The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prasertphong, 2022-02-13 09:01:14

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

สำ นั ก ง า น ศ า ล ป ก ค ร อ ง ร ะ ย อ ง
โครงการเผยแพร่ความรู้ หลักสูตร "คดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม"

รวม
กฎหมาย

เกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม

สารบัญ

ชื่อกฎหมาย หนา้

พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ๑
พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ๒๗
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ๗๑
พระราชบัญญตั ิทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๐๓
พระราชบญั ญตั ิโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๒๕
พระราชบญั ญัตสิ ง่ เสรมิ และรกั ษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๕๑
พระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑๙๗
พระราชบญั ญัติความรับผิดทางแพง่ ตอ่ ความเสียหายจากมลพษิ นา้ มนั ๒๑๖
อันเกิดจากเรอื พ.ศ. ๒๕๖๐
พระราชบญั ญัติเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๒๗
พระราชบัญญตั กิ ารผงั เมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒๖๐
ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ๓๐๔
เร่อื ง แผนผงั การใชป้ ระโยชนใ์ นท่ีดิน และแผนผงั การพัฒนาโครงสร้างพืนฐาน
และระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออกพ.ศ. ๒๕๖๒

หนา้ 1

พระรำชบญั ญัติ
กำรนิคมอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๒๒

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๑๙ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๒๒

เป็นปที ี่ ๓๔ ในรชั กำลปัจจุบัน

พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ
ให้ประกำศวำ่

โดยที่เปน็ กำรสมควรปรับปรุงกฎหมำยว่ำดว้ ยกำรนิคมอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย

จึงทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้ตรำพระรำชบัญญัตขิ ึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม
ของสภำนติ บิ ัญญัตแิ ห่งชำติ ทำหน้ำท่รี ฐั สภำ ดงั ต่อไปน้ี

มำตรำ ๑ พระรำชบัญญัตินี้เรียกว่ำ “พระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่ง
ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒”

มำตรำ ๒๑ พระรำชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ
นุเบกษำเปน็ ต้นไป

มำตรำ ๓ ให้ยกเลิกประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวำคม
พ.ศ. ๒๕๑๕

บรรดำบทกฎหมำย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนท่ีมีบัญญตั ิไว้แลว้ ในพระรำชบัญญัติ
นหี้ รือซึ่งขัดหรือแยง้ กับบทแหง่ พระรำชบัญญัติน้ี ใหใ้ ช้พระรำชบัญญัตินี้แทน

มำตรำ ๔๒ ในพระรำชบัญญัตนิ ี้
“นคิ มอุตสำหกรรม”๓ หมำยควำมว่ำ เขตอุตสำหกรรมท่วั ไปหรือเขตประกอบกำรเสรี
“เขตอุตสำหกรรมทวั่ ไป”๔ หมำยควำมว่ำ เขตพื้นที่ท่ีกำหนดไว้สำหรับกำรประกอบ
อุตสำหกรรม กำรบริกำร หรือกิจกำรอ่ืนท่ีเป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเน่ืองกับกำรประกอบอุตสำหกรรม
หรอื กำรบรกิ ำร

๑ รำชกจิ จำนุเบกษำ เล่ม ๙๖/ตอนท่ี ๔๑/ฉบบั พิเศษ หน้ำ ๑๐/๒๔ มนี ำคม ๒๕๒๒
๒ มำตรำ ๔ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนคิ มอตุ สำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๓๙
๓ มำตรำ ๔ นิยำมคำว่ำ “นิคมอุตสำหกรรม” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

หนา้ 2

“เขตประกอบกำรเสรี”๕ หมำยควำมว่ำ เขตพ้ืนที่ท่ีกำหนดไว้สำหรับกำรประกอบ
อุตสำหกรรม พำณิชยกรรม หรือกิจกำรอื่นที่เก่ียวเนื่องกับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือพำณิชยก
รรมเพือ่ ประโยชน์ในทำงเศรษฐกิจ กำรรักษำควำมม่นั คงของรัฐ สวัสดิภำพของประชำชน กำรจัดกำร
ด้ำนส่ิงแวดล้อม หรือควำมจำเป็นอ่ืนตำมที่คณะกรรมกำรกำหนด โดยของที่นำเข้ำไปในเขตดังกล่ำว
จะไดร้ ับสิทธปิ ระโยชน์ทำงภำษี อำกร และค่ำธรรมเนยี มเพ่ิมขน้ึ ตำมทีก่ ฎหมำยบัญญตั ิ

“ผู้ประกอบอุตสำหกรรม”๖ หมำยควำมว่ำ ผู้ซึ่งได้รับอนุญำตให้ประกอบ
อุตสำหกรรมหรอื กำรบรกิ ำรในนคิ มอตุ สำหกรรม

“พำณชิ ยกรรม”๗ หมำยควำมว่ำ กำรค้ำหรอื กำรบรกิ ำรในเขตประกอบกำรเสรี
“ผู้ประกอบพำณิชยกรรม”๘ หมำยควำมว่ำ ผู้ซึ่งได้รับอนุญำตให้ประกอบกำรค้ำ
หรอื กำรบริกำรในเขตประกอบกำรเสรี
“ผลิต” หมำยควำมรวมถึงทำ สร้ำง ผสม ประกอบ หรอื บรรจุด้วย
“ภำษีสรรพสำมิต” หมำยควำมว่ำ ภำษีสรรพสำมิตตำมท่ีกำหนดในประมวล
รัษฎำกร
“คณะกรรมกำร” หมำยควำมว่ำ คณะกรรมกำรกำรนคิ มอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย
“ผู้ว่ำกำร” หมำยควำมวำ่ ผวู้ ่ำกำรกำรนคิ มอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย
“พนักงำน” หมำยควำมว่ำ พนักงำนกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย รวมท้ัง
ผู้วำ่ กำร
“ลูกจ้ำง” หมำยควำมว่ำ ลกู จำ้ งของกำรนคิ มอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย
“พนักงำนเจ้ำหน้ำที่” หมำยควำมว่ำ ผู้ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังให้ปฏิบัติกำรตำม
พระรำชบญั ญัติน้ี
“รฐั มนตรี” หมำยควำมว่ำ รัฐมนตรีผู้รักษำกำรตำมพระรำชบัญญตั ิน้ี

มำตรำ ๕ ให้รัฐมนตรีวำ่ กำรกระทรวงอุตสำหกรรมรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัติน้ี
และให้มีอำนำจแต่งต้งั พนกั งำนเจ้ำหน้ำท่ี และออกกฎกระทรวงเพอื่ ปฏิบตั ิกำรตำมพระรำชบญั ญตั นิ ี้

กฎกระทรวงนนั้ เมื่อได้ประกำศในรำชกจิ จำนเุ บกษำแล้ว ให้ใชบ้ งั คับได้

หมวด ๑
กำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย

๔ มำตรำ ๔ นิยำมคำว่ำ “เขตอุตสำหกรรมท่ัวไป” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๕ มำตรำ ๔ นิยำมคำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๖ มำตรำ ๔ นิยำมคำว่ำ “ผู้ประกอบอุตสำหกรรม” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๗ มำตรำ ๔ นิยำมคำว่ำ “พำณิชยกรรม” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๘ มำตรำ ๔ นิยำมคำว่ำ “ผู้ประกอบพำณิชยกรรม” แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อตุ สำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

หนา้ 3

สว่ นที่ ๑
กำรจดั ต้ัง

มำตรำ ๖ ให้จัดต้ังกำรนิคมอุตสำหกรรมขึ้น เรียกว่ำ “กำรนิคมอุตสำหกรรมแห่ง
ประเทศไทย” เรยี กโดยย่อว่ำ “กนอ.” และให้เปน็ นติ ิบุคคล มีวตั ถุประสงคด์ ังตอ่ ไปนี้

(๑) กำรจัดให้ได้มำซึ่งที่ดินท่ีเหมำะสมเพ่ือจัดต้ังหรือขยำยนิคมอุตสำหกรรมหรือ
เพ่ือดำเนนิ ธรุ กจิ อื่นท่ีเปน็ ประโยชน์ หรือเกย่ี วเนื่องกบั กนอ.

(๒)๙ กำรปรบั ปรุงทีด่ นิ ตำม (๑) รวมทั้งจดั ให้มีส่ิงอำนวยควำมสะดวกทจ่ี ำเปน็ ในกำร
ดำเนินงำนและกำรดำรงชีวิตที่มีคุณภำพเพ่ือให้บรกิ ำรแก่ผู้ประกอบอุตสำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม
และผู้ประกอบกิจกำรอื่นท่ีเป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำร
ประกอบพำณิชยกรรม รวมตลอดทั้งกำรจัดให้มีและบริหำรจัดกำรกิจกำรอันเป็นสำธำรณูปโภค
ท่ีพักอำศัย กำรขนส่งทำงบกและทำงนำ้ ท่ำเรือ กำรส่ือสำรโทรคมนำคม หรือกิจกำรอ่ืนใด ทั้งนี้
ที่จำเป็นหรือเป็นประโยชน์แก่กิจกำรของนิคมอุตสำหกรรม หรือผู้ประกอบกิจกำรหรือผู้อยู่อำศัยใน
นคิ มอตุ สำหกรรม

(๓) กำรให้เช่ำ ให้เช่ำซื้อ และขำยอสังหำริมทรัพย์หรือสังหำริมทรัพย์ในนิคม
อตุ สำหกรรมหรือเพอ่ื ประโยชนแ์ กก่ ิจกำรของนคิ มอุตสำหกรรมโดยตรง

(๓/๑)๑๐ กำรดำเนนิ กจิ กำรท่ำเรือ
(๓/๒)๑๑ กำรจัดต้ังบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหำชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเก่ียวกับ
หรือเก่ียวเน่อื งกับกจิ กำรอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของ กนอ.
(๔) กำรดำเนินธุรกิจอื่นท่ีเป็นประโยชน์หรือเก่ียวเนื่องกับกิจกำรอันอยู่ใน
วตั ถุประสงคข์ อง กนอ.
(๕)๑๒ กำรร่วมดำเนินงำนหรือร่วมกิจกำรกับบุคคลอ่ืนเพื่อดำเนินกำรตำม
วัตถุประสงค์ใน (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) รวมถึงเข้ำเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดควำมรับผิดในห้ำงหุ้นส่วน
จำกัด หรือถือหุ้นในนิติบุคคลใด ๆ ซ่ึงมีวัตถุประสงค์หรือมีกำรดำเนินกำรท่ีเป็นประโยชน์หรือ
เก่ยี วเนือ่ งกบั กิจกำรอนั อยใู่ นวัตถปุ ระสงค์ของ กนอ. ทัง้ ในประเทศและต่ำงประเทศ
(๖) กำรสง่ เสรมิ และควบคมุ นิคมอุตสำหกรรมของเอกชนหรือหน่วยงำนของรฐั

๙ มำตรำ ๖ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒

๑๐ มำตรำ ๖ (๓/๑) เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๒

๑๑ มำตรำ ๖ (๓/๒) เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๒

๑๒ มำตรำ ๖ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒

หนา้ 4

(๗)๑๓ กำรพัฒนำชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงหรือกำรมีส่วนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ในกำรจัดทำบรกิ ำรสำธำรณะและกจิ กรรมสำธำรณะแกช่ มุ ชนท่อี ย่ใู กลเ้ คียง

มำตรำ ๗ ให้โอนกิจกำร ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และควำมรับผิดของกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย ตำมประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวำคม
พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้แก่ กนอ.

ทรัพยส์ นิ ตำมวรรคหน่งึ เมอ่ื ได้หกั หนอี้ อกแล้วให้ถือเป็นทนุ ของ กนอ.

มำตรำ ๘ ทนุ ของ กนอ. ประกอบดว้ ย
(๑) ทรัพย์สนิ ทีไ่ ดร้ บั โอนตำมมำตรำ ๗
(๒) เงินท่ไี ด้รับจำกงบประมำณแผน่ ดิน
(๓) เงินหรอื ทรพั ย์สนิ อน่ื ที่ไดร้ ับจำกรฐั บำลหรือบุคคลอ่นื
(๔) เงินหรือทรัพย์สินท่ีได้รับควำมช่วยเหลือจำกแหล่งในประเทศหรือต่ำงประเทศ
หรือจำกองคก์ ำรระหวำ่ งประเทศ

มำตรำ ๙ ให้ กนอ. ต้ังสำนักงำนใหญใ่ นกรงุ เทพมหำนครหรือจังหวดั ใกล้เคยี ง และ
จะตง้ั สำนักงำนสำขำหรอื ตวั แทนในจงั หวัดทีม่ นี ิคมอตุ สำหกรรมด้วยก็ได้

มำตรำ ๑๐ ให้ กนอ. มีอำนำจกระทำกิจกำรภำยในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตำม
มำตรำ ๖ อำนำจเชน่ วำ่ นี้ให้รวมถงึ

(๑)๑๔ กำรสำรวจ วำงแผน ออกแบบ ก่อสร้ำง และบำรุงรักษำสิ่งอำนวยควำม
สะดวกและให้บรกิ ำรแกผ่ ู้ประกอบอตุ สำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม และผ้ปู ระกอบกิจกำรอื่นที่
เปน็ ประโยชน์หรอื เก่ยี วเนื่องกับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำรประกอบพำณิชยกรรม แล้วแตก่ รณี

(๒)๑๕ กำรกำหนดประเภทและขนำดของกิจกำรอุตสำหกรรม พำณิชยกรรมหรือ
กิจกำรอื่นท่ีเป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องท่ีพึงอนุญำตให้ประกอบในนิคมอุตสำหกรรม ทั้งน้ี ตำม
หลกั เกณฑ์และเง่อื นไขทค่ี ณะกรรมกำรกำหนด

(๓) กำรตรวจตรำควำมเป็นอยขู่ องคนงำนในนคิ มอุตสำหกรรม
(๔)๑๖ กำรควบคุมกำรดำเนินงำนของผู้ประกอบอุตสำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม
ผู้ประกอบกิจกำรอ่ืนท่ีเป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเน่ืองกับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำรประกอบ

๑๓ มำตรำ ๖ (๗) เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๒

๑๔ มำตรำ ๑๐ (๑) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

๑๕ มำตรำ ๑๐ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

๑๖ มำตรำ ๑๐ (๔) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

หนา้ 5

พำณิชยกรรม และผู้ใช้ทด่ี ินในนคิ มอุตสำหกรรมให้เปน็ ไปตำมระเบียบ ข้อบังคบั และกฎหมำยรวมท้ัง
กำรดำเนินงำนที่เกี่ยวกบั กำรสำธำรณสุขหรือท่กี ระทบกระเทอื นต่อคุณภำพสง่ิ แวดล้อม

(๔/๑)๑๗ กำรกำกับหรือจัดให้มีระบบป้องกันอุบัติภัย ระบบรักษำควำมปลอดภัย
และระบบบำรุงรักษำสิ่งแวดล้อม รวมตลอดถึงกำรควบคุมและจัดกำรน้ำเสีย กำรจัดกำรขยะมูลฝอย
และกำรจดั กำรมลภำวะอนื่ ใดในนิคมอุตสำหกรรม

(๕) กำรลงทุน
(๖) กำรกูย้ ืมเงนิ เพื่อใชใ้ นกจิ กำรของ กนอ.
(๗) กำรออกพันธบัตร หรือตรำสำรอนื่ ใดเพ่อื กำรลงทุน
[คำว่ำ “ผู้ประกอบพำณิชยกรรม” และ “พำณิชยกรรม” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ
๑๓ แห่งพระรำชบัญญตั กิ ำรนคิ มอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๑๑ ให้ กนอ. มีอำนำจตรวจสอบและรับรองชนิดและปริมำณของวัตถุดิบ
หรือผลิตภัณฑ์ หรือชนิดและจำนวนของเครื่องจักรสำหรับกรณีที่จำเป็นจะต้องออกใบรับรองหรือใน
กรณีที่นำเข้ำมำในหรือนำออกไปจำกนิคมอุตสำหกรรมซึ่งของดังกล่ำว ท้ังน้ี โดยเรียกเก็บค่ำบริกำร
ตำมทคี่ ณะกรรมกำรกำหนด

มำตรำ ๑๒ ให้ กนอ. กำหนดค่ำเช่ำอสังหำริมทรัพย์หรือสังหำริมทรัพย์ และค่ำ
บำรุงรักษำสิ่งอำนวยควำมสะดวกตลอดจนค่ำบริกำรในนิคมอุตสำหกรรมในอัตรำอันสมควรเพ่ือให้มี
รำยไดเ้ พียงพอสำหรับกำรดงั ต่อไปน้ี

(๑) กำรใช้จำ่ ยในสงิ่ ที่จำเปน็ ในกำรดำเนนิ กจิ กำรของ กนอ. รวมท้ังดอกเบี้ยค่ำเสื่อม
รำคำ โบนัส และกองทุนสงเครำะห์หรือกำรสงเครำะห์อ่ืนเพ่ือสวัสดิกำรของผู้ ปฏิบัติงำนและ
ครอบครัว

(๒) กำรชำระหนี้สินเท่ำทีจ่ ำนวนเงินเพื่อกำรชำระน้ันเกินจำนวนท่ีจัดสรรไว้ เป็นค่ำ
เสือ่ มรำคำและสำหรับคำ่ ใชจ้ ำ่ ยทเี่ พิ่มข้ึนเกี่ยวกับกำรจัดหำทรพั ย์สนิ ใหม่แทนทรัพยส์ นิ เดิม

(๓) กำรจัดให้มเี งนิ สำรองและคำ่ ใชจ้ ำ่ ยอันจำเปน็ ในกำรขยำยกจิ กำรและลงทุน

มำตรำ ๑๓ ให้ กนอ. กำหนดค่ำเช่ำซ้ือ และรำคำขำยอสังหำริมทรัพย์หรือ
สงั หำรมิ ทรพั ย์ตำมท่เี ห็นสมควร

มำตรำ ๑๔ เม่ือได้ประกำศเขตพื้นท่ีใดเป็นนิคมอุตสำหกรรมตำมมำตรำ ๓๙ แล้ว
ให้ กนอ. มีอำนำจกำหนดรำคำขำย ค่ำเช่ำ และค่ำเช่ำซื้ออสังหำริมทรัพย์หรือสังหำริมทรัพย์
และค่ำบำรุงรักษำสิ่งอำนวยควำมสะดวก ตลอดจนค่ำบริกำรในนิคมอุตสำหกรรมนั้น ท้ังนี้ ตำมควำม
เหมำะสมในด้ำนธุรกิจ

มำตรำ ๑๕ รำยได้ที่ กนอ. ได้รับจำกกำรดำเนินกิจกำรในปีหนึ่ง ๆ ให้ตกเป็นของ
กนอ. และเม่ือได้หักค่ำใช้จ่ำยต่ำง ๆ สำหรับกำรดำเนินกิจกำร และค่ำภำระต่ำง ๆ ท่ีเหมำะสม เช่น

๑๗ มำตรำ ๑๐ (๔/๑) เพม่ิ โดยพระรำชบญั ญตั กิ ำรนคิ มอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๕)

พ.ศ. ๒๕๖๒

หนา้ 6

คำ่ บำรุงรักษำและคำ่ เสือ่ มรำคำ ตลอดจนหักเงนิ สำรองตำมมำตรำ ๑๖ ประโยชน์ตอบแทนและโบนัส
ตำมมำตรำ ๓๒ และมำตรำ ๓๕ หรือเงินสมทบกองทุนสงเครำะห์หรือกำรสงเครำะห์อื่นตำมมำตรำ
๓๔ และเงนิ ลงทุนตำมมำตรำ ๖๖ แล้วเหลอื เทำ่ ใดให้นำส่งเป็นรำยไดข้ องรฐั

ถ้ำรำยได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับรำยจ่ำยตำมวรรคหนึ่งซ่ึงมิใช่เป็นรำยจ่ำยที่หัก
เป็นเงินสำรองตำมมำตรำ ๑๖ และโบนัสตำมมำตรำ ๓๒ และมำตรำ ๓๕ และ กนอ. ไม่สำมำรถหำ
เงนิ จำกทำงอ่นื ได้ รฐั พึงจำ่ ยเงินให้แก่ กนอ. เท่ำจำนวนทีข่ ำด

มำตรำ ๑๖ เงินสำรองของ กนอ. ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดำซึ่งตั้งไว้เผื่อ
ขำด เงินสำรองเพื่อขยำยกิจกำร เงนิ สำรองเพื่อไถ่ถอนหน้ี และเงินสำรองอ่ืนเพ่ือควำมประสงค์แต่ละ
อยำ่ งโดยเฉพำะตำมท่ีคณะกรรมกำรจะเห็นสมควร

เงินสำรองจะนำออกใช้ไดก้ แ็ ตโ่ ดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำร

มำตรำ ๑๗ ทรพั ยส์ นิ ของ กนอ. ไม่อยใู่ นควำมรบั ผิดแหง่ กำรบงั คับคดี

ส่วนท่ี ๒
คณะกรรมกำรและผวู้ ำ่ กำร

มำตรำ ๑๘ ให้มีคณะกรรมกำรคณะหนึ่งเรียกว่ำ “คณะกรรมกำรกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรอื่นอีกไม่เกินสิบคน
รวมทั้งผู้วำ่ กำรซึ่งเป็นกรรมกำรโดยตำแหนง่

ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งต้ังประธำนกรรมกำรและกรรมกำรอื่นซึ่งมิใช่กรรมกำร
โดยตำแหนง่

มำตรำ ๑๙ ผู้ซ่ึงจะดำรงตำแหน่งประธำนกรรมกำร กรรมกำร หรือผู้ว่ำกำรต้องมี
ควำมรู้ควำมชำนำญเก่ยี วกบั บรหิ ำรธรุ กิจ อตุ สำหกรรม วิทยำศำสตร์ วศิ วกรรมศำสตร์ สถำปัตยกรรมศำสตร์
ผังเมือง เศรษฐศำสตร์ กำรพำณิชย์ กำรคลงั หรอื กฎหมำย

มำตรำ ๒๐ ประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำรซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ต้องมี
คุณสมบัตติ ำม (๑) และ (๒) และไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งห้ำมตำม (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ดังต่อไปนี้

(๑) มสี ัญชำติไทย
(๒) มีอำยุไมเ่ กินหกสิบห้ำปบี ริบรู ณ์
(๓) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลำย
(๔) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพำกษำถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมำยให้
จำคุก เวน้ แต่เป็นโทษสำหรับควำมผิดทีไ่ ด้กระทำโดยประมำทหรือควำมผดิ ลหโุ ทษ
(๕) เป็นขำ้ รำชกำรกำรเมอื งหรือดำรงตำแหนง่ ในทำงกำรเมือง
(๖) เปน็ กรรมกำรพรรคกำรเมืองหรอื เจำ้ หนำ้ ที่ในพรรคกำรเมือง

หนา้ 7

(๗) เป็นผู้มสี ว่ นได้เสียในสัญญำกบั กนอ. หรอื ในกิจกำรท่ีกระทำให้แก่ กนอ. หรือใน
กิจกำรที่มีสภำพอย่ำงเดียวกันและแข่งขันกับ กนอ. ทั้งนี้ ไม่ว่ำโดยตรงหรือโดยอ้อมเว้นแต่เป็น
เพียงผู้ถือหุ้นเพอ่ื กำรลงทุนโดยสุจรติ ในนิตบิ คุ คลทีก่ ระทำกำรอนั มสี ่วนได้เสียเชน่ วำ่ น้ัน

มำตรำ ๒๑ ให้ประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำรซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ใน
ตำแหน่งครำวละสำมปี

เม่ือครบกำหนดตำมวำระดังกล่ำวในวรรคหน่ึง หำกยังมไิ ด้มีกำรแต่งตั้งกรรมกำรขึน้ ใหม่
ให้ประธำนกรรมกำร และกรรมกำรท่ีพ้นจำกตำแหน่งตำมวำระน้ันรักษำกำรในตำแหน่งต่อไปจนกว่ำ
คณะกรรมกำรที่แตง่ ตงั้ ขนึ้ ใหมจ่ ะเขำ้ รับหนำ้ ที่

ประธำนกรรมกำรหรอื กรรมกำรซึ่งพ้นจำกตำแหนง่ อำจได้รับแตง่ ต้ังอีกได้

มำตรำ ๒๒ นอกจำกกำรพ้นจำกตำแหน่งตำมวำระตำมมำตรำ ๒๑ ประธำน
กรรมกำร หรือกรรมกำรซง่ึ คณะรฐั มนตรแี ต่งตง้ั พน้ จำกตำแหน่ง เมือ่

(๑) ตำย
(๒) ลำออก
(๓) คณะรัฐมนตรีใหอ้ อก
(๔) เปน็ คนไรค้ วำมสำมำรถ หรอื คนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ
(๕) ขำดคุณสมบตั หิ รือมลี กั ษณะตอ้ งห้ำมตำมมำตรำ ๒๐
ในกรณีที่มีกำรแต่งต้ังกรรมกำรในระหว่ำงท่ีกรรมกำรซึ่งแต่งต้ังไว้แล้ว ยังมีวำระอยู่
ในตำแหน่งไม่ว่ำจะเป็นกำรแต่งตั้งเพ่ิมข้ึนหรือแต่งตั้งซ่อมให้ผู้ได้รับแต่งต้ังน้ันอยู่ในตำแหน่งเท่ำกับ
วำระทีเ่ หลืออยู่ของกรรมกำรซึ่งแตง่ ตงั้ ไวแ้ ลว้ นนั้

มำตรำ ๒๓ ให้คณะกรรมกำรมีอำนำจวำงนโยบำยและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่ง
กิจกำรของ กนอ. อำนำจเชน่ ว่ำน้ีใหร้ วมถงึ

(๑) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อปฏิบัติกำรให้เป็นไปตำมมำตรำ ๖ และ
มำตรำ ๑๐

(๒) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับกำรประชุมและกำรดำเนินกิจกำรของ
คณะกรรมกำรและคณะอนุกรรมกำร

(๓) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับกำรจัดแบ่งส่วนงำน วิธีปฏิบัติงำน และกำรเงิน
ของ กนอ.

(๔) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับกำหนดตำแหน่ง อัตรำเงินเดือนหรือค่ำจ้ำงของ
พนกั งำนและลกู จำ้ ง

(๕) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับกำรบรรจุ กำรแต่งต้ัง กำรเลื่อนเงินเดือนหรือ
ค่ำจำ้ ง กำรออกจำกตำแหนง่ วินัย กำรลงโทษ และกำรอุทธรณก์ ำรลงโทษของพนักงำนและลกู จำ้ ง

(๖) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับกำรจ่ำยค่ำพำหนะและเบ้ียเล้ียงเดินทำงค่ำเช่ำท่ีพัก
คำ่ ล่วงเวลำ และกำรจำ่ ยเงนิ อื่น ๆ

(๗) กำรออกระเบียบหรือข้อบงั คับเกยี่ วกบั เครอื่ งแบบพนักงำนและลูกจ้ำง
(๘) กำรออกระเบียบหรอื ข้อบงั คบั วำ่ ด้วยกำรร้องทกุ ข์ของพนักงำนและลูกจ้ำง

หนา้ 8

(๙) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับเก่ียวกับบัตรประจำตัวหรือเคร่ืองแต่งกำยของ
บุคคลซ่งึ ปฏบิ ตั ิงำนภำยในเขตประกอบกำรเสรี

(๑๐) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับบุคคลซ่ึงเข้ำไปหรืออยู่ในเขต
ประกอบกำรเสรี

(๑๑) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับเก่ียวกับกองทุนสงเครำะห์หรือกำรสงเครำะห์
อืน่ เพือ่ สวัสดิกำรของผู้ปฏิบัตงิ ำนใน กนอ. และครอบครัวดว้ ยควำมเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี

(๑๒) กำรออกระเบียบหรือข้อบังคับเก่ียวกับควำมปลอดภัยในกำรใช้และรักษำ
ทรัพย์สนิ ของ กนอ.

(๑๓) กำรกำหนดรำคำขำย อัตรำค่ำเช่ำ ค่ำเช่ำซื้อและระยะเวลำกำรเช่ำและเช่ำซื้อ
อสังหำริมทรัพย์หรือสังหำริมทรัพย์ ค่ำบำรุงรักษำส่ิงอำนวยควำมสะดวกและอัตรำค่ำบริกำรในนิคม
อุตสำหกรรม

(๑๔)๑๘ ปฏิบัติกำรอ่ืนใดตำมท่ีพระรำชบัญญัตินี้หรือกฎหมำยอื่นบัญญัติให้เป็น
อำนำจหนำ้ ทข่ี องคณะกรรมกำร

ระเบียบหรือข้อบังคับตำม (๓) ถ้ำมีข้อควำมจำกัดอำนำจของผู้ว่ำกำรในกำรทำนิติ
กรรมไวป้ ระกำรใด ให้รฐั มนตรปี ระกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
กำรนิคมอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๒๔ เพื่อประโยชน์แห่งกิจกำรของ กนอ. ให้คณะกรรมกำรมีอำนำจแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมกำรเพ่ือดำเนนิ กจิ กำรอย่ำงหนึง่ อย่ำงใดของ กนอ. และกำหนดคำ่ ตอบแทนอนุกรรมกำรได้

มำตรำ ๒๕ ให้คณะกรรมกำรแตง่ ต้ังผู้วำ่ กำรและกำหนดอัตรำเงินเดือนของผู้วำ่ กำร
โดยควำมเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี

มำตรำ ๒๖ ผู้ว่ำกำรต้องมีคุณสมบัติตำม (๑) (๒) และ (๓) และไม่มีลักษณะ
ต้องหำ้ ม ตำม (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) ดงั ต่อไปน้ี

(๑) มีสญั ชำติไทย
(๒) มอี ำยุไม่เกินหกสิบปีบรบิ ูรณ์
(๓) สำมำรถทำงำนให้แก่ กนอ. ไดเ้ ต็มเวลำ
(๔) เป็นหรือเคยเปน็ บุคคลลม้ ละลำย
(๕) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพำกษำถึงท่ีสุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมำยให้
จำคุก เวน้ แตเ่ ปน็ โทษสำหรับควำมผิดที่ได้กระทำโดยประมำทหรือควำมผดิ ลหุโทษ
(๖) เป็นข้ำรำชกำรซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมท้ังข้ำรำชกำรกำรเมือง
ลกู จ้ำงของกระทรวงทบวงกรมหรือทบวงกำรเมืองทีม่ ฐี ำนะเทียบเท่ำ หรือพนักงำนสว่ นท้องถ่นิ
(๗) ดำรงตำแหนง่ ในทำงกำรเมือง รวมทัง้ สมำชิกสภำทอ้ งถ่นิ และผบู้ รหิ ำรทอ้ งถนิ่
(๘) เปน็ กรรมกำรพรรคกำรเมอื งหรอื เจำ้ หนำ้ ที่ในพรรคกำรเมือง

๑๘ มำตรำ ๒๓ (๑๔) เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติกำรนคิ มอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔)

พ.ศ. ๒๕๕๐

หนา้ 9

(๙) เปน็ ผู้มสี ว่ นไดเ้ สยี ในสัญญำกบั กนอ. หรอื ในกิจกำรท่กี ระทำให้แก่ กนอ. หรือใน
กิจกำรที่มีสภำพเดียวกันและแข่งขันกับ กนอ. ทั้งน้ี ไม่ว่ำโดยตรงหรือโดยอ้อม เว้นแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้น
เพ่อื กำรลงทนุ โดยสุจรติ ในนิติบุคคลทก่ี ระทำกำรอนั มสี ่วนได้เสียเช่นวำ่ นัน้

มำตรำ ๒๗ ผู้ว่ำกำรพ้นจำกตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตำย
(๒) ลำออก
(๓) เปน็ คนไร้ควำมสำมำรถ หรือคนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ
(๔) ขำดคุณสมบตั ิหรอื มลี กั ษณะตอ้ งห้ำมตำมมำตรำ ๒๖
(๕) คณะกรรมกำรให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ำสำมในสี่ของจำนวนกรรมกำร
ทงั้ หมดโดยไมน่ บั รวมผูว้ ่ำกำร และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย

มำตรำ ๒๘ ผู้ว่ำกำรมีหน้ำที่บริหำรกิจกำรของ กนอ. ให้เป็นไปตำมกฎหมำย
ระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบำยท่ีคณะกรรมกำรกำหนด และมีอำนำจบังคับบัญชำพนักงำนและ
ลกู จำ้ ง

ในกำรบรหิ ำรกิจกำร ผู้ว่ำกำรต้องรบั ผดิ ชอบต่อคณะกรรมกำร

มำตรำ ๒๙ ผูว้ ่ำกำรมีอำนำจ
(๑) กำหนดระเบยี บและวิธปี ฏบิ ตั ิงำน ในกำรทำงำนของพนักงำนหรอื ลกู จ้ำง
(๒) ออกระเบยี บในกำรบริหำรกิจกำรของ กนอ.
ทั้งนี้ โดยไม่ขดั หรือแย้งกับระเบียบหรอื ข้อบงั คับของคณะกรรมกำร
(๓) บรรจุ แต่งตั้งและถอดถอน เลื่อน ลด และตัดเงินเดือนหรือค่ำจ้ำง ตลอดจน
ลงโทษทำงวินยั แก่พนักงำนและลกู จ้ำง ทัง้ นี้ ต้องเปน็ ไปตำมระเบยี บหรือข้อบงั คับของคณะกรรมกำร

มำตรำ ๓๐ ในกิจกำรที่เกี่ยวกับบุคคลภำยนอก ให้ผู้ว่ำกำรเป็นตัวแทน กนอ.
เพ่ือกำรนี้ผูว้ ่ำกำรจะมอบอำนำจให้บคุ คลใดกระทำกิจกำรเฉพำะอย่ำงแทนก็ได้ ท้ังนี้ ต้องเป็นไปตำม
ระเบยี บหรอื ขอ้ บงั คับของคณะกรรมกำร

นติ ิกรรมที่ผู้ว่ำกำรกระทำโดยฝ่ำฝืนระเบียบหรือข้อบังคับตำมมำตรำ ๒๓ วรรคสอง
ย่อมไมผ่ กู พัน กนอ. เว้นแตค่ ณะกรรมกำรจะได้ใหส้ ัตยำบัน

มำตรำ ๓๑๑๙ เมื่อผู้ว่ำกำรไม่อำจปฏิบัติหน้ำท่ีได้หรือเมื่อตำแหน่งผู้ว่ำกำรว่ำงลง
ให้คณะกรรมกำรแต่งตั้งกรรมกำรหรือพนักงำนเป็นผู้ทำกำรแทนผู้ว่ำกำรหรือผู้รักษำกำรในตำแหน่ง
ผวู้ ่ำกำร แล้วแตก่ รณี และใหน้ ำมำตรำ ๒๖ มำใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม

ใหผ้ ู้ทำกำรแทนผวู้ ่ำกำรหรือผรู้ กั ษำกำรในตำแหน่งผ้วู ่ำกำรมอี ำนำจหน้ำที่อย่ำงเดียวกับ
ผวู้ ่ำกำร

๑๙ มำตรำ ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมำยท่ี
เกี่ยวกับอำนำจหน้ำที่ของผู้ทำกำรแทน ผู้ปฏิบัติหน้ำที่แทน ผู้รักษำกำรแทน หรือผู้รักษำกำร ในตำแหน่ง
ผูบ้ รหิ ำรของรัฐวิสำหกจิ พ.ศ. ๒๕๖๒

หนา้ 10

มำตรำ ๓๒ ประธำนกรรมกำรและกรรมกำร ย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนและอำจ
ไดร้ บั โบนสั ท้ังน้ี ตำมระเบียบท่ีคณะรฐั มนตรกี ำหนด

สว่ นท่ี ๓
พนักงำนและลกู จำ้ ง

มำตรำ ๓๓ ให้พนักงำนและลูกจ้ำงมีสิทธิอุทธรณ์เก่ียวกับกำรลงโทษหรือร้องทุกข์ได้
ตำมระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมกำร

มำตรำ ๓๔ ให้ กนอ. จดั ให้มีกองทุนสงเครำะห์หรือกำรสงเครำะห์อื่นเพื่อสวัสดิกำร
ของผู้ปฏิบัตงิ ำนใน กนอ. และครอบครัว ในกรณีพ้นจำกตำแหน่ง ประสบอุบัตเิ หตุเจ็บป่วย ตำย หรือ
กรณีอืน่ อนั ควรแกก่ ำรสงเครำะห์

มำตรำ ๓๕ พนักงำนและลกู จำ้ งอำจได้รับโบนัสตำมระเบียบท่คี ณะรัฐมนตรีกำหนด

หมวด ๒
นิคมอุตสำหกรรม

สว่ นท่ี ๑
กำรจดั ตัง้

มำตรำ ๓๖๒๐ นคิ มอตุ สำหกรรมมีสองประเภท คือ
(๑) เขตอตุ สำหกรรมท่วั ไป
(๒) เขตประกอบกำรเสรี
กำรจัดต้ัง กำรเปลี่ยนแปลงเขต และกำรยุบนิคมอุตสำหกรรม ให้คณะกรรมกำร
ประกำศในรำชกจิ จำนเุ บกษำและให้มแี ผนทก่ี ำหนดเขตไว้ทำ้ ยประกำศดว้ ย

มำตรำ ๓๖/๑๒๑ ในกรณีท่ีมีประกำศตำมมำตรำ ๓๖ วรรคสอง จัดตั้งหรือ
เปล่ียนแปลงนิคมอุตสำหกรรมและมีสำธำรณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในเขตดังกล่ำว ให้ตรำพระรำช
กฤษฎีกำเปลี่ยนแปลงสภำพสำธำรณสมบัติของแผ่นดินได้ โดยระบุแปลงและจำนวนเน้ือที่ดิน

๒๐ มำตรำ ๓๖ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระรำชบัญญัตกิ ำรนิคมอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐

๒๑ มำตรำ ๓๖/๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

หน้า 11

โดยประมำณ ที่ กนอ. ประสงค์จะได้กรรมสิทธิ์ไว้ในพระรำชกฤษฎีกำน้ัน และเม่ือได้มีกำรตรำพระรำช
กฤษฎกี ำดังกลำ่ วให้สำธำรณสมบัติของแผ่นดนิ ที่อยู่ในเขตดังกล่ำวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กนอ. เมื่อได้
ดำเนนิ กำรครบถว้ นตำมเงอื่ นไข ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) ที่ดินอันเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันในกรณีท่ี
พลเมืองเลิกใช้ประโยชน์ในท่ีดินน้ัน หรือได้เปลี่ยนสภำพจำกกำรเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
เมื่อกระทรวงมหำดไทยได้ให้ควำมยินยอมและ กนอ. ได้ชำระรำคำท่ีดินให้แก่กระทรวงกำรคลังตำม
รำคำที่กระทรวงมหำดไทยกำหนดแล้ว หรือในกรณีที่พลเมืองยังใช้ประโยชน์ในที่ดินน้ันอยู่หรือยังไม่
เปลี่ยนสภำพจำกกำรเป็นท่ีดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เม่ือกระทรวงมหำดไทยได้ให้ควำมยินยอม
ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรท่ีกระทรวงมหำดไทยกำหนดโดยรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนด้วย
และ กนอ. ได้จัดท่ีดินแปลงอื่นให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนตำมที่กำหนดในพระรำชกฤษฎีกำแล้ว ให้
พระรำชกฤษฎีกำน้ันมีผลเป็นกำรถอนสภำพกำรเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดินสำหรับที่ดินดังกล่ำว
โดยมิตอ้ งดำเนินกำรถอนสภำพหรือโอนตำมประมวลกฎหมำยทีด่ นิ

(๒) ท่ีดนิ อันเปน็ สำธำรณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพำะ
หรือที่ดินที่ได้สงวนหรือหวงห้ำมไว้ตำมควำมต้องกำรของทำงรำชกำร เม่ือกระทรวงกำรคลังได้ให้
ควำมยินยอมและ กนอ. ได้ชำระรำคำท่ีดินให้แก่กระทรวงกำรคลังตำมรำคำท่ีกระทรวงกำรคลัง
กำหนดแล้ว ให้พระรำชกฤษฎีกำนั้นมีผลเป็นกำรถอนสภำพกำรเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดิน
สำหรบั ท่ีดนิ ดงั กลำ่ วโดยมิต้องดำเนนิ กำรถอนสภำพหรอื โอนตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยที่รำชพสั ดุ

(๓) ที่ดินอันเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดินที่เป็นท่ีดินรกร้ำงว่ำงเปล่ำหรือที่ดินซึ่งมี
ผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับมำเป็นของแผ่นดินโดยประกำรอื่นตำมประมวลกฎหมำยที่ดินเม่ือ
กระทรวงมหำดไทยได้ใหค้ วำมยินยอมและ กนอ. ได้ชำระรำคำท่ีดินให้แก่กระทรวงกำรคลังตำมรำคำ
ท่ีกระทรวงมหำดไทยกำหนดแลว้

เพื่อประโยชน์ในกำรดำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์ของ กนอ. ให้ กนอ. มีอำนำจโอน
กรรมสิทธ์ิท่ีดินที่ได้มำตำม (๑) ให้แก่ผู้ร่วมดำเนินงำนในกำรจัดต้ังนิคมอุตสำหกรรม ผู้ประกอบ
อุตสำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม หรือผู้ประกอบกจิ กำรอน่ื ที่เป็นประโยชน์หรอื เกี่ยวเนื่องกบั กำร
ประกอบอตุ สำหกรรมหรอื กำรประกอบพำณชิ ยกรรม แลว้ แตก่ รณี ได้๒๒

มำตรำ ๓๗ นิคมอุตสำหกรรมท่ีจัดต้ังขึ้นตำมพระรำชบัญญัติน้ีต้องเป็นไปตำม
หลกั เกณฑ์ วิธกี ำร และเงอื่ นไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มำตรำ ๓๘ เมื่อมีควำมจำเป็นที่จะต้องได้มำซึ่งอสังหำริมทรัพย์เพ่ือใช้ประโยชน์ใน
กำรจัดต้ังหรือขยำยนิคมอุตสำหกรรม ให้ กนอ. มีอำนำจดำเนินกำรเวนคืนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำร
เวนคืนอสังหำริมทรพั ย์

ในกำรนี้ จะตรำพระรำชกฤษฎีกำกำหนดเขตท่ีดินในบริเวณที่ที่คิดว่ำจะเวนคืนไว้
ก่อนกไ็ ด้ และใหน้ ำบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมำยว่ำด้วยกำรเวนคืนอสังหำรมิ ทรพั ยม์ ำใช้บังคบั โดยอนุโลม

อสังหำริมทรัพย์ท่ีได้มำโดยกำรเวนคืนตำมวรรคหนึ่งให้ตกเป็นของ กนอ. และให้
กนอ. มีอำนำจดำเนินกำรโอนไปยังผู้ประกอบอุตสำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม หรือผู้ประกอบ

๒๒ มำตรำ ๓๖/๑ วรรคสอง เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒

หน้า 12

กิจกำรอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำรประกอบพำณิชยกรรม
แล้วแต่กรณี ได้๒๓

[คำว่ำ “ผู้ประกอบพำณิชยกรรม” และ “พำณิชยกรรม” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ
๑๓ แห่งพระรำชบัญญัตกิ ำรนคิ มอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๓๙ เขตพ้ืนท่ีใดท่ีบุคคลใดไดจ้ ัดสรรที่ดนิ เพอื่ ให้เปน็ นคิ มอตุ สำหกรรม ถำ้ ได้
ดำเนินกำรถูกต้องตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และเง่ือนไขท่ีกำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตำมมำตรำ ๓๗ แล้ว
คณะกรรมกำรด้วยควำมยินยอมของเจำ้ ของท่ีดินอำจดำเนนิ กำรให้พื้นท่ีนน้ั เป็นนิคมอุตสำหกรรมตำม
พระรำชบญั ญตั ินไ้ี ด้

มำตรำ ๓๙/๑๒๔ ผู้ใดจะจัดสรรท่ีดินในเขตพ้ืนที่ท่ีประกำศเป็นนิคมอุตสำหกรรม
ตำมมำตรำ ๓๙ ต้องไดร้ บั อนุญำตเป็นหนังสือจำกผู้วำ่ กำรหรือผู้ซ่งึ ผูว้ ่ำกำรมอบหมำย

กำรขออนุญำตและกำรอนุญำต รวมทั้งกำรจัดสรรท่ีดินท่ีได้รับอนุญำตตำมวรรค
หน่ึง ให้เปน็ ไปตำมหลกั เกณฑ์ วธิ กี ำร และเงื่อนไขที่คณะกรรมกำรกำหนด

มำตรำ ๔๐ ห้ำมมใิ ห้บุคคลใดใชช้ ่ือท่ีมีอักษรไทยประกอบหรืออกั ษรต่ำงประเทศซ่ึง
แปลหรืออ่ำนว่ำ “นิคมอตุ สำหกรรม” “เขตอุตสำหกรรมท่ัวไป” หรือ “เขตประกอบกำรเสรี” ในดวง
ตรำ ป้ำยชื่อ จดหมำย ใบแจ้งควำม หรือเอกสำรอย่ำงอื่นเก่ียวกับธุรกิจโดยมิได้เป็นนิคมอุตสำหกรรม
ตำมพระรำชบัญญัตนิ ี้

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
กำรนคิ มอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

ส่วนท่ี ๒
กำรประกอบกิจกำร ประโยชน์ และข้อห้ำม

มำตรำ ๔๑ ผู้ใดจะประกอบกิจกำรในนิคมอุตสำหกรรม ต้องได้รับอนุญำตเป็น
หนังสอื จำกผูว้ ำ่ กำรหรอื ผู้ซง่ึ ผวู้ ำ่ กำรมอบหมำย

กำรขออนุญำตและกำรอนุญำตให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำรและเง่ือนไขที่
คณะกรรมกำรกำหนด

มำตรำ ๔๒๒๕ กำรดำเนินกำรหรือกำรกระทำใดของผู้ประกอบอุตสำหกรรมหรือ
ผู้ประกอบพำณิชยกรรมท่ีเก่ียวข้องกับกฎหมำยดังต่อไปนี้ หำกกฎหมำยกำหนดให้ผู้ดำเนินกำรหรือ

๒๓ มำตรำ ๓๘ วรรคสำม แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศ
ไทย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

๒๔ มำตรำ ๓๙/๑ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระรำชบัญญัตกิ ำรนคิ มอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐

หนา้ 13

ผู้กระทำต้องได้รับอนุมัติ อนุญำต ใบอนุญำต หรือควำมเห็นชอบจำกหน่วยงำนของรัฐหรือ
คณะกรรมกำรตำมกฎหมำยนั้นหรือต้องจดทะเบียนหรือแจ้งต่อหน่วยงำนของรัฐหรือคณะกรรมกำร
ตำมกฎหมำยนั้นก่อน ให้ถือว่ำผู้ว่ำกำรหรือผู้ซึ่งผู้ว่ำกำรมอบหมำยเป็นผู้มีอำนำจอนุมัติ อนุญำต
ออกใบอนุญำต หรือให้ควำมเห็นชอบ หรือเป็นผู้มีอำนำจในกำรรับจดทะเบียนหรือรับแจ้งตำม
กฎหมำยนั้นด้วย

(๑) กฎหมำยว่ำด้วยกำรขดุ ดนิ และถมดิน
(๒) กฎหมำยว่ำด้วยกำรควบคุมอำคำร
(๓) กฎหมำยว่ำดว้ ยกำรสำธำรณสุข
(๔) กฎหมำยวำ่ ด้วยโรงงำน
เมื่อได้รับอนุมัติ อนุญำต ใบอนุญำต หรือควำมเห็นชอบจำกผู้ว่ำกำรหรือผู้ซ่ึงผู้ว่ำกำร
มอบหมำยตำมวรรคหน่ึงแล้ว ให้ถือว่ำผู้ดำเนินกำรหรือผู้กระทำกำรน้ันได้รับอนุมัติ อนุญำต
ใบอนุญำต หรือควำมเห็นชอบจำกหน่วยงำนของรัฐหรือคณะกรรมกำรตำมกฎหมำยน้ันแล้ว หรือได้
จดทะเบียนหรือแจง้ ต่อหน่วยงำนของรัฐหรอื คณะกรรมกำรตำมกฎหมำยนั้นแล้ว และใหผ้ ู้ว่ำกำรหรือ
ผู้ซึ่งผู้ว่ำกำรมอบหมำยมีฐำนะเป็นเจ้ำพนักงำนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ซึ่งมีอำนำจหน้ำท่ีในกำรบังคับ
กำรให้เปน็ ไปตำมกฎหมำยดังกลำ่ วด้วย
ในกำรอนุมัติ อนุญำต ออกใบอนุญำต ให้ควำมเห็นชอบ หรือรับจดทะเบียนหรือ
รับแจ้งตำมวรรคสอง ผู้ว่ำกำรหรือผู้ซ่ึงผู้ว่ำกำรมอบหมำยต้องปฏิบัติตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และ
เงื่อนไขที่กำหนดไว้ตำมกฎหมำยนั้น และเมื่อดำเนินกำรแล้ว ให้แจ้งหน่วยงำนของรัฐหรือ
คณะกรรมกำรตำมกฎหมำยนั้นหรือกฎหมำยที่เก่ียวข้องเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐำนด้วย เพ่ือประโยชน์
แห่งกำรน้ีหน่วยงำนของรัฐหรือคณะกรรมกำรตำมกฎหมำยน้ันหรือกฎหมำยที่เกี่ยวข้องจะกำหนดให้
แจ้งโดยวธิ กี ำรทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ สก์ ไ็ ด้

มำตรำ ๔๒/๑๒๖ กำรดำเนินกำรหรือกำรกระทำใดภำยในนิคมอุตสำหกรรมท่ี
กฎหมำยอืน่ ใดนอกจำกทบี่ ัญญัติไวใ้ นมำตรำ ๔๒ กำหนดให้ผู้ดำเนนิ กำรหรอื ผกู้ ระทำต้องได้รับอนุมัติ
อนุญำต ใบอนุญำต หรอื ควำมเห็นชอบจำกหน่วยงำนของรัฐหรือคณะกรรมกำรตำมกฎหมำยนั้น หรือ
ต้องจดทะเบียนหรือแจ้งต่อหน่วยงำนของรัฐหรือคณะกรรมกำรตำมกฎหมำยนั้นก่อน ผู้มีอำนำจ
อนมุ ตั ิ อนุญำต ออกใบอนุญำต หรือใหค้ วำมเหน็ ชอบ หรอื ผู้มอี ำนำจในกำรรบั จดทะเบียนหรือรับแจ้ง
ตำมกฎหมำยน้ันจะมอบอำนำจเป็นหนังสือให้ผู้ว่ำกำรหรือผู้ซึ่งผู้ว่ำกำรมอบหมำยเป็นผู้มีอำนำจ
ปฏิบตั กิ ำรแทนตำมหลักเกณฑ์ วธิ ีกำร และเงอื่ นไขทผ่ี มู้ อี ำนำจตำมกฎหมำยดงั กลำ่ วกำหนดก็ได้

มำตรำ ๔๒/๒๒๗ ในกำรอนุมัติ อนุญำต ออกใบอนุญำต ให้ควำมเห็นชอบ หรือรับ
จดทะเบียนหรือรับแจ้งตำมมำตรำ ๔๒ และมำตรำ ๔๒/๑ ให้ กนอ. มีอำนำจเรียกเก็บค่ำธรรมเนียม

๒๕ มำตรำ ๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒

๒๖ มำตรำ ๔๒/๑ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๒

๒๗ มำตรำ ๔๒/๒ เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๒

หนา้ 14

ค่ำใช้จ่ำย หรือค่ำอ่ืนใดท่ีกฎหมำย ข้อบัญญัติ หรือเทศบัญญัติว่ำด้วยกำรน้ันกำหนดไว้ และให้นำส่ง
หน่วยงำนของรัฐที่มีอำนำจเรียกเก็บค่ำธรรมเนียม ค่ำใช้จ่ำย หรือค่ำอื่นใดนั้น ตำมหลักเกณฑ์และ
วิธกี ำรตำมทไี่ ด้ตกลงกัน

ให้ กนอ. มีอำนำจเรียกเก็บค่ำบริกำรในกำรดำเนินกำรตำมวรรคหน่ึงเพิ่มเติมได้
ตำมอัตรำท่ีคณะกรรมกำรกำหนด แต่ทั้งนี้ตอ้ งไมเ่ กินอตั รำรอ้ ยละสิบของค่ำธรรมเนียมที่เรียกเก็บตำม
วรรคหนึ่งและให้ค่ำบรกิ ำรนั้นเป็นรำยไดข้ อง กนอ.

มำตรำ ๔๓ ในกรณีทมี่ กี ำรปลูกสรำ้ งอำคำรโดยมไิ ด้รับอนุญำตตำมมำตรำ ๔๒ หรือ
ในกรณีท่ีมีกำรปลูกสร้ำงอำคำรผิดแผกจำกแผนผังแบบก่อสร้ำงหรือรำยกำรท่ีได้รับอนุญำต หรือไม่
ปฏิบัติตำมเงื่อนไขท่ีกำหนดในใบอนุญำต ให้ กนอ. มีอำนำจส่ังระงับกำรก่อสรำ้ ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง
หรือร้ือถอนอำคำรหรือส่วนแห่งอำคำรดังกล่ำวภำยในระยะเวลำอันสมควร โดยแจ้งระยะเวลำให้
ผู้ปลูกสร้ำง เจ้ำของ หรือผูค้ รอบครองอำคำรทรำบ

เม่ือพ้นกำหนดระยะเวลำตำมวรรคหนึ่งแล้ว และผู้ปลูกสร้ำง เจ้ำของ หรือผู้ครอบครอง
อำคำรไมป่ ฏิบัติตำมคำสั่งของ กนอ. ให้ กนอ. มีอำนำจจัดกำรอย่ำงหนึง่ อย่ำงใดตำมท่ีเห็นสมควรเพ่ือ
แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือรื้อถอนอำคำรหรือส่วนแห่งอำคำรนั้นได้โดยคิดค่ำใช้จ่ำยจำกผู้ปลูกสร้ำง
เจำ้ ของ หรอื ผคู้ รอบครองอำคำรนน้ั

มำตรำ ๔๔๒๘ ผู้ประกอบอุตสำหกรรมและผู้ประกอบพำณิชยกรรมอำจได้รับ
อนุญำตให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในนิคมอุตสำหกรรมหรือในเขตประกอบกำรเสรี แล้วแต่กรณี
เพื่อประกอบกิจกำรได้ตำมจำนวนเนื้อที่ท่ีคณะกรรมกำรเห็นสมควรแม้ว่ำจะเกินกำหนดท่ีจะพึงมีได้
ตำมกฎหมำยอ่นื

ในกรณที ี่ผปู้ ระกอบอตุ สำหกรรมหรอื ผู้ประกอบพำณชิ ยกรรม ซงึ่ เป็นคนตำ่ งด้ำวเลิก
กิจกำรหรือโอนกิจกำรให้แก่ผู้อ่ืน ผู้ประกอบอุตสำหกรรมหรือผู้ประกอบพำณิชยกรรมต้องจำหน่ำย
ทีด่ ินท่ีไดร้ ับอนุญำตให้ถือกรรมสิทธิ์และส่วนควบกับที่ดินน้ันใหแ้ ก่ กนอ. หรอื ผู้รับโอนกิจกำร แล้วแต่
กรณี ภำยในเวลำสำมปีนับแต่วันท่ีเลิกหรือโอนกิจกำร มิฉะน้ันให้อธิบดีกรมท่ีดินจำหน่ำยที่ดินและ
ส่วนควบกบั ทดี่ นิ น้นั ใหแ้ ก่ กนอ. หรอื บคุ คลอนื่ ตำมประมวลกฎหมำยที่ดนิ

[คำว่ำ “ผู้ประกอบพำณิชยกรรม” และ “เขตประกอบกำรเสรี”แก้ไขเพิ่มเติมโดย
มำตรำ ๑๓ แหง่ พระรำชบญั ญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๔๕๒๙ ภำยใต้บังคบั กฎหมำยว่ำดว้ ยคนเขำ้ เมอื งเพยี งเทำ่ ท่พี ระรำชบัญญัติน้ี
มไิ ดบ้ ัญญัตไิ วเ้ ป็นอย่ำงอ่ืน ให้ผู้ประกอบอุตสำหกรรมและผู้ประกอบพำณิชยกรรมได้รับอนุญำตให้นำ
คนต่ำงด้ำวซง่ึ เป็น

(๑) ช่ำงฝีมือ
(๒) ผชู้ ำนำญกำร

พ.ศ. ๒๕๓๙ ๒๘ มำตรำ ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๓๙ ๒๙ มำตรำ ๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอตุ สำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับที่ ๓)

หน้า 15

(๓) คู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปกำระของบุคคลใน (๑) หรือ (๒) เข้ำมำใน
ร ำ ช อ ำ ณ ำ จั ก ร ได้ ต ำ ม จ ำ น ว น แ ล ะ ภ ำ ย ใน ก ำ ห น ด ร ะ ย ะ เว ล ำ ให้ อ ยู่ ได้ ใน ร ำ ช อ ำ ณ ำ จั ก ร ต ำ ม ที่
คณะกรรมกำรเห็นสมควร แม้ว่ำจะเกินกำหนดจำนวนหรือระยะเวลำให้อยู่ได้ในรำชอำณำจักรตำม
กฎหมำยว่ำดว้ ยคนเข้ำเมอื ง

[คำว่ำ “ผู้ป ระกอบ พ ำณิ ชยกรรม ” แก้ไขเพ่ิ มเติมโดยมำตรำ ๑ ๓ แห่ ง
พระรำชบัญญตั ิกำรนิคมอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๔๖ ภำยใต้บังคับกฎหมำยว่ำด้วยกำรทำงำนของคนต่ำงด้ำวเพียงเท่ำที่
พระรำชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่ำงอ่ืน ให้คนต่ำงด้ำวซึ่งเป็นช่ำงฝีมือหรือผู้ชำนำญกำรซ่ึงได้รับ
อนญุ ำตใหอ้ ยใู่ นรำชอำณำจักรตำมมำตรำ ๔๕ ไดร้ ับอนุญำตทำงำนเฉพำะตำแหน่งหน้ำท่ีกำรทำงำนที่
คณะกรรมกำรใหค้ วำมเหน็ ชอบ ตลอดระยะเวลำเทำ่ ทไ่ี ดร้ ับอนญุ ำตให้อยู่ในรำชอำณำจกั ร

มำตรำ ๔๗ ผู้ประกอบอุตสำหกรรมและผู้ประกอบพำณิชยกรรมซ่งึ มีภูมิลำเนำนอก
รำชอำณำจักรจะได้รับอนุญำตให้นำหรือส่งเงินออกไปนอกรำชอำณำจักรเป็นเงินตรำต่ำงประเทศได้
เมือ่ เงินนัน้ เปน็

(๑) เงนิ ทุนท่ีนำเข้ำมำในรำชอำณำจักรและเงินปันผลหรือผลประโยชน์อืน่ ที่เกิดจำก
เงนิ ทุนน้ัน

(๒) เงินกู้ต่ำงประเทศท่ีนำมำลงทุนในกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำรประกอบ
พำณิชยกรรมตำมสญั ญำที่ กนอ. ใหค้ วำมเหน็ ชอบ รวมทั้งดอกเบ้ยี ของเงินกตู้ ่ำงประเทศนน้ั

(๓) เงินท่ีมขี อ้ ผกู พันกับต่ำงประเทศตำมสัญญำเก่ียวกับกำรใช้สทิ ธิและบริกำรต่ำง ๆ
ในกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำรประกอบพำณิชยกรรมและสัญญำน้ันได้รับควำมเห็นชอบจำก
กนอ.๓๐

ในกรณีท่ีระยะเวลำใดดุลกำรชำระเงินต้องประสบควำมยุ่งยำกจำเป็นต้องสงวน
เงินตรำต่ำงประเทศให้มีสำรองไว้ตำมสมควร ธนำคำรแห่งประเทศไทยจะจำกัดกำรนำหรือส่งเงินนั้น
ออกไปนอกรำชอำณำจักรเป็นกำรชั่วครำวเพื่อผลดังกล่ำวนั้นก็ได้ แต่จะไม่จำกัดกำรส่งเงินทุนที่ได้
นำเข้ำมำในรำชอำณำจักรออกนอกรำชอำณำจักรต่ำกว่ำร้อยละย่ีสิบต่อปีของยอดเงินทุนดังกล่ำวท่ี
เหลืออยู่ในวันท่ี ๓๑ ธันวำคมของปี ถ้ำกำรส่งเงินนั้นกระทำภำยหลังท่ีนำเข้ำมำแล้วเป็นเวลำสองปี
และจะไม่จำกัดกำรส่งเงินปันผลต่ำกว่ำร้อยละสิบห้ำต่อปีของเงินทุนที่นำเข้ำมำในรำชอำณำจักร
และเหลืออยู่ในขณะทีข่ อส่งเงินปันผลออก

[คำว่ำ “พำณิชยกรรม” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๔๘๓๑ ให้ของที่นำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีได้รับสิทธิประโยชน์ทำง
อำกรเช่นเดียวกับของท่ีนำเข้ำไปในเขตปลอดอำกรตำมกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกร และให้รวมถึงสิทธิ
ประโยชนใ์ นกรณดี งั ต่อไปนด้ี ว้ ย

๓๐ มำตรำ ๔๗ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศ
ไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

หน้า 16

(๑) ของท่ีนำเข้ำมำในรำชอำณำจักรและนำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรี ให้ได้รับ
ยกเว้นค่ำธรรมเนียมพเิ ศษตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรส่งเสริมกำรลงทุน อำกรขำเข้ำ ภำษีมูลค่ำเพิม่ และ
ภำษีสรรพสำมิต สำหรับของที่เป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ รวมท้ังส่วนประกอบ
ของส่ิงดังกล่ำวที่จำเป็นต้องใช้ในกำรผลิตสินค้ำหรือเพ่ือพำณิชยกรรม แล้วแต่กรณี และของท่ีใช้ใน
กำรสร้ำง ประกอบ หรือติดต้ังเป็นโรงงำนหรอื อำคำรในเขตประกอบกำรเสรี ทั้งน้ี เท่ำที่นำเข้ำมำใน
รำชอำณำจักรและนำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีตำมท่ีคณะกรรมกำรอนุมัติ และต้องปฏิบัติตำม
หลักเกณฑ์ วธิ กี ำร และเงือ่ นไขที่คณะกรรมกำรกำหนด

(๒) ของที่นำเข้ำมำในรำชอำณำจักรและนำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีเพื่อใช้ใน
กำรผลิตสินค้ำหรือเพ่ือพำณิชยกรรม ให้ได้รับยกเว้นค่ำธรรมเนียมพิเศษตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำร
สง่ เสริมกำรลงทุนอำกรขำเขำ้ ภำษีมลู ค่ำเพ่ิม และภำษีสรรพสำมติ ทงั้ น้ี ตำมหลกั เกณฑ์ วิธกี ำร และ
เงอื่ นไขที่ผู้วำ่ กำรกำหนด

(๓) ของที่นำเข้ำมำในรำชอำณำจักรและนำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีตำม (๒)
รวมทั้งผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้ และส่ิงอื่นท่ีได้จำกกำรผลิตในเขตประกอบกำรเสรี หำกส่งออกไปนอก
รำชอำณำจักรให้ได้รับยกเวน้ อำกรขำออก ภำษีมลู คำ่ เพ่ิม และภำษสี รรพสำมิต

ของท่ีนำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีตำมวรรคหน่ึง ใหร้ วมถงึ ของท่ีนำออกจำกเขต
ประกอบกำรเสรีแหง่ หนึง่ ไปยงั เขตประกอบกำรเสรีอีกแหง่ หน่ึงดว้ ย

มำตรำ ๔๙๓๒ ในกรณีกำรนำของเข้ำมำในรำชอำณำจักรหรือนำวัตถุดิบภำยใน
รำชอำณำจักรเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินกำรอ่ืนใดกับ
ของนั้นโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งออกไปนอกรำชอำณำจักร ให้ของนั้นได้รับยกเว้นไม่อยู่ภำยในบังคับ
ของกฎหมำยในส่วนท่ีเกี่ยวกับกำรควบคุมกำรนำเข้ำมำในรำชอำณำจักร กำรส่งออกไปนอก
รำชอำณำจกั ร กำรครอบครองหรอื กำรใชป้ ระโยชน์ซ่ึงของดังกล่ำว หรอื เก่ียวกับกำรควบคุมมำตรฐำน
หรือคุณภำพ กำรประทับตรำหรือเครื่องหมำยใด ๆ แก่ของนั้น แต่ไม่รวมถึงกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกร
ท้งั น้ี ตำมหลกั เกณฑ์ วิธีกำรและเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมกำรกำหนด

ในกรณีที่ของตำมวรรคหน่ึงเป็นของที่ก่อให้เกิดหรืออำจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
ควำมม่ันคงหรือควำมปลอดภัยของประเทศ ควำมสงบเรียบร้อยของประชำชน สุขภำพอนำมัยของ
ประชำชนหรอื สงิ่ แวดลอ้ ม หรือเปน็ ของซ่ึงประเทศไทยมีพันธกรณีตำมข้อผูกพนั ตำมสัญญำหรือควำม
ตกลงระหว่ำงประเทศในส่วนที่เก่ียวกับกำรนำเข้ำมำในรำชอำณำจักร กำรส่งออกไปนอก
รำชอำณำจักร กำรครอบครองหรือกำรใช้ประโยชน์ ให้รัฐมนตรีมีอำนำจออกกฎกระทรวงกำหนด
ชนิดหรือประเภทของของดังกล่ำวมิให้ได้รับยกเว้นตำมวรรคหนึ่งได้ ทั้งน้ี จะกำหนดหลักเกณฑ์
วธิ กี ำร และเงอ่ื นไขใด ๆ เกีย่ วกับของนน้ั ไวด้ ้วยกไ็ ด้

พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓๑ มำตรำ ๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบญั ญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓๒ มำตรำ ๔๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบญั ญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔)

หนา้ 17

ให้นำควำมในวรรคหนึ่งและวรรคสองมำใช้บังคับแก่เขตประกอบกำรเสรีเพื่อ
พำณิชยกรรมโดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพ่อื สง่ ออกไปนอกรำชอำณำจักรดว้ ยโดยอนุโลม๓๓

มำตรำ ๕๐๓๔ (ยกเลกิ )

มำตรำ ๕๑๓๕ ของใดที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมำยให้ได้รับยกเว้นหรือคืนค่ำภำษี
อำกรเม่ือได้ส่งออกไปนอกรำชอำณำจักร แม้มิได้ส่งออกแต่ได้นำเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีเพื่อใช้
ตำมมำตรำ ๔๘ (๑) หรือ (๒) ให้ของน้ันได้รบั ยกเว้นหรอื คืนค่ำภำษีอำกรโดยถือเสมือนวำ่ ได้สง่ ออกไป
นอกรำชอำณำจักรในวันท่ีนำเขำ้ ไปในเขตประกอบกำรเสรี

มำตรำ ๕๒๓๖ ของที่นำเขำ้ มำในรำชอำณำจกั รและนำเขำ้ ไปในเขตประกอบกำรเสรี
ตำมมำตรำ ๔๘ หรือมำตรำ ๔๙ และของตำมมำตรำ ๕๑ รวมท้ังผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้และสิ่งอื่น
ที่ได้จำกกำรผลิตในเขตประกอบกำรเสรี หำกนำออกจำกเขตประกอบกำรเสรีเพ่ือใช้หรือจำหน่ำยใน
รำชอำณำจักรจะต้องเสียค่ำธรรมเนียมพิเศษตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรส่งเสริมกำรลงทุน อำกรขำเข้ำ
ภำษีมูลค่ำเพิ่มและภำษีสรรพสำมิต ตำมสภำพ รำคำและอัตรำภำษีอำกรที่เป็นอยู่ในวันที่นำออกจำก
เขตประกอบกำรเสรี รวมท้ังจะต้องปฏิบัติตำมกฎหมำยในส่วนที่เก่ียวกับกำรควบคุมกำรนำเข้ำมำใน
รำชอำณำจักร กำรส่งออกไปนอกรำชอำณำจักร กำรครอบครองหรือกำรใช้ประโยชน์ซึ่งของดังกล่ำว
หรือเก่ียวกับกำรควบคุมมำตรฐำนหรือคุณภำพ กำรประทับตรำ หรือเครื่องหมำยใด ๆ แก่ของนั้น
นับแต่วันท่ีนำออกจำกเขตประกอบกำรเสรี แล้วแต่กรณี โดยถือเสมือนว่ำได้นำเข้ำมำใน
รำชอำณำจักรในวนั ทน่ี ำออกจำกเขตประกอบกำรเสรี

มำตรำ ๕๒/๑๓๗ ในกรณีของ รวมท้ังผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้ และส่ิงอื่นที่ได้จำกกำร
ผลิตในเขตประกอบกำรเสรีท่ีนำออกจำกเขตประกอบกำรเสรีเป็นของที่ต้องเสียภำษีอำกรในกำร
คำนวณค่ำภำษีอำกร หำกมีกรณีท่ีนำวัตถุดิบภำยในรำชอำณำจักรเข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีเพื่อ
ผลิต ผสมประกอบ บรรจุ หรือดำเนินกำรอื่นใดกับของน้ันโดยท่ีวัตถุดิบที่นำเข้ำไปนั้นไม่มีสิทธิได้รับ
กำรคนื หรือยกเว้นอำกร ไมต่ ้องนำรำคำวัตถุดิบดังกล่ำวมำคำนวณคำ่ ภำษอี ำกร ทง้ั น้ี ตำมหลักเกณฑ์
วิธีกำร และเง่ือนไขทีอ่ ธิบดกี รมศุลกำกรกำหนด

๓๓ มำตรำ ๔๙ วรรคสำม เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒

๓๔ มำตรำ ๕๐ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๕ มำตรำ ๕๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๖ มำตรำ ๕๒ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบญั ญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๗ มำตรำ ๕๒/๑ เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๐

หนา้ 18

มำตรำ ๕๓ กำรนำของเข้ำมำในหรือนำออกไปจำกเขตประกอบกำรเสรี กำรเก็บ
รักษำ และกำรควบคุมกำรขนย้ำย ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับกำรนำของเข้ำ กำรส่งของออก และกำร
เก็บของในคลังสินค้ำ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกรมำใช้บังคับโดยอนุโลม กับทั้งต้องปฏิบัติตำม
ระเบียบและพิธีกำรที่อธิบดีกรมศุลกำกรกำหนด และให้นำบทลงโทษตำมกฎหมำยดังกล่ำวมำใช้
บังคับดว้ ย

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
กำรนคิ มอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๕๔๓๘ ของที่ไม่ใช้หรือใช้ไม่ได้ซึ่งอยู่ในเขตประกอบกำรเสรี ในกรณีที่ผู้
ประกอบอุตสำหกรรมหรือผู้ประกอบพำณิชยกรรมขออนุญำตเป็นหนังสือต่อ กนอ. เพื่อทำลำย
หรือในกรณีท่ี กนอ. เห็นสมควรสั่งให้ทำลำยของดังกล่ำว ให้ กนอ. แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบ
อุตสำหกรรมหรือผู้ประกอบพำณิชยกรรม แล้วแต่กรณี หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่ำว และอธิบดี
กรมศุลกำกรหรือผู้ซ่ึงอธิบดีกรมศุลกำกรมอบหมำยทรำบ และให้อธิบดีกรมศุลกำกรหรือผู้ซ่ึงอธิบดี
กรมศุลกำกรมอบหมำยส่ังดำเนินกำรทำลำยของนั้นตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่อธิบดีกรมศุลกำกร
กำหนด

ในกรณีที่ กนอ. ไม่อำจแจ้งให้บุคคลตำมวรรคหน่ึงทรำบได้ เม่ือ กนอ. ได้ปิด
ประกำศไว้ ณ สำนักงำนของบคุ คลดงั กล่ำวที่อยู่ในเขตประกอบกำรเสรเี ปน็ เวลำเจ็ดวันให้ถือว่ำบุคคล
ดังกลำ่ วไดร้ ับแจง้ แลว้

ของที่ได้ถูกทำลำยตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรดังกล่ำวในวรรคหนึ่งให้ได้รับยกเว้น
ค่ำธรรมเนียมพิเศษตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรส่งเสริมกำรลงทุน อำกรขำเข้ำ ภำษีมูลค่ำเพ่ิม และภำษี
สรรพสำมิต

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” และ “ผู้ประกอบพำณิชยกรรม” แก้ไขเพ่ิมเติมโดย
มำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญตั ิกำรนิคมอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๕๕ ห้ำมมิให้ผู้ใดนำของในเขตประกอบกำรเสรี ออกไปจำกเขต
ประกอบกำรเสรี เว้นแต่จะไดร้ บั อนญุ ำตเปน็ หนงั สือจำกผูว้ ่ำกำรหรือผู้ซง่ึ ผวู้ ำ่ กำรมอบหมำย

กำรอนุญ ำตตำมวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตำมหลักเกณ ฑ์ วิธีกำรและแบบท่ี
คณะกรรมกำรกำหนด

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
กำรนคิ มอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๕๖ ห้ำมมิให้ผู้ใดเข้ำไปหรืออยู่ในเขตประกอบกำรเสรี เว้นแต่จะได้รับ
อนุญำตเป็นหนังสือจำกผู้ว่ำกำรหรือผู้ซ่ึงผ้วู ่ำกำรมอบหมำยและต้องปฏิบัติตำมระเบียบหรือข้อบังคับ
ของ กนอ.

กำรอนุญำตตำมวรรคหนึ่ง ให้ เป็นไปตำมหลักเกณ ฑ์ วิธีกำร และแบบที่
คณะกรรมกำรกำหนด

๓๘ มำตรำ ๕๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอตุ สำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับท่ี ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๙

หน้า 19

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
กำรนคิ มอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

หมวด ๓
พนกั งำนเจ้ำหนำ้ ท่ี

มำตรำ ๕๗๓๙ พนักงำนเจ้ำหน้ำที่มีอำนำจเข้ำไปในสถำนที่ ของผู้ประกอบ
อุตสำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม หรือของผู้ประกอบกิจกำรอ่ืนที่เป็นประโยชน์ หรือเกี่ยวเนื่อง
กับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรือกำรประกอบพำณิชยกรรม แล้วแต่กรณี ในนิคมอุตสำหกรรมใน
ระหวำ่ งเวลำทำกำรเพอื่ สอบถำมขอ้ เท็จจริงหรือเพ่ือตรวจสอบเอกสำรหรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวกบั กำร
ประกอบกิจกำรจำกบุคคลซ่ึงอยู่ในสถำนท่ีนั้นได้ตำมควำมจำเป็นในกรณีเช่นนี้ผู้ประกอบกิจกำร
ดังกล่ำวตอ้ งให้ควำมสะดวกตำมสมควร

ในกรณีท่ีพนักงำนเจ้ำหน้ำที่จะเข้ำไปในสถำนท่ีตำมวรรคหน่ึง ให้ผู้ว่ำกำร หรือผู้ซ่ึง
ผู้ว่ำกำรมอบหมำยแจ้งเป็นหนงั สอื ให้ผู้ประกอบอุตสำหกรรม ผู้ประกอบพำณิชยกรรม หรือผปู้ ระกอบ
กจิ กำรอ่ืนท่ีเป็นประโยชนห์ รือเกี่ยวเน่ืองกับกำรประกอบอุตสำหกรรมหรอื กำรประกอบพำณิชยกรรม
แล้วแต่กรณี ทรำบล่วงหน้ำเป็นเวลำไม่น้อยกว่ำยี่สิบส่ีชั่วโมง เว้นแต่กรณีท่ีผู้ว่ำกำรหรือผู้ซึ่งผู้ว่ำกำร
มอบหมำยจะเห็นว่ำเปน็ กำรเรง่ ดว่ น

[คำว่ำ “ผู้ประกอบพำณิชยกรรม” และ “พำณิชยกรรม” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมำตรำ
๑๓ แหง่ พระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๕๘ พนักงำนเจ้ำหน้ำท่ี หรือเจ้ำหน้ำที่ศุลกำกรมีอำนำจตรวจค้นโรงงำน
อำคำร ยำนพำหนะ และบคุ คล รวมตลอดถงึ ของใด ๆ ในเขตประกอบกำรเสรี

[คำว่ำ “เขตประกอบกำรเสรี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
กำรนคิ มอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐]

มำตรำ ๕๙ ถ้ำพบผู้ใดกำลังกระทำควำมผิด หรือพยำยำมกระทำควำมผิดหรือใช้
หรอื ช่วย หรือยุยง ให้ผู้อื่นกระทำควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติน้ีหรือกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกรในนิคม
อุตสำหกรรม พนกั งำนเจ้ำหนำ้ ทม่ี ีอำนำจจบั ผู้นั้นได้โดยไม่ตอ้ งมีหมำยจบั แลว้ นำส่งพนักงำนสอบสวน
ตำมประมวลกฎหมำยวิธพี ิจำรณำควำมอำญำพรอ้ มด้วยของกลำงเพ่ือดำเนินกำรต่อไป

มำตรำ ๖๐ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมมำตรำ ๕๗ มำตรำ ๕๘ หรือมำตรำ ๕๙
ให้พนักงำนเจำ้ หน้ำที่แสดงบัตรประจำตวั ตำมแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงตอ่ บุคคลซง่ึ เก่ยี วข้อง

มำตรำ ๖๑ ให้พนักงำนเจำ้ หนำ้ ท่ีเป็นเจ้ำพนกั งำนตำมประมวลกฎหมำยอำญำ

๓๙ มำตรำ ๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอตุ สำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๙

หน้า 20

หมวด ๔
กำรควบคมุ

มำตรำ ๖๒ ให้รัฐมนตรีมีอำนำจหน้ำท่ีกำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจกำรของ กนอ. เพ่ือกำรน้ี
จะส่งั ให้ กนอ. ชี้แจงข้อเท็จจรงิ แสดงควำมคิดเหน็ ทำรำยงำน หรือยับยั้งกำรกระทำท่ีขัดตอ่ นโยบำย
ของรัฐบำลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนำจที่จะสั่งให้ปฏิบัติกำรตำมนโยบำยของรัฐบำล
หรอื มติของคณะรฐั มนตรี และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกำรดำเนนิ กิจกำรของ กนอ. ได้

มำตรำ ๖๓ ในกรณี กนอ. จะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีให้นำเร่ืองเสนอ
รัฐมนตรเี พ่อื เสนอตอ่ ไปยงั คณะรัฐมนตรี

มำตรำ ๖๔ ในกำรดำเนินกิจกำรของ กนอ. ให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและ

ประชำชน

มำตรำ ๖๕ ให้ กนอ. เปิดบญั ชเี งินฝำกไวก้ ับธนำคำรตำมระเบียบของกระทรวงกำรคลัง

มำตรำ ๖๖ กนอ. ต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนิน
กจิ กำรดงั ต่อไปนี้ได้

(๑) กำรลงทนุ เพือ่ จัดตง้ั หรือขยำยนิคมอุตสำหกรรม
(๒) กำรเพมิ่ ทุนโดยตรี ำคำทรพั ย์สินใหม่

(๓) กำรลดทนุ
(๔) กำรกยู้ ืมเงนิ เกนิ สบิ ลำ้ นบำท
(๕) กำรออกพันธบตั รหรอื ตรำสำรอ่นื ใดเพื่อกำรลงทุน
(๖) กำรจำหน่ำยอสังหำริมทรัพย์ที่มีรำคำเกินหน่ึงล้ำนบำท เวน้ แต่เป็นกำรจำหน่ำย
อสงั หำรมิ ทรัพยใ์ นนคิ มอุตสำหกรรม
(๗)๔๐ (ยกเลกิ )

มำตรำ ๖๗ ให้ กนอ. จัดทำงบประมำณประจำปีโดยแยกเป็นงบลงทุนและงบทำ
กำร สำหรับงบลงทุนให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจำรณำและให้ควำมเห็นชอบ ส่วนงบทำกำรให้
นำเสนอคณะรฐั มนตรีเพ่อื ทรำบ

มำตรำ ๖๘ ให้ กนอ. วำงและถือไว้ซ่ึงระบบกำรบัญชีอันถูกต้องแยกตำมประเภท
งำนสว่ นทีส่ ำคญั มีกำรสอบบัญชีภำยในเปน็ ประจำ และมสี มดุ บัญชลี งรำยกำร

(๑) กำรรับและจำ่ ยเงนิ
(๒) สนิ ทรพั ยแ์ ละหนส้ี ิน

๔๐ มำตรำ ๖๖ (๗) ยกเลิกโดยพระรำชบัญญตั ิกำรนิคมอตุ สำหกรรมแหง่ ประเทศไทย (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๙

หน้า 21

ซ่ึงแสดงกำรงำนท่ีเป็นอยู่ตำมจริงและตำมท่ีสมควรโดยพิจำรณำตำมประเภทงำน
พรอ้ มด้วยขอ้ ควำมอันเปน็ เหตุทมี่ ำของรำยกำรนนั้ ๆ

มำตรำ ๖๙ ทุกปี ให้สำนักงำนตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชี
รวมทั้งกำรเงนิ ของ กนอ.

มำตรำ ๗๐ ผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชีมีอำนำจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสำร
หลักฐำนต่ำง ๆ ของ กนอ. เพื่อกำรนี้ ให้มีอำนำจสอบถำมประธำนกรรมกำร กรรมกำร อนุกรรมกำร
พนักงำนเจ้ำหน้ำท่ี พนกั งำนและลกู จ้ำง

มำตรำ ๗๑ ผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชีต้องทำรำยงำนผลของกำรสอบบัญชีเสนอ
คณะรฐั มนตรี ภำยในหนึง่ ร้อยย่ีสิบวนั นับแตว่ ันสนิ้ ปีบัญชแี ละให้ กนอ. โฆษณำรำยงำนประจำปีของปี
ทีส่ นิ้ ไปน้ัน แสดงบญั ชีงบดลุ บัญชีทำกำร และบญั ชกี ำไรขำดทุน ซึ่งผู้สอบบัญชแี ละตรวจบญั ชรี ับรอง
ว่ำถูกต้องแลว้ ภำยในหนงึ่ รอ้ ยหำ้ สิบวนั นบั แตว่ นั ส้นิ ปีบัญชี

หมวด ๕
บทกำหนดโทษ

มำตรำ ๗๑/๑๔๑ ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ัติตำมมำตรำ ๓๙/๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวำงโทษจำคุก
ไม่เกินสองปแี ละปรับตั้งแตส่ ่ีหมื่นบำทถึงหนึ่งแสนบำท

มำตรำ ๗๒ ผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ ๔๐ ต้องระวำงโทษปรับไม่เกินสองพันบำทและปรับ
อกี วนั ละสองร้อยบำทตง้ั แต่วันฟ้องจนกวำ่ จะเลิกใช้

มำตรำ ๗๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตำมมำตรำ ๔๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวำงโทษปรับไม่เกินห้ำ
พันบำท และใหศ้ ำลสัง่ ใหผ้ ู้นั้นหยุดประกอบกจิ กำรจนกว่ำจะไดร้ ับอนญุ ำตตำมพระรำชบญั ญัติน้ี

มำตรำ ๗๔ ผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ ๕๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวำงโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรอื ปรับไมเ่ กินหกหมืน่ บำท หรือท้ังจำท้ังปรบั

ของท่ีนำออกไปโดยฝำ่ ฝืนมำตรำ ๕๕ วรรคหนึ่ง ใหร้ ิบเสียท้ังสนิ้

มำตรำ ๗๕ ผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ ๕๖ วรรคหน่ึง ต้องระวำงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือปรับไม่เกนิ หนงึ่ พนั บำท หรอื ทง้ั จำทง้ั ปรับ

๔๑ มำตรำ ๗๑/๑ เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔)

พ.ศ. ๒๕๕๐

หน้า 22

มำตรำ ๗๖ ผู้ใดไม่ให้ควำมสะดวกแก่พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ตำมมำตรำ ๕๗ วรรคหนึ่ง
หรือขัดขวำงหรือไม่ให้ควำมสะดวกแก่พนักงำนเจ้ำหน้ำที่หรือเจ้ำหน้ำที่ศุลกำกร ตำมมำตรำ ๕๘
ต้องระวำงโทษปรับไมเ่ กินห้ำพันบำท

บทเฉพำะกำล

มำตรำ ๗๗ ให้ผู้อำนวยกำร พนักงำนและลูกจ้ำงของกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่ง
ประเทศไทยตำมประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๓๙ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ซ่ึงดำรง
ตำแหน่งอยู่ในวันที่พระรำชบัญญัติน้ีใช้บังคับ เป็นผู้ว่ำกำร พนักงำนและลูกจ้ำงของกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยตำมพระรำชบญั ญัตนิ ้ี

มำตรำ ๗๘ ให้คณะกรรมกำรกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย ตำมประกำศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นคณะกรรมกำรกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยตำมพระรำชบัญญัติน้ี และให้ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรดำรง
ตำแหน่งต่อไปจนกวำ่ จะไดม้ ีกำรแต่งตงั้ คณะกรรมกำรกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยข้ึนใหม่

เม่ือได้มีกำรแต่งตั้งคณะกรรมกำรกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยตำม
พระรำชบัญญัติน้ีแล้ว ให้คณะกรรมกำรกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยตำมวรรคหน่ึงพ้นจำก
ตำแหนง่

มำตรำ ๗๙ บรรดำนิคมอุตสำหกรรมทั่วไปที่ได้จัดตั้งขึ้นตำมประกำศของคณะ
ปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๓๙ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้ถือว่ำเป็นเขตอุตสำหกรรมทั่วไปตำม
พระรำชบญั ญัติน้ี

มำตรำ ๘๐ บรรดำกฎกระทรวง ประกำศ ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่ง ซึ่งออก
หรอื สงั่ โดยอำศัยอำนำจตำมประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๓๓๙ ลงวันท่ี ๑๓ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๑๕
และใชบ้ ังคับอยใู่ นวนั ประกำศพระรำชบัญญัตนิ ี้ในรำชกิจจำนเุ บกษำ ให้ใช้บังคบั ไดต้ ่อไปเพยี งเท่ำที่ไม่
ขัดหรอื แย้งกบั บทแห่งพระรำชบญั ญัตินี้

ผรู้ บั สนองพระบรมรำชโองกำร
ส. โหตระกติ ย์

รองนำยกรัฐมนตรี

หน้า 23

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับน้ี คือ เพื่อให้กำรดำเนินงำนของกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นตำมประกำศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่
๑๓ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นไปด้วยดียิ่งข้ึนและเหมำะสมกับสภำวะกำรณ์ในปัจจุบัน สมควร
ปรับปรุงกฎหมำยว่ำด้วยกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยเสียใหม่ จึงจำเป็นต้องตรำ
พระรำชบญั ญัตินี้ขนึ้

พระรำชบัญญตั ิกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔๔๒

มำตรำ ๒ พระรำชบัญญตั ิน้ใี ห้ใช้บังคับต้ังแต่วันท่ี ๑ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปน็ ต้นไป

มำตรำ ๓ ให้แก้คำว่ำ “ภำษีกำรค้ำ” ในมำตรำ ๔๘ มำตรำ ๔๙ มำตรำ ๕๐ มำตรำ
๕๑ และมำตรำ ๕๔ วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.
๒๕๒๒ เป็นคำวำ่ “ภำษมี ูลค่ำเพมิ่ และภำษีสรรพสำมติ ”

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจำกพระรำชบัญญัติแก้ไข
เพ่ิมเติมประมวลรัษฎำกร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ยกเลิกภำษีกำรค้ำและนำภำษีมูลค่ำเพิ่มมำใช้แทน
สมควรแก้ไขพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ เพ่ือให้
ผู้ประกอบกำรในเขตอุตสำหกรรมส่งออกท่ีเคยได้รับยกเว้นภำษีกำรค้ำ ได้รับยกเว้นภำษีมูลค่ำเพ่ิมแทน
จงึ จำเปน็ ต้องตรำพระรำชบัญญัติน้ี

พระรำชบญั ญตั ิกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙๔๓

มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ
นุเบกษำ เปน็ ตน้ ไป

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระรำชบัญญัติกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ใช้บังคับมำเป็นเวลำนำนแล้ว บทบัญญัติบำงประกำร
จึงไม่เหมำะสมกับสภำพของกำรพัฒนำอุตสำหกรรมและกำรค้ำของประเทศที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน
สมควรเพิ่มบทบำทในด้ำนกำรค้ำและกำรบริกำรเพ่ือส่งสินค้ำออกไปจำหน่ำยยังต่ำงประเทศให้
ต่อเนื่องกับกำรประกอบอุตสำหกรรมในเขตอุตสำหกรรมส่งออกเพื่อให้สำมำรถดำเนินกำรได้เต็ม
รูปแบบของวงจรเศรษฐกิจ นอกจำกนี้ ในเขตพื้นท่ีของนิคมอุตสำหกรรมที่จะจัดตั้งข้ึนยังอำจมีพื้นที่
ครอบคลุมท่ีดนิ ที่เป็นสำธำรณสมบัตขิ องแผ่นดนิ ดว้ ย สมควรกำหนดหลกั เกณฑ์และวิธกี ำรสำหรับกำร
ถอนสภำพและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่ำวเพื่อให้เกิดควำมคล่องตัว และเหมำะสมกับกำรดำเนินกำร
นิคมอุตสำหกรรม และโดยท่ีกำรจัดกำรและกำรจัดสรรที่ดินในเขตนิคมอุตสำหกรรมมีข้ันตอนตำม
กฎหมำยต่ำง ๆ ที่จะต้องปฏิบัติหลำยฉบับ อันทำให้เกิดปัญหำและอุปสรรคต่อกำรดำเนินกำรเพ่ือให้
บรรลุวัตถุประสงค์ของกำรจัดต้ังนิคมอุตสำหกรรมสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือลด

๔๒ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๐๑/ฉบบั พิเศษ หนำ้ ๒๒๕/๒๑ พฤศจิกำยน ๒๕๓๔
๔๓ รำชกจิ จำนเุ บกษำ เลม่ ๑๑๓/ตอนที่ ๕๔ ก/หน้ำ ๑๔/๒๒ ตลุ ำคม ๒๕๓๙

หน้า 24

ขั้นตอนและเวลำในกำรดำเนินกำรให้น้อยลงเพื่อให้กำรพัฒ นำอุตสำหกรรมและก ำรค้ำระหว่ำง
ประเทศสอดคลอ้ งกับภำวะกำรแขง่ ขันและกำรลงทุนระหว่ำงประเทศ และโดยที่เป็นกำรสมควรแกไ้ ข
เพ่ิมเติมให้ กนอ. มีอำนำจจำหน่ำยทรัพย์สินจำกบัญชีเป็นสูญได้ โดยไม่ต้องได้รับควำมเห็นชอบจำก
คณะรฐั มนตรีก่อน จึงจำเปน็ ต้องตรำพระรำชบญั ญัตินี้

พระรำชบญั ญัติกำรนคิ มอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐๔๔

มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ
นเุ บกษำเปน็ ตน้ ไป

มำตรำ ๑๓ ในพระรำชบญั ญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
ให้แก้ไขคำว่ำ “เขตอุตสำหกรรมส่งออก” เป็น “เขตประกอบกำรเสรี” คำว่ำ “กำรค้ำเพ่ือส่งออก”
เปน็ “พำณชิ ยกรรม” และคำว่ำ “ผู้ประกอบกำรค้ำเพอ่ื ส่งออก” เปน็ “ผ้ปู ระกอบพำณิชยกรรม”

มำตรำ ๑๔ บรรดำเขตอุตสำหกรรมส่งออกท่ีได้จัดต้ังขึ้นตำมพระรำชบัญญัติกำรนิคม
อตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ถือว่ำเป็นเขตประกอบกำรเสรีตำมพระรำชบัญญัติกำร
นิคมอุตสำหกรรมแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระรำชบญั ญตั นิ ี้

มำตรำ ๑๕ บทบัญญัติแห่งกฎหมำย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกำศ คำส่ัง หรือ
มติคณะรัฐมนตรีใดอ้ำงถึงเขตอุตสำหกรรมส่งออก ให้ถือว่ำบทบัญญัติแห่งกฎหมำย กฎ ข้อบังคับ
ระเบยี บ ประกำศ คำสัง่ หรือมตคิ ณะรฐั มนตรนี ัน้ อำ้ งถึงเขตประกอบกำรเสรี

มำตรำ ๑๖ บรรดำพระรำชกฤษฎีกำหรือประกำศที่ออกตำมมำตรำ ๓๖ แห่ง
พระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันท่ี
พระรำชบญั ญตั นิ ใ้ี ช้บังคบั ใหย้ ังคงใชบ้ ังคบั ได้ต่อไป

มำตรำ ๑๗ บรรดำใบอนุญำตให้ทำกำรจัดสรรที่ดินในเขตพื้นที่นิคมอุตสำหกรรม
ที่ออกให้ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำเป็นหนังสืออนุญำตให้ทำกำรจัดสรรท่ีดินตำม
มำตรำ ๓๙/๑ แห่งพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไข
เพมิ่ เตมิ โดยพระรำชบัญญตั นิ ี้

มำตรำ ๑๘ กำรดำเนินกำรเกี่ยวกับคำขออนุญำตทำกำรจัดสรรที่ดินในเขตพ้ืนท่ี
นิคมอุตสำหกรรมทไ่ี ดย้ ื่นไวก้ ่อนวันทพ่ี ระรำชบัญญัตนิ ใ้ี ช้บงั คับ ให้เปน็ ไปตำมพระรำชบญั ญัติกำรนคิ ม
อตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระรำชบัญญัติน้ี

มำตรำ ๑๙ ใหร้ ฐั มนตรีว่ำกำรกระทรวงอุตสำหกรรมรักษำกำรตำมพระรำชบัญญตั ิน้ี

๔๔ รำชกิจจำนเุ บกษำ เล่ม ๑๒๕/ตอนท่ี ๔ ก/หนำ้ ๑/๘ มกรำคม ๒๕๕๑

หนา้ 25

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่เป็นกำรสมควรแก้ไขเพิ่มเติม
บทบัญญัติบำงประกำรของพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
ให้สอดคล้องกับพันธกรณีว่ำด้วยควำมตกลงขององค์กำรกำรค้ำโลกในเร่ืองควำมตกลงว่ำด้วยกำร
อุดหนุนและมำตรกำรตอบโต้ในส่วนท่ีเข้ำข่ำยเป็นกำรอุดหนุนต้องห้ำม กำหนดให้มีกำรประกอบ
กิจกำรบริกำรในเขตอุตสำหกรรมท่ัวไปได้ กำหนดให้คณะกรรมกำรเป็นผู้ประกำศจัดตั้งนิคม
อุตสำหกรรม เพ่ือให้เกิดควำมสะดวกและรวดเร็ว และกำหนดให้กำรจัดสรรที่ดินในเขตพื้นท่ีท่ีเป็น
นิคมอตุ สำหกรรมต้องไดร้ ับอนญุ ำตจำกผู้วำ่ กำรหรือผซู้ ่ึงผวู้ ่ำกำรมอบหมำยและเป็นไปตำมหลักเกณฑ์
วธิ กี ำร และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมกำรกำหนดเพื่อให้เกิดควำมชัดเจนในกำรบงั คับใช้กฎหมำยนอกจำกนี้
ได้กำหนดให้กำรจัดตั้งนิคมอุตสำหกรรมประเภทเขตประกอบกำรเสรี รวมท้ังกำรนำของหรือวัตถุดิบ
เข้ำไปในเขตประกอบกำรเสรีเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วเพ่ือประโยชน์ในทำงเศรษฐกิจ และได้รับ
สิทธิประโยชน์ทำงอำกรเช่นเดียวกับของที่นำเข้ำไปในเขตปลอดอำกรตำมกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกร
จงึ จำเปน็ ตอ้ งตรำพระรำชบญั ญัตินี้

พระรำชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมำยที่เกี่ยวกับอำนำจหน้ำที่ของผู้ทำกำรแทน
ผู้ปฏิบัติหน้ำที่แทน ผู้รักษำกำรแทน หรือผู้รักษำกำรในตำแหน่งผู้บริหำรของรัฐวิสำหกิจ พ.ศ.
๒๕๖๒๔๕

มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ
นเุ บกษำเปน็ ตน้ ไป

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจำกปัจจุบันกฎหมำยจัดตั้ง
รัฐวิสำหกิจหลำยฉบับได้กำหนดให้ผู้บริหำรของรัฐวิสำหกิจเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำรใน
คณะกรรมกำรของรัฐวิสำหกิจโดยตำแหน่ง และกำหนดบทบัญญัติเก่ียวกับผู้ทำกำรแทน ผู้ปฏิบัติ
หน้ำท่ีแทน ผู้รักษำกำรแทน หรือผู้รักษำกำรในตำแหน่งผู้บริหำรของรัฐวิสำหกิจ ในกรณีท่ีตำแหน่ง
ผู้บริหำรของรัฐวิสำหกิจนั้นว่ำงลง หรือในกรณีท่ีผู้บริหำรนั้นไม่สำมำรถปฏิบัติหน้ำท่ีได้ โดยจำกัด
อำน ำจ ห น้ำที่ของบุคคล ที่ทำห น้ำที่แทน ผู้บ ริห ำร ของรัฐวิส ำห กิจ ดั งกล่ำวมิให้มีอำน ำจ ห น้ำที่ใน
ฐำนะกรรมกำร ซ่ึงก่อให้เกิดปัญหำต่อองค์ประกอบและกำรปฏิบัติหน้ำที่ของคณะกรรมกำรของ
รัฐวิสำหกิจ เพ่ือแก้ไขปัญหำดังกล่ำว สมควรแก้ไขกฎหมำยจัดต้ังรัฐวิสำหกิจให้ผู้ทำกำรแทน ผู้ปฏิบัติ
หน้ำที่แทน ผู้รักษำกำรแทน หรือผู้รักษำกำรในตำแหน่งผู้บริหำรของรัฐวิสำหกิจมีอำนำจหน้ำท่ี
เช่นเดียวกับผู้บริหำรของรัฐวิสำหกิจ รวมถึงอำนำจหน้ำที่ของผู้บริหำรในฐำนะกรรมกำรใน
คณะกรรมกำรของรัฐวิสำหกิจ เพื่อให้คณะกรรมกำรของรัฐวิสำหกิจสำมำรถปฏิบัติหน้ำที่ได้
จึงจำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญตั นิ ้ี

พระรำชบัญญัติกำรนิคมอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๒๔๖

๔๕ รำชกจิ จำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๖/ตอนท่ี ๕๐ ก/หน้ำ ๒๙/๑๖ เมษำยน ๒๕๖๒
๔๖ รำชกิจจำนเุ บกษำ เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๕๐ ก/หนำ้ ๒๓๐/๑๖ เมษำยน ๒๕๖๒

หน้า 26

มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ
นุเบกษำเป็นต้นไป

มำตรำ ๑๒ กำรโอนกรรมสิทธิ์บรรดำท่ีดินที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกำรนิคม
อุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยตำมมำตรำ ๓๖/๑ แห่งพระรำชบัญญัติกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่ง
ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัตกิ ำรนคิ มอตุ สำหกรรมแห่งประเทศไทย
(ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้แกผ่ รู้ ว่ มดำเนินงำนในกำรจัดตัง้ นิคมอุตสำหกรรม ผ้ปู ระกอบอุตสำหกรรม
ผู้ประกอบพำณิชยกรรมหรือผู้ประกอบกิจกำรอื่นท่ีเป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกำรประกอบ
อุตสำหกรรมหรือกำรประกอบพำณิชยกรรมก่อนวันท่ีพระรำชบญั ญัติน้ีใช้บังคับ ให้ถอื ว่ำเป็นกำรโอน
กรรมสทิ ธต์ิ ำมมำตรำ ๓๖/๑ ซง่ึ แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระรำชบัญญตั ิน้ี

มำตรำ ๑๓ ใหร้ ัฐมนตรวี ่ำกำรกระทรวงอุตสำหกรรมรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัติน้ี

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีเป็นกำรสมควรแก้ไขเพิ่มเติม
วัตถุประสงค์และอำนำจหน้ำท่ีของกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยให้ครอบคลุมกิจกำรที่
จำเป็นหรือเป็นประโยชน์แก่กำรดำเนินงำนของกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย กำหนดให้มี
บทบัญญัติเก่ียวกับกำรโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้มำจำกกำรตรำพระรำชกฤษฎีกำเปล่ียนแปลงสภำพ
สำธำรณสมบัติของแผ่นดินที่ชัดเจน รวมทั้งกำหนดให้กำรพิจำรณำอนุมัติ อนุญำต ออกใบอนุญำต
ให้ควำมเห็นชอบ หรือรับจดทะเบียนหรือรับแจ้งตำมกฎหมำยบำงฉบับท่ีจำเป็นให้เป็นอำนำจหน้ำท่ี
ของผู้ว่ำกำรกำรนิคมอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อประโยชน์ในกำรอำนวยควำมสะดวกแก่
ผู้ประกอบกำรในนิคมอุตสำหกรรม และกำหนดให้กำรนำของหรือวัตถุดิบเข้ำไปในเขตประกอบกำร
เสรีเพอ่ื พำณชิ ยกรรมได้รับควำมสะดวกมำกขน้ึ จงึ จำเปน็ ต้องตรำพระรำชบญั ญตั ินี้

หนา้ 27
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานพครณะระกาชรรบมัญกญารัตกิฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ควบคุมอาคาร

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าพ.ศ. ๒๕๒๒สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
สํานักงานคณะกรรใมหก้ไวาร้ ณกฤษวนัฎทกี าี่ ๘ พฤษภาคมสําพน.กั ศง.าน๒ค๕ณ๒ะ๒กรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สเปํานน็ กั ปงีทานี่ ๓คณ๔ะใกนรรรมชั กกาารลกปฤจั ษจฎบุ กี ันา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานพกั รงาะนบคาณทะสกมรเรดม็จกพารรกะฤปษรฎมีกินาทรมหาภูมิพลสอําดนุลักยงาเนดคชณมะีพกรระรมบกรามรรกาฤชษโฎองกี กาารโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศวา่

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร และ

กฎหมายว่าดว้ สยํากนาักรงคานวบคณคมุะกกรารรมกก่อาสรรกา้ฤงษใฎนกีเขาตเพลงิ ไหม้ แสลํานะกัรวงามนเปคณน็ กะกฎรหรมมกายารฉกบฤบั ษเฎดกี ียาวกนั

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษจฎงึ ทกี ารงพระกรุณาโสปํารนดักเงกาลนา้คฯณะใกหร้ตรรมากพารระกรฤาษชฎบีกญัา ญตั ิข้นึ ไวโ้ ดยสคาํ นําแักนงาะนนคําณแะลกะรยรินมกยาอรมกฤษฎีกา

ของสภานิติบัญญตั แิ ห่งชาติ ทาํ หน้าทร่ี ัฐสภา ดังต่อไปน้ี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษมฎาตีการา ๑ พระราสชําบนัญักงญานตั คนิ ณเี้ ระียกกรวรม่าก“าพรกรฤะษราฎชกี บา ญั ญัตคิ วบคุมสอาํ านคักางารนพค.ณศะ.ก๒ร๕รม๒ก๒าร”กฤษฎีกา

สาํ นมักางาตนรคาณ๒ะก๑รรพมรกะารรกาฤชษบฎัญกี ญา ัตินี้ให้ใช้บังสคําับนตัก้ังงแานตค่วณันะถกัดรจรมากกาวรันกปฤรษะฎกกี าาศในราชกิจจา

นเุ บกษา และจะใช้บังคับในท้องทใี่ ด มบี รเิ วณเพยี งใด ให้ตราเปน็ พระราชกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษสฎําหีการับเขตท้องที่ทสําี่ไนดัก้มงีกาานรคปณระะกกรารศมใกหาร้ใกชฤ้บษังฎคกีับาผังเมืองรวมตสาาํมนกักฎงหานมคาณยะวก่ารดร้วมยกกาารรกฤษฎกี า

ผงั เมอื งหรือเขตทอ้ งท่ีที่ได้เคยมกี ารประกาศดังกล่าว ให้ใช้พระราชบัญญัตินบี้ งั คับตามเขตของผังเมือง
รวมนน้ั โดยไมต่สําอ้ นงักตงราานเปคณน็ พะกรระรรมากชากรฤกฤษษฎฎีกีกาา๒
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สําหรับอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน และโรงมหรสพ ให้ใช้
สาํ นักงานบคทณบะัญกรญรัมตกิแาหร่งกพฤษระฎรกี าาชบัญญัตินี้บสังําคนับักไงมาน่วค่าณท้ะอกงรทร่ีทมกี่อาารคกาฤรษนฎั้นกี ตา ั้งอยู่จะได้มีพสราํ นะักรงาาชนกคฤณษะฎกรีกรามใกหา้ใรชก้ฤษฎกี า
บังคับพระราชบญั ญตั นิ ห้ี รือไมก่ ต็ าม๓
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษมฎากีตารา ๓ ใหย้ กเลสํากิ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) พระราชบัญญตั คิ วบคมุ การก่อสร้างอาคาร พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๙

สําน(ัก๒ง)านพครณะระากชรรบมัญกญารัตกคิฤษวบฎคีกาุมการกอ่ สร้างสอําานคกั างราน(ฉคบณับะกทร่ี ร๒ม)กพาร.ศก.ฤษ๒ฎ๕กี ๐า๔
(๓) ประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบบั ท่ี ๑๙๒ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(๔ฎ)ีกพา ระราชบัญญสตั ําคินวักบงาคนมุ คกณาะรกกรอ่ รสมรกา้างรใกนฤเษขฎตกี เพา ลงิ ไหม้ พทุ ธสศําักนรักางชาน๒ค๔ณ๗ะก๖รรมการกฤษฎกี า
(๕) พระราชบญั ญตั ิควบคมุ การกอ่ สรา้ งในเขตเพลิงไหม้ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๙๖/ตอนที่ ๘๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๔ พฤษภาคม ๒๕๒๒
สํานักงานคณะกรรมการกฤษ๒ฎมกีาตารา ๒ วรรคสอสงําเนพัก่ิมงโาดนยคพณระะรการชรบมญั กญารตั กิคฤวษบฎคกีมุ าอาคาร (ฉบับที่ ส๓าํ )นพัก.ศงา.น๒ค๕ณ๔ะ๓กรรมการกฤษฎีกา

๓ มาตรา ๒ วรรคสาม เพิม่ โดยพระราชบญั ญัติควบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

หนา้ 28
- ๒ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๔ ในพระราสชําบนัญกั ญงาัตนินคณ้ี ะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สํานักงาน และ

ส่ิงทีส่ รา้ งขนึ้ อยา่ งสอาํ นน่ื ักซงง่ึ าบนคุคคณละอการจรมเขก้าาอรกยฤหู่ ษรฎอื ีกเขา้าใชส้ อยได้ แสลําะนหักมงาานยคคณวะากมรรรวมมกถางึรกฤษฎกี า

(๑) อัฒจันทร์หรือส่งิ ที่สรา้ งขึ้นอยา่ งอ่นื เพือ่ ใชเ้ ป็นทีช่ ุมนุมของประชาชน
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎเขกี ื่อาน สะพาน อสุโํามนงักคง์ าทนาคงณหะรกือรทรม่อกราะรบกาฤยษนฎํ้าีกาอู่เรือ คานเรือสําทน่าักนงา้ํานคทณ่าจะกอรดรเมรกือารกฤษฎกี า

ร้วั กําแพง หรอื ปรส(ะ๓ําตน)ูักทปงสี่าา้ นยรค้าหงณรขือะึ้นกสตรง่ิ ิดรทมต่สี กอ่ ราห้ารรงกขือฤในึ้ษกสฎลํากีเ้ หคารยี บังกตับิดทห่สีราือธตาัง้สรปณําน้าะยักหงรานือคสณ่งิ ทะ่ีสกรรร้ามงขกน้ึารใหกฤบ้ ษคุ ฎคกี ลาทัว่ ไปใชส้ อย

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎ(กกี )า ที่ติดหรือต้ังสไําวน้เักหงนานือคทณ่ีสะากธรารรมณกาะรแกฤลษะฎมกีีขานาดเกินหน่ึงสตาํ านรักางงานเมคตณระกหรรรืมอกมาี รกฤษฎกี า
นา้ํ หนกั รวมท้งั โครงสร้างเกนิ สิบกโิ ลกรมั

สาํ นกั (งขาน) คทณี่ตะิดกรหรรมือกตาร้ังกไฤวษ้ใฎนกี ราะยะห่างจากสทํานี่สักางธานาครณณะะกซรึ่รงมเมก่ืาอรวกัดฤษในฎทีกาางราบแล้ว

ระยะห่างจากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้นเมื่อวัดจากพื้นดิน และมีขนาดหรือมีนํ้าหนัก

สาํ นกั เงกาินนกควณา่ ะทก่ีกรํารมหกนาดรใกนฤกษฎฎกีกราะทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) พื้นท่ีหรือสิ่งท่ีสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ
สําหรบั อาคารท่กี สําาํหนนกั ดงาตนาคมณมะากตรรราม๘การ(๙กฤ) ษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๕) สิ่งทีส่ ร้างข้นึ อยา่ งอ่ืนตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกทฤง้ั ษนฎี้ ใีกหา้หมายความรสวํามนถกั ึงงสา่วนนคตณ่าะงกรๆรมขกอางรอกาฤคษาฎรกีดา้วย
ส“าํ อนาักคงาานรสคณงู ”ะ๔กรหรมมากยาครกวฤาษมฎวา่ีกาอาคารทบ่ี ุคคสลําอนาักจงเาขน้าคอณยะู่หกรรือรมเขก้าาใรชก้สฤอษยฎไีกดา้ที่มีความสูง
ตั้งแต่ย่ีสิบสามเมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า

สาํ นกั สงาําหนครบัณอะกาครรามรกทารรงกจฤ่วั ษฎหีกราอื ปั้นหยาให้วดัสจํานากักงราะนดคับณพะ้ืนกดรรนิ มทกกี่ารอ่ กสฤรษา้ ฎงถกี งึายอดผนังของสชาํ้นั นสักงู งสานดุ คณะกรรมการกฤษฎกี า
“อาคารขนาดใหญ่พิเศษ”๕ หมายความว่า อาคารท่ีก่อสร้างข้ึนเพื่อใช้พื้นท่ีอาคาร

หรือส่วนใดของอสาาํ คนากั รงาเปนค็นณทะ่ีอกยรู่อรมากศาัยรกหฤรษือฎปีกราะกอบกิจการสปํานรักะงเาภนทคเณดะียกวรหรมรกือาหรลกฤายษปฎีกราะเภท โดยมี

พน้ื ทีร่ วมกันทุกชัน้ ในหลงั เดยี วกนั ตง้ั แต่หนง่ึ หมื่นตารางเมตรขน้ึ ไป
สํานักงานคณะกรรมการก“ฤอษาฎคีการาชมุ นมุ คน”๖สหํามนากั ยงาคนวคาณมถะกึงรอรมาคกาารรกหฤรษือฎสกี ่วานใดของอาคาสราํ ทน่ีบักุคงาคนลคอณาะจกเรขร้ามไกปารกฤษฎกี า

ภายในเพ่ือประโยชน์ในการชุมนุมคนท่ีมีพื้นที่ตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไป หรือชุมนุมคนได้ต้ังแต่
ห้ารอ้ ยคนขึ้นไป สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“โรงมหรสพ”๗ หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นสถานที่สําหรับ
สาํ นกั ฉงาานยคภณาพะกยรนรมตกรา์ รแกสฤดษงฎลกี ะาคร แสดงดนสตํารนี กัหงราือนคกณาระแกรสรดมงกรา่ืนรกเรฤิงษอฎ่ืนีกใาด และมีวัตถสุปํารนะักสงงานคค์เพณื่อะกเปรริดมใกหา้ รกฤษฎกี า

สาธารณชนเขา้ ชมสํากนาักรงแาสนดคงณนะัน้ กเรปร็นมปกากรตกิธฤรุ ษะฎีกโดายจะมีค่าตอบสแํานทกันงหานรือคไณมะก่ ก็ตรารมมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๔ มาตรา ๔ นิยามคําว่า “อาคารสูง” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๓ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๕ มาตรา ๔ นิยามคาํ ว่า “อาคารขนาดใหญพ่ เิ ศษ” เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)
สํานักพง.าศน. ค๒ณ๕ะ๔ก๓รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๖ มาตรา ๔ นิยามคําว่า “อาคารชุมนุมคน” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๗ มาตรา ๔ นิยามคําว่า “โรงมหรสพ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)
สํานกั พง.าศน.ค๒ณ๕ะ๔ก๓รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 29
- ๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“ที่สาธารณะ” หมายความว่า ที่ซ่ึงเปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็น

สาํ นักทงาานงสคญัณจะกรรไดรม้ กทางั้รนกฤ้ี ไษมฎว่ ีกา่ าจะมีการเรยี กสเกําน็บกัคงา่ าตนอคบณแะทกรนรหมรกือาไรมก่ฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนท่ีแสดงลักษณะ ท่ีตั้ง และขอบเขตของที่ดิน

และอาคารที่ก่อสสรํา้านงักงดาัดนแคปณละกงรรร้ือมถกาอรนกฤเษคฎลีกื่อานย้าย ใช้หรือสเําปนลกั ่ียงานนกคาณระใกชร้ รรมวมกาทร้ังกแฤสษดฎงีกลาักษณะและ

ขอบเขตของท่สี าธารณะ และอาคารในบริเวณทีด่ ินท่ีติดต่อโดยสังเขปดว้ ย
สาํ นักงานคณะกรรมการก“ฤแษบฎบีกแาปลน” หมายสคํานวาักมงาวน่าคแณบะกบรเรพม่ือกปารรกะฤโษยชฎนกี า์ในการก่อสร้าสงาํ นดักัดงแาปนคลณง ะรกื้อรถรมอกนารกฤษฎกี า

เแคลละื่อกนายรใ้าชย้สใอชย้หตรา่สืองําเนปๆักลงข่ียาอนนงคกอณาาระคกใาชรร้อรอมายกคา่ าางรรชกดัฤโดเษจยฎนมกี พีราอูปทแ่จีสะดใงชร้ใานยกลสาะํารเนดอกัาํียงเดนานสนิ ค่วกนณาสะรกําไดครร้ัญมกขานรกาฤดษเคฎรีกื่อางหมายวัสดุ

สาํ นกั งานคณะกรรมการก“ฤรษายฎกีกาารประกอบแบสําบนแักปงาลนนค”ณะหกมรารยมคกาวรากมฤวษ่าฎขกี ้อา ความช้ีแจงรสาํายนลักะงเาอนียคดณเะกก่ียรวรมกกับารกฤษฎีกา
คุณภาพ และชนิดของวัสดุ ตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสําหรับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

เคลือ่ นย้าย ใชห้ รสือําเนปักลง่ียานนคกณาระใกชรอ้ รามคกาารรกเพฤ่ือษใฎหกี เ้ าป็นไปตามแบสบําแนปักลงานนคณะกรรมการกฤษฎกี า

“รายการคาํ นวณ” หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคํานวณกําลังของวัสดุการรับ

สํานักนงํ้าานหคนณกั ะแกลระรกมํากลาังรตกฤ้านษฎทกีาานของสว่ นตา่ งสําๆนักขงอางนอคาณคะากรรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“กอ่ สรา้ ง” หมายความว่า สร้างอาคารขึน้ ใหม่ทง้ั หมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข้ึนแทน
ของเดิมหรือไม่ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“ดัดแปลง” หมายความว่า เปลี่ยนแปลง ต่อเติม เพ่ิม ลด หรือขยายซ่ึงลักษณะ
สาํ นักขงอานบคเขณตะกแรบรมบการรูปกทฤษรงฎกี สาัดส่วน น้ําหนสักํานเักนงื้อาทนคี่ขณองะกโครรรมงสการร้ากงฤขษอฎงีกอาาคารหรือส่วนสาํตน่าักงงาๆนคขณองะอกรารคมากรารกฤษฎกี า

ซึ่งไดก้ อ่ สร้างไว้แสลํา้วนใกัหงผ้ าดินไคปณจะากกรเรดมิมกาแรลกะฤมษิใฎชีก่กาารซ่อมแซมหสรําอื นกกั างรานดคดั ณแปะกลรงรทม่กี กําาหรกนฤดษใฎนีกกาฎกระทรวง
“ซอ่ มแซม” หมายความว่า ซอ่ มหรือเปล่ยี นส่วนต่าง ๆ ของอาคารใหค้ งสภาพเดมิ

สํานักงานคณะกรรมการก“ฤรษอื้ ฎถอกี าน” หมายควาสมําวน่าักงรา้ือนสค่วณนะอกันรรเมปก็นาโรคกรฤงษสฎรกี้าางของอาคารออสํากนไักปงาเนชค่นณเะสการครมากนารกฤษฎกี า

ตง หรอื สว่ นอน่ื ของโครงสร้างตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

ส“าํ เนขกั ตงเาพนลคิงณไะหกมร้”รมหกามรากยฤคษวฎาีกมาว่า บริเวณทส่ีเกํานิดักเพงาลนิงคไณหะมก้อรารคมากรารตกั้งฤแษตฎ่สกี าามสิบหลังคา

เรือนขึ้นไปหรือมีเน้ือท่ีต้ังแต่หน่ึงไร่ขึ้นไป รวมท้ังบริเวณที่อยู่ติดต่อภายในระยะสามสิบเมตรโดยรอบ

สํานักบงรานิเวคณณทะกเ่ี กริดรมเพกลาริงกไหฤษมฎ้ดกีว้ าย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“ผู้ควบคุมงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรับผิดชอบในการอํานวยการหรือควบคุมดูแล
การก่อสรา้ ง ดัดแสปาํ ลนงกั งรา้อืนถคอณนะกหรรรือมเกคาลรกอ่ื ฤนษยฎา้ กียาอาคาร สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“ผู้ดําเนินการ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งกระทําการ
สํานักกง่อานสครณ้างะกดรัดรมแกปาลรกงฤรษื้อฎถกี อาน หรือเคลื่อสนํายน้าักยงาอนาคคณาะรกดร้วรยมตกานรเกอฤงษแฎลีกาะหมายความรสวาํ นมักถงึงาผนู้ซค่ึงณตะกกลรรงมรกับารกฤษฎกี า

กระทาํ การดังกลา่ส“วําผไนมู้คัก่วรง่าาอนจบะคคมณรีคะอกา่ งตรอรอามบคกแาาทรรก”นฤ๘หษรหฎอื มีกไาามย่กคต็ วาามมรแวลมะถผสึงู้รําผับนู้จจักัดงา้ ากงนชาคว่รณงขอะกงรนริตมิบกุคารคกลฤอษาฎคีกาารชุดสําหรับ

สํานกั ทงรานัพคยณส์ ะว่ กนรกรลมากงาตรกามฤษกฎฎกีหามายวา่ ดว้ ยอาสคํานารกั ชงาดุ นดค้วณยะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“ผู้ตรวจสอบ”๙ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

ควบคุม หรือผู้ซ่ึงสไําดน้รักับงใาบนอคณนุญะการตรปมกราะรกกอฤบษวฎิชกี าาชีพสถาปัตยสกํารนรักมงคานวบคณคุมะกตรารมมกกฎารหกมฤาษยฎวีก่าาด้วยการน้ัน

แลว้ แต่กรณี ซ่ึงไดข้ ึน้ ทะเบียนไวต้ ามพระราชบญั ญัตินี้

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๘ มาตรา ๔ นิยามคําวา่ “ผู้ครอบครองอาคาร” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๓ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๙ มาตรา ๔ นิยามคําว่า “ผู้ตรวจสอบ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)
สาํ นกั พง.าศน.ค๒ณ๕ะ๔ก๓รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หน้า 30
- ๔ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“นายตรวจ” หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแตง่ ตัง้ ใหเ้ ป็นนายตรวจ
สาํ นักงานคณะกรรมการก“ฤนษาฎยีกชา่าง”๑๐ หมายสคํานวักางมานว่าคณขะ้ากรรารชมกกาารรกหฤรษือฎพีกานักงานของรสาําชนกักางรานสค่วณนะทก้อรงรถมิ่กนารกฤษฎีกา

ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายช่าง หรือวิศวกรหรือสถาปนิกซึ่งอธิบดีกรมโยธาธิการ

และผังเมือง*แต่งสตํานั้งใักหง้เาปนน็คณนาะยกรชรา่ มงการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วน
สาํ นกั จงังาหนควัดณะกกรรุงรเมทกพารมกหฤาษนฎคกี รา เมืองพัทยาสแําลนะกั งอางนคค์กณาะรกปรกรคมกรอารงกทฤ้อษงฎถกี ิ่นาอ่ืนท่ีรัฐมนตรสีปํานรักะงกาานศคกณําะหกนรรดมใกหา้ รกฤษฎกี า

เป็นราชการส่วนทส“้อาํ ขนง้อถักงิน่บาตัญนาคญมณพัตะิรทกะร้อรรงามถชกิ่นบาร”ญั กญฤหษมตั ฎนิากี ยี้ าความว่า กฎสซํา่ึงนอักองากนโคดณยะอการศรมัยกอาํารนกาฤจษนฎีกิตาิบัญญัติของ

สาํ นกั รงาานชคกณาะรกสร่รวมนกทาร้อกงฤถษิ่นฎกี เาช่น เทศบัญสําญนัตกั ิงาขน้อคบณังะกครับรมสกุขาารกภฤิบษาฎลกี าข้อบัญญัติจสังําหนักวงัดานขค้ณอบะกัญรรญมักตาิ รกฤษฎีกา
กรุงเทพมหานคร หรือขอ้ บญั ญัตเิ มืองพัทยา เปน็ ตน้
ส“ําเนจกั ้างพานนคกั ณงาะนกทรร้อมงกถาิน่ ร”ก๑ฤ๑ษฎหกีมาายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) นายกเทศมนตรี สําหรับในเขตเทศบาล

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษนฎีกายากองคก์ ารบรสหิ ําานรักสง่วานนคจณงั หะกวรัดรมสกําหารรกับฤใษนฎเขีกตา องคก์ ารบรหิ สาํารนสัก่วงนานจคงั หณวะัดกรรมการกฤษฎกี า

(๓) ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตําบล สําหรับในเขตองค์การ
บรหิ ารสว่ นตาํ บลสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) ผู้ว่าราชการกรงุ เทพมหานคร สาํ หรบั ในเขตกรงุ เทพมหานคร
สํานักงานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษนฎกีายากเมอื งพทั ยาสําสนาํ กัหงราบันใคนณเขะกตรเรมมอื กงาพรทักฤยษาฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส(ํา๖น)กั ผงาู้บนรคิหณาะรกทร้อรมงถกิ่นารขกอฤงษอฎงกี คา์กรปกครองสส่วํานนทักง้อางนถคิ่นณอะื่นกทรรี่รมัฐกมานรกตฤรษีปฎรกีะากาศกําหนด
สําหรับในเขตองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ นั้น

สาํ นกั งานคณะกรรมการก“ฤรษฐั มฎนกี าตร”ี หมายควสาํามนวกั า่ งารนัฐคมณนะตกรรีผรู้รมกักษารากกฤาษรฎตกีาามพระราชบัญญสาํ ตั นินักี้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๕คณะใกหร้รรัฐมมกนารตกรฤีวษ่าฎกีกาารกระทรวงมสหําานดกั ไงทานยครัณกษะการกรามรกตาารกมฤพษรฎะกี ราาชบัญญัติน้ี
และให้มอี าํ นาจออกกฎกระทรวง
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤษ) ฎกกี ําาหนดค่าธรรสมํานเกันงียานมคไณมะ่เกกรินรมอกัตารรกาฤทษ้าฎยกี พา ระราชบัญสญาํ ันตักินงี้ าหนครณือะยกกรรเมว้กนารกฤษฎีกา
คา่ ธรรมเนยี ม

ส(ํา๒น)กั กงาํานหคนณดะแกบรรบมคกําารขกอฤอษนฎุญกี าาต ใบอนุญาสตํานใกับงราับนรคอณงะกใรบรแมทกานรกตฤลษอฎดีกจานแบบของ
คําสงั่ หรือแบบอนื่ ใดท่จี ะใช้ในการปฏบิ ตั ิตามพระราชบญั ญตั ินี้
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษกฎํากี หา นดกิจการอ่ืนสเําพน่ือกั งปาฏนิบคัตณิกะการรตรมากมาพรรกะฤรษาฎชกี บาญั ญัตนิ ้ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สกําฎนกกั งราะนทครณวงะนกรนั้ รมเมกือ่ารปกรฤะษกฎาีกศาในราชกจิ จานสเุําบนกกั ษงาานแคลณ้วะใหกรใ้ รชม้บกังาครบักไฤดษ้ ฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานหคมณวะดกร๑รมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
บททัว่ ไป

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๐ มาตรา ๔ นิยามคําว่า “นายช่าง” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๓ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๑ มาตรา ๔ นิยามคําว่า “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุม
สํานกั องาาคนาครณ(ฉะบกบัรรทม่ี ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕ีก๔า๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 31
- ๕ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๖ พระราชบญั ญตั ินีไ้ มใ่ ชบ้ งั คบั แก่พระทนี่ ่งั หรือพระราชวงั

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจออกกฎกระทรวงยกเว้น ผ่อนผัน หรือกําหนด
เง่อื นไขในการปฏสบิ ําตันิตกั างามนพครณะะรการชรบมัญกาญรกัตฤินษ้ีไมฎว่ีก่าาทั้งหมดหรือบสาํานงสัก่วงานนเคกณี่ยวะกกรับรอมากคาารรกฤดษังฎตกีอ่ าไปนี้

(๑) อาคารของกระทรวง ทบวง กรม ท่ใี ช้ในราชการหรอื ใชเ้ พ่อื สาธารณประโยชน์
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษอฎาีกคาารของราชกาสรํานสกัว่ นงาทนอ้คงณถะ่นิ กรทรใี่มชก้ใานรรกาฤชษกฎาีกราหรือใชเ้ พ่ือสาสธําานรักณงาปนรคะณโยะชกนรร์ มการกฤษฎีกา

หรือใชเ้ พื่อสาธารสณ(าํ๓นป)กัรองะาาโนคยคชาณรนขะ์ กอรงรอมงกคา์กรกาฤรขษอฎงกี ราัฐที่จัดต้ังขึ้นตสําานมักกงฎานหคมณาะยกรทรี่ใมชก้ใานรกกิจฤษกฎารกี ขาององค์การ
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษโฎบีกราาณสถาน วัดสวําานอกั างราานมคณหะรกือรอรามคกาารรกตฤ่าษงฎๆกี าที่ใช้เพ่ือการศสาําสนนักางาซน่ึงคมณีกะฎกหรรมมากยารกฤษฎีกา

ควบคุมการก่อสร้างไวแ้ ล้วโดยเฉพาะ
ส(๕าํ น)ักองาานคคารณทะ่ีทกรํารกมากราขรอกงฤอษงฎคกี ์กาารระหว่างปรสะํานเทักศงานหครณืออะกาครรามรกทาี่ทรกํากฤษารฎขกี อางหน่วยงาน

ทีต่ ง้ั ข้ึนตามความตกลงระหวา่ งรัฐบาลไทยกบั รัฐบาลต่างประเทศ
สํานักงานคณะกรรมการก(๖ฤ)ษอฎาีกคาารที่ทาํ การสสถําานนักทงาูตนหครณอื ะสกถรารนมกกงารสกุลฤตษ่าฎงปกี าระเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๗) อาคารช่ัวคราวเพ่ือใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารถาวร หรืออาคารเพื่อใช้
ประโยชนเ์ ป็นการสชํานวั่ คกั งราานวคทณมี่ ะกี กาํ รหรนมดกาเวรลกฤากษาฎรกี ราอ้ื ถอน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๘)๑๒ อาคารท่ีกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การของ
สํานักรงัฐาทนค่ีจณัดตะก้ังขรร้ึนมตกาามรกกฤฎษหฎมีกาาย หรือหน่วยสงําานนักอง่ืนานขคอณงระัฐกรจรัดมใกหาร้มกีหฤรษือฎพกี ัฒา นาเพื่อเป็นทส่ีอํานยักู่องาาศนัยคสณําะหกรรับรมผกู้มาี รกฤษฎีกา

รายได้น้อย ท้ังนสี้ําตนัก้องงามนิใคชณ่กะากรรยรกมกเวา้นรกหฤรษือฎผีก่อานผันเง่ือนไขสเํากน่ียกั วงกานับคคณวะากมรมรมั่นกคางรแกขฤษ็งแฎรีกงา และความ
ปลอดภยั ของอาคาร หรอื ความปลอดภัยของผซู้ ง่ึ อย่อู าศัยหรอื ใช้อาคาร

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๘๑๓ เพ่ือประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกัน

อัคคีภัย การสาธสาํารนณกั งสาุขนคกณาะรกรรักรษมกาาครุณกฤภษาฎพีกสาิ่งแวดล้อม กสาํารนผกั ังงเามนือคงณะกการรรสมถกาารปกัตฤยษกฎรีกราม และการ

อาํ นวยความสะดวกแกก่ ารจราจร ตลอดจนการอ่นื ที่จําเป็นเพ่ือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ให้รัฐมนตรี

สาํ นักโงดายนคคําณแะนกะรนรมาํ กขาอรงกคฤณษฎะกีการรมการควบคสุมํานอักาคงาานรคมณอี ะํากนรารจมอกอากรกกฤฎษกฎรีกะาทรวงกําหนด สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) ประเภท ลกั ษณะ แบบ รูปทรง สดั สว่ น ขนาด เน้ือท่ี และที่ตงั้ ของอาคาร
ส(าํ๒น)ักกงาานรครณับะนก้ํารหรมนกัการคกวฤาษมฎตีก้าานทาน ความสคํางนทักงนานตคลณอะดกจรนรมลกักาษรกณฤะษฎแีกลาะคุณสมบัติ

ของวัสดุท่ใี ช้
สํานกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษกฎาีกรารบั น้าํ หนกั คสวาํานมักตงา้ านนทคาณนะกครวรามมกคางรทกนฤษขอฎงีกอาาคาร และพน้ื สดํานินทักงี่ราอนงครณับะอการครามรการกฤษฎีกา

ส(ํา๔น)กั แงาบนบคแณละะกวรริธมีกกาารรเกกฤี่ยษวฎกีกับาการติดต้ังระสบํานบักปงรานะคปณาะกก๊ารซรมไกฟารฟก้าฤษเคฎรีกื่อางกล ความ
ปลอดภยั เกยี่ วกบั อัคคีภัยหรอื ภัยพบิ ตั อิ ยา่ งอืน่ และการป้องกันอนั ตรายเมอ่ื มีเหตุชุลมนุ วนุ่ วาย

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษแฎบกี าบและจาํ นวนสขําอนงักหง้อานงนคา้ํณแะลกะรหรมอ้ กงาสร้วกมฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๖) ระบบการจัดการเก่ียวกับสภาพแวดล้อมของอาคาร เช่น ระบบการจัดแสงสว่าง

การระบายอากาสศาํ นกักางราปนรคับณอะากกรารมศกการากรฤฟษอฎกกี อาากาศ การระสบํานายกั งนา้ํานคกณาระกบรํารบมัดกนารํ้ากเสฤษียฎแกี ลาะการกําจัด

ขยะมูลฝอย และส่ิงปฏกิ ูล

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๗ฤ)ษลฎักกี าษณะ ระดับ คสวําานมักสงางู นเคนณื้อะทกีข่ รอรมงทกาว่ี ร่ากงฤภษาฎยกีนาอกอาคาร หรสือาํแนนักวงอานาคคณาระกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๒ มาตรา ๗ (๘) เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
สาํ นักงานคณะกรรมการก๑๓ฤษมาฎตีกราา ๘ แกไ้ ขเพมิ่ เสตํามิ นโดกั ยงพานรคะรณาะชกบรญั รญมกัตาคิ รวกบฤคษมุ ฎอีกาคาาร (ฉบบั ที่ ๓) สพํา.ศน.ัก๒งา๕น๔ค๓ณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 32
- ๖ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๘) ระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคารหรือเขตที่ดินของผู้อื่น หรือระหว่าง

สาํ นักองาาคนาครณกะับกถรรนมนกาตรรกอฤกษฎซีกอาย ทางเทา้ ทาสงํานหกั รงอื านทคี่สณาธะากรรณรมะการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๙) พ้ืนที่หรือสิ่งท่ีสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ท่ีกลับรถ และทางเข้าออกของรถ

สําหรับอาคารบาสงําชนักนงิดานหครณือะบกรารงมปกราะรเกภฤทษฎตกี ลาอดจนลักษณสําะนแกั ลงะานขคนณาะดกขรอรมงพกา้ืนรทกฤ่ีหษรฎือีกสาิ่งท่ีสร้างขึ้น

ดงั กลา่ ว
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤ๐ษฎ) ีกบาริเวณห้ามก่อสสํารน้าักงงาดนัดคแณปะลกรงรรมื้อกถารอกนฤษเคฎลีกา่ือนย้าย และใสชาํ้หนรักืองเาปนคลณ่ียนะกกรารรมใกชา้ รกฤษฎกี า

อาคารชนิดใดหรอืส(ปาํ๑นร๑กั ะ)งเาภหนทลคใักณดเะกกณรรฑม์ กวาิธรีกกาฤรษฎแลกี าะเงื่อนไขในกสาํรานกัก่องสารน้าคงณดะกัดรแรปมลกงารรก้ือฤถษอฎนีกาเคล่ือนย้าย

สํานักใงชาห้นรคอื ณเะปกลรย่ี รนมกกาารรกใฤชษ้อฎาคกี าาร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑๒) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุ

ใบอนุญาต การโอสนํานใบักองานนุญคาณตะกกรารรมอกอารกกใบฤษรฎบั ีกรอา ง และการออสํากนใักบงแาทนนคณตาะมกรพรรมะกราารชกบฤญัษฎญกี ตั านิ ้ี

(๑๓) หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน ผู้ดําเนินการ

สํานกั ผงู้คานรคอณบคะกรรอรงมอกาาครากรฤษแฎลกีะาเจา้ ของอาคาสรํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑๔) คุณสมบัติเฉพาะและลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจสอบ ตลอดจนหลักเกณฑ์
วธิ ีการ และเงอ่ื นไสขาํ ในนกั กงาานรคขณอขะกึน้ รทระมเกบาียรกนฤแษลฎะกี กาารเพิกถอนกสาํารนขัก้นึ งทานะคเบณยี ะนกเรปรมน็ กผา้ตู รรกวฤจษสฎอีกบา

(๑๕) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการตรวจสอบอาคาร ติดตั้งและตรวจสอบ
สํานกั องุปานกครณณะป์ กรระรกมอกาบรขกอฤงษอฎาีกคาาร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส(าํ๑น๖กั )งาชนนคิดณหะรกือรรปมรกะาเรภกทฤษขฎอกีงอา าคารที่เจ้าขสอํางนอักางคานาครณหะรกือรรผมู้คกราอรบกฤคษรฎอกีงอา าคาร หรือ
ผู้ดําเนินการต้องทําการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของ

สาํ นกั บงคุานคคลณภะากยรนรอมกการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กฎกระทรวงตามวรรคหน่ึงจะกําหนดให้เรื่องที่เป็นรายละเอียดทางด้านเทคนิค

เกีย่ วกับการกอ่ สรสา้าํ งนักดงัดาแนปคณลงะกรรอื้ รถมอกนารกหฤรษือฎเคีกลาือ่ นย้ายอาคาสรํานทัก่ีมงีกานารคเณปะลกี่ยรนรมแกปาลรงกรฤวษดฎเีกร็วาเป็นไปตาม

หลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการควบคุมอาคารประกาศกําหนดในราชกิจจา
สาํ นักนงเุาบนกคษณาะกก็ไรดรม้๑๔การกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๘คณทะวกิ๑ร๕รมกเพารื่อกปฤรษะฎโกี ยาชน์แห่งความสปํานลักองดาภนัยคณขอะกงปรรรมะกชาารชกฤนษใฎหีก้ราัฐมนตรีโดย

คําแนะนําของคณะกรรมการควบคุมอาคารมีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดประเภทหรือลักษณะ
สาํ นักขงอานงสค่ิงณทะ่สีกรรา้รมงขก้นึารเกพฤอื่ ษใชฎ้ใกี นาการขนสง่ บคุ สคําลนใกั นงบานรคิเวณณะกใดรรใมนกลาักรษกฤณษะฎกีกราะเช้าไฟฟ้าหรสือําสน่ิงักอง่ืนานใดคทณ่ีสะกรร้ารงมขกึ้นารกฤษฎีกา

โดยมีวัตถุประสงสคํา์อนยกั ่างงาเนดคียณวะกกันรรหมรกือาอรกอฤกษกฎฎกี การะทรวงกําหสนําดนปักรงาะนเภคทณหะกรรือรลมักกษารณกฤะษขอฎงีกสา่ิงท่ีสร้างขึ้น
เพ่ือใช้เป็นเครื่องเล่นในสวนสนุก หรือในสถานที่อื่นใดเพ่ือประโยชน์ในลักษณะเดียวกันเป็นอาคาร

สาํ นักตงาานมคพณระะรการชรมบกญั ารญกตั ฤินษี้ฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กฎกระทรวงตามวรรคหน่ึงต้องกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการ

ก่อสร้าง การอนุญสาํานตกัใหงา้ในชค้ กณาะรกตรรรวมจกสารอกบฤษมฎาตีการฐานการรบั นส้าํ ําหนนกั กังานคควณามะปกรลรอมดกภารยั กแฤษลฎะคกี ุณา สมบตั ิของ

วัสดุ หรืออุปกรณ์ท่ีจําเป็นเก่ียวเนื่องกับสิ่งนั้น ทั้งน้ี ตามความเหมาะสมของสิ่งที่สร้างขึ้นแต่ละ

สํานักปงรานะคเภณทะหกรรรือมแกตาล่ ระกลฤษกั ฎษีกณาะ โดยอาจกาํ สหํานนกัดงใาหน้แคตณกะตกา่ รงรจมากกาบรกทฤบษญั ฎญกี าัติของพระราชสบาํ นญั ักญงาัตนนิ ค้ีไณด้ะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๑๔ มาตรา ๘ วรรคสอง เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั คิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๕๘
สํานกั งานคณะกรรมการก๑๕ฤษมาฎตกี ราา ๘ ทวิ เพิม่ โดสยําพนรักะงราานชบคัญณญะกตั ริครวมบกคามุ รอกาฤคษาฎรีก(ฉาบับที่ ๓) พ.ศ. ส๒าํ๕น๔ัก๓งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 33
- ๗ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๙๑๖ ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกําหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ แล้ว

สาํ นักใงหาร้นาคชณกะากรรสร่วมนกทาร้อกงฤถษนิ่ ฎถีกอื าปฏบิ ตั ิตามกฎสํากนรกัะงทารนวคงณนะ้ันกรเรวม้นกแาตรเ่กปฤน็ ษกฎรกี ณา ีตามมาตรา ๑สํา๐นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวงกําหนดเร่ืองใดตามมาตรา ๘ ให้ราชการส่วน

ทอ้ งถ่นิ มีอํานาจอสอาํ กนขัก้องาบนัญคญณะตั กทิ รอ้รมงถกนิ่ารกกําฤหษนฎดกี เาร่อื งนั้นได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณที ่ไี ด้มีการออกข้อบญั ญตั ิท้องถ่ินกําหนดเรื่องใดตามวรรคสองแล้ว ถ้าต่อมามี
สาํ นกั กงาานรอคณอกะกกรฎรกมกระารทกรฤวษงฎกีกําาหนดเรื่องน้ันสําในหัก้ขง้อานกคําณหะนกดรขรมอกงาขร้อกบฤษัญฎญีกัตา ิท้องถ่ินในส่วสนํานทัก่ีขงัาดนหครณือะแกยร้งรกมกับารกฤษฎกี า

กกฎฎกกรระะททรรววงงยเังปค็นสงใาํอชนัน้บักยงังากคนเับคลตณิก่อะไแกปรลไระดมใ้จกหนา้รขกก้อวฤ่ากษจําฎะหกีมนาีกดาขรออองกขข้อ้อบบัญสัญําญนญัตกั ัติงทิทา้อน้อคงงถณถิ่น่ินะกใในหรรมสม่่ตวกนาามรทกม่ีไฤามษต่ขฎรัดีกาหา๑ร๐ือแแยต้ง่ตก้อับง

สาํ นกั ไงมาเ่นกคนิ ณหะนกึง่รปรมีนกับาแรตกฤว่ นัษฎทีกี่กาฎกระทรวงนั้นสําในช้บักงังาคนับคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

การยกเลิกข้อบัญญัติท้องถ่ินตามวรรคสามย่อมไม่กระทบกระเทือนต่อการ

ดาํ เนินการท่ีได้กรสะาํ ทนําักไงปานแคลณว้ โะดกยรรถมกู กตาอ้ รงกตฤาษมฎขกี ้อาบัญญตั ทิ ้องถสิน่ ํานนกัน้ั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๐๑๗ ในกรสณําทีน่ีไกั ดง้มานีกคาณรอะกอรกรกมฎกการรกะฤทษรฎวกีงากําหนดเร่ืองใดสตาํ นาักมงมาานตครณาะ๘กรรแมลก้วารกฤษฎีกา

ใหร้ าชการสว่ นท้องถนิ่ มีอํานาจออกข้อบญั ญตั ิท้องถนิ่ ในเรอ่ื งนั้นไดใ้ นกรณี ดงั ตอ่ ไปนี้
ส(ํา๑น)ักเงปาน็นคกณาะรกอรอรกมกขา้อรบกฤัญษญฎัตีกาิท้องถ่ินกําหนสดํานรกัางยาลนะคเณอะียกดรใรนมกเราื่อรกงฤนษ้ันฎเีกพาิ่มเติมจากท่ี

กําหนดไวใ้ นกฎกระทรวงโดยไม่ขัดหรอื แย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าว
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤษ) ฎเปกี า็นการออกข้อสบํานัญกั ญงาัตนิทคณ้องะกถริ่นรกมํากหารนกดฤษเรฎ่ือีกงาน้ันขัดหรือแสยํา้งนกักับงากนฎคกณระะกทรรรมวกงารกฤษฎีกา

ดังกลา่ วเน่ืองจากสมาํ ีคนวักางมานจคําณเปะ็นกรหรมรือกมารีเกหฤตษุผฎลกี พาเิ ศษเฉพาะท้อสงํานถน่ิักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การออกข้อบัญญัติท้องถ่ินตาม (๒) ให้มีผลใช้บังคับได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก

สํานักคงณานะคกณระรกมรกรามรกคาวรกบฤคษมุ ฎอกี าาคารและไดร้ บั สอํานนมุกั งตั าิจนาคกณระฐั กมรนรตมรกีารกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

คณะกรรมการควบคุมอาคารจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความ

เห็นชอบในข้อบัญสาํญนัตกั ิทงา้อนงคถณ่ินะตการมรม(ก๒า)รกใหฤ้ษเสฎรกี ็จาภายในหกสิบสวําันนนักงับาแนตค่วณันะทกร่ีไรดม้รกับาขร้อกฤบษัญฎญกี าัติท้องถ่ินน้ัน

ถ้าไมใ่ ห้ความเหน็ ชอบใหแ้ จ้งเหตุผลใหร้ าชการสว่ นทอ้ งถน่ิ นั้นทราบด้วย

สาํ นกั งานคณะกรรมการกถฤ้าษคฎณกี ะา กรรมการคสวําบนคักุงมาอนาคคณาะรกพรริจมากราณรกาฤขษ้อฎบีกาัญญัติท้องถิ่นสนําน้ันักไงมา่เนสครณ็จะภการรยมใกนารกฤษฎีกา

กําหนดเวลาตามวรรคสาม ให้ถือว่าคณะกรรมการควบคุมอาคารได้ให้ความเห็นชอบในข้อบัญญัติ
ทอ้ งถ่ินนัน้ แลว้ แสลําะนใกัหง้ราานชคกณาะรกสรว่ รนมทกาอ้ รงกถฤ่ินษเฎสกีนาอรัฐมนตรเี พือ่สสํานั่งกักงาารนตค่อณไปะกถร้ารมรัฐกมารนกตฤรษไี ฎมีกส่ า่งั การภายใน

สามสิบวนั นับแต่วันท่ีไดร้ บั ขอ้ บญั ญัติท้องถิ่นนัน้ ให้ถือวา่ รัฐมนตรีไดอ้ นมุ ตั ติ ามวรรคสอง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักงราานค๑ณ๐ะกทรวริม๑๘การใกนฤกษรฎณกี าีท่ีรัฐมนตรีโดสยําคนํากั แงานนะคนณําะขกรอรงมคกณาระกกฤษรรฎมีกกา ารควบคุม
อาคารเห็นว่าข้อบัญญัติท้องถิ่นใดท่ีออกตามมาตรา ๑๐ (๑) ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตาม

สาํ นกั มงาานตครณา ะ๘กรหรรมือกขาร้อกบฤัญษฎญีกัตาิท้องถิ่นที่ออสกําตนากั มงมานาคตณราะก๑รร๐มก(๒าร)กมฤีขษ้อฎกีกําาหนดท่ีก่อภาสรําะนหักรงือานคควณามะยกรุ่งรยมากการกฤษฎกี า

ให้แก่ประชาชนเกินความจําเป็น หรือก่อให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของ

ประชาชน ให้รัฐมสาํนนตักรงีมานีอคําณนาะกจรแรจม้งกใาหร้รกาฤชษกฎาีกราส่วนท้องถ่ินนสั้นํานดกั ํางเานนินคกณาะรกยรกรมเลกิการหกรฤือษแฎกีก้ไาขข้อบัญญัติ

ทอ้ งถิ่นดังกล่าวเสยี ใหมไ่ ด้

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส๑ํา๖นมกั างตารนาค๙ณะแกกร้ไขรมเพกิ่มาเรตกมิ ฤโดษยฎพีกราะราชบญั ญตั คิ วสบําคนุมักองาานคาครณ(ะฉกบรบั รทม่ี ก๒า)รพก.ฤศษ. ฎ๒ีก๕า๓๕
๑๗ มาตรา ๑๐ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติควบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๑๘ฤษมาฎตีกราา ๑๐ ทวิ เพม่ิ โสดํายนพกั รงะารนาคชณบัญะกญรตั รคิมวกบาครุมกอฤาษคฎากีรา(ฉบับที่ ๒) พ.ศส. ํา๒น๕ัก๓ง๕านคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 34
- ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ใหร้ าชการส่วนท้องถิ่นดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในหน่ึงร้อย

สํานักยงส่ีานบิ ควณันนะกับรแรตม่วกันารรกับฤแษจฎ้งกี จาากรฐั มนตรี กสาํ ําหนนักงดาวนนั คดณงั ะกกลร่ารวมใกหา้หรกมฤาษยฎถกีึงวานั ในสมยั ประสชําุมนขักองางนรคาชณกะากรรสรม่วกนารกฤษฎกี า

ทอ้ งถน่ิ น้ัน

สกําานรักยงากนเลคิณกหะกรรือรแมกก้ไาขรกขฤ้อษบฎัญีกาญัติท้องถ่ินตาสมํานวักรงราคนหคนณึ่งะยก่อรรมมไกมา่กรกระฤษทฎบีกการะเทือนต่อ

การดําเนินการทไี่ ด้กระทาํ ไปแล้วโดยถกู ต้องตามขอ้ บญั ญตั ทิ ้องถิ่นนน้ั
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ราชกิจจานเุ บกษาสมแาํ านลตัก้วรงใาาหน้ใ๑คช๑ณบ้ ะังกคขรับ้อรไบมดัญก้ าญรกัตฤิทษ้อฎงีกถา่ินท่ีออกตามมสาําตนรกั างา๙นคหณระือกมรรามตกราารก๑ฤ๐ษฎเมกี ื่อาประกาศใน

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๒ กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ หรือข้อบัญญัติท้องถ่ินท่ีออกตาม

มาตรา ๙ หรอื มาสตํารนากั ง๑า๐นคถณ้าะขกัดรหรมรกือาแรยก้งฤกษับฎกีกฎาหมายว่าด้วยสกําานรกั ผงาังนเมคือณงะใกหร้บรังมคกับารตกาฤมษกฎฎกี หามายว่าด้วย

การผงั เมอื ง

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๑๓ ในกรณที ่ีสมควรหา้ มการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้
หรือเปลี่ยนการใชส้อํานาักคงาารนชคนณิดะใกดรหรมรือกาปรรกะฤเษภฎทกี ใาด ในบริเวณหสนําน่ึงบักงราิเนวคณณใดะกแรรตม่ยกังาไรมก่มฤีกษฎฎกีกราะทรวงหรือ
ข้อบัญญัติท้องถ่ินกําหนดการตามมาตรา ๘ (๑๐) ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของอธิบดีกรมโยธาธิการ
สํานกั แงลานะคผณังเะมกือรงรม*หการรือกเฤจษ้าพฎีกนาักงานท้องถิ่นสแํานลกั ้วงแาตน่กคณรณะกี รมรีอมํากนาารกจฤปษรฎะีกกาาศในราชกิจจสาํานนุเักบงกานษคาณหะ้กามรรกมากรารกฤษฎกี า

ก่อสร้าง ดัดแปลสงาํ รนื้อกั ถงาอนนคณเคะลก่ือรรนมยก้าายรกแฤลษะฎใีกชา้หรือเปล่ียนกสาํารนใชัก้องาานคคาณรใะนกรบรรมิเกวาณรกนฤั้นษเปฎ็กีนาการชั่วคราว
ได้ และใหด้ ําเนินการออกกฎกระทรวงหรือข้อบญั ญัติท้องถ่ินภายในหนึ่งปีนับแต่วันท่ีประกาศน้ันมีผล

สํานกั ใงชา้บนังคคณับะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ถ้าไม่มกี ารออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัตทิ ้องถนิ่ ภายในกาํ หนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้ประกาศดงั กลส่าวาํ นเปกั ็นงาอนนั คยณกะเกลริกรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๓ ทว๑ิ ๙ เพสํา่ือนปักรงะานโยคชณนะ์ใกนรกรมารกอารํากนฤวษยฎคกี วาามสะดวกแกส่ปาํ รนะักชงาาชนนคณซ่ึงะจกะรรตม้อกงารกฤษฎกี า

ปฏบิ ตั ิตามพระราชบญั ญัตินี้
ส(ํา๑น)ักใงหาน้สค่วณนะรการชรมกกาารรแกลฤะษหฎนกี า่วยงานต่าง ๆสําทนี่มักงีอาํานนคาณจะหกรนร้ามทกี่ตารากมฤกษฎฎหีกามายอื่นแจ้ง

ข้อห้าม ข้อจํากัด หรือข้อมูลอ่ืนท่ีเก่ียวข้องกับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
สํานักหงารนือคกณาะรกดรํารเมนกินารกกาฤรษอฎยีก่าางอื่นตามพรสะํารนากั ชงบานัญคญณัตะกินรี้ รใมหก้ราารกชฤกษาฎรกีสา่วนท้องถ่ินท่ีเสกาํ ี่ยนวักขงา้อนงคทณระากบรรเพมกื่อารกฤษฎีกา

ดาํ เนนิ การตาม (๒สํา)นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ใหร้ าชการสว่ นท้องถ่ินจัดใหม้ ีเอกสารเผยแพร่หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขใน

สํานกั กงาานรขคอณอะกนรุญรมากตาแรลกะฤกษาฎรกี อานุญาตดําเนินสกํานากัรงตา่านงคณๆะตการรมมพกราะรรกาฤชษบฎัญกี าญัตินี้ ตลอดจสนาํ นขัก้องมาูลนทคณ่ีไดะ้รกับรรแมจก้งารกฤษฎีกา

ตาม (๑) ไว้จําหน่ายหรอื ใหแ้ ก่ประชาชนซึ่งจะตอ้ งปฏบิ ัตติ ามพระราชบัญญตั นิ ี้

ส(าํ๓น)กั งใาหน้คเจณ้าะกพรนรมักกงาารนกฤทษ้อฎงกี ถาิ่นแจ้งคําเตสือํานนักไงวาน้ใคนณใบะกอรรนมุญกาารตกทฤษ่ีไฎดีก้อาอกให้ตาม

พระราชบัญญัติน้ีว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ยังคงมีหน้าที่ต้องขออนุญาตเกี่ยวกับ

สํานกั องาานคคารณนะน้ักตรรามมกกาฎรกหฤมษาฎยกีอาืน่ ในส่วนท่ีเกี่ยสวําขน้อักงงาตน่อคไณปดะก้วรยรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการก๑๙ฤษมาฎตีกราา ๑๓ ทวิ เพม่ิ โสดํายนพกั รงะารนาคชณบัญะกญรตั ริคมวกบาครุมกอฤาษคฎากีรา(ฉบบั ที่ ๒) พ.ศส. าํ๒น๕ัก๓ง๕านคณะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 35
- ๙ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๔) ราชการส่วนท้องถ่ินอาจจัดให้มีแบบแปลนอาคารต่าง ๆ ท่ีได้มาตรฐานและ

สาํ นักถงูกานตค้อณงะตการมรบมกทาบรกัญฤญษฎัตกีิแาห่งพระราชบสัญํานญักัตงาินนี้ คกณฎะกกรระรมทกราวรงกฤแษลฎะกี หารือข้อบัญญัตสิทาํ น้อักงงถา่ินนคทณี่อะอกกรตรมากมารกฤษฎกี า
พระราชบัญญัตินไ้ี ว้จาํ หนา่ ยหรอื ใหแ้ กป่ ระชาชนได้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๑๓ ตรี๒๐ ถ้าผู้ซงึ่ จะตอ้ งปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัตนิ มี้ ีข้อสงสัยเก่ยี วกบั
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษกฎาีกรากําหนดระยะสหํารนือกั รงาะนดคบั ณระะกหรวร่ามงกอาารคกาฤรษกฎับีกอาาคาร หรือเขสตาํ ทนี่ดักินงาขนอคงณผะู้อกื่นรหรมรกือารกฤษฎกี า

ระหว่างอาคารกบั ส(ถํา๒นน)กันกงาตานรรคอกณกําะหซกนรอรดยมบกทราาิเรงวกเณทฤษา้หฎ้าหกี มราือกท่อี่สสารธ้าางรณดัดะสแําหปนรักลืองงานรค้ือณถะอกนรรเมคกลา่ือรกนฤยษ้าฎยีกาและใช้หรือ

สาํ นักเงปาลน่ียคนณกะากรรใรชมอ้ กาาครกาฤรษชนฎีกดิ าใดหรอื ประเภสทําในดักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ผู้น้ันมีสิทธิหารือไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้โดยทําเป็นหนังสือ และให้เจ้าพนักงาน

ท้องถ่ินตอบข้อหสาราํ นือกันง้ันานภคาณยใะนกสรรามมกสาิบรกวฤันษนฎับีกแาต่วันท่ีได้รับหสนํานังสกั ืองานแคตณ่ถ้าะกเจร้ารพมกนาักรงกาฤนษทฎ้อีกงาถ่ินเห็นว่ามี
ความจําเป็นต้องขอคําปรึกษาจากคณะกรรมการควบคุมอาคารเสียก่อนหรือมีเหตุจําเป็นอ่ืนใด ก็ให้

สาํ นกั ขงยานายคกณาํ ะหกนรรดมเกวาลรากดฤังษกฎลีก่าาวออกไปได้อกี สไํามนเ่ กักงินาสนอคงณคะรการวรมคกราารวกลฤะษไฎมีก่เกาินสามสิบวัน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีที่ผู้หารือตามวรรคหนึ่งได้ดําเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือ
เคล่ือนย้ายอาคาสรําโนดกัยงถาือนปคณฏิบะกัตริตรามมกคารํากตฤอษบฎขกี ้อาหารือของเจส้าําพนนักักงางนาคนณทะ้อกงรถร่ินมกถา้ารกตฤ่อษมฎากีปารากฏว่าเจ้า

พนักงานท้องถ่ินได้ตอบข้อหารือไปโดยผิดพลาดเป็นเหตุให้ผู้หารือได้ดําเนินการดังกล่าวไปโดยไม่
สํานกั ถงูกานตค้อณงะตการมรมบกทารบกัญฤษญฎัตกี ิแา ห่งพระราชสบํานัญักญงาัตนินคณี้ กะกฎรกรรมะกาทรรกวฤงษฎหกี ราือข้อบัญญัตสิทํา้อนงักถงา่ินนทคณี่อะอกกรตรมากมารกฤษฎกี า

พระราชบัญญัตินสี้ หํานรักอื งกาฎนหคณมาะยกรอรน่ื มทก่ีเากรีย่กวฤขษ้อฎงกี าผนู้ ัน้ ไมต่ ้องรับสโําทนักษงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานหคมณวะดกร๒รมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
คณะกรรมการควบคุมอาคาร

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๔ ให้มีคณสะํานกักรงรามนกคาณระคกวรบรมคกุมาอรากคฤาษรฎีกปาระกอบด้วยอสธําิบนดักีกงารนมคโณยธะการธริกมากรารกฤษฎกี า
และผังเมือง๒๑*เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม
ผู้แทนกรมการปกสคํานรอักงงาผนู้แคทณนะกกรรรมมทกาารงกหฤลษวฎงีกผาู้แทนสํานักงาสนําอนักัยงกาานรคสณูงสะกุดร๒ร๒ม*กผารู้แกทฤนษสฎํากี นาักผังเมือง๒๓

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๒๐ มาตรา ๑๓ ตรี เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั คิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
ส๒ํา๑นมักางตารนาค๔ณ๗ะกแรหร่งมพกราะรรกาฤชษกฎฤีกษาฎีกาแก้ไขบทบัญสําญนัตกั ิใงหา้สนอคดณคะลก้อรงรกมับกกาารรกโฤอษนอฎําีกนาาจหน้าที่ของ
ส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แก้ไขคําใน

สํานกั พงราะนรคาณชบะัญกรญรตั มิคกวาบรคก๒ุม๒ฤอษขา้ฎอคีกา๖รา พ.ศ. ๒๕๒๒ จสาํากนคักําวงา่าน“คอณธิบะดกีกรรรมมโกยาธรากธฤิกาษรฎ”กี เาป็น “อธิบดกี รมโสยําธนาักธิกงาานรแคลณะะผกังเรมรอื มงก”ารกฤษฎีกา
แห่งประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับท่ี ๔๗ เรื่อง การแก้ไข

เ๒พ๕ิ่ม๓เต๔ิมกปํารหะนกดาศใหข้บอสทงําคนบณักัญงะญาปนัตฏคิแิวหณัต่งะิ กฉกฎบรหรับมมทกา่ี ยา๒ร๑กก๖ฎฤษขลฎ้องกีวบันาังทคับ่ี ๒ร๙ะเกบันียยบายหสนํารนือพักค.งําศาส.นั่ง๒คใด๕ณอ๑ะ้า๕กงรถลรึงงมกวรกันมาทรอกี่ัย๒ฤก๘ษารฎกกีรุมัฐาภมานพตันรธีว์่าพก.าศร.

กระทรวงมหาดไทยในส่วนที่เก่ียวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ ซ่ึงกรมอัยการ
สาํ นกั กงราะนทครณวะงมกหรรามดกไทารยกเปฤ็นษเฎจีก้าาหน้าท่ี อธิบดีกรสมํานอัักยกงาานรครณอะงอกธริบรมดกีการรมกอฤัยษกฎารกี าให้ถือว่า บทบัญสญํานัตักิแงหา่นงกคฎณหะมการยรมกกฎารกฤษฎกี า

ขอ้ บังคับ ระเบียบ หรอื คาํ สงั่ นนั้ อ้างถึงสํานกั งานอัยการสงู สุด นายกรัฐมนตรี อัยการสงู สดุ และรองอยั การสูงสุด
ส๒ํา๓น“ักสงําานนักคผณังะเมกือรรงม”กไาดร้เกปฤลษ่ียฎนกีชื่าอเป็น “กรมกาสรําผนังักเมงือานง”คณเมะ่ือกวรันรทม่ีก๑ารมกกฤรษาฎคกีมาพ.ศ. ๒๕๓๘

ต่อมาได้มีการปฏิรูประบบราชการเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ ได้มีการรวมภารกิจของกรมโยธาธิการและกรมการผังเมือง
สาํ นกั เขงาา้ นดคว้ ยณกะนั กรเปรม็นก“ากรรกมฤโษยธฎาีกธาิการและผงั เมือสง”ํานซกั ึง่ งมาานตคราณ๔ะก๗รรแมหก่งพารรกะฤราษชฎกกี ฤาษฎีกาแก้ไขบทบสัญาํ นญักัตงิใาหน้สคอณดะคกลร้อรงมกกับารกฤษฎกี า

หน้า 36
- ๑๐ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ผู้แทนสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม* ผู้แทนกรุงเทพมหานคร
สาํ นักผงู้แานทคนณคะณกระรกมรกรามรกกฤาษรฎคีกวาบคุมการประสกํานอักบงวาินชคาณชีพะกวริศรวมกกรารรกมฤแษลฎะกี ผาู้แทนคณะกรสรํามนกักางารนคควณบะคกุมรรกมากรารกฤษฎีกา

ประกอบวชิ าชพี สถาปัตยกรรมแห่งละหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินส่ีคนซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ัง เป็น
กรรมการ และใหสห้ าํ วันหกั นงาา้ นสคาํ ณนะกั กงรารนมคกณาระกกฤรษรฎมกี กาารควบคมุ อาสคําานรักเงปาน็นคกณรระมกรกรามรกแาลระกเฤลษขฎากีนาุการ

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๕ กรรมกาสรําซน่งึ ักรงัฐามนนคณตระีแกตรรง่ มตกัง้ ามรวี กาฤรษะฎอีกยาู่ในตาํ แหน่งครสาาํ วนลักะงสานาคมณปีะกรรมการกฤษฎกี า

ตําแหน่ง ไม่ว่าจะสใเาํนปนก็นกั รงกณาานีมรคแีกณตาะร่งกแตรตั้งรเ่งมพตก่ิมั้งากรขกร้ึนฤรหษมรฎกือีกาแารตใน่งรตะั้งหซว่อ่ามงทใสหี่กํา้ผรนรู้ไักดมง้รกานับาครแซณต่ึงะ่งแกตตร้ังร่งนมตั้นก้ังอาไวรยก้แู่ใฤลนษ้วตฎยําีกังแมาหีวนา่รงเะทอ่ายกู่ใับน

สาํ นักวงาารนะคทณเี่ ะหกลรอื รอมยกาูข่ รอกงฤกษรฎรีกมาการซึง่ ได้แตง่ สตําั้งนไวกั ้แงาลน้วคนณ้นั ะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรรมการซ่งึ พน้ จากตําแหนง่ อาจได้รบั แตง่ ต้ังอีกได้ แตต่ อ้ งไม่เกนิ สองคราวตดิ ต่อกัน

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๖ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๕ กรรมการซ่ึง

สํานักรงฐั ามนนคณตระีแกตรร่งมตกั้งาพร้นกจฤษากฎตกี ําาแหนง่ เมอื่ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) ตาย
ส(าํ๒น)ักลงาานอคอณกะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๓) รัฐมนตรีให้ออก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษเฎปีก็นาบคุ คลล้มละลสําานยกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส(ํา๕น)กั เงปา็นนคคณนไะรกค้ รวรมามกาสรากมฤาษรฎถกีหารอื คนเสมอื นสไรําค้นวักางามนสคาณมะากรรถรมการกฤษฎีกา
(๖) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําส่ังที่ชอบด้วยกฎหมายให้จําคุก

สํานกั เงวาน้ นแคตณ่เปะก็นรโรทมษกสารํากหฤรษบั ฎคีกวาามผดิ ทก่ี ระทสําําโนดกั ยงปานระคมณาะทกหรรรมือกคาวรากมฤผษดิฎลีกหา โุ ทษ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตกั รงาาน๑ค๗ณะกกรารรมปกราะรกชฤุมษขฎอีกงาคณะกรรมกาสรําคนวักบงคานุมคอณาคะการรรตม้อกงามรีกกรฤรษมฎกกี าารมาประชุม

ไม่น้อยกว่ากึ่งหน่ึงของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่

สาํ นักสงาามนคารณถะปกฏรรบิ มัตกหิ ารนก้าฤทษีไ่ ฎดีก้ ใาห้กรรมการทสม่ี ําานปักรงะาชนมุคณเละอื กกรกรมรรกมารกกาฤรษคฎนกี หานงึ่ เปน็ ประธาสนาํ นในักทงาปี่ นรคะณชะุมกรรมการกฤษฎีกา

การวินจิ ฉยั ชี้ขาดของทป่ี ระชุมใหถ้ อื เสียงข้างมาก
สกํารนรักมงากนาครณคนะกหรนรมึ่งใกหาร้มกีเสฤษียฎงหกี านึ่งในการลงคสะําแนนกั นงานถค้าณคะะกแรนรนมเกสาียรกงเฤทษ่าฎกกี ันาให้ประธาน

ในท่ปี ระชุมออกเสียงเพ่มิ ข้ึนอกี เสียงหนึ่งเป็นเสยี งชข้ี าด
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๑ค๘ณ๒ะ๔กรใรหม้คกาณรกะฤกษรรฎมกี กาารควบคมุ อาสคําานรักมงาอี นาํ คนณาจะกหรนรา้มทกี่าดรังกตฤ่อษไฎปีกนาี้
(๑) ให้คาํ แนะนําแกร่ ัฐมนตรใี นการดาํ เนนิ การตามมาตรา ๘ หรอื มาตรา ๑๐ ทวิ

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษใฎหีกค้ าวามเห็นชอบสใํานนกกั างราอนอคกณขะอ้กรบรญั มญกาตั ริทกฤ้อษงถฎ่นิกี าตามมาตรา ๑ส๐ําน(๒ัก)งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓)๒๕ ใหค้ ําปรึกษาแนะนําแก่เจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือส่วนราชการในการปฏิบัติการ

ตามพระราชบญั ญสาํตั นนิ กั ี้ งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักกงาารนโคอณนอะกํานรรามจหกานร้ากทฤ่ีขษอฎงีกสา่วนราชการให้เปส็ํานนไปักงตาานมคพณระะรการชรบมักญาญรกัตฤิปษรับฎปีกราุงกระทรวง ทบสวํางนักกงรามนคพณ.ศะ.ก๒ร๕รม๔ก๕ารกฤษฎกี า
พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบ้ ัญญัติใหแ้ ก้ไขถ้อยคํา ในพระราชบญั ญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยให้ตัดคําว่า “ผู้อํานวยการ
สํานักผังเมือง” ออกสาํ เนพัก่ืองใาหน้สคอณดคะกลร้อรงมกกับากรากรฤยษุบฎเลกี ิกากรมการผังเมือสงํานแตกั ่ไงมาน่ปคราณกะฏกวร่ารมมีกกาารรแกกฤ้ไษขอฎงกี คา์ประกอบของ
คณะกรรมการควบคมุ อาคารทีเ่ ปน็ ผแู้ ทนสาํ นักผงั เมือง

สํานกั งานคณะกรรมการก๒๔ฤษมาฎตีกราา ๑๘ แกไ้ ขเพมิ่ สเําตนิมกั โดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาัตรคิ กวฤบษคฎมุ ีกอาาคาร (ฉบบั ที่ ๒ส) ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 37
- ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔)๒๖ กํากับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ซึ่งมี

สาํ นกั หงนานา้ คทณีป่ ะฏกิบรตัรมกิ กาารรตกาฤมษพฎรีกะาราชบญั ญตั ินส้ี ํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๕)๒๗ รับขน้ึ ทะเบียนและเพกิ ถอนการขนึ้ ทะเบียนเป็นผตู้ รวจสอบ
ส(๖ําน)๒กั ๘งาปนฏคณิบตัะกกิ รารรมอก่ืนาตรกาฤมษทฎ่บี ีกญั าญตั ไิ ว้ในพระสรําานชักบงัญานญคัตณนิ ะก้ี รรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๙ คณะกรสรํานมักกงาารนคควณบะคกรุมรอมากคารากรฤอษาฎจีกตาั้งคณะอนุกรรสมาํ กนัการงาเนพค่ือณพะิจการรรณมกาารกฤษฎีกา
หรือปฏิบตั กิ ารอยสใา่ าํหงนน้หักํานงมาึง่ นาอคตยณร่าางะใก๑ดร๗ตรมามกมาทารคี่ใกชณฤบ้ ษะงั ฎกคกีรับารแมกก่กาารรคปวรบะคชมุสมุ อําขนาอักคงงาคารนณมคอะณบอะนหกกุมรรรามรยมกไดการ้ากรฤโดษยฎอกี นา ุโลม

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๒๐๒๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ให้จัดต้ังสํานักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารขึ้นในกรมโยธาธิการ
และผงั เมือง๓๐* มสีหํานนกัา้ งทาีด่นังคนณ้ี ะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) ปฏิบัตงิ านธุรการและงานวิชาการใหแ้ ก่คณะกรรมการควบคมุ อาคาร

สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎปกี ฏาิบัติงานธุรกาสรําตนกัรวงาจนสคอณบะขก้อรรเทมก็จาจรรกิงฤษแฎลีกะาเสนอความเหส็นําแนกัก่คงาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา

พิจารณาอทุ ธรณ์ ส(ํา๓น)กั งปารนะคสณาะนกรงรามนกแารลกะฤใษหฎ้คกี วาามช่วยเหลือสําแนกกั ่รงาานชคกณาะรกสร่วรมนกทา้อรกงฤถษ่ินฎีกสา่วนราชการ

หน่วยงานของรฐั ในการปฏบิ ตั หิ น้าทตี่ ามพระราชบญั ญตั ินี้ ตลอดจนใหค้ ําแนะนาํ แก่ภาคเอกชน
สํานกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษปฎีกฏาบิ ตั งิ านตามทสีค่ ําณนะักกงารนรคมณกะากรรครวมบกคามุรกอฤาษคฎารีกมา อบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมวด ๓

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกอ่ สสร้าํานงกั ดงดัานแคปณละงกรรอื้รมถอกานรกเคฤษลื่อฎนีกาย้าย สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

และใช้หรือเปลี่ยนการใชอ้ าคาร

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๑๓๑ ผ้ใู ดจสะํากน่อกั สงรา้านงคณดัดะกแรปรลมงกาหรกรือฤษเคฎลกี ื่อานย้ายอาคารตสาํ้อนงักไดงา้รนับคใณบะอกนรุญรมากตารกฤษฎกี า

จากเจ้าพนกั งานทอ้ งถ่ิน หรอื แจง้ ตอ่ เจา้ พนักงานท้องถ่นิ และดําเนนิ การตามมาตรา ๓๙ ทวิ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๑ ทว๓ิ ๒ การกอ่ สร้าง ดัดแปลง หรือเคล่ือนย้ายอาคารชนิดหรือประเภทท่ี
สํานกั กงฎานกครณะทะกรรวรงมกกาํ าหรกนฤดษใฎหกี้มาีการตรวจสอสบํางนาักนงอานอคกณแะบกบรรแมลกะารคกําฤนษวฎณีกาส่วนต่าง ๆ ขอสํางนโคักงรางนสครณ้างะอกรารคมากรารกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการก๒๒๖๕ฤษมมาาฎตตกี รราาา ๑๘ (๓) แก้ไขสเําพนมิ่ กั เตงาิมนโดคยณพะรกะรรรามชกบาญั รญกฤตั ษิคฎวบีกคามุ อาคาร (ฉบบั สทํา่ี ๓นัก) พงา.ศน.ค๒ณ๕ะ๔ก๓รรมการกฤษฎกี า
๑๘ (๔) แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตคิ วบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
๒๗ มาตรา ๑๘ (๕) เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตคิ วบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
ส๒าํ๘นมกั างตารนาค๑ณ๘ะก(๖รร)มเพก่มิารโดกยฤพษรฎะีกราาชบัญญัติควบคสุมําอนาักคงาารน(คฉณบบัะกทร่ี ๓รม) กพา.ศรก. ๒ฤษ๕ฎ๔ีก๓า
๒๙ มาตรา ๒๐ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
สํานักงานคณะกรรมการก๓๐ฤษเมฎื่อกี วาันที่ ๓ ตุลาคมส๒ําน๕ัก๔ง๕านไคดณ้มีะกการรรปมฏกิราูปรรกะฤบษบฎรกี าาชการ และมีกาสราํ รนวักมงภาานรคกณิจะขกอรงรกมรกมารกฤษฎีกา

โยธาธกิ ารและกรมการผงั เมืองเขา้ ด้วยกัน เปน็ “กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง”
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๓๑ มาตรา ๒๑ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๓๒ฤษมาฎตกี ราา ๒๑ ทวิ เพิ่มโสดํายนพกั รงะารนาคชณบญั ะกญรัตรคิมวกบาครุมกอฤาษคฎากีรา(ฉบับท่ี ๓) พ.ศส. าํ๒น๕ัก๔ง๓านคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 38
- ๑๒ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ผู้ขอรับใบอนญุ าต หรอื ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ตอ้ งจัดใหม้ ีการตรวจสอบงานออกแบบ และคํานวณ

สาํ นกั ดงังากนลคา่ณวะตการมรมหกลาักรเกกฤณษฑฎีก์ วาิธกี าร และเง่อืสํานนไกัขงทากี่นาํคหณนะดกรในรมกกฎากรรกะฤทษฎรวีกงา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๒ค๒ณ๓ะ๓กรผรมใู้ ดกจาระกรฤอ้ื ษถฎอกี นาอาคารดังตอ่ ไสปํานนักี้ ตงาอ้ นงคไดณ้ระบั กใรบรมอกนาญุ รกาฤตษจฎากีกเาจ้าพนักงาน
ท้องถิน่ หรือแจ้งตอ่ เจ้าพนักงานท้องถน่ิ และดําเนนิ การตามมาตรา ๓๙ ทวิ
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษฎอีกาาคารท่ีมีส่วนสสูงําเกนินกั งสาิบนหคณ้าเะมกตรรรมซก่ึงาอรยกู่หฤ่าษงฎจกี าากอาคารอื่นหสราํ ือนทักี่สงาานธคาณรณะกะรนรม้อกยารกฤษฎีกา
กว่าความสงู ของอส(า๒ําคน)าักอรงาานคคารณทะ่อีกยรรหู่ ม่ากงาจรากกฤอษาฎคีกาารอน่ื หรอื ที่สาสธําานรักณงาะนนค้อณยะกกวร่ารสมอกงาเรมกตฤรษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๒๓๓๔ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(ยกเลิก)

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๒๔๓๕ (ยกเลกิ )

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๒๕๓๖ ในกรณีท่ีเป็นการยื่นคําขอรบั ใบอนุญาต ให้เจา้ พนักงานท้องถ่ินตรวจ
พิจารณาและออสกาํ นใักบงอานนคุญณาะตกรหรมรกือามรกีหฤนษังฎสีกือา แจ้งคําส่ังไมสํา่อนนักุญงาานตคณพะรก้อรมรมดก้วายรเกหฤตษุฎผกีลา ให้ผู้ขอรับ

ใบอนุญาตทราบภายในส่ีสบิ ห้าวันนบั แตว่ ันทไ่ี ด้รับคาํ ขอ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรณกี าีมีเหตุจําเป็นสทําี่เนจกั ้างพานนคักณงะากนรทรม้อกงาถริ่นกไฤมษ่อฎากี จาออกใบอนุญสาาํตนักหงราือนยคัณงไะมก่อรรามจกมาี รกฤษฎีกา

คําสั่งไม่อนุญาตไสดําน้ภักางยาในนคกณําะหกรนรดมเกวาลรกาฤตษาฎมกีวารรคหนึ่ง ให้ขสยํานากัยงเาวนลคาณอะอกกรรไปมกไดาร้อกีกฤไษมฎ่เกีกาินสองคราว
คราวละไม่เกินส่ีสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจําเป็นแต่ละคราวให้ผู้ขอรับ

สาํ นกั ใงบาอนนคณญุ ะากตรทรรมากบารกก่อฤนษสฎ้นิ ีกกาําหนดเวลาตสามํานวักรงราคนหคนณึง่ ะกหรรรอื มตกาามรกทฤไ่ี ษดฎข้ ยีกาายเวลาไว้น้ัน สแาํลน้วักแงตาน่กครณณะี กรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินออกใบอนุญาตหรือมีคําส่ังไม่อนุญาต ให้เจ้าพนักงาน

ทอ้ งถน่ิ แจ้งใหผ้ ู้ขสอาํรนับักใงบาอนนคณญุ ะากตรทรรมากบารโดกฤยษไมฎ่ชีกกั าช้า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๒๖๓๗ ในกสรําณนีทักง่ีกาานรคกณ่อะสกรรร้ามงกดารัดกแฤปษลฎีกงารื้อถอน หรือสเาํ คนลักื่องานนยค้าณยะอการรคมากรารกฤษฎีกา
ท่ีขออนุญาตนั้นมีลักษณะหรืออยู่ในประเภทที่ได้กําหนดเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย
ว่าด้วยวิชาชีพวสิศาํ วนกักงรารนมคณหะรกือรรเมปก็นาวริกชฤาษชฎีพีกสาถาปัตยกรรสมํานคักวงบานคคุมณตะากมรรกมฎกหารมกาฤยษวฎ่าีกดา้วยวิชาชีพ
สถาปัตยกรรม ถ้าวิศวกรหรือสถาปนิกผู้รับผิดชอบในการน้ันตามที่ระบุไว้ในคําขอมิได้เป็นผู้ได้รับ

สาํ นักใงบานอคนณุญะากตรรใหมก้ปารระกกฤษอฎบีกวาิชาชีพวิศวกรสรํามนคักงวาบนคคุณมะหกรรรือมวกิชาารกชฤีพษสฎถกี าาปัตยกรรมควสบํานคักุมงตานาคมณกะฎกหรมรมากยารกฤษฎกี า
ดังกลา่ ว แล้วแต่กสรําณนักี ใงหานเ้ จค้าณพะนกกัรรงมานกาทรอ้กงฤถษนิ่ ฎปีกฏา ิเสธไม่รับพิจสาํารนณกั างคานาํ คขณอนะกนั้ รรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๒๗๓๘ ในกาสรํานตักรงวาจนพคิณจาะรกณรรามคกําารขกอฤรษับฎใกี บาอนุญาต ให้เสจํา้านพักนงาักนงคาณนะทก้อรงรถมิก่นารกฤษฎกี า
มีอํานาจสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเปล่ียนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๓๓ มาตรา ๒๒ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัตคิ วบคุมอาคาร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นักงานคณะกรรมการก๓๔ฤษมาฎตีกราา ๒๓ ยกเลิกโดสยําพนรักะงราานชคบณญั ะญกัตริครมวบกคารุมกอฤาคษาฎรกี (าฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.ส๒าํ ๕น๓ัก๕งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๓๕ มาตรา ๒๔ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัตคิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
ส๓าํ๖นมักางตารนาค๒ณ๕ะกแรกร้ไมขกเพาม่ิรกเตฤิมษโดฎยีกพาระราชบญั ญตั คิสวํานบคักมุงาอนาคคณาระ(กฉรบรบัมทกี่า๒ร)กพฤ.ษศฎ. ีก๒า๕๓๕
๓๗ มาตรา ๒๖ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตคิ วบคมุ อาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สํานักงานคณะกรรมการก๓๘ฤษมาฎตีกราา ๒๗ แกไ้ ขเพม่ิ สเําตนมิ กั โดงายนพครณะระากชรบรัญมญกาัตรคิ กวฤบษคฎุมกีอาาคาร (ฉบับที่ ๒ส) ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎีกา

หน้า 39
- ๑๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

แบบแปลน หรือรายการคํานวณท่ีได้ย่ืนไว้ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎกระทรวงท่ีออกตาม
สํานกั มงาาตนคราณะ๘กรหรรมือกขาอ้รกบฤญั ษญฎกีตั าทิ อ้ งถิ่นทอ่ี อกสตําานมักมงาานตครณา ะ๙กรหรรมือกมารากตฤรษาฎ๑กี ๐า และใหน้ ํามาสตาํ นรักาง๒าน๕คณวระรกครรสมากมารกฤษฎีกา

มาใช้บังคับโดยอนุโลม
สเํามนื่อักผงู้าขนอครณับะใกบรอรมนกุญารากตฤไษดฎ้แกี กา้ไขเปลี่ยนแปสลํานงแกั งผานนผคณังบะกรริเวรมณกาแรบกฤบษแฎปกี ลาน รายการ

ประกอบแบบแปลน หรือรายการคํานวณตามคําสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ให้เจ้าพนักงาน
สํานกั ทง้าอนงคถณ่ินะตกรรวรมจกพาิจรากรฤณษฎาีกแาละออกใบอนสํุาญนาักตงาในหค้ภณาะยกใรนรมสกาามรสกิบฤษวฎันกี แา ต่ถ้าผู้ขอรับสใาํบนอักนงาุญนาคตณไะดก้แรรกม้ไกขารกฤษฎีกา

เแปลละีย่ ในหแ้ดปาํ เลนงินในกสาารสรตาํ ะานสมกั ํามงคาานัญตคผรณาิดะจ๒กา๕รกรคมตําก่อสาไั่งรปขกอฤษงเฎจีก้าาพนักงานท้องถส่ินํานใักนงกานรคณณีนะี้ใกหร้ถรือมวก่าาเรปก็นฤษกฎารีกยา่ืนคําขอใหม่

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๒๘๓๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ในกรณีที่แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการ

คาํ นวณทีไ่ ดย้ ่นื มาสพาํ นรกัอ้ งมากนับคคณาํ ะขกอรรรมบั กใบารอกนฤุญษฎากีตากระทาํ โดยผ้ทู สไี่ ําดน้รักับงาในบคอณนะุญการตรมใหก้เาปรก็นฤผษู้ปฎรีกะากอบวิชาชีพ

วศิ วกรรมควบคมุ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิศวกร ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแต่เฉพาะในส่วนท่ี

สาํ นักไงมาเ่นกคี่ยณวกะกับรรรามยกกาารกรคฤษํานฎวีกณา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมํานาตกั งราานค๒ณ๘ะกทรรวมิ๔ก๐ารกใฤนษกฎรีกณา ีที่แบบแปลสนํานรักงาายนกคาณระปกรรระมกกอารบกแฤษบฎบกี แาปลน และ
รายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมของอาคารซ่ึงไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ท่ีได้ยื่นมาพร้อมกับ
สํานักคงําานขคอณรับะกใบรรอมนกุญารากตฤกษรฎะกี ทาําโดยผู้ท่ีได้รับสใําบนอกั งนาุญนคาณตใะหก้เรปรม็นกผาู้ปรรกะฤกษอฎบีกาวิชาชีพสถาปัตสยํานกักรงรามนคควณบะคกุมรรตมากมารกฤษฎกี า
กฎหมายว่าด้วยสสาํ ถนากั ปงานนิคกณใะหก้เรจร้ามพกานรักกฤงษาฎนีกทา้องถิ่นตรวจพสําิจนากั รงณานาคแณตะ่เกฉรพรมากะาใรนกสฤ่ษวฎนีกทา่ีไม่เกี่ยวกับ
รายละเอยี ดดา้ นสถาปัตยกรรมสว่ นภายในอาคาร เว้นแต่ทางหนไี ฟและบันไดหนไี ฟ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๙๔๑ เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหนังสือแจ้งชื่อ

ผู้ควบคุมงานกับวสันาํ เนรกั่ิมงตา้นนคแณละะวกันรรสม้ินกสารุดกกฤาษรฎดํกีาเานินการตามทสี่ไดําน้รกัับงอานนคุญณาะตกใหรร้เมจก้าพารนกักฤงษาฎนีกทา้องถ่ินทราบ

พรอ้ มทัง้ แนบหนังสือแสดงความยินยอมของผ้คู วบคมุ งานมาดว้ ย

สาํ นักงานคณะกรรมการกผฤู้คษวฎบีกคาุมงานจะเป็นบสําุคนคกั ลงใาดนหครณือะเกปร็นรมเจก้าาขรกอฤงษอฎาคกี าารก็ได้ เว้นแตส่จําะนเักปง็นานกคารณตะ้อกงรหรม้ากมารกฤษฎีกา

ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิชาชีพวศิ วกรรมหรอื กฎหมายวา่ ดว้ ยวชิ าชีพสถาปตั ยกรรม
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๐๔๒ ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตจะบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงานที่ได้แจ้งชื่อไว้
สาํ นกั หงรานือคผณู้คะวกบรครมุมกงาารนกจฤษะบฎกีอากเลิกการเป็นสําผนู้คักวงบานคคุมณงะากนรรใมหก้มาีหรกนฤังษสฎือีกแาจ้งให้เจ้าพนสักาํ งนาักนงทาน้อคงณถะิ่นกทรรรมากบารกฤษฎีกา

แต่ทั้งนี้ไมเ่ ป็นกาสรกาํ นรกัะงทาบนถคณงึ สะทิกธรรแิ มลกะาหรนกฤา้ ษทฎที่ กีาางแพง่ ระหวา่ งสผํา้ไู นดัก้รงับาในบคอณนะญุกรารตมกกับารผก้คู ฤวษบฎคีกมุ างานนัน้
ในกรณีที่มีการบอกเลิกตามวรรคหน่ึง ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องระงับการดําเนินการ

สํานกั ตงาามนทคี่ณไดะ้รกับรอรมนกุญาารตกไฤวษ้กฎ่อีกนาจนกว่าจะได้มสีหํานนกัังสงาือนแคจณ้งชะก่ือรแรลมะกสา่งรหกนฤษังสฎือีกแาสดงความยินยสอํามนขักองางนผคู้คณวบะกครุมรงมากนารกฤษฎีกา
คนใหมใ่ หแ้ กเ่ จา้ พนกั งานท้องถนิ่ แลว้

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๓๙ มาตรา ๒๘ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ วบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
ส๔าํ๐นมักางตารนาค๒ณ๘ะกทรวริ มเพกมิ่ าโรดกยฤพษรฎะกีราาชบญั ญัติควบคสุมําอนากัคงาารน(คฉณบบัะกทรี่ ๓รม) พกา.ศร.ก๒ฤ๕ษ๔ฎ๓ีกา
๔๑ มาตรา ๒๙ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ วบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สํานกั งานคณะกรรมการก๔๒ฤษมาฎตกี ราา ๓๐ แกไ้ ขเพมิ่ สเําตนมิ กั โดงายนโดคยณพะรกะรรรามชกบาัญรญกฤตั ษิควฎบีกคาุมอาคาร (ฉบับทสาํ่ี ๒น)ักพงา.ศน.ค๒ณ๕ะ๓ก๕รรมการกฤษฎกี า

หนา้ 40
- ๑๔ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๑๔๓ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดให้มีหรือดําเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือ

สาํ นักเงคาลนื่อคนณยะก้ายรรอมากคาารรกใฤหษ้ผฎิดีกไาปจากแผนผัสงบํานรักิเวงาณนคแณบะบกแรรปมลกนารกแฤลษะฎรกีายา การประกอบสแาํ นบักบงแานปคลณนะทก่ีไรดรม้รกับารกฤษฎีกา

อนุญาต ตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินกําหนดไว้ในใบอนุญาต หรือให้ผิดไปจากท่ี

ไดแ้ จ้งไว้ตามมาตสราําน๓กั ง๙านทควณิ เะวก้นรแรมตก่ ารกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) เจ้าของอาคารน้ันได้ย่ืนคําขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
สํานักทง้อานงคถณ่ินใะหกท้รราํ มกกาารรแกกฤ้ไษขฎเปีกาล่ียนแปลงได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หรอื ส(๒ําน)กั เงจา้านขคอณงะอการครามรกนาั้นรกไดฤษ้แฎจ้งกี กาารแก้ไขเปลี่ยสํนานแักปงลานงคใหณ้เะจก้ารพรนมักกางรากนฤทษ้อฎงีกถาิ่นทราบแล้ว

สํานกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษฎกกีาราดําเนินการดสังํากนลกั ่างวานไมค่ขณัดะตกร่อรกมฎกการรกะฤทษรฎวกีงาหรือข้อบัญญัตสิาํทน้อักงงถาิ่นนคทณี่เกะี่ยกวรรขม้อกงารกฤษฎีกา
หรอื เป็นกรณตี ามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง

สใําหน้นกั ํางมานาคตณราะก๒ร๕รมหกราืรอกมฤาษตฎรากี า๓๙ ทวิ มาใชส้บําังนคกั ับงาแนกค่กณาะรกดรํารเมนกินากรากรฤตษาฎมกี า(๑) หรือ (๒)

แล้วแตก่ รณี โดยอนโุ ลม

สาํ นักงานคณะกรรมการกในฤษกฎรณีกาีท่ีมีการก่อสรส้าํานงักดงัาดนแคปณละงกรรร้ือมถกอารนกฤหษรฎือกี เาคล่ือนย้ายอาสคําานรักงเาปน็นคกณาะรกฝร่ารมฝกืนารกฤษฎีกา

ความในวรรคหน่ึง ให้ถือว่าเป็นการกระทําของผู้ควบคุมงาน เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะพิสูจน์ได้ว่าเป็น
การกระทําของผสู้อําื่นนกัซงึ่งาผนู้คควณบะคกรุมรงมากนาไรดกฤ้มษีหฎนีกังาสือแจ้งข้อทักสทําน้วกั งงกาานรคกณระะกทรรํามดกังากรลก่ฤาวษใฎหกี ้เาจ้าของหรือ

ผู้ครอบครองอาคาร และผู้ดําเนนิ การทราบแล้ว แต่บคุ คลดังกล่าวไมย่ อมปฏิบัติตาม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ส(ม๑าํ าน)ต๔กั ร๕งาาอน๓าคค๒ณา๔ะร๔กสรําอรหมารกคับาารใรกชปฤเ้ รปษะน็ฎเคภีกลาทังคสวินบคคา้ มุ โกรางรแใสรชํามน้ คักออื งาาคอนาาคครณชาะุดรกดรหงั รตรมอือ่กสไาปรถกนาฤนี้ ษพฎยกี าาบาล
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษอฎากี คาารสาํ หรับใชเ้ สพํา่ือนกกั ิจงากนาครพณาะณกริชรยมกกรารรมกฤอษุตฎสกี าาหกรรม การศสกึ าํษนาักกงาานรคสณาธะากรรณรมสกขุ ารกฤษฎกี า

หรอื กจิ การอืน่ ทั้งน้ี ตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
สเาํมนื่อักผงู้ไาดน้รคับณใะบกอรรนมุญกาารตกใฤหษ้กฎ่อกี สาร้าง ดัดแปลงสําหนรกั ืองาเนคคลณ่ือะนกยร้ารยมอกาารคกาฤรษปฎรีกะาเภทควบคุม

การใช้ หรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ได้กระทําการดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือให้
สาํ นักเงจา้านพคนณักะกงรารนมทก้อารงกถฤ่ินษทฎรีกาาบตามแบบท่ีเสจํา้านพักนงาักนงคาณนะทก้อรรงมถก่ินากรํากหฤษนฎดกี เาพ่ือทําการตรสวาํจนสักองบานกคาณรกะก่อรสรรม้ากงารกฤษฎีกา

ดัดแปลง หรอื เคล่ือนยา้ ยอาคารน้ันให้แลว้ เสร็จภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ บั แจง้
สหํา้านมักมงาิในหค้บณุคะคกลรรใมดกใชาร้อกาฤคษาฎรีกนา้ันเพ่ือกิจการสดําันงทักงี่ราะนบคุไณวะ้ใกนรใรบมอกนารุญกาฤตษหฎรกี ือา ที่ได้แจ้งไว้

ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ภายในกําหนดเวลาตามวรรคสอง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกถฤ้าษเจฎ้าีกพานักงานท้องถสิ่นํานไกัดง้ทาํนากคาณระตกรรวรมจกสาอรบกฤแษลฎ้วกีเหา็นว่าการก่อสสราํ ้านงักงดาัดนแคปณละกงรหรมรกือารกฤษฎกี า

เคลื่อนย้ายอาคารสนาํ น้ันกั เปงา็นนไคปณโดะกยรถรูกมตก้อารงกตฤาษมฎทีก่ีไาด้รับใบอนุญาสตําหนรกั ืองาทน่ีไคดณ้แจะก้งรไวรม้ตกามารมกาฤตษรฎากี ๓า ๙ ทวิ แล้ว
ก็ให้ออกใบรับรองให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ เพื่อให้มีการใช้อาคารน้ัน
สํานักตงาานมคทณี่ไดะก้รรับรใมบกอานรกุญฤาษตฎหีกราือท่ีได้แจ้งไวส้ตําานมักมงาานตครณาะ๓กร๙รมทกวาิรไกดฤ้ ษแฎตีก่ถา้าเจ้าพนักงานสทาํ น้อักงงถาิ่นนมคณิไดะ้ทกรํารกมากรารกฤษฎีกา
ตรวจสอบภายในกําหนดเวลาตามวรรคสอง ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นใช้หรือยินยอมให้
บคุ คลใดใชอ้ าคารสนํานนั้ กัเพงาอ่ื นกคิจณกะากรรดรังมทก่รีาะรกบฤุไษว้ใฎนีกใาบอนุญาตหรอื สทําน่ไี ดกั ้แงาจน้งคไวณต้ ะากมรรมมากตารรากฤ๓ษ๙ฎีกทาวิ ต่อไปได้

หา้ มมิให้เจา้ ของหรือผคู้ รอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้หรือยินยอมให้บุคคล
สํานกั ใงดาในชคอ้ ณาะคการรรนมั้นกเาพรกอื่ ฤกษจิ ฎกีกาารอนื่ นอกจากทสําี่รนะกับงไุ าวน้ใคนณใบะกอรนรุญมกาตารหกรฤือษทฎ่ีไีกดาแ้ จ้งไวต้ ามมาสตํารนาัก๓งา๙นคทณวะิ กรรมการกฤษฎกี า

ส๔าํ๓นมกั างตารนาค๓ณ๑ะกแรกรไ้ มขกเพา่มิรกเตฤมิ ษโดฎยกี พาระราชบญั ญตั ิคสวํานบคักมุงาอนาคคณาระ(กฉรบรบัมทกี่า๒ร)กพฤ.ษศฎ. ีก๒า๕๓๕
๔๔ มาตรา ๓๒ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั คิ วบคุมอาคาร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สํานักงานคณะกรรมการก๔๕ฤษมาฎตีกราา ๓๒ (๑) แก้ไขสเําพน่มิ ักเตงาิมนโดคยณพะรกะรรรามชกบาญั รญกฤตั ษคิ ฎวบกี คามุ อาคาร (ฉบบั สทํา่ี ๓นัก) งพา.นศ.ค๒ณ๕ะ๔ก๓รรมการกฤษฎกี า

หนา้ 41
- ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๓๒ ทว๔ิ ๖ เจสา้ ําขนอักงงอานาคคณาระดกงัรตรม่อกไปารนกี้ ฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) อาคารสงู อาคารขนาดใหญพ่ เิ ศษ

ส(๒าํ น)กั องาานคคารณชะุมกนรรมุ มคกนารกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๓) อาคารตามทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง
สํานักตง้อานงคจณัดะใกหร้มรีผมู้กตารรวกจฤสษอฎบกี าด้านวิศวกรรสมํานหกั รงือาผนู้คตณรวะกจรสรอมบกาดร้ากนฤษสฎถีกาาปัตยกรรม แสลํา้วนแักตงา่กนรคณณี ะทกํารรกมากรารกฤษฎีกา

ตกราวรจจัดสอแบสงสสภวา่าพงอสรําาะนคบักางบรากนโคาครณรเงะตสกือรรน้ารมงกขกาอารรงกปตฤ้ัอวษองฎกากี คันาาแรละอกุปากรรรณะ์งปสับรําอะนักคกั อคงาบีภนตัยค่าณกงะาๆกรรปเรก้อม่ียงกกวารกันกับอฤรันษะตฎบรกี บาายไฟเมฟ่ือ้ามแีเหลตะุ

สํานกั ชงุลานมคนุ ณวุ่นะกวรารยมรกะาบรกบฤรษะฎบกี าายอากาศ ระบสบํารนะกั บงาายนนคณ้ํา ะรกะรบรบมบกาํารบกัดฤนษํ้าฎเีกสาีย ระบบเครื่องสกําลนักหงรานือคระณบะบกรอรื่นมกๆารกฤษฎีกา
ของอาคารท่ีจําเป็นต่อการป้องกันภยันตรายต่าง ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

แล้วรายงานผลกสาาํ รนตกั รงาวนจคสณอะบกตรร่อมเกจา้ารพกนฤษักฎงีกาานท้องถิ่น ทั้งสนํานี้ ตักงาามนหคลณักะกเกรรณมฑกา์ รวกิธฤีกษาฎรีกแาละเงื่อนไข

ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง

สํานักงานคณะกรรมการกใหฤ้เษจฎา้ กีพานกั งานท้องถ่ินสพํานิจกั างราณนาคผณละกการรรตมรกวาจรสกอฤษบฎสภีกาาพอาคารตามวสราํ รนคักหงานนึ่งคโดณยะมกิรชรักมชก้าารกฤษฎีกา

เพื่อพิจารณาออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารหรือดําเนินการตามมาตรา ๔๖ หรือมาตรา ๔๖ ทวิ
แลว้ แตก่ รณี ต่อไสปํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๓๒ ตรี๔๗ เสจํา้านขักองงาอนคาคณาะรกรผรู้คมกราอรบกคฤษรอฎงกี อาาคาร หรือผสู้ดําํานเักนงินานกคาณร ะสกํารหรมรกับารกฤษฎีกา
อาคารชนิดหรือปสาํรนะกั เงภาทนคตณามะกทรี่กรํามหกานรดกใฤนษกฎฎีกากระทรวงท่ีอสอํากนตักางามนมคาณตะรการร๘มก(า๑ร๖กฤ)ษตฎ้อกี งาจัดให้มีการ
ประกันภยั ความรบั ผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามหลักเกณฑ์

สาํ นักวงิธาีกนคารณะเกง่ือรรนมไกขาแรกลฤะษจฎํากีนาวนเงินเอาปรสะํากนักันงภาันยคทณ่ีรัฐะกมรนรตมกรีการํากหฤนษดฎใกี นากฎกระทรวงสโาํ ดนยักคงาํานแคนณะะนกํารรขมอกงารกฤษฎกี า
คณะกรรมการควบคุมอาคาร

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๓๔๘ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซ่ึงไม่เป็นอาคารประเภท

สาํ นักคงวานบคคณุมะกการรรใมชก้ ใาชร้หกฤรษือฎยีกินายอมให้บุคคลสใําดนใกัชง้อาานคคาณระดกังรกรลม่ากวาเรพกื่อฤกษิจฎกกี าารตามมาตราส๓ําน๒ักเงวา้นนคแณต่จะกะรไดรม้รกับารกฤษฎกี า

ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว และให้นํามาตรา ๒๕
และมาตรา ๒๗ หสรํานือกัมงาาตนรคาณ๓ะก๙รรทมวกิ แารลกว้ ฤแษตฎก่ ีกราณี มาใช้บงั คับสํโาดนยักงอานนโุ คลณมะกรรมการกฤษฎีกา

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเปลี่ยนการใช้อาคารประเภทควบคุมการ
สํานกั ใงชา้สนาํคหณระับกกรริจมกกาารรหกนฤ่งึษไฎปีกใาชเ้ ปน็ อาคารปสรําะนเกัภงทานคควบณคะกมุ รกรามรกใาชรส้ กาํ ฤหษรฎบั กี อากี กิจการหน่ึงสโาํ ดนยักองานนุโคลณมะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๓ค๔ณ๔ะ๙กรหรม้ามกมาริใกหฤ้เษจ้าฎขกี อางหรือผู้ครอบสคํารนอกั งงอาานคคาณระทก่ีตร้อรมงมกีพาร้ืนกทฤษ่ีหฎรือกี าส่ิงที่สร้างข้ึน
สาํ นกั เงพา่ือนใคชณ้เปะก็นรทรม่ีจกอาดรรกถฤษทฎี่กกี ลาับรถ และทาสงําเนขัก้าองาอนกคขณอะงกรรถรตมากมารทก่ีรฤะษบฎุไกี วา้ในมาตรา ๘ (ส๙ําน) ักดงัดานแคปณลงะหกรรรือมใกชา้ รกฤษฎีกา

หรือยินยอมให้บุคคลอ่ืนดัดแปลงหรือใช้ท่ีจอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถน้ันเพื่อการอ่ืน
ทัง้ น้ี ไมว่ ่าทั้งหมดสหาํ นรักอื งบาานงคสณ่วะนกรเวรน้มกแาตร่จกะฤไษดฎร้ กีบั าใบอนญุ าตจาสกําเนจกัา้ งพานนักคงณาะนกทรรอ้ มงกถาิ่นรกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๔๖ มาตรา ๓๒ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั คิ วบคุมอาคาร (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
ส๔ํา๗นมกั างตารนาค๓ณ๒ะกตรรรี มเพก่ิมาโรดกยฤพษรฎะรีกาาชบญั ญัตคิ วบคสุมําอนาักคงาารน(คฉบณบั ะทก่ีร๕ร)มพก.าศร.ก๒ฤ๕ษ๕ฎ๘กี า
๔๘ มาตรา ๓๓ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ วบคุมอาคาร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๔๙ฤษมาฎตกี ราา ๓๔ แก้ไขเพ่ิมสเําตนมิ กั โดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาัตรคิ กวฤบษคฎมุ กีอาาคาร (ฉบับท่ี ๒ส) ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 42
- ๑๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ข้อห้ามตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าเป็นภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรงตราบท่ี

สาํ นกั องาานคคาณรนะกั้นรยรังมมกีอารยกู่ ฤทษั้งฎนกี ้ีาไม่ว่าจะมีกาสรําโนอกันงทานี่จคอณดะรกถรรทมี่กกลารับกรฤถษฎแกีลาะทางเข้าออกสขํานอักงงราถนนคั้นณตะ่อกรไปรมยกังารกฤษฎีกา
บุคคลอ่นื หรือไม่กต็ าม

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓๕๕๐ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ ให้ใช้ได้ตาม
สาํ นกั รงะายนะคเณวละการทรกี่ มาํ กหารนกดฤไษวฎ้ในกี ใาบอนญุ าต ถ้าสผําูไ้ นดกั ร้ งบั านใบคอณนะุญกรารตมปกราะรกสฤงษคฎ์จกีะาขอต่ออายุใบอสนาํ นุญักางตาจนะคตณ้อะงกยร่ืนรมคกําารกฤษฎกี า

ขทอ้อกงถ่อน่ินจใบะสองั่นไุญม่อาตนสําสญุ น้ินาักอตงาาใยนหุคต้ แณ่อลอะะกาเรยมรุใ่ือมบไกอดาน้ยรื่นกญุ ฤคาษําตฎขนีกอั้นาดังกล่าวแล้ว สใหําน้ดักํางเานนินคกณาะรกตร่อรไมปกไาดรก้จฤนษกฎวกี่าาเจ้าพนักงาน

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๓๖๕๑ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ใบอนญุ าตท่อี อกตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๓๓ จะโอน

แกก่ นั มไิ ด้ เวน้ แตสไ่ าํ ดนร้ กั ับงอานนคุญณาะตกเรปร็นมหกานรังกสฤือษจฎากี กาเจ้าพนกั งานทส้อํานงักถง่นิ านคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๓๗๕๒ ในกรณสําที นผ่ี กั ูไ้ งดาร้นับคใณบะอกนรญุรมากตาตรากมฤมษาฎตีกราา ๒๑ มาตราส๒าํ ๒นักหงารนือคมณาตะกรราร๓มก๓ารกฤษฎกี า

ตาย ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของบุคคลดังกล่าวซ่ึงประสงค์จะทําการก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน
เคลื่อนย้าย ใช้หสรําือนเักปงลาน่ียคนณกะากรรใรชม้อกาาครกาฤรษนฎั้นีกตา่อไป ต้องมีหสนํานังักสงือาแนจค้งณใะหก้เรจร้ามพกานรักกงฤาษนฎทกี า้องถิ่นทราบ

ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีผู้ได้รับใบอนุญาตตาย ในกรณีเช่นว่าน้ีให้ถือว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดก
สาํ นกั ดงังากนลคา่ณวะเกปรน็ รผมไู้กดาร้รกบั ฤใบษฎอกีนาญุ าตน้นั แทนสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓๘ ในระหว่างการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร

สาํ นกั แงลาน้วคแณต่กะกรรณรมี ผกู้ไาดรก้รับฤษใบฎอีกานุญาตต้องเก็บสําในบักองนานุญคาณตะกแรผรนมผกังาบรกรฤิเวษณฎกี แาบบแปลน แลสําะนรักางยากนาครณปะรกะรกรมอกบารกฤษฎกี า

แบบแปลนไว้ในบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้กระทําการดังกล่าวหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้นายช่างหรือ

นายตรวจตรวจดูไสดําน้ ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ให้ผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้แสดงใบรับรองตามมาตรา ๓๒ หรือ

สาํ นกั ใงบาอนนคณุญะากตรตรามมกมารากตฤรษาฎ๓กี ๓า ไวใ้ นทีเ่ ปดิ เสผํายนแักลงะานเหคน็ ณไะดก้งร่ารยมกณารอกาฤคษาฎรกี นาั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๓คณ๙ะกใรนรมกกราณรกีทฤี่ใษบฎอกี นาุญาตหรือใบสรําับนรักองงานสคูญณหะากยรรถมูกกาทรํากลฤาษยฎีกหารือชํารุดใน
สาระสาํ คญั ให้ผไู้ ด้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองย่ืนคําขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรองต่อ
สํานกั เงจาา้ นพคนณกั ะงการนรทมก้อางรถก่นิ ฤภษาฎยีกใานสิบห้าวันนับสแํานตกัว่ งนั าทน่ไีคดณ้ทะรการบรถมงึกการากรฤสษูญฎหีกาาย ถกู ทาํ ลาย สหํารนือักชงําานรุดคณะกรรมการกฤษฎกี า

สกาํ านรักขงอานรคับณใบะกแรทรนมกใบารอกนฤุญษฎากีตาหรือใบแทนใสบํารนับกั รงอานงคแณละะกกรรามรกอาอรกกใฤบษแฎทกี นา ใบอนุญาต
หรอื ใบแทนใบรับรอง ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเง่อื นไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกใบฤแษทฎีกนาใบอนุญาตหรสือําในบักแงทานนคใบณระบักรรรอมงกใาหรกม้ ฤีผษลฎตีกาามกฎหมายเช่นสเาํ ดนียักวงากนับคใณบะอกนรุญรมากตารกฤษฎีกา
หรือใบรบั รอง แลว้ แต่กรณี

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ส๕าํ๐นมักางตารนาค๓ณ๕ะกแรกร้ไมขกเพา่มิรกเตฤมิ ษโดฎยกี พาระราชบัญญตั ิคสวํานบคกั ุมงาอนาคคณาระ(กฉรบรบัมทก่ีา๒ร)กพฤ.ษศฎ. กี๒า๕๓๕
๕๑ มาตรา ๓๖ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั คิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๕๒ฤษมาฎตกี ราา ๓๗ แก้ไขเพิ่มสเําตนิมักโดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั รคิ กวฤบษคฎุมกีอาาคาร (ฉบบั ที่ ๓ส) าํ พน.ศัก.งา๒น๕ค๔ณ๓ะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 43
- ๑๗ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๙ ทวิ๕๓ ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือร้ือถอนอาคาร โดยไม่ย่ืนคําขอรับ

สาํ นกั ใงบาอนนคณุญะากตรจรามกกเาจร้ากพฤษนฎักีกงาานท้องถ่ินก็ไดส้ําโนดกั ยงกานารคแณจะ้งกตร่อรมเจก้าาพรกนฤักษงฎาีกนาท้องถ่ินตามแสบําบนทักงี่คาณนคะณกระกรมรรกมากรารกฤษฎีกา

ควบคมุ อาคารกําหนดพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามท่ีระบุไว้ในแบบดังกล่าว โดยอย่างน้อยต้อง

แจ้งขอ้ มลู และย่นื สเาํอนกกั สงาารนแคลณะะหกลรรักมฐกาานรกดฤังษตฎอ่ กีไปา นี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้
สาํ นกั ปงรานะคกณอะบกวริชรามชกีพารสกถฤาษปฎัตีกยากรรมควบคุมสําตนากั มงกานฎคหณมะากยรวร่ามดก้วายรกสฤถษาฎปกี นาิก และต้องไมส่เาํปน็นักผงาู้ไนดค้รับณกะการรรแมจก้งารกฤษฎกี า

ชื่อตามมาตรา ๔๙ส(าํ๒นท)กัวชงิ ่ือานขคอณงผะก้รู ับรรผมิดกชาอรกบฤงษานฎกีอาอกแบบและคสําํานนวักณงาอนาคคณาะรกซรร่ึงมเปก็นารผกู้ไฤดษ้รฎับีกใาบอนุญาตให้

สาํ นกั เงปา็นนผคู้ปณระะกกรรอมบกวาิชรกาชฤษีพฎวีกิศาวกรรมควบคุมสําตนากั มงกานฎคหณมะากยรวร่ามดก้วายรวกิศฤษวกฎรกี าและต้องไม่เปส็นาํ ผนู้ไักดง้รานับคกณาระแกจรร้งมชก่ือารกฤษฎีกา
ตามมาตรา ๔๙ ทวิ

ส(าํ๓น)ักชงา่ือนขคอณงะผกู้ครวรมบกคาุมรงกาฤนษฎซกี ึ่งาต้องประกอบสดําน้วักยงผาู้ไนดค้รณับะใกบรอรมนกุญารากตฤใษหฎ้เปีก็นา ผู้ประกอบ

วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก และผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบ

สาํ นักวงิชาานชคพี ณวะิศกวรกรมรรกมารคกวฤบษคฎุมีกตาามกฎหมายวา่ สดําว้นยักวงิศานวคกณร ะแกลระรตม้อกงาไรมก่เฤปษ็นฎผกี ้ไู าดร้ ับการแจง้ ชอ่ืสตาํ นามักงมาานตครณาะ๔ก๙รรทมวกิารกฤษฎกี า

(๔) สําเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม (๑) (๒) และ (๓) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
และหนังสือรับรอสงาํ นกกัางราไนดค้รณับะอกนรุญรมากตาใรหก้เฤปษ็นฎผกี ู้ปา ระกอบวิชาชสําีพนสักถงาานปคัตณยะกกรรรรมมคกาวรบกคฤุมษหฎีกราือผู้ประกอบ

วชิ าชพี วิศวกรรมควบคมุ ท่อี อกโดยสภาสถาปนิกหรือสภาวิศวกร แลว้ แต่กรณี
สํานกั งานคณะกรรมการก(๕ฤษ) ฎแีกผานผังบริเวณ แสบํานบักแงปานลคนณะรการยรกมากราปรกรฤะษกฎอีกบาแบบแปลน แสลํานะรักางายนกคาณรคะกํารนรวมณการกฤษฎีกา

ของอาคารที่จะกส่อําสนรัก้างงานดคัดณแะปกรลรงมกหารรือกรฤื้อษถฎอกี นา ซ่ึงลงลายมสือําชน่ือักพงารน้อคมณกะับกรรระมบกุชาื่อรกขฤอษงฎบีกุคาคลตาม (๑)
และ (๒) ให้ชัดเจนว่าตนเป็นผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารและเป็นผู้รับผิดชอบงานออกแบบและ

สํานักคงําานนควณณะอการครามรกนาั้นรกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๖) หนังสือรับรองของบุคคลตาม (๑) และ (๒) ซ่ึงรับรองว่าตนเป็นผู้รับผิดชอบงาน

ออกแบบอาคารหสราํ อืนเักปง็นานผคูร้ ณับผะกดิ รชรอมบกงารากนฤอษอฎกกี แาบบและคาํ นวสณํานอักางคาานรคณและก้วแรรตมก่ กราณรกี พฤษรฎ้อีกมาท้ังรับรองว่า

การออกแบบอาคารและการออกแบบและคํานวณอาคารดังกล่าว ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง

สํานักพงารนะครณาชะบกรัญรญมกัตาินรก้ี กฤฎษกฎรีกะาทรวงและข้อสบํานัญักญงาัตนิทค้อณงะถกิ่นรทรมี่อกอากรตกฤามษฎพกีราะราชบัญญัตินสี้ ําแนลักะงกานฎคหณมะากยรอร่ืนมกทา่ี รกฤษฎีกา

เกี่ยวข้อง ทั้งน้ี สําหรับอาคารท่ีต้องจัดให้มีส่ิงอํานวยความสะดวกสําหรับผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ
คนชรา หรอื ผ้สู งู อสาาํ นยุกั ตงาานมคทณีก่ ะฎกหรมรมายกการาํ กหฤนษดฎใีกหา้รับรองการเขส้าําถนึงกั แงลานะใคชณ้ปะรกะรโรยมชกนาร์ไกดฤ้จษาฎกีกอาาคารและสิ่ง

อาํ นวยความสะดวกน้นั ด้วย
สํานักงานคณะกรรมการก(๗ฤษ) ฎหีกนาังสือรับรองขสอํางนผกั ู้คงาวนบคคณุมะงการนรมตกาามรก(ฤ๓ษ)ฎซีกึ่งารับรองว่าจะคสวาํ นบักคงุมานกคาณรกะก่อรสรรม้ากงารกฤษฎกี า

ดัดแปลง หรือรื้อสถําอนนักองาานคคาณรนะก้ันรรใมหก้ถาูกรตก้อฤษงตฎาีกมาแบบแปลน รสาํานยกักงาารนปครณะะกกอรบรมแกบาบรกแฤปษลฎนีกาและรายการ
คํานวณตามท่ีได้แจ้งไว้และท่ีได้มีการแก้ไขตามข้อทักท้วง หรือดําเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติ

สํานกั แงหาน่งคพณระะกรรารชมบกัญารญกฤัตษินฎี้ กีกฎา กระทรวงแลสะําขน้อกั งบาัญนคญณัตะิทก้อรรงมถก่ินาทรก่ีอฤอษกฎตกี าามพระราชบัญสญาํ นัตักินง้ี าแนลคะณกะฎกหรรมมากยารกฤษฎกี า

อน่ื ท่เี กย่ี วขอ้ ง

ส(ํา๘น)กั หงานนังคสณอื ะรกบั รรรอมงกกาารรกตฤรษวฎจกี สาอบงานออกแสบําบนกัแงลาะนคคําณนะวกณรรสม่วกนาตรก่าฤงษๆฎกีขาองโครงสร้าง

อาคาร ในกรณีอาคารที่จะก่อสร้างหรือดัดแปลงน้ัน เป็นอาคารชนิดหรือประเภทท่ีกําหนดให้ต้องมีการ

สํานักตงรานวคจณสอะกบรงรามนกอารอกกฤแษบฎบกี แาละคาํ นวณสส่วํานนตัก่างงานๆคณขะอกงรโรคมรกงาสรรก้าฤงษอฎาีกคาารตามมาตราสํา๒น๑ักงทานวคิ ณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๕๓ฤษมาฎตีกราา ๓๙ ทวิ แก้ไขสเําพนิม่ ักเตงาิมนโดคยณพะรกะรรรามชบกาัญรญกฤตั ษิควฎบีกคาุมอาคาร (ฉบบั ทสํา่ี ๕น)ักพงา.ศน.ค๒ณ๕ะ๕ก๘รรมการกฤษฎกี า

หน้า 44
- ๑๘ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๙) หนังสือแสดงการให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

สาํ นกั หงรานือครณายะงการนรมกกาารรวกิเคฤษราฎะกี หา์ผลกระทบสส่ิงแํานวักดงลา้อนมคณเบะ้ือกงรตรม้นกใานรกกฤรษณฎีทกี ่ีเาป็นอาคารในโสคํารนงักกงาานรหคณรือะกกริจรกมากรารกฤษฎีกา

ซึ่งต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ

สิ่งแวดล้อมเบ้ืองสตาํ้นนตกั างมานกคฎณหะมการยรมวก่าาดร้วกยฤกษาฎรีกสา่งเสริมและรักสษํานาักคงุณานภคาณพะสก่ิงรแรวมดกาลร้อกมฤแษหฎ่งีกชาาติ แล้วแต่

กรณี
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤ๐ษฎ) ีกหานังสือรับรองสจําานกกั ผงู้าแนจค้งณพะกร้อรรมมเกอากรสกาฤรษแฎลีกะาหลักฐานแสดสงาํ นกักางราในหค้ขณ้อะมกูลรแรมลกะารกฤษฎกี า

กกาารรแกจ่อ้งสสริท้าธงิใดนัดกแาสราํปนแลักสงงดหางนรคคือวณกาะามกรครดิดรํามเเหกน็นาินรตกโ่อคฤเรษจงฎ้ากกีพาานรหักงราือนกทิจ้อกงาถรส่ินําใแนนกกั ก่บงราุคณนคคีทลณี่อทะา่ีอกครยารู่บมรรทกิเาว่ีจรณะกกฤข่อษ้าสงฎเรกีค้าาียงงดเัดกี่ยแวปกลับง

สาํ นกั หงรานือคดณําเะนกินรรโคมกรงารกกาฤรษหฎรกีือากิจการเป็นอาสคํานารักทงา่ีไนมค่ตณ้อะงกจรัดรทมํากราารยกฤงาษนฎกกี าารวิเคราะห์ผลสกํานระักทงาบนสค่ิงณแะวกดรลรม้อกมารกฤษฎกี า
หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้นตาม (๙) แต่อาคารดังกล่าวเป็นอาคาร

ประเภทควบคุมกสําานรักใชงา้ตนาคมณมะากตรรรมาก๓าร๒กฤทษฎ้ังนีกา้ี ตามหลักเกณสําฑน์ กั วงิธาีกนาครณะแกลระรเมงก่ือานรกไขฤทษฎี่คีกณาะกรรมการ

ควบคมุ อาคารกําหนด

สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรกีณาีอาคารที่จะกส่อํานสักรง้าางนคดณัดะแกปรรลมงกาหรรกือฤรษื้อฎถกี อา นตามวรรคสหาํ นนึ่งักงเาปน็นคอณาะคกรารรมสกูงารกฤษฎีกา

อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หรืออาคารตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร
ตาม (๑) ตอ้ งเปน็ สผาํ ู้ไนดักร้ งบั านใบคอณนะกุญรารตมใกหา้เรปก็นฤษผฎู้ปีกราะกอบวิชาชีพสสําถนากั ปงัตานยคกณรระมกรครวมบกคารุมกรฤะษดฎับกี าวุฒิสถาปนิก

ตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก และผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคํานวณอาคารตาม (๒) ต้องเป็นผู้
สาํ นักไงดา้รนับคณใบะอกรนรุญมกาาตรใกหฤ้เษปฎ็นีกผาู้ประกอบวิชสาําชนีพักวงิศานวคกณรระกมรครวมบกคารุมกฤรษะฎดีกับาวุฒิวิศวกร ตสาาํ มนกักฎงาหนมคาณยะวก่ารดรม้วกยารกฤษฎีกา

วศิ วกร สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีอาคารท่ีจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือร้ือถอนตามวรรคหนึ่ง เป็นอาคารท่ีมี

สํานกั ลงักานษคณณะะกขรนรามดกาหรกรฤือษอฎยีกู่ในา ประเภทท่ีไดส้กําํานหักนงาดนใคหณ้เปะก็นรงรามนกวาิชรกาชฤษีพฎสีกถาาปัตยกรรมควสบํานคักุมงาตนาคมณกะฎกหรรมมากยารกฤษฎกี า

ว่าด้วยสถาปนิกหรือเป็นงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ในสาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วย

วิศวกร และมิไดส้เปําน็นกั องาานคคาณรสะกูงรรอมากคาารรกขฤนษฎาดีกาใหญ่พิเศษ หสรําือนอกั างาคนาครณตะากมรทรมี่กกําาหรกนฤดษใฎนกีกาฎกระทรวง

ผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารตาม (๑) ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ

สํานกั สงถานาปคณัตยะกกรรรรมมกคาวรกบฤคษุมฎไีกมา่ต่ํากว่าระดับสสาํานมกััญงสานถคาณปนะกิกรรตมากมากรฎกฤหษมฎาีกยาว่าด้วยสถาปนสิกาํ นแักลงาะนผคู้รณับะผกิดรชรมอกบารกฤษฎีกา

งานออกแบบและคํานวณอาคารตาม (๒) ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
วศิ วกรรมควบคมุ สไมําน่ตกั าํ่ งกาวนา่ ครณะะดกบั รสรมามกญัารวกิศฤวษกฎรกี าตามกฎหมายสวําา่ นดกั ้วงยาวนิศควณกะรกรรมการกฤษฎกี า

ในกรณีอาคารทีจ่ ะก่อสร้าง ดดั แปลง หรอื รือ้ ถอนตามวรรคหนึ่ง มิได้เป็นอาคารตาม
สาํ นกั วงรารนคคสณอะกงรแรมลกะาวรรกรฤคษสฎาีกมา ผู้รับผิดชอบสํางนากั นงอานอคกณแะบกบรรอมากคาารรกตฤาษมฎีก(า๑) ต้องเป็นผสู้ไําดน้รักับงใาบนคอณนะุญการรตมใกหา้ รกฤษฎีกา

เป็นผู้ประกอบวิชสาาํ นชีกัพงสาถนาคปณัตะยกกรรรมรกมาครวกบฤษคฎุมีกสาาขาสถาปัตยสกํารนรักมงาหนลคักณตะการมรกมฎกหารมกาฤยษวฎ่ากี ดา้วยสถาปนิก
และผรู้ บั ผิดชอบงานออกแบบและคํานวณอาคารตาม (๒) ตอ้ งเปน็ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบ

สาํ นักวงิชานาชคพีณวะศิกวรรกมรกรามรคกวฤบษคฎุมีกสา าขาวิศวกรรสมําโนยักธงาานตคามณกะกฎรหรมมากยารวก่าฤดษ้วยฎวีกิศาวกร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๓คณ๙ะตกรรรี๕ม๔กาเรมก่ือฤเษจฎ้าีกพานักงานท้องถสิ่นํานไดกั ้รงับานขค้อณมะูลกรแรลมะกเาอรกกฤสษาฎรีกแาละหลักฐาน
จากผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ และผู้แจ้งได้ชําระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนการก่อสร้าง
สํานักดงัดานแคปณละงกหรรรมือกราื้อรถกอฤนษฎอกีาคา ารครบถ้วนแสลําน้วกั ใงหาน้เจค้าณพะนกักรรงมานกาทร้อกงฤถษ่ินฎอีกอากใบรับแจ้งภสาาํ ยนใักนงสานามควณันะทกรํารกมากรารกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการก๕๔ฤษมาฎตกี ราา ๓๙ ตรี แก้ไขสเพํานิ่มกัเตงิมานโดคยณพะรกะรรราชมบกัญารญกตัฤคิษวฎบีกคาุมอาคาร (ฉบับทส่ีาํ ๕น)ักพงา.ศน.ค๒ณ๕ะ๕ก๘รรมการกฤษฎีกา

หนา้ 45
- ๑๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

นับแต่วันท่ีได้รับชําระค่าธรรมเนียมและให้ผู้แจ้งก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารตามที่ได้แจ้งไว้

สาํ นกั ไงดา้ตนัง้คแณตะว่ กันรทรมี่ผกแู้ าจรง้กไฤดษร้ ฎับกี ใบา รับแจ้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ในกรณีท่ีผู้แจ้งไม่ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารตามท่ีได้แจ้งไว้ภายในหนึ่ง

ร้อยย่ีสิบวันนับแสตาํ่วนันักทงา่ีไนดค้อณอกะกใบรรรมับกแารจก้งฤใษหฎ้ถีกือาว่าผู้แจ้งไม่ปสรําะนสกั งงคา์นจะคกณ่อะกสรรร้ามงกดารัดกแฤปษลฎงกี าหรือรื้อถอน

อาคารตามใบรับแจ้งอีกต่อไป และให้ใบรับแจง้ เปน็ อันยกเลิก
สาํ นักงานคณะกรรมการกภฤาษยฎในีกาหน่ึงร้อยยี่สิบสวําันนนกั ับงาแนตค่วณันะทกรี่ไรดม้อกอากรกใบฤษรับฎกีแาจ้งตามวรรคสสอํางนักหงราืนอคนณับะแกตร่วรันมกทาี่ รกฤษฎกี า

ถเรกู ิ่มตก้อางรกให่อเ้สจรา้ ้าพงนสดกั าํัดงนาแกั นปงทาลน้องคงหณถิ่นระือกดรรํารื้อเมนถกนิ อากนรากอรฤาษคดฎังาตกีรา่อแไลป้วนแี้ ต่กรณีสหํานาักกงเจาน้าคพณนะักกงรารนมทกา้อรงกถฤ่ินษตฎรกี วาจพบเหตุไม่

สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษผฎู้แีกจา ้งได้แจ้งข้อมสูลําหนรักืองายนื่นคเณอกะกสรารรมแกลาะรหกฤลษักฎฐกีานา ตามมาตรา ๓สาํ๙นักทงวาินไควณ้ไมะ่ถกูกรรตม้อกงารกฤษฎีกา
ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในสิบห้าวันนับ

แตว่ ันที่ได้รับแจง้ สใํานนกักรงาณนที คผี่ณู้แะจก้งรไรมม่ดกําารเนกฤินษกฎาีกรแา ก้ไขให้แล้วเสสรําน็จักภงาายนใคนณระะกยระรเมวกลาารทกี่กฤําษหฎนีกาด และมีการ

กอ่ สร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดําเนินการตามมาตรา ๔๐ (๑) และ

สํานักหงาานกคอณาคะการรรไมดก้กา่อรสกรฤ้าษงฎีกหารือดัดแปลง จสํานนแกั ลง้วานเสครณ็จะตการมรมทกี่ไดาร้แกจฤ้งษไฎว้กี เาจ้าพนักงานทส้อํางนถักิ่นงจานะคดณําเะนกินรรกมากรารกฤษฎกี า

ตามมาตรา ๔๐ (๒) จนกวา่ จะดําเนินการแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ งด้วยก็ได้
ส(ํา๒น)กั แงาผนนคผณังะบกรริเรวมณกาแรกบฤบษแฎปีกลา น รายการปสรําะนกักองาบนแคบณบะกแรปรลมนกาหรกรฤือษรฎากียาการคํานวณ

ของอาคารที่ผู้แจ้งได้ย่ืนไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ี
สํานักกงฎานกครณะทะกรรวรงมหกราือรกขฤ้อษบฎัญกี ญา ัติท้องถ่ินที่อสอํานกกั ตงาามนพคณระะกรารรชมบกัญารญกัตฤษินฎี้ หีกราือกฎหมายอื่สนําทน่ีเักกงี่ยานวขค้อณงะกใรหร้เมจก้าารกฤษฎีกา

พนักงานท้องถิ่นมสาํีหนนักังงสานือคแณจะ้งกขร้อรทมักกาทร้วกงฤใษหฎ้ผกี ู้แาจ้งแก้ไขแผนสผําังนบักรงาิเวนณคณแะบกรบรแมปกาลรนกฤรษาฎยกี กาารประกอบ
แบบแปลน หรือรายการคํานวณดังกลา่ ว ใหถ้ ูกตอ้ งตามบทบญั ญัตแิ หง่ พระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวง

สํานกั หงรานอื คขณอ้ บะกัญรญรมตั กิทาร้อกงฤถษนิ่ ฎทกี อ่ี าอกตามพระรสาําชนบกั ัญงาญนัตคินณ้ีะหกรรือรมกกฎาหรกมฤาษยฎอีกื่นาที่เก่ียวข้องภาสยาํ ในนักรงะายนะคเณวะลการทร่ีเมจก้าารกฤษฎกี า

พนักงานท้องถ่ินกําหนดแต่ตอ้ งไม่น้อยกวา่ สามสิบวัน

ส(าํ๓น)ักกงาานรคกณ่อะสกรร้ารงมกดาัดรแกปฤษลฎงีกหารือร้ือถอนอาสคํานากัรงทา่ีไนดค้แณจะ้งกไรวร้ไมมก่ถาูกรตกฤ้อษงฎตกีามา บทบัญญัติ

แห่งพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นท่ีออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมาย

สาํ นักองื่นานทค่ีเณก่ียะกวรขร้อมงกาใรหก้เฤจษ้าฎพกีนาักงานท้องถิ่นสมําีหนักนงังาสนือคแณจะ้งกขร้รอมทกักาทรก้วฤงษใหฎ้ผกี ู้าแจ้งดําเนินกาสราํ กน่อักสงารน้าคงณดะัดกแรรปมลกงารกฤษฎกี า

หรือร้ือถอนอาคารดังกล่าว ให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือ
ข้อบัญญัติท้องถ่ินสําทนี่อกั องากนตคาณมะพกรระรมรกาาชรบกัญฤษญฎัตกี ินา ้ี หรือกฎหมสาํายนอกั ื่นงาทน่ีเคกณี่ยะวกขร้อรงมภกาารยกใฤนษรฎะีกยาะเวลาท่ีเจ้า

พนักงานท้องถ่ินกําหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และในระหว่างระยะเวลาท่ีผู้แจ้งดําเนินการ
สํานักแงกาน้ไขคตณาะมกหรรนมังกสาือรกแฤจษ้งฎขีก้อาทักท้วง ให้ผู้แสจําน้งรกั ะงางนับคกณาระกกร่อรสมรก้าางรกดฤัดษแฎปีกลาง หรือรื้อถอสนาํ อนาักคงาานรใคนณสะ่วกนรรทม่ีไกมา่ รกฤษฎกี า

ถูกต้องนั้นจนกว่าสจํานะไกั ดง้าปนฏคิบณัตะิใกหร้ถรมูกกตา้อรงกฤเวษ้นฎแกี ตา ่เป็นการกระสทําํานเกั พงื่อานแคกณ้ไขะใกหร้รเปม็นกาไรปกตฤาษมฎขีก้อาทักท้วงของ
เจ้าพนักงานท้องถ่นิ

สํานกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรกีณาีท่ีผู้แจ้งไม่ดําสเํานนกัินงกานารคแณกะก้ไขรรใมหก้แาลรก้วฤเสษรฎ็จีกภา ายในระยะเสวาํ ลนาักทงา่ีเนจค้าณพะนกักรรงมากนารกฤษฎกี า

ท้องถ่ินได้กําหนดไว้ในหนังสือแจ้งข้อทักท้วงตามวรรคสาม (๒) หรือ (๓) ให้ถือว่าผู้แจ้งไม่ประสงค์จะ

ก่อสร้าง ดัดแปลสงําหนักรงือารนื้อคถณอะนกอรรามคกาารรตกาฤมษทฎี่ไกี ดา้แจ้งไว้น้ันอีกสตํา่อนไกั ปงาแนลคะณใะหก้เรจร้ามพกนารักกงฤาษนฎทกี ้อางถิ่นมีคําสั่ง

ยกเลิกใบรับแจ้งที่ได้ออกไว้และมีอํานาจดําเนินการตามมาตรา ๔๐ (๑) และ (๒) และมาตรา ๔๒

สาํ นักแงลานว้ คแณตก่ะกรรณรีมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ
ทราบภายในกําหสนาํ นดกัเวงาลนาคตณามะกวรรรรมคกสาารกมฤใษหฎ้ถีกือาว่าการก่อสรส้าํางนกัดงัดาแนปคณลงะกหรรรมือกรา้ือรถกอฤนษอฎกีาคา ารดังกล่าว

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 46
- ๒๐ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอํานาจแจ้งข้อ

สํานักทงักานทค้วณงไะดก้ตรรลมอกดาเรวกลฤาษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) กรณเี กีย่ วกับการรกุ ล้ําทสี่ าธารณะ

ส(าํ๒น)กั กงารนณคีเณกี่ยะกวรกรับมรกะายรกะฤหษรฎือกี ราะดับระหว่างสอําานคักางรานกคับณถนะกนรรตมรกอากรกซฤอษยฎีกทาางเท้า หรือ

ท่สี าธารณะ ทีเ่ ปน็ การฝ่าฝนื กฎกระทรวง ประกาศ หรอื ข้อบัญญัตทิ ้องถนิ่ ท่ีออกตามพระราชบัญญัตินี้
สํานักหงรานอื คกณฎะหกมรารยมอกนื่ารทก่ีเฤกษยี่ ฎวีกขา้องทใ่ี ชบ้ งั คบั อสยํานู่ในกั ขงาณนะคทณีผ่ะกแู้ รจรง้ มไดกาย้ รืน่ กแฤจษง้ ฎีกหารอื สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

การใช้อาคารชนิดส(าํ๓ในด)ักหกงรารือนณปคีเณรกะะี่ยเกวภรกทรับมใดกขาท้อร่ีเกกปําฤ็นหษกนฎาีกดราใฝน่ากฝาืนรกหฎ้ากมรกะ่อสทําสนรรักว้างงงานปดครัดณะแกะปกาลรศงรมหรกรื้อาือถรขกอ้อฤนษบฎใัญชีกญ้ าหัตริทือ้อเปงถล่ิน่ียทน่ี

สํานักองอานกคตณามะกพรรระมรกาาชรบกฤญั ษญฎัตีกินา ้ี หรอื กฎหมาสยํานอักน่ื งทาเี่นกคี่ยณวะขก้อรงรทมใ่ีกชาบ้รกังคฤษับฎอีกยา่ใู นขณะท่ผี แู้ จส้งไาํ ดน้ยักืน่งาแนจค้งณะกรรมการกฤษฎีกา
ใบรับแจ้งและหนังสือแจ้งข้อทักท้วง ให้เป็นไปตามแบบท่ีคณะกรรมการควบคุม

อาคารกําหนด สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงที่

สํานักองอานกคตณามะกมรารตมรกาาร๘กฤ(ษ๑ฎ๒ีก)าและให้นํามาสตํารนากั ง๓าน๕คมณาะตกรรราม๓กา๖รกมฤาษตฎรกี าา๓๗ มาตรา ๓สํา๘นักแงลาะนมคณาตะรการร๓มก๙ารกฤษฎกี า

มาใชบ้ งั คับแกใ่ บรับแจ้งโดยอนุโลม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หมวด ๓ ทวิ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรฎอีกนาญุ าตให้ใช้อาคสาํานรเกั พงอ่ืานปครณะกะกอรบรกมจิกการากรฤเกษีย่ฎวีกกาบั โรงมหรสพ๕ส๕ํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๓๙ จัตวา๕๖สํากนากั รงากน่อคสณระ้ากงรรดมัดกแารปกลฤงษฎเคีกลา่ือนย้าย รื้อถสอาํ นนักหงารนือคตณระวกจรสรมอกบารกฤษฎีกา

อาคารท่ีใช้เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ต้องดําเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง

พระราชบญั ญตั นิ ส้ีดํา้วนยักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๓๙ เบญจ๕๗สําหน้าักมงมานิใหค้เณจะา้ กขรอรงมอกาาครากรฤหษรฎอื กี ผาูค้ รอบครองอสาาํคนาักรงใาชน้หครณือะยกินรยรมอกมารกฤษฎกี า

ให้ผู้ใดใช้อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นโรงมหรสพ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพ่ือ
ประกอบกจิ การโรสงํามนหักงราสนพคจณาะกกครณรมะกการรรกมฤษกาฎรกี ทาีม่ อี ํานาจพิจาสรําณนกั างตาานมควณระรกครสรอมงกาแรลกว้ฤแษตฎ่กีกราณี

ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพมีอํานาจพิจารณาออก
สาํ นักใงบาอนคนณุญะากตรรเมพกิกาถรกอฤนษใฎบกี อานุญาต ต่ออาสยํานุใบกั งอานนุญคณาตะกโรอรมนกใาบรอกนฤษุญฎาีกตา และออกใบแสาํทนนักใงบานอคนณุญะากตรรเพมก่ือารกฤษฎกี า

ประกอบกิจการโรสงาํ มนหกั งราสนพคณดะงั กตรอ่ รไมปกนา้ีรกฤษฎีกา ประกอบด้สวํายนอักธงิบานดคีกณระมกโรยรธมากธาิรกกาฤรษแฎลกี ะาผังเมือง๕๘*
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร

สาํ นกั เงปา็นนคปณระะกธรารนมกการรรกมฤกษาฎรีกาผู้แทนกรุงเทสพํามนกัหงาานนคคณร ะผกู้แรรทมนกการรกมฤอษนฎากี มาัย กระทรวงสสําานธักางราณนคสณุขะกผรู้แรทมกนารกฤษฎกี า

ส๕ํา๕นหกั มงวานดค๓ณทะกวริ กรมารกอานรกุญฤาษตฎใหกี ้ใาช้อาคารเพ่ือปรสะํานกอกั บงากนิจคกณาระเกกร่ียรวมกกับาโรรกงฤมษหฎรสีกพา มาตรา ๓๙
จัตวา ถึง มาตรา ๓๙ ฉ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ิควบคุมอาคาร (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๕๖ฤษมาฎตกี ราา ๓๙ จตั วา เพส่ิมําโนดักยพงารนะคราณชะบกัญรญรมัตกิคาวรบกคฤุมษอฎาีกคาาร (ฉบบั ท่ี ๓) พส.ศําน. ๒ักง๕า๔น๓คณะกรรมการกฤษฎีกา

๕๗ มาตรา ๓๙ เบญจ เพมิ่ โดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
ส๕ํา๘นมกั างตารนาค๔ณ๗ะกแรหร่งมพกราะรรกาฤชษกฎฤีกษาฎีกาแก้ไขบทบัญสําญนัตักิใงหา้สนอคดณคะลก้อรงรกมับกกาารรกโฤอษนอฎําีกนาาจหน้าที่ของ
ส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แก้ไขคําใน
สํานักพงราะนรคาชณบะัญกญรรตั มิคกวาบรคกุมฤอษาฎคาีกราพ.ศ. ๒๕๒๒ จาสกําคนาํ ักวงา่ า“นอคธณบิ ดะกกี รรมรมโยกธาารธกิกฤารษ”ฎเีกปาน็ “อธิบดีกรมโยสธาําธนิกักางราแนลคะผณังะเมกอืรงร”มการกฤษฎีกา

หนา้ 47
- ๒๑ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ และให้ผู้อํานวยการกองควบคุมการก่อสร้าง กรมโยธาธิการ
สาํ นกั แงลานะคผณงั เะมกือรงร๕ม๙ก*าเรปก็นฤษกฎรรีกมาการและเลขาสนํานกุ ักางรานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒) ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ

เจ้าพนักงานทอ้ งสถํา่ินนแกั หงาง่ นทค้อณงทะกีท่ ร่เี รกม่ียกวาขรอ้กงฤษสฎากีธาารณสุขจงั หวดัสําหนวัักหงานนา้ คตณําะรกวรจรภมูธกราจรกังหฤษวฎัดกีเปา็นกรรมการ

และให้โยธาธิการและผงั เมืองจังหวัด* เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤกษาฎรกี วาินิจฉัยชี้ขาดขสอํานงทกั งี่ปารนะคชณุมะใกหร้ถรืมอกเสาียรกงฤขษ้างฎมีกาาก และให้ประสธาํ นานักงคาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา

พใบิจอานรุญณาาตกาเรพปิกรถสะอํากนนอกัใบบงาอกนินจคกุญณาะารกตโรรรตงม่อมกอหาารรกยสฤุใพบษฎอตีกนาามุญวารตรคโอสนอใงบแอสําลนน้วุญักแงาตาตน่กคแรณณละะี กอเรปอร็นกมผกใบู้ามรแีอกทําฤนนษใฎาบจกี อาลนงนุญาามตอตอามก

สํานักวงรารนคคสณอะงกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ประเภทของโรงมหรสพ ระบบความปลอดภัย และการป้องกันอันตรายอันอาจเกิด

ข้ึนกับคนดู และจสําํานนกัวนงาแนลคะณระะกยระรหมก่าางรขกอฤงษสฎิ่งีกขาองหรือส่วนตส่าํงานๆกั งภานายคใณนะแกลรระมภกาายรนกฤอษกฎอีกาาคารที่ใช้เป็น

โรงมหรสพ เช่น ห้องฉาย ทางเข้าออก ประตู ท่ีน่ังคนดู ทางเดิน เป็นต้น ให้เป็นไปตามท่ีกําหนดใน

สํานักกงฎานกครณะทะกรรวรงมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๓ค๙ณะฉก๖ร๐รมใกบาอรนกฤุญษาฎตกีใหา ้ใช้อาคารเพ่ือสปํานรกัะงกาอนบคกณิจะกการรรโมรกงามรหกรฤสษพฎใกี หา้มีอายุสองปี

โดยให้ใชไ้ ด้จนถงึ วนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคม ของปที ส่ี องนบั แตป่ ที ่อี อกใบอนญุ าต
สํานกั งานคณะกรรมการกหฤลษักฎเีกกาณฑ์ วิธีการสําแนลกั ะงาเนง่ือคณนะไกขรใรนมกกาารรกขฤอษอฎนีกาุญาต การอนสุญาํ นาักตงานกคาณระตก่อรอรมากยาุ รกฤษฎกี า

ใบอนุญาต การโสอํานนใักบงอานนคุญณาะตกรแรมลกะากรากรฤอษอฎกีกใาบแทนใบอนสุญํานาตักงสาํานหครณับะโกรรงรมมหการรสกพฤษใฎหีก้เาป็นไปตามท่ี
กาํ หนดในกฎกระทรวง

สาํ นักงานคณะกรรมการกเจฤ้าษขฎอกี งาอาคารหรือผสู้คํานรอกั งบาคนรคอณงะอการครมากราผรู้ใกดฤปษรฎะกี สางค์จะขอต่ออสาํายนุักใบงาอนนคุญณาะกตรใรหม้ใกชา้ รกฤษฎีกา
อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ให้ยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมส้ินอายุ และ

เมื่อได้ย่ืนคําขอดสังาํ กนลักง่าาวนแคลณ้วะใกหร้ปรมรกะากรอกบฤษกฎิจกีกาารต่อไปได้จสนํากนวัก่างผานู้มคีอณําะนการจรอมกนาุญรกาฤตษตฎากี มามาตรา ๓๙

เบญจ จะมีคาํ ส่ังไมอ่ นุญาต

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมวด ๔
สาํ นกั งานคณะกรอรํามนกาาจรกหฤนษา้ ฎทีก่ีขาองเจา้ พนกั งาสนําทนกั้องงาถน่นิ คณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๔ค๐ณ๖ะ๑กรใรนมกการรณกีทฤษี่มฎีกีกาารก่อสร้าง ดัดสแําปนลกั งงารนื้อคถณอะนกรหรรมือกเาครกลฤ่ือษนฎยีก้าายอาคารโดย
ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถ่ินที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
สาํ นักหงรานอื คกณฎะหกมรารยมอกืน่ารทกีเ่ ฤกษี่ยฎวกีขา้อง ใหเ้ จา้ พนักสงํานานกั งทา้อนงคถณ่นิ ะมกีอรราํ มนกาาจรดกําฤเษนฎินีกกาารดงั นี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) มีคําส่ังให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน ผู้ดําเนินการ ลูกจ้าง
หรอื บริวารของบสคุ ําคนลกั ดงังากนลค่าณวะกรระรงมบั กกาารรกกฤรษะฎทกี ําาดังกล่าว สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๕๙ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ ได้มีการปฏิรูประบบราชการ และมีการรวมภารกิจของกรม
โยธาธกิ ารและกรมกสาํารนผกั ังงเมานืองคเณข้าะดกว้ รยรกมนั กาเปรกน็ ฤ“ษกฎรกีมาโยธาธิการและผสังําเนมักอื งง”านคณะกรรมการกฤษฎกี า

๖๐ มาตรา ๓๙ ฉ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
สํานักงานคณะกรรมการก๖๑ฤษมาฎตกี ราา ๔๐ แกไ้ ขเพ่มิ สเําตนิมักโดงายนพครณะระากชรบรัญมญกาตั รคิ กวฤบษคฎุมกีอาาคาร (ฉบับที่ ๒ส) ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 48
- ๒๒ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒) มีคําส่ังห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใด ๆ ของอาคาร หรือบริเวณที่มี

สาํ นกั กงาารนกครณะะทกํารดรมงั กกลาร่ากวฤแษลฎะกี จาดั ใหม้ ีเครื่องหสํามนาักยงแาสนดคงณกะากรรหรม้ามกานรั้นกไฤวษ้ใฎนกีทา่ีเปิดเผยและเหสาํ็นนไักดง้งา่านยคณณะกอรารคมากรารกฤษฎกี า

หรือบริเวณดังกล่าว และ

ส(๓ําน)กั พงาจิ นาครณณะากมรคี ราํมสก่งัาตรกาฤมษมฎาตีการา ๔๑ หรือมสาําตนรักางา๔น๒คณแะลก้วรแรตม่กการรณกีฤภษาฎยีกใานสามสิบวัน

นบั แต่วันทไ่ี ด้มคี ําสั่งตาม (๑) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ให้ถกู ต้องได้ ให้เจสม้าําาพนตักนรงักาางนา๔คน๑ณท๖ะอ้๒กงรถรถิ่นม้ากมกาอีารรํากกนฤราษะจฎทสกี ั่ํงาาใตหา้เมจม้าาขตอรงาอา๔สค๐ําานรักเยปงื่นา็นนคกคํารณขณอะีทกอร่ีสนราุญมมกาาตารรถกหแฤรกษือ้ไฎดขกีําเาเปนลินี่ยกนาแรปแลจ้งง
สํานักตงาานมคมณาตะกรารร๓มก๙ารทกวฤิ ษหฎรกีือาดําเนินการแกส้ไําขนเกั ปงลาน่ียคนณแปะกลรงรใมหก้ถาูกรกตฤ้อษงฎภกีาายในระยะเวลาสทาํ น่ีกักํางหานนคดณแตะก่ตร้อรงมไกมา่ รกฤษฎกี า

น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไป
อีกก็ได้ และใหน้ าํ สมาํ านตักรงาาน๒ค๗ณะมการใรชมบ้ กงัาครกบั ฤโษดฎยีกอานโุ ลม สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๔๒๖๓ ถ้าสกําานรกั กงารนะคทณําะตกรารมมมกาารตกรฤาษฎ๔ีก๐า เป็นกรณีทสี่ําไนมัก่สงาานมคาณระถกแรรกม้ไกขารกฤษฎกี า
เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ หรือเจ้าของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคําส่ังของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา
๔๑ ให้เจ้าพนักสงาาํ นนักทง้อานงคถณ่ินะมกีอรรํามนกาาจรกสฤ่ังษใหฎีก้เจา้าของหรือผสู้คํารนอักบงาคนรคอณงะอการรคมากรารผกู้คฤษวฎบีกคาุมงาน หรือ
ผู้ดําเนินการรื้อถอนอาคารน้ันท้ังหมดหรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาท่ีกําหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่า

สํานักสงาานมคสณิบะวกันรรโมดกยาใรหก้ดฤําษเฎนีกินาการร้ือถอนตสาํามนหักงลาักนเคกณณะฑกร์ รวมิธกีกาารรกฤแษลฎะกี เงา่ือนไขท่ีกําหนสดาํ นในักงกาฎนกครณะะทกรรรวมงกทา่ี รกฤษฎีกา
ออกตามมาตรา ๘สาํ (น๑ัก๑งา)นหครณอื ะขกอ้ รบรมญั กญารตั กิทฤอ้ ษงฎถกี นิ่ าท่ีออกตามมาสตํารนากั ง๙านหครณือะมการตรมรากา๑รก๐ฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๔๓๖๔ ถ้าไมส่ํามนีกักางรานรื้อคณถอะกนรอรามคกาารรกตฤาษมฎคกี ําาส่ังของเจ้าพสนาํักนงักางนานทค้อณงะถกิ่นรตรมากมารกฤษฎีกา

มาตรา ๔๒ ใหเ้ จา้ พนกั งานทอ้ งถนิ่ มีอาํ นาจ ดังตอ่ ไปนี้

ส(าํ๑น)กั ยงาื่นนคคําณขะอกฝร่ารมยกเดารียกวฤโษดฎยีกทาําเป็นคําร้องตส่อํานศักางลานนคับณแะตก่รรระมยกะาเรวกลฤาษทฎี่กีกําาหนดไว้ตาม

มาตรา ๔๒ ได้ล่วงพ้นไป ขอให้ศาลมีคําสั่งจับกุมและกักขังบุคคลซึ่งมิได้ปฏิบัติการตามคําสั่งของ

สํานกั เงจา้านพคนณักะกงารรนมทก้อารงกถฤิ่นษตฎากี มามาตรา ๔๒ สโดํานยกัใหงา้นนําคปณระะกมรรวมลกกาฎรกหฤมษาฎยีกวาิธีพิจารณาควสาํามนแักงพา่งนมคาณใะชก้บรังรคมกับารกฤษฎกี า

โดยอนโุ ลม ส(าํ๒น)ักดงําานเนคินณกะากรรหรมรกือาจรัดกใฤหษ้มฎีกกี าารร้ือถอนอาคสาํารนดกั ังงกานลค่าณวไะดก้เรอรงมกโดารยกจฤะษตฎ้อีกงาปิดประกาศ

กําหนดการร้ือถอนไว้ในบริเวณน้ันแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สาํ นักองาานคคารณะผกู้รรับรผมิดกาชรอกบฤงษาฎนีกอาอกแบบอาคสาํรานผกั ู้รงาับนผคิดณชะอกบรรงมานกาอรอกกฤแษบฎีกบาและคํานวณอสาําคนาักรงาผนู้คควณบะคกุมรรงมากนารกฤษฎกี า

และผู้ดําเนินการสจําะนตกั ้องางนรค่วณมกะกันรเรสมียกคา่ารกใชฤ้จษ่าฎยีกใานการน้ัน เว้นสําแนตัก่บงุคานคคลณดะังกกรลร่ามวกจาระกพฤิสษูจฎนีก์ไาด้ว่าตนมิได้
เปน็ ผ้กู ระทําหรือมสี ่วนรว่ มในการกระทาํ ทเี่ ป็นการฝ่าฝนื กฎหมาย

สํานักงานคณะกรรมการกในฤษกฎารีกดา ําเนินการรื้อสถํานอักนงอานาคคณาระตกรารมมวกรารรคกหฤษนฎ่ึงีกเาม่ือเจ้าพนักงสาํานนทัก้องางนถคิ่นณหะรกือรรผมู้ซก่ึงารกฤษฎีกา

ดําเนินการแทนเจ้าพนักงานท้องถ่ินได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์แล้ว บุคคลตาม

วรรคหนึ่งจะเรียกสราํ ้อนงกั คง่าานเสคียณหะากยรจรมากกาเจรก้าฤพษนฎักีกงาานท้องถิ่นหรสือําผนู้ซัก่ึงงดานําเคนณินะกการรรแมทกานรเกจฤ้าษพฎนกี ักางานท้องถ่ิน

ไม่ได้

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส๖ํา๒นมักางตารนาค๔ณ๑ะกแรกร้ไมขกเพาม่ิรกเตฤมิ ษโดฎยกี พาระราชบญั ญตั คิสวํานบคกั ุมงาอนาคคณาระ(กฉรบรับมทก่ีา๒ร)กพฤ.ษศฎ. ีก๒า๕๓๕
๖๓ มาตรา ๔๒ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๖๔ฤษมาฎตีกราา ๔๓ แก้ไขเพิ่มสเําตนมิ ักโดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาัตรคิ กวฤบษคฎุมกีอาาคาร (ฉบับที่ ๒ส) าํ พน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎีกา


Click to View FlipBook Version