เอกสารประกอบการเรี ยน รายว ิ ชาพิพิธภัณฑ์และการจ ั ดน ิ ทรรศการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. ปฤณัต นัจนฤตย ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 2562
คํานํา เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา รหัสวิชา 2004104 พิพิธภัณฑ์และการจัด นิทรรศการได้เรียบเรียงข ึ้ นอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมเน ื้ อหาสาระรายวิชา ในหมวดวิชาพ ื้ นฐาน เอกสารน ี้ เพ ื่อใช้เป็นเคร ื่ องมือสําคัญของผู้สอนในการใช้ประกอบการสอนของอาจารย์ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา เอกสารเล่มน ี้มีเน ื้ อหาพร้อมภาพประกอบซึ่ งส่วนใหญ่เป็นผลงานของผู้สอนและนักศึกษา รายวิชาน ี้โดยกําหนดการเรียนการสอนไว้ 15 สัปดาห์คือ ผู้ที่ทําหน้าท ี่สอนควรได้ศึกษารายละเอียดแต่ ละหัวข้อเร ื่ องท ี่ สอนจากเอกสาร หนังสือ ตํารา หรือส ิ่ งอ ื่ นๆ เพ ิ่ มเติมอีก ผู้สอนได้เรียบเรียงข ึ้ นตามมคอ. 2 ของหลักสูตร จึงหวังว่าเอกสารประกอบการสอนนี้ คง อํานวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนตามสมควร ปฤณัต นัจนฤตย์ 2562
(2)
(3) สารบัญ หน้า คํานํา (1) สารบัญ (3) สารบัญภาพ () สารบัญตาราง () บทท ี่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับพิพิธภณฑั ์ 1 1) ความเป็นมา 1 2) ความหมาย 8 3) ประเภท 9 บทท ี่ 2 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับนิทรรศการ 17 1) ความเป็นมา 17 2) ความหมาย 25 3) ประเภท 26 บทท ี่ 3 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับนิทรรศการ 33 1) การหาแนวคิด 33 2) การจัดการวัตถุสะสม 37 3) การจัดแสดง 39 4) การจัดกิจกรรมและบริการ 40 บทท ี่ 4 พิพิธภัณฑ์ทั่วไป 45 1) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 45 2) พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา 49 3) พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 52 4) พิพิธภัณฑ์หัวเร ื่ องเฉพาะ 55 บทท ี่ 5 พิพิธภัณฑ์ศิลปะประยุกต์ 61 1) ลักษณะท ั่วไปของพิพิธภัณฑ์ศิลปประยกตุ์ 61 2) ประเภทของพิพิธภัณฑ์ศิลปประยุกต์ 62 3) วิธีการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปประยกตุ์ 63 4) กรณีศึกษาการจัดพิพิธภัณฑ์ศิลปประยกตุ์ 64
(4) หน้า บทท 6 ี่ หอศิลป์ 73 1) ลักษณะท ั่วไปของหอศิลป์ 73 2) ประเภทของหอศิลป์ 74 3) วิธีการจัดแสดงในหอศิลป 76 ์ 4) กรณีศึกษาการจัดหอศิลป์ 77 บทท 7 ี่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ 87 1) ลักษณะท ั่วไปของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ 87 2) ประเภทของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม 88 ่ 3) วิธีการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม 88 ่ 4) กรณีศึกษาการจัดพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ 89 บทท 8 ี่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และโบราณคดี 101 1) ลักษณะท ั่วไปของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และโบราณคดี 101 2) ประเภทของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และโบราณคดี 101 3) วิธีการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และโบราณคดี 102 4) กรณีศึกษาการจัดพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และโบราณคดี 103 บทท 9 ี่ แหล่งเรียนรู้เก ี่ ยวกับศิลปศึกษา 117 1) โบราณสถาน 117 2) วัดและศาสนสถาน 120 3) วังและพระบรมมหาราชวัง 122 4) นิทรรศการดิสโคเวอรี 125 5) ศูนย์ข้อมูลท่องเท ี่ ยว 129 6) เคร ื่ องเล่นทางศิลปะเพื่ อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน 130 บทท 10 ี่ การวางแผนออกแบบนิทรรศการ 137 1) วัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการ 137 2) ความสําคัญและคุณลกษณะทั ี่ดีของนิทรรศการศิลปะ 138 3) การวางแผนการจัดนิทรรศการศิลปะ 140 บทท 11 ี่ การออกแบบผังนิทรรศการและการสัญจรในนิทรรศการ 151 1) การจัดทําผังนิทรรศการ (Directory) 151 2) การออกแบบการสัญจร 157
(5) หน้า บทท 12 ี่ การออกแบบป้ายนิเทศและจัดวางวัตถุ 165 1) การออกแบบป้ายนิเทศ 165 2) การออกแบบการจัดวางวัตถุจัดแสดง 175 บทท 13 ี่ การออกแบบส ื่ อนิทรรศการ 185 1) สูจิบัตร 185 2) แผ่นพับ 192 3) โปสเตอร์ 194 บทท 14 ี่ กิจกรรมประกอบนิทรรศการ 198 1) การสัมมนาและเสวนา 199 2) คอนเสริต์และการแสดง 200 3) Night at the Museum 200 บทท 15 ี่ พิพิธภัณฑ์เพ ื่ อการศึกษาและนิทรรศการศิลปะ 202 1) พิพิธภัณฑ์เพ ื่ อการศึกษา 202 2) นิทรรศการศิลปะ 214 บรรณานุกรม 215
(6) สารบญภาพั ภาพท ี่ หน้า 1.1 ภาพร่างห้องสมุดเมืองอเล็กอเล็กซานเดรีย 2 1.2 ประติมากรรมพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช 3 1.3 ภาพวาดจําลองห้องสมุดอเล็กซานเดรีย 4 1.4 ม้วนหนังสือ 4 1.5 อาคารห้องสมุดอเล็กซานเดรียในปัจจุบัน 5 1.6 หอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง 6 1.7 หอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง 7 1.8 การจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร 10 2.1 ทางเข้านิทรรศการในคริสตัลพาเลซ 18 2.2 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเสด็จเปิดงานนิทรรศการโลกครั้งแรกในกรุง ลอนดอน 18 2.3 หอไอเฟลเมื่ อการจัดนิทรรศการเอ็กโป 19 2.4 หอคําหลวงงานมหกรรมพืชสวนโลก เชียงใหม 20 ่ 2.5 บรรยากาศงานเอ็กโปที่ กรุงปารีส ค.ศ. 1900 21 2.6 เรือหลากชนิดจากประเทศต่างๆ ที่มาร่วมงานเอ็กโป 22 2.7 ศาลาไทยในงานเอ็กโป ที่ปรารีส สมัยรัชกาลท ี่ 5 23 2.8 ผังสวนลุมพินีในปัจจุปัน 24 2.9 หอนาฬิกาในสวนลุมพินี 24 2.10 ห้องก่อนประวัติศาสตร์นิทรรศการถาวรในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร 27 2.11 นิทรรศการชั่วคราวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร 28 3.1 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร 33 3.2 การรวบรวมวัตถุในพิพิธภัณฑ์บ้านเขาย ี่ สาร 34 3.3 หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 35 3.4 การอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์หรือ ปราสาทเมืองสิงห์ 36 3.5 พิพิธภัณฑ์แมลง 60 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 37 3.6 พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง ประเทศนอร์เวย์ 38 3.7 การนําชมนิทรรศการ 40 3.8 ตัวอย่างการนําเด็กเข้าใช้พิพิธภัณฑ์ 41 4.1 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 46 4.2 นิทรรศการประวัตินักวิทยาศาสตร์คนสําคัญ 46 4.3 ส่วนการจัดแสดงชั้น 2 47 4.4 ส่วนการแสดงวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 47 4.5 การทํางานนักธรณีวิทยาจําลอง 48 4.6 ส่วนการจัดแสดงในชั้น 5 48
(7) ภาพท ี่ หน้า 4.7 ส่วนการจัดแสดงภูมิปัญญาไทย 49 4.8 โถงทางเข้าแกลอรี่โลก 50 4.9 ส่วนจัดแสดงไดโนเสาร์ 51 4.10 พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา 51 4.11 ตัวอย่าง ส่วนจัดแสดง 52 4.12 พิพิธภัณฑ์ Heimatmuseum in Wanna 53 4.13 พิพิธภัณฑ์ท้องถ ิ่ นเขตบางรัก กรุงเทพฯ 54 4.14 ห้องจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย 57 5.1 พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ 62 5.2 Museum für Angewandte Kunst Koln 64 5.3 การจัดแสดง ในMuseum für Angewandte Kunst Koln 65 5.4 พิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert 66 5.5 นิทรรศการถาวร ในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ 68 5.6 นิทรรศการผ้าบาติก 69 6.1 บ้านดํา 74 6.2 ภายในบ้านดํา 75 6.3 หอศิลป์แห่งจฬาลงกรณุ์มหาวิทยาลัย 77 6.4 หอศิลป์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา 78 6.5 ภายในหอศิลป์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา 79 6.6 กิจกรรมคอนเสิร์ต หอศิลปแห์ ่งชาติสหรัฐอเมริกา 81 6.7 กิจกรรมชมพิพิธภัณฑ์ยามค ่ํ าคืน หอศิลป์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา 83 7.1 อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมยใหม ั ่นิวยอร์ก 89 7.2 การจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่นิวยอร์ก 90 7.3 โซโลมอน อาร. ์กุกเกนไฮม์ 91 7.4 พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์นิวยอร์ก 91 7.5 The Guggenheim Museum Bilbao 92 7.6 ภายในพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์นิวยอร์ก 92 7.7 การจัดแสดงภายในพิธภัณฑ์โซโลมอน อาร. ์กุกเกนไฮม์ 93 7.8 ตัวอย่างรายการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์โซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์ 94 7.9 อาคารพิพิธภัณฑ์ The Modern Art Museum of Fort Worth 95 7.10 อาคารพิพิธภัณฑ์ The Modern Art Museum of Fort Worth 96 7.11 การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ The Modern Art Museum of Fort Worth 96 7.12 นิทรรศการในอดีตของพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย 97 8.1 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ 102 8.2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง 103
(8) ภาพท ี่ หน้า 8.3 การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง 104 8.4 หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ ศรีใน 106 8.5 เรือนไทพวนอนุสรณ 106 ์ 8.6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประวัติศาสตร์อเมริกา 107 8.7 การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประวัติศาสตร์อเมริกา 108 8.8 ห้องครัวจําลองของ julia Child 109 8.9 ตัวอย่างโปรแกรมจัดแสดงใน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชนชาติอเมริกา 110 8.10 อาคารฮอนคัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงโตเกียว 111 8.11 อาคาร Hyokeikan 112 8.12 ตัวอย่างการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว 112 8.13 จุดเล่นเกมในอาคารToyokan 113 8.14 เคร ื่ องคอมพิวเตอร์สําหรับให้ข้อมูลนิทรรศการในอาคาร Toyokan 113 9.1 อนุสรณ์สถาน อลาโม่มลรฐเทักซ็ ัส 118 9.2 ป้อมอลาโม 118 9.3 นิทรรศการภายในป้อมอลาโม 119 9.4 การแสดงรําลึกที่ป้อมอลาโม 119 9.5 ศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ 120 9.6 ภายในศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ 121 9.7 เจดีย์โชกุนโทะคุงะวะ อิเอะยะซึ 122 9.8 ท้องพระโรงพระราชวังเดิม และพิพิธภัณฑ์ 123 9.9 บรรยากาศภายในการจัดนิทรรศการและสถานท ี่ 124 9.10 นิทรรศการเครองถ ื่ ้วย 125 9.11 การจัดนิทรรศการแบบต่างๆ 126 9.12 การจัดนิทรรศการแบบต่างๆ 127 9.13 นิทรรศการ Discovery Taipei 127 9.14 นิทรรศการ Discovery Taipei 128 9.15 หุ่นจําลองสถานที่สําคัญในศนยู์การท่องเท ี่ ยวเมืองนิกโก้ 129 9.16 นิทรรศการในศูนย์การท่องเท ี่ ยวเมืองนิกโก้ 130 9.17 เคร ื่ องเล่นภาพพิมพ์ที่ท่าอากาศยานชางงี 131 9.18 เคร ื่ องเล่นการไหลของน้ํา ศูนย์การท่องเท ี่ ยวเมืองนิกโก้ 132 9.19 เคร ื่ องเล่นการพิมพ์ลายเคร ื่ องเคลือบ นิทรรศการdiscovery Hong Kong 133 10.1 ภาพจําลองความคิดแบบ Systematic 143 10.2 ภาพจําลองความคิดแบบ Systemic 143 10.3 ตัวอย่างแผนภูมิกง 145 10.4 ตัวอย่างแผนภูมิแท่ง 146
(9) ภาพท ี่ หน้า 10.5 ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบ 146 11.1 Omaha children's Museum Directory 153 11.2 Jasmine children's Museum Directory 154 11.3 EAA Aviation Museum Directory 155 11.4 Yaldhurst Museum visitor map 156 11.5 แผ่นพับ Exhibition Directory 156 11.6 การนําเสนอป้าย Directory หรือ Museum Mapping 157 11.7 การสัญจรแบบเส้นเดียว 160 11.8 การสัญจรแบบเส้นหลายเส้น 161 12.1 ป้ายนิเทศแบบป้ายช ื่ อนิทรรศการ 167 12.2 ป้ายนิเทศแบบป้ายช ื่ อนิทรรศการ 168 12.3 ป้ายนิเทศแบบเล่าเร ื่ อง 168 12.4 ป้ายนิเทศแบบเล่าเร ื่ อง 169 12.5 ป้ายนิเทศแบบเล่าเร ื่ อง 169 12.6 ป้ายนิเทศแบบเล่าเร ื่ อง 170 12.7 ป้ายนิเทศแบบภาพ 170 12.8 ป้ายนิเทศแบบเส้นเวลา 171 12.9 ป้ายนิเทศแบบเส้นเวลา 171 12.10 ป้ายนิเทศแบบเส้นเวลา 172 12.11 ป้ายนิเทศแบบบอกรายละเอียด 173 12.12 ป้ายนิเทศที่มีการทับซ้อนให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม 175 12.13 ตู้จัดแสดงแบบตู้แบบต่างๆ 176 12.14 จัดแสดงเพ ื่อป้องกันมือและความเสียหายจากผู้ชม 176 12.15 ตู้จัดแสดงแบบโต๊ะ 177 12.16 ตู้จัดแสดงแบบเอียงตามระดับสายตา 178 12.17 ตู้จัดแสดงแบบตู้แบบ freestanding Showcase 179 12.18 แท่นจัดแสดงในตู้ 180 12.19 แท่นจัดแสดงในตู้ 181 12.20 แท่นจัดแสดงนอกตู้ 181 13.1 ตัวอย่างปกหนังสือ 187 13.2 ขนาดกระดาษสํารับ A 188 13.3 ขนาดกระดาษสํารับ B 189 13.4 ตัวอย่างวิธีการจัดวางหนังสือ 190 13.5 ตัวอย่างวิธีการจัดวางหน้าหนังสือ 191 13.6 ขนาดของกระดาษที่นิยมทําโบว์ชัวร์ 192
(10) ภาพท ี่ หน้า 13.7 วิธีการพับแผ่นพับแบบต่างๆที่นิยมใช 193 ้ 13.8 ตัวอย่างการจัดวางแผ่นพับ 193 13.9 ตัวอย่างการออกแบบโปสเตอร์ 195 15.1 การจัดนิทรรศการศิลปะในห้องเรียนในอเมริกา 206 15.2 การจัดนิทรรศการศิลปะในห้องเรียนในอเมริกา 206 15.3 การจัดนิทรรศการศิลปะริมทางเดินของโรงเรียนในอเมริกา 207 15.4 การจัดนิทรรศการศิลปะริมทางเดินของโรงเรียนในอเมริกา 207 15.5 การจัดนิทรรศการศิลปะริมทางเดินของโรงเรียนในอเมริกา 208 15.6 ภาพวาดของเด็กในสวนสาธารณะประเทศสิงค์โปร์ 209 15.7 นิทรรศการผลงานศิลปะเด็กในสถานีรถไฟใต้ดินในเมืองฮ่องกง 209
บทท ี่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ถือว่าเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุที่สําคัญอีกท ั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ใน อารยประเทศที่ เจริญแล้ว ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์สืบเน ื่ องมาต ั้ งแต่สมัยกรีกโบราณที่มีการ เก็บรวบรวมหนังสือและศิลปวัตถุต่างๆ เพ ื่อให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้สําหรับในประเทศไทยพิพิธภัณฑ์ เกิดข ึ้ นจากการเก็บสะสมของพระราชสมบัติของพระมหากษัตริย์ไทยและให้เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาและเข้าชมซ ึ่ งการแบ่งพิพิธภัณฑ์นั้นก็มีการแบ่งหลายชนิด เช่นกรมศิลปากรแบ่งพืชพันธุ์ ออกเป็นลักษณะของการบริหารงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาครวมถึงการแบ่งพิพิธภัณฑ์ออกตาม หน่วยงานที่รับผิดชอบซ ึ่ งมีรายละเอียดต่างๆ ดังน ี้ 1. ความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ คําว่า 'museum' ในภาษาอังกฤษมาต ั้ งแต่ต้น หมายถึง บัลลังก์ของเทพมิวส์ (Muse) กลุ่มเทพ Muse ประกอยด้วย 9 บุตรีของซุส และ พระนางเนโมซิเน (Mnemosyne คําน ี้ ตามรากศัพท์ภาษา กรีกแปลว่า "ความทรงจํา") ซึ่งเป็นเทพสัญลักษณ์แห่ง เทพศิลปะ และศาสตร์ทั้งหลายประกอบไปด้วย เทพธิดา 9 ตน ได้แก่ 1. เทพธิดาแห่งวรรณกรรมมหากาพย์ (Calliope) 2. เทพธิดาผู้ครองประวัติศาสตร์ (Clio ) 3. เทพธิดาประจําเพลงรัก (Erato) 4. เทพธิดาแห่งดนตรี (Euterpe) 5. เทพธิดาแห่งละครโศกนาฏกรรม (Melpomene) 6. เทพธิดาแห่งละครสุขนาฏกรรม (Thalia) 7. เทพธิดาประจําบทกวีสรรเสริญเทพเจ้า (Polyhymnia) 8. เทพธิดาผู้ครองการระบํา (Terpsichore) 9. เทพธิดาผู้ครองโหราศาสตร์ (Urania) ในทัศนะของพวกกรีก “มิวส์” จึงเป็นคณะเทพธิดาที่ทั้งดลบันดาลและให้ฤทธ ิ์ ในด้าน “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มีความสัมพันธ์กับตํานานเร ื่ องเล่าต่อๆ กันมาว่าเมื่อ พิธากอรัส (Pythagoras มี ชีวิตอยู่เม ื่ อราว570-495 ปีก่อนคริสต์กาล) นักปรัชญา และนักคณิตศาสตร์คนสําคัญของโลกชาวกรีก ได้เดินทางเข้าไปถึงเมืองโครโตเน (Crotone ปัจจุบันอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี) คําแนะนําแรกท ี่ ท่านให้แก่ชาวเมืองก็คือ ให้สร้างสถานบูชาเทพมิวส์เพ ื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และให้ชาวเมืองกลมเกลียวกัน
2 พิพิธภัณฑ์ในอารยธรรมตะวันตกมีความสัมพันธ์กับ เทพปกรณัมทางศาสนา มีการจัดเก็บ โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เก ี่ ยวข้องกับทางศาสนาเพ ื่อใช้ประกอบและแสดงความมั่ งค ั่งเป็นลักษณะของ วัตถุบูชาตามศาสนาต่างๆ ที่เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) ประเทศอียิปต์มีมิวเซียมเก่าแก่ที่สุดแห่งหน ึ่งของโลก สถานบูชาเทพมิวส์ที่ว่า สร้างข ึ้ นอยู่รอบสุสานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great มีชีวิตอยู่เม ื่ อราว 356-323 ปีก่อนคริสต์กาล) ผู้ที่ทําให้เมืองที่ว่ามีชื่อว่าอเล็กซานเดรีย น่าสนใจที่ มิวเซียมแห่งนี้ถูกเรียกอีกอย่างหน ึ่ งว่า ‘หอสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย’ ที่ได้ชื่อว่าใหญ่โต และมีข้อมูล มากมายที่สุดในโลกยุคเก่า ภาพท ี่ 1.1 ภาพร่างห้องสมุดเมืองอเล็กอเล็กซานเดรีย ที่มา: https://teen.mthai.com/education/95758.html ห้องสมุดสมัยโบราณเก็บหนังสือท ี่ เกิดจากการคัดลอก และมีลักษณะเป็นคลังข้อมูล เรียกทับ ศัพท์กันว่า ‘อาร์ไคฟ์’ (archive) บรรณารักษ์จึงมีหน้าที่จัดเก็บ ซ่อมแซม หรือทําทะเบียนหนังสือให้ เป็นหมวดหมู่และศึกษาวิจัยข้อมูล และนอกเหนือจากห้องสมุดแล้ว ภายในสถานบูชาคณะเทพมิวส์แห่งน ี้ คลังเก็บศิลปวัตถุห้อง ประชุม ห้องโถงสําหรับทําการปาฐกถาต่างๆ และสวนท ี่ ตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งหมดน ี้ รวมกันจึง นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองอเล็กซานเดรีย (Musaeum of Alexandria)
3 หอสมุดแห่งอเล็กซานเดรียห้องสมุดโบราณที่ เก่าแก่ที่สุดในโลกเป็นแหล่งโบราณคดีที่สําคัญท ี่ แสดงหลักฐานทางการสร้างบรรณานุกรมและมีขนาดใหญ่ นักโบราณคดีชาวโปแลนด์และชาวอียิปต์ได้ ทํา การขุดค้นบางส่วนของ เมืองอเล็กซานเดียร์ริมชายฝั่ง ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และได้พบส ิ่ งก่อสร้าง ซึ่งมีลักษณะคล้าย ห้องเรียน และหอประชุม มีอายุราว 2,000 ปีที่แล้ว ห้องสมุด แห่งน ี้เคยเป็นศูนย์ รวมของ นักคิด นักเขียนแห่งโลกโบราณ เป็นที่สะสมผลงานสําคัญๆของนักปราชญ์กรีก อเล็กซานเดรีย คือเมืองที่ตั้งอยู่ในดินแดนของ อียิปต์ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยปรับความ จากหลายชนชาติเช่นอียิปต์กรีกโรมันและชาวเธอก็ประมาณที่มีลักษณะการผสมผสานของอารยธรรมท ี่ หลากหลาย นักวิชาการบางท่าน เป็นห้องสมุดแห่งแรกของโลก ภาพท ี่ 1.2 ประติมากรรมพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่มา: https://th.m.wikipedia.org/wiki/พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช สําหรับช ื่ อเมืองอเล็กซานเดรียนั้น ตั้งข ึ้ นตามช ื่ อของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชจากการยึด ครองเมืองของอียิปต์และเปลี่ ยนช ื่อเป็นอเล็กซานเดรียและต่อด้วยลําดับของการยึดครองได้แต่เมืองนี้มี มาในอดีตเติบโตตั้ งแต่สมัยเมื่อ ราชวงศ์ปโตเลมี (Ptolemy) ขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์อเล็กซานเดรียก็ได้ เป็นเมืองมหาวิทยาลัยแห่งแรกในโลก นักคณิตศาสตร์และนักปราชญ์หล ั่งไหล มาสู่เมืองน ี้ จากช ื่ อเสียง ของห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ในสมัยนั้น การมีหนังสือ วรรณกรรมและส ิ่ งขีดเขียนอย่างสมบูรณ์ได้ทําให้ ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย เป็นห้องสมุดที่ดีที่สุดในโลกในยุคน ั้นและเป็นศูนย์วิทยาการ ที่นักปราชญ์ทุกคน จะต้องไปเยือน
4 ภาพท ี่ 1.3 ภาพวาดจําลองห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ที่มา: https://th.m.wikipedia.org/wiki/ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ในการขุดค้นพบคร ั้ งน ั้ นนักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐาน ของการมีห้องเรียนขนาดใหญ่ถึง 13 ห้องมีเวทีสําหรับพูดคุยแลกเปลี่ ยนเรียนรู้ให้ผู้สอนหรือครูยืนบรรยายอยู่หน้าห้องนักโบราณคดี สันนิษฐานว่าน่าจะบรรจุผู้เข้าฟังได้ถึง 5,000 คน ภาพท ี่ 1.4 ม้วนหนังสือ ที่มา: https://teen.mthai.com/education/95758.html
5 ลักษณะเอกสารท ี่ เก็บในห้องสมุดอเล็กซานเดรียถูกบันทึกไว้ตามข้อสันนิษฐานของนัก โบราณคดีว่าพระนางคลีโอพัตรา ทรงเป็นผู้รักหนังสืออย่างยิ่ง จึงทรงต ั้ งพระทัยจะบูรณะห้องสมุดแห่งน ี้ ให้กลับมาเหมือนเดิม ภายในวิหารเซอราเปียม (Serapeum) โดยได้รับความช่วยเหลือจากนายพลมาร์ค แอนโธนี่ (ไม่ได้แสดงความรักด้วยการมอบดอกไม้หรือแหวนเพชร) แต่จัดหาหนังสือมาเป็นของขวัญ ให้แก่พระนางคลีโอพัตรากว่า 200,000 ม้วนมาไว้ในห้องสมุด ซึ่งไปปล้นยึดมาจากห้องสมุดท ี่ใหญ่เป็น อันดับสองในขณะนั้น คือหอสมุดแห่งเพอร์กามอน (Pergamon) (teen.m.thai.com,2562) ภาพท ี่ 1.5 อาคารห้องสมุดอเล็กซานเดรียในปัจจุบัน ที่มา: https://teen.mthai.com/education/95758.html ในปัจจุบันห้องสมุดอเล็กซานเดรียได้ถูกจัดต ั้ งข ึ้นในสถานที่ใกล้เคียงกับห้องสมุดเดิมโดยนัก ประวัติศาสตร์ที่ชื่อ Mustafa al-Abbadi เป็นบุคคลแรก ภายใต้อุปสรรคมากมาย แต่เม ื่ อรัฐบาลอียิปต์, รัฐบาลอิรัก, รัฐบาลฝรั่ งเศส ร่วมให้เงินทุนในการสร้าง และองค์การ Unesco ก็เห็นด้วยในการให้ ผู้เช ี่ ยวชาญ การจัดสร้างห้องสมุดอเล็กซานเดรียให้ยิ่งใหญ่เหมือนในสมัยก่อน ‘มิวเซียม’ กับ ‘ห้องสมุด’ ในโลกตะวันตกยุคเก่าจึงใกล้เคียงกันอยู่มาก เพราะต่างถือว่าเป็น แหล่งเรียนรู้แต่นิยามทั้ง ‘พิพิธภัณฑ์’ และ ‘ห้องสมุด’ ของไทยอย่างท ี่ เราเข้าใจกันในปัจจุบันเกิดขึ้น เพราะผลพวงของความคิดของพวกลัทธินักสะสม (antiquity) ที่มุ่งจะอวดฐานะ (ผู้ดีตะวันตก และ ไทย?) หรืออ้างความเป็นอารยะ (รัฐ?) ในสมัยอาณานิคม การกําเนิดวันพิพิธภัณฑ์ไทย สืบจากเม ื่ อคร ั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ี่ 4 ได้ทรงจัดต ั้ งพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ขึ้นท ี่ พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ สร้างข ึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพ ื่ อเก็บรักษาโบราณวัตถุศิลปวัตถุซึ่งเป็นเคร ื่ องราชบรรณาการต่างๆ นับว่าเป็นบ่อเกิดของพิพิธภัณฑ์ในสมัยต่อมา
6 พิพิธภัณฑ์เป็นสถานท ี่ รวบรวมหลักฐานมรดกทางวัฒนธรรมท ั้ งศิลปวัตถุโบราณวัตถุ สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ จากการคิดค้นส ิ่ งแวดล้อมอันเป็นสมบัติของชาตินั้นมีคุณค่าความสําคัญ ในการ รวบรวมวัตถุสิ่งต่าง ๆ จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีขึ้นโดยสร้าง พระ ที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์เพ ื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดง ศิลปะโบราณวัตถุโดยเรียก พิพิธภัณฑสถานครั้งน ั้ นทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า มิวเซียม อันเป็นท ี่ มาของคํา ว่า พิพิธภัณฑ์ในเวลาต่อมา ภาพท ี่1.6 หอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง ที่มา : https://www.matichon.co.th/education/news_328400 สําหรับในประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ที่พระที่นั่งราชฤดีเป็นคร ั้ งแรก ซึ่งเป็นท ี่ จัดต ั้ งแสดงส ิ่งสะสมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรวบรวมไว้ตั้งแต่คร ั้ งก่อนเสด็จขึ้น ครองราชย์ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาจัดแสดงท ี่ พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์อันเป็นท ี่ มาของคําว่า "พิพิธภัณฑ์ " ในเวลาต่อมา เม ื่ อมาถึงรัช สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดตั้ง "มิวเซียม" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑสถานสําหรับประชนแห่งแรกขึ้น เน ื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 21 พรรษา วันท ี่ 19 กันยายน พ.ศ.2417 ณ ศาลาสหทัยสมาคม หรือ หอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้ ประชาชนเข้าชม
7 . ภาพท ี่ 1.7 หอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง ที่มา : https://www.matichon.co.th/education/news_328400 พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดีย ในรัชสมัยรัชกาลท ี่ 5 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทั่วไป มีพระยาภาสกร วงษ์ (พร บุนนาค) นายทหารในกรมทหารมหาดเล็ก เป็นหัวหน้าฝ่ายไทย และมีนายเฮนร ี่ อาลาบา สเตอร์เป็นผู้อํานวยการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถาน หอคองคอเดียให้เป็นแบบสากล การจัดแสดงใน หอคองคอเดีย แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.ศิลปะโบราณวัตถุของไทย 2. ศิลปะโบราณวัตถุส่วน พระมหากษัตริย์ และ 3.ศิลปะโบราณวัตถุจากต่างประเทศ ซึ่งนายเฮนร ี่ ยังเป็นผู้ริเร ิ่ มจัดทํา แค็ตตาล็อกบัญชีภาษาอังกฤษ และภาษาไทยด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่กุเรเตอร์ (curator) หรือภัณฑารักษ์ คนแรกของมิวเซียมคองคอเดีย คือ สิบเอกทัด แห่งกรมทหารช่างมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาได้เป็น พลโทพระยาสโมสรสรรพการ (ทัด ศิริสัมพันธ์) ต่อมาใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานหมู่พระที่นั่งท ั้ งหมด ใน พระราชวังบวรสถานมงคล จัดต ั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สถานสําหรับพระนครดูแลด้านโบราณคดีวรรณคดีเป็น ที่รวบรวมสงวนรักษาโบราณวัตถุศิลปะวัตถุซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติพิพิธภัณฑสถานพระ นคร ได้มีการเปลี่ ยนชื่อและหน่วยงานที่สังกัด อีกหลายครั้ง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2430 กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ทิวงคต จึงได้มีประกาศยกเลิกตําแหน่งพระ อุปราชแล้ว ทําให้สถานท ี่ในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ว่างลง พระบาทสมเด็จพระ
8 จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมิวเซียมจากหอคองคอเดีย ไปตั้ งจัดแสดงท ี่ พระราชวังบวร สถานมงคล โดยใช้พระที่นั่งด้านหน้า คือ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์และพระท ี่ นั่งอิศราวินิจฉัย เรียกว่า “พิพิธภัณฑ์วังหน้า” และดําเนินการขยายปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑสถานสําหรับ พระนคร ภายหลังเม ื่ อมีการจัดต ั้ งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครข ึ้ นเม ื่อปีพ.ศ. 2510 ท้องพระโรง (พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน, พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย) ได้ปรับปรุงอย่างต่อเน ื่ อง จัดแสดงนิทรรศการถาวร และหมุนเวียน เล่าเร ื่ องต่างๆ ผ่านโบราณวัตถุศิลปวัตถุทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย และ ยุคประวัติศาสตร์ชาติไทย ในปีพ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้วันท ี่ 19 กันยายนของทุกปีเป็น “วันพิพิธภัณฑ์ ไทย” จนกระทั่ง ได้มีพระรบกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาท ี่ การพุทธศักราช 2518 จัดต ั้ งกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เส้นทางพิพิธภัณฑสถานไทย ที่เร ิ่ มต้นจากพิพิธภัณฑสถาน ส่วนพระองค์ได้เปลี่ยนแปลงมาสู่พิพิธภัณฑสถานประชาชน และพัฒนาต่อไปจากพิพิธภัณฑสถานท ี่ เก็บ รักษาสรรพส ิ่ งท ั่วไป ไม่กําหนดประเภทแน่นอน มาเป็นพิพิธภัณฑสถานมากมายหลายประเภท ตาม ลักษณะของศิลปวิทยาการท ี่ เกิดข ึ้นในโลก ทั้งทางศิลปะวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์โบราณคดีชาติ พันธุ์วิทยา สังคมวิทยา และสาขาวิชาอ ื่ นๆ เป็นจํานวนหลายร้อยแห่งท ั่วประเทศ และยังได้ยกระดับ กิจการพิพิธภัณฑ์ไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยเข้าเป็นสมาชิก สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติหรือ ICOM ซึ่งให้คําจํากัดความว่า "พิพิธภัณฑ์" ว่ามิใช่เป็นแหล่งเก็บรวบรวม สงวนรักษาศึกษาวิจัย และจัดแสดงเฉพาะวัตถุเท่าน ั้ นแต่ พิพิธภัณฑ์ไดัรวบรวมทุกส ิ่ งทุกอย่างท ี่เป็นหลักฐานสําคัญต่อมนุษย์และส ิ่ งแวดล้อม ทั้งที่มีชีวิตและไม่มี ชีวิตท ั้ งท ี่ เก ี่ ยวเน ื่ องกับสังคมวัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์จากหลักฐานในอดีต สิ่งท ี่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และแนวโน้มท ี่ จะเกิดข ึ้นในอนาคตโดยนัยนี้พิพิธภัณฑสถานในประเทศไทยได้จัดต ั้ งข ึ้ นแล้วกว่า 200 แห่ง และได้มีการพัฒนารูปแบบกิจการให้มีความเป็นสถาบันการศึกษานอกรูปแบบที่สําคัญอีกด้วยด้วย 2. ความหมายของพิพิธภัณฑ์ ราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของพิพิธภัณฑ์และ พิพิธภัณฑสถาน ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ว่า สถานท ี่ เก็บรวบรวมและแสดงส ิ่ งต่างๆ ที่มีความสําคัญด้านวัฒนธรรม หรือ ด้านวิทยาศาสตร์โดยมีความมุ่งหมาย เพ ื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา และก่อให้เกิดความ เพลิดเพลินใจ ในช่วงแรกใช้คําว่า “มิวเซียม” ในความหมายของ “หอสรรพวิชา” (ตรงใจ หุตางกูร, 2554) คํา ว่า “มิวเซียม” ได้ถูกนํามาใช้เรียกสถานท ี่ เก็บสะสมหนังสือและส ิ่ งของต่าง ๆ คร ั้ งแรกท ี่ เมืองอเล็กซาน เดรียของอาณาจักรอิยิปต์โบราณ เม ื่ อราว ๓๐๐ ปีก่อนคริสตกาล โดยพระเจ้าปโตเลมีที่ ๒ โซเตอร์ได้ ทรงสร้าง “หอสรรพวิชา” แห่งเมืองอเล็กซานเดรีย (Museum of Alexandria) เพ ื่ อเก็บงานวรรณกรรม ในสมัยไว้ให้มากที่สุดเท่าท ี่จะเป็นไปได้ ดังนั้น อีกนัยหน ึ่ งหอสรรพวิชาในที่นี้ก็ทําหน้าท ี่เป็นหอสมุดด้วย เช่นกัน
9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ว่า “.....ต้องพยายาม แนะนําชักจูงคนท ั่วไปให้ทราบถึงกิจการ บริการ รวมท ั้งประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากพิพิธภัณฑสถาน เมื่อ ประชาชนได้รู้จัก ได้ใช้และได้รับประโยชน์จากพิพิธภัณฑสถานโดยกว้างขวางแล้ว จะนับว่าเกิด ประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าอย่างแท้จริง....” รัชกาลท ี่ 4 ทรงเป็นผู้บัญญัติศัพท์คําว่า “พิพิธภัณฑ์” ขึ้นมาใช้ในประเทศไทย คําว่า “พิพิธภัณฑสถาน” มาจากคําภาษาบาลีและสันสกฤต “พิพิธ” แปลว่า ต่างๆ กัน “ภัณฑ์” แปลว่า สิ่งของ เคร ื่องใช้ “สถาน” หมายถึง สถานท ี่ แหล่ง ที่ตั้ง ดังนั้น คําว่า “พิพิธภัณฑสถาน” จึงแปลว่า “สถานที่สําหรับรวบรวมส ิ่ งของเคร ื่องใช้ต่างๆ อาทิโบราณวัตถุศิลปวัตถุ เป็นต้น พิพิธภัณฑ์หรือพิพิธสถาน หมายถึงสถานท ี่ อาคารหรือแหล่งรวบรวมวัตถุสิ่งของเพ ื่ อการเก็บ รักษาและนําเสนอให้ความรู้ในด้าน ความเป็นมา ประวัติการสร้างการใช้ประโยชน์ที่มีเร ื่ องราวเก ี่ ยวข้อง สัมพันธ์กับวัตถุนั้นกับภูมิสังคม สภาพแวดล้อม และชุมชน การนําเสนอเน ื้ อหา เร ื่ องราว และองค์ความรู้ในพิพิธภัณฑ์จุดประสงค์ของการเข้าชม พิพิธภัณฑสถาน ได้แก่เพ ื่ อความเพลิดเพลิน เพ ื่ อชมความงามและคุณค่าของวัตถุที่จัดแสดง และเพื่อ การศึกษา ค้นคว้า หน้าท ี่ ของพิพิธภัณฑสถานโดยทั่วไป แบ่งเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้ดังน ี้ 1) รวบรวมวัตถุ(Collection) 2) จําแนกประเภทวัตถุ (Identifying) 3) ทําบันทึกหลักฐาน (Recording) 4) สงวนรักษา (Preservation) 5) จัดแสดง(Exhibition) 6) ให้บริการทางการศึกษา (Education) โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าชมพิพิธภัณฑสถาน สามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น นักท่องเท ี่ ยว ชาว พื้นเมือง รวมถึงเจ้าของประเทศ นอกจากน ี้ บางแห่งยังแบ่งเป็น เด็กนักเรียน นักศึกษา ผู้ชมท ี่เป็น ประชาชนทั่วไป และผู้สนใจพิเศษหรือผู้เช ี่ ยวชาญ เป็นต้น 3. ประเภทของพิพิธภัณฑ์ การแบ่งประเภทของพิพิธภัณฑสถานแบ่งออกได้หลายลักษณะ โครงการสารานุกรมไทย สําหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2551) ได้เสนอการแบ่งประเภท ไว้หลายอย่าง ดังน ี้ การแบ่งประเภทตามลักษณะการบริหาร พิพิธภัณฑสถานสามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้แก่
10 1) พิพิธภัณฑสถานของรัฐ คือพิพิธภัณฑสถานที่รัฐบาลรับผิดชอบจัดแสดงเผยแพร่ความรู้ ให้กับประชาชนในลักษณะต่างๆ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หมายถึง พิพิธภัณฑสถานที่มีการแสวงหาและเก็บรวบรวมส ิ่ งของท ี่ เป็นหลักฐาน ซึ่งเก ี่ ยวข้องกับชาติและคนในชาติบางคร ั้ งก็เน้นเฉพาะท ี่ เก ี่ ยวข้องกับมนุษย์บางครั้ง ครอบคลุมถึงธรรมชาติและส ิ่ งแวดล้อม ตลอดจนส ิ่งประดิษฐ์ค้นคว้าต่างๆ ทําหน้าท ี่ แสดงเร ื่ องราว ประวัติความเป็นมาและความเป็นไปของชาติและคนในชาติอยู่ในความดูแลของรัฐ ทั้งในด้าน งบประมาณ และการบริหารจัดการ เช่น สถาบันสมิธโซเนียน ของสหรัฐอเมริกา บริติชมิวเซียม ของ ประเทศอังกฤษ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของประเทศไทย ภาพท ี่ 1.8 การจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร พิพิธภัณฑสถานของส่วนการปกครอง หมายถึง พิพิธภัณฑสถานท ี่ บริหารจัดการโดยองค์กร การปกครองระดับต่างๆ ตามที่มีการจัดระบบกันในประเทศนั้ นๆ เน ื้ อหาที่นําเสนอเป็นเร ื่ องราวท ี่ เก ี่ ยวกับมรดกทางธรรมชาติศิลปะและวัฒนธรรม รวมท ั้งประวัติความเป็นมาของส่วนการปกครอง เช่น พิพิธภัณฑสถานประจํารัฐ พิพิธภัณฑสถานประจําเมือง พิพิธภัณฑสถานประจําท้องถิ่น พิพิธภัณฑสถาน ประจําชุมชน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคําแหง อําเภอเมืองฯ จังหวัดสุโขทัย พิพิธภัณฑสถานประจําหน่วยราชการ (กระทรวง/ทบวง/กรม ฯลฯ) หมายถึง พิพิธภัณฑสถาน ที่นําเสนอภารกิจของหน่วยราชการต่างๆ ที่อาจแบ่งย่อยออกไปตามลักษณะของงานท ี่ปฏิบัติ พิพิธภัณฑสถานจะเสนอประวัติความเป็นมาของหน่วยงานและผลงานท ี่ แต่ละหน่วยงานได้ประดิษฐ์ คิดค้นและพัฒนามาตามลําดับ เช่น พิพิธภัณฑสถานขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือองค์การนาซา (National Aeronautics and Space Administration-NASA) พิพิธภัณฑสถานประเภทนี้ในประเทศไทย เช่น พิพิธภัณท์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติพิพิธภัณฑ์ ทหารเรือ และพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อําเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ
11 พิพิธภัณฑสถานมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา หมายถึง พิพิธภัณฑสถานที่จัดต ั้ งข ึ้นมาโดย สถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เพ ื่ อเก็บรวบรวมตัวอย่างที่นักวิชาการ ในแต่ละสาขาได้รวบรวม ศึกษาค้นคว้าวิจัย นํามาใช้เป็นส ื่ อการสอนที่ถ่ายทอดให้นักศึกษาได้เรียนรู้ต่อไป ต่อมา พัฒนาเป็น พิพิธภัณฑสถานประจําสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยน ั้ นๆ แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของศาสตร์นั้นๆ ซึ่งใน แต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีพิพิธภัณฑสถานหลายประเภท เน ื่ องจากมีการเรียนการสอนหลายด้าน เช่น พิพิธภัณฑสถานในสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในประเทศอังกฤษ พิพิธภัณฑสถานใน สาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกา พิพิธภัณฑสถานในสาขาวิชาของ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย 2) พิพิธภัณฑสถานของเอกชนหรือบุคคล เป็นพิพิธภัณฑสถานท ี่ เกิดข ึ้นมาจากความสนใจใน การเก็บรวบรวม อนุรักษ์และจัดแสดงวัตถุสิ่งของท ี่ เก ี่ ยวข้องกับมนุษย์และธรรมชาติพิพิธภัณฑสถาน รุ่นแรกส่วนใหญ่จัดต ั้ งข ึ้ นและบริหารจัดการโดยส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันยังคงมีอยู่ นอกจากบริหารจัดการ โดยบุคคลแล้ว ยังมีที่จัดต ั้ งข ึ้นโดยหน่วยงานภาคเอกชน อาจเกิดข ึ้นจากความสนใจของผู้ประกอบการ หรือเก ี่ ยวกับภารกิจของหน่วยงาน เช่น พิพิธภัณฑ์หุ่นขึ้ผึ้งมาดามทุสโซ (Madame Tussauds) พิพิธภัณฑ์เชอร์ล็อก โฮมส์(The Sherlock Holmes Museum) ในประเทศอังกฤษ ซึ่งบริหารจัดการ โดยองค์กรเอกชน ตลอดจนพิพิธภัณฑสถานเอกชน และส่วนบุคคลหลายแห่งในประเทศไทย เช่น พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์โชคชัย พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย อําเภอนครชัยศรีจังหวัด นครปฐม การแบ่งประเภทตามลักษณะวัตถุพิพิธภัณฑ์ เป็นการแบ่งการเลือกวัตถุที่จัดแสดง ซึ่งจะแบ่ง เน ื้ อหาตามวิชาการต่างๆ มีการแบ่งประเภทตามลักษณะวัตถุพิพิธภัณฑ์ซึ่งจําแนกตามหลักของศาสตร์ ต่างๆ ที่เป็นภารกิจหลักของพิพิธภัณฑสถาน ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้รวมถึงมีการ ดําเนินการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ตลอดจนเสาะแสวงหาเก็บรวบรวมวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่จะส่งเสริมการสร้าง องค์ความรู้ในศาสตร์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย อําเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม พิพิธภัณฑสถานประเภทนี้มีการจําแนกเป็นประเภทย่อยมากขึ้น ตามความก้าวหน้าของ ศิลปวิทยาการ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังน ี้ 1) พิพิธภัณฑสถานแบบท ั่วไป สมัยแรกเริ่ม พิพิธภัณฑสถานเกิดข ึ้ นด้วยการรวบรวมของแปลก หรือหายาก ทั้งศิลปวัตถุวัตถุที่เกิดตามธรรมชาติหรือวัตถุที่ได้จากต่างแดน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งจากการรวบรวม บริจาค หรือเป็นของท ี่ ระลึก ดังนั้น จึงมีวัตถุพิพิธภัณฑ์หลากหลายประเภทจัดแสดง เรียกพิพิธภัณฑสถานประเภทนี้ว่า พิพิธภัณฑสถานแบบท ั่วไป หรือพิพิธภัณฑสถานแบบสารานุกรม คือ การรวบรวมวัตถุพิพิธภัณฑ์สารพัดชนิดนํามาจัดแสดงไว้เป็นหมวดหมู่ ส่วนใหญ่เป็นพิพิธภัณฑสถานท ี่ เกิดจากการสะสมของส่วนบุคคล ซึ่งต่อมาได้มอบให้แก่รัฐ และได้กลายเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติใน
12 เวลาต่อมา เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย บริติชมิวเซียม ประเทศอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส 2) พิพิธภัณฑสถานประเภทศิลปะและวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานประเภทนี้เป็นท ี่ รวบรวม สิ่งของต่างๆ ซึ่งเก ี่ ยวข้องกับมนุษย์ทั้งส ิ่ งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นและกลายเป็นงานศิลปะ และส ิ่ งท ี่เป็น หลักฐาน ทางด้านวัฒนธรรมของมนุษย์แต่ละเผ่าพันธุ์นับเป็นพัฒนาการของประเภทพิพิธภัณฑ์ที่ เกิดข ึ้ นตามความก้าวหน้าของศิลปวิทยาการ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นสาขาย่อย ตามเน ื้อหาได้ดังนี้คือ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ อําเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ พิพิธภัณฑสถานศิลปะ หมายถึง พิพิธภัณฑสถานท ี่ รวบรวม อนุรักษ์ผลงานศิลปะและ สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ทุกประเภท ทั้งทัศนศิลป์วิจิตรศิลป์ศิลปะประยุกต์และหัตถศิลป์ของยุคสมัย ต่างๆ บางแห่งรวบรวมและจัดแสดงงานศิลปะจากทั่วโลก หรืออาจจัดแสดงเฉพาะภูมิภาค หรือเฉพาะ ประเทศ บางแห่งเรียกตัวเองว่า พิพิธภัณฑสถาน หรือใช้ชื่อว่า หอศิลป์บางแห่งจัดแสดงเป็น พิพิธภัณฑสถาน ที่รวบรวมงานศิลปะของศิลปินคนเดียว หรืองานศิลปะประเภทเดียวเท่านั้น จึงสามารถ จําแนกออกเป็นประเภทย่อยๆ ได้อีก อาทิพิพิธภัณฑสถานศิลปะ พิพิธภัณฑสถานศิลปะร่วมสมัย พิพิธภัณฑสถานศิลปะสมัยใหม่หรือหอศิลป์และพิพิธภัณฑสถานเฉพาะเร ื่ อง เช่น พิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ (Van Gogh Museum) ประเทศเนเธอร์แลนด์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทย ร่วมสมัย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑสถานประวัติศาสตร์ หมายถึง พิพิธภัณฑสถานท ี่ รวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่เป็น โบราณวัตถุหรือวัตถุที่เก ี่ ยวข้องกับประวัติความเป็นมา ชีวิตความเป็นอยู่และศิลปวัฒนธรรมของมนุษย์ เผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีหรือแสวงหามาจากที่ต่างๆ บางคร ั้งเป็นแหล่ง โบราณคดีเช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีหรือเป็นแหล่งโบราณสถาน เช่น อุทยานประวัติศาสตร์รวมถึงพิพิธภัณฑสถานเฉพาะเร ื่ อง อาทิบ้านของบุคคลสําคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์ บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธ ิ์ ปราโมช พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยา หมายถึง พิพิธภัณฑสถานท ี่ เก็บรวบรวม อนุรักษ์สิ่งของ และ จัดแสดงเร ื่ องราวท ี่ เก ี่ ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เผ่าพันธุ์ต่างๆ ในด้านมานุษยวิทยาและด้าน วัฒนธรรม หรืออาจนําเสนอชีวิตความเป็นอยู่ที่ดําเนินอยู่จริงในท้องถิ่น หรือในย่านต่างๆ ที่เรียกว่า พิพิธภัณฑสถานมีชีวิต สามารถแบ่งตามลักษณะการนําเสนอเป็นประเภทต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑสถาน พื้นบ้าน พิพิธภัณฑสถานย่านประวัติศาสตร์ 3) พิพิธภัณฑสถานประเภทธรรมชาติวิทยา เป็นการรวบรวมวัตถุที่เก ี่ ยวข้องกับธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และนํามาจัดแสดง ทั้งท ี่ เก ี่ ยวข้องกับสัตว์พืช และทรัพยากรธรณีจึงปรากฏเป็นรูปแบบ และเรียกช ื่ อต่างๆ กัน เช่น พิพิธภัณฑสถานประวัติธรรมชาติอุทยานแห่งชาติสถานพันธุ์สัตว์ป่า สวน สัตว์ สถานพันธุ์สัตว์น้ํา พิพิธภัณฑสถานสัตว์ดึกดําบรรพ์อาทิไดโนเสาร์หรือซากสัตว์ต่างๆ
13 พิพิธภัณฑสถานเฉพาะเร ื่ อง อาทิพิพิธภัณฑ์แมลง พิพิธภัณฑ์ประเภทธรรมชาติวิทยา สถานพันธุ์สัตว์ น้ําบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติอําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นสถานพันธุ์สัตว์น้ําของกรม ประมง 4) พิพิธภัณฑสถานประเภทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมายถึง พิพิธภัณฑสถานท ี่ รวบรวม อนุรักษ์และจัดแสดงวัตถุที่มนุษย์คิดค้นข ึ้ นมาด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเช่น พิพิธภัณฑสถานการเกษตร พิพิธภัณฑสถานด้านอุตสาหกรรม พิพิธภัณฑสถานยานอวกาศ พิพิธภัณฑสถานเคร ื่ องบิน ห้องจัดแสดงยานอวกาศและมนุษย์อวกาศจําลอง ณ องค์การพิพิธภัณฑ์ วิทยาศษสตร์ (อพวช.) อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ในประเทศไทย พิพิธภัณฑสถาน ในสังกัดกรมศิลปากร ได้จัดต ั้ งข ึ้ นตามพระราชบัญญัติจึงมีคํา ว่า “แห่งชาติ” กํากับ นอกจากน ี้ยังมีพิพิธภัณฑสถานอ ื่ นๆ เช่น พิธภัณฑสถานในส่วนราชการ/ รัฐวิสาหกิจ เช่น รัฐสภา สวนสัตว์ดุสิต พิพิธภัณฑสถานในส่วนประจําวัด หรือองค์การทางศาสนา เช่น พิพิธภัณฑสถานแสดงชีวประวัติหลวงปู่มั่น ท่านพุทธทาส และพิพิธภัณฑสถานของเอกชน เช่น เมือง โบราณ บ้านจิม ทอมสัน เป็นต้น พิพิธภัณฑสถานในความดูแลของกรมศิลปากร มี 2 ลักษณะคือ 1) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระ นคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์พีระศรีอนุสรณ์ เป็นต้น และ 2) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติส่วนภูมิภาค เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์จังหวัดลพบุรีเป็นต้น พิพิธภัณฑ์สามารถแบ่งประเภทตามหลักสากลท ั่วโลก ได้ดังน ี้ 1) พิพิธภัณฑสถานทางศิลปะ (Museum of Art) 2) พิพิธภัณฑสถานศิลปะร่วมสมัย (Gallery of Contemporary Arts) 3) พิพิธภัณฑสถานทางธรรมชาติวิทยา ( Natural History Museum) 4) พิพิธภัณฑสถานทางวิทยาศาสตร์และเคร ื่ องกล (Museum of Science and Technology) 5) พิพิธภัณฑสถานทางมานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยา (Museum of Anthropology and Ethnology) 6) พิพิธภัณฑสถานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี (Museum of History and Archaeology) 7) พิพิธภัณฑสถานประจําท้องถิ่น (Regional Museum)
14 8) พิพิธภัณฑสถานแบบพิเศษ (Specialized Museum) และ 9) พิพิธภัณฑสถานของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา (University Museum) สรุป พิพิธภัฑณ์เกิดข ึ้ นต ั้ งแต่สมัยกรีกโบราณเป็นแหล่งเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์เป็นส ิ่ งที่บุคคลทุกฝ่ายให้ ความสําคัญภาครัฐจัดงบประมาณเพื่ อจัดการที่พื้นฐานต่างๆให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแสดงศักยภาพของ ประเทศในด้านประวัติความเป็นมารวมถึงด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆมากมายจึงไม่ใช่ความหมายถึงการ สะสมศิลปะวัตถุแห่งเดียว พิพิธภัณฑ์ ประเภทของพิพิธภัณฑ์โดยหลักสากลแล้ว แบ่งออกเป็น พิพิธภัณฑสถานทางศิลปะ พิพิธภัณฑสถานศิลปะร่วมสมัย พิพิธภัณฑสถานทางธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑสถานทางวิทยาศาสตร์และเคร ื่ องกล พิพิธภัณฑสถานทางมานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยา พิพิธภัณฑสถานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี พิพิธภัณฑสถานประจําท้องถิ่น พิพิธภัณฑสถาน แบบพิเศษ และ พิพิธภัณฑสถานของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ยังมีหน้าท ี่ในการให้ความรู้แก่ ประชาชนทั่วไปและมีการจัดนิทรรศการต่างๆท ั้งในรัชกาลถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนเพ ื่อให้เกิด การเป็นแหล่งเรียนรู้และสะสมวัตถุต่างๆเพ ื่อคนในชาติอย่างแท้จริง คําถามทบทวน 1. จงอธิบายท ี่ มาของพิพิธภัณฑ์ในซีกโลกตะวันตก 2. จงอธิบายท ี่ มาของพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย 3. จงสรุปความหมายของพิพิธภัณฑ์ 4. จงบอกประเภทของพิพิธภัณฑ์มา 1 ตัวอย่าง 5. จงบอกช ื่ อพิพิธภัณฑสถานที่รู้จักมา 5 พิพิธภัณฑ์
15 เอกสารอ้างอิง ภาษาไทย ตรงใจ หุตางกูร.(2554). ความหมายสากลของพิพิธภัณฑ์และพัฒนาการของ "พิพิธภัณฑ์แห่งกรุง สยาม". [ออนไลน์] เมื่อ 11 พฤษภาคม 2562 เข้าถึงจาก http://www.finearts.go.th/inburi museum/parameters/km/item/ความหมายสากลของพิพิธภัณฑ์. โครงการสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2551).สารานกรมไทยสุําหรบเยาวชนัเล่ม 40. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์. วิกิพีเดียพจนานุกรมเสรี .(2562). ห้องสมุดแห่งอะเล็กซานเดรีย .[Online] Accessed 10 August 2019. Available from https://th.m.wikipedia.org/wiki/ห้องสมดแหุ่งอะเล็กซานเด รีย teen.mthai.com.(2562). ห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย แหล่งวิทยาการแห่งแรกของโลก.[Online] Accessed 10 August 2019. Available from https://teen.mthai.com /education/95758.html มติชนออนไลน์ (2562) ก่อนจะเป็น “ศาลาสหทัยสมาคม” สถานท ี่ ลงนามถวายความอาลัยในหลวง รัชกาลท ี่ 9 [Online] Accessed 10 August 2019. Available from https://www. matichon.co.th/education/news_328400
16
บทท ี่ 2 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับนิทรรศการ นิทรรศการ เป็นส่วนหน ึ่ งของพิพิธภัณฑ์แต่บางคร ั้ งนิทรรศการ ก็ไม่จําเป็นจะต้องอยู่ใน พิพิธภัณฑ์เสมอไปตัวอย่างเช่นนิทรรศการแสดงสินค้า Expo ซึ่งมีวิวัฒนาการมาต ั้ งแต่สมัยรัชกาลท ี่ 4 ในประเทศอังกฤษที่มีการจัดนิทรรศการข ึ้ นและรัชกาลท ี่ 5 ก็ได้ทรงจัดนิทรรศการที่มีลักษณะคล้ายกับ นิทรรศการ Expo จนมาถึงสมัยรัชกาลท ี่ 6 ทรงดําริให้จัดนิทรรศการคร ั้ งย ิ่งใหญ่โดยสร้างนิทรรศสถาน ขึ้นท ี่ บริเวณท ี่เป็นสวนลุมในปัจจุบันจัดเป็น นิทรรศการ สยามรัฐพิพิธภัณฑ์แต่ส่ง สวรรคตเสียก่อนจึง ไม่ได้จัดข ึ้นใ ในครั้ งน ั้ นรูปแบบของนิทรรศการมีลักษณะคล้ายคลึงกับพิพิธภัณฑ์ ทั้งนิทรรศการ กลางแจ้งนิทรรศการในอาคาร หรือช่วงเวลา ที่เป็นเป้าหมายหลักท ั้ งนิทรรศการถาวรนิทรรศการ ชั่วคราวและนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งมีรูปแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ความเป็นมาของนิทรรศการ 1.1. ความเป็นมาของนิทรรศการสากล การจัดนิทรรศการคร ั้งแรกในเมืองไทยปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนข ึ้นในสมัยรัชกาลท ี่ 5 เรียกช ื่ องานน ั้ นว่า National exhibition ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับงาน Expo ที่จัดข ึ้นในประเทศอังกฤษ เม ื่อปีคริสตศักราชท ี่ 1882 ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลท ี่ 4 ของประเทศไทย นิทรรศการคร ั้ งย ิ่งใหญ่ (อังกฤษ: The Great Exhibition) เป็นงานนิทรรศการส ิ่งประดิษฐ์และ อุตสาหกรรมจากท ั่วโลก นิทรรศการนี้จัดในปีพ.ศ. 2394 ในสมัยสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย โดย เจ้าชายอัลเบิรต์พระสวามีของพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงดําริงานนิทรรศการนี้ขึ้นมา นิทรรศการ จัด ขึ้นในคริสตัลพาเลซ ที่ไฮด์ปาร์ค ลอนดอน อาคารและส ิ่ งก่อสร้างใช้เวลา 15 เดือน งานในครั้ งนี้ทําให้ ประเทศอังกฤษได้รับงบประมาณถึง 186,000 ปอนด์สเตอร์ลิง และมีผู้เข้าชมไม่ต่ํากว่าหกล้านคน นิทรรศการ จัดข ึ้นในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม โดยมีแนวคิดการจัดงานว่า อุตสาหกรรมแห่งปวง ประชาชาติ (Industry of all Nations) ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการปฏิบัติอุตสาหกรรมที่มีการคิดค้น ประดิษฐ์เคร ื่ องจักรไอน้ํา นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์และอุตสาหกรรม พ.ศ. 2394 นี้ถือว่าเป็นงานเวิลด์เอ็กซ์โปครั้งแรกของโลก งานนิทรรศการโลก (อังกฤษ: World Fair) มหกรรมนานาชาติ (อังกฤษ: International exposition) เป็นช ื่ อของงานนิทรรศการระดับโลก งานมหกรรมโลกอยู่ภายใต้การจัดการขององค์การนิทรรศการ นานาชาติ (BIE) ซึ่งเป็นองค์กรที่รับรองสิทธิการจัดนิทรรศการนานาชาติงานนิทรรศการโลกจัดข ึ้ นครั้ง แรกในปีค.ศ. 1851 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างปีค.ศ. 1939–1987 งานเอ็กซ์โปมี จุดมุ่งหมายเพียงเพ ื่อแลกเปลี่ ยนวัฒนธรรมกันเท่านั้น ไม่ได้มีสเกลงานมโหฬารอย่างเช่นปัจจุบันน ี้ เปลี่ ยนภาพของงานเอ็กซ์โปไปอย่างส ิ้ นเชิง งานเอ็กซ์โปหลังงานปี 1988 แต่ละประเทศได้หันมามองงาน เอ็กซ์โปเป็นเคร ื่ องมือในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนเองในระดับสากล ส ิ่ งที่น่าสนใจในงาน นิทรรศการคือพาวิเลียนของประเทศต่างๆท ั่วโลกที่ เข้าร่วมงานน ี้ แต่ละประเทศก็จะนําส ิ่ งที่น่าสนใจและ
18 วัฒนธรรมของประเทศตนนํามาแสดงโชว์ และทุกคร ั้ งที่มีนิทรรศการโลกได้พัฒนาไปเป็นงาน Expo ใน ปัจจุบัน ภาพท ี่ 2.1 ทางเข้านิทรรศการในคริสตลพาเลซั ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.(2562). ภาพท ี่ 2.2 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเสด็จเปิดงานนิทรรศการโลกครั้งแรกในกรุงลอนดอน ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.(2562).
19 ประเภทของงาน นิทรรศการโลกหรืองานในลักษณะ Expo แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังน ี้ 1) เวิลด์เอ็กซ์โป (World Expo) เป็นงานเอ็กซ์โปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีการจัดในพื้ นท ี่ขนาดใหญ่มี วนเป็นเจ้าภาพ จัดข ึ้ นทุก 5 ปี 2) เอ็กซ์โปวาระพิเศษ (Specialized Expo) เป็นงานวาระพิเศษ มีค่าใช้จ่ายการจัดที่ถูกกว่า มี พื้นท ี่ ของการงานราว 1 ใน 3 ของเวิลด์เอ็กซ์โป 3) มหกรรมพืชสวนนานาชาติ(International Horticultural Exhibition) เป็นงานจัดแสดงด้าน พืชพันธ์ไม้มาจัดเป็นส่วนในพื้ นที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในสิบปีจะจัดข ึ้ นราว 3 ครั้ง ผลจากความสําเร็จในการจัดนิทรรศการนานาชาติซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ได้แก่การก่อสร้างหอ ไอเฟล (อังกฤษ: The Eiffel Tower) ซึ่งเป็นส ิ่ งก่อสร้างท ี่โด่งดังที่สุดแห่งหน ึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรช ั้ นนําของฝรั่ งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยน ี้หอไอเฟลสร้างข ึ้ นเพ ื่อใช้เป็น สัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปีค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) ด้วยความสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้นเพ ื่ อแสดงถึงความย ิ่งใหญ่ของประเทศ ฝรั่ งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งน ี้เป็นดาวเด่นท ี่ สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟล และกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส ภาพท ี่ 2.3 หอไอเฟลเมื่ อการจัดนิทรรศการเอ็กโป ที่มา: http://thiagof-amorim.blogspot.com/2010/05/torre-eiffel.html
20 ต่อมามีการลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติและก่อต ั้ งองค์การ นิทรรศการนานาชาติขึ้น ในปีพ.ศ. 2471(ค.ศ.1928) องค์การนิทรรศการนานาชาติกําหนดให้การ รับรองการจัดนิทรรศการนานาชาติลักษณะต่างๆ แบ่ง เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) งานนิทรรศการ นานาชาติประเภทจดทะเบียน (อังกฤษ: International Registered Exhibition)หรืองานมหกรรมโลก (อังกฤษ: World Expo) ซึ่งต้องมีคุณลักษณะ คือ จัดงานทุกห้าปี (จัดห่างกันอย่างน้อย 5 ปี) ระยะเวลา จัดงานไม่เกิน 6 เดือน ไม่กําหนดขนาดพ ื้ นที่จัดงาน แนวคิดในการจัดงาน : ทั่วไป 2) งานมหกรรม นานาชาติประเภทการรับรอง (อังกฤษ: International Recognized Exhibition) ซึ่งต้องมีคุณลักษณะ คือ จัดงานในระหว่างการจัดงานนิทรรศการนานาชาติประเภทจดทะเบียน ระยะเวลาจัดงานไม่เกิน 3 เดือน ขนาดพ ื้ นที่จัดงานไม่เกิน 25 เฮกเตอร์แนวคิดในการจัดงาน : เฉพาะเจาะจง ตัวอย่าง นิทรรศการท ี่ องค์การรับรองงสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ(อังกฤษ: The International Association of Horticultural Producers; ย่อ:AIPH)ให้การรับรอง เฃ่น the Natherlands Floriade 2002 และ IGA 2003 Rostock, Germany เป็นต้น และให้การรับรองการจัดแสดงนิทรรศการ นานาชาติด้านศิลปการออกแบบ (อังกฤษ: Milan Tri-annual Exhibition of Decorative Arts and Modern Architecture) ตัวอย่างเช่นงานมหกรรมพืชสวนโลกในประเทศไทย ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัด งานมหกรรมพืชสวนโลก(อังกฤษ: Horticultural International Expositions) จังหวัดเชียงใหม่หรือ มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 โดยมีแนวคิด คือ "To Express the Love for Humanity" (เพ ื่ อนําความรักสู่มวลมนุษยชาติ) จัดแสดงระหว่างวันท ี่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันท ี่ 31 มกราคม 2550 โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลัก กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วย ดําเนินงานหลักร่วมกับสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ตําบลแม่เหียะ อําเภอ เมือง จังหวัดเชียงใหม่ ภาพท ี่ 2.4 หอคําหลวงงานมหกรรมพืชสวนโลก เชียงใหม่ ที่มา: https://mgronline.com/travel/detail/9540000157622
21 1.2 ความเป็นมาของนิทรรศการไทย ในสมัยรัชกาลท ี่ 5 ทรงเข้าร่วมนิทรรศการโลกที่ประเทศฝรั่ งเศส และทรงเสด็จพระราชดําเนิน ไปร่วมงานท ี่ประเทศฝรั่ งเศส เอนก นาวิกมูล. (2543) ได้นําเสนอเหตุการณ์ในการเตรียมงานคร ั้ งน ี้ จาก การเสด็จประพาสยุโรป ไว้ว่า เม ื่ อเสด็จยุโรปครั้ งน ี้ (7 เมษายน – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2440) ได้ทอดพระเนตรการแสดง พิพิธภัณฑ์ที่ สตอกโอล์ม ประเทศสวีเดน ทรงทราบว่าการจัดของของสยามแต่ก่อนๆ มา เข้าใจงานไม่ ถูก จึงได้ขาดทุน เพราะคิดว่าเป็นการจัดประกวดของและสินค้าเหมือนจัดมิวเซียม ต้องมีตัวอย่างของ ครบแทบทุกชนิดไปแสดง ของบางอย่างมีค่ามากเกินความต้องการของมหาชน บางอย่างเช่น ขนนกกระเต็น ก็ไม่มีใครซื้อ ไปทําอะไร บางอย่างเช่น แห, อวน เป็นของดีสําหรับหาปลาในสยาม ออกไปตั้ งคร ั้งใดก็ได้รางวัลเหรียญ ทองคําทุกคราว แต่ก็ไม่มีใครสั่ งซื้อ ทีของบางอย่างเขาต้องการ กลับไม่พอขาย ภาพท ี่ 2.5 บรรยากาศงานเอ็กโปที่ กรุงปารีส ค.ศ. 1900 ที่มา : เอนก นาวิกมูล. (2543) ทรงมีพระดําริถึงการจัดนิทรรศการว่า ให้มีโรงแสดงห้องหนึ่ง ประดับประดาอย่างไทย ประดับ อาวุธตามผนัง ตั้งโต๊ะและช ั้ นวางของ มีที่นั่งพักกลางห้อง มีของมีราคาจัดแสดงและจําหน่าย มีคนแต่ง เป็นไทยดูแลและจําหน่ายของ, ลานหน้าโรงแสดงถึงแม่น้ํา จัดเป็นสวน มีน้ําพุหรือบ้านเรือนไทย จัด แสดงโขนละครเล็ก และทําขนมสาธิตและจําหน่าย, ในแม่น้ําจะมีแพใหญ่อย่างไทยจอด ในแพมีคนแต่ง ตัวอย่างไทยขายของต่างๆ อาจมีขับร้องตีโทน หรือดีดจะเข้ ของท ี่ จะจัดไปมีสองลักษณะคือของที่นําไปแสดงและของที่นําไปขาย มี 3 ประเภท คือ 1) ของดีงามท ี่ไปตั้งเป็นสง่า 2) สินค้าวิชาช่าง ที่คาดว่ามหาชนสนใจ 3) ของขายได้ในราคาถูก น่ารัก แปลกประหลาดเป็นของท ี่ ระลึก
22 ภาพท ี่ 2.6 เรือหลากชนิดจากประเทศต่างๆ ที่มาร่วมงานเอ็กโป ที่มา : เอนก นาวิกมูล. (2543) ภาพจาก www.arthurchandler.com กําหนดงานต่างๆ ดังน ี้ปลูกโรงเรือนในเดือนตุลาคม ร.ศ. 118 ( พ.ศ. 2442), บรรจุหีบห่อใน เดือนพฤศจิกายน แล้วจัดส่งไปปารีสในเดือนธันวาคม กําหนดถึงปารีสเดือนมกราคม มีเวลาตกแต่ง 3 เดือน เร ิ่ มแสดงวันท ี่ 15 เมษายน ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443) ทรงให้พระมเหสีและพระบรมวงศานุวงศ์ จัดเตรียมของไปแสดงและจําหน่าย เช่น สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระอรรคชายาเธอ และเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) จัดทํา ม่านรูปภาพเครื่ องแต่งช่างปัก เคร ื่องปักต่างๆ เคร ื่ องด ิ้ นทําเป็นช่อดอกไม้หรือรูปสัตว์ต่างๆ กรมหม ื่ นนราธิปประพันธ์พงศ์ จัดทําเคร ื่ องแต่งกายคนไปงาน และบ้านไทย กรมหม ื่ นดํารงราชานุภาพ จัดทํา แพรผ้าม่านประดับ เสื่อ เคร ื่ องลาว และกฤชมลายู กรมหม ื่นปราบปรปักษ์ช้างเผือกใหญ่ผูกเคร ื่ องพร้อม ศาสตราวุธประดับฝา หัวโขน ฯลฯ นอกจากน ี้เปิดให้เอกชนท ี่สนใจส่งของไปร่วมงานได้ด้วยจัดแสดงและจําหน่ายรวมในการครั้ งน ี้ ด้วย ตัวอย่างสินค้าที่นําไปจําหน่าย เช่น พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สูง 24 นิ้ว อันละ 100 บาท 1 อัน ขาย 200 แฟรงส์, พระอุโบสถวัดพระแก้ว สูง 15 นิ้ว 54 บาท ขาย 110 แฟรงส์, พลับพลาโรงโขน สูง 12 นิ้ว 14 บาท ขาย 28 แฟรงส์ฯลฯ
23 ภาพท ี่ 2.7 ศาลาไทยในงานเอ็กโป ที่ปรารีส สมัยรัชกาลท ี่ 5 ที่มา : เอนก นาวิกมูล. (2543) ภาพจาก www.arthurchandler.com การจัดนิทรรศการคร ั้งแรกในเมืองไทยปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนข ึ้นในสมัยรัชกาลท ี่ 5 เรียกช ื่ องานน ั้ นว่า National exhibition ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับงาน Expo ซึ่งน่าจะนํารูแบบมาจากการ ไปร่วมงานนิทรรศการโลกที่ประเทศฝรั่ งเศส ต่อมาในสมัย รัชกาลท ี่ 6 รัฐบาลสยามในยุคน ั้ นพยายาม จัดงานในลักษณะงานเอ็กซ์โป ขึ้นอีกท ี่ สวนลุมพินีตําบลศาลาแดง ให้ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในเอเชีย ประมาณปีพ.ศ.2468 (ค.ศ.1925) แต่เผอิญ รัชกาลท ี่ 6 ท่านเสด็จสวรรคตเสียก่อนในปีนั้น จึงได้งดจัด งานไป เม ื่ อข ึ้ นรัชกาลที่ 7 เพ ื่อเป็นการระลึกถึงงานนิทรรศการดังกล่าวรัฐบาลจึงได้จัดให้มีการพิมพ์ หนังสือชื่อ “ สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ “ ขึ้นแทน หลังจากน ั้ นก็ยังไม่มีงาน Expo ในเมืองไทยเลย แต่เดิมสมัยรัชกาลท ี่ 6 มีสถานที่จัดนิทรรศการอยู่สองแหล่งหลัก ๆ คือ วังสระปทุม และอุทยา สราญรมย์แต่ทรงเห็นว่ามีพื้นที่น้อยจึงให้ใช้ที่ที่สวนลุมพินีโดยรัฐบาลจัดให้ณ ตําบลศาลาแดง หรือทุ่ง ศาลาแดง และทรงพระราชทานชื่อในครั้งน ั้ นว่า สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ (Siamese Kingdom Exhibition) โดยเป็นการจัดแสดงผลงานนิทรรศการท ั้ งภาครัฐและเอกชนมารวมงานเน ื่ องจากภาวะวิกฤ๖ทาง เศรษฐกิจก็มีผู้คัดค้านอยู่จํานวนหนึ่ง สภาพท ั่วไปของทุ่งศาลแดงในช่วงน ั้นเป็นทุ่งนามีพื้นท ี่ ทรงส ี่ เหล ี่ ยมด้านไม่เท่า มีพื้นที่สี่เหล ี่ ยม ด้านไม่เท่ามีถนนล้อมรอบ 4 ด้านมีลักษณะ การวางแกน แบบทแยงมุม โดยมีหอกระทรวงวังและ กระโจมแตร เป็นจุดหมายตา (Landmark) และมีการใช้เส้นสายตาแบบจริตนิยมหรือบาโรก แสดงถึง ความเป็นระเบียบและความย ิ่งใหญ่ มีลักษณะภาษากรมกลืนระหว่างรูปทรงเรขาคณิต ที่แสดง ความรู้สึกเหนือธรรมชาติโดยมีสระน ้ํ าและครูน้ํา และมีศาลาต่างๆในจุดสําคัญสําคัญ โดยเป็นจุดท ี่ แสดง พิพิธภัณฑ์อันประกอบไปด้วยอาคาร 12 หลัง แยกแกนจากวงเวียนวงกลมตรงกลาง แบบสมมาตรมีหอ ศิลป์ (Place of Art) หอกสิกรรม (Place of Agriculture) และกลุ่มอาคาร 4 หลังด้านข้าง ล้อมรอบ ด้วยอาคารจัดแสดงของกระทรวงต่างๆ ห้องจัดแสดงมีทั้งหมด 18 มณฑลมีลักษณะวางคล้ายรูปเกือกม้า
24 ภาพท ี่ 2.8 ผังสวนลุมพินีในปัจจุปัน ภาพท ี่ 2.9 หอนาฬิกาในสวนลุมพินี
25 จึงนับได้ว่าการจัดนิทรรศการในโลกเกิดข ึ้ นมาจากการแสดงสินค้านอกเหนือการจัดแสดงใน พิพิธภัณฑ์ต่างๆโดยนิทรรศการสําคัญคือนิทรรศการ Expo ซึ่งมีต้นกําเนิดมาจากประเทศอังกฤษสําหรับ ในประเทศไทยมีในรัชกาลเกิดข ึ้นในสมัยรัชกาลท ี่ 5 และส่งเข้าร่วมนิทรรศการ Expo ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่ งเศส และทันสมัยรัชกาลท ี่ 6 มีพระบรมราชวังนิสัยให้จัดนิทรรศการข ึ้ นช ื่ อว่าสยามรัฐ พิพิธภัณฑ์เป็นนิทรรศการที่มีลักษณะการแสดงสินค้าเหมือนกับนิทรรศการ Expo แต่ถูกยกเลิกไป เน ื่ องจากสวรรคต ดังน ั้ นจึงทําให้เห็นว่าประเทศไทยมีวิวัฒนาการของการจัดนิทรรศการในระยะใกล้ เคียงกับนานาอารยประเทศ 2. ความหมายของนิทรรศการ โดยทั่วไปแล้วนิทรรศการศิลปะนั้นเป็นส่วนหน ึ่ งของศาสตร์ในสาขาการจัดนิทรรศการซ ึ่งเป็น วิธีการหลักในการจัดแสดงหรือนําเสนอผลงานศิลปะ เม ื่ อพิจารณาความหมายของนิทรรศการแล้วจึง ค่อยระบุถึงความเฉพาะของนิทรรศการศิลปะ ดังเสนอความหมายของนิทรรศการในแง่ต่างๆ ดังน ี้ จันทรา มาศสุพงศ์ (2540, น.2) ให้ความหมายของนิทรรศการ นิทรรศการเป็นส ื่อในเรื่ องราว ข้อมูลท ี่เป็นประโยชน์หรือให้การศึกษาแก่ผู้ชมในรูปของสื่อประสมที่มีผู้จัดได้พิจารณาเลือกสรรแล้วว่า เหมาะกับเน ื้ อหาสาระที่จัดแสดงโดยคํานึงถึงองค์ประกอบทางศิลปะและวิธีการนําเสนอในรูปของงาน กราฟิก และวัสดุสามมิติที่ทําให้ผู้ชมถึงพอใจแม้นิทรรศการจะจัดแสดงเน ื้อหาสาระได้กว้างขวางแต่ก็มี ทิศทางการจัดแสดงท ี่ สอดคล้องผสมกลมกลืนกัน นิทรรศการเป็นกระบวนการส ื่ อสารที่นําเสนอ ข้อเท็จจริง ทรรศนะ ความคิดหรือประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพในการสื่ อสารและจดจําได้นาน นอกจากนี้ยังได้ให้ความหมายของการจัดนิทรรศการเพ ื่อประชาสัมพันธ์ว่าหมายถึง การจัด แสดงผลงานของหน่วยงานสถาบันต่างๆเพ ื่ อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้หรือรายละเอียดข้อเท็จจริง ต่างๆเก ี่ ยวกับสถาบันในรูปแบบต่างๆเพ ื่ อสร้างความเข้าใจระหว่างสถาบันกับประชาชนโดยส่วนใหญ่ มักจะเป็นการรณรงค์ส่งเสริมป้องกันเพ ื่ อสร้างภาพลักษณ์ให้หน่วยงานน ั้นเป็นหน่วยงานเพ ื่ อมวลชน อย่างแท้จริง วัฒนะ จูฑะวิภาต (2542, น.1) ได้ให้ความหมายของนิทรรศการว่า เป็นการจัดนําเอา ภาพถ่าย ภาพเขียนสถิติแผนภูมิหรือวัสดุกราฟิกต่างๆได้แก่ของจริง หุ่นจําลอง หรือ โสตทัศนูปกรณ์บางประเภท เช่น ภาพยนตร์ภาพนิ่ง มาจัดแสดงพร้อมคําบรรยายประกอบ การอภิปรายการสาธิตในเรื่ องต่างๆท ี่ น่าสนใจหรือกําลังอยู่ในความสนใจของกลุ่มประชาชนที่ เลือกมาเป็นเป้าหมาย อิทธิพันธ์พัฒนานุพงษ์ (2549, น.75) ความหมายของนิทรรศการในแง่มุมของการจัดแสดง สินค้าว่านิทรรศการ คือ การแสดงให้ความรู้แสดงโชว์สินค้าและการศึกษาอาจจะมีผู้บรรยายให้ฟังหรือ แสดงโดยอธิบายเป็นเร ื่ องราวด้วยตัวของเน ื้ อนิทรรศการเองการจัดสามารถทําได้ทั้งภายในและภายนอก อาคารซ ึ่งประกอบไปด้วยท ั้ งของจริงส ิ่ งจําลองภาพถ่ายแผ่นอธิบายและแผนภูมิต่างๆนําออกมาแสดง
26 โดยมีการวางแผนจัดเตรียมอย่างเป็นระบบให้ผู้ชมเข้าชมได้ง่ายและผู้ชมรับรู้ข้อมูลได้โดยง่ายและสร้าง ความประทับใจ จันทรา มาศสุพงศ์ (2540, น.148) ได้กล่าวถึงนิทรรศการทางศิลปะ ว่าเป็นการแสดง นิทรรศการทางศิลปะทักษะการที่ถ่ายทอดผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของ ศิลปินสู่ประชาชนหรือ ผู้ชม โดยส่วนใหญ่มักจะจัดในหอศิลป์มีทั้งรูปแบบที่เป็นนิทรรศการถาวรและนิทรรศการช ั่ วคราว มี ผู้ชมท ี่เป็นลักษณะกลุ่มเฉพาะ จากความหมายของนิทรรศการและนิทรรศการศิลปะที่ ยกมาน ั้ นสรุปความหมายของ นิทรรศการศิลปะได้ดังน ี้นิทรรศการศิลปะ หมายถึง การนําเสนอผลงานศิลปะทั้ งวิจิตรศิลป์และ ประยุกต์ศิลป์มาจัดแสดงพร้อมคําบรรยายประกอบ และกิจกรรมการสาธิตในเรื่ องต่างๆที่สําคัญและ น่าสนใจแก่กลุ่มเป้าหมายเพ ื่ อถ่ายทอดผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของ ศิลปินสู่ประชาชนหรือผู้ชม นิทรรศการ กับคําภาษาอังกฤษว่า Exhibition ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคําว่า การจัดแสดง (Display ) และงานมหกรรม Exposition คือ การจัดแสดงหรือ display หมายถึงการจัดแสดงส ิ่ งของ เคร ื่องใช้สินค้าต่างๆหรือผลิตภัณฑ์เพ ื่ อการส่งเสริมการขายการจัดแสดงเพ ื่ อส่งเสริมธุรกิจที่ห้างร้าน บริษัทหน่วยงานเอกชน จัดข ึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง วัฒนะ จูฑะวิภาต (2542, น.1-2) ได้เสนอความ แตกต่างของการจัดนิทรรศการและดิสเพลย์ไว้ว่า การจัดนิทรรศการเป็นการนําเสนอแบบสองทาง(Two way communication) ส่วนการจัดดิสเพลย์เป็นลักษณะการส ื่ อสารแบบทางเดียว one way communication ซึ่งมักจะใช้ในงานแถลงข่าวเล่าเร ื่ องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในวงการธุรกิจมีลักษณะ บางอย่างคล้ายกับการจัดนิทรรศการ เช่น การจัดมหกรรมสินค้า (Exposition) การแสดงสินค้า (Trade fair) หรือมุมแนะนําสินค้าต่างๆ (windows show) ส่วน Exposition กิจกรรมการแสดงที่มีขนาดใหญ่ ทําการในระดับนานาชาติมีการเตรียมการ ไว้ล่วงหน้ามีบุคลากรจํานวนมากในการดําเนินงานและมักจะ จัดแสดงในพื้ นท ี่ขนาดใหญ่หรือต่อเน ื่ องกันเป็นระยะเวลายาวนาน 3. ประเภทของนิทรรศการศิลปะ การแบ่งประเภทของนิทรรศการนั้น แบ่งประเภทได้หลายลักษณะ คือ นิทรรศการสามารถแบ่ง ประเภทตาม สถานท ี่ ความคงทนถาวร หรือ จุดมุ่งหมาย ได้ดังน ี้ 1) ประเภทนิทรรศการแบ่งตามสถานท ี่ ได้แก่ นิทรรศการกลางแจ้ง และนิทรรศการในอาคาร - นิทรรศการกลางแจ้ง (Outdoor exhibition) หมายถึง การจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ ที่มี กลุ่มผู้เข้าร่วมและมีอาคารอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมักจะใช้เป็นเต็นท์ศาลา หรือปะรํา เป็นการจัดนิทรรศการท ี่ อาจจะมีผู้เข้าร่วมมาจํานวนมาก
27 - นิทรรศการภายในอาคาร (Indoor exhibition) หมายถึง เป็นการ ที่มีกลุ่มเป้าหมายจํานวน จํากัดตามลักษณะของพ ื้ นท ี่โดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของห้องโถงที่มีอาคารโลกกว้าง 2) ประเภทนิทรรศการแบ่งตามลักษณะของความคงทนถาวร จันทรา มาศสุพงศ์ (2540, น.11-12) และ วัฒนะ จูฑะวิภาต (2542, น.2-5) ได้เสนอประเภท นิทรรศการแบ่งตามลักษณะของความคงทนถาวร สรุปได้ดังน ี้ - นิทรรศการถาวร (Permanent exhibition ) เป็นการจัดนิทรรศการที่มีเน ื้ อหาเร ื่ องราวท ี่ แน่นอนชัดเจนส่วนใหญ่มักจะเป็นเร ื่องราวประวัติศาสตร์หรือความเป็นมามีผู้ชมหรือผู้เข้ามาศึกษาเป็น กลุ่มเป้าหมายท ี่ แน่นอนชัดเจน ตัวอย่างเช่น นิทรรศการที่จัดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จัดิทรรศการเร ื่องประวัติศาสตร์ชนชาติไทยเป็นนิทรรศการถาวรประจําเน ื่องจากเป็นสถานที่ที่คนไทย และนักท่องเท ี่ ยวชาวต่างชาติได้เข้าชมและศึกษาเร ื่องราวของคนไทย ดังภาพท ี่ 2. ภาพท ี่ 2.10 ห้องก่อนประวัติศาสตร์นิทรรศการถาวรในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร - นิทรรศการช ั่ วคราว (Temporary exhibition) เป็นลักษณะการจัดแสดงข ึ้นในลักษณะ เน ื้ อหาเร ื่ องราวที่ทันกับเหตุการณ์หรือเป็นการรวบรวมในลักษณะเฉพาะกิจ อย่างทันทีทันใดบางครั้ง อาจมีลักษณะคล้ายคลึงกับการ display ตัวอย่างเช่น นิทรรศการที่จัดข ึ้นในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เป็นสถานที่จัดนิทรรศการเร ื่ องต่างๆ ไปตามช่วงเวลา ดังภาพท ี่ 2.11
28 ภาพท ี่ 2.11 นิทรรศการชั่วคราวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร - นิทรรศการหมุนเวียน (Travelling exhibition) หมายถึงนิทรรศการที่จัดข ึ้ นเพ ื่ อแสดง หลายๆ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามสถานที่ต่างๆ ให้ผู้ชมในสถานที่ต่างๆได้ชม ตัวอย่างเช่นนิทรรศการ
29 ศิลปกรรมแห่งชาติมีการจัดท ั้ งศูนย์กลางและในส่วนภูมิภาคหมุนเวียนไปจนครบ เพ ื่อให้ประชาชนได้ชม อย่างท ั่ วถึง 3) ประเภทนิทรรศการแบ่งตามจุดมุ่งหมาย - นิทรรศการเพ ื่อการประชาสัมพันธ์นิทรรศการลักษณะน ี้เป็นการจัดนิทรรศการเพ ื่ อการสื่อ ความหมายหรือส ิ่ งเร้าหมายจากผู้จัดไปสู่ประชาชนโดยทั่วไปอาจจะมีความรู้แฝงอยู่บ้างเล็กน้อย - นิทรรศการเพ ื่ อการศึกษาเป็นนิทรรศการที่มักจัดเพ ื่ อการเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตรหรือ เน ื้ อหาที่สังคมต้องการสร้างให้กับผู้เรียนมากจะจัดในอาคารหน่วยงานท ี่เป็นสถาบันการศึกษาหรือ มหาวิทยาลัยต่างๆ - นิทรรศการเพ ื่ อการส่งเสริมการขายเป็นนิทรรศการที่จัดข ึ้นโดยห้างร้านบริษัทต่างๆมักจะจัด ขึ้นในสถานที่ที่เป็นโรงแรมและอาคารจัดนิทรรศการในเชิงธุรกิจเพ ื่ อความสะดวกในการประชาสัมพันธ์ หรือส่งเสริมการขายในลักษณะต่างๆเชิงธุรกิจ ประเภทของนิทรรศการแบ่งตามจุดมุ่งหมายและสาระของนิทรรศการในปัจจุบันที่ประชาชนจะ พบเห็นได้ (จันทรา มาศสุพงศ์, 2540, น.11-12) มีดังน ี้ - นิทรรศการเพ ื่อการประชาสัมพันธ์ - นิทรรศการเพ ื่ อการรณรงค์ - นิทรรศการทางวิชาการ - นิทรรศการเพ ื่ อเผยแพร่ข้อมูลของสถาบันต่างๆ - นิทรรศการทางวัฒนธรรม - นิทรรศการทางศิลปะ - นิทรรศการทางธุรกิจ - นิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ - นิทรรศการทางประวัติศาสตร์ จากท ี่ กล่าวถึงประเภทของนิทรรศการข้างต้นสามารถแบ่ง ประเภทของนิทรรศการศิลปะ ได้ 2 ประเภท 1) นิทรรศการถาวรเป็นนิทรรศการที่จัดข ึ้นในระยะเวลายาวนานหลายปีไม่ค่อยมีการ เปลี่ยนแปลงอาจจะมีการปรับปรุงบ้าง นิทรรศการช ั่วคราวเป็นการจัดนิทรรศการข ึ้นในระยะเวลาสั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลักษณะนิทรรศการที่มีเน ื้ อหาน้อยเพ ื่ อนําเสนอข้อมูลท ี่ไม่มากและใช้พื้นท ี่ หรือ สถานที่ต่างๆไม่เป็นสถานท ี่ เฉพาะ สร้างข ึ้ นสําหรับการจัดนิทรรศการนั้น 2) นิทรรศการหมุนเวียนเป็นนิทรรศการที่จัดข ึ้นไปตามสถานที่ต่างๆ เพ ื่อให้เข้าถึงผู้ชม นิทรรศการน ั้ นสามารถเคล ื่ อนย้ายส ิ่ งของต่างๆท ี่เป็นส ื่อได้ง่ายสะดวกเน ื้อหาจะเปลี่ยนแปลงไปตามหัว เร ื่ องหรือช่วงเวลาที่จัดข ึ้นโดยส่วนใหญ่จะจัดข ึ้ นตามภูมิภาคต่างๆของประเทศเพื่ อสร้างความคุ้มค่าใน ตัวนิทรรศการที่จะเข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด
30 สําหรับในโรงเรียนแล้วการจัดนิทรรศการทางศิลปะมีหลายประเภทซึ่ งแบ่งตามขนาดและสถาน ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก ดังน ี้ นิทรรศการระดับห้องเรียนหมายถึง การจัดแสดงผลงานของนักเรียนที่ป้ายนิเทศในห้องเรียน สามารถทําได้ในชั้ นเรียนหรือนําผลงานท ี่ สร้างจากหน่วยการเรียนออกมาสร้างเป็นนิทรรศการซ ึ่ งจะทํา ได้หลายระยะส ั้นภายในชั่วโมง หรือถ้าเป็นการแสดงผลงานเด่นก็สามารถจัดเป็นปีรูปแบบนิทรรศการก็ เป็นแบบง่ายไม่มีรูปแบบชัดเจน นิทรรศการระดับช ั้ นเดียวกันหมายถึง การจัดนิทรรศการนําผลงานของเด็กมารวมกันประเมิน แล้วนําเสนอออกมาเป็นการจัดแสดงซ ึ่ งอาจจะการมีจัดทําการเรียนการสอนศิลปวิจารณ์ควบคู่ไปด้วย หรือ อาจจะมีการจัดประกวด รวมถึงให้มานําเสนอความซาบซ ึ้ งต่องานประกอบไปด้วยก็ได้รูปแบบการ ดําเนินการจัดนิทรรศการน ี้เป็นแบบก ึ่งเป็นทางการคือมีการประชาสัมพันธ์มีพิธีเปิดง่าย ๆ หรือมีสูจิ บัตรก็สามารถทําประกอบได้ นิทรรศการระดับโรงเรียนหมายถึง การจัดแสดงผลงานศิลปะที่นําเสนอผลงานของเด็กทุกช ั้นใน โรงเรียน เป็นรูปแบบที่เป็นทางมีการประชาสัมพันธ์มีพิธีเปิดง่าย หรือมีสูจิบัตรรวมถึงมีกิจกรรมต่าง ๆ ควรมีการนําเสนองานในลักษณะศิลปวิจารณ์และความซาบซึ้ง ต่อผลงานหรือมีการจัดประกวด ทักษะทางศิลปะก็จะเป็นเวทีในการแสดงออกให้กับเด็กได้ดี สรุป นิทรรศการคือการจัดแสดงผลงานในลักษณะต่างๆท ั้ งต่อวัตถุแนวคิดวิธีการหรือกระบวนการ ต่างๆ เพ ื่อให้ผู้คนได้เข้าชมสร้างความรู้และความบันเทิงใจรวมถึงความครอบคลุมถึงการจัดนิทรรศการ แสดงสินค้าในเชิงธุรกิจโดยนิทรรศการที่ถูกบันทึกไว้คร ั้ งแรกที่จัดในประเทศอังกฤษตรงกับรัชสมัย รัชกาลท ี่ 4 ของประเทศไทยคือนิทรรศการท ี่เป็นต้นกําเนิดของ เอ๊กซโปร และในประเทศไทยรัชกาลท ี่ 6 ทรงดําริให้มีการจัดงานในลักษณะน ี้ คร ั้ งย ิ่งใหญ่ที่สวนลุมพินีและถูกบันทึกไว้ในหนังสือช ื่ อสยามรัฐ พิพิธภัณฑ์คร ั้ งสมัยรัชกาลท ี่ 7 สําหรับประเภทของวิชาการมีวิธีการแบ่งตามวัตถุประสงค์สถานที่จัดใน ลักษณะต่างๆหากท ี่ เราคุ้นเคยกันดีได้แก่นิทรรศการถาวรนิทรรศการช ั่ วคราวและนิทรรศการหมุนเวียน นอกจากน ั้ นยังมีประเภทของราชการอีกหลายรูปแบบซึ่ งมีความสัมพันธ์กับพิพิธภัณฑ์เพราะส่วนใหญ่ พิพิธภัณฑ์จําเป็นต้องมีการจัดการเพ ื่อให้ความรู้แก่ผู้คนท ี่ เข้าไปชมและเรียนรู้ คําถามทบทวน 1. ความเป็นมาของนิทรรศการครั้งแรกในชาติตะวันตกเกิดข ึ้นในสมัยใดที่ประเทศใด 2. นิทรรศการท ี่ปรากฏหลักฐานจัดข ึ้นในประเทศไทยในช่วงรัชสมัยรัชกาลท ี่ 4 5 และ 6 มี นิทรรศการในลักษณะใดบ้าง 3. จงสรุปความหมายของนิทรรศการ 4. จงอธิบายถึงประเภทของรัชกาลท ี่ แบ่งตามสถานที่จัดแสดง 5. จงอธิบายถึง ประเภทของนิทรรศการที่แบ่งตามช่วงเวลา
31 เอกสารอ้างอิง ภาษาไทย จันทรา มาศสุพงศ์. (2540). หลักนิทรรศการ.กรุงเทพฯ:โอ เอสพร ิ้ นติ้ง เฮ้าส์. วัฒนะ จูฑะวิภาค. (2542). ศิลปะการจัดนิทรรศการ.กรุงเทพฯ:สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.(2562).นิทรรศการโลก. [ออนไลด์] เข้าถึงเมื่อ11กรกฎาคม 2562 เข้าถึงจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/งานนิทรรศการโลก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.(2562).หอไอเฟล. [ออนไลด์] เข้าถึงเมื่อ11กรกฎาคม 2562 เข้าถึงจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/หอไอเฟล อิทธิพันธ์ พัฒนานุพงษ์. (2550). การจัดการแสดงสินค้า.กรุงเทพฯ:เอเชียดิจิตอลการพิมพ์. เอนก นาวิกมูล. (2543) “ร. 5 ทรงบัญชาการ ส่งของไปร่วมแสดงในงาน EXPO ปี 1900 ที่ปารีส อย่างไร”, ศิลปวัฒนธรรม. เมษายน พ.ศ. 2543
32
บทท ี่ 3 หลักการจัดพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สําคัญอย่างหน ึ่ งที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาของ ชาติการจัดต ั้ งพิพิธภัณฑ์เร ิ่ มต้นจาก การหาแนวคิด ซึ่งเป็นตัวกําหนด ทางวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์และรูปแบบของพิพิธภัณฑ์รวมถึงส่วนต่างๆที่ทําให้เกิดความน่าสนใจ เพ ื่อเป็นแหล่งศึกษา หาความรู้ การจัดการวัตถุสะสม ซึ่งเป็นงานสําคัญโดยเฉพาะอย่างย ิ่ งจากพิพิธภัณฑ์ที่เน้นศิลปะ โบราณวัตถุการจัดแสดง เป็นส ิ่ งของที่นํามาเรียบเรียงร้อยต่อไปนี้จัดการเร ื่องราวให้ผู้คนได้เข้าศึกษาชม แต่ด้วยความความรู้อย่างถูกต้อง และการจัดกิจกรรมและบริการ เป็นส่วนสุดท้าย เพ ื่อให้ทุกคนได้เข้า มาศึกษาเรียนรู้ทั้งงานนําชมรวมถึงการเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบต่างๆท ั้ งกิจกรรมปกติและกิจกรรม พิเศษดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ โครงการสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2551) ได้กําหนดงานหรือหน้าท ี่ ของพิพิธภัณฑ์ไว้ 1) การแสวงหาและรวบรวม 2) การตรวจสอบ จําแนกประเภท การศึกษาค้นคว้าวิจัย 3) การบริหารจัดการวัตถุพิพิธภัณฑ์ (การจัดทําทะเบียน การ อนุรักษ์ การจัดเก็บ การเล่าเร ื่ อง การจัดแสดง การบริการการศึกษา และการรักษาความปลอดภัย) ซึ่งในที่มีจะขอนําเสนอหน้าท ี่ บางงานและนํามาวิเคราะห์ให้สะดวกต้องการทํางานเชิงศิลปศึกษา ดังน ี้ 1. การหาแนวคิด โดยส่วนใหญ่แล้วการได้มาซ ึ่ งแนวคิดในการจัดต ั้ งพิพิธภัณฑ์เกิดข ึ้ นจาก การรวบรวมและ กําหนดวัตถุประสงค์ขึ้น เพ ื่อให้มีภารกิจและหน้าท ี่ สอดคล้อง กลับแนวคิดต่าง ๆ และแนวคิดมักจะ ปรากฏใน รูปแบบต่างๆท ั้ งนิทรรศการตัวอาคารสถานท ี่ หรือกิจกรรมต่างๆโดยที่ การกําหนดแนวคิด ตามวัตถุประสงค์นั้นประกอบไปด้วยหลักการดังต่อไปนี้ ภาพท 3.1 ี่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร 1) การเป็นแหล่งรวบรวม สมบัติวัตถุต่างๆ
34 เป็นแนวคิดที่มักจะพบเห็นและแรกเร ิ่ มของการจัดต ั้ งพิพิธภัณฑ์ก็ใช้แนวคิดของการเป็นแหล่ง สะสมศิลปะวัตถุหรือโบราณวัตถุสําหรับการจัดแสดงให้ผู้คนได้เข้าชมแสดงให้เห็นถึงคุณค่าและภูมิ ปัญญาของผู้สร้างและบรรพบุรุษของชนชาตินั้นๆให้เกิดความรักความซาบซ ึ้ งการจัดแสดง สามารถ ตั้งแต่ทําได้อย่างง่ายคือการต ั้ งวาง แบบแบ่งหมวดหมู่และการจัดแสดงท ี่ เรียงร้อยเป็นเร ื่ องราวมีป้าย นิเทศและป้ายส ื่ อสารข้อมูลและรูปภาพเนื้อหาให้ผู้คนได้เข้าศึกษาและเรียนรู้ตัวอย่างเช่นพิพิธภัณฑ์ บ้านเขาย ี่ สาร ที่เป็นแหล่งเก็บรวบรวมศิลปะวัตถุของผู้คน ที่อยู่ในแถบนั้ นต ั้ งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพท 3.2 ี่ การรวบรวมวัตถุในพิพิธภัณฑ์บ้านเขาย ี่ สาร 2) เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล และองค์ความรู้ต่างๆ แนวคิด พิพิธภัณฑ์แบบน ี้มักจะมีรูปแบบของการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆและมี แหล่งสืบค้นท ั้งในรูปแบบเอกสาร หนังสือหรือส ื่ อดิจิตอล ให้ผู้คนได้เข้ามาเรียนรู้และใช้ข้อมูลต่างๆ เพ ื่อให้เกิดประโยชน์และแนวคิดน ี้ เองก็สามารถใช้ผนวกกับแนวคิด ของการเก็บสะสมรวบรวมศิลปวัตถุ ได้อย่างดีเพราะหลายๆคนที่ผ่านจะมีห้องสมุด และข้อมูลต่างๆ ให้ผู้คนได้เรียนรู้ฉันในอดีต และที่กําลัง ดําเนินการจัดแสดงในปัจจุบัน เช่น ห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเพ ื่อให้บุคลากรใน พิพิธภัณฑ์และบุคคลท ั่วไปได้ศึกษาหาความรู้ที่เป็นข้อมูลเฉพาะเก ี่ ยวกับศิลปวัฒนธรรมและ ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย 3) การแสดงออกซ ึ่ งภูมิปัญญาและ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ในลักษณะน ี้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่พบได้มากที่สุดโดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์สถานประจํา ชาติเพราะจะเป็นแหล่งรวบรวมและแสดงภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชนชาตินั้นๆ เพื่อ เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนและเป็นแหล่งท ี่ เผยแพร่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้กับนักท่องเท ี่ ยว
35 ชาวต่างชาติเพ ื่ อแสดงความภาคภูมิใจ และรากเหง้าของคนในชาตินั้น เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมาอันแสดงถึงความเป็นมาของชนชาติไทยในอดีต จนถึงปัจจุบัน ภาพท 3.3 ี่ หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ในลักษณะที่นําเสนอแนวคิดนี้ก็มักจะปรากฏในสถาบันการศึกษา เช่นห้องเก็บ ประวัติของสถาบันการศึกษาต่างๆหรือหอที่เก็บรวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมาของสถาบันการศึกษา นั้นๆเพ ื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และซึมซับเกิดความภาคภูมิใจในการเป็นศิษย์ของสถาบันการศึกษา ดังกล่าว ตัวอย่างเช่นหอเกียรติภูมิจุฬาฯเป็นท ี่ เก็บรวบรวมข้อมูลและส ิ่ งสําคัญในเชิงประวัติศาสตร์และ ความภาคภูมิใจรางวัลต่างๆของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4) การเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ในที่ตั้ง ของโบราณสถานหรือแหล่งอารยธรรม พิพิธภัณฑ์แนวคิดนี้มักจะจัดคู่กับ โบราณสถานหรือแหล่งโบราณคดีหรือแหล่งประวัติศาสตร์ ต่างๆ เพ ื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ยังเก็บสมบัติวัตถุ ที่ขุดค้นได้จากแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์นั้นๆ เท่ากับว่าแหล่งโบราณคดีเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ส่วนตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ก็คือตัวพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงโบราณวัตถุอาคาร ตัวอย่างเช่น อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์หรือ ปราสาทเมืองสิงห์ตัวประสาทเป็นแหล่ง โบราณคดีที่เป็นสมัยที่ผ่านกลางแจ้งและมีอาคาร ศิลปวัตถุ
36 ภาพท 3.4 ี่ การอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์หรือ ปราสาทเมืองสิงห์ 5) การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน เป็นแนวคิดในการจัดต ั้ งพิพิธภัณฑ์ที่เช ื่อมโยงกับ สาขาวิชาต่างๆ ที่จะให้ความรู้ความเข้าใจทั้ง ความรู้ทั่วไปและความรู้เฉพาะศาสตร์สําหรับประชาชน ในการเรียนรู้เป็นขุมทรัพย์และแหล่งเรียนรู้ นอกช ั้ นเรียน ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์แมลง 60 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่สุพรรณที่จัด แมลง พันธุ์ต่างๆ ให้ทุกคนได้เข้าชมเป็นเน ื้ อหาเร ื่ องราวเฉพาะของแมลงและผีเส ื้ อทําให้ความรู้และความ สวยงาม
37 ภาพท ี่ 3.4 พิพิธภัณฑ์แมลง 60 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากท ี่ กล่าวมาแนวคิดในการจัดต ั้ งพิพิธภัณฑ์นั้น เกิดข ึ้นได้ตามภารกิจหลักต่างๆท ั้ งการเก็บ สะสม การจัดแสดงและการให้ความรู้ซึ่ง เม ื่ อกําหนดแนวคิดแนวทางแล้วผลท ี่ปรากฏออกมาคือ ประเภทของพิพิธภัณฑ์และการใส่แนวคิดเน ื้อหาลงไปในนิทรรศการของการจัดแสดง การ การสร้างตัว อาคาร เพ ื่ อส ื่ อแสดงแนวคิด นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ยังสามารถให้เป็นแหล่งสร้างความบันเทิงใจกับผู้เข้า ชมเพ ื่อให้เกิดความรู้และความสนุกสนานไปด้วยในตัว ซึ่งในรูปแบบนี้มักจะออกมากับการจัดแสดงใน รูปแบบปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมโดยใช้เคร ื่ องมือและเทคโนโลยีต่างๆ 2. การจัดการวัตถุสะสม บทบาทหน้าที่นี้เป็นส ิ่ งสําคัญอย่างย ิ่งในการจัดทําพิพิธภัณฑ์การหาและรวบรวมมาสะสมเพื่อ เป็นการสร้างองค์ความรู้จะทําให้พิพิธภัณฑ์เกิดอัตลักษณ์องค์ความรู้ใหม่ๆและได้ผู้เข้าชม ที่มีความ สนใจในเรื่ องน ั้ นมาเข้าชมเพ ื่ อแสวงหาความรู้อย่างต่อเน ื่ อง 1 ) การแสวงหาและสะสมเปนส็ ิ่ งแรกของการทํางานในกระบวนการนี้ซึ่งวิธีการรวบรวมอาจ แบ่งเป็นหลายแนวทาง ได้แก่การรวบรวมจากการขุดค้น ทางโบราณคดีทั้งบนดิน ใต้น้ํา หรือในอวกาศ การรับบริจาค และการซ ื้ อหรอแลกเปล ื ี่ ยน 2) การตรวจสอบ วิเคราะห์และวิจัย เม ื่อได้วัตถุต่างๆมาเรียบร้อยแล้วนําข้อมูลท ั้ งหลายมาตรวจสอบเทียบเคียงหากมีวัตถุหลายชิ้น จําเป็นอย่างย ิ่ งท ี่ จะต้องทําการวิเคราะห์จําแนกประเภทของวัตถุเพ ื่ อการจัดหมวดหมู่ในการเก็บรักษา และทําการศึกษาวิจัย ซึ่งหน้าที่นี้ผู้ทําหน้าท ี่ เรียกว่า ภัณฑารักษ์เพ ื่อรอให้ข้อมูลมีความ พร้อมก่อนที่จะ
38 นําเสนอให้แก่ประชาชน จึงต้องมีการศึกษารวบรวมไว้อยู่ในระดับหน ึ่ งก่อนทําหน้าที่จัดแสดง ในลําดับ ต่อไป 3) การจัดทําทะเบียนข้อมูลวัตถุ เป็นการกําหนดตัวเลขหรือรหัสต่างๆของวัตถุลงไปในระบบสมุดบันทึกหรืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และการบันทึกข้อมูลรายละเอียดของวัตถุต่างๆเพ ื่ อการนําไปใช้ในการศึกษาวิเคราะห์หรือการจัดแสดง ส่วนวัตถุที่ยังไม่ได้นําไปจัดแสดงน ั้ นจะเก็บอยู่ในคลังของพิพิธภัณฑ์เพ ื่ อท ี่ จะนําไปใช้ในวัตถุประสงค์ ต่างๆ 4) การรักษาสภาพและการอนุรักษ์ หมายถึงการจัดเก็บให้ตัววัตถุและศิลปะต่างๆมีความสามารถในการอยู่ได้ยืนยาวตามอายุขัย โดย อาจต้องมีนักวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วม ศึกษาข้อมูลต่างๆเหล่าน ี้ เพ ื่ อการจัดเก็บด้วยเช่นการฉีดยา กําจัดแมลงหรือป้องกันแมลงการควบคุมความช ื้ นหรืออุณหภูมิควบคุมแสงสว่าง ทั้งน ี้ การจัดทํา ทะเบียนวัตถุยังต้องครอบคลุมถึงการบรรจุหีบห่อและการจัดวางเพ ื่อป้องกันความช ื้ นหรือความเสียหาย จากธรรมชาติต่างๆ ตัวอย่างเช่นการเก็บรักษาเรือไวกิ้ งที่มีการควบคุมความช ื้นให้ใกล้เคียงกับ สภาพเรือท ี่ จมอยู่ใน ท้องทะเล ในพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง กรุงออสอบนด์ประเทศนอร์เวย์ ภาพท ี่ 3.5 พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง ประเทศนอร์เวย์ ที่มา :https://www.visitoslo.com จะเห็นได้ว่า หน้าที่สําคัญ ของการ รวบรวมสะสมผลงาน ไม่ใช่แค่สิ้นสุดแค่การได้มาซ ึ่ งวัตถุ สิ่งของหากต้อง ยังรู้จักเก็บรักษาจัดรวบรวมทําทะเบียน และทําการศึกษาข้อมูลต่างๆเพ ื่ อการอนุรักษ์ รวมถึงการรักษาส ิ่งของในการเคลื่ อนย้ายไปจัดแสดงที่ต่างๆเพ ื่ อรักษาส ิ่ งของหรือสมบัติวัตถุนั้นให้คง คุณค่าไปกับพิพิธภัณฑ์และอนุชนรุ่นหลังอย่างยาวนานต่อไป