ภาค ๓ รายงาน ประจำ ปี ๒๕๕๘ (ปีที่ ๙) สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป [ส.ธ.ย.] The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.]
152 รายงานประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ อันเป็นปีที่ ๙ แห่งการก่อตั้งสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป (ส.ธ.ย.) นับว่าเป็นปีแห่งความก้าวหน้า ของการดำ เนินกิจกรรม ในฐานะองค์กรแห่งความร่วมมือของพระ ธรรมทูตไทยที่มาปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในสหภาพยุโรปแห่งนี้ มีบทบาทและกิจกรรมต่าง ๆ ดัง รายงาน ต่อไปนี้ ๑. รายงานการจัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปีสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ วัดไทย นอร์เวย์ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์วันที่ ๒๑-๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘ ๒. รายงานจัดประชุมสมัยวิสามัญ คณะกรรมการบริหารอีก ๔ ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๘ สถานที่ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๙-๓๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ สถานที่ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๔-๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๘ สถานที่ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ครั้งที่ ๔ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ สถานที่ วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ๓. รายงานการเข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ทั้งในสหภาพ ยุโรป และทั่วโลก ดังมีรายละเอียดคือ (๑) งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในวันที่ ๑๕-๑๖-๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ (๒) คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. เข้าพบพระพรหมสิทธิ ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระ ธรรมทูตไปต่างประเทศ เพื่อรายงานและขอแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ ๑๕ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ (๓) สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำ เพ็ญกุศลศพพระพรหมสุธี อดีตประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (๔) คณะกรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ร่วมงานถวายมุทิตากรรมการ และสมาชิกผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ณ ประเทศไทย (๕) คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ได้เข้าเฝ้ากราบถวายสักการะและรับฟังโอวาทจากพระ เดชพระคุณหลวงพ่อ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ณ วัดปากน้ำ กรุงเทพฯ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘ (๖) ผู้แทนคณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ได้รับอาราธนาจากคณะพระธรรมทูตไทยในทวีป ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เพื่อขอคำแนะนำ ในการก่อตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ภาค ๓ รายงาน ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘
153 [ ๓.๑ ] รายงาน การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญ ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ วันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ความเป็นมา ตามที่สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้จัดให้มีการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๐ และวันอาทิตย์ที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ตามกฎ ระเบียบข้อที่ ๑๒ ว่าด้วยการประชุมสมาชิกฯ ระบุไว้ว่ามีการ ประชุม ๒ อย่างคือ การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีและ การ ประชุมสมัยวิสามัญ การประชุมได้สำ เร็จลงแล้ว โดยได้ใช้สถานที่ต่างๆ ภายในวัดไทยนอร์เวย์ ประกอบด้วย ใช้สถานที่อุโบสถสมเด็จ พระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดไทยนอร์เวย์ เป็นห้อง ประชุมหลัก ใช้ห้องเอนกประสงค์ชั้นล่างอุโบสถ เป็นสถานที่ จัดถวายภัตตาหารเพล และใช้บริเวณลานจัดกิจกรรมวัดไทย นอร์เวย์ เป็นที่รับประทานอาหารกลางวันของสาธุชน ตลอด จนพื้นที่บริเวณวัดไทยนอร์เวย์เป็นที่ตั้งจุดลงทะเบียน ตั้งโรง ทานสำ หรับให้บริการอาหารและเครื่องดื่มสาธุชน พร้อมกัน นี้ ได้อาราธนาพระธรรมทูตไทย ที่ปฏิบัติศาสนกิจในทุกทวีป ทั่วโลกร่วมสังเกตการณ์การประชุมครั้งนี้ด้วย ผู้เข้าร่วมประชุม การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ นี้มีคณะกรรมการสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมาชิกสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรปทั้งสมาชิกสามัญองค์กร และสมาชิกสามัญ บุคคลเข้าร่วมประชุม กรรมการบริหารวัด/สมาคมต่าง ๆ ใน สหภาพยุโรป นอกจากนี้มีพระธรรมทูตทั่วโลกประกอบด้วย พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปเอเชีย ตัวแทนจากสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระ ธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล พระธรรมทูตสายโอเชีย เนีย-ออสเตรเลีย พระธรรมทูตจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย พระสังฆาธิการจากประเทศไทยและพุทธศาสนิกชน สถาบัน การศึกษา ซึ่งประกอบด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม พระ สังฆาธิการระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำ เภอ เจ้าอาวาส คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้ แทนสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้แทนบริษัท การบินไทยจำกัด(มหาชน)และสาธุชน รวมทั้งสิ้น ๒๔๐ รูป/คน คณะกรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระเทพพุทธิมงคล ประธานคณะกรรมการ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ พระเทพกิตติโมลี รองประธาน วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธาน วัดไทยนอร์เวย์ นอร์เวย์ พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ หัวหน้า ประชาสัมพันธ์ วัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน เยอรมนี พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ผู้ช่วย ประชาสัมพันธ์ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ พระมหาทองนาค นาควโร ผู้ช่วย ประชาสัมพันธ์ วัดธรรมวิหาร ฮันโนเวอร์เยอรมนี พระครูกิตติธรรมวิเทศ หัวหน้า เหรัญญิก วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ ผู้ช่วย เหรัญญิก วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ออสเตรีย
154 พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส หัวหน้า เลขานุการ วัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์ พระครูสุตพุทธิธัช ผู้ช่วย เลขานุการ วัดพุทธาราม สวีเดน พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธี ผู้ช่วย เลขานุการ วัดธัมมปทีป เบลเยี่ยม พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม ผู้ช่วย เลขานุการ วัดพุทธธรรม เยอรมนี รายนามสมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประเทศเนเธอร์แลนด์ พระครูสุตพุทธิรัตน์ วัดพุทธาราม พระมหาจำ เริญ เขมวีโร วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม พระครูปลัดสุเทพ ปญฺญาวชิโร วัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม ประเทศเบลเยียม พระสุธีญาณวิเทศ วัดไทยธรรมาราม พระมหาจรินทร์ อาภสฺสโร วัดธัมมปทีป ประเทศฝรั่งเศส พระอมร อริโย วัดภูธาราม พระมหาสมยศ อุปสนฺโต วัดธรรมาราม เมืองนิส พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร วัดพุทธบูชา ประเทศเยอรมนี พระมหาอนุศักดิ์จนฺทสีโล วัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน พระมหาสังวรญ์ สํวรญาโณ วัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน พระรชตะ อสฺสโร วัดสังฆทาน ไทย-เยอรมัน พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ วัดพุทธปิยวราราม แฟรงก์เฟิร์ต พระมหาธวัชชัย ธมฺมกุสโล วัดพุทธปิยวราราม แฟรงก์เฟิร์ต พระมหาประจบ สทฺธาธิโก วัดสังฆวิหาร สตุตการ์ต พระครูปลัดไพบูลย์กิจ อคฺควิปุโล วัดสมเด็จ เยอรมนี พระกิตติเดช กิตฺติเตโช วัดสันติวราราม พระครูธรรมธร ชัยวิชิต ชยาภินนฺโท วัดพระธาตุดอยสุเทพ เยอรมนี พระครูวิเทศธรรมรังสี วัดไทยมิวนิค เยอรมนี พระมหาทวีวัฒน์ ปุญญาวาสโน วัดพุทธมงคล ประเทศออสเตรีย พระมหาวิทยา อภิชฺชโว วัดพุทธธรรม กราช พระมหามานัส ธมฺมจารี วัดแสงธรรมปทีป ประเทศเชก พระมหาชนสรณ์ กิตฺติวิปุโล วัดธรรมกิตติวงศ์กรุงปราก ประเทศนอร์เวย์ พระครูสุทธกิตติคุณ วัดไทยนอร์เวย์ พระมหาคำสิงห์ คเวสโก วัดไทยนอร์เวย์ พระมหาเสถียร สถิโร วัดไทยนอร์เวย์บาร์เก้น พระวิธุดา วิสุทฺโธ วัดไทยนอร์เวย์ พระมหาสนิท สินิทฺโธ วัดไทยนอร์เวย์ พระมโน ฐิตมโน วัดไทยนอร์เวย์ พระมหากิตติ ญาณเมธี วัดไทยนอร์เวย์ พะมหามณเฑียร ฐิติเมธี วัดไทยนอร์เวย์ พระมหาอภินนท์อภิญาโณ วัดไทยนอร์เวย์ พระพิชิตชัย ญาณวีโร วัดไทยนอร์เวย์ พระคิม วชิรญาโณ วัดไทยนอร์เวย์ พระรัชต์พงศ์ ธมฺมวํโส วัดไทยนอร์เวย์ พระพีรวัส สนฺติวํโส วัดไทยนอร์เวย์ พระจักรพงษ์ จกฺกธมฺโม วัดไทยนอร์เวย์ พระกฤษนัย กิตฺตวํโส วัดไทยนอร์เวย์ พระราเชนทร์ ธมฺมรตโน วัดไทยนอร์เวย์ พระนรินท์ นริสฺสโร วัดไทยนอร์เวย์ พระบัณฑิต ธีรธมฺโม วัดไทยนอร์เวย์ พระวุฒิพงษ์ วุฑฺฒิวํโส วัดไทยนอร์เวย์ พระสุเทพ สุธมฺโม วัดไทยนอร์เวย์ พระสมชัย สุปญฺโญ วัดไทยนอร์เวย์์ พระพิเชฐธางกูร เขตธมฺโม วัดไทยนอร์เวย์ พระประชิต ปญฺญาธมฺโม วัดไทยนอร์เวย์ พระครูปลัดสัมพิพัฒนธรรมาจารย์ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสมเด็จพุทธชินวงศ์คริสเตียนซัน พระมนัส ธมฺมรโต ศูนย์ปฏิบัติธรรมสมเด็จพุทธชินวงศ์คริสเตียนซัน
155 ประเทศฟินแลนด์ พระครูศรีญาณวิเทศ วัดพุทธาราม พระมหาสนิท ประพันธ์ วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน พระบัณฑิต ญาณธีโร วัดพุทธาราม ซุนซวาลล์ พระทนง ฐิตปุญโญ วัดพุทธาราม พระมหาวิโรจน์ ญาณธโร วัดพุทธาราม แวมโด พระครูปริยัตินันทวิเทศ วัดพุทธาราม เฟรดริก้า ประเทศสเปน พระประดิษฐ์ กิตฺติโสภโณ วัดพุทธาราม บาเซโลน่า สมาชิกวิสามัญ พระมหากิต มณีรัตนโศภิต วัดพรหมวงศาราม กทม. ผู้สังเกตการณ์ในสหภาพยุโรป ประเทศเนเธอร์แลนด์ พระมหาอาวิช อาวิชฺชญฺญู วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเยอรมนี พระโสภณพุทธิวิเทศ วัดพุทธาราม เบอร์ลิน พระครูวิบูลย์ปริยัตยาภรณ์ วัดเจริญธรรม พระมหาพันธนศักดิ์สติสมฺปนฺโน วัดพุทธนันทาราม พระมหาไปรวิทย์ จิตฟุ้ง วัดพุทธนันทาราม พระครูปัญญาวรธรรมวิเทศ วัดพุทธวิปัสสนา พระครูปลัด ทวีศักดิ์ถิรธมฺโม วัดธรรมศรัทธาราม พระทรง ธนปาโล วัดธรรมศรัทธาราม พระมหาวิวัฒน์ ฌาเนสโก วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต พระพัฒนา สิริภทฺโท วัดพระธรรมกายชวร์ชวัลด์ พระมหาจันทร์ดี ธมฺมสิทฺธิ วัดพุทธไฮบรอน พระวิเทศภาวนาธรรม วัดพระธรรมกายบาวาเรีย พระมหานิกร สุทฺธรตโน วัดพระธรรมกายบาวาเรีย พระธีรพงษ์ ชนาสโภ วัดไทยมิวนิค พระครูปลัดศุภกิตต์สุทฺธิญาโณ วัดป่าธรรมชาติดอยงาม พระชนินทร์ เตชวนฺโต วัดไทยสามัคคีวราราม-ทิโรล ออสเตรีย ประเทศนอร์เวย์ พระปลัดกล้าณรงค์ ญาณวีโร วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระมหาบุญมา คุตปุญฺโญวัด วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระสถิต ธีรงฺกุโร วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระไพศาล โชติญาโณ วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระวีระชัย เตชงฺกุโร วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระมหาณัฐ ชาตเมธี วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระจิต วัดพระธรรมกายนอร์เวย์ พระกลฺยาโณ วัดป่าซิบเว็ท (Skogklster Buddhistsamfun) พระชินวํโส วัดป่าซิบเว็ท (Skogklster Buddhistsamfun) พระมหาภูวดล ญาณเมธี วัดพระพุทธภาสฯ สตาวังอาร์ พระครูสังฆรักษ์เทพนรินทร์ชาตเมโธ วัดพระพุทธภาสฯ ประเทศสวีเดน พระครูภาวนาพุทธิธรรม วัดพระธรรมกาย บลูโรส พระสมุห์สมบูรณ์ จิตฺตทนฺโต วัดพุทธสต๊อกโฮม พระสุทร สุนฺทรธมฺโม วัดพุทธชิโนรส สวีเดน พระครูวินัยธร เจริญชัย วัดพุทธชิโนรส สวีเดน พระชาคระ (U Zagara) TIRATANA MYANMAR TEMPLE พระวิโรจน์(Hontasaro) TIRATANA MYANMAR TEMPLE ประเทศเดนมาร์ก พระครูวิสุทธิธรรมวิเทศ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร พระวิษนุพงษ์สิริวฑฺฒโน วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร พระปลัดสัมฤทธิ์ จนทาโก วัดธรรมกายเดนมาร์ก พระครูปลัดภาวนาวัตร วัดธรรมกายคอร์ซัวร์ ประเทศฝรั่งเศส พระมหานงค์ สุมงฺคโล วัดนวมินทรราชูทิศ ลียง พระครูปลัดสมพงษ์ ฝรั่งเศส พระลับ โชติปญฺโญ วัดหมากไซ ฝรั่งเศส พระสุดใจ ปญฺญาวุฑฺโฒ ฝรั่งเศส ประเทศไอซ์แลนด์ พระครูวิเทศสิริธรรม วัดไทยไอซ์แลนด์ พระครูศรีชยานุวัตร วัดไทยไอซ์แลนด์ พระมหาบุญศรี สุทฺธิญาโณ วัดไทยไอซ์แลนด์ Phra Theeraphong Aumerb Phrakrupalad Chon Chaiamnat ในยุโรป ฝ่ายฆราวาส-กรรมการสมาคม Mr. Thong in Vasuwan วัดไทยไอซ์แลนด์ Mrs. Phonphrom Phatthanwongchai วัดไทยไอซ์แลนด์ Mrs. Gudrun SaengduanUdomyart วัดไทยไอซ์แลนด์ Mr. Narumon Wittayakit วัดไทยไอซ์แลนด์
156 คุณทัศนีย์ นามสมบูรณ์ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม คุณณัฏฐกานต์ ในเงิน วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม คุณอรุณ ศรีคำ เทียม วัดพุทธาราม ฟินแลนด์ คุณไชยา อังกิตานนท์ วัดสังฆทานไทย-เยอรมัน คุณมาลี เม็ทซิก วัดสังฆทานไทย-เยอรมัน คุณอัจฉราพร เค็มพ์เทอร์ วัดสันติวราราม เยอรมนี คุณจอมขวัญ Aver วัดสันติวราราม เยอรมนี คุณดวงหทัย ฮาเม วัดสันติวราราม เยอรมนี ผู้สังเกตการณ์จากสหราชอาณาจักรและสก๊อตแลนด์ พระปัญญาพุทธิวิเทศ วัดมหาธาตุคิงบอมลี่ พระครูภาวนาวิธาน วัดพุทธประทีป พระมหาเดชา ปญฺญาคโม วัดพุทธาราม ลีด พระนัทธพงษ์ ธมฺมรตโน วัดพุทธาราม ลีด พระมหานภันห์สนฺติภทฺโท Buddhist center for thai monks in cambridge พระครูสิริธรรมประทีป วัดธรรมปทีป สก๊อตแลนด์ พระวิษณุพงษ์ สิริวฑฺฒโน วัดธรรมปทีป สก๊อตแลนด์ ผู้สังเกตการณ์จากประเทศไทย พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ กทม. ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตฯ พระธรรมโมลี วัดศาลาลอย สุรินทร์ พระธรรมเสนาบดี วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ พระราชวชิรดิลก วัดเพชรสมุทร พระราชสิทธิวิมล วัดใหญ่อินทราราม ชลบุรี พระราชรัตนมุนี วัดพิชญญาติการาม พระเมธีสุทธิกร วัดสระเกศ กทม.ฯ เลขาฯ สนง.กำกับดูแลพระธรรมทูตฯ พระสุนทรธรรมเมธี วัดท่าสว่าง บุรีรัมย์ พระครูไพศาลกิจจาภรณ์ วัดจุฬามณี มุทรสงคราม พระครูปริยัติวีราภรณ์ วัดบ่อชะเนง อำ นาจเจริญ พระครูปลัดสุวัฒนสิทธิคุณ วัดสระเกศ กทม. พระครูปลัดถาวร จารุปัญญาพร วัดไร่ขิง นครปฐม พระครูพิศาลประชานุกิจ วัดหนองใหญ่ศิริธรรม ชลบุรี พระครูพิสิฏฐ์กิจจาภิรม วัดใหญ่อินทาราม ชลบุรี พระครูสุนทรพิมลศิล วัดดับภัย เชียงใหม่ พระครูวิทิตปัญญาภรณ์ วัดท่าข้ามเจริญศรัทธา ฉะเชิงเทรา พระครูสถิตย์บุญวัฒน์ วัดด่านพระราม ๓ กรุงเทพฯ พระครูปริยัติภาวนานิเทศน์ วัดพุทธเมตตาสว่างรังษี(วัดวังปลาโด) มหาสารคาม พระมหาบุญถิ่น เดชบวรบุญ วัดกลาง(พระอารามหลวง) บุรีรัมย์ พระมหาสมบัติ หนองหงอก วัดยานนาวา กรุงเทพฯ พระมหาวชิราวุธ หนองสูง วัดจักรวรรดิราชาวาส กทม. พระมหาไชยณรงค์ เสริมแก้ว วัดชลประทานรังสฤษดิ์นนทบุรี พระประวัติอินชำ นาญ วัดนาคปรก กรุงเทพฯ พระภูมินทร์ตรีภพอารักษ์ วัดนาคปรก กรุงเทพฯ พระสุทธิพงศ์สุทฺธิวํโส พระสุเมธ นพดลจินดา วัดชลประทานรังสฤษดิ์นนทบุรี พระปลัดปิยศักดิ์ปิยธมฺโม วัดวิเศษการ กรุงเทพฯ พระครูสมุห์ไพรินทร์ สิริสวัสดิ์ เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน นนทบุรี น.ต.บัญชา ชุนสิทธิ์ ผู้อำ นวยการใหญ่ฝ่ายซ่อมใหญ่ บมจ.การบินไทย นายห้องสิน นาคปานเสือ ผจก.บนเที่ยวบินอาวุโส บมจ.การบินไทย นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายบุญเลิศ โสภา ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา นายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำ นักเลขาธิการ นายยุทธศักดิ์ แก้วพระพาน สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายทวียศ ใหม่ทุ่ม สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายเรืองวิทย์ มิตรภานนท์ นักการข่าวชำ นาญการพิเศษ
157 นางสาวพรพรรณ มณีสถิตย์ นักการข่าวเชี่ยวชาญ นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ นายพงศ์ธนธร ศรีขาว นายสมบูรณ์ ดีเสมอ นายถมยา ศรีประสบ นางสายพิณย์ สิชฌนุกฤษฏ์ นางสาวสุวรรณี แก้วมณี นายพัฒนา สุอำ มาตย์มนตรี นายจำ เริญ ศรีคำ มูล นายทวีศักดิ์ สุขโข นายพรรษา พฤฒยางกูร นางสาวอรรวรรณ เผือกไธสง นางจุไรรัตน์ มีศิริ นายดำ รงค์ ศรีษะโคตร นายบัณฑิต จันทร์เฮง นายปวริศ กาศกูล นายคณพล ศรีหอมรื่น นางนันทภรณ์ ทองพันธุ์ นางสาวภรณ์ศุลี รัตแพทย์ นายวิสูตร เพียรพัฒน์ นายสมชาติ กุลฑลจันทร์ นายภูรีภัทร ห้วยหงษ์ทอง นายสมชัย ธนสารศิลป์ นางสาวฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา นางวรรณรวี ชนะชัย CHAN KWAN BENNY KEITH นายณัฐ แสงวิรุณ PORNSUDA SAE-KLEAU นายชูศักดิ์ รังสิต คุณกิ่งเพชร ส่งเสริม คุณชะลันตา ไวท์ นางเสาวณีย์ ขันติพโล นางสาวรีราพร ทองไสว นายไพบูลย์คันตะลี นายยัศพัทธ์วิชัยวงศ์ นายประทูน ยอดฉิม นายวิชัย ภูเพชร ผู้สังเกตการณ์จากทวีปอเมริกา พระราชพุทธิวิเทศ วัดพุทธาวาส พระครูวิเทศพรหมคุณ วัดพรหมคุณาราม พระวิเทศวิสุทธิคุณ วัดปากน้ำ โอไฮโอ พระสุมณธรรมวงศ์ วัดไทยลอสแองเจลิส พระครูสิริอรรถวิเทศ วัดไทยวอชิงดัน ดีซี พระมหานรินทร์ นรินฺโท วัดไทยล๊าสเวกัส พระครูธรรมธรสุพิชญ์ สุวิชฺโช วัดมงคลเทพมนุนี พระครูสิทธิธรรมวิเทศ วัดอตัมมยตตาราม คุณ Sonya Gibbs วัดพุทธาวาส ผู้สังเกตการณ์จากประเทศทวีปเอเชีย พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล พระครูปลัดปิยโยรส ปญฺญาวฑฺฒโน วัดไทยพุทธคยา พระราชรัชวิเทศ วัดปากน้ำ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น พระมหาชุมพล ภูทองเงิน วัดปากน้ำ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น พระโสภณจริยาภรณ์ ร.ปธ.คณะสงฆ์สยามมาเลเซีย พระนิโครธรรมธาดา กก.บห.คณะสงฆ์สยามมาเลเซีย พระมหานิพนธ์โชติปญฺโญ ผช.เลขาธิการฯสงฆ์สยามมาเลเซีย พระครูสังฆรักษ์ประดับ ติสฺสโร วัดไทยเชตวัน มาเลเซีย พระมหาจวน จิตตสุโภ วัดอริยคีรีอาเรย์รัฐกลันตัน มาเลเซีย พระครูโสภณพุทธิคุณ วัดพุทธิคุณ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสิงคโปร์รูป ๑ พระครูอุดมธรรมวิธาร วัดอุตตมญาณมุนีสิงคโปร์ พระมหาวิหาร พุทฺธญาโณ วัดพุทธญาณ สิงคโปร์ ผู้สังเกตการณ์จากโอเชเนีย-ออสเตรเลีย พระกิตติโสภณวิทเศ วัดไทยสามัคคี นิวซีแลนด์ พระครูภาวนาญาณวิเทศ วิ. วัดพระธรรมกาย เมลเบิร์น ออสเตรเลีย พระสาธิต ฐิตธมฺโม วัดพระธรรมกาย อัลยูรีออสเตรเลีย ผู้สังเกตการณ์จาก ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์-เผยแผ่ พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายตรวจสอบ พระมหาชะเอม สุวีโร ผช.อธิการบดีฝ่ายต่างประเทศ พระมหาสาธิต สาธิโต ผอ.กองกลาง พระมหาเสม สุวีโร พระปลัดปิยศักดิ์ ปิยธมฺโม จนท.วิเคราะห์นโยบายและแผนฯ นายอุดร เขียวอ่อน รองผู้อำ นวยการกองวิเทศสัมพันธ์ฯ นายสมหมาย สุภาษิต รอง ผอ.สนง.บริหารสำ นัก ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม
158 กิจกรรมที่ ๑ พิธีเปิดการประชุม และพิธีการในภาคเช้า วันที่ ๑ ของการประชุม พระพรหมสิทธิ ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๐ เจ้าอาวาส วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ประธานการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประธานฝ่ายฆราวาส เวลา ๐๘.๓๐ น. พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ พระธรรมทูตไทย จากทุกทวีปทั่วโลก คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ลงทะเบียนรับเอกสาร การประชุม เวลา ๐๙.๐๐ น. พระธรรมทูตจากทุกทวีปทั่วโลก พระมหาเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พร้อมกัน ณ อุโบสถวัด ไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เวลา ๐๙.๑๕ น. พระพรหมสิทธิประธานในพิธีฯ จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นำ บูชาพระรัตนตรัย เวลา ๐๙.๒๐ น. ผู้แทนพระธรรมทูต และผู้แทนฝ่าย คฤหัสถ์ถวายสักการะ ประธานในพิธีฯ ประกอบด้วย (๑) พระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูตในทวีปยุโรป (๒) พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา (๓) พระครูวิเทศธรรมวิทิต เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ รองประธานสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๒ เจ้าภาพจัด งานประชุม สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (๔) พระโสภณจริยาภรณ์ ในนามองค์การคณะสงฆ์สยามประเทศมาเลเซีย (๕) พระครูโสภณพุทธิคุณ ในนามสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ (๖) พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล (๗) พระกิตติโสภณวิเทศ หัวหน้าสงฆ์กลุ่มประเทศโอเซียเนีย (๘) นายชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำ นวยการสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (๙) น.ต.บัญชา ชุนสิทธิ์ รองผู้อำ นวยการ รองกรรมการผู้อำ นวยการใหญ่ บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ผู้แทน กรรมการผู้อำ นวยการใหญ่ (๑๐) นางสมจิตร เบิร์ก ประธานสมาคมชาวพุทธไทยนอร์เวย์ (๑๑) นายเอกิล โลเตอร์ ประธานสหภาพชาวพุทธไทยในนอร์เวย์ เวลา ๐๙.๒๗ น. พระเทพกิตติโมลี รองประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ กล่าวถวาย รายงาน ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการประชุม ความว่า “กราบเรียน พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ ประธานสำ นักงานกำ กับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๐ เจ้าอาวาส วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ประธานการ ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญ ครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ที่เคารพอย่างสูง สรุปการประชุม วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘
159 เรียน พระเถรานุเถระ ที่เคารพ และพระเพื่อนสห ธรรมิกทุกท่าน เกล้าฯ พระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ ขออนุญาตกล่าวถวายรายงาน ถึงรายละเอียด และวัตถุประสงค์ของการจัดประชุมในครั้งนี้ นับย้อนไปเมื่อประมาณ ๕๐ กว่าปีที่แล้ว ในราว ปีพุทธศักราช ๒๕๐๕–๒๕๐๗ ได้มีพระธรรมทูตไทย มา ประกาศพระพุทธศาสนา ในสหราชอาณาจักร จนเกิดเป็นวัด พุทธปทีป กรุงลอนดอน พระธรรมทูตจากวัดพุทธปทีป ได้ เดินทางมาเผยแผ่ พบปะสมาคมชาวพุทธในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป มีการสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ปาฐกถาธรรม ตอบ ปัญหาธรรมะ เป็นต้น ดังปรากฏในอมตนิพนธ์ เรื่อง “เมื่อ พระไทยสอนฝรั่ง” ของ อาจารย์วรศักดิ์ จนฺทมิตโต ศิษย์ใน สำ นักของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมธีรราชมหามุนี (พระมหาโชดก ญาณสิทธิป.ธ.๙) การประกาศพระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทย ในครั้งนั้น เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดพระธรรมทูตรุ่นหลัง ๆ หลายต่อหลายรูป ถัดนั้นมาอีก ๒๐ กว่าปี มีประชาชนชาวไทยมา ประกอบสัมมาอาชีพ และดำ รงชีวิตในยุโรปมากขึ้น มีคำ กล่าวว่า “ชาวไทยห่างวัดไม่ได้” และว่า “ชาวไทยอยู่ที่ไหน ก็จะต้องมีวัดอยู่ที่นั่น” จึงเป็นเหตุให้ชาวไทยรวมตัวกัน บ้าง ก็รวมตัวกันสวดมนต์ตามบ้านต่าง บ้างก็นิมนต์พระเถระ จากเมืองไทยมาประจำ เป็นการชั่วคราวให้พอได้ประกอบ พิธีกรรมทางศาสนา จึงเกิดวัดไทยขึ้น อาทิ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ วัดพุทธารามสวีเดน วัดไทยในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์วัดไทยเบอร์ลิน วัดไทยเดนมาร์ก เป็นต้น เมื่อมีวัดเพิ่มขึ้น พระธรรมทูตไทยที่มาประกาศ พระศาสนา ก็ได้รวมตัวกันขึ้น โดยการประสานงานของ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ดำ เนินการ ให้มีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เมื่อ วันที่ ๘-๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ โดยที่วัดศรีนครินทรวราราม รับเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุม และอุปถัมภ์การประชุม ดังกล่าว ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ ได้มีการประชุมพระ ธรรมทูตไทยในยุโรป ไทย อเมริกา และสหราชอาณาจักร ใน คราวทำ บุญสตมวาร พระราชรัตนรังสี หรือหลวงตาสวีเดน (จำ นง ชุตินฺธโร) ณ วัดพุทธาราม ประเทศสวีเด็น การประชุมในทั้ง ๒ ครั้งนั้นเป็นเหตุ เป็นปัจจัย สำคัญอย่างยิ่งให้เกิดการรวมตัวของพระธรรมทูตไทยที่ปฏิบัติ หน้าที่พระกาศพระศาสนาในทวีปยุโรป ก่อตั้งองค์กรสงฆ์ขึ้น มา โดยตั้งชื่อว่า “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” อักษรย่อ ส.ธ.ย. ภาษาอังกฤษว่า “The Union of Thai Sanghas in Europe” และมีคำย่อว่า “UTSE” โดยมี วัตถุประสงค์ ๗ ประการคือ ๑. เพื่อเป็นศูนย์กลางการประชุม ปรึกษาหารือ วางแผน และนโยบายในการสนับสนุน ส่งเสริมและปรับปรุง แก้ไขเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป ให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยและกฎหมายแห่งคณะสงฆ์ไทย ๒. เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริมกิจการของวัด ไทยในทวีปยุโรป ๓. เพื่อความสามัคคีและความเป็นเอกภาพของ พระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ความช่วยเหลือในการแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด พระสงฆ์ไทย และประชาชน ชาวไทยในทวีปยุโรป ๔.เพื่อเป็นองค์กรในการร่วมมือและสร้างสัมพันธไมตรี กับองค์กรพระพุทธศาสนา บุคคล และองค์กรศาสนา อื่น ๆ ๕. เพื่อเป็นศูนย์ติดต่อประสานงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นระหว่างคณะพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป กับคณะพระ สงฆ์ไทยและรัฐบาลไทย รวมทั้งหน่วยราชการไทยในทวีปยุโรป ๖. เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อันชอบธรรม ของพระพุทธศาสนาและพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๗. เพื่อเป็นศูนย์พิจารณาและปฏิสันถาร ให้ความช่วย เหลือแก่พระสงฆ์ไทย ที่มาปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราวในทวีปยุโรป การจัดตั้ง “สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป” มหาเถรสมาคมได้รับทราบ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๒/๒๕๔๙ พระเทพกิตติโมลี รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ส.ธ.ย. กล่าวรายงาน ต่อประธาน
160 เพื่อให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปนี้ เจริญรุ่งเรืองคณะทำ งานจึงได้จดทะเบียนเป็นองค์กรตาม กฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับได้ตรากฎ ระเบียบข้อบังคับไว้ โดยเฉพาะกฎระเบียบข้อที่ ๑๒ ว่าด้วย การประชุมสมาชิกฯ ระบุไว้ว่ามีการประชุม ๒ อย่าง คือ การ ประชุมสมัยสามัญประจำ ปีและ การประชุมสมัยวิสามัญ ดัง นั้น สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จึงจัดให้มีการ ประชุมสมัยสามัญประจำ ปีขึ้น สำ หรับปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ปีนี้ เป็นการประชุม ครั้งที่ ๙ กำ หนดจัดประชุม ณ วัดไทยนอร์เวย์แห่งนี้ระหว่าง วันเสาร์ที่ ๑๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ๑. เพื่อเปิดโอกาสให้พระธรรมทูตผู้ปฏิบัติศาสนกิจใน ประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ๒. เพื่อเสนอประเด็นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ของ พระธรรมทูตผู้ปฏิบัติศาสนกิจในประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ๓. เพื่อปรึกษาหารือและหาทางที่ถูกต้องเหมาะสม ต่อการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการปฏิบัติศาสนกิจ และบริหารวัดต่าง ๆ ๔. เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เทคนิค วิธีการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาบนพื้นฐานความแตกต่างและหลากหลาย ทางความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองใน ประเทศนั้น ๆ ๕. เพื่อระดมความคิดเห็นในการกำ หนด หลักการ สำ หรับการปกครอง การดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้ พระธรรมวินัยและกรอบแห่งกฎหมายของแต่ละประเทศ ๖. เพื่อความสมัครสมานสามัคคี เป็นน้ำ หนึ่งใจ เดียวกันในการสร้างองค์กรคณะสงฆ์มหานิกาย โดยมุ่ง ประโยชน์สูงสุดในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรป การประชุมครั้งนี้ ได้รับการอุปถัมภ์สนับสนุนจาก องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน คือ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เจ้าภาพสถานที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ BUDDHISTFORBUNDET หรือสหภาพชาวพุทธ ในนอร์เวย์ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงออสโล สนง.กำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พระเถรานุเถระ และพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ทั้งชาวไทย ในยุโรปและชาวยุโรป รวมทั้งวัดไทยในยุโรป การประชุมครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ที่มี ผู้นำ ทั้ง ฝ่ า ยบ ร รพ ชิ ต แ ล ะ ค ฤหั ส ถ์ จ า กท วีป ยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูต ไทย ณ กรุงออสโล เป็นต้น และมีพระธรรมทูตทั่วโลก มา ประชุมมากเป็นพิเศษ คณะทำ งานทุกฝ่าย รู้สึกปลาบปลื้มปีติ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่พระเดชพระคุณได้เมตตามาเป็นประธาน ในการประชุมครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมครั้งนี้จะ บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้วางไว้ทุกประการ ขอขอบพระคุณ พระเดชพระคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้ บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นอุดมมงคลฤกษ์แล้ว กระผม ขอกราบเรียนพระเดชพระคุณ เป็นประธานกล่าวให้โอวาท และกล่าวเปิดการประชุม ควรมิควรประการใด สุดแต่จะ พิจารณา ด้วยความนับถือ พระเทพกิตติโมลี รองประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑” เวลา ๐๙.๓๙ น. พระพรหมสิทธิ อัญเชิญสาส์นของ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช อ่านแด่พระธรรมทูตสายต่างประเทศ
161 สาสน์ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในพิธีเปิด ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญประจ าปี ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ********** ขออนุโมทนากับพระธรรมทูตไทยทุกรูป ที่ได้เดินทางจากประเทศไทยอันเป็นมาตุภูมิ มาท าหน้าที่เผยแผ่พุทธธรรมค าสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้กับสาธุชนพี่น้อง ชาวไทย และประชาชนในทวีปยุโรป ด้วยความอดทนและมุ่งมั่น นับเป็นการเสียสละอย่างยิ่ง ในการเผยแผ่พระศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความรักความเมตตา ความ กรุณาปราณีและพุทธิปัญญา เป็นค าสอนหลักที่พระบรมศาสดาทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ตลอด พระชนม์ชีพ ทั้งทรงส่งพระสาวกไปเผยแผ่ค าสอนของพระองค์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ ความสุขแก่ประชาชนส่วนรวม โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา ความถึงพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติหรือ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สามารถรักษา ศรัทธาของประชาชนให้มั่นคงมาทุกยุคทุกสมัย จึงขอฝากท่านทั้งหลายได้ช่วยกันสอดส่อง ระมัดระวังทั้งตนเอง และช่วยตักเตือนเพื่อนสหธรรมิกให้ช่วยกันรักษาภาพที่น่าเคารพกราบ ไหว้ของพระสงฆ์ไทย ให้ประทับอยู่ในจิตใจของประชาชนในทวีปยุโรปนี้อย่างยั่งยืนถาวร ขออนุโมทนา สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ที่ได้ท าหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน การปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ไทย เป็นศูนย์ประสานงานกับคณะสงฆ์ในประเทศไทย ช่วยเหลือพระสงฆ์ที่มาปฏิบัติศาสนกิจ ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในทวีปยุโรป เพื่อ ด าเนินงานเผยแผ่พระศาสนธรรมแห่งความสุข ของพระบรมศาสดาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ณ ดินแดนแห่งนี้ ขออ านาจคุณพระศรีรัตนตรัย ได้อภิบาลคุ้มครองรักษาท่านทั้งหลาย รวมถึงศรัทธา สาธุชนพี่น้องชาวไทย และประชาชนในทวีปยุโรป ที่ได้สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของคณะสงฆ์ไทย จงเป็นผู้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็งในการ ประกอบหน้าที่ภารกิจการงานให้ส าเร็จเรียบร้อยดีงาม จงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธรรมสารสมบัติ โดยทั่วหน้ากันเทอญ ฯ
162 เวลา ๐๙.๓๙ น. พระพรหมสิทธิกล่าวเปิดประชุม “ขอถวายความเคารพพระเถรานุเถระ ซึ่งมีท่านเจ้า คุณพระธรรมโมลีวัดศาลาลอย อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์, ท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนาบดี วัดพระธาตุดอยสุเทพ รองเจ้าคณะภาค, ท่านเจ้าคุณพระเทพพุทธิมงคล วัดพุทธา ราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานสหภาพฯ, ท่านเจ้าคุณ พระเทพกิตติโมลีวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานสหภาพฯ, ท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้า พระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล, ท่านเจ้าคุณพระราชพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา, และท่านเจ้าคุณ พระกิตติโสภณวิเทศ วัดนาคปรก หัวหน้าพระธรรมทูตโอเชียเนีย, ท่านเจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์, ท่านพระครูวิเทศธรรมวิทิต วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ ขอเจริญพร ท่านผู้แทนบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ท่านบัญชา ชุนศิลป์ ผู้อำ นวยการใหญ่ฝ่าย ซ่อมบำ รุงใหญ่ บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน), คุณพร พรรณ มณีสถิตย์ หัวหน้าสำ นักงานรัฐมนตรีประจำสำ นัก นายกรัฐมนตรี, Mr.Egil Lothe ประธานสหภาพชาวพุทธ ในประเทศนอร์เวย์, ท่านชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวย การสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, คุณสมจิตร เบิร์ก ประธานสมาคมชาวพุทธไทยในนอร์เวย์ ขอแสดงความยินดีร่วมกับท่านทั้งหลาย ที่ได้มีโอกาส มาเปิดประชุมในครั้งนี้ พระธรรมทูตทุกท่านถือว่าทุกท่านนั้นมี ความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา ต่อพระเถระ ต่อคณะสงฆ์ไทย และเป็นพระสงฆ์ที่มีคุณภาพ ที่ควรยกย่องจากประเทศทุกรูป เจ้าประคุณสมเด็จท่านมีความห่วงใยต่อท่านทั้ง หลาย ที่นำสารถึงท่านและก็ทรงปรารภ ทรงตระหนัก หลายๆ อย่าง การที่ท่านทั้งหลายได้เสียสละเอาชีวิตอุทิศเพื่อ พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิต วันนี้จึงเป็นนิมิต หมายที่ดีว่า จะเป็นวันประวัติศาสตร์แห่งแรกของพระธรรม ทูตไทยที่รวมตัวกันมากที่สุด ยังไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ตามที่ดูนี้ ชื่อนี่ มากันทั่วโลกนะวันนี้ทุกทวีป ครั้ง แรกก็นึกว่าจะมีแค่สแกน และก็ยุโรป ในที่สุดแล้วมากันทั่ว โลก ทั้งอเมริกา ทั้งอินเดีย ทั้งหลายๆ แห่งที่ยังไม่เคยมาก็มา กัน จึงถือว่าเป็นนิมิตที่ดีของพระธรรมทูตว่าเราจะทำ งานร่วม กันอย่างมีคุณภาพต่อไป พระโสณะ พระอุตตระ ได้ทำแบบอย่างให้กับ พระธรรมทูตทุกท่านรู้อยู่แล้วว่า พระโสณะ พระอุตตระ นำ พระพุทธศาสนาเข้าสู่ในสุวรรณภูมิ ในยุคนั้น ใช้คำว่า สุวรรณภูมินี้เป็นเมืองปีศาจ ก็เลยไม่เข้าใจว่า เมืองปีศาจใน ยุคนั้นหมายความว่าอย่างไร แสดงว่าการสื่อสาร วัฒนธรรม ประเพณีก็เหมือนกับที่ท่านออกมากันนี่แหละ ท่านออกมา ก็ไม่รู้ว่า ฝรั่งเนี๊ยะมันเป็นอย่างไร บ้านเมือง บางท่านมาแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าประเทศเหล่านี้เขากินอยู่กันอย่างไร แต่ในที่สุด ท่านก็มาอยู่กับเขาได้ มาทำความเข้าใจกับเขาได้ และใน ที่สุดมาถึงขนาดว่า สื่อสารทำ หน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้กับชาวฝรั่งได้ ยกตัวอย่างที่นี่นี่ Egil Lothe เป็นฝรั่ง แต่ ว่าเป็นผู้บุกเบิก ทำ ให้มีสหภาพชาวพุทธเกิดขึ้นที่นี่ได้เป็นแห่ง แรก เป็นแบบอย่างให้เห็นว่า พระสงฆ์ไทยเรานี่ไม่ธรรมดา สามารถทำ งานในระยะสั้น ๆ เข้าถึงให้ความช่วยเหลือ อย่างเมื่อวาน ผมไปพบกับผู้นำศาสนาที่นี่ ทั้งที่ไม่ เคยพบกันมาเลยก่อน แต่ด้วยความที่เราเป็นคนไทย เป็น พระไทย ปรากฏว่าพบกันแล้ว จะขอจากลากันอยู่ซัก ๑๐ รอบก็ยังไม่ได้ออก อย่างนี้เป็นต้น เจ้าประคุณหลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้า อาวาสวัดสระเกศ ถือว่าท่านเป็นผู้บุกเบิก นำ พระพุทธศาสนา ออกนอกประเทศเป็นองค์แรกของโลก ของประเทศไทย ถ้า ท่านรุ่นใหม่ๆ คงยังไม่ทราบกันเท่าไหร่ แต่อย่างรุ่นอาจารย์ ทั้ง ๒ นี้ ท่านเจ้าคุณพระเทพพุทธิมงคล ท่านเจ้าคุณพระราช พุทธิวิเทศ นี้เข้าใจ พระพรหมสิทธิ์ ประธานการประชุมฯ ให้โอวาท เปิดการประชุม
163 ว่าหลวงพ่อท่านทำอะไร ในยุคโน้นนะ พระสงฆ์จะ ได้ออกนอกประเทศนี่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก มีการคัดค้านจาก พระสงฆ์ด้วยกัน พระเถระด้วยกัน มีการคัดค้านจากคนไทย ด้วยกันมากมายเหลือเกิน พูดจากันในทางเสียหายรุนแรง หลวงพ่อท่านมาเห็นคนในอยู่ต่างประเทศ ท่านกลับ ไปแล้วท่านมีความรู้สึกสงสารเขา ว่าเขามาอยู่กันลำ บากก็ ลำ บาก โดดเดี่ยว ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เดินทางกันมาแล้ว ทำ งาน บางท่านต้องการเห็นจีวรสีเหลือง ๆ ก็มีความสุข ในยุคนู้นนะ หลวงพ่อท่านจะกลับนี่ คนไทยไม่ใช่ ผู้หญิงนะ ผู้ชายเนี๊ยะ จับเท้าร้องไห้ อย่าให้ท่านกลับเถอะ อยากกลับเลย อยู่เป็นเพื่อน อยู่เพื่อให้เห็นคนไทยได้มีความ สุข ท่านกลับไปแล้วท่านก็ปรารภคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ทำ อย่างไรถึงจะให้พระสงฆ์มาอยู่กับเขาได้ เป็นเหตุแรงบันดาล ใจที่ให้เกิดวัดวาอารามทั่วโลกในเวลานี้ แล้วเราในฐานะผู้ สืบทอดก็มาทำ งานกัน ผมถือว่าโชคดีได้อยู่ใกล้ชิดท่าน รู้เรื่องราวเกือบ ทั้งหมดที่ท่านทำ งาน ท่านจะพูดให้ฟัง เล่าให้ฟังบ้าง เป็นต้น การเสียสละของท่านทั้งหลาย ถือว่าเป็นเรื่องยิ่ง ใหญ่ ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นว่า พระเรานี่เสียสละกัน อย่างไร อย่างท่านเจ้าคุณพระเทพพุทธิมงคล เป็นเลขาของ หลวงพ่อสมเด็จนะ เป็นเลขาของหลวงพ่อสมเด็จตั้งแต่เป็น รองเจ้าคณะภาค จนกระทั่งเป็นเจ้าคณะภาค เป็นเจ้าคณะ หน ท่านเป็นตำแหน่งสุดท้ายก็คือ เป็น คณบดีของมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในสมัยนั้น มหาวิทยาลัยไม่มีการ รับรอง เรียกว่า มหาวิทยาลัยเถื่อนสงฆ์ยุคนู้น ผมก็เรียนที่ นั่นด้วย แล้วมันเกิดวัดแห่งแรกขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ แล้วก็มีพระมาอยู่ อยู่ๆ พระที่มาอยู่ ท่านก็หมดความอดทน ท่านบอกว่าอยู่ไม่ไหวแล้ว นานมากแล้ว ต้องกลับประเทศ อยู่ไม่ได้ หลวงพ่อท่านก็มองซ้ายมองขวา ไม่เห็น ไม่รู้จะเอา ใครมาในยุคนู้น จะต้องเป็นพระผู้ใหญ่ด้วย นึกถึงองค์แรก ก็คือเลขานี่แหละ ส่งไปก่อน มาพูดกับท่านว่า ไปช่วยขัดตา ทัพที่เนเธอร์แลนด์ไว้ก่อนเถอะ ไปรักษาวัดไว้ก่อน ระยะสั้น ๆ แล้วค่อยกลับมา หลวงพ่อท่านก็รับอาสามา แล้วก็ไปลาออก จากตำแหน่งมหาจุฬาที่เป็นคณบดี แล้วก็ไปลาหลวงพ่อมาที่ นี่ ท่านก็บอกว่าท่านเรียบร้อยจากคณบดี หลวงพ่อก็ตกใจว่า อ้าวจะลาทำ ไม ไม่ต้องลา ให้ไปขัดตาทัพระยะสั้นๆ ไม่ต้อง ลาออก กลับมาจะได้เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลมหาวิทยาลัย เพราะ ว่าในช่วงนู้นกับในช่วงที่ท่านลานี่มันต่างกันนะ คือมันช่วงหัว เลี้ยวหัวต่อพอดี ช่วงแรกเกิดรัฐบาลรับรองมหาวิทยาลัยขึ้น มันก็ต้อง เป็นองค์กรของรัฐ ที่จะมีงบประมาณเข้าไปสนับสนุนเป็น มหาวิทยาลัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย บริหารงานเหมือนกับ ปัจจุบันนี่แหละ คือต้องมีเจ้าหน้าที่ มีนิตยภัตตามตำแหน่ง หน้าที่จากเดิมนะ เดิมไม่มีเงิน นอกจากไม่มีเงินจะต้องเรี่ย ไรเงินไปช่วย เพื่อให้มีการศึกษาพระเณรเรียนกันได้ นี่ยก ตัวอย่างง่ายๆ ว่า พอจะได้นิตยภัตกลับลาออกแล้วมาอดทน อยู่ที่เนเธอร์แลนด์ แล้วเนเธอร์แลนด์ยุคโน้น ผมเคยมา ดู คนไทยเราก็ลำ บากมาก ไม่เหมือนปัจจุบัน ท่านก็ทนอยู่ จนกระทั่งตอนนี้ท่านเป็นหลวงปู่ของชาวยุโรปและก็สแกนดิ เนียเวีย ถ้าคนในแถบนี้ไม่รู้จักหลวงปู่นี่ คงไม่ใช่ละ ถ้าบอกว่า หลวงปู่นี่หมายถึง เจ้าคุณพระเทพพุทธิมงคล นี่ถือว่าพระสงฆ์เรานี่ ถึงเวลานี่ สู้ยิบตา เหมือนกับ ท่านทั้งหลาย ดังนั้นงานของพระสงฆ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ โดย เฉพาะพระธรรมทูตนี่ โดดเด่นทุกหน่วยงาน อ้าวสุดท้าย นี่ เมื่อไม่นานมานี่ ที่เนปาล แผ่นดินไหว คนล้มตายจำ นวน มาก ประเทศเนปาลก็ลำ บากยากเข็ญ เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียง ๒ วัน พระธรรมทูตเราถึงที่แล้ว เข้าช่วยเหลือได้แล้ว ช่วย เหลือได้ทันท่วงที หน่วยงานอื่น ๆ ของโลกเข้าไปทำ งาน อะไรไม่ได้แต่ว่าพระธรรมทูตเรา โดยมีท่านเจ้าคุณพระเทพ โพธิวิเทศ รับงานปุ๊บ สนองงานปึ๊บ ถึงคนทั่วไป ช่วยได้เลย ทันท่วงทีแล้วก็ปรากฏให้งานเห็นไปทั่วโลก ว่ามีหน่วยงาน เดียวคือพระธรรมทูตไทยเท่านั้นที่ช่วยเหลือได้ทุกพื้นที่และ
164 ถึงทุกหนแห่ง พระสงฆ์ไทยเราทั่วโลก ไม่ได้บอกได้กล่าวเลย ว่าจะทำอะไร ส่งปัจจัยไปช่วยเหลือกันมากมายเหลือเกิน นี่ คือน้ำ ใจของพระที่ทำ งานเป็นพระธรรมทูต ทั้ง ๆ ที่ท่านก็ ทุกท่านนี่อยู่ต่างประเทศก็ลำ บากยากเข็ญ แต่ว่าพอเห็นเพื่อน ลำ บากก็อดรดทนไม่ได้จึงน่าอนุโมทนากับท่านทั้งหลาย แล้วก็ เวลานี้หลังจากผมเข้ามารับหน้าที่ ก็ประสาน งานต่อจากหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จ ท่านได้วางไว้หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ที่เรารับรู้กันมาบ้าง แล้วก็ซึมซับมาโดยตลอด ซึ่งงานที่จะรองรับต่อไปก็คือว่า เรามีสำ นักงานกำกับดูแล พระธรรมทูตที่เป็นหน่วยงานของรัฐ มีการรับรองให้เข็มแข็ง มากขึ้นก็จัดตั้งแล้ว โดยเมื่อก่อนนี้หลวงพ่อท่านก็ตั้งด้วยให้ เห็นว่าเรามีการทำ งานของพระสงฆ์ แต่ปัจจุบันก็จะไม่ใช่ละ ปัจจุบันนี้ ก็จะมีหน่วยงานรอบรับ หรือว่าหน่วยงานเผยแผ่ ของพระธรรมทูต อยู่ในสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีเจ้าหน้าที่รองรับในการทำ งานให้เราได้คล่องตัวขึ้น ที่จะ ประสานงานทำ งานกันคล่องขึ้น ให้ท่านทั้งหลายได้รับรู้รับ ทราบกันว่า เราจะได้ทำ งานกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ก่อนมานี่ พอดีว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏมาเสนอ ว่าจะส่งนักศึกษา คือเขาจะคัดเลือกนักศึกษาทั่วประเทศมา ให้เรา อยู่กับวัดวาอารามต่าง ๆ ว่าวัดไหนต้องการครูที่จะ มาสอนหนังสือ มาทำกิจกรรมอะไรแนวไหนเราก็บันทึกไป กี่คน วัดหนึ่งกี่คน ต้องการหญิงชายอะไรเนี๊ยนะ เหมือนกับ อเมริกา เขาก็จะมีงบประมาณในการเดินทางเรียบร้อย วัดก็ เป็นเพียงรับผิดชอบ ระหว่างที่เขาอยู่ ๓ เดือน ๖ เดือนอะไร เนี๊ยะ นี่พึ่งประสานผมมา ถ้าวัดไหนต้องการ ก็แจ้งกัน ที่ จะเอานักศึกษาเหล่านี้ไปอยู่ร่วมด้วย เพื่อสนองให้กับเราทั้ง หลายนั่นเอง ดังนั้น ก็ขออนุโมทนาขอบคุณกับคณะพระธรรมทูต ทั้งหลาย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำ งานเพื่อพระพุทธศาสนา ท่านต้องเห็นความสำคัญของตนเองว่า ท่านทั้งหลายมีคุณค่า สำ หรับคณะสงฆ์ไทยประเทศไทย มีคุณค่าระดับคุณภาพ ของประเทศ และขออนุโมทนาท่านผู้อำ นวยการใหญ่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ท่านสื่อมวลชนทั้งหลาย ที่ได้ เสนอข่าวติดตามข่าวมาตั้งแต่เมืองไทย จะนำข่าวเหล่านี้ไป บอกกล่าวให้แก่คนไทยทั้งประเทศ ได้รับรู้ว่า พระสงฆ์เรามา ทำอะไรกันที่นี่ และเวลานี้ผมก็ได้ทำ เรื่องหนึ่ง คือเรื่องงานของพระ ธรรมทูตเผยแผ่ไปตามสื่อ เป็นงานที่ให้เห็นว่าพระธรรมทูต ทำ งานอะไรกันบ้าง และก็ทำสื่อเป็นเรื่องราว เป็นตอนๆ ที่จะ ออกไปในไม่ช้านี้ จะได้เห็นว่าเราไม่โดดเดี่ยว มาทำ งานร่วม กันอย่างมีคุณภาพที่จะมีประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาร่วมกัน จึงขออนุโมทนาขอบคุณหลายๆ ฝ่าย แล้วก็ขอความ รู้สึกที่ดีงามต่อกันไว้ว่า พระธรรมทูต ถ้าเรายังรักษาความ เป็นเอกภาพในการร่วมกันดำ เนินงานต่อไปอย่างนี้ เป้าหมาย คือจะเป็นไปตามไปวัตถุประสงค์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้า โดยมีหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์เป็น ผู้ริเริ่มสนองงานเผยแผ่มาตั้งแต่เบื้องต้นสู่ปัจจุบัน ขออำ นาจ คุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลประทานพรให้พระพระเถระ พระธรรมทูต ตลอดจนญาติโยมทั้งหลายที่ให้การอุปถัมภ์ ท่านรองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนา ญาติโยมที่ ให้การอุปถัมภ์ที่นี่ จงประสบความสุข ความเจริญ ร่มเย็น ในบวรพระพุทธศาสนาร่วมกัน ทุกคน ทุกท่านเทอญ” เวลา ๑๐.๑๐ น. แต่งตั้งที่ปรึกษาประธานสำ นักงาน กำกับดูแล พระธรรมทูตไปต่างประเทศ พิธีตั้งฐานานุกรม ในพระเทพพุทธิมงคล ผู้ช่วยเจ้า อาวาสวัดสระเกศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป ประธานสงฆ์วัดพุทธาราม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ พิธีถวายมุทิตา พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ผู้ได้ รับพระราชทานตั้ง เลื่อนสมณศักดิ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระ อุปัชฌาย์และ ได้รับรางวัลต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา เวลา ๑๐.๒๐ น. พิธีถวายปัจจัยอุปถัมภ์การประชุม สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญ ครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ให้กับประธานการประชุมฯ เพื่อ
165 มอบต่อวัดเจ้าภาพ จาก - สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - สหภาพชาวพุทธในนอร์เวย์ เวลา ๑๐.๒๘ น. น.ต.บัญชา ชุนสิทธิ์ รองกรรมการ ผู้อำ นวยการใหญ่ บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ผู้แทน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำ นวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถวายการต้อนรับและ ปวารณา ว่า “กราบนมัสการ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระ พรหมสิทธิ พระเถรานุเถระ พระธรรมทูตและกราบสวัสดี ท่านแขกผู้เกียรติทุกท่าน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีความยินดี ที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการประชุมสัมมนาสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปสมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปี พุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ใน ครั้งนี้ การบินไทย ในฐานะสายการบินแห่งชาติยึดมั่นใน นโยบายด้านการส่งเสริมและ สนับสนุนกิจกรรมของสังคม โดย ส่วนหนึ่งคือ การส่งเสริมการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่าง ประเทศ เพื่อสืบสานต่ออายุ พระพุทธศาสนาให้จรรโลงไว้ ให้มั่นคง และเผยแพร่หลักพระ ธรรมคำ สอนขององค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระ ธรรมอันประเสริฐยิ่ง ให้แก่พระ พุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้พ้นทุกข์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา การบินไทยได้ให้การส่งเสริมสนับสนุน ด้านศาสนาด้วยดีมาโดยตลอด อาทิ โครงการบรรพชา อุปสมบทหมู่ ๕ ธันวามหาราช กิจกรรมการถวายผ้าพระกฐิน พระราชทานประจำ ปีของบริษัทฯ กิจกรรมสนับสนุนเนื่องใน วันสำคัญทางศาสนาการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของวัดไทย ในต่างประเทศ เป็นต้น การประชุมสัมมนาสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้พระธรรมทูตผู้ปฏิบัติศาสน กิจในประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียน รู้ประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อมุ่งประโยชน์สูงสุดในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาให้แพร่ขยายในต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น ซึ่ง ในปีนี้มีพระธรรมทูตสายต่างประเทศจากวัดต่างๆ ในทวีป ยุโรป จำ นวน ๗๙ วัด จาก ๔ ทวีป ทั่วโลก มาร่วมประชุม สัมมนาในครั้งนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอปวารณาตน ที่จะให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกิจกรรมและโครงการ ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มั่นคงดำ รง อยู่ตลอดไป กราบนมัสการ ครับ” จบแล้ว นายเอกิ้น โลเตอร์ ประธานสหภาพชาวพุทธ ในประเทศนอร์เวย์ กล่าวต้อนรับในนามประเทศนอร์เวย์ กิจกรรมที่ ๒ บันทึกภาพหมู่ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นที่ระลึก ณ ลานข้างอุโบสถ เวลา ๑๐.๔๐ น. พิธีถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก เสร็จ แล้วถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ทุกรูป
166 กิจกรรมที่ ๓ ถวายภัตตาหารเพลและสัมโมทนียกถา เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลา ๑๒.๓๐ น. พระกิตติโสภณวิเทศ หัวหน้าสงฆ์ กลุ่มประเทศโอเซียเนีย กล่าวสัมโมทนียกถาในนามของคณะ สงฆ์ทั้งมวล ก่อนการให้พร ความว่า “ขอโอกาส พระเดชพระคุณพระเถรานุเถระ มีพระ เดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ เป็นต้นเป็นประธาน และก็พระธรรมทูตทุกรูป ขอเจริญพรญาติโยม ผู้ใจบุญใจดี ทั้งหลาย วันนี้คณะเราทุกท่านได้มาร่วมทำ บุญกันที่วัดไทย นอร์เวย์ มีจุดประสงค์อันเดียวกันสำ หรับญาติโยมที่มาทำ บุญ คืออยากได้บุญ อยากได้บุญจึงมาทำ บุญ แล้วก็มาเอาบุญ มา กันตั้งแต่ก่อนงาน เตรียมงาน ร่วมกันกับท่านเจ้าอาวาสท่าน วันนี้ ท่านเจ้าอาวาสนิมนต์ว่า ขอให้นิมนต์ท่านเจ้า คุณกิตติโสภณวิเทศ กล่าวสัมโมทนียกถา เพราะว่ามาไกล ที่สุด มาจากขั้วโลกใต้ นิวซีแลนด์อยู่ขั้วโลกใต้สามารถมา เหยียบขั้วโลกเหนือ มาเยี่ยมขั้วโลกเหนือ ด้วยสาเหตุที่ท่าน เจ้าอาวาสที่นี่ท่านอยู่ขั้วโลกเหนือ ท่านก็ไปเยี่ยมขั้วโลกใต้ มาก่อน ก็เลยต้องขอมาแก้มือ ขอแก้มือ กำลังฉันข้าวอ ร่อยๆ เมื่อกี้ไม่ได้นึกได้ฝันว่าท่านจะให้พูด กะว่าจะฉันซัก ๓ ชาม เพิ่งได้ไป ๒ ชามครึ่ง ก็เลยต้องหยุด เดี๋ยวพรุ่งนี้แก้มือ ใหม่ อาหารที่โยมนำ มาถวายในวันนี้อร่อยมาก ทุกองค์ไม่พูด ไม่จาต่างคนต่างฉัน กลัวจะไม่ทัน มีแต่อาหารที่ญาติโยมปรุง ด้วยความเต็มใจ และมีความชื่นใจ ปีติใจ ที่ได้ทำ บุญต้อนรับ พระมหาเถระที่ท่านมาจากทิศต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างพระเดช พระคุณท่านเจ้าคุณองค์ประธานท่านได้กล่าวว่า เราได้สร้าง ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งขึ้นในขั้วโลกเหนือ มีพระสงฆ์ทั่วโลก มาประชุมกันที่วัดไทยนอร์เวย์แห่งนี้ และขณะนี้ที่มาฉัน ภัตตาหาร มีจำ นวน ๑๕๙ รูป ไม่ล่างก็บน ไปตีเอาเอง ไม่ ถูกอย่ามาว่าพระ เพราะว่าบอกจำ นวนพระเฉย ๆ ๑๕๙ ๑๕๙ รูป ไม่ใช่ของง่าย ๆ ที่พระสงฆ์ท่านมาฉันที่นี่ ญาติโยมได้รับบุญรับกุศลจากท่านเต็มอิ่ม หากว่าเราจะเดิน ทางไปถวายภัตตาหารท่านแต่ละประเทศนี่เราจะต้องใช้งบ ประมาณกันมากที่สุดเลยแหละนะ อย่างอาตมานี่ค่าเครื่อง บินจากนิวซีแลนด์มาที่ประเทศไทย ใบหนึ่งค่าตั๋วก็๔๘,๐๐๐ บาท ไป-กลับ และจากไทยแลนด์มาที่นอร์เวย์นี่อีก ๓๖,๐๐๐ บาท อีโคโนมี่นะ ถ้าหากมาบิสซิเนสก็แสนสอง มาถึงนี่ ถ้า หากว่าโยมจะไปถวายเพลแด่ท่าน เมื่อถ้าหากว่าจะเดินทาง เอาแค่สหรัฐอเมริกานี่ พระ เดชพระคุณหลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระราชพุทธิวิเทศ ท่านมานี่ ก็ไม่ใช่ธรรมดา และก็มีอีกองค์หนึ่งท่านมาจากโน้น อเมริกา เหมือนกัน แต่คนละมุม จากซีแอดเติล ก็บินข้าม แค่ข้าม อเมริกาเฉยๆ ก็๑๐ กว่าชั่วโมงละ แล้วก็ข้ามจากอเมริกามา นี้ใช้เวลากันเยอะ รวมความว่า โยมนอร์เวย์เราโชคดีที่สุดที่ มีพระเดชพระคุณท่านหลวงพ่อเจ้าอาวาส ท่านเป็นผู้มีวิสัย ทัศน์กว้าง อยากให้ญาติโยมเรานี่ได้ทำ บุญกัน โดยที่ไม่ต้อง ลงทุนอะไรมาก เพียงแต่เตรียมอาหารหวานคาวและปัจจัย พอมี พอใช้ก็มาทำ บุญกันที่นี่ ได้เต็มอย่างสบาย คือพระ สงฆ์ท่านเป็นเนื้อนาบุญ จากสหรัฐอเมริกา จากประเทศไทย จากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จากอินเดีย-เนปาล อินเดีย-เนปาล เป็นดินแดนแห่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านเจ้า คุณพระเทพโพธิวิเทศ ท่านพาความศักดิ์สิทธิ์มาฝากญาติโยม มาฝาก คนที่ไปอินเดียไม่มีไปเอาหรอก มีแต่ไปให้ ไปที่ โน้น ตั้งใจจะทำ บุญ ๑๐๐ บาท เผลออย่างไง ทำ หมดบาตร ไปเลย ไม่มีเหลือ ถ้าไปที่นั่น แปลก ไปทำ ได้หมด ไปทีไรก็ หมด ไปทีไรก็กลับมาชื่นใจทุกที อันนี้ท่านก็มาที่นี่แล้วยังอีก ที่อื่นๆ อีก ที่มา เพราะฉะนั้น รวมความว่า ความใจกว้าง และความ อาจหาญกล้าหาญของหลวงพ่อเจ้าอาวาส สมกับเป็นผู้นำ เป็นผู้นำ ญาติโยมทั้งหลายที่นี่ ได้จัดให้มีการประชุมสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปขึ้นและก็คณะสงฆ์ทั่วโลกได้มา ร่วมกันประชุมกันในวันนี้ เมื่อมาประชุมแล้ว ญาติโยมทุก ท่านก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่เหมือนหลวงพ่อเหมือนกัน หลวงพ่อเจ้าอาวาสท่าน จึงเปรียบเหมือนอย่าง ช้าง หรืออย่างสิงห์ สิงห์นี้ ช้างนี้ เป็นสัตว์ที่ใหญ่และใจ
167 กล้า สามารถนำ พาหมู่คณะผ่านไปได้อย่างด้วยดี นั้นก็จะ พาญาติโยมผ่านไปสู่จุดมุ่งหมายไปปลายทางได้ อย่างที่เรา ชาวพุทธทุกคนมีความปรารถนาว่า ต้องการทำ บุญเพื่อไปถึง นิพพาน เพื่อไปถึงนิพพาน แต่ถ้ายังไม่ถึงนิพพาน เรายังได้ สวรรค์ ได้สวรรค์ อย่างดีถ้าไม่ได้สวรรค์นี่ยังมาเป็นมนุษย์อยู่ ยังดี ถ้าได้ทำ บุญตามหลวงพ่อ เขาเรียก ใจกล้า ใจสิงห์ใจ ใหญ่เหมือนช้าง ได้นำ พาเพื่อสร้างบุญกุศลให้เกิดขึ้น ฉะนั้น เราทุกคนที่มีโอกาสมาร่วมบุญร่วมกุศลกัน ครั้งนี้ เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่หาที่ไหนเปรียบมิได้ เพราะเป็นโอกาสดี วันนี้วันพรุ่งนี้ ๒ วัน ๓ วัน นี้พระสงฆ์ เป็นจำ นวน ๑๐๐ กว่ารูป หรือ ๒๐๐ รูป เป็นเนื้อนาบุญให้ เราทั้งหลายได้ทำ บุญกัน ฉะนั้น ญาติโยมทุกคน ถึงจะเหน็ดจะเหนื่อย ลงแรง ลงทุนด้วยแรงกาย แรงใจ และก็แรงปัจจัย แต่เราจะได้กำ ไร อย่างท่วมท้น นั่นคือ กำ ไรบุญ กำ ไรกุศล กำ ไรอันยิ่งใหญ่ ที่ท่านทั้งหลายได้ทำ สมกับที่เราเป็นขาวพุทธ มีพระครูเจ้า อาวาส ท่านเป็นผู้มีน้ำ ใจยิ่งใหญ่ นำ พาเพื่อให้เราได้สร้าง บุญสร้างกุศลตามท่าน หากว่า ไม่มีการประกาศในการเข้าประชุมขึ้น พระ สงฆ์ทั้งหลายเหล่านี้ท่านก็ไม่มาหรอก แต่ที่ท่านมานี้ มา เพราะมาประชุม แล้วก็มาร่วมบุญร่วมกุศล เห็นบารมีของ ท่านเจ้าอาวาส และก็ญาติโยมทุก ๆ ฝ่ายให้การสนับสนุน อย่างเช่น การบินไทยก็ดี สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ดี แล้วก็องค์กรพุทธ แต่ละประเทศ แต่ละประเทศ ก็มา ร่วมบุญด้วย อยากได้บุญ ก็มาทำ บุญกับท่าน แล้วเราชาว พุทธได้มารวมกันที่นี่ เมื่อเช้านี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระ พรหมสิทธิ ท่านได้นำสารท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัช มังคลาจารย์ ได้กล่าวอยู่คำ หนึ่ง ประทับใจว่า “ขอบใจและ ให้กำลังใจพระสงฆ์ไทย พระธรรมทูตไทย ไปรักษาศรัทธา ของชาวพุทธ ที่มีศรัทธาอยู่แล้วให้มั่นคง” นี่ชอบใจตรงนี้ “และท่านอาจจะพูดต่อไปอีกว่า “ไปปลูกต้นศรัทธาใหม่ กับชาวพุทธใหม่ ในดินแดนที่ท่านไปอยู่” อันนี้ที่เราผู้เป็น ชาวพุทธทั้งหลาย อย่างญาติโยมทุกท่าน ที่ได้มาทำ บุญกัน วันนี้ ชาวพุทธเก่า ก็เสริมสร้างมั่นคงในศรัทธา ที่เห็นพระ สงฆ์ท่านได้ทำ งานเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้ประกาศพระ ศาสนาอย่างจริงจัง ความศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนาก็ ยิ่งหนักแน่นและมั่นคงขึ้น และในขณะเดียวกัน เราก็ได้เห็นชาวพุทธใหม่ ที่เกิด ที่นี่ เกิดใหม่ ใหญ่ทีหลัง และก็เขาเกิดทางด้านชีวิต เกิดจาก พ่อจากแม่ เกิดใหม่มาพบพระพุทธศาสนา เขาก็รับพระพุทธ ศาสนาตามกับเราไป และที่เกิดทางจิตใจ เป็นคนที่เกิดบ้าน นี้เมืองนี้ แล้วก็มาเห็นพระพุทธศาสนา เห็นคำสอนพระพุทธ ศาสนา ก็รับเอาคำสอนพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ ก็ เป็นการสร้าง เสริม เพิ่ม ปลูกหน่อ ศรัทธาใหม่ให้เกิดขึ้นกับ ชาวพุทธใหม่ การที่เราทุกคนี่มีการประชุมกันนี้ มีผู้คนมา เห็น มารู้มาพบ ต่างก็ชื่นชมยินดี และก็ปรีดาด้วย และเป็น ของที่แปลกใหม่ แต่ไม่ใช่ใหม่ที่สุดสำ หรับบางคนที่พบเห็น แต่บางคนที่พบเห็นที่ไม่เคยเจอเลย อย่างคณะพระสงฆ์เราไปพักที่ คอลิตี้โฮเต็ลของแอร์ พอต โฮเต็ล เนี๊ยะ ไปกันเยอะ ๆ เขาสงสัยว่ามาจากไหนกัน เป็นวงอะไรนั่นคือ แสดงว่าเขาเป็นชาวพุทธ เป็นคนที่มีดวง ตาเห็นพระ เริ่มเห็นพระว่ามาจากไหน นี่มาถาม ก็เลยบอก ว่า พระสงฆ์ไทย มาจากทั่วโลกที่ออกประกาศพระศาสนากัน มาประชุมกันที่นี่ ที่วัดไทยนอร์เวย์ หากสงสัยอยากรู้อะไร ให้ตามมาที่วัด ที่โรงแรมไม่เหมาะสมในการที่จะพูดจะคุย บอกเขา เราคุยโม้ไปอีก แล้วนั้นเขาก็บอกว่า เขาจะตามมา ดู ก็เป็นหน้าที่ของท่านเจ้าอาวาส ที่จะต้อนรับต่อไปอีก นี่ เป็นการปลูก ปลูกหน่อศรัทธาใหม่เกิดขึ้น หากว่าเราได้ร่วม กันสร้างเสริมเพิ่มไปกว่านี้ พระพุทธศาสนาก็จะกว้างไกลไป กว่านี้อีกขึ้น เพราะฉะนั้น ญาติโยมทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุน การพระพุทธศาสนา โยมทุกคนที่มาร่วมกันนี่ หนึ่ง โยม
168 ได้ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระสงฆ์ที่มาจากทั่วโลก อ าห า รของโยมนี้มีของดี พิเศษอยู่ในนั้น หนึ่ง พระ ฉันลงไปแล้วเนี๊ยะมีอายุ นะ อาหารของโยมนี้มีอายุอยู่ใน นั้น เมื่อมาอายุแล้วยังไม่พอ ยังมีวรรณะ คือผิวพรรณ ผ่องใส่อีก มีอายุ มีวรรณะ แล้วมีความสุขด้วยนะ อาหาร โยมนี้เมื่อกี้นี้พระสงฆ์ประชุมกันชักเหนื่อยแล้ว แค่ตั้งท่าจะ ถ่ายรูปอยู่ เมื่อไหร่จะถ่ายกันซักที ชักมีอารมณ์แล้วเพราะ อาหารมันหมด ตัวสุขมันหมด แต่ตอนนี้พอมาฉันแล้ว มีทั้ง อายุ มีทั้งวรรณะ และมีทั้งความสุขะ และก็มีพละ กำลังที่ จะต้องประกาศพระศาสนา กำลังที่จะต้องเผยแพร่พระพุทธ ศาสนา กำลังที่จะต้องทำ งานเพื่อสังคมและชาวโลกต่อไป ตามพุทธปณิธานที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนไว้ว่า จงจาริกไป เพื่อความสุขของคนหมู่มาก เพื่อประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก เพื่อสงเคราะห์ชาวโลก พระสงฆ์ธรรมทูตทั้งหลายท่านจะทำ หน้าที่อย่างนั้น ฉะนั้น ญาติโยมทุกท่านที่ได้ถวายอาหารท่านนี้ มี ของดีทั้งหมดอยู่ในนั้น คือ อายุวรรณะ สุขะ พละ มีพร้อม กันทั้งหมด เมื่อมีแล้ว พระสงฆ์ท่านก็จะให้พรโยม โยมทุก คนนั้นก็จะได้มีอายุ เหมือนอย่างที่โยมได้ถวายอาหาร ก็จะ มีอายุแล้วก็มีวรรณะ ผิวพรรณผ่องใสสวยงาม แล้วก็มีสุขะ ความสุข ความสุขในครอบครัว ความสุขในชีวิต ก็จะได้ แล้ว ก็จะมีพละ มีกำลังที่ได้สนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนา และ ประคับประคองชีวิตตัวเองให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ฉะนั้น ญาติโยมสาธุชนวันนี้ ได้ถวายอาหาร บิณฑบาตแด่พระสงฆ์ ที่ท่านเดินทางมาจากทั่วโลก ได้ของดี ทั้ง ๔ ประการ ได้ถวายท่านแล้วไป คือ อายุ วรรณะ สุข ะ พละ ต่อไปพระสงฆ์ท่านก็จะให้พรโยม ให้ญาติโยมมีอายุ วรรณะ สุขะ พละ เช่นเดียวกัน นะ เพื่อจะได้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป เราทั้งหมด ทั้งญาติโยมสาธุชน และพระสงฆ์ทั้งหมดจะ ได้ร่วมกัน ช่วยกันเผยแพร่ประกาศพระพุทธศาสนาต่อไป อาตมภาพ ในนามของท่านเจ้าอาวาสที่ท่านนิมนต์ ให้มากล่าวสัมโมทนียกถา อนุโมทนาบุญกับโยมทุก ๆ ท่าน ก็เห็นว่าพอสมควรแก่เวลา พระสงฆ์ทั้งปวง ดูส่วนใหญ่ฉัน อาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะได้อนุโมทนาสืบต่อไป ขอให้ทุกท่านได้ตั้งจิต ตั้งใจ รับพรจากพระสงฆ์ ซึ่งพระ เดชพระคุณ หลวงพ่อผู้เป็น ประธาน จะได้นำอนุโมทนา ให้ทุกท่านได้มีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ยิ่งๆ และมีความ ร่ำ รวย อย่าได้หยุด ได้หย่อน และโชคดีทุกคน พระสงฆ์ ทั้งหมดที่มานี้จำ นวน ๑๕๙ รูป ฉันวันนี้ขอพรจากโยม ขอให้ โยมตอบพร้อมกัน นะ สาธุดังๆ นะ ขอให้โยมทุกท่าน อย่าเจ็บ อย่าป่วย (สาธุ) สาธุค่อย จังเลย อยากป่วยอยู่มั้ง ขอให้รวยอย่าได้หยุด (สาธุ) ขอให้มี ความสิ้นสุดเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ทุกท่านทุกคนเทอญ (สาธุ) อ้าว รับพร” เวลา ๑๒.๔๕ น. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป มีปฏิสันถารกับพระธรรมทูตทั่วโลก และประชาสัมพันธ์ กิจกรรมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ความว่า “ขอโอกาส พระเถรานุเถระ โดยมีพระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิเป็นประมุข ประธาน ณ สถานที่แห่งนี้ หลังจากที่พวกเราฉันภัตตาหารเพลเสร็จเรียบร้อย ตามวาระการประชุมต่าง ๆ วาระที่เราจะพบกันดำ เนินการ ในช่วงตอนบ่าย ก็จะเริ่มขึ้นในเวลา ๑๓.๐๐ น. เราจะไปพบ กันที่บริเวณ ตรงอุโบสถ เพื่อทำการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ เพราะฉะนั้น ในช่วงนี้ พระเถรานุเถระ พระธรรม ทูตจากทวีปทั้ง ๔ ทั้ง ๕ ก็ว่าได้ที่เดินทางมาในวันนี้ก็คิดว่า คงจะฉันภัตตาหารเพลเสร็จเรียบร้อย ถ้ายังไงในช่วงนี้ก็คงจะ อาราธนา พระเดชพระคุณให้พักผ่อนตามอัธยาศัย ในบริเวณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งถือว่าวันนี้โชคดีมาก ๆ เกล้าฯ กระผม เดิน ทางมาเตรียมงานในฐานะกองงานเลขาที่นี่ก็ประมาณ ๓ วัน ก่อนที่จะถึงงาน ก็เจอฟ้าฝนตลอดทั้งวันทั้งคืน เพราะฉะนั้น ตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่าย จนกระทั่งวันนี้แล้วก็ทราบถึงวันพรุ่ง นี้มะรืนนี้ด้วย ถ้ารูปไหนอยู่ถึงวันที่ ๒๑ นะ อากาศก็ยังดีอยู่ ตามพยากรณ์ว่าอย่างนั้น ในช่วงนี้ก็คิดว่าพระเถรานุเถระบางรูปท่านอาจจะ ฉัน ดื่ม น้ำชากาแฟอยู่ ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่าน ได้ทราบดังนี้
169 ทางด้านหน้ากองอำ นวยการ ที่พวกเราเดินผ่านเข้า มา ที่พวกเราเซ็นชื่อรับแฟ้มเอกสารในช่วงเช้า เราจะมีการลง ทะเบียน หรือว่าท่านที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ก็สามารถที่จะสมัครได้ โดย เรามีสมาชิก ๔ ประเภทด้วยกัน สมาชิกประเภทสามัญองค์กร ก็คือวัดไทยใน พระพุทธศาสนา ที่อยู่ในทวีปยุโรป ยกเว้น สหราชอาณาจักร ก็คือ ประเทศอังกฤษ และก็ไอซ์แลนด์เหนือ ก็คือ ทางนั้น เขามีการปกครองกัน โดยองค์กรของคณะสงฆ์ พระธรรมทูต เอง ในส่วนในสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ก็ดูแล ทวีปยุโรปเกือบทั้งหมด รวมทั้งแถบสแกนดิเนียนี้ด้วย อันนี้ เป็นสมาชิกสามัญองค์ก็คือว่า ในนามของวัดหรือว่าสมาคม มูลนิธิต่าง ๆ นั้นเองที่ก่อขึ้นโดยชาวพุทธ ส่วนว่า สมาชิกประเภทที่ ๒ ก็คือ ประเภทสามัญ บุคคล หมายถึงพระสงฆ์ไทย พระธรรมทูตไทยที่ปฏิบัติศาสน กิจ อยู่ในทวีปยุโรป ฝ่ายมหานิกายทั้งหมด สามารถที่จะ สมัครในนามของสมาชิกประเภทบุคคลได้ โดยเราจ่ายค่าสมัครปีละ ๓๐ ยูโร สำ หรับสมาชิก สามัญบุคคล ส่วนสมาชิกสามัญองค์กรที่เป็นวัดต่าง ๆ นี้ก็ ๓๐๐ ยูโร ต่อปี ท่านที่เป็นสมาชิกสามัญบุคคล สิทธิที่ท่านจะ พึงได้ อย่างในวันนี้ คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ก็จะหมดวาระลง คณะกรรมการทั้ง ๑๕ ท่าน ก็คือ ประธาน ๑ รองประธาน ๒ เหรัญญิก ๒ รูป ฝ่าย ประชาสัมพันธ์ ๕ รูป ฝ่ายกองงานเลขานุการก็๕ รูป ก็จะ หมดวาระ แล้วเราก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันนี้เวลา ๑๙.๐๐ น. หลังจากที่ประชุม สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตามวาระต่าง ๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัย มหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มาดำ เนินการช่วยกับพวกเรา เพื่อให้เราดำ เนินการประชุม ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วก็ บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมาย ตามที่เราวางไว้ทุกประการ เพราะฉะนั้น เอกสารอันหนึ่งที่พวกเราจะสามารถ กรอกได้ ขอความร่วมมือนะครับ พระธรรมทูตที่ปฏิบัติ ศาสนกิจอยู่ในทวีปยุโรปทุกๆ ท่านก็คือ ขอให้ทุกท่านปฏิบัติ กรอกในรายละเอียดที่เราจะสำ รวจข้อมูลของพระธรรมทูต ที่ปฏิบัติศาสนกิจประจำ พรรษา ในช่วงพรรษาปีที่ผ่านมา มีประมาณ ๑๓ วัด ที่ส่งข้อมูล ถือว่ายังน้อยมาก ปีนี้ขอ ความร่วมมือกรอกเอกสารแล้วก็ส่งมาที่กระผมได้ เพื่อที่จะ รวบรวมเป็นเล่ม เหมือนกับของท่านอาจารย์ทางสมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกา ที่ท่านทำ มาเป็นรูปเล่มสวยงาน แล้วก็ เป็นรูปแบบ สำ หรับส่วนหนึ่งที่ต้องการอยากจะแจ้งให้ทุกท่านได้ รับทราบ ก็คือว่า นอกจากว่าพวกท่านที่มาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ ในทวีปยุโรปแล้ว เรามีหลากหลายประเทศ หลากหลายภาษา หลากหลายวัฒนธรรม วันนี้กำ หนดการต่าง ๆ ที่พวกเราจะ ดำ เนินการ ไม่ว่าจะเป็นแผนงาน ระยะสั้น ระยะยาว ระยะ กลาง อะไรก็แล้วแต่ เราได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามกำ หนดการเราก็จะมีการ ประชุมกลุ่มย่อย แต่ว่าสถานที่ บุคลากรของเราไม่เอื้ออำ นวย เราก็จะเป็นการประชุมกลุ่มใหญ่ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ แล้วก็ นำ ทั้งหลายทั้งปวง ความคิด ข้อเห็นของพวกเรา ที่มาปฏิบัติ ศาสนกิจได้พบได้เห็น แล้วก็นำ ไปสรุปเป็นประเด็น แล้วก็ให้ ทางมหาวิทยาลัย นำ ไปเป็นแผนงาน เพื่อที่เราจะดำ เนินการ ไปสู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นะครับผม เพราะฉะนั้น ในช่วงนี้ คิดว่า หลายรูปหลายท่านก็ คงจะฉันภัตตาหารเพลเสร็จเรียบร้อย ดื่มน้ำชากาแฟ เสร็จ เรียบร้อย ก็นิมนต์พักผ่อนตามอัธยาศัย มีปัญหาขัดข้อง ประการใด ต้องการอยากจะถามสิ่งหนึ่งประการใดก็ยินดีนะ ครับ ในฐานะกองงานเลขา กราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณทุก ๆ รูปครับผม กราบขอบพระคุณครับ” พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการ ส.ธ.ย. พบปะพระธรรมทูต
170 กิจกรรมที่ ๔ กิจกรรมภาคบ่าย สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เวลา ๑๓.๐๐ น. พระธรรมทูตจากทุกทวีปทั่วโลก พระมหาเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พร้อมกัน ณ อุโบสถวัด ไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เวลา ๑๓.๒๐ น. พระธรรมโมลี อดีตเจ้าคณะจังหวัด สุรินทร์ เป็นประธานจุดเทียนธูป บูชาพระรัตนตรัย นำ บูชา พระรัตนตรัย และเริ่มกิจกรรมภาคบ่าย เวลา ๑๓.๒๕ น. นายชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวย การสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ บรรยายพิเศษหัวข้อ บทบาทของสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับการ สนับสนุนส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ และ ข้อแนะนำ ในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ “ขอกราบนมัสการพระมหาเถระ องค์ประธานการ ประชุม พระเถรานุเถระ พระธรรมทูตที่เคารพอย่างสูงทุก รูป เรียนท่านพุทธศาสนิกชนที่ได้มาร่วมในการประชุมของ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปในวันนี้ ผมชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวยการสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอกราบนมัสการว่า เนื่องจากว่า ทางท่านผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ มีภารกิจหลายอย่างที่ไม่สามารถที่จะทิ้งสำ นักงาน มาได้ ก็เลยได้มอบหมายให้ผมรองผู้อำ นวยการสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบด้านงานของพระ ธรรมทูต ได้มาร่วมในการรับฟังข้อมูลต่าง ๆ ได้มาร่วมใน การประชุม คือผมเองโชคดีที่มีโอกาส ได้ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ผมเพิ่งเข้ าม า รับตำ แหน่ง รองผู้อำ นวยการสำ นักงาน พ ระพุท ธศ าสน าแห่งช าติ แค่ ๖ เดือน แต่ว่าผมได้ ไปประชุมพระธรรมทูตของ สหรัฐอเมริกาที่วัดไทยลอส แองเจอลิส ได้ไปประชุม สมัชชาของพระธรรมทูต ของสหราชอาณาจักร เมื่อ ๒ วันที่ ผ่านมา แล้วก็ได้มาที่ยุโรปเป็นแห่งที่ ๓ คือจากการได้ไปสัมผัส ไปรับรู้ ไปรับเห็น รับทราบ คือผมขอกราบนมัสการตรง ๆ แต่ก่อนผมไม่เข้าใจนะครับว่า บริบทของการทำ งานของพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศนั้น เป็นอย่างไร มีความยุ่งยาก มีปัญหา อุปสรรค อะไรหรือไม่ อย่างไร แต่หลังจากที่ผมได้ไปที่อเมริกาเป็นครั้งแรก ได้รับ ฟัง ได้รับทราบ แล้วก็มาที่อังกฤษ แล้วก็มีโอกาสสนทนา แลกเปลี่ยน กับทางพระธรรมทูตที่อยู่ในยุโรป ทำ ให้ผมได้ เห็นบริบทของการทำ งานของพระธรรมทูตไทยที่อยู่ในต่าง ประเทศนี่ โอ้โหเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เป็นเรื่องที่ซับซ้อน คือถ้า พระคุณท่านนั้นถ้าไม่มีความมุ่งมั่นจริงๆไม่มีความตั้งใจจริงๆ ผมคิดว่าคงไม่สามารถที่จะอยู่ปฏิบัติศาสนกิจใน สถานะพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศได้แล้วแหละ นะ ครับ เพราะหลากหลายอย่าง จากบ้านจากเมืองมา มาอยู่ ในสภาพประเทศที่กฎหมายอะไรต่าง ๆ ผู้คนบางประเทศ ศาสนาใหญ่ ๆ เขาก็ไม่ให้ก็เป็นศาสนาหลักของเขา ไม่มี พระพุทธศาสนาด้วยซ้ำ ไป แต่พระคุณท่านก็สามารถที่จะมา อยู่ มาปฏิบัติศาสนกิจตรงนั้นได้ แล้วก็ที่เห็นที่สุด ที่ผมเห็น แล้วก็ดีใจแทนคนไทยมากที่สุดก็คือ ไปที่วัดที่ไหนก็ตามแต่ เห็นวัดนั้นเป็นที่พึ่งของคนไทยที่มาอยู่ต่างประเทศกันได้ทั้ง นั้น คนไทยที่มาอยู่ต่างประเทศ ถึงแม้ว่ามาจะมีฐานะร่ำ รวย มีฐานะทางเศรษฐกิจร่ำ รวยแล้วก็ตามแต่ แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ ความเป็นคนไทย ความ เป็นประเทศไทยก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นการที่พระคุณท่านได้ มาช่วยกัน ในการสร้างวัดขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์ทางจิตใจให้กับ คนไทยนั้น ผมถือว่าเป็นอานิสงส์อันสูงยิ่ง อันสูงมาก เป็น คุณูปการต่อคนไทย อย่างมหาศาล ต่อประเทศชาติอย่าง มหาศาลว่า รัฐบาลไม่ต้องลงทุนในการที่จะมาสร้างมาตั้ง อะไรในการให้กำลังใจกับคนไทย ในการดูแลให้คนไทยที่มา อยู่ต่างประเทศ แต่จากการที่มีวัด มีพระคุณท่านมาอยู่ การ ดูแลคนไทยในต่างประเทศ เขาก็สามารถที่จะเกิดการดูแล กันเองมาได้ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน อันนั้นคือสิ่งที่ ผมรู้และคือสิ่งที่ผมเห็นนะครับ เรื่องสภาพการทำ งานไม่ต้อง พูดนะครับในตรงนั้น ทีนี้มาพูดถึงในประเด็นว่า ในส่วนอย่างนี้สำ นักงาน
171 พระพุทธศาสนาแห่งชาติ มองการปฏิบัติงาน มองภารกิจใน เรื่องของพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศอย่างไร คือผมเรียน ว่า เนื่องจากว่า ในส่วนของพระธรรมทูตนั้น มีทั้งพระธรรม ทูตที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศ และก็พระธรรมทูตที่ออกมา ปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศ ในส่วนตรงนี้ สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะองค์กร ในฐานะหน่วยงานที่ทำ หน้าที่ในการส่ง เสริมสนับสนุนพระธรรมทูต หรือว่าส่งเสริมสนับสนุนการ เผยแผ่พระพุทธศาสนา เราก็ให้การส่งเสริมการสนับสนุนใน ลักษณะที่เท่าเทียมกัน แต่ว่าเนื่องจากการอยู่ต่างประเทศนั้น มีข้อจำกัดหลายอย่าง บางครั้งพระคุณท่านก็อาจจะดูเหมือน ว่า สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ค่อนข้างที่จะให้การ สนับสนุนน้อยไปหรือเปล่าอะไรอย่างไร แต่จริง ๆ แล้ว คือในตรงนี้การดูแลการสนับสนุน พระธรรมทูตให้การสนับสนุนเท่าเทียมกัน ทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ แต่ว่าในเรื่องต่าง ๆ นั้น การอยู่ต่างประเทศ มันมีประเด็นความซับซ้อนค่อนข้างเยอะ เราก็ให้ความสำคัญ ในแง่ของเรื่องการอำ นวยความสะดวก ว่าในกรณีที่อยู่ที่ ประเทศไทย ถ้าหากว่าท่านที่จะมาปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระ ธรรมทูตในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการขอวีซ่าก็ดี การทำ พาสปอตขอวีซ่าก็ดี เราก็ได้ดำ เนินการอำ นวยสะดวกให้โดย เร็ว ให้ท่านมีความสะดวกสบายคล่องแคล่วง คล่องตัว แล้ว ก็มาอยู่ต่างประเทศ สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ ได้มีหน่วยงานในต่างประเทศ แต่เราก็ใช้การประสานงานใน ส่วนราชการด้วยการ ก็คือ ทางส่วนของกระทรวงการต่าง ประเทศ ประสานงานในเรื่องของการให้การดูแล ในการ อุดหนุน ให้การสนับสนุนช่วยเหลือพระธรรมทูตที่มาอยู่ต่าง ประเทศ นั้นคือส่วนที่เป็นด้านการอำ นวยความสะดวกใน การปฏิบัติงาน ทีนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องของการอุดหนุนทางด้านของงบ ประมาณนะครับ ตอนนี้สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อุดหนุนในด้านงบประมาณได้ ก็เฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายใน การจัดกิจกรรมให้กับวัดต่าง ๆ อย่างเช่นวัดไทยนอร์เวย์ ก็ในเรื่องของที่เราให้อันแรกก็คือ วัดที่จัดการประชุม นี่นะครับ ก็คือจริง ๆ ผมไม่อยากใช้คำว่าให้ เพราะว่าเทียบ เงินเราให้มา กับเงินที่ท่านใช้จ่ายแล้วมันห่างกันมากมายเหลือ เกิน อย่างที่วัดนี้ใช้ไป เท่าที่ผมดูในโครงการ ๑ ล้าน ๖ แสน ไม่รู้พอหรือไม่พอด้วยซ้ำ ไป แต่ว่าปีนี้เราให้ถวายวัดท่านมาได้ เพียงแค่ เราเป็น ๒ กิจกรรม แต่ว่าท่านสามารถที่จะมาบูรณ าการกันได้๗๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ทีนี้การที่จะได้รับ วัดต่าง ๆ ถ้าจัดกิจกรรมพอส่วน ที่สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะได้จัดสรรงบประมาณ มาให้พอเป็นน้ำ ใจ พูดง่าย ๆ นะครับ พอเป็นความผูกพันกัน ว่าเรายังมีความผูกพัน ยังมีความเกื้อหนุน ยังมีความดูแลยัง มีความส่งเสริมกันอยู่ ก็โดยปกติแต่ก่อนนั้นนโยบายท่านก่อน ผมไม่ทราบว่าอย่างไร แต่นโยบายของท่านพนม ศรศิลป์ ผู้ อำ นวยสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนปัจจุบันนั้น ท่านพยายามที่จะกระจายไปให้ได้ ปีนี้ที่ผ่านมาก็สนับสนุนไป อุดหนุนทั้งหมด ๕๓ วัด จากวัดไทยในต่างประเทศมีทั้งหมด มี๕๓๖ วัด ก็สนับสนุนได้แค่ ๕๐ กว่าวัดในการจัดกิจกรรม ซึ่งวัดที่จะได้ตรงนั้นก็จะต้องยื่นคำขอนะครับ แบบคำขอรับ เงินจัดกิจกรรม ว่าท่านจะเอาไปจัดกิจกรรมอะไร แล้วก็การ ยื่นแบบคำขอต้องยื่นแบบคำขอก่อนเดือนเมษายน ทางเจ้า หน้าที่ก็จะเก็บรวบรวมแล้วก็ทำข้อมูลมา คณะกรรมการก็จะ ได้มาพิจารณาว่าสนับสนุนวัดไหนได้เท่าไหร่ อะไร อย่างไร สนับสนุนพอเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้นแหละ พอได้ให้มาสูงสุดที่ ให้ได้ก็คือ ๕ แสน ๒ แสนบ้าง ๓ แสนบ้าง ๕ แสนบ้าง ก็ พอเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ เป็นความผูกพันระหว่าง สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับวัดไทยในต่างประเทศ ในส่ วนของเรื่องของงบป ร ะม าณที่เป็นด้ าน สาธารณูปการ คือด้านการก่อสร้าง พระคุณท่านหลายรูป หลายองค์ ก็ได้ปรารภกับผมว่า จะสร้างนั่นสร้างนี่ ก็ช่วย อุดหนุนมาหน่อยอะไรอย่างงั้น กระผมก็ขอกราบนมัสการ มาอย่างนี้นะครับว่า เนื่องจากว่าวัดไทยในต่างประเทศ ยัง ไม่ได้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทย ทีนี้การจัดสรร เงินอุดหนุนบูรณะวัดในแง่ของการซ่อมหรือการสร้างนั้น งบ ประมาณที่เราขอจากทางสำ นักงบประมาณนั้น เราระบุ เงื่อนไขไป จัดให้กับวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เพราะ
172 ฉะนั้น วัดที่อยู่ในประเทศแม้แต่เป็นที่พักสงฆ์ก็ไม่สามารถจะ จัดให้ได้ เพราะว่าผิดเงื่อนไขงบประมาณที่ทางเราขอรัฐบาล ไป ในการอธิบายคำของบประมาณ เพราะฉะนั้น ขอกราบ นมัสการให้เข้าใจว่าตรงนี้นะครับ แล้วอีกประเด็นหนึ่งคือ ก็เคยสอบถามตรงนี้ว่า ทำ ไมมันถึงไม่ได้ เพราะว่าถ้าอุดหนุนเรื่องการก่อสร้าง วัด ในประเทศไทย สิ่งที่สร้างลงไปทั้งหมดนั้นเป็นของพระพุทธ ศาสนา เป็นของชาติ แต่ว่าวัดไทยในต่างประเทศนั้นมันอยู่ ในกฎหมายอีกกฎหมายหนึ่ง สามารถที่จะโยกย้ายวัดได้อะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ มันก็เลยติดประเด็นในส่วนของตรงนั้น นี้คือ เรื่องของการอุดหนุนในเรื่องของงบประมาณ ทีนี้ ในส่วนของเรื่องของกิจกรรมโครงการที่จะขอ ฝากทางพระคุณท่านได้พิจารณาว่า จะสามารถที่จะนำ ไป ประยุกต์ นำ ไปจัดทำ เพื่อเป็นการสอดคล้องกันกับทางพระ สงฆ์ไทยได้อย่างไร ที่อยู่ในประเทศไทย อย่างเรื่องการปฏิรูป กิจการพระพุทธศาสนาอันนั้นเน้นอยู่ในประเทศอยู่แล้ว แต่ ว่าจากการที่เห็นแนวทางปฏิบัติของวัดที่อยู่ในต่างประเทศ นี้ ก็อาจจะได้นำแนวทางบางแนวทางที่วัดในต่างประเทศนี้ ปฏิบัติกลับไปใช้ในประเทศไทย ก็เป็นไปได้ ในการปฏิรูปใน เชิงพระพุทธศาสนา แต่สิ่งหนึ่งที่โครงการที่อยากจะฝากถวายพระคุณ ท่านลองไปดูว่าจะทำ ได้หรือไม่ได้อย่างไร คือเรื่องของ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ซึ่งในประเทศไทยนั้น ถือว่าพระ เดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น ท่านได้ให้ความสำคัญ กับโครงการนี้ ทำการลงด้วยตนเอง ตรวจสอบ ตรวจเช็ค ให้กำลังใจอะไรต่าง ๆ ด้วยตัวเองมาตลอด เพื่อที่จะให้ถือว่า หมู่บ้านรักษาศีล ๕ นั้นเป็น ฐานการขับเคลื่อนการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาที่เข้มแข็ง เพราะว่าการจัดกิจกรรมตรงนี้ คือหลายคน ก็เคยปรารภ เคยพูดคุยกับ ผมว่า เอ้... จัดไปแล้วมัน จะได้ผลเหรอ ค น ก็ ยั ง ดื่ ม เหล้ายังอะไรต่าง ๆ อยู่เหมือนเดิม ผมบอกว่า คือแน่นอน ๒,๖๐๐ ปีที่ผ่านมา มันก็เป็นมาอย่างไรก็ตามแต่ แต่จาก ประสบการณ์ที่เราดำ เนินการมา ที่มุ่งมั่นทำกันมาประมาณ เกือบปีนี้นะครับ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือเรื่องการทำ งานร่วม กันระหว่างพระสงฆ์กับ องค์กรภาคราชการ กับ ชาวบ้าน ใน เรื่องของการทำ งานร่วมกัน ในเรื่องของโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ส่วนว่าผล ออกมาจะได้มากน้อยแค่ไหน อันนั้นมันเป็นผลที่จะตามมา ซึ่งเรายังประเมินไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ ว่าความสำ เร็จ ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็คือเห็นพระสงฆ์ที่อยู่ในประเทศไทยนั้น ผม กราบนมัสการตรง ๆ นะครับว่า ในความกระตือรือร้นในการ ทำ งาน ในการลงงานต่างๆ นั้น พระสงฆ์ที่ท่านอยู่ประเทศไทย กับ พระสงฆ์ที่อยู่ต่างประเทศนี้จะต่างกัน เพราะว่าพระคุณ ท่านที่อยู่ต่างประเทศ คือ พระทำ งาน คือมาถึงท่านจะต้อง ทำ งาน จะต้องทำ งานอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าพระสงฆ์ที่อยู่เมืองไทยนั้น บางทีบางครั้ง ท่าน อาจจะไม่จำ เป็นที่จะต้องทำ งานอะไรที่มากมาย เพราะท่าน อยู่ในสภาพตรงนั้น แต่พอมีโครงการนี้ออกมา ทำ ให้วัดทุก วัด พระสงฆ์ทุกแห่ง มีการขับเคลื่อนในการทำ งาน ในเชิง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ออกไปทำ งานร่วมกับองค์กรภาค ราชการ ไปทำ งานร่วมกับองค์กรภาคเอกชน ทำ งานร่วมกับ ประชาชน นี่คือผลสำ เร็จที่ผมเห็นแล้วว่ามันได้ เหมือนกับที่ วัดไทยในต่างประเทศนี่แหละ แต่ว่าวัดไทยในต่างประเทศมี ข้อแตกต่างกันก็คือว่า ญาติโยมนั้นอยู่ไกล แต่ว่าญาติโยมนั้น มารวมกันที่วัด ก็ลองผมถวายตรงนี้ว่า เอ๊ะ ถ้าจะประยุกต์ เรื่องของ หมู่บ้านรักษาศีล ๕ มาเป็น วัดรักษาศีล ๕ หรือมา เป็นครอบครัวรักษาศีล ๕ ในต่างประเทศ เพื่อเป็นการตอบ สนองต่อเจตนาของเจ้าประคุณสมเด็จ? มันจะเป็นไปได้มาก น้อยแค่ไหน เพราะว่าเห็นแล้วว่าในประเทศไทยตอนนี้ ค่อน ข้างที่จะถือว่าการขับเคลื่อนตรงนี้ ผมถือว่าเป็นการทำ งานเชิงรุกของคณะสงฆ์ครั้งยิ่ง ใหญ่ เป็นการทำ งานเชิงรุกของคณะสงฆ์ครั้งยิ่งใหญ่ ที่คณะ สงฆ์ไทยในประเทศไทย เริ่มการทำ งานที่ขับเคลื่อนเข้าไป ทำ งานกับภาคประชาชน เข้าไปหาสถานศึกษา เข้าไปหา ชาวบ้าน ซึ่งเป็นภาพที่เรายังไม่ค่อยเคยเห็นในที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ในส่วนของต่างประเทศนั้น สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
173 จะทำอย่างไรได้บ้าง เป็นเรื่องของการฝากลงคิดดู เพราะ บริบทที่แตกต่างกัน อีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของการสนับสนุนการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา ตอนนี้คือ ทางสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนส่งเสริม การเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ รวมทั้งพระธรรมทูต ด้วย คือตั้งกองการส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาขึ้น มา ซึ่งรับผิดชอบการเผยแผ่ อุดหนุน สนับสนุน การเผยแผ่ พระพุทธศาสนาโดยตรง เดิมที่การเผยแผ่พระพุทธศาสนา นั้นจะอยู่ ๒ กอง ถ้าหากเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ จะเป็นกองพุทธศาสนศึกษา แต่ถ้าเผยแผ่ต่างประเทศจะเป็น สำ นักมหาเถรสมาคม ถามว่าทำ ไมเป็นอย่างนั้น เพราะการตั้งสำ นักงาน พระพุทธศาสนาขึ้นมาครั้งแรกนั้น ทาง กพร. ทางกฤษฎีกา ตีความว่า งานเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้นอยู่ที่กรมการศาสนา ไม่ได้อยู่อยู่ที่สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หน่วยงาน ที่ดำ เนินงานในการอุดหนุน ในการสนับสนุนอยู่ที่กรมการ ศาสนา เราต้องชี้แจง เอาข้อมูลไปชี้แจงว่า ภารกิจของคณะ สงฆ์๖ ด้าน สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะต้องสนอง งานในทุกด้าน การเผยแผ่ก็เป็น ๑ ในภารกิจของคณะสงฆ์ที่ จะต้องทำ เราก็จะต้องทำ หน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนท่าน ใช้เวลาอยู่หลายปีจนเขาเข้าใจว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนา นั้น ไม่สามารถที่จะแยกออกจาก งานด้านอื่น ๆ ไปได้จะต้อง อยู่รวมกันด้วย จะต้องขึ้นอยู่กับมหาเถรสมาคมทั้งหมด เขา ก็จึงอนุญาต เขาก็จึงได้ให้ตั้งกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตั้งผู้อำ นวยนะครับ เพราะว่า เพิ่งเสร็จอาทิตย์ก่อน ๆ นั่นเอง ผมคิดว่าปีใหม่นี้คงจะตั้งผู้อำ นวยการที่มาดูแลกอง นี้โดยตรง ก็จะทำ หน้าที่ในการรับฟังข้อมูลต่าง ๆ จากทาง พระคุณท่าน ทั้งพระธรรมทูตในประเทศ ทั้งต่างประเทศ เพื่อที่จะไปมีกลุ่มงานวิชาการ เพื่อที่จะไปคิดหาวิธีในการที่ จะสนับสนุนคณะสงฆ์ในเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนา นี่คือสิ่งที่เคลื่อนไหว ที่เกิดขึ้นอยู่กับทางสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ และการดำ เนินการต่าง ๆ ในช่วง ที่ผ่านมา อย่างที่ผมกราบนมัสการว่า เนื่องจาก กพร. ซึ่งเป็น ผู้กำ หนดกรอบเขตงานของรัฐ กฤษฎีกา ตีความไปอีกอย่าง หนึ่งว่า งานเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้อยู่ที่สำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็เลยทำ ให้งานในช่วงนั้นมันค่อน ข้างโดดไปโดดมา แต่ตอนนี้ก็สามารถที่จะตั้งองค์กรขึ้นมา รองรับได้แล้ว แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ สิ่งที่เราจะสร้างความ เข้มแข็งให้กับทางพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศโดยเฉพาะ เลย คือ เรื่องของการสนับสนุนเรื่องของ สำ นักงานกำกับดูแล พระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ ซึ่งพระเดชพระคุณท่านเจ้า คุณพระพรหมสิทธิ เป็นประธานอยู่นั้น ตอนนี้ก็พยายามที่ จะตั้งให้เป็นรูปร่าง ให้เป็นรูปแบบ ให้เป็นองค์กรที่มีศักยภาพ ในการที่จะสามารถที่จะทั้งดูแล ทั้งสนับสนุนพระคุณท่าน พระธรรมทูต ที่อยู่ในต่างประเทศนี้ สามารถที่จะทำ งาน ได้คล่องตัวขึ้น มีปัญหาอุปสรรคอะไรต่าง ๆ ให้องค์กรนี้เป็น องค์กรที่ทำ หน้าที่ในการช่วยเหลือ ในการสนับสนุน ตอน นี้ก็พยายามนำ หลายเรื่องสู่มหาเถรสมาคม เพื่อที่จะให้เป็น องค์กรที่มีความเข้มแข็ง มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งแต่ก่อนนั้น องค์กรนี้ ก็แบบตั้งขึ้นมา แต่ยังไม่มีความชัดเจน ตอนนี้ก็มี ความชัดเจนขึ้น จะมีระบบ ระเบียบอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา นั้นคือ สิ่งที่สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำลัง ดำ เนินการอยู่ แล้วก็ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ผมคงไม่รบกวน เวลาพระคุณท่าน จะได้ประชุมไปตามวาระ แล้วก็ถ้าหากมีข้อ อะไรในวาระการประชุม ที่ประชุมกัน มีวาระอะไรที่คิดว่าจะ ให้ทางสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถวายรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติมอะไร โปรดได้แจ้ง ได้พูดคุยกันไปแล้วว่ามีส่วน เหล่านี้เกี่ยวข้องกับสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมก็ พร้อมที่จะในการที่จะถวายข้อมูล รายละเอียดอะไรต่างๆ เพื่อ พระคุณท่านจะได้ขับเคลื่อนภารกิจของพระคุณท่านไปตาม เจตนาที่พระคุณได้ร่วมกันดำ เนินการมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมคงจะรบกวนเพียงแค่นี้ แต่ว่าคงต้องขออนุญาต ว่าถ้าประชุมไปแล้วมีอะไรก็บันทึกไว้ ผมจะมีรายละเอียด ข้อมูลอะไรที่ทางผมได้รับใช้ได้ร่วมในตรงนั้น ก็ได้บอกกล่าว ในตรงนั้น ก็ขอกราบขอบพระคุณที่ทางสหภาพพระธรรมทูต
174 ไทยในทวีปยุโรป ที่ได้ให้โอกาสกระผมเองสำ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้แทนสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ ได้มาร่วมในพิธีเปิด ได้มาร่วมในการถวายข้อมูลในบาง เรื่อง แล้วก็ได้มาร่วมรับฟังข้อมูลต่าง ๆ เพื่อร่วมกันในการขับ เคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคง มีความ เจริญขึ้นไป ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับผม” เวลา ๑๓.๔๕ น. นายชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวย การสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตอบข้อซักถาม ของพระธรรมทูต ในเรื่องของการให้การสนับสนุน อุปถัมภ์ และข้อสนใจเกี่ยวกับกรณีของวัดกัลยาณมิตร และ การนำ พระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักร มีรายละเอียด ดังนี้ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา (ถาม) : มีข้อที่จะต้องถาม อาจจะนอกประเด็นในการที่ คุยมานิดหน่อย แต่ว่าก็คงจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับ สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็แล้วแต่ท่านรองฯ จะ ตอบ มีข่าววัดกัลยาณมิตร ว่า ท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาสไป ปรับปรุงเสนาสนะ และก็ไปผิดระเบียบของกรมศิลป์เขา ก็ เลยเกิดวาทะอะไรกันก็รายละเอียด เพราะฉะนั้นอยากจะ เรียนถามท่านรองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติว่า มันมีความชัดเจนอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : ขอกราบขอบพระคุณครับ กรณีของวัดกัลยาณมิตร เป็นกรณีที่เกิดขึ้นมายาวนานแล้วนะครับ แต่ว่าเพิ่งมาปรากฏ ข่าวที่โด่งดังที่ต่อเนื่อง ก็ในช่วงของเมื่อ ๕-๖ เดือนที่ผ่านมา พอดีผมมารับตำ แหน่งรองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ ผู้อำ นวยการก็มอบให้ผมเป็นผู้ที่รับผิดชอบ เข้าไปช่วยเหลือ ไปดำ เนินการต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ว่าทำอย่างไร กรณีวัดกัลยาณมิตรจบลงด้วยดี ผมขอถวายข้อมูลอย่างนี้นะครับว่า คือในกรณี ของวัดกัลยาณมิตรนั้น เป็นการตีความกฎหมายคนละฉบับ คื อ ท าง ก ร ม ศิลปากร เขา ก็ถือ พรบ. เรื่องของศาสน สถาน ศาสน วัตถุไว้เขาก็ใน ตรงนั้น เขาก็มีการประกาศเขต พอเขาประกาศเขตขึ้นมาแล้ว ในกฎหมายเขาก็บอกว่าใครจะไปทำอะไรต่าง ๆ ในเขตเหล่า นั้น จะต้องขออนุญาตเขาก่อน ถ้าเขาไม่อนุญาตก็ทำ ไม่ได้ ถ้าเขาอนุญาตก็ให้ต้องทำถึงจะทำ ได้ถ้าใครไปทำ โดยที่เขาไม่ อนุญาตก็ถือว่ามีความผิด ทีนี้ในกรณีของวัดกัลยาณมิตรเป็นอย่างนี้ วัด กัลยาณมิตรนั้นถูกขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๔๙๒ แล้วก็มีวัดอื่น ๆ อีกในกรุงเทพมหานครอีกหลาย สิบวัด วัดใหญ่ ๆ ทั้งนั้นถูกขึ้นบัญชีทั้งหมด พอวัดถูกขึ้น บัญชีปั๊บ ตามกฎหมายเขาก็คือว่า ถ้าวัดจะทำอะไรก็ต้อง ขออนุญาตกรมศิลป์ก่อน ทีนี้กรณีของวัดกัลยาณมิตร มันมี ประเด็นอยู่ว่า ทางหลวงพ่อเจ้าอาวาส องค์ก่อนก็ดี พอท่าน จะทำ ท่านก็บอกว่าเคยขอไป แต่ว่ากรมศิลป์ไม่ตอบมา พอ ทางกรมศิลป์ไม่ตอบมา ไม่เห็นตอบมา ท่านคิดว่าอนุญาต แล้วท่านก็ทำ ท่านทำก็คือมีแปลนที่จะพัฒนาวัดของท่าน อันไหนที่มันเก่ามากจนซ่อมไม่ได้แล้ว อะไรไม่ได้แล้วท่านก็ รื้อ แล้วท่านก็ทำ ใหม่ขึ้นมา พอทำ ใหม่ขึ้นมาเสร็จ พอรื้อทำ ไป ตอนหลังมากรมศิลปากรก็ฟ้องเจ้าอาวาสวัด ก็ฟ้องไป ๑๐ กว่าคดี แต่ปรากฏว่าพอฟ้องเสร็จแล้วนี่ อัยการสั่งไม่ฟ้อง กรมศิลปากรฟ้องเจ้าอาวาสว่ามีความผิดตามประมวลกฏ หมายนั้น อัยการสั่งไม่ฟ้องมาก็กว่า ๑๐ คดีเหมือนเหลืออยู่ไม่ กี่คดีที่ยังไม่พิจารณา ท่านก็เลยเข้าใจว่า เอ้าก็ในเมื่ออัยการ บอกไม่ฟ้องแล้ว ก็แสดงว่าท่านไม่ผิด ท่านก็ทำต่อไปอีก เขา ก็ฟ้องอีก อัยการก็สั่งไม่ฟ้องอีก ท่านก็เลยทำ ไป มันก็เลยเกิด ประเด็นปัญหากันมาตลอด ทีนี้ตอนหลังนี่ทางกรมศิลปากร เขาถูกบังคับโดย ศาลปกครอง จะต้องรื้อในสิ่งที่วัดกัลยาณมิตรสร้างไป ถ้าไม่ รื้อเขาจะโดนมาตรา ๑๕๗ ถือว่าเป็นข้าราชการละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่ เขาจะถูกลงโทษ เขาก็เลยมารื้อ พอรื้อหลัง ๑ หลัง ๒ ทางสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็เลยเข้าไป เป็นกลางไกล่เกลี่ย ว่าสิ่งที่ชาวบ้านสร้างขึ้นมาใหม่ก็เป็นเงิน หลายบาทหลายสตางค์ จากการศรัทธาเหมือนกัน กฎหมาย ท่านก็เข้าใจอยู่หรอก ในเรื่องของโบราณสถานอะไรต่าง ๆ ว่าเรามาหาทางออกด้วยกันได้ไหม ? ว่าทำอย่างไรที่จะไม่ได้ ผิดกฎ ท่านก็ไม่ผิดกฎหมาย และสิ่งที่วัดสร้างไปก็สามารถ ที่จะอยู่ได้ หรืออะไรอย่างไร ตอนนี้ก็เลยอยู่ในขั้นตอนของ รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตอบข้อสงสัยพระธรรมทูต
175 การเจรจา ก็ยุติไประยะหนึ่งด้วย พอดีอธิบดีเขาจะเกษียณ ด้วย พอเดือนตุลาคมนี้ ทางคณะของผมก็ต้องเข้าไปคุยกับ กรมศิลป์ใหม่ ว่าจะทำอย่างไรในกรณีนี้ หลายวัดตอนนี้ก็ ผวาอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะวัดของประชุมมหาเถรสมาคม ทีไร คือวัดของเจ้าประคุณสมเด็จทุกวัด ทุกแห่งถูกขึ้นบัญชี ทั้งหมด ก็เลยมอบสำ นักพุทธฯ ว่าทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหา ตรงนี้ทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะวัดกัลยาณมิตร ทุกระบบของวัด ที่ถูกขึ้นบัญชีว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร หาทางออกอย่างไร วัดก็สามารถที่จะพัฒนาวัดได้ กรมศิลป์ก็ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่ง ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการเจรจาตรงนี้ว่าทำอย่างไร ที่จะ ทำอย่างนี้ได้นี้คือที่ผ่านมาครับ พระครูอุดมธรรมวิเทศ : กราบเรียนท่านประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป เจริญพรรองผู้อำ นวยสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระผม พระครูอุดมธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดอุตมยาน มุนี ประเทศสิงคโปร์ เป็นพระเชื้อสายไทย แต่ว่าถือสัญชาติ มาเลเซีย แล้วก็ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ กระผม อยากถามข้อสงสัยอยู่ประเด็นหนึ่ง คือ ปีที่แล้ว ผมได้นำคณะ ญาติโยมจากประเทศสิงคโปร์ ไปถวายสักการะพระมหาเถระ ที่ประเทศไทย ทีนี้กระผมได้ซื้อพระประจำวันจำ นวน ๗ นิ้ว เป็นพระใหม่ซื้อจากเสาชิงช้า ทีนี้อาตมาก็นำจากประเทศไทย จากสนามบินสุวรรณภูมิจะนำ ไปสู่ประเทศสิงคโปร์ ทีนี้ทาง เจ้าหน้าที่ศุลกากร เขาไม่อนุญาตให้เอาพระพุทธรูปออกต่าง ประเทศ อาตมาก็ถามว่า เหตุผลใดที่เอาพระพุทธรูปออกต่าง ประเทศไม่ได้ เขาก็ให้เหตุผลที่อาตมาก็ค่อนข้างจะยอมรับ ไม่ได้ ในฐานะเป็นเจ้าอาวาสและก็วัดอยู่ต่างประเทศ เราก็ ต้องการมีพระพุทธรูปให้ญาติโยมกราบไหว้บูชา แต่ทีนี้เท่าที่อาตมา ฯ หรือว่ากระผมพลาดก็คือ พระพุทธรูปเก่านี่ถ้าจะเอาออกประเทศก็ต้องขออนุญาตกรม ศิลปากร แต่ทีนี้พระพุทธรูปที่อาตมาได้ซื้อจากเสาชิงช้า ร้าน เจริญชัย เป็นพระพุทธรูปใหม่ แล้วก็ไม่ได้องค์ใหญ่ องค์ละ ประมาณ ๗ นิ้ว ทั้งหมดรู้สึกว่าจะเป็น ๗ องค์แล้วก็เพิ่มอีก ๒ องค์ เป็น ๙ องค์แล้วอยากจะให้ทางสำ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า การที่จะนำ พระพุทธรูป ไปต่างประเทศนี้ ถ้าเป็นพระพุทธรูปที่ว่าหล่อใหม่ ต้องขอ อนุญาตกรมศิลป์ไหม ? รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : ครับ กราบขอบพระคุณครับ ในส่วนตรงนี้คือยอมรับ ว่าผมไม่ได้ศึกษารายละเอียดของ พรบ. เรื่องโบราณวัตถุ แต่ ว่าเท่าที่ทราบก็คือถ้าเป็นโบราณวัตถุแน่นอน การออกต่าง ประเทศนี้ต้องขออนุญาต ซึ่งเขามีอยู่บอกว่า ขอที่ไหน ๆ แต่ว่าพระพุทธรูปผมไม่มั่นใจว่าคล้าย ๆ เป็นสิ่งต้อง ห้ามโดยลักษณะหรือเปล่า หมายความว่า ไม่ได้เป็นโบราณ วัตถุ แต่เป็นสิ่งต้องห้ามโดยลักษณะหรือเปล่า ผมขอรับไป ศึกษาดูว่า ถ้าเป็นพระพุทธรูปใหม่ นำออกได้อะไรอย่างไร แล้วอย่างไร เดี๋ยวผมจะตอบทางพระคุณท่าน แล้วจะได้แจ้ง ทางวัดต่างประเทศด้วยครับ เผื่อที่ว่าวัดอื่น ๆ จะได้มีประเด็น นี้ในกรณีที่อยากที่จะนำ พระพุทธรูป ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม่ ใหญ่อะไรตรงนี้ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างใหม่เหล่านี้ออกมา จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร ยอมรับว่าผมไม่ ได้ชัดเจน เพราะว่าเป็นกฎหมายทางกรมศิลปากรถือเป็นหลัก แต่ว่าเมื่อเกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา เดี๋ยวผมรับตรงนี้ ไป ในการที่จะไปศึกษาให้ แต่หลวงพ่อเจ้าคุณพระธรรมโมลี เคยเอาออกไปใช่ไหม ? พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส : ขอชี้แจง เท่าที่ทราบ ประสบการณ์มีนะครับ ท่าน อาจารย์ครับ ไม่ใช่เป็นเฉพาะพระพุทธรูปอย่างเดียว แล้วก็ ไม่ได้หมายถึงว่า พระพุทธรูปนั้น หรือศิลปวัตถุนั้นจะเก่าหรือ ไม่ สังเกตได้จากการที่กระผมนำ พระบรมรูป เสด็จพ่อ ร.๕ มาประดิษฐานที่วัดสันติวราราม เยอรมนีอันนี้ก็ก่อนที่จะเดิน ทางออกมา ก็ต้องทำ เรื่องถึงกรมศิลปากรเหมือนกัน เพราะ ฉะนั้นเรื่องพระพุทธรูป เมื่อปี ๒๕๕๗ ที่วัดศรีนครินทรวรา ราม ทำ พิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูป พระมหาคันธารศากยมุนี ๕ องค์ที่นำออกมา ก็ต้องผ่านพิธีการ ขั้นตอนอย่างนี้เหมือน กัน เพราะฉะนั้น พระพุทธรูปที่อาจารย์ได้เรียนที่ประชุม เมื่อกี้เป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิด ๕ นิ้ว ๗ นิ้ว ก็คงจะมี ข้อปฏิบัติที่เหมือนกัน เพราะว่า วัดศรีนรินทรวรารามเคยนำ
176 มาในงานฉลองการเปิดอุโบสถวัดศรีนริรนทรวราราม เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๖ ทุกองค์ทุกรูปก็จะมีเครื่องหมายของกรมศิลปกร ติดอยู่ เพื่อที่จะอนุมัติออกมา จะเป็น ๑๐๐ องค์๑,๐๐๐ องค์ หลาย ๆ ๑,๐๐๐ องค์ก็ต้องมีข้อปฏิบัติเหมือนกัน นี่ความรู้ ประสบการณ์ ขอเรียนในที่ประชุมครับผม รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : นั้นก็เป็นประสบการณ์ของพระอาจารย์นะครับ อย่างไรก็ตามแต่ผมรับที่จะไปดูแลเรื่องนี้ ถ้ามีทางใดที่จะให้ เกิดความสะดวก ความคล่องตัวในการที่วัดไทยที่อยู่ในต่าง ประเทศนะครับ จะนำสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป หรือรูปอะไรก็ตามแต่ ที่เป็นทางนี้ว่ามีทางไหนที่จะเป็นการ อำ นวยความสะดวกกับทางวัด ผมรับภาระในตรงนี้แล้วจะ รีบไปดำ เนินการแล้วได้ผลประการใดจะแจ้งให้ทางสมัชชา ทางสหภาพได้รับทราบ เพื่อแจ้งให้ทางวัดที่อยู่ใน สมัชชา สหภาพ ได้รับทราบโดยทั่วกันครับ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกวีโร : เดี๋ยวขอถือโอกาสถามนิดหน่อย จริง ๆ ในงานของ สหภาพฯ นี้มีการพูดถึงเรื่องระบบกันมาก เรื่องระบบของการ ดูแลวัดต่าง ๆ อันนี้พูดในนามของสหภาพฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของคณะกรรมการบริหาร ในมติของ สหภาพฯ มีการพูดถึง อยู่ ๒–๓ เรื่อง ที่เป็นประเด็นพอที่จะนำ ไปสู่ภาคปฏิบัติ จริง ๆ ก็ดีใจที่ท่านรอง ผอ.มาวันนี้ ไม่ทราบว่าท่านจะเกษียณอีก นานหรือเปล่า ? รองผู้อำ นวยการฯ : ปีหน้า ครับ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกวีโร : ปีหน้า ก็คงอาจจะทำ งานไม่ทัน เพราะว่าหลายท่าน ที่มาก็จีบสาวไว้ทั้งนั้นเลย แต่ก็ยังไม่ได้ ในสหภาพฯของเรา เพื่อนพระธรรมทูต อยากจะพูดตรงไปตรงมาชัดเจน เรามี ความคิดกัน ว่าอย่างเช่น อย่างงานสนับสนุน เรื่องงานการ ทำ ประวัตอะไรต่าง ๆ นี้จะทำ เป็นองค์กร เหมือนกับทาง สหรัฐอเมริกาทำ ท่านอาจารย์พระครูสิริอรรถวิเทศ คงมีคำ ตอบความชัดเจน ของพวกเราเองเนี๊ย ในสหภาพของเรานี้ ต่างวัดต่างอยู่ หมายความว่า อย่างเช่นยกตัวอย่างง่าย ๆ ขอ การสนับสนุน การอาจจะไม่มากนัก แต่ก็นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือว่า เราจะทำอย่างไงทำ ให้สหภาพของเรามีระบบ อย่างเช่นในเขต ๑ ที่หลวงพ่อเจ้าคุณพระเทพพุทธิมงคลเป็น ประธาน มีทั้งหมด ๔ ประเทศด้วยกัน ในแต่ละเขตมีข้อตกลง กันได้ไหม ? ในวิธีปฏิบัติกับทางสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติว่า ในสหภาพยุโรปนี้ให้การสนับสนุนกี่วัด สมมุติว่า ให้การสนับสนุนทั้งหมด เอาซัก ๕ วัด หรือ ๑๐ วัด ตอน นี้ก็มาถึงวิธีปฏิบัติ แต่ละเขตต้องคัดเลือกวัดที่ลำ บาก อย่าง เช่นวัดศรีนครินทรวราราม หลวงพ่อเจ้าคุณพระเทพกิตติโมลี นี้อาจจะไม่ลำ บากเหมือนวัดอื่น อาจะต้องเอื้อเฟื้อเกื้อกูลวัด อื่นก่อนที่ลำ บากใช่ไหมครับ พระเดชพระคุณ เห็นไหมครับ ทุกรูปก็ว่าใช่ เพราะว่าท่านกำลังทำ โครงการ ๓๐๐ ล้านบาท ไทย โครงการศาลาสมเด็จย่า ๑๐๐ ปี อย่างนี้เป็นต้น ในงานของสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นี่ เป็นไปได้ไหมว่าจะต้องมีโอกาสได้คุยกัน เพราะว่าถ้าพูดกัน ในที่ประชุมนี้ ไม่ค่อยได้งาน เป็นแค่คุยกันไปคุยกันมาแล้ว ก็จบ เพราะฉะนั้น ในส่วนของอาตมาฯ ในฐานะผู้ทำ งานนี้ อาตมาต้องพูดต้องไปตรงมา เพราะอาตมาเป็นผู้คิดว่าเราทำ จะทำอย่างไง ถึงจะให้องค์กรของเราเป็นระบบ อย่างเช่น ขอ สมณศักดิ์ อเมริกาก็ทำ เป็นระบบ อย่างเช่นขอเงินสนับสนุนในแต่ละเขต ทำอย่างไร จะให้เป็นระบบ ซึ่งท่านรองฯ ก็มีบุญบารมีในส่วนของการ พิจารณาหรือว่าในการเข้าไปดูแลระบบ ก็อาจจะต้องคุยมา เลยว่า เดือนไหนเสนอ แล้วในส่วนยุโรปเสนอมาแค่ ห้าม เกินนี้ แล้วการพิจารณานั้นให้เป็นเงื่อนไข และข้อบังคับกฎ เกณฑ์ของสหภาพ อย่างเช่น อย่างเช่น เขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ เขต ๓ ท่านอาจารย์พระครูวิเทศธรรมวิทิต จะพิจารณา วัดไหน ในสายงานปกครอง ขอโทษนะครับ ไม่ใช่เฉพาะวัด สระเกศ ก็วัดอื่นด้วย อาจจะวัดธรรมด้วยก็ได้ถ้าอยู่ในเรื่อง ของเป็นสมาชิกนะครับ อย่างนี้ตรงไปตรงมา ผมพูดเสมอ ว่า งานคณะสงฆ์เราสิ่งหนึ่งที่มันเกิดขึ้นและมันเป็นไปในการ พัฒนายากมาก คือไม่ค่อยมีความยุติธรรม งานพระศาสนา นี่ ถ้าพระไม่สามารถ พูดถึงเรื่องความยุติธรรม แล้วก็ตรงไป ตรงมากับงานพระศาสนาได้ อย่าไปสอนชาวบ้านเรื่องความ
177 ยุติธรรม ทำ ไม่ได้ อันนี้คือประเด็น อย่างงั้น เป็นไปได้ไหมว่า มีโอกาสเย็น ๆ กองงาน เลขา แล้วก็ส่วนคณะกรรมการบริหารนี้มีโอกาสจะได้พูดคุย กับท่านชัยพล เรื่องระบบที่เราจะทำกัน นอกห้องประชุม ว่าท่านมีคำ แนะนำ อย่างไรที่จะทำ ให้สหภาพทำ งานร่วมกับ หน่วยงานหลักของผู้ดูแลงานพระศาสนา คือ ทั้งกรมการ ศาสนา ทั้งสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สิ่งเหล่านี้เป็น สิ่งที่เราคาดหวังและรอมา ๑๕ ปี อาจจะรอไปอีก ๑๕ ปีก็ไม่ ทราบนะครับ แต่ว่ารอมาแล้ว ๑๕ ปีนี่คือสิ่งที่อยากจะเสนอ และก็อยากจะขอความกรุณาจากท่านว่า นอกห้องประชุม อาจจะได้คุยกันว่าทำอย่างไรจะให้เกิดระบบนี้ ก็ขอขอบคุณ รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : ถ้าทีมงานพร้อม ตอนเย็นก็นัดผมได้นะครับ ว่ามี คณะทำ งานที่มีอะไรที่คิดว่าที่จะคุยแลกเปลี่ยนกัน อะไร อย่างนี้นะ ก็ทีมงานได้ครับ แล้วก็มีอะไรที่จะคุยกัน ผมก็จะ ได้รับ บางอย่างผมไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ก็จะได้ รับเรื่องเหล่านี้ไปหารือร่วมกัน เดี๋ยวทางท่านพระครูประสาน ผมก็แล้วกัน นะครับว่าจะนัดผมกี่โมง ผมกลัวการประชุม จะไม่ทัน เขียนคำถามไว้เลย แล้วก็ส่งให้กับคณะที่จะคุยกับ ผมตอนเย็นนั้นแหละ แล้วก็พรุ่งนี้ก่อนที่จะกลับนะครับ ผม จะมีโอกาส มีเวลาอาจจะมาตอบอีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวทางการ ประชุม จะเป็นอยู่กับเรื่องของผมเป็นส่วนใหญ่ เดี๋ยวจะไม่ ได้ประชุมไปตามนั้น พระคุณท่านรูปไหนมี ฝากท่านพระครู โทรศัพท์ใช่ไม่ได้ ไลน์ใช้ได้เฉพาะในโรงแรม นัดเวลา ๑ ทุ่ม ละกันนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ กิจกรรมที่ ๕ การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ของสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป โดยมี พระเทพพุทธิมงคล ประธานคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เป็น ประธานการประชุม โดยได้ดำ เนินการตามวาระต่าง ๆ ดังนี้ ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่อง ประธานแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ พระเทพพุทธิมงคล ประธานคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เจ้าอาวาสวัด พุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประธานในที่ประชุม กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้ ตามกฎระเบียบของสภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ข้อ ๑๒ ที่ระบุให้มีการประชุมสมาชิกสหภาพฯ ปีละ ๑ ครั้ง และ เพื่อเป็นการพบปะแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ของพระ ธรรมทูตไทย และพระธรรมทูตทั่วโลก ในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา ให้มีความก้าวหน้าต่อไป พร้อมกับ ได้กล่าวแสดงความยินดีขอบคุณผู้เข้า ร่วมประชุมทุกท่าน และผู้ให้การอุปถัมภ์สนับสนุนการจัด ประชุมในครั้งนี้ จากนั้น ได้มอบหมายให้แผนกกองงานเลขานุการ ดำ เนินการประชุมตามวาระ มติที่ประชุม รับทราบ ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่อง รับรองรายงานการประชุมฯ สมัย สามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๗ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่ประชุม ขอแก้ไข ดังนี้ ๑. พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต เสนอว่า ในแต่ละ วาระควรมีมติที่ประชุมรองรับ ว่าควรจะเป็นอย่างไร เช่น มติ ที่ประชุม รับทราบ หรือ เห็นควรดำ เนินการอย่างไร ๒.ขอแก้ไขคำผิดฉายา พระมหาทองนาค นาควโร มติที่ประชุม รับรองรายงานการประชุม ตามที่มี การแก้ไข และให้กองงานเลขานุการไปดำ เนินการต่อไป
178 ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่อง สรุปผลการปฏิบัติงานของคณะ กรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปในแต่ละ แผนก ๓.๑ แผนกกองงานเลขานุการ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการ คณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้ รายงานสถานะงานเอกสาร การรวบรวมข้อมูล การจัดพิมพ์ หนังสือฐานข้อมูล การสนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ แก่แผนก ประชาสัมพันธ์และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการติดตาม งานเอกสารต่าง ๆ ดังนี้ (๑) จัดให้มีการประชุมสมัยวิสามัญ คณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ปีละ ๓-๔ ครั้ง ออกจดหมายเชิญประชุม จัดทำวาระการประชุม บันทึกการ ประชุม รายงานการประชุม และดำ เนินการส่วนงานเลขา ตามมติที่ประชุม (๒) ดำ เนินการจัดทำ โครงการ ขอสนับสนุนงบ ประมาณในการจัดประชุม ร่วมกับวัดที่เป็นเจ้าภาพการประชุม (๓) สำ รวจข้อมูลวัด ในทวีปยุโรป ซึ่งมีทั้งหมด ประมาณ ๘๐ วัด และพระธรรมทูตที่ปฏิบัติหน้าที่ในทวีปยุโรป ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๒๐๐ รูป ในจำ นวนนี้สมัครเป็นสมาชิก สหภาพฯ จำ นวน ๒๖ วัด และสมาชิกรายบุคคล ๑๘ ท่าน (๔) จัดพิมพ์หนังสือฐานข้อมูล วัดในทวีปยุโรป จาก (๓) (๕) รวบรวมข้อมูลจากวัดสมาชิก เพื่อจัดทำฐาน ข้อมูล และรายงานประจำ ปีเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป (๖) สนับสนุน และจัดดำ เนินการโครงการ “การ ติดต่อเยี่ยมเยือนกัน” วัดภายในสมาชิก และวัดอื่นในทวีปยุโรป (๗) การเสนอรายชื่อวัดต่าง ๆ เพื่อขอรับเงิน สนับสนุนจาก สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหน่วย งานอื่น ๆ (๘) การดำ เนินการโครงการ เพื่อความเข้มแข็ง ขององค์กรสหภาพพระธรรมทูตไทย และ เพื่อพระธรรมทูต ที่มาปฏิบัติงานในทวีปยุโรป ให้เป็นเช่นเดียวกับ สมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกา ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การเสนอขอทำ พาส ปอร์ต การขอสมณศักดิ์การขอรับรางวัลต่างๆ ในนามองค์กร (๙) การจัดทำ ปฏิทินปฏิบัติงานประจำ ปีของ สหภาพฯ (๑๐) และสนองงานในส่วนของงานเลขานุการ การจัดส่งเอกสาร การรวบรวมเอกสาร การจัดเก็บเอกสาร ต่าง ๆ และสนับสนุนข้อมูลให้แผนกอื่น ๆ อาทิ แผนก ประชาสัมพันธ์ มติที่ประชุม รับทราบการดำ เนินงาน ๓.๒ แผนกประชาสัมพันธ์ พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ(พระมหาพยอม สุทสฺส โน)ประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ได้รายงานผลงานประชาสัมพันธ์ การ จัดทำวารสาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เล่ม ๒ การประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อ Social media ดังนี้ (๑) ดำ เนินการโครงการ ปรับปรุงเวปไซด์สหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ให้ดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้น เพื่อเป็น ฐานข้อมูลและช่องทางการสื่อสาร ช่องทางหนึ่ง ช่วงนี้กำลัง ดำ เนินการอยู่ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี๒๕๕๘ นี้ (๒) การจัดทำวารสาร ซึ่งได้จัดทำ เล่มที่ ๒ แจก ในที่ประชุมครั้งนี้และเล่มอื่น ๆ จะดำ เนินการให้มีการจัดทำ ออกมา อาจจะมีหลายเล่มต่อปี สำ หรับเล่ม ๒ นี้ต้องขอ อนุโมทนากับเจ้าของบทความและกองงานเลขาที่สนับสนุน ข้อมูลให้ สำ หรับแนวนโยบายในการจัดทำวารสารเล่มต่อไป ขอเมตตาพระคุณเจ้าทุกรูป มีเวลาก็โปรดเขียนบทความ หรือ คำคมอะไรไว้เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำวารสารต่อไป (๓) การประชาสัมพันธ์ผ่านทางโชเชียลมีเดีย คือ ทางเฟสบุ๊ค ขอให้แต่ละวัดถ่ายรูปนำ เสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์ ถ่ายภาพให้เหมาะสม เพื่อที่คณะกรรมการฯ จะได้นำ ไปแชร์ต่อ และเป็นข้อมูลในการจัดทำการประชาสัมพันธ์ด้านอื่น ๆ ต่อไป การประชุมสมัยสามัญประจำ ปีสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘
179 พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีเสนอให้มีการ จัดทำวารเป็นแบบ E-book และให้เผยแพร่ทางเวปไซด์ของ สหภาพฯ ด้วยอีกทาง ให้สามารถดาวโหลดมาอ่านเก็บไว้ได้ มติที่ประชุม รับทราบการดำ เนินงาน ๓.๓ แผนกเหรัญญิก พระครูกิตติธรรมวิเทศ เหรัญญิก คณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้รายงาน รายรับ รายจ่าย และสถานการเงินของสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ในรอบปีที่ผ่านมา ในภาพรวมทั้งหมด ดังนี้ (๑) ปัจจุบัน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สามารถเปิดบัญชีธนาคารที่ธนาคารเครดิตสวิส ประเทศสวิต เซอร์แลนด์ได้แล้ว หลังจากพยายามดำ เนินการมาหลายปี ซึ่ง สมาชิกสามารถโอนเงินสนับสนุน หรือเงินบริจาคผ่านบัญชี นั้นโดยตรงได้ ซึ่งรายละเอียดเลขที่บัญชีธนาคาร และแบบฟอร์ม ต่าง ๆ ได้แจ้งให้ทุกวัดทราบแล้ว อนึ่งเมื่อมีการโอนเงินแล้ว โปรดแจ้งข้อมูลให้ทราบด้วย (๒) สรุปรายรับ-รายจ่าย ประจำ ปีพ.ศ. ๒๕๕๗ ดังนี้ รายรับ จากสมาชิก จากผ้าป่าสมทบ บริหารส.ธ.ย. ที่วัดธัมมปทีม เมืองเมแคเลิ่น ประเทศเบลเยี่ยม คือ ๖,๖๑๙ ยูโร ๑๑๐ สวิสฟรัง ๑๖,๐๐๐ บาท รายจ่าย จ่ายสนับสนุนการประชุมที่วัด ธัมมปทีป เมืองแมเคเลิ่น ประเทศเบลเยี่ยม ค่าจดหมาย ค่า ถวายมุทิตาพระมหาเถระ จ่ายทั้งหมด ๓,๔๗๔.๘๑ ยูโร (๓) รายรับ – รายจ่ายทั้งหมด จะจัดทำ เป็น เอกสารสรุปรายงานตอนสิ้นปีปฏิทิน แล้วจะ เสนอที่ประชุม คณะกรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัย วิสามัญ และนำสู่ที่ประชุมสามัยสามัญครั้งต่อไป มติที่ประชุม รับทราบการดำ เนินงาน ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่อง กำ หนดนโยบายในการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๔.๑ ระยะสั้น (๑ ปี) ๔.๒ ระยะกลาง (๒ ปี) ๔.๓ ระยะยาว (๔ ปี) ๔.๔ การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แผนแม่บท ในการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวียุโรป แบ่งเป็น กลุ่มย่อย ๓ กลุ่ม ตาม ๔.๑ ๔.๒ และ ๔.๓ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี ได้เสนอต่อที่ ประชุม ว่า เนื่องจากสถานที่การจัดประชุมของเราไม่เพียงพอ ในการจัดประชุมสัมมนา ตามวาระที่ ๔.๔ และ ระเบียบวาระ การประชุม ตั้งแต่ ๔.๑-๔.๔ ล้วนมีความสัมพันธ์กัน ด้วยเป็น แผนแม่บทในการพัฒนาองค์กรและการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา จึงเสนอให้รวมกันเป็นการอภิปราย ประเด็นแล้วให้ แผนกกองงานเลขาไปสรุปประเด็นนำ เสนอที่ประชุมคณะ กรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทย เพื่อจัดทำ เป็น แผนในการพัฒนาองค์กร และพัฒนางานพระศาสนาในคราว ประชุมสมัยวิสามัญครั้งต่อ ๆ ไป มติที่ประชุม เห็นชอบตามที่เสนอ และให้มีการ อภิปราย เสนอแผน ดังมีผู้อภิปราย และจับประเด็นได้ ตาม ลำดับ ดังนี้ ๑. พระครูวินัยธรสมศักดิ์ สกฺกเมธีวัดธัมมปทีป ประเทศ เบลเยี่ยม เสนอว่า สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ควรเป็น องค์กรที่สามารถ (๑) เสนอขอต่ออายุหนังสือเดินทางของพระธรรม ทูตที่มาปฏิบัติศาสนกิจประจำ และเสนอขอทำ หนังสือเดินทางให้กับ พระธรรมทูตที่จะมาปฏิบัติศาสนกิจใน ยุโรปใหม่ได้ (๒) เสนอและรับรอง รายชื่อ-รายนาม พระสังฆาธิ การที่จะขอพระราชทานตั้ง เลื่อน สมณศักดิ์ได้ (๓) เสนอขอรับการอุดหนุน สนับสนุนงบประมาณ จาก สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องอื่น ๆ โดย ควรทำ เป็นหนังสือ หรือ ลายลักษณ์อักษร เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับถึง มหาเถรสมาคมเพื่อ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
180 ๒. พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฝ่ายตรวจสอบ เสนอว่า (๑) การทำ งานในนามขององค์กร คือ สหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้เปรียบกว่า สมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกา เพราะคำว่า สหภาพ คือ มาจากหลายประเทศ มิใช่ประเทศเดียว เช่นอเมริกา ดังนั้น การทำ งานในนามของ สหภาพ จึงได้ความเป็น International จึงมีผลในภาพรวม กว้างขวาง มากกว่า (๒) การจัดทำแผนงานขององค์กรนั้น จะต้องมี ก. เป้าหมายขององค์กร เรียกว่า วิชั่น (Visson) หรือวิสัยทัศน์ และ ข. ภารกิจขององค์กร เรียกว่า มิสชั่น (Misson) หรือ พันธกิจ ซึ่ง สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปได้เขียนสิ่งทั้ง ๒ สิ่ง นี้ไว้ในวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งองค์กร คือ เป้าหมายขององค์กร หรือ วิชั่น (Visson) หรือวิสัยทัศน์ ข้อ ๑. เพื่อเป็นศูนย์กลางการประชุมปรึกษาหารือ วางแผน และนโยบายในการสนับสนุนส่งเสริมและปรับปรุง แก้ไขเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ไทยในทวีป ยุโรป ให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยและกฎหมายแห่งคณะ สงฆ์ไทย ข้อ ๔. เพื่อเป็นองค์กรในการร่วมมือและสร้างสัม พันธ ไมตรีกับองค์กรพุทธศาสนา บุคคล และองค์กรศาสนาอื่นๆ ข้อ ๕. เพื่อเป็นศูนย์ติดต่อประสานงาน แลก เปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างคณะพระสงฆ์ไทยในทวีป ยุโรปกับคณะพระสงฆ์ไทยและรัฐบาลไทย รวมทั้งหน่วยงาน ราชการไทยในทวีปยุโรป ข้อ ๗. เพื่อเป็นศูนย์พิจารณาและปฏิสันถารให้ ความช่วยเหลือแก่พระสงฆ์ไทยที่มาปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราว ในทวีปยุโรป ภารกิจขององค์กร หรือ มิสชั่น (Misson) หรือพันธกิจ ข้อ ๒. เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริมกิจการ ของวัดไทยในทวีปยุโรป ข้อ ๓. เพื่อความสามัคคีและความเป็นเอกภาพ ของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ความช่วยเหลือในการ แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด พระสงฆ์ไทยและ ประชาชนชาวไทยในทวีปยุโรป ข้อ ๖. เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อับชอบ ธรรมของพระพุทธศาสนาและพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ดังนั้น ภาพในอนาคตที่องค์กรควรจะมีก็คือ วิชั่น วิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายขององค์กร ส่วนแผน หรือนโยบาย หรือ โรดแมป ควรจะไปสู่เป้าหมายนั้น และแต่ละวัดควรมี เป้าหมายร่วมกันที่เรียกว่า “แชร์วิชั่น” คือเป้าหมายเดียวกับ องค์กรให้ตรงกัน ๓. พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกา วัดไทยวอชิงตัน ดีซีสหรัฐอเมริกา เสนอว่า (๑) ทั้งวิสัยทัศน์ และ พันธกิจ ของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยนั้นมีปรากฏอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เรามาประชุมกัน แล้วก็ชี้แจง แบ่งงาน แล้วก็ลงมือปฏิบัติเท่านั้นเอง (๒) และ เมื่อมีการประชุมแต่ละครั้ง อาจจะมีข้อ ตกลง ที่เรียกว่า “ปฏิญญา” หรือ ข้อตกลงที่จะทำ ร่วมกัน (๓) การทำ งานร่วมกันเป็นองค์กร ทำ ให้เกิดพลัง อย่างเช่น IBAA (International Buddhis Association of America) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นองค์กรความร่วม มือ เพื่อผลักดันให้มีการจัดงานวิสาขบูชาที่ทำ เนียบ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (ไวท์เฮ้าท์) ดังนั้น การทำ งานใน นามองค์กร เช่น สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป มี ความจำ เป็นอย่างยิ่งต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุค ปัจจุบันนี้ ท่านที่ยังไม่ได้มาเป็นสมาชิก ก็ควรเป็นสมาชิก (๔) การทำ งานในลักษณะ International นั้น มี ความจำ เป็นยิ่งในยุคปัจจุบัน ขอเสนอ โครงการร่วมระหว่าง ทวีปยุโรป กับ ประเทศสหรัฐอเมริกา คือโครงการ “ธรรม สัญจรจัดปฏิบัติธรรมนานาชาติเชื่อม ๓ ทวีป ๕ ประเทศ” (ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย) (๕) ปัจจุบันนี้ ได้เกิดมีการสนับสนุนการจัดทำ มาตรฐานและดำ เนินการกำกับดูแลมาตรฐานทางพระพุทธ-
181 ศาสนา ของกองอนุศาสนาจารย์ กระทรวงกลาโหม ส่วน ราชการและองค์กรอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกา ก็คือ บุ๊สดิสพริน ประจำกองทัพสหรัฐอเมริกา คือ กองอนุศาสนาจารย์ชาวพุทธ อันเป็นการยกระดับพุทธศาสนาว่าเป็นที่ยอมรับและต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกองอนุศาสนาจารย์ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เรือนจำ และโรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องการพระ ต้องการผู้ทำ หน้าที่ทางพระพุทธศาสนาเข้าไปพูดคุย ให้กำลัง ใจ ถือได้ว่า พระธรรมทูต อดีตพระธรรมทูตเรามีบทบาทมาก (๖) ภาษามีความสำคัญยิ่งต่อการสื่อสารและการ ทำ ให้เกิดความเข้าใจ อธิบายธรรมะให้ชาวท้องถิ่น ๔. พระวิเทศธรรมภาวนา เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย บาวาเรีย ประเทศเยอรมนีเสนอว่า (๑) ควรมีระเบียบชี้แจงว่า เมื่อสมัครเป็นสมาชิก องค์กรแล้ว จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ ก. สิทธิประโยชน์เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน คือ เรื่อง เจ็บ เรื่องตาย เรื่องอุบัติเหตุ เรื่องอุบัติภัย ไฟไหม ? มากที่สุด คือ ปัญหาเงินช๊อต จะได้รับการสนับสนุนแค่ไหน อย่างไร ข. ความร่วมมือและกำลังสนับสนุน เช่น หนังสือ สวดมนต์ ปีละ ๓๐ เล่ม (สำ หรับวัดเล็ก วัดน้อย วัดที่เพิ่งตั้ง ใหม่) การสนับสนุน เช่น การให้คำแนะนำการจัดทำ ป้าย การ จัดทำ เวปไซด์การจัดทำ หนังสือ ปฏิทินเป็นต้น ค. การอำ นวยความสะดวกในเรื่องการทำ หนังสือเดินทาง การทำวีซ่า ซึ่งอาจจำ เป็นต้องตั้งหน่วยงาน หรือองค์กรในประเทศไทย เพื่อจัดทำ เรื่องนี้ อำ นวยความ สะดวกการเดินทาง (ไม่ใช่ไปสกัดกั้นให้มีขั้นตอนมากขึ้น) ง. การแก้ปัญหา ในกรณีที่มีข้อพิพาท ระหว่าง กรณีพระที่มาปฏิบัติหน้าที กับ ญาติโยมที่เป็นประธาน สมาคม (๒) การหางบประมาณสนับสนุนองค์กรฯ อาจจะ มีการจัดนิมนต์พระนักเทศน์จากเมืองไทยมา แล้วขายบัตร หรือจัดกิจกรรมอะไรทำ นองนี้ ส่วนหนึ่ง สมทบองค์กร ส่วน หนึ่ง สมทบวัดเจ้าภาพ แต่จัดทำ ในนามขององค์กร เดือนละ ๑ ครั้ง หรือ ปีละ ๓ - ๔ ครั้ง ๕. พระครูภาวนาพุทธธรรม เสนอว่า การทำ งานเป็นองค์กรมีความสำคัญยิ่ง ฉะนั้น ควร ขยายความร่วมมือออกไป จากภายในองค์กร เป็นความร่วม มือกับองค์กรพระพุทธศาสนาอื่น ๆ ในระดับท้องถิ่น ระดับ ชาติระดับนานาชาติต่อไป ๖. พระครูสุตพุทธิธัช วัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน เสนอว่า ขอนิมนต์ทุกรูปแสดงความเห็น เพื่อพัฒนาองค์กร ต่อไป ๗. พระครูวิเทศธรรมวิทิต วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศ นอร์เวย์ เสนอว่า ขอนิมนต์ทุกรูปแสดงความคิดเห็น ให้เต็มที่ เพราะเรามีทีมงานจาก มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย นำ โดย พระเมธีธรรมาจารย์ มาทำ หน้าช่วยสรุปจัด ทำแผน ๑ ปี๒ และ ๔ ปีเพื่อเสนอ คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เอง ๘. พระครูสิทธิธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดอตัมยตาราม วอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เสนอว่า (๑) ควรมีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ตัวอย่างเช่น ที่ได้จัดทำ ที่อเมริกา คือ ทำ หนังสือเล่มเล็ก ๆ แล้วนำ ไปวางแจกที่ร้านอาหาร ภัตตาหาร โรงแรม สถานที่เขา อนุญาตให้วางแจก ทำ เป็นภาษาท้องถิ่น เพราะชาวยุโรปอเมริกา ชอบอ่านหนังสือกันอยู่แล้ว (๒) อนึ่ง การจัดกิจกรรมของวัดไทย ชาวไทย ควร ตระหนักถึงวัฒนธรรม ประเพณีของท้องที่ ท้องถิ่น เพราะฝรั่ง ส่วนใหญ่ชอบความสงบ ส่วนคนไทย ชอบความรื่นเริงซึ่งมัก จะสวนทางกัน ซึ่งทั้ง ๒ ข้อนี้องค์กร หรือทุกวัด สามารถทำ ได้
182 ๙. พระเทพกิตติโมลีวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศส วิตเซอร์แลนด์ เสนอว่า (๑) ขอนิมนต์เข้ามาร่วมองค์กรกันก่อน แล้วช่วย กันออกแบบสิทธิประโยชน์ต่อสมาชิกร่วมกัน ร่วมกันทำ งาน เพื่อพระพุทธศาสนา (๒) ควรมีกฎระเบียบ ของสำ นักงานพระพุทธ ศาสนา เกี่ยวกับการตั้งสมาคม ตั้งวัดในต่างประเทศเพื่อแก้ไข ปัญหาที่อาจจะพึงมีในอนาคต ๑๐. พระครูโสภณพุทธิคุณ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทย ในประเทศสิงคโปร์ เสนอเป็นภาษาอังกฤษสรุปความว่า เป็นการดีที่พวกเราได้มาประชุมร่วมกัน แลก เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อความก้าวหน้าแห่งพระพุทธศาสนา ในใจประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก ๑๑. พระมหาบุญศรี สุทฺธิญาโณ วัดไทยไอซ์แลนด์ ประ เทศไอซ์แลนด์ เสนอว่า ควรมีการจัดประชุมกลุ่มย่อย ๆ ในแต่ละเขต แต่ละโซน ให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างวัดเล็กวัดน้อย กับ วัดใหญ่และ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เพื่อเชื่อม ความร่วมมือต่อกัน ๑๒. พระครูสิริธรรมประทีป วัดธัมมปทีป สหราช อาณาจักร เสนอว่า การทำ งานขององค์กรนั้นจะต้องมี๓ ท. คือ (๑) ทีม ได้แค่ความร่วมมือระหว่างพุทธบริษัทเอง ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ และ ร่วมมือกันทำอย่างชัดเจน (๒) ทาง ได้แก่ นโยบายที่ชัดเจนคือความ เมตตา(เมตตาธรรมเครื่องค้ำจุนโลก) และ (๓) ทุน ๑๓. พระชนินทร์ เตชวนฺโต วัดไทยสามัคคีวรารามทิโรล ออสเตรีย เสนอว่า การที่ได้ทราบว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรจาก การสมัครเป็นสมาชิกองค์กรบ้าง ก่อนการสมัครนั้น เป็น เหตุผลสำคัญของการตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกของคนส่วนใหญ่ การเป็นสมาชิกองค์กรนั้นเป็นเรื่องดี เพราะจะ ทำ ให้องค์กรโดยเฉพาะองค์พระธรรมทูตในต่างประเทศมี ข้อมูล และข้อมูลนั้นสามารถเป็นกำลังต่อรองกับองค์กรอื่น ๆ ๑๔. พระมหานิพนธ์ โชติปญฺโญ ผู้ช่วยเลขาธิการองค์กร คณะสงฆ์สยามมาเลเซีย ประเทศมาเลเซีย เสนอว่า การทำ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในประเทศ มาเลเซียไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากพระนิสิตปฏิบัติศาสนกิจ จากมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเท่านั้น มหาวิทยาลัยควรผลิตบัณฑิตที่สามารถสอนหนังสือได้ ๑๕. พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฝ่ายตรวจสอบ เสนอว่า (๑) มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พยายามผลิตพระธรรมทูตให้สนองงานคณะสงฆ์ให้มากที่สุด จึงจัดตั้งวิทยาลัยพระธรรมทูตขึ้น และมีแนวนโยบายส่งพระ ธรรมทูตมาฝึกงานบนพื้นที่จริงในแต่ละประเทศ ดังที่ได้ส่ง แบบสอบถามไป ส่วนการปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิตนั้น คนละ ส่วนกับวิทยาลัยพระธรรมทูต (๒)มหาวิทยาลัยฯ มีช่องทางในการประชาสัมพันธ์ งานของ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ขอ นิมนต์ส.ธ.ย.ใช้บริการ (๓) มหาวิทยาลัยฯ สนับสนุนงานของ ส.ธ.ย. ได้ ในส่วนของงานวิชาการ ๑๖. พระเทพกิตติโมลีวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศส วิตเซอร์แลนด์ เสนอรอบที่ ๒ ว่า (๑) มหาวิทยาลัยสงฆ์ เป็นหน่วยงานของรัฐ ควร จะขอความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานรัฐ กับ รัฐ ในต่าง ประเทศเพื่อสนับสนุนทางด้านวิชาการ และด้านวีซ่า กับพระ ธรรมทูตที่จะมาฝึกปฏิบัติศาสนกิจ และสนับสนุนกิจกรรม ของ ส.ธ.ย. อีกทางด้วย (๒)แต่ละวัดแต่ละองค์กรในยุโรป เมื่อจัดกิจกรรม พระธรรมทูตทั่วโลก ร่วมเสนอ นโยบายเพื่อการบริหาร ส.ธ.ย.
183 แล้ว ควรจะส่งให้พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ เพื่อ ประชาสัมพันธ์ในนามขององค์กร ส.ธ.ย. ๑๗. พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เสนอว่า (๑) ปัจจุบัน ช่องทางสื่อสารกับญาติโยม ในต่าง ประเทศ ส่วนใหญ่ คือ เฟสบุ๊ค การประชาสัมพันธ์ผ่านทาง เฟสบุ๊คเป็นช่องทางที่ดีที่สุด ขอให้แต่ละวัดทั้งในยุโรป และที่ อื่น ๆ เวลาจัดกิจกรรม ให้ถ่ายภาพสวย ๆ เพื่อทางคณะ ทำ งานจะได้แชร์ต่อ หากไม่สวย ไม่ดีก็ไม่สามารถจะแชร์ต่อได้ (๒) การทำ งานมีต้นทุน หากทำวารสารออกมา แล้ว ไม่มีงบประมาณสนับสนุน ไม่มีคนอ่าน ก็เหมือนกับเสีย งบประมาณไปเปล่า ที่ผ่านมา งบประมาณขององค์กรก็มี จำกัด จึงเป็นเหตุผลหนึ่งให้วารสารเล่มที่ ๒ ออกช้า อีก เหตุผลหนึ่ง โยมส่วนใหญ่กำลังเห่อกับเฟสบุ๊ค ไม่มีคนอยาก อ่านหนังสือ (๓) สื่อโชเชียลมีเดี่ย มีความสำคัญในปัจจุบัน ขอ ให้ทุกรูปเวลาทำกิจกรรมดีๆ ของพระ ของวัด ถ่ายภาพมุมดี ๆ นำ เสนอผ่านสื่อที่มีไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค หรือ เวปไซด์อื่น ๆ ๑๘. พระครูอุดมธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดอุตมยานมุนี ประเทศสิงค์โปร คณะกรรมการบริหารสมัชชาสงฆ์ไทยใน ประเทศสิงคโปร์ เลขานุการเจ้าคณะรัฐสิงคโปร์ เจ้าคณะเขต ตะวันตก ประเทศสิงคโปร์ เสนอว่า (๑) วัดเล็ก วัดใหญ่ ไม่ควรมองข้ามกัน งานเผยแผ่ พระพุทธศาสนา ควรมองที่ศักยภาพของพระธรรมทูต ดั่งเช่น ในสมัยพุทธกาลเป็นต้น (๒) เคยมีประสบการณ์ทำ งานกับคณะสงฆ์ มหายาน พระมหายานมีนโยบายว่าจะให้อะไรกับองค์กร มากกว่าองค์กรจะให้อะไรกับตัวเอง (๓) เนื่องจากว่าวัด(หรือสมาคม)ในประเทศ สิงคโปร์ ตั้งตามกฎหมายสิงคโปร์ แต่ละวัดต่างขึ้นตรงกับ กฎหมาย แม้จะมีสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ ก็เป็น องค์กรตามกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถไปบังคับบัญชาให้แต่ละ วัดขึ้นกับสมัชชาฯ ได้เพราะมีฐานะเท่าเทียมกัน ดังนั้น จึงได้นำ เรื่องเสนอ(พระพรหมดิลก) กรรมการมหาเถรสมาคม นำ ไปสู่การเสนอตั้งเป็นเจ้าคณะรัฐ เจ้าคณะเขต เพื่อควบคุมดูแลพระสงฆ์(ตัวบุคคล) ไม่ใช่ วัด(องค์กร) สถานการณ์ของยุโรป น่าจะคล้ายกับที่สิงคโปร์คือ วัดแต่ละวัดขึ้นตรงกับกฎหมายแต่ละประเทศแต่ละรัฐ สามารถนำ เอาต้นแบบจากสิงคโปร์ คือการจัดการแบบ เจ้า คณะรัฐ เจ้าคณะเขต มาใช้ดูแลพระสงฆ์ได้ ๑๙. พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกา วัดไทยวอชิงตัน ดีซีสหรัฐอเมริกา เสนอรอบ ๒ ว่า สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็น องค์กรถูก ต้องตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา เป็นองค์เพื่อการประชุม และช่วยเหลือพระธรรมทูต ไม่ใช่องค์กรการปกครอง วัดแต่ละวัดในสหรัฐอเมริกา ต่างก็ขึ้นตรงกับ กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับสิงคโปร์ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา มีวัดในเครือ สมัชชา ๓ ประเภทคือ วัด ๑. วัดในเครือ คือวัดที่ได้รับเสนอ ชื่อและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ๒. วัดที่อยู่ในความ ดูแล (วัดที่จดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก รัฐบาล) และ ๓. วัดในความอนุเคราะห์คือ วัดที่พระสงฆ์ไทย ไปจำ พรรษา ๒๐. พระมหาสมยศ วัดมาร์กเซย และวัดธรรมาราม เมืองนิส ประเทศฝรั่งเศส เสนอว่า (๑) โครงการพระธรรมทูตสัญจร เป็นโครงการที่ดี ควรจัดให้มีภายในองค์กร จะได้เยี่ยมเยือนกัน และเกิดความ ร่วมมือกัน เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่ต้องการฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และพบปะกับพระสงฆ์หลาย ๆ รูป (๒) การอยู่กับญาติโยม จะต้องรู้จักธรรมเนียม วัฒนธรรม เช่นของชาวเขมร ชาวลาว ชาวไทย ชาวเวียดนาม ต่างกัน อนึ่ง วัฒนธรรมของคนพื้นถิ่น เราก็ควรศึกษาเพื่อ ประโยชน์ในการเผยแผ่พระศาสนาด้วย (๓) การไปปรากฏตัวของพระสงฆ์ในสถานที่ต่าง ๆ ถือว่าเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง เอาธงชัยของ พระอรหันต์ไปโบกสะบัด เช่นกัน ดังนั้น ขอให้พระสงฆ์ที่ไป ปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ ให้สังวรระวังด้วย ดังเช่น กรณี ของพระอัสสชิเป็นต้น
184 ๒๑. พระโสภณกิตติวิเทศ เจ้าอาวาสวัดนาคปรก หัวหน้า พระธรรมทูตสายโอชีเนีย เสนอว่า (๑) องค์กรสร้างความร่วมมือเป็นสิ่งจำ เป็นในยุค ปัจจุบันนี้อย่างเช่น อาเซี่ยน หรือ สหภาพยุโรป ฉะนั้น ขอ นิมนต์ทุกวัดที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก โปรดสมัครเป็นสมาชิก องค์กร เพื่อร่วมกัน สร้างองค์กรเพื่อความอบอุ่นทางใจ (๒) การเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่น ๆ เป็นการ สร้างเครือข่าย เมื่อมีเครือข่ายกว้างขวาง มีความร่วมมือกัน สุดท้าย ในยามคับขันองค์กรเหล่านั้นก็จะกลับมาร่วมมือกับเรา (๓) การดำ เนินการในการเสนอขอเป็นองค์กร ต่อ รัฐ การเขียน กฎระเบียบนั้นสำคัญ เพราะหากระเบียบเปิด กว้างไม่จำกัด ก็สามารถดำ เนินการได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ ขึ้นกับรัฐ ประเทศ ที่องค์กรนั้นตั้งอยู่ ๒๒. พระเทพกิตติโมลีวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศส วิตเซอร์แลนด์ เสนอรอบที่ ๓ ว่า (๑) สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ควรได้ รับยอมรับจากองค์กรสงฆ์ระดับบริหารในประเทศไทย ให้มี อำ นาจ มีหน้าที่ ในระดับหนึ่ง คล้าย ๆ กับสมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยเหลือดูแลพระธรรมทูตไทยที่มาปฏิบัติ หน้าที่ในยุโรป (๒) การร่วมมือกัน ของทุกวัด เข้าเป็นสมาชิกสห ภาพฯ จะทำ ให้องค์กรมีความมั่นคงและอำ นวยประโยชน์ต่อ ทุกฝ่ายได้ ๒๓. พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี วัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยี่ยม เสนอรอบ ๒ และสรุปว่า ทุกรูปมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา และ องค์กร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ดังนั้น ขอให้ ทุกรูป ส่งความเห็นว่า ท่านอยากให้องค์กรนี้ทำอะไรบ้างใน รอบ ๑ ปี๒ ปี๔ ปีส่งให้กับทางเลขาฯ ภายหลังการประชุม ก็ได้ ทางจดหมาย อีเมลล์ก็ได้ เพื่อร่วมกันพัฒนาพระพุทธ ศาสนา เผยแพร่พระสัทธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป มติที่ประชุม รับทราบ และให้สรุปนำ เสนอสู่ที่ ประชุมกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป และดำ เนินการโดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่อง อื่น ๆ มีผู้เสนอ ๕.๑ พระครูสุตพุทธิธัช ได้เสนอต่อที่ประชุมให้มี การแนะนำตัวของผู้เข้าร่วมประชุม โดยแนะนำ ชื่อ วัด และ ตำแหน่ง มติที่ประชุม เห็นชอบให้มีการแนะนำตัว และให้ ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ได้แนะนำตัวเป็นรายบุคคล ทุกรูป ก่อนการดำ เนินการประชุมวาระที่ ๓ ๕.๒ พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายตรวจสอบ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสนอว่า ในแต่ละวาระควรมีมติที่ประชุมรองรับ ว่าควรจะ เป็นอย่างไร เช่น มติที่ประชุม รับทราบ หรือ เห็นควรดำ เนิน การอย่างไร มติที่ประชุม รับทราบ และให้ดำ เนินการโดยไม่ ต้องรอรายงานการประชุม ๕.๓ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เสนอให้มี การรายงานการจัดกิจกรรมของสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป และรายงานประจำ ปี ของสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ต่อสำ นักงานพระพุทธศาสนา และมหาเถร สมาคม มติที่ประชุม รับทราบ และให้ดำ เนินการโดยไม่ ต้องรอรายงานการประชุม ปิดประชุมเวลา ๑๘.๑๐ น กิจกรรมที่ ๖ การเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เวลา ๑๘.๑๐ น.ดำ เนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป โดยมีพระธรรมโมลี เป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยพระมหา เถระ พระธรรมทูตจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เอเชีย และประเทศไทยร่วมเป็นกรรมการอีก ๖ รูป การเลือกตั้ง เลือกจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ สมาชิก
185 สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปประเภทสามัญองค์กร จำ นวน ๒๗ วัด/องค์กรและ ประเภทสามัญบุคคลอีก ๑๘ ท่าน ทั้ง ๒ ประเภทมาร่วมประชุม ๒๒ ท่าน เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้ง ใช้วิธีเลือกกรรมการทีละตำแหน่ง ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการบริหาร ๑ ตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการบริหารรูปที่ ๑ ๑ ตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการบริหารรูปที่ ๒ ๑ ตำแหน่ง กรรมการแผนกประชาสัมพันธ์ ๕ ตำแหน่ง กรรมการแผนกเหรัญญิก ๒ ตำแหน่ง กรรมการแผนกกองงานเลขานุการ ๕ ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น ๑๕ ตำแหน่ง โดย ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง เสนอชื่อผู้สมัครรับเลือก ทางวาจา และมีผู้รับรอง แล้วมีการออกเสียงลงคะแนนแบบ ลับ (กากบาทลงคะแนน) แล้วนับคะแนน ผู้มีคะแนนสูงสุด เป็นผู้ถูกเลือก ในแผนกประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และกอง งานเลขานุการนั้น เสนอชื่อครั้งเดียวแล้วเลือกตั้งครั้งเดียวผู้ มีคะแนนสูงสุดเป็นหัวหน้า ผู้มีคะแนนในละดับที่ ๖ ในแผนก ประชาสัมพันธ์ และแผนกกองงานเลขานุการ ถือว่าไม่ได้รับ การเลือกตั้ง สำ หรับแผนกเหรัญญิก ผู้ได้คะแนนอันดับ ๓ เป็นต้นไป ถือว่าไม่ได้รับการเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งมีดังนี้ ๑. พระเทพพุทธิมงคล วัดพุทธาราม ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เป็น ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๒. พระเทพกิตติโมลี วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นรองประธานคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ ๓. พระครูวิเทศธรรมวิทิต วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เป็นรองคณะกรรมการบริหารสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๒ ๔. พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ วั ด พุ ท ธ วิ ห า ร ประเทศเยอรมนีเป็นประชาสัมพันธ์ ๕. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร วั ด พุ ท ธ วิ ห า ร ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๖. พระครูภาวนาพุทธิวิเทศ วัดพุทธปิยวราราม ประเทศเยอรมนีเป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๗. พระบัณฑิต ญาณธีโร วัดพุทธาราม ซุนซวาล ประเทศสวีเดน เป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๘. พระมหาวิทยา อภิชฺชโว วัดพุทธธรรม ประเทศออสเตรีย เป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๙. พระครูกิตติธรรมวิเทศ วัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเหรัญญิก ๑๐. พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ วัดไทย ออสเตรียธรรมาราม ประเทศออสเตรีย เป็นผู้ช่วยเหรัญญิก ๑๑. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส วัดศรีนคริ นทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเลขานุการ ๑๒. พระครูสุตพุทธิธัช วัดพุทธาราม ประเทศสวี เด็น เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๑๓. พระครูสุตพุทธิรัตน์ วัดพุทธาราม ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๑๔. พระครูปลัด ไพบูลย์กิจ อคฺควิปุโล วัดสมเด็จ ประเทศเยอรมนีเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ๑๕. พระมหาอนุศักดิ์ จนฺทสีโล วัดพุทธวิหาร ประเทศเยอรมนีเป็นผู้ช่วยเลขานุการ เวลา ๑๙.๔๕ น. สรุปและปิดประชุม กิจกรรมที่ ๗ การแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ในภาคค่ำ วัดไทยนอร์เวย์ ได้จัดให้มีการแสดงศิลป วัฒนธรรมนานาชาติ เพื่อเป็นเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของ นานาชาติ
186 กิจกรรมที่ ๘ พิธีการในภาคเช้าวันสุดท้ายของการประชุม พระพรหมสิทธิ ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรม ทูตไปต่างประเทศ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๐ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ประธานการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประธาน ในพิธี ฝ่ายสงฆ์ ฯพณฯ จักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุง ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ประธานฝ่ายฆราวาส เวลา ๐๘.๔๐ น. พระมหาเถระ เจ้าคณะพระสังฆ าธิการ พระธรรมทูตไทย จากทุกทวีปทั่วโลก คณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พร้อมกัน ณ อุโบสถวัดไทยนอร์เวย์ สถานที่จัดประชุม เวลา ๐๙.๒๐ น. พระพรหมสิทธิประธานในพิธีฯ จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นำ บูชาพระรัตนตรัย เวลา ๐๙.๒๓ น. พิธีถวายเครื่องสักการะ แด่ประธาน ในพิธีฯ ดังนี้ (๑) ฯพณฯ จักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (๒) ท่านมาติน สโกเย่น (๓) โปรเฟสเซอร์ เยนส์ บราวิค (Prof. Jeans Braavig) เวลา ๐๙.๒๕ น. ฯพณฯ จักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์กล่าว สุนทรพจน์ว่า “กราบนมัสการ พระพรหมสิทธิพระเถรานุเถระชั้น ผู้ใหญ่ทุกรูป พระภิกษุสงฆ์ที่เคารพ พี่น้องชาวไทย ครับ ผมถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่วันนี้วัดไทยนอร์เวย์ได้ มีโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า วัดไทยนอร์เวย์ และ ชุมชนไทยในนอร์เวย์ ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงยิ่ง ให้เป็น เจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งสำคัญ ในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากทางวัดไทย และชุมชนไทยอยู่ที่นี่ จะรู้สึก ปลื้มปีติ และก็ภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้ ดำ เนินการแล้ว ผมถือว่า เป็นมงคลที่สูงยิ่งแห่งชีวิตของพวก เราชาวไทยที่อยู่ในนอร์เวย ที่อยู่ในกรุงออสโลและพื้นที่ใกล้ เคียง ในการที่จะได้กราบคารวะพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พระภิกษุสงฆ์จำ นวนมากที่ได้มารวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้ก็ถือว่า เป็นบุญอันสำคัญยิ่งของพวกเราทุกคน ครับ ท่านเจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ได้บอกว่าอยากให้ผม มากล่าวสุนทรพจน์ ผมก็บอกว่า การมากล่าวสุนทรพจน์ใน ที่ประชุมสงฆ์ใหญ่ ๆ อย่างนี้เนี๊ยะ เหมือนเป็นการกระทำอัต ตวิบาตกรรมของตัวเอง เพราะว่า เหมือนกับเป็นการมาพูด มากล่าวอะไรกับพระอาจารย์ ซึ่งผมเองก็คุ้นเคยอยู่หลาย ท่าน ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ ตลอดเวลาที่รับราชการอยู่ใน ต่างประเทศ แล้วก็อยู่ที่ประเทศไทย เหมือนกับว่า มาสอนหนังสือพระสังฆราช ซึ่งผม คิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น ผมมิอาจเอื้อม และก็ไม่กล้านะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมจะพูดจากนี้ไปเนี๊ยะ จะเป็นการพูดใน ฐานะที่เป็นลูกศิษย์ไม่ใช่เอกอัครราชทูน เผอิญเป็นลูกศิษย์ที่ โชคดี ได้เดินทางไปประจำการในต่างประเทศ ได้สัมผัส ได้ เห็น เพราะฉะนั้นเนี๊ยะ ลูกศิษย์ก็อยากจะกราบเรียน พระ อาจารย์จากที่ลูกศิษย์ ตลอดเวลาที่รับราชการมา ๓๐ กว่า ปีในกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีอะไร อย่าถือว่าเป็น เอกอัครราชทูตพูด มีแค่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะนำกราบเรียน เรื่อง แรก การเผยแผ่พระพุทธศาสนา หลักธรรมคำสอนทาง พระพุทธศาสนา เพราะในทุกวันนี้ โดยเฉพาะในภาคพื้น ยุโรป คนต่างชาติ ผมอยากใช้คำว่า โหยหาทางออก เพราะ เขาประสบปัญหาในชีวิตกันเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ประเทศที่มีสวัสดิการที่สุขสบาย ตั้งแต่เกิดจนตาย อยู่กัน อย่างสุขสบาย พอเจอปัญหาแล้วไปไม่เป็น พอไม่เป็น แล้ว สรุปการประชุม วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘
187 เขาก็ค้นหาว่าอะไรคือทางออกในชีวิต แล้วก็ค้นพบว่า หลัก ธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนานี่ เป็นทางออกของเขา เพราะฉะนั้นนี่ จะเห็นว่ามีจำ นวนคนที่ศรัทธา เข้ามาศึกษา ธรรมะมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนนำ เสนอคือว่า จาก ที่ได้ไปเห็นไปสัมผัส ทั้งที่ตั้งแต่อยู่ประจำการครั้งแรก ที่ วอชิงตัน ดีซี ที่เบอร์ลิน เป็นกงสุลใหญ่ที่ลอสแองเจอลิส แล้วก็มาที่นี่ ซึ่งเป็นหลายแห่งที่มีวัดไทยมาก ผมอยากนำ กราบเรียนว่า ถ้าจะมีหลักธรรมคำสอนทางศาสนาจากส่วน กลางที่เป็นภาษาที่เรียบร้อย เข้าใจง่าย ชาวต่างชาติเข้าถึง ได้ง่าย ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้ามีอยู่แล้วก็ต้อง กราบขอประทานโทษ แต่ถ้ายังไม่มีผมคิดว่าน่าจะมี เพราะว่า จำ นวน คนต่างชาติที่สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอย่างนั้นเนี๊ย อะไรที่เข้าถึงคนต่างชาติได้ง่ายที่สุด เขาก็จะ ซึมซับได้เร็ว ก็เหมือนกับว่า เราได้ทำ บุญกับคนเหล่านี้เพราะ เขาหาทางออกในชีวิตยังไม่เจอนะครับ ก็เป็นประเด็นสำคัญ อันหนึ่งที่ ถ้ามีหลักธรรมคำสอน ในภาษาที่เรียบง่ายมาก ๆ เพราะจริง ๆ แล้วศาสนาพุทธคืออะไรที่เป็นคอมมอนเซ็นท์ ด้วยซ้ำ นะครับ เพราะนั้นนี่ ถ้ามีแล้วแปลเป็นภาษาท้องถิ่น ได้ยิ่งดีเพื่อจะให้ชาวต่างชาติได้มาศึกษา แล้วก็ได้มารับทราบ และนำ ไปปฏิบัติ เรื่องที่ ๒ ที่ลูกศิษย์ขออนุญาตนำกราบเรียน คือ เรื่องกิจกรรมของวัด ซึ่งแน่นอน วัดไทยทุกแห่ง ก็มีกิจกรรม ทางศาสนา มีการขออนุญาตจัดตั้งเพื่อประกอบศาสนกิจ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าจะมีเรื่องวัฒนธรรมเข้ามา เพราะว่าเราก็อยากจะเผยแผ่วัฒนธรรม ให้คนต่างชาติได้เห็น เพราะฉะนั้นเนี๊ยะ ก็คงจะมีความจำ เป็นที่จะต้องระมัดระวัง เพราะว่าอาจจะได้รับการ คนต่างชาติอาจจะรู้สึกคับข้องใจ ในกรณีที่เรามีการจัดการแสดงทางวัฒนธรรมที่มากเกินไป เพราะว่าเขาก็อยู่อย่างเงียบสงบ อยู่กันอย่างเงียบ ๆ ถ้า สมมุติมาเจออย่างนี้บ่อย ๆ เข้า เขาอาจจะอึดอัด แล้วก็จะ มีปัญหามีการร้องเรียนกัน ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เห็นอย่างงั้น เพราะว่า เราเอง เราก็อยากจะเผยแผ่วัฒนธรรม แต่ว่ามาอยู่ ในต่างแดน ก็คงอาจจะต้องดูด้วยว่า ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เขาเป็นอย่างไร อย่างวัดไทยที่นี่ก็โชคดีเพราะมีบริเวณกว้าง ขวาง ก็ไม่ค่อยกระทบกับใครเท่าไหร่นะ แต่ว่าถ้าเป็นวัดซึ่ง มีเขตพื้นที่ติดต่อกับบ้านประชาชนท้องถิ่นนี่ อันนั้นอาจจะมี ปัญหามาก เพราะฉะนั้นเนี๊ยะ ก็มีแค่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะขอ อนุญาตกราบเรียน แล้วผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า ด้วยบารมีของ พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ ซึ่งจะเป็นประธาน ในการประชุมครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าการประชุมจะประสบความ สำ เร็จ ตามเป้าหมายทุกประการ กราบนมัสการครับ” เวลา ๐๙.๓๕ น. พิธีมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์สาขาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย แด่ Mr.Martin Schoyen - ผศ.ดร.พรรษา พฤษธิยางกูร ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายบริการสังคม มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ่านประกาศเกียรติคุณ - ประธานในพิธีมอบปริญญา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กับ Mr.Martin Schoyen - พร้อมกันนี้พระสงฆ์ทั้งหมดเจริญชัยมงคลคาถา - พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มอบ พระพุทธรูประจำ มหาวิทยาลัย แด่ Dr.Martin Schoyen - พระมหาชเอม สุวีโร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการ ต่างประเทศ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มอบเครื่องเบญจรงค์ แด่ Dr.Martin Schoyen ผู้ได้รับ ปริญญา - พระมหาสาธิต สาธิโต ผู้อำ นวยการ กองกลาง มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มอบหนังสือ ประกาศเกียรติคุณ ที่ระลึก เวลา ๐๙.๔๓ น. พิธีมอบโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้ บำ เพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคม มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แด่พระครูวิเทศธรรมวิทิต เจ้า อาวาสวัดไทยนอร์เวย์ประเทศนอร์เวย์ - นายชยพล พงษ์ศรีดารองผู้อำ นวยการสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติอ่านประกาศเกียรติคุณ จบแล้ว
188 - ประธานในพิธีมอบปริญญา มอบโล่เกียรติคุณ แด่ พระครูวิเทศธรรมวิทิต - พร้อมกันนี้พระสงฆ์ทั้งหมดเจริญชัยมงคลคาถา เวลา ๐๙.๔๗ น. พิธีแสดงมุทิตา แก่ Dr.Martin Schoyen ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์โดย - ฯพณฯ จักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ - ผู้แทน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เวลา ๐๙.๔๙ น. พิธีมอบใบประกาศแต่งตั้ง คณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๐ - ประธานในพิธีมอบใบประกาศแต่งตั้งให้กับ ผู้ได้ รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป พุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๐ - ผู้ได้รับเลือกตั้ง เข้ารับประกาศแต่งตั้งจาก ประธานในพิธีฯ เวลา ๐๙.๕๕ น. พระพรหมสิทธิประธานการประชุม กล่าวให้โอวาท ใจความว่า พระพุทธศาสนามีความสำคัญมา ยาวนานถึง ๒,๐๐๐ กว่าปีดร.มาติน สโกเยิ่น เป็นบุคคล สำคัญของพระพุทธศาสนา ที่ได้อุทิศชีวิต ทรัพย์สิน เพื่อรักษา คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา โดยได้พยายามรวบรวม รักษา คัมภีร์โบราณ จากหลวงพ่อบามิยัน และพากเพียรพยายาม แปลคัมภีร์ดังกล่าวกว่า ๑๒ ปี จึงถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความ สำคัญต่อพระพุทธศาสนาผู้หนึ่ง จนเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้ มอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้ ขออนุโมทนากับทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ เวลา ๑๐.๐๓ น. Dr.Martin Schoyen กล่าวแสดง ความรู้สึก และปาฐกถาต่อที่ประชุม ใจความสำคัญว่า “ขอ กราบขอบพระคุณพระเถรานุเถระ และคณะสงฆ์ พร้อมทั้ง มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกณราชวิทยาลัย ที่ได้อนุมัติและ มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ครั้งนี้ตลอดชีวิตข้าพเจ้า ได้สะสมวัตถุสิ่งของโบราณซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมของโลกซึ่ง การกระทำดังกล่าวไม่ใช่เรื่องงาน ข้าพเจ้าต้องฝ่าฟันอุปสรรค หลาย ๆ อย่าง ทั้งในชีวิต ครอบครัว และสังคม แต่อย่างไร ก็ตาม เมื่อคำ นึงถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะ ขอทำ หน้าที่อนุรักษ์รักษา สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาวโลก คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จนหาที่สุดมิได้ สมาคมในยุโรป ได้กล่าวว่า การสะสมของข้าพเจ้านั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งต่อ มวลมนุษยชาติของโลก องค์ดาไลลามะ ผู้นำ ทางจิตวิญญาณ ก็ได้กล่าวเช่นกัน และมาเยี่ยมชมคัมภีร์โบราณทางพระพุทธ ศาสนา ณ ที่พักของข้าพเจ้า และในโอกาสที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้จัดนิทรรศการที่พุทธมณฑล ข้าพเจ้ามีความซาบซึ้งและ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่การแสดงนิทรรศการคัมภีร์โบราณพุทธ ศาสนา ๒,๐๐๐ ปีจะทำ ให้การศึกษาพระพุทธศาสนากว้าง ขวางยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่าน ที่ได้มีส่วนจัดงาน ร่วมดังกล่าว รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ข้าพเจ้าขอ กล่าวถึงล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสประเทศนอร์เวย์ ในปีพ.ศ. ๒๔๕๐ เจริญสัมพันธไมตรีและข้าพเจ้าขอกล่าว ถึงตอนสมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก แม่ของข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และพระองค์ท่านได้เสด็จที่บ้านของ ข้าพเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเปียร์โนเก่งมาก แม้แต่แม่ ของข้าพเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นนักเปียร์โนก็ไม่สามารถเล่นเปียร์โน เท่ากับสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ ข้าพเจ้ามีความรู้สึกยินดีที่ การมอบปริญญาบัตรในครั้งนี้ จะเป็นการเชื่อมความสำ พันธ์ ระหว่างไทยและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยิ่งๆ ขึ้น ต่อไป” เวลา ๑๐.๑๓ น. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง มองพระพุทธ ศาสนาผ่านศิลาจารึกเสาพระเจ้าอโศก โดย ศาสตราจารย์ เยนส์ ปราวิค (Prof.Jens Braavig) จบแล้วรับมอบของที่ ระลึกจากท่านต่าง ๆ คือ - ประธานในพิธีฯ (พระพรหมสิทธิ) -ฯพณฯจักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ - นายชัยพล พงษ์ศรีดา รองผู้อำ นวยการสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ - ผู้แทน ผู้อำ นวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
189 จากนั้นDr.Martin Schoyen และ Madame Schoyen รับของที่ระลึกจาก ประธานในพิธีฯ เวลา ๑๐.๓๗ น. พระพรหมสิทธิ รับมอบคัมภีร์พระ อภิธรรม ภาษาสันสกฤต อายุ ๒,๐๐๐ ปีจาก Dr.Martin Schoyen เพื่อนำ ไปแสดง ณ ที่จัดแสดง หน้าห้องประชุม และ นิมนต์พระสงฆ์ทุกรูปร่วมชมคัมภีร์นิทรรศการคัมภีร์ดังกล่าว กิจกรรมที่ ๙ ถวายภัตตาหารเพลและสัมโมทนียกถา เวลา ๑๐.๕๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลา ๑๑.๒๔ น. พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กล่าวสัมโมทนียกถาในนาม ของคณะสงฆ์ทั้งมวล ก่อนการให้พร ความว่า “ขอถวายความเคารพ พระเดชพระคุณพระเทพ พุทธิมงคล พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี พระเดช พระคุณพระราชพุทธิวิเทศ พระเถรานุเถระ เพื่อนพระธรรม ทูตทุกรูปด้วยความเคารพครับผม ขอเจริญพรญาติโยมสาธุชน ชาววัดไทยนอร์เวย์ ชาวสแกนดิเนเวี่ยนทั้งหลายประเทศ และก็จากทั่วโลกที่เดิน ทางมาร่วมประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ใน ปีนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ ๙ อาตมภาพ พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชา สงฆ์ไทยในสหัฐอเมริกา ประธานอำ นวยการวัดไทยกรุง วอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางมาร่วมประชุม ในฐานะ ๒ ฐานะ ฐานะ ๑ ก็คือ เป็นเพื่อนสหธรรมิกกับท่าน พระครูวิเทศธรรมวิทิตนี่ก็รู้จักกันมายาวนานหลายปี แล้วก็มี โอกาสได้มาเยี่ยมชมบารมี เยี่ยมชมใบบุญท่านเมื่อปี๒๐๑๒ เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ได้มาที่นี่ และก็คราวนี้ก็มาร่วมประชุม ใน ฐานะที่ท่านเป็นวัดเจ้าภาพ จัดประชุมสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป และอาตมาเองก็ได้รับการแต่งตั้งจาก สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปเป็นที่ปรึกษา เพราะ ฉะนั้นก็เลยขาดไม่ได้ต้องมาร่วมการประชุมในครั้งนี้ ก็ถือว่า เป็นงานใหญ่ ญาติโยมทั้งหลายที่มาให้การอุปถัมภ์บำ รุงพระเจ้า พระสงฆ์ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการประชุมสหภาพฯ สงฆ์ยุโรปเท่านั้น แต่เป็นการประชุมพระสงฆ์หรือพระธรรม ทูตโลก เรื่องพระธรรมทูตโลก หรือการประชุมพระธรรม ทูตโซนต่าง ๆ ทั่วโลก อาตมาได้จัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันดีซีเมื่อ ปี๒๕๕๒ ก็เป็นครั้งแรกที่ได้นิมนต์พระสงฆ์จากโซนต่าง ๆ ซึ่ง เมื่อก่อน ๆ นั้น ก็ต่างโซนต่างองค์ก็ประชุมกันในเขต ในรัฐ ใน ภาค ในประเทศหรือในโซนนั้น ๆ ในปีนั้นก็เลยได้นิมนต์จาก สหภาพพระธรรมทูตในทวีปยุโรป จากองค์กรพระธรรมทูตโอ เชียเนียคือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์จากโซนเอเชีย ในอินเดีย ในญี่ปุ่น ไม่นับในประเทศไทย คือ ประเทศไทยก็ไปอยู่แล้ว โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ไป ร่วม เพราะฉะนั้นก็เป็นการประชุมพระธรรมทูตโลกครั้งแรก ก็เกิดปฏิญญา เรียกว่า ปฏิญญากรุงวอชิงตันดีซีขึ้น แล้วปีต่อมา ปี๒๕๕๓ ก็ได้จัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ค เป็นการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทย แล้วก็งานผูกพัทธสีมาฝังลูก นิมิต วัดวชิรธรรมประทีป ของอดีตท่านประธานสมัชชาสงฆ์ ไทยรูปก่อน ก็ได้มีปฏิญญานิวยอร์คเกิดขึ้นอีก ก็คือ เป็นการ ประชุมพระธรรมทูตโลก ปี๒๕๕๔ ที่ประเทศอินเดีย ที่วัดไทยพุทธคยา ก็เกิด ปฏิญญาพุทธคยาขึ้นเอง คือทุกที่ทุกแห่งที่ไปร่วมประชุมก็จะ มีการจดปฏิญญา คือ ข้อตกลงร่วมกัน หรือ จอยสเตทเม้นท์ และก็มีการลงนามร่วมกัน ว่าจะทำอะไรร่วมกันให้เป็นมรรค เป็นผล แล้วต่อมาปี ๒๕๕๔ ที่วัดไทยล๊อสแองเจอริส ๒๕๕๕ ก็ไปที่วัดนวมินทรราชูทิศเฉลิมพระเกียรติ ก็จดมา เรื่อย แล้วก็ในคราวนี้ก็คิดว่าจะมีปฏิญญาออสโลร่วมกัน ได้ ร่างแล้วเมื่อวานนี้ อาตมาก็ให้คอมเม้นท์ ๑ ข้อ ในข้อนั้นก็ คือว่า ต้องสร้างเครือข่ายความร่วมมือ มีอยู่ข้อหนึ่ง และทำ สำ เร็จ นี่แหละ เขาเรียกว่า สร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพราะฉะนั้น สมัชชาสงฆ์ไทยจึงได้มาร่วม เพราะว่ามี ในปฏิญญาว่า จะต้องมีการประชุม และร่วมมือกัน เมื่อมีการ ประชุมที่ไหน ที่ไหน ก็จะไปร่วมกัน เป็นการประชุมพระธรรม ทูตโลก โดยมีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
190 ซึ่งท่านอธิการบดี มอบหมายให้ท่านรองอธิการบดีฝ่ายต่าง ประเทศ วันนี้ท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศมาไม่ ได้ติดภารกิจ ก็ให้รองอธิการฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ท่านเจ้าคุณพระเมธีธรรมาจารย์ เพิ่งเดินทางกลับ ไป มามอบถวายดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกียรติ แก่โปรเฟสเซอร์ที่เป็นผู้รวบรวมคัมภีร์โบราณในทางพระพุทธ ศาสนา ซึ่งมีอีกโปรเฟสเซอร์หนึ่งซึ่งท่านได้พูดถึงเรื่องพระเจ้า อโศก พูดได้ดีมาก เราโชคดีมากที่ว่าชาวนอร์วิเจี่ยน หรือชาว นอร์เวย์ที่มีความรู้ในเรื่องพระพุทธศาสนาและเป็นผู้เก็บรวบรวม คัมภีร์โบราณ ๒,๐๐๐ ปี ในหุบเขาบามิยัน บังเอิญอาตมาก็ทำ รีเซิส เรื่องหลักศิลาจารึกพระเจ้าอโศกเหมือนกัน แต่อาตมาเขียน เป็นภาษาไทย ของโปรเฟสเซอร์เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อกี้ก็เข้าไปคองเกรสตุเรสว่าเขาได้พูดได้ดีมาก อธิบายข้อมูล ซึ่งก็มีการแปลเป็นเปเปอร์แจก นะโยมเอา ไปอ่านด้วย พระคุณเจ้าอ่านด้วยนะครับ ว่าเขาเขียน เขา ค้นคว้า ศึกษาอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เราบางครั้งก็ ไม่ได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์ของชาว พุทธ หรือว่าสิ่งที่เป็นมรดกล้ำค่าอันเก่าแก่ ซึ่งโปรเฟสเซอร์ ท่านนี้ ท่านก็ได้เก็บรวบรวมแล้วก็นำ ไปแสดงทั่วโลก โดย เฉพาะอย่างยิ่งที่พุทธมณฑล ประเทศไทย และก็ที่วัดสระเกศ โดยท่านประธานสำ นักงานกำ กับดูแลพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศ ท่านเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ ก็ได้ติดตามและก็ได้ ขอยืมนำ ไปแสดงนิทัศการณ์ที่ประเทศไทย เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดีและก็น่ายกย่องและขอบคุณ เราเป็นหนี้พระเจ้าอโศก โดยเฉพาะโปรเฟสเซอร์ที่ท่านพูด ถึงว่าพระเจ้าอโศกนั้นได้ศึกษาค้นคว้าธรรมะ เผยแผ่ธรรมะ ถ้าไม่มีพระเจ้าอโศกพระพุทธศาสนาก็คงไม่ถึงประเทศไทย เพราะตามประวัติแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชส่งพระโสณะ พระอุตตระ มาเผยแผ่ที่ดินแดนสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนาจึงมีในดินแดนสุวรรณภูมิตราบเท่าทุกวันนี้ และพวกเราทั้งหลายก็ขอให้มีความภาคภูมิใจ โดย เฉพาะญาติโยมทั้งหลายที่ให้การอุปถัมภ์บำ รุง เราถือว่า เป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์หน้า ๑ ในเรื่องของการเอา พระพุทธศาสนา ประมาประดิษฐานในดินแดน ขั้วโลกเหนือ จากนี้ไปดินแดนน๊อทแคบก็คงไม่ไกล อาตมาก็ยังไปไม่ถึง ในที่ ที่เสด็จพ่อ ร.๕ เคยไปลงพระปรมาภิไธยเอาไว้ ก็เห็นแต่ในรูป ก็คิดว่าคราวหน้าคงจะไปถึง แต่คราวนี้ เนื่องจากจำกัดด้วย เวลาในพรรษา โยม คือไปไหนนานไม่ได้เกิน ๖ วัน คืนที่ ๗ ต้องไปรับอรุณที่วัด เพราะฉะนั้นก็มาได้แค่ ๖ วัน ๖ วันกว่าๆ ก็ขอร้องทางองค์กรพระธรรมทูตสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป ว่าให้ประชุมนอกพรรษาบ้าง จะได้มากันนาน ๆ ญาติโยมทางฝั่งอเมริกา ทางฝั่งประเทศไทยอยาก จะติดตามพระ แต่บอกว่า ติดตามไม่ได้หรอกท่าน เพราะว่า ค่าเครื่องบินมันแพงเหลือเกิน ไป ๖ วันไม่คุ้ม พระคุณเจ้า ต้องกลับภายใน ๖ วัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะมา อยากจะมา เยี่ยม บอกว่า วัดวาอารามทางยุโรปก็เป็นหลักเป็นฐาน มีหลัก ฐานมั่นคง มีโบสถ์มีศาลา มีสถานที่สวยงามนะ ก็น่าเห็นใจ วัดบางวัดมีบ้านหลังเดียว มีเนื้อที่ไม่กี่ตารางวานะ บางวัดนะ บางวัดก็มีที่เป็น ๑๐ ๒๐ เอเค่อร์ มีเป็น ๑๐๐ เอเค่อร์ก็มี บางวัดที่ท่านมีสถานที่ที่สร้างวัด เพราะฉะนั้น ญาติโยมในชุมชนที่วัดเล็ก ๆ ก็อยาก จะมาเห็นความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในดินแดน ส่วนนี้ ซึ่งก็ถือว่าตอนนี้พระพุทธศาสนาได้มาลงหลักปักฐาน โดยเฉพาะวัดไทยนอร์เวย์ เป็นวัดที่สมบูรณ์ตามหลักพระ วินัยนิยมบรมพุทธานุญาติ นั่นคือการมีการ ผูกพัทธสีมา ฝัง ลูกนิมิต เป็นสถานที่ที่สามารถบวชพระสงฆ์ในทางพระพุทธ ศาสนาได้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย อันนี้ก็ถือว่าเป็นวัดที่ สมบูรณ์วัดหนึ่ง ในทางพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้น พระ สงฆ์ที่เดินทางมาทั่วโลกในวันนี้ ได้มาฉลองศรัทธาญาติโยม ทุกท่าน ด้วยอาหารบิณฑบาต ล้วนแล้วแต่รสเลิศทั้งนั้น อาหารที่ญาติโยมทั้งหลายปรุงด้วยความประณีต ปรุงด้วย จิตใจที่เป็นไมตรีจิต ด้วยการคารวะ สักกัจจัง ทานัง เทติ คือ การให้ด้วยความเคารพ
191 วันนี้ญาติโยมทั้งหลาย ยกใส่เกล้า เท้าใส่หัว ก่อนที่ จะถวายพระ บุญมันเกิดตรงนี้ เพราะฉะนั้นพระเจ้าพระสงฆ์ ที่ได้เดินทางมาร่วมฉันภัตตาหาร ตั้งแต่วัน ๒ วันก่อนโน้น และก็วันนี้ ก็ไม่มีสิ่งหนึ่งประการใดจะปฏิการะน้ำ ใจญาติโยม สาธุชนทั้งหลาย ก็ขออนุโมทนาขอบคุณ ตั้งแต่ท่านเจ้าอาวาส กรรมการวัดทุกท่าน ทุกท่านที่มีส่วนร่วม อุบาสก อุบาสิกา ทั้งชาววัดไทยนอร์เวย์ และวัดอื่น ๆ วัดใกล้เคียง ชุมชนใกล้ เคียง เมืองใกล้เคียง ที่ได้มาถวายการอุปถัมภ์บำ รุงในครั้งนี้ อาตมาในนามของคณะสงฆ์ไม่มีสิ่งหนึ่งประการใด จะปฏิการะน้ำ ใจ ก็ขออ้างอิงเอาคุณพระศรีรัตนตรัย กล่าว คือ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ กุศลคุณงาม ความดีบารมีที่พระเจ้าพระสงฆ์ทุกรูป ได้บำ เพ็ญมาแล้วใน อดีต กำลังบำ เพ็ญอยู่ในปัจจุบัน จงมารวมกันเป็นตบะ เป็น เดชะเป็นพละปัจจัย หนุนนำ ให้ท่านทั้งหลาย ท่านผู้ใดมีทุกข์ จงสิ้นทุกข์ ท่านผู้ใดมีโศก จงสร่างโศก ท่านผู้ใดมีโรค โรคจง หาย ท่านผู้ใดมีภัย จงปลอดภัย แล้วบรรลุถึงความสุขเกษม สำ ราญในบวรพระพุทธศาสนา เป็นกำลังสำคัญในของชาติ ศาสนา สืบต่อไป นานเท่านาน เทอญ ขอเจริญพร ขอเชิญรับพระเป็นภาษาบาลีจากพระสงฆ์ สัพพะโร คะวินิมุตโต...” กิจกรรมที่ ๑๐ พิธีลงนามปฏิญญาออสโล เวลา ๑๒.๐๐ น. พิธีลงนาม ปฏิญญาออสโล โดย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยา กับ สหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมที่ ๑๑ พระธรรมทูตทั่วโลกแลกเปลี่ยนทัศนะและประสบการณ์ การปฏิบัติศาสนกิจ เริ่มเวลา ๑๒.๕๐ น. พระธรรมทูตจากทุกทวีปทั่วโลก พระมหาเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ คณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พร้อมกัน ณ อุโบสถวัด ไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ เวลา ๑๒.๕๙ น. พระธรรมทูตจากประเทศไทย และ จากทวีปต่าง ๆ พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (๑) พระวิเทศวิสุทธิคุณ วัดปากน้ำสหรัฐอเมริกา โอไฮโอ “ขอถวายความเคารพ ครูบาอาจารย์ทุกรูปครับ ผมสมัครครับ “ตายไปแล้ว” สมัครนี้คือชื่อจริงของผม อยู่ อเมริกา วัดปากน้ำอเมริกา ถ้าใครองค์ไหนได้ไปสหรัฐอเมริกา นิมนต์ครับ ผมอยู่วัดเล็ก ๆ อยู่ที่รัฐโอไฮโอ้ ครูบาอาจารย์ถ้า นึกออกไม่ว่าโอไฮโอ้มันเป็นยังไงครับ ขอแนะนำคือ พี่น้อง ตระกูลไรท์เกิดที่เมืองนั้น ผู้ที่สร้างเครื่องบินให้พวกเราครูบา อาจารย์ได้เดินทางสะดวกสบายนะครับ เกิดที่เมืองนั้น เมืองที่ ผมอยู่ ผมก็เลยไปสร้างวัดอยู่ตรงนั้น เมืองเดตั้น ก็นิมนต์ครูบาอาจารย์นะครับ ทุกรูปเลยครับ ถ้า องค์ไหนไปนิมนต์ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเอง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ผมบริการได้ครับ แต่ค่าเครื่องบินนี่ต้องช่วยเหลือตัวเอง ก็ ตอนนี้ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว ยินดีต้อนรับนะครับ ผมปีนี้ถือว่าโชคดีมาก ได้มีโอกาสได้มา ทางยุโรปครั้งแรก บอกว่าครั้งแรกของชีวิตที่ได้มาพบพระธรรมทูตที่อยู่สายนี้นะ ครับ ก็เจอครูบาอาจารย์ที่ไปประชุมทางสายสหรัฐอเมริกา นั่นประจำ ครูบาอาจารย์ แต่ว่าผมไม่มีโอกาสมาทางนี้เลย ก็ได้มาครั้งนี้ พร้อมกับหลวงพ่อนะครับ ได้มาเห็น ก็ชื่นใจ ความเป็นระเบียบ ความพร้อมเพรียงนี่ ผมเห็นว่า ทางยุโรป นี้ไม่แพ้สหรัฐอเมริกานะครับ สหรัฐอเมริกานี่เป็นประเทศ ใหญ่ วัดก็เยอะ และก็วัดทุกวัด แต่ละวัดก็แตกต่างกันออกไป ผมคงไม่ใช้เวลามาก ตอนนี้ครูบาอาจารย์ก็มาหลายรูปแล้ว อยากจะนิมนต์ทุกรูปนะครับ ผมมีนามบัตรอยู่ เดี๋ยวก่อนจะ กลับนะครับ ผมแจกได้นะครับ แต่ผมไม่แจกตั๋วเครืองบินนะ นิมนต์ไปที่วัดได้เลยครับ มีกุฏิพัก มีกุฏิรับรอง ให้พักสบาย เลยครับ อยู่ได้ไม่นาน ให้พักได้สัก ๒ อาทิตย์๓ อาทิตย์๔
192 อาทิตย์อยู่ได้สบาย แต่อยู่ประจำจะต้องสังกัดปากน้ำ ถึงจะ ให้อยู่ประจำ นะฮะ ถ้าใครอยากอยู่ประจำกับผมก็ไปสังกัดวัด ปากน้ำ ผมให้อยู่ประจำ ได้ครับ ครับขอบคุณมากครับที่ให้ โอกาสผมได้มารู้จักกับครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ครับ ขอบคุณ มากครับ” (๒) พระมหานงค์ สุมงฺคโล ประธานสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส “ครับ ขอโอกาสพระเถรานุเถระ และที่ประชุม เพื่อ แนะนำถวายตัว และทำความรู้จักนะครับ ความจริงผมเองก็ เป็นพระธรรมทูตที่ได้สนองงานของคณะสงฆ์มาหลายปี เป็น พระธรรมทูตรุ่นที่ ๙ ครับ เคยไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดธรรมา ราม นครชิคาโก้ เป็นเวลาหลายปี ๓ ปีครึ่ง แล้วก็กลับมา เมืองไทย ได้สนองงานที่เมืองไทย ปีนี้ทางพระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรญาณได้มอบหมายศาสนกิจให้มาดำ เนินการ โครงการก่อสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ ที่เมืองลียง ประเทศ ฝรั่งเศส ซึ่งโดยปกติแล้วก็ได้ส่งพระธรรมทูตมาปฏิบัติศาสน กิจตลอดระยะเวลา ๕ ปี๑ รูป ก็ยังไม่ได้มีความก้าวหน้าเพียง พอ ที่จะสนองงานของพระเดชพระคุณท่านได้ ในปีนี้จึงได้มอบหมายให้เกล้าฯ กระผมเอง ได้เดิน ทางมา ก็ถือว่าเป็นวัดน้องใหม่ เกิดใหม่ ได้มีเนื้อที่ที่พอใช้สอย เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ได้ก็เนื้อที่ก็ประมาณเกือบ ๑ ไร่ แต่ว่าเป็นเบื้องต้น ที่พอจะอยู่ปฏิบัติศาสนกิจได้ แต่ว่า โครงการจริง ๆ ก็จะทำขยับขยายออกไป หลวงพ่อก็บอกว่า ไม่ต้องตกใจว่าผมจะสร้างใหญ่เหมือนที่อเมริกานะครับ ท่าน ก็บอกว่า อย่าไปกังวลใจว่าจะสร้างใหญ่ แล้วจะต้องบริหาร จัดการยาก มีค่าน้ำค่าไฟอะไรเยอะแยะ เพราะว่าที่บอสตัน นั้นก็สร้างในโอกาสพิเศษ แต่ว่าวัดนวมินทรราชูทิศ ที่เมือง ลียงนั้นก็คงจะทำ ให้พอเหมาะ พอดี เนื่องว่าสถานที่แห่งนั้น ก็เป็นเมืองที่ชาวพุทธนานาชาติอยู่อาศัยมาก ก็ยินดีต้อนรับ พระเถระครูบาอาจารย์ทุกรูปที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยือน เพราะว่าที่นั่นก็อากาศดีแล้วก็มีความสัปปายะ ญาติโยมก็ พร้อมให้การต้อนรับ โดยเฉพาะปีหน้า ฟุตบอลยูโร ๒๐๑๖ ก็ จะเริ่มขึ้น ถ้ารูปไหนสนใจที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยือนในปีนี้ปี หน้า หรือปีถัดไปก็ขอนิมนต์ไปได้นะครับ ก็ยินดีต้อนรับ ผม และคณะพระธรรมทูต ปีนี้ก็อยู่ปฏิบัติศาสนกิจ ๒ รูป ออก พรรษานี้ก็จะนิมนต์มาอีก ๒ รูป เพื่อจะได้ช่วยกันขับเคลื่อน งานพระศาสนา แล้วก็ทำ งานร่วมกับสหภาพพระสงฆ์ไทยใน ทวีปยุโรปร่วมกัน ในโอกาสนี้ก็ขอกราบเรียนถวายข้อมูลไว้ เพียงเท่านี้ขอกราบขอบพระคุณครับ” (๓) พระครูวิทิตปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดท่าข้าม จังหวัด ฉะเชิงเทรา รองประธานพระธรรมทูตรุ่นที่ ๑ “ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย ๒ นาทีครับ ก็คิดว่า มากแล้ว หมดไปห้าหมื่นกว่า เพราะว่าอยากจะมาให้กำลัง ใจ ในฐานะเป็นพระเล็ก ๆ รูปหนึ่งที่บางประกง ก่อนอื่นต้อง ขอกราบขอบคุณพระเดชพระคุณผู้เป็นประธานอยู่ในขณะนี้ เจ้าคุณธงชัย ท่านกลับไปแล้ว ขอรายงานตัวแก่พวกเรา ใน ฐานะเป็นเพื่อนสหธรรมิก กระผมมาที่นี่ก็เหมือนเพื่อน ๆ ละครับ มาเพื่อจะ ให้พระพุทธเจ้าของเรางดงามขึ้นในดวงใจของพวกเราเพิ่มขึ้น ภาพที่ปรากฏตั้งแต่วันแรก จนถึงขณะนี้นะครับ ผมมั่นใจว่า ไม่ใช่เฉพาะผมที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ทั่วโลกได้เห็นภาพ ตรงนี้ ครับ กระผมขอกราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณ พระเถระที่มีพรรษายุกาลมากกว่ากระผม ขอขอบใจเพื่อน เพื่อน ทุกรูปที่ทำ งานแทนผม กระผมเป็นรองประธานพระ ธรรมทูตรุ่นที่ ๑ ปีพ.ศ. ๒๕๓๘ นับวันนั้นมา ๒๐ ปี๒ นาที จึงมีค่ามากสำ หรับผม ขอกราบขอบพระคุณครับW เวลา ๑๓.๒๐ น. ผู้แทนองค์กรคณะสงฆ์และหน่วย งานต่าง ๆ แสดงวิสัยทัศน์ประกอบด้วย (๑) พระกิตติโสภณวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตโอเชียเนีย “พระเดชพระคุณหลวงพ่อประธานสหภาพฯ ยุโรป พระเดชพระคุณหลวงพ่อประธานสมัชชาสงฆ์ไทย และพระ เดชพระคุณหลวงพ่อรองประธานสหภาพฯ ยุโรป และพระ เถรานุเถระทุกรูป ขอความสุขความเจริญจงมีแก่โยมผู้น่า รักทุกท่าน โยมทุกคนที่นอร์เวย์เนี๊ยะแต่งตัวสวยคนเลยนะ
193 หรือว่าตาเราลายเองก็ไม่รู้ ไม่ใช่ตาลายนะ หลายคนก็บอก ว่า หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ท่านชอบให้โยมแต่งตัว สวยงาม เราก็พลอยได้ดูเห็นของสวยของงามไปด้วย มันก็ เป็นทัศนานุสสติเหมือนกัน มีการให้ความงามปรากฏขึ้นใน จิตใจ อย่างเมื่อกี้ฟังพิธีกรท่านบอกว่า ท่านเลื่อนตำแหน่ง ให้ผมเป็นราชกิตติโสภณวิเทศนี่ผมก็เลยหายง่วงเลยนะ แล้ว มันก็ชอบเหมือนกัน ยก ๆ ย่อง ๆ ถ้าชมหรือยกย่องมันชอบ ทั้งนั้น ดูหน้าตา ว่าโอ้...เห็นแล้วยังเหมือนเดิม ไม่แก่เลย บอกว่าแหม๋ เดินเป็นปลื้มเลย ที่ไหนได้ใกล้จะถึงโลงอยู่แล้ว เดินจะถึงโลงอยู่แล้ว ก็ยังชอบกัน ครับ ก็ขอบคุณ ให้เวลา ไม่มากก็จะพยายามใช้เวลาให้หมด แล้วก็อาจจะเหลือไปอีก ก็ได้ นะ คือเลยไป ก็ขอบคุณท่านพระครูเจ้าอาวาส ท่านให้โอกาสได้มา ร่วมประชุมที่ เมื่อมาประชุมแล้วทุกครั้งเนี๊ยะก็เห็นหน้าเห็น ตาเพื่อนฝูงหมู่คณะพระธรรมทูต ผู้เสียสละทั้งหลาย ดีใจนะ อบอุ่นใจ แล้วก็ปลื้มใจ ที่เห็นทุก ๆ ท่านเสียสละกันมา เป็น พระธรรมทูตที่หัวเรือพวงกับหัวจักรรถไฟ นะ ที่ผมพูอย่างนี้ก็ คือว่า ถ้าใครอยู่ใกล้แม่น้ำ เนี๊ยะ โดยเฉพาะแม่น้ำ เจ้าพระยา นะ เขาจะมีเรือลาก ไม่ใช่เรือพ่วง เรือลาก เรือลากนี่ เครื่อง มันจะแรก ตัวมันเล็กนะ เครื่องมันแรง มันสามารถลากเรือ พ่วง บรรทุกทรายเต็ม ๆ บรรทุกวัตถุดินอะไรเต็ม ๆ เนี๊ยะ ได้ หลายลำ เพราะมันมีพลัง ตัวมันเล็ก แต่มันแรง มันดังปั้ง ๆ ๆ ๆ ๆ มันลากไปหมด ลากลงทะเลไปหมด ลากขึ้นตรอกขึ้น ซอยไปได้หมด ฉะนั้น พระคุณเจ้า พระธรรมทูตทุกรูปนี่ บางองค์ ก็บอกว่ามาจากวัดเล็ก ๆ ไม่เล็กหรอก คือลากชุมชนไปได้นี่ ไม่ใช่ธรรมดา เมื่อกี้นี่ท่านพระครูสมศักดิ์ท่านบอกว่า “โยม ก็ช่วยพระ พระก็ช่วยโยม ต่างคนต่างช่วย แล้วก็ช่วยกันไป จนกว่าจะตายไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” นี่ก็ช่วยกันไปตลอด แต่ก็ เพราะช่วยกันลาก ผู้ลากที่มีพลังสูงนี่ ลากไปไกล หัวรถไฟ ก็เหมือนกัน หัวรถไฟนี่มันก็ลาก ลากขบวนโบกี้ต่าง ๆ เคย นับอยู่ในอเมริกา หัวจักรเครื่องหนึ่งนี่มักลากไป ๒๐๐ โบกี้ ลากปั๊บๆๆๆๆ เรานั่งนับ โอโห ลากได้๒๐๐ โบกี้ แต่ว่าทุก โบกี้ที่ตามกันไปนี้ มันเรียบร้อยดีนะ มันตามรางกันไปเด๊ะ เลย แล้วไม่มีปรากฏว่าออกนอกรางนะ แล้วก็โบกี้ไม่มีแซง ตามกันเปี๊ยะเลย ถึงจุดหมายปลายทาง ฉะนั้น กระบวนการ ที่เราทำ งานกัน พระธรรมทูตนี่นะ ถ้าหัวหน้าลากแล้วเนี๊ยะ กระบวนที่ตาม ขอให้ตามเหมือนอย่างรถไฟเถอะ รับรองไป ถึงไหนถึงกัน แต่ถ้าโบกี้ท้ายไปแซงหัวหน้าแล้ว ตกรางแล้ว หม๊ดท่า ไปไม่รอด ฉะนั้นเราจะต้องทำตัวแบบไม่ตกรางให้ได้ นะลุยไป ให้ถึงจุดหมายปลายทาง ทีนี้การทำ งาน ไปทำ งานเผยแพร่พระพุทธศาสนา ด้วยจิตของผมเอง ซึ่งทำ งานตั้งแต่แอบไปทำ งาน แล้วก็ อยากไปทำ งาน ตั้งแต่เล็ก ๆ ไปเทศน์ ไปสอน ก็ไปเรื่อย ๆ ไปทำ งาน ไปสร้างวัด พอทำ งานแล้วก็มีความคิดว่าถ้าเราไม่มี สมรภูมิรบนี่ ถ้าไม่มีที่ตั้งกองทัพนี่มันไม่ชนะ สมรภูมิรบที่เรา ไปรบที่ไหนเนี๊ยะ ถ้าไม่มีที่ตั้งค่ายนี่มันไม่ชนะ ฉะนั้นก็เลยมา นึกขึ้นได้ว่า เอ้อเรานี่เป็นนักรบปราบกิเลส เราก็ต้องมีสถาน ที่ตั้งค่ายเหมือนกัน ก็เลยสร้างวัด แต่ก่อนมีอุดมคติว่า ถือ ไมค์สะพายย่าม เทศน์ไปเรื่อย ๆ ไม่เคยสร้างวัดหรอก พอ มาได้คติใหม่ว่า เอ่อเราต้องสร้างที่จุดยุทธภูมิ สมรภูมิมีที่ตั้ง กองทัพให้ได้แล้ว เลยคิดขึ้นมาใหม่ว่า แต่ก่อนวัดใหม่ไม่สร้าง วัดร้างไม่สนนะ พอคิดขึ้นมาใหม่ ตอนนี้วัดใหม่ก็ต้องสร้าง วัดร้างก็ต้องซ่อม ทำ ไปหมดทุกอย่าง ก็เลยขยับขยายทำ งาน อย่างในอยู่เมืองไทย ก็สร้างที่วัดที่อยู่ ที่วัดนาคปรก แล้วก็วัด บ้านเกิดก็ซ่อม อย่างวัดอื่นที่เขามาขอให้ช่วยให้ทำก็ช่วย แล้วทีนี้วัดใหม่ นิวซีแลนด์ไปสร้างได้๒ วัด วัดที่ ๓ กำลังจะซื้อ ชื่อเดียวกัน ชื่อพุทธสามัคคี ทำ ไมเหตุผลที่ใช้ ว่าพุทธสามัคคี ถ้าใส่คำว่า “ไทย” ปั๊บ คนลาวเข้าไป เขา หาที่นั่งไม่ได้ นามนี่เป็นวัดไทย คนลาวเขาก็ไม่อยากจะเข้า ศรีลังกาก็ไม่อยากจะเข้า จีนก็ไม่อยากจะเข้า เขมรไม่อยาก จะเข้า พอตัดไทยออก มันไม่มีเขาเรียกว่า จิตวิทยาท้องที่
194 สถานที่มันไม่มี มันเปิดกว้าง คำว่า “สามัคคี” นี่ ทุกคนเข้า หมด ก็เลยได้ไอเดียนี้ ก็เลยสร้างวัดพุทธสามัคคีที่ไครเซิส วัดไทยพุทธสามัคคี๒ ที่เนลสันเรสม่อน วัดไทยพุทธสามัคคี ๓ ที่บอสซาวาน่า เซ้าอัฟฟริกา แล้วก็วัดไทยสามัคคี๔ ที่เมือ งอินเวอกากิ้ว ที่ใต้สุดของขั้วโลกก็สร้าง ทีนี่ ทำ ไมที่สร้าง ไปสร้างให้ใคร ก็สร้างเพื่อเป็น จุดตั้งกองทัพ จุดตั้งกองทัพปราบกิเลส ปราบกิเลสโยมด้วย กิเลสตัวเองด้วย แล้วทำ ได้อย่างไง เขาถาม เพราะเราใจรัก ๑. การทำ งานที่ได้รับความสำ เร็จ คือ ๑. พอใจในงาน เรา พอใจหนะ เราจบปริญญา ท.ส.บ. คือ เทศน์สวด บังสุกุล มา เนี๊ยะ นะฮะ ผมจบสาขานี้ จบ สาขาเทศน์สวด บังสุกุล ของ ผม เทศน์มาได้ สวดมาได้ บังสุกุลมาได้ ใส่ย่าม เตรียมเพื่อ สร้างวัด เตรียมค่าตั๋วเครื่องบิน ไม่เกี่ยวกับเงินของที่เขาสร้าง ที่ไหนนะ เอาพวกนี้ใช้ ก็พอใจในงาน เต็มใจในงาน ใกล้ ไกลเท่าไหร่ ต้องไปดูมัน ไปทำ งาน อันนี้เป็นความคิดของผม ตั้งใจไปทำ งาน อย่างที่อินเดียเนี๊ยะ ไปลำ บ๊าก ลำ บาก ท่าน เจ้าคุณเทพโพธิวิเทศนี่ ผมส่งท่านไป ไปดูแล ไปทำ งานแทน เดี๋ยวนี้ท่านเลื่อนพัฒนาไปเป็นชั้นเทพละ ผมก็ยังตามหลัง ท่านอยู่ แต่ว่าไม่เป็นไร ให้ท่านเจริญเถอะ ผมก็บอกว่า ผม เคยเขียนคำขวัญในหนังสืออนุสรณ์ท่านบอกว่า กอไผ่ที่มัน เจริญงอกงามเนี๊ยะ หน่อหลังสุดสูงเท่าไหร่ กอไผ่จะอายุยืน เท่านั้น ถ้าหน่อหลังเป็นเบี้ยตายอยู่เรื่อย มันไม่งามหรอก ฉะนั้น หน่อใหม่ต้องใหญ่กว่าหน่อแรก ฉะนั้น เราที่เกิดนี่ต้อง เล็กกว่าเป็นธรรมดาไม่เป็นไร ก็เลยให้ท่านเจริญรุ่งเรืองไป ก็ ไปช่วยกันสร้างที่อินเดียกะท่านเกือบทุกท่าน มีอะไรท่านก็ เรียกเข้าไปช่วยกัน ฉะนั้น ข้อที่ ๑ เนี๊ยะ พอใจ คือพอใจไป พอใจทำ พอใจที่จะจ่ายสตางค์ มีหลวงพ่อ มีหลวงพี่ มีญาติโยมบางคน โอ้ย...เอาตังส์ไปใช้หมด เวลาตายแล้วเขาจะเอาเงินไหนเผา ศพเรา เราบอกว่า ถ้าใครมันอยากให้เหม็นในวัดก็ปล่อยมัน เถอะ เราบอกว่า มันไม่เหม็นหรอกในวัดหนะ ถ้าเราทำแล้ว เขาไปเผาจนได้แหละ ไม่มีเงินเหลือ ไปหมดใช้นี่ ๑ พอใจ ๒. ทำ งานเหมือนกับแข่งกีฬา ถ้าแข่งกีฬา ถ้าเราอินกับ กีฬา เข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเราจะเชียร์ ฉะนั้น เราก็ทำ งาน เหมือนกับแข่งกีฬา ว่าเราต้องเอาชนะทุกครั้งไป และก็ตลอด เวลาที่เราทำ งานเราต้องแข่ง ๑.แข่งกับเวลา ๒.ต้องมีเทคนิค ในการแข่ง ว่าจะทำอย่างไง ว่างานนี้จะได้ช้า ได้เร็ว ได้ รวดเร็วไวขนาดไหน แล้วก็แข่งทุกครั้งชนะทุกครั้ง เป็นกำลัง ใจให้ตัวเอง นะ ถ้าคิดว่าจะทำอะไรให้มันสำ เร็จทุกครั้ง มัน น่าภูมิใจ ตอนทำ นี้โอ้ย...มันลำ บาก ตอนที่ยกโบสถ์ที่วัดนาค ปรกหนะ ดีดโบสถ์ เขาเรียกยกโบสถ์ ยกขึ้นมา เพียงแต่ทำ เรื่องขอกรมศิลป์นี่ เขาก็ห้ามแล้ว ห้ามอีก เราก็ตื้อแล้วตื้ออีก จนเขาอนุญาต พูดที่นี่นะ ไม่ให้ไปพูดที่เมืองไทย ฉบับแรก ออกมาอนุญาตให้ยก ๒ เมตรครึ่ง เราดีใจเว้ยเอาเลย เตรียม ยกได้ ซักพักจดหมายฉบับที่ ๒ มาให้ยกเพียง ๑ เมตร เราก็ เลยเก็บฉบับ ๒ ไว้ใส่กระเป๋า ไม่ให้ใครรู้ รู้เพียงคนเดียว บอก ช่าง ๒ เมตรครึ่ง ดูสิจดหมายมีอยู่ฉบับเดียว ก็ยกมา ยกมา จนพอยกแล้ว โบสถ์มัน ๒๐๐ กว่าปีเนี๊ยะ ตอนที่ยกตั้งได้เรียบร้อยไม่เป็นนะ ตอนที่ปอก เปลือกขูดเอาปูนเก่าออก มันเหลือแต่อิฐวางกันไว้เฉย ๆ ถ้า ลมขึ้นยกแครกเดียวละ โอโหย พังไม่มีอะไรเหลือหรอก แต่นี้ มันโชคดีเราก็ภาวนา อิติปิโส ภควา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ทุกวัน พอยกตั้งเรียบร้อย รีบเอาปูนเค็ม ๆ ปูนอย่างดีนี้ฉาบ รอบแรกเสร็จ เอาตาข่ายแสตนเลสพันรอบ ๑ ฉาบ พันรอบ ๒ ฉาบ พันรอบ ๓ ฉาบ รอบที่ ๔ เอาเส้นใหญ่หน่อย อ๊อก ติดฉาบแน่น พอรอบที่ ๕ คราวนี้แหละ กลมเป็นตระกร้อเอ้ ย รับรองไม่ไหว ผ่านไปแล้วเราก็หายโล่ง พอโล่งแล้วแหม๋มี ความสุข เดินยิ้มอยู่ทักวัน ว่านี่คือ คือเหมือนแข่งกีฬา มัน ต้องเทคนิค ใช้ความคิดที่จะต้องทำ ฉะนั้น การทำ งานต้องทำ เหมือนกับแข่งกีฬา การ แข่งกีฬามันต้องตื่นเต้น ต้องต่อสู้ ตลอดเวลานะ เราเป็น สมภารเจ้าวัด หรือเป็นผู้ทำ งานพระธรรมเนี๊ยะ จะไปเทศน์
195 ไหน ต้องคิดละ คิดว่าจะไปเทศน์ยังไง พูดยังไง ให้คนเขารู้เรื่องเขาเข้าใจ ฉะนั้น ต้องทำ งานเหมือนกับแข่งเวลา ๓. ทำ งานให้มีแต่ชนะ อย่าให้มีแพ้ ทำอย่างไงละ ก็คือ ๑ แข็ง แรงเสมอ บอกตัวเองต้องสบายมาก ยากเท่าไหร่บอกสบาย มาก บอกว่าตัวเองง่าย ชิว ๆ อ้า อย่าบ่นว่าแย่ อย่าบน ว่ายาก ตำ ราจีนเขาบอกว่า ห้ามพูดว่ายาก ทำ ไม่ได้ทำ ไม่ เป็น ขี้เกียจนี่ อย่าพูดเด็ดขาดเลย พวกกิเลส พวกนี้มันเยอะ ในหัวใจ มันจะเกิดมาทันทีพอบอกว่า โอ้ยขี้เกียจ มันเกิด พรึบครอบหัวเรา นอนดีกว่าละ ฉะนั้น เราอย่าพูดคำ นี้ให้มัน ได้ยิน ต้องง่าย สบาย แต่นี้เอง นิดหน่อย ผู้ใหญ่ใช้ก็“ครับ ผม” พอเรียกมาถึง ไปโน้นนะครับผม ตอบทันทีท่านสบายใจ แล้ว แต่เราหนักใจ เอ้กูจะทำ เสร็จหรือเปล่า แต่ต้องครับผม ไว้ก่อน คำว่า “โน” อย่าไปพูดให้ผู้ใหญ่ได้ฟัง ทำ ไม่ได้หรอก ครับ อย่าไปพูด ได้ครับผม ง่ายครับผม ผู้ใหญ่สบายใจ โล่งไป ละ ส่วนของเรา เราก็ไปคิดเอา บอกตัวเองว่ารับมาทำ ไมนะ งานนี้ แต่ต้องเอาชนะจนได้ ฉะนั้นเมื่อทำ ได้อย่างนี้ เป็นการที่เราทำ งาน ๑. ใจรักงาน ๒. เหมือนแข่งกีฬา ๓. ต้องเอาชนะทุกครั้ง ๔. ตั้งจิตเป็นกุศลตลอด ทำ งานนี้เพื่อกุศล ก็คือ เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าให้ชีวิตเรามา เราจะเจริญ เติบโตมาได้ขนาดนี้ พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านให้ เรา ทำ เพื่อบูชาพระพุทธองค์เนี๊ยะ มันจะยากเท่าไหร่เล่า อย่างผมไปสร้างวัดที่บอสสว่าน่า เซาท์แอฟฟริกา พอเขาบอกว่าไปเซาท์แอฟฟริกานี่ ลูกศิษย์ผม ท่านพระครูสุ มนฑ์ธรรมวงศ์บอก อาจารย์ไปได้อย่างไง เมืองนั้นมันเมือง คนเขากินคนนะ ตายละหว๋า เรา ท่านพระครูสุมนฑ์ ท่าน อ่านหนังสือเยอะ ท่านก็รู้กว่าเรา เอ๊ะ กินก็กินเถอะว่า มัน จะไม่เอาอะไรเหลือ จะให้มันกินก่อนอันนั้น จะเอาอันนั้นให้ มันกินก่อน อะไรก็ไม่รู้ละนะ จะให้มันกินก่อน แต่ว่าเราก็ไป พอไปเสร็จแล้ว ความต้องการเราจะไปอยู่กับคนที่ผมหยิก ๆ ตามกลมโปนผิวดำ ๆ ยิ้มออกมาขาวแต่ฟัน อย่างงั้นหนะ เราจะไปเห็นคนพวกนั้นแหละตั้งใจ พอไปถึงแล้ว ผิดหวัง ลงสนามบินแล้วกระบวนมารับ หาคนประเภทนั้น ไม่มีเลย มีแต่คนจีน มีแต่ฝรั่ง อังกฤษปกครองตั้งหลายสิบปี แล้วถนนที่เราเห็นเป็นป่าเป็นดง ๔ เลนส์๘ เลนส์โอ้โหเจริญ พอเจริญ ไม่เจริญพอนะ ผมไปถึง เรียบร้อยเขาขึ้นรูปภาพ ประกาศทุกมุมหมดเลย ต้าซือมาแล้ว คือหลวงจีน หลวงพ่อ มาแล้ว เอ้อ เราถามว่าทำ ไมติดทั่วไป ติดตามจับหรือเปล่า เขาบอกประกาศให้คนรู้อื่อ ประกาศให้คนรู้ เราโอ้โห้ เรา ประกาศให้เรารู้ว่าขนาด พอไปถึงฝนตกหนัก ฝนนี้เขาเรียก ว่า “โพล่า” แล้วเงินเขาก็เรียกว่า “โพล่า” นะ ๑ โพล่า คือ ๑ บาทเราเนี๊ยะ ที่นี่ ๑ โคลนใช่ไหม ที่โน่น ๑ โพล่า ฝนก็ เรียกโพล่า พอฝนตกปั๊บ โอ้โห โพล่ามา ตาซือนี้นำ โพล่ามาให้ ความร่ำความรวยจะเกิดขึ้นกับเขาแล้ว เขาว่าดีจังเลย (เสียง ระฆังดัง) หมดเวลาจบ เอาระฆังเขาบอกจบ ครับก็เลยไปสร้าง มา เดี๋ยวนี้เราก็เตรียมทำ เป็นรวยไปก่อน เอาปัจจัยไปให้เขา ๑ แสน เขาก็ให้ดีใจเสร็จเรียบร้อยเขา เศรษฐีเจ้าของโรงเรียน เอาเงินมาถวายเรา ๕ แสนโพล่า ถวายทันทีเราก็เอ๊าไปดูซิ ที่ดินที่เขาถวาย ๕๐ เอเค่อนี่ เอเค่อละ ๒ ไร่ครึ่ง ๑๐๐ กว่าไร่ ใช้รั้วเท่าไหร่ล้อมรอบ เขาก็คิด ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ คิดเรียบร้อยเขา สั่งรั้วมา ลวดหนามมา เอารถแทคเตอร์เกรดรอบปุ๊บ เรียกคน ระดมคนมาช่วยและจ้างด้วย หมดไปเลย ๕ แสนโพล่า เอา ๕ คูณ ก็เท่ากับ ๑ โพล่า ๕ บาท ก็๒ ล้าน ๕ จ่ายหมดเดี๋ยวนั้น เขาบอกโอ้โหต้าซือนี้ ซูฮก ๆ ยอมรับเลย เดี๋ยวไม่ ต้องไปเลยนะ ผมอยู่ใช้ไลน์ตัวนี้ คุยว่า สร้างศาลาถึงไหน เสร็จแล้วเจ้าค่า เสร็จแล้วหลวงพ่อ เขาเรียกเสร็จแล้วหลวง พ่อ สร้างศาลาโบสถ์เสร็จเรียบร้อย กุฏิขึ้นอีก ๒ หลัง เมื่อกี้ ไลน์มาตั้ง ปิ้ง ปิ้ง เปิดขึ้นดูหลังคามุงแล้วค่ะ แต่เขาเป็นจีน นะ คนอังกฤษ เขาไลน์มา เพราะคนที่เราคิดว่า สถานที่ที่ ไม่มีคนไทยเลยนี้ ไปแล้วมันได้ประโยชน์ เพราะใจรัก นึกว่า ทำ บุญบูชาพระพุทธเจ้า ในการถวายพระพุทธศาสนาไว้ จึง ได้วัด แล้วก็ผมจะเปิดเมื่อไหร่ นิมนต์ทุกรูป อยู่ที่นี่นะ เชิญ โยมทุกคน อาจารย์ก.ศ.น. นั่นก็ไปด้วย อาจารย์ก.ศ.น. เคย ประชุมร่วมกันที่หัวหินเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ที่ไปจากนอร์เวย์ เชิญไปด้วยนะ ไปเปิดวัดกัน แล้วต่างคนต่างใจ จ่ายเผื่อด้วย ก็ได้ อาตมาจะได้ไปฟรี ฉะนั้นก็เพียงแค่นี้ขอบคุณครับ”
196 (๒) พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐ อเมริกา “ครับ ขอคารวะท่านพระเถระ โดยเฉพาะท่านเจ้า คุณวัดเนเธอร์แลนด์ เพราะว่าอย่างที่ท่านเจ้าคุณพูดเมื่อตะกี้ นี่แหละ ชื่อนี้จำ ไม่ได้ เพราะท่านเปลี่ยนไวเหลือเกิน แต่ ก่อนผมจำ ได้ว่า ท่านอาจารย์สวัสดิ์ อตฺถโชโตเมื่อวานนี้ท่าน เจ้าคุณพรหมสิทธิ ได้เล่าถึงอดีตของมหาจุฬา ซึ่งอยู่ที่นี่ผมก็ คิดว่า คงจะไม่เกิน ๒ รูปนี่ ที่มีอายุมากที่สุด ที่ทำ งานที่มหา จุฬาครับ คือท่านอาจารย์สวัสดิ์ อตฺถโชโตเป็นพระเทพอะไร ตอนนี้จำ ไม่ได้ เทพอะไร เทพพุทธิมงคลครับ เพราะว่า ก็ต้อง เมื่อตะกี้เขาให้เวลาเท่าไหร่ ไม่ เป็นไรสมมุติว่า ๕ นาที ก็บอกว่าจะมาขอฟังทัศนะ หรือ อะไรต่าง ๆ จากผู้ที่ได้มาร่วมทำ งาน และก็ทำ งานในด้านพระ ศาสนา ท่านเจ้าคุณกิตติโสภณวิเทศ ท่านว่า ถ้าทำแล้วต้อง ชนะ แต่ผมบอกว่า ถ้าแพ้เป็นพระ ถ้าชนะเป็นมาร เพราะ ฉะนั้น อย่าไปตั้งให้มันชนะ แล้วจะเป็นมาร ต้องแพ้ไว้ก่อน เป็นพระ นะครับ ชนะเป็นมาร อันนี้คือของผม ของท่านเจ้า คุณกิตติโสภณวิเทศก็ว่าไปอย่างหนึ่ง ทีนี่ การทำ งานพระธรรมทูตของเรา เราทำ งาน เมื่อเช้านี้ ทางฝ่ายพิธีกรหรือท่านเจ้าคุณกิตติโสภณเป็นคน กล่าว จำ ไม่ได้ว่า เรามาเป็นพระธรรมทูตนี่ เรามาประกาศ พระศาสนา แล้วก็เมื่อวานก็ได้ยินว่า เรามาได้ประกาศพระ ศาสนา แล้วก็มารักษาศาสนาคนไทย เพราะว่าวัดทั้งหลายที่ เราไปอยู่ต้องอาศัยญาติโยมที่ท่านว่าเมื่อตะกี้แหละ ถ้าไปตั้ง ที่ไม่มีญาติโยมคนไทยอยู่นี่ ตรงนั้นแหละครับ คือต้องชนะ เพราะแพ้แล้วเป็นพระ ชนะเป็นมาร เพราะฉะนั้นเราทุกวัน นี้ จะเป็นวัดไทยนอร์เวย์ ซึ่งมีท่านพระครูเจ้าอาวาสนี้เป็น หัวหน้าในการประชุมครั้งนี้ เราก็ได้อาศัยกำลังญาติโยม โดย เฉพาะอย่างยิ่งญาติโยมที่นี่แหละ คงไม่ต้องกล่าวเหมือนท่าน เจ้าคุณพูดเมื่อตะกี้นี่ มีแต่คนแต่งตัวสวยงาม ผมก็เปลี่ยนคำ ใหม่ว่า แต่งตัวเรียบร้อย นะครับ สวยงามกับเรียบร้อย ต่าง หรือเหมือนกัน ก็เรียบร้อยก็ดีนะครับ เพราะเห็นว่าเรียบร้อย ดีอย่างนี้เป็นที่น่าอนุโมทนา ผมมาที่นี่ครั้งที่ ๓ ที่วัดไทยนอร์เวย์ มาตอน ๑ ก็มา ฝังลูกนิมิต ฝนก็ตกหนาวก็หนาว ถ้าใครไม่ได้ใส่ถุงเท้านะ ก็คงจะลำ บาก เพราะหินก้อนเล็ก ๆ เห็นไหม ? ที่เขาทุบ ๆ มันเล็ก ๆ มันทิ่ม แถมก็ มีน้ำ เต็มไปหมด นั่นคือ ได้มา แล้วอีกรอบหนึ่ง ก็มากับท่านเจ้าคุณอดีต ประธาน ก็ได้มาเห็น รอบ นี้ก็ได้มาเห็นความเจริญ ก้าวหน้าของวัดไทยนอร์เวย์ มาเห็นญาติโยม แต่ก่อนก็แต่ง ตัวเรียบร้อยนะ เดี๋ยวนี้เรียบร้อยขึ้นอีกมากกว่าเก่า เพราะ ฉะนั้นก็เป็นเสริมของท่านเจ้าคุณวัดนาคปรกนะ อันนี้ เป็นความก้าวหน้าของการปฏิบัติศาสนกิจของ พระธรรมทูต นะครับ แต่ก่อนนี้ท่านก็คงจะได้ทราบว่า แหม๋ เป็นพระธรรมทูตไปประเทศอเมริกาสิ พอมาเห็นที่นี่ ก็ต้อง บอกว่าต้องมาที่แถว ๆ ยุโรป แถวสหราชอาณาจักร เพราะ ฉะนั้น ความเจริญก้าวหน้า เป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนา แต่สิ่งที่ เรา ตามความคิดของผมหรือว่าคณะทั้งหลายเนี๊ยะ มันอาจ จะหนักหน่อยก็ได้ แต่เราต้องให้มันถึงเป้าหมาย อันนี้อาจ จะหนักนิดหน่อยนะครับว่า ทำยังไง เราจะหาวิธีให้มันผ่าน ผ่านสังคมของเราให้ได้บ้าง คือเดี๋ยวนี้เราอยู่ในสังคมของพวก เรา ที่เรียกว่ามัน โห มันเจริญเจริญเต็มที่ อยางที่พวกเราเห็น นี่แหละ เมื่อเช้านี้พวกเราได้ฟังท่าน ท่านอะไรที่เป็นชาว นอร์เวย์ ได้มาคุยเรื่องอดีตของพระพุทธศาสนา สมัยพระเจ้า อโศก พูดถึงเรื่องศิลาจารึก ก็ได้ศึกษามามากพอสมควร เท่าที่ฟังดูนะ คิดว่าเขา คนที่ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นพุทธหรือ เปล่า แต่ว่าเช้าใจพุทธมากทีเดียว ได้ศึกษามาก แต่เขาก็สนใจ ศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ได้ฟังหลายท่านที่นี่ ก็บอกว่าได้ พยายามค้นคว้าฟื้นฟูอดีตของพระพุทธศาสนาเป็น ๒๕๐๐ กว่าปีมีเมื่อคราวที่แล้ว ท่านเจ้าคุณพระพรหมสิทธิท่านมาได้ อะไร พระไตรปิฎกฉบับอะไรไปที่โน่น ก็ถือว่าเขาได้ศึกษาดี พอสมควร อันนี้เราเอง เรามาประกาศพระศาสนา ส่วนใหญ่ เราก็รู้เป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างที่ว่าญาติโยมได้อุปถัมภ์ทั้ง หลายก็อยู่ในวงของเรา ว่าทำยังไงเราถึงจะก้าวออกจากอัน นั้นสักนิดหน่อยนะครับ ผมก็คิด จนกระทั่งว่า หลวงพ่อวัด เนเธอร์แลนด์ก็คงจะคิด แต่ว่า สิ่งที่เราคิดนั้นมันจะแพ้หรือ จะชนะไม่รู้นะ ถ้าเราไปถึงจุดนั้นได้ก็ถือว่าเราได้การพัฒนา พอสมควร ในด้านประกาศพระศาสนา
197 สำ หรับคนซึ่งไม่ใช่เป็นคนไทย แล้วตอนนี้ไม่ว่าแต่ เราจะไปที่ไหน อย่างที่ท่านเจ้าคุณพูดเมื่อกี้ วัดไม่ต้องบอก ว่าวัดไทย ทีนี้เราจะ ของเราที่มาประกาศพระศาสนาตั้งวัดนี่ จนกระทั่งวัดนี้วัดไทยนอร์เวย์ใช่ไหม ? วัดไทยมิวนิค ตอนนี้ วัดที่อาตมาอยู่คือ วัดพุทธาวาส เมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส โดย ท่านเจ้าคุณพรหมวชิรญาณ ท่านเป็นผู้ไปก่อตั้งก่อน ท่านก็ คิดเรื่องนี้เหมือนกัน เอ๊ะมันจะใช้ชื่อวัดว่าอะไร บอกว่าวัด ไทย คนลาว คนเขมร คนเวียดนามก็ไป ก็เกิดปัญหา ท่านก็ เลยไม่ตั้ง วัดไทยหรือวัดลาว ท่านก็เลยตั้งว่า วัดพุทธาวาส ก็เป็นข้อคิดเหมือนท่านเจ้าคุณว่าเมื่อตะกี้เนี๊ยะบอกว่า จะ ไปตั้งวัดไทย วัดลาวเนี๊ยะมันก็ลำ บาก มีปัญหาครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนลึกซึ้งนะครับ ไม่รู้เวลาไปถึงไหนไม่รู้นะ เดี๋ยวเขาตีระฆังเอง (เสียงระฆัง) ก็มีวัดอยู่ที่อเมริกาวัดหนึ่ง เจ้าอาวาสถูกฆาตกรรม ก็คงจะได้ยิน ท่านชัยวัฒน์ ที่วัดพุทธรักษา ก็ต้องขอเล่านิด หน่อยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ก็พระต่อพระนี่แหละครับ วัด เป็นวัดครึ่ง ๆ กลาง ๆ มันทั้งชุมชน จะบอกว่าวัดลาวมันก็ไม่ เชิง ก็ชุมชนก็เป็นพุทธด้วยกัน ลาวก็พุทธ ไทยก็พุทธ เขมรก็ พุทธ เวียดนามก็พุทธ แต่ไอ้เรื่องความรู้สึกที่ลึก ๆ มันก็มีก็ เลยที่จะเกิดขึ้นเป็นเพราะสาเหตุอะไรไม่รู้ แต่ว่าพระรูปหนึ่ง ท่านก็มรณภาพไป ฌาปนกิจศพมาแล้ว อันนี้ก็อาจจะเป็น เพราะความรู้สึกในด้านของสัญชาติ เชื้อชาติหรือเปล่าก็ไม่รู้ นะ ท่านที่เคยสัมผัสกับหลายๆชาติ คงจะรู้ว่าแต่ละชาติเขา ก็มีความรู้ เขาก็รักชาติ เราก็รักชาติ อันนี้เพราะฉะนั้น ผม ก็อยากขอเรียนถวายว่า เราไม่ใช่ นับว่าชาติพุทธดีที่สุด ชาติ พระพุทธเจ้าครับ เพราะฉะนั้นก็จะได้เป็นสิ่งที่ถ้าเราจะอยู่ในวงพุทธ ของเราก็ให้มันกลาง ๆ นะครับ อันนี้ก็จะเป็นที่ปลอดภัย เป็นที่ปลอดภัย เพราะฉะนั้น การเดินหน้าทั้งหลายมันก็ดี แต่ ว่าต้องมีจังหวะ กองทัพก็ต้องมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ท่าน เจ้าคุณว่าเมื่อตะกี้นี่ เมื่อวาน นี้ เดี๋ยวนี้เวลาคงจะตีระฆังครั้ง เดียว จะเอาครั้งที่ ๒ เสียก่อน ก็ได้ อีกอันหนึ่งที่อยากจะฝาก ไว้สำ หรับการทำ งานของพวก เรา หันหาพวกเรา เดี๋ยวนี้คณะ กรรมการของสหภาพยุโรปได้ใหม่แล้ว ใหม่ ๆ แล้วเมื่อวานนี้ ตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้มีสิ่งที่เป็นที่ ของพวกเราเองนะ ของพระ ไม่ใช่ของญาติโยม มีเป้าหมายอย่างไร มีข้อปฏิบัติอย่างไร ก็ ซึ่งที่โน่นก็มีว่า เวลาพระจะมานี่ ทางสหภาพ ทางสมัชชา สงฆ์ไทยทำอย่างไง ที่โน่นก็มีผ่านไปทางเจ้าคุณผู้กำกับดูแล พระธรรมทูต แต่ว่าต้องผ่านจากสมัชชา ท่านที่จะขอพระมา ถ้าสมัชชาไม่เซ็นต์ละ ไม่ได้มาละครับ ท่านก็มีความตกลงว่า พระที่จะมาจะขอวีซ่าทำอะไรต่าง ๆ ต้องผ่านไปจากสมัชชา ถึงจะมา อันที่ ๒ ก็เรื่องขอเลื่อน แต่งตั้งสมณศักดิ์ ถ้าไม่ผ่าน จากสมัชชาไป ไม่ได้ อันนี้ต้องเจ้าคุณอยู่วัดปากน้ำก็คงจะได้ ทราบข่าวอยู่อย่างหนึ่ง ขอเล่าให้ฟัง เจ้าคุณพิมล ก็ส่งมาให้ ผม บอกว่าอาจารย์เจ้าประคุณสมเด็จให้ส่งไป ไม่เข้าใจครับ ไม่เข้าใจเรื่องว่าให้ส่งไป ท่านก็ส่งไปเลยครับ ไม่ได้ผ่านผม ท่านก็ส่งมาให้ผม แต่ว่าหลวงพ่อสมเด็จให้ส่งก็ส่งไปเลย พอ ส่งไปปีแรกหลวงพ่อสมเด็จบอกว่าไม่ได้ ต้องให้สมัชชาส่งมา ท่านบอกว่าปีนั้นตกไป เพราะหลวงพ่อสมเด็จท่านบอกว่า ไม่ ผ่านสมัชชาไม่ได้ เพราะว่าองค์กรเกิดขึ้น โดยมหาเถรเป็นผู้ ได้ให้ความอนุเคราะห์ ต้องผ่านตามลำดับ จะได้หรือไม่ได้ก็ ผ่านมา อันนี้เป็นเรื่องที่ทางสมัชชาสงฆ์ไทยที่โน้นได้ปฏิบัติ ตามข้อแนะนำของผู้กำกับดูและพระธรรมทูตไปต่างประเทศ นั่นของเรื่องสมณศักดิ์ครับ อุปัชฌาย์ก็เหมือนกัน ๓ อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ไม่ทราบว่าทางปฏิบัติของเรานี้ ทาง สหภาพยุโรปนี้ ผมก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดว่าไปทางไหน มาทางไหน แต่ที่สมัชชาสงฆ์ไทยเป็นอย่างนั้น อันนี้คือข้อ ปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำอย่างนี้ เราก็สามารถที่จะรู้จัก แล้วก็มีความคุ้นเคย ไม่ใช่ว่า วัดนั้นส่งไป วัดนี้ส่งมา เราทาง โน้นมีกรรมการครับ มีกรรมการเราพิจารณากันว่า สมควร จะให้วัดเป็นยังไง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น กำลัง จะทำต่อไปนั้นคือ เรื่องอุปัชฌาย์สมณศักดิ์ส่งไปแล้ว ท่าน เจ้าคุณพรหมสิทธิบอกว่า ผมส่งแล้ว นะ ว่างั้นก็ไม่รู้ส่งไป ผลออกมายัง ไง ยังไม่รู้ ท่านก็เพิ่งกลับกันเมื่อ ตะกี้นี่ เสร็จแล้วก็เรื่องอุปัชฌาย์ อุปัชฌาย์นี่ เป็นเรื่องที่ตามความคิด ของผมสำคัญกว่า สมณศักดิ์ เพราะ
198 อุปัชฌาย์นั้น ต้องทำ ให้พระเกิดใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีอุปัชฌาย์ พระลูกพระหลานก็อุปสมบทไม่ได้ เพราะฉะนั้น อุปสมบท อุปัชฌาย์ต้องดูแลให้ดีๆ ต้องกลั่นกลองให้ดีๆ เพราะฉะนั้น ก็มีปัญหาอยู่ว่า เวลาเกิดเรื่องขึ้นมา เอ้ า ใครเป็นอุปัชฌาย์ต้องตามหาอีก เพราะฉะนั้น อุปัชฌาย์ นี่ ที่จะให้บวชนี่ท่านบอกว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะสมณศักดิ์ สำคัญอย่างเดียว สู้อุปัชฌาย์ไม่ได้ เพราะฉะนั้น กลั่นกรอง ในการอุปัชฌาย์ เป็นพระที่จะผ่านการอบรมที่จะส่งเข้าไป ต้องดูแลกันนะครับ เพราะฉะนั้น เดือนหน้าของผมก็จะได้ พิจารณาว่า จะส่งใครไปอบรมพระอุปัชฌาย์ อันนี้เป็นวิธี ปฏิบัติเพราะฉะนั้น ก็จะฝากเป็นข้อคิด สำ หรับของสหภาพ ยุโรป จะได้ว่าอาจจะเอาแนวอันนี้ไปใช้ก็อาจจะได้ เพราะ มันอยู่ในส่วนสงฆ์อันเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ผมก็คงจะมีเรื่อง เท่านี้เพราะระฆังที่ ๒ ยังไม่ขึ้น ไม่เป็นไร ขอจบก่อนก็แล้วกัน นะครับ ขอบคุณครับ” (๓) นายเอกิล โลเตอร์Mr.Egil Lothe ประธานสหภาพชาว พุทธไทยนอร์เวย์ บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ใจความกล่าวถึงความ สำคัญของพระพุทธศาสนา และขอบคุณทุกท่านที่มาร่วม ประชุมครั้งนี้ (๔) พระสุนทรธรรมเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ “ขอถวายความเคารพ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ประธานสงฆ์ในยุโรป และประธานสงฆ์ในสหรัฐอเมริกาด้วย พระสงฆ์ทุกรูป พระเถรานุเถระผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านนะ ครับ ผมมาร่วมประชุมใน ฐานะเชิงผู้สังเกตการณ์หรือ อะไรจริง ๆ แล้ว ตามสูจิบัตร ในฐานะผู้ดำ เนินการจัดการ ประชุม ท่านทั้งหลายใน สูจิบัตร ท่านดูจะเห็นว่า ประธานดำ เนินงาน คือ พระ สุนทรธรรมเมธี นะครับ ผม เพิ่งมาดำ เนินงานตามหน้าที่ การเป็นประธานจัดประชุม มาถึงที่นี่เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน แล้วก็อยู่ที่นี่แล้ว ๒ คืน ก็จะ กลับพรุ่งนี้ครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีในการสั่งงานมันทันสมัย แล้วก็คุย กับพระที่ทำ งานอยู่ที่นี่ว่า หลวงพ่อสั่งมาได้เลย สั่งมาได้เลย ว่างั้น อันนี้ก็พูดทีเล่นทีจริง ที่จริงก็ในเอกสารการจัดงาน การประชุมก็ได้รับเมตตาจากท่านเจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ท่านได้ใส่ชื่อเอาไว้ ให้เป็นประธานดำ เนินงาน เพราะฉะนั้น งานอะไรที่การจัดการประชุม ผลสัมฤทธิ์ทั้งหมดหากจะพึง ได้ก็มอบถวายเจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ท่านฐานะท่านเป็น ผู้จัดการประชุม ส่วนกระผมนั้น ถ้าหากว่าอะไรผิดพลาด ขาดตกบกพร่องอย่างไร กระผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้ เดียว ในฐานะประธาน ไม่ได้อยู่ในพื้นที่โดยตรงนะครับ กราบ ขอบพระคุณ ทีนี้การทำ งานในต่างประเทศ กระผมโดยส่วนตัว ก็มีประสบการณ์เพียง ๖ เดือน อยู่ที่ซานฟานซิสโก เมื่อปี ๒๕๓๒ จากนั้นก็แรงฤทธิ์แรงปรารถนา บุญญาธิการยังไม่ ถึง เพราะผมไปอยู่ซานฟานซิสโกปีนั้น แผ่นดินไหว ๑๑.๙ ริก เตอร์กลัวจะทิ้งกระดูกที่โน่นนะครับ ไหวจริง ๆ ครับ ๑๑.๙ ริกเตอร์แรงมาก เดชะว่ามันก็มีศรัทธารอดตัวมาได้ไม่ตาย คนที่ทุกข์หนักก็คือมารดาว่าลูกชายอยู่ไกล แม่ก็ทุกข์หนัก ก็ บังเอิญหลวงพ่อพระราชปริยัติลังการ ท่านได้เป็นเจ้าคณะ จังหวัด ท่านก็โทรศัพท์เรียกให้ไปช่วยงาน จากนั้นผมก็ไป ทำ หน้าที่เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอยู่ถึง ๑๔ ปี แล้วก็เป็น อาจารย์มหาวิทยาลัยจนกระทั่งเกษียณอายุงานด้วย ระหว่างที่มาอยู่ซานฟานซิสโกนั้นก็หนีงานมาด้วย ครับ หนีงานอาจารย์มหาจุฬา ๖ เดือน แต่ก็สมควรหนี เพราะในขณะนั้นยังไม่มีค่าจ้างแม่แต่บาทเดียว ไม่มีค่าจ้าง เลยไปสอนฟรี เป็นระยะเริ่มต้นการก่อตั้งวิทยาเขตสุรินทร์ ใหม่ ก็สมควรหนี แต่พอกลับไปแล้วก็มีเงินชดเชยให้ แต่เงิน ชดเชยที่ได้มา ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท หลวงพ่อขอบิณฑบาตเข้า มหาจุฬาหมดคืนอีก อันนี้คือทำ งานในหน้าที่อาจารย์มหา จุฬา ก็ไม่เป็นไร ช่วยกันมาล้มลุกลุกคลาน ไม่เหมือนสมัยนี้ เขามีเลขประจำตัวข้าราชการแล้ว เขาได้เงินเยอะ สมัยพวก ผมนั้นสู้กันเต็มที่ ครับ ก็ถือว่าเราได้ทำ งานเพื่อพระศาสนา และก็บังเอิญที่นั่งอยู่นี่เขาเขาเรียกผม หลวงพี่ตลอด ผมก็ดูเหมือนไม่แก่ ท่านพระครูวิเทศธรรมวิทิต เขาได้เป็น
199 พระครูใหม่ เขาให้ผมเทศน์ฉลองที่ตรงนี้แหละครับ ผมก็เรียก ชื่อเขา พระครูวิทิตธรรมวิเทศ จนจบกัณฑ์เทศน์ มาวันนี้ก็ ตั้งใจแล้วไม่ผิดแล้ว พระครูวิเทศธรรมวิทิต อ่าต่อไปก็เดี๋ยว จะเลิกเรียกพระครูแล้วหละ ยืนยันด้วยนะ ก็ดีใจว่า ท่านก็ไม่ทิ้งหลวงพี่ ท่านก็ไปที่ไหน ท่าน ก็เรียกมาตลอด ก็ได้ร่วมงานกันมา มาวันนี้ฝากอะไรไว้เป็น สาระบ้าง ในการทำ งานนั้น ผมมาศรัทธาคำว่าส.ธ.ย. ส.ธ.ย. ผมทำ งานด้วยตัวนี่ผมใช้ผมใช้ส.ป.ย. ใช้ส.ป.ย. ท่านไพทูล จำด้วยเน่อ ส.ป.ย. ส. ๑ สัทธา เฟส โดย เฟสของผมนี้มี ป.มาคุม ป.ที่ ๒ คือ ปัญญา ไม่ใช่ บรายเฟส เฟสนี้เป็นเฟสที่ ต้องใช้ปัญญา เพราะฉะนั้น ข้อที่ ๑ ผมใช้ส. สัทธา สัทธาสัมปทา พวกเราทุกคนก็เข้าใจ พูดแค่นะ สัทธาสัมปทา ถ้าไม่สัทธา ไปนานแล้ว สัทธาบวช สัทธามั่นคง อย่างวัดไทยนอร์เวย์ที่ เกิดขึ้นมั่นคงมาร่วม ๓๐ –๔๐ ปีเนี๊ยะ ก็เพราะเขาปลูกสัทธา อย่างมันคง แล้วญาติโยมทั้งหลายก็สัทธาในปฏิปทาของท่าน ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดไทยนอร์เวย์จนกระทั่งมีความเป็น ปึกแผ่นจากการที่ เขาก็พาไปดูวัดที่เขามาอยู่ใหม่ ๆ อยู่ใน เมืองลึก ๆ ตรงนั้น เขาสัทธาตอนนั้นแต่ว่ามันไม่กว้างขวาง เหมือนอย่างงี้ เพราะฉะนั้น ญาติโยมก็ช่วยปลูกความสัทธา สัทธา ตัวนี้แหละที่ทำ ให้พระพุทธศาสนามั่นคงมา แม้พระพุทธเจ้า เอง สิทธัตถะ ก็สัทธา ข้าพเจ้าจะนั่งตรงนี้ถ้ายังไม่ได้รู้ธรรม อะไรเลย เลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป ก็ไม่ลุกจากที่ตรงนี้ อันนี้ก็คือสัทธา แรงสัจจะอธิษฐาน เพราะฉะนั้น ผมก็ภูมิใจ อย่างที่ฟังหลวงพ่อเจ้าคุณเศรษฐี ผมเรียกท่านเจ้าคุณเศรษฐี เคยเป็นคู่สวดร่วมกับผมที่วัดไทยแอลเอ เมื่อครั้งหนึ่ง เมื่อปี ๒๕๓๒ สวดคู่กัน เป็นคู่กัน เป็นคู่สวดผมยังจำ ได้อยู่ ตอน นั้นเขาเรียกพระครูเศรษฐกิจ ตอนนี้เป็นเจ้าคุณเศรษฐีละ ครับ ก็สัทธา ท่านก็ไปสร้างอะไรต่ออะไรอย่างที่ท่านเล่านั่น เพราะสัทธาจริง ๆ สัทธาแม้นไม่มีตังส์พอถึงเวลาสะตังค์มันก็ มาเองนะครับ ประการที่ ๒ ใช้ปัญญา ส.ละนะ ป. ปัญญา ปัญญานี้ เมื่อพิจารณาให้เห็นคุณค่าแล้วนี่ก็ทำ งานให้เกิดปัญญา ท่าน ทั้งหลายมาทำ งานต่างประเทศเนี๊ยะ เพราะท่านใช้ปัญญาใน การที่จะทำอะไรแต่ละชิ้น แต่ละชิ้นเนี๊ยะ ท่านก็ใช้ปัญญาของ ท่าน ปัญญาให้เกิดคุณค่าที่จะอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ท่านก็ปลูก ปัญญา มีปัญญาเกิดขึ้น แต่ว่าศรัทธากับปัญญาอย่างเดียวเนี๊ยะ ถ้าทำ งาน นั้นวันนี้เจริญ พรุ่งนี้เสื่อมก็ไม่ได้ พระพุทธศาสนายั่งยืนมาจน ปัจจุบันนี้แม่แต่คัมภีร์ที่เป็นใบลานนั้น อยู่เป็น ๒,๐๐๐ กว่า ปีมาแล้ว มันยั่งยืนมาถึงขนาดนี้ เขาบอกว่าอภิธรรมไม่มี ไม่มี ที่พวกเราเถียงกันอภิธรรมไม่มี แต่ว่าในคัมภีร์นี้ยืนยัน ว่ามีอภิธรรมมาตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้วว่างั้น มันยั่งยืนครับ เพราะฉะนั้นงานที่ท่านมาทำ ในยุโรปเนี๊ยะ ขอให้ยั่งยืนนะ วัดไทยนอร์เวย์เนี๊ยะ นี่ก็จะอยู่ได้อีกกี่ร้อยปีอย่างมากก็หลาย ร้อยปีนะ ครับ สาธุ๊ ขอให้อยู่ยั่งยืนไปเป็นพัน ๆ ปีเหมือนกับ คัมภีร์ที่นอร์เวย์ งานทุกอย่างนะครับ งานทุกอย่าง ทีนี้งานทุกอย่างนี่เราจะทำ ให้ยั่งยืนได้นี่ เดี๋ยวนี้มัน มีภัย ผมมองอย่างงี้ว่ามันมีภัย แม้แต่ในทุกวันนี้ทุกวันเขา กำลังสร้างภัยรอบด้านนะ ใครเป็นคนสร้างภัย ก็คนที่เขา ไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา สร้างภัยขึ้นมา มาอยู่ครั้งหนึ่ง ก็ที่ไหน ที่อัมสเตอร์ดัมหรือที่ไหน ที่มีเอาพระพุทธไปแสดง แล้วก็มีผู้หญิงไปนั่งทับพระพุทธรูปอะไรต่ออะไร ใช่ไหม ? เดี๋ยวนี้ก็ยังมีออกมาเป็นระรอก ระรอก อันนี้คือภัย ภัยส่วนที่ เวลาเราจะหาทางป้องกันอย่างไร เพื่อให้พระพุทธศาสนาของ เรายั่งยืนอยู่ที่ตรงนี้นะครับ ขณะนี้ประเทศไทยเรากำ ลังร่างมาแล้วฉบับหนึ่ง ร่วงไปแล้วละครับ เมื่อวันที่ ๖ กันยา ตอนนี้ก็กำลังร่างใหม่ เพื่อให้มีความมั่นคง แต่ตอนนี้ไม่รู้เขาจะร่างอย่างไร จะขอ ความร่วมมือจากพวกเราทั้งหลายที่เป็นคนไทย ทั้งเป็นพระ สงฆ์ ช่วยแสดงออกด้วยว่า อย่างไร อย่างไร ก็ขอให้มี กฎหมายคุ้มครองบัญญัติ ไว้ในพุทธศาสนา ใน รัฐธรรมนูญว่าพุทธศาสนา เป็น ศาสนาประจำชาติไทย ด้วย ในการประชุมครั้ง นี้ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย ผมอยากจะพูดเป็นคนแรก หรือวางทีท่านอาจจะอยาก
200 จะพูด เจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์เขาอยากจะพูด แล้วก็กลับไป แล้ว ไม่รู้พูดหรือเปล่า อยากจะให้มีคำว่าพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติไทยอยู่รัฐธรรมนูญ เราจะได้อาศัย กฎหมายคุ้มครองนี้ป้องกันพระพุทธศาสนาเพื่อความยั่งยืน ถ้าเราไม่มีกฎหมายไว้ป้องกัน เราเอาเฉพาะธรรมวินัยก็ดีแล้ว แต่ว่ามันไม่ดีหรอกครับ เวลาเขาเหยียบมาไม่มีกฎหมาย คุ้มครอง อันนี้คือปัญหา ปัญหาจริง ๆ ที่เขากำลังพูดกันอยู่ ในวงการร่างธรรมนูญนะ แต่ถ้าเรามีกฎหมายมาบังคับอย่าง ที่ศาสนาอื่นเขาทำ ให้เกิดกฎหมายบังคับในศาสนาของเขา อะไรนิดอะไรหน่อยเขาก็มีกฎหมายบังคับ เขาทำ ได้ เพราะ ฉะนั้น ในสมัชชาที่ประชุมของสงฆ์ยุโรป ถ้าจะมีข้อตกลง อะไร บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เราคณะสงฆ์ในยุโรป อเมริกา ต้องการบัญญัติคำว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจำชาติไทย ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะเกิดขึ้นภายใน ๑๘ เดือนข้างหน้านี่นา ผมก็จะพอใจเป็นอย่างยิ่ง ตรงนี้แหละ พระพุทธศาสนาจะยั่งยืน แล้วก็งานทั้ง หลายที่ทำ ๆ กันอยู่นี้จะไม่มีมารศัตรูมาทำลาย ผมคิดอย่างงี้ นะ ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิของท่านน๊อะ ก็ขอฝากไว้เป็นแนวคิดว่า ทำ ได้นะ แค่ข้อเสนอ แต่เขาจะ เอาเหมือนเราหรือไม่ เรื่องของเขา แต่เราเสนอเขาไป เพื่อให้ กฎหมายบัญญัติไว้ แล้วงานที่เราทำ เพื่อให้เขารับรอง เราก็ ต้องทำ หน้าที่ของเรา ผมก็ภูมิใจว่า ที่นี่เขามีการเคลื่อนไหว ตลอด แต่ก่อนเราได้ยินคำว่าสวดมนต์ข้ามปีในประเทศไทย ที่นี่มีสวดมนต์ข้ามเดือนละครับ เคยได้ยินไหม ท่าน ดร. (ครับผมเคยได้ยินคับ) เขาสวดมนต์ข้ามเดือน ถามโยมที่นั่ง อยู่ข้างหลัง เขาสวด ต่อไปจะสวดมนต์ข้ามอาทิตย์ครับ ก็ต้อง สวดทุกวัน แล้วก็สวดมต์ข้ามวัน อันนี้ก็ไม่ต้องทำ มาหากิน แล้ว สวดมนต์อย่างเดียว เพราะฉะนั้น สวดมนต์ข้ามเดือนก็ ใช้ได้ สวดมนต์ข้ามปีเราต้องทำอยู่แล้วครับ ก็ขอว่า ให้ทำ หน้าของเรา สวดมนต์ แล้วผมอยากเสนอแนวคิดอย่างหนึ่ง การเผยแพร่ ศาสนานี่ มันก็มียืน เดิน นั่ง กะนอน ใช่ไหม ? แต่นอนนี้คง ไม่มีใครเผยแพร่นอกจากพุทธไสยาสก์ มาอย่างนี้เรานั่ง ไปนั่ง สมาธิที่ใดที่หนึ่งก็น่าจะทำ ได้ จะเดินให้เขาเห็น มาตั้ง ๑๐๐ กว่ารูป ผมว่าถ้าเดินสัก ๔-๕ กิโล ให้เขาเห็น โอ๊ะมันสวยจริง ๆครับ หลวงพ่อแก่ๆไม่ต้อง เดิน เอารถเข็นนำ หน้าก็ได้ ที่ นี่เคยนำ เดินละครับ อย่าง มากก็ได้ ๔๐ กว่ารูป ยังไม่ สวย ถ้าได้ถึง ๑๐๐ กว่ารูปเนี๊ ยะ เดินด้วยกันนี่ไปถึงโน้นกิโลที่ ๑๐ แล้วก็เดินกลับมากิโล ที่ ๑๑ โอ้สวยจริง ๆ ผมอยากได้ภาพอย่างนั้น ที่ถ่ายภาพ รวมกันนะ ไม่สวยเลยครับมองหน้าผมก็ไม่เห็น หลวงพ่อเห็น ไหม ? มองหน้าไม่เห็น แต่ถ้าเดินทิวแถวแล้วถ่าย รับรอง โยมอยากได้ภาพนี่เหลือเกิน อันนี้เสนอไว้ เลิกประชุมนี่พา กันเดินดีไหมครับ ขอบคุณครับ” (๕) พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายตรวจสอบ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย “ถวายความเคารพครูบาอาจารย์ที่เคารพทุกรูป นะครับ เอกสารเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเป็น งานใหญ่ที่คณะสงฆ์ในประเทศไทย มอบหมายให้พระเดช พระคุณท่านเจ้าคุณพรหมทั้ง ๒ พรหมนะครับ ขับเคลื่อนอยู่ ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเป็นส่วนงานสำคัญที่รับภาระงานนี้ ต่อจากคณะสงฆ์ ไประดมความคิดเห็นจากคณะสงฆ์ทั่ว ประเทศ สิ่งที่ผมส่วนตัว นะครับ และผู้บริหารส่วนหนึ่งก็คิด ว่า ที่เรายังขาดอยู่ก็คือความคิดเห็นจากครูบาอาจารย์ที่อยู่ ต่างประเทศ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญ นะครับ พลานุภาพของครูบาจารย์ที่อยู่ต่างประเทศนี่เห็นได้ ชัดเมื่อคราวที่เริ่มจะมีเหตุการณ์ จะปฏิรูป หรือปฏิวัติคณะ สงฆ์มีการตอบโต้กันทางสื่อ เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาเนี๊ยะ ก็ มีครูบาอาจารย์จากพระธรรมทูตทั่วโลก ก็มีจดหมายบันทึก ไปนามกลุ่มองค์กรบุคคล มีอิทธิพลมากเลยนะครับ ทำ ให้ เป็นส่วนหนึ่งของการทำ ให้เหตุการณ์ที่เกิดความขัดแย้งทาง ด้านสื่อมวลชนระงับดับไป ฉะนั้น การทำ งานในรูปของ องค์กร ผมว่าในต่างประเทศนี้มีความจำ เป็นมาก ไม่เฉพาะใน ประเทศแล้วครับ ผมอยู่ในประเทศไทย ก็ได้รับสื่อเยอะ แต่ในฐานะ ของความเป็นมหาวิทยาลัย การแสดงออก ก็ต้องส่งความ เป็นกลาง เหมือนท่านประธาน ก.ก.ต. เมื่อวานพูดให้พยายาม รักษา จะไปเทคไซด์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็มีผลต่อองค์กร ทีนี้ใน