201 นามของมหาวิทยาลัยก็กำลังดำ เนินการ การระดมความคิด เห็นอยู่ในภูมิภาคต่างๆล่าสุดนี้ก็ไปกันที่ นครราชสีมา ระดม ความคิดเห็นของครูบาอาจารย์พระเจ้าพระสงฆ์สังฆาธิการทั่ว ๆ ไป แล้วก็มีเฟสของการทำการปฏิรูปอยู่ ๓ ระยะด้วยกัน นะครับ ครูบาอาจารย์อ่านหนังสือเล่มที่มีการแจกเรียบร้อย นะครับ ก็จะเข้าใจชัดเจนเลย ว่าแนวคิดวิธีการ การดำ เนิน การของคณะสงฆ์นี่จะดำ เนินการอย่างไร อันนี้ก็เป็นความ ชัดเจนในระดับหนึ่งซึ่งก็ยังไม่จบนะครับ ยังเหลืออีกหลายปีที่ ต้องดำ เนินการต่อไป ที่นี้ภาพของการทำ งานในพื้นที่ คือ ในประเทศไทย เนี๊ยะ ท่านเจ้าคุณอธิการบดีเคยพูดไว้กับในที่ประชุมหลาย แห่ง ของครูบาอาจารย์ท่านผู้บริหารมหาวิทยาลัย ท่านบอก ไว้ว่า การที่มหาวิทยาลัยต้องออกมาทำ บทบาท ในการที่ไป สร้างความเข้มแข็งให้กับพระพุทธศาสนาในต่างประเทศเนี๊ยะ ไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา พม่า ลาว บังคลาเทศ ในปัจจุบันมหาวิทยาลัย รับนิสิตต่างประเทศ ล่าสุด นี้เมื่อ ๒-๓ วัน ได้สำ รวจกันนี้มี๑๖ ประเทศ ที่ไปเรียนอยู่ ที่มหาวิทยาลัย เพื่อเมื่อเขาเรียนจบเรียบร้อยก็กลับไปบ้าน ก็จะได้ไปสร้างความเข้มแข็งให้กับพระพุทธศาสนาในที่นั้น ๆ เพราะท่านบอกว่า เราการันตีไม่ได้ว่าความเข้มพระพุทธ ศาสนาในประเทศไทยนี้จะครองแชมป์อยู่ได้นานเท่าไหร่ ต่อ ไปเราไม่ทราบว่า เมื่อเราอ่อนแอลงไป เราจะต้องไปสืบ พระพุทธศาสนาจากที่ไหน ฉะนั้น การที่มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งบ่มเพาะ อบรม ให้การศึกษาพระภิกษุสามเณรต่างประเทศ ก็เป็นช่องทาง หนึ่งในการที่จะสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาไปในอนาคต ถ้าภาษาการบริหารการจัดการ เขาเรียกว่า ริส เมเนสเมนท์ เป็นการบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมว่าภาพ ไม่ต่างกันกับการที่พระธรรมทูต ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ได้ มาปฏิบัติงานอยู่ในต่างประเทศนี้นะครับ ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของการบริหารความเสี่ยง หรือประกันความเสี่ยง เป็นการ สร้างความเข้มแข็งของพระพุทธศาสนาให้ไปไกลมากกว่า ประเทศไทย อย่างไรก็แล้วแต่ ในส่วนงานของมหาวิทยาลัยใน ประเทศไทยนี้ ก็มีการขยับ อย่างที่เมื่อวานผมได้เรียนที่ ประชุมแล้วว่า ไปสู่การพัฒนาพระธรรมทูต ไปสู่อีกระดับ หนึ่ง ก็คือ จะพัฒนาในเชิงคุณภาพมากขึ้น และก็ทำ ให้มีการ ยอมรับมากยิ่งขึ้น คือการจัดเป็นกิจกรรม เป็นการศึกษาที่ มีการให้ปริญญา ตามโลกสมมุติ ก็เป็นปริญญาโท ปริญญา เอก โดยพยายามที่จะสร้างหลักสูตรการศึกษาให้กว้าง ไม่ใช่ เป็นการนั่งเรียนในห้องอย่างเดียว ให้เป็น ท่านรองต่าง ประเทศท่านก็คิดกว้างนะ ท่านคิดไกล อยากจะให้พื้นที่การ ปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศทุกที่ เป็นห้องเรียนของพระ ธรรมทูต แล้วก็ไม่ใช่ว่า ต้องเก่งภาษาอังกฤษภาษาเดียว เพราะแต่ละที่ ภาษาเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละแห่งก็ควรจะใช้ ภาษาของท้องถิ่นนั้น ๆ เรียกว่าคัดกันมาตั้งแต่ต้น ๆ แล้ว ก็ฝึกฝนกันให้แม็ตกับพื้นที่ ที่ต้องการใช้ อันนี้เป็นภาพของ มหาวิทยาลัยที่ ดำ เนินกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุน เหมือนเป็นกองหลังนะครับ ก็จะคอยสนับสนุนเรื่องการผลิต ทีนี้ ในฝั่งที่อยู่อเมริกานะครับ การอบรมพระทูต สายต่างประเทศนี่ชัดเจนว่า เริ่มแรกเดิมทีก็มีเสียงเรียก ร้องจากอเมริกาให้ช่วยฝึกอบรมพระธรรมทูต ผมอ่านจาก ประวัติศาสตร์นะครับ แล้วก็ทำ ในนามของสมัชชา มหา เถรสมาคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วม กัน แล้วก็ส่วนราชการเข้ามาสนับสนุนงบประมาณบางส่วน นะครับ ต่อมาในยุคที่ ๒-๓ ปีที่ผมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง นี้ ก็ชัดเจนเลยว่า ถ้าพระภิกษุรูปใดที่จะไปทำ งานใน สมัชชา ต้องรับการการันตีจากวัดในสมัชชาอเมริกาก่อน ถ้ามีลายเซ็นเข้ามานี่ ถือว่าเป็นพิเศษ ต้องอบรม เป็นเดอะ มัส ที่ต้องเลือกเป็นผู้เข้ารับการอบรม เพราะว่ามีเป้าหมาย ชัดเจนว่าต้องไปที่ไหน ผมคิดว่าตัวแบบนี้น่าจะเอามาใช้ได้ กับทางยุโรป หรือ ทุก ๆ ที่อินเดียก็เหมือนกัน ถ้าเป็นพระ ภิกษุ-สามเณร สัทธิวิหาริก อันเตวาสิก สายวัดนั้น วัดนี้ ที่
202 เห็นหน่วยก้านกันมาดีมีความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่เป้าหมายคือ ต้องการผ่านการ เนี๊ยะ ก็น่าจะใช้โมเดียวกับสมัชชา ในเรื่อง ของการฝึกอบรม คือมีหนังสือไปจาก สหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป การันตีครับ ผมว่าอันนี้ก็จะเป็นการกระชับ ความร่วมมือ ทำ ให้มหาวิทยาลัยมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ใน การตั้งใจฝึกอบรม เพราะว่ามีหลายรูปในปัจจุบัน ได้มีการ พัฒนาโครงการฝึกอบรม เป็นลักษณะว่า ให้ไปเยือนถิ่นแผ่น ดินสมเด็จพ่อ คือ เข้าไปปฏิบัติในประเทศอินเดีย-เนปาล ไป ดูสังเวชนียสถาน ทีนี้ก็มีบางรูปนี้ท่านหัวใส ท่านบอกว่า ค่า อบรมเก็บแค่ ๑๕,๐๐๐ แต่ว่าไปเนี๊ยะ ค่าใช้จ่ายเป็น ๔ – ๕ หมื่น แค่ได้ไปอินเดียก็คุ้มแล้ว ท่านว่าอย่างนั้น คือกลายเป็น ช่องทางให้พระที่ท่านอยากจะไปเที่ยวอินเดีย มาขอสมัคร เข้าไปทำ ให้ได้สิทธิ์ ก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์ท่านตรงนั้น แต่ว่าถ้าเป็น เดอะมัส คือ เป็นตัวเลือก เป็นช๊อยจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ก็น่าจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ควรจะได้รับการฝึกอบรม ใช่ไหม ฮะ คือไม่ได้อบรมแล้วก็ทิ้งไป นี่ในภาพของมหาวิทยาลัยที่ จะสนับสนุนงานของครูบาอาจารย์ที่นี่ได้นะครับ นอกเหนือจากพวกปริญญาอะไรต่าง ๆ ที่เป็นโลก สมมุตินิยม ปริญญาโท ปริญญาเอก ที่จะทำ ให้ครูบาอาจารย์ ทั้งหลาย น่าจะเรียกว่ามีงานทำ ในต่างประเทศ ไม่ต้องนั่ง เครื่องบินในไปสอนหรือไปอบรมที่ประเทศไทย ก็สอนกันอยู่ ที่นี่ วัดผล ประเมินผลที่นี่ ส่งไปมหาวิทยาลัยการันตี แล้วก็ เป็นการขยาย อย่างที่ท่าน เอกิล โรเตอร์ ได้พูดไว้เรื่องการ ศึกษาในโลกปัจจุบันสำคัญมาก ท่านเอกิล โรเตอร์ ได้ทำ งานกับมหาวิทยาลัย มหาจุฬาฯ มานานละ จะเป็น ๑๐ ปีแล้ว ในระดับอินเตอร์ เนชั่นแนล ในนามขององค์กรนี่แหละ ตอนแรกที่รับท่านที่ มหาวิทยาลัย ก็ไม่ทราบว่าท่านนี่เป็นใคร เพราะไม่มีภูมิรู้ไม่ มีแบล็คกราวของท่านนะครับ เมื่อคบกันไป ทำ งานกันไป ก็ พบว่า ท่านเป็นบุคคลการที่มีความสำคัญ เป็นผู้สนับสนุน กิจกรรมของพระพุทธศาสนาอยู่ในต่างแดนที่น่าสนใจมาก น่า ศึกษามาก สุดท้ายนะครับ ผมได้มาเรียน มารู้ ได้มาดูครูบา อาจารย์ทั้งหลาย ที่ทำ งานอยู่ในยุโรป แล้วก็ได้เปรียบ เทียบการทำ งานของพระธรรมทูตในอินเดีย ในญี่ปุ่น ใน สหรัฐอเมริกา ก็เห็นว่าแต่ละที่ มีจุดอ่อนและจุดแข็งที่แตก ต่างกันออกไป ในยุโรปนี้ก็มีจุดแข็งมากมายที่น่าสนใจศึกษา สะครับ ควรที่จะถวายการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านผู้ใหญ่ก็ได้ฝากผมไปกราบเรียนผู้บริหาร ที่มหาวิทยาลัย หลายเรื่องด้วยกันนะครับ สุดท้ายก็คือ ตัวแบบที่เราเห็นว่าประสบความสำ เร็จ แล้วควรจะเอาอย่าง แล้วก็ควรที่จะหยิบมาดูเป็นอย่าง นะ ครับ แล้วก็การสร้างเครือข่ายความร่วมมือนี่อย่าให้ขาด ผม ว่าบางเรื่องในประเทศไทยเราทำ ไม่ได้ แต่ในต่างประเทศนี่ ไม่มีขอบเขตจำกัดในเรื่องที่เมืองไทยทำ ไม่ได้ เช่น ความร่วม มือ ทั้งเรื่องการพัฒนา การเผยแผ่ การดูแลจิตใจญาติโยม การเผยแผ่พระพุทธศาสนา แล้วสุดท้ายผมก็ขอชื่นชมนะครับ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจในที่นี้ แล้วก็ได้ประชุมครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าเพอร์เฟคพอสมควรนะ มาก ๆ เลย นะครับ ขอให้ความหวังกำลังใจ และขอให้การประชุม ครั้งนี้ เป็นบาทฐานของการพัฒนางานพระธรรมทู๖ ของ ส.ธ.ย. ให้ดียิ่งขึ้น มากยิ่งขึ้น มีอะไรที่ทางมหาวิทยาลัย จะ รับใช้ได้ก็ขอให้มีหนังสือสั่งการไป จะได้ปรึกษาหารือกันทาง โน้น ขอกราบปวารณา” (๖) พระสุธีญาณวิเทศ ประธานสงฆ์วัดไทยธรรมาราม เมือง วอเตอร์ลู ประเทศเบลเยียม อดีตเลขานุการ คณะกรรมการ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปแรก “ขอกราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระ เทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป และหลวงพ่อประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และพระมหาเถรานุเถระ พระธรรมทูตทุกรูป ญาติโยมสาธุชน ทุกท่าน ก่อนอื่นผมขอแสดง ความชื่นชมยินดีกับพระเดช พระคุณท่านพระครูวิเทศธรรม วิทิต พระสงฆ์วัดไทยนอร์เวย์ ทุกรูป คณะกรรมการบริหาร และญาติโยมสาธุชนทุกท่าน ซึ่งจัดงานแต่ละครั้งนั้น รู้สึก ว่าประสบความสำ เร็จและเป็น แบบอย่างมาตรฐาน มาเห็น
203 แต่ละทีนั้น สมัยเมื่อ ๑๗ ปีที่แล้ว ผมเป็น ๑ ในคณะผู้ติดตาม หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) กับพระครูสุมนฑ์ธรรมวงศ์ก็ติดตามมาด้วย ซึ่งท่านอยู่ที่วัด ดอนชี ใช่ไหมครับ ตอนนั้น วัดท่านอยู่ที่ดอนชีในกรุงออสโล เป็นบ้าน หลังเล็กๆ นิดเดียว ซึ่งหลังจากนั้นมาไม่นาน เพราะบุญบารมี ของท่านด้วย แล้วก็ปฏิรูปเทศ อย่างประเทศนอร์เวย์ ซึ่ง รัฐบาลก็สนับสนุนใจกว้าง เพราะคุณความดีของพระพุทธ ศาสนาของเรา คุณความดีของพระสงฆ์ไทย คนไทยด้วย จึง ได้รับการสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งท่านประธานสมาพันธ์ชาว พุทธในนอร์เวย์ก็อยู่ที่นี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจาก รัฐบาลโดยตรง อย่างงบประมาณในการพัฒนาจิตใจ ทราบ ว่าในยุโรป มีนอร์เวย์กับ สวีเดน ครับอันนี้นอกจากความสามารถของท่านแล้ว ก็ปฏิ รูปเทส บุญบารมีร่วมกัน แล้วก็ขอแสดงความยินดีกับคณะ กรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป คณะ ใหม่ ซึ่งก็ได้ดำ เนินงานประสบความสำ เร็จก้าวหน้าเป็นอย่าง ยิ่ง ซึ่งเป็นน่าอนุโมทนาสาธุ๊ ทั้งนี้เพราะได้รับการสนับสนุน จากหลาย ๆ ฝ่าย นอกจากความเสียสละเต็มที่ ของพระ เดชพระคุณหลวงพ่อประธาน หลวงพ่อรองประธาน คณะ กรรมการบริหารทุกท่าน ขณะเดียวกัน ทางมหาจุฬาแล้วก็ทางสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ม.ส. ด้วย ซึ่งปีนี้หลวงพ่อที่กำกับ ดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้มาเป็นประธานโดยตรง ซึ่งสายตรงเป็นครั้งแรก ในการประชุมของสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป จึงเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สำ หรับวัดไทย นอร์เวย์ของเราด้วย เป็นเกียรติอย่างยิ่งของพระธรรมทูตทุก รูป แล้วก็ญาติโยมสาธุชนในยุโรปทุกท่าน งานพระธรรมทูตนั้นเป็นงานที่หนักแต่เป็นงานที่ ท้าทาย พระธรรมทูตทุกรูปทราบดี ผมมาอยู่เบลเยี่ยมเป็น เวลา ๑๕ ปี ก็อย่างที่รู้ที่ทราบ ไม่ได้พัฒนายิ่งใหญ่เหมือน ที่นี่ ก็ค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังศรัทธา กำลังความสามารถ ด้วย บุญบารมีด้วย แต่การปฏิบัติศาสนกิจนั้นก็ต้องเริ่ม ที่ความตั้งใจ มีฉันทะ เพราะว่า การทำ งานทุกอย่าง จะ เริ่มต้นที่ อัตตัตถจริยา เพื่อประโยชน์และประสบการณ์ นอกจากจะสร้างบารมีให้แก่ตนเองแล้ว ยังเป็นการได้ความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ จากการทำ งานร่วมกับ ถึงแม้จะเป็นคน ไทยด้วยกัน แต่มาอยู่ต่างประเทศ แนวความคิด แนวปฏิบัติ ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา และการสนับสนุนก็ต่างกัน ซึ่ง พระธรรมทูตต้องปรับ ต้องเปลี่ยน เพื่อที่จะให้เหมาะสมกับ สถานการณ์สิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็เป็นการที่สงเคราะห์ญาติ ญาตัตถจริยา แน่นอนคนไทยที่อยู่ที่นี่โหยหาถึงบ้านเกิดเมืองนอน ของเรา ถึงคุณพ่อคุณแม่ พุทธศาสนาของเรา ในเมื่อชีวิต ประสบความสำ เร็จระดับหนึ่ง ก็ต้องการมีวัดเป็นที่พึ่งทางใจ หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จเคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งแรก ที่ท่านจะส่งพระธรรมทูตออกมาต่างประเทศนั้น ท่านไปพบ ท่านทูตไทยในสหรัฐอเมริกา ปรารภว่าจะส่งพระธรรมทูต ไทยมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ท่านทูตสมัย นั้นก็ไม่ทราบว่าชื่ออะไร ท่านบอกว่าพระสงฆ์ไทยภาษาก็พูด ไม่ได้วัดไทยร้างก็เยอะ ทำ ไมจะต้องมาสอนฝรั่งเป็นสิ่งที่ไม่ จำ เป็น เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า แต่ความมุ่งมั่นของท่าน หลวงพ่อท่านบอกว่า ถึง แม้จะพูดภาษาไม่ได้ อย่างน้อยก็มาสงเคราะห์คนไทย ทำ ให้ คนไทยมีที่พึ่งทางใจ รักษาวัฒนธรรมไทย ทำ ให้คนไทยของ เรานี้ ไม่ได้หันเหไปนับถือศาสนาอื่น ไม่ได้เป็นศาสนิกของ ศาสนาใด ๆ หรือเป็นคนที่ไร้ศาสนา อย่างที่คนในโลกตะ วันตกเนี๊ยะ คนที่ไม่มีศาสนาเยอะ ชื่อเป็นคาทอลิคก็จริงอยู่ การประพฤติปฏิบัตินั้นก็เข้าโบสถ์ ทำ พิธีแป๊บไท้ คือนับถือ ศาสนาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ปัจจุบันปรากฏว่า โบสถ์ก็ไม่ ค่อยมีคนเข้า โบสถ์ใหญ่โตมโหฬาร และจำ นวนผู้นับถือพุทธ ศาสนาของเรานั้นเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ปัจจุบันนี้ชาวตะวันตกที่มีความรู้ความสามารถ สนใจพระพุทธศาสนา เขาศึกษาทั้งโดยตรงจากพระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ของเขา ศึกษาอินเตอร์เน็ต ศึกษาจากสื่อ ธรรมะต่าง ๆ โชคดีที่พวกเรามีดาไล ลามะ ถึงแม้จะมี การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ผู้นำของชาวโลก และชาวตะวัน ตกสนับสนุนส่งเสริม พวกเราก็พลอยมีคนรู้จักไปด้วย บางที
204 เดินทางไปไหนเขาถามมาจากธิเบตเหรอ ? ก็ไม่ใช่หรอก เป็น คนไทย ไม่ใช่ธิเบต ที่หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จบอกว่า ท่านทูตบอกว่า พระธรรมทูตพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ภาษาต่างประเทศไม่ได้ หลวงพ่อท่านก็บอกว่า คนไทยที่อยู่ต่างประเทศนั่นมีความรู้ มีความสามารถมากมาย ก็พูดไปสิ พูดภาษาไทย ล่ามเอา กุลสตรีไทยหรือสุภาพบุรุษไทย ที่อยู่ต่างประเทศนั่นแหละ ที่มีความรู้ความสามารถ ปัจจุบันนี้ปรากฏว่า พระสงฆ์ไทยเข้าถึง ไปอยู่ที่ ประเทศไหนก็เรียนภาษานั้น อย่างภาษานอวีเจี่ยน ภาษาสวี ดิส ท่านพระครูสุตพุทธิธัชคล่องมาก บรรยายสอนฝรั่งเป็น ภาษาสวีเด็น ไปที่ไหนก็ตาม ไปประเทศสวีเด็น เขาบอกว่า ไปถามหาพระครูสุตพุทธิธัชนี่ เขาไม่รู้จัก รู้จักแต่พระมหาบุญ ทิน เพราะว่าตามสื่อต่าง ๆ หนังสือพิมพ์ทีวี ไปที่ไหนก็ตาม บอกว่าเป็นญาติพระมหาบุญทิน ไปเจอที่สนามบิน เพราะว่า อันนี้เป็นประสบการณ์ตรง บางทีแซวท่านบอกว่าเป็นสังฆ ราชสวีเด็น อยู่ที่นอร์เวย์ก็ต้อง ท่านพระครูวิเทศธรรมวิทิต และพระสงฆ์ทุกรูป ได้ศึกษาภาษานอร์เวย์ แต่ละประเทศก็ เช่นเดียวกัน อย่างที่ผมที่อยู่ในเบลเยี่ยม เป็นประเทศเล็ก ๆ มีอาณาเขตเท่ากับเชียงใหม่-เชียงราย รวมกัน ๒ จังหวัด แต่มี ประชากรประมาณ ๑๑ ล้านคน อยู่กันแออัดมาก เพราะฉะนั้น ทุกอย่างนี้แพงมา เพราะถือว่าเป็น แคปปิตอล อ๊อฟยุโรป เป็นเมืองหลวงของยุโรป (ระฆังดัง) เพราะฉะนั้นก็ เขาพูดถึง ๓ ภาษาครับ ภาษาฝรังเศส ส่วน ที่ผมอยู่นั้นพูดฝรั่งเศส ส่วนที่ท่านพระครูวินัยธร สมศักดิ์ อยู่ พูดภาษาเนเธอร์แลนด์ แล้วอีกซีกหนึ่งติดกับเยอรมันพูด ภาษาเยอรมัน แล้วภาษาที่ ๔ ก็คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนพระ ธรรมทูตพวกเราก็ทั้งภาษาไทย พบคนไทยก็พูดภาษาไทย พบคนทั่วไปก็ทั้ง ๒ ภาษา ไม่ได้ก็พูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้ก็พูด ภาษาอังกฤษ ก็โชคดีที่เรามีภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน ก็เรียน จากมหาจุฬาครับ ประการที่ ๓ ก็ โลกัตถจริยา ขอเพิ่มอีกนิดหนึ่ง นอกจากจะสงเคราะห์เกื้อกูลคนไทยแล้ว ต้องดูแลคนท้อง ถิ่นด้วย ยินดีต้อนรับ เขามาเยี่ยมมาหา น้ำ ร้อนน้ำชาก็ยังดี น้ำ ร้อนน้ำชาต้อนรับ บางคนผมชงน้ำชาต้อนรับ เขาบอกว่า ราคาเท่าไหร่ ก็บอกว่า อาตมาคนไทยนะ ที่คือประเทศไทย เพราะฉะนั้นคุณมาเยี่ยมก็ถือว่าเป็นแขก ภาษิตของ เอเชียของเราใช่ไหม มาตาปิตาครุอิติถิเทวัง คุณพ่อ คุณ แม่ ครูบาอาจารย์และก็แขกที่มาเยือน ก็คือเทพเจ้า เพราะ ฉะนั้น การที่พวกเราทำ หน้าที่ต้อนรับ พระสงฆ์แค่เดินออก ไปข้างนอก ก็ทำ ให้คนทราบว่า เป็นพระสงฆ์ไทย นอกจาก การเดินการเหินที่ไม่เหมือนคนอื่นเขา การแต่งเนื้อแต่งตัว ฝรั่งหลายคนที่ตามที่วัด มาปฏิบัติธรรมที่วัด เพราะการเดิน ผมชอบเดิน เดินไปสนามรบวอเตอร์รู วัดที่ผมอยู่ นั้นเป็นสนามรบวอเตอร์รูเมื่อ ๒๐๐ ปีที่แล้ว รบกันวันเดียว ตายเป็นแสน เพราะฉะนั้น เดินแผ่เมตตาให้ดวงวิญญาณ ผู้ เสียชีวิตนี่ ถือว่าเป็นไฮไลน์ เดินไปผ่านไฮน์เวย์ ฝรั่งเห็น ก็จอดรถถาม บางคนก็จอดรถรับจะมาส่งที่วัด ครับ คน เบลเยี่ยมมีอัธยาศัยดี ไปครั้งแรกมีพระ ๒ รูป หนึ่ง วัดไทย นี่แหละ แต่ไม่ใช่วัดของพวกเรา ท่านเป็นพระฝรั่ง ผมมาถึง วันแรก ท่านบอกว่า ท่านต้องเปลี่ยนสี จากสีส้มสีทองจากวัด สระเกศ เป็นสีกรัก ว่างั้น ผมถามว่าทำ ไมต้องเปลี่ยน เพราะ ว่า ท่านอยู่ที่เมืองแอนเตอร์เหวิป ผมเดินไปนี่พวกเยาวชน ฝรั่งเขาเห็นก็เอาก้อนดินปา เอาไม้ปา ผมว่าเอ๊ะ ประเทศ เบลเยี่ยมนี่เป็นศิวิไลน์โซไซตี้ เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรม คนที่มี การศึกษา มีความรู้ เมื่อ ๑๐๐ กว่าปีที่แล้วก็มีท่าน กุลสตาฟ โรโรง ยัสแม หรือท่านเจ้าพระยาอภัยราชา เป็นชาวเบลเยี่ยม เป็นที่ปรึกษารัชกาลที่ ๕ ทำ ไมเมืองไม่เป็นเมืองขึ้นของตะวัน ตก ทำ ไมเมืองไทยถึงได้พัฒนาก้าวหน้า จนลูกหลานตาม มาจนถึงปัจจุบันเพราะ ร.๕ เสด็จมายุโรปด้วย ด้วยการให้ คำแนะนำ ปรึกษาจาก นายกุลสตาฟ โรโรง ยัสแม เป็นชาว เบลเยี่ยม อันนี้ก็ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่พระสงฆ์และพระธรรมทูตทุก
205 รูป และญาติโยมคนไทยทุกท่าน พวกเราอยู่แนวหน้า อยู่ ต่างประเทศ ควรภูมิใจ ดีใจ ที่วัดนี้ตั้งพระโพธิสัตว์กวนอิมไว้ เด่น เป็นสง่า มีคนถามว่า ทำ ไมตั้งเด่นกว่าพระพุทธรูป ผมตั้ง ไว้ในสวนเยอะ พระประจำวัน ก็มีจุดหนึ่งที่เด่นเป็นพระโพธิ สัตว์กวนอิม ทั้งตอบที่เล่นทีจริงบอกว่า เป็นการประกาศคุณ ความดีของมหาอุบาสิกทั้งหลาย ที่คนไทยเสียสละแต่งงาน กับชาวต่างชาติ แล้วก็ได้นิมนต์พระสงฆ์มาร่วมกันสร้าง วัด เพราะว่าสุภาพบุรุษมีน้อยมาก วัดทุกวัดเกิดขึ้นในยุโรป อเมริกา ที่ไหนทั่วโลก นอกจากวัดหลวงพ่อ หลวงพ่อจากโอ เชียเนีย หลวงพ่อเจ้าคุณมหาเศรษฐี ก็ส่วนมากจะเกิดจากคน ไทยทั้งนั้น อยู่ แอลเอหรือที่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นก็ขอฝาก ไว้แค่นี้ และขอกราบขอบคุณทุกท่านครับ (๗) พระครูสุมณฑ์ธรรมวงศ์วัดไทยลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา “ขอถวายคารวะ พระเดชพระคุณ ขอสวัสดีเพื่อน สหธรรมิก ขอเจริญพรญาติโยมทุกท่าน เมื่อกี้นี้ท่านอาจารย์พระมหาบุญทิน ได้แนะนำ อาตมาชัดเจนนะ แต่จริง ๆ แล้วอาตมามันเกี่ยวเนื่องกับ ๔ ประเทศนะโยม อาตมาเกิดที่พม่า แล้วมาโตที่บังคลาเทศ เรียนหนังสือที่เมืองไทย แล้วมาอยู่ที่อเมริกาฮะ ฉะนั้น ชีวิต อาตมานี่เกี่ยวเนื่องกับ ๔ ประเทศ ทั้งนี้ก็บวชมาตั้งแต่เล็ก ๆ ตอนนี้ก็ยังอยู่เพศบรรพชิต ต่อไปไม่ทราบนะ แต่ว่า ณ บัดนี้ บอกได้ว่ายังเป็นบรรพชิต หรือว่า เป็นพระอยู่ ก็พูดถึงสภาวะหรือว่าความเป็นชาวพุทธในแง่ต่าง ๆ ใน ปัจจุบันนี้นั้น ถ้าพูดไปแล้ว อาตมาว่าแง่บวกนะโยม เพราะ เหตุที่ว่าความตื่นตัวและความสนใจเกี่ยวกับศาสนาพุทธนั้น กว้างขวางมากทีเดียว อาตมามีโอกาสเมื่อเดือนมิถุนายน ไป ประชุมที่วาติกัน และก็มีโอกาสสัมผัสมือกับโป๊บฟานซิส วัน ที่ ๒๔ มิถุนายน ที่ผ่านมา และก็โป๊บฟรานซิสท่านก็พูดคำ หนึ่ง บอกว่า เราไปแนะนำ เขาว่า บุ๊สดิ๊ส แคทรอลิค ได อะล๊อคเป็นกลุ่มใหญ่ที่มาจากอเมริกาทั้งหมด และก็เป็นชาว พุทธนิกายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในอเมริกา มาจากประเทศเดียว คือ อเมริกาไปร่วมประชุมที่นั่น ถ้าสมมุติมีการประชุมอย่างงั้น ขึ้นมาปุ๊บ เขาต้องเชิญอย่างน้อย ๑๐ ประเทศ กว่าจะรวม ศาสนาพุทธอันเดียวนิกายมารวมกันได้ แต่ว่าสามารถจะหา ได้ในประเทศอเมริกาประเทศเดียวทั้งหมดเลย ฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ซึ่งตอนนี้ท่านโป๊ป กำลังจะไปเยือน เสด็จเยือนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนี้ไปคิวบา แล้วจาก นั้นก็ไปที่อเมริกาต่อ ฉะนั้น ท่านให้ความสนใจมาก เรื่องนี้ และก็เราก็ได้คุยกัน คือ ถ้าพูดถึงทางคาทอลิค ทางคริสต์นี้ กับ ทางพุทธเราเนี๊ยะ เมื่อวานนี้ก็พูดคำ หนึ่งว่า ทางมหายาน เขาพูดถึงว่าช่วยเหลือคน ผู้อื่น และก็ทางเถรวาทก็บอกว่า ช่วยเหลือตัวเองก่อนแล้วก็คนอื่น เขาเรียกว่าหลักคำสอนเรา นี้หรือว่า ปรัชญาเหล่านั้นมีความหมาย ซึ่งอย่างนี้ก็แล้วแต่ เมื่อพูดถึงทางคาทอลิค เขาก็มีหลักคำสอนจริง ๆ ถ้าพูดถึง ของเรานี้เหนือกว่าหลาย ๆ เท่า แล้วก็ในศาสนาทั้งหลายที่มี อยู่ในโลกนี้ อาตมาไม่ได้ยกย่องเพราะว่าเป็นพุทธ เป็นพระ ไม่ใช่ แต่ว่าเมื่อเปรียบเทียบแล้วนี่ เราก็ถือว่าของเรานี้ให้คำตอบ ได้ดีที่สุด และก็ได้ความหมายมากที่สุด สำคัญที่ว่าเราศึกษา หรือเปล่า และปฏิบัติแค่นั้นเอง แล้วพระพุทธเจ้าท่านได้ให้ คำตอบกับพวกเราทุกอย่าง สามารถที่จะจบได้เลย ปัญหา คือจบได้ในศาสตร์ทางพุทธ แต่ว่าทางศาสนาอื่นแล้วปัญหา ยังไม่จบ มันก็ต่อเนื่องต่อไป แต่ว่าของพุทธแล้วทุกข์นี้หาย ไปเลยครับ ถ้าปฏิบัติถึงที่สุด แต่ว่าทางทุกข์ถ้าอย่างอื่นหรือ ศาสนาอื่น หรือว่าคำสอนอื่นแล้วนี่ถือว่ายังไม่จบ ไม่ชัดเจน ฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ คำสอนเหล่านี้ถึงจะมีความหมาย ลึกอยู่ตรงนี้ ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธเราโชคดี ที่ได้พบพระ พุทธศาสนา ทีนี้มาถึงว่าทำ ไงที่จะให้ศาสนาของพระพุทธเจ้า เป็นที่รู้จัก ซึ่งสำคัญที่ก็ผู้ปฏิบัตินั่นแหละ เวลาเขาจะมา ปฏิบัติแล้วมาสนใจ เขาจะดูผู้ปฏิบัติว่าเราปฏิบัติยังไง แล้ว คนที่ไม่รู้จัก ไม่รู้อะไรเลย เขาจะให้ความสนใจตรงนี้แล้วนำ ไปปฏิบัติ ฉะนั้น ผู้ปฏิบัติเป็นผู้สำคัญ ฉะนั้น ถึงจะคำสอนดี อย่างไง ถ้าผู้ปฏิบัติทำ ไม่ได้ และทำ ในสิ่งที่ตรงกันข้าม ขณะ เดียวกันประกาศตัวเองว่าเป็นพุทธ อย่างนี้ถือว่า เราก็ไม่ ดีแล้ว คนที่ไม่รู้จักเลย เขาก็จะไม่ออกไปปฏิบัติด้วย เพราะ ว่าเขาไม่ต้องการสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม อย่างงี้เป็นต้น
206 ฉะนั้น แม้กระทั่งในที่อเมริกาเนี๊ยะ ศาสนาพุทธนี่ ได้รับความสนใจ เขาเน้นไปถึงการปฏิบัติสมาธิ แต่ว่า เขา ข้ามกระโดดไปถึงสมาธิเลย โดยที่เขาไม่ได้ศึกษาพื้นฐานก่อน จริง ๆ แล้วเราต้องศึกษาพื้นฐานแล้วค่อย ๆ พัฒนาไปในการ ปฏิบัติ ปฏิบัตินี่ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็ขึ้นไปได้เลยนะ มันต้องใช้ เวลาพอสมควรในการปฏิบัติ แต่ว่าต้องศึกษาเบื้องต้น ปริยัติ ปฏิบัติปฏิเวธ อย่างที่เราเรียนมา ปริยัติเขาไม่สนใจเลย เอา ปฏิบัติเลย อย่างนี้เป็นต้น แต่ที่ทางนี้ถ้าเราสามารถที่จะไปได้ทั้ง ๓ ทาง ศาสนา ของเราจะไปก้าวไกล คือ น่าภูมิใจที่สุดก็คือว่า ศาสนาพุทธ นี้ให้ความหมายลึกและก็ให้คำตอบที่ชัดเจนสำ หรับชีวิตของ คน แม้กระทั้งในอินเดียปัจจุบันนี้ นายกโมที ที่เป็นนายก รัฐมนตรีปัจจุบันอินเดียท่านยกย่องศาสนาพุทธมาก และก็ ตอนนี้ประกาศบอกว่าประเทศอินเดียคือประเทศพุทธ เป็น ดินแดนของพระพุทธเจ้า ใช้ภาษาฮินดีว่า บุ๊ดดะภาระตะ เป็นพุทธภาระตะนะ ใช้คำ นี้ แล้วก็ท่านก็ไปที่ต่างๆ พยายาม จะยกย่องศาสนาพุทธอย่างมากที่สุด ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ดี ที่เป็นอย่างงี้ หนังเรื่องพระพุทธเจ้าที่เพิ่งจบไป ทีวี ของอินเดียที่เขาสร้างขึ้นมา และก็มีอิทธิพลมาก อย่างเช่น ของภาคภาษาไทยบอกว่า พระพุทธเจ้ามหาบุรุษ อะไรอย่าง นี้ หนังเรื่องนี้น่าสนใจและก็เป็นที่เผยแพร่คำสอนต่าง ๆ ขึ้น มาปุ๊บ ชาวอินเดียนี่เขาสนใจมากนะฮะ แต่ว่าเมื่อก่อนนี้เขา จะมีความคิดที่แง่ลบต่อศาสนาพุทธ แต่ว่าคิดว่า ตอนนี้ความ เข้าใจเหล่านี้เขาก็ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด คำสอนของ พระพุทธเจ้า ไม่เกี่ยวกับนิกาย หรือ ไม่เกี่ยวกับวรรณะ อะไร ทั้งนั้น มันเป็นคำสอนที่สามารถจะใช้ได้ทุก ๆ คน ไม่ว่า บุคคลผู้นั้นเป็นผู้วิเศษหรืออะไรก็แล้วแต่ ใช้ไป ใช้ได้เลย และ เมื่อใช้ไปแล้วได้ประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น ฉะนั้น อาตมานี่มานอร์เวย์ครั้งที่ ๒ เมื่อกี้นี้ท่านเจ้า คุณสุธีร์ เบลเยี่ยมท่านก็บอกว่า เราก็มากัน ๒ องค์ ตอนนั้น ท่านไม่ได้เป็นเจ้าคุณ อาตมาก็ไม่ได้เป็นพระครูนะ เป็นพระ ธรรมดา มาที่นอร์เวย์ ตอนนั้นมากับเจ้าประคุณสมเด็จพระ พุฒาจารย์วัดสระเกศ มากับคณะ แล้วก็มาก็มาวัดเล็ก ๆ ที่ อยู่ตรงนั้น อาตมาจำ ไม่ได้ว่าที่ไหน ตอนนี้ก็ใหญ่โตคนละ เรื่องละตอนนี้ ความพัฒนาและก็การเห็นวิวัฒนาการอย่างนี้ อาตมาก็ชื่นใจดีใจ แล้วทีนี้ ได้ข่าวว่าไม่ใช่เพียงแค่นี้ แม้แต่นอร์เวย์ไม่ ได้มีวัดเดียว มีด้วยกันตั้ง ๔-๕-๖ วัด อย่างนี้เป็นต้น ถือว่า เป็นการพัฒนาอย่างหนึ่ง ขยายวัดไป แต่ว่าเราต้องสามัคคีกัน สำคัญนะ อย่าไปขัดแย้งกัน อย่าไปทะเลาะกัน อย่าไปแบ่ง แยกกัน ว่าคนนั้นคนนี้ พวกนั้น พวกนี้ เราทุกคนเป็นลูกของ พระพุทธเจ้าทั้งหมดนะ เราต้องมีความรู้สึกอย่างนั้น ถ้าไม่ รักกันแล้ว แล้วก็ใครจะมารักเราหนะ คนที่ช่วยเราได้เราต้อง ช่วยพวกกันเอง ถ้าไม่มีความสามัคคี และก็ไม่มีความรักเดียว ใจเดียว หรือว่ารักกันในหมู่คณะ คนอื่นเขาจะไม่สนใจเลยฮะ ฉะนั้น เราต้องช่วยกัน อาตมาก็ดีใจ มาเห็นญาติโยมที่นอร์เวย์ นี่ แต่งตัวสวยมาก มาพบเหมือนมีแต่นางฟ้ากับเทพธิดาทั้ง นั้นเลย แล้วก็เทพบุตรทั้งนั้น เห็นแล้วแบบน่าชื่นใจ ในเรื่องนี้ ให้เครดิตอาจารย์พระครูสำ รวจ (ระฆังดัง) เคาะละนะ ฉะนั้น เมื่อเห็นกับวัด กับการแต่งตัวของญาติโยม เข้ากันพอดีเลย ฟิคมากเลยฮะ และก็เมื่อเป็นอย่างนี้ บรรยากาศทั้งหมดดูงาม ทำอะไรก็สวยสดงดงามไปหมด อาตมาก็อยากเห็นอย่างงี้ตลอดไป นะฮะ คราวหน้ามาต้อง เจอย่างงี้นะโยมนะ แล้วอย่างงี้เวลามาวัดต้องสวย ๆ อย่าไป แต่งไม่สวยนะมาที่วัดนะ เพราะว่ามาหา มาที่วัดนี้มาเพื่อเฝ้า พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ต้องแต่งตัวสวย ๆ น่ารัก ๆ มา ไม่ เป็นไร แต่ว่าไม่ได้หมายความว่า เราอยู่ในฝ่ายเพิ่มกิเลสไม่ใช่ อย่างนั้น เป็นการเคารพสถานที่ และก็เป็นการให้ยกย่อง สถานที่ด้วย และก็เมื่อเห็นความสามัคคีและก็ทำ งานร่วมกัน อย่างนี้น่าชื่นใจ อยากให้ญาติโยมไปเที่ยวอเมริกาบ้างนะฮะ ถ้ามี โอกาส อาตมาอยู่ที่เมืองล๊อสแองเจลิส อยู่มาประมาณ ๒๗ ปี แล้วอยู่ที่วัดไทยนะ ตั้งแต่ปี๒๕๓๑ อยู่มาตลอด ฉะนั้น โดย
207 เฉพาะที่อเมริกา ที่ล๊อสแองเจลิส มีวัดอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าวัด แต่ถ้าพูดถึงแคลิฟอร์เนียทั้งหมดรวมแล้วประมาณ ๕๐ กว่าวัด ได้ เพราะว่ามันรวมทั้งซานฟานซิสโกส หลาย ๆ ที่ วัดเยอะ มาก ทั้งอเมริกานี้วัดเกือบร้อยกว่าวัด ๑๓๐ วัด แคลิฟอร์เนีย มากที่สุด แคลิฟอร์เนียเหตุที่มากที่สุดเนื่องจากว่าคนกลุ่มชาว พุทธมีเยอะ แล้วก็กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วย แม้ว่าคนไทยอยู่เป็นแสน อยู่ที่ล๊อสแองเจอลิส คนเกาหลีคนญี่ปุ่น คนเขมร คนลาว คน อะไรต่าง ๆ เนี๊ยะ อยู่กันเยอะครับ กลุ่มใหญ่ๆ ฉะนั้น แคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะล๊อสแองเจอลิ สนั้น ถือว่าเหมือนอยู่เอเชีย อากาศไม่ร้อนมาก และก็ไม่เย็น สบายๆ แต่ว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องแล้ง ไม่มีน้ำ ใช้ฮะ ประกาศ ทางการเลยบอกว่า เนื่องจากแห้งแล้งอย่างรุนแรง ห้าม ใช้น้ำข้างนอก คือรดน้ำอะไรต่าง ๆ ห้ามใช้เลย และก็ต้องใช้ ประหยัดถ้าใครใช้เกินถูกปรับ อย่างงี้เป็นต้น ฉะนั้น เรื่องน้ำ นี้เรื่องสำคัญมาก ที่นี่น้ำ เยอะแยะไปหมด อาตมาก็บอกว่า เนี๊ยะถ้าเป็นได้ถ้าเป็นไป อยากจะสูบน้ำ ไปที่ล๊อสแงเจอลิส ก็ คงจะน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าคงจะไปได้ยากนะโยมนะ อาตมาก็เวลาหมดแล้ว ขอพูดแค่นี้ก่อนนะ ขอ เจริญพร และขอบคุณญาติโยมทุกท่าน ๆ และขอจบแค่นี้ ขอบคุณครับ” (๘) พระครูปริยัติภาวนานิเทศก์(โสบิน โสปาโก) วัดวังปาโด (สว่างรังษี) ตำ บลวังใหม่ อำ เภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม (อายุ๘๐ ปี) อดีตพระธรรมทูตไทยวัดไทยลอสแองเจลิส “ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมทั้งพระ สัทธรรม และพระสงฆเจ้าทุกรูปนะ ขอถวายความเคารพ คารวะต่อพระมหาเถระ และพระเถรานุเถระ พระธรรมทูตทั่ว โลกทุกท่านไว้ณ โอกาสนี้ ขอเจริญสุขสวัสดีแก่ญาติโยมสาธุชน ผู้ที่แต่งตัวสวยงามอย่างที่ท่านพระครูสุตพุทธิธัชได้พูดไป ความจริงก็เพื่อไม่ให้เสียเวลา ก็ไม่คิดอะไรมาก ถึง ไม่ได้ขึ้นมาเวทีก็นั่งรถเข็ญโชว์ ทุกรูปก็ย่อมทราบและทุกคน ย่อมสนใจเป็นธรรมดา นั่นคือจุดเด่นของโคลัมบัส หลวงพ่อ โคลัมบัส ทางสมัชชาสงฆ์ไทยท่านได้ตั้งให้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งท่านเจ้าคุณเศรษฐี อ้าวไปไหนแล้ว จะแนะนำ หน่อย ประชุมสมัชชาทีไรก็พยายามจะโปรโมทเต็มที่ เพราะ ถือว่าแก่แล้วให้กำลังใจผู้เฒ่าบ้างก็ขอบคุณไว้ณ โอกาสนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านเจ้าคุณวัดปากน้ำอเมริกา คือ ท่าน เจ้าคุณพระสมัคร ชื่อเดิมแต่ว่าตายไปแล้ว ที่ได้บอกว่าให้ เวลาหลวงพ่อบ้างสงสารมานั่งอยู่นานทุกวันไม่เคยขาด ความ จริงมาดีใจกับคณะครูบาอาจารย์รุ่นพี่ ก็คือ หลวงพ่อเจ้าคุณ เทพพุทธิมงคล นั่นถือว่าเป็นรุ่นพี่ เพราะพระเดชพระคุณท่าน ๘๖ แล้ว ใช่ไหมฮะ และก็ผมเองก็ขอแนะนำตัวเอง อายุแต่ ว่าญาติโยมอย่าเอาไปตีเป็นเลข เห็นว่าออกไปแล้วไม่ต้องตี ๘๔ ยังไม่เต็มนะ ๘๓ เต็ม ๘๔ ย่าง คือ ๗ รอบ ก็คิดว่าอยากจะมาดูว่า ส่วนมาก็อยู่ทางอเมริกามา ๔๐ กว่าปี ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดไทยวัดแรก คือวัดไทยล๊อสแอง เจอลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ มาจนปัจจุบันก็ยังไป ๆ มา ๆ อยู่แต่ก็ได้กลับมาได้ที่ บ้านเกิดคืออำ เภอ บรบือ จังหวัด มหาสารคาม ก็ได้มาสร้าง อะไรไว้ให้เป็นอนุสรณ์บั้นปลายชีวิตบ้าง ในฐานะที่ได้เกิดมา ณ ที่อำ เภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ก็ได้มาสร้างสังเวชนีย สถานทั้ง ๔ แห่งก็ยังไม่เสร็จดี แต่ตั้งใจว่าอยากจะมาขอความ ร่วมมือจากพระธรรมทูตเราทุกรูปที่จะได้ไปจัดงานฉลองใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ได้มาวัดไทยนอร์เวย์ ครั้งนี้ ก็ในฐานะ ที่ท่านพระครูวิเทศธรรมวิทิต นิมนต์เป็นพิเศษ เฉพาะเหตุ ว่า อาศัยว่าได้มีลูกศิษย์คือคุณห้องศิลป์เขาได้เป็นผู้แนะนำว่า ควรจะนิมนต์หลวงพ่อได้มามีส่วนได้รู้จักพวกพระธรรมทูตรุ่น น้อง ๆ รุ่นลูก ๆ รุ่นหลาน ๆ ที่มาเผยแพร่อยู่ในทางยุโรปบ้าง อันนี้ก็ขอขอบคุณที่ท่านพระครูได้ก็ได้กรุณามี จดหมายไป จนป่านนี้ก็ไม่ได้รับจดหมาย แต่ท่านก็ได้อีเมลไป
208 ถึง ก็ได้มาตามที่ได้นิมนต์แล้วก็ได้มีพระมหาจวน จิตฺตสุโภ ซึ่งเป็นพระรูปแรกที่ไปสร้างวัดไทยด้วยกันตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ยังเข็นรถผมเหมือนกับยังเป็นพระหนุ่มพระน้อยอยู่สมัยโน้น แต่เป็นพระมาเลเซีย พูดไทยได้ชัดเหมือนกับท่านอาจารย์ พระครูสุมณฑ์ธรรมวงศ์ ที่ได้พูดไปแล้วนั้น ก็อาศัยว่าปี๓ ปีที่แล้วมา ที่ประชุมที่วัดพุทธาราม ของท่านพระครูสุตพุทธิธัช ได้ประชุมในครั้งนั้นผมก็มา มาก็ ประชุมเสร็จก็ได้มาทางฟินแลนด์ แล้วก็มาเยี่ยมท่านพระครู ที่วัดไทยฟินแลนด์เรา แล้วก็ได้มาถึงนอร์เวย์ มาขึ้นเรือไวกิ้ง ใครก็คิดว่าผมต้องตกเรือแน่ เพราะว่ามาช้ากว่าพวก แม้แต่ เข้าที่ชุมก็ต้องช้า ที่ช้าก็เพราะว่ามารถเข็น ก็ไม่เหมือนกับรถ เบ็นซ์ หรือว่ารถยนต์ธรรมดา จะอย่างไรก็ตามในที่สุดผมก็ได้ ขึ้นเรือไวกิ้ง เพราะอาศัยท่านพระครูอะไร ท่านพระครูบุญ ทินนะ เอาง่าย ๆ ท่านอุตส่าห์ไปดันเรือเขาไว้ เปิดหวอแล้ว พอเห็นผมมา ท่านบอกว่า เขาจะปิด ทางนั้นก็ไปดัน แล้วก็ เจ้าหน้าที่ก็เป็นผู้หญิง ก็ไม่กล้าจับพระ ถึงกล้าจับท่านก็ไม่ กลัว เพราะท่านถือว่า โน่น โน่น โน่น เพื่อนของฉันกำลังมา ให้เขาดูรถเข็น ให้มีฝรั่งลูกศิษย์ของท่านปานขาวที่ฝรั่งเศส เป็นฮิ๊ปปี้อยากจะบวช แล้วก็ไม่เคยลงเรือไวกิ้ง ก็รีบอยากจะ มาอาศัยเข็นรถแทนมหาจวน โอ้โห ตั้งแต่ผมนั่งเครื่องบินมา ไม่รู้รอบโลกไปกี่รอบ ถ้าคิดถึงนั่งเครื่องบิน นั่งเรือ นั่งรถมา ไม่เคยกลัวเท่ากับนั่งรถเข็นตัวเอง เพราะอะไร เพราะที่บันได เรือนะมันเป็นขั้น ๆ อยู่ใช่ไหม ? ไอ่ฝรั่งที่เข็น มันก็กลัวเรือจะ ออก มันก็ไม่ฟังเสียงหรอกว่าผมจะหล่นหรือไม่หล่น มันเข็น ได้โอ้โห ขอโทษนะ จะว่าคำ หยาบ ขี้ไปอยู่บนกระหม่อม ไม่ เคยกลัวตั้งแต่เกิดมานี้ไม่กลัว ไม่ใช่กลัวตายนะ กลัวเสียชื่อ มาถึงรอบโลก มาข้ามน้ำข้ามทะเลมา ก็จะมามีปัญหาอยู่กับ รถเข็นตัวเอง กลัวมา กลัวจะเป็นข่าว อันนี้ก็เป็นเรื่องประวัติ ประสบการณ์ ก็ขอถวาย ความรู้แต่เพียงว่า ผมมานี้ไม่มีจุดหมายใด นอกจาก ๑. มา เป็นกำลังใจให้พวกพระธรรมทูตสายยุโรปเราทุกท่าน สำ หรับ พวกรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน และก็มาในฐานะที่มาหา ประสบการณ์ว่าจะมีผมจะมีงานใหญ่ก็จะขอความร่วมมือใน การที่จะไปจัดงานฉลองสังเวชนียสถานที่บ้านเกิดของผม ที่ อำ เภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ก็จะขอวารันเทีย จาก รูปแบบของการจัดงานที่วัดไทยนอร์เวย์ของเขานี้ไปเป็นเยี่ยง อย่าง รวมทั้งญาติโยมที่แต่งตัวสวย ๆ นะ เอาไว้ชุดนี้จะเชิญ ไปฉลอง ไม่ใช่ฉลองง่าย ๆ นะ สร้างวัดมา สร้างวัดบ้านนอก ให้เป็นวัดในเมือง แล้วก็ขออนุญาตสร้างสังเวชนียสถาน เพราะสงสาร คนอีสานเรา ไม่มีโอกาสได้ไปกราบไปไหว้ที่อินเดีย อย่างกับ คนที่มีฐานะ ที่ได้ไปกัน ก็เลยมานึกถึงน้องสาว ๓ คน แม้แต่ ธาตุพนมยังไม่เคยไป พอหลวงพ่อได้มาอยู่ที่บ้านแล้วก็กลับไป พาน้องสาว ๓ คน ไปกราบพระธาตุพนม โอ้โห ถ้าหลวงลุงไม่ กลับมาอยู่บ้าน ไม่เคยได้ไปกราบเลย แหม๋เราฟังแล้วรู้สึกว่า สลดใจ นึกว่าเขาไปกันเบื่อแล้ว ยังไม่อยากจะชวนไป พอชวน ไปแล้วเขาจึงพูดคำ นี้ ถึงได้คิดว่า ถ้ามีโอกาสจะสร้างสังเวชนีย ทั้ง ๔ ให้ญาติโยมลูกหลานชาวอีสานเรานี้ได้มีโอกาสกราบไหว้ บ้าง ถึงจะไม่เหมือนที่อินเดียจริง ๆ นะ ก็คิดว่า ก็ยังดีกว่า ที่จะได้ไม่มีอะไรเลย ใช่ไหม ? ก็เลยถือโอกาสฝากไว้แต่เพียง เท่านี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้โอกาสได้มา คุ้มค่าแล้ว เสีย ค่าเครื่องบินมาเองนะ แล้วยังจะมาร่วมผ้าอีก ก็ยังไม่รู้ว่าเท่า ไหร่ ดูก่อน ก็ขอขอบพระคุณพระเดชพระคุณประธานและ รองประธาน และพระธรรมทูตทุกท่าน แล้วก็อนุโมทนาบุญ กับญาติโยมทุกคน ที่เห็นเข็นรถไปก็ช่วยทำ บุญกันไปก็เยอะ ก็ขอให้ได้ส่วนกุศลผลบุญโดยทั่วกันทุกรูปทุกท่านเทอญ กิจกรรมที่ ๑๒ รายงานจำ นวนวัดและรายละเอียดของสมาชิก สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เวลา ๑๕.๐๘ น. รายงานจำ นวนวัดและรายละเอียด ของวัดในเขตทั้ง ๓ เขต ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป
209 เขตปกครองที่ ๑ ประกอบด้วยประเทศเนเธอร-์ แลนด์เบลเยียม ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก สเปน โปรตุเกส และ โมนาโก มีพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระธรรมทูต ไทยฯ เป็นประธานเขต รายงานโดย พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี เขตปกครองที่ ๒ ประกอบด้วยประเทศอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีออสเตรีย สาธารณรัฐเชก ฮังการี ลิกเตนสไตน์ โปแลนด์ โรมาเนีย มอลโดวา มอลตา กรีช คอซอวอ ซานมารีโน โครเอเชีย บัลเกเรีย บอสเนียและเฮร์เซ โกวีนา สโลวเกีย สโลวีเนีย มีพระเทพกิตติโมลีรองประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ รูปที่ ๑ เป็นประธานเขต ชี้แจง โดย พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เขตปกครองที่ ๓ ประกอบด้วยประเทศเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ฟินแลนด์ไอซ์แลนด์รัสเซียลัทเวีย เอชทูเนีย ยูเครน มอนเตเนโกฯ เบลารุส มีพระครูวิเทศธรรมวิทิต รอง ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ รูปที่ ๒ เป็นประธานเขต ชี้แจ้งโดย พระครูศรีญาณวิเทศ กิจกรรมที่ ๑๓ พิธีประกาศปฏิญญาออสโล และปิดการประชุม เวลา ๑๖.๐๓ น. พิธีประกาศปริญญาออสโล เวลา ๑๖.๐๘ น. พระเทพกิตติโมลีรองประธานสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๑ กล่าวปัจฉิมกถาความว่า “ขอถือโอกาส พระเถรานุเถระ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งท่านหลวงพ่อพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ท่านอาจารย์เจ้าคุณพระพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และก็พระมหา เถระทุกๆรูป เพื่อนพระธรรมทูตทุกๆรูป และก็ขอถือโอกาส เจริญพรญาติโยมทุก ๆ ท่าน คงจะพูดนิดหน่อย เพราะว่าคำชมท่านพระครูวิเทศ ธรรมวิทิตนี่ก็คงจะคล้ายคลึงกันทั้งหมด เพราะว่า ก็อย่างที่ ท่านพระครูศรีญาณวิเทศมองหาที่ติไม่เจอะ มองหาที่ติงไม่ได้ เพราะท่านหุ่นก็อย่างที่พวกเรารู้แต่ท่านใจลึก มีวิสัยทัศน์ลึก และก็เป็นผู้นิ่งมาก ๆ คิดอะไรเป็นระเบียบเรียบร้อย จะเห็น ได้ว่า ชุดสวย ๆ งาม ๆ ของญาติโยมทั้งหมดนี้มี น่ากลัวท่าน จะเป็นผู้ออกแบบ ติติงให้ว่า ควรจะแต่งตัวอย่างไร ใช่ไหม? อาตมานี่ชมอยู่ข้างล่างแล้ว ก็ไม่นึกว่าพระเถระอื่นๆ จะชมอย่างที่อาตมาชม เลยเหมือนกันหมด อันนี้ก็เป็นสิ่ง ที่น่าประทับใจ แม้กระทั่งป้าย อะไรต่อมิอะไรที่ท่านทำขึ้น มา นี่ก็เรียกว่าทั้งหมดนั้นนินะ รวมแล้วก็คือพวกเราร่วมด้วย ช่วยกัน สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคีUnity and hamomi can make happiness can make success for all kind of activity อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ท่านประธานสหภาพชาวพุทธ ในประเทศนอร์เวย์ ท่านกล่าวย้ำอยู่ แล้วก็โดยเฉพาะวิสัย ทัศน์ของท่านเจ้าคุณเศรษฐีนี่ ไปที่ไหนท่านชมแล้วก็เรียกว่า แน่นอนเพราะท่านทำ ได้ด้วยใจบริสุทธิ์ ญาติโยมอยากจะเป็น เศรษฐีอย่างท่านก็อย่าลืม ต้องติดตามท่าน ท่านให้แน่นอน ไปทั่วโลกแล้ว สร้างวัดนะ
210 เนื่องจากว่า เวลาจำกัด อาตมาก็จะต้องเดินทางออก จากวัดนี่อย่างช้าสุด ๕.๓๐ น. เพราะฉะนั้นก็คงจะมีประชุม นอกรอบอีกนิดหนึ่ง เอาเป็นว่าทุกอย่างนั้นเป็นความประทับ ใจของพวกเราพร้อม ๆ กัน ที่สำคัญที่สุด ผู้ที่ทำ งานหนัก ที่สุด อาตมาก็เห็นใจทุก ๆ ฝ่าย แต่ท่านพระครูธรรมธร ไพ ทูลนี่ อาตมาเห็นท่านทำ งานแล้วนี่นอนน้อยที่สุด อยู่ที่วัด ตื่นแต่เช้า แล้วก็ร่างกายไม่ค่อยจะดี แต่ช่วงระยะหลังมานี่ ชอบมีไอมีจามอยู่เรื่อย ๆ เพราะท่านนอนน้อย ทุ่มงานให้กับ ทางนี้แล้วก็พาลูกน้องจากประเทศออสเตรีย แล้วก็ประเทศ เยอรมัน ซึ่งวัด ๒ แห่งนี้เป็นสาขาของวัดศรีนครินทรวราราม ญาติโยมก็ติดตามมาช่วย ก็ถือว่าพวกเราร่วมด้วยช่วยกันให้ ทุกสิ่งทุกอย่างดำ เนินไปได้ด้วยดี แล้วก็ทุก ๆ ฝ่าย รวมทั้งมหาวิทยาลัยก็เมตตาพวก เรา ส่งคณะเจ้าหน้าที่ ในทุก ๆ ส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านอธิการบดีมหาจุฬาฯ เคยทำ งานร่วมกันมา สมัยก่อนนี้ อาตมาก็เคยเป็นคณบดีพร้อม ๆ กับท่าน แล้วท่านยังติดตาม เดินทางมาเยือนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก่อนที่จะมาปาฐกถา ธรรมที่ประเทศสวีเด็น ท่านแวะไปที่นั่น ท่านเห็นเข้า ท่าน บอกว่า โอ้ย...อยู่ที่คอนเทนเน่อ ลำ บากเหลือเกิน ไป ไป ไป กลับไป ไปทำ งานร่วมกัน ตกลงก็ธรรมดาละ เมื่อตัดสินใจ แล้วก็อยากจะทำ ให้สำ เร็จ ก็เล่าสู่ญาติโยมฟัง ตอนนี้ก็เอา เป็นว่า ทุกอย่างนั้นอยู่ในใจของพวกเรา ท่านพระครูวิเทศธรรมวิทิตนี้ ท่านมีพลังวิเศษอยู่ใน ตัวของท่าน เขาเรียกว่าเป็นผู้น้อยคอยก้มประนอมกร เหนื่อย ไปก่อนแล้วสบายเมื่อปลายมือ จำ ไว้นะโยม อย่าไปเอาแบบ ที่บางท่านบอก เป็นผู้น้อยคอยก้มประนมกร เหนื่อยไปก่อน แล้วก็ตายเมื่อปลายมือ ท่านทำจริง ๆ ในหนังสือ เย็นหิมะใน รอยธรรม อ่านเมื่อคืนนี้ หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จท่านชม มาก ๆ ก็ถือว่าพวกเราทั้งหมดนี่เป็นลูกหลาน หรือเป็นผู้อยู่ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท นั่นก็คือ อยู่ภายใต้พระบารมีธรรม ของสมเด็จรัชกาลที่ ๕ การเวียนว่ายตายเกิดไม่แน่นะ พวก เราเกิดมาแล้วไม่เคยคิดว่าหรอกว่าจะมาอยู่ประเทศนอร์เวย์ แต่พวกเราได้มาอยู่นอร์เวย์ แล้วแถมยังมีท่านพระครูวิเทศ ธรรมวิทิตนี่ ท่านมาเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา อันนี้เป็นเรื่อง สำคัญ หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จท่านย้ำตรงนั้น อ่านเมื่อ คืนนี้น่าคิดมานะ ก็ขอให้พวกเราภูมิใจกันทุกคน ทุก ๆ ท่าน เราอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ที่จะมี สวัสดิการ ยิ่งใหญ่เหมือนกับประเทศนอร์เวย์ อย่างไรเสียก็ดีกิจการพระพุทธศาสนานั่นนะ พวก เราก็ร่วมด้วยช่วยกัน คณะสงฆ์ฝ่ายเดียว ทำ ไม่ได้เพราะอะไร เพราะว่า พระพุทธเจ้าพระองค์ฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพวก เรา นั่นก็คือทั้งอุบาสก อุบาสิกา ภิกษุบริษัท ภิกษุณีบริษัท ตอนนี้กลุ่มภิกษุณีนี่กำลังจะเริ่มขึ้น จะเป็นไปได้หรือไม่ คณะ สงฆ์ไทยเราก็ยังไม่ยอมรับ แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ลองดูซิว่า ในอนาคตอาจจะยอมรับกันได้ แล้วก็มีอุบาสกบริษัท และ อุบาสิกาบริษัท แต่อุบาสิกาในประเทศนอร์เวย์เยอะ อุบาสก จะน้อยมาก ในโลกตะวันตก หรือว่าต่างประเทศนี้ ผู้หญิง ไทยเราอยู่เยอะ อย่างไรเสียก็ดี พวกเราก็ร่วมด้วยช่วยกัน อาตมาพูดหลายแห่งแล้วว่า ผู้หญิงไทยเรานี่ เป็นหญิงเหล็ก เหมือนกับอดีตนายกของสหราชอาณาจักร อื่อ มากาเร็ต เท็ตเช่อ ทำ ไมถึงว่าเป็นหญิงเหล็ก เพราะพวกเรานี่เป็นแม่ เหล็ก ดึงพระเจ้าพระสงฆ์มาอยู่ต่างประเทศนะ ถ้าไม่มีพวก เรามาแล้วเนี๊ยะ พระเจ้าพระสงฆ์เราคงไม่ได้ออกมาหรอก พระครูวินัยธร สมศักดิ์ พูดน่าประทับใจคำ หนึ่งว่า เราดึงลูกหลานของเราเข้าวัดให้ได้ เริ่มต้นก็คือพ่อบ้านของ เรา อาตมาว่าพูดว่าคนไทยเก่งนะ หักแข้งหักขาฝรั่งได้ ดึง เข้าวัดได้ แล้วพวกเราก็จะเป็นลูกหลานของนางวิสาขามหา อุบาสิกาในอดีตนะ ขอฝากไว้ให้เป็นข้อคิดแต่เพียงเท่านี้ ขอ อนุโมทนาในไมตรีจิตกุศลเจตนาของบรรดาพระเถรานุเถระ ที่มีใจมุ่งมั่นเพื่อที่จะส่งเสริมการปฏิบัติศาสนกิจพระพุทธ ศาสนาในต่างประเทศ ซึ่งที่ไกลที่สุดก็คงไม่มีใครเกินหลวงพ่อ มหาเศรษฐีนะ ท่านมาจากโน่น โอเชี่ยนเนีย ไปปฏิบัติศาสน กิจที่นั่น บินตรงมา มานอนแซ่วอยู่ที่สนามบิน ว่าอย่างนั้น
211 แล้วก็ตรงต่อมาที่นี่อีก จากโน้นมาเมืองไทยเรานี่ ๑๒ ชั่วโมง แล้วจากโน้นมานี่ก็๑๒ ชั่วโมง จากไทยเรามานี่ ท่านใจสู้มาก ๆ ตัวเล็ก แต่พริกขี้หนูนะ สร้างวัดไปทั่วโลกแล้วตอนนี้ เอ่อ ลอง ๆ ถามท่านดูนะ ญาติโยมทุกคน ก็ขออนุโมทนาทุก ๆ ท่าน โชคดีมีชัย เจริญยิ่งด้วยอายุวรรณะสุขะ พละ ปฏิภาณ คุณสารสมบัติธนสารสมบัติ ปรารถนาสิ่งใดที่ไม่เหลือวิสัย และประกอบชอบธรรม ขอสิ่งนั้นจงสำ เร็จแก่ญาติโยมทุก ท่าน ทุกคนเทอญ. เวลา ๑๗.๐๖ น. พระครูวิเทศธรรมวิทิต เจ้าอาวาส วัดไทยนอร์เวย์ กล่าวขอบคุณ และกล่าวแสดงความรู้สึก ความว่า “ถวายความเคารพ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ประธาน และพระมหาเถระทุกรูป แล้วก็ท่านพระธรรมทูต ทุกท่าน แล้วก็ขอเจริญพรญาติโยม หลาย ๆ ท่านก็พูดแทนไปหมดแล้ว พูดแทนหมาย ถึงว่า ชื่นชมกับงานจัดงานประชุม ก็เป็นผลงานของพวกเรา ชาววัดไทยนอร์เวย์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณพระ ธรรมทูตเราทุกรูปที่มาร่วมประชุมในวันนี้ จากเสียงที่เราได้ยินทั้งต่อหน้าและลับหลัง แม้แต่ท่าน เจ้าคุณพระพรหมสิทธิ ประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศเอง ท่านก็ยังปรารภว่า มีพระธรรมทูตมาร่วมประชุม กันมากประเทศที่สุด ท่านว่าอย่างนั้นนะ ซึ่งอันนี้ต้องขออภัย ด้วยนะครับ หยิบยกเอาจากที่เขาพูดเองนะ และบางท่านก็ แอบอุทานขึ้นมาบอกว่า สวรรค์มีจริงนะ ว่างั้น ไม่ทราบว่า ท่านไปเห็นอะไร หรือไปพบอะไรมา ก็คงจะมีความประทับใจ คือ แนวคิดของผมก็คือว่า การจัดประชุมก็เป็น เรื่องของวิชาการ แล้วก็งานเป็นความรับผิดชอบของ ส.ธ.ย. ซึ่งมีหลวงพ่อ พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ถ้างาน บกพร่องหลวงพ่อก็จะต้องรับผิดชอบ เหมือนอย่างที่ท่าน พระสุนทรธรรมเมธี พูดไปเมื่อกี้ว่า ความดีทั้งหลายยกให้ พวกเรา แต่ถ้าความบกพร่องท่านรับผิดชอบคนเดียว เพราะ ฉะนั้น ความบกพร่องทั้งปวงของ ส.ธ.ย. หลวงพ่อท่านต้อง รับประธาน ก็พยายามคิดว่าการประชุมพระธรรมทูตนี้ให้มีความ สมบูรณ์ ให้มีพระธรรมทูตที่มาแล้ว ได้ทั้งเนื้อหา ได้ทั้งความ สุข คือท้องอิ่ม หลับสบาย แต่นี่เรื่องท้องอิ่มก็คงจะไม่มี ปัญหาเลี้ยงได้๒ วัน ๓ วัน แต่หลับสบายก็บางรูปก็อาจจะมา แย่งกันหลับ อาตมามีห้องนอน ๒ ห้องแต่ไม่มีที่นอน ต้องไป หานอนที่อื่น อันนี้ก็ด้วยความเสียสละถวายหลวงพ่อท่านเจ้า คุณไป สโลแกนในการจัดงานก็คือ ท้องอิ่ม ในทางวิชาการ ก็ ทาง ส.ธ.ย.รับผิดชอบไม่มีปัญหาอะไร ส่วนพวกเราที่อยู่ ฝ่ายต้อนรับก็คือวัดไทยนอร์เวย์ ทำอย่างไรจะให้ท้องอิ่ม แล้ว ท้องอิ่มแล้วไม่พอ อาหารก็จะต้องมีสุขลักษณะด้วย แล้วก็ สวยให้น่ารับประทาน อันนี้ก็คือ สโลแกน และญาติโยมที่จะมาบริการ อาศัยว่าความฝึกฝน ร่วมแรงร่วมใจมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี ไม่ใช่ว่าหัดแต่งตัว มา ๑๐ ปีแล้วก็เพิ่งมาจะแต่งเป็นวันนี้ไม่ใช่อย่างนั้น เกี่ยว กับเรื่องส่งเสริมวัฒนธรรมครับ ขอกราบเรียนพระธรรมทูต ทุกรูปด้วยครับ มีการส่งเสริมวัฒนธรรม การแต่งกาย การ ใช้ผ้าไหมมาเป็นเวลามา ๑๐ กว่าปี ก็เรียกว่า ก็เรียกว่านโย บายของศูนย์เกี่ยวกับเรื่องส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยในต่าง ประเทศ แล้วก็วันนี้เป็นอันว่าปรากฏชัดเจน แล้วก็ สำ หรับพระธรรมทูตที่ว่าทำ ให้เกิดมาจาก ต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ ผมขอบคุณเป็นการส่วนตัว ด้วย แล้วก็จะมีของที่ระลึกนิดหน่อย ก็คือ เป็นหนังสือการ ท่องเที่ยวไทย ๔ ภาค ๔ ฤดู๑๒ เดือน นี่นะฮะ ซึ่งรวบรวม เขียน ทำ ถ่ายรูปโดยคุณห้องศิลป์ นาคปานเสือ คุณห้อง ศิลป์ช่วยยืนขึ้นหน่อย นี่คุณห้องศิลป์ก็เป็น IM ผู้จัดการของ บริษัทการบินไทย บนเที่ยวบิน ทำ หนังสือและหนังสือนี้ดีมาก ไป แล้วก็ไม่มีใครซื้อ ก็เลยอาตมาก็รับซื้อมาคนเดียว ก็เลย เอามาถวายมอบให้กับวัดที่อยู่นอกเขตยุโรปนะ ที่ท่านมาจาก ทางไกล มีทางมาเลเซีย ๕ รูป ทางสิงคโปร์อีก ๓ รูป ทาง ออสเตรเลียท่านมา ๒ วัด ก็ถวายไป ๒ เล่มนะ แล้วก็จาก เสร็จนี้แล้วค่อย ๆ รับ ส่วนที่เหลือจากนั้น ทางอเมริกามากี่ รูปก็จะถวายทั้งหมด สำ หรับ พวกเราชาวในยุโรปด้วยกัน ก็ ถือว่าเป็นท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพรวมในระดับ ส.ธ.ย. ก็ยังไม่ต้อง รับนะ เพราะฉะนั้นก็ งานทั้งหลายทั้งปวงสำ เร็จก็ด้วย อาศัยความร่วมไม้ร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างก็พระสงฆ์วัดไทย นอร์เวย์ ช่วยกันตั้งแต่เป็นปีเต็ม ๆ ตั้งแต่ที่ได้รับทราบว่า
212 เราจะได้เป็นเจ้าภาพจัด เราก็มีการเตรียมตัว ทั้งญาติโยม ประชุมกันหลายครั้งนะครับ ประชุมเรื่องเดียวนี้ เรื่องการจัด งาน มีการประชุม อาจจะเป็นที่ความตั้งใจแรงเกินไปก็ได้ ก็ ทำ ให้ท่านทั้งหลายนี้มีความเมตตามาร่วมประชุม จนกระทั่ง ได้ขนาดนี้ เป็นความเสียสละอย่างแรง เป็นความตั้งใจอย่าง แรง เพราะมาก็มาในช่วงกลางพรรษา อย่างออสเตรียนี่มาได้ แค่ ๔ วันนะ คือถ้าเกินกว่านี้ก็พรรษาขาดแล้ว นี่การมาจาก ออสเตรเลีย ค่าใช้จ่าย ค่าตั๋วในระยะไล่ ๆ นี้มันจะเคลียร์ค่า ใช้จ่ายสูง เพราะฉะนั้นก็ต้องขอขอบคุณพระธรรมทูตทุกท่าน ที่มาด้วยใจจริงๆ นะฮะ อย่างท่านพระครูวัดท่าข้ามนี่ก็ ตอน แรกก็จะไม่มา แต่ว่าด้วยอาศัยบอกว่า มาด้วยใจนะ และก็ ไม่ใช่มาด้วยใจอย่างเดียว ตัวมาด้วย เพราะถ้ามาด้วยใจ มัน ต้องไม่เสียอะไรเยอะ ค่าตั๋วก็ไม่ต้องเสีย ก็ยังมา เพราะฉะนั้น ผมขอขอบคุณทุกท่าน มีเยอะมาก เลย ที่จริงอยากจะพูดอยากจะขอบคุณ แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ ทำ ให้งานสำ เร็จด้วยดี ก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอว่าทุกท่าน เดินทางกลับด้วยสวัสดี และก็ญาติโยมพวกเรา นี้ค่อย ๆ คุย กันทีหลัง ขอบคุณกันทีหลัง ความงดงามของท่านทั้งหลาย จะชมแต่เรื่องชุดไทย แต่จริง ๆ ชุดไทยไม่ต้องชมก็ได้ เพราะมันสวยในตัวของมัน เองอยู่แล้ว สวยที่บ้าน ครับ สวยที่เมืองไทยก็สวยอยู่แล้ว แต่ ผมมองลึกๆไปว่า ญาติโยมคนไทยในนอร์เวย์ก็สวยนะ ถึงไม่ ใส่ชุดไทยก็สวย เพราะฉะนั้น พอใส่ชุดไทยก็ยิ่งสวยมากขึ้น ขอถวายความขอบคุณ แล้วก็ขอญาติโยมทุกท่านมี ความสุข” เวลา ๑๗.๑๓ น. พระเทพพุทธิมงคล ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป กล่าวสัมโมทนียกถา และปิดการประชุม จบแล้วมีพิธีทอดถวายผ้าป่าสามัคคีบำ รุง สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) “เรียนท่านสมาชิก ส.ธ.ย. และพระเถระที่ได้ให้ เกียรติมาร่วมประชุม ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ถึงวันนี้การประชุมของ เรา ก็ได้ดำ เนินการไปด้วยความสำ เร็จเรียบร้อย ก็ถือว่าเป็น โชคดี ในปีนี้ที่เราได้วัดไทยนอร์เวย์เป็นผู้อุปถัมภ์การประชุม ขออนุโมทนาขอบคุณคณะทำ งานทุก ๆ ท่านที่เสียสละเวลา มาเป็นอาทิตย์ แล้วก็วันนี้เป็นวัดสิ้นสุดการประชุม แต่ว่า ภารกิจอย่างอื่นนั้นยังอยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้การประชุม ก็ได้สำ เร็จลุล่วงไป เพราะฉะนั้นขอปิดประชุม” กิจกรรมที่ ๑๔ ถวายผ้าป่าสามัคคีบำ รุงสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป เวลา ๑๗. ๒๐ น. กิจกรรมถวายผ้าป่า
213 ปฏิญญาออสโล ประเทศนอร์เวย์ การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) สมัยสามัญ ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอรเวย์ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ********* สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สำ นักงานกำกับดูแล พระธรรมทูตไปต่างประเทศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย และสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกับ วัด ไทยนอร์เวย์The Buddhist Federation of Norway สมัชชา สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระธรรมทูตสายประเทศอินเดียเนปาล สมัชชาสงฆ์ไทยในโอเชียเนีย และผู้แทนพระธรรมทูตไทย สายต่างประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยผู้แทนข้าราชการไทยที่ปฏิบัติ หน้าที่ในประเทศนอร์เวย์ได้ร่วมกันจัดประชุมสัมมนาสมัยสามัญ ครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ สหภาพสงฆ์ไทยในทวีป ยุโรป (ส.ธ.ย.) ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันให้ดำ เนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) พัฒนาองค์กรและรูปแบบการดำ เนินงานของคณะ กรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ที่สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์และนโยบายของสำ นักงานกำ กับและดูแล พระธรรมทูตไปต่างประเทศ (๒) ร่วมกันดำ เนินการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลีของคณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ (๓) ส่งเสริมการจัดตั้งสำ นักวิปัสสนากรรมฐาน และ สนับสนุนการดำ เนินการของสำ นักวิปัสสนากรรมฐาน (๔) ดำ เนินการเพื่อให้มีการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยสหภาพสงฆ์ไทยในทวีปยุโรปร่วมกับมหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (๕) ร่วมกับวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย ในการดำ เนินการเพื่อพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ (๖) ร่วมกันจัดงานสัมมนาชาวพุทธนานาชาติ และการ ประชุมสัมมนาสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ (๗) ร่วมกันดำ เนินการกิจกรรมอื่นๆ ที่คณะกรรมการเห็น สมควร
214 [ ๓.๒.๑ ] สรุป การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ วันที่ ๑๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ การประชุมแบ่งเป็น ๒ ช่วง เวลา ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. และ ๑๓.๓๐-๑๗.๐๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานกล่าวต้อนรับ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการสหภาพฯ กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เข้าสู่วาระการประชุม พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ และประธานในที่ประชุม กล่าว เปิดการประชุมและกล่าวอนุโมทนาคณะกรรมการบริหาร ทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ และขออนุโมทนาต่อพระมหา จำ เริญ เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร เจ้าของสถานที่ที่รับ เป็นเจ้าภาพ และขอเปิดการประชุม จากนั้น ท่านได้มอบ หมายให้พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ดำ เนินการประชุมตามวาระต่อไป พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้แจ้งว่า พระเดช พระคุณพระเทพกิตติโมลี ติดภารกิจสำคัญที่เมืองไทยเรื่อง การปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวสวิสประมาณ ๒๐ คน ที่ อำ เภอวังน้ำ เขียว ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม-๕ กุมภาพันธ์จึง ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ท่านได้ฝากให้แสดงความคิด เห็นเต็มที่และเมื่อที่ประชุมมีมติอย่างไรก็พร้อมยอมรับ วาระที่ ๒ ทบทวนการประชุมที่ผ่านมา (๑ ตุลาคม ๒๕๕๗) พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ขอให้ผู้เข้าประชุม พิจารณาวาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ประเทศออสเตรีย ตามเอกสารที่แนบมาถวาย และมีมติให้แก้ไขข้อที่ ๙ จาก ข้อความว่า การประชุมครั้งต่อไป ให้เป็นเป็นหน้าที่ของเขต ๓ นอกจากนั้นไม่มีที่แก้ไข เพียงแต่พระครูวินัยธร สมศักดิ์ ขอ แก้ไขสำ นวน ที่ประชุมมีมติยอมรับบันทึกการประชุมฉบับนี้ วาระที่ ๓ แจ้งความคืบหน้าการพิมพ์หนังสือฐานข้อมูล ส.ธ.ย. โรงพิมพ์ขอข้อมูลให้ครบเพื่อจัดรูปเล่มครั้งเดียว แต่ ขณะนี้รอข้อมูลของพระครูวิเทศธรรมวิทิต เพราะที่ส่งมามี จำ นวนน้อยโรงพิมพ์เตรียมหน้ากระดาษไว้ให้๒ หน้า พระครู วิเทศธรรมวิทิตรับจะรีบเขียนและดำ เนินการส่งให้ ที่ประชุมเห็นว่าการที่เราส่งข้อมูลไปให้โรงพิมพ์จัด อาจทำ ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบติดต่อไป ที่โรงพิมพ์เพื่อขอไฟล์ข้อมูล แล้วนำ มาแก้ไขเอง จากนั้นจึง ส่งให้โรงพิมพ์ดำ เนินการพิมพ์ต่อไป ขณะนี้ที่ประชุม ได้โทรศัพท์ไปถามโรงพิมพ์ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถส่งข้อมูล ให้เรานำ มาจัดเองได้เพราะโปรแกรมการจัดรูปเล่มมีลิขสิทธิ์ เรื่องข้อมูลความถูกต้องขอให้คณะทำ งานนัดมา ตรวจสอบอีกครั้งในวันที่ ๔-๕-๖ กุมภาพันธ์ก่อนงานวันเกิด พระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ขณะอยู่ที่เมืองไทยมี ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งแย้งคำว่า “องค์กรสหภาพฯ” เป็นการใช้คำ ซ้ำกัน จึงขอทราบมติที่ประชุมว่าจะให้ดำ เนินการอย่างไร ที่ ประชุมเห็นว่าควรคงไว้ตามกฎระเบียบซึ่งไม่มีคำว่าองค์กร มี แต่คำว่า “สหภาพ......” เท่านั้น ขณะนี้มีการแต่งตั้งผู้ที่เป็นประธานสำ นักงานกำกับ ดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศรูปใหม่จะให้เปลี่ยนข้อมูลใน หนังสือหรือไม่ ที่ประชุมเห็นว่าควรคงไว้ตามนั้น เพราะข้อมูล หนังสือระบุว่าพิมพ์ในปี๒๕๕๗
215 วาระที่ ๔ ติดตามการทำ งานร่วมกับมหาวิทยาลัย มหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า เมื่อคราวประชุมสมัย สามัญครั้งที่แล้ว มหาจุฬาฯ ได้ขอให้ส.ธ.ย. ทำ งานร่วมกัน ๖ ข้อ แต่ที่ประชุมเห็นว่ายังมีข้อมูลที่ไม่ครบเพื่อประกอบการ พิจารณา จึงขอให้กองงานเลขาฯ ติดต่อขอข้อมูลรายละเอียด เพิ่มเติม เมื่อทางเลขาฯ ส่งบันทึกการประชุมไปให้แล้วก็ไม่มี การตอบกลับมา พระครูสุตพุทธิธัชรับจะดำ เนินการติดตาม เรื่องนี้เอง วาระที่ ๕ ติดตามการทำ งานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ไทยในทวีปยุโรป พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่าเรื่องความคืบหน้าการ ทำ งานกับสถานทูตนั้น พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีได้ ติดตามงานกับ ฯพณฯ เฉลิมพล ทันจิตต์ เอกอัครราชทูต ไทย ณ กรุงเบิร์น ซึ่งท่านให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับ เรื่องกฎระเบียบว่าด้วยการก่อตั้งพุทธสมาคมหรือวัดในต่าง ประเทศนี้มาก โดยท่านพร้อมจะให้ความร่วมมือในการติดต่อ ประสานงานไปยังสถานทูตอื่นๆ ในทวีปยุโรป และพร้อมจะ ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศและสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติเมื่อร่างกฎระเบียบฯ ฉบับนี้ได้ผ่าน การประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ ครั้งนี้แล้ว เพื่อ ให้การดำ เนินงานมีน้ำ หนักมากขึ้น ที่ประชุมเห็นว่า เมื่อวาระการประชุมครั้งนี้ผ่านไป แล้วขอให้ทำ หนังสือลงนามโดยพระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. ถึง ฯพณฯ เฉลิมพล ทันจิตต์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น เพื่อให้ท่านดำ เนินการตามขั้นตอนต่อไป วาระที่ ๖ เลื่อนกำ หนดการวันประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ พระครูวิเทศธรรมวิทิต รองประธานสหภาพพระธรรม ทูตฯ รูปที่ ๒ แจ้งว่า เดิมทีจะมีการจัดประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ที่วัดไทยนอร์เวย์วันที่ ๒๒-๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ แต่ทางวัดไม่พร้อมจึงขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๑๙ - ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ ที่ประชุมมีมติรับทราบและตกลงตามนั้น วาระที่ ๗ การจัดงานทำ บุญวันเกิด ๘๕ ปี ถวายพระเดช พระคุณพระเทพพุทธิมงคล การจัดงานวันเกิดถวายพระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. ซึ่งกำ หนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ศกนี้ ที่ประชุมสหภาพพระธรรมทูตฯ มีมติให้จัดงานร่วมกับ คณะศิษยนุศิษย์ทุกท่าน และอาศัยมติที่ประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่วัดสันติวราราม ให้แต่ละวัดที่มีคณะ กรรมการบริหารสหภาพฯ จัดต้นผ้าป่าสามัคคีไปทอดถวาย วัดละ ๑,๐๐๐ ยูโร โดยการออกจดหมายเวียน แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ๑. ส่งถึงกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ทุกท่าน ๒. ส่งถึงวัดในทวีปยุโรปทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่ได้ เป็นสมาชิก โดยมีข้อความระบุว่าจะมีการทอดผ้าป่าสามัคคีแยก ออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกเป็นผ้าป่าสามัคคีสนับสนุน ส.ธ.ย. และส่วนที่ ๒ ทอดถวายส่วนตัวพระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. ในจดหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ลงนามโดย พระครูวิเทศธรรม วิทิต รองประธานฯ รูปที่ ๒ ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด ในการนี้พระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. ขอนิมนต์ คณะกรรมการบริหารฯ ทุกรูป ฉันภัตตาหารเพลและรับ เครื่องไทยธรรมด้วย วิธีปฏิบัติเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ขอให้ พิธีกรแนะนำ แต่ละวัดที่มาถึงแล้วให้ลงทะเบียนที่โต๊ะลง ทะเบียน แล้วจัดเข้าถวายผ้าป่าสามัคคีและถวายมุทิตาสักกา ระตามลำดับ ของที่ระลึกในนามสหภาพพระธรรมทูตฯ ถวายพระ เดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. นั้นจะมีการพูดกันนอกรอบหลัง จากประชุมเสร็จแล้ว วาระที่ ๘ แจ้งความคืบหน้า ร่างกฎระเบียบว่าด้วยการก่อ ตั้งพุทธสมาคมหรือวัด ที่ประชุมได้พิจารณาศึกษาร่างกฎระเบียบว่าด้วย การก่อตั้งพุทธสมาคมหรือวัด โดยมีมติยอมรับข้อความที่คุณ
216 ทวีเกียรติเจนประจักษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา ประจำสถาน เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ได้เพิ่มเติมในข้อที่ ๖ ให้ใส่ คำว่า “มิได้” หน้าข้อความ....เป็นพุทธสมาคมที่ก่อตั้งขึ้นโดย พุทธศาสนิกชนชาวไทย... ส่วนหมวดที่ ๒ หัวข้อที่ปรึกษาและผู้ตรวจสอบ การก่อตั้งพุทธสมาคมไทยนั้น ท่านได้แจ้งให้ทราบว่า ในชั้น นี้ กระทรวงการต่างประเทศ เพียงแต่แจ้งให้เอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่มีดุลพินิจในการเป็นที่ปรึกษาของวัดไทยอย่าง ไม่เป็นทางการเท่านั้น ซึ่งมีผลทำ ให้การกำ หนดในร่างกฎ ระเบียบฯข้อ ๗.๑ และ ๗.๒ ที่ระบุให้เอกอัครราชทูตและกงสุล ใหญ่ประจำ ประเทศนั้นๆ เป็นที่ปรึกษาและตรวจสอบการก่อ ตั้งพุทธสมาคมไทย โดยตำแหน่งนั้น เอกอัครราชทูตและกงสุล ใหญ่ในประเทศต่างๆ คงไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบข้อนี้ได้ โดยความเห็นส่วนตัวของท่านเห็นว่า หากจะให้ร่าง กฎระเบียบฯ ฉบับนี้มีผลปฏิบัติได้กับเอกอัครราชทูตและ กงสุลใหญ่ต่างๆ ก็อาจพิจารณาปรับข้อความในข้อ ๗.๑ และ ๗.๒ เป็นดังนี้ ๗.๑ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปในเขตปก ครองนั้นๆ อาจพิจารณาเชิญเอกอัครราชทูตประจำ ประเทศ นั้นๆ หรือกงสุลใหญ่ประจำ เมืองต่างๆ แห่งประเทศนั้นๆ ร่วม เป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้ให้ความเห็นข้อแนะนำ ในการก่อตั้ง พุทธสมาคมหรือวัดไทย ทั้งนี้ เว้นแต่ว่าในอนาคตกระทรวงการต่างประเทศจะ ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพระพุทธศาสนาเพื่อ จัดระเบียบการก่อตั้งพุทธสมาคมหรือวัดไทยในต่างประเทศให้ เป็นรูปร่างหรือกฎระเบียบชัดเจนก็สามารถแก้ไขปรับปรุงร่าง กฎระเบียบฯ ฉบับนี้ให้เหมาะสมทันสมัยขึ้นใหม่ได้ในภายหลัง วาระที่ ๙ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) (๑) ที่ประชุมมีมติเสนอชื่อคณะกรรมการบริหารสหภาพ พระธรรมทูตฯ เพื่อขอรับรางวัลต่างๆ ในนามองค์กร ดังนี้ ๑. พระครูธรรมธร ไพทูล ขอรับรางวัลผู้นำ พุทธ โลก โดยให้รีบทำ เรื่องเสนอขอในตอนนี้ เพื่อให้ทันการณ์ถ้า ผ่านการพิจารณาจะต้องเข้ารับในงานวันมาฆบูชา ๒. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ขอรับรางวัลผู้ทำคุณ ประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา (เสาเสมาธรรมจักร) ถ้าผ่าน การพิจารณาจะต้องเข้ารับในงานวันวิสาขบูชา (๒) ที่ประชุมเห็นว่าควรขอแต่งตั้ง-เลื่อนสมณศักดิ์ และรางวัลต่างๆ ในนาม ส.ธ.ย. ทุกๆ ปีส่วนจะได้รับการ พิจารณาหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (๓) พระครูธรรมธร ไพทูล สอบถามพระเดชพระคุณ ประธาน ส.ธ.ย. เรื่องจดหมายแจ้งขอเงินสนับสนุนการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาจากสำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าปีนี้ ได้รับหรือไม่? พระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. ตอบว่าได้รับ จดหมายแจ้งมาแล้ว แต่ตอนนี้หมดเขตขอรับเงินอุดหนุนแล้ว ที่ประชุมเห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาอย่างนี้อีกขอให้ กองงานเลขาฯ ประสานงานกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องว่าใน ทวีปยุโรปสามารถขอรับเงินสนับสนุนได้กี่วัด และการดำ เนิน การนั้นอยู่ในช่วงใด เรื่องของบสนับสนุนการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี โดยปกติขอจาก ๔ แหล่ง คือ ๑. สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ๒. กรมการศาสนา ๓. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณฯ ๔. กรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมสภาผู้แทนราษฎร มติที่ประชุมมีมติให้ดำ เนินการขอตามที่เคยปฏิบัติมา ยกเว้นกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมสภาผู้แทน ราษฎร เพราะขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร แต่ขอให้แจกแจง รายละเอียดการใช้งบประมาณในโครงการของบฯ ให้ชัดเจน (๔) ที่ประชุมรับทราบการลาออกจากตำแหน่งของ พระมหาทองนาค นาควโร ซึ่งได้ยื่นจดหมายลาออกจากทุก ตำแหน่งที่มีอยู่ใน ส.ธ.ย. มติที่ประชุมยังไม่อนุมัติ โดยขอให้ กลับไปทบทวนก่อนและให้ผู้ที่ใกล้ชิดช่วยพูดคุยให้ยกเลิกการ ตัดสินใจ (๕) ที่ประชุมมีมติให้ทำ ใบตราตั้งคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตฯ ประจำแผนกต่างๆ แล้วทำ พิธี มอบในการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีแครั้งต่อไป (๖) พระครูธรรมธร ไพทูลขอให้มีผู้ช่วยถอดเทปและ
217 ติดตามเอกสารการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีที่เบลเยียม เพื่อจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มสำ หรับแจกในการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีครั้งต่อไป (๗) ที่ประชุมมีมติให้จัดงานถวายมุทิตาสักการะ ในนามสหภาพพระธรรมทูตฯ แก่คณะกรรมการบริหารสห ภาพฯ ที่ได้รับแต่งตั้ง-เลื่อนสมณศักดิ์ ในการประชุมสมัย สามัญประจำ ปีครั้งหน้า โดยทำ เป็นสารแสดงความยินดีใน นามพระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. และควรมีช่อดอกไม้ ถวายมุทิตาแด่ท่านเหล่านั้นด้วย (๘) พระครูกิตติธรรมวิเทศ หัวหน้าฝ่ายเหรัญญิกแจ้ง ให้ทราบดังนี้ (ก) การจัดเก็บเงินสมาชิก ส.ธ.ย. ให้ฝ่ายเลขาฯ ออกจดหมายแจ้งข่าวไปก่อนการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี โดยการส่งจดหมายพร้อมแบบฟอร์มแจ้งเตือนตามเวลาที่จะ ได้กำ หนดไว้ในปฏิทิน (ข) รายงานสถานะการเงินขณะนี้มีเงินสดในบัญชี จำ นวน ๙,๙๒๐ ยูโร, ๔,๕๕๐ โครนเนอร์(นอร์เวย์), ๑,๕๗๐ สวิสฟรังค์. (๙) ที่ประชุมมีมติให้คณะทำ งานจัดทำ บันทึกการ ประชุมสมัยสามัญประจำ ปีและสรุปรายงานผลการปฏิบัติ งานของสหภาพพระธรรมทูตฯ ต่อมหาเถรสมาคม และ สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติภายใน ๒ เดือน (๑๐) พระครูวิเทศธรรมวิทิตในฐานะเจ้าภาพจัดการ ประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งตอไปขอทราบมติที่ประชุมใน ประเด็นต่างๆ ซึ่งได้ข้อยุติดังนี้ (ก) การนิมนต์พระมหาเถระมาในงานการประชุม นั้นขอให้นิมนต์ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปจริงๆ เท่านั้น เพราะไม่ใช่การ ประชุมใหญ่ (ข) การออกแบบป้ายใหญ่การประชุมนั้นขอให้ ประสานงานกับพระครูวินัยธร สมศักดิ์ (๑๑) ที่ประชุมมีมติให้แบ่งเขตการปกครองในทวีป ยุโรปทั้งหมดไว้ให้เรียบร้อย โดยไม่ต้องเสียเวลาแบ่งในภายหลัง เมื่อมีวัดเกิดขึ้นแล้วในประเทศนั้นๆซึ่งมีข้อกำ หนด ๒ อย่างคือ ๑. กำ หนดตามเขตที่อยู่ใกล้เคียงกัน ๒. กำ หนดตามเขตปกครองของฝ่ายบ้านเมือง คือ สถาน ทูตไทยและสถานกงสุลไทย เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งเขตได้ดังนี้ เขตปกครองที่ ๑ ประกอบด้วย ประเทศเนเธอร์แลนด์, ประเทศเบลเยียม, ประเทศ ฝรั่งเศส, ประเทศลักซัมเบอร์ก, ประเทศสเปน, ประเทศ โปรตุเกส, และประเทศโมนาโค. เขตปกครองที่ ๒ ประกอบด้วย ประเทศเยอรมนี, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ประเทศ ริกเตนสไตน์, ประเทศออสเตรีย, ประเทศอิตาลี, ประเทศ สาธารณรัฐเช็ก, ประเทศฮังการีประเทศโปแลนด์, ประเทศ โลมาเนีย, ประเทศมอลโดวา, ประเทศมอลตา, ประเทศ กรีซ, ประเทศคอซอวอ, ประเทศโครเอเชีย, ประเทศซานมา รีโน, ประเทศเซอร์เบีย, ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, ประเทศบัลแกเรีย, ประเทศสโลวเกีย. และประเทศสโลวีเนีย เขตปกครองที่ ๓ ประกอบด้วย ประเทศสวีเดน, ประเทศนอร์เวย์, ประเทศเดนมาร์ก, ประเทศฟินแลนด์, ประเทศไอซ์แลนด์, ประเทศรัสเซีย, ประ เทศลัทเวีย, ประเทศเอชทูเนีย, ประเทศมอนเตเนโกร, ประ เทศเบลารุส, และประเทศยูเครน ที่ประชุมมีมติให้คณะทำ งานจัดทำ ปฏิทินหรือ ตารางการปฏิบัติงานของสหภาพพระธรรมทูตฯ ในรอบปี เพื่อให้การทำ งานแต่ละอย่างเสร็จเรียบร้อยตามกำ หนด ดัง เอกสารแนบท้ายนี้ จบแล้ว พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส กราบ อาราธนาพระเดชพระคุณประธาน ส.ธ.ย. กล่าวปิดการ ประชุม โดยท่านได้กล่าวขอบคุณอุโมทนาแก่ทุกท่านที่เข้า ร่วมประชุม และอนุโมทนากับวัดพุทธวิหารโดยการนำของ พระจำ เริญ เขมวีโรเจ้าอาวาสคณะสงฆ์คณะอุบาสกอุบาสิกา และคณะแม่ครัว เป็นต้น พร้อมกับกล่าวปิดการประชุม พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้บันทึกการประชุม พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีผู้ช่วยเลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้ตรวจทานบันทึกการประชุม
218 [ ๓.๒.๒ ] สรุป การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญครั้งที่ ๒/๒๕๕๘ ณ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ วันที่ ๒๙-๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ เริ่มประชุม เวลา ๑๕.๐๐-๑๒.๐๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานกล่าวต้อนรับ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการสหภาพฯ กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้กล่าวต้อนรับสมา ชิกฯ และเปิดการประชุมในครั้งนี้ พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. และประธานในที่ประชุม กล่าวต้อนรับและอนุโมทนา บุญกับคณะกรรมการบริหารทุกๆ ท่านที่เข้าเสียสละเวลามา ร่วมประชุมในครั้งนี้และกล่าวเปิดการประชุม จากนั้น ท่าน ได้มอบหมายให้พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ดำ เนินการประชุมตามวาระ สืบต่อไป พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีรองประธาน ส.ธ.ย. รูปที่ ๑ ติดศาสนกิจสำคัญที่เมืองไทย จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ท่านได้ฝากให้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ และเมื่อที่ประชุมมี มติอย่างไรก็พร้อมยอมรับโดยท่านจะกลับมาสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ศกนี้ วาระที่ ๒ ทบทวนการประชุมที่ผ่านมา (๑๕ มกราคม ๒๕๕๘) พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ขอให้ผู้เข้าประชุม พิจารณาวาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ ที่วัดพุทธวิหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์ตาม เอกสารที่แนบมาถวาย พระครูสุตพุทธิธัช แจ้งว่าตามที่มติที่ประชุมให้ช่วยติดต่อ ประสานงานในการทำ งานร่วมกับ มจร. นั้นยังไม่มีความคืบหน้า พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ตามมติที่ประชุมให้ ติดต่อเพื่อยับยั้งเรื่องการลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร ส.ธ.ย. นั้น ท่านยืนยันว่าขอช่วยงานอยู่เบื้องหลังจะสะดวกกว่า และอีกเรื่องหนึ่ง พระครูธรรมธร ไพทูล ขอขอบคุณ ที่องค์กรเสนอรายชื่อเพื่อเข้ารับรางวัลผู้นำ พุทธโลก และได้ รับเรียบร้อยเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ที่ผ่านมา ในส่วนการเสนอชื่อของท่านพระมหาจำ เริญ เขมวีโร ที่ประชุมมีมติให้ขอรับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธ ศาสนา (เสาเสมาธรรมจักร) นั้น ข้อมูลส่งไปไม่ทัน ขอให้ เตรียมการใหม่ในครั้งต่อไป พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีเสนอต่อที่ประชุมว่า เพื่อไม่ให้การส่งประวัติล่าช้าอีก ขอให้เรากำ หนดเพิ่มเข้าไป ในตารางปฏิบัติงานประจำ ปีส.ธ.ย. เช่น ช่วงส่งเอกสารขอ แต่งตั้ง-เลื่อนสมณศักดิ์และขอเสนอชื่อรับรางวัลต่างๆ ใน นาม ส.ธ.ย. ของทุกๆ ปีส่วนจะได้รับการพิจารณาหรือไม่เป็น อีกเรื่องหนึ่ง พระครูกิตติธรรมวิเทศ เสนอว่า ขอให้เพิ่มตารางแจ้ง ข่าวการจ่ายค่าสมาชิกประจำ ปีในปฏิทินด้วย ที่ประชุมเห็นว่า ควรแจ้งสมาชิกไปพร้อมกับจดหมายเชิญประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีของแต่ละปี ที่ประชุมมีมติให้ทำ ใบตราตั้งคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ประจำแผนกต่างๆ แล้วทำ พิธี มอบในการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีที่วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ ส่วนการมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้มีอุปการคุณต่อ สหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ของแต่ละเขตนั้น ที่ประชุมมีมติ ให้รอไปก่อน แต่ให้วัดที่เป็นเจ้าภาพในปีนี้พิจารณาเสนอชื่อผู้ ที่มีความเหมาะสมเข้ารับได้
219 ที่ประชุมเห็นว่า ควรจัดทำ รายชื่อวัดหรือบุคคลที่ เป็นสมาชิกแต่ละประเภทให้ชัดเจน นอกจากนั้นไม่มีที่แก้ไข เพียงแต่พระครูวินัยธร สม ศักดิ์ สกฺกเมธีขอแก้ไขสำ นวน ที่ประชุมมีมติยอมรับบันทึก การประชุมฉบับนี้ วาระที่ ๓ แจ้งความคืบหน้าการพิมพ์หนังสือฐานข้อมูล ส.ธ.ย. ขณะนี้โรงพิมพ์ได้พิมพ์ได้พิมพ์หนังสือฐานข้อมูลสห ภาพฯ สำ เร็จแล้ว และพระครูวิเทศธรรมวิทิตได้สำ รองจ่าย ค่าหนังสือไปก่อนเรียบร้อยแล้ว และให้นำ ไปฝากไว้กับพระ เดชพระคุณพระเทพกิตติโมลีที่วัดเบญจมบพิตร ส่วนที่เหลือ พระครูวิเทศธรรมวิทิตได้นำกลับมาก่อน เพื่อเสนอที่ประชุม ในครั้งนี้ส่วนที่เมืองไทยจะเริ่มทยอยส่งตามมา เพื่อเตรียมไว้ แจกในงานประชุมสมัยสามัญที่วัดไทยนอร์เวย์ และนำ ไปให้ วัดต่างๆ ในนามของวัดสมาชิก ส.ธ.ย. ต่อไป พระครูกิตติธรรมวิเทศ เสนอแนะนำว่า ในหนังสือ ควรมีข้อมูลวัดมากกว่านี้ เพราะที่มีเหมือนเป็นการนำ นามบัตรมาเรียงกันเท่านั้น คณะทำ งานเสนอว่า ขณะนี้ขอให้ เอาเท่าที่มีก่อน เพราะการติดต่อขอข้อมูลลำ บากมาก ส่วน เรื่องที่เสนอมาค่อยแก้ไขปรับปรุงในการพิมพ์ครั้งต่อไป พระครูศรีญาณวิเทศ จะทำ บุญฉลองครบรอบ ๑๕ ปีวัดพุทธาราม ฟินแลนด์และพิธีฉลองอายุวัฒนมงคล ๖๐ ปีในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ศกนี้ ขออนุญาตนำ หนังสือระบบ ฐานข้อมูลสหภาพฯ ไปแจกในงานก่อนจำ นวน ๓๐๐ เล่ม ที่ ประชุมมีมติอนุมัติ วาระที่ ๔ ติดตามความคืบหน้าการเตรียมงานการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีที่วัดไทยนอร์เวย์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต ขอบคุณที่คณะกรรมการที่ ไว้วางใจให้วัดไทยนอร์เวย์เป็นเจ้าภาพ แต่จะปรึกษากับวัดใน เขตปกครองที่ ๓ ทุกวัดให้ร่วมมือกัน และแจ้งเรื่องต่างๆ ให้ที่ ประชุมทราบดังต่อไปนี้ พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ ได้เสนอขอเป็นผู้ ประสานในการของบประมาณสนับสนุนการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ที่วัดไทยนอร์เวย์ที่เราส่งไปแล้ว แต่ ยังไม่มีการตอบรับ โดยท่านจะช่วยติดตามเรื่องให้ เพียงขอให้ ทำจดหมายนำ โครงการฯ และกำ หนดการมาให้ท่านอีกครั้ง พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิได้แนะนำว่า ถ้าเรา ของบประมาณจากสำ นักงานพระพุทธฯ และมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณฯ ก็ควรนิมนต์/เชิญท่านมาร่วมงานด้วย โดย เฉพาะ ผอ. และอธิการบดีมจร. อีกอย่างหนึ่งในขณะนี้มีพระผู้ใหญ่จากสมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกา สนใจต้องการมาประชุมด้วยหลายรูป แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเรามีมติให้จัดประชุมเล็ก เมื่อเป็นเช่นนี้คงจะ จัดเล็กไม่ได้ พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอเพิ่มเติมว่า ในตอน นี้ถ้าจะจัดใหญ่ทางวัดไทยนอร์เวย์ก็มีความพร้อมในระดับ หนึ่งแล้ว ในเรื่องอาหารและที่พักนั้นทางวัดได้จัดเตรียมไว้ ประมาณ ๗๐ ห้อง ถ้าได้งบประมาณมาก็จะยิ่งง่ายต่อการ บริหารจัดการ พระครูวิเทศธรรมวิทิต แจ้งว่า ขณะนี้ได้รับเงิน บริจาคจากสหภาพชาวพุทธ(Buddhistforbundet)แล้ว ๕๐,๐๐๐ โครนเนอร์ประมาณ ๔,๐๐๐ ยูโร ตามธรรมดาสหภาพฯ จะจัดงบกลางสนับสนุนการ ประชุมสมัยสามัญให้วัดเจ้าภาพ ๒.๐๐๐ ยูโร ที่ประชุมมีมติว่า ให้วัดที่มีกรรมการบริหารอยู่บริจาค สนับสนุนการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี อย่างน้อยวัดละ ๕๐๐ ยูโร
220 ที่ประชุมแสดงความคิดเห็นเรื่องเงินที่จะได้มาอย่างกว้าง ขวาง แต่สุดท้ายมีมติให้วัดเจ้าภาพเป็นผู้รับ เพื่อนำ ไปเป็นค่า ใช้จ่าย แต่ถ้าเหลือทางเจ้าภาพจะมอบให้สหภาพฯ บ้างก็เป็น น้ำ ใจของเจ้าภาพเอง และควรทำ บัญชีรายรับรายจ่ายให้ ชัดเจนแล้วเสนอให้ที่ประชุมรับทราบในการประชุมครั้งต่อไป ยกเว้นกรณีการจ่ายค่าบำ รุงสมาชิกเป็นรายปีที่ฝ่ายเหรัญญิก เป็นผู้รับ ที่ประชุมมีความกังวลว่า ถ้าเป็นการจัดประชุมใหญ่ แต่งบประมาณได้มาไม่เต็มที่เราจะมีการพิจารณาช่วยเหลือ กันอีกในภายหลัง สรุปว่า ให้ใช้คำว่าประชุมเล็ก แต่ถ้าจัดแล้ว จะกลายเป็นการประชุมใหญ่ก็ให้เป็นไปตามสถานการณ์ ในการประชุมครั้งนี้จะมีการทำสูจิบัตร เพื่อรวบรวม เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นการอนุโมทนาบุญกับ ท่านเจ้าภาพ รวมทั้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแผนกต่างๆ เป็นต้น วาระที่ ๕ สรุปรวมเล่มหนังสือการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีที่วัดธัมปทีป เบลเยียม พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ในการประชุมสมัย สามัญเรามีมติให้จัดรวมเล่มสาระสำ คัญการประชุมสมัย สามัญปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญดังนี้ การถอดเทปบันทึกการประชุม พระมหาสังวรญ์ เทศนำ รับผิดชอบและดำ เนินการ การติดตามเรื่องสารสมเด็จฯ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ รับผิดชอบและดำ เนินการ คำกล่าวรายงาน พระครูธรรมธร ไพทูล รับผิดชอบ และดำ เนินการ คำ บรรยายของพระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (พยอม) รับผิดชอบและดำ เนินการ คำกล่าวเปิดงานของ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์พระครูธรรมธร ไพทูลรับผิดชอบและดำ เนินการ คำกล่าวต้อนรับของ Mr. Waldimar Van der Elst พระครูวินัยธร สมศักดิ์รับผิดชอบและดำ เนินการ ส่วนงานที่เหลือ เช่น การออกแบบรูปเล่ม การจัดรูป แบบ คำ นำ สารบัญ พิสูจน์อักษร รวมเรื่องอื่นๆ และดำ เนิน การจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม เป็นต้น ให้กองงานเลขานุการและ ฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบและดำ เนินการ วาระที่ ๖ ติดตามการดำ เนินงานตามปฏิทินการปฏิบัติงาน ส.ธ.ย. พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่าที่ประชุมมีมติให้คณะ ทำ งานจัดทำ ปฏิทินหรือตารางการปฏิบัติงานของสหภาพ พระธรรมทูตฯ ในรอบปี เพื่อให้การทำ งานแต่ละอย่างเสร็จ เรียบร้อย ใครมีอะไรที่เห็นว่าควรเพิ่มเติมจากการประชุมครั้ง ที่แล้วก็นิมนต์ได้ พระครูวินัยธร สมศักดิ์ เสนอว่า ขอให้พวกเราทำ ใน เรื่องเหล่านี้ให้ได้คือ ๑. ฟอร์มรูปแบการปฏิบัติศาสนกิจ ๒. สร้างองค์กรให้มีรูปแบบการปฏิบัติงานประจำ ปีอย่าง ชัดเจน ๓. ให้แต่ละวัดสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบปี ๔. ให้แต่ละเขตปกครองไปมาหาสู่กันหรือถ้าข้ามเขตได้ก็ยิ่งดี และในแต่ละปีองค์กรสหภาพฯ ต้องทำ ใน ๓ เรื่องนี้เพื่อ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ว่าองค์กรของเรามีตัวตนอยู่จริง คือ ๑. ขอเสนอแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ในนามองค์กร ๒. ขอเสนอรับเงินอุดหนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาว่า ในแต่ละปีมีโควต้าให้กี่วัด ๓. ขอเสนอชื่อรับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร และรางวัล ผู้นำ พุทธโลก
221 วาระที่ ๗ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) (๑) พระครูศรีญาณวิเทศ จะทำ บุญฉลองครบรอบ ๑๕ ปีวัดพุทธาราม ฟินแลนด์และพิธีฉลองอายุวัฒนมงคล ๖๐ ปีในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ศกนี้ขอนิมนต์คณะกรรมการ บริหารทุกรูป ทางวัดพร้อมอำ นวยความสะดวกตามสมควร (๒) ที่ประชุมมีมติให้ช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวที่ ประเทศเนปาลในนามสหภาพฯ จำ นวนเงิน ๓,๐๐๐ ยูโร โดยให้สหภาพฯ สำ รองจ่ายไปก่อน และให้พระเดชพระคุณ ประธาน ส.ธ.ย. ออกจดหมายนำถึงพระเดชพระคุณพระ พรหมสิทธิซึ่งมอบหมายให้พระครูสุตพุทธิธัช รับผิดชอบและ ดำ เนินการ (๓) พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธีแจ้งต่อที่ประชุม ว่า ขณะนี้วัดธัมมปทีปได้เริ่มดำ เนินการซื้อที่ดินขยายวัด ธัมมปทีป ในเนื้อที่ ๗.๖ ไร่ โดยสนนราคาทั้งหมดประมาณ ๘๗๐,๐๐๐ ยูโร (แปดแสนเจ็ดหมื่นยูโรถ้วน) โดยได้กู้ยืมเงิน จากธนาคารและได้รับอนุมัติการปล่อยเงินกู้จากธนาคารแล้ว ประมาณ ๖๓๒,๐๐๐ ยูโร (หกแสนสามหมื่นสองพันยูโรถ้วน) ส่วนเรื่องการผ่อนส่งธนาคารนั้นจะตกอยู่ประมาณ เดือนละ ๔,๒๐๐ ยูโร (สี่พันสองร้อยยูโรถ้วน) โดยทางวัดได้จัด ทำ โครงการ “ต้นทุน ต้นบุญ” จะเปิดโอกาสให้ญาติโยมร่วม ทำ บุญบริจาคโดยผ่านธนาคารโดยอัตโนมัติท่านละ ๑๐ ยูโร ซึ่งกำ หนดไว้ ๔๐๐ คน ซึ่งจะเป็นการลดภาระการผ่อนจ่าย ธนาคาร และในขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์แล้วประมาณ ๒๐๐ กว่าคน และได้เสนอข้อแนะนำว่า ถ้าแต่ละวัดจะซื้อที่ดิน เพื่อขยายวัดและสร้างวัดใหม่ ควรจำต้องขอความชัดเจนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำ เภอ หรือจังหวัดนั้นๆ เพื่อเป็น หลักป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะมีในอนาคต เช่นควรได้คำตอบ ก่อนซื้อ ดังนี้ ๑. ที่ดินที่จะซื้อสามารถสร้างวัดไทยได้หรือไม่? ๒. ถ้ามีอาคารอยู่แล้ว สามารถจะปรับปรุงและก่อสร้าง เพิ่มเติมได้หรือไม่? ๓. สามารถจัดพิธีกรรมทางศาสนาและกิจกรรมต่างๆ ได้ หรือไม่? ๔. และหากโซนที่เราจะซื้อไม่ใช่โซนเพื่อสังคม (Public Zone) จะสามารถเปลี่ยนโซนได้หรือไม่ เพื่อประโยชน์อยู่ อาศัยและจัดพิธีกรรมและกิจกรรมทางศาสนา? พระครูสุตพุทธิธัช แจ้งว่า ขณะนี้วัดพุทธาราม สวีเดน มีโครงการขยายวัดสาขาแห่งใหม่ซึ่งอยู่ไปทางเหนือ สุด ชื่อเมือง Boden ซึ่งเป็นสถานที่ของทหารเก่ามีอายุ ประมาณ ๑๑๐ ปีและมีเนื้อที่ใช้สอยกว้างขวางมาก ประมาณ ๓,๐๐๐ ตารางเมตร และได้ดำ เนินการซื้อเรียบร้อยแล้ว ใน วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ โดยพระผู้ใหญ่ให้ความเห็นชอบ แล้ว และท่านพระครูฯ ได้นำกราบเรียนพระเดชพระคุณพระ พรหมสิทธิ ประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศ กรรมการมหาเถระสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และได้นำ กราบเรียนถวายรายงานเจ้าประคุณสมเด็จพระ มหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สรุป สนนราคาโดยประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ โครน (หกแสนโครนโดย ประมาณ) มูลค่าของอาคารและที่ดินโดยประมาณ เจ็ดสิบ ล้านโคน และยังต้องใช้งบประมาณในการปรับปรุงอาคาร สถานที่ คิดว่าต้องใช้เงินประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ โครน (ห้า ล้านโครนโดยประมาณ) พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส กราบอาราธนาพระ เดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. ปิดการประชุม พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้บันทึกการประชุม พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีผู้ช่วยเลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้ตรวจทานบันทึกการประชุม
222 [ ๓.๒.๓ ] สรุป การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ ณ วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ วันที่ ๑๔-๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ประชุมเวลา ๑๕.๐๐-๒๓.๐๐ น. วาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานกล่าวต้อนรับ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการสหภาพฯ กราบอาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้กล่าวต้อนรับสมา ชิกฯ และเปิดการประชุมในครั้งนี้ พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. และประธานในที่ประชุม กล่าวต้อนรับและอนุโมทนาบุญ กับคณะกรรมการบริหารทุกๆ ท่านที่เข้าเสียสละเวลามา ร่วมประชุมในครั้งนี้และกล่าวเปิดการประชุม จากนั้น ท่าน ได้มอบหมายให้พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ดำ เนินการประชุมตามวาระ สืบต่อไป พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ได้แจ้งต่อที่ประชุม ว่า พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโมลี รองประธาน ส.ธ.ย. รูปที่ ๑ ติดศาสนกิจสำคัญไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ ท่านได้ฝากให้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ และเมื่อที่ประชุมมีมติ อย่างไรก็พร้อมยอมรับทุกประการ วาระที่ ๒ ทบทวนการประชุมที่ผ่านมา (๒๙-๓๐ เมษายน ๒๕๕๘) พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส ขอให้ผู้เข้าประชุม พิจารณาวาระการประชุมในครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ ที่วัดพุทธวิหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์ตาม เอกสารที่แนบมาถวาย ที่ประชุมมีมติยอมรับบันทึกการประชุมฉบับนี้ เพียง แต่พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีขอแก้ไขสำ นวนก่อน ๓. ความคืบหน้าการเตรียมจัดประชุมสมัยสามัญที่วัดไทยนอร์เวย์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต หลังจากที่คณะกรรมการ สหภาพฯ ไว้วางใจให้วัดไทยนอร์เวย์เป็นเจ้าภาพ จะได้นัด ประชุมปรึกษากับวัดในเขตปกครองที่ ๓ ทั้งหมด ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ศกนี้เพื่อขอความร่วมมือกันในการจัดประชุมต่อไป หลังจากที่พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ ได้ ประสานในการของบประมาณสนับสนุนการประชุมสมัย สามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ที่วัดไทยนอร์เวย์ ที่เราส่ง ไปแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากสำ นักงานพระ พุทธฯ และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดย ท่านอธิการบดี มจร. จะมาร่วมงานด้วย ซึ่งน่าจะได้รับงบ ประมาณสนับสนุนมากพอสมควร อีกอย่างหนึ่งในขณะนี้มีพระผู้ใหญ่จากสมัชชาสงฆ์ ไทยในสหรัฐอเมริกา สนใจต้องการมาประชุมด้วยหลายรูป โดยเฉพาะกรรมการบริหารทั้งหมด และท่านอื่นๆ ด้วย ตาม ที่ได้ส่งรายชื่อมาก่อนและจะทยอยส่งมาเรื่อยๆ วาระที่ ๔. ทบทวนปรับหัวข้อวาระการประชุมสมัยสามัญที่ วัดไทยนอร์เวย์ พระครูวิเทศธรรมวิทิต แจ้งว่า หลังจากที่เราได้ ประชุมเพื่อกำ หนดขอบข่ายหรือกำ หนดหัวข้อการประชุม ครั้งก่อนแล้ว ขณะนี้ได้รับการติดต่อจากผู้เข้าร่วมประชุมซึ่ง เป็นผู้ใหญ่ ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์จากหลายประเทศทุก ทวีปทั่วโลก เมื่อท่านเหล่านั้นมาแล้วควรให้บทบาทแก่ท่าน ที่ประชุมจึงได้ฉายเครื่องโปรเจ๊กเตอร์ เพื่อให้คณะ กรรมการทุกท่านพิจารณาแก้ไขปรับปรุงไปพร้อมๆ กัน ตาม กำ หนดการที่ปรากฏ (ไม่ได้แนบมา)
223 วาระที่ ๕. พิจารณานิมนต์/เชิญผู้เข้าประชุมสมัยสามัญที่ วัดไทยนอร์เวย์ นอกจากสมาชิก ส.ธ.ย. พระครูวิเทศธรรมวิทิต เสนอว่า ในขณะนี้มีพระ ผู้ใหญ่จากสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สนใจต้องการมา ประชุมด้วยหลายรูป โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหารสมัชชา สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมจำ นวน มาก นอกเหนือจากพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เช่น ประเทศไทย อินเดีย เนปาล มาเลเซีย สิงคโปร์โซนโอเชียเนีย แม้จะมีมติให้จัดประชุมเล็ก แต่ก็ต้องปรับไปตามสถานการณ์ วาระที่ ๖. สรุปปิดเล่มหนังสือการประชุมสมัยสามัญที่วัด ธัมมปทีป เบลเยียม ๒๕๕๗ พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ในการประชุมสมัย สามัญเรามีมติให้จัดรวมเล่มสาระสำ คัญการประชุมสมัย สามัญปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญต่างๆ โดยได้มอบหมายให้มี ผู้รับผิดชอบขัดเกลาสำ นวน หรือแก้ไขเพิ่มในส่วนที่บกพร่อง ตามการถอดเทปบันทึกการประชุมที่พระมหาสังวรญ์ เทศ นำ ได้ดำ เนินการไปแล้ว จากนั้นจะได้มีการจัดพิมพ์เป็นรูป เล่ม เพื่อแจกในงานประชุมสมัยสามัญที่วัดไทยนอร์เวย์ ร่วม กับ หนังสือสูจิบัตร และหนังสือฐานข้อมูล ส.ธ.ย. พร้อมกับ หนังสือและสิ่งของอื่นๆ ของวัดเจ้าภาพสืบต่อไป พระครูวินัยธร สมศักดิ์ แจ้งว่า ตามมติที่ประชุมว่า ตามที่ที่ประชุมมอบหมายให้ติดตามสาส์นสมเด็จ เพื่อนำ มา พิมพ์นั้น ได้ติดต่อไปที่ฝ่ายเลขาฯ สมเด็จพระมหารัชมังคลา จารย์หลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบ แต่จะพยายามติดต่อ ไปอีกครั้ง วาระที่ ๗ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) (๑) พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า หลังจากหนังสือ ฐานข้อมูลสหภาพฯ สำ เร็จแล้ว พระครูวิเทศธรรมวิทิตได้ไป รับหนังสือและสำ รองจ่ายค่าหนังสือไปก่อน จากนั้นได้นำ กลับมาที่วัดไทยนอร์เวย์แล้ว ๓๐๐ เล่ม ส่วนที่เหลือพระครู วิเทศธรรมวิทิตได้นำ ไปฝากไว้กับพระเดชพระคุณพระเทพ กิตติโมลีที่วัดเบญจมบพิตร เพื่อเสนอที่ประชุมในครั้งนี้ว่าจะ ให้ดำ เนินการอย่างไรต่อไป ที่ประชุมมีมติให้พระครูธรรมธร ไพทูล ติดต่อเรื่อง ขนส่งหนังสือส่วนที่เหลือเพื่อให้มาทันแจกในงานประชุมสมัย สามัญที่วัดไทยนอร์เวย์ และแจกให้วัดต่างๆ ของวัดสมาชิก ส.ธ.ย. ต่อไป (๒) พระครูธรรมธร ไพทูล แจ้งว่า ในการประชุมปีนี้ จะมีการเลือกตั้ง จึงได้สรุปสมาชิกประเภทองค์กรหรือวัดและ ประเภทบุคคล ตามเอกสารที่แนบมา ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมตารางหรือ ปฏิทินการปฏิบัติในรอบปีของสหภาพพระธรรมทูตไทยฯ ตามเอกสารที่แนบมา จบแล้ว พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส กราบ อาราธนาพระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ประธาน ส.ธ.ย. กล่าวปิดการประชุม พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิมงคล ได้กล่าวขอบใจ และอนุโมทนาบุญกับคณะกรรมการหาร ส.ธ.ย.ทุกๆ ท่าน ที่ได้เดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้ และขอให้ทุกๆ ท่านได้ รวมใจกัน รับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เสียสละ เพื่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและขอให้เดินทางกลับวัดโดย สวัสดิภาพ และกล่าวปิดการประชุม นำ ไหว้พระสวดมนต์ เป็นเสร็จการประชุม พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถว์โส เลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้บันทึกการประชุม พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธีผู้ช่วยเลขานุการ ส.ธ.ย. ผู้ตรวจทานบันทึกการประชุม
224 [ ๓.๒.๔ ] รายงานการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยวิสามัญครั้งที่ ๔/๒๕๕๘ ณ วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม วันที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เริ่มประชุม เวลา ๑๐.๓๐ น. โดยมีพระเทพพุทธิมงคล เป็นประธานจุดเทียนธูป บูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระ จากนั้นนำ เข้าสู่การประชุมใน ภาคเช้า และได้พักฉันภัตตาหารเพล ระหว่าง เวลา ๑๑.๒๐- ๑๓.๐๐ น. โดยผลการประชุมไปมีรายละเอียดตามวาระต่าง ๆ ดังนี้ วาระที่ ๑ เรื่อง ประธานแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ พระเทพพุทธิมงคล ประธานคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประธาน ประชุม กล่าวต้อนรับและขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุม และ กล่าวเปิดประชุม จากนั้น พระสุธีญาณวิเทศ ที่ปรึกษาสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ในฐานะเจ้าภาพ เจ้าของสถานที่ กล่าวต้อนรับ แนะนำสถานที่ และแนะนำ ประวัติวัดพอสังเขป วาระที่ ๒ เรื่อง รับรองรายงานการประชุมฯ สมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ ที่ประชุมไม่มีการแก้ไขรายงานการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ มติที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมสมัย วิสามัญครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ วาระที่ ๓ เรื่อง เสนอที่ประชุมเพื่อทราบ ๓.๑ เรื่อง สรุปการจัดประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปี ๒๕๕๘ ตามที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้ จัดให้มีการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ประเทศนอร์เวย์ ในวันเสาร์ที่ ๑๙ และวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา การจัดประชุมได้สำ เร็จเรียบร้อยด้วยดี โดยมีพระ ธรรมทูตจากทั่วโลก เข้าร่วมประชุมดังนี้ ๑. สมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประเภทสามัญองค์กร ๑๗ วัด ๒. สมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประเภทบุคคล ๑๑ รูป ๓. พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สังเกตการณ์ ประมาณ ๑๒๐ รูป ๔. พระธรรมทูตจากประเทศไทย ประมาณ ๓๒ รูป ๕. พระธรรมทูตจากประเทศอื่นๆประมาณ ๒๕ รูป ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์อินเดีย-เนปาล จีน ๖. มีหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐและเอกชน เข้า ร่วมประชุมประกอบด้วย สำ นักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาน เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออสโล สหภาพชาวพุทธใน นอร์เวย์ สมาคมคนไทยในเมืองต่าง ๆ ทุกเมืองในประเทศ นอร์เวย์ มีหน่วยงาน/องค์กร/สาธุชนให้การอุปถัมภ์ สนับสนุน เช่น บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) สำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ สหภาพชาวพุทธไทยในออสโล สมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในนอร์เวย์ วัดไทยนอร์เวย์ และสาธุชนอื่น ๆ เป็นต้น จึงเสนอที่ประชุม เพื่อทราบ มติที่ประชุมรับทราบ ส่วนในเรื่องของรายรับ-ราย จ่าย จะมีการจัดทำ เป็นเอกสารเสนอในคราวประชุมครั้งต่อไป
225 อนึ่ง ในกรณีที่มีการบริจาคสนับสนุนการประชุม จากวัดสมาชิก ส.ธ.ย. ให้บริจาคผ่าน ส.ธ.ย. แล้วให้ ส.ธ.ย. มอบให้แก่วัดเจ้าภาพ หากเป็นเงินบริจาคนอกเหนือจากนี้ให้ บริจาคทางวัดโดยตรง ๓.๒ เรื่อง เสนอรายงานการจัดการประชุมสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปี พุทธศักราช ๒๕๕๘ ต่อพระพรหมสิทธิ ประธานสำ นักงาน กำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ตามที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้ จัดให้มีการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดไทยนอร์เวย์ประเทศนอร์เวย์ ในวันเสาร์ที่ ๑๙ และวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ภายหลังการประชุมพระครูวิเทศธรรมวิทิต เจ้า อาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ได้ประสานงานมายังเลขานุการ ว่า พระพรหมสิทธิประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไป ต่างประเทศ จะนำ เรื่องการประชุมดังกล่าว เสนอต่อมหาเถร สมาคมในวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘ ทางกองงาน เลขานุการ จึงได้สรุปจัดทำ “รายงานการจัดประชุมสมัย สามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป” โดยจัดทำ เป็นรูปแบบจดหมาย อธิบายถึงกิจกรรมการจัดประชุมตามเหตุการณ์จริง พร้อม ทั้งจัดทำ เอกสารประกอบ คือ รูปภาพ ตามเหตุการณ์ และ เอกสารรายนามผู้เข้าร่วมประชุม ปฏิญญาออสโล และ ประกาศผลการเลือกตั้งคณะกรรมการ แล้วจัดส่งให้กับ เลขานุการของพระพรหมสิทธิ ดังเอกสารแนบท้ายวาระการ ประชุม จึงเสนอที่ประชุม เพื่อทราบ มติที่ประชุม รับทราบ ๓.๓ เรื่อง เสนอรายงานการจัดกิจกรรมของแต่ละเขต ปกครอง ก. เขตปกครองที่ ๑ มีการจัดกิจกรรมของแต่ละวัด ในเขตปกครองที่ ๑ การจัดทอดผ้าป่าสัญจรภายในวัดในเขต ปกครอง ข. เขตปกครองที่ ๒ เนื่องจากเขตนี้มีจำ นวนวัดใน เขตมาก ดังนั้นจึงเน้นนโยบายการทำกิจกรรมร่วมกัน มีการ เยี่ยมเยือนระหว่างวัดในเขต และการจัดกิจกรรมของแต่ละ วัดในเขต ค. เขตปกครองที่ ๓ จัดประชุมวัดในเขตปกครอง ปีละ ๑ ครั้ง จัดปฏิบัติธรรมสำ หรับญาติโยมในเขตปกครอง จัดรวมกัน ๑ ครั้ง นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมของแต่ละวัด และกิจกรรมการอุปสมบทหมู่ของบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) จึงเสนอที่ประชุม เพื่อทราบ มติที่ประชุม รับทราบ ๓.๔ เรื่อง เสนอการทำ งานของแต่ละแผนก พร้อมทั้ง ปัญหาและอุปสรรค (ที่ผ่านมา) ก. แผนกเลขานุการ ได้ดำ เนินการสนองงานด้านงานเลขานุการ เอกสาร และการจัดการประชุม การติดต่อประสานงานกับ องค์กรภายนอก ปัญหา (๑) ขาดคนทำ งาน เนื่องจากกรรมการส่วน ใหญ่มีตำแหน่งหน้าที่ในการบริหารวัด จึงไม่สามารถมาช่วย งานเต็มที่ (๒) การไม่ได้รับความร่วมมือในกรณีที่มีการจัดส่ง เอกสาร แล้วให้ตอบกลับ ข. แผนกประชาสัมพันธ์ ได้ดำ เนินการ จัดทำวารสาร ส.ธ.ย. เล่มที่ ๒, ประชาสัมพันธ์ทางเฟสบุ๊ค, ดำ เนินการจัดทำ เวปไซด์ ปัญหา(๑) ขาดบุคลากรที่มีความสามารถ เช่น ผู้ เขียนบทความวารสาร (๒)ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ใน กรณีขอข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม ค. แผนกเหรัญญิก ได้ดำ เนินการดูแลรักษาเงินของส.ธ.ย.การสมัคร สมาชิก และรายจ่ายต่าง ๆ ปัญหา การจ่ายค่าสมัครสมาชิก ไม่ได้ครบตาม จำ นวนสมาชิก และไม่ตรงเวลาที่กำ หนดไว้ มติที่ประชุม รับทราบ
226 ๓.๕ เรื่อง โครงการสัมมนาการจัดทำสื่อเพื่อการเผยแผ่ ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วย วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ได้จัดทำ โครงการสัมมนาการจัดทำสื่อเพื่อการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาทางสื่อโชเชียลมีเดีย ระหว่างวันที่ ๖ ถึง ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ในการนี้มีพระธรรมทูต จากวัดในสหภาพยุโรป เข้าร่วมสัมมนาจำ นวน ๑๖ รูป ซึ่งมี พระครูภาวนาวิธาน (สุทัศน์) วัดพุทธปทีป ลอนดอน สหราชอาณาจักร และพระ มหาอาวิชญ์ อาวิชญฺญู เป็นวิทยากรถวายความรู้ในการจัด ทำสื่อ เทคนิคการถ่ายรูป การตกแต่งรูปภาพ การใช้ โปรแกรม Photoshop Lightroom การจัดทำวารสาร โปรแกรม Indesign และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีพระมหา จำ เริญ เขมวีโร รับเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับศิษยานุศิษย์จำ นวน มาก ขอนิมนต์พระมหาจำ เริญ เขมวีโร นำ เสนอ จึงเสนอที่ประชุม เพื่อทราบและอนุโมทนา มติที่ประชุม รับทราบและอนุโมทนา วาระที่ ๔ เรื่อง เสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา ๔.๑ เรื่อง งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆ ปริณายก ในวันที่ ๑๕-๑๖-๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ตามที่ รัฐบาลไทยและคณะสงฆ์ไทย ได้กำ หนดให้ มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณ สังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ ๑๕-๑๖-๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ในฐานะ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เป็นองค์กรสงฆ์ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์ไทย ควรมี การแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ที่ประชุม ได้เพื่อพิจารณาและมีมติดังนี้ มติที่ประชุม ๑. ทำ หนังสือแจ้งให้แต่ละวัดจัดกิจกรรม แล้วถ่าย ภาพ รายงานการจัดกิจกรรม ส่งฝ่ายเลขานุการ เพื่อรวบรวม ทำ เป็นรูปเล่มเสนอผู้เกี่ยวข้องต่อไป ๒. ส่งผู้แทนเข้าร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงพระ ศพ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงผู้จัดงานล่วงหน้า โดย ฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ดำ เนินการ ๓. ดำ เนินการจัดพิมพ์หนังสือถวายเป็นพระกุศล แจกที่ประเทศไทย ๔. ให้ดำ เนินการโดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการ ประชุม ๔.๒ เรื่อง สืบเนื่องจากการประชุมฯ สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ๔.๒.๑ เรื่อง การจัดทำ หนังสือรายงานการประชุม ฉบับสมบูรณ์ แผนกเลขานุการได้ดำ เนินการจัดทำ (ร่าง)รายงาน การประชุม สมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ พร้อมทั้งกิจกรรม โดยได้ดำ เนินการถอดเทป คำ บรรยายต่าง ๆ ภาษาไทย เสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังดำ เนินการถอด เทปภาษาอังกฤษ จากนั้นจะได้จัดทำ เป็นรูปเล่ม คาดว่า จะ แบ่งเป็นส่วน ๆ ดังต่อไปนี้ ส่วนที่ ๑ ส่วนนำ ประกอบด้วย ปกหน้า คำ นำ คำ ปรารภ สารบัญ สาส์นการประชุม จากพระมหาเถระ หน่วย งาน และองค์กรต่าง ๆ ส่วนที่ ๒ รายงานการจัดกิจกรรม (คัดจากที่นำ ถวายพระพรหมสิทธิในวาระที่ ๓.๑) ส่วนที่ ๓ รายงานการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ (ตามวาระที่ ๔.๒.๒) ส่วนที่๔ ถอดคำ บรรยาย ปาฐกถาพิเศษ อนุโมทนา ของผู้บรรยายและการแสดงทัศนะ (นอกช่วงเวลาการประชุม ตามวาระ) ส่วนที่ ๕ รูปภาพ การประชุม เพิ่มเติมจาก ส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๖ ประวัติส.ธ.ย.และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (เลขานุการ รายงาน) จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา ดังนี้ (๑) ส่วนประกอบของรูปเล่ม (ตามด้านบน)
227 (๒) แต่งตั้งคณะทำ งาน ตรวจพิจารณาแก้ไขเพิ่ม เติม ให้เกิดความสมบูรณ์ต่อไป (๓) เมื่อสมบูรณ์แล้ว จะให้ดำ เนินการนำ เสนอที่ ประชุมสมัยวิสามัญก่อน หรือว่าพิจารณาดำ เนินการตาม (๔) ต่อไปหรือไม่อย่างไร? (๔) ฉบับสมบูรณ์จะรายงานหน่วยงาน องค์กรใด บ้างควรมีการจัดพิมพ์หรือไม่?และถ้าจัดพิมพ์จะเป็นจำ นวน เท่าใด ? (๕) หากการดำ เนินงานมีค่าใช้จ่าย ควรดำ เนินการ อย่างใด รออนุมัติจากที่ประชุม หรือดำ เนินการโดยไม่ต้องรอ อนุมัติจากที่ประชุม? มติที่ประชุม ๑. อนุมัติส่วนประกอบของหนังสือตาม (๑) ๒. แต่งตั้งคณะทำ งานใน (๒) ตรวจพิจารณา ประกอบด้วย ก. พระครูวิเทศธรรมวิทิต ข. พระครูวินัยธร สมศักดิ์ สกฺกเมธี ค. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร โดยให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำ งาน ๓. คณะกรรมการตาม ๒. ตรวจแล้วให้นำ เสนอที่ ประชุมคณะกรรมการสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาต่อไป ๔. สำ หรับ (๔) และ (๕) นำสู่ที่ประชุมในคราว ประชุมครั้งต่อไป ๕. ให้ดำ เนินการโดยไม่ต้องรอรายงานการประชุม ๔.๒.๒ เรื่อง พิจารณา(ร่าง)รายงานการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ รายละเอียด ปรากฏตามวาระที่ ๔.๒.๑ ให้นำ (ร่าง) รายงานการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำ หนังสือรายงานการประชุม สามัญประจำ ปีสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ฉบับสมบูรณ์ความแจ้งอยู่แล้วนั้น ในการนี้ กองงานเลขานุการ ได้จัดทำ (ร่าง) รายงานการประชุม ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม ให้แต่ละรูปนำ ไปตรวจพิจารณาแก้ไข และนำ เสนอกองงานเลขานุการภายในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ หากพ้นกำ หนดไปแล้ว ให้ถือว่าไม่มีการแก้ไข ๔.๒.๓ เรื่อง เป้าหมาย และภารกิจ ของสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตามที่ พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายตรวจสอบ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เสนอในการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ ฯ ใน ระเบียบวาระที่ ๔ ความว่า “การจัดทำแผนขององค์กรนั้น จะต้องมี ก. เป้าหมายขององค์กร เรียกว่า วิชั่น (Vision) หรือวิสัยทัศน์ และ ข. ภารกิจขององค์กร เรียกว่า มิสชั่น (Mission) หรือ พันธกิจ ซึ่ง สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปได้เขียน วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งองค์กร มีลักษณะสอดคล้องกับ Vision และ Mission คือ ก. เป้าหมายขององค์กร หรือ วิชั่น (Vision) หรือ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๑. (เพื่อ) เป็นศูนย์กลางการ ประชุมปรึกษาหารือวางแผน และนโยบายในการสนับสนุนส่ง เสริมและปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจของพระ สงฆ์ไทยในทวีปยุโรป ให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยและ กฎหมายแห่งคณะสงฆ์ไทย
228 วัตถุประสงค์ข้อที่ ๔. (เพื่อ) เป็นองค์กรในการร่วม มือและสร้างสัมพันธไมตรีกับองค์กรพุทธศาสนา บุคคล และ องค์กรศาสนาอื่น ๆ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๕. (เพื่อ) เป็นศูนย์ติดต่อ ประสานงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นระหว่างคณะ พระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรปกับคณะพระสงฆ์ไทยและรัฐบาล ไทย รวมทั้งหน่วยงานราชการไทยในทวีปยุโรป วัตถุประสงค์ข้อที่ ๗. (เพื่อ) เป็นศูนย์พิจารณา และปฏิสันถารให้ความช่วยเหลือแก่พระสงฆ์ไทยที่มาปฏิบัติ ศาสนกิจชั่วคราวในทวีปยุโรป ข. ภารกิจ ขององค์กร หรือ มิสชั่น (Mission) หรือ พันธกิจ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒. (เพื่อ) ช่วยเหลือและ สนับสนุนส่งเสริมกิจการของวัดไทยในทวีปยุโรป วัตถุประสงค์ข้อที่ ๓. (เพื่อ) (สร้าง) ความ สามัคคีและความเป็นเอกภาพของพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป และให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ วัด พระสงฆ์ไทยและประชาชนชาวไทยในทวีปยุโรป วัตถุประสงค์ข้อที่ ๖. (เพื่อ) คุ้มครองสิทธิและ ประโยชน์อันชอบธรรมของพระพุทธศาสนาและพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ดังนั้น ภาพในอนาคตที่องค์กรควรจะมีก็คือ วิชั่น วิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายขององค์กร ส่วนแผน หรือนโยบาย หรือ โรดแมปที่จะนำ ไปสู่เป้าหมายนั้น แต่ละวัดควรมีเป้า หมายร่วมกันที่เรียกว่า “แชร์วิชั่น” คือเป้าหมายเดียวกับ องค์กรเพื่อให้การดำ เนินงานตรงกัน หรือมีความเป็นเอกภาพ ในการนี้ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เห็นสมควรให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อจัดการศึกษาและ จัดทำ เป้าหมาย (Vision) ขององค์กร และพันธกิจ (Mission) ขององค์กร เพื่อจะได้จัดทำ โครงการให้สอดคล้องกับ เป้า หมายต่อไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม มีมติให้ตั้งคณะกรรมารดำ เนินการ พิจารณาจัดทำ ประกอบด้วย ๑.พระครูสุตพุทธิธัช ๒. พระ บัณฑิต ญาณธีโร ๓. พระมหาอนุศักดิ์ จนฺทสีโล ๔.พระ มหาวิทยา อภิชฺชโว ๕.พระประดิษฐ์ แล้วนำ เสนอที่ประชุม สมัยวิสามัญครั้งต่อไป ๔.๒.๔ เรื่อง การจัดทำ โครงการ เพื่อสนับสนุน พันธกิจขององค์กร ตามที่ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง สหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ข้อ ๒ ข้อ ๓ และ ข้อ ๖. (ดังมีรายละเอียดในวาระที่ ๔.๒.๓) เป็นเรื่องควรอย่างยิ่งที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) จะต้องจัด ดำ เนินงานโครงการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว เพื่อประโยชน์ ของสมาชิก อันหมายถึง สิทธิที่สมาชิกจะพึงมีพึงได้เมื่อเป็น สมาชิก ส.ธ.ย. แล้ว ซึ่งเป็นประเด็นส่วนหนึ่งจากการประชุม สมัยสามัญ และเป็นความร่วมมือภายในองค์กร ส.ธ.ย. ดังมีผู้ เสนอว่า ให้มี ๑. โครงการช่วยเหลือ สมาชิก เมื่อเกิดกรณีเจ็บ ป่วย อุบัติเหตุ ปัญหาการเงิน และประสบภัยต่างๆ มีอัคคีภัย เป็นต้น ๒. โครงการจัดทำสื่อ หรือสิ่งพิมพ์สำ หรับมอบให้ แต่ละวัด เช่น หนังสือสวดมนต์วัดละ ๓๐ เล่ม/ปีเป็นต้น ๓. โครงการก่อตั้งหน่วยงาน องค์กร จัดหา คัด เลือก พระธรรมทูตมาปฏิบัติศาสนกิจ และอำ นวยความ สะดวกด้านหนังสือเดินทาง-วีซ่าเป็นต้น ๔. โครงการจัดพิมพ์หนังสือธรรมะ พ๊อคเก๊ตบุ๊ค สำ หรับแจกคนไทย และชาวพื้นเมือง เป็นภาษาท้องถิ่นฯลฯ ดังนั้น ส.ธ.ย. ควรตั้งคณะกรรมการศึกษาและจัด ทำ โครงการ และหรือจัดประชุมสัมมนาเพื่อจัดทำ โครงการ สนับสนุนพันธกิจของ ส.ธ.ย. ดังกล่าว จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา
229 มติที่ประชุมให้นำวาระนี้ ไปพิจารณาในการ ประชุมครั้งหน้า ๔.๒.๕ เรื่อง การกำ หนดบทบาท ของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สืบเนื่องจากการประชุมสมัยสามัญ ในวาระที่ ๔ พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยใน สหรัฐอเมริกา ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรถูก ต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรเพื่อ การประชุมและช่วยเหลือพระธรรมทูต ไม่ใช่องค์กรการ ปกครอง วัดแต่ละวัดในสหรัฐอเมริกา ต่างก็ขึ้นตรงกับ กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับประเทศ สิงคโปร์ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา มีสมาชิกเป็นวัด ๓ ประเภทคือ ๑. วัดในเครือ คือวัดที่ได้รับเสนอชื่อและจด ทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ๒. วัดที่อยู่ในความดูแล (วัดที่ จดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล) และ ๓. วัดในความอนุเคราะห์คือ วัดที่พระสงฆ์ไทยไปจำ พรรษาอยู่ และ พระครูอุดมธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดอุตม ยานมุนี ประเทศสิงคโปร์ คณะกรรมการบริหารสมัชชาสงฆ์ ไทยในประเทศสิงคโปร์ เลขานุการเจ้าคณะรัฐสิงคโปร์ เจ้า คณะเขตตะวันตก ประเทศสิงคโปร์เสนอในที่ประชุมว่า วัด(หรือสมาคม)ในประเทศสิงคโปร์ ตั้งขึ้นตาม กฎหมายของสิงคโปร์แต่ละวัดต่างขึ้นตรงกับกฎหมาย แม้จะ มีสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ ก็เป็นองค์กรตาม กฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถไปบังคับบัญชาให้แต่ละวัดขึ้นกับ สมัชชาฯ ได้เพราะมีฐานะเท่าเทียมกัน ดังนั้น จึงได้นำ เรื่องเสนอกรรมการมหาเถรสมาคม (พระพรหมดิลก) นำ ไปสู่การเสนอตั้งเป็นเจ้าคณะรัฐ เจ้า คณะเขตเพื่อควบคุมดูแลพระสงฆ์(ตัวบุคคล)ไม่ใช่วัด(องค์กร) สถานการณ์ของยุโรป น่าจะคล้ายกับที่ประเทศ สิงคโปร์ คือ วัดแต่ละวัดขึ้นตรงกับกฎหมายแต่ละประเทศ แต่ละรัฐ สามารถนำ เอาต้นแบบจากประเทศสิงคโปร์คือการ จัดการแบบ เจ้าคณะรัฐ เจ้าคณะเขต มาใช้ดูแลพระสงฆ์ได้ ดังนั้น เห็นควร กำ หนด บทบาทของสภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ให้ชัดเจนว่า ส.ธ.ย. ควร จะเป็นองค์กร ประเภทใด แบบประเทศอเมริกา หรือ แบบ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อที่จะได้กำ หนดเป้าหมาย (Vision) และ พันธกิจ (Mission) ของ ส.ธ.ย. ต่อไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุมให้นำวาระนี้ ไปพิจารณาในการ ประชุมครั้งหน้า ๔.๒.๖ เรื่อง การจัดทำ โครงการสนับสนุนพระ ธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจในสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป การทำ หนังสือเดินทางและหนังสือรับรองการขอวีซ่า สืบเนื่องจากการประชุมสมัยสามัญ (ส.ธ.ย.) ระเบียบวาระที่ ๔ ซึ่งมีผู้เสนอให้ส.ธ.ย. จัดทำ โครงการเพื่อ สนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป (โครงการด่วน) ดังนี้ ๑. เรื่อง การอำ นวยความสะดวก ในการต่อ หนังสือเดินทางของพระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจประจำ ใน ทวีปยุโรปอยู่แล้ว ๒. เรื่อง การอำ นวยความสะดวก ในการจัดทำ หนังสือเดินทางและขอหนังสือรับรองการขอวีซ่า ของพระ ธรรมทูตที่จะมาปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ๓. เรื่อง การขอให้มหาเถรสมาคม สำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศมี การทำ งานร่วมกัน ในอันที่จะจัดส่งพระธรรมทูตไทย (ฝ่าย มหานิกาย) มาปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรป ให้ดำ เนินการผ่าน ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารฯ ในการนี้ ส.ธ.ย. ควรจัดทำ โครงการ เพื่อเสนอขอ ความเห็นชอบและอนุมัติจากมหาเถรสมาคม และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม ให้กองงานเลขาดำ เนินการ โดย
230 ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องและไม่ต้องรอรับรองรายงานการ ประชุม ๔.๒.๗ เรื่อง การเสนอและรับรองรายชื่อ-รายนาม พระสังฆาธิการเพื่อขอพระราชทานตั้ง-เลื่อนสมณศักดิ์ และ แต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ สืบเนื่องจากการประชุมสามัยสามัญ (ส.ธ.ย.) ระเบียบวาระที่ ๔ ซึ่งมีผู้เสนอให้ส.ธ.ย. มีบทบาทในปกครอง ดูแลกันเอง ภายใต้กฎระเบียบมหาเถรสมาคม เช่น การเสนอ และรับรองรายชื่อ-รายนาม เพื่อขอพระราชทานตั้ง และ เลื่อนสมณศักดิ์และขอตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระสังฆาธิ การที่ปฏิบัติศาสนกิจในทวีปยุโรปได้อีกทางหนึ่ง นอกจาก ผ่านทางต้นสังกัดเดิมในประเทศไทย ในการนี้ ส.ธ.ย. ควรจัดทำ โครงการ เพื่อเสนอขอ ความเห็นชอบและอนุมัติจากมหาเถรสมาคม และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม ให้กองงานเลขาดำ เนินการ ประสาน งานกับผู้เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม ๔.๒.๘ เรื่อง การประชุมสัญจรของสหภาพพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตามที่มีผู้เสนอในที่ประชุมสมัยสามัญประจำ ปี (พระมหาบุญศรี สุทฺธิญาโณ วัดไทยไอซ์แลนด์ ประเทศไอซ์ แลนด์) ควรมีการประชุมกลุ่มย่อย พระธรรมทูตไทยใน สหภาพยุโรป โดยการประชุมเป็นเขต หรือ เป็นโซน เพื่อให้มี การพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของพระธรรมทูตในเขต ร่วมกับคณะกรรมการบริหาร สหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ในการนี้ ส.ธ.ย. ควรจัดทำ โครงการประชุมสัญจร ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นการประชุม สัมมนากลุ่มย่อยหรือเฉพาะเขตเพื่อพบปะแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และเป็นความร่วมมือระหว่าง ส.ธ.ย. กับวัดในเขต รวมทั้ง เป็นการนำ เสนอ บทบาทของ ส.ธ.ย. กับวัดที่ยังไม่ได้เป็น สมาชิก ส.ธ.ย. อีกด้วย โดยอาจจะมีกิจกรรมอื่น ๆ สำ หรับ ประชาชนด้วย เช่น การสนทนาธรรม และการบรรยายธรรม เป็นต้น เพื่อเป็นธรรมยาตราแก่สาธุชนทั่วไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม เห็นชอบให้ดำ เนินการในโอกาสที่เหมาะสม ๔.๒.๙ เรื่อง โครงการธรรมทูตสัญจร ตามที่ พระครูสิริอรรถวิเทศ เลขาธิการสมัชชา สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และพระมหาสมยศ วัดหมากเซย์ และวัดธรรมาราม เมืองนิส ประเทศฝรั่งเศส เสนอว่า ควร จัดทำ โครงการ ธรรมทูตสัญจร ๓ ทวีป ๕ ประเทศ ความแจ้ง อยู่ในรายงานการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีนั้น ในการนี้ จึงเห็นควรเสนอ ส.ธ.ย. จัดทำ โครงการ ธรรมทูตสัญจร ร่วมกับ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา หรือ วัดไทย วัดใดวัดหนึ่ง โดยความร่วมมือกันทำ ในนามองค์กร หรือ จัดทำ โครงการธรรมทูตสัญจรภายในสหภาพ พระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เช่น นิมนต์พระวัดที่ ๑ ไป แสดงธรรม ณ วัดที่ ๒ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างวัด กับ วัด หรือองค์กรให้มีความเข้มแข็งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม เห็นชอบให้ดำ เนินการให้โอกาสที่ เหมาะสม ๔.๒.๑๐ เรื่อง ขออนุมัติรายจ่ายในการเตรียมการ ประชุม ตามที่ แผนกเลขานุการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ร่วมกับวัดไทยนอร์เวย์ได้จัดทำสูจิบัตรการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีครั้งที่ ๙ และวารสาร ส.ธ.ย. ฉบับที่ ๒ โดยมอบ หมายให้พระมหาสังวรญ์ เทศนำ ไปติดตามเอกสารและจัด ทำต้นฉบับ ความแจ้งแล้วนั้น ในการดำ เนินการนั้น มีค่าใช้จ่ายคือค่าพาหนะใน การเดินทาง จากกรุงเบอร์ลินมา สวิตเซอร์แลนด์ จากสวิต เซอร์แลนด์ไปนอร์เวย์ และอื่น ๆตามรายการที่แนบมา อนึ่ง สหภาพฯ ได้จัดทำ หนังสือฐานข้อมูลวัดไทย ในทวีปยุโรปนั้น โดย ส.ธ.ย. เป็นผู้จัดพิมพ์ที่ประเทศไทย และ
231 ได้มอบให้ฝ่ายเลขานุการจัดส่งเข้ามาในทวีปยุโรป ซึ่งมีค่าใช้ จ่ายตามความแจ้งแล้วนั้น นอกจากนั้น ในการจัดส่งเข้ามาใน ทวีปยุโรปมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับค่าภาษีขาเข้า และค่าดำ เนินการไปรับหนังสือที่ท่าเรือเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี ในการนี้ฝ่ายเลขานุการ ได้สำ รองจ่ายไปก่อนแล้ว และติดค้างในบางส่วน เห็นควรเสนอที่ประชุมเพื่ออนุมัติค่า ดำ เนินการตามรายการที่แนบมา จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม อนุมัติตามที่เสนอ และในกรณีที่เกิด เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ในโอกาสต่อไป ไม่ต้องขออนุมัติ จากที่ประชุม และให้ดำ เนินการโดยไม่ต้องรอรับรองรายงาน การประชุม ๔.๓ เรื่อง หนังสือฐานข้อมูล ตามที่ สหภาพฯ ได้จัดทำ หนังสือฐานข้อมูลวัดไทย ในทวีปยุโรป โดยจัดพิมพ์ที่ประเทศไทย และได้มอบให้ฝ่าย เลขานุการจัดส่งเข้ามาในทวีปยุโรป ความแจ้งแล้วนั้น ปรากฏ ว่าการจัดส่งหนังสือเข้าสู่ทวีปยุโรป เป็นไปด้วยความล่าช้า ติดขัดในขั้นตอนทางกฎหมายภาษีและกฎระเบียบของทาง ราชการ จึงทำ ให้หนังสือส่วนหนึ่งไม่ทันแจกในคราวประชุม สมัยสามัญ แต่โชคดีที่มีหนังสือจำ นวนหนึ่งส่งมาก่อนแล้วขณะ นี้หนังสือดังกล่าวเก็บไว้ที่วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน พร้อมกับ วารสารสหภาพฯ เล่ม ๒ และสูจิบัตรการประชุม บางส่วน ในการนี้ ส.ธ.ย. ควรพิจารณาว่าจะจัดส่งหนังสือ ฐานข้อมูลฯ ดังกล่าว ให้กับวัดสมาชิก และถวายวัดนอก สมาชิก ตลอดถึงหน่วยงานราชการไทย ในทวีปยุโรป หรือ ดำ เนินการอื่นใดตามความเหมาะสม จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม ให้ฝ่ายเลขานุการ กับฝ่าย ประชาสัมพันธ์ไปดำ เนินการ โดยไม่ต้องรอรับรองรายงาน การประชุม ๔.๔ เรื่อง การจัดทำแผนงานแต่ละแผนก ในคณะ กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ประจำ ปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ เพื่อให้การดำ เนินการ ของสหภาพพระธรรมทูต ไทยในทวีปยุโรป ในระยะ ๑ ปี เป็นไปอย่างมีเป้าหมาย และ มีประสิทธิภาพ ควรให้มีการจัดทำแผนงานของแต่ละแผนก จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา (๑) แผนงาน/โครงการ ฝ่ายเลขานุการ (ก) สนองงานเลขานุการ ตามที่คณะ กรรมการมอบหมาย (ข) ดำ เนินการ และติดตามความก้าวหน้า โครงการเพื่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกส.ธ.ย. โดยได้บรรจุไว้ ในวาระการประชุมที่ ๔ เป็นส่วนใหญ่ (๒) แผนงาน/โครงการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ (ก) ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสมาชิก ส.ธ.ย. ทางสื่อโซเชียลมีเดีย ฯลฯ (ข) จัดทำวารสาร/หนังสือ/สื่อภาพ เคลื่อนไหว ตามโอกาสที่เหมาะ (วาระที่ ๔.๕) (ค) จัดทำสื่อ นำ เสนอ องค์กร ส.ธ.ย. ในรูป แบบภาพเคลื่อนไหวพร้อมบทบรรยาย (ง) ดำ เนินการ เพื่อเพิ่มสมาชิก ร่วมกับกอง งานเลขานุการ (๓) แผนงาน/โครงการ ฝ่ายเหรัญญิก (ก) สนองเหรัญญิก ตามที่คณะกรรมการ มอบหมาย (ข)จัดทำ โครงการจัดหางบประมาณ บริหาร งบประมาณ รายรับ-รายจ่าย ฯลฯ มติที่ประชุม รับทราบ และดำ เนินการโดยไม่ต้อง รอรับรองรายงานการประชุม ๔.๕ เรื่อง กรอบการจัดทำวารสาร ตามที่ สหภาพฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ จัดทำวารสารของสหภาพพระธรรม
232 ทูตไทยในทวีปยุโรป โดยให้มีการออกวารสารอย่างต่อเนื่อง จึงขอเสนอที่ประชุมพิจารณา กรอบดังนี้ (๑) ขนาดวารสาร (รูปเล่ม) A5 ความหนา (จำ นวนหน้า) ไม่เกิน ๔๖ หน้า (๒) เนื้อหาภายในอาจมีดังนี้ ก. แนะนำ ส.ธ.ย. (ไม่เกิน ๔ หน้า) ข. แนะนำ วัด ใน ส.ธ.ย (ไม่เกิน ๔ หน้า) ค. แนะนำ บุคคลใน ส.ธ.ย. (ไม่เกิน ๔ หน้า) ง. ธรรมะ บทความหลัก (ไม่เกิน ๔ หน้า) จ. ภาพกิจกรรม ส.ธ.ย. หรือ กิจกรรม ของวัดในนามสมาชิก(ไม่เกิน ๔ หน้า) ฉ. ข่าว (ไม่เกิน ๔ หน้า) ช. ธรรม/ภาษิต ฌ. แนะนำ สถานที่ ที่พระธรรมทูตควรไป เช่นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป ในยุโรป ญ. บทความเกี่ยวกับสุขภาพ – กิน – ธรรม ฎ. บทความรอง (ไม่เกิน ๒ หน้า) ฐ. ทักทาย ฒ. ผู้บริจาคอุปถัมภ์. (๓) ที่มาของเนื้อหา/แหล่งข้อมูล ตาม (๒) (๔) จำ นวนการจัดพิมพ์/การจัดส่ง (๕) สถานที่จัดพิมพ์ จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุมมอบหมายให้แผนกเลขานุการกับ ประชาสัมพันธ์ไปพิจารณาดำ เนินการต่อไป ๔.๖ เรื่อง การประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป สมัยสามัญ ครั้งที่ ๑๐ ประจำ ปี พุทธศักราช ๒๕๕๙ ตามที่กฎระเบียบของสหภาพฯข้อ ๑๒ ได้กำ หนด ให้มีการประชุมสมัยสามัญประจำ ปี ๑ ครั้งในรอบปีปฏิทิน และโดยมติที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ ๙ ประจำ ปี ๒๕๕๘ กำ หนดให้มีการจัดประชุมขึ้น ณ วัดศรีนครินทรวราราม ประ เทศสวิตเซอร์แลนด์ เสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา ดังนี้ ๔.๖.๑ กำ หนดวันประชุม ทางวัดศรีนครินทรวราราม คณะกรรมการบริหาร วัด และผู้เกี่ยวข้อง ขอเสนอกำ หนดวันประชุมเป็นวันเสาร์ที่ ๒๐ และวันอาทิตย์ที่ ๒๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม เห็นชอบตามนี้. ๔.๖.๒ กรอบการประชุม ในการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีนั้น ควรจะมี กรอบ หรือมีแนวทาง หรือทิศทางการประชุม ดังเช่นที่วัดไทย นอร์เวย์ ใช้คำว่า “สุขา สงฺฆสฺสสามคฺคี” เป็นกรอบหลักของ การประชุม ในการนี้ส.ธ.ย.ควรจัดทำกรอบสำ หรับการประชุม สมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๑๐ พุทธศักราช ๒๕๕๙ จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม มอบให้รองประธานรูปที่ ๑ เลขานุการ และเหรัญญิก ซึ่งอยู่ในวัดเดียวกันให้ไปดำ เนินการ โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม แล้วเสนอที่ประชุม ครั้งต่อไป ๔.๖.๓ การวางแผนการประชุม ประกอบด้วย (๑) การขอความอุปถัมภ์ (๒) การอาราธนา/เชิญผู้เข้าร่วมประชุม (๓) การแต่งตั้งคณะกรรมการ แผนกต่าง ๆ (๔) กิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการประชุม (๕) การจัดทำสูจิบัตรและหนังสือที่เกี่ยวข้อง (๖) การจัดทำกำ หนดการในการประชุม (๗) รูปแบบการประชุม จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม มอบให้รองประธานรูปที่ ๑ เลขานุการ เหรัญญิก ให้ไปดำ เนินการ โดยไม่ต้องรอรับรอง รายงานการประชุมแล้วเสนอที่ประชุมครั้งต่อไป
233 ๔.๗ เรื่อง การทำ งานร่วมกับสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ ตามที่ รองผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ (นายชัยพล พงษ์ศรีดา) ได้บรรยายและแจ้งให้ที่ ประชุมในคราวประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ ประจำ ปี ๒๕๕๘ เรื่องเกี่ยวกับการขอรับเงินอุดหนุนของวัดในต่าง ประเทศนั้น ระบุว่าให้จัดทำ โครงการภายในเดือนเมษายน เพื่อเสนอให้ทันพิจารณา ในการนี้ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ควรแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือผู้แทนของ ส.ธ.ย. รูป ใดรูปหนึ่ง หรือคณะใดคณะหนึ่ง เพื่อประสานงานการขอรับ เงินอุดหนุน และประสานงานความร่วมมือกับสำ นักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ขององค์กร ส.ธ.ย. และสมาชิก ตลอดถึงวัดไทยในทวีปยุโรป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม มอบให้พระครูวิเทศธรรมวิทิต และ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส รับไปดำ เนินการต่อ โดยไม่ ต้องรอรับรองรายงานการประชุม ๔.๘ เรื่อง การทำ งานร่วมกับมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย ตามที่ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะมหาวิทยาลัยสงฆ์ ในกำกับดูแลของรัฐบาลไทย ได้ สนับสนุนสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ตั้งแต่การ เริ่มก่อตั้ง การผลิตพระธรรมทูตสายต่างประเทศ และการ สนับสนุนการประชุมต่าง ๆ ความแจ้งแล้วนั้น อนึ่ง ในการประชุมสมัยสามัญประจำ ปีครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๕๘ (พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต) ผู้ช่วย อธิการบดี มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ใน นามมหาวิทยาลัยฯ ได้ปวารณาต่อที่ประชุม เพื่อเป็นช่องทาง ประชาสัมพันธ์งานของ ส.ธ.ย. ต่อเครือข่ายมีเดียของ มหาวิทยาลัย (วิทยุ-โทรทัศน์) และเป็นหน่วยงานพัฒนาความ รู้ด้านวิชาการ กับพระธรรมทูต และทีมงานผู้ปฏิบัติงานด้าน วิชาการต่าง ๆ นอกจากนั้น มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเอกสารที่แนบ ได้ร่วม กันจัดทำ ปฏิญญาออสโล เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ร่วมกัน ๗ ข้อ ให้มีผลเป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ในการนี้ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ควรแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือผู้แทนของ ส.ธ.ย. คณะใดคณะหนึ่ง หรือรูปใดรูปหนึ่ง เพื่อเป็นผู้แทน ของ ส.ธ.ย. ในการประสานงานขอความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ กับมหาวิทยาลัย ฯ โดยทำ หน้าที่ในนามขององค์กร อันจะ เป็นการพัฒนาองค์กร และเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ เจริญรุ่งเรืองต่อไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุมมอบให้พระครูวิเทศธรรมวิทิต และ พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส รับไปดำ เนินการต่อ โดยไม่ ต้องรอรับรองรายงานการประชุม ๔.๙ เรื่อง การรักษาผลประโยชน์ของสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ส.ธ.ย. และ สมาชิก ตามที่ มีหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเอกชน ในประเทศไทย และต่างประเทศจัดมอบรางวัลต่าง ๆ อาทิ รางวัลผู้บำ เพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา หรือรางวัลเสา เสมาธรรมจักร (กรมการศาสนา) และรางวัลผู้นำ พุทธโลก เป็นต้น อนึ่ง ได้รับแจ้งจาก คณะกรรมการพิจารณารางวัล เสาเสมาธรรมจักรว่า สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ควรเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรได้รับรางวัล ทั้งฝ่ายบรรพชิต และ ฆราวาส เพื่อให้คณะกรรมการนำ เข้าสู่ที่ประชุมอย่างน้อย ๓ รูป/๓ คน
234 ในการนี้ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ควรดำ เนินการดังนี้ (๑)แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือผู้แทนของส.ธ.ย. คณะใดคณะหนึ่ง หรือรูปใดรูปหนึ่ง เพื่อเป็นผู้แทนของ ส.ธ.ย. สำ หรับการประสานงาน หรือรวบรวมจัดทำ เอกสารเสนอชื่อ ของสมาชิกขอรับรางวัลเหล่านั้นในนามขององค์กร ส.ธ.ย. (๒) จัดทำ บัญชีผู้ได้รับรางวัลต่าง ๆ เพื่อเป็น ฐานข้อมูล (๓) พิจารณาเสนอคัดเลือก ผู้ที่เห็นควรจะ เสนอขอรับรางวัล จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุมมีมติให้เลขานุการเขตปกครองแต่ละ เขต เป็นกรรมการตาม (๑) และให้กรรมการตาม (๑) รวบรวม ส่งชื่อให้ ฝ่ายเลขานุการพิจารณา และในการเสนอชื่อเรื่อง เสาเสมาธรรมจักร ประสานผ่านพระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ ส่วนรางวัลผู้นำชาวพุทธโลก ประสานผ่านพระครูวินัยธร สม ศักดิ์ สกฺกเมธี ๔.๑๐ เรื่อง รับรองการสมัครเข้าเป็นสมาชิก ส.ธ.ย. ตามกฎระเบียบ ของ ส.ธ.ย. ข้อ ๔ ระบุความว่า หากมีผู้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ส.ธ.ย. ให้นำ เสนอคณะกรรม การฯ เพื่อพิจารณา ตามความแจ้งแล้วนั้น บัดนี้ มีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกที่ยังไม่ได้พิจารณา จำ นวน ๗ รูป ประกอบด้วย ๑. พระมหาสมยศ อุปสนฺโต วัดMARSEILLE FRANCE ๒. พระมหาอนุศักดิ์จนฺทสีโล วัดพุทธวิหาร เยอรมนี ๓. พระครูศรีวิริยะเมธีวัดพุทธมงคลวราราม เยอรมนี ๔. พระมหาทวีวัฒน์ ปุญฺญาวาสโน วัดพุทธมงคลวราราม เยอรมนี ๕. พระครูวิเทศธรรมรังสีวัดไทยมิวนิค เยอรมนี ๖. พระมหากิต ฐิตสุโภ วัดพรหมวงศาราม กทม. ๗. พระครูปลัดสุเทพ ปญฺญาวชิโร วัดพุทธวิหาร เนเธอร์แลนด์ จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม ให้พิจารณาในคราวประชุมครั้งต่อไป ๔.๑๑ เรื่อง ขอมติมหาเถรสมาคม (มส.) รับรองวัด สมาชิก สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ด้วย ปรากฏวัดเทวราชเวนิส ประเทศอิตาลี โดย พระเทพคุณาภรณ์ ได้นำ เรื่องการตั้งวัดเทวราชเวนิส เข้า เสนอมหาเถรสมาคม (มส.) และ มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติ รับรองการสร้างวัดฯ และทางวัดเทวราชเวนิส ได้นำ เอามติ ดังกล่าวไปดำ เนินการแปลเป็นภาษาท้องถิ่น ประกอบการ ดำ เนินการต่าง ๆ ในประเทศอิตาลีดังเอกสารประกอบ คณะกรรมการ ฝ่ายเลขานุการฯ เห็นว่า ควรนำ เสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณาและนำ เสนอ มหาเถรสมาคม ให้ ออกมติในลักษณะดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ ประสานงาน กับรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละวัดในทวีปยุโรปต่อ ไป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม รับทราบ และมอบหมายให้กองงาน เลขานุการไปศึกษาดูในรายละเอียด ว่าสามารถดำ เนินการ อย่างไรได้บ้าง ๔.๑๒ เรื่อง เสนอขอให้มีพระบัญชา แต่งตั้งประธาน คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เนื่องด้วย การได้มาซึ่งประธานคณะกรรมการ บริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) นั้น มา จากการเลือกตั้งของสมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีป ยุโรป ในคราวประชุมสมัยสามัญประจำ ปีโดยมีวาระคราวละ ๒ ปีตามกฎระเบียบ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ความแจ้งแล้วนั้น กฎระเบียบดังกล่าวนั้น สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้ ในทวีปยุโรปเท่านั้น แต่ไม่ครอบคลุมไปถึงพระภิกษุที่เดินทาง
235 เข้ามาโปรดญาติโยมในทวีปยุโรปเป็นการชั่วคราว ๑๕-๓๐ วัน บางรูปประพฤติอาจาระไม่เหมาะสม (ไม่ได้มาในรูปแบบ ของพระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจภายใต้นโยบายของ สำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ) ส.ธ.ย. เห็นควรให้มีการรับรองในระดับคณะสงฆ์ ไทย ให้สามารถดูแลไปถึงพระสงฆ์ที่มาโปรดญาติโยมในทวีป ยุโรปเป็นการชั่วคราว ๑๕-๓๐ วัน โดยควรเสนอให้มีพระ บัญชาแต่งตั้งประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรม ทูตไทยในทวีปยุโรป ในวาระ ๒ ปี(ลักษณะคล้ายพระบัญชา แต่งตั้งเจ้าคณะภาค มีวาระ ๒ ปี) เมื่อหมดวาระแล้วให้เลือก ตั้งใหม่ จากนั้นจึงเสนอให้มีพระบัญชาใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศในทวีปยุโรป และ ครอบคลุมถึงพระสงฆ์ที่มาจากประเทศไทย อนึ่ง พระเทพโพธิวิเทศ ได้อาศัยอำ นาจ ตามพระ บัญชาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าพระ ธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ออกตราตั้งเจ้าอาวาสวัดไทยใน ประเทศอินเดียและเนปาล ส.ธ.ย. เห็นควรเสนอเสนอให้ มีพระบัญชาแต่งตั้ง ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป เพื่อประโยชน์ในการบริหารคณะสงฆ์ในสหภาพ ยุโรป จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุม รับทราบ และเห็นชอบให้กองงาน เลขานุการไปศึกษาในรายละเอียดและดำ เนินการ โดยไม่ต้อง รอรับรองรายงานการประชุม ๔.๑๓ เรื่อง ปฏิทินปฏิบัติงานสหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป ตามที่ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้จัดทำ ปฏิทินปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๘ บัดนี้ใกล้สิ้น ปีปฏิทิน ๒๕๕๘ แล้ว เห็นควรพิจารณาจัดทำ ปฏิทินสำ หรับ ปี ๒๕๕๙ (ฝ่ายเลขาฯ) จึงเสนอที่ประชุม เพื่อพิจารณา มติที่ประชุมเห็นชอบให้กองงานเลขานุการดำ เนิน การได้ โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่อง อื่น ๆ มีผู้เสนอ ๕.๑ เรื่อง ขอเพิ่มเงินสนับสนุนเจ้าภาพการประชุมสมัย สามัญประจำ ปี พระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพฯ เสนอให้ เพิ่มงบประมาณสนับสนุนวัดเจ้าภาพการประชุมสมัยสามัญ ประจำ ปีจาก ๒,๐๐๐ ยูโร เป็น ๕,๐๐๐ ยูโร มติที่ประชุม เห็นชอบตามที่เสนอ ๕.๒ เรื่อง การสนับสนุนเจ้าภาพการประชุมสมัยวิสามัญ พระครูสุตพุทธิธัช เสนอให้มีงบประมาณสนับสนุน วัดเจ้าภาพการประชุมสมัยวิสามัญบ้าง ที่ประชุมพิจารณา แล้ว เห็นควรสนับสนุนในจำ นวน ครั้งละ ๑,๐๐๐ ยูโร มติที่ประชุม เห็นชอบตามที่เสนอ เวลา ๑๘.๑๐ น.พระเทพพุทธิมงคล ประธาน คณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และประธานการประชุม ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุก รูป ที่ได้เสียสละทั้งค่าพาหนะ เวลา มาร่วมประชุมในครั้งนี้ เพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนาในดินแดนทวีปยุโรปแห่ง นี้และได้กล่าวปิดการประชุม การประชุมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำ แผนการทำ งานพระพุทธศาสนา ในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ทั้งเป็นการรายงานความก้าวหน้าของงานพระศาสนาในทวีป ยุโรปอีกด้วย เลิกประชุมเวลา ๑๗.๒๐ น.
236 [ ๓.๓ ] รายงานการเข้าร่วมกิจกรรม ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ทั้งในสหภาพยุโรป และทั่วโลก (๑) งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในวันที่ ๑๕-๑๖-๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้ร่วมถวายพระราชกุศลในพิธีดังกล่าวคือ ๑. ได้จัดประชาสัมพันธ์ให้แต่ละวัดจัดกิจกรรม ถ่ายภาพ แล้วส่งให้กองงาน เลขาฯ เพื่อรวบรวมเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ ที่จัดพิมพ์ถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ ในโอกาสดังกล่าว ซึ่งปรากฏมีวัดที่ได้ส่งภาพกิจกรรม และส่งกลับมายัง ส.ธ.ย. ตาม ที่มีภาพถ่ายประกอบในท้ายหนังสือ ๒. ได้จัดพิมพ์หนังสือ ชื่อ “มุมมองการพัฒนาวัดไทยในสหภาพยุโรป ใน ปัจจุบันและอนาคต” โดย พระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์เจ้าอาวาสวัดราช โอรสาราม ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จ พระสังฆราช เพื่อเผยแพร่วรรณกรรมอันดีงามนี้ และรวบรวมเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น พระประวัติหมายกำ หนดการจัดงาน และสารธรรมคำ บรรยายที่จำ เป็นต่อการ ทรงจำและนำ ไปปฏิบัติของพระธรรมทูต เป็นต้น จำ นวน ๒,๐๐๐ เล่ม ราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท โดยมีผู้บริจาคสมทบการพิมพ์๕๐,๖๕๐ บาท และ ส.ธ.ย. คงจ่าย ๑๑๙,๓๕๐ บาท หนังสือดังกล่าวได้มอบถวายให้กับคณะกรรมการจัดงานพระราช พิธีฯ เพื่อนำ ไปถวายและแจกพระเถรานุเถระและแขกผู้มาร่วมงาน โดยส่วนหนึ่งได้ นำ มาแจกจ่ายให้สมาชิกสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ๓. ส่งผู้แทนเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ประกอบด้วย ๑. พระเทพพุทธิมงคล ประธานฯ ๒. พระเทพกิตติโมลี รองประธานฯ รูปที่ ๑ ๓. พระวิมลศาสนวิเทศ รองประธานฯ รูปที่ ๒ ๔. พระโพธิคุณวิเทศ ประชาสัมพันธ์ ๕. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๖. พระบัณฑิต ญาณธีโร ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๗. พระมหาวิทยา อภิชฺชโว ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๘. พระครูเมธีชยาภิวัฒน์ เลขานุการ ๙. พระครูสุตพุทธิธัช ผู้ช่วยเลขานุการ ๔. ส่งผู้แทนได้เข้าร่วมโครงการประชุมสัมมนาพระธรรมทูตไทย และบุคลากรที่เกี่ยวข้องใน ๔ ทวีป และร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระ ศพ สมเด็จพระญาณสังวรฯซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ วัดพระศรี มหาธาตุฯ บางเขน กรุงเทพฯ และร่วมงานพระราชพิธีฯ อื่นๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๕-๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ วัดบวรนิเวศวิหาฯ และวัดเทพสิรินทราวาสฯ กรุงเทพฯ (๒) คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. เข้าพบพระพรหมสิทธิ ประธานสำ นักงานกำกับ ดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เพื่อรายงานและขอแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่
237 ในวันที่ ๑๕ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย ๑. พระเทพกิตติโมลีรองประธานฯ รูปที่ ๑ ๒. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส เลขานุการ ๓. พระมหาจำ เริญ เขมวีโร หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ๔. พระครูภาวนาวิธาน ผู้สังเกตการณ์ ๕. พระอาวิช อาวิชชญญูผู้สังเกตการณ์ (๓) สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำ เพ็ญกุศลศพพระพรหมสุธี อดีตประธานสำ นักงานกำกับดูแล พระธรรมทูตไปต่างประเทศ
238 (๔)คณะกรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ร่วมงานถวายมุทิตากรรมการและสมาชิกผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ณ ประเทศไทย เนื่องในมหามงคลวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ผ่าน มา คณะกรรมการ สมาชิก สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป หลายรูปได้รับพระราชทานสมณศักดิ์และได้มีพิธีต้อนรับ พิธี ถวายมุทิตาจิต มุทิตาสักการในประเทศไทย ในการนี้ ได้มีตัวแทนคณะกรรมการ และตัวแทนสหภาพพระธรรมทูต และพระ ธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ไปร่วมถวายมุทิตา ในงานดังกล่าว ประกอบด้วย ๑. พระวิมลศาสนวิเทศ (สำ รวจ) จัดพิธีต้อนรับวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่วัดสระเกศ และจัดจัดฉลอง ที่วัดบ้านจอม จังหวัดบุรีรัมย์ในวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ ๒. พระโพธิคุณวิเทศ (พยอม) จัดพิธีที่ต้อนรับ วันที่ ๕ ธันวาคม ที่วัดสระเกศฯ และวัดราชโอรสาราม ส่วนพิธี ฉลองจัดที่วัดบ้านคล้อ จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ ๓. พระครูไพโรจน์ภาวนาวิเทศ (ชัชวาล) จัดพิธีต้อนรับวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่วัดโบสถ์สามเสน กรุงเทพฯ และจัดฉลองที่วัดบ้านหักหิน จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๙ ๔. พระครูเมธีชยาภิวัฒน์ (ไพทูล) จัดพิธีต้อนรับที่วัดมหาชัย จังหวัดมหาสารคาม วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙
239 (๕) คณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ได้เข้าเฝ้ากราบถวายสักการะและรับฟังโอวาทจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ณ วัดปากน้ำ กรุงเทพฯ ๖ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘ (๖) ผู้แทนคณะกรรมการบริหาร ส.ธ.ย. ได้รับอาราธนาจากคณะพระธรรมทูตไทยในทวีปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เพื่อขอ คำแนะนำ ในการก่อตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๘
240 [ ๓.๔ ] รายนามพระมหาเถระ พระธรรมทูต สมาชิก ส.ธ.ย. และ พันธมิตร ผู้ได้รับการถวายมุทิตาจิต ในคราวประชุมสมัยสามัญประจำ ปีสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ๑. พระภาวนาธรรมวิเทศ (ภูเบศ) วัดพระธรรมกายเบเนลักซ์ ๒. พระวิเทศภาวนาธรรม (พระไวโรจน์วิโรจโน) วัดพระธรรมกายบาวาเรีย ๓. พระครูวิเทศธรรมรังษี(ชน ชุติมนฺโต) วัดไทยมิวนิค เยอรมนี ๔. พระครูไพศาลศาสนกิจวิเทศ (สมพงษ์) วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ออสเตรีย ๕. พระครูปริยัตินันทวิเทศ (อนันต์) วัดพุทธาราม เฟรดริก้า สวีเดน ๖. พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (พยอม) วัดพุทธวิหาร เยอรมนี พระอุปัชฌาย์ ๑. พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร วัดพุทธบูชา ฝรั่งเศส ๒. พระครูวิเทศสิริธรรม (ประสิทธิ์) วัดไทย ไอซ์แลนด์ ๓. พระครูพุทธิปภากร (ชัชวาลย์) วัดไทยพุทธอาภา เยอรมนี รางวัลผู้นำ พุทธโลก ๑. พระเทพกิตติโมลี(ทองสูรย์) วัดศรีนครินทรฯ สวิตเซอร์แลนด์ ๒. พระวิเทศภาวนาธรรม (พระไวโรจน์วิโรจโน) วัดพระธรรมกายบาวาเรีย ๓. พระภาวนาพุทธิธรรม (พระวีระ วีรนฺธโร) วัดพระธรรมกายบูโรส ๔. พระครูธรรมธร ไพทูล อตฺถวํโส วัดศรีนครินทรฯ สวิตเซอร์แลนด์ ๕. พระครูสุตพุทธิธัช (บุญทิน) วัดพุทธาราม สวีเดน ๖. พระปลัดภาวานาวัฒน์(ประคองศักดิ์สตฺติชญฺโญ) วัดพระธรรมกายคอร์ซัวร์รุสโกว
ภาค ๔ สมาชิกภาพปัจจุบัน และพันธมิตร สหภาพพระธรรมทูตไทย ในทวีปยุโรป [ส.ธ.ย.] The Union of Thai Sanghas in Europe [UTSE.]
242 สมาชิกภาพและพันธมิตร ตามกฏระเบียบของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ข้อ ๒๒ สหภาพฯ มีสมาชิกเข้าได้๒ ประเภท คือ ๑. สมาชิกประเภทสามัญ สามารถแบ่งย่อยได้อีก ๒ ชนิดคือ ก. สมาชิกสามัญองค์กร และ ข. สมาชิกสามัญบุคคล ๒. สมาชิกประเภทวิสามัญ นอกจาก สมาชิกดังกล่าวแล้ว ยังมีพันธมิตร ซึ่งก็คือ วัดหรือสมาคม ที่มีพระธรรมทูตไทยมาปฏิบัติศาสนกิจ ดำ เนินกิจการพระพุทธศาสนาในพื้นที่สหภาพยุโรป ซึ่งถือได้ว่าเป็น พันธมิตร มีความเกี่ยวเนื่องกัน เป็นพระธรรมทูตไทย ภายใต้มหาเถรสมาคมเดียวกัน ทำ งานเพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพื่อความสันติสุขของชาวโลกเหมือน ๆ กัน อีก จำ นวนหนึ่ง นับแต่ ปีพ.ศ.๒๕๔๙ ที่กฎระเบียบสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ได้ตราขึ้นและได้รับการรับรอง เป็นองค์กรถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดำ เนินกิจกรรมครอบคลุมยุโรปทั้งหมดแล้ว มีวัดหรือ สมาคม และบุคคลสมัครเข้าเป็นสมาชิกทั้งหมดดังนี้ ๑. สมาชิกประเภทสามัญองค์กร ๒๙ วัดหรือสมาคม ๒. สมาชิกประเภทสามัญบุคคล จำ นวน ๓๒ ท่าน การดูแล เมื่อมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลของความหลากหลายของภูมิภาค จำ นวนประเทศ และความห่างไกลของ แต่ละวัดหรือสมาคม คณะกรรมการบริหารฯ จึงได้ประชุมปรึกษาหารือและมีมติแบ่งเขตการดูแลซึ่งกันและกันภายใน สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เรียกว่า เขตการปกครอง โดยอาราธนาพระมหาเถระ ที่เป็นสมาชิกในเขตนั้น ๆ เป็นเสาหลักพระศาสนา เป็นหัวหน้าดูแลวัดหรือสมาคม ภายในเขต ประกอบด้วย เขตที่ ๑ จำ นวน ๗ ประเทศ ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, ลักซัมเบอร์ก, สเปน, โปรตุเกส, และโมนาโค เขตที่ ๒ จำ นวน ๑๔ ประเทศ ประกอบด้วย เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, ริกเตนสไตน์, ออสเตรีย, อิตาลี, สาธารณ รัฐเช็ก, ฮังการีโปแลนด์, โลมาเนีย, มอลโดวา, มอลตา, กรีซ,คอซอวอ, โครเอเชีย, ซานมารีโน, เซอร์เบีย, บอสเนียและเฮ อร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, สโลวเกีย. และสโลวีเนีย เขตที่ ๓ จำ นวน ๑๑ ประเทศ ประกอบด้วย สวีเดน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์, รัสเซีย, ลัทเวีย, เอชทูเนีย, มอนเตเนโกร, เบลารุส, และยูเครน ทั้งนี้การแบ่งเขตปกครองนั้น เล็งเห็นความก้าวหน้าของพระพุทธศาสนา ในสหภาพยุโรป ทั้งป้องกันภัยอันจะ เกิดขึ้นในภาคหน้า ความสามัคคีของคนไทย และพระธรรมทูตไทยที่มาปฏิบัติศาสนากิจในภูมิภาคนี้ ภาค ๔ สมาชิกภาพปัจจุบันและพันธมิตร
243 เขตปกครองที่ ๑ มี ๗ วัด ประเทศเนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, ลักซัมเบอร์ก, สเปน, โปรตุเกส, และโมนาโค ๑. วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ๒. วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ๓. วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ๔. วัดธัมมปทีป เบลเยียม ๕. วัดพุทธาราม (เมืองซินท์-นิกลาส) เบลเยี่ยม ๖. วัดพุทธบูชา ฝรั่งเศส ๗. วัดภูธาราม (สมาคมพระสงฆ์เถรวาท ฝรั่งเศส) ๘. วัดอโนมาลัย เมืองวาเลอรีส ฝรั่งเศส เขตปกครองที่ ๒ มี ๑๖ วัด ประเทศเยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, ออสเตรีย, อิตาลี, สาธารณรัฐเช็ก, ฮังการี โปแลนด์, โลมาเนีย, มอลโดวา, มอลตา, กรีซ, คอซอวอ, โครเอเชีย, ซานมารีโน, เซอร์เบีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, สโลวเกีย. และสโลวีเนีย ๙. วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์ ๑๐. วัดพุทธวิหาร เบอร์ลิน เยอรมนี ๑๑. วัดสังฆทานไทย-เยอรมนี ๑๒. วัดพุทธธรรม (สนามบินมิวนิค) เยอรมนี ๑๓. วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์เยอรมนี ๑๔. วัดพุทธปิยวราราม เยอรมนี ๑๕. วัดสังฆวิหาร สตุตการ์ต เยอรมนี ๑๖. วัดสมเด็จเยอรมนี ๑๗. วัดสันติวราราม เยอรมนี ๑๘. วัดพุทธเมตตา วาร์บวร์ก เยอรมนี ๑๙. สมาคมวัฒนธรรมไทยวัดไทยพุทธอาภา ๒๐. วัดไทยออสเตรียธรรมาราม ๒๑. วัดเทวราชเวนิส เมืองเตรวิโซ่อิตาลี ๒๒. วัดพุทธธรรม กร๊าซ ออสเตรีย ๒๓. วัดพระธาตุดอยสุเทพ เยอรมนี ๒๔. วัดธรรมกิตติวงศ์กรุงปราก ประเทศเชก เขตปกครองที่ ๓ มี ๖ วัด ประเทศสวีเดน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์, รัสเซีย, ลัทเวีย, เอชทูเนีย, มอนเตเนโกร, เบลารุส, และยูเครน ๒๕. วัดไทยนอร์เวย์ (สมาคมชาวพุทธไทย) ๒๖. วัดไทยนอร์เวย์ บาร์เก้น ๒๗. วัดพุทธาราม สวีเดน ๒๘. วัดพุทธาราม ฟินแลนด์ ๒๙. ศูนย์ปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์นอร์เวย์ ๓๐. วัดพุทธาราม ซุนซวาลล์สวีเดน [๔.๑] ประวัติและกิจกรรม ๓๐ สมาชิกประเภทสามัญองค์กร (วัดหรือสมาคม)
244 [๔.๑.๑] ประวัติและกิจกรรม วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์ ที่อยู่ : Loeffstraat 26-28, 5142 Waalwijk (Oost), Netherland Tel : 00 31 41 63 34 25 1 E-Mail: [email protected] www.buddharama-waalwijk.nl พระเทพพุทธิมงคล (สวัสดิ์อตฺถโชโต) เจ้าอาวาส น.ธ.เอก ป.ธ.๕, พธ.บ, MA., Ph.D. ประวัติวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ วัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เริ่มก่อตั้ง ขึ้นโดยกลุ่มคนไทย ที่ติดตามสามีมาอยู่ที่ประเทศนี้สมัย เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้สิ้นสุดลง คนไทยที่จาก บ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานานต่าง ก็รู้สึกว้าเหว่ จะกลับเมืองไทยก็ไม่อยากกลับ เพราะ ขาดการเชื่อมประสานสามัคคีกันทางความรู้สึก แต่ทุก คนก็ไม่เคยลืมบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง คิดถึงพ่อแม่ ญาติพี่น้องคิดถึงวัดต้องการเห็นพระซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจ จะได้มาวัดมาทำ บุญทำ ทาน จะได้มาปฏิบัติธรรมตาม คติแห่งพระพุทธศาสนาจากความต้องการอันนี้ จึงได้มี คณะกรรมการสร้าง “วัด” ขึ้นในประเทศฮอลแลนด์หรือ เนเธอร์แลนด์ โดยมีฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทย ประจำ กรุงเฮก คือดร. สมปอง สุจริตกุลเป็นผู้นำ และมีพระเดช พระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระธรรมโกศาจารย์เจ้าคณะจังหวัด ชลบุรีเป็นผู้อุปถัมภ์ ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ดร.สมปอง สุจริตกุล ได้ ทำ หนังสือขอนิมนต์ พระสงฆ์จากเมืองไทย ทางคณะสงฆ์ ได้อนุมัติให้พระสงฆ์รุ่นแรกออกมาปฏิบัติศาสนกิจเจริญ ศรัทธาของบรรดาชาวพุทธในประเทศเนเธอร์แลนด์และ ประเทศใกล้เคียง จำ นวน ๒ รูป วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้มีพิธีเปิดวัดขึ้น เป็นครั้งแรกที่อาคาร เลขที่ ๒๐ ถนน ทัลมาร์ เมืองวาล แวกซ์ มีฯพณฯ เอกอัครราชทูต ดร. สมปอง สุจริตกุล เป็นประธานท่ามกลางความยินดีของพี่น้องชาวไทยและ ชาวต่างประเทศ สถานที่ตั้งวัดแห่งใหม่ เนื่องจากที่ตั้งวัดแห่งเดิมคับแคบ คราวมีงาน เทศกาล หรืองานวันสำคัญทางศาสนา สถานที่ดูคับ แคบมากไม่เหมาะที่จะทำวัด ทางคณะกรรมการมูลนิธิ
245 The Buddharama Temple วัดพุทธาราม จึงได้จัดซื้อสถานที่แห่งใหม่ที่ถนน Loeffstraat เลขที่ ๒๖ - ๒๘ รหัสไปรษณีย์ ๕๑๔๒ ER เมือง Waalwijk ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดในปัจจุบันนี้ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ (คศ.๑๙๘๐) สถานที่แห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ห่างจากเมือง Amsterdam ลงมาทางตอนใต้ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร มีเนื้อ ที่ทั้งหมดโดยประมาณ ๓,๖๗๕ ตารางเมตร ประกอบ ด้วยอาคาร ๒ หลัง คืออาคารหลังใหม่ ซึ่งปรับปรุงจาก โรงนาและคอกปศุสัตว์ เป็นห้องพระ กุฏิพระสงฆ์ และ โรงอาหาร ส่วนอีกหลังหนึ่งค่อนข้างเล็กใช้เป็นที่พัก ของ แม่ชีและผู้ที่มารักษาศีล ปฏิบัติธรรม จัดซื้อในราคา ๓๕๐,๐๐๐ guldenด้วยการกู้จากธนาคารดอกเบี้ย ร้อย ละ ๑๐.๕๐ ต่อปีระยะเวลากู้๓๐ ปีโดยได้ความร่วมมือ จากท่านนายกเทศมนตรีเมืองวาลแวกซ์ และคณะได้ ถวายความอุปถัมภ์แต่ตั้งเงื่อนไขไว้ข้อหนึ่งว่า ทางวัดต้อง สร้างลานจอดรถไว้ในพื้นที่ของวัด ที่สามารถจอดรถได้ไม่ ต่ำกว่า ๔๒ คัน เพื่ออำ นวยความสะดวกสำ หรับชาวพุทธ ที่เดินทางมาวัด จากในประเทศเนเธอร์แลนด์และใกล้ เคียง และได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีกมีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ ๓ ไร่ เศษเป็นจำ นวนเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ยูโร กิจกรรมทางวัดพุทธาราม จะจัดบวชชีปฎิบัติ ธรรมในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จ พระราชินี ประจำ ทุกๆปี นอกจากนั้นทางวัดได้เปิดสอน ภาษาไทย ดนตรีไทย นาฎศิลปไทยให้แก่คนไทยและคน เนเธอร์แลนด์ที่สนใจ ปัจจุบัน วัดพุทธาราม เมืองวาลแวกซ์ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค ๑๐ กรรมการมหาเถร สมาคม และประธานสำ นักงานกำกับดูแลพระธรรมทูต ไปต่างประเทศ ปัจจุบันมีพระเทพพุทธิมงคล(สวัสดิ์ อตฺถโชโต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ วัดพุทธาราม ประเทศ เนเธอร์แลนด์ และ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยใน ทวีปยุโรป
246
247
248 [๔.๑.๓] ประวัติและกิจกรรม วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ที่อยู่ : Chaussée de Louvain, 71, 1410 Waterloo, Belgium Tel/Fax : 00 32 2 385 2855 Mobile : 0032 479 297 465 E-Mail : [email protected] www.watthaidhammaram.be พระสุธีญาณวิเทศ (วิสุทธิ์โชติญาโณ) เจ้าอาวาส ป.ธ.๘, พ.ม., พธ.บ., MA., Ph.D. ประวัติวัดไทยธรรมาราม เบลเยีย วัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ถือกำ เนิดจากแรง ศรัทธาอันบริสุทธิ์ของชาวไทยในประเทศเบลเยียมและ ลักเซมเบอร์ก ที่ต้องการมีวัดไทยของตนเอง เพื่อบำ เพ็ญกุศล ประกอบศาสนกิจ และสืบสานพระพุทธศาสนา ด้วยกุศล ศรัทธาอันแรงกล้า รวมเป็นกันพลังให้มีการก่อตั้งวัดไทยได้ เป็นผลสำ เร็จและพัฒนามาได้อย่างมั่นคง จนเป็นที่พึ่งทางใจ ของชนชาวไทยในต่างแดน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๒ “คุณ มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการสร้างวัดไทยในเบลเยียม มี คนไทยหลายคนปรารภกับผมอยากให้มีวัดไทยที่นี่” ท่าน เอกอัครราชทูตสุขุม รัศมิทัต (เอกอัครราชทูต ณ กรุง บรัสเซลส์ เบลเยียม ขณะนั้น) ได้เอ่ยถามเจ้าหน้าที่สถานทูต คนหนึ่งระหว่างรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทย สิงหาตาหวาน กรุงบรัสเซลส์ เพราะก่อนหน้านั้น คนไทยใน เบลเยียมและลักเซมเบอร์กจะต้องเดินทางไปทำ บุญเนื่องใน งานต่างๆ ที่วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์หรือไม่ก็ต้องไปนิมนต์ พระสงฆ์จากวัดในเนเธอร์แลนด์หรือฝรั่งเศสมาประกอบพิธี ทางพระพุทธศาสนา ทำ ให้มีคนไทยในเบลเยียมพูดถึงการมี วัดเป็นของตนเอง และท่านเอกอัครราชทูตสุขุมฯ ก็มีจิตเป็น กุศลที่จะสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับคนไทย นี่คือ จุดเริ่มต้นของการเกิดวัดไทยธรรมาราม เบลเยียม ต่อมาเมื่อวันที่๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ท่านเอกอัครราชทูต สุขุมฯ ได้เรียกประชุมเพื่อตรวจสอบข้อมูลความเป็นไปได้ใน การมีวัดกับคุณพลเดช วรฉัตร (กงสุลสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ขณะนั้น) สรุปว่า ศาสนาพุทธยังไม่ได้รับ การรับรองให้เป็นศาสนาอย่างเป็นทางการในเบลเยียม มีกฎ ระเบียบที่จะต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งวัด และ สอบถามข้อมูลจาก Mr. Joseph LAHAYE ทราบว่า การจะ ยื่นขอให้ทางการเบลเยียมรับรองศาสนาพุทธเป็นศาสนาใน เบลเยียม จะต้องเข้าชื่อกันจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหา ผลกำ ไร (Association sans buts lucratifs – a.s.b.l.) เช่น มูลนิธิ เป็นต้น โดยต้องหาบ้านเดี่ยวที่มีสวนขนาดพอสมควร สำ หรับการจัดงาน และหาผู้มีจิตศรัทธาและมีกำลังทรัพย์ที่
249 Wat Thai Dhammaram Belgium จะสนับสนุนให้วัดเริ่มดำ เนินการต่อไปได้ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ท่านเอกอัครราชทูต สุขุมฯ ได้มีเชิญกลุ่มคนไทยที่พิจารณาเห็นว่ามีความพร้อม ทุกด้านมาประชุมร่วมกันเพื่อความเป็นไปได้ในการสร้างวัด ไทยในเบลเยียม ทุกคนก็เห็นด้วย ความฝันของคนไทยใน เบลเยียมเป็นจริง และวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๒ คณะกรรมการ บริหารได้ไปทำการจดทะเบียน Wat Thai Dhammaram a.s.b.l. กับ Notaire Mourlon Beernaert, Avnue des Arts 50, 1000 Bruxelles (ประกาศในโมนิเตอร์เบลจ์วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๓) โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑. เพื่อสร้างถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ๒. เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจทางพุทธศาสนา ๓. เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิภาวนาและเผยแผ่ พระพุทธศาสนาให้กับคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่สนใจ ๔. เ ป็ น ศู น ย์ ร ว ม ช า วไท ยใ น เ บ ล เ ยี ย ม แ ล ะ ลักเซมเบอร์กและเป็นของคนไทยทุกคน เมื่อจดทะเบียนเสร็จแล้ว กรรมการทุกคนเดินทางไป กราบเรียนท่านเอกอัครราชทูตสุขุมฯ และร่วมทำ บุญเลี้ยง พระที่ทำ เนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ โดยมีพระ เดชพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็น ประธานสงฆ์ หลังจากฉันเสร็จแล้ว ก่อนออกเดินทางไปยัง เนเธอร์แลนด์ ก็ได้นิมนต์ท่านเจ้าประคุณสมเด็จและคณะ สงฆ์ไปดูบ้านเลขที่ 71 Chaussée de Louvain, 1410 Waterloo เป็นบ้านเดี่ยวมีสวนด้านหลัง มีต้นไม้ใหญ่ รวม เนื้อที่ ๖.๙๐ อาร์ในราคา ๕.๘ ล้านเบลเยียมแฟรงก์ท่านเจ้า ประคุณสมเด็จฯ ได้ตรวจสอบแล้วกล่าวมงคลวาจาว่า “ที่นี่ เหมาะสำ หรับตั้งเป็นวัดไทย” วันที่๒๓ มกราคม ๒๕๔๓ เท่าเจ้าประคุณสมเด็จพระ พุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ได้มีบัญชาให้พระมหาวิสุทธิ์โชติ ญาโณ เดินทางมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม นับ ตั้งแต่นั้น ท่านก็ได้นำ พาญาติโยมอุบาสกอุบาสิกาทั้งชาวไทย ลาว กัมพูชา ศรีลังกา เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และประเทศใกล้เคียงพัฒนาวัดให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ มีการจัดกิจกรรมต่าง เช่น จัดการปฏิบัติธรรม การบรรพชา สามเณร การบวชเนกขัมมะ การอบรมเยาวชน อบรม สอน พุทธศาสนาในโรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น จนได้รับพระ มหากรุณาโปรดฯ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ใน ราชทินนามว่า “พระสุธีญาณวิเทศ” ในวโรกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๘
250 [๔.๑.๔] ประวัติและกิจกรรม วัดธัมมปทีป เบลเยียม ที่อยู่ : Willendriesstraat 7b, 2812 Muizen Mechelen Belgium Tel/Fax : 00 32 15 29 00 99 E-Mail : [email protected] www.watdhammapateep.com พระครูวินัยธร สมศักดิ์สกฺกเมธี(ศุภเลิศ) เจ้าอาวาส น.ธ.เอก, ป.ธ.๓, พธ.บ. ประวัติวัดธัมมปทีป เบลเยียม วัดธัมมปทีป เป็นวัดไทยเถรวาท แห่งคณะสงฆ์ไทย และเป็นวัดแห่งแรกในส่วนงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่าง ประเทศ ในประเทศเบลเยียมในนามสาขาของวัดจักรวรรดิรา ชาวาส วรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร วัดแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้น ด้วย มโนปณิฐานอันแน่วแน่และมั่นคงเพื่อเป็นพุทธศาสนสถาน การเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยดำ ริของพระเดชพระคุณพระ พุทธิวงศมุนี(บุญมา สุดสุข ทีปธมฺโม ป.ธ.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัด จักรวรรดิราชาวาส อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๒ อดีตประธาน อำ นวยการสร้างวัดธัมมปทีป เมื่อวันศุกร์ที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ (ค.ศ.2005) แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๗ เวลา ๑๒.๑๙ นาที (เวลาประเทศไทย ๐๖.๑๙ นาที) มงคลนามว่า “ธมฺมทีโป” นี้ เป็นฉายานามของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และได้นำ มาตั้ง เป็นชื่อวัด คำว่า “ธัมมปทีป” ให้ความหมายว่า “พระธรรมคือ แสงสว่าง” และในปัจจุบันนี้ พระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธิ โมลี(พรหมา สปฺปญฺโญ ป.ธ.๙) รองเจ้าคณะภาค ๑๐ ประธาน อำ นวยการสร้างวัดธัมมปทีป เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส รูปปัจจุบัน ได้เมตตานุเคราะห์ให้การส่งเสริมสนับสนุนในการ การเผยแผ่และการพัฒนาขยายวัดในทุกๆ ประการ “สถานที่ตั้งวัดธัมมปทีป” ในวันที่ ๕ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ซื้อที่ดินพร้อม อาคารเพื่อจัดตั้งเป็นวัดธัมมปทีป มีเนื้อที่ 1,372 ตารางเมตร ซื้อด้วยราคา 332.352.41 ยูโร ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและกึ่ง ที่พักอาศัย ในหมู่บ้านชื่อว่าวาแลม (Walem Village) อำ เภอ แมเคเลิ่น (Mechelen) จังหวัดแอนท์เวริป์เปิ้น (Antwerpen) วัดธัมมปทีป ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ (Mechelen North) และ ตั้งอยู่ใกล้เมือง สำคัญ เช่น ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ (เมืองหลวง ประเทศเบลเยียม) ๓๖ กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดอันทเวิร์ปเปิ้น (ศูนย์กลางการท่าเรือและขายเพ็ชร์) ๒๑กิโลเมตร ห่างจากกรุง อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์๑๘๘ กิโลเมตร ห่างจากกรุง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ๓๔๑ กิโลเมตร ห่างจากประเทศลักเซม เบิร์ก ๒๓๓ กิโลเมตร เป็นต้น วัดธัมมปทีป ได้ทำการเปิดวัดอย่างเป็นทางการในวัน ที่ ๑-๓ กรกฎาคม ๒๕๔๘ โดยมีพระเดชพระคุณพระพุทธิวงศ มุนีเป็นประธานเปิดป้ายวัด พระเดชพระคุณพระราชพุทธิมงคล เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์พร้อมด้วยคณะพระธรรมทูตหลายประเทศในสหภาพ