11/07/68 วศธ.ทส. 19โครงสร้างทางแบบใช้หินโรยทาง(Ballasted Track)ที่มา : Railway Management and Engineeringที่มา : Railway Transportation Systems: Design, Construction and Operationที่มา : The Railway Track and Its Long Term Behaviour : A Handbook for a Railway Track of High Qualityที่มา : Railway Track Engineering2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)11/07/68 วศธ.ทส. 20รูปตัดทั่วไปของทางรถไฟชนิดใช้หินโรยทาง(Typical Cross-section)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)40520ชั้นรองใต้หินโรยทาง (Sub-ballast) 30 เซนติเมตร 95% ST P.D.55 65 40 200 40 65 55หมอนรองรางหินโรยทางใต้หมอน (Ballast) 30 เซนติเมตร4% 4%50 40ชั้นคันทาง (Subgrade) 30 เซนติเมตร 90% ST P.D. พื้นดินเดิม (Ground Surface) 25 เซนติเมตร 90% ST P.D.บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 51/295
11/07/68 วศธ.ทส. 21ทางถาวร (Permanent Way)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยทางถมทางตัด• ทาง หมายความว่า ทางรถไฟ• ทางถาวร คือ ทางรถไฟที่วางเสร็จแล้วเป็นการถาวร ซึ่งวางอยู่บนหลังถนน ยังรวมความถึง ราง ประแจ ทางตัดผ่าน เครื่องยึดเหนี่ยว เครื่องประกอบราง หมอนชนิดต่างๆและหินโรยทาง• ไม่ใช่ทางชั่วคราว ที่วางไว้ส าหรับล าเลียงวัสดุ หรือ ทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแสดงรูปทางถมแสดงรูปทางตัด ทางครึ่งถม ครึ่งตัดรางเครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนรางรางหินโรยทางTrack Structure = ราง+เครื่องยึดเหนี่ยว+หมอนFormationPermanent way =ราง+เครื่องยึดเหนี่ยว+หมอน + หินโรยทาง2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)11/07/68 วศธ.ทส. 22รูปตัดทั่วไปของทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ชนิดใช้หินโรยทาง(Typical Cross-section of Red Line)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 52/295
11/07/68 วศธ.ทส. 23รูปตัดทั่วไปของทางรถไฟความเร็วสูง ชนิดใช้หินโรยทาง(Typical Cross-section of High Speed Railway)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)11/07/68 วศธ.ทส. 24รูปตัดทั่วไปของทางรถไฟความเร็วสูง ชนิดใช้หินโรยทาง(Typical Cross-section of High Speed Railway)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 53/295
11/07/68 วศธ.ทส. 25แบบก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ชนิดใช้หินโรยทาง(Construction Drawing of High Speed Railway)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)11/07/68 วศธ.ทส. 26แบบก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ชนิดใช้หินโรยทาง(Construction Drawing of High Speed Railway)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 54/295
11/07/68 วศธ.ทส. 27ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย2. โครงสร้างทางรถไฟแบบหินโรยทาง (Ballasted Track) แบบก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ และสายบ้านไผ่– นครพนม3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)11/07/68 วศธ.ทส. 28บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 55/295
ประเภททางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track Type) 11/07/68 วศธ.ทส. 293. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)Ballastlesss Track1. แบบมีจุดรองรับไม่ต่อเนื่อง (On supporting Point)1.1 มีหมอนรองรับ (with sleeper)หมอนฝังในคอนกรีต (Inserted)วางบนพื้นคอนกรีตหรือวัสดุรองรับ (Laid-on)1.2 ไม่มีหมอนรองรับ (without sleeper)หล่อส าเร็จ (Prefabricated)หล่อในที่บนพื้นคอนกรีตหรือโครงสร้าง (Monolithic)2. แบบมีจุดรองรับต่อเนื่อง (Continuous supporting)2.1 แบบฝังราง (Embedded rail)2.2 ล๊อคหรือหนีบ(Clamped)ที่มา Lichtberger (2011) Track Compendium95% นิยมใช้ทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track / Slab Track) 11/07/68 วศธ.ทส. 30Slab Track จะแตกต่างจาก Ballast Track ตรงที่จะเปลี่ยนชั้นดินคันทาง (Subgrade) ไปเป็นพื้นคอนกรีต (Concrete Road-bed) ในส่วนของชั้นรองใต้หินโรยทาง (Sub-ballast) จะเปลี่ยนเป็นการเทคอนกรีตเพื่อเชื่อมกับตัวหมอนรถไฟ (Concrete Sleeper)3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 56/295
Ballastless Trackแบบหมอนฝังในคอนกรีต (Inserted) 11/07/68 วศธ.ทส. 31SLAB TRACK (Rheda 2000)3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ที่มา SLAB TRACK (Rheda Sengeberg & Rheda 2000) : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveldทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track / Slab Track) 11/07/68 วศธ.ทส. 32Rheda 2000 (Germany)(High Speed Line)3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 57/295
Ballastless Trackแบบหมอนฝังในคอนกรีต (Inserted) 11/07/68 วศธ.ทส. 33SLAB TRACK (Züblin)3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad EsveldBallastless Trackแบบวางบนพื้นคอนกรีตหรือวัสดุรองรับ (Laid-on)11/07/68 วศธ.ทส. 343. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad EsveldStructures with asphalt-concrete roadbedบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 58/295
Ballastless Trackแบบหล่อส าเร็จ (Prefabricated)11/07/68 วศธ.ทส. 353. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveldพื้นลอย (Floating Slab) นิยมใช้รถไฟใต้ดิน (Underground)Shinkansen slab trackทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track / Slab Track) 11/07/68 วศธ.ทส. 36แบบหมอนคอนกรีตฝังในแผ่น Slab J – Slab (Japan)3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 59/295
Ballastless Trackแบบฝังราง (Embedded rail)11/07/68 วศธ.ทส. 373. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveldทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track / Slab Track) 11/07/68 วศธ.ทส. 38Concrete Plinth (ไม่เหมาะกับรถไฟความเร็วสูง) Slab Track ผิวเสมอถนน3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 60/295
ทางรถไฟไฟฟ้าสายสีแดง แบบไม่มีหินโรยทาง (Red Line’s Ballastless Track / Slab Track) 11/07/68 วศธ.ทส. 39Slab Track ทางตรง Slab Track ทางโค้งที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทย3. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ทางรถไฟความเร็วสูง แบบไม่มีหินโรยทาง (HSR’s Ballastless Track / Slab Track) 11/07/68 วศธ.ทส. 403. โครงสร้างทางรถไฟแบบไม่มีหินโรยทาง (Ballastless Track)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 61/295
4. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 41เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก(Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 424. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge) เขตโครงสร้าง (Structural Gauge) คือ ขอบเขตของโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ เช่น สะพาน อุโมงค์ และสถานี ชานชาลา, อุปกรณ์ข้างทาง, และสายไฟฟ้า เป็นต้น ที่ห้ามรุกล้ าเข้าไปในพื้นที่ทางรถไฟ เพื่อให้มั่นใจว่ารถไฟสามารถวิ่งผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดการชนหรือความเสียหาย เขตย่านพาหนะ (Vehicle Gauge) คือ ระยะของตัวรถไฟมากสุดที่ยอมให้รถไฟผ่านได้ เช่น รถจักร รถโดยสาร รถสินค้า เป็นต้น ซึ่งทั่วไปมักจะเล็กกว่าเขตบรรทุก เขตบรรทุก (Loading Gauge) คือ ก าหนดขนาดสูงสุดและความกว้างของรถไฟ และน้ าหนักบรรทุกที่สามารถวิ่งผ่านโครงสร้างต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดการชนหรือความเสียหาย ระยะห่าง (Clearance) คือ ระยะห่างระหว่างเขตโครงสร้างและเขตบรรทุกเพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่รถไฟเคลื่อนที่ด้วยความเร็วหรืออยู่ในเส้นทางโค้ง ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยLoading gauge, vehicle gauge and clearanceที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveldบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 62/295
ระยะห่างของเส้นทางรถไฟ(Clearance of a railway line) 11/07/68 วศธ.ทส. 434. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)Normal clearance (structure gauge)Multitrack sections. Clearance around the rail trackที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveldระยะห่างของเส้นทางรถไฟ(Clearance of a railway line) 11/07/68 วศธ.ทส. 444. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)Catenary systems (structure gauge) 4 track cross sectionsที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveldบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 63/295
เขตโครงสร้างและเขตบรรทุกของ รฟท.(SRT’s Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 454. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge) เขตโครงสร้าง (Structural Gauge เขตบรรทุก(Loading Gauge) ระยะห่าง(Clearance)เขตโครงสร้างและเขตบรรทุกโดยทั่วไปของ รฟท.ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยเขตโครงสร้างและเขตบรรทุกของ รฟท.(SRT’s Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 462. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)เขตโครงสร้างและเขตบรรทุกส าหรับอุโมงค์ (Tunnel) เขตโครงสร้างและเขตบรรทุกส าหรับทางรถไฟยกระดับ (Viaduct)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยเขตโครงสร้างและเขตบรรทุกส าหรับโครงการก่อสร้างของ รฟท. บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 64/295
เขตโครงสร้างและเขตบรรทุกของ รฟม.(MRT’s Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 474. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)เขตโครงสร้าง (Structural Gauge)โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูน – ราษฎร์บูรณะเขตโครงสร้างและเขตบรรทุกของ รถไฟฟ้า BTS(BTS’s Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 484. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 65/295
เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก รถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น(HSR’s Structural & Loading Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 494. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)Rolling Stock Gauge (Loading Gauge) Construction Gauge (Structure Gauge)Wide Body mmGeneral 7,700Tunnel and OH Bridge 6,450Body Section width 4,400Platform level (Pass) 3,580Platform (No Pass) 3,500(Additional 10mm both side)เขตโครงสร้างของรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ - หัวหิน(HSR’s Structural Gauge)11/07/68 วศธ.ทส. 504. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 66/295
เขตทางรถไฟ(Right of way; ROW.)11/07/68 วศธ.ทส. 514. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยเขตทางรถไฟแบบเต็มรูปแบบ(Right of way; ROW.)11/07/68 วศธ.ทส. 524. เขตโครงสร้างและเขตบรรทุก (Structural & Loading Gauge)ที่มา: การรถไฟแห่งประเทศไทยMaintenance & Emergency Area for (1) Safety Zone (2) Maintenance Area (3) Future Sub-Station & Electrification (4) Accident Removal and Reconstruction (5) Passenger Evacuationบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 67/295
5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)11/07/68 วศธ.ทส. 53องค์ประกอบของโครงสร้างทาง(Track Structure Components)11/07/68 วศธ.ทส. 54องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทางแบบใช้หินโรยทาง ประกอบด้วย รางเหล็ก (Rails) หมอน (Sleepers หรือ Ties) เครื่องยึดเหนี่ยวราง (Fasteners) หินโรยทาง (Ballast) ฐานถนน หรือคันทาง (Subgrade, Formation หรือ Embankment)5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 68/295
มาตรฐานงานโยธาทางรถไฟ11/07/68 วศธ.ทส. 55 มาตรฐานด้านงานออกแบบ เกณฑ์การออกแบบ, Major Rules มาตรฐานด้านวัสดุทาง รางเหล็ก เครื่องยึดเหนี่ยวราง, เครื่องประกอบราง หมอนรองราง ประแจ หินโรยทาง แผ่นปูทางผ่านเสมอระดับและอื่นๆ มาตรฐานด้านงานก่อสร้าง มาตรฐานด้านงานซ่อมบ ารุง5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)มาตรฐานวัสดุทาง11/07/68 วศธ.ทส. 56วัสดุ มาตรฐานรางเหล็ก (BS 100A)รางเหล็ก (EN 54E1, EN 60E1)SRT, UIC 860-O (1986)BS EN 13674-1เครื่องยึดเหนี่ยวราง SRT, ASTM, BS, ISO, UIC, ENจานรองราง SRTสลักเกลียว, แป้นเกลียว, แหวนสปริง SRT, TISเหล็กประกับราง SRTรางประสาน SRTหมอนรองราง SRT, ACI, AREMA, TISประแจ SRT, AS, ASTM, BS, ISO, UICหินโรยทาง SRT, ASTM, BSวัสดุรองหินโรยทางและคันทาง ASTM, DOHแผ่นปูทางผ่านเสมอระดับ SRT, ASTM5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 69/295
มาตรฐานงานทางรถไฟในแต่ละประเทศ11/07/68 วศธ.ทส. 57• AREA, AREMA มาตรฐานของอเมริกา• BS มาตรฐานของอังกฤษ• EN มาตรฐานของยุโรป• UIC มาตรฐานของ International Union of Railways• GB, TB มาตรฐานของจีน• JIS มาตรฐานของญี่ปุ่น• DIN มาตรฐานของเยอรมัน5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)วิวัฒนาการรถไฟ (Railway Evolution)11/07/68 วศธ.ทส. 58หน้าที่ของราง ถ่ายแรงจากล้อลงสู่หมอน ให้ผิวสัมผัสล้อที่เรียบ บังคับทิศทางการวิ่งของรถไฟมาตรฐานหน้าตัดราง (Rail Profile) American Railway Engineering and Maintenance of Way Association (AREMA) American Society of Civil Engineers (ASCE) British Standard (BS) Chinese Standard (GB) European Standard (EN) International Union of Railways (UIC) Japanese Industrial Standard (JIS)5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 70/295
ขนาดหน้าตัดราง (Rail Profile)11/07/68 วศธ.ทส. 595. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)69.851:20BS 80 A BS 100 A9.52รางหน้าตัด BS 100 Aรางหน้าตัด EN 54E1 (UIC-54) รางหน้าตัดEN 60E1UIC-60)1. เครื่องยึดเหนี่ยวราง(Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 60บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 71/295
ระบบเครื่องยึดเหนี่ยวราง (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 61หน้าที่ยึดรางไว้กับหมอนให้ได้ขนาดทาง (Maintaining gauge)ป้องกันรางพลิก (Resisting the overturning force on the rail) ต้านการเคลื่อนตัวตามยาวของราง (Resisting lateral steering forces on curves.)5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)ระบบเครื่องยึดเหนี่ยวราง (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 62Typical dogspike rail fasteningBaseplateDogspikeCoach screws with Pandrol clips 5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 72/295
เครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนคอนกรีต (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 63Clips RailpadInsulators ShouldersClips + Railpad + Insulators + Shoulders= Fastener System“everything between the rail and the sleeper”ที่มา : Design and Testing of Rail Fastener, Prof. Anbin WANG5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)เครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนคอนกรีต (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 645. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 73/295
เครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนคอนกรีต (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 65คลิป (Clips) สลักเกลียว (Bolts)5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)เครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนคอนกรีต (Fastener System)(ประเภทของการจับยึด)11/07/68 วศธ.ทส. 66Direct Fixation Indirect Fixation5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 74/295
เครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนคอนกรีต (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 67ยี่ห้อของเครื่องยึดเหนี่ยวราง ยี่ห้อ Vossloh5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)เครื่องยึดเหนี่ยวรางหมอนคอนกรีต (Fastener System)11/07/68 วศธ.ทส. 68e-ClipFastclip5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 75/295
คุณภาพของเครื่องยึดเหนี่ยวราง 11/07/68 วศธ.ทส. 69Design Tests- Clip spring rate - Longitudinal creep resistance- Lateral resistance- Inclination and gauge, Fatigue-Pad spring rate- Electrical insulationPerformace Tests- Material quality tests- Assembly testsProduction TestsProduction tests5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)คุณภาพของเครื่องยึดเหนี่ยวราง 11/07/68 วศธ.ทส. 70Section PPT 405Rail Fastener SystemPart II Productsข้อก ำหนดกำรทดสอบ หมอนคอนกรีตประกอบเสร็จ (Testing of Assembled Concrete Sleepers) (ฉบับปรับปรุงก.ย. 2557)• แรงจับยึดฐานราง (Clamping force)• ความสามารถในการต้านทานการถอนของวัสดุสอดใส่ (Fastening insert resistance (pull out))• ความสามารถในการต้านทาน การยกของระบบยึดเหนี่ยว (Fastening uplift)• ความสามารถในการต้านทาน การล้าของระบบยึดเหนี่ยว (Fatigue resistance)• ความสามารถในการต้านทาน การเคลื่อนตัวตามยาวของราง (Creep resistance)• ความสามารถในการต้านทาน การขยับตัวด้านข้างของราง (Lateral resistance)• ความต้านทานไฟฟ้าของระบบยึดเหนี่ยว (Electrical resistance)• การควบคุมขนาดทาง (Control of track gauge)คุณสมบัติของระบบยึดเหนี่ยวเมื่อประกอบกับหมอนคอนกรีต5. องค์ประกอบหลักของโครงสร้างทาง (Track Structure Components)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 76/295
11/07/68 วศธ.ทส. 7127/02/68 วศธ.ทส. 1บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชู วิศวกรงานเทคนิคบ ารุงทาง (วิศวกร 8)การรถไฟแห่งประเทศไทยหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีบทที่ 3 โครงสร้างทางรถไฟส่วนบน(Track Superstructure)04-113-405 วิศวกรรมทางรถไฟ (Railway Track Engineering)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 77/295
11/07/68 วศธ.ทส. 2ประวัติส่วนตัวนายธวัช จิ้วบุญชู วิศวกรงานเทคนิคบ ารุงทาง (Railway Civil Engineer)โทร. 081 – 6076523 Email : [email protected]การศึกษา• วิศวกรรมรถไฟ สาขาช่างโยธา โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ• ป.ตรี วิศวกรรมโยธา (B.Eng.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ• ป.โท วิศวกรรมโยธา (M.Eng.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย• ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์ (การจัดการส าหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)การเขียนทางวิชาการ•คู่มือแนวทางการควบคุมและบริหารโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง• Development Of Simulation Model For Estimating Gas Emissions From Equipment In Railway Construction Processes• กรณีศึกษาการปรับปรุงโครงสร้างทางรถไฟส่วนล่างด้วยวัสดุเสริมก าลังทางปฐพี• วารสารช่างทางรถไฟ (Permanent Way Engineer Journal) ปีที่ 6, 7 ประมวลรายวิชา (Course Syllabus)11/07/68 วศธ.ทส. 31. รหัสวิชา (Course Number) : 04-113-4052. ชื่อวิชา (Course Title) : วิศวกรรมทางรถไฟ (Railway Track Engineering) 3. จ านวนหน่วยกิต (Course Credit) : 3(3-0-6)4. ชื่อหลักสูตร (Curriculum) : วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง (ต่อเนื่อง)5. วัตถุประสงค์:o สามารถอธิบายลักษณะโครงสร้างทางรถไฟ และองค์ประกอบของทางรถไฟo สามารถออกแบบแนวเส้นทางและโครงสร้างทางรถไฟเบื้องต้นo อธิบายขั้นตอนการก่อสร้างทางและบ ารุงทางรถไฟ รวมทั้งการเลือกใช้เครื่องมือ เครื่องจักรo สามารถประเมินผลคุณภาพทางรถไฟก่อน – หลังการก่อสร้างและบ ารุงทางรถไฟ6. การเรียน : วันเสาร์ เวลา 9.00 - 12.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม - 25 ตุลาคม 2568 ผ่านระบบ Online และ Onsiteบรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 78/295
เนื้อหารายวิชาต่อสัปดาห์ (Learning Contents)11/07/68 วศธ.ทส. 4ล าดับ วันที่ หัวข้อ เนื้อหา1 12 ก.ค. 68(Online)แนะน าวิศวกรรมทางรถไฟ(Introduction to Railway Engineering)ระบบการขนส่งทางราง (Rail Transport System), ระบบรถไฟระหว่างเมือง รถไฟชานเมือง รถไฟในเมือง นโยบายระบบรางของไทย, ภาพรวมระบบรางของไทย, หลักการทั่วไปของทางรถไฟ, ความสัมพันธ์ล้อ-ราง2 19 ก.ค. 68(Online)โครงสร้างทางรถไฟ(Track Structure)ทางรถไฟแบบต่างๆ, เขตโครงสร้าง (Structural Gauge), เขตบรรทุก (Loading Gauge), และโครงสร้างทางรถไฟ (Track Structure) แบบ Ballast Track, Ballastless Track3 26 ก.ค. 68(Online)โครงสร้างทางรถไฟส่วนบน(Track Superstructure)ราง (Rails) หมอนรองราง (Sleepers) เครื่องยึดเหนี่ยว (Fastening)4 2 ส.ค. 68(On Site)โครงสร้างทางรถไฟส่วนล่าง(Track Substructure)หินโรยทาง (Ballast), ชั้นรองใต้หินโรยทาง (Sub-Ballast), ชั้นพื้นทาง (Sub-base) คันทาง (Subgrade) ระบบระบายน้ าในทาง (Drainage System)5 9 ส.ค. 68(On Site)องค์ประกอบของทาง(Track Components)ประแจและทางตัด (Switch & Crossing), รอยต่อราง (Rail Joint), อุโมงค์ (Tunnel), สะพานรถไฟ (Bridge) ทางผ่านเสมอระดับ (Level Crossing)6 16 ส.ค. 68(On Site)การออกแบบแนวเส้นทางในแนวราบและแนวตั้ง (The Basic Design of Horizontal and Vertical Alignment)เกณฑ์การออกแบบทาง (Major Rule), ความชัน (Gradient), การออกแบบเบื้องต้นส าหรับ โค้งทางราบ (Horizontal Curve), โค้งทางดิ่ง (Vertical Curve) และโค้งในประแจ (Turnout Curve)7 23 ส.ค. 68(Online)ศึกษาดูงานวิศวกรรมทางรถไฟ(Site Visit)สถานีกลางบางซื่อ หรือ โรงซ่อมบ ารุงรถไฟความเร็วสูง เชียงราก หรือตามความเหมาะสมสอบกลางภาค 30 ส.ค. – 7 ก.ย. 68เนื้อหารายวิชาต่อสัปดาห์ (Learning Contents)11/07/68 วศธ.ทส. 5ล าดับ วันที่ หัวข้อ เนื้อหา8 13 ก.ย. 68(Online)การออกแบบโครงสร้างทางเบื้องต้น(The Basic Design of Railway Track)การถ่ายน้ าหนักจากล้อสู่ทางรถไฟ (load Transfer) ออกแบบเบื้องต้นด้วยสมการเชิงประจักษ์ (Empirical) เช่น AREMA Equation, Talbot Equation, Raymond Method, Li-Selig Method ,SRT Method (รฟท.) เป็นต้น9 20 ก.ย. 68(Online)สถานีรถไฟ ผังย่านสถานี และองค์ประกอบพื้นฐาน(Station & Yard)รูปแบบสถานี(Station), สิ่งอ านวยความสะดวก (Facilities), การวางผังย่านสถานี (Station Yard), ย่านคอนเทนเนอร์(Container Yard), ย่านโรงงาน (Depot Yard) และระบบอาณัติสัญญาณเบื้องต้น10 27 ก.ย. 68(Online)เทคนิคการก่อสร้างและบ ารุงทางรถไฟ (Railway Construction & Maintenance)การก่อสร้างคันทาง (Embankment), การก่อสร้างระบบราง (Track work), การก่อสร้างอุโมงค์ (Tunnel) การบ ารุงทางรถไฟ (Track Maintenance) การเชื่อมรางรถไฟ (Rail Welding)11 4 ต.ค. 68(Online)เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและบ ารุงทางรถไฟ(Track Mechanized)หลักการท างานเบื้องต้นของเครื่องจักรกล ได้แก่ รถอัดหิน (Ballast Tamping), รถอัดหินในประแจ (Switch Tamping), รถเกลี่ยหิน (Ballast Regulator), รถสั่นหิน (Ballast Stabilizer), รถล้างหิน (Ballast Cleaning), รถเจียรราง (Rail Milling & Grinding) และอื่นๆ12 11 ต.ค. 68(Online)การตรวจสอบและประเมินผลสภาพทาง(Track Inspection & Evaluation)มิติทางเรขาคณิตของทาง (Track Geometry), เกณฑ์มิติความคลาดเคลื่อนของทาง (Track Tolerance) การวัดตรวจสอบและประเมินผล13 18 ต.ค. 68(On Site)ปฏิบัติการภาคสนามวัดสภาพทาง(Field Inspection)วัดสอบสภาพทางพร้อมประเมินผล บริเวณย่านสถานีเชียงรากน้อย หรือใกล้เคียง14 25 ต.ค. 68(Online)สรุป วิศวกรรมทางรถไฟและการประยุกต์ใช้(Summary of Railway Engineering and Applications)สอบปลายภาค 27 ต.ค. 68 – 9 พ.ย. 68บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 79/295
ขอบเขตเนื้อหา11/07/68 วศธ.ทส. 61. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)2. รางรถไฟ (Rails)3. ระบบเครื่องยึดเหนี่ยว (Fastening System)4. หมอนรองราง (Sleepers)11/07/68 วศธ.ทส. 7โครงสร้างทางแบบใช้หินโรยทาง(Ballasted Track)ที่มา : Track Geotechnology and Substructure Management (Selig & Waters 1994)1. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track) ราง (Rail) : ท าหน้าที่เป็นเส้นทางส าหรับล้อรถไฟ หมอนรองราง (Sleeper) : ยึดรางให้อยู่ในต าแหน่งและถ่ายน้ าหนักไปยังหินโรยทาง (ในแบบมีหินโรยทาง) หรือพื้นคอนกรีต (ในแบบไม่มีหินโรยทาง) หินโรยทาง (Ballast) : รองรับและกระจายน้ าหนัก, ช่วยระบายน้ า, และลดแรงสั่นสะเทือน (เฉพาะแบบมีหินโรยทาง) เครื่องยึดเหนี่ยวราง (Fastening System) : ยึดรางกับหมอนรองราง ชั้นรองใต้หินโรยทาง (Sub Ballast) : ชั้นวัสดุคุณภาพดีที่รองใต้ชั้นหินโรยทางกับดินถมคันทาง เพื่อป้องกันมิให้ดินคันทางทะลักมาปะปนกับหินโรยทาง ชั้นคันทาง (Subgrade) : เป็นชั้นฐาน (Platform) ท าหน้าที่รองรับน้ าหนักของรางรถไฟ หมอนรองราง ชั้นหินโรยทาง (ballast) และชั้นรองใต้หินโรยทาง (Sub Ballast)ซึ่งชั้นคันทางอาจจะแบ่งเป็นชั้นรองพื้นทาง (Subbase) และคันทาง (Subgrade) กระจายน้ าหนักของโครงสร้างทางรถไฟลงสู่ชั้นดินเดิม (Natural Ground)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 80/295
11/07/68 วศธ.ทส. 8โครงสร้างทางแบบใช้หินโรยทาง(Ballasted Track)ที่มา : Railway Management and Engineeringที่มา : Railway Transportation Systems: Design, Construction and Operationที่มา : The Railway Track and Its Long Term Behaviour : A Handbook for a Railway Track of High Qualityที่มา : Railway Track Engineering1. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)11/07/68 วศธ.ทส. 9แบบจ าลองโครงสร้างทางแบบใช้หินโรยทาง(The mechanical modelling of railway track) spring damper rail is modelled as a beam the rail pads are modelled by spring – damper systems the sleepers are rigid masses the ballast is modelled by spring – damper systems the subgrade is modelled by spring – damper systems1. Supported Models: Rail as a Beam on Elastic Foundation (BOEF) 2. Discretely supported models ที่มา : The Railway Track and Its Long Term Behaviour : A Handbook for a Railway Track of High Quality1. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 81/295
11/07/68 วศธ.ทส. 10หลักการถ่ายน้ าหนักทางรถไฟทั่วไป(Principle of load transfer)ที่มา : Railway Management and Engineeringที่มา : Modern Railway Track, by Dr Coenraad Esveld0.981 N/cm2 = 1 t/m2 หรือ1 N/cm2≈ 1 t/m21 kp/cm2 = 9.81 N/cm2 หรือ1 kp/cm2≈ 10 N/cm2 สรุป โดยทั่วไปเมื่อพิจารณาเฉพาะ Static load = 10t หรือ 100kN1. แรงกระท าที่หัวราง (Rail) ≈ 7.7 - 10 t/cm22. แรงกระท าที่จานรองราง หรือยาง (Baseplate) ≈ 0.20 – 0.25 t/cm23. แรงกระท าบนหมอน (Rail Seat) ≈ 70 – 80 t/m24. แรงกระท าบนหินโรยทาง (Ballast) ≈ 20 - 30 t/m25. แรงกระท าบนคันทาง (Subgrade) ≈ 4 - 5 t/m21. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)11/07/68 วศธ.ทส. 11หลักการถ่ายน้ าหนักทางรถไฟทั่วไป(Principle of load transfer)ที่มา : The Railway Track and Its Long Term Behavior : A Handbook for a Railway Track of High Qualityรายการพื้นที่สัมผัส(Area)cm2แรงกระท า(Load)N/cm2สัดส่วนการลดทอนระหว่างล้อและวัสดุชั้นทาง (Reduction)ล้อ-หัวราง(Wheel-Rail contact )3 125000/3 = 42,000ฐานราง - จานรองรางหรือยาง (Foot - Baseplate)200 125000/200 = 625 67บนหมอน (Rail Seat) 510 125000/510 = 245.1 170บนหินโรยทาง (Ballast) 2,380 125000/2380 = 52.52 793บนคันทาง (Subgrade) 10,100 125000/10,100 = 12.38 3367Exer.1 น้ าหนักจากล้อรถไฟ แบบ Static load ถ่ายน้ าหนักลงราง 125kN ดังรูปด้านล่าง จงหาแรงกระท า (Load) ในแต่ละชั้นวัสดุทาง และสัดส่วนการกระจายน้ าหนักระหว่างล้อและวัสดุชั้นทาง1. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 82/295
มาตรฐานงานโยธาทางรถไฟ11/07/68 วศธ.ทส. 12 มาตรฐานด้านงานออกแบบ เกณฑ์การออกแบบ, Major Rules มาตรฐานด้านวัสดุทาง รางเหล็ก เครื่องยึดเหนี่ยวราง, เครื่องประกอบราง หมอนรองราง ประแจ หินโรยทาง แผ่นปูทางผ่านเสมอระดับและอื่นๆ มาตรฐานด้านงานก่อสร้าง มาตรฐานด้านงานซ่อมบ ารุง1. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)มาตรฐานวัสดุทาง11/07/68 วศธ.ทส. 13วัสดุ มาตรฐานรางเหล็ก (BS 100A)รางเหล็ก (EN 54E1, EN 60E1)SRT, UIC 860-O (1986)BS EN 13674-1เครื่องยึดเหนี่ยวราง SRT, ASTM, BS, ISO, UIC, ENจานรองราง SRTสลักเกลียว, แป้นเกลียว, แหวนสปริง SRT, TISเหล็กประกับราง SRTรางประสาน SRTหมอนรองราง SRT, ACI, AREMA, TISประแจ SRT, AS, ASTM, BS, ISO, UICหินโรยทาง SRT, ASTM, BSวัสดุรองหินโรยทางและคันทาง ASTM, DOHแผ่นปูทางผ่านเสมอระดับ SRT, ASTM1. พื้นฐานโครงสร้างทางรถไฟ (Principle of Ballast Track)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 83/295
2. รางรถไฟ(Rails)พื้นฐานเกี่ยวกับรางรถไฟ11/07/68 วศธ.ทส. 14ล้อ (Wheel) Vs. ราง (Rail) อะไรแข็งกว่า ?11/07/68 วศธ.ทส. 152. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 84/295
11/07/68 วศธ.ทส. 16แบบจ าลองโครงสร้างทางแบบใช้หินโรยทาง(The mechanical modelling of railway track)rail is modelled as a beam the rail pads are modelled by spring – damper systems the sleepers are rigid masses the ballast is modelled by spring – damper systems the subgrade is modelled by spring – damper systems1. Supported Models: Rail as a Beam on Elastic Foundation (BOEF) 2. Discretely supported models ที่มา : The Railway Track and Its Long Term Behaviour : A Handbook for a Railway Track of High Quality2. รางรถไฟ (Rails)หน้าที่รางรถไฟ (Rails)11/07/68 วศธ.ทส. 17 ราง ผลิตจากเหล็กคาร์บอนสูง วางรางยาวต่อเนื่อง ท ามุมเอียง 1:40 บังคับทิศทาง (Guide the train wheels) และรับน้ าหนัก (Support) จากขบวนรถไฟ หน้าที่ของราง ท าหน้าที่รองรับน้ าหนักรถจักรและล้อเลื่อน บังคับทิศทางการวิ่งของรถไฟ ถ่ายแรงจากล้อลงสู่หมอน ให้ผิวสัมผัสล้อที่เรียบ รูปแบบของรางรถไฟมีหน้าตัดคล้ายกับเหล็กรูปพรรณตัวไอ (I) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับการใช้งานด้านเทคนิคและเป็นหน้าตัดรางที่ประหยัด (Economic) ให้ความแกร่ง (Stiffness) และมีความคงทนต่อการใช้งาน (Durability) หัวราง (Head)เอวราง (Web)ฐานราง (Foot)ขนาดความกว้างทางรถไฟ (Track Gauge)ขนาดความกว้างทางรถไฟ (Track Gauge)1. Meter Gauge ขนาดความกว้าง 1.00 เมตร2. Standard Gauge ขนาดความกว้าง 1.435 เมตรที่มา : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรางรถไฟ ฝ่ายการช่างโยธา รฟท., 25582. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 85/295
คุณสมบัติของรางรถไฟ (Rails)11/07/68 วศธ.ทส. 18 รางต้านทานการสึกสูง (high resistance to wear) ทนทานต่อแรงอัดสูง (high resistance to compressive forces) ทนทานต่อความล้าสูง (high resistance to fatigue) จุดครากสูง, ความต้านทานแรงดึง และความแข็ง (high yield strength, tensile strength and hardness) ทนทานต่อการแตกหักแบบเปราะสูง (high resistance to brittle fracture) สามารถเชื่อมได้ดี(good weldability) มีความบริสุทธิ์สูง (high degree of purity) คุณภาพพื้นผิวดี(good surface quality) ความสม่ าเสมอ, หน้าตัดสม่ าเสมอ (evenness, consistent cross section) ความเค้นตกค้างต่ าหลังการผลิต (low residual stresses after production)ที่มา : Track Compendium : Track System - Substructure - Maintenance – Economy2. รางรถไฟ (Rails)การวางรางให้มีความเอียง(Rail Inclination)11/07/68 วศธ.ทส. 19รางรถไฟวางเอียงเข้าด้านในทาง (Running Edge)เพื่อเสถียรภาพที่ดีของแนวแรงจากล้อผ่านลงสู่ราง ลดการศึกของรางและพื้นล้อ (Tread)1:20 1:40Network Rail (UK)FS (Italy)NS (Netherlands)SNCF (France)SRT (Thailand)DB AG (Germany)NS (Netherlands)ÖBB (Austria)SBB (Switzerland)ที่มา Lichtberger (2011) Track Compendium2. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 86/295
มาตรฐานหน้าตัดราง(Rail Profile)11/07/68 วศธ.ทส. 20มาตรฐานหน้าตัดราง (Rail Profile) จะแตกต่างกันตามมาตรฐานที่การรถไฟในแต่ละประเทศใช้งาน เช่น American Railway Engineering and Maintenance of Way Association (AREMA) American Society of Civil Engineers (ASCE) British Standard (BS) Chinese Standard (GB) European Standard (EN) International Union of Railways (UIC) Japanese Industrial Standard (JIS)ที่มา : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรางรถไฟ ฝ่ายการช่างโยธา รฟท., 25582. รางรถไฟ (Rails)มาตรฐานหน้าตัดราง(Rail Profile)11/07/68 วศธ.ทส. 21• AREA, AREMA มาตรฐานของอเมริกา• BS มาตรฐานของอังกฤษ• EN มาตรฐานของยุโรป• UIC มาตรฐานของ International Union of Railways• GB, TB มาตรฐานของจีน• JIS มาตรฐานของญี่ปุ่น• DIN มาตรฐานของเยอรมัน• RSR, SRT มาตรฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มา : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรางรถไฟ ฝ่ายการช่างโยธา รฟท., 25582. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 87/295
มาตรฐานหน้าตัดราง(Rail Profile)11/07/68 วศธ.ทส. 2269.851:20BS 80 A BS 100 A9.52BS 100 A EN 54E1 (UIC54)EN 60E1 (UIC60)EN 13674-1 (European Norm)2. รางรถไฟ (Rails)มาตรฐานหน้าตัดราง(Rail Profile)11/07/68 วศธ.ทส. 232. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 88/295
มาตรฐานที่ใช้ส าหรับการควบคุมคุณภาพในการผลิตราง11/07/68 วศธ.ทส. 24 UIC 860 O (8th Edition, 1-7-1986) Supplementary Condition Applied to UIC Code No. 860 O (8th Edition, 1-7-1986)Technical Specification for The Supply of Rails B.E. 2543 (Revised January B.E. 2548) EN 13674 – 1 (Part 1 : Vignole railway rails 46 kg/m and above)2. รางรถไฟ (Rails)ส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกล(Chemical Composition and Mechanical Properties)11/07/68 วศธ.ทส. 252. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 89/295
ส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกล(Chemical Composition and Mechanical Properties)11/07/68 วศธ.ทส. 26Chemical Composition (%)C Si Mn P(max.)S (max.)Cr(max.)Al(max.)V(max.)Other(max.)HBWRunning Surface900A (UIC 860-R) 0.60-0.80 0.10-0.50 0.80-1.30 0.040 0.040 - - - - -Rail Grade for R260 (EN 13674-1)0.60-0.82 0.13-0.60 0.65-1.25 0.030 0.030 0.15 0.004 0.03 0.35 260-300Rail Grade for R350HT (EN 13674-1)0.70-0.82 0.13-0.60 0.65-1.25 0.025 0.030 0.15 0.004 0.03 0.25 350-390Thermite Weld for R260 (EN 14730-1)0.40-0.75 0.00-1.20 0.50-1.40 0.035 0.035 0.20 0.60 0.25 0.50 260-300Thermite Weld for R350HT (EN 14730-1)0.50-0.85 0.00-1.20 0.50-1.60 0.035 0.035 0.80 0.60 0.65 0.50 350-390Working Range for Thermite Welds(EN 14730-1)± 0.12 ± 0.25 ± 0.20 - - - (R260)± 0.20(R350HT)± 0.20 - - Weld Center-line280 ± 20 (R260) 350 ± 20 (R350HT) 2. รางรถไฟ (Rails)ส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกล(Chemical Composition and Mechanical Properties)11/07/68 วศธ.ทส. 272. รางรถไฟ (Rails)ที่มา : EN 13674-1Railway applications - Track - Rail Part 1: Vignole railway rails 46 kg/m and above บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 90/295
ส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกล(Chemical Composition and Mechanical Properties)11/07/68 วศธ.ทส. 282. รางรถไฟ (Rails)ที่มา : EN 13674-1Railway applications - Track - Rail Part 1: Vignole railway rails 46 kg/m and above ส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกล (Chemical Composition and Mechanical Properties)11/07/68 วศธ.ทส. 292. รางรถไฟ (Rails)เกรดเหล็กกล้าคาร์บอน เหล็กกล้าคาร์บอน-ต่ าเหล็กกล้าคาร์บอน-กลางเหล็กกล้าคาร์บอน-สูงค่าความแข็งแรงดึง (MPa) 310 - 415 400 - 500 800 - 1000ร้อยละการยืดตัว (%) 30 - 35 20 - 30 8 - 10บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 91/295
ล้อ (Wheel) Vs. ราง (Rail) อะไรแข็งกว่า ?11/07/68 วศธ.ทส. 302. รางรถไฟ (Rails)ที่มา : The Transportation Technology Center in Pueblo, 1982.“The study found that increasing rail hardness increased wheel wear up to the point of equivalent hardness, at which point wheel wear stayed constant despite increasing rail hardness, whereas rail wear began to decline.”ในระบบรถไฟส่วนใหญ่ ล้อได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนตัวกว่ารางเล็กน้อย เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วจะคุ้มค่ากว่าและเปลี่ยนล้อได้ง่ายกว่ารางรถไฟส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกลของ ล้อรถโดยสาร11/07/68 วศธ.ทส. 312. รางรถไฟ (Rails)ที่มา : คู่มือเทคนิครถพ่วง รฟท. (2539)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 92/295
ส่วนประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกลของ ล้อรถจักร11/07/68 วศธ.ทส. 322. รางรถไฟ (Rails)ที่มา : M-107/M-208 AAR Manual of Standards and Recommended Practices Wheels and Axles WHEELS, CARBON STEEL Specification1.รางรถไฟ(Rails)หลักการออกแบบขนาดราง11/07/68 วศธ.ทส. 33บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 93/295
หลักการออกแบบขนาดราง11/07/68 วศธ.ทส. 34รูปร่าง หัวรางต้องมีรูปร่างที่เข้ากันได้กับโครงร่างของล้อ (wheel contour) ฐานรางแบน แผ่กว้างเพื่อต้านทานการพลิกของราง (overturning) ฐานต้องมีรูปร่างที่เข้าได้กับระบบยึดเหนี่ยวราง เอวรางสามารถต้านทานการโก่ง คด งอ (bending and buckling)ขนาดราง ขนาดรางที่ต่างกัน มีคุณสมบัติความแข็งแรงในการรับน้ าหนักได้ไม่เท่ากัน ควรออกแบบขนาดรางที่ประหยัดและเหมาะสมกับการใช้งาน2. รางรถไฟ (Rails)หลักการออกแบบขนาดราง11/07/68 วศธ.ทส. 35ความเค้นจากการดัดที่เกิดขึ้นในราง (Rail Bending Stress)Flexural Stress Formula: S = MoC/IS = bending stress (psi)Mo = max bending moment (lb.-in.)C = distance from base to neutral axis (in.)I = moment of inertia (in.4)ความเค้นดัดที่ยอมให้สูงสุด (Smax)32,000 psi ส าหรับรางต่อ (Jointed Rail)25,000 psi ส าหรับรางเชื่อม (Continuous Welded Rail: CWR) (AAR)2. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 94/295
โมเมนต์ดัดในราง11/07/68 วศธ.ทส. 36จากทฤษฎีคานยาวบนพื้นอีลาสติก (Winkler & Schwedler)โมเมนต์ดัดสูงสุดในรางMo = P{EI/64u}1/4เมื่อ Mo = max bending moment, lb-inP = max wheel load, lbE = modulus of elasticity of rail, lb/in2I = moment of inertia, in4u = track modulus, lb/in/in I และ C ขึ้นกับขนาดราง รางขนาดใหญ่ขึ้น ค่า I มากขึ้น การแอ่นตัวของราง (Deflection) ลดลงช่วยเพิ่มความแกร่ง (Stiffness) ของทาง, ลดการเกิดคลื่นราง (Wave Action)(Hay, 1982)2. รางรถไฟ (Rails)โมเมนต์ดัดในราง11/07/68 วศธ.ทส. 372. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 95/295
โมดูลัสสภาพทาง(Track Modulus, Modulus of track elasticity)11/07/68 วศธ.ทส. 38p = -uyp: upward pressure / unit lengthy: downward deflectionu: coefficient of track stiffness (track elasticity)ค่า u แสดงถึงค่าแรงกระท าต่อหนึ่งหน่วยความยาวของรางที่ท าให้ทางยุบตัวลงไปได้หนึ่งหน่วย เป็นการรวมคุณสมบัติความยืดหยุ่นของหมอน หิน และ subgrade ไว้ในค่าๆ เดียวตัวอย่าง: หากน้ าหนัก 13,000 lb. ท าให้ทางยุบตัวลงได้ 0.20” เมื่อระยะหมอนเท่ากับ 19” น้ าหนักที่ท าให้ทางยุบตัวลงไปได้ 1” เท่ากับ 13,000 / 0.20 = 65,000 lb. u = 65,000 / 19 = 3,421 psi(Hay, 1982)2. รางรถไฟ (Rails)ตัวคูณแรงกระแทก (Impact Factor)11/07/68 วศธ.ทส. 39แรงกระท าเชิงพลวัต (Dynamic Load) = แรงกระท าสถิต (Static Load) x ตัวคูณเพิ่มเนื่องจากแรงกระแทก (Impact Factor, I.F.)AREMA:I.F. = 1 + (33V)/100DV = velocity (mph), D = wheel diameter (in.)SRT:I.F. = 1 + V/100V = velocity (kph)2. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 96/295
การวิเคราะห์ความแข็งแรงของราง11/07/68 วศธ.ทส. 40ค านวณหาน้ าหนักล้อสูงสุดที่ยอมให้(Max. Allowable Wheel Load) ส าหรับ รางเชื่อมยาว (CWR) ขนาด 119 ปอนด์ต่อหลา ความเร็วสูงสุด (Vmax.) 60 ไมล์ ต่อ ชม. ขนาดล้อ (D) 36 นิ้ว โมดูลัสสภาพทาง (u) 2,000 ปอนด์ ต่อ ตารางนิ้ว2. รางรถไฟ (Rails)การวิเคราะห์ความแข็งแรงของราง11/07/68 วศธ.ทส. 41แนวคิด ความเค้นดัดสูงสุดที่ยอมให้ในรางเชื่อม, Smax= 25,000 lb./in.2 ส าหรับรางเหล็กขนาด 119 ปอนด์ ต่อหลา I = 71.4 in4, C = 3.12 in. หาโมเมนต์ดัดสูงสุด จาก Flexure Formula (แทนค่า S, I, C)S = MoC/I ; Mo = (25,000 lb./in.2 x 71.4 in4 )/3.12 in. = 572,115 lb.-in. หา P จาก Max. Bending Moment Formula (แทนค่า Mo, E, I, u)Mo = P{EI/64u}1/4; P = 572,115 lb.-in./[(29x106 lb./in.2 x 71.4 in4)/64 x 2,000lb./in.2]1/4ได้ P = 50,302 lb. = Max. Dynamic Wheel Load (Pd) แปลงน้ าหนักพลวัตเป็นน้ าหนักสถิต จาก Impact Factor Formula (แทนค่า V, D)I.F. = 1 + (33V)/100D = 1+(33x60mph)/(100x36in.) = 1.55 ค านวณน้ าหนักล้อสูงสุดที่ยอมให้, Ps= Pd/IF = 50,302/1.55 = 32,453 lb. 2. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 97/295
1.รางรถไฟ(Rails)กระบวนการผลิตเหล็กรางรถไฟ11/07/68 วศธ.ทส. 42ผู้ผลิตเหล็กรางรถไฟ(Rail Production)11/07/68 วศธ.ทส. 43 ประเทศญี่ปุ่น เช่น บริษัท FUJI, บริษัท Nippon Steel Corporation โรงงาน Yawata ที่เมือง Yahata ประเทศออสเตรีย เช่น บริษัท Oesterreichisch Alpine Motangesellchaft เมือง Donawitz, บริษัท VoestAlpine Donawiz เมือง Donawitz ประเทศเยอรมัน เช่น บริษัท August Thyssen-Hütte AG ประเทศสเปน เช่น บริษัท Aceralia เมือง Gijón, Asturias ประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัท US Steel เมือง Tennessee, บริษัท Colorado Fuel & Iron Co., บริษัท Bethlehem Steel & Co. เมือง Sparrows ประเทศจีน เช่น Anshan Sci & Tech Profile Steel Company, Baotou Iron & Steel (Group) Company (Baogang), Handan Iron & Steel (Group) Company (Hangang), Panzhihua Iron & Steel (Group) Company (Pangang)ที่มา : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรางรถไฟ ฝ่ายการช่างโยธา รฟท., 25582. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 98/295
กระบวนการผลิตเหล็กรางรถไฟ(Rail Production Process)11/07/68 วศธ.ทส. 44 การถลุงเหล็ก (Smelting) การผลิตเหล็กกล้า (Steel making)ใช้กรรมวิธีพ่นออกซิเจน (Oxygen Blow) ควบคุมส่วนผสมเคมีให้ตรงตามข้อก าหนด การหล่อแท่งเหล็ก (Casting) การรีดราง (Rail rolling) การให้ความร้อน (Heating)ส าหรับปรับปรุงสมบัติทางกล เช่น quenching / tempering heat treatment2. รางรถไฟ (Rails)กระบวนการผลิตเหล็กรางรถไฟ(Rail Production Process)11/07/68 วศธ.ทส. 45การถลุงเหล็ก(Smelting)การผลิตเหล็กกล้า(Steel making)การหล่อแท่งเหล็ก (Casting)การรีดราง (Rail rolling)การให้ความร้อน (Heating)เตาถลุงแร่เหล็กกรรมวิธีการผลิตเหล็กกล้าโดยการพ่นออกซิเจนเตาเผาให้ความร้อนใหม่เครื่องรีด 1 เครื่องรีด 2เหล็กดิบ น้ าเหล็กเตาหลอมแบบพ่นออกซิเจน (BOF)การท าบริสุทธิ์ทุติยภูมิหล่อแบบต่อเนื่องเครื่องรีด 3เครื่องรีด 4แท่ง Bloomเครื่องตัดร้อนท าเครื่องหมายเครื่องลดอุณหภูมิรีดให้ตรงตรวจสอบขั้นแรก : ข้อบกพร่องด้วย Ultrasonic, Eddy Current และวัดมิติตรวจสอบขั้นสุดท้ายตัดรางให้ได้ความยาวที่มา NIPPON STEEL (www.nipponsteel.com)2. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 99/295
กระบวนการผลิตเหล็กรางรถไฟ(Rail Production Process)11/07/68 วศธ.ทส. 46กรรมวิธีการผลิตเหล็กO = การพ่นออกซิเจน E = ไฟฟ้า OA = การพ่นอากาศ, เป็นกรด BA = การถลุงเหล็กแบบเบสเซมเมอร์เป็นกรด OB = การพ่นอากาศ, เป็นด่าง BB = การถลุงเหล็กแบบเบสเซมเมอร์เป็นด่าง ที่มา: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรางรถไฟ รฟท. (2558) 2. รางรถไฟ (Rails)กระบวนการผลิตเหล็กรางรถไฟ(Rail Production Process)11/07/68 วศธ.ทส. 47การผลิตโลหะ การหล่อแบบต่อเนื่อง การรีดขึ้นรูป ผลิตภัณฑ์รางที่มา NIPPON STEEL (www.nipponsteel.com)2. รางรถไฟ (Rails)บรรยายโดย นายธวัช จิ้วบุญชูวิศวกรงานเทคนิคบำรุงทาง รฟท. 100/295