ว กรมวทิ ย พ 63 (3) ก.ค. - ก.ย. 2564 Bull Dept Med Sci 63 (3) July - September 2021 วารสาร
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
BULLETIN OF THE DEPARTMENT OF MEDICAL SCIENCES
ปที ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564 Vol. 63 No. 3 July - September 2021
CH3 CH3
OH
H3C
CH3 O
วารสารกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
BULLETIN OF THE DEPARTMENT OF MEDICAL SCIENCES
ปีที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564 Vol. 63 No. 3 July - September 2021
สารบัญ
หนา้
นิพนธ์ตน้ ฉบับ 456
การศึึกษาความเป็น็ พิิษของสารสกัดั ช่อ่ ดอกกััญชาพัันธุ์�ไ์ ทยต่อ่ เซลล์ม์ ะเร็ง็ เพาะเลี้้�ยง
ศรายุธุ ระดาพงษ์์ พราว ศุุภจริิยาวัตั ร ตีญี านีี สาหััด ณฐภัทั ร หาญกิิจ กัญั ชริญิ า ภารเขจร
ปฏิภิ าณ พริ้ม� พราย ศิิริิวรรณ ชััยสมบููรณ์พ์ ันั ธ์ ์ พิิเชฐ บัญั ญัตั ิ ิ พรชััย สิินเจริิญโภไคย
และ Kenneth J Ritchie
การศึึกษาฤทธิ์์ส� มานแผลของสารสกััดช่่อดอกกัญั ชาเพศเมียี พันั ธุ์์�ไทยต่อ่ เซลล์ป์ อดเพาะเลี้้�ยง 467
พรชััย สิินเจริญิ โภไคย ตีญี านีี สาหัดั พราว ศุภุ จริิยาวัตั ร ศรายุธุ ระดาพงษ์ ์ เสกรชตกร บััวเบา
พิเิ ชฐ บััญญัตั ิิ ศิิริวิ รรณ ชััยสมบููรณ์พ์ ัันธ์์ และณฐภััทร หาญกิิจ
การศึกึ ษาความเป็น็ พิิษของสารสกัดั กัญั ชาพัันธุ์ไ�์ ทยต่อ่ เซลล์เ์ พาะเลี้้ย� งปกติิ 478
พราว ศุภุ จริิยาวัตั ร ศรายุธุ ระดาพงษ์์ ตีญี านีี สาหัดั ณฐภัทั ร หาญกิิจ กััญชริญิ า ภารเขจร
ปฏิิภาณ พริ้�มพราย พิเิ ชฐ บััญญััติิ ศิิริิวรรณ ชัยั สมบูรู ณ์พ์ ันั ธ์ ์ ณัฐั พงษ์ ์ วิิชัยั
และพรชััย สินิ เจริิญโภไคย
การศึึกษาฤทธิ์์�ก่่อกลายพัันธุ์�ข์ องสารสกัดั จากช่อ่ ดอกกััญชาพันั ธุ์์ไ� ทย 490
พราว ศุภุ จริิยาวัตั ร สุจุ ริิต อุ่�่นกาศ วิิจิติ รา สุุดห่่วง ปัถั ยา ศิริ ินิ ัันท์์ธนานนท์ ์ เสกรชตกร บััวเบา
ศรายุธุ ระดาพงษ์์ พิเิ ชฐ บัญั ญัตั ิิ ศิิริวิ รรณ ชัยั สมบูรู ณ์์พันั ธ์ ์ แพรว ศุุภจริยิ าวััตร
และพรชััย สินิ เจริิญโภไคย
การพััฒนาวิิธีวี ิเิ คราะห์์ปริมิ าณแคนนาบิินอยด์ใ์ นใบกัญั ชาด้้วยวิธิ ีี Ultra High 505
Performance Liquid Chromatography
ธนวััฒน์์ ทองจีีน สรเพชร มาสุุด พีรี ธรรม เทีียมเทียี บรัตั น์์ สายัณั ห์์ เรือื งเขตร ศักั ดิ์์ว� ิชิ ััย อ่่อนทอง
พิิเชฐ บัญั ญััติิ ศิิริวิ รรณ ชััยสมบููรณ์์พัันธ์์ และอััศวชัยั ช่่วยพรหม
ปริิมาณสารแคนนาบิินอยด์์ในระยะการเจริญิ เติบิ โตที่�แตกต่่างกัันของใบกััญชาพันั ธุ์�ไ์ ทย 524
สรเพชร มาสุุด ธนวัฒั น์์ ทองจีีน กรวิชิ ญ์์ สมคิดิ ภานุวุ ิชิ ญ์ ์ พููลทรััพย์์ ปภาวดี ี สุฉุ ันั ทบุุตร
กชพร โชติมิ โนธรรม ทิิพวรรณ ปรัักมานนท์์ ราตรีี พระนคร วรรณวิิภา พินิ ธะ พิิเชฐ บัญั ญัตั ิิ
และศิิริวิ รรณ ชััยสมบููรณ์์พันั ธ์์
หน้า
การพััฒนาตััวอย่า่ งทดสอบความชำ�ำ นาญการวิเิ คราะห์ส์ ารเคมีีป้อ้ งกันั กำำ�จััดศัตั รูพู ืชื 541
และโลหะหนักั ในพืชื กัญั ชา
วิชิ าดา จงมีีวาสนา พนาวััลย์ ์ กลึึงกลางดอน วีรี วุฒุ ิ ิ วิทิ ยานันั ท์์ สุพุ ัฒั น์์ แสงสวย
ธรณิิศวร์์ ไชยมงคล และกรรภิริ มย์์ เลิิศบำ�ำ รุงุ ชััย
การพัฒั นาและทดสอบความถููกต้อ้ งของวิธิ ีวี ิิเคราะห์์สารกลุ่�มแคนนาบิินอยด์ ์ 556
ในน้ำ�ำ�มะพร้้าวโดยเทคนิิค LC-MS/MS
สกุลุ รััตน์์ สมสันั ติิสุุข อัจั ฉรี ี อินิ แก้ว้ เสาวนียี ์์ วาจาสิทิ ธิ์ � สุุวิมิ ล หมวดหม๊๊ะ
กััญญารััตน์์ เชื้�อกูลู ชาติ ิ วิทิ วัสั วังั แก้ว้ หิิรััญ และทองสุุข ปายะนันั ทน์์
การพัฒั นาวิธิ ีีวิเิ คราะห์์สารเคมีีป้้องกันั กำ�ำ จััดศัตั รููพืืชตกค้้างในธััญพืชื และถั่�วเมล็็ดแห้้ง 571
โดย GC-MS/MS
ธรณิิศวร์์ ไชยมงคล และวีีรวุุฒิ ิ วิิทยานันั ท์์
ข้้อมููลกลุ่�มควบคุุมที่�มาจากการทดสอบความเป็็นพิิษระยะกึ่�งเรื้อ� รังั ทางปากของ 595
หนูแู รทสายพันั ธุ์�์ Wistar (Mlac:WR)
ภััสสราภรณ์์ ศรีีมังั กรแก้้ว กฤติกิ าญจน์ ์ สุุวรรณสโรช ภคมณ ยศทรารััตน์์
และอัญั ชลีี สิิริมิ นตาภรณ์ ์
ระบาดวิิทยาโรคติดิ เชื้้อ� ไวรัสั ซิกิ าในประเทศไทย ช่ว่ งปีี พ.ศ. 2559-2563 607
สุุมาลีี ชะนะมา ภัทั ร วงษ์เ์ จริิญ ศิริ ิิรััตน์์ แนมขุนุ ทด ลััดดาวัลั ย์ ์ มีแี ผนดี ี อริสิ รา โปษณเจริิญ
พงศ์์ศิิริิ ตาลทอง ฮุุสนีียะห์์ วาเต๊ะ๊ สาริิณี ี ชำ�ำ นาญรัักษา วรารััตน์์ แจ่่มฟ้้า และอารีรี ัตั น์์ สง่่าแสง
การเปรีียบเทียี บประสิทิ ธิิภาพของสารสกััดจากเลือื ดจระเข้ใ้ นการยัับยั้้�ง 618
เซลล์ม์ ะเร็ง็ ตับั และเซลล์์มะเร็็งท่่อน้ำ�ำ� ดีีมนุุษย์์
รััศมีีเพ็ญ็ โพธิ์น� าคเงินิ กาญจนา อัศั วศุภุ ฤกษ์ ์ และธนกร ระวัังชื่�อ
การทดสอบความเป็น็ พิษิ เฉีียบพลัันและพิิษกึ่�งเรื้อ� รัังทางปาก 628
ของถั่�งเช่่าสีที อง (Cordyceps militaris) ในหนูแู รทสายพัันธุ์์� Wistar
กฤติกิ าญจน์ ์ สุวุ รรณสโรช ภัสั สราภรณ์์ ศรีมี ังั กรแก้้ว ภคมณ ยศทรารััตน์์
และอัญั ชลีี สิริ ิมิ นตาภรณ์์
การพััฒนาชุุดทดสอบพาราควอตแบบขั้้�นตอนเดียี ว 648
จินิ ตนา กรดเต็็ม ศริินยา ฤทธิิเนียี ม ธรรมวุุฒิ ิ ชููมาก และลักั ษิิกา ทองเรือื งศรีี
การวิเิ คราะห์ป์ ริิมาณรัังสีกี ระเจิงิ และการป้้องกัันอันั ตรายจากรัังสี ี 660
เมื่ �อถ่่ายภาพด้้วยเครื่ �องเอกซเรย์์เคลื่ �อนที่ �
วสััน บุุตรพา
หน้า
การประเมิินสถานะด้า้ นความรู้� ความเข้้าใจ ความตระหนััก และการใช้้ระบบคุุณภาพ 675
ในการปฏิิบัตั ิงิ านของบุุคลากรสถาบัันวิิจััยวิิทยาศาสตร์ส์ าธารณสุุข
วราลัักษณ์์ เลิศิ สุุภางคกููล ดวงกมล อััศวุตุ มางกุุร ธันั วา แก้้วเกษ กมลพรรณ ครึ้ม� ยานาง
และอาชวิินทร์์ โรจนวิวิ ัฒั น์ ์
รายงานจากห้อ้ งปฏิิบัตั ิกิ าร 689
การประเมิินคุุณภาพทางจุุลชีวี วิิทยาของอาหารพร้้อมบริโิ ภคและภาชนะสัมั ผััสอาหาร 704
ในร้า้ นอาหารสวัสั ดิกิ ารกรมวิิทยาศาสตร์์การแพทย์์ 721
732
ณััฐกานต์์ ติยิ ศิิวาพร กมลวรรณ กัันแต่่ง และภัทั ราภรณ์์ ศรีีไหม
การทดสอบความถููกต้อ้ งของวิธิ ีวี ิเิ คราะห์์สีีอีีริโิ ทรซิินในอาหารโดยเทคนิิค HPLC
จัันทร์เ์ พ็็ญ โตวิิยานนท์์ และสุุธาทิิพย์์ วิทิ ย์์ชััยวุฒุ ิวิ งศ์ ์
การทวนสอบความถููกต้อ้ งของวิธิ ีีทดสอบความแรงผลิติ ภััณฑ์์ Factor VIII
ด้ว้ ยวิิธีี Chromogenic Assay
โสมมริสิ า พวงพรศรีี ฐิิตาภรณ์์ ภููติิภิิณโยวัฒั น์ ์ และ ไพศาล พัังจุนุ ันั ท์์
คุุณภาพชาสมุุนไพรจากการประเมินิ ด้า้ นสิ่�งแปลกปลอมขนาดเล็ก็ น้ำ�ำ�หนักั เบา
ขันั ทอง เพ็ช็ รนอก และก่่อเกีียรติิ ศาสตริินทร์ ์
วารสารกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
BULLETIN OF THE DEPARTMENT OF MEDICAL SCIENCES
ปีท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564 Vol. 63 No. 3 July - September 2021
CONTENTS Page
Original Articles 456
467
Investigation of the Cytotoxicity of Thai Cannabis Extracts 478
on Various Cancer Cell Lines 490
505
Sarayut Radapong Praw Suppajariyawat Tiyanee Sahad Nathaphat Harnkit
Kanchariya Phankhajon Phatipan Primprai Phichet Banyati
Siriwan Chaisomboonpan Pornchai Sincharoenpokai and Kenneth J Ritchie
Wound Healing Effect of Thai Cannabis Female Inflorescence
Extracts on Lung Cell Lines
Pornchai Sincharoenpokai Tiyanee Sahad Praw Suppajariyawat
Sarayut Radapong Sekrachatakorn Buabao Phichet Banyati
Siriwan Chaisomboonphan and Nathaphat Harnkit
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L. Extract on Various Types
of Normal Cells
Praw Suppajariyawat Sarayut Radapong Tiyanee Sahad Nathaphat Harnkit
kanchariya Phankhajon Phatipan Primprai Phichet Banyati Siriwan
Chaisomboonpan Nuttapong Wichai and Pornchai Sincharoenpokai
Investigation of Mutagenic Activity of Thai Cultiva,
Cannabis sativa L. Extract
Praw Suppajariyawat Sutjarit Aunkat Wijittra Sudhong Padtaya Sirinantananon
Sekrachatakorn Buabao Sarayut Radapong Phichet Banyati
Siriwan Chaisomboonphan Praew Suppajariyawat and Pornchai Sincharoenpokai
Development and Method Validation of Cannabinoid Contents
in Cannabis sativa L. Leaves by Ultra High Performance Liquid
Chromatography
Thanawat Thongchin Sorrapetch marsud Peradhama Thiemthieprat
Sayan Ruengkhet Sakwichai Ontong Phichet Banyati Siriwan Chaisomboonpan
and Aussavashai Shuayprom
Page
The Cannabinoid Contents in Different Growth Stages of 524
Thai Cannabis sativa L. Leaves
Sorrapecth Marsud Thanawat Thongchin Korravit Somkid Phanuwit Poolsab
Paparvadee Suchantaboot Kotchaporn Chotmanotham Tipawan Phrugmanon
Ratree Pranakhon Wanwipa Pinta Phichet Banyati and Siriwan Chaisomboonpan
Development of Cannabis Proficiency Test Sample for Pesticide Residue 541
and Heavy Metal Analysis
Wischada Jongmevasna Panawan Kluengklangdon Weerawut Wittayanan
Supat Sangsuay Thoranit Chaimongkol and Kanpirom Lertbumroongchai
The Development and Validation of Analysis Method for Cannabinoids 556
in Coconut Juice using LC-MS/MS
Sakulrat Somsuntisuk Atcharee Inkaew Saovanee Wajasit Suwimol Muadmah
Kanyarat Chuakunchat Witthawat Wangkaewhiran and Thongsuk Payanan
Method Development for Pesticide Residue Analysis in Cereal Grains 571
and Pulses Vsing GC-MS/MS
Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan
Historical Control Data from Repeated Dose 90-days Oral Toxicity 595
Studies of Wistar Rats (Mlac:WR)
Passaraporn Srimangkornkaew, Kittigan Suwannasaroj, Pakamon Yottharat
and Aunchalee Sirimontaporn
Epidemiology of Zika Virus Disease in Thailand, during 2016-2020 607
Sumalee Chanama Pattara Wongjaroen Sirirat Naemkhunthot
Laddawan Meephaendee Arisara Posanacharoen Pongsiri Tanthong
Husneeyah Vateh Sarinee Chumnanraksa Wararat Jamfa
and Areerat Sa-ngasang
Comparison of Efficacy of Crocodile Blood Extract against Inhibition 618
of Cell Viability in Hepatocellular Carcinoma and Human
Cholangiocarcinoma Cell Lines
Rassameepen Phonarknguen Kanjana Assawasuparerk and Thanakorn Rawangchue
The Acute and Sub-Chronic Oral Toxicity Testing หน้า
of Cordyceps militaris in Wistar Rats 628
Kittigan Suwannasaroj, Passaraporn Srimangkornkaew, Pakamon Yottharat 648
and Aunchalee Sirimontaporn 660
Development of One-Step Paraquat Test Kit 675
Jintana Krodtem Sarinya Rittinium Thammawut Chumark 689
and Laksika Thongruangsri
Analysis of the Scattered Radiation and Protection Practice 704
from Mobile X-ray Units 721
732
Wasan Buthpa
Assessment of Knowledge, Understanding, Awareness and Practice
on Quality System among Personnel of the National Institute of
Health, Thailand
Waralak Lertsupangkakul Daungkamon Asawutmangkul Thunwa Kaewket
Kamolpan Khruemyanang and Archawin Rojanawiwat
Laboratory Findings
Evaluation of the Microbiological Quality of Ready-to-eat Foods and
Food Contact Articles in Welfare Restaurants of the Department
of Medical Sciences
Nutthakan Tiyasiwaporn Kamonwan Kantaeng and Patraporn Srimai
Method Validation for Determination of Erythrosine in Food by
HPLC Technique
Janpen Towiyanon and Suthatip Vitchaivutivong
Method Verification of Factor VIII Potency Test by Chromogenic Assay
Soammarisa Paungpornsri, Titaporn Pootipinyowat and Paisan Pangjunan
Quality of Herbal Tea from Light Filth Assessment
Kuntong Pednog and Kokeiat Sarttarin
บรรณาธกิ ารแถลง
วารสารกรมวิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์์ ปีที ี่�่ 63 ฉบับั ที่�่ 3 เดือื นกรกฎาคม - กันั ยายน 2564 ได้ม้ ีีการเผยแพร่บ่ ทความ
วิชิ าการซึ่ง�่ เป็น็ ผลงานวิจิ ัยั ที่เ�่ กี่ย่� วข้อ้ งกับั การศึึกษากัญั ชาในด้า้ นต่า่ งๆ จำำ�นวน 8 เรื่อ� ง เช่น่ เรื่อ� ง การทดสอบฤทธิ์แ�์ ละความ
เป็น็ พิษิ ของสารสกัดั จากกัญั ชาต่อ่ เซลล์เ์ พาะเลี้ย� งชนิดิ ต่า่ งๆ รวมทั้้ง� เซลล์ม์ ะเร็ง็ การพัฒั นาวิธิ ีีการตรวจวิเิ คราะห์ป์ ริมิ าณสาร
กลุ่ม�่ แคนนาบิินอยด์ใ์ นกััญชาและในน้ำ�ำ�มะพร้า้ ว การตรวจปริมิ าณสารแคนนาบิินอยด์์ในระยะต่่างๆ ของการเจริญิ เติิบโต
ของใบกัญั ชา การพัฒั นาตัวั อย่า่ งทดสอบความชำ�ำ นาญพืชื กัญั ชาเพื่่อ� ใช้ป้ ระเมินิ ความสามารถในการตรวจวิเิ คราะห์ข์ องห้อ้ ง
ปฏิิบััติิการ นอกจากนี้้ย� ังั มีีบทความวิจิ ัยั อื่่�นๆ อีีก เช่น่ การทดสอบประสิทิ ธิภิ าพของสารสกัดั จากเลืือดจระเข้้ในการยับั ยั้้�ง
เซลล์์มะเร็็งตับั และเซลล์ม์ ะเร็็งท่่อน้ำำ��ดีีมนุุษย์์ การทดสอบความเป็น็ พิิษของถั่่ง� เช่่าสีีทองในหนููแรท การพัฒั นาวิธิ ีีวิเิ คราะห์์
สารเคมีีป้้องกัันกำำ�ศััตรููพืืชตกค้้างในอาหาร การพััฒนาชุุดทดสอบพาราควอตแบบขั้้�นตอนเดีียว ระบาดวิิทยาของโรคติิด
เชื้อ� ไวรัสั ซิกิ าในประเทศไทย การวิเิ คราะห์ป์ ริมิ าณรังั สีีกระเจิงิ และการป้อ้ งกันั อันั ตรายจากจากรังั สีีเมื่่อ� ถ่า่ ยภาพด้ว้ ยเครื่อ� ง
เอกซเรย์์เคลื่อ� นที่่�
กองบรรณาธิิการวารสารกรมวิิทยาศาสตร์์การแพทย์์ขอขอบคุุณผู้้�นิิพนธ์์ทุุกท่่านที่่�ส่่งบทความมาให้้พิิจารณา
ตีีพิิมพ์์เผยแพร่่องค์์ความรู้�ใหม่่จากงานวิิจััย ซึ่�่งจะเป็็นประโยชน์์ต่่อการปฏิิบััติิงานด้้านการพััฒนาวิิทยาศาสตร์์การแพทย์์
และสาธารณสุุขของประเทศ ขอขอบพระคุุณผู้�ทรงคุุณวุุฒิทิ ุุกท่า่ นในการพิจิ ารณาบทความ (Peer reviews) และให้ข้ ้อ้ เสนอ
แนะในการปรัับปรุุงแก้้ไขบทความวิจิ ััยต่า่ งๆ ให้ม้ ีีความถูกู ต้อ้ งทางวิิชาการและเข้า้ ใจง่่ายขึ้�น และขอขอบพระคุุณทุุกท่่าน
ที่ม�่ ีีส่ว่ นในการจัดั ทำำ�วารสารฉบับั นี้้ใ� ห้เ้ สร็จ็ สมบูรู ณ์ด์ ้ว้ ยดีี กองบรรณาธิกิ ารหวังั เป็น็ อย่า่ งยิ่ง� ว่า่ วารสารฉบับั นี้้จ� ะเป็น็ ประโยชน์์
สำ�ำ หรับั ผู้้�อ่า่ นทุุกท่า่ น และโปรดติดิ ตามวารสารกรมวิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์์ ฉบัับที่�่ 4 เดือื นตุุลาคม - ธันั วาคม 2564 ต่อ่ ไป
ดร.อภวิ ฏั ธวัชสนิ
บรรณาธิการวารสารกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
นิพนธต น ฉบบั ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 456-466
การศึกษาความเปน พิษของสารสกดั ชอ ดอกกญั ชา
พนั ธไุ ทยตอเซลลมะเร็งเพาะเลย้ี ง
ศรายธุ ระดาพงษ1 พราว ศภุ จรยิ าวตั ร1 ตญี านี สาหดั 1 ณฐภทั ร หาญกจิ 1 กญั ชรญิ า ภารเขจร1 ปฏภิ าณ พรมิ้ พราย1
พิเชฐ บัญญัต1ิ ศิรวิ รรณ ชัยสมบูรณพันธ1 พรชัย สินเจริญโภไคย1 และ Kenneth J Ritchie2
1กรมวิทยาศาสตรก ารแพทย ถนนตวิ านนท อําเภอเมอื ง นนทบุรี 11000
2มหาวทิ ยาลัย Liverpool John Moores, Byrom Street, ลิเวอรพ ลู , สหราชอาณาจักร
บทคัดยอ กัญชา (Cannabis sativa L.) จัดเปนพืชเสพติดที่มีหลายสายพันธุ (strains) ปจจุบันในประเทศไทยไดรับ
อนุญาตใหใชประโยชนของกัญชาในทางการแพทยและการวิจัยทางวิทยาศาสตร สารสําคัญหลักที่พบมากในกัญชาเปน
แคนนาบินอยดที่พบมีสองชนิด คือ ∆9-tetrahydrocannabinol (THC) และ cannabidiol (CBD) ซึ่งรายงานฤทธิ์
ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย งานวิจัยน้ีมีจุดประสงคในการศึกษาความเปนพิษตอเซลลมะเร็งเพาะเล้ียงของสารสกัดชอดอก
เพศเมยี กญั ชาพนั ธไุ ทย 3 พันธุ ไดแก PTC0601 (THC และ CBD ใกลเ คียงกนั ), PTC0602 (THC สูง) และ PTC0729
(CBD สงู ) สกดั ดว ยวธิ ีของไหลวกิ ฤตย่งิ ยวด (Supercritical Fluid Extraction) วเิ คราะหป รมิ าณดวยวธิ ี HPLC และ
ทดสอบความเปนพิษตอเซลลเพาะเล้ียงดวยวิธี MTT assay พบวาสารสกัดกัญชาทั้ง 3 ชนิด แสดงฤทธ์ิยับยั้งเซลลมะเร็ง
ทั้ง 7 ชนดิ โดย PTC0729 ซ่ึงมสี ัดสวน THC : CBD เทา กับ 1 : 6 มคี วามจําเพาะแตกตา งอยางมนี ัยสําคัญและเปนพิษสูงสุด
5ต.อ 4เ8ซ±ลล0ม.2ะ7เรง็แเลตะาน7ม.65(M±C0.F4-97ไ)มเโซคลรลกมรัมะเ/รม็งไลิ ตลลิ (ิตAร-4ต9า8ม)ลําแดลับะเซสลว นลมPะเTรC็งต0ับ60(2Hซeง่ึ pมGีส2ัด)สวในหคTา HICC:50 เทา กับ 2.81 ± 0.85,
CBD เทา กับ 10 : 1
แสดงความเปน พิษจาํ เพาะตอ เซลลมะเรง็ ปอด (A-549) เซลลมะเร็งลาํ ไส (Caco-2) เซลลมะเรง็ สมอง (A-172) และมะเร็ง
ตบั ออ น (PANC-1) ใหค า IC50 เทา กบั 10.92 ± 1.05, 14.65 ± 2.05, 15.11 ± 2.52 และ 19.19 ± 1.79 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร
ตามลาํ ดับ ในขณะที่ PTC0601 มีสัดสว น THC: CBD เทากับ 2 : 1 มพี ิษตอ เซลลเ พาะเล้ยี งแตไ มจ าํ เพาะกบั เซลลใด จะเห็น
ไดวาสารสกัดกัญชาพันธุไทยสามารถยับย้ังเซลลมะเร็งเพาะเลี้ยงไดและอาจพัฒนาไปเปนยาตานมะเร็งหรือยารวมกับ
ยาตานมะเรง็ ได
คําสําคัญ: กัญชาพันธุไทย, พิษตอเซลล, เซลลมะเร็งเพาะเลี้ยง, ∆9-tetrahydrocannabinol (THC), Cannabidiol
(CBD)
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 12 July 2021 Revised: 24 August 2021 Accepted: 31 August 2021
456 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปน พษิ ของสารสกัดชอ ดอกกัญชาพนั ธุไ ทยตอ เซลลมะเร็งเพาะเล้ยี ง ศรายธุ ระดาพงษ และคณะ
บทนํา
โรคมะเร็งเปนสาเหตุหลักของการเสียชีวิตสาเหตุหนึ่งท่ัวโลก องคการอนามัยโลก หรือ World Health
Organization (WHO) รายงานตัวเลขผูเสียชีวิตกวา 10 ลานคน ในป 2563 ซึ่งเสียชีวิตจากมะเร็ง 5 อันดับแรก
ไดแก มะเร็งปอด มะเร็งลําไส มะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเตานม สําหรับผูปวยรายใหมในป 2561
พบ 18.1 ลา นราย โดยผชู ายมกั พบมะเรง็ ตอ มลกู หมาก มะเรง็ ปอด และมะเรง็ ลาํ ไส ในขณะทใ่ี นผหู ญงิ มกั พบมะเรง็ เตา นม
มะเรง็ ปอด และมะเรง็ ลาํ ไส มกี ารคาดการณใ นประมาณป 2584 จะพบผูปวยรายใหมกวา 30 ลา นราย และมผี ูเสยี ชีวิต
กวา 20 ลา นราย มะเร็งกอใหเกิดผลกระทบอยา งมากตอชวี ิต จติ ใจ และผลกระทบทางดานเศรษฐกิจ จากรายงานคา
ใชจายในการดูแลผูปวยมะเร็งในสหรัฐอเมริกามีคาใชจายสูงถึง 137.4 พันลานดอลลารสหรัฐหรือประมาณ 4 ลาน
ลานบาท ในป 2553 และมีอัตราเพ่ิมข้ึนในทุกๆ ป รวมถึงคายาหรือวิธีการรักษาซึ่งมีผลขางเคียงและราคาแพง (1)
ในประเทศไทยโรคมะเรง็ พบมากเปน อนั ดบั ตน ๆ เมอื่ เทยี บกบั สาเหตกุ ารตายอนื่ ๆ ซง่ึ การรกั ษาดว ยการใชย าเคมบี าํ บดั
เปน ทางเลอื กทน่ี ยิ มใชใ นการรกั ษาเนอ่ื งจากมปี ระสทิ ธภิ าพสงู แตพ บวา มผี ปู ว ยจาํ นวนมากไดร บั ผลขา งเคยี งจากการใชย า
ทําใหวงการแพทยไทยพยายามคิดคนหาแนวทางรักษาและยับย้ังเซลลมะเร็ง โดยการนาํ เอาสมุนไพรไทยมาพัฒนา
และใชร วมกบั การแพทยแผนปจจุบันในการบําบัดรักษาโรคมะเร็ง มีแนวโนมวาจะสามารถนาํ สารที่สกดั หรอื สารสาํ คญั
มาพฒั นาเปน ยารกั ษาโรคได เนอื่ งจากพชื และสมนุ ไพรไทยหลายชนดิ ถกู ใชเ ปน ยาสมนุ ไพรรกั ษาโรคตา ง ๆ มาแตโ บราณ
การศึกษาเก่ียวกับสารสกัดสมุนไพรเพื่อพัฒนาเปนยาตานมะเร็งจึงเปนท่ีนาสนใจและมีความเปนไปไดสูง และพืช
สมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ไดรับความนาสนใจจากประชาชนและไดรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อนาํ มาใชทางการแพทย
อยางถูกกฎหมายคอื พชื สมุนไพรกญั ชา
กญั ชา (Cannabis, marijuana หรอื Cannabis sativa L.) เปน พืชเสพติดที่มกี ารอนญุ าตใหใชทาง
การแพทยห รอื เพอื่ สนั ทนาการอยา งถกู กฏหมายในหลายประเทศ ปจ จบุ นั ในประเทศไทยไดม คี วามพยายามจากรฐั บาล
ในการผลักดันใหมีการใชประโยชนจากพืชกัญชาอยางถูกกฎหมาย โดยเฉพาะใชในทางการแพทย การศึกษาวิจัย
ผลิตภณั ฑส ุขภาพ เคร่อื งสาํ อางและอาหาร มปี ระกาศพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 อนญุ าต
ใหสามารถนาํ กัญชามาใชในกรณีจาํ เปนเพ่ือประโยชนทางการแพทย การรักษาผูปวย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา
การศกึ ษาวจิ ยั ทางการแพทยไ ด(2) นอกจากน้ี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง ระบชุ อ่ื ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท
5 ซ่งึ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว และมีผลบังคับใชต ้ังแตว นั ท่ี 15 ธนั วาคม 2563 เปน ตนไป ระบุวาสามารถใช
ประโยชนจากสว นของกัญชา กญั ชง ทีไ่ มจ ดั เปนยาเสพตดิ ไดแก ใบทไี่ มต ิดกบั ชอ ดอก ก่ิง กา น ลาํ ตน เปลือก ราก ของ
กญั ชา และเมล็ดของกญั ชง รวมถงึ กากที่เหลอื จากการสกัดกญั ชาและกัญชง ตองมปี รมิ าณ THC ไมเ กิน 0.2% เพื่อ
ประโยชนทางการแพทย การศึกษาวิจัย และการผลิตผลิตภัณฑสุขภาพ แตสวนของชอดอก ใบท่ีติดกับชอดอก และ
เมล็ดของกัญชา และชอดอกของกัญชงยังคงจัดเปนยาเสพติด(3) ปจจุบันไดมีประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยา
แหงชาติ เร่ือง บัญชียาหลักแหงชาติดานสมุนไพร พ.ศ. 2564 ใหนํ้ามันสารสกัดกัญชาในรูปแบบยาหยดในชองปาก
(Oromucosal drops) จํานวน 5 รายการ เปน รายการยาเพอ่ื ใชใ นการปอ งกนั หรอื แกไ ขปญ หาสขุ ภาพในสถานพยาบาล
หรือหนวยงานของรัฐท่ีไดรับอนุญาต ถือไดวาเปนการขับเคล่ือนและสงเสริมการใชกัญชาอยางเปนรูปธรรม ทาํ ใหเกิด
ความมัน่ คงระบบยาของประเทศ ลดคาใชจ า ยในการนําเขายา สามารถสรา งมูลคาและเพิม่ รายไดใ หเกิดขึน้ ในประเทศ
ประเทศไทยถือเปนประเทศแรกในอาเซียนที่อนุญาตใหใชกัญชาอยางถูกกฎหมายเพื่อประโยชนทางการแพทยและ
การวิจัยทางวทิ ยาศาสตร จากรายงานของเครือขายพัฒนาประเทศไทยแบบเปด (Open development Thailand)
คาดวา มลู คา อตุ สาหกรรมกญั ชาทว่ั โลกจะเตบิ โตอยา งรวดเรว็ และตอ เนอื่ ง โดยอตุ สาหกรรมกญั ชาของประเทศไทยจะมี
มลู คา ทางตลาดกวา 21,000 ลา นบาท ภายในป 2567(4) นอกจากนป้ี จ จบุ นั เรมิ่ มผี ปู ระกอบการกลมุ อาหารและเครอื่ งดมื่
รวมทั้งผลิตภัณฑสุขภาพ สนใจท่ีจะใชสารสกัดจากกัญชาเปนสวนประกอบในผลิตภัณฑกลุมดังกลาว สงผลใหคาดวา
มูลคาตลาดกัญชาโลกจะเติบโตและกระจายไปในหลายธรุ กจิ มากขึ้น
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 457
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis Extracts on Cancer Cell Lines Sarayut Radapong et al.
กญั ชาเปน พชื ในวงศ Cannabaceae มชี อื่ วทิ ยาศาสตรค อื Cannabis sativa L. subsp. indica (Lam.)(5)
ในประเทศไทยยงั พบกญั ชง หรอื เฮมพ (Hemp) ชอ่ื วทิ ยาศาสตรค อื Cannabis sativa L. subsp. sativa มลี กั ษณะ
ทางพฤกษศาสตรคลา ยคลึงกนั แตมีความแตกตางกนั ของปริมาณสารสําคัญหลักในกลมุ แคนนาบนิ อยด 2 ชนดิ ไดแก
∆9-tetrahydrocannabinol (THC) และ cannabidiol (CBD) ซ่ึงใชประกอบในการจําแนกระหวางกัญชาและ
กัญชง ในปจจุบันพืชทั้งสองยังคงถูกจัดใหเปนชนิด (species) เดียวกัน แตมีความแตกตางในระดับ sub-species
หรอื variety เทา นนั้ (5, 6) สารสาํ คัญในกญั ชาถูกพบมากกวา 545 ชนิด ในจํานวนนี้สารกวา 100 ชนดิ ท่ถี ูกระบุวา เปน
ไฟโตแคนนาบินอยด (phytocannabinoids) ซึ่งเปนสารกลุมหลักที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา(7) โครงสรางทางเคมีของ
แคนนาบนิ อยดป ระกอบดว ยสว นทเี่ ปน ไขมนั (lipid) อลั คลิ รซี อรซ นิ อล (alkylresorcinol) และเทอรป น (terpenes)
สารแคนนาบินอยดที่พบในกัญชาสวนใหญจะอยูในรูปของ carboxylic acid เมื่อโดนแสงหรือความรอนจะทาํ ใหถูก
decarboxylated ใหอ ยใู นรปู ของ reduced form โดยสารสําคญั แคนนาบนิ อยดท พ่ี บไดม าก คอื ∆9-THC และ CBD
สว นสารสําคญั แคนนาบนิ อยดท พี่ บไดน อ ยกวา เชน ∆8-THC, cannabinol (CBN) นอกจากสารกลมุ แคนนาบนิ อยด
แลว ยงั พบสารอื่นๆ อกี มากกวา 400 ชนิด เชน ฟลาโวนอยด เทอรป นอยด อลั คาลอยด สเตยี รอยด อัลเคน กรดไขมนั
และน้ําตาล เปนตน(8, 9) จากการทบทวนรายงานวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกัญชาโดยเนนฤทธ์ิของสารสาํ คัญ ไดแก
THC และ CBD พบวา THC และอนุพันธ มฤี ทธิ์แกป วด โดยเฉพาะอาการปวดจากโรคทางระบบประสาท กระตุน
ความอยากอาหารและลดอาการคลื่นไสจากการใชเคมีบําบัด ชวยปกปองและกระตุนการสรางเซลลสมอง สวน CBD
มฤี ทธบ์ิ รรเทาอาการลมชัก ลดอาการวติ กกังวลทัง้ ในเด็กกลมุ อาการออทสิ ติกหรือในผปู ว ยท่มี ปี ระวตั กิ ารเสพกัญชา(10)
นอกจากนีย้ งั พบวา THC CBD และอนุพนั ธแ คนนาบินอยด เชน cannabichromene, cannabigerol รวมถงึ สาร
ฟลาโวนอยด เชน apigenin, chrysoeriol, kaempferol, luteolin, quercetin, vitexin และ cannflavins เปน ตน
มฤี ทธ์ิตานเซลลมะเร็งหลายชนดิ เชน มะเร็งเตา นม (breast cancer cells) มะเรง็ ตอ มลกู หมาก (prostate cancer)
มะเรง็ ตับ (hepatocarcinoma) มะเร็งปอด (lung cancer) มะเรง็ เมด็ เลอื ดขาว (lypmphocyte leukemia cells)
มะเร็งตับออน (pancreatic cells) และ มะเรง็ ผิวหนัง (melanoma cells)(8, 11) รายงานรวบรวมฤทธิ์การยับยั้งเซลล
มะเรง็ ของ CBD ในเซลลเ พาะเลยี้ งหรอื ในสตั วท ดลองพบวา มฤี ทธติ์ อ เซลลม ะเรง็ เตา นม (MCF7 and MDA-MB-231)
เซลลม ะเร็งสมอง (U87-MG, U373, primary 3832 และ 387) เซลลมะเร็งปอด(NSCLC, A549) เซลลม ะเรง็
ลาํ ไส (HT29) เซลลมะเร็งตับออน เซลลมะเร็งตอมลูกหมาก (PC-3, DU-145, 22RV1, LNCaP) และเซลล
มะเร็งเม็ดเลือด(Leukaemia/Lymphoma, Multiple myeloma) โดยกลไกหลกั ในการยับย้งั การเจรญิ ของเซลล
(proliferation) และเปน แบบไมอ าศยั ตวั รบั (receptor-independent manner) ผา น 3 เสน ทางหลกั (pathways)
ไดแก extracellular-signal-regulated kinase (ERK), Reactive oxygen species (ROS) และ
phosphatidylinositol 3 kinase (PI3K) ซ่ึงควบคุมการเจริญและการโตของเซลล (growth, proliferation)
การสรา งและสลายสาร (metabolism) การอยรู อดของเซลล และกระบวนการสรา งเสน เลอื ดใหม (angiogenesis)(12)
การทดสอบในสตั วท ดลองยงั แสดงใหเ หน็ วา สารสําคญั ในกญั ชาทงั้ แคนนาบนิ อยดแ ละสารอน่ื ทไี่ มใ ชแ คนนา
บนิ อยด (non-cannabinoids) สามารถยับยง้ั cell proliferation กระตุนโปรแกรมเซลลต าย (apoptosis) ขัดขวาง
angiogenesis และการแพรก ระจายของมะเร็ง (tumor invasion/metastasis)(8, 13, 14) ปจ จบุ ันองคการอาหารและ
ยาของสหรฐั อเมริกา (The US Food and Drug Administration, FDA) อนญุ าตใหมกี ารใชย า Dronabinol
(Marinol®) และ Nabilone (Cesamet®) ซง่ึ มี THC เปน สว นประกอบหลกั ใหใ ชในผูป ว ยมะเรง็ ทีม่ ีอาการวิงเวยี น
คล่ืนไสอาเจียนและเบ่ืออาหารจากการใชยาเคมีบําบัด สวน Nabiximols (Sativex®) ซ่ึงเปนสารสกัดหยาบกัญชา
(มี THC : CBD = 1 : 1) ใชใ นรปู แบบสเปรยพนในชอ งปาก (Oromucosal spray) ใชบรรเทาอาการปวดซึ่งเกิด
จากมะเรง็ อยใู นระหวา งการทดสอบทางคลนิ กิ ในสหรฐั อเมรกิ า ยานไ้ี ดร บั การขน้ึ ทะเบยี นรบั รองแลว ในแคนาดา เมก็ ซโิ ก
และบางประเทศในแถบยุโรป(15) การใชสารสกัดหรือสารสําคัญในกัญชาเพ่ือใชรักษาหรือฆาเซลลมะเร็งโดยตรงน้ัน
458 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ความเปน พษิ ของสารสกดั ชอ ดอกกญั ชาพันธุไ ทยตอ เซลลม ะเร็งเพาะเล้ยี ง ศรายุธ ระดาพงษ และคณะ
ยงั ตอ งการองคค วามรใู หมจ ากการวจิ ยั เพอ่ื ใหเ กดิ ประสทิ ธภิ าพในการรกั ษามะเรง็ หรอื ลดความเสย่ี งจากผลขา งเคยี งทอ่ี าจ
เกดิ ขึน้ ได
กัญชาพันธุไทยที่ไดรับยกยองวาเปนพันธุท่ีดีที่สุดในโลกพันธุหน่ึง คือ พันธุหางกระรอก (Thai Stick)
แตมีแนวโนมที่มีปริมาณ THC สูง(16) อยางไรก็ตามกัญชาพันธุไทยจากรายงานของกรมวิทยาศาสตรการแพทยท่ีมี
การเก็บรวบรวมพันธุกัญชาสามารถจาํ แนกตามปริมาณสารสาํ คัญ THC และ CBD ที่ตรวจพบ แบงเปน 3 พันธุ
ไดแก กัญชาพันธุที่มีปริมาณ THC สูง (รหัสตัวอยาง PTC0602) พันธุกัญชาท่ีใหคา THC และ CBD สัดสวน
ใกลเคียงกัน (รหัสตัวอยาง PTC0601) และ พันธุกัญชาท่ีให CBD สูง (รหัสตัวอยาง PTC0729) ขณะน้ีกัญชา
ท้ัง 3 พันธุ อยูระหวางขอรับรองพันธุพืชกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ(17) งานวิจัยนี้มี
จุดประสงคในการศึกษาความเปนพิษของสารสกัดกัญชาพันธุไทย PTC0601 PTC0602 และ PTC0729 ตอ
เซลลมะเร็งเพาะเล้ียงชนิดตางๆ เพ่ือใชเปนขอมูลในการพัฒนากัญชาพันธุไทยเปนยาตานมะเร็งหรือยาใชใน
ผูปวยมะเรง็ ตอ ไป
วสั ดแุ ละวิธีการ
สารเคมีและสารละลาย
Sodium bicarbonate, Sodium chloride, Potassium chloride, Potassium dihydrogen phosphate,
Di-sodium hydrogen phosphate dodecahydrate และ EDTA Disodium Salt, Dihydrate (MERCK,
Darmstadt, Germany), 0.25% Trypsin (Gibco, New York, USA), Trypan Blue (Sigma-Aldrich,
Oregon, USA), Dimethyl sulfoxide (Sigma-Aldrich, St. Louis, USA), MTT [3-(4,5-dimethyl-
2-thiazolyl)-2,5-diphenyl-2H-tetrazolium bromide (Invitrogen, Oregon, USA), Doxorubicin
(MERCK, St. Louis, USA), Fetal Bovine Serum (Gibco, Paisley, UK), Dulbecco`s Modified Eagle
Media (DMEM) และ Eagle's minimal essential medium (EMEM) (Gibco, New York, USA).
เซลลเ พาะเลีย้ ง
เซลล A-549 (เซลลม ะเรง็ ปอด), HepG2 (เซลลม ะเรง็ ตบั ), A-498 (เซลลม ะเรง็ ไต), A-172 (เซลลม ะเรง็
สมอง), PANC-1 (เซลลมะเร็งตับออ น), Caco-2 (เซลลมะเรง็ ลําไส) และ MCF-7 (เซลลม ะเรง็ เตา นม) ซอื้ มาจาก
บริษัท CLS Cell line service GmbH, Eppelheim, ประเทศเยอรมนี เซลล A-549 และ A-172 เลย้ี งในอาหาร
เลย้ี งเซลลชนดิ DMEM สวนเซลล HepG2 A-498 Caco-2 PANC-1 และ MCF-7 เลย้ี งในอาหารเล้ียงเซลลชนิด
EMEM ทมี่ ี 2mM L-Glutamine, 0.1 mM Non-essential amino acid, 1 mM Sodium pyruvate และ
Fetal bovine serum รอ ยละ 10 บม ในตอู บเพาะเชอื้ แบบใชค ารบ อนไดออกไซด อุณหภมู ิ 37 ºC
เครื่องมอื และอปุ กรณ
เครอื่ งชง่ั 4ตาํ แหนง ,BiologicalSafetyCabinet(BSCClassII),Circulatingwaterbath,ตอู บเพาะเชอื้
แบบใชคารบอนไดออกไซด, เครือ่ ง Elisa microplate reader, เคร่อื งปน เหวย่ี งควบคุมอณุ หภูมิ (Refrigerated
centrifuge), เคร่อื ง Sonicator, 96 well plate, Micropipette ขนาด 10-100, 20-200, 100-1000, 5000 และ
10000 ไมโครลิตร, Micropipette tip ขนาด 20, 200, 1,000, 5,000 และ 10,000 ไมโครลิตร, Multi-channel
pipette ขนาด 300 ไมโครลติ ร, หลอด centrifuge tube ขนาด 15 และ 50 มิลลิลติ ร, ชอนตักสาร, กระดาษชงั่ สาร,
Microcentrifµge ขนาด 1.5 มลิ ลิลิตร, กลอ งแชแขง็ เซลล (Cool box), เครอื่ งนับเซลลอตั โนมัติ, กลองจลุ ทรรศน
หัวกลับ (Inverted Microscope), เครือ่ งเขยา สาร (Vortex mixer)
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 459
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis Extracts on Cancer Cell Lines Sarayut Radapong et al.
วตั ถุดบิ ดอกกัญชา
ตัวอยางสมุนไพรชอดอกเพศเมียกัญชาพันธุไทย 3 พันธุ โดยใหรหัสตัวอยาง PTC0601 รหัสตัวอยาง
PTC0602 (พันธุท่ใี ห THC สงู ) และรหสั ตวั อยาง PTC0729 (พนั ธุท่ใี ห CBD สงู ) เก็บมาจากแหลง เพาะปลกู กรม
วิทยาศาสตรการแพทย หนังสือสาํ คญั ยาเสพติดประเภท 5 อนุญาตปลกู เลขที่ 90/2564 (ปลูก)
ขน้ั ตอนการสกดั กัญชา
นาํ ตัวอยา งชอดอกเพศเมยี PTC0601, จํานวน 132 กรัม, PTC0602 และ PTC0729 ปรมิ าณ 132, 126
และ 100 กรัมตามลําดับ บดหยาบ สกัดดว ยวิธขี องไหลวิกฤตย่งิ ยวดโดยใชเครือ่ งสกดั รุน Spe-ed SFE บริษทั Ap-
plied Separations ประเทศสหรฐั อเมรกิ า และใชคารบอนไดออกไซดเปนตัวทาํ ละลาย แรงดัน 250 bar อุณหภมู ิ
ของตูอบ (oven) 40 องศาเซลเซียส ไดป ริมาณสารสกัด 10.92 กรมั , 8.95 กรัม และ 7.07 กรมั ตามลาํ ดบั วิเคราะห
ปรมิ าณ THC และ CBD ในสารสกัด ดวยวธิ ี High performance liquid chromatography (HPLC, model
LC-40D, Shimadzu, Japan) มตี วั ตรวจวดั UV-Vis ความยาวคลื่น 220±4 nm คอลัมน 150 × 3.0 mm C18
InfinityLab Poroshell packed with 2.7 micron particles เฟสเคลือ่ นทีใ่ ช (A) 0.085% H3PO4 in Water
และ (B) 0.085% H3PO4 in Acetonitrile รันแบบ isocratic 30%(A) : 70%(B) เตรยี มตัวอยางโดยนาํ สารสกัด
20 มลิ ลิกรมั ปรับปรมิ าตรดว ย methanol : chloroform 9: 1 ใน volumetric flask ขนาด 10 มิลลิลิตร จากน้ัน
ปเปตมา 1 มิลลลิ ิตร ปรับปรมิ าตร ดวย methanol ใน volumetric flask ขนาด 10 มิลลิลิตร กรองดวย nylon
syringe filter 0.45 micron
การทดสอบความเปนพษิ ตอ เซลลม ะเร็งเพาะเลย้ี งดว ยวิธี MTT
เตรยี มเซลลเพาะเลยี้ งในเพลทเลยี้ งเซลลชนิด 96 หลมุ บมทีอ่ ณุ หภูมิ 37 ºC กา ซคารบ อนไดออกไซด 5%
เปน เวลานาน 24 ชวั่ โมง เตรยี มสารสกดั กญั ชาความเขม ขน ตา งๆ ตง้ั แตร ะดบั ความเขม ขน ตา่ํ ซง่ึ ไมม ผี ลทาํ ลายเซลลจ นถงึ
ระดับความเขมขนสงู ซึ่งมผี ลทาํ ลายเซลลมากกวารอยละ 90 จาํ นวน 8 ระดบั ความเขมขน โดยการเจือจางแบบ 2-fold
serial dilution ความเขม ขน สงู สดุ ของสารทดสอบเทา กบั 5,000 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร ในสารละลายอาหารเลย้ี งเซลล
(0.5% v/v DMSO) โดยทําการทดลอง 3 ซํ้า (n = 3) เมือ่ ครบเวลาบมเลี้ยงเซลล ดดู สารละลายอาหารออกจากเพลท
จากนั้นปเ ปตสารละลายทัง้ 8 ระดบั ความเขม ขน ที่เตรียมไวแลว ลงในเพลททีม่ เี ซลล โดยเตมิ หลุมละ 100 ไมโครลิตร
บมเพลททอี่ ณุ หภูมิ 37 องศาเซลเซียส กาซคารบอนไดออกไซด 5% เปน เวลานาน 48 ชว่ั โมง ลางดวย 1X PBS 2 ครง้ั
เตมิ MTT ปริมาตร 200 ไมโครลติ ร บมเพลทในตูเล้ยี งเซลลเปนระยะเวลา 4 ชัว่ โมง ปเ ปตสารละลาย MTT ออก
ใหเ หลือเฉพาะผลกึ Formazan เตมิ DMSO ปรมิ าตร 200 ไมโครลิตร ในแตละหลุมเพอ่ื ละลายผลึก Formazan
เขยาเพลทประมาณ 1 นาที วัดคาดูดกลืนแสงที่ 570 นาโนเมตร ดวยเครื่อง microplate reader คํานวณรอยละ
ความมชี วี ติ ของเซลล(%cellviability)โดยเทยี บกบั กลมุ ควบคมุ (ไมเ ตมิ สารทดสอบ)ในการทดสอบใชย าDoxorubicin
เปน positive control
การวเิ คราะหขอ มลู ทางสถติ ิ
วเิ คราะหค า IC50 โดยใชค วามสมั พนั ธแ บบ non-linear regression ระหวา ง %viability และความเขม ขน
ทท่ี ดสอบ สวนการเปรยี บเทียบคา IC50 ของสารตัวอยางในเซลลแตล ะชนิด ใชส ถติ ิ One-way ANOVA วิธี Tukey's
multiple comparisons test โดยโปรแกรม GraphPad Prism version 9.0.0 ท่ีระดบั ความเชอื่ มัน่ รอ ยละ 95
460 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปน พิษของสารสกัดชอดอกกัญชาพันธุไ ทยตอเซลลมะเร็งเพาะเล้ียง ศรายธุ ระดาพงษ และคณะ
ผล
ปริมาณสารสกดั กญั ชาและแคนนาบนิ อยด
สารสกัดชอดอกเพศเมียของกัญชาพันธุไทย 3 พันธุ ไดสารสกัดท่ีมีสีกึ่งแข็งกึ่งเหลวสีเหลืองนาํ้ ตาล
การวิเคราะหปรมิ าณสารสาํ คัญในกลมุ cannabinoids ไดปรมิ าณ THC และ CBD ดังแสดงในตารางที่ 1 PTC0601
PTC0602 และ PTC0729 ใหคา yield ใกลเคยี งกนั เทากับ 8.27, 7.10 และ 7.07% ตามลาํ ดับ และจากการวิเคราะห
ปริมาณสารสาํ คัญดวยวิธี HPLC THC มีปริมาณเทากับ 20.08, 38.03 และ 4.28% ตามลาํ ดับ ในขณะที่ปริมาณ
CBD มคี า เทากับ 12.18, 3.55 และ 25.89 % ตามลาํ ดบั เม่ือเทยี บสดั สว นระหวาง THC : CBD พบวา PTC0602
ใหคา THC ในสัดสวน 10 : 1 ในขณะท่ี PTC0729 ใหคา CBD ในสดั สว นสงู กวา พนั ธอุ นื่ มีคา 1 : 6 สวนตัวอยาง
PTC0601 มคี า สดั สวนของสารทใ่ี กลเคยี งกันประมาณ 2: 1
ตารางท่ี 1 ปริมาณสารสกดั (% yield) THC และ CBD ในตวั อยา งกัญชา
รหัสตัวอยา งสารสกดั Yield (%) Total THC (%) Total CBD (%) THC: CBD
PTC0601 8.27 20.08 12.18 2: 1
PTC0602 7.10 38.03 3.55 10: 1
PTC0729 7.07 4.28 25.89 1: 6
ความเปนพิษตอเซลลม ะเร็งเพาะเล้ียงดว ยวิธี MTT assay
สารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทยทง้ั 3 พนั ธุ สามารถยบั ยง้ั หรอื ฆา เซลลม ะเรง็ ได โดยมคี า ความเขม ขน สงู สดุ ของตวั อยา ง
ทั้ง 3 ชนิด ท่ีฆาเซลลมะเร็งท้ัง 7 ชนิด ไดมากกวา 90% เทียบกับกลุมเซลลควบคุมท่ีมีคาตํ่ากวา 100 ไมโครกรัม/
มิลลิลิตร โดยคาความเขมขน ของตัวอยางทงั้ 3 ชนดิ จะอยูในชวง 0.78-100 ไมโครกรัม/มลิ ลลิ ติ ร เมือ่ นาํ คา รอ ยละ
ซทกองึ่าย้ังรมูใ7มนีคชชีชานวีตวติงดิ่ําสแ0ดดุล.งั1ะเแม0คสื่อ-วดเ1าปมง.4ใรเ3นขยี มตบไขามเทรนโายีคขงบรอทกกง่ี 2รสบั ัมาเยรซ/าลมวลdิเลิ คอoลรxืน่ิลาoๆติะrหรuเแทbคบiาาcกบiIับnCnซ45o0.่งึn6เข-ป7อlน±iงnp1Peo.aT3sr1Cit,r0ie3v6g.e06r1c6eos±PnsiTt0or.Cno4l03คใ6แาํห0นล2ค วะาณแ2Iลค.C8ะา510PI±ตCTอ05C0เ.ซ80ตล57อล2เไซ9เมพลโตาคละอ มรเเกละซรเี้ยลรมังล็งช/เ พนมMดิลิาCะลตเFิลาลง-ิต้ียๆ7รง
ตามลําดับ ในเซลล A-498 ใหคา 7.35 ± 0.92, 7.97 ± 0.79 และ 5.48 ± 0.27 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ิตร ตามลําดบั ซึ่ง
ตา่ํ กวา ในเซลล HepG2 เล็กนอ ย ใหคา เทากับ 9.36 ± 0.48, 8.13 ± 0.86 และ 7.65 ± 0.49 ไมโครกรัม/มิลลลิ ิตร
ตสตโดวาายมนมใลใลนนําาํ เดเดซซับลับลลลในใC นPเaซเAcซลoNลล-ลC2C -ใaAห1c-คoใ-5า ห24IคC9แา 5ล0แIะเCลทPะา50AกเAบัNท-า1Cก16-ับ.7712±1ให8ม1.คี.แ55าน80Iว,±Cโ11น450..ม66ข5ท5อ,ี่จ±งะ1ส2ถ9า.ร.ูก015ยP9ับแT±ลยC1ะ้ัง0.ด2765ว90.ย12แต1Pลัว±TะอC2ย2.า034ง61.4ส0ไ0า2มร±โแสคล0กร.ะัดก8P8รทมัT่ีมไ/Cมี มTโ0ลิค7Hลร2ลิกC9ติรใมัรสก/ตูงลมาใเมคนิลลลียเซาํลงิ ดกลิตบันัลร
สAว -น5ใ4น9เซใลหลเมค Aอื่า-เป1ICร7ยี25บ0ใเหเททค ยี าา บกIคับCว5า02มเ3ทแ.า4ตก1กบั ±ต2า 1ง3.ข.98อ11ง,±ค1า1ค0.1ว.09า,2ม1เ±ป5.น11.พ10ษิ±5ข2แอ.5ลง2สะาแร2ลส6ะก.93ดั 03ท.±6งั้ 832±.พ21นั7.ธ5ไุ9โมดไโมยคใโรชคกสรรกถัมรติ มั/ิ Oม/มnิลeลิล-ลิลwลิิตติaรรyตตAาาNมมลลOําาํ VดดAับับ
และ Tukey's multiple comparisons test ดงั แสดงในภาพที่ 1 สารสกัดกญั ชาท้ัง 3 ชนดิ มีพษิ ตอ เซลล MCF-7
แสูงลสะดุ PT(ใCห0ค 6า 01ICแ5ล0ะตราํ่ะสดุดบั )ควซาึ่งมมแคี ตวกามตแางตอกยตา า งงมขนี อยังสคําา คIัญCท50างอสยถา ติ งมขิ อนี งยั สสาํารคสญั กัด(ทpงั้ <30พ.0นั 5ธ)ุ ระหวางตัวอยาง PTC0729
ยังมีความเหมือนกันในเซลล
HepG2 (p < 0.05 ระหวา งตวั อยาง PTC0729 และ PTC0601) สว นในเซลล A-549 A-172 และ Caco-2 สารสกัด
PแลTะCp06<002.0ใ0ห5ค )า เมICือ่ 5เ0ทตยี ํ่าบสกุดบั เมสาอื่ รเสปกรดัยี บPเทTียCบ0ก7บั29สารสกัดสองชนิด และแตกตา งอยางมนี ัยสําคญั ทางสถิติ (p < 0.0001
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 461
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis Extracts on Cancer Cell Lines Sarayut Radapong et al.
ภาพท่ี 1 ผลของสารสกัดกัญชาไทย PTC0601 PTC0602 และ PTC0729 ตอเซลลมะเร็งเพาะเล้ียง 7 ชนิด
ใคนาเซIลCล50มะแเสร็งดแงตคลาเะฉชลน่ียิด±โดสยวนใชเสบถี่ยิตงเิ บOนnมeา-ตwรaฐyานAN(nO=V3)A เปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ียของสาร
และ Tukey's multiple comparisons test
(ns = not significant, *p < 0.05, **p < 0.005, ***p < 0.0005 และ ****p < 0.0001)
การเปล่ียนแปลงลักษณะของเซลลมะเร็ง MCF-7 กลุมควบคุมและหลังการบมในสารสกัดกัญชาพันธุไทย
3 พนั ธุ ท่ีระดบั ความเขม ขน 5 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร เปน เวลานาน 48 ช่วั โมง จากน้ันสองดว ยกลองจุลทรรศนหวั กลับ
(Inverted Microscope) กําลงั ขยาย 20 เทา จะเหน็ ความแตกตา งระหวา งกลมุ เซลลค วบคมุ ซงึ่ ไมเ ตมิ สารทดสอบเซลล
มีรูปรา งปกตแิ บบเซลลเย่อื บุ (epithelial-like) มหี วั ทาย รปู เหล่ยี ม สามารถสังเกตเหน็ ขอบเขตเซลลแ ละนิวเคลยี ส
มคี วามหนาแนน ของเซลลป ระมาณรอ ยละ 75-80 ของพืน้ ท่ี สวนเซลลท ่ีทดสอบกับสารสกัดกัญชาท้ัง 3 พนั ธุ ทรี่ ะดบั
ความเขมขนสงู จะทําใหเซลลตาย (เซลลตายประมาณรอ ยละ 100 ที่ความเขม ขน 10 ไมโครกรมั /มลิ ลิลิตร) สารสกัดที่
ระดับความเขม ขน 5 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร จะทําใหเซลลหดตัว ลักษณะกลมผวิ ขรุขระ เกาะกลุมหรือเปนเซลลเด่ยี วทัง้
บนผิวขวดเลยี้ งเซลลแ ละในอาหารเลย้ี ง โดยในสารสกัด PTC0601 และ PTC0602 เซลลท ่ีตรวจพบจะมีลกั ษณะคลา ย
กนั เปนกลมุ เซลลหดตัว กระจายบนพ้ืนผิวขวดนอยกวารอ ยละ 50 ของพื้นท่ี สว นสารสกดั PTC0729 จะเหน็ เซลลหด
ตัวกลม สวนใหญเ ปน เซลลเ ดี่ยว กระจายตวั นอ ยกวารอ ยละ 20 ของพืน้ ที่ ดังแสดงในภาพที่ 2
ตารางที่ 2 คา IC50 (ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร) ของสารสกดั กญั ชา PTC0601 PTC0602 PTC0729 และยา Doxorubicin
ตอ เซลลมะเร็งเพาะเลย้ี ง 7 ชนิด
Cell lines IC50 (ไมโครกรมั /มลิ ลิลติ ร)*
A-549
A-172 PTC0601 PTC0602 PTC0729 Doxorubicin
A-498 23.41 ± 1.91 10.92 ± 1.05 26.90 ± 2.27 0.18 ± 0.04
Caco-2 23.8 ± 1.10 15.11 ± 2.52 33.68 ± 1.59 0.44 ± 0.15
HepG2 7.35 ± 0.92 7.97 ± 0.79 5.48 ± 0.27 0.16 ± 0.01
MCF-7 16.77 ± 1.50 14.65 ± 2.05 25.21 ± 2.41 1.43 ± 0.02
PANC-1 9.36 ± 0.48 8.13 ± 0.86 7.65 ± 0.49 0.15 ± 0.03
4.67 ± 1.31 3.66 ± 0.43 2.81 ± 0.85 0.10 ± 0.01
18.58 ± 1.65 19.19 ± 1.79 23.40 ± 0.88 0.31 ± 0.01
*คาเฉล่ยี ±สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
462 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ความเปนพษิ ของสารสกดั ชอ ดอกกัญชาพนั ธุไทยตอ เซลลม ะเรง็ เพาะเล้ียง ศรายธุ ระดาพงษ และคณะ
ภาพที่ 2 การเปล่ียนแปลงลักษณะของเซลลมะเร็ง MCF-7 กลุมควบคุมและหลังการบมกับสารสกัดกัญชา
พันธุไทย 3 พันธุ ท่ีระดับความเขมขน 5 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร เปนเวลานาน 48 ชั่วโมง จากนั้น
สอ งดว ยกลอ งจลุ ทรรศนห วั กลบั (Inverted Microscope) กําลังขยาย 20 เทา (A) ภาพเซลลก ลุมควบคมุ
(B) ภาพเซลลทท่ี ดสอบกับสาร PTC0601 (C) ภาพเซลลท่ที ดสอบกบั สาร PTC0602 และ (D) ภาพเซลล
ทที่ ดสอบกับสาร PTC0729
วิจารณ
สารสกดั กญั ชาพันธไุ ทยทง้ั 3 ตัวอยาง สกัดไดจากกัญชาทม่ี ปี รมิ าณสารแคนนาบินอยด THC และ CBD
แตกตา งกันดว ยวธิ ี HPLC สารสกดั PTC0602 มีปริมาณ THC สงู กวา (THC: CBD = 10: 1) สว น PTC0729
มปี รมิ าณCBDสงู กวา (THC:CBD=1:6)และPTC0601เปน พนั ธุTHCและCBDใกลเ คยี งกนั (THC:CBD=2:1)
จากการผลทดสอบความเปนพิษตอเซลลเพาะเล้ียงจะเห็นไดอยางชัดเจนวาสารสกัดกัญชาสามารถยับยั้งเซลลมะเร็ง
ทงั้ 7 ชนิดไดดี โดยมปี ระสิทธภิ าพสงู สดุ 3 อันดับแรก ตอเซลลม ะเร็งเตานม (MCF-7) เซลลมะเร็งไต (A-498)
และเซลลมะเร็งตับ (HepG2) สารสกัด PTC0729 ซึ่งเปนตัวอยางกัญชาที่มีปริมาณ CBD สูง มีความจําเพาะและ
เปน พษิ สงู สดุ ใหค า IC50 เทา กบั 2.81 ± 0.85, 5.48 ± 0.27 และ 7.65 ± 0.49 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร ตามลําดบั ซงึ่ แตกตา ง
อยา งมนี ยั สาํ คญั (p < 0.05) เมอื่ เปรียบกบั PTC0601 หรอื PTC0602 พบวามีปริมาณ CBD ต่ํากวา สอดคลอ งกับ
รายงานการทดสอบ CBD สามารถยับยัง้ เซลลมะเรง็ เตา นมชนิด ErbB2-positive โดยการกระตุน การแสดงออกของ
cannabinoid receptor 2 (CB2), ELK1, Tyrosine kinase C-Src TRPV1 ยบั ยงั้ การเจรญิ ของเซลล(18) อยางไร
ก็ตามมกี ารรวบรวมงานวิจยั ที่แสดงใหเ ห็นวา CBD ยับยัง้ เซลลมะเรง็ สมอง (U87-MG, T98G, SF126, U251MG)
อยา งไดผ ล โดยยบั ยง้ั การเจรญิ และการรกุ ราน (invasion) ของเซลล( 11)สว นสารสกดั PTC0602 ซงึ่ มปี รมิ าณ THC สงู
จะมคี วามจาํ เพาะตอ เซลลม ะเร็งปอด (A-549) เซลลมะเร็งลําไส (Caco-2) เซลลม ะเร็งสมอง (A-172) และมะเร็ง
ตับออน (PANC-1) ใหคา IC50 ตํ่ากวา PTC0601 และ PTC0729 อยางมีนัยสาํ คัญทางสถิติ จากผลการทดลอง
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 463
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis Extracts on Cancer Cell Lines Sarayut Radapong et al.
จะสงั เกตไดวา สารสกัด PTC0601 ซงึ่ มสี ัดสวนของ THC และ CBD ใกลเ คียงกันไมม คี วามจาํ เพาะตอเซลลม ะเร็ง
ชนิดใดเลย หากกลไกในการตานมะเร็งของสารสกัดกญั ชาผานการแสดงออกของ CB1 และ CB2 เปนหลกั CBD ซึ่ง
ปกตกิ ลไกการออกฤทธจิ์ ะไมไ ดเขาจับกับ CB1 โดยตรง แตจ ะทาํ ตัวเปน competitor ขดั ขวาง THC ในการจบั กับ
เซลลต วั รบั (19)ซงึ่ ทําใหป ระสทิ ธภิ าพในการยบั ยงั้ เซลลม ะเรง็ ลดลง อยา งไรกต็ ามในสารสกดั กญั ชายงั มสี ารอนื่ ๆ นอกจาก
สารในกลุมแคนนาบินอยด เชน ฟลาโวนอยด เทอรปน อยด และอัลคาลอยด ซง่ึ อาจมีผลตอเซลลม ะเรง็ จากฤทธิย์ ับยง้ั
เซลลม ะเรง็ ทไี่ ดส ามารถใชเ ปน ขอ มลู ในการพฒั นากญั ชาพนั ธไุ ทยเปน ยาตา นมะเรง็ ตอ ไปได รวมถงึ ควรมกี ารศกึ ษาพษิ
วทิ ยาในสตั วท ดลองเพอ่ื ใหเ กดิ ความปลอดภยั นา เชอ่ื ถอื เพอื่ นาํ ขอ มลู ไปใชใ นการศกึ ษาวจิ ยั หรอื พฒั นาผลติ ภณั ฑต อ ไป
สรุป
สารสกัดชอดอกของกัญชาพันธุไทย 3 พันธุ ไดแก PTC0601 (THC : CBD=2 : 1), PTC0602
(THC: CBD=10 : 1) และ PTC0729 (THC : CBD=1: 6) แสดงฤทธิ์ยบั ย้งั เซลลม ะเรง็ ทั้ง 7 ชนิด โดย PTC0729
ซง่ึ มปี รมิ าณ CBD สงู มคี วามจําเพาะแตกตา งอยา งมนี ยั สําคญั ทางสถติ แิ ละเปน พษิ สงู สดุ ตอ เซลลม ะเรง็ เตา นม (MCF-7)
เซลลม ะเรง็ ไต (A-498) และเซลลมะเรง็ ตับ (HepG2) ใหคา IC50เทา กบั 2.81 ± 0.85, 5.48 ± 0.27 และ 7.65±0.49
ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลําดับ สวน PTC0602 ซ่ึงมีปริมาณ THC สูง แสดงควาเปนพิษจําเพาะตอเซลลมะเร็ง
ปอด (A-549) เซลลมะเร็งลาํ ไส (Caco-2) เซลลม ะเรง็ สมอง (A-172) และมะเรง็ ตบั ออน (PANC-1) ใหค า IC50
เทา กบั 10.92 ± 1.05, 14.65 ± 2.05, 15.11 ± 2.52 และ 19.19 ± 1.79 ไมโครกรมั /มลิ ลิลิตร ตามลําดบั ในขณะที่
PTC0601 มีพิษตอเซลลเพาะเลี้ยงแตไมจําเพาะกับเซลลใด จะเห็นไดวาสารสกัดกัญชาพันธุไทยสามารถยับย้ังเซลล
มะเรง็ เพาะเล้ยี งได เนื่องจากงานวิจยั นี้เปนการศึกษาวิจยั ในชอดอกกัญชา ซึ่งยังจัดเปน ยาเสพติด ดังน้ันผลการทดลอง
ไมไ ดสะทอ นไปถงึ การใชส วนอน่ื ๆ ของกญั ชา ซ่ึงผวู ิจยั จะมีการศกึ ษาสว นตา งๆ ของกัญชา เชน ใบ กิ่ง กาน ลาํ ตน ราก
ของกัญชาและเมล็ดตอ ไป
กติ ติกรรมประกาศ
งานวจิ ยั นไี้ ดร บั การสนบั สนนุ งบประมาณจากสํานกั งานคณะกรรมการสง เสรมิ วทิ ยาศาสตร วจิ ยั และนวตั กรรม
(สกสว.) ขอขอบพระคณุ เจา หนา ทห่ี อ งปฏบิ ตั กิ ารเพาะเลยี้ งเนอ้ื เยอื่ และหอ งปฏบิ ตั กิ ารจโี นมกิ สพ ชื ในการจดั หาตวั อยา ง
กัญชาพันธุไทยทั้ง 3 ตัวอยาง ภก. เสกรชตกร บัวเบา เจาหนาที่ศูนยตรวจสอบและรับรองคุณภาพสมุนไพรในการ
วเิ คราะหป รมิ าณสารทางเคมี เจา หนา ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารพษิ วทิ ยาทกุ ทา นทใ่ี หค วามชว ยเหลอื ในการทํางานวจิ ยั เปน อยา งดี
เอกสารอางอิง
1. National Cancer Institute. Cancer statistics. [online]. 2020; [cited 2021 Jun 30]; [4 screens].
Available from : URL : https://www.cancer.gov/about-cancer/understanding/statistics.
2. พระราชบญั ญัติยาเสพตดิ ใหโทษ ฉบบั ท่ี 7 (พ.ศ. 2562). ราชกิจจานุเบกษา เลม 136 ตอนที่ 19 ก (วันที่ 18
กุมภาพนั ธ 2562). หนา 1.
3. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ระบุช่ือยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 (พ.ศ. 2563). ราชกิจจานุเบกษา
เลม 137 ตอนพิเศษ 290 ง (วนั ท่ี 14 ธนั วาคม 2563). หนา 33.
4. Bangkok Post. Thai cannabis market worth B21bn by 2024. [online]. 2019; [cited 2021 Jun 30];
[2 screens]. Available from : URL : https://www.bangkokpost.com/business/1674900/thai-
cannabis-market-worth-b21bn-by-2024.
464 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ความเปน พิษของสารสกัดชอดอกกัญชาพนั ธุไทยตอเซลลมะเร็งเพาะเล้ยี ง ศรายธุ ระดาพงษ และคณะ
5. Small E, Cronquist A. A practical and natural taxonomy for Cannabis. Taxon 1976; 25(4) :
405-35.
6. Piomelli D, Russo EB. The Cannabis sativa versus Cannabis indica debate : an interview with
Ethan Russo, MD. Cannabis Cannabinoid Res 2016; 1(1) : 44-6.
7. Hanus LO, Meyer SM, Munoz E, Taglialatela-Scafati O, Appendino G. Phytocannabinoids : a
unified critical inventory. Nat Prod Rep 2016; 33(12) : 1357-92.
8. Moreau M, Ibeh U, Decosmo K, Bih N, Yasmin-Karim S, Toyang N, et al. Flavonoid derivative
of Cannabis demonstrates therapeutic potential in preclinical models of metastatic pancreatic
cancer. Front Oncol 2019; 9 : 660. (9 pages).
9. Bonini SA, Premoli M, Tambaro S, Kumar A, Maccarinelli G, Memo M, et al. Cannabis sa-
tiva : a comprehensive ethnopharmacological review of a medicinal plant with a long history.
J Ethnopharmacol 2018; 227 : 300-15.
10.ศรายธุ ระดาพงษ, พราว ศุภจรยิ าวัตร, เมธนิ ผดงุ กิจ. ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยาและพิษวิทยาของกญั ชา. ว กรมวทิ ย พ
2564; 63(1) : 219-32.
11. Daris B, Verboten MT, Knez Z, Ferk P. Cannabinoids in cancer treatment : therapeutic potential
and legislation. Bosn J Basic Med Sci 2019; 19(1) : 14-23.
12. Zhelyazkova M, Kirilov B, Momekov G. The pharmacological basis for application of cannabidiol
in cancer chemotherapy. Pharmacia 2020; 67(4) : 239-52.
13. Chakravarti B, Ravi J, Ganju RK. Cannabinoids as therapeutic agents in cancer : current status
and future implications. Oncotarget 2014; 5(15) : 5852-72.
14. Velasco G, Sánchez C, Guzmán M. Endocannabinoids and cancer. Handb Exp Pharmacol 2015;
231 : 449-72.
15. American Cancer Society. Marijuana and cancer. [online]. 2020; [cited 2021 Jun 30]; [9 screens].
Available from : URL : https://www.cancer.org/treatment/treatments-and-side-effects/
complementary-and-alternative-medicine/marijuana-and-cancer.html.
16. ส. สทุ ธพิ นั ธ. กญั ชา สรรพยาแหงความหวงั . [ออนไลน]. 2563; [สืบคน 5 พ.ย. 2563]; [23 หนา]. เขา ถึงไดท่ี :
URL : https://www.satapornbooks.co.th/imgadmins/product_pdf/201910_01_Kaancha.pdf.
17. กญั ชงกัญชา.COM. รอข้นึ ทะเบยี น “กญั ชาพันธไุ ทย” อีก 4 พันธุ พรอมใชประโยชนทางการแพทย. [ออนไลน].
2564; [สืบคน 30 มิ.ย. 2564]; [4 หนา]. เขาถึงไดที่ : URL : https://www.xn--12carlcod7zem.
com/31/599/.
18. Caffarel MM, Andradas C, Mira E, Pérez-Gómez E, Cerutti C, Moreno-Bueno G, et al.
Cannabinoids reduce ErbB2-driven breast cancer progression through Akt inhibition. Mol
Cancer 2010; 9:196. (11 pages).
19. Lu HC, Mackie K. An introduction to the endogenous cannabinoid system. Biol Psychiatry
2016; 79(7) : 516-25.
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 465
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis Extracts on Cancer Cell Lines Sarayut Radapong et al.
Investigation of the Cytotoxicity of
Thai Cannabis Extracts on Various Cancer
Cell Lines
Sarayut Radapong1 Praw Suppajariyawat1 Tiyanee Sahad1 Nathaphat Harnkit1
Kanchariya Phankhajon1 Phatipan Primprai1 Phichet Banyati1 Siriwan Chaisomboonpan1
Pornchai Sincharoenpokai1 and Kenneth J Ritchie2
1Department of Medical Sciences, Tiwanon Road, Muang, Nonthaburi 11000, Thailand
2Liverpool John Moores University, Byrom Street, Liverpool L3 3AF, United Kingdom
ABSTRACT Cannabis (Cannabis sativa L.) is an addictive plant. Currently, in Thailand, the plant is
legalized for medical use and scientific research. It consists of two main active cannabinoids; ∆9-tetra-
hydrocannabinol (THC) and cannabidiol (CBD), both of which report a wide range of pharmacological
effects. This research aims to study the toxicity of Thai cannabis female inflorescence extracts on seven
cancer cell lines. The three cannabis strains, namely PTC0601, PTC0602 (THC dominant) and PTC0729
(CBD dominant), were extracted using supercritical fluid extraction and then quantitatively analyzed
using HPLC. Cytotoxicity was investigated by MTT assay. The results showed that all three extracts
posed toxicity to all seven cancerous cell lines. PTC0729; (THC: CBD=1 : 6), demonstrated significantly
different toxicity and specificity to breast cancer cell lines (MCF-7), renal carcinoma (A-498) and
hepatocellular carcinoma (HepG2) with IC50 values of 2.81 ± 0.85, 5.48 ± 0.27 and 7.65 ± 0.49 µg/mL,
respectively. PTC0602; (THC : CBD=10 : 1), showed specific toxicity against lung cancer cells (A-549),
colon cancer cells (Caco-2), brain cancer cells (A-172) and pancreatic cancer (PANC-1) with IC50
values of 10.92 ± 1.05, 14.65 ± 2.05, 15.11 ± 2.52 and 19.19 ± 1.79 µg/mL, respectively. Whereas, PTC0601
(THC: CBD=2: 1) was cytotoxic but not specific to any cell lines. In conclusion, the three Thai cannabis
extracts exhibited cytotoxicity towards several cancer cell lines and may have the potential to be developed
as anti-cancer drugs.
Keywords: Thai cannabis, Cytotoxicity, Cancer cells, ∆9-tetrahydrocannabinol (THC), Cannabidiol
(CBD)
466 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
นิพนธตนฉบบั ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 467-477
การศกึ ษาฤทธ์สิ มานแผลของสารสกัดชอดอกกญั ชา
เพศเมยี พนั ธไุ ทยตอเซลลป อดเพาะเลยี้ ง
พรชยั สินเจริญโภไคย ตีญานี สาหดั พราว ศุภจริยาวัตร ศรายุธ ระดาพงษ เสกรชตกร บวั เบา พเิ ชฐ บญั ญตั ิ
ศิริวรรณ ชัยสมบรู ณพ นั ธ และณฐภทั ร หาญกิจ
กรมวิทยาศาสตรการแพทย ถนนติวานนท อาํ เภอเมอื ง นนทบุรี 11000
บทคดั ยอ การตดิ เชอ้ื ทรี่ ะบบทางเดนิ หายใจสว นบนเปน ปญ หาทางสาธารณสขุ ทพี่ บไดบ อ ย รวมถงึ การตดิ เชอื้ ดว ยไวรสั โคโรนา
2019 ซ่ึงผูติดเชื้ออาจเกิดภาวะแทรกซอนในระบบทางเดินหายใจสวนลางนําไปสูการเกิดปอดอักเสบ สงผลตอความเสียหาย
ของเซลลป อดได งานวจิ ยั นจี้ งึ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอื่ ศกึ ษาฤทธส์ิ มานแผลของสารสกดั ชอ ดอกกญั ชาเพศเมยี พนั ธไุ ทยตอ เซลลป อด
เพาะเลยี้ ง (SV-80) ดวย scratch assay ในหลอดทดลอง ผลการทดลองพบวา สารสกดั กญั ชา PTC0601 มคี ณุ สมบตั ิท่มี ี
ประสิทธิภาพในการสมานแผล เพ่ิมการกระตุน เซลล การแบง ตวั เพม่ิ จาํ นวน และการเคล่ือนท่ีของเซลล SV-80 ที่ความเขมขน
2.5 ไมโครกรมั /มลิ ลติ ร สว นสารสกดั กญั ชา PTC0729 ไมส ามารถเหนย่ี วนําเซลล SV-80 ทคี่ วามเขม ขน ตา งๆ ได เมอ่ื เปรยี บเทยี บ
กบั กลมุ ควบคมุ ดงั นนั้ ขอ มลู เบอ้ื งตน นี้ แสดงใหเ หน็ วา กญั ชาไทยมปี ระสทิ ธภิ าพการสมานแผลในเซลลป อดเพาะเลยี้ งได สามารถ
พัฒนาเปนผลิตภัณฑสุขภาพเพื่อใชในการดูแลสุขภาพผูปวยที่มีการติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจ อยางไรก็ตามการนาํ สาร
สกดั กัญชาไปพฒั นาเปน ผลิตภัณฑสุขภาพควรคํานึงถึงสัดสวนขององคป ระกอบสารสําคัญ นอกจากนี้การพัฒนาเปนผลิตภัณฑ
สุขภาพควรทดสอบกลไกการสมานแผลเพ่ิมเติมในเซลลปอดเพาะเล้ียงชนิดเซลลเยื่อบุ รวมถึงการศึกษาฤทธ์ิ
การตานอักเสบ และการศึกษาดานความปลอดภัยของสารสกัดจากชอดอกกัญชาเพศเมีย เพื่อเปนขอมูลสนับสนุนการพัฒนา
เปน ผลิตภณั ฑส ุขภาพตอ ไป
คําสาํ คัญ: สารสกัดชอ ดอกกัญชาเพศเมยี พนั ธไุ ทย, เซลลป อดเพาะเล้ยี ง, การสมานแผล
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 15 July 2021 Revised: 25 August y 2021 Accepted: 30 August 2021
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 467
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Wound Healing Effect of Cannabis Extracts on Lung Cell Lines Pornchai Sincharoenpokai et al.
บทนาํ
การตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ หายใจสวนบน (upper respiratory tract infection, URI) เปน ปญ หาทาง
สาธารณสุขที่พบบอ ย สาเหตสุ ว นใหญเกิดจากเชอ้ื ไวรสั เชน rhinoviruses, influenza viruses, parainfluenza
viruses และ adenovirus ผูปว ยทตี่ ิดเช้ือจะมอี าการคดั จมกู นา้ํ มูกขน หรอื เหลือง และอาจมีไขในชว งแรก จากน้นั
อาการจะคอ ยๆ ดีขน้ึ ใชเวลานาน 7-10 วัน ภาวะแทรกซอ นท่พี บบอย เชน หูชัน้ กลางอักเสบ ไซนสั อกั เสบ ปอดอักเสบ
จากเชอ้ื แบคทเี รยี (1)ในปจ จบุ นั พบโรคตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ หายใจสว นบนดว ยเชอื้ ไวรสั พนั ธใุ หมท เี่ รยี กวา โรคตดิ เชอื้
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เกิดจากการติดเชื้อไวรสั SARS-CoV-2 ผูปว ยท่เี ปน โรคจะมอี าการทางระบบทาง
เดนิ หายใจ มไี ข ออ นเพลยี ไอ หายใจหอบเหนือ่ ย หายใจลาํ บาก เนอ่ื งจากเซลลที่ตดิ เช้อื ไวรัสจะเกาะกันเปน กลมุ กอน
(cytopathic effect) และทําใหเ ซลลตายจงึ ทําใหเกดิ พยาธสิ ภาพ (สภาพของโรคท่ีเกดิ กบั รางกาย) ในปอด ผปู วย
ท่ีมีอาการของโรคที่ไมรุนแรงพยาธิสภาพในปอดท่ีเกิดข้ึนจะสามารถฟนคืนกลับมาไดหากไดรับการดูแลรักษาอยาง
ตอ เนอ่ื งซงึ่ อาจจะใชร ะยะเวลาคอ นขา งนาน ในกรณที อ่ี าการรนุ แรงมาก อาจทาํ ใหเ กดิ ภาวะตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ หายใจ
สว นลา ง (lower respiratory tract infection, LRI) ไดแก ปอดบวม ปอดอักเสบ หรือภาวะแทรกซอ นอ่นื เชน
ไตวาย หรอื อาจเสยี ชวี ติ ได(2,3) การแพรร ะบาดของ COVID-19 สง ผลกระทบอยา งมหาศาลตอ ประชากรและเศรษฐกจิ
ทั่วโลก รัฐบาลจึงออกนโยบายและมาตรการตางๆ เพื่อชวยเหลือ บรรเทาความเดือดรอนใหกับผูปวย บคุ ลากรทางการ
แพทยแ ละประชาชนทไี่ ดร บั ผลกระทบ โดยปกตกิ ารรกั ษาโรคตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ หายใจจะเปน การรกั ษาตามอาการ
หรอื การใชย าตา นไวรสั ซง่ึ อาจพบผลขา งเคยี งเมอื่ ผปู ว ยไดร บั ยารกั ษา การใชส มนุ ไพรหรอื สารสกดั จากธรรมชาตใิ นการ
รักษาหรือฟนฟูสุขภาพรางกายของผูปวยจึงเปนอีกทางเลือกหน่ึงเพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิต
ของผปู ว ย รวมถึงชวยสนบั สนุนการใชสมุนไพรทองถ่นิ และเปนการเพิ่มมูลคา ของสมนุ ไพร
กัญชาเปนพืชที่มีช่ือวิทยาศาสตรวา Cannabis sativa L. ในวงศ Cannabaceae(4) มีการใชประโยชน
ทางการแพทยม าอยา งยาวนาน จากฤทธติ์ อ จติ ประสาททเี่ กดิ ขนึ้ ในปจ จบุ นั มขี อ มลู ทกี่ ลา วถงึ การใชก ญั ชาอยา งหลากหลาย
เชน การรักษามะเร็ง เปนยากันชัก ลดอาการปวด และใชในโรคเอดส(5, 6, 7, 8, 9) สงผลทําใหกัญชากลายเปนกระแส
ในสังคมไทยอยางมาก ในทางการแพทยแผนไทย พืชกัญชามีสวนท่ีใชเปนตัวยาในตํารับยาเกือบทุกสวน เชน ราก
กานใบ ใบ และเรือนยอดชอดอกตัวเมีย (ซึ่งมีฤทธ์ิแรงที่สุด) ตาํ ราสรรพคุณยาไทยระบุวา กัญชามีรสเมาเบื่อ
มสี รรพคณุ แตกตา งกนั ตามสว นทใี่ ช เชน ใบมสี รรพคณุ แกห อบหดื เจรญิ อาหาร ชกู าํ ลงั แตท าํ ใหจ ติ ใจขลาดกลวั ตาลาย
ประสาทหลอน ดอกมีสรรพคุณแกโรคประสาท ทาํ ใหนอนหลับ เจริญอาหาร ละลายเสมหะในลําคอ เปนตน(10, 11)
องคป ระกอบสารเคมใี นกญั ชาทส่ี าํ คญั ไดแ กสารกลมุ แคนนาบนิ อยด(cannabinoids)เชน ∆9-tetrahydrocannabinol
(∆9-THC) cannabidiol (CBD) cannabinol (CBN) cannabigerol (CBG) cannabichromene (CBC)
และสารกลมุ เทอรพ นี อยด สาร ∆9-THC เปน สารทพ่ี บในปรมิ าณสงู สดุ ในกลมุ แคนนาบนิ อยด โดยอาจพบไดถ งึ รอ ยละ
17.3 รองลงมาไดแก สาร CBG ซ่งึ พบไดร อยละ 16.3 สาร CBN พบรอยละ 9.6 สาร CBD และ CBC พบใน
ปริมาณใกลเ คียงกนั รอยละ 7.7(12) สาร ∆9-THC มฤี ทธิ์กระตุนตัวรบั แคนนาบนิ อยด (cannabinoid receptors)
แบบ partial agonist ทัง้ 2 ชนดิ คือ ชนิด CB1 และ CB2 ทําใหเ กดิ การกระตนุ ระบบประสาท (psychotropic
effect) นอกจากน้ีสาร ∆9-THC ยังทําปฏิกิริยากับตัวรับอื่นๆ ไดอีกหลายชนิด จึงออกฤทธิ์ไดหลากหลาย เชน
ตา นอาเจียน แกปวด ตานมะเร็ง ลดความดนั ในลกู ตา ทาํ ใหเ จริญอาหาร อยา งไรกต็ าม พบวาสาร ∆9-THC อาจทาํ ให
เกิดการตดิ (addiction) และความวติ กกังวล (anxiety) ได( 12,13,14,15) สวนสาร CBD สามารถออกฤทธิผ์ านตัวรับอกี
หลายชนดิ ทาํ ให CBD สามารถออกฤทธติ์ า นการอกั เสบ แกป วด คลายกงั วล ตา นมะเรง็ ตา นการคลน่ื ไสอ าเจยี น และตา น
การชกั ได( 12,13,14,15) จากขอ มลู ดงั กลา วแสดงใหเ หน็ วา กญั ชามสี รรพคณุ ทางยาแผนไทยในการรกั ษาการอกั เสบไดซ ง่ึ เปน
กระบวนการตอบสนองของรางกายตอเนื้อเย่ือท่ีถูกทําลายเพ่ือซอมแซมตัวเองภายหลังไดรับบาดเจ็บ(16) กระบวนการ
ซอ มแซมหรอื การสมานแผล (wound healing) สามารถแบง ได 3 ระยะ ซง่ึ แตล ะระยะมกี ารทาํ งานตอ เนอื่ งและทบั ซอ นกนั
468 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ฤทธิ์สมานแผลของสารสกัดชอ ดอกกัญชาตอเซลลป อดเพาะเลย้ี ง พรชัย สนิ เจริญโภไคย และคณะ
ไดแ ก ระยะที่ 1 ระยะการหา มเลอื ด (hemostasis) และระยะท่มี ีการอกั เสบ (inflammatory phase) ระยะที่ 2
ระยะงอกขยาย (proliferative phase หรือ fibroplasia) และระยะท่ี 3 ระยะปรบั ตวั เขา สภู าวะปกติ (maturation
หรือ remodeling phase) ซ่ึงการสมานแผลท่เี กิดข้ึนทง้ั หมดน้ีจะชวยใหเนอื้ เย่อื กลบั คนื สสู ภาพและทําหนา ที่ไดใ กล
เคยี งปกตมิ ากที่สดุ (17)การศึกษาฤทธิส์ มานแผลดว ยเทคนิค in vitro scratch assay เปน เทคนคิ มาตรฐานที่ใชใ นการ
ศกึ ษาจาํ ลองการสมานแผลของเซลลท ไี่ ดร บั ความเสยี หาย มขี อ ดใี นดา นทส่ี ามารถทาํ การศกึ ษาโดยใชร ะยะเวลาทดลอง
สั้น สามารถเลยี นแบบพฤติรรมในการเคล่อื นยายของเซลล(18) ทดแทนการศึกษาในสตั วทดลองซ่งึ จะชวยลดความทุกข
ทรมานของสัตวทดลอง โดยพบวามีสมุนไพรหรือยาหลายชนิดท่ีใชเทคนิคน้ีในการศึกษาวิจัย เชน การทดสอบฤทธิ์
สมานแผลของสารสกดั จากใบพลตู อ เซลลไฟโบรบลาสต L929 ดวยวิธี in vitro scratch assay ซง่ึ พบวา สว นสกดั
ใบพลูดวยไดคลอโรมีเทนสามารถกระตุนการเพ่ิมจํานวนของเซลลไฟโบรบลาสตและการเคล่ือนยายของเซลลได( 19)
นอกจากน้ี เทคนิคดงั กลาวยงั สามารถใชศึกษาฤทธ์ขิ องยา pulvomycin ในการยับย้ังการเจรญิ ของเซลลมะเร็งเตานม
ชนิด MDA-MB-231 human TNBC cells พบวา ยา pulvomycin สามารถยบั ยั้งการเพิ่มจํานวนและการเคลื่อน
ยา ยของเซลลม ะเร็งเตา นมดังกลาวได(20) เนือ่ งจากสรรพคณุ และฤทธิท์ างเภสัชวทิ ยาทหี่ ลากหลายของกญั ชาทงั้ ในดาน
ของการแกห อบหืด ละลายเสมหะในลาํ คอ และตานอกั เสบ จงึ เปน พืชท่ีนาจะมีศักยภาพในการนํามาศกึ ษาวิจยั เพ่อื ใช
ในการฟนฟูเซลลปอดท่ีไดรับความเสียหายจากการติดเชื้อไวรัสใหคืนกลับสูสภาพปกติ เปนการลดความรุนแรงของ
โรคและเพมิ่ คณุ ภาพชวี ติ ของผปู ว ยทาํ ใหผ ปู ว ยสามารถกลบั มาใชช วี ติ ไดต ามปกติ ดงั นนั้ การศกึ ษาวจิ ยั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงค
เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากชอดอกกัญชาเพศเมียพันธุไทยในการสมานแผลตอเซลลปอดเพาะเลี้ยง โดย
ใชเ ทคนิค in vitro scratch assay
วัสดุและวิธีการ
การเตรยี มวตั ถุดิบ
ตวั อยา งสมนุ ไพรกญั ชาชอ ดอกเพศเมยี พนั ธไุ ทยจาํ นวน 2 พนั ธุ เกบ็ จากโรงเรอื นปลกู แบบ Green house ของ
กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย หนงั สอื สําคญั ผลติ ซงึ่ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 ที่ 90/2564 (ปลกู ) โดยใหร หสั ตวั อยา ง
PTC0601 (พนั ธทุ ่ีมี THC : CBD เทากับ 2 : 1) และรหัสตัวอยา ง PTC0729 (พนั ธทุ ีม่ ี THC : CBD เทากับ 1 : 6)
การสกดั ชอดอกกัญชา
นาํ ตัวอยา งชอดอกเพศเมยี พนั ธุไทย PTC0601 จาํ นวน 132 กรมั และ PTC0729 100 กรมั มาบดหยาบ
แลว สกดั ดวยของไหลวิกฤตยิง่ ยวด (Supercritical Fluid Extraction) โดยใชเ ครอื่ งสกัดรุน Spe-ed SFE บรษิ ัท
Applied Separations ประเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยใชแ รงดนั 250 bar ทอี่ ณุ หภูมิของตูอบรอน (hot air oven)
40 องศาเซลเซยี ส จากนน้ั นาํ สารสกดั ทไ่ี ดว เิ คราะหห าปรมิ าณ THC และ CBD ในสารสกดั ดว ยวธิ ี High performance
liquid chromatography (HPLC, model LC-40D, Shimadzu, Japan) มตี วั ตรวจวดั UV-Vis ความยาวคลน่ื
220 ± 4 nm คอลมั น 150 × 3.0 mm C18 InfinityLab Poroshell packed with 2.7 micron particles เฟส
เคลื่อนที่ใช (A) 0.085% H3PO4 in water และ (B) 0.085% H3PO4 in acetonitrile รันแบบ isocratic
30%(A) : 70%(B) โดยนําสารสกัด 20 มลิ ลิกรัม ปรบั ปรมิ าตรดว ย methanol : chloroform ดว ยอัตราสว น 9 : 1
ใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลลิ ติ ร จากนน้ั ปเ ปตมา 1 มลิ ลลิ ติ ร ปรบั ปรมิ าตร ดว ย methanol ใน volumetric
flask ขนาด 10 มิลลลิ ติ ร นํามากรองดวย nylon syringe filter ขนาด 0.45 micron แลว จงึ นาํ สารละลายตรวจ
วเิ คราะหดวยเครอ่ื ง HPLC
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 469
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Wound Healing Effect of Cannabis Extracts on Lung Cell Lines Pornchai Sincharoenpokai et al.
เซลลเ พาะเลยี้ งและอาหารเลี้ยงเซลล
นําเซลลปอดเพาะเลี้ยงชนิดปกติ Human fibroblast (SV40-transformed) cell line (SV-80)
ดังแสดงในภาพที่ 1 ซ้อื จากบรษิ ทั CLS Cell line service GmbH ประเทศสหพนั ธส าธารณรัฐเยอรมนี มาเพาะเล้ียง
ในอาหารเลย้ี งเซลลชนดิ Dulbecco's Modified Eagle Medium (DMEM) ประกอบดว ย 2mM L-Glutamine,
0.1 mM Non-essential amino acid, 1 mM Sodium pyruvate และ 10% Fetal bovine serum (FBS)
เลย้ี งในขวดเพาะเลยี้ งเซลล ขนาด 75 ตารางเซนตเิ มตร บม ในตอู บเพาะเชอ้ื แบบใชค ารบ อนไดออกไซด ทอี่ ณุ หภมู ิ 37±1
องศาเซลเซยี ส ความชนื้ รอ ยละ 90±10 และความเขม ขน คารบ อนไดออกไซดร อ ยละ 5.0±1.0 เปน ระยะเวลา 72 ชว่ั โมง
ภาพที่ 1 ลักษณะรปู รา งของเซลลป อดชนดิ ปกติ (SV-80) จากกลองจลุ ทรรศนชนดิ หวั กลับ (กําลังขยาย 10X)
การศึกษาฤทธสิ์ มานแผลตอ เซลลป อดเพาะเลยี้ งดว ยวิธี in vitro scratch assay(21)
เตรียมเซลล SV-80 ใหไดปริมาณของเซลลเทากับ 4.0 × 105 เซลลตอมิลลิลิตรตอหลุม ใสลงในจาน
เพาะเล้ียงเซลลชนิด 24 หลุม ที่มีอาหารเล้ียงเซลล บมในตูอบเพาะเช้ือแบบใชคารบอนไดออกไซด ที่อุณหภูมิ 37
องศาเซลเซียส เปนเวลา 24 ชั่วโมง จนเซลลเจริญและเกาะเต็มบนผิวภาชนะท่ีใชเพาะเล้ียง (monolayer) เปลี่ยน
ถายอาหารเลีย้ งเซลลอ อก ใช SPL ScarTM Scratcher (SPL Life Sciences, Pocheon, Korea) ขีดตรงกลางของ
แตละหลุม และลางเซลลทห่ี ลดุ ออกดว ยอาหารเลย้ี งเซลลท ไี่ มมี FBS เติมสารละลายตวั อยา งที่เตรยี มโดยชัง่ สารสกัด
ชอ ดอกเพศเมยี พนั ธไุ ทย ปรมิ าณ 50 มิลลิกรมั ทาํ ละลายดว ย dimethyl sulfoxide (DMSO) ปรมิ าตร 1 มิลลิลติ ร
จะไดค วามเขมขน ของสารสกดั เริ่มตน 50 มิลลิกรมั ตอมลิ ลิลติ ร จากนัน้ ทาํ การเจอื จางสารสกดั ตัวอยา งดวยอาหารเล้ยี ง
เซลลใหไ ดความเขม ขน ตา ง ๆ ทไ่ี ดท ําการคัดเลือก ดว ยเกณฑก ารคดั เลอื กความเขม ขน ของสารสกดั ตวั อยางตองเปน
ความเขมขนที่ไมก อใหเกดิ ความเปน พิษตอเซลลเพาะเลีย้ ง (สารสกัด PTC0601 ทดสอบท่รี ะดบั ความเขม ขน 0.63,
1.25, 2.50, 5.00 และ 10.00 ไมโครกรมั ตอมลิ ลิลิตร; สารสกัด PTC0729 ทดสอบทีร่ ะดับความเขมขน 0.94, 1.88,
3.75, 7.50 และ 15.00 ไมโครกรมั ตอ มลิ ลลิ ติ ร) หลมุ ละ 1,000 ไมโครลิตร กลมุ ควบคมุ ทําการเติมอาหารเลีย้ งเซลล
แทนสารละลายตัวอยาง หลุมละ 1,000 ไมโครลิตร ถายภาพรอยขีดตรงกลางของแตละหลุมโดยใชกลองจุลทรรศน
ชนดิ หัวกลับ Nikon ECLIPSE i2-E (Nikon, Tokyo, Japan) ท่ีสามารถควบคุมแกส ความช้ืน และอุณหภูมิ
ถา ยภาพทเ่ี วลา 0, 5, 10, 15, 25 และ 35 ชว่ั โมง ภาพทถ่ี กู ถา ยนาํ มาหาพน้ื ทชี่ อ งวา งทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปในระยะเวลาตา งๆ
ดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร NIS Elements AR Analysis และคํานวณหาคารอยละการเคลื่อนท่ีของเซลล
(relative migration) ดังนี้
470 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ฤทธสิ์ มานแผลของสารสกดั ชอดอกกญั ชาตอเซลลปอดเพาะเล้ียง พรชยั สนิ เจรญิ โภไคย และคณะ
รอ ยละการเคลือ่ นทีข่ องเซลล = (พน้ื ที่ระยะหางของเซลล T0- พื้นทร่ี ะยะหา งของเซลล Tn) × 100
พนื้ ทร่ี ะยะหา งของเซลล T0
T0 = ระยะเวลาเรม่ิ ตน การทดสอบ
Tn = ระยะเวลาทีก่ าํ หนด
การวิเคราะหขอ มลู ทางสถิติ
นาํ ขอ มลู การศกึ ษาฤทธสิ์ มานแผลตอ เซลลป อดดว ยวธิ ี in vitro scratch assay จากการทดลอง 3 ซา้ํ แบบ
Biological replicates (n = 3) มาคํานวณและเปรยี บเทียบความเขมขนตางๆ ของสารสกดั กับกลุมควบคมุ โดยใช
สถิติ One-way ANOVA วธิ ี Duncan’s New Multiple Range Test โดยโปรแกรม SPSS/PC version 19.0
ทร่ี ะดบั ความเช่อื มัน่ รอ ยละ 95
ผล
การสกัดชอดอกกญั ชา
ชอดอกกัญชาเพศเมีย PTC0601 และ PTC0729 เมื่อสกัดดวยของไหลวิกฤตย่ิงยวด (Supercritical
Fluid Extraction) ไดปริมาณสารสกัด 10.92 และ 7.07 กรมั คิดเปน รอยละของผลผลติ (%yield) เทากับ 8.27
และ 7.07 เมื่อวเิ คราะหหาปรมิ าณ THC และ CBD ในสารสกัด พบวา สารสกดั PTC0601 และ PTC0729 มีปริมาณ
THC และ CBD ดงั แสดงในตารางท่ี 1
ตารางที่ 1 ปริมาณสาร THC และ CBD ในชอดอกกัญชาเพศเมียพันธุไทย PTC0601 และ PTC0729
รหสั ตวั อยา งสารสกดั กญั ชา THC:CBD Total THC (%) Total CBD (%)
PTC0601 2:1 20.08 12.18
PTC0729 1:6 4.28 25.89
การศึกษาฤทธิ์สมานแผลตอ เซลลปอดดว ยวธิ ี in vitro scratch assay
การศึกษาฤทธ์ิสมานแผลตอเซลลปอดเพาะเล้ียงดวยวิธี in vitro scratch assay ดังแสดงในภาพท่ี 2
และ 3 พบวา สารสกัดกญั ชา PTC0601 ท่ีความเขม ขน 2.50 ไมโครกรมั ตอมิลลลิ ิตร ทําใหม ีการเคล่ือนที่ของเซลล
เพม่ิ ข้นึ แตกตางจากกลุม ควบคมุ อยา งมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ (p<0.05) ทเ่ี วลา 5, 15 และ 25 ช่วั โมง ดังแสดงในตาราง
ที่ 2 โดยพบวามีการเหน่ียวนําใหเ กิดการเคลือ่ นทข่ี องเซลลม ากกวา กลมุ ควบคมุ ทุกชว งเวลา ยกเวนเวลาที่ 35 ช่วั โมง
และพบวาท่คี วามเขมขน 10.00, 1.25 และ 0.63 ไมโครกรัม/มิลลลิ ิตร มผี ลทําใหป ระสทิ ธภิ าพการเคลื่อนท่ีของเซลล
ลดลงแตกตา งกันอยางมีนัยสําคญั ทางสถติ ิ (p<0.05) ที่เวลา 15 และ 25 ชว่ั โมง สาํ หรบั สารสกัดกญั ชา PTC0729
พบวาท่รี ะดบั ความเขมขน 1.88 ไมโครกรัมตอ มลิ ลลิ ิตร มกี ารเคลือ่ นที่ของเซลลเ พมิ่ ขน้ึ แตกตางจากกลุม ควบคุมอยา ง
มนี ยั สําคัญทางสถติ ิ (p<0.05) ทีเ่ วลา 5 ช่ัวโมง เทาน้ัน ดังแสดงในตารางท่ี 3 สวนเวลาอนื่ ๆ สารสกดั กัญชา PTC0729
ทุกความเขมขนไมมีผลตอการเคลอ่ื นที่ของเซลลป อด SV-80 เม่อื เปรียบเทียบกับกลมุ ควบคมุ
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 471
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Wound Healing Effect of Cannabis Extracts on Lung Cell Lines Pornchai Sincharoenpokai et al.
ระยะเวลา ความเขม ขนของสารสกดั (ไมโครกรมั /มลิ ลิลิตร)
(ชั่วโมง)
0 10.00 5.00 2.50 1.25 0.63
0
5
15
25
35
ภาพที่ 2 ผลของสารสกดั กญั ชา PTC0601 ตอ การเคลอ่ื นทขี่ องเซลลป อดเพาะเลย้ี ง SV-80 ทถ่ี กู ขดี ใหเ ปน แผลจาํ ลอง
ดว ย SPLScar™ Scratcher และถา ยภาพดว ยกลอ งจลุ ทรรศนชนิดหัวกลับ ทรี่ ะยะเวลากอ นการทดสอบ
(เวลาที่ 0 ชั่วโมง) และระหวางการทดสอบ (เวลาที่ 5, 15, 25 และ 35 ชวั่ โมง) ภาพทถ่ี ูกถายนาํ มาหาพืน้ ท่ี
ชอ งวางท่เี ปล่ยี นแปลงไปในระยะเวลาตางๆ ดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร NIS Elements AR Analysis
ระยะเวลา ความเขมขนของสารสกัด (ไมโครกรมั /มิลลลิ ิตร)
(ชั่วโมง)
0 15.00 7.50 3.75 1.88 0.94
0
5
15
25
35
ภาพท่ี 3 ผลของสารสกดั กญั ชา PTC0729 ตอ การเคลอ่ื นทข่ี องเซลลป อดเพาะเลย้ี ง SV-80 ทถ่ี กู ขดี ใหเ ปน แผลจาํ ลอง
ดว ย SPLScar™ Scratcher และถายภาพดว ยกลองจุลทรรศนช นิดหัวกลับ ทร่ี ะยะเวลากอนการทดสอบ
(เวลาท่ี 0 ช่วั โมง) และระหวางการทดสอบ (เวลาท่ี 5, 15, 25 และ 35 ชั่วโมง) ภาพทถ่ี ูกถา ยนํามาหาพืน้ ท่ี
ชอ งวางท่ีเปลีย่ นแปลงไปในระยะเวลาตางๆ ดว ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร NIS Elements AR Analysis
472 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ฤทธิ์สมานแผลของสารสกดั ชอดอกกัญชาตอเซลลป อดเพาะเล้ียง พรชยั สนิ เจริญโภไคย และคณะ
ตารางท่ี 2 ผลของสารสกัดชอดอกกัญชาเพศเมียพันธุไทย PTC0601 ตอการเหนี่ยวนําการเคล่ือนที่ของเซลลปอด
เพาะเล้ียง SV-80 ท่ถี ูกขีดใหเปนแผลจําลอง
ความเขม ขน ของ รอ ยละการเคลอื่ นที่ของเซลลป อดเพาะเลย้ี งตามชว งเวลา (ช่วั โมง)*
สารสกัด
05 15 25 35
(ไมโครกรัม/
มิลลลิ ติ ร) 0 21.48 ± 3.44bc 52.19 ± 3.59b 73.24 ± 4.38b 95.75 ± 5.62a
0 11.75 ± 3.89bd 33.75 ± 1.54c 56.79 ± 10.25c 83.88 ± 17.18a
0 0 24.59 ± 4.94ab 60.00 ± 4.46ab 86.62 ± 9.43ab 93.90 ± 10.14a
10.00 0 32.15 ± 2.20a 72.75 ± 9.63a 93.08 ± 4.58a 99.17 ± 1.44a
5.00 0 18.48 ± 4.49bcd 33.25 ± 13.35c 56.35 ± 12.92c 76.34 ± 23.15a
2.50 0 14.94 ± 6.67cd 27.50 ± 3.28c 38.74 ± 5.26d 50.99 ± 1.98b
1.25
0.63
หมายเหตุ: *คาเฉลี่ย ± สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน, คาเฉลี่ยในคอลัมนเดียวกันที่มีอักษรตางกันมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ
ทางสถิติ (p<0.05)
ตารางท่ี 3 ผลของสารสกดั ชอ ดอกกญั ชาสายพนั ธไุ ทย PTC0729 ตอ การเหนย่ี วนําการเคลอื่ นทข่ี องเซลลป อดเพาะเลย้ี ง
SV-80 ท่ถี กู ขดี ใหเ ปน แผลจาํ ลอง
ความเขมขนของ รอยละการเคลื่อนท่ขี องเซลลปอดเพาะเลยี้ งตามชวงเวลา (ชวั่ โมง)*
สารสกัด
05 15 25 35
(ไมโครกรมั /
มิลลิลิตร)
0 0 21.48 ± 3.44bc 52.19 ± 3.59a 73.24 ± 4.38a 95.75 ± 5.62a
15.00 0 17.07 ± 0.21c 40.83 ± 20.51a 58.97 ± 35.00a 63.40 ± 31.46a
7.50 0 21.43 ± 0.75bc 57.27 ± 15.42a 78.33 ± 20.36a 89.30 ± 16.29a
3.75 0 24.93 ± 6.01b 54.73 ± 23.06a 78.50 ± 28.80a 84.93 ± 25.92a
1.88 0 32.27 ± 4.46a 58.23 ± 15.72a 75.40 ± 22.17a 85.50 ± 17.42a
0.94 0 19.03 ± 2.75bc 52.20 ± 12.87a 78.63 ± 25.71a 84.50 ± 22.32a
หมายเหต:ุ *คา เฉลย่ี ±สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน, คา เฉลยี่ ในคอลมั นเ ดยี วกนั ทมี่ อี กั ษรตา งกนั มคี วามแตกตา งกนั อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ
(p < 0.05)
วจิ ารณ
ในประเทศไทยกญั ชาจัดเปน พชื เสพติดตามพระราชบัญญตั ยิ าเสพติดใหโ ทษ พ.ศ. 2522 จงึ ทําใหข าดขอ มูล
งานวจิ ัยดานกญั ชาในประเทศไทยมากวา 40 ป ปจจุบันตามพระราชบัญญัตยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562
ไดอ นญุ าตใหส ามารถนาํ กญั ชามาใชใ นกรณเี พอื่ ประโยชนข องทางราชการ การแพทย การรกั ษาผปู ว ย หรอื การศกึ ษาวจิ ยั
และพฒั นาได( 22) ซงึ่ จากขอ มลู งานวจิ ยั กญั ชาพบวา องคป ระกอบสารเคมใี นกญั ชาทส่ี าํ คญั ไดแ ก สารกลมุ แคนนาบนิ อยด
(cannabinoids) เชน ∆9-tetrahydrocannabinol (∆9-THC) cannabidiol (CBD) cannabinol (CBN)
cannabigerol (CBG) cannabichromene (CBC) และสารกลุมเทอรพีนอยด(12) จากการศึกษาการตอบสนอง
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 473
ปท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Wound Healing Effect of Cannabis Extracts on Lung Cell Lines Pornchai Sincharoenpokai et al.
ทางภูมิคุม กันเมอ่ื ใหสาร THC พบวาสาร THC สามารถทาํ ใหกลไกการตอบสนองทางภูมคิ มุ กนั ลดตา่ํ ลงท้ังในหลอด
ทดลองและในสตั วท ดลอง โดยเฉพาะในสว นของกลไกระบบภมู คิ มุ กนั แบบอาศยั เซลล (cell-mediated immunity)
ซ่ึงเปนสวนที่มีความสําคัญเกี่ยวของกับกระบวนการอักเสบและการสมานแผล(23) ดังน้ัน การศึกษาฤทธิ์สมานแผลใน
เซลลปอดของกัญชาจึงเปนท่ีนาสนใจในสถานการณแพรระบาดของเช้ือไวรัสท่ีมีการติดเช้ือระบบทางเดินหายใจและ
มีการทาํ ลายเนอ้ื เยอื่ ของเซลลปอด จากขอ มูลการศกึ ษาครัง้ นไ้ี ดแสดงใหเหน็ วาสารสกดั กัญชา PTC0601 ท่ีมปี รมิ าณ
สดั สว นของ THC : CBD ประมาณ 2 : 1 มศี กั ยภาพในการเหนยี่ วนาํ ใหส มานแผลจาํ ลองเซลลป อดเพาะเลยี้ งชนดิ ปกติ
สามารถฟน ฟูกลับมาไดรวดเรว็ กวากลมุ ควบคมุ อยา งมนี ัยสําคญั ทางสถิติ (p<0.05) สวนสารสกัดกัญชา PTC0729 มี
ปรมิ าณสดั สว นของ THC : CBD ประมาณ 1 : 6 ไมส ามารถเหนย่ี วนาํ ใหเ ซลลป อดเพาะเลย้ี งชนดิ ปกตฟิ น ฟไู ดแ ตกตา ง
จากกลุมควบคุม แสดงใหเห็นวากัญชาที่มีปริมาณสาร CBD สูงไมไดสงผลตอความไวในการสมานบาดแผลเซลล
ปอดเพาะเลย้ี งในหลอดทดลอง สอดคลอ งกบั รายงานของ Klein และคณะ (2018) ซ่งึ ไดศ กึ ษาผลของ CBD ตอ การ
รกั ษาแผลในชองปากสตั วท ดลอง พบวา การรกั ษาดวยการฉีด CBD ในชอ งทอ งไมไ ดส งผลตอการสมานของบาดแผล
ในชอ งปาก แตพบวา ภายหลังจากการใหสาร CBD เปนระยะเวลา 3 วนั สาร CBD ชว ยทาํ ใหบาดแผลมีการอักเสบ
ลดตํ่ากวากลุมควบคุมอยางมีนัยสําคัญ แตอยางไรก็ตามไมพบความแตกตางดังกลาวในวันที่ 7 บงชี้ใหเห็นวา CBD
มีฤทธิ์ในการตานการอักเสบระยะแรกของกระบวนการสมานแผล(24) จากการศึกษาครั้งน้ีแสดงใหเห็นวากัญชาเปน
พืชสมุนไพรที่มีศักยภาพในการสมานแผลตอเซลลปอดเพาะเล้ียงไดเร็วขึ้นเหมาะในการพัฒนาเปนผลิตภัณฑสุขภาพ
เพื่อใชในการดูแลสุขภาพผูปวยที่มีการติดเช้ือไวรัสระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะมีสวนชวยดูแลใหผูปวยที่ติดเช้ือ
ในเซลลปอดและเนื้อเยื่อเซลลปอดถูกทําลายสามารถฟนคืนกลับสูสภาพปกติไดเร็วข้ึน แตท้ังน้ีการนําสารสกัดกัญชา
ไปพัฒนาเปนผลิตภัณฑสุขภาพควรคํานึงถึงขนาดของสารสกัด สัดสวนและปริมาณสารสําคัญในกัญชาทั้งปริมาณสาร
THC และ CBD ทจี่ ะนําไปใช เนือ่ งจากขนาดของสารสกดั กัญชาและสัดสวนปริมาณของสารเคมที ง้ั THC และ CBD
มีผลตอการออกฤทธ์ิสมานเซลลปอดเพาะเล้ียงในหลอดทดลอง ซึ่งกลไกการออกฤทธิ์การตานอักเสบและสมานแผล
เปนการออกฤทธแ์ิ บบ synergistic effect(23) ชอ ดอกกัญชาเปน พืชทจ่ี ัดเปน ยาเสพตดิ หากจะนาํ ไปใชหรือพัฒนาเปน
ผลิตภัณฑอื่นๆ ตองไดรับการอนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
นอกจากนี้การนําไปพัฒนาเปนผลิตภัณฑสุขภาพควรทดสอบกลไกการสมานแผลเพิ่มเติมตอเซลลปอดเพาะเล้ียงชนิด
เซลลเย่อื บุ รวมถงึ การศกึ ษาฤทธก์ิ ารตา นอักเสบ และการศึกษาดานความปลอดภัยของสารสกัดจากชอ ดอกกญั ชา เพ่ือ
เปน ขอ มลู สนับสนนุ การพฒั นาเปนผลิตภัณฑส ุขภาพตอ ไป
สรปุ
การเพ่ิมจํานวนและการเคล่ือนท่ีของเซลลปอดเพาะเลี้ยง SV-80 เปนหนึ่งในข้ันตอนการรักษาบาดแผล
โดยการสรางเนื้อเยื่อใหมข้ึนทดแทนเนื้อเยื่อท่ีไดรับบาดเจ็บหรือสูญเสีย ซึ่งการทดสอบดวยวิธี in vitro scratch
assay เปนการจําลองศึกษาการเคลื่อนท่ีของเซลลเม่ือเกิดความเสียหายที่เซลลปอด จากนั้นตรวจสอบการเพ่ิม
จาํ นวนและเคลื่อนท่ขี องเซลลป อดเพาะเลยี้ ง SV-80 เพ่อื สมานแผล โดยจะประเมินผลกอ นการทดสอบดว ยตัวอยาง
(เวลาชว่ั โมงที่ 0 ชว่ั โมง) และระหวา งการทดสอบ (เวลาชวั่ โมงที่ 5, 15, 25 และ 35 ชว่ั โมง) โดยผลการศกึ ษาคณุ สมบตั ิ
การสมานแผลตอ เซลลป อดเพาะเลย้ี งเปน สว นหนง่ึ ของการทดสอบในหลอดทดลองเพอื่ ศกึ ษาฤทธทิ์ ท่ี าํ ใหเ นอื้ เยอ่ื ทเ่ี กดิ
บาดแผลสามารถสมานปด ของสารสกดั ชอ ดอกกญั ชาพนั ธไุ ทย PTC0601 และ PTC0729 พบวา สารสกดั ชอ ดอกกญั ชา
พนั ธไุ ทย PTC0601 มคี ณุ สมบตั ใิ นการสมานแผลทดี่ ี ชว ยเพมิ่ จํานวนและการเคลอื่ นทขี่ องเซลลป อดเพาะเลยี้ ง SV-80
ในขนาดความเขม ขน ท่ี 2.5 ไมโครกรัมตอ มลิ ลิลติ ร สวนสารสกัดชอ ดอกกญั ชาพันธุไทย PTC0729 พบวา สารสกัด
ความเขมขนที่ทดสอบทกุ ระดบั ไมสง ผลเหนีย่ วนาํ ใหเ ซลลป อดเพาะเลีย้ ง SV-80 มปี ระสทิ ธภิ าพการเคลื่อนทีแ่ ตกตาง
จากกลุมควบคุม ขอ มลู ทีไ่ ดเ ปนขอ มลู เบ้อื งตน และเปน การศึกษาจากชอ ดอกของกญั ชาพันธไุ ทย ซึ่งผลท่ไี ดไ มสามารถ
474 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ฤทธสิ์ มานแผลของสารสกัดชอดอกกญั ชาตอ เซลลป อดเพาะเลี้ยง พรชยั สนิ เจริญโภไคย และคณะ
ใชอางอิงสวนตา งๆ เชน ใบ ราก ลาํ ตน และสว นอืน่ ๆ ของกัญชาได หากผทู จ่ี ะนํามาใช ตอ งไดรับคําแนะนาํ จากแพทย
ผเู ชย่ี วชาญ เนื่องจากยงั ตอ งมีการศึกษาขอมูลเชงิ ลึกเรือ่ งความปลอดภยั ของสารสกดั กัญชาเพ่ิมเตมิ ตอไป
กติ ติกรรมประกาศ
งานวจิ ยั นไ้ี ดรับการสนบั สนนุ งบประมาณการวจิ ัยจากสํานักงานคณะกรรมการสงเสรมิ วทิ ยาศาสตร วิจยั และ
นวัตกรรม (สกสว.) ภายใตรหัสโครงการท่ี 47700 โครงการการศึกษาพิษวิทยาของกัญชา และไดรับการสนับสนุน
ครภุ ณั ฑว ทิ ยาศาสตรส าํ หรบั การวจิ ยั จากกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย ขอขอบพระคณุ หอ งปฏบิ ตั กิ ารเพาะเลยี้ งเนอื้ เยอื่ พชื
และหองปฏิบัติการจีโนมิกสพืชในการปลูกเก็บตัวอยางพืชกัญชา และเจาหนาที่หองปฏิบัติการพิษวิทยา สถาบันวิจัย
สมนุ ไพร ทุกทานท่ใี หความชวยเหลอื ในการทํางานวิจัยเปนอยางดี
เอกสารอา งอิง
1. ปารยะ อาศนะเสน. เปนหวัดหรือมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน...ตองกินยาแกอักเสบไหม.
[ออนไลน]. 2557; [สืบคน 16 มิ.ย. 2564]; [3 หนา ]. เขา ถงึ ไดท ี:่ URL: https://www.si.mahidol.ac.th/
siriraj_online/thai_version/Health_detail.asp?id=1137.
2. กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 Coronavirus disease 2019 (COVID-19).
[ออนไลน]. 2563; [สบื คน 16 ม.ิ ย. 2564]; [42 หนา ]. เขาถงึ ไดท:ี่ URL: https://ddc.moph.go.th/viral-
pneumonia/file/g_km/handout001_12032020.pdf.
3. Liu P, Xu M, Cao L, Su L, Lu L, Dong N, et al. Impact of COVID-19 pandemic on the prevalence
of respiratory viruses in children with lower respiratory tract infections in China. Virol J 2021;
18: 159. (7 pages).
4. Cannabis sativa L. In: The Plant List. Version 1.1. published on the internet. [online]. 2013;
[cited 2021 Jun 16]; [3 screens]. Available from: URL: http://www.theplantlist.org/tpl1.1/
record/kew-2696480.
5. Moreau M, Ibeh U, Decosmo K, Bih N, Yasmin-Karim S, Toyang N, et al. Flavonoid derivative
of Cannabis demonstrates therapeutic potential in preclinical models of metastatic pancreatic
cancer. Front Oncol 2019; 9: 660. (9 pages).
6. Daris B, Verboten MT, Knez Z, Ferk P. Cannabinoids in cancer treatment: therapeutic potential
and legislation. Bosn J Basic Med Sci 2019; 19(1): 14-23.
7. Chakravarti B, Ravi J, Ganju RK. Cannabinoids as therapeutic agents in cancer: current status
and future implications. Oncotarget 2014; 5(15): 5852-72.
8. Velasco G, Sanchez C, Guzman M. Endocannabinoids and cancer. Handb Exp Pharmacol 2015;
231: 449-72.
9. Russo EB. Cannabis therapeutics and the future of neurology. Front Integr Neurosci 2018; 12:
51. (11 pages).
10. เสงย่ี ม พงษบญุ รอด. ไมเ ทศเมอื งไทย สรรพคณุ ของยาเทศและยาไทย. กรงุ เทพฯ: เกษมบรรณกิจ; 2522.
11. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. ยอเภสัชกรรมไทยและสรรพคุณสมุนไพร. พิมพค ร้งั ที่ 3. กรุงเทพฯ: ศิลปสยามบรรจภุ ณั ฑแ ละ
การพมิ พ; 2552.
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 475
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Wound Healing Effect of Cannabis Extracts on Lung Cell Lines Pornchai Sincharoenpokai et al.
12. Kinghorn AD, Falk H, Gibbons S, Kobayashi J, editors. Phytocannabinoids: unraveling the
complex chemistry and pharmacology of Cannabis sativa, volume 103. Cham, Switzerland:
Springer International Publishing; 2017.
13. Chandra S, Lata H, ElSohly MA, editors. Cannabis sativa L. - botany and biotechnology. Cham,
Switzerland: Springer International Publishing; 2017.
14. Andre CM, Hausman JF, Guerriero G. Cannabis sativa: the plant of the thousand and one
molecules. Front Plant Sci 2016; 7: 19. (17 pages).
15. Pertwee RG. The diverse CB1 and CB2 receptor pharmacology of three plant cannabinoids:
∆9-tetrahydrocannabinol, cannabidiol and ∆9-tetrahydrocannabivarin. Br J Pharmacol 2008;
153(2): 199-215.
16. Nguyen DT, Orgill DP, Murphy GF. The pathophysiologic basis for wound healing and cutane-
ous regeneration. In: Orgill D, Blanco C, editors. Biomaterial for treating skin loss. Cambridge:
Woodhead Publishing Limited; 2009. p. 25-57.
17. กมลวรรณ เจนวถิ สี ขุ . กระบวนการหายของแผลและหลักการรกั ษา. ศรีนครนิ ทรเวชสาร 2556; 28(4): 10-17.
18. Liang CC, Park AY, Guan JL. In vitro scratch assay: a convenient and inexpensive method for
analysis of cell migration in vitro. Nat Protoc 2007; 2(2): 329-33.
19. กนกอร สมบตั ,ิ ธรี ทศั น สดุ สาย. ฤทธส์ิ มานแผลของสารสกดั จากใบพล.ู ใน: เอกสารการประชมุ นาํ เสนอผลงานวจิ ยั
ระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา ครงั้ ที่ 12 ปก ารศกึ ษา 2560. วนั ที่ 17 สงิ หาคม 2560. ปทมุ ธาน:ี บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั
รงั สิต; 2560. หนา 1612-1621.
20. Byun WS, Bae ES, Cui J, Park HJ, Oh DC, Lee SK. Antitumor activity of pulvomycin via tar-
geting activated-STAT3 signaling in docetaxel-Resistant triple-negative breast cancer cells.
Biomedicines 2021; 9(4): 436. (16 pages).
21. Balekar N, Katkam NG, Nakpheng T, Jehtae K, Srichana T. Evaluation of the wound healing
potential of Wedelia trilobata (L.) leaves. J Ethnopharmacol 2012; 141(3): 817– 24.
22. พระราชบญั ญตั ิยาเสพตดิ ใหโ ทษ ฉบบั ที่ 7 (พ.ศ. 2562). ราชกจิ จานุเบกษา เลม 136 ตอนท่ี 19 ก (วนั ที่ 18
กุมภาพนั ธ 2562). หนา 1.
23. Miller HP, Bonawitz SC, Ostrovsky O. The effects of delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) on
inflammation: a review. Cell Immunol 2020; 352. 104111. (3 pages).
24. Klein M, de Quadros De Bortolli J, Guimarães FS, Salum FG, Cherubini K, de Figueiredo
MAZ. Effects of cannabidiol, a Cannabis sativa constituent, on oral wound healing process in
rats: clinical and histological evaluation. Phytother Res 2018; 32(11): 2275-81.
476 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ฤทธิส์ มานแผลของสารสกัดชอ ดอกกัญชาตอ เซลลป อดเพาะเลยี้ ง พรชัย สินเจรญิ โภไคย และคณะ
Wound Healing Effect of Thai Cannabis
Female Inflorescence Extracts on Lung
Cell Lines
Pornchai Sincharoenpokai Tiyanee Sahad Praw Suppajariyawat Sarayut Radapong
Sekrachatakorn Buabao Phichet Banyati Siriwan Chaisomboonphan and Nathaphat Harnkit
Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000, Thailand
ABSTRACT Upper respiratory tract infections are common public health problems. These include the
infection from the coronavirus 2019 (COVID-19). These patients may develop complications in the
lower respiratory tract leading to pneumonia resulting in lung cell damage. The aim of this research was
to study the healing effect of Thai strain cannabis (Cannabis sativa L.) female inflorescence extracts in
lung cell lines (SV-80) by in vitro scratch assay. The results showed that the extract PTC0601 exhibited
potent wound healing properties, increasing the stimulation activities, cell proliferation and migration
at a concentration of 2.5 µg/ml. The extract PTC0729 did not induce SV-80 cells at various concentrations
when compared to control group. Therefore, it was preliminarily information for Thai cannabis that has
potential to heal wounds in lung cell lines. This herb can be developed as a health product for patients
with respiratory viral infections. However, the use of cannabis extracts to develop health products should
take consideration proportion of active ingredients. In addition, the development of a health product
should further be tested the wound healing in epithelial lung cells including the study of anti-inflam-
matory activity and safety studies of cannabis female inflorescence extracts as information to support
development of further health products.
Keywords: Thai strain cannabis (Cannabis sativa L.) female inflorescence extracts, Lung cell lines
(SV-80), Wound healing
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 477
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
นิพนธต นฉบบั ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 478-489
การศึกษาความเปนพษิ ของสารสกดั กญั ชาพันธุไทย
ตอ เซลลเพาะเล้ียงปกติ
พราว ศภุ จรยิ าวตั ร1 ศรายธุ ระดาพงษ1 ตญี านี สาหดั 1 ณฐภทั ร หาญกจิ 1 กญั ชรญิ า ภารเขจร1 ปฏภิ าณ พรมิ้ พราย1
พเิ ชฐ บัญญตั 1ิ ศริ ิวรรณ ชยั สมบูรณพ ันธ1 ณัฐพงษ วิชยั 2 และพรชัย สนิ เจรญิ โภไคย1
1กรมวิทยาศาสตรก ารแพทย ถนนติวานนท อําเภอเมอื ง จังหวดั นนทบรุ ี 11000
2มหาวิทยาลยั มหาสารคาม อาํ เภอกันทรวชิ ยั จังหวดั มหาสารคาม 44150
บทคัดยอ กัญชา (Cannabis sativa L.) เปนพืชท่ีไดรับความสนใจเปนอยางมากท้ังในทางการแพทยและทางเศรษฐกิจ
เน่อื งจากมกี ารกลาวถงึ สรรพคุณในการรักษาโรค และสามารถผลักดันเปน พชื เศรษฐกจิ ของประเทศไทยได ในปจจุบนั มกี ารใช
ประโยชนข องกญั ชาในทางการแพทยโ ดยทไี่ มท ราบขอ มลู เกย่ี วกบั ประสทิ ธภิ าพและผลขา งเคยี งทง้ั ระยะสนั้ และระยะยาว รวมถงึ
ขอมูลดานพิษวิทยาและความปลอดภัยมีอยูนอย การศึกษานี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพิษของสารสกัดชอดอกกัญชาพันธุไทย
3 พนั ธุ ไดแ ก PTC0601 (THC:CBD=2:1), PTC0602 (THC:CBD=10:1) และ PTC0729 (THC:CBD=1:6) ที่สกดั
ดว ยวิธขี องไหลวิกฤตย่ิงยวด (Supercritical Fluid Extraction) วเิ คราะหปริมาณดว ยวิธี HPLC ตอ เซลลเ พาะเลย้ี งชนิด
ปกติ ไดแ ก เซลลป อด (SV-80), เซลลตับ (Chang-liver) และเซลลไต (HEK-293) โดยใชวิธี MTT assay และเซลล
เอมบริโอหนู (BALB/c 3T3) โดยใชวธิ ี Neutral red uptake assay เพือ่ กาํ หนดขนาดแนะนาํ เรมิ่ ตน สาํ หรับทดสอบพิษ
เฉียบพลนั ผลการทดลองพบวา สารสกัดชอดอกกญั ชาไทย 3 พนั ธุ มีคา ยบั ยง้ั การเจรญิ เติบโตรอยละ 50 (IC50) ตอเซลลไต
(HEK-293) ตา่ํ ท่ีสดุ (มคี วามเปนพิษสูงทสี่ ดุ ) รองลงมาเซลลตับ และเซลลปอด สว นในเซลลเ อมบรโิ อหนู พบวาสารสกดั
กญั ชาพันธุ PTC0602 มีความเปนพษิ ตอเซลล BALB/c 3T3 สูงที่สดุ รองลงมาคอื PTC0601 และ PTC0729 ขนาดแนะนํา
เร่ิมตนสําหรับทดสอบพิษเฉียบพลันในสัตวทดลอง เทากับ 300 มิลลิกรัม/กิโลกรัม งานวิจัยนี้ใชเปนขอมูลเบ้ืองตน
ในการเตือนภัยผูปวยที่ใชชอดอกของกัญชาในการรักษาทางการแพทย ดังนั้นควรมีการศึกษาในเร่ืองความปลอดภัยตอเซลล
เพาะเลย้ี งชนิดอื่นๆ หรอื ในสัตวทดลอง และการนาํ กัญชาไปใชเ พมิ่ เติมตอ ไป
คาํ สาํ คัญ: สารสกดั กญั ชา, พิษตอ เซลลเพาะเลย้ี ง, กญั ชาพันธไุ ทย, วธิ ี MTT, วิธี Neutral red uptake
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 15 July 2021 Revised: 23 August 2021 Accepted: 27 August 2021
478 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปนพิษของสารสกัดกัญชาพนั ธุไทยตอเซลลเ พาะเล้ียงปกติ พราว ศุภจรยิ าวตั ร และคณะ
บทนาํ
กัญชา เปนพืชเสพติดผิดกฎหมายในหลายประเทศและใชประโยชนในดานสันทนาการเปนหลัก แตใน
ประเทศไทย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่อื ง ระบชุ ื่อยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 ลงราชกิจจานุเบกษา มผี ล
บงั คับใชตัง้ แต 15 ธนั วาคม 2563 ประชาชนสามารถใชป ระโยชนจากสวนของกัญชา กญั ชงท่ีไมจ ัดเปนยาเสพตดิ ไดแ ก
เมล็ดกญั ชง น้าํ มันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ใบที่ไมต ิดกับชอ ดอก กิ่ง กาน ลาํ ตน เปลอื ก ราก รวมถึงสารสกัด CBD
และกากทเ่ี หลอื จากการสกดั ซงึ่ ตอ งมปี รมิ าณ THC ไมเ กนิ 0.2%(1)จากประกาศดงั กลา วเปรยี บเสมอื นเปน การปลดลอ็ ค
พืชกัญชาบางสวนออกจากบัญชียาเสพติดใหโทษ ทาํ ใหเปนที่สนใจของประชาชน ผูประกอบการ สงผลใหเกิดเปน
“ตลาดกัญชา” จากขอมูลรายงานพบวา ตลาดกัญชาท่ีถูกกฎหมายมีมูลคากวา 1.75 หม่ืนลานดอลลารสหรัฐ หรือ
5 แสนลานบาท และเติบโตมากกวา 17% โดยกญั ชาในอตุ สาหกรรมทางการแพทยและสุขภาพสรางรายไดสูงกวา 70%
ของมูลคาทง้ั หมด ขณะทีร่ ายงานของ The Global Cannabis Report โดย Prohibition Partners คาดการณว า
มูลคาตลาดกัญชาท่ัวโลกในป 2567 จะมีแนวโนมเติบโตอยางตอเนื่องหรือคิดเปนมูลคากวา 1.03 แสนลานดอลลาร
สหรฐั แบง เปน ตลาดกญั ชา เพอ่ื การแพทย 60% และอกี 40% เปน ตลาดกญั ชาเพอ่ื การสนั ทนาการ สําหรบั ประเทศไทย
คาดการณวา ตลาดกัญชาจะเตบิ โตเปน 661 ลานดอลลารส หรฐั หรอื กวา 2.1 หมน่ื ลา นบาท ภายในป 2567 ซึง่ ขณะน้ี
รัฐบาลไดมีนโยบายสงเสริมและผลักดันใหกัญชาและกัญชงเปน Product Champion ไดแก ยาแผนไทยผลิตภัณฑ
สขุ ภาพ และการทอ งเทยี่ วเชงิ สขุ ภาพ ทสี่ ามารถสรา งมลู คา ทางเศรษฐกจิ ได( 2) ในสว นของผทู ส่ี ามารถนําสว นของกญั ชา
ไปใชประโยชนไ ดนนั้ ไมไ ดม ีเพยี งผูป ระกอบการเทา นั้นที่สามารถนําไปใชเ ปนวัตถุดิบในการผลิตผลิตภณั ฑต า ง ๆ แต
ประชาชนทว่ั ไปกส็ ามารถใชประโยชนได เชน การนําไปประกอบอาหารในครัวเรอื น หรอื ประกอบอาหารและเคร่ืองด่มื
เพื่อขายในรานอาหาร แตตองเปนผลผลิตจากผูท่ีไดรับอนุญาตปลูกที่ถูกตองตามกฎหมาย สามารถระบุท่ีมาของสวน
กญั ชาได การนาํ กญั ชาหรอื สว นของกญั ชามาใชป ระโยชน จงึ ตอ งมขี อ มลู ดา นสรรพคณุ และความปลอดภยั มารองรบั เพอ่ื
ใหป ระชาชนใชพชื ชนดิ นี้ไดอ ยางมัน่ ใจ
กญั ชาเปน พชื ในวงศ Cannabaceae มชี อื่ วทิ ยาศาสตรค อื Cannabis sativa L. Subsp. indica (Lam.)(3)
มชี ื่อเรียกอน่ื วา กญั ชาจนี (ทว่ั ไป), ปาง (เง้ียว-แมฮองสอน), ยานอ (กะเหรีย่ ง-แมฮองสอน), คนุ เชา คณุ เชา (จนี ),
ตาหมา (จีนกลาง) เปนตน ลักษณะทางพฤกษศาสตรของตนกัญชา มีดังนี้ กัญชาเปนไมลมลุกปเดียว ลําตนต้ังตรง
สงู 0.9-1.5 เมตร มขี นสเี ขยี วอมเทาและไมค อ ยแตกสาขา ใบเดย่ี ว รปู ฝา มอื เรยี งสลบั ขอบใบเวา ลกึ จนถงึ จดุ โคนใบเปน
5-7 แฉก แตล ะแฉกรปู ยาวรี กวา ง 0.3-1.5 เซนตเิ มตร ยาว 6-10 เซนตเิ มตร โคนและปลายสอบ (oblanceolate leaf)
ขอบจกั ฟน เลอ่ื ย แผน ใบดา นบนสเี ขยี วเขม กวา ดา นลา ง ดอกแยกเพศตา งตน ออกเปน ชอ กระจกุ ตามงา มใบและปลายกงิ่
ชอดอกและใบของตน เพศผเู รยี งตวั กนั หา งๆ ตา งจากตน เพศเมียทเ่ี รียงชดิ กนั เกสรเพศผู 5 อนั ดอกเล็ก ดอกเพศเมยี
มกี ลีบเลย้ี งหุม ไมมีกลีบดอก รังไขอยูเ หนือวงกลบี มี 1 ชอ ง มอี อวลุ (ovule) 1 เม็ด ผลแบบผลแหงเมล็ดลอ น เลก็
เรยี บ สีน้ําตาล ยอดของตนเพศเมียทีก่ าํ ลังออกดอกเรียก กะหลก่ี ญั ชา เม่ือตากใหแ หง แลว นยิ มนาํ มาใชส ูบ(4,5)ปจจุบัน
สารสาํ คัญในกญั ชาถูกพบมากกวา 545 ชนดิ และในจํานวนน้สี ารกวา 100 ชนดิ ที่ถูกระบวุ า เปนไฟโตแคนนาบินอยด
(phytocannabinoids) ซงึ่ เปน สารกลมุ หลกั มโี ครงสรา งทางเคมที ค่ี ลา ยคลงึ กนั และเปน สารออกฤทธทิ์ พี่ บในกญั ชา(6)
สารสําคัญในกัญชาปจ จุบันแบงออกเปน ได 3 กลมุ หลกั ๆ คอื สารแคนนาบินอยด (Cannabinoids) ซึง่ สารท่ีมกี าร
กลาวถึงคอนขา งมาก คอื Tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) สารเทอรปน (Terpenes)
เปน สารประกอบอะโรมาตกิ (Aromatic) เปน สารทที่ าํ ใหม กี ลนิ่ เฉพาะตวั ทาํ ใหเ ราสามารถแยกพนั ธกุ ญั ชาไดจ ากกลนิ่
ซึ่งกลนิ่ เหลานท้ี ําใหก ัญชาแตล ะพนั ธุมีความโดดเดน สารฟลาโวนอยด (Flavonoids) ปจจุบนั มกี ารคน พบ สารสําคัญ
ในกัญชา ท่ีเปนสารในกลุมฟลาโวนอยด มากถงึ 20 ชนิด เชน Apigenin, Luteolin, Quercetin, Kaempferol,
Cann-f lavin A, Cann-f lavin B และ β-sitosterol เปนตน (7) และปจ จุบนั สารกลุม terpenes ไดร ับความ
สนใจจากนกั วจิ ยั เปนอยา งมาก มีการศกึ ษาถงึ สรรพคณุ ของสารกลมุ นี้กันอยา งแพรหลาย การออกฤทธท์ิ มี่ ผี ลของสาร
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 479
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L. Extract on Normal Cells Praw Suppajariyawat et al.
Terpenes ใดๆ ทอี่ าจมกี ารเปลย่ี นแปลงการเขา รว มของสารประกอบอน่ื ๆ ปรากฎการณน เี้ รยี กวา อองทรู าจ เอฟเฟก ต
(entourage effect) หมายถงึ การทส่ี ารท้ังหมดในกัญชาซงึ่ ไมไ ดม เี พยี งแคส าร THC และ CBD สามารถสงเสรมิ ให
กญั ชาออกฤทธมิ์ ผี ลชว ยบาํ บดั รกั ษาโรคตา งๆ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพมากทสี่ ดุ ทง้ั นจ้ี าํ เปน ตอ งมกี ารศกึ ษาวจิ ยั เพมิ่ เตมิ
เพอื่ ทําความเขา ใจถงึ ผลกระทบของสาร terpenes ในแตล ะครัง้ เมื่อใชรวมกบั สารอืน่ (8) เน่อื งจากกลมุ สาร terpenes
เปนส่อื กลางในการทํางานรวมกนั ระหวา งรา งกายกับสาร cannabinoids ในการรกั ษา
การทดสอบความเปน พษิ โดยใชเ ซลลเ พาะเลยี้ ง 3 ชนดิ ไดแ ก เซลลป อด (SV-80) เซลลต บั (Chang-liver)
เซลลไ ต (HEK-293) โดยใชว ธิ กี ารทดสอบ MTT assay เปน การทดสอบความมชี วี ติ ของเซลล (cell viability) โดย
วดั ความสามารถของ mitochondrial enzyme ทเ่ี ปลย่ี น tetrazolium salt (3-(4, 5-dimethyldiazol-2-yl)-2, 5
diphenyl tetrazolium bromide, MTT) ซ่งึ มสี เี หลือง เปลยี่ นไปเปน formazan product ที่มสี ีมว ง จากระดับ
ของสจี ะสัมพันธกบั จาํ นวนเซลลท มี่ ีชีวติ อยู และเซลลเ อมบรโิ อหนูเมาส (BALB/c 3T3) ใชวิธที ดสอบ Neutral red
uptake assay เปนการวัดความมีชีวิตของเซลลดวยการแตกเซลล จากสีแดงของ Neutral red ซึ่งซึมผานเขาไป
ใน lysosome โดย lysosome ของเซลลมชี วี ติ มสี ภาวะเปน กรด ทําใหเกิด pH gradient ทใ่ี ห Neutral red ซมึ
ผานเขาไป และสะสมอยูใน lysosome ขณะที่เซลลตายจะไมเกิดกิจกรรมน(้ี 9) ซ่ึงการศึกษาพิษของสมุนไพรในเซลล
เพาะเลยี้ งนบั วา เปน การศกึ ษาเพอื่ ใหไ ดข อ มลู ความปลอดภยั ของสมนุ ไพรเบอื้ งตน ทสี่ ามารถนาํ ไปใชค มุ ครองผบู รโิ ภค
และสามารถนําไปวางแผนการวิจัยพิษวิทยาในสัตวทดลองเพ่ือใหสอดคลองกับหลัก 3Rs นอกจากน้ีวิธีการทดสอบ
ดงั ทก่ี ลาวขางตน ดาํ เนินการทดสอบตาม test guideline ท่เี ปนมาตรฐาน ซึ่งยกระดบั ผลงานใหม ีความนา เชอื่ ถอื ทาง
วชิ าการ อกี ทงั้ ผลการทดสอบยงั เปน ทยี่ อมรบั ทง้ั ในและตา งประเทศ เปน การลดการกดี กนั ทางการคา ไดด ว ย ในปจ จบุ นั
พบวารายงานขอมูลการศึกษาทางพิษวิทยาของกัญชาพันธุไทยยังไมชัดเจนและยังไมสามารถสรุปไดวากัญชามีความ
ปลอดภยั จรงิ หรอื ไม ประกอบกบั ขอ มลู การศกึ ษาพษิ วทิ ยาของกญั ชาในปจ จบุ นั เปน ขอ มลู ของกญั ชาทมี่ พี นั ธเุ จรญิ เตบิ โต
ในตางประเทศ สวนกัญชาพันธุไทยมีขอมูลไมเพียงพอ จึงมีความจําเปนตองมีการศึกษาขอมูลทางพิษวิทยาของพันธุ
กญั ชาในประเทศไทยเพือ่ สนบั สนุนการพฒั นากญั ชาเปนยารักษาโรคหรือผลติ ภณั ฑสุขภาพอน่ื ๆตอไป
วัสดุและวธิ กี าร
ขน้ั ตอนการเตรยี มวัตถุดบิ
ตัวอยางสมุนไพรชอดอกเพศเมียกัญชาไทย 3 พันธุ เก็บจากโรงเรือนปลูกของกรมวิทยาศาสตรการแพทย
หนงั สือสําคัญผลิตซง่ึ ยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5 ที่ 90/2564 (ปลูก) โดยใหร หัสตัวอยา ง PTC0601 (พันธทุ มี่ ี
THC:CBD เทา กบั 2:1) รหสั ตัวอยาง PTC0602 (พันธทุ ีม่ ี THC:CBD เทา กับ 10:1) และรหสั ตวั อยา ง PTC0729
(พนั ธุท่มี ี THC:CBD เทา กับ 1:6)
ขนั้ ตอนการสกดั ชอ ดอกกัญชา
นําตวั อยางชอ ดอกเพศเมยี PTC0601 จาํ นวน 132 กรมั , PTC0602 126 กรัม และ PTC0729 100 กรมั
บดหยาบ ไดปรมิ าณสารสกัด 10.92 กรัม, 8.95 กรัม และ 7.07 กรัม คิดเปน %yield เทากบั 8.27, 7.10 และ 7.07%
ตามลาํ ดับ สกดั ดว ยของไหลวกิ ฤตยิง่ ยวด (Supercritical Fluid Extraction) โดยใชเ ครอื่ งสกดั รุน Spe-ed SFE
ของบรษิ ทั Applied Separations ประเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยใชแ รงดนั 250 bar อณุ หภมู ขิ องตอู บ (oven) 40 องศา
เซลเซียส วิเคราะหปริมาณ THC และ CBD ในสารสกัด ดวยวธิ ี High Performance Liquid Chromatography
(HPLC) รุน LC-40D ยหี่ อ Shimadzu Japan โดยนาํ สารสกัด 20 มลิ ลิกรมั ปรับปรมิ าตรดวย methanol :
chloroform 9:1 ใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลลิ ติ ร จากนน้ั ปเ ปตมา 1 มลิ ลลิ ติ ร ปรบั ปรมิ าตร ดว ย methanol
ใน volumetric flask ขนาด 10 มิลลิลิตร กรองดว ย nylon syringe filter 0.45 micron
480 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปนพิษของสารสกัดกัญชาพนั ธไุ ทยตอ เซลลเพาะเล้ยี งปกติ พราว ศภุ จริยาวตั ร และคณะ
เซลลเพาะเลีย้ งและอาหารเลยี้ งเซลล
เซลลป อด (SV-80), เซลลต บั (Chang-liver, Hela derivative) และ เซลลไต (HEK-293) ซอ้ื จาก
บรษิ ทั CLS Cell line service GmbH ประเทศเยอรมนี เซลล SV-80 เลี้ยงในอาหารเลยี้ งเซลลช นิด Dulbecco's
Modified Eagle Medium (DMEM) สวนเซลล Chang-liver และ HEK-293 เลี้ยงในอาหารเลี้ยงเซลลช นดิ
Eagle's minimal essential medium (EMEM) ที่มี 2mM L-Glutamine, 0.1 mM Non-essential amino
acid, 1 mM Sodium pyruvate และ Fetal bovine serum รอ ยละ 10 เซลลเ อมบริโอหนูไมซ (BALB/c 3T3
clone A31) ซ้ือจาก European Collection of Cell Cultures ประเทศ สหราชอาณาจักร เล้ียงในอาหารเลี้ยง
เซลลช นิด Dulbecco's Modified Eagle Medium (DMEM) และรอ ยละ10 New born calf serum บมในตอู บ
เพาะเช้ือแบบใชกาซคารบอนไดออกไซด อุณหภมู ิ 37±1 องศาเซลเซียสความช้นื รอ ยละ 90±10 และความเขมขนกาซ
คารบ อนไดออกไซดรอยละ 5.0 ±1.0
ศึกษาความเปน พษิ ตอเซลลเพาะเลยี้ ง SV-80, Chang-liver และ HEK-293 ดวยวธิ ี MTT assay
เตรยี มเซลลเ พาะเลย้ี งในจานเพาะเล้ียงเซลลชนิด 96 หลมุ โดยใชเ ซลลเริ่มตน 5,000 เซลลตอ หลุมๆ ละ
100 ไมโครลิตร บมที่อุณหภมู ิ 37 องศาเซลเซยี ส ความเขม ขนกาซคารบ อนไดออกไซดร อ ยละ 5 เปน เวลา 24 ช่วั โมง
เตรียมสารสกัดกัญชาท่ีความเขมขนตางๆ ต้ังแตระดับความเขมขนตา่ํ ซ่ึงไมมีผลทาํ ลายเซลลจนถึงระดับความเขมขน
สงู ซึ่งมีผลทาํ ลายเซลลมากกวา รอ ยละ 90 จาํ นวน 8 ระดบั ความเขมขน (0.78, 1.56, 3.12, 6.25, 12.50, 25, 50
และ 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร) เม่ือครบเวลาบมเลี้ยงเซลลปเปตอาหารออกจากจานเพาะเล้ียง จากน้ันปเปต
สารสกดั กญั ชาทง้ั 8 ระดบั ความเขม ขน ทเี่ ตรยี มไวแ ลว ลงในจานเพาะเลยี้ งทม่ี เี ซลล โดยเตมิ หลมุ ละ 100 ไมโครลติ ร บม
ทอ่ี ณุ หภมู ิ 37 องศาเซลเซยี ส กา ซคารบ อนไดออกไซดร อ ยละ 5 เปน ระยะเวลา 48 ชวั่ โมง เมอื่ ครบกําหนดเวลา ลา งดว ย
Phosphate Buffered Saline (PBS) จาํ นวน 1 ครงั้ เตมิ สาร MTT (3-(4,5-Dimethylthiazol-2-yl)-2,5-1
Diphenyltetrazolium Bromide) ปรมิ าตร 200 ไมโครลติ ร บม จานเพาะเลยี้ งในตเู ลยี้ งเซลลเ ปน ระยะเวลา 4 ชว่ั โมง
ปเ ปตสารละลาย MTT ออก ใหเหลือเฉพาะผลกึ Formazan (ผลกึ สมี วง) เติม DMSO (Dimethyl sulfoxide)
ปรมิ าตร 200 ไมโครลิตร ในแตละหลุมเพ่อื ละลายผลึก Formazan เขยาจานเพาะเลี้ยงแนวระนาบประมาณ 1 นาที
วดั คาดดู กลนื แสงท่ีความยาวคลืน่ 570 นาโนเมตร คาํ นวณรอยละความมชี ีวติ ของเซลล (% cell viability) โดยเทยี บ
กับกลมุ ควบคุมอาหารเลีย้ งเซลลเ จอื จางสารทดสอบ (Vehicle control)
ศึกษาความเปนพิษในเซลลเพาะเลี้ยงชนิด BALB/c 3T3 ดวยวิธี Neutral red uptake อางอิงวิธีตาม
OECD Test Guideline 129(10)
เตรยี มเซลลเ พาะเลยี้ งในจานเพาะเลยี้ งเซลลช นดิ 96 หลมุ โดยใชเ ซลลเ รมิ่ ตน 5,000 เซลลต อ หลมุ ๆ ละ 100
ไมโครลิตร บมทอี่ ณุ หภูมิ 37 องศาเซลเซียส ความเขมขนกา ซคารบอนไดออกไซดร อ ยละ 5 เปน ระยะเวลา 24 ชวั่ โมง
เตรียมสารสกัดกัญชาท่ีความเขมขนตางๆ ต้ังแตระดับความเขมขนตํา่ ซึ่งไมมีผลทําลายเซลลจนถึงระดับความเขมขน
สูงซึ่งมีผลทาํ ลายเซลลมากกวารอยละ 90 จํานวน 8 ระดับความเขมขน (0.78, 1.56, 3.12, 6.25, 12.50, 25, 50
และ 100 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร) เมื่อครบเวลาบม เลยี้ งเซลลปเปตอาหารเลี้ยงเช้ือออกจากจานเพาะเลยี้ ง จากน้นั ปเ ปต
สารสกดั กญั ชาทงั้ 8 ระดบั ความเขมขนทีเ่ ตรยี มไวแ ลว ลงในจานเพาะเลย้ี งทมี่ ีเซลล โดยเตมิ หลุมละ 100 ไมโครลติ ร
บมที่อณุ หภูมิ 37 องศาเซลเซียส กาซคารบ อนไดออกไซดรอยละ 5 เปนระยะเวลา 48 ชวั่ โมง เม่ือครบเวลาบม ปเ ปต
สารละลายออกจากทุกหลมุ ลางดวย 1× PBS 1 ครงั้ เติมสารละลาย Neutral red ปริมาตร 200 ไมโครลติ ร แลว นํา
ไปบม ตอเปน ระยะเวลา 3 ชัว่ โมง ปเ ปตสารละลาย Neutral red ออกจากทกุ หลมุ และลา งสดี วยสารละลาย 1× PBS
ปรมิ าตร 200 ไมโครลติ ร เตมิ Neutral red destain solution ปริมาตร 200 ไมโครลติ ร ลงในแตล ะหลุม เขยา
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 481
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L. Extract on Normal Cells Praw Suppajariyawat et al.
จานเพาะเลย้ี งแนวระนาบท่ีอุณหภมู ิ 37 องศาเซลเซียส เปน ระยะเวลา 20 นาที จากนนั้ นําไปวัดคาการดูดกลนื แสงท่ี
ความยาวคลนื่ 540 นาโนเมตร คาํ นวณรอ ยละความมีชีวติ ของเซลล (% cell viability) กบั กลมุ ควบคมุ อาหารเลี้ยง
เซลลเจือจางสารทดสอบ (Vehicle control) คํานวณหาคา LD50 (50% lethal dose) หมายถึง ปริมาณของสาร
เคม/ี ตัวอยางท่ีใหกับสตั วทดลองท้ังหมดเพียงครงั้ เดยี ว แลวทาํ ใหก ลุมของสัตวทดลองรอ ยละ 50 (คร่งึ หน่ึง) ตายลง
LD50 พิจารณาปริมาณที่ใชในสัตวทดลอง จากความสัมพันธ IC50-LD50 relationship ดวยสมการ log LD50
(mg/kg) = 0.372 log IC50 (µg/mL) + 2.024
การวิเคราะหขอ มูลทางสถติ ิ
ขอมูลการศึกษาความเปนพิษของสารสกัดชอดอกเพศเมียกัญชาไทย 3 พันธุ ตอเซลลเพาะเล้ียง 4 ชนิด
ดวยวิธี MTT assay และวิธี Neutral red uptake assay โดยทําการทดลอง 3 ซํ้า (n = 3) ใชส ถติ ิ One-way
ANOVA วิธี Tukey's multiple comparisons test โดยโปรแกรม GraphPad Prism version 9.0.0 ทร่ี ะดับ
ความเชอื่ มนั่ รอ ยละ 95
ผล
ผลการสกดั ชอ ดอกกัญชา
สารสกัดจากชอดอกเพศเมียของกัญชาดวยของไหลวิกฤตยิ่งยวด (Supercritical Fluid Extraction)
ของกญั ชาไทย 3 พันธุ ไดสารสกดั ทีม่ ีลกั ษณะเปน ของก่งึ แขง็ กึ่งเหลว (semisolid) สเี หลืองนาํ้ ตาล จากการวเิ คราะห
ตัวอยางปรมิ าณกลมุ cannabinoids ไดปรมิ าณสารสาํ คญั THC และ CBD ดงั น้ี
ตารางท่ี 1 แสดงสัดสวนปรมิ าณ THC และ CBD ในพันธกุ ัญชาไทย
รหัสตัวอยางสารสกัดกัญชา THC:CBD Total THC (%) Total CBD (%)
PTC0601 2:1 20.08 12.18
PTC0602 10:1 38.03 3.55
PTC0729 1:6 4.28 25.89
การศกึ ษาความเปนพิษตอ เซลลเพาะเลี้ยง SV-80, Chang-liver และ HEK-293 ดว ยวธิ ี MTT assay
สารสกัดชอดอกกัญชาไทย 3 พนั ธุ ไดแ ก PTC0601 PTC0602 และ PTC0729 มีคา ยบั ยัง้ การเจรญิ เตบิ โต
รอยละ 50 (IC50) ตอเซลลไ ต (HEK-293) ตา่ํ ที่สุด (มีความเปนพษิ สงู ท่ีสุด) เมอื่ เปรียบเทยี บกบั เซลลอ ืน่ ๆ เทากบั
6.72 ± 0.72, 7.47 ± 0.96 และ 6.63 ± 0.69 ไมโครกรัม/มิลลลิ ิตร ตามลาํ ดับ ในเซลลตับ (Chang-liver) ใหคา
IC50 เทา กบั 9.69 ± 1.47, 9.04 ± 0.80 และ 9.47 ± 0.37 ไมโครกรมั /มิลลลิ ติ ร ตามลําดับ ซึง่ คาสูงกวา เซลลไตเล็ก
นอย สวนในเซลลป อด (SV-80) ใหค า IC50 เทากบั 20.08 ± 0.70, 12.78 ± 0.61 และ 24.98 ± 3.58 ไมโครกรมั /
มลิ ลลิ ติ ร ตามลําดบั ซึง่ จากผลการทดลองเมื่อคํานวณผลโดยใชส ถิติ one-way ANOVA แสดงใหเ หน็ วา สารสกดั
กัญชาไทย 3 พันธุ PTC0601, PTC0602 และ PTC 06729 มคี วามเปนพษิ ตอเซลลไต (HEK-293) สูงท่ีสุด รอง
ลงมาคือเซลลตับและเซลลปอดตามลาํ ดบั
เมอื่ เปรยี บเทยี บความแตกตา งของคา ความเปน พษิ ของสารสกดั ทงั้ 3 ชนดิ โดยใชส ถติ ิ One-way ANOVA
และ Tukey's multiple comparisons test แสดงในภาพท่ี 1 สารสกดั กญั ชาท้ัง 3 ชนดิ มีพษิ ตอเซลลไต (HEK-
293) สูงสุด (ใหคา IC50 ตํ่าสุด) และท้ัง 3 พันธุไมแตกตางกัน (p > 0.05) ในเซลลไตและเซลลตับ (Chang-
482 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปน พิษของสารสกดั กัญชาพนั ธไุ ทยตอ เซลลเพาะเล้ียงปกติ พราว ศภุ จริยาวัตร และคณะ
liver) สว นในเซลลป อด (SV-80) มคี วามแตกตา งของคา IC50 อยางมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิ (p < 0.05) ระหวา งพนั ธุ
PTC0601 และ PTC0602 และระหวางพนั ธุ PTC0602 และ PTC0729 มีความแตกตางของคา IC50อยางมนี ัยสําคญั
ทางสถติ ิ (p < 0.005) ภาพที่ 3A, 3B และ 3C แสดงถึงลักษณะของเซลลเ พาะเลี้ยง SV-80, Chang-liver และ
HEK-293 ตามลําดับ ทําการสองดูลักษณะของเซลลและถายภาพโดยใชกลองจุลทรรศนหัวกลับ (Inverted
Microscope) กําลงั ขยาย 20 เทา
ตารางที่ 1 DคาoxIoCru50bi(cไinม โครกรัม/มิลลิลิตร) ของสารสกัดชอดอกกัญชา PTC0601 และ PTC0729 และ
ในเซลล SV-80, Chang-liver และ HEK-293
ชนิดเซลลเ พาะเลยี้ ง PTC0601 IC50 (ไมโครกรมั /มิลลลิ ติ ร) Doxorubicin
PTC0602 PTC0729 0.44 ± 0.08
0.45 ± 0.01
SV-80 20.08 ± 0.70 12.78 ± 0.61 24.98 ± 3.58 0.054 ± 0.03
Chang-liver 9.69 ± 1.47 9.04 ± 0.80 9.47 ± 0.37
HEK-293 6.72 ± 0.72 7.47 ± 0.96 6.63 ± 0.69
คาเฉลย่ี ± สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
HEK-293
ภาพท่ี 1 แสดงผลของสารสกดั กญั ชาพนั ธุไทย PTC0601, PTC0602 และ PTC0729 ตอเซลลเพาะเลี้ยง 3 ชนิด
คา IC50 แสดงคาเฉล่ีย±สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (n=3) เปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉลี่ยของสาร
ในเซลลเ พาะเลย้ี งแตล ะชนดิ โดยใชส ถติ ิ One-way ANOVA และ Tukey's multiple comparisons test
(ns = not significant, * p < 0.05, ** p<0.005)
ศึกษาความเปนพิษในเซลลเพาะเลี้ยงชนิด BALB/c 3T3 ดวยวิธี NRU assay ตาม OECD Test
Guideline 129
สารสกัดชอ ดอกกญั ชาไทย 3 พนั ธุ ไดแ ก PTC0601 PTC0602 และ PTC0729 มคี า ยับย้ังการเจรญิ เตบิ โต
รอ ยละ 50 (IC50) ในเซลล BALB/c 3T3 เทา กบั 11.79 ± 1.12, 10.90 ± 1.38 และ 13.99 ± 0.45ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร
ตามลาํ ดบั นาํ คา ทไี่ ดค าํ นวณหาคา ประมาณของคา LD50 ไดเ ทา กบั 256.68 ± 12.37 264.39 ± 9.46 และ 281.96 ± 3.39
มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลําดับ ซึ่งจากผลการทดลอง แสดงใหเห็นวา สารสกัดกัญชาพันธุ PTC0602 มีความเปน
พิษตอ เซลล BALB/c 3T3 สงู ที่สดุ รองลงมาคือ PTC0601 และ PTC0729 ตามลาํ ดบั และขนาดแนะนําเรม่ิ ตน
สําหรับทดสอบพษิ เฉียบพลนั ในสตั วท ดลอง เทา กับ 300 มลิ ลิกรัม/กิโลกรัม
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 483
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L. Extract on Normal Cells Praw Suppajariyawat et al.
เมอื่ เปรยี บเทยี บความแตกตา งของคา ความเปน พษิ ของสารสกดั ทง้ั 3 ชนดิ โดยใชส ถติ ิ One-way ANOVA
และ Tukey's multiple comparisons test แสดงในภาพที่ 2 สารสกดั กญั ชา PTC0601 และ PTC0602 ไมแตก
ตางกัน (p > 0.05) รวมถงึ PTC0601 และ PTC0729 ก็ไมแ ตกตา งกนั เชน เดียวกนั แต PTC0602 และ PTC0729
มีความแตกตางของคา IC50 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.05) ภาพที่ 3D แสดงถึงลักษณะของเซลลเพาะเล้ียง
BALB/c 3T3 ทําการสอ งดลู ักษณะของเซลลและถายภาพโดยใชก ลอ งจุลทรรศนหวั กลับ (Inverted Microscope)
กําลังขยาย 20 เทา
ตารางท่ี 2 คา IC50 (ไมโครกรัม/มิลลิลิตร), LD50 (มิลลกิ รมั /กิโลกรมั ) และขนาดเรม่ิ ตน ทดสอบพิษเฉียบพลัน
ของสารสกดั กัญชาไทย 3 พนั ธุ
สารทดสอบ IC50 (µg/ml) LD50 (mg/kg) ขนาดแนะนาํ เร่ิมตน สําหรับ
ทดสอบพษิ เฉยี บพลนั (mg/kg)
PTC0601 11.79 ± 1.12 256.68±12.37
PTC0602 10.90 ± 1.38 264.39±9.46 300
PTC0729 13.99 ± 0.45 281.96±3.39 300
Doxorubicin 0.16 ± 0.04 300
คา เฉลีย่ ± สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ภาพที่ 2 ผลของสารสกัดกญั ชาพันธุไ ทย PTC0601, PTC0602 และ PTC0729 ตอ เซลลเพาะเลยี้ งชนิด BALB/c
3T3 คา IC50 แสดงคาเฉลี่ย±สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (n=3) เปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ีย
ของสารในเซลลเ พาะเลยี้ งชนิด BALB/c 3T3 โดยใชส ถิติ One-way ANOVA และ Tukey's multiple
comparisons test (ns = not significant, *p < 0.05)
484 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปนพษิ ของสารสกัดกัญชาพันธุไ ทยตอเซลลเพาะเลยี้ งปกติ พราว ศภุ จริยาวัตร และคณะ
ภาพที่ 3 ลักษณะเซลล SV-80(A), Chang-liver (B), HEK-293(C), และ BALB/c 3T3(D) สอง
ภายใตกลองจุลทรรศนห วั กลบั กาํ ลังขยาย 20 เทา
ภาพท่ี 3 ลักษณะเซลล SV-80(A), Chang-liver(B), HEK-293(C), และ BALB/c 3T3(D) สองภายใต
กลอ งจุลทรรศนหวั กลับกาํ ลังขยาย 20 เทา
วจิ ารณ
ปจจุบันหลายประเทศมีการใชพ ชื กัญชาอยา งเสรี สําหรบั ประเทศไทยมีการปลดลอ็ กสวนประกอบพชื กญั ชา
เพยี งบางสว น ออกจากการเปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษ อยา งไรกต็ ามการปลดลอ็ กดงั กลา วยงั ตอ งมกี ารขออนญุ าตจากสาํ นกั งาน
คณะกรรมการอาหารและยา และตองปฏิบัติตามกฎระเบียบของกฎหมายของประเทศในการนําไปใชประโยชน เม่ือ
มีการเปดเสรีกัญชา ทําใหเกิดความตองการในการใชกัญชามากย่ิงขึ้น จึงมีความกังวลเร่ืองความปลอดภัยหรือผลขาง
เคียงในการใชกัญชา กัญชาเปนพืชท่ีมีสารออกฤทธ์ิตอรางกายหลายชนิด ท่ีสําคัญคือสารแคนนาบินอยด ซึ่งสงผลตอ
รา งกายมนษุ ยใ นหลายดา น โดยมกี ารนาํ มาใชม ากขึน้ แตยังขาดขอ มูลการศกึ ษาทางวิชาการทน่ี าเช่อื ถือ ท่ีสามารถนาํ มา
ใชเ พอ่ื การศกึ ษาวจิ ยั และเพอ่ื ประโยชนท างการแพทยไ ด จากการใชก ญั ชาทางการแพทยโ ดยทไี่ มท ราบประสทิ ธภิ าพและ
ผลขางเคียงท้ังระยะสั้นและระยะยาว งานวิจัยเรื่องความปลอดภัยของกัญชาจึงเปนงานเรงดวนท่ีตองดําเนินการ จาก
ผลการทดลองพบวา กัญชาไทย 3 พันธุ มีความเปนพิษตอเซลลไตมากที่สุด ซ่ึงมีขอมูลจากหนวยโรคไต ภาควิชา
อายุรศาสตร คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยกลาววา ในรางกายของมนุษย มีตัวรับสารเคมีซึ่งลักษณะ
โครงสรา งคลา ยสารออกฤทธจ์ิ ากกญั ชา เรยี กวา ตวั รบั สารแคนนาบนิ อยด ตวั รบั สารเหลา นพ้ี บมากในสมอง เสน ประสาท
ทาํ ใหเ มอ่ื ไดร บั กญั ชาเขา ไป มฤี ทธเ์ิ ดน ในการกดประสาท แตใ นขณะเดยี วกนั กพ็ บในอวยั วะอนื่ ๆ รวมถงึ ไต ดงั นน้ั การไดร บั
สารเคมจี ากกญั ชา อาจสง ผลถงึ ไตได มกี ารศกึ ษาผลของสารเคมจี ากกญั ชาตอ การทาํ งานของไตพบวา มคี วามเกยี่ วขอ งกนั
ทําใหเกิดการอักเสบและเกิดพังผืดในไต(11) โดยยังไมทราบกลไกที่แนชัด ซึ่งเมื่อสังเกตคายับย้ังการเจริญเติบโต
รอยละ 50 (IC50) ของสารสกัดกัญชาท้ัง 3 พันธุตอเซลลตับ พบวาคา IC50 ไมไดแตกตางจากเซลลไตมากนัก
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 485
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L. Extract on Normal Cells Praw Suppajariyawat et al.
นั่นคือกอใหเกิดความเปนพิษตอตับได มีขอมูลพบวาสาร CBD สงผลใหคาเอนไซมตับขึ้นสูง(12) สาํ หรับการศึกษา
ความเปนพิษในเซลลเพาะเลี้ยงชนิด BALB/c ดวยวิธี NRU assay ตาม OECD Test Guideline 129
พบวาขนาดแนะนําเร่ิมตนสําหรับทดสอบพิษเฉียบพลันในสัตวทดลอง เทากับ 300 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซ่ึงงานวิจัย
ของ Won Hyung Choi และคณะศกึ ษาพษิ ตอ เซลลเ พาะเลี้ยงชนิดไฟโบรบลาสตเอมบริโอหนู (NIH3T3) ของสาร
CBD ใหค า IC50 เทากับ 40.78 ± 4.21 ไมโครกรัม/มิลลิลติ ร(13) ซึง่ สอดคลองกบั งานวจิ ยั ทสี่ ารสกดั กัญชาไทย 3 พนั ธุ
ใหคา IC50 ตา่ํ กวา 50 ไมโครกรัม/มิลลิลติ ร ซงึ่ เม่อื พิจารณาขนาดของการเร่ิมตนท่ีจะทดสอบในสัตวท ดลองถือวา คา
คอ นขา งต่ํามาก ฉะนั้น ผลการทดสอบพษิ ตอเซลลเพาะเลี้ยงชนดิ ปกติ ไดแก เซลลป อด เซลลต บั เซลลไ ต และเซลล
เอมบรโิ อหนู ของสารสกดั กญั ชาไทย 3 พนั ธุ ซง่ึ มสี ดั สว นของ THC และ CBD แตกตา งกนั ใหผ ลความเปน พษิ กบั เซลล
ท้งั 4 ชนดิ และจะสังเกตวา ปริมาณ THC และ CBD มีผลในการเกดิ ความเปน พิษตอ เซลลเพาะเลี้ยง และอาจจะมีสา
รอน่ื ๆ ในกญั ชาทอี่ อกฤทธริ์ ว มอยดู ว ย งานวจิ ยั ของ Aranya และคณะ ศกึ ษาพษิ ของสารสกดั ใบและเมลด็ กญั ชง (เฮมพ)
ทีเ่ กบ็ จาก จ.เชียงใหม จ.เชยี งราย และ จ.ตาก ของประเทศไทย ตอ เซลลเ พาะเล้ียง human skin fibroblasts ดวยวิธี
SRB ผลการทดลองพบวา เมอ่ื ระดับความเขมขนสูงข้ึนตง้ั แต 0.0625-5 มลิ ลิกรมั /มิลลิลติ ร คา % cell viability จะ
ลดลง ท่รี ะดบั ความเขมขน 5 มลิ ลิกรมั /มิลลิลติ รใหคา %cell viability ของใบกญั ชง (เฮมพ) เทากับ 57.66 ± 6.49
และเมล็ดกญั ชง (เฮมพ) เทา กับ 32.37 ± 4.30 ซึ่งจากงานวจิ ัยระบวุ าคาความเขมขนที่ 0.0625-1 มิลลิกรมั /มิลลิลิตร
ไมกอใหเกิดพิษตอเซลลเพาะเล้ียงซึ่งดูจากคา %viability มากกวา 70% ซึ่งคาความเปนพิษตอเซลลเพาะเลี้ยงจะ
แตกตา งกนั เนอื่ งมาจากองคป ระกอบของสารในสารสกดั (14) งานวิจยั ของ Martyna และคณะ ศึกษาความเปน พิษของ
สารสกดั Cannabis sativa L.ทม่ี ี CBD สูงกวา THC ตอเซลล keratinocyte (HaCaT) และ fibroblast (Bj) ซึ่ง
ทงั้ สองชนดิ เปน เซลลผ วิ หนงั ชนดิ ปกติ ดว ยวธิ ี Alamar Blue, Neutral red uptake และ Lactate dehydrogenase
(LDH) ผลการทดลองพบวา ไมเ กดิ พษิ ตอ เซลลเ พาะเลย้ี งกับทง้ั 2 เซลลท ค่ี วามเขม ขน 1-1,000 ไมโครกรมั /มิลลลิ ติ ร
ซ่ึงจากการทดสอบตอ เซลลผ ิวหนังทง้ั 2 งานวิจัย จะพบวาสารสกดั Cannabis sativa L. จะไมเกิดพิษตอเซลลผิวหนัง
ในความเขมขน ทท่ี ดสอบ(15) แตงานทดสอบของผวู ิจยั จะทดสอบท่ีเซลลอ วัยวะเปาหมาย 3 เซลลค อื เซลลป อด เซลลต ับ
และเซลลไ ต เปน การศกึ ษาเซลลเ พาะเลยี้ งคนละชนดิ ซงึ่ กญั ชาแตล ะพนั ธุ มกี ารเกบ็ ในพนื้ ทห่ี รอื ในชว งเวลาทแ่ี ตกตา งกนั
จะใหส ารสําคญั และองคป ระกอบทางเคมใี นพชื ทแี่ ตกตา งกนั งานวจิ ยั การทดสอบพษิ ในเซลลเ พาะเลยี้ งชนดิ ปกตจิ ะไมม ี
นักวิจัยศึกษามากนัก สวนใหญมีการศึกษาในเซลลมะเร็ง อยางไรก็ตาม หากจะนาํ สมุนไพรมาพัฒนาเปนยาหรือ
มกี ารศกึ ษาในมนษุ ย จะตอ งคํานงึ ถงึ วา สมนุ ไพรนน้ั หากมฤี ทธย์ิ บั ยงั้ เซลลม ะเรง็ แลว จะสง ผลตอ เซลลป กตใิ นรา งกายมนษุ ย
ควบคกู นั ไป ฉะนนั้ ขอ ควรระมดั ระวงั การนํากญั ชาไปใช ผบู รโิ ภคทมี่ โี รคประจําตวั หรอื มกี ารรบั ประทานยาแผนปจ จบุ นั
หรอื ยาอนื่ ๆ ควรใชก ญั ชาภายใตคาํ แนะนําของแพทย ถงึ แมวา ปจ จบุ นั ยงั ไมพ บหลกั ฐานทีก่ ลาวถงึ การใชกญั ชาสมั พนั ธ
กบั การเกดิ โรคไตวายเรอ้ื รงั โรคตบั โรคปอด กค็ วรเฝา ระวงั ภาวะแทรกซอ นจากการใชก ญั ชา และงานวจิ ยั นใ้ี ชเ ปน ขอ มลู
เบอ้ื งตน สามารถนําผลไปอา งองิ และใชใ นการวจิ ยั เชงิ ลกึ เชน การศกึ ษาพษิ เรอ้ื รงั ในสตั วท ดลอง การศกึ ษากลไกตา ง ๆ
ในสตั วทดลอง รวมถึงเปนขอ มลู ในการเตือนภัยผูป วยท่ีใชชอดอกของกญั ชาในการรักษาทางการแพทยตอไป
สรปุ
การศึกษาความเปนพิษของสารสกัดกัญชาไทย 3 พันธุ ไดแก PTC0601 (THC:CBD ใกลเคียงกัน)
PTC0602 (THC เดน) และ PTC0729 (CBD เดน) ตอเซลลเพาะเลี้ยงชนิดปกติ 4 เซลล ไดแก เซลลปอด
(SV-80), เซลลต บั (Chang-liver, Hela derivative) และ เซลลไ ต (HEK-293) พบวา สารสกดั ชอ ดอกกญั ชาไทย
3 พนั ธุ มคี า ยบั ย้ังการเจริญเตบิ โตรอ ยละ 50 (IC50) ตอ เซลลไต (HEK-293) ตาํ่ ที่สุด นบั วา มคี วามเปนพษิ สูงทสี่ ุด
รองลงมาเซลลตับ และเซลลปอด สวนในเซลล BALB/c 3T3 พบวาสารสกัดกัญชาพันธุ PTC0602 มีความเปน
พษิ ตอเซลล BALB/c 3T3 สูงท่ีสุด รองลงมาคือ PTC0601 และ PTC0729 ขนาดแนะนาํ เรมิ่ ตนสาํ หรบั ทดสอบ
486 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปนพษิ ของสารสกดั กญั ชาพันธุไทยตอเซลลเ พาะเล้ียงปกติ พราว ศภุ จริยาวตั ร และคณะ
พิษเฉียบพลันในสัตวทดลอง เทากับ 300 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งเมื่อพิจารณาจากผลการทดลอง การใชกัญชามี
ความเปนพิษเกิดขึ้นใน 3 เซลลหลักคือ เซลลปอด เซลลตับ เซลลไต ฉะน้ันหากมีการนํากัญชาไปใชประโยชน ควร
มีการศึกษาในเร่ืองความปลอดภัยตอเซลลเพาะเล้ียงชนิดอื่นๆ การทดสอบในสัตวทดลอง และการนําไปใชเพ่ิมเติม
เพื่อคนหาประโยชนและผลขางเคียงจากการใชกัญชาในอนาคต และหากมีการนําไปใชเพื่อประโยชนทางการแพทย
ตองอยูภายใตค าํ แนะนาํ และคําปรกึ ษาของแพทยเทา นน้ั เนอื่ งจากงานวิจัยน้ีเปนการศกึ ษาวิจัยในชอ ดอกกญั ชา ซึ่งยัง
จัดเปนยาเสพติด ดังนนั้ ผลการทดลองไมไ ดสะทอนไปถงึ การใชส วนอนื่ ๆของกัญชา ซึง่ ผูวิจยั จะมกี ารศึกษาสว นตางๆ
ของกัญชา เชน ใบ ราก ฯลฯ ตอ ไป
กติ ติกรรมประกาศ
งานวจิ ยั นไี้ ดร บั การสนบั สนนุ งบประมาณจากสาํ นกั งานคณะกรรมการสง เสรมิ วทิ ยาศาสตร วจิ ยั และนวตั กรรม
(สกสว.) ขอขอบพระคุณหองปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช และหองปฏิบัติการจีโนมิกสพืช ในการเก็บตัวอยาง
สมนุ ไพรกัญชา ภก. เสกรชตกร บวั เบา ศูนยต รวจสอบและรบั รองคณุ ภาพสมนุ ไพรในการควบคมุ คณุ ภาพทางเคมแี ละ
แยกปรมิ าณสารสาํ คัญ THC และ CBD ของตัวอยางกญั ชา และเจาหนาที่หองปฏิบัติการพษิ วิทยาทกุ ทา นท่ใี หความ
ชว ยเหลอื ในการทาํ งานวจิ ยั เปน อยางดี
เอกสารอา งอิง
1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง ระบชุ อ่ื ยาเสพติดใหโ ทษในประเภท 5 (พ.ศ. 2563). ราชกิจจานุเบกษา เลม
137 ตอนพิเศษ ๒๙๐ ง (วันที่ 14 ธันวาคม 2563). หนา 33.
2. กรุงเทพธุรกิจ. เตรียมลุย! เสนทางกัญชาทางการแพทยเพิ่มมูลคาตลาดกัญชา. [ออนไลน]. 2564; [สืบคน 10
ก.ค. 2564]; [6 หนา]. เขา ถึงไดที่: URL: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/932483.
3. Small E, Cronquist A. A practical and natural taxonomy for Cannabis. Taxon 1976; 25(4):
405-35.
4. ราชบณั ฑิตยสถาน. หนังสอื อนกุ รมวิธานพืช อกั ษร ก. พิมพค รั้งท่ี 2. กรงุ เทพฯ: หจก. อรณุ การพิมพ; 2547.
5. Anderson LC. Leaf variation among Cannabis species from a controlled garden. Bot Mus Leafl
Harv Univ 1980; 28(1): 61-9.
6. Hanus LO, Meyer SM, Munoz E, Taglialatela-Scafati O, Appendino G. Phytocannabinoids: a
unified critical inventory. Nat Prod Rep 2016; 33(12): 1357-92.
7. กัญชายาเสพติดหรือยารักษาโรค “สารสําคัญในกัญชามีอะไร”. [ออนไลน]. 2563; [สืบคน 10 ก.ค. 2564];
13 หนา]. เขาถึงไดท่:ี URL: https://masakigarden.com/สารสําคัญในกญั ชา.
8. องคค วามรเู ร่อื งกัญชาเพอ่ื สขุ ภาพ. อะไรคือ“เทอรปน (Terpene)” ในกัญชา. [ออนไลน]. 2562; [สบื คน 7 ก.ค.
2564]; [3 หนา]. เขา ถึงไดท:่ี URL: https://www.cannhealth.org/content/4894/terpene.
9. Ehara M, Noguchi T, Ueda K. Uptake of neutral red by the vacuoles of a green alga, Micras-
terias pinnatifida. Plant Cell Physiol 1996; 37(6): 734-41.
10. OECD Series on Testing and Assessment No. 129. Guidance document on using the cytotoxicity
tests to estimate starting doses for acute oral systemic toxicity tests. Paris: Organization for
Economic Co-operation and Development; 2010.
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 487
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L. Extract on Normal Cells Praw Suppajariyawat et al.
11. ขนิษฐา เธียรกานนท, ณัฐวุฒิ โตวนําชัย. แพทยแนะไมใหใช “กัญชา” ชะลอความเส่ือมของไต. [ออนไลน].
2564; [สืบคน 13 ก.ค. 2564]; [3 หนา ]. เขา ถึงไดท :่ี URL: https://www.bangkokbiznews.com/news/
detail/930407.
12. สมาคมประสาทวทิ ยาแหง ประเทศไทย. ความคดิ เหน็ ตอ การนาํ กญั ชามาใชป ระกอบการรกั ษาในโรคระบบประสาท
สําหรบั บคุ ลากรทางการแพทย. [ออนไลน]. 2563; [สบื คน 13 ก.ค. 2564]; [5 หนา ]. เขา ถงึ ไดท ี่: URL: http://
neurothai.org/images/journal/2020/vol36_no2/07%20Various%20topics.pdf.
13. ChoiPark WHD, Baek SH, Chu JP, Kang MH, Mi YJ. Cannabidiol induces cytotoxicity and cell
death via apoptotic pathway in cancer cell lines. Biomolecules Therapeut 2008; 16(2): 87-94.
14. Manosroi A, Chankhampan C, Kietthanakorn B, Ruksiriwanich W, Chaikul P, Boonpisuttinant
K, et al. Pharmaceutical and cosmeceutical biological activities of hemp (Cannabis sativa L
var. sativa) leaf and seed extracts. Chiang Mai J Sci 2019; 42(2): 180-95.
15. Zagórska-Dziok M, Bujak T, Ziemlewska A, Nizioł-Łukaszewska Z. Positive effect of Cannabis
sativa L. herb extracts on skin cells and assessment of cannabinoid-based hydrogels properties.
Molecules 2021; 26(4): 802. (20 pages).
488 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ความเปนพิษของสารสกดั กัญชาพนั ธุไทยตอ เซลลเ พาะเลี้ยงปกติ พราว ศุภจรยิ าวตั ร และคณะ
Cytotoxicity of Thai Cannabis sativa L.
Extract on Various Types of
Normal Cells
Praw Suppajariyawat1 Sarayut Radapong1 Tiyanee Sahad1 Nathaphat Harnkit1
Kanchariya Phankhajon1 Phatipan Primprai1 Phichet Banyati1 Siriwan Chaisomboonpan1
Nuttapong Wichai2 and Pornchai Sincharoenpokai1
1Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Mueang, Nonthaburi 11000
2Mahasarakham University, Amphoe Kantarawichai, Mahasarakham, 44150 Thailand
Abstract Cannabis sativa L. is an addictive plant that has been gained dramatic attention in Thailand.
According to its medical and recreational properties, this plant can be developed as a drug or commercial
product and boot the country medically and economically. However, the toxicity and safety data are still
limited. This research aims to study the toxicity of female inflorescence extracts of Thai cannabis to
normal cell lines. The three cannabis extracts, namely PTC0601 (THC: CBD=2:1), PTC0602
(THC: CBD=10:1) and PTC0729 (THC: CBD=1:6), were extracted using Supercritical Fluid Extraction
and then quantitatively analyzed using HPLC. Cytotoxicity was investigated in normal cells, including
lung (SV-80), liver (Chang-liver, Hela derivative) and kidney (HEK-293) cell lines using MTT assay.
The in vitro dose estimation for acute toxicity using mouse embryo, BALB/c 3T3 cells, was also
investigated using a neutral red uptake assay. The results showed that the extracts exhibited the
highest cytotoxicity to kidney cells, followed by liver cells and lung cells, respectively. Neutral red uptake
assay was found that PTC0602 posed the highest cytotoxicity, followed by PTC0601 and PTC0729,
respectively. Which was 300 mg/kg, recommended as the initial dose for acute toxicity testing in animals.
In conclusion, the three extracts exhibited toxicity to certain extents to normal cell lines and
recommended at 300 mg/kg as the starting dose for in vivo acute toxicity testing. This finding could be
used as preliminary toxicity and safety data. Moreover, more comprehensive research on other cultured
cells or animal models should be investigated for Thai cannabis.
Keywords: Cannabis sativa extract, Cytotoxicity, Thai Cannabis sativa, MTT assay, Neutral
red uptake assay
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 489
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
นพิ นธตนฉบบั ว กรมวิทย พ 2564; 63 (3) : 490-504
การศึกษาฤทธ์กิ อ กลายพันธขุ องสารสกัด
จากชอ ดอกกญั ชาพนั ธไุ ทย
พราว ศภุ จรยิ าวตั ร1 สจุ รติ อนุ กาศ1 วจิ ติ รา สดุ หว ง1 ปถ ยา ศริ นิ นั ทธ นานนท1 เสกรชตกร บวั เบา1 ศรายธุ ระดาพงษ1
พิเชฐ บัญญตั 1ิ ศริ วิ รรณ ชยั สมบูรณพ ันธ1 แพรว ศุภจริยาวัตร2 และพรชยั สนิ เจรญิ โภไคย1
1กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย ถนนตวิ านนท นนทบรุ ี 11000
2กระทรวงยตุ ิธรรม ถนนประชาชืน่ บางซ่อื กรงุ เทพมหานคร 10800
บทคัดยอ กัญชา (Cannabis sativa L.) เปนพืชเสพติดท่ีมีการอนุญาตใหใชทางการแพทย และไดรับความสนใจจาก
ภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีการดําเนินการศึกษาวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ และมีการนาํ มารักษาในผูปวยอยางกวางขวาง การนาํ
กญั ชามาใชใ นการรกั ษาควรตอ งคาํ นงึ ถงึ ขนาดและปรมิ าณของสารออกฤทธชิ์ นดิ ตา ง ๆ ทม่ี อี ยใู นสมนุ ไพร ซง่ึ ตอ งมคี ณุ ภาพและ
ปรมิ าณเพยี งพอตอการรักษาโรค ตลอดจนการประเมินความปลอดภยั ของสมนุ ไพรชนดิ น้นั ปจจบุ นั ประเทศไทยไดมีประกาศ
กระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ระบุช่ือยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 ประชาชนสามารถใชประโยชนจากสวนของกัญชา กัญชง
ทไ่ี มจ ดั เปน ยาเสพตดิ ยกเวน ชอ ดอกซง่ึ ยงั เปน ยาเสพตดิ ทาํ ใหม กี ารผลติ ผลติ ภณั ฑส มนุ ไพรกญั ชาออกมาใชแ ละบรโิ ภคกนั อยา ง
แพรห ลาย แตข อมลู ดานพษิ วิทยาและความปลอดภยั มอี ยนู อย การศึกษานีม้ วี ัตถปุ ระสงคเ พือ่ ศึกษาฤทธ์กิ อ กลายพันธขุ องสาร
สกัดชอดอกกัญชาพันธุไทย 3 พันธุ ไดแก PTC0601, PTC0602 และ PTC0729 ที่สกัดดวย Supercritical Fluid
Extraction อางอิงจาก OECD test guideline 471 ใชเช้อื Salmonella typhimurium 4 สายพนั ธุ (TA98, TA100,
TA1535, TA1537) และ Escherichia coli WP2 ที่ขนาดทดสอบ 5 ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรมั /
เพลท) ในระบบที่มีและไมมีเอนไซมกระตุน ผลการทดลองพบวาสารสกัดชอดอกกัญชาไทยท้ัง 3 พันธุทุกขนาดทดสอบ
ทุกสายพันธุ ทั้งในระบบที่มีและไมมีเอนไซมกระตุน ไมมีฤทธิ์กอกลายพันธุ อยางไรก็ตามควรมีการทดสอบยืนยันดานความ
ปลอดภยั ในสัตวทดลองหรือกลไกเชิงลึกเพิ่มเตมิ เพื่อใหเกดิ ความมนั่ ใจในการนาํ มาบริโภคหรือทําผลติ ภัณฑต อไป
คาํ สาํ คัญ: สารสกดั กัญชา, ฤทธ์ิกอ กลายพันธุ, กัญชาพนั ธุไทย
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 19 March 2021 Revised: 22 June 2021 Accepted: 15 July 2021
490 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ฤทธ์กิ อกลายพนั ธุของสารสกัดจากชอ ดอกกัญชา พราว ศุภจรยิ าวตั ร และคณะ
บทนาํ
ปจจุบันประเทศไทยมกี ารกลา วถงึ การนําพืชกัญชามาใชประโยชนกันหลากหลาย ไมวา จะเปน ทางการแพทย
และเชงิ พาณชิ ย ซงึ่ ลา สดุ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง ระบชุ อ่ื ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 ลงราชกจิ จานเุ บกษา
มีผลบังคบั ใชต้ังแต 15 ธันวาคม 2563 ประชาชนสามารถใชป ระโยชนจากสวนของกญั ชา กญั ชงท่ีไมจัดเปนยาเสพตดิ
ไดแก เมล็ดกัญชง นํ้ามันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ใบที่ไมติดกับชอดอก กิ่ง กาน ลําตน เปลือก ราก รวมถึง
สารสกัด Cannabidiol (CBD) และกากที่เหลือจากการสกัดซึ่งตองมีปริมาณ Tetrahydrocannabinol (THC)
ไมเกนิ 0.2%(1) เพื่อประโยชนท างการแพทย การศึกษาวิจยั และการผลิตผลิตภัณฑส ขุ ภาพ จึงทาํ ใหมีผูประกอบการ
จํานวนมากทสี่ นใจจะนาํ กญั ชามาผลติ เปน ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ เครอ่ื งสําอาง หรอื ทาํ เปน อาหารเพอ่ื จําหนา ยและในปจ จบุ นั
มีการนํากัญชามาประกอบอาหารเพ่ือจําหนายมากยิ่งข้ึน จึงไดมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 424 ซึ่ง
นายอนุทนิ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวา การกระทรวงสาธารณสุขลงนามเมอ่ื วนั ท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ 2564
โดยมผี ลบงั คบั ใชต้ังแตวันที่ 26 กมุ ภาพันธ 2564 เปนตน ไป ในเรอ่ื งการนาํ ใบกญั ชามาทาํ อาหาร(2) สวนเรอ่ื งปริมาณ
ของจาํ นวนใบยังไมมีการกลาวถึง ทางสาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะมีคูมือถึงขอแนะนาํ ในปริมาณ
การใชต อไป จะเหน็ ไดวา ประเทศไทยพยายามผลักดนั พืชกญั ชาเปนอยา งมาก สาํ หรับประเทศไทยถือเปน ประเทศแรก
ในอาเซยี นทอี่ นญุ าตใหใ ชก ญั ชาอยา งถกู กฎหมายเพอื่ ประโยชนท างการแพทยแ ละการวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตร จากรายงาน
The Global Cannabis Report คาดวามูลคาตลาดกัญชาทั่วโลกจะมีแนวโนมเติบโตตอเนื่องหรือคิดเปน
มูลคากวา 103.9 พันลานดอลลารสหรัฐฯ และในป 2567 จะมีตลาดกัญชาเพ่ือการแพทยมีสัดสวนราวรอยละ 60
ของมูลคาตลาดกัญชาท้ังหมด(3) นอกจากน้ีปจจุบันเร่ิมมีผูประกอบการกลุมอาหารและเคร่ืองด่ืมรวมทั้งผลิตภัณฑ
สขุ ภาพ สนใจทจี่ ะใชส ารสกดั จากกญั ชาเปน สว นประกอบในผลติ ภณั ฑก ลมุ ดงั กลา ว สง ผลใหค าดวา มลู คา ตลาดกญั ชาโลก
จะเติบโตและกระจายไปในหลายธุรกิจมากขนึ้
กญั ชาเปน พชื ในวงศ Cannabaceae มชี อ่ื วทิ ยาศาสตรค อื Cannabis sativa L. Subsp. indica (Lam.)(4)
มีชอื่ เรียกอืน่ วา กัญชาจนี (ทั่วไป), ปาง (เง้ยี ว-แมฮ องสอน), ยานอ (กะเหรี่ยง-แมฮ อ งสอน), คุนเชา คุณเชา (จีน),
ตาหมา (จีนกลาง) เปนตน ลักษณะทางพฤกษศาสตรของตนกัญชามีดังนี้ กัญชาเปนไมลมลุกปเดียว ลําตนต้ังตรง
สงู 0.9-1.5 เมตร มขี นสเี ขยี วอมเทาและไมคอ ยแตกสาขา ใบเดยี่ ว รูปฝามอื เรยี งสลับ ขอบใบเวา ลึกจนถึงจดุ โคนใบ
เปน 5-7แฉกแตล ะแฉกรปู ยาวรีกวา ง0.3-1.5เซนตเิ มตรยาว6-10เซนตเิ มตรโคนและปลายสอบ(oblanceolateleaf)
ขอบจกั ฟน เลอ่ื ย แผน ใบดา นบนสเี ขยี วเขม กวา ดา นลา ง ดอกแยกเพศตา งตน ออกเปน ชอ กระจกุ ตามงา มใบและปลายกงิ่
ชอดอกและใบของตน เพศผูเ รียงตวั กันหา งๆ ตางจากตนเพศเมียท่เี รยี งชิดกนั เกสรเพศผู 5 อนั ดอกเลก็ ดอกเพศเมีย
มกี ลบี เล้ยี งหมุ ไมม กี ลบี ดอก รังไขอ ยูเหนอื วงกลบี มี 1 ชอ ง มีออวุล 1 เมด็ ผลแบบผลแหง เมลด็ ลอ น เล็ก เรียบ
สีนํ้าตาล ยอดของตนเพศเมียท่ีกาํ ลังออกดอกเรียก กะหล่ีกัญชา เมื่อตากใหแหงแลวนิยมนาํ มาใชสูบ(5, 6) ปจจุบัน
สารสําคัญในกญั ชาถูกพบมากกวา 545 ชนิด และในจํานวนนส้ี ารกวา 100 ชนิด ทถ่ี กู ระบุวา เปนไฟโตแคนนาบินอยด
(phytocannabinoids) ซงึ่ เปน สารกลมุ หลกั มโี ครงสรา งทางเคมที ค่ี ลา ยคลงึ กนั และเปน สารออกฤทธท์ิ พี่ บในกญั ชา(7)
โครงสรางทางเคมีของแคนนาบินอยดประกอบดวยสวนท่ีเปนไขมัน (lipid) แอลคิลเรซอซินอล (alkylresorcinol)
เทอรป น (terpene) และโมโนเทอรป น (monoterpene)(8) ซง่ึ สารสาํ คญั ของกญั ชา 2 ชนดิ ทมี่ กี ารกลา วถงึ คอ นขา งมาก
คือ THC และ CBD
กญั ชามกี ารใชป ระโยชนทางการแพทยมาอยางยาวนาน จากฤทธต์ิ อ จิตประสาททเ่ี กิดขน้ึ ในปจ จบุ นั มขี อ มูล
ทก่ี ลา วถงึ การใชป ระโยชนจ ากกญั ชาอยา งหลากหลาย เชน รกั ษามะเรง็ (9) เปน ยากนั ชกั (10)ลดการปวด(11)ทงั้ หมดเหลา น้ี
ทําใหกัญชาเปนกระแสในสังคมไทยเปนอยางมาก สารกลุมแคนนาบินอยดในกัญชาอาจยังมีประโยชนทางการแพทย
อื่น ๆ เชน ชวยใหเจริญอาหาร เพื่อเพิ่มน้ําหนักในผูปวย HIV/AID ลดความดันในลูกตาสําหรับโรคตอหิน บําบัด
ผูปวยกลุมโรคระบบประสาท เชน การชวยใหนอนหลับ โรคพารกินสัน ความจําเส่ือม(12) การนํากัญชามาใชในการ
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 491
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
รักษาควรตอ งคาํ นงึ ถึงขนาดและปรมิ าณของสารออกฤทธชิ์ นดิ ตา ง ๆ ท่มี อี ยใู นสมนุ ไพร ซึ่งตองมคี ุณภาพและปรมิ าณ
เพียงพอตอการรักษาโรค ตลอดจนการประเมินความปลอดภัยของสมุนไพรชนิดนั้น และตองมีงานวิจัยที่ไดรับการ
ยอมรับในเร่ืองของพิษวิทยา เพื่อความม่ันใจในการใชสมุนไพรมากยิ่งข้ึน ซึ่งในปจจุบันพบวารายงานขอมูลการศึกษา
ทางพิษวิทยาของกญั ชาไทยยงั มคี วามไมชดั เจนและยงั ไมสามารถสรุปไดวากญั ชามคี วามปลอดภยั จรงิ หรือไม ประกอบ
กบั ขอ มลู การศกึ ษาพษิ วทิ ยาของกญั ชาในปจ จบุ นั เปน ขอ มลู ของกญั ชาทม่ี พี นั ธเุ จรญิ เตบิ โตในตา งประเทศ สําหรบั กญั ชา
พันธุท่ีมีการเจริญเติบโตและเพาะปลูกในประเทศไทยน้ันไมมีขอมูลการใชเพ่ือเปนยารักษาโรคมานานกวา 40 ป จึงมี
ความจําเปนตองมีการศึกษาขอมูลทางพิษวิทยาของพันธุกัญชาในประเทศไทยเพ่ือสนับสนุนการพัฒนากัญชาเปนยา
รกั ษาโรคหรอื ผลิตภณั ฑสขุ ภาพอืน่ ๆตอ ไป
การทดสอบการกอกลายพันธุโดยใชแบคทีเรีย อางอิงวิธีจากองคการเพ่ือความรวมมือและการพัฒนา
ทางเศรษฐกิจ (The Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) หรอื เรยี กวา
วิธีทดสอบเอมส (Ames test) เปนการทดสอบในหลอดทดลองเพื่อหาการกอกลายพันธุของสารเคมี สารสมุนไพร
เครื่องมือทางการแพทย ฯลฯ โดยจะพิจารณาความผิดปกติในระดับ DNA หากตัวอยางสามารถทําตัวเสมือนสาร
กอกลายพันธุ (Mutagen) จะช้ีใหเห็นวาตัวอยางนั้นๆ อาจจะไมปลอดภัยที่จะใชในการบริโภค และมีแนวโนม
ในการกอ โรคทผ่ี ดิ ปกตทิ างพนั ธกุ รรม หรอื โรคมะเรง็ ได(13) การทดสอบเอมส เปน หนงึ่ การทดสอบในความตอ งการของ
ผปู ระกอบการทจ่ี ะขนึ้ ทะเบยี นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพจากสมนุ ไพร รวมถงึ สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาทเี่ ปน หนว ย
ขน้ึ ทะเบยี น ทต่ี อ งใชข อ มลู ดา นความปลอดภยั นใี้ นการประเมนิ ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพตา งๆ ดงั นน้ั ผวู จิ ยั จงึ ดาํ เนนิ การทดสอบนี้
ตาม test guideline ทเ่ี ปน มาตรฐาน เพอ่ื ยกระดบั ใหผ ลงานมคี วามนา เชอื่ ถอื ทางวชิ าการ อกี ทงั้ ผลการทดสอบยงั เปน
ท่ยี อมรบั ท้ังในและตางประเทศ เปน การลดการกีดกันทางการคา ไดดวย
วสั ดุและวิธกี าร
ขั้นตอนการเตรยี มวตั ถดุ ิบ
ตัวอยางสมุนไพรชอดอกเพศเมียกัญชาพันธุไทย 3 พันธุ โดยใหรหัสตัวอยาง PTC0601 (พันธุท่ีมี
THC : CBD เทา กบั 2 : 1) รหสั ตวั อยา ง PTC0602 (พนั ธทุ มี่ ี THC : CBD เทา กบั 10 : 1) และรหสั ตวั อยา ง PTC0729
(พันธุที่มี THC : CBD เทากบั 1 : 6)
ขน้ั ตอนการสกดั กัญชา
นําตัวอยา งชอ ดอกเพศเมีย PTC0601 จํานวน 132 กรมั PTC0602 126 กรมั และ PTC0729 100 กรมั
บดหยาบ ไดปริมาณสารสกดั 10.92 กรัม 8.95 กรัม และ 7.07 กรมั คิดเปน %yield เทากบั 8.27, 7.10 และ 7.07%
ตามลาํ ดับ สกัดดว ยของไหลวกิ ฤตยง่ิ ยวด (Supercritical Fluid Extraction) โดยใชเ ครือ่ งสกัดรนุ Speed SFE
บรษิ ทั Applied Separations ประเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยใชแ รงดนั 250 bar อุณหภมู ิของตอู บ (oven) 40 องศา
เซลเซียส วเิ คราะหป ริมาณ THC และ CBD ในสารสกัด ดว ยวิธี High Performance Liquid Chromatography
(HPLC) โดยนาํ สารสกดั 20 มลิ ลิกรัม ปรบั ปริมาตรดวย methanol : chloroform 9 : 1 ใน volumetric flask
ขนาด 10 มิลลิลิตร จากนั้น ปเปตมา 1 มิลลิลิตร ปรับปริมาตดวย methanol ใน volumetric flask ขนาด
10 มลิ ลลิ ติ ร กรองดว ย nylon syringe filter 0.45 micron
ข้ันตอนการทดสอบคุณสมบตั เิ ชอ้ื
ความตอ งการกรดอะมโิ นฮสิ ทิดีนสาํ หรับเชอื้ S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537
เตรียม Minimal Glucose Agar plate (MGA) เคลอื บผวิ วนุ ดว ย 0.1 M L-histidine และ 1 mM
D-biotin ดงั น้ี เพลทท่ี 1 ไมเ คลือบผวิ วุน เพลทท่ี 2 เคลือบผิววุนดวย 1 mM D-biotin ปริมาณ 100 ไมโครลติ ร
492 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ฤทธิก์ อกลายพันธุของสารสกัดจากชอดอกกัญชา พราว ศุภจริยาวตั ร และคณะ
เพลทที่ 3 เคลือบผิววุนดวย 0.1 M L-histidine ปริมาณ 100 ไมโครลิตร เพลทท่ี 4 เคลือบผิววุนดวย 0.1 M
L-histidine ปริมาณ 100 ไมโครลติ ร และเคลือบ 1 mM D-biotin ปริมาณ 100 ไมโครลิตร จากน้ันนํา single
colony จากการเลีย้ งในอาหารเลยี้ งเชอ้ื เปน เวลา 8-12 ชัว่ โมง ไปขีดลงบนวนุ นาํ เพลทบมทต่ี ูบ ม อณุ หภูมิ 37 องศา
เซลเซียส เปนเวลา 24 ชั่วโมง แบคทีเรียท่ีมีการเจริญมากที่สุดคือ เพลทท่ี 4 ซึ่งสามารถนําไปใชในการทดลองเพื่อ
ทดสอบฤทธ์ิกอ กลายพันธไุ ด
ความตองการกรดอะมโิ นทรปิ โตเฟนสาํ หรับเชอ้ื E. coli WP2
เตรียม MGA ท่ีผสม 0.05 mM tryptophan นํา single colony ที่เล้ยี งไวใ นอาหารเลย้ี งเชอ้ื เปน เวลา
8-12 ชั่วโมง ไปขีดลงบนวุน นาํ เพลทบม ทตี่ บู มท่ี 37 องศาเซลเซียส เปนเวลา 24 ช่วั โมง ผลการทดสอบแบคทีเรีย
ตอ งมกี ารเจรญิ บนผวิ วนุ ซึง่ สามารถนําไปใชใ นการทดลองเพ่ือทดสอบฤทธกิ์ อกลายพนั ธุได
การตรวจ rfa mutation และ R-factor
เตรียม MGA plate ผสม 0.1 M L-histidine ปริมาตร 100 ไมโครลติ ร สาํ หรับเชื้อ S. typhimurium
สว นเช้ือ E. coli ใชอาหารเลี้ยงเชอ้ื MGA ผสม 0.05 mM tryptophan และ bacterial culture ปรมิ าตร 300
ไมโครลิตร ลงใน top agar ท่ีมีสว นผสมของ 0.5 mM histidine + 0.5 mM biotin ปรมิ าณ 2,000 ไมโครลติ ร สว น
E.coli 0.5 mM tryptophan ผสมเขา ไป จากนั้นเทสว นผสมลงบน MGA plate ในการทดสอบ rfa mutation
ทาํ ไดโ ดย จุม blank paper disc ท่ีผา นการฆาเชือ้ ลงใน 0.1% crystal violet วางลงบน MGA เพลทที่หนาอาหาร
เลย้ี งเชอ้ื แหง และในการทดสอบ R-factor ทาํ ไดโดยจุม blank paper disc ใน 8 มลิ ลิกรัม/มิลลิลิตร ampicillin
วางไวอ ีกดานหนงึ่ ของเพลท นําเพลทบม ทต่ี ูบมท่ี 37 องศาเซลเซียส เปนเวลา 24 ชัว่ โมง ดูผลการทดสอบโดยสงั เกต
รอบๆ paper disc ทจี่ ุม 0.1% crystal violet ถา เปน เชอ้ื ท่ีมี rfa จะเห็นโซนใส (clear zone) คือ ไมม ีแบคทเี รยี
เจรญิ อยู โดยวดั ขนาดเสน ผา นศูนยกลางไดประมาณ 12-14 มลิ ลเิ มตร สวนผลการทดสอบ R-factor ในพนั ธุ TA98
และ TA100 มี R-factor ทาํ ใหแบคทเี รยี ตาน ampicillin สว นพันธุอ่ืนจะเกิด clear zone รอบๆ disc ampicillin
การตรวจความผิดปกติ uvr โดยใช mitomycin C
นํา mitomycin C ท่คี วามเขมขน 0.2 ไมโครกรัม/disc วางลงใน MGA plate ท่ผี สม histidine และ
biotin สําหรับเชือ้ S. typhimurium และผสม tryptophan สาํ หรบั เช้อื E. coli ดูผลการทดสอบโดยสงั เกตรอบๆ
paper disc จะเห็นโซนใส (clear zone)
ขั้นตอนการทดสอบฤทธ์ิกอกลายพันธุในเช้ือแบคทีเรียของสารสกัดชอดอกกัญชาไทย 3 พันธุ (อางอิงวิธีจาก
OECD TG471, 2020)(13)
การทดสอบฤทธิ์กอกลายพันธุใชวิธี plate incorporation method ทาํ การทดสอบ 3 ซ้ํา นําสารสกัด
ชอดอกกัญชา ทข่ี นาดทดสอบ 5 ระดบั ความเขมขน 50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ผสมกบั เช้ือ
ทใ่ี ชท ดสอบ ปริมาตร 0.1 มิลลิลิตร (เชอ้ื ท่ใี ชคอื S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537 และ E. coli
WP2 บม 8-12 ชั่วโมง และในกรณีท่ีการทดลองอยูในระบบไมมีเอนไซมก ระตนุ จะใช 0.1M Na2PO4-KCl buffer
ปริมาตร 0.5 มิลลิลิตร แทน S9 เอนไซม และสารสกัดสมุนไพรท้ัง 5 ความเขมขนลงในแตละหลอด จากนั้นเติม
top agar และเทลง MGA plate และบมที่ 37 องศาเซลเซียส เปน เวลา 48 ชว่ั โมง สวนการทดสอบ E. coli WP2
จะเตมิ tryptophan ลงไปแทน histidine/biotin เมอ่ื ครบเวลา นําเพลทมาสอ งภายใตกลองจุลทรรศน inverted
microscope วาเกดิ killing effect บน background lawn หรอื ไม ดังแสดงในภาพที่ 1 นําเพลทมานับจํานวน
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 493
ปท่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
revertant colony การแปลผลคอื ถา สารทที่ ดสอบมฤี ทธกิ์ อ กลายพนั ธจุ ะพบความสมั พนั ธร ะหวา งปรมิ าณสารสมนุ ไพร
ท่ีทดสอบกับจาํ นวน revertant colony เพ่ิมขึ้นดวย และพบวามีอยางนอย 2 ความเขมขน ท่ีใหจํานวนแบคทีเรีย
กลายพันธุมีจาํ นวนมากกวาจํานวนท่ีกลายพันธุตามธรรมชาติ (negative control) ในขณะเดียวกันตองมีอยางนอย
ทค่ี วามเขม ขน จดุ หนง่ึ สามารถทําใหจ าํ นวนแบคทเี รยี กลายพนั ธสุ งู เกนิ 2 เทา ของการกลายพนั ธตุ ามธรรมชาติ จงึ นบั วา สาร
ทน่ี ํามาทดสอบน้เี ปน สารกอกลายพนั ธุ
ภาพท่ี 1 Background lawn ของเชอ้ื S. typhimurium สายพันธุ TA100 โดยใชกลอ งจุลทรรศนแบบหวั กลบั
ทก่ี ําลงั ขยาย 10X ภาพ 1A แสดง background lawn ที่ปกติจะเห็นภาพพืน้ หลงั เต็มไมมีการตายของเชอ้ื
ภาพ 1B แสดงการเกิด Killing effect background lawn จะพบลกั ษณะของชองวา งทีพ่ ืน้ หลงั แสดงถงึ
การตายของเช้อื
ผล
ผลการสกัดกญั ชา
สารสกัดชอดอกเพศเมียของกัญชาดวย Supercritical Fluid Extraction ของกัญชาพันธุไทย
3 พนั ธุ ไดส ารสกดั ท่มี ลี ักษณะเปนของกงึ่ แข็งก่ึงเหลว (semisolid) สีเหลอื งน้ําตาล จากการวเิ คราะหตัวอยา งปริมาณ
กลุม cannabinoids ไดปรมิ าณสารสาํ คัญ THC และ CBD ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แสดงสดั สวนปรมิ าณ THC และ CBD ในพนั ธุก ัญชาไทย 3 พนั ธุ
รหสั ตวั อยางสารสกัดกัญชา THC : CBD Total THC (%) Total CBD (%)
PTC0601 2: 1 20.08 12.18
PTC0602 10 : 1 38.03 3.55
PTC0729 1: 6 4.28 25.89
ผลการทดสอบคุณสมบัตเิ ช้ือ
ผลการตรวจคุณสมบตั ิเช้ือกอ นทําการทดสอบเอมสพ บวา เชอื้ S. typhimurium 4 พันธุ และ E. coli 1
พนั ธุ มคี ณุ สมบตั คิ รบถว นทกุ การทดสอบ คอื ความตอ งการกรดอะมโิ นฮสิ ทดิ นี /ทรปิ โตเฟน rfa mutation R-factor
และความผิดปกติ uvr mutation โดยใช mitomycin C ดังแสดงในตารางท่ี 2
494 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ฤทธิก์ อกลายพันธุข องสารสกัดจากชอดอกกัญชา พราว ศุภจรยิ าวัตร และคณะ
ตารางที่ 2 คุณสมบตั ิการทดสอบของ S. typhimurium และ E. coli ทั้ง 5 พันธุ
สายพนั ธุ คณุ สมบัตทิ ท่ี ดสอบของ S. typhimurium/E. coli
ความตอ งการกรดอะมโิ นฮสิ ทีดีน/ทริปโตแฟน
TA98 Neg His Bi His+bi Tryp rfa mutation R-factor uvr mutation
TA100 เกิด
TA1535 - ++ - +++ N/A เกิด ไมเ กิด
TA1537 clear zone clear zone clear zone
WP2 เกดิ ไมเกดิ เกดิ
หมายเหต:ุ - ++ - +++ N/A clear zone clear zone
clear zone
- ++ - +++ N/A เกดิ เกิด เกิด
clear zone clear zone
เกิด เกดิ clear zone
- ++ - +++ N/A clear zone clear zone เกิด
- N/A N/A N/A +++ เกิด เกิด clear zone
clear zone clear zone เกดิ
clear zone
เครือ่ งหมาย – หมายถึง ไมมกี ารเจริญของเช้ือ
เคร่ืองหมาย ++ หมายถงึ เชอื้ มีการเจริญแตไมเทา กับ +++
เครื่องหมาย +++ หมายถึง เช้อื มีการเจรญิ มากทส่ี ดุ
N/A หมายถงึ ไมไดท ําการทดสอบ
ผลการทดสอบฤทธ์กิ อกลายพนั ธใุ นเชื้อแบคทเี รียของสารสกดั กัญชาพนั ธุไทย PTC0601 ในระบบไมมีเอนไซม
S9 (Without S9 enzyme)
การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเชื้อ
แบคทเี รีย 5 พันธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537 และ E. coli WP2) ท่ขี นาดทดสอบ
5 ระดับ (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท) ในระบบท่ไี มมีเอนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจํานวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจํานวน
เพิ่มเปน 2 เทา เมื่อเทียบกบั negative control แตพ บความผิดปกติของ background lawn ทีพ่ นั ธุ TA1537 ที่
ขนาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ดังแสดงในภาพท่ี 2 สวนพันธอุ ่ืนๆ และทกุ ขนาดทดสอบ background lawn
ปกติ ดังแสดงในตารางที่ 3
TA1537 5,000 ug/plate (-S9), 10x
ภาพที่ 2 Background lawn ของเชอื้ S. typhimurium สายพนั ธุ TA 1537 ทขี่ นาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท
ในระบบไมมีเอนไซม S9 ท่กี ําลังขยาย 10X โดยจะเหน็ การเกดิ Killing effect background lawn จะพบ
ลกั ษณะของชอ งวา งที่พนื้ หลงั แสดงถงึ การตายของเช้อื
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 495
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
ตารางท่ี 3 จํานวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาพันธุ PTC0601 ตอเชื้อแบคทีเรีย
5 พนั ธุ ในระบบไมมเี อนไซม S9 (Without S9 enzyme)
สารสกัด ความเขม ขน TA98 BL โคโลนกี ลายพนั ธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL
Negative 24.6 ± 6.11 N 153.33 ± 10.07 N 9.00 ± 0.00 N 7.33 ± 4.93 N 52.33 ± 9.07 N
สารสกดั กญั ชา 5,000 25.67 ± 3.06 N 121.33 ± 15.57 N 7.33 ± 6.11 N 2.33 ± 0.58 K 32.33 ± 4.93 N
(PTC0601) 1,500 20.00 ± 2.65 N 139.00 ± 11.53 N 7.33 ± 1.53 N 5.00 ± 2.00 N 49.00 ± 8.72 N
(-S9) 500 17.33 ± 5.13 N 146.33 ± 5.03 N 9.00 ± 3.00 N 4.33 ± 2.52 N 50.67 ± 9.29 N
150 21.33 ± 1.33 N 173.67 ± 6.11 N 10.00 ± 4.36 N 5.67 ± 2.31 N 59.33 ± 14.22 N
50 20.67 ± 3.79 N 162.67 ± 10.26 N 7.00 ± 3.61 N 5.33 ± 1.53 N 46.33 ± 8.08 N
หมายเหต:ุ BL หมายถึง Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถงึ Killing effect background lawn
ผลการทดสอบฤทธิ์กอกลายพันธุในเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดกัญชาพันธุไทย PTC0601 ในระบบมีเอนไซม
กระตุน (With S9 enzyme)
การศึกษาฤทธิ์กอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาท่ีสกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซึ่งใชเชื้อ
แบคทเี รีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ทข่ี นาดทดสอบ
5 ระดับ (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบที่มีเอนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวนเพ่ิม
เปน 2 เทา เมื่อเทียบกับ negative control แตพบความผิดปกติของ background lawn ท่ีพันธุ TA1537
ท่ีขนาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ดังแสดงในภาพท่ี 3 สวนพันธุอ่ืนๆ และทุกขนาดทดสอบ background
lawn ปกติ ดังแสดงในตารางท่ี 4
TA1537 5,000 ug/plate (+S9), 10x
ภาพที่ 3 Background lawn ของเชอ้ื S. typhimurium สายพนั ธุ TA 1537 ทข่ี นาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท
ในระบบท่ีมีเอนไซม S9 ที่กําลังขยาย 10X โดยจะเห็นการเกิด Killing effect background lawn
จะพบลักษณะของชองวางทพ่ี ้ืนหลงั แสดงถงึ การตายของเชอ้ื
496 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564