The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือการปฏิบัติธรรมเล่มที่สอง ที่จะช่วยปลุกเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะในตัวเอง ให้เบ่งบานขึ้นมาจนนำไปสู่การตื่นรู้โดยสมบูรณ์ในที่สุด โดยอาจารย์คามูฝลาจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by camouflagetalk, 2021-03-15 05:46:47

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน

หนังสือการปฏิบัติธรรมเล่มที่สอง ที่จะช่วยปลุกเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะในตัวเอง ให้เบ่งบานขึ้นมาจนนำไปสู่การตื่นรู้โดยสมบูรณ์ในที่สุด โดยอาจารย์คามูฝลาจ

Keywords: Camouflage,Dhamma

ถ้าจะเปรยี บเทยี บ เค้าก�ำลังจะบอกว่า

หลวงพ่อชาไมร่ ้จู กั “ความมืด” หรอก

ว่ามนั ดขี นาดไหน ...
ว่ามนั น่าหลงใหล นา่ ตดิ นา่ เอาขนาดไหน
เพราะตัวเองไม่เคยลอง จะรไู้ ดอ้ ยา่ งไร

หลวงพ่อชาบอก อืม...
หลวงพ่อก็ไม่เคยลองหรอก
แต่หลวงพ่อเห็นไอ้ด่าง(หมา)
2ตัวนั้นบ่อยๆ ก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นยังไง

ลักษณะไม่ต้องลองเอง
ก็รู้ว่าไอ้ท่ีชอบๆกันอยู่
ไม่ต่างจากหมา 2ตัวน้ัน

ถามว่าหลวงพ่อชา
ไมเ่ คยตอ้ งไปคลกุ คลกี ับความมืด

แต่ถามวา่ เข้าใจมยั้ ?
เขา้ ใจ...ทำ� ไมจะไม่เข้าใจ
อันนงี้ ่ายๆ มีตัวอยา่ งใหด้ ู กเ็ ข้าใจแลว้

51 Camouflage

ฝึกท่จี ะต่ืน ไม่ใช่ฝกึ ทจ่ี ะสู้

ถา้ ง่วง ตอ้ งฝกึ ท่ีจะตอ้ งลกุ ขึ้น
ไปเดิน ไปขยับเน้อื ขยับตวั ล้างหน้า

หรืออะไรก็ได้ ใหม้ ันตน่ื ขึน้ มา
อยา่ ไปทนง่วง อย่าไปทนอะไร

เปลีย่ นอริ ยิ าบถใหม้ ันตืน่ ตัวข้นึ มา
เพราะเราก�ำลงั ฝกึ ธรรมชาติของจิต

ให้รู้จักความตื่นตวั
ไม่ใช่ฝึกธรรมชาติของจิต
ให้อดทนต่อความหลง
หรือว่าอดทนต่อนิวรณ์...ไม่ใช่แบบนั้น
เมอ่ื ไรทจ่ี ิตมันต่ืนขึ้นมาได้...

“นวิ รณ์มันไมม่ ”ี

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 52

เราไมต่ อ้ งไปสูม้ ัน
อย่างที่ผมบอก
เมอ่ื กีท้ ีผ่ มอธิบาย...
เรอ่ื งความมืดใชม่ ้ัย?
เมื่อไรที่มันสว่างขึ้นมา
มันไม่มีอะไรให้เราสู้

เราสวู้ นั นกี้ ไ็ มไ่ ดม้ ปี ระโยชนอ์ ะไร
เพราะในท่ีสดุ มันไม่มีให้เราสู้
เราจะฝึกสู้มันท�ำไม?

ท่ีจะตอ้ งฝึกคือ ...

“ฝกึ ให้มนั ต่นื ขน้ึ มา
ไม่ไดฝ้ ึกจะส้กู บั มัน”

53 Camouflage

การต่นื อย่างสมบูรณน์ ้นั
ไมม่ ีอะไรให้สู้

เราจะซ้อมสู้กับมันท�ำไม?...
ไม่ต้องซ้อม

“ใชป้ ระสบการณต์ รง
ของตัวเอง”

ร้จู ักเอง พอมนั รูจ้ ักเองเราจะตอบตวั เองได้วา่
ออ๋ ...มนั เปน็ แบบน้ี เราเหน็ เองน.ี่ ..ใช่ม้ยั ?
เราไม่ตอ้ งเชื่อใคร ไม่ต้องฟงั ใคร...ดแี ล้ว

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 54



ผ่อนคลาย...สบาย...
เป็นธรรมชาติ

“รู้ทุกส่ิงตามเป็นจริง”

คือเป็นอะไรก็ได้ ดี ไม่ดีก็ได้
แต่เรารู้ว่า...

มันเป็นแบบนี้อยู่...แค่น้ัน
เราไม่ไปให้ค่า ให้ความหมายว่า

อย่างนี้ไม่ดีเราไม่เอา
อย่างนี้ดีเราจะเอา...ไม่ใช่แบบน้ัน

เราไม่ให้ค่า ไม่ตัดสินอะไร
อะไรเกิด เราก็รู้ ก็เห็น

ด้วยจิตท่ีเป็นกลางกับมัน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 56

เริม่ ด้วยความสบาย

“เวลาเราเริ่มปฏิบัติธรรม
เราต้องเร่ิมด้วยความสบาย”

อยา่ ไปเรมิ่ ว่า
เอ้า...เดี๋ยวเราจะปฏิบัติธรรมแล้ว...

ไมใ่ ชแ่ บบนัน้

เหมอื นพ่ีจะนัง่ ขยบั มอื ใชม่ ั้ย?
ผมกจ็ ะบอกว่า พี่น่ังสบายๆ
น่ังเกา้ อที้ จี่ ะไปขยบั มือ...นงั่ สบายๆกอ่ น
พอนัง่ สบายๆ สังเกตจติ ใจซิ...เป็นยังไง?
เริม่ สงบระงบั รยึ งั ? เริม่ ปกตริ ึยงั ?
พอเห็นจิตใจ เออ้ ..เรม่ิ สงบระงบั สบาย ผ่อนคลาย
เร่ิมปกติ เออ้ ...ไม่มอี ะไร

57 Camouflage

เราก็ค่อยๆ เรม่ิ ขยบั เขยอ้ื นมือเราออกไป
ขยับแลว้ หยดุ !!

สมั ผสั ความรสู้ กึ หยุดนน้ั แล้วคอ่ ยๆเคล่ือนต่อ
สมั ผัสความร้สู กึ หยุดนัน้ ค่อยเคล่อื นต่อๆ ไปเร่อื ยๆ

“พอเราเร่ิมจากความสบายได้
ทเ่ี หลอื มันกจ็ ะสบาย”

แตถ่ ้าเรามานัง่ ปุ๊บ...
เอา้ ...เฮย้ เดี๋ยวจะขยบั มอื หลวงพ่อเทียนวันนี.้ ..

น่เี สร็จเลย!!

อนั นี้มนั จะตงั้ ท่า
พอมันตง้ั ทา่ ป๊บุ ...มนั จะเกร็ง
พอมันเกร็งปบุ๊ ...มนั จะเพง่
เพราะมนั คิดว่ามันต้องทำ� อะไร
มันคิดว่าเราจะขยับมือนะ
อะไรแบบน้.ี ..ไม่ใช่!! เราอย่าไปทำ� แบบนนั้

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 58

ขยับมือ เคลือ่ นไหว ไกลโมหะ

เราน่งั สบายๆ ผอ่ นคลาย
ซกั พักนึง 1นาที 2นาที
พอเริ่ม...โอเค สบายแลว้
เดี๋ยวจะลองขยบั มอื ซะหนอ่ ย

ขยับมือก็ไม่ได้
หมายความว่าเราจะปฏิบัติ

เราแค่จะเคล่ือนไหว...
เพ่ือให้เราไม่เคล้ิมไป
เค้าเรยี กวา่ ใหเ้ คลอื่ นไหว

เพือ่ ไมใ่ หเ้ กิด

“ความซ�้ำซากจำ� เจของอารมณ”์

59 Camouflage

เพราะไมอ่ ย่างนน้ั
นงั่ เฉยๆ เดยี๋ วมันซึม

เราไม่ให“้ โมหะ”มาครอบจิตเรา

เราก็เลยจะขยับมือ...แคน่ ้ัน
เราไมไ่ ด้หวงั จะได้อะไร
จากการขยบั มอื

เราขยับมือเพื่อให้มีความต่ืนตัว
มีความต่ืนรู้ข้ึนมา

ให้มันไม่ซึม...ให้เราคิดอย่างง้ันก็พอ
ตอ้ งเลกิ ความรู้สกึ วา่

เราจะนัง่ ปฏบิ ตั ิ...ไมเ่ อาแบบน้ัน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 60

รู้สกึ ถึง “อาการ”
อย่างเปน็ ธรรมชาติ

เวลาเดนิ ไปยนื ทางหวั จงกรม
ให้ยนื สบายๆ หยดุ ยนื
หยดุ ลมหายใจ สบายๆ

ท่ีผมบอกว่าหยุดลมหายใจ
ไม่ใช่ไปกล้ันลมหายใจนะ
ให้มันหายใจธรรมดาน่ีแหละ

แต่มันจะมชี ่วงนึงของปลายลมหายใจ
ทีม่ ันจะยังไมต่ ้องการลมหายใจเขา้ ...

ช่วงน้นั แหละมันจะหยุด

และมนั หยุดเปน็ ธรรมชาติ

โดยทเ่ี ราไมไ่ ดไ้ ปกลั้นมนั

61 Camouflage

ตรงนั้นแหละ...
เราจะยง่ิ สมั ผัส

“ความหยุดทแ่ี ท้จรงิ ”

ความเป็นปกติที่มันเงียบเชียบ
มันราบเรียบ มันไม่มีอะไร

มันสบาย มันนุ่มนวล มันอ่อนโยน
แต่ปกติ แต่หนักแน่น แต่ไม่มีน�้ำหนัก
มัน...โอ้โห...อธิบายยาก หลายอย่าง

ต้องไปลองเอง ใช่มั้ย?

ปลายลมหายใจแบบนนั้
เรายังไมต่ อ้ งการลมหายใจเข้า...

เรากส็ มั ผัสมัน
แลว้ เดี๋ยวเราหายใจเขา้ ป้บึ แลว้ เราก็โอเค

เรารู้สึกวา่ พอแลว้ ในการยืนสงบน่ิง
ยนื หยดุ แบบน.ี้ ..เราพอแล้ว

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 62

เรากเ็ ดนิ ...ก็เดนิ ธรรมชาติ
ไมใ่ ช่เดินวา่ ช้ันจะเดินเพื่อรู้สึกตัว...

ไม่ใช่แบบน้ัน

เดนิ ธรรมชาติ มนั กร็ ูส้ ึกถึง

“อาการ”
เรียกว่า รู้สกึ ถึง “ปรมถั ต์”

ก็คือ “อาการ”
ท่ีไอ้ตัวน้ีมันเคลื่อนอยู่
เรารู้สึกถึงความเคลื่อนไหว

ของร่างกายเฉยๆ

เหมอื นถ้าผมบอกว่า
ใหพ้ ีล่ องหลบั ตาแล้วกย็ กมอื ขนึ้
คอ่ ยๆยกมอื ขนึ้ แลว้ พี่จะสมั ผสั ว่า
อ้อ..มีอาการเคลื่อนของมือใช่มัย้ ?
ทีม่ นั เคล่อื นขน้ึ แล้วพอเราเคล่ือนลง
เราก็รูส้ กึ ถึงมีอาการเคลอ่ื นของแขนเราอยใู่ ชม่ ั้ย?

63 Camouflage

เวลาเรารู้สกึ ตวั
รู้สึกถึงอาการเคลอื่ นไหวของรา่ งกาย

หรอื วา่ พูดสั้นๆว่า “ร้สู ึกตัว”

รู้สกึ ร่างกายนี้
มันคอื รสู้ ึกแบบอันนแี้ หละ
รูส้ ึกถงึ อาการเคลอ่ื นของมนั เฉยๆ
ความรู้สึกแบบนน้ั แหละทเ่ี ค้าเรียกวา่

“ปรมัถต”์

ไม่ใช่ว่าเราไปเพ่งกาย
ไม่ใช่ไปดูกาย
เรารู้สึกเฉยๆถึง

อาการความเคล่ือนไหวของมัน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 64

พอเรารูว้ า่ รูส้ ึกแบบนกี้ พ็ อแล้วเนี่ย
เราจะไมต่ ้งั เป้า เพราะมันเปน็ ธรรมชาติ

ความรู้สกึ ของการเคลอื่ นไหว
ของร่างกายนี่มันมอี ยู่แลว้ ถกู มย้ั ?

อ้มื ...สิง่ ทผ่ี มบอกใหร้ ู้สกึ
ใหส้ มั ผสั หรอื วา่ ใหพ้ ดู คำ� วา่

“เห็น”เน่ีย มันเป็นส่งิ ทีม่ ีอยแู่ ล้วทัง้ น้ัน

เราแค่ใหค้ วามสนใจมนั หนอ่ ย...แคน่ ัน้ เอง
เดิมเราไม่ยอมสนใจมัน
เราสนใจแต่จะหลง
ไปในความคิดอย่างเดียว

65 Camouflage

เดนิ ฟังธรรมสบายๆ

ทีนี้พอเราเริม่ เดิน
กเ็ ดินสบายๆ ทผี่ มบอกรู้สกึ
อาการเคลอ่ื นไหวของร่างกายไป

แล้วพอถึงจุดท่ีหยุด
ก็เหมือนเดิมใช่มั้ย?
เหมอื นในคลิปท่ีผมพูด

เรื่องหยุด..เพอื่ ...ตื่น

เราก็ท�ำแบบน้นั แหละ
แลว้ มนั กจ็ ะสบาย

หยดุ ก็สบาย เดนิ ก็สบาย
หยุดอีกกส็ บาย เดนิ อกี ก็สบาย

มีแต่สบายอยา่ งเดียว

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 66

เราจะไมร่ สู้ กึ วา่ เราเพ่ง
เราจะไม่รู้สึกวา่ เราเกร็ง
เราจะมแี ต่ความผ่อนคลาย
เดนิ ไปชว่ั โมงนงึ เออ้ ...แปป๊ เดียว
ฟังคลิป YouTube ไปดว้ ย
อนั นกี้ ็ฟังแบบไมต่ ้องฟงั
เปิดไวใ้ หจ้ ิตมันเคล้าเคลยี กบั ธรรมะ

แล้วเดี๋ยวเวลาปฏิบตั ไิ ป
จติ มันมสี มาธิ มนั อยู่กบั ความเปน็ ปกติอยู่

เดี๋ยวธรรมะตรงไหนท่ีมัน
match(จับคู่)กันพอดีกับจิต ณ ตอนนั้น

มันจะฟังขึ้นมาเอง

แลว้ มันจะเขา้ ใจลกึ ซ้งึ เลยวา่

ออ๋ อออ...มันเป็นอย่างน้ี

67 Camouflage

เห็นทุกสิง่ ตามเป็นจริง...“จรงิ ๆ”

ทผ่ี มจะพดู อกี คำ� นงึ ใช่มย้ั ?

“รู้ทุกสิ่งตามเปน็ จรงิ ”

คือเปน็ อะไรกไ็ ด้ ดไี มด่ ีกไ็ ด้
แตเ่ รารู้อยู่ วา่ มันเปน็ แบบน้ีอย.ู่ ..แคน่ น้ั

เราไมไ่ ปใหค้ ่า ให้ความหมายวา่
อยา่ งนไ้ี มด่ เี ราไม่เอา

อยา่ งนด้ี ีเราจะเอา...ไมใ่ ช่แบบน้นั

เราไมใ่ หค้ ่า ไม่ตดั สินอะไร
อะไรเกิดเรากร็ ้กู เ็ ห็น

ดว้ ยจติ ทเ่ี ป็นกลางกับมนั
เราก็สบายใช่มั้ย?

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 68

ทีผ่ มบอก ถา้ เราไมต่ ดั สนิ อะไร
เราสบายมั้ย?...สบายจะตาย
เพราะพอเราไปตดั สนิ ว่ามันไม่ดี
เราจะคิดหาทางแกใ้ ชม่ ั้ย?

เป็นทกุ ข์แลว้

แตถ่ ้าเรารบั ได้กบั ทุกสิ่งทีม่ นั ผ่านเข้ามา
สบายจะตาย ใช่มย้ั ?

เราก็ได้รู้ได้เห็นส่ิงต่างๆที่มันผ่านมา
แล้วก็ผ่านไป ดีหรือไม่ดี
ผ่านมาก็ผ่านไปเหมือนกัน
เอาอะไรไว้ไม่ได้
ที่ว่าดีจะเอาไว้ก็ไม่ได้
อยากได้อีกมันก็ไม่มา
อะไรอย่างนี้ ใช่มยั้ ?

69 Camouflage

เรากจ็ ะเหน็ ความเปน็ จริงว่า
สภาวะใดๆก็ตาม

มันผ่านมา แล้วมันกจ็ ะผ่านไป
ควบคุมบังคับอะไรเอาไวไ้ มไ่ ด้
เรากจ็ ะเขา้ ใจไตรลักษณอ์ ัตโนมัติเลย

เราไม่ต้องไปหาว่ามันอยู่ไหน
หรือไม่ต้องไปสงสัยว่าเราเห็นรึยัง?

ไม่ต้องพยายามเห็น
ไม่ต้องหา...มันเห็นเอง!!

ถา้ เรามคี วามเป็นปกตนิ ี้อยู่
เราไม่ตามความคดิ ไป
เรารสู้ ึกตัวอยู่

มันเหน็ เอง!!

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 70

ไมต่ อ้ งไปไขว่ควา้ หามนั
ยงิ่ ไปไขว่คว้าหามัน

จะเกิดตณั หา จะเกดิ ความทกุ ข์แลว้

แล้วสง่ิ ท่เี หน็ ภายใตต้ ัณหา ภายใตต้ ัวตน
หรือท่ผี มพดู บอ่ ยๆภายใต้ความมดื
สงิ่ ท่ีเห็นนนั้ ...ไม่มที างเปน็ ของจรงิ ได้

ถึงมันจะพูดว่าน่ีเห็นม้ัย
มันเปล่ียนแปลงจริงด้วย มันเป็นทุกข์

มันเป็นอนัตตา...มันคิดเอา!!
ถงึ ส่งิ น้นั พดู ออกมา

จะเป็นสัจธรรมของไตรลักษณ์

แต่มันกไ็ มใ่ ชข่ องจริงอยดู่ ี

71 Camouflage

เพราะฉะนนั้ ..

“พนื้ ฐานของความเปน็ ปกติ
พ้นออกจากโลกของความคดิ ”

ส�ำคญั มาก
เราจะเห็นอะไร
เราจะเห็นได้จริง

สิ่งทีเ่ หน็ ..
เป็นการเห็นภายใตค้ วามไม่มีตวั ตน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 72

เวลาผ่อนคลาย เวลาปกติ
คือเวลาปฏิบัตธิ รรม

มนั เหมือนเราก�ำลังขุดหาขุมทรพั ย.์ ..
ระหวา่ งทเ่ี ราก�ำลงั ขุดหา ขุดหา ขุดหาเนี่ย

บางทีมนั กท็ อ้ บางทมี นั ก็สงสยั
เอ๊ะ...มนั ใชม่ ย้ั ?
มันผิดทางมั้ย?

เพราะว่าเรายังไม่เคยเจอขุมทรัพย์น้ัน
เราเลยไม่แน่ใจว่า..

ทางท่ีเราเดินนี้มันถูกไม่ถูก
มนั ใชไ่ ม่ใช.่ ..อะไรแบบนี้

73 Camouflage

ผมเลยบอกวา่ ...
การทเ่ี ราต้องสนทนาธรรม
คยุ กับครูบาอาจารย์ ฟังธรรม
มันถงึ เป็นองค์ประกอบทส่ี ำ� คญั มาก
เพราะมันจะช่วยเรา

ให้เราผ่อนคลายลง
ให้เรารู้สึกมีก�ำลังใจมากข้ึน
ให้เรามั่นใจว่าเราก�ำลังเดินไปถูกทาง

เวลาที่เราสามารถปฏบิ ัติธรรมได้
คอื เวลาท่ีเรา “ผอ่ นคลาย”

เปน็ ปกตนิ ัน่ แหละ
คอื เวลาท่ีปฏบิ ตั ิธรรมไดจ้ ริง

แตใ่ นเวลาทเ่ี ราถูกกเิ ลส
ถกู อวชิ ชาครอบงำ� แล้ว
เวลานัน้ ปฏบิ ัตธิ รรมไมไ่ ด้

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 74

ที่ผมบอกว่า..
สงิ่ ทเ่ี หน็ นี้มนั ไม่ใชข่ องจรงิ แลว้

เพราะมนั เหน็ ภายใต้เลนส์
ของความทมี่ ีตวั ตนไปแล้ว
มันจะมีทิฏฐิ มอี คติเขา้ ไปตดั สนิ เขา้ ไปใหค้ า่
ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนสัจธรรม
แต่มันก็ยังไม่ใช่...ท่ีว่าเห็น...
เลยบอกว่าเห็นไม่จริงไง...มันเป็นแบบนี้

เพราะวา่ การปฏบิ ัติธรรมนี้
มันละเอียดออ่ นมาก
ผมถงึ พยายามเนน้ มาก

ถึงพน้ื ฐานที่สำ� คัญมากคือ

“ความเป็นปกติ”

ทท่ี ุกคนจะต้องเห็นก่อน
แลว้ สงิ่ ต่างๆ มันถึงจะพัฒนาไปได้

75 Camouflage

ไมใ่ ช่งา่ ย..
ท่คี นๆนึง
ท่แี ม้กระทง่ั ศรทั ธา
ในศาสนาพุทธ
อยากจะพ้นทุกข์แล้ว
ตงั้ ใจปฏบิ ัตแิ ล้วนี้
จะมีบญุ พอจะเจอทางทีถ่ ูกดว้ ย

อนั นี้ไม่ใชเ่ รื่องง่าย

การอา่ นหนงั สอื ของผ้รู ู้ ครบู าอาจารย์
เราอ่านรอบนงึ
แลว้ เรากป็ ฏิบัตไิ ป
แล้วมาอ่านใหม่..

เราจะเข้าใจไม่เหมือนเดิมเลย
ความเข้าใจมันจะลึกซึ้ง
ลึกซ้ึง มากขึ้นเร่ือยๆ

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 76

เหมอื นกบั หลวงพ่อชาเคยอธบิ าย
อธบิ ายไวด้ มี ากเลย บอกว่า..
มคี นมาพดู วา่
ศาสนาพทุ ธมแี คน่ เี้ หรอ?
อะไรประมาณนนี้ ะ

หลวงพ่อชาบอกว่า..
พื้นดินน้ีมีรูอยู่ รูลึกเมตรนึงนะ
แต่มือเรายาวแค่ครึ่งเมตรสมมติ
แล้วเราก็ล้วงมือน้ีลงไปในรู

เราก็ลงไปได้แค่ครึ่งเมตร

แล้วเรากบ็ อกว่า...
มันไมม่ ีอะไร...น่ีแบบน้ี

77 Camouflage

อันน้เี หมือนกนั ..
ความเขา้ ใจในธรรมะก็เหมือนกนั

จติ ใจมรี ะดับภูมธิ รรมแคน่ ้ี
เรากเ็ ข้าใจไดแ้ คน่ ้ี

แต่..วนั นงึ ทเ่ี รามีภมู ธิ รรมมากข้นึ
ไอร้ เู ดมิ หรอื เนือ้ หาเดมิ

เราจะเข้าใจมันมากขน้ึ
ลึกซึ้งขึ้น

เพราะว่ามือเรายาวขึ้นแล้ว

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 78



“แหวกเมฆหมอก”
คน้ พบ “สงิ่ ทม่ี อี ยแู่ ลว้ ”

“รู้ทุกส่ิงตามเป็นจริง”

คือเป็นอะไรก็ได้ ดี ไม่ดีก็ได้
แต่เรารู้ว่า...

มันเป็นแบบน้ีอยู่...แค่นั้น
เราไม่ไปให้ค่า ให้ความหมายว่า

อย่างนี้ไม่ดีเราไม่เอา
อย่างนี้ดีเราจะเอา...ไม่ใช่แบบนั้น

เราไม่ให้ค่า ไม่ตัดสินอะไร
อะไรเกิด เราก็รู้ ก็เห็น

ด้วยจิตท่ีเป็นกลางกับมัน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 80

สงบนิง่ ภายใน...มันมอี ยู่แลว้

รู้ลมเน่ยี ...พี่ต้องรูว้ ่า

ตอนท่ีพ่ีไปรลู้ ม

คอื หมายความว่าพี่เขา้ ไปหลบอยู่
พ่ีเข้าไป...ไม่เอาอะไรแลว้ จะเอาความสงบ

พี่ต้องรู้ว่า...
ตอนน้ีพี่ก�ำลังท�ำสมถะอยู่

พี่ต้องรู้แบบน้ันว่า
โอเค ก�ำลังท�ำสิ่งๆน้ีอยู่

พอมันสงบลง มันสบายขึน้
ตอ้ งออกมา...ออกมารสู้ ึกตัว
รสู้ กึ การเคล่ือนไหว ใหม้ นั ต่ืนตวั ไว้

81 Camouflage

ให้นงั่ ลืมตา ไม่ตอ้ งหลับตา
ใหข้ ยับมือไว้

พลกิ มืออะไรกไ็ ด้ พลิกเอาไว้
เพราะว่าสมาธทิ ่ีผม

จะบอกให้ทกุ คนทำ� คอื ...
สมาธทิ ม่ี นั ตน่ื รู้ สมาธทิ ี่มนั ตื่นตัว
ไมใ่ ชส่ มาธิหลบอยู่ ไม่ใช่สมาธิเคลิ้ม

ไม่ใช่สมาธหิ ลับ แตต่ อ้ งเปน็
“สมาธิที่มันตื่นตัว
ต่ืนรู้อยู่”
มันจะไม่ใช่ค�ำว่าน่ิง
ไม่ใช่แบบน้ัน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 82

“ความนิง่
มนั อยูภ่ ายใน”

ท่ีผมจะพูดตลอดว่า
เวลานั่งแล้วเห็นมั้ย

ว่ามันปกติอยู่
ความรู้สึกปกติแล้ว

“ความเป็นปกตินแ้ี หละคือ
ความสงบท่ีแทจ้ รงิ ”

มันมีอยู่แล้ว
เราไม่ได้ไปท�ำมันข้ึนมา

83 Camouflage

แตก่ ารท.่ี ..
พี่มาถงึ กน็ ัง่ จะเอาสงบเลย
นีเ่ รากำ� ลังทำ� ความสงบข้นึ มาแล้ว...

มันไม่ใช่

ความสงบท่เี ราทำ� ข้นึ มา
มันไม่ Long lasting

มันอยูไ่ ม่นาน

พอเราเลกิ ท�ำ มนั ก็หายไป
แต่ความสงบท่ีผมบอก
มันคือความเป็นปกติ
มันเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 84

กระทบแลว้ ไมก่ ระเทือน

ผมบอกว่าการปฏิบัตธิ รรมคอื
การเหน็ สิ่งทีม่ อี ยแู่ ล้วนี้

เห็นใหม้ ันบ่อยๆ เห็นใหม้ นั ต่อเนื่อง
เหน็ ให้มนั จนเป็นนสิ ัย

แล้วสดุ ทา้ ยความเปน็ ปกติ
มนั จะเป็นพื้นฐานของจติ ของใจเรา

เป็นพ้นื ฐานที่ทำ� ใหจ้ ิตใจ
เต็มไปด้วยความหนักแน่น
หนักแนน่ อันนี้ ไม่มีน้ำ� หนัก

หนกั แนน่ อันน้ี เปน็ หนกั แนน่ แตเ่ บาสบาย
หนกั แนน่ อนั นี้ เปน็ หนักแนน่ ทไ่ี มใ่ ชห่ นักอึ้ง
มนั หนักแน่น แล้วกต็ ื่นรู้ และก็เบาสบาย

85 Camouflage

แลว้ เมอื่ ไหรเ่ รามพี ืน้ ฐานของจติ แบบนั้น
เราอยู่ในโลก เรากระทบ
มันก็ไม่กระเพอ่ื มหว่นั ไหว

หรือมันจะกระเพ่อื มมนั กน็ ดิ หนอ่ ย
แล้วเราก็รู้

พอจิตมันรู้ทันว่ามันกระเพื่อมแล้ว
มันก็ฉลาดที่จะไม่ไปคิดปรุงแต่งต่อ

ด้วยการที่เราฝึก
ให้มันอยู่กับความเป็นปกติ
ไม่ตามความคิดไปอยู่เร่ือยๆ

แลว้ พอจิตน้ีมนั ถูกพฒั นา
มนั กจ็ ะมกี �ำลังท่จี ะอย่ใู นโลกได้

โดยที่กระทบแลว้ กไ็ ม่กระเทอื น

เราก็ไม่ตอ้ งทุกข์

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 86

นัง่ สบายๆ แหวกเมฆหมอก

ท่ผี มพดู ว่า...

ความสงบที่แท้จริง

ไม่ใช่สง่ิ ท่ไี ปสร้างขึน้ มา
ความสงบท่ีแท้จริง มันมีอยู่แล้ว

เรามีหน้าท่ีแหวกเมฆหมอก
ที่มันปิดบังมันอยู่

แล้วก็รู้จักมัน แค่นั้นเอง

พอเรารู้จักความเป็นปกติอันนี้ทม่ี ันมอี ยูแ่ ลว้
เรารู้จกั มันบอ่ ยเขา้ บอ่ ยเข้า บอ่ ยเข้า
จนวันนงึ มันกับเรา
ก็เปน็ หนง่ึ เดยี วกัน

87 Camouflage

สมมติเราไปทำ� งานย่งุ ๆกลับมา
แลว้ เรากเ็ ลิกงาน กลับมาบา้ น

เราก็นงั่ อยู่คนเดียวของเรา นั่งสบายๆ
จะรสู้ กึ ม้ัยว่าความเครียด

ความกงั วล ความฟ้งุ ซา่ นในงาน
มันค่อยๆจางคลายไป

จิตใจมันค่อยๆสบายข้ึน
มันค่อยๆสบายขึ้น
มันค่อยๆสงบระงับลง

เหมือนมันกลับมาท่ีเนื้อท่ีตัว
และมนั กเ็ บาๆสบายๆ

มนั ไม่มคี วามรู้สกึ ดหี รือไมด่ ี

มนั เฉยๆ มนั รู้สกึ เป็นปกตอิ ยู่ ไมม่ อี ะไร

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 88

ถ้าเมอื่ ไรรู้สกึ แบบนนั้
อันน้ันแหละเป็นความเป็นปกติ
ที่มีอยแู่ ลว้ เราไม่ได้ทำ� อะไรมัน
เพียงแต่ว่าเราสรา้ งสิง่ แวดล้อม

ทีจ่ ะเหน็ มันได้เฉยๆ

ก็คือการท่ีเราน่ังสบายๆ
นั่งเฉยๆ แล้วเราก็สังเกตมัน

พอเมฆหมอกของความฟงุ้ ซ่าน
เมฆหมอกของความกังวล

เมฆหมอกของการงานทเี่ ราเพิ่งผ่านมา
และเรามาอยใู่ นท่ที ี่สงบๆ สบายๆ
ท่ที มี่ ีสง่ิ แวดลอ้ มดีๆ

แล้วส่งิ เหล่านน้ั มนั ก็จางคลายไป

89 Camouflage

สิ่งเหลา่ นน้ั จางคลายไป
เหมอื นกบั เราอยูใ่ นท่ีทม่ี เี มฆหมอก

พอแสงแดดพาดผ่านมา
เมฆหมอกกจ็ างหายไป

เรากเ็ หน็ อะไรๆ...

เห็นตกึ รามบา้ นช่องไดช้ ัดขึ้น...

ก็แบบน้นั มนั เห็นเอง

ถามวา่ ตกึ รามบ้านช่อง
มนั มีอยู่แล้วมัย้ ?... มันมอี ยู่แล้ว

เราไม่ได้ไปก่อสร้างมันขึ้นมา
แต่พอดีว่าเมฆหมอกน้ีมันหายไป...
พอมันหายไปเราก็เห็นมันชัดๆว่า

อ้อ มันมีตึกนี้ตึกนั้น

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 90

แหวกเมฆหมอก เห็นจติ ประภัสสร

เหมือนกัน...ความเป็นปกติน้ี
หรอื ทีเ่ ค้าเรยี กว่า

“จติ ประภสั สร” มนั มีอยู่แลว้

จิตน้มี ันประภัสสรอยแู่ ลว้
แตม่ ันโดนกเิ ลสจรมาใชม่ ้ัย

มาบดบงั เอาไว้
เหมือนดวงจนั ทร์ทีม่ ี
ก้อนเมฆมาบดบงั เอาไว้
เรากไ็ ม่เหน็ ดวงจันทร์
แต่เมื่อก้อนเมฆมันผ่านไป
เราก็เห็นดวงจันทร์
ดวงจันทร์ไม่เคยหายไปไหน
มันมีอยู่แล้วของมันอย่างน้ัน

91 Camouflage

แต่ดว้ ยความที.่ ..
จิตเราวนั ๆ

มันไมเ่ คยเป็นปกตเิ ลย

วันๆเราตื่นเช้ามาก็คิดเรื่องงาน
ไปท�ำงานเราก็คิดเรื่องคนงาน

เรากค็ ิดเรอ่ื งงาน
และกค็ ดิ เรือ่ งลกู คา้
และก็คดิ เรื่องตารางงาน

ท่ีนดั คนโน้น
สง่ ของอันนี้ ออเดอร์เทา่ ไหร่

เรามแี ต่ความคดิ ทีม่ ันปดิ บงั ...

เมฆหมอกที่มนั ปดิ บัง

ดวงจนั ทรน์ ้เี อาไวท้ งั้ วัน

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 92

พอมากลางคืนแทนท่เี ราจะนง่ั สบายๆ
แหวกเมฆหมอกนอ้ี อกไป
เรากค็ ดิ เร่ืองอน่ื ตอ่ อกี
เชน่ เราก็คดิ วา่
เราจะไปท�ำอะไรตอ่ ดพี รงุ่ น้ี
และงานพรงุ่ น้ีมนั คืออะไร
เราจะต้องวางแผนอะไรยังไง

เพราะฉะนั้นเราอยู่ภายใต้ความดิ้นรน
ภายใต้ความคิด ภายใต้กิเลส
ภายใต้โมหะ ตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นส่งิ เหลา่ น้ี
มันกบ็ ดบงั จติ ประภัสสร
หรือความเปน็ ปกตทิ มี่ อี ย่แู ล้วนเ้ี อาไว้
เราก็เลยไม่เคยเปน็ ปกติเลย

ชีวติ เราเลยตอ้ งทกุ ขท์ ้งั ชีวติ

93 Camouflage

ความปกตนิ ำ� หนา้ โมหะ

ท�ำในรูปแบบ
ฝึกทีจ่ ะหยดุ เพ่อื ทีจ่ ะต่นื ขน้ึ มา

โมหะน้มี นั จะคอ่ ยๆจางคลายไป

พอโมหะมันจางคลายไป
ความคิดมนั ไม่คอ่ ยมหี รอก

มนั จะนอ้ ยลง
เราจะคิดแต่ในเรื่อง

ที่จ�ำเป็นต้องคิด

แต่ไอ้เรือ่ งทเ่ี รียกวา่
เรอ่ื งบ้าๆบอๆ เร่ืองไมม่ ีสาระ

มันไมค่ อ่ ยมาหรอก

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 94

เพราะวา่ ความคดิ
ท่มี นั ฟุง้ ซ่านเหล่าน้ัน
มันมาได้เพราะโมหะ
มนั ครอบจติ ครอบใจ
ครอบชีวิตเราอยทู่ ั้งชวี ิต
เราไม่เคยแหวกมันออก

เราไม่เคยเปิดให้

“ความเป็นปกติ
น�ำหนา้ โมหะ”

เราปลอ่ ยใหโ้ มหะ
น�ำหน้าชวี ิตเราตลอด
ชวี ติ เราเลยมีแตค่ วามทกุ ข์

บางคนบอกว่า คิดก็รู้
แต่มันรู้เหมือนอยู่ในน้�ำ

95 Camouflage

สมมตวิ ่าผมอยบู่ นบกและพ่ีอยูใ่ นนำ้�
แลว้ อะไรทีล่ อยในน�ำ้

พก่ี ็เหน็ ใชม่ ยั้ ?
และผมกเ็ ห็นเหมือนกนั ใช่ม้ยั ?

แต่ตัวผมไม่เลอะ
ตัวผมไม่เปียกไปด้วย
แต่พี่เปียกและเลอะ

แล้วก็เห็นด้วย
มันไม่เหมือนกัน

มันต้องเห็นแบบอยู่บนบก
ไมใ่ ช่เห็นแบบอยใู่ นนำ้�

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 96

เพราะฉะนัน้ ...
พืน้ ฐานทสี่ ำ� คัญทส่ี ุด
กอ่ นทเ่ี ราจะไปปฏิบัติ
จะไปดู จะไปเห็นโนน่ เห็นนี่
ท่เี ราวา่ เห็นความคิด

หรือว่าจะเห็นกเิ ลส เห็นอะไรเนยี่

กอ่ นหน้าที่จะไปเหน็ พวกเหล่านัน้
พื้นฐานความเป็นปกติ
ในจิตนี้ต้องมีก่อน

ถ้าไม่มีตรงน้ีอย่าเพ่ิงไปไหน

97 Camouflage

ไมก่ ระเทือนเพราะจิตมปี ญั ญา

การท่มี นั กระทบ
แล้วจะไมก่ ระเทอื น

อนั นห้ี มายความวา่ ..
จิตนี้มีปัญญาแล้ว
ปัญญาเข้าใจส่ิงทั้งหลาย
ตามความเป็นจริง

ปญั ญานเ้ี ข้าใจเอง
ผา่ นการปฏิบัตธิ รรม
ผา่ นการพัฒนาศีล สมาธิ

จนมีปญั ญาเกิดขึ้น

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 98

ไม่ใชเ่ กิดจากการทเ่ี ราฟงั ธรรมะ
แล้วเรากเ็ ขา้ ใจว่า...
มนั เปน็ แคส่ ภาวธรรม
และเราก็จ�ำเอาไว้

แล้วก็พอกระทบเรากพ็ ดู ว่า
อื้ม...มันเป็นแค่สภาวะธรรม
เราไม่ควรจะเข้าไปกระเทือนกับมัน

หรืออะไรแบบน้ี
น่ีเป็นการคิดหมดเลย

อนั นเี้ ปน็ เรอื่ งของความคิดท้งั นั้น

ไม่ใชเ่ ร่อื งของปญั ญา

99 Camouflage

“มันไมก่ ระเทอื น
เพราะจติ น้ีมปี ญั ญาแลว้ ”

จิตน้ีมีความเป็นปกติ
เป็นพ้ืนฐานแล้วอย่างหนาแน่น

มันถึงไม่กระเทือน
เพราะว่ามันไม่มีตัวตนแล้ว

แต่เรา !! ...เรายังเตม็ ไปด้วยตัวตน
แลว้ เราจะหวังวา่ ไม่ให้มันกระเทือน

มนั เป็นไปไม่ได้
นัน่ แปลว่าเรากำ� ลังไปดักมันไว้

เราไปตง้ั ท่าไว้ ต้งั โลเ่ อาไว้
มันถึงไมก่ ระเทอื น

การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 100


Click to View FlipBook Version