ฤทธกิ์ อกลายพนั ธขุ องสารสกดั จากชอดอกกญั ชา พราว ศภุ จริยาวตั ร และคณะ
ตารางท่ี 4 จาํ นวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาตอเช้ือแบคทีเรีย 5 พันธุ ในระบบ
มเี อนไซม S9 (With S9 enzyme)
สารสกัด ความเขม ขน TA98 BL โคโลนีกลายพนั ธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL 50.33 ± 5.77 N
42.33 ± 4.73 N
Negative 21.00 ± 6.00 N 159.00 ± 8.72 N 11.00 ± 1.00 N 10.00 ± 1.73 N 52.00 ± 5.00 N
46.67 ± 3.51 N
สารสกดั กญั ชา 5,000 24.33 ± 7.09 N 158.00 ± 9.17 N 12.00 ± 2.65 N 9.00 ± 3.61 K 62.67 ± 7.77 N
(PTC0601) 45.67 ± 7.64 N
(+S9) 1,500 32.33 ± 1.15 N 163.00 ± 11.53 N 8.00 ± 3.00 N 7.33 ± 3.21 N
500 24.00 ± 2.65 N 170.33 ± 22.72 N 11.67 ± 4.04 N 5.67 ± 3.21 N
150 36.33 ± 1.15 N 158.00 ± 18.03 N 8.67 ± 0.58 N 11.33 ± 3.06 N
50 30.33 ± 8.50 N 153.00 ± 14.73 N 11.33 ± 4.04 N 12.67 ± 4.51 N
หมายเหตุ: BL หมายถึง Background lawn
N หมายถึง Normal background lawn
K หมายถงึ Killing effect background lawn
ผลการทดสอบฤทธ์กิ อ กลายพนั ธุในเช้อื แบคทเี รียของสารสกัดกญั ชาพนั ธุไทย PTC0602 ในระบบไมมีเอนไซม
S9 (Without S9 enzyme)
การศึกษาฤทธิ์กอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเช้ือ
แบคทีเรีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ท่ีขนาดทดสอบ
5 ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบท่ไี มมีเอนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวน
เพ่ิมเปน 2 เทา เมอื่ เทียบกบั negative control และไมพ บความผิดปกติของ background lawn ในทกุ พันธแุ ละ
ทุกขนาดทดสอบ ดงั แสดงในตารางที่ 5
ตารางท่ี 5 จาํ นวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาพันธุ PTC0602 ตอเช้ือแบคทีเรีย
5 พนั ธุ ในระบบไมม ีเอนไซม S9 (Without S9 enzyme)
สารสกัด ความเขม ขน TA98 BL โคโลนีกลายพนั ธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL
Negative 24.00 ± 1.73 N 153.67 ± 17.01 N 6.33 ± 2.52 N 3.67 ± 1.15 N 41.00 ± 13.11 N
สารสกดั กัญชา 5,000 20.00 ± 5.00 N 140.00 ± 8.66 N 7.33 ± 4.04 N 5.00 ± 1.73 N 34.33 ± 5.03 N
(PTC0602) 1,500 27.00 ± 1.73 N 132.00 ± 7.94 N 6.67 ± 3.79 N 2.33 ± 2.52 N 40.00 ± 1.00 N
(-S9) 500 17.67 ± 1.53 N 152.00 ± 12.53 N 5.00 ± 2.52 N 5.67 ± 2.52 N 41.33 ± 9.49 N
150 16.67 ± 5.77 N 161.67 ± 21.03 N 7.00 ± 3.81 N 3.00 ± 2.00 N 45.00 ± 7.21 N
50 20.67 ± 3.06 N 170.67 ± 18.50 N 5.20 ± 1.73 N 4.00 ± 1.73 N 46.67 ± 5.86 N
หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถึง Killing effect background lawn
ผลการทดสอบฤทธก์ิ อ กลายพนั ธใุ นเชอ้ื แบคทเี รยี ของสารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทย PTC0602 ในระบบมเี อนไซม S9
(With S9 enzyme)
การศึกษาฤทธิ์กอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเช้ือ
แบคทีเรีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ที่ขนาดทดสอบ
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 497
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
5 ระดับ (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบที่ไมม เี อนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจํานวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวน
เพิ่มเปน 2 เทา เมือ่ เทียบกบั negative control และไมพบความผดิ ปกตขิ อง background lawn ในทกุ พนั ธแุ ละ
ทกุ ขนาดทดสอบ ดงั แสดงในตารางที่ 6
ตารางที่ 6 จํานวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชาพันธุ PTC0602 ตอเช้ือแบคทีเรีย
5 พันธุ ในระบบมเี อนไซม S9 (With S9 enzyme)
สารสกดั ความเขมขน TA98 BL โคโลนกี ลายพันธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL
Negative 31.00 ± 6.08 N 18.00 ± 22.30 N 14.67 ± 2.02 N 10.00 ± 1.73 N 43.33 ± 10.69 N
สารสกัดกัญชา 5,000 25.00 ± 3.61 N 164.00 ± 9.17 N 10.33 ± 1.43 N 11.67 ± 1.76 N 34.67 ± 6.43 N
(PTC0602) 1,500 21.33 ± 4.16 N 175.67 ± 11.68 N 9.67 ± 4.07 N 5.00 ± 2.52 N 35.00 ± 1.00 N
(+S9) 500 18.33 ± 4.73 N 136.33 ± 29.02 N 12.00 ± 4.00 N 6.33 ± 1.00 N 23.00 ± 2.65 N
150 30.67 ± 8.74 N 180.67 ± 10.02 N 7.33 ± 1.59 N 10.00 ± 2.58 N 47.67 ± 7.37 N
50 27.67 ± 9.50 N 169.67 ± 22.37 N 7.00 ± 1.53 N 6.00 ± 2.31 N 39.33 ± 3.06 N
หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถึง Killing effect background lawn
ผลการทดสอบฤทธิก์ อกลายพนั ธใุ นเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดกญั ชาพันธุไทย PTC0729 ในระบบไมมีเอนไซม
S9 (Without S9 enzyme)
การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเช้ือ
แบคทีเรีย 5 พันธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ท่ีขนาดทดสอบ
5 ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท) ในระบบทไ่ี มมเี อนไซม S9 ผลการทดลองพบวา
ทุกพันธุและทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวน
เพิ่มเปน 2 เทา เมื่อเทยี บกบั negative control แตพบความผดิ ปกตขิ อง background lawn ทพี่ นั ธุ TA98, TA100
และ TA 1537 ทีข่ นาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ดงั แสดงในภาพท่ี 4 สว นพนั ธุอ่ืนๆ และทกุ ความเขมขน
background lawn ปกติ ดังแสดงในตารางที่ 7
TA98 5,000 ug/plate (-S9), 10x TA100 5,000 ug/plate (-S9), 10x TA1537 5,000 ug/plate (-S9), 10x
ภาพที่ 4 แสดง Background lawn ของเชื้อ S. typhimurium สายพนั ธุ TA98, TA100 และ TA1537 ทข่ี นาด
ทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ในระบบไมมีเอนไซม S9 ทก่ี าํ ลงั ขยาย 10X โดยจะเห็นการเกิด Killing
effect background lawn จะพบลักษณะของชองวา งทพ่ี ืน้ หลัง แสดงถึงการตายของเช้อื
498 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ฤทธก์ิ อกลายพนั ธขุ องสารสกดั จากชอ ดอกกัญชา พราว ศภุ จริยาวตั ร และคณะ
ตารางที่ 7 จาํ นวนโคโลนีกลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกัดกัญชา PTC0729 ตอ เชอื้ แบคทเี รีย 5 พนั ธุ
ในระบบที่ไมม เี อนไซม S9 (With S9 enzyme)
สารสกัด ความเขมขน TA98 BL โคโลนกี ลายพันธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL
Negative 12.33 ± 3.79 N 142.00 ± 13.08 N 11.00 ± 5.57 N 6.00 ± 1.00 N 39.33 ± 9.02 N
สารสกัดกัญชา 5,000 6.67 ± 1.15 K 34.67 ± 2.52 K 9.00 ± 2.00 N 2.67 ± 0.58 K 43.33 ± 11.00 N
(PTC0729) 1,500 11.67 ± 1.15 N 99.33 ± 3.51 N 6.00 ± 1.00 N 5.67 ± 1.53 N 43.00 ± 7.55 N
(-S9) 500 11.67 ± 4.04 N 129.00 ± 6.24 N 6.33 ± 0.58 N 6.33 ± 2.52 N 38.67 ± 7.57 N
150 9.00 ± 5.20 N 144.33 ± 15.31 N 11.00 ± 3.61 N 6.67 ± 1.31 N 41.67 ± 7.23 N
50 13.33 ± 5.51 N 171.67 ± 22.23 N 7.67 ± 4.04 N 6.33 ± 1.15 N 48.33 ± 12.31 N
หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถงึ Normal background lawn
K หมายถงึ Killing effect background lawn
ผลการทดสอบฤทธกิ์ อ กลายพนั ธใุ นเชอ้ื แบคทเี รยี ของสารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทย PTC0729 ในระบบมเี อนไซม S9
(With S9 enzyme)
การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาท่ีสกัดดวย Supercritical Fluid Extraction ซ่ึงใชเชื้อ
แบคทีเรีย 5 พนั ธุ (S. typhimurium TA98, TA100, TA1535, TA1537) และ E. coli WP2 ทีข่ นาดทดสอบ 5
ระดบั (50, 150, 500, 1,500 และ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท) ในระบบทม่ี เี อนไซม S9 ผลการทดลองพบวา ทกุ พนั ธุ
และทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการกอกลายพันธุ โดยดูจากจาํ นวนโคโลนีกลายพันธุไมไดมีจาํ นวนเพิ่มเปน 2 เทา
เมื่อเทียบกับ negative control และเมื่อสังเกตจํานวนโคโลนีกลายพันธุท่ีขนาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท
จะพบวาโคโลนีลดลงประมาณ 2 เทา เมื่อเทียบกับ negative control นอกจากน้ันพบความผิดปกติของ back-
ground lawn ทพ่ี ันธุ TA98, TA100 และ TA 1537 ที่ขนาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท ดงั แสดงในภาพ
ที่ 5 ซงึ่ สอดคลองกับจํานวนโคโลนที ล่ี ดลง สว นพนั ธุอ่นื ๆ และทกุ ขนาดทดสอบ background lawn ปกติ ดงั แสดง
ในตารางที่ 8
TA98 5,000 ug/plate (+S9), 10x TA100 5,000 ug/plate (+S9), 10x TA1537 5,000 ug/plate (+S9), 10x
ภาพท่ี 5 Background lawn ของเชือ้ S. typhimurium สายพันธุ TA98 TA100 และ TA1537 ทข่ี นาดทดสอบ
5,000 ไมโครกรัม/เพลท ในระบบมีเอนไซม S9 ทีก่ ําลงั ขยาย 10X โดยจะเหน็ การเกดิ Killing effect
background lawn จะพบลกั ษณะของชอ งวา งทีพ่ ้ืนหลงั แสดงถึงการตายของเชอ้ื
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 499
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
ตารางที่ 8 จาํ นวนโคโลนกี ลายพันธุ (Revertant colony) ของสารสกดั กญั ชา PTC0729 ตอเชอ้ื แบคทีเรยี 5 พันธุ
ในระบบมเี อนไซม S9 (With S9 enzyme)
สารสกดั ความเขมขน TA98 BL โคโลนกี ลายพันธุ (mean±S.D.) WP2 BL
(µg/plate) TA100 BL TA1535 BL TA1537 BL
Negative 23.00 ± 1.41 N 178.00 ± 19.31 N 7.67 ± 1.53 N 12.00 ± 1.73 N 42.33 ± 10.50 N
สารสกดั กญั ชา 5,000 16.33 ± 3.79 K 69.67 ± 7.37 K 11.67 ± 3.51 N 6.00 ± 2.00 K 39.33 ± 9.29 N
(PTC0729) 1,500 26.67 ± 8.02 N 120.67 ± 11.37 N 10.00 ± 1.73 N 11.67 ± 2.08 N 58.33 ± 7.64 N
(+S9) 500 32.00 ± 5.29 N 177.33 ± 13.58 N 13.33 ± 5.77 N 14.67 ± 5.86 N 52.67 ± 6.43 N
150 33.67 ± 11.37 N 188.00 ± 9.17 N 13.00 ± 0.00 N 16.33 ± 3.21 N 56.67 ± 10.07 N
50 27.33 ± 11.93 N 214.33 ± 30.01 N 13.00 ± 1.73 N 14.67 ± 8.33 N 37.33 ± 1.15 N
หมายเหตุ: BL หมายถงึ Background lawn
N หมายถึง Normal background lawn
K หมายถึง Killing effect background lawn
วจิ ารณ
กญั ชาเปน พชื ทม่ี คี วามนา สนใจ เนอ่ื งจากมกี ารใชก นั มาอยา งยาวนานโดยใชเ ปน เครอ่ื งประกอบอาหารและยา
รกั ษาโรค รวมถึงเปนยาตํารบั แผนไทยท่มี กี ัญชาเปนสวนผสม 16 ตํารบั แตอยา งไรก็ตามกญั ชากม็ ีความเสี่ยงอนั ตราย
ตอ สขุ ภาพ หากมีการนํามาใชใ นทางที่ไมเหมาะสม ซ่ึงเปน เหตผุ ลที่ทําใหหลายประเทศมีการกําหนดมาตรการควบคมุ
ทเี่ ขม งวด รดั กมุ จงึ ทําใหก ารพฒั นางานวจิ ยั ของพชื กญั ชาเกดิ ความลา ชา ดงั นนั้ การสรา งความเชอ่ื มน่ั ดา นความปลอดภยั
ดา นการรกั ษาโรค หรอื ผลขา งเคยี งทอี่ าจจะเกดิ ขนึ้ จากการใชพ ชื กญั ชา จงึ เปน ประเดน็ สาํ คญั และเรง ดว นทตี่ อ งดําเนนิ การ
สําหรับประเทศไทยในปจ จุบันหลายหนว ยงานทง้ั ภาครฐั และเอกชนไดด ําเนนิ การศึกษาวิจัยเพ่อื นํามาใชท างการแพทย
ภายใตพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษฉบับใหม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 และไดมีการอนุญาตสวนของพืชกัญชา
เพ่ือสะดวกในการศึกษาวิจัยและเชิงพาณิชย งานวิจัยในสวนความปลอดภัย หรืองานดานพิษวิทยามีความสําคัญและ
ความจําเปนเรงดวนในการศึกษาวิจัย เพื่อประโยชนและความปลอดภัยของผูบริโภค การทดสอบฤทธิ์กอกลายพันธุ
แบบยอนกลับโดยใชแ บคทีเรีย ซึ่งอา งอิงวธิ จี าก OECD test guideline 471 เปนการทดสอบพษิ วทิ ยา ในสว นของ
genotoxicity เพื่อใหไ ดข อมลู พน้ื ฐานกอ นจะทาํ การศกึ ษาในวิธเี ชิงลึก เชน ในสตั วทดลอง ทาํ ใหไดขอสรปุ ที่แนนอน
ในดา นความปลอดภยั ของสารทนี่ าํ ไปทดสอบตอไป ซึ่งการทดสอบฤทธิ์กอ กลายพนั ธุในเช้ือแบคทีเรยี เปน การทดสอบ
สารเคมี สารสมุนไพร และผลติ ภัณฑสุขภาพ เพ่อื หาการเปลี่ยนแปลงโครงสรางพันธกุ รรมในเชื้อแบคทีเรยี ซึง่ สารเคมี
ที่สงผลใหเกิดการกลายพันธุตอเซลลรางกายเมื่อมีการบริโภคสิ่งเหน่ียวนําใหเกิดการกอกลายพันธุนั้น ๆ อาจทําให
เซลลถ ูกพัฒนาไปเปน เซลลม ะเร็งหรือกอใหเกิดโรคความผิดปกติทางพันธุกรรมได ผลการทดลองในการวิจัยครงั้ นี้พบ
วาสารสกัดกัญชาพนั ธุไทย 3 พันธุ ทีส่ กัดดวย Supercritical Fluid Extraction ทดสอบในเชอ้ื แบคทเี รียทงั้ 5 พันธุ
(S. typhimurium พนั ธุ TA98, TA100, TA1535, TA1537 และ E. coli WP2) ทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกดิ
การกอ กลายพนั ธุ ทงั้ ในระบบทม่ี แี ละไมม เี อนไซมก ระตนุ โดยดจู ากจาํ นวนโคโลนกี ลายพนั ธไุ มไ ดม จี าํ นวนเพม่ิ เปน 2 เทา
เม่ือเทียบกับ negative control แตพบความผิดปกติของ background lawn ในสารสกัดกัญชารหัสตัวอยาง
PTC0601 ของเช้ือแบคทเี รยี พนั ธุ TA1537 ขนาดทดสอบที่ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท และรหัสตวั อยา ง PTC0729
ของเช้ือแบคทีเรียพันธุ TA98 TA100 และ TA1537 ระดับขนาดทดสอบที่ 5,000 ไมโครกรัม/เพลท ซ่ึงจะพบ
วาเกิด Killing effect background lawn จะพบลักษณะของชองวางท่ีพื้นหลัง แสดงถึงการตายของเช้ือ ซ่ึงใน
การทดสอบจะตองทําการสองดู background lawn ภายใตกลอง inverted microscope เน่ืองจากลักษณะของ
background lawn เปนเกณฑหนึ่งของ guideline ท่ีใชในการตัดสินใจวาสารตัวอยางมีการยับย้ังการเจริญของเช้ือ
500 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ฤทธ์ิกอ กลายพนั ธขุ องสารสกัดจากชอดอกกัญชา พราว ศุภจริยาวตั ร และคณะ
ที่ใชทดสอบหรือไม ซึ่งการเกิด killing effect จะเปนการเตือนภัยผูบริโภคในสวนของขนาดทดสอบที่เหมาะสม
ในการนาํ ไปใช รายงานการวิจัยของ Tennille และคณะ (2018)(14) ไดทดสอบประเมินความปลอดภัยของสารสกัด
กญั ชาทีม่ ีสาร CBD ประมาณ 96% และ THC นอ ยกวา 1% สกดั ดวย Supercritical Fluid Extraction โดยใช
วิธี bacterial Reverse Mutation ตาม OECD Guideline No.471 ที่ขนาดทดสอบ 5,000, 1,600, 500, 160,
50, 16, 5 ไมโครกรัม/เพลท ผลการทดลองพบวาทุกพนั ธแุ ละทุกขนาดทดสอบไมก อ ใหเ กดิ การกอ กลายพนั ธุ ท้ังใน
ระบบทมี่ ีและไมม เี อนไซม และรายงานการวจิ ัยของ Margitta และคณะ (2020)(15) ซ่ึงดาํ เนินการเหมอื นกนั กบั ของ
Tennille และผลการทดลองก็สอดคลองกับรายงานวิจัยของ Jungae Jeun และคณะ (2011)(16) ทดสอบฤทธ์ิ
การกอกลายพันธุและฤทธ์ิตานการกอกลายพันธุของสารสกัดเมล็ดกัญชาท่ีสกัดดวยเฮกเซนโดยวิธีเอมส ตอเช้ือ
แบคทีเรียพันธุ TA98 และ TA100 ท้งั ในระบบทีม่ ีและไมมีเอนไซม S9 ทข่ี นาดทดสอบ 25,000, 12,500, 6,250
และ 3,125 ไมโครกรัม/เพลท ผลการทดลองพบวาไมกอใหเกิดการกลายพันธุและมีฤทธ์ิตานการกอกลายพันธุ
รายงานการวิจัยของ พราว และคณะ (2563)(17) ศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาของกลางท่ีสกัดดวยวิธี
ของไหลวกิ ฤตยง่ิ ยวด (supercritical fluid extraction) โดยใชว ธิ อี า งองิ จาก OECD test guideline 471 ในเช้ือ
แบคทเี รีย 5 พันธุ ทขี่ นาดทดสอบ 5 ระดบั (1,250, 2,500, 5,000, 10,000 และ 20,000 ไมโครกรัม/มิลลลิ ติ ร)
ในระบบทม่ี แี ละไมม เี อนไซมก ระตนุ ผลการทดลองพบวา สารสกดั กญั ชาของกลางทม่ี ปี รมิ าณ THC สงู ทกุ ขนาดทดสอบ
ทุกพันธุ ทั้งในระบบท่ีมีและไมมีเอนไซมกระตุน ไมมีฤทธ์ิกอกลายพันธุ ซ่ึงเม่ือเปรียบเทียบกับผลการทดลองของ
ผูวิจัยและคณะ พบวาสารสกัดกัญชาพันธุไทยท้ัง 3 พันธุ ไมกอใหเกิดการกลายพันธุเชนเดียวกัน ซ่ึงกัญชา
พันธุไทยเปนพันธุที่แตกตางจากของตางประเทศ เพราะพันธุตางประเทศจะมีปริมาณสารสาํ คัญ CBD สูงมาก
และ THC นอยมาก แตพบวาผลการทดลองใหผลที่เหมือนกัน คือ ทุกพันธุทุกขนาดทดสอบไมกอใหเกิดการ
กอกลายพันธุท่ีขนาดทดสอบ ท้ังในระบบที่มีและไมมีเอนไซม S9 ในงานวิจัยน้ีเปนการศึกษาวิจัยในชอดอกกัญชา
ซึ่งยังจัดเปนยาเสพติด ดังนั้นผลการทดลองท่ีไมไดกลาวถึงการใชสวนอ่ืนๆ ของกัญชา ซึ่งผูวิจัยจะมีการศึกษาสวน
ตางๆ ของกัญชา เชน ใบ ราก ฯลฯ ตอไป ขอควรระมัดระวัง การนํากัญชาไปใช ผูบริโภคท่ีมีโรคประจาํ ตัวหรือ
มกี ารรบั ประทานยาแผนปจ จุบนั หรอื ยาอน่ื ๆ ควรใชกญั ชาภายใตคาํ ปรกึ ษาของแพทยเ นอ่ื งจากยงั ไมมขี อ มลู การศกึ ษา
ถึงผลของอนั ตรกริ ิยาระหวา งสมนุ ไพรกัญชาและยาแผนปจ จุบนั รวมถึงยงั มกี ารทดสอบดา น genotoxicity อื่นๆ เพอ่ื
เปนการยืนยันผลใหมีความม่ันใจมากย่ิงข้ึน อาจตองระมัดระวังในการใชสมุนไพรชนิดนี้ ซึ่งผลการทดลองนี้สามารถ
นาํ ผลไปอา งองิ และใชในการวิจยั เชงิ ลึก เชน การศกึ ษาพิษเร้ือรังในสตั วท ดลอง การศึกษากลไกตางๆ ในสตั วทดลอง
ตอไป
สรปุ
การทดสอบการกอ กลายพนั ธใุ นครงั้ นเ้ี ปน การทดสอบหนงึ่ ใน mutagenicity scope ซง่ึ ยงั ตอ งมกี ารศกึ ษา
ในการทดสอบอน่ื ๆ เชน In vitro chromosome aberration assay, Mouse Lymphoma assay, In vitro และ
In vivo micronucleus เปน ตน เพือ่ ยืนยันผลการกอกลายพันธดุ ว ยวิธอี ่ืนเพิ่มเติม เนอ่ื งจากสารสกดั กญั ชาพนั ธุไทย
PTC0601 และ PTC0729 มฤี ทธใ์ิ นการยับย้งั การเจริญของเช้อื แบคทีเรียท่ขี นาดทดสอบ 5,000 ไมโครกรมั /เพลท
ซงึ่ เกณฑข องวธิ ที ดสอบระบวุ า หากมกี ารยบั ยง้ั ของเชอ้ื จะตอ งไมน าํ ขนาดทดสอบทยี่ บั ยง้ั การเจรญิ ของเชอื้ มาวเิ คราะหผ ล
และจะพิจารณาเฉพาะขนาดทดสอบท่ีไมเกิดการยับยั้งของเชื้อ ซ่ึงในการทดสอบ ผูวิจัยไดทาํ การเจือจางความเขมขน
เริ่มท่ี 5,000, 1,500, 500, 150 และ 50 ไมโครกรัม/เพลท ดังนั้นผูที่จะนํากัญชาพันธุไทยมาใชอาจตองคํานึงถึง
ขนาดความปลอดภัย ซ่ึงจากผลการทดสอบควรจะคํานึงถึงในขนาดที่นอยกวาหรือเทากับ 1,500 ไมโครกรัม/เพลท
การทดสอบนเี้ ปน ขอ มลู ดา นความปลอดภยั ของสารสกดั กญั ชาพนั ธไุ ทย เพอ่ื ใชค มุ ครองผบู รโิ ภคและเตอื นภยั ประชาชน
ใหมคี วามมน่ั ใจในการใชสมนุ ไพรไทยอยา งปลอดภยั มากยิง่ ขึ้น
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 501
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
กิตติกรรมประกาศ
งานวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนเงินจากงบประมาณกรมวิทยาศาสตรการแพทย ขอขอบพระคุณ
นายสรเพชร มาสุด และนายกรวิชญ สมคิด พรอมดวยทีมงานหองปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อและหองปฏิบัติการ
จีโนมิกสพืชจากสถาบันวิจัยสมุนไพร สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด องคการบริหารสวนตําบล โรงพยาบาล และ
ศูนยวทิ ยาศาสตรการแพทยท เี่ ก่ยี วขอ ง ในการเก็บตวั อยา งสมนุ ไพรกญั ชา ศูนยต รวจสอบและรบั รองคุณภาพสมุนไพร
ในการควบคุมคุณภาพทางเคมีและแยกปริมาณสารสําคัญ THC และ CBD ของตัวอยางกัญชา และเจาหนาท่ี
หองปฏบิ ตั ิการพิษวิทยาทุกทา นท่ีใหค วามชว ยเหลอื ในการทาํ งานวจิ ยั เปน อยางดี
เอกสารอา งอิง
1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุช่ือยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 (พ.ศ. 2563). ราชกิจจานุเบกษา
เลม 137 ตอนพเิ ศษ ๒๙๐ ง (วนั ท่ี 14 ธันวาคม 2563). หนา 33.
2. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรื่อง กาํ หนดอาหารที่หามผลติ นาํ เขา หรือจาํ หนา ย.
ราชกจิ จานุเบกษา เลม 138 ตอนพเิ ศษ 45 ง (วันที่ 25 กุมภาพนั ธ 2564). หนา 32.
3. ศนู ยว ิจยั กสกิ รไทย. “กญั ชา” จะกลายเปนพชื เศรษฐกิจไทย ไดห รอื ไม? [ออนไลน]. 2563; [สบื คน 14 ม.ค.
2563]; [2 หนา]. เขาถึงไดที่ : URL : https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/
Pages/FB-Cannabis-14-01-20.aspx.
4. Small E, Cronquist A. A practical and natural taxonomy for Cannabis. Taxon 1976; 25(4) : 405-35.
5. ราชบัณฑิตยสถาน. อนุกรมวิธานพืช อกั ษร ก. พิมพคร้ังที่ 2. กรงุ เทพฯ : ราชบณั ฑิตยสถาน; 2547.
6. Anderson LC. Leaf variation among Cannabis species from a controlled garden. Bot Mus Leafl
1980; 28(1) : 61-9.
7. Hanus LO, Meyer SM, Munoz E, Taglialatela-Scafati O, Appendino G. Phytocannabinoids : a
unified critical inventory. Nat Prod Rep 2016; 33(12) : 1357-92.
8. Hill AJ, Williams CM, Whalley BJ, Stephens GJ. Phytocannabinoids as novel therapeutic agents
in CNS disorders. Pharmacol Ther 2012; 133(1) : 79-97.
9. Daris B, Tancer Verboten M, Knez Z, Ferk P. Cannabinoids in cancer treatment : therapeutic
potential and legislation. Bosn J Basic Med Sci 2019; 19(1) : 14-23.
10. Szaflarski JP, Bebin EM, Cutter G, DeWolfe J, Dure LS, Gaston TE, et al. Cannabidiol
improves frequency and severity of seizures and reduces adverse events in an open-label add-on
prospective study. Epilepsy Behav 2018; 87 : 131-6.
11. Vuckovic S, Srebro D, Vujovic KS, Vucetic C, Prostran M. Cannabinoids and pain : new insights
from old molecules. Front Pharmacol 2018; 9 : 1259. (19 pages).
12. National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine; Health and Medicine Division;
Board on Population Health and Public Health Practice; Committee on the Health Effects of
Marijuana : An Evidence Review and Research Agenda. The health effects of cannabis and
cannabinoids : the current state of evidence and recommendations for research. Washington,
DC : National Academies Press; 2017.
502 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ฤทธิ์กอ กลายพันธขุ องสารสกดั จากชอ ดอกกญั ชา พราว ศุภจรยิ าวตั ร และคณะ
13. OECD Guideline for the Testing of Chemicals. Test No. 471 : bacterial reverse mutation test.
[online]. 2020; [cited 2020 Jun 28]; [11 screens]. Available from : URL : https://www.oecd-
ilibrary.org/environment/test-no-471-bacterial-reverse-mutation-test_9789264071247-en.
14. Marx TK, Reddeman R, Clewell AE, Endres JR, Béres E, Vértesi A, et al. An assessment of
the genotoxicity and subchronic toxicity of a supercritical fluid extract of the aerial parts of
hemp. J Toxicol 2018; 2018 : 8143582. (26 pages).
15. Dziwenka M, Coppock R, Alexander M, Palumbo E, Ramirez C, Lermer S. Safety assessment
of a hemp extract using genotoxicity and oral repeat-dose toxicity studies in Sprague-Dawley
rats. Toxicol Rep 2020; 7 : 376-85.
16. Jeun JA, Cho HJ, Jun HJ, Lee JH, Jia YY, Cho KS, et al. Mutagenic and antimutagenic ef-
fects of hemp seed oil evaluated by Ames Salmonella testing. Korean J Food Sci Tech 2011;
43(3) : 396-400.
17. พราว ศุภจริยาวัตร. การศึกษาฤทธ์ิกอกลายพันธุของสารสกัดกัญชาที่สกัดดวยวิธีของไหลวิกฤตย่ิงยวด. ใน :
เอกสารการประชุมวชิ าการพิษวิทยาแหงชาติคร้งั ท่ี 10. วันท่ี 28-29 ตุลาคม 2563. กรุงเทพฯ : สมาคมพิษวทิ ยา
แหงประเทศไทย; 2563. หนา 41-53.
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 503
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Mutagenic Activity of Thai Cannabis sativa L. Praw Suppajariyawat et al.
Investigation of Mutagenic Activity of Thai
Cannabis sativa L. Extract
Praw Suppajariyawat1 Sutjarit Aunkat1 Wijittra Sudhong1 Padtaya Sirinantananon1
Sekrachatakorn Buabao1 Sarayut Radapong1 Phichet Banyati1 Siriwan Chaisomboonphan1
Praew Suppajariyawat2 and Pornchai Sincharoenpokai1
1Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000
2Ministry of Justice, Prachachuen Road, Bang-sue, Bangkok 10800, Thailand
ABSTRACT Cannabis sativa L. is an addictive plant, which has been allowed for medical use in
Thailand. This species has been recently drawn attention by the public conducting studies, research and
development, and producing herbal products for medical purpose. The amount of active ingredients, the
efficacy of the treatment and the safety for consumers should be taken into serious consideration. This
herb has been legalized for medical purpose and daily consumption. The notification is enacted in the
ministerial regulation regarding the names of narcotics in category 5, people can take advantage of any
parts of cannabis and hemp (except trichromes of cannabis), which are not classified as a drug.
However, toxicity and safety data are still limited. This study, therefore, aimed to investigate the
mutagenic activity of the fomale Infovescence extracts from three of Thai cannabis, including PTC0601,
PTC0602 and PTC0729 extracted using supercritical fluid extraction and then investigated the
mutagenic activity using method complied with OECD GLP test guideline 471. The four strains of
Salmonella typhimurium (TA98, TA100, TA1535, TA1537) and Escherichia coli (WP2) were treated with
five different doses of the extracts at 50, 150, 500, 1,500 and 5,000 µg/plate with and without metabolic
activation enzymes. The results showed that the three trichrome extracts did not produce significant
revertant colonies in all strains of bacteria and all concentrations of the extracts (both non- and
enzymatic activation). However, in-depth testing or mechanisms for safety in animal model should be
confirmed in order to ensure that the Thai cannabis extracts can be consumed or continue to make
products.
Keywords: Cannabis sativa L. extract, Mutagenic activity, Thai Cannabis sativa L.
504 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
นพิ นธต น ฉบับ ว กรมวิทย พ 2564; 63 (3) : 505-523
การพัฒนาวิธีวิเคราะหปรมิ าณแคนนาบินอยด
ในใบกัญชาดวยวิธี Ultra High Performance
Liquid Chromatography
ธนวฒั น ทองจีน สรเพชร มาสดุ พีรธรรม เทยี มเทยี บรัตน สายัณห เรอื งเขตร ศกั ดว์ิ ิชยั ออ นทอง พิเชฐ บัญญัติ
ศริ วิ รรณ ชัยสมบรู ณพ ันธ และอัศวชัย ชว ยพรหม
สถาบนั วิจยั สมนุ ไพร กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย ถนนตวิ านนท นนทบรุ ี 11000
บทคัดยอ กัญชา (Cannabis sativa L.) ไดถูกนํามาใชในการรักษาโรคต้ังแตสมัยโบราณ สารสําคัญท่ีพบในกัญชา
คือ Tetrahydrocannabinol (THC) ซ่ึงเปนสารท่ีออกฤทธิ์ตอจิตประสาท และสารท่ีไมออกฤทธ์ิตอจิตประสาท เชน
Cannabidiol (CBD) และ Cannabinol (CBN) สาร THC มฤี ทธบิ์ รรเทาอาการปวด ลดภาวะคลนื่ ไสอ าเจยี นจากเคมบี าํ บดั
และรักษาภาวะกลามเนื้อหดเกร็ง สาร CBD มีฤทธิ์บรรเทาอาการลมชัก แกปวด ลดอาการโรคพารกินสัน ตานการอักเสบ
สวนสาร CBN มีฤทธ์ิยับยั้งเซลลมะเร็งปอด ปจจุบันกัญชาถูกนาํ มาใชเปนองคประกอบทางยาและผลิตภัณฑสุขภาพ
ทห่ี ลากหลาย อยา งไรกต็ ามยงั ไมม วี ธิ กี ารควบคมุ คณุ ภาพสารทพี่ บในกญั ชา การศกึ ษานม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื พฒั นาวธิ กี ารวเิ คราะห
ปริมาณแคนนาบินอยด (CBD, CBN และ THC) ในใบกัญชาดวยวิธี Ultra-High Performance Liquid
Chromatography (UHPLC) โดยการสกัดตัวอยา งใบกัญชาใน ethanol ดวยวธิ ี reflux กรองและนาํ สารสกดั มาระเหยแหง
จากนั้นละลายกลบั และปรับปริมาตรดวย methanol แลว นํามาวเิ คราะหด วยเครื่อง UHPLC ผลการทดสอบความใชไดข องวธิ ี
วิเคราะหดังกลาว พบวา calibration curve ของ CBD, CBN และ THC มีลักษณะเปนเสนตรงในชวงความเขมขน
1.07-106.89, 1.00-99.60 และ 1.00-99.90 ไมโครกรัม/มลิ ลลิ ติ ร ตามลาํ ดบั คา correlation coefficient (r) เทากับ
0.999, คา %recovery อยใู นชว ง 96.83-100.89%, คา HORRAT อยูใ นชว ง 0.30-1.96, limit of detection (LOD) ของ
CBD, CBN และ THC มีคาเทากับรอยละ 0.006, 0.009 และ 0.003 โดยนํ้าหนัก ตามลําดับ ในขณะที่ limit of
quantitation (LOQ) มีคาเทากบั รอ ยละ 0.020, 0.032 และ 0.011 โดยน้าํ หนัก ตามลาํ ดับ ซึ่งวิธีวเิ คราะหท ี่พฒั นาขึ้นนี้
มีความเหมาะสม สามารถนําไปใชเ ปน วธิ ีตรวจวเิ คราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในวตั ถุดิบและสารสกดั กญั ชาได
คาํ สําคัญ : กญั ชา, CBD, CBN, THC, UHPLC
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 13 August 2021 Revised: 7 September 2021 Accepted: 13 September 2021
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 505
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
บทนาํ
กญั ชา มชี ่ือทางวทิ ยาศาสตรวา Cannabis sativa L. จัดอยใู นวงศ Cannabidaceae มชี ือ่ เรียกอื่น เชน
กญั ชาจีน, คนุ เขา, ปาง, ยานอ, Hashish, Hemp, Indian hemp, Marijuana เปนตน จัดเปนไมลมลุก ตนต้งั
ตรง ดอกตัวผแู ละดอกตวั เมยี แยกกันอยคู นละตน มีขนที่มีสารเหนียวๆ ทัว่ ไป ลาํ ตน เปน เหล่ียมเล็กนอย ใบทีอ่ ยใู กล
โคนตนออกเปนคตู รงขามกนั ใบท่อี ยใู กลย อดเรียงแบบบนั ไดเวียน มีหูใบ 2 อัน เปนรปู เสนดายตดิ อยูโคน กานใบยาว
ประมาณ 0.5 เซนติเมตร ตงั้ ตรง ไมรว งงาย แผนใบเปนแฉก 5-7 แฉก แตล ะแฉกเปน รปู หอก ปลายแฉกแหลมเปนติ่ง
โคนแฉกแหลม ขอบหยัก กา นใบมีขน ดงั แสดงในภาพที่ 1 ดอกตัวผอู อกเปน ชอ ตามงามใบและยอด ดอกมีกลบี เพียง
ชั้นเดียว จํานวน 5 กลบี ไมติดกัน กลบี รูปขอบขนาน ดอกตวั เมีย ออกเดีย่ วๆ ตามงามใบและยอด แตละดอกมีใบ
ประดบั สีเขยี วเขม คลายกาบและมีขนเปน ตอ มหมุ อยู ไมม ีกลีบดอก ผลรูปไขหรือรูปรี เกล้ยี ง มใี บประดับหมุ อยู 2 ใบ
สรรพคณุ ของกญั ชามดี งั นี้ คอื ใบเปน ยาชกู าํ ลงั แกอ อ นเพลยี เจรญิ อาหาร กระตนุ ประสาท ทําใหน อนหลบั ชอ ดอกตวั เมยี
ชวยบํารุงประสาท แกปวดประสาท ทําใหเคลิ้มฝน มีฤทธ์ิเปนยาระงับปวด เมล็ดเปนยาชูกาํ ลัง ทาํ ใหประจาํ เดือน
มาปกติ สว นลาํ ตน มสี รรพคณุ บาํ รงุ ประสาท(1)กญั ชามสี ว นประกอบของสารเคมมี ากกวา 450 ชนดิ โดยมากกวา 60 ชนดิ
เปนสารกลุมแคนนาบินอยด (cannabinoids) มีองคประกอบหลักคือ Tetrahydrocannabinol (THC) และ
สารชนดิ อน่ื ในกลมุ เดียวกนั เชน Cannabinol (CBN), Cannabidiol (CBD), Cannabichromene (CBC),
Cannabigerol (CBG) เปนตน(2, 3) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรื่อง กําหนด
อาหารทหี่ ามผลิต นาํ เขา หรือจําหนาย ลงวันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ 2564 ไดย กเลิกกัญชา-กญั ชง จากบญั ชียาเสพติดใหโทษ
รวมถงึ การอนุญาตใหน าํ ใบซ่งึ ไมมยี อดหรือชอ ดอกติดมาดว ย ก่งิ กา น ราก เปลือก ลําตน เสน ใย ที่ไมจัดเปนยาเสพตดิ
ประเภทที่ 5 มาใชประโยชนทางการแพทย การศึกษาวิจัย ผลิตภณั ฑสุขภาพ รวมท้งั ใหประชาชนสามารถใชสว นตา งๆ
ของกัญชา-กัญชง ไปประกอบอาหาร ทํายารักษาโรคได(4) ปจจุบันสาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไดออกใบ
อนุญาตกัญชาสาํ หรบั องคกรตาง ๆ ไปแลว จํานวน 2,210 ราย มผี ูปลกู กัญชาทั้งพันธตุ า งประเทศและพันธุไ ทย อยา งไร
กต็ ามกัญชาไทยยังไมม ีความชัดเจนในเรื่องของพนั ธุ โดยทางสถาบนั วจิ ัยสมนุ ไพร กรมวิทยาศาสตรการแพทย รวมกบั
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ไดทาํ การศึกษากัญชาพันธุไทยจาํ นวน 4 พันธุ ไดแกหาง
กระรอกภูพานเอสที 1 (ST1) หางเสอื สกลนครทที ี1 (TT1) ตะนาวศรีกา นขาวดบั เบิ้ลยูเอ 1 (WA1) และตะนาวศรี
กา นแดงอารด 1ี (RD1) โดยทาํ การศกึ ษาทงั้ ลกั ษณะฟโ นไทป จโี นไทป และเคโมไทปใ นสว นของชอ ดอก ซง่ึ ไดข นึ้ ทะเบยี น
พนั ธกุ บั กรมวชิ าการเกษตร พบวา กญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ มลี กั ษณะเดน ถงึ 3 แบบ แบบท่ี 1 เปน กญั ชาทใี่ หส าร THC สงู
ไดแ ก พนั ธุ WA1 และ TT1 แบบที่ 2 เปน กญั ชาทใี่ หส าร THC และ CBD ในอตั ราสว นทเ่ี ทา กนั (THC : CBD =1 : 1)
ไดแ ก พันธุ ST1 และกัญชาแบบท่ี 3 ท่ีใหสาร CBD สงู ไดแก พนั ธุ RD1 เม่ือไดพ ันธทุ ีถ่ กู ตองแลวจะสามารถนาํ ไป
สงเสริมใหกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนตางๆ นําไปปลูกไดและนาํ สวนตางๆ ของกัญชา (ยกเวนชอดอกและเมล็ด)
ไปใชป ระโยชนไ ดโดยเฉพาะใบ
ใบกญั ชาเปน สว นประกอบหนงึ่ ของกญั ชาทมี่ สี ารสาํ คญั ในกลมุ Cannabinoids อยู โดยสารทเ่ี ปน ทร่ี จู กั กนั ดี
น้ันคือ CBD, CBN และ THC ซงึ่ เปนสารท่อี อกฤทธิ์ กระตุนระบบประสาท ฮอรโมน และภมู ิคมุ กันตางๆ ในการใช
ประโยชนของใบกัญชามักจะนํามาใชในการประกอบอาหารเพื่อใหไดรสชาติที่ดีข้ึนและนาํ มาเปนสวนประกอบการผลิต
เปนยาแผนโบราณในหลายตํารับ เชน ยาอัคคินีวคณะ ยาศุขไสยาศน ยาแกสัณฑฆาต ยาแกโรคจิต ยาอัมฤตโอสถ
ยาไพสาลี ยาอไภยสาลี ยาทําลายพระสุเมรุ ยาทัพยาธิคุณ(5) สาร CBD และสาร CBN มีลักษณะเปนผงสีขาว
สาร THC มีลกั ษณะเปนของเหลวใส สาร CBD มีฤทธบ์ิ รรเทาอาการลมชัก ลดอาการวติ กกงั วลทั้งในเดก็ กลมุ อาการ
ออทสิ ติก หรอื ในผูปวยท่ีมปี ระวตั กิ ารเสพกัญชา สาร CBN มีฤทธต์ิ า นการอักเสบและลดความเจบ็ ปวด สว นสาร THC
มีฤทธิ์แกปวด กระตุนความอยากอาหารและลดอาการคลื่นไสจากการใชเคมีบําบัด ชวยปกปองและกระตุนการสราง
เซลลสมอง(6) สูตรโครงสรา งของ CBD, CBN และ THC ดงั แสดงในภาพที่ 2
506 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพฒั นาวิธีวิเคราะหปริมาณแคนนาบินอยดในใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC ธนวัฒน ทองจีน และคณะ
ปจ จบุ นั การพฒั นาพชื สมนุ ไพรกญั ชาเพอื่ ประโยชนท างการแพทย จาํ เปน ตอ งมกี ารศกึ ษาการพฒั นาสารสกดั
การแยกสารบริสุทธ์ิและผลิตภัณฑจากกัญชา เพื่อใหเปนพืชที่สามารถใชประโยชนทางการแพทยไดอยางเหมาะสม
และในการนําใบกัญชามาประกอบอาหารและเปนองคประกอบในการปรุงตํารับยายังไมมีขอมูลปริมาณสารสําคัญ
ในป 2555 มีรายงานการหาปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในกัญชาดวยวิธี HPLC/UV(7) แตเน่ืองจาก
การวเิ คราะหป รมิ าณสารกลมุ Cannabinoids ในกญั ชาดว ยวธิ ี HPLC/UV นน้ั ใชเ วลานาน คอื 22 นาที ทําใหส น้ิ เปลอื ง
วฏั ภาคเคลอื่ นที่ (Mobile phase) และตอ มาในป 2561 มรี ายงานการหาปรมิ าณสาร Cannabinoids ในกญั ชาดว ยวธิ ี
HPLC-DAD(8) และการวเิ คราะหป รมิ าณสารกลุม Cannabinoids ในกัญชาดวยวธิ ี HPLC-DAD นี้ ใชเวลานาน
ถงึ 50 นาที และกเ็ ปน สาเหตขุ องการสน้ิ เปลอื งสารเคมดี ว ยเชน กนั การวจิ ยั ครงั้ นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคใ นการพฒั นาวธิ วี เิ คราะห
CBD, CBN และ THC ในใบกัญชา และทดสอบความถูกตองของวิธีเพ่ือใหไดวิธีมาตรฐานของหองปฏิบัติการ
ทมี่ คี วามถกู ตอ งแมน ยาํ สะดวก รวดเรว็ และประหยดั สารเคมี เพอ่ื ใชใ นการประเมนิ คณุ ภาพของกญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ
และวัตถุดิบของใบกัญชาท่ีปลูกในประเทศไทย รวมท้ังการหาปริมาณสารสาํ คัญที่อยูในใบและสามารถนําใบกัญชา
พนั ธไุ ทยของแตล ะพนั ธใุ หส ามารถนาํ ไปใชป ระโยชนท างการแพทยไ ดอ ยา งเหมาะสม นอกจากนย้ี งั สามารถใชใ นการวจิ ยั
และพัฒนาตํารับยาและผลิตภัณฑจากสมุนไพรที่มีกัญชาเปนสวนผสม รวมถึงเปนขอมูลในการพัฒนาพันธุกัญชา
เพื่อเพ่มิ มลู คาของใบกญั ชาทางเศรษฐกจิ ตอ ไป
ภาพท่ี 1 ใบกัญชา
Cannabidiol (CBD) Cannabinol (CBN) Tetrahydrocannabinol (THC)
ภาพท่ี 2 สตู รโครงสรา งของ CBD, CBN และ THC
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 507
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
วัสดุและวธิ ีการ
สารมาตรฐานและสารเคมี
สารมาตรฐาน: Cannabidiol (CBD) ความบรสิ ทุ ธ์ิ ≥ 99.9% (THC Pharm GmbH, Batch: S19-014),
Cannabinol (CBN) ความบริสุทธิ์ ≥ 99.6% (THC Pharm GmbH, Batch : DWO180.707-1),
Tetrahydrocannabinol (THC) ความบริสุทธิ์ ≥ 98.6% (THC Pharm GmbH, Batch : DWO181.121-1)
สารเคมี: methanol (HPLC grade), acetonitrile (HPLC grade), ethanol (AR grade),
hexane (AR grade) และน้ําปราศจากอิออน (deionized water)
เคร่ืองมือและอปุ กรณ
เครือ่ ง Ultra High Performance Liquid Chromatography–DAD detector รนุ 1290 Infinity II
ผลิตภัณฑของ Agilent, คอลัมนชนิด ARC-18, ขนาด 4.6 × 150 มิลลิเมตร, ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร
และ ARC-8, ขนาด 2.1 × 100 มลิ ลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 3.0 ไมโครเมตร ผลิตภัณฑของ Restek, ตอู บรอนไฟฟา
รุน UL-50 ผลิตภัณฑของ Memmert, เครื่องบดปน รุน RT 34 ผลิตภัณฑของ ChyunTseh Industrial,
เคร่อื งแรง รุน AS 200 Basic ผลติ ภัณฑข อง Retsch, เครื่องระเหยสุญญากาศ ผลติ ภัณฑข อง Eyela ประกอบดว ย
อางนาํ้ แบบควบคมุ อณุ หภมู ิ รุน SB-1000, เคร่ือง rotavapor รุน N-1000, เครอ่ื ง Aspirator รนุ A-3S และ
เครื่องทําน้ําเย็นหมุนเวียน รุน CA-101, เคร่ืองชั่งไฟฟาความละเอียด 0.1 มิลลิกรัม รุน XB 220A ผลิตภัณฑ
ของ Precisa และ Nylon filter syringe ขนาด 0.2 ไมโครเมตร, กระดาษกรองเบอร 4 และเครอื่ งแกว
ตัวอยา ง
ใบกัญชาถูกรวบรวมจากโครงการศึกษาการปลูกและขยายพันธุตนกัญชาภายใตสภาพโรงเรือนแบบปด
ของสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตรการแพทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร
จาํ นวน 12 ตวั อยาง คอื กัญชาไทย จาํ นวน 4 พันธุ ไดแก หางกระรอกภพู านเอสท1ี (ST1), หางเสอื สกลนครทีที 1
(TT1), ตะนาวศรีกานขาวดบั เบิลยเู อ1 (WA1) และตะนาวศรีกา นแดงอารดี1 (RD1)
การพฒั นาวธิ วี เิ คราะหป ริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกัญชา
การศึกษาหาสภาวะของระบบโครมาโทกราฟ
เตรียมสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ความเขมขน 20 ไมโครกรัม/มลิ ลลิ ติ ร นําสารละลาย
มาตรฐานทไ่ี ดไปวิเคราะหด วยเคร่ือง UHPLC
สกดั ตวั อยา งใบกญั ชาแหง นา้ํ หนัก 1 กรมั ดว ย ethanol ปรมิ าตร 40 มลิ ลลิ ิตร โดยวิธี reflux เปนเวลา
60 นาที กรองและนาํ สารสกดั ทีไ่ ดมาระเหยแหง ละลายและปรบั ปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลลิ ิตร โดยใช
volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe นําสารละลายตัวอยา งทไี่ ดไปวเิ คราะหด วยเคร่ือง UHPLC
การเลือกชนิดของตวั ทําละลายในการสกดั
สกัดตัวอยางใบกัญชาแหง นํ้าหนัก 1 กรัม โดยใช ethanol 40 มิลลิลิตร เปรียบเทียบกับ hexane 40
มลิ ลลิ ติ ร ดว ยวธิ ี reflux เปน เวลา 30 นาที กรองผา นกระดาษกรองเบอร 4 นาํ สารสกดั ethanol และ สารสกดั hexane
ไประเหยแหง ดว ยเครอ่ื งระเหยสญุ ญากาศ จากนน้ั ละลายและปรบั ปรมิ าตรดว ย methanol จนครบ 50 มลิ ลลิ ติ ร โดยใช
volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe แลวนํามาวิเคราะหดวยเคร่ือง UHPLC เพื่อเปรียบเทียบ
ความสามารถในการสกัดสาร CBD, CBN และ THC จากใบกัญชา
508 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพัฒนาวธิ วี เิ คราะหป ริมาณแคนนาบินอยดใ นใบกัญชาดวยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจนี และคณะ
การศึกษาระยะเวลาทีเ่ หมาะสมในการสกัด
สกัดตัวอยา งใบกัญชาแหง นา้ํ หนัก 1 กรัม ดว ย ethanol โดยวธิ ี reflux เปนเวลา 30, 60 และ 90 นาที
กรองผานกระดาษกรองเบอร 4 นําสารละลายที่ไดไประเหยแหงดวยเคร่ืองระเหยสุญญากาศ จากน้ันละลายและ
ปรบั ปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลลิ ติ ร โดยใช volumetric flask กรองผา น Nylon filter syringe
นําสารละลายตัวอยางที่ไดไปวิเคราะหดวยเคร่ือง UHPLC เพื่อเปรียบเทียบผลของเวลาท่ีใชในการสกัดสาร
CBD, CBN และ THC
การเลือกใชความยาวคลืน่ ในการตรวจวิเคราะหสาร CBD, CBN และ THC
สกัดตัวอยางใบกัญชาแหง น้ําหนัก 1 กรัม ดวย ethanol โดยวิธี reflux เปนเวลา 60 นาที กรองผาน
กระดาษกรองเบอร 4 นาํ สารละลายทไ่ี ดไ ประเหยแหง ดว ยเครอื่ งระเหยสญุ ญากาศ จากนน้ั ละลายและปรบั ปรมิ าตรดว ย
methanol จนครบ 50 มลิ ลิลิตร โดยใช volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe นาํ สารละลายตัวอยา ง
ทีไ่ ดไปวิเคราะหดวยเครอ่ื ง UHPLC วดั การดูดกลืนแสง UV ของ CBD, CBN และ THC เพื่อดูความยาวคลื่นท่ีสาร
ชนดิ นส้ี ามารถดดู กลนื แสงสงู สดุ (λmax) และวเิ คราะหส ารละลายตวั อยา งใบกญั ชาโดยใช DAD เพอ่ื เลอื กความยาวคลนื่
สําหรับการตรวจวัด CBD, CBN และ THC โดยทไี่ มพบการซอนทบั ของ peak (co-elute)
วฏั ภาคคงที่ (Stationary phase) และวัฏภาคเคล่ือนท่ี (Mobile phase)
วฏั ภาคคงท่ี เปรยี บเทยี บผลของคอลมั นช นดิ ตา งๆทแี่ ตกตา งกนั ในเรอ่ื งชนดิ อนภุ าคภายในคอลมั น(ARC-18
และ ARC-8) ความยาวคอลมั น (150 และ 100 มลิ ลเิ มตร) โดยพจิ ารณาเลอื กคอลมั น จากลกั ษณะของ peak shape,
peak symmetry และ retention time
วฏั ภาคเคลอ่ื นท่ี ศกึ ษาชนดิ และสดั สว นของวฏั ภาคเคลอ่ื นที่ โดยพจิ ารณาจาก peak shape และ retention
time ของ CBD, CBN และ THC ความสามารถในการแยก impurity จาก peak ของ CBD CBN และ THC
ในสารละลายตวั อยา งใบกญั ชา และความดันของระบบโครมาโทกราฟ
การทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะห
ทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะหปริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกัญชาท่ีพัฒนาข้ึนตาม
แนวปฏิบัติการทดสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะหทางเคมีโดยหองปฏิบัติการเดียว กรมวิทยาศาสตรการแพทย
กระทรวงสาธารณสุข(9)
การทดสอบความเปนเสน ตรง (linearity)
การเตรียมสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC
ชั่งสารมาตรฐาน CBD, CBN และ THC น้ําหนัก 10, 25 และ 100 มิลลิกรัม ตามลําดับ ละลายและ
ปรับปริมาตรดว ย methanol จนครบ 10, 25 และ 50 มลิ ลิลิตร ดวย volumetric flask ตามลาํ ดบั จะได stock
solution ของสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC เขมขน 1,000, 1,000 และ 2,000 ไมโครกรมั /มลิ ลิลติ ร
ตามลาํ ดบั ปเ ปตสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ปรมิ าตร 1,000, 1,000 และ 500 ไมโครลติ ร ตามลาํ ดบั
ใสลงใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลิลติ ร แลวปรับปรมิ าตรดวย methanol จากน้นั เจือจางใหได 5 ระดบั
ความเขม ขน คือ 1, 10, 20, 50 และ 100 ไมโครกรมั /มลิ ลิลิตร ฉดี สารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC
ที่ 5 ระดับความเขมขน ความเขม ขน ละ 3 ซํ้า ดว ยเครื่อง UHPLC นาํ คา peak area และความเขมขน ของสารละลาย
สารมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ไปสราง calibration curve คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ (correlation
coefficient, r)
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 509
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
การทดสอบหารอยละของการคืนกลบั (%recovery) และความเที่ยง (precision)
เตรียม sample blank (sample blank คอื ตวั อยางใบกญั ชาทนี่ ํามาสกัดและตรวจวิเคราะหห าปริมาณ
CBD, CBN และ THC แลวมปี รมิ าณสาร CBD, CBN และ THC ในปริมาณตาํ่ ๆ) โดยชง่ั ตัวอยางใบกัญชา 1 กรัม
สกัดดวย ethanol โดยวิธี reflux เปนเวลา 60 นาที กรองผา นกระดาษกรองเบอร 4 นาํ สารละลายทไี่ ดไ ประเหยแหง
ดว ยเครอื่ งระเหยสญุ ญากาศ จากนนั้ ละลายและปรบั ปรมิ าตรดว ย methanol จนครบ 50 มลิ ลลิ ติ ร โดยใช volumetric
flask กรองผา น Nylon filter syringe นาํ สารละลายตัวอยา งทีไ่ ดไปวิเคราะหดว ยเครื่อง UHPLC จํานวน 6 ซาํ้
แลว นํามาหาคา เฉลีย่ (mean)
เตรียม spiked sample ลงใน sample blank โดยเติมสารละลายมาตรฐานท่คี วามเขมขน 3 ระดับๆ ละ
3 ซ้าํ ฉดี ซ้ําละ 2 คร้ัง โดยเตรยี ม spiked sample ใหม คี วามเขมขน 50, 100, 150%
เติมสารละลายมาตรฐานที่ความเขมขน 3 ระดับ ลงใน sample blank แลววิเคราะห sample blank
(unspiked) จาํ นวน 6 ซํา้ และวิเคราะห spiked sample ระดับละ 3 ซ้ํา จากน้นั คํานวณคา %recovery
%recovery = (C1 - C2) × 100
C3
เมื่อ C1 คือ ความเขมขนของสารใน spiked sample
C2 คอื ความเขมขนของสารใน sample blank
C3 คือ ความเขมขนของสารทีเ่ ติม
การทดสอบความเท่ียง (precision)
Repeatability precision วเิ คราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยางใบกญั ชา ซํา้ 10 ครงั้
ในวันเดยี วกนั คํานวณคาเบยี่ งเบนมาตรฐานสมั พทั ธ (%RSD)
Intermediate precision, between day วิเคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยาง
ใบกญั ชา เปน เวลา 3 วันๆ ละ 10 ซา้ํ คํานวณคา เบีย่ งเบนมาตรฐานสัมพัทธ (%RSD)
การทดสอบขดี จํากัดของการตรวจพบ (Limit of Detection, LOD)
คาํ นวณคา ประมาณของ LOD จาก calibration curve
LOD (µg/ml), estimated = 3 × standard error/slope
LOD (%w/w), estimated = LOD (µg/ml) × ปริมาตรทเ่ี ตรียม (ml) × ระดับเจอื จาง × 100
1,000,000 × น้าํ หนกั ตวั อยาง (g)
เตรียมสารละลายตัวอยางใบกัญชา โดยชั่งตัวอยางใบกัญชา 1 กรัม สกัดดวย ethanol โดยวิธี reflux
เปนเวลา 60 นาที กรองผา นกระดาษกรองเบอร 4 นําสารละลายท่ไี ดไ ประเหยแหงดว ยเคร่อื งระเหยสุญญากาศ จากนน้ั
ละลายและปรับปรมิ าตรดวย methanol จนครบ 50 มลิ ลลิ ติ ร โดยใช volumetric flask กรองผา น Nylon filter
syringe
เตรียมสารละลาย spiked sample ใหม คี วามเขม ขนใกลเคยี งกบั คาประมาณของ LOD แลวตรวจวิเคราะห
ปริมาณ CBD, CBN และ THC ใน spiked sample 6 ซาํ้
510 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
การพัฒนาวิธีวิเคราะหป ริมาณแคนนาบินอยดในใบกญั ชาดว ยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจนี และคณะ
การทดสอบขีดจํากดั ของการวัดเชิงปริมาณ (Limit of Quantitation, LOQ)
คํานวณคาประมาณของ LOQ จาก calibration curve ดงั น้ี
LOQ (µg/ml), estimated = 10 × standard error/slope
LOQ (%w/w), estimated = LOQ (µg/ml) × ปริมาตรทเ่ี ตรยี ม (ml) × ระดบั เจือจาง × 100
1,000,000 × น้ําหนกั ตัวอยา ง (g)
เตรยี มสารละลาย spiked sample ใหม คี วามเขมขนใกลเ คียงกับคาประมาณของ LOQ แลว ตรวจวิเคราะห
ปรมิ าณ CBD CBN และ THC ใน spiked sample 6 ซํ้า คํานวณคา %RSD และ %recovery
การทดสอบความจาํ เพาะ (Specificity)
ฉีดสารละลาย mixed working standard solution ความเขมขน 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และ
สารละลายตัวอยา ง ดว ยเครอ่ื ง UHPLC เพื่อตรวจสอบการแยกสาร CBD, CBN และ THC ออกจากกนั และออกจาก
การรบกวนของสารอ่นื ซึง่ ตอ งมคี า retention time แยกจากกันไดดี
การวิเคราะหปรมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา
การเตรียมสารละลายตัวอยาง
สกัดตัวอยา งใบกญั ชา นํา้ หนกั 1 กรมั ดว ย ethanol ปริมาตร 40 มิลลิลิตร โดยวิธี reflux เปน เวลา 60 นาที
กรองและนําสารสกัดที่ไดมาระเหยแหง ละลายและปรับปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลิลิตร โดยใช
volumetric flask กรองผาน Nylon filter syringe นําสารละลายตวั อยางที่ไดไปวเิ คราะหดว ยเคร่อื ง UHPLC
วเิ คราะหป รมิ าณ CBD, CBN และ THC ในตวั อยา งใบกญั ชา จาํ นวน 12 ตวั อยา ง ดว ยวธิ ที พี่ ฒั นาขนึ้ โดยที่
แตล ะตัวอยางใหว เิ คราะห 3 ซา้ํ แลว นํามาหาคา เฉล่ีย (mean)
การคํานวณความเขมขนของสารท่ีวิเคราะหในตัวอยางใบกัญชา (รอยละโดยนํ้าหนักตัวอยางใบกัญชา,
%w/w)
Cs (%w/w) = C0 (µg/ml) × ปริมาตรทเี่ ตรียม (ml) × ระดับเจือจาง × 100
1,000,000 × นํ้าหนกั ตัวอยา ง (g)
เมอ่ื C0 คอื ความเขม ขนของสารทีว่ เิ คราะหท่ีคํานวณไดจากกราฟมาตรฐาน
Cs คือ ความเขม ขน ของสารท่ีวิเคราะหเพอ่ื แปลงเปน รอ ยละโดยนํ้าหนัก
ผล
การพฒั นาวิธีวิเคราะหปรมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา
การศกึ ษาหาสภาวะของระบบโครมาโทกราฟ หลังจากนาํ สารละลายมาตรฐานของ CBD, CBN และ THC
และสารละลายตัวอยางใบกัญชาไปวเิ คราะหดว ยเคร่อื ง UHPLC พบวา ไดส ภาวะของระบบโครมาโทกราฟทเี่ หมาะสม
ในการแยกสาร CBD, CBN และ THC ดงั แสดงในตารางท่ี 1 โดยสดั สว นของวฏั ภาคเคลอ่ื นทแี่ บบ gradient program
จะเร่ิมทเี่ วลา นาทที ่ี 0.0 ถึง นาทที ่ี 8.5 ใช %A : %B (28 : 72), นาทที ี่ 8.5 ถงึ นาทีท่ี 8.6 ใช %A : %B (5 : 95),
นาทีท่ี 8.6 ถึง นาทีที่ 9.5 ใช %A : %B (5 : 95), นาทีที่ 9.5 ถึง นาทีท่ี 12.1 ใช %A : %B (2 : 72) และ
นาทที ี่ 12.1 ถงึ นาทีที่ 15.0 ใช %A : %B (28 : 72) ดังแสดงในตารางท่ี 2
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 511
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
ตารางที่ 1 สภาวะของระบบโครมาโทกราฟทีเ่ หมาะสมในการแยกสาร CBD, CBN และ THC ดว ยระบบ UHPLC
วัฏภาคคงที่ สภาวะท่เี หมาะสม
อณุ หภมู ิคอลมั น UHPLC column ชนิด ARC-18, ขนาด 4.6 × 150 มิลลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร
วฏั ภาคเคลอื่ นท่ี 40 องศาเซลเซยี ส
Gradient: 0.1% ortho-phosphoric acid ในน้ํา และ 0.1% ortho-phosphoric acid
อตั ราการไหล ใน acetonitrile
การตรวจวดั สาร 1.5 มิลลิลติ ร/นาที
ปริมาตรการฉดี DAD ทคี่ วามยาวคลนื่ 220 นาโนเมตร
5 ไมโครลิตร
ตารางที่ 2 วฏั ภาคเคลื่อนท่แี บบ Gradient program
Time Flow 0.1% ortho-phosphoric 0.1% ortho-phosphoric
(min) (ml/min) acid in water (%A) acid in acetonitrile (%B)
Initial 28
1.5 28 72
8.5 1.5 5 72
8.6 1.5 5 95
9.5 1.5 28 95
12.1 1.5 28 72
15.0 1.5 72
การศึกษาชนิดของตัวทําละลายในการสกัด ผลการศึกษาพบวาเม่ือนําสารละลายท่ีไดจากการสกัดใบกัญชา
ดวย ethanol และ hexane วเิ คราะหด วยเครอื่ ง UHPLC ตวั อยางละ 2 ซาํ้ พบวา พืน้ ท่ีใตกราฟเฉล่ียของ peak
สาร CBD, CBN และ THC จากการสกัดใบกัญชาดว ย ethanol ที่ retention time 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที
ตามลาํ ดบั มคี า 323.89, 1,036.74 และ 2,431.62 ซงึ่ มากกวา ใบกัญชาทีส่ กัดดว ย hexane คือ มีพื้นทใี่ ตก ราฟเฉลยี่
เทา กับ 309.89, 1,006.44 และ 2,141.23 ตามลําดบั ดังแสดงในภาพที่ 3
ภาพท่ี 3 ผลการสกดั CBD, CBN และ THC ในใบกัญชาดวย ethanol และ hexane
512 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณแคนนาบินอยดใ นใบกัญชาดวยวิธี UHPLC ธนวัฒน ทองจนี และคณะ
ดงั นั้นในการพฒั นาวิธีวเิ คราะหป รมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา จึงเลือกใช ethanol เปน
ตัวทําละลายในการสกัดใบกญั ชา
การศึกษาระยะเวลาท่ีเหมาะสมในการสกัด พบวาสารละลายที่ไดจากการสกัดตัวอยางใบกัญชา ซ่ึงสกัด
ดวยวิธีเดยี วกันโดยการ reflux กับ ethanol แตร ะยะเวลาทีใ่ ชในการสกัดแตกตา งกนั เม่ือนํามาวิเคราะหด ว ยเคร่อื ง
UHPLC พบวา สาร CBD, CBN และ THC ให retention time 3.39, 4.89 และ 6.15 นาที ตามลาํ ดบั จากการ
สกัดดวยระยะเวลา 30, 60 และ 90 นาที มคี า ดังน้ี คอื คาพืน้ ทีใ่ ตพ ีคของสาร CBD, CBN และ THC จากการสกัดดวย
ระยะเวลา 30 นาที นอยกวา การสกัดดว ยระยะเวลา 60 และ 90 นาที สวนคาพ้ืนที่ใตพคี ของสาร CBD, CBN และ
THC จากการสกัดดวยระยะเวลา 60 และ 90 นาที ไมแ ตกตางกนั ดงั แสดงในภาพที่ 4 และตารางที่ 3
ภาพที่ 4 ผลของระยะเวลาทใ่ี ชในการสกัด CBD, CBN และ THC จากตัวอยางใบกญั ชา
ตารางที่ 3 คาพนื้ ที่ใตพคี ของสาร CBD, CBN และ THC จากการสกัดดว ย ethanol ท่รี ะยะเวลา 30, 60 และ
90 นาที
ลาํ ดบั ท่ี ตวั อยา ง ขวดที่ Retention time (นาท)ี /พืน้ ทใ่ี ตพคี
CBD CBN THC
1 Ethanol extract (30 นาท)ี 1 3.383/175.134 4.890/528.840 6.150/1243.732
2 Ethanol extract (30 นาท)ี 2
3 Ethanol extract (60 นาท)ี 1 3.384/175.080 4.891/529.344 6.152/1243.689
4 Ethanol extract (60 นาที) 2
5 Ethanol extract (90 นาที) 1 3.384/333.796 4.891/1009.748 6.150/2346.040
6 Ethanol extract (90 นาที) 2
3.386/333.899 4.893/1010.747 6.153/2348.429
3.385/334.259 4.893/1012.480 6.152/2352.464
3.384/333.998 4.890/1011.890 6.148/2350.904
ดังนั้นในการพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในใบกัญชาจึงเลือกใช ethanol
เปน ตวั ทาํ ละลายในการสกัดและใชเวลาในการสกัด 60 นาที
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 513
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
ความยาวคลื่นในการตรวจวดั สาร CBD, CBN และ THC
จากการศึกษาการดดู กลนื แสง UV ของ CBD, CBN และ THC พบวา λmax ของสาร CBD และ THC
มคี าเทากบั 208 และ 274 นาโนเมตร สวน λmax ของ CBN มีคาเทา กับ 220 และ 284 นาโนเมตร ดงั แสดงในภาพท่ี 5
และเมื่อวิเคราะหสารละลายตัวอยางกัญชาดวยเคร่ือง UHPLC โดยใช DAD เปนเครื่องตรวจวัด ที่ความยาวคลื่น
220 นาโนเมตร ไมพบการซอนทบั ของ peak ของสารอน่ื
ภาพที่ 5 UV spectrum ของ CBD, CBN และ THC
ดังน้ันในการพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในใบกัญชา จึงเลือกการตรวจวัด
การดูดกลนื แสง UV ท่ีความยาวคลืน่ 220 นาโนเมตร
วัฏภาคคงที่ (Stationary phase) และวัฏภาคเคลื่อนท่ี (Mobile phase)
วัฏภาคคงท่ี จากการศึกษา UHPLC chromatographic fingerprint ของสารสกัด ethanol จาก
ใบกัญชาและตรวจวดั ดวย DAD ที่ความยาวคลืน่ 220 นาโนเมตร โดยใช 0.1% ortho-phosphoric acid ในนํา้
และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile เปนวัฏภาคเคลื่อนที่ พบวาเม่อื ใช UHPLC column ชนดิ
ARC-18 (A), ขนาด 4.6 × 150 มิลลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร UHPLC chromatogram ที่ไดใ ห
peak ของ CBD, CBN และ THC ที่ retention time 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที ตามลาํ ดบั ซ่ึงมกี ารแยกจาก
ส่ิงเจอื ปน (impurity) อน่ื อยา งชดั เจน แต UHPLC column ชนดิ ARC-8 (B), ขนาด 2.1 × 100 มลิ ลเิ มตร,
ขนาดอนุภาค 3.0 ไมโครเมตร ใหการแยกสารออกจากส่ิงเจือปนอ่ืนไดนอยกวา column ชนิด ARC-18 ดังแสดง
ในภาพท่ี 6
วัฏภาคเคลื่อนท่ี เม่ือปรับเปล่ียนองคประกอบของวัฏภาคเคลื่อนที่จากน้ําและ acetonitrile (C) เปน
0.1% ortho-phosphoric acid ในนา้ํ และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile (D) พบวา retention
time ของสาร CBD, CBN และ THC เปลยี่ นจาก 6.37, 7.24 และ 7.75 นาที เปน 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที จะได
peak shape ของ CBD, CBN และ THC ที่ดีขึ้น การแยกดขี นึ้ และแยกจาก impurity อ่นื อยา งชดั เจน ดงั แสดง
ในภาพที่ 7
514 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
การพัฒนาวิธีวิเคราะหปริมาณแคนนาบนิ อยดในใบกัญชาดวยวิธี UHPLC ธนวัฒน ทองจีน และคณะ
ภาพท่ี 6 Chromatogram ของสารละลายตัวอยางใบกัญชา เมือ่ ใชวฏั ภาคคงทต่ี างชนดิ กนั โดยท่ี (A) คอื คอลัมน
ชนดิ ARC-18 และ (B) คอื คอลมั นช นิด ARC-8
ภาพที่ 7 Chromatogram ของสารละลายตัวอยางใบกัญชา เม่ือใชวัฏภาคเคลื่อนที่ตางกัน โดยที่ (C) คือ นํ้า
และ acetonitrile สว น (D) คอื 0.1% ortho-phosphoric acid ในนา้ํ และ 0.1% ortho-phosphoric
acid ใน acetonitrile
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 515
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
ดงั นัน้ ในการพฒั นาวิธวี ิเคราะหปรมิ าณ CBD, CBN และ THC ในกญั ชาดวยเครอื่ ง UHPLC จงึ เลือก
ใช UHPLC column ชนิด ARC-18, ขนาด 4.6 × 150 มิลลิเมตร, ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร ใช 0.1%
ortho-phosphoric acid ในนํ้า และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile เปนวัฏภาคเคลื่อนท่ี
ตรวจวัดดวย DAD ทีค่ วามยาวคลน่ื 220 นาโนเมตร
การทดสอบความใชไดข องวิธีวิเคราะห
ความเปนเสนตรง (linearity) : จากกราฟมาตรฐาน (Calibration curve) ระหวา งความเขม ขนของ
สารละลายมาตรฐานและพนื้ ทใ่ี ตพ คี พบวา ความเขม ขน ของสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC กบั พนื้ ทใี่ ตพ คี
มีลกั ษณะเปน เสน ตรง โดยสารมาตรฐาน CBD มีลักษณะเปน เสนตรงในชว งความเขมขน 1.07-106.89 ไมโครกรมั /
มลิ ลลิ ติ ร โดยมคี า สมั ประสทิ ธิ์สหสมั พันธ (r) เทากบั 0.9999 สารมาตรฐาน CBN มีลักษณะเปน เสนตรงในชว งความ
เขมขน 1.00-99.60 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร โดยมีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ (r) เทากับ 0.9997 และสารมาตรฐาน
THC มลี กั ษณะเปน เสน ตรงในชว งความเขม ขน 1.00-99.90 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร โดยมคี า สมั ประสทิ ธสิ์ หสมั พนั ธ (r)
เทา กบั 0.9999 ดังแสดงในภาพท่ี 8
ภาพท่ี 8 Calibration curve ของสารละลายสารมาตรฐาน CBD, CBN และ THC ในชว งความเขม ขน 1.00-100.00
ไมโครกรัม/มิลลลิ ิตร
516 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพัฒนาวิธีวเิ คราะหป รมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาดวยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจีน และคณะ
การทดสอบรอ ยละของการคนื กลบั (%recovery) และความเทยี่ ง (precision) เมอื่ เตมิ สารละลายสาร
มาตรฐาน CBD, CBN และ THC ที่ความเขมขนระดับตาง ๆ ในชวงการใชงาน 3 ระดับ ลงใน sample blank
วิเคราะห sample blank จํานวน 6 ซ้าํ และวิเคราะห spiked sample ระดับละ 3 ซ้ํา แตละซ้าํ ทาํ duplicate
ตามลําดับ การเตรียม spiked sample ใหม ีความเขมขน 50, 100, 150% ความเขมขนของ CBD, CBN และ THC
ท่คี าํ นวณไดเ ทากับรอยละ 9.09, 16.67 และ 23.08 โดยนา้ํ หนัก ตามลําดบั
จากการวเิ คราะหตวั อยาง spiked sample พบวา รอยละของการคนื กลบั ของสาร CBD CBN และ THC
อยูในชว งรอยละ 97.50-99.75, 97.77-100.89 และ 96.83-98.33 ตามลําดับ ดังแสดงในตารางท่ี 4
การทดสอบความเทยี่ ง (precision)
Repeatability precision เคราะหปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตวั อยางใบกัญชา พบวามีคา
เบ่ยี งเบนมาตรฐานสัมพัทธ (%RSD) เทากบั 0.89, 0.55 และ 0.33 ตามลาํ ดบั ดังแสดงในตารางท่ี 5
การทดสอบ Intermediate precision, between-day วิเคราะหปรมิ าณสาร CBD, CBN และ THC
ในตัวอยางใบกัญชา พบวามีคาเบ่ียงเบนมาตรฐานสัมพัทธ (%RSD) เทากับ 0.42, 0.51 และ 0.32 ตามลาํ ดับ
ดงั แสดงในตารางท่ี 5
ตารางที่ 4 ผลการศกึ ษา %recovery และ repeatability
สารทว่ี ิเคราะห Sample blank Spiked level %recovery %RSD HORRAT
(µg/ml) (%w/w) (%) (%w/w) mean ± SD
50 9.09 2.56 1.96
CBD 14.40 0.07 100 16.67 97.50 ± 2.50 0.50 0.60
150 23.08 97.70 ± 0.49 1.17 1.79
CBN 6.84 0.03 50 9.09 99.75 ± 1.17 1.62 1.23
100 16.67 97.94 ± 1.58 0.75 0.89
THC 13.91 0.07 150 23.08 100.89 ± 0.76 0.27 0.41
50 9.09 97.77 ± 0.26 0.39 0.30
100 16.67 96.83 ± 0.38 0.76 0.90
150 23.08 97.02 ± 0.74 0.97 1.47
98.33 ± 0.96
เกณฑก ารยอมรับของ %recovery ตาม AOAC Peer-verified methods program on policies and procedures, Arlington,
VA, USA (1998) คือ 95-105% และการยอมรับความเทยี่ ง ประเมินจาก HORRAT (< 2)
ตารางท่ี 5 ผลการศกึ ษา intermediate precision between-day
สารทีว่ เิ คราะหใ นตัวอยา งใบกัญชา %RSD %RSD ของ intermediate
ของ Repeatability precision between-day
CBD
CBN 0.89 0.42
THC 0.55 0.51
0.33 0.32
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 517
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
การทดสอบขีดจาํ กัดของการตรวจพบ (Limit of detection, LOD) พบวา LOD ของการวิเคราะห
CBD, CBN และ THC เทา กับรอยละ 0.006, 0.009 และ 0.003 โดยน้าํ หนัก ตามลําดับ
การทดสอบขีดจํากัดของการวัดเชิงปริมาณ (limit of quantitation, LOQ) พบวา LOQ ของ
การวเิ คราะห CBD, CBN และ THC เทา กบั รอ ยละ 0.020, 0.032 และ 0.011 โดยนํา้ หนกั ตามลาํ ดบั โดยมคี า %RSD
เทากับ 1.00, 1.19 และ 1.54 ตามลาํ ดบั และรอ ยละของการคืนกลับอยใู นชว งรอยละ 95.75-98.33, 95.51-98.21
และ 97.62-99.87 ตามลาํ ดบั ดงั แสดงในตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ผลการศกึ ษา limit of quantitation (LOQ)
สารทว่ี ิเคราะห Spiked sample LOQ %recovery %recovery %RSD
(µg/ml) (% w/w) mean ± SD 1.00
97.15 96.91 ± 0.97 1.19
CBD 0.96 0.020 95.75 96.90 ± 1.16 1.54
98.33 98.52 ± 1.52
CBN 6.34 0.032 96.20
97.65
THC 2.14 0.011 96.39
95.51
97.08
98.21
95.57
98.01
97.03
99.87
97.62
98.74
96.00
100.08
98.81
การทดสอบความจําเพาะ (Specificity) จากการฉีดสารละลายมาตรฐานและสารละลายตัวอยาง
พบวา ภายใตส ภาวะ UHPLC ทพี่ ฒั นาขน้ึ สามารถแยกสาร CB, CBN และ THC ออกจากกนั ได และไมม กี ารรบกวน
ของสารอนื่ ในตวั อยา ง โดยมีคา retention time เทา กับ 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที ตามลาํ ดบั ดงั แสดงในภาพท่ี 9
518 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพฒั นาวิธวี เิ คราะหปริมาณแคนนาบินอยดในใบกญั ชาดวยวิธี UHPLC ธนวฒั น ทองจนี และคณะ
ภาพที่ 9 Chromatogram ของสารละลายมาตรฐาน CBD, CBN และ THC และสารละลายตัวอยางใบกัญชา
การวิเคราะหป รมิ าณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา
ผลการวิเคราะหปริมาณ CBD, CBN และ THC ในตัวอยา งใบกญั ชา จาํ นวน 12 ตัวอยาง พบวา ใบกัญชา
พันธหุ างกระรอกภพู านเอสที 1 (ST1) หางเสือสกลนครทที ี 1 (TT1) ตะนาวศรกี า นขาวดบั เบิลยูเอ 1 (WA1) และ
ตะนาวศรีกานแดงอารดี1 (RD1) มีปริมาณสาร THC ในระยะใบออนสูงกวาใบเพสลาดและใบแก สวนปริมาณ
สาร CBD พบมากในใบแกข องพนั ธุ RD1 ถงึ รอ ยละ 2.50 โดยนา้ํ หนกั ปรมิ าณสาร CBD, CBN และ THC ในตวั อยา ง
ใบกญั ชามคี า อยใู นชว งรอ ยละ 0.002-2.500, 0.002-0.023 และ 1.363-7.392 โดยนา้ํ หนกั ตามลาํ ดบั ปรมิ าณ CBD,
CBN และ THC มีคาอยูในชวงรอยละ 0.002-2.500, 0.002-0.023 และ 1.363-7.392 โดยนํ้าหนัก ตามลําดับ
ดังแสดงในตารางท่ี 7
ตารางท่ี 7 ผลการวเิ คราะหปริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC
ตัวอยาง พนั ธ/ุ ระยะการเก็บเกยี่ ว นาํ้ หนกั ความเขม ขน ของสารทคี่ ํานวณไดจ ากสมการ ปริมาณสาร (% w/w)
ตวั อยาง เสน ตรงจาก Calibration curve CBD CBN THC
1 ST1 ระยะใบออน (µg/ml)
2 ST1 ระยะใบเพสลาด (g)
3 ST1 ระยะใบแก CBD CBN THC
4 TT1 ระยะใบออ น
5 TT1 ระยะใบเพสลาด 1.0044 12.037 0.060 54.585 1.198 0.006 5.435
1.0033 14.160 0.081 55.360 0.882 0.002 1.379
1.0040 40.164 0.457 54.720 1.000 0.011 1.363
1.0049 0.284 0.121 74.284 0.028 0.012 7.392
1.0036 0.320 0.440 70.531 0.016 0.022 3.514
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 519
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
ตารางที่ 7 ผลการวเิ คราะหปริมาณ CBD CBN และ THC ในใบกัญชาดว ยวธิ ี UHPLC (ตอ)
ตัวอยาง พนั ธ/ุ ระยะการเก็บเกย่ี ว น้ําหนัก ความเขมขนของสารท่คี าํ นวณไดจ ากสมการ ปริมาณสาร (%w/w)
ตวั อยา ง เสน ตรงจาก Calibration curve CBD CBN THC
6 TT1 ระยะใบแก (µg/ml)
7 WA1 ระยะใบออน (g)
8 WA1 ระยะใบเพสลาด CBD CBN THC
9 WA1 ระยะใบแก
10 RD1 ระยะใบออ น 1.0045 0.082 0.640 67.380 0.002 0.016 1.677
11 RD1 ระยะใบเพสลาด
12 RD1 ระยะใบแก 1.0054 0.750 0.470 71.492 0.075 0.020 7.111
1.0019 0.223 0.347 68.060 0.011 0.017 3.397
1.0050 0.139 0.454 49.694 0.007 0.023 2.472
1.0043 23.990 0.080 45.420 2.389 0.008 4.523
1.0045 41.725 0.286 61.665 2.077 0.014 3.069
1.0046 50.222 0.424 44.182 2.500 0.021 2.199
วิจารณ
กญั ชาเปน สมนุ ไพรทมี่ ศี กั ยภาพเชงิ พาณชิ ยแ ละมปี ระโยชนท ง้ั เปน ยาและเปน ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ สามารถนาํ มา
ผสมในผลิตภัณฑตางๆ เชน เครื่องด่ืมสมุนไพร ผลิตภัณฑเครื่องสาํ อาง มีรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร
ทางดานเคมี เภสัชวิทยา และพิษวิทยามากมายท่ีสนับสนุนการใช แตการพัฒนาเปนผลิตภัณฑน้ัน ปจจัยท่ีสาํ คัญที่
ควรคํานึงถึงคือ ปจจัยดานคุณภาพของสมุนไพรเนื่องจากกัญชามีสารสาํ คัญกลุมแคนนาบินอยด คือ CBD, CBN
และ THC ท่ีมฤี ทธ์ิทางเภสัชวิทยา ในการพฒั นาวิธวี ิเคราะหปริมาณสารแคนนาบินอยด ในวตั ถดุ บิ ใบกญั ชา โดยสกัด
ใบกญั ชาแหงนํ้าหนกั 1 กรัม ดวย ethanol ปรมิ าตร 40 มิลลลิ ติ ร โดยวธิ ี reflux เปนเวลา 60 นาที กรองผานกระดาษ
กรองเบอร 4 และนาํ สารสกัดที่ไดไประเหยแหงดวยเคร่ืองระเหยสุญญากาศ จากนั้นละลายและปรับปริมาตรดวย
methanol จนครบ 50 มิลลิลติ ร โดยใช volumetric flask แลวกรองผาน Nylon filter syringe นําสารละลาย
ดังกลาว ปริมาตร 5 ไมโครลิตร ฉีดเขาสูระบบโครมาโทกราฟของเคร่ือง UHPLC ซึ่งใชคอลัมนชนิด ARC-18,
ขนาด 4.6 × 150 มลิ ลเิ มตร, ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร และใช 0.1% ortho-phosphoric acid ใน deionized water
และ 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile เปนวัฏภาคเคล่ือนท่ี อัตราการไหล 1.5 มิลลิลิตร/นาที
ตรวจวัดดว ย DAD ที่ความยาวคลืน่ 220 นาโนเมตร จะปรากฏ peak ของ CBD, CBN และ THC ท่ี retention
time เทากับ 3.35, 4.85 และ 6.10 นาที ตามลําดับ ผลการทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะหดังกลาว พบวา
calibration curve มีความเปนเสนตรง โดยสารมาตรฐาน CBD มีลักษณะเปนเสนตรงในชวงความเขมขน
1.07-106.89 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร โดยมีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ (r) เทากับ 0.9999 สารมาตรฐาน CBN มี
ลักษณะเปนเสนตรงในชวงความเขมขน 1.00-99.60 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร โดยมีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ (r)
เทากบั 0.9997 และสารมาตรฐาน THC มลี ักษณะเปน เสน ตรงในชวงความเขม ขน 1.00-99.90 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ิตร
โดยมคี า สมั ประสทิ ธิส์ หสมั พันธ (r) เทากับ 0.9999 คา %recovery อยูใ นชว ง 97.17-99.85, 97.92-101.89 และ
97.08-98.99% ตามลาํ ดับ คา HORRAT เทากับ 0.60-1.96, 0.41-1.23 และ 0.30-1.47 ตามลาํ ดบั LOD ของ
การวิเคราะห CBD, CBN และ THC เทา กับรอยละ 0.006, 0.009 และ 0.003 โดยนํ้าหนัก ตามลําดบั LOQ ของ
การวเิ คราะห CBD, CBN และ THC เทากับรอยละ 0.020, 0.032 และ 0.011 โดยนา้ํ หนัก ตามลําดับ โดยมีคา
%RSD เทากับ 1.00, 1.19 และ 1.54 ตามลําดับ และรอยละของการคืนกลับอยูในชวงรอยละ 95.75-98.33,
95.51-98.21 และ 97.62-99.87 ตามลําดับ ปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยางวตั ถุดิบใบกญั ชา จํานวน
520 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพัฒนาวิธวี เิ คราะหปรมิ าณแคนนาบินอยดใ นใบกญั ชาดว ยวิธี UHPLC ธนวัฒน ทองจีน และคณะ
12 ตัวอยา ง สามารถนําไปใชเ ปน ขอมลู เบ้อื งตนในการกําหนดปรมิ าณสาร CBD, CBN และ THC ในตัวอยางวตั ถุดิบ
ใบกัญชาได ในการศึกษาน้ีไดทําการตรวจปริมาณสารแคนนาบินอยดของตัวอยางใบกัญชาในระยะการเจริญเติบโต
ของใบทีแ่ ตกตางกัน คือ ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแกของกัญชาไทย 4 พันธุ ไดแก หางกระรอกภูพานเอสที 1
(ST1) หางเสือสกลนครทที ี 1 (TT1) ตะนาวศรกี านขาวดับเบลิ ยูเอ 1 (WA1) และตะนาวศรกี านแดงอารด ี 1 (RD1)
พบวาปริมาณสาร THC ในระยะใบออนสูงกวาใบเพสลาดและใบแกในกัญชาอายุ 2 เดือน สวนปริมาณสาร CBD
พบมากในใบแกของพนั ธุ RD1 ถงึ รอ ยละ 2.50 โดยนํ้าหนกั สวนปรมิ าณสาร CBN พบในใบคอ นขา งนอย เมื่อเปรียบ
เทียบพันธุกับปริมาณสารแคนนาบินอยด พบวา WA1 และ TT1 มีปริมาณสาร THC และ CBN สูงกวาพันธุอื่น
ซึ่งปริมาณของ CBN จะแปรผันตามปริมาณสาร THC ที่สูงข้ึน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยท่ีพบวาสาร CBN จะเปน
ผลผลิตท่ีไดจาก THC ในชวงของการ decarboxylation ระหวางการอบแหงผานความรอน ซ่ึงถาหากมีปริมาณ
THC ทส่ี งู ปรมิ าณของ CBN จะสูงไปดวย(10, 11) สวนปริมาณสาร CBD พบมากเพียง 2 พนั ธุ คอื RD1 และ ST1
ซ่ึงจากขอมูลปริมาณสารสาํ คัญที่อยูในใบคอนขางสูง เม่ือเปรียบเทียบกับผูศึกษาปริมาณสารแคนนาบินอยดในใบ
ซงึ่ พบวา มคี า อยรู ะหวา ง 1.10–2.10%(12)จากขอ มลู สามารถนาํ ใบกญั ชาไทยในแตล ะพนั ธไุ ปใชป ระโยชนท างการแพทย
ไดอยา งเหมาะสม รวมถึงเปนขอมลู ในการพฒั นาพันธกุ ัญชาเพ่ือเพม่ิ มูลคาของใบกญั ชาทางเศรษฐกิจตอไป
UHPLC เปน High Performance Liquid Chromatography (HPLC) ท่ีมีการพัฒนาเพื่อใหมี
ประสิทธิภาพการแยกสาร ความไวในการแยกสารที่ดีข้ึน ใชวัฏภาคเคลื่อนที่นอยลง และลดระยะเวลาในการตรวจ
วิเคราะห คอื เมอ่ื นําวิธีวิเคราะหป ริมาณ CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC ท่พี ัฒนาขนึ้ มาใหม
เปรียบเทียบกับการหาปริมาณสาร CBD, CBN และ THC ในกัญชาดว ยวธิ ี HPLC/UV(7) และวิธี HPLC-DAD(8)
พบวา วิธี HPLC/UV และวิธี HPLC-DAD ใชเ วลาวเิ คราะหต วั อยางกัญชาตอ 1 ตัวอยา ง นาน 22 นาที และ 50 นาที
ตามลาํ ดบั ทําใหส น้ิ เปลอื งวฏั ภาคเคลอ่ื นท่ี (Mobile phase) สว นวธิ วี เิ คราะหท พ่ี ฒั นาขน้ึ มาใหม ใชเ วลาในการวเิ คราะห
10 นาที ซึง่ รวดเรว็ และประหยดั วัฏภาคเคล่อื นที่ ดงั นัน้ จึงเลอื กใชเ คร่ือง UHPLC ในการพฒั นาวิธวี ิเคราะหป ริมาณ
CBD, CBN และ THC ในใบกญั ชา จากการทดสอบความใชไ ดของวธิ ีวเิ คราะหป ริมาณ CBD, CBN และ THC ที่
พฒั นาขน้ึ พบวา %recovery จากการวเิ คราะห spiked sample อยใู นเกณฑย อมรบั ได (95-105%) ซงึ่ แสดงถงึ ความ
แมน ของวธิ ีวเิ คราะห และคา HORRAT อยใู นเกณฑย อมรบั ได (< 2) ซ่ึงแสดงถงึ ความเทยี่ งของวธิ วี ิเคราะหท่พี ัฒนา
ขน้ึ วธิ ดี งั กลา วจงึ มคี วามเหมาะสม สามารถนาํ ไปใชใ นการวเิ คราะหป รมิ าณสาร CBD, CBN และ THC เพอ่ื ใชค วบคมุ
ปรมิ าณสารของใบกญั ชาตอ ไปได ในเบอ้ื งตน จะนําวธิ ที พี่ ฒั นาขน้ึ นต้ี รวจวเิ คราะหว ตั ถดุ บิ จากแหลง ปลกู ตา งๆ เพอ่ื ใหม ี
ขอมูลหลากหลายเปนประโยชนตอ การพัฒนากญั ชาไทยตอไป
สรปุ
การศกึ ษานไ้ี ดพ ฒั นาวธิ กี ารตรวจวเิ คราะหป รมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาดว ยวธิ ี UHPLC และทดสอบ
ความใชไดข องวธิ วี ิเคราะห ผลการศึกษาพบวาวิธีทพ่ี ฒั นาขึน้ มคี วามถกู ตอ งแมน ยํา สะดวก รวดเร็ว และประหยัดสาร
เคมที ใี่ ชใ น mobile phase จงึ นาํ วธิ ที ไ่ี ดม าตรวจวเิ คราะหป รมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นตวั อยา งใบกญั ชาไทย 4 พนั ธุ ทาํ ให
ไดข อมลู ซึ่งจะเปน ประโยชนต อ การพฒั นาพนั ธกุ ญั ชา และผลิตภัณฑผสมกัญชาตอไป
กติ ตกิ รรมประกาศ
ขอขอบคณุ กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทยท สี่ นบั สนนุ งบประมาณในการวจิ ยั น้ี หอ งปฏบิ ตั กิ ารเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอื่ พชื
หอ งปฏบิ ตั กิ ารพพิ ธิ ภณั ฑพ ชื และเจา หนา ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารวจิ ยั เพอื่ แยกสารสาํ คญั จากสมนุ ไพรทกุ ทา น ทท่ี าํ ใหง านวจิ ยั น้ี
สาํ เร็จลุลวงไปไดดวยดี
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 521
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Determination of Cannabinoid Contents in Cannabis Leaves by UHPLC Thanawat Thongchin et al.
เอกสารอา งองิ
1. นนั ทวนั บญุ ยะประภศั ร, อรนชุ โชคชยั เจรญิ พร, บรรณาธกิ าร. สมนุ ไพรไมพ น้ื บา น. กรงุ เทพฯ : คณะเภสชั ศาสตร
มหาวทิ ยาลยั มหิดล; 2542.
2. Mechoulam R, Hanuš LO, Pertwee R, Howlett AC. Early phytocannabinoid chemistry to
endocannabinoids and beyond. Nat Rev Neurosci 2014; 15(11) : 757-64.
3. Velasco G, Sánchez C, Guzmán M. Towards the use of cannabinoids as antitumour agents. Nat
Rev Cancer 2012; 12(6) : 436-44.
4. พระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรือ่ ง กาํ หนดอาหาร
ทหี่ ามผลิต นําเขา หรือจําหนาย. ราชกิจจานเุ บกษา เลม 138 ตอนพิเศษ 45 ง (วนั ท่ี 25 กมุ ภาพันธ 2564).
หนา 32.
5. สาํ นกั งานจดั การกญั ชาและกระทอ มทางการแพทยแ ผนไทย. Infographic 16 ตาํ รบั ยาแผนไทยทมี่ กี ญั ชาปรงุ ผสม
อยู. [ออนไลน] . 2564; [สบื คน 2 ก.ค. 2564]; [1 หนา]. เขา ถึงไดที่ : URL : https : //ockt.dtam.moph.
go.th/index.php/cannabis-formula/200-infographic-16.
6. ศรายุธ ระดาพงษ, พราว ศภุ จริยาวัตร, เมธิน ผดุงกิจ. ฤทธ์ิทางเภสชั วิทยาและพิษวิทยาของกญั ชา. ว. กรมวิทย
พ 2564; 63(1) : 219-32.
7. Veniero G, Lucia D, Fiorenza F, Rino F, Elisa S, Giovanna T. Determination of primary active
constituents in Cannabis preparations by high-resolution gas chromatography/flame ionization
detection and high-performance liquid chromatography/UV detection. Anal Chim Acta 2002;
468(2) : 245-54.
8. Ciolino LA, Ranieri TL, Taylor AM. Commercial cannabis consumer products part 2 :
HPLC-DAD quantitative analysis of cannabis cannabinoids. Forensic Sci Int 2018; 289 : 438-47.
9. กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย. แนวปฏบิ ตั กิ ารทดสอบความถกู ตอ งของวธิ วี เิ คราะหท างเคมโี ดยหอ งปฏบิ ตั กิ ารเดยี ว.
นนทบุรี : กรมวิทยาศาสตรการแพทย กระทรวงสาธารณสุข; 2549.
10. Hazekamp A, Fischedick JT, Díez ML, Lubbe A, Ruhaak RL. Chemistry of cannabis. In : Mander
L, Liu HW, editors. Comprehensive natural products II. Oxford, UK : Elsevier Science; 2010.
p. 1033-1084.
11. Russo EB, Marcu J. Cannabis pharmacology : the usual suspects and a few promising leads.
Adv Pharmacol 2017; 80 : 67-134.
12. Dan Jin, Kaiping Dai, Zhen Xie & Jie Chen. Secondary metabolites profiled in cannabis
inflorescences, leaves, stem barks, and roots for medicinal purposes. Sci Rep 2020; 10(1) : 3309.
(14 pages).
522 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพฒั นาวิธวี ิเคราะหปรมิ าณแคนนาบนิ อยดใ นใบกัญชาดวยวธิ ี UHPLC ธนวัฒน ทองจนี และคณะ
Development and Method Validation of
Cannabinoid Contents In Cannabis sativa L.
Leaves by Ultra High Performance Liquid
Chromatography
Thanawat Thongchin Sorrapetch Marsud Peradhama Thiemthieprat Sayan Ruengkhet
Sakwichai Ontong Phichet Banyati Siriwan Chaisomboonpan and Aussavashai Shuayprom
Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000, Thailand
ABSTRACT Cannabis (Cannabis sativa L.) has been used to treat several diseases since the ancient
time. Tetrahydrocannabinol (THC) is the major psychoactive compound and the other non-psychoactive
ingredients are Cannabidiol (CBD) and Cannabinol (CBN). THC has been used for pain relief, reducing
nausea from chemotherapy and muscle contraction treatment. CBD has antiepileptic mechanism, relieve
pain and neuroprotective property for Parkinson's disease, while CBN has a potential use for
anti-cancer therapy. Cannabis have been used as active ingredient of several drugs and products in the
markets. However, the appropriate analytical methods for quality control of those compounds are still
limited. This study aimed to develop analytical methods for quantification assessment of CBD, CBN and
THC in cannabis leaf samples using the Ultra High Performance Liquid Chromatography (UHPLC)
technique. Samples were prepared by refluxing in ethanol, filtering and evaporating until dry. The
residue was redissolved and adjusted with methanol and injected into UHPLC system. Linearity was
established for CBD, CBN and THC at concentration range of 1.07-106.89, 1.00-99.60 and 1.00-99.90 µg/ml,
respectively, with a determination correlation coefficient (r) of 0.999. The %recovery was in the range of
96.83-100.89% and HORRAT was in the range of 0.30-1.96. The limit of detection (LOD) of CBD, CBN
and THC were 0.006, 0.009, and 0.003 %w/w, respectively, while limit of quantitation (LOQ) was 0.020,
0.032, and 0.011 %w/w, respectively. It has been shown that the developed method is suitable and can
be used to analyze the content of CBD, CBN and THC in cannabis leaves. Therefore, the appropriate
specification of cannabinoid contents (CBD, CBN and THC) in cannabis leaf extract can be established.
Keywords: Cannabis, CBD, CBN, THC, UHPLC
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 523
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
นพิ นธต น ฉบบั ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 524-540
ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดในระยะการเจรญิ เติบโต
ท่ีแตกตางกันของใบกัญชาพันธไุ ทย
สรเพชร มาสดุ 1 ธนวฒั น ทองจีน1 กรวิชญ สมคดิ 1 ภาณวุ ิชญ พูลทรัพย1 ปภาวดี สฉุ ันทบุตร1
กชพร โชติมโนธรรม1 ทิพวรรณ ปรกั มานนท1 ราตรี พระนคร2 วรรณวภิ า พนิ ธะ2 พิเชฐ บัญญัต1ิ
และศิริวรรณ ชยั สมบรู ณพันธ1
1กรมวิทยาศาสตรก ารแพทย ถนนตวิ านนท อาํ เภอเมือง นนทบรุ ี 11000
2มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อําเภอพังโคน สกลนคร 47160
บทคัดยอ กัญชามีสารหลักเปนกลุมแคนนาบินอยด โดยสารท่ีมีฤทธิ์ตอจิตประสาท คือ THC และสารท่ีไมออกฤทธ์ิ
ตอจติ ประสาท ไดแ ก CBN และ CBD ซ่ึงกลมุ สารแคนนาบนิ อยดม กั พบในชอดอกของกญั ชาและยังสามารถพบไดในสว นของ
ใบอีกดวย การนําใบกัญชาไปใชประโยชนทางการแพทยยังไมมีขอมูลสัดสวนของสารสาํ คัญท่ีชัดเจนโดยเฉพาะกัญชา
พันธุไทย ดังนั้นในการศึกษานี้ไดทําการตรวจปริมาณสารแคนนาบินอยดดวยวิธี Ultra High Performance Liquid
Chromatography (UHPLC) ในระยะการเจรญิ เตบิ โตของใบท่แี ตกตางกัน ไดแก ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก
ของกัญชาไทย 4 สายพันธุ ไดแ ก หางกระรอกภูพานเอสท1ี (ST1) หางเสอื สกลนครทีที1 (TT1) ตะนาวศรีกา นขาวดับเบิล
ยูเอ1 (WA1) และตะนาวศรกี า นแดงอารดี1 (RD1) พบวาใบเพสลาดของกญั ชาอายุ 2 เดือน พันธุ ST1 และ RD1 มีนา้ํ หนกั
ตอ ใบท้ังใบสดและใบแหงสงู กวา พนั ธุอน่ื และพบวาพนั ธุ RD1 มีความยาวกา นใบในชวงใบเพสลาดและใบแกม ากกวาพันธอุ ่ืน
สวนความยาวและความกวางของใบมีคาไมแตกตางกัน นอกจากนี้พบสาร THC มีปริมาณสูงสุดในระยะใบออนของใบกัญชา
อายุ 2 เดอื น สวนปริมาณสาร CBD พบสูงสดุ ในใบออ นของพนั ธุ RD1 ถงึ รอ ยละ 3.83 โดยนํ้าหนกั ทีอ่ ายุ 1 เดือน สว นปริมาณ
สาร CBN พบในใบคอนขางนอย ขอมูลนี้ชวยใหการนาํ ใบกัญชาสายพันธุไทยไปใชประโยชนทางการแพทยไดอยางเหมาะสม
รวมทัง้ การพัฒนาสายพนั ธุก ัญชาเพอื่ เพิ่มมลู คา ของใบกญั ชาทางเศรษฐกิจ
คาํ สาํ คัญ: กัญชา, สายพันธ,ุ สารแคนนาบนิ อยด
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 15 July 2021 Revised: 3 September 2021 Accepted: 7 September 2021
524 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาพันธไุ ทย สรเพชร มาสดุ และคณะ
บทนํา
กัญชา เปน พืชลมลุกชนิดหนงึ่ อยูในวงศ Cannabidaceae มสี ว นประกอบของสารเคมีมากกวา 450 ชนิด
โดยมากกวา 60 ชนดิ เปน สารกลมุ แคนนาบนิ อยด (cannabinoids) มอี งคป ระกอบหลกั คอื Tetrahydrocannabinol
(THC) และสารชนดิ อื่น ๆ เชน Cannabinol (CBN), Cannabidiol (CBD), Cannabichromene (CBC),
Cannabigerol (CBG) เปนตน(1, 2) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 424) พ.ศ. 2564 เร่ือง กาํ หนด
อาหารที่หามผลติ นาํ เขา หรือจาํ หนาย ลงวันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ 2564 ไดปลดล็อกกัญชา-กญั ชง จากบัญชียาเสพติด
ใหโทษ รวมถงึ การอนุญาตใหน ําใบซง่ึ ไมม ียอดหรอื ชอดอกติดมาดว ย กิง่ กา น ราก เปลอื ก ลาํ ตน เสน ใย ทไ่ี มจัดเปน
ยาเสพตดิ ประเภทที่ 5 มาใชป ระโยชนท างการแพทย การศึกษาวจิ ัย ผลติ ภัณฑสุขภาพ รวมทง้ั ใหป ระชาชนสามารถใช
สวนตา งๆ ของกัญชา-กัญชงไปประกอบอาหาร ทาํ ยารักษาโรคได(3) ซึ่งปจ จบุ ันสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ไดอ อกใบอนญุ าตปลกู กญั ชาสาํ หรบั องคก รตา งๆไปแลว จาํ นวน2,210รายมผี ปู ลกู กญั ชาทง้ั พนั ธตุ า งประเทศและพนั ธไุ ทย
อยา งไรกต็ ามกญั ชาพนั ธไุ ทยยงั ไมม คี วามชดั เจนในเรอื่ งของสายพนั ธุ โดยทางสถาบนั วจิ ยั สมนุ ไพร กรมวทิ ยาศาสตรก าร
แพทย รว มกบั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสกลนคร ไดท ําการศกึ ษากญั ชาพนั ธไุ ทยจํานวน 4 พนั ธุ
ไดแ ก หางกระรอกภูพานเอสที1 หางเสือสกลนครทีท1ี ตะนาวศรีกา นขาวดับเบิลยูเอ1 และตะนาวศรกี า นแดงอารดี 1
โดยทาํ การศึกษาท้ังลักษณะฟโนไทป จีโนไทป และเคโมไทปในสวนของชอดอก ซ่ึงไดขึ้นทะเบียนพันธุกับกรม
วชิ าการเกษตร พบวากญั ชาพันธุไทย 4 พนั ธุ มลี ักษณะเดน ถงึ 3 แบบ แบบท่ี 1 เปน กญั ชาทใี่ หส าร THC สูง ไดแ ก
พนั ธุ WA1 และ TT1 แบบที่ 2 เปนกัญชาทใี่ หส าร THC และ CBD ในอัตราสว นท่ีเทากัน (THC : CBD = 1 : 1)
ไดแ ก พนั ธุ ST1 และกัญชาแบบที่ 3 ท่ีใหส าร CBD สูง ไดแ ก พนั ธุ RD1 เมอื่ ไดพนั ธุทถ่ี ูกตอ งแลวจะสามารถนาํ ไป
สงเสริมใหกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนตางๆ นําไปปลูกไดและนาํ สวนตางๆ ของกัญชา (ยกเวนชอดอกและเมล็ด)
ไปใชป ระโยชนไ ด โดยเฉพาะ “ใบ”
ใบกญั ชาเปน สว นประกอบหนงึ่ ของกญั ชาทมี่ สี ารสาํ คญั ในกลมุ Cannabinoids อยู โดยสารทเี่ ปน ทร่ี จู กั กนั ดี
คอื THC, CBD และ CBN ซง่ึ เปน สารออกฤทธ์ิ กระตนุ ระบบประสาท ฮอรโ มน และภมู คิ มุ กนั ตา งๆ มกี ารใชป ระโยชน
ของใบกัญชาในการประกอบอาหาร เพื่อใหไดรสชาติที่ดีขึ้นและใชเปนสวนประกอบในการผลิตยาแผนโบราณหลาย
ตํารบั เชน ยาอคั คนิ วี คณะ ยาศขุ ไสยาศน ยาแกส ณั ฑฆาตกลอ นแหง ยาแกโ รคจติ ยาอมั ฤตโอสถ ยาไพสาลี ยาอไภยสาลี
ยาทาํ ลายพระสเุ มรุ และยาทพั ยาธคิ ณุ เปน ตน (4) ซง่ึ การนาํ ใบกญั ชามาใชป ระกอบอาหารและเปน สว นประกอบการผลติ ยา
แผนโบราณหลายตาํ รบั ยงั ไมม ขี อ มลู สารสาํ คญั และยงั ไมท ราบชนดิ ของพนั ธกุ ญั ชาทน่ี ํามาใช งานวจิ ยั นจ้ี งึ มวี ตั ถปุ ระสงค
เพอ่ื ศกึ ษาระยะการเจรญิ เตบิ โตของใบตอ การเปลย่ี นแปลงปรมิ าณสารcannabinoidของกญั ชาไทย4พนั ธุ เพอ่ื หาปรมิ าณ
สารสาํ คัญที่อยูในใบและสามารถนาํ ใบกัญชาพันธุไทยของแตละพันธุไปใชประโยชนทางการแพทยไดอยางเหมาะสม
รวมถึงเปน ขอ มลู ในการพฒั นาพันธุกัญชาเพื่อเพ่ิมมูลคา ของใบกญั ชาทางเศรษฐกจิ ตอไป
วัสดแุ ละวธิ ีการ
วสั ดุ
ตัวอยางเมล็ดพันธุกัญชาไทยที่ใชในการศึกษา 4 พันธุ ไดแก หางกระรอกภูพานเอสที1 (ST1) หางเสือ
สกลนครทที ี1 (TT1) ตะนาวศรกี า นขาวดบั เบิลยูเอ1 (WA1) และตะนาวศรีกา นแดงอารดี1 (RD1) ซงึ่ ทั้ง 4 พันธุ
มกี ารศกึ ษาวิจัยทางดา นลกั ษณะทางพฤกษศาสตร เคมี และพันธุกรรมแลว เปน จาํ นวน 3 รุน ตัง้ แตป พ.ศ. 2562 โดย
ไดรบั ใบอนญุ าตปลกู ตามแบบ ย.ส. 4/5-2 หนงั สอื สาํ คญั ที่ 4/2562 ปลูกโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
วทิ ยาเขตสกลนคร ทาํ การวจิ ยั รว มกบั กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย ปจ จบุ นั ทาํ การปลกู เปน รนุ ท่ี 4 ณ สถาบนั วจิ ยั สมนุ ไพร
กรมวิทยาศาสตรก ารแพทย โดยไดร บั ใบอนญุ าตปลูกตามแบบ ย.ส. 4/5-2 หนังสือสาํ คญั ท่ี 90/2564 จํานวน 130 ตน
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 525
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
วสั ดปุ ลกู ไดแ ก พทิ มอส (คลาสแมน®), โคโคพ ทิ (บรษิ ทั โคโค อะกรคี ลั เจอร จาํ กดั ), เวอรม คิ ไู ลท (บรษิ ทั
Speedy access) ขนาด 2-4 มลิ ลเิ มตร, เพอรไลท (บริษทั Speedy access) 4-8 มลิ ลิเมตร, กาบมะพราวสบั ,
ปุยไฮโดรโปนกิ ส (สูตรท่ี 1 สาํ หรับเรง การเจริญเติบโตทางดานลําตน และสูตรท่ี 2 สําหรับเรงการออกดอก), กระถาง
ขนาด 24 น้วิ
สารมาตรฐาน ไดแ ก Cannabidiol (CBD) ความบริสทุ ธ์ิ ≥ 99.9% (THC Pharm GmbH, Batch :
S19-014) มีลักษณะเปนผงสขี าว, Cannabinol (CBN) ความบรสิ ุทธิ์ ≥ 99.6% (THC Pharm GmbH, Batch :
DWO180.707-1) มลี กั ษณะเปน ผงสขี าว, Tetrahydrocannabinol (THC) ความบรสิ ทุ ธ์ิ ≥ 98.6% (THC Pharm
GmbH, Batch : DWO181.121-1) มลี กั ษณะเปนของเหลวใส
สารเคมแี ละตวั ทาํ ละลาย ไดแ ก ethanol และ hexane (AR grade, RCI Labscan, Ireland), methanol
(HPLC grade, Honeywell, United States of America), acetonitrile (HPLC grade, Fisher Chemical,
England), นา้ํ ปราศจากออิ น (deionized water)
เครอ่ื งมอื ไดแ ก ตอู บแหง (Hot air oven) Memmert®รนุ ULM 600, เครอื่ งวดั ความเปน กรด – ดา ง (pH
meter) Gendo®รนุ PL-700 PCS, เครือ่ งบดปน รุน RT 34 (ChyunTseh Industrial), เครือ่ งระเหยสญุ ญากาศ
ประกอบดวย อางนํ้าแบบควบคุมอุณหภูมิรุน SB-1000 (Eyela), เครื่อง rotavapor รุน N-1000 (Eyela),
เคร่ือง Aspirator รุน A-3S (Eyela) และเครื่องทํานํ้าเย็นหมุนเวียน รุน CA-101 (Eyela), เคร่ือง Ultra
High Performance Liquid Chromatography–DAD detector (Agilent 1290 Infinity II, Germany),
เครื่องชั่งไฟฟาความละเอียด 4 ตําแหนง (Precisa Analytical Balance, Switzerland), เครื่องวัดความยาว
(vernier calipers)
วัสดวุ ทิ ยาศาสตร ไดแ ก คอลมั นชนดิ ARC-18 ขนาด 4.6 × 150 มลิ ลเิ มตร ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร
(Restek, United States of America), PVDF membrane filter 0.2 ไมโครเมตร และ 0.45 ไมโครเมตร,
Nylon filter syringe 0.2 ไมโครเมตร, กระดาษกรองเบอร 4 และเครอ่ื งแกว
วธิ ีการปลกู
ดําเนินการปลกู กัญชาในโรงเรือนแบบ Green House ขนาดกวา ง 6 เมตร ยาว 36 เมตร และสูง 2.8 เมตร
ตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเก่ียวท่ีดีของพืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP)
ใชวัสดุปลูกประกอบดวย กาบมะพราวสับ พีทมอส เพอรไลท เวอรมิคูไลท โคโคพิท ในอัตราสวน 2 : 1 : 1 : 1 : 1
ตามลําดับ นาํ มาผสมใหเขากัน ตรวจวิเคราะหโลหะหนักในดินกอนปลูกพบวาอยูในเกณฑมาตรฐาน การปลูก
มีการจดั การใหนาํ้ และธาตุอาหาร โดยใชปยุ ไฮโดรโปนกิ ส จาํ นวน 2 สูตร คอื
สตู รที่ 1 สําหรับเรงการเจริญเติบโตทางดานลําตน เริ่มใหปุยต้ังแตเริ่มปลูกจนกระท่ังตนกัญชาอายุครบ
1 เดอื น
สตู รท่ี 2 สําหรับเรงการออกดอก เริม่ ใหป ยุ เมือ่ ตนกญั ชาอายไุ ด 1 เดือน จนถงึ ระยะออกดอก
วิธีใหปุยโดยระบบนํ้าหยด (Drip irrigation) มีการปรับสภาพคา pH และการนําไฟฟาของธาตุอาหาร
เพ่อื ใหไดค า ท่ีเหมาะสมตอ การเจรญิ ของตนกัญชาในแตละชวงของการเจรญิ เตบิ โต วางแผนการทดลองการปลูกกัญชา
แตละพันธุแบบสุมสมบูรณ (Completely Randomized Design; CRD)(5) ประกอบดวยกัญชา 4 พันธุ 1 ตน
ตอ 1 กระถาง ดังนี้
กญั ชาพันธทุ ่ี 1 หางกระรอกภูพานเอสที 1 (ST1) จํานวน 22 ตน
กญั ชาพนั ธทุ ่ี 2 หางเสอื สกลนครทที ี 1 (TT1) จาํ นวน 22 ตน
กญั ชาพนั ธุที่ 3 ตะนาวศรีกา นขาวดับเบลิ ยเู อ 1 (WA1) จํานวน 22 ตน
กัญชาพันธุท่ี 4 ตะนาวศรีกานแดงอารดี 1 (RD1) จาํ นวน 22 ตน
526 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ปรมิ าณสารแคนนาบินอยดใ นใบกัญชาพนั ธุไทย สรเพชร มาสุด และคณะ
การศึกษาการเจริญเติบโตของใบออน (young leaves) ใบเพสลาด (Immature leaves) และใบแก
(mature leaves) ของกญั ชา 4 พันธุ
โดยสุมเกบ็ ตัวอยางใบกัญชาไทย 4 พนั ธุ เมื่อตน กัญชาอายไุ ด 1 และ 2 เดือน หลังปลกู โดยแตล ะพนั ธุเ กบ็
ใบออนจํานวน 20 ใบ (ตําแหนง ขอใบที่ 2 และขอท่ี 3 จากปลายยอด) ใบเพสลาด 20 ใบ (ตําแหนงขอใบที่ 7 และ
ขอ ที่ 8 จากปลายยอด) และใบแก 20 ใบ (ตาํ แหนง ขอ ใบท่ี 13 และขอ ท่ี 14 จากปลายยอด) ดงั แสดงในภาพภาพท่ี 1
ทาํ การวดั น้ําหนักใบสด น้ําหนกั ใบแหง โดยอบท่อี ุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เปนระยะเวลา 24 ช่ัวโมง ความกวางใบ
ความยาวใบ และความยาวของกา นใบ ใชไ มบ รรทัด และ vernier calipers ในการวดั ดงั แสดงในภาพท่ี 1
ภาพที่ 1 ตําแหนงของใบออน ใบแก และใบเพสลาด (A) ความกวางใบ ความยาวใบ และความยาวของกานใบ (B)
ของกัญชาพนั ธไุ ทยท่ีใชในการเก็บตวั อยาง
การศกึ ษาปริมาณสารแคนนาบนิ อยดข องใบกญั ชาไทย 4 พนั ธุ
ทําการสุมเก็บตัวอยางใบกัญชาทั้งใบออน ใบเพสลาด และใบแก ของแตละพันธุที่ปลูกจํานวน 20 ตน
จากตนกัญชาที่มอี ายุได 1 และ 2 เดอื น หลังปลูก ใหไดประมาณ 20 กรัมตอน้าํ หนกั สด นาํ ใบท่เี ก็บไดมาอบท่ีอณุ หภมู ิ
50 องศาเซลเซียส เปนระยะเวลา 24 ชว่ั โมง เมื่อแหงแลวนํามาบดใหละเอยี ด ทําการชั่งตัวอยางใบกัญชาจํานวน 1,000
มลิ ลกิ รมั นํามาสกดั ตวั อยา งดว ย ethanol 95% ปรมิ าตร 40 มลิ ลลิ ติ ร ดว ยวธิ ี reflux เปน เวลา 60 นาที จากนน้ั นํามากรอง
และนาํ สารสกัดที่ไดมาระเหยแหง จากน้ันละลายกลับและปรับปริมาตรดวย methanol จนครบ 50 มิลลิลิตร
โดยใช volumetric flask นําสารละลายตัวอยาง 5 ไมโครลิตร มาวิเคราะหดวยเครื่อง UHPLC ตรวจวิเคราะห
หาปรมิ าณของสารกลุมแคนนาบนิ อยด ไดแกส าร THC CBD และ CBN มีขัน้ ตอนดงั น้ี
การเตรียมสารละลายมาตรฐาน CBD CBN และ THC โดยนําสารมาตรฐาน CBD CBN และ THC
มาชั่งนํา้ หนกั ใหได 10, 25 และ 100 มิลลกิ รัม ละลายและปรบั ปริมาตรดวย methanol ใหได 10, 25 และ 50 มิลลลิ ิตร
ดว ย volumetric flask ตามลําดับ จะได stock สารละลายมาตรฐาน CBD CBN และ THC ที่ความเขมขน 1,000
1,000 และ 2,000 ไมโครกรมั /มลิ ลิลติ ร ตามลาํ ดบั จากนัน้ ปเปตสารละลายมาตรฐาน ปริมาตร 1,000, 1,000 และ
500 ไมโครลิตร ตามลําดบั ใสใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลิลิตร ปรับปริมาตรดวย methanol ไดค วามเขม ขน
1, 10, 20, 50 และ 100 ไมโครกรมั /มิลลิลติ ร นําไปสรางกราฟมาตรฐานตอ ไป
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 527
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
สภาวะของระบบโครมาโทกราฟ : วฏั ภาคคงที่ (stationary phase) ใช UHPLC column ชนดิ ARC-18
ขนาด 4.6 × 150 มลิ ลเิ มตร ขนาดอนภุ าค 2.7 ไมโครเมตร อณุ หภมู ิ 40 องศาเซลเซยี ส, วฏั ภาคเคลอื่ นท่ี (mobile phase)
A : 0.1% ortho-phosphoric acid ในนํ้า B : 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile
การเตรียม 0.1% ortho-phosphoric acid ในน้ํากลั่น (deionized water) : ปเปต 0.1%
ortho-phosphoric acid ปรมิ าตร 1,000 ไมโครลติ ร ลงในนํา้ กลน่ั และปรบั ปริมาตรดวยนํา้ กลั่น ใหครบ 1,000
มลิ ลิลติ ร
การเตรียม 0.1% ortho-phosphoric acid ใน acetonitrile : ปเ ปต 0.1% ortho-phosphoric acid
ปริมาตร 1,000 ไมโครลิตร ลงใน acetonitrile และปรับปริมาตรดวย acetonitrile จนครบ 1,000 มลิ ลลิ ิตร
ปริมาตรการฉีด 5 ไมโครลิตร, อัตราการไหล 1.5 มลิ ลิลติ ร/นาที, ตรวจวดั สาร Diode array detector
(DAD) ที่ความยาวคลนื่ 220 นาโนเมตร
การวิเคราะหขอ มูลทางสถติ ิ
วเิ คราะหข อ มูลดวยโปรแกรม SPSS version 16.0 ทดสอบความแตกตา งของคาเฉล่ยี โดยวิธี Duncan’s
New Multiple Range Test (DMRT)(6) ทีร่ ะดบั นยั สําคัญ p<0.01
ผล
การศึกษาระยะการเจริญของกญั ชาพันธุไทย 4 พนั ธุ ทอี่ ายุ 1 เดือนหลังปลกู
ผลจากการศึกษาระยะการเจริญของกัญชาพันธุไ ทย 4 พนั ธุ ทอ่ี ายุ 1 เดือน หลงั ปลกู ในระยะใบออนพบวา
กัญชาพันธุหางกระรอกภูพานเอสท1ี (ST1) มีนา้ํ หนกั ใบสดตอใบเทา กบั 0.985 กรัม ซ่งึ มากกวาพันธุอื่นๆ อยางมีนัย
สาํ คัญทางสถติ ิ (p<0.01) ดงั แสดงในตารางที่ 1 รองลงมา คอื พันธุตะนาวศรีกา นแดงอารด ี1 (RD1) มีน้ําหนกั ใบสด
ตอใบเทา กบั 0.770 กรัม ในขณะท่ีน้าํ หนกั ใบแหงพันธุ RD1 และ ST1 มนี า้ํ หนักใบแหง ตอ ใบมากสุดเทากับ 0.224
และ 0.221 กรมั ตามลําดับ แตกตา งจากพันธุตะนาวศรีกา นขาวดบั เบิลยเู อ1 (WA1) และพนั ธหุ างเสอื สกลนครทีที1
(TT1) อยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01)
ความยาวใบพบวา พนั ธุ TT1 RD1 และ ST1 มคี าเทากบั 8.66, 8.58 และ 8.18 เซนติเมตร ตามลําดับ
ซงึ่ ไมแตกตา งกัน สวนพันธุ WA1 มีความยาวใบส้นั ที่สดุ มีคา เทากับ 7.35 เซนติเมตร ความกวางของใบพบวาพนั ธุ
TT1 และ WA1 มีความกวางของใบมากที่สุดและแตกตางจากพันธุอื่น ซ่ึงมีคาเทากับ 1.00 และ 0.87 เซนติเมตร
ตามลาํ ดบั ในสวนความยาวกานใบพบวา พนั ธุ ST1 มคี วามยาวกานใบมากกวาพันธอุ น่ื ๆ มคี า เทา กบั 1.05 เซนตเิ มตร
ดังแสดงในตารางท่ี 1 และภาพท่ี 2 ในระยะใบเพสลาด พบวากัญชาพันธุ ST1 TT1 และ RD1 มีนํ้าหนักใบสด
เทา กบั 1.790, 1.781 และ 1.633 กรัม มากกวาพนั ธุ WA1 อยางมนี ัยสาํ คัญทางสถิติ (p<0.01) ในขณะท่ีนํ้าหนักใบ
แหงพบวาพนั ธุ RD1 และ ST1 มนี าํ้ หนกั ใบแหง ตอใบมากสดุ เทากับ 0.454 และ 0.443 กรมั ตามลาํ ดบั แตกตาง
จากพนั ธุ WA1 และพันธุ TT1 อยางมีนัยสําคญั ทางสถิติ (p<0.01) ความยาวใบพบวา พนั ธุ TT1 WA1 และ ST1
มคี าเทากับ 17.13, 16.87 และ 15.39 เซนติเมตร ตามลาํ ดบั ไมแ ตกตางกนั สวนพนั ธุ RD1 มคี วามยาวใบสน้ั ทีส่ ุด
มคี าเทา กบั 14.35 เซนติเมตร
ความกวา งของใบพบวา พนั ธุ WA1 มคี วามกวา งใบมากท่สี ดุ เทา กับ 2.89 เซนตเิ มตร ซึง่ แตกตา งจากพันธุ
อื่นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) และในสวนความยาวกานใบพบวา พันธุ WA1 มีความยาวกานใบมากกวา
พนั ธอุ ่นื ๆ โดยมีคาเทา กบั 5.36 เซนตเิ มตร ดงั แสดงในตารางท่ี 1 และภาพท่ี 2 ในระยะใบแก พบวา กญั ชาพันธุ ST1
มนี ํ้าหนักใบสดมากท่สี ดุ ซง่ึ มคี าเทากบั 1.832 กรมั โดยมากกวา พนั ธอุ ื่นๆ อยางมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01) อกี ทง้ั
528 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดในใบกัญชาพันธุไ ทย สรเพชร มาสดุ และคณะ
ยงั พบวา พนั ธุ ST1 มีนา้ํ หนกั ใบแหงตอใบมากทสี่ ุดเทากบั 0.406 กรัม ซ่ึงไมแตกตางจากพนั ธุ TT1 และพนั ธุ WA1
ทีม่ นี า้ํ หนักใบแหง ตอใบเทากบั 0.402 และ 0.362 กรัม ตามลาํ ดบั
ความยาวของใบพบวาพันธุ WA1 และ RD1 มีความยาวใบไมแตกตางกัน โดยมีคาเทากับ 14.02 และ
13.32 เซนติเมตร ตามลําดับ ความกวา งของใบพบวา พันธุ TT1 และพันธุ RD1 มคี วามกวา งใบมากทีส่ ุดเทา กบั 1.89
และ 1.70 เซนตเิ มตร ตามลาํ ดบั ซงึ่ แตกตางจากพันธอุ ่นื อยางมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิ (p<0.01) และในสวนของความยาว
กา นใบพบวา พนั ธุ WA1 และ ST1 มคี วามยาวกานใบมากกวา พนั ธอุ นื่ ๆ มีคาเทากับ 4.59 และ 4.37 เซนตเิ มตร ตาม
ดบั แตกตา งจากพันธุ RD1 และ TT1 อยางมีนยั สําคัญทางสถิติ (p<0.01) ดงั แสดงในตารางท่ี 1 และภาพท่ี 2
ตารางที่ 1 น้ําหนักใบสด นํ้าหนักใบแหง ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ ของกัญชา 4 พันธุ ท่ีระยะ
ใบออน ใบเพสลาด และใบแก ของตนกัญชาอายุ 1 เดอื น หลงั ปลกู
ระยะใบ พันธุ นา้ํ หนักใบสด/ นา้ํ หนักใบแหง/ ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ
ใบออน ใบ (กรมั ) ใบ (กรมั ) (เซนติเมตร) (เซนตเิ มตร) (เซนติเมตร)
ST1 8.18 ± 1.17ab 0.78 ± 0.09bc 1.05 ± 0.14a
ใบเพสลาด TT1 0.985 ± 0.121/a 0.221 ± 0.11a 8.66 ± 0.65a 1.00 ± 0.11a 0.81 ± 0.10b
WA1 0.580 ± 0.07c 0.158 ± 0.01b 7.45 ± 0.49b 0.87 ± 0.08a 0.91 ± 0.11b
ใบแก RD1 0.630 ± 0.06c 0.168 ± 0.01b 8.58 ± 0.89a 0.71 ± 0.06c 0.80 ± 0.08b
F-test 0.770 ± 0.06b 0.224 ± 0.01a
C.V.(%) ** ** **
ST1 ** ** 10.28 10.23 12.43
TT1 11.79 9.57 15.39 ± 1.68ab 1.82 ± 0.20b 3.67 ± 0.19b
WA1 1.790 ± 0.26a 0.443 ± 0.04a 17.13 ± 1.29a 1.94 ± 0.21a 3.34 ± 0.23b
RD1 1.781 ± 0.24a 0.379 ± 0.03b 16.87 ± 1.94a 2.89 ± 0.22a 5.36 ± 0.52a
F-test 1.332 ± 0.13a 0.351 ± 0.04b 14.35 ± 1.62b 1.88 ± 0.17cb 1.56 ± 0.15c
C.V.(%) 1.633 ± 0.17a 0.454 ± 0.05a
ST1 ** ** ** **
TT1 ** 11.36 10.34 9.46 8.94
WA1 12.86 0.406 ± 0.04a 11.55 ± 1.34c 1.53 ± 0.18b 4.37 ± 0.28a
RD1 1.832 ± 0.25a 0.402 ± 0.04ab 12.21 ± 1.33bc 1.89 ± 0.18a 2.38 ± 0.27c
F-test 1.310 ± 11b 0.362 ± 0.02ab 14.02 ± 1.57a 1.67 ± 0.19b 4.59 ± 0.39a
C.V.(%) 1.435 ±13b 0.353 ± 0.03a 13.32± 0.73ab 1.70 ± 0.12ab 3.33 ± 0.21b
1.366 ± 13b ** ** **
10.20 ** 10.07 7.98
** 10.03
11.26
1/a คา เฉลี่ย ± สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน โดยคาเฉล่ียทต่ี ามหลังดว ยตัวอกั ษรที่ตางกันในแนวตั้ง (a, ab, b, bc และ c) มีความแตกตา งกนั
อยางมีนัยสาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01)
การศึกษาระยะการเจรญิ ของกญั ชาพันธไุ ทย 4 พันธุ ทอ่ี ายุ 2 เดือน หลังปลกู
จากการศึกษาระยะการเจริญของกัญชาพันธุไทย 4 พันธุ ท่ีอายุ 2 เดือน หลังปลูก ในระยะใบออนพบวา
กัญชาพันธุ RD1 มีน้ําหนักใบสดและใบแหงตอใบมากกวาพันธุอื่นๆ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) ดังแสดง
ในตารางที่ 2 โดยมีคา เทา กบั 0.428 กรัม และ 0.128 กรมั ตามลําดับ ความยาวใบพบวา พันธุ WA1 มคี วามยาวใบ
มากทส่ี ดุ มีคาเทากับ 12.40 เซนตเิ มตร แตกตา งกันทางสถิติกบั พันธุอ ่ืนๆ ความกวา งใบพบวาพนั ธุ TT1 มคี วามกวา ง
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 529
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
ภาพท่ี 2 ระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก (เรยี งจากซา ยไปขวา) ของกัญชาพันธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1
ในชวง 1 เดือน หลังปลูก
ใบสงู สดุ มคี าเทากับ 1.32 เซนตเิ มตร แตกตางจากพันธุอ นื่ ๆ และในสว นของความยาวกา นใบพบวา พันธุ RD1 และ
TT1 มคี วามยาวกานใบมากกวาพันธุอ น่ื ๆ มคี าเทากับ 1.36 และ1.32 เซนตเิ มตร ตามลําดบั ซึ่งแตกตา งจากพนั ธุอ่ืนๆ
อยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถิติ (p<0.01) ดงั แสดงในตารางที่ 2 และภาพท่ี 3
ในระยะใบเพสลาด พบวา กญั ชาพนั ธุ ST1 และ RD1 มีน้ําหนักใบสดมากท่สี ุดเทา กบั 0.867 และ 0.821
กรัม ตามลําดบั และมีนา้ํ หนกั ใบแหงเทา กับ 0.219 และ 0.217 กรัม ตามลาํ ดับ ซึ่งมากกวาพันธุอืน่ ๆ อยางมีนัยสาํ คญั
ทางสถติ ิ (p<0.01) ความยาวใบและความกวางใบ ทง้ั 4 พันธุ ไมม ีความแตกตา งกนั ซง่ึ มีคา อยรู ะหวา ง 14.04-15.52
เซนตเิ มตร และ 1.35-1.54 เซนติเมตร ตามลําดับ และในสว นของความยาวกานใบพบวา พนั ธุ RD1 มคี วามยาวกา น
ใบมากกวา พนั ธอุ น่ื ๆ มคี า เทา กบั 3.08 เซนตเิ มตร แตกตา งจากพนั ธอุ นื่ ๆ อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (p<0.01) ดงั แสดง
ในตารางที่ 2 และภาพที่ 3
ในระยะใบแก พบวา กญั ชาพนั ธุ RD1 มนี ้าํ หนกั ใบสดมากทส่ี ดุ เทา กบั 1.487 กรมั มากกวา พนั ธอุ นื่ ๆ อยา งมนี ยั
สําคัญทางสถติ ิ (p<0.01) รองลงมา คอื พันธุ ST1 มนี ํ้าหนักใบสดเทากับ 1.248 กรัม นา้ํ หนักใบแหง พบวา พันธุ RD1
ST1 และ TT1 มนี ้ําหนักใบแหง ตอ ใบมากที่สุด มีคา เทา กบั 0.372, 0.358 และ 0.340 กรมั ตามลาํ ดบั ซ่งึ แตกตาง
จากพันธุ WA1 อยางมีนัยสาํ คัญทางสถิติ (p<0.01) ความยาวใบพบวาพันธุ TT1 WA1 และ ST1 มีความยาวใบ
มากท่ีสุด มีคาเทากับ 17.92, 17.33 และ 16.11 เซนติเมตร ตามลาํ ดับ แตกตางจากพันธุ RD1 อยางมีนัยสําคัญ
ทางสถติ ิ (p<0.01) ความกวา งใบพบวาพนั ธุ TT1 WA1 และ ST1 มีความกวา งของใบมากทสี่ ุด มคี า เทากับ 2.05
1.95 และ 1.89 เซนติเมตร ตามลาํ ดับ แตกตางจากพนั ธุ RD1 อยา งมีนยั สําคัญทางสถิติ (p<0.01) และในสว นของ
ความยาวกา นใบพบวา พันธุ RD1 มคี วามยาวกา นใบมากกวาพันธุอ น่ื ๆ มีคาเทากับ 4.19 เซนติเมตร ซึ่งแตกตางจาก
พนั ธอุ ่ืนๆ อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ (p<0.01) ดังแสดงในตารางที่ 2 และภาพที่ 3
530 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกัญชาพันธไุ ทย สรเพชร มาสุด และคณะ
ตารางท่ี 2 น้ําหนักใบสด น้ําหนักใบแหง ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ ของกัญชา 4 พันธุ ที่ระยะ
ใบออน ใบเพสลาด และใบแก ของตน กญั ชาอายุ 2 เดอื น หลังปลูก
ระยะใบ พนั ธุ น้ําหนักใบสด/ น้ําหนักใบแหง/ ความยาวใบ ความกวางใบ ความยาวกานใบ
ใบ (กรัม) ใบ (กรัม) (เซนตเิ มตร) (เซนติเมตร) (เซนตเิ มตร)
ใบออ น ST1 0.206 ± 0.031/c 0.063 ± 0.01c 9.44 ± 1.01b 0.93 ± 0.11c 0.56 ± 0.08c
TT1 0.279 ± 0.05b 0.091± 0.01b 10.73 ± 0.09b 1.31 ± 0.11a 0.32 ± 0.12ab
WA1 0.302 ± 0.05b 0.082 ± 0.01b 12.40 ± 1.60a 1.14 ± 0.16b 1.21 ± 0.13b
RD1 0.428 ± 0.050 0.128 ± 0.01a 10.29 ± 1.18a 0.86 ± 0.01c 0.36 ± 0.12a
F-test ** ** ** ** **
C.V.(%) 16.42 12.45 11.58 11.32 10.30
ใบเพสลาด ST1 0.867 ± 0.11a 0.219 ± 0.10a 14.95± 1.73 1.38 ± 0.15 2.48 ± 0.32b
TT1 0.610 ± 0.06b 0.189 ± 0.04b 14.20 ± 1.13 1.54 ± 0.150 2.40 ± 0.31b
WA1 0.558 ± 0.06b 0.151 ± 0.06c 15.52 ± 1.59 1.40 ± 0.19 2.66 ± 0.27b
RD1 0.821 ± 0.10a 0.217 ± 0.05a 14.04 ± 1.48 1.35 ± 0.17 3.08 ± 0.34a
F-test ** ** ns ns **
C.V.(%) 12.46 10.17 10.23 11.79 11.80
ใบแก ST1 1.248± 0.18b 0.358 ± 0.03a 16.10 ± 1.73ab 1.89 ± 0.15a 3.57 ± 0.43b
TT1 0.971 ± 0.17c 0.340 ± 0.05a 17.92 ± 1.13a 2.05 ± 0.25a 3.55 ± 0.38b
WA1 0.999 ±0.15c 0.295 ± 0.03b 17.33 ± 1.59a 1.95 ± 0.25a 3.46 ± 0.32b
RD1 1.487 ± 0.23a 0.372 ± 0.04a 14.76 ± 1.48b 1.61 ± 0.19b 4.19 ± 053a
F-test ** ** ** ** **
C.V.(%) 15.57 11.66 9.01 11.55 11.37
1/c คา เฉลย่ี ± สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน โดยคาเฉลย่ี ทต่ี ามหลังดว ยตวั อักษรท่ตี างกันในแนวตั้ง (a, ab, b, b และ c) มีความแตกตางกัน
อยางมีนยั สําคญั ทางสถิติ (p<0.01), ns = ไมมีความแตกตา งกันทางสถติ ิ
ภาพที่ 3 ระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก (เรยี งจากซา ยไปขวา) ของกญั ชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1
ท่อี ายุ 2 เดือน หลังปลูก
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 531
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
การศกึ ษาวิธกี ารตรวจปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดข องใบกัญชาพนั ธุไทยดว ยวธิ ี UHPLC
จากการฉดี สารมาตรฐานของสาร CBD CBN THC พบวา retention time ของสาร CBD CBN และ
THC เทากับ 3.36, 4.85 และ 6.12 นาที ตามลําดับ ดังแสดงในภาพที่ 4 เม่อื ตรวจวิเคราะหสารสาํ คัญในใบกญั ชา
แตละพนั ธุท อ่ี ายุ 1 และ 2 เดอื น พบวา retention time ของสาร CBD CBN และ THC แสดงที่เวลาใกลเ คยี งกันกับ
สารมาตรฐานเทากบั 3.36, 4.84 และ 6.09 นาที ตามลาํ ดับ ดังแสดงในภาพที่ 5 และเมอ่ื เปรยี บเทยี บ UV spectrum
ของสาร CBD CBN และ THC พบวา λmax ของสาร CBD และ THC มคี า เทากบั 208 นาโนเมตร สว น λmax
ของ CBN มีคา เทากบั 220 และ 284 นาโนเมตร เมอื่ วิเคราะหสารละลายตวั อยางกญั ชาดว ยเคร่อื ง UHPLC โดย
ใช DAD เปนดีเทคเตอร ท่ีความยาวคลื่น 220 นาโนเมตร ไมพบการเกิด co-elute ของสารอ่ืนที่ความยาวคลื่น
220 นาโนเมตร ดงั แสดงในภาพที่ 6
ภาพที่ 4 โครมาโทแกรมของสารมาตรฐาน CBD CBN และTHC ดวยวธิ ี UHPLC
ภาพที่ 5 โครมาโทแกรมสาร CBD CBN และ THC ดวยวธิ ีตรวจวิเคราะห UHPLC ของตัวอยา งใบกญั ชา 4 พันธุ
ท่ีอายุ 1 เดอื น (เลข 1, 8, 7, 6) และ 2 เดือน (เลข 2, 3, 4, 5) (1 = ใบออน ST1, 2 = ใบเพสลาด ST1,
3 = ใบเพสลาด TT1, 4 = ใบเพสลาด WA1, 5 = ใบเพสลาด RD1, 6 = ใบออน RD1, 7 = ใบออน WA1
และ 8 = ใบออน TT1)
532 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ปริมาณสารแคนนาบินอยดในใบกัญชาพนั ธไุ ทย สรเพชร มาสดุ และคณะ
ภาพท่ี 6 UV spectrum ของสารมาตรฐาน CBD CBN THC และตวั อยา ง ดว ยวธิ ตี รวจวิเคราะห UHPLC
การเปรียบเทียบระยะการเจริญของใบ ตอ การเปลี่ยนแปลงสารแคนนาบินอยด
ผลจากการตรวจวิเคราะหหาปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยด ไดแ ก สาร THC CBD และ CBN ของใบกัญชา
ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก พบวา ในชว ง 1 เดอื น หลงั ปลกู สาร THC ในระยะใบออ นทกุ สายพนั ธุ มปี รมิ าณสาร
THCสงู กวา ใบเพสลาดและใบแกอยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ(p<0.01)ซง่ึ มคี า อยใู นชว ง1.825-5.79%โดยนํ้าหนกั (w/w)
โดยพนั ธุ WA1 และ TT1 มีสาร THC ในใบออนคอ นขา งสูงโดยมีปริมาณ 5.79 และ 4.04% w/w สว นใบเพสลาดมี
สาร THC รองลงมาจากใบออ น โดยแตล ะพนั ธมุ คี า THC อยรู ะหวา ง 0.857-2.244% w/w ซงึ่ พนั ธุ ST1 มสี าร THC
ตา่ํ กวา 1% w/w สวนใบแกข องแตละพนั ธุมีปรมิ าณสาร THC ลดลง มคี า อยูในชวง 0.367-2.084% w/w โดยพบวา
พันธุ TT1 มสี าร THC ในใบแกส งู ที่สดุ เทากบั 2.084% w/w ในขณะทช่ี วง 2 เดอื น หลงั ปลูก สาร THC ในระยะใบ
ออนทกุ พันธุ มีปริมาณสาร THC มากกวา ใบเพสลาดและใบแกอยางมนี ัยสาํ คญั ทางสถติ ิ (p<0.01) โดยมีคา อยใู นชวง
4.53-7.39% w/w รองลงมา คอื ใบเพสลาด มปี รมิ าณสาร THC ของแตละพันธอุ ยูในชว ง 1.397-3.514% w/w และ
ในใบแกทุกพนั ธุมสี าร THC ต่ําท่สี ดุ มคี า อยใู นชวง 1.363-2.472% w/w ดงั แสดงในภาพที่ 7
สําหรับการตรวจวิเคราะหหาปริมาณสาร CBD พบวา ในชวง 1 เดือน หลังปลกู ใบออนมีสาร CBD สูง
ท่ีสดุ มีคา อยูในชว ง 0.010-3.828% w/w โดยพบสาร CBD มากในพันธุ ST1 และ RD1 รองลงมา คือ ใบเพสลาด
และใบแก มีคาอยใู นชวง 0.001-1.427% w/w และ 0.000-0.787% w/w ตามลาํ ดบั และยงั พบสารอยูเ พยี ง 2 พนั ธุ
ในขณะที่ปริมาณสาร CBD ในชวง 2 เดอื น หลงั ปลูก พบเพยี งพันธุ ST1 และ RD1 โดยใบออ นมสี าร CBD สูงทสี่ ุด
ในพนั ธุ ST1 แตกตางจากใบแกและใบเพสลาด อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ มีคาเทา กบั 1.198, 1.000 และ 0.882%
w/w ตามลําดบั สว นพนั ธุ RD1 พบสาร CBD สูงในใบ แตกตางจากใบออนและใบเพสลาดอยา งมีนยั สําคัญทางสถติ ิ
มคี า เทากับ 2.500, 2.398 และ 2.077% w/w ตามลําดับ ดงั แสดงในภาพที่ 7
เมอ่ื ตรวจวเิ คราะหห าปริมาณสาร CBN พบวา ในชวง 1 เดือน หลังปลกู ใบออนมสี าร CBN สงู ท่ีสุดพบ
ทกุ พนั ธโุ ดยมคี า อยใู นชว ง0.003-0.009%w/wรองลงมาคอื ใบแกแ ละใบเพสลาดตามลําดบั ในขณะทช่ี ว ง2เดอื นหลงั ปลกู
ใบแกพ ันธุ ST1 WA1 และ RD1 มสี าร CBN สูงกวา ใบเพสลาดและใบออน มคี า อยูในชว ง 0.011-0.023% w/w
ดังแสดงในภาพที่ 7
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 533
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
ภาพท่ี 7 ปริมาณสาร cannabinoid ของใบกัญชาในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก ชวง 1 และ 2 เดือน หลังปลูก
การเปรยี บเทยี บปรมิ าณสารแคนนาบินอยดข องกญั ชาพันธไุ ทย ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก
จากการวิเคราะหปรมิ าณสาร THC ในใบกัญชาท่อี ายุ 1 เดือน พบวา ในใบออนและใบเพสลาดพนั ธุ WA1
จะมี THC สูงท่สี ุดโดยมคี า อยทู ่ี 5.798 ± 0.005 และ 2.244 ± 0.004% w/w ในใบแกพนั ธุ TT1 มีปริมาณสาร THC
สงู ทส่ี ุดโดยมีคาอยูท่ี 2.084 ± 0.001% w/w จากภาพจะเหน็ ไดว า ปริมาณสาร THC ในกัญชาท้งั 4 พันธุ จะมีปริมาณ
สารที่สูงในใบออน และมีแนวโนมท่ีลดลงในใบเพสลาดและใบแก ยกเวนพันธุ TT1 ท่ีมีแนวโนมในใบแกท่ีเพ่ิมขึ้น
เมื่อเทียบกับใบเพสลาด สว นใบกญั ชาท่ีอายุ 2 เดือน พบวาในใบออ นและใบเพสลาด พนั ธุ TT1 จะมี THC สงู ที่สุด
โดยมคี าอยทู ่ี 7.392 ± 0.007% w/w และ 3.514 ± 0.004% w/w ในใบแกพนั ธุ WA1 มีปรมิ าณสาร THC สูงทส่ี ดุ
โดยมีคาอยทู ี่ 2.472 ± 0.001% w/w จากภาพจะเหน็ ไดว าปรมิ าณสาร THC ในกญั ชาทัง้ 4 พันธุ จะมีปริมาณสารทีส่ งู
ในใบออนและมีแนวโนมที่ลดลงในใบเพสลาดและใบแก ดังแสดงในภาพท่ี 8
534 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
ปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาพนั ธไุ ทย สรเพชร มาสุด และคณะ
ภาพท่ี 8 ปริมาณสาร THC ของใบกญั ชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1 ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก
ชวง 1 เดอื น และ 2 เดือน หลังปลูก
จากการวิเคราะหปริมาณสาร CBD ในใบกัญชาท่ีอายุ 1 เดือน พบวาใบออน ใบเพสลาด และใบแกของ
กัญชาพันธุ RD1 มปี ริมาณ CBD สงู ที่สดุ โดยมีคาอยทู ี่ 3.829 ± 0.003, 1.427 ± 0.001 และ 0.787 ± 0.000% w/w
ตามลําดับ จากภาพจะเห็นไดวา พันธุ ST1 และ RD1 จะพบปริมาณ CBD สงู ในใบออน และมแี นวโนมลดตํ่าลงใน
ใบเพสลาดและใบแก ตามลําดับ สว นใบกัญชาทอ่ี ายุ 2 เดอื น พบวา ใบออน ใบเพสลาด และใบแกของกญั ชาพนั ธุ RD1
มีปริมาณ CBD สงู ที่สดุ โดยมีคา อยทู ่ี 2.389 ± 0.002, 2.077 ± 0.00 และ 2.500 ± 0.001% w/w ตามลําดบั จากภาพ
จะเห็นไดวา พนั ธุ ST1 และ RD1 จะพบปริมาณ CBD สูงในใบออ น และมเี พยี งพันธเุ ดียวคือ RD1 ทมี่ สี าร CBD
ทง้ั ในใบออ น ใบเพสลาด และใบแก ซงึ่ มีปริมาณสงู เทาๆ กัน และสงู กวา พันธอุ ืน่ ๆ อยา งมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิ (p<0.01)
ดงั แสดงในภาพท่ี 9
ภาพท่ี 9 ปริมาณสาร CBD ของใบกัญชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1 ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก
ชวง 1 เดอื นและ 2 เดือน หลงั ปลูก
วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 535
ปท่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
จากการวเิ คราะหป รมิ าณสาร CBN ในใบกญั ชาทอ่ี ายุ 1 เดือน พบวาใบออ น และใบเพสลาด ของกญั ชาพนั ธุ
WA1 มีปรมิ าณ CBN สูงท่สี ดุ โดยมคี าอยูท ่ี 0.009% และ 0.003% w/w ตามลาํ ดับ ใบแกพ ันธุ TT1 จะมปี ริมาณ
CBN สูงท่ีสุดโดยมคี าอยูท ่ี 0.003% w/w จากภาพจะเหน็ ไดวา พันธุ ST1 พบ CBN ในใบออ นเทา น้ัน พันธุ TT1
และ WD1 มปี รมิ าณ CBN ทีส่ งู ในใบออนและมีแนวโนมทีล่ ดลงในใบเพสลาดและใบแก เมือ่ วเิ คราะหห าสาร CBN
ใบกญั ชาท่ีอายุ 2 เดอื น พบวาใบแกแ ละใบออนของกัญชาพนั ธุ WA1 มปี ริมาณ CBN สูงทสี่ ดุ โดยมีคา อยทู ่ี 0.023
และ 0.020% w/w ตามลาํ ดบั ใบเพสลาดพันธุ TT1 จะมีปรมิ าณ CBN สงู ท่สี ุดโดยมคี า อยูท่ี 0.022% w/w จากภาพ
จะเหน็ ไดว าพนั ธุ RD1 และ WA1 จะมปี ริมาณ CBN สูงที่สดุ ในใบแกเ ม่อื เทยี บในพนั ธุเ ดียวกนั และจะมคี า ลดลงใน
ใบเพสลาด ดังแสดงในภาพที่ 10
ภาพที่ 10 ปริมาณสาร CBN ของใบกัญชาพนั ธุ ST1 TT1 WA1 และ RD1 ในระยะใบออน ใบเพสลาด และใบแก
ชวง 1 เดือน และ 2 เดือน หลงั ปลกู
วจิ ารณ
ผลจากการศึกษาปริมาณสารแคนนาบินอยด ในแตละระยะของการเจริญเติบโตของใบกัญชาตอ
การเปลยี่ นแปลงของกญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ ไดแ ก กระรอกภพู านเอสที 1 (ST1) หางเสอื สกลนครทที ี 1 (TT1) ตะนาวศรี
กา นขาวดบั เบิลยเู อ 1 (WA1) และตะนาวศรีกา นแดงอารดี 1 (RD1) ในระยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก พบวา
พนั ธุ ST1 และพนั ธุ RD1 ใหนํา้ หนักใบสดตอใบ น้าํ หนักใบแหงตอใบ คอ นขา งดีกวา พันธุอ่นื โดยในชว ง 2 เดอื นหลงั
ปลกู ระยะใบเพสลาดของพนั ธุ ST1 และ RD1 มนี ้าํ หนกั ใบสดตอ ใบมากทส่ี ดุ ซงึ่ เมอื่ พจิ ารณาจากรปู ทรงตน พนั ธุ ST1
จะมชี ว งของขอ ในลําตนทีค่ อนขางยาวกวาพันธอุ ่ืน ทําใหใ บทีแ่ ตกออกมาจากขอ มพี ้นื ท่ีในการสังเคราะหแสงไดมากขน้ึ
สง ผลใหใ บมคี วามหนามากขนึ้ อยา งไรกต็ ามจําเปน ตอ งมกี ารศกึ ษาปรมิ าณการสงั เคราะหแ สง รวมถงึ ปรมิ าณคลอโรฟล ล
ที่อยูในใบเพ่ิมเติม ซึ่งอาจมีผลตอการเพ่ิมนํา้ หนักสด นํา้ หนักแหงภายในใบ ในขณะเดียวกันพันธุ RD1 มีน้าํ หนัก
ใบสดและใบแหงมาก เนื่องจากมีขนาดของกานใบที่คอนขางยาวกวาพันธุอื่น ซ่ึงกานใบมีการนําไปใชประโยชนทาง
ดานแพทยแผนไทยโดยใชเปนสวนประกอบยาบางตํารับ การไดกานใบที่ยาวและมีขนาดใหญจึงเปนลักษณะท่ีดีของ
กัญชาพันธุไทย เม่อื ศึกษาปริมาณสารแคนนาบินอยดดวยวธิ ี UHPLC พบวาสามารถตรวจวัดปรมิ าณสาร THC CBD
และ CBN ในใบกัญชาไดทั้งใบออน ใบเพสลาด และใบแก วิธีดังกลาวใชเวลาในการวิเคราะหตอตัวอยางประมาณ
10 นาที ซึ่งใชเวลานอยทําใหสามารถตรวจไดเร็วกวาการตรวจวิเคราะหดวยวิธี HPLC ที่ใชเวลานานถึง 25 นาที(7)
536 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดในใบกญั ชาพันธุไทย สรเพชร มาสดุ และคณะ
จากการตรวจดวยวธิ ี UHPLC และ HPLC ในรายงานยังพบวา สามารถตรวจสารแคนนาบินอยดที่อยใู นวตั ถดุ ิบกัญชา
ในรูปของ native form รวมถึง acidic cannabinoids เชน THCA CBDA ไดงายกวาการตรวจวิเคราะหดวย
Gas Chromatography ท่ีตองใชความรอนเพ่ือเปลี่ยนกระบวนการ decarboxylation(7, 8, 9) เม่ือตรวจสาร
แคนนาบินอยด ในใบกัญชาพบวาปริมาณสาร THC ในชวง 1 เดือน และ 2 เดือน ระยะใบออนทุกพันธุมีปริมาณ
สาร THC สงู กวา ใบเพสลาดและใบแก และยังพบวาในระยะ 2 เดือน หลังปลกู จะมสี าร THC สงู กวา ในชวง 1 เดอื น
สอดคลอ งกบั สาร CBD และ CBN ทม่ี แี นวโนม ของปรมิ าณสารเพมิ่ ขน้ึ อยา งไรกต็ ามสาร CBD ในใบออ นในชว งระยะ
การปลกู 1 เดอื น จะสงู กวา ในใบออ นทร่ี ะยะ 2 เดอื น ของพนั ธุ ST1 และ RD1 แสดงใหเ หน็ วา การสรา งสาร CBD ในใบ
จะเรม่ิ สรางสารสําคัญไดที่อายุ 1 เดือน ซ่งึ จากการจดั การธาตอุ าหารในการทดลองนี้ ไดท ําการใสปุยสตู รเรงดอกโดย
เรมิ่ ใหปุย เมอื่ ตนกัญชาอายไุ ด 1 เดือน จนถึงระยะออกดอก ปยุ สูตรดงั กลาวจะมีปริมาณไนโตรเจนตา่ํ กวา สูตรที่ 1 ทใี่ ช
ในการเจรญิ เตบิ โตทางดานลําตน เมอ่ื อายุตน ถงึ 2 เดือน กัญชาเรมิ่ มกี ารออกดอก แสดงวาธาตอุ าหารอาจเปนปจจยั
หนึ่งท่ีมีสวนชวยใหตนกัญชาออกดอกได ซ่ึงมีผูศึกษาผลของไนโตรเจนตอลักษณะทางเคมี การทาํ งานและสรีรวิทยา
ของกญั ชาในระยะออกดอก โดยใหป รมิ าณไนโตรเจนทแ่ี ตกตา งกนั ภายใตส ภาพแวดลอ มทถ่ี กู ควบคมุ พบวา ไนโตรเจน
ทคี่ วามเขมขน 30 มลิ ลิกรัมตอลิตร จะมีปรมิ าณของแคนนาบนิ อยด และเทอรพนี อยด ที่สงู และลดตา่ํ ลงตามปรมิ าณ
ของไนโตรเจนทสี่ งู ขนึ้ แสดงใหเ หน็ วา ระดบั ของไนโตรเจนอาจมผี ลตอ การควบคมุ ปรมิ าณของสารแคนนาบนิ อยด และ
เทอรพนี อยด( 10) เมอื่ เปรยี บเทยี บพนั ธุก ับปรมิ าณสารแคนนาบินอยด พบวา พนั ธุ WA1 และ TT1 มปี ริมาณสาร THC
และ CBN สงู กวา พนั ธุอนื่ ซ่ึงปริมาณของ CBN จะแปรผันตามปรมิ าณสาร THC ท่สี ูงขน้ึ ซึง่ สอดคลองกับงานวิจยั
ทพี่ บวา สาร CBN จะเปน ผลผลติ ทไ่ี ดจ าก THCA ในชว งของการผา นปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั่ (Oxidative degradation)
ซง่ึ ถาหากมปี ริมาณ THC สงู ปริมาณของ CBN จะสงู ไปดว ย(11, 12) สวนปรมิ าณสาร CBD พบมากเพยี ง 2 พนั ธุ คือ
พันธุ RD1 และ ST1 ซ่ึงจากขอมูลปริมาณสารสําคัญท่ีอยูในใบคอนขางสูง เม่ือเปรียบเทียบกับผูศึกษาปริมาณของ
แคนนาบินอยดในใบกัญชาซ่ึงพบวามีคาอยูระหวาง 1.10–2.10%(13) จากขอมูลแสดงใหเห็นวา พันธุกัญชามีผลตอ
การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารแคนนาบนิ อยด โดยสามารถพบไดต ง้ั แตร ะยะใบออ น ใบเพสลาด และใบแก ซ่งึ จากขอมูล
ท่ีไดสอดคลองกับลักษณะทางพันธุกรรมท่ีศึกษาโดยสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตรการแพทย รวมกับ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสกลนคร พบวา กญั ชาพนั ธไุ ทย 4 พนั ธุ มลี กั ษณะเดน ถงึ 3 แบบ แบบที่ 1
เปนกัญชาทใี่ หสาร THC สูง ไดแก พนั ธุ WA1 และ TT1 แบบที่ 2 เปนกญั ชาที่ใหส าร THC และ CBD ในอัตราสว น
ที่เทา กนั (THC : CBD เทากับ 1 : 1) ไดแ กพ ันธุ ST1 และกัญชาแบบที่ 3 ทใ่ี หสาร CBD สูง ไดแ ก พนั ธุ RD1
จากขอ มลู แสดงใหเ หน็ วา สารแคนนาบนิ อยดใ นใบกญั ชาอาจจะมคี วามสมั พนั ธก บั ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของกญั ชา ซง่ึ จะ
เปน ประโยชนต อ การศกึ ษาพนั ธกุ ญั ชา โดยสามารถตรวจสารสาํ คญั ในใบเพอ่ื คดั เลอื กพนั ธกุ ญั ชาไดเ รว็ มากขน้ึ ไมต อ งรอให
ถงึ ชว งออกดอก อยา งไรกต็ ามจําเปน ตอ งเกบ็ รวบรวมตวั อยา งพนั ธกุ ญั ชาจากแหลง ตา งๆ เพอ่ื ใหไ ดข อ มลู ทถี่ กู ตอ งมากขน้ึ
รวมถึงควรศึกษาในเร่ืองของปริมาณธาตุอาหารที่เหมาะสมของแตละพันธุเพ่ือเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต
ท้ังในสวนของใบ ราก และชอดอก เพื่อพฒั นาปรับปรุงกญั ชาพันธไุ ทยใหม ศี ักยภาพในการแขง ขนั กบั ตลาดโลกตอไป
สรปุ
การศกึ ษาระยะการเจรญิ เตบิ โตของใบกญั ชาพบวา มคี วามแตกตา งกนั ของแตล ะพนั ธุ โดยพนั ธุ ST1 และพนั ธุ
RD1 ใหน า้ํ หนกั ใบสดและนาํ้ หนกั ใบแหง ตอ ใบมากกวา พนั ธอุ น่ื สว นความยาวและความกวา งของใบมคี า ไมแ ตกตา งกนั
สาํ หรบั ความยาวของกา นใบพบวา พนั ธุ RD1 มคี วามยาวกา นใบในชว งใบเพสลาดยาวมากกวา พนั ธอุ นื่ เมอื่ ตรวจปรมิ าณ
สารแคนนาบนิ อยดในใบพบวา มสี าร THC และ CBD ในใบออนสงู กวา ใบเพสลาดและใบแก และเม่อื ตนกัญชามีอายุ
มากข้ึนจะมีสารดังกลาวเพ่ิมมากขึ้น สวนสาร CBN พบนอยมากในใบ แตจะพบปริมาณสาร CBN สูงในใบแกและ
ใบเพสลาด ซึ่งสารจะเพิ่มข้ึนเมื่อตนกัญชามีอายุมากขึ้นเชนเดียวกับสาร THC และ CBD นอกจากนี้ยังพบวาพันธุ
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 537
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
ของกญั ชามผี ลตอ ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดในใบ โดยพันธุ WA1 และ TT1 มีสาร THC และ CBN สูง สวนพนั ธุ
RD1 และ ST1 เปน พนั ธทุ พี่ บสาร CBD สูงเพียงสองพนั ธเุ ทานนั้ และพบสารดังกลา วในปริมาณสูงตง้ั แตอ ายุ 1 เดอื น
หลังปลูก งานวิจัยครั้งน้ีแสดงใหเห็นวาการนําใบกัญชาไปใชประโยชนควรพิจารณาในเร่ืองของพันธุและอายุของ
ตน กญั ชา รวมถึงสว นตางๆ ทีจ่ ะนาํ มาใชประโยชน
กติ ติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณนายทรงพล ชวี ะพฒั น อดตี ผอู ํานวยการสถาบนั วจิ ัยสมุนไพร ดร.ประไพ วงศสินคงมั่น หัวหนา
สํานักวิชาการวิทยาศาสตรการแพทย ที่ชวยสนับสนุนและชวยเหลือดานการย่ืนขออนุญาตปลูกกัญชา ขอขอบคุณ
ผศ.พิเชษฐ เวชวิฐาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร นายสนอง ดวงศรีจันทร
นายธนะชัย ชั้นสกุล และนายกัมพล รัตนแกว ท่ีชวยเก็บตัวอยางและใหองคความรูในเร่ืองการปลูกกัญชา ขอบคุณ
นายชยกร ยกุ วนชิ นายสเุ ทพ ศรสี นาม และเจา หนา ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอื่ พชื และหอ งปฏบิ ตั กิ ารจโี นมกิ สพ ชื
ท่ีชว ยเหลอื การเกบ็ ตวั อยา งพืชกัญชา
เอกสารอา งองิ
1. Mechoulam R, Hanus LO, Pertwee R, Howlett AC. Early phytocannabinoid chemistry to
endocannabinoids and beyond. Nat Rev Neurosci 2014; 15(11) : 757-64.
2. Velasco G, Sánchez C, Guzmán M. Towards the use of cannabinoids as antitumour agents. Nat
Rev Cancer 2012; 12(6) : 436-44.
3. พระราชบัญญตั อิ าหาร พ.ศ. 2522 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ที่ 424 (พ.ศ. 2564). ราชกิจจานเุ บกษา
เลม ท่ี 138 ตอนพิเศษ 45 ง (วันที่ 25 กมุ ภาพันธ 2564). หนา 32.
4. สาํ นกั งานจดั การกญั ชาและกระทอ มทางการแพทยแ ผนไทย. Infographic 16 ตาํ รบั ยาแผนไทยทมี่ กี ญั ชาปรงุ ผสม
อย.ู [ออนไลน]. 2564; [สืบคน 2 ก.ค. 2564]; [1 หนา]. เขาถงึ ไดท่ี : URL : https : //ockt.dtam.moph.
go.th/index.php/cannabis-formula/200-infographic-16.
5. สุรพล อปุ ดสิ สกุล. สถิตกิ ารวางแผนการทดลองเบ้ืองตน . กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร; 2528.
6. Duncan DB. Multiple range and multiple F tests. Biometrics 1995; 11 : 1-42.
7. Rudd J. UHPLC enables rapid quantitation of native cannabinoids. [online]. 2018; [cited 2021
Aug 30]; [2 screens]. Available from : URL : https : //www.analyticalcannabis.com/articles/
uhplc-enables-rapid-quantitation-of-native-cannabinoids-298930.
8. Romano LL, Hazekamp A. Cannabis oil : chemical evaluation of an upcoming cannabis-based
medicine. Cannabinoids 2013; 1(1) : 1–11.
9. Lazarjani MP, Torres S, Hooker T, Fowlie C, Young O, Seyfoddin A. Methods for quantification
of cannabinoids : a narrative review. J Cannabis Res 2020; 2 : 35. (10 pages).
10. Saloner A, Bernstein N. Nitrogen supply affects cannabinoid and terpenoid profile in medical
cannabis (Cannabis sativa L.). Ind Crop Prod 2021; 167 : 113516. (13 pages).
11. Hazekamp A, Fischedick JT, Díez ML, Lubbe A, Ruhaak RL. Chemistry of cannabis. In : Mander
L, Liu HW, editors. Comprehensive natural products II. Oxford, UK : Elsevier Science; 2010.
p. 1033-1084.
538 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
ปริมาณสารแคนนาบนิ อยดใ นใบกัญชาพนั ธุไทย สรเพชร มาสุด และคณะ
12. Fathordoobady F, Singh A, Kitts DD, Singh AP. Hemp (Cannabis sativa L.) extract :
anti-microbial properties, methods of extraction, and potential oral delivery. Food Rev Int
2019; 35(7) : 664-84.
13. Jin D, Dai K, Xie Z, Chen J. Secondary metabolites profiled in cannabis inflorescences, leaves,
stem barks, and roots for medicinal purposes. Sci Rep 2020; 10(1) : 3309. (14 pages).
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 539
ปท ่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Cannabinoid Contents in Thai Cannabis sativa L. Leaves Sorrapetch Marsud et al.
The Cannabinoid Contents in Different
Growth Stages of Thai Cannabis sativa L.
Leaves
Sorrapetch Marsud1 Thanawat Thongchin1 Korravit somkid1 Phanuwit Poolsab1
Paparvadee Suchantaboot1 Kotchaporn Chotmanotham1 Tipawan Phrugmanon1
Ratree Pranakhon2 Wanwipa Pinta2 Phichet Banyati1 and Siriwan Chaisomboonpan1
1Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000
2Rajamangala University of Technology Isan, Sakon Nakhon Campus, Sakon Nakhon 47160 Thailand
ABSTRACT Cannabinoids are the major compounds in cannabis containing tetrahydrocannabinol
(THC), which is a psychoactive compound and other non-psychoactive compounds, such as cannabinol
(CBN), cannabidiol (CBD). Cannabinoids are mainly found in inflorescence of cannabis, but sut some
of them are also detected in other parts including leaves. The information of cannabinoids contents in
cannabis leaves is still limited, especially in Thai cannabis. This study, therefore, aims to investigate
cannabinoids contents using the Ultra High Performance Liquid Chromatography (UHPLC) technique
in leaves of different growth stages. Four cultivars of Thai cannabis including Hang Kra Rog Phu Phan
(ST1), Hang Suea Sakonnakhon (TT1), Tanao Si Kan Khaw (WA1) and Tanao Si Kan Dang (RD1)
were grown and recorded leaf sizes as well as THC and CBD contents in different growth stages.
The results showed that the immature leaves (both fresh and dried) of 2-month-grown ST1 and RD1
gave the highest weight compared to others. The immature and mature leaf stalks of RD1 were higher
in length than others, but not different in width and length of their leaves. The highest THC content was
detected in 2- month young leaves cannabis, while CBD content showed the highest (3.83 % w/w) in
1-month young leaves of RD1. In contrast, a small amount of CBN was detected in all cannabis leaves.
The information reported here could appropriately support medical use and create value-added for Thai
cannabis.
Keyword: Cannabis sativa, Cultivar, Cannabinoids
540 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
นิพนธต น ฉบับ ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 541-555
การพฒั นาตัวอยางทดสอบความชาํ นาญการวิเคราะห
สารเคมีปอ งกนั กําจัดศัตรูพืช
และโลหะหนกั ในพืชกัญชา
วชิ าดา จงมีวาสนา พนาวลั ย กลงึ กลางดอน วีรวฒุ ิ วทิ ยานนั ท สพุ ัฒน แสงสวย ธรณศิ วร ไชยมงคล
และกรรภริ มย เลิศบํารุงชัย
สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย ถนนตวิ านนท อําเภอเมอื ง นนทบุรี 11000
บทคัดยอ สืบเน่ืองจากนโยบายกัญชาทางการแพทย ป พ.ศ. 2562 ทาํ ใหเกิดหวงโซคุณคาในการพัฒนาการปลูก
การจาํ หนา ยและการผลติ ผลติ ภณั ฑก ญั ชาอยา งรวดเรว็ สารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื ตกคา งและโลหะปนเปอ นเปน รายการสาํ คญั
ที่ใชในการคัดกรองความปลอดภัยของวัตถุดิบพืชกัญชาสําหรับผลิตภัณฑท่ีใชเพ่ือประโยชนทางการแพทย กรมวิทยาศาสตร
การแพทยไดดาํ เนินโครงการบูรณาการสรางเครือขายหองปฏิบัติการ และติดตามสงเสริมหองปฏิบัติการเครือขายใหมีความ
สามารถในการตรวจวิเคราะห การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนาตัวอยางทดสอบความชํานาญพืชกัญชา โดยใชวัตถุดิบ
พชื กญั ชาทเ่ี ปน ของกลางจากสาํ นกั งานคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ ทพี่ บสารตกคา งและสารปนเปอ น โดยนาํ
มาเตรียม แบงบรรจุ และทดสอบความเปนเน้ือเดียวกันของสารคลอรไพรีฟอส และไซเปอรเมทริน ดวยเคร่ือง GC-ECD/
FPD มคี า เฉลีย่ ความเขมขน 85.6 ± 3.5 และ 32,520 ± 1,625 ไมโครกรัมตอกิโลกรมั สวนแคดเมียม มคี วามเขมขน 344 ± 18
ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั เมอื่ ตรวจวเิ คราะหด ว ยเครอื่ ง ICP-MS จากนน้ั ทดสอบความคงตวั ในอณุ หภมู ทิ เ่ี ลยี นแบบสภาวะขนสง
โดยเก็บตัวอยางในพ้ืนที่ท่ีไมมีการควบคุมอุณหภูมิเปนเวลา 3 วัน แลวนํามาเก็บที่อุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส เปนเวลา
2 เดือน พบวา ปรมิ าณสารคลอรไ พรีฟอส ไซเปอรเมทรนิ และแคดเมียม มีความเขมขน ท่รี ะดับ 89.6 ± 3.4, 33,753 ± 2,619
และ 321 ± 11 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั ตามลาํ ดบั ซง่ึ ผลการวเิ คราะหท างสถติ มิ คี วามคงตวั อยใู นเกณฑย อมรบั ตวั อยา งพชื กญั ชา
ที่เตรียมขึ้นน้ีสามารถนําไปใชเปน ตัวอยา งทดสอบความชาํ นาญที่มีคุณสมบตั เิ หมาะสม เปนไปตามเกณฑย อมรับ ISO 13528:
2015 และใชใ นการประเมนิ ความสามารถหอ งปฏบิ ตั กิ ารวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื และโลหะหนกั ไดอ ยา งมคี ณุ ภาพ
คาํ สาํ คัญ: ตวั อยางทดสอบความชาํ นาญ, พืชกญั ชา, สารเคมปี องกันกําจัดศตั รูพืชตกคาง, โลหะปนเปอน
Corresponding author E-mail: [email protected]
Received: 16 July 2021 Revised: 7 September 2021 Accepted: 9 September 2021
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 541
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.
บทนาํ
กญั ชาเปน พชื ในสกลุ Cannabis จดั เปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 แหง พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ
พ.ศ. 2522 ตอ มาในป พ.ศ. 2562 ไดม กี ารแกไ ขเพมิ่ เตมิ พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ (ฉบบั ที่ 7)(1) “มาตรา 26/2
หามมิใหผูใดผลิต นําเขา หรือสงออกซ่ึงยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 เวนแต ในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนของ
ทางราชการ การแพทย การรกั ษาผูปว ย หรือการศึกษาวจิ ัย และพัฒนา ท้งั น้ี ใหร วมถงึ การเกษตรกรรม พาณิชยกรรม
วทิ ยาศาสตร หรอื อตุ สาหกรรม เพอ่ื ประโยชนทางการแพทยดว ย ซง่ึ ไดร ับใบอนญุ าตจากผอู นญุ าตโดยความเหน็ ชอบ
ของคณะกรรมการ” และมีประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง ระบชุ ื่อยาเสพติดใหโ ทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ได
มกี ารระบยุ กเวนวตั ถุหรอื สารของกัญชาและกัญชง (Hemp) ที่ผลติ ในประเทศ ไดแ ก (ก) เปลอื ก ลําตน เสนใย ก่ิง
กา น และราก (ข) ใบ ซงึ่ ไมมยี อดหรอื ชอ ดอกติดมาดว ย (ค) สารสกดั ที่มสี ารแคนนาบไิ ดออล (cannabidiol, CBD)
เปนสวนประกอบ และตองมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไมเกินรอยละ 0.2
โดยน้าํ หนกั (ง) กากหรอื เศษที่เหลือจากการสกดั กัญชาและตองมสี ารเตตราไฮโดรแคนนาบนิ อล (tetrahydrocan-
nabinol, THC) ไมเ กินรอ ยละ 0.2 โดยน้าํ หนัก ไมเปนยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5(2) เพือ่ ใหสามารถนําไปใชใน
การผลติ ยาหรอื สมุนไพรจากนโยบายการใชกัญชาเพอ่ื ประโยชนทางการแพทย ในรปู แบบสารสกดั กญั ชา น้ํามันกัญชา
และยาตํารบั แผนไทย ซง่ึ การคดั กรองวตั ถดุ บิ ใหไ ดค ณุ ภาพตามทต่ี อ งการและลดความเสยี่ งสารตกคา งและสารปนเปอ น
กอนนาํ มาใชในกระบวนการผลิตยาและผลิตภัณฑทางการแพทย จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุตาํ รายา
พ.ศ. 2561 ใหต ํารายาตอไปน้ีเปนตํารายาแผนปจจุบนั ไดแก ตํารามาตรฐานยาสมนุ ไพรไทย พ.ศ. 2560 และฉบับ
เพม่ิ เตมิ (Thai Herbal Pharmacopoeia 2017 and Supplements ) ในเบื้องตน จงึ มีการใชเ กณฑก าํ หนดปรมิ าณ
สารตกคา งและสารปนเปอ นในพชื กญั ชาอา งองิ ตามตาํ รามาตรฐานยาสมนุ ไพรไทยฉบบั ดงั กลา ว(3) สาํ หรบั crude drugs
มีการกําหนดปริมาณสูงสุด (maximum limits) สารเคมีปองกันกาํ จัดศัตรูพืชตกคาง ไดแก สารในกลุมออรกาโน
คลอรีน กลมุ ออรกาโนฟอสเฟต กลุมสารสังเคราะหไ พรีทรอยดและกลุมอ่นื ๆ รวม 33 ชนดิ และกาํ หนดปรมิ าณสูงสดุ
ของโลหะปนเปอน 4 ชนิด ไดแ ก สารหนู (arsenic) แคดเมยี ม (cadmium) ตะกัว่ (lead) และปรอท (mercury)
เพื่อความปลอดภัยของผูบริโภค สําหรับวิธีวิเคราะหสารตกคางและโลหะปนเปอนทางหองปฏิบัติการ สาํ นักคุณภาพ
และความปลอดภัยอาหารฐานะหองปฏิบัติการอางอิงดานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของประเทศ ไดรับมอบ
หมายจากกรมวิทยาศาสตรการแพทย ใหรับผิดชอบการตรวจวิเคราะหดานความปลอดภัยของกัญชาเพ่ือใชประโยชน
ทางการแพทย ดังน้ันจึงมีการพัฒนาและทดสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะหใหครอบคลุมชนิดตัวอยางพืชกัญชา
สารสกัดกัญชา นํ้ามันกัญชาและตํารับยากัญชา รวมท้ังมีการถายทอดเทคโนโลยีการวิเคราะหใหกับศูนยวิทยาศาสตร
การแพทยสวนภูมิภาค(4) เพื่อเปนการขยายหนวยบริการรองรับความตองการในพ้ืนที่ท้ัง 12 เขตสุขภาพ และสราง
เครือขายหองปฏิบัติการท่ีมีคุณภาพ ใหเปนท่ียอมรับในความเทาเทียมกันของผลการวิเคราะห จึงจําเปนตอง
มีกระบวนการตรวจสอบความสามารถหองปฏิบัติการ เชน การเขารวมเปรียบเทียบผลระหวางหองปฏิบัติการ
(interlaboratory comparison) การเขา รว มแผนทดสอบความชํานาญ (proficiency testing) แตเ นอ่ื งจากพชื กญั ชา
มีการควบคุมเปนยาเสพติดและเปนเรื่องใหม จึงไมมีหนวยงานท้ังภายในและภายนอกประเทศเปนหนวยบริการ
ดานแผนทดสอบความชาํ นาญในการวิเคราะหสารตกคางและโลหะปนเปอน ดังนั้นผูวิจัยจึงทําการศึกษาและพัฒนา
ตวั อยา งทดสอบความชาํ นาญพชื กญั ชาใหม คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมซง่ึ อา งองิ เกณฑย อมรบั การทดสอบความเปน เนอื้ เดยี วกนั
และความคงตัว ตามมาตรฐาน ISO 13528 : 2017(5) เพื่อนําไปใชประเมินความสามารถหองปฏิบัติการวิเคราะห
เชิงปริมาณสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชตกคางและโลหะปนเปอนไดอยางมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO/IEC
17043 : 2010(6)
542 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพัฒนาตัวอยางทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหสารกําจัดศัตรูพชื วชิ าดา จงมีวาสนา และคณะ
และโลหะหนักในพืชกัญชา
วสั ดุและวิธกี าร
วสั ดุ
ตัวอยางกัญชาท่ีใชใ นการศึกษาครง้ั นี้เปนพชื กัญชาทีเ่ ปนของกลาง มีลักษณะเปน กัญชาแหง อัดแทง จํานวน
5 กอน น้ําหนักรวม 5 กิโลกรัม ไดรับจากสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ตามหนังสือ
ที่ ยส 1102/15458 ลงวันท่ี 7 สิงหาคม 2562 โดยที่สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร
การแพทย เปนหนวยงานท่ีมีภารกิจในการตรวจวิเคราะหและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะหสารพิษ สารปน
เปอ น และสารสาํ คญั ของกญั ชาและกญั ชง ซงึ่ มกี ารดาํ เนนิ งานภายใตโ ครงการบรู ณาการพฒั นากญั ชาทางการแพทยแ ละ
ผลติ ภณั ฑสุขภาพจากพชื กัญชา จึงเปน ผไู ดรับอนุญาตมีไวในครอบครอง ซึง่ ยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5 (หนังสือ
สาํ คญั ท่ี 25/2562) และเปนผรู บั อนุญาตจาํ หนาย ซ่ึงยาเสพตดิ ใหโทษประเภทท่ี 5 (หนังสือสาํ คัญ ท่ี 8/2563)
สารละลายมาตรฐานทง้ั หมดเปน certified reference material (CRM) grade และเปน ผลิตภัณฑข อง
CPA chem ประเทศฝรง่ั เศส ประกอบดวย สารเคมีปองกันกาํ จดั ศัตรพู ชื ไดแ ก synthetic pyrethroid pesticide
standard 8 components ความเขม ขน 100 mg/l, organophosphorus pesticide standard 25 components
ความเขม ขน 100 mg/l โดยมคี า uncertainty value ≤ 2.6 mg/l และสารละลายมาตรฐานโลหะหนัก ประกอบดวย
ตะกั่ว แคดเมยี ม สารหนู และปรอท ความเขมขน 1,000 mg/l มคี า uncertainty value ≤ 4.9 mg/l
เครอื่ งมอื และอุปกรณ ไดแก เครอ่ื งชั่งไฟฟา 3 ตาํ แหนง และ 4 ตาํ แหนง , เครอ่ื งบด (Mill Machine,
POWTEQ HM100), เครอ่ื งผสมอาหาร ขนาด 3 ลิตร, เครื่องปด ผนกึ ดว ยความรอ น (heat sealer machine),
เครื่อง GC-ECD/FPD (Gas Chromatograph-Electron Capture Detector/Flame Photometric
Detector), เครื่องยอยระบบไมโครเวฟ ยี่หอ Mile stone รุน UltraWave, เคร่ือง Inductively Coupled Plasma
Mass Spectrometry (ICP-MS), เครอ่ื ง Graphite Furnace Atomic Absorption Spectrometer (GFAAS),
เครอ่ื ง Mercury Analyzer (cold vapour atomic absorption spectrometry technique), เคร่อื งระเหยดวย
ไนโตรเจน, micropipettes ขนาด 2-20 µl, 20-200 และ 200-1000 µl, volumetric flask ขนาด 5 ml, 10 ml
และ 25 ml, round bottom flask ขนาด 250 มิลลิลติ ร, centrifuge tube ขนาด 50 มิลลลิ ิตร, Quartz sample
tube ขนาด 1 มลิ ลลิ ิตร, มดี สแตนเลส, ชอนสแตนเลส, ซองพลาสตกิ ลามิเนตอลูมิเนียมฟอยด
วสั ดวุ ทิ ยาศาสตร ไดแ ก QuEChERS Extraction Packet, AOAC Method P/N 5982-7755; MgSO4
6 g และ NaOAc 4 g, dispersive SPE P/N 5982-5421; MgSO4 150 mg, C18EC 50 mg, GCB 50 mg
และ 50 mg PSA
การเตรียมตัวอยา งทดสอบความชาํ นาญ
การดําเนนิ แผนทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหพ ชื กญั ชามกี ารวางแผนดําเนนิ การ ตามมาตรฐาน ISO/IEC
17043 : 2010 โดยขน้ั ตอนการวางแผนมกี ารพจิ ารณาและกําหนดประเดน็ สําคญั ตามขอ กําหนด 4.4.1 ไดแ ก วตั ถปุ ระสงค
กลุมเปาหมายสมาชิกหองปฏิบัติการ ชนิดสาร ชวงปริมาณการวิเคราะห การจัดการตัวอยางทดสอบ วิธีท่ีใชในการ
ทดสอบความเปนเน้ือเดียวกันและความคงตัว กาํ หนดเกณฑการประเมินผล จัดเตรียมเอกสารท่ีจําเปนสาํ หรับสมาชิก
รูปแบบการรายงาน และรายละเอียดอื่น ในการเตรียมตัวอยางทดสอบความชาํ นาญ ตามขอกําหนด 4.4.2 จะตอง
พจิ ารณาลักษณะชนิดตวั อยาง ปรมิ าณสารที่ตรวจวัด สมบตั คิ วามเปนเนือ้ เดยี วกันและความคงตัว เพ่ือใชเ ปนตัวอยาง
ทดสอบความชํานาญไดอยางมีคุณสมบัติเหมาะสม ซ่ึงตัวอยางทดสอบความชํานาญเปาหมายที่ตองการ คือ ตัวอยาง
ท่ีเตรียมจากพืชกัญชาที่มีสารตกคางและสารปนเปอนอยูแลว (incurred sample) จึงไดมีการคัดเลือกพืชกัญชา
ท่ีเปนของกลาง ซึ่งมีรายงานการตรวจพบสารตกคางและสารปนเปอน ทั้งนี้ตัวอยางท่ีเตรียมจะมีชนิดและปริมาณสาร
ท่ีตรวจวัดตามสถานการณจริงของตัวอยางท่ีหองปฏิบัติการตรวจวิเคราะหจะไดรับ การเตรียมตัวอยางเร่ิมจาก
วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 543
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564
Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.
นํากญั ชาแหง อดั แทง นํ้าหนกั ประมาณ 1 กโิ ลกรมั หน่ั แบง ชนิ้ สว นดว ยมดี ใหเ ปน เปน ชน้ิ เลก็ ขนาดประมาณ 1 นว้ิ จากนน้ั
บดละเอียดดว ยเครอื่ งบดปน (Mill Machine, POWTEQ HM100) กอ นนํามาผสมรวมกันแลว รอนผานตะแกรง
สแตนเลส (Standard Sieve, Aperture 1.0 mm) ไดตวั อยางพชื กัญชาท่ีเตรยี มไดมีลกั ษณะเปน ผง ขนาดไมเ กิน
1.0 มลิ ลิเมตร นํา้ หนักรวม 840 กรัม นาํ ตัวอยางท่ไี ดผ สมรวมกันดว ยเครอื่ งผสมอาหารหวั ตะกรอ แลวใชช อ นสแตน
เลส ตักเก็บตวั อยางแบบสุม จํานวน 3 จุด เพ่ือนาํ ตัวอยางแตละจุดไปทดสอบความเปนเนอ้ื เดยี วกันเบ้อื งตน เม่ือผล
การทดสอบปรมิ าณสารผานเกณฑข องการทําซํ้า (Relative Standard Deviation) นอ ยกวารอยละ 22 ทาํ การแบง
บรรจุโดยนําผงพืชกัญชามาผสมใหเขากันโดยใชเครื่องผสมอาหารหัวตะกรอ นาน 30 นาที พรอมท้ังกวนใหเขากัน
อยา งสมํ่าเสมอในแตละคร้ังทีม่ ีการสุมตกั บรรจุใสซองพลาสติกลามเิ นตอลมู เิ นียมฟอยดท่ีตดิ ฉลากเรียงหมายเลขตาม
ลาํ ดับการบรรจุ ชั่งนํา้ หนักประมาณ 15 กรัมตอซอง ผนึกปากซองปดสนิทดวยเคร่ืองปดผนึกดวยความรอน (heat
sealer machine) และรวบรวมซองตวั อยา งใสก ลอ งพลาสตกิ ปด ฝา เกบ็ รกั ษาไวท อี่ ณุ หภมู ไิ มเ กนิ –10 องศาเซลเซยี ส
เมื่อทําการสุมตัวอยางที่เตรียมไดไปทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันและความคงตัวกรณีที่พบวาผลเปนไปตามเกณฑ
ISO 13528 : 2015 จะถือวาตัวอยางดงั กลา วมีคุณสมบัตเิ ปนตัวอยางทดสอบความชํานาญ
วธิ วี ิเคราะหก ารตกคา งของสารเคมีปองกันกาํ จดั ศตั รูพชื
วธิ ีวิเคราะหท ใ่ี ชเ ปน modified QuEChERS(7, 8) Smart DI 0600 SOP 0005 : In-house method
based on AOAC (2019) 2007.01 ชัง่ ตัวอยางพชื กัญชาทีบ่ ดละเอียด 1.0 กรัม ลงใน centrifuge tube ขนาด 50
มิลลิลิตร เติมนาํ้ กลั่นหรือนํา้ (deionized water) ปริมาตร 9 มิลลิลิตร แชทิ้งไว 30 นาที เพื่อเพ่ิมความชื้นจน
ตวั อยางดดู ซับนาํ้ และพองตัว ใสแทงเซรามิกเพือ่ ชวยในการกวนผสม จากนัน้ เติม 1% acetic acid in acetonitrile
10 มลิ ลลิ ิตร เขยา ดวยมอื 1 นาที เติมสารผสม extraction kit (AOAC 2007.01) แลว เขยาใหเขากันดว ยมืออีก 1
นาที นาํ ไป centrifuge ทคี่ วามเรว็ รอบ 4,000 รอบ/นาที เปน เวลา 5 นาที ตวั อยา งจะเกดิ การแยกชน้ั ปเ ปต 1 มลิ ลลิ ติ ร
ดดู สารสกัดชั้นบนนาํ มาทําใหบริสุทธิด์ วย dispersive SPE ทเ่ี หมาะสม จากน้ัน centrifuge อีกครัง้ ทีค่ วามเร็วรอบ
และเวลาเทาเดิม เพือ่ ใหเกิดการแยกชั้นระหวางของแข็งและของเหลว ปเปตสารละลายดา นบน 0.5 มลิ ลลิ ิตร ระเหย
แหงดวยแกสไนโตนเจน แลวปรับปริมาตรเปน 0.5 มิลลิลิตร ดวยสารละลายผสมระหวาง n-hexane และ ethyl
acetate นําไปตรวจวิเคราะหห าชนิดและปริมาณดวยเครอื่ งมือ GC-ECD สําหรบั การวเิ คราะหสารเคมปี องกนั กาํ จัด
ศตั รพู ชื กลมุ ออรก าโนคลอรนี และสารสงั เคราะหไ พรที รอยด และ GC-FPD สําหรบั การวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั
ศตั รพู ชื กลมุ ออรก าฟอสฟอรสั วเิ คราะหด ว ยเทคนคิ matrix-matched calibration curve มกี ารควบคมุ คณุ ภาพผล
การวเิ คราะห โดยทําการสกัดและตรวจวเิ คราะหต ัวอยางชา (dried tea) ท่ีตรวจไมพ บสารตกคา ง (blank sample)
แลวเติมสารมาตรฐาน ที่ระดับความเขมขน 50 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม ใชเกณฑยอมรับการคืนกลับ (recovery)
อยูในชวง 70-120% วิธีท่ีใชวิเคราะหผานการทดสอบความใชไดของวิธี และความคุมกระบวนการวิเคราะหตาม
เอกสาร SANTE/12682/2019 ซง่ึ เปน แนวทางวธิ กี ารตรวจสอบความถกู ตอ งและขอ กําหนดในการควบคมุ คณุ ภาพผล
การวิเคราะหในสหภาพยุโรป เพ่ือใหม่ันใจในความถูกตองของขอมูลท่ีใชสาํ หรับตรวจสอบผลิตภัณฑที่ระบุปริมาณ
การตกคางสูงสุดที่สามารถยอมรับไดตามกฎหมาย หรือนาํ ขอมูลไปใชในการประเมินการสัมผัสสารเคมีปองกัน
กําจัดศัตรพู ืช
วธิ ีวเิ คราะหการปนเปอ นของโลหะหนัก
การตรวจวเิ คราะหก ารปนเปอ นของแคดเมยี ม (Cadmium) ดว ยวธิ ี In-house method based on AOAC
(2019) 2015.01(9) โดยชั่งตวั อยา งพืชกัญชาทีบ่ ดละเอียด 0.6 กรมั ลงใน Quartz sample tube เติม deionized
water ปริมาตร 1 มิลลิลิตร เพ่ือปองกันตัวอยางเกิดการประทุจากการเติมกรดไนตริกเขมขน (min. 67% w/v,
544 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
การพฒั นาตัวอยางทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหส ารกาํ จดั ศตั รูพชื วิชาดา จงมวี าสนา และคณะ
และโลหะหนกั ในพืชกัญชา
high purity for trace analysis) ปรมิ าตร 5 มิลลลิ ิตร จากนนั้ นาํ ไปยอยดวยเคร่ืองยอ ยไมโครเวฟจนสารละลาย
ใสไมม ีตะกอน ยกออกจากเครื่องและปลอ ยใหเย็นลงถึงอณุ หภูมิหอง แลว เทใสขวดวัดปริมาตร (volumetric flask)
ขนาด 25 มิลลิลิตร และปรบั ปริมาตรดว ย deionized water ใหเปน 25 มลิ ลิลติ ร แลว นาํ ไปวดั หาความเขมขนของ
แคดเมียมโดยใชเ ครือ่ งมอื เนอื่ งจากกลา วครงั้ ท่ี 2 ICP-MS
การตรวจวิเคราะหการปนเปอ นของตะก่ัว (Lead) และสารหนทู ั้งหมด (Total Arsenic) โดยยอยตัวอยาง
พรอมกันแตวัดหาปริมาณสารท้ังสองชนิดดวยเทคนิคท่ีแตกตางกัน ดังน้ี ช่ังตัวอยางพืชกัญชาท่ีบดละเอียด 0.3 กรัม
ลงใน Quartz sample tube เติม deionized water ปริมาตร 0.5 มลิ ลิลติ ร เพ่อื ปอ งกันตัวอยางเกิดการประทุ
จากการเติมกรดไนตริกเขมขน (min. 67% w/v, high purity for trace analysis) ปริมาตร 4 มิลลิลิตร แลว นํา
ไปยอยดวยเคร่ืองยอยไมโครเวฟจนสารละลายใสไมมีตะกอน ยกออกจากเคร่ืองและปลอยใหอุณหภูมิเย็นลงเทากับ
อุณหภมู ิหอง จากนั้นเทใสขวดวดั ปริมาตรขนาด 25 มลิ ลิลติ ร และปรับปริมาตรดวย deionized water ใหเปน 25
มิลลิลิตร แบง สารละลายปริมาตรประมาณ 1 - 2 มิลลิลติ ร เพ่อื นาํ ไปวัดหาความเขม ขนของตะก่ัวดว ยเครอ่ื ง GFAAS
ตาม Smart DI 0600 SOP 0012 : AOAC (2019) 999.10(10) และตวงสารละลายปริมาตร 5 มลิ ลิลิตร ใสใ นขวด
วดั ปรมิ าตรขนาด 10 มลิ ลลิ ติ ร เตมิ internal standard ปรบั ปรมิ าตรเปน 10 มลิ ลลิ ติ ร จากนนั้ นาํ ไปวดั หาความเขม ขน
ของสารหนทู ัง้ หมดดวยเครอื่ ง ICP-MS ตาม In-house method based on AOAC (2019) 2015.01
การตรวจวเิ คราะหก ารปนเปอนของปรอทท้ังหมด (Total Mercury) ใชวธิ ี Smart DI 0600 SOP 0013 :
In-house method based on AOAC (2019) 997.15(11) โดยช่งั ตัวอยางพืชกัญชาท่บี ดละเอียด 0.3 กรัม ลงใน
round bottom flask ขนาด 250 มิลลิลติ ร เตมิ กรดผสมเขมขน ระหวา งกรดไนตรกิ และกรดซัลฟูรกิ อตั ราสวน 1 : 1
ปริมาตร 25 มิลลิลิตร ต้ังบนเปลวไฟเพ่ือเรงการยอยสารอินทรียและอนินทรียจนกลายเปนสารละลายใสไมมีตะกอน
ยกลงจากเปลวไฟและปลอ ยใหอ ณุ หภมู เิ ยน็ ลงเทา กบั อณุ หภมู หิ อ ง เตมิ สารละลาย KMnO4 เพอ่ื ออกซไิ ดสป รอทใหอ ยู
ในรปู Hg2+ จากน้นั เตมิ สารละลาย Tin (II) chloride เพื่อรีดวิ ซปรอทใหอยูใ นรปู Hg0 ซึ่งอยูในสถานะไอ สามารถ
ตรวจวัดปรอทท้ังหมดโดยเคร่ือง mercury analyzer ซ่ึงเรียกวา cold vapour atomic absorption
spectrometry technique
การทดสอบความเปน เนอื้ เดียวกนั
สุมซองบรรจตุ ัวอยางพืชกัญชาที่เตรียมได แบบสุม อิสระ (random sampling) จํานวน 10 ซอง โดยใช
คําสงั่ RANDBETWEEN ในโปรแกรม Excel กอ นนํามาวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื และโลหะหนกั โดยทาํ
การวิเคราะหซองละ 2 ซ้ํา ตามวิธีวิเคราะหท ่รี ะบดุ ังกลาวขางตน นาํ ผลการวิเคราะหมาคํานวณทางสถติ เิ พ่อื ตรวจสอบ
คาสุดตาง (maximum difference) โดยใช Cochran’s test ในการทดสอบความแปรปรวนภายในของตัวอยาง
(within sample variation) จากน้ันทดสอบความเปนเนื้อเดยี วกนั ตาม ISO 13528 : 2015 โดยวิเคราะหความ
แปรปรวนดวย One way ANOVA single factor for homogeneity test ไดคา mean square between
(MSB) และ mean square within (MSW) คํานวณคา เบย่ี งเบนมาตรฐานระหวา งตวั อยา ง (Ss, between samples
standard deviation)
จากสตู ร ss = √|MSB-MSW|
√2
โดยใชเกณฑยอมรับท่ี Ss ของทุกรายการวิเคราะห ควรมีคานอยกวา 0.3 ของคาเบย่ี งเบนมาตรฐานประเมิน
ผลการทดสอบความชาํ นาญ (standard deviation ของ PT, σpt)
วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 545
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564
Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.
การทดสอบความคงตวั
สุมซองบรรจตุ ัวอยา งพชื กัญชา แบบสุม อิสระ จาํ นวน 3 ซอง นํามาบรรจุในซองกระดาษ วางไวใ นพ้นื ท่ีท่ีไมมี
การควบคมุ อุณหภมู ิ เปนเวลา 3 วนั เพ่อื เลยี นแบบสภาวะการขนสง ท่ไี มมีการควบคุมอุณหภมู ิ ในชว งเวลาการเดินทาง
จากสํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตรการแพทยไปถึงหองปฏิบัติการสมาชิก จากน้ันนํามา
เกบ็ ไวท ี่ -10 องศาเซลเซยี ส เปน เวลา 2 เดอื น นํามาวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื และโลหะหนกั โดยควบคมุ
สภาวะทเี่ หมอื นกนั ตลอดกระบวนการทดสอบคงตวั และการทดสอบความเปน เนอ้ื เดยี วกนั ไดแ ก วธิ วี เิ คราะห ผวู เิ คราะห
และเคร่ืองมือ นําคาเฉลี่ยท่ีไดมาเปรียบเทียบกับคาเฉล่ียของการทดสอบความเปนเน้ือเดียวกัน พิจารณาการยอมรับ
จากเกณฑกาํ หนดตาม ISO 13528 : 2015
ผล
ตัวอยางพชื กญั ชาทีเ่ ตรียมไดมีลักษณะเปนผง ขนาดไมเ กิน 1.0 มิลลเิ มตร น้าํ หนกั รวม 840 กรมั เมือ่ สุม
ตัวอยางจาก 3 จุด และนําแตละจุดมาตรวจวิเคราะห พบวามีการตกคางของสารเคมีปองกันกาํ จัดศัตรูพืช ไดแก
chlorpyrifos และ cypermethrin และตรวจพบการปนเปอ นของโลหะหนกั ไดแ ก cadmium, lead, total arsenic
และ total mercury โดยผลการทดสอบปริมาณสารผานเกณฑของการทาํ ซ้ํา นอยกวารอยละ 22 ของทุกสาร
จากนนั้ ทาํ การแบงบรรจุ ไดตัวอยางจํานวน 56 ซอง งานวิจัยครง้ั น้ีตองการนาํ เสนอรายละเอียดผลการศึกษาความเปน
เนอื้ เดยี วกนั และความคงตวั ของสาร 3 ชนดิ ไดแ ก chlorpyrifos, cypermethrin และ cadmium ซงึ่ สมบตั ทิ างเคมแี ละ
ความเปน พษิ ของสารเหลานดี้ งั แสดงในตารางท่ี 1
ผลการทดสอบความเปนเน้ือเดียวกัน ของสารดังกลาวจากตัวอยาง 10 ซอง ทําการวิเคราะหซองละ 2 ซํา้
พบปรมิ าณสารและคา เบย่ี งเบนมาตรฐาน ดงั น้ี chlorpyrifos 85.6 ± 3.5, cypermethrin 32,520 ± 1,625 ไมโครกรมั
ตอกิโลกรัม และ cadmium 344 ± 18 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม เม่ือประเมินคาความเบ่ียงเบนทางสถิติของปริมาณ
สารตกคางภายในซองตวั อยา งเดยี วกัน และระหวางซองตัวอยางทตี่ างกัน จากเกณฑกําหนด ตาม ISO 13528 : 2015
การวิเคราะหค าสดุ ตา งโดย Cochran’s test เพ่ือทดสอบความแปรปรวนภายในของตวั อยาง และคํานวณคาเบ่ียงเบน
มาตรฐานระหวางตัวอยาง (between samples standard deviation, ss) พบวาคาเบ่ียงเบนมาตรฐานระหวาง
ตัวอยาง มีคานอ ยกวา 0.3 เทาของคาเบ่ยี งเบนมาตรฐานเปาหมายทค่ี าํ นวณจาก Horwitz’ equation และคาเฉลีย่
ของการทดสอบความเปน เนอ้ื เดยี วกนั (คา ss< 0.3σpt )(Horwitz) ซง่ึ แสดงวา ตวั อยา งมคี วามเปน เนอื้ เดยี วกนั และเพยี งพอ
ทจ่ี ะใชเปน ตวั อยางทดสอบความชํานาญ ดงั แสดงในตารางที่ 2
เน่ืองจากคุณสมบัติสําคัญของตัวอยางทดสอบความชาํ นาญตองมีท้ังความเปนเน้ือเดียวกันและความคงตัว
ในชวงเวลาที่กาํ หนดเพื่อดําเนินแผนทดสอบความชาํ นาญ ดังนั้นเม่ือตัวอยางพืชกัญชาที่เตรียมผานการทดสอบและ
มสี มบตั ขิ องความเปน เนอ้ื เดยี วกนั แลว จําเปน จะตอ งศกึ ษาความคงตวั ของสารในตวั อยา ง เพอื่ ใหม น่ั ใจวา ตวั อยา งดงั กลา ว
มีความเหมาะสมท่ีจะใชในการประเมินความสามารถของหองปฏิบัติการ จากการออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาความ
คงตัวโดยเก็บตวั อยา งในบริเวณท่ไี มม ีการควบคมุ อณุ หภูมิ ซึง่ ตวั อยา งจะอยูในสภาวะสมั ผัสกับอณุ หภมู ิในชวง 28-34
องศาเซลเซียส เปนเวลา 3 วนั จากนั้นนาํ มาเกบ็ ไวท่ี -10 องศาเซลเซียส เปนเวลา 2 เดือน กอนนํามาวเิ คราะหสารเคมี
ปอ งกนั กําจดั ศตั รพู ชื และการวเิ คราะหโ ลหะหนกั ดว ยวธิ วี เิ คราะหเ ดยี วกนั กบั การทดสอบความเปน เนอื้ เดยี วกนั มคี า เฉลย่ี
จากการทดสอบความคงตวั และคา เบย่ี งเบนมาตรฐานดงั นี้ chlorpyrifos 89.6 ± 3.4, cypermethrin 33,75- ± 2,619
ไมโครกรัมตอ กโิ ลกรัม และ cadmium 321 ± 11 ไมโครกรัมตอ กิโลกรมั
546 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564