พอเรารู้ทนั มันกลบั มาเอง
ถา้ เรามฐี านความเป็นปกตทิ ่ผี มบอก
มนั จะกลบั มาเอง
มนั จะกลับมารู้เนอื้ รู้ตัวน้ีเอง
โดยที่เราไมม่ ีการดึงไมม่ ีการท�ำอะไร
เราแคร่ เู้ ฉยๆวา่ ออ้ ..มันไป
“แต่เม่ือก่อน มันไปยาวแล้ว”
จนเรียกว่าสร้างเร่ืองแล้ว
ปรุงไประดับหนึ่งแล้ว
เราค่อยมารู้...อย่างน้ี
แตถ่ ้าเรามีฐานของ
ความเปน็ ปกตนิ อ้ี ย่างแน่นหนา
มนั แค่ขยับ เรากร็ ้แู ล้ว
นี.่ ..มนั ยงั ไม่ทนั ไปไหนเลย
151 Camouflage
พอเรารูป้ ุบ๊ มันกค็ ลา้ ยๆ...มันชอ็ ก
แอ๊กกกก!!!...ตายๆ ไปไหนไม่ได้
คล้ายๆโดนสตา๊ ฟ...ตายเลย
ไปไหนไมไ่ ด้ แบบนี้
ทำ� ไมมันเปน็ แบบน้ันได?้
เพราะจิตมีก�ำลังที่แท้จริง
ก็คือมีฐานของความเป็นปกติ
ฐานของความไม่มีตัวตน
เพราะความเปน็ ปกตินี้มนั มอี ยู่แล้ว
มันเหมอื นดวงจันทรท์ มี่ ันมอี ยแู่ ลว้
แต่เมฆหมอกมันปกคลุมมนั ไว้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 152
ให้ความส�ำคญั ผดิ ท่ี
เวลาเราไปดอู าการของจิต
เหมือนเราไปดเู มฆหมอก
เรายังไม่เหน็ ดวงจนั ทรซ์ ักทีนึง...
เป็นแบบนนั้
เรามัวแตด่ เู มฆหมอก
เมฆหมอกกอ็ อกมาเร่ือยๆ ใช่มั้ย?
เพราะจิตน้ีก็ผลิตเมฆหมอก
ออกมาให้ดูเรื่อยๆ
เราไม่ย้อนกลับเข้ามา
ถึงดวงจันทร์ซักทีนึง
แต่ถ้าเมอื่ ไหร่เรายอ้ นเข้าถึงดวงจนั ทร์
เมฆหมอกก็หายไป
153 Camouflage
เราไปดูแต่ของ
ทถี่ กู ผลิตออกมาอยา่ งเดียว
แล้วเราก็นึกวา่
เราก�ำลังปฏบิ ัตธิ รรมอย.ู่ ..
ไม่ใช่แบบน้ัน
ถ้าจิตยังผลิตแต่ของออกมาได้
แสดงว่าจิตนี้มีแต่โมหะ
มันถึงผลิตออกมาได้
ทกุ คนมโี มหะเยอะหมด
แต่ดว้ ยการทีค่ นจำ� นวนมาก
ไปให้ความส�ำคญั
กับการดอู าการของจิต
แต่ไมใ่ หค้ วามสำ� คัญ
กับการมาดคู วามเปน็ ปกติของจิต
พอมนั ให้ความสำ� คัญผดิ ท่ี
มันกเ็ ลยกลายเป็นผดิ ที่ผดิ ทางหมด
จะเจรญิ ก็เลยเจริญไม่ได้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 154
คนเราเข้าใจผดิ
คดิ วา่ เหน็ กิเลสบอ่ ยๆเจรญิ ...
ไมใ่ ชแ่ บบน้ัน
อนั น้เี ปน็ จุด
ที่ไมม่ ีใครช้ใี หล้ ะเอยี ดขนาดน้ี
ว่าเราผิดพลาดกนั อยู่ที่ตรงไหน
155 Camouflage
ปดิ สิ่งท่เี ป็นจริง
ตอนนลี้ องน่งั สบายๆ มองออกไปไกลๆ
แล้วลองหายใจเบาๆ ไมต่ อ้ งไปรลู้ ม
การหายใจของเรา
มนั หายใจเข้า-ออก
ไม่ต้องลึก ไมต่ อ้ งยาว ไมต่ ้องสั้น
“เอาธรรมชาติ”
พอเราหายใจเขา้ หายใจออก
บางทีตอนเราหายใจออก
มันสุดลมหายใจออก
มันไมต่ อ้ งการลมหายใจเขา้
มนั จะมีสภาวะที่มนั “หยดุ ” อยู่
ตอนลมหายใจมันหยุด
ร่างกายเราก็หยุดอยู่
เพราะเรานั่งอยู่เฉยๆ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 156
พอมันหยดุ อยตู่ รงน้ัน
จะสัมผสั ว่า...
สภาวะทที่ กุ อยา่ งมนั หยดุ
มันปกติ มนั ราบเรียบ
มนั เงียบอยขู่ า้ งใน นุ่มนวล
ไมม่ ีความรูส้ ึก มนั อ้ัน มนั กลน้ั
มนั ไมร่ ู้สกึ มอี ะไรทม่ี นั อดึ อดั เลย
ผอ่ นคลาย สงบ
ความรู้สึกแบบน้ีแหละ
มันเป็นความเป็นปกติ
ความเปน็ ปกตนิ ้ี
เราไม่ได้สร้างมนั ขนึ้ มา มนั มอี ยูแ่ ลว้
เพยี งแตก่ ารนง่ั เฉยๆ สบายๆ
ผ่อนคลายของเราเน่ีย
มันเทา่ กบั เราแหวก
เมฆหมอกของความฟ้งุ ซา่ น
ของความอึดอดั ความสบั สนออกไป
157 Camouflage
พอเมฆหมอกมันถูกแหวกออกไป
ความเป็นปกติ มนั กเ็ กิดข้ึน
มนั ไม่ใช่เกิดขึ้นแบบว่า
เราไปทำ� ใหม้ นั เกดิ
มนั มีอยแู่ ลว้ เพยี งแต่
เราแหวกเมฆหมอกไป เราก็เห็นได้
เหมือนพระพุทธเจ้าจะพูดว่า
เราเพียงแค่พลิกของคว�่ำ
ให้มันหงายขึ้นมาเฉยๆ
ทุกสิ่งก็เปิดออก
ส่ิงเป็นจริงก็เปิดออก...มีแค่นั้น
แลว้ พอมนั เปิดออก
เรากเ็ หน็ ของจรงิ
อ๋อ...มนั มีแคน่ ี้ มันงา่ ยแค่น้ีเอง
เราไมไ่ ดไ้ ปทำ� อะไรเลย
เพียงแต่เราเปิดมนั ขนึ้ มาเฉยๆ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 158
ก้าวแรกสู่ความเปน็ หนึ่ง
เพราะฉะนั้น
การปฏิบัติธรรมนีห้ ลายคนเขา้ ใจผิด
คดิ วา่ ตอ้ งไปทำ� อย่างน้ี
ทำ� อยา่ งน้ัน ทำ� อยา่ งนนู้
จรงิ ๆไมใ่ ช่
เราแค่ให้โอกาส
ที่จะให้ของที่มันมีอยู่แล้ว
เปิดออกมา
พอมันเปิดออกมา
เราก็เห็นมัน
เรากร็ จู้ กั มนั
สงั เกตมนั สัมผัสมัน
159 Camouflage
ในตอนท่เี ราเริม่ สมั ผัสรจู้ ักมนั
แรกๆเรากไ็ ด้แคฝ่ ึก
จากการท�ำในรปู แบบ
ไมว่ า่ จะเป็นการนง่ั สบายๆ
อยา่ งท่ผี มบอก
หรือไมก่ เ็ ดินจงกรมแล้วก็หยดุ
เพอ่ื จะสมั ผสั มัน
พอเราท�ำไปๆบ่อยๆ
ในชวี ิตประจ�ำวนั
ความเปน็ ปกตนิ ้ี
ที่เราได้รจู้ กั ไดส้ มั ผสั มาแลว้
มันจะกลายเป็นฐานที่ม่ันคง
ท่ีมันแข็งแรง
ท่ีมันหยั่งรากลึก
ลงไปในจิตในใจเรานี้แหละ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 160
แล้วต่อไป เราหันกลับมาเมอื่ ไหร่
เราก็เห็นวา่ มนั ปกตอิ ย่.ู ..
มนั จะอยู่กับเราตลอดชวี ิต
เพยี งแต่วา่ ..
เราเร่ิมรู้จักมัน
จากการท่ีเราท�ำในรูปแบบนี่แหละ
เริ่มรู้จักมันทีละนิด
จนในทีส่ ุด..
เรากบั มันก็เปน็ หน่งึ เดยี วกัน
เราก็เปน็ หนง่ึ เดียวกบั ความเป็นปกติ
เป็นหน่ึงเดยี วกับธรรมชาติ
เปน็ หนงึ่ เดียวกบั นพิ พานน่นั แหละ...
แคน่ น้ั
161 Camouflage
เดีย๋ วพอท�ำบอ่ ยๆ
มันชำ� นาญขน้ึ มนั จะไดส้ มั ผสั ...
แต่บางคนก็สัมผัสได้ไมเ่ ท่ากนั
ขึน้ อยู่กบั ส่ิงแวดลอ้ ม
ขน้ึ อยู่กบั ขณะน้ันจิตเปน็ อยา่ งไร
แตท่ ุกคนสัมผัสไดเ้ หมอื นกนั
แต่ความลึกซึ้งไมเ่ หมือนกัน
ถ้าเราได้เริ่ม...
เราก็มีโอกาส
ถ้ามกี ้าวแรก
มันจะตอ้ งมีก้าวต่อไป...
มนั ต้องมีกา้ วแรกก่อน
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 162
เบ่ือ
วิธีที่จะจัดการ
ความเบ่ือท่ีแท้จริงคือ
“การปฏิบัติธรรม”
เราจะรักษาโรคนี้
ให้หายได้อย่างถาวร
โดยที่เราไม่ต้องดิ้นรนจะหนีมัน
หาอะไรมาทดแทนความเบื่อ
เพื่อจะได้ไม่เจอตัวความเบ่ือนี้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 164
ก�ำจดั ความเบื่ออย่างถาวร
นัง่ สมาธิ เดินจงกรม
ทำ� แคน่ นั้ แล้วไม่เบ่ือเหรอ?
ไม่เบ่อื ไม่เหงา ไมเ่ ซง็ เหรอ?
...อะไรอยา่ งน้ี
สิ่งท่ีผมตอบไปก็คือว่า
ความเบื่อน้ี...
เป็นสิ่งที่นักปฏิบัติจะต้องเรียนรู้
ถ้ามันไม่มี ผมไม่ต้องปฏิบัติธรรมแล้ว
ความเบอ่ื นีเ้ ปน็ เหมอื นยาชกู �ำลงั
เป็นเหมือนค่ตู ่อสู้
เป็นเหมือนสิง่ ที่ท�ำใหเ้ รารู้วา่ ...
เรายงั ต้องปฏิบตั ิธรรม
165 Camouflage
เราเบอ่ื เรากท็ กุ ขใ์ ชม่ ั้ย?
ไม่ใชว่ า่ ...เรานั่ง เราเดิน
แล้วเราเบื่ออย่างเดียว
เราท�ำงาน...เรากเ็ บื่อเหมอื นกันถกู ม้ัย?
เรามีชีวิตอยู่ในโลก
ท่ีเหมือนทุกคนท�ำอยู่
เราก็เบื่อเหมือนกันใช่มั้ย?
ทุกคนกเ็ บื่อ
แต่ท�ำไม...
ทุกคนคิดว่ามันไมเ่ บอื่ เหรอ?
ไปถามใครๆ ในโลกนี้ทกุ คน
ถามวา่ เบ่อื ม้ัยชวี ิตทุกวนั นี้?
ทุกคนกต็ อบ...เบอื่ เหมือนกันแหละ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 166
แต่ทกุ คนก็หาทางจะแก้เบอ่ื ใชม่ ้ัย?
ไปทำ� น่ี ไปท�ำโน่น ไปช็อปปิ้ง
ไปเทีย่ ว ไปหาอะไรกิน
ของมันเลยขายได้ก็เพราะอย่างน้ี...
เพราะคนเบ่ือ !
เพยี งแต่ว่าเรารทู้ างแล้ว
ว่าวิธีท่ีจะจดั การความเบอื่ ท่แี ท้จริงคือ
“การปฏบิ ตั ธิ รรม”
เราจะรักษาโรคนี้ให้หายได้อย่างถาวร
โดยที่เราไมต่ ้องดิ้นรนจะหนีมัน
หาอะไรมาทดแทนความเบอ่ื
เพือ่ จะไดไ้ มเ่ จอตวั ความเบ่อื น้ี
เพียงแตเ่ ราไมไ่ ดท้ �ำเหมอื น
คนในโลกท�ำแค่นน้ั เอง
167 Camouflage
ส่งิ ทีเ่ ราท�ำ
เหมือนกบั คนในโลกทำ� คือ
เรามเี ป้าหมายเดียวกนั
คอื กำ� ลงั จดั การกบั ความเบ่ือเหมือนกัน
แตว่ ิธกี ารของเรามนั กำ� จดั ไดอ้ ย่างถาวร
แตข่ องพวกเคา้ มนั แคช่ ั่วคราว
เรากำ� ลงั จัดการสง่ิ เดียวกัน
เพียงแต่ว่า...
เรามีทางของพระพุทธเจ้าเป็นผู้น�ำทาง
ส่วนเค้ามีทางของความคิดเป็นผู้น�ำทาง...
ไม่เหมือนกัน
เราไม่เหมือนกนั
แค่วิธีการจัดการความเบ่ือ...
แคน่ ้ันเอง
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 168
เบื่อมนั อย่คู กู่ บั เราอยู่แล้ว
เหมอื นเคา้ ถามผมวา่
เดินจงกรมไมเ่ บ่ือเหรอ?
ผมบอก ผมเคยคดิ เหมอื นกันวา่
ใหผ้ มไปเดินพารากอน
กบั เดนิ จงกรมอยู่ท่บี า้ น
ผมรู้สกึ เลยว่า 2 อย่างกน็ า่ เบอื่ ท้ังคู่
แตผ่ มคิดว่า
ถา้ ผมจะทำ� เร่ืองนา่ เบื่อทเ่ี หมือนกัน
ผมกเ็ ลือกท�ำส่ิงนา่ เบื่อ
ท่เี ป็นทางของพระพุทธเจา้ ดกี วา่
169 Camouflage
ผมเลือกทำ� ส่ิงท่ีนา่ เบือ่
ทเี่ ปน็ ทางของศาสดาเอกของโลก
ไม่ใช่ทางของความคิด
ไมใ่ ชท่ างของการตามกเิ ลส ตามตณั หา
ผมว่ามปี ระโยชนก์ วา่
ไหนๆจะท�ำสิ่งทนี่ า่ เบือ่ ทัง้ คู่แลว้
ก็เลือกส่ิงทมี่ ันดหี นอ่ ย
เพราะฉะนั้น...
ถ้าเราจะออกมาเราไม่ต้องกลัวเบ่ือ
เพราะเบ่ือมันอยู่คู่กับคนทุกคน
กับมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว
เพยี งแต่วา่
เคา้ นึกวา่ เค้าทำ� งานแล้วเคา้ ไม่เบอ่ื ...
เคา้ ไปทำ� งานเพราะเคา้ เบอื่ น่นั แหละ ถกู มั้ย?
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 170
นกั เรยี น เวลาปดิ เทอม
มนั อยากเปดิ เทอม ทำ� ไม?
เพราะมันเบ่ืออย่บู า้ น มันอยากเจอเพือ่ น
พอมันเปดิ เทอม ป๊บุ
มันอยากหยุดวันเสาร-์ อาทติ ย์ ท�ำไม?
เพราะมนั เบ่ือเรียน มันอยากไปเทย่ี ว
มันก็เบื่อกันตั้งแต่เด็กจนโตนั่นแหละ
แล้วมันก็หนีความเบื่อต้ังแต่เด็กจนโต
แต่มันไม่รู้…ว่าตัวเองเบ่ืออยู่
แตท่ นี ี้พอเราจะออกมาปฏบิ ตั ิธรรม
เพอ่ื จะไดพ้ บความสุขทแี่ ท้จริง
เพ่อื จะไดพ้ น้ ทกุ ข์อยา่ งถาวร...
พ้นทกุ ขอ์ ยา่ งถาวรนก่ี ็พ้นความเบ่อื นน่ั แหละ
171 Camouflage
เราก�ำลงั จะมาทำ� สิง่ นี้
แลว้ จะมคี นมาบอกเราวา่
ออกไปแลว้ เด๋ียวมนั จะเบ่ือ
จะกลัวทำ� ไมถ้าอย่างนั้น?
กใ็ นเม่ือชีวิตประจำ� วันเรา
กเ็ บือ่ อยู่แลว้
ชวี ิตปจั จบุ นั ของเรา
มนั น่าเบ่ือจะตาย
ไม่อย่างน้ันเราไม่ตอ้ งเปลีย่ นไปทำ� น่ี
ทำ� โน่น ท�ำนน่ั ตลอดเวลาหรอก
มันอยู่กับเราอยู่แล้ว
เราจะกลัวมันท�ำไม
เราออกมาน่แี หละ
เพื่อจะเรยี นรู้มัน
จนในทีส่ ดุ เราพน้ มันไป
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 172
ยาชูกำ� ลงั
ความเบือ่ น้เี ป็นยาชูกำ� ลัง
ความเบ่ือนเี้ ปน็ สบั เซต(Subset)
ของความทุกข์นนั่ แหละ
ความทุกข์มันจะท�ำใหเ้ รารวู้ า่
ท่เี ราปฏิบตั ิอย่นู ีม่ ันยังไม่พอ
ที่เราก�ำลงั พากเพียร
ทจี่ ะเดินตามทางแหง่ อรยิ มรรค
เดนิ ตามทางของพระพุทธเจา้ …
เรายังเดินไมพ่ อ
เรายังต้องท�ำอกี
เรายังต้องพากเพยี รพยายามใหม้ ันมากกวา่ นี้
ใหม้ ันต่อเนอ่ื ง ใหม้ นั เป็นนิสัย
ใหม้ นั ถงึ จุดที่เราจะพน้ ความเบ่ือได้อย่างแทจ้ รงิ
หรอื พ้นความทุกขไ์ ดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ
173 Camouflage
ถ้ามันยังเหลือ
แปลว่าเรายังต้องเดินอีก
มันยังไม่ถึงจุดหมาย
ยังไม่ถึงจุดเส้นชัย
มันเปน็ ตวั เตอื นเราต่างหาก
มนั ไมใ่ ชต่ วั ท่ีจะทำ� ใหเ้ รารู้สกึ วา่ ...แย่
รู้สึกว่า...ออกมาทำ� ไมเจอแตอ่ ยา่ งนี.้ ..
ไมใ่ ชแ่ บบนั้น
ถา้ คิดอยา่ งนน้ั ...ไม่ตอ้ งออกมา
แตส่ ่งิ เหล่านี้ สำ� หรับนกั ปฏบิ ัตธิ รรม
ส�ำหรบั นักเดินทางทีจ่ ะไปถึงจุดหมาย
อันนค้ี อื “ยาชกู �ำลัง”
อันนคี้ ือ หลักกโิ ล อันนค้ี ือสง่ิ ที่จะบอกเรา
ท่จี ะเตือนเราวา่ เรายังประมาทไมไ่ ด้
สง่ิ ที่เราก�ำลังท�ำอยู่
ทางท่ีเรากำ� ลังเดนิ อยู่ มันยังไปไม่ถงึ
เรายงั ต้องเดินตอ่
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 174
อนั นีเ้ ปน็ สง่ิ ทจี่ ะบอกเรา
จะเตือนเรา ใหเ้ ราไมห่ ยดุ
ใหเ้ ราไม่เลิก ใหเ้ ราพร้อมทีจ่ ะเดินตอ่ ไป
โดยทเ่ี ราไม่ยอมใชเ้ วลา
ไปในความประมาท
ใช้เวลาใปในทางไร้สาระ
เพราะชีวิตเรามนั ไมแ่ น่
มันจะเตอื นเราหลายอยา่ งมาก...
ความทุกขน์ ี่
พระอรยิ ะทัง้ หลายทย่ี ังไม่ถึงพระอรหันต์
ทา่ นยังตอ้ งคอยหมน่ั ตรวจตราตัวเอง
ว่าท่านยังเหลืออะไร?
ยังเหลือกิเลสส่วนไหน?
ยังเหลืออะไรท่ี...ยังเหลืออยู่? จบรึยัง?
ท่านต้องคอยตรวจตราอยู่ตลอดเวลา
175 Camouflage
ถ้ามนั ยงั เหลอื อยู่ ไม่ใชท่ า่ นเสยี ใจ
ท่านดีใจต่างหากวา่
ออ้ ..เจอแลว้
แปลว่ายงั เหลอื นอี่ ยู่ ยังไมจ่ บ
ยงั มงี านตอ้ งทำ� อย.ู่ ..น่แี บบนี้
เพราะฉะนนั้ ...
ผมถึงบอกความเบื่อ ความทุกข์
อันนี้เป็นยาชูก�ำลัง
เป็นตัวเตือนเราให้เราไม่ประมาท
ให้เราไม่ชะล่าใจ ให้เราไม่เลินเล่อ
ให้เราไม่ได้ใจว่า...
พอแล้ว ไม่ต้องท�ำอะไรแล้ว
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 176
คำ� สอนที่ครอบคลมุ ทุกหมูเ่ หลา่
พทุ ธโอวาทกอ่ นปรินิพพาน
“จงยงั ชวี ิตอยู่
ดว้ ยความไม่ประมาท”
เป็นสิ่งทค่ี รอบคลมุ ตง้ั แต่
ปุถุชนยันอริยะชนเลย
ถา้ ยังไม่ถงึ พระอรหันต์
ประมาทไม่ได้
ทุกระดับจะต้อง
คอยพากเพียรต่อไป
ประมาทไม่ได้
ถ้าประมาทก็ติดอยู่
ถ้าประมาทก็ช้า เลินเล่อ
177 Camouflage
เพราะฉะน้นั ...
ผมถึงบอกว่า
พระพุทธเจ้าก่อนจะปรินิพพาน
พูดประโยคนเ้ี ปน็ ประโยคทคี่ รอบคลุมจรงิ ๆ
ครอบคลมุ ใหก้ บั คนทุกหมู่
ทกุ เหลา่ ทกุ ระดับเลย
แล้วถ้าเราเช่ือตามพระพุทธเจ้าบอก
ชีวิตเราก็มีแต่เจริญขึ้น
คนเราไม่ประมาท
เรากไ็ ม่ไปท�ำอะไรไรส้ าระ
คนเราไมป่ ระมาท
เราก็ไมไ่ ปที่อโคจรใช่มย้ั ?
คนเราไม่ประมาท
เราก็ไม่ไปสถานทีท่ ่ีมันเปลีย่ ว
อันตราย หรอื ว่าลอ่ แหลม
นี่...มนั ใชไ้ ด้กับทุกคน ทุกกลุม่ เลย
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 178
เพราะฉะนนั้ ...
ค�ำสอนนีเ้ ป็นคำ� สอนทีด่ ีมาก
ครอบคลมุ หมด
แม้กระทั่งพระอริยะ
ท่ียังไม่ถึงพระอรหันต์
ก็ไม่ประมาทเหมือนกัน
เพราะยงั มที างต้องเดนิ
ยังมที างทจ่ี ะตอ้ งเดินตอ่ ...เดนิ ไป
179 Camouflage
เกบ็ เลก็ ผสมนอ้ ยในชีวิตประจำ� วนั
เราต้องไปท�ำงาน
เรายังต้องเลีย้ งชีพอยู่อะไรอยา่ งน้ี
เพราะฉะนั้น... เวลาท�ำงาน
มีความจ�ำเป็นท่ีจะต้องฝึก
ที่จะรู้สึกตัวในชีวิตประจ�ำวันให้ได้
คอื หมายความว่าขบั รถ
เรม่ิ ออกจากหอ้ ง ออกจากบ้าน
เพือ่ จะไปท�ำงานกต็ ้องคอยระลึกอยู่
กลับมาเชค็ อารมณเ์ ปน็ ยงั ไง?
เดินอยูน่ ่.ี ..เราเดนิ จงกรม
เราก็เดินธรรมชาติ ถูกมั้ย?
เราเดนิ ไปท�ำงาน
เราก็เดินธรรมชาตเิ หมือนกัน
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 180
เพราะฉะนน้ั ...
ก็เหมอื นเดินจงกรมนัน่ แหละ
เราก็ท�ำให้มนั เหมือน
เปน็ การเดินจงกรมไปเลย
เราก็เดินธรรมชาติ
แล้วเราก็รู้สึกถึงอาการ
การเคลื่อนไหวของร่างกาย
จิตหลงไปคิด
ก็รู้ทันไปคิดแล้ว
แล้วกก็ ลับมาอยู่กับความรสู้ กึ ตัว
เดนิ ไปเดนิ ไปอย่กู บั ความรูส้ กึ ตวั
ไมไ่ ดค้ ดิ อะไร
กก็ ลบั มาเช็คอารมณห์ น่อย
เปน็ ยงั ไง ปกติมยั้ ?
181 Camouflage
เราไปถึงรถ เราขบั รถ
สตาร์ทรถ เรานง่ั น.่ี ..
เรานัง่ บนรถ
เราไม่ได้เป็น
หุ่นยนต์ซะหน่อยใช่มั้ย?
เดย๋ี วเรากม็ องกระจกซ้าย
เดยี๋ วเราก็มองกระจกขวา
เราก็มองกระจกหลงั ใชม่ ั้ย?
มือเราจับพวงมาลัย
หมนุ ไปหมนุ มา
ขยับเกยี ร์เหยยี บเบรค
หลงั เราเอยี้ วนดิ ตัวเราเอยี้ วหนอ่ ย
ตาเรากระพริบ
เราร้ไู ด้หมดทกุ อย่าง
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 182
ค่อยๆรู้ ใหม้ ันเพ่มิ ข้ึนๆ
อย่าไปทิง้ เวลาพวกนี้
เอาเวลาพวกนีม้ ารสู้ ึกตัวใหม้ นั บอ่ ยๆ
ให้มันเนืองๆ แลว้ เดย๋ี วมนั จะร้ไู ดถ้ ี่ขนึ้
รไู้ ดบ้ อ่ ยขนึ้ จนมนั อยกู่ บั เนอื้ กบั ตัว
แม้กระทัง่ ในชวี ติ ประจ�ำวนั
เราไปถงึ ที่ท�ำงานใชม่ ย้ั ?
เรานัง่ โตะ๊ คอมพิวเตอร์ เราเล่อื นเมาส์
เรานั่งเดย๋ี วเราก็เลอื่ นเก้าอี้ใช่มย้ั ?
เราหันซา้ ยหันขวาใชม่ ย้ั ?
หยิบเอกสารอะไร เรากร็ สู้ ึกไดห้ มด
เราไปกินข้าวเราก็เดินเหมือนกันใช่ม้ัย?
...เดินเหมือนเดินจงกรม
เราก็รู้สึกได้
183 Camouflage
จนพฒั นาไปถึงขนาดว่าเราคยุ กับคนอื่น…
เวลาเราคุย เราไมไ่ ดค้ ุยเป็นหนุ่ ยนตถ์ ูกม้ยั ?
เรากอ็ อกท่าออกทางใชม่ ั้ย?
ออกรสออกชาติ
มือเราก็ขยับเขย้ือน
เราก็รู้สึกได้
ตัวเราขยับเขย้ือน
เอ้ียวไปหน่อย เอี้ยวไปนิด
เราก็รู้สึกได้
เพราะฉะน้นั เวลาการคุยกบั คนอืน่
แมว้ ่าเราจะพดู ไป
แตเ่ ราก็กลับมาร้สู ึกตวั ดว้ ย
มนั จะเป็นการร้สู กึ ตัวที่หลวงพอ่ เทยี นพูดว่า
เวลาเรามปี ฏิสัมพันธก์ บั ใคร...
อยา่ ไปหมด
ใหม้ นั “อยู”่ กับตวั เองซัก 60
“ไป” ซัก 40 อะไรแบบนี้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 184
เราตอ้ งมีการส่อื สารทางสายตา (Eye Contact)
กบั คนทเ่ี ราคุยดว้ ย
อย่างนเี้ รยี กวา่ “ไป”
ระหวา่ งท่ีเราพูด
เราก�ำลังท�ำมอื ทำ� ไม้
เราก�ำลังอ้าปากงา้ บๆๆๆ
เราก�ำลังพูดอยนู ่ี
เดย๋ี วเราก็กลบั มารู้สกึ ไดว้ ่ามอื กำ� ลงั เขยอ้ื น
ตวั ก�ำลังเอ้ียว ตากำ� ลังกระพรบิ ใชม่ ั้ย?
เวลาเราพูดกับคนอื่น
เราคิดนิดเดียวเอง
พ่ีลองไปสังเกต
เราคิดแค่นิดเดียว
แตเ่ ราต้องใช้
เวลาพูดประมาณ 1-3นาที
ระหวา่ งนัน้ เรากร็ ู้สกึ ตวั ได้
185 Camouflage
เพราะฉะนั้น...
ในชีวิตประจ�ำวันเราก็จะสะสม
ความรู้สึกตัวเล็กๆน้อยๆ
เรียกวา่ ...
เก็บเล็กผสมน้อย
เราไปห้องนำ�้ เรากเ็ ดนิ ไป
เราก็รสู้ ึกตัวได้ถกู ม้ยั ?
โดยเฉพาะ..
ถ้าเราไปหอ้ งนำ�้ หญงิ
สมมตอิ อฟฟิศเราคนน้อย
เราไปคนเดยี ว
พจี่ ะรู้ถงึ ความเงยี บสงัดในห้องนำ�้
จากเราวนุ่ วายอยูข่ ้างนอกเม่อื กน้ี ี้
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 186
เราเดินเข้าหอ้ งนำ้� ค่อยๆเดนิ ไป
แคเ่ ร่มิ คิดจะไปเขา้ หอ้ งน้ำ�
เรากผ็ อ่ นคลายแล้ว
เราก็เดินไป...เดินไปเสร็จป๊บุ
เขา้ หอ้ งน้�ำเงียบๆ น่ัง...อนั นี้กป็ กติ
เช็คอารมณ์ปกติ น่จี ะปกติทนั ทีเลย
เพราะมนั เงียบ...สบาย
เค้าเรยี กห้องอะไร?
เคา้ เรยี กห้องสุขา
สขุ าแปลว่าอะไร?...สุข
ความสุขของเราคืออะไร?
คือความเป็นปกติ เราก็ปกติแล้ว
เรามีก�ำลังขึ้นมาแล้ว
จติ มกี �ำลงั ขน้ึ มาแล้วทจี่ ะไปทำ� งานต่อได้
เราจัดการธุระตัวเองเรยี บร้อยเสรจ็ ปุบ๊
เราก็ย่งิ ผ่อนคลายเลยใชม่ ้ยั ? สบายกวา่ เดิม
187 Camouflage
ทุกขท์ างร่างกายก็นอ้ ยลง
เรากส็ บายขึน้
ความเปน็ ปกติก็มากข้ึนอกี
เรากเ็ ดนิ กลับมา เรากร็ ู้สกึ ตวั ได้
นง่ั ชงกาแฟ เติมน�้ำ
เรารสู้ ึกได้ทกุ อย่างเลย
เราท�ำทุกอิรยิ าบถนี่
เราจะรสู้ กึ ตวั ใช่ม้ยั ?
เรากจ็ ะรสู้ กึ วา่
เราไม่หลงไปในความคิด
แต่ถึงแม้ว่าเราจะไปคิด
เราก็รู้ทันว่าไปคิดแล้ว
เราก็กลับมารู้สึกตัว
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 188
ท�ำส่ิงที่มีคณุ คา่ ทีส่ ุดในชีวติ
พอเรารสู้ กึ ตัว
อยอู่ ยา่ งต่อเนื่องหรอื บอ่ ยๆ
เรากก็ ลับมาเชค็
อารมณต์ วั เองวา่ เปน็ อยา่ งไร?
เหมอื นเราไม่แนใ่ จวา่ เราปกตอิ ยมู่ ้ยั ?
เรากก็ ลบั มาเช็คซะหนอ่ ย
ปกตหิ รอื ว่าหลง อะไรแบบน้ี
อ้อ...ปกติอยู่ไมม่ ีอะไร
ทเ่ี มอื่ กี้สงสยั วา่ หลงไปม้ัย
หรอื วา่ มีขุ่นเคอื ง
หรือมอี ารมณ์อะไร
ท่ีเปน็ ฝ้าเบลอๆรึเปล่า?
พอเรากลับมาเช็ค
อ้าว...ปกติอยู่ไม่มีอะไร…แค่นั้น
189 Camouflage
แล้วเด๋ียวจิตมันก็รู้จกั
ความเป็นปกติบ่อยเข้าๆ
จากในชวี ิตประจ�ำวันนแี่ หละ
แล้วเด๋ยี วพอเรากลบั ไปเดนิ จงกรม
ในรูปแบบของเราน่ีก็สะสมอกี สะสมอกี
เรานอนไป ต่นื มาแปรงฟนั ...
ที่ผมบอกว่าเวลาแปรงฟนั ตอนเชา้
ปกติเราจะลอ่ งลอยไปคิดโน่นคิดน่ี
คิดเรอื่ งงาน คิดเรือ่ งโนน้ นี้
เราก.็ ..เอ้ย..เตอื นตัวเอง
อยู่กับรู้ อยู่กับรู.้ ..รูอ้ ะไร?...
ก็รูส้ กึ ตัวนน่ั แหละ
ก็รกู้ ารแปรงฟนั ไป
รู้อาการเคลื่อน
อาการเคลอื่ นของร่างกายไป
เราก็รไู้ ปเรอ่ื ยๆ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 190
เตอื นตวั เองทกุ เช้า
วา่ เราต้องอยูก่ บั อาการรู้
อยกู่ บั อาการเคล่ือนไหว
อย่กู บั ปรมัตถ์
มันเตือนตัวเอง
ปุ๊บ...มันจะเข้าโหมด...
จิตมันถูกสอนแล้วว่า
ต้องอยู่กับอาการ
การเคลื่อนไหวของร่างกาย
อยู่กับความรู้สึกตัว
เด๋ยี วซักพกั นึงมนั ลืมไป
เตือนตวั เองใหม่อกี รอบนึง
มนั จะเริ่มเปน็ อตั โนมัติ
มนั จะเรม่ิ เป็นนสิ ยั
มนั จะเร่มิ เปลี่ยนอุปนิสยั จากการหลงไป
191 Camouflage
จิตมันก็จะกลับมารู้สึกตัวเอง
มันก็จะรู้สึกตัวได้บ่อยข้ึน
บ่อยข้ึน สะสมมากข้ึน
มากข้ึน มากขึ้นเร่ือยๆ
แล้วเราก็จะเร่มิ เข้าท่ี
เราจะเรม่ิ มกี �ำลัง
แต่ว่า...บางทีงานยุง่ โอเค
ท�ำไมไ่ ด้ อนั นนั้ ก็ไมเ่ ป็นไร
เราตอ้ งคดิ งาน
บางทอี ารมณ์เขา้ มาครอบงำ�
เพราะงานมันยงุ่ งานมันเยอะ
เราเซ็ง เราเบอื่ เราอะไรอยา่ งน้ี
อันนี้ตอนนนั้ สไู้ ม่ได้
เราก็ โอเค ตอ้ งรบั ก่อน
รับทุกข์ เพราะว่าจิตยังฝกึ ไมด่ พี อ
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 192
ทผ่ี มบอก...พอเราร้วู า่ ทุกข์
กแ็ ปลว่าอะไร?
ก็แปลวา่ ...
เรายงั ท�ำไม่พอ !
ถ้ามีเวลาทปี่ กติ
เราต้องรีบทจี่ ะศึกษา
ทจี่ ะสมั ผสั มัน อยกู่ ับมนั
ไม่ใช่เอาเวลาปกติ
เอาเวลาแข็งแรงไปหลงโลกอีก
ความทกุ ขก์ เ็ ลย
จะคอยเตือนเราวา่ ...
ถ้าปกติแล้วอย่าเอาไปหลงโลก
เอามาฝกึ ปฏิบัตธิ รรม
แล้วมนั ก็จะแขง็ แรงขึน้ แข็งแรงข้นึ เรื่อยๆ
193 Camouflage
ถา้ เราเลือกทางที่เราจะเดนิ
ถ้าเราท�ำให้มนั เต็มท่ี
เราท�ำเตม็ ท่ตี ามที่เราท�ำได้
มนั จะก่เี ดอื นกี่ปกี ไ็ ด้
แตเ่ ราท�ำเต็มท่ี…พอแลว้ …แค่นั้น
เราก�ำลังได้ท�ำส่ิงที่ดีท่ีสุด
เราก�ำลังได้ให้สิ่งที่มีคุณค่าท่ีสุด
ให้กับชีวิตท่ีเราได้เกิดมาแล้ว
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 194
เพราะไม่เข้าใจ...
จึงไม่ถึงใจ
การที่เราก�ำลังเรียนรู้ความจริง
ไม่ใช่จะไปท�ำอะไรขึ้นมา
เพ่ือที่จะได้อะไรขึ้นมา
เพราะการท�ำแบบนั้น
นั่นมีตัวตนตลอด
ตั้งแต่เริ่มหวังว่า เราท�ำสมาธิแล้ว
เราจะได้ปัญญา ได้มรรค ได้ผล
มันมีแต่โลภ ซ่ึงมันเป็นไปไม่ได้ท่ีจะถึง
เพราะต้ังแต่เริ่ม มันก็มืดแล้ว
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 196
จดุ เรมิ่ ตน้ ของการเดินทาง
เริม่ แรกเลย
สว่ นใหญ่คนที่จะรบั ฟังคำ� สอนได้
คนๆนน้ั ตอ้ งเริ่มรจู้ กั
พิจารณาชีวิตอยา่ งลกึ ซง้ึ แล้ววา่
ชวี ติ เรามนั เป็นอยา่ งไรกันแน่
เกิดมาแล้ว เอ๊ะ...ท�ำไม
มันก็ท�ำเหมือนเดิมๆทุกวัน?
จะท�ำอยา่ งน้ีไปจนตาย
แล้วก็ทำ� ใหม่เหรอ?...
อะไรอย่างนี้
197 Camouflage
และมันก็มีอีกมมุ นึง
บางคนกร็ ้สู ึกวา่ มีทกุ อยา่ งแล้ว
แต่กย็ งั รสู้ กึ ว่าความสขุ นีม้ นั ไม่ใชแ่ ค่นน้ี ะ
เรานา่ จะมีศกั ยภาพ
ทีจ่ ะมคี วามสขุ ในชวี ิตมากกว่านีไ้ ด้
และก็ค้นหา…ค้นหาว่าจะท�ำอย่างไร
ให้มันมีความสุขมากกว่านี้?
มีเงิน มีรถ มีบ้าน
มีผหู้ ญิง มีผูช้ าย มีลกู
มอี ะไรครบทกุ อย่างสมบูรณ์
มีความสุขดี
แต่รู้สึกวา่ ยังสขุ ได้มากกว่าน้ี
ยังต้องมีทางมากกวา่ นอ้ี ีก
คนอย่างนี้เรยี กวา่
คนมปี ัญญา...เคา้ กห็ าทาง
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 198
ทีน้ีมาเจอคำ� สอนพระพุทธเจ้า
เจอครูบาอาจารย์
ท่ีชว่ ยแนะนำ� ได้
ทนี ศี้ รัทธาตอ้ งมา
เพราะวา่ สง่ิ ทค่ี รบู าอาจารย์
จะบอกใหไ้ ปทำ�
ใหไ้ ปลองเริ่มทำ� ดู
มันตอ้ งฝนื กเิ ลสตัวเอง
มันตอ้ งฝืนความเชอื่
ทเ่ี คยโง่ๆของตัวเองมาก่อน
ครูบาอาจารย์พูด
บางทีไม่เช่ือ
เพราะเราไมไ่ ด้คดิ แบบนน้ั ...
กใ็ ช.่ ..เพราะใชค้ ิดเอา
199 Camouflage
เพราะฉะนน้ั ...
ตอ้ งอาศัยศรทั ธาก่อน
ทีจ่ ะลองทำ� ดู
พอถ้ามีศรทั ธา
มนั ถึงจะไปลองทำ� ดไู ด้
พอไปลองทำ� ดู
ปบุ๊ …มนั จะเหน็ ผล
พอมนั เห็นผลด้วยตัวเอง
มันจะเดินต่อได้
มกี ำ� ลังใจท่ีจะเดินต่อได้
เออ้ …จริงด้วย อะไรอยา่ งน้ี
เพราะฉะน้ัน...
มันต้องอาศัยหลายอย่าง
การเดินทาง...ที่ปราศจากผู้เดิน 200