51 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ข้อ ๓๖ ปีการทำ รายงานของสหภาพฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ข้อ ๓๗ คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่แจ้งข่าวให้สมาชิก สหภาพฯ ได้รับทราบถึงกิจกรรมสำคัญต่างๆ รวมถึงวัตถุประสงค์ของสหภาพฯ ด้วย ข้อ ๓๘ กฎระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่มีการ ลงมติยอมรับภายในที่ประชุมสมาชิกสหภาพฯ พร้อมกับมีลายเซ็นของประธานสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ด้วย ในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ เป็นต้นไป (ลงนาม) พระราชพุทธิวเทศ (พระราชพุทธิวิเทศ) ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเทพกิตติโมลี (พระเทพกิตติโมลี) รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ พระครูวิเทศธรรมวิทิต (พระครูวิเทศธรรมวิทิต) รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๒ พระสุธีญาณวิเทศ (พระสุธีญาณวิเทศ) เลขานุการและผู้บันทึกการประชุม (สำ เนา) กฎระเบียบภายในสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๔๗ (2004) เพื่อให้การบริหารงานของสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ดำ เนินไปอย่างเป็นระเบียบและถูกต้องตามพ ระธรรมวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์ไทย พร้อมกับเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปดัง กล่าวจึงได้วางกฎระเบียบไว้เพื่อยึดเป็นหลักปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ หมวดที่ ๑ บททั่วไป ข้อ ๑. องค์กรนี้มีชื่อว่า “สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป” ใช้อักษรย่อเป็นภาษาไทยว่า “ส.ธ.ย.” และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Union of Thai Sanghas in Europe” และมี คำย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “UTSE.” ข้อ ๒. สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ มีสัญลักษณ์เป็น “รูป ตราเสมาธรรมจักร” โดยมีภาพพระพุทธรูปปาง ปฐมเทศนาอยู่ตรงกลาง มีชื่อเป็นภาษาไทยอยู่ ด้านบน และมีภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง ข้อ ๓. กฎระเบียบขององค์กรนี้มีชื่อว่า “กฎระเบียบ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” ข้อ ๔. สถานที่ตั้งองค์กรนี้ อยู่ที่วัดในประเทศเป็นที่ ตั้งของวัดซึ่งองค์กรนี้ได้จดทะเบียนถูกต้องตาม กฎหมายและควรกำ หนดเป็นสำ นักงานกลางและ ถาวรด้วย ส่วนสำ นักงานเลขานุการ ตั้งอยู่ในวัดที่ เลขานุการสังกัดอยู่ ข้อ ๕. กฎระเบียบเหล่านี้ใช้บังคับจากวันที่พระเถระผู้ได้ รับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ลงนาม โดยความเห็นชอบ ของสมาชิกสหภาพฯ ในที่ประชุมของสมาชิก ข้อ ๖. สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปมีวัตถุ ประสงค์ดังนี้:- ๖.๑ เพื่อเป็นศูนย์กลางการประชุมปรึกษา หารือเพื่อวางแผนและนโยบายในการ
52 สนับสนุนส่งเสริมและปรับปรุงแก้ไขเกี่ยว กับการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ไทย ในทวีปยุโรปให้สอดคล้องกับพระธรรม วินัยและกฎหมายแห่งคณะสงฆ์ไทย ๖.๒ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริม กิจการของวัดไทยในทวีปยุโรป ๖.๓ เพื่อความสามัคคีและความเป็นเอกภาพ ของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ ความช่วยเหลือและพิจารณาในการแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด พระสงฆ์ ไทยและประชาชนชาวไทยในทวีปยุโรป ๖.๔ เพื่อเป็นองค์กรในการร่วมมือและสร้าง สัมพันธไมตรีกับองค์กรพุทธศาสนา และบุคคลพร้อมกับองค์กรศาสนาอื่นๆ ๖.๕ เพื่อเป็นองค์กรติดต่อประสานงานและ แลกเปลี่ยนความรู้กับคณะสงฆ์ไทยและ รัฐบาลไทย รวมทั้งหน่วยราชการไทยใน ทวีปยุโรป ๖.๖ เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อันชอบ ธรรมของพระพุทธศาสนาและพระธรรม ทูตไทย ในทวีปยุโรป ๖.๗ เพื่อเป็นศูนย์พิจารณาและปฏิสันถาร ให้ความช่วยเหลือแก่พระสงฆ์ไทยที่มา ปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป องค์กร นี้เป็นองค์กรทางศาสนามิได้เกี่ยวกับ การเมืองและเป็นองค์กรที่ไม่มุ่งแสวงหา ผลกำ ไรแต่อย่างใด ข้อ ๗. สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกอบด้วย ๗.๑ สภาที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ ๗.๒ คณะกรรมการบริหาร ๗.๓ การประชุมของสมาชิก ๗.๔ ผู้ตรวจสอบบัญชี(ดูรายละเอียดในกฎข้อ บังคับของสหภาพฯ) หมวดที่ ๒ สภาที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ ข้อ ๘. ที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์สหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป อาจเป็นได้ทั้งบรรพชิตและ คฤหัสถ์ซึ่งประกอบด้วย ๘.๑ ประธานฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศ เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๘.๒ อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๘.๓ ผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง ๘.๔ เอกอัครราชทูตไทยหรือกงสุลไทยใน ทวีปยุโรป เป็นที่ปรึกษาฝ่ายคฤหัสถ์โดย ตำแหน่ง ๘.๕ พระมหาเถระซึ่งเป็นชาวไทยมีอายุ พรรษามากกว่าประธานกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ซึ่งเป็นรัต ตัญญูอยู่ในทวีปยุโรปเป็นเวลานาน ๘.๖ ผู้ที่เคยเป็นประธานหรือรองประธาน กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ มาก่อน ๘.๗ ผู้ที่ได้รับนิมนต์-เชิญ จากคณะกรรมการ บริหารเป็นกรณีพิเศษ ข้อ ๙ ที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรปมีสิทธิและหน้าที่ดังนี้:- ๙.๑ เสนอข้อคิดที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ หรือเป็นประโยชน์แก่การบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ๙.๒ เสนอพระธรรมทูตผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะ สมเข้ามาเป็นกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ลง คะแนนเสียงสนับสนุน ๙.๓ เสนอข้อคิดเกี่ยวกับกฎหมายและกฎ ระเบียบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ๙.๔ ให้คำ ปรึกษาในแง่กฎหมายและอื่นๆ แก่
53 คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ ๙.๕ ให้การอุปถัมภ์บำ รุงแก่สหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ ตามความเหมาะสม ๙.๖ แนะนำ ให้ประชาชนได้เข้าใจกลไกการ บริหารและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของ สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ๙.๗ รับทราบกิจกรรมต่างๆ และการบริหาร งานของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ หมวดที่ ๓ คณะกรรมการบริหาร ข้อ ๑๐. คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ มีจำ นวนไม่ต่ำกว่า ๗ รูป และไม่เกิน ๑๕ รูป ประกอบด้วย ๑๐.๑ ประธาน ๑๐.๒ รองประธานรูปที่ 1 ๑๐.๓ รองประธานรูปที่ 2 ๑๐.๔ เลขานุการ ๑๐.๕ ผู้ช่วยเลขานุการ ๑๐.๖ ประชาสัมพันธ์ ๑๐.๗ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๑๐.๘ เหรัญญิก ๑๐.๙ ผู้ช่วยเหรัญญิก ข้อ ๑๑. คณะกรรมการบริหาร มีสิทธิและหน้าที่ดังนี้ ๑๑.๑ กำ หนดนโยบายและวางโครงการการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ให้เป็น ไปตามวัตถุประสงค์ ของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ๑๑.๒ ดำ เนินกิจการในด้านการบริหารให้เป็น ไปตามนโยบายและโครงการที่ได้วางไว้ ๑๑.๓ เสนอและออกกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยว กับการบริหารในเรื่องต่างๆ ในขอบข่าย ของการปฏิบัติศาสนกิจผ่านที่ประชุม ๑๑.๔ พิจารณาเสนอประธานกรรมการบริหาร สหภาพฯ เพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนคณะ กรรมการบริหาร ในแผนกต่างๆ หรือ สมาชิกสหภาพฯ ผ่านที่ประชุมคณะ กรรมการบริหาร ๑๑.๕ พิจารณาขออนุมัติเบิกจ่ายเงินในกิจการ ของสหภาพฯในวงเงินตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ยูโร (๔,๕๐๐ ฟรังค์สวิส)ขึ้นไป ผ่านที่ประชุม คณะกรรมการบริหาร ๑๑.๖ ให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์และเอาใจ ใส่ต่อวัดและพระสงฆ์ที่เป็นสมาชิกสห ภาพฯ ตามความเหมาะสม ๑๑.๗ รักษาและปกป้องชื่อเสียงเกียรติคุณของ สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ไว้ ๑๑.๘ สร้างทัศนคติที่ดีและประสานสามัคคีทั้ง กับคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ และ บุคคลภายนอก เพื่อความเจริญก้าวหน้า ของสหภาพฯ ข้อ ๑๒. สิทธิและหน้าที่ของประธานกรรมการบริหาร มีดังนี้ ๑๒.๑ เป็นประธานในที่ประชุมสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ๑๒.๒ เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงานทั่วไป ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๑๒.๓ ควบคุมดูแลการประชุมให้เป็นไปโดย เรียบร้อย ๑๒.๔ ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมการทุก แผนกของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ ๑๒.๕ เรียกประชุมและเสนอแนวความคิดที่เป็น ประโยชน์ต่อที่ประชุม ๑๒.๖ สรุปมติที่ประชุม และทำ หน้าที่ตัดสิน ชี้ขาดมติที่ประชุมในเมื่อมีคะแนนเสียง สนับสนุนเท่ากัน รองประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ มีสิทธิและหน้าที่เหมือนกับประธานฯ ในเมื่อประธานไม่อยู่ หรือไม่อาจทำ หน้าที่ได้หรือ ได้รับมอบหมายจากประธานฯ ให้รองประธานฯ ทำ หน้าที่แทน
54 ข้อ ๑๓. สิทธิและหน้าที่หัวหน้าแผนกเลขานุการ มีดังนี้ ๑๓.๑ เป็นเลขานุการในที่ประชุมสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ๑๓.๒ เป็นนายทะเบียนรวบรวมเอกสารต่างๆ ของสหภาพฯ ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ๑๓.๓ บันทึกและรายงานการประชุมของสห ภาพฯ ในการประชุมแต่ละครั้ง ๑๓.๔ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานสหภาพฯ ได้ มอบหมาย ๑๓.๕ ทำ หน้าที่ติดต่อประสานงานกับบุคคล หรือองค์กรภายนอก ผู้ช่วยเลขานุการมีสิทธิและหน้าที่เหมือนกับ เลขานุการในกรณีที่เลขานุการไม่อยู่ หรือไม่อาจ ทำ หน้าที่ได้หรือได้รับมอบหมายจากเลขานุการ ให้ผู้ช่วยเลขานุการปฏิบัติหน้าที่แทน. ข้อ ๑๔. สิทธิและหน้าที่แผนกประชาสัมพันธ์มีดังนี้ ๑๔.๑ ติดต่อประสานงานกับบุคคลหรือองค์กร ภายนอกโดยได้รับความเห็นชอบจาก ประธาน หรือเลขานุการของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ๑๔.๒ จัดพิมพ์หนังสือแพร่ข่าวสารและแนว ความคิดสร้างสรรค์ของสหภาพฯ แก่วัด ที่เป็นสมาชิกของสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ และแก่สื่อมวลชนทั่วไป ๑๔.๓ ควบคุมและแก้ไขต้นฉบับของสิ่งตีพิมพ์ นั้นๆ ให้ถูกต้องและเหมาะสม ๑๔.๔ เสนอแนวความคิดที่เกี่ยวกับการพิมพ์ แล ะข่ า วส า รเพื่อให้มีคุณภ าพแล ะ ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อที่ประชุมสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ๑๔.๔ รับฟังแนวความคิดของบุคคลภายนอก ที่คิดว่าเป็นประโยชน์แล้วเสนอต่อที่ ประชุมสหภาพฯ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ มีสิทธิและหน้าที่เหมือน กับประชาสัมพันธ์ ในกรณีที่ประชาสัมพันธ์ไม่อยู่ หรือไม่อาจทำ หน้าที่ได้ หรือได้รับมอบหมายจาก ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ปฏิบัติ หน้าที่แทน ข้อ ๑๕. สิทธิและหน้าที่หัวหน้าแผนกเหรัญญิก มีดังนี้ ๑๕.๑ เป็นผู้รับ-จ่ายและดูแลรักษาบัญชีการเงิน ให้เป็นไปตามกฎระเบียบว่าด้วยการเงิน ของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ๑๕.๒ เบิกจ่ายและเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับ การเงิน ให้ปลอดภัยและเรียบร้อย ๑๕.๓ แจ้งรายรับ-จ่ายในที่ประชุมแต่ละครั้ง ๑๕.๔ เสนอแนวนโยบายในการพัฒนาที่เกี่ยว กับการเงินต่อที่ประชุม ๑๕.๕ ทำ รายงานสรุปรายรับ-จ่ายของสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ประจำ ปีและ รายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบ ผู้ช่วยเหรัญญิก มีสิทธิและหน้าที่เหมือนกับ เหรัญญิก ในกรณีที่เหรัญญิกไม่อยู่หรือไม่อาจทำ หน้าที่ได้หรือได้รับมอบหมายจากเหรัญญิก ให้ผู้ ช่วยเหรัญญิกปฏิบัติหน้าที่แทน หมวดที่ ๔ คุณสมบัติการเป็นคณะกรรมการบริหารฯ ข้อ ๑๖. การเป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป จะต้องดำ เนินตามกติกาหรือ กฎระเบียบดังนี้ ๑๖.๑ ต้องเป็นพระธรรมทูตไทยฝ่ายมหานิกาย ที่ได้รับการอนุมัติจากมหาเถรสมาคมมา ปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรปเท่านั้น ต้อง เป็นเจ้าอาวาสหรือได้รับมอบหมายจาก เจ้าอาวาส และต้องมีประสบการณ์ใน การปฏิบัติศาสนกิจอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป ๑๖.๒ ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานหรือ รองประธานจะต้องเป็นพระราชาคณะ หรือพระสังฆาธิการหรือเป็นพระเถระ ผู้ที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความ สามารถในการปฏิบัติศาสนกิจในทวีป ยุโรป อย่างน้อย ๒ ปีขึ้นไป และมีอา
55 จาระงดงามพร้อมกับต้องมีอายุพรรษา ตั้งแต่ ๒๐ พรรษาขึ้นไป ๑๖.๓ ผู้ที่เป็นคณะกรรมการบริหาร อาจจะ เป็นพระภิกษุชาวต่างชาติก็ได้แต่ต้อง บรรพชาอุปสมบทในนิกายเถรวาทแบบ ชาวไทยและต้องมีความรู้ความสามารถ และอาจาระงดงาม และต้องมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๑๖.๑ ด้วย ข้อ ๑๗. คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ ได้รับเลือกตั้งใน ที่ประชุมประจำ ปีให้ดำ รงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ในวาระต่อไป ข้อ ๑๘. ผู้ที่ดำ รงตำ แหน่งที่ปรึกษาหรืออุปถัมภ์ที่ได้รับ อาราธนาหรือเชิญให้เป็นที่ปรึกษาหรืออุปถัมภ์ สหภาพฯ ดำ รงตำแหน่งคราวละ ๒ ปีแต่อาจได้ รับอาราธนาหรือเชิญให้ดำ รงตำแหน่งอีกต่อไปได้ ข้อ ๑๙. คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ จะพ้นสภาพเมื่อ :- ๑๙.๑ ออกตามวาระ ๑๙.๒ ลาออก ๑๙.๓ พ้นจากการปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ๑๙.๔ ลาสิกขา ๑๙.๕ คณะกรรมการบริหารลงมติให้ออกโดย คะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ๑๙.๖ มรณภาพ ๑๙.๗ เมื่อคณะกรรมการบริหารพ้นสภาพ ตาม ข้อ ๑๙.๑ ให้คณะกรรมการบริหารชุด เดิมรักษาการไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ๑๙.๘ เมื่อคณะกรรมการบริหารท่านใด ไม่ สามารถดำ รงตำ แหน่งจนครบวาระจะ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้มีการเลือกตั้งผู้มี คุณสมบัติเหมาะสมดำ รงตำแหน่งและอยู่ จนครบวาระของผู้ที่ตนแทนนั้น ข้อ ๒๐ คณะกรรมการที่ปรึกษาหรืออุปถัมภ์จะพ้นสภาพ เมื่อ :- ๒๐.๑ ออกตามวาระ ๒๐.๒ ลาออก ๒๐.๓ พ้นจากการปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ๒๐.๔ วัดที่อยู่ประจำ มีคำสั่งให้พ้นจากสังกัด ๒๐.๕ ลาสิกขา ๒๐.๖ คณะกรรมการบริหารลงมติให้ออกโดย คะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ๒๐.๗ มรณภาพ หรือถึงแก่กรรม ข้อ ๒๑ การลาประชุม ๒๑.๑ เมื่อกรรมการบริหารท่านใด ไม่สามารถ จะเข้าร่วมประชุมได้ จะด้วยเหตุผลใด ก็ตาม จะต้องแจ้งให้ประธานฯ หรือ รองประธานฯ หรือเลขานุการสหภาพฯ ทราบ โดยการทำ หนังสือลาเป็นลาย ลักษณ์อักษร ๒๑.๒ เมื่อคณะกรรมการบริหารแผนกใดไม่ สามารถจะมาร่วมประชุมได้ จะต้องแจ้ง ให้ผู้ช่วยแผนกของตนทราบและขอร้อง ให้เข้าร่วมประชุมแทน ๒๑.๓ เมื่อกรรมการบริหารท่านใดขาดประชุม ต่อเนื่องกันเกิน ๓ วาระ หรือ ๓ ครั้ง โดยมิได้บอกลาหรือส่งหนังสือลาเป็น ลายลักษณ์อักษร ถือว่ากรรมการบริหาร ท่านนั้นพ้นสภาพการเป็นคณะกรรมการ บริหารสหภาพฯ โดยปริยาย หรือให้คณะ กรรมการบริหารพิจารณาพฤติกรรมของ ท่านผู้นั้นตามควรแก่กรณี หมวดที่ ๕ สมาชิก ข้อ ๒๒. สมาชิกของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกอบด้วย ๒๒.๑ สมาชิกสามัญ หมายถึงพระสงฆ์ไทยที่ได้ รับอนุมติจากมหาเถรสมาคมให้มาปฏิบัติ ศาสนกิจในทวีปยุโรป หรือวัดที่ก่อตั้งขึ้น โดยคณะสงฆ์ไทยหรือประชาชนชาวไทย ๒๒.๒ สมาชิกวิสามัญ หมายถึงพระสงฆ์หรือ วัดในพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาท
56 และมหายานหรือองค์กรชาวพุทธทั่วไปที่ แสดงความจำ นงเป็นสมาชิกสหภาพพระ ธรรมทูตฯ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากที่ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ สมาชิกทั้งสองประเภทนี้ จะต้องเขียนใบสมัคร เป็นลายลักษณ์อักษร ข้อ ๒๓. สมาชิกของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ประเภท สามัญ มีสิทธิและหน้าที่ดังนี้:- ๒๓.๑ ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือสมัครรับ เลือกตั้งเป็นคณะก ร รมก า รบ ริห า ร สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ได้หรือมีสิทธิ ลงคะแนนเสียงสนับสนุนหรือคัดค้าน กิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการประชุม สมัยสามัญหรือวิสามัญของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ๒๓.๒ ได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนตาม สมควร ที่สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ จะ เอื้ออำ นวยในขอบข่ายแห่งอำ นาจหน้าที่ ซึ่งระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ๒๓.๓ เสนอข้อคิดเห็นที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ ต่อคณะกรรมการบริหารหรือต่อประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ได้ ๒๓.๔ ให้ความร่วมมือกับสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ ในกิจกรรมต่างๆ ๒๓.๕ ให้การอุปถัมภ์หรือสนับสนุนช่วยเหลือ สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ เท่าที่จะ สามารถทำ ได้ ๒๓.๖ ปกป้องรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของสห ภาพฯไว้ ๒๓.๗ ชำ ระค่าสมาชิกภาพสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ ประจำ ปีตามที่กำ หนดไว้ ส่วนสมาชิกวิสามัญมีสิทธิและหน้าที่ตามที่ระบุไว้ เหมือนกับสมาชิกสามัญ ยกเว้นเฉพาะข้อ ๒๓.๑ ข้อ ๒๔. การสมัครเป็นสมาชิกทำ ได้โดยการกรอก ข้อความลงในใบสมัครของสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ ส่งใบสมัครไปยังสำ นักงานเลขานุการของ สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และต้องชำ ระค่า สมัครเป็นสมาชิกตามที่กำ หนดไว้ในระเบียบของ สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ข้อ ๒๕. การพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ :- ๒๕.๑ มรณภาพหรือถึงแก่กรรม ๒๕.๒ ลาออก ๒๕.๓ ลาสิกขา ๒๕.๔ คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ จำ นวน ๒ ใน ๓ มีคำสั่งให้ออก อนึ่ง การลาออกจากการเป็นสมาชิก ต้องทำ เป็น ลายลักษณ์อักษรส่งไปยังประธานฯ หรือรอง ประธานฯ หรือเลขานุการสหภาพฯ ส่วนการมี คำสั่งให้ออกนั้น เนื่องมาจากสมาชิกท่านนั้นมี พฤติกรรมในทางทำลายองค์กรสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ หรือพระพุทธศาสนา โดยมีประจักษ์ พยานเป็นที่แน่ชัด แม้จะถูกตักเตือนจากฝ่ายเสีย หายถึง ๓ ครั้ง แต่ยังขืนทำอยู่ หมวดที่ ๖ การประชุม ข้อ ๒๖. การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป มี๒ สมัย คือ ๒๖.๑ การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีกำ หนดปี ละ ๑ ครั้ง ๒๖.๒ การประชุมสมัยวิสามัญ ประธาน กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ เป็นผู้เรียกประชุม หรือในเมื่อ คณะกรรมการบริหาร ๑ ใน ๓ ลงชื่อ เสนอต่อประธานกรรมการบริหาร ใน กรณีที่จะต้อง ประชุมพิจารณาเร่งด่วน ข้อ ๒๗. มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ใน กรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันให้เป็นไปตาม ดุลยพินิจของประธานฯ ข้อ ๒๘. การประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ นั้น จะต้องมีกรรมการเข้าร่วม
57 ประชุมมากกว่ากึ่งหนึ่ง จึงครบองค์ประชุม ข้อ ๒๙. การกำ หนดสถานที่ วัน เวลา ในการประชุม สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปสมัยสามัญ ประจำ ปี ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุม หมวดที่ ๗ การเงินและทรัพย์สิน ข้อ ๓๐. สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป อาจมีราย ได้ดังนี้ :- ๓๐.๑ เงินบำ รุงสมาชิกภาพของวัดต่างๆ ทั้งที่ อยู่ในทวีปยุโรปและที่อื่นๆ ๓๐.๒ เงินหรือทรัพย์สินที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ๓๐.๓ งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐและ ภาคเอกชน ข้อ ๓๑. ผู้มีอำ นาจในการเบิกจ่ายเงิน ๒ ใน ๓ คือ ประธาน เหรัญญิก และหรือเลขานุการ ในวงเงิน ไม่เกิน ๕๐๐ ยูโร (๗๖๐ ฟรังค์สวิส) เว้นแต่กรณี ที่จะต้องปฏิบัติตามมติที่ประชุม หมวดที่ ๘ บทเฉพาะกาล ข้อ ๓๒. กฎระเบียบการบริหารงานของสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรปนี้ สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ เพื่อให้เหมาะสมตามกาลสมัย ทั้งนี้ ให้เป็นไป ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ จำ นวน ๒ ใน ๓ ข้อ ๓๓. สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ควรมี นิติกรเป็นที่ปรึกษาในด้านกฎหมายด้วย ข้อ ๓๔. เมื่อสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ จะต้องเลิกล้ม ไปด้วยเหตุผลบางประการ ให้เอกอัครราชทูต ไทยหรือ กงสุลไทยในประเทศที่สหภาพฯ ตั้งอยู่ และนิติกรเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณามอบ ทรัพย์สินให้องค์กรการกุศลที่มีส่วนคล้ายคลึงกับ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ข้อ ๓๕. เมื่อกฎระเบียบภายในที่ระบุไว้ในเอกสารนี้ มีข้อความขัดแย้งกับกฎระเบียบที่ระบุไว้ใน กฎหมายหรือกฎข้อบังคับของสหภาพพระธร รมทูตฯ ให้ถือว่ากฎระเบียบนี้ไม่ถูกต้องหรือไม่ สมบูรณ์. ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ เดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (ลงนาม) พระราชพุทธิวเทศ (พระราชพุทธิวิเทศ) ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเทพกิตติโมลี (พระเทพกิตติโมลี) รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ พระครูวิเทศธรรมวิทิต (พระครูวิเทศธรรมวิทิต) รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๒ พระสุธีญาณวิเทศ (พระสุธีญาณวิเทศ) เลขานุการและผู้บันทึกการประชุม
58
59 [๑.๓] คำกล่าวเปิดการสัมมนา และปาฐกถาพิเศษ ของ พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ เขมงฺกโร) กรรมการมหาเถรสมาคม วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในโครงการ สัมมนาเชิงปฏิบัติการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ (กลุ่มประเทศยุโรป) เรื่อง “พระธรรมทูตไทยในทศวรรษวิกฤติโลก” ณ ห้องประชุมวัดศรีนครินทรวราราม เกรทเซ่นบาค เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คํากล่าวเปิด โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระธรรมทูตสายต่าง ประเทศ (กลุ่มประเทศยุโรป) เรื่อง “พระธรรมทูตไทยในทศวรรษวิกฤติโลก” วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๕ เวลา ๐๙.oo น. .................. ท่านเจ้าคุณพระเทพโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านเจ้าคุณพระราชกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนคริ นทรวราราม ท่านเจ้าคุณพระศรีปริยัติโมลี รองอธิการบดีฝ่าย กิจการต่างประเทศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ พระธรรมทูตกลุ่ม ประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกาทุกรูป เจริญพร ท่าน เอกอัครราชทูตไทยประจํากรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (คุณจุลพงษ์ โนนศรีชัย) คุณถวิล สมัครรัฐกิจ เจ้าหน้าที่กรม การศาสนา พร้อมด้วยคุณปรีชา แก่นสา เจ้าหน้าที่กระทรวง การต่างประเทศ และ ท่านสาธุชนญาติโยมชาววัดศรีนคริ นทรวรารามทุกท่าน ก่อนอื่น ผม/อาตมภาพ ขอแสดงความยินดีและ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อทุกท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการ จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของพระธรรมทูตสาย ต่างประเทศ (กลุ่มประเทศยุโรป ร่วมกับพระธรรมทูตสาย ต่างประเทศ จากสหรัฐอเมริกา) ทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่าย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งมีท่านเจ้าคุณ อธิการบดีเป็นประธาน และฝ่ายวัดศรีนครินทรวราราม มี ท่านเจ้าคุณท่านเจ้าอาวาสเป็นต้นซึ่งเป็นเจ้าภาพ ที่ได้ให้ เกียรติให้ผม/อาตมภาพมาร่วมงานในการสัมมนาเชิงปฏิบัติ การงานพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ณ วัดศรีนครินทรวรา รามในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการสัมมนาครั้งแรกหรือครั้ง ประวัติศาสตร์แห่งการสัมมนาเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในกลุ่มประเทศยุโรป วัตถุประสงค์หลักสําคัญ ในการสัมมนาครั้งนี้ ก็เพื่อ เกื้อกูลแก่งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน ต่างแดน โดยเฉพาะ ในกลุ่มในยุโรปให้บรรลุผล ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อชุมชน และชาวโลก ตามพระพุทธประสงค์ขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าและตามนโยบายของมหาเถรสมาคมนั่นเอง สําหรับความคิดเห็นของพระธรรมทูตและพระ เถรานุเถระผู้มาปฏิบัติศาสนกิจในต่างแดน ที่ได้เข้าร่วม สัมมนาในครั้งนี้ก็ดี และมิได้มาเข้าร่วมสัมมนาก็ดี อาจจะ มีความแตกต่างกันบ้าง ในบางประเด็น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ธรรมดาของความคิดเห็น แต่ถ้าเราได้นําเอาข้อคิดเห็นตลอด ถึงปัญหาและประสบการณ์ต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนหรือปรึกษา
60 หารือ และหาข้อยุติร่วมกัน โดยยึดกฎหมายและพระธรรมวิ นัยเป็นสําคัญตามหลักแห่งอปริหานิยธรรมแล้วก็คงจะนําไป สู่การปฏิบัติให้สอดคล้องเป็นแนวเดียวกัน และยังประโยชน์ ความสําเร็จและความเจริญให้เกิดขึ้นแก่งานพระธรรมทูตและ กิจการ พระพุทธศาสนาได้ แม้งานพระธรรมทูตในประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปนี้ จะมีอุปสรรคปัญหา แต่ถ้านําเหตุการณ์และปัญหางานธรรม ทูตที่ผมเคยทําในเมืองไทยมาแล้วในอดีตตลอดถึงนําปัญหา งานธรรมทูต รุ่นบุกเบิกในสหรัฐอเมริกามาเปรียบเทียบกับ เหตุการณ์และปัญหาในประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปนี้แล้ว หลายท่านซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ต่างมีความเห็นสอดคล้องกัน ว่า งานพระธรรมทูตสายยุโรปนี้ มีความสะดวกสบายและ ปลอดภัยกว่าในเมืองไทย และกว่าในสหรัฐอเมริกาเสียอีก โดยเฉพาะงานบุกเบิกเริ่มต้นนั้นเป็นงานเสี่ยงภัย ซึ่งผมเคย ปฏิบัติมาแล้วทั้งในฐานะพระธรรมทูต ฝ่ายอํานวยการและ ฝ่ายปฏิบัติการ ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ ได้ เคยประสบกับอุปสรรคปัญหานานัปประการ ในเรื่องความ คิดเห็นที่แตกต่างกันของผู้คน ทั้งในด้านความยุ่งยากลําบาก ในการจาริกไปในถิ่นทุรกันดารที่ต้องเสี่ยงภัยจากคอมมิวนิสต์ ด้วย แต่พระธรรมทูตรุ่นหลังเหตุการณ์หรือรุ่นน้อง ๆ ถึงแม้ จะมีปัญหาก็คงไม่มากนัก หากจะเปรียบเทียบ ก็เหมือนงานบุกเบิกที่ท่านเจ้า คุณพระราชกิตติโมลี มาเริ่มต้นสร้างวัดที่นี่ หรือเหมือนกับ พระเถรานุเถระ พระธรรมทูตอีกหลายรูป ที่มาปฏิบัติงานใน ยุโรปและสหรัฐอเมริการะยะแรก ๆ นั้น ถ้าพูดตามภาษาชาว บ้านก็ว่า ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย แต่พระธรรมทูต ที่มาภายหลังหรือรุ่นน้อง พอมาถึงก็มีที่อยู่อาศัย มีอะไรต่อ อะไรแทบทุกอย่างแล้วแม้กระนั้น ท่านก็ยังมีความรู้สึกว่า ยัง มีอุปสรรคปัญหา และยังมีความยุ่งยากลําบาก โดยประการ ต่าง ๆ อยู่ แต่ถ้าเทียบกันแล้ว ผู้มาบุกเบิกเริ่มต้นนั้น ย่อมลํา บากมากกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะผู้มาก่อน และมีประสบการณ์มากกว่า ย่อมจะพบกับอุปสรรคปัญหาต่างๆ หลากหลาย ยิ่งวัดใหญ่ๆ ที่มีศาสนกิจและกิจกรรมต่างๆ มาก มีประชาชนหลายฝ่าย หลายชาติ หรือหลายศาสนา มาร่วมกิจกรรมมากก็จะมีคนมี ความคิดเห็นมาก มีความขัดแย้งมากและมีปัญหามาก ภาค ทฤษฎีหรือความคิดเห็นดี ๆ จึงต้องหารด้วยประสบการณ์ ด้วยความหนักแน่นอดทน ความยืดหยุ่น ละมุนละไม และ ความยืนหยัดในกรอบแห่งพระธรรมวินัย โดยอาศัยสติปัญญา ไตร่ตรองพิจารณา เพราะงานพระศาสนากับประชาชนนั้น ต้องอาศัยศรัทธาและปัญญาเป็นตัวเชื่อม เป็นบันได ๓ ขั้น คือ ลําพังการสร้างศรัทธาก็เป็นงานยาก การรักษาศรัทธายังยาก กว่า แต่การเจริญศรัทธานั้นยากกว่าหลายเท่า แล้วยังจะต้อง สร้างและพัฒนาปัญญา เพื่อสร้างศรัทธา รักษาศรัทธาและ เจริญศรัทธาไว้ให้ควบคู่กับปัญญาต่อไปด้วย มิฉะนั้นศรัทธา อาจเสื่อมคลายหายไปได้ สําหรับในด้านสภาพแวดล้อมนั้น เป็นสิ่งที่พระธรรม ทูตไม่ควรมองข้ามและประมาท เพราะถ้าเผลอไปอาจเกิด ภยันตรายขึ้นได้ ไม่ว่าที่ใดก็ตาม แม้ในประเทศมหาอํานาจอ ย่างสหรัฐอเมริกาที่มีความศิวิไลซ์แท้ ๆ กฎหมายบ้านเมือง และเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ยังช่วยป้องกันภัยอันตรายจากคนร้าย ให้เราไม่ได้ ตอนที่ผม/อาตมภาพปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในนคร ชิคาโก ผม/อาตมภาพมีความรู้สึกว่า เราไม่มีภูมิคุ้มกันความ ปลอดภัยใด ๆ จึงไม่มีความมั่นใจในชีวิตของตนเองและของ ญาติโยมที่มาวัด ตลอดถึงทรัพย์สินของพระศาสนา แม้สถาน ทูตและสถานกงสุลไทย ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทยก็ช่วยอะไร เราไม่ได้ เพราะอยู่ห่างไกลกัน เพราะในอดีตบ้านพักของผู้ ช่วยทูตทหารอากาศที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซียังถูกคนร้ายปล้น เราเป็นพระสงฆ์ ไม่มีอาวุธใด ๆ ป้องกัน มีแต่ ธรรมาวุธอย่างเดียว ก็ต้องถือคติว่า เมื่อเป็นพระธรรมทูต ไทยในต่างแดน นอกจากจะต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ วิริยะอุตสาหะและอดทนแล้วสิ่งที่จะต้องกำ หนดไว้ในใจที่ลืม ไม่ได้ก็คือ จะต้องปลงอนิจจังในวิถีชีวิตของตนเองที่ต้องมา ทำ หน้าที่นี้ โดยต้องยอมสละได้ทุกอย่างแม่กระทั่งเลือดเนื้อ และชีวิต เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา เรื่องที่ผมถวายนี้มิ ใช่เรื่องสํานวนโวหาร แต่เป็นเรื่องชีวิตจริงของผม/อาตมภาพ ที่อยู่ในท่ามกลางแห่งภัยอันตรายรอบด้าน และไม่ทราบว่า ความตายจะมาถึงเมื่อไร แต่ผม/อาตมภาพก็อุตส่าห์เอาชีวิต
61 รอดมาได้โดยปลอดภัย หาไม่แล้วผม/อาตมภาพก็คงไม่มีวันนี้ และคงมิได้มาพูดกับท่านทั้งหลายที่นี้ด้วย ตอนที่ผม/อาตมภาพปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาอยู่นั้น ผม/อาตมภาพเคย เตือนเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่มาร่วมงานทีหลังเสมอว่า ทุกรูปต่างก็มีความฉลาด และก็อย่าขาดความเฉลียว คืออย่าประมาท คิดว่าเรามาทําความดีในต่างแดนต่อทุกคน แล้ว ทุกคนคงจะมีไมตรีดีต่อเราเช่นกันเสมอไป บางทีอาจจะ ไม่เป็นเช่นนั้น จึงไม่ควรไว้ใจทางวางใจใครง่าย ๆ เพราะอะไร ๆ ที่ไม่คาดคิดมันก็เกิดขึ้นได้เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ก็มักพูด ว่า ผม/อาตมภาพชอบมองโลกและมองคนในแง่ร้าย แต่หลายวัด ในระยะแรกก็จะถูกทดสอบ และมีประสบการณ์ด้วยตนเอง มากบ้างน้อยบ้าง เรื่องถูกปาด้วยก้อนอิฐหรือถูกหักธงชาติธง ธรรมจักร ถือ เป็นเรื่องจิบจ๊อย เรื่องมากกว่านั้น บางอย่าง หรือหลายอย่างก็ไม่มีใครอยากบอกกัน มีพระสงฆ์รูปหนึ่งบอกผม/อาตมภาพว่า ที่วัดผมไม่ เห็นมีปัญหาเหมือนวัดอื่นเลย แต่ท่านรูปนั้น ขอเอ่ยนามในที่ นี่เสียเลย คือพระไพรัช เจ้าอาวาสวัดพรหมคุณาราม อริโซนา นั่นเอง หลังจากนั้นไม่นาน ท่านพร้อมด้วยพระธรรมทูตและ สามเณรรวมถึงญาติโยมด้วยก็ถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด หมดทั้งวัด เหตุการณ์ในครั้งนั้น น่าสะพรึงกลัวมาก และ เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งพระธรรมทูตและ ชาวไทยใน สหรัฐอเมริกา ไม่สามารถจะลืมได้ลงจนถึงบัดนี้ อย่างไรก็ ดี ถึงแม้พระธรรมทูตและท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะมรณภาพ และตายไป แต่เราพระธรรมทูตทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา ที่ยัง สามารถรอดชีวิตมาได้ด้วยสติปัญญาและธรรมะ ก็ยังพร้อม ที่จะสืบสานอุดมการณ์งานพระธรรมทูตต่อไป ด้วยความไม่ ประมาทอย่างที่แล้วมา นี้คือบทเรียนเพียงเรื่องเดียวที่ผมยกขึ้นมาปรารภ เพื่อสนับสนุนการพัฒนางานพระธรรมทูต สายต่างประเทศ ในยุโรปว่า ต่อไปนี้เราจะต่างองค์ต่างอยู่ตามลําพัง ไม่ปรึกษา หารือหรือพึ่งพากันก็ได้ คือแต่ละวัดอยากจะทําอะไรก็ทําไป ไม่อยากทําก็ไม่ทํา โดยยกเอากฎหมายแต่ละรัฐแต่ละประเทศ และเหตุต่างๆ มาเป็นข้ออ้างลําพังเพียงการอยู่ได้นั้นคงอยู่ ได้แน่ แต่เราคิดจะทํางานใหญ่คงไม่ได้และทําความเจริญแก่ พระศาสนาและสังคมคงยาก เพราะจะต้องอาศัยกําลังร่วมมือ สนับสนุน จากหลายท่านและหลายฝ่าย ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ตอนที่ผม/อาตมภาพไปปฏิบัติ ศาสนกิจในสหรัฐอเมริกาใหม่ ๆ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งใน ขณะนั้นท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เมื่อ ยังดํารงสมณศักดิ์ที่ พระราชวรมุนี ก็อยู่ด้วยกัน จึงได้ร่วม กันก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้น แม้ว่ากฎหมาย แต่ละรัฐจะไม่เหมือนกัน แต่เราก็ใช้สถานที่วัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์ เป็นสํานักงานกลาง ขอจดทะเบียนเป็นองค์กร ประชุมถูกต้องตามกฎหมาย โดยความเห็นชอบของสถาน ทูตไทยประจําสหรัฐอเมริกา และมหาเถรสมาคมแห่งคณะ สงฆ์ไทย เพื่อเป็นองค์กรที่ปรึกษาหารือช่วยเหลือเกื้อกูลและ สนับสนุนศาสนกิจของทุกวัดในสหรัฐอเมริกา ตลอดถึงร่วม กันวางนโยบายและกําหนดปฏิปทาจริยและศาสนกิจตาม พระธรรมวินัยให้สอดคล้องเป็นแนวเดียวกัน ปรากฏเป็นผลดี สืบมาจนถึงบัดนี้ ที่ผม/อาตมภาพพูดเช่นนี้ มิใช่ชี้นําให้พระธรรม ทูตไทยในยุโรป ตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยขึ้นในยุโรป เพราะเรื่อง นี้ ควรเป็นเรื่องที่พระธรรมทูตทั้งหลายสายต่างประเทศใน ยุโรปจะพิจารณาเป็นสังฆมติร่วมกัน ผม/อาตมภาพเพียง นําประสบการณ์โดยสังเขปมาปรารภว่า เรื่องอุปสรรคและ ปัญหาศาสนกิจนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่างานไหนและใน สังคมไหนที่มีคน ที่นั่นก็ต้องมีอุปสรรคและปัญหาเป็นเรื่อง ธรรมดา ถ้าไม่มีคนก็ไม่มีปัญหา แต่บางอุปสรรคปัญหาหรือ หลายอุปสรรคปัญหา บางทีเราคนเดียวหรือรูปเดียวหรือวัด เดียว ย่อมป้องกันแก้ไขหรือทําไม่ได้หรือได้แต่ยากมาก โดย เฉพาะสังฆกรรมสําคัญหลายอย่างที่กําหนดด้วยพระสงฆ์
62 จํานวนมากกว่าที่แต่ละวัดมีอยู่ จําต้องอาศัยกําลังร่วมด้วย ช่วยกันของพระสงฆ์หลายรูปหลายวัดและหลายฝ่าย ดังที่ใน สหรัฐอเมริกาปฏิบัติได้ผลอยู่ตลอดระยะที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานพระธรรมทูตในทศวรรษ วิกฤติโลกหรือในอนาคตอันใกล้นี้ นับวันจะมีมากขึ้นตามลํา ดับ เมื่อมีศาสนกิจมาก แต่กําลังของพระธรรมทูตไทยใน ต่างแดนแต่ละวัดมีจำ นวนน้อย เราก็สู้กับอุปสรรคปัญหาไม่ ไหว เราจะทําอย่างไร เราจะต้องผนึกกำลังกัน เหมือนนิ้วมือ ทั้งห้า ถ้าแยกกันก็ไม่มีกำลังอะไร แต่ถ้ารวมกัน ก็สามารถ ทำกิจกรรมต่าง ๆ สำ เร็จได้โดยง่าย หรือถ้ากำ เป็นหมัดก็ สามารถต่อสู่กับศัตรูได้ ศาสนกิจของพระธรรมทูตไทยในปัจจุบันและใน อนาคตก็เช่นเดียวกัน บางทีในภาวะวิกฤติอาจเกิดขึ้นในเมือง ไทยหรืออาจเกิดขึ้นในต่างแดนในอนาคตอันใกล้นี้ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ไม่แน่นอน เราจะต้องเตรียมพร้อมที่จะรับกับภาวะวิกฤตินั้น ได้ ถ้าเรามีพระธรรมทูตเหลืออยู่ประจําแต่ละวัดจํานวนน้อย แต่มีภาระแห่งศาสนกิจมาก หากเรามีองค์กรประสานความ เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน ก็จะสามารถยังศาสนกิจต่างๆ นั้นให้ สําเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้ง่าย ดังคํากลอนที่ผม/อาตมภาพร้อย กรองไว้ขอนำ มาฝากไว้ณ ที่นี้ว่า นิ้วทั้งห้าถ้าแยกกันเป็นอิสระ ทํางานจะไม่สัมฤทธิ์ไพศิษฐ์ศรี ถ้ารวมกันฉันท์รู้รักสามัคคี ทํางานใหญ่ย่อมได้ดีเหมือนมีมนต์ นิ้วทุกนิ้วถ้ารวมทําเป็นกําหมัด จะสู้พาลสารพัดไม่ขัดสน คนแยกกันย่อมไร้พลังน่ากังวล ยิ่งรวมกันเป็นพันคนยิ่งทรงพลังๆ ผม/อาตมภาพขอเรียนว่า งานพระธรรมทูตสายต่าง ประเทศนั้นเป็นงานปิดทองหลังองค์พระปฏิมา แต่ผมรู้สึก ปลื้มใจจริง ๆ ที่ท่านเจ้าคุณพระศรีปริยัติโมลี และทีมงาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภายใต้การดูแล ของท่านเจ้าคุณพระเทพโสภณ อธิการบดี ซึ่งปกติท่านก็มี งานล้นมือ ในการบริหารคณะสงฆ์ภาค ๒ โดยเฉพาะในด้าน ผลิตพระบัณฑิต ซึ่งเป็นทรัพยากรระดับสูงทางพระศาสนา นอกจากท่านจะรับงานอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ในสหรัฐอเมริกาให้ผม/อาตมภาพ และสมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกามาถึง ๘ รุ่น จนถึงบัดนี้มีจํานวนถึง ๕๐๗ รูป แล้ว ท่านยังยกทีม งานพระบัณฑิตหนุ่มไฟแรงส่วนหนึ่งมา สนับสนุนโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการงานพระธรรมทูตสาย ยุโรปครั้งนี้อีกด้วย ขอแสดงความดีใจ และขออนุโมทนาอย่างยิ่งและ ด้วยความจริงใจ ต่อท่านเจ้าคุณพระราชกิตติโมลี ที่รับเป็น เจ้าภาพสถานที่และทุกอย่าง ในโครงการสัมมนาครั้งนี้ซึ่ง ถ้าท่านตั้งใจจะทํางานแต่ในวัดศรีนครินทรวรารามของท่าน โดยเฉพาะงานสร้างวัดสร้างคนให้เป็นมนุษย์ท่านก็หนักพอ อยู่แล้ว แต่นี่ท่านยังคิดถึงวัด คิดถึงพระศาสนา คิดถึงเพื่อนๆ และน้องๆ พระธรรมทูตในยุโรปด้วยกัน จึงพร้อม กับมูลนิธิ สมเด็จย่าเพื่อวัดศรีนครินทรวรารามและญาติโยมของท่าน เสียสละกําลังทุกด้าน รับอุปถัมภ์งานนี้ ด้วยความเรียบร้อย น่าชื่นใจ ทุกท่านที่ผม/อาตมภาพกล่าวถึง ท่านเป็นผู้มีวิสัย ทัศน์ มีอนาคตังสญาณมองเห็นกาลไกลและมีความเสียสละ สูง จึงมองเห็นความสําคัญของประโยชน์และความสุขส่วน รวมมากกว่าประโยชน์และความสุขส่วนตน ขวนขวายทํากิจ พระศาสนาและของประเทศชาติ เพื่อประชาชนและชาวโลก โดยส่วนรวมได้ ในฐานะที่ผม/อาตมภาพเป็นกรรมการมหาเถร สมาคมรูปหนึ่ง ที่ได้รับแต่งตั้งมอบหมายจากมหาเถรสมาคม ให้เป็นคณะกรรมการให้การสนับสนุนงานพระธรรมทูตสาย ต่างประเทศรู้สึกดีใจและขออนุโมทนาต่อท่านเอกอัครราชทูต ไทยประจํากรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ท่านจุลพงษ์โนน ศรีชัย ผู้ทําหน้าที่ดูแลชีวิตและทรัพย์สินชาวไทย ต่างพระเนตร พระกรรณ สมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาท
63 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในนามของรัฐบาลไทยในภูมิภาคนี้ แม้ท่านจะมีภารกิจมากยังเสียสละเวลามาถวายความอุปถัมภ์ งานพระศาสนาเพื่อประชาชนครั้งนี้ ขออนุโมทนาต่อท่านอธิบดีกรมการศาสนาที่ได้ อนุมัติให้คุณถวิล สมัครรัฐกิจ ผู้อํานวยการ สํานักงาน เลขาธิการมหาเถรสมาคม เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และ ขออนุโมทนาต่อกระทรวงการต่างประเทศที่ได้อนุมัติให้ คุณปรีชา แก่นสา เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเพื่อ ให้ทั้งสามท่านได้มา ร่วมเป็นวิทยากรถวายความรู้ในทาง ราชการที่พระธรรมทูตเกี่ยวข้องในครั้งนี้ ทุกท่านที่มีส่วนร่วม ใน โครงการสัมมนา ถือว่ามีส่วนร่วมอุปถัมภ์ ซึ่งควรแก่การ อนุโมทนาสาธุการเป็นอย่างยิ่ง งานพระธรรมทูต ของมหาเถรสมาคม โดยเฉพาะ สายต่างประเทศนี้ อยู่ในความดูแลของเจ้าประคุณสมเด็จ พระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ก่อนเดินทางมาครั้งนี้ ผม/ อาตมภาพ ได้เข้ากราบเรียนลาเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจตาม หนังสือนิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ได้ฝากขออนุโมนาต่อทุก ท่านทุกฝ่ายที่ได้เอาใจใส่ปฏิบัติศาสนกิจและให้ความอุปถัมภ์ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติงานพระธรรมทูตครั้งนี้ ให้สําเร็จ ลงด้วยความเรียบร้อยด้วยดี ในที่สุดนี้ผม/อาตมภาพ ขออธิษฐานจิต อาราธนา คุณพระศรีรัตนตรัยและขออํานาจแห่งความอุปถัมภ์จาก มหาเถรสมาคม จากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ องค์ ประธานอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ จากมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย จากกระทรวงศึกษาธิการ จากกระทรวง การต่างประเทศและรัฐบาลไทย โดยเฉพาะด้วยกุศลเจตนา ของพระธรรมทูตสายต่างประเทศทุกรูป ตลอดถึงของวัดศรี นครินทรวราราม มูลนิธิสมเด็จย่าเพื่อวัดศรีนครินทรวราราม พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และทุก ประเทศในยุโรป ขอให้การสัมมนาครั้งนี้จงบรรลุความสําเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการโครงการ ทุกประการ เทอญ ผม/อาตมภาพ ขอเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการงาน พระธรรมทูตสายต่างประเทศครังนี้ณ บัดนี้ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกา-ยุโรปในความ ใฝ่ฝันของข้าพเจ้า” โดย พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร ท่านเจ้าคุณพระราชกิตติโมลี ท่านเจ้าคุณพระศรี ปริยัติโมลีและพระมหาเถรานุเถระทุกท่าน พระธรรมทูต สายยุโรปและสหรัฐอเมริกา ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดี ในการที่ทางโครงการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระธรรมทูต สายยุโรปที่จัดให้มีการสัมมนาขึ้นที่วัดศรีนครินทรนี้เพราะจะ เป็นได้ว่า เป็นประโยชน์ในการที่พระธรมทูต ที่ไม่เคยได้มา พบปะกันได้มาคุ้นเคยรู้จักมักคุ้นกันเป็นกิจลักษณะ ในการจัด กิจกรรมการปรึกษาหารือการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุโรป ตามที่เราตั้งกุศลเจตนามา ถ้าเราไม่มีโครงการนี้ เราก็จะไม่มี การปรึกษาหารือกันในลักษณะอย่างนี้ไม่มีการพบปะกันอย่าง นี้ สําหรับเรื่องที่ทางโครงการกําหนดให้ผมมาพูดใน ครั้งนี้ ในหัวข้อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอเมริกาและ ยุโรปในความใฝ่ฝันของข้าพเจ้า ถ้าว่ากันมันก็ยาวเมื่อเช้านี้ผม ก็เลยพูดกับพระศรีปริยัติโมลีว่า ผมพูดสั้น ๆ ได้ไหม เพราะ ผมฟังเรื่องนี้และพูดเรื่องนี้มาเกือบ ๒๐-๓๐ ปีมาแล้ว ถ้าพูด อีกก็ซ้ำซากเหมือนกับที่พูดอยู่ทุกวันก็เหมือนกับทุกวัดเหมือน กันหมด ที่เจ้าคุณพระราชกิตติโมลีได้แสดงความคิดเห็นที่ เกิดขึ้นกับพวกเราทุกรูปโดยเฉพาะผู้ที่ทําหน้าที่เป็นผู้บริหาร วัดสําหรับพระลูกวัดน่ะไม่ค่อยเท่าไร แต่ว่าผู้ที่เป็นหัวหน้านี้ มันรับภาระเยอะมันหนักหน่วงใครยังไม่รู้ลองเป็นดูก็ได้ แล้ว ก็จะรู้มันมีเหตุปัจจัยหลายอย่างพูดแล้วได้ฟังท่านเจ้าคุณ พระราชกิตติโมลีมันเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวก็ถูกแต่ว่าเป็น คุณลักษณะอย่างเดียวไม่พอ เพราะว่าผมเป็นประธานสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกา ผมจะพัฒนาวัดที่นครชิคาโกผมยังทําไม่ ได้มันก็ต้องใช้กุศโลบายเพราะว่าเราทํางานไม่ได้ทําคนเดียว ไม่เหมือนเจ้าอาวาสวัดในเมืองไทยกฎหมายไม่คุ้มครองสั่งเอา อย่างนี้ อย่างนั้น ในเมืองนอกไม่ได้ชาวบ้านมีเสียงเดียวนี้ก็ จะต้องหากุศโลบายยุทธศาสตร์ที่จะทําให้งานนี้ประสบความ
64 สําเร็จในเรื่องวิสัยทัศน์นั้นก็มีความจําเป็นอย่างยิ่ง ในการที่ เราจะต้องศึกษาหาความรู้สนใจที่จะนําเอามาใช้ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะว่า ที่เจ้าคุณศรีฯ ได้ตั้ง หัวข้อให้ผมมันหมายถึงงานในอเมริกาและในยุโรปด้วย ความ จริง ผมควรจะเป็นหลาย ๆ อย่าง แต่ผมก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ ผมอยากจะเป็น ผมอยากเรียนหนังสือ ไม่ใช่ว่าไม่เก่งแต่ไม่ได้ เรียนเพราะว่าต้องมาทํางานสนองเจ้าประคุณท่านโปรดแล้วก็ ไปไหนไม่ได้ ต้องทํางานพร้อมกันหลายอย่างทั้งการงานน้อย ใหญ่ หนเหนือและหนตะวันออกด้วย ในช่วงหนึ่งผมเดินทางมาที่กรุงลอนดอน ผมก็ไม่ ทราบว่าท่านพระอาจารย์มหาสมบูรณ์มีแผนอะไร ท่านกําลัง จะไปแล้วให้ผมมา ตอนนั้นผมเป็นพระครูปลัดอยู่นะ ที่นันก็ ดูดีเหมือนกันผมเดินทางมา ๖ เดือนครับ ตั้งใจจะไปลาเจ้า ประคุณสมเด็จพอดี พอกลับไป เจ้าประคุณสมเด็จไม่ยอม บอกว่า คุณอยู่พระอารามหลวงแล้วคุณยังจะไปอยู่วัดราษฎร์ ทําไมคุณต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่โน่น ก็เลยต้องอยู่ที่เมืองไทย เพราะสมเด็จท่านไม่ให้มา ท่านไม่ชอบ เมื่อก่อนเหตุการณ์คณะสงฆ์ในต่างประเทศไม่ เหมือนปัจจุบัน เรากว่าจะต่อสู้ขึ้นมาให้สิทธิ์ในการที่จะขอให้ พระธรรมทูตของเราให้ได้รับสมณศักดิ์เนี่ย ยังไม่ได้เหมือนใน ปัจจุบันนี้ ไม่งั้นพระผู้ใหญ่ที่ไปจําอยู่ในอเมริกาก็คงจะไม่ได้ รับสมณศักดิ์ จากนั้นผมสนองงานในเจ้าพระคุณสมเด็จจนถึง ปี ๒๕๑๘ มีคนวางแปลนโครงสร้างกุฏิหลังแรกของไทยใน นครลอสแองเจอลิส ซึ่งท่านเป็นกรรมการสร้างวัดนั้นอยู่ ท่าน เจ้าประคุณสมเด็จเดินทางไปสร้างวัด พอไปถึงที่นั้น ก็มีคนไป ร้องเรียนเรื่องการสร้างวัดในนครนิวยอร์ค ในอเมริกาในขณะ นั้น เลือกที่วัดอยู่เพียง ๓ แห่ง คือ วัดไทยนครนิวยอร์ค และ วัดไทย แต่ทั้ง ๓ วัดนั้นไม่ได้เป็นวัดจริงหรอกครับ เป็นสํานัก สงฆ์ภายใต้ไปรอการสร้างเป็นศูนย์ทั้ง ๓ แห่ง ทีนี้เมื่อมีปัญหาขัดแย้งกันเกิดขึ้น ผมในฐานะที่เป็น เลขานุการแม่กองงานต้องเป็นผู้รับเรื่องนี้เข้าไปว่า จะหาทาง ช่วยเหลือยุติความขัดแย้งในนครนิวยอร์คอย่างไร ทางคณะ สงฆ์และเจ้าประคุณสมเด็จ คนที่มีศรัทธาแต่ยังมีการขาด ความรู้ความเข้าใจ ในการที่จะดําเนินกิจการทางพระพุทธ ศาสนา ในต่างประเทศนั้น ก็จะก่อให้เกิดปัญหา ยุคนั้นมี พระผู้ใหญ่หลายรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเดชพระคุณ พระธรรมราชานุวัตร ก็มองเห็นว่าผมควรจะออกมา เพราะ ผมมีตําแหน่งมีหน้าที่โดย เฉพาะผมไม่เสียค่าเครื่องบินนะ ครับ ท่านพระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตรเป็นคนส่ง ผมเอง ให้มาช่วยคลี่คลายปัญหาในนครนิวยอร์ค ตอนนั้น นครนิวยอร์ค มีพระมหาพุฒิมาจากวัดเบญจมบพิตร ไปประ จําอยู่ แต่เข้าไปอยู่ในวัดที่รวมกันนั้นไม่ได้ ที่เป็นสํานักงาน ศูนย์ไม่ได้ เพราะมีฆราวาสเขาเป็นประธาน ก็เลยย้ายไปอยู่ ที่สถานทูตสหประชาชาติจําพรรษาอยู่ที่นั้น พอออกพรรษา แล้ว อาจารย์ธีรนนท์เข้ามาเขาก็ไม่ต้อนรับอีก ไม่ให้เป็นใหญ่ พระธรรมทูตสาธิตก็เลยมาใหญ่เพราะฉะนั้นจึงได้ชื่อว่า วัด วชิรธรรมปทีป ตังแต่นั้นมา แต่ว่า วัดที่เริ่มต้นอยู่ก่อนนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากพระ มหาสง่า ที่ได้มาจากวัดพุทธบพิตรสโมสร เมื่อก่อนในอเมริกา ยังไม่มีวัด พากันนิมนต์พระมหาสง่ามาเทศน์พอพระมหาสง่า รู้ว่าทางนครนิวยอร์คจะมีวัด พอเทศน์แล้วก็ถวายเงิน เอา ทีละห้าร้อย ทีละพัน สองพัน ก็ได้หลาย อาจารย์มณีได้จัด นิมนต์มาปี ๒ ก็ได้เงินมาตั้งสํานักงาน แล้วก็นิมนต์พระมา อยู่ อาจารย์มณีไม่รู้จักนิมนต์หรือเปล่า เพราะนิมนต์พระ ๒ นิกายมาอยู่ด้วยกัน นี้คือตัวปัญหา มาอยู่เสร็จแล้วก็ผมไม่รู้ว่า ใครผิดใครถูกปรากฏว่าตอนหลังมา เขาบอกว่าวัดนี้ต้องเป็น ธรรมยุติมหาพุฒิมาก็อยู่ไม่ได้สิก็ต้องเผ่นไปอยู่สํานักงานทูต สหประชาชาติมหาสมุทรกับผมรู้จักกัน แจ้งไปที่แม่กองธรรม ทูต บอกว่าอาจารย์มาช่วยผมหน่อย ทำ ไง ผมก็นําเรื่องนี้ กราบทูลเจ้าประคุณสมเด็จ เจ้าประคุณสมเด็จบอกว่า เราไม่ต้องเข้าไปยุ่ง คุณ อย่าไปนะไปมันก็เสียชื่อ แต่หลวงพ่อวัดไตรมิตรบอกว่า ถ้า เป็นผมนะ หนุ่มๆ นี้เอาเลย ทุกรูปก็ไปยุสมเด็จเพราะต้องการ อยากจะให้ผมมา พอผมไปลาก็ตอนนั้นมีตําแหน่งอยู่เยอะ แยะหลายตําแหน่งเลย แต่ผมมีเลขาผู้ช่วยอยู่ ๔-๕ รูปก็เลย
65 มอบหมายงานให้ไป หลวงพ่อก็ให้มา มาก็ร่วมกับสถานทูต ไทย คุณประชา คุณเกษม ที่สํานักงานทูตสหประชาชาติ ผมเป็นผู้แทนของคณะสงฆ์ ท่านทูตเป็นผู้แทนของรัฐบาล เพื่อหาทางคลี่คลายผมก็ไปกราบทูลลาเจ้าประคุณสมเด็จ พระสังฆราชวัดราชบพิตร ขอให้ท่านเจ้าคุณรวม ๒ เป็นวัด เดียวกันนะ ถ้ารวมวัดไม่ได้ก็ให้รวมวัดและรวมคน ผมก็รับ นโยบายนั้นมา หลวงเตี่ยก็มีนโยบายให้กระผมเอากฐินไปทอดวัด วชิรธรรมปทีป เอาผ้าป่าไปทอดวัดอุสสาหพญา ๒ ก็ลงเครื่อง บินไปพร้อมกับโยม ยังจําได้โยมเขาถามว่า ท่านจะไปไหน ไป นครนิวยอร์ค แล้วโยมจะไปไหน? โยมจะไปวัดอุสส่าห์ ท่าน ต้องไปวัดอุสส่าห์นะ ทีนี้มหาพุฒิบอกว่า อาจารย์ไปไม่ได้นะ วัดนี้ยังไม่ได้เป็นวัดนะ เราเป็นพระด้วยกันต้องอยู่วัดไม่ใช่ไป อยู่อย่างนั้น ผมก็เลยสับสนครับ หลังจากทอดกฐินที่วัดวชิระเรียบร้อยแล้ว วันนั้น ตอนบ่าย คิดว่าจะไปทอดผ้าป่าที่วัด อุสสาห์ต่อ เราเป็นคน ต่างถิ่น เราเป็นคนมาจากประเทศไทย ผมไม่อยากจะไปสร้าง ความแตกแยก ก็จะไปตามที่เขาจัดให้พอจะออกเดินทาง ปรากฏว่า ยางแบนทั้ง ๔ เส้นเลย ไปไม่ได้อาจารย์ทําอย่างไร ทําอย่างไรผมก็ไปไม่ได้เหมือนกับปิดตาไม่รู้จะไปอย่างไร วัด อุสสาห์ต้องเป็นวัดใหญ่กว่าวัดวชิระ เขาว่าอย่างนี้ พอผมไป แล้ว พวกธนาคารกรุงเทพฯ พวกอะไรก็เข้ามาหา ความจริง แหล่งเงินใหญ่นี้ก็ พักอยู่ตรงนี้นี่เอง เจ้าประคุณสมเด็จต้อง ทราบว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ก็ประชุมกัน ๒-๓ นัด ก็ ปรารภขึ้นพระเราตอนอยู่ในเมืองไทย ตอนอยู่ในเมืองนอกก็ แตกต่างกันไม่เหมือนกัน เป็นพี่เป็นน้อง พูดกันไม่รู้เรื่อง พอเข้าประชุมผมก็ปรารภถึงเรื่องที่เจ้าประคุณ สมเด็จสังฆราชให้นโยบายขอให้รวมวัดนี้ เป็นวัดเดียวกันได้ ไหม ได้ได้ครับ มีคนหนึ่งจบกฎหมาย บอกว่า ผมไม่เห็นด้วย ที่จะรวมวัดนี้เป็นวัดเดียวกัน ผมก็บอกว่าเขาเห็นแก่ตัวหรือ เปล่า เขาก็บอกว่า หลวงพ่ออย่าเอาสังฆราชมาพูดที่นี่ ผมก็ บอกว่า เราก็ถือว่าองค์สกลมหาสังฆปรินายกนี้สูงแล้ว ก็ควร จะเคารพ ถ้าไม่เคารพวันนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไร พออาทิตย์ที่ ๒ ก็ไปพูดประชุมอีก ทีนี้ก็บอกว่า พระ เราที่มาอยู่ในเมืองนอกนี้ถือว่าเป็นตัวแทนของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องให้พวกเราอย่าได้มีเรื่องกันเห็นแก่ ศาสนา เห็นแก่พระเจ้าอยู่หัวขอให้รวมกันเถอะ ถ้าพระองค์รู้ เรื่องนี้ขึ้นมาก็คงไม่สบายพระทัย เขาก็พูดว่า หลวงพ่ออย่าเอา เรื่องพระเจ้าแผ่นดินมาพูดกันที่นี่ ทีนี้ผมก็บอกว่าสังฆราชช่วย อะไรไม่ได้ ในหลวงช่วยอะไรไม่ได้ผมก็ไม่มีทางแล้ว มีหม่อม ราชวงศ์หญิงคนหนึ่ง โทรศัพท์มาหาผมเขาบอกว่าเขาสงสาร ผม ทำ ไมท่านต้องเปลืองตัวมาอยู่ระหว่างเขาทั้งคู่ เขาจะ ชนกัน หลวงพ่อสมเด็จห้ามไว้แล้ว เรายังไม่เชื่อ อุตส่าห์ดั้นด้น มา โดนหลวงเตี่ยหลอกหรือไงเนี่ย ความจริงผมก็เท่ากับไม่ ทิ้งงาน เข้าใจว่าเจ้าคุณสีนวลไปหาวัดวชิรธรรม วัดไตรมิตร หลวงเตี่ยด้วย ก็ตกลงพระผู้ใหญ่ว่าไม่มีใครเหมาะสมเท่าผม เพราะผมเป็นตําแหน่งบางตําแหน่ง เอ จะทําอย่างไร ในวงการคณะสงฆ์มันมีอย่างนี้ เราก็ทราบดี บรรดา สมเด็จต่าง ๆ นั้นจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ใช่เสียงจะแตก กัน ตอนนั้นเจ้าประคุณสมเด็จมหาธีรราช หลวงพ่อสมเด็จวัด ไตรมิตรองค์นั้น แล้วก็สมเด็จวชิรญาณ ๓ องค์เลขาต้องผนึก กําลังต้องเป็นหนึ่งเดียว มีอะไรก็ต้องโทรถึงหลวงเตี่ย มีอะไร ก็ต้องโทรหาท่านเจ้าคุณศรีสมโพธิ์ มีอะไรก็ต้องโทรถึงเจ้าคุณ มือสองยังไม่พอ นิมนต์เจ้าคุณบัวลอยมีอยู่ด้วย เจ้าคุณศรีสม โพธิ์ไม่อยู่ที่วัดวชิรธรรม ต้องรวมกันแก้ปัญหาไม่ใช่ว่าแหมเรา เก่งคนเดียว ไม่ใช่วันแมนโชว์ก็เลยได้เจ้าคุณสมโพธิ์มาอยู่ด้วย ทีนี้ก็อยู่จําพรรษาในวัดวชิระ ในขณะนั้น เราก็ทราบปัญหา อยู่ทุกแห่ง รวมถึงที่อินเดียนักศึกษากลุ่มต่าง ๆ ที่ลอนดอน ที่อเมริกาแต่ละแห่งก็มีปัญหา เราจะวางแผนอย่างไร เพราะ มีท่านเจ้าคุณธรรมปิฎกตอนนั้นเป็นพระราชวรมุนี ก็มาอยู่ สหรัฐอเมริกา ก็มาปรึกษาหารือกันว่าจะทําอย่างไร ในที่สุดก็ตกลงกันว่าเราน่าจะมีองค์กรอะไรเกิดขึ้น คือองค์กรสมัชชาสงฆ์ไทยต่างแดน เกิดขึ้นเพราะมีพระธรรม ปิฎก มีผม มีเจ้าคุณศรีสมโพธิ์๓ องค์คิดๆกันว่าจะทําอย่างไร เพราะเราคิดกันว่า พระที่อยู่ในอเมริกาในขณะนั้น มีประมาณ
66 ๑๐ องค์ที่อยู่ บางองค์ท่านก็ใส่เสื้อแล้ว บางองค์ก็เริ่มแล้ว ใส่ หมวกใส่อะไรต่าง ๆ บางทีก็ไปเข้าคิวซื้อแฮมเบอร์เกอชักจะ ไปกันใหญ่ จะทําอย่างไร ถึงจะ รวมกันได้จะเป็นหนึ่งเดียว ขณะเดียวกัน อาจารย์สุบินก็อยู่แอลเอผมไม่อยู่แล้ว ให้ผมไป แอลเอผมไม่อยู่แล้ว หลวงพ่อสมัชชาสังฆการ พิมลธรรมตอนนั้นก็ขอร้อง บอกว่าให้อดทน มันทนไม่ไหว เงินเราเป็นคนหาแต่ เขาไม่ให้ ใช้ กรรมการฝ่ายฆราวาสนี้ เขาบอกว่าไม่ได้เขายอม เพราะ ว่าเจ้าอาวาสไม่ใช่องค์เดียวสั่งได้นะ มันอยู่ในบอร์ด เอา เงินมาใช้ไม่ได้ แต่คุณโสภณธรรมวาที ก็ต้องเผ่นออกจาก ลอนดอนก็เพราะว่าเอาเงินวัดไปใช้เนี่ย มันหนาวผมไปผม นอนไม่หลับ ไม่รู้จะทําอย่างไรท่านก็ไปซื้อพรมนี่มาปูมันทน ไม่ไหวกรรมการเขาบอกว่าเอาเงินไปใช้โดยไม่ได้รับอนุมัติ เจ้าอาวาสเอาเงินไปใช้โดยไม่ได้รับอนุมัติ แต่ท่านมีบิลซื้อมา เพราะว่าที่วัดพุทธปทีปลอนดอนมี๒ คณะกรรมการใหญ่ ๆ เเล้วก็มีกรรมการเมืองไทยอีก ถ้าทําอะไรก็ต้องรายงานทั้ง ๔ กรรมการนั้นแหละ กรรมการข้างในเขาไม่เห็นด้วยเขาก็โดน อาจารย์โสภิณก็เหมือนกันบอกว่าไม่เอาแล้วก็เหมือนกัน บอก ว่าไม่เอาแล้วก็มานั่งคุย ปัญหาต่างๆ กันจะทําอย่างไรดีเอ๋... ผมจะกลับมันก็เสียฟอร์ม แต่เราก็หมายมาเป็นเลขานุการมา คลีคลายปัญหาให้ ขณะเดียวกันที่นครชิคาโกปีต่อมามีข่าวว่า ที่ชิคาโก อยากมีศูนย์อยากจะสร้างวัด ก็ขอนิมนต์ผมไป ทีนี้ผมจะไป คนเดียวก็ไม่ได้จะเอามหาบุทไปด้วยเขาก็มีภาระอยู่หน่วย งานที่นครนิวยอร์ค มหาสุบินบอกว่าไม่เอาแล้วไม่ยุ่งด้วยแล้ว คนไทยผมจะไปฝรั่งเศสดีกว่า ทีนี้ก็ผม คณะสงฆ์ก็เลยให้ผม กับพระครูปลัดปรีชา ผมก็ไม่รู้จัก แต่เป็นคนจังหวัดเดียวกัน ท่านอยู่วัดอนงค์แล้วท่านก็ขอติดตามไปก็โทรศัพท์ไปจัดการ ให้เสร็จพอผมไปถึงชิคาโกเท่านั้นแหละก็มีคนมารับ อันนี้ฝากไว้จะได้รู้ไว้ว่าขั้นตอนมันเป็นอย่างไร พวก เราผมเคยถูกต้มมาแล้วนะ เขาก็มาถาม เมื่อวานนี้ที่ใครพูด ที่ลอนดอนบังเอิญผมลงเครื่องบินไป เขาก็มารับไปบอกท่าน เจ้าคุณไม่ต้องห่วงไม่ต้องไปพักโรงแรมไปพักที่บ้านผม ก็ไป พักบ้าน แต่ประธานศูนย์คุณแสวง แสวงจิตเป็นคนนิมนต์ แต่เขาไม่ให้ไปพักที่บ้านนั้น ต้องไปพักที่บ้านเขา ผมบอกว่า จะไปเขาไม่รับไปนี่จะทําไงก็ไปพักเสร็จแล้ว โอย...นินทาคุณ แสวงอย่างนั้น ๆ ผมไม่ฟังเสียงเสียกําลังใจเปล่า ผมทํางาน คณะสงฆ์มาก็เป็นถึง เลขาเจ้าคณะใหญ่แน่นอนเราต้องหนัก แน่นเพียงพอ ขนาดคุณโยมเอื้อนมานิมนต์ที่เคยนิมนต์เจ้าคุณ สมเด็จไปเอาลูกไปบวชที่อุทัยผมเป็นกรรมวาจาจารย์ด้วย ผม บอกโยมอย่างมายุ่งกับอาตมานะ ตอนนี้ อาตมาจะทํางาน ส่วนรวมนะโยม โอยเป็นห่วง เป็นห่วงไอ้ที่รับไปนะมันไม่ดีนะ ปรากฏว่าในชีวิต ของมันไม่มีใครดีเลย เอานี้พอท่านเจ้าคุณ นั้นเป็นอย่างนี้นะคนนี้เป็นอย่างนันนะ โอยตาย ทีนี้มีคนๆ หนึ่งเขาบอกว่า เขามีสามชีวิตในบ้านคือ สามีภรรยา หมา เขาจะให้เราไปพักบ้านเขาเอ้...ผมก็ว่า... เดียวเราจะกลายเป็นพระของคนนั้นคนนี้ไป เราก็ไม่ไปนะคุณ กิตติบุญชื่อ ผมไม่ไป ขอบคุณแสวงจิต คุณแสวงจิตนี้ก็ไม่รู้ ใครไปพูดอย่างไรลังเลว่า จะเอาอย่างไรปรากฏว่า ขณะนั้น เขาติดต่อกับสังฆราชวัดราชบพิตรไว้แล้ว จะเอาพระของเรา ขึ้นมาอยู่ ไอ้เราก็ไม่รู้เรื่องอีก คุณแสวงไม่เอาผมก็ไม่ได้เพราะ ทำ หนังสือแล้ว ก็ลังเล คุณแสวงเป็นประธานศูนย์ แต่การ ตัดสินมันอยู่ที่สมาชิกกรรมการของเซ็นเตอร์ของสมาคม ผล ที่สุดก็ต้องยอมรับผมกับพระครูปลัดปรีชา ผมกับพระครูปลัด ปรีชามีปัญหากันอีกเพราะผมมาโดยหน้าที่ตําแหน่งราชการ สงฆ์แต่พระครูปลัดผมก็ไม่รู้ท่านบอกผมมาถูกต้องก็ตอนมาท อดผ้าป่าแล้วไม่กลับเป็นโรบินฮู๊ดก็มีคนมาฟ้องอยู่ว่า พระที่ ท่านไปด้วยไม่ได้เอาอย่างนี้กับผมอีก ถ้างั้นผมก็มีปัญหาอีก ที่เล่าให้ฟังนี้ผมบอกว่าชีวิตผมมันมีปัญหา เอ...เอา ไงดีเอาสิ่งที่มันดีอย่างท่านพุทธทาสว่าก็แล้วกันก็ไปเช่าอพาต เมนท์ให้ชั้น ๔ ทําเป็นสํานักงาน ผมในชีวิตพึ่งจะมีวัดอยู่บน อพาสต์เมนท์จดทะเบียนเป็น วัดอยู่บนอพาสต์เมนท์ในขณะ ที่ศูนย์เขาก็ยังทํางานอยู่เขาไม่ให้ไปยุ่งกะศูนย์แต่ผมนี่ศูนย์เขา มานิมนต์มาผมบอกไม่ได้ผมก็พูดบอกกตัญญนี่ผมบอกผมทํา ไม่ได้เหมือนกัน ก็ศูนย์นิมนต์ผมมาผมจะมาตั้งวัดอย่างไร เขา ตั้งให้เสร็จเลยแล้วเขียนเป็นวัดขึ้นมาโดยรวบรวมประชุมใหญ่ ของสมาชิก ยกมือขึ้นพรึบเลย ตั้งวัดไม่เอาศูนย์ผมก็ขอร้องว่า อาตมาจะเสียคนเสียพระคราวนี้นะ ศูนย์เขานิมนต์อาตมามา อาตมาจะมาล้มศูนย์อย่างไรนี้ก็หัวอกเดียวกันผมเข้าใจนี้เป็น
67 จิตวิทยาอันหนึ่ง ผมก็เลยให้เหตุผลว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ก็ บอกในที่ประชุมเพราะญาติโยมเขาฟังเรา ผมว่าถ้าเป็นเรื่อง ชาวบ้านนี้ อาตมาไม่มีความรู้นะ ถ้าโรงพยาบาลพวกหมอรู้ พวกโรงเรียนก็พวกอาจารย์แต่ถ้าเรื่องวัดศาสนานี้อาตมารู้ว่า จะทําอย่างไร เขาจึงบอกว่า ตอนนี้เขารออยู่ที่ยังไม่อยากทํา อะไร จะรอเงินจากโรงพยาบาลสงฆ์มาสร้างวัดที่ชิคาโก เขา ไม่รู้จักผมคือใคร ผมบอกไปเอามาได้อย่างไรเงินโรงพยาบาล สงฆ์นะ ผมก็อยากได้อยู่ ผมยังไม่ได้เลยยังเป็นกรรมการอยู่ บอกว่าแหมเงินโรงพยาบาลสงฆ์เยอะแยะตอนแรกก็บอก ลังเล ยังจะรอเงินที่นี้ผมจดทะเบียนขึ้นมา เขาก็บอกว่าเอา อย่างนี้แล้วกัน ให้เรามี ๒ องค์กรอยู่ด้วยกัน ศูนย์ยังคงอยู่ แต่ว่าวัดนี้จะต้องมีโดยกรรมการวัดเป็นกรรมการศูนย์ก็ได้ กรรมการศูนย์ เป็นกรรมการวัดก็ได้ แต่กรรมการเขาก็บอก ว่ามีอย่างเดียวผมอยากจะขอคือวัดนี้พระต้องเป็นประธาน นะ ซึ่งเรื่องนี้สู้กันที่นิวยอร์คมาแล้ว เขาบอกพระเป็นประธาน ไม่ได้ในอเมริกาในต่างประเทศ ต้องเป็นฆราวาสที่มีอเมริกัน ซิติเซ่นเท่านั้นที่จะโด่งดังได้ ผมก็ไม่ยอมผมก็ต้องศึกษาเอา ทนายความมาปรึกษา เขาบอกว่าเป็นได้มันวัดธรรมดา ในนครชิคาโกเป็นวัดที่ ๑ ที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้ง ในด้านการจดทะเบียนทั้งในด้านการรัฐบาล แต่วัดไทยในนคร ลอสแองเจอลิสวัดไทยในวอชิงตันดีซียังเป็นศูนย์อยู่ครับ จด ทะเบียนยังเป็นศูนย์อยู่เขียนว่าวัดเท่านั่นแหละ เพราะฉะนั้น ใครอยากจะใช้ Concept โยมเอาไปตั้งวัดใหม่ ก็ลองดูถ้า เราอยากจะสร้างวัดนี่ อย่าไปใช้คําว่า temple ต่อท้าย หรือ เขียนเป็นภาษาไทย ผมเปลี่ยนนะ ผมใช้คําว่า ผมไม่เอาแบบ อเมริกันตอนมาเมืองไทย ผมก็ใช้อเมริกันไทย Buddhist temple มันก็เป็นอย่างนี้มันอ่าน center ภายหลังจดเป็นวัดธรรมดา วัดที่เรารู้กันพอประมาณ ก็ประชุมใหญ่ ขอให้เป็นอย่างที่ผมว่าคือ ให้เป็นศูนย์กับวัด อยู่ด้วยกันได้แต่ว่า วัดนี้ศูนย์อยู่ในวัดได้แต่วัดไม่ควรจะอยู่ ในศูนย์ เพราะมันเกิดเรื่องขึ้นแล้วที่วัดอยู่ในศูนย์ทีนี้ทะเลาะ กันก็เหมือนเมืองไทยเรา ศูนย์นี้อาศัยวัดได้ ปรากฏว่าเขา ประชุมใหญ่เขาไม่เอาศูนย์ให้เหลือวัดอันเดียว มีคนทีเสีย ความรู้สึกอยู่นิดหน่อย ช่วงปีแรก ๆ ต่อมาก็รวมกัน กรรมการ ศูนย์กรรมการวัดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็มีปัญหาอยู่ แต่ก็ นิด ๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดานี้คือที่มาที่ผมไปทํางานในอเมริกา จริง ๆ ผมควรจะไปอยู่นครนิวยอร์ค หรืออยู่ดีซีดีซีก็ให้ผม ไปสร้างวัดให้ที่ดีซีเหมือนกัน ผมก็แจ้งไปทางโทรศัพท์ที่เมือง ไทยปรึกษากับท่านชินบอกว่า อาตมาเขานิมนต์ไปคลี่คลาย ปัญหาที่นครนิวยอร์ค ที่เขาอยากให้ไปสร้างวัดที่ ดีซี คุณ ชินซึ่งเคารพนับถือผมมาก เขามองว่า อาจารย์อย่าไปทํา เลย อาจารย์อยู่เมืองไทยดีกว่า มันลำ บากนะสร้างวัดนะมัน ลำ บาก ผมยังมีความรู้สึกว่า เจ้าสัวนี่เผื่อเรามีปัญหาอะไรเรา จะได้พึ่งพาบ้าง มันเหมือนมาห้ามครูไม่ให้สอนหนังสือ ห้าม หมอพยาบาลไม่ให้รักษาคนไข้ห้ามทหารไม่ให้รบ ห้ามตํารวจ ไม่ให้จับผู้ร้าย ห้ามพระไม่ให้ทํางานเพื่อพระศาสนา มันห้าม กันได้อย่างไร ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร ผมก็ทํางานของผม ทํา งานที่นครนิวยอร์คด้วย คู่กันกับนครชิคาโก วางมือจากนคร ชิคาโกก็มานิวยอร์คผมอยู่ชิคาโก ปรากฏว่าพอออกพรรษา แล้ว เราประชุมร่วมกันอีก ประชุมกันที่นิวยอร์ครวมปัญหา ทั้งหมดในอเมริกา ทําไงจะทําได้อย่างไร เพราะทางพระผู้ใหญ่ ให้นโยบายมาไว้ ตอนที่ผมอยู่ที่เมืองไทยนี่ ผมจะเป็นคนรับ ปัญหาทั้งในประเทศปัญหาเกี่ยวกับพระธรรมทูตในประเทศ และต่างประเทศ ฟ้องกันไปเหมือนอย่างที่เราเจอนี้ ฟ้องกัน ไปอย่างนั้นอย่างนี้ต่าง ๆ นานา ผมก็ไปผมก็ไม่หูเบา รวมทั้งนี้ ทั้งเนเธอร์แลนด์ ทั้งอินเดียฟ้องกันไปที่กองงานพระธรรมทูต นี้ผมก็ไม่หูเบาหรอก ก็เมื่อถึงเวลาแล้วออกมา ออกมาดูแล้ว ก็ตอนนี้รับปัญหาตอนที่อยู่เมืองไทยมานึกถึงบทที่เราจะเป็น กรรมการสร้างวัดต่าง ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นวัดไทยใน พุทธคยาก็ตาม หรืออะไรต่าง ๆ ก็มีความรู้สึกว่าเอทําอย่างไร ประเทศเราก็ยากจน แต่ทําไมเรานี้อยากได้เรี่ยไรกันเอาเงิน ออกนอกประเทศเป็นว่าเล่น เราต้องเสียดุลทางด้านนี้ไป เป็นจํานวนมากในแต่ละปี ๆ คนที่มีฐานะก็ขนเงินออกนอก ประเทศในรูปต่าง ๆ เช่นว่าส่งลูกไปเรียนต่างประเทศบ้าง
68 เอาเงินมาฝากต่างประเทศบ้าง อย่างที่ประเทศสวิตเซอร์ แลนด์นี้พวกนักการเมืองหลาย ๆ ประเภท ขนเงินออกนอก ประเทศแล้วยังต้องมีการเรี่ยไรทําบุญผมบอกถ้าผมมีโอกาส ผมจะทําลองดูบ้าง จะทําเหมือนกับ เราก็ไม่ถึงขั้นพระโสณะ และพระอุตตระนั้น ท่านออกมาจากประเทศอินเดีย ท่านไม่ ได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์ออกมาเพื่อจะเอาเงินมาส ร้างเผยแผ่ศาสนามาสร้างศาสนสถานต่าง ๆ ท่านยังทําได้เป็น มรดกมาถึงพวกเรา ถ้ามาโอกาสจะทําผมก็อยากจะลองดูจะ ลองโดยวิธีเอาเงินในต่างประเทศนี้สร้างวัด ผมก็เลยใช้คอนเซ็บนี้มาทําที่ชิคาโก ผมไม่ได้เรี่ยไร เงินจากเมืองไทย เพราะฉะนั้นให้ดูลักษณะวัดของผมที่นคร ชิคาโก ผมจะเน้นเรื่องศาสนพิธีและพิธีกรรมไม่ได้เน้นในเรื่อง ศิลปะวัตถุ เรามาอยู่ในท่ามกลางของคนที่มีความคิดหลาก หลาย ประชาธิปไตยทั้งคนไทยและคนในต่างประเทศนี้เขา ก็มาให้ข้อคิดเห็น เพราะว่าเราลำ บากในเรื่องที่จะต้องเอางบ ประมาณต่างๆ มาทําเป็นลักษณะของวัดของประชาชน ไม่ เหมือนกับวัดของรัฐบาลที่ต้องใช้เงินงบประมาณไปสร้างอะไร ต่างๆ ในอินเดีย เป็นต้น ในพุทธคยา ทีนี้ผมก็เลย เขาบอก ว่าพระผ่านไปผ่านมาในชิคาโกนี้หลายชุดแล้วมาเรี่ยไร เขา มาเรียนจบปริญญาตรีแล้วกลับเมืองไทยก็ยังไม่มีวัด กลับมา ทําปริญญาโทกลับไปวัดก็ยังไม่มี กลับมาจบด้อกเตอร์แล้วก็ ยังไม่มีวัด ชุดนี้ก็เหมือนกัน แล้วพระธรรมดาผมตอนนั้นเป็น พระศรีพระครูปลัดปรีชานี้ท่านพระครูปลัดปรีชา เขาก็บอก พระครูปลัดนี่ยศสูงกว่าพระธรรมดา แล้วพระธรรมดา ทําไม ไปนั่งหน้า ผมไม่ว่าอะไรแล้วอย่างนี้นะ ถ้าเราเป็นพระพื้นที่นี้ ไม่รู้เจ้าคุณประดิษฐ์ไม่เป็นหรือเปล่า เขาจะไม่ค่อยเห็นความ สําคัญเราเท่าไรหรอก แต่ว่าเวลามีพระผ่านมาเท่านั้น เป็น พระอรหันต์เลย ฉันกับเราก็ไม่ได้ต้องฉันในบาตร ตอนเรียน หนังสือในอินเดียก็เหมือนกัน แต่พอกลับมาอยู่เมืองไทย ออก มาอยู่อเมริกาเป็นพระอรหันต์ทันทีเลย เราได้เรามาองค์เดียว นีมันคุ้มแล้วยังอุตส่าห์ไปถามอีกว่า เอพระกิกก็อกมามันไม่รู้ เรื่อง ต้องทําอย่างนั้น ๆ ต้องเชื่อเรา วันหนึ่งที่นครนิวยอร์คเขาจะแจ้งจับประธานสมัชชา ที่นิวยอร์คแล้วก็เจ้าคุณศรีสมโพธิ์ด้วย เจ้าคุณศรีสมโพธิ์วัด สังเวช เขาบอกว่าเข้าวัดธรรมกายให้เร่งบานให้ลงโทษเจ้าคุณ ศรีสมโพธิเจ้าคุณศรีสมโพธิบอกว่ามันไม่รู้จักเรา วัดธรรมกาย มันอยู่ในเรื่องของเราเสียเมื่อไร นี้คือความรู้สึกนึกคิคของผม ว่าอดทนในเรื่องความรู้สึกนึกคิด ความอะไรต่างๆ ของคน ที่มาอยู่ในต่างประเทศนี้เราก็ต้องตัดสิน ผมทิ้งยศเอาไว้เมือง ไทย ทําทุกอย่าง ปัด กวาด เช็ด ถูก ทำอะไรทุกอย่าง วันหนึ่งผมกําลังเก็บขยะอยู่ คนเขามาบอกว่าท่าน ๆ เจ้าคุณอยู่ไหน ผมก็บอกว่าอยู่ในวัด คนในวัดก็ชี้มาทีผม ผมกําลังทํางานโยธาอยู่ ผมทํางานได้ทุกอย่างงานที่พวกเรา ทํากันอยู่ในต่างประเทศนี้หนักหน่อยกว่าอยู่ในเมืองไทยต้อง ทํา ที่พวกเราทําอยู่แต่ละวัดในต่างประเทศนี้มากว่าบางวัดใน เมืองไทย ผมพูดที่ไทยไม่ได้นะเดียวเขาหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ความจริง รู้เรื่องนี้จริงคือญาติโยม ที่อยู่ที่วัดส่วนคนที่อยู่นอก วัดรู้เรื่องพระดีกว่าเรานะ โอยวัดอย่างนั้น ผมเจอปัญหาบาง วัดที่เขาพูดคุย บางครั้งไม่อยากฟังนโยบาย ตามนั้น บางศาสนายังไม่รู้จักเลย ใครจะตั้งศาสนาขึ้นมาไม่ ได้ ศาสนาแห่งสันติภาพก็ดี ศาสนาแห่งสิทธิมนุษยชนก็ ดี มีแหม่มคนหนึ่งมาเรียนที่วัดธัมมาราม พอเขาถูกเลือก ตั้งขึ้นมาเป็นประธาน เขาก็มานังคู่กับเราได้นะ พอมาวันหนึ่ง เขาได้ขึ้นมาเป็นประธานเขาก็มานั่งเลย ก็เลยเอาเรื่องนี้เข้าสู่ ที่ประชุมบอกว่า ถ้าสมเด็จองค์ใดองค์หนึ่งไปก็ตาม หรือจะ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมก็ตาม ถ้าสมมุติว่าไปนั่งอยู่ใกล้ ๆ ผู้หญิงในที่ประชุมจะว่าไง จะไม่รู้ก็ไม่ได้เขาเป็นนักศาสนา เหมือนกัน เขาแนบมาในโครงการผมบอกให้ดูสิในรายการมี อะไร มันมีDiner ด้วยนะ เจ้าคุณสมเด็จก็ว่าเกือบไปแล้ว ที่ เรามาประชุมกันที่สนามหลวง ท่านหม่อมหญิงพูลพิศมัย ดิส ยกุล เป็นผู้มีหน้าที่ในการที่จะไปนิมนต์พระนานาชาติมา ประชุม ๒๕ พุทธศตวรรษ พระญี่ปุ่นก็เอาภรรยาเขามาด้วย ก็นั่งฉันด้วยกับพระเรานี่จะอยู่ได้ไง ในการเผยแผ่ของเราใน ต่างประเทศก็เหมือนกันเราต้องไปเกี่ยวข้องกับทุกศาสนา แต่ ว่ามันมีความจําเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้อง เพราะว่าเราอยู่ในดิน
69 แดนของเขา ตอนที่ผมซื้อวัดทีนครชิคาโก ผมจัดการได้ ๖,๐๐๐ เหรียญ โยมเขาบอกว่าเมื่อไรจะมีวัดถาม เรื่อยเลย ถ้าจะให้ ดีเราจะต้องเริ่มทําอะไร หนังสือ สื่อมีความสําคัญมาก มันมี หนังสือที่ออกแต่เราไม่มีเงิน ญาติโยมเขาเป็นห่วงเรามากไม่ อยากให้เราทําหนังสือ เพราะว่าเปลืองเงิน แต่ว่าถ้าเราไม่ออก ข่าวมันตกไปเรื่อยเลย การสื่อสารสําคัญมาก ถ้าข่าวออกไปว่า พระดีเงินก็เข้ามาดีถ้ามีข่าวว่าพระไม่ดีลดทันทีเลย ต้องคอย ดูปรับตรงนี้ให้ดี เพราะฉะนั้นสื่อมีความสําคัญมาก ผมเองก็ ไม่ไหว รับโทรศัพท์ไม่ไหวเลยออก Buddhist News ขึ้นมา ความเคลื่อนไหวประจําเดือนออกเรื่อยไป บางทีเราเขียนเอง ตอบเองด้วย เขียนชมตัวเองบ้างติตัวเองบ้าง เข้าไปเถอะ ก็ ตอบเองบ้างก็ต้องทำ เมื่อเขาอยากได้วัดแล้ว ผมเป็นคนแรกที่นํามาใช้ผม มีตําแหน่งเป็นเลขาเจ้าคณะหนใหญ่ เป็น เลขาพระธรรมทูต ผมอยากรีบกลับเร็ว ๆ เมื่อเขานิมนต์มาช่วยผมก็อยากจะช่วย และผมก็จะกลับจะหาพระมาให้อยู่ เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่ คิด ปรากฏว่าพอผมบอกว่าก่อนเข้าพรรษาอาตมาขอกลับนะ จัดทําเรื่องวัดซื้อวัดอะไรให้เสร็จแล้วกลับ คุณนิคมตอนนั้นอยู่ ทางด้านกฎหมาย เขาบอกท่านเจ้าคุณกลับไม่ได้นะ ทําไมละ ท่านจดทะเบียนเป็นเจ้าอาวาส เป็นเจ้าของที่ดินแล้ว กลับไม่ ได้ อ้าวอาตมากลับเมืองไทยเดี๋ยวไปช่วยหาคนให้ บอกกลับ ไม่ได้ มันมีคนอยู่หลายกลุ่มในนครชิคาโกนี่ กลุ่มอะไร ต่อมิ อะไรหลาย ๆ กลุ่ม คนที่ไปตอน ๑๔ ตุลาคม มีทิดอ้วน ๖๐ คนมาตายหมด ผมก็เพิ่งมารู้ ผมไปถึงเขาบอกท่านนี่ทําแต่เรื่องของ ในหลวง ทําบุญให้ในหลวงให้พระนางเจ้า นี่ท่านเป็นตัวแทน ของสถาบันมาเหรอ ทําไมถึงต้องมาดู และบอกว่าพระอย่าง ท่านนี่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ ไปช่วยคนในอเมริกาเขาสบายแล้ว ท่านไปช่วยคนไทยเถิด ผมบอกว่าลําบากเมืองไทยเป็นพระ ธรรมทูตออกโชกโชนในดินแดนของพระพุทธศาสนา เขาบอก ท่านรู้หรือเปล่ารัฐบาลมันเป็นอย่างนั้น ๆ โอเขารู้ดีมีแต่คน เลว ๆ ทั้งนั้นรัฐบาล ผมก็อธิบายให้ฟังเป็นกลาง เราอยู่ไกล พื้นที่จะไปรู้อะไร ตอนนั้น เขามาทําบุญอุทิศให้ชีวิตอุทิศให้พวกวีรชน คนที่ตายมีการต่อสู้กับรัฐบาล ผมก็ว่า ถ้าจะให้ดีนะ ทําบุญ ให้ได้บุญต้องอุทิศให้ทุกคนเลยที่ตายลงในเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกตํารวจทหาร เขามีความจําเป็นต้องทําตามหน้าที ผม ก็เลยบอกว่ากว่าจะเป็นอเมริกามานี่ มีตายด้วยเหตุการณ์ ต่าง ๆ มิรู้เท่าไร ประเทศเราก็เหมือนกัน ต้องอธิบายให้เขา ฟังอย่างนี้ ผมต่อสู้มาทุกด้านเลยตอนมาทํางานในอเมริกา ในต่างประเทศ ทีนี้พอมีนักการเมืองมา เขาก็อยากมาเยี่ยม วัด พรรคก็เหมือนปลาไหลก็หลายพรรค ที่นิวยอร์คก็มีเรื่อง นักการเมืองนี้ คนอยู่เมืองนอกก็อยากเล่นการเมืองเผื่อกลับ เมืองไทยจะได้เข้าพรรคนั้นพรรคนี้บ้าง ก็มาแวะที่วัด ทีนี้ถ้า เราไม่จัดการต้อนรับหรือรับไม่ดี บางทีบางพรรคเขาก็ไม่มา ที่มาได้เราก็ต้องให้การต้อนรับ พวกก็หาว่าเราเป็นพระพรรค นั้นพรรคนี้อย่างนี้ก็มีเหมือนกัน ผมมาซื้อวัดโดยตอนเสียที่ว่า เราทําอย่างไรจึงจะได้ มีวัดเร็ว ถามเรื่อยว่าเมื่อไรจะได้วัดสักทีผมก็เลยออกหนังสือ ถ้าใครอยากจะได้วัดเร็วก็มาประชุมกัน ที่ประชุมมีความ เห็นว่า เราน่าจะมีการทําแบบเกาหลีเขา เกาหลีเขามีการยืม กองทุนได้เหมือนกรุงวอชิงตัน คริสต์เขาไปยืมเงินมาเอาไป สร้างอะไร ๆ ในเมืองไทยได้สร้างแล้วก็เอาคืนได้แต่ของเรา ไม่ใช่เช่นนั้น เกาหลีใช้วิธีแบบช่วยกัน เอาเงินกองกลางมา รวมกันไว้เป็นกองทุนหนึ่ง และช่วยเหลือเกื้อกูลกันใครยืม ก็ได้แล้วก็คืนไม่ต้องเสียดอก ผมก็เอาแนวนี้มาใช้บอกถ้าใคร อยากได้วัดเร็วก็ให้มาประชุมกัน เราจะใช้วิธียืมเงินญาติโยม เอามาซื้อวัด ที่ประชุมก็บอกว่า จะยืมเท่าไร บางคนบอกว่า ๕ พัน ๒ พัน ๗ พันขึ้นไป ไม่มีต่ำกว่านั้น ผมก็เลยเสนอว่า ใน ความคิดเห็นของอาตมา ในตอนนั้นมีคนอยากจะให้เรามาอยู่ ต่างประเทศใหม่ ๆ เวลาเขาทําบุญจะไม่มีพระพุทธรูปที่บ้าน ต้องมายืมที่วัดบางคนก็อยากจะเช่าพระพุทธรูปก็ประมาณ ๕๐ บาท – ๑๐๐ บาท เขาขอผ่อนส่งได้ไหม บอกว่าได้เพราะ เห็นเขาจะเอาไปใช้อยู่แล้วบางทียังให้ฟรีได้เลย หลายคนก็ ไม่ให้เหมือนกัน ในเมื่อเขาผ่อนส่ง ๕๐ บาทก็ผ่อนส่ง เราคิด ว่าในการยืม ผมก็บอก ว่าขอยืมคนละ ๑ เหรียญ เขาบอก พูดเป็นลิเกหลวงพ่อพูดเป็นลิเก บอกเอาจริง ๆ ขอยืมคนละ หนึ่ง เหรียญ เขาบอกไม่ได้ต้องเป็นพันเหรียญขึ้นไป ก็ไม่เป็น ที่ตกลงกัน มีคนหนึ่งถ้าได้๕ พันเหรียญแล้ว ก็เร็วขึ้นที่จะซื้อ
70 วัด พอไม่ประชุมข่าวกระฉ่อนเลย ไอ้วัดมันคบกับคนรวย ไอ้ เรากระจอกเขาไม่คบกับเราหรอก ผมบอกว่าเห็นไหมเรามัน ชั่วโมงบินในการทํางานมากับประชาชนมากกว่าฆราวาสเขา ญาติโยมที่มาช่วยงานวัดบางทีเขาไม่มีเวลา อย่าง พวกหมอ,วิศวกร ตื่นเช้าเขาก็ไปทํางานแล้ว เขาไม่ค่อยได้ไป ไหนหรอก ผมไปดูที่ซื้อวัด ๔-๕ ทุ่ม ผมยังอยู่ที่กลางป่าเลย มองเห็นนึกว่าเป็น วัดหมดเลย ชอบบ้านหลังนี้มองที่ไหนตรง ไหนมีก้อนหินที่ไหนก็เป็นวัดไปหมด เป็นลูกนิมิตหมดเลย ถึง ขนาดนั้น วัดขึ้นสมอง ทีนี้เลยจัดประชุมใหม่ เขาบอกว่าเอา อย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าฆราวาสเป็น ประธานยืมเงินมันไม่ Work ผมก็มานึกจะให้พวกหมอ ผมมีเพื่อนเยอะ พวกหมอบอกผม ให้รายชื่อท่านได้ แต่ผมไปพูดไม่ได้ หมอมันไม่ยอมกัน มึง จะทําได้เหมือนเจ้าคุณเหรอ มีปัญหา เพราะฉะนั้น ผมก็ต้อง ไปเป็นกรรมการอยู่ทุกชุดเลย เขาให้ชื่อแล้วก็ติดต่อโทรไป ๆ พอให้หมอโทรไปติดต่อไม่ได้หรอก มันบอกว่าขอพูดอะไรสัก หน่อยหนึ่งแล้วจึงจะให้ สรุปแล้วก็คือเขาให้ผมเป็นประธานในการขอความ อนุเคราะห์ขอความอุปถัมภ์ยืมเงินถวายดอกต้นคืน อย่าเอา คืนเร็วอย่างน้อยขอหนึ่งปี ปรากฏว่าผมก็ไม่เคยได้รับเงิน ๑ เหรียญ ส่วนมากก็ต้อง ๑๐๐ เหรียญขึ้นไป ๕๐๐ เหรียญขึ้น ไป เราก็รู้ว่าใครจะเอามาให้เรายืม ๑ เหรียญ ก็พูดไปอย่างนั้น เอง นี้คือวิธีการที่ทําให้ผมทํางานสําเร็จ แต่บางทีก็มีปัญหาเหมือนกัน เรื่องเราซื่อ ๆ มีโยม มาบอกว่าพ่อนิมนต์หลวงพ่อไปทําบุญวันอาทิตย์ต่อไปนี้ ผม บอกไปเอารายการมาดูซิปกติไม่ได้เลือกนะ ใครนิมนต์ก่อน ไปก่อนตามคิว ก็บอกว่ามีคนอื่นเขานิมนต์แล้ว พอดีมีคนอยู่ ตรงนั้นพอดีเลย บอกว่าท่านเจ้าคุณรับเถอะ จะได้ไปต่างรัฐ คือก็ไม่ได้ไปไกลมากประมาณ ๑๐-๒๐ ไมล์เท่านั้น จะได้เอา คนมาเข้าวัดเราไม่เป็นไรหรอก ตกลงนัดนี้เป็นคุณอนุญาตนะ เขาบอกได้ค่ะ ผมเลยรับ ปรากฎว่าข่าวไปออกหนังสือพิมพ์ เลยว่า ผมรับนิมนต์ไว้แล้วก็ไปรับคนอื่นอีก ผมก็เรียกมาบอก คุณตกลงกันเองนี่ เขาบอกหนูไม่ได้ให้ข่าวแล้วใครให้ข่าวเล่า เพื่อนเขานี้บางทีมันก็Accident ได้เหมือนกัน ท่านเจ้าคุณมงคลที่วัดไทยลอสแองเจอลิส ไปที่นั่น มันก็มีเรื่องเดียวกันอยู่ ท่านกำลังรับแขกอยู่มีคนโทรศัพท์เข้า มา หลวงพ่อ ๆ รับโทรศัพท์เองเหรอ เจริญพรทําไมละ ผม กำลังจะออกจากบ้าน ตอนนี้หลวงพ่ออยู่วัดก็ดีแล้ว ผมจะเอา ภัตตาหารไปถวายเพล มีเจ้าภาพหรือเปล่าวันนี้ เจริญพรวัน นี้ไม่มีเลย บอกว่าผมจะมาเดี๋ยวนี้ พอวางหูโทรศัพท์ปั๊บอ้าว มีคนมาแล้ว มีคนเข้ามาบอกหลวงพ่อ ๆ อยู่หรือนี่ เข้าไปรับ โทรศัพท์บอกมาอีกพระลูกศิษย์มาเล่าให้ฟังบอกโยมที่เขามา ตอนหลังบอกว่า หลวงพ่อนี่โกหก เอาข้าวไปให้หมากินดีกว่า อุบัติเหตุเกิดได้เหมือนกัน เขาหาว่าเรานี่โกหก มันไม่ใช่ เรา ตอนรับโทรศัพท์เขาอยู่ที่บ้าน ตอนที่มามันมาก่อน วันหนึ่งพระครูวิสุทธิ วัดยางเดิม ท่านกำลังไปช่วย งานกางเต็นท์พุทธสมาคมมาก็ต้องไปเอาใจเขาหน่อย มหา วุฒินันท์ ไปจากวัดเลียบทําหน้าที่อยู่ข้างใน มีคนมาถวาย สังฆทานบอกว่าให้ไปนิมนต์พระครูเจ้าอาวาสมาหน่อย มหา วุฒินันท์ก็ไป บอกว่ารับไปเถอะข้างในมีพระพออยู่แล้ว ท่าน จะบริการสมาคมเขาหน่อย เพราะเขาเอาเต็นท์มากางแล้ว จะรีบกลับ เขานิมนต์อีกเออไปเถอะเท่านั่นแหละ ข่าวออก เลยเรามันกิ๊กก็อกเจ้าอาวาสไม่เห็นเรามีความสําคัญอย่างไร เพราะฉะนัน เรื่องพวกนี้ต้องให้ความรู้กับญาติโยมว่าสังฆทาน คืออะไร ปาฏิปุคคลิกทานคืออะไร แม้พวกท่านก็คงเจอปัญหา นี้มาแล้ว ที่ผมเล่ามานี้ บางทีเราอยู่ ๔ องค์องค์หนึ่งต้องหนี นะ ซวยละสิ มีพระ ๔ องค์นี่แล้วเวลาพิธีพุทธาภิเษกทําไม ไม่ซวย พระมหาเฉลิมไปจากวัดจักรวรรดิผมก็อธิบายให้เขา เข้าใจแล้วญาติโยมเขามาแต่งงาน ผมบอกว่า ๔ องค์ไม่เป็นไร หรอกทําไปทํามามหาเฉลิมหายไปแล้ว ๙ ประโยคหายไปเลย หนีไปที่อื่นเลย เล็ก ๆ น้อย ๆ บางทีเรื่องไม่เป็นเรื่องมันทําให้ เสียได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามคอยอธิบาย นำ ทิฏฐุชุกัมม์ทําความคิดเห็นของเขาให้ตรงนี้ต้องค่อย ๆ ทำ ไปเรื่อย ต้องใช้เวลาต้องใจเย็น ในการไปเผยแผ่นี้ เราบอกไม่เลือกชาติชั้นวรรณะ เวลาไปถึงต้องมีความเกี่ยวข้องกับชาติศาสนาต่าง ๆ ต้องมี ความจําเป็น ทีนี้วันหนึ่งผมไปชื้อโบสถ์คริสต์นิกายออธอด อร์ก ผมเป็นองค์แรก ที่ไปซื้อโบสถ์ฝรั่ง หาไม่ได้ในขณะนั้น เราประสบปัญหากัน เราไปซื้อบ้าน ก็เป็น restricted area
71 เพื่อนบ้านเขาไม่ยอม ทีนี้วัดที่ซานฟรานซิสโก ก็ไปซื่อบ้านมา เป็นวัด เจ้าคุณมงคลเสร็จแล้วก็นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จวัด ราชบพิตร ผมสงสารท่าน ท่านโดนหลายครั้งแล้ว เขานิมนต์ ท่านไปเจิมไปเปิดวัด พอจะไปเปิดวัดเท่านั้นแหละ ตํารวจมา แล้วทนายบอกว่า ที่นี้ไม่ใช่ Churcharea เป็นวัดไม่ได้เพราะ ฉะนั้นก็ทําอะไรไม่ได้ก็หยุด ผมเลยบอกกฎหมายบ้านเรากับที่ นี่มันต่างกัน เอามาใช้ไม่ได้พระเรานี่ถ้าเขานิมนต์ไปอยู่ที่ไหน ญาติโยมเขาต้องการอยากให้คนรู้ว่าพระเราไปเป็นอะไรก่อน จะเริ่มต้น ผมอยู่ในชุดบุกเบิกมันลำ บาก ถ้าไม่บอกว่าเป็นวัด ของพระ ถ้าบอกคนก็มาหาเยอะ ทําไงถึงจะให้คนรู้ต้องปักธง ธงธรรมจักรสําคัญที่สด ก็มันขโมยหักทิงไป แต่ว่าวันธรรมดา ไม่เป็นไร แต่วันสําคัญ เช่น มาฆะ วิสาขะ งานอะไร ๆ ต้องติด ธงธรรมจักร ผมเคยบอกว่าที่ชิคาโก ผมไปซื้อโบสถ์บอกมหาเฉลิม พรุ่งนี้ค่อยติดนะ อย่าเพิ่งติดล่วงหน้ามหาเฉลิมบอกพรุ่งนี้มี งานเยอะ อยู่กันแค่สององค์ โยมมาวัดช้าแต่กลับเร็ว มันเป็น กรรมเป็นเวรของ พวกเรา เราต้องจัดเก้าอี้อะไรต่ออะไรแล้ว ต้องทําทั้งหมด ดูที่นี่เขาบริการดีมากเลย แต่ผมไปอยู่นี่ โยม เขาจะมาช่วยเราได้เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เป็นบางคน แต่บาง คนจะมีภาระก็มาไม่ได้ทีนี้เราต้องเตรียมงาน ผมชอบสวยงาม ผมต้องตบแต่งต้องทําอะไรๆล่วงหน้าผมไปขึ้นป้ายงาน บอก ว่างาน สงกรานต์ โยมบอกว่าหลวงพ่อนี่มันอเมริกานะ ทําไม หลวงพ่อเอาภาษาไทยมาเขียนละ เออใช่วะ พองานวิสาขะ ผมก็ใส่ภาษาอังกฤษเลย หลวงพ่อนี้มันวัดไทยนะ ตอนหลัง ผมเอาสองภาษาเลย แต่ละคน มานี้ให้คําแนะนําเราสารพัด อย่างนั้นอย่างนี้ บางทีก็บอกว่าหลวงพ่อพระประธานนี้ผมจะ หล่อให้ที่อเมริกานะ มันไม่มีลายเซ่นจะหล่อสร้างสารพัด ผม ประสบปัญหาถูกนํามาเป็นบทเรียนได้เลย เยอะแยะ ปรึกษา ได้เลยว่าจะทําอย่างไรได้ไม่ได้ผมจะรู้ทันทีเลย วันหนึ่งหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จบอกเออพูดอะไร ก็ดีหรอกแต่ทําไมเราผูกสีมาแล้วไม้กางเขนยังอยู่ข้างบนล่ะ วัดบางวัดเราไปซื้อที่เขามาไม้กางเขนยังอยู่ ผมไม่ถือ ผมถือ เอาตัวงานเป็นสําคัญ ตัววัตถุไม่ค่อยถือเท่าไร แต่ว่าเมื่อท่าน ติงแล้ว หลวงพ่อผมจะรับนโยบาย มีคนหนึ่งบอกหลวง พ่อ ผมจะเอาเองนะ มันยังไม่ได้เอาไม้กางเขนลงเลยเรายังจะอยู่ ไม่ได้แล้ว เอาสีมาพ่น เอาก้อนอิฐมาปาแล้ว ผมก็ติดต่อไป ยังเจ้าของโบสถ์เก่า บอกเขาว่าจะซ่อมหลังคาโบสถ์ เพราะ มันเก่า และก็ประตูวัดก็ไม่ได้เป็นอย่างนี้ ประตูวัดอเมริกาจะ เปลี่ยนอยู่เรื่อยๆคือประตูอาคารที่พักเขาจะเปิดออกได้อย่าง เดียว เผื่อเวลามีไฟมีอะไรเปิดออกได้แต่เปิดเข้าไม่ได้ก็ต้องให้ เปลี่ยนประตูผมเลยถือโอกาสตรงนี้เลย จะให้เขาดูหลังคา ให้ บาทหลวงไปหาช่างให้เขาก็บอกว่าไม่ต้องไปหาหรอกเขาทํา ให้ได้ เขามีลายเซ่น เขาเซอร์วิสเฉพาะเสาร์อาทิตย์ นอกนั้น ไปหาทํางานทําข้างนอก บาทหลวงเขาทําอย่างนั้น เขาก็โอเค มาทําให้ขึ้นไปหลังคาโบสถ์ผมก็ถามว่าไม้กางเขนเป็นอย่างไร เขาบอกว่ามันเก่าแล้วคุณเอาลงไหม บอกเอาลงมาซ่อม พอ ซ่อมหลังคาเสร็จก็ลืมเอาขึ้นไปก็ต้องทําอย่างนี้ไม่เห็นเป็นไร ตอนผมจะซื้อวัดใหม่ พอหนักเข้า ๆ โบสถ์ที่มีไว้จุ ได้ประมาณ ๑,๐๐๐ คน แต่คนที่มาตอน ที่เราไปซื้อเจ้าของ โบสถ์ที่เขาอยากจะขายบอกไม่มีปัญหาเลย รถจอดได้เป็นพัน ๆ คัน เขานะมันได้สิเขามันเจ้าของพื้นที่ เขาเป็นหัวหน้าประ จําเมืองเรานี้มาจากไหนก็ไม่รู้ญาติโยมเรามาทีแรก ๕๐๐ คน ครั้งที่สองก็มากขึ้น ๆ บางที๓,๐๐๐ กว่าคน ผมต้องไปเช่า Meeting Hall เขา เพราะทําให้เพื่อนบ้านเขา เดือดร้อน ผม ไปดูแล้ว ญาติโยมบอกว่าเราเผยแพร่ไปให้เขามางานเรา ให้มา ทานอาหารที่วัด ที่วัดที่ชิคาโกเมืองหนาวนี้ก็ท่านเจ้าคุณราช กิตติโมลีคนมาเยอะจะมีปัญหาเหมือนของผม เขาบอกว่ามา จากโอไฮโอ มาตั้งไกลอุตส่าห์มาตั้งไกล วัดธัมมารามเข้าไปได้ แต่คอ มันแน่นไปหมดเลย มีทั้งลาว เขมรเวียดนามอะไรเต็ม ไปหมดเลย ผมเดินไปเขาก็ไม่รู้ว่าผมเป็นเจ้าอาวาสหรอกเชิญ ให้เขามาทาน อาหารที่วัดบอกมีร้านอาหาร มาทานเสียเกลี้ยง เลย อาหารขายดิบขายดีและคนมันแน่นไปหมด เข้าวัดไม่ได้ เข้าได้แต่คอ ผมเลยนําเรื่องนี้เข้าในที่ประชุมของบอร์ด เขา บอกว่าจะทําอย่างไรได้เราทําได้แค่นี้คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ผม กลับเมืองไทยไม่ได้ พอทําไปๆ ก็เหมือนเจ้าคุณราชกิตติโมลี
72 มันมีความผูกพันธ์และเขาก็จะยกขึ้นมากล่าวในอนาคตได้ว่า ผมมาเป็นคนสร้างปัญหาไว้เอจะทําอย่างไรดี วันหนึ่งเพื่อนบ้านก็มาฟ้อง เอาทนายมาด้วย เด็ก นักเรียนยูเอาจานบินเอาก้อนดินปาเข้าไปในหมู่บ้านเขา บอก ว่าไม่ใช่ เขาเอาหลักฐานมาให้ดูเลย มันเป็นตัวภาษาไทยมัน ยืนยัน หน้าต่าง เขาแตก เด็กเรามันก็ปาเล่นกัน เอจะทํา อย่างไร เขาบอกให้เราลดบทบาท ถ้าเราลดก็อยู่ไม่ได้สำคัญ มากคนไทยเราพูคกันยังพอรู้เรื่อง พวกเวียดนามนี้ไม่ได้เลย พอมาถึงติดธงทันที มันบอกไม่ใช่วัดติดธงเต็มไปหมดเลย ธง นี่อเมริกันไม่ชอบ พวกชาวบ้านเขาไม่ชอบ ก็ปรึกษากัน เอ จะทําอย่างไรหาชื้อที่วัดใหม่เป็นเรื่องยุ่งยากมากเลย อาจารย์ประชันมารับผมไปสร้างหลายวัด ที่ฮุสตัน ผมก็ไปสร้าง ส่งมหาสุทัศน์สุริโยกับท่านบุญช่วย ประโยค ๙ ไปอยู่ใจร้อนไปที่มันน้อย ผมบอกอย่าเพิ่งซื้อเลยเราเพิ่งไปอยู่ อยู่ชั่วคราวก่อน และค่อยหาที่อย่างวัดธรรมกายค่อย ๆ ทําไป ไม่รีบร้อน อยู่นาน ๆเข้ามันก็หาได้เอง ของเรารีบร้อน พอเริ่ม ต้นไปอยู่ พอเช่าไม่เป็นไร พอซื้อแล้วตอนย้ายลำ บาก ขายก็ ลำ บาก บางคนก็ติดวัดแล้วย้ายไม่ได้ นี้ก็มีปัญหาในเรื่อง สถานที่ พวกเรานี้อยู่ใกล้คนรวยไม่ได้เขาไม่ต้อนรับเรา ไปอยู่ ในด้านที่ไม่ค่อยดี เราก็อยู่ไม่ได้ โยมเข้าไปลําบากอันตราย ผมทั้งอยู่ที่วัดเก่าและวัดใหม่นี่ผมมาซื้อโรงเรียน แอพพลาย โรงเรียนมาเป็นวัดดัดแปลงโดยผมถือนโยบายแต่แรกว่าจะ ไม่นําเอาเงินรัฐบาลมาใช้ แต่ต่อไปนี้ต้องเอาแล้วนะท่าน ผอ.คราวต่อไปต้องเอาแล้วที่แล้วมาไปไม่เอาเลย แต่ใครจะมา ช่วยได้จะไม่ไปขอเรี่ยไรจากใคร จะลองดูมันก็สําเร็จนะ ผมได้ ๑๐ เอเคอร์๒๕ ไร่อยู่ในตัวเมืองนี้ในวันที่ ๒ นี้แล้วก็ได้อาคาร ใหญ่จุคนได้สัก ๒-๓ พันคนในวัด เมืองหนาวผมถึงอย่างได้ เวสเม้นท์ บอร์ดเขาไม่ยอม ผมกลับเมืองไทยแล้วเขาบอก ว่าให้ผมมาอยู่ประจําแล้วเขาจะยอม เขามีข้อแม้อย่างนี้ผม ก็มาไม่ได้ผมไปอยู่ที่ชิคาโกคงได้ที่ ที่ผมต้องการ แต่ว่าผมก็ ดัดแปลงโรงยิมมาเป็นโบสถ์ก็จุได้เกือบพันคน เหมือนกันเพิ่ง สร้างเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถจุ คนได้ประมาณ ๑,๐๐๐ คน หมดไปประมาณ ๑,๕๐๐ เหรียญ เพิ่งสร้างกุฏิให้พระอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญ เพิ่งเปิดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ผมทําอยู่ แต่ว่าสภาพนั้นมัน เจ้าคุณธรรมวโรดมบอก อะไรๆดีหมดวัดธัมมาราม แต่เสียอย่างเดียวมัน เหมือนโกดัง เหมือนซัพพลีเซ็นเตอร์ผมก็ทําได้แค่นี้แต่ข้างในก็เป็นวัดแบบ เดียวกับของฝรั่งเขา คือ เราเริ่มต้นใหม่ๆ อย่างนี้เรามีเหตุผล คือเราไม่อยากเอาเงินเมืองไทยมาใช้สอย เราจะไม่เน้นเรื่อง ศิลปะ เพราะเป็นเมืองหนาว เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจนะชื้อที่วัด ๒๕ ไร่ ถ้าเป็นเมือง ไทยเราจะเอาวัดอยู่ข้างใน ข้างหน้าปล่อย ให้เป็นสนามหญ้า สวย ๆ แต่ทําไมมาสร้างอาคารอยู่ข้างหน้านี้ไปหลายแห่งไป หาซื้อที่สร้างวัดอาคารต่างๆก็อยู่ใกล้ถนน ผมไปถามเขา เจ้า หน้าที่บอกว่า ถ้าท่านไปสร้างอยู่ข้างในแล้วใครจะช่วยกวาด หิมะ เราต้องค่อย ๆ ศึกษาไปเรื่อย ๆ เรื่องพวกนี้และอันที่ สองคือ เนื่องมาจากผมไปอยู่ในระยะบุกเบิกเริ่มต้น เราหลาย ชุดหลายคณะของพระธรรมทูตที่จะออกมาแต่ว่าไม่ประสบ ความสําเร็จ ในฐานะผมเป็น แม่งานเลขานุการพระธรรมทูต ผมก็จะลองดู โดยไม่เอาเงินจากรัฐบาลไม่เอาเงินออกจาก ประเทศไทย จะใช้เงินจากคนไทยในอเมริกาสร้างวัด ลอง ดูมันก็สําเร็จ แต่ว่าทําไมผมถึงใช้หลักการที่ว่า เราไปรักษา ศรัทธาก่อน แล้วนําเอาจิตวิญญาณของลูกหลานไทยที่ไปอยู่ อเมริกาเอาไว้ก่อน เพราะว่าถ้าเราไปเริ่มต้นจากฝรั่งก่อน มุ่ง ไปสอนฝรั่งก็คงทําได้แต่ว่ามันช้า ผมไม่มีความสามารถอย่าง นั้น ใครมีความสามารถก็ทําไป แต่ผมจะเอาจุดนี้ ผมเลยไป เริ่มต้นจากคนไทยก่อน ผมไปศึกษาแล้วก่อนจะไปสร้าง วัด ในอเมริกานี้ผมเดินทางไปอเมริกา ๑๐ กว่าครั้งแล้ว ในรอบ ปีที่ผมไปดูเรื่อยๆ ฝรั่งจะเอาผมไปเป็นเครื่องมือหากิน เขาจะ สร้างวัดและทะเบียนเป็นเจ้าของวัด แล้วนิมนต์ผมไปอยู่แต่ ผมไม่เอา ผมเลยไปเริ่มต้นตรงจุดนี้เราเป็นตัวของตัวเอง แล้ว เราก็สามารถจดทะเบียนเป็นเจ้าอาวาสวัดเป็นเจ้าของวัด วัด ธัมมารามชิคาโกมีเจ้าอาวาสเป็นวัดแล้วผูกสีมาถูกต้องตาม กฎหมายเป็นวัดแรกในยุโรปอเมริกาก็ใช้คอนเซ็ปนี้ คือเราจะ เอาคนไทยชาวพุทธคนเอเซียไว้ก่อนและก็ต่อไปโครงการที่ สองเรามี แต่เน้นที่คนไทยก่อน เพราะมีพระของเราที่ไปรุ่น เดียวกัน ตอนนั้นเขาบอกว่าการตั้งวัดจะต้องมีสมาชิกจํานวน เท่านั้น ๆ มีคนจํานวนเท่านั้น ๆ เขาจะบอกเลย ผมต้องหาล่า ลายเซ็นต์ครอบครัวหนึ่งมี๑๐ คน ก็ให้เซ็นหมดเลยแล้วไป
73 จดทะเบียนเป็นวัด ในระเบียบข้อตกลงเขาบอกว่าทุกคนที่ เซ็นจะต้องจ่ายถวายวัดคนละ ๓ เหรียญหรือ ๕ เหรียญก็แล้ว แต่แต่คนไทยไม่ได้ชอบบังคับใช่ไหมพวกเรา ถ้าเกณฑ์บอกให้ ส่งเดือนละ ๓–๕ เหรียญ ไม่ได้แต่เวลามาทำ ๒๐๐ หรือ ๕๐ เหรียญได้แล้วคนไทยไม่ชอบผูกพันธ์ แล้วอยู่ในต่างประเทศ ก็เดี๋ยวย้ายไปโน่นไปนี่บางทีก็ย้ายไปเรื่อย ๆ ผมจึงเริ่มจาก คนไทยชาวพุทธในเอเซียนี้เป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนั้นก็เป็น ชาวต่างชาติและมีการให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์สําหรับ เรื่องการบริหารอย่างเรามีพระไปอยู่กันน้อย เพราะฉะนั้นเรา จําเป็นต้องอาศัยกําลังของญาติโยมในพื้นที่โดยเฉพาะคนไทย ซึ่งเนื่องจากมีพวกชาวต่างชาติในพื้นที่บ้างก็เป็นส่วนหนึ่ง สำ หรับเรื่องการเผยแผ่ ผมก็ใช้หลักเนื่องจากเรามี พระจํานวนน้อยเมื่อตอนเริ่มต้น เราก็จะนิมนต์พระมาจาก เมืองไทยมาช่วยเป็นกรณีพิเศษทุก ๆ ปีในช่วงแรกเราคัดพระ ที่จะมาอยู่ค่อนข้างจะรัดกุมหน่อย ก็อย่างที่เรารู้ๆ กัน บางที ท่านที่เป็นหัวหน้าเป็นเจ้าอาวาสในวัดจะทราบ บางทีองค์ที่ เราอยากจะได้ท่านก็มาไม่ได้ท่านติดภาระ แต่ว่าองค์ที่มาอยู่ กับเราบางทีเราก็ไม่อยากได้ เพราะฉะนั้น พระที่เราต้องการ คือพระที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ พระนี้ไม่ใช่ ชื่อสัตย์ทั้งหมดนะ มีวิสัยทัศน์ มีความเสียสละ ไม่ใช่ทั้งหมด นะอันนี้พวกเราก็รู้ดีอันนี้ก็ทราบจากญาติโยมชาวบ้านที่ เมื่อ ก่อนนี้ไม่มีวัดเกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะท่านมาแล้วมาล่าดอล ล่าร์เราฟังแล้วสะท้อนใจ ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะ ฉะนั้น เมื่อปีที่แล้วไปอเมริกาผมไม่รับเลย ผมไปทุกแห่งถวาย สตางค์ไว้ที่นั้นเลย ไม่เอาต้องใช้วิธีนี้ คิดดูสิอย่างพระคราว ที่แล้วไป ๑๕๐ องค์ โยมถวายใส่ย่ามกลับวัดหมดเลย วัด ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ต้องช่วยกันตอนนี้ อาจารย์ประชัน จึงรวย จัดงานคราวที่แล้วได้แสนสองหมื่นเหรียญ เพราะมี งานตักบาตร โยมเขาใส่บาตรมีปัจจัยด้วย อันนี้นํามาจากวัด สุทธาวาส พวกญาติโยมใส่ปัจจัยด้วย วันแรกผมก็ไม่ทันหลวง เตี่ย ท่านทันเกมถือย่ามด้วยไว้ใส่ปัจจัย ผมเอาปัจจัยใส่ฝา บาตรมันก็หนักในที่สุดไม่ไหวก็เอาใส่ย่ามรวมได้แล้วก็ถวาย วัดไป ทุกองค์ทําอย่างนั้นหมดวัดก็ได้ช่วยกันอย่างนี้ เรื่องปฏิปทาอาจริยะเป็นเรื่องสําคัญไม่รู้ว่าจะพูด อย่างไร ผมกลับไปเมืองไทยไม่นานกลับมา พระวัดผมขับ รถแล้ว เป็นพระครูวินัยธรของผมด้วย ขับจากชิคาโกไปถึง พุทธาวาส เลขาผมกับไวยาวัจกรไปด้วย ผมก็พลอยลําบากไป ด้วย ถ้าผมองค์เดียวเมื่อก่อนนี้อยู่ที่นครชิคาโกนี้ผมวางกฏไว้ ว่าพระที่วัดนี้ถ้าออกจากวัดไปที่ไหนก็ตามเกิน ๗ วันให้พ้นไป เลย เพราะอะไร เพราะอยู่ที่วัดนี้เงินทุกบาทท่านเข้าวัดหมด เลย มันก็ไม่ได้ ท่านก็ออกไปนอกวัดดีกว่าได้ออกไปนอกวัด คนมาเยอะ ถวายเยอะก็ได้เยอะ เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้ามาวัดเอา เข้าวัดหมดเลย นี่เราพูดเปิดอกกันในฐานะที่เราต้องทํางาน ผมอยู่กับเจ้าคุณธรรมปิฎก บางคนเข้าใจว่าจะอยู่ ด้วยกันไม่ได้ แต่ว่าผมนัดกันว่า ความจริงเขาสถาปนาให้ผม เป็นพระหมอดู เป็นพระอาจารย์ มีคนบอกว่า โอ๊ย ท่านเจ้า คุณไปอยู่ที่อเมริกาก็สบาย อยู่ เพราะท่านเป็นพระหมอดูคน ชิคาโกไม่เคยรู้เลยว่าผมดูดวงได้ ผมไม่ได้ดู ผมสร้างวัดด้วย ธรรมะ ด้วยการให้ธรรมะเป็นการอนุเคราะห์สงเคราะห์ แต่ พอตอนหลังเมื่อก่อนอยู่ที่ชิคาโกเป็นเมืองปิด มีพระผู้ใหญ่ ผ่านไปผ่านมา ก็แวะมาหาผมก็สงเคราะห์แต่ตอนหลังเขาไป บอกกันเลย ตอนหลังก็เลยกลายเป็นเมืองเปิดพอมีพระผู้หลัก ผู้ใหญ่ไปความก็เลยแตก เลยรู้ว่าผมเป็นท๊อปเท็นของหมอดู เมืองไทย ความจริงเรื่องดวงผมไม่ชอบเลย รดน้ำ มนต์ผมเป็น บุคคลหัวรุนแรงแอ็นตี้เรื่องรดน้ำ มนต์นี้ มีปีหนึ่งผมมีคนมาขอดู มาขอดูดวง ผมบอกว่า จะดูทําไม เขาบอกว่าจะดูสิว่าเขาจะสอบได้ไหม บอกถ้าดู หนังสือก็ได้ไม่ดูหนังสือมันจะได้ไง ก็คะยั้นคะยอบอกดูก็ ดู บอกนี่จะสอบตกแน่นอน ก็บอกตกได้ไงผมเป็นคนเรียน เก่งที่สุดในชั้นเรียนและเวลาอาจารย์ไม่อยู่ให้ผมเป็นคนช่วย ครูสอนด้วย พอถึงปลายปีปรากฏว่าผมสอบตก เอ หมอดูนี่ มันเดาเก่งเหมือนกัน ผมก็เลยเอามาเรียนศึกษาดูก็ ไม่รู้เรื่อง เกือบจะเผาไฟทิ้งแล้วผมก็เลยเอามาดูใหม่ มันมีความเข้าใจ มากขึ้นเรื่อย ๆ เลยลองเอาไปใช้ ปรากฏว่าตอนหลังนี้เกิด ขลังใหญ่ มีพระบวชใหม่มาอยู่ด้วย ผมเป็นเณรรับใช้อยู่ ท่าน
74 ก็บอกเณรๆดูให้ผมหน่อยสิผมบอกว่าหลวงพี่ผมดูไม่เป็นผม เพิ่งศึกษา เอ้า ดูหน่อย ๆ ไม่เป็นไม่เป็นไร ก็บอกหลวงพี่ปีนี้ ดวงไม่ดีนะ นี่ไม่ดีอย่างไรผมสึกไปจะแต่งงานภายใน ๓ เดือน นี้บอกไม่ได้แต่งหรอกหลวงพี่ เขาเอาการ์ดให้ผมดูพิมพ์การ์ด เรียบร้อยแล้ว พอออกพรรษาก็สึกไป พบกันอีกครั้งหนึ่งเดือน มกราคม ปรากฏว่าท่านกระเซอะกระเซิงกลับมา บอกว่าผม ไม่ได้แต่งงานหรอกเณร แฟน ผมตายเป็นทหารเรือ เพื่อนได้ ข่าวก็ดังเลยว่าผมดูหมอแม่น ต่อจากนั้นก็มาทํางานก็ไม่ได้ เอาเรื่องนี้จริงจังหรอก แต่ว่าก็เป็นที่รู้ๆ กัน ก็ผมไม่ติดยึดใน เรื่องนี้พอมาทํางานในอเมริกาสิ่งเหล่านี้ผมก็ไม่ได้ทำ ทุกวันนี้ เขาบอกผมเป็นรัฐมนตรีแล้ว อย่าไปดูหมอนะ ทีนี้พวกผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่ชอบพอกันยังมีอยู่เกี่ยวข้องกันก็มีอยู่ ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เล่าเป็นเรื่องจริง บ้างสนุกบ้าง อยากจะเรียนว่าในเรื่องงานในต่างประเทศโดย เฉพาะในอเมริกาหรือยุโรปนี้เราได้มาทํางานกันด้วยความเสีย สละ ด้วยความรักในพระศาสนา เพื่อประชาชน ก็อยากจะขอ ให้ยึดในหลักการของเรา ที่เราได้รับมอบหมายจากทางครูบา อาจารย์หรือพระผู้หลักผู้ใหญ่ของเรา ท่านที่ได้ฝึกอบรมพระ ธรรมทูตจากโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ แล้ว คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะว่าอยู่ในนั้นหมดแล้ว แต่ ว่านั่นเป็นทฤษฎี ภาคปฏิบัตินี้มันยังมีรายละเอียดอีกมากที่ เราควรจะต้องใส่ใจ ที่ผมพูดอยู่คือคําง่าย ๆ ที่เราคุยกันอยู่ มี ความรู้มีความสามารถ มีความซื่อสัตย์และเสียสละ ดูเหมือน มันก็เป็นทั่ว ๆ ไป แต่ความจริง เราลองมาพิจารณาดูความ สามารถเรามีกันอยู่ แต่บางทีเราก็ไม่ได้ใส่ใจกัน ทําบ้างไม่ทํา บ้าง อยากให้เอามาปรับใช้ให้มีความรับผิดชอบ เรื่องความซื่อสัตย์เป็นเรื่องสําคัญ เราต้องซื่อสัตย์ต่อ งาน ต่อสํานึก ต่อพระศาสนา ผมอยากจะนําเอาเรื่องหนึ่งมา เล่าให้ฟังสักนิดหน่อย ท่านที่ประสบความสําเร็จในชีวิตมา แล้วนี่ ท่านได้เรียนสูงแต่ท่านปฏิบัตินายห้างชิน โสภณภานิช ผมถามท่านบอกว่า ทําไมท่านไม่ไปเปิดธนาคาร ที่นครชิคาโก ไปเปิดที่โน่นที่นี่ต่าง ๆ ท่านก็บอกผมว่า เรื่องเปิดธนาคาร ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ทําไมจึงจะยากละเพราะท่านมีบุคลากรมี ความรู้ความสามารถพร้อม ท่านบอกว่ามีความรู้แต่ไม่มีความ สามารถ มีความรู้มีความสามารถแต่ไม่มีความเสียสละ ไม่ ซื่อสัตย์ ทั้งหมดนี้ความซื่อสัตย์สําคัญที่สุดเลย ผมทราบจาก ท่านว่าคนที่จะเป็นพิธีการธนาคารกรุงเทพ ในประเทศไทยนี้ จะต้องได้สองภาษาคือภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ แต่ถ้าจะไป อยู่ต่างประเทศต้องมีเพิ่มภาษาจีนและภาษาต่างประเทศนั้น ๆ ด้วย อย่างไปญี่ปุ่นก็ต้องได้ภาษาญี่ปุ่น ฉะนั้นคนที่มีความ รู้ทางภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่ซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์สําคัญมากอันนี้ก็อยาก จะฝากไว้สําหรับเราที่ทํางาน ต้องทางานด้วยความจริงจัง ทุ่มเท ผมทํางานที่แล้วมาผมไม่นึกว่าผมจะได้กลับมาอยู่ เมืองไทย ผมอุทิศแล้วว่าจะไม่กลับเมืองไทย แต่ว่าหลวงพ่อ เจ้าอาวาสโทรศัพท์มาเรียกตัวให้กลับไปช่วยงานที่เมืองไทย แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานที่ทําไว้ตอนนี้ยังต้องไปทําที่บอสตันถวาย พระราชกุศล ในวโรกาส ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติครอง ราช ๖๐ พรรษา และเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย แต่ผมก็ห่วงเหมือนพระ เถระผู้ใหญ่ทั้งหลายในเมืองไทยและในที่นี้ด้วย เกรงว่าใน อนาคตนี้ผลกระทบมันจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จากการปฏิบัติงาน ของเรา ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม ได้มีการพูดกันในเรื่องที่ พวกเรามา มาไม่ถูกต้องบ้างหรือมาถูกต้องแต่มาแล้วเราจะทํา อย่างไรที่จะให้มันถูกต้องตามกฎหมายของเขาถ้าสมมุติว่าเรา จะสิกขาลาเพศ เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา มีทางออกไว้สําหรับ พวกเราที่ต้องการอยากจะออกแต่ก็อยากให้เห็นใจญาติโยมที่ อุปถัมภ์บํารุง พวกเรายังอยู่ในสังคมไทยสังคมพุทธ วัดของเรา จะอยู่ได้ด้วยศรัทธา ถ้าเราจะไปจําอยู่ในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะ ที่ไหนก็แล้วแต่เมื่อคืนนี้ผมคุยกับเจ้าคุณราชกิตติโมลีว่า เรา ห้ามเขามากไม่ได้ถ้าเขามีช่องที่จะออกไป เขาครองจีวรอย่าง นี้แต่เขาไม่ถือพาสปอร์ตไทยเลย อยู่ในอเมริกาเป็นอเมริกัน ซิติเซนไป เราจะทําอย่างไร พระครูปรีชาก็เป็นไปแล้ว ผม บอกว่าท่านต้องเอื้อเฟื้อนะไปไหนต้องอย่างนั้น ๆ ท่านก็บอก ว่าครั้งพุทธกาลไม่เห็นต้องมีพาสปอร์ต ไม่ว่าอะไรท่านก็พูดไป
75 เลี่ยงได้ทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เอื้อเฟื้อต่อกฎหมายระเบียบ พระธรรมวินัย และก็กฎหมายท้องถิ่น เพราะว่าเราไม่ใช่อยู่ เฉพาะพวกเราตอนนี้เราต้องนึกถึงอนาคตด้วย ตอนนี้เรามี โครงการเรื่องครูอาสา สมัคร ผมเป็นกรรมการอยู่ ผมเป็นคน ริเริ่มโครงการนี้เอาครูเข้ามาสอนภาษาศิลปวัฒนธรรมในต่าง แดนนี้ พวกครูก็เป็นด้วยอีก มาสอนปั๊บออกเลย แล้วพวก มาทีหลังก็โดนอีก นี้ก็มีปัญหาก็อยากจะฝากไว้ว่าควรจะทํา อย่างไร คือผมก็ไม่ว่าอยากออกไปก็ออกไป สมมุติว่าออกไป ก็ลาเลย แต่ถ้าจะให้ดีผมว่ากลับไปเมืองไทยเลย ไปเริ่มต้น มาใหม่ อันนี้จะถูกที่สุด ญาติโยมเราบางทีท่านก็ไม่นึกถึง ผม พูดอยู่ที่วัดพุทธาวาส ผมกลับไปมีผู้หญิงโทรมาบอกว่า หนูขอ ปรึกษาหลวงพ่อหน่อยอยากจะให้หลวง พ่อช่วยตัดสินหน่อย ว่าหนูจะทําอย่างไร หลวงพี่หนูอยู่อเมริกาไม่ได้จะอยู่ได้ก็คือ หนูต้องจดทะเบียนแต่งงานกับท่าน ถามว่าท่านสึกแต่งงาน กับหนูเหรอ บอกไม่ใช่ท่านเป็นพระนี้ไปทําแล้วสึกไป มันจะ ไปกันใหญ่แล้ว นี้ท่านทูตอยู่นีไม่เป็นไร คืออยากให้ญาติโยม เข้าใจคือว่าองค์กรของพวกเราเป็นศาสนาของพวกเราทุกคน ต้องช่วยกันพิทักษ์รักษาโยมจะเอาไปก็ได้แต่ขอให้สึกไปก่อน ให้ดีละก็กลับไปสึกเมืองไทยกลับมาใหม่ เพราะผมประสบ ปัญหานี้เวลาโยมมานั่งอยู่ หลวงพ่อ ๆ องค์ที่นั่งอยู่นี้จะเป็น เหมือนมหาไสว จะเป็นเหมือนมหาวินัยหรือเปล่า สึกออกไป นะไปก็ไปเป็นลูกน้องเขาทํางานที่ร้านอาหารนี้ แต่เวลาขึ้น เทศน์ โอเทศน์ดีอะไรแต่อะไร ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ให้พวก เรา เพราะว่า พวกเรานึกว่าพวกเรายังหนุ่มนะ ความจริงพวก เราแก่แล้ว เราจะต้องเอาพระศาสนามาฝากไว้กับลูกหลาน ในต่างประเทศนี้ ผมยังมีความเป็นห่วงอีกอย่าง ทําไมผมจึง เป็นห่วงมาก ผมหาเงินได้นะแต่ว่าผมทําไปแล้วใครจะรักษา ให้ผม สร้างนะสร้างให้ได้ แต่ว่าในการบูรณปฏิสังขรณ์ในการ ดูแลรักษาค่าน้ำค่าไฟต่าง ๆ มันต้องตั้งงบประมาณ ไม่ใช่ว่า สร้างแล้วก็แล้วไปใครจะรักษา ผมอยากจะสร้างโบสถ์ใหญ่ที่ ชิคาโก มีเนื้อที่ ๒๕ ไร่แต่ถ้าทําไปแล้วถ้าคนไทยออกจากนคร ชิคาโกแล้ว ใครจะรับผิดชอบ ค่าน้ำค่าไฟที่วัดไทยเดือนละ ๒ หมื่นเหรียญ ถ้าไม่มีรายได้๒ หมื่นนี้ต้องติดลบ ที่วัดผมยัง ไม่ถึงเดือนละประมาณ ๕ พัน เราไม่มีรายได้นอกจากการรับ บริจาค ไม่มีการจัดผลประโยชน์อื่น งานพระธรรมทูตเป็นงานละเอียดอ่อน ก็ยังอยู่ ท่ามกลางอุปสรรคภาระต่าง ๆ ทั้งภายในภายนอก เพราะ ฉะนั้นก็อยากขอให้พวกเราได้ช่วยกันคนละไม้ละมือ สําหรับ เรื่องที่ฝากไว้เมื่อคืน หวังว่าคงจะมีคําตอบทางออกแล้ว ที่ผม พูดตอนแรกว่าผมมาอยู่คือเจ้าคุณธรรมปิฎกผมและลูกศิษย์ พอมีปัญหาแล้วต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างคิดไม่ใช่ว่าใครก็ได้ มันต้องรวมกันคิดปรึกษาหารือกัน จะทำอย่างไรอย่านึกว่า สถานทูตมีกงสุลมีเขาจะช่วยเราได้นะ บางทีผมไปเมืองไทย ไปถวายงานสมเด็จพระสังฆราช ท่านทูตที่ไปปรึกษาสมเด็จ พระสังฆราช เมื่อมีปัญหานี้เกิดขึ้นจะทําอย่างไร ๆ ราชการ เขามาแตะต้องพวกเราเขาก็ระมัดระวัง ในฐานะที่เราเป็นภาพ ที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้พวกเรานี้ได้ช่วยกัน ถ้า เราสามารถทําได้คือรวมกันเป็นองค์กรแล้วก็ผู้ที่จะสนองงาน ทางเมืองไทยก็จะสะดวกขึ้น เพราะพวกเราที่กรองงานทางนี้ เรียบร้อยแล้ว เมื่อส่งเข้าไปก็ทางผู้ที่รับงานไปในเมืองไทยก็ จะได้อุปถัมภ์งานเหล่านี้ให้พวกเราได้สะดวกขึ้น ผมก็ถือโอกาสถวายงานเรื่องการเผยแผ่พระศาสนา เพียงบางส่วน ในอเมริกาในยุโรปนี้ผมก็ไม่ได้ทําเป็นเรื่องเป็น ราว แต่ก็เคยตั้งใจว่าจะมาอยู่ไม่ว่าจะเป็นในอังกฤษหรือใน เยอรมัน ก็เขานิมนต์มาอยู่หรือมาสร้างมาทําอะไรแต่ว่าผม ไปหนักอยู่ทางอเมริกาหลายวัดตอนนี้เขาจะนิมนต์ไปที่มอ สโคอีก ในมอสโคนี่เขาให้ความสําคัญทางด้านศาสนา ผม ก็กําลังประสบปัญหาตอนนี้กําลังจะฟื่นฟูอยู่ ผมได้ไปเป็นที่ ปรึกษาในการฟื้นฟูเรื่องนี้ โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาแม้จะ เป็นนานาชาติก็จะเดินทางไป ในวันที่ ๑๒ นี้ เป็นเรื่องของ ทางรัฐบาลรัสเซีย เขาเป็นคนทําทีจริงเขาจะเชิญสมเด็จพระ สังฆราชแต่พระองค์ยังประชวรอยู่ บังเอิญเขาไปเห็นงานที่ผม ย้ายวัดและที่ฉลองสมณะ ว่ายิ่งใหญ่ เขานึกว่าผมมีเพาเวอร์ที่ จริงผมช่วยแสดงความคิดเห็นได้อันนี้ต้องใช้แบบนี้วันนี้ก็ขอ ถวายความคิดเห็นเพียงเท่านี้ ++++++++++++++++++++++++++++++
ภาค ๒ เริ่มก้าวย่างและขยับเดิน พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๗ สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป [ส.ธ.ย.] The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.]
78 ภาค ๒ เริ่มก้าวย่างและขยับเดิน ส.ธ.ย. รวมบันทึกการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑ - ๘ บันทึกการประชุมสมัยวิสามัญ ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๗ รวมประกาศต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๘ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) เป็นที่ทราบกันดีว่า การรวมตัวของพระธรรมทูตไทยที่ปฏิบัติศาสนกิจ ในทวีปยุโรปนี้ นับได้ว่าเป็นการยาก ด้วยแต่ละวัดแต่ละรูป ต่างมากด้วยศาสนกิจ กิจกรรมประจำของวัดทั้งด้านสาธารณูปการ ด้านการเผยแผ่ ด้านสงเคราะห์การ ศาสนปฏิบัติออกโปรดสาธุชนผู้ห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน แต่ด้วยเล็งเห็นว่า สมควรจะส่งความปรารถนาดี ความเป็นสังฆะของพระ ธรรมทูตไทย ความจำ เป็นต้องมีองค์กร ช่วยเหลือ สนับสนุน พระธรรมทูตด้วยกันเอง เพื่อความก้าวหน้าในงานพระศาสนาที่กว้างไกลออกไป เพื่อเป็นแบบแผนสำ หรับพระ ธรรมทูตรุ่นต่อไป สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) จึงได้พยายามที่จัดประชุม ทั้งประชุมสมัยสามัญ และประชุมวิสามัญ เพ่ื่อขับเคลื่อนองค์กร ทั้งศึกษาแบบแผน แบบอย่างของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และองค์กรพระธรรมทูตอื่นๆ ดังปรากฎ
79 [ ๒.๑ การประชุมสมัยสามัญฯ ๑/๒๕๔๙ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑/๒๕๔๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ ๑๕-๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ ๑. พิจารณากฎระเบียบภายในสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๙ เวลา ๑๔.๐๕ น. เป็นการประชุมพิจารณารับรองกฎระเบียบภายในของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ก่อนเริ่มประชุมพระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้นำ ไหว้ พระ คณะสงฆ์ที่ร่วมประชุมถวายความเคารพ จบแล้วพระ เดชพระคุณพระสุธีญาณวิเทศ เลขานุการสหภาพฯ ได้กล่าว รายงานความเป็นมาของการก่อตั้งสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรปขึ้น พร้อมกับอาราธนาประธานเปิดการประชุม โดย เริ่มจากท่านเลขานุการอ่านกฎระเบียบเรียงตามลำ ดับหัวข้อ แล้วหยุดพักพิจารณาความถูกต้องและสำ นวนภาษา จนการ พิจารณากฎระเบียบของสหภาพฯ ได้เสร็จสิ้นลงในเวลา ประมาณ ๑๘.๐๐ น. กฎระเบียบภายในฯ นี้มี ๓๕ มาตรา ๒. การกล่าวต้อนรับ วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๙.๔๕ น. พระ เดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป และประธานในที่ประชุมวาระนี้ ได้นำ ไหว้ พระสวดมนต์ จากนั้นพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ใน ฐานะรองประธานฯ รูปที่ ๑ และเป็นเจ้าภาพในการประชุม ครั้งนี้ได้กล่าวต้อนรับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม จบแล้วได้ แนะนำ ให้ทุกท่านรู้จักกับคุณปีเตอร์ แอร์นสท์ ประธาน สมาคมวัดไทย และคุณอริสรา อูร์สปรุง คณะกรรมการ มูลนิธิสมเด็จย่าฯ ทั้งสองท่านจะมาช่วยในการแปลและ ตีความภาษาเยอรมันพร้อมกับได้แจ้งให้ทราบว่า ทนายความ ของวัดอีก ๒ ท่าน คือ คุณ Niklaus Krattiger กำลังเดิน ทางมา ส่วนอีกท่านคือคุณ Ernst Frei หัวหน้าคณะผู้ พิพากษาในศาลฎีกา จังหวัดSt.Gallenไม่สามารถมาได้ แต่ ได้ส่งจดหมายให้คุณปีเตอร์นำ มาอ่านในที่ประชุม ใจความว่า เท่าที่ได้อ่านดูกฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรปแล้ว ไม่มีส่วนใดขัดหรือแย้งกับกฎหมายของสวิส สามารถดำ เนินการต่อไปได้ ๓. พิจารณากฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จากนั้น ได้เริ่มประชุมพิจารณายกร่างกฎระเบียบ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป โดยพระเดชพระคุณ พระสุธีญาณวิเทศ เลขานุการสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ได้กล่าวรายงานต่อที่ประชุมถึงความเป็นมาของ สหภาพฯ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน จบแล้วกราบอาราธนา ประธานในที่ประชุมกล่าวเปิดประชุมมีใจความโดยย่อว่า “การทำ งานเพื่อส่วนรวมจำ เป็นต้องอาศัยความสามัคคีเป็น หลัก จึงจะทำ ให้กิจการงานต่างๆ ดำ เนินไปได้ด้วยความ เรียบร้อยและบรรลุเป้าหมาย แต่งานส่วนรวมนี้จำ เป็นต้องมี กฎระเบียบเพื่อยึดถือปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งเป็นเหมือน บรรทัดฐานของการปฏิบัติงานให้เป็นไปในครรลองเดียวกัน พวกเรามาประชุมพร้อมกันในวันนี้ก็เพื่อจะร่วมกันพิจารณา กฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เพื่อที่
80 จะนำ มาเป็นแนวทางหรือเป็นหลักปฏิบัติร่วมกันให้บรรลุเป้า หมายที่ได้ตั้งไว้ จึงขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันทำ งานนี้ให้สำ เร็จ ไปด้วยดี เพื่อจะได้ร่วมกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญ รุ่งเรืองสืบต่อไป ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาและวิริยะ อุตสาหะของทุกท่านไว้ ณ ที่นี่” และจากนั้น ท่านได้มอบ หมายให้พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ดำ เนินการต่อไป พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้กล่าวถึงความ สำคัญของการมีกฎระเบียบนี้ เพราะจะทำ ให้การบริหารงาน ของพระธรรมทูตในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการร่วม กันดูแลช่วยเหลือเกื้อหนุนพระสงฆ์ไทยและประชาชนชาว ไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับคณะสงฆ์ไทย ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้จัดตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกาขึ้น ส่วนกฎระเบียบที่จะพิจารณาในครั้งนี้มี ๒ ฉบับ คือ กฎระเบียบภายในที่ได้บัญญัติขึ้นเป็นหลักปฏิบัติ เฉพาะพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปและสังกัดคณะสงฆ์ฝ่าย มหานิกายเท่านั้น ในที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อวานนี้ (๑๕ ส.ค.) ส่วนอีกฉบับหนึ่งที่จะพิจารณายกร่างในวันนี้เป็น กฎระเบียบหรือข้อบังคับของสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ซึ่งมีผลครอบคลุมกว้างขวางมากกว่า และจะต้อง ตราขึ้นให้มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศที่ ตั้งของสหภาพฯ นั้นด้วย การพิจารณาในครั้งนี้จึงต้องมีนัก กฎหมายมาคอยดูแลให้ข้อคิดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้มีข้อขัด แย้งหรือบกพร่องซึ่งจะเป็นปัญหาติดตามมาในภายหลัง คุณปีเตอร์ แอร์นสท์ ได้กล่าวสนับสนุนว่า เห็นด้วย กับการก่อตั้งองค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทยฯขึ้นมา และมี การร่างกฎระเบียบนี้ขึ้นมาบังคับใช้ ทั้งนี้ เพื่อให้การทำ งาน ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับ กฎหมายของประเทศที่มีสำ นักงานกลางตั้งอยู่ คือ ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์หรือมีกฎหมายรองรับในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น มีการพิจารณากฎระเบียบของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เรียงตามลำดับมาตรา โดยพระเดช พระคุณพระสุธีญาณวิเทศ เลขานุการฯ ได้อ่านให้ที่ประชุม พิจารณาตามไปแต่ละหัวข้อ เมื่อจบในข้อนั้นๆ แล้ว ก็หยุด พิจาณาถึงเนื้อหาสาระและสำ นวนภาษา โดยเปรียบเทียบกับ ฉบับภาษาอังกฤษที่พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี เป็นผู้ ควบคุมดูแล และภาษาเยอรมันที่คุณปีเตอร์ และคุณอริสรา เป็นผู้ควบคุมและเทียบเคียงสำ นวนภาษา ทั้งนี้เพื่อความถูก ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากที่สุด เวลา ๑๑.๓๐ น. ที่ประชุมหยุดพักชั่วคราว เพื่อฉัน ภัตตาหารเพล และเริ่มประชุมต่อตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. จน เสร็จสิ้นการพิจารณาทุกมาตราในเวลา ๑๘.๓๐ น. กฎระเบียบ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปนี้มี๓๘ มาตรา ก่อนปิดประชุมพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี กล่าวขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม และอาราธนาพระเดช พระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะประธานสหภาพพระธรรม ทูตฯ และประธานในที่ประชุมอวยพรและกล่าวปิดประชุม ๔. เรื่องอื่นๆ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๘.๓๐ น. มี การประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันในประเด็นปีกย่อยต่างๆ โดย พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้เสนอตามลำดับ ดังนี้ ๑. ค่าสมัครเป็นสมาชิกสหภาพฯ แต่ละประเภทควร เป็นเท่าไร เพราะสมาชิกนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทบุคคล และประเภทนิติบุคคล ประเภทนิติบุคคลนั้น ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรเสียค่าสมาชิก ๕๐ ยูโร ต่อปี ส่วน ประเภทนิติบุคคลเห็นว่าควรเสียค่าสมาชิก ๑๕๐ ยูโร ต่อปี ๒. แบบฟอร์มใบสมัครสมาชิกจะมี ๒ รูปแบบ คือ แบบฟอร์มสำ หรับสมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามัญ โดยที่ ประชุมเห็นว่าควรร่างมาเพื่อพิจารณาร่วมกัน ๓. การส่งใบสมัครให้สมาชิกนั้น อาจแยกเป็นโซน เพื่อความสะดวก ยกตัวอย่างวัดศรีนครินทรวราราม อาจส่ง ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น
81 ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย เป็นต้น วัดพุทธาราม อาจส่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักแซมเบิร์ก เป็นต้น ส่วนวัดพุทธาราม สวีเดน อาจส่งในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ค ฟินแลนด์ เป็นต้น ๔. ควรมีการส่งกฎระเบียบนี้ไปให้หน่วยงานที่รับผิด ชอบในประเทศไทยได้รับทราบ เช่น สำ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติกรมการศาสนาและมหาเถรสมาคม เป็นต้น ๕. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องเร่งดำ เนินการสร้าง โฮมเพจ เวปไซต์ และอัฟเดทข้อมูลต่างๆ อย่างรีบด่วน นอกจากนั้นยังต้องเตรียมข้อมูลข่าวสาร และนิตยสาร เพื่อ นำ เสนอสมาชิก เป็นต้น ๖. การประชุมครั้งต่อไปควรจัดขึ้นที่ประเทศใดนั้น ที่ประชุมเสนอว่าน่าจะเป็นที่ประเทศนอร์เวย์ โดยพระครู วิเทศธรรมวิธิต พร้อมจะรับไปพิจารณาว่าจะอยู่ในช่วงเวลา ใด แต่น่าจะอยู่ระหว่างวันที่ ๖-๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เพราะ ช่วงนั้นจะมีการจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตด้วย แต่จะให้ คำตอบแก่คณะกรรมการอีกครั้ง เวลา ๐๙.๓๐ น. หยุดพักการประชุมชั่วคราว เพื่อ ทุกท่านที่มาประชุมรวมทั้งญาติโยมที่ติดตามจะต้องเตรียมตัว เดินทางไปฉันภัตตาหารเพลที่เมืองลูเซิร์น โดยการท่องเที่ยว ทางเรือที่ทะเลสาบเมืองลูเซิร์น เมื่อฉันภัตตาหารเพลเสร็จแล้ว คณะกรรมการบริหารฯ ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหารฯ รองประธานฯ รูปที่ ๑ รองประธานฯ รูปที่ ๒ และเลขานุการฯ ได้เซ็นรับรองกฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป เพื่อประกาศบังคับใช้ต่อไป จากนั้น พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจหลายเรื่อง ดังนี้ ๑. พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้เสนอให้ พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที เป็นผู้ช่วยเลขานุการฯ รูปที่ ๒ ประจำสำ นักงานกลางของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ เพราะ เห็นว่าท่านรูปนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และสนองงาน ได้ดีมาตลอด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ๒. คณะกรรมการบริหารฯควรหาโอกาสพบปะหรือ ประชุมกันบ้างเป็นครั้งคราวนอกเหนือจากการประชุมตาม ปกติที่กำ หนดไว้ในกฎระเบียบ ๓. ควรมีการจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคีประจำ ปีขึ้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือวัดที่เป็นสมาชิก และพบปะกันระหว่าง มวลสมาชิกด้วยกันเอง โดยหมุนเวียนไปตามวัดต่างๆ ด้วยวิธี การจับฉลากไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบ ๔. ควรมีการเรียกประชุมสมาคมชาวพุทธและ สมาชิกโดยด่วน เพื่อให้ได้รับทราบความคืบหน้าว่า ขณะนี้ ได้มีกฎระเบียบเกี่ยวกับกิจการงานพระธรรมทูตผู้ทำ การ เผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปใช้บังคับแล้ว และจะมี กฎต่างๆออกมาเพิ่มเติมภายหลังอีก เช่น กฎระเบียบเกี่ยว กับการก่อตั้งวัด กฎระเบียบการให้การบรรพชาอุปสมบทแก่ ผู้นับถือศาสนาอื่น และกฎระเบียบเกี่ยวกับการนิมนต์พระ สงฆ์มาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นต้น ผู้บันทึกการประชุม : พระมหาไพทูล อตฺถวํโส
82 [ ๒.๒ การประชุมสมัยสามัญฯ ๒/๒๕๔๙ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๒/๒๕๔๙ ณ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๐๐ น. ๑. ประธานแจ้งให้ทราบ พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในฐานะประธานการ ประชุมครั้งนี้ได้นำสวดมนต์ไหว้พระ จบแล้วพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ในฐานะรองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ และเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งนี้ด้วย ได้นำถวายความ เคารพแด่ท่านประธานฯ พร้อมกับกราบอาราธนาให้ท่าน ประธานฯ กล่าวเปิดประชุม พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศกล่าวต้อนรับและ อนุโมทนากับทุกท่านที่เสียสละเวลามาร่วมประชุมในครั้งนี้ ทั้งที่เป็นการเรียกประชุมที่เร่งด่วนมาก เนื่องจากมีเรื่อง สำคัญที่ต้องรีบพิจารณาหลายเรื่อง ดังที่ได้กำ หนดเป็นวาระ การประชุมและถวายไปแล้วนั้น จากนั้น ท่านประธานฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมนำ บันทึกวาระ การประชุมในครั้งที่ผ่านมา (๑๕-๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙) ขึ้น มาทบทวนเป็นรายหัวข้อ เพื่อหาข้อบกพร่องเรื่องตัวสะกดการันต์ และข้อความที่เห็นว่าต้องแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ฝ่าย เลขาฯ นำ ไปแก้ไขแล้วเก็บไว้เป็นข้อมูลต่อไป ที่ประชุมมีความเห็นให้แก้ไขในประเด็นเล็กๆ น้อยๆและมีมติ ยอมรับบันทึกวาระการประชุมฉบับนี้ด้วยคะแนนเสียงเป็น เอกฉันท์ ๒. กลไกการบริหารงานของสหภาพฯ ควรเป็นอย่างไร? พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี เสนอว่า หัวข้อ นี้มีส่วนสำคัญในการบริหารงานของสหภาพฯ มาก เนื่องจาก ในทวีปยุโรปแม้จะเป็นทวีปที่เล็กเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ แต่ก็ มีหลายประเทศและมีความแตกต่างทางด้านกฎหมาย และ ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม แม้ประเทศสหรัฐอเมริกา จะเป็นประเทศเดียว แต่ก็มีหลายรัฐและมีการแบ่งเขต ปกครองเช่นกัน ฉะนั้น สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ควรมี การแบ่งเขตปกครองหรือไม่ ขอให้ทุกท่านแสดงความคิดเห็น อย่างอิสระ พระมหาพยอมเสนอว่า เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ โดยให้เหตุผลว่าจะทำ ให้ง่ายต่อการบริหารงานของสหภาพฯ ที่มีสมาชิกอยู่ในหลายประเทศ ส่วนพระครูวิเทศธรรมวิทิตก็สนับสนุนวิธีการนี้ แต่ เห็นว่าการทำ งานหลักๆ ควรอยู่ที่สำ นักงานกลาง ซึ่งพระ มหาพยอมก็เห็นด้วยว่า งานสำคัญๆ ควรออกจากสำ นักงาน กลาง เพราะจะทำ ให้คล่องตัวและน่าเชื่อถือในการติดต่อ ประสานงานกับสมาชิกหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป และในประเทศไทย พระมหาทองนาค ในฐานะผู้สังเกตการณ์เสนอว่า ถ้าจะมีการแบ่งเขตการปกครองกันก็ควรมอบหมายเป็นลาย ลักษณ์อักษรให้ชัดเจน การออกหนังสือแจ้งเรื่องต่างๆ ก็ควร แยกส่วนงานด้วย พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีเสนอว่า การ ออกหนังสือนั้นถ้าเป็นหนังสือทางการควรออกจากสำ นักงาน กลาง แต่ประธานต้องเป็นผู้เซ็น ถ้าเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม หรือภายในเขตปกครองให้ผู้รับผิดชอบแต่ละเขตดำ เนินการ เอง เช่น การเรียกประชุมองค์กร สมาคม และสมาชิก เป็นต้น แต่เมื่อออกหนังสือเสร็จแล้วควรแจ้งให้ประธานฯ ได้รับทราบ และควรส่งข้อมูลมายังสำ นักงานกลางหรือฝ่าย
83 ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้หน่วยงานนั้นๆ นำ มาลงในข่าวของ วารสารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ต่อไป นอกจากนั้นพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี เสนอต่อว่า เมื่อตกลงแบ่งเขตการปกครองแล้ว แต่ละเขต ควรตั้งคณะกรรมการร่วมทำ งานหรือคณะทำ งาน และคณะ กรรมการอุปถัมภ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านเหล่านั้นได้มีส่วน ร่วมและตื่นตัวในการทำ งานด้วย ส่วนการแก้ไขปัญหาในเขตปกครองหรืออธิกรณ์ ต่างๆ นั้น ให้หัวหน้าผู้ปกครองดูแลเขตพร้อมคณะทำ งาน คอยสอดส่องดูแลและหาทางแก้ไขเอง แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไข ปัญหาได้ตามลำ พังก็ต้องแจ้งให้ประธานฯ ได้รับทราบ เพื่อ ให้ท่านเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ โดยด่วน และหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน หรือแม้แต่ปัญหาเล็กน้อยที่ เกิดขึ้นในเขตปกครองแล้วสามารถแก้ไขได้ก็ควรรายงานผล การปฏิบัติงานให้ประธานฯ ได้รับทราบโดยตลอด ที่ประชุมเสนอว่าถ้ามีการแบ่งเขตปกครองในขณะนี้ สมควรแบ่งออกเป็น ๓ เขตก่อน แต่ในอนาคตอาจมีจำ นวน เพิ่มขึ้นก็ได้ เพราะยังมีอีกหลายประเทศที่อาจมีประชาชน ชาวไทยหรือชาวพุทธอาศัยอยู่และต้องการมีวัด เพื่อเป็นที่ พำ นักแก่พระสงฆ์ที่ไปปฏิบัติศาสนกิจในประเทศนั้นๆ เช่น ประเทศโปแลนด์ประเทศฮังการี สาธารณรัฐเช็ค เป็นต้น สรุปว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีการแบ่งเขต การปกครองของสหภาพฯ ออกเป็น ๓ เขต ดังนี้ เขต ๑ ประกอบด้วย ประเทศเนเธอร์แลนด์เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และลักเซมเบิร์ก ให้อยู่ภายใต้การปกครองดูแลของ พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ เขต ๒ ประกอบด้วย ประเทศอิตาลีสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีออสเตรีย ให้อยู่ภายใต้การปกครองดูแลของพระเทพ กิตติโมลีรองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ รูปที่ ๑ เขต ๓ ประกอบด้วย ประเทศเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์และไอซ์แลนด์ ให้อยู่ภายใต้การปกครอง ดูแลของพระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ รูปที่ ๒ ส่วนหลักการทำ งานและอำ นาจหน้าที่โดยละเอียด จักได้ออกหนังสือแจ้งเป็นประกาศการแบ่งสายงานการ บริหารของคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ เป็นลายลักษณ์ อักษรต่อไป อนึ่ง ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ เป็นผู้ประสานงานและดูแล ประจำ สำ นักงานกลางของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรปอีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารงานของสห ภาพฯ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ๓. กฎระเบียบการรับพระธรรมทูตจากประเทศไทยมา ปฏิบัติศาสนกิจควรเป็นอย่างไร? เรื่องการรับพระธรรมทูตไทยมาปฏิบัติศาสนกิจใน ทวีปยุโรปนั้น พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีแจ้งว่าเคย สอบถามไปยังพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโสภณ ประธาน สมัชชาสงฆ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาว่ามีขั้นตอนในการ ดำ เนินงานอย่างไร ก็ได้รับคำตอบจากท่านว่า วัดที่ต้องการ พระธรรมทูตจะติดต่อไปยังประธานสมัชชาสงฆ์ฯ เพื่อให้ ประธานเสนอไปยังมหาเถรสมาคม จากนั้นมหาเถรสมาคม ก็จะจัดส่งพระธรรมทูตมาให้ตามความต้องการของแต่ละวัด แต่ปัจจุบันก็มีหลายวัดที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อสมัชชาสงฆ์ฯ ทำ ให้ไม่ สามารถควบคุมดูแลได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี การเสนอขอพระ ธรรมทูตไปปฏิบัติศาสนกิจในวัดนั้นๆ ก็จะอยู่ในดุลยพินิจของ ประธานสมัชชาสงฆ์ฯ ว่าควรอนุมัติหรือไม่ ส่วนในทวีปยุโรปเองก็มีหลายวัดที่มีพระสงฆ์อายุ พรรษาน้อยและไม่ได้ผ่านการเป็นพระธรรมทูตมาปฏิบัติ ศาสนกิจอยู่ นอกจากนั้นยังมีคณะสงฆ์อีกหลายสำ นักแม้จะ สังกัดคณะสงฆ์ไทย แต่ในการมาปฏิบัติงานยังไม่เป็นไปตาม ขั้นตอนหรือยังไม่มีความเป็นเอกภาพ เช่น คณะสงฆ์สาย วัดหลวงพ่อชา และสายวัดพระธรรมกาย เป็นต้น เมื่อท่านเหล่านั้นไม่ทำตามกฎของสหภาพฯ แต่ถ้า มหาเถรสมาคมอนุญาตให้มาปฏิบัติศาสนกิจเราก็ไม่สามารถ ดำ เนินการอะไรได้ ฉะนั้น ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับทางมหา เถรสมาคมด้วยว่าจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
84 และจะให้อำ นาจการตัดสินใจแก่สหภาพฯ ในขอบเขตกว้าง ขวางขนาดไหนด้วย ๔. กฎระเบียบการบริหารวัดควรเป็นอย่างไร? พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีเสนอว่า วัดต่างๆ ในเขตปกครองเราควรเข้าไปเกี่ยวข้องแบบหลวมๆ เพื่อหา ข้อมูลต่างๆ ก่อน เช่น การให้บรรพชาอุปสมบทแก่ชาวต่าง ชาติ เป็นต้น ที่ประชุมเห็นว่าการพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียด อ่อนและไม่มีข้อมูลประกอบการพิจารณามากนัก พระ เดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีจึงเสนอที่ประชุมว่าขอให้นำ บทความเรื่อง “ชุมชนและวัดไทยในต่างแดน” ที่ท่านเคย เสนอให้กรมการศาสนาพิจารณาเมื่อปี พ. ศ. ๒๕๔๒ ไป ศึกษาอย่างละเอียดแล้วสรุปเนื้อหาหลักๆ เป็นแนวความคิด ของแต่ละท่าน จากนั้นจึงนำ มาเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป ที่ประชุมเห็นชอบและรับหลักการนี้ไปพิจารณา ๕. กฎระเบียบการก่อตั้งวัดควรเป็นอย่างไร? พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีเสนอว่า ให้ผู้ ปกครองเขตเข้าไปศึกษาดูก่อนว่า พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติ ศาสนกิจตามคำ นิมนต์ของโยมนั้นจะมาถาวรหรือไม่ หรือ แม้แต่ผู้ที่นิมนต์พระสงฆ์มานั้นก็ควรมีจำ นวนสมากชิกหรือมี ความมั่นคงเพียงพอด้วย ส่วนการขอเงินอุดหนุนการปฏิบัติศาสนกิจของพระ ธรรมทูตฯ ที่ทางรัฐบาลไทยส่งแบบฟอร์มมาให้ทุกปีนั้น ให้ สหภาพฯ ออกหนังสือพร้อมกับแนบแบบฟอร์มดังกล่าวไปให้ สมาชิก เมื่อเขาได้รับแล้วให้กรอกข้อความตามช่องที่ระบุไว้ แล้วส่งมาที่สำ นักงานกลางของสหภาพฯ ก่อนถึงสิ้นปี หรือ ให้แต่ละเขตส่งมากลั่นกรองในเขตนั้นๆ ก่อนแล้วจึงเสนอมา ให้ประธานฯลงนาม จากนั้น จึงส่งมาที่สำ นักงานกลาง เพื่อ จะออกหนังสือนำ เสนอไปยังประเทศไทยต่อไป ๖. การเสียค่าสมัครเพื่อเป็นสมาชิกของสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ ที่ประชุมมีการพิจารณาถึงร่างใบสมัครสมาชิกทั้ง ๒ ประเภท คือ ประเภทสามัญและประเภทวิสามัญ ส่วน ประเภทวิสามัญนั้นยังแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ วิสามัญ ประเภทบุคคลและวิสามัญประเภทองค์กร ที่ประชุมได้เสนอ ร่างให้พิจารณาคร่าวๆ ส่วนรายละเอียดต่างๆ จะได้นำ มา พิจารณาอีกครั้งในที่ประชุมใหญ่ครั้งต่อไป ๗. การประสานงานกับองค์กรสงฆ์ในประเทศไทยควร ดำ เนินการอย่างไร? ที่ประชุมเสนอว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีจดหมายหรือ เอกสารต่างๆ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ที่ส่งมาจาก ประเทศไทยโดยส่งผ่านมาที่วัดศรีนครินทรฯ หลายฉบับ ทาง วัดก็ได้ส่งต่อให้ท่านประธานฯ รับทราบ เพื่อความชัดเจนใน เรื่องนี้จึงขอให้มีมติว่าจะให้หนังสือผ่านมาทางใด ที่ประชุม เห็นว่า ควรให้ผ่านมาที่สำ นักงานกลางอย่างเดิม แต่เมื่อ สำ นักงานกลางได้รับหนังสือแล้วก็จะส่งต่อให้ท่านประธานฯ รับทราบอีกต่อหนึ่ง จากนั้น ท่านจะสั่งงานต่อให้เลขาฯ หรือ ผู้ช่วยเลขาฯ ท่านใดท่านหนึ่งดำ เนินการต่อไปก็แล้วแต่ท่าน จะพิจารณาสั่งการ ส่วนการออกหนังสือนั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรมีโลโก้ ของสหภาพฯ เป็นอันเดียวกัน เพื่อความเป็นเอกภาพ โดย ให้ใช้หัวกระดาษของแต่ละวัด ส่วนเลขที่ออกหนังสือก็เช่นกัน ขอให้แต่ละเขตปกครองพิจารณาออกกันเองโดยระบุตามนั้น เช่น ที่ สธย. ข. ๓ หมายถึงที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป เขต ๓ เป็นต้น ๘. ควรมีนิตยสารหรือวารสารขององค์กรสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ หรือไม่ และควรมอบหมายให้ใครเป็นผู้ดำ เนินการ ที่ประชุมมีมติให้จัดทำ วารสารของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ขึ้น เพื่อเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ให้ มวลสมาชิกได้รับทราบความเคลื่อนไหว โดยตกลงตั้งชื่อ ว่า “วารสารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” ส่วน จำ นวนที่สั่งพิมพ์นั้น ในช่วงแรกจะสั่งพิมพ์ประมาณ ๒๐๐-
85 ๓๐๐ เล่ม ก่อน แต่เมื่อมีจำ นวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นหรือมีผู้ ต้องการเพิ่มขึ้นก็สามารถพิมพ์เพิ่มปริมาณขึ้นในภายหลังได้ ส่วนผู้ที่รับผิดชอบในการทำ หนังสือวารสารของ สหภาพฯ นั้น พระมหาพยอมและพระมหาทองนาคพร้อม ด้วยคณะจะเป็นผู้ดำ เนินการไปก่อน แต่ถ้าไม่สะดวกก็จะ พิจารณาให้ส่วนกลางดำ เนินการต่อไป พระมหาพยอม หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งว่า ขณะนี้ได้ขึ้นเว็ปไซต์ของสหภาพฯ แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไร มากนัก ที่ประชุมเห็นว่าอันดับแรกควรมีข้อมูลหลักๆ ของ สหภาพฯ ก่อน เช่น โลโก้ กฎระเบียบภายใน-ภายนอกของ สหภาพฯ คณะกรรมการบริหารฯ วัดที่เป็นสมาชิก เป็นต้น ส่วนข้อมูลต่างๆ ด้านอื่นค่อยเสนอขึ้นเว็พไซด์ต่อไป สำ หรับการส่งข้อมูลข่าวสารให้กับฝ่ายประชา สัมพันธ์นั้นขอให้ผู้ปกครองแต่ละเขตรับผิดชอบ ส่วนค่าใช้ จ่ายในการพิมพ์และค่าส่งหนังสือนั้นเหรัญญิกของสหภาพฯ จะพิจารณาจัดส่งไปให้ ที่ประชุมเสนอว่า บทความที่จะนำ ไปลงในวารสาร ของสหภาพฯ นั้น ถ้าท่านใดจะเขียนขึ้นมาเพื่อให้ลงใน วารสารก็สามารถทำ ได้ แต่ที่ขาดไม่ได้ทุกฉบับควรมีบทความ ของประธานสหภาพฯ และรองประธานฯ ทั้ง ๒ รูป พร้อม ทั้งเลขาสหภาพฯ ด้วย ส่วนเรื่องการส่งข้อมูลมาร่วมพิมพ์นั้น ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ทุกวัดหรือทุกท่านส่งข้อมูลมาทางอีเมล์ เพราะทำ ให้ สะดวกสามารถจัดรูปแบบได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาในการพิมพ์ ใหม่ ๙.เรื่องอื่นๆ - ที่ประชุมเสนอว่าควรมีที่ปรึกษาและผู้อุปถัมภ์ ของสหภาพฯ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อความที่ปรากฏในกฎ ระเบียบของสหภาพฯ ข้อที่ ๑๙ นอกเหนือจากที่ปรึกษา หรือผู้อุปถัมภ์โดยตำแหน่งที่ระบุไว้แล้ว ที่ประชุมเห็นด้วย และพิจารณาเสนอชื่อบุคคลจำ นวน ๘ รูปเป็นที่ปรึกษาหรือ ผู้อุปถัมภ์ คือ ๑) พระเทพกิตติโสภณ วัดวชิรธรรมประทีป ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒) พระราชภาวนาวิมล วัดพุทธปทีป ประเทศอังกฤษ ๓) พระราชธรรมวิเทศ วัดไทยลอสแองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา ๔) พระราชสุเมธาจารย์ วัดป่าอมราวดี ประเทศอังกฤษ ๕) พระสุนทรพุทธิวิเทศ วัดพุทธาวาส ประเทศสหรัฐอเมริกา ๖) พระครูวิเทศพรหมคุณ วัดพรหมคุณาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา ๗) พระครูวิสุทธิธรรมวิเทศ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก ๘) พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร วัดพุทธบูชา ประเทศฝรั่งเศส ท่านที่ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการ บริหารสหภาพฯ ทั้ง ๘ ท่านนี้ ทางสหภาพฯ จะได้ออก หนังสือเชิญอย่างเป็นทางการต่อไป - เรื่องการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ๒๕๕๐ ที่ ประชุมเมื่อวันที่ ๑๕-๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙ นั้น เสนอ ว่าควรจัดขึ้นที่วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ ประมาณวัน ที่ ๖-๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ พระครูวิเทศธรรมวิทิต รอง ประธานสหภาพฯ รูปที่ ๒ ในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสในวัด นี้รับจะเป็นเจ้าภาพ แต่จะขอรับไปพิจารณาก่อนแล้วจะให้ คำตอบในการประชุมครั้งต่อไป ฉะนั้น ในการประชุมครั้ง นี้ท่านได้ให้คำตอบว่า สามารถเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมได้ แต่เพื่อความพร้อมขอให้ทุกท่านไปดูสถานที่ก่อนว่าสมควร หรือไม่ ที่ประชุมเห็นว่าแล้วแต่เจ้าภาพจะดำ เนินการ พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี กราบอาราธนา พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และประธานในที่ประชุมกล่าว อวยพรและปิดประชุม พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้รับผลสำ เร็จเป็นที่น่าพอใจและ ได้ประโยชน์อย่างมาก ขออนุโมทนากับทุกท่านที่เสียสละ เวลามาประชุมในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุข. เลิกประชุมเวลา ๑๖.๓๐ น. ผู้บันทึกการประชุม พระมหาไพทูล อตฺถวํโส
86 [ ๒.๓ การประชุมสมัยสามัญฯ ๓/๒๕๕๒ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ ณ วัดพุทธาราม เมืองวานไวก์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๐ น. ๑. ประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับ ก่อนเริ่มประชุม พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิ วิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในฐานะ ประธานการประชุมครั้งนี้ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และนำสวดมนต์ไหว้พระ จบแล้วท่านได้กล่าวต้อนรับและ อนุโมทนากับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้พร้อมกับมอบ หมายให้พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ในฐานะรอง ประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ ดำ เนินการต่อไป พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีได้อนุโมทนากับ ทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เช่นกัน พร้อมกับได้พูดถึง ความเป็นมาของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ โดยถวายความ ดีความชอบแด่พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ที่เป็นผู้ ริเริ่มและดำ เนินการให้เป็นไปได้ ส่วนจะมากน้อยขนาดไหน นั้นขอให้พิจารณาดำ เนินการช่วยเหลือกันต่อไป ๒. ทำสามีจิกรรมแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ วันที่ ๑๒ สิงหาคม เวลา ๐๘.๓๐ น. คณะสงฆ์ที่ เข้าร่วมประชุม โดยการนำของพระเดชพระคุณ พระ เทพกิตติโมลี ได้ร่วมกันทำสามีจิกรรมแด่พระเดชพระคุณ หลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพ พระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ๓. ฯพณฯ วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต บรรยายถวายความรู้ ฯพณฯ ได้บรรยายถวายความรู้แก่ที่ประชุม โดย ได้พูดแนะนำ ตัวเองและข้อมูลของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสังเขป ที่สำคัญคือประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นที่ตั้งของ องค์การระหว่างประเทศมากถึง ๒ แห่ง คือ องค์การต่อ ต้านอาวุธเคมี และศาลโลก จากนั้นก็ได้พูดถึงเรื่องต่างๆเช่น ชุมชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศเนเธอร์แลนด์กับประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่าง ราชวงศ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์กับประเทศไทย เป็นต้น เมื่อท่านบรรยายจบได้เปิดโอกาสให้ที่ประชุมถาม เรื่องต่างๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ ถาม ว่า การที่พระสงฆ์มาปฏิบัติศาสนกิจที่นี้จะมีสิทธิพิเศษเรื่อง วีซ่าอะไรบ้างหรือไม่ ฯพณฯ กราบเรียนว่า ไม่ได้รับสิทธิ พิเศษอะไร ทุกท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะ กฎหมายด้านแรงงาน แม้แต่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตก็ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้เช่นกัน พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ถามว่ามีท่านใด สงสัยที่จะเจริญพรถาม ฯพณฯ อีกหรือไม่ เมื่อไม่มีท่านจึงได้ อนุโมทนากับ ฯพณฯ ที่มาถวายความรู้ ก่อนที่จะมีการมอบ ของที่ระลึก จากนั้นที่ประชุมได้ดำ เนินการประชุมต่อเกี่ยวกับ เรื่องกฎระเบียบว่ามีการจดทะเบียนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะประเทศนี้ให้อิสรเสรีภาพในการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม ต่างๆเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมง่ายมาก เพียงแต่อย่าทำผิด กฎหมายเท่านั้น เรื่องการทำ งานที่ผ่านมาก็น่าเห็นใจพระเดช พระคุณพระราชพุทธิวิเทศ เพราะท่านมีพระอยู่ด้วยจำ นวน น้อย เรื่องการประชุมก็ทิ้งระยะห่างกันมานาน สิ่งที่พอทำ ได้ ในขณะนี้ก็คือให้รวมตัวกันแบบหลวมๆ ศึกษาในเอกสารชุมชน และวัดไทยในต่างแดนที่เคยแจกไปแล้ว บางทีอาจได้ข้อคิดใน การปฏิบัติงาน แล้วค่อยสรุปเป็นแนวคิดของแต่ละท่านนำ มา รวมกันเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี แจ้งว่า การเป็น สมาชิกนั้นดีหลายอย่าง เช่น สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีผู้ต้องการขอพระมาปฏิบัติศาสนกิจก็ต้องขอผ่านไปที่
87 สมัชชาสงฆ์ฯ ก่อน ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิกก็จะลำ บากในการ ดำ เนินการ นอกจากนั้นผู้เป็นสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์ หลายอย่าง เช่น เรื่องการเงิน การช่วยแก้ไขปัญหา หรือ การปรึกษาหารือในการสร้างหรือพัฒนาวัด เป็นต้น ส่วน รายละเอียดขอให้ดูในหนังสือกฎระเบียบของสหภาพฯ หมวด ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก ทั้งประเภทสามัญและ วิสามัญ พระมหาไพทูลเสนอว่า ขอให้ที่ประชุมดำ เนินการไป ตามวาระการประชุมที่กำ หนดไว้ด้วย เพื่อรักษาเวลาและง่าย ต่อการบันทึกการประชุม ๔. ทบทวนวาระการประชุมที่ผ่านมา (๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙) พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้แจ้งให้ที่ ประชุมนำ บันทึกวาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมา (๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙) ขึ้นมาทบทวนเป็นรายหัวข้อ ว่ามีสิ่งใดที่เรา จะดำ เนินการต่อได้ และมีสิ่งใดที่จะแก้ไขปรับปรุงและเพิ่ม เติมจากที่มีอยู่ ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างอิสระ พระครูวิเทศธรรมวิทิตเห็นว่า ที่ผ่านมาอาจประชุม กันน้อย แต่ก็ดีที่มีการประชุมกันอีก ในบันทึกการประชุม ฉบับนี้มีหลายอย่างควรดำ เนินการต่อไปได้เลย เช่น เรื่อง การสมัครเป็นสมาชิก ยกตัวอย่างที่ประเทศนอร์เวย์ปัจจุบัน มีหลายวัด แต่ยังไม่มีใครเป็นสมาชิก ท่านเห็นว่าทุกวัดและ ทุกท่านที่มาประชุมในครั้งนี้ควรสมัครเป็นสมาชิกทั้งหมดเลย พระมหาไพทูล เสนอว่า ใบสมัครสมาชิกทั้งหมดยัง ไม่ได้พิจารณาว่ามีความสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วหรือยัง เพราะ ในที่ประชุมครั้งก่อน (๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙) เคยนำ เสนอที่ ประชุมมาแล้ว แต่ที่ประชุมครั้งนั้นเสนอว่าให้นำกลับไปพิ จาณากันก่อนแล้วค่อยนำกลับมาพิจารณาในที่ประชุมครั้งต่อ ไป ซึ่งก็หมายถึงครั้งนี้ ฉะนั้น จึงควรมีการพิจารณาอย่าง รอบคอบกันอีกครั้ง พระมหาพยอม เห็นว่า คณะสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมด ในที่นี้ควรสมัครเป็นสมาชิกไว้ก่อน จากนั้นจึงมาพิจารณา คุณสมบัติในภายหลัง เมื่อมีสมาชิกแล้วก็จะได้ดำ เนินการ เรื่องวารสารของสหภาพฯ ต่อไป รวมถึงเรื่องเวฟไซด์ด้วย พระครูวิเทศธรรมวิทิต กล่าวว่า การเสียค่าสมัครก็ ควรดำ เนินการต่อไป และเห็นว่ายังมีความจำ เป็นอยู่ เพราะ จะทำ ให้มีน้ำ หนัก ทำ ให้สมาชิกเห็นความสำคัญมากขึ้น พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี แจ้งว่า ขณะ ไปประชุมที่อเมริกาที่ผ่านมาได้มีโอกาสพูดคุยกับพระธรรมโกศาจารย์ ซึ่งท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า สหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคณะสงฆ์ชั้นปกครอง ดังจะเห็นได้จากในปฏิทินศาสนาก็มีแค่ ๒ องค์กรเท่านั้นที่มี การระบุไว้อย่างชัดเจน คือ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่าองค์กรทั้งสองได้ก่อตั้งและ ดำ เนินการมาก่อนสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และมีผลงานต่างๆ เสนอไปให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ได้รับทราบอยู่เสมอ แม้กระนั้นก็ตาม ก็ได้ทราบว่าสมัชชา สงฆ์ฯ ก็ได้ถูกยอมรับมาเมื่อประมาณ ๑๕-๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ เอง เรื่องการสมัครสมาชิกก็เช่นกัน แม้จะมีการจดทะเบียน หรือสมัครเป็นสมาชิกแล้วก็ยังดูว่าหละหลวมอยู่นั่นเอง เพราะพวกเราขาดการติดต่อประสานงานและประชาสัมพันธ์ ให้ญาติโยมทั่วไปได้รับทราบข่าวสารต่างๆ ของสหภาพ พระ ธรรมทูตไทยฯ ยกตัวอย่าง เช่น มีกลุ่มบุคคลตั้งสมาคม ขึ้นมาแล้วนิมนต์พระมาอยู่ เมื่อไม่พอใจก็ขับไล่ท่านให้กลับ ไป หรือถ้าท่านไม่กลับไป พวกเขาก็ไปสร้างสมาคมขึ้นมา ใหม่ มหาเถรสมาคมก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ เพราะท่านไม่ ทราบว่าพวกเราที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในต่างประเทศมีปัญหา อะไร และจะแก้ไขอย่างไร พวกเราจำ เป็นจะต้องเสนอหลัก เกณฑ์อะไรให้ท่านได้รับทราบ พวกเรายังไม่มีผลงานเสนอ ให้ท่านได้เห็น เดี๋ยวนี้ท่านคงมองพวกเราอยู่ เมื่อเราไม่ เสนอไปท่านก็ไม่ทราบว่า พวกเรามีปัญหาอะไร ท่านคงไม่ ยอมรับอะไรง่ายๆ เมื่อพวกเราไม่เสนอท่านก็ไม่ทราบ หรือ เมื่อทราบแล้วแต่ยังไม่ค่อยมั่นใจ ถ้ามีใครนิมนต์พระมาหรือ พระต้องการมาเองท่านก็อนุมัติ พวกเราก็ดำ เนินการอะไรไม่ ได้ฉะนั้น เรื่องการตั้งสมาคมชาวพุทธในต่างประเทศนั้นเป็น
88 เรื่องอิสรเสรีหรือการที่เขาจะนิมนต์พระมาเราก็ห้ามเขาไม่ได้ สิ่งที่พวกเราพอทำ ได้ก็คือพวกเราต้องสร้างหลักเกณฑ์หรือกฎ ระเบียบเสนอท่าน ให้ท่านทราบว่ากลุ่มชนที่จะสร้างวัดนั้น ควรมีสมาชิกเท่าไร มีเงินทุนสำ หรับดำ เนินงานพอสมควรหรือ ไม่ เป็นต้น เรื่องนี้สถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยก็ควรเข้า มาดูแลด้วย เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ ย่อม ทราบปัญหาดีที่สุด ๕. แจ้งผลการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป กับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ชี้แจงเรื่องไป ประชุมร่วมกับสมัชชาสงฆ์ในสหรัฐอเมริกานิดหน่อย จากนั้น ท่านได้นิมนต์ให้ท่านพระครูวิเทศธรรมวิทิต ชี้แจงต่อ โดย ให้เอาปฏิญญากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ถวายไปแล้วขึ้นมาอธิบาย ประกอบ เพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบว่าจากนี้ไปพวกเราจะ ต้องมีการทำ งานร่วมกันกับสมัชชาสงฆ์ฯ แม้แต่การที่พวก เราประชุมกันก็ควรส่งบันทึกการประชุมไปให้คณะกรรมการ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาได้รับทราบด้วย เป็นต้น พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีกล่าวเสริมว่า ที่ ประชุมและปฏิญญากรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ดังกล่าวมีเนื้อหาสาระ ที่สำคัญ คือ จากนี้ไปพวกเราทำอะไรจะต้องอิงอาศัยทาง สมัชชาสงฆ์ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก เพราะสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเต็มที่ เมื่อ มีสิ่งใดก็ต้องเสนอไปทางสมัชชาสงฆ์ฯ ก่อน จากนั้น เรื่อง ต่างๆ ก็จะถูกเสนอไปที่มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย เพื่อให้นำ เสนอต่อมหาเถรสมาคม และสำ นักงาน พุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อไป หรือเมื่อพวกเราจะมีการพิมพ์ หนังสือก็จะต้องมีการพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก จาก นั้น ผู้รับมาแล้วก็ค่อยแปลเป็นภาษาท้องถิ่นของแต่ละ ประเทศต่อไป หรือการจะขอรับเงินงบประมาณสนับสนุน กิจการงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ก็ต้องส่ง ผ่านสมัชชาสงฆ์ฯ ด้วย การเสนออะไรต้องทำ ในนามองค์กร หรือคณะสงฆ์จึงจะมีน้ำ หนักหรือได้รับการยอมรับ การที่ พวกเรายังไม่เป็นที่ยอมรับนั้นสังเกตได้จากการที่มีจดหมาย นิมนต์ประชุมของพระมหานิยม วิริยเมธีเป็นต้น เหตุการณ์ อย่างนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าพวกเราเข้มแข้งเพียงพอ องค์กร แทรกซ้อนอื่นๆ จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ ชี้แจง ว่าบางทีพวกเราก็มีหลักการของพวกเรา ยึดหลักการของพวก เราอยู่ แต่บางทีก็มีอะไรเข้ามาแทรก ทำ ให้พวกเราเป๋ไปบ้าง ฉะนั้นพวกเราต้องรวมตัวกันให้ดี จะทำ ให้มีพลัง โดยการ สมัครเป็นสมาชิกก่อน เพื่อให้องค์กรของพวกเราดำ เนินไปได้ พระมหาจำ เริญ เห็นว่าถ้าคณะสงฆ์ในยุโรปรวมกลุ่ม กันได้จะดีมาก เพราะสังฆานุภาพนั้นมีพลัง เมื่อที่ใดมีปัญหาก็ ใช้สังฆานุภาพเข้าไปแก้ไขก็จะทำ ให้ปัญหาจบลงได้ด้วยดี พระมหาพยอม เสนอให้พระมหาไพทูลอธิบายเรื่องใบ สมัครอีกครั้ง แต่ที่ประชุมก็ยังมีการแสดงความคิดเห็นเรื่อง ใบสมัครสมาชิกกันอย่างกว้างขวาง สรุปว่า ให้สมาชิกสมัคร ในนามของวัดก่อน ส่วนสาระสำคัญอื่นๆ ค่อยแก้ไขปรับปรุง ภายหลัง ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาใบ สมัคร ๓ ท่าน คือ พระมหาพยอม สุทสฺสโน พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธี พระมหาไพทูล อตฺถวํโส โดยขอให้ท่าน ทั้ง ๓ รูปนี้นำแบบฟอร์มใบสมัครกลับไปแก้ไขปรับปรุงเพื่อ ให้ได้ข้อยุติที่ตรงกัน จากนั้นให้นำกลับมาพิจารณาในที่ ประชุมสมัยวิสามัญครั้งต่อไป ๖. กิจกรรมของแต่ละเขตปกครอง พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี แจ้งว่า ท่านมี แนวคิดที่จะตั้งคณะกรรมการประจำ เขตปกครองเขต ๒ ขึ้น มา เพื่อให้งานเผยแผ่ ปกครองดูแลและดำ รงส่งเสริมกิจการ งานพระพุทธศาสนาในเขตที่ตนรับผิดชอบ เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย และบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ คณะกรรมการชุดนี้จะทำ หน้าที่พบปะกับประชาชนตามเมือง ต่างๆ สำ หรับทำ หน้าที่ชี้แจง ทำความเข้าใจ และนำข้อมูล ข่าวสารของทางสหภาพฯ ไปแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องในเขตปกครอง
89 ให้ทราบ พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ แจ้งว่า วัดใน เนเธอร์แลนด์และในเขตปกครองไม่มีปัญหาอะไร พระครูวิเทศธรรมวิทิต แจ้งว่า ขณะนี้วัดไทย นอร์เวย์ได้ขยายสาขาไปทางทิศเหนืออีกหนึ่งวัด ปัญหา ภายในก็พอมีอยู่ แต่ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องของสหภาพฯ ยัง ไม่มี เพราะยังไม่ได้ดำ เนินการเต็มที่ตามที่กล่าวมาแล้ว พระครูสุตพุทธิธัช แจ้งว่าที่ประเทศสวีเดน ปัจจุบัน มีวัดมากประมาณ ๑๐ วัด ทั้งธรรมยุติ และมหานิกาย รวม ทั้งธรรมกายด้วย ปัญหาก็พอมีบ้างเช่นทุกวัด แต่มีไม่มาก นัก เพราะไม่ค่อยมีผลประโยชน์ที่รัฐบาลสนับสนุนเหมือน ประเทศนอร์เวย์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ชี้แจงต่อว่า เรื่องผล ประโยชน์ที่พูดถึง คือ รัฐบาลนอร์เวย์จะให้เงินสนับสนุน ศาสนิกของแต่ละศาสนา บางทีสมัครเป็นสมาชิกแล้วเมื่อได้ ผลประโยชน์ก็ลาออกไป แล้วก็สมัครสมาชิกที่อื่นอีก ทำ ให้มี ปัญหาตามมา บางครั้งทำ ให้มีการตั้งวัดหลายวัด จริงๆแล้วก็ มีวัดเดียว แต่มีหลายสาขา การที่รัฐสนับสนุนเงินค่าประกอบ กิจกรรมทางศาสนาบางทีก็เป็นดาบ ๒ คมได้เหมือนกัน พระครูศรีญาณวิเทศ แจ้งว่าที่ฟินแลนด์มีอยู่ ๒ วัด และท่านมีโครงการที่จะย้ายวัดไปที่ใหม่ ถ้าอย่างไรขอนิมนต์ ทุกรูปไปดูด้วย พระครูวินัยธรสมศักดิ์ แจ้งว่า วัดธัมปทีปเกิดขึ้นเร็ว ด้วยอาศัยพระเดชพระคุณฯ อดีตเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชา วาส ปัญหาที่พบก็คือ พระสงฆ์มีสถานะคล้ายกับเป็นลูกจ้าง ของสมาคม ถ้าเป็นไปได้ต้องการให้พระที่มาอยู่มีความมั่นคง โดยหลักการถ้าพระไม่มั่นคง วัดก็มั่นคงไม่ได้ ที่วัดมีงาน เยอะ แต่มีพระช่วยงานไม่เพียงพอ เพราะต้องทำกิจกรรม ทุกวัน ทั้งสอนภาษาไทย และสอนกรรมฐาน ปัญหาใหญ่ก็ คือเรื่องวีซ่า วิธีแก้ไขปัญหาถ้าเป็นอเมริกาคณะสงฆ์จะมีส่วน ช่วยได้เยอะ โยมจะไล่พระหนีไม่ได้ เขาจะตัดสินใจอะไรโดย พลการไม่ได้ ที่วัดปัจจุบันไม่มีหนี้สิน แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้ จ่ายประจำ เช่นเดียวกับญาติโยมทั่วไปซึ่งตกประมาณเดือนละ ๒,๐๐๐ ยูโร พระครูปลัดชัชวาล แจ้งว่า มีปัญหาเรื่องชนชาติ บางคนก็ต่อต้าน เพราะท่านเป็นพระสงฆ์ไทยแต่ไปอยู่ที่ วัดลาว ขณะนี้ได้ก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์บรรจุคนได้ ประมาณ ๒๐๐ คน เสร็จไปแล้วประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่โชคดีที่มีญาติโยมมาช่วยเยอะ บางทีก็ขอยืมเงินโยมได้ เพราะท่านเป็นทั้งเจ้าอาวาสและประธานสมาคมเอง จึง ทำ ให้ไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก พระมหาพยอม แจ้งว่า ที่เยอรมันขณะนี้มีวัด เยอะมาก โดยสังกัดมหานิกาย ๑๒ วัด ธรรมยุติ ๗ วัด ธรรมกาย ๗ วัด และอีก ๒ สำ นักจากวัดท่าซุง ส่วน ธรรมกายที่มีมากอาจเป็นเพราะหลวงพ่อสด เคยเทศน์เกี่ยว กับพระพุทธศาสนาว่าจะมาเจริญในประเทศเยอรมันและอาจ เป็นเพราะคนไทยในเยอรมันชอบเองด้วย ส่วนตัวท่านที่ผ่านมาได้ริเริ่มสร้างวัดที่ฮันโนเวอร์ โดยเป็นประธานสมาคมเอง ปัจจุบันได้มาทดลองสร้างวัดอยู่ ที่เมืองสตุ๊ดการ์ด ต้องการลงมือทำ เองโดยการก่อตั้งสมาคม ชาวพุทธในสตุ๊ดการ์ดขึ้นมา เพราะถ้าให้โยมตั้งสมาคมแล้ว นิมนต์เรามาอยู่อาจมีปัญหาเหมือนหลายๆ สมาคมได้ ฉะนั้น ขณะนี้ท่านจึงเป็นประธานสมาคมถึง ๒ สมาคมด้วยกัน พระครูปลัดเด่นชัย แจ้งว่า มีปัญหาคล้ายที่อื่นๆ ที่ผ่านมาท่านโดนขับไล่ด้วยข้อหาที่แปลกประหลาด คือ ข้อหาสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน เพราะไม่สามารถหา ข้อหายอดนิยมทั่วไปของพระสงฆ์ เช่น คดโกง หรือ เรื่องผู้ หญิง เป็นต้น ปัจจุบันนี้ท่านเป็นผู้บริหารเอง แต่เป็นแค่รอง ประธานสมาคม เพราะต้องการให้โยมที่มีอายุและมีบารมีเป็น ประธานต่อไปก่อน ปัญหาหนักใจมากในขณะนี้ก็คือที่ดินแถว นั้น (มิวนิค) ราคาแพงมาก การที่จะขยายพื้นที่วัดหรือหาที่ที่ เหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่จึงทำ ได้ยาก ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป พระครูปลัดก้องเกียรติ เสนอว่า เราควรประชุมกัน ทุกปี ไม่ควรทิ้งระยะห่างกันมากเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะ ทำ ให้การดำ เนินงานไม่ต่อเนื่อง พระมหาไพทูล เสนอว่า ถ้าจัดประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีควรจะทำ ในช่วงเข้าพรรษาเหมือนครั้งนี้ เพราะ จะได้ถือโอกาสทำสามีจิกรรมแด่ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ประธานสหภาพฯ ด้วย
90 พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า เราควรกำ หนดการ ประชุมสมัยสามัญประจำ ปีเป็นวันพระที่ ๒ หลังจากเข้า พรรษาแล้ว ในการนี้นอกจากจะได้ประชุมและทำสามีจิกรรม แก่พระมหาเถระแล้ว ยังจะได้ถือโอกาสทำอุโบสถสังฆกรรม (สวดพระปาฏิโมกข์) ร่วมกันอีกด้วย พระครูวินัยธรสมศักดิ์ถามว่า หลังจากการประชุม แล้วเราเคยรายงานไปที่มหาเถรสมาคมหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้ ท่านได้รับทราบการดำ เนินงานของเราว่า เรามีการบริหาร งานกันอย่างไร จริงจังแค่ไหน ที่สำคัญเรามีพระมหาเถระที่ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่คอยดูแลกันเองอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว พระมหาจำ เริญ เสนอว่า เรื่องใบสมัคร เวปไซต์ เป็นต้น ควรทำ โดยด่วน เพราะจะทำ ให้สามารถติดต่อกัน ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี แจ้งว่า เรื่อง ใบสมัครที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้ประชุมกันเป็นเวลานาน ฉะนั้น พวกเราควรไปอ่านกฎระเบียบให้ดีแล้วมาพิจารณา แก้ไขในที่ประชุมคราวหน้า แต่ถ้าจะแก้ก็ควรแก้เฉพาะกฎ ระเบียบภายในเท่านั้น ส่วนกฎระเบียบส่วนแรกนั้นอาจเป็น เรื่องเกี่ยวข้องกับกฎหมายของสวิส ถ้าไม่จำ เป็นจริงๆ ก็ไม่ ควรเข้าไปแตะต้อง ๗. แผนงานในอนาคตของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ไม่มีวาระให้พิจารณา ๘ พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ไม่มีวาระให้พิจารณา ๙. เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) พระครูวินัยธรสมศักดิ์ แจ้งว่า ในปีหน้า พระเดช พระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพฯ จะ มีอายุครบ ๘๐ ปีโอกาสนี้ศิษยานุศิษย์ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ ในสหภาพฯ ควรจะมีการจัดเตรียมงานเพื่อถวายเป็นมุทิตา สักการะแด่พระเดชพระคุณฯ ด้วย พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี เห็นว่าเป็นความ คิดที่ดี แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับศิษยานุศิษย์ใกล้ชิดของท่านด้วย เช่น พระครูวิเทศธรรมวิทิต เป็นต้น พวกเราต้องมาพูดคุยกัน อีกครั้งว่าจะทำอะไรถวายท่านบ้าง เช่น พิมพ์หนังสือ เป็นต้น เพราะท่านก็มีผลงานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนามากมาย ที่ประชุมเสนอให้พิจารณาเรื่องค่าสมัครเป็นสมาชิก ในแต่ละประเภทว่าควรเป็นเท่าไร ในการประชุมครั้งก่อน เคยตกลงกันไว้แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจน ฉะนั้น ที่ประชุมควรหา ข้อยุติให้ได้ในการประชุมครั้งนี้ พระมหาพยอม เสนอว่า ค่าสมัครสมาชิกวิสามัญ ประเภทองค์กรควรเก็บค่าสมาชิก ๓๐๐ ยูโร/ปี ที่ประชุม เห็นด้วย ส่วนค่าสมัครสมาชิกสามัญประเภทบุคคลเห็นว่า ควรเก็บ ๓๐ ยูโร/ปีที่ประชุมก็ด้วยเช่นกัน ที่ประชุมเสนอว่า เรื่องการจ่ายเงินสำ หรับค่าสมาชิก นั้น สำ นักงานกลางควรเปิดบัญชีไว้ เพื่ออำ นวยความสะดวก แก่ผู้ต้องการเป็นสมาชิกอีกทางหนึ่ง พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่าเราควรมีการประชุม กันโดยเร็วหลังจากแก้ไขปรับปรุงใบสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยท่านเสนอเป็นเจ้าภาพที่วัดไทยนอร์เวย์ประมาณปลาย เดือนกันยายนศกนี้ ส่วนวันเวลาที่แน่นอนจะได้ปรึกษาหารือ กับคณะกรรมการท่านอื่นๆ แล้วจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง ที่ประชุมเห็นว่า เรื่องใบสมัครนั้นควรมีแค่ ๒ ประเภท ก่อน คือ ประเภทสามัญบุคคล และประเภท วิสามัญองค์กร ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมก็ค่อยว่ากันภายหลัง ก่อนปิดประชุมพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี กราบ อาราธนาพระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และประธานในที่ประชุม กล่าวอวยพรและปิดประชุม พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิ วิเทศ กล่าวว่า ขอให้พวกเราช่วยกันเองไปก่อน บางทีผู้ใหญ่ ก็อนุมัติให้พวกเรามาทำ งาน แต่ไม่ได้ให้อาวุธพวกเรามา จึง อาจทำ ให้การทำ งานลำ บากไปบ้าง การประชุมกันบ่อยๆ นำ มาซึ่งความเจริญ ขอให้ทุกท่านโชคดี เดินทางกลับด้วยความ ปลอดภัย มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย. เลิกประชุมเวลา ๑๖.๓๐ น. ผู้บันทึกการประชุม : พระมหาไพทูล อตฺถวํโส
91 [ ๒.๔ การประชุมสมัยวิสามัญ ๑/๒๕๕๒ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญ ๑/๒๕๕๒ ณ วัดไทยนอร์เวย์ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ วันที่ ๒๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ ภาคเช้า เริ่มเวลา ๐๙.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๑.๓๐ น. ภาคบ่าย เริ่มเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๗.๐๐ น. ๑. ประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับ พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จุดธูปเทียนบูชา พระรัตนตรัย และนำสวดมนต์ไหว้พระ จากนั้น ได้กล่าวต้อนรับและ อนุโมทนากับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ พร้อมกับมอบ หมายให้พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี รองประธานสห ภาพฯ รูปที่ ๑ ดำ เนินการต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้อนุโมทนากับ ทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันพิจารณา ใบสมัคร และพิจารณากฎระเบียบเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ซึ่งจะ ได้ประชุมกันในภาคบ่ายต่อไป พระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานสหภาพฯ รูป ที่ ๒ ในฐานะเจ้าภาพได้กล่าวต้อนรับและเรียนเชิญ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตที่ปรึกษา คุณเสาวลักษณ์ ไชยชูสอน ได้ บรรยายถวายความรู้แด่พระธรรมทูตเป็นลำดับต่อไป ๒. ฯพณฯ เอกอัครราชทูตที่ปรึกษา คุณเสาวลักษณ์ ไชยชูสอน บรรยายถวายความรู้ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตที่ปรึกษา คุณเสาวลักษณ์ ไชยชูสอน ได้บรรยายถวายความรู้แด่พระธรรมทูตแทน ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทย กรุงออสโล คุณจุลพงศ์ โนนศรี ชัย ซึ่งอยู่ในระว่างพักฟื้นหลังจากเข้ารับการผ่าตัด เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ฯพณฯ คุณเสาวลักษณ์ กล่าวว่า “สังคม ไทยเป็นสังคมพุทธ มีความเกี่ยวข้องผูกพันกับวัด มาตั้งแต่ โบราณกาล โดยเฉพาะวัดไทยและพระธรรมทูตไทยในต่าง ประเทศแล้วนับว่าเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของคนไทย และชุมชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะเมื่อมีความประสงค์ จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ ต้องการจะปรึกษาหารือทางด้าน กฎหมายหรือเรื่องอื่นๆ ก็ต้องผ่านทางวัดเป็นลำดับแรกๆ เพราะฉะนั้น พระสงฆ์ไทยในต่างประเทศจึงมีความสำคัญยิ่ง ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและประกอบพิธีกรรมให้กับคน ไทยในต่างประเทศ ยิ่งพระสงฆ์ที่มีศีลาจารวัตรดีงาม มีความ รู้มีความสามารถ ก็ย่อมเป็นที่เคารพนับถือแก่คนไทยและผู้คน ในท้องถิ่นทั่วไป อีกประการหนึ่ง พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญ เกื้อหนุนในการทำ งานร่วมกันกับสถานทูตในด้านต่างๆ ” พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เจริญพรถามว่า เมื่อมีชุมชน ชาวไทยเกิดขึ้นและมีวัดเกิดขึ้นในต่างแดน ทางรัฐมีแนวทาง จะให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง? ฯพณฯ คุณเสาวลักษณ์ ไชยชูสอน ได้กราบเรียนว่า เมื่อชุมชนชาวไทยในต่างแดนมีมากขึ้น จึงเกิดมีวัดเกิดขึ้น ตามมากมาย ทางรัฐบาลและสถานทูตให้ความสำคัญในการ สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็ง เมื่อชุมชนชาวไทยมีความเข้มแข็ง แล้ว ก็จะให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์วัดให้เจริญต่อไป พร้อม ทั้งได้กล่าวขอบคุณแทน ฯพณฯ เอกอัครราชทูต คุณจุลพงศ์ โนนศรีชัย ที่สหภาพพระธรรมทูตได้เชิญมาบรรยายถวาย ความรู้ในวันนี้ จากนั้น พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ กล่าว อนุโมทนาขอบคุณ ฯพณฯ คุณเสาวลักษณ์ ไชยชูสอน และ หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากสถานทูตเป็นอย่างดีจากนั้น ได้มอบพระพุทธรูปเป็นที่ระลึกแก่ ฯพณฯ คุณเสาวลักษณ์ ไชยชูสอน
92 ๓. พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี รองประธาน สหภาพฯ รูปที่ ๑ กล่าวต้อนรับ คณะกรรมการสหภาพ ทุกรูปที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ และแสดงความคิดเห็นว่า การก่อตั้งวัดขึ้นในต่างประเทศนั้น หากญาติโยมประจำ ท้อง ถิ่นหรือประเทศนั้นๆ ไม่มีความสนใจในการก่อตั้งวัด วัดก็เกิด ขึ้นไม่ได้ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยคนที่อยู่ในท้องถิ่นเป็นหลัก ไม่ ว่าจะเป็นคนไทยเราที่ประจำอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ ตลอดถึง ญาติโยมฝรั่งที่เป็นเจ้าของพื้นที่ในประเทศนั้นๆให้ความสนใจ และให้การสนับสนุน จากนั้น ได้อาราธนานิมนต์ พระเดชพระคุณ พระราชปริยัตยาลังการ อดีตเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้ ให้ความเมตตามาร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นร่วมกับ คณะกรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในครั้ง นี้ ในปีที่ผ่านมา พระเดชพระคุณฯ ได้มาจำ พรรษาที่ทรึมเซ่ ประเทศนอร์เวย์ พระเดชพระคุณ พระราชปริยัตยาลังการ ได้กล่าว แสดงความชื่นชมยินดีกับพระสงฆ์รุ่นใหม่ๆ ที่เสียสละชีวิต ส่วนตัวออกมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ นับ ได้ว่าทุกๆ รูป ได้เจริญรอยตามรอยบาทของพระพุทธเจ้าที่ เที่ยวจาริกเผยแผ่แสดงธรรมเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก การออกมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ นับว่า เป็นการต่ออายุของพระพุทธศาสนาให้เจริญสืบต่อไป เหมือน กันกับพระเจ้าอโศกมหาราช ได้ส่งพระสงฆ์ออกไปประกาศ พระพุทธศาสนาตามทวีปต่างๆ พระสงฆ์ที่มาจำ พรรษาในทวีปยุโรป มีอยู่๒ ประเภท คือ ๑. มาในลักษณะท่องเที่ยว เมื่อมาอยู่นานๆ ทำ งานไป นานๆ ก็กลายเป็นพระธรรมทูตโดยอัตโนมัติ ๒. มาใน ลักษณะของพระธรรมทูตที่ผ่านการอบรมมาโดยตรง อย่างไร ก็ดี พระธรรมทูตต้องมีวิชาและจรณะ เสียสละทุ่มเท แนะนำ พร่ำสอนแก่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเจ้าของท้องถิ่นใน ประเทศนั้นๆ พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เรียนถามว่า มีเรื่องไหนบ้าง ที่พระเดชพระคุณฯ เห็นว่าพระธรรมทูตควรจะปรับปรุงปรับ เปลี่ยนในด้านไหนบ้าง เมื่อมาอยู่ในต่างประเทศ พระเดชพระคุณ พระราชปริยัตยาลังการ กล่าว ว่า พระธรรมทูตควรให้ความสนใจเรียนเรื่องภาษาท้องถิ่นให้ มากๆ หรือมีผู้ที่ชำ นาญด้านภาษาติดตามมาด้วย หรือควร จะมีศิษย์ที่เก่งภาษาไปอยู่ด้วย ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการติดต่อ กับคนในท้องถิ่นนั้นๆ พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้กล่าวยกย่อง พระเดชพระคุณ พระราชปริยัตยาลังการ ว่าเป็นพระมหา เถระที่มีความมุ่งมั่นในการทำ งานและสนับสนุนการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่า แม้ท่านจะมีอายุ มากแล้วและต้องมาอยู่ในประเทศที่หนาวจัดเช่นประเทศ นอร์เวย์ ท่านก็มีความอดทน และมุ่งมั่นในการเผยแผ่หลัก ธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่มา เพื่อพักผ่อน พระสงฆ์ควรจะต้องมีวิชาและจรณะคือพร้อม ทั้งความรู้และจรณะ วิชาเครื่องประดับภายใน ศีลเครื่อง ประดับภายนอก ๔. คุณปีเตอร์ แอร์นสท์ ประธานสมาคมวัดไทย บรรยาย ถวายความรู้ คุณปีเตอร์ แอร์นสท์ ประธานสมาคมวัดไทย วัด ศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ ได้บรรยายถวายความ รู้เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างการบริหารสมาคมวัดไทยตลอดถึง มูลนิธิสมเด็จย่าฯ โดยได้ฉายสไลด์โครงสร้างการทำ งานของ สมาคมวัดไทยและมูลนิธิสมเด็จย่า ประกอบคำ บรรยาย สมาคม คือกลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือกันโดย ไม่มีผลกำ ไร สมาคม คือการทำ ประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพียงคน ไม่กี่คนก็สามารถจัดตั้งสมาคมได้(ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์) สมาคมวัดไทย ได้ให้ความช่วยเหลือวัดร่วมกับมูลนิธิ สมเด็จย่าฯ
93 คุณปีเตอร์ได้เล่าความถึงความสนใจในภาษาไทย และพระพุทธศาสนาว่า เมื่อตอนอายุได้ ๒๐ ปีได้ไปเที่ยว เมืองไทย มีความลำ บากเรื่องการสื่อสารกับคนไทยมาก แต่ ซาบซึ้งในน้ำ ใจของคนไทยมากๆ เช่นกัน เพราะคนไทยได้ ให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ แม้จะสื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ แต่คนไทยก็ไม่เคยปฏิเสธให้ความช่วยเหลือ โดยนิสัยส่วน ตัวของคุณปีเตอร์เอง มีความคิดแตกต่างจากชาวคาทอลิค ทั่วๆ ไป กลับมาชอบศึกษาด้านพระพุทธศาสนา โดยเห็นว่า เป็นการสอนเกี่ยวกับชีวิตโดยตรง และสามารถนำ มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ด้วย คุณปีเตอร์เป็นประธานสา มาคมวัดไทยมา ๑๓ ปีแล้ว ในช่วงแรกๆ ทำ งานกับคนไทย ทำ ใจลำ บากมาก เพราะเตรียมแปลนงานต่างๆ ว่าจะให้เสร็จ ตามกำ หนด ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามแผน แต่สุดท้ายก็เสร็จ ตามเวลาเพราะคนไทยช่วยเหลือกันจริงๆ ทั้งวันทั้งคืน แม้ว่า จะไม่เป็นไปตามแปลนแต่ก็เสร็จลงด้วยดีทุกๆ ครั้งที่จัดงาน ในเรื่องนี้พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีได้ให้คำแนะนำ และข้อคิดไว้ว่าไม่ควรกำ หนดกฎเกณฑ์ที่ตายตัวกับคนไทย แต่ถึงเวลาแล้วเขาก็จะช่วยกันทำ เต็มที่ ท้ายสุด คุณปีเตอร์ได้กราบขอบพระคุณ พระเดช พระคุณพระเทพกิตติโมลี ที่ได้ให้คำแนะนำสั่งสอนหลักธรรม ทางพระพุทธศาสนาแก่เขา ทำ ให้เขาได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น และขอบพระคุณพระสงฆ์ทุกรูปที่เข้าประชุมในครั้งนี้ โดย เฉพาะพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพุทธิวิเทศ ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ที่รับฟังคำ บรรยาย และขอบคุณญาติพี่น้องทุกท่านที่มารวมรับฟังในวันนี้ด้วย จากนั้น พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้ กล่าวสรุปถึงการทำ งานร่วมกันของวัด มูลนิธิสมเด็จย่าฯ และ สมาคมวัดไทย ว่าทั้ง ๒ องค์กรมีความสำคัญมากในการสร้าง วัดศรีนครินทรฯ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แล้วปิดประชุมใน ช่วงเช้าเพื่อฉันภัตตาหารเพลต่อไป ๕. ทบทวนวาระการประชุมที่ผ่านมา (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒) พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี กล่าวทักทาย คณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุม และขอความกรุณาทุกท่าน ทบทวนบักทึกการประชุมครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ ณ วัดพุทธาราม เมืองวาลแว๊ก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไม่มีท่านผู้ใดแสดงความคิดเห็นขัดแย้ง จึงมีมติ ยอมรับการประชุมดังกล่าว ๖. พิจารณากฎระเบียบและข้อบังคับภายในของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอให้คณะ กรรมการช่วยกันพิจารณากฎระเบียบของสหภาพฯในหมวด ที่ ๕ ว่าด้วยสมาชิกของสหภาพฯ ข้อที่ ๒๒ หน้าที่ ๓๘ เรื่อง สมาชิกของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ว่า สมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามัญ ควรจะคงไว้เช่นเดิมหรือ เปลี่ยนแปลงในส่วนไหนบ้าง พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ได้เสนอว่า สมาชิกประเภท สามัญ ควรมีสิทธิ์ในการลงคะแนนเลือกตั้งหรือรับสมัครเป็น คณะกรรมการได้เพียง ๑ รูป/เสียง พระสงฆ์ภายในวัดเป็น เพียงสมาชิก แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ควรจะมีสมาชิก เพียงประเภทเดียว ไม่ระบุว่าสามัญหรือวิสามัญ พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ได้เสนอเพิ่มเติมว่า วัดแต่ละ วัดมีสิทธิ์ในนามองค์กร ไม่ใช่ตัวบุคคล(ตำแหน่ง) ยกตัวอย่าง เช่น ระเบียบของสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา มี สิทธิ์เพียงวัดละ ๑ เสียงเท่านั้น พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ให้เปลี่ยนแปลง ระเบียบเรื่องสมาชิก หมวดที่ ๕ โดยให้สลับกันดังนี้ (๑)สมาชิก สามัญ คือวัดและองค์กร (๒) สมาชิกวิสามัญคือพระสงฆ์ ในที่ประชุม มีมติให้เปลี่ยนแปลงระเบียบ ข้อที่ ๒๒ หน้าที่ ๓๘ จากเดิมดังนี้
94 ๒๒.๑ สมาชิกสามัญ หมายถึง วัดไทยในพระพุทธ ศาสนาฝ่ายเถรวาทที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติศาสนกิจอยู่ใน สหภาพยุโรป ๒๒.๒ สมาชิกวิสามัญ หมายถึง พระสงฆ์ไทยใน พระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน รวมทั้งพระสงฆ์ ในพระพุทธศาสนาจากประเทศต่างๆตลอดถึงบุคคลผู้ที่สนใจ ในกิจกรรมของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๗. พิจารณาใบสมัครสมาชิก ในที่ประชุม ได้พิจารณาคัดเลือกใบสมัครสมาชิก สามัญและวิสามัญ จากต้นฉบับของพระมหาไพทูล และ ของพระครูวินัยธรสมศักดิ์ โดยได้เปลี่ยนแปลงและปรับปรุง ข้อความในบางส่วนตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้ ๘. เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) การประชุมครั้งต่อไปที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ใน ช่วงวันที่ ๖-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นช่วงทำ บุญวันเกิด ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ และการ ประชุมในครั้งหน้าเป็นวาระพิเศษ ควรจะเชิญสมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมประชุมด้วย พระครูวินัยธรสมศักดิ์ แจ้งว่าในปีหน้า พระเดช พระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพฯ จะ มีอายุครบ ๘๐ ปีโอกาสนี้ศิษยานุศิษย์ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ ในสหภาพฯ ควรจะมีการจัดเตรียมงานเพื่อถวายเป็นมุทิตา สักการะแด่พระเดชพระคุณฯ ด้วย พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีเห็นว่าเป็นความ คิดที่ดี แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับศิษยานุศิษย์ใกล้ชิดของ ท่าน ด้วย เช่น พระครูวิเทศธรรมวิทิต เป็นต้น พวกเราต้องมาพูด คุยกันอีกครั้งว่าจะทำอะไรถวายท่านบ้าง เช่น พิมพ์หนังสือ เป็นต้น เพราะท่านก็มีผลงานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มาก มีมติให้จัดพิมพ์หนังสืออนุสรณ์เนื่องในงานทำ บุญ วันเกิด พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์๒๕๕๓ พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี ได้แจ้งให้คณะ กรรมการทราบเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ประจำ เขต ๒ (เขตที่ท่านปกครองอยู่) โดยอาศัยมติของ ประกาศ ส.ธ.ย. ๐๐๓/๒๕๔๙ และเสนอว่า ควรจะมีการ รวมตัวกันไปทอดผ้าป่าฯ เพื่อช่วยเหลือวัดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ การดูแลของสหภาพฯ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือและรวมตัวกันเป็น เอกภาพระหว่างพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เสนอว่า ควรจะมีการ ออกแบบการ์ดแก่สมาชิกสหภาพฯ และให้กองเลขาส่งบันทึก การประชุมทางอีเมล์ให้แก่คณะกรรมการอ่านก่อนที่จะมีการ ประชุมครั้งต่อไป ที่ประชุมได้รับไว้เพื่อพิจารณา พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ควรมีการประชุมปี ละ ๒ ครั้ง เพื่อพิจารณารับสมาชิก พระครูปลัดเด่นชัย เสนอว่า ควรจะมีการเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เพราะหมดวาระการบริหาร เกิน ๒ ปีแล้ว ก่อนปิดประชุมพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และประธานในที่ประชุม กล่าวอวยพรและปิดประชุม พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิ วิเทศ กล่าวว่าขอให้พวกเราช่วยกันเองไปก่อน บางทีผู้ใหญ่ ก็อนุมัติให้พวกเรามาทำ งาน แต่ไม่ได้ให้อาวุธพวกเรามา จึง อาจทำ ให้การทำ งานลำ บากไปบ้าง การประชุมกันบ่อยๆ นำ มาซึ่งความเจริญ ขอให้ทุกท่านโชคดี เดินทางกลับด้วยความ ปลอดภัย มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย. ผู้บันทึกการประชุม..... พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที
95 [ ๒.๕ การประชุมสมัยสามัญฯ ๔/๒๕๕๓ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปี ๔/๒๕๕๓ ณ วัดพุทธาราม เมืองวานแวกซ์ เนเธอร์แลนด์ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓ เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๐ น. ๑. ประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับ ก่อนเริ่มประชุม พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในฐานะ ประธานการประชุมครั้งนี้ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และนำสวดมนต์ไหว้พระ จบแล้วท่านได้กล่าวต้อนรับและ อนุโมทนากับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม พร้อมกับนิมนต์พระ สุนทรพุทธิวิเทศ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ ๑ และพระวิเทศธรรมกวีรองประธานสมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริการูปที่ ๒ ซึ่งได้รับมอบหมายจากพระเดช พระคุณ พระเทพกิตติโสภณ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ให้ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม พระเดชพระคุณฯ ได้แนะนำตัว จากนั้นท่านได้มอบหมายให้พระเดชพระคุณพระเทพกิตติ โมลี รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ ดำ เนินการประชุมตาม ลำดับต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้อนุโมทนากับ ทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เช่นกัน รวมทั้งพระครูปัญญา สุธรรมวิเทศ ผู้แทนองค์กรสงฆ์ไทยในสหราชอาณาจักรด้วย ท่านได้พูดถึงความเป็นมาของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ว่า ยังไม่ได้รับการยอมรับจากสถาบันสงฆ์ในประเทศไทยเหมือน กับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา อาจเป็นเพราะว่าเรา เริ่มก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน แต่ก็ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ดีใน การก่อตั้งขึ้น ส่วนจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดนั้นขอให้ พิจารณาดำ เนินการช่วยเหลือกันต่อไป เพราะการที่จะทำ ให้ ผู้ใหญ่ยอมรับอย่างรวดเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตามที่พระเดช พระคุณ พระพรหมวชิรญาณ ได้เคยกล่าวไว้เมื่อคราวประชุม พระธรรมทูตครั้งแรกที่วัดศรีนครินทรฯ ว่า ยุโรปเป็นทวีป ที่เล็กก็จริง แต่ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเทศ แต่ละประเทศ ก็มีกฎหมาย ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ตรงกัน ข้ามกับทวีปอเมริกา แม้จะเป็นทวีปที่ใหญ่ แต่ก็มีภาษาเดียว กฎหมายหลักๆ ก็เป็นฉบับเดียวกัน ๒. ทบทวนวาระการประชุมที่ผ่านมา (๒๓ กันยายน ๒๕๕๒) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้แจ้งให้ที่ประชุม ทราบว่า ขอข้ามวาระนี้ไป เพราะบันทึกการประชุมยัง ไม่เสร็จ เนื่องจากท่านที่บันทึกการประชุมเดินทางกลับประเทศไทย โดยขอให้นำ เข้าพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ๓. การจัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล ๘๐ ปี ถวายแด่พระ เดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลีได้เสนอที่ประชุม ว่า การถวายมุทิตาสักการะพระเดชพระคุณ พระราชพุทธิ วิเทศ ในวันพรุ่งนี้นั้น ควรถวายโอกาสแก่ผู้แทนจากสมัชชา สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาก่อน จากนั้น จึงเป็นคณะสงฆ์จาก สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และผู้แทนจากองค์กรสงฆ์ไทย ในสหราชอาณาจักร ตามลำดับ สุดท้ายจึงเปิดโอกาสให้ ศิษยานุศิษย์และญาติโยมทั่วไปเข้าถวายตามลำดับ เรื่องนี้ขอ ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ช่วยจัดทำกำ หนดการออกมาด้วย พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี นิมนต์พระมหา พยอมชี้แจงเรื่องหนังสือวารสารฉบับแรก ซึ่งท่านได้ชี้แจง ว่า วารสารเล่มนี้ออกมาโดยใช้เวลากระชั้นชิดมาก โชคดีที่มี ข้อมูลทุกอย่างพร้อมอยู่ที่สำ นักงานกลาง ฉบับแรกนี้อาจจะ มีข้อผิดพลาดหรือรูปแบบอาจไม่สวยงามก็ขอให้ออกมาก่อน จากนั้นค่อยปรับปรุงในภายหลัง การพิมพ์ครั้งนี้จัดพิมพ์ที่ ประเทศเยอรมนีจำ นวน ๑,๐๐๐ เล่ม ราคาเล่มละ ๑.๕ ยูโร
96 รวมรายจ่ายทั้งสิ้น ๑,๕๐๐ ยูโร โดยค่าพิมพ์นั้นท่านได้ สำ รองจ่ายไปก่อน ส่วนท่านใดจะช่วยเหลือค่าพิมพ์ก็สามารถ ทำ ได้ ฉบับต่อไปถ้าท่านใดต้องการจะนำ บทความ ข้อคิด ความเห็น มาลงก็ขอให้จัดเตรียมไว้ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี อนุโมทนาว่า วารสารเล่มแรกนี้ออกมาดีพอสมควร และออกมาในวาระ ทำ บุญอายุวัฒนมงคลครบ ๘๐ ปีของพระเดชพระคุณหลวง พ่อฯ องค์ประธานฯ ด้วย วารสารฉบับนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ จะแจ้งข่าว หรือกิจกรรมต่างๆ ของสหภาพฯ และวัดที่เป็น สมาชิกต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้นิมนต์พระครู วิเทศธรรมวิทิต ในฐานะศิษยานุศิษย์องค์สำคัญที่จัดงานครั้ง นี้ชี้แจงต่อที่ประชุม โดยท่านได้กล่าวว่า ในงานดังกล่าวได้ขอ ปีติพจน์ไปยังบุคคลสำคัญหลายท่าน ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ หลายท่าน เพื่อพิมพ์ลงในหนังสือเป็นที่ระลึก แต่ก็ได้รับปีติ พจน์กลับมาไม่มากนัก เนื่องจากมีเวลาน้อย ส่วนหนังสือที่ พิมพ์ในงานนี้มีอยู่ ๒ เล่ม คือ เย็นหิมะในรอยธรรม ของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยสั่งพิมพ์ที่ ประเทศไทยจำ นวน ๒,๐๐๐ เล่ม ส่วนอีกเล่มหนึ่งคือหนังสือ ประวัติหลวงพ่อราชพุทธิวิเทศ ซึ่งจัดพิมพ์ถวายโดยสหภูมิ สงฆ์ศรีสะเกษ จำ นวน ๒,๐๐๐ เล่ม เช่นกัน ทราบว่าขณะ นี้หนังสืออยู่ที่กรุงปารีสแล้วและได้มอบหมายให้พระครูปลัด ชัชวาลเป็นผู้ดูแลอยู่ สำ หรับราคาและรายละเอียดต่างๆ นั้น จะได้นิมนต์พระครูสุตพุทธิธัชและคณะชี้แจงในภายหลัง พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ชี้แจงว่า หนังสือชุดดังกล่าว สำ เร็จได้ด้วยอาศัยพระครูวิเทศธรรมวิทิต และพระครูสุตพุทธิ ธัช ในการจัดงานครั้งนี้ทางสหภูมิสงฆ์ฯ มีเงินอยู่ประมาณ ๑๓๐,๘๐๐ บาท ส่วนว่าจะจ่ายอะไรบ้างนั้นจะได้ชี้แจงใบ เสร็จในภายหลัง ๔. กิจกรรมของแต่ละเขตปกครอง ปัญหา และแนวทางแก้ไข พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีถามที่ประชุมเพื่อ ให้ผู้ปกครองในแต่ละเขตได้ชี้แจงการบริหารงานแก่สมาชิก ตามลำดับ ดังนี้ พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ผู้รับผิดชอบใน เขตปกครองที่ ๑ ไม่มีวาระให้พิจารณา พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี แจ้งว่า ในเขต ปกครองที่ ๒ มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของพระชัชวาล อาภาก โร วัดพุทธอาภา ประเทศเยอรมนี เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ของการขอต่อวีซ่าเพราะรัฐบาลท้องถิ่นจะไม่ต่อให้ เนื่องจาก พาสปอร์ตของท่านจะหมดอายุ และเป็นพาสปอร์ตสีน้ำตาล นอกจากนั้นยังเป็นวีซ่าของนักท่องเที่ยว เมื่อท่านทำ หนังสือ ขอให้รับรองการต่ออายุพาสปอร์ตมาจึงไม่สามารถทำ ให้ได้ เนื่องจากตามกฎระเบียบของศ.ต.ภ. นั้นพาสปอร์ตประเภทนี้ เมื่อหมดอายุแล้วจะต้องกลับไปดำ เนินการใหม่ที่ประเทศไทย เท่านั้น เท่าที่ทราบตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านมีปัญหากับหลาย คนหลายฝ่าย ทั้งคณะกรรมการวัด ญาติโยมทั่วไป ตลอดถึง พระสงฆ์ที่เดินทางมาเยี่ยมและผู้ที่มาบวชเป็นพระภิกษุ สามเณรในวัดด้วย ในเรื่องนี้ท่านได้นิมนต์ให้พระมหาพยอม ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม พระมหาพยอม แจ้งว่า ไม่เคยพบเห็นปัญหาด้วย ตัวเอง แต่เคยได้ยินญาติโยมและพระผู้ใหญ่ที่ผ่านมาเยี่ยม แล้วเล่าให้ฟังมาบ้าง รายละเอียดต้องศึกษาให้รอบด้านทั้ง ๒ ฝ่ายทั้งฝ่ายเจ้าตัวและผู้เกี่ยวข้อง พระครูปลัดไพบูลย์กิจ กล่าวเสริมว่า ได้ทราบว่า ท่านมีปัญหาความขัดแย้งกับหลายฝ่าย โดยเฉพาะกับกลุ่ม ญาติพี่น้องของท่านเอง แต่รายละเอียดลึกๆ ก็ไม่ทราบเช่นกัน พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี กล่าวเสริม ว่า เรื่องนี้ได้กราบเรียนกับหลวงพ่อพระธรรมสิทธิเวที วัด สังเวชฯ เพื่อให้ท่านทราบแล้ว และท่านก็ได้ให้ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ในเชิงลึกเกี่ยวกับพระชัชวาลมากมายกว่าที่เรา ทราบมาด้วย อีกเรื่องหนึ่งคือ พระครูปลัดสมพงษ์กนฺตธมฺโม ได้ ก่อตั้งวัดธัมมนุรักษ์ขึ้นที่กรุงเวียนนา ในประเทศออสเตรีย โดยเมื่อไม่นานมานี้ท่านได้นำสามเณรมาบวชที่วัด และทำ แบบบันทึกรายงานการปฏิบัติศาสนกิจมาเป็นรูปเล่ม มี กิจกรรมที่น่าสนใจพอสมควร
97 พระมหาพยอมเสนอว่า การปกครองในเขตที่ ๒ ยัง ไม่ครอบคลุมไปถึงประเทศสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งปัจจุบันวัดพุทธ วิหาร เบอร์ลิน ได้ดำ เนินการก่อตั้งวัดขึ้นที่นั่น จึงต้องการ ทราบว่าประเทศนี้จะให้อยู่ในการดูแลของเขตปกครองใด ที่ ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นหลายแนวทาง แต่สุดท้าย พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศเห็นว่าควรอยู่ในเขต ปกครองที่ ๒ เพราะเป็นสาขาของวัดพุทธวิหารและอยู่ใกล้กับ เขตปกครองที่ ๒ ด้วย ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ชี้แจงเกี่ยวกับการปกครอง ในเขตปกครองที่ ๓ ว่า ประเทศนอรเวย์มีปัญหามากพอ สมควร เพราะขณะนี้มีการขยายสาขาของวัดไปทางทิศเหนือ ใช้เวลานั่งเครื่องบินประมาณ ๒ ชั่วโมง โดยมีพระราชปริยัตยาลังการ อดีตเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้นำ ในการดำ เนิน งาน แต่ยังติดปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่น การย้ายออกจาก สังกัดวัดเดิมโดยไม่ถูกต้อง ทำ ให้ไม่มีผู้รับรองเรื่องการขอ วีซ่า และเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ลำ บากด้วย เนื่องจากท่านเป็น พระผู้ใหญ่ และเป็นครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือกันมา วิธี การแก้ไขก็คือ เราควรแจ้งให้ฝ่ายปกครองที่เมืองไทยทราบ เพื่อจะได้พิจารณาประกอบเรื่องการออกหนังสือเดินทางของ ท่าน เมื่อพระจะมาอยู่ที่ประเทศนอรเวย์ก็มาบัญชีเดียว แต่ พอมีญาติโยมมานิมนต์หรือรับไปท่านก็แยกไปเลย อย่างนี้ก็ ทำ ให้ลำ บากใจแก่ผู้ดูแล ส่วนในขณะนี้มีวัดเกิดขึ้นใหม่หลาย วัด โดยเฉพาะวัดพระธรรมกายซึ่งตั้งอยู่ห่างกันไม่ถึง ๒๐๐ กิโลเมตร มีพระสงฆ์อยู่ประมาณ ๒ รูป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอว่า เรื่อง นี้ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะท่านเป็นพระมหาเถระ ควรหาโอกาสเข้าไปกราบเรียนท่านก่อน หรือจะให้ท่านทำ หนังสือผ่านมาทางพระเดชพระคุณฯ ประธานฯ แล้วค่อยหา ทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป พระวิเทศธรรมกวี กล่าวว่า การทำอย่างนั้นดี แต่ ว่าท่านจะยอมหรือไม่ ถ้ายอมก็ดีไป แต่ถ้าท่านไม่ยอมก็ควร ปล่อยท่านไป เพราะท่านก็มีอายุพรรษามากแล้ว พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เสนอว่า เมื่อท่านพระครู วิเทศธรรมวิทิต มีปัญหาในการปกครองแล้วนำ เรื่องเข้าสู่ที่ ประชุมใหญ่ สธ.ย. แต่ก็ยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน โอกาสหน้าเมื่อมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร? พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี กล่าวว่า ถ้า เราทำอะไรลงไปจริงๆ ก็อาจจะมีปัญหาใหญ่โตขึ้นมาอีกก็ได้ เพราะเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์กันมา และสถานที่สร้างวัด ใหม่ก็อยู่ไกลกันพอสมควร คงจะไม่กระทบอะไรมากมายนัก เรื่องนี้ถ้าท่านรู้ว่าพระครูวิเทศธรรมวิทิตเสนอที่ประชุมแล้วไป ดำ เนินการกับท่าน อาจทำ ให้มีปัญหากับท่านพระครูฯ มาก ขึ้นก็ได้ เพราะหลวงพ่ออาจมองว่านำ เรื่องของท่านมาเข้าสู่ที่ ประชุมทำ ไม? พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ กล่าวว่า ปัญหา เรื่องนี้พูดง่าย แต่ทำยาก เพราะท่านเองก็เป็นพระมหาเถระ รู้ทุกอย่าง เก่งทุกเรื่อง ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะรับฟังเรามาก น้อยขนาดไหนเท่านั้น วิธีการแก้ไขปัญหาก็คือ ขอให้แก้ไข เป็นการภายในเขตปกครองง่ายๆ เงียบๆ ไปก่อน จากนั้นมี การหยุดพักเพื่อฉันภัตตาหารเพล [ในช่วงบ่ายมีการประชุมสหภาพฯ ต่อ] พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี นิมนต์ให้พระ สุนทรพุทธิวิเทศ แจ้งให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับการบริหาร งานของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งท่านก็ได้ชี้แจง ความว่า เรื่องก า รจดทะเบียนของสมัชช าสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกานั้นจดทะเบียนเมื่อปี พ. ศ. ๒๕๑๙ เรียบร้อย แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่การดำ เนินงาน เช่น เรื่องใช้เป็นหลักฐานในการเปิดบัญชี เป็นต้น ปัจจุบันวัดธร รมารามเป็นผู้ดูแลเรื่องการเงินอยู่ วัดส่วนมากในอเมริกาสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมัชชาฯ แต่ไม่ได้กำ หนดว่าต้องจ่ายค่าสมาชิกเท่าไร? แต่ละวัดจึงเสีย ไม่เท่ากัน ส่วนโครงการใหม่ที่กำลังดำ เนินการอยู่นั้น คือ โครงการตั้งกองทุนช่วยเหลือการเผยแผ่ และช่วยเหลือเรื่อง การเจ็บป่วยของพระธรรมทูต เป็นต้น แต่ยังไม่ค่อยก้าวหน้า โดยมีพระวิเทศธรรมกวี เป็นผู้ติดตามโครงการอยู่ เนื่องจาก สวัสดิการของพระธรรมทูตยังไม่ดีเหมือนที่ประเทศนอรเวย์
98 สำ หรับจำ นวนวัดฝ่ายมหานิกายในอเมริกาขณะนี้มีประมาณ ๘๗ วัด เมื่อรวมกับวัดฝ่ายธรรมยุติแล้วก็มีมากกว่า ๑๐๐ วัด และมีพระสงฆ์ประมาณ ๔๐๐ รูป พระที่มาปฏิบัติศาสนกิจมี ๒ ประเภท คือ ๑. พระธรรมทูต จะขอต่ออายุพาสปอร์ตได้ใน ต่างประเทศ โดยมีหนังสือรับรองจากองค์กรปกครองสงฆ์ใน ประเทศนั้นๆ แจ้งไปยังมหาเถรสมาคมโดยตรงก่อน ๒. พระที่มาโดยผ่าน ศ.ต.ภ. เมื่อพาสปอร์ตหมด อายุภายใน ๕ ปีแล้ว ต้องกลับไปดำ เนินการต่อใหม่ที่ ประเทศไทยเท่านั้น ส่วนเรื่องปัญหาก็จะมีคล้ายๆ กัน ดังนี้ ๑. ปัญหาเรื่องวัด คือ เมื่อพระมาอยู่ด้วยกัน แรกๆ ก็ไปกันได้ดี แต่นานไปก็แตกแยกกันแล้วไปสร้างวัด ใหม่ขึ้นมา โดยตอนเกิดปัญหาครั้งแรกเราไม่ค่อยรับทราบ แต่เมื่อสร้างวัดขึ้นมาแล้วก็มาขอให้เรารับรอง เป็นต้น ๒. ปัญหาเรื่องพระธรรมทูตเอง จัดเป็นปัญหา เฉพาะตัว คือ เมื่อท่านอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ออกไปอยู่วัดใหม่ อาจเป็นได้ทั้งวัดไทย วัดลาว วัดเขมร เป็นต้น ซึ่งวัดเหล่านี้ จะอยู่นอกเหนือขอบเขตการปกครองดูแลของสมัชชาฯ จึงทำ อะไรไม่ได้เลย เมื่อก่อนถ้าใครต้องการพระก็ขอมาได้ทันที แต่ขณะ นี้สมัชชาฯ มีวิธีการแก้ไขปัญหาใหม่คือ ถ้าผู้ใดต้องการ พระมาอยู่ขอให้ทำ หนังสือมาถึงสมัชชาฯ โดยตรง จากนั้น สมัชชาฯ ก็จะปรึกษากับผู้ที่ขอพระมาว่าจะต้องรับผิดชอบ พระรูปนั้นๆ ตามที่กำ หนดไว้ด้วย พระครูวิเทศธรรมวิทิตถามว่า กรณีที่มีพระแยกตัว ออกไปอย่างนี้จะทำอย่างไร? เราสามารถแจ้งสถานทูตไทยให้ ยึดพาสปอร์ตได้หรือไม่ พระสุนทรพุทธิวิเทศ กล่าวว่า เราไม่สามารถทำ อย่างนั้นได้ สถานทูตเขาก็ทำ ไม่ได้ เพราะเขาอ้างว่าพระรูป นั้นไม่มีความผิดถึงขั้นต้องยึดพาสปอร์ต หลายท่านก็จะอ้าง ว่ามีโยมเลื่อมใสศรัทธาท่าน ทำ ไมท่านจะสร้างวัดใหม่ขึ้นมา อีกไม่ได้ เป็นต้น พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี นิมนต์ให้พระ วิเทศธรรมกวี แสดงความคิดเห็น สรุปความว่า ท่านดีใจมาก ที่ได้มาร่วมงานใหญ่ ๒ งาน คือ งานทำ บุญครบ ๘๐ ปี หลวงพ่อพระราชพุทธิวิเทศ และได้เข้าร่วมประชุมสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้เจอพระหนุ่มที่มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมที่จะมาทำ งานในทวีปยุโรปที่มีความ แตกต่างกันมากมาย ทั้งทางด้านภาษา กฎหมาย วัฒนธรรม และมีอีโก้สูง เพราะเขาคิดว่าเขาเก่งไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เช่น ประเทศฮอลแลนด์เป็นประเทศเล็กนิดเดียว แต่เป็นประเทศ ที่สามารถล่าอาณานิคมได้ในอดีตที่ผ่านมา ฉะนั้น ปัญหา จึงน่าจะมีมากกว่าอเมริกา เพราะอเมริกาแม้จะเป็นประเทศ ใหญ่แต่ก็มีกฎหมายหลักเหมือนกัน ตรงเขตชายแดนก็เป็น ชายแดนรัฐ ไม่ใช่ชายแดนประเทศ ภาษาก็ใช้ภาษาอังกฤษ เหมือนกัน ทุกท่านนอกจากจะเก่งแล้วขอให้มีกำลังใจและ มีไฟในการทำ งาน รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีเท่านั้นก็จะไปได้ดี ต่อไปในอนาคตข้างหน้ายุโรปและอเมริกาอาจจะกลับไปเกื้อ หนุนพระพุทธศาสนาในเมืองไทยก็เป็นไปได้ การย้ายวัดในอเมริกาเรามีระบบว่า ถ้าท่านอยู่ด้วย กันไม่ได้ก็ออกไปหาวัดใหม่อยู่ แต่ขอให้พระเจ้าอาวาสวัดนั้น ทำ หนังสือมาขอพระที่จะไปอยู่ใหม่จากวัดต้นสังกัดเดิม ถ้า ท่านตกลงกันได้เช่นนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าท่านตกลงกันไม่ได้ เรื่องก็จะมาถึงสมัชชาสงฆ์ฯ เพื่อให้ผู้บริหารเข้าไปไกล่เกลี่ย ต่อไป เรื่องที่น่าเพิ่มเติมก็คือ พระที่มาโดยผ่าน ศ.ต.ภ. นั้น ไม่สามารถต่ออายุพาสปอร์ตนอกประเทศได้ ต้องกลับไปต่อ ที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ก็มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น มีพระ บางรูปมาอยู่นานๆ จนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ก็ให้ทำ เรื่อง ถึงมหาเถรสมาคม เพื่อขออนุญาตทำ พาสปอร์ตราชการเป็น กรณีพิเศษ โดยไม่ต้องผ่านการอบรมพระธรรมทูตก็ได้ แต่ ต้องมีองค์สงฆ์ในประเทศนั้นๆ รับรองไปด้วย ส่วนเรื่องการตั้งกองทุนนั้น ท่านเห็นว่า พระจะต้อง มีสวัสดิการ ไม่ใช่การประกันชีวิต แต่เป็นการประกันสุขภาพ
99 เพราะผู้ที่ทำ งานเต็มเวลาก็คือพระ ส่วนคณะกรรมการวัด ก็จะมาประชุมนานๆ ครั้งเท่านั้น แต่การดำ เนินงานจริงๆ แม้ว่าพระสงฆ์จะเป็นหลัก แล้วเรายังจำ เป็นต้องอาศัยคน ท้องถิ่นเป็นสำคัญด้วย เช่น นักกฎหมาย สถาปนิก เป็นต้น เพราะคนท้องถิ่นจะรู้ปัญหาดีทุกอย่าง ในเรื่องนี้เราพยายามขอร้องให้ผู้ที่ขอพระมาแล้วให้ ดูแลท่านให้ดีด้วย และขอให้วัดนั้นจ่ายเงินเข้ากองทุนนี้รูป ละ ๑๐๐ ดอลล่า นอกเหนือจากการรับบริจาคทั่วไปที่วัด หรือเจ้าอาวาสทำอยู่แล้ว การทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะทำ ให้ มีเงินกองทุนเพิ่มมากขึ้นเอง โดยเงินจำ นวนนี้จะเป็นค่ารักษา พยาบาล สนับสนุนการศึกษา และพัฒนาพระธรรมทูต ซึ่ง เป็นการเขียนวัตถุประสงค์ไว้กว้างๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุก อย่าง พระครูวินัยธรสมศักดิ์ถามว่า ขอทราบประสบการณ์ ในการทำ งานของสมัชชาฯ เพื่อจะได้นำ มาปรับใช้ใน สธ.ย. เกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ คือ ๑. คณะทำ งานที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสร้างบุคคลา กรให้ดำ เนินงานต่อไปได้อย่างไร? ๒. เรื่องกรอบการทำ งานของ ส.ธ.ย. เราจะเสนอ ให้มหาเถรสมาคมยอมรับเราได้อย่างไร? พระวิเทศธรรมกวี กล่าวว่า เป็นคำถามที่ดี แต่ ตอบยาก ในส่วนตัวท่านเห็นว่าข้อแรกที่ให้บุคลากรมีส่วน ร่วมในการดำ เนินงานนั้น ถือว่าสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป มีการดำ เนินการไปไกลกว่าสมัชชาสงฆ์ไทยใน อเมริกามาก เพราะมีการแบ่งเขตการปกครองกันเรียบร้อย แล้ว ส่วนอเมริกายังไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงจะต้องเป็น อย่างนี้ คือผู้นำต้องรู้จักการกระจายงาน เพราะหัวหน้าหรือ ผู้นำ นั้นมีงานเยอะอยู่แล้ว เท่าที่เห็นโดยทั่วไปก็จะมีพระอยู่ ๒ ประเภท คือ ๑. พระลูกวัดที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีงานทำ ๒. พระที่เป็นผู้นำ มีงานเยอะอยู่แล้ว แต่ยังต้องทำ งานทุก อย่างอยู่ ทวีปยุโรปองค์กรสงฆ์พึ่งตั้งใหม่ก็ย่อมจะมีปัญหามาก เป็นธรรมดา ส่วนอเมริกาปัญหาค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว วิธีการ แก้ปัญหาก็คือ ผู้นำจะต้องกระจายงาน โดยการตั้งคณะ อนุกรรมการในแผนกต่างๆ ขึ้นมาช่วย ส่วนเรื่องมหาเถร สมาคมนั้นไม่ขอพูดถึง เพราะโดยส่วนตัวคิดว่าสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ น่าจะได้รับการดูแลดีพอสมควรอยู่แล้ว ยก ตัวอย่างเช่นเรื่องสมณศักดิ์ เป็นต้น สรุปว่า เรากำลังเกิดใหม่ก็ค่อยๆ รอไปก่อน ส่วน เรื่องการจดทะเบียนนั้นเห็นว่าไม่ค่อยจำ เป็นเท่าไร แต่ขอให้ มีกฎระเบียบในการดำ เนินงานอย่างชัดเจน และผู้ปฏิบัติเอา จริงเอาจังก็น่าจะเป็นไปได้ด้วยดีแล้ว พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี นิมนต์พระครู ปัญญาสุธรรมวิเทศ ชี้แจง โดยท่านกล่าวว่า พระธรรมทูต ไทยในประเทศอังกฤษก่อตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า องค์กรสงฆ์ไทย ในสหราชอาณาจักรและไอซ์แลนด์เหนือ ตั้งขึ้นภายหลังสห ภาพฯ ยังไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่มีวิธีทำ งานที่ ละเอียด ครั้งแรกเริ่มก่อตั้งมีวัดเข้าร่วมทั้งหมด ๑๐ วัด แต่ ไปประชุมร่วมกัน ๗ วัด และเป็นวัดไทยทั้งหมด การทำ งาน เป็นไปได้ด้วยดี โดยเน้นเฉพาะวัดไทยจริงๆ ส่วนวัดไทยสาย ต่างชาติ เช่น วัดอมราวดี ซึ่งเป็นวัดสายหลวงพ่อชา นั้น ก็ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก ที่น่าสังเกตคือ สหภาพฯ ทำ ไมยังไม่ได้รับการ ยอมรับ ทั้งที่การยอมรับนั้นเป็นเรื่องขององค์กรสงฆ์ใน ประเทศไทยด้วยกันเอง ไม่ใช่เป็นการยอมรับจากรัฐบาลของ ประเทศนั้นๆ แต่อังกฤษกลับได้รับการยอมรับ ทั้งที่ก่อตั้ง ภายหลังสหภาพฯ หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล เคยเล่าให้ ฟังว่า อาจเป็นเพราะเรามีการประชุมร่วมกันระหว่างสถาน ทูต จากนั้นจึงทำจดหมายนำ ๓ ฉบับ โดยฉบับแรก เขียนถึงสถานทูต เพื่อให้นำ มติที่ประชุมเสนอต่อสำ นักงาน พุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ส่วนอีก ๒ ฉบับ ก็ทำถึงสำ นักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม โดยตรง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานนักจดหมายทั้ง ๓ ฉบับ ก็ไป รวมอยู่ที่เดียวกัน คือมหาเถรสมาคม ทำ ให้มีน้ำ หนักจนได้
100 รับการอนุมติ วิธีการแก้ไขเพื่อให้สำ นักงานพุทธศาสนาแห่ง ชาติ และมหาเถรสมาคมยอมรับสหภาพฯ นั้น ถ้าใช้วิธีนี้ก็ อาจจะได้รับการพิจารณาก็ได้ ส่วนเรื่องกฎระเบียบนั้น องค์ กรสงฆ์ฯ ยังไม่ได้มีใช้อย่างจริงจัง ที่ประเทศอังกฤษมีการประชุมองค์กรสงฆ์ฯ สมัย สามัญประจำ ปีๆ ละ ๑ ครั้งในช่วงเข้าพรรษา คณะ กรรมการบริหารจะประชุมกันบ่อยๆ ส่วนมากจะเกี่ยวกับ เรื่องการรายงานการปฏิบัติศาสนกิจ ปัจจุบันนี้มีปัญหามาก คือเรื่องภาษาอังกฤษ รัฐบาลกำ หนดให้พระธรรมทูตที่จะ มาใหม่ต้องสอบผ่านระดับที่ ๖ ซึ่งเป็นระดับที่จะมาเรียน ปริญญาโท ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่สูงมาก ถ้ามาอยู่ใหม่หากวีซ่า หมดก็จะกลับมาอีกไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คาดว่าอนาคตอันใกล้ จะหาพระมาปฏิบัติศาสนกิจได้ยากมาก ประเทศอังกฤษขณะนี้มีวัดอยู่ ๑๕ วัด มีพระสงฆ์ ประมาณ ๗๐ รูป พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี กล่าวว่า การ รายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ส่งไปยังสำ นักงานพุทธ ศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม พร้อมกับกฎระเบียบ แล้ว แต่ท่านอาจมองว่าทวีปยุโรปนั้นมีหลายประเทศ และ มีความแตกต่างกันมากมายหลายด้าน อาจดูไปก่อน ส่วน เรื่องการเข้มงวดของแต่ละประเทศนั้นขณะนี้มีมากขึ้น เช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ที่จะมาอยู่ใหม่จะต้องสอบผ่าน ภาษาเยอรมัน ระดับ บี๒ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงมากเช่นกัน ถ้าไม่ผ่านก็ให้อยู่ได้ ๒ ปี แล้วไม่ต่อวีซ่าให้อีกเลย ๕. แผนงานในอนาคตของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ควรจัดตั้งกองทุน เช่น การทอดผ้าป่าฯ เพื่อหาทุนสนับสนุนการดำ เนินงาน ของสหภาพฯ วิธีการ คือ ควรให้วัดทุกวัดจัดตั้งขึ้นแล้วแจ้ง ข่าวให้ญาติโยมทราบ ส่วนผู้ใดจะจัดในนามส่วนตัวก็สามารถ ทำ ได้ พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เสนอว่า การประชุม ๒ ครั้ง ทั้งที่เนเธอร์แลนด์และนอรเวย์ยังไม่มีการนำ ไปปฏิบัติ ที่เป็น รูปธรรม ขอให้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตาม การดำ เนินงานในหลายๆ เรื่อง และควรจัดการประชุมสมัย วิสามัญขึ้นในไม่ช้านี้ พระมหาสมภพ ในฐานะผู้แทนของพระครูปลัด ชัชวาล ประเทศฝรั่งเศส ได้ขอชี้แจง ๒ เรื่อง ว่า ๑. จะรับวัด อโนมาลัยเป็นสมาชิกใหม่หรือไม่? ๒. วัดนวมินทราชูทิศได้จดทะเบียนถูกต้องมา ๒ ปี แล้ว แต่ยังไม่มีพระธรรมทูตมาปฏิบัติศาสนกิจเลย จะดำ เนิน การอย่างไรต่อไป? พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอว่า วัดดัง กล่าวเขาจดทะเบียนแล้วก็จริง มีวัตถุประสงค์อย่างไร เรื่อง การเงินเป็นอย่างไร มีผู้อุปถัมภ์เพียงพอหรือไม่ ขอให้อยู่ใน ดุลยพินิจของพระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ว่าสมควร รับเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ ถ้าเขามีความพร้อมก็สมัครเป็น สมาชิกมาได้เลย ส่วนทางเราก็นำ มาพิจารณาตามขั้นตอนใน ภายหลัง พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ กล่าวว่า ไม่ ทราบรายละเอียดแน่ชัด แต่ทราบว่าเขามีหนังสือรายงานถึง วัดสระเกศ ต่อมาจึงได้ทราบว่าเขาเปลี่ยนชื่อใหม่ และอยู่ ในความดูแลของพระพรหมวชิรญาณ เรื่องกฎระเบียบ การ เงิน เป็นต้น คิดว่าคงไม่น่าจะมีปัญหา แล้วแต่พระผู้ใหญ่ใน เมืองไทยจะเห็นสมควร ขอให้พุทธสมาคมส่งจดหมายมาตาม ลำดับ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ชี้แจงว่า เรื่อง นิตยสารที่ออกมาแล้วนั้นดีมาก จากนี้ไปใครมีบทความ ข้อ เขียน หรือกิจกรรมต่างๆ ให้ส่งมาลงได้ แต่เรื่องที่ต้อง พิจารณาต่อไปก็คือ ในช่วงแรกนี้เราจะออกกี่ครั้ง และครั้ง ละกี่ฉบับ ที่ประชุมเห็นว่า ควรออกปีละ ๒ ครั้งๆ ละ ๑,๐๐๐ ฉบับ ถ้ามีสมาชิกเพิ่มขึ้นก็ค่อยเพิ่มจำ นวนตาม และต่อไปอาจมีการให้เช่าค่าโฆษณา อาจจะใช้ชื่อว่า ๑ วัด ๑ โฆษณา ก็เป็นไปได้ ส่วนราคาค่าโฆษณานั้นอาจจะอยู่ที่ ประมาณ ๕๐ ยูโร หรือแล้วแต่ที่ประชุมจะตกลงกัน อีกอย่างหนึ่งควรตั้งคณะอนุกรรมการติดตามการ ทำ งานในด้านต่างๆ เช่น อนุกรรมการจัดทำ หนังสือวารสาร