The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prasertphong, 2022-02-13 09:01:14

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

E-Book รวมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

หนา้ 49
- ๒๓ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วัสดุก่อสร้างท่ีถูกรื้อถอนและสิ่งของที่ขนออกจากอาคารส่วนท่ีมีการรื้อถอน ให้เจ้า

สํานักพงานนักคงณานะกทร้อรมงถกา่ินรมกีอฤษํานฎีกาจา ยึดและเก็บสรัํกานษักางไาวน้ คหณระือกขรารยมแกาลระกถฤือษเฎงกีินาไว้แทนได้ ทส้ังํานน้ี ักตงาามนคหณลัะกกเกรรณมฑกา์ รกฤษฎีกา

วิธีการ และเงื่อนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง และถ้าเจ้าของมิได้เรียกเอาทรัพย์สินหรือเงินนั้นคืน

ภายในสามสิบวันสนําับนักแงตา่วนันคทณี่มะกีกรารรมรก้ือาถรอกนฤษใฎหีก้ทารัพย์สินหรือเสงําินนนกั ้ันงาตนกคเณปะ็นกขรอรมงรกาาชรกกฤาษรฎส่ีกวนา ท้องถิ่นน้ัน

เพื่อนํามาเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยในการรอื้ ถอนอาคารตามพระราชบญั ญตั ินี้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พนักงานท้องถิ่นสมมําีอานําตกั นรงาาานจ๔คสณ๔่ังใะ๖หก๕้เรจรใ้ามนขกกอารรงณกหฤีทรษือี่มฎผีกีกู้คาารรอฝ่บาฝคืนรมอางอตารสคาําาน๓รกั ๒รงะานวงรคับรณกคะาสกรารใรชมม้อหกาารครือากมรฤสาษต่วฎนรีกาทา ่ีย๓ัง๓ไมใ่ไหด้เ้รจับ้า
สาํ นักใงบารนับครณอะงกรใบรมอกนาุญรกาฤตษหฎกีรือา ทีไ่ มไ่ ดแ้ จ้งไวส้ตํานามกั งมาานตครณาะ๓กร๙รมทกวาิ รจกนฤกษวฎ่ากี จาะได้รับใบรับรสอาํ งนักใบงาอนนคุญณาะกตรหรมรกือารกฤษฎีกา

ไดแ้ จง้ ตามมาตรา ๓๙ ทวิ แล้ว

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๔๕๖๖ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๓๔ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอํานาจส่ัง

สํานกั ใงหา้เนจค้าณขะอกงรหรรมือกผารู้คกรฤอษบฎคีกราองอาคาร ผู้คสรํานอกับงคานรอคณงพะ้ืกนรทรี่หมรกือารสกิ่งฤทษี่สฎรีก้าางขึ้นดังกล่าวสหาํ นรืัอกงผาู้ทนี่กคณระะทกรํารกมากรารกฤษฎีกา

ฝ่าฝืนมาตรา ๓๔ ระงบั การกระทาํ นัน้ และสั่งให้บุคคลดังกลา่ วดําเนนิ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงพ้ืนท่ีหรือ
สิ่งท่ีสร้างข้ึนให้กสลาํ ับนคักืงนาสนู่สคภณาะพกรเดรมิมกไาดร้ภกาฤยษใฎนีกราะยะเวลาท่ีกสําําหนนกั ดงาแนคลณะใะหก้นรรํามมกาาตรกราฤษ๔ฎ๓ีกามาใช้บังคับ

โดยอนโุ ลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตกั รงาาน๔ค๖ณะกในรรกมรกณารีทกี่อฤาษคฎาีกราซึ่งก่อสร้าง ดสัดําแนปกั ลงางนหครณือะเกครลรื่อมกนายร้ากยฤโษดฎยกี ไดา ้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือได้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
สํานักมงีสานภคาณพะหกรรือรมมีกกาารรกใชฤษ้ทฎ่ีอกีาจาเปน็ ภยันตราสยําตนัก่องสาุขนภคาณพะกชรีวริตมกรา่ารงกกฤาษยฎีกหารือทรัพย์สิน หสราํ นือักองาาจนไคมณ่ปะลกอรดรมภกัยารกฤษฎกี า
จากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรําคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เจ้า
พนักงานท้องถ่ินสมาํ ีนอกัํางนาานจคสณั่งะใกหร้ดรมํากเนารินกกฤษารฎแีกกา้ไขตามหลักสเกํานณักฑงา์นวคิธณีกะากรรรแมลกะารเงก่ือฤนษฎไขกี ทา ี่กําหนดใน
กฎกระทรวง
สํานักงานคณะกรรมการกในฤษกฎรณีกาีที่ไม่มีการปฏสิบํานัตักิตงาานมคคณําสะกั่งรขรอมงกเาจร้ากพฤนษฎักีกงาา นท้องถิ่นตามสาํ วนรักรงคาหนคนณ่ึง ะแกลรระมถก้าารกฤษฎีกา
อาคารน้ันอาจเป็นภยันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงาน
ทอ้ งถ่นิ มอี ํานาจสสัง่ าํ ในหัก้รงอ้ื าถนอคนณอะกาครรามรกนา้ันรไกดฤ้โษดฎยีกใหา ้นํามาตรา ๔ส๒ํานมักางใาชน้บคงัณคะบั กโรดรยมอกนารโุ กลฤมษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๔๖ ทว๖ิ ๗ ในสกํานรณกั งทีานอี่ คุปณกะรกณร์ปรมรกะากรอกบฤตษา่ฎงกี าๆ เก่ยี วกบั ระบสําบนไักฟงฟาน้าแคลณะะกกรารรมจกัดารกฤษฎกี า
แสงสว่าง ระบบสกาํานรกั เตงาือนนคณกะากรรปร้มอกงการันกแฤลษะฎกกี าารระงับอัคคีภสําัยนกักงาารนปค้อณงะกกันรรอมันกตารรกาฤยษเมฎ่ืีกอามีเหตุชุลมุน
วุ่นวาย ระบบระบายอากาศ ระบบระบายนํ้า ระบบบําบัดนํ้าเสีย ระบบเครื่องกล หรือระบบอื่น ๆ

สาํ นักขงอานงอคาณคะากรรตรมามกมารากตฤรษาฎ๓ีก๒า ทวิ มสี ภาพสหํารนอืกั มงากี นาครณใชะท้กรอ่ี รามจกเปารน็ กภฤยษนัฎตกี ารายต่อสขุ ภาพสําชนีวักิตงารน่าคงณกะากยรหรมรกือารกฤษฎกี า
ทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรําคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการ
รักษาคณุ ภาพสิ่งแสวาํ นดกัลง้อามนคใณหเ้ะจก้ารพรมนกกั างรากนฤทษอ้ฎงีกถา่นิ มอี าํ นาจ ดสังนํานี้ กั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ส๖าํ๕นมักางตารนาค๔ณ๔ะกแรกร้ไมขกเพาิม่รกเตฤมิ ษโดฎยีกพาระราชบญั ญัติคสวํานบคกั มุงาอนาคคณาระ(กฉรบรับมทก่ีา๒ร)กพฤ.ษศฎ. กี๒า๕๓๕
๖๖ มาตรา ๔๕ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตคิ วบคมุ อาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สํานักงานคณะกรรมการก๖๗ฤษมาฎตกี ราา ๔๖ ทวิ เพ่มิ โสดํายนพกั รงะารนาคชณบญั ะกญรตั ริคมวกบาครมุกอฤาษคฎากีรา(ฉบับท่ี ๓) พ.ศส. ํา๒น๕ัก๔ง๓านคณะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 50
- ๒๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) มีคําส่ังห้ามมิให้เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารใช้ หรือยินยอมให้บุคคลใด

สาํ นกั ใงชาอ้นุปคกณระณกร์ปรรมะกการอกบฤตษา่ ฎงกี ๆา และจดั ใหม้ สีเคํานรื่อักงงาหนมคาณยะแกสรดรงมกกาารรกหฤ้าษมฎนีกั้นาไว้ท่ีอุปกรณ์หสราํ ือนบักรงาิเวนณคณทะ่ีเปกริดรเมผกยารกฤษฎกี า

และเห็นได้ง่ายที่อยู่ใกล้กบั อปุ กรณน์ ้ัน

ส(ํา๒น)กั มงาีคนําคสณั่งใะหกร้เจรม้าขกาอรงกอฤาษคฎาีกราดําเนินการแกสํ้าไนขกัองุปากนรคณณะ์ปกรระรกมอกบารตก่าฤงษฎๆกี นา ้ัน ให้อยู่ใน

สภาพที่ปลอดภัยหรือสามารถใช้งานได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
สาํ นกั ใงนากนรคณณะีมกเี หรรตมุอกนั ารสกมฤคษวฎรีกเจา้าพนักงานท้อสงําถนน่ิักงจาะนขคยณาะยกรระรยมะกเาวรลกาฤดษงั ฎกกี ลาา่ วออกไปอีกกสไ็ ําดน้ ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อุปกรณ์ดังกล่าวมสใีผํานนลกกั ทรงําณาในีหทค้ี่อไณมาะ่มคกีการรารนมรปกั้นาฏมริบีสกฤภัตษิตาฎพาีกมหาครํืาอสกั่งาขรอใชง้ทเจ่ีอ้าาสพจํานนเปักกั ็นงงาาภนนยคทันณ้อตะงกรถาริ่นรยมตอกายาม่ารงวกรรฤ้ารษยคฎแหีกรนางึ่งต่อแสลุขะภหาาพก

สํานกั ชงีวานิตครณ่าะงกกรารยมหการรือกทฤรษัพฎยีก์สาิน ให้เจ้าพนักสงําานนักทงา้อนงคถณิ่นะสกั่งรหร้ามมกใาชรก้อฤาษคาฎรกี นาั้นทั้งหมดหรือสบํานางักสงา่วนนคไวณ้กะ่อกนรรกม็ไกดา้ รกฤษฎีกา
และต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงการห้ามนั้นไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ บริเวณอาคาร หรือ

บรเิ วณดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๔๗๖๘ การสส่ังํานหักรงือากนาครณแะจก้งรขรมอกงาเจรก้าฤพษนฎักีกงาานท้องถ่ินตาสมําพนักรงะารนาคชณบะัญกรญรัมตกินาี้ รกฤษฎกี า

นอกจากกรณีตามมาตรา ๔๐ (๒) และมาตรา ๔๗ ทวิ ให้ทําเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ตอบรับให้ผู้ขอรับสใาํ บนกัองนาุญนคาณตะผกู้ไรดรม้รักบาใรบกอฤนษุญฎกี าาต ผู้แจ้งตามมสาํานตักรงาาน๓ค๙ณทะกวริ รเจม้ากขารอกงฤหษรฎือีกผาู้ครอบครอง

อาคาร ผู้ดําเนินการ หรือผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณี ณ ภูมิลําเนาของผู้น้ัน หรือจะทําเป็นบันทึกและ
สาํ นกั ใงหา้บนคคุ ณคละกดรงั รกมลก่าาวรลกงฤลษาฎยกี มาือชอื่ รับทราบสกําไ็นดกั ้ งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สใาํนนกักรงาณนีทค่ีณเจะ้ากพรรนมักกงาารนกฤทษ้อฎงกี ถา่ินไม่อาจดําเนสําินนกักางารนตคาณมะวกรรรรคมหกนารึ่งกไฤดษ้ ฎใหกี ้าปิดประกาศ
สําเนาคําสั่งหรือหนังสือแจ้ง แล้วแต่กรณี ไว้ในท่ีเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารหรือบริเวณท่ีตั้ง

สาํ นกั องาานคคารณทะ่ีทกรํารกมากรากร่อกฤสษร้าฎงีกาดัดแปลง ร้ือถสอํานนักงเคานลค่ือณนะยก้ารยรมใกชา้หรรกือฤเษปฎลกี ี่ยานการใช้นั้น แสลาํ นะักใงหา้ถนือควณ่าะผกู้ขรอรมรกับารกฤษฎกี า
ใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ดําเนินการ

หรือผู้ควบคุมงานสไําดน้ทักรงาานบคคณําะสกั่งรหรรมือกหารนกังฤสษือฎแกี จา้งน้ันแล้ว เมื่อสพําน้นกั กงําานหคนณดะเจก็ดรรวมันกนาัรบกแฤตษ่วฎันีกทาี่ได้มีการปิด

ประกาศดังกล่าว

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๔๗ ทวิ๖๙ การแจ้งคําสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นท่ีส่ังให้ระงับการกระทําท่ี
เป็นการฝา่ ฝืนบทสบําญันกัญงัตานแิ คหณง่ พะกรระรรมากชาบรญักฤญษตัฎนิกี ี้หา รอื ให้รอ้ื ถอนสอํานาคกั างารนใคหณ้ทะํากเรปร็นมหกานรังกสฤือษสฎ่งีกทาางไปรษณีย์

ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ซ่ึงจะต้องรับคําส่ังดังกล่าว ณ ภูมิลําเนาของผู้น้ัน และให้ปิดประกาศคําสั่ง
สาํ นกั ดงังากนลคณ่าวะไกวร้ใรนมทกี่เาปรกิดฤเผษยฎแีกลาะเห็นได้ง่ายสณํานอกั งาาคนาครณหะรกือรบรรมิเกวาณรกทฤี่มษีกฎากี รากระทําดังกล่าสวํานแักลงาะนใหคณ้ถือะกวร่ารผมู้ซกึ่งารกฤษฎีกา

จะต้องรับคําสงั่ ไดสท้ ํานราักบงาคนาํ คสณงั่ นะกน้ั รแรลมว้กเามรก่ือฤพษน้ ฎกกี ําาหนดสามวนั นสบั ํานแกัตง่วานั นทคไี่ณดะ้มกีกรารรมปกิดารปกรฤะษกฎากี ศาดังกล่าว

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๔๘ ในการปสฏํานิบกััตงิหานนค้าทณี่ตะการมรพมรกะารรากชฤบษฎัญีกญาัติน้ี เจ้าพนักงสาาํ นนักทง้อางนถคิ่นณมะีอกรํารนมากจารกฤษฎีกา

เข้าไปในอาคารหรือบริเวณท่ีตั้งอาคารที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

พระราชบัญญัตินสี้ ําในนักเวงลานาครณะหะกวร่ารงมพกราะรอกาฤทษิตฎยกี ์ขา ้ึนถึงพระอาทสํิาตนยกั ์ตงกานหครณือใะนกเรวรลมากทารํากกฤาษรฎขีกอางสถานที่นั้น

และเพื่อการนี้ให้มีอํานาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือสั่งให้แสดงเอกสารหรือหลักฐานอ่ืนที่เก่ียวข้องจาก

สํานกั บงคุานคคลณทะอ่ี กยรู่หรมรอืกาทราํกงฤาษนฎในกี าสถานทีน่ นั้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๖๘ มาตรา ๔๗ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๖๙ฤษมาฎตกี ราา ๔๗ ทวิ เพ่มิ โสดํายนพกั รงะารนาคชณบัญะกญรตั ริคมวกบาครุมกอฤาษคฎากีรา(ฉบับที่ ๒) พ.ศส. าํ๒น๕ัก๓ง๕านคณะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 51
- ๒๕ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๔๙๗๐ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอํานาจแต่งต้ังข้าราชการหรือพนักงานส่วน

สํานกั ทงอ้านงคถณิ่นซะกึ่งมรรคี มวกาามรรกู้หฤษรอืฎคีกณุา วุฒติ ามทก่ี าํ สหํานนักดงใานนกคฎณกะรกะรทรมรวกงาใรหกฤเ้ ปษน็ ฎนีกาายตรวจหรือนสาาํยนชักา่ งงาไนดค้ ณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีที่มีความจําเป็นหรือได้รับการร้องขอจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อธิบดี
กรมโยธาธิการแสลําะนผักังงเามนือคงณ๗ะ๑ก*รมรมีอกํานารากจฤแษตฎ่งีกตา้ังวิศวกรหรือสสําถนากั ปงนานิกคเปณ็นะกนรารยมชก่าางรไกดฤ้ตษาฎมีกหาลักเกณฑ์ที่

กําหนดในกฎกระทรวง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โดยฝ่าฝืนบทบัญสมาํ าญนตกััตรงิแาานห๔ค่ง๙ณพะทรกวะร๗ิรร๒มากชใานบรกกัญฤรษญณฎัตีทกี ิน่ีมา้ีีกการฎกก่อรสะรท้างรสวดํานงัดักแหงปารลนืองคขณร้อื้อะบกถรัอญรนมญกหัตารริทกือ้อฤเคษงลฎถ่ือิ่กีนนาทย่ีอ้ายออกาตคาามร

สาํ นกั พงรานะคราณชะบกรัญรญมกัตาินรก้ี แฤลษะฎเีกจา้าพนักงานท้อสงําถน่ินกั ไงดาน้ดคําเณนะินกกรรามรกตาารมกมฤาษตฎรกี าา ๔๐ มาตรา ๔สํา๑นักหงราืนอคมณาตะรการร๔มก๒ารกฤษฎกี า
แล้วแต่กรณี แต่มิได้มีการปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานท้องถ่ิน และมีเหตุอันควรสงสัยว่า

ผู้รับผิดชอบงานอสอาํ กนแกั งบาบนแคลณะะคกํรารนมวกณารอกาฤคษาฎรีกหารือผู้รับผิดชอสบํานงกัานงาอนอคกณแะบกบรรอมากคาารรกฤหษรฎือกี ผาู้ควบคุมงาน

อาจเป็นผกู้ ระทําหรือมสี ว่ นรว่ มในการกระทําดังกล่าว ให้เจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ แจ้งให้บุคคลเช่นว่าน้ันทราบ

สํานักแงลานะคใหณ้มะีหกรนรังมสกือาแรกสฤดษงหฎกีลากั ฐานภายในสสาํามนสกั ิบงาวนันคนณับะแกตรรว่ มนั กทาไ่ีรดกร้ฤบัษแฎจีกง้า เพื่อพสิ จู นว์ ่าสเําปน็นักกงาานรคกณระะทกราํ รขมอกงารกฤษฎีกา

ผู้อ่ืน หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทําของผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินดําเนินการแจ้งช่ือ
และการกระทาํ ขอสาํงนบกั คุ งคานลคเชณ่นะวก่ารนรมั้นกใหาร้คกณฤษะฎกีกรรามการควบคุมสอํานากัคงาารนทครณาะบกรแรลมะกใาหร้แกจฤ้ษงสฎภกี าาวิศวกรและ

สภาสถาปนกิ ทราบเพอ่ื พิจารณาดําเนินการตามกฎหมายว่าดว้ ยวิศวกรและกฎหมายวา่ ดว้ ยสถาปนิก
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมวด ๕ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การอุทธรณ์

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๕ค๐ณ๗ะ๓กรใรหมม้กาีครณกฤะษกฎรรีกมาการพิจารณาสอํานุทกัธงราณนค์ ณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) ในเขตกรุงเทพมหานครหรือในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วย

สํานกั ปงลานัดคกณระะกทรรรวมงกมาหรกาฤดษไทฎกียาเป็นประธานสกํารนรกั มงกานาครณอะธกิบรรดมีกกรามรโกยฤธษาฎธกี ิกาารและผังเมือสงาํ*นผักู้แงาทนนคสณําะนกักรรงมากนารกฤษฎีกา

อัยการสูงสุด ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบ
วิชาชีพวิศวกรรมสแาํ นลักะงผาู้แนทคนณคะกณระรมกกรารรมกกฤาษรฎคีกวาบคุมการประสกําอนบักวงาิชนาคชณีพะสกถรารปมัตกายรกกรฤรษมฎีกเปา็นกรรมการ

และกรรมการอืน่ อีกไมเ่ กินหกคนซึ่งรฐั มนตรแี ต่งตง้ั จากผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ในจาํ นวนนี้ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจาก
สาํ นักภงาานคคเอณกะชกนรรไมมก่นา้อรกยฤกษวฎ่าสกี าองคน และใหส้หําันวหักงนา้านสคําณนะักกงรารนมกคาณรกะฤกษรฎรมกี าการควบคุมอาสคํานาักรงเาปน็นคณกระรกมรรกมากรารกฤษฎกี า

และเลขานุการ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง (๑) ต้องไม่เป็นผู้ซ่ึงปฏิบัติหน้าท่ีราชการ

สาํ นักขงอานงกครณงุ ะเทกพรรมมหกาานรกคฤรหษฎรอืกี อางค์การบรหิ ารสสําน่วนักงจาังนหควณดั ะหกรรอืรมสกมาารชกิกฤสษภฎากี การุงเทพมหานคสราํหนรักอื งสาภนาคจณงั ะหกวรัดรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๗๐ มาตรา ๔๙ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัติควบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๗๑ฤษมาฎตีกราา ๔๗ แห่งพระสรําานชกักงฤาษนฎคีกณาะแกกร้ไขรมบกทาบรัญกญฤษัตฎิใหกี ้สาอดคล้องกับกาสรโาํ อนนักองําานนาคจณหะนก้ารทรี่ขมอกงารกฤษฎกี า

ส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แก้ไขคําใน
พระราชบญั ญัติควบสคาํมุ นอกัาคงาานรคพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๒กาจรากกฤคษาํ ฎว่าีกา“อธิบดกี รมโยธาสธําิกนาักรง”าเนปค็นณ“ะอกธริบรดมกี กรามรโกยฤธาษธฎกิ ีการาและผงั เมือง”

๗๒ มาตรา ๔๙ ทวิ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
สํานักงานคณะกรรมการก๗๓ฤษมาฎตกี ราา ๕๐ แกไ้ ขเพิม่ สเําตนมิ ักโดงายนพครณะระากชรบรัญมญกาตั ริคกวฤบษคฎมุ ีกอาาคาร (ฉบบั ท่ี ๒ส) าํ พน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎีกา

หน้า 52
- ๒๖ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๒)๗๔ ในเขตเทศบาล เขตเมืองพัทยา หรือเขตราชการส่วนท้องถ่ินอ่ืน ประกอบด้วย

สํานักผงู้วาน่าคราณชะกกรารรมจกังาหรกวฤัดษเฎปีก็นาประธานกรสรํามนกักางรานอคัยณกะากรรรจมังกหาวรัดกฤซษึ่งฎเปีก็นา หัวหน้าที่ทําสกาํ นารักองาัยนกคาณระจกังรหรมวกัดารกฤษฎกี า

และบุคคลอื่นอีกไม่เกินหกคนซ่ึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แต่งต้ัง ในจํานวนน้ีให้แต่งต้ังจาก

ภาคเอกชนไม่น้อสยํากนวกั ่างสานอคงคณนะเกปร็นรมกกรารรมกกฤาษรฎีกแาละให้โยธาธิกสาํารนแกั ลงะาผนังคเณมะือกงรจรังมหกวาัดรก*ฤเปษ็นฎกีกรารมการและ

เลขานกุ าร
สํานกั งานคณะกรรมการกใหฤ้นษฎํามีกาาตรา ๑๕ มาตสรํานาัก๑งา๖นคแณละะกมรารตมรกาาร๑ก๗ฤษมฎากีใชา้บังคบั แก่คณสะํากนรักรงมากนาครณพะจิการรรณมกาารกฤษฎกี า

อุทธรณโ์ ดยอนุโลสมํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๕๑ ให้คณะกสํารนรักมงกาานรคพณิจะากรรณรมากอาทุ รธกรฤณษฎม์ กีอี าาํ นาจหนา้ ท่ี ดสังาํ ตน่อักไงปานนค้ี ณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) พจิ ารณาวินิจฉยั อทุ ธรณ์คาํ ส่ังของเจา้ พนักงานทอ้ งถ่นิ ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

ส(๒ําน)ักมงีหานนคงั ณสะอื กเรรียรมกกบาคุ รคกฤลษทฎี่เกกี ยี่าวข้องมาให้ถส้อํายนคกั ํางาหนรคือณสะ่ังกใรหร้บมุคกคารลกดฤังษกฎลกี ่าาวส่งเอกสาร

หรือหลกั ฐานอน่ื ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพอื่ ประกอบการพจิ ารณาวินจิ ฉยั อุทธรณ์

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษสฎอีกบา ถามข้อเท็จจสรําิงนหักรงือานกครณะทะกํากรรามรกใดารๆกฤเษทฎ่าีกทา่ีจําเป็น เพื่อปรสะํานกักองบากนาครณพะิจการรรณมกาารกฤษฎกี า

วนิ ิจฉัยอุทธรณ์ สใํานนกกั างรานปคฏณิบะัตกิหรรนม้ากทารี่ตกาฤมษฎ(๓ีกา) กรรมการพสิจําานรักณงาานอคุทณธะกรรณร์มหกราือรผกู้ซฤษึ่งคฎณีกาะกรรมการ

พจิ ารณาอทุ ธรณม์ อบหมายจะเข้าไปในอาคารหรือบริเวณท่ีตั้งอาคาร อันเป็นมูลกรณีแห่งการอุทธรณ์
สาํ นักใงนาเนวคลณาระะกหรรวม่ากงาพรรกะฤอษาฎทีกติ าย์ข้ึนถงึ พระอสาําทนติักยงา์ตนกคกณไ็ ดะก้ รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๕คณ๑ะทกรวริ๗ม๕กาครณกฤะษกฎรกี รามการพิจารณสาําอนุทักธงารนณค์จณะะแกตรร่งมตกั้งาครณกฤะษอฎนกี ุการรมการขึ้น

สํานกั คงณานะคหณนะึ่งกหรรรมือกหาลรากยฤคษณฎกีะาเพอ่ื พิจารณาสหํานรือกั งปาฏนิบคณัตกิะการรรอมยกา่ างรหกนฤึง่ษอฎยกี ่าางใดตามทมี่ อบสหํานมักางยากนไ็คดณ้ ะกรรมการกฤษฎีกา

ให้นํามาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๕๑ มาใช้บังคับแก่การปฏิบัติ

หน้าทข่ี องคณะอนสาํกุ นรกั รงมากนาครณโดะกยรอรนมุโกลามรกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๕๒๗๖ ผู้ขอสรําับนกัใบงาอนนคุญณะากตรรผมู้ไกดา้รรกับฤใษบฎอกี นาุญาต ผู้แจ้งตสาํามนักมงาาตนรคาณะ๓ก๙รรมทกวาิ รกฤษฎีกา

และผู้ได้รับคําสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิอุทธรณ์คําส่ังดังกล่าวต่อ
คณะกรรมการพิจสาาํ รนณกั งาาอนุทคธณระณกไ์รดรม้ภกาายรใกนฤสษาฎมกี สาบิ วนั นบั แต่วนั สทํานรักาบงาคนําคสณง่ั ะกรรมการกฤษฎกี า

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้ทําเป็นหนังสือและย่ืนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออก
สาํ นักคงําานสคั่งดณังะกกลรร่ามวกแาลรกะฤใหษฎ้เจีก้าาพนักงานท้องสถําิ่นนกัจงัดาสน่งคอณุทะธกรรณรม์แกลาะรกเอฤกษสฎากี ราหลักฐานท่ีเกสี่ยําวนขัก้องงาทนค้ังหณมะกดรไรปมยกังารกฤษฎีกา

คณะกรรมการพจิ สาาํ รนณกั งาาอนุทคธณระณก์ภรรามยกใานรสกบิฤวษันฎนกี าับแตว่ นั ทไี่ ด้รับสํอานทุ ักธงราณนค์ ณะกรรมการกฤษฎกี า
ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคําวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงภายในหกสิบ

สาํ นกั วงันานนคับณแะตก่วรันรมทกี่ไาดร้รกับฤอษุทฎกีธราณ์ แล้วแจ้งคสําํานวินักงิจาฉนัยคพณระ้อกรมรดม้วกยาเรหกฤตษุผฎลกีเปา็นหนังสือไปยสังาํ นผักู้องุทาธนรคณณ์แะกลระรเมจก้าารกฤษฎกี า

พนกั งานทอ้ งถน่ิ

สถํา้านผกั ู้องาุทนธครณณะ์ไกมร่เรหม็นกาดร้วกยฤกษับฎคีกาําวินิจฉัยอุทธสรําณน์กั ใงหาน้เสคนณอะคกดรรีตม่อกศารากลฤภษาฎยีกใานสามสิบวัน

นบั แตว่ ันทไี่ ด้รบั แจง้ คําวนิ ิจฉยั อทุ ธรณ์

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๗๔ มาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.
๒๕๔๓ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๗๕ มาตรา ๕๑ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติควบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นักงานคณะกรรมการก๗๖ฤษมาฎตีกราา ๕๒ แก้ไขเพิ่มสเําตนิมกั โดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั ริคกวฤบษคฎุมกีอาาคาร (ฉบบั ท่ี ๒ส) าํ พน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 53
- ๒๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ในกรณีท่ีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลได้มีคําวินิจฉัยหรือคําพิพากษา

สาํ นกั เงปา็นนปคณระะกการรรมใดกาใรหกเ้ ฤจษ้าฎพกีนากั งานทอ้ งถิน่ สปําฏนบิ กั ัตงาิตนาคมณนะนั้ กรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ในระหว่างอุทธรณ์ ห้ามมิให้ผู้อุทธรณ์หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นกระทําการใดแก่

อาคารอนั เป็นมลู สกาํรนณกั ีแงาหน่งคกณาระอกรุทรธมรกณาร์ กเวฤน้ ษแฎตีก่อาาคารนัน้ จะเปสําน็ นภกั ยงนัานตครณายะกตร่อรบมุคกคารลกหฤรษือฎทกี ราัพย์สิน หรือ

มลี ักษณะซ่งึ ไมอ่ าจรอได้
สํานักงานคณะกรรมการกใหฤน้ษฎํามีกาาตรา ๔๗ มาใสชําบ้นักงั คงาบั นแคกณก่ ะากรรแรจม้งกคาํารกวนิฤษจิ ฎฉีกัยาอทุ ธรณโ์ ดยอนสุโาํ ลนมักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมวด ๖ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า นายช่าสงํานนกัางยาตนรควณจะกแรลระมผกูต้ ารรวกจฤสษอฎบีกา๗๗
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๕๓ ให้นายช่างหรือนายตรวจมีอํานาจเข้าไปในบริเวณท่ีมีการก่อสร้าง

สํานักดงัดานแคปณละงกรรรื้มอกถาอรกนฤษหฎรกีือาเคล่ือนย้ายอสําานคักางรานเคพณ่ือะตกรรรวมจกสารอกบฤวษ่าฎไีกดา้มีการฝ่าฝืนสหาํ รนือักงไามน่ปคฏณิบะกัตริตรมากมารกฤษฎกี า

พระราชบัญญัติน้ีหรือไม่ และเพื่อการน้ีให้มีอํานาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือสั่งให้แสดงเอกสารหรือ
หลกั ฐานอืน่ ท่เี กี่ยสวําขน้อกั งงจานากคบณคุ ะกครลรทมีอ่ กยารหู่ กรฤือษทฎําีกงาานในสถานที่นสําัน้ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๕๔ เม่ือมเี หสตําอุ นันกั คงาวนรคสณงสะยักวรร่ามอกาาครากรฤใษดฎซีก่ึงไาด้ก่อสร้าง ดัดสแาํ ปนักลงงานรื้อคถณอะนกรหรมรกือารกฤษฎกี า
เคล่ือนย้ายเสร็จแสลํา้วนนักงั้นานไดคณ้กระะกทรรํามขก้ึนาโรดกยฤฝษ่าฎฝีกืนาหรือไม่ปฏิบสัตําิตนาักมงพานรคะณราะชกบรรัญมญกาัตรินกฤี้ หษรฎือีกมาีเหตุอันควร
สงสัยว่าอาคารใดมีการใช้หรือเปลี่ยนการใช้โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรือ

สํานกั มงาานตคราณะ๓ก๔รรหมรกือารอกาฤคษาฎรใกี ดามลี ักษณะตาสมํามนากั ตงราานค๔ณ๖ะกใรหรน้ มากยาชรกา่ ฤงมษีอฎาํีกนาาจเขา้ ไปตรวสจําอนาักคงาานรแคลณะะบกรรริเวมณการกฤษฎีกา
ท่ตี ้งั อาคารน้ันได้ และเพื่อการนีใ้ ห้มีอํานาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือสั่งให้แสดงเอกสารหรือหลักฐานอื่น
ที่เก่ยี วข้องจากบุคสคํานลกั ทงี่อานยคหู่ ณรือะกทราํ รงมากนาใรนกสฤถษาฎนกี ทา่ีน้ัน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกี าา ๕๕ ในการสปํานฏักิบงาัตนิกคาณระตการรมมมกาาตรกรฤาษ๕ฎีก๓า หรือมาตราสํา๕น๔ักงานนาคยณชะ่ากงรหรมรกือารกฤษฎีกา

นายตรวจต้องกระทําการในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ข้ึนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการของ
สถานท่ีนน้ั และใสนาํกนาักรงนานใ้ี หคน้ณาะยกชร่ารมงหกรารือกนฤาษยฎตีกราวจแสดงบตั รปสํารนะกัจงาํ าตนัวคเณม่ือะกบรคุ รคมลกทาร่เี กกฤ่ียษวฎขกี้อางร้องขอ

บตั รประจาํ ตัวให้เป็นไปตามแบบทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตกั รงาาน๕คณ๕ะทกรวริ๗ม๘กาหรก้าฤมษมฎิใหกี า้ผู้ใดทําการตรสวํานจักสงอาบนตคณามะมกรารตมรกาาร๓ก๒ฤษทฎวกี ิ าเว้นแต่ผู้น้ัน
เป็นผตู้ รวจสอบตามพระราชบญั ญัติน้ี

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๕๕ ตรี๗๙ ในกรณีท่ีผู้ตรวจสอบทําการตรวจสอบอาคารตามมาตรา ๓๒ ทวิ

โดยฝ่าฝืนบทบัญสญาํ นัตักิแงาหน่งคพณระะกรรรามชกบาัญรกญฤษัตฎินกี ้ี าหรือกฎกระทสํารนวักงงาหนรคือณขะ้อกบรรัญมกญาัตรกิทฤ้อษงฎถีกิ่นาท่ีออกตาม

พระราชบญั ญตั ินี้ ใหน้ ํามาตรา ๔๙ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๗๗ ชื่อ หมวด ๖ นายช่าง นายตรวจ และผู้ตรวจสอบ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุม
อาคาร (ฉบับท่ี ๓) พส.าํ ศน.กั ๒ง๕าน๔ค๓ณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๗๘ มาตรา ๕๕ ทวิ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
สํานักงานคณะกรรมการก๗๙ฤษมาฎตกี ราา ๕๕ ตรี เพม่ิ โสดํายนพกั รงะารนาคชบณัญะกญรตั รคิ มวกบาครุมกอฤาษคฎาีกรา(ฉบบั ที่ ๓) พ.ศส. ํา๒น๕ัก๔ง๓านคณะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 54
- ๒๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานหคมณวะดกร๗รมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

เขตเพลิงไหม้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๕๖ เมื่อเกิดสเําพนลักิงงไาหนมคณ้ในะบกรรริเวมณกาใรดกอฤันษเฎขกี ้าาลักษณะเป็นเสขาํ ตนเักพงลานิงไคหณมะ้กใรหร้เมจก้าารกฤษฎีกา

พเกนิดักเงพาลนิงทไอ้หงมถ้ ่นิโดปสยราํ มะนกักีแางผาศนนแทคสณี่สดัะงงกเเขขรรตปมเแพกสาลดรงิ กงไฤหแษมนฎ้ไววกี เ้ขาณตเสพาํ ลนิงกั ไงหามน้สขพําอนรงัก้อรงามาชทนกคั้งารณระะสบก่วรุในรหทม้ท้อกรางารถกบ่ินฤถนษึงั้นฎกีกาแารลกะรบะรทิเวําณอัทนี่

สํานักตง้อานงคหณ้ามะกตรารมมพกราะรกราฤชษบฎัญกี าญตั ิน้ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาานค๕ณ๗ะ๘ก๐รรภมกาายรใกนฤสษ่ีสฎิบกี หา ้าวันนับแต่วสันํานทกั ่ีเงกาิดนเคพณละิงกไรหรมมก้ หาร้ากมฤมษิใฎหีก้ผาู้ใดก่อสร้าง

ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารในเขตเพลิงไหม้ และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทําการก่อสร้าง

สาํ นกั ดงัดานแคปณละงกรรรื้อมถกอานรกหฤษรือฎเกี คาลื่อนย้ายอาคสาํารนกั หงรานือคผณู้แะจก้งรตรามมกมารากตฤรษาฎ๓กี ๙า ทวิ ในเขตดสังาํ กนลักง่าาวนอคยณู่แะลก้วรกรม่อกนารกฤษฎกี า

วนั ทเ่ี กดิ เพลงิ ไหม้ระงบั การกระทาํ ตามทีไ่ ดร้ ับอนุญาตหรอื ท่ไี ดแ้ จง้ ไว้น้นั ตามระยะเวลาดังกลา่ วด้วย
สใาํหนน้ กั าํ งมานาคตณราะก๔ร๐รมมกาารตกรฤาษ๔ฎ๒ีกาและมาตรา ๔สํา๓นกัมงาาในชค้บณังะคกับรแรกม่กกาารรกฝฤ่าษฝฎืนีกบาทบัญญัติใน

วรรคหนงึ่ โดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกบฤทษบฎัญีกญา ตั ิในวรรคหนสํ่งึานไมัก่ใงชาน้บคงั คณับะกแรกร่ มการกฤษฎีกา

ส(าํ๑น)ักกงาานรคกณ่อะสกรร้ารงมอกาารคกาฤรษชฎั่วีกคาราวเพ่ือประสโํายนชักนง์าในนคกณาระกบรรรรมเกทาารทกฤุกษขฎ์ กีซา่ึงจัดทําหรือ
ควบคมุ โดยทางราชการ

สํานกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎกกีาารดัดแปลงหรสือําซน่อักมงาแนซคมณอะากครรามรกเพารียกงฤเษทฎ่าีกทาี่จําเป็น เพ่ืออสยําู่อนัากศงาัยนหครณือะใกชร้สรมอกยารกฤษฎีกา

ชว่ั คราว

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๕๘ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาว่าสมควรจะมีการปรับปรุงเขตเพลิง

สํานกั ไงหานมค้หณระือกไรมร่มโกดายรกคฤําษนฎึงีกถาึงประโยชน์ใสนํานกักางราปนค้อณงกะกันรอรมัคกคาีภรกัยฤษกฎากีราสาธารณสุข สกําานรักรงักานษคาณคะุณกรภรมากพารกฤษฎีกา

สิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการอํานวยความสะดวกแก่การจราจร และให้เจ้า
พนักงานท้องถิ่นสเสาํ นนักองคานวคาณมเะหก็รนรพมรก้อารมกดฤ้วษยฎแกี ผานที่สังเขปแสสําดนงักแงนานวคเขณตะเกพรลรมิงกไหารมก้ตฤ่อษคฎกีณาะกรรมการ

ควบคุมอาคาร ในกรณีที่เขตเพลิงไหม้อยู่ในเขตอํานาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมากกว่าหนึ่งท้องท่ี
สํานกั ใงหา้เนจค้าณพะนกักรรงมานกาทร้อกงฤถษิ่นฎแีกหา ่งท้องที่ท่ีเก่ียสวํานขัก้องงาเนปค็นณผะู้รก่วรมรกมันกาพริจกาฤรษณฎาีกแาละเสนอควาสมําเนหัก็นงานทค้ังณนะ้ี ภกรารยมใกนารกฤษฎกี า

สิบหา้ วนั นับแต่วันสทาํ นี่เกักดิงาเนพคลณิงไะหกมรร้ มการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เมื่อคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาความเห็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว

สํานักใงหา้เนสคนณอะคกวรรามมกเหาร็นกพฤษร้อฎมีกาทั้งข้อสังเกตตส่อํารนัฐกั มงานนตครณี เะพก่ือรรสมั่งกใหาร้เกจฤ้าษพฎนีกักางานท้องถ่ินปสรําะนกักางศาในหค้ปณระะกชรารมชกนารกฤษฎกี า

ในเขตเพลิงไหม้ทราบว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ ประกาศดังกล่าวให้ประกาศไว้ ณ สํานักงานของ

ราชการส่วนทอ้ งถสิ่นํานนักัน้ งแานลคะณบะรกเิ วรณรมทกเ่ี ากริดกเฤพษลฎงิ ีกไาหม้ ภายในสีส่ สบิ ําหนกัา้ วงาันนนคบั ณแะตก่วรันรมทก่ีเากรดิ กเฤพษลฎิงีกไหา ม้

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๕๙ ในกรณสีทํา่ีมนีกกั งาารนปครณะะกการศรไมมก่ปารรกับฤปษรฎุงกี เาขตเพลิงไหม้แสลํา้วนักใงหา้กนาครณหะ้ากมรตรมากมารกฤษฎีกา

มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง เป็นอนั ยกเลิก
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๘๐ฤษมาฎตกี ราา ๕๗ แกไ้ ขเพิ่มสเําตนิมักโดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั ริคกวฤบษคฎุมีกอาาคาร (ฉบบั ท่ี ๒ส) ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 55
- ๒๙ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีที่มีการประกาศปรับปรุงเขตเพลิงไหม้แล้ว ให้การห้ามตามมาตรา ๕๗

สํานักวงรารนคคหณนะกึ่งรยรมังคกางรมกีผฤลษใฎชกี ้บาังคับต่อไปอีกสเําปน็นกั เงวาลนาคหณกะสกิบรรวมันกนารับกแฤตษ่วฎันกี ทาี่มีประกาศปรสับาํ นปักรงุงาเนขคตณเพะลกริงรไหมกมา้ รกฤษฎกี า

นั้น และให้สํานักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารจัดทําแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้เสนอต่อ

รัฐมนตรี เพื่อประสกาํ นาักศงใาชน้บคังณคะับกแรผรมนกผาังรปกรฤับษปฎรกี ุงาเขตเพลิงไหมส้ใํานนรักางชานกคิจณจาะกนรุเรบมกกษาารกภฤาษยฎในีกกา ําหนดเวลา

ดังกลา่ ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ผใู้ ดกอ่ สรา้ ง ดัดแสปมาํ ลานตงักรงราาื้อนถ๖คอณ๐นะ๘ก๑หรรรเือมมเก่ือคามลรีกปื่อฤนรษะยฎก้ากียาาศอาใชค้บารังใคนับเขแตผตสนําาผนมังกั แปงผารนนับคผปณังรปะุงรกเบัขรรตปมเรกพงุ าเลรขิงกตไฤเหพษมฎล้แกีิงลไาห้วมห้ให้าม้ผมิดิใไปห้

สาํ นักจงาากนทคณ่ีกําะหกรนรดมใกนาแรกผฤนษผฎังนกี า้นั และบรรดาสใําบนอักนงาุญนาคตณใหะกท้ รํารกมากรากรก่อฤสษรฎา้ งกี าดดั แปลง รื้อถสอาํ นนักหงรานือคเคณละื่อกนรรยม้ากยารกฤษฎีกา
อาคาร หรือใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ ท่ีได้ออกไว้ก่อนวันประกาศใช้บังคับแผนผังปรับปรุงเขต

เพลิงไหมซ้ ่ึงขัดกบั สแํานผักนงผาังนดคังณกะลกา่ รวรใมหกเ้ าปรน็กอฤษนั ฎยกีกาเลกิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ให้นํามาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับแก่การฝ่าฝืนบทบัญญัติ

สาํ นักใงนาวนรครณคะหกนรร่ึงมโกดายรกอฤนษโุ ลฎมกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๖คณ๐ะทกรวริ๘ม๒กาใรหก้เฤจษ้าฎพีกนาักงานท้องถ่ินสเํารน่ิมักตง้นานดคําณเนะิกนรกรามรกปารรกับฤปษรฎุงีกเขาตเพลิงไหม้

ตามประกาศใช้บังคับแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ตามมาตรา ๖๐ ภายในสองปีนับแต่วันใช้บังคับ
สาํ นกั ปงรานะคกณาศะดกงัรกรมลก่าาวรกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สใาํนนกกั รงณานีทค่ีมณีคะกวรารมมจกําาเรปก็นฤษต้ฎอีกงดา ําเนินการเวสนําคนืนกั ทงาี่ดนินคหณระือกรอรสมังกหาารกริฤมษทฎรีกัพาย์ใด เพ่ือใช้
ประโยชน์ตามท่ีกําหนดในแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ ให้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงิน

สาํ นกั คง่าานทคดณแะทกนรกรม่อกนาเรรกิ่มฤตษ้นฎดกี ําาเนินการปรับสปํารนุงักเงขาตนเคพณละิงกไรหรมม้กโาดรยกกฤําษหฎนกี าดตามราคาปรสะาํ เนมักินงทานุนคทณระัพกยรร์ตมากมารกฤษฎกี า

ประมวลกฎหมายท่ีดินที่ใช้บังคับอยู่ในวันท่ีมีประกาศปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายเงิน

ค่าทดแทนได้ภายสใํานนสกั งอางนปคีนณับะแกตรร่วมันกใาชร้บกังฤคษับฎปกี าระกาศดังกล่าสวํานใกั หง้กานําหคณนะดกตรารมมรกาาครกาฤปษรฎะีกเมาินทุนทรัพย์

ดงั กลา่ วทใี่ ช้บังคับอยู่ในวันที่ ๑ มกราคมของปที ่ีมีการจ่ายเงนิ คา่ ทดแทน

สํานักงานคณะกรรมการกถฤ้าษเจฎ้กีาาพนักงานท้อสงําถน่ินกั งมาิไนดค้เณระิ่มกตร้รนมดกําารเกนฤินษกฎาีกราปรับปรุงเขตสําเนพักลงิงานไหคณมะ้ภการยรมใกนารกฤษฎีกา

กําหนดเวลาตามวรรคหนึง่ ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลกิ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๖๑ ในกรณีท่ีมีความจําเป็นต้องจัดให้ได้มาซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ใด
สาํ นกั เงพา่ืนอคใชณ้ปะกรระรโมยกชานรก์ตฤาษมฎทีกี่กา ําหนดในแผสนํานผักังงปานรัคบณปะรกุงรเรขมตกเาพรกลฤิงษไหฎีกมา้ ให้ดําเนินกาสราํ นเวักนงาคนืนคทณี่ดะกินรหรมรกือารกฤษฎีกา

อสังหารมิ ทรัพย์นส้ันาํ โนดกั ยงใาหนคน้ ณํากะฎกรหรมมากยาวรก่าดฤษ้วยฎกกี าารเวนคนื อสงั สหําานรกัิมงทานรัพคณย์มะการใชรมบ้ กงั าครบั กโฤดษยฎอกี นาโุ ลม

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๖๒ เมื่อเกดิ เสพําลนงิ ักไงหามน้ใคนณทะอ้ กงรทรมใ่ี ดกอารันกเขฤ้าษลฎักีกษาณะเป็นเขตเพสลํานงิ ไักหงมาน้ ถคา้ณทะอ้ กงรทรมน่ี กน้ั ารกฤษฎกี า

ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติน้ีบังคับ ให้ถือว่าได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้

พระราชบัญญัตนิ ใี้สนาํ นทักอ้ งงาทนนี่ ค้นัณตะ้ังกแรตรมว่ กันาทรเี่กกฤดิ ษเพฎกีลาิงไหม้ แต่ถ้าตอ่สํามนากัมงีกาานรคปณระะกกรารศมไกมาป่ รกรบัฤษปฎรุงกี เาขตเพลงิ ไหม้

ตามมาตรา ๕๘ ให้ถือว่าพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นอันยกเลิกต้ังแต่วันท่ีเจ้าพนักงานท้องถิ่นมี

สํานักปงรานะคกณาศะนกรนั้ รมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๘๑ มาตรา ๖๐ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สาํ นักงานคณะกรรมการก๘๒ฤษมาฎตกี ราา ๖๐ ทวิ เพ่ิมโสดํายนพกั รงะารนาคชณบัญะกญรตั รคิมวกบาครุมกอฤาษคฎากีรา(ฉบับท่ี ๒) พ.ศส. ํา๒น๕ัก๓ง๕านคณะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 56
- ๓๐ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งบานทคเณบ็ดะกเตรรลมด็ การกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๖๓ ในการปฏิบัติหน้าท่ีของกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้ซ่ึงคณะกรรมการ
สาํ นักพงิาจนาครณณะากอรุทรมธกราณรก์มฤอษบฎหกี มาาย กรรมกาสรํเาปนักรีงยาบนเคทณียะบกครรดมี เกจา้ารกพฤนษักฎงีกาานท้องถ่ิน นายสาํชน่าักงงหารนือคนณาะยกตรรรมวกจารกฤษฎกี า

ตามพระราช บผู้ัคญสวาํญนบัักตคงินุมาี้นงผคาู้ขณนอะหกรรัรบรือมใบบกุาคอรคนกลฤุญษทาฎ่ีเตกีก่ีายผวู้ไขด้อ้รงับซอึ่งนอุยญสู่ใาํานนตสกั ถงเาจาน้นาคขทณอ่ีนะงก้ันหรตรร้อมือกงผาใู้รหคก้รคฤอวษาบฎมคีกสาระอดงวอกาแคลาะร
ผู้ดําเนินการ

สาํ นกั ชงว่ายนเคหณละอื กตรารมมกสามรคกวฤรษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตกั รงาาน๖ค๔ณะกในรรกมากราปรฏกิบฤษตั ฎิหกีนาา้ ทต่ี ามพระรสาชํานบักญั งาญนตัคนิณี้ ะใกหรก้ รรมรกมากรกาฤรพษฎิจกีาราณาอุทธรณ์

ผู้ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มอบหมาย กรรมการเปรียบเทียบคดี เจ้าพนักงานท้องถิ่น

สาํ นกั นงาานยคชณ่างะกแรลระมนกาารยกตฤรษวฎจกี เาป็นเจ้าพนกั งาสนํานตกัางมาปนรคะณมะวกลรกรมฎกหามรกายฤษอาฎญีกาา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตกั รงาาน๖คณ๔ะทกรวริ๘ม๓กาใรหก้รฤาษชฎกกี าารส่วนท้องถ่ินสํามนีอักํางนานาคจณหักะกเงริรนมคก่าาธรรกรฤมษเฎนกี ียามการตรวจ
แบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารท่ีได้รับจากผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ ทวิ
สํานกั ไงวา้ไนดค้ไณมะ่เกกรินรรม้อกายรลกะฤสษิบฎกีขาองเงินค่าธรรสมําเนนกั ียงามนดคังณกะลก่ารวรมเกพาื่อรกนฤําษมฎากี จาัดสรรเป็นเงินสคําน่าักตงอานบคแณทะนกใรหรม้แกกา่ รกฤษฎกี า
เจ้าหน้าท่ีผู้ตรวจสแําบนบกั งแาปนลคนณกะก่อรสรรม้ากงาหรรกือฤษดฎัดีกแาปลงอาคาร นสาํายนชกั ่งาางนแคลณะะนกรารยมตกราวรจกฤไดษ้ตฎาีกมาหลักเกณฑ์
และอัตราทีก่ ําหนดในขอ้ บญั ญตั ทิ ้องถ่นิ

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หมวด ๙

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษบฎทกี ากาํ หนดโทษ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๖๕๘๔ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๑
มาตรา ๓๒ มาตรสาําน๓กั ๓งามนาคตณระากร๓ร๔มกมาารตกฤราษฎ๕กี ๒า วรรคหก มาสตํารนาักง๕าน๗คหณระือกมรรามตกราารก๖ฤ๐ษฎตกี ้อางระวางโทษ

จาํ คกุ ไมเ่ กินสามเดือน หรือปรับไมเ่ กนิ หกหมืน่ บาท หรอื ท้งั จาํ ท้ังปรับ
สํานักงานคณะกรรมการกนฤอษกฎจีกาากต้องระวางโสทํานษกั ตงาานมควณรระคกรหรนมึ่งกแารลก้วฤษผฎู้ฝกี่าาฝืนหรือไม่ปฏสิบําัตนิักตงาามนมคาณตะรการร๒มก๑ารกฤษฎีกา

มาตรา ๓๑ มาตรสาํา๓น๒กั งมานาคตณราะก๓ร๔รมหกราืรอกมฤาษตฎรากี า๕๗ ยังต้องระสวําานงักโทงาษนปครณับะอกีกรรวมันกลาะรไกมฤ่เษกฎินกีหานึ่งหมื่นบาท
ตลอดเวลาที่ยังฝา่ ฝนื หรอื จนกวา่ จะได้ปฏบิ ัติใหถ้ กู ต้อง

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๖๕ ทวิ๘๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ ทวิ หรือมาตรา ๓๒ ตรี ต้องระวาง

โทษจําคุกไม่เกินสสาํามนเักดงือานนคหณระือกปรรรมับกไามร่เกกฤนิ ษหฎกกี หามน่ื บาท หรือสทําน้ังจกั าํงาทนัง้ คปณรับะกรรมการกฤษฎีกา

นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหน่ึงแล้ว ผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ ทวิ หรือ

สํานักมงาานตคราณะ๓ก๒รรตมรกี ายรังกตฤอ้ ษงฎรกี ะาวางโทษปรบั อสกีํานวกัันงลาะนไคมณ่เกะนิกรหรนม่ึงกหารมกนื่ ฤบษาฎทกี จานกวา่ จะได้ปฏสําิบนัตักใิ งหาถ้นูกคณต้อะกงรรมการกฤษฎีกา

ส๘ํา๓นมักางตารนาค๖ณ๔ะกทรวริ มเพก่มิ าโรดกยฤพษรฎะกีราาชบัญญัตคิ วบคสุมําอนากัคงาารน(คฉณบบัะกทรี่ ๒รม) พกา.ศร.ก๒ฤ๕ษ๓ฎ๕กี า
๘๔ มาตรา ๖๕ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
สํานกั งานคณะกรรมการก๘๕ฤษมาฎตกี ราา ๖๕ ทวิ แกไ้ ขสเําพนิม่ กั เตงามิ นโดคยณพะรกะรรรามชบกาัญรญกฤตั ษคิ วฎบีกคามุ อาคาร (ฉบับทสํา่ี ๕น)ักพงา.ศน.ค๒ณ๕ะ๕ก๘รรมการกฤษฎกี า

หนา้ 57
- ๓๑ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๖๕ ตรี๘๖ ผสู้ใําดนฝกั ่งาาฝนืนคมณาะตกรรราม๓กา๙รกเฤบษญฎจกี าวรรคหนึ่ง ต้สอํางนรักะงวาานงคโณทะษกจรํารมคกุการกฤษฎีกา

ไม่เกินสามเดอื น หรือปรับไมเ่ กนิ หกหมืน่ บาท หรือท้ังจําทัง้ ปรบั

สนาํ อนกกั งจาานกครณะะวการงรโทมกษาตรากมฤษวรฎรกี คาหนึ่งแล้ว ผู้ฝส่าําฝนืนกั มงาานตครณา ะ๓ก๙รรมเบกญารจกฤวษรฎรีกคาหนึ่ง ยังต้อง

ระวางโทษปรบั อกี วันละไมเ่ กนิ หนึง่ หมนื่ บาทจนกว่าจะได้ปฏบิ ัตใิ ห้ถกู ตอ้ ง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๔๖ ทวิ ตส้อมาํ งานรตักะรงวาาานง๖คโ๕ทณษะจกปัตรรวรับมาไ๘กม๗าเ่รกกผินฤู้ใสษดาฎฝมกี่าหฝา ืนม่นืหบรือาไทม่ปฏสิบําัตนิตกั างมานคคําณส่ังะขกอรรงมเจก้าาพรกนฤักษงฎาีกนาท้องถิ่นตาม

สาํ นักงานคณะกรรมการกนฤอษกฎจีกาากตอ้ งระวางโทสําษนตกั างมานวครรณคะหกนรร่ึงมแกลา้วรกผฤู้ฝษ่าฎฝกี ืนาหรือไม่ปฏิบัตสิตําานมักมงาานตครณาะ๔ก๖รรมทกวาิ รกฤษฎีกา
ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดเวลาท่ียังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้

ถูกต้อง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๖๖๘๘ ผใู้ ดไมสป่ํานฏักบิ งัตานิตคาณมมะการตรรมาก๓าร๐กฤวษรฎรคกี าหน่ึง มาตรา ๓ส๘ํานมักางาตนรคาณ๓ะ๙กรหรมรกือารกฤษฎกี า

มาตรา ๓๙ ตรี วรรคสาม (๓) ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กินหนึ่งหม่ืนบาท
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๖๖ ทวิ๘๙ ผู้ใดมิได้รื้อถอนอาคารตามคําส่ังของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตาม
สํานกั มงาานตคราณะ๔ก๒รรโมดกยามรกิไดฤ้อษยฎใู่ีกนาระหวา่ งการอสทุ ํานธักรณงา์คนคําสณ่ังะดกังรกรมลก่าวารตกฤ้อษงรฎะีกวาางโทษจําคุกไสมาํ ่เนกักินงหานกคเดณือะนกรหรมรกือารกฤษฎีกา

ปรับไมเ่ กนิ หน่ึงแสสํานนบักางทานหครณือะทกร้งั รจมํากทาัง้ รปกรฤบั ษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละ

สาํ นกั ไงมา่เนกคินณสะากมรหรมมกนื่ าบรากทฤษจฎนกีกาว่าจะไดป้ ฏิบัตสติํานากัมงคาํานสค่ังณขะอกงรเจรมา้ กพานรักกงฤาษนฎทกี อ้างถ่ิน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๖คณ๗ะ๙ก๐รรผมู้ใกดาฝรก่าฤฝษืนฎมีกาาตรา ๓๐ วรรสคํานสักองงานหครณือะฝก่ารฝรืมนกคาํารสก่ังฤขษอฎงกี เาจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๔๕ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ

สาํ นกั ไงมา่เนกคนิ ณหะนกึง่รแรมสกนาบรากทฤษหฎรกี อื าทั้งจําทงั้ ปรบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละ
ไม่เกนิ สามหมนื่ บสาาํทนตกั ลงาอนดคเวณละากทรรยี่ มงั กฝาา่ รฝกนื ฤหษรฎอื กี จานกว่าจะไดป้ สฏําิบนตักั ิใงหานถ้ คกู ณตะ้อกงรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๖๘ ผู้ใด สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ส(ํา๑น)ักไงมาน่มคาณใหะก้ถร้อรยมคกาํารหกรฤือษสฎ่งีกเาอกสารตามหสนํานังสักงือาเนรคียณกะขกอรงรคมณกาะรกกฤรษรฎมีกกาารพิจารณา
อทุ ธรณ์ตามมาตรา ๕๑ (๒) โดยไม่มเี หตุอันสมควร หรือ

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤษ) ฎขีกัดาขวางการปฏสิบําัตนิหักงนา้านทค่ีขณอะกงกรรรมรกมากรกาฤรษพฎิจกีาารณาอุทธรณ์ สผาํ ู้ซนึ่งักคงาณนะคกณระรกมรรกมากรารกฤษฎกี า

พิจารณาอทุ ธรณ์มอบหมาย เจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ นายช่าง หรือนายตรวจ ตามมาตรา ๔๘ มาตรา ๕๑

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการก๘๖ฤษมาฎตีกราา ๖๕ ตรี เพ่มิ โสดํายนพักรงะารนาคชบณัญะกญรตั รคิ มวกบาครมุกอฤาษคฎากีรา(ฉบับที่ ๓) พ.ศส. ํา๒น๕ัก๔ง๓านคณะกรรมการกฤษฎกี า
๘๗ มาตรา ๖๕ จตั วา เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
ส๘ํา๘นมกั างตารนาค๖ณ๖ะกแรกรไ้ มขกเพาม่ิรกเตฤิมษโดฎยีกพาระราชบัญญตั ิคสวํานบคกั ุมงาอนาคคณาระ(กฉรบรับมทกี่า๕ร)กพฤ.ษศฎ. ีก๒า๕๕๘
๘๙ มาตรา ๖๖ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั คิ วบคมุ อาคาร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

สํานักงานคณะกรรมการก๙๐ฤษมาฎตกี ราา ๖๗ แก้ไขเพิม่ สเําตนิมักโดงายนพครณะระากชรบรัญมญกาตั รคิ กวฤบษคฎุมีกอาาคาร (ฉบับท่ี ๒ส) าํ พน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 58
- ๓๒ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๔ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๖๓

สาํ นกั แงลาน้วแคณต่กะกรณรรีมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ตอ้ งระวางโทษจาํ คุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรอื ปรับไมเ่ กินหนึง่ พนั บาท หรือท้ังจาํ ท้งั ปรับ

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๖๙ ถ้าการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีเป็นการกระทําของ
สํานกั ผง้ดูานาํ เคนณนิ ะกการรรมผกกู้ ารระกทฤษาํ ตฎ้อกี างระวางโทษเปสน็ ํานสักองงาเนทคา่ ณขอะกงโรทรมษกทาีบ่รกัญฤญษัตฎิไกี วาส้ าํ หรบั ความผสําิดนนัก้นั งาๆนคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมาํ านตกั งราานค๗ณ๐ะ๙ก๑รรมถก้าากรากรฤกษรฎะีกทาําความผิดตสาํามนพักรงาะนรคาณชะบกัญรรญมักตาินรี้เกปฤ็นษฎกกีาารกระทําอัน
สาํ นักเงกา่ียนวคกณับะอการครมากราเพรก่ือฤพษาฎณีกาิชยกรรม อุตสสาําหนกักงรารนมคณกาะกรศรรึกมษกาารหกฤรือษกฎาีกราสาธารณสุข สหาํ รนือักเงปา็นนคกณาระกกรรระมทกําารกฤษฎกี า

ในทางการค้าเพื่อให้เช่า ให้เช่าซื้อ ขาย หรือจําหน่ายโดยมีค่าตอบแทนซึ่งอาคารใด ผู้กระทําต้อง
ระวางโทษเปน็ สอสงําเนทกั ่างขาอนงคโณทะษกทรี่บรมัญกญารตั กไิ ฤวษส้ ฎาํ กีหารบั ความผิดนส้ันํานๆักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๗๑๙๒ ในกสรําณนักีทงี่มานีกคาณรฝะก่ารฝรืนมกหารรือกไฤมษ่ปฎกีฏาิบัติตามมาตรสาาํ น๒ัก๑งานมคาณตะรการร๒มก๒ารกฤษฎีกา

มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๒ มาตรา ๕๒ วรรคหก มาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๖๐ ให้ถือว่าเป็นการกระทํา
ของเจ้าของ หรือสาํผนู้คักรงอานบคคณระอกงรอรมาคกาารรกฤผษู้ดฎําีกเนา ินการ ผู้ควบสําคนุมักงงาานนคณหระกือรผรู้อมุทกาธรรกณฤษ์ตฎาีกมามาตรา ๕๒

แล้วแต่กรณี หรือเป็นการกระทําตามคําส่ังของบุคคลดังกล่าว เว้นแต่บุคคลน้ันจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการ
สาํ นกั กงราะนทคณําขะอกงรผรมอู้ กนื่ ารกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๗ค๒ณ๙ะ๓กรรใมนกการรณกฤีทษี่ผฎู้กกี ราะทําความผิดสเปําน็นักนงิตานิบคุคณคะลกรถร้ามกกาารรกกรฤะษทฎําีกคาวามผิดของ

สํานกั นงิตานิบคุคณคะลกนรั้นรมเกกิดารจกาฤกษกฎากีรสา ั่งการหรือกาสรํากนรกั ะงทานําขคอณงะกกรรรรมมกกาารรกหฤษรือฎผกี ู้จาัดการ หรือบุคสําคนลักใงดาซน่ึงครณับะผกิดรชรมอกบารกฤษฎกี า
ในการดําเนินงานของนิติบุคคลน้ัน หรือในกรณีท่ีบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทําการ

และละเว้นไม่สั่งกสาํานรักหงราือนไคมณ่กะรกะรทรมํากกาารรกจฤนษเฎปีก็นาเหตุให้นิติบุคสคํานลักนงั้นานกครณะทะกํารครวมากมารผกิดฤษผฎู้นีกั้นาต้องรับโทษ

ตามทบ่ี ญั ญัตไิ วส้ าํ หรับความผดิ นัน้ ๆ ดว้ ย

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๗๓ ในกรณีมีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ให้ถือว่าเจ้าของ
หรอื ผูค้ รอบครองสทําี่ดนินกั งหารนือคอณาะคการรรทมี่อกยารู่ใกกฤลษ้ชฎิดีกหารือติดต่อกับอสาําคนากั รงทาน่ีมคีกณาะรกกรรระมทกําาครกวฤาษมฎผีกิดาเกิดขึ้น หรือ
บุคคลซ่ึงความเป็นอยู่หรือการใช้สอยที่ดินหรืออาคารถูกกระทบกระเทือนเน่ืองจากการกระทํา
สาํ นกั คงวานามคผณดิ ะดกรังรกมลก่าาวรกเปฤษน็ ฎผกีู้เสายี หายตามกฎสหํานมักางยาวนา่ คดณ้วยะกวรธิ รีพมิจกาารรณกฤาษคฎวีกาามอาญา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๗ค๔ณ๙ะ๔กรใรหม้มกาีครณกฤะษกฎรรกี มาการเปรยี บเทสียํานบกั คงดานี คณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤษ) ฎในกี าเขตกรุงเทพมสหํานากันงคานรคปณระะกกรรอมบกดาร้วกยฤษผฎู้ว่ากี ราาชการกรุงเทสาํพนมักหงาานนคคณระกผรู้แรทมกนารกฤษฎกี า

สํานกั งานอัยการสงู สุด และผู้แทนสาํ นกั งานตํารวจแหง่ ชาติ

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการก๙๑ฤษมาฎตกี ราา ๗๐ แก้ไขเพ่ิมสเําตนิมกั โดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั รคิ กวฤบษคฎมุ กีอาาคาร (ฉบับที่ ๒ส) าํ พน.ศัก.งา๒น๕ค๓ณ๕ะกรรมการกฤษฎกี า
๙๒ มาตรา ๗๑ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัติควบคมุ อาคาร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
ส๙าํ๓นมกั างตารนาค๗ณ๒ะกแรกรไ้ มขกเพาม่ิรกเตฤิมษโดฎยีกพาระราชบัญญัติแสกําน้ไขักเงพาิ่มนเคตณิมบะกทรบรัญมญกัตาริแกหฤ่งษกฎฎหกี มาายท่ีเก่ียวกับ

ความรับผิดในทางอาญาของผแู้ ทนนิติบคุ คล พ.ศ. ๒๕๖๐
สาํ นักงานคณะกรรมการก๙๔ฤษมาฎตกี ราา ๗๔ แกไ้ ขเพม่ิ สเําตนมิ กั โดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั รคิ กวฤบษคฎุมกีอาาคาร (ฉบบั ที่ ๓ส) ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๔ณ๓ะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 59
- ๓๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๒) ในเขตจังหวัดอ่ืน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด ซึ่งเป็น

สาํ นกั หงัวานหคนณ้าะทกี่ทรรํามกกาารรอกัยฤกษาฎรกี จาังหวดั และหัวสหํานนกั้างตาาํ นรควณจภะกธู รรรจมังกหาวรดักฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ความผิดตามมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๕ ทวิ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๕ ตรี

วรรคหนึ่ง มาตราสํา๖น๕ักงจานัตควณา ะวกรรรรคมหกนาร่ึงกมฤษาตฎรกี าา ๖๖ มาตราส๖ํา๖นกั ทงาวนิ ควรณระคกหรรนม่ึงกมารากตฤรษาฎ๖ีก๗า วรรคหน่ึง

มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๐ ให้คณะกรรมการเปรยี บเทยี บคดีมอี ํานาจเปรยี บเทียบได้
สํานกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรณกี าีท่ีพนักงานสสอําบนสักวงานนพคบณวะ่กาผรรู้ใมดกการระกทฤษําฎคกีวาามผิดตามวรรสคาํ นสักองงานถค้าณผะู้กกรระรมทกําารกฤษฎีกา

คคณวาะมกผริรดมดกังากรลเป่าสรวาํยี แนบลกั เะงทาผียนู้เบคสคณียดะหตีการายรมมวถกร้าารรคมกหี ฤยนษินง่ึฎภยีกาอายมใในหเจ้เป็ดวรันียนบับสเําทแนตียกั ว่บงนั านทใคหี่ผณ้พนู้ ะนั้นกยักรินรงมยากอนามสรใกอหฤบ้เษปสฎรวีกยี นาบสเท่งเียรบื่องให้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกถฤ้าษคฎณกี ะากรรมการเปรสียําบนกัเทงาียนบคคณดะีเกหร็นรวม่ากผารู้ตก้อฤงษหฎากีไมา ่ควรถูกฟ้องรส้อาํ งนหักรงือานไดค้รณับะโกทรรษมถกึงารกฤษฎีกา
จําคุก ให้กําหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหาจะพึงชําระ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหาย ถ้ามี ยินยอมตามนั้น

เมื่อผู้ต้องหาได้ชําสรํานะคักง่าาปนรคับณตะากมรจรมํานกาวรนกทฤี่เษปฎรกี ียาบเทียบภายใสนําสนาักมงสานิบควณันะนกับรแรมตก่วาันรทกฤี่มษีกฎารกี เาปรียบเทียบ

ใหถ้ อื ว่าคดเี ลิกกันตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา

สํานกั งานคณะกรรมการกถฤ้าษผู้ตฎ้อกี างหาไม่ยินยอมสตําานมักทงี่เาปนรคียณบะเกทรียรบมหกรารือกยฤินษยฎอีกมาแล้วไม่ชําระเงสินาํ คน่าักปงรานับคภณายะกในรเรวมลกาารกฤษฎกี า

ตามวรรคสี่ ใหด้ าํ เนินคดตี อ่ ไป
สคาํ ่านปกั รงาับนทคี่เณปะรกียรบรเมทกียารบกตฤาษมฎพกี ราะราชบัญญัตสินํา้ีในหกั ้ตงากนเปคณ็นะขกอรงรรมากชากรการฤสษ่วฎนีกทา ้องถ่ิน โดย

ไมต่ ้องนาํ ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎบกี ทาเฉพาะกาล สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๗๕ บรรดาคําขออนญุ าตใด ๆ ทไี่ ด้ยนื่ ไวก้ อ่ นวันท่พี ระราชบญั ญตั ินี้ใช้บังคับ

และยังอยู่ในระหสวาํ ่านงกั กงาานรคพณิจาะกรรณรมาขกอารงกเฤจษ้าฎพกีนาักงานท้องถ่ินสําหนรกั ืองาอนธคิบณดะีกกรรมรมโยกธารากธฤิกษาฎรกีแาละผังเมือง*

และการอนุญาตใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร หรือกฎหมายว่า

สาํ นักดง้วานยคกณาะรกครวรบมกคาุมรกกฤาษรกฎ่ีกอาสร้างในเขตเสพําลนิกังไงหานมค้ ณหะรกือรกรมากราปรฏกฤิบษัตฎิขีกอางผู้ขอรับใบอสนาํ นุญักางาตนตคาณมะทก่ีไรดรม้รกับารกฤษฎีกา

ใบอนุญาต แลว้ แตก่ รณี ให้ถือวา่ เป็นคําขออนญุ าต และการอนุญาตตามพระราชบญั ญัตนิ ีโ้ ดยอนโุ ลม
สใาํนนกกั รงณานีทคี่กณาะรกขรอรมอกนาุญรกาฤตษหฎรีกือาการพิจารณาสอํานนักุญงาาตนคดณังกะลกร่ารวมมกีขา้อรกแฤตษกฎตีก่าางไปจากการ

ขออนุญาตหรือการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ี ให้การขออนุญาตหรือการพิจารณา
สาํ นกั องนานุญคาณตะนกั้นรรเมปก็นาไรปกตฤษามฎพกี าระราชบัญญัตสําินนี้ ักแงลาะนใคหณ้เะจก้ารพรนมักกางรากนฤทษ้อฎงีกถาิ่นมีคําสั่งตามสมาํ านตักรงาาน๒คณ๗ะกเพรรื่อมใกหา้ รกฤษฎีกา

ผู้ขอรับใบอนุญาตสปํานฏักบิ งตัานติ คาณมใะหกร้ถรูกมตก้อางรภกฤาษยใฎนีกเาวลาสามสบิ วนัสําถนา้ักผงาูข้ นอครณับะใกบรอรนมุญกาารตกไฤมษป่ ฎฏีกิบาตั ิตามคําสั่ง
ของเจ้าพนกั งานท้องถ่นิ ภายในกําหนดเวลาดังกลา่ ว ให้คําขอรับใบอนุญาตนั้นเปน็ อนั ตกไป

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๗๖ อาคารซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ทําการก่อสร้างหรือดัดแปลง และได้

กระทําการเสรจ็ แสลําว้นกักอ่งานนวคนั ณทะีพ่ กรระรมรากชารบกัญฤษญฎัตีกินา้ีใช้บังคับ แม้จสะํานเขัก้างลานักคษณณะะกเรปรม็นกอาารคกาฤรษปฎรกี ะาเภทควบคุม

การใชต้ ามพระราชบัญญตั นิ ้ี กใ็ ห้ไดร้ บั ยกเวน้ ไมต่ อ้ งปฏบิ ตั ิตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๗๗ ท้องที่ใดมีอาคารก่อสร้างข้ึนเป็นจํานวนมากในท่ีดินที่เป็นสาธารณ
สมบัติของแผ่นดสินาํ นกัก่องนานวคันณทะี่พกรระรมรกาาชรบกัญฤษญฎัตกี ิาน้ีใช้บังคับ แสลําะนมกั ีสงาภนาคพณหะรกือรรอมากจาทรกําฤใษหฎ้เกีกิดา สภาพท่ีไม่
สํานกั เงหามนาคะณสะมกรหรรมือกไามรก่ปฤลษอฎดกี ภาัยในการอยู่อสาําศนัยักงกานาครณป้อะกงรกรันมอกัคารคกีภฤัษยฎกกี าารสาธารณสุขสํากนาักรงราักนษคณาคะุกณรภรมากพารกฤษฎีกา

หน้า 60
- ๓๔ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอํานวยความสะดวกแก่การจราจร เม่ือมีพระราชกฤษฎีกากําหนด

สาํ นกั เงขาตนปครณับะปกรรรุงมอกาาครากรฤใษนฎทีก้อางที่นั้นแล้ว ใสหํา้เนจัก้างพานนักคงณาะนกทรร้อมงกถาิ่นรกมฤีคษําฎสีก่ังอา ย่างใดอย่างหสาํนนึ่งักหงราือนหคณลาะยกรอรยม่ากงารกฤษฎีกา

ดงั ตอ่ ไปนี้

ส(าํ๑น)ักมงาีคนําคสณ่ังใะหก้เรจร้ามขกอารงกหฤรษือฎผีกู้คารอบครองอาสคําานรกัรงื้อาถนอคนณอะกาครรามรกนาั้นรกภฤาษยฎในกี กา ําหนดเวลา

ไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับคําส่ัง แต่การส่ังร้ือถอนอาคารจะต้องกระทําเพ่ือความเป็นระเบียบ
สาํ นกั เงรายี นบครณ้อะยกขรอรงมบก้าารนกเฤมษือฎงกี กาารพฒั นาท้องสถําน่ินกั หงารนอื คปณระะกโยรรชมนกใ์ านรกกาฤรษใฎชกีท้ า่สี าธารณะของสปาํ นระักชงาานชคนณะกรรมการกฤษฎกี า

มีผลใช้บังคับ ใสห(าํ๒้เน)จัก้มางคีาขนาํอคสงณง่ั หภะรกาือยรรใผมนู้คกสราารอมกสบฤบิษควฎรนั กีอนางบั อแาตคว่ าันรทแ่พี กร้ไสะขํารนเาปักชงกลาฤี่นยษคนณฎแกีะปกาลรกราํงมหอกนาาดรคกเาขฤรตษใปฎหรีก้ถับาูกปตรุ้งอองาตคาามร

สาํ นักพงรานะคราณชะบกญัรรญมกตั านิ รี้กภฤาษยฎใกีนากําหนดเวลาไสมํา่เนกักนิ งหานกคเดณือะนกนรรับมแกตา่วรกันฤทษ่ไี ฎดีกร้ บัา คาํ สั่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) มีคําส่ังให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารดําเนินการเพื่อขจัดหรือระงับเหตุที่

ก่อให้เกิดหรืออาสจาํกน่อักใงหา้เนกคิดณสะภการพรมทกี่ไามร่เกหฤมษาฎะกี สามหรือไม่ปลอสดํานภกััยงใานนกคาณระอกยรู่อรมาศกัยารกกฤาษรปฎีก้อางกันอัคคีภัย

การสาธารณสุข การรกั ษาคณุ ภาพส่งิ แวดล้อม การผงั เมอื ง และการอํานวยความสะดวกแกก่ ารจราจร

สํานกั ภงาานยคในณกะาํกหรรนมดกเาวรลกาฤไษมฎเ่ กีกนิ าหกเดือนนับแสตําน่วักนั งทาไี่นดคร้ ณับะคกํารสรมง่ั การกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) มีคําสั่งให้เจ้าของอาคารทําสัญญาเช่าที่ดินกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม
หลักเกณฑ์ วิธกี าสรําเนงกัอ่ื งนาไนขคณและกะรอรัตมรกาาครก่าเฤชษ่าฎทกี ่ีการะทรวงมหาดสไําทนักยงกาาํ นหคนณดะกรรมการกฤษฎีกา

ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ใดปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตาม
สาํ นกั วงรารนคคหณนะกึ่งรแรลม้วกาใรหก้ผฤษู้นฎั้นีกไาด้รับยกเว้นโทสําษนักแงตาน่ถค้าณผู้นะกั้นรไรมม่ปกาฏริบกัฤตษิตฎาีกมาผู้นั้นต้องระวสาาํ นงโักทงาษนปครณับะกไมรร่เกมกินารกฤษฎีกา

ห้าหมื่นบาท แลสะําในหกั ้เงจาน้าพคณนะักกงรารนมทกา้อรงกถฤ่ินษมฎีีกคาําสั่งให้ผู้นั้นรส้ือําถนอักนงาอนาคคณาะรกนร้ันรมเสกาียรภกาฤยษใฎนีกราะยะเวลาที่
กําหนด ถ้าผูน้ ้ันไม่รื้อถอนอาคารให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ผู้นน้ั ตอ้ งระวางโทษปรับเป็น

สํานักรงาายนวคันณอะีกกวรรันมลกะาหรกนฤึ่งษพฎันีกบาาทตลอดเวลสาําทนี่ยกั ังงฝาน่าคฝณืนอะกยรู่ รหมรกือาจรนกฤกษวฎ่าผีกาู้น้ันยินยอมใหส้เจํา้านพักงนาักนงคาณนะทก้อรรงมถกิ่นารกฤษฎีกา

ดําเนินการร้ือถอนอาคารนั้นเอง ในกรณีหลังน้ีให้นํามาตรา ๔๒ วรรคส่ี และวรรคห้า มาใช้บังคับโดย

อนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ให้มีแผนที่แสดงแนวเขตบริเวณที่กําหนดนั้น

สํานักแงนานบคทณ้าะยกพรรรมะกราารชกกฤฤษษฎฎกี าีกาด้วย และใสหํา้เนจัก้างพานนคักณงาะนกทรร้อมงกถา่ินรกมฤีอษําฎนีกาาจดําเนินการใสหํา้เนชัก่างทา่ีดนินคณในะบกรรริเวมณการกฤษฎีกา

นน้ั เพื่อเป็นรายได้สําหรบั บาํ รุงทอ้ งถนิ่ ได้ แต่ทด่ี นิ นัน้ ยังคงเป็นสาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดิน
สสําัญนักญงาานเชค่าณทะี่ดกินรรทมี่ทกําาขรก้ึนฤตษาฎมกี วารรคหน่ึง (๔)สใําหน้มกั ีรงาะนยคะณเวะลการเรชม่ากตารากมฤทษี่ตฎกกี ลางกันแต่ต้อง

ไม่เกินสิบปี การต่อระยะเวลาเช่าจะกระทํามิได้ เม่ือส้ินกําหนดเวลาเช่าที่ดินแล้วเจ้าของหรือผู้
สาํ นกั คงรานอคบณคะรกอรงรอมากคาารกรฤผษู้ใดฎไกี มา่รื้อถอนขนย้าสยํานอักางคาานรคหณระือกสร่ิรงมปกลาูกรสกฤร้าษงฎขีกอางตนออกจากสบาํ นริเักวงณานทคี่กณําะหกนรรดมใกนารกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกาสาํตน้อักงงราะนวคาณงะโกทรษรจมํากคารุกกไฤมษ่เกฎินกี สา ามปี หรือปรสับํานไมกั ่งเกานินคสณามะกหรมร่ืนมกบาารทกฤหษรฎือีกทาั้งจําท้ังปรับ
และต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันอีกวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาท่ียังฝ่าฝืน หรือจนกว่าผู้นั้น

สาํ นักยงินานยคอณมะใกหร้เรจม้ากพารนกักฤงษาฎนีกทา้องถิ่นเข้าดําสเนํานินกั กงาานรรคื้อณถะอกรนรอมากคารากรฤนษั้นฎเกีอาง ในกรณีหลังสนํานี้ใหักง้นาํานมคาณตะรการร๔มก๒ารกฤษฎกี า

วรรคส่แี ละวรรคห้า มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๗๘ ให้ถือว่าอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร

สํานักทงีา่ไนดค้ยณื่นะไกวร้กร่อมนกวารันกทฤี่พษฎระีกราาชบัญญัติน้ีใสชํา้บนกัังงคาับนคเณป็นะกอรุทรมธกรณาร์กคฤําษสฎั่งขกี อา งเจ้าพนักงาสนาํ ทน้อักงงาถน่ินคทณี่ไะดก้ยรื่นรมตก่อารกฤษฎีกา

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณต์ ามพระราชบญั ญตั ินี้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 61
- ๓๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๗๙ บรรดากฎกระทรวง เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติจังหวัด กฎ ข้อบังคับ
สาํ นักปงารนะคกณาะศกรหรรมือกาครํากสฤ่ังษซฎึ่งีกไาด้ออกโดยอาสศํานัยักองําานนคาณจะตการมรมพกราะรรกาฤชษบฎีกัญาญัติควบคุมกสาํานรกักง่อาสนรค้าณงะอการรคมากรารกฤษฎีกา

พุทธศักราช ๒๔๗๙ หรือพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช ๒๔๗๖
ให้คงใช้บังคับได้ตสอ่าํ นไปักงาทน้งัคนณ้ี ะเพกรียรงมเทกา่ารทกไี่ ฤมษข่ ฎดั กี หารือแยง้ กบั บทสแําหนง่กั พงารนะครณาชะบกรญั รมญกัตานิรกี้ ฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๘๐ ท้องท่ีใดสําไนดกั้มงีพานระครณาะชกกรรฤมษกฎารีกกาฤใหษฎ้ใชีก้บา ังคับพระราชสบํานัญักญงาัตนิคควณบะคกุมรรกมากรารกฤษฎกี า

พก่อุทสธศร้ักางรอาชาค๒า๔ร๗สพ๖ําุนทอกั ธยงศาู่กันก่อครนณาวชะันกท๒รรี่พ๔มร๗กะา๙รรากหชฤบษรืัฎญอกีพญารัตะินร้ีใาชช้บบังัคญับญสใัตําหินค้ถกัวืองบวาน่คาไคุมดณก้มะาีพกรรรกระ่อมรกาสชารรก้ากฤงฤษใษนฎฎเีกกีขาาตใเหพ้ใชล้บิงไังหคับม้

สาํ นกั พงรานะคราณชะบกัญรรญมกตั าินรใี้กนฤทษ้อฎงีกทา่ีนั้นแลว้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ

สาํ นักงานคณะกสรร.มโกหารตกรฤะษกฎติ ีกยา์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

รองนายกรัฐมนตรี
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 62
- ๓๖ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา อัตราค่าธรรมเนียม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) ใบอสนาํุญนาักตงากน่อคสณระา้ กงรรมการกฤษฎีกา ฉบบั ลสะํานกั งาน๒ค๐ณ๐ะกรรมบกาาทรกฤษฎกี า

(๒) ใบอนุญาตดัดแปลง ฉบับละ ๑๐๐ บาท
สาํ นักงานคณะก(๓รร) มใบกาอรนกุญฤษาฎตกีรื้อา ถอน สํานักงานคณะกรฉรมบกบั าลรกะฤษฎกี า ๕๐ บาทสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) ใใบบออสนนําญุุญนาาักตตงาเเปคนลคล่อืณ่ียนนะกยกร้าารยรมใชกา้ รกฤษฎีกา ฉฉบบับับลลสะะํานกั งาน๒ค๐๕ณ๐๐ะกรรมบบกาาาททรกฤษฎีกา
(๕)
สาํ นกั งานคณะก((๖๖รร)๙ทม๕วก)ิใา๙บร๖กรฤใบั บษรอฎอนกีงาญุ าตให้ใช้อาคสาํารนเกัพงือ่ านปคระณกะอกรบฉรมบกับาลรกะฤษฎีก๑า ๐๐ บาทสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ กนิจกั กงาานรคโรณงะมกหรรรมสกพารกฤษฎีกา ฉบบั ลสะํานกั งาน๕ค๐ณ๐ะกรรมบกาาทรกฤษฎกี า
(๖ ตร)ี ๙๗ ใบรบั รองการตรวจสอบ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤสษภฎากีพาอาคาร สํานักงานคณะกรฉรมบกับาลรกะฤษฎกี ๑า ๐๐ บาทสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๗) ใบแทนใบอนญุ าตหรอื ใบแทนใบรบั รอง ฉบบั ละ ๑๐ บาท
(๘) การตสํา่อนอักางยาใุนบคอณนะุญกรารตมใกหา้เรปก็นฤไษปฎตกี าามอตั ราใน (๑ส) ําถนงึ กั (ง๔าน)คณะกรรมการกฤษฎีกา
(๘ ทวิ)๙๘ การต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพ่ือประกอบกิจการโรงมหรสพให้เป็นไปตาม
สาํ นักองตัานรคาใณนะก(๖รรทมกวา)ิ รกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๙) การสตํานรวกั จงาแนบคบณแะกปรลรนมกกา่อรสกฤรษ้างฎกี หารือดัดแปลงสอําานคกั างรานใคหณ้คะิดกรคร่ามธกรารรมกฤเนษียฎกีมาสําหรับการ
ก่อสรา้ ง หรือสําหรบั ส่วนทมี่ ีการดดั แปลง ดังน้ี

สํานักงานคณะกรรมก(การ)กอฤาษคฎาีกราซึง่ สงู ไมเ่ กนิ สสาํามนชัก้ันงหานรคอื ณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ไม่เกินสิบหา้ เมตร

สาํคนิดักตงาามนคพณน้ื ะทก่ขี รอรงมพกนื้ารอกาฤคษาฎรกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

แต่ละชัน้ รวมกัน ตารางเมตรละ ๒ บาท

สาํ นักงานคณะกรรมก(ขาร)กอฤาษคฎากี ราซึ่งสงู เกนิ สามสชํา้ันนหกั งราอื นคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

เกินสบิ หา้ เมตร
สาํ คนิดกั งตาานมคพณื้นะทกรขี่ รอมงกพา้นืรกอฤาษคฎารกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

แต่ละชั้นรวมกนั ตารางเมตรละ ๔ บาท
สาํ นักงานคณะกรรมก(คาร)กอฤาษคฎากี ราประเภทซึง่ จะสตําน้อักงมงาีพนน้ื ครณับะนกาํ้รรหมนกกั าบรกรฤรษทฎกุ ีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สําชน้นั ักใงดาชนัน้คหณนะกง่ึ เรกรินมกหา้ารรก้อฤยษกฎโิ ีกลากรัมตอ่ หนง่ึ ตสาํารนากังเงมานตครณะกรรมการกฤษฎีกา
คิดตามพน้ื ทข่ี องพ้ืนอาคาร

สํานักงานคณะกรรมการกแฤตษล่ฎะีกชาน้ั รวมกนั สํานักงานคตณาระากงรเรมมตกราลระกฤษฎกี า ๔ บาทสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(ง) ปา้ ย คดิ ตามพ้ืนท่ขี องปา้ ยโดยเอาส่วนกวา้ งทสี่ ดุ

สาํคนูณักดงาว้ นยคสณ่วะนกยรารวมทก่ีสารุดกฤษฎีกาตารางเมตรลสะํานักงานคณ๔ะกรรมบกาาทรกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการก๙๕ฤษอัฎตรีกาาค่าธรรมเนียมสํา(น๖กั )งแานก้คไขณเพะกิ่มรเรตมิมกโาดรยกพฤรษะฎรกี าาชบัญญัติควบคสุมํานอาักคงาานรค(ณฉบะกับรทรี่ม๓ก)ารกฤษฎีกา
พ.ศ. ๒๕๔๓
ส๙ํา๖นอักัตงราานคค่าณธระรกมรเรนมียกมา(ร๖กฤทษวิ)ฎเีกพาิม่ โดยพระราชบสัญํานญกั ตั งิคาวนบคคณุมะอการครามรก(ฉารบกับฤทษ่ี ๓ฎ)กี พา.ศ. ๒๕๔๓
๙๗ อัตราค่าธรรมเนยี ม (๖ ตรี) เพิม่ โดยพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๙๘ฤษอัตฎรกี าาคา่ ธรรมเนยี ม (ส๘ํานทักวิ)งาเพนิม่คโณดะยกพรรระมรกาชาบรกัญฤญษัตฎิคกี วาบคุมอาคาร (ฉบสบั ําทนี่ัก๓ง)านพค.ศณ. ๒ะก๕ร๔ร๓มการกฤษฎกี า

หน้า 63
- ๓๗ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(จ) อาคารประเภทซึ่งตอ้ งวัดความยาว เชน่ เขอ่ื น

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤทษาฎงกีหารอื ท่อระบายนสําํ้านรกั ้ัวงาหนรคือณกะํากแรพรมงการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

รวมท้ังประตรู ั้วหรือกาํ แพง

สาํ คนิดกั งตาานมคคณวะากมรยรามวการกฤษฎีกา เมตรลสะํานกั งานคณ๑ะกรรมบกาาทรกฤษฎีกา

ในการคดิ ค่าธรรมเนยี มการตรวจแบบแปลน เศษของตารางเมตรหรอื เมตรตัง้ แต่กึง่ หนงึ่ ข้ึนไป
สาํ นักใงหาถ้นอืคเณปะ็นกหรรนมว่ กยาเรตกม็ ฤษถฎา้ ตกี าํา่ กว่าก่งึ หนึ่งใหสํา้ปนดั ักทงา้งิ นคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หนา้ 64
- ๓๘ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบญั ญัติฉบับน้ี คอื เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมการ
สาํ นักกง่อานสครณ้าะงกอรารคมากรารกพฤุทษธฎศกี ัการาช ๒๔๗๙สําแนลักงะาพนรคะณระากชรรบมัญกาญรกัตฤิคษวฎบกี คาุมการก่อสร้สาาํงนใักนงเาขนตคเณพะลกิงรไรหมกมา้ รกฤษฎกี า

พุทธศักราช ๒๔๗๖ ได้ประกาศใช้มานานแล้ว แม้ว่าได้มีการแก้ไขเพ่ิมเติมกันอยู่ตลอดมา แต่ปัจจุบัน
บ้านเมอื งได้เจรญิ สกํา้านวกั หงนาน้าคแณละะกขรยรามยกตาัวรมกฤากษขฎ้นึีกา ฉะนัน้ เพ่ือใสหํา้เนหกั มงาานะสคมณแะลกระรสมอกดาครกลฤ้อษงฎกีกับาสถานการณ์
ปัจจุบัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการควบคุมเก่ียวกับความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย
สาํ นกั กงาานรปคณ้องะกกรันรอมัคกคารีภกัยฤษกฎาีกราสาธารณสุข กสาํานรรักักงาษนาคคณุณะกภรารพมสกาิ่งรแกวฤดษลฎ้อกี มา การผังเมืองสกาํ นาักรงสาถนาคปณัตะยกกรรรมรกมารกฤษฎกี า
อแาลคะากราแรลอะํากนฎวหยคมสวาาํ ายนมวัก่าสงดาะน้วดคยวณกกาะแรกกคร่กรวามบรกคจาุมรรกกาฤจาษรรกฎส่อกี มาสครว้ารงใปนรเับขปตเรพุงสลกํานิงฎไักหหงมมานา้เสยคียวณ่าใะหดกม้วรยร่ แมกลกาะารรสคกมวฤคบษวคฎรุมีกรกาวามรกกฎ่อหสมรา้ายง
สาํ นกั ทง้ังานสคอณงฉะบกรบั รดมงั กกาลรก่าวฤเษขฎ้ากีเปาน็ ฉบบั เดียวกสนั ํานกั จงงึ าจนําคเปณ็นะกตรอ้ รงมตกราารพกฤระษรฎากี ชาบญั ญตั นิ ีข้ ้นึ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

*ประกาศคณะรักสษํานาคักงวาานมคสณงะบกเรรรียมบกรา้อรกยฤแษหฎ่งีกชาาติ ฉบับที่ ๔ส๗ํานักงเรานื่อคงณกะากรรแรกม้ไกขาเรพกิ่มฤษเตฎิมกี ปาระกาศของ
คณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๒๑๖ ลงวนั ท่ี ๒๙ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๑๕๙๙

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ข้อ ๖ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําส่ังใดอ้างถึงกรมอัยการ
รัฐมนตรีว่าการสกาํ รนะกั ทงารนวคงณมะหกรารดมไกทารยกใฤนษสฎ่วกี นา ที่เกี่ยวกับกสาํานรักปงฏานิบคัตณิตะากมรรกมฎกหารมกาฤยษฎรีกะาเบียบหรือ

ข้อบังคับซึ่งกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าท่ี อธิบดีกรมอัยการ รองอธิบดีกรมอัยการ
สํานักใงหา้ถนือคณว่าะบกรทรบมัญกาญรกัตฤิแษหฎ่งีกกาฎหมาย กฎ สขํา้อนบักังงคานับคณระะเกบรียรมบกหารรกือฤคษําฎสกี ่ังานั้นอ้างถึงสํานสาํักนงักางนาอนัยคกณาะรกสรรูงมสกุดารกฤษฎกี า

นายกรัฐมนตรี อยัสกํานาักรงสางู นสคดุ ณแะลกระรรมอกงาอรัยกกฤาษรฎสกี ูงาสุด สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษฎ๗กี าให้นายกรัฐมสนํานตกั รงีราันกคษณาะกการรรตมากมารปกรฤะษกฎาีกศา คณะรักษาคสวําานมักงสางนบคเณระียกบรรรม้อกยารกฤษฎกี า
แห่งชาตฉิ บบั น้ี

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ข้อ ๘ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับน้ี ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัน

สาํ นกั ถงดัานจคากณวะนักปรรรมะกกาารศกใฤนษรฎาีกชากจิ จานเุ บกษสาเําปน็นักงตา้นนไคปณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

พระราชบญั ญตั คิ สวาํบนคักมุ งอานาคคณาระก(ฉรรบมบั กทารี่ ๒กฤ)ษพฎ.ศีกา. ๒๕๓๕๑๐๐ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๒๗ ให้คณสําะนกักรงรานมคกณาะรกพริรจมากราณรกาฤอษุทฎธกี ารณ์ซ่ึงดํารงตสําาํ แนหักงนา่นงคอณยู่ะใกนรวรันมกทาี่ รกฤษฎีกา
พระราชบัญญัตินสี้ใาํ นช้ักบงังาคนับคณยังะคกรงรปมฏกิบารัตกิหฤนษ้ฎาทีกา่ีต่อไปจนกว่าสจําะนมักีกงาานรคแณตะ่งกตรั้งรคมณกาะรกกฤรษรมฎีกกาารพิจารณา
อทุ ธรณข์ นึ้ ใหมต่ ามพระราชบัญญตั ินี้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๘ บรรดาคําขออนุญาตใด ๆ ท่ีได้ยนื่ ไว้กอ่ นวันที่พระราชบัญญัตนิ ีใ้ ชบ้ ังคับ

และยังอยู่ในระหสวํา่านงักกงาารนพคิจณาะรกณรรามขกอางรเกจฤ้าษพฎนกี ักางานท้องถิ่น สถํา้านผกั ู้ขงอานรับคณใบะอกนรรุญมากตารมกิไฤดษ้มฎาีกขาอรับคืนจาก

เจ้าพนักงานท้องถ่ินภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ิน

สํานักพงาิจนาครณณะากครํารขมอกอารนกุญฤษาตฎดีกาังกล่าวต่อไปตสาํามนบกั งทาบนคัญณญะัตกิแรรหม่งกพารรกะฤรษาชฎบีกัาญญัติควบคุมอสาาํ นคักางรานพค.ศณ.ะ๒กร๕ร๒มก๒ารกฤษฎกี า

ซ่ึงแกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั นิ ้ี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๙๙ ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนท่ี ๓๗/หนา้ ๕๐ พ/๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔
สํานักงานคณะกรรมการก๑๐ฤ๐ษรฎากีชากิจจานเุ บกษา เสลําม่ น๑ักง๐า๙น/คตณอนะกทร่ี ๓รม๙ก/หารนกา้ ฤ๑ษ/ฎ๖กี เามษายน ๒๕๓๕สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หน้า 65
- ๓๙ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๒๙ บรรดาเขสตํานเพกั ลงาิงนไหคมณ้ทะก่ีไดรร้มมีปกราะรกกาฤศษใฎชีก้บาังคับแผนผังปสรําับนปักรงุงาเนขคตณเพะกลริงรไมหกมา้ รกฤษฎีกา

ตามมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้

ใช้บังคับ ให้เจ้าพสนํานักักงางานนทค้อณงะถกิ่นรเรรมิ่มกตาร้นกดฤําษเนฎกีินาการปรับปรุงภสําานยกั ใงนาสนอคงณปะีนกับรรแมตก่วาันรกทฤ่ีพษรฎะีกราาชบัญญัตินี้

ใชบ้ งั คบั และใหน้ ํามาตรา ๖๐ ทวิ มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พระราชบัญญัติคสมวําานบตกัคงรุมาานอคา๓คณ๐าะรกรบพรมร.ศกร.าดร๒ากก๕ฤฎษ๒ฎก๒ีกรากะ่อทนรกวางรขแ้อก้บไสขัญําเนพญกัิ่มัตงเาติทนิม้อคโณงดถะย่ิกนพรรรหมะรกรือาารคชกําบฤสัษญั่งฎญทีกั่ีตไาดิน้อี้ ใอหก้ยตังาคมง
สํานักใงชา้บนงัคคณบั ะไกดรต้รม่อกไปารเกทฤา่ ษทฎไ่ี มีกข่า ดั หรือแยง้ กับสบํานทกั บงญัานญคณตั ทิะก่ไี ดรรร้ มับกกาารรกแฤกษ้ไฎขกี เพา ิ่มเตมิ โดยพรสะาํรนาักชงบาญันคญณัตะินกี้รรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตสําุผนลักใงนานกคาณรปะกรระรกมากศารใกชฤ้พษรฎะกี ราาชบัญญัติฉบสับํานนัก้ี งคาืนอคโณดะยกทรร่ีเปมก็นากรกาฤรษสฎมีกคาวรปรับปรุง

บทบัญญัติในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ว่าด้วยการออกอนุบัญญัติตาม

สํานกั พงารนะครณาะชกบรัรญมญกาัตริกนฤี้ใษหฎ้เีกหามาะสมและสคําลน่อกั งงาตนัวคมณาะกกรยริ่งมขกึ้นารกเพฤษิ่มฎเกีตาิมบทบัญญัตสิวํา่านดัก้วงายนกคาณระแกจร้รงมใหกา้ รกฤษฎีกา

เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ินทราบก่อนการดําเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคล่ือนย้ายอาคาร แทน
การขออนุญาต เสพําื่อนใักหง้เากนิดคคณวะากมรรสมะกดาวรกกฤแษลฎะกี ราวดเร็วแก่ปรสะําชนาักชงนานมคาณกะยก่ิงรขรึ้นมกปารรกับฤปษรฎุงกีอาํานาจหน้าท่ี

ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการบังคับการตามพระราชบัญญัติน้ีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปรับปรุง
สาํ นกั บงทานกคําณหะนกดรโรทมษกาอรกตั ฤรษาโฎทกี ษา และอาํ นาจสหํานน้าักทงา่ขี นอคงณคณะกะรกรมรรกมารกกาฤรษเปฎรีกยี าบเทียบคดีใหส้เหํานมักางะาสนมคกณับะสกภรรามวกะารกฤษฎีกา

ทางเศรษฐกิจ แสลาํ นะักลงักาษนคณณะะขกอรรงมกกาารรกกฤรษะฎทีกําาความผิด แลสะํานปกั รงับานปครณุงบะกทรบรมัญกญารัตกิฤอษ่ืนฎทีก่ีเากี่ยวข้องให้
สอดคล้องกับการปรับปรุงบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นหรือให้เหมาะสม และชัดเจนยิ่งขึ้น

สํานกั จงึงานจคําเณปะ็นกตรร้อมงกตารรากพฤรษะฎรีกาาชบญั ญตั นิ ้ี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

พระราชบัญญัตคิ สวําบนคักมุ งาอนาคคณาระก(รฉรบมบั กทารี่ ก๓ฤ)ษพฎ.ศีกา. ๒๕๔๓๑๐๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๓๑ กฎหมาสยํานกกั ฎงารนะคเณบะียกบรรขม้อกบารังกคฤับษฎมีกตาิ หรือคําส่ังใดสทาํ ่ีอน้าักงงถานึงคโรณงะมกหรรรสมกพารกฤษฎกี า

ตามพระราชบัญญัติป้องกันภยันตรายอันเกิดแต่การเล่นมหรสพ พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ให้ถือว่า
กฎหมาย กฎ ระสเาํบนียกั บงานขค้อณบะังกครับรมมกตาริ กหฤรษือฎคีกําาส่ังนั้น อ้างถึงสโํารนงักมงหานรคสณพะตการมรมพกราะรรกาฤชษบฎกีัญาญัติควบคุม

อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึง่ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิน้ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๓คณ๒ะกบรรรมรดกาารคกําฤขษอฎอกี นาุญาตตามพรสะํารนากัชงบานัญคญณัตะิปกร้อรงมกกันารภกยฤันษตฎรกี าายอันเกิดแต่
การเล่นมหรสพ พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ท่ีได้ยื่นไว้ก่อนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังอยู่ใน
สาํ นักรงะานหควณ่าะงกกรารมรกพาิจรกาฤรษณฎากี ขา องเจ้าพนักสงํานากันงซานึ่งครณัฐมะกนรรตมรกีแาตรก่งฤตษั้งฎีกใาห้ถือว่าเป็นคสํําานขักองาอนนคุญณะากตรตรมากมารกฤษฎกี า
พระราชบญั ญัตคิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั นิ ี้

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓๓ ใบอนุญาตให้ก่อสร้างโรงมหรสพ และใบอนุญาตให้เปล่ียนแปลงแก้ไข

สาํ นักหงารนือคเพณิ่มะกเตรริมมโกรางรมกหฤษรสฎพกี าที่ออกให้ตามสพํานรักะงราานชคบณัญะกญรัตรมิปก้อางรกกฤันษภฎยกี ันาตรายอันเกิดสแาํ ตน่กักงาารนเลคณ่นมะกหรรรสมกพารกฤษฎีกา

พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปโดยให้ถือเป็นใบอนุญาต
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการก๑๐ฤ๑ษรฎากีชากจิ จานเุ บกษา เสลําม่ น๑ักง๑า๗น/คตณอนะกทร่ี ๔รม๒กกา/รหกนฤา้ษฎ๑ีก/๑า๕ พฤษภาคม ๒สํา๕น๔ัก๓งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หน้า 66
- ๔๐ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ก่อสร้างโรงมหรสพ หรือใบอนุญาตดัดแปลงโรงมหรสพตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

สาํ นักซงงึ่าแนกค้ไณขะเกพริม่ รเมตกิมาโรดกยฤพษรฎะกี ราาชบัญญัตนิ ้ี แสําลนว้ ักแงตาก่นรคณณีะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมาํ นากัตงราานค๓ณ๔ะกรรใมบกอารนกุญฤษาฎตีกใาห้ใช้เป็นสถสาํานนทักงี่แานสคดณงะกการรรมมกหารรกสฤพษฎทกีี่อาอกให้ตาม
พระราชบัญญัติป้องกันภยันตรายอันเกิดแต่การเล่นมหรสพ พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ก่อนวันที่
สํานกั พงรานะคราณชะบกญัรรญมกัตาินรใี้กชฤ้บษังฎคกี ับา ให้ใช้ได้ต่อไสปําจนนักกงาวน่าคจณะสะกิ้นรอรามยกุ าถร้ากผฤู้ขษอฎรีกับาใบอนุญาตดังสกาํ ลน่าักวงาปนรคะณสะงกคร์จระมใกชา้ รกฤษฎกี า
สเพถ่ือานปทรน่ีะ้ันกเอปบ็นกโริจสงกมาํ านหรักรโงสราพนงมคตณอ่หไะรปกสหรพรลมตังก่อจาาไรปกกใฤกบษ่ออฎนนกี วุญาันาทต่ีใสบิ้นออนายุญุ แาสตลํานะเดักไดิมงา้ยสนื่นิ้นคคณอําาะขกยอรุ อรในมหกุญ้ผาู้าขรตกอฤใรชษับ้สฎใถีกบาานอทน่ีดุญังากตลใ่าชว้
สํานักโงรางนมคหณระกสรพรนมกั้นาตร่อกฤไปษฎไดกี ้ตา ามใบอนุญาสตําเนดักิมงานเวค้นณแะตก่ผรรู้มมีอกําานรกาฤจษอฎนกี ุญา าตตามมาตสรําาน๓ักง๙านเคบณญะจกรแรมหก่งารกฤษฎกี า
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จะมีคาํ สั่ง
ไม่อนุญาตให้ใช้สสถาํ านนกั ทงา่นี นน้ั คเณพ่ือะกปรรระมกกอารบกกฤจิ ษกฎาีกราโรงมหรสพตาสมําพนักรงะารนาคชณบะัญกญรรตั มนิ ก้ีารกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๓๕ บรรดาคสําําขนอักองานนุญคาณตะทกร่ีไดรม้ยกื่นาไรวก้กฤ่อษนฎวีกันาที่พระราชบัญสญาํ นัตักินงา้ีในชค้บณังคะับกรแรมลกะารกฤษฎีกา
ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ถือว่าเป็นคําขออนุญาตตามพระราชบัญญัติ
ควบคุมอาคาร พส.ศําน. กั๒ง๕าน๒ค๒ณซะก่ึงรแรกม้ไกขาเรพกิ่มฤเษตฎิมีกโาดยพระราชบสัญําญนักัตงินาน้ี ใคนณกะรกณรรีทม่ีคกําาขรกอฤอษนฎุญีกาาตดังกล่าวมี
ข้อความแตกต่างไปจากคําขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแก้ไข

สาํ นักเงพาิ่มนเคตณิมะโกดรยรพมกระารรกาฤชษบฎัญีกญา ัตินี้ ให้เจ้าพสนําักนกังางานนทค้อณงะถกิ่นรมรมีอกําานรากจฤสษั่งฎใกีหา้แก้ไขเพิ่มเติมสไําดน้ตักางมานคควณามะกจรํารเปมก็นารกฤษฎกี า
เพ่ือให้การเป็นสไาํ ปนตกั งาามนพคณระะกรรารชมกบาัญรกญฤษัตฎิคกี วาบคุมอาคารสํานพัก.งศา.นค๒ณ๕ะ๒กร๒รมซก่ึางรแกกฤ้ษไขฎเีกพา่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัติน้ี

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓๖ บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้แก่บุคคลใดก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ี

ใช้บงั คับใหค้ งใช้ไสดาํ ต้ น่อกั ไงปานจคนณกวะกา่ จรระมสกน้ิ าอรกายฤษใุ บฎอีกนาญุ าตนั้น สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกี าา ๓๗ บรรดสาํากนฎกั งการนะคทณระกวรงรมขก้อาบรกัญฤญษฎัตกี ิทา้องถิ่น หรือคสํําานสักั่งงทาน่ีไดคณ้อะอกกรตรมากมารกฤษฎกี า
พระราชบัญญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระสาํรนาักชงบานัญคญณัะตกิครวรมบกคาุมรกอฤาษคฎากี รา (ฉบับท่ี ๒)สําพน.ักศง.าน๒ค๕ณ๓ะก๕รรทมก่ีใชาร้บกังฤคษัฎบกีอายู่ก่อนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าท่ีไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติท่ีได้รับการแก้ไข

สาํ นักเงพาิ่มนคเตณิมะโกดรรยมพกราะรกรฤาษชฎบีกัญาญัตินี้ จนกวส่าําจนะกั มงาีกนฎคกณระะกทรรรมวกงารขก้อฤบษฎัญกี ญา ัติท้องถ่ิน หสราํือนคักํางสาน่ังคทณี่อะอกกรตรมากมารกฤษฎกี า
พระราชบัญญัติคสวาํ นบกั คงุมานอคาณคะากรรรพม.กศา.รก๒ฤ๕ษ๒ฎ๒กี าซึ่งแก้ไขเพิ่มสเําตนิมกั โงดานยคพณระะกรรารชมบกาัญรกญฤัตษินฎี้ใกี นาเรื่องนั้น ๆ
ใช้บังคับ

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาประเทศ

ได้มีความเจริญกส้าวํานหักนง้าาอนยค่าณงะรกวรดรเมรก็วารโกดฤยษเฉฎพกี าาะได้มีการขยสาํายนตกั ัวงขานอคงณเมะือกงรใรนมดก้าารนกกฤาษรฎกกี่อาสร้างอาคาร

เพิ่มมากขึ้น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสม และสอดคล้องกับ

สาํ นกั สงภานาคพณกะากรรณรม์ปกัจาจรกุบฤันษฎสีกมาควรแก้ไขเพิ่มสําเนตักิมงกาฎนคหณมะากยรวร่ามดก้วารยกกฤาษรฎคีกวาบคุมอาคารเสสียาํ นใักหงมา่นโคดณยะกกํารหรมนกดารกฤษฎีกา

มาตรการในด้านการควบคุมเก่ียวกับความม่ันคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การ
สาธารณสุข การสรําักนษกั างาคนุณคณภาะกพรสริ่งมแกวารดกลฤ้อษมฎีกกาารผังเมือง กสาํารนสกั ถงาานปคัตณยะกกรรรรมมกแารลกะฤกษาฎรีกอาํานวยความ

สํานักสงะานดควณกแะกกร่กรามรกจารรากจฤรษนฎกีอากจากนี้ กฎหมสาํานยกัวงา่ าดนว้ คยณกะากรรปรอ้ มงกกาันรกภฤยษันฎตีกราายอันเกดิ แต่กสาํารนเักลง่นานมคหณรสะกพรไรดม้ใกชา้ รกฤษฎีกา

หน้า 67
- ๔๑ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับโรงมหรสพก็เป็น
สาํ นักองาาคนคารณอะยก่ารงรหมกนา่ึงรกสฤมษคฎวกีราที่จะนําหลักกสาํารนเักกง่ียาวนกคับณกะากรรอรมนกุญาารตกฤใหษ้ใฎชกี ้โารงมหรสพมาบสําัญนญักงัตาิรนวคมณเปะก็นรฉรบมกับารกฤษฎกี า

เดยี วกันกบั กฎหมายวา่ ด้วยการควบคุมอาคารเพ่ือสะดวกต่อการใช้กฎหมาย และสมควรกําหนดให้ส่ิง
ท่ีสร้างข้นึ เพื่อใช้ใสนาํ กนาักรงขานนคสณ่งบะกุครครลมใกนาลรกกั ฤษษณฎะีกการะเช้าไฟฟ้าหสรํานือักสงิ่งาทน่ีสครณ้าะงกขร้ึนรโมดกยามรกีวฤัตษถฎุปีกราะสงค์เพื่อใช้
เป็นเคร่ืองเล่นในสวนสนุก หรือสถานท่ีอื่นใดเพื่อประโยชน์ในลักษณะเดียวกันเป็นอาคารตาม
สํานักกงฎานหคมณาะยกวร่ารดมว้ กยากรากรฤคษวฎบกี คามุ อาคารด้วยสําจนงึกั จงาํานเปคน็ ณตะ้อกงรตรมรกาพารรกะฤรษาฎชกีบาญั ญัตนิ ี้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

*พระราชกฤษฎีกสาําแนกกั ง้ไาขนบคทณบะัญกรญรมัตกิใาหร้สกอฤดษคฎลีกา้องกับการโอนสอํานําักนงาาจนหคนณ้าะทกร่ีขรอมงกสา่วรกนฤรษาฎชกีกาารให้เป็นไป
สํานกั ตงาามนคพณระะรการชรมบกัญารญกัตฤิปษรฎบั ีกปา รุงกระทรวงสทํานบักวงงานกครณมะพก.รศร.ม๒กา๕ร๔กฤ๕ษพฎ.กี ศา. ๒๕๔๕๑๐๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตกั รงาาน๔ค๗ณะกในรรพมรกะารรากชฤบษัญฎีกญาัตคิ วบคมุ อาคสาํารนกั พง.าศน.ค๒ณ๕ะ๒กร๒รมการกฤษฎกี า

(๑) ให้แก้ไขคําว่า “กรมโยธาธิการ” เป็น “กรมโยธาธิการและผังเมือง” คําว่า

สํานัก“งอานธคิบณดะีกกรรมรมโยกธารากธฤิกษาฎรีก”า เป็น “อธิบสดําีกนรกั มงโานยคธณาธะิกกรารรมแกลาะรกผฤังษเมฎือกี งา” และคําว่าสํา“นผักู้แงทานนคสณําะนกักรรงมากนารกฤษฎีกา

นโยบายและแผนส่ิงแวดล้อม” เป็น “ผู้แทนสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ ม” และสคาํ นาํ ักวง่าาน“โคยณธะากธริกรามรกจางั รหกวฤดัษ”ฎกี เปา น็ “โยธาธกิ าสรําแนลักงะาผนงั คเมณือะงกจรังรหมกวาัดร”กฤษฎีกา

(๒) ให้ตัดคําว่า “ผู้อํานวยการสํานักผังเมือง” ออก เพ่ือให้สอดคล้องกับการยุบเลิก
สาํ นักกงรามนคกณาระผกงัรเรมมอื กงารกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยท่ีพระราชบัญญัติปรับปรุง

สํานักกงรานะคทณรวะงกรทรมบกวางรกกฤรษมฎพกี า.ศ. ๒๕๔๕ ไดสํา้บนัญกั งญาันตคิใหณ้จะัดกรตรั้งมสก่วานรกรฤาชษกฎากี ราข้ึนใหม่โดยมสีภํานารักกงาิจนใคหณมะ่ กซรึ่งรไมดก้มาี รกฤษฎีกา

การตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหาร และอํานาจหน้าท่ีของส่วนราชการให้เป็นไปตาม

พระราชบัญญัติปสํารนับกั ปงรานุงคกณระะกทรรรวมงกาทรบกฤวษงฎกกี ราม นั้นแล้ว แสลําะนเักนง่ืาอนงคจณากะกพรรระมรกาารชกบฤัญษฎญีกัตาิดังกล่าวได้

บัญญัติให้โอนอํานาจหน้าท่ีของส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดํารงตําแหน่ง หรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าท่ีในส่วน

สาํ นกั รงาาชนกคาณระเกดริมรมมากเาปรก็นฤขษอฎงกีสา่วนราชการใหสมําน่ โักดงยานใหค้มณีกะากรรแรมกก้ไาขรบกทฤษบฎัญกี ญาัติต่าง ๆ ให้สสอาํ ดนักคงลา้อนงคกณับะอกํารรนมากจารกฤษฎกี า

หน้าท่ีที่โอนไปด้วย ฉะน้ัน เพ่ืออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราช
กฤษฎกี าดงั กลา่ วสจาํ นึงสกั งมาคนวครณแะกกไ้ รขรบมทกบารญั กฤญษตั ฎขิ กี อางกฎหมายใหสส้ ําอนดกั คงลาน้อคงณกบัะกกรารรมโกอานรสก่วฤนษรฎากี ชาการ เพ่ือให้

ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอํานาจหน้าที่ว่าตาม
สาํ นกั กงฎานหคมณาะยกใรดรมไดกา้มรีกกฤาษรโฎอกี นา ภารกิจของสสํา่วนนักรงาานชคกณาะรกรหรรมือกาผรู้รกับฤษผิฎดีกชาอบตามกฎหสมาํ านยักนงา้ันนไคปณเะปก็นรรขมอกงารกฤษฎีกา

หน่วยงานใด หรือสผํานู้ใดกั แงาลน้วคณโดะยกแรกรม้ไขกบารทกบฤษัญฎญกี ัตาิของกฎหมายสใําหน้มกั งีกาานรคเปณละกี่ยรนรชมื่อกสาร่วกนฤรษาฎชีกกาาร รัฐมนตรี
ผู้ดํารงตาํ แหนง่ หรอื ผซู้ ึ่งปฏบิ ัติหน้าท่ีของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอํานาจหน้าท่ี และเพิ่มผู้แทน

สาํ นักสง่วานนครณาชะกกรารรมในกาครณกฤะษกฎรีกรามการให้ตรงตสาํามนักภงาารนกคิจณทะี่มกีกรรามรกตาัดรโกอฤนษจฎากี กาส่วนราชการสเดํานิมักมงาาเนปค็นณขะอกงรสรม่วกนารกฤษฎกี า

ราชการใหม่ รวมทัง้ ตดั สว่ นราชการเดมิ ท่มี กี ารยุบเลิกแลว้ ซง่ึ เปน็ การแกไ้ ขให้ตรงตามพระราชบัญญัติ

และพระราชกฤษสฎํากีนาักดงางั นกคลณ่าวะกรจรึงมจกําาเปรก็นฤตษ้อฎงกี ตาราพระราชกฤสษํานฎกั ีกงาานนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักพงรานะคราณชะบกญัรรญมกตั าิครวกบฤคษมุฎอีกาาคาร (ฉบับทสี่ ๔ําน) ักพง.าศน.ค๒ณ๕ะ๕กร๐ร๑ม๐ก๓ารกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๐๒ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๑๙/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา้ ๖๖/๘ ตลุ าคม ๒๕๔๕
สํานกั งานคณะกรรมการก๑๐ฤ๓ษรฎากีชากจิ จานเุ บกษา เสลํา่มน๑กั ง๒า๔น/คตณอนะกทร่ี ๖รม๘กกา/รหกนฤ้าษฎ๑ีก/๑า๖ ตุลาคม ๒๕๕สํา๐นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หน้า 68
- ๔๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายแก้ไข

สาํ นกั ปงัญานหคาณคะวการมรยมากการจกนฤษแฎลีกะาขยายโอกาสใสหํา้คนนักยงาานกคจณนะแกลระรคมนกาดร้อกยฤโษอฎกีกาาส ซ่ึงนโยบายสปาํ รนะักกงาารนหคนณึ่งะคกือรรกมากรารกฤษฎกี า

ส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย รวมทั้งได้รับการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น ดังน้ัน

เพอ่ื ใหก้ ระทรวง สทาํ บนวักงงากนรคมณระากชรรกมากราสรก่วฤนษทฎ้อีกงาถ่ิน รฐั วิสาหกสิจํานอักงงคา์กนาครณขะอกงรรรัฐมทก่ีจารัดกตฤง้ั ษขฎน้ึ ีกตาามกฎหมาย

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐสามารถดําเนินการจัดให้มีหรือพัฒนาที่อยู่อาศัยต้นทุนตํ่าสําหรับ
สํานกั ปงรานะคชณาชะกนรผรู้มมีรกาารยกไฤดษ้นฎ้อกี ยา โดยไม่มีปัญหสําานอักุปงสานรครคณใะนกดรร้ามนกกาารรกขฤอษอฎนกี าุญาตก่อสร้าง สหํารนือักดงา้านนคขณ้อะกกํารหรมนกดารกฤษฎกี า

อมาาคตารรฐาเนช่นอารคะายรสะใาํ นถนอบักยางารงน่นเรค่ือเณนงะท้ือกท่ีไรมรี่ขม่เอกกงี่ยาทรวก่ีวขฤ่า้อษงงภฎโาีกดยายนตอรกงกอัาบคคาวราสมหํามนรั่ืนอักงรคาะงนยแคะขณห็งะแ่ากงรรจงราหมกกรแาือรนคกววฤเาษขมฎตปีกทาลี่ดอินดภเปัย็นขตอ้นง

สาํ นักสงมานคควณรยะกกรเวรม้นกผาร่อกนฤผษันฎีกหารือกําหนดเงสื่อํานนไักขงใานนกคาณระปกฏรริบมัตกิตารากมฤกษฎฎหีกมาายว่าด้วยกาสรคาํ นวักบงคานุมคอณาคะการรรบมากงารกฤษฎกี า
ประการ โดยออกเป็นกฎกระทรวง เพ่ือให้อาคารท่ีหน่วยงานของรัฐดังกล่าวจัดให้มีหรือพัฒนานั้น

สอดคลอ้ งกับควาสมําตนอ้ักงงกานาครแณละะกฐรรามนกะาทรากงฤเษศฎรีกษาฐกิจของผู้มีราสยํานไดกั ้นงา้อนยคอณยะ่ากงรแรทม้จการริงกฤจษึงฎจีกําาเป็นต้องตรา

พระราชบัญญัติน้ี

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

พระราชบญั ญตั ิควบคมุ อาคาร (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๕๘๑๐๔
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
สํานักนงุเาบนกคษณาะเกปรน็รมตก้นาไรปกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๘ แบบการแจ้งและใบรับแจ้งท่ีใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้

สํานกั บงัางนคคับณใะหก้ยรังรมคกงาใรชก้ไฤดษ้ตฎ่อีกไาปจนกว่าจะสไดําน้มักีกงาานรคกณําหะกนรดรมขกึ้นาใรหกฤมษ่ตฎากี มาพระราชบัญสญํานัตักิคงวานบคคณุมะอการรคมากรารกฤษฎกี า

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

สใําหน้เกัจง้าาพนนคักณงะากนรทรมอ้ กงาถร่ินกกฤําษหฎนีกดา แบบหนังสือสแําจน้งักขง้อานทคักณทะ้วกงรเพรม่ือกใาชร้ไกปฤพษลฎากี งาก่อนจนกว่า

จะได้มีการกําหนดข้ึนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดย

สาํ นกั พงรานะคราณชะบกัญรรญมกัตาินร้ีกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตกั รงาาน๙คณผะกู้แรจร้งมซกึ่งาไรดก้รฤับษใฎบีกราับแจ้งตามมาสตํารนาักง๓า๙นคทณวะิ กแรหร่งมพการระกรฤาษชฎบกี ัญาญัติควบคุม

อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ไว้แล้ว
สํานกั กง่อานนควณันะทก่ีพรรรมะกราารชกบฤัญษฎญกี ัตาินี้ใช้บังคับ ใสหํา้กน่อักสงารน้าคงณดะัดกแรรปมลกงารรกื้อฤถษอฎนกี าหรือเคลื่อนยส้าํายนอักางคาานรคตณาะมกทรร่ีไมดก้มาี รกฤษฎีกา

การแจ้งไว้ต่อไปสไดาํ น้จกั นงกานวค่าณระะยกระรเมวลกาารตกาฤมษทฎี่รกี ะาบุไว้ในใบรับสแําจน้งักจงาะนสค้ินณสะุดกลรรงมแกาลระกใฤหษ้ถฎือีกวา่าใบรับแจ้ง
ดังกล่าวเป็นใบรับแจ้งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

สาํ นักพงารนะคราณชะบกญัรรญมกตั านิ รี้กฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีท่ีผู้แจ้งตามวรรคหน่ึงได้ก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือเคล่ือนย้ายอาคาร

ตามท่ีได้แจ้งไว้แสตาํ ่ยนังกั ไงมาน่แคลณ้วะเสกรรร็จมกแาลระกรฤะษยฎะีกเาวลาตามที่ระสบํานุไวัก้ใงนานใคบณรับะกแรจร้มงสกิ้านรสกุดฤษลฎงกี เาจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นจะขยายระยะเวลาก่อสร้าง ดดั แปลง ร้อื ถอน หรอื เคลอื่ นย้ายอาคาร โดยนําหลักเกณฑ์การต่อ

สาํ นักองาานยคุใบณอะนกรุญรามตกตารากมฤทษี่กฎํากี หานดในกฎกระสทํานรกั วงงาทนี่อคอณกะตกรารมมคกวาารมกฤในษมฎากี ตารา ๘ (๑๒) แสหําน่งักพงราะนรคาณชะบกัญรรญมกัตาิ รกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการก๑๐ฤ๔ษรฎากีชากจิ จานุเบกษา เสลําม่ น๑ักง๓า๒น/คตณอนะกทรี่ ๘รม๒กกา/รหกนฤา้ษฎ๓ีก๒า/๒๗ สิงหาคม ๒ส๕ําน๕ัก๘งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 69
- ๔๓ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

สาํ นักมงาานใชคบ้ ณงั ะคกับรโรดมยกอารนกโุ ฤลษมฎกกี ไ็ าด้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงตามมาตรา ๓๙ ตรี แห่ง

พระราชบัญญัติคสําวนบกั คงุมานอคาณคะากรรรพม.กศา.รก๒ฤ๕ษ๒ฎ๒ีกาซึ่งแก้ไขเพิ่มสเําตนิมกั งโาดนยคพณระะกรรารมชกบาัญรกญฤัตษิฎคีกวาบคุมอาคาร

(ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ไว้กอ่ นวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินและผู้ได้รับการ
สํานกั แงจาน้งคขณ้อะทกักรรทม้วกงาปรกฏฤิบษัฎตีกิตาามความในวสรํานรักคงสานาคมณวะรกรรรคมสก่ี าแรกลฤะษวฎรกี ราคห้า ของมาสตํานรักางา๓น๙คณตะรกีรแรมหก่งารกฤษฎกี า

พระราชบัญญตั คิ สวําบนคกั มุ งอานาคคณาระกพร.รศม.ก๒าร๕ก๒ฤ๒ษฎซีกึง่ าแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ สโําดนยักพงรานะคราณชะบกัญรรญมกัตานิ รี้กฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๐ ให้รัฐมนสตํารนีวักา่งกานาครกณระะกทรรรมวกงมารหกาฤดษไฎทกี ยารักษาการตามสพาํ นระักรงาานชคบณญั ะญกรตั รนิ มี้ การกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตสุผําลนใักนงากนาครณประกะรกรามศกใาชร้พกฤรษะรฎากี ชาบัญญัติฉบับสนํา้ี นคักืองาโนดคยณทะี่เปกร็นรกมากราสรกมฤคษวฎรีกแาก้ไขเพิ่มเติม

กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการควบคุมอาคาร

สํานกั สงาานมคาณรถะกอรอรกมกกาฎรกกรฤะษทฎกีราวงกําหนดใหส้เรํานื่อักงงทาี่เนปค็นณระากยรรลมะกเอารียกดฤทษฎางีกดา้านเทคนิคเกส่ียาํ นวักกงับากนคารณกะ่อกรสรรม้ากงารกฤษฎกี า

ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่มีการเปล่ียนแปลงรวดเร็ว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่
รัฐมนตรีโดยคําแสนําะนนกั ํางาขนอคงณคะณกะรรกมรกรามรกกาฤรษคฎวีกบาคุมอาคารปรสะํานกักางศากนําคหณนะกดรไรดม้ เกพาร่ือกใฤชษ้เปฎ็นกี าข้อปฏิบัติใน

การก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมตาม
สาํ นักมงาานตครฐณาะนกสรรามกกลาซร่ึงกมฤีกษาฎรีกเาปล่ียนแปลงอสยําู่ตนลกั องาดนเวคลณาะตการมรมพกัฒารนกาฤกษาฎรกีขาองเทคโนโลยีเสกําี่ยนวักกงับานกคาณรกะก่อรสรรม้ากงารกฤษฎีกา

เพ่มิ เตมิ บทบัญญสัตาํิทนีก่ กั ํางหานนคดณใหะกเ้ จรา้รมขกอางรอกาฤคษาฎรีกผาคู้ รอบครองอสาําคนาักรงาหนรคอื ณผะ้ดู กาํ รเรนมินกการากรฤสษําหฎีกรับา อาคารบาง
ชนิดหรือประเภทต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน

สาํ นักขงอานงคบณุคะคกลรภรมากยานรอกกฤษเฎพีกื่อาให้บุคคลดังกสลําน่ากัวงไาดน้รคับณกะากรรชรดมใกชาร้คก่าฤเสษียฎหกี าายในเบ้ืองต้นสใาํ นนกักรงาณนีทคณ่ีบุคะกครลรนมก้ันารกฤษฎกี า

ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินจากอาคารน้ัน ปรับปรุงกระบวนการเก่ียวกับการ

แจ้งการก่อสร้างสดาํ ัดนแักงปาลนงคณหะรกือรรรื้อมถกอารนกอฤาษคฎากี ราโดยไม่ยื่นคําสขําอนรกั ับงาในบคอณนะุญกรารตมกใหาร้มกีคฤวษาฎมีกเาหมาะสมกับ

การพัฒนาบุคลากรและองค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม อันเป็นการอํานวยความ

สํานกั สงะานดควณกใะหก้แรรกม่ปกราะรชกฤาชษนฎมกี าากย่ิงข้ึน และสปํารนับกั งปารนุงคบณทะบกัญรรญมกัตาิอรื่นกทฤษี่เกฎี่ยีกวาข้องให้สอดคสลํา้อนงักกงับานกคารณปะรกับรรปมรกุงารกฤษฎกี า

บทบัญญัตดิ ังกลา่ วข้างตน้ จงึ จาํ เป็นต้องตราพระราชบญั ญตั ินี้
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทน
สํานกั นงิตานิบคคุ ณคะลกรพร.มศก.า๒รก๕ฤ๖ษ๐ฎ๑ีก๐า๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา

สํานักนงเุาบนกคษณาะเกปรน็รมตกน้ าไรปกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตุผสลํานในักกงาานรคปณระะกกรารศมใกชา้พรรกะฤรษาฎชกีบาัญญัติฉบับน้ี สคําือนกัโดงยานทค่ีศณาละกรรัฐรธมรกรามรนกูญฤษไดฎ้มกี ีคา ําวินิจฉัยว่า

พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ เฉพาะในส่วนท่ีสันนิษฐานให้

สํานักกงรานรมคกณาะรกผรูจ้รมัดกกาารรกฤผษู้จฎดั ีกกาาร หรอื บุคคลสใําดนซักึง่ งราบันคผณิดชะกอรบรใมนกกาารรกดฤําษเฎนกี ินางานของนิติบุคสําคนลักนงั้นานตค้อณงะรกับรรโทมกษารกฤษฎีกา

ทางอาญาร่วมกับการกระทําความผิดของนิติบุคคล โดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทําหรือเจตนาประการใด
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการก๑๐ฤ๕ษรฎาีกชากิจจานุเบกษา เสลํา่มน๑กั ง๓า๔น/คตณอนะกทรี่ ๑รม๘กกา/รหกนฤา้ษฎ๑กี/๑า๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒ส๕าํ น๖ัก๐งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 70
- ๔๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อันเกี่ยวกับการกระทําความผิดของนิติบุคคลน้ัน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

สํานกั พงุทานธคศณักะรการชรม๒ก๕า๕รก๐ฤษมฎาตีกราา ๓๙ วรรคสสอํางนักเปงา็นนอคันณใะชก้บรังรคมับกาไรมก่ไฤดษ้ตฎามีกราัฐธรรมนูญแหส่งาํ รนาักชงอานาณคณาจะกักรรรไมทกยารกฤษฎีกา

พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวทํานอง

เดียวกัน คือ พระสราํ นาชักบงาัญนคญณัตะิลกิขรสรมิทกธา์ิ รพก.ฤศษ.ฎ๒ีก๕า๓๗ มาตรา ส๗ํา๔นกั พงารนะครณาชะกบรัญรมญกัตาริกกาฤรษปฎรกี ะากอบกิจการ

โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๗๘ พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒๘/๔ และ
สาํ นักพงารนะครณาชะกบรัญรมญกัตาิรปกุ๋ยฤษพฎ.ศกี .า ๒๕๑๘ มาตสรําานัก๗งา๒น/ค๕ณขะกัดรหรรมือกาแรยก้งฤตษ่อฎรกี ัฐาธรรมนูญแห่งสราํ านชักองาานณคาณจะักกรรรไมทกยารกฤษฎกี า

พุทธศักราช ๒๒๕๕๕๕ส๐๐าํ นมมักางาตาตนรรคาาณ๓๖ะ๙กรวดรรังมรนกคั้นาสรอกเพฤงื่อษเปแฎก็กีนา้ไอขันบใทช้บบังัญคญับัตไมิขส่ไํอาดนง้ตักกางฎมาหนรคมัฐณธารยะรกดมรังนรกมูญลก่าแาวหรแก่งลฤระษาชกฎอฎีกาาหณมาาจยักอรื่นไทท่ีมยี
พุทธศักราช

สํานักบงทานบคัญณญะกัตริใรนมลกักาษรกณฤะษเฎดีกียาวกนั มิใหข้ ัดหสรําอื นแักยงง้านตค่อณรฐั ะธกรรรรมมนกาญู รกฤจษงึ ฎจําีกเาป็นตอ้ งตราพรสะาํ นราักชงาบนญั คณญะตั กินรี้รมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หนา้ 71

พระราชบญั ญตั ิ
การสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕

ภูมิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี ๒๙ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เปน็ ปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปจั จบุ ัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศวา่

โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมการใชอ้ ุจจาระเปน็ ปยุ๋

จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตขิ ึน้ ไว้โดยคำแนะนำและยินยอม
ของสภานิติบัญญัติแหง่ ชาติ ทำหนา้ ที่รฐั สภา ดงั ตอ่ ไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตินี้เรยี กว่า “พระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ใหย้ กเลิก
(๑) พระราชบัญญตั ิสาธารณสขุ พทุ ธศักราช ๒๔๘๔
(๒) พระราชบญั ญัติสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๓) พระราชบัญญตั สิ าธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗
(๔) พระราชบัญญัติสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕
(๕) พระราชบัญญตั ิสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๒๗
(๖) พระราชบัญญตั คิ วบคมุ การใชอ้ จุ จาระเป็นปุ๋ย พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๗) พระราชบัญญัติควบคุมการใช้อจุ จาระเป็นปุ๋ย (ฉบบั ที่ ๒) พุทธศกั ราช ๒๔๘๔
(๘) พระราชบญั ญัติควบคมุ การใชอ้ ุจจาระเป็นป๋ยุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗

มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี
“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า อจุ จาระหรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึงสงิ่ อื่นใดซ่ึง
เป็นสงิ่ โสโครกหรือมกี ล่ินเหมน็

๑ ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนท่ี ๓๘/หนา้ ๒๗/๕ เมษายน ๒๕๓๕

หน้า 72

“มูลฝอย”๒ หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ
ถุงพลาสติก ภาชนะท่ีใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ ซากสัตว์ หรอื ส่งิ อ่นื ใดท่ีเก็บกวาดจากถนน ตลาด ท่เี ลย้ี ง
สตั ว์ หรอื ทีอ่ ่ืน และหมายความรวมถึงมลู ฝอยติดเชอื้ มูลฝอยทีเ่ ป็นพษิ หรอื อนั ตรายจากชมุ ชน

“ท่ีหรือทางสาธารณะ” หมายความว่า สถานที่หรือทางซ่ึงมิใช่เป็นของเอกชนและ
ประชาชนสามารถใชป้ ระโยชน์หรือใช้สญั จรได้

“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลงั สินคา้ สำนกั งานหรอื สงิ่ ท่ี
สรา้ งขนึ้ อย่างอ่ืนซง่ึ บคุ คลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

“ตลาด” หมายความว่า สถานท่ีซึ่งปกติจัดไว้ให้ผู้ค้าใช้เป็นท่ีชุมนุมเพื่อจำหน่าย
สินค้าประเภทสัตว์ เน้ือสัตว์ ผัก ผลไม้ หรืออาหารอันมีสภาพเป็นของสด ประกอบหรือปรุงแล้วหรือ
ของเสียง่าย ท้ังนี้ ไม่ว่าจะมีการจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม และหมายความรวมถึง
บริเวณซึ่งจัดไว้สำหรับให้ผู้ค้าใช้เป็นที่ชุมนุมเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทดังกล่าวเป็นประจำหรือเป็น
ครั้งคราวหรือตามวนั ทก่ี ำหนด

“สถานท่ีจำหน่ายอาหาร” หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใด ๆ ท่ีมิใช่ที่
หรือทางสาธารณะ ท่ีจัดไว้เพ่ือประกอบอาหารหรือปรุงอาหารจนสำเร็จและจำหน่ายให้ผู้ซื้อสามารถ
บริโภคได้ทันที ท้ังนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดยจัดให้มีบริเวณไว้สำหรับการบริโภค ณ ที่น้ัน หรือ
นำไปบริโภคท่ีอน่ื กต็ าม

“สถานที่สะสมอาหาร” หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ที่
หรือทางสาธารณะ ท่ีจัดไว้สำหรับเก็บอาหารอันมีสภาพเป็นของสดหรือของแห้งหรืออาหารใน
รปู ลกั ษณะอืน่ ใด ซงึ่ ผูซ้ ื้อตอ้ งนำไปทำ ประกอบ หรอื ปรุงเพ่อื บรโิ ภคในภายหลัง

“ราชการส่วนท้องถิ่น”๓ หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล
องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืนท่ีมี
กฎหมายจดั ต้งั ขึ้น

“ขอ้ บัญญัติท้องถิ่น” หมายความว่า ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ หรือข้อบังคับซ่ึงตราข้ึน
โดยราชการส่วนท้องถนิ่

“เจ้าพนักงานท้องถ่นิ ”๔ หมายความว่า
(๑) นายกองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั สำหรบั ในเขตองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
(๒) นายกเทศมนตรีสำหรบั ในเขตเทศบาล
(๓) นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลสำหรบั ในเขตองค์การบรหิ ารส่วนตำบล
(๔) ผู้วา่ ราชการกรุงเทพมหานครสำหรับในเขตกรงุ เทพมหานคร
(๕) นายกเมืองพัทยาสำหรับในเขตเมอื งพัทยา
(๖)๕ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืน สำหรับในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
น้นั

๒ มาตรา ๔ บทนิยามคำว่า “มลู ฝอย” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข (ฉบบั ที่
๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓ มาตรา ๔ บทนิยามคำว่า “ราชการส่วนท้องถ่ิน” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

๔ มาตรา ๔ บทนิยามคำว่า “เจ้าพนักงานท้องถ่ิน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

หนา้ 73

“เจา้ พนกั งานสาธารณสุข” หมายความว่า เจ้าพนกั งานซ่งึ ได้รบั แตง่ ตั้งให้ปฏิบัตกิ าร
ตามพระราชบญั ญตั ินี้

“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการสาธารณสุข
“รฐั มนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผรู้ กั ษาการตามพระราชบญั ญัตินี้
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานสาธารณสุข กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมหรือยกเว้น
ค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอ่ืนเพื่อปฏิบตั ิการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี

กฎกระทรวงนน้ั เมอ่ื ไดป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ให้ใชบ้ ังคับได้

หมวด ๑
บททว่ั ไป

มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ีให้
รฐั มนตรโี ดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงดังตอ่ ไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการควบคุมหรือกำกับดูแลสำหรับ
กิจการหรอื การดำเนนิ การในเรอ่ื งตา่ ง ๆ ตามพระราชบัญญัตนิ ี้

(๒) กำหนดมาตรฐานสภาวะความเป็นอยู่ท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน
และวิธีดำเนินการเพ่ือตรวจสอบควบคุมหรือกำกับดูแล หรอื แก้ไขสิ่งที่จะมผี ลกระทบต่อสภาวะความ
เป็นอยูท่ ่เี หมาะสมกบั การดำรงชีพของประชาชน

กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปทุกท้องถิ่นหรือให้ใช้
บังคับเฉพาะท้องถ่ินใดท้องถน่ิ หน่ึงก็ได้ และในกรณีที่กฎกระทรวงดังกล่าวจะสมควรกำหนดให้เรื่องที่
เปน็ รายละเอียดทางด้านเทคนิควิชาการหรือเป็นเรอื่ งทีต่ ้องมกี ารเปล่ียนแปลงรวดเร็วตามสภาพสังคม
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการและประ กาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษา๖

มาตรา ๗ เมื่อมีกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๖ ใช้บังคับในท้องถ่ินใดให้ราชการ
ส่วนท้องถิ่นหรอื เจ้าพนักงานท้องถ่ินซึ่งมีกิจการหรือการดำเนินการตามกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ในเขต
อำนาจของท้องถิ่นนั้นดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ในการน้ี หากมีกรณีจำเป็น
ให้ราชการสว่ นทอ้ งถ่ินออกข้อบัญญตั ิท้องถิ่น หรอื แกไ้ ขปรบั ปรงุ ขอ้ บัญญัติท้องถ่ินท่ีใช้บงั คบั อยกู่ ่อนมี
กฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๖ เพื่อกำหนดรายละเอียดการดำเนินการในเขตท้องถ่ินนั้นให้เป็นไป
ตามกฎกระทรวงดังกลา่ วได้

๕ มาตรา ๔ บทนิยามคำว่า “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” (๖) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

๖ มาตรา ๖ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

หน้า 74

ข้อบัญญัติท้องถิ่นใดถ้าขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๖ ให้บังคับ
ตามกฎกระทรวงนั้น ทั้งน้ี เว้นแต่ในกรณีท่ีมีความจำเป็นหรือมีเหตุผลเป็นพิเศษเฉพาะท้องถิ่น
ราชการส่วนท้องถ่ินอาจออกข้อบัญญัติท้องถ่ินในเร่ืองใดขัดหรือแย้งกับที่กำหนดในกฎกระทรวงท่ี
ออกตามมาตรา ๖ ไดเ้ ม่ือได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการและไดร้ บั อนมุ ัติจากรัฐมนตรี

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๘ ในกรณีท่ีเกิดหรอื มเี หตุอันควรสงสัยวา่ จะเกิดความเสียหายอย่างรา้ ยแรง
ตอ่ สภาวะความเปน็ อยู่ทเี่ หมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนซ่งึ จำเปน็ ต้องมีการแก้ไขโดยเร่งด่วน
ใหอ้ ธิบดีกรมอนามัยมีอำนาจออกคำสง่ั ให้เจ้าของวัตถุหรอื บคุ คลซ่ึงเกี่ยวข้องกับการกอ่ ใหเ้ กิดหรืออาจ
เกิดความเสียหายดงั กล่าวระงับการกระทำหรือให้กระทำการใด ๆ เพอ่ื แกไ้ ขหรือป้องกนั ความเสยี หาย
เชน่ ว่านน้ั ได้ตามท่เี หน็ สมควร

ถ้าบุ คคล ซึ่ งได้ รับ คำสั่ งต ามวร รคห นึ่ งไม่ป ฏิ บั ติ ต ามคำส่ั งภ าย ใน ระย ะเวล าต าม
สมควร อธบิ ดีกรมอนามัยจะส่ังให้เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ปฏิบัติการใด ๆ เพ่ือแก้ไขหรือป้องกันความ
เสียหายดังกล่าวนั้นแทนก็ได้ ในการน้ี ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่
พฤติการณ์ และบคุ คลซ่ึงได้รับคำสัง่ ดงั กล่าวตอ้ งเป็นผูเ้ สยี คา่ ใช้จ่ายสำหรบั การนน้ั

ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้อธิบดีกรมอนามัยแจ้งแก่ผู้ว่าราชการ
จังหวัดเพ่ือสั่งให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติการตามความในวรรคสองสำหรับในเขตท้องที่
จังหวัดนนั้

มาตรา ๘/๑๗ ในการพิจารณาออกคำสง่ั ตามมาตรา ๘ วรรคหนงึ่ อธิบดกี รมอนามัย
อาจให้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงหรือให้ความเหน็ เพือ่ ประกอบการพจิ ารณาโดยไม่ชกั ชา้

หมวด ๒
คณะกรรมการสาธารณสุข

มาตรา ๙๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า “คณะกรรมการสาธารณสุข”
ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรม
ควบคุมโรค อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการ
เกษตร อธิบดกี รมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถน่ิ อธิบดกี รมสวัสดกิ าร
และคุ้มครองแรงงาน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ปลัดกรุงเทพมหานคร นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่ง
ประเทศไทย นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมองค์การบริหาร
ส่วนตำบลแห่งประเทศไทยและผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้

๗ มาตรา ๘/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๘ มาตรา ๙ แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

หน้า 75

ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านกฎหมายการสาธารณสุข การอนามัยส่ิงแวดล้อม และการ
คุ้มครองผ้บู ริโภค เปน็ กรรมการให้อธบิ ดีกรมอนามยั เปน็ กรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๑๐ ใหค้ ณะกรรมการมีอำนาจหนา้ ทดี่ งั ต่อไปนี้
(๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบาย แผนงานและมาตรการ
เกี่ยวกับการสาธารณสุข และพิจารณาให้ความเห็นในเร่ืองใด ๆ เก่ียวกับการสาธารณสุขตามท่ี
รฐั มนตรีมอบหมาย
(๒) ศึกษา วิเคราะห์และให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั และคำสัง่ เกีย่ วกับการสาธารณสุข
(๓) ให้คำแนะนำต่อรฐั มนตรีในการออกกฎกระทรวง และตอ่ ราชการส่วนท้องถ่ินใน
การออกข้อบัญญัติทอ้ งถ่ิน
(๔ ) ให้ คำปรึกษ าแนะนำแก่เจ้าพ นักงานท้องถ่ินในการปฏิบั ติการตาม
พระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๕) กำหนดโครงการและประสานงานระหว่างส่วนราชการและราชการส่วนท้องถ่ิน
ที่เก่ียวขอ้ งเพือ่ ดำเนนิ การตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
(๖) ควบคุม สอดส่องการปฏิบัติหน้าท่ีของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการ
ปฏิบัติการตามกฎหมายเกีย่ วกับการสาธารณสขุ เพ่ือรายงานต่อรัฐมนตรี
(๖/๑)๙ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการของคณะกรรมการสาธารณสุข
จังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และ
ตามทก่ี ฎหมายกำหนดไว้
(๗) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการ
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๑๑๑๐ ในกรณีที่ปรากฏแก่คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด
หรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ว่าราชการส่วนท้องถ่ินหรือเจ้าพนักงานท้องถ่ินซึ่งมี
เขตอำนาจในท้องถิ่นใดไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าท่ีที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติน้ีโดยไม่มี
เหตผุ ลอนั สมควร ให้คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรอื คณะกรรมการสาธารณสุข
กรุงเทพมหานคร แจ้งต่อผู้มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือ
เจ้าพนักงานท้องถ่ินตามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน เพ่ือส่ังให้ราชการส่วนท้องถ่ินหรือเจ้าพนักงาน
ท้องถ่ินดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือแก้ไขการดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องภายในระยะเวลา
ที่เหน็ สมควร

มาตรา ๑๒ กรรมการผทู้ รงคุณวุฒมิ วี าระอยใู่ นตำแหน่งคราวละสองปี
กรรมการซ่ึงพน้ จากตำแหนง่ อาจได้รบั แตง่ ตั้งอีกได้

๙ มาตรา ๑๐ (๖/๑) เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๐ มาตรา ๑๑ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 76

มาตรา ๑๓ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๒ กรรมการ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิพ้นจากตำแหน่งเมือ่

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก
(๔) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๖) ไดร้ ับโทษจำคกุ โดยคำพพิ ากษาถึงท่ีสดุ ให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ทไ่ี ดก้ ระทำโดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ

มาตรา ๑๔ ในกรณีที่มีการแต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระหว่างท่ีกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพ่ิมขึ้นหรือแต่งต้ังซ่อม
ให้ผู้ได้รับแต่งต้ังนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระท่ีเหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งตั้งไว้แล้ว
น้นั หรอื ของกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิซง่ึ ตนแทน แล้วแตก่ รณี

มาตรา ๑๕ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ของจำนวนกรรมการท้ังหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้
กรรมการท่ีมาประชุมเลือกกรรมการคนหนง่ึ เปน็ ประธานในทป่ี ระชมุ

การวินิจฉัยช้ีขาดของที่ประชุมใหถ้ ือเสยี งข้างมาก กรรมการคนหน่ึงให้มีเสยี งหน่ึงใน
การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสยี งเพ่ิมขึ้นอีกเสียงหนง่ึ เป็นเสียงช้ี
ขาด

มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือ
ปฏิบัติการตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย และให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การประชุมของ
คณะอนกุ รรมการโดยอนโุ ลม

มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติน้ี ให้คณะกรรมการมีอำนาจ
ออกคำส่ังเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลหน่ึงบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่
เกี่ยวข้องหรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาได้ ในกรณีท่ีเห็นสมควร คณะกรรมการอาจ
มอบหมายให้คณะอนุกรรมการซึ่งได้รับการแต่งต้ังตามมาตรา ๑๖ คณะหนึ่งคณะใด เป็นผู้มีอำนาจ
ออกคำส่ังดังกล่าวแทนคณะกรรมการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเร่ืองท่ีอยู่ในอำนาจหน้าท่ีของ
คณะอนกุ รรมการนั้นได้

หมวด ๒/๑
คณะกรรมการสาธารณสุขจงั หวดั และคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร๑๑

๑๑ หมวด ๒/๑ คณ ะกรรมการสาธารณ สุขจังหวัดและคณ ะ กรรมการสาธารณ สุข
กรงุ เทพมหานคร มาตรา ๑๗/๑ ถึง มาตรา ๑๗/๕ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 77

มาตรา ๑๗/๑๑๒ ใหม้ ีคณะกรรมการสาธารณสุขจงั หวดั ประกอบดว้ ย
(๑) ผู้วา่ ราชการจงั หวดั เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) อัยการจังหวัด ปลัดจังหวัด เกษตรจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด
ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัด ท้องถ่ินจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด
โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และนายก
องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด เปน็ กรรมการ
(๓) นายกเทศมนตรี จำนวนหน่ึงคน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน
หนึ่งคน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และในกรณีที่จังหวัดใดมีองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินรูปแบบพิเศษ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอื่นท่ีมีกฎหมายจัดต้ังขึ้น ให้ผู้ว่าราชการ
จงั หวัดแต่งตง้ั ผบู้ ริหารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ นั้นเป็นกรรมการด้วย
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึง่ ประธานกรรมการแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ความสามารถ
หรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวนไม่เกินสี่คน และผู้แทน
ภาคประชาชนซง่ึ ประธานกรรมการแต่งตัง้ จำนวนไมเ่ กนิ สองคน เป็นกรรมการ
ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้นายแพทย์
สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซ่ึงรับผิดชอบงานด้าน
กฎหมายและการอนามัยสิ่งแวดลอ้ ม ด้านละหนึง่ คน เป็นผูช้ ว่ ยเลขานุการ

มาตรา ๑๗/๒๑๓ ให้มคี ณะกรรมการสาธารณสุขกรงุ เทพมหานคร ประกอบดว้ ย
(๑) ปลัดกรุงเทพมหานคร เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย รองปลัด
กรุงเทพมหานครซ่ึงปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร
ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมควบคุมโรค
ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรม
วิชาการเกษตร ผู้แทนกรมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถ่ิน ผู้แทนกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ ผูแ้ ทนกรม
สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนกรมอนามัย ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทน
สำนักงานอยั การสงู สุด เปน็ กรรมการ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่งึ ประธานกรรมการแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ความสามารถ
หรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยส่ิงแวดล้อม จำนวนไม่เกินสี่คน และผู้แทน
ภาคประชาชน ซงึ่ ประธานกรรมการแตง่ ตั้ง จำนวนไมเ่ กินสองคน เป็นกรรมการ
ให้ผูอ้ ำนวยการสำนักอนามยั กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้
อธิบดีกรมอนามัยแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกรมอนามัยซ่ึงรับผิดชอบงานด้านกฎหมายหรือการ
อนามัยสิ่งแวดล้อมหน่ึงคน และให้ผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการ
ในสังกัดสำนักอนามัยกรุงเทพมหานครซ่ึงรับผิดชอบงานด้านกฎหมายหรือการอนามัยสิ่งแวดล้อมหน่ึงคน
เป็นผชู้ ่วยเลขานุการ

๑๒ มาตรา ๑๗/๑ เพิม่ โดยพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๓ มาตรา ๑๗/๒ เพิม่ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หนา้ 78

มาตรา ๑๗/๓๑๔ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุข
กรงุ เทพมหานครมีอำนาจหนา้ ที่ในเขตจังหวัดหรอื ในเขตกรุงเทพมหานคร แลว้ แตก่ รณี ดังต่อไปน้ี

(๑) ดำเนินการตามนโยบาย แผนงาน และมาตรการตามมาตรา ๑๐ (๑)
(๒) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขตามท่ี
รฐั มนตรี หรอื คณะกรรมการมอบหมาย
(๓) ให้ความเห็นแก่ราชการส่วนท้องถิ่นในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และให้
ค ำ ป รึ ก ษ า ห รื อ ส นั บ ส นุ น ร า ช ก า ร ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ เ จ้ า พ นั ก ง า น ท้ อ ง ถ่ิ น ใน ก า ร ป ฏิ บั ติ ก า ร ต า ม
พระราชบัญญตั นิ ี้ ทั้งน้ี ใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวทางทค่ี ณะกรรมการกำหนด
(๔) ประสานงาน สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพในการดำเนินการของส่วนราชการ
และราชการส่วนท้องถน่ิ ที่เกี่ยวข้องตามโครงการทค่ี ณะกรรมการกำหนด โดยคำนึงถึงหลกั การมีส่วนร่วม
ของประชาชนด้วย
(๕) สอดส่องหรือกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าท่ีของส่วนราชการท่ีมีอำนาจหน้าท่ีใน
การปฏิบตั กิ ารตามกฎหมายเกยี่ วกับการสาธารณสขุ เพอื่ รายงานต่อคณะกรรมการ
(๖) ส่งเสริมและสนับสนุนการรณรงค์และสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการ
สาธารณสขุ และการอนามัยสิ่งแวดล้อม
(๗) ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นเพ่ือประกอบการพิจารณาของอธิบดีกรม
อนามัยตามมาตรา ๘/๑
(๘) ออกคำส่ังเป็นหนงั สือเรียกให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสาร
หรอื หลักฐานทเี่ กยี่ วข้องหรือวตั ถุใด ๆ มาเพอื่ ใชป้ ระกอบการพิจารณา
(๙) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร หรือตามที่
คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๑๗/๔๑๕ การแต่งต้ัง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของ
กรรมการตามมาตรา ๑๗/๑ (๓) และ (๔) และกรรมการตามมาตรา ๑๗/๒ (๓) ให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขท่คี ณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๗/๕๑๖ การแต่งต้ังคณะอนุกรรมการ และการประชุมของคณะกรรมการ
สาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร และคณะอนุกรรมการที่
คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง ให้นำ
มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ มาใช้บงั คบั โดยอนโุ ลม

หมวด ๓

๑๔ มาตรา ๑๗/๓ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๕ มาตรา ๑๗/๔ เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั ิการสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๖ มาตรา ๑๗/๕ เพิม่ โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หนา้ 79

การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย๑๗

มาตรา ๑๘๑๘ การเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในเขตราชการส่วน
ท้องถนิ่ ใดให้เปน็ อำนาจของราชการส่วนทอ้ งถ่นิ น้ัน

ในการดำเนินการตามวรรคหน่ึง ราชการส่วนท้องถ่ินอาจร่วมกับหน่วยงานของรัฐ
หรือราชการส่วนท้องถ่ินอื่นดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกันก็ได้ แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์
สาธารณะโดยส่วนรวม รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงโดยคำแนะนำของคณะกรรมการกำหนด
หลักเกณฑว์ ธิ กี าร และเงื่อนไขในการดำเนนิ การร่วมกนั ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรราชการส่วนท้องถ่ินอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตาม
วรรคหน่ึงแทนภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่น หรืออาจอนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้
ดำเนนิ กิจการรบั ทำการเก็บ ขน หรอื กำจดั สง่ิ ปฏกิ ลู หรอื มูลฝอยตามมาตรา ๑๙ กไ็ ด้

บทบัญญัติตามมาตราน้ี และมาตรา ๑๙ มิให้ใช้บังคับกับการจัดการของเสีย
อันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน แต่ให้ผู้ดำเนินกิจการโรงงานที่มีของเสียอันตราย และผู้ดำเนิน
กิจการรับทำการเกบ็ ขนหรอื กำจัดของเสียอันตรายดังกล่าว แจ้งการดำเนินกิจการเป็นหนังสือต่อเจ้า
พนกั งานทอ้ งถิน่

มาตรา ๑๙ ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดส่ิงปฏิกูลหรือ
มูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับ
ใบอนุญาตจากเจา้ พนักงานท้องถิ่น

มาตรา ๒๐ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบในการเก็บ
ขน และกำจดั สง่ิ ปฏิกลู หรอื มลู ฝอย ให้ราชการส่วนท้องถ่นิ มีอำนาจออกข้อบญั ญตั ิท้องถิ่นดงั ต่อไปนี้

(๑) ห้ามการถ่าย เท ทิ้ง หรือทำให้มีขึ้นในที่หรือทางสาธารณะซ่ึงส่ิงปฏิกูล หรือมูล
ฝอย นอกจากในทีท่ ่ีราชการส่วนท้องถิน่ จัดไวใ้ ห้

(๒) กำหนดให้มีที่รองรับส่ิงปฏิกูลหรือมูลฝอยตามที่หรือทางสาธารณะและสถานที่
เอกชน

(๓) กำหนดวิธีการเก็บ ขน และกำจัดส่ิงปฏิกูลหรือมูลฝอยหรือให้เจ้าของหรือผู้
ครอบครองอาคารหรือสถานท่ีใด ๆ ปฏิบัติให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะตามสภาพหรือลักษณะการใช้
อาคารหรอื สถานที่น้นั ๆ

(๔)๑๙ กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการของราชการส่วนท้องถ่ิน หรือ
บุคคลอ่ืนทร่ี าชการสว่ นท้องถิน่ มอบให้ดำเนินการแทน ในการเก็บ ขน หรือกำจดั ส่ิงปฏิกูลหรอื มลู ฝอย
ไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การจะกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการกำจัดส่ิงปฏิกูลหรือ

๑๗ ช่ือหมวด ๓ การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

๑๘ มาตรา ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
๑๙ มาตรา ๒๐ (๔) แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั ิการสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

หน้า 80

มู ล ฝ อ ย ราช การส่ ว น ท้ องถิ่น นั้ น จ ะต้ อ งด ำเนิ น ก ารให้ ถู ก ต้ องด้ ว ยสุ ข ลั ก ษ ณ ะ ต าม ที่ ก ำห น ด ใน
กฎกระทรวง

(๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือ
มูลฝอย เพ่ือให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ ปฏิบัติ ตลอดจนกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงตาม
ลกั ษณะการให้บรกิ ารทีผ่ ู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ จะพึงเรยี กเก็บได้

(๖) กำหนดการอื่นใดที่จำเปน็ เพือ่ ให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะ
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หมวด ๔
สุขลกั ษณะของอาคาร

มาตรา ๒๑ เม่ือปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถน่ิ ว่าอาคารหรือส่วนของอาคารใดหรือ
สิ่งหน่ึงส่ิงใดซ่ึงต่อเน่ืองกับอาคาร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หรือปล่อยให้มีสภาพรกรุงรังจนอาจเป็น
อันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือมีลักษณะไม่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะของการใช้เป็นที่อยู่ อาศัย
ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจออกคำส่ังเป็นหนังสือให้เจ้าของห รือผู้ครอบครองอาคารน้ันจัดการ
แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอนอาคาร หรอื ส่ิงหน่ึงสิ่งใดซง่ึ ต่อเนอื่ งกับอาคารทง้ั หมดหรือแตบ่ างสว่ น หรือ
จัดการอย่างอืน่ ตามความจำเปน็ เพอื่ มิให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือให้ถกู ต้องด้วยสขุ ลักษณะภายใน
เวลาซ่ึงกำหนดใหต้ ามสมควร

มาตรา ๒๒ เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารใดมีสนิ ค้า เคร่ืองเรือนหรือ
สมั ภาระสะสมไว้มากเกนิ สมควร หรือจดั ส่งิ ของเหล่านั้นซับซ้อนกันเกนิ ไป จนอาจเป็นเหตใุ ห้เป็นที่อยู่
อาศัยของสัตว์ให้โทษใด ๆ หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือไม่ถูกต้องด้วย
สุขลักษณะของการใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจออกคำส่ังเป็นหนังสือให้เจ้าของ
หรือผู้ครอบครองอาคารย้ายสินค้า เครื่องเรือนหรือสัมภาระออกจากอาคารนั้น หรือให้จัดส่ิงของ
เหล่าน้ันเสียใหม่ เพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะหรือให้กำจัดสัตว์ซ่ึง
เปน็ พาหะของโรคภายในเวลาทกี่ ำหนดให้ตามสมควร

มาตรา ๒๓ ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
อาคารผูใ้ ดดำเนนิ การตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ และผู้นั้นละเลยไม่ปฏบิ ัติตามคำส่ังภายในเวลา
ท่ีกำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการแทนได้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองดังกล่าวต้อง
เปน็ ผูเ้ สยี คา่ ใช้จา่ ยสำหรบั การนัน้

มาตรา ๒๔ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมมิให้อาคารใดมีคนอยู่มากเกินไปจนอาจ
เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่ในอาคารน้ัน ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจำนวนคนต่อจำนวนพ้ืนที่ของอาคารที่ถือว่ามีคนอยู่มากเกินไป
ทง้ั นี้ โดยคำนึงถงึ สภาพความเจริญ จำนวนประชากร และยา่ นชุมชนของแตล่ ะทอ้ งถน่ิ

หน้า 81

เมื่อมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหน่ึงแล้ว ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
อาคารตามประกาศนัน้ ยอมหรอื จดั ให้อาคารของตนมีคนอยู่เกนิ จำนวนทร่ี ัฐมนตรกี ำหนด

หมวด ๕
เหตรุ ำคาญ

มาตรา ๒๕ ในกรณีท่ีมีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณ
ใกลเ้ คียงหรือผทู้ ี่ต้องประสบกับเหตุน้ันดงั ตอ่ ไปน้ี ใหถ้ อื ว่าเป็นเหตุรำคาญ

(๑) แหล่งน้ำ ทางระบายน้ำ ที่อาบน้ำ ส้วม หรือท่ีใส่มูลหรือเถ้า หรือสถานที่อื่นใด
ซ่งึ อยู่ในทำเลไม่เหมาะสม สกปรก มีการสะสมหรือหมักหมมส่ิงของมีการเทท้ิงส่ิงใดเป็นเหตุให้มีกล่ิน
เหม็นหรือละอองสารเป็นพิษ หรือเป็นหรือน่าจะเป็นท่ีเพาะพันธุ์พาหะนำโรค หรือก่อให้เกิดความ
เสือ่ มหรืออาจเปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพ

(๒) การเลย้ี งสัตว์ในท่ีหรือโดยวิธีใด หรือมีจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตใุ ห้เส่ือมหรือ
อาจเปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพ

(๓) อาคารอันเป็นที่อยู่ของคนหรือสัตว์ โรงงานหรือสถานท่ีประกอบการใดไม่มีการ
ระบายอากาศ การระบายน้ำ การกำจัดสิ่งปฏิกูล หรือการควบคุมสารเป็นพิษหรือมีแต่ไม่มีการ
ควบคุมให้ปราศจากกล่ินเหม็นหรือละอองสารเป็นพิษอย่างพอเพียงจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็น
อนั ตรายตอ่ สุขภาพ

(๔) การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน ส่ิงมีพิษ
ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เส่ือมหรืออาจเป็นอันตรายต่อ
สุขภาพ

(๕) เหตุอน่ื ใดทร่ี ฐั มนตรกี ำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๖ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจห้ามผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ก่อเหตุรำคาญในที่
หรือทางสาธารณะหรือสถานท่ีเอกชนรวมท้ังการระงับเหตุรำคาญด้วย ตลอดทั้งการดูแล ปรับปรุง
บำรุงรักษา บรรดาถนน ทางบก ทางน้ำ รางระบายน้ำ คู คลอง และสถานที่ต่าง ๆ ในเขตของตนให้
ปราศจากเหตุรำคาญ ในการน้ี ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพ่ือระงับ กำจัด
และควบคมุ เหตรุ ำคาญต่าง ๆ ได้

มาตรา ๒๗ ในกรณีทมี่ ีเหตรุ ำคาญเกดิ ขึ้นหรืออาจเกดิ ขนึ้ ในท่ีหรอื ทางสาธารณะ ให้
เจ้าพนักงานทอ้ งถนิ่ มอี ำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซ่ึงเป็นต้นเหตหุ รอื เกย่ี วขอ้ งกบั การกอ่ หรือ
อาจก่อให้เกิดเหตรุ ำคาญนั้น ระงบั หรือป้องกันเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควรตามทร่ี ะบุไว้ในคำสั่ง
และถ้าเห็นสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพ่ือระงับหรือป้องกันเหตุรำคาญนั้น หรือสมควรกำหนด
วธิ กี ารเพื่อปอ้ งกันมิให้มเี หตรุ ำคาญเกดิ ข้นึ อีกในอนาคต ใหร้ ะบไุ ว้ในคำส่งั ได้

ในกรณีท่ีปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นตามวรรคหน่ึง และเหตุรำคาญท่ีเกิดข้ึนอาจเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ ให้เจ้า
พนักงานท้องถ่ินระงับเหตุรำคาญนั้น และอาจจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญ

หน้า 82

นัน้ ข้ึนอีก โดยบคุ คลซึ่งเป็นตน้ เหตุหรอื เกี่ยวข้องกับการก่อหรืออาจกอ่ ให้เกิดเหตุรำคาญตอ้ งเป็นผเู้ สีย
คา่ ใช้จา่ ยสำหรับการจัดการนัน้

มาตรา ๒๘ ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกดิ ข้นึ ในสถานที่เอกชน ให้เจ้าพนักงานทอ้ งถนิ่ มี
อำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานท่ีนั้นระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอัน
สมควรตามทรี่ ะบุไว้ในคำส่ัง และถ้าเห็นว่าสมควรจะใหก้ ระทำโดยวิธีใดเพื่อระงบั เหตุรำคาญนั้น หรือ
สมควรกำหนดวิธีการเพ่ือป้องกนั มใิ หม้ ีเหตุรำคาญเกดิ ข้ึนในอนาคต ใหร้ ะบไุ วใ้ นคำส่งั ได้

ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำส่ังของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหน่ึง ให้เจ้า
พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจระงับเหตุรำคาญน้ันและอาจจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้อ งกันมิให้มีเหตุ
รำคาญเกิดขึ้นอีก และถ้าเหตุรำคาญเกิดขึ้นจากการกระทำ การละเลย หรือการยินยอมของเจ้าของ
หรอื ผู้ครอบครองสถานท่ีนั้น เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานท่ีดังกล่าวต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับ
การน้นั

ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถ่ินว่าเหตรุ ำคาญที่เกิดข้ึนในสถานที่เอกชนอาจ
เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรง
ชีพของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถ่ินจะออกคำส่ังเป็นหนังสือห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองใช้
หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้สถานท่ีนั้นท้ังหมดหรือบางส่วน จนกว่าจะเป็นท่ีพอใจแก่เจ้าพนักงาน
ท้องถนิ่ ว่าไดม้ กี ารระงับเหตุรำคาญนั้นแล้วกไ็ ด้

มาตรา ๒๘/๑๒๐ เมอื่ ปรากฏว่ามีเหตุรำคาญเกิดขึ้นตามมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๒๘
เป็นบริเวณกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ
ประกาศกำหนดให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงือ่ นไขท่ีรัฐมนตรปี ระกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ และประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

การระงบั เหตุรำคาญตามวรรคหนึ่ง และการจดั การตามความจำเป็นเพ่ือป้องกันมใิ ห้
มเี หตุรำคาญน้ันเกิดข้ึนอีกในอนาคต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขตามท่ีเจ้าพนักงาน
ท้องถนิ่ ประกาศกำหนด

ในกรณีท่ีเหตุรำคาญตามวรรคหน่ึงได้ระงับจนไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของ
สาธารณชนแล้ว ใหเ้ จา้ พนกั งานท้องถ่ินประกาศยกเลกิ พื้นทค่ี วบคุมเหตุรำคาญน้ันโดยไม่ชักช้า

หมวด ๖
การควบคมุ การเลีย้ งหรือปลอ่ ยสัตว์

มาตรา ๒๙ เพ่ือประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรง
ชพี ของประชาชนในทอ้ งถิ่นหรือเพ่อื ป้องกันอนั ตรายจากเช้ือโรคท่ีเกดิ จากสตั ว์ ให้ราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน
มีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถ่ินกำหนดให้ส่วนหน่ึงส่วนใดหรือทั้งหมดของพื้นที่ในเขตอำนาจของ
ราชการส่วนท้องถน่ิ นัน้ เปน็ เขตควบคุมการเลี้ยงหรอื ปลอ่ ยสตั วไ์ ด้

๒๐ มาตรา ๒๘/๑ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 83

การออกข้อบัญญัติท้องถิน่ ตามวรรคหน่ึง ราชการสว่ นท้องถิ่นอาจกำหนดให้เป็นเขต
ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือบางประเภทโดยเด็ดขาด หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนด หรือเป็น
เขตท่ีการเลยี้ งหรือปล่อยสัตว์บางชนดิ หรือบางประเภทต้องอยู่ในภายใต้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งก็
ได้

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๓๐ ในกรณที ีเ่ จ้าพนกั งานท้องถิน่ พบสตั ว์ในท่ีหรอื ทางสาธารณะอนั เป็นการ
ฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ โดยไม่ปรากฏเจ้าของ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นเวลา
อย่างน้อยสามสิบวัน เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของเพ่ือรับสัตว์คืน
ให้สัตว์น้ันตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่น แต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือ
สัตว์อ่ืน หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร เจ้าพนักงานท้องถ่ินจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์
นัน้ ตามควรแก่กรณกี ่อนถงึ กำหนดเวลาดังกล่าวก็ได้ เงนิ ทไี่ ด้จากการขายหรือขายทอดตลาดเม่ือไดห้ ัก
ค่าใช้จา่ ยในการขายหรอื ขายทอดตลาดและค่าเลีย้ งดสู ตั ว์แล้ว ใหเ้ ก็บรกั ษาไวแ้ ทนสตั ว์

ในกรณีท่ีมิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่ง และเจ้าของสัตว์มา
ขอรบั สัตว์คืนภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เจ้าของสัตว์ต้องเป็นผเู้ สียค่าใช้จ่ายสำหรับการเล้ียงดู
สัตวใ์ ห้แกร่ าชการส่วนท้องถ่นิ ตามจำนวนทไ่ี ดจ้ ่ายจริงดว้ ย

ในกรณีท่ีปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินพบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็น
อนั ตรายต่อประชาชน ใหเ้ จา้ พนกั งานทอ้ งถ่ินมอี ำนาจทำลายหรือจัดการตามทีเ่ ห็นสมควรได้

หมวด ๗
กิจการท่เี ป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ

มาตรา ๓๑ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราช
กจิ จานุเบกษากำหนดใหก้ ิจการใดเป็นกจิ การที่เปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพ

มาตรา ๓๒ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการที่ประกาศตาม
มาตรา ๓๑ ให้ราชการส่วนทอ้ งถน่ิ มอี ำนาจออกข้อบัญญตั ิท้องถิน่ ดังตอ่ ไปนี้

(๑) กำหนดประเภทของกิจการตามมาตรา ๓๑ บางกิจการหรือทุกกิจการให้เป็น
กจิ การทตี่ อ้ งมกี ารควบคุมภายในท้องถิ่นนัน้

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขท่ัวไปสำหรับให้ผู้ดำเนินกิจการตาม (๑) ปฏิบัติ
เก่ียวกบั การดูแลสภาพหรือสุขลักษณะของสถานทที่ ใ่ี ช้ดำเนินกิจการและมาตรการป้องกันอันตรายต่อ
สุขภาพ

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หนา้ 84

มาตรา ๓๓ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๓๒
(๑) ใช้บังคับ หา้ มมใิ ห้ผู้ใดดำเนินกิจการตามประเภทท่ีมีข้อบญั ญัติท้องถ่ินกำหนดให้เปน็ กิจการที่ต้อง
มกี ารควบคุมตามมาตรา ๓๒ (๑) ในลักษณะท่ีเป็นการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ทอ้ งถ่ินตามมาตรา ๕๖

ในการออกใบอนุญาตตามวรรคหน่ึง เจ้าพนักงานท้องถ่ินอาจกำหนดเงื่อนไข
โดยเฉพาะให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพิ่มเติมจากที่
กำหนดไวโ้ ดยทว่ั ไปในข้อบัญญัติทอ้ งถนิ่ ตามมาตรา ๓๒ (๒) กไ็ ด้

ใบอนุญาตตามวรรคหน่งึ ให้ใช้ได้สำหรบั กิจการประเภทเดียวและสำหรับสถานท่ีแห่ง
เดียว

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หมวด ๘
ตลาด สถานท่จี ำหน่ายอาหารและสถานทีส่ ะสมอาหาร

มาตรา ๓๔ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดต้ังตลาด เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ท้องถิน่ ตามมาตรา ๕๖

การเปล่ียนแปลง ขยายหรือลดสถานท่ีหรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาดภายหลังจากท่ีเจ้า
พนักงานท้องถ่ินได้ออกใบอนุญาตให้จัดต้ังตลาดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาต
เป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิน่ ตามมาตรา ๕๖

ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือ
องค์การของรัฐท่ีได้จัดต้ังตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ แต่ในการดำเนินกิจการตลาดจะต้องปฏิบัติ
เช่นเดยี วกับผู้รบั ใบอนุญาตตามบทบัญญัติอื่นแห่งพระราชบัญญัตนิ ี้ด้วย และให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมี
อำนาจกำหนดเง่ือนไขเป็นหนงั สอื ให้ผจู้ ัดตั้งตลาดตามวรรคนป้ี ฏิบตั เิ ปน็ การเฉพาะรายก็ได้

มาตรา ๓๕ เพ่ือประโยชน์ในการกำกับดูแลตลาด ให้ราชการส่วนท้องถ่ินมีอำนาจ
ออกข้อบัญญัติท้องถน่ิ ดงั ต่อไปน้ี

(๑) กำหนดทต่ี งั้ เนอ้ื ที่ แผนผงั และหลกั เกณฑ์เกย่ี วกับส่งิ ปลกู สรา้ งและสุขลักษณะ
(๒) กำหนดหลกั เกณฑ์เกี่ยวกับการจดั สถานที่ การวางสงิ่ ของและการอื่นท่ีเก่ียวข้อง
กับการดำเนินกจิ การตลาด
(๓) กำหนดเวลาเปดิ และปดิ ตลาด
(๔) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพ่ือให้ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดปฏิบัติ
เก่ียวกับการดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อยภายในตลาดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะและอนามัย การ
จดั ให้มีที่รวบรวมหรอื กำจดั สงิ่ ปฏิกลู หรือมูลฝอย การระบายน้ำทิ้ง การระบายอากาศ การจัดใหม้ ีการ
ป้องกันมใิ ห้เกดิ เหตรุ ำคาญและการป้องกันการระบาดของโรคตดิ ตอ่
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หน้า 85

มาตรา ๓๖ ผู้ใดขายของหรือช่วยขายของในตลาด ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
หลกั เกณฑท์ ก่ี ำหนดไวใ้ นข้อบญั ญตั ิท้องถ่ินตามมาตรา ๓๗

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๓๗ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการขายของในตลาด ให้ราชการส่วน
ท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพ่ือให้ผู้ขายของ และผู้ช่วยขาย
ของในตลาดปฏิบัติให้ถูกต้องเก่ียวกับการรักษาความสะอาดบริเวณที่ขายของ สุขลักษณะส่วนบุคคล
และสุขลักษณะในการใช้กรรมวิธีการจำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารหรือสินค้าอ่ืน
รวมท้ังการรักษาความสะอาดของภาชนะ นำ้ ใชแ้ ละของใชต้ า่ ง ๆ

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๓๘ ผู้ใดจะจัดต้ังสถานท่ีจำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคาร
หรือพ้ืนที่ใดซ่ึงมีพ้ืนท่ีเกินสองร้อยตารางเมตรและมิใช่เป็นการขายของในตลาด ต้องได้รับใบอนุญาต
จากเจ้าพนักงานท้องถนิ่ ตามมาตรา ๕๖ ถ้าสถานท่ดี ังกล่าวมีพื้นที่ไมเ่ กินสองร้อยตารางเมตร ต้องแจ้ง
ตอ่ เจา้ พนกั งานทอ้ งถนิ่ เพ่อื ขอรบั หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา ๔๘ กอ่ นการจดั ตั้ง

มาตรา ๓๙ ผู้จัดต้ังสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานท่ีสะสมอาหาร ซ่ึงได้รับ
ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๖ หรือหนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา ๔๘ และผู้จำหน่าย ทำ ประกอบ
ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารในสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือสถานท่ีสะสมอาหารตามมาตรา ๓๘ ต้อง
ปฏิบัตใิ หถ้ ูกต้องตามหลักเกณฑ์ท่ีกำหนดไวใ้ นข้อบัญญัติท้องถ่ินตามมาตรา ๔๐ หรือเงื่อนไขที่กำหนด
ไว้ในใบอนุญาตหรอื หนังสือรับรองการแจ้ง

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๔๐ เพื่อประโยชน์ในการควบคมุ หรือกำกบั ดูแลสถานที่จำหน่ายอาหารและ
สถานที่สะสมอาหารท่ีได้รับใบอนุญาต หรือได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมี
อำนาจออกขอ้ บญั ญัติท้องถ่ินดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดประเภทของสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานท่ีสะสมอาหารตาม
ประเภทของอาหารหรือตามลกั ษณะของสถานที่ประกอบกิจการหรอื ตามวธิ ีการจำหน่าย

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดต้ัง ใช้ และดูแลรักษาสถานท่ีและสุขลักษณะ
ของบรเิ วณท่ใี ช้จำหนา่ ยอาหาร ท่ีจัดไวส้ ำหรับบริโภคอาหาร ทีใ่ ช้ทำ ประกอบ หรือปรงุ อาหาร หรือท่ี
ใช้สะสมอาหาร

(๓) กำหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับการป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและการป้องกัน
โรคติดตอ่

(๔) กำหนดเวลาจำหนา่ ยอาหาร

หนา้ 86

(๕) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายอาหาร ผู้ปรุง
อาหารและผใู้ หบ้ ริการ

(๖) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของอาหาร กรรมวิธีการจำหน่าย ทำ
ประกอบ ปรงุ เกบ็ รกั ษาหรือสะสมอาหาร

(๗) กำหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับสุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ น้ำใช้ และของใช้อ่ืน ๆ
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หมวด ๙
การจำหนา่ ยสนิ ค้าในท่ีหรอื ทางสาธารณะ

มาตรา ๔๑ เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีหน้าท่ีควบคุมดูแลท่ีหรือทางสาธารณะเพ่ือ
ประโยชน์ใชส้ อยของประชาชนท่ัวไป

ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายสินค้าในท่ีหรือทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดย
ลักษณะวิธีการจัดวางสินค้าในที่หน่ึงท่ีใดเป็นปกติหรือเร่ขาย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้า
พนักงานทอ้ งถิ่นตามมาตรา ๕๖

ในการออกใบอนุญาตตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินระบุชนิด หรือประเภท
ของสินค้า ลักษณะวิธีการจำหนา่ ยสินคา้ และสถานท่ีทจ่ี ะจัดวางสินค้า เพื่อจำหนา่ ยในกรณีที่จะมีการ
จัดวางสินคา้ ในท่ีหนึ่งท่ีใดเป็นปกติ รวมท้ังจะกำหนดเง่ือนไขอยา่ งใดตามที่เห็นสมควรไว้ในใบอนุญาต
ดว้ ยก็ได้

การเปล่ียนแปลงชนิดหรือประเภทของสินค้า ลักษณะวิธีการจำหน่ายสินค้า หรือ
สถานท่ีจัดวางสินค้าให้แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะกระทำได้ต่อเมื่อผรู้ ับใบอนุญาตได้แจ้ง
ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้จดแจ้งการเปล่ียนแปลงดังกล่าวไว้ในใบอนุญาต
แลว้

มาตรา ๔๒ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจรมี
อำนาจออกประกาศดังตอ่ ไปน้ี

(๑) กำหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหน่ึงส่วนใดของพ้ืนท่ีดังกล่าวเป็น
เขตห้ามจำหน่ายหรอื ซ้ือสนิ คา้ โดยเด็ดขาด

(๒) กำหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพื้นที่ดังกล่าวเป็น
เขตท่ีห้ามจำหน่ายสินค้าบางชนิดหรือบางประเภท หรือเป็นเขตห้ามจำหน่ายสินค้าตามกำหนดเวลา
หรือเป็นเขตห้ามจำหน่ายสินค้าโดยวิธีการจำหน่ายในลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรอื กำหนดหลักเกณฑ์
วธิ ีการและเงอื่ นไขในการจำหน่ายสินคา้ ในบริเวณน้นั

ในการดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินปิดประกาศไว้ในท่ี
เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของราชการส่วนท้องถ่ินและบริเวณที่จะกำหนดเป็นเขตตาม (๑) หรือ (๒)
แลว้ แต่กรณี และต้องกำหนดวนั ที่จะบงั คบั ตามประกาศนั้นมใิ ห้น้อยกว่าสบิ หา้ วันนับแตว่ นั ประกาศ

หน้า 87

มาตรา ๔๓ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและการควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท่ี
หรอื ทางสาธารณะ ให้ราชการส่วนท้องถิน่ มีอำนาจออกขอ้ บัญญตั ิท้องถิ่นดังต่อไปน้ี

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายหรือผู้ช่วย
จำหนา่ ยสนิ คา้

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับสุขลักษณะในการใช้กรรมวิธีการจำหน่าย ทำ
ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารหรือสินค้าอื่น รวมท้ังการรักษาความสะอาดของภาชนะ น้ำใช้
และของใชต้ า่ ง ๆ

(๓) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดวางสินค้าและการเร่ขายสินค้าในที่หรือทาง
สาธารณะ

(๔) กำหนดเวลาสำหรับการจำหนา่ ยสนิ คา้
(๕) กำหนดการอ่ืนที่จำเป็นเพ่ือการรักษาความสะอาดและป้องกันอันตรายต่อ
สขุ ภาพ รวมทัง้ การป้องกนั มิใหเ้ กดิ เหตรุ ำคาญและการป้องกนั โรคติดต่อ
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หมวด ๑๐
อำนาจหนา้ ที่ของเจ้าพนักงานทอ้ งถนิ่ และเจ้าพนกั งานสาธารณสุข

มาตรา ๔๔ เพ่ือปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ิน
และเจา้ พนกั งานสาธารณสขุ มีอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง หรือทำคำช้ีแจงเป็น
หนังสือหรือใหส้ ง่ เอกสารหลกั ฐานใดเพอ่ื ตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพจิ ารณา

(๒) เขา้ ไปในอาคารหรือสถานทีใ่ ด ๆ ในเวลาระหวา่ งพระอาทติ ย์ขึน้ และพระอาทติ ย์
ตกหรือในเวลาทำการเพ่ือตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามข้อบัญญัติท้องถ่ิน หรือตาม
พระราชบัญญัติน้ี ในการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหนังสือรับรองการแจ้งหรือ
หลกั ฐานทเ่ี กยี่ วขอ้ งจากเจา้ ของหรอื ผู้ครอบครองอาคารหรือสถานทนี่ ั้น

(๓) แนะนำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
เง่อื นไขในใบอนญุ าตหรือหนงั สือรบั รองการแจง้ หรือตามข้อบญั ญตั ิท้องถ่ินหรือตามพระราชบัญญัติน้ี

(๔) ยึดหรืออายัดส่ิงของใด ๆ ท่ีอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเพ่ือ
ประโยชน์ในการดำเนินคดีหรือเพือ่ นำไปทำลายในกรณีจำเป็น

(๕) เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะหรือจะ
ก่อให้เกิดเหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานท่ีใด ๆ เป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการ
ตรวจสอบตามความจำเปน็ ได้โดยไม่ต้องใช้ราคา

ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจแต่งต้ังข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้
ปฏบิ ตั ิหนา้ ทต่ี ามวรรคหนง่ึ ในเขตอำนาจของราชการส่วนทอ้ งถน่ิ น้ันในเร่ืองใดหรือทุกเรอื่ งก็ได้

ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ซ่ึง
ได้รับแต่งต้ังจากเจ้าพนักงานท้องถ่ิน บุคคลดังกล่าวจะต้องแสดงบัตรประจำตัวตามแบบท่ีกำหนดใน

หน้า 88

กฎกระทรวงต่อบุคคลซึ่งเก่ียวข้องในขณะปฏิบัติหน้าท่ีด้วย และให้บุคคลซึ่งเก่ียวข้องอำนวยความ
สะดวกตามสมควร

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๔๕ ในกรณีทปี่ รากฏว่าผดู้ ำเนินกจิ การใด ๆ ตามที่ระบไุ ว้ในพระราชบัญญตั ิ
น้ี ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถ่ินหรือประกาศที่ออกตาม
พระราชบัญญัตินี้ หรือคำส่ังของเจ้าพนักงานท้องถ่ินที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการดำเนินกิจการนั้น ให้เจ้า
พนักงานท้องถ่ินมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินกิจการน้ันแก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องได้ และถ้าผู้ดำเนิน
กิจการไม่แก้ไข หรือถ้าการดำเนินกิจการน้ันจะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตราย
อย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน เจ้าพนกั งานท้องถนิ่ จะส่ังให้ผู้น้ันหยุดดำเนินกิจการนัน้ ไว้ทนั ที
เปน็ การชั่วคราวจนกวา่ จะเป็นทีพ่ อใจแกเ่ จ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอนั ตรายแล้วก็ได้

คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติ
ตามคำส่ังไว้ตามสมควรแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการทันที
และต้องทำเปน็ หนังสือแจ้งให้ผดู้ ำเนินกิจการซ่ึงจะต้องปฏิบัติตามคำส่งั ทราบ ในกรณีทไ่ี ม่พบผูด้ ำเนิน
กิจการหรือผู้ดำเนินกิจการไม่ยอมรับคำส่ังดังกล่าว ให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
หรือปดิ คำส่ังนนั้ ไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้งา่ ย ณ ภูมิลำเนาหรอื สำนักทำการงานของผู้ดำเนินกิจการ และ
ให้ถือว่าผู้น้ันได้ทราบคำสั่งแล้ว ตงั้ แตเ่ วลาที่คำส่ังไปถงึ หรอื วันปดิ คำสง่ั แล้วแตก่ รณี

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๔๖ ในกรณีที่เจ้าพนักงานสาธารณสุขตรวจพบเหตุท่ีไม่ถูกต้องหรือมีการ
กระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนตอ่ บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ข้อบญั ญัติท้องถ่ิน หรือประกาศที่ออก
ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขแจ้งเจ้าพนักงานท้องถ่ินเพื่อดำเนินการตามอำนาจ
หน้าที่ต่อไปโดยไม่ชักช้า และให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขซ่ึงตรวจพบเหตุนั้นแจ้งต่อคณะกรรมการ
สาธารณสุขจงั หวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร แลว้ แต่กรณี พิจารณาดำเนินการ
ตามมาตรา ๑๑๒๑

ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นว่าเหตตุ ามวรรคหนง่ึ จะมีผลกระทบต่อสภาวะ
ความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน หรือจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ
ของประชาชนเป็นส่วนรวมซ่ึงสมควรจะดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขมี
อำนาจออกคำสั่งให้ผู้กระทำการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนดังกล่าวแก้ไขหรือระงับเหตุน้ัน หรือดำเนินการ
ใด ๆ เพ่อื แกไ้ ขหรือระงบั เหตนุ นั้ ได้ตามสมควร แล้วให้แจ้งเจ้าพนักงานทอ้ งถิน่ ทราบ

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

๒๑ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 89

มาตรา ๔๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ิน เจ้า
พนักงานสาธารณสุข และผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๔ เป็นเจ้าพนักงาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา และเพ่ือประโยชน์ในการจับกุมหรือปราบปรามผู้กระทำความผิดตาม
พระราชบัญญัติน้ี ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ซึ่งได้รับแต่งต้ังจากเจ้าพนักงานท้องถ่ินเป็นพนักงาน
ฝา่ ยปกครองหรอื ตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา

หมวด ๑๑
หนงั สอื รับรองการแจ้ง

มาตรา ๔๘ การแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินทราบเพ่ือดำเนินกิจการตามมาตรา ๓๘
และหนงั สือรบั รองการแจง้ ใหเ้ ป็นไปตามแบบทีก่ ำหนดในข้อบญั ญัติทอ้ งถ่นิ

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถ่ินได้รับแจ้ง ให้ออกใบรับแก่ผู้แจ้งเพ่ือใช้เป็นหลักฐานในการ
ประกอบกิจการตามที่แจ้งได้ชั่วคราวในระหว่างเวลาท่ีเจ้าพนักงานท้องถ่ินยังมิได้ออกหนังสือรับรอง
การแจ้ง

ให้ เจ้าพนักงานท้ องถิ่นตรวจการแจ้งให้ถูกต้องตามแบบท่ี กำหน ดในข้อ บัญ ญั ติ
ท้องถิน่ ตามวรรคหน่งึ ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยถูกต้องใหเ้ จ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนังสือรบั รองการแจ้ง
ให้ผแู้ จง้ ภายในเจด็ วนั ทำการนบั แตว่ นั ทไ่ี ด้รับการแจ้ง

ในใบรับแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้ง เจ้าพนักงานท้องถ่ินจะกำหนดเง่ือนไขให้ผู้
แจ้งหรอื ผู้ไดร้ ับหนงั สือรบั รองการแจง้ ปฏบิ ตั ิเปน็ การเฉพาะรายก็ได้

ในกรณีท่ีการแจ้งไม่ถูกตอ้ งหรอื ไม่สมบรู ณ์ ให้เจา้ พนักงานท้องถน่ิ แจ้งให้ผู้แจ้งทราบ
ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับการแจ้ง ถ้าผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันทำ
การนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถ่ิน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจส่ังให้การแจ้งของผู้
แจง้ เป็นอันสน้ิ ผล แตถ่ ้าผู้แจ้งไดด้ ำเนินการแก้ไขภายในเวลาท่กี ำหนดแลว้ ให้เจา้ พนกั งานท้องถน่ิ ออก
หนังสือรับรองการแจ้งให้ผู้แจ้งภายในเจด็ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รบั การแจ้งซ่ึงมีรายละเอียดถูกต้อง
ตามแบบที่กำหนดในขอ้ บญั ญัติทอ้ งถิน่ ตามวรรคหนง่ึ

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๔๙ ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้โดย
เปดิ เผยและเหน็ ไดง้ า่ ย ณ สถานท่ที ี่ดำเนนิ กิจการตลอดเวลาทด่ี ำเนินกจิ การ

มาตรา ๕๐ ในกรณีที่หนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดใน
สาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งภายในสิบห้า
วันนบั แต่วันได้ทราบถึงการสญู หาย ถูกทำลาย หรอื ชำรุด

การขอรับใบแทนและการออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์และวิธกี ารทก่ี ำหนดในข้อบัญญตั ิท้องถน่ิ

หนา้ 90

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๕๑ เมื่อผู้แจ้งตามมาตรา ๔๘ ประสงค์จะเลิกกิจการหรือโอนการดำเนิน
กิจการใหแ้ ก่บุคคลอนื่ ให้แจ้งใหเ้ จ้าพนักงานทอ้ งถ่นิ ทราบด้วย

มาตรา ๕ ๒ ในกรณี ท่ีผู้ดำเนินกิจการใดดำเนินกิจการตามที่ระบุไว้ใน
พระราชบัญญัตินี้โดยมิได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามมาตรา ๔๘ และเคยได้รับโทษตาม
พระราชบัญญัตินี้เพราะเหตุที่ฝ่าฝืนดำเนินกิจการโดยมิได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาแล้วคร้ังหนึ่ง
ยังฝ่าฝืนดำเนินกิจการโดยมไิ ด้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อไป ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจสั่งให้
ผู้น้ันหยุดดำเนินกจิ การไว้จนกว่าจะได้ดำเนินการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามมาตรา ๔๘ ถ้ายังฝ่า
ฝืนอีกให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งห้ามการดำเนินกิจการน้ันไว้ตามเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่เกิน
สองปกี ็ได้

มาตรา ๕๓ การแจ้งของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามมาตรา ๔๘ และคำสั่งของเจ้า
พนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๕๒ ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผ้แู จ้งหรอื ผู้ดำเนินกจิ การทราบ ในกรณีที่ไม่
พบตัวหรือไม่ยอมรับหนังสือ ให้ส่งหนังสือการแจ้งหรือคำส่ังโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือปิดหนังสือ
นั้นไว้ในท่ีเปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้ท่ีต้องรับหนังสือ และให้ถือว่าผู้
นน้ั ได้ทราบหนงั สือดังกลา่ วแล้วตง้ั แตเ่ วลาท่หี นงั สอื ไปถึงหรอื วันปิดหนงั สอื แลว้ แต่กรณี

หมวด ๑๒
ใบอนญุ าต

มาตรา ๕๔ ในกรณีท่ีพระราชบัญญัติน้ีบัญญัติให้การประกอบกิจการใดหรือการ
กระทำใดต้องได้รับใบอนุญาตจากเจา้ พนักงานท้องถ่ิน ให้ราชการส่วนท้องถ่ินมีอำนาจออกขอ้ บัญญัติ
ท้องถนิ่ กำหนดหลักเกณฑ์ วธิ ีการและเงือ่ นไขการขอ และการออกใบอนญุ าตในเรื่องนน้ั ได้

เพื่อประโยชน์ในการป้องกันเหตุรำคาญหรือผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่
เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ชุมชน หรือส่ิงแวดล้อม ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของ
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร มี อ ำ น า จ ป ร ะ ก า ศ ใน ร า ช กิ จ จ า นุ เบ ก ษ าก ำ ห น ด ป ร ะ เภ ท ห รื อ ข น าด ข อ งกิ จ ก า ร
หลักเกณฑ์ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนท่ีเก่ียวข้อง รวมท้ังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงอ่ื นไขทผี่ ู้ขออนุญาตจะต้องดำเนนิ การกอ่ นการพจิ ารณาออกใบอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ ๒๒

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หนา้ 91

มาตรา ๕๕ บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอายุหน่ึงปีนับแต่
วันทอ่ี อกใบอนุญาต และให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจของราชการสว่ นท้องถิน่ ท่ีเปน็ ผอู้ อกใบอนุญาตนนั้

การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตส้ินอายุ เม่ือได้ย่ืนคำขอ
พร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะส่ังไม่ต่ออายุ
ใบอนุญาต

หลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขการขอต่ออายุใบอนุญาต และการอนุญาตให้ต่ออายุ
ใบอนุญาตใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ ำหนดในขอ้ บัญญตั ิท้องถน่ิ

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๕๖ เม่ือได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เจ้า
พนักงานท้องถ่ินตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้อง
หรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถ่ิน ให้เจ้าพนักงาน
ท้องถน่ิ รวบรวมความไม่ถูกต้องหรอื ความไมส่ มบูรณ์นั้นทั้งหมดและแจ้งใหผ้ ู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้อง
และสมบูรณ์ในคราวเดียวกนั และในกรณีจำเป็นที่จะต้องส่งคืนคำขอแกผ่ ู้ขออนุญาต ก็ให้ส่งคนื คำขอ
พร้อมท้งั แจง้ ความไม่ถกู ตอ้ งหรือความไมส่ มบรู ณ์ใหท้ ราบภายในสบิ หา้ วนั นบั แต่วันได้รบั คำขอ

เจ้าพนักงานท้องถ่ินต้องออกใบอนุญาตหรือมหี นังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วย
เหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือ
ครบถว้ นตามท่กี ำหนดในข้อบญั ญตั ิทอ้ งถิน่

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมี
คำส่ังไมอ่ นุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไมเ่ กินสองครั้ง ครง้ั ละ
ไม่เกินสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละคร้ังให้ผู้ขออนุญาตทราบ
ก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองหรือตามทไี่ ด้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น แลว้ แตก่ รณี

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๕๗ ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดย
เปดิ เผยและเหน็ ได้งา่ ย ณ สถานทีป่ ระกอบกิจการตลอดเวลาทป่ี ระกอบกิจการ

มาตรา ๕๘ ในกรณีท่ีใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้
ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันท่ีได้ทราบถึงการสูญหาย ถูก
ทำลาย หรอื ชำรดุ

การขอรบั ใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์
วธิ กี าร และเงอื่ นไขทกี่ ำหนดในข้อบญั ญตั ิท้องถ่ิน

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หนา้ 92

มาตรา ๕๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รบั ใบอนุญาตสำหรับกิจการใดไมป่ ฏิบัตหิ รอื ปฏบิ ัติ
ไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัตนิ ้ี กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติทอ้ งถิ่นท่ีออกตามพระราชบัญญัติ
นี้ หรือเง่ือนไขท่ีระบุไว้ในใบอนุญาตในเร่ืองที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับ
ใบอนุญาตนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาท่ีเห็นสมควร แต่ต้องไม่
เกินสิบห้าวนั

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๖๐ เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำนาจออกคำส่ังเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏ
วา่ ผ้รู ับใบอนุญาต

(๑) ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุท่ีจะต้องถูกสั่งพักใช้
ใบอนญุ าตอีก

(๒) ตอ้ งคำพพิ ากษาถงึ ท่ีสุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๓) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงหรือ
ข้อบัญญัติท้องถ่ินท่ีออกตามพระราชบัญญัติน้ี หรือเงื่อนไขท่ีระบุไว้ในใบอนุญาตในเร่ืองท่ีกำหนดไว้
เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามท่ีได้รับใบอนุญาต และการไม่ปฏิบัติหรือการปฏิบัติไม่ถูกต้องน้ัน
ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนหรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ท่ี
เหมาะสมกับการดำรงชพี ของประชาชน
[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๖๑ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำส่ังเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือ
แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำส่ัง
ดังกล่าว ให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือให้ปิดคำสั่งน้ันไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ
ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับใบอนุญาต และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้ทราบคำสั่งแล้ว
ตั้งแตเ่ วลาทค่ี ำสั่งไปถงึ หรอื วนั ปิดคำส่ัง แลว้ แตก่ รณี

มาตรา ๖๒ ผู้ถูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบ
กิจก ารที่ ถูกเพิ กถอน ใบ อนุญ าตอีกไม่ได้จน กว่าจะพ้ น กำห นดห นึ่ งปี นับ แต่ วันท่ี ถูกส่ังเพิ กถอ น
ใบอนญุ าต

หมวด ๑๓
คา่ ธรรมเนียมและคา่ ปรับ

มาตรา ๖๓ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถ่ินกำหนด
ค่าธรรมเนยี มตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงอื่ นไข และไมเ่ กินอตั ราท่ีกำหนดในกฎกระทรวง

หนา้ 93

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๖๔ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามพระราชบัญญัติน้ีให้เป็นรายได้
ของราชการสว่ นทอ้ งถนิ่

มาตรา ๖๕ ในกรณีที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนิน
กิ จ ก า ร ท่ี ต้ อ งแ จ้ งต่ อ เจ้ า พ นั ก ง า น ท้ อ ง ถิ่ น ก่ อ น ด ำ เนิ น กิ จ ก า ร ห รื อ ต้ อ ง ได้ รั บ ใบ อ นุ ญ า ต ต า ม
พระราชบัญญัติน้ี ให้ผู้แจ้งหรือผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราและตาม
ระยะเวลาท่ีกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถ่ินตลอดเวลาท่ียังดำเนินกิจการน้ัน ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียม
ภายในเวลาท่ีกำหนด ให้ชำระค่าปรบั เพ่ิมข้ึนอีกร้อยละยีส่ ิบของจำนวนค่าธรรมเนียมท่ีค้างชำระ เว้น
แ ต่ ผู้ แ จ้ ง ห รื อ ผู้ ไ ด้ รั บ ใบ อ นุ ญ า ต จ ะ ได้ บ อ ก เลิ ก ก า ร ด ำ เนิ น กิ จ ก า ร น้ั น ก่ อ น ถึ ง ก ำ ห น ด ก า ร เสี ย
ค่าธรรมเนยี มคร้ังตอ่ ไปตามทก่ี ำหนดไวใ้ นข้อบัญญัติท้องถิ่น

ในกรณีท่ีผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหน่ึงค้างชำระค่าธรรมเนียม
ติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่า
จะไดเ้ สยี คา่ ธรรมเนียมและค่าปรบั จนครบจำนวน

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

หมวด ๑๔
การอทุ ธรณ์

มาตรา ๖๖๒๓ ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานท้องถ่ินมีคำส่ังตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒
มาตรา ๒๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๘ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๘ วรรคห้า มาตรา ๕๒
หรือมาตรา ๖๕ วรรคสอง หรือมีคำส่ังในเร่ืองการไม่ออกใบอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุ
ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือในกรณีที่เจ้าพนักงาน
สาธารณสุขมีคำส่ังตามมาตรา ๔๖ วรรคสอง ถ้าผู้รับคำสั่งไม่พอใจคำส่ังดังกล่าว ผู้น้ันมีสิทธิอุทธรณ์
เปน็ หนังสือตอ่ คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณภ์ ายในสามสบิ วนั นับแต่วันทราบคำส่ัง

การอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงไม่เปน็ เหตทุ ุเลาการบังคบั ตามคำส่งั เว้นแตค่ ณะกรรมการ
พิจารณาอุทธรณ์จะเหน็ สมควรให้มกี ารทเุ ลาการบังคบั ตามคำส่งั น้นั ไว้ชั่วคราว

มาตรา ๖๖/๑๒๔ ใหม้ ีคณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์ ประกอบด้วย
(๑) อธบิ ดีกรมอนามัย เปน็ ประธานกรรมการ

๒๓ มาตรา ๖๖ แก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๒๔ มาตรา ๖๖/๑ เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 94

(๒) ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง
ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน และผู้แทนสำนักงานอัยการ
สูงสดุ เปน็ กรรมการ

(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจาก
ผู้มีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยส่ิงแวดล้อมอีกไม่
เกนิ สามคน เป็นกรรมการ ในจำนวนนใ้ี ห้มผี ู้ทรงคณุ วฒุ จิ ากภาคเอกชนอยา่ งน้อยหนึ่งคน

ให้รองอธิบดีกรมอนามัยซึ่งอธิบดีกรมอนามัยมอบหมายเป็นกรรมการและ
เลขานุการ และให้อธิบดีกรมอนามัยแต่งต้ังข้าราชการในสังกัดกรมอนามัยจำนวนสองคนเป็น
ผู้ช่วยเลขานุการ

การแต่งต้ัง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
ผ้ทู รงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๖๖/๒๒๕ ใหค้ ณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณ์มีอำนาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) พจิ ารณาวินจิ ฉยั อทุ ธรณค์ ำส่ังตามมาตรา ๖๖
(๒) มีหนงั สอื เรียกบุคคลทเี่ ก่ียวขอ้ งมาให้ถ้อยคำ หรอื สัง่ ให้บุคคลดงั กล่าวส่งเอกสาร
หรอื หลกั ฐานอ่นื ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาวินจิ ฉัยอุทธรณ์
(๓) สอบถามข้อเท็จจริงหรือกระทำการใด ๆ เท่าท่ีจำเป็น เพ่ือประกอบการ
พิจารณาวินจิ ฉยั อทุ ธรณ์

มาตรา ๖๖/๓๒๖ การประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๖/๑
และการแต่งตั้งและการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ให้นำมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖
มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม

มาตรา ๖๗๒๗ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จ
สน้ิ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไป
ยังผู้อทุ ธรณ์ และเจ้าพนักงานทอ้ งถ่นิ หรอื เจ้าพนักงานสาธารณสุข แล้วแตก่ รณี

คำวนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณ์ใหเ้ ปน็ ท่ีสดุ

หมวด ๑๕
บทกำหนดโทษ

มาตรา ๖๘๒๘ ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๖ ต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกินห้าหมนื่ บาท

๒๕ มาตรา ๖๖/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๒๖ มาตรา ๖๖/๓ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๒๗ มาตรา ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 95

มาตรา ๖๘/๑๒๙ ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๖ ในกรณีที่เก่ียวกับมูล
ฝอยติดเช้ือหรือมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ หมื่นบาท หรอื ทง้ั จำทัง้ ปรับ

มาตรา ๖๙๓๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำส่ังของอธิบดีกรมอนามัยตามมาตรา ๘ วรรค
หน่ึง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าท่ีของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ตามมาตรา ๘ วรรคสอง หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตามมาตรา ๘ วรรคสาม ต้องระวางโทษ
จำคุกไมเ่ กินหกเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กนิ ห้าหม่ืนบาท หรือทั้งจำทง้ั ปรับ

มาตรา ๗๐๓๑ ผู้ใดไม่ปฏิบตั ิตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตาม
มาตรา ๑๗ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตาม
มาตรา ๑๗/๓ (๘) หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๖/๒ (๒) โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัว
อันสมควร ต้องระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินหนึ่งเดือน หรอื ปรบั ไม่เกนิ หน่งึ หมนื่ บาท หรอื ทัง้ จำท้งั ปรับ

มาตรา ๗๑๓๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ มาตรา ๓๓ วรรคหน่ึง หรือมาตรา ๓๔ ต้อง
ระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหกเดือน หรอื ปรบั ไม่เกินห้าหมืน่ บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั

มาตรา ๗๒๓๓ ผู้ใดจัดตั้งสถานท่ีจำหน่ายอาหารหรือสถานท่ีสะสมอาหารตามมาตรา
๓๘ ซึ่งมีพ้ืนท่ีเกินสองร้อยตารางเมตรโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไมเ่ กนิ ห้าหมนื่ บาท

ผู้ใดจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานท่ีสะสมอาหารตามวรรคหนึ่ง ซ่ึงมีพ้ืนท่ี
ไม่เกินสองร้อยตารางเมตร โดยไม่มีหนงั สอื รับรองการแจ้ง ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกินสามเดือน หรือ
ปรบั ไมเ่ กนิ สองหมน่ื หา้ พนั บาท

มาตรา ๗๓๓๔ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๐ (๕)
มาตรา ๓๒ (๒) มาตรา ๓๕ (๑) หรือ (๔) หรือมาตรา ๔๐ (๒) หรือ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หกเดอื น หรือปรบั ไม่เกนิ หา้ หม่นื บาท หรือทั้งจำทั้งปรบั

ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถ่ินซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๕ (๒) หรือ (๓)
หรือมาตรา ๔๐ (๑) (๔) (๕) (๖) หรอื (๗) ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กินสองหมน่ื หา้ พันบาท

๒๘ มาตรา ๖๘ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๒๙ มาตรา ๖๘/๑ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
๓๐ มาตรา ๖๙ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๑ มาตรา ๗๐ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๒ มาตรา ๗๑ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๓ มาตรา ๗๒ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๔ มาตรา ๗๓ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หน้า 96

มาตรา ๗๓/๑๓๕ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซ่ึงออกตามความในมาตรา ๒๐ (๑)
(๒) (๓) หรือ (๖) ในกรณีที่เกี่ยวกับมูลฝอยติดเช้ือหรือมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หกเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กินหา้ หมืน่ บาท หรือทัง้ จำท้งั ปรับ

มาตรา ๗๓/๒๓๖ ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซ่ึงออกตามความใน
มาตรา ๒๐ (๕) ในกรณีเก่ียวกับมูลฝอยติดเช้ือ หรือมูลฝอยท่ีเป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนต้อง
ระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหนง่ึ ปี หรือปรบั ไม่เกนิ หนงึ่ แสนบาท หรอื ทง้ั จำทั้งปรบั

[คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถ่ิน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๗๔๓๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำส่ังของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๘ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๒๘/๑ วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวาง
การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๒๘ วรรคสอง
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ สามเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กนิ สองหม่ืนหา้ พันบาท หรือท้ังจำทั้งปรับ

มาตรา ๗๕๓๘ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ วรรคสอง ต้อง
ระวางโทษปรับไม่เกินหา้ พนั บาท และปรับอีกไมเ่ กนิ วันละสองพันห้ารอ้ ยบาทตลอดเวลาท่ยี ังฝา่ ฝนื

มาตรา ๗๖๓๙ ผ้รู ับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัตติ ามเงื่อนไขทเ่ี จา้ พนกั งานทอ้ งถิ่นกำหนด
ไว้ในใบอนุญาตตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง หรือมาตรา ๔๑ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
หน่ึงหมนื่ บาท

มาตรา ๗๗๔๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๑ วรรคสอง หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงาน
ทอ้ งถิ่นตามมาตรา ๔๒ (๑) ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๗๘๔๑ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๖ หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นตามมาตรา ๔๒ (๒) หรือข้อบัญญัติท้องถ่ินที่ออกตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
ห้าพนั บาท

๓๕ มาตรา ๗๓/๑ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๖ มาตรา ๗๓/๒ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
๓๗ มาตรา ๗๔ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๘ มาตรา ๗๕ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๙ มาตรา ๗๖ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๐ มาตรา ๗๗ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๑ มาตรา ๗๘ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หนา้ 97

มาตรา ๗๙๔๒ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่ง
เอกสารหรือหลักฐาน หรือขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
ท้องถ่ินหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ซ่ึงได้รับแต่งต้ังจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๔
ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หน่งึ เดอื น หรอื ปรบั ไม่เกนิ หนึง่ หมื่นบาท หรอื ทัง้ จำทงั้ ปรบั

มาตรา ๘๐๔๓ ผู้ดำเนนิ กิจการผใู้ ดดำเนินกิจการในระหว่างทม่ี ีคำส่ังของเจา้ พนักงาน
ท้องถ่ินให้หยดุ ดำเนินกิจการ หรือไม่ปฏิบตั ิตามคำส่ังของเจา้ พนักงานทอ้ งถ่ินตามมาตรา ๔๕ มาตรา ๕๒
หรือมาตรา ๖๕ วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือท้ังจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองหมื่นห้าพันบาท
ตลอดเวลาที่ยงั ไมป่ ฏิบตั ติ ามคำส่งั

มาตรา ๘๑๔๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำส่ังของเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามมาตรา ๔๖
วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าท่ีของเจ้าพนักงาน
สาธารณสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหม่ืนห้าพันบาท หรือทั้งจำ
ทั้งปรบั

มาตรา ๘๒๔๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกนิ สองพนั หา้ ร้อยบาท

มาตรา ๘๓๔๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ต้องระวางโทษ
ปรบั ไม่เกนิ สองพันหา้ รอ้ ยบาท

มาตรา ๘๔๔๗ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหม่ืนบาท หรอื ท้ังจำท้ังปรับ และปรับอกี ไมเ่ กิน
วันละสองหมืน่ หา้ พันบาทตลอดเวลาทย่ี ังฝา่ ฝืน

มาตรา ๘๔/๑๔๘ ในกรณีท่ีผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิด
ของนิติบุคคลน้ันเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่ง
รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลน้ัน หรือในกรณีท่ีบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องส่ังการหรือ
กระทำการ และละเว้นไม่ส่ังการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้น
ต้องรับโทษตามทีบ่ ัญญัตไิ ว้สำหรับความผิดนนั้ ๆ ด้วย

๔๒ มาตรา ๗๙ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๓ มาตรา ๘๐ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๔ มาตรา ๘๑ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๕ มาตรา ๘๒ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๖ มาตรา ๘๓ แก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๗ มาตรา ๘๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
๔๘ มาตรา ๘๔/๑ เพมิ่ โดยพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

หนา้ 98

มาตรา ๘๕๔๙ ใหม้ คี ณะกรรมการเปรยี บเทียบ
(๑) ในเขตกรงุ เทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสำนกั งานอัยการสูงสดุ เป็นกรรมการ และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
แตง่ ตั้งขา้ ราชการในสังกดั กรงุ เทพมหานครเป็นเลขานุการและผูช้ ่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน
(๒) ในเขตจังหวัดอ่ืน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด และผู้บังคับการ
ตำรวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ และให้
น า ย แ พ ท ย์ ส า ธ า ร ณ สุ ข จั งห วั ด แ ต่ งต้ั ง ข้ าร า ช ก า ร ใน สั งกั ด ส ำ นั ก งา น ส า ธ าร ณ สุ ข จั ง ห วั ด เป็ น
ผ้ชู ว่ ยเลขานุการอกี ไมเ่ กนิ สองคน
บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก
หรือไมค่ วรถกู ฟ้องรอ้ ง ให้คณะกรรมการเปรยี บเทียบมีอำนาจเปรยี บเทียบ
สำหรับความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน
สามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คณะกรรมการเปรียบเทียบอาจ
มอบหมายให้เจ้าพนักงานท้องถิน่ หรือผูซ้ ่ึงเจา้ พนักงานท้องถิ่นมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทยี บไดด้ ้วย
การเปรียบเทียบของคณะกรรมการเปรียบเทียบและเจ้าพนักงานท้องถ่ิน หรือผู้ซ่ึง
เจ้าพนักงานท้องถ่ินมอบหมาย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่รัฐมนตรีประกาศ
กำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ และประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
เม่ือผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนท่ีเปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่
วันที่มีการเปรยี บเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบญั ญัติแห่งประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความ
อาญา

หมวด ๑๖
บทเฉพาะกาล

มาตรา ๘๖ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการใดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
ซ่ึงถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติน้ีอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับแล ะกิจการนั้นมีลักษณะ
เช่นเดียวกับกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตหรือต้องแจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตาม
พระราชบญั ญัตินี้ ให้ผูน้ น้ั ประกอบกิจการนั้นตอ่ ไปไดเ้ สมือนเป็นผู้ท่ีได้รับใบอนุญาตหรือเป็นผู้ท่ไี ดแ้ จ้ง
และได้รับหนังสือรบั รองการแจ้งตามพระราชบญั ญตั ินี้แล้ว แตเ่ ม่ือใบอนุญาตดังกลา่ วสิน้ อายุและผู้น้ัน
ยังคงประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป ผู้น้ันจะต้องมาดำเนินการขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งตาม
พระราชบัญญตั ินก้ี ่อนการดำเนนิ การ

มาตรา ๘๗ ผู้ซึ่งประกอบกิจการใดท่ีไม่ต้องแจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง
ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขซ่ึงถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติน้ี แต่เป็นกิจการท่ีจะต้องแจ้ง
และได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้วตาม

๔๙ มาตรา ๘๕ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐


Click to View FlipBook Version