The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by msto.moph, 2021-10-03 23:45:39

17364-6081-PB

17364-6081-PB

ฤทธกิ์ อกลายพนั ธขุ องสารสกดั จากชอดอกกญั ชา พราว ศภุ จริยาวตั ร และคณะ

ตารางท่ี 4 จาํ นวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาตอเช้ือแบคทีเรีย 5 พันธุ ในระบบ
มเี อนไซม S9 (With S9 enzyme)

สารสกัด ความเขม ขน TA98 BL โคโลนีกลายพนั ธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL 50.33 ± 5.77 N
42.33 ± 4.73 N
Negative 21.00 ± 6.00 N 159.00 ± 8.72 N 11.00 ± 1.00 N 10.00 ± 1.73 N 52.00 ± 5.00 N
46.67 ± 3.51 N
สารสกดั กญั ชา 5,000 24.33 ± 7.09 N 158.00 ± 9.17 N 12.00 ± 2.65 N 9.00 ± 3.61 K 62.67 ± 7.77 N
(PTC0601) 45.67 ± 7.64 N
(+S9) 1,500 32.33 ± 1.15 N 163.00 ± 11.53 N 8.00 ± 3.00 N 7.33 ± 3.21 N
500 24.00 ± 2.65 N 170.33 ± 22.72 N 11.67 ± 4.04 N 5.67 ± 3.21 N

150 36.33 ± 1.15 N 158.00 ± 18.03 N 8.67 ± 0.58 N 11.33 ± 3.06 N

50 30.33 ± 8.50 N 153.00 ± 14.73 N 11.33 ± 4.04 N 12.67 ± 4.51 N
หมายเหตุ: BL หมายถึง Background lawn

N หมายถึง Normal background lawn
K หมายถงึ Killing effect background lawn

ผลการทดสอบฤทธ์กิ อ กลายพนั ธุในเช้อื แบคทเี รียของสารสกัดกญั ชาพนั ธุไทย PTC0602 ในระบบไมมีเอนไซม
S9 (Without S9 enzyme)

การศึกษาฤทธิ์กอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเช้ือ
แบคทีเรีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ท่ีขนาดทดสอบ
5 ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบท่ไี มมีเอนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวน
เพ่ิมเปน 2 เทา เมอื่ เทียบกบั negative control และไมพ บความผิดปกติของ background lawn ในทกุ พันธแุ ละ
ทุกขนาดทดสอบ ดงั แสดงในตารางที่ 5

ตารางท่ี 5 จาํ นวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาพันธุ PTC0602 ตอเช้ือแบคทีเรีย
5 พนั ธุ ในระบบไมม ีเอนไซม S9 (Without S9 enzyme)

สารสกัด ความเขม ขน TA98 BL โคโลนีกลายพนั ธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL

Negative 24.00 ± 1.73 N 153.67 ± 17.01 N 6.33 ± 2.52 N 3.67 ± 1.15 N 41.00 ± 13.11 N

สารสกดั กัญชา 5,000 20.00 ± 5.00 N 140.00 ± 8.66 N 7.33 ± 4.04 N 5.00 ± 1.73 N 34.33 ± 5.03 N
(PTC0602) 1,500 27.00 ± 1.73 N 132.00 ± 7.94 N 6.67 ± 3.79 N 2.33 ± 2.52 N 40.00 ± 1.00 N
(-S9) 500 17.67 ± 1.53 N 152.00 ± 12.53 N 5.00 ± 2.52 N 5.67 ± 2.52 N 41.33 ± 9.49 N
150 16.67 ± 5.77 N 161.67 ± 21.03 N 7.00 ± 3.81 N 3.00 ± 2.00 N 45.00 ± 7.21 N

50 20.67 ± 3.06 N 170.67 ± 18.50 N 5.20 ± 1.73 N 4.00 ± 1.73 N 46.67 ± 5.86 N

หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถึง Killing effect background lawn

ผลการทดสอบฤทธก์ิ อ กลายพนั ธใุ นเชอ้ื แบคทเี รยี ของสารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทย PTC0602 ในระบบมเี อนไซม S9
(With S9 enzyme)

การศึกษาฤทธิ์กอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเช้ือ
แบคทีเรีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ที่ขนาดทดสอบ

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 497
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.

5 ระดับ (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบที่ไมม เี อนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจํานวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวน
เพิ่มเปน 2 เทา เมือ่ เทียบกบั negative control และไมพบความผดิ ปกตขิ อง background lawn ในทกุ พนั ธแุ ละ
ทกุ ขนาดทดสอบ ดงั แสดงในตารางที่ 6

ตารางที่ 6 จํานวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาพันธุ PTC0602 ตอเช้ือแบคทีเรีย
5 พันธุ ในระบบมเี อนไซม S9 (With S9 enzyme)

สารสกดั ความเขมขน TA98 BL โคโลนกี ลายพันธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL

Negative 31.00 ± 6.08 N 18.00 ± 22.30 N 14.67 ± 2.02 N 10.00 ± 1.73 N 43.33 ± 10.69 N
สารสกัดกัญชา 5,000 25.00 ± 3.61 N 164.00 ± 9.17 N 10.33 ± 1.43 N 11.67 ± 1.76 N 34.67 ± 6.43 N
(PTC0602) 1,500 21.33 ± 4.16 N 175.67 ± 11.68 N 9.67 ± 4.07 N 5.00 ± 2.52 N 35.00 ± 1.00 N

(+S9) 500 18.33 ± 4.73 N 136.33 ± 29.02 N 12.00 ± 4.00 N 6.33 ± 1.00 N 23.00 ± 2.65 N
150 30.67 ± 8.74 N 180.67 ± 10.02 N 7.33 ± 1.59 N 10.00 ± 2.58 N 47.67 ± 7.37 N

50 27.67 ± 9.50 N 169.67 ± 22.37 N 7.00 ± 1.53 N 6.00 ± 2.31 N 39.33 ± 3.06 N

หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถึง Killing effect background lawn

ผลการทดสอบฤทธิก์ อกลายพนั ธใุ นเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดกญั ชาพันธุไทย PTC0729 ในระบบไมมีเอนไซม
S9 (Without S9 enzyme)

การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเช้ือ
แบคทีเรีย 5 พันธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ท่ีขนาดทดสอบ
5 ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบทไ่ี มมเี อนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวน
เพิ่มเปน 2 เทา เมื่อเทยี บกบั negative control แตพบความผดิ ปกตขิ อง background lawn ทพี่ นั ธุ TA98, TA100
และ TA 1537 ทีข่ นาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ดงั แสดงในภาพท่ี 4 สว นพนั ธุอ่ืนๆ และทกุ ความเขมขน
background lawn ปกติ ดังแสดงในตารางที่ 7

TA98 5,000 ug/plate (-S9), 10x TA100 5,000 ug/plate (-S9), 10x TA1537 5,000 ug/plate (-S9), 10x

ภาพที่ 4 แสดง Background lawn ของเชื้อ S. typhimurium สายพนั ธุ TA98, TA100 และ TA1537 ทข่ี นาด
ทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ในระบบไมมีเอนไซม S9 ทก่ี าํ ลงั ขยาย 10X โดยจะเห็นการเกิด Killing
effect background lawn จะพบลักษณะของชองวา งทพ่ี ืน้ หลัง แสดงถึงการตายของเช้อื

498 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ฤทธก์ิ อกลายพนั ธขุ องสารสกดั จากชอ ดอกกัญชา พราว ศภุ จริยาวตั ร และคณะ

ตารางที่ 7 จาํ นวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชา PTC0729 ตอ เชอื้ แบคทเี รีย 5 พนั ธุ
ในระบบที่ไมม เี อนไซม S9 (With S9 enzyme)

สารสกัด ความเขมขน TA98 BL โคโลนกี ลายพันธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL

Negative 12.33 ± 3.79 N 142.00 ± 13.08 N 11.00 ± 5.57 N 6.00 ± 1.00 N 39.33 ± 9.02 N

สารสกัดกัญชา 5,000 6.67 ± 1.15 K 34.67 ± 2.52 K 9.00 ± 2.00 N 2.67 ± 0.58 K 43.33 ± 11.00 N
(PTC0729) 1,500 11.67 ± 1.15 N 99.33 ± 3.51 N 6.00 ± 1.00 N 5.67 ± 1.53 N 43.00 ± 7.55 N
(-S9) 500 11.67 ± 4.04 N 129.00 ± 6.24 N 6.33 ± 0.58 N 6.33 ± 2.52 N 38.67 ± 7.57 N
150 9.00 ± 5.20 N 144.33 ± 15.31 N 11.00 ± 3.61 N 6.67 ± 1.31 N 41.67 ± 7.23 N

50 13.33 ± 5.51 N 171.67 ± 22.23 N 7.67 ± 4.04 N 6.33 ± 1.15 N 48.33 ± 12.31 N

หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถงึ Killing effect background lawn

ผลการทดสอบฤทธกิ์ อ กลายพนั ธใุ นเชอ้ื แบคทเี รยี ของสารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทย PTC0729 ในระบบมเี อนไซม S9
(With S9 enzyme)

การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาท่ีสกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเชื้อ
แบคทีเรีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ทีข่ นาดทดสอบ 5
ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท) ในระบบทม่ี เี อนไซม S9 ผลการทดลองพบวา ทกุ พนั ธุ
และทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวนเพิ่มเปน 2 เทา
เมื่อเทียบกับ negative control และเมื่อสังเกตจํานวนโคโลนีกลายพันธุท่ีขนาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท
จะพบวาโคโลนีลดลงประมาณ 2 เทา เมื่อเทียบกับ negative control นอกจากน้ันพบความผิดปกติของ back-
ground lawn ทพ่ี ันธุ TA98, TA100 และ TA 1537 ที่ขนาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท ดงั แสดงในภาพ
ที่ 5 ซงึ่ สอดคลองกับจํานวนโคโลนที ล่ี ดลง สว นพนั ธุอ่นื ๆ และทกุ ขนาดทดสอบ background lawn ปกติ ดงั แสดง
ในตารางที่ 8

TA98 5,000 ug/plate (+S9), 10x TA100 5,000 ug/plate (+S9), 10x TA1537 5,000 ug/plate (+S9), 10x

ภาพท่ี 5 Background lawn ของเชือ้ S. typhimurium สายพันธุ TA98 TA100 และ TA1537 ทข่ี นาดทดสอบ
5,000 ไมโครกรัม/เพลท ในระบบมีเอนไซม S9 ทีก่ ําลงั ขยาย 10X โดยจะเหน็ การเกดิ Killing effect
background lawn จะพบลกั ษณะของชอ งวา งทีพ่ ้ืนหลงั แสดงถึงการตายของเชอ้ื

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 499
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.

ตารางที่ 8 จาํ นวนโคโลนกี ลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกดั กญั ชา PTC0729 ตอเชอ้ื แบคทีเรยี 5 พันธุ
ในระบบมเี อนไซม S9 (With S9 enzyme)

สารสกดั ความเขมขน TA98 BL โคโลนกี ลายพันธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL

Negative 23.00 ± 1.41 N 178.00 ± 19.31 N 7.67 ± 1.53 N 12.00 ± 1.73 N 42.33 ± 10.50 N

สารสกดั กญั ชา 5,000 16.33 ± 3.79 K 69.67 ± 7.37 K 11.67 ± 3.51 N 6.00 ± 2.00 K 39.33 ± 9.29 N
(PTC0729) 1,500 26.67 ± 8.02 N 120.67 ± 11.37 N 10.00 ± 1.73 N 11.67 ± 2.08 N 58.33 ± 7.64 N
(+S9) 500 32.00 ± 5.29 N 177.33 ± 13.58 N 13.33 ± 5.77 N 14.67 ± 5.86 N 52.67 ± 6.43 N
150 33.67 ± 11.37 N 188.00 ± 9.17 N 13.00 ± 0.00 N 16.33 ± 3.21 N 56.67 ± 10.07 N

50 27.33 ± 11.93 N 214.33 ± 30.01 N 13.00 ± 1.73 N 14.67 ± 8.33 N 37.33 ± 1.15 N

หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถึง Normal background lawn
K หมายถึง Killing effect background lawn

วจิ ารณ

กญั ชาเปน พชื ทม่ี คี วามนา สนใจ เนอ่ื งจากมกี ารใชก นั มาอยา งยาวนานโดยใชเ ปน เครอ่ื งประกอบอาหารและยา
รกั ษาโรค รวมถึงเปนยาตํารบั แผนไทยท่มี กี ัญชาเปนสวนผสม 16 ตํารบั แตอยา งไรก็ตามกญั ชากม็ ีความเสี่ยงอนั ตราย
ตอ สขุ ภาพ หากมีการนํามาใชใ นทางที่ไมเหมาะสม ซ่ึงเปน เหตผุ ลที่ทําใหหลายประเทศมีการกําหนดมาตรการควบคมุ
ทเี่ ขม งวด รดั กมุ จงึ ทําใหก ารพฒั นางานวจิ ยั ของพชื กญั ชาเกดิ ความลา ชา ดงั นนั้ การสรา งความเชอ่ื มน่ั ดา นความปลอดภยั
ดา นการรกั ษาโรค หรอื ผลขา งเคยี งทอี่ าจจะเกดิ ขนึ้ จากการใชพ ชื กญั ชา จงึ เปน ประเดน็ สาํ คญั และเรง ดว นทตี่ อ งดําเนนิ การ
สําหรับประเทศไทยในปจ จุบันหลายหนว ยงานทง้ั ภาครฐั และเอกชนไดด ําเนนิ การศึกษาวิจัยเพ่อื นํามาใชท างการแพทย
ภายใตพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษฉบับใหม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 และไดมีการอนุญาตสวนของพืชกัญชา
เพ่ือสะดวกในการศึกษาวิจัยและเชิงพาณิชย งานวิจัยในสวนความปลอดภัย หรืองานดานพิษวิทยามีความสําคัญและ
ความจําเปนเรงดวนในการศึกษาวิจัย เพื่อประโยชนและความปลอดภัยของผูบริโภค การทดสอบฤทธิ์กอกลายพันธุ
แบบยอนกลับโดยใชแ บคทีเรีย ซึ่งอา งอิงวธิ จี าก OECD test guideline 471 เปนการทดสอบพษิ วทิ ยา ในสว นของ
genotoxicity เพื่อใหไ ดข อมลู พน้ื ฐานกอ นจะทาํ การศกึ ษาในวิธเี ชิงลึก เชน ในสตั วทดลอง ทาํ ใหไดขอสรปุ ที่แนนอน
ในดา นความปลอดภยั ของสารทนี่ าํ ไปทดสอบตอไป ซึ่งการทดสอบฤทธิ์กอ กลายพนั ธุในเช้ือแบคทีเรยี เปน การทดสอบ
สารเคมี สารสมุนไพร และผลติ ภัณฑสุขภาพ เพ่อื หาการเปลี่ยนแปลงโครงสรางพันธกุ รรมในเชื้อแบคทีเรยี ซึง่ สารเคมี
ที่สงผลใหเกิดการกลายพันธุตอเซลลรางกายเมื่อมีการบริโภคสิ่งเหน่ียวนําใหเกิดการกอกลายพันธุนั้น ๆ อาจทําให
เซลลถ ูกพัฒนาไปเปน เซลลม ะเร็งหรือกอใหเกิดโรคความผิดปกติทางพันธุกรรมได ผลการทดลองในการวิจัยครงั้ นี้พบ
วาสารสกัดกัญชาพนั ธุไทย 3 พันธุ ทีส่ กัดดวย Supercritical Fluid Extraction ทดสอบในเชอ้ื แบคทเี รียทงั้ 5 พันธุ
(S. typhimurium พนั ธุ TA98, TA100, TA1535, TA1537 และ E. coli WP2) ทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกดิ
การกอ กลายพนั ธุ ทงั้ ในระบบทม่ี แี ละไมม เี อนไซมก ระตนุ โดยดจู ากจาํ นวนโคโลนกี ลายพนั ธไุ มไ ดม จี าํ นวนเพม่ิ เปน 2 เทา
เม่ือเทียบกับ negative control แตพบความผิดปกติของ background lawn ในสารสกัดกัญชารหัสตัวอยาง
PTC0601 ของเช้ือแบคทเี รยี พนั ธุ TA1537 ขนาดทดสอบที่ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท และรหัสตวั อยา ง PTC0729
ของเช้ือแบคทีเรียพันธุ TA98 TA100 และ TA1537 ระดับขนาดทดสอบที่ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ซ่ึงจะพบ
วาเกิด Killing effect background lawn จะพบลักษณะของชองวางท่ีพื้นหลัง แสดงถึงการตายของเช้ือ ซ่ึงใน
การทดสอบจะตองทําการสองดู background lawn ภายใตกลอง inverted microscope เน่ืองจากลักษณะของ
background lawn เปนเกณฑหนึ่งของ guideline ท่ีใชในการตัดสินใจวาสารตัวอยางมีการยับย้ังการเจริญของเช้ือ

500 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ฤทธ์ิกอ กลายพนั ธขุ องสารสกัดจากชอดอกกัญชา พราว ศุภจริยาวตั ร และคณะ

ที่ใชทดสอบหรือไม ซึ่งการเกิด killing effect จะเปนการเตือนภัยผูบริโภคในสวนของขนาดทดสอบที่เหมาะสม
ในการนาํ ไปใช รายงานการวิจัยของ Tennille และคณะ (2018)(14) ไดทดสอบประเมินความปลอดภัยของสารสกัด
กญั ชาทีม่ ีสาร CBD ประมาณ 96% และ THC นอ ยกวา 1% สกดั ดวย Supercritical Fluid Extraction โดยใช
วิธี bacterial Reverse Mutation ตาม OECD Guideline No.471 ที่ขนาดทดสอบ 5,000, 1,600, 500, 160,
50, 16, 5 ไมโครกรัม/เพลท ผลการทดลองพบวาทุกพนั ธแุ ละทุกขนาดทดสอบไมก อ ใหเ กดิ การกอ กลายพนั ธุ ท้ังใน
ระบบทมี่ ีและไมม เี อนไซม และรายงานการวจิ ัยของ Margitta และคณะ (2020)(15) ซ่ึงดาํ เนินการเหมอื นกนั กบั ของ
Tennille และผลการทดลองก็สอดคลองกับรายงานวิจัยของ Jungae Jeun และคณะ (2011)(16) ทดสอบฤทธ์ิ
การกอกลายพันธุและฤทธ์ิตานการกอกลายพันธุของสารสกัดเมล็ดกัญชาท่ีสกัดดวยเฮกเซนโดยวิธีเอมส ตอเช้ือ
แบคทีเรียพันธุ TA98 และ TA100 ท้งั ในระบบทีม่ ีและไมมีเอนไซม S9 ทข่ี นาดทดสอบ 25,000, 12,500, 6,250
และ 3,125 ไมโครกรัม/เพลท ผลการทดลองพบวาไมกอใหเกิดการกลายพันธุและมีฤทธ์ิตานการกอกลายพันธุ
รายงานการวิจัยของ พราว และคณะ (2563)(17) ศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาของกลางท่ีสกัดดวยวิธี
ของไหลวกิ ฤตยง่ิ ยวด (supercritical fluid extraction) โดยใชว ธิ อี า งองิ จาก OECD test guideline 471 ในเช้ือ
แบคทเี รีย 5 พันธุ ทขี่ นาดทดสอบ 5 ระดบั (1,250, 2,500, 5,000, 10,000 และ 20,000 ไมโครกรัม/มิลลลิ ติ ร)
ในระบบทม่ี แี ละไมม เี อนไซมก ระตนุ ผลการทดลองพบวา สารสกดั กญั ชาของกลางทม่ี ปี รมิ าณ THC สงู ทกุ ขนาดทดสอบ
ทุกพันธุ ทั้งในระบบท่ีมีและไมมีเอนไซมกระตุน ไมมีฤทธ์ิกอกลายพันธุ ซ่ึงเม่ือเปรียบเทียบกับผลการทดลองของ
ผูวิจัยและคณะ พบวาสารสกัดกัญชาพันธุไทยท้ัง 3 พันธุ ไมกอใหเกิดการกลายพันธุเชนเดียวกัน ซ่ึงกัญชา
พันธุไทยเปนพันธุที่แตกตางจากของตางประเทศ เพราะพันธุตางประเทศจะมีปริมาณสารสาํ คัญ CBD สูงมาก
และ THC นอยมาก แตพบวาผลการทดลองใหผลที่เหมือนกัน คือ ทุกพันธุทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการ
กอกลายพันธุท่ีขนาดทดสอบ ท้ังในระบบที่มีและไมมีเอนไซม S9 ในงานวิจัยน้ีเปนการศึกษาวิจัยในชอดอกกัญชา
ซึ่งยังจัดเปนยาเสพติด ดังนั้นผลการทดลองท่ีไมไดกลาวถึงการใชสวนอ่ืนๆ ของกัญชา ซึ่งผูวิจัยจะมีการศึกษาสวน
ตางๆ ของกัญชา เชน ใบ ราก ฯลฯ ตอไป ขอควรระมัดระวัง การนํากัญชาไปใช ผูบริโภคท่ีมีโรคประจาํ ตัวหรือ
มกี ารรบั ประทานยาแผนปจ จุบนั หรอื ยาอน่ื ๆ ควรใชกญั ชาภายใตคาํ ปรกึ ษาของแพทยเ นอ่ื งจากยงั ไมมขี อ มลู การศกึ ษา
ถึงผลของอนั ตรกริ ิยาระหวา งสมนุ ไพรกัญชาและยาแผนปจ จุบนั รวมถึงยงั มกี ารทดสอบดา น genotoxicity อื่นๆ เพอ่ื
เปนการยืนยันผลใหมีความม่ันใจมากย่ิงข้ึน อาจตองระมัดระวังในการใชสมุนไพรชนิดนี้ ซึ่งผลการทดลองนี้สามารถ
นาํ ผลไปอา งองิ และใชในการวิจยั เชงิ ลึก เชน การศกึ ษาพิษเร้ือรังในสตั วท ดลอง การศึกษากลไกตางๆ ในสตั วทดลอง
ตอไป

สรปุ

การทดสอบการกอ กลายพนั ธใุ นครงั้ นเ้ี ปน การทดสอบหนงึ่ ใน mutagenicity scope ซง่ึ ยงั ตอ งมกี ารศกึ ษา
ในการทดสอบอน่ื ๆ เชน In vitro chromosome aberration assay, Mouse Lymphoma assay, In vitro และ
In vivo micronucleus เปน ตน เพือ่ ยืนยันผลการกอกลายพันธดุ ว ยวิธอี ่ืนเพิ่มเติม เนอ่ื งจากสารสกดั กญั ชาพนั ธุไทย
PTC0601 และ PTC0729 มฤี ทธใ์ิ นการยับย้งั การเจริญของเช้อื แบคทีเรียท่ขี นาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท
ซงึ่ เกณฑข องวธิ ที ดสอบระบวุ า หากมกี ารยบั ยง้ั ของเชอ้ื จะตอ งไมน าํ ขนาดทดสอบทยี่ บั ยง้ั การเจรญิ ของเชอื้ มาวเิ คราะหผ ล
และจะพิจารณาเฉพาะขนาดทดสอบท่ีไมเกิดการยับยั้งของเชื้อ ซ่ึงในการทดสอบ ผูวิจัยไดทาํ การเจือจางความเขมขน
เริ่มท่ี 5,000, 1,500, 500, 150 และ 50 ไมโครกรัม/เพลท ดังนั้นผูที่จะนํากัญชาพันธุไทยมาใชอาจตองคํานึงถึง
ขนาดความปลอดภัย ซ่ึงจากผลการทดสอบควรจะคํานึงถึงในขนาดที่นอยกวาหรือเทากับ 1,500 ไมโครกรัม/เพลท
การทดสอบนเี้ ปน ขอ มลู ดา นความปลอดภยั ของสารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทย เพอ่ื ใชค มุ ครองผบู รโิ ภคและเตอื นภยั ประชาชน
ใหมคี วามมน่ั ใจในการใชสมนุ ไพรไทยอยา งปลอดภยั มากยิง่ ขึ้น

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 501
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.

กิตติกรรมประกาศ

งานวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนเงินจากงบประมาณกรมวิทยาศาสตรการแพทย ขอขอบพระคุณ
นายสรเพชร มาสุด และนายกรวิชญ สมคิด พรอมดวยทีมงานหองปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อและหองปฏิบัติการ
จีโนมิกสพืชจากสถาบันวิจัยสมุนไพร สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด องคการบริหารสวนตําบล โรงพยาบาล และ
ศูนยวทิ ยาศาสตรการแพทยท เี่ ก่ยี วขอ ง ในการเก็บตวั อยา งสมนุ ไพรกญั ชา ศูนยต รวจสอบและรบั รองคุณภาพสมุนไพร
ในการควบคุมคุณภาพทางเคมีและแยกปริมาณสารสําคัญ THC และ CBD ของตัวอยางกัญชา และเจาหนาท่ี
หองปฏบิ ตั ิการพิษวิทยาทุกทา นท่ีใหค วามชว ยเหลอื ในการทาํ งานวจิ ยั เปน อยางดี

เอกสารอา งอิง

1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุช่ือยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 (พ.ศ. 2563). ราชกิจจานุเบกษา
เลม 137 ตอนพเิ ศษ ๒๙๐ ง (วนั ท่ี 14 ธันวาคม 2563). หนา 33.

2. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรื่อง กาํ หนดอาหารที่หามผลติ นาํ เขา หรือจาํ หนา ย.
ราชกจิ จานุเบกษา เลม 138 ตอนพเิ ศษ 45 ง (วันที่ 25 กุมภาพนั ธ 2564). หนา 32.

3. ศนู ยว ิจยั กสกิ รไทย. “กญั ชา” จะกลายเปนพชื เศรษฐกิจไทย ไดห รอื ไม? [ออนไลน]. 2563; [สบื คน 14 ม.ค.
2563]; [2 หนา]. เขาถึงไดที่ : URL : https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/
Pages/FB-Cannabis-14-01-20.aspx.

4. Small E, Cronquist A. A practical and natural taxonomy for Cannabis. Taxon 1976; 25(4) : 405-35.
5. ราชบัณฑิตยสถาน. อนุกรมวิธานพืช อกั ษร ก. พิมพคร้ังที่ 2. กรงุ เทพฯ : ราชบณั ฑิตยสถาน; 2547.
6. Anderson LC. Leaf variation among Cannabis species from a controlled garden. Bot Mus Leafl

1980; 28(1) : 61-9.
7. Hanus LO, Meyer SM, Munoz E, Taglialatela-Scafati O, Appendino G. Phytocannabinoids : a

unified critical inventory. Nat Prod Rep 2016; 33(12) : 1357-92.
8. Hill AJ, Williams CM, Whalley BJ, Stephens GJ. Phytocannabinoids as novel therapeutic agents

in CNS disorders. Pharmacol Ther 2012; 133(1) : 79-97.
9. Daris B, Tancer Verboten M, Knez Z, Ferk P. Cannabinoids in cancer treatment : therapeutic

potential and legislation. Bosn J Basic Med Sci 2019; 19(1) : 14-23.
10. Szaflarski JP, Bebin EM, Cutter G, DeWolfe J, Dure LS, Gaston TE, et al. Cannabidiol

improves frequency and severity of seizures and reduces adverse events in an open-label add-on
prospective study. Epilepsy Behav 2018; 87 : 131-6.
11. Vuckovic S, Srebro D, Vujovic KS, Vucetic C, Prostran M. Cannabinoids and pain : new insights
from old molecules. Front Pharmacol 2018; 9 : 1259. (19 pages).
12. National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine; Health and Medicine Division;
Board on Population Health and Public Health Practice; Committee on the Health Effects of
Marijuana : An Evidence Review and Research Agenda. The health effects of cannabis and
cannabinoids : the current state of evidence and recommendations for research. Washington,
DC : National Academies Press; 2017.

502 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

ฤทธิ์กอ กลายพันธขุ องสารสกดั จากชอ ดอกกญั ชา พราว ศุภจรยิ าวตั ร และคณะ

13. OECD Guideline for the Testing of Chemicals. Test No. 471 : bacterial reverse mutation test.
[online]. 2020; [cited 2020 Jun 28]; [11 screens]. Available from : URL : https://www.oecd-
ilibrary.org/environment/test-no-471-bacterial-reverse-mutation-test_9789264071247-en.

14. Marx TK, Reddeman R, Clewell AE, Endres JR, Béres E, Vértesi A, et al. An assessment of
the genotoxicity and subchronic toxicity of a supercritical fluid extract of the aerial parts of
hemp. J Toxicol 2018; 2018 : 8143582. (26 pages).

15. Dziwenka M, Coppock R, Alexander M, Palumbo E, Ramirez C, Lermer S. Safety assessment
of a hemp extract using genotoxicity and oral repeat-dose toxicity studies in Sprague-Dawley
rats. Toxicol Rep 2020; 7 : 376-85.

16. Jeun JA, Cho HJ, Jun HJ, Lee JH, Jia YY, Cho KS, et al. Mutagenic and antimutagenic ef-
fects of hemp seed oil evaluated by Ames Salmonella testing. Korean J Food Sci Tech 2011;
43(3) : 396-400.

17. พราว ศุภจริยาวัตร. การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวยวิธีของไหลวิกฤตย่ิงยวด. ใน :
เอกสารการประชุมวชิ าการพิษวิทยาแหงชาติคร้งั ท่ี 10. วันท่ี 28-29 ตุลาคม 2563. กรุงเทพฯ : สมาคมพิษวทิ ยา
แหงประเทศไทย; 2563. หนา 41-53.

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 503
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.

Investigation of Mutagenic Activity of Thai
Cannabis sativa L. Extract

Praw Suppajariyawat1 Sutjarit Aunkat1 Wijittra Sudhong1 Padtaya Sirinantananon1
Sekrachatakorn Buabao1 Sarayut Radapong1 Phichet Banyati1 Siriwan Chaisomboonphan1
Praew Suppajariyawat2 and Pornchai Sincharoenpokai1
1Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000
2Ministry of Justice, Prachachuen Road, Bang-sue, Bangkok 10800, Thailand
ABSTRACT Cannabis sativa L. is an addictive plant, which has been allowed for medical use in
Thailand. This species has been recently drawn attention by the public conducting studies, research and
development, and producing herbal products for medical purpose. The amount of active ingredients, the
efficacy of the treatment and the safety for consumers should be taken into serious consideration. This
herb has been legalized for medical purpose and daily consumption. The notification is enacted in the
ministerial regulation regarding the names of narcotics in category 5, people can take advantage of any
parts of cannabis and hemp (except trichromes of cannabis), which are not classified as a drug.
However, toxicity and safety data are still limited. This study, therefore, aimed to investigate the
mutagenic activity of the fomale Infovescence extracts from three of Thai cannabis, including PTC0601,
PTC0602 and PTC0729 extracted using supercritical fluid extraction and then investigated the
mutagenic activity using method complied with OECD GLP test guideline 471. The four strains of
Salmonella typhimurium (TA98, TA100, TA1535, TA1537) and Escherichia coli (WP2) were treated with
five different doses of the extracts at 50, 150, 500, 1,500 and 5,000 µg/plate with and without metabolic
activation enzymes. The results showed that the three trichrome extracts did not produce significant
revertant colonies in all strains of bacteria and all concentrations of the extracts (both non- and
enzymatic activation). However, in-depth testing or mechanisms for safety in animal model should be
confirmed in order to ensure that the Thai cannabis extracts can be consumed or continue to make
products.
Keywords: Cannabis sativa L. extract, Mutagenic activity, Thai Cannabis sativa L.

504 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

นพิ นธต น ฉบับ ว กรมวิทย พ 2564; 63 (3) : 505-523

การพัฒนาวิธีวิเคราะหปรมิ าณแคนนาบินอยด
ในใบกัญชาดวยวิธี Ultra High Performance

Liquid Chromatography

ธนวฒั น ทองจีน สรเพชร มาสดุ พีรธรรม เทยี มเทยี บรัตน สายัณห เรอื งเขตร ศกั ดว์ิ ิชยั ออ นทอง พิเชฐ บัญญัติ
ศริ วิ รรณ ชัยสมบรู ณพ ันธ และอัศวชัย ชว ยพรหม
สถาบนั วิจยั สมนุ ไพร กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย ถนนตวิ านนท นนทบรุ ี 11000
บทคัดยอ กัญชา (Cannabis sativa L.) ไดถูกนํามาใชในการรักษาโรคต้ังแตสมัยโบราณ สารสําคัญท่ีพบในกัญชา
คือ Tetrahydrocannabinol (THC) ซ่ึงเปนสารท่ีออกฤทธิ์ตอจิตประสาท และสารท่ีไมออกฤทธ์ิตอจิตประสาท เชน
Cannabidiol (CBD) และ Cannabinol (CBN) สาร THC มฤี ทธบิ์ รรเทาอาการปวด ลดภาวะคลนื่ ไสอ าเจยี นจากเคมบี าํ บดั
และรักษาภาวะกลามเนื้อหดเกร็ง สาร CBD มีฤทธิ์บรรเทาอาการลมชัก แกปวด ลดอาการโรคพารกินสัน ตานการอักเสบ
สวนสาร CBN มีฤทธ์ิยับยั้งเซลลมะเร็งปอด ปจจุบันกัญชาถูกนาํ มาใชเปนองคประกอบทางยาและผลิตภัณฑสุขภาพ
ทห่ี ลากหลาย อยา งไรกต็ ามยงั ไมม วี ธิ กี ารควบคมุ คณุ ภาพสารทพี่ บในกญั ชา การศกึ ษานม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื พฒั นาวธิ กี ารวเิ คราะห
ปริมาณแคนนาบินอยด (CBD, CBN และ THC) ในใบกัญชาดวยวิธี Ultra-High Performance Liquid
Chromatography (UHPLC) โดยการสกัดตัวอยา งใบกัญชาใน ethanol ดวยวธิ ี reflux กรองและนาํ สารสกดั มาระเหยแหง
จากนั้นละลายกลบั และปรับปริมาตรดวย methanol แลว นํามาวเิ คราะหด วยเครื่อง UHPLC ผลการทดสอบความใชไดข องวธิ ี
วิเคราะหดังกลาว พบวา calibration curve ของ CBD, CBN และ THC มีลักษณะเปนเสนตรงในชวงความเขมขน
1.07-106.89, 1.00-99.60 และ 1.00-99.90 ไมโครกรัม/มลิ ลลิ ติ ร ตามลาํ ดบั คา correlation coefficient (r) เทากับ
0.999, คา %recovery อยใู นชว ง 96.83-100.89%, คา HORRAT อยูใ นชว ง 0.30-1.96, limit of detection (LOD) ของ
CBD, CBN และ THC มีคาเทากับรอยละ 0.006, 0.009 และ 0.003 โดยนํ้าหนัก ตามลําดับ ในขณะที่ limit of
quantitation (LOQ) มีคาเทากบั รอ ยละ 0.020, 0.032 และ 0.011 โดยน้าํ หนัก ตามลาํ ดับ ซึ่งวิธีวเิ คราะหท ี่พฒั นาขึ้นนี้
มีความเหมาะสม สามารถนําไปใชเ ปน วธิ ีตรวจวเิ คราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในวตั ถุดิบและสารสกดั กญั ชาได
คาํ สําคัญ : กญั ชา, CBD, CBN, THC, UHPLC

Corresponding author E-mail: [email protected]

Received: 13 August 2021 Revised: 7 September 2021 Accepted: 13 September 2021

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 505
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

บทนาํ

กญั ชา มชี ่ือทางวทิ ยาศาสตรวา Cannabis sativa L. จัดอยใู นวงศ Cannabidaceae มชี ือ่ เรียกอื่น เชน
กญั ชาจีน, คนุ เขา, ปาง, ยานอ, Hashish, Hemp, Indian hemp, Marijuana เปนตน จัดเปนไมลมลุก ตนต้งั
ตรง ดอกตัวผแู ละดอกตวั เมยี แยกกันอยคู นละตน มีขนที่มีสารเหนียวๆ ทัว่ ไป ลาํ ตน เปน เหล่ียมเล็กนอย ใบทีอ่ ยใู กล
โคนตนออกเปนคตู รงขามกนั ใบท่อี ยใู กลย อดเรียงแบบบนั ไดเวียน มีหูใบ 2 อัน เปนรปู เสนดายตดิ อยูโคน กานใบยาว
ประมาณ 0.5 เซนติเมตร ตงั้ ตรง ไมรว งงาย แผนใบเปนแฉก 5-7 แฉก แตล ะแฉกเปน รปู หอก ปลายแฉกแหลมเปนติ่ง
โคนแฉกแหลม ขอบหยัก กา นใบมีขน ดงั แสดงในภาพที่ 1 ดอกตัวผอู อกเปน ชอ ตามงามใบและยอด ดอกมีกลบี เพียง
ชั้นเดียว จํานวน 5 กลบี ไมติดกัน กลบี รูปขอบขนาน ดอกตวั เมีย ออกเดีย่ วๆ ตามงามใบและยอด แตละดอกมีใบ
ประดบั สีเขยี วเขม คลายกาบและมีขนเปน ตอ มหมุ อยู ไมม ีกลีบดอก ผลรูปไขหรือรูปรี เกล้ยี ง มใี บประดับหมุ อยู 2 ใบ
สรรพคณุ ของกญั ชามดี งั นี้ คอื ใบเปน ยาชกู าํ ลงั แกอ อ นเพลยี เจรญิ อาหาร กระตนุ ประสาท ทําใหน อนหลบั ชอ ดอกตวั เมยี
ชวยบํารุงประสาท แกปวดประสาท ทําใหเคลิ้มฝน มีฤทธ์ิเปนยาระงับปวด เมล็ดเปนยาชูกาํ ลัง ทาํ ใหประจาํ เดือน
มาปกติ สว นลาํ ตน มสี รรพคณุ บาํ รงุ ประสาท(1)กญั ชามสี ว นประกอบของสารเคมมี ากกวา 450 ชนดิ โดยมากกวา 60 ชนดิ
เปนสารกลุมแคนนาบินอยด (cannabinoids) มีองคประกอบหลักคือ Tetrahydrocannabinol (THC) และ
สารชนดิ อน่ื ในกลมุ เดียวกนั เชน Cannabinol (CBN), Cannabidiol (CBD), Cannabichromene (CBC),
Cannabigerol (CBG) เปนตน(2, 3) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรื่อง กําหนด
อาหารทหี่ ามผลิต นาํ เขา หรือจําหนาย ลงวันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ 2564 ไดย กเลิกกัญชา-กญั ชง จากบญั ชียาเสพติดใหโทษ
รวมถงึ การอนุญาตใหน าํ ใบซ่งึ ไมมยี อดหรือชอ ดอกติดมาดว ย ก่งิ กา น ราก เปลือก ลําตน เสน ใย ที่ไมจัดเปนยาเสพตดิ
ประเภทที่ 5 มาใชประโยชนทางการแพทย การศึกษาวิจัย ผลิตภณั ฑสุขภาพ รวมท้งั ใหประชาชนสามารถใชสว นตา งๆ
ของกัญชา-กัญชง ไปประกอบอาหาร ทํายารักษาโรคได(4) ปจจุบันสาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไดออกใบ
อนุญาตกัญชาสาํ หรบั องคกรตาง ๆ ไปแลว จํานวน 2,210 ราย มผี ูปลกู กัญชาทั้งพันธตุ า งประเทศและพันธุไ ทย อยา งไร
กต็ ามกัญชาไทยยังไมม ีความชัดเจนในเรื่องของพนั ธุ โดยทางสถาบนั วจิ ัยสมนุ ไพร กรมวิทยาศาสตรการแพทย รวมกบั
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ไดทาํ การศึกษากัญชาพันธุไทยจาํ นวน 4 พันธุ ไดแกหาง
กระรอกภูพานเอสที 1 (ST1) หางเสอื สกลนครทที ี1 (TT1) ตะนาวศรีกา นขาวดบั เบิ้ลยูเอ 1 (WA1) และตะนาวศรี
กา นแดงอารด 1ี (RD1) โดยทาํ การศกึ ษาทงั้ ลกั ษณะฟโ นไทป จโี นไทป และเคโมไทปใ นสว นของชอ ดอก ซง่ึ ไดข นึ้ ทะเบยี น
พนั ธกุ บั กรมวชิ าการเกษตร พบวา กญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ มลี กั ษณะเดน ถงึ 3 แบบ แบบท่ี 1 เปน กญั ชาทใี่ หส าร THC สงู
ไดแ ก พนั ธุ WA1 และ TT1 แบบที่ 2 เปน กญั ชาทใี่ หส าร THC และ CBD ในอตั ราสว นทเ่ี ทา กนั (THC : CBD =1 : 1)
ไดแ ก พันธุ ST1 และกัญชาแบบท่ี 3 ท่ีใหสาร CBD สงู ไดแก พนั ธุ RD1 เม่ือไดพ ันธทุ ีถ่ กู ตองแลวจะสามารถนาํ ไป
สงเสริมใหกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนตางๆ นําไปปลูกไดและนาํ สวนตางๆ ของกัญชา (ยกเวนชอดอกและเมล็ด)
ไปใชป ระโยชนไ ดโดยเฉพาะใบ

ใบกญั ชาเปน สว นประกอบหนงึ่ ของกญั ชาทมี่ สี ารสาํ คญั ในกลมุ Cannabinoids อยู โดยสารทเ่ี ปน ทร่ี จู กั กนั ดี
น้ันคือ CBD, CBN และ THC ซงึ่ เปนสารท่อี อกฤทธิ์ กระตุนระบบประสาท ฮอรโมน และภมู ิคมุ กันตางๆ ในการใช
ประโยชนของใบกัญชามักจะนํามาใชในการประกอบอาหารเพื่อใหไดรสชาติที่ดีข้ึนและนาํ มาเปนสวนประกอบการผลิต
เปนยาแผนโบราณในหลายตํารับ เชน ยาอัคคินีวคณะ ยาศุขไสยาศน ยาแกสัณฑฆาต ยาแกโรคจิต ยาอัมฤตโอสถ
ยาไพสาลี ยาอไภยสาลี ยาทําลายพระสุเมรุ ยาทัพยาธิคุณ(5) สาร CBD และสาร CBN มีลักษณะเปนผงสีขาว
สาร THC มีลกั ษณะเปนของเหลวใส สาร CBD มีฤทธบ์ิ รรเทาอาการลมชัก ลดอาการวติ กกงั วลทั้งในเดก็ กลมุ อาการ
ออทสิ ติก หรอื ในผูปวยท่ีมปี ระวตั กิ ารเสพกัญชา สาร CBN มีฤทธต์ิ า นการอักเสบและลดความเจบ็ ปวด สว นสาร THC
มีฤทธิ์แกปวด กระตุนความอยากอาหารและลดอาการคลื่นไสจากการใชเคมีบําบัด ชวยปกปองและกระตุนการสราง
เซลลสมอง(6) สูตรโครงสรา งของ CBD, CBN และ THC ดงั แสดงในภาพที่ 2

506 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพฒั นาวิธีวิเคราะหปริมาณแคนนาบินอยดในใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC ธนวัฒน ทองจีน และคณะ

ปจ จบุ นั การพฒั นาพชื สมนุ ไพรกญั ชาเพอื่ ประโยชนท างการแพทย จาํ เปน ตอ งมกี ารศกึ ษาการพฒั นาสารสกดั
การแยกสารบริสุทธ์ิและผลิตภัณฑจากกัญชา เพื่อใหเปนพืชที่สามารถใชประโยชนทางการแพทยไดอยางเหมาะสม
และในการนําใบกัญชามาประกอบอาหารและเปนองคประกอบในการปรุงตํารับยายังไมมีขอมูลปริมาณสารสําคัญ
ในป 2555 มีรายงานการหาปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในกัญชาดวยวิธี HPLC/UV(7) แตเน่ืองจาก
การวเิ คราะหป รมิ าณสารกลมุ Cannabinoids ในกญั ชาดว ยวธิ ี HPLC/UV นน้ั ใชเ วลานาน คอื 22 นาที ทําใหส น้ิ เปลอื ง
วฏั ภาคเคลอื่ นที่ (Mobile phase) และตอ มาในป 2561 มรี ายงานการหาปรมิ าณสาร Cannabinoids ในกญั ชาดว ยวธิ ี
HPLC-DAD(8) และการวเิ คราะหป รมิ าณสารกลุม Cannabinoids ในกัญชาดวยวธิ ี HPLC-DAD นี้ ใชเวลานาน
ถงึ 50 นาที และกเ็ ปน สาเหตขุ องการสน้ิ เปลอื งสารเคมดี ว ยเชน กนั การวจิ ยั ครงั้ นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคใ นการพฒั นาวธิ วี เิ คราะห
CBD, CBN และ THC ในใบกัญชา และทดสอบความถูกตองของวิธีเพ่ือใหไดวิธีมาตรฐานของหองปฏิบัติการ
ทมี่ คี วามถกู ตอ งแมน ยาํ สะดวก รวดเรว็ และประหยดั สารเคมี เพอ่ื ใชใ นการประเมนิ คณุ ภาพของกญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ
และวัตถุดิบของใบกัญชาท่ีปลูกในประเทศไทย รวมท้ังการหาปริมาณสารสาํ คัญที่อยูในใบและสามารถนําใบกัญชา
พนั ธไุ ทยของแตล ะพนั ธใุ หส ามารถนาํ ไปใชป ระโยชนท างการแพทยไ ดอ ยา งเหมาะสม นอกจากนย้ี งั สามารถใชใ นการวจิ ยั
และพัฒนาตํารับยาและผลิตภัณฑจากสมุนไพรที่มีกัญชาเปนสวนผสม รวมถึงเปนขอมูลในการพัฒนาพันธุกัญชา
เพื่อเพ่มิ มลู คาของใบกญั ชาทางเศรษฐกจิ ตอ ไป

ภาพท่ี 1 ใบกัญชา

Cannabidiol (CBD) Cannabinol (CBN) Tetrahydrocannabinol (THC)

ภาพท่ี 2 สตู รโครงสรา งของ CBD, CBN และ THC

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 507
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

วัสดุและวธิ ีการ

สารมาตรฐานและสารเคมี
สารมาตรฐาน: Cannabidiol (CBD) ความบรสิ ทุ ธ์ิ ≥ 99.9% (THC Pharm GmbH, Batch: S19-014),

Cannabinol (CBN) ความบริสุทธิ์ ≥ 99.6% (THC Pharm GmbH, Batch : DWO180.707-1),
Tetrahydrocannabinol (THC) ความบริสุทธิ์ ≥ 98.6% (THC Pharm GmbH, Batch : DWO181.121-1)

สารเคมี: methanol (HPLC grade), acetonitrile (HPLC grade), ethanol (AR grade),
hexane (AR grade) และน้ําปราศจากอิออน (deionized water)

เคร่ืองมือและอปุ กรณ
เครือ่ ง Ultra High Performance Liquid Chromatography–DAD detector รนุ 1290 Infinity II

ผลิตภัณฑของ Agilent, คอลัมนชนิด ARC-18, ขนาด 4.6 × 150 มิลลิเมตร, ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร
และ ARC-8, ขนาด 2.1 × 100 มลิ ลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 3.0 ไมโครเมตร ผลิตภัณฑของ Restek, ตอู บรอนไฟฟา
รุน UL-50 ผลิตภัณฑของ Memmert, เครื่องบดปน รุน RT 34 ผลิตภัณฑของ ChyunTseh Industrial,
เคร่อื งแรง รุน AS 200 Basic ผลติ ภัณฑข อง Retsch, เครื่องระเหยสุญญากาศ ผลติ ภัณฑข อง Eyela ประกอบดว ย
อางนาํ้ แบบควบคมุ อณุ หภมู ิ รุน SB-1000, เคร่ือง rotavapor รุน N-1000, เครอ่ื ง Aspirator รนุ A-3S และ
เครื่องทําน้ําเย็นหมุนเวียน รุน CA-101, เคร่ืองชั่งไฟฟาความละเอียด 0.1 มิลลิกรัม รุน XB 220A ผลิตภัณฑ
ของ Precisa และ Nylon filter syringe ขนาด 0.2 ไมโครเมตร, กระดาษกรองเบอร 4 และเครอื่ งแกว

ตัวอยา ง
ใบกัญชาถูกรวบรวมจากโครงการศึกษาการปลูกและขยายพันธุตนกัญชาภายใตสภาพโรงเรือนแบบปด

ของสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตรการแพทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร
จาํ นวน 12 ตวั อยาง คอื กัญชาไทย จาํ นวน 4 พันธุ ไดแก หางกระรอกภพู านเอสท1ี (ST1), หางเสอื สกลนครทีที 1
(TT1), ตะนาวศรีกานขาวดบั เบิลยเู อ1 (WA1) และตะนาวศรีกา นแดงอารดี1 (RD1)

การพฒั นาวธิ วี เิ คราะหป ริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกัญชา
การศึกษาหาสภาวะของระบบโครมาโทกราฟ
เตรียมสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ความเขมขน 20 ไมโครกรัม/มลิ ลลิ ติ ร นําสารละลาย

มาตรฐานทไ่ี ดไปวิเคราะหด วยเคร่ือง UHPLC
สกดั ตวั อยา งใบกญั ชาแหง นา้ํ หนัก 1 กรมั ดว ย ethanol ปรมิ าตร 40 มลิ ลลิ ิตร โดยวิธี reflux เปนเวลา

60 นาที กรองและนาํ สารสกดั ทีไ่ ดมาระเหยแหง ละลายและปรบั ปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลลิ ิตร โดยใช
volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe นําสารละลายตัวอยา งทไี่ ดไปวเิ คราะหด วยเคร่ือง UHPLC

การเลือกชนิดของตวั ทําละลายในการสกดั
สกัดตัวอยางใบกัญชาแหง นํ้าหนัก 1 กรัม โดยใช ethanol 40 มิลลิลิตร เปรียบเทียบกับ hexane 40
มลิ ลลิ ติ ร ดว ยวธิ ี reflux เปน เวลา 30 นาที กรองผา นกระดาษกรองเบอร 4 นาํ สารสกดั ethanol และ สารสกดั hexane
ไประเหยแหง ดว ยเครอ่ื งระเหยสญุ ญากาศ จากนน้ั ละลายและปรบั ปรมิ าตรดว ย methanol จนครบ 50 มลิ ลลิ ติ ร โดยใช
volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe แลวนํามาวิเคราะหดวยเคร่ือง UHPLC เพื่อเปรียบเทียบ
ความสามารถในการสกัดสาร CBD, CBN และ THC จากใบกัญชา

508 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพัฒนาวธิ วี เิ คราะหป ริมาณแคนนาบินอยดใ นใบกัญชาดวยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจนี และคณะ

การศึกษาระยะเวลาทีเ่ หมาะสมในการสกัด
สกัดตัวอยา งใบกัญชาแหง นา้ํ หนัก 1 กรัม ดว ย ethanol โดยวธิ ี reflux เปนเวลา 30, 60 และ 90 นาที
กรองผานกระดาษกรองเบอร 4 นําสารละลายที่ไดไประเหยแหงดวยเคร่ืองระเหยสุญญากาศ จากน้ันละลายและ
ปรบั ปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลลิ ติ ร โดยใช volumetric flask กรองผา น Nylon filter syringe
นําสารละลายตัวอยางที่ไดไปวิเคราะหดวยเคร่ือง UHPLC เพื่อเปรียบเทียบผลของเวลาท่ีใชในการสกัดสาร
CBD, CBN และ THC
การเลือกใชความยาวคลืน่ ในการตรวจวิเคราะหสาร CBD, CBN และ THC
สกัดตัวอยางใบกัญชาแหง น้ําหนัก 1 กรัม ดวย ethanol โดยวิธี reflux เปนเวลา 60 นาที กรองผาน
กระดาษกรองเบอร 4 นาํ สารละลายทไ่ี ดไ ประเหยแหง ดว ยเครอื่ งระเหยสญุ ญากาศ จากนน้ั ละลายและปรบั ปรมิ าตรดว ย
methanol จนครบ 50 มลิ ลิลิตร โดยใช volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe นาํ สารละลายตัวอยา ง
ทีไ่ ดไปวิเคราะหดวยเครอ่ื ง UHPLC วดั การดูดกลืนแสง UV ของ CBD, CBN และ THC เพื่อดูความยาวคลื่นท่ีสาร
ชนดิ นส้ี ามารถดดู กลนื แสงสงู สดุ (λmax) และวเิ คราะหส ารละลายตวั อยา งใบกญั ชาโดยใช DAD เพอ่ื เลอื กความยาวคลนื่
สําหรับการตรวจวัด CBD, CBN และ THC โดยทไี่ มพบการซอนทบั ของ peak (co-elute)
วฏั ภาคคงที่ (Stationary phase) และวัฏภาคเคล่ือนท่ี (Mobile phase)
วฏั ภาคคงท่ี เปรยี บเทยี บผลของคอลมั นช นดิ ตา งๆทแี่ ตกตา งกนั ในเรอ่ื งชนดิ อนภุ าคภายในคอลมั น(ARC-18
และ ARC-8) ความยาวคอลมั น (150 และ 100 มลิ ลเิ มตร) โดยพจิ ารณาเลอื กคอลมั น จากลกั ษณะของ peak shape,
peak symmetry และ retention time
วฏั ภาคเคลอ่ื นท่ี ศกึ ษาชนดิ และสดั สว นของวฏั ภาคเคลอ่ื นที่ โดยพจิ ารณาจาก peak shape และ retention
time ของ CBD, CBN และ THC ความสามารถในการแยก impurity จาก peak ของ CBD CBN และ THC
ในสารละลายตวั อยา งใบกญั ชา และความดันของระบบโครมาโทกราฟ

การทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะห
ทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะหปริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกัญชาท่ีพัฒนาข้ึนตาม

แนวปฏิบัติการทดสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะหทางเคมีโดยหองปฏิบัติการเดียว กรมวิทยาศาสตรการแพทย
กระทรวงสาธารณสุข(9)

การทดสอบความเปนเสน ตรง (linearity)
การเตรียมสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC
ชั่งสารมาตรฐาน CBD, CBN และ THC น้ําหนัก 10, 25 และ 100 มิลลิกรัม ตามลําดับ ละลายและ

ปรับปริมาตรดว ย methanol จนครบ 10, 25 และ 50 มลิ ลิลิตร ดวย volumetric flask ตามลาํ ดบั จะได stock
solution ของสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC เขมขน 1,000, 1,000 และ 2,000 ไมโครกรมั /มลิ ลิลติ ร
ตามลาํ ดบั ปเ ปตสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ปรมิ าตร 1,000, 1,000 และ 500 ไมโครลติ ร ตามลาํ ดบั
ใสลงใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลิลติ ร แลวปรับปรมิ าตรดวย methanol จากน้นั เจือจางใหได 5 ระดบั
ความเขม ขน คือ 1, 10, 20, 50 และ 100 ไมโครกรมั /มลิ ลิลิตร ฉดี สารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC
ที่ 5 ระดับความเขมขน ความเขม ขน ละ 3 ซํ้า ดว ยเครื่อง UHPLC นาํ คา peak area และความเขมขน ของสารละลาย
สารมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ไปสราง calibration curve คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ (correlation
coefficient, r)

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 509
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

การทดสอบหารอยละของการคืนกลบั (%recovery) และความเที่ยง (precision)
เตรียม sample blank (sample blank คอื ตวั อยางใบกญั ชาทนี่ ํามาสกัดและตรวจวิเคราะหห าปริมาณ

CBD, CBN และ THC แลวมปี รมิ าณสาร CBD, CBN และ THC ในปริมาณตาํ่ ๆ) โดยชง่ั ตัวอยางใบกัญชา 1 กรัม
สกัดดวย ethanol โดยวิธี reflux เปนเวลา 60 นาที กรองผา นกระดาษกรองเบอร 4 นาํ สารละลายทไี่ ดไ ประเหยแหง
ดว ยเครอื่ งระเหยสญุ ญากาศ จากนนั้ ละลายและปรบั ปรมิ าตรดว ย methanol จนครบ 50 มลิ ลลิ ติ ร โดยใช volumetric
flask กรองผา น Nylon filter syringe นาํ สารละลายตัวอยา งทีไ่ ดไปวิเคราะหดว ยเครื่อง UHPLC จํานวน 6 ซาํ้
แลว นํามาหาคา เฉลีย่ (mean)

เตรียม spiked sample ลงใน sample blank โดยเติมสารละลายมาตรฐานท่คี วามเขมขน 3 ระดับๆ ละ
3 ซ้าํ ฉดี ซ้ําละ 2 คร้ัง โดยเตรยี ม spiked sample ใหม คี วามเขมขน 50, 100, 150%

เติมสารละลายมาตรฐานที่ความเขมขน 3 ระดับ ลงใน sample blank แลววิเคราะห sample blank
(unspiked) จาํ นวน 6 ซํา้ และวิเคราะห spiked sample ระดับละ 3 ซ้ํา จากน้นั คํานวณคา %recovery

%recovery = (C1 - C2) × 100
C3
เมื่อ C1 คือ ความเขมขนของสารใน spiked sample
C2 คอื ความเขมขนของสารใน sample blank
C3 คือ ความเขมขนของสารทีเ่ ติม

การทดสอบความเท่ียง (precision)
Repeatability precision วเิ คราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยางใบกญั ชา ซํา้ 10 ครงั้

ในวันเดยี วกนั คํานวณคาเบยี่ งเบนมาตรฐานสมั พทั ธ (%RSD)
Intermediate precision, between day วิเคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยาง

ใบกญั ชา เปน เวลา 3 วันๆ ละ 10 ซา้ํ คํานวณคา เบีย่ งเบนมาตรฐานสัมพัทธ (%RSD)

การทดสอบขดี จํากัดของการตรวจพบ (Limit of Detection, LOD)
คาํ นวณคา ประมาณของ LOD จาก calibration curve
LOD (µg/ml), estimated = 3 × standard error/slope

LOD (%w/w), estimated = LOD (µg/ml) × ปริมาตรทเ่ี ตรียม (ml) × ระดับเจอื จาง × 100
1,000,000 × น้าํ หนกั ตวั อยาง (g)

เตรียมสารละลายตัวอยางใบกัญชา โดยชั่งตัวอยางใบกัญชา 1 กรัม สกัดดวย ethanol โดยวิธี reflux
เปนเวลา 60 นาที กรองผา นกระดาษกรองเบอร 4 นําสารละลายท่ไี ดไ ประเหยแหงดว ยเคร่อื งระเหยสุญญากาศ จากนน้ั
ละลายและปรับปรมิ าตรดวย methanol จนครบ 50 มลิ ลลิ ติ ร โดยใช volumetric flask กรองผา น Nylon filter
syringe

เตรียมสารละลาย spiked sample ใหม คี วามเขม ขนใกลเคยี งกบั คาประมาณของ LOD แลวตรวจวิเคราะห
ปริมาณ CBD, CBN และ THC ใน spiked sample 6 ซาํ้

510 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การพัฒนาวิธีวิเคราะหป ริมาณแคนนาบินอยดในใบกญั ชาดว ยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจนี และคณะ

การทดสอบขีดจํากดั ของการวัดเชิงปริมาณ (Limit of Quantitation, LOQ)
คํานวณคาประมาณของ LOQ จาก calibration curve ดงั น้ี
LOQ (µg/ml), estimated = 10 × standard error/slope

LOQ (%w/w), estimated = LOQ (µg/ml) × ปริมาตรทเ่ี ตรยี ม (ml) × ระดบั เจือจาง × 100
1,000,000 × น้ําหนกั ตัวอยา ง (g)

เตรยี มสารละลาย spiked sample ใหม คี วามเขมขนใกลเ คียงกับคาประมาณของ LOQ แลว ตรวจวิเคราะห
ปรมิ าณ CBD CBN และ THC ใน spiked sample 6 ซํ้า คํานวณคา %RSD และ %recovery

การทดสอบความจาํ เพาะ (Specificity)
ฉีดสารละลาย mixed working standard solution ความเขมขน 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และ

สารละลายตัวอยา ง ดว ยเครอ่ื ง UHPLC เพื่อตรวจสอบการแยกสาร CBD, CBN และ THC ออกจากกนั และออกจาก
การรบกวนของสารอ่นื ซึง่ ตอ งมคี า retention time แยกจากกันไดดี

การวิเคราะหปรมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา
การเตรียมสารละลายตัวอยาง
สกัดตัวอยา งใบกญั ชา นํา้ หนกั 1 กรมั ดว ย ethanol ปริมาตร 40 มิลลิลิตร โดยวิธี reflux เปน เวลา 60 นาที

กรองและนําสารสกัดที่ไดมาระเหยแหง ละลายและปรับปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลิลิตร โดยใช
volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe นําสารละลายตวั อยางที่ไดไปวเิ คราะหดว ยเคร่อื ง UHPLC

วเิ คราะหป รมิ าณ CBD, CBN และ THC ในตวั อยา งใบกญั ชา จาํ นวน 12 ตวั อยา ง ดว ยวธิ ที พี่ ฒั นาขนึ้ โดยที่
แตล ะตัวอยางใหว เิ คราะห 3 ซา้ํ แลว นํามาหาคา เฉล่ีย (mean)

การคํานวณความเขมขนของสารท่ีวิเคราะหในตัวอยางใบกัญชา (รอยละโดยนํ้าหนักตัวอยางใบกัญชา,

%w/w)

Cs (%w/w) = C0 (µg/ml) × ปริมาตรทเี่ ตรียม (ml) × ระดับเจือจาง × 100
1,000,000 × นํ้าหนกั ตัวอยา ง (g)

เมอ่ื C0 คอื ความเขม ขนของสารทีว่ เิ คราะหท่ีคํานวณไดจากกราฟมาตรฐาน
Cs คือ ความเขม ขน ของสารท่ีวิเคราะหเพอ่ื แปลงเปน รอ ยละโดยนํ้าหนัก

ผล

การพฒั นาวิธีวิเคราะหปรมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา
การศกึ ษาหาสภาวะของระบบโครมาโทกราฟ หลังจากนาํ สารละลายมาตรฐานของ CBD, CBN และ THC

และสารละลายตัวอยางใบกัญชาไปวเิ คราะหดว ยเคร่อื ง UHPLC พบวา ไดส ภาวะของระบบโครมาโทกราฟทเี่ หมาะสม
ในการแยกสาร CBD, CBN และ THC ดงั แสดงในตารางท่ี 1 โดยสดั สว นของวฏั ภาคเคลอ่ื นทแี่ บบ gradient program
จะเร่ิมทเี่ วลา นาทที ่ี 0.0 ถึง นาทที ่ี 8.5 ใช %A : %B (28 : 72), นาทที ี่ 8.5 ถงึ นาทีท่ี 8.6 ใช %A : %B (5 : 95),
นาทีท่ี 8.6 ถึง นาทีที่ 9.5 ใช %A : %B (5 : 95), นาทีที่ 9.5 ถึง นาทีท่ี 12.1 ใช %A : %B (2 : 72) และ
นาทที ี่ 12.1 ถงึ นาทีที่ 15.0 ใช %A : %B (28 : 72) ดังแสดงในตารางท่ี 2

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 511
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

ตารางที่ 1 สภาวะของระบบโครมาโทกราฟทีเ่ หมาะสมในการแยกสาร CBD, CBN และ THC ดว ยระบบ UHPLC

วัฏภาคคงที่ สภาวะท่เี หมาะสม
อณุ หภมู ิคอลมั น UHPLC column ชนิด ARC-18, ขนาด 4.6 × 150 มิลลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร
วฏั ภาคเคลอื่ นท่ี 40 องศาเซลเซยี ส
Gradient: 0.1% ortho-phosphoric acid ในน้ํา และ 0.1% ortho-phosphoric acid
อตั ราการไหล ใน acetonitrile
การตรวจวดั สาร 1.5 มิลลิลติ ร/นาที
ปริมาตรการฉดี DAD ทคี่ วามยาวคลนื่ 220 นาโนเมตร
5 ไมโครลิตร

ตารางที่ 2 วฏั ภาคเคลื่อนท่แี บบ Gradient program

Time Flow 0.1% ortho-phosphoric 0.1% ortho-phosphoric
(min) (ml/min) acid in water (%A) acid in acetonitrile (%B)
Initial 28
1.5 28 72
8.5 1.5 5 72
8.6 1.5 5 95
9.5 1.5 28 95
12.1 1.5 28 72
15.0 1.5 72

การศึกษาชนิดของตัวทําละลายในการสกัด ผลการศึกษาพบวาเม่ือนําสารละลายท่ีไดจากการสกัดใบกัญชา
ดวย ethanol และ hexane วเิ คราะหด วยเครอื่ ง UHPLC ตวั อยางละ 2 ซาํ้ พบวา พืน้ ท่ีใตกราฟเฉล่ียของ peak
สาร CBD, CBN และ THC จากการสกัดใบกัญชาดว ย ethanol ที่ retention time 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที
ตามลาํ ดบั มคี า 323.89, 1,036.74 และ 2,431.62 ซงึ่ มากกวา ใบกัญชาทีส่ กัดดว ย hexane คือ มีพื้นทใี่ ตก ราฟเฉลยี่
เทา กับ 309.89, 1,006.44 และ 2,141.23 ตามลําดบั ดังแสดงในภาพที่ 3

ภาพท่ี 3 ผลการสกดั CBD, CBN และ THC ในใบกัญชาดวย ethanol และ hexane

512 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณแคนนาบินอยดใ นใบกัญชาดวยวิธี UHPLC ธนวัฒน ทองจนี และคณะ

ดงั นั้นในการพฒั นาวิธีวเิ คราะหป รมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา จึงเลือกใช ethanol เปน
ตัวทําละลายในการสกัดใบกญั ชา

การศึกษาระยะเวลาท่ีเหมาะสมในการสกัด พบวาสารละลายที่ไดจากการสกัดตัวอยางใบกัญชา ซ่ึงสกัด
ดวยวิธีเดยี วกันโดยการ reflux กับ ethanol แตร ะยะเวลาทีใ่ ชในการสกัดแตกตา งกนั เม่ือนํามาวิเคราะหด ว ยเคร่อื ง
UHPLC พบวา สาร CBD, CBN และ THC ให retention time 3.39, 4.89 และ 6.15 นาที ตามลาํ ดบั จากการ
สกัดดวยระยะเวลา 30, 60 และ 90 นาที มคี า ดังน้ี คอื คาพืน้ ทีใ่ ตพ ีคของสาร CBD, CBN และ THC จากการสกัดดวย
ระยะเวลา 30 นาที นอยกวา การสกัดดว ยระยะเวลา 60 และ 90 นาที สวนคาพ้ืนที่ใตพคี ของสาร CBD, CBN และ
THC จากการสกัดดวยระยะเวลา 60 และ 90 นาที ไมแ ตกตางกนั ดงั แสดงในภาพที่ 4 และตารางที่ 3

ภาพที่ 4 ผลของระยะเวลาทใ่ี ชในการสกัด CBD, CBN และ THC จากตัวอยางใบกญั ชา

ตารางที่ 3 คาพนื้ ที่ใตพคี ของสาร CBD, CBN และ THC จากการสกัดดว ย ethanol ท่รี ะยะเวลา 30, 60 และ
90 นาที

ลาํ ดบั ท่ี ตวั อยา ง ขวดที่ Retention time (นาท)ี /พืน้ ทใ่ี ตพคี

CBD CBN THC

1 Ethanol extract (30 นาท)ี 1 3.383/175.134 4.890/528.840 6.150/1243.732
2 Ethanol extract (30 นาท)ี 2
3 Ethanol extract (60 นาท)ี 1 3.384/175.080 4.891/529.344 6.152/1243.689
4 Ethanol extract (60 นาที) 2
5 Ethanol extract (90 นาที) 1 3.384/333.796 4.891/1009.748 6.150/2346.040
6 Ethanol extract (90 นาที) 2
3.386/333.899 4.893/1010.747 6.153/2348.429

3.385/334.259 4.893/1012.480 6.152/2352.464

3.384/333.998 4.890/1011.890 6.148/2350.904

ดังนั้นในการพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในใบกัญชาจึงเลือกใช ethanol
เปน ตวั ทาํ ละลายในการสกัดและใชเวลาในการสกัด 60 นาที

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 513
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

ความยาวคลื่นในการตรวจวดั สาร CBD, CBN และ THC
จากการศึกษาการดดู กลนื แสง UV ของ CBD, CBN และ THC พบวา λmax ของสาร CBD และ THC

มคี าเทากบั 208 และ 274 นาโนเมตร สวน λmax ของ CBN มีคาเทา กับ 220 และ 284 นาโนเมตร ดงั แสดงในภาพท่ี 5
และเมื่อวิเคราะหสารละลายตัวอยางกัญชาดวยเคร่ือง UHPLC โดยใช DAD เปนเครื่องตรวจวัด ที่ความยาวคลื่น
220 นาโนเมตร ไมพบการซอนทบั ของ peak ของสารอน่ื

ภาพที่ 5 UV spectrum ของ CBD, CBN และ THC

ดังน้ันในการพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในใบกัญชา จึงเลือกการตรวจวัด
การดูดกลนื แสง UV ท่ีความยาวคลืน่ 220 นาโนเมตร

วัฏภาคคงที่ (Stationary phase) และวัฏภาคเคลื่อนท่ี (Mobile phase)
วัฏภาคคงท่ี จากการศึกษา UHPLC chromatographic fingerprint ของสารสกัด ethanol จาก

ใบกัญชาและตรวจวดั ดวย DAD ที่ความยาวคลืน่ 220 นาโนเมตร โดยใช 0.1% ortho-phosphoric acid ในนํา้
และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile เปนวัฏภาคเคลื่อนที่ พบวาเม่อื ใช UHPLC column ชนดิ
ARC-18 (A), ขนาด 4.6 × 150 มิลลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร UHPLC chromatogram ที่ไดใ ห
peak ของ CBD, CBN และ THC ที่ retention time 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที ตามลาํ ดบั ซ่ึงมกี ารแยกจาก
ส่ิงเจอื ปน (impurity) อน่ื อยา งชดั เจน แต UHPLC column ชนดิ ARC-8 (B), ขนาด 2.1 × 100 มลิ ลเิ มตร,
ขนาดอนุภาค 3.0 ไมโครเมตร ใหการแยกสารออกจากส่ิงเจือปนอ่ืนไดนอยกวา column ชนิด ARC-18 ดังแสดง
ในภาพท่ี 6

วัฏภาคเคลื่อนท่ี เม่ือปรับเปล่ียนองคประกอบของวัฏภาคเคลื่อนที่จากน้ําและ acetonitrile (C) เปน
0.1% ortho-phosphoric acid ในนา้ํ และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile (D) พบวา retention
time ของสาร CBD, CBN และ THC เปลยี่ นจาก 6.37, 7.24 และ 7.75 นาที เปน 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที จะได
peak shape ของ CBD, CBN และ THC ที่ดีขึ้น การแยกดขี นึ้ และแยกจาก impurity อ่นื อยา งชดั เจน ดงั แสดง
ในภาพที่ 7

514 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณแคนนาบนิ อยดในใบกัญชาดวยวิธี UHPLC ธนวัฒน ทองจีน และคณะ

ภาพท่ี 6 Chromatogram ของสารละลายตัวอยางใบกัญชา เมือ่ ใชวฏั ภาคคงทต่ี างชนดิ กนั โดยท่ี (A) คอื คอลัมน
ชนดิ ARC-18 และ (B) คอื คอลมั นช นิด ARC-8

ภาพที่ 7 Chromatogram ของสารละลายตัวอยางใบกัญชา เม่ือใชวัฏภาคเคลื่อนที่ตางกัน โดยที่ (C) คือ นํ้า
และ acetonitrile สว น (D) คอื 0.1% ortho-phosphoric acid ในนา้ํ และ 0.1% ortho-phosphoric
acid ใน acetonitrile

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 515
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

ดงั นัน้ ในการพฒั นาวิธวี ิเคราะหปรมิ าณ CBD, CBN และ THC ในกญั ชาดวยเครอื่ ง UHPLC จงึ เลือก
ใช UHPLC column ชนิด ARC-18, ขนาด 4.6 × 150 มิลลิเมตร, ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร ใช 0.1%
ortho-phosphoric acid ในนํ้า และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile เปนวัฏภาคเคลื่อนท่ี
ตรวจวัดดวย DAD ทีค่ วามยาวคลน่ื 220 นาโนเมตร

การทดสอบความใชไดข องวิธีวิเคราะห
ความเปนเสนตรง (linearity) : จากกราฟมาตรฐาน (Calibration curve) ระหวา งความเขม ขนของ

สารละลายมาตรฐานและพนื้ ทใ่ี ตพ คี พบวา ความเขม ขน ของสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC กบั พนื้ ทใี่ ตพ คี
มีลกั ษณะเปน เสน ตรง โดยสารมาตรฐาน CBD มีลักษณะเปน เสนตรงในชว งความเขมขน 1.07-106.89 ไมโครกรมั /
มลิ ลลิ ติ ร โดยมคี า สมั ประสทิ ธิ์สหสมั พันธ (r) เทากบั 0.9999 สารมาตรฐาน CBN มีลักษณะเปน เสนตรงในชว งความ
เขมขน 1.00-99.60 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร โดยมีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ (r) เทากับ 0.9997 และสารมาตรฐาน
THC มลี กั ษณะเปน เสน ตรงในชว งความเขม ขน 1.00-99.90 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร โดยมคี า สมั ประสทิ ธสิ์ หสมั พนั ธ (r)
เทา กบั 0.9999 ดังแสดงในภาพท่ี 8

ภาพท่ี 8 Calibration curve ของสารละลายสารมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ในชว งความเขม ขน 1.00-100.00
ไมโครกรัม/มิลลลิ ิตร

516 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพัฒนาวิธีวเิ คราะหป รมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาดวยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจีน และคณะ

การทดสอบรอ ยละของการคนื กลบั (%recovery) และความเทยี่ ง (precision) เมอื่ เตมิ สารละลายสาร
มาตรฐาน CBD, CBN และ THC ที่ความเขมขนระดับตาง ๆ ในชวงการใชงาน 3 ระดับ ลงใน sample blank
วิเคราะห sample blank จํานวน 6 ซ้าํ และวิเคราะห spiked sample ระดับละ 3 ซ้ํา แตละซ้าํ ทาํ duplicate
ตามลําดับ การเตรียม spiked sample ใหม ีความเขมขน 50, 100, 150% ความเขมขนของ CBD, CBN และ THC
ท่คี าํ นวณไดเ ทากับรอยละ 9.09, 16.67 และ 23.08 โดยนา้ํ หนัก ตามลําดบั

จากการวเิ คราะหตวั อยาง spiked sample พบวา รอยละของการคนื กลบั ของสาร CBD CBN และ THC
อยูในชว งรอยละ 97.50-99.75, 97.77-100.89 และ 96.83-98.33 ตามลําดับ ดังแสดงในตารางท่ี 4

การทดสอบความเทยี่ ง (precision)
Repeatability precision เคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตวั อยางใบกัญชา พบวามีคา
เบ่ยี งเบนมาตรฐานสัมพัทธ (%RSD) เทากบั 0.89, 0.55 และ 0.33 ตามลาํ ดบั ดังแสดงในตารางท่ี 5
การทดสอบ Intermediate precision, between-day วิเคราะหปรมิ าณสาร CBD, CBN และ THC
ในตัวอยางใบกัญชา พบวามีคาเบ่ียงเบนมาตรฐานสัมพัทธ (%RSD) เทากับ 0.42, 0.51 และ 0.32 ตามลาํ ดับ
ดงั แสดงในตารางท่ี 5

ตารางที่ 4 ผลการศกึ ษา %recovery และ repeatability

สารทว่ี ิเคราะห Sample blank Spiked level %recovery %RSD HORRAT
(µg/ml) (%w/w) (%) (%w/w) mean ± SD
50 9.09 2.56 1.96
CBD 14.40 0.07 100 16.67 97.50 ± 2.50 0.50 0.60
150 23.08 97.70 ± 0.49 1.17 1.79
CBN 6.84 0.03 50 9.09 99.75 ± 1.17 1.62 1.23
100 16.67 97.94 ± 1.58 0.75 0.89
THC 13.91 0.07 150 23.08 100.89 ± 0.76 0.27 0.41
50 9.09 97.77 ± 0.26 0.39 0.30
100 16.67 96.83 ± 0.38 0.76 0.90
150 23.08 97.02 ± 0.74 0.97 1.47
98.33 ± 0.96

เกณฑก ารยอมรับของ %recovery ตาม AOAC Peer-verified methods program on policies and procedures, Arlington,
VA, USA (1998) คือ 95-105% และการยอมรับความเทยี่ ง ประเมินจาก HORRAT (< 2)

ตารางท่ี 5 ผลการศกึ ษา intermediate precision between-day

สารทีว่ เิ คราะหใ นตัวอยา งใบกัญชา %RSD %RSD ของ intermediate
ของ Repeatability precision between-day
CBD
CBN 0.89 0.42
THC 0.55 0.51
0.33 0.32

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 517
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

การทดสอบขีดจาํ กัดของการตรวจพบ (Limit of detection, LOD) พบวา LOD ของการวิเคราะห
CBD, CBN และ THC เทา กับรอยละ 0.006, 0.009 และ 0.003 โดยน้าํ หนัก ตามลําดับ

การทดสอบขีดจํากัดของการวัดเชิงปริมาณ (limit of quantitation, LOQ) พบวา LOQ ของ
การวเิ คราะห CBD, CBN และ THC เทา กบั รอ ยละ 0.020, 0.032 และ 0.011 โดยนํา้ หนกั ตามลาํ ดบั โดยมคี า %RSD
เทากับ 1.00, 1.19 และ 1.54 ตามลาํ ดบั และรอ ยละของการคืนกลับอยใู นชว งรอยละ 95.75-98.33, 95.51-98.21
และ 97.62-99.87 ตามลาํ ดบั ดงั แสดงในตารางที่ 6

ตารางที่ 6 ผลการศกึ ษา limit of quantitation (LOQ)

สารทว่ี ิเคราะห Spiked sample LOQ %recovery %recovery %RSD
(µg/ml) (% w/w) mean ± SD 1.00
97.15 96.91 ± 0.97 1.19
CBD 0.96 0.020 95.75 96.90 ± 1.16 1.54
98.33 98.52 ± 1.52
CBN 6.34 0.032 96.20
97.65
THC 2.14 0.011 96.39
95.51
97.08
98.21
95.57
98.01
97.03
99.87
97.62
98.74
96.00
100.08
98.81

การทดสอบความจําเพาะ (Specificity) จากการฉีดสารละลายมาตรฐานและสารละลายตัวอยาง
พบวา ภายใตส ภาวะ UHPLC ทพี่ ฒั นาขน้ึ สามารถแยกสาร CB, CBN และ THC ออกจากกนั ได และไมม กี ารรบกวน
ของสารอนื่ ในตวั อยา ง โดยมีคา retention time เทา กับ 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที ตามลาํ ดบั ดงั แสดงในภาพท่ี 9

518 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพฒั นาวิธวี เิ คราะหปริมาณแคนนาบินอยดในใบกญั ชาดวยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจนี และคณะ

ภาพที่ 9 Chromatogram ของสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC และสารละลายตัวอยางใบกัญชา

การวิเคราะหป รมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา
ผลการวิเคราะหปริมาณ CBD, CBN และ THC ในตัวอยา งใบกญั ชา จาํ นวน 12 ตัวอยาง พบวา ใบกัญชา

พันธหุ างกระรอกภพู านเอสที 1 (ST1) หางเสือสกลนครทที ี 1 (TT1) ตะนาวศรกี า นขาวดบั เบิลยูเอ 1 (WA1) และ
ตะนาวศรีกานแดงอารดี1 (RD1) มีปริมาณสาร THC ในระยะใบออนสูงกวาใบเพสลาดและใบแก สวนปริมาณ
สาร CBD พบมากในใบแกข องพนั ธุ RD1 ถงึ รอ ยละ 2.50 โดยนา้ํ หนกั ปรมิ าณสาร CBD, CBN และ THC ในตวั อยา ง
ใบกญั ชามคี า อยใู นชว งรอ ยละ 0.002-2.500, 0.002-0.023 และ 1.363-7.392 โดยนา้ํ หนกั ตามลาํ ดบั ปรมิ าณ CBD,
CBN และ THC มีคาอยูในชวงรอยละ 0.002-2.500, 0.002-0.023 และ 1.363-7.392 โดยนํ้าหนัก ตามลําดับ
ดังแสดงในตารางท่ี 7

ตารางท่ี 7 ผลการวเิ คราะหปริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC

ตัวอยาง พนั ธ/ุ ระยะการเก็บเกยี่ ว นาํ้ หนกั ความเขม ขน ของสารทคี่ ํานวณไดจ ากสมการ ปริมาณสาร (% w/w)
ตวั อยาง เสน ตรงจาก Calibration curve CBD CBN THC
1 ST1 ระยะใบออน (µg/ml)
2 ST1 ระยะใบเพสลาด (g)
3 ST1 ระยะใบแก CBD CBN THC
4 TT1 ระยะใบออ น
5 TT1 ระยะใบเพสลาด 1.0044 12.037 0.060 54.585 1.198 0.006 5.435

1.0033 14.160 0.081 55.360 0.882 0.002 1.379

1.0040 40.164 0.457 54.720 1.000 0.011 1.363

1.0049 0.284 0.121 74.284 0.028 0.012 7.392

1.0036 0.320 0.440 70.531 0.016 0.022 3.514

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 519
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

ตารางที่ 7 ผลการวเิ คราะหปริมาณ CBD CBN และ THC ในใบกัญชาดว ยวธิ ี UHPLC (ตอ)

ตัวอยาง พนั ธ/ุ ระยะการเก็บเกย่ี ว น้ําหนัก ความเขมขนของสารท่คี าํ นวณไดจ ากสมการ ปริมาณสาร (%w/w)
ตวั อยา ง เสน ตรงจาก Calibration curve CBD CBN THC
6 TT1 ระยะใบแก (µg/ml)
7 WA1 ระยะใบออน (g)
8 WA1 ระยะใบเพสลาด CBD CBN THC
9 WA1 ระยะใบแก
10 RD1 ระยะใบออ น 1.0045 0.082 0.640 67.380 0.002 0.016 1.677
11 RD1 ระยะใบเพสลาด
12 RD1 ระยะใบแก 1.0054 0.750 0.470 71.492 0.075 0.020 7.111

1.0019 0.223 0.347 68.060 0.011 0.017 3.397

1.0050 0.139 0.454 49.694 0.007 0.023 2.472

1.0043 23.990 0.080 45.420 2.389 0.008 4.523

1.0045 41.725 0.286 61.665 2.077 0.014 3.069

1.0046 50.222 0.424 44.182 2.500 0.021 2.199

วิจารณ

กญั ชาเปน สมนุ ไพรทมี่ ศี กั ยภาพเชงิ พาณชิ ยแ ละมปี ระโยชนท ง้ั เปน ยาและเปน ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ สามารถนาํ มา
ผสมในผลิตภัณฑตางๆ เชน เครื่องด่ืมสมุนไพร ผลิตภัณฑเครื่องสาํ อาง มีรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร
ทางดานเคมี เภสัชวิทยา และพิษวิทยามากมายท่ีสนับสนุนการใช แตการพัฒนาเปนผลิตภัณฑน้ัน ปจจัยท่ีสาํ คัญที่
ควรคํานึงถึงคือ ปจจัยดานคุณภาพของสมุนไพรเนื่องจากกัญชามีสารสาํ คัญกลุมแคนนาบินอยด คือ CBD, CBN
และ THC ท่ีมฤี ทธ์ิทางเภสัชวิทยา ในการพฒั นาวิธวี ิเคราะหปริมาณสารแคนนาบินอยด ในวตั ถดุ บิ ใบกญั ชา โดยสกัด
ใบกญั ชาแหงนํ้าหนกั 1 กรัม ดวย ethanol ปรมิ าตร 40 มิลลลิ ติ ร โดยวธิ ี reflux เปนเวลา 60 นาที กรองผานกระดาษ
กรองเบอร 4 และนาํ สารสกัดที่ไดไประเหยแหงดวยเคร่ืองระเหยสุญญากาศ จากนั้นละลายและปรับปริมาตรดวย
methanol จนครบ 50 มิลลิลติ ร โดยใช volumetric flask แลวกรองผาน Nylon filter syringe นําสารละลาย
ดังกลาว ปริมาตร 5 ไมโครลิตร ฉีดเขาสูระบบโครมาโทกราฟของเคร่ือง UHPLC ซึ่งใชคอลัมนชนิด ARC-18,
ขนาด 4.6 × 150 มลิ ลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร และใช 0.1% ortho-phosphoric acid ใน deionized water
และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile เปนวัฏภาคเคล่ือนท่ี อัตราการไหล 1.5 มิลลิลิตร/นาที
ตรวจวัดดว ย DAD ที่ความยาวคลืน่ 220 นาโนเมตร จะปรากฏ peak ของ CBD, CBN และ THC ท่ี retention
time เทากับ 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที ตามลําดับ ผลการทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะหดังกลาว พบวา
calibration curve มีความเปนเสนตรง โดยสารมาตรฐาน CBD มีลักษณะเปนเสนตรงในชวงความเขมขน
1.07-106.89 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร โดยมีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ (r) เทากับ 0.9999 สารมาตรฐาน CBN มี
ลักษณะเปนเสนตรงในชวงความเขมขน 1.00-99.60 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร โดยมีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ (r)
เทากบั 0.9997 และสารมาตรฐาน THC มลี ักษณะเปน เสน ตรงในชวงความเขม ขน 1.00-99.90 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ิตร
โดยมคี า สมั ประสทิ ธิส์ หสมั พันธ (r) เทากับ 0.9999 คา %recovery อยูใ นชว ง 97.17-99.85, 97.92-101.89 และ
97.08-98.99% ตามลาํ ดับ คา HORRAT เทากับ 0.60-1.96, 0.41-1.23 และ 0.30-1.47 ตามลาํ ดบั LOD ของ
การวิเคราะห CBD, CBN และ THC เทา กับรอยละ 0.006, 0.009 และ 0.003 โดยนํ้าหนัก ตามลําดบั LOQ ของ
การวเิ คราะห CBD, CBN และ THC เทากับรอยละ 0.020, 0.032 และ 0.011 โดยนา้ํ หนัก ตามลําดับ โดยมีคา
%RSD เทากับ 1.00, 1.19 และ 1.54 ตามลําดับ และรอยละของการคืนกลับอยูในชวงรอยละ 95.75-98.33,
95.51-98.21 และ 97.62-99.87 ตามลําดับ ปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยางวตั ถุดิบใบกญั ชา จํานวน

520 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพัฒนาวิธวี เิ คราะหปรมิ าณแคนนาบินอยดใ นใบกญั ชาดว ยวิธี UHPLC ธนวัฒน ทองจีน และคณะ

12 ตัวอยา ง สามารถนําไปใชเ ปน ขอมลู เบ้อื งตนในการกําหนดปรมิ าณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยางวตั ถุดิบ
ใบกัญชาได ในการศึกษาน้ีไดทําการตรวจปริมาณสารแคนนาบินอยดของตัวอยางใบกัญชาในระยะการเจริญเติบโต
ของใบทีแ่ ตกตางกัน คือ ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแกของกัญชาไทย 4 พันธุ ไดแก หางกระรอกภูพานเอสที 1
(ST1) หางเสือสกลนครทที ี 1 (TT1) ตะนาวศรกี านขาวดับเบลิ ยูเอ 1 (WA1) และตะนาวศรกี านแดงอารด ี 1 (RD1)
พบวาปริมาณสาร THC ในระยะใบออนสูงกวาใบเพสลาดและใบแกในกัญชาอายุ 2 เดือน สวนปริมาณสาร CBD
พบมากในใบแกของพนั ธุ RD1 ถงึ รอ ยละ 2.50 โดยนํ้าหนกั สวนปรมิ าณสาร CBN พบในใบคอ นขา งนอย เมื่อเปรียบ
เทียบพันธุกับปริมาณสารแคนนาบินอยด พบวา WA1 และ TT1 มีปริมาณสาร THC และ CBN สูงกวาพันธุอื่น
ซึ่งปริมาณของ CBN จะแปรผันตามปริมาณสาร THC ที่สูงข้ึน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยท่ีพบวาสาร CBN จะเปน
ผลผลิตท่ีไดจาก THC ในชวงของการ decarboxylation ระหวางการอบแหงผานความรอน ซ่ึงถาหากมีปริมาณ
THC ทส่ี งู ปรมิ าณของ CBN จะสูงไปดวย(10, 11) สวนปริมาณสาร CBD พบมากเพียง 2 พนั ธุ คอื RD1 และ ST1
ซ่ึงจากขอมูลปริมาณสารสาํ คัญที่อยูในใบคอนขางสูง เม่ือเปรียบเทียบกับผูศึกษาปริมาณสารแคนนาบินอยดในใบ
ซงึ่ พบวา มคี า อยรู ะหวา ง 1.10–2.10%(12)จากขอ มลู สามารถนาํ ใบกญั ชาไทยในแตล ะพนั ธไุ ปใชป ระโยชนท างการแพทย
ไดอยา งเหมาะสม รวมถึงเปนขอมลู ในการพฒั นาพันธกุ ัญชาเพ่ือเพม่ิ มูลคาของใบกญั ชาทางเศรษฐกิจตอไป

UHPLC เปน High Performance Liquid Chromatography (HPLC) ท่ีมีการพัฒนาเพื่อใหมี
ประสิทธิภาพการแยกสาร ความไวในการแยกสารที่ดีข้ึน ใชวัฏภาคเคลื่อนที่นอยลง และลดระยะเวลาในการตรวจ
วิเคราะห คอื เมอ่ื นําวิธีวิเคราะหป ริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC ท่พี ัฒนาขนึ้ มาใหม
เปรียบเทียบกับการหาปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในกัญชาดว ยวธิ ี HPLC/UV(7) และวิธี HPLC-DAD(8)
พบวา วิธี HPLC/UV และวิธี HPLC-DAD ใชเ วลาวเิ คราะหต วั อยางกัญชาตอ 1 ตัวอยา ง นาน 22 นาที และ 50 นาที
ตามลาํ ดบั ทําใหส น้ิ เปลอื งวฏั ภาคเคลอ่ื นท่ี (Mobile phase) สว นวธิ วี เิ คราะหท พ่ี ฒั นาขน้ึ มาใหม ใชเ วลาในการวเิ คราะห
10 นาที ซึง่ รวดเรว็ และประหยดั วัฏภาคเคล่อื นที่ ดงั นัน้ จึงเลอื กใชเ คร่ือง UHPLC ในการพฒั นาวิธวี ิเคราะหป ริมาณ
CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา จากการทดสอบความใชไ ดของวธิ ีวเิ คราะหป ริมาณ CBD, CBN และ THC ที่
พฒั นาขน้ึ พบวา %recovery จากการวเิ คราะห spiked sample อยใู นเกณฑย อมรบั ได (95-105%) ซงึ่ แสดงถงึ ความ
แมน ของวธิ ีวเิ คราะห และคา HORRAT อยใู นเกณฑย อมรบั ได (< 2) ซ่ึงแสดงถงึ ความเทยี่ งของวธิ วี ิเคราะหท่พี ัฒนา
ขน้ึ วธิ ดี งั กลา วจงึ มคี วามเหมาะสม สามารถนาํ ไปใชใ นการวเิ คราะหป รมิ าณสาร CBD, CBN และ THC เพอ่ื ใชค วบคมุ
ปรมิ าณสารของใบกญั ชาตอ ไปได ในเบอ้ื งตน จะนําวธิ ที พี่ ฒั นาขน้ึ นต้ี รวจวเิ คราะหว ตั ถดุ บิ จากแหลง ปลกู ตา งๆ เพอ่ื ใหม ี
ขอมูลหลากหลายเปนประโยชนตอ การพัฒนากญั ชาไทยตอไป

สรปุ

การศกึ ษานไ้ี ดพ ฒั นาวธิ กี ารตรวจวเิ คราะหป รมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC และทดสอบ
ความใชไดข องวธิ วี ิเคราะห ผลการศึกษาพบวาวิธีทพ่ี ฒั นาขึน้ มคี วามถกู ตอ งแมน ยํา สะดวก รวดเร็ว และประหยัดสาร
เคมที ใี่ ชใ น mobile phase จงึ นาํ วธิ ที ไ่ี ดม าตรวจวเิ คราะหป รมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นตวั อยา งใบกญั ชาไทย 4 พนั ธุ ทาํ ให
ไดข อมลู ซึ่งจะเปน ประโยชนต อ การพฒั นาพนั ธกุ ญั ชา และผลิตภัณฑผสมกัญชาตอไป

กติ ตกิ รรมประกาศ

ขอขอบคณุ กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทยท สี่ นบั สนนุ งบประมาณในการวจิ ยั น้ี หอ งปฏบิ ตั กิ ารเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอื่ พชื
หอ งปฏบิ ตั กิ ารพพิ ธิ ภณั ฑพ ชื และเจา หนา ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารวจิ ยั เพอื่ แยกสารสาํ คญั จากสมนุ ไพรทกุ ทา น ทท่ี าํ ใหง านวจิ ยั น้ี
สาํ เร็จลุลวงไปไดดวยดี

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 521
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.

เอกสารอา งองิ

1. นนั ทวนั บญุ ยะประภศั ร, อรนชุ โชคชยั เจรญิ พร, บรรณาธกิ าร. สมนุ ไพรไมพ น้ื บา น. กรงุ เทพฯ : คณะเภสชั ศาสตร
มหาวทิ ยาลยั มหิดล; 2542.

2. Mechoulam R, Hanuš LO, Pertwee R, Howlett AC. Early phytocannabinoid chemistry to
endocannabinoids and beyond. Nat Rev Neurosci 2014; 15(11) : 757-64.

3. Velasco G, Sánchez C, Guzmán M. Towards the use of cannabinoids as antitumour agents. Nat
Rev Cancer 2012; 12(6) : 436-44.

4. พระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรือ่ ง กาํ หนดอาหาร
ทหี่ ามผลิต นําเขา หรือจําหนาย. ราชกิจจานเุ บกษา เลม 138 ตอนพิเศษ 45 ง (วนั ท่ี 25 กมุ ภาพันธ 2564).
หนา 32.

5. สาํ นกั งานจดั การกญั ชาและกระทอ มทางการแพทยแ ผนไทย. Infographic 16 ตาํ รบั ยาแผนไทยทมี่ กี ญั ชาปรงุ ผสม
อยู. [ออนไลน] . 2564; [สบื คน 2 ก.ค. 2564]; [1 หนา]. เขา ถึงไดที่ : URL : https : //ockt.dtam.moph.
go.th/index.php/cannabis-formula/200-infographic-16.

6. ศรายุธ ระดาพงษ, พราว ศภุ จริยาวัตร, เมธิน ผดุงกิจ. ฤทธ์ิทางเภสชั วิทยาและพิษวิทยาของกญั ชา. ว. กรมวิทย
พ 2564; 63(1) : 219-32.

7. Veniero G, Lucia D, Fiorenza F, Rino F, Elisa S, Giovanna T. Determination of primary active
constituents in Cannabis preparations by high-resolution gas chromatography/flame ionization
detection and high-performance liquid chromatography/UV detection. Anal Chim Acta 2002;
468(2) : 245-54.

8. Ciolino LA, Ranieri TL, Taylor AM. Commercial cannabis consumer products part 2 :
HPLC-DAD quantitative analysis of cannabis cannabinoids. Forensic Sci Int 2018; 289 : 438-47.

9. กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย. แนวปฏบิ ตั กิ ารทดสอบความถกู ตอ งของวธิ วี เิ คราะหท างเคมโี ดยหอ งปฏบิ ตั กิ ารเดยี ว.
นนทบุรี : กรมวิทยาศาสตรการแพทย กระทรวงสาธารณสุข; 2549.

10. Hazekamp A, Fischedick JT, Díez ML, Lubbe A, Ruhaak RL. Chemistry of cannabis. In : Mander
L, Liu HW, editors. Comprehensive natural products II. Oxford, UK : Elsevier Science; 2010.
p. 1033-1084.

11. Russo EB, Marcu J. Cannabis pharmacology : the usual suspects and a few promising leads.
Adv Pharmacol 2017; 80 : 67-134.

12. Dan Jin, Kaiping Dai, Zhen Xie & Jie Chen. Secondary metabolites profiled in cannabis
inflorescences, leaves, stem barks, and roots for medicinal purposes. Sci Rep 2020; 10(1) : 3309.
(14 pages).

522 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพฒั นาวิธวี ิเคราะหปรมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นใบกัญชาดวยวธิ ี UHPLC ธนวัฒน ทองจนี และคณะ

Development and Method Validation of
Cannabinoid Contents In Cannabis sativa L.
Leaves by Ultra High Performance Liquid

Chromatography

Thanawat Thongchin Sorrapetch Marsud Peradhama Thiemthieprat Sayan Ruengkhet
Sakwichai Ontong Phichet Banyati Siriwan Chaisomboonpan and Aussavashai Shuayprom
Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000, Thailand

ABSTRACT Cannabis (Cannabis sativa L.) has been used to treat several diseases since the ancient
time. Tetrahydrocannabinol (THC) is the major psychoactive compound and the other non-psychoactive
ingredients are Cannabidiol (CBD) and Cannabinol (CBN). THC has been used for pain relief, reducing
nausea from chemotherapy and muscle contraction treatment. CBD has antiepileptic mechanism, relieve
pain and neuroprotective property for Parkinson's disease, while CBN has a potential use for
anti-cancer therapy. Cannabis have been used as active ingredient of several drugs and products in the
markets. However, the appropriate analytical methods for quality control of those compounds are still
limited. This study aimed to develop analytical methods for quantification assessment of CBD, CBN and
THC in cannabis leaf samples using the Ultra High Performance Liquid Chromatography (UHPLC)
technique. Samples were prepared by refluxing in ethanol, filtering and evaporating until dry. The
residue was redissolved and adjusted with methanol and injected into UHPLC system. Linearity was
established for CBD, CBN and THC at concentration range of 1.07-106.89, 1.00-99.60 and 1.00-99.90 µg/ml,
respectively, with a determination correlation coefficient (r) of 0.999. The %recovery was in the range of
96.83-100.89% and HORRAT was in the range of 0.30-1.96. The limit of detection (LOD) of CBD, CBN
and THC were 0.006, 0.009, and 0.003 %w/w, respectively, while limit of quantitation (LOQ) was 0.020,
0.032, and 0.011 %w/w, respectively. It has been shown that the developed method is suitable and can
be used to analyze the content of CBD, CBN and THC in cannabis leaves. Therefore, the appropriate
specification of cannabinoid contents (CBD, CBN and THC) in cannabis leaf extract can be established.
Keywords: Cannabis, CBD, CBN, THC, UHPLC

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 523
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

นพิ นธต น ฉบบั ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 524-540

ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดในระยะการเจรญิ เติบโต
ท่ีแตกตางกันของใบกัญชาพันธไุ ทย

สรเพชร มาสดุ 1 ธนวฒั น ทองจีน1 กรวิชญ สมคดิ 1 ภาณวุ ิชญ พูลทรัพย1 ปภาวดี สฉุ ันทบุตร1
กชพร โชติมโนธรรม1 ทิพวรรณ ปรกั มานนท1 ราตรี พระนคร2 วรรณวภิ า พนิ ธะ2 พิเชฐ บัญญัต1ิ
และศิริวรรณ ชยั สมบรู ณพันธ1
1กรมวิทยาศาสตรก ารแพทย ถนนตวิ านนท อาํ เภอเมือง นนทบรุ ี 11000
2มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อําเภอพังโคน สกลนคร 47160
บทคัดยอ กัญชามีสารหลักเปนกลุมแคนนาบินอยด โดยสารท่ีมีฤทธิ์ตอจิตประสาท คือ THC และสารท่ีไมออกฤทธ์ิ
ตอจติ ประสาท ไดแ ก CBN และ CBD ซ่ึงกลมุ สารแคนนาบนิ อยดม กั พบในชอดอกของกญั ชาและยังสามารถพบไดในสว นของ
ใบอีกดวย การนําใบกัญชาไปใชประโยชนทางการแพทยยังไมมีขอมูลสัดสวนของสารสาํ คัญท่ีชัดเจนโดยเฉพาะกัญชา
พันธุไทย ดังนั้นในการศึกษานี้ไดทําการตรวจปริมาณสารแคนนาบินอยดดวยวิธี Ultra High Performance Liquid
Chromatography (UHPLC) ในระยะการเจรญิ เตบิ โตของใบท่แี ตกตางกัน ไดแก ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก
ของกัญชาไทย 4 สายพันธุ ไดแ ก หางกระรอกภูพานเอสท1ี (ST1) หางเสอื สกลนครทีที1 (TT1) ตะนาวศรีกา นขาวดับเบิล
ยูเอ1 (WA1) และตะนาวศรกี า นแดงอารดี1 (RD1) พบวาใบเพสลาดของกญั ชาอายุ 2 เดือน พันธุ ST1 และ RD1 มีนา้ํ หนกั
ตอ ใบท้ังใบสดและใบแหงสงู กวา พนั ธุอน่ื และพบวาพนั ธุ RD1 มีความยาวกา นใบในชวงใบเพสลาดและใบแกม ากกวาพันธอุ ่ืน
สวนความยาวและความกวางของใบมีคาไมแตกตางกัน นอกจากนี้พบสาร THC มีปริมาณสูงสุดในระยะใบออนของใบกัญชา
อายุ 2 เดอื น สวนปริมาณสาร CBD พบสูงสดุ ในใบออ นของพนั ธุ RD1 ถงึ รอ ยละ 3.83 โดยนํ้าหนกั ทีอ่ ายุ 1 เดือน สว นปริมาณ
สาร CBN พบในใบคอนขางนอย ขอมูลนี้ชวยใหการนาํ ใบกัญชาสายพันธุไทยไปใชประโยชนทางการแพทยไดอยางเหมาะสม
รวมทัง้ การพัฒนาสายพนั ธุก ัญชาเพอื่ เพิ่มมลู คา ของใบกญั ชาทางเศรษฐกิจ
คาํ สาํ คัญ: กัญชา, สายพันธ,ุ สารแคนนาบนิ อยด

Corresponding author E-mail: [email protected]

Received: 15 July 2021 Revised: 3 September 2021 Accepted: 7 September 2021

524 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาพันธไุ ทย สรเพชร มาสดุ และคณะ

บทนํา

กัญชา เปน พืชลมลุกชนิดหนงึ่ อยูในวงศ Cannabidaceae มสี ว นประกอบของสารเคมีมากกวา 450 ชนิด
โดยมากกวา 60 ชนดิ เปน สารกลมุ แคนนาบนิ อยด (cannabinoids) มอี งคป ระกอบหลกั คอื Tetrahydrocannabinol
(THC) และสารชนดิ อื่น ๆ เชน Cannabinol (CBN), Cannabidiol (CBD), Cannabichromene (CBC),
Cannabigerol (CBG) เปนตน(1, 2) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 424) พ.ศ. 2564 เร่ือง กาํ หนด
อาหารที่หามผลติ นาํ เขา หรือจาํ หนาย ลงวันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ 2564 ไดปลดล็อกกัญชา-กญั ชง จากบัญชียาเสพติด
ใหโทษ รวมถงึ การอนุญาตใหน ําใบซง่ึ ไมม ียอดหรอื ชอดอกติดมาดว ย กิง่ กา น ราก เปลอื ก ลาํ ตน เสน ใย ทไ่ี มจัดเปน
ยาเสพตดิ ประเภทที่ 5 มาใชป ระโยชนท างการแพทย การศึกษาวจิ ัย ผลติ ภัณฑสุขภาพ รวมทง้ั ใหป ระชาชนสามารถใช
สวนตา งๆ ของกัญชา-กัญชงไปประกอบอาหาร ทาํ ยารักษาโรคได(3) ซึ่งปจ จบุ ันสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ไดอ อกใบอนญุ าตปลกู กญั ชาสาํ หรบั องคก รตา งๆไปแลว จาํ นวน2,210รายมผี ปู ลกู กญั ชาทง้ั พนั ธตุ า งประเทศและพนั ธไุ ทย
อยา งไรกต็ ามกญั ชาพนั ธไุ ทยยงั ไมม คี วามชดั เจนในเรอื่ งของสายพนั ธุ โดยทางสถาบนั วจิ ยั สมนุ ไพร กรมวทิ ยาศาสตรก าร
แพทย รว มกบั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสกลนคร ไดท ําการศกึ ษากญั ชาพนั ธไุ ทยจํานวน 4 พนั ธุ
ไดแ ก หางกระรอกภูพานเอสที1 หางเสือสกลนครทีท1ี ตะนาวศรีกา นขาวดับเบิลยูเอ1 และตะนาวศรกี า นแดงอารดี 1
โดยทาํ การศึกษาท้ังลักษณะฟโนไทป จีโนไทป และเคโมไทปในสวนของชอดอก ซ่ึงไดขึ้นทะเบียนพันธุกับกรม
วชิ าการเกษตร พบวากญั ชาพันธุไทย 4 พนั ธุ มลี ักษณะเดน ถงึ 3 แบบ แบบท่ี 1 เปน กญั ชาทใี่ หส าร THC สูง ไดแ ก
พนั ธุ WA1 และ TT1 แบบที่ 2 เปนกัญชาทใี่ หส าร THC และ CBD ในอัตราสว นท่ีเทากัน (THC : CBD = 1 : 1)
ไดแ ก พนั ธุ ST1 และกัญชาแบบที่ 3 ท่ีใหส าร CBD สูง ไดแ ก พนั ธุ RD1 เมอื่ ไดพนั ธุทถ่ี ูกตอ งแลวจะสามารถนาํ ไป
สงเสริมใหกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนตางๆ นําไปปลูกไดและนาํ สวนตางๆ ของกัญชา (ยกเวนชอดอกและเมล็ด)
ไปใชป ระโยชนไ ด โดยเฉพาะ “ใบ”

ใบกญั ชาเปน สว นประกอบหนงึ่ ของกญั ชาทมี่ สี ารสาํ คญั ในกลมุ Cannabinoids อยู โดยสารทเี่ ปน ทร่ี จู กั กนั ดี
คอื THC, CBD และ CBN ซง่ึ เปน สารออกฤทธ์ิ กระตนุ ระบบประสาท ฮอรโ มน และภมู คิ มุ กนั ตา งๆ มกี ารใชป ระโยชน
ของใบกัญชาในการประกอบอาหาร เพื่อใหไดรสชาติที่ดีขึ้นและใชเปนสวนประกอบในการผลิตยาแผนโบราณหลาย
ตํารบั เชน ยาอคั คนิ วี คณะ ยาศขุ ไสยาศน ยาแกส ณั ฑฆาตกลอ นแหง ยาแกโ รคจติ ยาอมั ฤตโอสถ ยาไพสาลี ยาอไภยสาลี
ยาทาํ ลายพระสเุ มรุ และยาทพั ยาธคิ ณุ เปน ตน (4) ซง่ึ การนาํ ใบกญั ชามาใชป ระกอบอาหารและเปน สว นประกอบการผลติ ยา
แผนโบราณหลายตาํ รบั ยงั ไมม ขี อ มลู สารสาํ คญั และยงั ไมท ราบชนดิ ของพนั ธกุ ญั ชาทน่ี ํามาใช งานวจิ ยั นจ้ี งึ มวี ตั ถปุ ระสงค
เพอ่ื ศกึ ษาระยะการเจรญิ เตบิ โตของใบตอ การเปลย่ี นแปลงปรมิ าณสารcannabinoidของกญั ชาไทย4พนั ธุ เพอ่ื หาปรมิ าณ
สารสาํ คัญที่อยูในใบและสามารถนาํ ใบกัญชาพันธุไทยของแตละพันธุไปใชประโยชนทางการแพทยไดอยางเหมาะสม
รวมถึงเปน ขอ มลู ในการพฒั นาพันธุกัญชาเพื่อเพ่ิมมูลคา ของใบกญั ชาทางเศรษฐกจิ ตอไป

วัสดแุ ละวธิ ีการ

วสั ดุ
ตัวอยางเมล็ดพันธุกัญชาไทยที่ใชในการศึกษา 4 พันธุ ไดแก หางกระรอกภูพานเอสที1 (ST1) หางเสือ

สกลนครทที ี1 (TT1) ตะนาวศรกี า นขาวดบั เบิลยูเอ1 (WA1) และตะนาวศรีกา นแดงอารดี1 (RD1) ซงึ่ ทั้ง 4 พันธุ
มกี ารศกึ ษาวิจัยทางดา นลกั ษณะทางพฤกษศาสตร เคมี และพันธุกรรมแลว เปน จาํ นวน 3 รุน ตัง้ แตป  พ.ศ. 2562 โดย
ไดรบั ใบอนญุ าตปลกู ตามแบบ ย.ส. 4/5-2 หนงั สอื สาํ คญั ที่ 4/2562 ปลูกโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
วทิ ยาเขตสกลนคร ทาํ การวจิ ยั รว มกบั กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย ปจ จบุ นั ทาํ การปลกู เปน รนุ ท่ี 4 ณ สถาบนั วจิ ยั สมนุ ไพร
กรมวิทยาศาสตรก ารแพทย โดยไดร บั ใบอนญุ าตปลูกตามแบบ ย.ส. 4/5-2 หนังสือสาํ คญั ท่ี 90/2564 จํานวน 130 ตน

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 525
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

วสั ดปุ ลกู ไดแ ก พทิ มอส (คลาสแมน®), โคโคพ ทิ (บรษิ ทั โคโค อะกรคี ลั เจอร จาํ กดั ), เวอรม คิ ไู ลท (บรษิ ทั
Speedy access) ขนาด 2-4 มลิ ลเิ มตร, เพอรไลท (บริษทั Speedy access) 4-8 มลิ ลิเมตร, กาบมะพราวสบั ,
ปุยไฮโดรโปนกิ ส (สูตรท่ี 1 สาํ หรับเรง การเจริญเติบโตทางดานลําตน และสูตรท่ี 2 สําหรับเรงการออกดอก), กระถาง
ขนาด 24 น้วิ

สารมาตรฐาน ไดแ ก Cannabidiol (CBD) ความบริสทุ ธ์ิ ≥ 99.9% (THC Pharm GmbH, Batch :
S19-014) มีลักษณะเปนผงสขี าว, Cannabinol (CBN) ความบรสิ ุทธิ์ ≥ 99.6% (THC Pharm GmbH, Batch :
DWO180.707-1) มลี กั ษณะเปน ผงสขี าว, Tetrahydrocannabinol (THC) ความบรสิ ทุ ธ์ิ ≥ 98.6% (THC Pharm
GmbH, Batch : DWO181.121-1) มลี กั ษณะเปนของเหลวใส

สารเคมแี ละตวั ทาํ ละลาย ไดแ ก ethanol และ hexane (AR grade, RCI Labscan, Ireland), methanol
(HPLC grade, Honeywell, United States of America), acetonitrile (HPLC grade, Fisher Chemical,
England), นา้ํ ปราศจากออิ น (deionized water)

เครอ่ื งมอื ไดแ ก ตอู บแหง (Hot air oven) Memmert®รนุ ULM 600, เครอื่ งวดั ความเปน กรด – ดา ง (pH
meter) Gendo®รนุ PL-700 PCS, เครือ่ งบดปน รุน RT 34 (ChyunTseh Industrial), เครือ่ งระเหยสญุ ญากาศ
ประกอบดวย อางนํ้าแบบควบคุมอุณหภูมิรุน SB-1000 (Eyela), เครื่อง rotavapor รุน N-1000 (Eyela),
เคร่ือง Aspirator รุน A-3S (Eyela) และเครื่องทํานํ้าเย็นหมุนเวียน รุน CA-101 (Eyela), เคร่ือง Ultra
High Performance Liquid Chromatography–DAD detector (Agilent 1290 Infinity II, Germany),
เครื่องชั่งไฟฟาความละเอียด 4 ตําแหนง (Precisa Analytical Balance, Switzerland), เครื่องวัดความยาว
(vernier calipers)

วัสดวุ ทิ ยาศาสตร ไดแ ก คอลมั นชนดิ ARC-18 ขนาด 4.6 × 150 มลิ ลเิ มตร ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร
(Restek, United States of America), PVDF membrane filter 0.2 ไมโครเมตร และ 0.45 ไมโครเมตร,
Nylon filter syringe 0.2 ไมโครเมตร, กระดาษกรองเบอร 4 และเครอ่ื งแกว

วธิ ีการปลกู
ดําเนินการปลกู กัญชาในโรงเรือนแบบ Green House ขนาดกวา ง 6 เมตร ยาว 36 เมตร และสูง 2.8 เมตร
ตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเก่ียวท่ีดีของพืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP)
ใชวัสดุปลูกประกอบดวย กาบมะพราวสับ พีทมอส เพอรไลท เวอรมิคูไลท โคโคพิท ในอัตราสวน 2 : 1 : 1 : 1 : 1
ตามลําดับ นาํ มาผสมใหเขากัน ตรวจวิเคราะหโลหะหนักในดินกอนปลูกพบวาอยูในเกณฑมาตรฐาน การปลูก
มีการจดั การใหนาํ้ และธาตุอาหาร โดยใชปยุ ไฮโดรโปนกิ ส จาํ นวน 2 สูตร คอื
สตู รที่ 1 สําหรับเรงการเจริญเติบโตทางดานลําตน เริ่มใหปุยต้ังแตเริ่มปลูกจนกระท่ังตนกัญชาอายุครบ
1 เดอื น
สตู รท่ี 2 สําหรับเรงการออกดอก เริม่ ใหป ยุ เมือ่ ตนกญั ชาอายไุ ด 1 เดือน จนถงึ ระยะออกดอก
วิธีใหปุยโดยระบบนํ้าหยด (Drip irrigation) มีการปรับสภาพคา pH และการนําไฟฟาของธาตุอาหาร
เพ่อื ใหไดค า ท่ีเหมาะสมตอ การเจรญิ ของตนกัญชาในแตละชวงของการเจรญิ เตบิ โต วางแผนการทดลองการปลูกกัญชา
แตละพันธุแบบสุมสมบูรณ (Completely Randomized Design; CRD)(5) ประกอบดวยกัญชา 4 พันธุ 1 ตน
ตอ 1 กระถาง ดังนี้
กญั ชาพันธทุ ่ี 1 หางกระรอกภูพานเอสที 1 (ST1) จํานวน 22 ตน
กญั ชาพนั ธทุ ่ี 2 หางเสอื สกลนครทที ี 1 (TT1) จาํ นวน 22 ตน
กญั ชาพนั ธุที่ 3 ตะนาวศรีกา นขาวดับเบลิ ยเู อ 1 (WA1) จํานวน 22 ตน

กัญชาพันธุท่ี 4 ตะนาวศรีกานแดงอารดี 1 (RD1) จาํ นวน 22 ตน

526 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ปรมิ าณสารแคนนาบินอยดใ นใบกัญชาพนั ธุไทย สรเพชร มาสุด และคณะ

การศึกษาการเจริญเติบโตของใบออน (young leaves) ใบเพสลาด (Immature leaves) และใบแก
(mature leaves) ของกญั ชา 4 พันธุ

โดยสุมเกบ็ ตัวอยางใบกัญชาไทย 4 พนั ธุ เมื่อตน กัญชาอายไุ ด 1 และ 2 เดือน หลังปลกู โดยแตล ะพนั ธุเ กบ็
ใบออนจํานวน 20 ใบ (ตําแหนง ขอใบที่ 2 และขอท่ี 3 จากปลายยอด) ใบเพสลาด 20 ใบ (ตําแหนงขอใบที่ 7 และ
ขอ ที่ 8 จากปลายยอด) และใบแก 20 ใบ (ตาํ แหนง ขอ ใบท่ี 13 และขอ ท่ี 14 จากปลายยอด) ดงั แสดงในภาพภาพท่ี 1
ทาํ การวดั น้ําหนักใบสด น้ําหนกั ใบแหง โดยอบท่อี ุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เปนระยะเวลา 24 ช่ัวโมง ความกวางใบ
ความยาวใบ และความยาวของกา นใบ ใชไ มบ รรทัด และ vernier calipers ในการวดั ดงั แสดงในภาพท่ี 1

ภาพที่ 1 ตําแหนงของใบออน ใบแก และใบเพสลาด (A) ความกวางใบ ความยาวใบ และความยาวของกานใบ (B)
ของกัญชาพนั ธไุ ทยท่ีใชในการเก็บตวั อยาง

การศกึ ษาปริมาณสารแคนนาบนิ อยดข องใบกญั ชาไทย 4 พนั ธุ
ทําการสุมเก็บตัวอยางใบกัญชาทั้งใบออน ใบเพสลาด และใบแก ของแตละพันธุที่ปลูกจํานวน 20 ตน

จากตนกัญชาที่มอี ายุได 1 และ 2 เดอื น หลังปลูก ใหไดประมาณ 20 กรัมตอน้าํ หนกั สด นาํ ใบท่เี ก็บไดมาอบท่ีอณุ หภมู ิ
50 องศาเซลเซียส เปนระยะเวลา 24 ชว่ั โมง เมื่อแหงแลวนํามาบดใหละเอยี ด ทําการชั่งตัวอยางใบกัญชาจํานวน 1,000
มลิ ลกิ รมั นํามาสกดั ตวั อยา งดว ย ethanol 95% ปรมิ าตร 40 มลิ ลลิ ติ ร ดว ยวธิ ี reflux เปน เวลา 60 นาที จากนน้ั นํามากรอง
และนาํ สารสกัดที่ไดมาระเหยแหง จากน้ันละลายกลับและปรับปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลิลิตร
โดยใช volumetric flask นําสารละลายตัวอยาง 5 ไมโครลิตร มาวิเคราะหดวยเครื่อง UHPLC ตรวจวิเคราะห
หาปรมิ าณของสารกลุมแคนนาบนิ อยด ไดแกส าร THC CBD และ CBN มีขัน้ ตอนดงั น้ี

การเตรียมสารละลายมาตรฐาน CBD CBN และ THC โดยนําสารมาตรฐาน CBD CBN และ THC
มาชั่งนํา้ หนกั ใหได 10, 25 และ 100 มิลลกิ รัม ละลายและปรบั ปริมาตรดวย methanol ใหได 10, 25 และ 50 มิลลลิ ิตร
ดว ย volumetric flask ตามลําดับ จะได stock สารละลายมาตรฐาน CBD CBN และ THC ที่ความเขมขน 1,000
1,000 และ 2,000 ไมโครกรมั /มลิ ลิลติ ร ตามลาํ ดบั จากนัน้ ปเปตสารละลายมาตรฐาน ปริมาตร 1,000, 1,000 และ
500 ไมโครลิตร ตามลําดบั ใสใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลิลิตร ปรับปริมาตรดวย methanol ไดค วามเขม ขน
1, 10, 20, 50 และ 100 ไมโครกรมั /มิลลิลติ ร นําไปสรางกราฟมาตรฐานตอ ไป

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 527
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

สภาวะของระบบโครมาโทกราฟ : วฏั ภาคคงที่ (stationary phase) ใช UHPLC column ชนดิ ARC-18
ขนาด 4.6 × 150 มลิ ลเิ มตร ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร อณุ หภมู ิ 40 องศาเซลเซยี ส, วฏั ภาคเคลอื่ นท่ี (mobile phase)
A : 0.1% ortho-phosphoric acid ในนํ้า B : 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile

การเตรียม 0.1% ortho-phosphoric acid ในน้ํากลั่น (deionized water) : ปเปต 0.1%
ortho-phosphoric acid ปรมิ าตร 1,000 ไมโครลติ ร ลงในนํา้ กลน่ั และปรบั ปริมาตรดวยนํา้ กลั่น ใหครบ 1,000
มลิ ลิลติ ร

การเตรียม 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile : ปเ ปต 0.1% ortho-phosphoric acid
ปริมาตร 1,000 ไมโครลิตร ลงใน acetonitrile และปรับปริมาตรดวย acetonitrile จนครบ 1,000 มลิ ลลิ ิตร

ปริมาตรการฉีด 5 ไมโครลิตร, อัตราการไหล 1.5 มลิ ลิลติ ร/นาที, ตรวจวดั สาร Diode array detector
(DAD) ที่ความยาวคลนื่ 220 นาโนเมตร

การวิเคราะหขอ มูลทางสถติ ิ
วเิ คราะหข อ มูลดวยโปรแกรม SPSS version 16.0 ทดสอบความแตกตา งของคาเฉล่ยี โดยวิธี Duncan’s

New Multiple Range Test (DMRT)(6) ทีร่ ะดบั นยั สําคัญ p<0.01

ผล

การศึกษาระยะการเจริญของกญั ชาพันธุไทย 4 พนั ธุ ทอี่ ายุ 1 เดือนหลังปลกู
ผลจากการศึกษาระยะการเจริญของกัญชาพันธุไ ทย 4 พนั ธุ ทอ่ี ายุ 1 เดือน หลงั ปลกู ในระยะใบออนพบวา

กัญชาพันธุหางกระรอกภูพานเอสท1ี (ST1) มีนา้ํ หนกั ใบสดตอใบเทา กบั 0.985 กรัม ซ่งึ มากกวาพันธุอื่นๆ อยางมีนัย
สาํ คัญทางสถติ ิ (p<0.01) ดงั แสดงในตารางที่ 1 รองลงมา คอื พันธุตะนาวศรีกา นแดงอารด ี1 (RD1) มีน้ําหนกั ใบสด
ตอใบเทา กบั 0.770 กรัม ในขณะท่ีน้าํ หนกั ใบแหงพันธุ RD1 และ ST1 มนี า้ํ หนักใบแหง ตอ ใบมากสุดเทากับ 0.224
และ 0.221 กรมั ตามลําดับ แตกตา งจากพันธุตะนาวศรีกา นขาวดบั เบิลยเู อ1 (WA1) และพนั ธหุ างเสอื สกลนครทีที1
(TT1) อยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01)

ความยาวใบพบวา พนั ธุ TT1 RD1 และ ST1 มคี าเทากบั 8.66, 8.58 และ 8.18 เซนติเมตร ตามลําดับ
ซงึ่ ไมแตกตา งกัน สวนพันธุ WA1 มีความยาวใบส้นั ที่สดุ มีคา เทากับ 7.35 เซนติเมตร ความกวางของใบพบวาพนั ธุ
TT1 และ WA1 มีความกวางของใบมากที่สุดและแตกตางจากพันธุอื่น ซ่ึงมีคาเทากับ 1.00 และ 0.87 เซนติเมตร
ตามลาํ ดบั ในสวนความยาวกานใบพบวา พนั ธุ ST1 มคี วามยาวกานใบมากกวาพันธอุ น่ื ๆ มคี า เทา กบั 1.05 เซนตเิ มตร
ดังแสดงในตารางท่ี 1 และภาพท่ี 2 ในระยะใบเพสลาด พบวากัญชาพันธุ ST1 TT1 และ RD1 มีนํ้าหนักใบสด
เทา กบั 1.790, 1.781 และ 1.633 กรัม มากกวาพนั ธุ WA1 อยางมนี ัยสาํ คัญทางสถิติ (p<0.01) ในขณะท่ีนํ้าหนักใบ
แหงพบวาพนั ธุ RD1 และ ST1 มนี าํ้ หนกั ใบแหง ตอใบมากสดุ เทากับ 0.454 และ 0.443 กรมั ตามลาํ ดบั แตกตาง
จากพนั ธุ WA1 และพันธุ TT1 อยางมีนัยสําคญั ทางสถิติ (p<0.01) ความยาวใบพบวา พนั ธุ TT1 WA1 และ ST1
มคี าเทากับ 17.13, 16.87 และ 15.39 เซนติเมตร ตามลาํ ดบั ไมแ ตกตางกนั สวนพนั ธุ RD1 มคี วามยาวใบสน้ั ทีส่ ุด
มคี าเทา กบั 14.35 เซนติเมตร

ความกวา งของใบพบวา พนั ธุ WA1 มคี วามกวา งใบมากท่สี ดุ เทา กับ 2.89 เซนตเิ มตร ซึง่ แตกตา งจากพันธุ
อื่นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) และในสวนความยาวกานใบพบวา พันธุ WA1 มีความยาวกานใบมากกวา
พนั ธอุ ่นื ๆ โดยมีคาเทา กบั 5.36 เซนตเิ มตร ดงั แสดงในตารางท่ี 1 และภาพท่ี 2 ในระยะใบแก พบวา กญั ชาพันธุ ST1
มนี ํ้าหนักใบสดมากท่สี ดุ ซง่ึ มคี าเทากบั 1.832 กรมั โดยมากกวา พนั ธอุ ื่นๆ อยางมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01) อกี ทง้ั

528 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดในใบกัญชาพันธุไ ทย สรเพชร มาสดุ และคณะ

ยงั พบวา พนั ธุ ST1 มีนา้ํ หนกั ใบแหงตอใบมากทสี่ ุดเทากบั 0.406 กรัม ซ่ึงไมแตกตางจากพนั ธุ TT1 และพนั ธุ WA1

ทีม่ นี า้ํ หนักใบแหง ตอใบเทากบั 0.402 และ 0.362 กรัม ตามลาํ ดบั
ความยาวของใบพบวาพันธุ WA1 และ RD1 มีความยาวใบไมแตกตางกัน โดยมีคาเทากับ 14.02 และ

13.32 เซนติเมตร ตามลําดับ ความกวา งของใบพบวา พันธุ TT1 และพันธุ RD1 มคี วามกวา งใบมากทีส่ ุดเทา กบั 1.89
และ 1.70 เซนตเิ มตร ตามลาํ ดบั ซงึ่ แตกตางจากพันธอุ ่นื อยางมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิ (p<0.01) และในสวนของความยาว
กา นใบพบวา พนั ธุ WA1 และ ST1 มคี วามยาวกานใบมากกวา พนั ธอุ นื่ ๆ มีคาเทากับ 4.59 และ 4.37 เซนตเิ มตร ตาม
ดบั แตกตา งจากพันธุ RD1 และ TT1 อยางมีนยั สําคัญทางสถิติ (p<0.01) ดงั แสดงในตารางท่ี 1 และภาพท่ี 2

ตารางที่ 1 น้ําหนักใบสด นํ้าหนักใบแหง ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ ของกัญชา 4 พันธุ ท่ีระยะ
ใบออน ใบเพสลาด และใบแก ของตนกัญชาอายุ 1 เดอื น หลงั ปลกู

ระยะใบ พันธุ นา้ํ หนักใบสด/ นา้ํ หนักใบแหง/ ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ
ใบออน ใบ (กรมั ) ใบ (กรมั ) (เซนติเมตร) (เซนตเิ มตร) (เซนติเมตร)
ST1 8.18 ± 1.17ab 0.78 ± 0.09bc 1.05 ± 0.14a
ใบเพสลาด TT1 0.985 ± 0.121/a 0.221 ± 0.11a 8.66 ± 0.65a 1.00 ± 0.11a 0.81 ± 0.10b
WA1 0.580 ± 0.07c 0.158 ± 0.01b 7.45 ± 0.49b 0.87 ± 0.08a 0.91 ± 0.11b
ใบแก RD1 0.630 ± 0.06c 0.168 ± 0.01b 8.58 ± 0.89a 0.71 ± 0.06c 0.80 ± 0.08b
F-test 0.770 ± 0.06b 0.224 ± 0.01a
C.V.(%) ** ** **
ST1 ** ** 10.28 10.23 12.43
TT1 11.79 9.57 15.39 ± 1.68ab 1.82 ± 0.20b 3.67 ± 0.19b
WA1 1.790 ± 0.26a 0.443 ± 0.04a 17.13 ± 1.29a 1.94 ± 0.21a 3.34 ± 0.23b
RD1 1.781 ± 0.24a 0.379 ± 0.03b 16.87 ± 1.94a 2.89 ± 0.22a 5.36 ± 0.52a
F-test 1.332 ± 0.13a 0.351 ± 0.04b 14.35 ± 1.62b 1.88 ± 0.17cb 1.56 ± 0.15c
C.V.(%) 1.633 ± 0.17a 0.454 ± 0.05a
ST1 ** ** ** **
TT1 ** 11.36 10.34 9.46 8.94
WA1 12.86 0.406 ± 0.04a 11.55 ± 1.34c 1.53 ± 0.18b 4.37 ± 0.28a
RD1 1.832 ± 0.25a 0.402 ± 0.04ab 12.21 ± 1.33bc 1.89 ± 0.18a 2.38 ± 0.27c
F-test 1.310 ± 11b 0.362 ± 0.02ab 14.02 ± 1.57a 1.67 ± 0.19b 4.59 ± 0.39a
C.V.(%) 1.435 ±13b 0.353 ± 0.03a 13.32± 0.73ab 1.70 ± 0.12ab 3.33 ± 0.21b
1.366 ± 13b ** ** **
10.20 ** 10.07 7.98
** 10.03
11.26

1/a คา เฉลี่ย ± สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน โดยคาเฉล่ียทต่ี ามหลังดว ยตัวอกั ษรที่ตางกันในแนวตั้ง (a, ab, b, bc และ c) มีความแตกตา งกนั
อยางมีนัยสาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01)

การศึกษาระยะการเจรญิ ของกญั ชาพันธไุ ทย 4 พันธุ ทอ่ี ายุ 2 เดือน หลังปลกู
จากการศึกษาระยะการเจริญของกัญชาพันธุไทย 4 พันธุ ท่ีอายุ 2 เดือน หลังปลูก ในระยะใบออนพบวา

กัญชาพันธุ RD1 มีน้ําหนักใบสดและใบแหงตอใบมากกวาพันธุอื่นๆ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) ดังแสดง
ในตารางที่ 2 โดยมีคา เทา กบั 0.428 กรัม และ 0.128 กรมั ตามลําดับ ความยาวใบพบวา พันธุ WA1 มคี วามยาวใบ
มากทส่ี ดุ มีคาเทากับ 12.40 เซนตเิ มตร แตกตา งกันทางสถิติกบั พันธุอ ่ืนๆ ความกวา งใบพบวาพนั ธุ TT1 มคี วามกวา ง

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 529
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

ภาพท่ี 2 ระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก (เรยี งจากซา ยไปขวา) ของกัญชาพันธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1
ในชวง 1 เดือน หลังปลูก

ใบสงู สดุ มคี าเทากับ 1.32 เซนตเิ มตร แตกตางจากพันธุอ นื่ ๆ และในสว นของความยาวกา นใบพบวา พันธุ RD1 และ
TT1 มคี วามยาวกานใบมากกวาพันธุอ น่ื ๆ มคี าเทากับ 1.36 และ1.32 เซนตเิ มตร ตามลําดบั ซึ่งแตกตา งจากพนั ธุอ่ืนๆ
อยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01) ดงั แสดงในตารางที่ 2 และภาพท่ี 3

ในระยะใบเพสลาด พบวา กญั ชาพนั ธุ ST1 และ RD1 มีน้ําหนักใบสดมากท่สี ุดเทา กบั 0.867 และ 0.821
กรัม ตามลําดบั และมีนา้ํ หนกั ใบแหงเทา กับ 0.219 และ 0.217 กรัม ตามลาํ ดับ ซึ่งมากกวาพันธุอืน่ ๆ อยางมีนัยสาํ คญั
ทางสถติ ิ (p<0.01) ความยาวใบและความกวางใบ ทง้ั 4 พันธุ ไมม ีความแตกตา งกนั ซง่ึ มีคา อยรู ะหวา ง 14.04-15.52
เซนตเิ มตร และ 1.35-1.54 เซนติเมตร ตามลําดับ และในสว นของความยาวกานใบพบวา พนั ธุ RD1 มคี วามยาวกา น
ใบมากกวา พนั ธอุ น่ื ๆ มคี า เทา กบั 3.08 เซนตเิ มตร แตกตา งจากพนั ธอุ นื่ ๆ อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (p<0.01) ดงั แสดง
ในตารางที่ 2 และภาพที่ 3

ในระยะใบแก พบวา กญั ชาพนั ธุ RD1 มนี ้าํ หนกั ใบสดมากทส่ี ดุ เทา กบั 1.487 กรมั มากกวา พนั ธอุ นื่ ๆ อยา งมนี ยั
สําคัญทางสถติ ิ (p<0.01) รองลงมา คอื พันธุ ST1 มนี ํ้าหนักใบสดเทากับ 1.248 กรัม นา้ํ หนักใบแหง พบวา พันธุ RD1
ST1 และ TT1 มนี ้ําหนักใบแหง ตอ ใบมากที่สุด มีคา เทา กบั 0.372, 0.358 และ 0.340 กรมั ตามลาํ ดบั ซ่งึ แตกตาง
จากพันธุ WA1 อยางมีนัยสาํ คัญทางสถิติ (p<0.01) ความยาวใบพบวาพันธุ TT1 WA1 และ ST1 มีความยาวใบ
มากท่ีสุด มีคาเทากับ 17.92, 17.33 และ 16.11 เซนติเมตร ตามลาํ ดับ แตกตางจากพันธุ RD1 อยางมีนัยสําคัญ
ทางสถติ ิ (p<0.01) ความกวา งใบพบวาพนั ธุ TT1 WA1 และ ST1 มีความกวา งของใบมากทสี่ ุด มคี า เทากับ 2.05
1.95 และ 1.89 เซนติเมตร ตามลาํ ดับ แตกตางจากพนั ธุ RD1 อยา งมีนยั สําคัญทางสถิติ (p<0.01) และในสว นของ
ความยาวกา นใบพบวา พันธุ RD1 มคี วามยาวกา นใบมากกวาพันธุอ น่ื ๆ มีคาเทากับ 4.19 เซนติเมตร ซึ่งแตกตางจาก
พนั ธอุ ่ืนๆ อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ (p<0.01) ดังแสดงในตารางที่ 2 และภาพที่ 3

530 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกัญชาพันธไุ ทย สรเพชร มาสุด และคณะ

ตารางท่ี 2 น้ําหนักใบสด น้ําหนักใบแหง ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ ของกัญชา 4 พันธุ ที่ระยะ
ใบออน ใบเพสลาด และใบแก ของตน กญั ชาอายุ 2 เดอื น หลังปลูก

ระยะใบ พนั ธุ น้ําหนักใบสด/ น้ําหนักใบแหง/ ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ
ใบ (กรัม) ใบ (กรัม) (เซนตเิ มตร) (เซนติเมตร) (เซนตเิ มตร)

ใบออ น ST1 0.206 ± 0.031/c 0.063 ± 0.01c 9.44 ± 1.01b 0.93 ± 0.11c 0.56 ± 0.08c

TT1 0.279 ± 0.05b 0.091± 0.01b 10.73 ± 0.09b 1.31 ± 0.11a 0.32 ± 0.12ab

WA1 0.302 ± 0.05b 0.082 ± 0.01b 12.40 ± 1.60a 1.14 ± 0.16b 1.21 ± 0.13b

RD1 0.428 ± 0.050 0.128 ± 0.01a 10.29 ± 1.18a 0.86 ± 0.01c 0.36 ± 0.12a

F-test ** ** ** ** **

C.V.(%) 16.42 12.45 11.58 11.32 10.30

ใบเพสลาด ST1 0.867 ± 0.11a 0.219 ± 0.10a 14.95± 1.73 1.38 ± 0.15 2.48 ± 0.32b

TT1 0.610 ± 0.06b 0.189 ± 0.04b 14.20 ± 1.13 1.54 ± 0.150 2.40 ± 0.31b

WA1 0.558 ± 0.06b 0.151 ± 0.06c 15.52 ± 1.59 1.40 ± 0.19 2.66 ± 0.27b

RD1 0.821 ± 0.10a 0.217 ± 0.05a 14.04 ± 1.48 1.35 ± 0.17 3.08 ± 0.34a

F-test ** ** ns ns **

C.V.(%) 12.46 10.17 10.23 11.79 11.80

ใบแก ST1 1.248± 0.18b 0.358 ± 0.03a 16.10 ± 1.73ab 1.89 ± 0.15a 3.57 ± 0.43b

TT1 0.971 ± 0.17c 0.340 ± 0.05a 17.92 ± 1.13a 2.05 ± 0.25a 3.55 ± 0.38b

WA1 0.999 ±0.15c 0.295 ± 0.03b 17.33 ± 1.59a 1.95 ± 0.25a 3.46 ± 0.32b

RD1 1.487 ± 0.23a 0.372 ± 0.04a 14.76 ± 1.48b 1.61 ± 0.19b 4.19 ± 053a

F-test ** ** ** ** **

C.V.(%) 15.57 11.66 9.01 11.55 11.37

1/c คา เฉลย่ี ± สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน โดยคาเฉลย่ี ทต่ี ามหลังดว ยตวั อักษรท่ตี างกันในแนวตั้ง (a, ab, b, b และ c) มีความแตกตางกัน
อยางมีนยั สําคญั ทางสถิติ (p<0.01), ns = ไมมีความแตกตา งกันทางสถติ ิ

ภาพที่ 3 ระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก (เรยี งจากซา ยไปขวา) ของกญั ชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1
ท่อี ายุ 2 เดือน หลังปลูก

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 531
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

การศกึ ษาวิธกี ารตรวจปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดข องใบกัญชาพนั ธุไทยดว ยวธิ ี UHPLC
จากการฉดี สารมาตรฐานของสาร CBD CBN THC พบวา retention time ของสาร CBD CBN และ

THC เทากับ 3.36, 4.85 และ 6.12 นาที ตามลําดับ ดังแสดงในภาพที่ 4 เม่อื ตรวจวิเคราะหสารสาํ คัญในใบกญั ชา
แตละพนั ธุท อ่ี ายุ 1 และ 2 เดอื น พบวา retention time ของสาร CBD CBN และ THC แสดงที่เวลาใกลเ คยี งกันกับ
สารมาตรฐานเทากบั 3.36, 4.84 และ 6.09 นาที ตามลาํ ดับ ดังแสดงในภาพที่ 5 และเมอ่ื เปรยี บเทยี บ UV spectrum
ของสาร CBD CBN และ THC พบวา λmax ของสาร CBD และ THC มคี า เทากบั 208 นาโนเมตร สว น λmax
ของ CBN มีคา เทากบั 220 และ 284 นาโนเมตร เมอื่ วิเคราะหสารละลายตวั อยางกญั ชาดว ยเคร่อื ง UHPLC โดย
ใช DAD เปนดีเทคเตอร ท่ีความยาวคลื่น 220 นาโนเมตร ไมพบการเกิด co-elute ของสารอ่ืนที่ความยาวคลื่น
220 นาโนเมตร ดงั แสดงในภาพที่ 6

ภาพที่ 4 โครมาโทแกรมของสารมาตรฐาน CBD CBN และTHC ดวยวธิ ี UHPLC

ภาพที่ 5 โครมาโทแกรมสาร CBD CBN และ THC ดวยวธิ ีตรวจวิเคราะห UHPLC ของตัวอยา งใบกญั ชา 4 พันธุ
ท่ีอายุ 1 เดอื น (เลข 1, 8, 7, 6) และ 2 เดือน (เลข 2, 3, 4, 5) (1 = ใบออน ST1, 2 = ใบเพสลาด ST1,
3 = ใบเพสลาด TT1, 4 = ใบเพสลาด WA1, 5 = ใบเพสลาด RD1, 6 = ใบออน RD1, 7 = ใบออน WA1
และ 8 = ใบออน TT1)

532 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

ปริมาณสารแคนนาบินอยดในใบกัญชาพนั ธไุ ทย สรเพชร มาสดุ และคณะ

ภาพท่ี 6 UV spectrum ของสารมาตรฐาน CBD CBN THC และตวั อยา ง ดว ยวธิ ตี รวจวิเคราะห UHPLC

การเปรียบเทียบระยะการเจริญของใบ ตอ การเปลี่ยนแปลงสารแคนนาบินอยด
ผลจากการตรวจวิเคราะหหาปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยด ไดแ ก สาร THC CBD และ CBN ของใบกัญชา

ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก พบวา ในชว ง 1 เดอื น หลงั ปลกู สาร THC ในระยะใบออ นทกุ สายพนั ธุ มปี รมิ าณสาร
THCสงู กวา ใบเพสลาดและใบแกอยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ(p<0.01)ซง่ึ มคี า อยใู นชว ง1.825-5.79%โดยนํ้าหนกั (w/w)
โดยพนั ธุ WA1 และ TT1 มีสาร THC ในใบออนคอ นขา งสูงโดยมีปริมาณ 5.79 และ 4.04% w/w สว นใบเพสลาดมี
สาร THC รองลงมาจากใบออ น โดยแตล ะพนั ธมุ คี า THC อยรู ะหวา ง 0.857-2.244% w/w ซงึ่ พนั ธุ ST1 มสี าร THC
ตา่ํ กวา 1% w/w สวนใบแกข องแตละพนั ธุมีปรมิ าณสาร THC ลดลง มคี า อยูในชวง 0.367-2.084% w/w โดยพบวา
พันธุ TT1 มสี าร THC ในใบแกส งู ที่สดุ เทากบั 2.084% w/w ในขณะทช่ี วง 2 เดอื น หลงั ปลูก สาร THC ในระยะใบ
ออนทกุ พันธุ มีปริมาณสาร THC มากกวา ใบเพสลาดและใบแกอยางมนี ัยสาํ คญั ทางสถติ ิ (p<0.01) โดยมีคา อยใู นชวง
4.53-7.39% w/w รองลงมา คอื ใบเพสลาด มปี รมิ าณสาร THC ของแตละพันธอุ ยูในชว ง 1.397-3.514% w/w และ
ในใบแกทุกพนั ธุมสี าร THC ต่ําท่สี ดุ มคี า อยใู นชวง 1.363-2.472% w/w ดงั แสดงในภาพที่ 7

สําหรับการตรวจวิเคราะหหาปริมาณสาร CBD พบวา ในชวง 1 เดือน หลังปลกู ใบออนมีสาร CBD สูง
ท่ีสดุ มีคา อยูในชว ง 0.010-3.828% w/w โดยพบสาร CBD มากในพันธุ ST1 และ RD1 รองลงมา คือ ใบเพสลาด
และใบแก มีคาอยใู นชวง 0.001-1.427% w/w และ 0.000-0.787% w/w ตามลาํ ดบั และยงั พบสารอยูเ พยี ง 2 พนั ธุ
ในขณะที่ปริมาณสาร CBD ในชวง 2 เดอื น หลงั ปลูก พบเพยี งพันธุ ST1 และ RD1 โดยใบออ นมสี าร CBD สูงทสี่ ุด
ในพนั ธุ ST1 แตกตางจากใบแกและใบเพสลาด อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ มีคาเทา กบั 1.198, 1.000 และ 0.882%
w/w ตามลําดบั สว นพนั ธุ RD1 พบสาร CBD สูงในใบ แตกตางจากใบออนและใบเพสลาดอยา งมีนยั สําคัญทางสถติ ิ
มคี า เทากับ 2.500, 2.398 และ 2.077% w/w ตามลําดับ ดงั แสดงในภาพที่ 7

เมอ่ื ตรวจวเิ คราะหห าปริมาณสาร CBN พบวา ในชวง 1 เดือน หลังปลกู ใบออนมสี าร CBN สงู ท่ีสุดพบ
ทกุ พนั ธโุ ดยมคี า อยใู นชว ง0.003-0.009%w/wรองลงมาคอื ใบแกแ ละใบเพสลาดตามลําดบั ในขณะทช่ี ว ง2เดอื นหลงั ปลกู
ใบแกพ ันธุ ST1 WA1 และ RD1 มสี าร CBN สูงกวา ใบเพสลาดและใบออน มคี า อยูในชว ง 0.011-0.023% w/w
ดังแสดงในภาพที่ 7

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 533
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

ภาพท่ี 7 ปริมาณสาร cannabinoid ของใบกัญชาในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก ชวง 1 และ 2 เดือน หลังปลูก

การเปรยี บเทยี บปรมิ าณสารแคนนาบินอยดข องกญั ชาพันธไุ ทย ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก
จากการวิเคราะหปรมิ าณสาร THC ในใบกัญชาท่อี ายุ 1 เดือน พบวา ในใบออนและใบเพสลาดพนั ธุ WA1

จะมี THC สูงท่สี ุดโดยมคี า อยทู ่ี 5.798 ± 0.005 และ 2.244 ± 0.004% w/w ในใบแกพนั ธุ TT1 มีปริมาณสาร THC
สงู ทส่ี ุดโดยมีคาอยูท่ี 2.084 ± 0.001% w/w จากภาพจะเหน็ ไดว า ปริมาณสาร THC ในกัญชาท้งั 4 พันธุ จะมีปริมาณ
สารที่สูงในใบออน และมีแนวโนมท่ีลดลงในใบเพสลาดและใบแก ยกเวนพันธุ TT1 ท่ีมีแนวโนมในใบแกท่ีเพ่ิมขึ้น
เมื่อเทียบกับใบเพสลาด สว นใบกญั ชาท่ีอายุ 2 เดือน พบวาในใบออ นและใบเพสลาด พนั ธุ TT1 จะมี THC สงู ที่สุด
โดยมคี าอยทู ่ี 7.392 ± 0.007% w/w และ 3.514 ± 0.004% w/w ในใบแกพนั ธุ WA1 มีปรมิ าณสาร THC สูงทส่ี ดุ
โดยมีคาอยทู ี่ 2.472 ± 0.001% w/w จากภาพจะเหน็ ไดว าปรมิ าณสาร THC ในกญั ชาทัง้ 4 พันธุ จะมีปริมาณสารทีส่ งู
ในใบออนและมีแนวโนมที่ลดลงในใบเพสลาดและใบแก ดังแสดงในภาพท่ี 8

534 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

ปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาพนั ธไุ ทย สรเพชร มาสุด และคณะ

ภาพท่ี 8 ปริมาณสาร THC ของใบกญั ชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1 ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก
ชวง 1 เดอื น และ 2 เดือน หลังปลูก

จากการวิเคราะหปริมาณสาร CBD ในใบกัญชาท่ีอายุ 1 เดือน พบวาใบออน ใบเพสลาด และใบแกของ
กัญชาพันธุ RD1 มปี ริมาณ CBD สงู ที่สดุ โดยมีคาอยทู ี่ 3.829 ± 0.003, 1.427 ± 0.001 และ 0.787 ± 0.000% w/w
ตามลําดับ จากภาพจะเห็นไดวา พันธุ ST1 และ RD1 จะพบปริมาณ CBD สงู ในใบออน และมแี นวโนมลดตํ่าลงใน
ใบเพสลาดและใบแก ตามลําดับ สว นใบกัญชาทอ่ี ายุ 2 เดอื น พบวา ใบออน ใบเพสลาด และใบแกของกญั ชาพนั ธุ RD1
มีปริมาณ CBD สงู ที่สดุ โดยมีคา อยทู ่ี 2.389 ± 0.002, 2.077 ± 0.00 และ 2.500 ± 0.001% w/w ตามลําดบั จากภาพ
จะเห็นไดวา พนั ธุ ST1 และ RD1 จะพบปริมาณ CBD สูงในใบออ น และมเี พยี งพันธเุ ดียวคือ RD1 ทมี่ สี าร CBD
ทง้ั ในใบออ น ใบเพสลาด และใบแก ซงึ่ มีปริมาณสงู เทาๆ กัน และสงู กวา พันธอุ ืน่ ๆ อยา งมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิ (p<0.01)
ดงั แสดงในภาพท่ี 9

ภาพท่ี 9 ปริมาณสาร CBD ของใบกัญชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1 ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก
ชวง 1 เดอื นและ 2 เดือน หลงั ปลูก

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 535
ปท่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

จากการวเิ คราะหป รมิ าณสาร CBN ในใบกญั ชาทอ่ี ายุ 1 เดือน พบวาใบออ น และใบเพสลาด ของกญั ชาพนั ธุ
WA1 มีปรมิ าณ CBN สูงท่สี ดุ โดยมคี าอยูท ่ี 0.009% และ 0.003% w/w ตามลาํ ดับ ใบแกพ ันธุ TT1 จะมปี ริมาณ
CBN สูงท่ีสุดโดยมคี าอยูท ่ี 0.003% w/w จากภาพจะเหน็ ไดวา พันธุ ST1 พบ CBN ในใบออ นเทา น้ัน พันธุ TT1
และ WD1 มปี รมิ าณ CBN ทีส่ งู ในใบออนและมีแนวโนมทีล่ ดลงในใบเพสลาดและใบแก เมือ่ วเิ คราะหห าสาร CBN
ใบกญั ชาท่ีอายุ 2 เดอื น พบวาใบแกแ ละใบออนของกัญชาพนั ธุ WA1 มปี ริมาณ CBN สูงทสี่ ดุ โดยมีคา อยทู ่ี 0.023
และ 0.020% w/w ตามลาํ ดบั ใบเพสลาดพันธุ TT1 จะมีปรมิ าณ CBN สงู ท่สี ุดโดยมคี า อยูท่ี 0.022% w/w จากภาพ
จะเหน็ ไดว าพนั ธุ RD1 และ WA1 จะมปี ริมาณ CBN สูงที่สดุ ในใบแกเ ม่อื เทยี บในพนั ธุเ ดียวกนั และจะมคี า ลดลงใน
ใบเพสลาด ดังแสดงในภาพที่ 10

ภาพที่ 10 ปริมาณสาร CBN ของใบกัญชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1 ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก
ชวง 1 เดือน และ 2 เดือน หลงั ปลกู

วจิ ารณ

ผลจากการศึกษาปริมาณสารแคนนาบินอยด ในแตละระยะของการเจริญเติบโตของใบกัญชาตอ
การเปลยี่ นแปลงของกญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ ไดแ ก กระรอกภพู านเอสที 1 (ST1) หางเสอื สกลนครทที ี 1 (TT1) ตะนาวศรี
กา นขาวดบั เบิลยเู อ 1 (WA1) และตะนาวศรีกา นแดงอารดี 1 (RD1) ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก พบวา
พนั ธุ ST1 และพนั ธุ RD1 ใหนํา้ หนักใบสดตอใบ น้าํ หนักใบแหงตอใบ คอ นขา งดีกวา พันธุอ่นื โดยในชว ง 2 เดอื นหลงั
ปลกู ระยะใบเพสลาดของพนั ธุ ST1 และ RD1 มนี ้าํ หนกั ใบสดตอ ใบมากทส่ี ดุ ซงึ่ เมอื่ พจิ ารณาจากรปู ทรงตน พนั ธุ ST1
จะมชี ว งของขอ ในลําตนทีค่ อนขางยาวกวาพันธอุ ่ืน ทําใหใ บทีแ่ ตกออกมาจากขอ มพี ้นื ท่ีในการสังเคราะหแสงไดมากขน้ึ
สง ผลใหใ บมคี วามหนามากขนึ้ อยา งไรกต็ ามจําเปน ตอ งมกี ารศกึ ษาปรมิ าณการสงั เคราะหแ สง รวมถงึ ปรมิ าณคลอโรฟล ล
ที่อยูในใบเพ่ิมเติม ซึ่งอาจมีผลตอการเพ่ิมนํา้ หนักสด นํา้ หนักแหงภายในใบ ในขณะเดียวกันพันธุ RD1 มีน้าํ หนัก
ใบสดและใบแหงมาก เนื่องจากมีขนาดของกานใบที่คอนขางยาวกวาพันธุอื่น ซ่ึงกานใบมีการนําไปใชประโยชนทาง
ดานแพทยแผนไทยโดยใชเปนสวนประกอบยาบางตํารับ การไดกานใบที่ยาวและมีขนาดใหญจึงเปนลักษณะท่ีดีของ
กัญชาพันธุไทย เม่อื ศึกษาปริมาณสารแคนนาบินอยดดวยวธิ ี UHPLC พบวาสามารถตรวจวัดปรมิ าณสาร THC CBD
และ CBN ในใบกัญชาไดทั้งใบออน ใบเพสลาด และใบแก วิธีดังกลาวใชเวลาในการวิเคราะหตอตัวอยางประมาณ
10 นาที ซึ่งใชเวลานอยทําใหสามารถตรวจไดเร็วกวาการตรวจวิเคราะหดวยวิธี HPLC ที่ใชเวลานานถึง 25 นาที(7)

536 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดในใบกญั ชาพันธุไทย สรเพชร มาสดุ และคณะ

จากการตรวจดวยวธิ ี UHPLC และ HPLC ในรายงานยังพบวา สามารถตรวจสารแคนนาบินอยดที่อยใู นวตั ถดุ ิบกัญชา
ในรูปของ native form รวมถึง acidic cannabinoids เชน THCA CBDA ไดงายกวาการตรวจวิเคราะหดวย
Gas Chromatography ท่ีตองใชความรอนเพ่ือเปลี่ยนกระบวนการ decarboxylation(7, 8, 9) เม่ือตรวจสาร
แคนนาบินอยด ในใบกัญชาพบวาปริมาณสาร THC ในชวง 1 เดือน และ 2 เดือน ระยะใบออนทุกพันธุมีปริมาณ
สาร THC สงู กวา ใบเพสลาดและใบแก และยังพบวาในระยะ 2 เดือน หลังปลกู จะมสี าร THC สงู กวา ในชวง 1 เดอื น
สอดคลอ งกบั สาร CBD และ CBN ทม่ี แี นวโนม ของปรมิ าณสารเพมิ่ ขน้ึ อยา งไรกต็ ามสาร CBD ในใบออ นในชว งระยะ
การปลกู 1 เดอื น จะสงู กวา ในใบออ นทร่ี ะยะ 2 เดอื น ของพนั ธุ ST1 และ RD1 แสดงใหเ หน็ วา การสรา งสาร CBD ในใบ
จะเรม่ิ สรางสารสําคัญไดที่อายุ 1 เดือน ซ่งึ จากการจดั การธาตอุ าหารในการทดลองนี้ ไดท ําการใสปุยสตู รเรงดอกโดย
เรมิ่ ใหปุย เมอื่ ตนกัญชาอายไุ ด 1 เดือน จนถึงระยะออกดอก ปยุ สูตรดงั กลาวจะมีปริมาณไนโตรเจนตา่ํ กวา สูตรที่ 1 ทใี่ ช
ในการเจรญิ เตบิ โตทางดานลําตน เมอ่ื อายุตน ถงึ 2 เดือน กัญชาเรมิ่ มกี ารออกดอก แสดงวาธาตอุ าหารอาจเปนปจจยั
หนึ่งท่ีมีสวนชวยใหตนกัญชาออกดอกได ซ่ึงมีผูศึกษาผลของไนโตรเจนตอลักษณะทางเคมี การทาํ งานและสรีรวิทยา
ของกญั ชาในระยะออกดอก โดยใหป รมิ าณไนโตรเจนทแ่ี ตกตา งกนั ภายใตส ภาพแวดลอ มทถ่ี กู ควบคมุ พบวา ไนโตรเจน
ทคี่ วามเขมขน 30 มลิ ลิกรัมตอลิตร จะมีปรมิ าณของแคนนาบนิ อยด และเทอรพนี อยด ที่สงู และลดตา่ํ ลงตามปรมิ าณ
ของไนโตรเจนทสี่ งู ขนึ้ แสดงใหเ หน็ วา ระดบั ของไนโตรเจนอาจมผี ลตอ การควบคมุ ปรมิ าณของสารแคนนาบนิ อยด และ
เทอรพนี อยด( 10) เมอื่ เปรยี บเทยี บพนั ธุก ับปรมิ าณสารแคนนาบินอยด พบวา พนั ธุ WA1 และ TT1 มปี ริมาณสาร THC
และ CBN สงู กวา พนั ธุอนื่ ซ่ึงปริมาณของ CBN จะแปรผันตามปรมิ าณสาร THC ท่สี ูงขน้ึ ซึง่ สอดคลองกับงานวิจยั
ทพี่ บวา สาร CBN จะเปน ผลผลติ ทไ่ี ดจ าก THCA ในชว งของการผา นปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั่ (Oxidative degradation)
ซง่ึ ถาหากมปี ริมาณ THC สงู ปริมาณของ CBN จะสงู ไปดว ย(11, 12) สวนปรมิ าณสาร CBD พบมากเพยี ง 2 พนั ธุ คือ
พันธุ RD1 และ ST1 ซ่ึงจากขอมูลปริมาณสารสําคัญท่ีอยูในใบคอนขางสูง เม่ือเปรียบเทียบกับผูศึกษาปริมาณของ
แคนนาบินอยดในใบกัญชาซ่ึงพบวามีคาอยูระหวาง 1.10–2.10%(13) จากขอมูลแสดงใหเห็นวา พันธุกัญชามีผลตอ
การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารแคนนาบนิ อยด โดยสามารถพบไดต ง้ั แตร ะยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก ซ่งึ จากขอมูล
ท่ีไดสอดคลองกับลักษณะทางพันธุกรรมท่ีศึกษาโดยสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตรการแพทย รวมกับ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสกลนคร พบวา กญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ มลี กั ษณะเดน ถงึ 3 แบบ แบบที่ 1
เปนกัญชาทใี่ หสาร THC สูง ไดแก พนั ธุ WA1 และ TT1 แบบที่ 2 เปนกญั ชาที่ใหส าร THC และ CBD ในอัตราสว น
ที่เทา กนั (THC : CBD เทากับ 1 : 1) ไดแ กพ ันธุ ST1 และกัญชาแบบที่ 3 ทใ่ี หสาร CBD สูง ไดแ ก พนั ธุ RD1
จากขอ มลู แสดงใหเ หน็ วา สารแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาอาจจะมคี วามสมั พนั ธก บั ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของกญั ชา ซง่ึ จะ
เปน ประโยชนต อ การศกึ ษาพนั ธกุ ญั ชา โดยสามารถตรวจสารสาํ คญั ในใบเพอ่ื คดั เลอื กพนั ธกุ ญั ชาไดเ รว็ มากขน้ึ ไมต อ งรอให
ถงึ ชว งออกดอก อยา งไรกต็ ามจําเปน ตอ งเกบ็ รวบรวมตวั อยา งพนั ธกุ ญั ชาจากแหลง ตา งๆ เพอ่ื ใหไ ดข อ มลู ทถี่ กู ตอ งมากขน้ึ
รวมถึงควรศึกษาในเร่ืองของปริมาณธาตุอาหารที่เหมาะสมของแตละพันธุเพ่ือเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต
ท้ังในสวนของใบ ราก และชอดอก เพื่อพฒั นาปรับปรุงกญั ชาพันธไุ ทยใหม ศี ักยภาพในการแขง ขนั กบั ตลาดโลกตอไป

สรปุ

การศกึ ษาระยะการเจรญิ เตบิ โตของใบกญั ชาพบวา มคี วามแตกตา งกนั ของแตล ะพนั ธุ โดยพนั ธุ ST1 และพนั ธุ
RD1 ใหน า้ํ หนกั ใบสดและนาํ้ หนกั ใบแหง ตอ ใบมากกวา พนั ธอุ น่ื สว นความยาวและความกวา งของใบมคี า ไมแ ตกตา งกนั
สาํ หรบั ความยาวของกา นใบพบวา พนั ธุ RD1 มคี วามยาวกา นใบในชว งใบเพสลาดยาวมากกวา พนั ธอุ นื่ เมอื่ ตรวจปรมิ าณ
สารแคนนาบนิ อยดในใบพบวา มสี าร THC และ CBD ในใบออนสงู กวา ใบเพสลาดและใบแก และเม่อื ตนกัญชามีอายุ
มากข้ึนจะมีสารดังกลาวเพ่ิมมากขึ้น สวนสาร CBN พบนอยมากในใบ แตจะพบปริมาณสาร CBN สูงในใบแกและ
ใบเพสลาด ซึ่งสารจะเพิ่มข้ึนเมื่อตนกัญชามีอายุมากขึ้นเชนเดียวกับสาร THC และ CBD นอกจากนี้ยังพบวาพันธุ

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 537
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

ของกญั ชามผี ลตอ ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดในใบ โดยพันธุ WA1 และ TT1 มีสาร THC และ CBN สูง สวนพนั ธุ
RD1 และ ST1 เปน พนั ธทุ พี่ บสาร CBD สูงเพียงสองพนั ธเุ ทานนั้ และพบสารดังกลา วในปริมาณสูงตง้ั แตอ ายุ 1 เดอื น
หลังปลูก งานวิจัยครั้งน้ีแสดงใหเห็นวาการนําใบกัญชาไปใชประโยชนควรพิจารณาในเร่ืองของพันธุและอายุของ
ตน กญั ชา รวมถึงสว นตางๆ ทีจ่ ะนาํ มาใชประโยชน

กติ ติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณนายทรงพล ชวี ะพฒั น อดตี ผอู ํานวยการสถาบนั วจิ ัยสมุนไพร ดร.ประไพ วงศสินคงมั่น หัวหนา
สํานักวิชาการวิทยาศาสตรการแพทย ที่ชวยสนับสนุนและชวยเหลือดานการย่ืนขออนุญาตปลูกกัญชา ขอขอบคุณ
ผศ.พิเชษฐ เวชวิฐาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร นายสนอง ดวงศรีจันทร
นายธนะชัย ชั้นสกุล และนายกัมพล รัตนแกว ท่ีชวยเก็บตัวอยางและใหองคความรูในเร่ืองการปลูกกัญชา ขอบคุณ
นายชยกร ยกุ วนชิ นายสเุ ทพ ศรสี นาม และเจา หนา ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอื่ พชื และหอ งปฏบิ ตั กิ ารจโี นมกิ สพ ชื
ท่ีชว ยเหลอื การเกบ็ ตวั อยา งพืชกัญชา

เอกสารอา งองิ

1. Mechoulam R, Hanus LO, Pertwee R, Howlett AC. Early phytocannabinoid chemistry to
endocannabinoids and beyond. Nat Rev Neurosci 2014; 15(11) : 757-64.

2. Velasco G, Sánchez C, Guzmán M. Towards the use of cannabinoids as antitumour agents. Nat
Rev Cancer 2012; 12(6) : 436-44.

3. พระราชบัญญตั อิ าหาร พ.ศ. 2522 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ที่ 424 (พ.ศ. 2564). ราชกิจจานเุ บกษา
เลม ท่ี 138 ตอนพิเศษ 45 ง (วันที่ 25 กมุ ภาพันธ 2564). หนา 32.

4. สาํ นกั งานจดั การกญั ชาและกระทอ มทางการแพทยแ ผนไทย. Infographic 16 ตาํ รบั ยาแผนไทยทมี่ กี ญั ชาปรงุ ผสม
อย.ู [ออนไลน]. 2564; [สืบคน 2 ก.ค. 2564]; [1 หนา]. เขาถงึ ไดท่ี : URL : https : //ockt.dtam.moph.
go.th/index.php/cannabis-formula/200-infographic-16.

5. สุรพล อปุ ดสิ สกุล. สถิตกิ ารวางแผนการทดลองเบ้ืองตน . กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร; 2528.
6. Duncan DB. Multiple range and multiple F tests. Biometrics 1995; 11 : 1-42.
7. Rudd J. UHPLC enables rapid quantitation of native cannabinoids. [online]. 2018; [cited 2021

Aug 30]; [2 screens]. Available from : URL : https : //www.analyticalcannabis.com/articles/
uhplc-enables-rapid-quantitation-of-native-cannabinoids-298930.
8. Romano LL, Hazekamp A. Cannabis oil : chemical evaluation of an upcoming cannabis-based
medicine. Cannabinoids 2013; 1(1) : 1–11.
9. Lazarjani MP, Torres S, Hooker T, Fowlie C, Young O, Seyfoddin A. Methods for quantification
of cannabinoids : a narrative review. J Cannabis Res 2020; 2 : 35. (10 pages).
10. Saloner A, Bernstein N. Nitrogen supply affects cannabinoid and terpenoid profile in medical
cannabis (Cannabis sativa L.). Ind Crop Prod 2021; 167 : 113516. (13 pages).
11. Hazekamp A, Fischedick JT, Díez ML, Lubbe A, Ruhaak RL. Chemistry of cannabis. In : Mander
L, Liu HW, editors. Comprehensive natural products II. Oxford, UK : Elsevier Science; 2010.
p. 1033-1084.

538 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกัญชาพนั ธุไทย สรเพชร มาสุด และคณะ

12. Fathordoobady F, Singh A, Kitts DD, Singh AP. Hemp (Cannabis sativa L.) extract :
anti-microbial properties, methods of extraction, and potential oral delivery. Food Rev Int
2019; 35(7) : 664-84.

13. Jin D, Dai K, Xie Z, Chen J. Secondary metabolites profiled in cannabis inflorescences, leaves,
stem barks, and roots for medicinal purposes. Sci Rep 2020; 10(1) : 3309. (14 pages).

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 539
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.

The Cannabinoid Contents in Different
Growth Stages of Thai Cannabis sativa L.

Leaves

Sorrapetch Marsud1 Thanawat Thongchin1 Korravit somkid1 Phanuwit Poolsab1
Paparvadee Suchantaboot1 Kotchaporn Chotmanotham1 Tipawan Phrugmanon1
Ratree Pranakhon2 Wanwipa Pinta2 Phichet Banyati1 and Siriwan Chaisomboonpan1
1Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000
2Rajamangala University of Technology Isan, Sakon Nakhon Campus, Sakon Nakhon 47160 Thailand

ABSTRACT Cannabinoids are the major compounds in cannabis containing tetrahydrocannabinol
(THC), which is a psychoactive compound and other non-psychoactive compounds, such as cannabinol
(CBN), cannabidiol (CBD). Cannabinoids are mainly found in inflorescence of cannabis, but sut some
of them are also detected in other parts including leaves. The information of cannabinoids contents in
cannabis leaves is still limited, especially in Thai cannabis. This study, therefore, aims to investigate
cannabinoids contents using the Ultra High Performance Liquid Chromatography (UHPLC) technique
in leaves of different growth stages. Four cultivars of Thai cannabis including Hang Kra Rog Phu Phan
(ST1), Hang Suea Sakonnakhon (TT1), Tanao Si Kan Khaw (WA1) and Tanao Si Kan Dang (RD1)
were grown and recorded leaf sizes as well as THC and CBD contents in different growth stages.
The results showed that the immature leaves (both fresh and dried) of 2-month-grown ST1 and RD1
gave the highest weight compared to others. The immature and mature leaf stalks of RD1 were higher
in length than others, but not different in width and length of their leaves. The highest THC content was
detected in 2- month young leaves cannabis, while CBD content showed the highest (3.83 % w/w) in
1-month young leaves of RD1. In contrast, a small amount of CBN was detected in all cannabis leaves.
The information reported here could appropriately support medical use and create value-added for Thai
cannabis.
Keyword: Cannabis sativa, Cultivar, Cannabinoids

540 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

นิพนธต น ฉบับ ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 541-555

การพฒั นาตัวอยางทดสอบความชาํ นาญการวิเคราะห
สารเคมีปอ งกนั กําจัดศัตรูพืช
และโลหะหนกั ในพืชกัญชา

วชิ าดา จงมีวาสนา พนาวลั ย กลงึ กลางดอน วีรวฒุ ิ วทิ ยานนั ท สพุ ัฒน แสงสวย ธรณศิ วร ไชยมงคล
และกรรภริ มย เลิศบํารุงชัย
สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย ถนนตวิ านนท อําเภอเมอื ง นนทบุรี 11000
บทคัดยอ สืบเน่ืองจากนโยบายกัญชาทางการแพทย ป พ.ศ. 2562 ทาํ ใหเกิดหวงโซคุณคาในการพัฒนาการปลูก
การจาํ หนา ยและการผลติ ผลติ ภณั ฑก ญั ชาอยา งรวดเรว็ สารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื ตกคา งและโลหะปนเปอ นเปน รายการสาํ คญั
ที่ใชในการคัดกรองความปลอดภัยของวัตถุดิบพืชกัญชาสําหรับผลิตภัณฑท่ีใชเพ่ือประโยชนทางการแพทย กรมวิทยาศาสตร
การแพทยไดดาํ เนินโครงการบูรณาการสรางเครือขายหองปฏิบัติการ และติดตามสงเสริมหองปฏิบัติการเครือขายใหมีความ
สามารถในการตรวจวิเคราะห การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนาตัวอยางทดสอบความชํานาญพืชกัญชา โดยใชวัตถุดิบ
พชื กญั ชาทเ่ี ปน ของกลางจากสาํ นกั งานคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ ทพี่ บสารตกคา งและสารปนเปอ น โดยนาํ
มาเตรียม แบงบรรจุ และทดสอบความเปนเน้ือเดียวกันของสารคลอรไพรีฟอส และไซเปอรเมทริน ดวยเคร่ือง GC-ECD/
FPD มคี า เฉลีย่ ความเขมขน 85.6 ± 3.5 และ 32,520 ± 1,625 ไมโครกรัมตอกิโลกรมั สวนแคดเมียม มคี วามเขมขน 344 ± 18
ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั เมอื่ ตรวจวเิ คราะหด ว ยเครอื่ ง ICP-MS จากนน้ั ทดสอบความคงตวั ในอณุ หภมู ทิ เ่ี ลยี นแบบสภาวะขนสง
โดยเก็บตัวอยางในพ้ืนที่ท่ีไมมีการควบคุมอุณหภูมิเปนเวลา 3 วัน แลวนํามาเก็บที่อุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส เปนเวลา
2 เดือน พบวา ปรมิ าณสารคลอรไ พรีฟอส ไซเปอรเมทรนิ และแคดเมียม มีความเขมขน ท่รี ะดับ 89.6 ± 3.4, 33,753 ± 2,619
และ 321 ± 11 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั ตามลาํ ดบั ซง่ึ ผลการวเิ คราะหท างสถติ มิ คี วามคงตวั อยใู นเกณฑย อมรบั ตวั อยา งพชื กญั ชา
ที่เตรียมขึ้นน้ีสามารถนําไปใชเปน ตัวอยา งทดสอบความชาํ นาญที่มีคุณสมบตั เิ หมาะสม เปนไปตามเกณฑย อมรับ ISO 13528:
2015 และใชใ นการประเมนิ ความสามารถหอ งปฏบิ ตั กิ ารวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื และโลหะหนกั ไดอ ยา งมคี ณุ ภาพ
คาํ สาํ คัญ: ตวั อยางทดสอบความชาํ นาญ, พืชกญั ชา, สารเคมปี องกันกําจัดศตั รูพืชตกคาง, โลหะปนเปอน

Corresponding author E-mail: [email protected]

Received: 16 July 2021 Revised: 7 September 2021 Accepted: 9 September 2021

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 541
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

บทนาํ

กญั ชาเปน พชื ในสกลุ Cannabis จดั เปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 แหง พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ
พ.ศ. 2522 ตอ มาในป พ.ศ. 2562 ไดม กี ารแกไ ขเพมิ่ เตมิ พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ (ฉบบั ที่ 7)(1) “มาตรา 26/2
หามมิใหผูใดผลิต นําเขา หรือสงออกซ่ึงยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 เวนแต ในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนของ
ทางราชการ การแพทย การรกั ษาผูปว ย หรือการศึกษาวจิ ัย และพัฒนา ท้งั น้ี ใหร วมถงึ การเกษตรกรรม พาณิชยกรรม
วทิ ยาศาสตร หรอื อตุ สาหกรรม เพอ่ื ประโยชนทางการแพทยดว ย ซง่ึ ไดร ับใบอนญุ าตจากผอู นญุ าตโดยความเหน็ ชอบ
ของคณะกรรมการ” และมีประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง ระบชุ ื่อยาเสพติดใหโ ทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ได
มกี ารระบยุ กเวนวตั ถุหรอื สารของกัญชาและกัญชง (Hemp) ที่ผลติ ในประเทศ ไดแ ก (ก) เปลอื ก ลําตน เสนใย ก่ิง
กา น และราก (ข) ใบ ซงึ่ ไมมยี อดหรอื ชอ ดอกติดมาดว ย (ค) สารสกดั ที่มสี ารแคนนาบไิ ดออล (cannabidiol, CBD)
เปนสวนประกอบ และตองมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไมเกินรอยละ 0.2
โดยน้าํ หนกั (ง) กากหรอื เศษที่เหลือจากการสกดั กัญชาและตองมสี ารเตตราไฮโดรแคนนาบนิ อล (tetrahydrocan-
nabinol, THC) ไมเ กินรอ ยละ 0.2 โดยน้าํ หนัก ไมเปนยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5(2) เพือ่ ใหสามารถนําไปใชใน
การผลติ ยาหรอื สมุนไพรจากนโยบายการใชกัญชาเพอ่ื ประโยชนทางการแพทย ในรปู แบบสารสกดั กญั ชา น้ํามันกัญชา
และยาตํารบั แผนไทย ซง่ึ การคดั กรองวตั ถดุ บิ ใหไ ดค ณุ ภาพตามทต่ี อ งการและลดความเสยี่ งสารตกคา งและสารปนเปอ น
กอนนาํ มาใชในกระบวนการผลิตยาและผลิตภัณฑทางการแพทย จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุตาํ รายา
พ.ศ. 2561 ใหต ํารายาตอไปน้ีเปนตํารายาแผนปจจุบนั ไดแก ตํารามาตรฐานยาสมนุ ไพรไทย พ.ศ. 2560 และฉบับ
เพม่ิ เตมิ (Thai Herbal Pharmacopoeia 2017 and Supplements ) ในเบื้องตน จงึ มีการใชเ กณฑก าํ หนดปรมิ าณ
สารตกคา งและสารปนเปอ นในพชื กญั ชาอา งองิ ตามตาํ รามาตรฐานยาสมนุ ไพรไทยฉบบั ดงั กลา ว(3) สาํ หรบั crude drugs
มีการกําหนดปริมาณสูงสุด (maximum limits) สารเคมีปองกันกาํ จัดศัตรูพืชตกคาง ไดแก สารในกลุมออรกาโน
คลอรีน กลมุ ออรกาโนฟอสเฟต กลุมสารสังเคราะหไ พรีทรอยดและกลุมอ่นื ๆ รวม 33 ชนดิ และกาํ หนดปรมิ าณสูงสดุ
ของโลหะปนเปอน 4 ชนิด ไดแ ก สารหนู (arsenic) แคดเมยี ม (cadmium) ตะกัว่ (lead) และปรอท (mercury)
เพื่อความปลอดภัยของผูบริโภค สําหรับวิธีวิเคราะหสารตกคางและโลหะปนเปอนทางหองปฏิบัติการ สาํ นักคุณภาพ
และความปลอดภัยอาหารฐานะหองปฏิบัติการอางอิงดานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของประเทศ ไดรับมอบ
หมายจากกรมวิทยาศาสตรการแพทย ใหรับผิดชอบการตรวจวิเคราะหดานความปลอดภัยของกัญชาเพ่ือใชประโยชน
ทางการแพทย ดังน้ันจึงมีการพัฒนาและทดสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะหใหครอบคลุมชนิดตัวอยางพืชกัญชา
สารสกัดกัญชา นํ้ามันกัญชาและตํารับยากัญชา รวมท้ังมีการถายทอดเทคโนโลยีการวิเคราะหใหกับศูนยวิทยาศาสตร
การแพทยสวนภูมิภาค(4) เพื่อเปนการขยายหนวยบริการรองรับความตองการในพ้ืนที่ท้ัง 12 เขตสุขภาพ และสราง
เครือขายหองปฏิบัติการท่ีมีคุณภาพ ใหเปนท่ียอมรับในความเทาเทียมกันของผลการวิเคราะห จึงจําเปนตอง
มีกระบวนการตรวจสอบความสามารถหองปฏิบัติการ เชน การเขารวมเปรียบเทียบผลระหวางหองปฏิบัติการ
(interlaboratory comparison) การเขา รว มแผนทดสอบความชํานาญ (proficiency testing) แตเ นอ่ื งจากพชื กญั ชา
มีการควบคุมเปนยาเสพติดและเปนเรื่องใหม จึงไมมีหนวยงานท้ังภายในและภายนอกประเทศเปนหนวยบริการ
ดานแผนทดสอบความชาํ นาญในการวิเคราะหสารตกคางและโลหะปนเปอน ดังนั้นผูวิจัยจึงทําการศึกษาและพัฒนา
ตวั อยา งทดสอบความชาํ นาญพชื กญั ชาใหม คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมซง่ึ อา งองิ เกณฑย อมรบั การทดสอบความเปน เนอื้ เดยี วกนั
และความคงตัว ตามมาตรฐาน ISO 13528 : 2017(5) เพื่อนําไปใชประเมินความสามารถหองปฏิบัติการวิเคราะห
เชิงปริมาณสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชตกคางและโลหะปนเปอนไดอยางมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO/IEC
17043 : 2010(6)

542 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพัฒนาตัวอยางทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหสารกําจัดศัตรูพชื วชิ าดา จงมีวาสนา และคณะ
และโลหะหนักในพืชกัญชา

วสั ดุและวิธกี าร

วสั ดุ
ตัวอยางกัญชาท่ีใชใ นการศึกษาครง้ั นี้เปนพชื กัญชาทีเ่ ปนของกลาง มีลักษณะเปน กัญชาแหง อัดแทง จํานวน

5 กอน น้ําหนักรวม 5 กิโลกรัม ไดรับจากสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ตามหนังสือ
ที่ ยส 1102/15458 ลงวันท่ี 7 สิงหาคม 2562 โดยที่สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร
การแพทย เปนหนวยงานท่ีมีภารกิจในการตรวจวิเคราะหและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะหสารพิษ สารปน
เปอ น และสารสาํ คญั ของกญั ชาและกญั ชง ซงึ่ มกี ารดาํ เนนิ งานภายใตโ ครงการบรู ณาการพฒั นากญั ชาทางการแพทยแ ละ
ผลติ ภณั ฑสุขภาพจากพชื กัญชา จึงเปน ผไู ดรับอนุญาตมีไวในครอบครอง ซึง่ ยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5 (หนังสือ
สาํ คญั ท่ี 25/2562) และเปนผรู บั อนุญาตจาํ หนาย ซ่ึงยาเสพตดิ ใหโทษประเภทท่ี 5 (หนังสือสาํ คัญ ท่ี 8/2563)

สารละลายมาตรฐานทง้ั หมดเปน certified reference material (CRM) grade และเปน ผลิตภัณฑข อง
CPA chem ประเทศฝรง่ั เศส ประกอบดวย สารเคมีปองกันกาํ จดั ศัตรพู ชื ไดแ ก synthetic pyrethroid pesticide
standard 8 components ความเขม ขน 100 mg/l, organophosphorus pesticide standard 25 components
ความเขม ขน 100 mg/l โดยมคี า uncertainty value ≤ 2.6 mg/l และสารละลายมาตรฐานโลหะหนัก ประกอบดวย
ตะกั่ว แคดเมยี ม สารหนู และปรอท ความเขมขน 1,000 mg/l มคี า uncertainty value ≤ 4.9 mg/l

เครอื่ งมอื และอุปกรณ ไดแก เครอ่ื งชั่งไฟฟา 3 ตาํ แหนง และ 4 ตาํ แหนง , เครอ่ื งบด (Mill Machine,
POWTEQ HM100), เครอ่ื งผสมอาหาร ขนาด 3 ลิตร, เครื่องปด ผนกึ ดว ยความรอ น (heat sealer machine),
เครื่อง GC-ECD/FPD (Gas Chromatograph-Electron Capture Detector/Flame Photometric
Detector), เครื่องยอยระบบไมโครเวฟ ยี่หอ Mile stone รุน UltraWave, เคร่ือง Inductively Coupled Plasma
Mass Spectrometry (ICP-MS), เครอ่ื ง Graphite Furnace Atomic Absorption Spectrometer (GFAAS),
เครอ่ื ง Mercury Analyzer (cold vapour atomic absorption spectrometry technique), เคร่อื งระเหยดวย
ไนโตรเจน, micropipettes ขนาด 2-20 µl, 20-200 และ 200-1000 µl, volumetric flask ขนาด 5 ml, 10 ml
และ 25 ml, round bottom flask ขนาด 250 มิลลิลติ ร, centrifuge tube ขนาด 50 มิลลลิ ิตร, Quartz sample
tube ขนาด 1 มลิ ลลิ ิตร, มดี สแตนเลส, ชอนสแตนเลส, ซองพลาสตกิ ลามิเนตอลูมิเนียมฟอยด

วสั ดวุ ทิ ยาศาสตร ไดแ ก QuEChERS Extraction Packet, AOAC Method P/N 5982-7755; MgSO4
6 g และ NaOAc 4 g, dispersive SPE P/N 5982-5421; MgSO4 150 mg, C18EC 50 mg, GCB 50 mg
และ 50 mg PSA

การเตรียมตัวอยา งทดสอบความชาํ นาญ
การดําเนนิ แผนทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหพ ชื กญั ชามกี ารวางแผนดําเนนิ การ ตามมาตรฐาน ISO/IEC

17043 : 2010 โดยขน้ั ตอนการวางแผนมกี ารพจิ ารณาและกําหนดประเดน็ สําคญั ตามขอ กําหนด 4.4.1 ไดแ ก วตั ถปุ ระสงค
กลุมเปาหมายสมาชิกหองปฏิบัติการ ชนิดสาร ชวงปริมาณการวิเคราะห การจัดการตัวอยางทดสอบ วิธีท่ีใชในการ
ทดสอบความเปนเน้ือเดียวกันและความคงตัว กาํ หนดเกณฑการประเมินผล จัดเตรียมเอกสารท่ีจําเปนสาํ หรับสมาชิก
รูปแบบการรายงาน และรายละเอียดอื่น ในการเตรียมตัวอยางทดสอบความชาํ นาญ ตามขอกําหนด 4.4.2 จะตอง
พจิ ารณาลักษณะชนิดตวั อยาง ปรมิ าณสารที่ตรวจวัด สมบตั คิ วามเปนเนือ้ เดยี วกันและความคงตัว เพ่ือใชเ ปนตัวอยาง
ทดสอบความชํานาญไดอยางมีคุณสมบัติเหมาะสม ซ่ึงตัวอยางทดสอบความชํานาญเปาหมายที่ตองการ คือ ตัวอยาง
ท่ีเตรียมจากพืชกัญชาที่มีสารตกคางและสารปนเปอนอยูแลว (incurred sample) จึงไดมีการคัดเลือกพืชกัญชา
ท่ีเปนของกลาง ซึ่งมีรายงานการตรวจพบสารตกคางและสารปนเปอน ทั้งนี้ตัวอยางท่ีเตรียมจะมีชนิดและปริมาณสาร
ท่ีตรวจวัดตามสถานการณจริงของตัวอยางท่ีหองปฏิบัติการตรวจวิเคราะหจะไดรับ การเตรียมตัวอยางเร่ิมจาก

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 543
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

นํากญั ชาแหง อดั แทง นํ้าหนกั ประมาณ 1 กโิ ลกรมั หน่ั แบง ชนิ้ สว นดว ยมดี ใหเ ปน เปน ชน้ิ เลก็ ขนาดประมาณ 1 นว้ิ จากนน้ั
บดละเอียดดว ยเครอื่ งบดปน (Mill Machine, POWTEQ HM100) กอ นนํามาผสมรวมกันแลว รอนผานตะแกรง
สแตนเลส (Standard Sieve, Aperture 1.0 mm) ไดตวั อยางพชื กัญชาท่ีเตรยี มไดมีลกั ษณะเปน ผง ขนาดไมเ กิน
1.0 มลิ ลิเมตร นํา้ หนักรวม 840 กรัม นาํ ตัวอยางท่ไี ดผ สมรวมกันดว ยเครอื่ งผสมอาหารหวั ตะกรอ แลวใชช อ นสแตน
เลส ตักเก็บตวั อยางแบบสุม จํานวน 3 จุด เพ่ือนาํ ตัวอยางแตละจุดไปทดสอบความเปนเนอ้ื เดยี วกันเบ้อื งตน เม่ือผล
การทดสอบปรมิ าณสารผานเกณฑข องการทําซํ้า (Relative Standard Deviation) นอ ยกวารอยละ 22 ทาํ การแบง
บรรจุโดยนําผงพืชกัญชามาผสมใหเขากันโดยใชเครื่องผสมอาหารหัวตะกรอ นาน 30 นาที พรอมท้ังกวนใหเขากัน
อยา งสมํ่าเสมอในแตละคร้ังทีม่ ีการสุมตกั บรรจุใสซองพลาสติกลามเิ นตอลมู เิ นียมฟอยดท่ีตดิ ฉลากเรียงหมายเลขตาม
ลาํ ดับการบรรจุ ชั่งนํา้ หนักประมาณ 15 กรัมตอซอง ผนึกปากซองปดสนิทดวยเคร่ืองปดผนึกดวยความรอน (heat
sealer machine) และรวบรวมซองตวั อยา งใสก ลอ งพลาสตกิ ปด ฝา เกบ็ รกั ษาไวท อี่ ณุ หภมู ไิ มเ กนิ –10 องศาเซลเซยี ส
เมื่อทําการสุมตัวอยางที่เตรียมไดไปทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันและความคงตัวกรณีที่พบวาผลเปนไปตามเกณฑ
ISO 13528 : 2015 จะถือวาตัวอยางดงั กลา วมีคุณสมบัตเิ ปนตัวอยางทดสอบความชํานาญ

วธิ วี ิเคราะหก ารตกคา งของสารเคมีปองกันกาํ จดั ศตั รูพชื
วธิ ีวิเคราะหท ใ่ี ชเ ปน modified QuEChERS(7, 8) Smart DI 0600 SOP 0005 : In-house method

based on AOAC (2019) 2007.01 ชัง่ ตัวอยางพชื กัญชาทีบ่ ดละเอียด 1.0 กรัม ลงใน centrifuge tube ขนาด 50
มิลลิลิตร เติมนาํ้ กลั่นหรือนํา้ (deionized water) ปริมาตร 9 มิลลิลิตร แชทิ้งไว 30 นาที เพื่อเพ่ิมความชื้นจน
ตวั อยางดดู ซับนาํ้ และพองตัว ใสแทงเซรามิกเพือ่ ชวยในการกวนผสม จากนัน้ เติม 1% acetic acid in acetonitrile
10 มลิ ลลิ ิตร เขยา ดวยมอื 1 นาที เติมสารผสม extraction kit (AOAC 2007.01) แลว เขยาใหเขากันดว ยมืออีก 1
นาที นาํ ไป centrifuge ทคี่ วามเรว็ รอบ 4,000 รอบ/นาที เปน เวลา 5 นาที ตวั อยา งจะเกดิ การแยกชน้ั ปเ ปต 1 มลิ ลลิ ติ ร
ดดู สารสกัดชั้นบนนาํ มาทําใหบริสุทธิด์ วย dispersive SPE ทเ่ี หมาะสม จากน้ัน centrifuge อีกครัง้ ทีค่ วามเร็วรอบ
และเวลาเทาเดิม เพือ่ ใหเกิดการแยกชั้นระหวางของแข็งและของเหลว ปเปตสารละลายดา นบน 0.5 มลิ ลลิ ิตร ระเหย
แหงดวยแกสไนโตนเจน แลวปรับปริมาตรเปน 0.5 มิลลิลิตร ดวยสารละลายผสมระหวาง n-hexane และ ethyl
acetate นําไปตรวจวิเคราะหห าชนิดและปริมาณดวยเครอื่ งมือ GC-ECD สําหรบั การวเิ คราะหสารเคมปี องกนั กาํ จัด
ศตั รพู ชื กลมุ ออรก าโนคลอรนี และสารสงั เคราะหไ พรที รอยด และ GC-FPD สําหรบั การวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั
ศตั รพู ชื กลมุ ออรก าฟอสฟอรสั วเิ คราะหด ว ยเทคนคิ matrix-matched calibration curve มกี ารควบคมุ คณุ ภาพผล
การวเิ คราะห โดยทําการสกัดและตรวจวเิ คราะหต ัวอยางชา (dried tea) ท่ีตรวจไมพ บสารตกคา ง (blank sample)
แลวเติมสารมาตรฐาน ที่ระดับความเขมขน 50 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม ใชเกณฑยอมรับการคืนกลับ (recovery)
อยูในชวง 70-120% วิธีท่ีใชวิเคราะหผานการทดสอบความใชไดของวิธี และความคุมกระบวนการวิเคราะหตาม
เอกสาร SANTE/12682/2019 ซง่ึ เปน แนวทางวธิ กี ารตรวจสอบความถกู ตอ งและขอ กําหนดในการควบคมุ คณุ ภาพผล
การวิเคราะหในสหภาพยุโรป เพ่ือใหม่ันใจในความถูกตองของขอมูลท่ีใชสาํ หรับตรวจสอบผลิตภัณฑที่ระบุปริมาณ
การตกคางสูงสุดที่สามารถยอมรับไดตามกฎหมาย หรือนาํ ขอมูลไปใชในการประเมินการสัมผัสสารเคมีปองกัน
กําจัดศัตรพู ืช

วธิ ีวเิ คราะหการปนเปอ นของโลหะหนัก
การตรวจวเิ คราะหก ารปนเปอ นของแคดเมยี ม (Cadmium) ดว ยวธิ ี In-house method based on AOAC

(2019) 2015.01(9) โดยชั่งตวั อยา งพืชกัญชาทีบ่ ดละเอียด 0.6 กรมั ลงใน Quartz sample tube เติม deionized
water ปริมาตร 1 มิลลิลิตร เพ่ือปองกันตัวอยางเกิดการประทุจากการเติมกรดไนตริกเขมขน (min. 67% w/v,

544 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพฒั นาตัวอยางทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหส ารกาํ จดั ศตั รูพชื วิชาดา จงมวี าสนา และคณะ
และโลหะหนกั ในพืชกัญชา

high purity for trace analysis) ปรมิ าตร 5 มิลลลิ ิตร จากนนั้ นาํ ไปยอยดวยเคร่ืองยอ ยไมโครเวฟจนสารละลาย
ใสไมม ีตะกอน ยกออกจากเครื่องและปลอ ยใหเย็นลงถึงอณุ หภูมิหอง แลว เทใสขวดวัดปริมาตร (volumetric flask)
ขนาด 25 มิลลิลิตร และปรบั ปริมาตรดว ย deionized water ใหเปน 25 มลิ ลิลติ ร แลว นาํ ไปวดั หาความเขมขนของ
แคดเมียมโดยใชเ ครือ่ งมอื เนอื่ งจากกลา วครงั้ ท่ี 2 ICP-MS

การตรวจวิเคราะหการปนเปอ นของตะก่ัว (Lead) และสารหนทู ั้งหมด (Total Arsenic) โดยยอยตัวอยาง
พรอมกันแตวัดหาปริมาณสารท้ังสองชนิดดวยเทคนิคท่ีแตกตางกัน ดังน้ี ช่ังตัวอยางพืชกัญชาท่ีบดละเอียด 0.3 กรัม
ลงใน Quartz sample tube เติม deionized water ปริมาตร 0.5 มลิ ลิลติ ร เพ่อื ปอ งกันตัวอยางเกิดการประทุ
จากการเติมกรดไนตริกเขมขน (min. 67% w/v, high purity for trace analysis) ปริมาตร 4 มิลลิลิตร แลว นํา
ไปยอยดวยเคร่ืองยอยไมโครเวฟจนสารละลายใสไมมีตะกอน ยกออกจากเคร่ืองและปลอยใหอุณหภูมิเย็นลงเทากับ
อุณหภมู ิหอง จากนั้นเทใสขวดวดั ปริมาตรขนาด 25 มลิ ลิลติ ร และปรับปริมาตรดวย deionized water ใหเปน 25
มิลลิลิตร แบง สารละลายปริมาตรประมาณ 1 - 2 มิลลิลติ ร เพ่อื นาํ ไปวัดหาความเขม ขนของตะก่ัวดว ยเครอ่ื ง GFAAS
ตาม Smart DI 0600 SOP 0012 : AOAC (2019) 999.10(10) และตวงสารละลายปริมาตร 5 มลิ ลิลิตร ใสใ นขวด
วดั ปรมิ าตรขนาด 10 มลิ ลลิ ติ ร เตมิ internal standard ปรบั ปรมิ าตรเปน 10 มลิ ลลิ ติ ร จากนนั้ นาํ ไปวดั หาความเขม ขน
ของสารหนทู ัง้ หมดดวยเครอื่ ง ICP-MS ตาม In-house method based on AOAC (2019) 2015.01

การตรวจวเิ คราะหก ารปนเปอนของปรอทท้ังหมด (Total Mercury) ใชวธิ ี Smart DI 0600 SOP 0013 :
In-house method based on AOAC (2019) 997.15(11) โดยช่งั ตัวอยางพืชกัญชาท่บี ดละเอียด 0.3 กรัม ลงใน
round bottom flask ขนาด 250 มิลลิลติ ร เตมิ กรดผสมเขมขน ระหวา งกรดไนตรกิ และกรดซัลฟูรกิ อตั ราสวน 1 : 1
ปริมาตร 25 มิลลิลิตร ต้ังบนเปลวไฟเพ่ือเรงการยอยสารอินทรียและอนินทรียจนกลายเปนสารละลายใสไมมีตะกอน
ยกลงจากเปลวไฟและปลอ ยใหอ ณุ หภมู เิ ยน็ ลงเทา กบั อณุ หภมู หิ อ ง เตมิ สารละลาย KMnO4 เพอ่ื ออกซไิ ดสป รอทใหอ ยู
ในรปู Hg2+ จากน้นั เตมิ สารละลาย Tin (II) chloride เพื่อรีดวิ ซปรอทใหอยูใ นรปู Hg0 ซึ่งอยูในสถานะไอ สามารถ
ตรวจวัดปรอทท้ังหมดโดยเคร่ือง mercury analyzer ซ่ึงเรียกวา cold vapour atomic absorption
spectrometry technique

การทดสอบความเปน เนอื้ เดียวกนั
สุมซองบรรจตุ ัวอยางพืชกัญชาที่เตรียมได แบบสุม อิสระ (random sampling) จํานวน 10 ซอง โดยใช

คําสงั่ RANDBETWEEN ในโปรแกรม Excel กอ นนํามาวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื และโลหะหนกั โดยทาํ
การวิเคราะหซองละ 2 ซ้ํา ตามวิธีวิเคราะหท ่รี ะบดุ ังกลาวขางตน นาํ ผลการวิเคราะหมาคํานวณทางสถติ เิ พ่อื ตรวจสอบ
คาสุดตาง (maximum difference) โดยใช Cochran’s test ในการทดสอบความแปรปรวนภายในของตัวอยาง
(within sample variation) จากน้ันทดสอบความเปนเนื้อเดยี วกนั ตาม ISO 13528 : 2015 โดยวิเคราะหความ
แปรปรวนดวย One way ANOVA single factor for homogeneity test ไดคา mean square between
(MSB) และ mean square within (MSW) คํานวณคา เบย่ี งเบนมาตรฐานระหวา งตวั อยา ง (Ss, between samples
standard deviation)

จากสตู ร ss = √|MSB-MSW|
√2

โดยใชเกณฑยอมรับท่ี Ss ของทุกรายการวิเคราะห ควรมีคานอยกวา 0.3 ของคาเบย่ี งเบนมาตรฐานประเมิน
ผลการทดสอบความชาํ นาญ (standard deviation ของ PT, σpt)

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 545
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

การทดสอบความคงตวั
สุมซองบรรจตุ ัวอยา งพชื กัญชา แบบสุม อิสระ จาํ นวน 3 ซอง นํามาบรรจุในซองกระดาษ วางไวใ นพ้นื ท่ีท่ีไมมี

การควบคมุ อุณหภมู ิ เปนเวลา 3 วนั เพ่อื เลยี นแบบสภาวะการขนสง ท่ไี มมีการควบคุมอุณหภมู ิ ในชว งเวลาการเดินทาง
จากสํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตรการแพทยไปถึงหองปฏิบัติการสมาชิก จากน้ันนํามา
เกบ็ ไวท ี่ -10 องศาเซลเซยี ส เปน เวลา 2 เดอื น นํามาวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื และโลหะหนกั โดยควบคมุ
สภาวะทเี่ หมอื นกนั ตลอดกระบวนการทดสอบคงตวั และการทดสอบความเปน เนอ้ื เดยี วกนั ไดแ ก วธิ วี เิ คราะห ผวู เิ คราะห
และเคร่ืองมือ นําคาเฉลี่ยท่ีไดมาเปรียบเทียบกับคาเฉล่ียของการทดสอบความเปนเน้ือเดียวกัน พิจารณาการยอมรับ
จากเกณฑกาํ หนดตาม ISO 13528 : 2015

ผล

ตัวอยางพชื กญั ชาทีเ่ ตรียมไดมีลักษณะเปนผง ขนาดไมเ กิน 1.0 มิลลเิ มตร น้าํ หนกั รวม 840 กรมั เมือ่ สุม
ตัวอยางจาก 3 จุด และนําแตละจุดมาตรวจวิเคราะห พบวามีการตกคางของสารเคมีปองกันกาํ จัดศัตรูพืช ไดแก
chlorpyrifos และ cypermethrin และตรวจพบการปนเปอ นของโลหะหนกั ไดแ ก cadmium, lead, total arsenic
และ total mercury โดยผลการทดสอบปริมาณสารผานเกณฑของการทาํ ซ้ํา นอยกวารอยละ 22 ของทุกสาร
จากนนั้ ทาํ การแบงบรรจุ ไดตัวอยางจํานวน 56 ซอง งานวิจัยครง้ั น้ีตองการนาํ เสนอรายละเอียดผลการศึกษาความเปน
เนอื้ เดยี วกนั และความคงตวั ของสาร 3 ชนดิ ไดแ ก chlorpyrifos, cypermethrin และ cadmium ซงึ่ สมบตั ทิ างเคมแี ละ
ความเปน พษิ ของสารเหลานดี้ งั แสดงในตารางท่ี 1

ผลการทดสอบความเปนเน้ือเดียวกัน ของสารดังกลาวจากตัวอยาง 10 ซอง ทําการวิเคราะหซองละ 2 ซํา้
พบปรมิ าณสารและคา เบย่ี งเบนมาตรฐาน ดงั น้ี chlorpyrifos 85.6 ± 3.5, cypermethrin 32,520 ± 1,625 ไมโครกรมั
ตอกิโลกรัม และ cadmium 344 ± 18 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม เม่ือประเมินคาความเบ่ียงเบนทางสถิติของปริมาณ
สารตกคางภายในซองตวั อยา งเดยี วกัน และระหวางซองตัวอยางทตี่ างกัน จากเกณฑกําหนด ตาม ISO 13528 : 2015
การวิเคราะหค าสดุ ตา งโดย Cochran’s test เพ่ือทดสอบความแปรปรวนภายในของตวั อยาง และคํานวณคาเบ่ียงเบน
มาตรฐานระหวางตัวอยาง (between samples standard deviation, ss) พบวาคาเบ่ียงเบนมาตรฐานระหวาง
ตัวอยาง มีคานอ ยกวา 0.3 เทาของคาเบ่ยี งเบนมาตรฐานเปาหมายทค่ี าํ นวณจาก Horwitz’ equation และคาเฉลีย่
ของการทดสอบความเปน เนอ้ื เดยี วกนั (คา ss< 0.3σpt )(Horwitz) ซง่ึ แสดงวา ตวั อยา งมคี วามเปน เนอื้ เดยี วกนั และเพยี งพอ
ทจ่ี ะใชเปน ตวั อยางทดสอบความชํานาญ ดงั แสดงในตารางที่ 2

เน่ืองจากคุณสมบัติสําคัญของตัวอยางทดสอบความชาํ นาญตองมีท้ังความเปนเน้ือเดียวกันและความคงตัว
ในชวงเวลาที่กาํ หนดเพื่อดําเนินแผนทดสอบความชาํ นาญ ดังนั้นเม่ือตัวอยางพืชกัญชาที่เตรียมผานการทดสอบและ
มสี มบตั ขิ องความเปน เนอ้ื เดยี วกนั แลว จําเปน จะตอ งศกึ ษาความคงตวั ของสารในตวั อยา ง เพอื่ ใหม น่ั ใจวา ตวั อยา งดงั กลา ว
มีความเหมาะสมท่ีจะใชในการประเมินความสามารถของหองปฏิบัติการ จากการออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาความ
คงตัวโดยเก็บตวั อยา งในบริเวณท่ไี มม ีการควบคมุ อณุ หภูมิ ซึง่ ตวั อยา งจะอยูในสภาวะสมั ผัสกับอณุ หภมู ิในชวง 28-34
องศาเซลเซียส เปนเวลา 3 วนั จากนั้นนาํ มาเกบ็ ไวท่ี -10 องศาเซลเซียส เปนเวลา 2 เดือน กอนนํามาวเิ คราะหสารเคมี
ปอ งกนั กําจดั ศตั รพู ชื และการวเิ คราะหโ ลหะหนกั ดว ยวธิ วี เิ คราะหเ ดยี วกนั กบั การทดสอบความเปน เนอื้ เดยี วกนั มคี า เฉลย่ี
จากการทดสอบความคงตวั และคา เบย่ี งเบนมาตรฐานดงั นี้ chlorpyrifos 89.6 ± 3.4, cypermethrin 33,75- ± 2,619
ไมโครกรัมตอ กโิ ลกรัม และ cadmium 321 ± 11 ไมโครกรัมตอ กิโลกรมั

546 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564


Click to View FlipBook Version