ความเข้าใจผิดอันแรก
ของนกั ปฏบิ ัตธิ รรม
จรงิ ๆเรอ่ื งของสมาธิ
เปน็ เรือ่ งทซ่ี ับซ้อน
มนั ละเอยี ดมาก
สมาธิเป็นส่ิงท่ีเกิดข้ึนเอง
เราไม่ได้ไปท�ำมันขึ้นมา
แตว่ า่ นกั ปฏบิ ัตสิ ว่ นใหญ่
เข้าใจว่าเราตอ้ งมีสมาธิ
เราถึงจะเจริญในทางธรรมได้
พอเขา้ ใจคำ� พดู แบบนัน้ ปุบ๊
ทุกคนพยายามจะทำ� สมาธิ
201 Camouflage
สังเกตมั้ยวา่ เราทกุ คน
พอสนใจปฏบิ ัตธิ รรม
หรือวา่ เคา้ พดู ถึงวา่ จะปฏบิ ตั ธิ รรม
ทุกคนก็คดิ ถงึ เลย…
นัง่ ขดั สมาธิ
หลบั ตา ปบุ๊ น่งิ เปรยี๊ ะ ห้ามขยบั
ทกุ คนกค็ ดิ แบบนน้ั เลยทันที
ไม่น่าเชื่อว่า
เป็นแบบน้ันทุกคน
อาจจะเพราะวา่ เม่อื ก่อน
ดูหนงั จักรๆวงศๆ์ มาเยอะ
เห็นฤาษีนง่ั สมาธิ
ก็เลยคิดว่านน่ั คือ
การปฏิบัตธิ รรม
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 202
แตพ่ ระพทุ ธเจา้ น้ี
ไม่เคยพดู เลยว่า
ต้องน่งั หลับตาอะไรแบบนี้
พระพุทธเจา้ จะพูดถึง
อริ ยิ าบถใหญ่
ยนื เดิน น่ัง นอน
ไมเ่ คยพดู เลยวา่
นั่งเฉยๆ นง่ั น่ิงๆ นั่งหลับตา
ไม่เคยพดู แบบนั้น
แตพ่ ูดถงึ อิริยาบถใหญ่
ยนื เดนิ น่งั นอน เรากร็ อู้ ยู่
แม้กระท่ังนอน
ยังปฏิบัติธรรมได้เลย
ไม่ใช่เร่ืองของการไปน่ังน่ิงๆ
น่ังหลับตาแบบนั้น
203 Camouflage
เพราะฉะนน้ั ...
สมาธมิ ันเลยเปน็
สมาธบิ นความตนื่ ตัว
บนความต่นื รทู้ ่ีมันถูกต้อง
แตส่ มาธบิ นความตน่ื ตวั บนความรู้น้ี
ท�ำขึ้นมารเึ ปล่า?
ก็ไม่ได้ท�ำเหมือนกัน
เพราะเราไมไ่ ด้ท�ำอะไร
เราแค่รูส้ กึ ตวั ไมต่ ามความคิดไป
มันก็ตน่ื ตวั อยูแ่ ล้ว
ถ้าเราไม่หลงไปในความคิด
มันก็ต่ืนตัวอัตโนมัติเลย
เราไปเขา้ ใจวา่ การปฏิบตั ธิ รรมคือ
การตอ้ งทำ� สมาธิ
อนั นเี้ ปน็ ความเข้าใจผดิ
อนั แรกของนักปฏบิ ัติ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 204
การปฏบิ ัติธรรมคอื อะไร ?
จรงิ ๆแลว้ การปฏบิ ตั ิธรรมคอื
“การเข้าใจความจริง
ของสรรพส่ิง
ว่ามันเป็นอย่างไร”
การท่ีเราก�ำลังเรียนรู้ความจริง
ไม่ใช่การท่ีเราจะไปท�ำอะไรข้ึนมา
เพ่ือที่จะได้อะไรขึ้นมา
เพราะการทเี่ ราจะ
ไปทำ� อะไรขึ้นมา
เพอื่ จะไดอ้ ะไรข้ึนมา
นั่นเราก�ำลงั มีตวั ตนตลอด
205 Camouflage
ต้งั แต่เริม่ ...
เรากะว่า หวังว่า
เราท�ำสมาธิ
แล้วเราจะได้ปัญญา
เราทำ� สมาธิ
แล้วจะเดินอยู่บนอรยิ มรรค
ไดม้ รรค ไดผ้ ล
มันมีแต่หวังอย่างเดียว
มันมีแต่โลภ
มันมีแต่ความจะเอา
อยากจะได้
ซ่ึงมนั เป็นไปไมไ่ ดท้ ่จี ะถงึ
เพราะต้ังแต่เร่มิ มันก็มืดแลว้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 206
แตก่ ารปฏิบัตธิ รรมทแี่ ทจ้ รงิ คือ
“การทีเ่ ราได้เรียนรู้
ความเปน็ จริง”
ทเี่ ราไม่เคยรู้มาก่อนว่า
อ๋อ…ความเปน็ จรงิ มนั เป็นแบบน้ี
ความเป็นจริง
พระจันทร์มันมีนะ
ไม่ใช่ไม่มี
แตเ่ พราะเม่ือกอ่ น
เรามีเมฆหมอกบดบงั อยตู่ ลอด
จนวันนงึ ก็มคี นมาสอนเราบอกวา่
รูร้ เึ ปล่าว่าจรงิ ๆแล้ว
มันไมม่ ีตัวตน
บุคคล เรา เขา นะ
ทกุ อย่างมันทำ� งานเอง
207 Camouflage
พอเขา้ ใจว่าจรงิ ๆ
โลกมันก็เปน็ แบบนีน้ ะ
มันตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ทุกส่ิงมันก็เปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย
อันนี้เป็นอย่างน้ันเอง
ไม่ใชม่ ใี คร คนใด
หรือมพี ระเจา้ องค์ไหน
จะมาสั่งการบังคับควบคมุ อะไรได้
ทกุ อย่างกเ็ ป็นไปตามกรรม
ตามเหตุปัจจยั
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 208
เห็นสภาพพ้นกเิ ลส ทมี่ ีอย่แู ล้ว
พอเราฟังอย่างน้ี ปุ๊บ…โอเค
แล้วเราจะพ้นจาก
ความเห็นผิดแบบน้ีอย่างไร?
ก็มคี นบอกเราว่า...
เรากต็ อ้ งร้วู ่าความเขา้ ใจ
แห่งความจริงอกี อย่างนึง
ทีเ่ ราไมเ่ คยรูม้ ากอ่ นเลยก็คือ
“สภาพที่มนั พ้นไปจากโมหะ
สภาพที่มนั พน้ ไปจากกเิ ลส”
มันมีอยตู่ ลอดชีวิตเรา
209 Camouflage
เราโตขนึ้ มา
เรากร็ ู้สกึ ว่ามีเราตลอด…น่เี รา
แลว้ ก็มีสภาพของ
“ความดน้ิ รน” ตลอด
ก็คือ โลภ
อยากได้นั่น อยากได้นี่
อยากได้ความสุข
อยากหนีความทุกข์ตลอดเวลา
เราไมเ่ คยมีสภาพอกี สภาพนึงเลย
ทม่ี ันมอี ยแู่ ล้ว เราไมเ่ คยมีมันเลย
วนั นงึ กม็ ีคนบอกเราวา่
ลองดูสภาพนี้มันมอี ยู่แลว้
และพอวนั นึงเราไดเ้ หน็ มัน ก็คอื
“สภาพแห่งความเปน็ ปกติ”
น่ีแหละ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 210
พอเราเหน็ มนั แลว้ ก็
อ้อ…มนั มีอย่แู ล้ว
เรากเ็ รม่ิ เข้าใจมัน
พอเราเร่ิมเข้าใจมัน
จริงๆกไ็ ม่ใช่เราเข้าใจมนั หรอก
จิตนม่ี นั เร่มิ เข้าใจวา่ ออ๋ …
มันมสี ภาพความจรงิ แบบน้อี ยู่ดว้ ย
ท่ีถกู ปิดบังมานาน
พอเริ่มเขา้ ใจความจริง
แบบนเี้ ข้าแบบน้เี ขา้
จติ ที่มันเคยมีแตเ่ มฆหมอกปกคลมุ
ซงึ่ เป็นผลให้เกิดอะไร?
เกดิ ปฏจิ จสมุปบาท
ข้นึ ตลอดเวลา ก็คอื ...
มันมีอวิชชา มันก็มีสังขาร มีวิญญาณ
ไปจนทุกข์ทั้งชีวิตของเราที่ผ่านมา
211 Camouflage
แตพ่ อเราได้รู้จัก
ความจรงิ ทมี่ นั มีอย่แู ล้ว
ทเ่ี ราไม่เคยรจู้ กั เลย
…กลายเป็น
วงจรปฏิจจสมุปบาท
เกิดต่อไม่ได้
เพราะว่าสภาพน้ี
“มนั เปน็ สภาพ
ไรร้ าคะ ไรโ้ ทสะ ไรโ้ มหะ”
สภาพแบบนเี้ ป็น
สภาพของความบริสทุ ธิ์
ของความปกติ หรือวา่ ทเ่ี รยี กว่า
“นพิ พานชมิ ลอง”
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 212
ธรรมชาติขัดเกลา
พอจิตใจมันรจู้ กั
สภาพแบบนบี้ อ่ ยๆเข้า
ตัวสติท่ีเราถูกสอนมาว่า
มันต้องมี...มันมีเอง
สมาธิทเ่ี ราถกู สอนมาวา่ ต้องมี
ทเี่ ปน็ สัมมาสมาธิ
มนั ก็มีเองจากการท่ไี ด้เหน็ ไดร้ ู้จกั
ใหเ้ หน็ สง่ิ ที่มีอยแู่ ล้ว
ให้มนั ต่อเนอ่ื ง ใหม้ นั บ่อยๆ
ค�ำวา่ ต่อเนอื่ งคืออะไร?...
คือบ่อยๆ ไม่ใช่ไปจ้องมนั เอาไว้
แต่เราเห็นมนั บอ่ ยๆ
มันกเ็ ป็นสมาธขิ ้นึ มา
213 Camouflage
พอสติ สมาธิอันน้ี
มันแก่รอบแก่รอบมากข้ึน
ด้วยธรรมชาติของมัน
มันก็ท�ำให้ปัญญาเกิด
อริยมรรคเกิด อริยผลเกิดได้
มนั เหมือนกอ้ นหิน
อยา่ งทผ่ี มเคยบอก...
เมื่อกอ่ นก้อนหนิ มนั เคยเปน็ กอ้ นเหลีย่ มๆ
เป็นก้อนเหลีย่ มมมุ มเี หลย่ี มมีมมุ
พอมันตกอยใู่ นน้�ำ
สายน้�ำกพ็ ัดมนั กล้ิงไป กลง้ิ ไป
กลิง้ ไป กลง้ิ ไป ไปไกลเร่ือยๆ
จนวันนึงมนั กก็ ลายเปน็ ก้อนกรวดมน
สวยงามเอามาใส่ในตปู้ ลา
น่ันกค็ ืออะไร?
นั่นแหละธรรมชาติ
ธรรมชาตมิ นั ขดั เกลา
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 214
เหมือนกัน...
จติ ของเราที่ร้จู ักความเป็นปกติ
พน้ ออกจากสภาพของ
การทมี่ ีแตก่ ิเลสปกคลมุ อยู่
สภาพนี้แหละ มันขัดเกลาจิตเรา
มันค่อยๆขัดเกลาจิตเรา
ขัดเกลาจนวันนึง มันสะอาด
มันบริสุทธ์ิ และมันก็หมดกิเลส
มันกไ็ ม่มีกเิ ลสมนั ก็พ้น
จากสภาพการปรุงแตง่ ใดๆ
ท่เี ค้าเรียกวา่
ถงึ วันนงึ จติ เรากจ็ ะพ้นจาก
สภาพความปรุงแตง่ ทัง้ ปวง
ไม่มอี ะไรสามารถปรุงแต่งจติ ได้อีกต่อไป
มันกไ็ ม่ต้องทุกข์
นแ่ี หละมันธรรมชาตทิ งั้ หมด
มนั เป็นเองหมด มันเป็นเองตั้งแต่เริม่
215 Camouflage
เข้าใจหรอื เข้าสมอง ?
การปฏิบัติธรรมคือ
การเรียนรู้...
รู้จักความจริง
ท่ีมันมีอยู่แล้ว
การทเ่ี รารู้จกั ความจรงิ
ที่มันมอี ยแู่ ล้ว
มนั ทำ� ใหเ้ ราร้จู กั
ความจรงิ อีกอยา่ งคอื อะไร?
ความจริงของโลกใบน้ี
วา่ มันตกอยู่
ภายใต้กฎไตรลักษณ์
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 216
พอเรารู้จักความจรงิ
แห่งความเป็นปกติ
หรือสภาพความจริง
สภาพทมี่ อี ยแู่ ลว้
ทีม่ นั ไม่เคยเกิด มันไม่เคยดบั
มนั มอี ยแู่ ล้ว
มีอยู่ต้ังแต่เราไม่รู้ว่า
มันมีตั้งแต่เม่ือไหร่
พอเรารเู้ ห็นสภาพน้ีแลว้
เราจะไดส้ มาธทิ ่ีเรียกว่า
สัมมาสมาธิ
เราจะไดส้ มาธทิ เ่ี รยี กว่า
สมาธทิ ม่ี นั ตน่ื รู้
เราจะเป็นผู้รู้
ผ้ตู ืน่ ผูเ้ บิกบาน
217 Camouflage
เพราะฉะนน้ั ...
ในขณะทเ่ี รารู้ ตน่ื เบกิ บานน้ี
เราก็เหน็ สภาพทกุ อยา่ งในโลกน้ี
มนั เป็นไตรลกั ษณ์
มนั เปน็ อทิ ปั ปจั จยตา
มนั เป็นปฏจิ จสมปุ บาท
เราจะเขา้ ใจทุกอย่างเลย ในโลกน้ี
แต่ถ้าเราไม่มีสภาพ
ของความเป็นปกติอันนี้อยู่เลย
ไม่มีสภาพของสัมมาสมาธินี้อยู่เลย
ตอ่ ใหเ้ ราเข้าใจไตรลกั ษณ์
ตอ่ ให้เราเขา้ ใจอิทปั ปัจจยตา
เขา้ ใจส่ิงเกดิ ดบั ทั้งหลาย
มนั ก็เป็นการเขา้ ใจบนความคิด
ถึงแมจ้ ะเห็น มันก็มตี ัวตนเขา้ ไปเห็น
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 218
เพราะฉะนั้น...
การเห็นนัน้ เคา้ ถึงเรียกว่า
มันเหน็ แต่เห็นไม่จรงิ
นแ่ี หละมันเปน็
ความละเอียดออ่ น
ของการท่เี ราจะเห็นสิง่ ใดส่ิงนึง…
แล้วเห็นจริงรึเปล่า?
ถ้าเราเห็น แต่มันเห็นไม่จริง
ความเข้าใจท่ีมันเกดิ
เข้าไปในใจนมี้ นั เกดิ ไม่ได้
มนั เขา้ ไปในสมองอยา่ งเดียว
219 Camouflage
ขาดความเข้าใจอกี สงิ่ หนึ่ง
อยา่ งทผี่ มบอก...
เมอื่ กอ่ นน้ีเราอ่านหนังสือกัน…
เวนิ่ เว้อใช่มัย้ ?...ยืดยาว...
หนังสือธรรมะท้งั หลาย
อา่ นก็เข้าใจหมด
ไม่ยดึ มนั่ ถอื มนั่ ไมม่ ตี วั กู ของกู
โลกมันว่าง อะไรต่างๆ
แตพ่ อเราโดนด่า
เราก็โกรธเปน็ ฟืนเป็นไฟเหมือนเดมิ
ผมเคยแปลกใจเหมอื นกันว่า
ท�ำไมเป็นแบบน้นั ?
เราอา่ นเขา้ ใจแตท่ ำ� ไมเราทำ� ไม่ได้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 220
เพราะฉะนัน้ ...
ความจรงิ มันไม่ใชเ่ รือ่ งของการทำ�
มนั เปน็ เรอ่ื งของการขาด
ความเขา้ ใจอีกส่งิ นงึ ก็คอื
สภาพสภาวะท่ีมัน
ไร้ราคะ ไร้โทสะ ไร้โมหะ
สภาพสภาวะท่ีมันปกติอยู่…เราขาด
เราไม่ได้เรียนรู้
ความจริงอันน้ีอีกอย่างนึงด้วย
แต่พอเราเรยี นรูค้ วามจริงอีกอันนงึ ปุ๊บ
ความรู้ ความจรงิ ท้งั หมดก็เริ่มครบ
ก็เริ่มประกอบกนั
มนั ก็เริม่ เปลี่ยนแปลง
มนั กเ็ ร่มิ เปน็ สติ
ทเี่ ป็นสัมมาสตจิ ริงๆ
และก็เรมิ่ เป็นสมาธิ
ทีเ่ ป็นสัมมาสมาธจิ รงิ ๆ
และน่ันแหละทุกอยา่ งก็เกดิ …เกดิ เอง
221 Camouflage
สภาพของจติ ท่ีไม่มี
อะไรสามารถปรุงแตง่ ได้อกี ตอ่ ไป
มันกเ็ ป็นสภาวะ
ทม่ี นั เกิดเองอกี เหมอื นกนั
แม้กระท่ังวา่ จะมเี หตปุ ัจจยั
ท้งั หลายทง้ั แหล่ทม่ี นั มารวมกนั แล้ว
สภาพแบบนน้ี ะ ปจั จยั แบบน้นี ะ
เราต้องโกรธแน่ โกรธแนๆ่
แต่มันปรุงไม่ได้…น่ีแหละ
คือเค้าเรียกว่าสภาพ
ท่ีไม่มีอะไรปรุงแต่งจิตได้อีกต่อไป
คือมนั ปรุงไมไ่ ด้
อันน้เี ปน็ ความอัศจรรย์
ของศาสนาพุทธ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 222
ความคิด...
ความประมาท
หลวงปู่ดูลย์บอกว่า
“ให้เจริญจิต
อยู่บนความไม่มีอะไร”
แต่ก็เอาความเจริญจิต
ไปในความคิดแทน…
นี่เป็นความประมาท
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 224
ให้ร้จู ักส่งิ ทดี่ กี วา่
อันนี้แหละ...
ท่ผี มเรียกวา่ จิตมันฉลาดแลว้
ผมบอกว่า
ให้รู้จักความเป็นปกติเอาไว้
เม่ือไหร่ท่ีจิตรู้จักส่ิงที่ดีกว่า
มันจะไม่เอาส่ิงท่ีแย่กว่าเอง
มนั เหมือนมีคนใหบ้ า้ นคฤหาสน์เราอยู่
ใหล้ องไปอยสู่ ิ
เมอ่ื ก่อนเราชอบกระตอ๊ บ
เรากไ็ มย่ อมไปอยคู่ ฤหาสน์
เรากจ็ ะอยกู่ ระต๊อบของเราอย่างนี้
225 Camouflage
แต่เคา้ บอกว่าลองดูหนอ่ ยนะ...ลองดู
รับรองสบายกวา่
เราก็ไปแบบเสยี ไมไ่ ด้
เพราะเราไม่รวู้ ่าคฤหาสนค์ ืออะไร?
สมมตวิ า่ มนั ไมม่ ใี นหัวเราเลย
วา่ คฤหาสนค์ อื อะไร?
เรากไ็ ปกับเค้า ไปนอนซกั คนื 2คืน
เราก็...อ้าว...เตียงกด็ .ี ..เตยี งหลุยส์
ห้องนำ้� มีน�้ำอ่นุ ห้องนำ้� แยก
สว่ นเปยี กส่วนแหง้ อะไรแบบน้ี มแี อร์ดว้ ย
สมมตกิ ระต๊อบเรามีแต่กองฟาง
พอเราร้จู ักคฤหาสนแ์ ลว้
เราจะเอาม้ยั กระต๊อบ?...
เราไมเ่ อาแลว้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 226
จิตใจเหมอื นกัน
พอเราพามาร้จู กั สิ่งทดี่ ีกว่าแลว้
มนั ไม่เอาเอง
ไม่ต้องไปบังคับมันเลยว่า
เฮ้ย...อย่าเอาน่า
อย่าเอา…มันไม่มี
เหมือนกบั จะมใี คร
มาบังคับเราไปกระต๊อบได้มัย้ ?
หรือว่ามใี ครบงั คบั
ใหเ้ ราอยคู่ ฤหาสน์ได้ม้ยั ?...
ไมม่ …ี เราอยากไปเองคฤหาสน์
ตอนนเ้ี รารแู้ ลว้ หน.ิ ..
เรารูจ้ ักแลว้ นคี่ ฤหาสนค์ อื อะไร
เราไปเอง ไมต่ อ้ งมาเรียก
แลว้ กไ็ ม่มคี วามรูส้ กึ ว่า
อู้ย...อยากอยูก่ ระตอ๊ บเหมือนเดิม…
ไม่มแี ลว้ มนั หมดเองเลย หมดอัตโนมัติ
227 Camouflage
น่แี หละเค้าเรียกว่า
“ความเป็นเอง”
เกิดจากอะไร?
เกดิ จากการทเี่ ราพาจิตให้รู้จักสง่ิ ทด่ี กี วา่ ...
กแ็ ค่นน้ั เอง
อันนี้เป็นธรรมชาติง่ายๆ
ที่คนเรามองข้ามไป
นึกว่าปฏิบัติธรรมไปท�ำอะไรยากๆ…
ไม่ใช่แบบนั้น
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 228
เดินถูกทางไม่มหี ลง
เคา้ เรยี กวา่
“จติ นี้ มันไมม่ ีภาระ”
มนั ไมม่ ภี าระ มันกไ็ ม่ทกุ ข์
มนั ไมท่ ุกข์ มนั กเ็ บาสบาย
เคา้ เรยี กวา่ จติ นีอ้ ่อนเปน็
“ลหุตา”
อ่อนควรคา่ แก่การงาน
นี่แหละเค้าเรียกว่าเบา...แบบน้ัน
ไม่ใช่เบาล่องลอย
เบาควรคา่ แก่การงานคืออะไร?
มันเป็นปกติ
พอปกติ มนั เปน็ อะไร?
มนั มสี มาธิ
229 Camouflage
พอมันมสี มาธิ มนั ทำ� อะไรๆ
มันก็ท�ำไปดว้ ยความเปน็ ปกติ
ไม่ได้มีตณั หา
ไม่มวี า่ อยากรบี ใหเ้ สรจ็
ไมม่ วี ่าอยากไมอ่ ยากอะไร
มนั ไม่มี
พอมันไม่มีอย่างน้ัน
ก็ราบร่ืนอย่างเดียว
น่ีแหละเค้าเรียกว่า
ลหุตา ควรค่าแก่การงาน
เพราะฉะนัน้
ทงั้ หมดทง้ั สนิ้ มันเกิดจากอะไร?
เกิดจาก “ความเป็นปกต”ิ
อนั นีจ้ ะกอ่ สรา้ งทกุ ส่ิงทุกอย่างให้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 230
ขอให้เราเดินใหถ้ กู ทางแค่น้นั แหละ
ถา้ เราเดนิ ถกู ทาง
ธรรมชาติของจติ ใจท่ีมันจะ
เปลีย่ นแปลงไปตามทางของมันน้ี
มนั เหมือนเป็นท่อ…ท่อแป๊บนำ้�
ถ้าเราเร่ิมก้าวเดินก้าวแรก
เข้าไปในท่อน้ี
มันไปทางอื่นไม่ได้…
มันจะไปทางอ่ืนไม่ได้เลย
มันจะไปทางน้ีอย่างเดียว
มันหลงทางไม่ได้เลย
มันอยากจะหลงก็หลงไม่ได้
ถ้าไปถกู ทางต้งั แตแ่ รก...
ไมม่ ีสทิ ธิ์หลงเลย
มนั จะไปอยา่ งเดียว
เพราะฉะนัน้ เป็นไปไมไ่ ดท้ จ่ี ะไม่นิพพาน
231 Camouflage
อยา่ ประมาท หาเร่อื งใส่ตัว
อนั น้ีเป็นตวั วัดง่ายๆ
ความคดิ เราน้อยลง
ความฟงุ้ ซ่านเราน้อยลง
พอความฟุ้งซ่านน้อยลง
เราสบายข้ึนมั้ย?
สบายจะตาย มันเบาโล่ง
เหมือนกับไม่มีอะไรต้องคิด
บางทเี ราตอ้ งไปหาเรอ่ื งว่า
เอะ๊ ...เราตอ้ งคิดอะไรรเึ ปลา่ ?
น.ี่ ..หาเร่อื งใส่ตัวอีก!!
มันไมม่ คี วามฟุ้งซา่ นเหมอื นเดิม
มนั ไม่มีอะไร มันกว็ า่ งๆ ปกตๆิ นะ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 232
บางทีคนเราพอมันว่างปกติไมไ่ ด้
ไปหาเร่อื งว่าควรจะคิดอะไรหน่อยม้ยั ?
อย่าไปทำ� แบบนัน้ คลา้ ยๆวา่
“อย่าประมาทเดด็ ขาด”
ว่างๆ ก็..เอ…อยากจะคดิ เรอื่ งน้นั
แตม่ นั ไมจ่ ำ� เป็นต้องคิด
ถ้าอยากจะคดิ เรอ่ื งน้นั แล้วไปคดิ
อันนห้ี าเรื่องใส่ตวั เดยี๋ วจะทุกขแ์ ล้ว
เพราะว่าเร่อื งที่อยากจะคดิ ส่วนใหญ่
ไมใ่ ช่เรือ่ งดีหรอก เรอื่ งไม่ค่อยดีทั้งน้ัน
เร่ืองท่ีดีทีส่ ุดคือ
“ไมต่ อ้ งคิด
อย่กู บั ความเปน็ ปกติเอาไว้”
233 Camouflage
สมมตเิ ราก�ำลัง
จะก่อสรา้ งวิมานของเรา
ความปกติน่แี หละ
จะกอ่ สร้างให้
แต่ถ้าเราไม่ปกติจะเหมือนกับ
คนงานประท้วง เลิกท�ำงาน
สุดท้ายเราก็ไม่ได้งาน ไม่ได้ผลงาน
ไม่ได้อะไรเลย
อันน้ีเป็นการเปรียบเปรยนะ
ถา้ พดู เป็นตรงๆ กค็ ือ
ความเป็นปกตนิ ี่แหละ
จะเปน็ ตวั ทีท่ �ำใหเ้ กิด
สัมมาสติ สมั มาสมาธิ
สงิ่ ตา่ งๆเหลา่ น้กี ็จะพาใหเ้ กิดปญั ญา
เกดิ อริยมรรคในท่สี ุด
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 234
แต่ถา้ ...
เราหลุดออกจากความเปน็ ปกตินี้
เรากไ็ ม่ไดอ้ ะไร
ไดแ้ ต่อกุศลอย่างเดยี ว
เราคิดแล้วได้อะไร?
ไดค้ วามหลงไง
ได้โมหะ
เราเอาทองไปถู
กระเบ้ืองเหมือนเดิม
235 Camouflage
ถ้าประมาท จะทุกข์ จะช้า
สมัยกอ่ นผมเคยพดู บ่อยว่า..
บางคนทคี่ วามทกุ ขน์ ้อยลงแลว้
หรือว่าความคดิ นอ้ ยลงแล้ว
หรอื แมก้ ระทงั่
คนทบ่ี รรลุธรรมขน้ั ตน้ แล้ว
คนพวกน้ีกม็ คี วามทกุ ขน์ ้อยลงเยอะแลว้
แตป่ ระมาท
พอทุกขน์ ้อยลงกไ็ ปคดิ ฟุ้งซ่าน
คดิ โน่นคิดนก่ี ไ็ ม่คอ่ ยทุกข์หนิ
คิดโน่นคดิ นีก่ ไ็ ม่ทุกข์ อะไรอยา่ งน้ี
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 236
แต่สดุ ทา้ ยมันจะทกุ ข์
และส่งิ ที่เกิดขึน้ แน่นอนกค็ อื
มันจะชา้ ลง
แทนทจ่ี ะใช้เวลากบั ความเป็นปกติ
กับความวา่ ง กับความท่ไี มม่ ีอะไร
หลวงป่ดู ลู ย์บอกวา่
“ใหเ้ จรญิ จิตอยู่บนความไม่มอี ะไร”
แต่ก็เอาความเจรญิ จติ
ไปในความคิดแทน…
นเ่ี ปน็ ความประมาท
ความประมาทเป็น
ค�ำเตือนส�ำหรับคนทุกกลุ่ม
ต้ังแต่คนท่ียังไม่ได้อะไรเลย
จนไปถึงคนท่ีได้แล้ว
แต่ยังไม่ถึงกับพระอรหันต์
237 Camouflage
อันนี้กเ็ ปน็ สง่ิ ท่ีตอ้ ง
เตือนตนเองตลอดวา่
“อย่าประมาท”
ใหอ้ ยกู่ บั ความเปน็ ปกตนิ ไ้ี ว้
แล้วถา้ มนั มคี วามคดิ ใด
อย่าไปหาความคิดมาคดิ
ไม่ว่าจะเรอ่ื งอะไรก็ตาม
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 238
ปญั ญาพาชีวติ ไป
ถา้ ชีวิตของเรา มนั จะตอ้ งทำ� อะไร
ใหป้ ัญญาเปน็ ตัวบอกเอง
ไมใ่ ช่เราไปคดิ ว่าเราจะทำ� อะไรดี
ปญั ญานีม้ ันจะผดุ ข้ึนมาเอง
จากท่ๆี ปกตินแี้ หละ
เด๋ยี วมันจะบอกเองว่า
ต้องไปท�ำน่ี ตอ้ งไปอยา่ งน้ี มันจะบอกเอง
เราไม่ต้องไปรีบคิดว่า
เอ…เดี๋ยวจะต้องท�ำอะไรดี
ไม่ต้องรีบคิดแบบน้ัน
239 Camouflage
ยกเวน้ เรื่องน้ันเป็นเรื่อง
ทเี่ ราตอ้ งวางแผนจะทำ�
เป็นแผนในชีวติ เรา
เชน่ จะไปจองตวั๋ เคร่อื งบนิ
จะไปท�ำอะไร อันน้ีตอ้ งคิด
แตเ่ ร่ืองบางอย่างท่เี รา
ยงั ไม่รู้ว่าจะทำ� อะไรดี
ก็ไม่ตอ้ งคดิ
ไม่ต้องไปหาว่าจะท�ำอะไรดี
ไม่ตอ้ งทำ� แบบน้ัน
ถึงเวลาถ้ามีเร่ืองต้องท�ำ
เดี๋ยวมันรู้เอง…ไม่ต้องท�ำอะไร
แต่ถา้ จะซื้อของกนิ เข้าบา้ นต้องคดิ นะ
จะท�ำกับข้าวอะไรต้องคดิ
ไม่งั้นเด๋ยี วไมม่ กี นิ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 240
อย่าหาเร่ืองมาคิด…
หาเรือ่ งมาคิด
ก็จะเป็นหาเรอื่ งทุกข์ใส่ตวั
บางทีเราจะคิดว่า
ท�ำไมเป็นอย่างนี้?
ท�ำไมท�ำอย่างนั้น?
เคา้ เรยี กวา่ หาเร่อื งอดตี มาคดิ
หรอื บางทีกอ็ ยปู่ กติดี
ไมค่ อ่ ยมคี วามคิดอะไร
เดยี๋ วกลบั ไปคดิ ถึงอดีตแลว้
อย่างนี้...ไม่เอาแบบนัน้
241 Camouflage
อยใู่ หถ้ กู ท่ี
อดีตน้ผี า่ นไปแล้ว
ไมต่ ้องตามไปคิดแลว้
เมื่อไหร่ทีเ่ ราไม่กลบั ไปอดตี
เราจะไม่ไปอนาคต
แลว้ เราจะอยกู่ ับปัจจบุ ันเอง
แตเ่ พราะคนเราน้ีมันชอบไปอดีต
หรือมนั ชอบไปอนาคต
เพราะฉะนั้นมันก็ว่ิงอยู่ท่ี 2 ท่ี
เพราะ 2 ที่น้ีมันเช่ือมกัน
มันเป็นความคิดเหมือนกัน
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 242
พอมันอย่กู ับความคิด
มนั กเ็ ลยอยกู่ บั อดตี
อยกู่ ับอนาคตตลอดเวลา
มนั เปน็ เหมอื นท่อ 2 ทอ่ มันเชื่อมกัน
จรงิ ๆมนั กค็ ือทอ่ เดยี วกันน่ันแหละ
แตม่ นั ถอยหลงั กับเดินหนา้ เท่าน้ันเอง
ถ้าเราเลิกอยู่กับอดีต
เลิกไปอนาคต
มันจะอยู่ถูกท่ีเลยทีน้ี
อยา่ ใช้เวลาไปกบั อดีต
อยา่ ใชเ้ วลาไปกับอนาคต ก็คอื
“อย่าใช้เวลาไปในความคิด”
243 Camouflage
ใช้เวลาอยู่กบั ของจรงิ นี้
อยูก่ ับปรมัตถ์ นค่ี อื
“ความรู้สึกตัว”
แล้วกเ็ รยี นรู้...
เรียนรู้บนความรู้สึกตัวน้ี
เรียนรู้ส่ิงต่างๆ
บนความรู้สึกตัวน้ี
เด๋ยี วกจ็ ะมอี ะไร
ตอ้ งผ่านมาผ่านไปใหเ้ ราเห็น
อะไรอย่างนี้
เพราะจิตเรายงั มีอวขิ ชาอยู่
มนั ก็มีความมดื โผล่แวบ๊ มาบ้าง
แว๊บมาบ้าง ให้เราเรยี นรู้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 244
แต่เราต้องไมต่ ามมนั ไป
เราต้องอยบู่ นฝงั่
เหมือนทผ่ี มบอกใช่ม้ัย?
ตอ้ งอย่บู นบก ไม่ใชไ่ ปอยใู่ นนำ้�
ถ้าเราตามไป
เราไปอยูใ่ นนำ�้ แลว้
เดี๋ยวเรากท็ ุกข์
เวลามันทกุ ข์ทีนงึ มันลำ� บาก
มันถอนตัวไม่คอ่ ยขน้ึ
ใช้เวลาเยอะ
มนั อินไปแล้วไง ไม่รูต้ ัว
แล้วเวลาเราผิดปกติ
มันจะพาคนอ่ืนผิดปกติไปด้วย…
คือคนที่เราคิดถึงน่ันแหละ
245 Camouflage
บางทีเคา้ ปกติดีอยู่
เราก็พาเคา้ ผิดปกตไิ ปด้วย
มนั ไม่มีผลดีอะไรเลยไง
มนั ดีอย่างเดยี วคือ
มนั ได้ตามใจกิเลสตวั เอง
แต่จริงๆมันไมด่ ี
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 246
เนกขัมมะบารมีท่ีแทจ้ ริง
เมือ่ ไหร่ก็ตาม
ที่จติ มันเรมิ่ ผิดปกตแิ ลว้
อย่าตามไป
ถ้าเราตามไปก่อร่างสร้างเร่ือง
สร้างอะไรขึ้นมาน่ี ล�ำบากแล้ว
เพราะฉะน้ัน...
“พอรวู้ ่ามนั ผดิ ปกติ
ให้รีบกลบั มารู้สึกตวั ”
แลว้ มนั จะอยากไปคดิ อกี
ต้องยึกยกั กบั มันหน่อย
ตอ้ งสู้กับมนั หนอ่ ยนะ
ไมไ่ ป…ไม่ไปอะไรอยา่ งนี้
247 Camouflage
บางทีต้องเตือนตนเอง
ไมไ่ ป ไมเ่ อา อะไรอย่างน้ี
แล้วอดทนซักนิดนงึ นาที 2 นาที
ไม่ต้องสนใจมัน
อยา่ งท่ผี มเคยบอกใชม่ ัย้ ?
“มีอยู่...แต่ไม่สนใจมนั นะ”
เด๋ยี วมันจะคลายไปเอง
จะสบายกว่าทีเ่ ราตามมนั ไป
พอยิ่งตามน่ี
มันย่ิง Deep down Deep down
ไปเรื่อยๆ ยิ่งลงลึกๆๆ ไปเรื่อยๆ
เราจะยิง่ เหมือนกบั ลงไปในหลมุ ดำ�
ลึกขึน้ ๆๆ เวลาเราตามมนั ไป
ลองไปสงั เกตดู
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 248
แต่ถา้ เราพยายาม
ทีจ่ ะไม่ตามไป
เหมือนเราก�ำลัง
จะพบแสงสว่างมากขึ้นๆๆ
จนสุดท้าย…หลุด
ก็สบาย
การฝืนน้ีเป็นบารมอี ย่างหน่ึง
ถ้าจะพูดตามหนังสอื
อยากให้มีบารมใี ช่ม้ัย?
นีแ่ หละบารมี
น่แี หละ..
“เนกขัมมะบารม”ี
คอื ไมต่ ามไป
ถอื วา่ ฝึกเนกขัมมะบารมี
249 Camouflage
ถา้ เราไม่มคี วามคดิ ฟุ้งซ่าน
แลว้ เราก็ปกตอิ ยู่น…ี่
สบายขนาดไหน?...สบายมาก!!
“มนั เป็นชวี ติ ใหม”่
ลองสังเกตตัวเองกไ็ ด้
ยังไม่ตอ้ งได้เปน็ อริยบุคคล
กร็ สู้ กึ เหมอื น
มีชีวติ ใหม่แลว้ ใชม่ ้ยั ?
ไม่เคยมีชีวิตแบบนี้
เป็นชีวิตที่สบาย ผ่อนคลาย
ความคิดฟุ้งซ่านน้อยลง
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 250