การเดินทาง
ที่ปราศจากผู้เดิน
โดย Camouflage
การเดินทาง...ทปี่ ราศจากผู้เดิน
พิมพเ์ ปน็ ธรรมทาน
ครัง้ ท่ี 1 : มกราคม 2560
จ�ำนวน : 10,000 เลม่
ผู้แต่งและเจ้าของลขิ สิทธิ์ : Camouflage
f SookGuySookJai
สขุ กาย สุขใจ
ดแู ลการออกแบบรปู เลม่ โดย จดั พมิ พโ์ ดย
คณุ จรินพร เลาจรยิ กุล คณะญาตธิ รรม
คณุ นลทั ขันติธรี ธรรม
ถอดความคัดลอกเน้อื หาธรรมะ
จากคลิป YouTube Playlist ล�ำดับที่ 10-18
ฟงั คลปิ เสียงธรรมทง้ั หมดของคณุ Camouflage ได้ที่ :
https://goo.gl/RDZFMI
3 ชอ่ งทางการฟงั ธรรม
• YouTube : สุขกาย สุขใจ https://goo.gl/in9S5v
• Podcast : Camouflage – Dhamma Talk
• Archive (MP3 download) https://archive.org/details/camouflagetalk
สงวนลิขสิทธห์ิ นังสอื เลม่ นี้ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามคัดลอก
เน้อื หา ภาพประกอบ รวมทงั้ ดัดแปลงเปน็ แถบบันทึกเสยี ง ตลบั วีดิทัศน์
หรือเผยแพรด่ ว้ ยรปู แบบ และวธิ ีการอน่ื ใดกอ่ นไดร้ ับอนุญาต
บทน�ำ
หนังสือเล่มน้ีเป็นอีกเล่มหนึ่งที่ได้ถอดความ และคัดลอก จากคลิป
YouTube สุขกาย สุขใจ ซึ่งเป็นเล่มต่อจากหนังสือ “ความปกติ...
ท่ีหายไป” ท่ีหลายท่านเคยได้รับไว้แล้ว
มหี ลายทา่ นได้ใหข้ ้อคิดเหน็ กลบั มาว่า กอ่ นจะได้รบั หนงั สอื กไ็ ดฟ้ งั จาก
YouTube เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อได้รับหนังสือและได้ลองอ่าน ก็เกิด
ความเข้าใจในข้อธรรม ไดล้ ึกซง้ึ ขึ้นในแง่มมุ ทน่ี ึกไมถ่ งึ
ดงั น้ันการอา่ นหนังสือธรรมะ ผา่ นหนังสอื จริงๆ จึงยงั คงเป็นช่องทางการ
รับสารที่มีประโยชน์ และยังคงมีความส�ำคัญ ต่อความเข้าใจที่ย่ิงขึ้นไป
เช่นกนั ซ่งึ แต่ละท่านท่ไี ด้ฟัง และไดอ้ ่านมาแล้ว จะพบวา่ ทงั้ สองช่องทาง
ของการรบั สาร เราจะไดร้ บั อรรถรสของธรรมทต่ี า่ งกนั ไป แต่เต็มไปด้วย
ประโยชน์ทัง้ สองชอ่ งทาง
ดว้ ยเหตนุ ี้ ทางคณะเจา้ ภาพ ผจู้ ดั พมิ พจ์ งึ ไดท้ ำ� การถอดความและคดั ลอก
คลิป อกี จำ� นวน 9 คลิป จัดท�ำในรปู เลม่ ทอ่ี า่ นง่าย และสบายตา เช่นเดิม
ในโอกาสน้ี ผมจงึ ขออนโุ มทนา ในความตัง้ ใจดี ของคณะผูจ้ ดั ทำ� ทุกท่าน
ท่ีเต็มใจทั้งแรงกาย แรงใจ และแรงปจั จยั สนบั สนนุ ให้โครงการจัดพิมพ์
หนังสอื เปน็ ธรรมทาน สามารถส�ำเรจ็ ลลุ ่วงไปดว้ ยดีในทกุ ครง้ั
และผมหวงั เป็นอย่างย่ิงว่า หนังสือเลม่ นีจ้ ะเปน็ อกี เลม่ หนงึ่ ทช่ี ว่ ยปลุก
เมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะในตัวเอง ของพวกเราทุกคนให้เบ่งบานขึ้นมา
จนนำ� ไปสูก่ ารตืน่ รโู้ ดยสมบูรณใ์ นทีส่ ดุ
ผมขอเปน็ ก�ำลงั ใจให้ทกุ ๆการเดนิ ทางของทุกทา่ น ทีไ่ มต่ ้องมี“ท่าน”เดิน
ไปด้วย คงเหลือไว้เพียง “การเดินทาง” แล้วการเดินทางนั้น จะเป็น
การเดนิ ทางที่สมบูรณ์
เปน็ “การเดินทาง...ทป่ี ราศจากผูเ้ ดิน” อยา่ งแท้จรงิ
Camouflage
สารบัญ 7
29
“นาทที อง” ของนักปฏบิ ัติธรรม 55
ความเชอ่ื ...ความจริง 79
ผอ่ นคลาย...สบาย...เปน็ ธรรมชาติ 109
“แหวกเมฆหมอก” คน้ พบ “สิ่งทม่ี ีอยู่แลว้ ” 137
อุบาย 163
พลิกของคว่�ำให้หงาย 195
เบ่ือ 223
เพราะไมเ่ ข้าใจ...จึงไม่ถงึ ใจ
ความคิด...ความประมาท
“นาทีทอง” ของ
นักปฏิบัติธรรม
“เราไม่ได้รักษาศลี
ศลี ต่างหากรักษาเรา”
ก็คือ...
“ความเปน็ ปกตนิ ้แี หละ
มันรกั ษาเรา”
มันจะรักษาเราเอาไว้
รักษาเราจนในท่ีสุด
มันรักษาเราตลอดชีวิต
โดยที่เราไม่ต้องถือมัน
มันนั่นแหละเป็นตัวรักษาเรา
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 8
ขยายฐานความปกติ
พอมนั มคี วามปกตเิ ป็นพืน้ ฐาน ความคดิ มนั จะน้อยลง
คล้ายๆว่าเมฆหมอกทม่ี ันเคยรมุ สุมทมุ เราตลอดเวลา
มันก็เร่ิมคล่ีคลายออก
มันเริ่มจางคลายออก
มันก็เลยเห็นอะไรชัดเจนขึ้น
เพราะว่ากอ่ นหนา้ น้ไี ดฝ้ ึก
ทจี่ ะอยูก่ ับความเปน็ ปกติแล้ว
เรามีการฝึกเดินจงกรม ฝกึ ขยับมอื
ในขณะเดียวกนั
ก็รู้จักที่จะ “หยุด” เพือ่ ท่จี ะไดส้ มั ผัส
ความเป็นปกตนิ ั้นบอ่ ยๆ... จติ มันจะร้จู กั
พอมันรจู้ กั ป๊บุ มนั กเ็ รมิ่ ขยายฐาน ขยายฐานออกไป
9 Camouflage
พอมนั ขยายฐานออกไปเรือ่ ยๆ
จิตนีม้ นั ก็มคี วามเป็นปกติ
มากกวา่ จติ เดิมๆทมี่ ันเคยมีแต.่ .
“โมหะ”
ทีนี้เคยมืด 100% ก็เร่ิมเป็นสีเทาๆ
เพราะ...แสงสว่างเริ่มเล็ดลอดเข้ามาบ้าง
มันก็เลยรู้สึกถึงความแตกต่างว่า
เออ...นั่งเฉยๆมันก็ปกติได้นะ
ความคิดมันกไ็ ม่ค่อยมนี ะ
พอความคิดมาก็เห็นไดว้ ่ามันมา
และก็ไม่ตามเขา้ ไปคดิ กับมันด้วย
แต่ทีน้…ี ถา้ เรายงั ไม่มฐี านอะไรเลย
เราไมม่ ฐี านของความเป็นปกตเิ ลย
เราจะน่ังเฉยๆแลว้ เราจะว่าง มันเป็นไปไมไ่ ด้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 10
แตถ่ า้ เราหันมาดูบอ่ ยๆ หันมาดูบ่อยๆ
คล้ายๆว่านิสัยจิตจะกลับมา...
กลับมาอยู่กับจิตใจ
กลับมาอยู่กับร่างกายกลับมาเช็คมัน
มันจะมีนิสัย...เปล่ียนนิสัยใหม่
แทนที่จะหลงเข้าไปกบั ความคดิ
ก็เข้ามาอยู่กบั กายกับใจน้ี วนเวียนอยใู่ นนี้
มันกเ็ ลยเปลี่ยนธรรมชาตขิ องมันไปเรอ่ื ยๆๆๆๆๆ
จนในท่สี ุด...
มันก็ “ว่าง” ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์
และก็ “เปน็ ปกต”ิ ได้อยา่ งสมบูรณ์
11 Camouflage
ความเป็นปกตริ กั ษาเรา
เพราะฉะน้นั ผมเลยบอกวา่ ...
เวลาของความเป็นปกติ
เวลาที่จิตมนั เป็นปกติ มันสงบระงับ
เวลาทีจ่ ิตไมม่ ีความคดิ ฟ้งุ ซา่ นปรุงแต่งอะไร
น้เี ปน็ นาทีทอง...เป็น
“นาทีทองของการปฏบิ ตั ธิ รรม”
ท่เี ราจะได้รู้ ไดเ้ ห็นจิต
พาจติ ใจนี้ได้สมั ผัส
ส่ิงที่มอี ยู่แล้ว สิ่งๆน้ันบอ่ ยๆ
เหมอื นกบั เรามที องคำ�
เราอย่าเอาไปถูกระเบอื้ งเลน่
...มันเสียดายของ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 12
ถา้ เรามีความเป็นปกติอยู่แลว้ ...
เราอย่าเอาความเป็นปกติน้ัน
เอาไปหลงเพลินกับโลก
อย่าเอาความเป็นปกติน้ัน
เอาไปท�ำอะไรไร้สาระ
เราต้องร้จู ักมัน สัมผสั มัน
ให้เราไดอ้ ยู่กับมันนานๆ
ให้เราได้อยูก่ ับมนั อย่างตอ่ เนอื่ ง
และ...
“ความเป็นปกต”ิ น้แี หละ
มันรกั ษาใจเราเอาไว้
13 Camouflage
ที่เค้าบอกวา่ ...
“เราไม่ได้รกั ษาศลี
ศลี ตา่ งหากรักษาเรา”
ก็คอื ...
“ความเป็นปกตนิ ีแ้ หละ
มนั รกั ษาเรา”
มันจะรักษาเราเอาไว้ รักษาเราจนในที่สุด
มันรักษาเราตลอดชีวิต โดยท่ีเราไม่ต้องถือมัน
มันน่ันแหละเป็นตัวรักษาเรา...แบบน้ัน
เรามีหนา้ ท่ี ที่จะต้องหาทางที่มนั ลัดส้ันถูกตรง
และก็เปน็ ทางท่ีเราไปไดจ้ รงิ แลว้ เราก็ลยุ เลย
และมันจะไดเ้ จอผลลัพธ์เดยี วกันหมด
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 14
Momentum ตก
เหมือนตกหน้าผา
เมือ่ ไรกต็ าม ท่ีการท�ำในรูปแบบ
กับการอยใู่ นชีวติ ประจำ� วันมันไมต่ ่างกัน...
ถงึ วันน้นั ไมต่ อ้ งทำ�
แต่...ถ้าท�ำในรูปแบบ
กับในชีวิตประจ�ำวัน
มันยังต่างกันอยู่ มันรู้สึกว่า
เออ...ท�ำแล้วมันได้ก�ำลังดีกว่า
มันรู้สึกว่า...เออมัน...
แหม่...มันช่วยอะไรอย่างนี้
แปลว่า... “ยังทำ� ไม่พอ” ต้องทำ� อีก
ยงั ตอ้ งทำ� เหมอื นเดมิ ...อยา่ เพ่งิ ชะลา่ ใจ
15 Camouflage
เพราะถา้ เกิดเราคดิ ว่า...
เราโอเคแลว้ เราไมต่ อ้ งท�ำแล้ว เรานัง่ เฉยๆ
หรอื วา่ ...เออ...มันกไ็ ม่มีอะไร
บางทีโดนโมหะกลนื
ค่อยๆกลนื โดยไมร่ ูต้ ัว
ผมไมอ่ ยากให้ความสบื เนอ่ื งของกำ� ลงั
ท่เี รียกวา่ Momentum จากการทเ่ี รามวี นิ ยั ท�ำมา
แล้วเดีย๋ วเราคิดวา่ ...เออ...ไปอา่ นอะไรมาว่า
ไมต่ อ้ งทำ� ไมต่ อ้ งเดนิ จงกรม ไมต่ อ้ งน่ังสมาธิ
เราก็เลิกท�ำไปอย่างนั้น
เดย๋ี วตอน Momentum นี้...
ที่มนั มีสบื เนือ่ งอยู่ ใหเ้ ราสักอาทิตย์นงึ
แลว้ มันเรม่ิ ตกเริม่ ตกเนี่ย
ตอนน้ันเราจะยุ่งแล้ว ทีนี้เราจะเริ่ม
อ้าว...ซวยแล้ว ท�ำไมไม่เหมือนเดิมแล้ว
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 16
พอ Momentum มันตก
คลา้ ยๆเหมือนเราปีนหนา้ ผา
เวลามันตก...
มนั ไมใ่ ชค่ อ่ ยๆตก
เหมอื นตอนเราค่อยๆข้ึนมา
“มันตกพรวดเลย”
พอมันตกพรวดเลยน่ี
เสียก�ำลังใจทันท.ี ..เกดิ อะไรขึ้น !!
พอมนั พรวดน่ี...มนั ฟ้งุ ซ่าน มนั ลำ� บากแลว้
ทีผ่ มบอกอวชิ ชามันครอบแลว้ ...เสรจ็ เลย
ทีน้ีกว่าฝุ่นควันจะจางไปอีกคร้ังนึงน่ี...
เหนื่อยเลย
17 Camouflage
โดยกกราะรตปนุ้ ฏคิบวตัามิในตรื่นปู ตแัวบบ
ลองคดิ กลับไปในอดีต
เมอื่ ก่อนน้.ี ..
ท่เี รายงั ไมไ่ ดท้ �ำในรูปแบบ
เราสนใจธรรมะ
แต่...เราก็ยังไม่ปฏิบัติอะไรมาก
ถามว่ากลับมาชำ� เลอื งไดม้ ั้ย
วันๆนึง...แทบจะไมค่ อ่ ยได้
เออ...มนั ไมไ่ ดเ้ ลยใชม่ ัย้ ?
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 18
เพราะฉะนั้น...โอกาสที่เราจะกลับมาชำ� เลืองได้
โดยทเ่ี ราไม่ท�ำในรปู แบบเลย
สมมตผิ มให้มีสักหน่อยนึง
มาจากความมีฉันทะรู้ว่า ต้องรู้กายรู้ใจน้ี
ฉันทะคือความพอใจท่ีจะรับรู้ กลับมารู้สึกตัว
เพราะฉะนั้นมันต้องมีบ้างแหละ
10%บนพ้ืนฐานของฉันทะ...มันต้องมี
แต่ถ้าเกดิ ต้องการใหม้ ันเร็ว
ต้องการให้ 18ชว่ั โมงต่อวนั ท่เี ราอยู่ ลืมตาอย่นู ้ี
เราจะใช้ให้มันเกดิ ประโยชนม์ ากท่สี ดุ
เราจะท�ำยงั ไงด?ี ??
เราก็ต้องกระตนุ้
“กระตุน้ ความต่ืนตัวข้นึ มา”
19 Camouflage
เดิมเรามีแตห่ ลง ถ้าเราไมท่ ำ� อะไรเลย...
เราก็หลงเหมือนเดมิ
ฉนั ทะน้กี �ำลงั มนั ไม่พอ
ทีจ่ ะเรียกเรากลับมารูส้ กึ ตัว
เพราะฉะน้ันเราก็เลยต้องกระตุ้น
ความตื่นตัวด้านอ่ืนด้วยอะไร?
มันกเ็ ลยมีวิธกี ารคอื
“ปฏบิ ัตใิ นรปู แบบ”
ซึ่งมนั จะกระตนุ้ จติ ใจให้มันต่ืนตวั ขึ้นมา...
มารจู้ ักความเปน็ ปกติ
มาอยู่กับกายกับใจนี้บ่อยๆ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 20
เพราะฉะนน้ั ...
Efficiency ประสทิ ธิภาพในการทีจ่ ะกลบั มา
รกู้ ายรใู้ จของเรามันเลยมากขึน้
18 ชั่วโมงเคยรู้ 10%
ก็กลายเป็น 20%
ท�ำเร่ือยๆ ท�ำมากเข้าๆ
ก็เพ่ิมขึ้นๆอัตโนมัติ
ค่อยๆไปเพราะอะไร?...
เพราะมนั เป็นธรรมชาติ
ธรรมชาตขิ องจิตมันเปลี่ยน
“มันเปล่ียนจากความหลง
เปน็ ความรสู้ ึกตัว
เปน็ ความต่นื ขึน้ มา”
21 Camouflage
พอจติ มนั เปลยี่ นจากธรรมชาติ
ความหลงเปน็ ความตืน่ ...
สภาพต่ืนน้ีมันพาเรา พาจิตน้ี
กลับมารู้สึกตัว กลับมารู้ทันกาย
กลับมาเห็นจิตท่ีเป็นปกติ
ทุกอย่างมันก็เลยเจริญได้แบบมปี ระสิทธิภาพ
ไมส่ ูญเสยี เวลาหนึ่งวันไปโดยเปลา่ ประโยชน์
ทั้งที่จรงิ ๆเรามีประสิทธภิ าพทีจ่ ะเจรญิ ได้มากกว่า 10%
“พอความต่นื ตวั มันเกดิ ขน้ึ
ความหลงมนั ก็โดนกินเรยี บ”
...หมดเลยทันที
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 22
ให้ตนื่ ตัวไว้ ไมต่ ้องแชรใ์ หโ้ มหะ
คอื ผมจะเน้นยำ�้ เรอื่ งความตน่ื ตัว
การนงั่ หลบั ตา...
พอเราเริ่มหลับตา...แรกๆมันตน่ื ตวั ดี
เพ่ิงเร่มิ หลบั ตามนั รู้สึก 100%ของความตน่ื ตวั
แต่หลบั ไปได้ 10-15นาท.ี ..
เริ่มเคลิ้มแล้ว เคล้ิมแต่ว่ายังรูส้ กึ ตัวอยู่นะ
เคา้ เลยคิดวา่ เคา้ รูส้ กึ ตัวอยู่
เค้าไมไ่ ด้เคลมิ้
แต่จริงๆมันถูกเคล้ิมกินไปแล้ว 20%สมมติ
พอเคลิ้มไป 20% จะมีความรู้สึกตัวเหลืออยู่ 80%
ถามวา่ แล้วจะเอาทำ� ไม?
จะเอาโมหะ 20%ท�ำไม?...ไมจ่ ำ� เป็น
23 Camouflage
ผมจะให้ทุกคนเปน็ 100%ของความต่นื ตวั ...
ไม่ใช่เอา 80%
แล้วเดี๋ยวพอนั่งไปได้
คร่ึงช่ัวโมงเหลือ 50%
ถามวา่ รูส้ ึกตัวม้ยั ?
รูส้ ึกเหมอื นกนั แตเ่ คลิม้ อกี 50%ดว้ ย
ผมไมต่ ้องการใหท้ ุกคนมจี ิตแบบนนั้
ไม่ตอ้ งแชรใ์ หโ้ มหะไม่จ�ำเปน็
“ไมต่ ้องให้โมหะกนิ พืน้ ท่แี บ่งกนั กิน
ไม่ตอ้ ง...
จะกินคนเดียวด้วยความตื่นตัว”
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 24
เมื่อไหร่ท่จี ิตใจเราเป็นปกต.ิ ..เปน็ ฐาน
มันจะเป็นความร้สู กึ ของ...
ความหนกั แนน่ แตไ่ ม่ใชห่ นกั อง้ึ
มันเปน็ ความรู้สึกของ...
ความหนกั แน่นท่ีไม่มนี ำ้� หนัก
มันเปน็ ความรู้สึกของ...
ความหนักแนน่ แต่เบาสบาย...
มันต้องเป็นแบบน้ัน
อันนคี้ ือความเป็นปกติทเี่ ป็นฐานแลว้ ...
จะร้สู กึ แบบนั้น
25 Camouflage
ตั้งเป้าใหถ้ กู
ที่ผมเน้นกค็ อื ...
“ให้เห็นความเปน็ ปกต.ิ ..
เราไมต่ อ้ งไปเห็นความคิด”
เพราะว่าหน้าท่ีเรา คือ..
การสะสมความเป็นปกติไว้เป็นฐาน
แล้วความคิดมันจางลง...ถูกม้ัย?
ทุกคนเห็นผลนี้ใช่มั้ย?
ความคิดมันจางลง มันน้อยลงใช่มั้ย?
เพราะฉะนั้น.. ถา้ เราไปต้งั เปา้ วา่ การปฏิบัติธรรม
คอื การไปเห็นความคิด ไปดูความคิด...
“เปา้ มันผดิ แลว้ ”
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 26
เพราะพอไปเห็นความเป็นปกติ...
ความคิดมันน้อยลง
อ้าว...แยแ่ ล้วความคิดมันนอ้ ยลง
ความคดิ มนั หายไปไหน จะดูมนั ซะหน่อย
นกึ ออกมย้ั ? ตอ้ งฟงั ให้ดนี ะ..
เพราะวา่ ถา้ เราไปดคู วามคิด
คนฟุง้ ซ่านชนะเลิศเลย
มคี วามคดิ ทัง้ วนั ใช่ม้ยั ?
นึกวา่ ก�ำลงั ปฏบิ ตั ธิ รรมอยู่...
จรงิ ๆไม่ใช่...เพราะตวั เองมีฐานของจิตที่มแี ต่โมหะ
ยงั ไมม่ คี วามเป็นปกติเลย มนั เลยมีความคิดทัง้ วนั
ให้มันดูท้ังวัน มันก็ดูภายใต้โมหะ
เห็นท้ังวัน มันก็เห็นภายใต้โมหะ
เพราะ...มันยงั
“ไมม่ ีฐานของความเปน็ ปกติ”นี้อยเู่ ลย
27 Camouflage
แตพ่ อเรามฐี านความเปน็ ปกตนิ ี้
ยังมคี วามคิดอยู่ เรากโ็ อเค...
ก็เหน็ วา่ ยงั มคี วามคดิ นี้อยู่...ก็แคน่ นั้
เราจะไม่ตามไป เราจะไม่ไหลตามไป
ไม่เข้าไปปรุงไปแต่ง
ไม่ไปจับความคิดน้ีมาเป็นของตัวเรา
เพราะอะไร?
เพราะเรามีฐานของความเป็นปกติ
ฐานของความไม่มตี ัวเรา...
ที่เคยบอก...จติ มนั เลยมกี ำ� ลงั หนักแน่น
เพราะฉะนนั้ ..
“การเหน็ ความเป็นปกติ
และอยกู่ ับมัน ใหมั ันนาน
ให้มันต่อเน่อื ง...อนั น้คี ือทางเดิน”
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 28
ความเช่ือ...
ความจริง
ศาสนาพุทธ
เป็นศาสนาของปัญญา
ไม่ใช่ศาสนาของความเชื่อ
“พระพุทธเจ้าท่าน
ไม่ได้สอนให้เราเช่ือ
พระพุทธเจ้าสอน
ให้เราลงมือท�ำ”
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 30
เปิดเส้นทางอริยมรรค
บุญบารมอี ะไรเหล่าน้ี
เปน็ ปญั หาใหญ่ของนกั ปฏิบัตเิ หมือนกัน
ชอบคดิ วา่ ตวั เองบุญไม่พอ บารมไี ม่พอ...
“บญุ บารมีน่ี สรา้ งกันตอนนี้”
ถา้ รสู้ กึ เอง คดิ เอง เออเอง... ว่าไม่พอ
ถา้ รูอ้ ยา่ งนกี้ ร็ ีบสรา้ ง
วธิ ีการสร้าง คืออะไร?
ก็คือ... รู้สึกตัว
พ้นออกจากโลกของความคิด
ไม่ตามความคิดไป
และก็เห็นความเป็นปกติน้ีอยู่บ่อยๆ
31 Camouflage
อันนี้แหละ คือกำ� ลังสรา้ งบารมี
ก�ำลงั สรา้ งบุญ สร้างบารมี
สรา้ งทางแห่งอริยมรรคอยู่
ถ้าเรามวั แตต่ ัดพอ้ วา่ เรามบี ญุ บารมนี อ้ ย
เราอะไรๆ...อย่างน้ี มนั ไม่มีประโยชนอ์ ะไร..
นอกจากตัดก�ำลงั ใจตวั เอง
ความเชือ่ ในแบบท่ี คนจะคดิ วา่ ..
ตัวเองคงไม่ถงึ นิพพานหรอกในชาตนิ ี้
บุญบารมีไม่พอ
ต้องอีกหลายชาติ ต้องเกิดอีกหลายชาติ
ผมอยากจะบอกว่าน่ีเป็นแค่ความเชื่อ..
เราไมต่ ้องเช่ือแบบนน้ั
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 32
คนเค้าบอกว่าต้องเกดิ อีกหลายชาติ
เป็นกปั ๆอะไรพวกนี้
กว่าจะบรรลุได้อะไรแบบน้ี..
คือผมจะยกตัวอย่างวา่
ภพชาติของเรานี.้ .
มันไม่ใช่ภพชาติ
ที่เราเกิดมาแล้วตายจากภพมนุษย์...
ไม่ใช่แบบนั้น
ภพชาติ หมายความว่า
จิตนี้เกิดดบั วงจรปฏิจจสมปุ บาท
หมุนไม่รกู้ คี่ รั้งแลว้
ในหนงึ่ วินาที อวิชชาปรงุ สังขารปรงุ
วิญญาณปรงุ ไปจนครบรอบของมนั ...จนทกุ ข์
33 Camouflage
เราทกุ ข์มา เราเสยี น�้ำตามาตั้งแตเ่ ดก็ จนโต
เราไมร่ วู้ ่าวงจรปฏิจจสมุปบาท
หมุนไปไมร่ ูก้ ่ลี ้านๆชาตแิ ลว้ ...
อันนี้แหละชาตทิ แ่ี ทจ้ รงิ
แต่คนๆนงึ จะบรรลุธรรมข้นึ มาได้
ธรรมชาตมิ ันไม่โหดร้ายกบั เราขนาดนั้น
วงจรปฏิจจสมุปบาท
หมุนมาไม่รู้กี่ล้านๆชาติแล้ว
แต่ถ้าในภพภูมิที่เราเกิดมาแล้วน้ี
ในภพภูมิท่ีสมบูรณ์ท่ีสุด
คือความเป็นมนุษย์
“เรามีหน้าท่ฝี ึกจติ ฝกึ ใจ
เปิดเส้นทางใหม่
คือเส้นทางของอรยิ มรรค”
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 34
แหวกให้ตอ่ เนื่อง
เปรียบเทยี บเหมือนกับวา่ ...
เรามีถุงน่อง
อาจจะดูเป็นเหมือนโจรนิดนึงนะ
เรามีถุงน่องสดี ำ� ทีโ่ จร
มนั ชอบเอามาคลมุ หัว
เวลาไปปลน้ แบงค์ใชม่ ั้ย
ปล้นธนาคารใชม่ ั้ย?
แล้วเราก็เอามือแหวกถุงน่องน้ีออก
เราจะฉีกให้มันขาดนะ...
นึกออกมั้ย?
เราค่อยๆฉีกมนั
ฉกี มนั ฉกี มนั
35 Camouflage
สมมตวิ ่าเราฉกี ไป
มันขาดนิดนงึ แลว้
แลว้ เรากห็ ยดุ ฉีก...
ถุงน่องนี้มันก็จะยืดหยุ่นใช่ม้ัย
มันก็กลับมาคลุมหัวได้
เหมือนเดิมใช่ม๊ย?
อันนีเ้ คา้ เรยี กวา่
สังโยชนม์ นั ไมข่ าดสะบัน้ ...
มันยงั ไม่ขาดหมด
มนั เลยยังมาคลมุ ได้อยู่
มนั ยังเหลอื ส่วนท่มี นั ยดื หยุน่
มาคลุมเราได้อยู่
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 36
แตพ่ อวันนงึ ทีเ่ ราฉกี ๆๆๆๆ
จนมนั ..เรยี กวา่ ขาดสะบ้นั ใช่มยั้ ?
พอมันขาดสะบนั้ มนั แหวกออกแล้ว
ถามวา่ ถงุ น่องนน้ั จะกลับคนื มา
คลุมหวั เราเหมอื นเดมิ ได้มัย้ ?...
ไมไ่ ดแ้ ลว้
คอื เรามีหน้าทีฉ่ กี มนั คอื แหวกๆๆๆๆ
“เรามีหน้าท่ีเปิดทางใหม่นี้ออกมา
เปิดทางแห่งอริยมรรคนี้ออกมา
เปิดทางท่ีจะออกจากสังสารวัฏนี้”
เค้าเรยี กว่า...
Keep going Keep walking !!!
37 Camouflage
ที่ผมบอก ..“ให้มันต่อเนื่อง
แหวกให้มันต่อเนื่องเร่ือยๆๆๆๆๆ
จนวันนึงมันขาดสะบ้ันออกจากกัน
มันก็จบ สังสารวัฏก็พังทลายลง”
ก็เหมือนกบั ถงุ นอ่ งท่ีไม่ยดื หยุ่นแล้ว
มนั กลบั มาคืนรปู เดมิ ไม่ไดแ้ ลว้ ...เรามหี น้าทีแ่ บบนั้น
เพราะฉะนัน้ มันไมไ่ ด้เก่ยี วกบั
บุญบารมีในชาตกิ อ่ น
ท่ีเราเช่อื กันว่าต้องมบี ญุ บารมี
เยอะอะไรแบบน้ี
บญุ บารมีก็คอื “การแหวก” มันนแ่ี หละ
ใหม้ ันตอ่ เน่ือง รีบๆ ไม่ขเ้ี กยี จ มฉี นั ทะ
ทำ� ให้มันต่อเน่อื ง นีแ่ หละบญุ บารมี
ที่จะแหวกท�ำลายอาสวะกเิ ลสได้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 38
ไมใ่ ชเ่ รื่องของบุญบารมที ต่ี ัวเอง
เคยสง่ั สมมาตัง้ แตช่ าตกิ ่อน
เราไมร่ ู้ดว้ ยซำ้� ว่า
เรอ่ื งจริงหรอื เปล่าท่ีเคา้ พูดแบบนั้น
แตส่ ่งิ ท่ีเป็นจริง คอื ตอนน้.ี ..
คอื เราแหวกมนั ตงั้ แตต่ อนน้ี
นี่คอื เร่อื งจริง น่ีคือสิง่ ท่เี ราเหน็ ได้จรงิ วา่
“ถา้ เราแหวกตัง้ แต่วินาทีนี้
เราไมท่ ุกขแ์ ลว้ ”
แต่เรามัวแต่ไปเชอื่ เรือ่ งความเชอ่ื
เราไปเชื่อคำ� ท่ีเค้าพดู ๆกนั
ซึง่ เราไม่รู้ดว้ ยว่ามันจริงหรือไมจ่ ริง
ถ้าเราไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง...
เราไม่ต้องเช่ือ
39 Camouflage
เชอ่ื จากประสบการณ์ตรง
พระโสดาบันไม่เชือ่ อะไรก็ตาม
ทไ่ี มใ่ ชท่ างพน้ ทกุ ข.์ ..ไมเ่ ชอ่ื แลว้
พระโสดาบันจะเห็นสัจธรรมแล้ว
จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างว่า...
ความจริงคืออะไร
ความเชอ่ื ทั้งหลายทง้ั ปวง
ท่เี คยเชือ่ มนั หมดแลว้ มันไมม่ ีแล้ว
มันไม่มีหลงเช่ืออะไร
หรือวา่ ติดกบั ความเช่ืออะไร
ทเ่ี ราเคยติดอย.ู่ ..มันไมม่ ี
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 40
มันจะไมเ่ ช่อื อะไร
ที่มันเหมือนไสยศาสตร.์ ..
มนั ไม่เช่ือ
เพราะมันเห็นความจริงแล้วว่า
ความจริงคืออะไร
มันจะไม่กลัวความเชื่อท่ีเค้าว่า...
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อะไรอย่างนี้...
ไม่มีแบบนั้น
เพราะฉะนน้ั ...
“ศาสนาพุทธเปน็
ศาสนาของปัญญา
ไม่ใช่ศาสนาของ ความเชอ่ื ”
41 Camouflage
ทีผ่ มเคยพูดบอ่ ยๆวา่ ..
“พระพทุ ธเจา้ ท่าน
ไม่ได้สอนใหเ้ ราเช่อื
พระพทุ ธเจา้ สอน ให้เราลงมือท�ำ”
แลว้ ประสบการณ์
ที่ตัวเองได้พบนัน่ แหละ
จะเปน็ ตวั ยืนยนั ว่า..
ส่ิงท่ีพระพุทธเจ้าพูด
ว่ามันจริงหรือไม่
เราจะเช่ือจากการท่ีเราได้ลงมือท�ำ
และก็ประสบการณต์ รงกับตวั เอง...แค่นั้น
เราไมไ่ ดเ้ ช่อื เพราะวา่ เราฟงั เค้ามา
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 42
รู้จกั ความไมเ่ กิดไม่ดับ
เราตอ้ งเขา้ ใจวา่ ...
เรากำ� ลงั จะเขา้ ถึงจุดสดุ ทา้ ย
ของส่ิงท่ีเรยี กว่าเหนอื โลก
ส่ิงท่ีเหนอื โลกคือเหนืออะไร?...
เหนือส่งิ เกิดดับ
เราก�ำลงั ไปสู่ส่งิ ท“ี่ เหนือโลก”
ก็คือเหนือสิ่งพวกนี้
มันเหนือการเกิดดับ
มันก็คือการไม่เกิดไม่ดับ
43 Camouflage
“เรามหี นา้ ที่ทีจ่ ะรูจ้ ัก
ความไม่เกดิ ไมด่ ับ
ไมใ่ ช่ไปร้จู กั สงิ่ ทมี่ นั เกิดดบั ”
ส่งิ ทมี่ นั เกิดดับเป็นสิง่ ในโลก
ผมเปรยี บเทียบใช่มย้ั
วา่ สงิ่ ในโลกคอื ความมดื
สมมติผมบอกว่า..
ผมจะอธิบายสิง่ ในโลกทั้งหมดวา่ มนั เปน็ ยังไง?
มนั เปน็ ปฏิจจสมุปบาทนะรมู้ ยั้ ?
พวกเราทุกข์ทุกวันน้ี
เพราะเรามีอวิชชา แล้วก็มีสังขาร
แล้วก็ไล่ปึ๊บๆๆๆๆไปแบบนี้นะ
เราเลยต้องทุกข์ รู้มั้ย?
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 44
ผมอธบิ ายวา่ ทุกสิง่ น้ีอย่าไปหลงมันเลย
เพราะทุกสิง่ อยูภ่ ายใต้กฎไตรลักษณ์
มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ทนอยู่ในสภาวะเดิมไม่ได้
ควบคุมบังคับไม่ได้ มันไม่มีตัวตน ไม่มีคน
ไม่มีใคร ให้เข้าใจแบบนี้
จะได้ปล่อยวางใช้ชีวิต
อย่างเป็นสุขได้ในโลก
คนเราฟงั แล้วกเ็ ข้าใจ
เออใช่ๆ...ความทกุ ข์เป็นแบบน้.ี ..
ใช่มันเกิดขึ้นเพราะอวชิ ชา
เพราะสงั ขารจนเป็นทุกข์
พอผมจบคำ� สอนแค่น้ี
ผมถามวา่ ยงั ทกุ ขอ์ ย่มู ยั้ ?
ทกุ คนก็ยังทุกข์เหมอื นเดิมถกู มย้ั ?
45 Camouflage
แตถ่ า้ วนั นึง ไมต่ ้องพูดเร่ืองพวกนีเ้ ลย
ผมไมต่ ้องพดู เรอ่ื งของความมืดเลย
แตผ่ มบอกวา่ โอเค...
“ไปรจู้ กั สง่ิ ท่ีไม่เกิดไม่ดบั
ส่ิงทีม่ ีอยแู่ ลว้
ส่ิงนน้ั คือความเปน็ ปกติ
ส่งิ น้นั เปน็ นพิ พานชิมลอง”
ถ้าเปรยี บเทียบคอื ....
ผมบอกวา่ หอ้ งนน้ี ะ ถา้ เขา้ ไปจะมองอะไรไมเ่ หน็ นะ
แตเ่ ดี๋ยวพอเปดิ ประตปู บุ๊ คล�ำมือไปตามก�ำแพงนะ
ด้านซา้ ยจะเจออะไรนนู ๆข้นึ มา
ใหก้ ดมนั ลงไปเดีย๋ วห้องจะสว่างขน้ึ เลย
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 46
ผมถามวา่ ถ้าคนทำ� ตามอยา่ งน้ี
จิตใจของเค้าก็สว่างขน้ึ มาเลยใช่มั้ย?
เคา้ สามารถเขา้ ไปอยู่ในห้องได้
มองเห็นทุกสิ่งทกุ อยา่ งได้โดยชดั เจนใช่มัย้ ?
แล้วผมถามว่า..
ผมต้องไปอธิบายมั้ย...
ว่าความมืดคืออะไร?
เค้าไม่ต้องรู้เลยว่า
ความมืดคืออะไร
เพราะจิตใจเคา้ เตม็ ไปด้วยความสวา่ งแล้ว
“ความมืดมนั ไม่มีแลว้ ”
ไม่รู้จะไปอธิบายทำ� ไมให้เมอ่ื ย
จะอธิบายทำ� ไมให้เคา้ ปวดหวั
47 Camouflage
ในเมอื่ วันใดวันหน่งึ
ที่เค้ามคี วามสวา่ งบริบรู ณ์ 100%แลว้
โอกาสของความมดื มนั ไม่มอี กี แลว้
ถงึ เค้าจะเขา้ ใจก็ไมม่ ปี ระโยชนอ์ ะไร
เพราะมันไมม่ ีอีกแล้ว จะเข้าใจสงิ่ ทไี่ มม่ ที ำ� ไม
มันจ�ำเปน็ ส�ำหรับอธิบาย
ใหค้ นท่ไี มย่ อมที่จะเดินมาทางนี้
อธิบายใหเ้ ค้าเห็นภาพ
วา่ เคา้ กำ� ลัง“ทกุ ข”์ อยนู่ ะ
อธิบายให้เค้าเห็นภาพ
ว่าควรจะมาทางน้ีเพราะอะไร?
เพราะว่าเค้ายังอยู่ในความมืดอยู่
เราเลยต้องใช้ความมืดอธิบาย
ให้เค้าฟังเค้าถึงจะเข้าใจ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 48
มุ่งเปิดไฟ แต่กเ็ ขา้ ใจความมืด
แตถ่ า้ ในความเป็นจริงแล้ว
สมมติวา่ คนท่ีมีศรัทธามหาศาล
เจอคนทย่ี อมเชอ่ื เลย
จะท�ำตามทุกอยา่ ง...
ไมต่ ้องไปเล่าเรอ่ื งความมืดเลย
จะบอกใหเ้ ดินไปเปิดไฟทกุ อยา่ งจะจบ
น่ีแหละเซน..
เซนนี้มีค�ำอธิบายน้อยมาก
ไม่ได้มีคำ� สอนมากมายเยน่ิ เย้อ
ลกู ศิษย์ก็โอเค คนนี้เปน็ ครูบาอาจารย์
สง่ั อะไรจะท�ำหมด
ครบู าอาจารย์ก็สั่งเปิดไฟอย่างเดียว
49 Camouflage
ทกุ คนก็โพลง่ ๆๆๆ ในขณะทีโ่ พลง่ ..
ถามวา่ จรงิ ๆแล้วเขา้ ใจความมดื มยั้ ?
เข้าใจ...ทำ� ไมจะไม่เขา้ ใจ
กย็ ังอาศยั อยใู่ นโลก
เหน็ ตัวอย่างเยอะแยะ
เหมือนกบั หลวงพ่อชา
มคี นเคยพูดกบั หลวงพอ่ ชาว่า...
หลวงพอ่ ไม่เขา้ ใจหรอกว่า
“ความสุขในโลก”
เช่น เรือ่ งกาม เรอ่ื ง Sex เป็นอยา่ งไร
หลวงพ่อไม่เขา้ ใจหรอก
หลวงพอ่ บวชตงั้ แตเ่ ดก็
ไม่เคยมปี ระสบการณ์แบบนัน้
หลวงพ่อไม่รู้หรอกว่า
ในโลกมีความสุขขนาดไหน
หลวงพ่อไม่รู้หรอก
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 50