The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prasertphong, 2022-02-13 09:01:14

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

หนา้ 249

เลม่ ๑๓๕ ตอนท่ี ๓๔ ก หน้า ๒๓ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

เลขาธิการจะมอบอํานาจตามวรรคหน่ึง ให้รองเลขาธิการ พนักงานของสํานักงานหรือ
เจ้าหน้าท่ีของรัฐในหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ปฏิบัติการแทนก็ได้ เม่ือมีการมอบอํานาจดังกล่าว
ให้แจง้ หน่วยงานของรฐั ที่เกีย่ วข้องทราบด้วย

ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการ พนักงานของสํานักงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้รับมอบอํานาจ
ตามวรรคห้า มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีซึ่งมีหน้าที่และอํานาจในการบังคับการ
ให้เป็นไปตามกฎหมายตามวรรคหนงึ่ ดว้ ย

มาตรา ๔๔ ผู้ขอรับอนุมัติ อนุญาต ใบอนุญาต ความเห็นชอบ หรือขอจดทะเบียนหรือ
แจ้งตามมาตรา ๔๓ มีสิทธิอุทธรณ์คําส่ังของเลขาธิการต่อคณะกรรมการพิจารณ าอุทธรณ์
ท่ีคณะกรรมการนโยบายแตง่ ตัง้ ได้ภายในสามสิบวนั นบั แต่วันทไี่ ด้รบั คําส่ังนนั้

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการนโยบายกําหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษา และให้ถอื ว่าเปน็ การอุทธรณต์ ามกฎหมายที่เก่ยี วขอ้ งน้ันแลว้

คําวินิจฉยั ของคณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณ์ตามวรรคหน่งึ ให้เป็นทสี่ ดุ
มาตรา ๔๕ ในการอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาต ให้ความเห็นชอบ รับจดทะเบียน หรือ
รับแจ้งตามมาตรา ๔๓ ให้เลขาธิการมีอํานาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายหรือค่าอื่นใด
ที่กฎหมาย ข้อบัญญัติ หรือเทศบัญญัติว่าด้วยการนั้นกําหนดไว้ และให้มีอํานาจเรียกเก็บค่าบริการ
ในการดาํ เนินการดังกลา่ วเพม่ิ เติมไดต้ ามอัตราที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกําหนด
ค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย หรือค่าอ่ืนใดท่ีเลขาธิการเรียกเก็บตามวรรคหน่ึง
ให้นาํ ส่งหน่วยงานของรฐั ทม่ี อี าํ นาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนัน้
มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ช่ือ เครื่องหมาย หรือถ้อยคําในประการท่ีน่าจะทําให้ประชาชน
เขา้ ใจวา่ เป็นเขตสง่ เสรมิ เศรษฐกิจพิเศษโดยมิไดเ้ ปน็ เขตส่งเสริมเศรษฐกจิ พิเศษตามพระราชบญั ญัติน้ี
มาตรา ๔๗ คณะกรรมการนโยบายจะกําหนดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและ
กิจการท่ีเก่ียวเนื่องในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษต้องส่งเงินบํารุงกองทุนตามอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงือ่ นไขทีส่ ํานักงานประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายก็ได้
มาตรา ๔๘ ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้รับสิทธิประโยชน์อย่างใด
อย่างหนึง่ หรือหลายอย่างตามหมวดนีต้ ามทค่ี ณะกรรมการนโยบายกําหนด ดงั ตอ่ ไปนี้

หน้า 250

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๓๔ ก หนา้ ๒๔ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

(๑) สทิ ธิในการถือกรรมสิทธ์ิในที่ดินเพื่อการประกอบกิจการหรือห้องชดุ เพ่อื การประกอบกิจการ
หรอื การอยูอ่ าศัยตามมาตรา ๔๙

(๒) สิทธิในการนําคนต่างดา้ วเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร
(๓) สทิ ธใิ นการทจ่ี ะไดร้ บั ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษอี ากร
(๔) สทิ ธิในการทําธุรกรรมทางการเงนิ
(๕) สิทธปิ ระโยชนอ์ น่ื ตามมาตรา ๕๙
ในการกําหนดสิทธิประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการนโยบายจะกําหนดให้แตกต่างกันก็ได้
โดยคาํ นงึ ถึงวัตถุประสงค์ในการจดั ตัง้ เขตส่งเสรมิ เศรษฐกจิ พเิ ศษแต่ละแห่ง
มาตรา ๔๙ ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซ่ึงเป็นนิติบุคคลและ
เป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มีสิทธิถือกรรมสิทธ์ิในท่ีดินภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
เพ่ือการประกอบกจิ การท่ีไดร้ ับอนญุ าตไดโ้ ดยไม่ต้องไดร้ บั อนุญาตตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ
ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซ่ึงเป็นนิติบุคคลและเป็นคนต่างด้าว
ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดมีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด โดยได้รับการยกเว้นจากการจํากัดสิทธิ
ของคนตา่ งด้าวตามกฎหมายว่าดว้ ยอาคารชดุ
ผู้ประกอบกิจการซ่ึงจะมีสิทธิ และจํานวนท่ีดินหรือห้องชุดตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการนโยบายประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบ
ของคณะรัฐมนตรี แต่ท้ังน้ี ต้องไม่เกินที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือ
กฎหมายว่าดว้ ยการนคิ มอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย
มาตรา ๕๐ ในกรณีท่ีผู้ประกอบกิจการตามมาตรา ๔๙ ถือกรรมสิทธ์ิในที่ดินในเขตส่งเสริม
เศรษฐกิจพิเศษ แตม่ ิได้มีการประกอบกิจการภายในเวลาสามปี หรือหยุดประกอบกิจการในท่ีดินดังกล่าว
ผู้ประกอบกิจการนั้นต้องจําหน่ายท่ีดินดังกล่าวภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งให้ทราบ มิฉะน้ัน
ให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการให้มีการจําหน่ายที่ดินดังกล่าวแทนผู้ประกอบกิจการแล้วคืนเงิน
ท่ีได้จากการจําหน่ายที่หักค่าใช้จ่ายแล้วให้แก่ผู้ประกอบกิจการ
มาตรา ๕๑ เพ่ือประโยชน์ในการส่งเสริมให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษอันจะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อให้เกิดนวัตกรรมเข้ามาประกอบกิจการหรอื ทํางานในเขตส่งเสริม
เศรษฐกิจพิเศษ บุคคลดังกล่าวรวมทั้งคู่สมรส บุพการี และบุตรที่อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

หน้า 251

เลม่ ๑๓๕ ตอนท่ี ๓๔ ก หนา้ ๒๕ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

หรือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอาจได้รับการลดหย่อนภาษี สิทธิเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการขออนุญาต
ทํางาน และสิทธอิ ่นื เพ่ิมเตมิ ท้งั นี้ ตามทีค่ ณะกรรมการนโยบายประกาศกาํ หนดก็ได้

ลกั ษณะของบุคคลและสิทธิทีจ่ ะได้รบั ตามวรรคหนึง่ ใหเ้ ป็นไปตามที่กาํ หนดในพระราชกฤษฎกี า
มาตรา ๕๒ การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์ใน
เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพ่ือดําเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรม
เป้าหมายพิเศษ มิให้นําความในมาตรา ๕๔๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา ๕
แห่งพระราชบญั ญตั ิการเชา่ อสงั หาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอตุ สาหกรรม พ.ศ. ๒๕๔๒ มาใช้บังคบั
การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ทําสัญญาเช่าเป็นกําหนดเวลา
เกินห้าสิบปี ถ้าได้ทําสัญญากันไว้เป็นกําหนดเวลานานกว่านั้นก็ให้ลดลงมาเป็นห้าสิบปี การต่อสัญญาเช่า
อาจทาํ ไดแ้ ตจ่ ะต่อสัญญาเกนิ สสี่ บิ เกา้ ปีนบั แต่วนั ครบห้าสิบปไี ม่ได้
มาตรา ๕๓ ในกรณีท่ีคณะกรรมการนโยบายมีมติให้นําที่ราชพัสดุมาใช้เพ่ือประโยชน์
ในการจัดต้ังเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการนําไปให้เช่า หรือให้เช่าช่วง ให้อํานาจทั้งปวงของ
กรมธนารักษ์เกี่ยวกับท่ีราชพัสดุนั้นเป็นอํานาจของสํานักงาน แต่ถ้าท่ีราชพัสดุนั้นอยู่ในความครอบครอง
หรือใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐอ่ืนใด ต้องได้รับความยินยอมจากหน่วยงานของรัฐน้ันก่อน ท้ังน้ี
คณะกรรมการนโยบายอาจกําหนดให้สํานักงานแบ่งสัดส่วนรายได้ท่ีได้รับจากการใช้ที่ราชพัสดุน้ัน
ใหเ้ ปน็ รายไดข้ องหนว่ ยงานของรฐั ทค่ี รอบครองหรอื ใชป้ ระโยชน์ทรี่ าชพัสดุนนั้ อยู่เดิมหรอื กรมธนารกั ษ์กไ็ ด้
การใช้ประโยชน์ท่ีราชพัสดุตามวรรคหน่ึง มิให้นําหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขท่ีกําหนดไว้
ในกฎหมายว่าด้วยท่ีราชพสั ดมุ าใช้บังคบั
การจดทะเบียนการเช่าที่ดินอันเป็นที่ราชพัสดุหรือที่ดินของรัฐ ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์
ที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด และเม่ือได้จดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าได้มี
การจดทะเบยี นต่อพนกั งานเจ้าหน้าทต่ี ามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์แล้ว
การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงตามมาตราน้ีไม่ถือว่าเป็นการร่วมทุนตามกฎหมายว่าด้วย
การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เว้นแต่คณะกรรมการนโยบายจะมีมติเป็นรายกรณีให้ถือว่า
เป็นการรว่ มทุนตามกฎหมายวา่ ด้วยการใหเ้ อกชนรว่ มลงทนุ ในกิจการของรัฐ
มาตรา ๕๔ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริม
เศรษฐกิจพิเศษซ่ึงได้รับสิทธิตามมาตรา ๔๘ (๒) มีสิทธินําคนต่างด้าวดังต่อไปน้ีเข้ามาและ

หนา้ 252

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๓๔ ก หน้า ๒๖ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

อยู่ในราชอาณาจักรได้ตามจํานวนและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ แม้ว่าจะเกินกําหนด
จาํ นวนหรอื ระยะเวลาใหอ้ ยไู่ ด้ในราชอาณาจักรตามกฎหมายวา่ ดว้ ยคนเข้าเมือง

(๑) ผู้มีความรู้ความเชย่ี วชาญดา้ นใด ๆ ท่คี ณะกรรมการนโยบายกาํ หนด
(๒) ผู้บรหิ ารหรือผชู้ าํ นาญการ
(๓) คสู่ มรสและบคุ คลซงึ่ อยู่ในอุปการะของบุคคลใน (๑) หรอื (๒)
สิทธิการเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร รวมท้ังการนําคู่สมรสและบุคคลซ่ึงอยู่ในอุปการะเข้ามา
และอยู่ในราชอาณาจักรตามวรรคหน่ึง ให้ใช้บังคับแก่บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษตามที่
คณะกรรมการนโยบายกําหนดให้เชิญชวนให้เข้ามาทํางานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษด้วยโดยอนุโลม
ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขท่ีคณะกรรมการนโยบายกําหนด
กรณีที่คนต่างด้าวตามวรรคหน่ึงยังมิได้เข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อเลขาธิการอนุญาตให้คนต่างด้าว
ผใู้ ดเขา้ มาและอยูใ่ นราชอาณาจักรตามวรรคหนึง่ แลว้ ให้เลขาธกิ ารแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามกฎหมาย
วา่ ด้วยคนเขา้ เมอื งทราบ และให้พนกั งานเจา้ หน้าท่ดี ําเนนิ การตามกฎหมายว่าดว้ ยคนเข้าเมืองตอ่ ไป
กรณีท่ีคนต่างด้าวตามวรรคหน่ึง (๑) หรอื (๒) ได้เขา้ มาอยู่ในราชอาณาจักรและได้รบั อนุญาต
ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชัว่ คราวตามกฎหมายวา่ ดว้ ยคนเขา้ เมอื งแล้ว ใหเ้ ลขาธิการอนุญาตให้คนต่างด้าว
น้ันอยู่ต่อในราชอาณาจักรและให้ออกหนังสือรับรองการอนุญาตให้คนต่างด้าวน้ันอยู่ในราชอาณาจักร
ต่อไปได้
มาตรา ๕๕ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและ
อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๕๔ (๑) และ (๒) มีสิทธิทํางานตําแหน่งหน้าท่ีการทํางานที่
คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการ
การทํางานของคนตา่ งด้าว แต่ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตเป็นหนังสือจากเลขาธิการ ทั้งน้ี ให้ถือว่าหนังสอื อนญุ าต
ของเลขาธิการมีสถานะเป็นใบอนุญาตทํางานของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการ
การทํางานของคนต่างด้าว
มาตรา ๕๖ ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษมีสิทธิได้รับยกเว้นหรือ
ลดหย่อนภาษีอากรตามมาตรา ๔๘ (๓) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบาย
กําหนด แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายว่าด้วย
การเพ่ิมขีดความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศสาํ หรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

หนา้ 253

เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๓๔ ก หน้า ๒๗ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

นอกจากสิทธิตามวรรคหนึ่งแล้ว คณะกรรมการนโยบายอาจกําหนดให้ผู้ประกอบกิจการใน
เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมดหรือบางรายได้รับประโยชน์เช่นเดียวกับผู้ประกอบกิจการในเขตปลอด
อากร คลังสนิ คา้ ทัณฑ์บน หรอื เขตประกอบการเสรดี ว้ ยก็ได้

มาตรา ๕๗ เพอ่ื ประโยชนใ์ นการส่งเสรมิ อุตสาหกรรมเปา้ หมายพเิ ศษ คณะกรรมการนโยบาย
อาจประกาศให้ผู้นําของเข้าหรือผู้ส่งของออกซ่ึงประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้รับยกเว้น
ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรท้ังหมดหรือแต่บางส่วน โดยจะกําหนดเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติ
ไว้ดว้ ยกไ็ ด้

มาตรา ๕๘ ผปู้ ระกอบกิจการในเขตสง่ เสริมเศรษฐกิจพิเศษ ซ่ึงได้รบั สิทธิตามมาตรา ๔๘ (๔)
มสี ิทธิ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปล่ียนเงินท้ังหมดหรือ
บางส่วนตามหลกั เกณฑ์และเง่ือนไขทคี่ ณะกรรมการนโยบายกําหนด

(๒) สามารถใช้เงินตราต่างประเทศเพ่ือชําระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างผู้ประกอบกิจการใน
เขตสง่ เสรมิ เศรษฐกิจพิเศษตามหลักเกณฑ์และเง่อื นไขทีค่ ณะกรรมการนโยบายกําหนด

การกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตาม (๑) และ (๒) ให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณา
ตกลงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยกอ่ น

มาตรา ๕๙ เพ่ือประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในเขตส่งเสริม
เศรษฐกิจพิเศษ คณะกรรมการนโยบายจะประกาศกําหนดให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ
พิเศษ หรือผู้ประกอบวิชาชีพท่ีเป็นประโยชน์ต่อเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ได้รับสิทธิพิเศษอ่ืนใด
ตามมาตรา ๔๘ (๕) ตามท่ีเห็นสมควร ดังต่อไปนก้ี ไ็ ด้

(๑) ในกรณีที่การประกอบวิชาชีพใดมีกฎหมายกําหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ขออนุญาต
ต้องมีสัญชาติไทยหรือต้องได้รับใบอนุญาต จดทะเบียน หรือรับรองก่อนการประกอบวิชาชีพ
ตามกฎหมายแล้ว คณะกรรมการนโยบายอาจประกาศให้ผู้ซ่ึงได้รับใบอนุญาต จดทะเบียน หรือรับรอง
ให้ประกอบวิชาชีพนั้นในประเทศที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด สามารถประกอบวิชาชพี นั้นเพือ่ กิจการ
ในเขตสง่ เสรมิ เศรษฐกจิ พิเศษได้ ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงือ่ นไขทีค่ ณะกรรมการนโยบายกาํ หนด

(๒) สิทธแิ ละประโยชน์อนื่ ตามท่ีกําหนดไวใ้ นกฎหมายว่าดว้ ยการส่งเสริมการลงทนุ หรอื กฎหมาย
ว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยให้อํานาจ

เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๓๔ ก หนา้ ๒๘ หน้า 254
ราชกจิ จานุเบกษา ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ส่ ง เส ริ ม ก า ร ล ง ทุ น ต า ม ก ฎ ห ม า ย ว่ า ด้ ว ย ก า ร ส่ ง เส ริ ม ก า ร ล ง ทุ น แ ล ะ อํ า น า จ ข อ ง
คณะกรรมการนโยบายเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
เปน็ อํานาจของคณะกรรมการนโยบายดว้ ย

มาตรา ๖๐ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษในส่วนที่เกี่ยวกับ
อากาศยาน มิให้นําความในมาตรา ๔๑/๒๓ มาตรา ๔๑/๓๓ และมาตรา ๔๑/๙๕ แห่งพระราชบัญญัติ
การเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสําคัญ
ของอากาศยาน และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อม ซ่ึงประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
แต่ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน หรือ
ผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อม ซึ่งประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษต้องมีคุณสมบัติ
ตามที่เลขาธิการกําหนดโดยความเห็นชอบของผู้อํานวยการสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการบนิ พลเรอื นแหง่ ประเทศไทย

หมวด ๖
กองทนุ

มาตรา ๖๑ ใหจ้ ัดตั้งกองทุนข้ึนกองทุนหน่ึงในสํานักงาน เรยี กวา่ “กองทุนพัฒนาเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการพัฒนาพ้ืนท่ี ชุมชน และประชาชน
ท่ีอยู่ภายในหรอื ท่ีไดร้ บั ผลกระทบจากการพฒั นาเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก

มาตรา ๖๒ กองทุนประกอบดว้ ย
(๑) เงินอุดหนนุ ท่ีรฐั บาลจัดสรรให้
(๒) เงินบาํ รงุ ตามมาตรา ๔๗
(๓) เงินสมทบจากรายได้ของสาํ นกั งานตามมาตรา ๒๔ (๒)
(๔) เงินหรือทรัพยส์ ินท่มี ผี บู้ รจิ าคให้
(๕) เงนิ หรือทรพั ย์สนิ อืน่ ทีต่ กเปน็ ของกองทุน
(๖) ดอกผลหรือผลประโยชน์ใด ๆ ทเี่ กดิ จากเงนิ หรอื ทรัพยส์ ินของกองทนุ

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๓๔ ก หน้า ๒๙ หน้า 255
ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

เงินและทรัพย์สินท่ีเป็นของกองทุนไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วย
เงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

มาตรา ๖๓ ให้สํานักงานเป็นผู้รับเงิน จ่ายเงิน เก็บรักษา และบริหารจัดการเงินกองทุน
แยกออกจากงบประมาณของสาํ นักงาน

การรับเงนิ การจา่ ยเงิน การเก็บรักษา และการบริหารจดั การเงนิ กองทุนให้เป็นไปตามระเบียบ
ทคี่ ณะกรรมการนโยบายกาํ หนด

มาตรา ๖๔ เงินกองทุนใหใ้ ช้จ่ายเพื่อกจิ การ ดังต่อไปน้ี
(๑) เพ่ือการพัฒนาพ้ืนท่ีหรือชุมชน รวมตลอดท้ังช่วยเหลือ หรือเยียวยาประชาชนและชุมชน
บรรดาที่อาจไดร้ บั ผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(๒) สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออกหรือที่อย่ใู กล้เคยี งและได้รับผลกระทบจากการพฒั นาเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก
(๓) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จะส่งเสรมิ ให้เกิดประสิทธิภาพและความรวดเรว็ ในการพฒั นาเขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวนั ออกตามทค่ี ณะกรรมการนโยบายกาํ หนด
(๔) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทนุ
การใช้จา่ ยเงนิ กองทนุ ตาม (๑) และ (๒) ให้คาํ นึงถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิน่ ดว้ ย

หมวด ๗
การกํากับดแู ล

มาตรา ๖๕ ให้นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่และอํานาจกํากับโดยท่ัวไปซึ่งกิจการของสํานักงาน
เพื่อการนีจ้ ะสง่ั ใหส้ ํานักงานช้ีแจงขอ้ เทจ็ จริง แสดงความคดิ เหน็ หรอื ทํารายงานก็ได้

ในกรณีท่ีเหน็ ว่าสํานักงานกระทําการใดอันมิชอบ หรืออาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรอื เสียหาย
นายกรฐั มนตรมี อี ํานาจส่งั ใหส้ ํานกั งานยับย้ังหรอื ระงับการกระทําการน้นั ได้

หมวด ๘
บทกําหนดโทษ

มาตรา ๖๖ ผใู้ ดฝ่าฝนื มาตรา ๔๖ ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กินห้าแสนบาท

เลม่ ๑๓๕ ตอนท่ี ๓๔ ก หน้า ๓๐ หน้า 256
ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
บทเฉพาะกาล

มาตรา ๖๗ ให้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและเขตส่งเสริมตามคําสั่งหัวหน้า
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ลงวันท่ี ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือเขตส่งเสริม
เศรษฐกิจพิเศษ แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าคณะกรรมการนโยบายตามพระราชบัญญัติน้ี
จะได้มีมติให้ยกเลิกหรือกําหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ๖๘ ในวาระเร่ิมแรก ให้คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
ภาคตะวันออกตามคําส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่ีมีอยู่ในวันก่อนวันท่ี
พระราชบัญญัติน้ีใชบ้ ังคับ ทําหน้าท่ีคณะกรรมการนโยบายตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมี
คณะกรรมการนโยบายตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องจัดให้มีคณะกรรมการนโยบายภายในหกสิบวัน
นับแตว่ นั ท่ีพระราชบญั ญตั ินี้ใช้บงั คับ

มาตรา ๖๙ ในวาระเร่ิมแรก ให้เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ
พิเศษภาคตะวันออกตามคําส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนา
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก ลงวันท่ี ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซ่ึงดํารงตําแหน่งอยู่
ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าท่ีเลขาธิการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งต้ัง
เลขาธิการตามมาตรา ๑๖ ซ่ึงต้องแต่งตั้งเลขาธิการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่
พระราชบัญญัตนิ ใี้ ชบ้ งั คับ

มาตรา ๗๐ ให้โอนบรรดาหน้าท่ีและอํานาจ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้ี ความรับผิด
รวมทั้งงบประมาณของสํานักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกตามคําสั่งหัวหน้า
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ
ไปเปน็ ของสาํ นกั งาน

มาตรา ๗๑ ให้ถือว่าการดําเนินการใด ๆ ที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

หนา้ 257

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๓๔ ก หนา้ ๓๑ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และสํานักงาน
เพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ได้อนุมัติ ให้ความเห็นชอบ หรือดําเนินการไปแล้ว
ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒/๒๕๖๐ เร่ือง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
ภาคตะวันออก ลงวันท่ี ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ คําส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๒๘/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ท่ี ๔๗/๒๕๖๐ เรื่อง ข้อกําหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการนโยบาย
ตามพระราชบัญญัตนิ จ้ี ะไดม้ ีมตใิ ห้ยกเลิกหรือกาํ หนดเป็นอยา่ งอ่นื

มาตรา ๗๒ ให้ถือว่าการอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาต ให้ความเห็นชอบ รับจดทะเบียน
หรือรับแจ้ง รวมถึงการดําเนินการใด ๆ เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายภายในเขตส่งเสริมของ
เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่ได้อนุมัติ อนุญาต
ออกใบอนุญาต ให้ความเห็นชอบ รับจดทะเบียน หรือรับแจ้ง หรือดําเนินการไปแล้วตามคําสั่งหัวหน้า
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒/๒๕๖๐ เร่ือง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ คําส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒๘/๒๕๖๐
เรื่อง มาตรการเพ่ิมประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่
๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ และคําส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๔๗/๒๕๖๐
เรื่อง ข้อกําหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่
๒๕ ตุลาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มีผลใชบ้ งั คบั ต่อไปได้ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

มาตรา ๗๓ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐท่ีเลขาธิการขอให้มา
ปฏิบัติงานเป็นการช่ัวคราวตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒/๒๕๖๐ เร่ือง การพัฒนา
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันท่ี ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ผู้ใดประสงค์
จะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสํานักงาน ให้แสดงความจํานงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายใน
เก้าสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ และเม่ือได้ผ่านการคัดเลือกหรือประเมินจากเลขาธิการ
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายกําหนดและได้รับการบรรจุเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง
ของสาํ นักงานแลว้ ใหเ้ ป็นอันออกจากราชการหรือออกจากงาน แล้วแต่กรณี

หนา้ 258

เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๓๔ ก หนา้ ๓๒ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ขา้ ราชการ พนักงาน หรอื ลูกจ้างที่ออกจากราชการหรือออกจากงานตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าเป็น
การออกจากราชการหรือออกจากงานเพราะเลิกหรือยุบตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญ
ข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการหรือกฎหมายจัดต้ังหน่วยงานนั้น
แล้วแต่กรณี หรือในกรณีเป็นลูกจ้าง ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากงานเพราะทางราชการยุบตําแหน่งหรือ
ทางราชการเลกิ จ้างโดยไม่มคี วามผดิ และใหไ้ ด้รับบาํ เหนจ็ ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั ว่าด้วยบําเหน็จลกู จ้าง

ในกรณีผู้ที่ออกจากราชการหรือออกจากงานตามวรรคหน่ึงยังมีสัญญาท่ีจะต้องรับราชการหรือ
ปฏิบัติงานตามระยะเวลาท่ีกําหนดไว้เพ่ือชดใช้ทุนแล้ว ให้นับระยะเวลาที่มาปฏิบัติงานกับสํานักงาน
เปน็ การรับราชการหรอื ปฏิบัตงิ านตามสญั ญาน้นั ด้วย

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา

นายกรัฐมนตรี

หนา้ 259

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๓๔ ก หนา้ ๓๓ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ภาคตะวันออกเป็นพ้ืนที่ที่มีศักยภาพ
ทางเศรษฐกิจสูง หากมีการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบและโดยสอดคล้องกับหลักการพัฒนา
อย่างยั่งยืนแล้วจะทําให้การใช้ที่ดินในภาคตะวันออกเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่
ได้อย่างแท้จริง ทั้งยังจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การส่งเสริมให้มีการประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทันสมัย สร้างนวัตกรรม
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเกษตรกรรมดั้งเดิม ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว
แต่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางดังกล่าว ไม่มีการวางแผน
การบริหารพื้นที่แบบองค์รวม การพัฒนาด้านต่าง ๆ จึงเป็นไปอย่างแยกส่วนและกระจัดกระจาย
ผลของการขาดการบูรณาการดังกล่าว ทําให้ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกได้อย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งการจัดทําระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ยังขาดความต่อเนื่องและ
เชื่อมโยงกัน กรณีจึงสมควรกําหนดให้ภาคตะวันออกเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีการวางแผน
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ชัดเจนแน่นอนโดยเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่ สอดคล้องกับ
หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการบูรณาการการจัดทําโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้ต่อเนื่องและ
เชื่อมโยงกันทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พัฒนาเมืองให้มีความทันสมัยระดับนานาชาติ
ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการประกอบกิจการ มีการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร รวมทั้ง
ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเป็นการเฉพาะ จึงจําเป็นต้องตรา
พระราชบัญญัติน้ี

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๒๗ หนา้ 260
ราชกจิ จานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒

พระราชบญั ญัติ

การผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๖๒

พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจา้ อยู่หัว

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
เป็นปที ี่ ๔ ในรชั กาลปจั จบุ ัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศว่า

โดยที่เปน็ การสมควรปรบั ปรงุ กฎหมายวา่ ด้วยการผงั เมือง
พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ ของรฐั ธรรมนญู
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ใิ หก้ ระทาได้โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญตั ิแหง่ กฎหมาย
เหตุผลและความจาเป็นในการจากดั สิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติน้ี เพ่ือให้
การวางและจัดทาผังเมืองและการใช้ประโยชน์พื้นที่และที่ดินในทุกระดับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อันจะเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม รวมท้ังประโยชน์แก่
สาธารณะ ซ่ึงการตราพระราชบัญญัตนิ ้ีสอดคล้องกับเงื่อนไขทีบ่ ัญญัตไิ วใ้ นมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจกั รไทยแล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้ึนไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ
สภานติ บิ ัญญัตแิ หง่ ชาตทิ าหน้าท่ีรัฐสภา ดังตอ่ ไปนี้

หนา้ 261

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๒๘ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๑ พระราชบญั ญัติน้เี รยี กว่า “พระราชบญั ญัตกิ ารผงั เมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ใี ห้ใชบ้ ังคบั เมือ่ พ้นกาหนดหนงึ่ ร้อยแปดสิบวันนับแตว่ นั ประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ
(๑) พระราชบญั ญัตกิ ารผงั เมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
(๒) พระราชบัญญัตกิ ารผงั เมอื ง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๕
(๓) พระราชบญั ญตั กิ ารผังเมือง (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๔) พระราชบญั ญัติการผงั เมอื ง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตนิ ี้
“การผังเมือง” หมายความว่า การวาง จัดทา และการดาเนินการให้เป็นไปตามผังเมือง
ในระดับต่าง ๆ สาหรับเป็นกรอบชี้นาการพัฒนาทางด้านกายภาพในระดับประเทศ ระดับภาค
ระดับจังหวัด ระดับเมือง ระดับชนบท และพื้นท่ีเฉพาะควบคู่กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเมือง บริเวณที่เกีย่ วข้อง หรือชนบทให้มหี รือทาให้ดยี ่ิงข้ึนซ่งึ สุขลกั ษณะ
ความสะดวกสบาย ความเป็นระเบยี บ ความสวยงาม การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและ
การขนส่ง ความปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพของสังคม การป้องกันภัยพิบัติ และการป้องกัน
ความขดั แย้งในการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ เพือ่ ส่งเสริมการเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม เพอ่ื ดารงรักษา
หรอื บรู ณะสถานทแี่ ละวตั ถทุ ่ีมีประโยชนห์ รือคณุ คา่ ในทางศลิ ปกรรม สถาปตั ยกรรม ประวัตศิ าสตรห์ รือ
โบราณคดี หรือบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภูมิประเทศท่ีงดงามหรือมีคุณค่าใน
ทางธรรมชาติ
“การพัฒนาเมือง” หมายความว่า การดาเนินการวางนโยบาย รวมท้ังการสร้าง ปรับปรุง
ฟื้นฟู บูรณะ ดารงรักษา หรือดาเนินการอ่ืนใดเพื่อพัฒนาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ภายใต้กรอบของ
การผังเมอื ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดขี องประชาชน และความเจริญกา้ วหน้าของเมอื ง
บริเวณท่เี ก่ียวข้อง หรือชนบท ในดา้ นต่าง ๆ
“ผังเมืองรวม” หมายความว่า แผนผัง นโยบาย และโครงการ รวมทั้งมาตรการควบคุม
โดยท่ัวไปในพ้ืนท่ีหน่ึงพื้นที่ใด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองและการดารงรักษาเมือง บริเวณ
ท่เี ก่ยี วข้อง หรือชนบท ในดา้ นการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
สาธารณูปการ บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม เพ่ือบรรลวุ ัตถปุ ระสงคข์ องการผงั เมอื ง

หน้า 262

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๒๙ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

“ผังเมืองเฉพาะ” หมายความว่า แผนผังและโครงการดาเนินการเพื่อพัฒนาหรือดารงรักษา
บริเวณเฉพาะแห่งหรือกิจการที่เก่ียวข้องในเมือง บริเวณที่เก่ียวข้อง หรือชนบท เพื่อประโยชน์ใน
การสร้างเมอื งใหม่ การพฒั นาเมือง การอนุรักษ์เมือง หรือการฟ้ืนฟเู มอื ง

“อาคาร” หมายความว่า อาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร รวมท้ังสิ่งก่อสร้าง
ทุกชนิดหรอื สิง่ อ่ืนใดท่ีวางบน ใต้ หรือผ่านเหนอื พ้นื ดนิ หรือพนื้ นา้ เพอ่ื บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของการผังเมือง

“ที่อุปกรณ์” หมายความว่า ที่ดินของเอกชนซ่ึงผังเมืองเฉพาะจัดให้เป็นท่ีเว้นว่าง หรือ
ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างอ่ืนด้วย เช่น ทางเท้า ทางเดิน ตรอกหลังหรือข้างอาคาร ทางน้า
ทางระบายน้าหรือทอ่ ระบายน้า

“ทโ่ี ล่ง” หมายความว่า บรเิ วณทีด่ ินอนั ได้ระบไุ ว้ในผงั เมืองรวมหรอื ผังเมอื งเฉพาะใหเ้ ป็นท่ีวา่ ง
เป็นสว่ นใหญ่ และเพอื่ ใช้ตามวตั ถปุ ระสงค์ทร่ี ะบุไว้

“ผังน้า” หมายความว่า ผังน้าตามกฎหมายว่าดว้ ยทรัพยากรน้า หรือผังแสดงเขตการพฒั นา
แหลง่ นา้ และพนื้ ที่น้าหลาก

“เจ้าพนกั งานการผัง” หมายความวา่
(๑) เจ้าพนักงานการผังตามท่ีระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกากาหนดเขตท่ีดินที่จะทาการสารวจ
เพ่อื การวางและจัดทาผงั เมืองรวมหรือผังเมอื งเฉพาะ
(๒) อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถ่ินผู้วางและจัดทาผังในกรณีท่ีมี
การใช้บังคบั ผังเมอื งรวมหรือผงั เมืองเฉพาะ
“เจา้ พนักงานท้องถิน่ ” หมายความวา่
(๑) นายกองค์การบริหารสว่ นจังหวัด สาหรบั ในเขตองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด
(๒) นายกเทศมนตรี สาหรบั ในเขตเทศบาล
(๓) นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล สาหรับในเขตองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(๔) ผวู้ ่าราชการกรงุ เทพมหานคร สาหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
(๕) นายกเมอื งพัทยา สาหรบั ในเขตเมืองพทั ยา
(๖) ผู้บริหารท้องถ่ินหรือหัวหน้าคณะผู้บริหารท้องถ่ินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอื่น
ทม่ี ีกฎหมายจัดตัง้ สาหรับในเขตองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ นัน้
“เจ้าหนา้ ทีด่ าเนนิ การ” หมายความว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือองค์กรซึ่งมหี น้าที่และอานาจ
หรือซ่ึงไดร้ บั มอบหมายให้มีหน้าท่ีและอานาจกระทากจิ การให้เป็นไปตามผังเมอื งเฉพาะ

หนา้ 263

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๓๐ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

“องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ” หมายความวา่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด เทศบาล องค์การ
บรหิ ารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมอื งพทั ยา และองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ อ่นื ท่ีมกี ฎหมายจดั ต้งั

“ผู้ว่าราชการจังหวัด” หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในกรณีท่ีเป็นการวาง
และจัดทาผังเมืองรวมหรือผงั เมืองเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร

“อธบิ ดี” หมายความวา่ อธิบดีกรมโยธาธิการและผงั เมอื ง
“รฐั มนตรี” หมายความว่า รฐั มนตรผี รู้ กั ษาการตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ
ให้มอี านาจออกกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงมหาดไทยเพอ่ื ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี
กฎกระทรวงและประกาศกระทรวงมหาดไทย เม่ือได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ใหใ้ ช้บงั คบั ได้

หมวด ๑
บททว่ั ไป

มาตรา ๖ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตนิ ้ีมุ่งหมายเพื่อกาหนดรูปแบบการวางและจัดทา
ผังเมืองทุกระดับ พร้อมท้ังบริหารจัดการผังเมืองให้มีรูปแบบการดาเนินการและการบริหารจัดการ
ท่ีเหมาะสม สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรฐั ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ
แผนและข้ันตอนการดาเนินการปฏิรูปประเทศ สภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมท้ังทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม โดยการวางกรอบและนโยบายด้านการพัฒนาพ้ืนที่และการใช้ประโยชน์ท่ีดินระดับประเทศ
ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับเมือง และระดับชนบท ตลอดจนกระจายอานาจในการวางและจัดทา
ผังเมืองให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคานึงถึงความสามารถในการรองรับการเปล่ียนแปลงหรือ
การพฒั นาของพื้นท่ี ทงั้ นี้ ภายใต้วตั ถปุ ระสงค์ ดังตอ่ ไปนี้

(๑) วางและจัดทาผงั เมืองในแตล่ ะระดบั ใหส้ อดคล้องกัน
(๒) วางกรอบและนโยบายการพัฒนาเมอื ง บริเวณทเ่ี ก่ียวข้อง และชนบทอยา่ งสมดลุ และย่งั ยืน
(๓) วางกรอบและนโยบายด้านการพฒั นา และการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
(๔) วางกรอบในการอนุรักษแ์ ละรักษาคณุ คา่ ทางศลิ ปวัฒนธรรม
(๕) วางแนวทางเพ่ือให้หน่วยงานของรัฐนาไปใช้ในการกาหนดนโยบายและโครงการพัฒนา
ภายใตห้ น้าที่และอานาจของตนใหส้ อดคล้องกบั ผังเมืองแต่ละระดบั

หนา้ 264

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๓๑ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๖) แก้ไขปัญหาผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่สอดคล้องกันให้มีการใช้ประโยชน์
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ อันจะเปน็ การปอ้ งกนั แก้ไข หรอื บรรเทาภยั พบิ ตั ิทอ่ี าจเกิดข้ึน

มาตรา ๗ ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมืองที่คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติจัดทา
ตามมาตรา ๗๕ (๘) เม่ือคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐและ
หนว่ ยงานอื่นท่เี กยี่ วขอ้ งท่จี ะต้องดาเนนิ การตอ่ ไปตามหน้าทแี่ ละอานาจของตน

หมวด ๒
การวางและจดั ทาผงั เมือง

มาตรา ๘ ผงั เมอื งตามพระราชบัญญัตนิ ้ี ไดแ้ ก่
(๑) ผังนโยบายการใช้ประโยชน์พ้ืนที่ คือ การกาหนดกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ของ
การพฒั นาประเทศในดา้ นการใช้พื้นทเ่ี พื่อใหห้ นว่ ยงานของรฐั ดาเนนิ การ แบง่ เป็นสามประเภท ดงั ตอ่ ไปนี้

(ก) ผังนโยบายระดับประเทศ
(ข) ผงั นโยบายระดบั ภาค
(ค) ผังนโยบายระดบั จงั หวัด
(๒) ผังกาหนดการใช้ประโยชน์ท่ีดิน คือ การกาหนดกรอบแนวทางและแผนงานการใช้
ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนที่หนึ่งพื้นท่ีใดเพื่อการพัฒนาเมืองและการดารงรักษาเมือง บริเวณที่เกี่ยวข้อง และ
ชนบท แบ่งเป็นสองประเภท ดังตอ่ ไปน้ี
(ก) ผงั เมืองรวม
(ข) ผงั เมอื งเฉพาะ
มาตรา ๙ การวางและจัดทาผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามมาตรา ๘ (๑) และ
ผังกาหนดการใชป้ ระโยชน์ทดี่ ินตามมาตรา ๘ (๒) ตอ้ งจัดให้มีการรับฟงั ความคิดเห็น การปรึกษาหารอื
และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการผังเมืองกาหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการผังเมอื งแหง่ ชาติ โดยใหค้ านงึ ถงึ ผูท้ ี่จะได้รับผลกระทบ
ในผังแต่ละประเภท และต้องมีการประชาสัมพันธใ์ ห้ทราบดว้ ยวธิ ีการท่ีหลากหลายและทั่วถึง โดยมีข้อมูล
เพียงพอต่อการที่ประชาชนจะเข้าใจถึงผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน ส่ิงแวดล้อม ความหลากหลาย
ทางชวี ภาพ และแนวทางการเยยี วยาความเดือดรอ้ น หรือความเสยี หายแกป่ ระชาชนหรอื ชมุ ชน

การวางและจัดทาผังนโยบายการใช้ประโยชน์พ้ืนที่ตามมาตรา ๘ (๑) และผังกาหนดการใช้

ประโยชน์ท่ีดินตามมาตรา ๘ (๒) ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองประสานการดาเนินการกับหน่วยงาน

และภาคส่วนท่เี ก่ียวขอ้ ง เพื่อใหเ้ กิดการบูรณาการในการดาเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้

หนา้ 265

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๓๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๐ เพื่อให้บรรลวุ ัตถุประสงคข์ องการผังเมือง ให้กรมโยธาธิการและผงั เมืองจัดให้มี
การทบทวนผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ทุกห้าปี หรือในกรณีท่ีมีความจาเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับ
แนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนและข้ันตอน
การดาเนินการปฏิรูปประเทศ สภาพเศรษฐกิจและสังคม หรือทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไปจะจดั ใหม้ ีการทบทวนผงั นโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่กอ่ นระยะเวลาดังกล่าวก็ได้

ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทารายงานประจาปีเก่ียวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ของปีงบประมาณที่ผ่านมาเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เพ่ือให้ความเห็นชอบ
ภายในเก้าสิบวันนบั แตว่ ันส้ินปีงบประมาณ โดยอย่างน้อยต้องสรปุ ผลการดาเนินการวางและจัดทาผังเมอื ง
ตามมาตรา ๘ และผลสมั ฤทธิ์ของการดาเนนิ การตามพระราชบัญญัตนิ ้ี รวมท้งั ปญั หาและอุปสรรคด้วย

มาตรา ๑๑ การวางและจัดทาผังนโยบายระดับจังหวัดจะต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับ
ผังนโยบายระดับภาค ส่วนการวางและจัดทาผังนโยบายระดับภาคจะต้องสอดคล้องและเช่ือมโยงกับ
ผังนโยบายระดับประเทศ

มาตรา ๑๒ เมื่อได้มีการประกาศผังนโยบายระดับประเทศ ผังนโยบายระดับภาค หรือ
ผงั นโยบายระดบั จงั หวดั ในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหห้ น่วยงานของรฐั ดาเนนิ การตามหน้าท่ีและอานาจ
เพื่อให้เป็นไปตามผังนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองมีหน้าที่ให้คาแนะนาแก่
หนว่ ยงานของรัฐดว้ ย

หมวด ๓
ผังนโยบายการใชป้ ระโยชนพ์ นื้ ที่

ส่วนท่ี ๑
ผงั นโยบายระดบั ประเทศ

มาตรา ๑๓ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง
วางและจดั ทาผงั นโยบายระดับประเทศเพอื่ ใช้เป็นกรอบนโยบายและยุทธศาสตรข์ องการพฒั นาประเทศใน
ด้านการใชพ้ ้ืนที่ การพฒั นาเมอื ง บรเิ วณทเี่ กี่ยวขอ้ ง และชนบท โครงสรา้ งพื้นฐานหลกั การพัฒนาพนื้ ทพ่ี เิ ศษ
การรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม และการอื่น ๆ ทีจ่ าเป็น เสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย
การผงั เมอื งแห่งชาตเิ พ่ือพิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๔ ผงั นโยบายระดับประเทศตามมาตรา ๑๓ ประกอบด้วย

หนา้ 266

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๓๓ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๑) วัตถุประสงคใ์ นการวางและจัดทาผังนโยบายระดบั ประเทศ
(๒) กรอบนโยบาย เป้าหมาย แผนและแผนผังทางด้านกายภาพ เพอ่ื การพฒั นาหรือการอนุรักษ์
ของประเทศ ดงั ตอ่ ไปนี้

(ก) การใชป้ ระโยชน์พื้นท่ี
(ข) การต้งั ถ่ินฐานและระบบชุมชน
(ค) โครงสร้างพ้ืนฐานด้านต่าง ๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย การจัดการน้า
การสาธารณสุข การศึกษา การพลังงาน การท่องเท่ียว การคมนาคมและการขนส่ง รวมท้ังระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศ
(ง) พ้ืนที่พัฒนาพิเศษซ่ึงเป็นพ้ืนที่เพื่อดาเนินการพัฒนาตามนโยบายรัฐบาลหรือกิจการ
เฉพาะทร่ี ฐั จดั ใหม้ ขี ึ้น
(จ) ทรพั ยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ
(ฉ) ศิลปวฒั นธรรมและประวัติศาสตร์ทอ้ งถ่นิ
(ช) การพฒั นาเมอื งและชนบท
(ซ) การเชื่อมโยงกับประเทศในภูมภิ าค
(ฌ) การอื่น ๆ ทีจ่ าเปน็
(๓) มาตรการและวิธีดาเนินการเพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคข์ องผังนโยบายระดบั ประเทศ
(๔) การบริหารและพัฒนาการผังเมือง วิธีปฏิบัติ และความร่วมมือของหน่วยงานและ
ภาคสว่ นท่เี กี่ยวข้อง รวมทง้ั กรอบระยะเวลาในการดาเนนิ การ

สว่ นที่ ๒
ผงั นโยบายระดบั ภาค

มาตรา ๑๕ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง
วางและจัดทาผังนโยบายระดับภาคเพื่อใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนาและการดารงรกั ษาพ้ืนทท่ี ี่มีขอบเขต
เกินหน่ึงจังหวัด ในด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดิน การพัฒนาเมืองและชนบท การคมนาคมและการขนส่ง
การสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ รวมทั้งการบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
และประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๑๖ ผงั นโยบายระดบั ภาคตามมาตรา ๑๕ ประกอบด้วย

หนา้ 267

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๓๔ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

(๑) วตั ถปุ ระสงคใ์ นการวางและจัดทาผังนโยบายระดับภาค
(๒) แผนทีแ่ สดงเขตผังนโยบายระดับภาค
(๓) แผนผงั ทท่ี าขึน้ เป็นฉบบั เดยี วหรือหลายฉบับ โดยมีสาระสาคญั ดังตอ่ ไปนี้

(ก) แผนผงั แสดงการใช้ประโยชน์ทีด่ นิ
(ข) แผนผงั แสดงการตง้ั ถนิ่ ฐานและระบบชมุ ชน
(ค) แผนผังแสดงระบบการคมนาคมและการขนส่ง
(ง) แผนผงั แสดงระบบสาธารณปู โภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ ตามโครงสร้าง
พ้ืนฐาน
(จ) แผนผงั แสดงเขตพัฒนาการทอ่ งเทีย่ ว
(ฉ) แผนผังเพอ่ื การพฒั นาเมืองและชนบท
(ช) แผนผงั พนื้ ท่ีพฒั นาพเิ ศษ
(ซ) แผนผงั แสดงแหล่งศิลปวัฒนธรรมและประวัตศิ าสตรท์ อ้ งถิน่
(ฌ) แผนผงั แสดงแหลง่ ทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม และระบบนเิ วศ
(ญ) แผนผงั แสดงผังน้า
(ฎ) แผนผงั แสดงการเช่อื มโยงกับประเทศในภูมภิ าค
(ฏ) แผนผังอนื่ ๆ ตามความจาเปน็
ในกรณีที่ผังนโยบายระดับภาคไม่มีสาระสาคัญประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ)
(ช) (ซ) (ฌ) (ญ) หรอื (ฎ) จะต้องได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการนโยบายการผงั เมอื งแหง่ ชาติ
โดยมีเหตผุ ลอันสมควร และใหร้ ะบเุ หตผุ ลดงั กลา่ วไวใ้ นผงั นโยบายระดบั ภาคน้นั ด้วย
(๔) นโยบาย มาตรการ และวิธีดาเนินการเพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของผังนโยบาย
ระดับภาค
(๕) การบริหารและพัฒนาการผังเมือง วิธีปฏิบัติ และความร่วมมือของหน่วยงานและ
ภาคสว่ นทีเ่ กี่ยวข้อง รวมทง้ั กรอบระยะเวลาในการดาเนินการ

สว่ นท่ี ๓
ผังนโยบายระดับจงั หวัด

มาตรา ๑๗ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง
วางและจัดทาผงั นโยบายระดบั จงั หวดั เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการพฒั นาและการดารงรักษาพ้ืนทีร่ ะดับจงั หวัด

หนา้ 268

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๓๕ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

ในดา้ นการใช้ประโยชนท์ ด่ี ิน การพฒั นาเมอื งและชนบท การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ รวมท้ังการบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
เสนอต่อคณะกรรมการผังเมอื งเพอื่ พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๘ ผงั นโยบายระดับจงั หวัดตามมาตรา ๑๗ ประกอบด้วย
(๑) วัตถปุ ระสงค์ในการวางและจัดทาผังนโยบายระดับจังหวัด
(๒) แผนทีแ่ สดงเขตผังนโยบายระดับจังหวดั
(๓) แผนผงั ทีท่ าขึ้นเป็นฉบับเดยี วหรือหลายฉบับ โดยมีสาระสาคญั ดังต่อไปน้ี

(ก) แผนผงั แสดงการใช้ประโยชน์ทีด่ นิ
(ข) แผนผงั แสดงการตง้ั ถน่ิ ฐานและระบบชุมชน
(ค) แผนผงั แสดงเขตสง่ เสรมิ การพฒั นาเมือง
(ง) แผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่ง โดยแสดงการเชื่อมต่อโครงข่าย
การคมนาคมและการขนส่งไวด้ ว้ ย
(จ) แผนผงั แสดงระบบสาธารณปู โภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ ตามโครงสร้าง
พ้ืนฐาน
(ฉ) แผนผงั แสดงสภาพของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
(ช) แผนผังแสดงผงั น้า
(ซ) แผนผงั แสดงเขตการพัฒนาแหล่งท่องเท่ยี ว
(ฌ) แผนผงั แสดงเขตการพฒั นาอุตสาหกรรม
(ญ) แผนผงั แสดงเขตการพัฒนาเกษตรกรรม
(ฎ) แผนผังพืน้ ทพ่ี ฒั นาพิเศษ
(ฏ) แผนผังแสดงเขตการอนรุ ักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประวัตศิ าสตรท์ ้องถนิ่ และสภาพแวดล้อม
ในพ้ืนทีร่ ะดับจงั หวดั
(ฐ) แผนผงั อนื่ ๆ ตามความจาเปน็
ในกรณีที่ผังนโยบายระดับจังหวัดไม่มีสาระสาคัญประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ)
(ฉ) (ช) (ซ) (ฌ) (ญ) (ฎ) หรือ (ฏ) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง
โดยมีเหตผุ ลอันสมควร และให้ระบเุ หตุผลดงั กลา่ วไวใ้ นผงั นโยบายระดบั จงั หวดั น้นั ดว้ ย
(๔) รายการประกอบแผนผงั ตามความจาเป็น
(๕) นโยบาย มาตรการ และวิธีดาเนินการเพ่ือปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของผังนโยบายระดับ
จังหวัด

หนา้ 269

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๓๖ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๖) การบริหารและพัฒนาการผังเมือง วิธีปฏิบัติ และความร่วมมือของหน่วยงานและ
ภาคสว่ นท่เี กย่ี วข้อง รวมทัง้ กรอบระยะเวลาในการดาเนินการ

หมวด ๔
ผังกาหนดการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ

มาตรา ๑๙ ในกรณีที่พ้ืนท่ีใดสมควรวางและจัดทาผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะ จะตรา
พระราชกฤษฎีกากาหนดเขตท่ีดินทจี่ ะทาการสารวจเพ่ือการวางและจัดทาผังเมืองรวมหรือผังเมอื งเฉพาะไว้
กไ็ ด้

ในพระราชกฤษฎกี าน้ันให้ระบุ
(๑) วตั ถุประสงคเ์ พือ่ การสารวจในการวางและจัดทาผงั เมอื งรวมหรือผังเมอื งเฉพาะ
(๒) เจ้าพนักงานการผัง
(๓) เขตทอ้ งทีท่ จี่ ะทาการสารวจพรอ้ มด้วยแผนที่แสดงเขตสารวจแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา
(๔) กาหนดระยะเวลาการใช้บังคบั พระราชกฤษฎีกาซงึ่ ต้องไม่เกินห้าปี
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหน่ึง ให้สิ้นผลการใช้บังคับเม่ือผังเมืองรวมหรอื ผังเมอื งเฉพาะมผี ล
ใช้บังคบั หรอื เมอื่ พน้ กาหนดระยะเวลาตาม (๔) แล้วแต่เหตุใดจะเกิดขึน้ ก่อน
มาตรา ๒๐ ในระหว่างท่ีพระราชกฤษฎีกากาหนดเขตที่ดนิ ท่ีจะทาการสารวจตามมาตรา ๑๙
ใช้บงั คบั ใหเ้ จ้าพนกั งานการผงั มหี น้าท่แี ละอานาจ ดังต่อไปน้ี
(๑) เข้าไปในสถานทใ่ี ด ๆ เพ่อื ทาการสารวจในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
(๒) จดั ทาข้อเสนอเบอื้ งตน้ สาหรบั บรเิ วณทป่ี ระสงคจ์ ะวางและจัดทาผังเมอื งรวมหรอื ผังเมอื งเฉพาะ
(๓) ทาเครอ่ื งหมายแสดงระดับ ขอบเขต และแนวเขตตามความจาเป็น
(๔) แจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ส่งแผนท่ีหรือแผนผังแสดง
เขตท่ดี นิ เพยี งเทา่ ท่จี าเป็นเพื่อประโยชน์ในการวางและจดั ทาผงั เมอื งรวมหรือผังเมอื งเฉพาะ
ในการปฏิบัติหน้าท่ีตาม (๑) และ (๓) หากจาเป็นต้องเข้าไปในอาคาร สถานที่พักอาศัย
สถานท่ีทาการ หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืน เพ่ือทาการสารวจ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองสถานที่ดงั กลา่ วโดยชอบด้วยกฎหมายทราบล่วงหน้าไม่นอ้ ยกวา่ สิบห้าวนั และในการปฏิบัติหนา้ ที่
ดังกล่าวต้องไม่กระทาการอันเป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดความราคาญแก่ผู้พักหรือผู้ซึ่งอาศัยอยู่ใน
สถานทน่ี นั้ และให้แสดงบัตรประจาตวั เจา้ พนกั งานการผงั หรือบตั รประจาตวั พนักงานเจ้าหน้าทตี่ ่อบคุ คล
ซ่ึงเก่ยี วข้อง

หน้า 270

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๓๗ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๒๑ ในระหว่างกาหนดระยะเวลาที่พระราชกฤษฎีกากาหนดเขตท่ีดนิ ที่จะทาการสารวจ
ตามมาตรา ๑๙ ใชบ้ ังคบั ให้รฐั มนตรมี ีอานาจกาหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชนใ์ นทรพั ย์สิน เพื่อประโยชน์
ในการวางและจัดทาผังเมอื งรวมหรอื ผังเมืองเฉพาะ ทั้งนี้ โดยคาแนะนาของคณะกรรมการผังเมืองหรือ
คณะกรรมการผงั เมอื งจังหวดั แลว้ แต่กรณี

ส่วนที่ ๑
ผงั เมอื งรวม

มาตรา ๒๒ ผังเมืองรวมประกอบด้วย
(๑) วตั ถปุ ระสงค์ในการวางและจัดทาผังเมอื งรวม
(๒) แผนท่ีแสดงเขตของผังเมืองรวมโดยแสดงข้อมูลภูมิประเทศ ระดับชั้นความสูง และ
พิกดั ภูมิศาสตร์
(๓) แผนผังท่ีทาขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือหลายฉบับ โดยใช้มาตราส่วนตามความเหมาะสมที่มี
ความละเอียดเพียงพอให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจได้ง่าย สามารถเชื่อมโยงกับ
แผนทดี่ จิ ทิ ลั ทเ่ี ปน็ มาตรฐานสากลตามเทคโนโลยที ่ีทนั สมยั โดยมีสาระสาคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี

(ก) แผนผงั กาหนดการใช้ประโยชนท์ ่ีดินตามทไี่ ดจ้ าแนกประเภท
(ข) แผนผังแสดงที่โล่ง
(ค) แผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่ง โดยแสดงการเชื่อมต่อโครงข่าย
การคมนาคมและการขนส่งไว้ดว้ ย
(ง) แผนผงั แสดงโครงการกจิ การสาธารณปู โภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ
(จ) แผนผังแสดงแหลง่ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
(ฉ) แผนผังแสดงผงั น้า
(ช) แผนผงั อน่ื ๆ ทจ่ี าเปน็
ในกรณีท่ีผังเมืองรวมไม่มีสาระสาคัญประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) หรือ (ฉ)
จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด แล้วแต่กรณี
โดยมเี หตุผลอันสมควร และใหร้ ะบเุ หตผุ ลดังกลา่ วไว้ในผงั เมืองรวมนั้นด้วย
(๔) รายการประกอบแผนผงั
(๕) ข้อกาหนดการใช้ประโยชน์ท่ีดินที่จะให้ปฏิบัติหรือไม่ให้ปฏิบัติเพ่ือให้เป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์ของผังเมืองรวมและแผนผงั ตาม (๓) ทกุ ประการ ดงั ต่อไปนี้

หนา้ 271

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๓๘ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

(ก) ประเภทและขนาดกจิ การ
(ข) ประเภท ชนดิ ขนาด ความสูง และลักษณะของอาคาร
(ค) อัตราส่วนพื้นท่ีอาคารรวมกันทุกช้ันของอาคารทุกหลังต่อพ้ืนที่แปลงที่ดินท่ีใช้เป็น
ทตี่ ัง้ อาคาร
(ง) อัตราสว่ นพืน้ ทีอ่ าคารปกคลุมดินต่อพนื้ ท่ีแปลงที่ดนิ ท่ีใช้เป็นท่ีตัง้ อาคาร หรอื อตั ราส่วน
พน้ื ทวี่ า่ งอันปราศจากสง่ิ ปกคลมุ ดินของแปลงทีด่ ินที่อาคารตัง้ อยู่ตอ่ พนื้ ที่ใชส้ อยรวมของอาคาร
(จ) ระยะถอยร่นจากแนวธรรมชาติ ถนน แนวเขตที่ดิน อาคาร แหล่งทรัพยากรน้า
สาธารณะ และสถานที่อ่ืน ๆ ทจี่ าเปน็ รวมท้ังพนื้ ท่ีแนวกนั ชนด้วย
(ฉ) ขนาดของแปลงทดี่ ินทจี่ ะอนุญาตใหก้ ่อสร้างอาคาร
(ช) ขอ้ กาหนดอืน่ ท่จี าเปน็ โดยรัฐมนตรีประกาศกาหนดตามคาแนะนาของคณะกรรมการ
ผงั เมือง
ในกรณที ผี่ งั เมืองรวมไม่มีขอ้ กาหนดประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ช)
จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด แล้วแต่กรณี
โดยมีเหตผุ ลอันสมควร และให้ระบุเหตผุ ลดงั กลา่ วไวใ้ นผงั เมืองรวมน้นั ดว้ ย
(๖) นโยบาย มาตรการ และวธิ ีดาเนนิ การเพือ่ ปฏบิ ตั ิให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงคข์ องผงั เมอื งรวม
ซ่ึงอาจเปน็ แนวทางในการปรับอตั ราสว่ นพ้ืนท่อี าคารตาม (๕) (ค) แนวทางในการใช้มาตรการดา้ นการเงนิ
การคลัง หรือแนวทางที่เหมาะสมเพ่ือแกไ้ ขปญั หาและอปุ สรรคท่ีเกิดขนึ้ ท้ังน้ี เพ่ือส่งเสริมให้มีการพัฒนา
หรอื เพื่อเยยี วยาผู้ไดร้ ับผลกระทบ
มาตรา ๒๓ ในการวางและจัดทาผังเมืองรวม ให้เป็นหน้าท่ีและอานาจของกรมโยธาธิการ
และผังเมือง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือกรมโยธาธิการและผังเมืองและองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ รว่ มกนั ก็ได้
ในกรณที เี่ ปน็ การวางและจัดทาผังเมอื งรวมท่มี ีขอบเขตครอบคลุมพ้ืนทที่ ้งั จังหวดั ใหเ้ ป็นหนา้ ท่ี
และอานาจของกรมโยธาธิการและผังเมอื ง หรือองค์การบริหารส่วนจงั หวัดน้ัน หรือกรมโยธาธกิ ารและ
ผงั เมอื งกบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดร่วมกันกไ็ ด้
ในกรณีที่เป็นการวางและจัดทาผังเมืองรวมท่ีมีขอบเขตครอบคลุมพื้นท่ีบางส่วนของจังหวัด
โดยรวมเขตปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแหง่ ในจังหวัดเดียวกันหรอื หลายจังหวัด ให้เป็น
หน้าท่ีและอานาจของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ ทกุ แหง่ ทอ่ี ยู่ในเขตทจ่ี ะวางและจดั ทาผังเมอื งรวมรว่ มกนั หรอื กรมโยธาธิการและผงั เมอื งและ

หนา้ 272

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๓๙ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นทกุ แหง่ ที่อยู่ในเขตท่จี ะวางและจัดทาผังเมืองรวมรว่ มกนั กไ็ ด้ ทง้ั นี้ วธิ ีดาเนินการ
และวิธีกาหนดคา่ ใช้จ่ายซ่ึงองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินแต่ละแหง่ จะตอ้ งจ่ายตามสัดส่วนของตนใหเ้ ป็นไป
ตามทีร่ ัฐมนตรปี ระกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการผงั เมือง

ในกรณีที่กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะวางหรือจัดทาผังเมืองรวม
ให้แจ้งอีกฝ่ายทราบก่อนวางและจัดทา ในกรณีท่ีฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงไม่เห็นด้วยกับการจะวางและจัดทา
ผังเมืองรวมและไม่อาจตกลงกันได้ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้ชี้ขาดตามคาแนะนาของคณะกรรมการผังเมือง
เม่ือเป็นที่ยุติแล้ว ให้ผู้วางและจัดทาผังเมืองรวมดาเนินการให้เป็นไปตามคาชี้ขาดน้ัน และให้นา
ความคิดเหน็ ของอกี ฝา่ ยมาประกอบในการพิจารณาดาเนินการดว้ ย

มาตรา ๒๔ การวางและจัดทาผังเมืองรวมในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
แต่งตัง้ คณะกรรมการทปี่ รกึ ษาผังเมืองรวมข้ึนคณะหนง่ึ ประกอบด้วย ผูแ้ ทนกรมโยธาธิการและผังเมือง
ผู้แทนส่วนราชการที่เกีย่ วข้อง และบุคคลอ่ืนท่เี ห็นสมควรซ่งึ มีความรู้ความสามารถด้านการผังเมอื งหรอื
สาขาวิชาการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีจานวนรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าสิบห้าคน แต่ไม่เกินย่ีสิบเอ็ดคน
มีหนา้ ท่ีให้คาปรกึ ษาและความคดิ เห็นเก่ียวกบั ผังเมอื งรวมในเขตกรุงเทพมหานคร

การวางและจดั ทาผงั เมืองรวมในเขตจังหวดั อ่นื หากมีแนวเขตตามผังเมืองรวมครอบคลุมพื้นท่ี
บางส่วนของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังคณะกรรมการ
ท่ีปรึกษาผงั เมืองรวมขนึ้ คณะหนง่ึ ประกอบด้วย ผู้แทนสานักงานโยธาธิการและผังเมอื งจังหวัด ผู้แทน
ส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง และบุคคลอื่นท่ีเห็นสมควรซ่ึงมีความรู้ความสามารถด้านการผังเมืองหรือ
สาขาวิชาการด้านอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีจานวนรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าสิบห้าคน แต่ไม่เกินย่ีสิบเอ็ดคน
มีหนา้ ที่ใหค้ าปรกึ ษาและความคดิ เหน็ เกยี่ วกับผงั เมอื งรวมในเขตจงั หวดั นั้น

การวางและจัดทาผงั เมืองรวมที่มีพ้ืนท่คี รอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีมีพื้นท่ีคาบเกีย่ ว
ตัง้ แต่สองจงั หวดั ขน้ึ ไป ให้คณะกรรมการผังเมอื งแต่งตัง้ คณะกรรมการท่ปี รกึ ษาผงั เมอื งรวมขึ้นคณะหน่ึง
ประกอบด้วย ผู้แทนสานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนส่วนราชการที่เก่ียวข้อง
และบุคคลอ่ืนที่เหน็ สมควรซึง่ มีความรูค้ วามสามารถด้านการผังเมอื งหรือสาขาวิชาการด้านอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้อง
มีจานวนรวมท้ังสิ้นไม่น้อยกว่าสิบห้าคน แต่ไม่เกินย่ีสิบเอ็ดคน มีหน้าท่ีให้คาปรึกษาและความคิดเห็น
เกย่ี วกบั ผงั เมอื งรวมในเขตจงั หวดั ทมี่ ีพน้ื ท่ีคาบเก่ยี วนนั้

มาตรา ๒๕ การวางและจัดทาผังเมืองรวมจะต้องสอดคล้องกับผังนโยบายระดับภาคและ
ผังนโยบายระดบั จงั หวัด ตอ้ งสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพืน้ ที่ และเป็นไปตามหลกั เกณฑ์
วิธีการ และมาตรฐานท่คี ณะกรรมการผังเมอื งกาหนด

หน้า 273

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๔๐ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๒๖ ผังเมืองรวมท่ีกรมโยธาธิการและผังเมืองวางและจัดทา ให้กรมโยธาธิการและ
ผงั เมืองเสนอคณะกรรมการผังเมืองพจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ

มาตรา ๒๗ ผงั เมืองรวมท่ีองคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ วางและจดั ทา ให้เจา้ พนักงานทอ้ งถ่ิน
เสนอคณะกรรมการผังเมอื งจงั หวัดพิจารณาให้ความเหน็ ชอบ

ก่อนเสนอไปยังคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินผู้วางและจัดทา
ผังขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง และเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลของกรมโยธาธิการ
และผังเมืองไปยังคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดเพื่อพิจารณา ในกรณีที่คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด
ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของกรมโยธาธิการและผังเมืองและไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้คณะกรรมการ
ผงั เมืองจังหวัดเสนอประเด็นทไ่ี มส่ ามารถหาข้อยตุ ิได้นนั้ ให้คณะกรรมการผังเมอื งพจิ ารณา เม่อื คณะกรรมการ
ผงั เมืองพิจารณาเปน็ ประการใดแลว้ ให้ดาเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามนนั้

ในกรณที คี่ ณะกรรมการผังเมืองเหน็ ว่าผังเมืองรวมท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ เป็นผวู้ างและจัดทา
ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือมาตรฐานเก่ียวกับการผังเมือง หรือไม่เหมาะสมด้วยเหตุอ่ืนใด
อันอาจจะทาให้เกดิ ความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ ให้คณะกรรมการผังเมืองมอี านาจส่ังให้องคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถ่ินนั้นแก้ไขพร้อมกาหนดข้ันตอนและวิธีการในการแก้ไขในคราวเดียวกันด้วย หรือ
จะสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยุติการวางและจัดทาผังเมืองรวมดังกล่าว และส่ังให้กรมโยธาธิการ
และผังเมืองเปน็ ผวู้ างและจัดทาแทนกไ็ ด้

มาตรา ๒๘ ผังเมืองรวมท่ีกรมโยธาธกิ ารและผังเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ หรือ
กรมโยธาธิการและผังเมืองและองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง องค์การ
บริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันวางและจัดทา ให้ถือเป็นผังเมืองรวมท่ี
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้วางและจัดทา และให้เสนอคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณา
ให้ความเห็นชอบ

ในกรณีที่ผงั เมอื งรวมตามวรรคหนงึ่ มพี น้ื ที่คาบเก่ียวตง้ั แตส่ องจงั หวดั ขึ้นไป ใหถ้ อื เปน็ ผังเมืองรวม
ทก่ี รมโยธาธิการและผงั เมอื งเปน็ ผ้วู างและจัดทา และให้เสนอคณะกรรมการผังเมอื งพิจารณาให้ความเหน็ ชอบ

มาตรา ๒๙ ผังเมืองรวมที่คณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณา
ใหค้ วามเหน็ ชอบแลว้ ให้เผยแพรแ่ ละประชาสมั พันธใ์ ห้ประชาชนทราบโดยวธิ ีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ละ
ส่อื อ่ืน ๆ และปิดประกาศแผนทแ่ี สดงเขตและรายละเอียดของผงั เมืองรวมไว้ในทีเ่ ปิดเผย ณ สานกั งานเขต
หรือที่วา่ การอาเภอ และทีท่ าการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ภายในเขตของผงั เมอื งรวมนน้ั แล้วแตก่ รณี
เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ เก้าสิบวันนับแตว่ ันปดิ ประกาศ โดยให้ลงวันท่ที ่ีปิดประกาศไว้ในประกาศนน้ั ดว้ ย

หน้า 274

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๔๑ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

ในการเผยแพร่หรอื ประกาศดังกล่าว ใหม้ คี าประกาศเชญิ ชวนใหผ้ มู้ ีส่วนไดเ้ สยี ไปตรวจดแู ผนผงั
และข้อกาหนดของผังเมืองรวมได้ ณ กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือที่ทาการขององค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่นิ ผ้วู างและจดั ทาผงั เมืองรวมน้นั

มาตรา ๓๐ ในกรณีท่ีผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดตอ้ งการแกไ้ ข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกขอ้ กาหนด
ตามมาตรา ๒๒ (๕) ให้ยื่นคาร้องต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้วาง
และจัดทาผังเมอื งรวมนนั้

คาร้องขอให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกาหนดตามมาตรา ๒๒ (๕) ต้องเป็นไป
เพ่ือประโยชน์สาธารณะหรือเป็นไปตามที่ผู้มีส่วนได้เสียที่ยื่นคาร้องแสดงความเห็นไว้ เมื่อได้มีการรับฟัง
ความคดิ เห็นตามมาตรา ๙

ผูม้ สี ่วนได้เสยี ท่จี ะมีสทิ ธิยื่นคารอ้ ง การยนื่ คารอ้ ง และวิธีพจิ ารณาคารอ้ งให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์
และวธิ ีการทีค่ ณะกรรมการผังเมอื งกาหนด

มาตรา ๓๑ หากภายในกาหนดระยะเวลาตามมาตรา ๒๙ ผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดย่ืนคาร้อง
ตามมาตรา ๓๐ ต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินผู้วางและจัดทา
ผังเมืองรวมนนั้ ใหก้ รมโยธาธิการและผังเมืองหรอื เจ้าพนกั งานทอ้ งถ่นิ เสนอคารอ้ งนน้ั พร้อมความเหน็ ตอ่
คณะกรรมการผงั เมืองหรอื คณะกรรมการผงั เมอื งจงั หวัด แลว้ แต่กรณี

ผังเมืองรวมที่กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื งวางและจดั ทา หากคณะกรรมการผังเมืองพจิ ารณาคารอ้ ง
ของผู้มีส่วนได้เสียแล้วไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้สั่งยกคาร้องนั้น และให้ชี้แจงเหตุผลให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ
ในกรณีท่ีคณะกรรมการผังเมืองเห็นชอบด้วยกับคาร้อง ให้สั่งให้กรมโยธาธิการและผังเมืองแก้ไข
เปล่ียนแปลง หรอื ยกเลกิ ขอ้ กาหนดดังกล่าวในผงั เมอื งรวมนน้ั

ผังเมืองรวมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินวางและจัดทา เมื่อคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด
พิจารณาคาร้องของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดส่งผลการพิจารณาคาร้องนั้น
ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ถ้ากรมโยธาธิการและผังเมืองไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้แจ้งให้
คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดทราบและให้ดาเนินการต่อไปตามน้ัน แต่ถ้ากรมโยธาธิการและผังเมือง
ไม่เห็นพ้องกับความเห็นของคณะกรรมการผังเมืองจังหวดั ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอคาร้องนนั้
พร้อมกับความเห็นของคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดและความเห็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง
ให้คณะกรรมการผังเมืองพิจารณา เม่ือคณะกรรมการผงั เมอื งพิจารณาเป็นเช่นใดแล้ว ให้ถอื เปน็ การยตุ ิ
และให้คณะกรรมการผังเมอื งจงั หวดั แจ้งผู้ย่นื คาร้องตอ่ ไป

หนา้ 275

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๔๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๓๒ เมอื่ พ้นกาหนดระยะเวลาตามมาตรา ๒๙ แล้วไม่มผี ้มู ีส่วนไดเ้ สยี ผใู้ ดยื่นคารอ้ ง
ตามมาตรา ๓๐ หรือมีแตค่ ณะกรรมการผงั เมอื งส่ังยกคาร้องดังกล่าว หรือเม่ือกรมโยธาธิการและผังเมอื ง
ไม่มคี วามเห็นเปน็ อยา่ งอน่ื ให้กรมโยธาธกิ ารและผงั เมืองหรือเจ้าพนกั งานท้องถน่ิ แล้วแต่กรณี ดาเนนิ การ
เพื่อออกประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วแต่กรณี โดยไม่ชักช้า ในการน้ี
ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนาประกาศกระทรวงมหาดไทยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยตรงเพ่ือพิจารณา
ให้ความเห็นชอบก่อน

ในกรณีท่ีสภาท้องถ่ินขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ที่วางและจัดทาผังเมืองรวมไม่ดาเนินการออก
ข้อบัญญัติท้องถ่ินตามวรรคหน่ึงภายในเวลาอันสมควร และคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณาว่า
สมควรที่จะมีการกาหนดผงั เมอื งรวมใช้บังคับในพนื้ ที่น้ัน ใหค้ ณะกรรมการผังเมืองจังหวดั เสนอผังเมืองรวม
ท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวางและจัดทาให้คณะกรรมการผังเมืองภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ี
คณะกรรมการผังเมอื งจงั หวัดมีมติ

ในกรณีท่ีคณะกรรมการผังเมืองพิจารณาให้ความเห็นชอบผังเมืองรวมน้ัน โดยไม่มีการแก้ไข
ข้อกาหนดการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดิน ให้ถือวา่ ผงั เมืองรวมดงั กล่าวเปน็ ผังเมืองรวมท่กี รมโยธาธิการและผังเมอื งวาง
และจัดทา และใหก้ รมโยธาธิการและผังเมอื งดาเนินการออกประกาศกระทรวงมหาดไทย

ในกรณีท่ีคณะกรรมการผังเมืองไม่ให้ความเห็นชอบผังเมืองรวมหรือเห็นชอบ โดยมีการแก้ไข
หรือเปลี่ยนแปลงข้อกาหนดการใช้ประโยชน์ท่ีดิน ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดาเนินการแก้ไขหรือ
เปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมตามความเห็นของคณะกรรมการผังเมือง ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่าผังเมืองรวม
ที่กรมโยธาธกิ ารและผงั เมืองดาเนนิ การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงน้นั เป็นผังเมอื งรวมที่กรมโยธาธิการและผังเมือง
เป็นผู้วางและจัดทา และให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนาเสนอผังเมืองรวมดังกล่าวให้คณะกรรมการ
ผังเมืองพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วนาผังเมืองรวมเฉพาะในส่วนท่ีมีการแก้ไขหรือเปล่ียนแปลงนั้น
ไปปดิ ประกาศเป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ สามสบิ วนั โดยใหน้ าความในมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑
วรรคหนึง่ และวรรคสอง มาใช้บงั คับกับการดาเนินการตามมาตราน้ดี ้วยโดยอนโุ ลม

ในกรณีที่เป็นการดาเนินการตามวรรคส่ี เมื่อพ้นกาหนดระยะเวลาการปิดประกาศแล้ว และ
ไม่มีผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดย่ืนคาร้องขอให้แก้ไข เปล่ียนแปลง หรือยกเลิกข้อกาหนดตามมาตรา ๒๒ (๕)
หรือมีแต่คณะกรรมการผังเมืองสั่งยกคาร้องดังกล่าว ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดาเนินการออก
ประกาศกระทรวงมหาดไทยตอ่ ไป

มาตรา ๓๓ ผงั เมืองรวมให้ออกเปน็ ประกาศกระทรวงมหาดไทยหรอื ขอ้ บญั ญัตทิ ้องถิ่น และ
ต้องมสี าระสาคญั ตามมาตรา ๒๒

ขอ้ บญั ญตั ิทอ้ งถ่ิน เม่ือได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้

หนา้ 276

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๔๓ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณที มี่ ีประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือข้อบัญญตั ิทอ้ งถน่ิ ให้ใชบ้ งั คับผังเมืองรวมหลายฉบับ
ใชบ้ ังคบั ในพ้ืนทเ่ี ดยี วกนั ให้ใช้บงั คับผงั เมืองรวมทไ่ี ด้ประกาศใช้ในภายหลงั

มาตรา ๓๔ ใหก้ รมโยธาธิการและผงั เมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถ่นิ แล้วแตก่ รณี จดั ทารายงาน
การประเมินผลการเปล่ียนแปลงสภาพการณ์และส่ิงแวดล้อมการใช้บังคับผังเมืองรวมตามระยะเวลา
ท่ีคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดกาหนด แล้วแต่กรณี แต่ไม่เกินห้าปีนับแต่
วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยหรอื ข้อบญั ญัติท้องถิ่นให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บงั คับ หรือนับแต่วนั ที่
คณะกรรมการผังเมืองหรอื คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณารายงานการประเมินผลคร้ังทีผ่ ่านมาเสรจ็ สิ้น
แล้วเสนอคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวดั พิจารณา หากคณะกรรมการผังเมือง
หรือคณะกรรมการผังเมืองจงั หวัดเห็นว่าสภาพการณแ์ ละส่ิงแวดล้อมมีการเปล่ียนแปลงไปในสาระสาคัญ
ทาให้ผังเมืองรวมนั้นไม่เหมาะสมท่ีจะรองรับการพัฒนาเมืองหรือการดารงรักษาเมืองต่อไป หรือจาเป็น
ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาเมืองท้ังในด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนินการปรับปรุงโดยการวาง
และจัดทาผังเมืองรวมข้นึ ใหมใ่ ห้เหมาะสมได้

การจัดทารายงานการประเมนิ ผลตามวรรคหนึง่ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการผังเมอื ง
กาหนด ซ่งึ ตอ้ งมีการแสดงข้อเท็จจรงิ ใหป้ รากฏทั้งในเรอ่ื งการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ ความหนาแนน่
ของประชากร นโยบายหรือโครงการของรัฐบาล สภาพเศรษฐกิจและสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และ
สิ่งแวดล้อม การคมนาคมและการขนส่ง การป้องกันการเกิดภัยพิบัติ และปัจจัยอื่นท่ีเก่ียวข้องกับ
การผังเมอื ง โดยใหค้ านึงถึงการมีสว่ นร่วมของประชาชนประกอบดว้ ย

มาตรา ๓๕ การแก้ไขผังเมืองรวมเฉพาะบริเวณหรือเฉพาะส่วนหน่ึงส่วนใดให้เหมาะสมกับ
สภาพการณแ์ ละสิง่ แวดลอ้ มทีเ่ ปลย่ี นแปลงไปหรอื เพ่อื ประโยชนส์ าธารณะ ใหก้ รมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง
หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เสนอคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด
พิจารณา กรณีท่ีเจ้าพนักงานท้องถ่ินดาเนินการแก้ไข ให้นาความในมาตรา ๒๗ วรรคสองและวรรคสาม
มาใชบ้ งั คบั ดว้ ยโดยอนุโลม

เม่ือคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว
ให้มีการปิดประกาศแผนที่แสดงเขตของผังเมืองรวมที่แก้ไขและรายละเอียดของการแกไ้ ขไว้ในท่ีเปิดเผย
ณ สานักงานเขตหรือท่ีว่าการอาเภอ และที่ทาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภายในเขตของ
ผังเมืองรวมน้ันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ โดยให้ลงวันที่ท่ีปิดประกาศไว้ใน
ประกาศนั้นด้วย และในประกาศน้ันให้มีคาเชิญชวนให้ผู้มีส่วนได้เสียแสดงข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร
ภายในระยะเวลาทรี่ ะบุในประกาศ

หน้า 277

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๔๔ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

ใหน้ าความในมาตรา ๓๑ มาใช้บังคับกับการพจิ ารณาข้อคิดเหน็ ของผู้มสี ว่ นได้เสียตามวรรคสองด้วย
โดยอนุโลม

มาตรา ๓๖ เพ่ือให้การพัฒนาเมืองและการดารงรักษาเมืองในพื้นที่ท่ีมีการวางและจัดทา
ผังเมืองบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือ
ข้อบญั ญัตทิ ้องถนิ่ ให้ใชบ้ งั คับผงั เมืองรวมแลว้ การดาเนนิ โครงการพัฒนาภาครฐั ทางดา้ นกายภาพจะต้อง
สอดคลอ้ งกับนโยบายและการใชป้ ระโยชน์ท่ีดินของผงั เมอื งรวม

มาตรา ๓๗ ในเขตทีใ่ หใ้ ชบ้ งั คบั ผังเมืองรวมแล้ว ห้ามบคุ คลใดใชป้ ระโยชนท์ ่ีดินผิดไปจากท่ีได้
กาหนดไว้ในผังเมอื งรวม หรอื ปฏิบัตกิ ารใด ๆ ซ่งึ ขดั กับขอ้ กาหนดการใชป้ ระโยชน์ทด่ี ินของผงั เมืองรวมนั้น

ความในวรรคหน่ึงมิให้ใช้บังคับแก่กรณีท่ีเจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินได้ใช้ประโยชน์ท่ีดิน
มากอ่ นทีผ่ งั เมืองรวมจะใชบ้ ังคับในพื้นที่นัน้ และจะใช้ประโยชน์ท่ดี นิ เชน่ น้ันตอ่ ไป แต่ถา้ คณะกรรมการ
ผงั เมืองหรอื คณะกรรมการผังเมืองจังหวดั เห็นวา่ การใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ เชน่ นั้นต่อไปเปน็ การขัดตอ่ นโยบาย
ของผงั เมอื งรวมในสาระสาคญั ที่เก่ยี วกบั สขุ ลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน สวสั ดิภาพของสงั คม
หรือประโยชน์สาธารณะ คณะกรรมการผงั เมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดมอี านาจกาหนดหลกั เกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินแก้ไขหรือเปล่ียนแปลงภายในระยะเวลาที่กาหนด
หรือระงับการใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นน้ันต่อไป การกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังกล่าว
ให้คานึงถึงกิจการท่ีมีการใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอ่ืนท่ีเก่ียวกับที่ดิน การลงทุน
ประโยชน์ หรือความเดือดร้อนราคาญที่ประชาชนได้รับจากกจิ การน้ัน ท้ังน้ี ให้คณะกรรมการผังเมอื ง
หรือคณะกรรมการผังเมอื งจงั หวดั เชญิ เจา้ ของหรอื ผู้ครอบครองทีด่ นิ มาแสดงขอ้ เท็จจริงและความคิดเห็น
ประกอบดว้ ย

การกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขตามวรรคสอง หากเกิดความเสียหายหรือเส่ือมสิทธิ
ที่ไดร้ บั อยูเ่ ดมิ ของเจา้ ของหรือผ้คู รอบครองท่ีดิน ใหก้ าหนดคา่ ทดแทนอันเกิดแตก่ ารนนั้ ตามหลักเกณฑ์
และวิธกี ารทีร่ ัฐมนตรปี ระกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการผงั เมอื ง

เมื่อไดก้ าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขตามวรรคสองและกาหนดคา่ ทดแทนตามวรรคสามแลว้
ให้คณะกรรมการผังเมืองหรอื คณะกรรมการผังเมอื งจงั หวดั แจ้งเป็นหนงั สือใหเ้ จ้าของหรือผ้คู รอบครองท่ีดิน
โดยชอบด้วยกฎหมายทราบ เจา้ ของหรอื ผคู้ รอบครองท่ดี นิ โดยชอบด้วยกฎหมายซ่ึงไม่เห็นดว้ ยมีสทิ ธอิ ุทธรณไ์ ด้
ตามมาตรา ๙๐

มาตรา ๓๘ การใชป้ ระโยชนท์ ่ดี นิ มากอ่ นตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง หมายถงึ การใช้ท่ีดิน
เพอื่ ดาเนนิ การหรอื ประกอบกิจการใด ๆ ในพน้ื ทีน่ ้ัน ในกรณดี งั ตอ่ ไปน้ี

หน้า 278

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๔๕ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๑) ในกรณีท่ีการใช้ประโยชน์หรือประกอบกิจการในที่ดินอยู่ก่อนน้ัน มีกฎหมาย กฎ
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศกาหนดให้ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตหรือได้รับอนุมตั ิจากหน่วยงานหรือองค์กร
ท่ีกาหนด หรือกาหนดให้ต้องดาเนินการเพ่ือการได้สิทธิการใช้ประโยชน์หรือประกอบกิจการในท่ีดิน
จะต้องได้รบั อนุญาต หรือไดร้ ับอนุมตั ิ หรือได้ดาเนนิ การตามที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ้ บังคบั หรอื
ประกาศกาหนดเพื่อการได้สิทธิการใช้ประโยชน์หรือประกอบกิจการในท่ีดินน้ันก่อน ในกิจการอันเป็น
สาระสาคญั ของการใชป้ ระโยชนห์ รอื การประกอบกิจการนน้ั โดยตรง

(๒) ในกรณีที่การใช้ประโยชน์หรือประกอบกจิ การในท่ีดนิ อยู่ก่อนน้ัน กฎหมาย กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวขอ้ งไมไ่ ด้กาหนดให้ตอ้ งได้รับอนญุ าตหรอื อนมุ ตั ิจากหน่วยงานหรอื องค์กรใด
ให้พิจารณาการใชป้ ระโยชน์หรือการประกอบกิจการในท่ีดินเพื่อการนั้นตามความเปน็ จริง

ส่วนที่ ๒
ผังเมอื งเฉพาะ

มาตรา ๓๙ การวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะให้ตราเป็นพระราชบัญญัติหรอื พระราชกฤษฎกี า
แลว้ แตก่ รณี

ในกรณีที่มีความจาเป็นตอ้ งเวนคืนอสังหารมิ ทรพั ย์เพ่ือให้เปน็ ไปตามผังเมืองเฉพาะ ใหก้ ารเวนคืน
อสงั หารมิ ทรัพย์เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหารมิ ทรพั ย์

มาตรา ๔๐ ผังเมืองเฉพาะประกอบดว้ ย
(๑) วตั ถุประสงคใ์ นการวางและจดั ทาผังเมอื งเฉพาะ
(๒) แผนทแ่ี สดงเขตของผังเมอื งเฉพาะ
(๓) แผนผงั ทท่ี าขึน้ เปน็ ฉบับเดียวหรือหลายฉบับ โดยมีสาระสาคัญ ดงั ต่อไปน้ี

(ก) แผนผังแสดงการกาหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินซ่ึงจาแนกเป็นประเภทกิจการ พร้อมท้ัง
แนวเขตการแบง่ ทีด่ ินออกเป็นประเภทและย่าน

(ข) แผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่ง โดยแสดงการเชื่อมต่อโครงข่าย
การคมนาคมและการขนส่งไว้ดว้ ย พรอ้ มท้ังรายละเอียดแสดงแนวและขนาดทางสาธารณะ

(ค) แผนผังแสดงรายละเอียดของกิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการ
สาธารณะ ตามโครงสร้างพ้ืนฐาน

(ง) แผนผงั แสดงทโี่ ล่ง
(จ) แผนผังแสดงการกาหนดระดับพืน้ ดนิ

หนา้ 279

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๔๖ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(ฉ) แผนผังแสดงบรเิ วณที่ต้ังของสถานท่ีหรือวตั ถุท่มี ีประโยชน์หรือคณุ ค่าในทางศิลปกรรม
สถาปตั ยกรรม และประวัตศิ าสตรห์ รือโบราณคดี ท่ีจะพงึ ส่งเสรมิ ดารงรกั ษาหรอื บรู ณะ

(ช) แผนผังแสดงบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือภูมิประเทศที่งดงาม
หรอื มคี ณุ คา่ ในทางธรรมชาติ รวมทัง้ ตน้ ไมเ้ ด่ยี วหรือตน้ ไม้หมู่ท่ีจะพึงสง่ เสรมิ หรือบารงุ รกั ษา

(ซ) แผนผงั แสดงพน้ื ทสี่ เี ขยี วและพื้นท่อี นรุ กั ษ์
ในกรณีท่ีผังเมืองเฉพาะไม่มีสาระสาคัญประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช)
หรือ (ซ) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง โดยมีเหตุผลอันสมควร และให้ระบุ
เหตุผลดังกลา่ วไวใ้ นผังเมอื งเฉพาะนนั้ ดว้ ย
(๔) รายการและคาอธิบายประกอบแผนผังตาม (๓) รวมทั้งประเภทและชนิดของอาคาร
ทจ่ี ะอนุญาตหรอื ไมอ่ นุญาตให้ก่อสรา้ ง
(๕) ขอ้ กาหนดทจี่ ะให้ปฏิบตั ิหรือไมใ่ หป้ ฏบิ ัติเพ่อื ใหเ้ ปน็ ไปตามวัตถุประสงคข์ องผังเมอื งเฉพาะ
ดังตอ่ ไปนี้
(ก) แนวเขตของทางและขนาดของท่ีดินของเอกชนเพอ่ื ใชเ้ ปน็ ท่ีอปุ กรณ์
(ข) ประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด ความสูง และจานวนของอาคารท่ีจะอนุญาตหรือ
ไมอ่ นญุ าตใหก้ อ่ สร้าง
(ค) ประเภทและขนาดของกจิ การท่ีจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตใหด้ าเนนิ การ
(ง) ประเภท ชนิด ขนาด จานวนและลักษณะของอาคารที่ชารดุ ทรุดโทรม หรืออยูใ่ น
สภาพอนั เป็นทนี่ ่ารงั เกียจหรือน่าจะเปน็ อนั ตรายแก่ผูอ้ าศัยหรือสญั จรไปมาซึง่ จะถูกส่ังให้รื้อหรือเคลอ่ื นย้าย
ตามคาส่ังของคณะกรรมการบรหิ ารการผงั เมอื งสว่ นทอ้ งถ่ินตามมาตรา ๕๗
(จ) การใชป้ ระโยชน์ของอาคารทอี่ นุญาตใหก้ อ่ สร้างขน้ึ ใหม่ หรอื อนญุ าตให้เปล่ยี นแปลง
อันผิดไปจากการใช้ประโยชน์ตามท่ีได้ขอไว้เมื่อขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจาก
เจ้าพนกั งานทอ้ งถิ่น
(ฉ) ขนาดและแปลงท่ีดินท่ีจะอนุญาตให้เป็นท่ีก่อสร้างอาคารท่ีใช้เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ
ตามทไี่ ดร้ ะบุไว้ในผงั เมอื งเฉพาะ รวมทั้งบริเวณของทด่ี ินทีก่ าหนดให้เปน็ ทโี่ ลง่ เพอ่ื ประโยชนต์ ามท่รี ะบไุ ว้
(ช) การส่งเสริมดารงรักษาหรือบูรณะสถานท่ีหรือวัตถุท่ีมีประโยชน์หรือคุณค่าในทาง
ศิลปกรรม สถาปตั ยกรรม ประวตั ศิ าสตรห์ รือโบราณคดี
(ซ) การดารงรกั ษาทีโ่ ล่ง
(ฌ) การสง่ เสริมหรอื บารุงรักษาต้นไม้เด่ยี วหรือต้นไม้หมู่
(ญ) การดัดแปลง รื้อถอน หรอื เคลอื่ นย้ายอาคาร

หน้า 280

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๔๗ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

(ฎ) การอื่นทจ่ี าเป็นเพื่อใหเ้ ปน็ ไปตามวัตถุประสงคข์ องผังเมืองเฉพาะ
ในกรณีทผ่ี ังเมืองเฉพาะไมม่ ขี อ้ กาหนดประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) (ซ)
(ฌ) (ญ) หรอื (ฎ) จะตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการผังเมอื ง โดยมีเหตผุ ลอนั สมควร และ
ใหร้ ะบเุ หตุผลดังกลา่ วไวใ้ นผังเมืองเฉพาะน้ันดว้ ย
(๖) รายละเอียดท่ีดินของเอกชนเพื่อใช้เป็นท่ีอุปกรณ์เพ่ือประโยชน์ในการดาเนินการ
ตามผังเมืองเฉพาะ
(๗) รายละเอียดและแผนที่ระบุท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนซ่ึงเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผน่ ดนิ หรอื ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม จงั หวัด องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือหนว่ ยงานของรฐั
เป็นเจ้าของ ผคู้ รอบครอง หรือผู้ดูแลรักษา ซ่ึงจะนามาใช้เพื่อประโยชนแ์ กก่ ารผงั เมือง
(๘) แผนท่ี แผนผัง หรอื รายละเอยี ดอน่ื ๆ ตามความจาเป็น
ในกรณีท่ีจะมีการวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะในพื้นท่ีใด ถ้าพื้นที่น้ันไม่มีการวางและจัดทา
ผังเมืองรวมหรือมีการวางและจัดทาผังเมืองรวมแต่ไม่ได้มีการกาหนดสาระสาคัญตามมาตรา ๒๒ (๕)
(ค) (ง) (จ) หรือ (ฉ) ไว้ ถา้ มีความจาเป็นเพอื่ ประโยชนใ์ นการวางและจดั ทาผงั เมอื งเฉพาะจะกาหนด
สาระสาคญั ตามมาตรา ๒๒ (๕) (ค) (ง) (จ) หรอื (ฉ) ไวด้ ว้ ยกไ็ ด้
พระราชบญั ญัตหิ รอื พระราชกฤษฎกี าทอ่ี อกตามมาตรา ๓๙ อาจกาหนดให้รฐั มนตรีมอี านาจออก
กฎกระทรวงกาหนดรายละเอียดแห่งข้อกาหนดตาม (๕) รวมท้ังหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบตั ิเพ่ือให้เปน็ ไป
ตามผังเมืองเฉพาะดว้ ยกไ็ ด้
มาตรา ๔๑ เม่ือไดม้ ีประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือข้อบญั ญตั ทิ ้องถ่นิ ให้ใชบ้ งั คบั ผงั เมืองรวม
ณ ท้องท่ีใดแล้ว ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินของท้องท่ีน้ันเห็นสมควรจะจัดให้มีการวางและจัดทา
ผังเมืองเฉพาะในทอ้ งท่ขี องตนข้นึ หรือจะขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเปน็ ผู้วางและจัดทาผงั เมืองเฉพาะ
กไ็ ด้
ในท้องท่ีใดไม่ว่าจะมีประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือข้อบญั ญตั ทิ ้องถิ่นให้ใชบ้ ังคับผังเมืองรวม
หรือไม่ก็ตาม หากรัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการผังเมอื งจังหวัดพิจารณาเหน็ ว่ามีเหตุจาเป็น
ที่จะต้องมีการวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะขึน้ อาจสั่งให้กรมโยธาธิการและผังเมอื งหรือองค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถนิ่ วางและจัดทาผงั เมอื งเฉพาะกไ็ ด้
ในกรณที เ่ี ปน็ การวางและจดั ทาผงั เมืองเฉพาะทไี่ มม่ ีองคป์ ระกอบตามมาตรา ๔๐ (๕) (ก) (ง)
และ (ญ) (๖) และ (๗) หากคณะกรรมการผงั เมอื งเหน็ สมควรอาจส่ังใหก้ รมโยธาธิการและผังเมืองวาง
และจดั ทาผังเมืองเฉพาะในบรเิ วณน้นั กไ็ ด้

หนา้ 281

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๔๘ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

ในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเสนอ
หลักการของผังเมืองเฉพาะให้คณะกรรมการผังเมืองพิจารณาเห็นชอบก่อน ในการนี้เจ้าพนักงานท้องถิ่น
จะมาแสดงความคิดเห็นหรือขอคาแนะนาเก่ยี วกบั การวางและจัดทาผงั เมอื งเฉพาะตอ่ กรมโยธาธิการและ
ผังเมืองก็ได้

มาตรา ๔๒ ในกรณีที่กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินวางและ
จัดทาผังเมืองเฉพาะตามมาตรา ๔๑ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินปิดประกาศแสดงเขตท่ีประมาณว่า
จะวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะไว้ในที่เปิดเผย ณ สานักงานเขตหรือที่ว่าการอาเภอ และท่ีทาการของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภายในเขตที่จะวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะน้ัน รวมทั้งในที่ที่สามารถ
มองเห็นไดโ้ ดยชัดเจนในเขตทจี่ ะวางและจัดทาผงั เมอื งเฉพาะน้ันไม่น้อยกว่าหน่ึงแห่งเป็นเวลาไมน่ อ้ ยกว่า
เก้าสิบวันนบั แตว่ ันปิดประกาศ และให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสงั หารมิ ทรพั ย์ที่อยูใ่ น
เขตดังกล่าวทราบโดยเร็วด้วย รวมทง้ั เผยแพรใ่ หป้ ระชาชนทราบด้วยวธิ ีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

มาตรา ๔๓ ในการประกาศแสดงเขตท่ีประมาณว่าจะวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะตามมาตรา
๔๒ ให้เชิญชวนให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินหรือผู้มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในท่ีดินของผู้อ่ืน
เสนอความคิดเห็น ตลอดจนความประสงค์ในการปรับปรุงท่ีดินในเขตที่ได้แสดงไว้ โดยทาเป็นหนังสือ
เสนอต่อเจา้ พนักงานทอ้ งถ่นิ หรอื กรมโยธาธิการและผงั เมือง แลว้ แต่กรณี ภายในสสี่ ิบห้าวันนบั แต่วนั ที่ครบ
กาหนดเวลาท่ีประกาศไวต้ ามมาตรา ๔๒

เจา้ พนกั งานท้องถิ่นหรือกรมโยธาธิการและผงั เมอื งอาจแจง้ ให้ผู้มีหนงั สอื แสดงความคิดเหน็ และ
ความประสงค์ตามวรรคหนง่ึ มาชแ้ี จงแสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เติมอีกกไ็ ด้

มาตรา ๔๔ เม่ือไดร้ บั หนงั สือแสดงความประสงค์ตามมาตรา ๔๓ เจ้าพนกั งานท้องถิน่ หรือ
กรมโยธาธิการและผังเมืองจะให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอหรืออาจปฏิเสธหรือสั่งการเป็นหนังสือ
ให้ผู้แสดงความประสงค์จะใชป้ ระโยชนท์ ี่ดนิ หรอื กอ่ สร้างอาคารแกไ้ ขโครงการท่ีจะใชป้ ระโยชนท์ ่ดี นิ หรือ
ท่ีจะก่อสร้างอาคารหรือดาเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามหลักการท่ีคณะกรรม การผังเมืองเห็นชอบ
ตามมาตรา ๔๑ วรรคสี่ ภายในกาหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ เจ้าของ
หรือผู้ครอบครองที่ดินหรือผู้มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในท่ีดินของผู้อื่นซ่ึงไม่เห็นด้วยกับการปฏิเสธ
หรือการส่ังการใหแ้ กไ้ ขมสี ทิ ธิอทุ ธรณไ์ ดต้ ามมาตรา ๙๐

มาตรา ๔๕ การวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะต้องให้สอดคล้องกับผังเมืองรวม และให้คานึงถึง
ความคิดเห็นของเจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินหรือผู้มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในท่ีดินของผู้อ่ืน
ตามมาตรา ๔๓ การรับฟังความคิดเหน็ และการมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรา ๙ และการไดร้ ับ

หนา้ 282

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๔๙ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

อนุญาตให้ก่อสร้างอาคารภายในระยะเวลาท่ีได้ประกาศพระราชกฤษฎีกากาหนดเขตที่ดินท่ีจะทาการสารวจ
เพื่อวางและจดั ทาผังเมอื งเฉพาะ

มาตรา ๔๖ ในกรณีทอ่ี งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นวางและจัดทาผงั เมอื งเฉพาะตามมาตรา ๔๑
ให้ส่งผังเมืองเฉพาะไปยังกรมโยธาธกิ ารและผังเมอื งพิจารณาให้ความเหน็ ถ้ากรมโยธาธิการและผงั เมือง
ไม่เห็นพ้องด้วยกับผังเมืองเฉพาะ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่อาจแก้ไขปรับปรุงผังเมืองเฉพาะ
ให้สอดคล้องกับความเห็นของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอ
คณะกรรมการผงั เมอื งเพือ่ พจิ ารณาชข้ี าด

มาตรา ๔๗ ในกรณีท่ีกรมโยธาธิการและผังเมืองวางและจัดทาผังเมืองเฉพาะตามมาตรา ๔๑
ให้ส่งผังเมืองเฉพาะไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาให้ความเห็น ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ไม่เหน็ พอ้ งด้วยกับผังเมืองเฉพาะ และกรมโยธาธิการและผังเมืองเห็นว่าไม่อาจแก้ไขปรับปรงุ ผังเมืองเฉพาะ
ให้สอดคล้องกับความเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอ
คณะกรรมการผงั เมืองเพอ่ื พิจารณาชข้ี าด

มาตรา ๔๘ เม่ือคณะกรรมการผงั เมอื งเห็นชอบกบั ผังเมอื งเฉพาะท่ีองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
หรือกรมโยธาธิการและผังเมืองวางและจัดทาแล้ว ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอผังเมืองเฉพาะต่อ
รฐั มนตรี เพื่อดาเนินการตราพระราชบญั ญัติให้ใช้บงั คับผังเมืองเฉพาะน้นั ตอ่ ไป

ในกรณที ีผ่ ังเมอื งเฉพาะไมม่ ีองค์ประกอบตามมาตรา ๔๐ (๕) (ก) (ง) และ (ญ) (๖) และ (๗)
ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอผงั เมอื งเฉพาะตอ่ คณะรัฐมนตรี เพ่ือดาเนินการออกเป็นพระราชกฤษฎกี า
ให้ใช้บงั คบั ผังเมืองเฉพาะ

มาตรา ๔๙ ในระหว่างที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับ
ผังเมอื งเฉพาะในท้องท่ีใด ถา้ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ หรือกรมโยธาธกิ ารและผังเมืองเห็นว่าสภาพการณ์
และสงิ่ แวดลอ้ มในเขตของผังเมืองเฉพาะไดเ้ ปล่ียนแปลงไป สมควรแกไ้ ขปรับปรุงข้อกาหนดหรือรายละเอียด
ของผังเมืองเฉพาะที่บัญญตั ิไวใ้ นพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะเสียใหม่
ให้เหมาะสม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหรือกรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอขอแก้ไขปรับปรุง
ผังเมอื งเฉพาะตอ่ คณะกรรมการผังเมอื ง

มาตรา ๕๐ ในเขตท้องที่ท่ีใช้บังคับพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับ
ผงั เมอื งเฉพาะ ใหข้ อ้ บญั ญัติหรอื เทศบญั ญตั ิซ่งึ ออกโดยอาศัยอานาจตามกฎหมายวา่ ด้วยการควบคมุ อาคาร
กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการรกั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย
ของบ้านเมือง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมสุสานและฌาปนสถาน หรือกฎหมายอ่ืนท่ีเก่ียวกับการใช้

หนา้ 283

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๕๐ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

ประโยชน์ที่ดินหรอื อสังหาริมทรพั ย์อืน่ เฉพาะในส่วนทเี่ กยี่ วกับการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ ซ่ึงขัดหรือแย้งกบั
กฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๔๐ ให้ใช้กฎกระทรวงท่อี อกตามมาตรา ๔๐ แทน

มาตรา ๕๑ ในทอ้ งที่ที่ใชบ้ ังคับพระราชบญั ญตั ิหรือพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะ
ห้ามบุคคลใดใช้ประโยชน์ที่ดินหรือแก้ไขหรือเปล่ียนแปลงอสังหาริมทรัพย์ให้ผิดไปจากที่ได้กาหนดไว้
ในพระราชบัญญตั ิหรอื พระราชกฤษฎีกาให้ใชบ้ งั คบั ผังเมืองเฉพาะหรอื กฎกระทรวงทีอ่ อกตามมาตรา ๔๐

มาตรา ๕๒ ในท้องท่ีที่ใช้บังคบั พระราชบัญญตั ิให้ใชบ้ ังคับผังเมอื งเฉพาะ ใหม้ ีคณะกรรมการ
บรหิ ารการผงั เมอื งสว่ นท้องถ่ินคณะหน่งึ ประกอบด้วยบคุ คลดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ ผู้แทน
สานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกรมท่ีดนิ ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทน
กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยงานอื่นที่เก่ียวข้องกับการผังเมือง
และด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมจานวนไม่เกินสี่คน ผู้ทรงคุณวุฒทิ างการผังเมืองหรอื สาขาวชิ า
ท่ีเก่ียวข้องโดยตรงกบั การผงั เมอื งจานวนไม่เกินส่คี น และบุคคลอืน่ ทเ่ี ก่ียวข้องกับการผังเมืองจานวนไม่เกิน
สี่คนซ่ึงคณะกรรมการผังเมืองแตง่ ต้งั เป็นกรรมการ และใหผ้ ู้อานวยการสานักผังเมอื งกรงุ เทพมหานคร
เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร

(๒) ในเขตจังหวัดอ่ืน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัดซ่ึงเป็น
ผู้ดารงตาแหน่งสูงสุดของสานกั งานอัยการจงั หวัด เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวดั ธนารักษ์พ้ืนที่ นายอาเภอ
แห่งท้องท่ีน้ัน อุตสาหกรรมจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนหน่วยงานอื่น
ที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองและด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจานวนไม่เกินสี่คน ผู้ทรงคุณวุฒิ
ทางการผังเมืองหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผังเมืองจานวนไม่เกินสามคน และบุคคลอื่น
ท่ีเก่ียวข้องกับการผังเมืองจานวนไม่เกินสามคนซ่ึงคณะกรรมการผังเมืองแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และ
ให้โยธาธิการและผงั เมืองจังหวดั เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร

(๓) ในเขตพ้ืนที่คาบเกี่ยวตงั้ แตส่ องจงั หวดั ข้ึนไป ให้คณะกรรมการผงั เมอื งแต่งตง้ั ประธานกรรมการ
และกรรมการอกี ไมน่ อ้ ยกวา่ สิบห้าคนแตไ่ มเ่ กนิ ย่สี ิบเอ็ดคน ประกอบด้วย ผูแ้ ทนสานักงานโยธาธิการและ
ผังเมืองจังหวัดที่เก่ียวข้อง ผู้แทนหน่วยงานอื่นท่ีเก่ียวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมืองหรือสาขาวิชา
ที่เก่ียวข้องโดยตรงกับการผังเมืองจานวนไมน่ ้อยกวา่ สามคน และบุคคลอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องกบั การผังเมืองจานวน
ไม่เกนิ สามคน เป็นกรรมการ โดยให้เจา้ พนกั งานทอ้ งถ่ินท่ีอยใู่ นเขตผงั เมืองเฉพาะรว่ มเปน็ กรรมการด้วย

กรรมการซึ่งแต่งต้ังจากบุคคลอน่ื ท่ีเก่ียวข้องกับการผังเมืองตามวรรคหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการ
หรือพนักงานส่วนทอ้ งถน่ิ ซง่ึ มตี าแหน่งหรอื เงินเดอื นประจา

หน้า 284

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๕๑ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๕๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒแิ ละกรรมการซ่งึ เป็นบุคคลอ่ืนท่ีเกย่ี วข้องกับการผังเมอื ง
ตามมาตรา ๕๒ มวี าระการดารงตาแหน่งคราวละสามปี

ในกรณที ก่ี รรมการผูท้ รงคณุ วฒุ หิ รอื กรรมการซง่ึ เปน็ บคุ คลอ่นื ทเี่ ก่ียวข้องกับการผังเมอื งซึ่งไดร้ บั
การแต่งต้ังพ้นจากตาแหนง่ ก่อนครบวาระหรอื ในกรณีท่ีมีการแตง่ ตงั้ กรรมการเพิม่ ข้ึน ในระหวา่ งท่ีกรรมการ
ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตาแหน่ง ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งแทนตาแหน่งท่ีว่างหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น
อยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระท่ีเหลืออยู่ของกรรมการซ่ึงไดแ้ ตง่ ตง้ั ไวแ้ ล้ว

เมื่อครบกาหนดตามวาระในวรรคหน่ึง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือ
กรรมการซึ่งเป็นบุคคลอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การผังเมอื งขน้ึ ใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิหรือกรรมการซึง่ เปน็
บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตาแหน่งเพื่อดาเนินงานต่อไป
จนกวา่ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิหรือกรรมการซึ่งเป็นบุคคลอ่นื ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การผงั เมอื งซ่ึงได้รบั แต่งตง้ั ใหม่
เข้ารบั หนา้ ที่

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการซึง่ เป็นบุคคลอ่ืนท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการผังเมืองท่พี ้นจากตาแหน่ง
อาจไดร้ ับแตง่ ตัง้ เป็นกรรมการอีกได้ แตจ่ ะดารงตาแหนง่ ติดต่อกันเกนิ สองวาระไมไ่ ด้

มาตรา ๕๔ ให้นาความในมาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๔ มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและ
ลักษณะต้องห้าม และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการซึ่งเป็นบุคคลอื่น
ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การผงั เมืองในคณะกรรมการบริหารการผงั เมอื งส่วนทอ้ งถนิ่ ดว้ ยโดยอนโุ ลม เว้นแตอ่ านาจ
ของคณะรฐั มนตรีตามกรณมี าตรา ๗๔ (๓) ใหเ้ ปน็ อานาจของคณะกรรมการผังเมอื ง

มาตรา ๕๕ ให้นาความในมาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับกับการประชุมของ
คณะกรรมการบรหิ ารการผังเมอื งสว่ นท้องถิน่ ดว้ ยโดยอนุโลม

มาตรา ๕๖ ใหค้ ณะกรรมการบริหารการผงั เมืองสว่ นท้องถนิ่ มหี น้าทีแ่ ละอานาจ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) พิจารณาและส่ังการเกี่ยวกับการจัดทดี่ ินของเอกชนเพ่ือใชเ้ ป็นที่อปุ กรณต์ ามผงั เมืองเฉพาะ
(๒) พิจารณาการโอนท่ีอุปกรณ์ให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินในเขตผังเมืองเฉพาะ
ตามมาตรา ๖๖
(๓) พิจารณาและสั่งการเกี่ยวกับการดัดแปลง รื้อถอน หรือเคล่ือนย้ายอาคารที่จะต้อง
ดาเนนิ การดงั กล่าวตามผังเมอื งเฉพาะ
(๔) กาหนดเงินคา่ ตอบแทนตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗
(๕) พิจารณาวนิ จิ ฉัยอทุ ธรณ์ที่ยน่ื ต่อคณะกรรมการบรหิ ารการผังเมอื งส่วนทอ้ งถน่ิ
(๖) ปฏิบัติหน้าท่อี ่นื ใดตามท่ีบัญญตั ไิ วใ้ นพระราชบัญญตั นิ ้ี

หน้า 285

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๕๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๕๗ เม่ือเจ้าหน้าท่ีดาเนินการจัดทารายละเอียดแสดงการดัดแปลง ร้ือถอน หรือ
เคลื่อนยา้ ยอาคารเสรจ็ แลว้ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารการผังเมอื งส่วนท้องถิ่นพิจารณาเหตุผลและรายละเอียด
ดังกล่าวให้เป็นไปตามผังเมืองเฉพาะ ในการน้ีจะขอความเห็นจากกรมโยธาธิการและผังเมืองกไ็ ด้ หรือ
จะสงั่ ให้เจ้าหนา้ ท่ีดาเนินการจัดทารายละเอยี ดเสยี ใหมก่ ็ได้

เมื่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถ่ินพิจารณาเสร็จแล้วและสั่งการประการใด
ให้เจ้าหน้าที่ดาเนนิ การแจ้งคาส่ังให้เจ้าของหรอื ผู้ครอบครองอาคารท่เี ก่ยี วข้องทราบคาสงั่ ของคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถ่ินและการดาเนินการตามคาสั่งนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่
จะต้องดาเนินการตามคาส่ังน้ัน โดยให้ส่งรายละเอียดแสดงการดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
ท่ีเกี่ยวข้องไปด้วย เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งไม่เห็นด้วยกับคาส่ังดังกล่าว มีสิทธิอุทธรณ์ได้
ตามมาตรา ๙๐

การแจ้งคาสั่งของคณะกรรมการบรหิ ารการผังเมอื งส่วนท้องถิ่นตามวรรคสอง ให้ส่งทางไปรษณยี ์
ลงทะเบียนตอบรบั ให้เจา้ ของหรือผู้ครอบครองอาคาร ณ ภมู ลิ าเนาของผู้นัน้ หรือจะทาเป็นบันทึกและ
ให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับทราบก็ได้ ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งด้วยวิธีดังกล่าวได้ ให้ปิดประกาศ
สาเนาคาสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารหรือบริเวณท่ีต้ังอาคารนั้น และให้ถือว่าเจ้าของ
หรือผู้ครอบครองอาคารไดท้ ราบคาสั่งนั้นแล้วเมอื่ พน้ กาหนดสบิ หา้ วันนบั แต่วนั ปิดประกาศดังกลา่ ว

มาตรา ๕๘ ถ้าอาคารท่ีจะต้องดัดแปลง ร้ือถอน หรือเคลื่อนย้ายเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดิน
โดยเฉพาะ หรือเปน็ ทรพั ยส์ ินของแผ่นดินท่ีอยใู่ นความครอบครองหรอื ดูแลรักษาของหน่วยงานของรฐั ใด
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยงานของรัฐที่เก่ียวข้องกับสาธารณสมบัติของแผ่นดนิ หรือ
ทรัพย์สินของแผ่นดินทราบ และให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวมีหนังสือแสดงความยินยอมหรือขัดขอ้ งให้
คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถ่ินทราบ ถ้ามีปัญหาโต้แย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐกับ
คณะกรรมการบรหิ ารการผงั เมอื งส่วนท้องถิน่ ให้เสนอคณะกรรมการผังเมอื งวินจิ ฉัย

มาตรา ๕๙ เม่ือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถ่นิ ไดส้ ั่งใหเ้ จ้าของหรือผูค้ รอบครอง
ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลอ่ื นย้ายอาคารตามมาตรา ๕๗ ให้เจา้ หน้าท่ีดาเนนิ การจ่ายเงินค่าตอบแทนตามที่
คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นกาหนด บุคคลผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนซ่ึงไม่เห็นด้วยกับ
การกาหนดเงินคา่ ตอบแทนมีสิทธิอทุ ธรณ์ได้ตามมาตรา ๙๐

บุคคลผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและวิธีการจ่ายเงินค่าตอบแทนการดัดแปลง รื้อถอน หรือ
เคลอื่ นย้ายอาคารให้เป็นไปตามทอี่ ธิบดีกาหนด

หน้า 286

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๕๓ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๖๐ ในกรณีที่เอกชนซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารได้รับหนังสือแจ้งให้
จัดการร้ือถอนหรือเคล่ือนย้ายอาคารแล้ว ไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๐ หรือใช้สิทธิอุทธรณ์
แต่คณะกรรมการอทุ ธรณ์ไม่เห็นดว้ ยกับการอุทธรณ์ เจา้ ของหรอื ผคู้ รอบครองอาคารต้องปฏบิ ัตติ ามคาสั่ง
ของคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นหรือคาวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในกาหนดเวลาสามสิบวัน
นับแตว่ นั ทราบคาสั่งหรือคาวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ์

ในกรณีท่ีเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารไม่ดาเนินการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารภายใน
ระยะเวลาที่กาหนดตามวรรคหน่ึง ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการเตือนเป็นหนังสือไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
อาคาร ถ้าผู้นั้นยังคงละเลยไม่ดาเนินการตามคาส่ังภายในเวลาทีก่ าหนดไว้ในคาเตือนซ่งึ ตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า
สิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการมีอานาจเข้าไปในที่ดินและร้ือถอนหรือ
เคล่ือนย้ายอาคารน้ันโดยคิดค่าใช้จ่ายจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ค่าใช้จ่ายจะคิดหักเอาจาก
เงินค่าตอบแทนตามมาตรา ๕๙ ที่จะพึงจ่ายให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารน้ันก็ได้ การร้ือถอน
หรือเคล่ือนย้ายอาคารนั้น เจ้าหน้าท่ีดาเนินการต้องกระทาโดยประหยัดและค่าใช้จ่ายที่คิดจากเจ้าของ
หรอื ผคู้ รอบครองอาคารจะต้องไมม่ ากกว่าเงนิ คา่ ตอบแทนตามมาตรา ๕๙

เมื่อได้คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
อาคารทราบ เจ้าของหรอื ผู้ครอบครองอาคารซงึ่ ไมเ่ หน็ ด้วยมสี ทิ ธอิ ุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๙๐

ให้นาความในมาตรา ๕๗ วรรคสาม มาใช้บังคับกับการแจ้งของเจ้าหน้าท่ีดาเนินการ
ตามมาตรานดี้ ้วยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๖๑ ในกรณีที่เอกชนซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารได้รับหนังสือแจ้งให้
ดาเนินการดัดแปลงอาคารให้เป็นไปตามผังเมืองเฉพาะแล้ว แต่ดาเนินการไม่แล้วเสรจ็ ภายในระยะเวลา
ท่ีกาหนดไว้ ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการเตือนเป็นหนังสือไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร และหากผู้นั้น
ยังคงไม่ดาเนนิ การตามคาส่ังภายในเวลาทีก่ าหนดไวใ้ นคาเตือนซ่ึงต้องไม่นอ้ ยกวา่ สิบห้าวนั โดยไมม่ เี หตผุ ล
อันสมควร ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการมีอานาจในการดัดแปลงอาคารน้ันโดยคิดค่าใช้จ่ายจากเจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองอาคาร ค่าใช้จ่ายจะคิดหักเอาจากเงินค่าตอบแทนตามมาตรา ๕๙ ท่ีจะพึงจ่ายให้แก่
เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นก็ได้ การดัดแปลงอาคารนั้น เจ้าหน้าที่ดาเนินการต้องกระทา
โดยประหยัดและค่าใช้จ่ายท่ีคิดจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารจะต้องไม่มากกว่าเงินค่าตอบแทน
ตามมาตรา ๕๙

เมื่อได้คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
อาคารทราบ เจ้าของหรอื ผูค้ รอบครองอาคารซ่ึงไม่เหน็ ดว้ ยมีสทิ ธิอุทธรณไ์ ด้ตามมาตรา ๙๐

หนา้ 287

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๕๔ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

ให้นาความในมาตรา ๕๗ วรรคสาม มาใช้บังคับกับการแจ้งของเจ้าหน้าท่ีดาเนินการ
ตามมาตราน้ดี ้วยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๖๒ ในกรณีทีเ่ จา้ ของหรือผคู้ รอบครองอาคารทไี่ ดร้ บั คาสงั่ ใหร้ ื้อถอนหรอื เคลือ่ นย้าย
ตามมาตรา ๕๗ ไมส่ ามารถจัดหาที่อยู่ของตนเองได้ ใหเ้ จา้ หนา้ ทด่ี าเนินการจดั หาทีอ่ ยูช่ ัว่ คราวทเ่ี หมาะสม
ให้อาศัยอยู่เป็นเวลาตามความจาเป็นแต่ไม่เกินหนึ่งปี ท้ังน้ี ในกรณีที่เห็นสมควรเจ้าหน้าที่ดาเนินการ
จะผอ่ นผนั ให้อาศัยอยู่ต่อไปอีกไม่เกนิ หกเดือนกไ็ ด้

มาตรา ๖๓ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ดาเนินการจัดหาท่ีดินหรืออาคารให้บุคคลตามมาตรา ๖๒
เขา้ อยู่ในที่ใหม่โดยการเช่าซือ้ หรือเช่า และบคุ คลนนั้ สมคั รใจเขา้ อยใู่ นทด่ี ิน หรอื อาคารทีจ่ ดั หาใหใ้ หม่น้ัน
ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการกันเงินค่าตอบแทนท่ีจะพึงจ่ายตามมาตรา ๕๙ ไว้เพ่ือจ่ายในการเช่าซื้อหรือเชา่
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่อี ธบิ ดกี าหนด

ในกรณีทจี่ ดั ท่ีดินไว้ใหบ้ ุคคลดงั กล่าวปลูกสรา้ งอาคารเอง ใหเ้ จ้าหนา้ ทด่ี าเนนิ การชว่ ยเหลอื และ
ให้ความสะดวกในการที่จะปลกู สร้างอาคารลงในท่ีดินทจ่ี ัดให้

มาตรา ๖๔ ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถ่ินส่ังให้จัดที่ดนิ เพื่อใช้เป็น
ท่ีอุปกรณ์ ให้เจ้าหน้าท่ีดาเนนิ การจ่ายเงินค่าตอบแทนตามท่ีคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถ่นิ
กาหนดแก่เจา้ ของหรือผู้ครอบครองทด่ี ินดงั กลา่ วซึ่งต้องเสียสิทธบิ างประการเกย่ี วกบั การใชท้ ีด่ นิ เนอื่ งจาก
การจดั ทดี่ ินนัน้ หรือตอ้ งรับภาระที่ตอ้ งปฏิบัตหิ รืองดเวน้ ไม่ปฏบิ ัติตามข้อกาหนดอนั เกีย่ วกับทดี่ นิ ทจี่ ัดนัน้

การกาหนดเงินค่าตอบแทนตามวรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
พิจารณาถึงความมากน้อยแห่งสิทธิท่ีเจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินต้องเสียหรือถูกจากัดหรือภาระ
ที่ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นไม่ปฏิบัติ รวมทั้งประโยชน์ที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินพึงได้รับในการใช้
ท่ีอุปกรณ์ด้วย แต่ท้ังน้เี งินค่าตอบแทนท่ีกาหนดตอ้ งไม่เกินราคาท่ีดนิ และเพ่ือประโยชน์ในการคานวณ
ราคาท่ีดินตามมาตราน้ี ให้นาความในมาตรา ๖๖ มาใช้บังคับกับการกาหนดเงินค่าตอบแทนด้วย
โดยอนโุ ลม

ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารการผังเมืองส่วนทอ้ งถนิ่ มีหนงั สือแจ้งการกาหนดเงนิ ค่าตอบแทนให้เจ้าของ
หรอื ผูค้ รอบครองทดี่ นิ ทราบ เจ้าของหรอื ผคู้ รอบครองที่ดนิ ซึง่ ไมเ่ หน็ ดว้ ยมีสทิ ธิอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๙๐

มาตรา ๖๕ เจ้าของที่ดินที่ถูกจัดให้เป็นที่อุปกรณ์ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีท่ีดินและ
สงิ่ ปลกู สร้างในสว่ นท่ถี กู จดั นน้ั

มาตรา ๖๖ เจา้ ของที่อปุ กรณ์ผู้ใดประสงค์จะโอนทอี่ ุปกรณ์ใหเ้ ป็นท่ีสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
โดยมีเงินคา่ ตอบแทน หากคณะกรรมการบรหิ ารการผงั เมอื งสว่ นท้องถ่ินพิจารณาเห็นวา่ ท่ีอุปกรณ์น้ันไดใ้ ช้

หนา้ 288

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๕๕ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

เพ่ือประโยชน์สาธารณะเป็นส่วนใหญ่ก็ให้รับท่ีอุปกรณ์น้ันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้และให้
เจ้าหน้าท่ีดาเนินการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่เจ้าของที่อุปกรณ์ตามราคาที่พระราชบัญญัติให้ใช้บังคับ
ผังเมืองเฉพาะบญั ญัติไว้ ถ้าไม่ได้บญั ญตั ไิ ว้ให้กาหนดเท่ากับราคาทดี่ นิ ที่โอนตามความเป็นธรรมทเี่ ปน็ อยู่
ในวนั ใช้บงั คบั พระราชกฤษฎีกากาหนดเขตทดี่ นิ ทีจ่ ะทาการสารวจ ทง้ั นี้ ไมว่ ่าพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
จะยังคงใช้บังคบั หรอื ไม่

ถ้าไม่มีพระราชกฤษฎีกากาหนดเขตท่ีดินที่จะทาการสารวจ หรือเป็นกรณีท่ีพระราชบัญญัติ
ให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะใช้บังคับภายหลังห้าปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวและ
พระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะไม่ได้กาหนดเงินค่าตอบแทนไว้เป็นอย่างอ่ืน ให้กาหนด
เงนิ ค่าตอบแทนเทา่ ราคาทด่ี นิ ที่โอนตามความเป็นธรรมท่เี ปน็ อย่ใู นวนั ใช้บงั คับพระราชบัญญัตใิ ห้ใชบ้ ังคับ
ผังเมืองเฉพาะน้นั

ความในวรรคหน่ึงและวรรคสองไม่ให้ใช้บังคับในกรณีท่ีการโอนที่อุปกรณ์เกิดขึ้นภายหลังห้าปี
นับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะ ในกรณีน้ีถ้าพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับ
ผังเมืองเฉพาะไม่ได้กาหนดเงินค่าตอบแทนไว้เป็นอย่างอ่ืน ให้เงินค่าตอบแทนเป็นไปตามท่ีตกลงกัน
ซึ่งจะต้องไม่ต่ากว่าราคาท่ีดินตามความเป็นธรรมตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี เจ้าของ
ท่อี ปุ กรณซ์ งึ่ ไมเ่ ห็นดว้ ยมีสิทธอิ ุทธรณ์ไดต้ ามมาตรา ๙๐

ในการจดทะเบียนสิทธแิ ละนิตกิ รรมเกี่ยวกับท่ีอุปกรณท์ ี่ไดร้ บั มาตามวรรคหน่ึง ให้ไดร้ บั ยกเว้น
ค่าธรรมเนียมท้ังปวง

มาตรา ๖๗ ในการคานวณเงินค่าตอบแทนตามมาตรา ๖๖ ถ้าเจ้าของที่อุปกรณ์สร้างหรอื
จัดทาเพื่อให้เป็นที่อุปกรณ์ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง ตามแบบและรายการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นอนุญาตกอ่ น
ที่จะมีการโอน ให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการจ่ายเงินค่าตอบแทนค่าใช้จ่ายในการสร้างหรือจัดทาดังกล่าวแก่
เจ้าของท่อี ปุ กรณเ์ พ่มิ ข้ึนจากเงนิ ค่าตอบแทนอนั พึงจา่ ยใหเ้ นอ่ื งในการโอน

เงินค่าตอบแทนอันจะพึงจ่ายให้เพ่ิมขึ้นตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการบริหารการผังเมือง
ส่วนท้องถิ่นพิจารณากาหนดให้ตามท่ีเห็นสมควร โดยคานึงถึงประโยชน์ของเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สภาพของส่ิงท่ีก่อสร้างหรือสิ่งที่จัดทา สิ่งที่สร้างในขณะท่ีมีการโอน หรือค่าตอบแทนท่ีได้จ่ายไปแล้ว
ประกอบด้วย เจ้าของทอ่ี ปุ กรณซ์ งึ่ ไมเ่ ห็นด้วยมสี ิทธิอทุ ธรณ์ไดต้ ามมาตรา ๙๐

มาตรา ๖๘ ในการจัดที่ดินให้เป็นท่ีอุปกรณ์ หากมีความจาเป็นต้องสร้างหรือจัดทาเพ่ือให้
เป็นไปตามแบบและรายการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกาหนดและเจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินร้องขอ
เจา้ หน้าที่ดาเนินการจะสร้างหรอื จดั ทาให้ก็ไดเ้ มอ่ื พิจารณาเห็นเป็นการสมควร

หน้า 289

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๕๖ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

การคิดค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ถ้าการสร้างหรือจัดทาของเจ้าหน้าที่ดาเนินการเป็นไปเพียง
เพ่ือประโยชน์ของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินผู้ร้องขอนั้น ให้คิดค่าใช้จ่ายในการสร้างหรือจัดทาน้ัน
ท้ังหมด แต่ถ้าเป็นไปเพ่ือสาธารณประโยชน์ด้วย เจ้าหน้าท่ีดาเนินการจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือ
แตบ่ างส่วนก็ไดต้ ามที่เหน็ สมควร และใหเ้ จา้ ของหรอื ผูค้ รอบครองทดี่ นิ เปน็ ผู้ออกคา่ ใชจ้ า่ ยส่วนทเ่ี หลอื

มาตรา ๖๙ เพื่อให้พื้นท่ีในเขตผังเมืองเฉพาะมีระบบสาธารณูปโภคที่มีความเชื่อมโยงกับ
เขตพื้นท่ีต่อเน่ืองกับเขตผังเมืองเฉพาะ ให้เจ้าพนักงานการผังมีอานาจจัดระบบสาธารณูปโภคลงบน
ใต้หรือเหนือพ้ืนดนิ ของบุคคลนั้นไดใ้ นเมือ่ พื้นดนิ น้ันไม่ใชเ่ ป็นท่ีตง้ั โรงเรอื น โดยแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทัง้
แผนผังแสดงแนวทางการใช้ท่ีดินให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินท่ีเกี่ยวข้องทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
สามสิบวนั กอ่ นวันทจ่ี ะมกี ารดาเนินการ

การดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานการผังกาหนดเงินค่าตอบแทนอันเป็นธรรมใน
การใช้ท่ีดินนั้นท่ีจะจ่ายให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินและให้แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือ
ผ้คู รอบครองทีด่ ินทีเ่ กย่ี วข้องทราบโดยมิชกั ช้า

เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินซ่ึงไม่เห็นด้วยกับการดาเนินการตามวรรคหน่ึง หรือการกาหนด
เงินคา่ ตอบแทนตามวรรคสองมีสิทธอิ ทุ ธรณ์ได้ตามมาตรา ๙๐

การดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานการผังแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถ่ิน
ในพื้นท่ีดังกล่าวทราบพร้อมท้ังแผนผังแสดงแนวทางการใช้ที่ดนิ กอ่ นดาเนนิ การ หากเกิดกรณขี ดั แยง้ กนั
ระหวา่ งเจา้ พนักงานการผังกับเจ้าพนกั งานท้องถ่ินทเี่ กี่ยวข้อง ใหเ้ สนอคณะกรรมการผังเมอื งชี้ขาด

มาตรา ๗๐ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินแห่งท้องท่ีที่ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะเป็นเจ้าหน้าที่
ดาเนนิ การ

ในกรณีที่มีความจาเป็นเพื่อให้การบริหารจัดการตามผังเมืองเฉพาะได้รับประโยชน์สูงสุดใน
ด้านการใช้พื้นท่ี คณะกรรมการผังเมืองจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้มีองค์กรเพ่ือพัฒนาและบริหารจัดการ
ภายในเขตผงั เมอื งเฉพาะและพืน้ ทต่ี อ่ เนื่อง โดยมหี นา้ ท่ีและอานาจเปน็ เจ้าหน้าทดี่ าเนนิ การในทอ้ งที่น้ันได้

หมวด ๕
คณะกรรมการนโยบายการผงั เมืองแหง่ ชาติ

มาตรา ๗๑ ใหม้ ีคณะกรรมการคณะหนึง่ เรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแหง่ ชาต”ิ
ประกอบด้วย

(๑) นายกรฐั มนตรหี รือรองนายกรฐั มนตรซี ่ึงนายกรฐั มนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

หน้า 290

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๕๗ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๒) รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทลั เพื่อเศรษฐกจิ และสังคม รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เลขาธิการสานักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ ผู้อานวยการสานักงบประมาณ ประธานสภาหอการค้า
แห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาเกษตรกรแหง่ ชาติ นายกสมาคม
องค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และ
นายกสมาคมองคก์ ารบริหารส่วนตาบลแหง่ ประเทศไทย
(๔) กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิซง่ึ คณะรัฐมนตรีแตง่ ต้ังจากผูม้ ีความรู้ความสามารถทางด้านการผังเมือง
เศรษฐศาสตร์ สงั คมศาสตร์ ภูมิศาสตร์ หรือสาขาวชิ าการดา้ นอ่ืน ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง จานวนไม่เกนิ สิบสามคน
ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรรมการและเลขานุการ และอธิบดีเป็นกรรมการแ ละ
ผู้ช่วยเลขานกุ าร
ในกรณีท่ีประธานกรรมการเห็นว่าการพิจารณาตามหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ
นโยบายการผังเมอื งแห่งชาตติ ามทีก่ าหนดในมาตรา ๗๕ ในคร้งั ใดเกีย่ วข้องกับเรื่องใดท่ีอยู่ในหนา้ ทห่ี รอื
ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอ่ืนท่ีไม่ได้เป็นกรรมการโดยตาแหน่งตาม (๓) แล้ว
ให้ประธานกรรมการแจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่ีมีหน้าท่ีหรือความรับผิดชอบในเร่ืองนั้นเข้าร่วม
เป็นกรรมการโดยตาแหนง่ ดว้ ย ในกรณีนี้ ให้คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ประกอบดว้ ย
ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการทุกคน
การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรี
กาหนด
มาตรา ๗๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๗๑ (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ
ตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปน้ี
(๑) มีสัญชาตไิ ทย
(๒) มีอายไุ ม่ตา่ กว่าสามสบิ หา้ ปี
(๓) ไมเ่ ป็นบคุ คลลม้ ละลายหรือเคยเปน็ บคุ คลล้มละลายทจุ รติ
(๔) ไม่เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื คนเสมือนไร้ความสามารถ

หน้า 291

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๕๘ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๕) ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด
ท่ไี ดก้ ระทาโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ

(๖) ไม่เคยถกู ไลอ่ อก ปลดออก หรอื ใหอ้ อกจากราชการ หน่วยงานของรฐั รัฐวสิ าหกิจ หรอื
หน่วยงานของเอกชนเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทาการทุจริตและ
ประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ

(๗) ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถ่ิน กรรมการ
หรือผู้ดารงตาแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ท่ีปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่
พรรคการเมอื ง

มาตรา ๗๓ กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิตามมาตรา ๗๑ (๔) มีวาระการดารงตาแหนง่ คราวละ
สามปี

ในกรณีท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระหรือกรณีที่คณ ะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพ่ิมข้ึนในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งตั้งไว้ยังมีวาระอยู่ในตาแหน่ง
ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตาแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มข้ึนอยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระ
ทเ่ี หลอื อยูข่ องกรรมการผูท้ รงคณุ วุฒซิ ่งึ ได้แตง่ ตง้ั ไวแ้ ลว้

เมื่อครบกาหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตาแหน่งเพื่อดาเนินงานต่อไปจนกว่า
กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒซิ งึ่ ได้รบั แตง่ ตัง้ ใหม่เข้ารบั หนา้ ท่ี

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒซิ ่งึ พ้นจากตาแหนง่ ตามวาระอาจได้รับแตง่ ตง้ั อีกได้ แต่จะดารงตาแหน่ง
ติดตอ่ กันเกนิ สองวาระไมไ่ ด้

มาตรา ๗๔ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่ง
เม่ือ

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ
หยอ่ นความสามารถ
(๔) ขาดคณุ สมบัติหรอื มลี กั ษณะตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๗๒
มาตรา ๗๕ ใหค้ ณะกรรมการนโยบายการผงั เมืองแหง่ ชาติมหี น้าทแ่ี ละอานาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) กาหนดนโยบายและเป้าหมายเกย่ี วกับการผังเมอื งและการพฒั นาเมืองของประเทศ

หน้า 292

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๕๙ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

(๒) กาหนดมาตรการเพ่อื เสริมสรา้ งความร่วมมือของภาคประชาสังคมและประสานงานระหว่าง
หนว่ ยงานภาครฐั และภาคเอกชนเกีย่ วกบั การผงั เมือง

(๓) เสนอความเหน็ ตอ่ นายกรฐั มนตรีเกี่ยวกบั มาตรการดา้ นการเงนิ การคลัง และมาตรการอนื่
เพื่อส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุนการดาเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการผังเมืองและ
เพ่อื สรา้ งความเปน็ ธรรมจากการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ

(๔) เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการและกาหนดระเบียบปฏิบัติราชการ
ในกรณีท่ีปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐใดไม่ปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ
เกยี่ วกบั การผงั เมอื งอันอาจทาใหเ้ กิดความเสียหายอย่างรา้ ยแรง

(๕) ให้ความเหน็ ชอบผงั นโยบายระดบั ประเทศและผงั นโยบายระดับภาค
(๖) กากบั ดูแล เรง่ รัดให้มีการวางและจัดทา ติดตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการดาเนินการ
ใหเ้ ป็นไปตามผงั นโยบายระดบั ประเทศและผังนโยบายระดบั ภาค
(๗) ให้ความเห็นชอบรายงานประจาปีที่จัดทาโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองตามมาตรา ๑๐
และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาเห็นชอบก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเผยแพร่
ให้ประชาชนทราบเปน็ การทัว่ ไป
(๘) จัดทาธรรมนญู ว่าดว้ ยการผังเมอื งเพื่อใชเ้ ป็นหลกั การพ้ืนฐานที่ผูท้ ี่เก่ยี วขอ้ งกบั การผงั เมอื ง
พงึ ปฏบิ ตั เิ พื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบ
(๙) ปฏิบตั ิหนา้ ที่อ่ืนใดตามทบ่ี ัญญตั ิไว้ในพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๗๖ การประชมุ คณะกรรมการนโยบายการผังเมอื งแห่งชาติ ต้องมีกรรมการมาประชุม
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึง่ ของจานวนกรรมการทง้ั หมดจงึ จะเปน็ องค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้รองประธานกรรมการเปน็ ประธานในท่ีประชมุ ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไมม่ าประชุม
หรอื ไมอ่ าจปฏิบัตหิ น้าที่ได้ ให้ท่ีประชมุ เลอื กกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในทป่ี ระชุม
ในการประชมุ คณะกรรมการ ถ้ามกี ารพิจารณาเรอ่ื งทกี่ รรมการผใู้ ดมีสว่ นได้เสยี ในเรอื่ งดงั กลา่ ว
กรรมการผนู้ ัน้ ไม่มีสิทธิเข้าประชมุ พจิ ารณาเรื่องนน้ั
ใหค้ ณะกรรมการนโยบายการผงั เมืองแห่งชาตปิ ระชมุ อย่างนอ้ ยปีละสองครง้ั
มาตรา ๗๗ การวินิจฉยั ชข้ี าดของทปี่ ระชมุ ใหถ้ ือเสยี งข้างมาก กรรมการคนหนง่ึ ใหม้ เี สียงหนึ่ง
ในการลงคะแนน ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กนั ให้ประธานในที่ประชมุ ออกเสียงเพม่ิ ขึ้นอีกเสยี งหนึ่งเป็นเสยี งช้ขี าด

หน้า 293

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๖๐ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๗๘ ให้คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแหง่ ชาตมิ อี านาจแตง่ ต้ังคณะอนกุ รรมการ
เพอื่ พิจารณาหรือปฏิบตั ิการตามทคี่ ณะกรรมการนโยบายการผงั เมืองแห่งชาติมอบหมายได้

ใหน้ าความในมาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับกับการประชมุ ของคณะอนุกรรมการด้วย
โดยอนโุ ลม

มาตรา ๗๙ ใหค้ ณะกรรมการนโยบายการผงั เมอื งแหง่ ชาติมีอานาจเรียกใหบ้ ุคคลใดส่งเอกสาร
แผนงานโครงการหรือเอกสารอื่นใดที่เห็นว่ามีความจาเป็นหรือมีผลกระทบต่อนโยบายทางด้านการผังเมือง
ในการนอ้ี าจเรยี กบุคคลท่ีเกย่ี วข้องมาช้ีแจงดว้ ยก็ได้

หมวด ๖
คณะกรรมการผงั เมือง

มาตรา ๘๐ ใหม้ ีคณะกรรมการคณะหนง่ึ เรยี กวา่ “คณะกรรมการผังเมอื ง” ประกอบดว้ ย
(๑) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตาแหนง่ ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปลดั กระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงดิจทิ ัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการสานักงานสภาพัฒนา
การเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ และเลขาธิการสานกั งานทรพั ยากรนา้ แหง่ ชาติ
(๓) กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิซ่งึ คณะรฐั มนตรแี ต่งต้งั จากผูม้ ีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ด้านการผังเมือง สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
สงั คมศาสตร์ สิ่งแวดลอ้ ม ประวัตศิ าสตรห์ รือโบราณคดี และเกษตรกรรม จานวนดา้ นละหนงึ่ คน
(๔) กรรมการซ่ึงเป็นผู้แทนสภาวศิ วกร ผู้แทนสภาสถาปนิก ผแู้ ทนสภาหอการคา้ แห่งประเทศไทย
ผู้แทนสภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่
(๕) กรรมการซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้แทนสถาบันหรือบุคคลอื่นท่ีเกี่ยวข้องกับการผังเมือง
จานวนไมเ่ กินสีค่ นซ่ึงตอ้ งมาจากภาคประชาสังคมอยา่ งน้อยหนง่ึ คน
ใหอ้ ธิบดเี ป็นกรรมการและเลขานกุ าร
หลักเกณฑ์และวธิ กี ารไดม้ าซงึ่ กรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามระเบยี บที่อธบิ ดกี าหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการผงั เมืองแหง่ ชาติ

หน้า 294

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๖๑ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

ในกรณีทีป่ ระธานกรรมการเหน็ วา่ การพิจารณาตามหน้าทแ่ี ละอานาจของคณะกรรมการผงั เมอื ง
ตามที่กาหนดในมาตรา ๘๑ ในคร้ังใดเกี่ยวข้องกับเร่ืองใดท่ีอยู่ในหน้าท่ีหรือความรับผิดชอบของ
ปลัดกระทรวงอ่ืนท่ีไม่ได้เป็นกรรมการโดยตาแหน่งตาม (๒) แล้ว ให้ประธานกรรมการแจ้งให้
ปลดั กระทรวงทีม่ หี น้าที่หรือความรับผิดชอบในเรือ่ งน้ันเขา้ ร่วมเป็นกรรมการโดยตาแหน่งด้วย ในกรณีน้ี
ใหค้ ณะกรรมการผงั เมอื ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ และกรรมการทกุ คน

มาตรา ๘๑ ใหค้ ณะกรรมการผงั เมอื งมหี น้าทแ่ี ละอานาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ให้ความเห็นชอบผังนโยบายระดับจังหวัด หรือผังเมืองรวมท่ีกรมโยธาธิการและผังเมือง
เปน็ ผูว้ างและจดั ทา
(๒) ใหค้ วามเหน็ ชอบผังเมอื งรวมท่ีมพี ืน้ ทค่ี าบเกย่ี วตั้งแต่สองจงั หวดั ขึน้ ไป และผังเมอื งเฉพาะ
(๓) ให้ความเห็นหรือคาปรึกษาดา้ นวชิ าการที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองและการพัฒนาเมืองตอ่
คณะกรรมการนโยบายการผงั เมอื งแหง่ ชาตแิ ละคณะกรรมการผงั เมอื งจังหวดั
(๔) กากับดแู ล เรง่ รดั ให้มีการวางและจัดทา ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดาเนินการ
ให้เป็นไปตามผังนโยบายระดับจังหวดั
(๕) จัดทารายงานสรุปผลการวางและจัดทาผังเมอื งท่ีอยู่ในความรบั ผิดชอบของคณะกรรมการ
ผังเมอื ง
(๖) วินิจฉัยช้ีขาดปัญหาหน้าทแ่ี ละอานาจและความรับผิดชอบของหน่วยงานของรฐั ในการวาง
และจัดทาผงั เมอื งรวมและผงั เมอื งเฉพาะ
(๗) ปฏิบัติหนา้ ที่อ่ืนใดตามที่บัญญัตไิ ว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามท่ีคณะกรรมการนโยบาย
การผงั เมอื งแหง่ ชาตมิ อบหมาย
มาตรา ๘๒ ให้คณะกรรมการผังเมืองมีอานาจแต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือ
ปฏบิ ตั กิ ารตามทคี่ ณะกรรมการผังเมอื งมอบหมายได้
มาตรา ๘๓ ให้นาความในมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ และมาตรา ๗๔ มาใช้บังคับกับ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
กรรมการซึ่งเปน็ ผู้แทนสถาบัน และกรรมการซึง่ เปน็ บุคคลอื่นทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การผังเมืองในคณะกรรมการ
ผังเมอื งด้วยโดยอนโุ ลม
มาตรา ๘๔ ให้นาความในมาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับกับการประชุมของ
คณะกรรมการผังเมืองและคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการผงั เมอื งด้วยโดยอนุโลม

หนา้ 295

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๖๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมวด ๗
คณะกรรมการผงั เมืองจงั หวดั

มาตรา ๘๕ ใหม้ ีคณะกรรมการผังเมอื งจงั หวดั ประกอบดว้ ยบคุ คลดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ ผู้แทน
สานักงานอยั การสูงสุด ผู้แทนกระทรวงดจิ ิทัลเพื่อเศรษฐกจิ และสังคม ผู้แทนกรมท่ีดนิ ผู้แทนกรมธนารกั ษ์
ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ ผู้แทน
กองบังคับการตารวจจราจร ผู้แทนสานักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานอ่ืนท่ีเก่ียวข้องกับการผังเมืองจานวนไม่เกิน
สี่คน ผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมืองหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผังเมืองจานวนไม่เกินส่ีคน
และบุคคลอ่ืนที่เกี่ยวข้องกบั การผังเมอื งจานวนไม่เกนิ ส่ีคน ซึ่งคณะกรรมการผังเมืองแต่งต้งั เป็นกรรมการ
และให้ผ้อู านวยการสานักผงั เมืองกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
(๒) ในเขตจังหวดั อน่ื ให้ผูว้ า่ ราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ปลัดจงั หวัด เกษตรและ
สหกรณ์จังหวัด เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัด ท้องถ่ินจังหวัด
ทอ่ งเท่ียวและกฬี าจังหวดั ธนารกั ษพ์ ื้นที่ นายแพทย์สาธารณสขุ จังหวดั ปฏริ ปู ที่ดนิ จงั หวัด พลังงานจงั หวดั
อุตสาหกรรมจังหวัด ผู้อานวยการโครงการชลประทานในเขตพ้ืนที่ ผู้อานวยการสานักทางหลวงใน
เขตพื้นท่ี ผู้อานวยการสานักทางหลวงชนบทในเขตพ้ืนที่ ผู้อานวยการสานักงานสถิติจังหวัด ผู้แทน
กรมโยธาธิการและผังเมือง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้แทน
การประปาส่วนภูมิภาค ผู้แทนตารวจภูธรจังหวัด ผู้แทนสานักงานทรัพยากรน้าภาค ผู้แทนสานักงาน
ทรัพยากรน้าแห่งชาตภิ าค ผู้แทนหอการคา้ จังหวดั ผแู้ ทนสภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทยในเขตพ้ืนท่ี
ผู้แทนสภาเกษตรกรจงั หวดั และผ้ทู รงคุณวฒุ ิซึง่ คณะกรรมการผังเมืองแตง่ ตั้งจากผ้มู คี วามรู้ ความสามารถ
และความเชีย่ วชาญทางการผงั เมอื งหรอื สาขาวชิ าทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การผังเมอื งจานวนไม่เกนิ สบิ คน เปน็ กรรมการ
และให้โยธาธกิ ารและผงั เมืองจงั หวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ
ในกรณีทเี่ ป็นการวางและจัดทา แก้ไข หรืออนุมัติผงั เมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะ ในเขตพ้ืนที่
ทเี่ ก่ยี วกับความมน่ั คงทางทหาร ใหผ้ ้แู ทนกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย
ในกรณีทจี่ งั หวัดใดไมม่ ตี าแหน่งในหน่วยงานตามที่กาหนดใน (๒) ใหถ้ ือว่าคณะกรรมการผงั เมือง
จังหวดั ประกอบด้วยกรรมการเทา่ ท่มี อี ยู่

หน้า 296

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๖๓ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

ในจังหวัดใดท่ีไม่มีผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือผู้แทนการประปาส่วนภูมิภาคปฏิบัติหน้าท่ี
ในพ้ืนที่ดังกล่าว ให้ผู้แทนการไฟฟ้านครหลวงหรือผู้แทนการประปานครหลวงซึ่งมีหน้าท่ีรับผิดชอบใน
เขตพน้ื ที่ แลว้ แต่กรณี เป็นกรรมการแทน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการซึ่งเป็นบุคคลอื่นท่ีเกี่ยวข้องกับการผังเมืองตามวรรคหนึ่ง
จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ หรือกรรมการในคณะกรรมการผังเมอื ง
หรอื อนกุ รรมการในคณะกรรมการดงั กล่าวในขณะเดียวกนั มไิ ด้

มาตรา ๘๖ ใหค้ ณะกรรมการผังเมืองจังหวดั มีหนา้ ที่และอานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ใหค้ วามเหน็ ชอบผงั เมอื งรวมที่วางและจัดทาโดยองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
(๒) ให้ความเหน็ และข้อเสนอแนะตอ่ คณะกรรมการผังเมอื งในสว่ นที่เกยี่ วกับการวางและจดั ทา
ผังนโยบายระดับจังหวัด ผังเมืองรวมท่ีกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นผู้วางและจัดทาผังเมืองรวมท่ีมี
พ้ืนทค่ี าบเกี่ยวตงั้ แตส่ องจังหวดั ขนึ้ ไป และผงั เมืองเฉพาะ
(๓) ใหค้ าปรกึ ษาและความคิดเหน็ เกีย่ วกบั การวางและจดั ทาผังเมอื งรวมตอ่ กรมโยธาธกิ ารและ
ผังเมืองหรอื เจา้ พนักงานท้องถ่นิ
(๔) สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การดาเนินงานเกย่ี วกบั การผังเมอื งและการพฒั นาเมือง
(๕) กากบั ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผล ใหค้ าแนะนาหรอื ข้อเสนอแนะเกยี่ วกบั
การควบคมุ และการพัฒนาใหเ้ ปน็ ไปตามผงั เมอื ง
(๖) จัดทารายงานสรุปผลการวางและจัดทาผังเมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
ผังเมืองจงั หวัด
(๗) พจิ ารณาวินจิ ฉัยอุทธรณท์ ่ียนื่ ตอ่ คณะกรรมการผงั เมืองจังหวัด
(๘) ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีอ่นื ใดตามทีบ่ ัญญัตไิ ว้ในพระราชบญั ญัตินี้
มาตรา ๘๗ ให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวดั มีอานาจแต่งต้ังคณะอนกุ รรมการเพ่ือพิจารณา
หรือปฏบิ ัติการตามทีค่ ณะกรรมการผังเมอื งจังหวดั มอบหมายได้
มาตรา ๘๘ ให้นาความในมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ และมาตรา ๗๔ มาใชบ้ ังคบั กับคุณสมบัติ
และลกั ษณะตอ้ งห้าม การดารงตาแหนง่ และการพ้นจากตาแหนง่ ของกรรมการผูท้ รงคณุ วุฒแิ ละกรรมการ
ที่เป็นบุคคลอ่ืนที่เกย่ี วข้องกับการผงั เมืองในคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดด้วยโดยอนโุ ลม เว้นแต่อานาจ
ของคณะรฐั มนตรีตามกรณีมาตรา ๗๔ (๓) ให้เปน็ อานาจของคณะกรรมการผังเมอื ง
มาตรา ๘๙ ให้นาความในมาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับกับการประชุมของ
คณะกรรมการผงั เมืองจงั หวัดและคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการผงั เมอื งจงั หวดั ดว้ ยโดยอนโุ ลม

หน้า 297

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๖๔ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

หมวด ๘
อุทธรณ์

มาตรา ๙๐ ผมู้ ีสิทธิอุทธรณอ์ าจอุทธรณภ์ ายในสามสิบวนั นับแต่วันได้รบั คาส่งั หรอื หนงั สือแจ้ง
ในกรณีดงั ต่อไปน้ี

(๑) การกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา ๓๗
วรรคสอง

(๒) การกาหนดคา่ ทดแทนตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม
(๓) การปฏเิ สธหรือส่งั การเก่ียวกบั โครงการท่ีจะมีการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ หรอื ทจี่ ะกอ่ สรา้ งอาคาร
ตามมาตรา ๔๔
(๔) การส่งั ให้ดัดแปลง ร้ือถอน หรอื เคลือ่ นย้ายอาคารตามมาตรา ๕๗
(๕) การกาหนดจานวนเงนิ คา่ ตอบแทนตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๖ ซ่ึงคณะกรรมการ
บรหิ ารการผงั เมอื งส่วนทอ้ งถ่ินมีอานาจกาหนด และมาตรา ๖๗
(๖) การคดิ ค่าใชจ้ า่ ยในการร้อื ถอนหรอื เคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๖๐
(๗) การคิดคา่ ใช้จ่ายในการดดั แปลงอาคารตามมาตรา ๖๑
(๘) การจัดทาระบบสาธารณูปโภคและการกาหนดจานวนเงินค่าตอบแทนในการใช้ท่ีดิน
ตามมาตรา ๖๙
(๙) การสั่งใหร้ ะงบั การกระทาท่ีฝา่ ฝนื หรอื การสง่ั ใหแ้ กไ้ ขปรบั ปรุง หรือการสัง่ ใหป้ ฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ ง
ตามหลกั เกณฑก์ ารใชป้ ระโยชน์ในทรัพย์สนิ ตามมาตรา ๙๗
การอุทธรณ์ตาม (๑) และ (๒) ให้ย่ืนต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ การอุทธรณ์ตาม (๓) (๔)
(๕) (๗) (๘) และ (๙) ให้ย่ืนต่อคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด และการอุทธรณ์ตาม (๖) ให้ย่ืนต่อ
คณะกรรมการบริหารการผังเมืองสว่ นทอ้ งถนิ่
มาตรา ๙๑ ให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์ ประกอบด้วย รัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
อัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ด้านการผังเมือง นิติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และเศรษฐศาสตร์ จานวน
ด้านละหนึ่งคนและผทู้ รงคุณวฒุ ิจากสถาบนั การศกึ ษาของรัฐจานวนหนง่ึ คน เป็นกรรมการ
ให้อธบิ ดเี ปน็ กรรมการและเลขานุการ

หน้า 298

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๖๕ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

กรรมการผูท้ รงคุณวุฒติ ามวรรคหน่งึ จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ
คณะกรรมการผังเมือง หรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด หรือเป็นอนุกรรมการในคณะกรรมการดังกลา่ ว
ในขณะเดยี วกันมไิ ด้

มาตรา ๙๒ ให้คณะกรรมการอุทธรณ์มีอานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือกระทาการทอี่ ยู่
ในอานาจของคณะกรรมการ หรือให้ช่วยเหลอื ในการดาเนินการอย่างหน่ึงอยา่ งใดตามท่ไี ด้รบั มอบหมายได้

ให้นาความในมาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มาใช้บังคบั กับการประชุมของคณะกรรมการอทุ ธรณ์
และคณะอนกุ รรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๙๓ ใหน้ าความในมาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๔ มาใชบ้ งั คับกบั คณุ สมบตั แิ ละลักษณะ
ตอ้ งหา้ ม และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิในคณะกรรมการอทุ ธรณ์ดว้ ยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๙๔ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิตามมาตรา ๙๑ มวี าระการดารงตาแหน่งคราวละสามปี
ในกรณีท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระหรือในกรณีท่ีคณะรัฐมนตรี
แต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งต้ังไว้แล้วยังมีวาระอยู่ใน
ตาแหนง่ ใหผ้ ไู้ ด้รับแต่งตั้งแทนตาแหน่งทว่ี า่ งหรือเป็นกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิเพ่ิมขึน้ อยู่ในตาแหน่งเท่ากับ
วาระทเี่ หลอื อยูข่ องกรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิซึ่งได้แตง่ ตง้ั ไวแ้ ลว้
เมื่อครบกาหนดตามวาระในวรรคหน่ึง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตาแหน่งเพื่อดาเนินงาน ต่อไปจนกว่า
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงไดร้ ับแตง่ ตัง้ ใหม่เข้ารบั หน้าท่ี
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒซิ ่งึ พ้นจากตาแหนง่ ตามวาระอาจได้รับแตง่ ตั้งอีกได้ แต่จะดารงตาแหน่ง
ติดตอ่ กันเกินสองวาระไม่ได้
มาตรา ๙๕ ให้คณะกรรมการอุทธรณ์ คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด หรือคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น มีคาวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์ แล้วแจ้ง
คาวนิ ิจฉยั พรอ้ มด้วยเหตุผลเปน็ หนังสอื ไปยงั ผอู้ ทุ ธรณแ์ ละเจา้ พนักงานการผัง เจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ หรือ
เจ้าหนา้ ทีด่ าเนินการ แล้วแต่กรณี
หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคาอุทธรณ์ให้เป็นไป
ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๙๖ ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์ เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ีดินหรืออาคาร
ผู้มีสิทธิครอบครองเหนือที่ดินของผู้อื่น เจ้าพนักงานการผัง คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
เจ้าพนักงานทอ้ งถ่นิ หรอื เจ้าหนา้ ทีด่ าเนินการ แลว้ แต่กรณี ยุตกิ ารดาเนินการหรอื ห้ามกระทาการใด ๆ


Click to View FlipBook Version