The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by msto.moph, 2021-10-03 23:45:39

17364-6081-PB

17364-6081-PB

การพัฒนาตวั อยา งทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหสารกําจัดศตั รพู ชื วชิ าดา จงมีวาสนา และคณะ
และโลหะหนักในพืชกญั ชา

ตารางท่ี 1 สมบตั ิทางเคมแี ละความเปน พิษของสารเคมีปองกันกาํ จดั ศัตรูพืชและโลหะหนักในตัวอยา งพชื กญั ชา

Chemicals Properties Toxicity
Organophosphorus CAS Number 2921-88-2 Acute toxicity, (Category 3), H301 Toxic if
pesticide: chlorpyrifos Molecular Formula swallowed
C9H11Cl3NO3PS Acute toxicity, (Category 1), H400 Very toxic
to aquatic life.
Aquatic Chronicity, (Category 1), H410 Very
toxic to aquatic life with long lasting effects
Acceptable Daily Intake (ADI): 0.01 mg/kg
body weight (JMPR in 2004)(12)

Synthetic pyrethroid CAS Number: 52315-07-8 Acute toxicity, Oral (Category 3), H301
Pesticide: cypermethrin Molecular Formula Acute toxicity, Inhalation (Category 4), H332
(mix isomers) C22H19Cl2NO3 Specific target organ toxicity - single exposure
(Category 3), Respiratory system, H335
Acceptable Daily Intake (ADI): 0-0.02 mg/kg body
weight, summary for cypermethrins,
including alpha-cypermethrin and
zeta-cypermethrin (JMPR in 2006)(13)

Food Contaminant: CAS Number: 7440-43-9 Mutagenicity, (category 1B), H340 May cause
Cadmium genetic defects
Cd2+ Carcinogenicity, (category 1B), H350 May
cause cancer
Reproduction toxicity, (category 1), H360 May
damage fertility or the unborn child.
Eye irritation (category 2A), H319 Causes
serious eye irritation.
Provisional tolerable monthly intake (PTMI):
25 µg/kg body weight(14)

วเิ คราะหผ ลความคงตวั โดยเปรยี บเทยี บความแตกตา งของคา เฉลย่ี จากการทดสอบความเปน เนอื้ เดยี วกนั และ
คา เฉลี่ย จากการทดสอบความคงตัว ซึ่งผลของการศึกษาความคงตวั ของปรมิ าณสาร chlorpyrifos cypermethrin
และ cadmium เมื่อเกบ็ ในสภาวะเลยี นแบบการขนสงโดยไมมีการควบคุมอณุ หภมู ิ เปน เวลา 3 วัน พบวา มีความคงตวั
เพยี งพอตามมาตรฐาน ISO 13528 : 2015 รายละเอยี ดดังแสดงในตารางที่ 3

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 547
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

ตารางท่ี 2 ผลการทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันของสารเคมีปองกันกาํ จัดศัตรูพืชและโลหะหนักในตัวอยาง
พืชกัญชา

ปรมิ าณสารเคมปี องกนั กาํ จดั ศัตรพู ืชตกคาง (µg/kg) ปรมิ าณโลหะปนเปอ น (µg/kg)

รหสั ตัวอยาง Chlorpyrifos Cypermethrin Cadmium

Duplicate 1 Duplicate 2 Duplicate 1 Duplicate 2 Duplicate 1 Duplicate 2

#MJ-05 86.6 83.2 33,833 34,134 357 314

#MJ-10 92.9 84.6 30,632 32,299 362 346

#MJ-14 81.5 87.3 30,694 32,939 347 324

#MJ-18 92.7 83.0 29,825 32,411 344 347

#MJ-22 81.7 82.5 29,051 32,043 326 333

#MJ-28 90.6 87.4 35,670 32,374 358 328

#MJ-49 84.7 83.0 32,438 33,055 364 359

#MJ-51 84.6 88.1 31,791 34,089 317 353

#MJ-55 87.6 84.2 33,391 33,055 349 317

#MJ-56 84.9 81.5 34,679 32,002 371 369

Mean homogeneity 85.6 32,520 344
SD 3.5 1,625 18

Cochrancritical 0.602 0.602 0.602
Cochrancalculation 0.367 0.229 0.311
18.8 3,080 65
ptσ (Horwitz) 537.8
ss(between samples standard deviation) 0 924 8
0.3 ptσ (Horwitz) 5.6 Passed 19
ss< 0.3σpt (Horwitz) Passed Passed

หมายเหตุ ss (between samples standard deviation) คอื คาเบี่ยงเบนมาตรฐานระหวางตัวอยา ง
√|MSB-MSW|
คํานวณ จาก ss = √2

σpt (Horwitz) คือ คาเบย่ี งเบนมาตรฐานเปาหมายที่คาํ นวณจาก Horwitz’ equation และคา เฉลย่ี ของ
การทดสอบความเปน เนือ้ เดียวกันเพือ่ ใชประเมนิ ผลการทดสอบความชาํ นาญ

เม่ือนําคาปริมาณสารตกคางและสารปนเปอนท่ีไดจากการทดสอบความเปนเนื้อเดียวกัน และทดสอบ
ความคงตัว แสดงเปน scatter plot เพื่อสังเกตแนวโนมความสัมพนั ธระหวา งลาํ ดับหมายเลขตวั อยางหรอื ลําดับของ
การแบง บรรจุ โดย แกน x คือ หมายเลขตวั อยา งทซ่ี อง และ แกน y คอื ปรมิ าณสาร โดยปรมิ าณสารท้งั 3 ชนดิ ไดแก
chlorpyrifos, cypermethrin และ cadmium มีการกระจายตัว ดังแสดงในภาพที่ 1-3 ตามลําดบั จากภาพที่ 1
พบวา ผลการวเิ คราะหค วามเปนเน้ือเดยี วกนั ของสาร chlorpyrifos มีการกระจายตวั อยใู นชว ง ± 0.3 σpt(Horwitz) มีคา
เฉลี่ยของความเปนเน้ือเดียวกันท่ีความเขมขน 85.6 ± 3.5 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม คาสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานสัมพัทธ
(relative standard deviation, RSD) รอยละ 4.1 และคา เฉล่ยี ความคงตัวที่ 89.6 ± 3.4 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม
ซ่งึ อยูในชวงเกณฑย อมรับ เนอ่ื งจาก |y1- y2|<0.3 σpt(Horwitz)

548 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพฒั นาตวั อยางทดสอบความชาํ นาญการวิเคราะหสารกําจัดศตั รพู ชื วชิ าดา จงมวี าสนา และคณะ
และโลหะหนกั ในพชื กัญชา

ตารางท่ี 3 ผลการทดสอบความคงตวั ของสารเคมปี อ งกันกาํ จดั ศัตรูพืชและโลหะหนักในตัวอยา งพชื กญั ชา

ปริมาณสารเคมปี อ งกันกําจดั ศัตรพู ืชตกคาง (µg/kg) ปรมิ าณโลหะปนเปอน (µg/kg)

รหสั ตัวอยาง Chlorpyrifos Cypermethrin Cadmium

Duplicate 1 Duplicate 2 Duplicate 1 Duplicate 2 Duplicate 1 Duplicate 2

#MJ-07 95.3 90.8 35,296 35,213 303 335

#MJ-39 89.7 86.6 33,478 33,267 322 326

#MJ-46 89.3 85.9 36,302 28,961 322 317

Mean (homogeneity): y1 89.6 33,753 321
SD 3.4 2,619 11

Mean (homogeneity): y1 85.6 32,520 344
|y1- y2| 4.0 1,233 23

ptσ (Horwitz) 18.8 3,080 65

0.3σpt(Horwitz) 5.6 924 19
Not Passeda
|y1- y2|<0.3σpt(Horwitz) Passed Not Passeda
2,028 27
0.3σpt(Horwitz)+2√u2(y1)+u2(y2) - Passedb
|y1- y2|<0.3σpt(Horwitz)+2√u2(y1)+u2(y2) - Passedb

หมายเหตุ : a ความแตกตางระหวางคาเฉลี่ยของปริมาณสารจากการทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันและปริมาณสารจากการทดสอบ
ความคงตวั มคี า มากกวา 0.3 เทา ของคา เบยี่ งเบนมาตรฐานเปา หมาย ทค่ี าํ นวณจาก Horwitz’ equation เพอ่ื ใชป ระเมนิ ผล
การทดสอบความชํานาญ
b ความแตกตางระหวางคาเฉลี่ยของปริมาณสารจากการทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันและปริมาณสารจากการทดสอบ
ความคงตัวอยูในชวงเกณฑยอมรับ เม่ือคาความไมแนนอนขยายของคาความแตกตางของคาเฉลี่ยการทดสอบ
ความเปนเนื้อเดียวกันและการทดสอบความคงตัว รวมกับ 0.3 เทาของคาเบี่ยงเบนมาตรฐานเปาหมาย ท่ีคํานวณ
จาก Horwitz’ equation

ผลการวเิ คราะหค วามเปนเนือ้ เดยี วกันของสาร cypermethrin ดังแสดงในภาพที่ 2 พบวามีการกระจายตัว
อยูในชวง ± 0.3 σpt(Horwitz) มีคาเฉลี่ยของความเปนเนื้อเดียวกันที่ความเขมขน 32,520 ± 1,625 ไมโครกรัม
ตอ กโิ ลกรมั มคี า RSD รอ ยละ 5.0 ในเบอื้ งตน ผลคา เฉลยี่ ของการทดสอบความคงตวั ท่ี 33,750 ± 2,619 ไมโครกรมั ตอ
กิโลกรมั มีคาไมอยูใ นชวงเกณฑยอมรับ แตเม่ือนําคาความไมแ นนอนขยาย (expanded uncertainty) ของคา ความ
แตกตางของคาเฉลี่ยการทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันและการทดสอบความคงตัว รวมกับ 0.3 เทาของคาเบ่ียงเบน
มาตรฐานเปา หมาย ทค่ี ํานวณจาก Horwitz’ equation ซง่ึ เปน การขยายชว งเกณฑย อมรบั คํานวณจากสตู ร |y1- y2|
< 0.3 σpt(Horwitz) +2√(u2 (y1)+u2 (y2) จะพบวาสาร cypermethrin ในตวั อยา งมคี วามคงตวั อยูในเกณฑยอมรับ

สาํ หรับผลการวิเคราะหความเปนเน้ือเดียวกันของ cadmium จะพบวามีการกระจายตัวอยูในชวง
± 0.30.3σpt (Horwitz) มคี า เฉลยี่ ของความเปนเน้อื เดยี วกนั ท่ีความเขม ขน 344 ± 18 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรัม มีคา RSD
รอยละ 5.2 ในเบ้ืองตนผลคาเฉล่ียของการทดสอบความคงตัวท่ี 321 ± 11 มีคาไมอยูในชวงเกณฑยอมรับ แตเม่ือ
คาํ นวณขยายชวงเกณฑยอมรับโดยพิจารณาคาความไมแนนอนเชนเดียวกันกับกรณีการทดสอบความคงตัวของสาร
cypermethrin พบวา cadmium มีความคงตัวอยูในเกณฑย อมรบั ดังแสดงในภาพท่ี 3

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 549
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

ภาพที่ 1 การกระจายตัวของผลวิเคราะหปริมาณสาร chlorpyrifos จากการทดสอบความเปนเนื้อเดียวกันและ
การทดสอบความคงตัว

ภาพท่ี 2 การกระจายตัวของผลวิเคราะหปริมาณสาร cypermethrin จากการทดสอบความเปนเน้ือเดียวกัน และ
การทดสอบความคงตัว

550 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การพัฒนาตัวอยา งทดสอบความชาํ นาญการวิเคราะหสารกําจัดศตั รพู ืช วิชาดา จงมีวาสนา และคณะ
และโลหะหนักในพชื กัญชา

ภาพท่ี 3 การกระจายตัวของผลวิเคราะหคาปริมาณโลหะ cadmium จากการทดสอบความเปนเน้ือเดียวกัน
การทดสอบความคงตัว

วจิ ารณ

การศึกษาพัฒนาตัวอยางทดสอบพืชกัญชา โดยเลอื กชนิดตัวอยางท่ีตรวจพบการตกคางอยูแลว (incurred
sample) เนอ่ื งจากพชื กญั ชามกี ารดดู ซมึ สารเหลา นเ้ี ขา ไปในเนอ้ื เยอ่ื พชื ไดจ ากสง่ิ แวดลอ มหรอื อาจไดร บั จากการฉดี พน
ในแปลงเกษตร หรือฉีดพนเพ่ือทําลายแมลงท่ีอาจกอใหเกิดความเสียหายในขณะเก็บรักษากัญชาแหง เปนตน
ซงึ่ จะเปน สภาพตวั อยา งจรงิ ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารจะไดร บั ทง้ั นต้ี วั อยา งดงั กลา วจะเกดิ ประโยชนใ นการใชป ระเมนิ ประสทิ ธภิ าพ
วธิ วี เิ คราะหข องหอ งปฏบิ ตั สิ มาชกิ เครอื ขา ยทอ่ี าจผา นการศกึ ษา single laboratory validation โดยใช spiked sample
เพยี งอยา งเดยี ว แมว า จะมคี า รอ ยละของการกลบั คนื ในการควบคมุ คณุ ภาพอยใู นเกณฑย อมรบั แตเ มอ่ื วเิ คราะหต วั อยา ง
ทดสอบความชาํ นาญทเ่ี ปน incurred sample อาจมผี ลวเิ คราะหท เี่ บย่ี งเบนไปในทางลบ หรอื นอ ยกวา คา ปรมิ าณสารใน
ตัวอยางทดสอบทเ่ี ปน คากําหนด สงั เกตจากผลการประเมินมีคา z-score เปน ลบนอกเกณฑกาํ หนด ซ่ึงหองปฏบิ ัตกิ าร
ควรพจิ ารณาสาเหตสุ ําคญั ไดแ ก การเลอื กใชต วั ทําละลายทไ่ี มเ หมาะสมหรอื มปี ระสทิ ธภิ าพไมเ พยี งพอ ทจ่ี ะละลายหรอื
สกดั สารทอี่ ยใู นเนอ้ื เยอื่ ของตวั อยา งออกมา โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ตวั อยา งทมี่ ลี กั ษณะเปน พชื แหง ในการวเิ คราะหส ารเคมี
ปอ งกนั กําจดั ศัตรพู ชื และการวิเคราะหโ ลหะหนัก จําเปน ตองมขี นั้ ตอนการเติมนา้ํ ลงในตัวอยา งท้ังนีเ้ พ่ือใหน้ําซึมเขาไป
ในเน้ือเยื่อของตัวอยางและเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเมื่อเติมตัวทาํ ละลาย ในกรณีที่ไมมีการเติมน้ําจะพบวาผล
การวเิ คราะหม ปี รมิ าณสารนอ ยกวา เมอื่ เตมิ น้ําเนอื่ งจากตวั ทาํ ละลายจะสามารถสกดั สารทเี่ คลอื บอยทู บี่ นผวิ ของตวั อยา ง
ไดเทานั้น การใชตัวอยางทดสอบความชํานาญลักษณะดังกลาวจึงสอดคลองกับหลักการออกแบบตัวอยางทดสอบ
ความชาํ นาญท่ีมุงใหเกิดประโยชนตอการพัฒนาความสามารถของหองปฏิบัติการสมาชิกน้ันจะตองคํานึงถึงชนิดและ
ปริมาณสารที่ตรวจวัดใหสอดคลองใกลเคียงกับตัวอยางจริงที่หองปฏิบัติการทาํ การวิเคราะห รวมทั้งใชสารมาตรฐาน
ท่ีมีสมบัติการสอบกลับไดทางมาตรวิทยา ทาํ ใหสามารถตอยอดพัฒนาตัวอยางทดสอบความชํานาญท่ีมีคุณสมบัติ

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 551
ปท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

เปนวัสดุอางอิงเน่ืองจากมีเปนความเปนเน้ือเดียวกัน มีความคงตัวท่ีเหมาะสมและมีคาความไมแนนอนท่ีมี
ความสมเหตุสมผลนาเชื่อถือ อยางไรก็ตามการคนหาตัวอยางท่ีเปน incurred sample ท่ีมีชนิดสารและปริมาณที่
เหมาะสมกบั การประเมนิ ความสามารถของหอ งปฏบิ ตั กิ ารนนั้ เปน เรอื่ งยาก อาจตอ งมกี ารคดั เลอื กตวั อยา งจากหลายแหลง
เพ่ือนาํ มาวิเคราะหท ราบปริมาณสารในเบื้องตนทเี่ หมาะสมแลวนํามาเตรียมเปนตัวอยา งทดสอบความชาํ นาญตอไป

จากผลการวิเคราะหทดสอบความเปนเนื้อเดียวกัน พบชนิดสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชตกคาง ไดแก
chlorpyrifos มีคาเฉล่ียและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ท่ีระดับความเขมขน 85.6 ± 3.5 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม เม่ือ
เทยี บกบั ปรมิ าณสงู สุด (maximum limits, ML) ของ chlorpyrifos ทรี่ ะบุ 0.2 มิลลิกรมั ตอกโิ ลกรัม (หรือ 200
ไมโครกรัมตอกโิ ลกรัม) คิดเปนปรมิ าณตกคางนอยกวาคา ML ประมาณ 0.4 เทา ในขณะทพ่ี บสาร cypermethrin ท่ี
32,520 ± 1,625 ไมโครกรัมตอกโิ ลกรัม คิดเปนปริมาณตกคา งมากกวา คา ML 1 มลิ ลิกรัมตอ กโิ ลกรมั (หรือ 1,000
ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั ) ถงึ 32.5 เทา และพบการการปนเปอ นของ cadmium ทรี่ ะดบั ความเขม ขน 344 ± 18 ไมโครกรมั
ตอกโิ ลกรมั ซึ่งมปี รมิ าณใกลเ คียงกบั คา ML ท่รี ะบุ 0.3 มิลลกิ รมั ตอ กิโลกรมั (300 ไมโครกรัมตอกิโลกรมั ) ในตํารา
มาตรฐานยาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560 และฉบับเพิ่มเติม ดังน้ันตัวอยางพืชกัญชาที่เตรียมไดมีชนิดและปริมาณสาร
ท่ีสามารถใชเปนตัวแทนชนิดสาร ท่ีมีการควบคุมปริมาณสารตกคางและโลหะหนักปนเปอนในวัตถุดิบกัญชาสําหรับ
การผลติ เปน ผลติ ภณั ฑท างการแพทย จากผลศกึ ษาความคงตวั โดยเกบ็ ไวใ นพนื้ ทที่ ไ่ี มม กี ารควบคมุ อณุ หภมู เิ พอื่ เลยี นแบบ
สภาวะในขณะขนสง ซึ่งตัวอยางที่เตรียมไดมีการสัมผัสกับอุณหภูมิในชวง 28-34 องศาเซลเซียส เปนเวลา 3 วัน
ผลการศกึ ษาดงั กลา วขา งตน แสดงใหเ หน็ วา ตวั อยา งพชื กญั ชาทเี่ ตรยี ม มสี มบตั ขิ องความเปน เนอ้ื เดยี วกนั และความคงตวั
เพียงพอ ตามเกณฑกําหนดมาตรฐาน ISO 13528 : 2015 สามารถใชเปนตัวอยางทดสอบความชํานาญท่ีมีคุณภาพ
ในการประเมินความสามารถการวิเคราะหท้ังในเชิงคุณภาพ (qualitative analysis) เพื่อระบุชนิดของสารและ
การวิเคราะหเชงิ ปริมาณ (quantitative analysis) ของหอ งปฏบิ ตั ิการสมาชิกเครือขา ยไดต อไป

สรุป

ตวั อยา งทดสอบความชํานาญพชื กญั ชาทเี่ ตรยี มไดม คี ณุ สมบตั คิ วามเปน เนอ้ื เดยี วกนั และความคงตวั ทเี่ หมาะสม
เปนไปตามเกณฑยอมรับมาตรฐาน ISO 13528 : 2015 สามารถนําไปใชในการประเมินความสามารถหองปฏิบัติ
การวิเคราะหสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก ท้ังการตรวจวิเคราะหชนิดและปริมาณสาร chlorpyrifos,
cypermethrin และ cadmium ในพืชกัญชา ซ่ึงอางอิงการกาํ หนดคาปริมาณสูงสุดเพื่อควบคุมปริมาณสารตกคาง
และสารปนเปอนในวัตถุดิบสําหรับผลิตภัณฑในตํารามาตรฐานยาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560 การจัดทําแผนทดสอบ
ความชาํ นาญการวเิ คราะหก ญั ชาทใี่ ชป ระโยชนท างการแพทยข องกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ตดิ ตาม
ประเมินผลและพัฒนาศักยภาพหองปฏิบัติการเครือขาย ใหมีประสบการณในการวิเคราะหตัวอยางพืชกัญชาโดยตรง
เนอื่ งจากพชื กญั ชาเปน กลมุ ตวั อยา งชนดิ ใหมซ ง่ึ หลายหอ งปฏบิ ตั กิ ารอาจไมม ปี ระสบการณว เิ คราะห และการใชต วั อยา ง
ทดสอบความชํานาญท่ีมีลักษณะเปน incurred sample ท่ีเปนตัวแทนของตัวอยางจริง ทําใหเกิดประโยชนในการ
ประเมนิ ประสทิ ธภิ าพ วธิ ี และความสามารถของผวู เิ คราะห จากการเปรยี บเทยี บผลระหวา งหอ งปฏบิ ตั กิ ารซงึ่ เปน วธิ กี าร
ควบคมุ คณุ ภาพจากภายนอก (external quality control) ตามขอ กําหนดของมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017(15)

นอกเหนอื จากการใช spiked sample ซงึ่ หอ งปฏบิ ตั กิ ารสว นใหญใ ชใ นการวเิ คราะหเ พอื่ ควบคมุ คณุ ภาพภายใน (internal
quality control) ทั้งน้ีเมื่อหองปฏิบัติการนําผลวิเคราะห จากการเปรียบเทียบระหวางหองปฏิบัติการมาปรับปรุง
คณุ ภาพการวเิ คราะหน ัน้ เปน การสง เสรมิ พฒั นาความสามารถเครือขา ยหองปฏบิ ัติการของประเทศ ใหมีคณุ ภาพ เปน
ที่ยอมรับในความเทาเทียมกันของผลการวิเคราะห และสรางความม่ันใจใหกับผูที่นําผลการวิเคราะหไปใชประโยชน
ในการคัดกรองวัตถุดิบพืชกัญชาใหไดคุณภาพตามที่ตองการและลดความเส่ียงของสารตกคางและสารปนเปอนกอน
นาํ มาใชใ นการผลิตยาและผลิตภัณฑทางการแพทย

552 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การพฒั นาตวั อยางทดสอบความชํานาญการวิเคราะหส ารกําจัดศตั รูพืช วชิ าดา จงมวี าสนา และคณะ
และโลหะหนกั ในพืชกญั ชา

กิตตกิ รรมประกาศ

งานวิจัยน้ีไดรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมวิทยาศาสตรการแพทย ภายใตโครงการบูรณาการพัฒนา
กญั ชาทางการแพทยและผลิตภัณฑส ุขภาพจากพชื กัญชา กรมวิทยาศาสตรการแพทย ปงบประมาณ พ.ศ. 2562-2565
และไดรับการสนับสนุนใหดําเนินงานจนสําเร็จจากผูอํานวยการสํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ขอขอบคุณ
นางสาวจติ ผกา สนั ทดั รบ นกั วิทยาศาสตรการแพทยเชยี่ วชาญ ท่ีใหคําปรกึ ษาในการวางแผนทดสอบความชาํ นาญ และ
นางสาวปุษยา แสงวิรุฬห หัวหนาฝา ยสารพษิ และสารปนเปอ นท่เี ปน ท่ปี รกึ ษาในการวเิ คราะหโลหะหนัก

เอกสารอางอิง

1. พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโ ทษ ฉบบั ท่ี 7 (พ.ศ. 2562). ราชกจิ จานเุ บกษา เลม 136 ตอนที่ 19 ก (วนั ท่ี 18
กุมภาพันธ 2562). หนา 1.

2. พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดใหโทษใน
ประเภท 5 (พ.ศ. 2563). ราชกจิ จานุเบกษา เลม 137 ตอนพิเศษ 290 ง (วันที่ 14 ธนั วาคม 2563). หนา 33.

3. Department of Medical Sciences. Thai herbal pharmacopoeia 2017. Nonthaburi, Thailand :
Department of Medical Sciences, Ministry of Public Health; 2017.

4. สาํ นักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร. รายงานประจาํ ป 2563. [ออนไลน]. 2563; [สบื คน 10 ก.ค. 2564]; [97
หนา ]. เขา ถงึ ไดจาก : URL : http : //bqsf.dmsc.moph.go.th/bqsfWeb/wp-content/uploads/2017/
Publish/annual_report/BQSF%20Annual%20Report-2020.pdf.

5. ISO 13528 : 2015. Statistical methods for use in proficiency testing by interlaboratory compari-
son. Geneva, Switzerland : International Organization for Standardization; 2015.

6. ISO/IEC 17043 : 2010. Conformity assessment – general requirements for proficiency testing.
Geneva, Switzerland : International Organization for Standardization; 2010.

7. AOAC Official Method 2007.01 : Pesticide residues in foods by acetonitrile extraction and
partitioning with magnesium sulfate. In : Official methods of analysis. 19th ed. Rockville,
Maryland : AOAC International; 2012.

8. รัติยากร ศรีโคตร, วิชาดา จงมีวาสนา. วิธีลดปริมาณสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชตกคางในผักและผลไม.
ว กรมวิทย พ 2564; 63(1) : 38-50.

9. Briscoe. M. Determination of heavy metals in food by inductively coupled plasma–mass
spectrometry : First Action 2015.01. J AOAC Int 2015; 98(4) : 1113-20.

10. AOAC Official Method 999.10 : Lead, cadmium, zinc, copper, iron in foods. Atomic absorption
spectrophotometry after microwave digestion. In : Official methods of analysis. 21th ed.
Rockville, Maryland : AOAC International; 2019.

11. AOAC Official Method 997.15 : Lead in sugars and syrups. Graphite furnace atomic absorption
method. In : Official method of analysis. 21th ed. Rockville, Maryland : AOAC International;
2019.

12. World Health Organization. Pesticide residues in food 2004 : joint meeting of the FAO panel
of experts on pesticide residues in food and the environment and the WHO core assessment

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 553
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Development of Cannabis Proficiency Test Sample Wischada Jongmevasna et al.

group. 20-29 September 2004. Rome, Italy : Food and Agriculture Organization of the United
Nations; 2004. p. 44-48.
13. World Health Organization. Pesticide residues in food 2006 : joint FAO/WHO meeting on
pesticide residue. Rome, Italy : Food and Agriculture Organization of the United Nations;
2006. p. 95-101.
14. World Health Organization. Preventing disease through health environments. Exposure to
cadmium : a major public health concern. Geneva, Switzerland : WHO; 2010.
15. ISO/IEC 17025 : 2017. General requirement for the competence of testing and calibration
laboratories. Geneva, Switzerland : International Organization for Standardization; 2017.

554 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การพัฒนาตวั อยางทดสอบความชาํ นาญการวเิ คราะหสารกาํ จัดศตั รูพืช วชิ าดา จงมีวาสนา และคณะ
และโลหะหนักในพืชกัญชา

Development of Cannabis Proficiency Test
Sample for Pesticide Residue
and Heavy Metal Analysis

Wischada Jongmevasna Panawan Kluengklangdon Weerawut Wittayanan Supat Sangsuay
Thoranit Chaimongkol and Kanpirom Lertbumroongchai
Bureau of Quality and Safety of Food, Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000,
Thailand

ABSTRACT Since 2019, the medicinal cannabis policy has been established, the value chains related
to cannabis plantation, distribution and product development have then been dramatically increasing.
For the quality and safety of medical product' concerns, pesticide residues and heavy metals are highly
recommended parameters for cannabis raw material analysis. To monitor and enhance the competency
of DMSc network laboratories, the Department of Medical Sciences, a reference laboratory for medical
services and public health has planned for setting the cannabis proficiency testing. Therefore, this study
focused on the development of a cannabis proficiency test (PT) sample. The dried cannabis containing
incurred pesticide residues and heavy metals provided by the Office of the Narcotics Control Board was
prepared, packed and tested for its homogeneity. The result showed that the candidate PT sample was
sufficiently homogeneous, the average concentration and standard deviation determined by using
GC-ECD/FPD for chlorpyrifos and cypermethrin were in the range of 85.6 ± 3.5 and 32,520 ± 1,625 µg/kg,
respectively. That of cadmium analyzed by using ICP-MS was 344 ± 18 µg/kg. In addition, temperature
effects during transportation for 3-day at uncontrolled temperature and 2-month at -10°C storage were
carried out. Chlorpyrifos, cypermethrin and cadmium concentrations still remained at the level of
89.6 ± 3.4, 33,753 ± 2,619 and 321 ± 11 µg/kg, respectively. As a result of statistical analysis, it
indicated that those analytes in the prepared PT sample were satisfactorily homogeneous and stable. It
could be concluded that the prepared sample was successfully developed as a potential PT sample with
sufficiently homogeneous and stable properties following ISO 13528: 2015 and suitably used for the
laboratory evaluation of pesticide residues and heavy metals.
Keywords: Proficiency test sample, Cannabis, Pesticide residue, Trace element

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 555
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

นพิ นธต น ฉบับ ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 556-570

การพัฒนาและทดสอบความถูกตองของวิธวี ิเคราะหสาร
กลุม แคนนาบินอยดในนํา้ มะพราว
โดยเทคนิค LC-MS/MS

สกลุ รตั น สมสนั ตสิ ขุ อจั ฉรี อนิ แกว เสาวณยี  วาจาสทิ ธ์ิ สวุ มิ ล หมวดหมะ กญั ญารตั น เชอื้ กลู ชาติ วทิ วสั วงั แกว หริ ญั
และทองสขุ ปายะนนั ทน
สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตรการแพทย ถนนติวานนท นนทบรุ ี 11000
บทคดั ยอ กญั ชาและกญั ชงจดั เปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษประเภทท่ี 5 แตป จ จบุ นั ไดอ นญุ าตใหน าํ บางสว นไปใชไ ดอ ยา งถกู กฎหมาย
ตามเง่ือนไขที่กําหนด สงผลใหผลิตภัณฑอาหารและเคร่ืองด่ืมที่มีกัญชาหรือกัญชงเปนสวนประกอบกลายเปนท่ีสนใจ
ของทั้งผูผลิตและผูบริโภค เนื่องจากมีสารสําคัญกลุมแคนนาบินอยด ซึ่งมีฤทธิ์ทั้ง psychotropic และ non-psychotropic
มอี นพุ นั ธหลัก ไดแ ก CBD และ ∆9-THC สามารถชว ยใหผอนคลาย คลายความกงั วล และชวยในการนอนหลับ อยา งไรกต็ าม
การบริโภคในปรมิ าณทม่ี ากเกินไปอาจกอใหเ กิดอาการไมพึงประสงค เชน เซ่ืองซมึ ปวดศรี ษะ หวั ใจเตน แรง และอาจรนุ แรง
จนถึงข้ันประสาทหลอน และควบคุมตัวเองไมได ดังนั้นการควบคุมปริมาณแคนนาบินอยดในผลิตภัณฑอาหารและเครื่องดื่ม
จึงมีความสําคัญในการคุมครองความปลอดภัยของผูบริโภค สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารไดพัฒนาและตรวจสอบ
ความถกู ตอ งของวธิ กี ารวเิ คราะหส ารกลมุ แคนนาบนิ อยดท งั้ หมด 6 ชนดิ ไดแ ก ∆8-THC, ∆9-THC, THCA, THCV, CBD
และ CBN ในนา้ํ มะพราว โดยการสกัดอาศยั เทคนคิ liquid-liquid extraction แลว clean-up ดว ย SPE HLB cartridge
ทําการวิเคราะหชนิดและปริมาณโดยเทคนิค LC-MS/MS พบวาวิธีนี้มีขีดจํากัดของการตรวจพบเทากับ 2 ไมโครกรัมตอ
กโิ ลกรมั และคา ขดี จํากดั ของการวดั เชงิ ปรมิ าณเทา กบั 3 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั ชว งการวเิ คราะหท ใี่ หค วามสมั พนั ธเ ปน เสน ตรง
เทา กบั 3 - 50 ไมโครกรัมตอกโิ ลกรัม และมีคา correlation coefficient ในชว ง 0.9921 - 0.9985 มีความแมนแสดงดวย
คา เฉลยี่ %recovery อยใู นชว ง 91.16 - 113.37% และความเทย่ี งแสดงดว ย %RSD อยใู นชว ง 2.65 - 15.00% วธิ กี ารทพ่ี ฒั นา
ขน้ึ นี้มคี วามนาเชอื่ ถอื และเหมาะสมในการนาํ ไปใชตรวจวเิ คราะหส ารแคนนาบนิ อยดใ นเครอื่ งด่ืมแตง กลนิ่ รส
คาํ สาํ คญั : กัญชา, กญั ชง, แคนนาบนิ อยด, LC-MS/MS, นํา้ มะพราว

Corresponding author E-mail [email protected]

Received: 15 July 2021 Revised: 8 September 2021 Accepted: 10 September 2021

556 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวเิ คราะหสารกลมุ แคนนาบินอยดใ นน้าํ มะพราวโดยเทคนคิ LC-MS/MS สกุลรัตน สมสันติสุข และคณะ

บทนาํ

กญั ชา (Cannabis) และ กัญชง (Hemp) มีชือ่ ทางวทิ ยาศาสตรว า Cannabis sativa L. เปนพชื ลมลกุ
ชนดิ หนง่ึ ในวงศ Cannabidaceae ซง่ึ กาํ ลงั ไดร บั ความสนใจจากหลายประเทศทว่ั โลกรวมถงึ ประเทศไทย เนอื่ งจากมฤี ทธิ์
ชวยใหผอนคลาย สดชื่น คลายความตึงเครียดและกังวล บรรเทาความรูสึกเจ็บปวด และชวยใหนอนหลับ ซ่ึงฤทธ์ินี้
มาจากสารเคมที ีเ่ ปนเอกลกั ษณเ ฉพาะของพืชกญั ชาและกญั ชง ไดแก สารกลุมแคนนาบนิ อยด ซ่งึ มีมากกวา 60 ชนิด(1)
แบงตามลักษณะการออกฤทธ์ิไดเปน 2 กลุม คือ สารที่ไมออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท (non-psychotropic
compound) เชน Tetrahydrocannabinolic acid (THCA), Cannabidiol (CBD) และ Cannabinol (CBN)
และสารที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท (psychotropic compound) โดยสารท่ีสามารถออกฤทธ์ิไดมากท่ีสุด คือ
∆9-Tetrahydrocannabinol (THC) โดยสาร THC นจ้ี ะออกฤทธ์ิคลาย Endocannabinoid ทพ่ี บในรา งกายของ
สัตวและมนษุ ย เมอ่ื จบั กบั ตวั รบั จาํ เพาะ ซึ่งไดแก Cannabinoid receptors ชนิด CB1 ที่พบมากในสมอง จะสง ผล
ใหร สู กึ มคี วามสุข และยงั มีผลตอ สมองสวนท่ีรบั รคู วามกงั วล ความเจบ็ ปวด การรับรคู วามรสู กึ การควบคุมระบบการ
เคลื่อนไหวของรางกาย และระบบตอมไรทออีกดวย สวนตัวรับชนิด CB2 จะพบมากที่เซลลในระบบภูมิคุมกัน และ
เสน ประสาทสว นปลาย(2)ผลของการไดร บั แคนนาบนิ อยดจ งึ คลา ยกบั ยากระตนุ ประสาท ยากดประสาท ยาหลอนประสาท
ยาแกปวด และยาท่ีออกฤทธติ์ อจติ ประสาท การนํามาใชจ ึงอาจกอไดท้งั ประโยชนและโทษ ข้นึ อยูกบั ปริมาณท่ีรบั เขาไป
และสภาพรางกายของบคุ คล ดังแสดงในตารางที่ 1(3)

ภาพท่ี 1 โครงสรางของสารกลุมแคนนาบินอยดในกัญชาและกัญชง(3)

หลายประเทศมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายหรือออกกฎหมายใหมที่เก่ียวของกับกัญชาและกัญชงเพื่อเปดทาง
สูการนําไปใชเชิงพาณิชยมากขึ้น สําหรับประเทศไทยมีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับท่ี 424(4) ระบุให
บางสว นของพืชกัญชาและกญั ชง ไดแ ก เปลือก ลาํ ตน เสนใย กิ่งกาน ราก ใบ (ท่ีไมมชี อ ดอกติดมาดวย) สารสกัด และ
กากทเี่ หลอื จากการสกัด (ที่มี THC ไมเ กิน 0.2% โดยน้ําหนักแหง ) เฉพาะทไ่ี ดร ับอนญุ าตใหผลิตในประเทศเทา นนั้
ปลดพน จากการเปน ยาเสพตดิ ใหโ ทษประเภทที่ 5 และมกี ารสง เสรมิ การนาํ กญั ชาและกญั ชงมาใชป ระโยชนใ นผลติ ภณั ฑ
สขุ ภาพ เครอื่ งสําอางและอาหาร เพอื่ ตอบสนองนโยบายการพัฒนากัญชาและกญั ชงเปน พชื เศรษฐกิจ ซ่งึ ไดร บั การตอบ
รบั ทดี่ มี ากและมกี ารนาํ มาใชอ ยา งกวา งขวาง เนอ่ื งจาก CBD เปน สารจากธรรมชาตทิ ใี่ หฤ ทธห์ิ ลากหลายและมปี ระโยชน

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 557
ปท ี่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

ตอ สขุ ภาพ เชน ชวยการนอนหลบั เจริญอาหาร ลดการอักเสบ ลดปวด ลดอาการเกร็งกลา มเน้ือ ปองกันการเกิดอนุมูล
อสิ ระ สามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ชเ ปน ยาและอาหารได สว นฤทธใิ์ นการตอ ตา นการอกั เสบและอนมุ ลู อสิ ระ ชว ยลดความเสยี
หายของผวิ หนงั จากแสงแดด กระตนุ การสรา งคอลลาเจนในผวิ เหมาะสมตอ การนาํ มาใชใ นเครอื่ งสําอาง สําหรบั ผลติ ภณั ฑ
อาหารและเครอ่ื งดมื่ มกี ารนาํ สว นตา งๆ ของกญั ชาและกญั ชงมาใชอ ยา งหลากหลาย เชน น้ําซปุ ทต่ี ม จากลาํ ตน กญั ชา คกุ ก้ี
เบเกอรี เยลล่ี และเครอื่ งดม่ื ผสมใบกญั ชา อาหารเตรียมสําเร็จผสมใบกญั ชา น้าํ มนั ผสมสารสกัดกัญชา ซ่งึ ความเส่ียง
อยา งหนงึ่ ในการบรโิ ภค คอื อนั ตรายจากการบรโิ ภคเกนิ ขนาด เนอื่ งจากการระบปุ รมิ าณการบรโิ ภคทเ่ี หมาะสมเปน สง่ิ ท่ี
ทําไดยาก มีขอควรคํานงึ หลากหลาย เชน สายพันธุ อายุ คุณภาพ และสวนของกัญชาหรือกญั ชงทนี่ าํ มาใช กระบวนการ
ผลิตและสวนประกอบอ่ืนๆ ในอาหารและเคร่อื งด่ืม รวมถงึ ปจ จัยจากผบู รโิ ภค เชน น้ําหนักตัว อายุ เพศ ระบบเมตา
บอลซิ ึม เปนตน นอกจากนี้ การบริโภคกญั ชาหรอื กัญชงตอ งใชร ะยะเวลานานกอนการออกฤทธ์ิ โดยใชระยะเวลานาน
ถงึ 30 - 90 นาที ในการลําเลียงสาร THC ไปยงั สมอง และมีระยะเวลาในการออกฤทธ์ิสูงสุดประมาณ 2 - 4 ชั่วโมง
หลังจากบรโิ ภค จงึ ทาํ ใหผูบ ริโภคอาจไมรสู ึกมนึ เมาในขณะแรก และบริโภคจนเกนิ ขนาด สงผลใหเกดิ อาการคลายเมา
เหลาอยางออน เซ่ืองซึม วิงเวียน ปวดศีรษะ และหัวใจเตนแรง หากไดรับในปริมาณที่มากเกินไปอาการอาจรุนแรง
จนถงึ ขนั้ ประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หูแวว หวาดระแวง ความคดิ สับสน และควบคุมตวั เองไมไ ด

ประเทศไทยมกี ารกาํ หนดปรมิ าณสงู สดุ ของสารสาํ คญั กญั ชาและกญั ชงในอาหารแตล ะประเภท โดยอา งองิ จาก
ขอ แนะนําดา นสุขภาพและความปลอดภยั ของ Federal Institute for Risk Assessment (Bundesinstitut für
Risikobewertung, BfR)(5) ประเทศเยอรมนที ใ่ี ชห ลกั การ ALARA (As Low As Reasonably Achievable) และ
มคี า ต่าํ ทสี่ ดุ เมื่อเทียบกบั ประเทศอ่นื ๆ พบวา เม่ือเทียบกับคา Acute Reference Dose (ARfD) ของ total THC
ซึ่งเทากับ 0.001 mg/kg bw/day(6) ณ ระดับท่ีเกณฑกําหนดสามารถทําใหเกิดความปลอดภัยสําหรับผูบริโภคได
โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 425) พ.ศ. 2564(7) ไดกําหนดเกณฑใหผลติ ภัณฑอ าหารทม่ี ีสวนประกอบ
ของเมลด็ นาํ้ มัน หรือโปรตีนจากเมลด็ กัญชง เชน ผลิตภณั ฑธญั ชาติสําหรับอาหารเชา ผลติ ภัณฑขนมอบ ขนมขบเคย้ี ว
ที่มีมันฝร่ัง ธัญชาติ แปงหรือสตารช (starch) เปนสวนประกอบ มีคาการปนเปอนสูงสุดของ total THC เทากับ
0.15 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม และ CBD เทากับ 3.0 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม รวมทั้งมีเกณฑสําหรับผลิตภัณฑอาหาร
ท่ีมีสวนประกอบของกัญชาหรือกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ. 2564(8) ที่กําหนดให
ตรวจพบสาร THC ไดไมเ กิน 1.6 มิลลิกรมั ตอหนว ยบรรจุ และ CBD ไมเกนิ 1.41 มลิ ลกิ รัมตอ หนวยบรรจุ ยกเวน
อาหาร นม อาหารเสริมสาํ หรบั ทารกและเดก็ เลก็ และเครือ่ งดม่ื ท่ีผสมกาเฟอีน

การตรวจวิเคราะหสารกลุมแคนนาบินอยด ในผลิตภัณฑอาหารและเครื่องดื่มที่มีกัญชาหรือกัญชง จึงเปน
สวนสําคัญในการคุมครองความปลอดภัยของผูบริโภค ซ่ึงเทคนิคในการตรวจวิเคราะห น้ันมีหลากหลาย เชน Gas
Chromatography (GC), Liquid Chromatography (LC), Thin Layer Chromatography (TLC), Fourier
Transform Infrared Spectroscopy (FTIR) และ Nuclear Magnetic Resonance Spectrometry (NMR)
โดยเทคนคิ หลกั ทนี่ ยิ มใช ไดแ ก HPLC และ GC เนอ่ื งจากสามารถวเิ คราะหส ารหลายชนดิ ไดพ รอ มกนั มคี วามจาํ เพาะ
และความไวสูง สามารถตรวจสอบสารท่ีมปี ริมาณนอยไดอ ยางแมนยํา แตมีขอดแี ละขอจาํ กดั บางประการ โดย GC มกั
ใชรวมกับ detector แบบ Mass Spectrometry (MS) หรอื Flame Ionization Detection (FID) ขอดขี องการ
ใช GC คอื สามารถวเิ คราะหสารระเหย (volatile compounds) อ่ืนๆ ในกัญชาและกญั ชงได เชน Terpenes อยา งไร
ก็ตาม การวิเคราะหดวย GC มขี อจํากัดคือ ไมสามารถแยกอนุพนั ธแคนนาบนิ อยด ในรูปกรดและกลาง เชน THCA
และ THC ออกจากกันได เนือ่ งจากในการวิเคราะหต อ งใชความรอนสูงถึง 300 องศาเซลเซียส จงึ ทําให THCA เกิด
decarboxylation กลายเปน THC และผลการวิเคราะหทไ่ี ดจ ะเปนผลรวมในรปู ของ total THC ดงั นัน้ หากตองการ
วเิ คราะหโดยแยกชนดิ สารกนั สาร THCA จะตองผา นกระบวนการ derivatisation กอน(9) สาํ หรบั เทคนคิ HPLC
หรือ LC มี detector ท่สี ามารถใชรวมกนั ไดแ ก Mass Spectrometry (MS), UV/VIS Spectrophotometer

558 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวเิ คราะหส ารกลมุ แคนนาบินอยดใ นนา้ํ มะพราวโดยเทคนคิ LC-MS/MS สกลุ รัตน สมสนั ติสุข และคณะ

(UV) และ Diode-Array Detection (DAD) คอลมั นท นี่ ยิ มใชใ นการแยกสารเปน ประเภท C18 stationary phase
เนอื่ งจากสารกลมุ แคนนาบนิ อยด มคี ณุ สมบตั เิ ปน hydrophobic นอกจากนี้ ประโยชนข องการใช LC คอื สามารถแยก
อนุพันธในรูปกรดและกลางได เน่ืองจากไมมีการใหความรอนสูง THCA จึงไมเปลี่ยนแปลงไปอยูในรูปอ่ืน แตมีขอ
จํากัดทไ่ี มส ามารถวิเคราะหส ารระเหยชนดิ อ่ืนๆ ไปพรอมกันได สําหรบั วธิ มี าตรฐานทีใ่ ชต รวจยืนยนั สารกลุม แคนนาบิ
นอยดไ ดม กี ารระบใุ นประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ท่ี 425 และ 427 (พ.ศ. 2564) ใหใ ชเครอ่ื งมอื ที่อาศัยหลักการ
โครมาโตกราฟแบบของเหลวสมรรถนะสงู (High Performance Liquid Chromatography, HPLC) หรือสูงกวา

การศึกษาน้มี วี ัตถปุ ระสงคเ พอื่ พัฒนาวิธกี ารสกัดและตรวจวเิ คราะหสารกลมุ แคนนาบนิ อยด จาํ นวน 6 ชนิด
ไดแก ∆8-THC, ∆9-THC, THCA, THCV, CBD และ CBN ในเครื่องดื่ม โดยเทคนิค LC-MS/MS เม่ือ
ไดวิธีการที่เหมาะสมแลว จึงทาํ การทดสอบความถูกตองของวิธี (method validation) ใชนํ้ามะพราวเปนตัวแทน
(representative matrix) ของเครอ่ื งดมื่ แตง กลนิ่ รส เนอ่ื งจากตวั อยา งของเครอ่ื งดม่ื ทพ่ี บตามทอ งตลาดมลี กั ษณะเปน
เครอื่ งดม่ื ปรงุ แตง รสหวาน ซงึ่ นํ้ามะพรา วพาสเจอรไ รสท น่ี าํ มาใชน ้ี มปี รมิ าณนํ้าตาลใกลเ คยี งกบั ตวั อยา งชนดิ อนื่ ๆ จงึ นํา
มาใชเปนตวั แทนได และทาํ การวเิ คราะห method blank, matrix blank, limit of detection (LOD), limit of
quantitation (LOQ), linearity and working range, accuracy และ precision ตาม EURACHEM Guide
2014(10) เพ่ือยืนยันวาวธิ ที ่ีไดมคี วามถูกตอง เหมาะสม สามารถนาํ ไปใชตรวจวเิ คราะหต วั อยา งเพ่ือประโยชนใ นการขึ้น
ทะเบียนอาหาร การควบคุมคุณภาพอาหารตามกฎหมาย และการเฝาระวังความปลอดภัยใหกับผูบริโภค นอกจากนี้
ยงั มีประโยชนตอ การประเมนิ ความเส่ียง การกาํ หนดมาตรฐานวิธที ดสอบสารกลุมแคนนาบนิ อยดในอาหาร สามารถใช
ผลการวเิ คราะหเ ปน ขอ มลู พนื้ ฐานในการวางแผนใหก บั หนว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ ง เพอ่ื ปอ งกนั และเฝา ระวงั การใชส ารเหลา น้ี
ใหเ หมาะสมตอไป

วสั ดุและวิธีการ

สารเคมแี ละสารมาตรฐาน
สารมาตรฐาน : delta 8-Tetrahydrocannabinol (∆8-THC), delta 9-Tetrahydrocannabinol

(∆9-THC), Tetrahydrocannabinolic acid (THCA), Tetrahydrocannabivarin (THCV), Cannabinol
(CBN) (ผลิตภัณฑข อง Lipomed, purity > 98%) และ Cannabidiol (CBD) (ผลติ ภณั ฑข อง Bureau of Drug
and Narcotic DMSc, purity 99%)

สารเคมี : methanol (CH3OH), dichloromethane (CH2Cl2), acetonitrile (CH3CN) เปน HPLC
grade และ glacial acetic acid (CH3COOH) เปน AR grade

เครือ่ งมอื และอปุ กรณ
เครอื่ งช่งั 3 ตําแหนง และ 5 ตาํ แหนง, เคร่ืองบดปน , vortex mixer, reciprocal shaker, refrigerated

centrifuge, turbo nitrogen evaporator temperature controlled, SPE vacuum manifold, micro pipette
ขนาด 10-100, 20-200, 100-1000 และ 1,000-10,000 ไมโครลติ ร, screw cap centrifuge tube ขนาด 50
มลิ ลลิ ติ ร, test tube ขนาด 15 มลิ ลลิ ติ ร, micro-spin filter tube 0.22 µm PVDF, cellulose nitrate ขนาด
เสน ผา นศูนยก ลาง 47 mm 0.45 µm, HPLC vials สีชา ขนาด 1.5 ml, solid phase extraction cartridges
(SPE) Oasis HLB 6 cc (200 mg), เครื่อง LC-MS/MS ประกอบดว ย binary pump, autosampler, micro
vacuum degasser, thermostatted column compartment : Agilent 1100-API 4000, detector ชนิด
triple quadrupole mass spectrometer และคอลมั น EC 150/3 NUCLEOSHELL RP 18, 2.7 µm

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 559
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

การเตรยี มตัวอยา ง
สกดั สารกลมุ แคนนาบนิ อยดจ ากตวั อยา ง โดยใชน าํ้ มะพรา วพาสเจอไรสเ ปน ตวั แทนในการทดสอบความใชไ ด

ของวิธีการวเิ คราะหส าํ หรบั matrix เครอ่ื งดืม่ แตงกลิ่นรส ตามวิธีการดังนี้ ชั่งตวั อยาง 10 ± 0.10 กรัม ลงใน screw
cap centrifuge tube ขนาด 30 มิลลลิ ติ ร จากนั้นเติม dichloromethane 10 มิลลลิ ติ ร ผสมใหเ ขากันดวย vortex
mixer และเขยาดว ยเครอ่ื ง shaker เปน เวลา 10 - 15 นาที กอ นนาํ ไป centrifuge ท่ี 4,000 รอบตอ นาที อณุ หภูมิ -4
องศาเซลเซยี ส เปนเวลา 10 นาที แลว ดูดสารละลายช้นั dichloromethane ดา นลางท้งั หมด ใส test tube ขนาด 15
มิลลิลติ ร ระเหยสารละลายดว ย nitrogen evaporator ทอ่ี ุณหภูมิ 40 - 45 องศาเซลเซยี ส จนเกอื บแหง และละลาย
residue ดว ย methanol 1 มลิ ลิลิตร

นาํ ไป clean-up ดว ย SPE Oasis HLB 6 cc (200 มิลลกิ รมั ) โดยมีข้ันตอนดังน้ี (1) Pre-washing :
ดว ย methanol 5 มิลลลิ ติ ร และนํ้ากล่นั 5 มิลลลิ ติ ร ตามลําดบั (2) Loading : ใสสารละลายทสี่ กัดไดทั้งหมดลงใน
cartridge (3) Washing : ดวย 25% methanol 3 มิลลลิ ติ ร (4) Eluting : ชะสารวเิ คราะห และเก็บสว นทไี่ หล
ผานลงมา โดยใช 90 : 10 acetonitrile : methanol 5 มลิ ลลิ ิตร และ 60 : 40 acetonitrile : methanol 3 มิลลิลติ ร
ตามลาํ ดับ โดยทกุ ขัน้ ตอนตองควบคุมใหมีอัตราการไหลสมา่ํ เสมอ และ cartridge ไมแ หง จนเกนิ ไป ระเหยสารสกัด
ทไ่ี ดจ ากการ clean-up ดว ยเครือ่ ง nitrogen evaporator ท่ีอุณหภมู ิ 40 - 45 องศาเซลเซียส จนเกือบหมด นํามา
ละลายดว ย acetonitrile 500 ไมโครลติ ร กรองผา น PVDF filter ขนาด 0.2 ไมโครเมตร แลว เทสารสกดั ใส HPLC
vial สชี า ขนาด 1.5 มิลลลิ ติ ร เพ่อื นาํ ไปตรวจวเิ คราะหช นิดและปริมาณดวยเครือ่ ง LC-MS/MS

การวเิ คราะหด วย LC-MS/MS
สภาวะเครอื่ งมอื Liquid chromatography : Agilent 1100
mobile phase เปนระบบตัวทําละลาย 2 ชนิด โดยตัวทาํ ละลาย A คือ 0.1% acetic acid in DI

water : methanol (95 : 5) และตัวทาํ ละลาย B คือ 0.1% acetic acid in acetonitrile : methanol (95 : 5)
อุณหภูมิของคอลัมนเ ทากบั 40 องศาเซลเซียส injection volume เทา กบั 5 ไมโครลติ ร และสภาวะที่ใชใ นการแยก
สารกลุม แคนนาบินอยด เปนแบบ isocratic ดังแสดงในตารางท่ี 1

ตารางที่ 1 LC conditions สาํ หรบั การวเิ คราะหสารกลุมแคนนาบินอยด Flow rate
0.7
Time Mobile phase A (%) Mobile phase B (%) 0.7
0 27 73
15 27 73

สภาวะเครอื่ งมือ Mass spectrometer : API 4000
การวิเคราะหโดย MS/MS สารจะถูกทําใหเปนไอออนบวกและลบ โดย electrospray ionization

(ESI) ไอออนที่ไดจะถกู วเิ คราะหดว ย Multiple reaction monitoring (MRM) mode โดยมีสภาวะของ mass
spectrometer ดงั ตารางที่ 2 และ 3

การทดสอบความถูกตองของวิธวี ิเคราะห
การสรา งกราฟมาตรฐาน
เตรยี ม matrix-matched calibration curve โดยชง่ั น้าํ มะพรา วทเ่ี ปน matrix blank จาํ นวน 6 หลอด

แลว เตมิ สารมาตรฐาน ∆8-THC, ∆9-THC, THCA, THCV, CBD และ CBN ที่ 6 ระดบั ความเขมขน ไดแ ก

560 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวเิ คราะหสารกลุมแคนนาบินอยดในนา้ํ มะพราวโดยเทคนคิ LC-MS/MS สกุลรัตน สมสันตสิ ุข และคณะ

0, 3, 5, 10, 30 และ 50 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั จากนนั้ ทาํ การสกดั และทาํ ใหบ รสิ ทุ ธเ์ิ หมอื นการสกดั ตวั อยา ง สรา งกราฟ
มาตรฐานระหวางความเขมขน ของสารมาตรฐาน (แกน x) กบั peak area ของสารมาตรฐาน (แกน y) และคํานวณ
หาคาสัมประสทิ ธ์กิ ารตัดสนิ ใจ (coefficient of determination, r2)

ตารางที่ 2 MS/MS พารามเิ ตอรส าํ หรับการวเิ คราะหสารกลุมแคนนาบินอยด

Ionization mode ESI, positive and negative
Ion spray voltage 5500 eV
Temperature TEM 500°C
collision gas, CAD Nitrogen, 7 psig
curtain gas (CUR) 25 psig
ion spray nebulizer gas (GS-1) 60 psig
TIS Heater Gas (GS-2) 60 psig

ตารางที่ 3 M/Z ของสารกลมุ แคนนาบนิ อยด และ fragmentation conditions

compound precursor ion product ion Dwell time DP CE RT
name (m/z) (m/z) (m/z) (ms) (eV) (min)

∆9-THC 315.00 193.000 (primary) 50 70 31 6.28

135.000 (secondary) 50 70 27

∆8-THC 315.100 193.100 (primary) 50 70 31 5.97

135.100 (secondary) 50 70 25

THCA 357.400 313.000 (primary) 50 -100 -35 8.41

245.200 (secondary) 50 -100 -42

THCV 286.900 165.000 (primary) 50 60 30 3.29

123.000 (secondary) 50 60 45

CBN 311.000 222.900 (primary) 50 80 30 4.65

241.100 (secondary) 50 80 30

CBD 315.000 123.100 (primary) 50 73 45 3.09

259.000 (secondary) 50 73 24

การวเิ คราะห method blank และ matrix blank
วิเคราะห method blank โดยสกัดตามวิธีวิเคราะหท่ีพัฒนา ดวยการใชสารเคมีท้ังหมดแตไมมีการเติม

ตวั อยาง และ matrix blank โดยการสกดั นา้ํ มะพราวท่ีไมมกี ารปนเปอนของสารกลุม แคนนาบินอยด ตามวิธีวเิ คราะห
ขา งตน ฉดี สารสกัด method blank และ matrix blank เขาเครือ่ ง LC-MS/MS เพือ่ ดูวา มี m/z หรอื peak ท่ี
รบกวน ตรงกบั ตําแหนงของสารมาตรฐานหรือไม

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 561
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

การหาขดี จาํ กัดของการตรวจพบ (limit of detection, LOD)
ทดสอบโดยเตมิ สารมาตรฐานทงั้ 6 ชนดิ ทรี่ ะดบั ความเขม ขน 2 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั ลงใน matrix blank

วิเคราะห 10 ซ้ํา แลว ตรวจสอบคา signal/noise โดยผลตองไมพบ false negative

การหาขดี จาํ กดั ของการวดั เชิงปรมิ าณ (limit of quantitation, LOQ)
ทดสอบโดยเตมิ สารมาตรฐานทงั้ 6 ชนดิ ทร่ี ะดบั ความเขม ขน 3 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั ลงใน matrix blank

วเิ คราะห 10 ซํ้า คํานวณปรมิ าณเทยี บกับ calibration curve แลวคาํ นวณ %recovery, %RSD และ HORRAT

การทดสอบความเปนเสน ตรง และชวงการวิเคราะห
ทดสอบโดยเตมิ สารมาตรฐานลงใน matrix blank ทีร่ ะดบั ความเขม ขน ตาม calibration curve ท้งั หมด

6 ระดับ ไดแก 0, 3, 5, 10, 30 และ 50 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม วิเคราะหระดับละ 3 ซา้ํ สรา งกราฟความสัมพนั ธระหวาง
ความเขมขน ของสารมาตรฐาน กบั peak area ของสารมาตรฐานทง้ั 6 ชนดิ และคาํ นวณหาคา r2

การทดสอบความแมน และความเท่ียง
ทดสอบโดยเติมสารมาตรฐานทั้ง 6 ชนิด ทีร่ ะดับความเขม ขน 3, 5 และ 50 ไมโครกรัมตอ กิโลกรัม ลงใน

matrix blank วิเคราะหระดับละ 10 ซ้ํา คํานวณปริมาณเทียบกับ calibration curve แลวคํานวณ คาเฉล่ีย
%recovery, %RSD และ HORRAT โดยประเมินผลการทดสอบความถูกตอ งของวธิ ตี ามเกณฑก าํ หนดดงั น้ี

ความแมน (accuracy) กําหนดเกณฑยอมรบั โดยคา เฉล่ีย %recovery อยใู นชวง 60 – 120% ความเทย่ี ง
(precision) เกณฑย อมรับโดยใช HORRAT (Horwitz ratio) ท่ี Codex และ EU กําหนดไวที่ ≤ 2 ซง่ึ HORRAT
(Horwitz ratio) คาํ นวณจาก

HORRAT = Experimental RSDr
Predicted RSDr

การประเมินคา ความไมแ นน อนของการวิเคราะห
การประเมินคาความไมแนนอนของการวัด(11) คาํ นึงถึงแหลงของความไมแนนอนจากทุกแหลง ไดแก

น้ําหนัก ปริมาตร กราฟมาตรฐาน ความเท่ียง และความแมน แลว คาํ นวณรวมคาความไมแ นน อนทัง้ หมด จากน้นั หา

คา ความไมแนน อนขยายท่รี ะดบั ความเชอื่ ม่นั 95% (k = 2) เพ่อื ประเมนิ คา ความไมแ นนอนของการวเิ คราะหตามวิธี

ท่ไี ดทดสอบ

ปริมาณสารท่ีพบหนวยเปนไมโครกรัมตอกิโลกรัม (µg/kg) และคํานวณความเขมขนของสารที่ตรวจพบ

จาก standard curve

โดยใชส มการเสน ตรง Y = aX + b

ปรมิ าณของสารที่ตรวจพบ CA (µg/kg) = (Y - b)/a

โดย X = concentration

Y = peak area

CA = conc. of analyte (µg/kg)
a = slope ของ calibration curve

b = intercept ของ calibration curve

562 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวเิ คราะหส ารกลมุ แคนนาบนิ อยดในนาํ้ มะพราวโดยเทคนิค LC-MS/MS สกลุ รตั น สมสันตสิ ุข และคณะ

ผล

จากการศกึ ษาการวเิ คราะหส ารกลมุ แคนนาบนิ อยด ท้งั 6 ชนิด ไดแก ∆8-THC, ∆9-THC, THCA,
THCV, CBD และ CBN ภายใตวธิ กี ารและสภาวะทกี่ ําหนด สามารถสรา งกราฟมาตรฐานความสัมพันธระหวา งความ
เขมขน กบั peak area ของสารมาตรฐานดังกลา วได ในชวงความเขม ขน 3 - 50 ไมโครกรมั ตอ กิโลกรมั ไดก ราฟทเี่ ปน
เสนตรง มคี า r2 ในชว ง 0.9921 - 0.9985 และมลี กั ษณะของ peak ดงั แสดงในภาพท่ี 2 และเมอ่ื วิเคราะห method
blank ของสารเคมที ใี่ ชท งั้ หมด และ matrix blank ของตวั อยา งนา้ํ มะพรา ว ไมพ บ peak รบกวนในชว งของการตรวจ
วดั สารเปาหมาย

ภาพที่ 2 โครมาโตแกรมของสารมาตรฐานแคนนาบนิ อยด 6 ชนดิ ไดแ ก ∆9-THC, ∆8-THC, THCA, THCV,
CBD และ CBN วิเคราะหดว ยเคร่ือง LC-MS/MS

ผลการทดสอบขดี จาํ กัดของการตรวจพบ (LOD) ของสารกลุมแคนนาบนิ อยด ทงั้ 6 ชนิด สําหรับ matrix
เครอ่ื งดมื่ เทา กับ 2 ไมโครกรมั ตอกิโลกรมั โดยใหส ญั ญาณ S/N สงู กวา 3 เทา ในทกุ ตัวอยา ง สวนคาขดี จํากดั ของ
การวดั เชงิ ปรมิ าณ (LOQ) เทา กับ 3 ไมโครกรมั ตอกโิ ลกรัม ผลการพิสูจนค า LOQ โดยการเติมสารมาตรฐานและ
วเิ คราะห 10 ซ้ํา พบวา มคี า ความแมน ท่ปี ระเมนิ จากคา เฉลยี่ %recovery ในชวง 103.93 - 113.37% และ %RSD
ในชว ง 2.6 - 4.3% ความเทยี่ งจาก HORRAT อยูในชว ง 0.10 - 0.17 ดังแสดงในตารางที่ 4

ผลการทดสอบความเปน เสน ตรงและชว งการวเิ คราะห (linearity and working range) ทชี่ ว งความเขม ขน
3 - 50 ไมโครกรมั ตอกโิ ลกรัม ไดก ราฟเสนตรง มคี า r2 ในชว ง 0.9921 - 0.9985 สว นการทดสอบคา ความแมนและ
ความเทีย่ งของวธิ ีวเิ คราะหทร่ี ะดับความเขม ขน 3, 5 และ 50 ไมโครกรมั ตอกิโลกรมั ความเขม ขนละ 10 ซา้ํ พบวา มีคา
ความแมนทป่ี ระเมินจากคา เฉลยี่ %recovery ของสาร ∆8-THC, ∆9-THC, THCA, THCV, CBD และ CBN
อยใู นชว ง 92.20 - 108.20, 95.96 - 107.53, 94.00 - 112.70, 91.16 - 113.37, 96.02 - 106.96 และ 94.82 - 109.13%
ตามลําดบั ซงึ่ %recovery ที่ทุกระดบั ความเขม ขนอยใู นชว งการยอมรับ 60 - 120% และความเท่ยี ง (precision)
ทีป่ ระเมนิ จาก %RSD และ HORRAT อยใู นชวง 2.65 - 15.00% และ 0.10 - 0.90 ตามลาํ ดบั ดงั แสดงในตารางท่ี 5

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 563
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

ตารางที่ 4 ผลการวเิ คราะหส ารกลมุ แคนนาบินอยดในตัวอยางน้าํ มะพรา วทค่ี า LOD และ LOQ

∆9-THC ∆8-THC THCA THCV CBD CBN

Limit of Detection (LOD) 13.8 - 59.1 5.9 - 12.9
2 µg/kg 30.03 8.58

Range of S/N 30.7 - 54.9 15.6 - 30.5 35.1 - 153.9 11.6 - 34.1 3.12 3.27
103.93 109.13
Average S/N 39.40 22.07 69.18 17.15 0.13 0.10
4.33 2.94
Limit of Quantification
(LOQ) 3 µg/kg 25.32 25.32
0.17 0.12
Average conc. (µg/kg) 3.23 3.25 3.26 3.40

Recovery (%) 107.53 108.20 108.57 113.37

Standard deviation (SD) 0.14 0.13 0.09 0.13

Relative standard 4.31 4.01 2.65 3.86
deviation (%RSD)

%RSDexpected 25.32 25.32 25.32 25.32
HORRAT 0.17 0.16 0.10 0.15

ตารางท่ี 5 Accuracy และ precision ของวิธีการวิเคราะหแคนนาบินอยดใ นนาํ้ มะพรา ว

สารมาตรฐาน Spiked level %recovery Mean ± SD %RSD HORRAT
(µg/kg) (n=10) (เกณฑยอมรบั (เกณฑยอมรบั

Min - Max ≤ 20%) ≤ 2)
0.16
∆8-THC 3 99.67 - 114.33 108.20 ± 4.34 4.01 0.19
0.90
5 95.60 - 111.20 104.50 ± 4.62 4.42 0.17
0.15
50 69.80 - 109.40 92.20 ± 13.83 15.00 0.86
0.10
∆9-THC 3 100.67 - 113.33 107.53 ± 4.64 4.31 0.20
0.87
5 99.20 - 109.60 105.38 ± 3.69 3.51 0.15
0.32
50 77.20 - 115.0 95.96 ± 14.32 14.32 0.67
0.17
THCA 3 105.67 - 113.67 108.57 ± 2.88 2.65 0.20
0.64
5 103.40 - 120.00 112.68 ± 5.38 4.78 0.12
0.22
50 75.60 - 110.20 94.00 ± 13.60 14.47 0.76

THCV 3 104.33 - 118.67 113.37 ± 4.38 3.86

5 97.60 - 118.60 109.52 ± 8.09 7.39

50 74.40 - 103.80 91.16 ± 10.19 11.18

CBD 3 97.00 -110.00 103.93 ± 4.50 4.33

5 99.80 - 115.00 106.96 ± 4.95 4.63

50 74.60 - 107.00 96.02 ± 10.14 10.56

CBN 3 102.33 - 112.67 109.13 ± 3.21 2.94

5 97.00 - 113.00 104.12 ± 5.36 5.15

50 75.00 - 112.80 94.82 ± 11.94 12.60

564 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหสารกลุมแคนนาบนิ อยดในนาํ้ มะพราวโดยเทคนิค LC-MS/MS สกุลรัตน สมสนั ตสิ ขุ และคณะ

การประมาณคา ความไมแ นน อนของการวเิ คราะห นาํ การวเิ คราะหส าร CBD และ ∆9-THC ในนาํ้ มะพรา วเปน
ตวั อยา ง พบแหลง ทม่ี าของความไมแ นน อน ไดแ ก นาํ้ หนกั ของตวั อยา ง ปรมิ าตร ความเขม ขน ทอ่ี า นไดจ าก calibration
curve สารมาตรฐาน bias และ precision เมอ่ื คํานวณคาความไมแนน อนขยายของสาร CBD และ ∆9-THC พบ
วา มีคา เทากับ ± 12.2% และ 13.4% ตามลาํ ดบั ที่ระดับความเชื่อมน่ั 95% ดงั แสดงในตารางที่ 6 และภาพท่ี 3 และ
เปรยี บเทียบสดั สว นคา ความไมแ นน อน จากแหลงความไมแนน อนท่สี ง ผลตอ ปรมิ าณสาร CBD จากมากไปนอย ไดแก
calibration curve (4.3%) ความเท่ียง (4.1%) ความเบี่ยงเบนจากคาจริง (1.3%) การช่งั นํ้าหนกั (0.6%) และ
ปรมิ าตร (0.3%) สาํ หรบั ∆9-THC ไดแ ก ความเทย่ี ง (5.1%) calibration curve (4.0%) ความเบยี่ งเบนจากคา จรงิ
(1.6%) การชงั่ นํา้ หนกั (0.6%) และปริมาตร (0.3%) ตามลําดับ

ตารางที่ 6 การประมาณคาความไมแนนอนของการวิเคราะหสําหรับสาร CBD และ ∆9-THC

CBD ∆9-THC

Source of uncertainty unit x u(x) Percent x u(x) Percent

1. Sample weight g 10 0.06 0.58 10 0.06 0.58

2. Sample volume mL 5 0.02 0.33 5 0.02 0.33

3. Concentration of Sample µg/kg 50.83 2.18 4.29 50.33 1.99 3.96

4. Precision % 100 4.10 4.10 100 5.12 5.12

5. Bias % 100 1.30 1.30 100 1.62 1.62

-Combinedrelativestandard µg/kg 50.83 3.11 6.11 50.33 3.38 6.71
uncertainty of sample conc.

- Expanded Uncertainty 6.21 12.23 6.75 13.41
at C.I. 95 % (k=2)

ภาพท่ี 3 Relative standard uncertainty ของการวเิ คราะห CBD และ ∆9-THC จากแหลง ความไมแ นน อนตา ง ๆ

วจิ ารณ

สารวเิ คราะหท ง้ั 6 ชนดิ ทไ่ี ดท าํ การตรวจวเิ คราะหโ ดยเทคนคิ LC-MS/MS ครอบคลมุ ตามประกาศกระทรวง
สาธารณสขุ เร่ือง ผลิตภณั ฑอ าหารท่ีมสี ารสกดั แคนนาบไิ ดออลเปน สวนประกอบ ท่ีมีคากาํ หนดสาํ หรบั สาร CBD และ
THC นอกจากน้กี ารวิเคราะหย ังครอบคลมุ อนพุ ันธอ น่ื ๆ ทส่ี ําคัญ ไดแก total THC หรอื ปริมาณสารออกฤทธิ์ THC
ทั้งหมดที่สามารถพบไดหลังจากกัญชาหรือกัญชงไดรับความรอน เชน จากกระบวนการการตมหรือพาสเจอไรสใน
การผลิตเครอ่ื งดม่ื ซึ่งคาํ นวณจากผลรวมของ ∆8-THC, ∆9-THC และ THCA โดย THCA เปนสารท่ไี มอ อกฤทธ์ิ

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 565
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

ตอ จติ ประสาทโดยตรง แตเ มอ่ื ไดร บั ความรอ นทอี่ ณุ หภมู ิ ตงั้ แต 85 องศาเซลเซยี ส ขน้ึ ไป สามารถเกดิ decarboxylation
และกลายเปน THC โดยการใหความรอนท่อี ณุ หภมู ิ 100 องศาเซลเซียส เปน ระยะเวลา 3 ช่ัวโมง หรือที่อณุ หภูมิสูง
160 องศาเซลเซียส 10 นาที และ 200 องศาเซลเซยี ส ไมก่ีวินาที สามารถเปลี่ยน THCA ทงั้ หมดไปเปน THC ได
อยางสมบูรณ( 12) และ จะเรม่ิ ระเหยต้ังแตอณุ หภมู ิ 157 องศาเซลเซยี ส ข้ึนไป ดงั นน้ั การใหความรอนสงู ในระยะเวลาที่
นานเกนิ ไปจะทาํ ใหปรมิ าณสาร THC ลดลงไปอยา งมาก(13) สําหรบั สาร ∆8-THC ซงึ่ เปน สารทไี่ มอ อกฤทธิ์และเปน
ไอโซเมอรของ ∆9-THC สามารถเปล่ียนแปลงโครงสรางผานการเกิด isomerization กลายเปนสารออกฤทธ์ิ
∆9-THC ได นอกจากน้ีวิธีการวิเคราะหท่ีพัฒนาข้ึนสามารถใชตรวจวิเคราะห CBN ไดเชนกัน ซึ่ง CBN เปนสาร
ท่ีเกิดจากการสลายตัวของ THCA และ THC เม่ือไดรับความรอน 85 - 100 องศาเซลเซียส และเพ่ือใหสามารถ
ระบปุ รมิ าณสารสาํ คญั ไดอ ยา งครอบคลมุ ควรเพม่ิ เตมิ การตรวจวเิ คราะหส าร Cannabidiolic acid (CBDA) เนอ่ื งจาก
CBDA เปนสารตั้งตนที่สามารถเปล่ียนเปน CBD ผาน decarboxylation เชนเดียวกับการเปลี่ยนจาก THCA
เปน THC แตจ ะมอี ตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าชา กวา ประมาณ 2 เทา(3)

อนุพันธในกลุม แคนนาบินอยด มีโครงสรางเปน bi- หรือ tri-cyclic ซ่ึงประกอบดวยธาตุคารบอนและ
ไฮโดรเจนเปนหลัก มอี อกซิเจน 2 อะตอม จงึ มคี ณุ สมบตั ิเปนสารไมม ีขั้ว (hydrophobic) ละลายไดไมด ีในนา้ํ หรอื ตวั
ทาํ ละลายทมี่ ขี ว้ั มาก แตล ะลายไดด ใี นตวั ทําละลายอนิ ทรยี  โดยเฉพาะไขมนั และแอลกอฮอล(14) และมอี นพุ นั ธท เ่ี ปน กรด
เชน THCA ซึ่งประกอบไปดว ยออกซเิ จน 4 อะตอม และมีหมูฟงกช ันเปน กรดคารบอกซิลกิ จงึ เปนสารท่ีมขี ้วั มากกวา
อนุพันธอื่นๆ ดังนั้นการเลือกใชตัวทาํ ละลายท่ีเหมาะสมจึงมีความสําคัญอยางมากในการสกัดใหได recovery สูง
และทาํ ใหส ารสกดั บรสิ ทุ ธิ์ ไมม สี ารปนเปอ นมากเกนิ ไป การใชต วั ทําละลายทมี่ ขี วั้ ปานกลาง (intermediate polarity)
ผสมกนั เปน อกี ทางเลอื กหนง่ึ แตต อ งมกี ารปรบั ชนดิ และสดั สว นใหเ หมาะสม(15) งานวจิ ยั กอ นหนา น(ี้ 16) ไดท ําการสกดั
สารกลมุ แคนนาบนิ อยดจ ากน้ําอดั ลม โดย degassing ดว ยวธิ กี าร sonication และใช 1 : 99 acetic acid : acetonitrile
เปนตัวทาํ ละลาย กอนนําไปวิเคราะหดวย LC-MS/MS อยางไรก็ตาม วิธีการน้ีใชหลักการเจือจาง ซ่ึงทาํ ใหไดคา
LOD และ LOQ สูงเกินกวาท่ีตองการ เน่ืองจากขอแนะนําระบุการปนเปอนสูงสุดของ THC ในเครื่องด่ืมไวเพียง
0.005 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม จึงทดลองโดยใชวิธีการ liquid-liquid extraction (LLE) และใชตัวทําละลายเปน
dichloromethane ซึ่งเปนตัวทําละลายอนิ ทรยี ท ่ีคอนขางมขี ้ัวนอ ย มี polarity index เทา กบั 3.1 ทําใหแยกช้ันกับ
ตวั อยา งเครอ่ื งดมื่ และสามารถดงึ สารกลมุ แคนนาบนิ อยดอ อกมาในชน้ั ตวั ทําละลายอนิ ทรยี  รวมทงั้ แยกสารทลี่ ะลายไดใ น
น้ําชนดิ อนื่ ๆ ทอี่ าจรบกวนการวเิ คราะห เชน นํา้ ตาล เกลอื แร ออกไป มงี านวจิ ยั ทใี่ ชก ารสกดั ดว ยวธิ กี าร LLE เชน กนั (17)

โดยเปนการสกัดผลิตภัณฑจากกัญชง เชน เคร่ืองด่ืม เบียร ชา และวอดกา ดวยตัวทําละลายผสมระหวาง ethyl
acetate : hexane อตั ราสว น 1 : 9 ซง่ึ มี polarity index เทากบั 4.4 และ 0.1 ตามลาํ ดบั

การวิเคราะหด วยเทคนิค Liquid chromatography หากเปน การวดั ท่ีระดับความเขมขนสงู เชน ในระดบั
มิลลิกรัมตอกิโลกรัม สามารถใช detector ชนิด UV และตรวจวัดที่ความยาวคลื่น 220 นาโนเมตร(18) แตสําหรับ
วธิ กี ารทพี่ ฒั นาขนึ้ น้ี มเี ปา หมายเพอื่ ตรวจวดั ในระดบั ทต่ี า่ํ กวา 5 ไมโครกรมั ตอ กโิ ลกรมั จงึ เลอื กใชเ ทคนคิ LC-MS/MS
ซง่ึ มคี วามไวและจําเพาะกบั สารวเิ คราะหท ต่ี อ งการ เนอ่ื งจากเปน การตรวจวดั m/z ซง่ึ เปน ลกั ษณะเฉพาะตวั ของสารแตล ะ
ชนิด ยกเวนสารท่ีเปน isomer กันบางชนิด ในการวิเคราะหน้ี ไดแ ก ∆8-THC และ ∆9-THC ซ่ึงมีคา m/z เทากนั
ทั้ง precursor ion และ product ions(19) ดังน้ันการแยกสารทั้งสองชนิดนี้ออกจากกนั รวมถึงการแยกอนุพนั ธอื่น ๆ
เพอื่ ใหส ามารถระบชุ นดิ และปรมิ าณไดอ ยา งถกู ตอ ง ตอ งอาศยั การใช mobile phase และ stationary phase ทเ่ี หมาะสม
มงี านวจิ ยั รายงานวา คอลมั นช นดิ C18 ซงึ่ เปน reversed-phase chromatography มปี ระสทิ ธภิ าพสงู ในการแยกสาร
กลุมแคนนาบนิ อยด( 9) ในการพัฒนาวิธคี รัง้ น้ี เคยทดลองใช Zorbax SB-C18 column ผลพบวา ไมสามารถแยกสาร
∆8-THC และ ∆9-THC ออกจากกนั ได โดยสารทั้งสองชนดิ มกี าร co-elute ออกมาพรอ มกนั เปน single peak
จึงเปลี่ยนคอลมั นเ ปนชนดิ EC 150/3 NUCLEOSHELL RP 18, 2.7 µm ซึง่ มีขนาดเสนผานศนู ยก ลางเลก็ ลง

566 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวิเคราะหสารกลมุ แคนนาบินอยดใ นนา้ํ มะพราวโดยเทคนิค LC-MS/MS สกุลรัตน สมสันติสุข และคณะ

และมคี วามจาํ เพาะกบั การแยกสารในกลมุ แคนนาบนิ อยด จงึ สามารถแยกอนพุ นั ธท ง้ั 6 ชนดิ ออกจากกนั ไดอ ยา งชดั เจน
อยางไรกต็ าม การใชคอลมั นน ี้ สง ผลใหค วามดันในสวนของ LC คอนขา งสูง และความระมัดระวังไมใหมอี นภุ าคขนาด
ใหญเ ขา สคู อลมั น เนอ่ื งจากมเี สน ผา นศนู ยก ลางขนาดเลก็ มาก ดงั นน้ั ควรกรองสารสกดั ดว ย filter ทม่ี เี สน ผา นศนู ยก ลาง
ขนาด 0.2 ไมโครเมตร ทกุ ครงั้ กอ นนําไปฉดี เขา เครอื่ ง LC อกี ทงั้ การเลอื กใช mobile phase มคี วามสาํ คญั ในการแยกสาร
ซึง่ พบวาการใช mobile phase ที่เติม formic acid เลก็ นอย สามารถชว ยใหล ักษณะของ peak ดขี ้ึนไดและชวยใหส าร
แยกออกจากกนั ไดดขี ้ึน(20) มกี ารศกึ ษารายงานวาการใช mobile phase ทม่ี ี pH 5 สามารถแยกสารไดดีข้ึน peak มี
ความสมมาตรมากข้ึนและมี baseline นอ ยกวา ที่ pH 7.15(21) โดยในการพัฒนาวิธีนี้ ข้ันแรกใช mobile phase ชนดิ
0.1% formic acid in DI water และ 0.1% formic acid in acetonitrile พบวามีความสามารถในการแยกสารทง้ั
6 ชนดิ ได แตเ มอื่ เปรียบเทยี บกบั การใช 0.1% acetic acid in (95 : 5) DI water : methanol และ 0.1% acetic
acid in (95 : 5) acetonitrile : methanol พบวา peak ของแตล ะสารมกี ารแยกกนั ชดั เจนมากขน้ึ ลกั ษณะของ peak
มคี วามสมมาตรกัน และ intensity สูงขึน้

จากการทดสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะห ผานการทดสอบในทุกพารามิเตอร คา precision ท่ีได
มคี า HORRAT นอ ยกวา 2 ซ่ึงเปนไปตามเกณฑข องท่ี Codex และ EU กําหนดไว นอกจากนี้ยังไดมกี ารวางแผนการ
ควบคุมคุณภาพภายใน (internal quality control) เพือ่ ความม่นั ใจในผลการวเิ คราะหตวั อยา งทุก batch โดยจะ
ทาํ การทดสอบ method blank, matrix blank, duplication และ spiked sample ที่ระดับ 0.005 มลิ ลกิ รัมตอ
กิโลกรมั ควบคุม %recovery ใหอยใู นชว ง 60 - 120% โดยการทํา control chart สาํ หรบั กราฟมาตรฐานของสาร
บางชนิดทีม่ ี r2 นอ ยกวา 0.995 เน่อื งจากเปนการทํา matrix-matched calibration curve จึงทําใหอ าจมีความ
แปรผันจากข้ันตอนการสกัด สงผลใหบางจุดเบ่ียงเบนไปจากกราฟเสนตรง เม่ือพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลของ
คาความไมแนนอน โดยใชเกณฑการคํานวณจากคา standard deviation ซึ่งคาความไมแนนอนที่เหมาะสม
ควรนอ ยกวา 2 เทา ของ predicted Horwitz’s RSDr(22) โดยคา ความไมแ นน อนทค่ี วรจะเปน จากการคาํ นวณ เทากบั
46.9% สวนคาความไมแ นน อนขยาย (k = 2) ของวธิ จี ากแหลงความไมแ นน อนตางๆ สาํ หรับการวเิ คราะห CBD และ
∆9-THC มีคาเทากับ 12.2% และ 13.4% ตามลําดับ ซงึ่ มีคานอ ยกวา เกณฑกําหนดประมาณ 3 - 4 เทา เน่อื งจาก
มกี ารทํา calibration curve แบบ matrix-matched calibration curve ซงึ่ เปน การเตมิ สารมาตรฐานทคี่ วามเขม ขน
ระดบั ตา งๆ ลงใน matrix blank ทมี่ คี วามใกลเ คยี งกบั ตวั อยา งจรงิ และทาํ การสกดั ตามขนั้ ตอนการวเิ คราะหเ ชน เดยี ว
กบั ตวั อยา ง จึงเปนการชดเชยผลกระทบจากลักษณะตัวอยา ง (matrix effect) และชดเชยการสญู หายของสารทีส่ นใจ
ที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการสกัด ทาํ ใหสามารถลดคาความไมแนนอนจากแหลงความไมแนนอนที่มาจาก recovery
ลงได เชน คาความไมแนนอนจากความเบี่ยงเบนจากคาจริง (bias) นอกจากนี้การเลือกใชสารมาตรฐานและ
เครอ่ื งมอื ทมี่ คี า ความไมแ นน อนนอ ย กม็ ผี ลทาํ ใหค า ความไมแ นน อนของวธิ ลี ดลงไดเ ชน กนั สดุ ทา ยนี้ เนอ่ื งจากเครอ่ื งดมื่
เปน matrix ทมี่ คี วามหลากหลาย การนําไปประยกุ ตใ ชก บั เครอื่ งดม่ื ชนดิ อนื่ ๆ จงึ ควรทําการทดสอบ working range กอ น
ซงึ่ ผวู จิ ัยจะดําเนินการตอ ไปในอนาคต

สรุป

วิธีวิเคราะหท่ีพัฒนาข้ึนสามารถใชตรวจสารกลุมแคนนาบินอยดในนา้ํ มะพราวไดท้ังหมด 6 ชนิด ไดแก
∆8-THC, ∆9-THC, THCA, THCV, CBD และ CBN โดยเทคนิค LC-MS/MS เปนวิธีที่มีสมรรถนะ
ผานเกณฑการยอมรับของการทดสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะหทางเคมีโดยหองปฏิบัติการเดียว มีความถูกตอง
แมนยํา มคี วามไว และมคี วามจําเพาะตอสารท่ตี อ งการทดสอบ เหมาะกบั การใชงานตามวตั ถุประสงค สามารถนาํ วิธีนี้
ไปใชในการตรวจวิเคราะหเพื่อควบคุมคุณภาพอาหารควบคุมเฉพาะ ตามรางประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรอ่ื ง ผลติ ภณั ฑอาหารที่มสี ารสกดั Cannabidiol (CBD) เปน สวนประกอบ รวมถงึ สามารถใชในการตรวจวิเคราะห

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 567
ปที่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

เพอื่ สาํ รวจปรมิ าณสารแคนนาบนิ อยดใ นผลติ ภณั ฑเ ครอื่ งดม่ื ประเภทอน่ื ๆ ทม่ี กี ญั ชาหรอื กญั ชง เพอื่ เปน ขอ มลู ประกอบ
การประเมนิ ความปลอดภัยในการบรโิ ภคอาหารประเภทนข้ี องคนไทยตอไป

กติ ตกิ รรมประกาศ

ขอขอบคุณนางลัดดา แกวกลาปญญาเจริญ หัวหนาฝายยาสัตวและวัตถุออกฤทธ์ิ และบุคลากรทุกทานใน
ฝา ยทีช่ ว ยดาํ เนนิ การพัฒนาวิธีการวเิ คราะหและสนบั สนุนในทกุ ขน้ั ตอน จนการศึกษานีส้ าํ เรจ็ ลุลวงไปดวยดี

เอกสารอางองิ

1. Newton DE. Marijuana : a reference handbook. 2nd ed. California : ABC-CLIO; 2017.
2. ยาใจ อภิบณุ โยภาส, วินัย วนานกุ ลู . ภาวะพษิ จากกญั ชา. จลุ สารพิษวทิ ยา 2552; 17(2) : 3-5.
3. Wang M, Wang YH, Avula B, Radwan MM, Wanas AS, van Antwerp J, et al. Decarboxylation

study of acidic cannabinoids : a novel approach using ultra-high-performance supercritical
fluid chromatography/photodiode array-mass spectrometry. Cannabis Cannabinoid Res 2016;
1(1) : 262-71.
4. พระราชบัญญัตอิ าหาร พ.ศ. 2522. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 424 (พ.ศ. 2564) เรื่อง กําหนดอาหาร
ท่ีหามผลติ นาํ เขา หรือจาํ หนาย. ราชกิจจานเุ บกษา เลม 138 ตอนพเิ ศษ 45 ง (วันที่ 25 กมุ ภาพนั ธ 2564).
หนา 32.
5. BfR. BgVV empfiehlt Richtwerte für THC (tetrahydrocannabinol) in hanfhaltigen Lebensmitteln.
[online]. 2000; [cited 2021 Jul 9]; [1 screen]. Available from : URL : https : //www.bfr.bund.
de/de/presseinformation/2000/07/bgvv_empfiehlt_richtwerte_fuer_thc__tetrahydrocannabi-
nol__in_hanfhaltigen_lebensmitteln-884.html.
6. Arcella D, Cascio C, Mackay K. Acute human exposure assessment to tetrahydrocannabinol
(∆9-THC). EFSA J 2020; 18(1) : 5953. (41 pages).
7. พระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบบั ที่ 425 (พ.ศ. 2564) เรอ่ื ง เมลด็ กญั ชง
น้ํามันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑอาหารที่มีสวนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ํามัน
จากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง. ราชกิจจานุเบกษา เลม 138 ตอนพิเศษ 49 ง (วันที่ 4 มีนาคม
2564). หนา 1.
8. พระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 427 (พ.ศ. 2564) เรื่อง ผลติ ภณั ฑ
อาหารทม่ี สี วนประกอบของสวนของกัญชาหรอื กัญชง. ราชกิจจานเุ บกษา เลม 138 ตอนพิเศษ 168 ง (วนั ท่ี 23
กรกฎาคม 2564). หนา 22.
9. Pourseyed Lazarjani M, Torres S, Hooker T, Fowlie C, Young O, Seyfoddin A. Methods for
quantification of cannabinoids : a narrative review. J Cannabis Res 2020; 2 : 35. (10 pages).
10. Magnusson B, Örnemark U, editors. The fitness for purpose of analytical method : a laboratory
guide to method validation and related topics. 2nd ed. United Kingdom : EURACHEM; 2014.
11. Ellison SLR, Williams A, editors. Quantifying uncertainty in analytical measurement. 3rd ed.
United Kingdom : EURACHEM/CITAC; 2012.
12. Iffland K, Carus M, Grotenhermen F. Decarboxylation of Tetrahydrocannabinolic acid (THCA)
to active THC. Brussels, Belgium : European Industrial Hemp Association; 2016.

568 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวเิ คราะหส ารกลุม แคนนาบินอยดในนํา้ มะพรา วโดยเทคนิค LC-MS/MS สกุลรตั น สมสนั ตสิ ุข และคณะ

13. Dussy FE, Hamberg C, Luginbühl M, Schwerzmann T, Briellmann TA. Isolation of
Delta9-THCA-A from hemp and analytical aspects concerning the determination of
Delta9-THC in cannabis products. Forensic Sci Int 2005; 149(1) : 3-10.

14. Saingam W, Sakunpak A. Development and validation of reverse phase high performance liquid
chromatography method for the determination of delta-9-tetrahydrocannabinol and cannabidiol
in oromucosal spray from cannabis extract. Rev Bras Farmacogn 2018; 28 : 669-72.

15. Klein RFX. Analysis of “marijuana edibles” - food products containing marijuana or marijuana
extracts - an overview, review, and literature survey. Microgram J 2017; 14(1-4) : 9-32.

16. Telepchak MJ, Searfoss J, Wang X, Mackowsky D. Determination of cannabinoid content and
pesticide residues in cannabis edibles and beverages. LCGC 2016; 34(10) : 20-7.

17. Holler JM, Bosy TZ, Dunkley CS, Levine B, Past MR, Jacobs A. Delta9-tetrahydrocannabinol
content of commercially available hemp products. J Anal Toxicol 2008; 32(6) : 428-32.

18. Mandrioli M, Tura M, Scotti S, Gallina Toschi T. Fast detection of 10 cannabinoids by
RP-HPLC-UV method in Cannabis sativa L. Molecules 2019; 24(11) : 2113. (12 pages).

19. Christinat N, Savoy MC, Mottier P. Development, validation and application of a LC-MS/MS
method for quantification of 15 cannabinoids in food. Food Chem 2020; 318 : 126469. (10 pages).

20. Citti C, Ciccarella G, Braghiroli D, Parenti C, Vandelli MA, Cannazza G. Medicinal cannabis :
principal cannabinoids concentration and their stability evaluated by a high performance
liquid chromatography coupled to diode array and quadrupole time of flight mass spectrometry
method. J Pharm Biomed Anal 2016; 128 : 201-9.

21. De Backer B, Debrus B, Lebrun P, Theunis L, Dubois N, Decock L, et al. Innovative development
and validation of an HPLC/DAD method for the qualitative and quantitative determination of
major cannabinoids in cannabis plant material. J Chromatogr B Analyt Technol Biomed Life
Sci 2009; 877(32) : 4115-24.

22. ทพิ วรรณ นงิ่ นอ ย. แนวปฏบิ ตั กิ ารทดสอบความถกู ตอ งของวธิ วี เิ คราะหท างเคมโี ดยหอ งปฏบิ ตั กิ ารเดยี ว. นนทบรุ ี :
กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย กระทรวงสาธารณสุข; 2549.

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 569
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Determination of Cannabinoids in Coconut Juice using LC-MS/MS Sakulrat Somsuntisuk et al.

The Development and Validation of
Analysis Method for Cannabinoids in

Coconut Juice using LC-MS/MS

Sakulrat Somsuntisuk Atcharee Inkaew Saovanee Wajasit Suwimol Muadmah
Kanyarat Chuakunchat Witthawat Wangkaewhiran and Thongsuk Payanan
Bureau of Quality and Safety of Food, Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi 11000,
Thailand

ABSTRACT Cannabis and hemp have been classified as narcotics of category V, but some parts of them
are recently allowed to be used legally. Consequently, foods and beverages containing hemp or cannabis
have been in the limelight among food producers and consumers due to their active substances called
cannabinoids, which consist of both psychotropic and non-psychotropic compounds. The main metabolites,
CBD and ∆9-THC, can provide effects of relaxing, relieving worries and improving sleep. However, the
overconsumption of cannabis and hemp products can cause adverse effects, such as drowsiness, headache,
fast heart rate and possibly severe symptoms, such as hallucination and an uncontrollable body.
Therefore, the regulation of cannabinoids in foods and beverages is very important for protecting
consumer’s health. The Bureau of Quality and Safety of Food has developed and validated method for
analyzing 6 derivatives of cannabinoid group which are ∆8-THC, ∆9-THC, THCA, THCV, CBD and CBN
in coconut juice. The extraction method was relied on liquid-liquid extraction and cleaning-up with SPE
HLB cartridge. For the analysis technique, LC-MS/MS was employed to determine the type and
quantify the amount of cannabinoids in beverages. As a result, this method had the limit of detection
(LOD) at 2 µg/kg and the limit of quantitation (LOQ) at 3 µg/kg. The linearity of working range remained
at 3 - 50 µg/kg, and the method could provide a correlation coefficient between 0.9921 - 0.9985.
The accuracy was demonstrated by percentage of mean recovery which was in the range of 91.16 - 113.37%.
Finally, the precision of the method was proven by percent relative standard deviation (%RSD) which
was approximately 2.65 - 15.00%. In conclusion, this developed method is reliable and suitable for
analyzing cannabinoids in flavored beverages.
Keyword: Cannabis, Hemp, Cannabinoids, LC-MS/MS, Coconut juice

570 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

นพิ นธต นฉบบั ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 571-594

การพัฒนาวธิ วี เิ คราะหส ารเคมีปอ งกนั กําจัดศตั รพู ชื
ตกคางในธญั พชื และถว่ั เมล็ดแหง โดย GC-MS/MS

ธรณิศวร ไชยมงคล และวีรวฒุ ิ วทิ ยานันท
สํานกั คณุ ภาพและความปลอดภยั อาหาร กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย ถนนตวิ านนท นนทบรุ ี 11000
บทคดั ยอ ธัญพชื และถว่ั เมลด็ แหงเปนอาหารท่ีถูกบริโภคเปนปริมาณมากทวั่ โลก การเพาะปลกู พชื เหลานีอ้ าจมกี ารใชส ารเคมี
ปอ งกันกาํ จดั ศัตรพู ืชเพื่อปองกัน รกั ษา และเพิ่มปริมาณผลผลิต และเพ่อื ความปลอดภัยของผูบรโิ ภค ผลติ ผลทางการเกษตร
จึงตองไดรับการตรวจสอบวาปราศจากสารพิษอันตรายตกคางดวยวิธีวิเคราะหท่ีถูกตองนาเชื่อถือ ไดทดสอบเปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพการเตรยี มตัวอยางระหวา งวธิ ี QuEChERS และ FaPEx® แลว เลือกวิธี QuEChERS เพ่อื พัฒนา ปรบั ปรงุ
และทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะหใหสามารถตรวจวิเคราะหสารที่นาสนใจ 122 ชนิด พรอมกันในขาวและถ่ัวเหลือง
เมล็ดแหง ได โดยตัวอยา งจะถกู สกดั ดว ยอะซโิ ตไนไตรลและผา นการ salting out ดวยสารผสมของแมกนีเซยี ม ซัลเฟต และ
โซเดยี ม อะซเิ ตท สารสกัดถูกทําใหเ ขม ขนแลว เปลี่ยนตวั ทาํ ละลายทเ่ี หมาะสม สารท้ังหมดจะถูกวิเคราะหดวยเครื่อง GC-MS/
MS โดยเทคนิค MRM เพ่ือลดสารรบกวน ผลการทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะหพบขีดจํากัดการตรวจพบและขีดจํากัด
การตรวจวัดเชิงปริมาณเปน 0.02 และ 0.05 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม ตามลําดับ ตัวอยางขาวและถั่วเหลืองเมล็ดแหงที่เติมสาร
มาตรฐานทีร่ ะดบั 0.05, 0.20 และ 1.25 มลิ ลกิ รมั ตอกิโลกรมั ระดบั ละ 8 ซํ้า พบคาเฉล่ยี การคืนกลบั อยูระหวาง 74.3-119.8%
และสว นเบย่ี งเบนมาตรฐานสมั พทั ธน อ ยกวา 20% วธิ มี ชี ว งความเปน เสน ตรงเปน 0.05-2.50 มลิ ลกิ รมั ตอ กโิ ลกรมั อยใู นเกณฑ
ยอมรับ (r > 0.995) วิเคราะหภายใตกระบวนการควบคุมคุณภาพภายใน และมีผลการควบคุมคุณภาพภายนอกจาก
การเขารว ม PT ใหคา เปน ท่ีนาพอใจ บงชีว้ า วธิ ีที่พฒั นาขึน้ สามารถนาํ ไปใชวิเคราะหสารเคมีปอ งกันกําจัดศัตรพู ืชในธญั พืชและ
ถั่วเมล็ดแหงเพ่อื การคุมครองผูบริโภคและตอบสนองกฎหมายที่เก่ียวขอ งไดต รงตามวตั ถปุ ระสงค
คําสาํ คญั : สารเคมีปอ งกนั กาํ จัดศตั รพู ืชตกคาง, ธัญพชื , ถ่วั เมลด็ แหง , GC-MS/MS, QuEChERS

Corresponding E-mail: [email protected]

Received: 12 November 2020 Revised: 2 June 2021 Accepted: 10 July 2021

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 571
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

บทนํา

ขาว (Oryza sativa L.) เปนหน่ึงในธัญพืชที่กวาคร่ึงหนึ่งของประชากรโลกบริโภคเปนอาหารหลัก(1, 2)
ถอื เปน อาหารประจาํ ชาตไิ ทยและเปน แหลง สารอาหารทส่ี ําคัญ ไดแ ก พลังงาน วติ ามนิ และแรธ าตุ แมอ ตั ราการบริโภค
ขา วจะแตกตา งกนั ไปตามวถิ ชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ มโดยคนเมอื งจะบรโิ ภคขา วนอ ยกวา สงั คมชนบท(3)แตม กี ารคาดการณว า
ในป พ.ศ. 2567 อตั ราการบรโิ ภคขาวเฉล่ียของคนไทยจะสงู ถึง 147.2 กโิ ลกรมั ตอ คนตอ ป(4) นอกจากนขี้ าวยงั เปน พชื
ท่ีมีมลู คา ทางการคาสูงทีส่ ุดในโลก(5) โดยไทยเปน ผูสงออกขา วรายใหญท สี่ ดุ ในป พ.ศ. 2562 ไทยสงออกขาวปริมาณ
เกือบ 4.6 ลานตัน มีมูลคากวา 1.3 แสนลานบาท(6) จากอัตราการบริโภคขาวท่ีสูงของท้ังคนไทยและประชากรโลก
หากมสี ารพษิ ตกคา งจะสงผลกระทบตอ สุขภาพ

การเพาะปลูกธัญพืชและถ่ัวเมล็ดแหงในปจจุบันเปนกิจกรรมเชิงอุตสาหกรรมและการพาณิชย เพ่ือเปน
การเพม่ิ ปรมิ าณผลผลติ จงึ มกี ารนาํ สารเคมที างการเกษตร เชน ปยุ เคมี และสารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื มาใช( 7) สารเคมี
เหลา นส้ี ามารถกาํ จดั วชั พชื และแมลงศตั รพู ชื ไดด ี แตส ามารถตกคา งในผลผลติ และสง่ิ แวดลอ มไดเ ชน กนั การไดร บั สมั ผสั
สารพษิ โดยการบรโิ ภคโดยตรงถอื วา มคี วามเสย่ี งสงู จงึ มกี ารกาํ หนดคา มาตรฐานปรมิ าณสารพษิ ตกคา งสงู สดุ (Maximum
Residue Limit; MRL) พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และไดรับการปรบั ปรุงใหเปนปจ จุบันมาอยางตอเนือ่ ง
โดยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เลขที่ 387 พ.ศ. 2560 เรือ่ ง อาหารทมี่ ีสารพิษตกคาง(8) กาํ หนดคา MRLs ของสาร
หลายชนดิ ไวใ นขา วสาร ขา วเปลอื ก และถวั่ เมลด็ แหง นอกจากนปี้ ระเทศคคู า ทสี่ าํ คญั ของไทย เชน สหรฐั อเมรกิ า สหภาพ
ยุโรป และกลุมประเทศอาเซียน ไดกําหนดคามาตรฐานตางๆ ไวเพ่ือเปนการคุมครองสุขภาพผูบริโภคดวยเหตุผลนี้
กระทรวงสาธารณสุขจึงตองมีวิธีตรวจวิเคราะหที่มีความถูกตองและครอบคลุมจํานวนสารที่มีคากําหนดตามกฎหมาย
เพ่ือการเฝา ระวังความปลอดภยั จากสารเคมปี องกันกําจดั ศัตรูพืชตกคางในอาหารท่ีจาํ หนา ยในประเทศและยังเปนการ
สงเสริมคุณภาพสินคาเกษตรเพื่อการสงออกใหมกี ารพฒั นาทางเศรษฐกจิ ไปพรอ มกัน

การวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื ตกคา งในอาหารเปน สง่ิ ยงุ ยาก มขี น้ั ตอนซบั ซอ น ใชเ วลานาน เดมิ มี
ขอ จาํ กดั ดา นขอบขา ยชนดิ สารทว่ี เิ คราะหไ ดจ าก detector ชนดิ ECD, FPD และ NPD ผวู เิ คราะหต อ งมคี วามชาํ นาญ
และมปี ระสบการณส งู ปจ จบุ นั มกี ารพฒั นาการเตรยี มตวั อยา งใหง า ย สะดวก รวดเรว็ ขนึ้ เชน วธิ ี QuEChERS (Quick,
Easy, Cheap, Effective, Rugged, and Safe)(9)เพอ่ื ใชเ ปน วธิ มี าตรฐานในระดบั นานาชาติ อาทิ AOAC 2007.01(10)
และ EN 15662(11)ซงึ่ เปน วธิ ที ใ่ี ชก นั อยา งแพรห ลายในหอ งปฏบิ ตั กิ ารวเิ คราะหอ าหารประเภทผกั ผลไมท ม่ี คี วามชนื้ สงู
และไขมันตา่ํ (12) มีการดดั แปลงปรบั ปรงุ วธิ ตี งั้ ตน นใ้ี หใชไ ดก ับอาหารทมี่ ีไขมนั ปานกลางและสงู เชน นา้ํ นมจากพืชและ
สตั ว ไข( 13) และอาหารทมี่ คี วามช้นื ต่าํ มีแปง เปน องคประกอบหลัก เชน ขาวบารเ ลย( 14) เปนตน ซงึ่ เปนการปรบั วธิ ีดวย
การคืนสภาพตัวอยางใหมีปริมาณความช้ืนท่ีเหมาะสมกอนการสกัดแลววิเคราะหดวยเคร่ืองมือท่ีมีความไวและความ
จําเพาะสูง เชน gas และ liquid chromatograph-mass spectrometer/mass spectrometer (GC and
LC-MS/MS) เปนตน(15)ยังคงประสบปญหาสารรบกวนในเมทรกิ ซอีกหลายชนดิ เชน ธญั พชื (cereal grains) และ
ถ่วั เมล็ดแหง (pulse) ทจ่ี าํ เปน ตองกาํ จดั สารรบกวนไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพกอนการวิเคราะห ซึ่งตองคาํ นึงถงึ ในการ
ตรวจวดั ท่ีระดับความเขมขน ต่าํ มากในระดบั ppm และ ppb(16)

วตั ถปุ ระสงคข องงานวจิ ยั น้ี คอื เพื่อใหไ ดว ธิ เี ตรยี มตวั อยา งสาํ หรบั การวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ืช
ในอาหารกลุมธัญพืชและกลุมถ่ัวเมล็ดแหงสําหรับใชในหองปฏิบัติการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร สําหรับ
การคุมครองผูบริโภคซ่ึงเปนภารกิจหลักของกรมวิทยาศาสตรการแพทย สํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร
จงึ ดาํ เนนิ การศกึ ษา พฒั นา ปรบั ปรงุ วธิ วี เิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื ตกคา งจาํ นวน 122 ชนดิ ทม่ี คี ณุ สมบตั ทิ าง
เคมที หี่ ลากหลายพรอ มกนั ดว ยเครอ่ื ง GC-MS/MS ทห่ี อ งปฏบิ ตั กิ ารใชอ ยใู นตวั อยา งผกั ผลไมส ดและไดร บั การรบั รอง
ตามระบบคณุ ภาพ ISO/IEC 17025: 2017 เพอื่ ขยายขอบขา ยชนดิ ตวั อยา งโดยใชต วั อยา งขา วและถวั่ เหลอื งเมลด็ แหง
เปน ตวั แทนของกลมุ ธญั พชื และกลมุ ถว่ั เมลด็ แหง ตามลาํ ดบั ในขนั้ ตอนการคดั เลอื กวธิ เี ตรยี มตวั อยา งทาํ การเปรยี บเทยี บ

572 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวิเคราะหส ารเคมีปองกันกําจัดศตั รพู ชื ตกคา งในธัญพชื และถ่ัวเมลด็ แหง ธรณิศวร ไชยมงคล และวีรวฒุ ิ วิทยานนั ท

คณุ ลกั ษณะและประสทิ ธภิ าพวธิ ี QuEChERS ซงึ่ เปน วธิ มี าตรฐานกบั วธิ ี FaPEx®(Fast Pesticides Extraction)(17)
ซง่ึ เปน วธิ เี ตรยี มตวั อยา งแบบใหมท นี่ า จะมศี กั ยภาพในการลดรอบเวลาการวเิ คราะหไ ด จากนน้ั จงึ คดั เลอื กวธิ ที เี่ หมาะสม
นําไปทดสอบความใชไดของวิธีวิเคราะห วิธีท่ีไดจะถูกนําไปใชในการตรวจวิเคราะหความปลอดภัยของธัญพืชและ
ถ่วั เมลด็ แหง ตรวจติดตามการตกคา งของวตั ถอุ นั ตรายทางการเกษตรเพื่อทาํ ใหท ราบสถานการณแ ละความรุนแรงของ
ปญ หา นาํ มาประเมนิ ความปลอดภยั ของผบู รโิ ภคและสามารถนาํ ไปใชส าํ หรบั ตรวจวเิ คราะหผ ลติ ภณั ฑส าํ หรบั สนบั สนนุ
การสง ออกของประเทศ นอกจากน้ียงั ไดถา ยทอดองคค วามรแู ละวิธไี ปยังหอ งปฏบิ ัติการเครือขายกรมวทิ ยาศาสตรการ
แพทย จดั ทําโครงการเปรยี บเทียบผลระหวา งหองปฏิบตั กิ าร (Inter laboratory comparison, ILC) ปงบประมาณ
พ.ศ. 2563 เพื่อการพัฒนาศกั ยภาพการตรวจวเิ คราะหข องศนู ยวทิ ยาศาสตรก ารแพทยในภูมิภาคอกี ดว ย

วัสดุและวิธีการ

สารเคมแี ละสารมาตรฐาน
สารเคมี: acetonitrile, HPLC (Merck สหรัฐอเมริกา) acetone, AR (RCl Labscan สหรัฐอเมริกา)

n-hexane, PG (Burdick & Jackson สหรัฐอเมรกิ า) ethyl acetate, HPLC (Burdick & Jackson เกาหลใี ต)
QuEChERS Extraction Packets, EN Method Part No: 5982-7650 เปนสวนผสมของ MgSO4 4 กรัม NaCl
1 กรมั sodium citrate dehydrate 1 กรมั และ disodium hydrogen citrate sesquihydrate 0.5 กรมั (Agilent
Technologies สหรฐั อเมรกิ า) นาํ้ reverse osmosis (RO), D-sorbitol, AR ≥98% glacial acetic acid (Merck
KGaA เยอรมน)ี และ SiliaFast FaPEx Cereals Part No: FPX-CER-50 (SILICYCLE Inc. แคนาดา)

สารมาตรฐาน (Standards): เกรดวัสดอุ างองิ รับรอง (Certified reference material, CRM) เปน
สารละลายผสมของสารเคมีปองกนั กําจัดศัตรพู ชื 122 ชนดิ มคี วามเขม ขน อา งอิงรบั รองประมาณ 100±3 ไมโครกรัม
ตอ มิลลิลติ ร ยีห่ อ CPAChem (C.P.A. Chem Ltd. ฝรง่ั เศส)

การเตรียมสารละลายมาตรฐาน: เตรียมสารละลายผสมความเขมขน 10 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร ของ
สารมาตรฐาน 122 ชนิด ใน acetone โดยปเปตสารละลายมาตรฐานผสมแตละขวดจํานวน 6 ขวด ประมาณ 1 มลิ ลลิ ติ ร
ลงใน volumetric flask ขนาด 10 มลิ ลิลติ ร ปรบั ปริมาตรดวยตัวทําละลาย เกบ็ รักษาท่อี ุณหภูมิต่ํากวา -18 °C เตรียม
intermediate solution กอนการใชงาน ความเขมขน 1 ไมโครกรมั ตอ มิลลิลิตร ปริมาตร 1 มิลลลิ ติ ร ปรบั ปรมิ าตร
ดว ยสารสกดั ทไี่ ดจ ากตวั อยา ง และ working solution ชว งความเขม ขน 0.005, 0.01, 0.02, 0.05, 0.1, 0.25 และ 0.5
ไมโครกรมั ตอ มลิ ลลิ ติ ร เตมิ สารละลาย D-sorbitol 3% (analytical protectant) ปรมิ าณ 3 ไมโครลติ ร ใชว เิ คราะห
ทนั ที หรอื สามารถเก็บรกั ษาท่อี ณุ หภมู ิตา่ํ กวา -18 °C ไดไมเ กนิ 1 สปั ดาห

เครือ่ งมอื และอุปกรณ
เครื่องชั่งความละเอียด 0.001 กรัม สําหรับช่ังตัวอยาง เครื่องบดปน mill machine POWEQ รุน

HM100 เคร่อื งปน ตกตะกอน (centrifuge) รุน HERMLE Z366 เครอื่ งระเหยสารละลายแบบ heating box และ
ใชแกส ไนโตรเจนในการระเหยสารสกดั REACTI-THERM III #TS-18824 Thermo scientific เครอ่ื งหมุนปน
ผสมสารละลาย Vortex-2Genie micropipette ขนาด 2-20 ไมโครลิตร ขนาด 20-200 ไมโครลิตร และขนาด
100-1,000 ไมโครลิตร amber vial ขนาด 4 มลิ ลิลิตร centrifuge tube ขนาด 50 มลิ ลิลิตร และ 15 มิลลลิ ติ ร
ตแู ชแ ข็งอณุ หภูมิตํา่ กวา -18 °C certified volumetric flask กอ นการใชง านเคร่อื งแกว ทกุ ชนดิ ใหล า งดว ย acetone
2 ครั้ง และ n-hexane 2 ครั้ง แลวผึง่ ใหแหงกอ นนํามาใชงาน

เคร่ือง GC-MS/MS: Agilent Technology 7890B, TQ7000C Triple Quadrupole MS/MS
โดยใช analytical column: DB-5MS (30 m, 0.25 mm id, 0.25 µm film thickness) มีสภาวะเครือ่ งดงั น้ี

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 573
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

สว น injector เปน ALS, pulsed splitless mode, initial temperature 80°C hold 0.1 min, 300°C to 300°C
cryogenic temperature 50°C มี injection volume เปน 4 ไมโครลติ ร oven temperature program เปน initial
70°C hold 1 min, rate 50°C/min to 150°C, rate 6°C/min to 200°C, rate 16°C/min to 280°C hold 8.5 min,
rate 50°C/min to final 300°C hold 0.5 min และ post-run at 70°C ใชเ วลาในการวเิ คราะหป ระมาณ 30 นาที
ใช ion source temperature 280°C ใช quadrupole temperature MS1 และ MS2 เปน 180°C ใช mode
constant pressure ท่ี 15.8 psi และทํา RT locked สาร chlorpyrifos ที่ 12.0 ± 0.1 นาที สารสนใจเมอ่ื เขาสู
เคร่อื ง GC-MS/MS จะถกู ทาํ ใหแตกตวั เปนประจโุ ดยใชแก็ส He เปน quench gas และ N2 เปน collision gas ที่
1 มลิ ลลิ ิตรตอนาที และถูกตรวจวัดดวย multiple reaction monitoring, MRM mode ขอ มูลดงั แสดงในตารางท่ี 1

ตารางท่ี 1 ขอมูล mass transition ของสารตางๆ ในเครอ่ื ง GC/MS/MS

Pesticides RT Transition 1 Transition 2
(min)
DDD-p,p' Quantifier Dwell CE Qualifier Dwell CE
DDE-p,p' 14.75 (m/z) time (ms) (eV) (m/z) time (ms) (eV)
DDT-p,p' 14.03
acephate 15.34 234.9>199.1 10 15 234.9>165.1 10 20
alachlor 5.09
aldrin 10.92 246.1>176.2 10 15 315.8>246.0 10 15
ametryn 12.01
atrazine 11.19 234.9>165.1 10 20 234.9>199.1 10 15
azinphos-ethyl 8.85
azinphos-methyl 17.24 136.0>94.0 10 10 142.0>96.0 10 5
bendiocarb 16.68
BHC-alpha 7.76 160.0>132.1 10 10 188.1>132.1 10 15
BHC-beta 8.20
BHC-delta 8.89 254.9>220.0 10 20 262.9>190.9 10 35
BHC-gamma 9.91
bifenazate 9.07 185.0>170.0 10 5 227.0>170.1 10 10
bifenthrin 16.14
bromacil 16.02 214.9>58.1 10 10 200.0>122.1 10 5
bromophos-ethyl 11.72
bromopropylate 13.34 160.0>77.1 10 20 132.0>77.1 10 15
buprofezine 16.09
butachlor 14.17 160.0>132.1 10 4 132.0>77.1 10 15
cadusafos 13.53
carboxin 7.95 126.0>108.0 10 5 126.0>52.1 10 15
chlordane-alpha 14.21
13.62 218.9>183.0 10 5 180.9>145.0 10 15

218.9>183.1 10 5 216.9>181.1 10 5

217.0>181.1 10 5 219.0>183.1 10 5

218.9>183.1 10 5 216.9>181.0 10 5

199.0>184.2 20 10 184.0>156.2 20 10

166.2>165.2 10 20 181.2>165.2 10 25

207.0>190.0 30 15 205.0>162.0 30 15

302.8>284.7 10 15 358.7>302.8 10 15

338.8>182.9 10 20 341.0>185.0 10 20

305.0>172.0 10 5 105.0>104.1 10 10

160.1>132.1 10 10 176.1>147.1 10 10

158.8>131.0 10 5 158.8>97.0 10 15

234.9>143.0 10 10 234.9>87.0 10 20

372.9>265.9 10 20 271.9>236.9 10 15

574 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวเิ คราะหส ารเคมีปองกันกําจดั ศตั รูพืชตกคางในธญั พชื และถัว่ เมลด็ แหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวรี วฒุ ิ วทิ ยานันท

ตารางที่ 1 ขอ มูล mass transition ของสารตางๆ ในเครื่อง GC/MS/MS (ตอ )

Pesticides RT Transition 1 Transition 2
(min)
Quantifier Dwell CE Qualifier Dwell CE
(m/z) time (ms) (eV) (m/z) time (ms) (eV)

chlordane-oxy 12.89 114.9>87.0 10 15 114.9>51.1 10 25
chlordane-gamma 13.38
chlorfenapyr 14.32 372.8>265.8 10 15 374.8>265.8 10 15
chlorfenvinphos 12.96
chlorobenzilate 14.61 246.9>227.0 10 15 136.9>102.0 10 15
chloroneb 5.82
chlorothalonil 9.51 266.9>159.1 10 15 268.9>161.0 10 15
chlorpropham 7.59
chlorpyrifos 11.98 251.1>139.1 10 15 139.1>75.1 10 30
chlorpyrifos-methyl 10.70
cyanophos 9.21 208.0>193.1 10 10 191.0>113.0 10 15
cyfluthrin I 18.32
cyfluthrin II 18.45 263.8>168.0 10 25 265.8>231.0 10 20
cyfluthrin III 18.52
cyfluthrin IV 18.58 213.0>171.0 10 5 213.0>127.0 10 5
cyhalothrin-lambda 16.86
cypermethrin I 18.77 196.9>169.0 10 15 313.8>257.8 10 15
cypermethrin II 18.91
cypermethrin III 18.99 285.9>92.9 10 20 124.9>47.0 10 15
cypermethrin IV 19.05
DCPA 12.07 242.9>109.0 10 10 124.9>47.0 10 15
DEET 6.59
deltramethrin 21.72 226.0>206.0 20 10 198.9>170.1 20 25
demeton-S-methyl 7.15
diazinon 9.38 226.0>206.0 20 10 165.0>91.0 10 5
dichlorvos 3.75
dicofol 12.35 226.0>206.0 20 10 162.9>91.1 20 5
dicrotophos 7.64
dieldrin 14.12 226.0>206.0 20 10 162.9>91.1 20 5
dimethoate 8.52
dioxathion 9.06 197.0>161.0 10 10 197.0>141.0 10 10
disulfoton 9.68
ditalimfos 13.67 181.0>152.0 30 20 162.9>91.1 30 5

181.0>152.0 30 20 163.0>127.0 30 5

181.0>152.0 30 20 165.0>91.0 30 10

181.0>152.0 30 20 165.0>91.0 30 10

300.9>223.0 10 25 331.8>300.9 10 10

119.1>91.0 10 10 119.1>65.1 10 20

253.0>172.0 20 5 253.0>174.0 20 8

88.0>60.0 10 5 112.0>79.0 10 5

199.1>93.0 10 15 179.0>137.0 10 20

184.9>93.0 10 10 144.9>109.0 10 10

139.0>111.0 10 10 250.0>139.0 10 8

127.0>109.0 20 15 193.0>127.1 20 5

345.0>263.0 10 8 262.9>191.0 10 30

92.9>63.0 10 10 86.9>86.0 10 5

270.0>197.0 10 5 152.9>96.9 10 10

142.0>109.0 10 5 153.0>96.9 10 10

148.0>130.1 10 10 130.0>102.1 10 10

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 575
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

ตารางท่ี 1 ขอมูล mass transition ของสารตา งๆ ในเครื่อง GC/MS/MS (ตอ )

Pesticides RT Transition 1 Transition 2
(min)
Quantifier Dwell CE Qualifier Dwell CE
(m/z) time (ms) (eV) (m/z) time (ms) (eV)

endosulfan-alpha 13.61 194.5>125.0 10 20 194.9>160.0 10 5

endosulfan-beta 14.68 194.9>124.9 10 25 206.9>172.0 10 15

endosulfan sulfate 15.29 387.0>289.0 10 5 273.8>236.9 10 15

endrin 14.48 316.7>280.8 10 5 262.8>193.0 10 35

EPN 16.07 157.0>110.0 10 15 169.0>141.1 10 5

ethion 14.75 230.9>129.0 10 25 230.9>175.0 10 10

ethoprophos 7.30 138.9>97.0 20 5 157.9>114.0 20 5

etrimfos 9.84 291.9>181.0 10 5 168.0>153.1 10 5

fenchlorphos 11.19 285.0>269.9 10 15 286.9>272.0 10 15

fenitrothion 11.60 277.0>260.1 10 5 125.1>47.0 10 15

fenobucarb 6.93 121.0>77.0 10 20 149.9>121.1 10 5

fenpropathrin 16.19 181.1>152.1 10 25 265.0>210.0 10 10

fenthion 12.10 278.0>109.0 10 15 124.9>79.0 10 5

fenvalerate I 20.20 167.0>125.1 10 5 181.0>152.0 10 25

fenvalerate II 20.58 167.0>125.1 10 5 125.0>89.0 10 20

fipronil 12.86 366.8>212.8 10 25 350.8>254.8 10 15

folpet 13.22 261.8>130.1 10 15 259.8>130.1 10 15

fosthiazate I 12.53 199.0>102.0 10 5 195.0>139.0 10 5

fosthiazate II 12.59 195.0>103.0 10 5 195.0>139.0 10 5

heptachlor 11.10 271.7>236.9 10 15 273.7>236.9 10 15

heptachlor epoxide 12.89 352.8>262.9 10 15 354.8>264.9 10 15
(cis)

heptachlor epoxide 12.97 216.9>181.9 10 20 262.9>193.0 10 35
(trans)

heptenophos 6.50 124.0>89.0 10 10 108.9>78.9 10 5
283.8>213.8 10 35
hexachlorobenzene 8.26 283.8>248.8 10 15 171.0>85.1 10 10
212.9>121.1 10 10
hexazinone 15.42 171.0>71.1 10 10 121.1>77.1 10 20
105.0>77.1 10 15
isofenphos 12.93 212.9>185.1 10 5 157.8>125.0 10 5
208.0>93.0 10 15
isoprocarb 6.13 121.0>103.1 10 10 234.0>146.1 10 20
141.0>95.0 10 5
isoxathion 14.39 177.1>130.0 10 10

malathion 11.86 126.9>99.0 10 5

metacrifos 5.69 208.0>180.0 10 5

metalaxyl 11.15 234.0>174.1 10 10

methamidophos 3.70 95.0>64.0 10 10

576 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหส ารเคมปี องกนั กาํ จัดศัตรูพชื ตกคางในธัญพชื และถ่วั เมลด็ แหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวีรวุฒิ วทิ ยานนั ท

ตารางท่ี 1 ขอ มูล mass transition ของสารตางๆ ในเครื่อง GC/MS/MS (ตอ)

Pesticides RT Transition 1 Transition 2
(min)
methidathion Quantifier Dwell CE Qualifier Dwell CE
methoxychlor 13.35 (m/z) time (ms) (eV) (m/z) time (ms) (eV)
metolachlor 16.16
metribuzin 11.92 144.9>85.0 10 5 144.9>58.1 10 15
mevinphos 10.74
monocrotophos 5.01 227.0>169.0 10 25 227.0>141.1 10 40
naled 7.87
omethoate 7.55 238.0>162.2 10 10 162.2>133.2 10 15
parathion 6.78
parathion-methyl 12.18 198.0>82.0 10 15 198.0>55.0 10 30
permethrin I 10.91
permethrin II 17.70 192.0>127.0 10 10 127.0>95.0 10 15
phenthoate 17.84
phorate 13.07 127.1>109.0 10 10 127.1>95.0 10 15
phosalone 8.07
phosmet 16.60 184.9>109.0 10 15 144.9>109.0 10 15
phosphamidon 16.04
picoxystrobin 10.48 155.9>110.0 10 5 155.9>79.0 10 20
pirimiphos-ethyl 13.65
pirimiphos-methyl 12.51 138.9>109.0 10 5 290.9>109.0 10 10
profenofos 11.54
propachlor 13.97 262.9>109.0 10 10 125.0>47.0 10 10
propargite 6.97
propetamphos 15.57 183.1>168.1 10 10 183.1>165.1 10 10
prothiofos 9.18
pyrimethanil 13.89 182.9>168.1 10 10 182.9>155.1 10 10
quinalphos 9.51
quintozene 13.08 274.0>121.0 10 10 274.0>125.0 10 15
simazine 8.90
tebufenpyrad 8.72 121.0>65.0 10 10 231.0>129.0 10 20
tecnazene (TCNB) 16.27
terbacil 6.79 182.0>111.0 10 15 182.0>102.1 10 15
terbufos 9.74
9.20 160.0>77.1 10 20 160.0>133.1 10 10

192.9>127.0 10 5 127.0>109.0 10 10

145.0>117.1 10 10 145.0>115.1 10 15

318.1>182.0 10 10 318.1>166.1 10 10

232.9>151.0 10 5 232.9>125.0 10 5

296.8>268.7 10 5 337.0>309.0 10 6

176.1>57.1 10 5 120.0>77.1 10 20

149.9>135.1 10 5 135.0>107.1 10 10

138.0>110.0 10 5 138.0>64.0 10 15

266.9>239.0 10 5 309.0>221.0 10 25

198.0>183.1 10 15 198.0>118.1 10 25

146.0>118.0 10 10 157.0>129.1 10 15

295.0>265.0 10 10 295.0>237.0 10 15

201.1>173.1 10 5 173.0>138.2 10 5

332.9>276.0 10 5 332.9>171.0 10 20

214.9>179.0 10 10 258.9>201.0 10 10

160.0>117.1 10 5 161.1>144.1 10 10

230.9>175.0 10 10 152.9>97.0 10 5

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 577
ปท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

ตารางท่ี 1 ขอ มลู mass transition ของสารตา งๆ ในเครอ่ื ง GC/MS/MS (ตอ)

Pesticides RT Transition 1 Transition 2
(min) Quantifier Dwell CE Qualifier Dwell CE

(m/z) time (ms) (eV) (m/z) time (ms) (eV)

tetrachlorvinphos 13.47 330.8>108.9 10 15 328.8>108.9 10 15

tetradifon 16.50 226.9>199.0 10 15 356.0>159.0 10 10

thiometon 8.38 93.0>63.0 10 5 125.0>47.0 10 15

tolclofos-methyl 10.93 265.0>250.0 10 15 265.0>93.0 10 25

tolylfluanid 12.92 136.9>91.1 10 20 237.9>137.0 10 15

triadimefon 12.25 208.0>181.1 10 5 208.0>127.0 10 15

triazophos 15.00 161.2>134.2 10 10 161.2>106.1 10 10

trifluralin 7.61 305.9>264.0 10 5 264.0>160.1 10 15

ตัวอยางและการเตรยี มตัวอยา ง
ตวั อยา งทใ่ี ชใ นการพฒั นาและทดสอบความใชไ ดข องวธิ ี ไดแ ก ขา วและถวั่ เหลอื งเมลด็ แหง บดปน ตวั อยา งให

เปน เนอ้ื เดยี วกนั ดว ยเครอื่ งบดปน ชงั่ แบง ตวั อยา งเพอ่ื เปน analytical portions โดยชงั่ ตวั อยา งสาํ หรบั วธิ ี QuEChERS
นํา้ หนัก 2.0±0.02 กรัม ลงใน centrifuge tube ขนาด 50 มิลลิลิตร สําหรบั วิธี FaPEx® น้าํ หนัก 0.5 ± 0.01 กรมั
ลงใน syringe พลาสติกขนาด 10 มิลลิลิตร ตัวอยางท่ียังไมไดนํามาวิเคราะหจะถูกเก็บรักษาในตูแชแข็งท่ีอุณหภูมิ
ตํา่ กวา -15°C

การเปรียบเทยี บประสทิ ธภิ าพของวิธี QuEChERS และวิธี FaPEx®
ทดสอบประสทิ ธภิ าพของ 2 วิธี โดยการเติมสารมาตรฐานทีร่ ะดบั ความเขม ขน 0.05 มลิ ลกิ รมั ตอ กิโลกรัม

จาํ นวนวิธีละ 8 ซ้ํา (n=8) ในตัวอยางขาว คาํ นวณ mean %recovery และ %RSD วธิ ีท่ีมีจาํ นวนสารที่ให %recovery
และ %RSD อยูในเกณฑยอมรับที่ 70-120% และ ≤20% ตามลาํ ดับ มากกวาถือเปนวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกวา
และเลือกวธิ นี ั้นเพ่ือทาํ การทดสอบความใชไดข องวธิ ี

วธิ ี QuEChERS: นาํ ตวั อยา งทชี่ ง่ั ไวม าเตมิ นา้ํ RO ปรมิ าตร 8 มลิ ลลิ ติ ร เขยา ผสมกนั แลว วางทงิ้ ไวอ ยา งนอ ย
30 นาที เตมิ acetonitrile ปริมาตร 10 มลิ ลลิ ติ ร เขยาดวยมืออยา งแรง 1 นาที แลวเตมิ QuEChERS extraction
kit เขยาตออีก 1 นาที นําไปปนตกตะกอนดวยความเร็ว 4,000 รอบตอนาที นาน 5 นาที แบงสารสกัดสวนใส
ดา นบน 2 มลิ ลลิ ิตร ใสใ น amber vial ขนาด 8 มิลลลิ ิตร นาํ ไประเหยแหง ปรบั ปรมิ าตรดว ยตวั ทําละลายผสมของ
n-hexane: ethyl acetate (3: 1) เปน 2 มลิ ลิลิตร เตมิ D-sorbitol 3% ปริมาตร 3 ไมโครลิตร ไดค วามเขม ขน
ตัวอยา ง 0.2 กรมั ตอมลิ ลลิ ิตร วิเคราะหดวยเคร่อื ง GC-MS/MS

วธิ ี FaPEx®: ตวั อยา งนา้ํ หนกั 0.5 ± 0.1 กรมั ใน syringe พลาสตกิ ทปี่ ด ปลายไว ขนาด 10 มลิ ลลิ ติ ร เตมิ นา้ํ
RO ปรมิ าตร 1 มลิ ลลิ ติ ร ปด ดว ย plunger ไลอ ากาศออกบางสว น เขยา ผสมกนั แลว วางทง้ิ ไวอ ยา งนอ ย 30 นาที เตมิ 1%
acetic acid in acetonitrile ปรมิ าตร 5 มิลลลิ ติ ร เขยา ดวย Vortex นาน 1 นาที แลวนาํ ไปเขยา ดว ยเครื่องเขยา
ความเรว็ 100 รอบตอนาที นาน 15 นาที ตอปลาย syringe เขา กับ FaPEx® cartridge กด plunger ใหส ารสกัดผา น
cartridge อตั ราเรว็ 1 หยดตอวนิ าที ลงใน amber vial นาํ สารสกัด 2 มิลลิลิตร ไประเหยแหง ปรบั ปรมิ าตรดวย
ตวั ทาํ ละลายผสมของ n-hexane: ethyl acetate (3: 1) เปน 1 มลิ ลลิ ติ ร ไดค วามเขม ขน ตวั อยา ง 0.2 กรมั ตอ มลิ ลลิ ติ ร
วเิ คราะหดวยเคร่อื ง GC-MS/MS

578 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหส ารเคมปี องกันกําจดั ศตั รพู ชื ตกคางในธัญพชื และถ่วั เมลด็ แหง ธรณิศวร ไชยมงคล และวรี วุฒิ วิทยานนั ท

การทดสอบความใชไ ดของวธิ วี ิเคราะห
ความจาํ เพาะของวธิ ี
ฉดี สารมาตรฐานเขา เครอื่ ง GC-MS/MS ตามสภาวะทก่ี าํ หนดจาํ นวน 3 ซา้ํ บนั ทกึ Retention time (RT)

และ ion intensity ratio แลว ทดสอบความจําเพาะของวิธีโดยวเิ คราะห method blank (reagent blank) ทีใ่ ชนํ้า
RO แทนตัวอยาง และ sample blank ไดแก ขาวและถ่ัวเหลืองเมล็ดแหง เม่ือไมพบพีคหรือพบพีคท่ีมีสัญญาณ
signal-to-noise ratio (S/N) นอยกวา 3 ทม่ี ี RT และ/หรอื คา m/z ใกลเคยี งกบั สารมาตรฐานถือวา วิธปี ราศจาก
สารรบกวนและวธิ ีมคี วามจําเพาะ

ความเปน เสนตรงของกราฟมาตรฐาน
สรางกราฟมาตรฐานแบบ matrix-matched calibration (MMC) โดยใชสารสกัดท่ีไดจากขาวและ
ถว่ั เหลืองเมล็ดแหงท่ีเปน blank เปนตวั ทาํ ละลาย เจือจาง intermediate standard solution ใหไดความเขม ขน
ทตี่ อ งการและฉดี เขา เครอ่ื ง GC-MS/MS แบบสมุ (random, n=3) คาํ นวณหาคา สมั ประสทิ ธสิ์ หสมั พนั ธ (correlation
coefficient: r) กําหนดเกณฑย อมรบั r มคี า มากกวา 0.995
ขดี จาํ กดั ของการตรวจพบ (LOD)
หาขีดจํากัดของการตรวจพบ (limit of detection, LOD) โดยเติมสารละลายมาตรฐานลงในสารสกัด
จากขาวและถัว่ เหลืองเมลด็ แหงทร่ี ะดบั LOD แลว นาํ ไปฉดี เขาเคร่ือง GC-MS/MS คาํ นวณคา signal-to-noise
ratio (S/N) จากน้ันยืนยันคา LOD ท่ีระดับความเขมขน 0.02 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม โดยเติมสารมาตรฐานลงใน
ตวั อยา งขาวและถั่วเหลืองเมลด็ แหง แลวสกัดตามขัน้ ตอน วเิ คราะหจ ํานวน 8 ซํ้า (n=8) แลว คาํ นวณคา S/N คา LOD
คอื ระดบั ความเขม ขนที่ใหคา S/N มากกวา 3
ขีดจาํ กัดของการวดั เชิงปริมาณ (LOQ)
หาขีดจํากัดของการวัดเชิงปริมาณ (limit of quantitation, LOQ) โดยใชขอมูลจากการทดสอบ
ความแมนและความเท่ียงของการวิเคราะห ที่ระดับความเขมขน 0.05 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม วิเคราะหจํานวน 8 ซ้ํา
(n=8) แลวคํานวณ %recovery กาํ หนดเกณฑยอมรับอยูในชว งรอ ยละ 70-120 และคา เบยี่ งเบนมาตรฐานสมั พัทธ
(RSD) กําหนดเกณฑยอมรบั ≤20%
ความเปนเสน ตรงของชว งการวิเคราะห
ศกึ ษาความเปน เสน ตรงของชว งการวเิ คราะหโ ดยการเตมิ สารมาตรฐานในตวั อยา ง (sample blank) ทรี่ ะดบั
ความเขมขน 0.05, 0.1, 0.2, 0.5, 1.25 และ 2.5 มลิ ลกิ รมั ตอกิโลกรัม วเิ คราะหระดับละ 3 ซํา้ (n=3) สรา งกราฟ
ความสัมพันธระหวางความเขม ขน ทเ่ี ติมลงในตัวอยา งกบั ความเขมขน ที่ตรวจพบ คํานวณหาคา สมั ประสทิ ธส์ิ หสมั พันธ
(correlation coefficient: r) กาํ หนดเกณฑย อมรับ r มีคามากกวา 0.95
ความแมนและความเทีย่ ง
เตมิ สารมาตรฐานในตวั อยา ง (sample blank) ทรี่ ะดบั LOQ, 4xLOQ และ 25xLOQ ทคี่ วามเขม ขน 0.05,
0.2 และ 1.25 มลิ ลิกรมั ตอ กิโลกรัม ตามลาํ ดับ วิเคราะหระดบั ละ 8 ซา้ํ (n=8) แลวคาํ นวณ %recovery และ RSD
โดยเกณฑย อมรับความแมน (accuracy): mean recovery 70-120% และเกณฑย อมรับความเทยี่ ง (precision):
RSD มคี า ≤20%
การประมาณคาความไมแ นนอนของการวดั
การประมาณคาความไมแ นนอนของการวดั (Estimation of Measurement Uncertainty, MU) ของ
การวเิ คราะหส ารกาํ จดั ศตั รพู ชื ในอาหารทท่ี าํ การทดสอบใชว ธิ กี ารของ EURACHEM ซงึ่ เปน การคาํ นวณโดยใชท กุ แหลง
ที่มาของความไมแนนอน จากนั้นคํานวณคาความไมแนนอนขยายท่ีระดับความเช่ือม่ันรอยละ 95 โดยใชคา k = 2
เปนวิธที ่มี ีความถกู ตองเปน ทีย่ อมรบั และเหมาะสมตอการนําไปใชงาน

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 579
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

การถายทอดองคความรเู พ่ือพัฒนาศักยภาพหอ งปฏิบัติการเครือขา ย
เพื่อเปนการสนับสนุนและยกระดับความสามารถหองปฏิบัติการเครือขายกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ในภูมิภาค จึงดําเนินการฝกอบรมวิธีการตรวจวิเคราะหใหแกศูนยวิทยาศาสตรการแพทยขั้นพ้ืนฐานและขั้นสูงรวม 7
แหง และเพ่ือทดสอบความสามารถหอ งปฏิบัติการที่เขา รบั การอบรม จึงดําเนนิ การจดั โครงการเปรยี บเทียบผลระหวา ง
หอ งปฏบิ ตั กิ าร (Interlaboratory comparison, ILC) การวเิ คราะหส ารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื ในขา ว ปง บประมาณ
พ.ศ. 2563 (ILC-PR01-63) มสี มาชิก 3 แหง ไดแก หองปฏิบตั กิ ารฝา ยสารกาํ จัดศัตรูพืชและยาสัตวตกคาง สาํ นัก
คุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และศูนยวิทยาศาสตรการแพทยอีก 2 แหง ใชคาอางอิงของวัสดุทดสอบ (QC
sample) ซ่ึงเปน ตวั อยางขา วบาสมาติ (Basmati Rice) ทไ่ี ดจากการทดสอบความชาํ นาญของ FAPAS Product
Code: FCPM2-CCP51 Test No. 09128 แจกจายใหแกผูเขารวมการเปรียบเทียบผลระหวางหองปฏิบัติการ
ผลวเิ คราะหจ ากหอ งปฏบิ ตั กิ ารจะถกู ประเมนิ ความเทา เทยี มกนั โดยใชค า RU (Relative expanded uncertainty)(18)
คาํ นวณไดจ าก Reference value และ Expanded uncertainty (U) ทรี่ ะบใุ น reference data sheet ของ FAPAS
โดยคา reference value ± U ของสาร alpha-BHC, methamidophos, profenofos และ fenpropathrin เปน
18.2 ± 8.0, 42.0 ± 18.5, 45.4 ± 20.0 และ 59.8 ± 26.4 ไมโครกรัมตอ กโิ ลกรมั ตามลําดับ กาํ หนดเกณฑย อมรบั
≤ U หรือ RU ≤ ±1 เมอ่ื RU = Relative expanded uncertainty, RVx = Reported value, RVo = Reference
value, U = Expended uncertainty ดงั สมการ

RU = (RVx - RVo)/U

ผล

ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธิภาพของวธิ ี QuEChERS และวธิ ี FaPEx®
เปรยี บเทียบประสทิ ธิภาพการเตรียมตัวอยาง 2 วิธี กอนการคดั เลือกวธิ ที จ่ี ะนาํ ไปทดสอบความใชได ไดแก

วิธี QuEChERS ซึ่งหองปฏิบัติการสํานักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารใชสําหรับวิเคราะหผักผลไมสด กับวิธี
FaPEx® ซึ่งผูผลิตระบุวามีหลักการเดียวกัน แตไดลดขนาดและขั้นตอนทําใหรวดเร็วขึ้น ซึ่งอาจจะสามารถนํามาใช
ทดแทนวิธเี ดมิ ได โดยเติมสารมาตรฐานท่รี ะดบั ความเขม ขน 0.05 มิลลิกรัมตอกิโลกรมั จาํ นวน 8 ซา้ํ (n=8) คํานวณ
%recovery และ %RSD ดงั แสดงในภาพท่ี 1 สาํ หรบั วธิ ี QuEChERS อา งองิ จากวธิ ี EN 15662 เปน วธิ ที ใ่ี ชก บั ตวั อยา ง
ความช้ืนสงู ไดพัฒนาปรบั ปรุงกอนการใชงานใหส ามารถใชวเิ คราะหข องแหง ได เนอื่ งจากตอ งคนื สภาพใหต ัวอยา งทมี่ ี
ความชนื้ 10-15% ใหม คี วามชนื้ ทเี่ หมาะสมกบั วธิ ี (ความชืน้ ≥70%) โดยการเตมิ นํ้า 4 เทา ของปรมิ าณตวั อยา ง ในสวน
ของวธิ ี FaPEx® ใชหลักการที่อา งองิ จากวิธี AOAC 2007.01 ดังแสดงในภาพที่ 1

จากการทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพวิธีเตรียมตัวอยาง ผลพบวาวิธี QuEChERS ใหจาํ นวนสารท่ีมี
%recovery อยูระหวาง 70-120% จาํ นวน 122 สาร คิดเปนรอยละ 100 และความเที่ยงที่แสดงดวยสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐานสัมพัทธ สารท้ังหมดอยูในเกณฑยอมรับ (≤20%) ในขณะที่วิธี FaPEx® ใหจํานวนสารท่ีมี %recovery
อยูระหวาง 70-120% จาํ นวน 108 สาร คิดเปน รอยละ 88 และมี 2 สาร ให %RSD ไมอ ยใู นเกณฑยอมรบั แสดงวา
วิธี QuEChERS มคี วามเหมาะสมทจี่ ะใชส ําหรับการเตรียมตัวอยา งมากกวา จึงเลือกใชวธิ นี ี้สาํ หรบั การทําการทดสอบ
ความใชไ ดของวธิ ีวเิ คราะห

580 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท ี่ 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหสารเคมีปอ งกันกําจัดศตั รพู ืชตกคา งในธัญพชื และถั่วเมลด็ แหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวรี วฒุ ิ วทิ ยานนั ท

ผลการทดสอบความใชไ ดของวธิ ีวิเคราะห
จากการศึกษาการวิเคราะห method blank และ sample blank ที่เปนขาวและถั่วเหลืองเมล็ดแหง

ตรวจไมพ บสารรบกวนทใ่ี หพ คี ตรงหรอื ใกลเ คยี งกบั สารมาตรฐาน การวเิ คราะหแ บบ MRM ดว ยเครอ่ื ง GC-MS/MS
ทําใหสามารถตรวจวัดพีคสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชไดอยางชัดเจน เปนเทคนิคท่ีมีความไวและความจําเพาะสูง
สามารถตรวจวัดสารสนใจในเมทริกซท่ีมีสารรบกวนไดดดี งั แสดงในภาพที่ 2

ภาพท่ี 1 ผลการเปรียบเทียบรอยละการคืนกลับและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานสัมพัทธระหวางวิธี QuEChERS
กับ FaPEx® แสดงจํานวนสารท่ีมี %recovery อยูระหวา ง 70-120% และ %RSD ≤20%.

สามารถสรางกราฟมาตรฐานความสัมพันธระหวาง concentration กับ peak area (response) ของ
สารสนใจมคี วามเปน เสน ตรงในชว ง 0.005 ถงึ 0.5 ไมโครกรมั ตอ มลิ ลลิ ติ ร ดงั แสดงในภาพท่ี 3 โดยกราฟมาตรฐานของ
สารทกุ ชนดิ มีคา r ในชวง 0.995-0.999 ซงึ่ สูงกวา เกณฑยอมรับท่ี 0.995

ผลการทดสอบขดี จาํ กดั ของการตรวจพบ (LOD) ของสารทกุ ชนดิ เทา กบั 0.02 มลิ ลกิ รมั ตอ กโิ ลกรมั (S/N > 3)
และการยนื ยนั โดยการสกดั ตวั อยา งทร่ี ะดบั LOD ผลพบวา พบสารทกุ ชนดิ ทง้ั 8 ซาํ้ โดยมขี ดี จาํ กดั ของการวดั เชงิ ปรมิ าณ
(LOQ) มคี าเทากบั 0.05 มลิ ลกิ รมั ตอกโิ ลกรัม

ผลการทดสอบความแมนและความเที่ยงของวิธีดังแสดงในตารางท่ี 2 คาความแมนและความเท่ียงที่ระดับ
LOQ, 4xLOQ และ 25xLOQ ท่ี 0.05, 0.20 และ 1.25 มลิ ลกิ รมั ตอ กิโลกรมั ของการวเิ คราะหส ารเคมีปอ งกันกําจดั
ศตั รูพืช 122 ชนดิ ในขาวและถั่วเหลอื งเมล็ดแหง ผลการทดสอบความแมน (%recovery) ที่ระดบั LOQ มีคาระหวา ง
74.3-119.8% และความเทย่ี งจาก RSD มคี า ระหวา ง 1.2-20.0% ผลการทดสอบความแมน และความเทยี่ งทร่ี ะดบั กลาง
(4xLOQ) และ สงู (25xLOQ) มีคา 91.3-120.0 % และ 0.5-20.0% ตามลําดับ ซ่ึงอยใู นเกณฑย อมรับที่ 70-120%
และ ≤20% ตามลาํ ดบั

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 581
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

ภาพที่ 2 Total ion chromatogram แสดง (a) method blank (b) matrix blank ปราศจากสารรบกวน
และ (c) พีคสารมาตรฐาน 122 ชนดิ

582 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหส ารเคมปี อ งกนั กําจัดศัตรูพืชตกคา งในธญั พชื และถ่ัวเมล็ดแหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวรี วฒุ ิ วิทยานันท

ภาพท่ี 3 ตวั อยา งกราฟมาตรฐานและChromatogramแสดงquantificationtransition,qualificationtransition,
ion intensity ratio และ mass-to-charge (m/z) ของ (a) chlorpyrifos และ (b) p,p’-DDE

ตารางที่ 2 ความแมน (average %recovery) และความเท่ียง (%RSD) ของการวิเคราะหสารเคมีปองกันกําจัด
ศัตรูพชื ในขาวและถว่ั เหลืองเมล็ดแหงที่ความเขม ขน ตางๆ

ขาว ถวั่ เหลอื งเมลด็ แหง
0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
Pesticides 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
(n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8)
DDD-p,p' Rec RSD Rec RSD Rec RSD
DDE-p,p' Rec RSD Rec RSD Rec RSD (%) (%) (%) (%) (%) (%)
DDT-p,p' (%) (%) (%) (%) (%) (%) 103.7 1.9 110.1 5.7 98.4 1.5
acephate 104.6 2.1 109.9 6.0 99.9 0.9
alachlor 110.5 2.9 118.1 19.1 102.1 3.3 102.1 2.1 108.6 6.1 99.6 0.9
aldrin 105.3 6.3 106.6 8.9 107.8 1.4
ametryn 104.3 3.9 118.2 12.4 100.2 2.2 105.6 3.1 104.4 16.9 104.4 0.9
atrazine 103.6 3.8 106.9 6.7 98.7 1.0
azinphos-ethyl 103.8 1.8 119.9 7.8 105.3 4.2 106.3 2.6 105.2 15.5 101.5 0.8
103.0 1.7 106.5 10.0 100.5 0.6
119.5 8.2 74.6 13.8 119.8 4.0 101.5 2.5 108.9 6.6 105.2 1.5

109.4 4.2 119.1 6.3 100.6 2.0

100.8 4.2 117.6 16.4 97.5 1.9

107.0 4.1 119.6 11.2 100.7 2.1

104.3 2.7 118.1 11.9 100.6 1.6

112.4 4.0 116.8 13.9 120.0 9.5

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย 583
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

ตารางท่ี 2 ความแมน (average %recovery) และความเที่ยง (%RSD) ของการวิเคราะหสารเคมีปองกันกาํ จัด
ศัตรูพืชในขาวและถว่ั เหลอื งเมล็ดแหงทีค่ วามเขมขน ตา งๆ (ตอ)

ขา ว ถวั่ เหลอื งเมล็ดแหง

Pesticides 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
(n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8)

Rec RSD Rec RSD Rec RSD Rec RSD Rec RSD Rec RSD
(%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%)

azinphos-methyl 111.0 13.5 113.0 18.7 118.2 11.3 104.5 1.5 109.0 6.4 105.2 1.4

bendiocarb 106.5 3.3 120.7 6.7 107.7 2.2 102.4 1.8 111.0 6.4 101.6 0.8

BHC-alpha 104.2 4.6 116.1 10.7 98.0 1.8 103.4 3.5 112.2 6.3 101.0 0.7

BHC-beta 104.6 4.8 119.5 11.2 98.9 1.4 103.1 3.3 110.0 6.1 100.1 0.6

BHC-delta 107.7 4.8 115.8 14.7 101.0 1.5 102.9 3.6 109.7 5.5 100.2 0.7

BHC-gamma 103.6 4.9 107.4 19.8 98.9 1.1 104.5 3.5 111.4 5.4 101.0 0.8

bifenazate 105.6 8.7 119.2 11.3 92.8 8.1 106.1 8.2 115.0 8.0 87.4 4.5

bifenthrin 108.7 2.5 114.4 18.5 104.1 4.7 103.3 2.1 112.5 5.6 101.5 0.9

bromacil 105.2 18.2 119.4 8.0 110.6 2.7 104.3 3.8 107.2 6.7 99.3 1.1

bromophos-ethyl 102.3 4.6 119.9 7.2 100.7 2.4 105.0 3.7 109.6 5.4 100.2 0.9

bromopropylate 109.3 3.2 119.4 9.9 106.3 4.8 102.6 1.3 108.9 6.5 97.3 1.3

buprofezine 106.9 5.2 116.6 14.5 101.3 2.5 108.2 4.0 111.0 5.8 98.7 1.2

butachlor 103.8 2.3 119.3 6.2 103.5 2.2 107.2 1.9 109.3 5.3 101.0 1.1

cadusafos 107.8 5.1 119.9 18.1 99.7 1.9 106.3 3.2 111.1 5.5 100.3 0.7

carboxin 74.3 19.9 155.2 18.1 110.7 4.4 109.5 4.4 105.6 7.1 102.2 1.0

chlordane-alpha 104.6 3.9 119.6 8.6 98.6 1.9 105.1 2.4 108.1 5.7 99.0 1.4

chlordane-oxy 100.3 2.7 119.5 10.3 99.2 2.1 110.1 1.9 109.9 6.1 99.6 0.9

chlordane-gamma 104.0 2.7 118.7 12.9 98.6 2.2 106.0 3.6 108.1 5.7 98.5 0.7

chlorfenapyr 110.3 7.4 116.0 18.7 102.7 3.4 96.4 3.4 108.8 5.6 99.4 1.2

chlorfenvinphos 112.4 5.5 117.0 16.3 108.4 2.8 107.0 1.9 110.6 6.1 101.6 0.9

chlorobenzilate 108.3 2.6 115.4 16.6 105.0 3.2 102.5 1.8 110.6 5.8 100.5 0.8

chloroneb 104.1 7.4 115.2 9.4 96.4 2.5 107.8 4.9 109.5 5.9 100.3 1.0

chlorothalonil 110.9 5.0 120.0 14.4 107.3 2.1 101.2 3.9 109.5 5.8 101.8 0.7

chlorpropham 105.8 5.7 117.9 12.7 98.7 1.5 103.9 3.9 111.5 6.4 101.9 0.9

chlorpyrifos 108.6 3.6 118.8 16.8 101.4 1.8 104.6 2.3 109.2 5.9 100.9 0.8

chlorpyrifos-methyl 106.4 3.0 117.7 14.1 104.1 1.4 104.6 2.1 111.3 5.7 102.4 1.1

cyanophos 104.2 4.1 119.8 11.7 101.7 1.8 104.5 2.5 110.3 5.8 106.1 0.8

cyfluthrin I 112.4 7.7 118.7 8.6 118.6 8.7 108.7 2.9 112.8 6.4 108.9 3.7

cyfluthrin II 100.0 5.5 119.5 11.9 116.5 10.3 113.9 4.5 108.3 5.8 106.0 2.8

cyfluthrin III 97.0 14.5 119.8 7.8 118.2 9.6 105.0 4.1 107.7 6.3 105.5 3.4

cyfluthrin IV 109.6 13.9 119.7 10.4 115.4 9.3 104.8 3.4 114.1 6.7 108.7 3.6

584 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปท ่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวเิ คราะหสารเคมปี อ งกนั กาํ จัดศัตรูพืชตกคางในธัญพชื และถวั่ เมลด็ แหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวรี วุฒิ วิทยานนั ท

ตารางที่ 2 ความแมน (average %recovery) และความเท่ียง (%RSD) ของการวิเคราะหสารเคมีปองกันกาํ จัด
ศตั รูพืชในขา วและถ่วั เหลืองเมล็ดแหงที่ความเขมขน ตา งๆ (ตอ )

ขา ว ถวั่ เหลอื งเมล็ดแหง
0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
Pesticides 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
(n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8)
Rec RSD Rec RSD Rec RSD
Rec RSD Rec RSD Rec RSD (%) (%) (%) (%) (%) (%)
(%) (%) (%) (%) (%) (%) 106.7 3.0 109.9 6.8 101.7 0.8
118.1 3.9 100.2 6.9 103.6 3.1
cyhalothrin-lambda 119.4 7.5 116.9 17.6 111.6 7.1 111.5 4.5 108.4 7.2 104.6 2.5
116.9 8.5 103.9 9.7 101.2 2.5
cypermethrin I 95.7 16.1 119.3 10.1 120.0 7.4 96.2 5.2 108.8 6.9 111.2 3.0
105.6 2.6 109.5 5.9 99.9 0.9
cypermethrin II 102.0 18.2 119.7 9.7 117.0 10.0 104.9 3.4 109.9 6.0 109.2 0.6
103.2 3.6 107.3 6.7 105.9 3.1
cypermethrin III 114.6 20.0 117.3 13.3 119.0 6.7 112.7 2.9 108.3 6.4 103.0 0.8
106.9 1.8 110.6 6.2 100.5 0.8
cypermethrin IV 117.2 14.4 119.9 11.5 115.6 8.9 105.2 4.6 111.7 5.7 106.4 0.8
111.1 3.0 111.0 5.5 105.8 1.3
DCPA 104.7 4.1 119.4 12.1 100.1 1.8 104.0 2.8 110.8 5.8 113.1 1.5
105.3 5.2 108.9 4.4 100.1 1.3
DEET 107.1 3.6 115.3 15.8 101.3 1.7 106.2 1.9 111.2 5.9 102.6 1.0
103.1 2.7 111.9 6.8 102.7 1.1
deltramethrin 101.3 9.8 119.8 10.4 114.0 8.6 112.2 3.6 109.4 5.8 101.4 0.9
104.9 2.1 108.2 5.9 99.5 0.6
demeton-S-methyl 96.1 12.0 119.9 5.8 107.4 2.1 102.6 7.4 109.0 4.9 99.0 1.0
106.6 2.0 110.8 5.6 96.4 1.5
diazinon 103.8 3.5 119.4 8.0 100.7 1.4 103.1 3.6 107.2 6.8 95.9 1.4
107.6 9.3 106.6 5.4 92.1 3.6
dichlorvos 109.5 8.7 119.0 7.1 98.5 2.2 111.4 1.5 112.7 5.8 110.2 3.6
107.2 1.9 111.1 5.8 102.1 0.9
dicofol 106.3 2.3 116.7 13.7 101.1 2.5 103.7 3.0 111.0 5.6 101.2 0.6
105.8 2.7 111.1 5.7 101.3 0.5
dicrotophos 111.5 6.1 119.8 4.9 116.0 3.0 105.3 3.4 110.5 5.8 101.4 1.0
107.1 4.2 116.7 5.4 111.1 4.2
dieldrin 105.2 6.1 119.4 5.4 100.9 2.6 104.4 2.4 110.0 5.9 109.9 0.6
105.9 2.7 110.1 6.1 99.8 0.8
dimethoate 108.7 4.4 119.6 4.4 110.0 2.3 105.1 1.8 110.7 5.5 101.2 0.8

dioxathion 98.0 7.1 119.9 6.4 95.9 1.7

disulfoton 94.3 16.5 119.1 2.4 100.9 1.0

ditalimfos 107.5 2.7 119.7 10.5 104.9 2.9

endosulfan-alpha 103.7 6.5 119.1 6.7 100.8 2.8

endosulfan-beta 97.8 3.1 119.7 7.4 102.3 2.9

endosulfan sulfate 104.3 6.5 116.8 17.2 102.5 2.8

endrin 98.1 9.6 119.3 5.0 96.9 3.6

EPN 104.1 4.0 118.4 7.9 112.6 5.1

ethion 109.1 3.4 118.7 11.4 104.3 3.3

ethoprophos 104.0 3.8 117.1 11.7 100.9 1.7

etrimfos 109.0 6.1 119.0 10.2 99.9 1.5

fenchlorphos 105.1 4.9 118.4 9.9 101.7 1.5

fenitrothion 102.5 4.3 119.5 10.4 107.8 2.0

fenobucarb 104.8 3.8 121.3 4.3 101.4 1.4

fenpropathrin 108.8 4.1 118.1 12.6 105.3 5.8

fenthion 105.3 3.1 116.7 15.2 102.2 1.7

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 585
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

ตารางที่ 2 ความแมน (average %recovery) และความเท่ียง (%RSD) ของการวิเคราะหสารเคมีปองกันกําจัด
ศตั รูพืชในขา วและถัว่ เหลอื งเมลด็ แหงท่คี วามเขม ขน ตางๆ (ตอ )

ขา ว ถวั่ เหลอื งเมล็ดแหง

Pesticides 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
(n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8)
fenvalerate I
fenvalerate II Rec RSD Rec RSD Rec RSD Rec RSD Rec RSD Rec RSD
fipronil (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%) (%)
folpet
fosthiazate I 102.4 4.1 119.7 10.7 118.4 11.1 108.0 3.2 108.2 6.7 106.1 2.2
fosthiazate II
heptachlor 115.4 5.6 119.8 17.1 118.6 10.7 107.6 4.3 107.6 6.2 106.6 2.6
heptachlor
epoxide (cis) 107.0 4.9 120.0 10.2 108.3 3.0 108.5 3.0 113.6 5.5 106.3 2.5
heptachlor
epoxide (trans) 103.4 6.5 119.1 6.8 113.9 4.1 101.3 4.4 109.3 6.7 105.1 1.4
heptenophos
hexachlorobenzene 109.0 7.6 106.3 14.0 118.9 3.3 98.8 2.1 108.1 6.7 102.4 1.5
hexazinone
isofenphos 117.6 15.8 118.3 19.0 116.8 3.8 104.5 2.5 112.7 5.7 106.3 2.5
isoprocarb
isoxathion 106.6 4.4 116.2 11.9 101.2 1.6 105.9 3.1 111.2 5.6 101.4 1.0
malathion
metacrifos 105.0 3.4 117.7 7.2 98.4 1.9 106.2 3.5 109.9 5.3 98.7 1.0
metalaxyl
methamidophos 99.2 3.7 119.8 9.9 100.4 1.9 104.3 3.6 110.0 6.2 99.2 1.0
methidathion
methoxychlor 111.3 4.3 118.3 8.7 104.6 1.6 103.6 3.0 110.3 5.9 102.0 0.8
metolachlor 103.5 6.1 119.4 3.6 96.4 1.8 105.1 4.2 110.9 6.1 100.7 0.6
metribuzin 107.9 4.4 120.9 5.4 105.4 2.4 104.5 1.2 108.2 6.5 103.0 1.0
mevinphos 102.5 3.1 119.4 10.2 100.3 2.5 105.1 2.3 109.7 5.8 99.3 0.9
monocrotophos 105.5 3.9 124.1 8.3 100.9 1.1 107.3 4.0 109.4 5.8 106.8 0.7
naled 104.4 4.6 116.7 4.4 119.7 9.5 109.4 3.2 119.3 5.4 123.1 8.1
omethoate 107.0 3.6 119.6 11.4 105.3 2.4 107.2 2.5 110.2 5.7 101.4 1.0
parathion 105.8 7.3 119.7 5.1 96.6 2.1 106.2 4.6 109.7 5.6 101.5 0.7
parathion-methyl 103.9 4.9 117.0 3.2 103.3 2.8 102.6 1.9 108.0 6.3 99.4 0.6
98.6 3.9 118.6 14.5 105.9 1.9 105.5 5.8 108.7 5.9 102.0 1.2
110.9 2.9 118.8 10.7 108.5 3.1 106.5 1.5 110.9 5.4 101.9 0.9
107.7 2.9 118.3 14.8 106.0 5.3 104.9 2.7 108.2 6.7 99.1 0.7
105.4 3.1 119.6 3.9 101.9 2.3 104.3 2.8 109.7 5.9 98.9 0.7
110.8 2.7 117.9 15.2 103.4 1.6 110.5 2.0 120.0 6.3 107.8 2.8
111.1 7.6 115.1 11.2 102.2 1.9 106.4 4.4 109.0 5.9 101.7 0.8
108.7 10.0 119.6 3.8 114.6 5.0 104.2 2.9 109.6 6.0 106.9 1.7
116.7 16.4 126.1 17.6 94.1 8.9 112.6 6.0 107.5 7.9 92.6 5.0
112.2 9.4 104.0 17.8 119.6 3.3 104.6 6.5 109.4 6.4 112.1 1.4
109.8 4.4 119.9 11.0 107.0 2.3 110.5 2.1 113.2 5.4 110.4 3.4
113.3 2.5 118.9 12.7 110.4 2.3 110.2 3.0 117.7 5.3 113.5 5.2

586 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหส ารเคมปี อ งกันกาํ จัดศตั รพู ชื ตกคา งในธญั พืชและถว่ั เมล็ดแหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวีรวฒุ ิ วทิ ยานันท

ตารางท่ี 2 ความแมน (average %recovery) และความเที่ยง (%RSD) ของการวิเคราะหสารเคมีปองกันกําจัด
ศัตรูพืชในขาวและถวั่ เหลืองเมล็ดแหงทีค่ วามเขม ขน ตางๆ (ตอ)

ขา ว ถัว่ เหลืองเมล็ดแหง
0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
Pesticides 0.05 mg/kg 0.2 mg/kg 1.25 mg/kg
(n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8) (n=8)
permethrin I Rec RSD Rec RSD Rec RSD
permethrin II Rec RSD Rec RSD Rec RSD (%) (%) (%) (%) (%) (%)
phenthoate (%) (%) (%) (%) (%) (%) 98.6 4.5 109.2 7.8 100.0 3.4
phorate 106.6 2.6 109.3 6.6 98.8 1.5
phosalone 117.4 14.2 117.6 13.5 114.4 8.0 104.4 2.3 112.7 5.4 103.6 1.2
phosmet 107.1 2.2 112.6 5.6 102.2 0.8
phosphamidon 119.8 6.3 119.0 14.8 110.3 8.3 105.5 1.7 110.2 6.3 102.5 1.1
picoxystrobin 104.4 1.4 108.0 6.4 102.5 1.4
pirimiphos-ethyl 105.1 2.4 118.7 5.2 103.6 2.2 104.3 3.6 111.9 5.4 103.0 1.3
pirimiphos-methyl 95.8 4.5 108.2 7.8 101.4 1.2
profenofos 104.5 3.5 119.7 5.3 99.7 1.1 108.4 2.5 110.4 5.4 101.1 1.0
propachlor 107.2 2.3 110.9 5.5 100.9 1.0
propargite 115.3 3.8 116.9 16.8 117.1 9.0 102.2 5.9 105.8 7.3 98.0 6.1
propetamphos 104.4 2.9 111.2 6.1 100.8 0.6
prothiofos 118.2 5.5 118.8 9.5 118.7 5.8 102.4 1.7 107.2 6.3 91.3 4.1
pyrimethanil 105.4 2.3 114.1 5.5 112.5 1.8
quinalphos 115.6 5.8 117.4 14.4 118.4 3.9 102.9 2.8 109.1 5.9 99.9 0.7
quintozen 108.7 3.2 110.5 5.9 102.5 0.7
simazine 114.1 5.7 127.0 14.5 101.7 3.0 105.8 2.2 109.9 5.6 101.8 0.8
tebufenpyrad 107.9 5.0 111.6 4.8 104.8 2.0
tecnazene (TCNB) 104.8 2.7 116.2 14.8 100.7 2.2 104.2 3.8 111.2 5.8 102.2 0.7
terbacil 103.3 3.5 109.8 6.0 99.5 0.6
terbufos 98.8 4.5 119.6 6.8 102.0 2.0 106.0 4.0 111.9 5.6 103.7 1.0
tetrachlorvinphos 104.7 3.0 110.0 6.6 101.8 1.0
tetradifon 112.2 8.6 119.9 7.5 107.2 6.6 106.2 3.5 111.8 5.8 101.9 0.7
thiometon 103.4 1.9 110.4 5.6 100.9 1.3
tolclofos-methyl 107.1 3.3 117.5 10.5 101.5 1.4 106.2 2.6 109.7 6.6 98.1 1.8
tolylfluanid 110.9 3.5 107.6 6.5 100.7 0.8
triadimefon 111.1 3.7 117.5 9.8 103.6 5.0 106.6 3.3 111.0 5.7 101.1 1.0
triazophos 106.0 2.3 112.0 5.1 101.0 1.1
trifluralin 105.3 4.0 119.5 3.6 101.1 0.9 104.5 2.2 110.2 5.7 101.0 0.9
103.7 1.4 109.9 6.2 102.1 1.2
106.7 3.5 119.1 8.7 101.4 2.8 107.5 4.3 115.3 5.3 105.9 2.0

106.1 3.7 119.7 5.6 98.8 1.5

107.3 2.4 118.2 7.0 102.9 2.7

109.6 7.5 117.4 6.7 99.2 1.5

106.3 4.0 122.8 4.1 100.0 1.6

107.2 5.1 119.6 11.3 108.5 5.7

108.2 5.9 119.8 2.1 97.9 1.8

111.2 4.1 120.0 8.1 108.0 2.4

104.0 5.9 117.5 10.5 98.7 1.5

113.9 2.5 112.9 9.9 115.4 4.1

111.3 5.7 104.1 17.8 107.5 6.4

100.4 12.0 115.8 8.5 101.3 1.3

105.0 4.6 118.2 5.5 99.5 1.4

108.1 2.9 117.5 10.8 103.7 2.0

106.5 3.0 118.9 7.8 103.4 2.9

113.0 6.2 122.9 14.1 110.4 5.1

106.6 6.1 114.4 14.2 100.0 1.9

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 587
ปท่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

ผลการทดสอบความเปน เสนตรงของชว งการวิเคราะห พบวา สารทัง้ หมดมีชว งความเปน เสน ตรงอยูร ะหวาง
0.05-2.50 มลิ ลกิ รมั ตอ กโิ ลกรมั ดว ยคณุ ลกั ษณะทงั้ หมดทที่ าํ การทดสอบความใชไ ดน แี้ สดงวา สามารถใชว ธิ นี ว้ี เิ คราะห
สารสนใจดังกลาวได และเมื่อพิจารณาขอกําหนดทางกฎหมายของประเทศไทยที่กําหนดคา Maximum Residue
Limit (MRL) ของสารเคมีปองกนั กาํ จัดศตั รพู ชื ไวท่ี 0.01-10 มิลลกิ รมั ตอกิโลกรัม วิธีนี้สามารถใชในการวิเคราะห
แบบคดั กรอง (screening) สารเคมปี อ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ชื ในขา วและถว่ั เหลอื งเมลด็ แหง ซง่ึ เปน ตวั แทนของกลมุ ธญั พชื
และกลุมถั่วเมล็ดแหงไดตรงตามวัตถุประสงค

การประมาณคา ความไมแ นน อนของการวดั ตามแนวของ ISO GUM Approach หรอื Bottom-up Approach
ผลจากการประมาณคาความไมแนนอนพบวาแหลงความไมแนนอนที่สําคัญที่สุด คือ calibration curve (38%)
sample weight (26%) และ method precision (23%) สว น bias หรอื recovery และ standard concentration
(6 และ 4%) และองคประกอบอ่นื ๆนนั้ ถอื เปนองคประกอบทน่ี อยมาก ดงั แสดงในภาพที่ 4

ภาพที่ 4 สดั สว นขององคประกอบแหลง ความไมแ นน อนของการวิเคราะห chlorpyrifos ในขา ว

ผลการถายทอดองคค วามรเู พอื่ พฒั นาศกั ยภาพหองปฏบิ ตั กิ ารเครอื ขา ย
หอ งปฏบิ ตั กิ ารเครอื ขา ยไดร บั การฝก อบรมวธิ วี เิ คราะหข องแหง จากสาํ นกั คณุ ภาพและความปลอดภยั อาหาร

ในป พ.ศ. 2563 จาํ นวน 7 แหง แบง เปน หอ งปฏบิ ตั กิ ารทใ่ี ชเ ครอ่ื งมอื ชน้ั สงู 4 แหง ทง้ั หมดเปด ใหบ รกิ ารตรวจวเิ คราะห
แลว และหอ งปฏบิ ัตกิ ารทีใ่ ชเคร่อื งมอื พน้ื ฐานอีก 3 แหง เปดใหบรกิ ารแลว 1 แหง เพอ่ื เปน การทดสอบความสามารถ
และประเมินประสิทธิผลการฝกอบรมจึงจัดทําโครงการเปรียบเทียบผลระหวางหองปฏิบัติการการวิเคราะหสารเคมี
ปอ งกนั กาํ จัดศตั รูพืชในขาว โดยใชค า อางองิ (Reference value) และ Expanded uncertainty U (k = 2) ของ
สารทศี่ ึกษา 4 ชนดิ คือ alpha-BHC, methamidophos, profenofos และ fenpropathrin ดังแสดงในตารางท่ี 3
โดยมหี อ งปฏบิ ัติการเขารวม 3 แหง รายงาน 4 คา (1A, 1B, 2 และ 3) จากการประเมนิ ผลสมาชกิ โดยใช Relative
expanded uncertainty (RU) ดงั แสดงในภาพที่ 5 โดยกําหนดเกณฑย อมรบั เปน RU ≤ ± 1 สมาชิกรายงานผล
ปรมิ าณสาร profenofos ไดใ นระดับทีน่ า พอใจทงั้ 3 แหง (รอยละ 100) สว นสาร alpha-BHC, methamidophos
และ fenpropathrin มีคา RU ในระดับนาพอใจ 2 แหง (รอยละ 66.7) ซึ่งเปนหองปฏิบัติการเดียวกัน และมี
หองปฏิบัติการ 1 แหง ท่ีมีคา RU ในระดับไมนาพอใจท้ัง 3 สาร ซ่ึงสรุปไดวามีหองปฏิบัติการท่ีสามารถวิเคราะห

588 วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวิเคราะหสารเคมีปอ งกนั กําจัดศตั รูพชื ตกคา งในธญั พืชและถั่วเมล็ดแหง ธรณิศวร ไชยมงคล และวรี วุฒิ วทิ ยานนั ท

สารเคมีปอ งกันกําจัดศัตรูพชื ในขา วไดในระดับทนี่ า พอใจท้งั 4 สาร มีจํานวน 2 แหง และอีก 1 แหง สามารถวิเคราะห
สารเคมีปองกนั กําจดั ศัตรูพชื ในขา วไดใ นระดบั ทน่ี า พอใจ 1 สาร ทัง้ นห้ี องปฏิบัติการสามารถทบทวนผลการวิเคราะห
เพ่ือดาํ เนนิ การพัฒนาปรบั ปรงุ งานในระบบคณุ ภาพการวิเคราะหใ หดีย่ิงขึน้

ตารางท่ี 3 คา อา งอิง (Reference value) และ Expanded uncertainty U (k = 2) ของสารทศ่ี กึ ษา

Pesticides Reference value (µg/kg) Expanded uncertainty
alpha-BHC 18.2 8.0
methamidophos 42.0 18.5
profenofos 45.4 20.0
fenpropathrin 59.8 26.4

ภาพท่ี 5 RU ของการวิเคราะหสาร alpha-BHC, methamidophos, profenofos และ fenpropathrin
ในตัวอยางขา วบาสมาติ เกณฑย อมรบั RU ≤ ±1

วิจารณ

การทดสอบประสิทธิภาพของวิธี QuEChERS และ FaPEx® พบวาวิธีมาตรฐาน QuEChERS ใหคา
%recovery และ %RSD อยูใ นเกณฑยอมรบั มากกวา วธิ ี FaPEx® แมวธิ ีนีจ้ ะใชเ วลาและสารเคมีนอ ยกวา แตเ กณฑ
การคัดเลือกตองมาจากความถูกตองของวิธีเปนอันดับแรก และการใชตัวอยางปริมาณนอยจะสงผลถึงความแมน
และความเที่ยงของวิธี รวมท้ังเปน cartridge ท่ีบรรจุ SPE สําเร็จรูปท่ีมีผลตอความแมนของวิธียังเปนลิขสิทธิ์
เฉพาะของบริษัทผูผลิต ท้ังน้ีวิธี FaPEx® มีศักยภาพที่สามารถพัฒนาใหเปนวิธีมาตรฐานไดเม่ือมีการพัฒนา SPE
ใหเ หมาะสมในอนาคตตอไป

การพัฒนาวิธีวิเคราะหโดยใชเครื่อง GC-MS/MS ในขั้นตอน instrument method development
เปน สิง่ ท่ีสําคญั และมีความจําเปนตอการวิเคราะหแบบ multi-residue method อยางมาก โดยเฉพาะการหาสภาวะ
และ MRM transitions ทีเ่ หมาะสม โดยตอ งคาํ นงึ ถึงเมทริกซท ่อี ยูในสารสกัด การเลือก transitions ทไี่ มเ หมาะสม

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 589
ปท่ี 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

จะทําใหผลการวิเคราะหผิดพลาดจากสารรบกวน และการวิเคราะหสารจํานวนมากพรอมกันยังถือเปนความทาทาย
เชิงเทคนคิ ตอผวู ิเคราะห

วธิ เี ตรยี มตวั อยา ง QuEChERS ไดร บั การพฒั นาขนึ้ เปน ครง้ั แรกใหใ ชไ ดก บั ตวั อยา งทมี่ คี วามชน้ื สงู มากกวา
70% ประเภทผกั และผลไมส ด ในขณะทก่ี ารวเิ คราะหอ าหารกลมุ ธญั พชื และถวั่ เมลด็ แหง ซง่ึ เปน ตวั อยา งในกลมุ ของแหง
ความชนื้ ตา่ํ มแี ปง โปรตนี และกรดไขมนั อยปู รมิ าณมาก ซง่ึ จะแสดงเปน สารรบกวนในระบบ chromatography ทาํ ให
การวเิ คราะหใ นระดบั ตา่ํ เปน ไปไดย าก เพอ่ื กาํ จดั สารเหลา นมี้ คี วามพยายามใชเ ทคนคิ ตา ง ๆ เชน dispersive SPE ทมี่ ี
สว นผสมของ PSA และ C18 เพอ่ื กาํ จดั กรดอนิ ทรยี  กรดไขมนั และนาํ้ ตาลบางชนดิ ได หรอื การ centrifuge ทอ่ี ณุ หภมู ติ า่ํ
เพื่อกําจัด co-extracts การเลือกใชเครื่องมือที่มีความจําเพาะสูงจะสามารถทําใหลดสารรบกวนไดดีโดยไมตอง
ผานการทําใหบริสุทธิ์ไดเชนกัน การสกัดโดยใช acetonitrile เปนตัวทําละลายสามารถละลายสารที่มีคุณสมบัติ
หลากหลายไดท้ังมีขั้วและไมมีขั้ว หากฉีดเขาเคร่ืองมือวิเคราะหโดยตรง สารชนิดน้ีจะทําลาย stationary phase
ทําใหอายุการใชงานของ analytical column สั้นลง เพื่อเปนการยืดอายุใหสามารถวิเคราะหสารไดนานข้ึนและ
เปนการประหยัดทรัพยากรจึงทําการเปล่ียนตัวทําละลายโดยการระเหยแหงโดยใชแก็สไนโตรเจนแลวปรับปริมาตร
โดยใชสารผสมของ ethyl acetate และ n-hexane อัตราสวน 1 ตอ 3 การวิเคราะหดวยเครื่อง GC-MS/MS
สารหลายชนดิ อาจทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั activesiteในเครอ่ื งมอื จงึ ตอ งมกี ารเตมิ analyticalprotectant(D-sorbitol)ลดการ
adsorption และการ degradation ของสารสนใจกอ นฉดี เขาเครือ่ งมอื วิธีการนจ้ี ะชว ยให repeatability ดีขนึ้ (19)

การเลอื กใช inlet ชนิด PTV (programmable temperature vaporizer) โดยการคอ ยๆ ปรับอุณหภูมิ
ใหส งู ขน้ึ เปน การชว ยใหส ารทม่ี ี volatility ทแี่ ตกตา งกนั เขา สู column ไมพ รอ มกนั เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการแยกสารไดด ี
ในกรณที เ่ี ครอ่ื งมอื ไมม ี inlet ชนดิ นี้สามารถใช MMI (multimode inlet) ทีใ่ ชไดทง้ั แบบ split/splitless และปรบั
อณุ หภูมิขน้ึ ลงได เคร่ืองตรวจวดั สารชนดิ triple quadrupole mass spectrometer ใน mode MRM, multiple
reaction monitoring ถกู ใชเ พื่อเพ่ิม sensitivity และ selectivity สามารถตรวจวัดสารทีร่ ะดบั ต่ํามากไดแ ละเปน
เคร่ืองมือท่ีมีความทน (robustness) โดยท่ัวไปจะใชในงานวิเคราะห drug metabolism, pharmacokinetics,
environmental contaminants, biological analyses และงานสารตกคา งในอาหาร ตองมกี ารตรวจสอบสภาวะที่
เหมาะสมกอ นการใชเ ครื่องมอื ทุกคร้งั พารามิเตอรท ี่มกั มีการตรวจสอบ ไดแก ความคงที่ของ retention time, peak
area (response) หรือในบางกรณีสามารถตรวจสอบคา ion intensity ratio ไดเ ชนกัน

ดําเนินการควบคุมคุณภาพผลการวิเคราะหทั้งภายในและภายนอก โดยการวิเคราะห method blank,
spiked sample และ duplicate sample ทุกชุดของการสกัดหรืออยางนอยประมาณ 5% ของตัวอยางทดสอบ
ในกรณีที่มีตัวอยางจํานวนมาก และหากพบสารที่สงสัยวาเปนสารตกคางสนใจจะตองทําการตรวจยืนยันดวยทุกคร้ัง
การยืนยันชนิดของสารท่ีตรวจพบตองยืนยันผลดวย ion intensities ratio โดยคา ion intensities ratio ของ
สารท่ีวิเคราะหแตละตัวในตัวอยาง และ ion intensities ratio เฉลี่ยของสารมาตรฐานน้ัน ตองแตกตางกันไมเกิน
30% และยืนยันปริมาณที่ตรวจพบโดยทําการทดสอบตัวอยางใหม (retest) แบบ duplicate test แลวรายงาน
โดยใชคาเฉล่ียของการทําซ้ําดังกลาว และเกณฑยอมรับของ %RPD ตองไมเกิน 25% สําหรับการควบคุมคุณภาพ
ภายนอก ไดเ ขา รว มการทดสอบความชํานาญกับ FAPAS ผล z-score ≤ 2 เปน การยนื ยันวากระบวนการวิเคราะห
ทงั้ หมดมคี วามถกู ตอ งเหมาะสมและสอดคลอ งกบั เอกสารอา งองิ เฉพาะดา นและสอดคลอ งกบั มาตรฐานหอ งปฏบิ ตั กิ าร
ทดสอบและสอบเทยี บ ISO/IEC 17025: 2017

ผลการเปรียบเทียบระหวางหองปฏิบัติการวิเคราะหสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชในขาว โดยใชตัวอยาง
ขาวบาสมาติ (Basmati Rice) มจี ํานวนสมาชกิ หอ งปฏบิ ตั ิการเขา รว ม 3 แหง หอ งปฏิบัตกิ ารทุกแหง สงผลมาเพ่อื รบั
การประเมนิ และมหี อ งปฏบิ ตั กิ าร 1 แหง รายงานผลการวเิ คราะห 2 คา เนอื่ งจากใชว ธิ วี เิ คราะหท ต่ี า งกนั จงึ มผี ลวเิ คราะห
ทนี่ าํ มาประเมนิ จาํ นวน 4 คา ของสารแตล ะชนดิ เมอื่ นาํ คา ทสี่ มาชกิ รายงานมาเปรยี บเทยี บกบั คา อา งองิ และใช Expanded

590 วารสารกรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย
ปท ่ี 63 ฉบับท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

การวิเคราะหสารเคมีปองกนั กําจดั ศัตรูพืชตกคา งในธัญพืชและถวั่ เมลด็ แหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวรี วฒุ ิ วทิ ยานันท

uncertainty (U) คาํ นวณเปน คา RU พบวา การประเมนิ ความสามารถการวเิ คราะหช นดิ และปรมิ าณสารสารเคมปี อ งกนั
กาํ จดั ศตั รพู ชื ในขา วของสมาชกิ หอ งปฏบิ ตั กิ าร ทงั้ 3 แหง นนั้ อยใู นเกณฑน า พอใจสาํ หรบั การวเิ คราะหส าร profenofos
มีหอ งปฏบิ ัติการ 2 แหง รายงานผลการวเิ คราะหส าร alpha-BHC, methamidophos, และ fenpropathrin อยใู น
เกณฑน า พอใจ แตม หี อ งปฏบิ ตั กิ าร 1 แหง รายงานผลอยใู นเกณฑไ มน า พอใจ โดยหอ งปฏบิ ตั กิ ารแหง นรี้ ายงานปรมิ าณ
ไปในทศิ ทางทีม่ ากกวาคา อางองิ กรณวี ิเคราะหส าร methamidophos ซึ่งเปน สารทม่ี ีความเปน ขั้วสงู ในกลมุ ออรก าโน
ฟอสฟอรสั และรายงานไปในทางนอยกวา คา อา งองิ กรณีวเิ คราะหส าร alpha-BHC และ fenpropathrin ทีอ่ ยูใ น
กลุมออรกาโนคลอรีนและกลุมสารสังเคราะหไพรีทรอยด ตามลําดับ ซ่ึงมีความเปนขั้วตํ่า จากขอมูลดังกลาวชี้ใหเห็น
วา หอ งปฏบิ ตั กิ ารมคี วามเบย่ี งเบนเชงิ ระบบ ซง่ึ อาจเกดิ จากเทคนคิ การวเิ คราะหใ นขนั้ ตอนการสกดั หรอื การเตรยี มสาร
มาตรฐาน ทั้งนหี้ อ งปฏบิ ัตกิ ารดังกลา วควรติดตามหาสาเหตทุ ีแ่ ทจ ริงเพือ่ การปองกนั และพฒั นาคณุ ภาพการวิเคราะห
ทีเ่ ปนงานประจาํ ของหอ งปฏบิ ัตกิ ารตอไป

สรุป

วิธีวิเคราะหสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชในขาวและถ่ัวเหลืองเมล็ดแหงดวยวิธีที่พัฒนาข้ึนเปนวิธี
multi-residue method โดยใชวธิ ีท่อี า งอิงจาก EN 15662 หรือ QuEChERS ใช GC-MS/MS เปน เครอื่ งมอื
ตรวจวดั เปนวธิ ที งี่ าย รวดเรว็ ประหยัด และมีประสทิ ธภิ าพสูงกวาวธิ ี FaPEx® ผานการทดสอบความใชไดเ ปนวิธที ี่
มีคุณลักษณะและสมรรถนะที่เหมาะสม มีความถูกตอง แมนยํา มีความไวและความจําเพาะ อยูในเกณฑยอมรับตาม
SANTE/12682/2019(20) เมื่อใชวิธีพรอมกับการควบคุมคุณภาพภายในและภายนอก สามารถใชเปนวิธีวิเคราะห
ในหองปฏิบัติการเพื่อใชสําหรับตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยใหเปนไปตามคากําหนดทางกฎหมายที่ระบุ
ในพระราชบัญญตั ิอาหาร ป พ.ศ.2522 และตรวจสอบคุณภาพใหเ ปน ไปตามมาตรฐานระหวา งประเทศเพือ่ การสง ออก
สินคา ทางการเกษตรไดอีกดวย

กิตตกิ รรมประกาศ

คณะผูวจิ ยั ขอขอบคุณศนู ยว ทิ ยาศาสตรก ารแพทยท ี่ 10 อบุ ลราชธานี และศูนยว ิทยาศาสตรการแพทยท ่ี 12
สงขลา สําหรับการเขารวมการเปรียบเทียบผลระหวางหองปฏิบตั ิการ บริษัท S.M. Chemical Supplies Co., Ltd.
สําหรับการสนับสนุน FaPEx® cartridge นางวิชาดา จงมีวาสนา นกั วทิ ยาศาสตรการแพทยช าํ นาญการพิเศษ สาํ หรับ
คาํ แนะนําขอเสนอแนะทางวชิ าการ

เอกสารอางอิง

1. Food and Agriculture Organization (FAO). Save and grow in practice: maize, rice and wheat - a
guide to sustainable cereal production. [online]. 2016; [cited 2020 Nov 6]; [124 screens].
Available from: URL: http://www.fao.org/3/a-i4009e.pdf.

2. Kukusamude C, Kongsri S. Elemental and isotopic profiling of Thai jasmine rice (Khao Dawk
Mali 105) for discrimination of geographical origins in Thung Kula Rong Hai area, Thailand.
Food Control 2018; 91: 357-64.

วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย 591
ปท่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

3. United States Department of Agriculture (USDA). Thailand grain and feed annual. GAIN
report number: TH9031. [online]. 2019; [cited 2020 Nov 6]; [17 screens]. Available from: URL:
https://gain.fas.usda.gov/Recent%20GAIN%20Publications/Grain%20and%20Feed%20An-
nual_Bangkok_Thailand_3-14-2019.pdf.

4. Hensawang S, Chanpiwat P. Health impact assessment of arsenic and cadmium intake via rice
consumption in Bangkok, Thailand. Environ Monit Assess 2017; 189(11): 599. (10 pages).

5. FAOSTAT. Online statistical database: production - value of agricultural production.
[online]. 2019; [cited 2020 Nov 6]; [1 screen]. Available from: URL: http://www.fao.org/faostat/
en/#compare.

6. สมาคมผูสง ออกขาวไทย. ปรมิ าณการสงออกขาวของไทย รายประเทศ ระหวา งป 2561-2563. [ออนไลน]. 2563;
[สบื คน 6 พ.ย. 2563]; [3 หนา ]. เขาถงึ ไดท :่ี URL: http://www.thairiceexporters.or.th/export%20
by%20country%202020.html.

7. Yang A, Park JH, Abd El-Aty AM, Choi JH, Oh JH, Do JA, et al. Synergistic effect of washing
and cooking on the removal of multi-classes of pesticides from various food samples. Food
Control 2012; 28(1): 99-105.

8. พระราชบญั ญตั อิ าหาร พ.ศ. 2522 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ท่ี 387 (พ.ศ. 2560) เรอ่ื งอาหารทมี่ สี ารพษิ
ตกคา ง. ราชกิจจานุเบกษา เลม 134 ตอนพิเศษ 228 ง (วนั ท่ี 18 กนั ยายน 2560). หนา 8.

9. Anastassiades M, Lehotay SJ, Stajnbaher D, Schenck FJ. Fast and easy multiresidue method
employing acetonitrile extraction/partitioning and ‘‘dispersive solid-phase extraction’’ for the
determination of pesticide residues in produce. J AOAC Int 2003; 86(2): 412-31.

10. AOAC Official method 2007.01 pesticide residues in foods by acetonitrile extraction and
partitioning with Magnesium Sulfate. [online]. 2007; [cited 2020 Nov 6]; [9 screens]. Available
from: URL: https://nucleus.iaea.org/sites/fcris/Shared%20Documents/SOP/AOAC_2007_01.
pdf.

11. BS EN 15662:2008. Foods of plant origin - determination of pesticide residues using GC-MS
and/or LC-MS/MS following acetonitrile extraction/ partitioning and cleanup by dispersive
SPE QuEChERS-method. [online]. 2008; [cited 2020 Nov 6]; [84 screens]. Available from: URL:
http://www.chromnet.net/Taiwan/QuEChERS_Dispersive_SPE/QuEChERS_%E6%AD%90%
E7%9B%9F%E6%96%B9%E6%B3%95_EN156622008_E.pdf.

12. Wittayanan W, Chaimongkol T, Jongmevasna W. Multiresidue method for determination of
20 organochlorine pesticide residues in fruits and vegetables using modified QuEChERS and
GC-ECD/GC-MSD. Int Food Res J 2017; 24(6): 2340-6.

13. วีรวุฒิ วิทยานันท, ธรณิศวร ไชยมงคล. การพัฒนาวิธีวิเคราะหสารกําจัดศัตรูพืชกลุมออรกาโนฟอสฟอรัสและ
กลุม สารสงั เคราะหไ พรีทรอยดตกคางพรอ มกันในอาหารบางชนิดโดยเทคนิคแกส โครมาโทกราฟ. ว กรมวทิ ย พ
2561; 60(1): 29-44.

592 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

การวเิ คราะหสารเคมปี อ งกนั กําจัดศตั รูพชื ตกคางในธัญพชื และถวั่ เมลด็ แหง ธรณศิ วร ไชยมงคล และวรี วุฒิ วิทยานันท

14. Fenik J, Tankiewicz M, Biziuk M. Properties and determination of pesticides in fruits and
vegetables. Trends Analyt Chem 2011; 30(6): 814-26.

15. Díez C, Traag WA, Zommer P, Marinero P, Atienza J. Comparison of an acetonitrile extraction/
partitioning and ‘‘dispersive solid-phase extraction’’ method with classical multi-residue
methods for the extraction of herbicide residues in barley samples. J Chromatogr A 2006;
1131(1-2): 11–23.

16. Lehotay SJ, de Kok A, Hiemstra M, Van Bodegraven P. Validation of a fast and easy method
for the determination of residues from 229 pesticides in fruits and vegetables using gas and
liquid chromatography and mass spectrometric detection. J AOAC Int 2005; 88(2): 595-614.

17. Chuang WC, Chen JW, Huang CH, Shyu TH, Lin SK. FaPEx®multipesticide residues extraction
kit for minimizing sample preparation time in agricultural produce. J AOAC Int 2019; 102(6):
1864-76.

18. Sutarno R, Steger HF. The use of certified reference materials in the verification of analytical
data and methods. Talanta 1985; 32(6): 439-45.

19. Anastassiades M, Mastovská K, Lehotay SJ. Evaluation of analyte protectants to improve gas
chromatographic analysis of pesticides. J Chromatogr A 2003; 1015(1–2); 163-84.

20. SANTE/12682/2019 - analytical quality control and method validation procedures for pesticide
residues analysis in food and feed. [online]. 2020; [cited 2020 Nov 6]; [52 screens]. Available
from: URL: https://www.eurl-pesticides.eu/userfiles/file/EurlALL/AqcGuidance_
SANTE_2019_12682.pdf

วารสารกรมวิทยาศาสตรก ารแพทย 593
ปท ่ี 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Analysis of Pesticide Residues in Cereal Grains and Pulses Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan

Method Development for Pesticide Residue
Analysis in Cereal Grains and Pulses
using GC-MS/MS

Thoranit Chaimongkol and Weerawut Wittayanan
Bureau of Quality and Safety of Food, Department of Medical Sciences, Tiwanond Road, Nonthaburi
11000, Thailand
ABSTRACT Cereal grains and pules are the most common consumed foods worldwide and the use of
pesticides in agricultural production for plant protection has been the cause for increasing concern.
The safety of these products must be checked for toxic pesticide residue contamination by reliable and
trustable analytical method. The efficiency of QuEChERS and FaPEx® method for sample preparation
procedure was compared. A modified QuEChERS method was selected and was improved for
simultaneous determination of 122 pesticide residues in rice and dried soybeans and the method was
established and validated. The samples were initially extracted with acetonitrile (MeCN) and combined
with salting out step by the mixture of MgSO4 and CH3COONa. The final extract was concentrated
and reconstituted with appropriate solvent. The target pesticides were detected by gas chromatography-
tandem mass spectrometry (GC-MS/MS) with MRM technique to minimized interference. The limit of
detection and the limit of quantification of the validated method were 0.02 and 0.05 mg/kg for the
pesticides respectively. Analysis of fortified rice and dried soybean samples were performed at three
different levels (0.05, 0.2 and 1.25 mg/kg). Mean recoveries from eight replicates ranged from 74.3-119.8%,
with relative standard deviation, RSD lower than 20. The evaluation showed that the QuEChERS
method held excellent linearity at 0.05-2.5 mg/kg (r > 0.995). The participation in PT scheme for
external quality control showed the satisfactory results and internal quality control was applied for
routine analysis. Based on our results, the developed method was successfully applied for the detection
and quantification of pesticide residues in rice and cereal grains for health concern and regulatory propose.
Keywords: Pesticide residues, Cereal grains, Pules, GC-MS/MS, QuEChERS

594 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปท่ี 63 ฉบบั ท่ี 3 กรกฎาคม - กันยายน 2564

นพิ นธต น ฉบับ ว กรมวทิ ย พ 2564; 63 (3) : 595-606

Historical Control Data from Repeated
Dose 90-days Oral Toxicity Studies of

Wistar Rats (Mlac:WR)

Passaraporn Srimangkornkaew Kittigan Suwannasaroj Pakamon Yottharat
and Aunchalee Sirimontaporn
National Laboratory Animal Center, Mahidol University, Nakhon Pathom 73170, Thailand
ABSTRACT The control group data of any parameters such as age, sex, food/water consumptions,
hematological, clinical biochemistry parameters and organs weights were useful for toxicity studies.
The aim of this study was to collect data from 13-week of Wistar rats (Mlac: WR) which the strain
widely used for toxicity study and efficacy research. The data of this research consist of hematological
parameters and clinical biochemistry parameters including organ weights in 239 rats (119 males and 120
females) were collected base on 8 repeated dose 90-days oral toxicity studies and the result were shown
as maximum and minimum values, means and standard deviations. Thus, these historical control group
data would help to support for interpret the effects of test items in toxicity studies that used Wistar rats
for further study.
Keywords: Wistar rat, Historical control data, Toxicity studies

Corresponding author E-mail: [email protected]

Received: 14 Feburaury 2020 Revised: 30 May 2021 Accepted: 11 July 2021

วารสารกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย 595
ปท ี่ 63 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564

Historical Control Data from Oral Toxicity Studies of Wistar Rat Passaraporn Srimangkornkaew et al.

Introduction

Wistar stain rat which the scientific name was Rattus norvegicus and this strain derived
from Denmark. The weight of mature had in range 250 - 300 and 180- 220 grams for male and
female animals, respectively. For the husbandry, various environment factors, such as ventilation,
temperature and humidity were controlled under the HVAC system. The temperature and humidity
were controlled at 22±3 ํC and 30- 70% RH. Lighting cycle was 12 hours lighting and 12 hours dark
including the noise control to not more than 85 dB. Drinking water was reversed osmosis (RO)
water with chlorine concentration of 5 - 7 ppm which sterile for Pseudomonas aeruginosa. Bedding
made from corn cob and mixed with water hyacinth that sterilized at 135 Cํ for 7 minutes before
being used. The Wistar rat was used to study and research in different fields such as Nutrition,
Pathology, Pharmacology, Toxicology, Physiology, etc.(1) This strain produced, husbandry by
National Laboratory Animal Center (NLAC), Mahidol University and used in various toxicity and
efficacy studies in many products such as food additives, pharmaceuticals and industrial chemicals
which carried out according to international guidelines, such as OECD guideline or ISO 10993.
For the background or historical data are used to determine various parameters ranges and these
data were invaluable and essential because it was the first step for appropriate interpretation of
treatment related changes and help better evaluate the toxicity of various substances.(2) Historical
control data on toxicity studies in rodent,(3) rat(4, 5) and rabbit(6) or some strain of rat such as Crl:
CD (SD)(2) or RccHan™: WIST and Crl: WI(Han)(7) have been previously reported. However, the
background data of experimental parameters for Wistar rat (Mlac: WR) from National Laboratory
Animal Center, Mahidol University in toxicity studies have not been published yet. The results
in many studies that use this strain have been interpreted on the basis of background data from
previous toxicity study instead of the histological control data. Therefore, the purpose of this study
is to publish histological control data in Wistar rat (Mlac: WR) by collecting data from 13- week of
Wistar rats (Mlac: WR) on 8 repeated dose 90- days oral toxicity studies. The results had 3 parts
(hematological, clinical biochemistry parameters and organ weights) which were analyzed and
shown as maximum and minimum values, means and standard deviations.

Materials and Methods

Preparation of Animals:
Healthy 13 weeks, 119 male and 120 female, Wistar rats (Mlac: WR) of body weight range

200 g ± 20% were obtained from Office of Laboratory Animal Production, National Laboratory
Animal Center, Mahidol University, Thailand. The animal had been quarantined and acclimatized
for at least 6 days prior to the study. They were observed from their general health. The animals
had been housed in stainless steel cages (two rats/cage) with commercial feed diet (No. CP 082,
Perfect Companion Group Co., Ltd) and 5- 7 ppm chlorinated water ad libitum under the following
conditions: 12 hours light dark cycle, at temperature 22±3 ํC and 30- 70% relative humidity.

596 วารสารกรมวิทยาศาสตรการแพทย
ปที่ 63 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กนั ยายน 2564


Click to View FlipBook Version