การทอผ้้าลาวครั่่�ง | Lao-Khrang Weaving การทอผ้า้
ลาวครั่�ง่
Lao-Khrang Weaving
โดย
อาจารย์์ ดร. วุุฒิิไกร ศิิริผิ ล
ศาสตราจารย์์ ดร. พััดชา อุุทิศิ วรรณกุลุ
นางสาวศศิชิ า ศรีีจัันทร์์โฉม
การทอผ้้าลาวครั่่ง�
“โครงการสำรวจและวิเิ คราะห์์จััดกลุ่่ม� ช่่างศิลิ ป์์ท้้องถิ่่�นและครูชู ่่างท้อ้ งถิ่่น� ในพื้น�้ ที่่จ� ังั หวัดั อุุทัยั ธานีีและชััยนาท:
การพััฒนาหลัักสููตรการทอผ้้าบนพื้�้นฐานวัฒั นธรรมลาวครั่ง� ”
ได้้รับั การสนับั สนุุนงบประมาณวิจิ ัยั จาก สถาบัันช่่างศิิลป์ท์ ้้องถิ่�น่
ภายใต้ว้ ิิทยสถานสังั คมศาสตร์์ มนุุษย์ศ์ าสตร์์และศิลิ ปกรรมศาสตร์์แห่่งประเทศไทย (ธัชั ชา)
ร่่วมกับั
มหาวิทิ ยาลััยธรรมศาสตร์์ โดยสําํ นัักงานศููนย์์วิจิ ััยและให้้คํําปรึกึ ษาแห่่งมหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์
-2-
-3-
การทอผ้าลาวคร่งั
Lao-Khrang Weaving
ผู้�เขีียน อาจารย์์ ดร. วุุฒิิไกร ศิริ ิผิ ล
ศาสตราจารย์์ ดร. พััดชา อุุทิิศวรรณกุุล
นางสาวศศิชิ า ศรีีจันั ทร์์โฉม
พิมิ พ์ค์ รั้�งที่�่ 1 ตุุลาคม 2565
สงวนลิขิ สิิทธิ์์โ� ดย อาจารย์์ ดร. วุุฒิไิ กร ศิิริผิ ล ห้้ามลอกเลีียนแบบ เปลี่่ย� นแปลงหรืือเผยแพร่่ส่่วนหนึ่่�งส่่วนใด
หรืือทั้้�งหมดของหนัังสืือเล่่มนี้้� นอกจากจะได้้รัับอนุุญาตความยิินยอมเป็น็ ลายลักั ษณ์อ์ ัักษรจากเจ้า้ ของลิขิ สิิทธิ์์�
บรรณาธิิการ ทนงชััย ลักั ษณ์์สง่า
ออกแบบรูปู เล่่ม อมรพรรณ ณ เชีียงใหม่่
วาดภาพประกอบ นายธััชเชษฐ์์ ปราบปราม
จััดทำโดย สาขาวิชิ าศิิลปะการออกแบบพััสตราภรณ์์
คณะศิลิ ปกรรมศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลััยธรรมศาสตร์์
-4-
คำนำ
หนัังสืือฉบัับนี้้�นำเสนอการถอดองค์์ความรู้�และ เนื้้�อหาของหนัังสืือได้้มาจากการสรุุปผลการวิิจััย
นำมาเรีียบเรีียงถ่่ายทอดในเชิิงวิิชาการ จัดั วางเนื้้�อหา “โครงการสำรวจและวิิเคราะห์์จััดกลุ่�่มช่่างศิิลป์์
เป็น็ คู่ม� ืือการทอผ้า้ โดยคณะผู้�วิจัยั มีีความตั้ง� ใจถ่่ายทอด ท้้องถิ่่�นและครููช่่างท้้องถิ่�่นในพื้้�นที่�่จัังหวััดอุุทััยธานีี
ความรู้ �ให้้ครบถ้้วนประหนึ่่�งว่่ามีีครููสอนอยู่ �ข้้างกาย และชััยนาท:การพััฒนาหลัักสููตรการทอผ้า้ บนพื้้น� ฐาน
จึึงได้้อธิิบายการทออย่่างละเอีียดพร้้อมทั้้�งรููปภาพ วัฒั นธรรมลาวครั่ง� ” ได้ร้ ับั การสนับั สนุุนงบประมาณ
จำนวนมาก เพื่่�อให้้ผู้�อ่ านเข้้าใจมากที่่�สุุด โดยเฉพาะ วิจิ ัยั จาก สถาบันั ช่า่ งศิลิ ป์์ท้้องถิ่่น� ภายใต้ว้ ิทิ ยสถาน
อย่่างยิ่ง� นักั ศึกึ ษาวิทิ ยาลัยั ชุุมชนอุุทัยั ธานีี ที่เ�่ ป็น็ ผู้�ใช้ง้ าน สังั คมศาสตร์์ มนุุษย์์ศาสตร์์และศิลิ ปกรรมศาสตร์์แห่่ง
กลุ่่�มแรกของหนัังสืือฉบัับนี้้�เพื่่�อสืืบสานภููมิิปััญญา ประเทศไทย (ธััชชา) ประจำปีีงบประมาณ 2565
ทอผ้้าให้้ดำรงอยู่ �ต่่อไป ดำเนินิ งานโดยมหาวิทิ ยาลัยั ธรรมศาสตร์์ โดยสําํ นักั งาน
ศูนู ย์ว์ ิจิ ัยั และให้ค้ ําํ ปรึกึ ษาแห่่งมหาวิทิ ยาลัยั ธรรมศาสตร์์
แม้้ว่่าในประเทศไทยจะมีีหนัังสืือเกี่่�ยวกัับผ้้าไทย ผลการวิิจััยจากโครงการดัังกล่่าวได้้นำมาประกอบกัับ
และผ้า้ ทอลาวครั่ง� จำนวนมาก แต่่หนังั สืือที่่ท� ำหน้้าที่�่ ข้้อมููลของโครงการวิิจััยอีีกฉบัับหนึ่่�งที่�่ดำเนิินงานโดย
สอนทอผ้้าและเน้้นการถ่่ายทอดความรู้�เชิิงปฏิิบััติิ คณะวิจิ ััยวิทิ ยาลัยั ชุุมชนอุุทัยั ธานีี ซึ่่ง� ทั้้ง� สองโครงการ
ยังั มีีน้อ้ ย ด้ว้ ยความรู้�ด้านการทอผ้า้ เป็น็ สิ่ง� ที่อ�่ ยู่ใ� นตัวั คน ดำเนินิ งานแบบบูรู ณาการ มีีวัตั ถุุประสงค์ส์ อดคล้อ้ งกันั
สืืบทอดระหว่่างบรรพบุุรุุษสู่ล� ููกหลาน เรีียนรู้�ผ่านการ
ปฏิบิ ัตั ิิและเป็น็ ความรู้�ที่อ� ธิบิ ายด้ว้ ยคำพูดู หรืือการเขียี น คณะผู้�วิจัยั หวังั อย่่างยิ่ง� ว่่า หนังั สืือเล่่มนี้้จ� ะมีีประโยชน์์
ได้ย้ าก หนังั สืือฉบับั นี้้จ� ึงึ อาสาทำหน้า้ ที่ถ�่ ่่ายทอดความรู้� สำหรับั นักั ศึกึ ษาที่เ่� รีียนทอผ้า้ ลาวครั่ง� นักั เรีียนนักั ศึกึ ษา
นั้้น� มาเรีียบเรีียงให้เ้ ป็น็ ความรู้�เชิงิ วิชิ าการซึ่ง่� มีีประโยชน์์ ด้า้ นแฟชั่น� และสิ่ง� ทอบุุคคลทั่่ว� ไปที่ส�่ นใจผ้า้ ไทยรวมไปถึงึ
ด้้านการเผยแพร่่ได้้ในวงกว้้างและเป็็นวิิธีีการรัักษา นัักวิิชาการและนักั วิจิ ััยด้้วย
ความรู้�ไม่่ให้้สููญหายได้้อีีกทางหนึ่่�ง
คณะผู้้�วิจิ ัยั
ชาวลาวครั่ �งมีีชื่่�อเสีียงอย่่างมากในด้้านทัักษะการ อาจารย์์ ดร. วุุฒิิไกร ศิริ ิผิ ล
ทอผ้้าที่ห่� ลากหลาย สามารถทอผ้า้ ได้้ทั้้ง� ลายเก็บ็ (จก) (หััวหน้า้ โครงการวิิจัยั )
ลายล่่อง(ขิิด)และลายมััดหมี่่�อย่่างไรก็ต็ ามด้้วยเนื้อ�้ หา ศาสตราจารย์์ ดร. พััดชา อุุทิิศวรรณกุุล
รายละเอีียดที่ม่� ีีมาก ไม่่อาจบรรจุุลงในระยะเวลาการวิจิ ัยั (นักั วิจิ ัยั ร่่วม)
ได้้ทั้้�งหมด คณะวิิจััยจึึงเลืือกการทอลายเก็็บลายล่่อง นางสาวศศิิชา ศรีีจันั ทร์์โฉม
โดยเลืือกกรณีีศึึกษา แนวทางการทอผ้้าพื้้�นฐานของ (ผู้ �ช่่วยวิิจััย)
นางจำปีี ธรรมศิริ ิิ ครููศิิลป์ข์ องแผ่่นดิิน ซึ่ง�่ ทำหน้า้ ที่่�
สอนทอผ้้าในวิทิ ยาลััยชุุมชนอุุทััยธานีีประกอบกัับการ
สััมภาษณ์์ครููช่่างศิิลป์์อีีกหลายท่่านในจัังหวััดอุุทััยธานีี
และชัยั นาท อนึ่่ง� ภาพผ้้าทอ อุุปกรณ์ท์ อผ้้าและสิ่ง� ของ
ต่่างๆที่ป�่ รากฏในหนังั สืือเล่่มนี้้�เป็น็ สมบัตั ิขิ องนางจำปีี
ธรรมศิริ ิิเว้้นแต่่ว่่าจะได้ร้ ะบุุไว้้เป็น็ อย่่างอื่�นคณะผู้้�วิจิ ัยั
ขอกราบขอบพระคุุณมา ณ ที่่น� ี้้�
-5-
-6-
คำนิิยม
ใ น น า ม ข อ ง ผู้ � อ ำ น ว ย ก า ร ส ถ า บัั น ช่่ า ง ศิิ ล ป์์ ท้้ อ ง หนัังสืือเล่่มนี้้�เป็็นอีีกหนี่่�งผลงานของการสนัับสนุุน
ถิ่่น� ดิิฉัันขอแสดงความยินิ ดีีกับั คณะผู้้�วิจิ ัยั ที่�่ตีีพิิมพ์์ การวิิจััยภายใต้แ้ ผนงานช่่างศิลิ ป์์ท้้องถิ่�่น ที่�่ครอบคลุุม
หนังั สืือการทอผ้้าลาวครั่�ง ทำหน้า้ ที่่เ� ป็็นทั้้�งสื่อ� เพื่่อ� กิิจกรรมการวิจิ ััยด้า้ นช่่างศิลิ ป์ใ์ นทุุกภููมิิภาค ประกอบ
การเรีียนการสอนที่ส�่ มบูรู ณ์์ มีีเนื้�้อหาครอบคลุุมมิิติิ ไปด้้วยการรวบรวมจััดกลุ่ม่� ช่่างศิิลป์์ การพัฒั นางาน
ทางประวััติิศาสตร์์ วััฒนธรรม ศิลิ ปกรรมและการต่่อย ช่่างศิลิ ป์ด์ ้้วยวิทิ ยาศาสตร์์ เทคโนโลยีีและนวัตั กรรม
อดเชิิงพาณิชิ ย์์ ทั้้ง� ยังั เป็น็ เครื่อ� งมืือช่ว่ ยรัักษาสืืบทอด รวมไปถึึงการสร้้างหลัักสููตรและฐานข้้อมููลช่่างศิิลป์์
องค์ค์ วามรู้�แก่่คนรุ่น่� หลััง เป็็นคุุณูปู การอย่่างยิ่ง� แก่่วง ออนไลน์์ เป็น็ แหล่่งเรีียนรู้�ครบวงจรด้า้ นงานช่่างศิิลป์์
วิชิ าการและวิชิ าชีีพในเวลาเดีียวกันั ท้อ้ งถิ่�่นของไทย
องค์์ความรู้้�ด้้านการทอผ้้าเป็็นสิ่ �งที่�่มีีค่่าอย่่างยิ่ �ง สถาบัันช่า่ งศิลิ ป์ท์ ้อ้ งถิ่น่� เป็็นหน่่วยงานภายใน
ในเชิิงสัังคม วัฒั นธรรมและเศรษฐกิิจ แต่่ในขณะ วิทิ ยสถานสังั คมศาสตร์์ มนุุษยศาสตร์์และศิิลปกรรม
เดีียวกัันก็็มีีความเสี่�่ยงต่่อการสููญหาย ด้ว้ ยผู้้�ที่่จ� ะ ศาสตร์์ แห่่งประเทศไทย (ธััชชา) ซึ่่ง� เป็็นหน่่วยงาน
มาสืืบสานงานช่า่ งศิิลป์ม์ ีีจำนวนน้้อยลง ด้ว้ ยเหตุุ ระดัับกองของสำนัักงานปลััดกระทรวงการอุุดมศึึกษา
นี้้� วิิทยาลััยชุุมชนอุุทััยธานีี ได้้เชิญิ ปราชญ์ท์ ้้องถิ่่�น วิิทยาศาสตร์์ วิิจัยั และนวััตกรรม มีีพัันธกิิจในการ
เป็็นวิทิ ยากรจััดการเรีียนการสอนทอผ้้าเบื้้อ� งต้น้ ต่่อ “รักั ษารากแก้้วภููมิิปัญั ญาช่า่ งศิิลป์์ท้้องถิ่่น� สืืบสาน
เนื่่อ� งเป็็นระยะเวลาหลายปีี เป็็นรายวิิชาเลืือกให้้แก่่ ความภาคภูมู ิใิ จในชุุมชน ส่่งต่่อสู่�คนไทยรุ่น่� ใหม่่” โดย
นัักศึึกษาระดัับประกาศนีียบัตั รวิิชาชีีพ (ปวช.) และ ทำหน้า้ ที่ร่� วบรวมองค์ค์ วามรู้� เป็็นศูนู ย์์กลางการเรีียน
ระดับั ประกาศนีียบััตรวิชิ าชีีพชั้้น� สูงู (ปวส.) แต่่ยังั การสอนและทดลองหลักั สูตู รงานช่า่ งศิิลป์์ ส่่งเสริมิ
ขาดหนังั สืือเพื่่�อเป็็นสื่�อในการเรีียนการสอน ผลงาน อาชีีพจากมรดกภูมู ิิปััญญาท้้องถิ่�่น พร้้อมพััฒนาองค์์
หนัังสืือฉบัับนึ้้�จึึงเป็็นก้้าวที่�่สำคััญในความพยายาม ความรู้้�ด้้วยนวัตั กรรม ซึ่่ง� จะเกื้อ้� หนุุนการท่่องเที่ย่� วเชิงิ
สืืบสานการทอผ้้าไทยให้้คงอยู่� และพััฒนาต่่อไปได้้ใน วัฒั นธรรมให้้ยั่�งยืืนสืืบไป
อนาคต
ในการนี้้� ดิิฉันั ขอขอบคุุณคณะผู้้�วิิจัยั และครูชู ่่าง
ศิิลป์์ทุุกท่่าน ที่่�ได้ส้ ละเวลาค้้นคว้้าข้อ้ มูลู และเรีียบ
เรีียงให้เ้ ป็น็ ตำราฉบับั นี้้� นัับได้้ว่่า ท่่านได้ม้ ีีส่่วนใน
การทำนุุบำรุุงศิิลปวััฒนธรรมของชาติิอย่่างแท้้จริิง
ดร. สิิริกิ ร มณีีริินทร์์
นายกสภาสถาบัันวิิทยาลััยชุุมชนและผู้ �อำนวยการ
สถาบันั ช่า่ งศิลิ ป์ท์ ้อ้ งถิ่น�่
ตุุลาคม พ.ศ. 2565
-7-
สารบััญ
เนื้�อ้ หา หน้า้
บทที่่� 1 ชาติิพัันธุ์�ลาวครั่�งกัับการทอผ้า้ 10
บทที่่� 2 ผ้้าทอลาวครั่�ง 19
บทที่�่ 3 วััสดุุอุุปกรณ์์ที่ใ�่ ช้้ในการทอผ้า้ 43
บทที่�่ 4 การเตรีียมเส้น้ ยืืนและเส้น้ พุ่่ง� 69
บทที่่� 5 การทอลายพื้�น้ ฐาน 90
19 69
ผ้้าทอลาวครั่�ง่ การเตรีียมเส้น้ ยืืน
และเส้น้ พุ่ง�่
-8-
90การทอลาย
พื้้น� ฐาน
194แกาลระอพัอัฒกนแาบบ 43วััสดุุอุปกรณ์์
ที่่ใ� ช้ใ้ นการทอผ้า้
บทที่่� 6 แบบฝึึกหัดั การทอผ้้าลายพื้้น� ฐาน 136
บทที่่� 7 การออกแบบและพัฒั นา 194
บทที่่� 8 การต่่อยอดเชิิงพาณิิชย์์ 222
รายการอ้้างอิิง 250
เชิดิ ชูคู รูศู ิิลป์์ของแผ่่นดินิ นางจำปีี ธรรมศิริ ิ ิ 252
ผู้�ให้้ข้้อมููลในงานวิจิ ััย 254
คณะผู้้�วิิจััย 255
-9-
บทที่่� 1
ชาติิพัันธุ์�์ลาวครั่�ง่ กัับการทอผ้า้
การทอผ้้าในประเทศไทยเป็็นสิ่�งที่่�อยู่ �คู่ �กัับวิิถีีชีีวิิตของคนไทยเป็็นเวลาช้้านาน ในสัังคมก่่อนการพััฒนาด้้าน
อุุตสาหกรรมในประเทศ ผู้�คนในหลากหลายภููมิิภาคผลิิตสิ่ง� ทอใช้ใ้ นครััวเรืือนด้้วยตนเอง และมีีการสืืบทอดจาก
รุ่น�่ สู่ร�ุ่น�่ องค์ค์ วามรู้�ในการทอผ้า้ จึงึ เป็น็ ส่่วนหนึ่่ง� ที่ส�่ ำคัญั กับั การดำรงชีีพในลักั ษณะเป็น็ เครื่อ� งนุ่ง�่ ห่่มของใช้ใ้ นครัวั เรืือน
และของใช้ใ้ นทางความเชื่อ� ทางศาสนาและพิธิ ีีกรรม สิ่ง� ทอไทยจึงึ เป็น็ สิ่ง� ที่ผ่� ูกู พันั อยู่ก� ับั วัฒั นธรรมความเป็น็ อยู่ข� อง
คนไทยอย่่างแยกไม่่ได้้
วัฒั นธรรมการทอผ้้าของไทยมีีความหลากหลายด้้วยปััจจัยั ในมิิติิต่่างๆเช่่นปััจจัยั ทางภูมู ิิศาสตร์์การเมืืองการ
ปกครอง ชาติพิ ัันธุ์� ความสัมั พัันธ์ก์ ับั วััฒนธรรมอื่น� ๆ และการพััฒนาทางเศรษฐกิิจ มีีการทอผ้า้ อยู่ใ� นทุุกภููมิิภาค
ผ้า้ ทอไทยมีีความทับั ซ้อ้ นกันั ของมิิติิต่่าง ๆ ยกตัวั อย่่างเช่น่ จัังหวััดอุุทัยั ธานีี มีีวััฒนธรรมการทอผ้า้ อาทิิ ลาวครั่�ง
ลาวเวีียง กะเหรี่ย่� งโปว โดยที่ว่� ัฒั นธรรมดังั กล่่าว ก็็มีีปรากฏในจัังหวัดั อื่�น และสััมพันั ธ์ก์ ับั งานผ้้าทอในประเทศ
เพื่่อ� นบ้า้ นด้ว้ ยแสดงให้เ้ ห็น็ ความเหลื่่อ� มซ้อ้ นของพื้น้� ที่ท�่ างภูมู ิศิ าสตร์์การปกครองภาษาวัฒั นธรรมและความเป็น็
รัฐั ชาติิ ผู้�เรีียนจึงึ ควรหมั่่น� ศึกึ ษาหาความรู้�ความเข้า้ ใจด้า้ นวัฒั นธรรมสิ่ง� ทอให้ม้ ากขึ้น� เพื่่อ� ประโยชน์ใ์ นอนาคตด้ว้ ย
- 10 -
การทอผ้า้ กัับกลุ่ม�่ ภาษาชาติพิ ัันธุ์ใ�์ ประเทศไทย ในวััฒนธรรมของ
กลุ่่�มคนเหล่่านี้้� หน้า้ ที่่�
ป ร ะ เ ทศ ไ ท ย ป ร ะ ก อ บ ด้้ ว ย ผู้ � ค น ใ น ห ล า ย ภ า ษ า ในการผลิติ สิ่่�งทอเป็็นของ
ชาติพิ ันั ธุ์�หลายกลุ่ม�่ ภาษากว่่า60กลุ่ม�่ ในตระกูลู ภาษา5 ผู้ห้� ญิงิ ที่ท่� ำ�ำ งานดููแล
ตระกูลู ภาษา ได้แ้ ก่่ ตระกูลู ไท ตระกูลู ออสโตรเอเชีียติกิ บ้า้ นเรืือนด้้วย โดยผู้้�ชาย
(มอญ-เขมร) ตระกููลจีีน-ธิิเบต ตระกูลู ออสโตรนีีเชีียน จะรับั หน้า้ ที่่ท� ำำ�งานที่่�
หรืือมาลาโยโพนีีเชีียน และตระกููลม้้ง-เมี่่ย� น โดยกลุ่่�ม ใช้้แรงงานหนัักมากกว่่า
ที่�่มีีจำนวนคนมากที่ส่� ุุดคืือภาษาตระกููลไท ที่�ป่ ระกอบ
ด้้วยกลุ่่�มย่่อยลงไปอีีก มีีชื่่�อเรีียกต่่างกััน อาทิิ ไทยกลาง
ไทยโคราช ไทยเลย ไทดำ ผู้�ไท ลาวอีีสาน ลาวเวีียง
ลาวหล่่ม และลาวครั่ง� เป็็นต้น้ และแม้ว้ ่่าภาษาจะไม่่
สามารถบ่่งบอกความเป็็นชาติิพัันธุ์�ได้้อย่่างสมบููรณ์์
แต่่เป็็นสิ่ �งที่�่สามารถบ่่งบอกได้้ชััดเจนที่�่สุุดอย่่างหนึ่่�ง
(สุุวิิไล เปรมศรีีรััตน์์ และคณะ, 2547) หนังั สืือฉบับั นี้้�
จึึงใช้้คำว่่าภาษาชาติิพัันธุ์�ร่ วมกััน เพื่่�อแสดงว่่าเป็็น
การศึึกษาที่�่ใช้้ปััจจััยทั้้�งสองประการในการกำหนด
กลุ่ม�่ เป้า้ หมายในการศึกึ ษา ซึ่ง�่ เป็น็ แนวทางเดีียวกันั กับั
งานวิิจัยั ของ เกรีียงไกร เกิดิ ศิริ ิิ (2553) และ ธีีระพัันธ์์
เหลืืองทองคำ (2559)
ตระกููลภาษาไท-กะได ซึ่่�งเป็็นตระกููลภาษาของ
กลุ่ม่� คนที่่อ� าศััยอยู่ใ� นอาณาบริิเวณตั้ง� แต่่จีีนตอนใต้้ ไป
ถึึงตอนใต้้ของประเทศไทย และจากตะวัันออกของ
อินิ เดีีย ไปจนถึึงเวีียดนาม มีีกลุ่�่มย่่อยแยกออกไปอีีก
หลายกลุ่�่ม เช่น่ ไท-ไต ลาว ผู้�ไท ยวน ลื้้�อ ไทเหนืือ ยั้�ง
แซก เป็น็ ต้้น (เกรีียงไกร เกิดิ ศิริ ิ,ิ 2553)
กลุ่่�มคนที่่�พููดภาษาตระกููลไท ล้้วนแล้้วแต่่มีีทัักษะ
ในการผลิิตสิ่�งทอที่�่มีีเอกลัักษณ์์ แตกต่่างกัันออกไป
ตามพื้น�้ ที่�่ ในวัฒั นธรรมของกลุ่ม�่ คนเหล่่านี้้� หน้า้ ที่ใ่� นการ
ผลิิตสิ่�งทอเป็น็ ของผู้้�หญิิง ที่่ท� ำงานดููแลบ้้านเรืือนด้้วย
โดยผู้้�ชายจะรัับหน้้าที่่ท� ำงานที่ใ่� ช้้แรงงานหนัักมากกว่่า
สิ่ �งทอของกลุ่�่มคนที่�่พููดภาษาตระกููลไทที่่�โดดเด่่น
ได้แ้ ก่่ผ้า้ มัดั หมี่่แ� ละผ้า้ ขิดิ ของกลุ่่ม� ลาวอีีสานผ้้าแพรวา
ของกลุ่่�มผู้�ไทย และผ้้าทอมััดหมี่่�ต่่อตีีนจกของกลุ่่�ม
ลาวครั่ง� เป็น็ ต้น้ (เกษม มานะรุ่่ง� วิิทย์์, 2564; วัฒั นะ
จูฑู ะวิิภาต, 2555) ภาษาและภูษู า จึึงเป็น็ สิ่�งที่�่มีีความ
ผููกพัันกัันอย่่างลึึกซึ้�ง ในงานวิจิ ัยั ของศาสตราจารย์์
ธีีระพันั ธ์์ เหลืืองทองคำ (2559) ได้้ศึึกษาเรื่อ� งภาษา
และผ้้าทอลาวครั่�งในอำเภอบ้า้ นไร่่ จัังหวัดั อุุทัยั ธานีี
ได้้แสดงให้เ้ ห็น็ ประเด็น็ นี้้อ� ย่่างเป็น็ ที่ป่� ระจัักษ์์
- 11 -
ที่่�มาของกลุ่�่มภาษาชาติิพัันธุ์ล�์ าวครั่่ง� ได้ม้ ีีการควบคุุมตรวจสอบได้้ง่าย ป้อ้ งกันั การหนีีกลัับ
ในระยะหลัังจึงึ มีีการย้้ายที่อ�่ ยู่อ� อกไปในพื้น้� ที่อ�่ื่�น ๆ อีีก
กลุ่่�มภาษาชาติิพัันธ์์ลาวครั่�ง อาศััยอยู่ �ในพื้้�นที่�่ (บุุษบา หิินเธาว์์, 2557; ธีีระพันั ธ์์ เหลืืองทองคำ, 2559;
หลายจัังหวััดในภาคกลาง ได้้แก่่ จัังหวััดอุุทััยธานีี อรศิริ ิิ ปาณินิ ท์,์ 2555) อย่่างไรก็็ดีี รายละเอีียดเรื่�อง
นครปฐม สุุพรรณบุุรีี พิจิ ิิตร กำแพงเพชร และชััยนาท การโยกย้้ายผู้�คนนั้้�น มีีการอธิิบายแตกต่่างออกไป
รวมทั้้�งมีีอาศััยอยู่ �ประปรายในจัังหวััดกาญจนบุุรีีและ ในรายละเอีียดในงานวิิชาการแต่่ละชิ้ �น
ราชบุุรีีด้้วย (สมทรง บุุรุุษพัฒั น์์ และคณะ, 2554)
ใช้้ภาษาลาวและภาษาไทยกลาง เป็็นภาษาหลัักใน จากการศึกึ ษาของเกรีียงไกร เกิดิ ศิริ ิิ (2553) พบว่่า
การสื่อ� สาร คำว่่าลาวครั่ง� มีีข้อ้ สันั นิษิ ฐานอยู่ส� องประการ การกวาดเคลื่�อนย้า้ ยกลุ่�่ม ไท-ลาว จากถิ่�น่ ที่่�อยู่�เดิิมมา
ข้้ อ แ ร ก คืื อ รูู ป แ บ บ เ ค รื่ � อ ง นุ่�่ ง ห่่ ม ที่่� มีีสีี แ ด ง เ ป็็ น อยู่ใ� นบริิเวณภาคกลางของไทย อยู่�ในช่่วงตั้�งแต่่รััชกาล
เอกลัักษณ์์ ที่่�ย้อ้ มมาจาก ครั่ง� ซึ่ง�่ เป็็นสีีย้้อมธรรมชาติิ พระเจ้า้ กรุุงธนบุุรีี จนถึงึ รััชกาลพระบาทสมเด็็จพระ
ที่�ม่ าจากแมลง ให้้สีีแดงสดถึงึ สีีแดงคล้้ำ จึึงเรีียกกลุ่�่ม นั่่ง� เกล้้าเจ้า้ อยู่ห� ััว ประกอบด้ว้ ยกลุ่่ม� ชาติิพันั ธุ์�ลาว
คนที่�่สวมใส่่เครื่�องแต่่งกายสีีแดงจากครั่�งว่่า ลาวครั่ง� เวีียงจากเวีียงจัันทร์์ ลาวพวนจากเมืืองพวนเชีียงขวาง
ข้อ้ ที่ส�่ องคืือ ประวััติศิ าสตร์ก์ ารอพยพของคนกลุ่่ม� นี้้� ลาวหลวงพระบาง ที่่�อยู่�ใน สปป.ลาวในปัจั จุุบันั ไท
มาจากบริิเวณภููเขาคััง จึึงเรีียกกลุ่่�มคนลาวกลุ่่�มนี้้�ว่่า ดำจากเมืืองแถง หรืือเดีียนเบีียนฟูู ที่�่ตั้�งอยู่�ในประเทศ
ลาวครั่ง� มีีการเรีียกชื่อ� อื่น� ๆที่ค่� ล้า้ ยคลึงึ และต่่างออกไป เวีียดนามในปัจั จุุบันั รวมทั้้�งลาวนครพนม จากเมืือง
อีีก ได้้แก่่ ลาวคััง ลาวภููคััง ลาวภูคู รังั ลาวคั่�ง ลาวคลั่ง� นครพนมในพื้�น้ ที่่�ประเทศไทยในปัจั จุุบันั นี้้� ก็ไ็ ด้ถ้ ููก
ไทครั่ง� ไทคั่่�ง ไทภูคู ังั กวาดต้อ้ นให้ม้ าอยู่�ในพื้น้� ที่ล่� ุ่ม�่ น้้ำภาคกลางด้้วย ส่่วน
ลาวครั่ง� หรืือลาวภูคู รััง ถูกู กวาดต้้อนมาจากเมืืองภูู
ในด้า้ นประวัตั ิศิ าสตร์ท์ ี่ม�่ าของกลุ่ม�่ ลาวครั่ง� นั้้น� มีีข้อ้ ครังั ในรัชั กาลที่�่ 2 เมื่่�อปีี พ.ศ. 2358 และ พ.ศ. 2360
สัันนิษิ ฐานหลายประการ และยังั ไม่่มีีข้้อสรุุปที่แ�่ น่่ชัดั และอีีกครั้ง� หนึ่่ง� ในช่่วงรัชั กาลที่�่ 3 เมื่่อ� ปีี พ.ศ. 2373
ตายตัวั อย่่างไรก็ต็ ามแนวทางที่�่ได้ร้ ับั การอธิิบายและ โดยให้ม้ าตั้ง� ถิ่�น่ ฐานที่เ่� มืืองนครชัยั ศรีี
อ้า้ งอิงิ อย่่างกว้า้ งขวาง คืือ กลุ่�ม่ คนลาวครั่�งในปััจจุุบััน
อพยพมาจากพื้�้นที่�่บริิเวณเดีียวกัันหรืือใกล้้เคีียงกัับ มูู ล เ หตุุ ใ น ก า ร ก ว า ด ต้้ อ น ผู้ � ค น นั้้� น ก็็ เ พื่่� อ ใ ห้้ เ ป็็ น
เมืืองหลวงพระบาง และเวีียงจัันทร์์ ซึ่�ง่ ได้ย้ ้า้ ยถิ่่�นที่อ่� ยู่� แรงงานการผลิติ และในทางเกษตรกรรมที่ต่� ้อ้ งการเป็น็
มาตั้ �งแต่่ช่่วงกรุุงธนบุุรีีจนถึึงช่่วงรััตนโกสิินทร์์ตอนต้้น จำนวนมากทั้้ง� เพื่่อ� การบริโิ ภคในราชอาณาจักั รและการ
โดยย้า้ ยมาอยู่ท� ี่บ่� ริเิ วณหัวั เมืืองชั้น� ในใกล้ก้ รุุงเทพมหานคร ส่่งออกแลกเปลี่ย่� นกับั ต่่างชาติิ ด้ว้ ยกรุุงรัตั นโกสินิ ทร์์
อาทิิ เมืืองนครชัยั ศรีี เมืืองสุุพรรณบุุรีี เมืืองราชบุุรีี และ ต้อ้ งการขยายการเป็น็ เมืืองท่่าและทำการค้า้ ทั้้ง� ยังั เป็น็
เมืืองกาญจนบุุรีี เป็็นต้้น เพื่่�อให้อ้ ยู่�ใกล้้เมืืองหลวงจะ การป้้องกันั ไม่่ให้เ้ มืืองที่�่เป็น็ ถิ่น่� ที่่อ� ยู่เ� ดิมิ นั้้น� ๆ มีผู้�คน
- 12 -
มากพอที่จ่� ะมาท้า้ ทายอำนาจการปกครอง หรืือเป็น็ คู่แ� ข่่ง กลุ่ม�่ คนลาวครั่่ง�
ทางการค้า้ ได้้เป็น็ การเพิ่่ม� ความมั่น� คงแก่่อาณาจักั รทั้้ง� นี้้� ในปััจจุุบััน อพยพมาจาก
ลัั ก ษ ณ ะ ข อ ง ภูู มิิ ป ร ะ เ ทศ ใ น พื้้� น ที่�่ เ ดิิ ม กัั บ พื้้� น ที่่� พื้้�นที่่บ� ริเิ วณเดีียวกันั หรือื
ใหม่่ในภาคกลาง มีีความแตกต่่างอย่่างสิ้�นเชิิง ชาวลาว ใกล้เ้ คีียงกัับเมือื งหลวง
ที่่�โยกย้้ายมาจึึงต้้องปรัับตััวอย่่างมากและอาจเป็็นเหตุุ พระบาง และเวีียงจัันทร์์
หนึ่่�งที่่�ทำให้้ชาวลาวมีีการตั้ �งถิ่่�นฐานร่่วมกัันที่่�มีีความ
เข้้มข้้นสููง ทำให้ม้ ีีความแน่่นแฟ้้นกัันในชุุมชนและกลุ่�่ม ในช่่วงสมััยกรุุงธนบุุรีี จวบจนกระทั่่�งสมััยรััชกาลที่�่ 4
ภาษาชาติพิ ันั ธุ์�เดีียวกันั (เกรีียงไกร เกิดิ ศิริ ิ,ิ 2553) ใน ในวาระต่่าง ๆ นี้้� กองทััพสยามได้้ย้้ายคนจากล้า้ นช้้าง
ระยะต้น้ พื้น้� ที่ข่� องชาวลาวที่โ�่ ยกย้า้ ยมาได้ถ้ ูกู กำหนดไว้้ มายังั หลายพื้้น� ที่ใ�่ นประเทศไทย โดยส่่วนมากมาอยู่�ใน
จะย้า้ ยที่เ�่ องมิไิ ด้้ จนกระทั่่ง� มีีการเลิกิ ระบบไพร่่ทาสใน หัวั เมืืองชั้�นในบริเิ วณใกล้้กรุุงเทพมหานคร ในเวลาต่่อ
รััชกาลที่�่ 5 ชาวลาวเหล่่านี้้จ� ึึงมีีทางเลืือกที่จ�่ ะแยกย้า้ ย มาคนลาวจากเมืืองคัังที่่�อยู่ �ในนครชััยศรีีและคนลาว
ไปทำมาหากินิ และอาศััยในที่่อ�ื่�น ๆ ได้้ จากเมืืองอื่น� ๆ ได้ถ้ ูกู ย้า้ ยมาอยู่ใ� นบริเิ วณภาคกลางตอนบน
และบริิเวณที่่�ใกล้เ้ คีียงกัับบ้้านไร่่ จังั หวััดอุุทัยั ธานีี บาง
ในแง่่ที่่ม� าของชาวลาวครั่�งในอำเภอบ้้านไร่่ จัังหวัดั กลุ่่�มอาจจะถููกเกณฑ์์มาช่่วยงานด้้านการศึึกสงคราม
อุุทััยธานีี บทวิิจัยั โดย ธีีระพันั ธ์์ เหลืืองทองคำ (2559) เช่่น เป็็นกองสอดแนม กองเสบีียง เมื่่อ� เสร็็จสิ้น� ภาระ
ซึ่่�งได้้ศึึกษาและวิิเคราะห์์หลัักฐานงานวิิจััย เอกสาร กิจิ ชาวลาวบางส่่วนได้้ตั้ง� รกรากถาวรในบริิเวณนี้้� ใน
และเปรีียบเทีียบด้้วยองค์์ความรู้้�ทางภาษาศาสตร์์ ปััจจุุบััน แม้้ว่่าจะมีีหลายกลุ่�่มชาติพิ ันั ธุ์�ที่�อาศััยอยู่�ใน
อย่่างละเอีียด ได้้กล่่าวสรุุปประวััติิศาสตร์์การเคลื่อ� น อำเภอบ้า้ นไร่่ ชาติพิ ัันธุ์� ไท-ลาว มีีจำนวนมากที่�่สุุด
ย้า้ ยผู้�คนชาวลาวครั่ง� ว่่า ชาวลาวครั่ง� เป็น็ กลุ่ม�่ คนที่ถ�่ ูกู ย้า้ ย
มาจากบริิเวณ เมืืองคััง ซึ่่�งอยู่ร� ะหว่่างหลวงพระบาง จากข้้อสัันนิิษฐานที่่�ว่่าชาวลาวครั่ �งได้้ถููกโยกย้้าย
และเมืืองเชีียงของ ในบริิเวณทางตอนเหนืือของ มาจากหลวงพระบางและบริเิ วณใกล้เ้ คีียงบุุษบาหินิ เธาว์์
สาธารณรััฐประชาธิิปไตยประชาชนลาวในปััจจุุบััน และลำเนา เอี่ย�่ มสะอาด (2559) ได้ก้ ล่่าวว่่ายังั มีีชาว
ในบริเิ วณนี้้ม�ีผู้�คนหลายชาติพิ ันั ธุ์�อาศัยั อยู่� และใช้ภ้ าษา ลาวครั่�งที่่�ใช้้ชีีวิติ อยู่ใ� นหลวงพระบาง และมีีวัฒั นธรรม
ที่�แ่ ตกต่่างกันั ได้แ้ ก่่ ไท และ ขมุุ ซึ่่�งการโยกย้้ายผู้�คน การทอผ้า้ ที่เ่� ข้ม้ แข็ง็ คล้า้ ยคลึงึ กับั ชาวลาวครั่ง� ในประเทศ
นี้้�เป็็นผลระหว่่างการศึึกสงครามและการปกครอง ไทยอยู่�ด้ว้ ย ในประเด็็นนี้้� อรศิิริิ ปาณินิ ท์์ (2555; 2562)
กล่่าวสอดคล้อ้ งกันั ว่่าลาวในหลวงพระบางยังั มีีลักั ษณะ
การใช้้ภาษาและมีีวััฒนธรรมการทอผ้้าแบบผสม
ผสาน จก-ขิิด-มัดั หมี่่� เช่น่ เดีียวกัันกับั ชาวลาวครั่ง� ใน
ประเทศไทย แม้้ว่่าใน สปป.ลาว จะไม่่มีีการเรีียกขาน
คนกลุ่ม่� ใดว่่าลาวครั่�งหรืือลาวคัังก็ต็ าม
- 13 -
อย่างไรกด็ ี ยงั มีข้อเสนออ่ืน ๆ ที่แตกต่างออกไปอีก ศรันย์ สมนั ตรัฐ (2554) เสนอว่า จากการศกึ ษาหลกั ฐาน
เอกสารช้นั ต้นและพจิ ารณาจากมมุ มองทางภาษาศาสตรแ์ ละดา้ นทรพั ยากร ภคู งั อันเป็นที่อยู่ ของกลุ่มคนลาว
คร่ังแตเ่ ดิมนน้ั ไมไ่ ด้ตงั้ อยู่ที่ฝั่งซ้ายของแม่น้�้ำำโขง ในสาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาวในปจั จบุ ัน แตต่ งั้ อยู่
ในพื้นที่ที่พฒั นาเปน็ จังหวดั พษิ ณุโลกในประเทศไทยในเวลาตอ่ มา
ในด้า้ นภาษา ภาษาถิ่่น� ลาวครั่ง� เป็็นภาษาพููด ไม่่มีีการเขีียนบัันทึึก เสีียงพููดของคนลาวครั่ง� ใกล้เ้ คีียงกับั เสีียง
พูดู ของคนลาวในหลวงพระบาง รวมทั้้�งเสีียงพูดู ของคนในจังั หวัดั เพชรบูรู ณ์แ์ ละจังั หวัดั เลย ภาษาถิ่น่� ลาวครั่ง� นี้้�
เป็น็ ภาษาที่�ใ่ ช้้สื่�อสารในชีีวิติ ประจำวััน ควบคู่�กัับภาษาไทยกลาง โดยผู้�ใหญ่่ยัังใช้้ภาษาถิ่น�่ ลาวครั่ง� แต่่คนรุ่น�่ หลังั
มีีการพููดภาษาลาวครั่�งน้อ้ ยลงแต่่ยังั ฟัังได้้เข้า้ ใจได้้ (จิิตกวีี กระจ่่างเมฆ, 2560)
อย่่างไรก็็ดีี กลุ่ม่� ทอผ้้าพื้น�้ บ้้านบางกลุ่่ม� ในพื้�น้ ที่่� ก็็ใช้ท้ ั้้ง� ชื่�อชาติพิ ัันธุ์�สองชื่อ� ควบคู่�กันั เช่น่ ลาวครั่�ง-ลาวเวีียง
และ ลาวซีี-ลาวครั่�ง (เด่่นเดืือน เลิิศทยากุุล, 2561) ซึ่ง�่ เป็็นประเด็็นที่่น� ่่าศึกึ ษาต่่อไปในเรื่อ� งภาษาชาติิพันั ธุ์�
ประวัตั ิศิ าสตร์์ชาติพิ ัันธุ์� และวััฒนธรรมสิ่ง� ทอ ทั้้ง� นี้้� ลาวเวีียง เป็น็ กลุ่ม�่ ที่ส�่ ันั นิษิ ฐานว่่าอพยพมาจากเมืืองเวีียง
จันั ทร์ใ์ นประเทศลาว จึึงเรีียกว่่า ลาวเวีียง (เกรีียงไกร เกิดิ ศิริ ิ,ิ 2553) อันั เป็็นชื่�อเรีียกที่ผ่�ู้�คนในหลายพื้น้� ที่่เ� รีียก
ตััวเอง อาทิิ บ้้านทััพคล้้าย จัังหวัดั อุุทััยธานีี บ้้านเนินิ ขาม จัังหวััดชััยนาททั้้ง� ลาวเวีียง ลาวครั่ง� และลาวกา
(ชื่�อเรีียกของกลุ่่ม� ลาวเวีียงกลุ่�ม่ หนึ่่ง� ในเชิงิ ดููแคลน) มีีรูปู แบบการทอผ้้าที่่�ใกล้เ้ คีียงกัันมาก ในกรณีีนี้้� สิิทธิิชัยั
สมานชาติิ (2540) สัันนิิษฐานว่่า ทั้้�งลาวครั่�งและลาวเวีียงอาจจะมีีบรรพบุุรุุษและภููมิิลำเนาเดิิมมาจากที่�เ่ ดีียวกันั
โดยพิจิ ารณาจากทั้้ง� รููปแบบผ้้าทอและภาษาพููด อย่่างไรก็ด็ ีี งานวิิจััยส่่วนใหญ่่ที่่ไ� ด้อ้ ้า้ งอิิงแล้้วในหนังั สืือนี้้� แยก
กลุ่ม�่ ลาวครั่�งและลาวเวีียงออกจากกัันและมีีที่�่มาที่่�ต่่างกััน ไม่่นัับเป็น็ กลุ่ม่� เดีียวกััน
- 14 -
ที่ �่มาของภาพ: พสพล เจร ิิญพร
แผนที่�ต่ ั้ง�้ ของเมือื งครังั ดััดแปลงจากแผนที่่�ในหนัังสือื โดย ธีีระพันั ธ์์ เหลือื งทองคำ (2559)
- 15 -
ที่่�มาของภาพ: วุุฒ ิิไกร ศ ิิร ิิผล
ภาพขบวนจุลุ กฐินิ วััดทััพคล้้าย ซึ่่�งจััดเป็็นประจำทุุกปีี ช่่างทอผ้า้ รวมกำลัังกัันทอผ้า้ ไตร
จีีวร โดยต้้องทำทุุกกระบวนการให้เ้ สร็จ็ ในวัันเดีียว
- 16 -
ในสัังคมดั้้�งเดิมิ
กระบวนการผลิติ สิ่�่งทอ
เป็็นสิ่�่งที่�่ช่่างฝีมี ือื ในชุุมชน
ทำ�ำ เองทุุกกระบวนการ
ผา้ ทอลาวครั่ง แต่่เดิมิ การทอผ้า้ เป็็นกิิจกรรมใต้ถ้ ุุนบ้า้ น บ้า้ นชาว
ลาวครั่ง� แบบดั้ง� เดิมิ เป็น็ บ้า้ นใต้ถ้ ุุนสูงู บนบ้า้ นเป็น็ ที่เ�่ ก็บ็
ผ้้ า ท อ ล า ว ค รั่ � ง เ ป็็ น ส่่ ว น หนี่�่ ง ที่่� ส ำ คัั ญ ใ น ก า ร ผ้้าทอและรับั แขกมีีอาชีีพหลัักคืือการทำนาและอาชีีพ
แสดงออกถึึงเอกลัักษณ์ข์ องกลุ่ม�่ ภาษาชาติิพัันธุ์� ชาว รองคืือการทอผ้้า (อรศิิริิ ปาณินิ ท์,์ 2562) อย่่างไรก็็ดีี
ลาวครั่ �งในสัังคมดั้ �งเดิิมผลิิตผ้้าทอใช้้ในครััวเรืือนด้้วย เมื่่�อวิิถีีชีีวิิตเปลี่ย�่ นแปลงไป มีีความสะดวกสบายมาก
ตนเอง โดยเป็็นหน้้าที่ข่� องผู้้�หญิงิ ในขณะที่�ผ่ ู้้�ชายจะ ขึ้�นและการทำนามีีเครื่�องทุ่น่� แรงมากขึ้�น บทบาทของ
เป็น็ คนทำอุุปกรณ์ท์ อผ้้า ผ้้าทอลาวครั่ง� อาจแบ่่งได้้ อาชีีพรองเช่น่ การทอผ้า้ หรืือจักั สานก็ไ็ ด้้ลดลง พื้้�นที่�่
สามประเภทคืือ เครื่อ� งแต่่งกาย เคหะสิ่�งทอ(ผ้า้ ที่่�ใช้้ ใต้้ถุุนบ้้านจึึงเป็็นที่่�พัักผ่่อนมากกว่่าการทอผ้้าและ
ในครัวั เรืือน) และสิ่�งทอที่ใ�่ ช้ใ้ นศาสนา (สิทิ ธิิชััย สมาน ทำงานหััตถกรรม (พุุดตาน จัันทรางกูรู , 2555)
ชาติ,ิ 2540) ผ้า้ ทอลาวครั่�งเป็็นสิ่�งที่�่มีีความโดดเด่่น
แตกต่่างจากผ้้าทอจากกลุ่�่มภาษาชาติิพันั ธุ์�อื่�น ๆ ใน อย่่างไรก็็ดีี เมื่่อ� มีีการเปลี่่�ยนแปลงเป้า้ หมายการ
ไทย เป็น็ ต้้นทุุนทางวััฒนธรรมที่่�เป็็นเอกลัักษณ์แ์ ละมีี ทอผ้้าเพื่่�อใช้้ในครััวเรืือนมาเป็็นการทอผ้้าเพื่่�อ
ความสำคัญั อย่่างยิ่ง� ของชุุมชน จำหน่่ายหารายได้้เสริิม การทอผ้า้ ก็ก็ ลัับมามีีบทบาท
อีีกครั้�ง ทว่่าเป็็นการทอเพื่่�อวัตั ถุุประสงค์ท์ ี่ต�่ ่่างออกไป
ในสังั คมดั้ง� เดิมิ กระบวนการผลิติ สิ่ง� ทอเป็น็ สิ่ง� ที่ช�่ ่า่ ง ประกอบกัับการส่่งเสริิมเศรษฐกิิจชุุมชนกลายเป็็น
ฝีมี ืือในชุุมชนทำเองทุุกกระบวนการ ได้แ้ ก่่ การปลูกู ฝ้า้ ย แนวทางที่�่สำคััญของการพััฒนาประเทศของรััฐบาล
การปลููกหม่่อนเลี้�ยงไหมเพื่่�อผลิิตเส้้นใย การผลิิต ก า ร ท อ ผ้้ า ล า ว ค รั่ � ง จึึ ง เ ป็็ น ส่่ ว น หนึ่่� ง ที่�่ ส ำ คัั ญ ข อ ง
เครื่�องมืือและอุุปกรณ์ก์ ารทอผ้้า การย้อ้ มสีี การทอ เศรษฐกิจิ ชุุมชนลาวครั่�ง ดัังที่่�เห็น็ ในปััจจุุบันั
รวมไปถึึงการใช้้งานก็็เป็็นการใช้้งานในครััวเรืือนหรืือ
ชุุมชนเป็็นหลััก อย่่างไรก็ด็ ีี เมื่�อการพัฒั นาทางสังั คม
และเศรษฐกิิจได้้เข้้ามามีีบทบาทในการดำเนิินชีีวิิต
มากขึ้�น และการผลิติ ทางอุุตสาหกรรมที่่ท� ำให้้เสื้อ้� ผ้้า
เครื่�องแต่่งกายมีีราคาถููกลง การทอผ้้าเพื่่�อใช้้เองจึึง
มีีความสำคััญน้้อยลงไป รวมทั้้�งความต้้องการในการ
สวมใส่่ผ้้าทอมืือจากชุุมชนก็น็ ้อ้ ยลง ด้ว้ ยเหตุุที่ว่� ่่าผ้า้
พื้�น้ เมืืองมีีรููปแบบที่่�ไม่่เข้า้ กัับวิถิ ีีชีีวิติ อีีกต่่อไป
- 17 -
ความสำคััญของผ้้าทอลาวครั่�ง่ ไม่่ซ้้ำใคร เป็น็ ที่่�ชื่น� ชมของบุุคคลภายนอก จึงึ เป็น็ เรื่อ� ง
ที่่�น่่าภาคภููมิิใจในรากเหง้้าทางวััฒนธรรมที่่�สืืบต่่อมา
จากการศึึกษาข้้อมููลที่่�เกี่�่ยวข้้อง (อาทิิ แพรภััทร อย่่างยาวนาน
ยอดแก้้ว, 2564; เลอลักั ษณ์์ ศรีีเกษมศิริ า และศุุภกรณ์์
ดิิษฐพัันธุ์�, 2564; ชาติริ ส การะเวก และคณะ, 2562, เป็น็ ต้น้ ทุุนทางศิลิ ปวัฒั นธรรมที่น�่ ำไปต่่อยอดให้เ้ กิดิ
บุุษบา หิินเธาว์์, 2557) สรุุปได้ว้ ่่าผ้้าทอลาวครั่ง� มีีความ มููลค่่าเพิ่่ม� ทางเศรษฐกิิจได้้โดยอาจจะนำองค์์ประกอบ
สำคััญดัังนี้้� หรืื อ วิิ ธีี ก า ร ทอ ผ้้ า ล า ว ค รั่ � ง ไ ปเ ป็็ นจุุ ด เริ่ � มต้้ น ใ น ก า ร
ออกแบบสร้้างสรรค์์ พััฒนาให้้เกิิดผลิิตภััณฑ์์หรืือ
เป็็นเครื่ �องบ่่งบอกความเป็็นเอกลัักษณ์์ของกลุ่่�ม บริกิ ารที่ต�่ อบโจทย์ค์ วามต้อ้ งการของผู้�บริโิ ภคในปัจั จุุบันั
ภาษาชาติิพัันธุ์์�ของตนเอง เนื่่�องจากผ้้าทอเป็็นสิ่�งที่�่ เพิ่่ม� โอกาสในการสร้า้ งเศรษฐกิิจชุุมชนได้เ้ ป็น็ อย่่างดีี
มองเห็็นได้้ง่่าย มีีองค์์ประกอบหลายอย่่าง ทั้้�งสีีสััน
ลวดลาย รููปแบบการใช้้งาน ที่่�แตกต่่างจากกลุ่่�มอื่�น แม้้ว่่าผ้้าทอลาวครั่ �งจะเป็็นสิินค้้าทางวััฒนธรรม
ๆ จึึงเป็็นเครื่�องแสดงความเป็็นกลุ่่�มชนได้้ดีี ที่ม�่ ีีชื่่อ� เสีียงและมีีราคาที่�่สููง แต่่ในปัจั จุุบััน ช่่างทอ
ส่่วนใหญ่่เป็็นผู้้�สููงอายุุและกลุ่�ม่ ผู้�ใหญ่่ มีีการสืืบทอด
เป็็นเครื่ �องแสดงถึึงประวััติิศาสตร์์ความเป็็นมาของ การทอผ้า้ ในกลุ่�่มคนรุ่�่นใหม่่เป็็นส่่วนน้อ้ ย เนื่่อ� งด้้วย
กลุ่่�มชาติิพัันธุ์� การมีีอยู่ �ของการทอผ้้าลาวครั่�งเป็็น วิิถีีชีีวิิตที่่�เปลี่ย�่ นแปลงไป การผลิิตสิ่ง� ทอเพื่่อ� ใช้เ้ องใน
เครื่ �องมืืออย่่างหนึ่่�งที่่�นัักวิิจััยและนัักวิิชาการใช้้เป็็นจุุด ครััวเรืือนไม่่ใช่่สิ่ง� จำเป็น็ เครื่�องแต่่งกายสามารถหาซื้้อ�
เชื่�อมโยงประวัตั ิศิ าสตร์ช์ าติิพันั ธุ์� ที่ช�่ี้ใ� ห้้เห็็นที่่�มาและ ได้ง้่าย และรูปู แบบการแต่่งกายก็็เปลี่่ย� นไปตามสมััย
การโยกย้า้ ยของผู้�คนในอดีีตได้้ เนื่่อ� งด้ว้ ยแนวคิิดที่ว่� ่่า นิยิ ม (ชาติริ ส การะเวก และคณะ, 2562) การผลิติ ผ้้า
องค์ค์ วามรู้้�ด้า้ นการทอผ้า้ เป็น็ สิ่�งที่่�มีีติิดตัวั ชาวลาวครั่ง� ทอในปััจจุุบัันยัังเน้้นการผลิิตเพื่่�อจำหน่่ายเป็็นรายได้้
มาตั้�งแต่่มีีถิ่�น่ ฐานเดิมิ ในฝั่�งซ้้ายแม่่น้้ำโขงคืือสปป.ลาว เสริมิ จากการเกษตรกรรม ไม่่ใช่่การใช้้ในครัวั เรืือนอีีก
ในปัจั จุุบััน เมื่ อ� ย้า้ ยถิ่่�นมาก็็ได้้นำความรู้้�ด้า้ นการทอผ้า้ ต่่อไป
มาด้้วย และได้ถ้ ่่ายทอดให้้กับั รุ่่�นลูกู หลานสืืบต่่อมาจน
ปัจั จุุบััน หนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงเป็็นส่่วนหนึ่่�งในการบัันทึึกและ
รัักษาองค์์ความรู้้�ด้า้ นการทอผ้้าลาวครั่ง� เริ่�มตั้ง� แต่่พื้�้น
เป็็นอาชีีพที่�่สร้้างรายได้้ให้้กัับคนในชุุมชนได้้เป็็น ฐานความรู้้�ด้า้ นวัฒั นธรรมลาวครั่ง� ลัักษณะของผ้า้ ทอ
อย่่างดีี เนื่่อ� งด้้วยมีีความต้้องการผ้า้ ทอลาวครั่ง� ทั้้�งใน วััสดุุอุุปกรณ์์ การทอในระดัับพื้น�้ ฐาน การประยุุกต์์
ชุุมชนและจากที่�อ่ื่�น ๆ ทำให้เ้ กิิดการผลิิตและซื้�อ้ ขาย และพััฒนา รวมถึึงการต่่อยอดเชิงิ พาณิชิ ย์์ ที่จ�่ ะได้้
เกิดิ การหมุุนเวีียนทางเศรษฐกิิจในชุุมชน โดยรายได้้ กล่่าวตามลำดับั ในบทต่่อ ๆ ไป
จากการผลิิตผ้า้ ทอลาวครั่ง� มิไิ ด้้จำกัดั แค่่คนที่่�ทอผ้้า
หรืือผู้้�ที่่�จำหน่่ายผ้้า แต่่ยัังรวมไปถึงึ คนทำงานในส่่วน
อื่น� ๆ ในระบบอีีก เช่่น ช่า่ งย้อ้ ม ช่า่ งกรอด้้าย ช่่าง
ขึ้�นเส้น้ ยืืน ช่า่ งทอ ช่า่ งเก็บ็ ลาย ช่่างเก็บ็ ตะกอ ช่า่ ง
เย็็บปักั ช่่างทำกี่ท่� อผ้้าและอุุปกรณ์์ เป็็นต้้น ผ้า้ ทอลาว
ครั่ง� จึงึ เป็น็ ส่่วนที่ส่� ำคัญั ในการกระจายรายได้สู้่ช� ุุมชน
เป็น็ สิ่�งที่่�แสดงให้เ้ ห็็นความสััมพัันธ์อ์ ัันดีีระหว่่างคน
กับั สิ่ง� แวดล้้อม ด้ว้ ยผ้า้ ลาวครั่�งที่�ผ่ ลิติ ในวิถิ ีีดั้้�งเดิิมนั้้�น
มีีการใช้้ทรัพั ยากรธรรมชาติอิ ย่่างรู้�คุณค่่าใช้ว้ ัสั ดุุและสีี
ที่ม�่ าจากธรรมชาติิ เป็็นมิติ รกัับทั้้ง� คนและสิ่�งแวดล้อ้ ม
ซึ่�่งประเด็น็ นี้้ม� ีีความสำคัญั อย่่างยิ่�งในปัจั จุุบันั
เ ป็็ น เ ค รื่ � อ ง มืื อ ที่�่ ช่่ ว ย ส ร้้ า ง ค ว า ม ภ า ค ภูู มิิ ใ จ ใ น
วััฒนธรรมของตน เนื่่�องด้้วยวััฒนธรรมลาวครั่�งเป็็น
วัฒั นธรรมที่ม่� ีีความโดดเด่่น ทั้้ง� ยัังมีีเครื่อ� งแต่่งกายที่่�
- 18 -
บทที่่� 2
ผ้้าทอลาวครั่ง่�
เนื้้�อหาในบทที่่�สองเป็็นการอธิบิ ายทอลาวครั่ง� ในรายละเอีียดเพื่่�อเป็น็ พื้�้นฐานให้ก้ ับั ผู้�เรีียนได้ม้ ีีความรู้�เกี่�่ยวกับั
ผ้า้ ทอลาวครั่�งโดยเฉพาะ สามารถนำไปใช้ใ้ นการทำงานทอผ้้าได้โ้ ดยตรง โดยเนื้้�อหาในบทนี้้� ได้้แก่่ ประเภทของ
ผ้า้ ทอลาวครั่�ง ส่่วนประกอบของผ้้าซิ่น� ลาวครั่ง� และลวดลายผ้้าทอลาวครั่ง�
ประเภทของผ้้าทอลาวครั่ง่�
ผ้้าทอลาวครั่�งอาจแบ่่งได้เ้ ป็็นสามประเภทหลััก ๆ ตามหน้้าที่ก�่ ารใช้้งาน ได้้แก่่ ผ้า้ ทอสำหรับั เครื่�องแต่่งกาย
ผ้า้ ทอสำหรับั เคหะสิ่ง� ทอหรืือของใช้ใ้ นบ้้าน และผ้า้ ทอสำหรับั ศาสนาและความเชื่�อ โดยผ้้าทอทั้้ง� สามประเภทนี้้�
มีีรููปแบบชิ้น� งาน การจััดวางลวดลาย และรายละเอีียดการทอที่แ่� ตกต่่างกัันออกไป
ผ้้าทอสำหรับั เครื่อ� งแต่่งกายเป็็นประเภทที่�ม่ ีีจำนวนมากที่ส�่ ุุด มีีทั้้ง� ของผู้้�หญิิงและผู้้�ชาย และเป็น็ ผ้า้ ประเภท
หลักั ที่่ม� ีีการผลิติ ในปััจจุุบันั ประเภทเครื่�องแต่่งกายในวัฒั นธรรมลาวครั่�ง ได้้แก่่ เสื้อ�้ ผู้้�ชาย เสื้�อ้ ผู้้�หญิิง กางเกง
ผ้า้ ขาวม้้า ย่่าม ผ้า้ พัันคอ ผ้า้ คล้อ้ งคอ และซิ่น� อย่่างไรก็ด็ ีี ผ้้าทอสำหรัับผู้้�หญิงิ จะเป็น็ ประเภทหลักั ที่พ่� บเห็น็ ใน
ตลาดผ้า้ ทอและในแหล่่งที่่�มีีการเก็บ็ สะสมผ้า้ เก่่า โดยมีีผ้า้ ซิ่น� ลาวครั่�ง เป็็นสิ่�งที่โ่� ดดเด่่นและมีีจำนวนมากที่�ส่ ุุด
- 19 -
ที่ �่มาของภาพ: วุุฒ ิิไกร ศ ิิร ิิผล
การแต่ง่ กายของสตรีีลาวครั่�งในงานบุญุ ที่�ว่ ััดบ้้านไร่่ นิยิ มสวมผ้า้ ซิ่น� อััตลัักษณ์ล์ าวครั่ง� ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร ์์โฉม
และสวมเสื้�อแบบสุภุ าพที่�่อาจจะตััดเย็็บด้้วยผ้้าไหม ผ้้าลููกไม้้ หรืือผ้้าที่ม�่ ีีสีีค่อ่ นข้้างเรีียบ
นอกจากเสื้้�อที่�่สวมกัับผ้้าซิ่�นแบบสมััยนิิยมที่่�ตััดเย็็บด้้วยผ้้าไทยหรืือผ้้าลููกไม้้ ยัังมีีเสื้้�ออีีกแบบหนี่�่งที่�่ทำจาก
ผ้้าฝ้้ายย้อ้ มคราม ตัดั เย็็บด้้วยแบบอย่่างเรีียบง่าย มีีกระดุุมผ่่าหน้า้ ความยาวต่่ำกว่่าเอวเล็ก็ น้้อย มีีทั้้�งแขนสั้น�
และแขนยาว
เสื้�อพื้้�นเมือื งสตรีีแบบแขนยาว
สมบััติิของนางจำปีี ธรรมศิิริิ
เสื้อ� พื้้�นเมืืองสตรีีแบบแขนสั้น�้
สมบััติขิ องนางจำปีี ธรรมศิิริิ
- 20 -
ผ้้าทอสำหรัับเป็็นของใช้้ในครััวเรืือน เป็็นสิ่�งทอ ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร์์โฉม
ที่่�อำนวยให้้การดำเนิินชีีวิิตสะดวกสบายมากขึ้�น ผ้้า
ประเภทนี้้� ได้แ้ ก่่ ผ้้าห่่ม ผ้้ามุ้�ง ฟูกู ที่น่� อน หมอนรูปู ทรง
ต่่าง ๆ ผ้า้ ทอสำหรับั ใช้ใ้ นครัวั เรืือนมีีวิธิีีการผลิติ ใกล้เ้ คีียง
กับั ผ้า้ สำหรับั เครื่อ� งแต่่งกาย แต่่มีีความแตกต่่างในเรื่อ� ง
การจัดั วางลวดลาย ขนาดเส้น้ ด้้าย และอุุปกรณ์ท์ ี่่ใ� ช้้
ในการผลิิตผ้้า ยกตััวอย่่างเช่่น ผ้้าห่่มมัักใช้เ้ ส้น้ ด้้าย
ที่�่มีีขนาดใหญ่่กว่่าผ้้าซิ่�น จึงึ ต้้องใช้ฟ้ ืืมหรืือฟัันหวีีที่�ม่ ีี
ขนาดใหญ่่ตามไปด้ว้ ย รวมทั้้ง� การจัดั วางลวดลายผ้า้ ห่่ม
มีีกรอบลายด้้านบน ด้า้ นล่่าง ด้า้ นข้้างซ้า้ ยและด้า้ น
ข้า้ งขวา
(ซ้้าย) หมอนแบบลาวครั่�ง (ขวา) ผ้า้ ห่่มแบบลาวครั่�ง
(จััดแสดงบนผ้้าพื้้�นสีีแดง)
ผ้้าทอสำหรัับการพระศาสนาหรืือเพื่่�อความเชื่ �อ ของวัดั พิิพิธิ ภัณั ฑ์ส์ ่่วนบุุคคล ในศาสนสถาน และใน
ในท้้องถิ่น�่ เป็็นของที่่ท� ำขึ้น� ด้ว้ ยเหตุุผลทางความเชื่อ� งานบุุญ เช่น่ งานจุุลกฐินิ จากการศึึกษาเรื่อ� งสิ่ง� ทอ
การสร้้างบุุญกุุศลให้แ้ ก่่ผู้้�ที่่�เกี่ย�่ วข้้อง และเป็็นการทำนุุ ในพระพุุทธศาสนาของกลุ่่�มวััฒนธรรมลาวครั่�ง ของ
บำรุุงพระศาสนาผ้า้ ทอสำหรับั ศาสนาได้แ้ ก่่ไตรจีีวรผ้า้ สิทิ ธิิชัยั สมานชาติิ (2540) พบว่่าไม่่มีีชุุมชนใดที่่�มีี
อาสนะ ผ้า้ ห่่อคััมภีีร์์ ผ้า้ คลุุมหััวนาค ธงหรืือตุุง ผ้้าม่่าน สิ่ง� ทอครบถ้้วนทุุกประเภท แต่่รายการที่�่กล่่าวมานั้้�น
กั้น� ผนััง ผ้้าม่่านติดิ ธรรมมาสน์์ หมอนเท้้า หมอนน้อ้ ย เป็็นการรวบรวมประเภทการใช้้งานจากหลายชุุมชน
ผ้้าห่่มเชิิงจก ผ้้าล้้อ ผ้้าหน้้ามุ้�ง เป็็นต้้น สิ่�งทอบาง
ประเภทยัังมีีการผลิิตอยู่ � โดยผลิิตเพื่่�อถวายวััดหรืือ
ถวายพระสงค์์ ซึ่�่งจะสามารถพบได้้ในพิิพิิธภััณฑ์์
- 21 -
ที่ �่มาของภาพ: วุุฒ ิิไกร ศ ิิริิผล
ตััวอย่า่ งสิ่�งทอสำหรับั การใช้้งานทางศาสนา เรีียกว่่า ทุงุ ในภาษาพื้้น� ถิ่น�่
หรือื ตุุง ในภาษาถิ่�่นอื่น� ที่�แ่ ปลว่า่ ผ้า้ หน้้าแคบยาว ใช้้สำหรัับแขวนเพื่่อ�
ตกแต่่งสถานที่่�
- 22 -
ลัักษณะที่่โ� ดดเด่่นของผ้้าทอลาวครั่�ง่ เมื่่อ� เปรีียบเทีียบกับั ผ้า้ ซิ่น� พื้น้� ถิ่น่� อื่น� ๆที่ม่� ีีการทอใน
ประเทศไทยจะพบว่่าผ้า้ จากแต่่ละแหล่่งมีีโครงสร้้างที่่�
ผ้้าทอลาวครั่ �งมีีการจััดวางลวดลายสีีสัันให้้มีีความ แตกต่่างกันั บ้า้ งเป็น็ ผ้้าชิ้�นเดีียวเย็บ็ ข้้างตัวั ติิดกันั บ้้าง
แตกต่่าง ด้้วยชุุดสีีเฉพาะตััวและการใช้้ลวดลายที่่� เป็็นผ้า้ หลายชิ้น� มาเย็บ็ ต่่อกันั ให้เ้ ป็็นผ้้าซิ่น� เป็น็ ความ
เรีียบเรีียงด้้วยขนบการทอผ้้าที่�่สืืบทอดมายาวนาน นิิยมเฉพาะถิ่่�น ผ้า้ ทอลาวครั่�งมีีการทอแยกส่่วนแล้ว้
แม้้ว่่าผ้า้ ทอที่�่สร้้างสรรค์โ์ ดยคนในวััฒนธรรม ไท-ลาว นำมาเย็็บต่่อกัันเป็็นลักั ษณะเด่่นประการหนึ่่�ง
ในประเทศไทยมีีลักั ษณะร่่วมหลายประการ เช่น่ สุุภาพ-
สตรีีนิยิ มการนุ่ง�่ ซิ่น� ในวาระที่ส�่ ำคัญั ผ้า้ ซิ่น� มีีรูปู แบบเป็น็ อย่่างไรก็ด็ ีี ลักั ษณะการแบ่่งตัวั ซิ่น� ออกเป็น็ สองหรืือ
ผ้้าผืืนสี่่�เหลี่่�ยมเย็็บติิดกัันด้้านข้้างเพื่่�อให้้สวมใส่่ได้้ง่ าย สามส่่วนนี้้ย� ังั สามารถพบได้ใ้ นวัฒั นธรรมอื่น� ๆในประเทศ
มีีการจััดวางลวดลายที่่�มีีความสอดคล้้องกัับการสวม ไทยอีีก เช่่น ไทยวน ไทดำ เป็น็ ต้้น แต่่ชาวลาวครั่�ง
ใส่่ มีีการจัดั วางลายเฉพาะด้้านบนด้า้ นล่่างชัดั เจน แต่่ มีีการใช้้องค์ป์ ระกอบอื่�น ๆ อีีก อาทิิ สีีและการวาง
ผ้้าทอลาวครั่ �งมีีลัักษณะที่�่โดดเด่่นแตกต่่างจากผ้้าทอ ลวดลายอย่่างเฉพาะตนที่�่ทำให้้บ่่งบอกได้้ชััดว่่าเป็็น
ในวััฒนธรรมอื่น� ๆดังั ต่่อไปนี้้� ผ้า้ ลาวครั่�ง อันั จะได้้อธิิบายเพิ่่�มเติิมในข้้อต่่อ ๆ ไป
1. ผ้้าซิ่น� ลาวครั่ง� เป็็นซิ่�นที่ใ�่ ช้้หลายส่่วนมาเย็บ็ 2. ผ้า้ ซิ่น� มัดั หมี่ต่� ่่อตีีนจก เป็น็ ผ้า้ ซิ่น� ที่โ่� ดดเด่่นมากของ
ประกอบกันั อาจแบ่่งได้้สองประเภท ประเภทที่�่หนึ่่�ง ลาวครั่ง� เนื่่อ� งจากผ้า้ ซิ่น� มัดั หมี่ส�่ ่่วนใหญ่่ในประเทศไทย
คืือซิ่ �นที่�่ประกอบด้้วยสามส่่วนที่�่เป็็นผ้้าสามชิ้ �นเย็็บติิด จะเป็น็ ผ้้าซิ่น� ที่�ไ่ ม่่ต่่อตีีน แต่่ใช้้ผ้า้ มััดหมี่�ช่ิ้น� เดีียวมานุ่ง่�
กััน ได้แ้ ก่่ หััวซิ่น� ตััวซิ่น� และตีีนซิ่�น แต่่ละชิ้�นส่่วนอาจ เป็น็ ซิ่น� และหากเป็น็ การต่่อตีีนซิ่น� ก็จ็ ะมีีขนาดเล็ก็ มาก
เป็็นการทอด้้วยวิิธีีการเดีียวกัันหรืือผสมผสานการ เป็น็ แถบแคบๆอย่่างเช่น่ ในวัฒั นธรรมชาวส่่วยหรืือกูยู
จก ขิิด และมัดั หมี่่�ก็็ได้้ (ชาติิรส การะเวก และคณะ, ที่ต่� ่่อตีีนเป็็นแถบมััดหมี่�ห่ น้้าแคบและแถบผ้้าทอเล็็ก ๆ
2562) ประเภทที่่�สองที่พ่� บเห็็นคืือซิ่�นที่่�ประกอบด้ว้ ย ตรงล่่างสุุดผ้า้ มัดั หมี่ต่�่่อตีีนจกของลาวครั่ง� จึงึ เป็น็ เอกลักั ษณ์์
สองส่่วน ที่�ไ่ ม่่มีีหัวั ซิ่น� เป็น็ ผ้้าแยกชิ้�นมาเย็บ็ ต่่อ เนื่่อ� ง ที่่โ� ดดเด่่นมาก ไม่่เหมืือนใครในประเทศไทย
จากตัวั ซิ่น� และตีีนซิ่น� มีีความยาวเพีียงพอต่่อการสวมใส่่
อยู่�แล้ว้ ไม่่จำเป็น็ ต้้องมีีหัวั ซิ่น� อีีก ทั้้�งนี้้� ในปััจจุุบันั ยังั แม้้ว่่าผ้้ามััดหมี่�่ต่่อตีีนจกเป็็นรููปแบบผ้้าซิ่ �นที่�่หาได้้
มีีการทอลายจกลาวครั่ �งแบบทอรวดเดีียวต่่อเนื่่�องไม่่ ยากในวััฒนธรรมอื่น� ๆ ในประเทศไทย แต่่ว่่าสามารถ
แยกชิ้น� แต่่ยังั คงรูปู ลัักษณ์ท์ ี่ม�่ ีีการแบ่่งส่่วนแบบสาม พบได้้ใน สปป.ลาว เช่น่ กลุ่ม่� ไทแดง (Findley, 2014)
ส่่วนตามเดิมิ ตััวซิ่ �นลาวครั่ �งเป็็นการทอด้้วยมััดหมี่่�เส้้นพุ่่�งในแนว
- 23 -
ตััวซิ่ �น
ตีีนซิ่ �น
หััวซิ่ �น
ตััวซิ่ �น
ตีีนซิ่ �น
ตััวอย่่างซิ่�นหมี่โ�่ ลดที่ป่� ระกอบด้ว้ ยสองส่่วนคือื ตััวและตีีนซิ่น� (บน) ตััวอย่่างซิ่�นหมี่่�ข้อ้ ย้้อย
ที่่�ประกอบด้ว้ ยสามส่่วน คือื หััว ตััวและตีีนซิ่น� (ล่า่ ง) สมบััติขิ องนางจำปีี ธรรมศิิริิ
ที่่ม� าของภาพ ศศิชิ า ศรีจี ัันทร์์โฉม
- 24 -
นอน แต่่เมื่่�อนำมาสวมใส่่ จะใช้ด้ ้้านเส้้นพุ่่�งเป็น็ แนวตั้�ง
มััดหมี่จ่� ึึงปรากฏเป็น็ แนวตั้ง� ขนานกัับลำตัวั ตััดกัันกัับ
ตีีนซิ่น� ที่�จ่ ััดวางในแนวนอน
การจััดวางทิิศทางผ้้ามััดหมี่�่ของลาวครั่ �งแตกต่่าง
จากซิ่ �นมััดหมี่�่ในวััฒนธรรมไทลื้�้อที่่�ใช้้ผ้้ามััดหมี่�่บริิเวณ
ตัวั ซิ่�นเป็น็ แนวนอนตั้ง� ฉากกับั ลำตััว ทิิศทางการใช้ง้ าน
ผ้้ามัดั หมี่่� จึึงเป็น็ องค์ป์ ระกอบอย่่างหนึ่่�งในการระบุุ
วััฒนธรรมที่�่มาของผ้้าชิ้�นนั้้น� ๆ
3. ผ้า้ ลาวครั่�งนิยิ มใช้ส้ ีีแดงเป็็นพื้้�น โดยเฉพาะส่่วน
ตีีนซิ่น� ที่่�เป็็นตีีนจก สีีแดงนี้้เ� ป็็นสีีที่ม�่ ีีความโดดเด่่น
สะดุุดตา จดจำได้้ง่าย แยกออกจากกลุ่�ม่ วัฒั นธรรม
อื่น� ๆ ได้้ง่าย
แม้้ว่่าในกลุ่ม�่ วัฒั นธรรมอื่น� ๆ ที่�ม่ ีีการทอผ้้าจะมีี
การใช้้ตีีนสีีแดง แต่่การประกอบลวดลายและสีีสัันก็็
ต่่างออกไป เช่น่ ในกลุ่ม�่ ไทยวน มีีการใช้ต้ ีีนซิ่�นสีีแดง
เช่น่ กันั แต่่หน่่วยลายและการจััดวางลวดลายจะมีีรููป
แบบเฉพาะที่่�ต่่างออกไปอีีก (วิทิ วันั จัันทร, 2557)
หรืือในกลุ่่ม� ผ้า้ ซิ่น� ตีีนแดงของจังั หวััดบุุรีีรัมั ย์์ ที่่เ� ป็็น
แถบสีีเส้้นยืืนชุุดเดีียวกันั กัับตััวซิ่�น เป็น็ การทอทั้้ง� ตััว
และตีีนซิ่�นไปพร้อ้ มกััน ไม่่ได้้ทอแยกกันั แล้้วนำมาต่่อ
ดังั เช่่นผ้า้ ซิ่น� ลาวครั่�งหรืือไทยวน
4. ลัักษณะลวดลายของซิ่�นลาวครั่�งค่่อนข้้างมีีสีีสััน
สดใสและมีีขนาดหน่่วยลายที่่ใ� หญ่่ การผสมผสาน
ลวดลายและสีีอย่่างเฉพาะตััวดัังกล่่าวทำให้้ผ้้าลาว
ครั่�งมีีสีีที่�่สดจััดชัดั เจน และการทอจกที่่�สร้า้ งขนาด
ลวดลายที่ค่� ่่อนข้้างใหญ่่ ยิ่�งทำให้ผ้ ้า้ ลาวครั่ง� มีีลัักษณะ
ที่�ล่ ายชััด สีีจัดั สร้า้ งภาพจำได้้ง่าย ซิ่�งจะได้อ้ ธิบิ ายราย
ละเอีียดเกี่ย่� วกับั ลวดลายและสีีสัันในหัวั ข้้อต่่อไป
องค์ป์ ระกอบที่ก�่ ล่่าวมานี้้� เมื่่�อนำมาประกอบกันั
จึึงทำให้้รููปลัักษณ์์ของผ้้าทอลาวครั่ �งแตกต่่างจากผ้้า
ทอกลุ่�ม่ ภาษาชาติิพันั ธุ์�อื่�น ๆ แม้้ว่่าจะมีีลัักษณะราย
ละเอีียดร่่วมกัันก็ต็ าม
- 25 -
ประเภทของผ้้าซิ่น่� ลาวครั่่�ง ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศรีีจัันทร์์โฉม
ผ้้าซิ่น� ลาวครั่�งเป็น็ ผ้า้ ที่�่มีีความโดดเด่่นมากที่�ส่ ุุดและมีีการผลิิตมากที่ส่� ุุดในปััจจุุบันั นับั เป็น็ ต้้นทุุนทาง
วัฒั นธรรมที่่ส� ำคัญั ยิ่�ง ผ้้าซิ่�นของลาวครั่ง� มีีหลายประเภท ได้แ้ ก่่
1. ซิ่่น� หมี่่�โลด หรืือหมี่่ร� วด
มีีตัวั ซิ่น� ที่�่ใช้้การมััดหมี่ล�่ ้ว้ น ๆ ทอรวดเดีียวทั้้ง� ผืืน ไม่่มีีการสลับั ริ้ว� หรืือการทอด้้วยวิิธีีการอื่�น ๆ แทรก นำมาเย็บ็
ต่่อกับั ตีีนซิ่น� ที่ใ�่ ช้้เทคนิคิ จก
ซิ่น� หมี่่โ� ลด สมบััติินางจำปีี ธรรมศิริ ิิ
2. ซิ่�่นหมี่่ต� า หมี่่ค� ั่น่� หรืือหมี่่�ขั้้น� ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศรีีจัันทร์์โฉม
คืือมัดั หมี่�ท่ ี่�ท่ อสลัับริ้ว� ลายเส้น้ พุ่่ง� สีีเรีียบ นิิยมตกแต่่งด้ว้ ยลายขิดิ บริเิ วณเส้น้ คั่น�
ต่่อกับั ตีีนซิ่�นที่่ท� อด้้วยการจก
ซิ่น� หมี่�ค่ั่น� หรืือซิ่น� หมี่่ต� า สมบััติินางจำปีี ธรรมศิริ ิิ
3. ซิ่่น� หมี่่น� ้้อย หรืือหมี่่�ย้้อย ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร ์์โฉม
เป็็นการทอลายมัดั หมี่�ท่ ี่�ม่ ีีหน่่วยลายขนาดเล็็กกว่่าลายของหมี่่�ตา สลัับกับั ลายริ้ว� สีีที่่�มีีลายมัดั หมี่�แ่ ทรกอยู่�
ต่่อกัับตีีนซิ่น� ที่ท�่ อด้้วยการจก
ซิ่น� หมี่�ข่ ้อ้ ย้อ้ ย สมบััตินิ างจำปีี ธรรมศิริ ิิ
4. ซิ่่�นก่่าน ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร์์โฉม
ตัวั ซิ่น� ทอด้ว้ ยวิิธีีมัดั หมี่�่ จก หรืือขิิด ทอเป็น็ แถบลายเป็็นช่ว่ ง ๆ ในแนวนอน
ต่่อกับั ตีีนซิ่�นที่�่ทอด้้วยการจก
ซิ่�นก่า่ น สมบััติินางจำปีี ธรรมศิิริิ
5. ซิ่น�่ จกทั้้�งตััว ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร ์์โฉม
เป็น็ ซิ่น� ที่่�ทั้้ง� ตััวซิ่น� และตีีนซิ่น� ทอตกแต่่งด้้วยการจกอย่่างประณีีต
ซิ่น� จกทั้้ง� ตััว สมบััตินิ างจำปีี ธรรมศิิริิ
6. ซิ่�่นสิบิ ซิ่ว�่ ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร ์์โฉม
เป็น็ ซิ่�นที่่�ตกแต่่งด้้วยสีีเขีียวเป็็นสีีเด่่น คำว่่าซิ่ว� แปลว่่า สีีเขียี ว
ซิ่น� สิิบซิ่ว� สมบััตินิ างจำปีี ธรรมศิริ ิิ
7. ซิ่น่� มููก ที่ �่มาของภาพ ศศิิชา ศรีีจัันทร์์โฉม
คืือซิ่น� ที่ท่� อด้ว้ ยลายมูกู เป็็นลายที่�่ทอให้เ้ กิดิ พื้�น้ ผิิวลายนูนู คล้้ายลูกู ฟููกด้้วยการพุ่่�งเส้้นพื้น�้
สลัับกัับการเก็บ็ ลายสลับั ขึ้น� ลงเป็น็ จังั หวะเท่่า ๆ กันั นิิยมใช้้สีีเส้้นพุ่่�งสีีเดีียวกันั ทั้้ง� พื้้น� ผ้้าและลายมูกู
ต่่อกัับตีีนซิ่�นที่่�ทอด้ว้ ยการจก
ซิ่น� มููก สมบััติิของนางจำปีี ธรรมศิิริิ
ธรรมเนีียมการใช้ผ้ ้า้ ลาวครั่ง�่
การใช้ง้ านสิ่ง� ของที่่ม� ีีความผูกู พัันอยู่�กับั ชีีวิิตและวัฒั นธรรม จำเป็็นต้้องมีีความเข้้าใจพื้น�้ ฐานเกี่่�ยวกัับแนวทาง
ขนบประเพณีีของวัฒั นธรรมนั้้�น ๆ เพื่่อ� ให้ส้ ามารถนำไปใช้ไ้ ด้้อย่่างถูกู ต้้อง นัักออกแบบ ช่า่ งทอ ผู้�จำหน่่ายผ้า้
ควรที่จ�่ ะมีีความเข้า้ ใจในการใช้ง้ าน ที่�จ่ ะเป็น็ พื้�น้ ฐานไปสู่่ก� ารประยุุกต์แ์ ละพััฒนาต่่อไป อย่่างไรก็ด็ ีี ความเชื่อ�
ขนบและประเพณีีเป็็นสิ่ง� ที่่�มีีความเปลี่่�ยนแปลงอยู่เ� สมอ ไม่่หยุุดนิ่่ง� จึึงเป็็นสิ่ง� ที่�พ่ บได้เ้ สมอว่่า ความเชื่�อเรื่อ� ง
เดีียวกันั อาจจะมีีการอธิบิ ายที่�แ่ ตกต่่างกันั ในแต่่ละบุุคคลหรืือชุุมชน
ยกตััวอย่่างความเชื่อ� ที่่เ� กี่่ย� วกัับงานสิ่�งทอในวัฒั นธรรมลาวครั่�ง ได้แ้ ก่่ ความเชื่อ� ว่่าผ้า้ ซิ่น� เป็น็ ของต่่ำ ชิ้น� ส่่วน
ของผ้้าซิ่�นจึึงไม่่ควรนำมาไว้บ้ นส่่วนบนของร่่างกาย งานวิจิ ัยั ของ ชาติริ ส การะเวก และคณะ (2562) ได้้อธิิบาย
ว่่าในการวิจิ ััยพัฒั นาเครื่�องแต่่งกายจากผ้า้ ทอลาวครั่�ง ได้ร้ ัับคำแนะนำว่่าชาวลาวครั่ง� ไม่่นำผ้า้ ซิ่�นมาพาดบ่่า
เพราะเป็็นของต่่ำ ควรใช้้ด้า้ นล่่าง ดังั นั้้�นการออกแบบเสื้�้อที่่�ใช้ผ้ ้า้ ซิ่น� ลาวครั่�งมาเป็น็ ส่่วนประกอบ ควรให้้ชิ้น� ส่่วน
นั้้�นอยู่�ด้้านล่่างของเสื้�อ้ อย่่างไรก็ต็ าม ในพื้้�นที่�่และวาระอื่น� ๆ การนำชิ้�นส่่วนของผ้้าทอลาวครั่ง� มาประกอบเป็็น
เครื่�องแต่่งกายก็็มีีให้เ้ ห็็นได้ไ้ ม่่ยาก มีีการนำมาตััดเย็็บเป็็นเสื้อ้� ผ้า้ ที่่�วางชิ้น� ส่่วนผ้้าซิ่น� ไว้บ้ นปกคอ ประเป๋๋าเสื้้อ� ที่�่
อก หรืือช่ว่ งไหล่่ (โครงการพััฒนาผ้้าพื้้น� เมืืองในทุุกจัังหวัดั ของประเทศ, 2543)
ในอีีกกรณีีหนึ่่�ง มีีผู้้�ที่�่อธิบิ ายว่่าลายนาค ซึ่ง�่ เป็น็ สัตั ว์ใ์ นความเชื่�อของชาว ไท-ลาว และมีีความสัมั พันั ธ์อ์ ยู่ใ� น
ตำนานที่่�เกี่ย�่ วเนื่่อ� งกัับพระพุุทธศาสนา เป็น็ ลายที่่เ� ป็น็ ของสููง ไม่่ควรนำมาใช้้บนซิ่�น ซึ่�่งเป็็นส่่วนเครื่อ� งแต่่งกาย
ท่่อนล่่างที่่�เป็น็ ของต่่ำและไม่่ควรคู่ก� ันั แต่่จากการศึกึ ษาพบว่่า ลายนาคก็เ็ ป็็นลายที่่�พบได้ใ้ นตีีนผ้า้ ซิ่น� ลาวครั่ง�
และมีีการใช้ง้ านบนผ้้าหลายประเภท (Siriphon, 2018)
ลวดลายผ้้าทอลาวครั่�ง่
ลวดลายที่ป�่ รากฏบนผ้้าทอลาวครั่ง� เป็น็ องค์์ประกอบหนึ่่ง� ที่�่สำคััญที่แ่� สดงให้้เห็น็ ถึงึ ความมีีเอกลัักษณ์์เฉพาะ
ของกลุ่�่มชาติพิ ัันธุ์� ลวดลายบนผ้า้ ทอเกิิดจากจินิ ตนาการ ความเชี่ย�่ วชาญ การสั่�งสมความรู้�เฉพาะตน ที่�ไ่ ด้้
ถ่่ายทอดจากรุ่น่� สู่ร� ุ่�น่ ผ่่านกาลเวลาหลายร้อ้ ยปีี นำมาสู่�ผลงานที่่�วิิจิติ ร ละเอีียดประณีีต เป็น็ ที่่�ชื่�นชมและเป็น็ ที่่�
ต้้องการของผู้ �คนจากทุุกสารทิิศ
ลวดลายบนตีีนซิ่ง� ลาวครั่�งประกอบด้้วยลวดลายหลักั (ภาษาถิ่น่� เรีียก ลายใหญ่่) และลายประกอบ (ภาษาถิ่่�น
เรีียก ลายเครื่อ� งป้อ้ ง) ซึ่่ง� ลายหลัักจะมีีขนาดใหญ่่โดดเด่่นอยู่บ� นผลงาน อาทิิ ตีีนซิ่น� ผ้า้ ห่่ม หรืือหมอน จััดวาง
เรีียงเป็็นแถวแนวนอนขนาดกว้้าง มักั มีีลักั ษณะหน่่วยลายแบบสมมาตรทั้้�งด้า้ นซ้า้ ยขวาและบนล่่าง ลวดลายที่่�
ปรากฏบนลายหลัักจะเห็็นเด่่นชัดั เป็น็ จุุดเด่่นของผลงาน
นอกจากลายหลัักยังั มีีลายประกอบ เป็น็ แถบลายที่�ม่ ีีขนาดแคบกว่่าลายหลักั ทอไว้ท้ ี่ด�่ ้า้ นบนและล่่าง จััดวาง
ให้ส้ ัดั ส่่วนสัมั พัันธ์์กันั ลายประกอบอาจมีีหลายแถบก็็ได้้ ดัังตััวอย่่างที่่ม� ีีลายหลักั หนึ่่ง� แถบ และมีีลายประกอบ
ด้้านบนและล่่าง ด้้านละสองแถบ
ช่า่ งทอในปัจั จุุบันั นิยิ มเพิ่่ม� ลายสร้้อยสาต่่อจากลายประกอบด้า้ นล่่างสุุด ลายสร้อ้ ยสามีีลัักษณะหน่่วยลาย
หลายรููปแบบตามจินิ ตนาการ แต่่มีีลัักษณะร่่วมเป็น็ ลายขีดี แนวตั้�งสั้�น ๆ วางเรีียงซ้้ำกันั ไปทั้้�งหน้้าผ้้า จากการ
ศึกึ ษาของ ธีีระพัันธ์์ เหลืืองทองคำ (2559) พบว่่า ผ้้าทอลาวครั่ง� ในอดีีตไม่่พบลายสร้อ้ ยสา แต่่มีีการทอเพิ่่ม� เติิม
ขึ้ �นในระยะหลััง
ระหว่่างลายหลักั และลายประกอบมีีการทอเส้้นพุ่ง่� คั่น� ลาย สลับั เส้น้ สีีเป็น็ แนวนอน เรีียกว่่าคั่�นเครื่�อง สีีที่น�่ ำ
มาทอคั่น� เป็น็ สีีเดีียวกัับที่ใ่� ช้ท้ อจก โดยทอคั่น� แบบเรีียงลำดัับสีีอย่่างเคร่่งครััด แถบแรกเรีียงลำดัับสีีอย่่างไร แถบ
ถัดั ไปจะเรีียงลำดัับสีีตรงกัันข้า้ ม เป็็นเช่น่ นี้้�ไปเรื่�อย ๆ จนจบลาย
- 33 -
ที่่�มาของภาพ ศศิิชา ศร ีีจัันทร์์โฉม
ลวดลายผ้า้ ทอลาวครั่ง� สะท้้อนความผูกู พันั ธ์์กัับธรรมชาติิ สิ่�งแวดล้อ้ มรอบตััวและความเชื่อ� ผ่่านรููปร่่างรูปู ทรงสีีสัันของผ้า้ ทอ
ทั้้�งยัังสะท้อ้ นเรื่�องราวการเดินิ ทางจากต่า่ งถิ่่น� มาอาศััยอยู่�ในพื้้น� ที่�ป่ ัจั จุบุ ััน
ลวดลายผ้้าทอลาวครั่�ง อาจกล่่าวได้้ว่่ามาจากจิินตนาการของช่า่ งทอที่ถ�่ ่่ายทอดสิ่ง� ที่่ไ� ด้้พบเห็็นรอบตัวั และ
สิ่ง� ที่�่เป็น็ ตำนานความเชื่�อ นำมารังั สรรค์ผ์ ่่านเส้้นด้า้ ย ลวดลายเหล่่านี้้�มีีหลายประเภท อาจแบ่่งได้ห้ ลายวิิธีี ตาม
ที่�่นักั วิิชาการได้ว้ ิเิ คราะห์ไ์ ว้้ ยกตัวั อย่่างเช่น่ แพรภัทั ร ยอดแก้้ว (2564) แบ่่งลวดลายออกเป็็นสองประเภท
ตามลักั ษณะทััศนธาตุุ คืือ ลายธรรมชาติิ และลายเรขาคณิิต ในขณะที่�่ ธีีระพัันธ์์ เหลืืองทองคำ (2559) ได้แ้ บ่่ง
ประเภทลวดลายเป็็นสี่ก่� ลุ่�ม่ ตามเนื้้�อหา คืือ กลุ่�่มลายเส้้น กลุ่�่มลายสิ่ง� ปลูกู สร้า้ งและเครื่�องใช้้ กลุ่่ม� ลายสััตว์์ และ
กลุ่ม�่ ลายพืืช ในขณะเดีียวกััน เลอลักั ษณ์์ ศรีีเกษมศิิรา และศุุภกรณ์์ ดิิษฐพัันธุ์� (2564) ได้แ้ บ่่งเพิ่่�มเติิมจากงาน
ของธีีระพันั ธ์์ เหลืืองทองคำ ขึ้�นไปอีีก คืือ กลุ่ม�่ ลวดลายสิริ ิิมงคล-คติชิ น กลุ่�ม่ ลวดลายสิริ ิมิ งคล-ศรััทธา กลุ่�่ม
ลวดลายเครื่�องรางและโชคลาภ กลุ่�ม่ ลวดลายประวัตั ิศิ าสตร์์ กลุ่�่มลวดลายบนท้อ้ งฟ้า้ กลุ่ม�่ ลวดลายนามธรรม
และกลุ่�่มลวดลายเหตุุการณ์์และทิิวทัศั น์์
เพื่่�อให้เ้ กิดิ ความเรีียบง่าย ไม่่ซ้้ำซ้้อน เข้้าใจได้ง้่าย หนังั สืือฉบัับนี้้�พิิจารณาเลืือกแบ่่งหมวดหมู่่ต� าม ธีีระพันั ธ์์
เหลืืองทองคำ (2559) ที่�ม่ ีีสี่่�ประเภท ด้้วยมีีระดัับความละเอีียดที่�เ่ หมาะสม นำมาเสนอพร้้อมทั้้ง� ตััวอย่่างลวดลาย
ที่�ผู่้�เขียี นทอด้้วยตนเอง แล้้วนำมาตัดั รูปู ภาพให้เ้ หลืือเฉพาะลวดลายที่่�กล่่าวถึึง เพื่่อ� ความชัดั เจนและเข้้าใจได้้
ง่าย โดยเป็็นภาพจากวิิทยานิิพนธ์ข์ อง Wuthigrai Siriphon (2019) ทั้้ง� นี้้� ผู้�เรีียนจะได้ฝ้ ึกึ ฝนการทอเพิ่่�มเติิมจาก
เนื้้อ� หาในบทที่�่ 6
- 34 -
1. กลุ่ม�่ ลายเส้้น ได้้แก่่ ลายเอี้�ย ลายขอ
ลายขอน้อ้ ย ลายขอเคีีย เป็็นต้้น
ลายเอี้ �ย เป็็นลายที่ม�่ ีีลัักษณะเป็น็ เส้น้ เฉีียง มีีหน้า้
ที่�่เป็น็ กรอบแบ่่งลายต่่าง ๆ ออกเป็น็ ส่่วน ๆ
ที่ �่มาของภาพ วุุฒิิไกร ศิิริิผล, ภาพลายเส ้้น ธััชเชษฐ ์์ ปราบปราม ลายขอ
ที่่�มาของภาพ วุุฒ ิิไกร ศ ิิริิผล
มีีที่ม�่ าจากตะขอ
หรืือลักั ษณะยอดไม้้เลื้�้อย
ที่ม่� ีีมืือเกาะ สำหรับั
ไต่่ขึ้้�นสู่�ที่ส�่ ูงู (บน) และ
ภาพลายเส้น้ ลัักษณะ
มืือจัับของไม้เ้ ลื้อ้� ย (ซ้า้ ย)
ลายขอน้้อย
คืือลายขอที่�่มีี
ขนาดเล็็ก
- 35 -
2. กลุ่�่มลายสิ่ �งปลูกู สร้า้ งและเครื่�องใช้้ ได้้แก่่ ลายขาเปียี ลายตะเหลีียวฮ่อ่ ลายขอขื่อ� เป็น็ ต้น้ ที่ �่มาของภาพ วุุฒิิไกร ศ ิิร ิิผล
ลายขาเปีีย
ที่ �่มาของภาพ ศศ ิิชา ศร ีีจัันทร์์โฉม
ขาเปียี เป็น็ อุุปกรณ์์ที่่�ใช้จ้ ัดั เรีียงเส้น้ ด้า้ ยที่่�ปั่�นแล้ว้ ให้เ้ ป็็นไจ เพื่่อ� เรีียงเส้น้ ด้า้ ยให้เ้ ป็็นระเบีียบและตึงึ เสมอกััน
ก่่อนนำไปใช้้งานในลำดับั ต่่อไป
- 36 -
ลายตะเหลีียวฮ่อ่ (บน) และภาพลายเส้น้ ตะ ที่่�มาของภาพ วุุฒ ิิไกร ศ ิิร ิิผล, ภาพลายเส ้้น ธััชเชษฐ ์์ ปราบปราม
เหลีียวฮ่อ่ (ขวา) เป็็นลายที่ด่� ัดั แปลงจากตะเหลีียว
ฮ่่อ ซึ่่�งในพื้้น� ที่อ่�ื่น� อาจเรีียกว่่า ตาแหลว ตะแหลว
หรืือ เฉลว เป็น็ ตอกไม้ไ้ ผ่่สานเป็็นรูปู หกเหลี่่�ยม มีีเพื่่�อ
ป้้องกันั ภัยั สร้า้ งให้้เกิดิ ความศักั ดิ์ส� ิิทธิ์์� ใช้้ปักั สร้า้ ง
อาณาบริเิ วณหรืือปักั ที่่�ปากหม้อ้ ยา
ลายขอขื่่�อ (ลายเส้น้ สีีชมพูู) มีีลักั ษณะเป็็นเส้น้
ตั้�งและนอนสลัับกััน มีีที่ม�่ าจากเครืือเถาวัลั ย์ใ์ นป่า่
มัักใช้้ประกอบกับั ลายขอน้้อย (ลายเส้้นสีีเหลืือง)
ที่�เ่ ป็น็ ลายขอขนาดเล็ก็
- 37 -
3. กลุ่่ม� ลายสััตว์์ ได้แ้ ก่่ ลายนาค ลายนก ลายเต่่าน้้อย ลายปลาน้อ้ ย ลายปีีกไก่่ ลายเขี้�ยวหมา เป็็นต้น้ ที่ �่มาของภาพ วุุฒิิไกร ศ ิิริิผล
ลายปลาน้้อย คืือลายปลาตััวเล็ก็
ลายนาค ในลัักษณะการจััดเรีียงแบบต่่าง ๆ กันั นาคเป็็นสััตว์ศ์ ักั ดิ์�สิิทธิ์์ใ� นความเชื่�อพื้�น้ ถิ่่�น และมีีความ
สััมพันั ธ์์กัับเรื่�องราวในพุุทธศาสนา
- 38 -
ลายปีกี ไก่่ ลายปีีกไก่่ เป็น็ ลายรููปร่่างสามเหลี่�ย่ ม มีีลัักษณะคล้า้ ยกับั ปีีกของไก่่
ลายหมาน้้อย มีีลักั ษณะอย่่างลููกสุุนัขั
- 39 -
4. กลุ่่�มลายพืืช ได้แ้ ก่่ ลายดอกก้า้ นก่่อง ลายดอกแก้ว้ ลายแก้้วดอกจันั ลายมะเขืือผ่่าโผ่่ง เป็น็ ต้้น ที่ �่มาของภาพ ศศ ิิชา ศรีีจัันทร ์์โฉม
ลายดอกแก้ว้ เป็น็ ลายที่�่มีีแปดกลีีบ มีีรููปทรงสี่�เ่ หลี่�่ยมข้้าวหลามตััดตรงกลาง จัดั วางรููปทรงได้้หลากหลาย ที่ �่มาของภาพ วุุฒิิไกร ศิิร ิิผล
นิิยมนำมาวางเป็น็ แถว หรืือวางตรงกลางลายขนาดใหญ่่
ลายดอกก้า้ นก่่อง มีีลักั ษณะคล้้ายดอกไม้เ้ ลื้อ้� ยที่่�ห้อ้ ยอยู่�เป็น็ ระยะตามทางเดินิ
- 40 -
สีขี องผ้้าทอลาวครั่่ง� ที่ �่มาของภาพ ศศ ิิชา ศรีีจัันทร ์์โฉม
ในแง่่ของสีีสัันในลวดลายลาวครั่�ง จากงานวิิจััยที่ไ�่ ด้ก้ ล่่าวมาแล้้วข้้างต้น้ มีีการแบ่่งการใช้้ที่่�ทั้้�งคล้้ายและต่่าง ที่ �่มาของภาพ วุุฒ ิิไกร ศ ิิร ิิผล
กันั สามารถนำมาสรุุปรวมได้้ว่่ามีีการใช้้สีีดัังนี้้�
1. กลุ่ม่� สีีตามจารีตี ซิ่�นจกแบบดั้ง� เดิมิ ของลาวครั่ง� จะประกอบด้้วยสีีพื้้�น 1 สีี และสีีตััวลายอีีก 5 สีี ได้แ้ ก่่
แดง ดำ ขาว ซิ่ว� (เขีียว) เหลืือง ส้้ม หากว่่าพื้้น� เป็น็ สีีแดงก็จ็ ะใช้ส้ ีีดำเป็น็ ลวดลาย หรืือหากว่่าพื้�น้ เป็็นสีีดำก็จ็ ะใช้้
สีีแดงเป็น็ ลวดลาย ในการทอผ้้าแบบดั้ง� เดิมิ สีีที่�่ใช้้เป็น็ สีีธรรมชาติิ แต่่ในปััจจุุบันั เส้้นด้้ายที่�ย่ ้้อมด้้วยสีีเคมีีได้ร้ ับั
ความนิยิ มในหมู่่�ช่า่ งทอมากกว่่า เพราะว่่าความสะดวกสบาย โดยช่่างทอจะซื้�้อเส้น้ ด้้ายที่ม่� ีีอยู่�แล้ว้ มาทอ ไม่่นิิยม
ย้อ้ มด้้ายด้ว้ ยตนเอง
ความหมายของแต่่ละสีีมีีความเกี่�ย่ วข้้องกับั ธรรมชาติิ ตามคำบอกของนางจำปีี ธรรมศิิริิ กล่่าวคืือ สีีดำหมาย
ถึึงกลางคืืน สีีแดงหมายถึึงกลางวันั สีีส้้มแสดหมายถึึงผลไม้ส้ ุุกงอม สีีเหลืืองหมายถึึงพระจันั ทร์์ สีีซิ่่�วหมายถึงึ
ใบไม้้ ความอุุดมสมบููรณ์์ และสีีขาว หมายถึงึ ปุุยเมฆ
ตีีนซิ่�นสีีตามจารีีต ประกอบด้้วยสีีดำ แดง เหลือื ง ส้ม้ เขีียว ขาว
2. กลุ่ม�่ สีอี ่่อนหรืือสีพี าสเทล (pastel) เป็็นการพัฒั นาขึ้�นใหม่่ให้ต้ รงกับั ความต้้องการของผู้�บริโิ ภคมาก
ขึ้น� ด้้วยแนวคิิดที่ว่� ่่าสีีแบบจารีีตมีีลักั ษณะที่ฉ�่ ูดู ฉาดสดใส หรืือมีีลักั ษณะที่แ�่ สดงความเป็น็ ชาติพิ ันั ธุ์์�ชััดเจนจน
เกินิ ไป ทำให้้ใช้้งานได้้ยาก ช่่างทอจำนวนหนึ่่ง� จึงึ รับั เอาแนวทางการใช้ส้ ีีแบบสีีพาสเทล เพื่่อ� ให้ผ้ ้้าใช้้งานได้้หลาย
โอกาสมากขึ้�น โดยยังั คงลวดลายไว้้เช่น่ เดิิม กลุ่่ม� สีีอ่่อนหรืือสีีพาสเทล เป็น็ กลุ่�่มสีีที่�่ลดค่่าความสดจััดของสีีลง มีี
ลักั ษณะไปทางสีีอ่่อน หรืือสีีที่ผ่� สมสีีขาว ให้้ความรู้้�สึกึ อ่่อนหวาน อ่่อนโยน สามารถจับั คู่เ� ครื่�องแต่่งกายได้้ง่าย
ผ้า้ ทอกลุ่่�มสีีอ่อ่ นโดยนางจำปีี ธรรมศิิริิ
- 41 -
3. กลุ่ม�่ สีอีื่น� ๆ ซึ่ง�่ อาจพบในบางช่ว่ งเวลาตามความนิยิ ม เช่น่ สีีม่่วงพระเทพ (ธีีระพันั ธ์์ เหลืืองทองคำ, 2559)ที่ �่มาของภาพ วุุฒิิไกร ศิิร ิิผล
ซึ่�่งเป็็นสีีตามวัันพระราชสมภพที่่�มีีความต้้องการสููงในช่่วงหนึ่่�ง และสีีไหมพรมจีีนจากผ้้าห่่มโบราณ-บ้้านไร่่
(เลอลัักษณ์์ ศรีีเกษมศิิรา และศุุภกรณ์์ ดิษิ ฐพันั ธุ์�, 2564) ที่�เ่ ป็็นความนิยิ มในระยะที่ไ�่ หมพรมจากจีีนเป็็นของ
หายากในอดีีต มีีสีีสันั ฉูดู ฉาดตัดั กันั ชัดั เจน
ตััวอย่า่ งผ้้าทอจากการสะสมของนางจำปีี ธรรมศิิริิ ที่่แ� สดง
ให้เ้ ห็น็ ความนิยิ มนำไหมพรมมาใช้้ในการทอผ้้า เมื่่�อกาล
เวลาผ่่านไป สีีสัันในเส้น้ ใยธรรมชาติิได้จ้ างหายไป แต่ส่ ีี
ของไหมพรมซึ่�ง่ เป็น็ เส้้นใยสัังเคราะห์์ยัังคงสดใสอยู่่�มาก
- 42 -
บทที่่� 3
วััสดุุและอุุปกรณ์์ที่่�ใช้้ในการทอผ้า้
เนื้อ�้ หาในบทนี้้ก� ล่่าวถึงึ วัสั ดุุและอุุปกรณ์อ์ ันั เป็น็ ส่่วนสำคัญั ที่ใ่� ช้ใ้ นการสร้า้ งสรรค์ผ์ ้า้ ทอ เดิมิ ทีีช่า่ งทอผ้า้ ใช้ข้ องที่ม่� ีี
อยู่ใ� นชุุมชนหรืือสิ่ง� แวดล้อ้ มรอบตัวั นำมาประยุุกต์ด์ ัดั แปลงอำนวยความสะดวกในการทำงานประสานการทำงาน
ระหว่่างสมาชิิกในครอบครััว สามีีผลิิตอุุปกรณ์์ทอผ้้าส่่วนภรรยาทำหน้้าที่�่สานทอเส้น้ ใยให้้เป็็นแผ่่นผืืนเพื่่อ� ใช้ใ้ น
ครััวเรืือน เมื่อ� การพัฒั นาอุุตสาหกรรมเข้้าสู่ป� ระเทศไทย วัสั ดุุอุุปกรณ์บ์ างอย่่างสามารถหาซื้�อ้ ได้จ้ ากตลาด หรืือ
ซื้้�อเข้้ามาจากชุุมชนอื่น� ๆ ทั้้�งที่�่ผลิิตจากวััสดุุธรรมชาติแิ ละจากที่่�สัังเคราะห์ข์ึ้น� ด้้วยกระบวนการทางอุุตสาหกรรม
ดังั นั้้น� ในบริบิ ทปััจจุุบััน วััสดุุและอุุปกรณ์ใ์ นการทอผ้า้ จึึงผสมผสานระหว่่างต้้นทุุนทางวััฒนธรรมและการอำนวย
ความสะดวกจากเทคโนโลยีี สิ่ง� ที่ก�่ ล่่าวมานี้้เ� ป็น็ เรื่อ� งจำเป็น็ ที่ผ�ู่้�เรีียนทอผ้า้ จะต้อ้ งรู้�เพื่่อ� ให้น้ ำไปใช้ง้ านได้อ้ ย่่างเหมาะสม
- 43 -
เส้น้ ใยและเส้น้ ด้า้ ย ความสะดวก เส้น้ ฝ้้ายปั่�นมืือมีีลักั ษณะที่่�ไม่่เรีียบสม่่ำ-
เสมอกันั ขนาดของเส้น้ ด้า้ ยและความเรีียบเนีียนขึ้น� อยู่�
วััสดุุที่�่ใช้้ในการทอผ้้าแบบลาวครั่ �งแต่่เดิิมจะนิิยม กับั ฝีมี ืือของคนปั่�นฝ้า้ ย เมื่่อ� นำมาทอเป็น็ ผ้า้ จะให้พ้ ื้น�้ ผิวิ
ใช้ฝ้ ้า้ ยและไหมเป็น็ หลักั เส้น้ ใยทั้้ง� สองประเภทเป็น็ เส้น้ ใย ที่่�โดดเด่่นเป็็นธรรมชาติิและให้้ผ้า้ ที่�่นุ่�ม่ สวมใส่่สบาย
จากธรรมชาติทิ ี่ท�่ ำเองในครัวั เรืือนทุุกกระบวนการ แต่่ใน ส่่วนเส้น้ ฝ้า้ ยที่ม�่ าจากโรงงานอุุตสาหกรรมจะมีีลักั ษณะ
ปัจั จุุบันั มีีเส้น้ ใยให้เ้ ลืือกมากมายหลายชนิดิ ทั้้ง� ที่ผ�่ ลิติ ใน ที่เ�่ รีียบเนีียนสม่่ำเสมอกันั ตลอด มีีขนาดที่เ่� ป็น็ มาตรฐาน
ระดับั หััตถกรรมและอุุตสาหกรรม เส้น้ ใยที่น�่ ิิยมใช้้ใน สามารถสั่่�งซื้�้อและทำซ้้ำได้้ ผ้้าที่่�ทอจากเส้้นใยจาก
ท้้องถิ่�่นในปััจจุุบัันมีีดัังนี้้� โรงงานอุุตสาหกรรมจะเรีียบเนีียน เรีียบร้อ้ ย แต่่อาจ
จะมีีลัักษณะที่่�แข็็งกระด้้างบ้้างหากมีีกระบวนการทอ
1. ฝ้า้ ย ที่่ไ� ม่่เหมาะสม
ฝ้า้ ยเป็น็ เส้น้ ใยที่ไ�่ ด้จ้ ากพืืช โดยใช้ส้ ่่วนของเส้น้ ใยหุ้�ม นอกจากฝ้้ายที่่ม� ีีจำหน่่ายทั่่ว� ไปแล้้ว ยังั มีีฝ้า้ ยที่ม่� ีี
เมล็ด็ มาผ่่านกระบวนการตีีเกลีียวเป็น็ เส้น้ ด้า้ ย ผลฝ้า้ ย ลัักษณะพิเิ ศษอีีก คืือ ฝ้า้ ยคอมพ์์ (combed cotton)
เมื่่�อแห้้งจะแตกออกมีีลัักษณะเป็็นปุุยฟููสีีขาวหุ้ �มเมล็็ด และ ฝ้า้ ยเมอร์์เซอไรซ์์ (mercerized cotton)
หลังั จากเก็บ็ เกี่ย�่ วจะต้อ้ งนำไปหีีบฝ้า้ ยเพื่่อ� แยกเมล็ด็ ออก
นำปุุยฝ้า้ ยมาปั่�นเป็น็ เส้น้ ใย เส้น้ ใยฝ้า้ ยมีีความแข็ง็ แรง ฝ้า้ ยคอมพ์์ เป็็นฝ้า้ ยที่ม�่ ีีกระบวนการผลิติ ที่่�ซับั ซ้อ้ น
มีีคุุณสมบััติิดููดซัับความชื้้�นได้้ดีีและระบายความชื้้�นได้้ กว่่าฝ้า้ ยธรรมดา คืือการหวีีสางเส้น้ ใย (comb) ที่่ท� ำให้้
เร็็ว พื้้น� ผิวิ ของผ้า้ ฝ้า้ ยเป็น็ ผิิวด้า้ นไม่่มันั ไม่่สะท้้อนแสง เส้น้ ใยฝ้า้ ยเรีียงตััวกันั อย่่างดีีได้้เส้น้ ใยฝ้้ายที่่�เป็็นเส้น้ ใย
ให้ค้ วามรู้้�สึึกเป็็นธรรมชาติิ ยาว ลดจำนวนเส้น้ ใยสั้น� และกำจัดั สิ่ง� สกปรกได้ด้ีียิ่่ง� ขึ้น�
ผลลััพธ์ข์ องกระบวนการนี้้�คืือเส้้นใยฝ้้ายที่่�ได้้ มีีความ
เส้น้ ใยฝ้า้ ยเป็น็ เส้น้ ใยพื้น�้ ฐานของการทอผ้า้ ลาวครั่ง� เรีียบเนีียนแข็ง็ แรงขึ้น� ทำให้ไ้ ด้้ผ้า้ ทอที่�่มีีคุุณภาพสูงู ขึ้�น
แต่่เดิิมใช้้กระบวนการปั่ �นฝ้้ายด้้วยมืือแต่่ในปััจจุุบััน ฝ้า้ ยคอมพ์ม์ ีีราคาในตลาดที่่�แพงกว่่าฝ้้ายธรรมดา แต่่
นิิยมใช้้เส้้นฝ้้ายที่�่มาจากโรงงานอุุตสาหกรรมเพื่่�อ ย่่อมเยากว่่าฝ้า้ ยเมอร์์เซอไรซ์์
ฝ้า้ ยเมอร์์เซอไรซ์์ หรืือที่เ่� รีียกอย่่างสั้�นว่่า ฝ้า้ ยเมอ
เป็็นเส้้นด้้ายฝ้้ายที่�่ผ่่านกระบวนการชุุบมััน คืือการ
ชุุบเส้น้ ใยในด่่างเข้ม้ ข้น้ ทำให้้เส้น้ ใยมีีลักั ษณะพองตััว
สะท้้อนแสงได้ด้ ีีขึ้้�นและมีีความเงาวาว ดูดู ซับั สีีได้้ดีีขึ้้�น
และมีีความแข็็งแรงมากขึ้�น ฝ้้ายเมอร์์เซอไรซ์์มีีราคา
แพงกว่่าฝ้้ายธรรมดา เนื่่�องจากกระบวนการผลิิตที่�่
ซับั ซ้อ้ นและคุุณสมบัตั ิิที่เ่� ป็็นที่ต่� ้้องการของผู้�บริโิ ภค
2. ไหมประดิิษฐ์์
คำว่่าไหมประดิษิ ฐ์เ์ ป็น็ ชื่อ� ทางการค้า้ ที่น่� ิยิ มเรีียกกันั
ในกลุ่ม�่ ช่า่ งทอผ้า้ เป็น็ เส้น้ ด้า้ ยที่ท�่ ำจากเส้น้ ใยสังั เคราะห์์
ประเภทอะคริลิ ิกิ (acrylic) ด้ว้ ยกระบวนการทางวิทิ ยา-
ศาสตร์์โดยโรงงานอุุตสาหกรรม มีีคุุณสมบััติิโดดเด่่น
คืือความแข็็งแรงคงทน มีีสีีสัันสดใสและหลากหลาย
เส้้นใยเรีียบตรงคงรููปได้้ดีีมีีน้้ำหนัักเบาใช้้งานได้้ง่ าย
ดููแลรัักษาได้้ง่่ายและราคาย่่อมเยาว์์ เส้้นใยประดิิษฐ์์
มีีความทนทานสามารถใช้้ทอได้้นานไม่่ขาดง่ ายทนต่่อ
สภาวะอากาศ เป็็นเส้น้ ใยที่่�ได้้รับั ความนิยิ มในการทอ
พื้้�นผิิวของเส้้นไหมประดิิษฐ์์มีีลัักษณะเรีียบเนีียน
- 44 -
สะท้อ้ นแสงมากกว่่าฝ้า้ ยเล็ก็ น้อ้ ย สัมั ผัสั จะมีีความเรีียบ ทำให้้ผ้้ามีีความสวยงาม หรูหู รา มีีมูลู ค่่าสูงู หนอนไหม
ลื่น� มากกว่่าฝ้้าย ประเภทนี้้�กินิ ใบหม่่อนเป็็นอาหารเพีียงอย่่างเดีียว ซึ่่ง�
ต้้นหม่่อนเป็็นพืืชที่่�ปลููกได้้ง่ายทนทานทำให้เ้ หมาะสม
เนื่่�องจากเส้้นไหมประดิิษฐ์์มีีราคาที่่�ย่่อมเยากว่่า กับั การเพาะปลูกู ในหลายพื้้�นที่ใ�่ นประเทศไทย
ฝ้้าย จึึงทำให้เ้ ป็็นที่่�นิยิ มในการนำมาทอผ้้า อย่่างไรก็ด็ ีี
ผ้้าที่�่ทอจากเส้้นไหมประดิิษฐ์์มัักจะมีีราคาที่่�ถููกกว่่าผ้้า เส้้นใยไหมอีีรี่่�เป็็นเส้้นใยได้้จากไหมป่่าที่�่ถููกนำมา
ที่ท�่ อจากฝ้า้ ยหรืือไหม เนื่่อ� งจากต้น้ ทุุนวัตั ถุุดิบิ ที่ถ�่ ูกู กว่่า เลี้�ยงด้้วยใบมัันสำปะหลัังหรืือใบละหุ่่�ง ไหมอีีรี่�่เป็็น
และผืืนผ้้ามัักมีีลัักษณะที่่�เรีียบเนีียนมากจนขาดเสน่่ห์์ สายพัันธุ์ �ที่�ได้้รัับการส่่งเสริิมเป็็นช่่องทางสร้้างรายได้้
ของความเป็น็ ผ้า้ แบบดั้ง� เดิมิ ทำให้ไ้ ม่่เป็น็ ที่น�่ ิยิ มในกลุ่ม�่ เพิ่่�มเติิมในกลุ่�่มเกษตรกรที่่�ทำไร่่มัันสำปะหลัังอยู่ �แล้้ว
ที่่�มีีกำลัังซื้�อ้ สูงู การกำหนดราคาจึึงอยู่ใ� นช่่วงที่่ต� ่่ำกว่่า เส้้นใยไหมอีีรี่�่เป็็นเส้น้ ใยสั้�นไม่่ต่่อเนื่่�อง ต่่างจากเส้้นใย
จากไหมหม่่อนที่่�มีีความยาวต่่อเนื่่อ� งกันั ทั้้�งรััง การผลิติ
3. โทเร เส้้นใยไหมอีีรี่่�จึึงต้้องนำมาควบเกลีียวให้้เป็็นเส้้นด้้าย
ด้ว้ ยเหตุุนี้้� ลัักษณะของเส้้นใยจึึงเป็น็ ไหมปั่�น ผิิวมีีปุ่�ม่
เส้้นด้้ายโทเรทำมาจากเส้้นใยที่่�มีีส่่วนผสมของ ปมมีีความมัันเงาเล็็กน้้อย มีีความทนทาน เส้้นด้้าย
โพลีีเอสเตอร์์ (polyester) และฝ้า้ ย เส้น้ ใยโพลีีเอสเตอร์์ สาวมืือมักั มีีเส้น้ หนา เส้น้ ใยสามารถดูดู ซับั ความชื้น้� และ
เป็น็ เส้้นใยสังั เคราะห์์ ผลิิตจากเม็็ดพลาสติกิ เมื่่อ� นำไป ระบายอากาศได้ด้ ีี การย้อ้ มสามารถติดิ สีีได้้ดีี อย่่างไร
ทดสอบด้้วยการเผาไฟจึึงมีีกลิ่ �นแบบเดีียวกัันกัับการ ก็็ตาม ไหมอีีรี่�่ได้้รัับความนิิยมน้้อยกว่่าไหมหม่่อน
เผาพลาสติกิ เส้น้ ด้า้ ยโทเรทำมาจากการผสมโพลีีเอสเตอร์์ เนื่่�องจากลัักษณะของเส้้นใยที่่�มีีลัักษณะคล้้ายฝ้้าย
ร้อ้ ยละ 65 ต่่อฝ้า้ ยร้อ้ ยละ 35 หรืือขนสัตั ว์์ ไม่่แวววาวเท่่าไหมหม่่อนที่ผ�ู่้�บริโิ ภคคุ้�นเคย
ผ้้าที่่�ทอจากเส้้นด้้ายโทเรมีีพื้้�นผิิวที่�่คล้้ายคลึึงกัับ การผลิติ เส้้นด้า้ ย
ฝ้้ายแท้อ้ ย่่างมาก เนื่่อ� งด้ว้ ยมีีฝ้้ายเป็น็ ส่่วนผสม แต่่เมื่่อ�
สัมั ผัสั จะมีีความกระด้า้ งมากว่่า เส้น้ ด้า้ ยโทเรมีีคุุณสมบัตั ิิ การผลิติ เส้น้ ด้า้ ยมีีอยู่ส� องวิธิ ีีหลักั คืือการทำด้ว้ ยมืือ
ทนทานและคืืนรููปได้เ้ ร็ว็ มีีราคาถูกู กว่่าเส้้นใยฝ้้าย แต่่ แบบท้อ้ งถิ่น่� และการผลิติ ในระบบอุุตสาหกรรมเส้น้ ใย
การดููดซัับและระบายอากาศได้้ต่่ำกว่่าฝ้้ายล้้วน ที่ผ�่ ลิิตด้ว้ ยมืือเป็น็ วิิธีีการผลิติ แบบดั้ง� เดิิมในชุุมชนโดย
เนื่่อ� งจากเส้น้ ใยโพลีีเอสเตอร์์ไม่่ดูดู ซัับน้้ำ ใช้้เครื่ �องมืือและเทคโนโลยีีแบบพื้้�นฐานที่่�สืืบทอดกััน
มาจากรุ่่น� สู่ร� ุ่�่น เส้้นด้า้ ยที่่ผ� ลิติ ด้้วยมืือ มีีลักั ษณะเด่่น
4. ไหม
ไหมหม่่อน
ไหมเป็็นเส้้นใยจากธรรมชาติิที่�่ได้้จากสััตว์์ประเภท เป็็นไหมที่น�่ ิยิ มมากที่่�สุุด
แมลง ไหมเกิิดจากเส้้นใยที่่�ตััวหนอนไหมพ่่นออกมา เส้้นใยมีีความแวววาวสููง
เพื่่อ� ทำรัังปกป้อ้ งตัวั เองในระยะดัักแด้้ เมื่�อหนอนไหม มีีความเหนีียวแข็็งแรง
ทำรังั เรีียบร้อ้ ยแล้้ว ช่่างฝีมี ืือจะนำรังั ไหมมาต้้มเพื่่�อให้้ เมื่่�อนำ�ำ มาทอผ้า้ ทำ�ำ ให้ผ้ ้้า
ความร้อ้ นละลายกาวไหมทำให้ส้ าวเส้น้ ไหมออกมาจาก มีีความสวยงาม หรููหรา
รัังได้้ ไหมมีีความแวววาวสวยงาม โมเลกุุลของเส้้นใย
เรีียงตััวอย่่างเป็็นระเบีียบทำให้้เส้้นใยมีีความเหนีียว มีีมููลค่่าสููง
แข็็งแรงทนทาน เส้น้ ใยมีีความเงางามเป็็นเอกลักั ษณ์์
แต่่ราคาค่่อนข้้างสูงู คุุณสมบััติิของไหมสามารถดููดซับั
ความชื้�้นได้้ดีีสวมใส่่สบายเหมาะกัับทุุกสภาพอากาศ
การย้้อมเส้น้ ใยติดิ สีีได้้ดีี แต่่การดููแลรักั ษาต้อ้ งอาศััย
ความระมััดระวัังมากกว่่าเส้้นใยธรรมชาติิที่่�มาจากพืืช
ไหมที่�่นิิยมใช้้ในประเทศไทยมีีสองประเภท ได้้แก่่ ไหม
หม่่อน (mulberry silk) และไหมอีีรี่�่ (eri silk)
ไหมหม่่อนเป็็นไหมที่�่นิิยมมากที่่�สุุด เส้้นใยมีีความ
แวววาวสููง มีีความเหนีียวแข็็งแรง เมื่ �อนำมาทอผ้้า
- 45 -
ที่�ค่ วามไม่่สม่่ำเสมอ มีีปุ่�่มปม นับั ว่่าเป็็นเสน่่ห์์ของงาน 2. การดีีดฝ้า้ ย คืือการทำให้เ้ ส้น้ ฝ้า้ ยแยกออกจากกันั
ฝีมี ืือ ขนาดของเส้้นด้้ายขึ้น� อยู่ก� ับั ฝีีมืือของช่่าง ช่า่ งที่�่มีี มีีการเรีียงตัวั กัันเล็ก็ น้อ้ ย การดีีดคืือการใช้้อุุปกรณ์ท์ ี่่�มีี
ฝีีมืือสามารถผลิิตเส้น้ ด้า้ ยที่ม่� ีีความเรีียบร้อ้ ย มีีความ ลักั ษณะคล้า้ ยคันั ธนูู ใช้ส้ ่่วนที่เ่� ป็น็ เชืือกที่ข�่ ึงึ ตึงึ มาดีีดกับั
สม่่ำเสมอสูงู มีีปมน้้อยได้้ ส่่วนช่า่ งที่เ่� พิ่่ง� เริ่ม� ต้้น อาจ เส้น้ ใยฝ้า้ ยทำให้เ้ ส้น้ ใยฝ้า้ ยแยกออกจากกันั เป็น็ ปุุยและ
จะได้้เส้้นด้า้ ยขนาดใหญ่่ หรืือไม่่สม่่ำเสมอ มีีเล็็กใหญ่่ ยัังช่่วยขจััดสิ่�งสกปรกที่ต�่ ิิดมากับั เส้น้ ใยได้ด้ ้ว้ ย
ปะปนกันั
3.การล้อ้ ฝ้า้ ยคืือการนำเส้น้ ใยฝ้า้ ยที่เ�่ ป็น็ ปุุยแล้ว้ มา
ส่่วนเส้้นด้้ายที่�่ผลิิตในระบบอุุตสาหกรรมเป็็น ทำให้้เป็น็ ทรงกระบอกขนาดเล็ก็ เพื่่�อให้ท้ ำงานได้ง้่าย
เส้้นด้้ายที่�่ผ่่านการผลิิตด้้วยเครื่�องจัักร มีีการควบคุุม การล้้อคืือการใช้้แกนไม้้ไผ่่ขนาดใกล้้เคีียงกัับตะเกีียบ
คุุณภาพและกระบวนการอย่่างเข้้มงวด เส้้นด้้ายจาก นำเส้้นใยฝ้้ายมาหมุุนรอบแกนไม่่ไผ่่ ใช้้ฝ่่ามืือวางทัับ
โรงงานอุุตสาหกรรมมีีมาตรฐานที่�่ชััดเจน มีีขนาดสม่่ำ- และหมุุนล้อ้ ไปกับั แผ่่นกระดาน แล้ว้ ดึงึ เอาแกนไม้อ้ อก
เสมอ สามารถกำหนดขนาดและคุุณสมบััติิได้้ เส้น้ ใยมีี เส้น้ ใยฝ้า้ ยจึงึ มีีลักั ษณะเป็น็ ทรงกระบอก พร้อ้ มสำหรับั
ความเรีียบร้อ้ ย นำมาทอผ้า้ ได้ง้่าย ทั้้ง� ยังั มีีราคาซื้้อ� ขาย การนำไปกรอเป็็นเส้น้ ด้า้ ย
ที่�ย่ ่่อมเยากว่่าเส้น้ ใยฝ้้ายปั่�นมืือ
4. การเข็น็ ฝ้า้ ย คืือการตีีเกลีียวเส้น้ ใยฝ้า้ ย เป็น็ การ
เส้น้ ใยที่ผ่� ลิติ ได้เ้ องในชุุมชนมีีอยู่ส� องประเภทคืือฝ้า้ ย หมุุนควบให้เ้ ส้น้ ใยเป็น็ เกลีียวและติดิ กันั มีีความแข็ง็ แรง
และไหม ซึ่่�งมีีกระบวนการผลิิตดัังนี้้� มากขึ้�น และมีีขนาดที่�่เล็ก็ ลง ใช้อ้ ุุปกรณ์์ที่�เ่ รีียกว่่า ไน
หรืือ หลา เป็น็ วงล้้อขนาดใหญ่่ด้า้ นหนึ่่�ง ผูกู เชืือกเชื่อ� ม
การผลิิตเส้้นใยฝ้้ายปั่�นมืือ เริ่�มต้้นจากการปลููก กัับแกนขนาดเล็็กอีีกด้้านหนึ่่�ง เมื่่อ� หมุุนวงล้อ้ แกนก็็
ต้น้ ฝ้้าย โดยปลูกู จากเมล็็ด เมื่่�อฝ้้ายโตเต็ม็ ที่�่จะให้ด้ อก หมุุนตามและทำให้้เส้้นใยฝ้้ายที่่�ติิดอยู่ �หมุุนเกลีียวไป
หลัังจากที่่�ดอกฝ้้าโรยแล้้วจะกลายเป็็นเมล็ด็ เมื่อ� เมล็็ด ด้้วย เมื่่�อเข็็นฝ้า้ ยเรีียบร้้อย ได้เ้ ส้้นด้า้ ยฝ้า้ ยแล้ว้ จึึงนำ
แก่่จััดเปลืือกเมล็็ดจะแตกออกเห็็นเป็็นเส้้นใยฝ้้าย ไปหมุุนเข้า้ กัับอุุปกรณ์ท์ ี่เ�่ รีียกว่่า ขาเปียี เพื่่�อจััดเรีียง
นุ่ม�่ ฟูู ช่า่ งฝีมี ืือจึงึ เก็บ็ ปุุยเมล็ด็ ฝ้า้ ยมานำมาผ่่านกระบวน- เส้้นด้้ายให้้เป็็นระเบีียบ สะดวกต่่อการนำไปใช้้งาน
การทำเป็็นเส้น้ ฝ้้าย ฝ้้ายที่่�เป็็นพันั ธุ์�พื้้�นเมืืองมีีสองสีี คืือ เรีียกว่่า การเปีียฝ้า้ ย
สีีขาวนวลและสีีน้้ำตาล (เรีียกว่่าฝ้า้ ยตุ่ย่� ) กระบวนการ
เตรีียมเส้้นใยฝ้า้ ยมีีดังั นี้้�
1.การอิ้ว� ฝ้้ายคืือการแยกเมล็็ดออกจากเส้น้ ใยฝ้้าย
ด้้วยอุุปกรณ์์ที่่�เรีียกว่่า อิ้�ว ซึ่่�งมีีส่่วนประกอบเป็็นไม้้
ทรงกระบอกสองอัันวางใกล้้กััน มีีคัันโยกที่่�หมุุนให้้
แกนหมุุนไปทางตรงข้้ามกัันและบีีบเอาเมล็็ดฝ้้ายออก
จากเส้้นใย ทำให้้เส้น้ ใยสะอาดขึ้�น
- 46 -
เส้น้ ไหมที่่ท� ำด้ว้ ยมืือ มีกี ระบวนการผลิติ ดัังนี้้�
1. เกษตรกรผู้�เลี้ย� งไหม มักั จะปลููกต้้นหม่่อนด้้วย
ตนเอง โดยปลูกู ในพื้น�้ ที่ใ่� กล้ท้ ี่อ�่ ยู่�อาศัยั เนื่่�องจาก
หนอนไหมกินิ ใบหม่่อนสด จึงึ ต้อ้ งมีีแหล่่งอาหารที่อ�่ ยู่�
ใกล้้ ดููแลได้้ง่าย
2. หนอนไหมฟักั ตััวจากไข่่ไหม เกษตรกรอาจขยาย
พันั ธุ์์�ด้ว้ ยตนเอง ซื้อ้� ไข่่ไหมจากร้า้ นค้้า รับั ไข่่ไหมเพื่่�อ
เลี้ย� งดูตู ามสัญั ญาจ้า้ ง หรืือขอรับั จากหน่่วยงานราชการ
3. หนอนไหมที่ฟ่� ักั ออกจากไข่่แล้ว้ จะเติบิ โตตามระยะ
และกิินใบหม่่อนในจำนวนและลัักษณะใบที่่�เหมาะสม
กัับวัยั เกษตรกรต้อ้ งดููแลอย่่างใกล้ช้ ิดิ เพื่่�อให้ห้ นอน
ไหมมีีสุุขภาพดีี เมื่อ� เติบิ โตเต็็มที่�แ่ ล้้วจึึงเริ่�มทำรังั
4. เมื่อ� ถึงึ ระยะทำรััง เกษตรกรจัับตััวหนอนไหมไป
แยกอยู่ใ� นภาชนะ เรีียกว่่า จ่่อ เป็็นอุุปกรณ์์ที่่แ� บ่่งพื้�้นที่�่
เป็็นส่่วน ๆ มีีขอบด้้านข้า้ ง เพื่่อ� ให้้ตััวหนอนไหมยึึด
เกาะเพื่่�อทำรังั จ่่อมีีหลายรููปแบบ ทั้้�งที่�ท่ ำจากไม่่ไผ่่
หรืือพลาสติกิ จ่่อแบบดั้ง� เดิมิ มีีลักั ษณะเป็็นกระด้ง้ มีี
ขอบตั้�งเตี้ย� ๆ วนอยู่ด� ้้านในกระด้ง้ เว้้นระยะระหว่่าง
แถวเล็็กน้้อย
5. เมื่�อหนอนไหมทำรัังเรีียบร้อ้ ยแล้้ว ช่า่ งจะนำรััง
ไหมมาสาวเอาเส้้นไหมออก โดยนำมาต้ม้ ในน้้ำร้อ้ น
และใช้้อุุปกรณ์์ในการสาวไหม สาวให้เ้ ส้้นใยหลุุดออก
มาจากรััง น้้ำร้อ้ นทำหน้้าที่่�ละลายกาวไหมที่ย่� ึึดเส้้น
ไหมให้้เป็็นรััง ทำให้้สามารถดึึงเส้้นไหมออกมาได้้
6. เส้น้ ไหมที่่�สาวออกมาได้แ้ ล้้ว นำมาม้ว้ นเข้า้ กับั
อุุปกรณ์พ์ ันั เส้้นด้า้ ยให้เ้ ป็น็ ไจ เพื่่อ� เก็บ็ ไว้้ใช้ง้ านต่่อไป
ในกรณีีของเส้น้ ใยไหมอีีรี่�่ กระบวนการจะแตกต่่าง
ออกไป ไหมอีีรี่�่กิินใบมัันสำปะหลัังหรืือใบละหุ่่�งเป็็น
อาหาร การผลิิตเส้้นด้้ายไม่่ได้้ใช้้การสาวจากหม้้อต้้ม
โดยตรงอย่่างเช่น่ ไหมหม่่อน แต่่เป็็นการนำรัังไหมไป
ต้ม้ แล้้วนำมาสางเส้น้ ใยออกให้้ฟูู จากนั้้�นจึึงนำเส้น้ ใย
มาตีีเกลีียวในลัักษณะเดีียวกัันกัับฝ้้ายหรืือขนแกะ
เนื่่อ� งจากเส้น้ ใยไหมอีีรี่่เ� ป็น็ เส้้นใยสั้น� ไม่่ได้้เป็็นเส้น้
ยาวต่่อเนื่่�อง
- 47 -
วััสดุุและอุุปกรณ์ท์ ี่่ใ� ช้้ในการทอผ้า้
1. หูกู หรืือ กี่่�
หน้้าที่ข�่ องกี่�ท่ อผ้า้ คืือการยึึดให้้เส้น้ ยืืนตึงึ อยู่เ� สมอ ทำให้้ทอผ้า้ ได้้สะดวก รวมทั้้�งเป็น็ โครงสร้า้ งที่�ช่ ่ว่ ยยึดึ เกาะ
ให้อ้ ุุปกรณ์ต์ ่่าง ๆ อยู่�ในตำแหน่่งที่ก�่ ำหนด สามารถทอผ้า้ ได้ง้่ายและรวดเร็ว็ กี่่�ทอผ้้ามีีลักั ษณะเป็น็ โครงสี่�เ่ หลี่�่ยม
มีีเสาสี่ด่� ้้าน แต่่ละด้า้ นประกอบกันั ด้ว้ ยคานด้้านบนและล่่าง นิิยมทำด้ว้ ยไม้้ แต่่ในปััจจุุบัันมีีการทำโครงกี่จ่� าก
เหล็ก็ ให้้ได้พ้ บเห็น็ บ้า้ ง กี่่�ทอผ้า้ ที่่�ใช้ท้ อผ้้าลาวครั่�งมีีสองรูปู แบบใหญ่่ ๆ คืือกี่�่แบบพื้้�นบ้้านสำหรัับทอผ้า้ แบบพุ่�ง่
ด้้วยมืือ และกี่�่กระตุุก
กี่�ท่ อผ้า้ แบบพื้้�นบ้้านมีีองค์์ประกอบที่เ�่ รีียบง่าย สามารถผลิติ ใช้้ได้้เองในชุุมชน มีีเพีียงโครงไม้ส้ ี่ด่� ้้าน ด้า้ นบน
มีีไม้้คานใช้้ผููกชุุดด้า้ ยยืืนและใช้ส้ ำหรับั แขวนฟืมื และชุุดตะกอ มีีไม้้กระดานสำหรัับนั่่�งทอผ้า้ ติิดไว้้ อุุปกรณ์์อื่น� ๆที่�่
ใช้้ในการทอผ้้าจะจััดวางอยู่ �บริิเวณใกล้้เคีียงกัับกี่�่ทอผ้้าในตำแหน่่งที่่�สามารถหยิิบใช้้งานได้้สะดวกเพื่่�อให้้ทำงาน
ได้้อย่่างต่่อเนื่่�อง ข้อ้ ดีีของกี่แ่� บบพื้�น้ บ้้านคืือเป็็นกี่่�ที่เ�่ รีียบง่าย ต้น้ ทุุนในการผลิติ ไม่่สููง สามารถทอผ้า้ ได้ท้ ุุกเทคนิิค
ดููแลรัักษาได้ด้ ้ว้ ยสมาชิิกในครอบครััวหรืือชุุมชน แต่่ทอผ้้าได้ช้ ้้ากว่่ากี่ก�่ ระตุุก ทั้้ง� ช่า่ งทอต้้องมีีทักั ษะที่่�ดีีในการ
ดููแลรักั ษากี่แ่� ละเส้้นยืืนให้้ตึงึ เสมอกันั อยู่�ตลอด
กี่่�ทอผ้า้ ที่ใ่� ช้้ทอผ้า้ ลาวครั่่�ง
มีีสองรููปแบบใหญ่่ ๆ
คืือกี่่�แบบพื้้�นบ้้านสำำ�หรับั
ทอผ้้าแบบพุ่่�งด้ว้ ยมืือ
และกี่่�กระตุุก
- 48 -
ที่่�มาของภาพ นางสาวศศิิชา ศร ีีจัันทร ์์โฉม
กี่�ท่ อผ้้าแบบพื้้�นบ้า้ น สาธิิตโดยป้า้ จำปีี ธรรมศิริ ิิ
- 49 -