ปกหนา้
คานา
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึง ชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี ๖ เล่มน้ี ได้จัดทาขึ้นโดยยึดตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ซง่ึ มรี ายเอียดของหลักสตู ร คือ ความนา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงสร้างเวลา
เรยี น คาอธิบายรายวชิ า โครงสร้างรายวชิ า การจดั การเรยี นรู้ ส่ือการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศึกษาน้ีมีรายละเอียดและเน้ือหาสาระสา คัญเพียงพอท่ีสามารถจะนาไปใช้เป็น
แนวทางในการจัดการเรียนการสอนสาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปี
การศึกษา ๒๕๖๓ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
กาหนดไว้
คณะผู้จัดทา
ข
สารบัญ
คานา ความนา .......................................................................................... หนา้
สารบญั ตัวชี้วัดช้ันปี...................................................................................... ก
ตวั ชีว้ ัดสาระการเรยี นรแู้ กนกลางและสาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น......... ข
ส่วนท่ี ๑ โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศกึ ษา.......................................................
ส่วนที่ ๒ โครงสรา้ งเวลาเรียนหลกั สูตรโรงเรียนบ้านหมากปรก................. ๑
โครงสร้างหลกั สตู รช้ันปี .................................................................. ๑๖
ส่วนที่ ๓ โครงสรา้ งรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑........... ๒๖
สว่ นท่ี ๔ โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒........... ๑๐๖
โครงสรา้ งรายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓........... ๑๐๗
โครงสร้างรายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔........... ๑๑๕
โครงสร้างรายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕........... ๑๑๖
โครงสรา้ งรายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖........... ๑๑๘
คาอธิบายรายวิชา............................................................................ ๑๒๐
การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๒
ภาคผนวก......................................................................................... ๑๒๔
คาส่งั แตง่ ตั้งคณะกรรมการจัดทาหลักสตู ร.................................... ๑๒๖
เอกสารอา้ งองิ ................................................................................. ๑๒๘
๑๓๗
๑๕๒
ส่วนที่ ๑
ความนา
ตัวช้ีวัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั
ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นีไ้ ดก้ าหนดสาระ
การเรยี นรู้ออกเปน็ ๔ สาระ ได้แก่ สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ สาระท่ี
๓ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ และสาระท่ี ๔ เทคโนโลยี ซ่ึงองค์ประกอบของหลักสูตร ทั้งในด้านของ
เน้ือหา การจัดการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผล การเรียนรู้น้ันมีความสาคัญอย่างยิ่งในการ
วางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับช้ันให้มี ความต่อเน่ืองเช่ือมโยงกันต้ังแต่ชน้ั
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ จนถงึ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ สาหรบั กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้
กาหนดตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ท่ีผู้เรียนจาเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพ่ือให้สามารถ นา
ความรู้นี้ไปใช้ในการดารงชีวิต หรือศึกษาต่อในวิชาชีพท่ีต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ โดยจัด
เรียงลาดับความยากงา่ ย ของเนื้อหาท้ัง ๔ สาระในแตล่ ะระดับช้ันให้มกี ารเชอ่ื มโยงความรกู้ บั กระบวนการ
เรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผเู้ รียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิด
สร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะท่ี สาคัญทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะใน
ศตวรรษที่ ๒๑ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ สามารถแก้ปญั หา
อย่างเปน็ ระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมลู หลากหลายและประจักษพ์ ยานที่ตรวจสอบได้ สถาบันสง่ เสริม
การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีท่ีมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงได้จัดทาตัวชี้วัดและส าระการเรียนรู้
แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้ึน เพื่อให้สถานศึกษา ครูผู้สอน ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็น
แนวทางในการพัฒนา หนงั สือเรยี น คู่มอื ครู ส่ือประกอบการเรยี นการสอน ตลอดจนการวดั และประเมนิ ผล
โดยตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่จัดทาข้ึนน้ีได้ปรับปรุง
เพ่ือให้มีความสอดคล้องและเช่อื มโยงกันภายในสาระการเรียนรู้ เดียวกันและระหวา่ งสาระการเรียนร้ใู น
กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตลอดจนการเช่ือมโยงเน้ือหาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์กับ
คณิตศาสตร์ด้วย นอกจากน้ี ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปล่ียนแปลง และความ
เจริญก้าวหน้าของวทิ ยาการต่าง ๆ และทัดเทียมกับนานาชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สรปุ เปน็
แผนภาพได้ดงั นี้
๒
สาระท่ี ๒
วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
- มาตรฐาน ว ๒.๑-ว ๒.๓
สาระท่ี ๑ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สาระท่ี ๓
วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
- มาตรฐาน ว ๑.๑-ว ๑.๓ วทิ ยาศาสตร์และ - มาตรฐาน ว ๓.๑-ว ๓.๒
เทคโนโลยี
สาระท่ี ๔
เทคโนโลยี
- มาตรฐาน ว ๔.๑-ว ๔.๒
วิทยาศาสตร์เพมิ่ เติม สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟสิ กิ ส์
สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๓
เปา้ หมายของการจัดการเรยี นการสอนวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์เป็นเร่ืองของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต
สารวจตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและนาผลมาจัดระบบ หลักการ
แนวคิดและทฤษฎี ดงั นั้นการเรยี นการสอนวิทยาศาสตร์จึงมงุ่ เน้นใหผ้ ู้เรยี นได้เป็นผู้เรียนรู้และค้นพบด้วย
ตนเองมากท่ีสุด น่ันคือให้ได้ทั้งกระบวนการและองค์ความรู้ ตั้งแต่วัยเริ่มแรกก่อนเข้าเรียน เม่ืออยู่ใน
สถานศึกษาและเม่ือออกจากสถานศึกษาไปประกอบอาชพี แลว้
การจัดการเรยี นการสอนวิทยาศาสตรใ์ นสถานศกึ ษามีเป้าหมายสาคญั ดงั นี้
๑. เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจหลักการ ทฤษฎที ี่เป็นพื้นฐานในวทิ ยาศาสตร์
๒. เพื่อให้เข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและข้อจากดั ของวทิ ยาศาสตร์
๓. เพอ่ื ใหม้ ที กั ษะที่สาคัญในการศึกษาค้นควา้ และคดิ ค้นทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. เพือ่ พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปญั หาและการจัดการ
ทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
๕. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์และ
สภาพแวดล้อมในเชงิ ทม่ี ีอิทธพิ ลและผลกระทบซึ่งกนั และกัน
๖. เพ่ือนาความรู้ความเข้าใจในเร่ืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ
สังคมและการดารงชวี ิต
๗. เพื่อให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์
เรียนรอู้ ะไรในวทิ ยาศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวงั ใหผ้ ู้เรียนได้เรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ที่เนน้ การ เชอ่ื มโยง
ความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสบื
เสาะหาความรู้และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ใหผ้ ู้เรยี นมสี ว่ นร่วมในการเรียนรู้ ทกุ ขน้ั ตอน มีการทากจิ กรรม
ดว้ ยการลงมอื ปฏิบัตจิ ริงอย่างหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดับช้นั โดยกาหนดสาระสาคัญ ดังน้ี
✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรเู้ กีย่ วกบั ชวี ติ ในสิ่งแวดล้อม องคป์ ระกอบของสิ่งมีชีวิต การ
ดารงชีวติ ของมนุษย์และสัตวก์ ารดารงชวี ติ ของพืช พนั ธุกรรม ความหลากหลายทางชวี ภาพ และวิวฒั นาการ
ของส่งิ มชี วี ิต
✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เก่ียวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคล่ือนท่ี
พลงั งาน และคล่ืน
✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรยี นรู้เก่ียวกบั องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพนั ธ์ ภายใน
ระบบสุรยิ ะ เทคโนโลยอี วกาศ ระบบโลก การเปล่ยี นแปลงทางธรณีวทิ ยา กระบวนการ เปลยี่ นแปลงลมฟา้
อากาศ และผลต่อสิง่ มีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิต ใน
สังคมทีม่ ีการเปลย่ี นแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรแู้ ละทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์
อื่น ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม
เลอื กใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๔
● วิทยาการคานวณ เรยี นร้เู ก่ียวกับการคิดเชิงคานวณ การคดิ วเิ คราะหแ์ ก้ปัญหา
เป็นข้ันตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การส่ือสาร ในการแก้ปญั หาทพี่ บในชวี ติ จรงิ ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสงิ่ ไมม่ ชี วี ติ
กบั สงิ่ มีชวี ติ และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสงิ่ มีชีวิตกับสงิ่ มีชีวติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถา่ ยทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มี ต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
สิ่งแวดล้อม รวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัตขิ องสง่ิ มีชีวิต หนว่ ยพืน้ ฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางาน
สัมพนั ธก์ ัน ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ี ของอวัยวะต่างๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธก์ ัน รวมทั้งนา
ความร้ไู ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง
พนั ธกุ รรม สารพันธุกรรม การเปลย่ี นแปลงทางพันธกุ รรมทมี่ ผี ลต่อส่ิงมีชวี ิต ความหลากหลาย ทางชวี ภาพ
และวิวฒั นาการของส่งิ มีชีวติ รวมทงั้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัติ
ของ สสารกับโครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิด ปฏิกริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจาวัน ผลของแรงท่กี ระทาต่อวัตถุ
ลกั ษณะ การเคล่อื นท่แี บบตา่ ง ๆ ของวัตถุรวมทัง้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน
พลงั งาน ปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาตขิ อง คล่นื ปรากฏการณ์
ท่เี ก่ียวข้องกบั เสยี ง แสง และคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทัง้ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของ
เอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสรุ ิยะ ท่ีส่งผลต่อส่ิงมีชวี ิต และ
การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปล่ียนแปลง ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้า อากาศและ
ภูมิอากาศโลก รวมท้งั ผลต่อส่ิงมชี ีวิตและสิ่งแวดล้อม
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๕
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการ
เปล่ียนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม โดยคานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวติ จริงอยา่ งเป็น
ขัน้ ตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแกป้ ัญหา
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ร้เู ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๖
วิสัยทัศนก์ ลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิสัยทศั น์
มุ่งให้ผู้เรียน มีความสามารถในการเรียนรู้ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการแก้ปญั หา
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพัฒนาผู้เรียนใหม้ เี จตคติ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม
ทเ่ี หมาะสมตอ่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คมและสง่ิ แวดล้อม
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มคี ณุ ภาพ
ตามมาตรฐานท่ีกาหนด ซง่ึ จะช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดังน้ี
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานมุ่งใหผ้ ูเ้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารและประสบการณอ์ ันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทงั้ การเจรจาตอ่ รองเพ่ือ
ขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ
ถกู ต้องตลอดจนการเลอื กใชว้ ธิ ีการสื่อสารทม่ี ีประสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การคิดสงั เคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ
สารสนเทศเพือ่ การตดั สินใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ท่ี
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสมั พนั ธแ์ ละการเปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรมู้ าใช้ใน
การป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมกี ารตัดสินใจที่มปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอ่ ตนเอง
สงั คมและสิ่งแวดล้อม
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้
ในการดาเนินชวี ิตประจาวัน การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การเรียนรอู้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง การทางาน และการอยรู่ ่วมกนั
ในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อนั ดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปัญหาและความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ อยา่ ง
เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จักหลีกเล่ียง
พฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงค์ท่สี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่นื
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง
ๆ และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสือ่ สาร การ
ทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๗
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อ่นื ในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อย่อู ยา่ งพอเพียง
๖. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
คา่ นยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
๑. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
๒. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพอื่ ส่วนรวม
๓. กตัญญูต่อพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์
๔. ใฝห่ าความรู้ หมั่นศกึ ษาเลา่ เรยี นทง้ั ทางตรง และทางอ้อม
๕. รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม
๖. มีศีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดตี ่อผู้อ่ืน เผ่ือแผแ่ ละแบ่งปัน
๗. เข้าใจเรียนรูก้ ารเปน็ ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุขท่ถี กู ตอ้ ง
๘. มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรจู้ กั การเคารพผู้ใหญ่
๙. มีสตริ ตู้ วั รคู้ ิด รูท้ า รปู้ ฏิบตั ติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั
๑๐.รู้จักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเ ศร ษฐกิ จพอเพียงตามพ ระราชดา รัสของพร ะ บ า ท
สมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว
รจู้ กั อดออมไวใ้ ช้เมอื่ ยามจาเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจา่ ยจาหนา่ ย และพรอ้ มท่ี
จะขยายกิจการ เมือ่ มีความพรอ้ ม เม่อื มีภูมคิ ุ้มกันท่ีดี
๑๑. มีความเข้มแข็งท้ังร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า หรือกิเลส มีความ
ละอายเกรงกลัวตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
๑๒. คานงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๘
ทกั ษะมีจาเป็นในศตวรรษท่ี ๒๑ ทที่ ุกคนจะต้องเรียนร้ตู ลอดชวี ติ คือ การเรยี นรู้ ๓R x ๗C
๓R คอื Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้), และ (A)Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
๗C ไดแ้ ก่
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการ
แก้ปญั หา)
Creativity and Innovation (ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเขา้ ใจความตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และ
ภาวะผู้นา)
Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ และ
รู้เทา่ ทนั สื่อ)
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร)
Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นร)ู้
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๙
คณุ ภาพผู้เรียน
จบชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
❖ เข้าใจลักษณะท่ีปรากฏ ชนิดและสมบตั ิบางประการของวสั ดุทีใ่ ช้ทาวัตถุ และการเปลี่ยนแปลง
ของวสั ดรุ อบตัว
❖ เข้าใจการดึง การผลัก แรงแม่เหล็ก และผลของแรงท่ีมตี ่อการเปลี่ยนแปลง การเคล่ือนที่ของ
วตั ถุ พลงั งานไฟฟา้ และการผลติ ไฟฟา้ การเกดิ เสียง แสงและการมองเห็น
❖ เข้าใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว ปรากฏการณ์ข้ึนและตกของ
ดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน การกาหนดทิศ ลักษณะของหิน การจาแนกชนิดดินและการใช้
ประโยชน์ ลักษณะและความสาคญั ของอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม
❖ ต้ังคาถามหรอื กาหนดปญั หาเกีย่ วกับส่ิงท่ีจะเรียนรู้ตามท่ีกาหนดใหห้ รือตามความสนใจสงั เกต
สารวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมอื อยา่ งงา่ ย รวบรวมข้อมูล บนั ทกึ และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบด้วย
การเขียนหรอื วาดภาพ และสอ่ื สารสงิ่ ท่ีเรียนร้ดู ้วยการเล่าเร่ือง หรอื ดว้ ยการแสดงทา่ ทางเพอื่ ใหผ้ ้อู ่นื เข้าใจ
❖ แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ขั้นตอนการแกป้ ัญหา มที ักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สารเบอื้ งตน้ รกั ษาข้อมลู ส่วนตัว
❖ แสดงความกระตือรือร้น สนใจที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรือ่ งทีจ่ ะศกึ ษาตามที่
กาหนดใหห้ รอื ตามความสนใจ มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ และยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นผู้อ่นื
❖ แสดงความรับผิดชอบด้วยการทางานที่ได้รบั มอบหมายอย่างมงุ่ ม่ัน รอบคอบ ประหยัด ซอ่ื สัตย์
จนงานลลุ ว่ งเป็นผลสาเร็จ และทางานร่วมกับผู้อ่ืนอย่างมคี วามสขุ
❖ ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต
ศกึ ษาหาความรูเ้ พิ่มเติม ทาโครงงานหรือชิน้ งานตามทีก่ าหนดใหห้ รอื ตามความสนใจ
จบชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
❖ เข้าใจโครงสรา้ ง ลกั ษณะเฉพาะและการปรบั ตวั ของสิ่งมชี วี ิต รวมทง้ั ความสมั พันธข์ องสิง่ มีชีวิต
ในแหล่งที่อยู่ การทาหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของพชื และการทางานของระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์
❖ เข้าใจสมบัติและการจาแนกกลุ่มของวัสดุ สถานะและการเปลี่ยนสถานะของสสาร
การละลาย การเปลย่ี นแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงที่ผนั กลับไดแ้ ละผนั กลับไม่ได้ และการแยกสารอย่าง
ง่าย
❖ เข้าใจลกั ษณะของแรงโนม้ ถว่ งของโลก แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงไฟฟ้าและผลของแรงต่างๆ
ผลท่เี กดิ จากแรงกระทาตอ่ วตั ถุ ความดนั หลกั การทม่ี ีต่อวัตถุ วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย ปรากฏการณ์เบ้ืองต้น
ของเสยี ง และแสง
❖ เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์
องคป์ ระกอบของระบบสุริยะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกตา่ งของดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์
การขนึ้ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์ การใช้แผนทด่ี าว การเกดิ อปุ ราคา พัฒนาการและประโยชนข์ องเทคโนโลยี
อวกาศ
❖ เข้าใจลกั ษณะของแหล่งน้า วฏั จกั รน้า กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก นา้ ค้าง น้าคา้ งแข็ง หยาดนา้
ฟ้า กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดาบรรพ์ การเกิดลมบก
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๐
ลมทะเล มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของ
ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก
❖ ค้นหาขอ้ มลู อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและประเมินความน่าเช่ือถือ ตัดสนิ ใจเลอื กข้อมลู ใช้เหตผุ ลเชิง
ตรรกะในการแก้ปญั หา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการทางานรว่ มกัน เข้าใจสิทธิและหน้าท่ี
ของตน เคารพสทิ ธขิ องผอู้ น่ื
❖ ต้ังคาถามหรือกาหนดปัญหาเก่ียวกับส่ิงที่จะเรียนรู้ตามท่ีกาหนดให้หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สอดคล้องกับคาถามหรือปัญหาท่ีจะสารวจตรวจสอบ
วางแผนและสารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม ในการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู ทัง้ เชิงปรมิ าณและคุณภาพ
❖ วิเคราะหข์ อ้ มูล ลงความเหน็ และสรุปความสัมพนั ธข์ องข้อมลู ท่มี าจากการสารวจตรวจสอบใน
รปู แบบท่เี หมาะสม เพอ่ื สือ่ สารความรจู้ ากผลการสารวจตรวจสอบได้อยา่ งมเี หตผุ ลและหลกั ฐานอา้ งองิ
❖ แสดงถงึ ความสนใจ มุ่งมัน่ ในสิง่ ที่จะเรียนรู้ มีความคดิ สร้างสรรค์เกี่ยวกับเร่ืองที่จะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรบั ในขอ้ มูลที่มหี ลกั ฐานอ้างอิง และรบั ฟังความ
คิดเหน็ ผู้อื่น
❖ แสดงความรับผิดชอบด้วยการทางานท่ีได้รบั มอบหมายอย่างมงุ่ ม่ัน รอบคอบ ประหยดั ซอื่ สตั ย์
จนงานลุล่วงเปน็ ผลสาเร็จ และทางานร่วมกบั ผู้อืน่ อย่างสร้างสรรค์
❖ ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรใ์ นการดารงชีวิต แสดงความชนื่ ชม ยกยอ่ ง และเคารพสทิ ธิในผลงานของผู้คิดค้นและศึกษาหา
ความรเู้ พมิ่ เติม ทาโครงงานหรือชิ้นงานตามที่กาหนดใหห้ รอื ตามความสนใจ
❖ แสดงถึงความซาบซงึ้ หว่ งใย แสดงพฤติกรรมเกย่ี วกบั การใช้ การดแู ลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมอย่างรคู้ ุณค่า
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๑
ทาไมต้องเรยี นวทิ ยาศาสตร์
วิทยาศาสตรม์ บี ทบาทสาคัญย่ิงในสงั คมโลกปัจจบุ ันและอนาคต เพราะวทิ ยาศาสตร์เกยี่ วขอ้ งกับทุก
คนท้ังในชวี ติ ประจาวันและการงานอาชพี ตา่ ง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมอื เครือ่ งใชแ้ ละผลผลิตต่าง ๆ
ที่มนุษย์ได้ใช้เพ่ืออานวยความสะดวกในชีวติ และการทางาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์
ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อน่ื ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวธิ ีคิด ท้ังความคดิ
เป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มี
ความสามารถในการแก้ปญั หาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใชข้ ้อมูลท่ีหลากหลายและมีประจักษ์
พยานท่ีตรวจสอบได้ วทิ ยาศาสตร์เปน็ วัฒนธรรมของโลกสมยั ใหม่ซ่ึงเป็นสงั คมแหง่ การเรียนรู้ (K knowledge-
based society) ดังนน้ั ทุกคนจงึ จาเป็นต้องไดร้ บั การพัฒนาให้รวู้ ิทยาศาสตร์ เพอ่ื ท่จี ะมคี วามรู้ความเข้าใจใน
ธรรมชาติและเทคโนโลยีท่ีมนุษย์สร้างสรรค์ข้ึน สามารถนาความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมี
คณุ ธรรม
เรยี นร้อู ะไรในวิทยาศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์มุ่งหวังใหผ้ ้เู รยี นไดเ้ รียนรวู้ ทิ ยาศาสตรท์ ่ีเน้นการเช่ือมโยงความรู้กับ
กระบวนการ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใชก้ ระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทากิจกรรมด้วยการลงมือ
ปฏิบตั ิจริงอย่างหลากหลาย เหมาะสมกับระดับช้นั โดยกาหนดสาระสาคญั ไว้ ๔ สาระ ดงั น้ี
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับชวี ิตในส่ิงแวดล้อม องค์ประกอบของส่ิงมีชีวิต การ
ดารงชีวติ ของมนุษย์และสตั ว์ การดารงชวี ิตของพชื พันธกุ รรม ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการ
ของส่ิงมชี วี ิต
วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การ
เคลอ่ื นท่ี พลงั งาน และคลืน่
วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนร้เู กยี่ วกับโลกในเอกภพ ระบบโลก และมนุษยก์ ับการ
เปล่ียนแปลงของโลก
เทคโนโลยี
การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะ
ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบ
ตอ่ ชีวติ สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม
วิทยาการคานวณ เรยี นรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผูเ้ รยี นให้มีความรู้ความเขา้ ใจ มที กั ษะ
การคดิ เชงิ คานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปญั หาเปน็ ขน้ั ตอนและเป็นระบบ ประยุกตใ์ ช้ความรู้ด้านวิทยาการ
ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ ล ะ เ ท ค โนโล ยี ส า ร ส นเ ท ศ แ ล ะ ก า ร สื่ อ ส า ร ใ นก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ท่ี พ บ ใ นชี วิ ต จ ริ ง ไ ด้ อ ย่ า ง มี
ประสทิ ธภิ าพ
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๒
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรเ์ ป็นทักษะทางสติปัญญา (Intellectual) ทนี่ กั วิทยาศาสตร์และผู้ท่ีนา
วิธีการทางวิทยาศาสตร์มาแก้ปัญหา ใช้ในการศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาต่าง ๆ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบ่งออกได้เป็น ๑๓ ทักษะ ทักษะที่ ๑-๘ เป็นทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ข้นั พนื้ ฐาน และทกั ษะที่ ๙-๑๓ เปน็ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขั้นสูงหรือขน้ั ผสมหรือขั้น
บรู ณาการ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท้ัง ๑๓ ทกั ษะ มีดงั น้ี
๑. การสังเกต (Observing) หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
รวมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ์ เพ่ือค้นห้าข้อมูลซึ่งเป็น
รายละเอียดของสิ่งนั้น โดยไม่ใส่ความเห็นของผู้สงั เกตลงไป ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตประกอบด้วยข้อมลู เชิง
คุณภาพ ข้อมูลเชิงปริมาณ และข้อมูลที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้จากวัตถุหรือเหตุการณ์นั้น
ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะนี้ประกอบด้วยการชบ้ี ่งและการบรรยายสมบัติของวัตถุได้โดยการกะ
ประมาณและการบรรยายการเปล่ียนแปลงของสิง่ ทส่ี ังเกตได้
๒. การลงความเห็นจากข้อมลู (Inferring) หมายถงึ การเพิม่ ความคดิ เหน็ ให้กับขอ้ มลู ที่ได้จากการ
สังเกตอยา่ งมเี หตุผล โดยอาศยั ความรแู้ ละประสบการณ์เดมิ มาช่วย ความสามารถทแี่ สดงให้เห็นว่าเกิดทักษะนี้
คือ การอธบิ ายหรือสรปุ โดยเพม่ิ ความคิดเหน็ ให้กับข้อมูลโดยใช้ความรู้หรือประสบการณ์เดมิ มาชว่ ย
๓. การจาแนกประเภท (Classifying) หมายถงึ การแบ่งพวกหรือเรยี งลาดบั วัตถหุ รือสิ่งที่มีอยู่ใน
ปรากฏการณ์โดยมีเกณฑ์ และเกณฑด์ ังกล่าวอาจใช้ความเหมือน ความแตกต่าง หรือความสมั พนั ธอ์ ย่างใดอย่าง
หนึง่ ก็ได้ ความสามารถท่แี สดงว่าเกิดทักษะน้ีแล้ว ไดแ้ ก่ การแบง่ พวกของสง่ิ ต่าง ๆ จากเกณฑ์ท่ีผู้อื่นกาหนดให้
ได้ นอกจากนั้นสามารถเรียงลาดับสงิ่ ของด้วยเกณฑ์ของตัวเองพร้อมกับบอกไดว้ ่าผู้อ่ืนแบ่งพวกของสิ่งของนั้น
โดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์
๔. การวัด (Measuring) หมายถึง การเลือกใช้เครื่องมือและการใช้เครื่องมือนั้นทาการวัดหา
ปริมาณของสง่ิ ตา่ ง ๆ ออกมาเปน็ ตัวเลขทีแ่ น่นอนได้อย่างเหมาะสมกบั สง่ิ ทวี่ ดั แสดงวิธใี ชเ้ ครอ่ื งมอื อยา่ งถูกต้อง
พร้อมทัง้ บอกเหตผุ ลในการเลือกใช้เคร่ืองมอื รวมทง้ั ระบหุ น่วยของตัวเลขท่ไี ดจ้ ากการวัดได้
๕. การใช้ตัวเลข (Using Numbers) หมายถงึ การนับจานวนของวัตถแุ ละการนาตัวเลขท่ีแสดง
จานวนทีน่ ับไดม้ าคิดคานวณโดยการบวก ลบ คูณ หาร หรอื การหาค่าเฉลี่ย ความสามารถท่ีแสดงให้เห็นว่าเกิด
ทกั ษะน้ี ได้แก่ การนบั จานวนสิ่งของได้ถูกต้อง เช่น ใช้ตวั เลขแทนจานวนการนับได้ ตดั สินได้ว่าวัตถุ ในแต่ละ
กลมุ่ มจี านวนเทา่ กันหรอื แตกตา่ งกัน เปน็ ต้น การคานวณ เช่น บอกวธิ ีคานวณ คดิ คานวณ และแสดงวธิ ีคานวณ
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง และประการสุดทา้ ยคือ การหาคา่ เฉลี่ย เช่น การบอกและแสดงวธิ กี ารหาค่าเฉลีย่ ได้ถกู ต้อง
๖. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกั บเวลา (Using Space/Time
Relationships)
สเปสของวัตถุ หมายถึง ท่ีว่างที่วัตถุนั้นครองท่ีอยู่ ซ่ึงมีรูปร่างลักษะเช่นเดียวกับวัตถุน้ัน
โดยทัว่ ไปแลว้ สเปสของวตั ถุจะมี ๓ มติ ิ คอื ความกว้าง ความยาว และความสูง
ความสมั พนั ธ์ระหว่างสเปสกับสเปสของวัตถุ ได้แก่ ความสมั พันธ์ระหว่าง ๓ มิติ กับ ๒ มติ ิ
ความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่งที่ของวตั ถุหน่ึงกับอกี วัตถุหน่ึง ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะการหา
ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกบั สเปส ได้แก่ การช้ีบ่งรูป ๒ มิติ และ ๓ มิติได้ สามารถวาดภาพ ๒ มิติ จากวัตถุ
หรือจากภาพ ๓ มติ ิ ได้
ความสัมพนั ธ์ระหว่างสเปสกับเวลา ได้แก่ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการเปล่ยี นตาแหน่งท่ีอยู่ของ
วัตถุกับเวลา หรือความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุที่เปล่ียนไปกับเวลาความสามารถท่ีแสดงให้เห็นว่าเกิด
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๓
ทกั ษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกบั เวลา ได้แก่ การบอกตาแหน่งและทิศทางของวตั ถุโดยใช้ตวั เองหรือ
วตั ถอุ น่ื เป็นเกณฑ์ บอกความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งการเปลยี่ นตาแหนง่ เปลีย่ นขนาด หรือปริมาณของวตั ถุกบั เวลาได้
๗. การสอ่ื ความหมายขอ้ มูล (Communicating) หมายถึง การนาขอ้ มูลที่ได้จาการสังเกต การวัด
การทดลอง และจากแหล่งอ่ืน ๆ มาจัดกระทาเสียใหม่โดยการหาความถ่ี เรียงลาดับ จัดแยกประเภท หรือ
คานวณหาค่าใหม่ เพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจความหมายได้ดีข้ึน โดยอาจเสนอในรูปของตาราง แผนภูมิ แผนภาพ
ไดอะแกรม กราฟ สมการ การเขียนบรรยาย เป็นต้น ความสามารถที่แสดงให้เห็นว่าเกิดทักษะนี้แล้ว คือการ
เปลี่ยนแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปใหม่ท่ีเข้าใจดีข้ึน โดยจะต้องรู้จักเลือกรูปแบบที่ใช้ในการเสนอข้อมูลได้อย่าง
เหมาะสม บอกเหตุผลในการเสนอข้อมูลในการเลือกแบบแสนอข้อมูลน้ัน การเสนอข้อมูลอาจกระทาได้หลาย
แบบดังทกี่ ลา่ วมาแลว้ โดยเฉพาะการเสนอข้อมลู ในรปู ของตาราง การบรรจุขอ้ มูลให้อยใู่ นรูปของตารางปกติจะ
ใสค่ ่าของตัวแปรอิสระไว้ทางซ้ายมอื ของตาราง และค่าของตัวแปรตามไว้ทางขวามือของตารางโดยเขียนค่าของ
ตวั แปรอสิ ระไวใ้ หเ้ รยี งลาดับจากค่าน้อยไปหาค่ามาก หรือจากคา่ มากไปหาค่าน้อย ๘ . ก า ร พ ย า ก ร ณ์
(Predicting) หมายถึง การคาดคะเนคาตอบล่วงหน้าก่อนการทดลอง โดยอาศัยปรากฏการณ์ที่เกิดซา้ หลักการ
กฎ หรือ ทฤษฏีท่ีมีอยู่แล้วในเรื่องน้ันมาช่วยสรุป เช่น การพยากรณ์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลข ได้แก่ ข้อมูลท่ีเป็น
ตารางหรอื กราฟ ซึง่ ทาได้สองแบบ คือ การพยากรณภ์ ายในขอบเขตของข้อมูลทม่ี ีอยู่ กับการพยากรณ์นอกขอบ
ของขอ้ มูลที่มอี ยู่ เช่น การพยากรณ์ผลของขอ้ มูลเชงิ ปริมาณ เป็นตน้
๘. การพยากรณ์ (Predicting) หมายถึง การทานายหรือการคาดคะเนคาตอบ โดยอาศัย
ขอ้ มลู ท่ีได้จากการสังเกตหรอื การทาซา้ ผ่านกระบวนการแปรความหายของข้อมูลจากสัมพนั ธภ์ ายใตค้ วามรู้
ทางวิทยาศาสตร์
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถทานายผลท่ีอาจจะเกดิ ข้ึนจากข้อมูลบน
พื้นฐานหลกั การ กฎ หรอื ทฤษฎีทมี่ อี ยู่ ท้ังภายในขอบเขตของข้อมูล และภายนอกขอบเขตของขอ้ มลู ในเชิง
ปรมิ าณได้
๙. การช้บี ง่ และการควบคุมตัวแปร (Identifying and Controlling Variables) หมายถงึ การชีบ้ ่ง
ตวั แปรตน้ ตัวแปรตาม และตวั แปรทต่ี ้องควบคุมใหค้ งท่ีในสมมตุ ิฐาน หนึ่ง ๆ
ตัวแปรต้น หมายถึง สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทาให้เกิดผลต่าง ๆ หรือส่ิงท่ีเราต้องการทดลองดูว่า
เปน็ สาเหตุทกี่ ่อให้เกดิ ผลเชน่ น้ันจรงิ หรือไม่
ตัวแปรตาม หมายถงึ ส่งิ ทีเ่ ป็นผลเน่ืองมาจากตวั แปรต้น เม่อื ตัวแปรต้นหรอื ส่ิงท่ีเป็นสาเหตุ
เปลี่ยนไป ตัวแปรตามหรือสิ่งทีเ่ ป็นผลจะแปรตามไปด้วย
ตัวแปรท่ีต้องควบคุมให้คงที่ หมายถึง สิ่งอ่ืน ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่จะทาให้ผลการ
ทดลองคลาดเคล่อื น ถา้ หากวา่ ไมม่ ีการควบคุมให้เหมอื นกนั
๑๐. การตั้งสมมุติฐาน (Formulating Hypotheses) หมายถึง การคิดหาคาตอบล่วงหน้าก่อน
ทาการทดลอง โดยอาศัยการสังเกต อาศัยความรหู้ รอื ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน คาตอบทีค่ ดิ ล่วงหนา้ นี้ ยงั ไม่
ทราบ หรือยงั ไมเ่ ปน็ ทางการ กฎหรอื ทฤษฏีมากอ่ น สมมตุ ฐิ าน คือคาตอบท่คี ดิ ไว้ล่วงหนา้ มกี ล่าวไวเ้ ป็นขอ้ ความ
ที่บอกความสัมพันธร์ ะหว่างตัวแปรต้นกบั ตัวแปรตามสมมุติฐานท่ีตง้ั ขึ้นอาจถกู หรือผิดก็ได้ซึ่งทราบได้ภายหลัง
การทดลองหาคาตอบเพ่ือสนับสนุนสมมุติฐานหรือคัดค้านสมมุติฐานท่ีตั้งไว้ ส่ิงที่ควรคานึงถึงในการต้ัง
สมมตุ ิฐาน คือ การบอกช่ือตัวแปรต้นซ่ึงอาจมผี ลต่อตัวแปรตามและในการตั้งสมมุติฐานต้องทราบตัวแปรจาก
ปญั หาและสภาพแวดลอ้ มของตัวแปรน้ัน สมมุติฐานที่ต้งั ขึ้นสามารถบอกใหท้ ราบถึงการออกแบบการทดลอง
ซงึ่ ตอ้ งทราบวา่ ตัวแปรไหนเป็นตัวแปรต้น ตวั แปรตาม และตวั แปรท่ีตอ้ งควบคุมให้คงท่ี
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๔
๑๑. การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร (Defining Variables Operationally)
หมายถงึ การกาหนดความหมายและขอบเขตของค่าต่าง ๆ ทีอ่ ยใู่ นสมมุติฐานท่ีต้องการทดลองและบอกวิธีวัด
ตัวแปรทเ่ี ก่ียวกบั การทดลองน้ัน
๑๒. การทดลอง (Experimenting) หมายถึง กระบวนการปฏิบัติการเพ่ือหาคาตอบจาก
สมมติฐานทต่ี ง้ั ไว้ ในการทดลองจะประกอบไปดว้ ยกิจกรรม ๓ ขั้นคอื
๑๒.๑ ออกแบบการทดลอง หมายถงึ การวางแผนการทดลองกอ่ นลงมือทดสอบจรงิ
๑๒.๒ ปฏบิ ตั ิการทดลอง หมายถึง การลงมือปฏิบัตจิ ริงและให้อปุ กรณไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ งและ
เหมาะสม
๑๒.๓ การบนั ทกึ ผลการทดลอง หมายถงึ การจดบันทกึ ข้อมูลทไ่ี ด้จากการทดลองซ่ึงอาจ
เป็นผลจากการสังเกต การวัด และอ่นื ๆ ได้อย่างคลอ่ งแคล่วและถูกต้อง การบันทกึ ผลการทดลอง อาจอยใู่ นรูป
ตารางหรือการเขียนกราฟ ซึ่งโดยท่วั ไปจะแสดงค่าของตวั แปรต้นหรอื ตัวแปรอิสระบนแกนนอนและค่าของตัว
แปรบนแกนต้ัง โดยเฉพาะในแต่ละแกนต้องใช้สเกลท่ีเหมาะสม พร้อมท้งั แสดงให้เห็นถงึ ตาแหน่งของค่าของตัว
แปรทั้งสองบนกราฟด้วย
๑๓.การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป (Interpreting Data and Making Conclusion)
การตีความหมายข้อมูล หมายถงึ การแปลความหมายหรือบรรยายลักษณะข้อมลู ท่มี ีอยู่ การตคี วามหมายข้อมูล
ในบางคร้ังอาจต้องใชท้ ักษะอนื่ ๆ ด้วย เชน่ การสงั เกต การคานวณ เปน็ ตน้ และการลงขอ้ สรปุ หมายถงึ การสรปุ
ความสัมพันธ์ของขอ้ มลู ท้ังหมด ความสามารถที่แสดงใหเ้ ห็นวา่ เกิดทกั ษะการลงข้อสรุปคือบอกความสมั พนั ธ์
ของข้อมลู ได้ เชน่ การอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างตัวแปรบนกราฟ ถา้ กราฟเป็นเส้นตรงกส็ ามารถอธบิ ายได้ว่า
เกิดอะไรข้ึนกับตวั แปรตามขณะท่ตี วั แปรอิสระเปลี่ยนแปลงหรอื ถ้าลากกราฟเป็นเส้นโคง้ ใหอ้ ธบิ ายความสมั พันธ์
ระหวา่ งตวั แปรก่อนทีก่ ราฟเส้นโคง้ จะเปลย่ี นทิศทางและอธิบายความสมั พันธ์ ระหวา่ งตัวแปรหลงั จากท่ีกราฟ
เส้นโคง้ เปล่ยี นทศิ ทางแล้ว
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๕
จติ วทิ ยาศาสตร์
คณุ ลักษณะด้านจติ วิทยาศาสตร์ ลกั ษณะช้ีบ่ง/พฤตกิ รรม
๑.เหน็ คณุ คา่ ทางวิทยาศาสตร์
๑.๑ นิยมยกย่องกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
๒.คุณลกั ษณะทางวทิ ยาศาสตร์ ๑.๒ นิยมยกยอ่ งความกา้ วหน้าทางวทิ ยาศาสตร์
๒.๑ ความมเี หตุผล ๑.๓ เพิ่มพูนความรูแ้ ละประสบการณ์ทางวทิ ยาศาสตร์
๑.๔ ตระหนักความสาคัญของวิทยาศาสตร์ ในการพัฒนา
๒.๒ ความอยากร้อู ยากเหน็ คณุ ภาพชีวติ
๒.๓ ความใจกวา้ ง ๒.๑.๑ การยอมรับขอ้ สรุปท่ีมเี หตุผล
๒.๔ ความมีระเบยี บในการทางาน ๒.๑.๒ มคี วามเชอื่ ว่าสง่ิ ทีเ่ กิดขนึ้ ต้องมีสาเหตุ
๒.๑.๓ นิยมยกย่องบคุ คลทีม่ คี วามคดิ อยา่ งมีเหตผุ ล
๒.๕ การมีค่านิยมตอ่ ความเสียสละ ๒.๑.๔ เห็นคุณค่าในการสืบหาความจริงก่อนที่จะยอมรับ
หรือปฏบิ ตั ิตาม
๒.๖ การมีคา่ นยิ มต่อความซอ่ื สัตย์ ๒.๒.๑ ชือ่ วา่ วธิ กี ารทดลองค้นควา้ จะทาให้ค้นพบวธิ กี าร
แกป้ ัญหาได้
๒.๗ การมคี ่านิยมตอ่ การประหยดั ๒.๒.๒ พอใจใฝ่หาความรทู้ างวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ
๒.๒.๓ ชอบทดลองค้นควา้
๒.๓.๑ ตระหนกั ถึงความสาคัญของความมเี หตุผลของ
ผอู้ นื่
๒.๓.๒ ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ และคาวิจารณ์ของผอู้ ื่น
๒.๔.๑ ตระหนกั ถึงการระวงั รกั ษาความปลอดภัยของ
ตนเองและเพอ่ื นในขณะทดลองวิทยาศาสตร์
๒.๔.๒ เห็นคุณคา่ ของการระวังรักษาเครอ่ื งมือท่ีใชม้ ิให้
แตกหักเสยี หาย ในขณะทดลองวทิ ยาศาสตร์
๒.๕.๑ ตระหนักถงึ การทางานให้สาเรจ็ ลลุ ่วงตามเปา้ หมาย
โดยไม่คานงึ ถงึ ผลตอบแทน
๒.๕.๒ เต็มใจทจ่ี ะอุทศิ ตนเพอ่ื การสร้างผลงานทาง
วทิ ยาศาสตร์
๒.๖.๑ เหน็ คุณคา่ ต่อการเสนอผลงานตามความเป็นจริงท่ี
ทดลองได้
๒.๖.๒ ตาหนบิ คุ คลท่ีนาผลงานผอู้ ื่นมาเสนอเป็นผลงานของ
ตนเอง
๒.๗.๑ ยนิ ดที จ่ี ะรักษาซ่อมแซมส่ิงท่ชี ารุดใหใ้ ชก้ ารได้
๒.๗.๒ เหน็ คุณค่าของการใชว้ ัสดุอุปกรณอ์ ยา่ งประหยัด
๒.๗.๓ เหน็ คณุ ค่าของวัสดุท่ีเหลือใช้
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๖
ตัวชวี้ ัดช้ันปี
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธร์ ะหว่างสิ่งไมม่ ีชีวิตกับ
ส่ิงมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหวา่ งส่ิงมชี ีวิตกับสิง่ มชี ีวติ ต่างๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งาน การ
เปล่ีย นแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมาย ของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปัญหา
สงิ่ แวดล้อมรวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ป.๑ ตวั ชวี้ ัดชัน้ ปี ป.๓
ป.๒ ป.๖
๑. ระบชุ ื่อพืชและสตั ว์ทีอ่ าศัยอยู่
บริเวณตา่ ง ๆ จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้ ป.๕
๒. บอกสภาพแวดลอ้ ม ท่ีเหมาะสม
กับการดารงชีวิตของ สตั ว์ในบรเิ วณท่ี ๑. บรรยายโครงสร้าง และลักษณะ
อาศยั อยู่ ของสิง่ มชี วี ติ ทีเ่ หมาะสมกับการ
ดารงชีวติ ซึ่ง เป็นผลมาจากการ
ป.๔ ปรบั ตัวของสงิ่ มีชีวิตใน แตล่ ะแหลง่ ที่
อยู่
๒. อธิบาย ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
สงิ่ มชี ีวิตกับส่งิ มีชีวิต และ
ความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งสง่ิ มชี ีวติ กับ
สิ่งไม่มีชวี ติ เพือ่ ประโยชนต์ ่อการดา
รงชวี ติ
๓. เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาท
หน้าท่ีของสงิ่ มชี ีวิตท่เี ป็น ผผู้ ลติ และ
ผบู้ รโิ ภคในโซ่อาหาร
๔. ตระหนักในคุณคา่ ของสง่ิ แวดล้อม
ท่ีมี ต่อการดารงชวี ติ ของส่ิงมชี วี ิต
โดยมีสว่ นรว่ มในการดแู ลรกั ษา
สิง่ แวดล้อม
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๗
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัตขิ องสิ่งมีชวี ติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสิ่งมชี ีวิต การลาเลียงสารเข้าและ
ออกจากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ อง โครงสร้าง และหน้าทขี่ องระบบต่างๆ ของสัตวแ์ ละมนษุ ย์ที่ทางานสัมพันธ์
กัน ความสัมพันธข์ องโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องอวยั วะตา่ งๆ ของพชื ที่ทางานสมั พันธก์ นั รวมท้งั นาความรู้ไป
ใช้ประโยชน์
ตัวชี้วดั ชั้นปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
๑. ระบุชอ่ื บรรยายลกั ษณะและบอก ๑. ระบวุ า่ พืชต้องการแสงและนา้ เพื่อ ๑. บรรยายสง่ิ ท่ีจาเปน็ ตอ่ การดารงชีวติ
หน้าท่ีของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ การเจริญเติบโต โดยใชข้ ้อมูลจาก และการเจรญิ เตบิ โตของมนุษยแ์ ละสตั ว์
สตั ว์ และพชื รวมทง้ั บรรยายการทา หลักฐานเชิงประจกั ษ์ โดยใช้ข้อมลู ทรี่ วบรวมได้
หน้าที่ร่วมกันของสว่ นต่างๆ ของ ๒. ตระหนักถึงความจาเป็นท่พี ชื ต้อง ๒. ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร น้า
รา่ งกายมนุษยใ์ นการทากิจกรรมต่างๆ ได้รบั น้าและแสงเพือ่ การเจรญิ เตบิ โต และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสตั ว์
จากขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ โดยดูแลพืชใหไ้ ดร้ ับสิง่ ดังกลา่ วอย่าง ใหไ้ ด้รบั ส่งิ เหล่านอ้ี ย่างเหมาะสม
๒. ตระหนักถึงความสาคัญของส่วน เหมาะสม ๓. สรา้ งแบบจาลองท่ีบรรยายวฏั จกั ร
ตา่ งๆ ของร่างกายตนเอง โดยการดูแล ๓. สร้างแบบจาลองที่บรรยายวฏั จัก ชีวิตของสัตว์ และเปรียบเทยี บ วัฏจักร
สว่ นต่างๆ อย่างถกู ต้อง ใหป้ ลอดภัย ชวี ิตของพชื ดอก ชีวิตบางชนิด
และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ๔. ตระหนักถึงคณุ ค่าของชีวิตสัตว์ โดย
ไม่ทาให้วัฏจกั รชีวิตของสตั ว์
เปลยี่ นแปลง
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. บรรยายหน้าทข่ี องราก ลาต้น ใบ - ๑. ระบสุ ารอาหารและบอกประโยชน์
และดอกของพืชดอกโดยใช้ข้อมลู ท่ี
สารอาหารแต่ละประเภทจากอาหาร
รวบรวมได้ ตนเองรับประทาน
๒. บอกแนวทางในการเลือก
รับประทานอาหารใหไ้ ด้สารอาหาร
ครบถว้ นในสัดสว่ นท่เี หมาะสมกบั เพศ
และวยั รวมทั้งความปลอดภัยตอ่
สขุ ภาพ
๓. ตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของ
สารอาหาร โดยการเลอื กรับประ ทาน
อาหารทีม่ ีสารอาหารครบถ้วนใน
สดั สว่ นท่ีเหมาะสมกบั เพศและวัย
รวมทัง้ ปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพ๔. สร้าง
แบบจาลองระบบยอ่ ยอาหาร และ
บรรยายหน้าทีข่ องอวยั วะในระบบยอ่ ย
อาหาร รวมทง้ั อธิบายการยอ่ ยอาหาร
และการดดู ซึมสารอาหาร
๕. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของระบบ
ย่อยอาหาร โดยการบอกแนวทางใน
การดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบย่อย
อาหารให้ทางานเปน็ ปกติ
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๘
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อส่ิงมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
วิวฒั นาการ ของสง่ิ มชี ีวติ รวมทงั้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชี้วัดชนั้ ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
- ๑. เปรยี บเทยี บ ลกั ษณะของส่ิงมชี วี ิต -
และส่งิ ไมม่ ีชีวติ จากข้อมูลท่รี วบรวม
ได้
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. จาแนกสง่ิ มีชวี ิตโดยใชค้ วาม ๑. อธิบายลกั ษณะทางพันธกุ รรมทมี่ ี
เหมอื นและความแตกตา่ งของลักษณะ การถา่ ยทอดจากพ่อแม่สลู่ กู ของพชื
ของสง่ิ มีชวี ติ ออกเปน็ กล่มุ พืช กลุม่ สัตว์ และมนษุ ย์
สัตว์ และกล่มุ ทไี่ มใ่ ช่พืชและสัตว์ ๒. แสดงความอยากร้อู ยากเห็นโดย
๒. จาแนกพชื ออกเปน็ พืชดอกและพืช การถามคาถามเก่ียวกบั ลกั ษณะที่
ไมม่ ีดอก โดยใช้การมีดอกเปน็ เกณฑ์ คล้ายคลึงกนั ของตนเองกับพอ่ แม่
โดยใชข้ อ้ มูลที่รวบรวมได้
๓. จาแนกสตั วอ์ อกเป็นสตั วม์ ีกระดกู
สนั หลงั และสัตวไ์ ม่มีกระดกู สันหลงั
โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์
โดยใช้ข้อมลู ท่ีรวบรวมได้
๔. บรรยายลกั ษณะ เฉพาะทสี่ งั เกตได้
ของสัตว์มีกระดกู สันหลงั ในกลุ่มปลา
กลุ่มสัตวส์ ะเทินน้าสะเทินบก กลุ่ม
สัตว์เลอื้ ยคลาน กลุ่มนก และกลมุ่ สัตว์
เล้ยี งลูกด้วยน้านม และยกตวั อยา่ ง
สิ่งมชี วี ติ ในแต่ละกลุม่
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๙
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ อง
สสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
๑. อธบิ ายสมบตั ิทส่ี งั เกตได้ของวสั ดุท่ี ๑. เปรยี บเทยี บสมบตั กิ ารดดู ซบั น้าของวสั ดุ ๑. อธบิ ายว่าวตั ถปุ ระกอบข้นึ จาก
ใช้ทาวตั ถซุ ง่ึ ทาจากวสั ดชุ นิดเดยี วหรอื โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ และระบุการ ช้นิ สว่ น ย่อย ๆ ซ่งึ สามารถแยกออก
หลายชนิดประกอบกันโดยใชห้ ลกั ฐาน นาสมบตั ิการดูดซบั น้าของวัสดุไป จากกนั ไดแ้ ละประกอบกนั เป็นวัตถชุ ้นิ
เชิงประจักษ์ ประยกุ ต์ใช้ในการทาวตั ถใุ นชวี ติ ประจาวนั ใหมไ่ ด้ โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
๒. ระบชุ นิดของวสั ดุและจัดกลุ่มวัสดุ ๒. อธบิ ายสมบตั ิทส่ี ังเกตได้ของวัสดุที่เกดิ ๒. อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงของวัสดุ
ตามสมบัตทิ สี่ งั เกตได้ จากการนาวสั ดุมาผสมกนั โดยใช้หลักฐาน เม่อื ทาให้รอ้ นขน้ึ หรอื ทาให้เยน็ ลง โดย
เชิงประจักษ์ ใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
๓. เปรยี บเทียบสมบัติท่ีสังเกตไดข้ องวัสดุ
เพอ่ื นามาทาเป็นวัตถใุ นการใชง้ านตาม
วัตถปุ ระสงค์ และอธิบายการนาวสั ดทุ ีใ่ ช้
แลว้ กลับมาใช้ใหม่โดยใชห้ ลักฐานเชงิ
ประจกั ษ์
๔. ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องการนาวสั ดทุ ่ี
ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยการนาวัสดทุ ใี่ ช้
แล้วกลับมาใชใ้ หม่
ตวั ชวี้ ัดชัน้ ปี
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. เปรียบเทยี บสมบตั ทิ างกายภาพ ด้าน ๑. อธบิ ายการเปลย่ี นสถานะ ของ ๑. อธบิ ายและเปรยี บเทียบการแยก
ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อน สสารเมอื่ ทาใหส้ สารรอ้ นขึ้นหรอื เยน็ ลง สารผสมโดยการหยบิ ออก การร่อน
และการนาไฟฟา้ ของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชงิ โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ การใชแ้ มเ่ หลก็ ดงึ ดูด การรนิ ออก การ
ประจักษ์จากการทดลองและระบกุ ารนา ๒. อธิบายการละลายของสารในน้า กรอง และการตกตะกอน โดยใช้
สมบัติเรื่องความแข็ง สภาพยืดหย่นุ การนา โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ หลกั ฐานเชิงประจักษ์ รวมท้งั ระบวุ ธิ ี
ความรอ้ น และการนาไฟฟา้ ของวัสดไุ ปใช้ใน ๓. วิเคราะหก์ ารเปลยี่ นแปลงของสาร แกป้ ัญหาในชีวติ ประจาวนั เกย่ี วกับการ
ชวี ติ ประจาวนั ผา่ นกระบวนการออกแบบ เมอื่ เกดิ การเปลย่ี นแปลงทางเคมี โดย แยกสาร
ชนิ้ งาน ใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
๒. แลกเปล่ยี นความคดิ กบั ผู้อน่ื โดยการ ๔. วเิ คราะห์และระบกุ ารเปล่ยี นแปลง
อภิปรายเกี่ยวกบั สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุ ท่ีผนั กลบั ได้และการเปลยี่ นแปลงที่ผัน
อย่างมีเหตผุ ลจากการทดลอง กลับไมไ่ ด้
๓. เปรยี บเทยี บสมบัติของสสารทง้ั ๓ สถานะ
จากข้อมูลทีไ่ ด้จากการสังเกตมวล การ
ต้องการทอ่ี ยู่ รปู ร่างและปริมาตรของสสาร
๔. ใชเ้ ครือ่ งมอื เพ่อื วัดมวล และปริมาตรของ
สสารท้งั ๓ สถานะ
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๒๐
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงทีก่ ระทาตอ่ วัตถุ ลกั ษณะ
การเคลือ่ นทแี่ บบ ตา่ งๆ ของวัตถุ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชี้วดั ช้ันปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
- - ๑. ระบผุ ลของแรงท่ีมีตอ่ การ
เปล่ียนแปลง การเคล่ือนทข่ี องวตั ถุ
จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
๒. เปรียบเทยี บและยกตัวอย่างแรง
สัมผัสและแรงไมส่ มั ผัสทม่ี ีผลตอ่ การ
เคลอื่ นทขี่ องวัตถุโดยใชห้ ลักฐานเชิง
ประจักษ์
ตัวช้วี ดั ช้ันปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
- - ๓. จาแนกวตั ถโุ ดยใช้การดงึ ดูดกับ
แมเ่ หลก็ เป็นเกณฑจ์ ากหลกั ฐานเชงิ
ประจกั ษ์
๔. ระบขุ วั้ แม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่
เกดิ ข้นึ ระหวา่ งขวั้ แม่เหล็กเมือ่ นามา
เขา้ ใกลก้ นั จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. ระบุผลของแรงโน้มถ่วงท่มี ีต่อวตั ถุ ๑. อธิบายวิธกี ารหาแรงลัพธ์ของแรง ๑. อธบิ ายการเกดิ และผลของแรง
จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ หลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทาต่อ ไฟฟ้าซึง่ เกิดจากวตั ถทุ ีผ่ า่ นการ ขัดถู
๒. ใชเ้ ครอ่ื งชัง่ สปริงในการวดั น้าหนกั วัตถุในกรณที ่ีวัตถอุ ยนู่ ่ิงจากหลกั ฐาน โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์
ของวัตถุ เชงิ ประจักษ์
๓. บรรยายมวลของวตั ถทุ ม่ี ีผลต่อการ ๒. เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทา
เปล่ยี นแปลงการเคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ ต่อวัตถุท่ีอยู่ในแนวเดียวกันและแรง
จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ ลพั ธท์ ่กี ระทาตอ่ วตั ถุ
๓. ใช้เคร่ืองชั่งสปริงในการวัดแรงท่ี
กระทาต่อวตั ถุ
๔. ระบุผลของแรงเสียดทานท่ีมีต่อ
การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีของ
วัตถจุ ากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
๕. เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสียดทาน
และแรงท่ีอยใู่ นแนวเดยี วกนั ที่กระทา
ตอ่ วตั ถุ
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๒๑
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ที่
เก่ยี วขอ้ งกบั เสยี ง แสง และคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้วี ัดช้ันปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
๑. บรรยายการเกิดเสยี งและทศิ ๑. บรรยายแนวการเคล่ือนทข่ี องแสง ๑. ยกตัวอย่างการเปลยี่ นพลงั งานหนงึ่
ทางการเคล่ือนทขี่ องเสยี งจาก จากแหล่งกาเนิดแสง และอธบิ ายการ ไปเปน็ อกี พลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิง
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ มองเห็นวตั ถุ จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ประจักษ์ ๒. บรรยายการทางานของเคร่ืองกาเนิด
๒. ตระหนักในคุณคา่ ของความรู้ของ ไฟฟา้ และระบุแหลง่ พลัง งานในการ
การมองเหน็ โดยเสนอแนะแนว ผลติ ไฟฟา้ จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้
ทางการปอ้ งกนั อนั ตรายจากการมอง ๓. ตระหนกั ในประโยชนแ์ ละโทษของ
วัตถุท่ีอยใู่ นบริเวณทม่ี แี สงสว่างไม่ ไฟฟา้ โดยนาเสนอวิธีการใช้ไฟฟา้ อย่าง
เหมาะสม ประหยัดและปลอดภยั
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. จาแนกวตั ถเุ ปน็ ตัวกลางโปรง่ ใส ๑. อธิบายการได้ยินเสยี งผา่ นตัวกลาง ๑. ระบุสว่ นประกอบและบรรยายหนา้ ท่ี
ตัวกลางโปร่งแสง และวตั ถุทึบแสง จากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ ของแตล่ ะสว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้า
จากลกั ษณะการมองเหน็ สิง่ ตา่ ง ๆ ๒. ระบุตัวแปร ทดลองและอธิบาย อยา่ งงา่ ยจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ผา่ นวัตถุนั้นเปน็ เกณฑ์โดยใชห้ ลักฐาน ลักษณะและการเกิด เสยี งสูง เสียงต่า ๒. เขยี นแผนภาพและต่อวงจร ไฟฟ้า
เชงิ ประจักษ์ ๓. ออกแบบการทดลองและอธิบาย อยา่ งงา่ ย
ลักษณะและการเกิด เสียงดัง เสียง ๓. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย
คอ่ ย วธิ ีท่ีเหมาะสมในการอธิบายวธิ ีการและ
๔. วัดระดับเสียงโดยใช้เคร่ืองมือวัด ผลของการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม
ระดบั เสยี ง ๔. ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรูข้ อง
๕. ตระหนกั ในคณุ ค่าของความรู้เรื่อง การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมโดยบอก
ระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางใน ประโยชน์และการประยกุ ต์ใช้ใน
การหลกี เลยี่ งและลดมลพษิ ทางเสียง ชีวิตประจาวนั
๕. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย
วธิ ที ่เี หมาะสมในการอธบิ ายการต่อ
หลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รมและแบบขนาน
๖. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของความรูข้ อง
การต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอก
ประโยชน์ ขอ้ จากดั และการประยุกตใ์ ช้
ในชีวิตประจาวนั
๗. อธิบายการเกิด เงามดื เงามวั จาก
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
๘. เขียนแผนภาพรงั สขี องแสงแสดงการ
เกดิ เงามืดเงามวั
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๒๒
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ ระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการ
ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยี อวกาศ
ตัวชวี้ ดั ชน้ั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
๑.ระบุดาวที่ปรากฏบนทอ้ งฟา้ ใน - ๑. อธบิ ายแบบรูป เสน้ ทางการขนึ้
เวลากลางวัน และกลางคืนจากข้อมูล และตกของ ดวงอาทิตย์โดยใช้
ท่ีรวบรวมได้ หลักฐานเชิง ประจกั ษ์
๒. อธิบายสาเหตทุ ีม่ องไม่เห็นดาว ๒. อธบิ ายสาเหตกุ ารเกดิ
ส่วนใหญ่ในเวลากลางวนั จาก ปรากฏการณ์ การข้นึ และตกของดวง
หลกั ฐานเชิงประจักษ์ อาทิตย์ การเกิดกลางวนั กลางคืน
และการ กาหนดทิศ โดยใช้
แบบจาลอง
๓. ตระหนักถึง ความสาคญั ของ ดวง
อาทิตย์ โดย บรรยายประโยชน์ของ
ดวงอาทติ ย์ต่อส่ิงมชี วี ติ
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. อธบิ ายแบบรปู เสน้ ทางการขน้ึ ๑. เปรียบเทียบความแตกต่างของ ๑. สรา้ งแบบจาลองทอี่ ธบิ ายการเกดิ
และตกของ ดวงจนั ทร์ โดยใช้ ดาวเ คร าะ ห์ แ ล ะ ดาวฤ ก ษ์ จ า ก และเปรยี บเทียบ ปรากฏการณ์
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ แบบจาลอง สรุ ิยุปราคาและ จันทรุปราคา
ป.๔ ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี ป.๖
๒. สรา้ งแบบจาลองที่ อธบิ ายแบบรูป ป.๕ ๒. อธบิ าย พัฒนาการ ของเทคโนโลยี
การเปลยี่ นแปลง รูปร่างปรากฏของ อวกาศ และ ยกตวั อยา่ งการนา
ดวงจันทร์ และพยากรณ์รูปรา่ ง ๒. ใช้แผนที่ดาวระบุตาแหน่งและ เทคโนโลยอี วกาศมาใชป้ ระโยชน์ใน
ปรากฏของดวงจันทร์ เส้นทาง การขึ้นและตกของกลมุ่ ดาว ชีวิตประจาวนั จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้
๓. สร้างแบบจาลอง แสดงองค์ ฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบาย แบบรูป
ประกอบ ของระบบสรุ ยิ ะ และ เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาว
อธิบาย เปรยี บเทยี บคาบ การโคจร ฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี
ของ ดาวเคราะห์ต่างๆ
จากแบบจาลอง
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๒๓
สาระที่ ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพบิ ตั ิภยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ัง ผล
ต่อสง่ิ มีชีวติ และส่งิ แวดลอ้ ม
ตวั ช้วี ัดชน้ั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
๑. อธิบายลักษณะภายนอกของ ๑. ระบสุ ว่ นประกอบของดนิ และ ๑. ระบุสว่ นประกอบของอากาศ บรรยาย
หนิ จากลกั ษณะเฉพาะตัวที่ จาแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะ ความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษ
สังเกตได้ เน้อื ดินและการจบั ตวั เปน็ เกณฑ์ ทางอากาศ ตอ่ ส่งิ มีชีวติ จากข้อมูลที่รวบรวมได้
๒. อธบิ ายการใชป้ ระโยชนจ์ ากดนิ ๒. ตระหนักถงึ ความสาคญั ของอากาศ โดยนาเสนอ
จากข้อมูลทีร่ วบรวมได้ แนวทางการปฏิบตั ติ นในการลดการเกดิ มลพิษทาง
อากาศ
๓. อธิบายการเกดิ ลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์
๔. บรรยายประโยชนแ์ ละโทษของลมจากขอ้ มูลที่
รวบรวมได้
ตัวชีว้ ดั ช้ันปี
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. เปรยี บเทยี บปริมาณนา้ ๑. เปรียบเทียบปริมาณน้าใน แต่ละ ๑. เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดหนิ อคั นี หินตะกอน
ใน แต่ละแหล่งและระบุ
ปริมาณน้าทม่ี นษุ ยส์ ามารถ แหล่งและระบุปริมาณน้าที่มนุษย์ และหนิ แปร และอธบิ าย วัฏจักรหนิ จากแบบจาลอง
นามาใช้ประโยชนไ์ ด้ จาก
ข้อมูลทร่ี วบรวมได้ สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ จาก ๒. บรรยายและยก ตัวอยา่ งการใช้ประโยชนข์ องหินและ
ขอ้ มูลที่รวบรวมได้ แรใ่ นชวี ิต ประจาวันจากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้
๒. ตระหนักถึงคุณค่าของน้ า โดย ๓. สรา้ งแบบจาลองทอ่ี ธิบายการเกดิ ซากดึกดาบรรพแ์ ละ
นาเสนอแนวทางการใช้น้าอย่างประหยัด คาดคะเนสภาพแวดลอ้ มในอดีตของซากดกึ ดาบรรพ์
และการอนุรกั ษ์น้า ๔. เปรยี บเทยี บการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสมุ
๓. สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการ รวมท้ังอธิบายผลท่มี ีต่อสิง่ มชี ีวิตและสง่ิ แวดล้อมจาก
หมนุ เวยี นของนา้ ในวัฏจักรน้า แบบจาลอง
๔. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ ๕. อธบิ ายผลของมรสุมต่อการเกดิ ฤดูของประเทศไทย
หมอก น้าค้าง และน้าค้างแข็ง จาก จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
แบบจาลอง ๖. บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้าทว่ ม การกดั
๕. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน เซาะชายฝัง่ ดนิ ถลม่ แผน่ ดินไหว สนึ ามิ
หมิ ะ และลูกเหบ็ จากขอ้ มลู ท่รี วบรวม ๗. ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาตแิ ละธรณพี บิ ัติ
ได้ ภยั โดยนาเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและปฏบิ ัติตนให้
ปลอดภยั จากภยั ธรรมชาติและธรณพี ิบตั ิภยั ทีอ่ าจเกิดใน
ทอ้ งถน่ิ
๘. สร้างแบบจาลองทอ่ี ธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรอื น
กระจกและผลของปรากฏการณเ์ รือนกระจกต่อสิ่งมชี วี ิต
๙. ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของปรากฏการณ์เรอื นกระจก
โดยนาเสนอแนวทาง การปฏบิ ตั ติ นเพอื่ ลดกิจกรรมที่
ก่อใหเ้ กดิ แก๊สเรอื นกระจก
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๒๔
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการ
เปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยีอยา่ ง เหมาะสมโดยคานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชวี ติ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม
ตวั ชวี้ ัดช้นั ปี
ป.๑ ป.๒ ป.๓
---
ป.๔ ป.๕ ป.๖
---
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น
ขั้นตอนและเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หา
ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทันและมจี รยิ ธรรม
ป.๑ ตวั ชี้วัดชั้นปี ป.๓
๑. แก้ปัญหาอยา่ งง่าย โดยใชก้ ารลอง ป.๒ ๑. แสดงอลั กอริทมึ ในการทางานหรอื
ผดิ ลองถูก การเปรียบเทยี บ การแก้ปญั หาอยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ
๒. แสดงลาดบั ขั้นตอนการทางาน ๑. แสดงลาดับขนั้ ตอนการทางาน สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ
หรือการแกป้ ัญหาอยา่ งง่าย โดยใช้ หรอื การแกป้ ัญหาอย่างงา่ ยโดยใช้ ๒. เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้
ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรอื ข้อความ ซอฟต์แวร์หรือส่อื และตรวจหา
๓. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ๒. เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้ ข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ ซอฟตแ์ วรห์ รือสอ่ื และตรวจหา ๓. ใช้อินเทอร์เนต็ ค้นหาความรู้
๔. ใชเ้ ทคโนโลยีในการสร้าง จดั เกบ็ ขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม ๔. รวบรวม ประมวลผล และ
เรยี กใช้ข้อมลู ตามวัตถุ ประสงค์ ๓. ใช้เทคโนโลยีในการสรา้ ง จดั นาเสนอขอ้ มูล โดยใชซ้ อฟตแ์ วรต์ าม
๕. ใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง หมวดหมู่ คน้ หา จัดเก็บ เรยี กใช้ วัตถปุ ระสงค์
ปลอดภยั ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลงในการ ข้อมลู ตามวตั ถปุ ระสงค์ ๕. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง
ใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันดูแลรกั ษา ๔. ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ ง ปลอดภัย ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการ
อุปกรณเ์ บื้องต้น ใชง้ านอยา่ ง ปลอดภยั ปฏบิ ตั ิ ตามขอ้ ตกลงใน ใชอ้ ินเทอร์เน็ต
เหมาะสม การใชค้ อมพิวเตอร์ ร่วมกนั ดูแล
รักษา อปุ กรณ์เบื้องต้น ใชง้ านอย่าง
เหมาะสม
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๒๕
ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการ ๑ . ใช้ เ ห ตุ ผ ล เ ชิ งตรร กะ ในการ ๑. ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการอธิบาย
แกป้ ัญหา การอธิบายการทางาน การ แก้ปัญหา การอธิบาย การงาน การ และ ออกแบบวธิ ีการ แกป้ ญั หาที่พบ
คาดการณผ์ ลลัพธ์ จากปัญหาอยา่ ง คาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่าง ใน ชวี ิตประจาวนั
ง่าย ง่าย ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่าง
๒. ออกแบบ และเขยี นโปรแกรม ๒. ออกแบบและเขียน โปรแกรมที่มี งา่ ยเพอ่ื แกป้ ัญหาในชวี ิต ประจาวนั
อย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รือสอ่ื การใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของ โปรแกรม
และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแกไ้ ข ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแก้ไข และแก้ไข
๓. ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ คน้ หาความรู้ และ ๓ . ใช้ อินเ ท อร์ เน็ ตค้ นหาข้อมูล ๓. ใช้อนิ เทอร์เน็ตในการค้นหาขอ้ มลู
ประเมินความนา่ เชอ่ื ถือของข้อมูล ติดต่อส่ือสาร และทางานร่วมกัน อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
๔. รวบรวม ประเมนิ นาเสนอขอ้ มลู ประเมินความน่าเชื่อถอื ของข้อมูล ๔. ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ทางาน
และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ี่ ๔. รวบรวม ประเมิน นาเสนอข้อมลู ร่วมกนั อยา่ งปลอดภัย เขา้ ใจสทิ ธแิ ละ
หลากหลาย เพ่ือแก้ปัญหาใน และสารสนเทศ ตามวัตถปุ ระสงคโ์ ดย หนา้ ทข่ี องตน เคารพในสทิ ธิของผูอ้ น่ื
ชวี ติ ประจาวนั ใ ช้ ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ห รื อ บ ริ ก า ร บ น แจ้งผู้เกีย่ วขอ้ งเมอื่ พบขอ้ มลู หรอื
๕. ใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง อินเทอร์เน็ตที่ หลากหลาย เพ่ือ บคุ คลที่ไม่เหมาะสม
ปลอดภยั เข้าใจ สิทธแิ ละหน้าที่ ของ แก้ปัญหาใน ชีวิตประจาวัน
ตน เคารพใน สทิ ธิของผอู้ ื่น แจง้ ๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
ผ้เู กยี่ วข้องเมื่อพบข้อมูลหรอื บคุ คลที่ ปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและ
ไม่เหมาะสม หนา้ ท่ีของตน เคารพในสทิ ธิ ของผู้อน่ื
แจ้งผู้เก่ียวข้อง เม่ือพบข้อมูลหรือ
บุคคล ทีไ่ มเ่ หมาะสม
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓
ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกล
ช้นั ประถมศ
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธ์ร
ระบบนิเวศ การถา่ ยทอดพลงั งาน การเปลยี่ นแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายขอ
ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปญั หาสงิ่ แวดล้อมรวมท้งั นาความรู้ไปใ
รหสั ตวั ชว้ี ดั ตัวชีว้ ดั
ว ๑.๑ ป ๑/๑ ๑. ระบชุ ่ือพืชและสตั ว์ท่ีอาศยั อยบู่ ริเวณตา่ ง ๆ -บริเวณต
จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้ ต้นไม้ สวน
ว ๑.๑ ป ๑/๒ ๒. บอกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกบั การ หลายชนดิ
ดารงชวี ติ ของสตั วใ์ นบรเิ วณท่ีอาศัยอยู่ -บ ริ เ ว ณ ท
แตกต่างก
บริเวณจะ
ของพืชแ
เชน่ สระน
สาหรา่ ย เ
หอยและป
เป็นแหล่ง
และมด
- ถ้าสภา
อาศัยอยู่ม
ดารงชีวติ ข
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา
๒๖
ลางและสาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
ศกึ ษาปที ี่ ๑
ระหว่างส่ิงไมม่ ีชวี ิตกบั สิ่งมชี วี ิตและความสัมพนั ธร์ ะหว่างสงิ่ มีชีวิตกบั สิ่งมชี วี ติ ต่างๆ ใน
องประชากรปัญหาและผลกระทบทม่ี ตี ่อทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม แนวทาง
ใช้ประโยชน์
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
ต่าง ๆ ในท้องถ่ิน เช่น สนามหญ้า ใต้ -สารวจ สงั เกต และรวบรวมพืช และสัตว์ที่พบ
นหย่อม แหล่งน้า อาจพบพืชและสตั ว์ บริเวณโรงเรยี นบา้ นหมากปรก
ดอาศยั อยู่ -ตรวจสอบ และระบุส่ิงมชี วี ิตท่ีพบบรเิ วณ
ท่ีแตกต่างกันอาจพบพืชและสัตว์ โรงเรียนบา้ นหมากปรก
กัน เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละ -ระบุปัญหา เสนอแนวทางในการแก้ไข และ
ะมี ความเหมาะสมต่อการดารงชีวิต อนรุ ักษส์ ภาพแวดล้อม
ละสัตว์ ท่ีอาศัยอยู่ในแต่ละบริเวณ
น้า มนี ้าเป็นทอ่ี ยู่ อาศยั ของหอย ปลา
เป็นท่หี ลบภัยและมี แหลง่ อาหารของ
ปลา บริเวณต้นมะม่วงมี ต้นมะม่วง
งท่ีอยู่ และมีอาหารสาหรับกระรอก
พแวดล้อมในบริเวณท่ีพืชและสัตว์
มีการเปลี่ยนแปลง จะมีผลต่อการ
ของพืชและสัตว์
า ๒๕๖๓
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัตขิ องสง่ิ มชี วี ติ หนว่ ยพน้ื ฐานของสิง่
ระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษยท์ ที่ างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโคร
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตวั ช้วี ดั ตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป ๑/๑ ๑. ระบุชอ่ื บรรยายลักษณะและบอกหนา้ ท่ี - มนุษย์ม
ของสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายมนษุ ย์ สัตว์ และ แตกต่างก
พืช รวมทัง้ บรรยายการทาหน้าท่รี ่วมกัน ของ เช่น ตามีห
ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายมนษุ ย์ในการทา ตาเพื่อป้อ
กจิ กรรมต่าง ๆ จากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ ฟังเสยี ง โด
เสียง ปาก
มีริมฝปี าก
จับ มีท่อน
หน้าที่ควบ
ร่างกาย เป
ต่าง ๆ ขอ
ทากจิ กรรม
- สัตว์มหี ล
ลั ก ษ ณ ะ
เหมาะสม
แผ่น ส่วน
สาหรบั ใช้ใ
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา
๒๗
งมีชวี ิต การลาเลยี งสารผ่านเซลล์ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าทขี่ อง
รงสร้าง และหน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธก์ ันรวมทั้งนา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
มีส่วนต่าง ๆ ท่ีมีลักษณะและหน้าที่ -ระบุสว่ นประกอบ และบอกหนา้ ที่ของอวัยวะ
กัน เพื่อให้เหมาะสมในการดารงชีวิต ภายนอกของสัตวแ์ ละพืชท่ีพบบริเวณโรงเรียน
หน้าท่ี ไว้มองดู โดยมีหนังตาและขน บ้านหมากปรก
องกันอันตรายให้กับตา หูมีหน้าที่รับ
ดยมใี บหแู ละรูหู เพ่ือเป็นทางผา่ นของ
กมหี น้าท่ีพดู กินอาหาร มีช่องปาและ
กบนลา่ ง แขนและมือมหี น้าท่ยี ก หยบิ
นแขนและนิ้วมือที่ขยับได้ สมอง มี
บคุมการทางานของส่วนต่าง ๆ ของ
ปน็ ก้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะ โดยส่วน
องร่างกายจะทาหน้าที่ร่วมกันในการ
รม ในชีวิตประจาวนั
ลายชนิด แต่ละชนิดมสี ่วนต่าง ๆ ทม่ี ี
และหน้าที่แตก ต่าง กัน เพื่อให้
ในการดารงชีวิต เชน่ ปลามคี รบี เป็น
นกบ เต่า แมว มีขา ๔ ขาและมีเท้า
ในการเคล่อื นที่
า ๒๕๖๓
รหสั ตวั ชีว้ ัด ตวั ชีว้ ดั
ว ๑.๒ ป๑/๒
- พืชมีส่ว
แตกต่างก
โดยท่ัวไป
แขนงเป็น
ลักษณะเป
ทาหน้าท่ีช
เปน็ แผน่ แ
พืชหลายช
หน้าที่สืบ
หอ่ หุ้มเมล
ใหม่ได้
๒. ตระหนกั ถึงความสาคัญของส่วนตา่ ง ๆ ของ - มนษุ ยใ์ ช
ร่างกายตนเอง โดยการดูแลส่วนต่าง ๆ กจิ กรรมต
อย่างถูกตอ้ ง ให้ปลอดภัย และรกั ษา ความ ใชส้ ่วนตา่ ง
สะอาดอยูเ่ สมอ ปลอดภัย
ใชต้ ามองต
ดูแลตาให
ความสะอ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา
๒๘
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
วนต่าง ๆ ท่ีมีลักษณะและหน้าที่ -
กัน เพื่อให้เหมาะสมในการดารงชวี ิต
ป รากมีลักษณะเรียวยาว และแตก
นรากเล็ก ๆ ทาหน้าที่ดูดน้า ลาต้นมี
ป็นทรงกระบอกต้ังตรงและมีก่ิงก้าน
ชูก่ิงก้าน ใบ และดอก ใบมีลักษณะ
แบน ทาหนา้ ท่สี รา้ งอาหาร นอกจากน้ี
ชนดิ อาจมีดอกท่ีมีสี รูปร่างต่าง ๆ ทา
บพันธ์ุ รวมท้ังมีผลท่ีมีเปลือก มีเนื้อ
ลด็ และมีเมล็ดซ่ึงสามารถงอกเป็นต้น
ชส้ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายในการทา
ต่าง ๆ เพอ่ื การดารงชีวิต มนษุ ย์จงึ ควร
ง ๆของรา่ งกายอยา่ งถูกตอ้ ง
และรักษา ความสะอาดอยู่เสมอ เชน่
ตัวหนังสอื ในที่ ๆ มีแสงสวา่ งเพียงพอ
หป้ ลอดภัยจากอันตราย และรักษา
อาดตาอยู่เสมอ
า ๒๕๖๓
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถา่
ทีม่ ผี ลต่อสิ่งมชี วี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวฒั นาการของสง่ิ มชี วี ติ
รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวชีว้ ดั
--
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ค
อนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สา
รหัสตัวชว้ี ดั ตัวชวี้ ดั
ว ๒.๑ ป ๑/๑ ๑. อธิบายสมบตั ิท่สี งั เกตไดข้ องวสั ดุทใ่ี ช้ทาวตั ถุ -วัสดทุ
ซง่ึ ทาจากวสั ดุชนิดเดียว หรอื หลายชนิด ชนิด เ
ประกอบกันโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ กระดา
ว ๒.๑ ป ๑/๒ ๒. ระบุชนดิ ของวัสดุและจดั กลมุ่ วสั ดุตาม ไดต้ า่ ง
สมบัตทิ สี่ ังเกตได้ ยืดหดไ
- สมบัต
เหมือน
จัดกลุ่ม
ประกอ
กระดมุ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา
๒๙
ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม สารพันธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพันธกุ รรม
ต รวมท้งั นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่
--
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกับโครงสรา้ งและแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ ง
ารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
ทใ่ี ช้ทาวตั ถุที่เป็นของเล่น ของใช้ มหี ลาย -อธิบายสมบัติของวัสดุที่ใช้ทาอุปกรณ์และ
เช่น ผ้า แก้ว พลาสติก ยาง ไม้ อิฐ หิน เครือ่ งมือในการเกษตร
าษ โลหะ วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ มีสมบัตทิ ่สี ังเกต
ๆ เช่น สี น่มุ แขง็ ขรขุ ระ เรยี บ ใส ขุน่
ได้ บดิ งอได้
ติท่ีสังเกตได้ของวสั ดแุ ต่ชนดิ อาจ
นกนั ซงึ่ สามารถนามาใช้เปน็ เกณฑใ์ นการ
มวัสดุได้ วสั ดุบางอยา่ งสามารถนามา
อบกันเพอ่ื ทาเป็นวัตถุต่าง ๆ เช่น ผา้ และ
ม ใช้ทาเส้ือ ไม้และโลหะ ใช้ทากระทะ
า ๒๕๖๓
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลขอ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตวั ชีว้ ัด ตัวช้ีวัด
--
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแ
ชีวติ ประจาวัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ทีเ่ กี่ยวข้องกบั เสยี ง แสง และ
รหสั ตัวชวี้ ดั ตวั ชว้ี ัด
ว ๒.๓ ป ๑/๑ ๑. บรรยายการเกดิ เสียงและทศิ ทาง การ -เสียงเกิด
เคลื่อนทข่ี องเสียงจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ เสียงเปน็ แ
เสียงตาม
ม นุ ษ ย์ ส ร
แหล่งกาเน
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา
๓๐
องแรงท่กี ระทาตอ่ วัตถุ ลกั ษณะการเคลื่อนที่แบบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมทง้ั นา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
- -
และการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลงั งาน พลังงานใน
ะคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
ดจากการส่ันของวตั ถุ วัตถุท่ีทาใหเ้ กดิ -จาแนกแหล่งท่ีมาของเสียงรอบ ๆ โรงเรียน
แหลง่ กาเนิดเสียงซึ่งมีทั้งแหลง่ กาเนิด บ้านหมากปรก เช่น กจิ กรรมฟังเสียงธรรมชาติ
มธรรมชาติและแหล่งกาเนิดเสียงที่ รนื่ รมย์
ร้างข้ึน เสีย งเคลื่อนที่ออก จ า ก
นดิ เสยี งทกุ ทิศทาง
า ๒๕๖๓
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด
ปฏสิ มั พันธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะทส่ี ่งผลต่อส่ิงมีชวี ติ และการประยุกต์ใช้เทคโนโล
รหสั ตัวชว้ี ดั ตัวช้วี ดั
ว ๓.๑ ป ๑/๑ ๑. ระบุดาวท่ีปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางวัน - บนท
และกลางคืนจากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ ซ่ึงในเว
ว ๓.๑ ป ๑/๒ ๒. อธบิ ายสาเหตุทมี่ องไม่เห็นดาวสว่ นใหญ่ ใน อาจมอ
ไมส่ าม
เวลากลางวนั จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
-ในเว
เนื่องจ
ดาว ส
มองเห
สาระที่ ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระ
กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมอิ ากาศโลกรวมทงั้ ผลตอ่ ส่ิงมชี ีว
รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชีว้ ัด
ว ๓.๒ ป ๑/๑ ๑. อธบิ ายลกั ษณะภายนอกของหนิ จาก - หิ น ท
ลกั ษณะเฉพาะตวั ท่ีสงั เกตได้ เฉพาะ
ความแ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา
๓๑
ด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้ง
ลยอี วกาศ
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
ท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว สังเกตดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวันและ
วลากลางวันจะมองเห็นดวงอาทิตย์และ กลางคืน ที่บ้าน /โรงเรียน
องเห็นดวงจันทร์บางเวลาในบางวัน แต่ -
มารถมองเห็นดาว
ว ล า ก ล า ง วั น ม อ ง ไ ม่ เ ห็ น ด า ว ส่ ว นใ ห ญ่
จากแสงอาทติ ย์สว่างกว่าจึงกลบแสงของ
ส่วนในเวลากลางคืนจะมองเห็นดาวและ
ห็นดวงจนั ทร์ เกอื บทกุ คืน
ะบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย
วติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
ท่ีอยู่ในธรรมชาติมีลักษณะภาย นอก -สังเกตลักษณะของหินท่ีพบบริเวณโรงเรียน
ะตวั ทีส่ งั เกตได้ เช่น สี ลวดลาย น้าหนัก บา้ นหมากปรก ชุมชนของตนเอง
แขง็ และเนือ้ หนิ
า ๒๕๖๓
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงช
วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆ เพ่ือแกป้ ัญหา หรือพัฒนางานอย
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สังคม และส่งิ แวดล
รหสั ตวั ชีว้ ัด ตวั ช้ีวัด
--
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ัญห
และการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสทิ ธ
รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชวี้ ัด
ว ๔.๒ ป ๑/๑ ๑. แกป้ ญั หาอยา่ งง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลองถกู - การแก้ป
การเปรียบเทียบ ใชข้ ้ันตอน
- ปัญหาอ
แตกต่างข
ว ๔.๒ ป ๑/๒ ๒. แสดงลาดบั ขนั้ ตอนการทางาน หรือ การ - การแสด
แกป้ ัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื เขยี น บอก
ขอ้ ความ - ปญั หาอ
แตกต่างข
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา
๓๒
ชีวิตในสงั คมทม่ี ีการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วามร้แู ละทักษะทางด้าน
ยา่ งมีความคดิ สร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้
ลอ้ ม
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
--
หาที่พบในชีวติ จริงอยา่ งเป็นขนั้ ตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ธภิ าพ ร้เู ท่าทัน และมจี รยิ ธรรม
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
ปญั หาให้ประสบความสาเร็จทาได้โดย แก้ปัญหาตา่ งๆในการดาเนนิ กิจกรรมประจาวัน
นการแก้ปญั หา ในโรงเรยี นบ้านหมากปรกได้ เช่น การวางรองเทา้
อยา่ งง่าย เชน่ เกมเขาวงกต เกมหาจุด การจัดกระเป๋านกั เรยี น การจัดเกบ็ อุปกรณ์แปรง
ของภาพการจัดหนังสอื ใสก่ ระเป๋า ฟันฯลฯ
ดงขน้ั ตอนการแกป้ ัญหาทาได้โดยการ -
กเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์
อยา่ งง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจดุ
ของภาพ การจดั หนังสือใสก่ ระเปา๋
า ๒๕๖๓
รหสั ตวั ชีว้ ดั ตัวชวี้ ดั - การเขีย
ว ๔.๒ ป ๑/๓ ๓. เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ คาสั่ง ใหค้
หรือสอ่ื
ว ๔.๒ ป ๑/๔ - ตัวอย่าง
๔. ใช้เทคโนโลยใี นการสร้าง จัดเกบ็ เรยี กใช้ ตัวละครย
ขอ้ มลู ตามวตั ถุประสงค์ รปู ร่าง
- ซอฟตแ์ ว
เช่น ใช้บ
Code.org
- การใชง้ า
การใชเ้ มา
อปุ กรณ์เท
-การใช้งาน
และออกจ
จดั เกบ็ กา
โปรแกรมป
โปรแกรมน
-การสรา้ ง
ใหเ้ รยี กใช
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๓๓
ยนโปรแกรมเป็นการสร้างลาดับของ
คอมพวิ เตอรท์ างาน สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
งโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ -
ย้ายตาแหน่ง ย่อขยายขนาด เปล่ียน
-
วร์ หรอื สือ่ ท่ใี ชใ้ นการเขียนโปรแกรม
บัตรคาสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม,
g
านอุปกรณ์เทคโนโลยเี บ้ืองต้น เช่น
าส์ คียบ์ อร์ด จอสมั ผัส การเปดิ -ปิด
ทคโนโลยี
นซอฟต์แวรเ์ บอ้ื งตน้ เช่น การเขา้
จากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์ การ
ารเรียกใช้ไฟล์ ทาไดใ้ นโปรแกรม เชน่
ประมวลคา โปรแกรมกราฟกิ
นาเสนอ
งและจัดเกบ็ ไฟลอ์ ยา่ งเป็นระบบจะทา
ช้ คน้ หาขอ้ มลู ไดง้ ่ายและรวดเร็ว
า ๒๕๖๓
รหัสตวั ช้วี ดั ตัวชี้วดั - การใช้เท
ว ๔.๒ ป ๑/๕ เช่น รู้จัก
๕. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ เผยแพรข่ อ้
กับบุคคล
ร่วมกัน ดูแลรกั ษาอปุ กรณ์เบอื้ งต้น ใช้งาน ผู้เกี่ยวขอ้ ง
อยา่ งเหมาะสม การใช้งาน
- ข้อปฏิบ
อุปกรณ์ เ
สะอาด ใช
- การใช้ง
ถูกต้อง ก
เวลานาน
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๓๔
ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
กข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการ -
อมูลสว่ นตัว และไมบ่ อกข้อมลู สว่ นตัว
ลอ่ืนยกเว้นผู้ปกครอง หรือครู แจ้ง
งเมอื่ ต้องการ ความชว่ ยเหลอื เก่ียวกบั
น
บัติในการใช้งานและการดูแลรักษา
เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทาความ
ช้อุปกรณ์อย่างถกู วธิ ี
งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่าน่ังให้
ก า ร พั ก ส า ย ต า เ ม่ื อ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เ ป็ น
ระมัดระวงั อบุ ัตเิ หตจุ ากการใช้งาน
า ๒๕๖๓
ตวั ชี้วัดและสาระกา
ชน้ั ประถมศ
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความส
ส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปล่ียนแปลงแท
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมช
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชว้ี ดั
--
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัตขิ องสิ่งมีชีวติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสง่ิ
ระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนษุ ย์ทท่ี างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโคร
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตัวช้วี ดั ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ป ๒/๑ ๑. ระบุวา่ พชื ตอ้ งการแสงและน้าเพื่อการเจรญิ - พืชต้องก
เติบโต โดยใชข้ ้อมลู จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว ๑.๒ ป ๒/๒ ๒. ตระหนกั ถึงความจาเปน็ ทพี่ ืชต้องได้รบั น้า
และแสงเพอื่ การเจรญิ เติบโต โดยดแู ลพืชใหไ้ ด้
รับส่งิ ดงั กล่าวอยา่ งเหมาะสม
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา
๓๕
ารเรียนร้แู กนกลาง
ศกึ ษาปีที่ ๒
สัมพนั ธ์ระหว่างส่งิ ไมม่ ีชีวติ กบั สิ่งมชี วี ิตและความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งมีชวี ิตกับ
ทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ
ชาติและการแกไ้ ขปญั หาส่ิงแวดล้อมรวมทัง้ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ
--
งมีชีวิต การลาเลียงสารผา่ นเซลลค์ วามสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ทข่ี อง
รงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธก์ ันร วมท้ังนา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
การน้า แสง เพ่อื การเจริญเตบิ โต -นาพืชท้องถ่ินหรือบริเวณโรงเรียนบ้านหมาก
ป ร ก ม า ท ด ล อ ง เ ก่ี ย ว กั บ ปั จ จั ย ใ น ก า ร
เจริญเติบโตของพชื
-ปลูกพืชอย่างง่าย เช่นหัวหอมแดง บริเวณ
ห้องเรียนหรอื สวนโรงเรียนบา้ นหมากปรก
า ๒๕๖๓
รหัสตวั ชวี้ ดั ตัวชว้ี ดั - พืชด
ว ๑.๒ ป ๒/๓ การสืบ
๓. สรา้ งแบบจาลองท่ีบรรยายวัฏจักรชีวิตของ เมล็ด เ
พืชดอก จะเจร
เจริญเต
อีกหมุ
ดอก
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถา่ ย
ทมี่ ีผลตอ่ สง่ิ มชี วี ติ ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ฒั นาการของสง่ิ มีชีวิต
รหัสตัวชวี้ ดั ตัวช้วี ดั
ว ๑.๓ ป ๒/๑ ๑. เปรียบเทยี บลกั ษณะของสง่ิ มีชีวิตและ - ส่ิงท่ีอย
ส่งิ ไมม่ ชี ีวติ จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ส่ิงไม่มีชีว
หายใจ เ
ตอบสนอ
ลักษณะคล
ไม่มลี กั ษณ
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา
๓๖
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
-
ดอกเมื่อเจริญเติบโตและมดี อก ดอกจะมี
บพนั ธ์เุ ปล่ียนแปลงไปเป็นผล ภายในผลมี
เม่ือเมล็ดงอก ต้นอ่อนท่ีอยู่ภายในเมล็ด
ริญ เติบโตเป็นพืชต้นใหม่ พืชต้นใหม่จะ
ตบิ โต ออกดอกเพอื่ สบื พันธุ์มีผลตอ่ ไปได้
นเวียนต่อเน่ืองเป็นวัฏจักรชีวิตของพืช
ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธกุ รรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรม
ต รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ
ยู่รอบตัวเรามีท้ังที่เป็นสิ่งมีชีวิตและ -สารวจส่ิงมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตในห้องเรียน
วิต ส่ิงมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ และบริเวณรอบ โรงเรียนบ้านหมากปรก
เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว
องต่อส่ิงเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี
ล้ายคลงึ กบั พ่อแม่ ส่วนสงิ่ ไม่มีชวี ิตจะ
ณะดังกล่าว
า ๒๕๖๓