The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เรื่องราว 10 ปี-สธย-ปรับปรุง 2-2560-06-23 (ลงปี 2559)

Keywords: utse,monk

1 สหภาพ พระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.] ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๓/๒๕๕๙ บันทึกเรื่องราว ๑๐ ปี ส.ธ.ย. (พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๘) และรายงานการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ วันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ฉบับพิเศษ สหภาพ พระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.] ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๓/๒๕๕๙ บันทึกเรื่องราว ๑๐ ปี ส.ธ.ย. (พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๘) และรายงานการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ วันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ฉบับพิเศษ


4 คณะกรรมการที่ปรึกษา กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป พระมหาโพธิวงศาจารย์ วัดราชโอรสาราม กทม. พระธรรมโมลี วัดศาลาลอย สุรินทร์ พระเทพมงคลวิเทศ วัดไทยลอสแองเจลีส สหรัฐฯ พระเทพวิสุทธิโมลี วัดจักรวรรดิราชาวาส กทม. พระเทพพุทธิวิเทศ วัดพุทธาวาส สหรัฐอเมริกา พระราชภาวนาวิมล วัดพุทธปทีป อังกฤษ พระราชสุเมธาจารย์ วัดป่าอมราวดี อังกฤษ พระสุธีญาณวิเทศ วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม พระปัญญาพุทธิวิเทศ วัดมหาธาตุอังกฤษ พระกิตติโสภณวิเทศ วัดนาคปรก กทม. พระโสภณวชิราภรณ์ วัดอรุณราชวราราม กทม. พระครูสิริอรรถวิเทศ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. พระวิเทศพรหมคุณ วัดพรหมคุณาราม สหรัฐฯ พระวิสุทธิวงศ์วิเทศ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร พระครูไพโรจน์ภาวนาวิเทศ วิ. วัดพุทธบูชา ฝรั่งเศส คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. (๒๕๕๘-๒๕๖๐) พระเทพพุทธิมงคล ประธานฯ พระเทพกิตติโมลี รองประธานฯ รูปที่ ๑ พระวิมลศาสนวิเทศ รองประธานฯ รูปที่ ๒ พระโพธิคุณวิเทศ ประชาสัมพันธ์ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ พระบัณฑิต ญาณธีโร ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ พระมหาวิทยา อภิชฺชโว ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ พระครูกิตติธรรมวิเทศ เหรัญญิก พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูเมธีชยาภิวัฒน์ เลขานุการ พระครูสุตพุทธิธัช ผู้ช่วยเลขานุการ พระครูสุตพุทธิรัตน์ ผู้ช่วยเลขานุการ พระครูปลัดไพบูลย์กิจอคฺควิปุโล ผู้ช่วยเลขานุการ พระมหาอนุศักดิ์จนฺทสีโล ผู้ช่วยเลขานุการ สำ นักงานกลางสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Im Grund 7, 5014 Gretzenbach Solothurn, Switzerland Tel : 0041 62 858 6030, 0041 79 676 718 1 Fax. 0041 62 85 86 03 5 E-mail : [email protected] กองบรรณาธิการ พระเทพกิตติโมลี พระโพธิคุณวิเทศ พระครูกิตติธรรมวิเทศ พระครูเมธีชยาภิวัฒน์ พระมหาฉัตรชัย วรชโย พระมหาสุพจน์ธีรวาโท พระมหาสังวรญ์เทศนำ คุณพรทิพา แก้วผลึก คุณกุลรัตน์Ledermann คุณดวงกมล ทองดวง คุณจิราพร สายแก้ว คุณสุวิชา แก้วผลึก คุณอัจฉราพร เค็มพ์เทอร์ และ วัดสมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป คณะกรรมการ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) จัดพิมพ์โดย : สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เนื่องในโอกาสการประชุมสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) สมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ แก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาด พิมพ์ครั้งที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ จำ นวน : ๕๐ เล่ม พิมพ์ที่ : ไทยมณีการพิมพ์ โทรศัพท์๐๐๔๙ ๑๗๖ ๗๒๔ ๗๒๓ ๗๑


สหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) บันทึกเรื่องราว ๑๐ ปี ส.ธ.ย. (พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๘) และ รายงานการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ /๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ วันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘


6 สหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.] วัตถุประสงค์การก่อตั้ง สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) สุภาษิต จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิต พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย.. ๑. เพื่อเป็นศูนย์กลางการประชุม ปรึกษาหารือ วางแผน และนโยบายในการสนับสนุน ส่งเสริมและปรับปรุง แก้ไขเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ไทยในทวีป ยุโรปให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยและกฎหมายแห่งคณะ สงฆ์ไทย ๒. เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริมกิจการ ของวัดไทยในทวีปยุโรป ๓. เพื่อความสามัคคีและความเป็นเอกภาพของ พระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ความช่วยเหลือในการ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด พระสงฆ์ไทยและ ประชาชนชาวไทยในทวีปยุโรป วิสัยทัศน์ (Vision) เป้าหมาย ๑. เป็นศูนย์องค์กรการในประชุมวางแผน และนโยบาย ในการสนับสนุนส่งเสริมและปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสน กิจของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป ให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัย และกฎหมายแห่งคณะสงฆ์ไทย ๒. เป็นองค์กรสนับสนุนความร่วมมือและสร้าง สัมพันธไมตรีกับองค์กรพุทธศาสนา บุคคลและองค์กรศาสนาอื่น ๆ ๓. เป็นองค์กรติดต่อประสานงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นระหว่างคณะพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป กับคณะพระ สงฆ์ไทยและรัฐบาลไทยรวมทั้งหน่วยงานราชการไทยในทวีปยุโรป ๔. เป็นองค์กรในการพิจารณาและปฏิสันถารให้ความ ช่วยเหลือแก่พระสงฆ์ไทยที่มาปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ๔. เพื่อเป็นองค์กรในการร่วมมือและสร้างสัมพันธไมตรี กับองค์กรพุทธศาสนา บุคคล และองค์กรศาสนา อื่นๆ ๕. เพื่อเป็นศูนย์ติดต่อประสานงาน แลกเปลี่ยน ความรู้ความคิดเห็นระหว่างคณะพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป กับคณะพระสงฆ์ไทยและรัฐบาลไทย รวมทั้งหน่วยราชการ ไทยในทวีปยุโรป ๖. เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อันชอบธรรม ของพระพุทธศาสนาและพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๗. เพื่อเป็นศูนย์พิจารณาและปฏิสันถาร ให้ความ ช่วยเหลือแก่พระสงฆ์ไทย ที่มาปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราวใน ทวีปยุโรป พันธกิจ (Mission) ภารกิจ ๑. เป็นองค์กรช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริม กิจการของวัดไทยในทวีปยุโรป ๒. เป็นองค์กรในการสร้างความสามัคคีและความ เป็นเอกภาพของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ความช่วย เหลือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด พระสงฆ์ไทย และประชาชนชาวไทยในทวีปยุโรป ๓. เป็นองค์กรคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อันชอบ ธรรมของพระพุทธศาสนาและพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป อุโบสถ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเสด็จพระราชดำ เนินเป็นประธานตัดหวายลูกนิมิตในอุโบสถและเปิดวัดศรีนครินทรวราราม


7 อุโบสถ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเสด็จพระราชดำ เนินเป็นประธานตัดหวายลูกนิมิตในอุโบสถและเปิดวัดศรีนครินทรวราราม


8 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ หลวงพ่อพระพุทธชินราชจำลอง พระประธานในอุโบสถ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดฯ เททองหล่อ ในการเสด็จพระราชดำ เนินทอดผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๖ คุณบุญนาค แจ่มนุช เจ้าภาพองค์พระ โรงหล่อตรีมูรติและนายช่างสอน เจ้าภาพฐานพระ


9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ หลวงพ่อพระพุทธชินราชจำลอง พระประธานในอุโบสถ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดฯ เททองหล่อ ในการเสด็จพระราชดำ เนินทอดผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๖ คุณบุญนาค แจ่มนุช เจ้าภาพองค์พระ โรงหล่อตรีมูรติและนายช่างสอน เจ้าภาพฐานพระ


10 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺญมหาเถร) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสนมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร


11 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺญมหาเถร) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสนมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร


12 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.๙, น.ธ.เอก, MA, Ph.D) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) จ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม


13 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.๙, น.ธ.เอก, MA, Ph.D) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) จ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม


14 พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.๓,น.ธ.เอก,พธ.ด.กิตติมศักดิ์) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ น.ธ.เอก,พธ.บ.,M.A.,Ph.D) ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม


15 พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.๓,น.ธ.เอก,พธ.ด.กิตติมศักดิ์) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ น.ธ.เอก,พธ.บ.,M.A.,Ph.D) ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม


16 พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙, พธ.บ., M.A., M.Phil., Dip.in French, Ph.D) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ พธ.ด.กิตติมศักดิ์) ราชบัณฑิต ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม กรุงเทพมหานคร


17 พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙, พธ.บ., M.A., M.Phil., Dip.in French, Ph.D) ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ พธ.ด.กิตติมศักดิ์) ราชบัณฑิต ที่ปรึกษา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม กรุงเทพมหานคร


18 พระเทพกิตติโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต ป.ธ.๘, พ.ม.,พธ.บ.,M.A.,Ph.D) รองประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) รูปที่ ๑ หัวหน้าเขตการปกครองที่ ๒ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระเทพพุทธิมงคล (สวัสดิ์ อตฺถโชโต น.ธ.เอก, ป.ธ.๕, พธ.บ., M.A., พธ.ด.กิตติมศักดิ์) ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) หัวหน้าเขตการปกครองที่ ๑ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์


19 พระเทพกิตติโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต ป.ธ.๘, พ.ม.,พธ.บ.,M.A.,Ph.D) รองประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) รูปที่ ๑ หัวหน้าเขตการปกครองที่ ๒ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระเทพพุทธิมงคล (สวัสดิ์ อตฺถโชโต น.ธ.เอก, ป.ธ.๕, พธ.บ., M.A., พธ.ด.กิตติมศักดิ์) ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) หัวหน้าเขตการปกครองที่ ๑ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์


20 พระวิมลศาสนกิจวิเทศ (สำ รวจ กมโล) รองประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) รูปที่ ๒ หัวหน้าเขตการปกครองที่ ๓ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์


21 พระวิมลศาสนกิจวิเทศ (สำ รวจ กมโล) รองประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) รูปที่ ๒ หัวหน้าเขตการปกครองที่ ๓ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ สาส์น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในพิธีเปิดการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ณ วัดศรีนครินทรวราราม สมาพันธรัฐสวิส วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ ----------------------------------- ท่านเจ้าคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และพระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ทุกรูป ขอแสดงความยินดีกับท่านทั้งหลายที่ได้ปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ด้วยความเรียบร้อยดีงามอีกปีหนึ่ง ปีนี้นับเป็นปีที่ ๑๐ แล้ว ท่านทั้งหลายจงภูมิใจที่ได้เป็นพระธรรมทูต เป็นผู้แทนของพระศาสนา เป็นผู้แทนของพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าการเป็นพระธรรมทูตนั้น ไม่ใช่เป็นได้เอง ไม่ได้เป็นได้ง่ายๆ ท่านทั้งหลายจงภูมิใจและตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่ง ตั้งโดยการประกาศศาสนธรรมในที่ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแห่งจะต้องไปประสบกับผู้ที่เราจะต้องเข้าไปประกาศศาสนธรรมในที่ นั้น ๆ ต้องดูให้เหมาะสมกับถิ่นนั้น ๆ ว่าเขามีความต้องการอย่างไร เราก็ทำ ให้เหมาะสมแก่ความต้องการนั้น ๆ การปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูต หน้าที่หลักคือการทำ หน้าที่เผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัม พุทธเจ้า ให้กับสาธุชนพี่น้องชาวไทย และชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะหลักศีลธรรมขั้นพื้นฐาน เช่น การรักษาศีล ๕ ซึ่งผู้ ปฏิบัติย่อมได้ประโยชน์ทั้งต่อตนเองต่อสังคมและประเทศชาติโดยรวม ขณะนี้ คณะสงฆ์และรัฐบาลกำลังรณรงค์ในเรื่อง ศีล ๕ ระยะที่ ๓ ซึ่งท่านทั้งหลายรู้อยู่แล้ว ได้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ ฯ เพื่อให้โครงการ ฯ ได้เข้าถึงประชาชน ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลาย ที่ได้เสียสละรับงานพระธรรมทูต และขอให้ท่านทั้งหลายตั้งใจในการ ปฏิบัติหน้าที่นี้ บัดนี้ เป็นเวลาอันเป็นมิ่งขวัญ สมควรแล้ว จึงขอเปิดการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ โอกาสนี้และขออำ นวยพร โดยอ้างอำ นาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงมาคุ้มครองท่านทั้งหลาย ขอให้สุขภาพพลานามัยไร้ โรคาพาธ และให้เจริญรุ่งเรืองในพระศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยอายุวรรณะสุขะ พละ ปฏิภาณ ธรรมสารสมบัติจงทุกประการ เทอญ (สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช


22 การสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ************** การสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว เป็นประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่ชาวโลก เป็นหน้าที่ ของพุทธศาสนิกชนทุกคน ที่จะต้องปฏิบัติตามกำลังความสามารถ โดยสมควรแก่ตน เพราะเหตุที่ พุทธศาสนิกชน มีความสำ นึก และปฏิบัติตามกันมาโดยลำ ดับ พระพุทธศาสนาจึงเป็นอมตมรดกสืบมาจนถึง ทุกวันนี้ โลกมีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การปฏิบัติหน้าที่สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา จึงมีวิธีการต่าง ๆ ที่ เหมาะสม โดยไม่ทิ้งหลักการ คือ พระธรรม คำสอน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในโอกาสที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จัดประชุมสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑๐ ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจาก หลายองค์กร ทั่วโลก เข้าร่วมประชุม ถือได้ว่าเป็นการประกาศผลงานของพระธรรมทูตไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ ในระดับสากล และได้ดำ เนินการ เพื่อการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา อันสำ คัญยิ่ง อีกวาระหนึ่ง ขออนุโมทนา ชื่นชม คณะทำ งานทุกท่าน ทุกฝ่าย ขอให้มีสุขภาพกาย และใจ ที่สมบูรณ์ แข็งแรง จง ประสบความสำ เร็จในการจัดประชุมตามที่ปรารถนาทุกประการ. (พระพรหมสิทธิ) กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย


23 สาส์น ของ พระพรหมวชิรญาณ ---------------- วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ของชาติพระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่สหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป จัดให้มีการประชุมสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ มนุษย์เราทุกคน แม้จะแตกต่างด้านเชื้อชาติและศาสนา แต่ทุกคนต่างก็รักชีวิต และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสติ ปัญญาตน จากคนธรรมดาไปสู่อัจฉริยบุคคล และอริยบุคคล จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของความเป็นมนุษย์ คนไทยและพระธรรมทูตไทยก็เช่นกัน เมื่อมาอยู่ในยุโรป อาศัยความเป็นผู้มีจิตที่เป็นบุญเป็นกุศลติดตนมา แต่บรรพบุรุษ ก็ได้ร่วมกันสร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดินนี้เช่นได้สร้างวัดเป็นจุดศูนย์รวมใจและเป็นเนื้อนาบุญ ที่จะ เป็นทุนนำ มาซึ่งความรู้รักสามัคคีเป็นที่ศึกษาสัมมาปฏิบัติเป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม และ เพื่อการกุศลสงเคราะห์อันจะก่อให้เกิดประโยชน์และสันติสุขแก่สังคมชาวพุทธในภูมิภาคนี้ตลอดไป สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปนี้ได้ก่อตั้งมาครบ ๑๐ ปีย่างเข้าสู่ปีที่ ๑๑ เกิดจากวิสัยทัศน์พัฒนา เป็นวิสัยธรรม นำ ให้พระพุทธศาสนา สามารถหยั่งรากประดิษฐาน และตั้งมั่นในทวีปยุโรปนี้ได้ ก็เพราะศรัทธา ปัญญา ความเสียสละ และความสามัคคีของพระธรรมทูตสายยุโรปและพุทธศาสนิกชนทั้งหลายโดยแท้ การทำ งานพระศาสนาในต่างแดนกว่าจะประสบความสำ เร็จได้เช่นนี้ เป็นเรื่องยากมาก แต่การรักษาสิ่งที่ เราสร้างไว้ให้เจริญนั้นยากกว่า ยิ่งการพัฒนางานที่เราสร้างให้ดีและมีความมั่นคงนั้น ยิ่งยากกว่า ซึ่งจะต้องอาศัย ความร่วมมือร่วมใจกัน ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์น้อมถวายเป็นพุทธบูชา งานจึงจะเป็นผลสำ เร็จ ขออนุโมทนาสาธุการในศรัทธา ความวิริยะอุตสาหะ และความเสียสละ อุทิศกายใจ ของพระธรรมทูตสาย ต่างประเทศทุกรูป ที่เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่พุทธศาสนาในยุโรปนี้ อันเป็นภารธุระสนองคุณของชาติ พระศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในนามของมหาเถรสมาคมแห่งคณะสงฆ์ไทย ถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยดีตลอดมา และขออนุโมทนาต่อสาธุชนทุกท่าน ที่มีจิตเป็นกุศล ได้ร่วมกันก่อตั้งและอุปถัมภ์บำ รุงวัด และ พระสงฆ์ตลอดถึงช่วยกันเอาภารธุระของวัดของพระศาสนาตลอดมา ขอทุกท่านได้ประสบความสุขสวัสดีภายใต้ ร่มเงาของพระพุทธศาสนาและขอพระศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงตั้งมั่นในทวีปยุโรปนี้เพื่ออำ นวย ประโยชน์สันติสุขและสันติภาพ แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ตลอดกาลนานเทอญ พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานอำ นวยการโครงการวัดนวมินทรราชูทิศ ลียง ประเทศฝรั่งเศส


24 จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย... ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก... ******** พระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ เป็นพุทธสาวกแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในยุคปัจจุบัน ที่ ออกไปปฏิบัติศาสนกิจเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนายังต่างประเทศให้ประชาชนทั่วโลก ได้เรียนรู้พระพุทธศาสนา มี ความเลื่อมใสศรัทธาและหันมานับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มจำ นวนมากขึ้นตามลำดับ จึงรวมตัวกันก่อตั้งเป็นองค์กร ขึ้น เช่น สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระธรรมทูตไทยในประเทศอินเดีย-เนปาล องค์กรพระธรรมทูตไทยใน สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์เหนือ และสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เป็นต้น ในโอกาสที่สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑๐ ระหว่าง วันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม (วัดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า) ประเทศสวิตเซอร์ แลนด์เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา และกำ หนดนโยบายวางแผนการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ยุโรป นำ ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้แล้วนั้น ในนามของประธานสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขอ ส่งความปรารถนาดีและความหวังดีมายังสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัชชาสงฆ์ไทยในสหกับอเมริกา องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ องค์กรพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย-เนปาล องค์กรพระธรรมทูตไทยโอเชียเนีย องค์กรพระธรรมทูตไทยในสิงคโปร์ องค์กรพระธรรมทูตไทยในมาเลเซีย และ พระธรรมทูตทุกรูปที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ ขออนุโมทนาต่อสหภาพพระธรรมทูตไทยในยุโรป ที่ได้ช่วยกันทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และกำลังทรัพย์ในการ จัดประชุมให้ดำ เนินไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำ หนดไว้ ขออำ นาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลจงอำ นวยผลให้ทุกท่านเจริญด้วยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน (พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร.) กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสมาคมสภาสกลวันวิสาขบูชาโลก อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


25 สาร นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เนื่องในโอกาสการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ระหว่างวันที่ ๒๐–๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ในนามของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น กระผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้มี ส่วนร่วมใน การจัดการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งใน ครั้งนี้ได้จัดขึ้น ณ วัดศรีนคริ นทรวราราม เมือง Gretzenbach สมาพันธรัฐสวิส ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วัดไทยในต่างประเทศได้ดำ เนินบทบาทสำคัญในการเผยแผ่และทำ นุบำ รุงพระพุทธ ศาสนา และได้เป็นที่พึ่งพาทางจิตใจสำ หรับชุมชนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการดำ เนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็น ประโยชน์สำ หรับชุมชนไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ซึ่งมีชุมชนไทยจำ นวนมากได้มาตั้งถิ่นฐาน อาทิ ในสมาพันธรัฐสวิส มี ชุมชนไทยจำ นวนกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ดังนั้น บทบาทของพระธรรมทูตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยคำว่า “พระธรรมทูต” หรือแปลอีกนัยหนึ่งว่า ทูต แห่งธรรมะ มีความหมายที่ชัดเจนตรงตัวว่า เป็นพระผู้ทำ หน้าที่ทูตในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่จริง พระ ธรรมทูตยังเปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรมของไทย ในการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ซึ่งมีพระพุทธศาสนา เป็นพื้นฐานสำคัญด้วย นอกจากนี้ พระธรรมทูตยังได้ดำ เนินภารกิจสำคัญในการให้ความรู้และข้อแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ในการ ดำ เนินชีวิตแก่ชุมชนไทย โดยใช้พระพุทธศาสนาเป็นสื่อกลาง และใช้พระธรรมคำสั่งสอนเป็นแนวทางนำชีวิต ทำ ให้ชุมชนไทยที่ อยู่ไกลบ้านมีจิตใจที่เข้มแข็ง และสามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสังคมท้องถิ่นอย่างเป็นสุข ทั้งนี้ นับได้ว่า ภารกิจของ วัดไทย และพระธรรมทูตในยุโรป และสถานเอกอัครราชทูตของไทยในยุโรป มีความสอดคล้องและได้ช่วยสนับสนุนภารกิจซึ่งกันและกัน อย่างใกล้ชิดด้วยดีมาตลอด การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ถือเป็นโอกาสอันดีที่พระเถรานุเถระและพระธรรมทูต ได้มา รวมตัวกัน เพื่อให้พระเถระผู้ใหญ่ได้ให้โอวาทแก่พระธรรมทูตเพื่อเป็นแนวทาง และเพื่อให้พระธรรมทูตได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างกันเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจของคณะสงฆ์ไทยในยุโรป ซึ่งแต่ละประเทศในยุโรปแม้จะมีบริบทที่แตกต่างกัน บ้าง แต่ก็มีลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกัน และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติกิจได้ ในโอกาสนี้ กระผม ในนามของสถานเอกอัครราชทูตไทยในยุโรป ขอกราบขอบพระคุณพระเถรานุเถระ พระ ธรรมทูต และวัดไทยในยุโรป ที่ได้ปฎิบัติศาสนกิจด้วยความวิริยะอุตสาหะเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ เป็นหลักที่พึ่งพิง ทางจิตใจสำ หรับชุมชนไทยมาโดยตลอด ซึ่งกระผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในยุโรปกับพระธรรมทูตและ วัดไทย จะได้สานต่อความร่วมมือและเกื้อหนุนกันอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพเช่นนี้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่สำคัญร่วมกัน สืบไป นายนพปฏล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น


26 สาร รัฐมนตรีประจำสำ นักนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ วัดศรีนครินทรวราราม สมาพันธรัฐสวิส ************** ปัจจุบันพระพุทธศาสนาได้แผ่ขยายไปอยางกว้างขวางในหลายประเทศ ทั้งในแถบทวีปเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่ามีวัดไทยก่อตั้งอยู่มากมาย วัดไทยเหล่านั้นเกิดขึ้นจาก ความร่วมมือร่วมใจของพุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างชาติ วัดจึงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของ พุทธศาสนิกชนทุกคน ซึ่งบทบาทของวัดนั้น ๆ จะดำ เนินไปอย่างมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมีพระธรรมทูตที่มี คุณสมบัติเพียบพร้อม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจึงเป็นภาระอันสำคัญยิ่งของพระธรรมทูตทุกรูป ซึ่ง บทบาทของพระธรรมทูตจะเป็นผู้ที่มีความเสียสละ วิริยะ อุตสาหะอย่างยิ่ง เพราะการใช้ชีวิตในต่างแดน ต้องใช้ความอดทน มุ่งมั่น และมิใช่เป้าหมายอยู่ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมอีกด้วย ในโอกาสที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) กำ หนดจัดประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม สมาพันธรัฐส วิส ซึ่งองค์ประชุม ประกอบด้วย พระมหาเถระ พระธรรมทูตระดับผู้นำ ทั่วโลก พระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปผลการดำ เนินงาน กิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนของพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความ สามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป อันจะนำ พาให้พระพุทธศาสนาเกิดความมั่นคง ยั่งยืน สังคมมีความร่มเย็น นำ มาซึ่งสันติสุขต่อมวลมนุษยชาติทั้งปวง ขออานุภาพแห่งความตั้งใจของผู้จัดงานและพระธรรมทูตทั้งหลาย จงประสบผลสำ เร็จตามที่ มุ่งหวังไว้ทุกประการ (นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) รัฐมนตรีประจำสำ นักนายกรัฐมนตรี


27 สาร ผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ วัดศรีนครินทรวราราม สมาพันธรัฐสวิส ************** การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีส่วนสร้างความเจริญมั่นคงแก่พระพุทธศาสนา ซึ่งสืบทอดต่อกันมา จากบรรพชนสู่อนุชน โดยคณะสงฆ์และหน่วยงานของรัฐที่รับสนองงาน ตระหนักถึงความสำคัญของงานด้านการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกำ หนดรูปแบบและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ปรับไปตาม สภาพสังคม ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ พระธรรมทูตสายต่างประเทศ คือ พระผู้อุทิศตนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกสู่ประชาชน ที่ วิวัฒนาการมาจากพุทธวิธีในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งพุทธกาล ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความ เจริญแผ่ไพศาล ความสุขสันติภาพภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาสู่มวลมนุษยชาติทั่วทุกมุมโลก แต่การที่พระ ภิกษุไทยจะไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูตในต่างแดนนั้นมิใช่งานที่ทำ ง่าย ๆ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาจึง เป็นภาระอันสำคัญยิ่งของพระธรรมทูตทุกรูป ในโอกาสที่คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป คณะกรรมการสมาคมวัด ไทย และคณะกรรมการบริหารวัดศรีนครินทรวรารามได้ดำ เนินการจัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ วัดศรีนครินทรวราราม สมาพันธรัฐสวิส ในระหว่างวัน ที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ กระผมขออำ นาจคุณพระศรีรัตนตรัยและคุณความดีที่ท่านทั้งหลายได้บำ เพ็ญมา จง ดลบันดาลให้ทุกท่าน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุมในครั้งนี้ จงปราศจากทุกข์ โศก โรคภัย และ ภยันตราย ประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองในบวรพระพุทธศาสนาโดยทั่วกัน ขออานุภาพแห่งความตั้งใจดีของผู้จัดงานและพระธรรมทูตทั้งหลาย จงประสบผลสำ เร็จตามที่มุ่ง หวังไว้ทุกประการ (นายพนม ศรศิลป์) ผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


28 วรคติพจน์ พระเทพพุทธิมงคล ************* ตลอดเวลาที่ได้มาปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป นับเป็นเวลาหลายสิบปีและเป็นรัตตัญญูผ่านการรับ รู้เรื่องราวต่างๆ ในทวีปยุโรปมามาก คงเป็นเพราะเหตุนี้นั่นเองที่ทำ ให้พระธรรมทูตทั้งหลายได้ปรารภร่วมกันจัดตั้ง องค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปขึ้นมาแล้วมีมติเลือกให้เป็นประธานองค์กรนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงบัดนี้ นับเป็นเวลา ๑๐ ปี พอดี ทำ ให้ได้เห็นความมุ่งมั่นของพระธรรมทูตรุ่นใหม่ๆ ที่ใส่ใจกับงานการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาในต่างประเทศ พอจะทำ ให้เบาใจได้ว่า งานพระศาสนาในส่วนนี้คงจะมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ดีอย่าง แน่นอน ช่วงที่ผ่านมาองค์กรได้มีพัฒนาการมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะระยะ ๓-๔ ปีมานี้จะเห็นว่ามีการประชุม พูดคุยปรึกษาหารือกันบ่อยขึ้น มีการจัดกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น ทำ ให้องค์กรดูว่ามีความเข้มแข็ง เป็นที่จับตามอง และให้ความสำคัญจากฝ่ายปกครองสงฆ์ในประเทศไทย และหลายองค์กรพระธรรมทูตทั่วโลก รวมทั้งหน่วยงาน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากเมื่อมีการปรารภว่าจะจัด ประชุมสมัยสามัญประจำ ปีขึ้นที่วัดไหน ประเทศใดก็ตามในทวีปยุโรปนี้ ก็จะยินดีให้ความร่วมมือโดยการอนุญาต ให้ใช้ตราสัญลักษณ์ขององค์กรบ้าง ให้การสนับสนุนงบประมาณบ้าง หรือแม้แต่การยอมเสียสละให้เกียรติมาเข้า ร่วมประชุมบ้าง แม้ส่วนมากจะเป็นช่วงเข้าพรรษา พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และพระธรรมทูตทั่วโลกก็ยัง ยินดีที่จะทำ พิธีสัตตาหะมา ตามข้อผ่อนผันที่พระวินัยเปิดช่องไว้ให้เพราะทุกท่านมองเห็นความสำคัญในองค์กรนี้ จึงเป็นที่ยืนยันถึงศักยภาพขององค์กรได้เป็นอย่างดี ในโอกาสที่สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้ปรารภถึงกฎระเบียบข้อที่ ๑๒ ว่าด้วย การประชุมสมาชิกสหภาพฯ ซึ่งเป็นการจัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ นั้น ทางวัดศรีนครินทรวราราม (วัดเฉลิมพระเกียรติในสมเด็จย่า) ประเทศสวิต เซอร์แลนด์ได้รับเป็นเจ้าภาพ จึงดำ ริที่จะจัดพิมพ์หนังสือชื่อว่า “บันทึกเรื่องราว ๙ ปีส.ธ.ย.” ซึ่งเป็นการรวบรวม เรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นการก่อตั้งองค์กรจนถึงปัจจุบัน เพื่อถวายเป็นบรรณาการแก่พระเถรานุเถระและพระ ธรรมทูตระดับผู้นำ ทั่วโลก พร้อมทั้งมอบแก่ฆราวาสผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุมทุกท่าน หวังว่าเนื้อหาสาระในหนังสือเล่มนี้ จักอำ นวยประโยชน์แก่ทุกท่านที่สนใจไม่มากก็น้อย ขอ อนุโมทนาวัดศรีนครินทรวราราม ซึ่งมีท่านเจ้าคุณพระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาส ที่รับเป็นเจ้าภาพ โดยได้รับการ สนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ตลอดถึงศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์เป็นอย่างดีขอทุกท่านที่มีส่วนร่วม จงมีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตเข้มแข็ง สุขภาพปัญญาแก่กล้า สามารถปฏิบัติศาสนากิจให้สำ เร็จลุล่วงได้ด้วยดี ทุกประการ เทอญฯ ขออนุโมทนา (พระเทพพุทธิมงคล) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป


29 สาราณียพจน์ ๑๐ ปี ส.ธ.ย. พอมีสิ่งที่ควรคำ นึง ********************** องค์กร “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” ได้ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปีในปีนี้นับตั้งแต่วันที่ประกาศ ใช้กฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙ เป็นต้นมา แต่การก่อตัว ที่จะมีองค์กร นี้ ได้เริ่มมาก่อนหน้านี้คือ ปีพ.ศ. ๒๕๔๕ หากจะนับตั้งแต่ การเริ่มต้นที่จะมีองค์กร จนถึงปัจจุบัน ก็จะมีอายุครบ ๑๔ ปี เต็ม หากจะเปรียบเทียบกับบุคคลก็เป็นเสมือนเด็กวัยรุ่นที่เริ่ม แตกเนื้อหนุ่มสาว กำลังมีความกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็น และอยากทดลอง แต่ประสบการณ์ชีวิตยังมีน้อยนิดหรือยัง ไม่มีประสบการณ์ชีวิตเลย นักสังคมวิทยาบางท่าน ได้แสดงทัศนะไว้ว่า หนุ่ม สาวที่อยู่ในวัยแรกรุ่น จะเป็นเหมือนบุคคลผู้ยืนอยู่บนทางสี่ แพร่ง ยังไม่รู้ว่า จะเดินตรงไปข้างหน้าหรือเลี้ยวไปทางขวา หรือเลี้ยวไปทางซ้าย หรือต้องหันกลับเดินไปด้านหลัง จึงจะ เป็นทางที่ถูกต้อง หรือเดินไปแล้วจะตลอดปลอดภัย หรือ มีอุปสรรคน้อยที่สุด จึงจำ เป็นที่ผู้อยู่ในวัยแรกรุ่นต้องมีคุณ พ่อคุณแม่ ซึ่งเรียกว่า เป็นครูคนแรก เป็นผู้ชี้แนะให้เดินไป ในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ครูคนแรกจะต้องเป็นผู้ที่มี หลักการและวิธีการที่เหมาะสมกล่าวคือ ต้องเป็นผู้มีศีลธรรม ประจำ ใจพอสมควร จึงจะเป็นผู้นำ ทางที่ดีได้ แม้องค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ก็ น่าจะอยู่ในลักษณะเช่นนี้ ควรจะมีผู้บังคับบัญชาหรือผู้อยู่ใน หน่วยเหนือทั้งในภาคพุทธจักร และอาณาจักร ผู้มีความรู้ ความสามารถให้ข้อคิดเห็นที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อที่จะนำ ไป ปฏิบัติ เพื่อพัฒนาองค์กรให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อ ความเจริญก้าวหน้าแห่งองค์กรนี้ต่อไป เมื่อนึกย้อนไปในอดีตจะเห็นได้ว่า การเผยแผ่ พระพุทธศาสนา จัดเป็นองค์กรปฐมบรมพุทโธบาย กล่าวคือ เป็นอุบายของพระพุทธองค์อันแยบยลและยอดเยี่ยมอันดับ แรก ซึ่งสำคัญอย่างยิ่ง จึงเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาได้ดำ รง อยู่และเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน หากองค์กรการเผยแผ่ไม่มีไหนเลยพระพุทธศาสนาจะดำ เนิน มาและดำ รงคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้องค์กรการปกครอง ซึ่งเกี่ยวกับการบัญญัติพระวินัย ก็ทรงบัญญัติขึ้นในภายหลัง เพราะเมื่อมีพระสงฆ์จำ นวนมากขึ้น การกระทำผิด พลาดบกพร่องก็มีมากขึ้น จึงเป็นเหตุให้พระพุทธองค์ทรง บัญญัติพระวินัยขึ้น ข้อนี้นับเป็นบทเรียนที่ควรค่าแก่การใส่ใจ และควรศึกษาอย่างแยบยลแล้วอาจสรุปเป็นหลักที่ควรศึกษา และพิจารณาดังต่อไปนี้ ๑. พระพุทธองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสัตว์ โลกที่กำลังตกอยู่ในวังวนของความทุกข์ จึงจำ เป็น ต้องช่วยให้เขาเข้าใจในชีวิตที่เป็นทุกข์และต้องอยู่เหนือ ทุกข์ให้ได้ ๒. พระพุทธองค์ทรงเห็นความสำ คัญของการ เผยแผ่เป็นเรื่องจำ เป็นอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนา จึง ทรงแสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์ และกุลบุตรผู้สนใจ เพียงพรรษาแรกผ่านไป ได้มีพระอรหันตสาวกจำ นวน ๖๐ รูป และแล้วพระพุทธองค์ก็ทรงส่งพระอรหันต สาวกเหล่านั้น ออกเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อ ประโยชน์และความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แม้พระองค์เองก็ทรงเสด็จออกเผยแผ่เช่นกัน ๓. พระองค์ทรงเป็นนักประชาธิปไตยชั้นนำ มิได้ทรงแสดงเองหรือมีอำ นาจสิทธิ์ขาดโดยพระองค์ เอง (One man shows) แต่ได้ทรงมอบความไว้วางใจ แก่พระอรหันตสาวกเหล่านั้นให้มีอำ นาจหน้าที่ในการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ แม้การบรรพชา อุปสมบทแก่กุลบุตร ก็ทรงมอบให้เป็นหน้าที่ของสงฆ์ โดยตรง เช่น วิธีบวชแบบติสรณคมนูปสัมปทา ญัตติ จตุตถกรรมวาจา เป็นต้น ๔. พระพุทธองค์ทรงได้ปูนบำ เหน็จหรือยกย่อง พระสงฆ์สาวกเหล่านั้นตามความเป็นจริง คือ ตาม ภูมิความรู้และภูมิธรรมของท่านเหล่านั้น โดยมิได้เป็น


30 แบบมุโขโลกนะ คือแบบเห็นแก่หน้าว่า เป็นเพื่อนพ้อง หรือพี่น้องญาติมิตร จึงเป็นเหตุให้พระสงฆ์สาวกเหล่า นั้น ทำ หน้าที่ของท่านอย่างเสียสละ และมีพลังใจใน การทำ งานหรือปฏิบัติศาสนกิจโดยไม่เห็นแก่ความ เหน็ดเหนื่อย ๕. ด้วยเหตุที่การยกย่องสรรเสริญเป็นไปตาม ความเป็นจริงนั้น จึงเป็นเหตุให้พระสงฆ์สาวกเหล่านั้น มีความสมัครสมานสามัคคีกันอย่างมั่นคง ทำ ให้การ เผยแผ่พระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพและดำ รงคงมั่น มาจนกระทั่งปัจจุบัน แม้ในการต่อมา ในยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๓ พระองค์ หลังจากได้ทรงปราบเสี้ยนหนามในพระพุทธศาสนา แล้ว จึงทรงได้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระพุทธ องค์ ทรงมีพระราชประสงค์จะทรงทำ นุบำ รุงพระพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองและแพร่กระจายไปในนานาอารยประเทศ จึง ได้ทรงส่งสมณทูตผู้มีความรู้ความสามารถแตกฉานในพระ ธรรมวินัยไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนต่าง ๆ โดยแบ่ง ออกเป็น ๙ สาย รวมทั้งในทวีปเอเชีย และทวีปยุโรปด้วย หลักการนี้อาจตรองตามได้ว่า ทั้งฝ่ายพุทธจักรและ ฝ่ายอาณาจักรต่างก็ร่วมด้วยช่วยกันในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาเพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปได้รับประโยชน์ด้วยการ เรียนรู้ความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์คือมีทั้งอาหารกายและ อาหารใจควบคู่กันไป และด้วยความร่วมมือทั้งสองฝ่ายนี้นี่เอง จึงทำ ให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ดำ เนินไปอย่างมั่นคง และเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ ดังพระราชนิพนธ์คำ นำ ของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ว่า “ข้าพเจ้า ขอถือโอกาสกล่าว ในที่นี้ว่า ข้าพเจ้ามีความเห็นมั่นคงมานานแล้วว่า ศาสนา กับอาณาจักรจำ เป็นต้องอาศัยซึ่งกันและกัน จึงจะถาวร และเจริญต่อไปได้ ในประเทศใดที่ได้ทดลองแยกศาสนากับ อาณาจักรเป็นคนละส่วน ในไม่ช้าก็ได้ปรากฎว่า ความ หายนะดำ เนินเข้าสู่โดยรวดเร็วทันตาเห็น เป็นความจริงอยู่ เช่นนั้นแน่นอน... ...ก็แลศาสนาทั้งปวงที่ควรนับถือว่าเป็นศาสนาดี ย่อมจะต้องมุ่งสอนให้คนเรารักความสงบและไม่ ประทุษร้ายซึ่งกันและกัน และความสงบกับความปราศจาก ภัย ย่อมมีได้แต่โดยมีรัฐบาลปกครองอยู่เป็นหลักฐานมั่งคง โดยอาศัยนิติธรรมและศาสนธรรม...”(๑) อย่างไรก็ดี ๑๐ ปีแห่งการก่อตั้งองค์กรสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ที่พวกเราชาวพระธรรมทูต ไทยได้ร่วมด้วยช่วยกันก่อตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือเพื่อประสานสามัคคีที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ตามครรลองคลองธรรมทาง พระพุทธศาสนาแต่ไม่ขัดต่อกฎหมายของประเทศนั้น ๆ แต่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรปนั้น เป็นเรื่องที่ทำ ได้ไม่ง่ายนัก เพราะแม้ยุโรปจะ เป็นทวีปเล็ก(ถ้าเปรียบเทียบกับทวีปอเมริกา) แต่มีหลาย ประเทศและมีหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา และประเพณี วัฒนธรรม รวมทั้งกฎหมายที่แตกต่างกันไป จึงทำ ให้พวกเรา ชาวพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปนี้รวมตัวกันลำ บาก แม้ว่า จะแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๓ เขต ดังเป็นที่ทราบกันอยู่ แล้วนั้นก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะร่วมมือกันทำ งานให้ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ ส.ธ.ย. เพราะในแต่ละเขต ปกครอง ก็ยังมีหลายประเทศที่รวมอยู่ในเขตนั้น ๆ พวกเราก็ ควรจะหาทางให้องค์กรนี้ดำ เนินไปได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง หากพวกเราจะย้อนไปดูพวกเราในอดีต ๑๐ ปีที่ ผ่านมา พวกเราได้ทำอะไรขาดตกบกพร่องไปหรือไม่ พวก เราได้ดำ เนินตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการของภิกษุ หรือไม่ โดยเฉพาะ ๒ ข้อแรกที่ว่า (๑) หมั่นประชุมกันเนือง นิตย์ (๒) พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิก (๑) หนังสือ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชอง องค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”, (บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ป กำจัด พ.ศ. ๒๕๓๒) หน้า ๓๐-๓๑.


31 ประชุม และพร้อมเพรียงกันทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ควรหาทางให้เป็นไปได้ เพราะการประชุมพบปะกันนั้น (๑) อาจสร้างความเป็นมิตรไมตรีให้เกิดขึ้นทั้ง ฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ผู้อุปถัมภ์บำ รุงวัดหรือศูนย์ พระพุทธศาสนานั้น ๆ (๒) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาและอุปสรรคของกัน และกันแล้วหาทางช่วยเหลือเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน (๓) วางหลักหรือแนวทางปฏิบัติกิจที่สงฆ์และ ญาติโยมแห่งวัดนั้น ๆ จะพึงถือปฏิบัติร่วมกัน เป็นการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้เกิดขึ้นแก่ศูนย์ พระพุทธศาสนานั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือแก่ พระพุทธศาสนาและแก่ประเพณีวัฒนธรรมไทยโดย รวมต่อไป หากพวกเราทำ ได้ก็เท่ากับว่า พวกเราได้ดำ เนินตาม วัตถุประสงค์แห่งองค์กร “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป” นั่นเอง ขอเสนอหลักการที่เป็นรูปธรรมซึ่งอาจนำ มา ปฏิบัติได้เช่น จัดทัวร์แสวงบุญไปยังวัดต่าง ๆ ทั้งในและนอก เขตปกครองของ ส.ธ.ย. นั้น ๆ แล้ว จัดประชุมธรรมสัญจร และทัศนศึกษา (ฝ่ายพระสงฆ์และญาติโยมผู้เป็นแกนนำ ประชุมกัน แต่ญาติโยมทั่วไปก็ไปทัศนศึกษา ณ สถานที่สำคัญ คือสถานที่ท่องเที่ยวในเขตหรือในเมืองของประเทศนั้น ๆ ) แล้วทอดผ้าป่าฯ บำ รุงวัดนั้น ๆ เรื่องนี้(หากสถานที่จะไปอยู่ใกล้)อาจจะจัดให้ออก เดินทางในตอนเย็นวันศุกร์ และกลับวันอาทิตย์ตอนเย็น ญาติโยมผู้ติดตามก็ไม่เสียการงานด้วย อย่างไรก็ดี การจัด ประชุมกันจะเป็นรูปแบบใดนั้น จัดเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์มาก ส่วนจะจัดกันที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร ควรจะวางแผนกัน ล่วงหน้า ที่เสนอสาราณียพจน์ให้ได้พิจารณากันครั้งนี้ก็เพราะ คำ นึงอยู่เสมอว่า ๑๐ ปี แห่ง ส.ธ.ย. น่าจะมีอะไรที่ควร พิจารณาหาทางให้ ส.ธ.ย. ก้าวเดินไปข้างหน้าและร่วมด้วย ช่วยกันพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า ไปเรื่อย ๆ ให้เป็นไปตาม แนวความคิดที่นักปราชญ์ชาวตะวันตกเขียนไว้ว่า “ดวง อาทิตย์จะไปขึ้นทาง ทิศตะวันตก” นี่ก็หมายความว่า “พระพุทธศาสนาจะไปเจริญรุ่งเรืองในโลกตะวันตก” อีกประการหนึ่ง หากมองตามความเป็นจริงของ โลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในอำ นาจของไตรลักษณ์ ก็เป็น เรื่องที่พวกเราควรเตรียมให้พร้อม ซักซ้อมไว้ก่อนที่เรื่องจะ เกิดขึ้น กล่าวคือ พระพุทธศาสนาได้เกิดขึ้นและเจริญรุ่งเรือง ในชมพูทวีป(อินเดีย) แต่ก็เสื่อมสลายไปจากอินเดีย หลังจาก ที่พระพุทธองค์ทรงปรินิพพานแล้วประมาณสามร้อยกว่าปี พระพุทธศาสนาก็แพร่เข้ามายังดินแดนสุวรรณภูมิ และได้ เจริญรุ่งเรืองอยู่ในประเทศไทยจนกระทั่งปัจจุบัน แต่ในขณะ นี้หรือในอนาคต พระพุทธศาสนาในประเทศไทยจะยังคงอยู่ เช่นนี้ต่อไปหรือไม่ ก็ไม่มีใครจะตอบได้ แต่ในขณะนี้ ชาว ตะวันตกกำลังให้ความสนใจในพระพุทธศาสนา และชาวไทย พุทธก็ได้อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในทวีปยุโรปและอเมริกาเป็น จำ นวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาจึงได้ก่อตั้งพุทธสมาคม และได้อาราธนาพระสงฆ์ไทยในนามพระธรรมทูตมาเผยแผ่ พระพุทธศาสนาและประเพณีวัฒนธรรมไทยในเมืองนั้น ๆ ใน ประเทศนั้น ๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา ด้วยเหตุนี้ พวกเราชาวพุทธทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะหาทางพัฒนาสมาคมชาวพุทธ ให้สามารถยกขึ้นเป็นวัดให้ได้ นั่นคือให้มีสถานที่กว้างขวาง พอที่จะรองรับพระสงฆ์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม วัดละหรือ สำ นักสงฆ์ละ ๕ รูปขึ้นไป พอที่จะทำสังฆกรรมได้และมีสถาน ที่กว้างขวางพอที่จะใช้เป็นห้องเรียนเพื่อสั่งสอนลูกหลานไทย ที่เกิดอยู่ในต่างแดน ได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาและประเพณี วัฒนธรรมไทยได้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อช่วยกันจรรโลงพระพุทธ ศาสนาและประเพณีวัฒนธรรมไทยให้ดำ รงคงอยู่คู่กับ ประชาชนคนไทยต่อไป ดังนั้น ในนาม ส.ธ.ย. พวกเราจึงควรที่ จะหาทางช่วยเหลือวัดหรือสำ นักสงฆ์ที่เป็นสมาชิก ส.ธ.ย. ที่ พวกเราคิดว่าพอจะอุ้มชูได้ และหาทางร่วมด้วยช่วยกัน


32 สนับสนุนและอุปถัมภ์บำ รุงให้ดำ รงคงอยู่และพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากประธาน สมาคมนั้น ๆและพระสงฆ์ ผู้ได้รับอาราธนามาปฏิบัติศาสน กิจก็จะต้องมีความกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือกับ ส.ธ.ย. ด้วย อย่างไรก็ดี สาราณียพจน์ มีอะไรที่ใคร่เสนอให้เป็น ข้อคิดหลายประการ แต่ขอเสนอไว้ให้พิจารณาเพียงเท่านี้ ก่อน หากข้อเสนอให้เป็นข้อคิดนี้ดีมีประโยชน์ ก็ขอมอบให้ ท่านผู้อ่านนำ ไปพิจารณาประยุกต์ ใช้ได้ แต่หากจะพึงมีสิ่ง หนึ่งประการใดขาดตกบกพร่องผู้เขียนก็ต้องขออภัยไว้ณ ที่นี้ แต่ผู้เขียนและคณะ ส.ธ.ย.ในเขตปกครองที่ ๒ จะเพียร พยายามนำ ข้อเสนอดังกล่าวมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อส่วนรวมต่อไป ด้วยอำ นาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบารมีธรรมคือ คุณความดีที่พวกเราได้สั่งสมอบรมมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่ง ปัจจุบัน ตลอดทั้งพลังแห่งความสามัคคีของพวกเราชาว ส.ธ.ย. ได้ร่วมด้วยช่วยกันบำ เพ็ญมาแล้ว ขอพลังทั้ง ๓ พึงมา รวมกันเป็นตปะเดชะให้ส.ธ.ย. ดำ รงอยู่คู่พระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรปตลอดไปชั่วกาลนานเทอญฯ ด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต พระเทพกิตติโมลี ประธานสงฆ์วัดศรีนครินทรวราราม รองประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) รูปที่ ๑


33 ก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ ๒ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ************** “ในวันที่สังขารไม่เป็นดังใจ ในวันที่สังขารถูกชรา และพยาธิเบียดเบียน วันนี้ ๑๐ ปีบริบูรณ์แล้ว ก้าว ย่างสู่ทศวรรษที่ ๒ ของ ส.ธ.ย.” ณ วันนี้ย้อนมองไปในอดีตเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ยามที่ไฟแห่งปณิธานการเผยแผ่พระศาสนายังแรงกล้า ได้พร้อมใจกับพระธรรมทูตทั่วยุโรป ตั้งองค์กร “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป อักษรย่อว่า ส.ธ.ย. ขึ้น” เริ่มแต่ประชุมปรึกษากันในงานทำ บุญสตมวาร หลวงตาสวีเดน หรือ พระราชรัตนรังษี (จำ นงค์ชุตินฺธโร) ก้าวย่างต้น ๆ นั้น เป็นก้าวย่างที่ไม่อาจคาดคิดว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต หลังจากนั้น เป็นการเข้าร่วมประชุมคณะ กรรมการฝ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่คณะกรรมการจัดตั้งองค์กรพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ศึกษาระเบียบ กฎกติกาของ สมัชชา สงฆ์ไทย และข้อกฎหมายต่าง ๆ จนก่อเกิดเป็น “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” หลังจากนั้นก็ตระเวนประชุม ปรึกษา แก้ไขปัญหา ร่วมกันขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ในทวีปยุโรป หรือดินแดนตะวันตกแห่งนี้ ในฐานะ รองประธานคณะนี้กรรมการบริหารฯ รูปที่ ๒ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงบัดนี้ เป็น ๑๐ ปีที่แม้นงานพระศาสนาในแต่ละวัด แต่ละวัน ของพระธรรมทูตทั่วยุโรป เป็นงานพระศาสนาที่ ไม่อาจเรียกได้ว่าสบายนัก ดังที่ทราบกันดีว่าเกือบทุกวัดต้องจัดงานเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ ๑ งานใหญ่ ไม่รวมงาน โปรดญาติโยมตามที่ต่าง ๆ ทั้งคิด ค้นคว้า สร้างงาน พัฒนางานอีกสารพัด แต่นั้นเพื่อความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ และ ความงดงามของสงฆ์๑๐ ปีที่พากเพียรเพื่อการณ์นี้ สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ นำ มาซึ่งความสุข พุทธพจน์บทนี้ เป็นอมตพจน์ที่ ได้ใช้เป็นหลักที่การ ในการทำ งานประกาศพระศาสนา ในฐานะพระธรรมทูตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่กว่าพระธรรม ทูตในยุโรป แต่ละวัดห่างไกลกันหลายร้อยกิโลเมตร ห่างกันคนละประเทศ บ้างอยู่ยุโรปตอนกลาง บ้างอยู่สแกนดิเนเวีย จะมาร่วมกันประชุมปรึกษาหารือขับเคลื่อนงานพระศาสนาได้นั้น ย่อมต้องใช้กำลังเป็นอย่างมาก ทั้งกำลังทรัพย์กำลังใจ และกำลังสังขารร่างกาย ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ล้วนเป็นเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อมองย้อนไป ภาพเก่า ๆ เฉิดฉายปรากฏในความคำ นึง เป็นความภาคภูมิใจ อิ่มใจ ปีติใจ อย่างน้อยเรา ก็ได้สร้างอะไรไว้ให้กับพระธรรมทูตรุ่นหลัง “พอได้ทำอะไรไว้ให้กับพระศาสนาและโลกนี้บ้าง” ในโอกาสที่สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ “ก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ ๒ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” ขอส่งความปรารถนาดีความสุข ความเจริญงอกงาม ไพบูลย์ในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งความมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งทางกายและทางใจ ให้กับพระธรรมทูต ทูตทางธรรมของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกรูป จิรํ ติฏฺฐตุ โลกสฺมึสมฺมาพุทฺธสาสนํ ขอพระสัทธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงตั้งอยู่คู่กับโลกตลอดกาลนาน. (พระวิมลศาสนวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ รองประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๒


34 คำ นำ ****************นับแต่วันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นวัน ลงนามประกาศใช้กฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) จนถึงปีนี้(พ.ศ. ๒๕๕๙) สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) มีอายุครบ ๑๐ ปีบริบูรณ์ ถือว่าเป็น ๑๐ ปีแห่งการก่อร่างสร้างตัว เป็น ๑๐ ปี แห่งการก้าวย่างขยับเดิน ขององค์กรที่พระธรรมทูตไทยที่ได้ รับมอบหมายให้มาเผยแผ่พระพุทธศาสนา พยายามรวมตัว กันก่อตั้ง ร่างกฎกติกาในการปฏิบัติงานและทำกิจกรรมร่วม กัน ทั้งภายในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และในทวีปอื่น ๆ ทั่วโลก ตลอดถึงปฏิสัมพันธ์กับองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทย อันเป็นเหมือนบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งมีทั้งครูบาอาจารย์ ผู้ บังคับบัญชา เป็นที่ทราบกันดีว่า พระธรรมทูตไทยที่มาทำ หน้าที่ในต่างแดนนั้น ต้องแบกรับ ๓ สถาบันหลักของไทยไว้ บนบ่า ต้องฟันฝ่ากับปัญหาอุปสรรคสารพัด ทั้งเรื่องกฎหมาย ภาษา วัฒนธรรมความเชื่อสภาพอากาศ และความทุกข์ของ แต่ละรูปละนาม ทุกท่านที่เป็นพระธรรมทูตในทวีปยุโรปต่าง ก็ต้องมีส่วนรับรู้ และมีส่วนเข้าไปเป็นที่พึ่งของสาธุชน เพื่อ แก้ไขปัญหาสารพัดที่เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพระธรรมทูตไทย ระดับผู้นำ ก็ยังพยายามรวมตัวกันก่อตั้งองค์กรขึ้นมาในนาม “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.)” หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “บันทึกเรื่องราว ๙ ปีส.ธ.ย.” มีเจตนาจะนำ เสนอเรื่องราวว่า ๙ ปีที่เริ่มก่อตั้งจวบจนถึง ปัจจุบันนี้ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งดูตาม วัตถุประสงค์ที่แยกเป็นวิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) ทั้ง ๗ ข้อแล้ว ถือว่า “เป็นองค์กรเพื่อการประชุมและ ร่วมมือช่วยเหลือพระธรรมทูตและพุทธ-ศาสนิกชนชาวไทย” มากกว่าที่จะเป็นองค์กรเพื่อการปกครอง หรือให้คุณให้โทษ แก่กันและกัน เพราะในความเป็นจริงเราก็มีองค์กรปกครอง อย่างนี้อยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ในอนาคตก็อาจมีการ เปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวการณ์ หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะตอบคำ ถามในใจของท่านผู้ อ่านว่า ๙ ที่ผ่านมา “เรา” สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้สร้างร่องรอยจารึกเล็กๆ ไว้ในประวัติศาสตร์ แห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรป โดยผ่านการ ประชุม และการดำ เนินกิจกรรมต่างๆ ท่ามกลางความยาก ลำ บากของกฎหมาย ภาษา ภูมิอากาศ และสภาพพื้นทีที่มี ความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทำ ให้การปฏิบัติศาสนกิจ ของแต่ละรูป แต่ละวัดเป็นไปได้เร็วบ้าง ช้าบ้าง แตกต่างกัน ไป และกำลังจะทำอะไรต่อไปในอนาคต จึงใคร่ขอเชื้อเชิญ ทุกท่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ด้วยการเป็นกำลังหลักในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา โดยภาคราชการก็เป็นทูตในองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เพื่อสื่อสิ่งดีๆของประเทศไทย และรักษาผล ประโยชน์ของประชาชนชาวไทย ฝ่ายพสกนิกรชาวไทยทุก ท่านก็สามารถเป็นทูตทางวัฒนธรรม เพื่อสื่อสิ่งดีงามแก่ชน ท้องถิ่น ส่วนพระธรรมทูตหรือทูตทางธรรมนั้นก็จงพยายาม ทำ หน้าที่ของตนๆ ให้สุดความสามารถ ทั้งนี้ เพื่อน้อมถวาย เป็นพุทธบูชาแด่องค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ขออนุโมทนากับทุกรูปทุกท่านมีพระเดชพระคุณ พระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. พระเดชพระคุณพระเทพ กิตติโมลีรองประธาน ส.ธย. และเจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรว ราราม คณะกรรมการบริหารและสมาชิก ส.ธ.ย. ทุกท่าน ที่ มีส่วนร่วมให้หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นมา เพื่อเป็นบรรณาการแก่ พระเถรานุเถระและแขกผู้มีเกียรติทั่วไป ที่มาประชุมสมัยสา มัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ของสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป วันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ศกนี้ที่ วัดศรีนครินทรวราราม รับเป็นเจ้าภาพ ขออำ นาจคุณพระศรีรัตนตรัยอภิบาลปกป้อง คุ้มครองทุกท่าน มีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง และ เจริญในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดไป เทอญ. ด้วยไมตรีจิตและอนุโมทนา (พระครูเมธีชยาภิวัฒน์) เลขานุการ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป กองบรรณาธิการ


สารบัญ 35 **************** หน้า สาสน์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และสาสน์ ๒๑ วรคติพจน์ ๒๘ สาราณียพจน์ ๑๐ ปี ส.ธ.ย. พอมีส่ิงที่ควรคำ นึง ๒๙ ก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ ๒ ๓๓ คำ นำ ๓๔ คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐) ๓๖ ภาคปฐม “ก่อเกิดและตั้งตัว “ส.ธ.ย.” ก่อน พ.ศ ๒๕๔๙ และ พ.ศ. ๒๕๔๙” ๓9 ๑.๑ ก่อเกิดและตั้งตัว “ส.ธ.ย.” ๔๐ - มติมส.การจัดตั้งองค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๔๖ ๑.๒ กฎระเบียบ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ๔๗ ๑.๓ คำกล่าวเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ ของ พระพรหมวชิรญาณฯ ๕๙ ภาค ๒ เริ่มก้าวย่างและขยับเดิน พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๗ ๗7 ๒.๑ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๑/๒๕๔๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ ๗๙ ๒.๒ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๒/๒๕๔๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ ๘๒ ๒.๓ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๓/๒๕๕๒ ณ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ๘๖ ๒.๔ บันทึก การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๒ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ๙๑ ๒.๕ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๔/๒๕๕๓ ณ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ๙๕ ๒.๖ บันทึก การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๓ ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ ๑๐๓ ๒.๗ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๕/๒๕๕๔ ณ วัดพุทธปิยวราราม เยอรมนี ๑๐๘ ๒.๘ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๖/๒๕๕๕ ณ วัดพุทธาราม สวีเดน ๑๐๔ ๒.๙ สรุป การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๖ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ๑๒๐ ๒.๑๐ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๗/๒๕๕๖ ณ วัดธรรมวิหาร เยอรมนี ๑๒๒ ๒.๑๑ บันทึก การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๗ ณ วัดสันติวราราม เยอรมนี ๑๒๗ ๒.๑๒ บันทึก การประชุมสามัญฯ ๘/๒๕๕๗ ณ วัดธัมมปทีป เบลเยียม ๑๓๒ ๒.๑๓ บันทึก การประชุมวิสามัญ ๒/๒๕๕๗ ณ วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ออสเตรีย ๑๓๗ ๒.๑๔ รวมประกาศ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๑๔๑ ภาค ๓ รายงานประจำ ปี ๒๕๕๘ (ปีที่ ๙) 1๕1 ๓.๑ รายงาน การประชุมสมัยสามัญฯ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ๑๕๓ ๓.๒.๑ สรุป การประชุมฯ วิสามัญ ๑/๒๕๕๘ ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ๒๑๔ ๓.๒.๒ สรุป การประชุมฯ วิสามัญ ๒/๒๕๕๘ ณ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ๒๑๘ ๓.๒.๓ สรุป การประชุมฯ วิสามัญ ๓/๒๕๕๘ ณ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ๒๒๒ ๓.๒.๔ รายงาน การประชุมฯ วิสามัญ ๔/๒๕๕๘ ณ วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ๒๒๔ ๓.๓ รายงานการเข้าร่วมกิจกรรม ของ ส.ธ.ย. ๒๓๖ ๓.๓ นามผู้ได้รับการถวายมุทิตาจิต ในคราวประชุม สมัยสามัญฯ ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ๒๔๐ ภาค ๔ สมาชิกภาพปัจจุบันและพันธมิตร 2๔1 ๔.๑ ประวัติและกิจกรรม ๒๙ สมาชิกประเภทสามัญองค์กร ๒๔๓ ๔.๒ สมาชิกประเภทสามัญบุคคล ๓๐๔ ๔.๓ พันธมิตร (วัดหรือสมาคม ที่มีพระธรรมทูตไทยมาปฏิบัติศาสนกิจ ในยุโรป) ๓๐๘


36 คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐) ประธาน พระเทพพุทธิมงคล วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ พระโพธิคุณวิเทศ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน พระมหาวิทยา อภิชฺชโว วัดพุทธธรรม กราซ พระบัญฑิต ญาณธีโร วัดพุทธาราม ซุนซวาลล์สวีเดน รองประธาน รูปที่ ๑ พระเทพกิตติโมลี วัดศรีนรคินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม รองประธาน รูปที่ ๒ พระวิมลศาสนวิเทศ วัดไทยนอร์เวย์ นอร์เวย์ พระครูภาวนาพุทธวิเทศ วัดพุทธปิยวราราม เยอรมนี คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐)


คณะกรรมการบริหาร 37 สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐) คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐) เลขานุการ เหรัญญิก พระครูเมธีชยาภิวัฒน์ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระมหาอนุศักดิ์ จนฺทสีโล วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ วัดไทยออสเตรียธรรมาราม พระครูปลัดไพบูลกิจ อคฺควิปุโล วัดสมเด็จ เยอรมนี พระครูกิตติธรรมวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระครูสุตพุทธิธัช วัดพุทธาราม สวีเดน พระครูสุตพุทธิรัตน์ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์


ภาค ปฐม ก่อเกิดและตั้งตัว “ส.ธ.ย.” ก่อน พ.ศ. ๒๕๔๙ - และ พ.ศ. ๒๕๔๙ สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป [ส.ธ.ย.] The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.]


40 ภาค ปฐม [๑.๑] ก่อเกิด และตั้งตัว ส.ธ.ย. บริบทสหภาพยุโรป และ คนไทยในทวีปยุโรป ทวีปยุโรปแม้จะเป็นทวีปที่เล็กเมื่อเทียบกับทวีปอื่น เช่น อเมริกา แต่ก็ประกอบไปด้วยหลายประเทศรวมอยู่ด้วย กัน แต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันไปในหลายๆ ด้าน หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วก็จะเห็นความแตกต่าง กันอย่างชัดเจนเป็นอันมาก ทั้งทางด้านภูมิประเทศ อากาศ กฎหมาย การนับถือศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นต้น โดยเฉพาะการนับถือศาสนานั้นประชากรในทวีป ยุโรปส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์มาเป็นเวลาช้านาน เป็นที่ทราบกันดีว่า ในสายตาของชาวไทย ทวีปยุโรป โดยเฉพาะแล้วยุโรปตอนกลาง มีความเจริญก้าวหน้าทางด้าน วิทยาการต่าง ๆ อาทิการแพทย์ การทหาร อุตสาหกรรม ดังปรากฏ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ พระองค์ เสด็จมาทรงรักษาพระวรกาย ในคราวทรงพระประชวร แล้ว ได้นำ เอาวิทยาการต่าง ๆ ไปใช้ในประเทศไทย อาทิ การ รถไฟ การแพทย์ การทหาร สถาปัตยกรรม ตลอดจนระบบ อื่น ๆรวมทั้งความร่วมมือต่างๆ ที่ปรากฏในประเทศไทยจาก รัฐบาลในทวีปยุโรปตอนกลาง เช่น โรงเรียน “เทคนิคไทยเยอรมัน” ซึ่งก็คือ สถาบันพระจอมเกล้าฯ พระนครเหนือใน ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางด้านต่าง ๆ เหล่านั้น เป็นความ ใฝ่ฝันให้คนไทยส่วนหนึ่ง เมื่อโอกาสพร้อมก็ส่งบุตรหลานมา เรียน หรือ หาช่องทางมาประกอบสัมมาอาชีพ มาดำ เนิน ชีวิตในประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับ แต่ละบุคคลแต่ละท่าน บ้างก็มาแต่งงาน บ้างก็มาทำ งาน แต่ หลายท่านก็เดินทางมาแบบเรียกว่า ไปตายเอาดาบหน้า ท่าน เหล่านั้น บางท่านก็ประสบความสำ เร็จในด้านต่าง ๆ และมี โอกาสกลับประเทศไทยอยู่เสมอ บางท่านก็ไม่ประสบความ สำ เร็จเท่าที่ควร พระพุทธศาสนา สิ่งสำ คัญที่สุดสำ หรับชีวิต ในยามที่ชีวิตขาดที่พึ่งทางด้านจิตใจ ยามห่างไกล บ้านเกิดเมืองนอน ห่างไกลจากญาติมิตร ในความประสบ ภัยพิบัติต่าง ๆ จะนึกถึงบรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว พระพุทธ ศาสนา ที่เคยเป็นที่ปลอบประโลมจิตใจให้กลับมาเบิกบาน พาผ่านข้ามทุกข์ดังกล่าว ก็ยังห่างไกล คือ มีปรากฏใน ประเทศไทยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกิจกรรมของชาวไทย ที่มาตั้งรกรากในทวีปยุโรป บางกลุ่มก็รวมตัวกันเป็นกลุ่ม สวดมนต์ บางกลุ่มก็จัดตั้งพุทธสมาคมขึ้น ดำ เนินกิจกรรม ทางพระพุทธศาสนา จัดงานปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานต่าง ๆ รวมไปถึง กราบนิมนต์พระเถระ พระธรรมทูตมาปฏิบัติศาสน กิจเป็นครั้งคราว พร้อมกับศึกษาช่องทางในการจะสร้าง เป็นวัด เป็นศูนย์รวมจิตใจ บำ บัดทุกข์ที่เกิดขึ้น ให้เกิดความ อบอุ่นได้ พร้อมกันนี้ สถานการณ์พระพุทธศาสนาในส่วน ของชาวยุโรปเอง ก็มีการจัดตั้งสมาคม เกิดองค์กรการศึกษา พระพุทธศาสนาอย่างแพร่หลาย จากหลายเหตุ หลายปัจจัย อาทิ (๑) งานเขียนของ อัลเบิร์ต ไอน์ไสต์ที่มหา วิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์เรื่อง “The Human Side “ ใน ช่วง ๑ ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั้น ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัล โนเบลผู้นี้ได้กล่าวว่า The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all


41 things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If thereis any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein) “ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนา สากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะ เว้นคำสอนแบบสิทธันต์ (คือเป็นแบบสำ เร็จรูปที่ให้เชื่อตาม เพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา (คือพึ่งเทวดาเป็นหลัก ใหญ่) ศาสนานั้น เมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึง ควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำ นึกทางศาสนา ที่เกิดขึ้นจาก ประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่าง เป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อ กำ หนดนี้ได้...ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการ ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็น พระพุทธศาสนา” (๒) กระแสของหนังสือ ประทีปแห่งเอเชีย (อังกฤษ: The Light of Asia) แต่งโดยเซอร์ เอดวินด์อาโน ลด์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในลอนดอน เมื่อกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๒ ในรูปแบบของโคลงประพันธ์ กล่าวถึงพระพุทธประวัติของ พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นหนังสือที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในยุโรป ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นหลายภาษา กระแสพระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปดังกล่าว เกิดขึ้น อย่างกว้างขวาง มีนักวิชาการต่างๆให้ความสนใจศึกษาอย่าง แพร่หลาย ก่อเกิดสมาคมต่าง ๆ มากมาย ศึกษาและปฏิบัติ ตามแนวพระพุทธศาสนา แบบเถรวาทก็มี แบบเซนจากญี่ปุ่น แบบมหายาน จากธิเบต ก็มีเป็นต้น พระธรรมทูตไทย สู่ยุโรป วัดไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ พระราช สิทธิมุนี(โชดก ญาณสิทฺธิป.ธ.๙) พร้อมด้วยพระมหาวิจิตร ติสฺสทตฺโต พระธรรมทูตไทย ได้มาประกาศพระศาสนา ในสห ราชอาณาจักร หลังจากมีการติดต่อประสานงานและเตรียม การตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๑ จนเกิดเป็นวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ดังรายละเอียดปรากฎในประวัติวัดพุทธประทีป ถัดนั้นมา พระธรรมทูตจากวัดพุทธปทีป ได้เดินทาง พบปะสมาคมชาวพุทธในประเทศต่างๆ ในยุโรป สอนวิปัส สนากัมมัฏฐาน ปาฐกถาตอบปัญหาธรรมะ เป็นอาทิดังปรากฏ ในอมตนิพนธ์เรื่อง “เมื่อพระไทยสอนฝรั่ง” ของอาจารย์วรศักดิ์ จนฺทมิตโต ศิษย์ในสำ นักของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระ ธรรมธีรราชมหามุนี (พระมหาโชดก ญาณสิทฺธิป.ธ.๙) พร้อมกันนี้ในระยะเวลาเดียวกัน กลุ่มคนไทยที่มี ความสัมพันธ์กับพระมหาเถระในวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย อาทิวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชโอรสาราม วัดจักรวรรดิ ราชาวาส ได้ไปกราบขอความเมตตาพระมหาเถระให้ส่งพระ ภิกษุ ผู้มีความสามารถไปเป็นพระธรรมทูตในประเทศต่างๆ พร้อมกับให้ความอุปถัมภ์ในปัจจัย ๔ กับพระธรรมทูตทั้ง หลายเหล่านั้น อนึ่ง นอกจากนิมนต์พระจากวัดใหญ่ๆดังกล่าวแล้ว ข้างต้น บ้างก็ไปนิมนต์พระธรรมทูตที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว มีความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ ให้มาเป็นหลัก เป็นที่พึ่ง ของสาธุชนในสมาคมที่ได้ตั้งขึ้นแล้ว และรวมตัวกันตั้งเป็น สมาคมในโอกาสที่พระมาถึงแล้วบ้างก็มี เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า วัดพุทธปทีป กรุง ลอนดอนได้สร้างขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นวัดในความอุปถัมภ์ ของรัฐบาลไทย วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ประกอบพิธี เปิดวัดครั้งแรก ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ กระแสเปิดวัดดังกล่าว นอกจากตัวอย่างทั้ง ๒ วัดนี้ วัดที่ถือได้ว่าเป็นวัดยุคแรกของ ยุโรป คือ วัดพุทธาราม สวีเดน วัดไทยในประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ วัดไทยเบอร์ลิน วัดไทยเดนมาร์ก (ปัจจุบันวัดเหล่า นี้ อาจจะนับปีที่ได้ที่ตั้งถาวรซึ่งไม่ได้นับแต่ปีที่เริ่มต้นแรกมา ทำ ให้มีการนับอายุไม่มาก อาทิ วัดศรีนครินทรวราราม นับ


42 ปีแรก ในปีพ.ศ. ๒๕๓๙ ปีที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเสด็จพระราชดำ เนินมาเปิดวัด หากจะ นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวัดไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ และถ้าจะนับตั้งแต่การเริ่มจดทะเบียนสมาคมก็ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗ นี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นวัดที่เกิดโดยรัฐบาล และวัดเกิดจากสาธุชนนิมนต์พระธรรมทูตมาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นที่พึ่งของญาติโยม ทั้งโดยนิมนต์จากวัดใหญ่ หรือ นิมนต์ จากพระธรรมทูตที่รู้จักกัน สุดท้ายแล้ว ก็ได้พระธรรมทูตมา เป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อมีพระมาปฏิบัติศาสนกิจแล้ว ที่พักอาศัยของ พระธรรมทูต สถานที่ประกอบศาสนพิธี ประกอบกิจทาง พระศาสนาของพระธรรมทูต ก็จึงเป็นเรื่องจำ เป็น เกิดการ เช่าบ้าน การเช่าอพาทเม้นท์ เพื่อประกอบกิจกรรมดังกล่าว และเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีไทย จึงมีการตั้งชื่อเป็นไทย ว่า “วัด” แม้จะจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายท้องถิ่น ประเทศนั้น เป็นองค์กร เป็นสมาคม ก็ตาม วัดในทวีปยุโรปจึง ได้เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ บทบาทที่ยิ่งใหญ่ของพระธรรมทูต พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติศาสนกิจในยุคแรก ๆ นั้น ผ่านความยากลำ บากด้านต่าง ๆ เช่นการปรับตัวกับสภาพ แวดล้อมของภูมิอากาศ การต่อสู้กับกิเลสของมนุษย์ ความ ไม่เข้าใจ ทัศนะคติความรู้ และบริบทอื่น ๆ ต้องบริหาร วัดให้มีปัจจัยพอจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเครื่องทำความอบอุ่น ค่า เช่าและค่าใช้จ่ายอื่น อาทิค่าประกันสุขภาพของพระ เป็นต้น รวมทั้งต้องจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และสังคม เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อความสามัคคี เพื่อเผยแผ่ วัฒนธรรมไทย ดังตัวอย่างกิจกรรมในแต่ละเดือนของวัดทั่ว ๆ ไป ในยุโรป คือ มกราคม จัดงานต้อนรับปีใหม่ งานวันเด็ก งานแลกของขวัญ กุมภาพันธ์ - มีนาคม ตรุษจีน และ วันมาฆบูชา เมษายน งาน สงกรานต์ พฤษภาคม งาน วิสาขบูชา มิถุนายน งานทำ บุญฉลองวัด งานบวชสามเณร ภาคฤดูร้อน กรกฎาคม งานเข้าพรรษา ถวายเทียน ถวาย ผ้าอาบน้ำฝน สิงหาคม งานวันแม่แห่งชาติ งานปฏิบัติธรรม ประจำ ภาคฤดูร้อน กันยายน งานวันสารทไทย ตุลาคม งานออกพรรษา งานทำ บุญเทศมหาชาติ วันตักบาตร เทโวโรหนะ พฤศจิกายน งานทอดกฐินประจำ ปี ธันวาคม งานวันพ่อแห่งชาติงานลอยกระทง และงานส่งท้ายปีเก่า นอกจากนี้ บางวัดยังมีกิจกรรมด้านการเรียนการ สอนโรงเรียนพุทธศาสนาวันเสาร์ โรงเรียนพุทธศาสนาวัน อาทิตย์ การสอนภาษาไทย การสอนภาษาท้องถิ่นให้กับคน ไทย เช่น ภาษาเยอรมัน ภาษาเนเธอร์แลนด์ การสอนแกะ สลัก นาฏศิลป์ไทย ดนตรีไทย เป็นต้น ให้กับลูกหลานไทย และชาวท้องถิ่นที่สนใจ พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติศาสนกิจในวัดต่าง ๆ ส่วน ใหญ่มาด้วยกันเพียง ๑-๒ รูป บางวัดมีมากก็ไม่เกิน ๖ รูป ต่อวัด เมื่อมีศาสนกิจมากมาย ดังกล่าวข้างต้น ในศาสน กิจที่ต้องใช้พระสงฆ์มากกว่าที่วัดมีก็จะมีการนิมนต์วัดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีศาสนกิจโปรดสาธุชนทั่วไปในทั่วทวีปยุโรป ตามแต่สาธุชนท่านนั้น ๆ จะคุ้นเคยกัน ข้ามประเทศบ้างก็มี สังฆะสู่ความสามัคคี สู่การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ด้วยความร่วมมือกันระหว่างวัดต่อวัด ทำ ให้มีการ ถ่ายทอดปัญหา และแนวทางแก้ไขต่อกันระหว่างวัด ซึ่ง ปัญหาเริ่มต้นแทบทุกวัดจะมีส่วนคล้ายคลึงกัน พระธรรมทูต รุ่นแรกเริ่ม จึงได้พยายามจัดประชุม โดยจัดนิมนต์พระธรรม ทูตทั่วยุโรป ให้มาร่วมประชุมกัน โดยอ้างกิจนิมนต์เป็นเนื้อ นาบุญให้กับญาติโยมได้ทำ บุญกับพระจำ นวนมาก เช่น เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน จัด ประชุมสงฆ์ยุโรป ในคราวทำ บุญงานฉลองก่อตั้งวัดครบรอบ ๕ ปี(นับจาก พ.ศ. ๒๕๓๘) โดยได้มีการนิมนต์ทั้งฝ่ายธรรม ยุตินิกายและมหานิกาย ในขณะเดียวกัน ก็เกิดความพยายาม จาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ปรารภกับ พระ ราชกิตติโมลี (พระเทพกิตติโมลี ปัจจุบัน) เจ้าอาวาสวัดศรี นครินทรวราราม โดยท่านรองอธิการบดีฯ พระศรีปริยัติโมลี (ปัจจุบันพระราชปัญญาเมธี) ให้มีการจัดประชุมสัมมนาพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในคราวที่พระราชกิตติโมลีไปเป็น วิทยากรอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ณ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓


43 ในฐานะ อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ รูปแรกของมหาวิ ทยาลัยฯ และเป็นพระธรรมทูตผู้ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ ยาวนาน การประสานงานกันระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย และวัดศรีนครินทรวราราม จึงได้เกิด ขึ้น และมีการประสานกัน จนเกิดการประชุมสัมมนาพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ขึ้น ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๓ – ๒๕๔๕ เกิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการของพระธรรมทูต สายต่างประเทศ (กลุ่มประเทศยุโรป) เรื่อง “พระธรรมทูต ไทยในทศวรรษวิกฤติโลก”ในระหว่างวันที่ ๘-๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยวัดศรีนครินทรวราราม เป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ การประชุมทั้งหมด ในการประชุมสัมมนาครั้งนั้น พระพรหมวชิร ญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร พระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นบุกเบิก ใน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมตตาให้โอวาทเปิดการสัมมนา และ บรรยายพิเศษ (ดังรายละเอียดหน้า ๓๕ เป็นต้นไป) ๑๗ ข้อสรุปจากการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และ ๑ มติก้าวสำ คัญของ ส.ธ.ย. การประชุมสัมมนาดังกล่าว ได้ข้อสรุปการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในยุโรป จำ นวน ๑๗ ข้อ และถือเป็นมติจาก ที่ประชุม เพื่อนำสู่การเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำ ไปสู่ การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ๑. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็น ลักษณะในเชิงรับ ควรปฏิบัติการในเชิงรุกด้วย ๒. การเผยแผ่เป็นเรื่องจำ เป็นและควรให้ความสนใจ เอาใจใส่แก่อนุชนรุ่นหลัง ๓.ควรเน้นคนทุกฝ่ายคือทั้งชาวไทยคนท้องถิ่นและ ชาวต่างชาติ ๔. ให้เข้าไปมีบทบาทประสานงานกับภาครัฐบาล เอกชนและหน่วยงานอื่น ๆ ที่ประเทศนั้น ๆ ๕. ให้เข้าไปประสานสัมพันธ์กับองค์กรศาสนาและ ศาสนิกอื่น ๆ ๖. นอกจากจะมีจริยา ๓ (พุทธัตถะจริยา,โลกัตถะ จริยาและญาตัตถะจริยา)แล้วควรเพิ่มอัตตัตถะจริยาคือการ พัฒนาตนเองของพระธรรมทูตด้วย ๗. ควรจัดสอนธรรมศึกษาภาคภาษาอังกฤษ ชั้น ตรี โท เอก ให้แก่ชาวต่างชาติ (จัดที่วัดพุทธวิหาร แอสตั้น เบอร์ มิ่งแฮม (ปัจจุบันเป็นวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร) เป็นวัด นำ ร่องดำ เนินการ) ๘. จัดเอกสารและสื่ออีเล็คทรอนิคเพื่อเผยแผ่ พระพุทธศาสนาภาคภาษาอังกฤษ ๙. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ควรมี โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์หรือนักศึกษากับมหาวิทยาลัย อื่น ๆ ในยุโรป เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย ๑๐. ควรให้มีโปรแกรมการสอนวิปัสสนากรรมฐาน ในวัดเป็นประจำ ๑๑. ให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หาข้อมูลให้ความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่สนใจในการปฏิบัติ ในประเทศไทย ๑๒. เป็นศูนย์ผลิตสื่อเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๑๓. วิทยากรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย ออกบรรยายและสอนตามวัดต่าง ๆ ในต่างประเทศ ๑๔. ตั้งมหาวิทยาลัยธรรมทูตสังกัดมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อฝึกอบรมพระธรรมทูต ระยะสั้น ปานกลาง และยาว ทั่วไป ระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญาและปริญญาตรีขึ้นไป และอาจมีโปรแกรมฝึกเพิ่ม เติมกับวัดไทยในต่างประเทศ ๑๕. ให้กรมการศาสนารับรองประกาศนียบัตรธรรม ศึกษา ตรีโท เอก ๑๖. ให้มหาวิทยาลัย,กรมการศาสนาและคณะสงฆ์ จัดตั้งศูนย์ศึกษาฝึกอบรมพระพุทธศาสนา จัดให้มีการฝึก บรรยายอบรมกัมมัฏฐาน และสอนพุทธศาสนาแก่ชาวต่าง ชาติผู้ประสงค์จะศึกษาพุทธศาสนาในประเทศไทยและเป็น ฐานปฏิบัติการของพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ๑๗. จะเปิดทำการสอนพระพุทธศาสนา Buddhist Studies ระดับ Certificate/Diploma หลักสูตรภาษาอังกฤษ ของ มจร. โดยจะเสนอติดต่อมหาวิทยาลัย มจร. อีกครั้ง


44 คณะกรรมการประสานงานพระธรรมทูต นอกจากนี้ในที่ประชุมสัมมนาดังกล่าว ยังได้คัดเลือกพระธรรมทูตผู้เข้าร่วมสัมมนา และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงาน พระธรรมทูตในทวีปยุโรป ขึ้น จำ นวน ๖ รูป ประกอบด้วย ๑. พระมหาเหลา ปญฺญาสิริ(พระปัญญาพุทธิวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหารแอสตัน (ปัจจุบัน : วัดมหาธาตุสห ราชอาณาจักร) ประเทศอังกฤษ ๒. พระมหาวิชาการ ปญฺญาธโร วัดพุทธปทีป กรุง ลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ลาสิกขาแล้ว) ๓. พระครูปลัดก้องเกียรติ ชินุตฺตโม (พระครูกิตติ ธรรมวิเทศ) วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ๔. ดร. พระมหาวิสุทธิ์ โชติญาโณ (พระสุธีญาณ วิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม ๕. พระมหาพยอม สุทสฺสโน (พระโพธิคุณวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ๖. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม วัดไทยเดนมาร์ก พรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป อเมริกา และพระ มหาเถรผู้เกี่ยวข้องกับการเผยแผ่ในต่างประเทศ ในยุโรป ครั้งใหญ่ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้มีการประชุมพระ ธรรมทูตยุโรป ไทย อเมริกา และสหราชอาณาจักร ในคราวทำ บุญสตมวาร พระราชรัตนรังษี หรือหลวงตาสวีเดน (จำ นง ชุ ตินฺธโร) ณ วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ในการประชุมครั้งนี้พระราชกิตติโมลี(ปัจจุบัน : พระ เทพกิตติโมลี) ได้เสนอที่ประชุมว่า ต้องการให้ทวีปยุโรปรวม คณะสงฆ์เป็นองค์กรเดียวกัน ซึ่งหมายถึงประเทศอังกฤษด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้องค์กรคณะสงฆ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ที่น่า จะนำ มาพิจารณาประกอบก็คือ ทวีปยุโรปกับทวีปอเมริกามี ความแตกต่างกันหลายด้าน เช่น ด้านกฎหมาย เป็นต้น ทวีป อเมริกาเป็นทวีปใหญ่ก็จริง แต่ก็เป็นประเทศเดียวกัน ส่วน ทวีปยุโรปแม้จะเป็นทวีปที่เล็กเมื่อเทียบกับทวีปอเมริกา แต่ก็ มีหลายประเทศอยู่รวมกัน แต่ละประเทศก็มีกฎหมายแตกต่าง กันไป หากจะจดทะเบียนให้ถูกต้องแล้วควรพิจารณาให้ดี และ จะต้องใช้กฎหมายของประเทศนั้นๆเป็นฐานในการจดทะเบียน องค์กรสงฆ์ นอกจากนั้น คณะสงฆ์ในยุโรปควรจะมีบทบาท ต่อวัดที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ในอนาคต ต้องมีกฎระเบียบเพื่อให้เกิด การนำ ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกหลาย ประเด็น โดยที่ประชุมเห็นว่า (๑) คณะทำงานชุดเดิมยังมีไม่เพียงพอ อาจเป็น อุปสรรคต่อการทำงานได้ ที่ประชุมจึงเสนอให้มีการแต่งตั้ง คณะทำงานเพิ่มเติมอีก ๒ รูป คือ ๑. พระครูปลัดสำรวจ กมโล (ปัจจุบัน คือ พระวิมล ศาสนวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ และ ๒. พระมหาบุญทิน ปุญญธโช (ปัจจุบัน คือ พระครูสุตพุทธิธัช) วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน เพื่อทดแทน พระมหาวิชาการ ปญฺญาธโร (๒) เห็นควรเปลี่ยนชื่อ คณะกรรมการประสานงาน พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เป็น คณะทำงานก่อตั้งคณะ สงฆ์ไทยในทวีปยุโรป เพื่อความชัดเจนในการทำงาน (๓) เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะ ทำงานจัดตั้งสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป ตาม (๒) จำ นวน ๗ รูป ประกอบด้วย ๑. พระราชพุทธิวิเทศ (ปัจจุบัน : พระเทพพุทธิ มงคล) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ๒. พระราชกิตติโมลี (ปัจจุบัน : พระเทพกิตติโมลี) เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ๓. พระภาวนากิจโกศล (ปัจจุบัน : พระราช ภาวนาวิมล) เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป ประเทศอังกฤษ ๔. พระมหาสุทัศน์ สุริโย วัดวชิรธรรมประทีป ประเทศสหรัฐอเมริกา ๕. พระสุทธิพงษ์ สุทฺธิวโสํ (ปัจจุบัน : พระวิสุทธิวงศ์วิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ๖. พระครูวิจิตรสุนทร (ปัจจุบัน : พระครูโรจน์ ภาวนาวิเทศวิ. ชัชวาล) วัดพุทธบูชา ประเทศฝรั่งเศส ๗. พระมหาวินัย ปุญฺญญาโณ (ปัจจุบัน : พระวิเทศพรหมคุณ) วัดพรหมคุณาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา


45 คณะทำ งานก่อตั้งคณะสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป ประชุมนัดแรก วันถัดมา คือ วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๖ คณะ ทำ งานก่อตั้งคณะสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป ได้มีการประชุมกัน ณ วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน เพื่อมอบหมายหน้าที่ซึ่ง กันและกัน โดยที่ประชุมได้มีมติดังนี้ ๑. พระครูปลัดสำ รวจ กมโล (ปัจจุบัน : พระวิมล ศาสนวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ เป็นหัวหน้าคณะ ทำ งาน ๒. พระมหาเหลา ปญฺญาสิริ(ปัจจุบัน : พระปัญญา พุทธิวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหารแอสตัน (ปัจจุบัน : วัด มหาธาตุสหราชอาณาจักร) ประเทศอังกฤษ เป็นรองหัวหน้า คณะทำ งาน รูปที่ ๑ และมีหน้าที่ร่างวัตถุประสงค์ของการ ก่อตั้งองค์กรสงฆ์ ๓. ดร. พระมหาวิสุทธิ์ โชติญาโณ (ปัจจุบัน : พระสุธีญาณวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศ เบลเยียม เป็นรองหัวหน้าคณะทำ งานรูปที่ ๒ มีหน้าที่ร่าง กฎระเบียบขององค์กรสงฆ์ ๔. พระครูปลัดก้องเกียรติ ชินุตฺตโม (ปัจจุบัน : พระครูกิตติธรรมวิเทศ) วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิต เซอร์แลนด์เป็นคณะทำ งาน ๕. พระมหาพยอม สุทสฺสโน (ปัจจุบัน : พระโพธิคุณ วิเทศ) เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นคณะทำ งานและเป็นเลขานุการ ๖. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม วัดไทยเดนมาร์ก พรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๗. พระมหาบุญทิน ปุญญธโช (พระครูสุตพุทธิธัช) วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ นอกจากนี้ มอบหมายให้ทุกรูป ไปศึกษารูปแบบการ จัดตั้งองค์กรสงฆ์ไทยในต่างประเทศ เพื่อจะนำ ไปสู่การยกร่าง ระเบียบองค์กรสงฆ์ไทยในยุโรป ต่อไป ร่าง กฎระเบียบคณะสงฆ์ไทยในยุโรป คณะทำ งานจัดตั้งสงฆ์ไทยในยุโรป ได้ยกร่าง “กฎ ระเบียบคณะสงฆ์ไทยในยุโรป” และ ได้นิมนต์ผู้เกี่ยวข้องเข้า ประชุม ณ วัดพุทธวิหารแอสตัน เบอร์มิงแฮม (ปัจจุบันเป็น วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร) ประเทศอังกฤษ ในวันที่ ๑๓ – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๖ โดยมีวาระการประชุมดังต่อไปนี้ ๑. เรื่องที่ประธานแจ้งให้ทราบ ๒. พิจารณายกร่างธรรมนูญขององค์กร ๓. ตั้งชื่อองค์กร ๔. เครื่องหมาย / สัญลักษณ์องค์กร ๕. ที่ตั้งสำ นักงานองค์กร เลขหมายโทรศัพท์ / โทรสาร / เวบไซต์/ อีเมล์ ๖. กำ หนดวารการประชุมสมัยสามัญของคณะ กรรมการจัดตั้งองค์กร ๗. อื่นๆ (ถ้ามี) ผลการประชุมครั้งนั้น ได้ร่างกฏระเบียบคณะสงฆ์ ไทยในยุโรป ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดในขณะนั้น และได้มี มติให้ทุกรูปนำ ไปศึกษาข้อกฎหมายของแต่ละประเทศ และ นัดประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ณ วัด พุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในคราวทำ บุญอายุวัฒน มงคล (วันคล้ายวันเกิด) ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระ ราชพุทธิวิเทศ (ปัจจุบันพระเทพพุทธิมงคล) ที่ประชุม พิจารณายกร่างกฎระเบียบองค์กรสงฆ์ ในยุโรปอีกครั้ง และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารของ องค์กรอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเป็นการยื่นเสนอต่อหน่วย งานราชการ คณะกรรมการ ได้นำ เสนอ ร่างกฎระเบียบองค์กร สงฆ์ในยุโรปดังกล่าวต่อพระมหาเถระทั่วโลก ซึ่งได้รับความ เมตตาพิจารณาและเสนอแนะเพิ่มเติม จนได้ข้อสรุปทำ ให้ เกิดเป็น “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.)” ชื่อภาษาอังกฤษว่า “The Union of Thai Sanghas In Europe [TUSE.]” พร้อม ๆ กับการปิดประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๑/๒๕๔๙ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ วัดศรี นครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การจัดตั้ง “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” มหาเถรสมาคมได้รับทราบ ตามมติมหาเถรสมาคมครั้งที่ ๒๒/๒๕๔๙


46


47 [๑.๒] กฎระเบียบ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) นับแต่การก่อตั้งสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปมา (ส.ธ.ย.) สหภาพฯ ได้มีการตรากฎระเบียบขึ้นมาจำ นวน ๒ ฉบับด้วยกันคือ (แปลเป็น ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และ อังกฤษ) (๑) “กฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” มีลักษณะเป็นประหนึ่งรัฐธรรมนูญ ของแต่ละประเทศ เป็นกฎ ระเบียบกว้างๆใช้ยื่นขออนุญาตต่อทางราชการในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อให้เป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีผลผูกพันธ์ ตามกฏหมาย มีอำ นาจบังคับใช้และ (๒) “กฎระเบียบภายในสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๔๗ (2004)” เป็นกฏระเบียบที่ร่างขึ้น สำ หรับสมาชิกภายในองค์กร สอดคล้องกับ (๑) และมีรายละเอียดปลีกย่อยสำ หรับการดำ เนินงานภายในสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรปของเราเอง สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า (๑) ซ่ึ่งหากจะแก้ไข (๑) ต้องยื่นต่อทางราชการ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ (สำ เนา) กฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๑ ชื่อ สถานที่ตั้ง และ วัตถุประสงค์ ข้อ ๑ องค์กรนี้ชื่อว่า “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป” ใช้ชื่อย่อเป็นภาษาไทยว่า “ส.ธ.ย.” และ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Union of Thai Sanghas in Europe” และมีคำย่อเป็นภาษา อังกฤษว่า “UTSE” ก่อตั้งขึ้นมาโดยไม่มีกำ หนด ระยะเวลาของการก่อตั้ง และเป็นไปตามกฎหมาย แพ่งของสวิส มาตราที่ 60 ff (Art. 60 ff ZGB) ข้อ ๒ องค์กรสหภาพพระธรรมทูตฯนี้ ตั้งอยู่ที่วัดศรีนคริ นทรวราราม ศูนย์พระพุทธศาสนา เกรทเซ่นบัค ในเขตจังหวัดโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ข้อ ๓ สหภ าพพ ร ะ ธ ร รมทู ตไท ยในท วีป ยุโรปมี วัตถุประสงค์ดังนี้ ๓.๑ เพื่อเป็นศูนย์กลางการประชุมปรึกษา ห า รือ ว างแผนและนโยบ ายในก า ร สนับสนุนส่งเสริมและปรับปรุงแก้ไขเกี่ยว กับการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ไทย ในทวีปยุโรปให้สอดคล้องกับพระธรรม วินัยและกฎหมายแห่งคณะสงฆ์ไทย ๓.๒ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริม กิจการของวัดไทยในทวีปยุโรป ๓.๓ เพื่อความสามัคคีและความเป็นเอกภาพ ของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด พระสงฆ์ไทยและ ประชาชนชาวไทยในทวีปยุโรป ๓.๔ เพื่อเป็นองค์กรในการร่วมมือและสร้าง สัมพันธไมตรีกับองค์กรพุทธศาสนา บุคคล และองค์กรศาสนาอื่น ๆ ๓.๕ เพื่อเป็นศูนย์ติดต่อประสานงาน แลก เปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างคณะ พระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรปกับคณะพระ สงฆ์ไทยและรัฐบาลไทย รวมทั้งหน่วย ราชการไทยในทวีปยุโรป ๓.๖ เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อันชอบ ธรรมของพระพุทธศาสนาและพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ๓.๗ เพื่อเป็นศูนย์พิจารณาและปฏิสันถาร ให้ความช่วยเหลือแก่พระสงฆ์ไทยที่มา ปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราวในทวีปยุโรป ๒ สมาชิก ข้อ ๔ สมาชิกของสหภาพฯ ต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคล ก็ได้ ที่พำ นักอาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หรือต่างประเทศ จะเป็นพระสงฆ์ไทยหรือคณะพระ สงฆ์ไทยก็ได้ การยอมรับเข้าเป็นสมาชิกนั้น คณะ กรรมการบริหารสหภาพฯ จะเป็นผู้คัดเลือก โดยจะ พิจารณาจากใบสมัครที่เขียนมาเป็นลายลักษณ์อักษร


48 ข้อ ๕ การพ้นจากสมาชิกภาพของสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ อาจเป็นไปได้ทุกเวลา ข้อ ๖ คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ อาจมีมติให้ สมาชิกออกได้ทุกเวลา ในกรณีที่ได้พิสูจน์ว่า สมาชิกนั้นๆ กระทำผิดโดยการลบหลู่พระพุทธ ศาสนาและกฎระเบียบของสหภาพฯ อย่าง รุนแรง สมาชิกที่ได้รับคำสั่งให้ออกนั้นมีสิทธิที่ จะยื่นคำ อุทธรณ์ต่อที่ประชุมสมาชิกสหภาพฯ ได้การยื่นอุทธรณ์นี้ต้องกระทำ ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งให้ออก โดยการเขียน จดหมายลงทะเบียนถึงประธานสหภาพฯ ข้อ ๗ สมาชิกสหภาพฯ มีสิทธิที่จะสอบถามคณะกรรมการ บริหาร ถึงข่าวสารกิจกรรมต่างๆ และกระบวนการ บริหารของสหภาพฯ รวมถึงการขอตรวจสอบบัญชี เอกสารและรายรับ/จ่ายของสหภาพฯ ๓. การเงินและทรัพย์สิน ข้อ ๘ สมาชิกสหภาพฯ ต้องบริจาคค่าบำ รุงสมาชิกภาพ เป็นรายปี จำ นวนเงินบำ รุงสมาชิกนั้นจะมีการลง มติในที่ประชุม ข้อ ๙ ทรัพย์สินของสหภาพฯ ถือเป็นหลักค้ำ ประกัน ตามกฎหมาย สมาชิกแต่ละท่านไม่รับผิดชอบ เป็นส่วนบุคคล ในกรณีที่ต้องดำ เนินงานเป็น ตัวแทนของสหภาพฯ จะถือตามกฎหมายแพ่ง ของสวิส มาตราที่ 55 บรรทัดที่ 3 (Art.55, Abs. 3 ZGB) เป็นหลัก ๔ องค์การ ข้อ ๑๐ องค์กรสหภาพฯ ประกอบด้วย ๑๐.๑ การประชุมสมาชิก ๑๐.๒ สภาที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ ๑๐.๓ คณะกรรมการบริหาร ๑๐.๓ ผู้ตรวจสอบบัญชี การประชุมสมาชิก ข้อ ๑๑ การประชุมสมาชิกสหภาพฯ ถือว่าเป็นองค์กร สูงสุด ซึ่งมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ ๑๑.๑ การเลือกตั้งผู้ดำ รงตำ แหน่งประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และ สมาชิกอื่น ๆรวมทั้งการคัดเลือกผู้ตรวจ สอบบัญชี ก า รคัดเลือกคณะก ร รมก า รที่ ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ ซึ่งไม่เป็นคณะ กรรมการบริหารเป็นไปตามกฎระเบียบ ๑๑.๒ การลงมติของสหภาพฯ ที่จะดำ เนินงาน หรือใช้มาตรการต่างๆ ๑๑.๓ การลงมติรับรองรายงานประจำ ปี งบ ประมาณ และบัญชีรายรับ/จ่ายประจำ ปีรวมถึงการลาออก ของคณะกรรมการ บริหารและผู้ตรวจสอบบัญชี ๑๑.๔ การลงมติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายที่มีจำ นวน เงินมากกว่า ๔,๕๐๐ ฟรังค์สวิส ๑๑.๕ การพิจารณาคำ อุธรณ์ของสมาชิกผู้ที่ ไม่ยอมรับคำ ตัดสินของคณะกรรมการ บริหาร ในเรื่องเกี่ยวกับการ รับสมัครสมาชิกใหม่ และการมีคำสั่งให้ พ้นจากสมาชิกภาพ ๑๑.๖ การยอมรับและการเปลี่ยนแปลงกฎ ระเบียบ ๑๑.๗ การตัดสินเกี่ยวกับหัวข้อการประชุม ๑๑.๘ การลงมติล้มเลิกสหภาพฯ ๑๑.๙ การลงมติเกี่ยวกับกฎหมาย ข้อ ๑๒ การประชุมสมาชิกสหภาพฯ ควรจัดขึ้นอย่าง น้อยปีละ ๑ ครั้ง เรียกว่าการประชุมสมัยสามัญ เมื่อมีคณะกรรมการบริหารหรือสมาชิกจำ นวน มากกว่า ๑ ใน ๕ เสนอให้มีการประชุมพิเศษขึ้น เรียกว่าการประชุมสมัยวิสามัญ ในกรณี นี้ ผู้ที่เสนอให้มีการประชุมนั้น จะต้องยื่นเสนอ หัวข้อการประชุมต่อคณะกรรมการบริหารล่วง หน้าอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ ภายในที่ประชุมประจำ ปีควรกำ หนดวัน เวลา และ สถานที่ซึ่งจะประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งต่อไป ข้อ ๑๓ ในการประชุมสมาชิกแต่ละครั้ง ต้องทำการ บันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเก็บ ไว้เป็นหลักฐาน


49 ข้อ ๑๔ สมาชิกสหภาพฯ ทุกท่านมีสิทธิที่จะเสนอหัวข้อ ประชุมเพิ่มเติมต่อที่ประชุมได้โดยเสนอผ่านไปยัง ประธานคณะกรรมการบริหารฯ เป็นลายลักษณ์ อักษร ก่อนจะถึงวันประชุมไม่น้อยกว่า ๕ สัปดาห์ ข้อ ๑๕ การเสนอกฎระเบียบของสหภาพฯ ต่อที่ประชุม สมาชิกสหภาพฯ ที่จัดขึ้นเฉพาะกิจแต่ละครั้งนั้น ภายในที่ประชุมสามารถลงมติได้โดยไม่จำ เป็น ต้องคำ นึงถึงจำ นวนของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ในกรณีที่มีการลงคะแนนเสียงเป็นลาย ลักษณ์อักษร ถือว่ามีผลบังคับต่อเมื่อมีสมาชิก อย่างน้อย ๓ ใน ๔ ของสมาชิกทั้งหมดเข้าร่วม ลงคะแนนเสียง ข้อ ๑๖ ประธานสหภาพฯ เป็นประธานในที่ประชุมโดย ตำแหน่ง ข้อ ๑๗ สมาชิกสหภาพฯ ทุกท่านมีคะแนนเสียงในที่ ประชุมสมาชิกท่านละ ๑ เสียง ข้อ ๑๘ การลงมติและการเลือกตั้ง ให้ถือเอาเสียงข้าง มากของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมเป็นเกณฑ์ตัดสิน ส่วนการลงมติเพื่อล้มเลิกสหภาพฯ และการ เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของสหภาพฯ ให้ถือเอา คะแนนเสียงจำ นวน ๒ ใน ๓ ของสมาชิกที่เข้า ร่วมประชุมเป็นเกณฑ์ตัดสิน การลงคะแนนเสียงควรกระทำอย่างเปิดเผย ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้นับคะแนน เสียงของประธานเป็น ๒ เสียง การลงคะแนน เสียงลับสามารถทำ ได้เมื่อคณะกรรมการบริหาร หรือสมาชิกเรียกร้องตกลงกันให้ทำ เช่นนั้น การ ลงมติบางหัวข้อสามารถใช้วิธีลงคะแนนเสียงด้วย การหย่อนบัตรหรือทางจดหมายก็ได้ สภาที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ ข้อ ๑๙ ที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ประกอบด้วย ๑๙.๑ พระมหาเถระประธานฝึกอบรมพระธรรมทูต ไปต่างประเทศ เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๑๙.๒ อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๑๙.๓ ผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๑๙.๔ เอกอัครราชทูตไทยหรือกงสุลไทยในทวีป ยุโรป เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๑๙.๕ พระมหาเถระซึ่งเป็นชาวไทยมีอายุ พรรษามากกว่าประธานสหภาพพระธร รมทูตฯ และอยู่ในทวีปยุโรปเป็นเวลานาน ๑๙.๖ พระสงฆ์ผู้เคยดำ รงตำแหน่งเป็นประธาน หรือรองประธานสหภาพฯ มาก่อน ๑๙.๗ ผู้ที่ได้รับนิมนต์/เชิญ จากคณะกรรมการ บริหาร เป็นกรณีพิเศษ ข้อ ๒๐ ที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์สหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรปมีสิทธิและหน้าที่ดังนี้ ๒๐.๑ เสนอข้อคิดเกี่ยวกับกฎหมายและกฎ ระเบียบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ๒๐.๒ เสนอพระสงฆ์ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เข้ามาเป็นกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน เสียงสนับสนุน ๒๐.๓ ให้คำ ปรึกษาในเรื่องกฎหมายและกฎ ระเบียบต่างๆ แก่คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ๒๐.๔ แนะนำ ให้ประชาชนได้เข้าใจกลไกการ บริหารและกิจกรรมต่างๆ ของสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ คณะกรรมการบริหาร ข้อ ๒๑ คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตฯ มี จำ นวนไม่ต่ำกว่า ๗ รูป และไม่เกิน ๑๕ รูป ซึ่ง ประกอบด้วย ๒๑.๑ ประธาน ๒๑.๒ รองประธานรูปที่ ๑ ๒๑.๓ รองประธานรูปที่ ๒ ๒๑.๔ เลขานุการ ๒๑.๕ ผู้ช่วยเลขานุการ ๒๑.๖ ประชาสัมพันธ์ ๒๑.๗ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์


50 ๒๑.๘ เหรัญญิก ๒๑.๙ ผู้ช่วยเหรัญญิก ข้อ ๒๒ ผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ จะ ต้องได้รับการเลือกตั้งในที่ประชุมสมัยสามัญของ สหภาพพระธรรมทูตฯ ให้ดำ รงตำแหน่งคราวละ ๒ ปีและอาจได้รับการเลือกตั้งใหม่ในวาระต่อไป ข้อ ๒๓ การประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ ต้อง จัดให้มีขึ้นเป็นครั้งคราวต่อปี ข้อ ๒๔ ตามกฎระเบียบนี้คณะกรรมการบริหารสห ภาพฯ สามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ซึ่งมิได้ ระบุไว้ตามมติที่ประชุมสมาชิกสหภาพฯ คณะ กรรมการบริหารต้องปฏิบัติงานตามมติที่ประชุม สมาชิกสหภาพฯ ข้อ ๒๕ คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ มีหน้าที่เป็น ตัวแทนของสหภาพฯ ติดต่อกับบุคคลหรือองค์กร ภายนอก ในการ ลงนามจะต้องมีลายเซ็นคณะ กรรมการบริหารสหภาพฯ จำ นวน ๒ ท่าน ข้อ ๒๖ ประธานกรรมการบริหารสหภาพฯ เป็นผู้เรียก ประชุมคณะกรรมการบริหาร ในกรณีที่ประธาน กรรมการบริหารไม่อยู่ ให้รองประธานฯ ปฏิบัติ หน้าที่แทน ข้อ ๒๗ คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ จะสามารถ ทำการลงมติได้ ต่อเมื่อคณะกรรมการบริหารที่ เข้าร่วมประชุมนั้นๆ มีจำ นวนมากกว่าครึ่งหนึ่ง ของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ข้อ ๒๘ ในการลงมติ ให้นับเอาคะแนนเสียงข้างมากจาก คณะกรรมการบริหารที่เข้าร่วมประชุม ในกรณี ที่คะแนนเสียงเท่ากัน ให้นับคะแนนเสียงของ ประธานเป็น ๒ เสียง ให้มีการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ได้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารแต่ละท่านอาจ เสนอให้มีการปรึกษาปัญหาต่างๆ ในที่ประชุมได้ ข้อ ๒๙ คณะกรรมการบริหารมีสิทธิแต่งตั้งผู้แทนสห ภาพฯ เพื่อทำการติดต่อกับบุคคลภายนอกได้ผู้ แทนเหล่านี้จะต้องได้รับการแต่งตั้งจากคณะ กรรมการบริหารฯ เท่านั้น ข้อ ๓๐ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร บ ริ ห า ร อ า จ แ ต่ง ตั้ง ค ณ ะ อนุกรรมการ เพื่อศึกษาและปฏิบัติการเกี่ยว กับเรื่องราวและปัญหาเฉพาะกิจบางประการ ได้ คณะอนุกรรมการเหล่านี้จะต้องแต่งตั้งจาก สมาชิกสหภาพฯ เท่านั้น ข้อ ๓๑ คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่บริหารงานของ สหภาพฯ ให้เป็นไปอย่างรัดกุม โดยเฉพาะหลัก ฐานบันทึกที่สำ คัญทั้งหมดจะต้องเก็บไว้ให้มี ระเบียบเรียบร้อย เช่น รายงานการเงินเกี่ยวกับ บัญชีรายรับ/จ่ายประจำ ปีและกองทุนต่างๆ ของ สหภาพฯ ควรจัดการให้เป็นไปตามข้อบังคับ และส่งต่อให้ผู้ตรวจสอบบัญชีได้ตรวจทานต่อไป นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารฯ มีหน้าที่รับ ผิดชอบต่อเอกสารเกี่ยวกับการเงิน หรือทรัพย์สิ นอื่นๆ ที่มีผู้บริจาคให้ อย่างเคร่งครัด ผู้ตรวจสอบบัญชี ข้อ ๓๒ ผู้ตรวจสอบบัญชีอาจเป็นบริษัทจัดการทรัพย์สิน หรือเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ๒ ท่าน ซึ่งไม่มีความ เกี่ยวข้องใดๆ กับคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ ผู้ตรวจสอบมีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีรายรับ/จ่าย ประจำ ปีรวมทั้งกองทุนต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ให้ดูแล และทำ รายงานการตรวจสอบเสนอต่อที่ ประชุมสมาชิกสหภาพฯ เป็นลายลักษณ์อักษร ข้อ ๓๓ ผู้ตรวจสอบบัญชีจะต้องได้รับการเลือกตั้งจากที่ ประชุมสมัยสามัญของสมาชิกสหภาพฯ ให้ดำ รง ตำแหน่งคราวละ ๔ ปีและอาจได้รับการเลือก ตั้งใหม่ในวาระต่อไป บทเฉพาะกาล ข้อ ๓๔ การลงมติล้มเลิกสหภาพฯสามารถทำ ได้ในที่ประชุม สมาชิกสหภาพฯ ที่จัดขึ้นเพื่อกิจนี้โดยเฉพาะ ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ต้องล้มเลิกสหภาพฯ ให้มอบทรัพย์สิน ทั้งหมดแก่มูลนิธิสมเด็จย่าเพื่อวัดศรีนครินทรวรา ราม เกรทเซ่นบัค จังหวัดโซโลธูร์น ประเทศสวิต เซอร์แลนด์ หากมูลนิธิสมเด็จย่าเพื่อวัดศรีนคริ นทรวรารามได้ล้มเลิกไปก่อนแล้ว ให้มอบทรัพย์ สินนั้นๆ แก่สมาคมที่คล้ายคลึงกับสหภาพฯ ใน


Click to View FlipBook Version