีที่ 53 ฉบับ ที่ 4 ก.ค. - ส.ค. พ.ศ. 2553
274 • รางวัลราชมงคลสรรเสริญ สาขาศิลปะ (การแสดง) พ.ศ. 2554 • ศิษย์เก่าดีเด่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประจำปี พ.ศ. 2555 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎไทย (ม.ว.ม) พ.ศ. 2557 • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) พ.ศ. 2562
275 ภาคผนวก ข ภาพขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย
276 ภาพที่ 29 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการสืบทอดบทบาทนางแก้วหน้าม้าและ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง จากรองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณิต วิงวอน ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 30 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านวรรณกรรมเรื่องแก้วหน้าม้าและประเด็นที่เกี่ยวข้อง จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อัควิทย์ เรืองรอง ที่มา: ผู้วิจัย
277 ภาพที่ 31 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการสืบทอดบทบาทนางแก้วหน้าม้าและ ประเด็นที่เกี่ยวข้องจากอาจารย์รัจนา พวงประยงค์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 32 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการสืบทอดบทบาทนางแก้วหน้าม้าและประเด็น ที่เกี่ยวข้องจากอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ ที่มา: ผู้วิจัย
278 ภาพที่ 33 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการสืบทอดบทบาทนางแก้วหน้าม้าและประเด็น ที่เกี่ยวข้องจากดร.ไพโรจน์ ทองคำสุก ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 34 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านเครื่องแต่งกายของนางแก้วหน้าม้าของกรมศิลปากร และประเด็นที่เกี่ยวข้องจากอาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล ที่มา: ผู้วิจัย
279 ภาพที่ 35 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านบทร้องของการแสดงละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ของกรมศิลปากรและประเด็นที่เกี่ยวข้องจากอาจารย์กัญจนปกรณ์ แสงหาญ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 36 การสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านเครื่องดนตรีของการแสดงละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า ของกรมศิลปากรและประเด็นที่เกี่ยวข้องจากอาจารย์ไชยยะ ทางมีศรี ที่มา: ผู้วิจัย
280 การลงภาคสนามเพื่อรับการถ่ายทอดและฝึกปฎิบัติกระบวนท่ารำบทบาทนางแก้วหน้าม้า จากอาจารย์ชวลิต สุนทรานนท์ ภาพที่ 37 กระบวนท่าลักคอในบทบาทนางแก้วหน้าม้า ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 38 ลักษณะการนั่งชันเข่าในบทบาทนางแก้วหน้าม้า ที่มา: ผู้วิจัย
281 ภาพที่ 39 กระบวนท่าม้าในบทบาทนางแก้วหน้าม้า ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 40 แต่งตัวถ่ายรูปเครื่องแต่งกายบทบาทนางแก้วหน้าม้า ตามรูปแบบละครนอกแบบหลวงของกรมศิลปากร ที่มา: ผู้วิจัย
282 การสอบวิทยานิพนธ์โดยมีคณะกรรมการทั้ง 5 ท่าน ภาพที่ 41 การสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 42 การสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ที่มา: ผู้วิจัย
283 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ-นามสกุล นายชุติพันธุ์ บุญชม วัน เดือน ปีเกิด 18 เมษายน พ.ศ. 2535 สถานที่เกิด นครศรีธรรมราช ที่อยู่ปัจจุบัน 23 หมู่ 3 ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช 80360 ตำแหน่ง - สถานที่ทำงาน - ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2546 ประถมศึกษาปีที่ 6 จาก โรงเรียนอนุบาลรัษฎา พ.ศ. 2550 มัธยมศึกษาตอนต้น จากวิทยาลัยนาฎศิลปนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2554 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากวิทยาลัยนาฎศิลปนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2558 ศิลปบัณฑิต สาขาวิชานาฎศิลป์ไทย คณะศิลปนาฎดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2566 ศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฎศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์