The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เรื่องราว 10 ปี-สธย-ปรับปรุง 2-2560-06-23 (ลงปี 2559)

Keywords: utse,monk

101 เป็นต้น ถ้ามีพระธรรมทูตรูปใดสนใจและมีความสามารถใน ด้านต่างๆ ก็ขอให้สมัครได้เลย พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า พระมหาเดชา ปญฺญาคโม วัดไทยนอรเวย์ เป็นผู้มีความสามารถในด้านการ พิมพ์และการออกแบบ เหมาะสมที่จะเป็นคณะอนุกรรมการ แผนกจัดทำวารสารซึ่งจะพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป พระมหาพยอม แจ้งว่า ขณะนี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้จัดทำ เวบไซต์เรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกท่านเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.phrathai eu.net หรือ www.phrathai eu.com นอกจากนั้นพระมหาพยอมได้แจ้งต่อว่า เรื่องค่า ใช้จ่ายพิมพ์หนังสือเย็นหิมะในรอยธรรมนั้น ทางสหภูมิสงฆ์ ศรีสะเกษ จะจ่ายเอง ส่วนค่าส่งนั้นขอให้ สธ.ย. ช่วยดำ เนิน การด้วย พระครูสุตพุทธิธัช ชี้แจงว่า ขณะที่ท่านอยู่เมืองได้ รับการประสานให้ดำ เนินการพิมพ์หนังสือ ๒ เล่ม คือ ๑. ประวัติพระราชพุทธิวิเทศ ครบ ๘๐ ปี จำ นวน ๒,๐๐๐ เล่ม โดย สหภูมิสงฆ์ศรีสะเกษจัดพิมพ์ถวาย ๒. เย็นหิมะในรอยธรรม จำ นวน ๒,๐๐๐ เล่ม พิมพ์ในนามสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ หนังสือทั้งหมดพิมพ์ที่อมรินทร์ปริ้นท์ติ้งราคา ๓๔,๕๐๐ บาท ค่าส่ง ๓๕,๕๐๐ บาท ขณะนี้หนังสือมา ถึง ประเทศฝรั่งเศสแล้ว โดยพระครูปลัดชัชวาลเป็นผู้ติดตาม อยู่ คาดว่าจะส่งถึงวัดพุทธารามในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ส่วน เล่มที่เสร็จแล้วได้ถวายหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านก็ อนุโมทนากับทุกท่านที่มีส่วนในการพิมพ์ครั้งนี้ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี กล่าวถึงเรื่องต้น ผ้าป่าฯว่า จะทำ ในช่วงไหน? พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศเห็นว่า ขอให้ เป็นความสะดวกของแต่ละวัดก็แล้วกัน พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เห็นว่า ควรตัดสินใจทำ เลย โดยไม่ต้องรอ เพราะถ้ารอก็จะไม่เห็นเนื้องานหรือเนื้อเงิน อาจปรารภโอกาสพิเศษของวัดใดวัดหนึ่งหรือพระสงฆ์รูปใด รูปหนึ่งแล้วจัดงานทอดผ้าป่าฯ ขึ้น โดยให้แต่ละวัดไปร่วม หรือชักชวนญาติโยมให้ไปทอดด้วยกันก็จะดีมาก พระครูสุตพุทธิธัช เห็นว่า การจัดทอดผ้าป่าฯ อาจ จะทำ ให้ได้เงินเข้ามาช้า สิ่งที่จะทำ ให้ได้ผลเร็วก็คือ ขอ ให้ทุกวัดหรือพระสงฆ์ทุกรูปที่มีความพร้อมร่วมบริจาค ลักษณะแบบระดมทุนกันเลย ส่วนรายชื่อผู้บริจาคก็ประกาศ อนุโมทนาในวารสารของสหภาพฯ ฉบับต่อไป พระครูปลัดก้องเกียรติ ชี้แจงเงินที่ได้รับมาขณะนี้ว่า มีอยู่ ๓๕๐ ยูโร โดยเป็นเงินของหลวงพ่อราชพุทธิวิเทศ จำ นวน ๓๐๐ ยูโร และของพระครูเมตตาวิหารีอีก ๕๐ ยูโร ถ้าท่านใดจะบริจาคหรือจ่ายในตอนนี้เลยก็จะเป็นการดี ไม่ ต้องรอให้ทวงถามกันก็ได้ เพราะเป็นการแสดงความจริงใจ ต่อการดำ เนินงานขององค์กร พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ย้ำ เรื่องการเปิดบัญชีนั้นขอ ให้รีบดำ เนินการ เพราะที่วัดต้องการจะบริจาคอยู่แล้ว แต่มีข้อจำกัดว่าต้องจ่ายผ่านระบบบัญชีธนาคาร ซึ่งทำ ให้ ตรวจสอบการเงินของวัดได้ง่าย พระครูวิเทศธรรมวิทิตเสนอว่า ขอให้ตั้งต้นผ้าป่าฯ ต้นแรกของ สธ.ย. ในงานหลวงปู่ครั้งนี้เลย ส่วนวัดอื่นๆ ขอ ให้ดำ เนินการก่อนที่จะมีการประชุมสมัยวิสามัญประมาณ กลางเดือนพฤษภาคม ศกนี้ หลังจากการประชุมเสร็จแล้ว ค่อยตั้งคณะอนุกรรมการติดตามงานแผนกต่างๆ ขึ้นมาอีก ครั้งหนึ่ง ๖. พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอให้พระมหาไพทูล ชี้แจงเรื่องใบสมัครที่มีการเปลี่ยนแปลงในที่ประชุมเมื่อ วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ประเทศนอรเวย์ โดยท่านได้ ตั้งข้อสังเกตเป็นการส่วนตัวแล้วชี้แจง ดังนี้ ๑. เรื่องกฎระเบียบดังกล่าวมีการจดทะเบียนที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีนักกฎหมายของประเทศนั้นรับรอง ว่าไม่ขัดกับกฎหมายของประเทศแต่เมื่อเรามีมติเปลี่ยนแปลง แก้ไขในส่วนที่มีความสำคัญอย่างนี้ โดยที่เรายังไม่ได้รับฟัง ความคิดเห็นจากนักกฎหมายว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือ ไม่ จึงน่าจะยังไม่สมบูรณ์ ๒. เรื่องที่เราแก้ไขนั้นเป็นหมวดว่าด้วยเรื่องสมาชิก ซึ่งการเปลี่ยนคำว่าสมาชิกสามัญหมายถึงบุคคล และสมาชิก


102 วิสามัญหมายถึงองค์กรนั้น เมื่อเราเปลี่ยนกลับกันอย่างนี้ ทำ ให้มีผลเกี่ยวเนื่องกับข้ออื่นๆ ตามมา เช่น การพ้นจาก สมาชิกภาพ และสิทธิหน้าที่ เป็นต้น ๓. หนังสือกฎระเบียบเล่มนี้เท่าที่ทราบมาจาก เอกสารและท่านพระครูปัญญาสุธรรมวิเทศชี้แจงในที่ประชุม ก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ว่ามีความน่าเชื่อถือ เพราะได้ผ่านการ ยกร่าง กลั่นกรองร่างมาเป็นอย่างดี โดยใช้เวลาอันยาวนาน มีการแปลจากภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษ และภาษา เยอรมัน เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น เมื่อเราเปลี่ยนแก้ไขภาษาไทย ในหมวดนี้ก็หมายถึงต้องแก้ไขภาษาอื่นๆ ด้วย ทำ ให้หนังสือ กฎระเบียบที่พิมพ์เป็นรูปเล่มอย่างสวยงามและถาวรนี้ต้อง ด้อยคุณภาพไปในทันที ๔. ถ้าเราจะมาทบทวนมติที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะดีกว่าหรือไม่ คือ ระหว่างการที่เราไปแก้ไขกฎระเบียบสห ภาพฯ ปี ๒๕๔๙ กับการแก้ไขบันทึกการประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๒ อันไหนจะแก้ง่ายกว่ากัน เป็นต้น ๗. พิจารณาใบสมัครสมาชิกที่ส่งมาแล้ว พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอให้พระมหาไพ ทูล ชี้แจ้งเรื่องใบสมัคร ความว่า ตั้งแต่มีการแก้ไขใบสมัคร ทั้ง ๒ ประเภท ตามมติที่ประชุมที่ประเทศนอรเวย์แล้วก็ได้ส่ง ไปให้วัดต่างๆ พร้อมกับหนังสือนิมนต์เจริญพระพุทธมนต์ถวาย พระพรในหลวง โดยให้แต่ละเขตปกครองทำ หน้าที่ส่งต่อกันเอง ในส่วนของเขตปกครองที่ ๒ นั้น ได้ส่งไปให้วัดต่างๆ ประมาณ ๓๐ วัด แต่มีท่านพระชัชวาล อาภากโร วัดพุทธอาภา เยอรมนี เพียงวัดเดียวเท่านั้นที่สมัครสมาชิกแล้วส่งกลับมา ที่น่าสังเกต ก็คือ ท่านพระชัชวาล อาจกำลังมีปัญหา ต้องการความช่วย เหลือจากสหภาพฯ อยู่ จึงได้เห็นความสำคัญ ส่วนวัดอื่นๆ แสดงว่าอาจไม่มีความเดือดร้อนจึงไม่สมัครมา ๘. เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอให้หลวงพ่อ ปานขาว แจ้งให้ที่ประชุมทราบ โดยท่านได้กล่าวว่าจะจัดงาน วันวิสาขบูชานานาชาติซึ่งจะจัดขึ้นที่พุทธสมาคมในประเทศ ฝรั่งเศส วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ศกนี้ พุทธสมาคม แห่งนี้หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาส วัดสระเกศ ได้อนุมัติให้เป็นวัดกลางๆ ไม่ใช่วัดไทย วัดลาว วัดเขมร หรือวัดฝรั่ง กิจกรรมต่างๆ ในงานนี้มีมากมาย เช่น การฟังบรรยาย สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิโต้รุ่ง เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้นำ พระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับจากวัดสระ เกศมาร่วมด้วย งานที่จัดขึ้นนี้เป็นการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายเถรวาท หรือมหายาน มีการ โฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งโทรทัศน์ และวารสาร เป็นต้น ซึ่ง คาดว่าจะเป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาโดยส่วนรวมเป็น อย่างยิ่ง ฉะนั้น จึงขอนิมนต์ทุกท่านไปร่วมงานดังกล่าวด้วย ก่อนปิดประชุม พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้ อนุโมทนากับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม ทำ ให้ได้รับประโยชน์ หลายอย่าง อย่างน้อยก็ได้พบปะปรึกษาหารือกัน และที่ สำคัญคือได้ร่วมถวายมุทิตาสักการะแก่พระเดชพระคุณ พระ ราชพุทธิวิเทศด้วย ซึ่งถือว่าจะเป็นกำลังใจที่สำคัญให้ท่าน เป็นผู้นำ พวกเราต่อไป จบแล้ว พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้กราบ อาราธนา พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และประธานในที่ประชุม กล่าวอวยพรและปิดประชุม พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ กล่าวว่า ใน การประชุมครั้งนี้รู้สึกภูมิใจมากที่มีคณะสงฆ์ทั้งจากยุโรป และผู้แทนจากอเมริกามาร่วมด้วย ทำ ให้ได้ทราบปัญหาและ อุปสรรคมากมายที่มีอยู่ในแต่ละประเทศ ปัจจุบันนี้หลาย ประเทศมีนโยบายผลักดันคนต่างชาติมากกว่าจะเปิดรับ พยายามตั้งกำแพงกั้นให้สูงเข้าไว้ ถ้าใครสามารถกระโดดผ่าน ได้ก็ถือว่ารอดไป ถ้าใครไม่ผ่านก็ต้องกลับ พวกเราจึงต้อง สร้างกำลังใจให้เข้มแข็ง และพยายามฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาสืบต่อไป สุดท้าย พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ นิมนต์ ให้ทุกท่านอยู่ร่วมงานทำ บุญฉลองอายุวัฒนมงคล ๘๐ ปี ในวันพรุ่งนี้ โดยพร้อมเพรียงกัน. เลิกประชุมเวลา ๑๖.๓๐ น. ผู้บันทึกการประชุม.....พระมหาไพทูล อตฺถวํโส


103 [ ๒.๖ การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๓ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญ ๑/๒๕๕๓ ณ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ ๑๒-๑๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๑๕ น. ๑. ประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับ ก่อนเริ่มประชุม พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปรูปที่ ๑ เป็นประธานในการประชุมแทนพระเดชพระคุณพระราชพุทธิ วิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ที่ไม่ สามารถเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้ เนื่องจากอาพาธนิดหน่อย ไม่สะดวกในการเดินทางไกลๆ และนั่งนานๆ (ตามจดหมาย ลาประชุมที่แนบท้ายนี้) ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และนำสวดมนต์ไหว้พระ จบแล้วท่านได้กล่าวต้อนรับและ อนุโมทนากับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม ๒. ทบทวนวาระการประชุมที่ผ่านมา (๒๓ กันยายน ๒๕๕๒) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้แจ้งให้ที่ประชุม ทราบว่า บันทึกการประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ ก.ย. ๕๒ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ขอให้พิจารณาเป็นฉบับแรก จากนั้นก็ให้ พิจารณาฉบับวันที่ ๖ ก. พ. ๕๓ ต่อไป เพราะจะเกี่ยวเนื่อง กับการแก้ไขกฎระเบียบสหภาพฯ ซึ่งกำ หนดไว้ในวาระการ ประชุมข้อที่ ๖ ที่จะขอให้พระมหาไพทูลชี้แจงในการประชุม ครั้งนี้ด้วย เรื่องสืบเนื่องจากวาระการประชุมที่ผ่านมา พระครู วิเทศธรรมวิทิต ได้พูดถึงการจัดงานวันเกิดครบ ๘๐ ปี ของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพุทธิวิเทศ นั้น เป็นการ ปรารภของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ฉะนั้น เมื่องานเสร็จ แล้วควรแจ้งให้ที่ประชุมสหภาพฯ ได้ทราบด้วย พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีสนับสนุนข้อเสนอ นี้ เพราะการจัดงานก็ผ่านมานานแล้ว แต่ไม่มีการรายงาน รายรับ-จ่ายให้ที่ประชุมสหภาพฯ ได้รับทราบบ้างเลย พระครูสุตพุทธิธัช ตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการ จัดงานซึ่งเป็นศิษยานุศิษย์ใกล้ชิดพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพุทธิวิเทศ คงคิดว่า การจัดงานถวายครั้งนี้เป็นการ จัดภายใน สหภาพไม่ได้เป็นเจ้าภาพโดยตรง จึงไม่จำ เป็น ต้องรายงานให้สหภาพฯ ได้รับทราบ เพราะจริงๆ แล้วใน ส่วนของสหภาพฯ ได้จัดถวายอย่างจริงจังเฉพาะในเรื่องพิมพ์ หนังสือเท่านั้น พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ชี้แจงว่า เอกสารต่างๆ ที่ทาง สหภาพฯ ดำ เนินการเกี่ยวกับการจัดงานก็ได้ส่งให้วัดพุทธ ราราม เนเธอร์แลนด์ไปหมดแล้ว รวมทั้งรายรับ- จ่ายค่า พิมพ์หนังสือด้วย ส่วนเรื่องผู้บริจาคร่วมนั้นมีเฉพาะพระเดช พระคุณพระเทพกิตติโมลี เท่านั้น และรับว่าจะไปรวบรวม เอกสารทั้งหมดนำ เสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป และเพื่อจะ ได้นำข้อมูลเหล่านี้ลงข่าวในวารสารของสหภาพฯ ฉบับต่อไป ส่วนเรื่องที่ต้องการย้ำก็คือเรื่องการเปิดบัญชีเพื่อความสะดวก ในการบริจาค พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี กล่าวว่าเห็นด้วย แต่ขอให้ใบสมัครเป็นสมาชิกสหภาพฯ เป็นที่ยอมรับอย่าง ชัดเจนก่อนซึ่งจะได้พิจารณากันต่อไป ส่วนเรื่องการรับรอง ขององค์กรสงฆ์ในประเทศไทยนั้นก็พูดลำ บาก ถ้าหากว่า ไม่รับรององค์กรของพวกเรา แต่ทำ ไมเวลาจะจัดสรรเงิน อุดหนุนการปฏิบัติศาสนกิจให้ก็แจ้งมาที่ประธานสหภาพฯ เพื่อให้พิจารณาวัดที่มีความเหมาะสมกันเอง หลายอย่างทำ เหมือนการดำ เนินงานตามขั้นตอนปกติ แต่บางอย่างก็ไม่ค่อย แน่นอน เช่น เรื่องการบวชพระอุปัชฌาย์ต้องเซ็น แต่ช่อง เจ้าคณะอำ เภอ เจ้าคณะจังหวัดไม่มีใครเซ็น หรือเมื่อพระ


104 ลูกวัดทำผิด เจ้าอาวาสวัดนั้นๆ สามารถดำ เนินการเอาผิดได้ แต่ถ้าเจ้าอาวาสทำผิดเองแล้ว ใครจะมาดำ เนินการกับท่าน เป็นต้น เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาทางด้านการปกครองที่ควร พิจารณาทั้งสิ้น พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีเสนอต่อว่า สืบ เนื่องจากที่ประชุมครั้งก่อน พระครูวินัยธรสมศักดิ์ต้องการ ให้สมาชิกสหภาพฯ มีID Card ส่วนตัว เพื่อสะดวกในการ ติดต่อกันนั้น เห็นว่าเรายังไม่มีความพร้อมเต็มที่ จึงควรรอไป ก่อน ส่วนเรื่องที่น่าจะทำ ได้เลย คือ การระดมทุนทอดผ้าป่า สามัคคี เพื่อช่วยเหลือวัดที่เป็นสมาชิก บางทีการทำ เช่นนี้ อาจทำ ให้วัดที่ลังเลอยู่ก็จะรีบตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกองค์กร ของพวกเราเร็วยิ่งขึ้นก็ได้ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ถ้าจะไปทอดผ้า ป่าฯ ที่วัดไหนเราควรจัดไปทอดพร้อมกันและเช่าสถานที่ข้าง นอกกันเลย ไม่ต้องไปจัดในวัด เพราะอาจคับแคบ พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เสนอว่า เรื่องสมาชิกนั้น เมื่อเรารับใครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพฯ แล้วก็ควรแจ้งให้ท่าน ทราบก่อนเข้าพรรษาของแต่ละปี ทำ เหมือนเป็นการสำ รวจ การปฏิบัติศาสนกิจ โดยการส่งแบบฟอร์มไปให้ด้วย เหมือน สมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอในเชิง สอบถามว่าวารสารของสหภาพฯ นั้นควรมีกี่คอลัมน์ และ มีชื่อว่าอะไรบ้าง เบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่า ควรมีคอลัมน์ ข่าวแวดวง ส.ธ.ย., ธรรมเพื่อชีวิต,ข่าวประชาสัมพันธ์ สธ.ย., ส.ธ.ย. ซุบซิบ, ประกาศ ส.ธ.ย., เป็นต้น ถ้าตกลงอย่างไรก็ขอ ให้เสนอมาที่คณะอนุกรรมการจัดทำวารสารสหภาพฯ เพื่อนำ เสนอคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ พิจารณาดำ เนินการต่อ ไป ส่วนวารสารนั้นจะออกปีละ ๒ ฉบับ คือ ฉบับ ๖ เดือน แรกของปี และฉบับ ๖ เดือนหลังของปี จบการประชุมในช่วงเช้า เพื่อหยุดพักฉันภัตตาหาร เพล ในช่วงบ่ายมีการประชุมต่อ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอว่า ประธาน บริหารประจำ เขตทั้ง ๓ รูป ๓ เขต ควรจะหาโอกาสไป เยี่ยมเยือนพระธรรมทูตหรือวัดในเขตปกครองของตน เพื่อ จะได้รับทราบข่าวคราว หรือหาทางช่วยเหลือกัน อาจจัด เป็นกิจกรรมประจำ ปีเหมือนการประชุมสหภาพฯ ก็ได้ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ควรสร้างวัดในนาม ของสหภาพฯ ขึ้นมาสักหนึ่งวัด ที่ประชุมเห็นว่าเป็นความคิด ที่ดี จากนั้น มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางว่าน่า จะเป็นประเทศใดบ้าง ระหว่างประเทศแอฟริกาใต้ ฮังการี สเปน อียิปต์ และกรีก เป็นต้น แต่พระครูวิเทศธรรมวิทิต แจ้งว่าควรจะเป็นประเทศที่อยู่ในทวีปอื่นไปเลย ที่ประชุม เห็นว่าควรรอดูความเหมาะสมในด้านต่างๆ ไปก่อน ๔. พิจารณาใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพฯ พระมหาไพทูลขอให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาใบ สมัครที่ส่งมาแล้วว่าเราจะรับเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ โดยไม่ ต้องห่วงว่าเขาสมัครมาเป็นประเภทบุคคลหรือองค์กร เพราะ ตรงนั้นเราสามารถแก้ไขได้ตามมติที่ประชุมข้อที่ ๖ ซึ่งจะได้ พิจารณาต่อไป โดยเปลี่ยนแค่ข้อความที่หัวกระดาษเท่านั้น และขอให้ที่ประชุมกรุณาอย่าสลับเอกสารที่อยู่ในแฟ้มเพราะ ได้เรียงไว้ตามลำดับแล้ว เพื่อจะได้พิจารณาไปพร้อมๆ กัน เมื่อวัดใดผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารแล้วก็จะ ได้จัดรวบรวมส่งใบสมัครไปยังพระเดชพระคุณพระราชพุทธิ วิเทศ เพื่อให้ท่านลงนามรับเข้าเป็นสมาชิก และสำ นักงาน กลางก็จะได้จัดทำฐานข้อมูลและแจ้งให้วัดนั้นๆ ทราบต่อไป ที่ประชุมมีมติดังนี้ ๑. พระครูปลัดไพบูลย์กิจ อคฺควิปุโล วัดสมเด็จ ประเทศเยอรมนี(รอพิจารณาครั้งต่อไปและขอเอกสารเพิ่ม) ๒. พระชัชวาล อาภากโร วัดไทยพุทธอาภา ประเทศ เยอรมนี(รอพิจารณาครั้งต่อไปและขอเอกสารเพิ่ม) ๓. วัดพุทธาราม ประเทศเบลเยี่ยม รับวัดและขอ เอกสารเพิ่ม


105 ๔. วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน รับวัดและขอ เอกสารเพิ่ม ๕. วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รับวัด ๖. พระครูวินัยธรสมศักดิ์ สกฺกเมธี วัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยี่ยม รับบุคคล ๗. วัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยี่ยม รับวัด ๘.สมาคมชาวพุทธฟินน์– ไทย ประเทศฟินแลนด์ รับ วัด (สมาคม) ๙. วัดไทยนอร์เวย์ (สมาคมชาวพุทธไทย) ประเทศ นอร์เวย์ รับวัด ๑๐. วัดพุทธธรรม มิวนิค ประเทศเยอรมนี รับวัด ๑๑.พระมหาจำ เริญเขมวีโรวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รับบุคคล ๑๒. พระมหาโสภา สุภาจาโร วัดพุทธบูชา ประเทศ ฝรั่งเศส รับบุคคล ๑๓. วัดพุทธปิยวราราม แฟร้งเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี รับวัด ๑๔. วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ ประเทศเยอรมนี รับวัด ๑๕. พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย วัดพุทธธรรม มิวนิค ประเทศเยอรมนี รับบุคคล ๑๖. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รับวัด ๕. พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำ เนินงานในฝ่ายต่างๆ ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือ แบ่งเบา หรือเร่งรัดการทำ งานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตาม กฎระเบียบของสหภาพฯ ข้อที่ ๓๐ ที่ให้อำ นาจไว้ดังนั้น ที่ ประชุมจึงมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ๒ คณะ คือ ก. คณะอนุกรรมการจัดทำวารสารสหภาพฯ มีดังนี้ ๑. พระมหาพยอม สุทสฺสโน หัวหน้า ๒. พระครูวินัยธรสมศักดิ์ สกฺกเมธีรองหัวหน้า ๓. พระครูปลัดศักรินทร์ กรรมการ ๔. พระมหาทองนาค นาควโร กรรมการ ๕. พระมหาเดชา ปญฺญาคโม กรรมการ ๖. พระมหาไพทูล อตฺถวํโส กรรมการและเลขานุการ ข. คณะอนุกรรมการติดตามผลการดำ เนินงานของสหภาพฯ ๑. พระครูวินัยธรสมศักดิ์ สกฺกเมธี เป็นผู้ประสานงานประจำ เขตปกครองที่ ๑ ๒. พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย เป็นผู้ประสานงานประจำ เขตปกครองที่ ๒ ๓. พระครูสุตพุทธิธัช เป็นผู้ประสานงานประจำ เขตปกครองที่ ๓ ๖. พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบของสหภาพฯ ที่ประชุมพิจารณาผลกระทบจากมติที่ประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ประเทศนอร์เวย์ ที่มีมติให้ยกเลิก ใบสมัครสมาชิก ๔ ประเภท คือ สมาชิกสามัญ ประเภทบุคคล สมาชิกสามัญประเภทองค์กร สมาชิกวิสามัญ ประเภทบุคคล และสมาชิกวิสามัญประเภทองค์กร ให้เหลือ ๒ ประเภท คือ สมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามัญ และมี มติให้สลับประเภทกัน คือ สมาชิกสามัญ หมายถึง วัดหรือ องค์กร และสมาชิกวิสามัญ หมายถึง บุคคล ซึ่งการตัด ทอนและเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำ ให้มีปัญหาตามมาหลาย ประเด็น และที่สำคัญคือผิดกฎหมายของสวิสซึ่งใช้เป็นที่ตั้ง ของสำ นักงานกลาง ข้อที่ ๑๗ ด้วย เพราะก่อนเข้าประชุม คุณ Peter Ernst อดีตประธานสมาคมวัดไทยได้โทรศัพท์เข้า มากราบเรียนพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เพื่อให้แจ้งที่ ประชุมได้รับทราบว่า เขาได้รับการยืนยันจากคุณ Niklaus Krattiger นักกฎหมายชาวสวิส และเลขานุการมูลนิธิสมเด็จ ย่าฯ ที่ทำ งานร่วมกันกับ Dr. Ernst Frei อดีตผู้พิพากษา ประจำศาลฎีกา เมือง St. Gallen ว่า ในกรณีที่ใช้สิทธิ ออกเสียงเลือกตั้งนั้น กฎหมายสวิสจะให้สิทธิบุคคลมากกว่า นิติบุคคล ที่ประชุมจึงมีมติยกเลิกมติที่ประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ ก.ย. ๕๒ ที่ประเทศนอร์เวย์ตามการตั้งข้อสังเกตของพระ มหาไพทูล ดังต่อไปนี้


106 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขกฎระเบียบ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ โดย พระมหาไพทูล อตฺถวํโส ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ กฎระเบียบหลัก ข้อที่ ๑๗ สมาชิกสหภาพฯ ทุกท่าน มีคะแนนเสียงในที่ประชุมท่านละ ๑ เสียง (เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว แต่ลงคะแนนเสียงไม่ได้จะ ผิดกฎหมายของสวิสหรือไม่?) กฎระเบียบภายใน หมวดที่ ๕ ว่าด้วยสมาชิก ข้อที่ ๒๒. สมาชิกของสหภาพฯ มี ๒ ประเภท คือ ๒๒.๑ สมาชิกสามัญ หมายถึง (๑) พระสงฆ์ไทย ที่ได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคมให้มาปฏิบัติหน้าที่ในทวีป ยุโรป (ใบสมัครสมาชิกสามัญประเภทบุคคล) (๒) หรือวัด ที่ก่อตั้งขึ้นโดยคณะสงฆ์ไทยหรือประชาชนชาวไทย (ใบสมัคร สมาชิกสามัญประเภทองค์กร) ๒๒.๒ สมาชิกวิสามัญ หมายถึง (๑) พระสงฆ์ทั้ง ฝ่ายเถรวาทและมหายาน (ใบสมัครสมาชิกวิสามัญประเภท บุคคล) (๒) หรือวัดในพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและ มหายาน หรือองค์กรชาวพุทธทั่วไป (ใบสมัครสมาชิกวิสามัญ ประเภทองค์กร) การคงไว้ซึ่งใบสมัคร ๔ ประเภทจึงครบถ้วนสมบูรณ์ ถ้าตัดออกให้เหลือแค่ ๒ ประเภทน่าจะไม่ถูกต้อง ข้อที่ ๒๓. สมาชิกสหภาพฯ ประเภทสามัญ มีสิทธิ และหน้าที่ ดังนี้ ๒๓.๑ ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือสมัครรับ เลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ หรือลงคะแนน เสียงสนับสนุนกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งได้..........๒๓.๒ ................๒๓.๓ ......................... ส่วนสมาชิก ประเภทวิสามัญ มีสิทธิและหน้าที่เหมือน สมาชิกสามัญทุกประการ ยกเว้น ข้อ ๒๓.๑ (ถ้าเปลี่ยนสมาชิกสามัญกลับไปเป็นสมาชิกวิสามัญ สมาชิกท่านนั้นก็จะไม่มีสิทธิลงคะแนน ไม่มีสิทธิลงเลือกตั้ง เป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ แล้วจะเอาใครมาทำ งาน ให้องค์กรนี้ต่อไป?) ข้อที่ ๒๕. การพ้นจากสมาชิกภาพของสหภาพฯ ๒๕.๑ มรณภาพ ๒๕.๒ ลาออก ๒๕.๓ ลาสิกขา ๒๕.๔ คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ จำ นวน ๒ ใน ๓ มีคำสั่งให้ออก .......เนื่องจากสมาชิกท่านนั้น มีพฤติกรรมในทางทำลายองค์กรสหภาพฯ หรือพระพุทธ ศาสนา โดยมีพยานแน่ชัด หรือถูกตักเตือนถึง ๓ ครั้ง (ข้อความเหล่านี้หมายถึงสมาชิกประเภทบุคคลทั้งสิ้น) ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังที่ได้เสนอมานี้นี่เอง ที่ประชุมจึง ได้ลงมติให้คงกฎระเบียบภายในข้อนั้นๆ ไว้ตามเดิม ๗ เรื่องอื่นๆ (๑) พระครูปลัดเด่นชัย แจ้งว่า ยกเลิกการซื้อบ้านเพื่อ ทำ เป็นวัด เนื่องจากให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบแล้วเป็น บ้านที่เก่าแก่มาก บริเวณบ้านเป็นเชื้อรา หากพระสงฆ์เข้าไป อยู่อาศัยนานๆจะทำ ให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงไม่คุ้มกับการ ลงทุน แต่ก็ดีที่เรื่องการขอเครดิดจากธนาคารผ่านเรียบร้อย แล้ว เมื่อเราพบที่เหมาะสมแห่งใหม่ก็สามารถดำ เนินการต่อ ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาขอเครดิดจากธนาคารอีก (๒) พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เสนอว่า เมื่อเราเปิดบัญชี แล้วมีผู้บริจาคเข้าไป ควรมีหนังสือตอบรับหรือใบรับรองจาก ฝ่ายเหรัญญิกด้วย เพื่อจะได้นำ ไปแสดงแก่คณะกรรมการ บริหารของวัดนั้นๆ ต่อไป (๓) นอกจากนั้น เราควรยกร่างทำแบบฟอร์มสำ รวจ วัดและจำ นวนพระสงฆ์ที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในแต่ละวัดว่ามี เท่าไรก่อน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สำ นักงานกลางต่อไป


107 (๔) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอเรื่องการ ทอดผ้าป่าสามัคคีว่า ควรไปที่ประเทศสวีเดนก่อน พระครู วิเทศธรรมวิทิต สนับสนุนว่า การทอดผ้าป่าสามัคคีควรทำ เป็นกิจลักษณะเหมือนการประชุมที่มีอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง (๕) พระครูปลัดก้องเกียรติ ชี้แจงเรื่องการเงินว่า ขณะนี้มีจำ นวนเพิ่มเข้ามามากพอสมควรแล้ว เนื่องจากเมื่อ วันที่ ๒๗ – ๒๘ มีนาคม ที่ผ่านมา พระเดชพระคุณพระ ราชพุทธิวิเทศได้นำคณะญาติโยมชาวเนเธอร์แลนด์ประมาณ ๘๐ คนมา ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสนับสนุนการดำ เนินงาน ของสหภาพฯ โดยมีคณะญาติโยมกลุ่มอุปถัมภ์วัดศรีนคริ นทรฯ จัดต้นผ้าป่าสามัคคีร่วมทอดถวายด้วย ได้เงินทั้งสิ้น ๑๑,๙๐๕.๗๐ ยูโร, ๑,๗๓๖.๑๐ ฟรังค์สวิส, ๒,๐๔๐ บาท (แต่หลังจากประชุมแล้วท่านได้ไปนับเงินอีกครั้งปรากฏว่า ยอดเงินไม่เป็นไปตามจำ นวนนั้น จึงได้แจ้งให้คณะกรรมการ บริหารสหภาพฯ ขณะฉันภัตตาหารทราบ โดยสามารถ แยกรายละเอียดได้ดังนี้ ปัจจัยทั้งหมดจำ นวน ๕,๙๒๕.๕๕ Euro. ๓๖๐.๑๐ Sfr. ๕๔๐ Bth. ส่วนผ้าป่าฯ ที่มวล สมาชิกวัดศรีนครินทรฯ หลายท่านร่วมสมทบ ๑ ต้น ได้ เงินจำ นวน ๓๔๐ Sfr. ๑๐ Euro. ๑,๐๐๐ Bth. และคุณ อนงค์ Meyer พร้อมด้วยคณะร่วมทอด สมทบอีกจำ นวน ๙๙๙ Sfr. ๑๕ Euro. ๕๐๐ Bth. ) (๖) พระมหาพยอม ชี้แจงว่า ขณะกลับเมืองไทยได้นำ หนังสือวารสาร สหภาพฯ กลับไปถวายพระเถรานุเถระที่ สำคัญๆ หลายรูป ประมาณ ๕๐ เล่ม น่าจะทำ ให้ได้รับการยอมรับจากองค์กร สงฆ์ในประเทศไทยได้อีกระดับหนึ่ง (๗) พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอ ว่า ขอให้วารสารสหภาพฯ คงสภาพ กระดาษที่ดีมีความคงทนสวยงามนี้ตลอดไป และเป็นการ พิมพ์ในประเทศใกล้เคียง ทำ ให้ได้รับรวดเร็วและราคาก็ไม่ แพงเกินไปด้วย (๘) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี แจ้งให้ที่ประชุม ได้ทราบว่า ท่านจะเดินทางไปจำ พรรษาที่วัดเบญจมบพิตร ตามหนังสือที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพุทธวรญาณ เจ้า อาวาส ขอให้กลับไปช่วยงาน และพระมหาเถระหลายรูป ได้ ขอร้องให้กลับด้วย เพื่อช่วยปฏิบัติศาสนกิจที่วัดเบญจมบพิตร แต่ก็จะไม่ทอดธุระที่จะช่วยดูแลวัดศรีนครินทรฯ แห่งนี้ และ งานสหภาพฯ ด้วย ทุกอย่างสามารถติดต่อประสานงานพูด คุยกันได้ตามปกติพราะปัจจุบันการติดต่อสื่อสารกันนั้นทำ ได้ ง่ายมาก (๙) สุดท้าย พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ประธานในที่ประชุมกล่าวอนุโมทนากับทุกท่านที่เสียสละ เวลาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ทำ ให้ได้รับประโยชน์และความ ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการดำ เนินงานหลายอย่าง พร้อม กับกล่าวอวยพรและกล่าวปิดประชุม. เลิกประชุมเวลา ๑๖.๓๐ น. ผู้บันทึกวาระการประชุม.....พระมหาไพทูล อตฺถวํโส


108 เริ่มประชุมเวลา ๐๙. ๐๐ น. ๑. ประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับ ก่อนเริ่มประชุม พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในฐานะ ประธานการประชุมครั้งนี้ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และนำสวดมนต์ไหว้พระ จบแล้ว พระมหาไพทูลกราบ อาราธนาพระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ดำ เนินการ ประชุมต่อไป โดยท่านได้กล่าวต้อนรับและอนุโมทนากับทุก ท่านที่เข้าร่วมประชุม พร้อมกับมอบหมายให้พระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพฯรูปที่ ๑ ดำ เนินการ ประชุมตามลำดับดังนี้ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้อนุโมทนากับทุก ท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เช่นกัน จากนั้นได้แนะนำ พระ ครูวรกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดนาคปรก กรุงเทพฯ พระครู ปัญญาสุธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อังกฤษ และ แสดงความเสียดายที่พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ พร้อมกับอนุโมทนากับพระครูสังฆรักษ์ชเนศร์ ชุตินฺธโร เจ้า อาวาสวัดพุทธปิยวรารามที่ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ครั้งนี้ ๒. ทำสามีจิกรรมแด่พระเดชพระคุณ พระราชพุทธิวิเทศ เมื่อเวลา ๐๘.๓๐ น. คณะสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุม โดย การนำของพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้ร่วมกัน ทำ สามีจิกรรมแด่พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ กุฎิสงฆ์วัด พุทธปิยวราราม ๓. ทบทวนวาระการประชุมที่ผ่านมา (๑๒-๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้แจ้งให้ที่ประชุม ทราบว่า ขอให้พิจารณาบันทึกการประชุมครั้งที่ผ่านมา ว่ามี อะไรจะแก้ไชปรับปรุงหรือไม่ วาระต่อเนื่องจากเรื่องดังกล่าว มีดังนี้ พระมหาพยอมถามถึงเรื่องการพิมพ์หนังสืองานทำ บุญ ครบ ๘๐ ปี พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศว่า มีการ ดำ เนินการไปถึงไหนแล้ว เพราะสมาชิกยังไม่ได้รับหนังสือ พระครูสุตพุทธิธัช ชี้แจงเรื่องจัดพิมพ์หนังสือ ๒ เล่ม คือ ประวัติและผลงานของพระราชพุทธิวิเทศ โดยสหภูมิสงฆ์ ศรีษะเกษเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์และอีกเล่มหนึ่ง คือ เย็นหิมะ ในรอยธรรม ของพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระ พุฒาจารย์ จัดพิมพ์โดยสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ในส่วน ของท่านเป็นผู้ติดต่อเรื่องการพิมพ์ที่เมืองไทย ส่วนเรื่องอื่นๆ ขอให้ท่านที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อ พระครูปลัดชัชวาล ชี้แจงเรื่องการขอรับหนังสือที่ สนามบินฝรั่งเศสว่าเป็นไปด้วยความลำ บากเพราะต้องเสียค่า ใช้จ่ายหลายอย่าง แต่เมื่อได้รับมาแล้วก็ได้นำส่งวัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ทั้งหมด จึงไม่ทราบว่าทางวัดพุทธารามดำ เนิน การต่อไปอย่างไร พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายว่าได้ทำ รายละเอียดส่งวัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์แล้ว และกำลังทำ สำ เนาแจกที่ประชุมอยู่ ส่วนเงินที่เหลือเล็กน้อยนั้นได้มอบ ให้พระครูปลัดชัชวาลนำ ไปเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ หลวงพ่ออดีตเจ้าคณะจังหวัดศรีษะเกษ ในนามสหภูมิสงฆ์ ศรีษะเกษและสหภาพพะธรรมทูตไทยฯ พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม ถามถึงเรื่องการแบ่งเขต ปกครอง ๓ เขตว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง [ ๒.๗ การประชุมสามัญฯ ๕/๒๕๕๔ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปี ๕/๒๕๕๔ ณ วัดพุทธปิยวราราม แฟร้งก์เฟิร์ต สหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี วันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔


109 พระเดชพระคุณเทพกิตติโมลีชี้แจงว่า เขตปกครองที่ ๑ มีพระราชพุทธวิเทศเป็นผู้ดูแลรวม ๔ ประเทศคือประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และลักแซมเบิร์ก เขต ปกครองที่ ๒ มีพระเทพกิตติโมลีเป็นผู้ดูแล รวม ๕ ประเทศ คือ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีอิตาลีออสเตรีย และ สาธารณเช็ก เขตปกครองที่ ๓ มีพระครูวิเทศธรรมวิทิต เป็นผู้ ดูแลรวม ๕ ประเทศคือ นอร์เวย์สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต แจ้งว่า ที่ประชุมครั้งก่อนได้ แต่งตั้งให้พระมหาเดชา ปญฺญาคโม เป็นคณะอนุกรรมการจัด ทำวารสารสหภาพฯ แต่ขณะนี้ท่านได้เดินทางกลับเมืองไทย จึงขอมติที่ประชุมว่าจะคงชื่อท่านไว้หรือจะคัดออก ที่ประชุม เห็นว่า ถ้าท่านยังผูกพันกับวัดไทยนอร์เวย์อยู่และพร้อมจะ ช่วยงานเราต่อไปก็ควรคงชื่อท่านไว้ และให้เป็นดุลพินิจของ เจ้าอาวาสวัดต้นสังกัด พระมหาไพทูลขอให้กลับไปพิจารณาหัวข้อที่ ๔ เรื่อง พิจารณาใบสมัครที่ผ่านมาว่ามีใครมีปัญหาอะไรหรือไม่ พระครูไพบูลย์กิจขอคำชี้แจงมติที่ประชุมที่ไม่รับท่าน เข้าเป็นสมาชิกโดยรอพิจารณาครั้งต่อไปว่ามีเหตุผลอย่างไร เพราะท่านเป็นพระธรรมทูตรุ่นที่ ๑ ปฏิบัติศาสนกิจมา ๑๖ ปี แล้ว ขณะนี้มีพระจำ พรรษาอยู่ด้วยกัน ๖ รูปและได้ไปเปิดวัด ใหม่อีกแห่งหนึ่งประมาณ ๒ ปีแล้ว ขณะนี้ไม่มีปัญหาเรื่องวีซ่า เพื่ออยู่ในประเทศเยอรมนีแล้ว พระมหาไพทูลแจ้งว่า ในการพิจารณาครั้งนั้นที่ประชุม สงสัยเรื่องหนังสือเดินทางที่เป็นฉบับเก่าอยู่ แต่ถ้าท่านได้รับ เอกสารใหม่ครบถ้วนแล้วก็สามารถสมัครเข้ามาใหม่ได้โดย สมัครเป็นสมาชิกประเภทวิสามัญบุคคล แต่เมื่อวัดสมบูรณ์ แล้วก็ขอแนะนำ ให้สมัครสมาชิกประเภทสามัญองค์กรน่าจะดี กว่า พระมหาธีวรังกร ถามเรื่องการสมัครสมาชิกทั้งโดย ส่วนบุคคลและองค์กรว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะ สมัยท่านพระครูปลัดเด่นชัยเป็นเจ้าอาวาสได้สมัครประเภท องค์กรไว้แล้ว พระมหาไพทูล ชี้แจงว่า ถ้าต้องการความเป็นส่วน ตัวก็สมัครประเภทบุคคล ถ้าต้องการสมัครโดยรวมก็สมัคร ประเภทองค์กร เพราะไม่มีการจำกัดจำ นวนพระสงฆ์ในองค์ กรนั้นๆ โดยยกตัวอย่างเรื่องวารสารพุทธจักรของ ม.มจร. ส่วนจำ นวนพระสงฆ์ในวัดนั้นๆ จะได้ทำแบบสำ รวจพระภิกษุ สามเณร ชีศิษย์วัด ในช่วงเข้าพรรษาแต่ละปีต่อไป พระมหาธีวรังกร ถามถึงเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ ที่สมควรจะได้รับหนังสือเดินทางราชการว่ามีแนวทางอย่างไร บ้าง เพราะเมื่อท่านที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดามาอยู่ต่าง ประเทศนานแล้วจะกลับไปอบรมพระธรรมทูตอีกก็เป็นเรื่อง ยาก พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีชี้แจงว่า เรื่องพาส ปอร์ตสีน้ำ เงินและพาสปอร์ตสีน้ำตาลนี้มีความต่างกัน พาส ปอร์ตสีน้ำ เงินออกให้โดย มส. พาสปอร์ตสีน้ำตาลออกให้โดย ศตภ.ถ้ามาในนามพาสปอร์ตสีน้ำตาล ทางสธย.ก็ไม่สามารถ ช่วยเหลือได้ถ้าเราเซ็นรับรองไปก็จะถูกตำ หนิจากพระผู้ใหญ่ แต่ถ้าท่านใดสามารถพัฒนาตัวเองจนได้วีซ่าถาวรเพื่ออยู่ใน ประเทศนั้นๆ แล้วก็ดีไป พระครูวรกิตติโสภณ ชี้แจงใจความว่า คณะสงฆ์ไทย มีรัฐบาล ๒ รัฐบาล คือรัฐบาลโยมและรัฐบาลพระ ท่านที่ไม่ ได้อบรมพระธรรมทูตหรือถือหนังสือเดินทางธรรมดา เมื่อ ต้องการทำ หนังสือเดินทางราชการจะนิยมติดต่อกับองค์กร สงฆ์หรือหน่วยงานราชการในประเทศไทยเพื่อขอมาปฏิบัติ ศาสนกิจในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว เช่น การติดตาม คณะนำข้อสอบธรรมศึกษามาเปิดสอบในต่างประเทศ การมา แสดงธรรม การมาอบรมกัมมัฏฐาน และการมาให้บรรพชา อุปสมบท หรือแม้แต่การมาในนามหน่วยงานราชการ เป็นต้น แต่วิธีที่ง่ายที่สุดสำ หรับท่านที่มาอยู่นาน และทำ งาน ดีไม่มีเวลากลับไปอบรมพระธรรมทูต ก็ขอให้ใช้วิธีแจ้ง ความประสงค์เป็นกรรมการอุปถัมภ์การอบรมพระธรรมทูต ของ ม. มจร. เมื่อทำ ต่อเนื่องกันไปเป็นเวลานานพอสมควรก็จะได้ รับการดำ เนินการขอให้แต่หนังสือเดินทางราชการประเภทนี้ จะมีอายุแค่ ๕ ปีเท่านั้น เมื่อหมดแล้วไม่สามารถขอต่อใหม่ได้ เมื่อต้องการอีกก็ให้ดำ เนินการใหม่ตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว


110 ส่วนพาสปอร์ตธรรมดานั้นเมื่อหมดอายุ ๕ ปีแล้วก็ไม่สามารถ ขอต่อที่ประเทศปลายทางที่ตนอยู่ได้ จะต้องกลับไปดำ เนิน การตามขั้นตอนเดิมใหม่ทั้งหมด ยกเว้นจะมีท่านทูตหรือท่าน กงสุลที่ยินยอมทำ ให้ แต่ปัจจุบันคณะสงฆ์ได้มีการขอความ ร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ปฏิบัติตามหลัก การนี้ทั้งหมด พระมหาพยอม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์เช่นกัน เมื่อท่านไม่ได้รับ ตำแหน่งกรรมการ มส. แล้ว หนังสือเดินทางราชการของท่าน ก็สิ้นสุดลงด้วยเมื่อหมดอายุ แต่ท่านก็ได้รับการขอให้ใหม่เมื่อ มีคณะข้าราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ นิมนต์ให้ท่านร่วมคณะเพื่อมาเผยแผ่กิจกรรมในต่าง ประเทศ เป็นผู้ดำ เนินการให้ พระครูปัญญาสุธรรมวิเทศ กล่าวเสริมว่า สมัยก่อน มีพระธรรมทูตอยู่ในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ๒ วัด เท่านั้น คือ วัดพุทธประทีป ประเทศอังกฤษ และวัดพุทธคะ ยา ประเทศอินเดีย มีสิทธิได้รับพาสปอร์ตราชการ ทั้งที่มี พระธรรมทูตอยู่ในต่างประเทศอีกมากมาย ทำ ให้ท่านเหล่า อื่นเห็นว่าไม่มีความเสมอภาพกัน จึงเสนอให้มีการอบรม พระธรรมทูตสายต่างประเทศขึ้นเพื่อให้ได้สิทธิ์นี้ ส่วนผู้ที่ ถือหนังสือเดินทางธรรมดามาหลายปี ถ้าองค์กรสงฆ์เห็นว่า ทำ งานดีมีความรู้ความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของชุมชน นั้นๆ ก็น่าจะทำ เรื่องรับรองไปทาง มส. เพื่อขอรับพาสปอร์ต ราชการได้ พระครูสุตพุทธิธัช แจ้งว่า หนังสือของท่านได้รับความ สนใจจากองค์กรสงฆ์ในเมืองไทยเป็นอย่างมาก จึงขอความ ร่วมมือจากวัดต่างๆ ได้ส่งข้อมูลมาให้เพื่อพิมพ์ในครั้งต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีเสนอว่า ขอให้เราทำดีต่อ ชุมชน พอนานๆ เข้าก็จะเป็นที่ยอมรับขององค์กรสงฆ์เอง ใน อดีตผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ขอให้เราอดทนเข้มแข็ง เสียสละต่อ ส่วนรวมท่านจะเมตตาเราเอง ที่ประชุมมีการพิจารณาจดหมายที่ทำ ขึ้นจากชาว สวีเดน ซึ่งได้ร่วมมือกับพระอาจารย์หน่อย โดยมีลายเซ็นของ ประธานสหภาพฯ ด้วย พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่าขอให้พิจารณาเอกสาร ดังกล่าวให้ชัดเจน เพราะจะทำ ให้การทำ งานขององค์กรเราซ้ำ ซ้อนกัน เนื่องจากเราก็มีองค์กรของเราอยู่แล้ว พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ชี้แจงว่า ชาว สวีเดนท่านนี้ได้ติดต่อมายังท่าน เพื่อต้องการสำ รวจข้อมูลวัด ไทยในทวีปยุโรปแล้วหาทางช่วยเหลือสนับสนุน แต่ไม่ทราบ รายละเอียดแน่ชัดมากกว่านี้ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอว่า บางที ความคิดฝรั่งก็เลิศลอยเกินไป เพราะเราก็ยังไม่เป็นอินเตอร์ ถึงขนาดนั้น ในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อก่อนเคยมีการให้แสดงตัว ว่าเป็นศาสนิกของศาสนาใดศาสานาหนึ่งอย่างชัดเจน เพื่อจะ ได้ให้การสนับสนุน แต่ก็ไม่สามารถทำ ได้ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็คงจะมีเฉพาะประเทศนอร์เวย์เท่านั้น เรื่องนี้เราควรรับฟัง ไว้ แต่เวลานำ มาปฏิบัติก็ไม่ควรให้ซ้ำซ้อนกัน ถ้าพระรูปใด ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หรือมีพระผู้ใหญ่ต้องการมาเยี่ยมหรือ ขอทราบข้อมูลเช่นนี้ก็ควรนำ เรื่องกราบเรียนท่านประธานสห ภาพฯ เพื่อให้ท่านได้เรียกประชุมต่อไป พระครูวินัยธรสมศักดิ์ เสนอว่า ให้เราทำ หนังสือแจ้ง เขาไปว่าเราได้นำ เรื่องนี้เข้าที่ประชุมแล้ว และขอสอบถาม วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของเขาเพื่อนำ กลับมาพิจารณาในที่ ประชุมครั้งต่อไป จากนั้นจึงแจ้งมติที่ประชุมให้เขาทราบว่า เราจะรับหรือปฏิเสธวิธีการดำ เนินการนี้ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า เราไม่ควรให้ความ สำคัญกับหนังสือฉบับนี้มากเกินไป เพราะไม่มีหลักฐานที่ ชัดเจน เป็นเหมือนบัตรสนเท่ห์เท่านั้น ซึ่งเกิดจากการที่เขาได้ เคยไปรับฟังความคิดเห็นในการประชุมต่างๆเช่น การประชุม วิสาขบูชานานาชาติมาแล้ว จึงต้องการเสนอวิธีการช่วยเหลือ พระครูสุตพุทธิธัช เสนอว่า เขาอาจนำ เสนอเพื่อทราบเท่านั้น เราไม่ควรดำ เนินการอะไรต่อไป เพราะทั้งพระอาจารย์หน่อย และชาวสวีเดนคนนี้ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพฯ ด้วย ถ้าเขา ต้องการให้เรารับทราบท่านจะต้องนำ เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเอง พระครูปัญญาสุธรรมวิเทศ เสนอว่า เขาต้องการช่วยวัดใน ยุโรป แต่คำจำกัดความยังไม่ชัดเจน ถ้าเราตอบรับก็เหมือน สนับสนุน แต่ถ้าเราไม่ตอบรับก็เหมือนไม่ให้ความสำคัญและ จะจบไปเอง


111 สุดท้ายที่ประชุมมีมติให้พระครูสุตพุทธิธัชรับเรื่องไป ดำ เนินการเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ในนาม ของสหภาพฯ เพราะ ท่านเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดท่านประธานฯ และเรื่องนี้เกิดขึ้นใน ประเทศสวีเดนด้วย พระครูวินัยธรสมศักดิ์ ถามว่า เรื่องการเปิดบัญชีของ สหภาพฯ ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร พระมหาไพทูล ชี้แจงว่า เรื่องการเปิดบัญชีที่วัดศรีนคริ นทรฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวกับภาษีแม้แต่โรงเรียนพุทธ ศาสนาวันอาทิตย์ก็ไม่มีบัญชีส่วนตัว เงินอุดหนุนที่กศน. มอบ ให้ก็ต้องส่งผ่านบัญชีธนาคารของมูลนิธิสมเด็จย่าฯ โรงเรียน พุทธศาสนาวันอาทิตย์จะเปิดขึ้นมาเองก็ทำ ได้ยาก พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอว่า จริงๆ ที่ วัดศรีนครินทรฯ เปิดได้ยากตามที่กล่าวมา ถ้าประเทศใด สามารถเปิดได้ก็ยินดี แต่เรื่องนี้จะนำ ไปปรึกษากับคุณปี เตอร์แอร์นสท์อดีตประธานสมาคมวัดไทยอีกครั้ง ได้ผลเป็น อย่างไรแล้วจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง จากนั้นท่านได้แจ้ง ยอดรายรับ รายจ่าย ของสหภาพฯ ตามเอกสารที่แนบมา (เวลา ๑๑.๒๕ น. พักฉันภัตตาหารเพล) พระมหาจำ เริญ ขอให้ออกใบอนุโมทนาบัตรให้กับผู้ที่ จ่ายเงินให้สหภาพฯ แล้ว เพื่อเป็นหลักฐานแสดงต่อองค์กร ของผู้บริจาคสืบต่อไป พระมหาไพทูล แจ้งแทนฝ่ายเหรัญญิกว่า ขณะนี้ใบ อนุโมทนาบัตรของสหภาพฯ เองยังไม่มี เมื่อมีผู้บริจาคเงิน ให้สหภาพฯ พระครูกิตติธรรมวิเทศในฐานะเหรัญญิกจะใช้ บิลใบเสร็จรับเงินชั่วคราวแทน ท่านได้รับเรื่องนี้ไปติดต่อกับ โรงพิมพ์เพื่อสั่งพิมพ์ใบอนุโมทนาบัตรซึ่งมีตราเครื่องหมาย ของสหภาพฯ โดยเฉพาะและจะมีทั้ง ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพื่อความเป็นสากล ในช่วงที่กลับเมืองไทย ประมาณเดือนพฤศจิกายนศกนี้ ๔. แจ้งผลการประชุมร่วมกับการประชุมพระธรรมทูตโลกที่ ประเทศอินเดีย พระครูปัญญาสุธรรมวิเทศแจ้งว่า การไปประชุมมี หลายหัวข้อ แต่ในส่วนของท่านมีการประชุมกลุ่มย่อยเรื่อง แนวความคิดในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสายตาของคน ท้องถิ่นหรือชาวต่างชาติควรเป็นอย่างไร ซึ่งได้ข้อสรุป ดังนี้ - ชาวต่างชาติมองว่า คณะสงฆ์ขาดบุคลากรที่สอน ธรรมะด้วยภาษาท้องถิ่น เพื่อให้สื่อสารกับคนท้องถิ่นได้ดีซึ่ง ฝ่ายปกครองควรหาทางแก้ไข - ชาวต่างชาติมองว่า พระธรรมทูตไทยจะให้ความ สนใจแก่ศาสนิกชนของตนซึ่งเป็นคนไทยมากกว่าที่จะให้ ความสนใจคนท้องถิ่นอื่นๆ - การร่วมจัดสัมมนาพระธรรมทูตเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษาในปีนี้ โดยการขอความร่วมมือกับสถาบันการ ศึกษาภายในประเทศเพื่อเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ - การบรรพชาอุปสมบทในต่างประเทศควรจะมีการ ดำ เนินการอย่างไร เพื่อความเป็นเอกภาพ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ เรานำ มาพูดคุยกันต่อในการประชุมครั้งนี้ พระครูวิเทศธรรมวิทิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ ท่านมีการพูดถึงพระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในต่าง ประเทศ ยังไม่เคยมีการนิมนต์กลับมาจัดสัมมนาเพื่อรับทราบ ปัญหาอย่างเป็นทางการ ส่วนสถาบันการศึกษาที่จะร่วมกัน จัดกิจกรรมกับพระธรรมทูตไทยนั้น คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร จะดูแลเรื่องงานวิชาการ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี กล่าวว่า การจัด สัมมนาพระธรรมทูตเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ถ้า จะจัดขึ้นในปีนี้จริงก็เห็นยังเงียบๆ อยู่ ฝ่ายสมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่ได้แจ้งข่าวมา ถ้าจะประชุมในเดือน พฤศจิกายนน่าจะยุ่งยากมาก เพราะเป็นช่วงทอดกฐินพอดี ส่วนเรื่องการบรรพชาอุปสมบทชาวต่างชาตินั้นก็ ไม่มีความเป็นเอกภาพ ที่วัดศรีนครินทรฯ จะยึดแบบวัด เบญจมบพิตร ซึ่งเป็นไปตามหลักพระธรรมวินัยเรื่องบัณฑุ ปลาส แม้ขั้นตอนนี้จะดำ เนินการถูกต้องก็ตาม แต่ครั้นบวช เสร็จแล้วหนังสือสุทธิที่ใช้อยู่ก็มีเฉพาะช่องพระอุปัชฌาย์เซ็น ส่วนช่องเจ้าคณะอำ เภอไม่ทราบจะให้ใครเซ็น เวลาจะเดิน ทางกลับเมืองไทยก็ต้องอาศัยทำจดหมายนำและขอความร่วม มือจากเจ้าคณะอำ เภอดุสิตเป็นผู้เซ็นรับรองให้ โดยอนุโลมว่า


112 วัดศรีนครินทรฯ เป็นวัดในสังกัดวัดเบญจมบพิตร ซึ่งดูว่าไม่ สอดคล้องกับความเป็นจริงเท่าที่ควร หรือแม้แต่เรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสก็ยังไม่มีอย่างเป็น ทางการ มีแต่สมมติกันขึ้นมาเองเท่านั้น หรือตำแหน่งการ ปกครองคณะสงฆ์ในต่างประเทศถึงเวลาต้องมีแล้วหรือยัง บางท่านอาจคิดว่ามันจะผิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ เรื่อง นี้ไม่น่าเกี่ยวกัน เพราะศาสนาคริสต์ก็มีการไปเผยแผ่ในต่าง ประเทศทั่วโลกและมีการแต่งตั้งบาทหลวงและบิสชอฟขึ้น มาปกครองกันเองก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร อีกเรื่องที่สำคัญก็คือ การจะก่อตั้งวัดขึ้นมานั้นก็ไม่มีกฎระเบียบดำ เนินงานว่าต้อง ห่างจากวัดเดิมเท่าไร และจะให้เป็นสำ นักสงฆ์ก่อนเหมือนใน ประเทศไทยหรือไม่ เป็นต้น เรื่องเหล่านี้ท่านได้เคยกราบเรียนกับพระมหาเถระ บางรูปว่า พระธรรมทูตทั้ง ๒ นิกายควรหาเวลาพูดคุยกัน แล้วเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอท่านไป เพื่อให้ท่านได้รับ ทราบความต้องการของพวกเรา พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ เสนอว่า ท่านได้รับ ฟังเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วจากการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯ แต่ก็เงียบหายไป บางทีเรื่องที่ประชุมกันอาจจะไม่ถึง มส.ก็ได้ เราควรแสดงความพร้อมเพรียงกัน บุคลากรที่มีความพร้อมก็ ควรหันหน้ามาดำ เนินการตามหลักการนี้ให้สำ เร็จ ประชุมกัน แล้วก็มีการดำ เนินการต่อเนื่องกันไป มีตัวตายตัวแทนที่จะ ทำ งานแทนกันได้ตลอด พระมหาสุนทรเสนอว่าให้พระเดชพระคุณพระเทพ กิตติโมลีเสนอร่างขึ้นมาแล้วนำ เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อลงมติ สนับสนุนแล้วเสนอไปที่ มส. ต่อไป (เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ น. พักการประชุม) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี เสนอว่า ในการ ประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมมากมายหลายท่าน จึง ต้องการให้ที่ประชุมทราบว่าท่านใดมาจากวัดไหนเพื่อจะได้ ทำความรู้จักกัน โดยขอให้ทุกท่านยืนขึ้นแนะนำตัวจนครบ และเสนอว่าควรมีการแนะนำ ตัวก่อนการประชุมทุกครั้งใน ครั้งต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีเห็นว่า การจะทำ เรื่องหลักๆ ที่ประชุมกันมานั้นเราควรทำ งานในรูปแบบคณะ กรรมการจะมีน้ำ หนักมากกว่า เบื้องต้นควรทำ ในส่วนของ องค์กรเราก่อน จากนั้นก็แจ้งให้ทางสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ทราบ เพื่อดำ เนินการในเรื่องนี้เช่นกัน เสร็จแล้วเราจึงนำ มาพิจารณา ในที่ประชุมร่วมกัน เพื่อให้ได้ความคิดเห็นหลากหลาย จะเพิ่ม เข้าหรือตัดออกก็ค่อยว่ากันอีกที ที่ประชุมมีการพูดถึงสถานภาพของสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ว่ามีการรับรองจากมหาเถรสมาคมหรือ สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอย่างเป็นทางการหรือไม่ เพราะในปฏิทินศาสนายังไม่ปรากฏว่ามีรายชื่อขององค์กร สงฆ์หรือสหภาพฯ นี้อยู่ ซึ่งต่างจากองค์กรสงฆ์อื่นๆ แต่ถ้า ไม่รับรองทำ ไมมีเอกสารมาถึงตลอด เช่น การขอให้ส่งเรื่อง ขอรับเงินอุดหนุนการปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ เป็นต้น หรือเมื่อพระธรรมทูตต้องการขอต่ออายุพาสปอร์ต ประธานฯ สหภาพฯ ก็สามารถเซ็นหนังสือรับรองได้และ มส. ก็อนุมัติ มา เป็นต้น ฉะนั้น เพื่อให้ทราบความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้พระมหาไพทูล รับไปดำ เนินการ ติดต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป ที่ประชุมมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด เพื่อพิจารณายกร่างในประเด็นที่พิจารณาผ่านมา คือ ๑. เรื่องการก่อตั้งวัดไทยในต่างประเทศ ๒. เรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดไทยในต่างประเทศ ๓. เรื่องการบรรพชาอุปสมบทของคณะสงฆ์ไทยในต่าง ประเทศ ๔. เรื่องการปกครองคณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ ส่วนคณะอนุกรรมการยกร่างในเรื่องดังกล่าวประกอบด้วย ๑. พระเทพกิตติโมลี ประธานคณะอนุกรรมการ ๒. พระครูวรกิตติโสภณ รองประธานฯ รูปที่ ๑ ๓. พระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานฯ รูปที่ ๒ ๔. พระครูปัญญาสุธรรมวิเทศ กรรมการ ๕. พระครูสุตพุทธิธัช กรรมการ


113 ๖. พระมหาพยอม สุทสฺสโน กรรมการ ๗. พระมหาไพทูล อตฺถวํโส กรรมการและเลขานุการ ๘. พระครูวินัยธรสมศักดิ์สกฺกเมธี กรรมการและผช.เลขฯ ๙. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร กรรมการและผช.เลขฯ ที่ประชุมเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ บางแผนก ดังนี้ ฝ่ายเลขานุการ ๑. พระครูสุตพุทธิธัช เป็นเลขานุการ ๒. พระมหาไพทูล อตฺถวํโส เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๓. พระครูวินัยธรสมศักดิ์สกฺกเมธีเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ๑. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร เป็นผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ ๒. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม เป็นผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ มติที่ประชุมเสนอว่าให้ท่านประธานสหภาพฯ เป็นผู้ ทำ หนังสือแจ้งไปยังพระสุธีญาณวิเทศ เลขานุการและพระครู วิเทศสิริธรรมผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ท่านเดิมให้ได้รับทราบ ต่อไป ที่ประชุมมีมติให้สนับสนุนการประชุมครั้งนี้แก่วัดพุทธ ปิยวราราม เป็นจำ นวนเงิน ๒,๐๐๐ ยูโร ที่ประชุมมีมติให้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพพระ เดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์จำ นวน ๑,๐๐๐ ยูโร และพระเดชพระคุณพระเทพโพธิวิเทศ ๑,๐๐๐ ยูโร พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่าในการประชุมสมัย สามัญในปีหน้าควรกำ หนดสถานที่ให้ชัดเจน เพื่อความพร้อม เพียงทุกด้าน และควรนิมนต์องค์กรสงฆ์หรือหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องอื่นๆ มาร่วมด้วย ที่ประชุมมีมติให้จัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งต่อ ไปที่วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ในวันที่ ๗-๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ฝ่ายเหรัญญิกแจ้งรายรับการจ่ายค่าบำ รุงสมาชิกได้ จำ นวนเงิน ๒,๖๐๐ ยูโร พระมหาไพทูล แจ้งรายรับการทอดผ้าป่าสามัคคี ใน นามวัดศรีนครินทรฯ เพื่ออุดหนุนวัดพุทธปิยวรารามครั้งนี้ และมีผู้บริจาคต่อยอดรวมจำ นวนเงินทั้งสิ้น ๒,๐๕๙.๙๙ ยูโร, ๒,๖๙๙ สวิสฟรังค์, ๗๐๐ บาท เสนอว่า การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีของสมัชชา สงฆ์ไทยในอเมริกาจะมีรายรับจากเงินบำ รุงสมาชิก และทำ ต้นผ้าสามัคคีขึ้นมา ๒ ต้น คือ ต้นหนึ่งบำ รุงสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ส่วนอีกต้นหนึ่งบำ รุงวัดที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ที่ประชุมมีมติให้ปฏิบัติตามนี้ในการประชุมครั้งต่อ ไป โดยก่อนการประชุมฝ่ายเลขาต้องกราบเรียนประธานสห ภาพฯ และผู้ปกครองประจำ เขตให้แจ้งข่าวแก่สมาชิกในเขต ปกครอง เพื่อให้ร่วมกันจัดทำต้นผ้าป่าสามัคคีไปทอดถวายที่ วัดเจ้าภาพและอุดหนุนกิจการของสหภาพฯ ต่อไป พระครูสุตพุทธิธัช แจ้งว่าขอทราบข้อมูลวัดในแต่ละ ประเทศว่ามีเท่าไร ที่ประชุมเห็นว่าให้ฝ่ายเลขาไปติดตามเรื่อง เอาเองหลังจากประชุมเสร็จแล้ว ก่อนปิดประชุม พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้ อนุโมทนากับทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม ทำ ให้ได้รับประโยชน์ หลายอย่าง แต่ขอฝากให้ท่านที่มาใหม่ต้องอดทน เพราะเรา มาในนามพุทธสมาคม มีเขาจึงมีเรา กฎหมายก็อยู่ในมือเขา เมื่อเราได้วีซ่าปีต่อปีหรือวีซ่าถาวรแล้วก็ค่อยดำ เนินการตามที่ เรานึกคิดเอาไว้ จบแล้ว พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้กราบ อาราธนา พระเดชพระคุณพระราชพุทธิวิเทศ ในฐานะ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และประธานในที่ประชุม กล่าวสัมโมทนียกถาและปิดประชุม ซึ่งท่านได้กล่าวชื่นชมว่า เราพูดกันหลายเรื่อง และได้รับสารประโยชน์มากมายพร้อม กับอนุโมทนากับพระครูสังฆรักษ์ชเนศร์ เจ้าอาวาสวัดพุทธ ปิยวรารามที่รับเป็นเจ้าภาพได้ดีทุกอย่าง สุดท้ายท่านได้กล่าว อวยพรและปิดประชุม จากนั้นทุกท่านถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน เพื่อเป็นที่ระลึก. เลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๐ น. ผู้บันทึกการประชุม.. พระมหาไพทูล อตฺถวํโส


114 เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๐๐ นาที ๑. ประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับ พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพ พระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป และประธานในที่ประชุมได้ กล่าวต้อนรับ โดยสรุปได้ดังนี้ วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ทุก ท่านได้เสียสละเวลามาร่วมประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ผมขอขอบคุณตัวแทนจากคณะพระธรรมทูต จากสมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกาและคณะ ที่ได้เสียสละ เวลาและแสดงน้ำ ใจมาร่วมประชุมในวันนี้ และขออนุโมทนา ขอบคุณตัวแทนจากสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ที่ได้เดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ห่าง ไกลกัน แต่เราก็มีจุดมุ่งหมายใกล้กันและเหมือนกัน คือการนำ คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประกาศ เผยแผ่ให้พุทธศาสนิกชนได้รับรู้ รับทราบและเข้าใจ ในทวีป ยุโรป แต่ละประเทศมีภาษาและวัฒนธรรมต่างกัน จึงกล่าวได้ ว่า เป็นเรื่องยากที่จะสื่อสารให้เข้าใจได้ครบถ้วน เพราะความ แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ในยุโรปนี้แต่ละประเทศก็มีพระ ธรรมทูตมาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในเกือบทุกประเทศ ทั้งคนไทย ในประเทศนั้นๆ และพระธรรมทูตเอง ก็ช่วยกันสร้างวัดวา พระศาสนา และช่วยกันเพื่อให้คนในประเทศนั้นๆ ได้เข้าใจ พระศาสนามากยิ่งขึ้น ผมในนามตัวแทนของพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ที่ได้พากเพียรพยายามมาหลายปี เพื่อก่อตั้งองค์กรนี้ขึ้นมา เพื่อประโยชน์แห่งการทำ งานร่วมกัน และเพื่อช่วยกันแก้ ปัญหาต่างๆ ในการปฏิบัติศาสนากิจในทวีปยุโรป และขอ อนุโมทนาบุญที่เจ้าหน้าที่ของสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ (พศ.) ได้เสียสละและเอาใจใส่ในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาในต่างประเทศ และมาให้กำลังใจในการประชุมครั้งนี้ และผมขออภัยหากการต้อนรับขาดตกบกพร่องอะไรไปบ้าง และขอกล่าวต้อนรับทุกๆ ท่านในโอกาสนี้เพียงเท่านี้และขอ ให้การประชุมในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม สมดัง ที่ทุก ๆ รูปได้ตั้งใจมา และขอเปิดการประชุม ณ บัดนี้ พระครูสุตพุทธิธัช เลขานุการสหภาพพระธรรมทูต ไทย ในทวีปยุโรป ในนามเจ้าภาพผู้จัดการประชุม ได้กล่าว ต้อนรับและขอบคุณคณะพระมหาเถระ คณะพระธรรมทูต จากประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป และตัวแทนจากสมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกา ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ตัวแทนจากสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้เดินทางมาร่วมประชุม และร่วมสังเกตุการณ์ประชุมใน วันนี้และได้ชี้แจงกำ หนดการประชุมในช่วงเช้าให้ที่ประชุมได้ รับทราบ ๒. วาระที่ ๒ ทบทวนวาระการประชุมครั้งที่ผ่านมา (๔ สิงหาคม ๒๕๕๔) พระครูสุตพุทธิธัช ได้ขอให้ทุกๆ รูปได้อ่านบันทึก รายงานการประชุมครั้งที่แล้ว เพื่อจะได้มีการแก้ไขในประเด็น ต่างๆก่อนที่จะมีการลงมติรับรองการประชุมครั้งที่แล้ว ณ วัด พุทธปิยวราราม เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เมื่อวัน พฤหัสบดีที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ และได้แจ้งว่า การประชุมควรจะจบในเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา เพราะจะมีการเดินทางไปประเทศฟินแลนด์ โดยทางเรือ ถ้าหากช้าไม่ตรงเวลา ก็จะทำ ให้ตกเรือได้ ๓. การนำ เสนอประเด็นต่างๆ จากสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ [ ๒.๘ การประชุมสามัญฯ ๖/๒๕๕๕ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปี ๖/๒๕๕๕ ณ วัดพุทธาราม กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน วันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๕


115 พระครูสุตพุทธิธัช ได้เจริญพรเรียนเชิญ ดร. อำ นาจ บัวศิริรองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ กล่าวแนะนำตัว และแนะนำ พระมหาเถระที่เดินทางมาร่วม ประชุม ดร. อำ นาจ บัวศิริ รองผู้อำ นวยการ สำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ(รอง ผอ.พศ.) ได้กล่าวแนะนำ พระ มหาเถระต่อที่ประชุมตามลำดับ (ดูรายชื่อพระมหาเถระ พระ ธรรมทูต คฤหัสถ์และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วม ประชุมจากเอกสารที่แนบมาแล้วนี้) และ ดร. อำ นาจ บัวศิริ ได้ถวายความคิดเห็นและมีข้อเสนอแนะต่างๆ โดยสรุปว่า กระผมได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่ในนามตัวแทนของ ท่านผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและทาง สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ การปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูตในระดับต้นๆ และ กระผมได้มีประสบการณ์ในการเปิดสนามสอบนักธรรมศึกษา ในต่างประเทศและได้รับรู้รับทราบปัญหาต่างๆ ในการปฏิบัติ ศาสนกิจและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ซึ่ง พอจะประมวลสรุปได้ดังนี้ หนึ่ง เรื่องคุณสมบัติของพระธรรมทูต ทางสำ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติได้ถวายการสนับสนุนการอบรมพระธรรม ทูตฯ ทั้งในส่วนของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) โดยได้ถวายปัจจัยสนับสนุนปีละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ (หนึ่งล้านสอง แสนบาท) โดยประมาณ การอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศนั้น จำ ต้องการพัฒนาพระธรรมทูต ให้มีความสามารถใช้ภาษาท้อง ถิ่นได้อย่างดีเพื่อจะสามารถสื่อสารกับคนท้องถิ่นได้ และเพื่อ ประโยชน์สูงสุดในการเผยแผ่หลักธรรมให้แก่คนท้องถิ่นนั้นๆ สอง นโยบายกับรัฐบาลไทย พระธรรมทูตสายต่างประเทศ ที่มาปฏิบัติศาสนกิจในแต่ละประเทศนั้นถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐบาลไทย (เป็นพนักงานราชการ) การมาปฏิบัติหน้าที่ ในต่างประเทศนั้น เป็นการประหยัดมากที่สุดในการมาดูแล คนไทย (ไม่ก่อให้เกิดปัญหาพลเมือง) พระธรรมทูตไทยได้มี ส่วนสำคัญยิ่งในการมาช่วยแก้ปัญหา เหมือนพระเดชพระคุณ หลวงพ่อวิริยังค์ที่ท่านได้กล่าวว่า ไม่ได้นำ พระพุทธศาสนามา เผยแผ่ แต่มาแบ่งปันสอนให้เกิดพลังทางจิต ด้วยวิธีการอย่าง นี้ ก็ทำ ให้มีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (การกล่าวว่า มาส่ง เสริมแนะนำวิธีการสร้างกำลังใจ พลังจิต เป็นกุศโลบายที่ดี และไม่มีการต่อต้านจากคนที่ไม่นับถือ ถ้าบอกว่า มาเพื่อ เผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้ว ศาสนาอื่นอาจจะต้องต่อต้าน จึง ควรใช้วิธีการให้ วิธีการแนะนำก่อน จึงดำ เนินการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาเป็นวิธีต่อมา) รัฐบาลควรส่งเสริมให้พระธรรมทูตมีประสิทธิภาพใน การเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยกระผมได้กล่าวที่รัฐสภาว่า ควรส่งเสริมให้พระธรรมทูตเป็นสินค้าออก นี้เป็นประโยคที่มี ความหมายต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแง่มุมอื่นๆ และ กระผมคิดว่าเรื่องหนังสือเดินทางของพระธรรมทูตจะหมด ปัญหาในอนาคต ถ้าเราเป็นคนของรัฐบาล โดยการอนุญาต ของรัฐบาล โดยมีมหาเถรสมาคม (มส) ดำ เนินการตรวจสอบ และรับทราบการปฏิบัติศาสนกิจ ถ้าสามารถดำ เนินการได้ ดังนี้แล้ว จะทำ ให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้มากยิ่งขึ้น เพราะพระธรรมทูต มีเพียงพันห้าร้อยรูปเท่านั้นเอง กระผมมีขอเสนอแนะนำ เพิ่มเติมว่า การเผยแผ่ พระพุทธศาสนาควรดำ เนินการผ่านหลายช่องทาง เพื่อจะ อำ นวยประโยชน์ ต่อการส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และควรให้พระธรรมทูตเป็นฐานข้อมูล ในแต่ละประเทศ ใน ทวีปต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนนโยบายให้เมืองไทย เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก ส่วนประเด็นกองทุน สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น วัดมีประมาณสาม ร้อยกว่าวัด ทางสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ สนับสนุนได้เพียงแค่สามสิบกว่าวัด ในประเด็นนี้ควรจะมีการ จัดตั้งกองทุนให้การสนับสนุนส่งเสริมการเผยแผ่ และควร ดำ เนินการอย่างเป็นระบบ และปัญหาต่อมาที่ควรหาทาง แก้ไขก็คือ ตอนนี้คนไทยอยู่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ก็นับ เป็นรุ่นที่สามที่สี่แล้ว ความสนใจดูแลรักษาให้การสนับสนุน วัดวาพระศาสนาอาจจะไม่เหมือนยุคของพ่อแม่ตัวเอง พันเอก นายแพทย์ พงษ์ศักดิ์ตั้งคณา ได้แนะนำตัวและได้


116 ถวายความคิดเห็นต่อที่ประชุมว่า ขอให้พระธรรมทูตได้แสดง ธรรมให้เข้าถึงจิตถึงใจพุทธศาสนิกชน เมื่อญาติโยมเข้าใจลึก ซึ้งถึงธรรมแล้ว เรื่องงบประมาณการเผยแผ่ก็กลายเป็นเรื่อง เล็กน้อย และได้ตั้งคำถามถึงเป้าหมายว่า บวชมาทำ ไม บวช เพื่อทำ พระนิพพานให้แจ้งดังพระดำ รัสของพระพุทธเจ้า เรื่อง พระนิพพานเป็นเรื่องง่ายหรือเรื่องยากก็ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล และในที่สุดได้ปวารณาตัว เพื่อรับเชิญมาแสดงปาฐกธรรมทั่ว โลก โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และขอให้ติดต่อได้โดยตรง ๔. การนำ เสนอประเด็นต่างๆ จากสมัชชาสงฆ์ไทย ใน สหรัฐอเมริกา ดร. พระมหาถนัด อัตถจารีเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ ไทย ในสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวต่อที่ประชุมโดยสรุปว่า กระผม ได้มาร่วมประชุมในครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยได้รับนิมนต์ในนาม องค์กรให้มาร่วมประชุม และท่านได้ถวายความรู้ความเข้าใจ ผ่านประสบการณ์การทำ งานในนามเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ ไทย ในสหรัฐอเมริกา ต่อที่ประชุม ๕. การนำ เสนอประเด็นต่างๆ จากตัวแทนของมหาวิทยาลัย มาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว โชติโก) รอง อธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศได้แนะนำตัวและกล่าวสรุป นโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาพระธรรมทูต โดยสรุปว่า งานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ได้เจริญ ก้าวหน้าไปในทุกๆ ด้าน เป็นอย่างมาก เพราะได้รับการ สนับสนุนจากทุกภาคส่วน ดั่งเช่น จากสำ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติและจากรัฐบาลไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะ กรรมการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ก็ได้มีเมตตาให้ โอกาสมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งเป็นผู้รับผิดชอบอบรมพระ ธรรมทูตสายต่างประเทศ เมื่อผ่านพระธรรมทูตยุคบุกเบิก ลุล่วงมาจนถึงยุค สมัยนี้พระธรรมทูตไม่ใช่แต่จะมีเฉพาะใบเบิกทางเท่านั้น จะ ต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นมืออาชีพหรือจะกล่าวว่า จะต้องมี พระธรรมทูตอาชีพ คือมีใบประกอบอาชีพ ซึ่งในเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ได้ดำ เนิน การทำแผนมานานแล้ว แต่ยังไม่สำ เร็จ ซึ่งแผนงานนี้ ได้เริ่ม ตั้งแต่สมัยของท่านพระราชปัญญาเมธี โดย มจร. อยากจะ เปิดวิทยาลัยพระธรรมทูต โดยจะเปิดรับผู้สำ เร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรีและได้กำ หนดให้เป็นหลักสูตร ๕ ปีดังนี้ ปีที่หนึ่ง ให้พระธรรมทูตได้ปฏิบัติหน้าที่ในวัดต่างๆ ทั่วโลก ปีที่สอง เรียนภาษาอังกฤษและหรือภาษาท้องถิ่น ของแต่ละประเทศ ที่อยู่ปฏิบัติศาสนกิจ และเก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจและอื่นๆ พร้อมทั้งเรียน คอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานในการสื่อสาร ปีที่สาม กลับมาเติมศรัทธาเข้าเรียนฝึกปฏิบัติ วิปัสสนากัมมัฏฐาน ปีที่สี่ เรียนภาคงานวิจัย ซึ่งต้องใช้ภาษาอังกฤษและ หรือภาษาท้องถิ่น ภาษาราชการของประเทศนั้นๆ ปีที่ห้า พอทำ งานวิจัยจบก็จบเป็นด๊อกเตอร์ได้แต่ก็ต้อง ให้เจ้าอาวาสของวัดนั้นๆ ได้มีส่วนร่วมในการประเมินผลด้วย ท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้แจ้ง ความประสงค์ของท่านอธิการบดี มจร. ที่อยากจะให้พระ ธรรมทูตไทย ได้ช่วยกันแปลหนังสือภาษาไทยเป็นภาษาท้อง ถิ่น โดยปรารภถึงการทำ หนังสือ “สองพันหกร้อยปี” การ เผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ซึ่งต้องขอความ อนุเคราะห์ช่วยเหลือจากพระธรรมทูตในทุกๆ ทวีปด้วย การประชุมในภาคบ่ายเริ่มเวลา ๑๓.๒๐ น. พระครูสุตพุทธิธัช ได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบว่า เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้มีสาส์นมาถึงที่ประชุม และได้กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ได้ อ่านสาส์นของเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ คณะพระ ธรรมทูตทุกๆ รูปได้ยืนประนมมือถวายความเคารพโดยพร้อม


117 เพรียงกัน ในขณะที่พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล อ่าน สาส์นเจ้าประคุณสมเด็จฯ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ได้นิมนต์พระราชธรรมวิเทศ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยรูปที่ ๑ ในสหรัฐอเมริกาและเจ้า อาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา (วัดไทยแอลเอ) เพื่อแสดงความคิดเห็น พระเดชพระคุณพระราชธรรมวิเทศ ได้กล่าวโดย สรุปว่า กระผมรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมประชุม ในวันนี้ การประชุมกันบ่อยๆ ทั้งเริ่มประชุมและเลิกประชุม อย่างพร้อมเพรียงเป็นการฝึกระเบียบอย่างดียิ่ง นับแต่กระผม ได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ ประเทศอเมริกา พวกเรามี ปัญหาเรื่องภาษาเช่นกัน บางรูปไปเรียนอินเดียจบมา แต่มา พูดภาษาอังกฤษกับคนอเมริกันไม่ได้ พูดแล้วไม่เข้าใจกัน ผม หามานานอยากมีพระธรรมทูตที่สามารถสื่อสารกับคนท้อง ถิ่นได้ ทำ ให้เพื่อนบ้านได้เข้าใจ การไม่สามารถสื่อสารกับคน พื้นเมืองได้ ทำ ให้เป็นอุปสรรคในการเผยแผ่พระศาสนาให้ เจริญไปได้สรุปว่าพระธรรมทูตเรามีปัญหากันตรงนี้ ถ้าพระธรรมทูตเราที่มาปฏิบัติศาสนกิจในที่ต่างๆ ได้ ภาษาท้องถิ่นแล้ว จะทำ ให้เป็นผู้นำ ที่สมบูรณ์ขึ้น การที่อยู่กับ คนไทยตลอดเวลา ก็ทำ ให้ไม่ได้ใช้ภาษาของประเทศที่เราอยู่ ทำ ให้เป็นข้อด้อย และทำ ให้ไม่ได้พัฒนา จึงกลายเป็นข้อด้อย ในด้านภาษา ถ้าไม่ได้ภาษาในท้องถิ่นที่เราอยู่ก็เป็นเหตุให้เรา ไม่ได้รับความสำ เร็จเท่าที่ควร ถ้าเราได้ภาษาท้องถิ่นก็จะ ทำ ให้เราได้เผยแผ่พระธรรมอย่างดียิ่ง แม้ทุกวันนี้จะมีฝรั่งมา ปฏิบัติธรรมมากขึ้น แต่ก็เน้นเรื่องจิตใจให้สงบ เรื่องหลักการ ต่างๆ ของพระพุทธศาสนายังไม่เข้าใจได้ดีพอ กระผมปลื้มใจ หาก มจร. จะได้บรรจุหลักสูตรพระธรรมทูต จะได้พระธรรม ทูตที่มีคุณภาพเรื่องภาษา และจะได้พระธรรมทูตที่มีความ สามารถ แม้ว่าจะใช้เวลา สองปีสี่ปีห้าปีก็ตาม และพระเดช พระคุณได้กล่าวให้กำลังใจพระธรรมทูตทุกๆ รูปที่ได้เสียสละ อย่างมากในการมาปฏิบัติศาสนกิจในวัดต่างประเทศ และขอ ให้ช่วยกันเผยแผ่พระธรรมให้ญาติโยมได้เข้าใจถูกต้องดีงาม ต่อไป พระครูวิเทศธรรมวิทิต ได้รายงานให้ที่ประชุมได้รับ ทราบว่า มีพระเป็นตัวแทนสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีป ยุโรป ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับคณะสมัชชาสงฆ์ไทย ใน สรัฐอเมริกา ณ วัดไทยลอสแองเจลิส ในระหว่างวันที่ ๗-๑๐ มิถุนาคม ๒๕๕๕ จำ นวน ๕ รูป ดังนี้ ๑. พระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานฯ รูปที่ ๒ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ประเทศนอร์เวย์ ๒. พระครูปลัดชัชวาล ปญญาธโร ที่ปรึกษาฯ เจ้า อาวาสวัดพุทธบูชา ประเทศฝรั่งเศส ๓. พระครูสุตพุทธิธัช เลขานุการฯ เจ้าอาวาสวัดพุทธ าราม ประเทศสวีเดน ๔. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม ประเทศเดนมาร์ก และพระครูวิเทศธรรมวิทิต ได้เรียนต่อที่ประชุมเพิ่ม เติมเรื่องจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งองค์กรสหภาพพระธรรมทูต ไทย โดยเริ่มต้นจาก มจร. ที่ได้เดินทางมาประชุมวิชาการ เมื่อ ประมาณสิบปีที่แล้วจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาเก้าปีกว่า เมื่อ ก่อนมีเลขานุการคนเก่ามาร่วมประชุมเพียงรูปเดียว แต่วันนี้ก็ มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นพอควร และในการปฏิบัติงานก็ มีการเชื่อมโยงกันได้มากขึ้นกว่าเดิม การประชุมในเวทีต่างๆ และในประเทศต่างๆ ทำ ให้เกิดการเชื่อมโยงสร้างพันธกิจใน การทำ งานร่วมกันมากขึ้นกว่าเดิม ทุกวันนี้ พระธรรมทูตต้องพัฒนาซึ่งไม่เหมือนพระ ธรรมทูตยุคเก่า ในยุโรปนั้นมีปัญหาเฉพาะหน้าว่า พระธรรม ทูตในยุโรปที่ปฏิบัติศาสนกิจตามวัดต่างๆ นั้น ไม่สามารถจะ ได้วีซ่าระยะยาวได้โดยท่านได้เสนอแนะว่า อาจจะแก้ปัญหา โดยใช้นิสิตปฏิบัติงานจาก มจร. เพื่อเป็นการหมุนเวียนและ เป็นการฝึกหัดพระธรรมทูตเป็นเบื้องต้นด้วย และขอให้ทาง สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ติดต่อประสานงานขอ ให้รัฐบาลได้สนับสนุนเรื่องวีซ่าพระธรรมทูตอีกส่วนหนึ่งด้วย ดร. อำ นาจ บัวศิริได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า การประชุมต้อง ประชุมกับคณะผู้รับผิดชอบโดยตรง และควรจะมีการประชุม ในแต่ละโซน เพื่อจะรวบรวมข้อมูลในประเด็นของความ


118 ต้องการของแต่ละประเทศว่า แต่ละประเทศต้องการอะไร จากพระธรรมทูต และเราสามารถจะให้อะไรแก่คนของเรา และคนของเขาได้บ้าง ซึ่งต้องวางแผนและมีแผนสำ หรับการ บริหารจัดการต่อไป พระอาจารย์ปานขาว ได้เสนอต่อที่ประชุมเรื่องการ ขอความร่วมมือในการร่วมกันกับชาวพุทธประเทศต่างๆ เพื่อ เสนอให้รัฐบาลได้รับทราบ และร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อให้เกิด ความเสมอภาคกัน พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ได้เสนอให้ที่ประชุมได้รับ ทราบปัญหาและอุปสรรคและเสนอให้มีผู้ติดตามในนามคณะ ทำ งานฝ่ายต่างๆ เพราะถ้าไม่มีผู้รับผิดชอบและติดตามใน แต่ละประเด็นปัญหาแล้ว ก็จะไม่มีผลสำ เร็จได้ พระครูปริยัติภาวนานิเทศก์ (พระอาจารย์โสบิน โส ปาโกโพธิ) ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า หากว่าพวกเราคุยเฉพาะ พวกเราเอง การงานไม่ค่อยสำ เร็จลงได้ จำต้องใช้คนท้องถิ่น มาช่วยงาน จะทำ ให้งานการบริหารวัดและการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในต่างประเทศเป็นไปได้โดยง่ายขึ้น เพราะว่า คนท้องถิ่นนั้นสามารถจะคุยกับคนของรัฐบาลเขาได้ง่ายกว่า และเขาไว้วางใจกันมากกว่า พระครูสุตพุทธิธัช ได้เป็นตัวแทนของที่ประชุมกล่าว ต้อนรับ Madam The President of Buddhism Union in Sweden และมีผู้ช่วยอีกท่านหนึ่ง ได้กล่าวบรรยายสรุปต่อที่ ประชุม เมื่อกล่าวจบแล้วพระสุธีญาณวิเทศ ได้เป็นตัวแทน กล่าวสรุปเป็นภาษาไทย ดังนี้ พระคุณเจ้าที่เคารพอย่างสูง ดิฉันดีใจมากที่ได้มาร่วม ประชุมกัน ณ ที่แห่งนี้ พวกเรากำลังดำ เนินการอย่างมุ่งมั่น เพื่อการสร้างองค์กรพระพุทธศาสนาในประเทศสวีเดนนี้ ฉัน ดำ รงต่ำ แหน่งเป็นประธานสมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศ สวีเดน และมีองค์กรต่างๆจำ นวน ๑๕ องค์กร ที่ได้ร่วมมือกัน ในประเทศสวีเดน เพื่อประสานงานกับรัฐบาลให้ส่งเสริม สนับสนุนต่อผู้สนใจพระพุทธศาสนา พวกเราได้พยายามที่จะใช้วิธีการที่เรียบง่ายและหลีก ห่างหนทางที่ยุ่งยากและซับซ้อน สำ หรับการทำ งานเพื่อความ เจริญก้าวหน้าของสังคม เช่น การเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชา การบรรยายธรรม การสนับสนุนงานพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น การ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น องค์กรอาชญากรรม ระหว่างประเทศสมาคมพระพุทธศาสนาในยุโรป (European Buddhist Union) และองค์กรความเชื่อสากล ทั้งหมดทั้งปวง เหล่านี้ ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการส่งเสริมปัญญาของ พระพุทธเจ้า (พุทธิปัญญา) ขอถวายความเคารพต่อพระคุณเจ้า การป้องกัน อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ในครอบครัว ชุมชน รวมทั้งในเด็ก และสตรีในประเทศสวีเดน ในหลาก หลายสถานการณ์นั้น สมาคมพระพุทธศาสนาในยุโรป (European Buddhist Union) ได้แสวงหาภิกษุณีและผู้นำ ทางจิตวิญญาณ ดัง ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ทั้งชายและหญิงล้วนมีศักยภาพใน การบรรลุธรรมสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา เหล่านี้ เป็นความสำ เร็จแห่งการอยู่ร่วมกันด้วยความ เสมอภาคและกลมกลืนกัน และได้ร่วมแบ่งปันความคิดแห่ง สันติสุขต่อกันและกัน ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีต่อทุก คน ดิฉัน ปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้มาร่วม ประชุมกับพระคุณเจ้าในวันนี้ และขอขอบพระคุณพระคุณ เจ้าและคณะผู้จัดการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทย ใน ทวีปยุโรป ที่ได้ให้โอกาสดิฉันมาบรรยายถวายความ เข้าใจในงานที่ได้ดำ เนินการมา ขอขอบคุณอย่างสูงอีกครั้ง หนึ่ง ขอบคุณค่ะ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ได้กล่าวเน้นย้ำ เรื่องการขอ นิสิตมาปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องวีซ่า ของพระธรรมทูตและการขาดแคลนพระสงฆ์ที่จะมาปฏิบัติ ศาสนกิจตามวัดต่างๆ ในต่างประเทศ พระกาว ปัญญาวโร ได้เสนอความคิดเห็นต่อที่ ประชุมว่า ในกรณีเรื่องวีซ่านั้น ที่ประเทศเยอรมัน หากว่าพระ สงฆ์เป็นประธานสมาคมจะมีสิทธิ์ในการร้องขอวีซ่าระยะยาว ได้ง่ายขึ้น ดร. อำ นาจ บัวศิริได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบว่า โดยหลักการแล้ว ทางสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีงบ ประมาณสนับสนุนในการจัดการประชุม ซึ่งการประชุมครั้ง ต่อไปนั้น สามารถจัดทำ เป็นโครงการฯ และของบประมาณ


119 สนับสนุนได้โดยตรง พระครูกิตติธรรมวิเทศเหรัญญิกฯได้แจ้งให้ที่ประชุม ได้รับทราบว่า พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีรองประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ และเจ้าอาวาส วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ไม่สามารถ เดินทางมาเข้าร่วมประชุมได้ เพราะมีศาสนกิจที่สำคัญและ จำ เป็นที่ต้องรับผิดชอบ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ และพระครูกิตติธรรมวิเทศ ได้ถวายรายงานเอกสาร สรุปบัญชีรายรับ รายจ่าย ประเภทองค์กร ประเภทบุคคล และรายจ่ายอื่นๆ ของสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ประจำ ปีพ.ศ. ๒๕๕๔ (ดูรายละเอียดตามเอกสารที่ได้แนบ ถวายแล้วนี้) และท่านได้กล่าวต่อที่ประชุม เรื่องผ้าป่า สนับสนุนเพื่อสร้างกองทุนและอุปถัมภ์การประชุมของ สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป สำ หรับการประชุมใน แต่ละปีและขอให้จัดการประชุมฯ โดยสามารถเวียนเป็นเจ้า ภาพจัดการประชุมฯ ได้ตามโซน ดังเช่น ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ประชุมที่เยอรมัน ปีพ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ประชุมที่ประเทศสวีเดน และปีต่อไปก็ประชุมที่โซนอื่นต่อไป พระครูกิตติธรรมวิเทศ ได้ขอความคิดเห็นและขอมติ ในเรื่องการจัดพิมพ์ใบอนุโมทนาบัตรของสหภาพพระธรรม ทูตไทย ที่ประชุมไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจังและไม่ได้มีข้อ สรุปในประเด็นนี้ พระครูวินัยธรสมศักดิ์ สกฺกเมธีได้เสนอเรื่องการจัด เก็บและรวบรวมข้อมูลประวัติวัดต่างๆ เรื่องการปฏิบัติศาสน กิจของพระธรรมทูต ในแต่ละวัด ในเครือสหภาพพระธรรม ทูตไทย ในทวีปยุโรป เพื่อจะใช้เป็นฐานข้อมูลและสร้างระบบ เครือข่ายการติดต่อระหว่างกันและกัน และองค์กรสหภาพฯ สามารถที่จะจัดทำ รายงานประจำ ปีของแต่ละวัดโดยกำ หนด ระบบเอกสารแบบเดียวกัน และสามารถส่งรายงานให้ สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้โดยตรง โดยไม่ต้องให้ แต่ละวัดจัดทำกันเอง เพราะมีรูปแบบเอกสารที่ชัดเจนและ เหมือนกันอยู่แล้ว พระครูสุตพุทธิธัช ได้เสนอที่จะจัดพิมพ์หนังสือวัด ไทยในยุโรป ที่ประชุมมีมติให้พิมพ์ในนามของสหภาพพระ ธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป และมอบให้เลขาเป็นผู้จัดทำ และ งบประมาณในการจัดพิมพ์ และพระครูฯได้ขอความกรุณาให้ ทุกวัดส่งประวัติพร้อมรูปถ่าย อย่างน้อย ๑ หน้า A4 (เอสี่) ที่ประชุมไม่ได้พิจารณาและไม่ได้มีมติในกรณีนี้ พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานในที่ ประชุม ได้กล่าวปิดการประชุม โดยสรุป ดังนี้การที่พวกเรา ได้มาร่วมประชุมปรึกษาหารือ รับรู้ปัญหาของกันและกัน นับ เป็นเรื่องที่ดีแท้ที่จริงแล้ว ปัญหาก็มีอยู่ในทุกที่ทุกเวลา แต่ เราจะแก้ปัญหาแบบไหนกัน เราจะช่วยกันแก้ไขอย่างไร ให้ ปัญหาให้ลดเหลือน้อยลง ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านที่ได้ เสียสละเวลา มาร่วมประชุมกันในวันนี้ มีอะไรที่พวกเราจะ ช่วยกันได้ก็ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ปัญหาของคณะสงฆ์ เราไม่ ได้รับคนเดียว เราเป็นตัวแทน เรามีปัญหาอะไรก็บอกกล่าวผู้ มีอำ นาจให้ช่วยกันแก้ไขให้ดีขึ้น มีทางไหนช่วยกันให้ดีขึ้น ให้ เกิดปัญญา และขออวยพรให้ทุกๆ ท่านที่เข้าร่วมประชุมในวัน นี้ให้ประสพความโชคดี และเมื่อท่านมีคำแนะนำอะไรจะให้ ทางนี้ได้แก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก็ขอให้มีหนังสือแจ้งมาให้ทราบ ด้วย และขอให้มีกำลังใจเข้มแข็ง ช่วยปรึกษาหารือหาวิธีแก้ไข ร่วมกันในเรื่องต่อไป ขอปิดประชุมแค่นี้และขออนุโมทนาบุญ กับญาติโยมผู้สนับสนุนทุกๆ คน ปิดการประชุม เวลา ๑๗.๓๐ น. พระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประธานในที่ประชุม พระครูวินัยธรสมศักดิ์สกฺกเมธีผู้ช่วยเลขานุการฯ บันทึกการประชุม พระครูสุตพุทธิธัช เลขานุการฯ แก้ไข ตรวจทาน


120 สรุปย่อการประชุม วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานในที่ประชุมแจ้งให้ทราบ พระธรรมทูตที่มาปฎิบัติศาสนกิจน้อย การ ทำ งานอาจจะล่าช้า ศาสนกิจก็มีจำ นวนมาก โดยเหตุนี้ การจะสนองงานของส.ธ.ย. ไม่สมประโยชน์ดังนั้น เรา ต้องสร้างเครื่อข่ายเพื่อการประสานงาน สร้าง สัมพันธภาพที่แน่นแฟ้น ถ้าเปรียบเทียบกับอเมริกาก็ ไม่ได้ เพราะในอเมริกาแต่ละวัดมีพระธรรมทูตมาก และใช้กฎหมายอันเดียวกัน สำ หรับในยุโรปนั้น มีหลาย ประเทศ มีกฏหมายต่างกันในแต่ละประเทศ สำคัญคือ ต้องสร้างสัมพันธภาพในแต่ละวัดให้ใกล้ชิดกัน ทั้งเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในกิจกรรมของแต่ละวัด ทำอย่างไรเราจะได้ร่วมด้วยช่วยกันในกิจกรรม แต่ละวัด และการรายงานคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคม และขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ โดยพร้อมเพรียงกัน พระครูสุตพุทธิธัช ได้ถวายรายงานชี้แจงวาระ การประชุมต่อที่ประชุม และขอให้คณะกรรมการ บริหารพิจารณาแก้ไข วาระที่ ๒ ทบทวนการประชุมครั้งที่ผ่านมา วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๖ พระเทพกิตติโมลีเสนอให้แก้ไขข้อผิดพลาดใน ตำแหน่งพระครูสุตพุทธิธัช เป็นเลขานุการ พระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานฯ ได้ สอบถามถึงการสังกัดวัดของพระครูปลัดเด่นชัย ท่าน พระมหาพยอม ได้ชี้แจงว่าได้สังกัดวัดพุทธธรรม มิวนิค ประเทศเยอรมนี พระเทพกิตติโมลี ได้สอบถามความหมายและ บทบ าทหน้ าที่ที่แตกต่ างกัน ร ะห ว่ างตำ แหน่ง เลขาธิการและเลขานุการและได้แสดงความคิดเห็น ร่วมกันแล้วที่ประชุมได้มีมติขอให้คงไว้ในต่ำแหน่งเดิม คือเลขานุการ พระเทพพุทธิมงคล ได้แนะนำต่อที่ประชุมว่า ขอให้แต่ละเขตการปกครองได้ช่วยกันปกครอง ดูแล และขอให้ทุกๆ รูปได้เห็นความสำคัญในการทำ งาน ร่วมกัน วาระที่ ๓ การเตรียมการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีของ ส.ธ.ย. ณ วัดธรรมวิหาร เมืองฮันโนเฟอร์ประเทศเยอรมนี พิจารณาเชิญองค์กรและหน่วยงานต่างๆ เพื่อ เข้าร่วมประชุมเพิ่มเติม มีพระเดชพระคุณพระธรรม- [ ๒.๙ การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๖ ] สรุป การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญประจำ ปี ๑/๒๕๕๖ ณ วัดไทยนอร์เวย์ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ วันที่ ๙-๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


121 กิตติวงศ์ ในฐานะประธานอุปถัมภ์การก่อสร้างวัดพุทธ วิหาร กรุงเบอร์ลิน วัดธัมมวิหาร ฮันโนเฟอร์ วัดสังฆ วิหาร สตุตการ์ต เยอรมนีและวัดธรรมกิตติวงศ์ กรุง ปราก สาธารณรัฐเชก และขอเชิญประธานสมาคมของวัดต่างๆ ใน สหภาพยุโรป เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟัง ปัญหา อุปสรรค ในการสร้างวัดในอนาคต พระมหาทองนาค ได้ถวายรายงานว่า วัดธรรม วิหาร ยินดีต้อนรับดูแลคณะพระมหาเถระ พระธรรม ทูตที่จะไปร่วมงานประชุมสมัยสามัญในครั้งนี้ ที่ประชุมเสนอให้เชิญร่วมประชุมสามัญ ส.ธ.ย. เพิ่มเติมดังนี้ - กรมการศาสนา - สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ - มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) - องค์กรสมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกา - ศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำ หรับพระ ภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ) - ผู้แทนมหาเถรสมาคม (มส) - องค์กรพระธรรมทูตในสิงคโปร์อินเดีย และ โอซีเนีย - องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์เหนือ - พระธรรมกิตติวงศ์ ในฐานะองค์อุปถัมภ์วัด เจ้าภาพการประชุม (วัดธรรมวิหาร) - ผู้แทนรัฐบาลไทยในประเทศที่เป็นเจ้าภาพ จัดการประชุม (ผู้แทนจากสถานทูตไทย) - ตัวแทนกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม ที่ประชุมพิจารณาวาระการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีครั้งที่ ๗/๒๕๕๖ ณ วัดธรรมวิหาร โดยมี ประเด็นคือ สรุปหัวข้อการประชุมสมัยสามัญครั้งก่อน เรื่องประธานในที่ประชุมจะแจ้งให้ทราบ การเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย และ เรื่องการก่อตั้งและ การดูแลวัดไทยในต่างแดน วาระที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ มีผู้เสนอ (ไม่มี)


122 เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๐๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ พระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และมอบ หมายให้พระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๑ ดำ เนินการต่อไป วาระที่ ๒ พิจารณารับรองการประชุมครั้งที่ผ่านมา (๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๕) พระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพฯ รูปที่ ๒ กล่าวขอบพระคุณแก่พระมหาเถรานุเถระและอนุโมทนาแก่ แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุม โดยขอให้ที่ประชุมแสดงความ คิดเห็นที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อองค์กรสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน ต่างประเทศสืบต่อไป นั้น วาระนี้ขอให้ผู้เข้าประชุมพิจารณา วาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ซึ่งพระครูสุตพุทธิธัช รับเป็นเจ้าภาพ ทุกท่านไม่มีใครติดใจสงสัย ที่ประชุมมีมติ รับรองการประชุมครั้งที่ผ่านมาด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ วาระที่ ๓ เรื่องการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. พระครูสุตพุทธิธัช เลขานุการสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป กล่าวขอบพระคุณพระเถรานุเถระที่แสดง ความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ และได้กล่าวนำ เข้าสู่การเลือก ตั้ง เปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอรูปแบบการเลือกตั้ง โดยขอให้ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ทำ หน้าที่ดำ เนินการต่อไป พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ผู้ช่วยเลขานุการ ขอ อนุญาตกราบเรียนถวายและแจ้งให้ญาติโยมทั้งหลายได้ทราบ ว่า กำ หนดการจากนี้ไปคือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุดใหม่ ซึ่งมีวาระการ ดำ รงตำแหน่ง ๒ ปีคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันมีอยู่ ๖ แผนก แผนกที่ ๑ คือ ท่านประธาน แผนกที่ ๒ คือ รอง ประธานรูปที่ ๑ แผนกที่ ๓ คือ รองประธานรูปที่ ๒ แผนกที่ ๔ คือ แผนกประชาสัมพันธ์แผนกที่ ๕ คือ แผนกเหรัญญิก แผนกที่ ๖ คือ แผนกเลขานุการ สำ หรับหลายท่านคงทราบ แล้ว คือ ๑. พระเทพพุทธิมงคล เป็นประธาน ๒. พระเทพกิตติโมลีเป็นรองประธานรูปที่ ๑ ๓. พระครูวิเทศธรรมวิทิต เป็นรองประธานรูปที่ ๒ ๔. พระมหาพยอม สุทสฺสโน เป็นหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ ๕. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร เป็นผู้ช่วยแผนกประชาสัมพันธ์ ๖. พระมหาสุนทรสุนฺทรธมฺโม เป็นผู้ช่วยแผนกประชาสัมพันธ์ ๗. พระครูกิตติธรรมวิเทศ เป็นหัวหน้าแผนกเหรัญญิก ๘. พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย เป็นผู้ช่วยแผนกเหรัญญิก ๙. พระครูสุตพุทธิธัช เป็นเลขานุการ ๑๐. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๑๑. พระครูวินัยธรสมศักดิ์สกฺกเมธี เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๑๒. พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ประจำสำ นักงานกลาง วัดศรีนครินทรฯ การเลือกตั้งแต่ละแผนกถ้ามีผู้เสนอชื่อขึ้นไป แต่ไม่มี คู่แข่ง ถือว่าท่านรูปนั้นได้เป็นคณะกรรมการบริหารในแผนก นั้น โดยไม่มีการลงคะแนน แต่ถ้ามีการเสนอชื่อตั้งแต่ ๒ ท่าน ขึ้นไป เราจะมีการเลือกตั้ง ส่วนรายชื่อผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ต้องเป็น สมาชิกประเภทสามัญองค์กร (วัด) หรือสามัญบุคคล (พระ ธรรมทูต) เท่านั้น และมติที่ประชุมมีความเห็นชอบว่า หนึ่ง องค์กรมีเสียงเท่ากับหนึ่งท่านหรือหนึ่งคะแนน บางท่านเป็น [ ๒.๑๐ การประชุมสามัญฯ ๗/๒๕๕๖ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปี ๗/๒๕๕๖ ณ วัดธรรมวิหาร ฮันโนเวอร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วันที่ ๑๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


123 เจ้าอาวาสที่สมัครสมาชิกในนามองค์กรและในนามบุคคลด้วย ก็มีหนึ่งเสียงเท่าเดิม สำ หรับจำ นวนผู้แทนสมาชิกแบบองค์กรซึ่งหมายถึง วัดที่มีสิทธิเลือกตั้งได้ในครั้งนี้มีทั้งหมด ๑๒ วัด คือ ๑. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ๒. วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ๓. วัดไทยนอร์เวย์ประเทศนอร์เวย์ ๔. วัดพุทธวิหาร ประเทศเยอรมนี ๕. วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ๖. วัดพุทธปิยวราราม ประเทศเยอรมนี ๗. วัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี ๘. วัดธรรมวิหาร ประเทศเยอรมนี ๙. วัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม ๑๐. วัดพุทธาราม ประเทศฟินแลนด์ ๑๑. วัดพุทธวิหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์ ๑๒. วัดสังฆวิหาร ประเทศเยอรมนี ส่วนท่านที่สมัครเป็นสมาชิกประเภทสามัญบุคคลอีก ๔ ท่าน ได้แก่ ๑. พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย วัดพุทธธรรม เยอรมนี ๒. พระครูวินัยธรสมศักดิ์สกฺกเมธีวัดธัมมปทีป เบลเยียม ๓. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร วัดพุทธวิหาร เนเธอร์แลนด์ ๔. พระมหาโสภา สุภาจาโร วัดพุทธบูชา ฝรั่งเศส เมื่อนับคะแนนแล้วจะประกาศผลเลือกตั้งในแผนกต่างๆ แผนกละ ๑ ท่าน เฉพาะหัวหน้าเท่านั้น ส่วนตำแหน่งผู้ช่วย แต่ละท่านจะหาทีมงานขึ้นมาเอง สำ หรับวิธีการลงคะแนนเรา จะใช้กระดานที่ตั้งอยู่ด้านหลังนี้แล้วจะนิมนต์ท่านที่มีสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้งไปนั่งอยู่แถวหน้า โดยใบเลือกตั้งในชุดนี้มี อยู่ ๑๓ ใบ เพราะพระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีและพระ มหาจำ เริญ เขมวีโร ซึ่งเป็นสมาชิกทั้งประเภทองค์กรและ ประเภทบุคคล ขอใช้สิทธิ์ประเภทเดียว ส่วน พระมหาโสภา สุภาจาโร กลับเมืองไทย คงเหลือ พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย รูปเดียวที่มีสิทธิเลือกตั้ง โดย สมาชิกของเราเสนอรายชื่อต่างๆ ไปให้เจ้าหน้าที่เขียนไว้ที่ กระดานพร้อมหมายเลข เสร็จแล้วจะแจกใบลงคะแนนให้กับ ท่านได้กาหมายเลขผู้ที่ต้องการเลือก จากนั้น เจ้าหน้าที่จะใช้ บาตรเดินไปรับใบลงคะแนน เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะนับ คะแนนและประกาศผลรูปที่ได้คะแนนมากที่สุดเป็นคณะ กรรมการบริหารในแผนกนั้นๆ ต่อไป หากท่านใดสงสัยจุด ไหนที่กล่าวไปแล้วขอให้ซักถามได้ ที่ประชุมถามว่า ถ้าในกรณีที่วัดอื่นๆ นอกจากวัดที่ เป็นสมาชิก ๑๒ วัดหรือ ๑๒ องค์กรนี้ มีความต้องการเป็น สมาชิกเพื่อจะร่วมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในระเบียบปฏิบัติ ของ ส.ธ.ย. นี้วางกฎระเบียบไว้อย่างไรบ้าง? พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ตอบว่า ถ้าเกิดว่าเรา สมัครในนามองค์กรหรือวัดเอาไว้ สมมติว่าวัดแห่งหนึ่งมีพระ สงฆ์อยู่ ๕ รูปพระสงฆ์ทุกรูปก็มีสิทธิลงคะแนนได้หมดทั้ง ๕ รูป แต่ในวันนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ คือ เราตกลงกันว่า ๑ วัด เท่ากับ ๑ เสียงแต่ถ้าเราไม่ชอบวิธีนี้ก็ไม่เป็นไรถ้าเราต้องการ เราก็ควรมีสิทธิออกเสียงด้วย ขอแนะนำ ให้ยื่นใบสมัครเข้ามา เป็นสมาชิกประเภทสามัญบุคคลก็จะสามารถเลือกตั้งได้ คือ เจ้าอาวาสก็จะได้ ๑ เสียง ท่านที่เป็นพระลูกวัดก็จะได้ ๑ เสียงแต่ถ้าท่านไม่สมัครประเภทสามัญบุคคลนี้ก็ถือว่าไม่มี สิทธิ ยกเว้นแต่ที่ประชุมจะตกลงกันว่าพระที่อยู่ในวัดที่เป็น สมาชิกนั้นมีสิทธิทุกรูป แต่ถ้าที่ประชุมตกลงกันว่า ๑ วัด ๑ เสียงเหมือนในวันนี้ท่านก็หมดสิทธิลงคะแนน บางท่านอาจจะสงสัยว่า เพิ่งสมัครสมาชิกมาเมื่อเช้า นี้มีสิทธิหรือไม่ ขอเรียนว่า รายชื่อวัดต่างๆ ที่ท่านส่งมาในวัน นี้มีทั้งหมด ประมาณ ๑๐ กว่าวัด และประเภทสามัญบุคคล อีก ประมาณ ๑๐ ท่าน จะยังไมมีผลให้เป็นสมาชิกสมบูรณ์ได้ เพราะหลังจากนี้อีกระยะหนึ่งเราจะมีการนัดประชุมสมัย วิสามัญของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เพื่อ พิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะว่าจะรับวัดไหน หรือพระธรรมทูต รูปใดเป็นสมาชิก เพราะฉะนั้น ในตอนนี้ถือว่า ท่านที่สมัครมา ใหม่ยังไม่มีผล ต้องรอการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการ บริหารก่อน เมื่อที่ประชุมอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ทางกองงาน เลขานุการก็จะจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลและส่งหนังสือซึ่งลงนาม โดยพระเดชพระคุณหลวงปู่พระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. ไปถึงท่านนั้นๆ พร้อมกับขอเอกสารและค่าธรรมเนียม บำ รุงสมาชิก (ในกรณีเอกสารไม่ครบ) ต่อไป มีผู้ตั้งคำถามว่า ในกรณีมีผู้ได้รับเลือกตั้งแล้ว และ เห็นว่ามีพระธรรมทูตที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในวัดอื่นๆ


124 ซึ่งไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกประเภทสามัญองค์กรและประเภท สามัญบุคคล จะทำ ได้หรือไม่? พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ตอบคำถามว่า ใน กรณีนี้ขอเรียนอย่างนี้ในกฎระเบียบเขามีระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ท่านที่เป็นสมาชิกไม่ว่าจะเป็นในนามส่วนตัวของท่านหรือ นามองค์กรก็แล้วแต่มีสิทธิอย่างนี้ๆ เช่น การได้รับเสนอชื่อ เป็นคณะกรรมการบริหาร เป็นต้น แต่ในเมื่อท่านไม่ได้สมัคร เป็นสมาชิก แม้จะมีความสามารถก็จริง ท่านก็ไม่สามารถ ทำ ได้เพราะขัดกับระเบียบของ ส.ธ.ย. ตรงนี้ฉะนั้น ผมจึงย้ำ หลายหนว่า ทุกท่านควรรักษาผลประโยชน์ตัวเองเอาไว้อย่า ให้เสียโอกาส อย่าให้การไม่ได้เป็นสมาชิกเป็นเส้นขีดกั้นไม่ให้ เราได้เป็นผู้บริหาร อีกอย่างหนึ่ง เราไม่ควรคิดว่าการเป็น สมาชิกจะเสียค่าใช้จ่ายมากมายอะไรเลย เงินเล็กๆ น้อยๆ วัด ละ ๓๐๐ ยูโร และท่านละ ๓๐ ยูโร ต่อปีคิดว่าไม่มากนัก เพราะเงินที่เราจ่ายในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์มากมาย มหาศาลต่อองค์กรของเรา ขอให้เราคิดว่าเป็นการช่วยเหลือ องค์กรนี้ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ที่ประชุมตั้งคำถามว่า เข้าใจสมาชิกใหม่ที่ท่านสมัคร วันนี้ ถ้าเราพิจารณาวันนี้เลยจะผิดกฎอะไรหรือไม่ เพราะ ว่าการจะเรียกประชุมสมัยวิสามัญแต่ละครั้ง ไม่ใช่จะเรียก แล้วก็มาได้ทันทีค่อนข้างลำ บาก พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ตอบคำถามว่า ขอ อนุญาตกราบเรียนอย่างนี้คือ การประชุมมี๒ ประเภท ถ้า ประชุมแบบนี้เรียกว่าการประชุมสมัยสามัญ คือ เป็นเรื่อง ปกติทั่วไป ผู้เข้าประชุมมีทั้งคณะกรรมการบริหาร และมีทั้ง สมาชิกทุกท่าน แต่การประชุมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า การ ประชุมสมัยวิสามัญ ถือเป็นการเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษ หรือเป็นกรณีที่สำคัญภายในองค์กร นิยมเข้าประชุมเฉพาะ คณะกรรมการบริหารฯ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะว่า เรื่องบางเรื่องไม่สามารถที่จะพูดในที่ประชุมสมัยสามัญทั่วไป ได้ เช่น เรื่องของวัดหรือบุคคลสมัครเข้ามาก็ต้องพิจารณาถึง ความเหมาะสมเป็นการภายใน หรือแม้แต่วัดที่เสนอชื่อเข้ามา เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในปีต่อไปเราก็ต้องมีการพิจารณา เป็นการภายในด้วยเช่นกัน ที่ประชุมถามว่า ในประเด็นการพิจารณาวัดต่างๆ หรือผู้ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของ ส.ธ.ย. มีกฎระเบียบว่าให้ ทำอย่างนี้ใช่หรือไม่? พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ตอบว่า ถ้าเป็นกฎ ระเบียบเราถือว่าไม่มีข้อนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารจะ ตกลงกัน แต่ที่ผ่านมาเราจะประชุมพิจารณากันในสมัย วิสามัญเท่านั้น พระครูสุตพุทธิธัชเสนอว่า เพื่อเป็นการรักษาเวลา ขอให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารทั้ง ๖ แผนกในครั้ง เดียวเลย คือให้เสนอว่าสมควรให้คณะกรรมการบริหารชุดนี้ อยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่? พระครูธรรมธร ไพทูล เสนอว่า ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ เป็นคณะกรรมการบริหารซึ่งอยู่ในจำ นวน ๑๒ วัด กับอีก ๑ รูปนี้เป็นส่วนใหญ่ ในความเป็นจริงคิดว่าวิธีนี้น่าจะไม่เหมาะ สม เพราะคงไม่มีเหตุผลที่จะทำ ให้กรรมการบริหารเหล่านั้น ไม่เลือกตัวเอง ฉะนั้น ควรเลือกตั้งแต่ละแผนกน่าจะดีที่สุด พระเทพกิตติโมลีสรุปประเด็นว่า เมื่อคืนเราก็ตกลง กันแล้ว การที่จะยกให้เลยนั้นก็ไม่น่าจะเหมาะสม ขอให้เลือก และเสนอชื่อกันมาก่อน ใครอยู่ตำแหน่งประธาน รองประธาน เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์และเลขานุการ ก็ว่ากันไป ถ้าใคร เสนอประธานขึ้นมารูปเดียว โดยไม่มีคู่แข่งก็ยกให้ท่านไป ตำ แหน่งอื่นๆ ก็เช่นกัน ถ้ามีคู่แข่งก็ต้องใช้วิธีเลือกตั้งก็จบ ที่ ประชุมเห็นด้วย จากนั้นพระเทพกิตติโมลีได้เสนอพระปัญญาพุทธิ วิเทศ และพระครูวรกิตติโสภณ เป็นกรรมการกลางสำ หรับ การเลือกตั้ง ทั้งหมดทั้งปวงนี้เพื่อให้มีการจดบันทึกการ ประชุมเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติแก่รุ่นน้องต่อไป พระปัญญาพุทธิวิเทศ กล่าวว่า ผมในฐานะที่เป็นกรรมการมา จากองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรฯ จะได้ ตัดสินเพื่อความโปร่งใสต่อไป ตำแหน่งประธานกรรมการสหภาพฯ พระครูวิเทศ ธรรมวิทิต เสนอพระพระเทพพุทธิมงคล เป็นประธาน (ไม่มีผู้ เสนอเพิ่ม ที่ประชุมให้เสียงรับรองเป็นเอกฉันท์) ตำแหน่งรองประธานรูปที่ ๑ พระมหาพยอม เสนอ พระเทพกิตติโมลี (ไม่มีผู้เสนอเพิ่ม ที่ประชุมให้เสียงรับรอง เป็นเอกฉันท์) ตำแหน่งรองประธานรูปที่ ๒ พระครูสุตพุทธิธัช


125 เสนอพระครูวิเทศธรรมวิทิต (ไม่มีผู้เสนอเพิ่ม ที่ประชุมให้ เสียงรับรองเป็นเอกฉันท์) ตำแหน่งเลขานุการ มีผู้เสนอขึ้นมา ๒ รูป คือ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอ พระครูสุตพุทธิธัช พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีเสนอ พระครูธรรม ธร ไพทูล อตฺถวํโส (มีการลงคะแนนเสียง) พระครูสุตพุทธิธัช ได้๖ คะแนน พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ได้๗ คะแนน ฉะนั้น ตำแหน่งเลขานุการคือ พระครูธรรมธรไพทูล อตฺถวํโส ตำแหน่งเหรัญญิก พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย เสนอ พระครูกิตติธรรมวิเทศ (ไม่มีผู้เสนอเพิ่ม ที่ประชุมให้ เสียงรับรองเป็นเอกฉันท์) ตำแหน่งประชาสัมพันธ์มีผู้เสนอขึ้นมา ๒ รูป คือ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี เสนอ พระมหา พยอม สุทสฺสโน พระมหาพยอม สุทสฺสโน เสนอ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร (มีการลงคะแนนเสียง) พระมหาพยอม สุทสฺสโน ได้ ๙ คะแนน พระมหาจำ เริญ ได้๔ คะแนน ฉะนั้น ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ คือ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ขอประกาศคณะกรรมการบริหารของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประธานองค์กรสหภาพฯ ได้แก่ พระเทพพุทธิมงคล รองประธานรูปที่ ๑ ได้แก่ พระเทพกิตติโมลี รองประธานรูปที่ ๒ ได้แก่ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ตำแหน่งเลขานุการองค์กร ได้แก่ พระครูธรรมธรไพ ทูล อตฺถวํโส ตำแหน่งเหรัญญิก ได้แก่ พระครูกิตติธรรมวิเทศ ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ได้แก่ พระมหาพยอม สุทสฺสโน แต่งตั้งที่ปรึกษาขององค์กร ที่ประชุมเสนอว่า เนื่องจากพระสุธีญาณวิเทศ ท่าน เป็นอดีตเลขานุการของส.ธ.ย. เพราะฉะนั้นเมื่อท่านไม่ได้เป็น เลขาฯ แล้ว ก็ควรเสนอท่านเป็นที่ปรึกษา เพราะท่านมี บทบาทในการริเริ่มจัดตั้งองค์กรจึงควรเสนอให้ท่านเป็นที่ ปรึกษา ส.ธ.ย. เนื่องจากพระเทพกิตติโสภณ ประธานสมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกาซึ่งท่านเป็นที่ปรึกษาส.ธ.ย. ได้มรณภาพ แล้ว โดยมีพระราชพุทธิวิเทศเป็นประธานสมัชชาสงฆ์ฯ แทน ซึ่งท่านเป็นที่ปรึกษา ส.ธ.ย. เหมือนกัน แต่ได้เลื่อนสมณศักดิ์ แล้ว จึงควรได้รับการแต่งตั้งใหม่ ส่วนอีกรูปหนึ่ง ที่ประชุมเสนอชื่อ พระปัญญาพุทธิ วิเทศ เป็นที่ปรึกษา ส.ธ.ย. เพราะท่านมีบทบาทในการร่างกฎ ระเบียบ ส.ธ.ย. ขณะนี้ท่านเป็นเลขานุการองค์กรพระธรรม ทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นผู้มี น้ำ ใจต่อ ส.ธ.ย. มาตลอด ที่ประชุมเห็นชอบในการนำ เสนอ ไม่มีคัดค้าน การที่องค์กรสหภาพฯ จะเจริญก้าวหน้า ส่วนมากอยู่ ที่กองงานเลขานุการ ที่ประชุมเสนอแต่งตั้งพระครูสิริอรรถ วิเทศ เลขาสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นที่ปรึกษา ส.ธ.ย. ด้วย เนื่องจากพระครูวรกิตติโสภณ เป็นอีกรูปหนึ่งที่มี บทบาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ที่ประชุม จึงเสนอเป็นที่ปรึกษาของ ส.ธ.ย. เพื่อเป็นเกียรติแก่ส.ธ.ย. แต่เหนืออื่นใด ที่ประชุมเสนอให้พระเดชพระคุณ พระธรรมกิตติวงศ์ เป็นที่ปรึกษา ส.ธ.ย. เพราะท่านเป็นพระ มหาเถระที่มีความสามารถในการบริหารงานพระพุทธศาสนา ทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ท่านเสียสละเพื่อหมู่ คณะส่วนรวมมาตลอด โดยเฉพาะทวีปยุโรปท่านเดินทางมา เป็นประจำ ทำ ให้พวกเรามีกำลังใจมาตลอด ก็เป็นอันได้ข้อ สรุปตามนี้ วาระที่ ๔ เรื่องนำ เสนอเพื่อพิจารณาในประเด็นต่างๆ ของ การบริหาร ส.ธ.ย. ดังนี้ ๔.๑ การวางแผนงานต่างๆของแผนกงานเลขานุการ ๔.๑.๑ โครงการสำ รวจเก็บข้อมูลวัดต่างๆ ใน นามสมาชิกและวัดในการกำกับดูแลของ ส.ธ.ย.


126 ๔.๑.๒ โครงการสำ รวจการปฏิบัติศาสนกิจ ของพระธรรมทูตในสหภาพยุโรป ๔.๑.๓ โครงการเก็บข้อมูลการดำ เนินกิจกรรม ต่างๆ ของวัดนั้นๆ ๔.๑.๔ โครงการตรวจเยี่ยมวัดต่างๆในเขตการ ปกครอง ๔.๑.๕ โครงการรวบรวมข้อมูลของวัดต่างๆ และถวายรายงานการปฏิบัติ ศาสนกิจของวัดต่างๆ ต่อ คณะสงฆ์และองค์กรที่รับผิดชอบในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาในต่างประเทศ ๔.๑.๖ โครงการคัดเลือกวัดในเครือสมาชิก ส.ธ.ย. เพื่อขอความอุปถัมภ์จากสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ วาระที่ ๕ การดำ เนินงานของแผนกเหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศชี้แจงว่า - เรื่องการเปิดบัญชีสำ หรับสมาชิกที่จะโอนเงินเข้าที่ ธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ยังมีปัญหาอยู่ และจะพยายามดำ เนิน การว่าจะเป็นไปได้เพียงใด - ส่วนในเรื่องการจัดเก็บค่าสมาชิกนั้นในรายละเอียด ว่าจะจัดเก็บแบบไหนนั้นยังไม่ชัดเจน เพราะสมาชิกยังไม่คงที่ เพียงมีแค่ ๑๓ วัด เท่านั้น ในอนาคตคงจะมีการจัดทำ ราย ละเอียดในด้านนี้ให้ชัดเจน หากสมาชิกเพิ่มขึ้น - - การจัดพิมพ์ใบอนุโมทนาบัตรของสหภาพฯ ตอนนี้ กำลังดำ เนินการอยู่ และการจ่ายเงินค่าสมาชิกนั้น สามารถจ่ายได้ในครั้งนี้และการมาประชุมในแต่ละครั้ง - ในการประชุมครั้งนี้ส.ธ.ย. จะให้การสนับสนุนวัด ธรรมวิหารที่รับเป็นเจ้าภาพจำ นวน ๒,๐๐๐ ยูโร เช่นเดียวกับ การประชุมแต่ละครั้งที่ผ่านมา - เราควรกำ หนดช่วงเวลาจ่ายค่าสมัครสมาชิกให้ แน่นอน เมื่อถึงเวลากำ หนดขอให้กองงานเลขานุการออก หนังสือเตือนไปยังสมาชิกท่านนั้นๆ ต่อไป - ส่วนยอดเงินที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของเหรัญญิก ขณะนี้มีจำ นวน ๑๐,๑๒๐ ยูโร, ๕๔,๓๕๐ โครนนอร์เวย์, ๕๕๐ โครนเดนมาร์ค, ๑,๖๑๐ ฟรังค์สวิส, และ ๑๐,๐๙๖ บาท. วาระที่ ๖ การดำ เนินงานของแผนกประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ชี้แจงว่า - เรื่องการทำ เวบไซด์ได้ดำ เนินการไปแล้ว - เรื่องทำ หนังสือวารสารฉบับต่อไปยังไม่ได้ดำ เนิน การอีก เพราะคิดว่ามีเฟสบุ๊คมาทดแทนอยู่ วาระที่ ๗ เรื่องอื่นๆ - พระเทพกิตติโมลี ขอให้เจ้าอาวาสและประธาน สมาคมหรือผู้แทนสมาคมต่างๆ ในนามสมาชิกสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปแนะนำตัวเอง - พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ขอให้พระธรรมทูต ทุกท่านสมัครสมาชิกประเภทสามัญองค์กรและสามัญบุคคล เข้ามามากๆ เพื่อสิทธิประโยชน์ของท่าน แล้วส่งมาที่กองงาน เลขานุการ - พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีขอให้แต่ละท่าน ช่วยกรอกเอกสารสำ รวจการปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูต ไทยในสหภาพยุโรป คืนที่ท่าน - พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ขอให้ผู้ที่จะเสนอ ตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมสมัยสามัญในปีหน้าแจ้งความ ประสงค์ได้ที่คณะกรรมการบริหารทุกท่าน - พระมหาพยอม สุทสฺสโน พรุ่งนี้ขอนิมนต์/เชิญพระ ธรรมทูตและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านไปเยี่ยมชมและร่วมฉัน ภัตตาหารเพลที่วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน โดยมีรถบัสใหญ่ ออกเดินทางจากโรงแรมที่พักเวลา ๐๗.๐๐ น. จบแล้ว ประธานในพิธีกล่าวขอบคุณอุโมทนาแก่ทุก ท่านที่เข้าร่วมประชุมพร้อมกับอนุโมทนากับวัดธรรมวิหาร โดยการนำของพระมหาทองนาค นาควโร เจ้าอาวาส คณะ สงฆ์ โดยการนำของพระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ประธานที่ปรึกษาวัดพุทธวิหาร ธรรมวิหาร สังฆวิหาร และวัด ธรรมกิตติวงศ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะแม่ครัว เป็นต้น และกล่าวปิดการประชุม


127 ประชุมวันที่ ๒๔.๗.๕๗ เวลา ๒๐.๐๐-๐๑.๐๐ น. ประชุมวันที่ ๒๕.๗.๕๗ เวลา ๐๙.๐๐-๑๑.๓๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานกล่าวต้อนรับ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการสหภาพฯ กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล เข้าสู่ วาระการประชุม พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปและประธานการประชุม กล่าว เปิดและได้มอบหมายให้พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ ดำ เนินการประชุมแทน พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้กล่าวอนุโมทนา คณะกรรมการบริหารทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ จากนั้น ได้มอบหมายให้พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ดำ เนินการประชุมตามวาระการประชุม ต่อไป พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้กล่าวถึงการประชุม สมัยวิสามัญในวันนี้ เพื่อสรุปเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ สำ หรับการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ ณ วัดธัมมปทีป เมืองแมเคเลิ่น ประเทศเบลเยียม ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๓ และ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ วาระที่ ๒ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี เจ้าภาพจัดการ ประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ชี้แจงต่อที่ประชุม พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส นิมนต์ให้พระครูวินัยธร สมศักดิ์ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมได้ชี้แจงการจัดเตรียม งานประชุมสมัยสามัญประจำ ปี๒๕๕๗ เพื่อให้ที่ประชุมคณะ กรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ได้รับทราบความคืบหน้าในการจัด เตรียมงานในด้านต่างๆ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ ได้ชี้แจงต่อที่ ประชุมโดยสรุปได้ดังนี้ วัดธัมมปทีป ในนามเจ้าภาพจัดการประชุมได้ดำ เนินการ เรื่องสำคัญแล้ว ดังนี้ - ได้จองโรงแรมแล้ว จำ นวน ๓๕ ห้อง ในวันที่ ๒๓- ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ ราคา ๕๘๖๔.๖๐ ยูโร แต่คิดว่ายังไม่ เพียงพอ เพราะพระมหาเถระ และพระธรรมทูตจากประเทศ ต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมงานได้แจ้งการเดินทางทั้งเวลามาและ เวลากลับที่ต่างกัน - โรงแรมที่พักชื่อ CROWNE PLAZA ANTWERPEN Gerard Le Grellelaan ๑๐, B-๒๐๒๐ Antwerp - เจ้าภาพได้จองห้องประชุมแล้ว สำ หรับการประชุม ๒ วัน คือ วันที่ ๒๒-๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ ราคาประมาณ ๑,๘๐๐ ยูโร ซึ่งประกอบด้วยห้องต่างๆ ดังนี้ - ห้องประชุมใหญ่ นั่งได้ประมาณ ๔๐๐ คน สำ หรับ ใช้ในพิธีเปิด - ห้องประชุมของ ส.ธ.ย. คิดว่า จัดประชุมนั่งได้ ประมาณ ๗๐ คน - ห้องประชุมเล็ก จัดโต๊ะฉันอาหารสำ หรับพระเถระ ๓ โต๊ะ โต๊ะละ ๖ รูป รวม ๑๘ รูป - ห้องฉันภัตตาหารเพล คิดว่า ๕๐ รูป นั่งได้สบาย ส่วนพระเถระจะจัดถวายห้องติดกับห้องประชุม - ห้องเล็ก สำ หรับจุดวางน้ำดื่ม สำ หรับถวายพระ มหาเถระ พระธรรมทูต และเลี้ยงญาติโยม - สถานที่จัดการประชุม Meeting’s place : Frederik de Merodestraat ๑๘, B-๒๘๐๐ Mechelen (‘Groot Seminarie’ Diocesaan Pastoral Centrum Mechelen) ในการสนับสนุนการจัดการประชุมในครั้งนี้พระมหา ทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนีได้ปวารณาถวายปัจจัย จำ นวน ๒,๐๐๐ ยูโร [ ๒.๑๑ การประชุมวิสามัญ ๑/๒๕๕๗ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ ณ วัดสันติวราราม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วันที่ ๒๔-๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗


128 (สองพันยูโรถ้วน) เพื่อเป็นค่าเช่าห้องประชุม และท่านพระ มหาจำ เริญ เขมวีโร ประธานสงฆ์วัดพุทธวิหาร กรุง อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ปวารณาถวายปัจจัย จำ นวน ๒,๐๐๐ ยูโร (สองพันยูโรถ้วน) เพื่อเป็นค่าเช่าโรงแรม ที่พักจำ นวน ๕ ห้อง ในระยะเวลา ๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๑-๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ เพื่อให้คณะกรรมการจัดเตรียมงานการ ประชุมได้พักผ่อนก่อนเตรียมงานต่างๆ ตามหน้าที่รับผิดชอบ ที่ประชุมรับทราบและอนุโมทนาบุญด้วย พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีได้เรียนปรึกษาที่ ประชุมโดยสรุป ดังนี้ เรื่องการถวายค่าเดินทางพระมหาเถระที่เดินทางมา ร่วมประชุม และที่ประชุมมีมติโดยสรุปได้ดังนี้ พระพรหมวชิรญาณ วัดธัมมปทีป เป็นเจ้าภาพจัดถวาย พระพรหมสุธี ส.ธ.ย รับเป็นเจ้าภาพจัดถวาย พระเทพวิสุทธิโมลี วัดธัมมปทีป เป็นเจ้าภาพจัดถวาย พระกิตติโสภณวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม เป็นเจ้าภาพถวาย พระธรรมกิตติวงศ์ วัดพุทธวิหาร เป็นเจ้าภาพจ่าย ค่าเครื่องบิน วัดธัมมปทีป ค่าเครื่องไทยธรรม ส่วนคณะพระมหาเถระ และคฤหัสถ์ผู้ติดตามจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา นั้นที่ประชุมให้พิจารณาจัดถวายตาม กำลังศรัทธา และให้พิจารณาเป็นรายรูปต่อไป ซึ่งจะนำ เสนอ พระมหาเถระเพื่อพิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีได้ชี้แจงรายงานต่อ ที่ประชุม เพื่อขอคำ ปรึกษาและขอมติในที่ประชุม เรื่องการ ถวายการต้อนรับคณะพระเถระจากประเทศต่างๆ ผู้เดินทาง มาร่วมประชุมโดยสรุป ดังนี้ ๑. ผู้รับผิดชอบกลุ่มของพระพรหมวชิรญาณ คือ (รอคำตอบเรื่องวีซ่าไปอังกฤษ) ๒.ผู้รับผิดชอบกลุ่มของพระพรหมสุธีคือ พระมหา พยอม สุทสฺสโน ๓. ผู้รับผิดชอบกลุ่มของพระราชญาณกวีคือ พระ มหาจำ เริญ เขมวีโร ๔. ผู้รับผิดชอบกลุ่มของพระกิตติโสภณวิเทศ คือ ….. ๕. ผู้รับผิดชอบกลุ่มของพระเทพวิสุทธิโมลีคือ ….. ๖. ผู้รับผิดชอบกลุ่มของคณะพระสงฆ์จากอเมริกา คือ ….. รายชื่อพระมหาเถระ และพระธรรมทูตจากอเมริกา ที่ได้แจ้งการเดินทางมาร่วมประชุม ๑. พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาพระสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกา ๒. พระวิเทศธรรมกวี ๓. พระครูสิริอรรถวิเทศ ๔. พระศรีญาณวิเทศ ๕. พระมหาจรรยา คงจินดา ๖. พระมหานรินทร์นรินฺโท ๗. พระมหาชนภัทร ตู้แก้ว พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้ให้คำแนะนำว่า ในเบื้องต้น ขอให้ทางวัดธัมมปทีป ได้ดำ เนินการดูแลถวาย การต้อนรับในเขตประเทศเบลเยียมก่อน ถ้าหากท่านพระ เถระที่มาร่วมประชุมมีความประสงค์อื่นใด ก็ให้พระคณะ กรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ในประเทศนั้นๆ ที่ท่านประสงค์จะ เดินทางไป ได้ถวายการต้อนรับตามความจำ เป็นและเหมาะ สมต่อไป เรื่องการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบช่วยเหลือการจัด ประชุม และถวายการต้อนรับพระมหาเถระทั้งก่อนและหลัง จากงานประชุม - คณะพระพรหมวชิรญาณ - คณะพระพรหมสุธี - คณะพระราชญาณกวี - คณะพระกิตติโสภณวิเทศ - คณะพระเทพวิสุทธิโมลี - คณะพระมหาเถระจากประเทศสหรัฐอเมริกา วาระที่ ๓ แจ้งความคืบหน้าการส่งหนังสือเชิญบุคคลและ หน่วยงานต่างๆ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ว่า ในการประชุมวางแผนการทำ งานเป็นกรณีพิเศษที่วัดธัมม ปทีป เบลเยียม เมื่อวันที่ ๒๗-๒๘ พฤษภาคม ได้มีมติทำ กำ หนดการประชุมสมัยสามัญ และนิมนต์/เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมตามเอกสารที่แนบ


129 ได้ส่งโครงการและหนังสือนำ ขอการสนับสนุนการ ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ ไปยัง ๓ หน่วยงาน คือ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณฯ สำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติและกรมการศาสนา ซึ่งแล้วแต่หน่วยงานนั้นๆ จะ พิจารณาช่วยเหลือ ๔. การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการประชุมสมัยสามัญครั้ง ที่ ๘/๒๕๕๗ พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีได้เรียนปรึกษาและ ขอมติที่ประชุมเรื่องการแต่งตั้งให้คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ดูแล รับผิดชอบในส่วนงานต่างๆซึ่งที่ประชุมได้แต่งตั้ง พระธรรมทูตผู้บริหาร ส.ธ.ย. ในส่วนหัวหน้าต่างๆ โดยสรุปได้ ดังนี้ ๑. แผนกจัดสถานที่ศาสนพิธี(พิธีกร)และแสงสีเสียง พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธี พระครูสิริธรรมประทีป พระมหาทองนาค นาควโร พระมหาวิทยา อภิชฺชโว ๒. แผนกบันทึกเสียง ถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอ พระมหาสราวุธ วุฒิสาโร นายวิเชียร ทองมุก ๓. แผนกที่พัก (โรงแรม) พระครูปลัดสมพงษ์ กนฺตธมฺโม พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม ๔. แผนกรับส่งพระเถระ(สนามบิน สถานีรถไฟ) พระมหาจำ เริญ เขมวีโร พระครูสุตพุทธิธัช ๕. แผนกต้อนรับ ปฏิคม (พระสงฆ์) พระเทพพุทธิมงคล พระเทพกิตติโมลี พระครูวิเทศธรรมวิทิต พระครูกิตติธรรมวิเทศ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ๖. แผนกอาหารถวายพระสงฆ์ พระครูกิตติธรรมวิเทศ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ๗. กองอำ นวยการ สูจิบัตร ประชาสัมพันธ์ ทำ บัตร ๘. แผนกการเงิน พระครูกิตติธรรมวิเทศ ๕. การจัดทำสูจิบัตรการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้ชี้แจงว่าจะรวบรม ข้อมูลในการประชุมครั้งนี้เพื่อจัดพิมพ์เป็นสูจิบัตรสำ หรับแจก ผู้มาร่วมประชุม และจะพยายามทำ ให้เสร็จก่อนงาน เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดความล่าช้าอย่างปีที่แล้ว โดยผู้รับผิดชอบจะ เป็นกองงานเลขานุการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ส.ธ.ย. ๖. แจ้งความคืบหน้าการพิมพ์หนังสือฐานข้อมูล ส.ธ.ย. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้ชี้แจงเอกสารที่ แนบมา เรื่องโรงพิมพ์ชื่อ บริษัท ซีโน พับลิชชิ่ง แอนด์แพค เกจจิ้ง จำกัด ๒๘ ซอยลาดพร้าว ๓๕ ถนนลาดพร้าว แขวง จันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ : ๐ ๒๙๓๘ ๓๓๐๖-๘, ๐ ๒๙๓๘ ๒๔๘๐-๑ โทรสาร : ๐ ๒๙๓๘ ๐๑๘๘ E-mail : [email protected] or [email protected] ได้รับการแนะนำจากพระครู ปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร ตามเอกสารที่แนบมา ดังนี้ - ชื่อหนังสือว่า “ระบบฐานข้อมูลวัด องค์กร และ พระธรรมทูตในสังกัดสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป - พิจารณาเรื่องปกที่โรงพิมพ์เสนอมา ๔ แบบ แต่ที่ ประชุมมีมติไม่เห็นด้วย และได้ช่วยกันระดมความ คิดเห็นว่า น่าจะเป็นอย่างไร เสร็จแล้วให้ตั้งคณะกรรมการออกแบบมา ใหม่ ที่ประชุมได้มอบหมายให้พระมหาพยอม สุทสฺสโน และ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ออกแบบปกหนังสือ ตามข้อคิดเห็น และมติของที่ประชุมฯ - พิจารณาแผนผังการบิหารงาน ส.ธ.ย. ที่ประชุมมี มติเลือก ๕ แบบ แต่มีที่แก้ไขเล็กน้อย - คำ ปรารภพระเทพพุทธิมงคลและพระเทพกิตติโมลี ตลอดถึงคำ นำกองงานเลขานุการเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้รอคำ ปรารภของพระครูวิเทศธรรมวิทิต และพระพรหมสุธี


130 - เรื่องใบเสนอราคาพิมพ์จำ นวน ๑,๐๐๐ เล่ม ราคา รวมค่าภาษีแล้ว ๙๔,๑๖๐ บาท อาจถูกหรือแพงกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจำ นวนหน้า เราสามารถต่อรองได้ในภายหลัง - รายชื่อฐานข้อมูลควรมีเฉพาะส่วนสำคัญๆ ของวัด และองค์เท่านั้น ส่วนข้อมูลบุคคลนั้นขอให้นำ รวบรวมพิมพ์ลง ในแบบสำ รวจพระอยู่จำ พรรษา เพื่อให้หนังสือเล่มเล็กลง ทำ ให้ราคาถูกและมีมาตรฐานยิ่งขึ้น - เอกสารที่แนบมาเรื่องฐานข้อมูลประเภทสามัญ องค์กรมี๗๘ วัด ส่วนประเภทสามัญบุคคลมี๑๕ รูป ๗. พิจารณากำ หนดการการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส แจ้งว่า พระเดช พระคุณพระพรหมสุธีจะมาร่วมประชุมด้วย ในกำ หนดการ ไม่ได้ระบุเอาไว้ เพื่อถวายเกียรติท่านจึงมีมติแก้กำ หนดการ ถวายให้ท่านบรรยายสรุปในตอนท้าย นอกนั้นให้คงไว้ตาม เดิม พระครูวินัยธร สมศักดิ์ แจ้งว่า พระมหาเถระทั้ง ๒ รูป คือ พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณและพระเดช พระคุณพระพรหมสุธี ต้องการให้คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. เข้าพบ เพื่อปรึกษาหารือการทำ งานเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาในทวีปยุโรป ที่ประชุมเห็นว่าควรหาเวลาหลังจาก ประชุมเสร็จวันที่ ๒๔ เข้ากราบเรียนท่าน ๘. เรื่องการเปิดบัญชี ส.ธ.ย. ในส่วนแผนกการเงินนั้น พระครูกิตติธรรมวิเทศ ได้ ชี้แจงว่า เรื่องการเปิดบัญชียังมีข้อติดขัดอยู่ยังไม่สามารถเปิด บัญชีได้จึงขอให้ทางวัดในเยอรมัน (พระมหาพยอม สุทสฺสโน) ได้ศึกษาหาข้อมูลเพื่อเปิดบัญชีในนามองค์กร และให้รายงาน ต่อที่ประชุมสมัยสามัญ ต่อไป ส่วนยอดเงินที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของเหรัญญิก ขณะนี้๑๐,๑๒๐ ยูโร, ๕๔,๓๕๐ โครนนอร์เวย์, ๕๕๐ โครน เดนมาร์ค, ๑,๖๑๐ ฟรังค์สวิส, และ ๑๐,๐๙๖ บาท. ๙. เรื่องอื่น ๆ (๑) ก่อนเปิดประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ได้ ทำ สามีจิกรรมแด่พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานคณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. เนื่องในเทศกาลเข้า พรรษาตามประเพณี (๒) พระครูวินัยธร สมศักดิ์ เสนอว่าในการประชุม ครั้งนี้ท่านรับหน้าที่หนักมาก คงลงไปทำ งานทุกอย่างไม่ได้ ขอให้คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ไปช่วยงานก่อนล่วงหน้า โดยเฉพาะพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอให้ไปเป็น ผู้รับแขกทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่วัดจะเหมาะสมที่สุด (๓) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้เสนอต่อที่ ประชุมพิจารณาว่า ในการประชุมใหญ่สามัญประจำ ปี ที่จะ เชิญพระมหาเถระ หน่วยงานต่างๆจากประเทศต่างๆเข้าร่วม ประชุมกำ หนดภายใน ๓ ปีกล่าวคือในทุกๆ ปีก็มีการประชุม เฉพาะพระธรรมทูต ส.ธ.ย. หลังจากนั้นในทุกปีที่ ๓ จึงนิมนต์ พระมหาเถระ พระธรรมทูต และองค์กรต่างๆ เข้าร่วมการ ประชุม เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ที่ประชุมมิได้คัดค้าน (๔) พระครูวิเทศธรรมวิทิต ได้กล่าวให้การสนับสนุน ความคิดเบื้องต้นนั้น และได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า หลังจากจัดการประชุมใหญ่ที่วัดธัมมปทีปเสร็จแล้ว เราควร นัดประชุมกันอีกครั้ง ภายในเวลา ๑ เดือน ส่วนการกำ หนด สถานที่แน่นอนนั้นกองงานเลขานุการจะเรียนถวายคณะ กรรมการอีกครั้ง และควรจัดให้มีการประชุมสรุปผลของการ ประชุมประจำ ปีนั้นๆ ทุกครั้งไป (๕) พระครูวินัยธร สมศักดิ์ เสนอว่าในการประชุม ครั้งนี้จะมีสื่อมวลชนมาทำข่าวมากมาย ขอให้พระเดช พระคุณพระเทพกิตติโมลี เป็นผู้ให้ข้อมูลเพียงรูปเดียว เพื่อ ความเป็นเอกภาพขององค์กร ส.ธ.ย. (๖) พระมหาทองนาค นาควโร เสนอว่า หลังจากการ ประชุมเสร็จทุกครั้งควรมีการสรุปประเด็นสำคัญประมาณ ๓ เดือน เพื่อนำ ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม (๗) พระครูวินัยธร สมศักดิ์ เสนอที่ประชุมเพื่อ พิจารณามอบรางวัลเกียรติคุณเชิดชูเกียรติแก้ผู้ทำ คุณ ประโยชน์ในการประชุมครั้งนี้


131 (๘) ที่ประชุมมีมติเสนอพระธรรมทูตที่มีความเหมาะ สมให้ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะในโควต้าของ ส.ธ.ย. ๑ ท่าน คือ พระมหาพยอม สุทสฺสโน เพื่อให้มหาเถรสมาคม พิจารณาและเพื่อเป็นบรรทัดฐานขององค์กรในปีต่อไป โดย ขอให้ผู้ได้รับการคัดเลือกส่งประวัติและผลงานมาที่พระครู วินัยธร สมศักดิ์เพื่อให้ประธานทำ หนังสือนำสืบต่อไป (๙) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี แจ้งว่าจะมี การประชุมคณะพระธรรมทูตและประธานสมาคมที่อยู่ในเขต ปกครองที่ ๒ ในวันที่ ๗-๘ สิงหาคม ศกนี้เพื่อปรึกษาหารือใน การปฏิบัติศาสนกิจร่วมกัน โดยทุกท่านสามารถเข้าร่วม ประชุมได้และได้ทำ หนังสือขออนุญาตและอาราธนาพระเดช พระคุณพระเทพพุทธิมงคลไปเป็นประธานด้วย (๑๐) พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ขณะนี้มีวัดอยู่ใน ประเทศฮังการี จะให้อยู่ในเขตปกครองใด ที่ประชุมมีมติให้ อยู่ในเขตปกครองที่ ๑ พระครูธรรมธร ไพทูล ขอให้ตั้งคณะกรรมการ ปกครองประจำ เขต ที่ประชุมมีมติดังนี้ เขตปกครองที่ ๑ พระเทพพุทธิมงคล ประธานเขตปกครองที่ ๑ พระสุธีญาณวิเทศ รองประธานฯ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร กรรมการ พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีกรรมการและเลขานุการ เขตปกครองที่ ๒ พระเทพกิตติโมลี ประธานเขตปกครอง ที่ ๒ พระมหาพยอม สุทสฺสโน รองประธานฯ พระครูกิตติธรรมวิเทศ กรรมการ พระมหาทองนาค นาควโร กรรมการ พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย กรรมการ พระครูปลัดสมพงษ์กนฺตธมฺโม กรรมการ พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม กรรมการ พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ กรรมการ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส กรรมการและเลขานุการ เขตปกครองที่ ๓ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ประธานเขตปกครองที่ ๓ พระครูศรีญาณวิเทศ รองประธานฯ พระครูวิเทศสิริธรรม กรรมการ พระมหาเสถียร สถิโร กรรมการ พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม กรรมการ พระครูพิศิษฐ์สรภาณ กรรมการ พระครูสุตพุทธิธัช กรรมการและเลขานุการ ที่ประชุมมีมติร่วมกันโดยเอกฉันท์ว่า ให้คณะ กรรมการบริหารของส.ธ.ย. จัดผ้าป่าฯไปร่วมถวายสนับสนุน องค์กร ส.ธ.ย. ในปีนี้กำ หนดไว้วัดละ ๑,๐๐๐ ยูโร ส่วนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้กำ หนดเอาวันคล้ายเกิดพระเดชพระคุณพระ เทพพุทธิมงคล โดยกำ หนดเอาวันเสาร์๗ กุมภาพันธ์๒๕๕๘ เป็นวันจัดทำ บุญฉลองอายุวัฒนมงคลและจัดต้นผ้าป่าสามัคคี เป็นกองทุนสนับสนุน ส.ธ.ย. และในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ กำ หนดเอาวันคล้ายวันเกิด พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ในวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ (๑๑) พระครูธรรมธร ไพทูล ได้รับทราบมาว่า การที่ เราจัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปีในช่วงเข้าพรรษาอาจไม่ เหมาะสมในสายตาของญาติโยมที่ไม่เข้าใจในพระธรรมวินัยดี พอ เพราะเห็นว่าพระสงฆ์ยังมีการเดินทางในช่วงเข้าพรรษา ที่ประชุมเห็นว่าควรจัดในช่วงเดิม เพราะก่อนเข้าพรรษาทุก วัดมีงานยุ่งมาก (๑๒) เรื่อง facebook ที่ประชุมเห็นว่า ถ้าของเดิม เปิดเข้าไปใช้ไม่ได้ ขอให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เปิดขึ้นมาใหม่ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร ส.ธ.ย. ต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานในพิธี กล่าวขอบคุณทุกๆ รูปที่เสียสละมาร่วมประชุมและกล่าวปิด ประชุม พระเทพพุทธิมงคล ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ประธานในที่ประชุม พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีผู้ช่วยเลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้บันทึกการประชุม พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้ตรวจทานบันทึกการประชุม


132 เริ่มประชุมเวลา ๑๓.๓๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส อาราธนาพระเดช พระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และท่านได้ มอบหมายให้พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี รองประธาน สหภาพฯ รูปที่ ๑ ดำ เนินการต่อไป วาระที่ ๒ พิจารณารับรองการประชุมครั้งที่ผ่านมา (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖) พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ร อ ง ป ร ะ ธ า น สหภาพฯ รูปที่ ๑ กล่าวขอบพระคุณแก่พระมหาเถรานุเถระ และอนุโมทนาแก่แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุม โดยขอให้ที่ ประชุมแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อ องค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในต่างประเทศสืบต่อไป วาระนี้ขอให้ผู้เข้า ประชุมพิจารณาวาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ ที่วัดธรรมวิหาร ประเทศเยอรมนีซึ่งท่านพระ มหาทองนาค นาควโร รับเป็นเจ้าภาพ ที่ประชุมตั้งข้อสังเกต คำว่าที่ระบุว่า “ครั้งที่ ๘/๒๕๕๗” ว่าควรจะใช้คำว่าอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าหมายถึงปีพ.ศ. ๒๕๕๗ นี้มีการ ประชุมมาแล้ว ๗ ครั้ง หรือว่าตั้งแต่มีการก่อตั้งสหภาพขึ้นมา มีการประชุมสมัยสามัญมาแล้วเป็นครั้งที่ ๘ ในปีพ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ ที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย สรุป แล้วให้ใช้คำว่า การประชุมครั้งที่ ๘ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มีมติ รับรองข้อความนี้ วาระที่ ๓ เรื่องนำ เสนอเพื่อพิจารณาในประเด็นต่างๆ ของ การ บริหาร ส.ธ.ย. ตามลำ ดับ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ได้เรียนที่ประชุมว่า การประชุมที่วัดธรรมวิหาร เยอรมนี เมื่อปีที่แล้วมีการเลือก ตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยท่านได้รับเลือกตั้งให้เป็น เลขานุการ ส.ธ.ย. ที่ประชุมเสนอว่าให้เลือกตั้งเฉพาะหัวหน้า เท่านั้น ส่วนผู้ช่วยให้พิจารณาเสนอชื่อขึ้นมาเอง ต่อมาเมื่อมี การประชุมสมัยวิสามัญที่วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์จึงมีการ เสนอชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมเข้ามาอีก ๔ ท่าน พระครูสุตพุทธิ ธัช พระครูวินัยธรสมศักดิ์สกฺกเมธีพระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม พระครูสุตพุทธิรัตน์ ส่วนพระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาทีเป็นผู้ ช่วยเลขานุการประจำสำ นักงานกลาง ส.ธ.ย. วัดศรีนครินทรว ราราม ที่ประชุมเห็นว่าให้คงไว้ตามเดิม ส่วนการดำ เนินงานนโยบายที่ให้ไว้ต่อที่ประชุมสมัย สามัญเมื่อปีที่แล้วมีหลายอย่าง ส่วนมากเป็นงานด้านเอกสาร แบบฟอร์มต่างๆ เช่น หนังสือออก ใบสมัคร ระเบียบการ ประชุม โครงการขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุม เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีการดำ เนินงานตามลำดับ ดังนี้ ๓.๑.๑ โครงการสำ รวจเก็บข้อมูลวัดต่างๆ ในนาม สมาชิก ส.ธ.ย. และวัดในการกำกับดูแลของ ส.ธ.ย. พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ที่ผ่านมาถึงขณะนี้ได้ ดำ เนินการจัดเก็บข้อมูลของวัดในเขตปกครองจนสามารถ รวบรวมได้เป็นรูปเล่มตามที่ทุกท่านได้รับแล้วนี้เดิมทีตั้งใจจะ พิมพ์เป็นรูปเล่มถาวรแล้วนำ มาแจกในงานนี้ แต่ทางโรงพิมพ์ แจ้งว่าไม่สามารถทำ ให้เสร็จได้ทัน นับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็น วิกฤติแต่ก็ให้ถือว่าเป็นโอกาส คือ เราจะได้ตรวจสอบข้อมูล ความถูกต้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะนำส่งโรงพิมพ์ต่อไป ฉะนั้น ขอให้ทุกท่านตรวจแก้ไขแล้วส่งกลับมาที่ท่านในวันนี้ หรือทางอีเมล์ก็ได้ ๓.๑.๒ โครงการสำ รวจการปฏิบัติศาสนกิจของพระ ธรรมทูตในทวีปยุโรป ทางกองงานเลขานุการได้ออกแบบ ฟอร์ม เพื่อให้สมาชิกได้กรอกว่าในแต่ละปีและแต่ละวัดมีพระ ธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจกี่รูป แต่ในปีที่ผ่านมายังได้รับความ ร่วมมือจากสมาชิกจำ นวนน้อยอยู่ แต่จะพยายาม ประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านเห็นความสำคัญต่อไป ๓.๑.๓ โครงการเก็บข้อมูลการดำ เนินกิจกรรมต่างๆ ของวัดนั้นๆ พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า เป็นโครงการที่ [ ๒.๑๒ การประชุมสามัญฯ ๘/๒๕๕๗ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจำ ปี ๘/๒๕๕๗ ณ วัดธัมมปทีป เมืองแมเคเลิ่น ราชอาณาจักรเบลเยียม วันที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗


133 เกี่ยวโยงกับข้อข้างบน เมื่อการสำ รวจยังไม่ได้ผลเต็มที่ก็ทำ ให้ การเก็บข้อมูลก็ยังไม่สมบูรณ์เหมือนกัน ๓.๑.๔ โครงการตรวจเยี่ยมวัดต่างๆ ในเขตการ ปกครอง พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ในเขตการปกครอง ต่างๆ ยังไม่ได้มีการดำ เนินการอย่างจริงจัง ๓.๑.๕ โครงการรวบรวมข้อมูลของวัดต่างๆ และ ถวายรายงานการปฏิบัติ ศาสนกิจของวัดต่างๆ ต่อคณะสงฆ์ และองค์กรที่รับผิดชอบในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่าง ประเทศ พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า เป็นโครงการที่เกี่ยว โยงกับข้อข้างบนอีกเช่นกัน ๓.๑.๖ โครงการคัดเลือกวัดในเครือสมาชิก ส.ธ.ย. เพื่อขอความอุปถัมภ์จากสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ธรรมดาทุกๆ ปีสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติจะส่งหนังสือและแบบฟอร์มสำ หรับ ขอเงินสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ มาที่ประธาน ส.ธ.ย. จากนั้น ท่านก็จะส่งให้แต่ละเขตดำ เนิน การกันเอง ที่ผ่านมา เขตปกครองที่ ๒ จะส่งเอกสารชุดนี้ไปให้ วัดในเขตปกครองกรอกแล้วส่งกลับมาที่วัดศรีนครินทรฯ จาก นั้น ทางสำ นักงานกกลางก็จะทำ หนังสือและแนบข้อมูลของ แต่ละวัดส่งไปยังสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อม กับส่งสำ เนาถึงวัดต่างๆ ต่อไป ส่วนการให้เงินสนับสนุนนั้นก็ ขึ้นอยู่กับสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะพิจารณาตาม ความเหมาะสม ช่วงนี้พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอให้ทุก ท่านแนะนำตัวเองตั้งแต่พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. ไปตามลำดับจนครบทุกรูป ซึ่งมีก า รแสดง ความคิดเห็นที่น่าสนใจดังนี้ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ แสดงความคิดเห็นว่า ท่าน เคยอยู่ปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ชี. ประเทศ อเมริกามาหลายปี ไม่เคยคิดจะมาอยู่ที่ยุโรป เพราะท่าน พระครูสิริอรรถวิเทศได้แนะนำ ให้ไปเรียนภาษาจีนและดำ เนิน การขอวีซ่าให้ไปเรียนต่อที่ประเทศไต้หวัน แต่เมื่อเดินทาง กลับมาวัดต้นสังกัดก็ได้รับคำสั่งจากพระเดชพระคุณพระพุทธิ วงศมุนี ให้มาดำ เนินการสร้างวัดธัมมปทีป แม้พระเดช พระคุณท่านจะมรณภาพแล้ว พระเดชพระคุณเจ้าอาวาสรูป ต่อมาคือ พระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธิโมลีก็ได้ให้การ สนับสนุนในสร้างวัดเป็นอย่างดี และเคยแนะนำ ให้กลับเมือง ไทยมีหน้าที่ตำแหน่งให้ทำ งาน แต่ก็ขอขัดคำสั่งท่าน เพราะ เคยรับปากกับหลวงพ่อแล้วว่าจะทำ ให้ดีที่สุด แม้แต่พระเดช พระคุณพระพรหมวชิรญาณ ท่านได้สั่งคนมาบอกและมี หนังสือนิมนต์ให้ไปอยู่ที่ประเทศใหญ่กว่าเบลเยียม แต่ก็ขัดคำ สั่งท่านเช่นกัน ที่พูดเช่นนี้เพราะว่า ถ้าท่านไม่เสียสละอย่าง มากพองานพระศาสนาที่เริ่มต้นก็จะไม่สำ เร็จดั่งที่ต้องการ และจะเป็นการเสียของเปล่าๆ ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่าท่านมาอยู่ประเทศเบลเยียม กว่าจะได้วีซ่าถาวรต้องใช้เวลา ๕ ปีต้องเสียเงินเพื่อจ่ายภาษี เพื่อจะได้วีซ่าถูกต้องตามกฎหมาย ปีละ ๑ ล้านบาท รวมแล้ว ๕ ปีเป็นเงิน ๕ ล้านบาท ท่านมีพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติโมลี เป็นต้นแบบท่านขยันขันแข็งเชื่อว่าถ้าท่าน อยู่ที่แห้งแล้ง ที่นั้นก็จะมีน้ำสมบูรณ์ ถ้าที่ไหนลำ บากก็จะพา บริวารสบายในที่สุด ที่ผ่านมา ส.ธ.ย. ไม่ค่อยเจริญเท่าที่ควร เพราะเราพูดมากไป แต่ไม่ทำ ฉะนั้น เราควรทำ ให้มาก แต่พูด ให้น้อย เอกสารการสรุปเป็นมติที่ประชุมถ้าไม่ได้นำ ไปทำก็ เป็นแค่เศษกระดาษ ท่านเสนอว่า การสร้างวัดควรจะเป็นประโยชน์ใน ๓ ประเด็นหลัก คือ ๑. สร้างวัดให้วัดเป็นประโยชน์ต่อชุมชนคนไทยที่อยู่ อาศัยในประเทศนั้นๆ เรียกว่า รักษาศรัทธาเก่า ๒. สร้างวัดให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อคนพื้นเมือง คนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ เรียกว่า สร้างศรัทธาใหม่ ให้ พวกเขามาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของงานเรา ได้ ประโยชน์จากวัดในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติ ธรรม การเรียนธรรม เพื่อการประยุกต์ใช่ในวิถีชีวิตประจำวัน และที่สุดแล้ว ชาวพื้นเมืองจะช่วย รักษาดูแลพระศาสนาใน ประเทศของเขา ๓. เมื่ออยู่ปฏิบัติศาสนกิจ ณ ประเทศไหนก็ตาม ต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ อย่างเคร่งครัด โดย เฉพาะอย่างยิ่งการบริหารวัดวาพระศาสนามีการสร้างศาสน วัตถุและอื่นใด ต้องให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของประ เทศนั้นๆ อย่างถูกต้องด้วย เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต อย่างไรก็ตามพระธรรมทูตเราเองก็ต้องมีความอดทน เข้มแข็ง เสียสละ เข้าใจกฎหมายของประเทศที่อยู่ปฏิบัติศาสนกิจ พร้อมทั้งเป็นนักบุญและนักบริหารแบบ A chief executive officer (CEO) ด้วย


134 ถ้าต้องการให้องค์กร ส.ธ.ย. ของพวกเราเข้มแข็งเรา ต้องปฏิวัติปฏิรูป และปฏิเสธ ในการบริหารเรื่องต่างๆ ด้วย หลายรูปพูดดีพูดเก่ง แต่ไม่ค่อยทำ งาน ท่านประทับใจในการ ตัดสินใจของพระมหาทองทอง นาควโร และพระมหาจำ เริญ เขมวีโร ที่ตัดสินใจช่วยเหลือการประชุมครั้งนี้ท่านละ ๒,๐๐๐ ยูโร อย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ในการประชุมครั้งนี้มีอะไรดีๆ ก็ขอมอบให้ ทุกๆ ท่าน แต่ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องก็ขอรับไว้พิจารณา ปรับปรุงแก้ไข เพื่อจะทำ ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต พระเดชพระคุณพระโสภณวชิราภรณ์รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร. ได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อประกอบ การพิจารณาว่า ถ้าดูจากปฏิญญาพุทธคยา ซึ่งมีช่องทางที่จะ ให้องค์กรของเราเข้มแข็ง ๑. เราแยกไม่ได้ในการเป็นพระสงฆ์แบบไทย ๒. เราแยกไม่ได้ในการเป็นพระพุทธศาสนาแบบไทย ๓. องค์กรที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องเราก็แยกไม่ได้ หมายความว่า ในอนาคตเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ ส่วนอื่นๆ มากมาย พวกเราต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ องค์กรเข้มแข็ง ไม่จำ เป็นต้องให้เขาเข้ามาเป็นสมาชิกมากๆ มี อย่างไรก็ให้คงไว้อย่างนั้น ประชาสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ ใคร ต้องการและเห็นประโยชน์ก็ต้องเข้ามาเอง มันมีช่องทางอยู่ ดังนี้ ๑. ในอนาคตอันใกล้จะมีแม่กองพระธรรมทูตในต่าง ประเทศ ปัจจุบันมีสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีพระเดชพระคุณพระพรหมสุธี เป็น ประธาน เขามีระเบียบอย่างไรก็ต้องดำ เนินการอย่างนั้น เรา แยกไม่ได้ในการเป็นพระสงฆ์แบบไทย ๒. เราจะรายงานไปยังสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติเรามีอะไรก็ขอให้รวมตัวกันจนได้ข้อยุติแล้วเสนอไป แรกๆ ใครยังไม่เข้าก็ไม่เป็นไร ต่อไปก็เข้าเอง อีกช่องทางหนึ่งเป็นการที่พระธรรมทูตไทยในต่าง ประเทศถูกพระสงฆ์ไทยในชั้นปกครองให้ไปอบรมเป็นพระ อุปัชฌาย์และได้รับการพิจารณาให้เป็นพระราชาคณะ แต่เรา ต้องทำ งานร่วมกันให้ได้ส่วนเรื่องกฎหมายของแต่ละประเทศ นั้นเป็นเรื่องรอง การรวมตัวกันให้ได้ จะเป็นสมาชิกหรือไม่ ก็ตาม เวลาส่งงานก็ส่งไปที่ มส. หรือ พศ. ก็ให้เป็นเรื่อง เดียวกันให้ได้แล้วจะมีพลัง อีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องขวัญและกำลังใจมีการพูด ถึงกันมาก เช่น เรื่องเงินเดือน ถ้ามีก็ดีแต่จิตวิญญาณของพระ ธรรมทูตจะถูกลดลงไป เราจะเป็นพระธรรมทูตที่ถูกโลกลืม เราต้องช่วยงานผู้ใหญ่ให้มาก เป็นลูกศิษย์ของท่าน ปัจจุบันมหาจุฬาฯ ได้มาเปิดที่ประเทศฮังการีแล้ว มี การเรียนปริญญาโท และปริญญาเอก แต่ยังไม่ได้รับนิสิต โดยตรง ที่มีอยู่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คนเป็นนิสิตเดิมที่นั่น ฉะนั้น เมื่อมหาจุฬาฯ มีองค์กรอยู่ในที่นี้แล้วจะทำ ให้เชื่อมโยง เป็นเรื่องเดียวกันได้ง่ายกับองค์กรสหภาพฯ เราได้ติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ของฮังการีที่เกี่ยวกับเรื่องวีซ่า เขาก็ให้ความร่วม มือดีเพราะเรามีวีซ่าอยู่ในทวีปยุโรปอยู่แล้ว เขาจะต่อให้ครั้ง ละ ๑ ปีส่วนเรื่องอาหารการฉันนั้นก็ได้จากญาติโยมคนไทยที่ นั่น และคนอื่นๆ มาช่วยกัน ส่วนนโยบายของ มจร. ที่นำ มา เสนอในที่ประชุมครั้งนี้มีอยู่ ๖ ข้อ คือ ๑. สหภาพฯ จะให้ มจร. เข้าไปเกี่ยวข้องหรือช่วย เหลืออะไรขอให้ร่วมกันคิดดูและเสนอไป ๒. ขอให้สหภาพฯ พิจารณาเสนอวัดที่มีความพร้อม ให้เป็นศูนย์ฝึกพระธรรมทูต ๑ หรือ ๒ ปีในปีแรกให้เรียน ภาษาและทำ งานช่วยงานวัดด้วย แต่ปีที่ ๒ ให้ปฏิบัติงานเป็น พระธรรมทูตจริงๆ ขอให้สหภาพฯ พิจารณาหาวัด เมื่อได้แล้ว ให้ส่งข้อมูลไปที่มหาจุฬาฯ เพื่อนำ เข้าสู่ที่ประชุมและลง ประกาศของมหาวิทยาลัยต่อไป ๓. มหาจุฬาฯ จะตั้งวิทยาลัยพระธรรมทูต ต้องการ รับผู้ที่มีคุณสมบัติจบปริญญาโท และปริญญาเอก เพื่อเป็น อาจารย์หรือที่ปรึกษาดูแลนิสิตต่อไป ๔. มจร. จะได้จัดงานวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งเป็นไปตาม มติที่ประชุม UN ว่าควรมีผู้แทนไปประจำ ที่ UN ทั้ง ๓ แห่ง คือ นิวยอร์ค เวียนนา และเจนีวา ที่สหรัฐอเมริกามีพระสงฆ์ ชาวกัมพูชาทำ หน้าที่แทนอยู่ ซึ่งผู้แทนจะเข้าร่วมประชุมกับ เขาเดือนละ ๑ ครั้ง ๕. ในปีหน้า มจร. จะได้จัดงานวันวิสาขบูชาโลกเพื่อ เฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะ เจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ จึงขอนิมนต์คณะกรรมการบริหารสหภาพฯ ไปร่วม โดย มจร. จะถวายอำ นวยความสะดวกตามสมควร ๖. มจร. ได้จัดกิจกรรมทางวิชาการเป็นประจำ เช่น เรื่องการอบรมกรรมฐาน ซึ่งเป็นนโยบายของหลัก มจร. ที่ให้ THE 8TH GENERAL ANNUAL MEETING 2014 OF THE UNION OF THAI SANGHAS IN EUROPE (UTSE) in WAT DHAMMAPATEEP, Mechelen Belgie August 22-23-24, 2014


135 ความสำคัญมาก สหภาพฯ เห็นว่าที่ใดเป็นที่เหมาะสมจะเป็น ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็ขอให้ส่งข้อมูลไปยัง มหาวิทยาลัยต่อไป เมื่อเรามีสำ นักกรรมฐานในต่างประเทศแล้ว เราก็จะ มีสิทธิที่จะพึงมีพึงได้เช่น เรื่องการสอบเป็นพระอุปัชฌาย์และ การได้รับพิจารณาเรื่องสมณศักดิ์ เป็นต้น ส่วนเงินงบ ประมาณอุดหนุนนั้น เราได้รับจาก ๒ แห่ง คือ สำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติและกรมการศาสนาซึ่งมีอยู่ ๒ ที่คือ ส่วนสงเคราะห์วัดและสำ นักวัฒนธรรม พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีถามว่า เรื่องเอกสาร การรับสมัครไม่ครบและขอให้ส่งเพิ่มเติมนั้นคืออย่างไร? พระครูธรรมธร ไพทูล ได้ขอให้ที่ประชุมดูเอกสาร ประกอบการสมัครสมาชิกแต่ละประเภท ท้ายใบสมัครที่แนบมา พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีแจ้งว่า ขณะนี้ได้ เขียนกฎระเบียบว่าด้วยการก่อตั้งพุทธสมาคมขึ้นมาแล้ว เนื่องจากปัจจุบันนี้มีวัดเกิดขึ้นเป็นจำ นวนมาก ทำ ให้เกิดการ แย่งสมาชิกกัน บางทีในเมืองเดียวกันก็มีหลายวัดเวลาจัดงาน ก็มักตรงกัน ทำ ให้ลำ บากใจกับสถานทูตและสถานกงสุลไทย ที่จะไปร่วมงานด้วย หลายครั้งทำ ให้มีปัญหากับคนเจ้าถิ่น ซึ่ง ได้รับการร้องเรียนจากผู้นำ องค์กรพระพุทธศาสนาของ ประเทศออสเตรียท่านหนึ่งว่า เขาไม่นึกเลยว่าพระสงฆ์ไทยจะ มีเรื่องฟ้องร้องประธานสมาคมของเขาให้ขึ้นโรงขึ้นศาล การก่อตั้งพุทธสมาคมขึ้นมานั้นน่าจะอาศัยแนวคิด ของชาวตะวันตกที่สนใจในพระพุทธศาสนาแล้วตั้งสมาคมขึ้น มาเพื่อทำกิจกรรมง่ายๆ แต่ชาวไทยเรานิยมนิมนต์พระธรรม ทูตมาอยู่ประจำ โดยไม่ค่อยมีความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น งบประมาณมีเท่าไร อยู่ห่างจากวัดเดิมหรือไม่ สถานที่ตั้งเป็น อย่างไร คุณสมบัติของผู้ก่อตั้งเป็นอย่างไรบ้าง เป็นต้น เมื่อมีการก่อสร้างวัดขึ้นมากๆ ใครจะเป็นผู้ดูแลต่อไป ญาติโยมกลุ่มปฐมภูมิ คือ ผู้ที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย แล้วย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ ประชาชนชาวไทยพุทธกลุ่มนี้ พอจะฝากพระพุทธศาสนาไว้ได้แต่ผู้ที่เป็นกลุ่มทุติยภูมิคือ ผู้ ที่มาจากประเทศไทยตั้งแต่เด็กหรือผู้ที่เกิดในประเทศนั้นๆ เราจะปลูกฝังภาระนี้ให้กับพวกเขาได้หรือไม่ พระธรรมทูต ควรอยู่ด้วยกันหลายๆ รูป สร้างกิจกรรมขึ้นมา เช่น โรงเรียน พุทธศาสนาวันอาทิตย์การบวชเณรภาคฤดูร้อน เป็นต้น ฉะนั้น เรื่องการก่อตั้งพุทธสมาคมนี้จึงควรมีการ ดำ เนินการอย่างจริงจัง มีกฎระเบียบอย่างชัดเจน ขอความ ร่วมมือจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยให้เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นที่ปรึกษาหรือคณะกรรมการตรวจสอบการก่อตั้งด้วย รวมทั้งผู้ที่เคยบวชเรียนมาแล้วลาสิกขาออกไป ในอันดับแรก เรื่องนี้จะได้เชิญทูตในเขตปกครองที่ ๒ ประกอบด้วย ๕ ประเทศ มาพิจารณาร่วมกันก่อน เสร็จแล้วก็จะนำ เข้าสู่ที่ ประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. เพื่อแก้ไขปรับปรุงและ ประกาศใช้ จากนั้นก็จะเสนอไปยังผู้รับผิดชอบเบื้องสูงตาม ลำดับต่อไป วาระที่ ๔ การดำ เนินงานของแผนกเหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศ เหรัญญิก กล่าวว่า เรื่องการ เปิดบัญชีได้พูดกันมาตลอด แต่ก็ดำ เนินการไม่ได้ เนื่องจาก การเปิดบัญชีของ ส.ธ.ย. ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยุ่งยาก มาก ประกอบกับจำ นวนสมาชิกทั้งประเภทองค์กรและบุคคล ก็ยังมีไม่มากนัก เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ไปติดต่อกับ ธนาคาร ๓ แห่ง แต่ก็ไม่ได้เขาให้เหตุผลว่าเงินที่จะเข้าบัญชี มาจากต่างประเทศ เกรงว่าจะเป็นการฟอกเงิน ต่อมาก็มี ธนาคารที่ ๔ คือ ธนาคารเครดิตสวิส รับให้เราเปิดได้แล้ว - ใครที่ต้องการส่งเงินค่าสมาชิกผ่านธนาคารตอนนี้ ทำ ได้แล้ว และได้นำ ใบส่งเงินมาด้วยขอให้มารับได้ - เรื่องใบอนุโมทนาบัตรได้ดำ เนินการทำ เรียบร้อย แล้วเช่นกัน - จากนี้ไปขอให้เราตกลงกันว่าจะเก็บค่าสมาชิกใน แต่ละปีช่วงไหน จากนั้นขอให้ฝ่ายกองงานเลขานุการออก จดหมายและใบจ่ายเงินแจ้งไปยังสมาชิกนั้นๆ ต่อไป - พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ขอชี้แจงเรื่อง การเปิดบัญชีของ ส.ธ.ย. ที่ธนาคารเครดิตสวิส เพราะวัดศรี นครินทรฯ ก็เปิดบัญชีอยู่ที่นี่ เนื่องจากท่านมีส่วนผลักดัน และต้องลงนามเซ็นแทนประธาน ส.ธ.ย. แต่ไม่ได้เซ็นตาม ลำ พัง ท่านต้องเซ็นร่วมกับเหรัญญิกแต่ถ้าท่านไม่อยู่เหรัญญิก ก็จะเซ็นร่วมกับพระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที ซึ่งเป็นผู้ช่วย เลขานุการประจำสำ นักงานกลาง ส.ธ.ย.


136 - พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีขอตอบคำถาม ย้อนหลังที่พระธรรมทูตแสดงความคิดเห็นว่าให้องค์กร สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ช่วยเหลือพระธรรมทูตให้มา ปฏิบัติศาสนกิจมากๆ ข้อนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น กฎ ระเบียบของสมาคม ที่พักอาศัย กฎหมายของแต่ละประเทศ เป็นต้น เช่น วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ก็อยู่ได้แค่ ๒ รูป แม้ แต่วัดธัมมปทีปแห่งนี้ก็ได้วีซ่าถาวรแค่ ๑ รูป และท่านก็ต่อสู้ มามากจึงได้รับอนุญาต ท่านทำ งานได้ดีให้เขาเห็นผลงาน คล่องตัวด้านภาษา มีมนุษย์สัมพันธ์ดีพูดได้เขียนได้ทำ ให้ได้ รับความร่วมมือจากฝรั่งเจ้าถิ่นเป็นอย่างดีฉะนั้น การมาครั้ง แรกอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็คงไม่ค่อยพร้อมอะไร แต่พออยู่ไปนาน แล้วก็ต้องเร่งสร้างงานให้เขาเห็น ถ้ามันมีกฎหมายเป็น อุปสรรคก็หาทางแก้ไข เช่น วัดศรีนครินทรวราราม เมื่อก่อน อยู่ที่ซูริก เมื่อกฎหมายไม่เอื้ออำ นวยก็ได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัด โซโลธูร์น จนกระทั่งปัจจุบัน วาระที่ ๕ การดำ เนินงานของแผนกประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน หัวหน้าฝ่ายประชาสมพันธ์ แจ้งว่า เมื่อก่อนได้พูดถึงนิตยสารสหภาพฯ มาก แต่ปัจจุบันนี้ สิ่งที่คนนิยมมาก คือ เฟสบุ๊ค และมีมากกว่าอีเมล์ด้วย ที่ผ่าน มาไม่ค่อยมีข่าวขึ้น เนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนรหัส แต่เมื่อไม่ นานมานี้เราเข้ารหัสได้แล้ว และวันนี้ก็โพสขึ้นแล้วหลายครั้ง ต่อไปจะติดต่อกับกองงานเลขาเพื่อขอข้อมูลต่างๆ มาลงให้ มากยิ่งขึ้น พระครูธรรมธร ไพทูล เสนอว่า เฟสบุ๊คก็สำคัญ แต่ เป็นเรื่องติดต่อสื่อสารง่ายๆ ส่วนเรื่องที่ควรทำ คือ โฮมเพจ เพราะจะเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน เช่น กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม หรือใบสมัครต่างๆ เป็นต้น ฉะนั้น ขอ เสนอให้มีการประชาสัมพันธ์ที่ตื้นๆ คือ เฟสบุ๊ค ลึก คือ อีเมล์ และลึกมาก คือ โฮมเพจ ส่วนนิตยสารก็ยังมีความสำคัญที่ ต้องมีอยู่ วาระที่ ๖ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) - พระครูวินัยธร สมศักดิ์ เสนอว่า เรื่องแต่งตั้งที่ ปรึกษาควรหลากหลาย เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีทั้งประธาน และเลขาฯ สายอินเดียก็ควรมีทั้งประธานและเลขาฯ เข้ามา ด้วย นอกจากนั้น พระธรรมทูตโซนโอเชียเนียก็ควรมีเช่นกัน เพื่อการทำ งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น - พระมหาไพรัชน์ธมฺมทีโป เสนอให้แต่งตั้งที่ปรึกษา ในส่วนของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงการ ทำ งานร่วมกันในอนาคต เช่น รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่าง ประเทศ เป็นต้น - พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีแจ้งว่า ท่าน อธิการบดีมจร. เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง รวมทั้งท่านอื่นๆ ด้วย แต่ถ้ามีหลายฝ่ายเข้ามาก็จะดียิ่งขึ้น - พระเดชพระคุณพระโสภณวชิราภรณ์ รอง อธิการบดีมจร. เสนอว่า เวลาจะส่งจดหมายนิมนต์พระพรหม บัณฑิต ต้องระบุไปว่านิมนต์ท่านในฐานะใด เพราะท่านเป็น อธิการบดีเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส และกรรมการมหา เถรสมาคม เป็นต้น จบแล้ว พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส กราบ อาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคลประธานในพิธี กล่าวขอบคุณอุโมทนาแก่ทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมพร้อมกับ อนุโมทนากับวัดธัมมปทีป โดยการการนำของพระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกมธีเจ้าอาวาส โดยการนำของพระเดชพระคุณ พระเทพวิสุทธิโมลี ประธานอำ นวยการสร้างวัดธัมมปทีป คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะอาสาสมัครทั้งคนไทยและคน เบลเยียม เป็นต้น และกล่าวปิดการประชุม ปิดประชุม เวลา ๑๖.๓๐ น. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้บันทึกการประชุม พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีผู้ช่วยเลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้ตรวจบันทึกการประชุม


137 ประชุมวันที่ ๓๐.๙.๕๗ เวลา ๒๐.๐๐-๒๓.๐๐ น. ประชุมวันที่ ๑.๑๐.๕๗ เวลา ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานกล่าวต้อนรับ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการสหภาพฯ กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล เข้าสู่ วาระการประชุม พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และประธานในพิธีกล่าวเปิด การประชุมและได้มอบหมายให้พระเดชพระคุณพระเทพกิตติ โมลีรองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ ดำ เนินการประชุมแทน พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้กล่าวอนุโมทนา คณะกรรมการบริหารทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ จากนั้น ได้ปรารภถึงการประชุมนอกรอบของคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตฯ เขตปกครองที่ ๒ เมื่อตอนเย็นวานนี้ โดยได้ข้อสรุปมาบ้างแล้ว แต่ต้องขอมติที่ประชุมในครั้งนี้ด้วย ว่าจะดำ เนินการอย่างไรต่อไป (วาระการประชุมสหภาพพระ ธรรมทูตฯ เขตปกครองที่ ๒) วาระที่ ๒ ทบทวนการประชุมที่ผ่านมา (๒๔-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี รองประธานสห ภาพฯ รูปที่ ๑ กล่าวขอบพระคุณแก่พระมหาเถรานุเถระและ อนุโมทนาแก่แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุม โดยขอให้ที่ ประชุมแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อ องค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในต่างประเทศสืบต่อไป วาระนี้ขอให้ผู้เข้า ประชุมพิจารณาวาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ วัดสันติวราราม ประเทศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่ประชุมมีมติยอมรับบันทึกการ ประชุมฉบับนี้ วาระที่ ๓ ข้อสังเกตจากกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ในการ ประชุมสมัยสามัญที่ผ่านมา พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้ขอให้ทุกท่าน แสดงความคิดเห็นดังนี้ - พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีในฐานะเจ้าภาพ แสดงความคิดเห็นว่า การจัดงานได้รับคำชมเชยมาก โดย เฉพาะเรื่องการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทำ ให้ทุกคนได้ทราบ ความเคลื่อนไหวต่างๆ และกิจกรรมต่างๆ ของพระธรรมทูต ต้องขอบพระคุณพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ที่ได้ไป รับแขกและให้สัมภาษณ์เป็นหลัก - นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์ทั้ง ในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา อินเดีย และในทวีปยุโรปเป็น อย่างดี รวมถึงคณะกรรมการบริหารวัดธัมมปทีป และ ญาติโยมชาววัดธัมมปทีปทุกคน ถึงจะมีหลายอย่างที่ยังไม่ พอใจเท่าที่ควรแต่ก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดีถ้ามีโอกาสได้ทำอีก ก็จะทำ ให้ดีมากกว่านี้ - ในงานนี้มีรายจ่ายทั้งหมด ๓๖,๐๐๐ ยูโร แต่ก็ได้รับ การบริจาคช่วยเหลือมากจากคณะสงฆ์และญาติโยมทั่วไปมา เกือบทั้งหมด - พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส ชี้แจงต่อที่ประชุม ว่า การประชุมโดยรวมเป็นไปด้วยดี แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงมี ดังนี้คือ การฉันภัตตาหารเพล ๒ ที่อยู่ห่างกัน เวลาอาหาร หรืออุปกรณ์ขาดทำ ให้ลำ บากในการจัดเพิ่ม ที่จัดลงชื่อและ [๒.๑๓ การประชุมวิสามัญ ๒/๒๕๕๗ ] บันทึก การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๗ ณ วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ประเทศออสเตรีย วันที่ ๓๐ กันยายน - ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗


138 รับเอกสารตอนแรกอยู่ห่างไกล ตั้งต้นผ้าป่าสามัคคีล่าช้า เตรียมเอกสารสูจิบัตรไม่พร้อมในการแจก เตรียมบัตรติดตัว ไม่ครบ และเตรียมรูปถ่ายประกอบการบรรยายในจอโปรเจ็ค เตอร์ไม่พร้อม ๔. กิจกรรมของแต่ละเขตปกครอง ปัญหา และแนวทางแก้ไข พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี แจ้งว่า เมื่อวันที่ ๗-๘ สิงหาคม ได้จัดให้มีการประชุมพระธรรมทูตและผู้นำ องค์กรฝ่ายฆราวาสในเขตปกครองที่ ๒ ซึ่งจัดขึ้นที่วัดศรีนคริ นทรฯ โดยได้ทำ หนังสือนิมนต์พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิ มงคล เป็นประธาน แต่ท่านไม่สามารถไปได้ สาเหตุที่จัด ประชุมก็เพราะว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการสร้างวัดและพระสงฆ์ เกิดขึ้นมากมายในหลายประเทศ ที่ประชุมมีการแสดงความ คิดเห็นอย่างหลากหลาย เพื่อระดมความคิดเห็นและหาทาง แก้ไข ในที่สุดที่ประชุมได้มีมติให้ท่านเป็นประธานยกร่างว่า ด้วยการก่อตั้งพุทธสมาคมหรือวัดขึ้น เพื่อนำ เสนอในที่ประชุม ครั้งนี้เมื่อยกร่างเสร็จแล้วได้ประชุมร่วมกับ ฯพณฯ เฉลิมพล ทันจิตต์เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น และเจ้าหน้าที่สถาน เอกอัครราชทูตหลายท่าน เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ. ศ. ๒๕๕๗ เพื่อให้พิจารณาร่วมกัน จากนั้น ทางสถาน เอกอัครราชทูตได้แก้ไขปรับปรุงถ้อยคำและเนื้อหาตามที่ทำ เครื่องหมายสีแดงไว้เพื่อให้ที่ประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาต่อไป พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี ได้ขอให้ที่ประชุม พิจารณา เมื่อได้ข้อยุติแล้วจะได้ขอความร่วมมือกับสถาน เอกอัครราชทูต เพื่อเสนอไปยังสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติและมหาเถรสมาคมต่อไป ที่ประชุมมีการพิจารณาอย่างหลากหลาย สุดท้ายมี มติรับในหลักการ เพื่อให้นำกลับไปปรับปรุงแก้ไขแล้วนำกลับ มาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ๕. ปัญหาและอุปสรรคในการทำ งานของกรรมการแต่ละแผนก พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ฝ่ายเลขานุการฯ ได้ ชี้แจงว่า - โรงพิมพ์ทำ งานช้ามาก ตั้งใจจะให้หนังสือระบบ ฐานข้อมูลฯ ทันงานประชุมสมัยสามัญที่วัดธัมมปทีป แต่เพิ่ง ส่งรูปแบบการจัดรูปเล่มมา หลายท่านต้องการให้ยกเลิกและ หาโรงพิมพ์ใหม่จึงต้องการทราบมติที่ประชุมว่าจะดำ เนินการ อย่างไรต่อไป ที่ประชุมเห็นว่าไหนๆ ก็ช้าแล้วเราควรรอไป ก่อนและพยายามทำ หนังสือให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด - ขอให้แต่ละวัดสมัครสมาชิก กรอกเอกสารการ ปฏิบัติศาสนกิจ หรือสำ รวจจำ นวนพระสงฆ์อยู่จำ พรรษาจาก วัดต่างๆ ค่อนข้างยากมาก เพราะไม่ได้รับความร่วมมือ ซึ่ง คงจะเป็นเพราะองค์กรของเราไม่สามารถให้คุณให้โทษกับเขา ได้ - พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ เสนอตัวเป็นผู้ช่วยขอ ติดต่อกับวัดต่างๆ ที่ต้องการเอกสารในเขตปกครองที่ ๒ - ที่ประชุมมีมติให้ปรับเปลี่ยนในส่วนต่างๆ ดังนี้ - หน้าปกหนังสือฐานข้อมูล โลโก้ส.ธ.ย. ให้ ปรับขนาดใหญ่กว่าเดิม และเป็นสี - ใส่รูปคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน - ใส่รายชื่อที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารฯ ตั้งแต่ชุดแรกถึงชุดปัจจุบัน - สรุปวัดที่เป็นสมาชิก ส.ธ.ย. ทั้งหมด - ความคงที่ของคำศัพท์ที่ใช้ เช่น ลักซัม เบอร์ก, สาธารณรัฐเชค เป็นต้น ขอให้เหมือนกัน - ให้ใส่โลโก้ของแต่ละวัด (ถ้าไม่มีให้ใส่ตรา ธรรมจักรแทน) - ให้ใส่ เฟสบุ๊ค อีเมล์ และเว็ปไซต์ ของ ส.ธ.ย. ในที่อยู่ของสำ นักงานกลาง - และคำผิดในหน้าต่างๆ - พระมหาทองนาค นาควโร แจ้งที่ประชุมว่า หนังสือ ที่จะออกและแบ่งให้แต่ละท่านรับผิดชอบไปนั้นไม่ค่อยได้รับ


139 ความร่วมมือ ถ้าต้องการให้งานดำ เนินการไปได้ด้วยดีต้องตื่น ตัวให้มากกว่านี้ ๖. วางแผนการทำ งานร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย ตามที่พระเดชพระคุณพระโสภณวชิราภรณ์ รอง อธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร. ได้แจ้งในที่ประชุม สมัยสามัญที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันมหาจุฬาฯ มีนโยบายที่นำ มา เสนอในที่ประชุมครั้งนั้น ๖ ข้อ คือ ๑. สหภาพฯ จะให้ มจร. เข้าไปเกี่ยวข้องหรือช่วย เหลืออะไรขอให้ร่วมกันคิดดูและเสนอไป ๒. ขอให้สหภาพฯ พิจารณาเสนอวัดที่มีความพร้อม ให้เป็นศูนย์ฝึกพระธรรมทูต ๑ หรือ ๒ ปีในปีแรกให้เรียน ภาษาและทำ งานช่วยวัดด้วย แต่ปีที่ ๒ ให้ปฏิบัติงานเป็นพระ ธรรมทูตจริงๆ ขอให้สหภาพฯ พิจารณาหาวัด เมื่อได้แล้วให้ ส่งข้อมูลไปที่มหาจุฬาฯ เพื่อนำ เข้าสู่ที่ประชุมและลงประกาศ ของมหาวิทยาลัยต่อไป ๓. มหาจุฬาฯ จะตั้งวิทยาลัยพระธรรมทูต ต้องการ รับผู้ที่มีคุณสมบัติจบปริญญาโท และปริญญาเอก เพื่อเป็น อาจารย์หรือที่ปรึกษาดูแลนิสิตต่อไป ๔. มจร. จะได้จัดงานวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งเป็นไปตาม มติที่ประชุม UN ว่าควรมีผู้แทนไปประจำ ที่ UN ทั้ง ๑ แห่ง คือ นิวยอร์ค เวียนนา และเจนีวา ที่สหรัฐอเมริกามีพระสงฆ์ ชาวกัมพูชาทำ หน้าที่แทนอยู่ ซึ่งผู้แทนจะเข้าร่วมประชุมกับ เขาเดือนละ ๑ ครั้ง ๕. ในปีหน้า มจร. จะได้จัดงานวันวิสาขบูชาโลกเพื่อ เฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯจะ เจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ จึงขอนิมนต์คณะกรรมการบริหารสห ภาพฯ ไปร่วม โดย มจร. จะถวายอำ นวยความสะดวกตาม สมควร ๖. มจร. ได้จัดกิจกรรมทางวิชาการเป็นประจำ เช่น เรื่องการอบรมกรรมฐาน ซึ่งเป็นนโยบายของหลัก มจร. ที่ให้ ความสำคัญมาก สหภาพฯ เห็นว่าที่ใดเป็นที่เหมาะสมจะเป็น ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็ขอให้ส่งข้อมูลไปยัง มหาวิทยาลัยต่อไป ที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง แต่เห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติขอให้กองงาน เลขานุการฯ ติดต่อไปที่ มจร. เพื่อขอทราบรายละเอียดแล้ว นำ เสนอที่ประชุมครั้งต่อไป ๗. วางแผนการทำ งานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยใน ทวีปยุโรป ในช่วงการประชุมเป็นกรณีพิเศษ ร่วมกับสถาน เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น คุณทวีเกียรติเจนประจักษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา แจ้งว่า เราได้รับเอกสารจากสถานทู ตอื่นๆ ในเขตปกครองแจ้งว่า การเข้าร่วมประชุมอาจเป็นการ ข้ามอาณาเขต และการให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการหรือที่ ปรึกษาการก่อตั้งพุทธสมาคมนั้นอาจไม่มีอำ นาจทำ ได้ หลาย สถานทูตมีการทำ เรื่องไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอ คำแนะนำ ในการปฏิบัติ เพราะเกรงจะถูกฟ้องร้องจากผู้ที่ถูก ตัดสิทธิ์ในการก่อตั้งพุทธสมาคม เพราะมีคุณสมบัติไม่ครบ ถ้วน ฉะนั้น หลายประเทศจึงเสนอให้ทูตวางตัวเป็นกลาง ทำ หน้าที่ประสานงาน โดยไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีพิพาท ของพระหรือฆราวาสเหล่านั้น ฯพณฯเฉลิมพล ทันจิตต์เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุง เบิร์น เสนอว่า เมื่อเราเข้ามาทำ งานดูแลคนไทยในต่าง ประเทศ เราก็ทำ งานต่างพระเนตรพระกรรณ เรื่องนี้เราน่าจะ ต้องเข้าไปรับรู้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วย โดยพร้อมจะให้ความร่วมมือเต็มที่ ฉะนั้น เราควรทำ งานร่วมกับเอกอัครราชทูตที่เห็น ด้วยแล้วจึงขอร้องให้ฯพณฯ เหล่านั้นนัดประชุมหรือปรึกษา กันเอง แล้วค่อยรวบรวมข้อมูลของวัดและปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เสนอไปยังสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถร สมาคม ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ได้ดำ เนินการไปแล้ว


140 ๘. วางแผนการทำ งานใน ๑ ปีข้างหน้าของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระมหาทองนาค นาควโร แจ้งที่ประชุมว่า จากนี้ไปจะ ออกหนังสือปีละ ๔ เล่ม ขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือด้วย ฝ่ายประชาสัมพันธ์จะประสานงานกับกองงาน เลขาฯ เพื่อขอข้อมูลประชาสัมพันธ์งานขององค์กรต่อไป คณะผู้บริหาร ส.ธ.ย. ควรนัดเวลากลับเมืองไทย พร้อมๆ กันปีละ ๑ ครั้ง เพื่อหาโอกาสเข้าถวายรายงานกับ คณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง โดยอาศัยฝ่ายมหาจุฬาเข้าร่วมด้วย พระครูกิตติธรรมวิเทศ ถามว่า ขณะนี้เราได้เปิด ธนาคารในนามของ ส.ธ.ย. แล้ว ต้องการทราบว่าเราจะเก็บค่า สมาชิกในช่วงเดือนไหน ที่ประชุมเห็นว่าก่อนการประชุมสมัย สามัญประจำ ปีของแต่ละปีให้ประสานงานกับฝ่ายกองงาน เลขาฯ เพื่อทำ หนังสือแจ้งไปยังสมาชิกทั้งสองประเภทให้ทราบ โดยสามารถจ่ายได้ในวันงานหรือจ่ายผ่านบัญชีธนาคารได้ ๙. กำ หนดวันประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า การประชุมสมัยสามัญ เราเคยมีมติจะหมุนเวียนไปตามเขตปกครองส.ธ.ย. ทั้ง ๓ เขต เมื่อปีก่อนเราได้ประชุมที่เขต ๒ ณ วัดธรรมวิหาร เยอรมนีใน ปีนี้เราได้ประชุมที่เขต ๑ ที่วัดธัมมปทีป เบลเยียม ฉะนั้น ในปี หน้าก็ควรเป็นเขต ๓ ซึ่งก็แล้วแต่ความพร้อมของวัดในเขตนั้น พระครูวิเทศธรรมวิทิต ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัด ประชุม จากนั้นที่ประชุมมีการพิจารณาวันเลาที่เหมาะสม เห็นควรให้จัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ ๒๒-๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ๑๐. เรื่องอื่น ๆ กรณีมีพระธรรมทูตรูปหนึ่งขื่อพระอเนกโชติ วร รัตนบัลลัง มาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไทยเอ๊าสเบิร์ก เยอรมนีแต่ เกิดอาพาธอย่างหนักกะทันหัน และไม่มีประกันการเจ็บป่วย ทำ ให้เจ้าอาวาสไม่มีปัจจัยค่ารักษาจึงได้ประกาศข่าวเรี่ยไร เพื่อนำ ปัจจัยมาช่วยเหลือ อาจทำ ให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีกับ พระธรรมทูตไทยโดยรวม พระธรรมทูตรูปดังกล่าวอ้างว่าเป็นพระสังกัดวัดมหา ธาตุฯ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ ที่ประชุมต้องการทราบราย ละเอียดที่แท้จริง พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ในฐานะสังกัดวัดนี้ได้ติดต่อ ไปยังวัดมหาธาตุฯ แล้ว และได้รับแจ้งว่า ท่านเคยมาอาศัยอยู่ ที่วัดไม่นาน โดยบวชมาจากประเทศอินเดีย ที่ประชุมมีการเสนอว่าให้แบ่งเขตปกครองในทวีป ยุโรปไว้เลย แม้จะยังไม่มีวัดตั้งอยู่ในขณะนี้ก็ตาม เพื่อสะดวก ในการทำ งานต่อไป หรือแม้แต่ประเทศรัสเซีย ซึ่งในขณะนี้มีวัด อยู่แล้วจะให้อยู่ในเขตไหน ที่ประชุมมีมติเห็นว่าให้รอไปก่อน พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส แจ้งว่า มีผู้สมัครเป็น สมาชิกประเภทองค์กร ๓ องค์กร คือ วัดอโนมาลัย ฝรั่งเศส, วัดภูธาราม ฝรั่งเศส, และวัดพุทธาราม ซุนซวาลล์ สวีเดน. และมีผู้สมัครเป็นสมาชิกประเภทสามัญบุคคล ๓ ท่าน คือ พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร ฝรั่งเศส, พระอมร อริโย ฝรั่งเศส, และพระบัณฑิต ญาณธีโร สวีเดน. ที่ประชุมมีมติรับ เข้าเป็นสมาชิกทั้งหมดและขอเอกสารเพิ่มให้ครบต่อไป พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้บันทึกการประชุม


141 ฉบับที่ ๐๐๑/๒๕๔๙ เรื่อง ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ความว่า อาศัยมติที่ประชุมสมาชิกของสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เพื่อพิจารณายกร่างกฎระเบียบ และเลือกตั้งคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และการ ประชุมคณะกรรมการบริหารฯ สมัยสามัญประจำ ปี ครั้ง ที่ ๑/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่วัดศรี นครินทร วราราม สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพิจารณากฎระเบียบ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จึงขอประกาศ มติที่ประชุม เกี่ยวกับรายนามคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป (ย้อนหลัง) ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้:- ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระราชพุทธิวิเทศ ป.ธ.๖, พธ.บ, MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ ๑ พระเทพกิตติโมลี ป.ธ.๘, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ [๒.๑๔] รวมประกาศ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๘ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้มีประกาศ-คำสั่ง เพื่อให้การบริหารงาน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การตั้งองค์กร อันมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน ดังมีประกาศดังต่อไปนี้ รองประธานฯ รูปที่ ๒ พระครูวิเทศธรรมวิทิต น.ธ.เอก, ม.ศ.๓ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เลขานุการฯ พระสุธีญาณวิเทศ ป.ธ.๘, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๑ พระครูสุตพุทธิธัช ป.ธ.๓, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ป.ธ.๗, ศน.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหารกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ 1 พระมหาประสิทธิ์สรินฺธโร น.ธ.เอก,ป.ธ.๓, คอมพิวเตอร์กราฟิก เจ้าอาวาสวัดไทยไอซ์แลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์ เหรัญญิก พระครูปลัดก้องเกียรติชินุตฺตโม (พระครูกิตติธรรมวิเทศ) ป.ธ.๔, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย น.ธ.เอก,พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดไทยมิวนิค ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่1 พระครูสุตพุทธิธัช ป.ธ. 3, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ป.ธ. 7, ศน.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่1 พระมหาประสิทธิ์ สรินฺธโร น.ธ. เอก, ป.ธ. 3, คอมพิวเตอร์กราฟิก เจ้าอาวาสวัดไทยไอซ์แลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์ เหรัญญิก พระครูปลัดก้องเกียรติ ชินุตฺตโม (พระครูกิตติธรรมวิเทศ) ป.ธ. 4, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย น.ธ. เอก, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดไทยมิวนิค ประเทศเยอรมนี ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2549 (พระราชพุทธิวิเทศ) ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกาศ ส.ธ.ย.001/2549 เรื่อง ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป อาศัยมติที่ประชุมสมาชิกของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อพิจารณายกร่างกฎระเบียบ และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และการ ประชุมคณะกรรมการบริหารฯ สมัยสามัญประจ าปี ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ที่วัดศรีนครินทร วราราม สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพิจารณากฎระเบียบและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จึงขอประกาศ มติที่ประชุมเกี่ยวกับ รายนามคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ย้อนหลัง) ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้ :- ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระราชพุทธิวิเทศ ป.ธ. 6, พธ.บ, MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่1 พระเทพกิตติโมลี ป.ธ. 8, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่2 พระครูวิเทศธรรมวิทิต น.ธ. เอก, ม.ศ. 3 เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เลขานุการฯ พระสุธีญาณวิเทศ ป.ธ. 8, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม


142 ฉบับที่ ๐๐๓/๒๕๔๙ เรื่อง การแบ่งสายงานการบริหารของคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ความว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ ต่าง ก็พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรปมีพระธรรมทูตไทยได้มาปฏิบัติ ศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องลำ บากในการ ติดต่อประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ง่ายนัก เพราะมีหลายพรมแดน กฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและ วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่ออำ นวยความ สะดวกแก่การบริหารงาน จึงควรแบ่งสายงานการบริหารของ คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ออกเป็น ๓ เขตตามประเทศที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติศาสน กิจอยู่ดังนี้ เขต ๑ ประกอบด้วย ประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และลักเซมเบิรก์ ให้อยู่ภายใต้การปกครอง ดูแลของพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ เขต ๒ ประกอบด้วย ประเทศอิตาลี สวิตเซอร์ แลนด์ เยอรมนีและออสเตรีย ให้อยู่ภายใต้การปกครองดูแล ของพระเทพกิตติโมลีรองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ รูปที่ ๒ และเป็นผู้ประสานงานและดูแลสำ นักงานกลางของ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เขต ๓ ประกอบด้วย ประเทศเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์และไอซ์แลนด์ ให้อยู่ภายใต้การปกครอง ดูแลของพระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ รูปที่ ๒ ฉบับที่ ๐๐๒/๒๕๔๙ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ความว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙ และข้อเสนอของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ที่ สธย. ปชส. ๐๐๒/๒๕๔๙ เรื่อง การเพิ่มตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายเลขานุการ รูปที่ ๒ และผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์รูปที่ ๒ ประจำ สำ นักงานกลางของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ทั้งนี้ เพื่อให้งานฝ่ายเลขานุการและฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็น ไปอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ และประสานงานกับหน่วย งานต่างๆ ได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอแต่ง ตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป อีก ๒ รูป คือ ๑) พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที ป.ธ.๗, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รูปที่ ๒ ประจำ สำ นักงานกลาง ๒) พระมหาไพทูล อตฺถวํโส น.ธ.เอก, ป.ธ.๖, พธ.ม. วัดศรีนครินทรวราราม เป็นผู้ช่วยฝ่าย ประชาสัมพันธ์ รูปที่ ๒ ประจำสำ นักงานกลาง ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ของตนในหน่วยงานนั้นๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรปสืบต่อไป ประกาศ สธย. 002 /2549 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ 17 สิงหาคม 2549 และข้อเสนอของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ที่ สธย. ปชส. 002/2549 เรื่อง การเพิ่มต าแหน่งผู้ช่วยฝ่ายเลขานุการ รูปที่ 2 และผู้ช่วย ฝ่ายประชาสัมพันธ์รูปที่ 2 ประจ าส านักงานกลางของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ทั้งนี้ เพื่อให้งานฝ่ายเลขานุการและฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ และประสานงาน กับหน่วยงานต่างๆ ได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป อีก 2 รูป คือ 1) พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที ป.ธ. 7 พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รูปที่ 2 ประจ าส านักงานกลาง 2) พระมหาไพทูล อตฺถว โส น.ธ. เอก ป.ธ. 6 พธ.ม. วัดศรีนครินทรวราราม เป็นผู้ช่วยฝ่าย ประชาสัมพันธ์ รูปที่ 2 ประจ าส านักงานกลาง ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ของตนในหน่วยงานนั้นๆ ให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปสืบต่อไป ประกาศแต่งตั้ง ณ วันที่ 10 กันยายน พุทธศักราช 2549 (พระราชพุทธิวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป 4) เป็นที่ปรึกษาและแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานบางประการของวัด ส านักสงฆ์ หรือพระสงฆ์ในเขต ปกครองของตน เช่น การระงับอธิกรณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การอาราธนาพระสงฆ์มาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นต้น 5) เป็นที่ปรึกษาและแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานบางประการ ของญาติโยมชาวพุทธไทยหรือสมาชิก สหภาพฯ ที่เกี่ยวข้องกับวัด ส านักสงฆ์หรือพระสงฆ์ในเขตปกครองของตน เช่น การตั้งและการ ก่อสร้างวัด เป็นต้น การปฏิบัติศาสนกิจต่างๆดังกล่าว ควรรายงานให้ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ได้รับทราบด้วย หากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่และไม่อาจแก้ไขให้จบลงได้ในระดับเขตปกครอง ของตน ก็อาจเรียนให้ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ได้รับทราบ เพื่อเรียกประชุม คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปทั้งหมด เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหานั้นๆ สืบต่อไป. จึงเรียนแจ้งข่าวการแบ่งสายงานการบริหารของคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรปดังกล่าวมาเพื่อให้ได้รับทราบและถือปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกันสืบต่อไป. ประกาศ ณ วันที่ 19 ธันวาคม พุทธศักราช 2549 (พระราชพุทธิวิเทศ) ประธานกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกาศ สธย. 003/2549 เรื่อง การแบ่งสายงานการบริหารของคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ต่างก็พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรปมีพระธรรมทูตไทยได้มาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่อง ล าบากในการติดต่อประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ง่ายนัก เพราะมีหลายพรมแดน กฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่ออ านวยความสะดวกแก่การบริหารงาน จึงควรแบ่งสายงานการบริหารของคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปออกเป็น 3 เขต ตามประเทศที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติศาสนกิจอยู่ดังนี้ เขต 1 ประกอบด้วย ประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และลักเซมเบริก์ ให้อยู่ภายใต้การ ปกครองดูแลของพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ เขต 2 ประกอบด้วย ประเทศอิตาลีสวิตเซอร์แลนด์เยอรมนีและออสเตรีย ให้อยู่ภายใต้การปกครอง ดูแลของพระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ รูปที่ 1 และเป็นผู้ประสานงานและดูแล ส านักงานกลางของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เขต 3 ประกอบด้วย ประเทศเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์และไอซ์แลนด์ ให้อยู่ภายใต้การ ปกครองดูแลของพระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ รูปที่2 ทั้ง 3 เขตนี้ มีนโยบายการบริหารงานในเขตของตนดังต่อไปนี้ 1) ให้ข้อคิดและวางแผนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพัฒนาวัดวาอารามหรือส านักสงฆ์ในเขต ปกครองของตนให้เจริญก้าวหน้า 2) ประชาสัมพันธ์ให้วัดที่เป็นสมาชิกและญาติโยมในเขตปกครองของตนได้เข้าใจกลไกการ บริหารงานของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป 3) ประสานงานกับองค์กรต่างๆทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและในต่างประเทศหรือในเขตปกครอง ของตน ตามค าสั่งหรือค าขอร้องของประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ


143 ทั้ง ๓ เขตนี้ มีนโยบายการบริหารงานในเขตของตน ดังต่อไปนี้ ๑) ให้ข้อคิดและวางแผนในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาและพัฒนาวัดวาอารามหรือสำ นักสงฆ์ในเขตปกครอง ของตนให้เจริญก้าวหน้า ๒) ประชาสัมพันธ์ให้วัดที่เป็นสมาชิกและญาติโยมใน เขตปกครองของตนได้เข้าใจกลไกการบริหารงานของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๓) ประสานงานกับองค์กรต่างๆทั้งที่อยู่ใน ประเทศไทยและในต่างประเทศหรือในเขตปกครอง ของ ตน ตามคำสั่งหรือคำขอร้องของประธานสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ ๔) เป็นที่ปรึกษาและแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานบาง ประการของวัด สำ นักสงฆ์ หรือพระสงฆ์ในเขตปกครองของ ตน เช่น การระงับอธิกรณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การอาราธนาพระ สงฆ์มาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นต้น ๕) เป็นที่ปรึกษาและแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานบาง ประการ ของญาติโยมชาวพุทธไทยหรือสมาชิกสหภาพฯ ที่ เกี่ยวข้องกับวัด สำ นักสงฆ์หรือพระสงฆ์ในเขตปกครองของ ตน เช่น การตั้งและการก่อสร้างวัด เป็นต้น การปฏิบัติศาสนกิจต่างๆดังกล่าว ควรรายงานให้ ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯได้รับ ทราบด้วย หากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่และไม่อาจ แก้ไขให้จบลงได้ในระดับเขตปกครอง ของตน ก็อาจเรียน ให้ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ได้ รับทราบ เพื่อเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปทั้งหมด เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา นั้นๆ สืบต่อไป. จึงเรียนแจ้งข่าวการแบ่งสายงานการบริหารของ คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ดังกล่าวมาเพื่อให้ได้รับทราบและถือปฏิบัติโดยพร้อมเพรียง กันสืบต่อไป. ฉบับที่ ๐๐๔/๒๕๕๐ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ความว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปขึ้น ตามกฎระเบียบของสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ข้อที่ ๑๙ ว่าด้วยเรื่องสภาที่ปรึกษาหรือ ผู้อุปถัมภ์ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารงานของสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ฝ่าย บรรพชิต ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑) พระเทพกิตติโสภณ วัดวชิรธรรมปทีป ประเทศ สหรัฐอเมริกา ๒) พระราชภาวนาวิมล วัดพุทธปทีป ประเทศ อังกฤษ ๓) พระราชธรรมวิเทศวัดไทยลอสแองเจลีส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ๔) พระราชสุเมธาจารย์วัดป่าอมราวดีประเทศอังกฤษ ๕) พระสุนทรพุทธิวิเทศ วัดพุทธาวาส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ๖) พระครูวิเทศพรหมคุณ วัดพรหมคุณาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา ๗) พระครูวิสุทธิธรรมวิเทศ วัดไทยเดนมาร์กพรหม วิหาร ประเทศเดนมาร์ก ๘) พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร วัดพุทธบูชา ประเทศฝรั่งเศส ท่านที่ได้รับแต่งตั้งตามมติที่ประชุมดังกล่าวมีสิทธิ และหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ในกฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ ข้อที่ ๒๐ ทุกประการ ประกาศ สธย. ที่004/2550 เรื่อง การแต่งตั้งที่ปรึกษาสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปขึ้น ตามกฎระเบียบ ของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ข้อที่ 19 ว่าด้วยเรื่องสภาที่ปรึกษาหรือผู้อุปถัมภ์ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารงานของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอแต่งตั้งที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ฝ่ายบรรพชิต ดังมีรายนามต่อไปนี้ 1) พระเทพกิตติโสภณ วัดวชิรธรรมปทีป ประเทศสหรัฐอเมริกา 2) พระราชภาวนาวิมล วัดพุทธปทีป ประเทศอังกฤษ 3) พระราชธรรมวิเทศ วัดไทยลอสแองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา 4) พระราชสุเมธาจารย์ วัดป่าอมราวดี ประเทศอังกฤษ 5) พระสุนทรพุทธิวิเทศ วัดพุทธาวาส ประเทศสหรัฐอเมริกา 6) พระครูวิเทศพรหมคุณ วัดพรหมคุณาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา 7) พระครูวิสุทธิธรรมวิเทศ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก 8) พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร วัดพุทธบูชา ประเทศฝรั่งเศส ท่านที่ได้รับแต่งตั้งตามมติที่ประชุมดังกล่าวมีสิทธิและหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ในกฎระเบียบสหภาพพระ ธรรมทูตไทยฯ ข้อที่ 20 ทุกประการ ประกาศแต่งตั้ง ณ วันที่ 31 มกราคม พุทธศักราช 2550 (พระราชพุทธิวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป


144 ฉบับที่ ๐๐๑/๒๕๕๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ความว่า อาศัยมติที่ประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่วัดพุทธปิยวราราม เมือง แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อรายงานผลการดำ เนิน งานในปีที่ผ่านมาและเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มติ ที่ประชุมให้ประกาศแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุด ใหม่ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้:- ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระราชพุทธิวิเทศ ป.ธ.๖,พธ.บ,MA.,Ph.D. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ ๑ พระเทพกิตติโมลี ป.ธ.๘,พ.ม.,พธ.บ.,MA.,Ph.D. เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ ๒ พระครูวิเทศธรรมวิทิต น.ธ.เอก,ม.ศ.๓ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เลขานุการฯ พระครูสุตพุทธิธัช ป.ธ.๓, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ฉบับที่ ๐๐๒/๒๕๕๒ เรื่อง การแก้ไขกฎระเบียบภายในของคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ความว่า อาศัยกฎระเบียบภายในของสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ในบทเฉพาะกาล ข้อที่ ๓๒ ที่ระบุ ว่า กฎระเบียบภายในของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรปนี้ สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้เพื่อให้เหมาะสมตามกาล สมัย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สหภาพฯ จำ นวน ๒ ใน ๓ ก็ดี และอาศัยมติที่ประชุมสมัย วิสามัญของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เมื่อวัน ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๒ ก็ดี จึงได้แก้ไขกฎระเบียบภายใน ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในหมวดที่ว่า ด้วยสมาชิก ข้อที่ ๒๒.๑ ที่ระบุว่า สมาชิกสามัญ หมาย ถึง พระสงฆ์ไทยที่ได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคมให้มาปฏิบัติ ศาสนกิจในทวีปยุโรป หรือวัดที่ก่อตั้งขึ้นโดยคณะสงฆ์ไทย หรือประชาชนชาวไทย ให้เปลี่ยนข้อความเป็น “วัดไทยใน พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติ ศาสนกิจอยู่ และก่อตั้งขึ้นโดยคณะสงฆ์ไทยหรือประชาชน ชาวไทยในทวีปยุโรป” ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่2 พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี น.ธ. เอก พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม ผู้ช่วยเลขาฯ ประจ าส านักงานกลาง พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที ป.ธ. 7 พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ป.ธ. 7, ศน.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ 1 พระมหาจ าเริญ เขมวีโร ป.ธ. 7, พธ.บ., บ.ศม. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่2 พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม ป.ธ. 7 วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศ น.ธ. เอก ป.ธ. 4, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย น.ธ. เอก, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี ประกาศ ณ วันที่ 7 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 (พระราชพุทธิวิเทศ) ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป. ประกาศ ส.ธ.ย. 001/2554 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ***** อาศัยมติที่ประชุมสมัยสามัญประจ าปี ครั้งที่ 1/2554 สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2554 ที่วัดพุทธปิยวราราม เมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อรายงานผลการ ด าเนินงานในปีที่ผ่านมาและเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุดใหม่เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว มติที่ประชุมให้ประกาศแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรปชุดใหม่ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้ :- ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระราชพุทธิวิเทศ ป.ธ. 6, พธ.บ, MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ 1 พระเทพกิตติโมลี ป.ธ. 8, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่2 พระครูวิเทศธรรมวิทิต น.ธ. เอก, ม.ศ. 3 เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เลขานุการฯ พระครูสุตพุทธิธัช ป.ธ. 3, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ 1 พระมหาไพทูล อตฺถว โส น.ธ. เอก ป.ธ. 6 พธ.ม. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์


145 ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๑ พระมหาไพทูล อตฺถวํโส น.ธ.เอก, ป.ธ.๖, พธ.ม. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๒ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีน.ธ.เอก,พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม ผู้ช่วยเลขาฯ ประจำสำ นักงานกลาง พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาทีป.ธ.๗,พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ป.ธ.๗,ศน.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ ๑ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ป.ธ.๗,พธ.บ.,บ.ศม. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ ๒ พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม ป.ธ.๗ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก เหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศ น.ธ.เอก,ป.ธ.๔,พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย น.ธ.เอก,พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี ฉบับที่ ๐๐๑/๒๕๕๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ความว่า อาศัยมติที่ประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๑/๒๕๕๖ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่วัดธรรมวิหาร ประเทศ เยอรมนี เพื่อรายงานผลการดำ เนินงานในปีที่ผ่านมา และ เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรปชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มติที่ประชุมให้ประกาศ แต่งตั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุดใหม่ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้:- ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเทพพุทธิมงคล น.ธ.เอก,ป.ธ.๖,พธ.บ,MA.,Ph.D. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ ๑ พระเทพกิตติโมลี ป.ธ.๘,พ.ม.,พธ.บ.,MA.,Ph.D. เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ ๒ พระครูวิเทศธรรมวิทิต น.ธ.เอก,ม.ศ.๓ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เลขานุการฯ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส น.ธ.เอก,ป.ธ.๖,พธ.บ.,พธ.ม. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เลขานุการฯ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส น.ธ. เอก ป.ธ. 6 พธ.บ., พธ.ม. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ 1 พระครูสุตพุทธิธัช น.ธ. เอก ป.ธ. 3, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่2 พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี น.ธ. เอก พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม ช่วยเลขาฯ รูปที่3 พระครูสุตพุทธิรัตน์ น.ธ. เอก ป.ธ. 3, พธ.บ. วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วยเลขาฯ รูปที่4 พระครูศรีวิเทศพุทธธรรม น.ธ. เอก ป.ธ. 6, ปริญญาโท เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยเลขาฯ ประจําสํานักงานกลาง พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที ป.ธ. 7, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ป.ธ. 7, ศน.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ 1 พระมหาจ าเริญ เขมวีโร ป.ธ. 7, พธ.บ., บ.ศม. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่2 พระมหาทองนาค นาควโร ป.ธ. 9, Ph.D. เจ้าอาวาสวัดธรรมวิหาร ประเทศเยอรมนี เหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศ น.ธ. เอก ป.ธ. 4, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูปลัดสมพงษ์ กนฺตธมฺโม น.ธ. เอก, พธ.บ. , ร.บ., รป.ม. เจ้าอาวาสวัดไทยออสเตรีย ธรรมาราม ประเทศออสเตรีย ขอให้ท่านที่ได้การรับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ของตนในแต่ละแผนกดังกล่าวให้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนกว่าจะครบวาระ ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา และ ความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2556 (พระเทพพุทธิมงคล) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป. ประกาศ ส.ธ.ย. 001/2556 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ***** อาศัยมติที่ประชุมสมัยสามัญประจ าปี ครั้งที่ 1/2556 สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ. ศ. 2556 ที่วัดธรรมวิหาร ประเทศเยอรมนี เพื่อรายงานผลการ ด าเนินงานในปีที่ผ่านมา และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุด ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มติที่ประชุมให้ประกาศแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปชุดใหม่ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้ :- ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเทพพุทธิมงคล น.ธ. เอก ป.ธ. 6, พธ.บ, MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่ 1 พระเทพกิตติโมลี ป.ธ. 8, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานฯ รูปที่2 พระครูวิเทศธรรมวิทิต น.ธ. เอก, ม.ศ. 3. เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์


146 ฉบับที่ ๐๑/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป เขตปกครองที่ ๑ ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ความว่า เนื่องด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ ได้ พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรป มีพระธรรมทูตไทยได้มาปฏิบัติ ศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องลำ บากในการติดต่อ ประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ง่ายนัก เพราะ มีหลายพรมแดน มีกฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและ วัฒนธรรมแตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่ออำ นวยความ สะดวกแก่การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จึงควรแบ่งสายงานการบริหาร ออกเป็น ๓ เขต ตามประเทศที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติศาสน กิจอยู่ และตามมติที่ประชุมสมัยวิสามัญครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ ณ วัด สันติวราราม ประเทศเยอรมนีโดยมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการ บริหารประจำ เขตปกครองที่ ๑ ซึ่ง ประกอบด้วย ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส ลักเซมเบร์ก สเปน และ ฮังการีดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑. พระเทพพุทธิมงคล เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประธานเขตปกครองที่ ๑ ๒. พระสุธีญาณวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม เป็นรองประธานฯ ๓. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นกรรมการ ๔. พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร เจ้าอาวาสวัดพุทธ บูชา ประเทศฝรั่งเศส เป็นกรรมการ ๕. พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีเจ้าอาวาสวัด ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๑ พระครูสุตพุทธิธัช น.ธ.เอก, ป.ธ.๓, พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๒ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีน.ธ.เอก,พธ.บ. เจ้าอาวาสวัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๓ พระครูสุตพุทธิรัตน์ น.ธ.เอก, ป.ธ.๓, พธ.บ. วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ช่วยเลขาฯ รูปที่ ๔ พระครูศรีวิเทศพุทธธรรม น.ธ.เอก,ป.ธ.๖, ปริญญาโท เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยเลขาฯ ประจำสำ นักงานกลาง พระมหาชัยยนต์ คมฺภีรวาที ป.ธ.๗, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประชาสัมพันธ์ พระมหาพยอม สุทสฺสโน ป.ธ.๗, ศน.บ. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ ๑ พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ป.ธ.๗, พธ.บ., บ.ศม. เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ รูปที่ ๒ พระมหาทองนาค นาควโร ป.ธ. ๙, Ph.D. เจ้าอาวาสวัดธรรมวิหาร ประเทศเยอรมนี เหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศ น.ธ.เอก, ป.ธ.๔, พธ.บ. วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยเหรัญญิก พระครูปลัดสมพงษ์กนฺตธมฺโม น.ธ.เอก,พธ.บ.,ร.บ.,รป.ม. เจ้าอาวาสวัดไทยออสเตรีย ธรรมาราม ประเทศออสเตรีย ขอให้ท่านที่ได้การรับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติ หน้าที่ของตนในแต่ละแผนกดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย จนกว่าจะครบวาระ ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคงแห่ง พระพุทธศาสนา และความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ประกาศ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ที่ 01 /2557 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เขตปกครองที่ 1 ********* เนื่องด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ได้พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรป มีพระธรรมทูตไทยได้มาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็น เรื่องล าบากในการติดต่อประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ง่ายนัก เพราะมีหลายพรมแดน มี กฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและวัฒนธรรมแตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่ออ านวยความสะดวกแก่ การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จึงควรแบ่งสายงานการ บริหารออกเป็น 3 เขต ตามประเทศที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติศาสนกิจอยู่ และตามมติที่ประชุมสมัย วิสามัญครั้งที่ 1/2557 ณ วัดสันติวราราม ประเทศเยอรมนี โดยมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารประจ า เขตปกครองที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย ประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส ลักเซมเบร์ก สเปน และฮังการี ดังมีรายนามต่อไปนี้ 1. พระเทพพุทธิมงคล เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นประธานเขตปกครองที่ 1 2. พระสุธีญาณวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม เป็นรองประธานฯ 3. พระมหาจ าเริญ เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นกรรมการ 4. พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา ประเทศฝรั่งเศส เป็นกรรมการ 5. พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธี เจ้าอาวาสวัดธัมมปทีป เบลเยียม เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อ ความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา และความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 (พระเทพพุทธิมงคล) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และประธานเขตปกครองที่ 1


147 ธัมมปทีป เบลเยียม เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ของตนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคง แห่งพระพุทธศาสนา และความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ฉบับที่ ๐๒/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป เขตปกครองที่ ๒ ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ความว่า เนื่องด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ ได้พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรป มีพระธรรมทูตไทยได้มา ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องลำ บากใน การติดต่อประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ ง่ายนัก เพราะมีหลายพรมแดน มีกฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและวัฒนธรรมแตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่อ อำ นวยความสะดวกแก่การบริหารงานของคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จึงควรแบ่งสาย งานการบริหารออกเป็น ๓ เขต ตามประเทศที่มีพระธรรม ทูตไทยปฏิบัติศาสนกิจอยู่ และตามมติที่ประชุมสมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ ณ วัดสันติวราราม ประเทศเยอรมนีโดยมี มติให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารประจำ เขตปกครองที่ ๒ ซึ่ง ประกอบด้วย ประเทศอิตาลีสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย และสาธารณรัฐเชค ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑. พระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวรา ราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประธานเขตปกครองที่ ๒ ประกาศ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ที่ 02 /2557 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เขตปกครองที่ 2 ********* เนื่องด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ได้ พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรป มีพระธรรมทูตไทยได้มาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องล าบากในการติดต่อ ประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ง่ายนัก เพราะมีหลายพรมแดน มีกฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและ วัฒนธรรมแตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่ออ านวยความสะดวกแก่การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จึงควรแบ่งสายงานการบริหารออกเป็น 3 เขต ตามประเทศที่มีพระธรรมทูตไทยปฏิบัติศาสนกิจ อยู่ และตามมติที่ประชุมสมัยวิสามัญครั้งที่ 1/2557 ณ วัดสันติวราราม ประเทศเยอรมนี โดยมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการ บริหารประจ าเขตปกครองที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย ประเทศอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย และ สาธารณรัฐเชค ดังมีรายนามต่อไปนี้ 1. พระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประธานเขตปกครองที่ 2 2. พระมหาพยอม สุทสฺสโน เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร ประเทศเยอรมนี เป็นรองประธานฯ 3. พระครูกิตติธรรมวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นกรรมการ 4. พระมหาทองนาค นาควโร เจ้าอาวาสวัดธรรมวิหาร ประเทศเยอรมนี เป็นกรรมการ 5. พระครูปลัดเด่นชัย อภิชโย วัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี เป็นกรรมการ 6. พระครูปลัดสมพงษ์ กนฺตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดไทยออสเตรียธรรมาราม ประเทศออสเตรีย เป็นกรรมการ 7. พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ประเทศเยอรมนี เป็นกรรมการ 8. พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธปิยวราราม ประเทศเยอรมนี เป็นกรรมการ 9. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว โส วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคงแห่ง พระพุทธศาสนา และความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 (พระเทพกิตติโมลี) เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ 1 และประธานเขตปกครองที่ 2 ๒. พระมหาพยอม สุทสฺสโน เจ้าอาวาสวัดพุทธ วิหาร ประเทศเยอรมนี เป็นรองประธานฯ ๓. พระครูกิตติธรรมวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นกรรมการ ๔. พระมหาทองนาค นาควโร เจ้าอาวาสวัดธรรม วิหาร ประเทศเยอรมนีเป็นกรรมการ ๕. พระครูปลัดเด่นชัยอภิชโยวัดพุทธธรรม ประเทศ เยอรมนีเป็นกรรมการ ๖. พระครูปลัดสมพงษ์กนฺตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดไทย ออสเตรียธรรมาราม ประเทศออสเตรีย เป็นกรรมการ ๗. พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม เจ้าอาวาสวัดพุทธ ธรรม ประเทศเยอรมนีเป็นกรรมการ ๘. พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธปิยวราราม ประเทศเยอรมนีเป็นกรรมการ ๙. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ของตนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคง แห่งพระพุทธศาสนา และความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป


148 ฉบับที่ ๐๓/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป เขตปกครองที่ ๓ ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ความว่า เนื่องด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๔๗ ได้พิจารณาเห็นว่าในทวีปยุโรป มีพระธรรมทูตไทยได้มา ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องลำ บากใน การติดต่อประสานงาน แม้การเดินทางไปมาหาสู่กันก็ไม่ ง่ายนัก เพราะมีหลายพรมแดน มีกฎหมาย กฎระเบียบ ประเพณีและวัฒนธรรมแตกต่างกัน ดังนั้น ในปัจจุบัน เพื่อ อำ นวยความสะดวกแก่การบริหารงานของคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จึงควรแบ่งสาย งานการบริหารออกเป็น ๓ เขต ตามประเทศที่มีพระธรรมทูต ไทยปฏิบัติศาสนกิจอยู่ และตามมติที่ประชุมสมัยวิสามัญครั้ง ที่ ๑/๒๕๕๗ ณ วัดสันติวราราม ประเทศเยอรมนีโดยมีมติ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารประจำ เขตปกครองที่ ๓ ซึ่ง ประกอบด้วย ประเทศเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑. พระครูวิเทศธรรมวิทิต เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์เป็นประธานเขตปกครองที่ ๓ ๒. พระครูศรีญาณวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศฟินแลนด์ เป็นประธานฯ ๓. พระครูวิเทศสิริธรรม เจ้าอาวาสวัดไทยไอซ์แลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์เป็นกรรมการ ๔. พระมหาเสถียร สถิโร เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์- เบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์เป็นกรรมการ ๕. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดพุทธ ชิโนรส ประเทศสวีเดน เป็นกรรมการ ๖. พระครูพิศิษฐ์สรภาณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมพระพุทธ ชินวงศ์ ประเทศนอร์เวย์เป็นกรรมการ ๗. พระครูสุตพุทธิธัช เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ของตนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคง แห่งพระพุทธศาสนา และความเจริญรุ่งเรืองของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ฉบับที่ ๐๔/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งที่ปรึกษาสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป ประกาศ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ความว่า อาศัยมติที่ประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๘/๒๕๕๗ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่วัดธัมมปทีป ประเทศ เบลเยียม ให้แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปขึ้น ตามกฎระเบียบของสหภาพ พระธรรมทูตไทยฯ ข้อที่ ๑๙ ว่าด้วยเรื่องสภาที่ปรึกษาหรือผู้อุ ปถัมภ์ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารงานของสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปเพิ่ม


149 เติม ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑) พระธรรมกิตติวงศ วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ๒) พระธรรมโมลีวัดศาลาลอย จังหวัดสุรินทร์ ๓) พระเทพวิสุทธิโมล วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ๔) พระราชพุทธิวิเทศวัดพุทธาวาส ประเทศสหรัฐอเมริกา ๕) พระสุธีญาณวิเทศ วัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม ๖) พระปัญญาพุทธิวิเทศ วัดมหาธาตุ ประเทศอังกฤษ ๗) พระกิตติโสภณวิเทศ วัดนาคปรก กรุงเทพมหานคร ๘) พระโสภณวชิราภรณ วัดอรุณราชวราราม ราช วรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ๙) พระครูสิริอรรถวิเทศ วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดีซีประเทศ สหรัฐอเมริกา ท่านที่ได้รับแต่งตั้งตามมติที่ประชุมดังกล่าว มีสิทธิ และหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ในกฎระเบียบสหภาพพระธรรม ทูตไทยฯ ข้อที่ ๒๐ ทุกประการ ขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง โปรดช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา และความเจริญ รุ่งเรืองของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบต่อไป ฉบับที่ ๐๔/๒๕๕๗ เรื่อง ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๐ ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ความว่า เนื่องด้วย คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๕๖-๒๕๕๘ จะได้สิ้น สุดลงตามระเบียบวาระ อาศัยอำ นาจตามความในข้อที่ ๒๒ ประกาศ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เรื่อง ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๐ ************ เนื่องดวย คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๕๖-๒๕๕๘ จะไดสิ้นสุดลงตามระเบียบวาระ อาศัยอํานาจตามความในขอที่ ๒๒ แหงกฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๔๙ ที่ประชุม สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในคราวประชุมสมัยสามัญประจําปครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอรเวย ประเทศ นอรเวย ไดเลือกตั้งทานผูมีรายนามตามที่ปรากฏนี้ ใหเปนคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ดํารงตําแหนงตางๆ ในวาระพุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๐ คือ ๑. พระเทพพุทธิมงคล วัดพุทธาราม เนเธอรแลนด ประธานฯ ๒. พระเทพกิตติโมลี วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอรแลนด รองประธานฯ รูปที่ ๑ ๓. พระครูวิเทศธรรมวิทิต วัดไทยนอรเวย นอรเวย รองประธานฯ รูปที่ ๒ ๔. พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ วัดพุทธวิหาร เยอรมนี ประชาสัมพันธ ๕. พระมหาจําเริญ เขมวีโร วัดพุทธวิหาร เนเธอรแลนด ผูชวยประชาสัมพันธ ๖. พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ วัดพุทธปยวราราม เยอรมนี ผูชวยประชาสัมพันธ ๗. พระบัณฑิต ญาณธีโร วัดพุทธาราม ซุนซวาล สวีเดน ผูชวยประชาสัมพันธ ๘. พระมหาวิทยา อภิชฺชโว วัดพุทธธรรม ออสเตรีย ผูชวยประชาสัมพันธ ๙. พระครูกิตติธรรมวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอรแลนด เหรัญญิก ๑๐. พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ออสเตรีย ผูชวยเหรัญญิก ๑๑. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอรแลนด เลขานุการ ๑๒. พระครูสุตพุทธิธัช วัดพุทธาราม สวีเดน ผูชวยเลขานุการ ๑๓. พระครูสุตพุทธิรัตน วัดพุทธาราม เนเธอรแลนด ผูชวยเลขานุการ ๑๔. พระครูปลัดไพบูลยกิจ อคฺควิปุโล วัดสมเด็จ เยอรมนี ผูชวยเลขานุการ ๑๕. พระมหาอนุศักดิ์ จนฺทสีโล วัดพุทธวิหาร เยอรมนี ผูชวยเลขานุการ ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ( พระพรหมสิทธิ ) ประธานสํานักงานกํากับดูแลพระธรรมทูตไปตางประเทศ กรรมการมหาเถรสมาคม เจาคณะภาค ๑๐ เจาอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ประธานการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจําปพุทธศักราช ๒๕๕๘ แห่งกฎระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๔๙ ที่ประชุม สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ใน คราวประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ ได้เลือกตั้งท่านผู้มีรายนาม ตามที่ปรากฏนี้ ให้เป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ดำ รงตำแหน่งต่างๆ ในวาระ พุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๐ คือ ๑. พระเทพพุทธิมงคล วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ประธานฯ ๒. พระเทพกิตติโมลี วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์รองประธานฯ รูปที่ ๑ ๓. พระครูวิเทศธรรมวิทิต วัดไทยนอร์เวย์ นอร์เวย์ รองประธานฯ รูปที่ ๒ ๔. พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ วัดพุทธวิหาร เยอรมนี ประชาสัมพันธ์ ๕. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร วัดพุทธวิหาร เนเธอร์แลนด์ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๖. พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ วัดพุทธปิยวราราม เยอรมนี ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๗. พระบัณฑิต ญาณธีโร วัดพุทธาราม ซุนซวาล สวีเดน ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๘. พระมหาวิทยา อภิชฺชโว วัดพุทธธรรม ออสเตรีย ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๙. พระครูกิตติธรรมวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์เหรัญญิก ๑๐. พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ วัดไทยออสเตรีย ธรรมาราม ออสเตรีย ผู้ช่วยเหรัญญิก ๑๑. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส วัดศรีนครินทรว ราราม สวิตเซอร์แลนด์ เลขานุการ ๑๒. พระครูสุตพุทธิธัช วัดพุทธาราม สวีเดน ผู้ ช่วยเลขานุการ ๑๓. พระครูสุตพุทธิรัตน์ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ผู้ช่วยเลขานุการ ๑๔. พระครูปลัดไพบูลย์กิจ อคฺควิปุโล วัดสมเด็จ เยอรมนีผู้ช่วยเลขานุการ ๑๕. พระมหาอนุศักดิ์จนฺทสีโล วัดพุทธวิหาร เยอรมนี ผู้ช่วยเลขานุการ


Click to View FlipBook Version