The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีปี2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sorfie.sy, 2021-07-08 04:08:47

เอกสารประกอบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีปี2563

เอกสารประกอบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีปี2563

๑๑๘

โครงสร้างรายวิชา

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒

รหัสวิชา ว๑๒๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง / ปี

วิทยาศาสตร์

ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ รหสั ตัวชว้ี ัด จานวน นา้ หนกั

(ช่วั โมง) คะแนน

หนว่ ยท่ี ๑ เรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ บรู ณาการ ๑๐ ๕

หน่วยที่ ๒ สิง่ แวดลอ้ มรอบตวั เรา และทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ ๑๔ ๕
ว๑.๓ ป.๒/๑

หน่วยที่ ๓ เรียนรู้ชีวิตพืช ว๑.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓ ๑๕ ๑๐

สอบปลายภาคเรียนที่ ๑ ๑ ๑๐

หนว่ ยท่ี ๔ วัสดรุ อบตวั เรา ว๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ๑๕ ๑๐

ป.๒/๓,ป.๒/๔

หนว่ ยที่ ๕ แสงในชวี ิตประจาวัน ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ๑๐ ๕

หนว่ ยท่ี ๖ ดนิ ในท้องถิ่นของเรา ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ๑๔ ๕
๑ ๑๐
สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ๘๐ ๖๐

รวม ๑๒

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๑๙

โครงสร้างรายวิชา

รายวิชา วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๒

รหสั วิชา ว๑๒๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง / ปี

วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ รหัสตวั ช้ีวัด จานวน นา้ หนัก
หนว่ ยท่ี ๑ การแกป้ ัญหาอย่างเป็นขน้ั ตอน ว๔.๒ ป.๒/๑ (ชว่ั โมง) คะแนน

๑๐ ๕

หนว่ ยที่ ๒ การตรวจหาข้อผิดพลาดของ ว๔.๒ ป.๒/๒ ๙ ๑๐
โปรแกรม
ว๔.๒ ป.๒/๓ ๑ ๕
สอบปลายภาคเรยี น ว๔.๒ ป.๒/๔ ๑๒ ๑๐
๗ ๕
หนว่ ยที่ ๓ การจดั การไฟลอ์ ยา่ งมรี ะบบ
๑ ๕
หน่วยท่ี ๔ การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ๔๐ ๔๐

สอบปลายภาคเรียน ๔
รวม

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๒๐

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

รหสั วิชา ว๑๓๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง / ปี

วทิ ยาศาสตร์

ช่ือหน่วยการเรียนรู้ รหัสตัวชวี้ ัด จานวน นา้ หนัก

(ชวั่ โมง) คะแนน

หน่วยที่ ๑ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ บูรณาการ ๑๐ ๕

และทกั ษะทางวิทยาศาสตร์

หน่วยที่ ๒ เรยี นรชู้ ีวิตของคนและสัตว์ ว๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ๑๐ ๕

ป.๓/๔

หน่วยที่ ๓ วัสดนุ ่ารู้ ว๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ๙๕

หน่วยที่ ๔ แรงและการเปลี่ยนแปลงการ ว๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ๑๐ ๕

เคล่ือนทขี่ องวัตถุ ป.๓/๔

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ ๑ ๑๐

หนว่ ยท่ี ๕ อากาศบนโลก ว๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ๑๕ ๗
๑๔ ๗
ป.๓/๓, ป.๓/๔ ๑๐ ๖
๑ ๑๐
หน่วยที่ ๖ พลงั งานบนโลกของเรา ว๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒,

ป.๓/๓

หนว่ ยท่ี ๗ ดวงอาทิตย์กบั ชวี ติ ว๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,

ป.๓/๓

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒

รวม ๒๐ ๘๐ ๖๐

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๒๑

โครงสร้างรายวิชา

รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓

รหัสวชิ า ว๑๓๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง / ปี

วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ รหสั ตวั ช้ีวดั จานวน นา้ หนกั
หน่วยที่ ๑ อลั กอรทิ ึมและการแก้ปญั หา ว๔.๒ ป.๓/๑ (ชวั่ โมง) คะแนน

๑๐ ๑๐

หนว่ ยที่ ๒ การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ว๔.๒ ป.๓/๒ ๑๐ ๕
สอบปลายภาคเรียน ๕
ว๔.๒ ป.๓/๓ ๕ ๕
หน่วยที่ ๓ การค้นหาขอ้ มลู ว๔.๒ ป.๓/๔ ๑๐ ๕
หน่วยที่ ๔ การใช้ซอฟตแ์ วรน์ าเสนอขอ้ มลู ๕

หน่วยที่ ๕ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ว๔.๒ ป.๓/๕ ๔๐

สอบปลายภาคเรียน ๕ ๔๐
รวม

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๒๒

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

รหสั วชิ า ว๑๔๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง / ปี

วิทยาศาสตร์

ช่อื หน่วยการเรียนรู้ รหัสตวั ชว้ี ัด จานวน นา้ หนกั

(ชวั่ โมง) คะแนน

หน่วยท่ี ๑ ความหลากหลายของส่ิงมีชีวติ ว ๑.๒ ป.๔/๑ ๒๖ ๑๐

ว ๑.๓ ป.๔/๑,ป.๔/๒,
ป.๔/๓, ป.๔/๔

หน่วยท่ี ๒ แรงโนม้ ถ่วงของโลกและตวั กลางของแสง ว ๒.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ๑๓ ๑๐

ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ ๑ ๑๐

หนว่ ยท่ี ๔ วสั ดุและสสาร ว ๒.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ๒๗ ๑๐

ป.๔/๓, ป.๔/๔

หน่วยท่ี ๕ ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์ ว ๓.๑ ป๔/๑, ป๔/๒, ๑๒ ๑๐

ป๔/๓, ป.๔/๔

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ ๑ ๑๐

รวม ๑๖ ๘๐ ๖๐

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๒๓

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔

รหัสวิชา ว๑๔๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง / ปี

วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ รหัสตัวช้ีวดั จานวน(ช่วั โมง) นา้ หนักคะแนน
หน่วยท่ี ๑ การแก้ปญั หา
ว๔.๒ ป.๔/๑ ๙ ๖

หนว่ ยที่ ๒ การเขยี นโปรแกรมเบอ้ื งตน้ ว๔.๒ ป.๔/๒ ๑๑ ๙

สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ ว๔.๒ ป.๔/๓ ๖ ๕
หนว่ ยที่ ๓ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ๕

หนว่ ยท่ี ๔ การรวบรวมข้อมลู และซอฟแวรป์ ระยุกต์ ว๔.๒ ป.๔/๔ ๙ ๖

หนว่ ยที่ ๕ การใช้เทคโนโลยอี ย่างปลอดภยั ว๔.๒ ป.๔/๕ ๕ ๔

สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ ๕

รวม ๕ ๔๐ ๔๐

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๒๔

โครงสร้างรายวชิ า

รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

รหสั วชิ า ว๑๕๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง / ปี

วิทยาศาสตร์

ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ รหสั ตัวชีว้ ัด จานวน น้าหนัก

(ชัว่ โมง) คะแนน

หน่วยที่ ๑ การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ บูรณาการ ๕๕

และทกั ษะทางวิทยาศาสตร์

หนว่ ยท่ี ๒ สิง่ มชี วี ติ กบั ว่ิงแวดลอ้ ม ว๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ๑๕ ๑๐

ป.๕/๓,ป.๕/๔,

ว๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒

หน่วยท่ี ๓ แรงในชีวติ ประจาวนั ว๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ๑๐ ๕

ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕

หน่วยที่ ๔ พลงั งานเสยี ง ว๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ๑๐ ๕

ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ ๑๐

หนว่ ยท่ี ๕ การเปลี่ยนแปลง ว๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ๑๔ ๑๐
หน่วยที่ ๖ แหลง่ นา้ และลมฟา้ อากาศ ป.๕/๓,ป.๕/๔, ป.๕/๕ ๑๔ ๙
หน่วยที่ ๗ ดาวบนทอ้ งฟ้า ๑๒ ๖
ว๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒,
ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ ๒๗ ๑๐
รวม ๘๐ ๗๐

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๒๕

โครงสร้างรายวิชา

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕

รหัสวชิ า ว๑๕๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง / ปี

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ รหัสตัวชีว้ ัด จานวน นา้ หนัก
หน่วยท่ี ๑ เหตผุ ลเชิงตรรกะกบั การแก้ปญั หา ว๔.๒ ป.๕/๑ (ชั่วโมง) คะแนน

๗ ๔

หน่วยท่ี ๒ การเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ ว๔.๒ ป.๕/๒ ๑๓ ๖

สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ว๔.๒ ป.๕/๓, ๑๐ ๕
หนว่ ยท่ี ๓ ข้อมูลสารสนเทศ ป.๕/๔ ๑๐ ๕
ว๔.๒ ป.๕/๓,
หน่วยท่ี ๔ การใช้อนิ เทอรเ์ นต็ อย่างปลอดภยั ป.๕/๔,ป.๕/๕ ๔๐ ๕

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ ๕ ๕
รวม ๓๐

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๒๖

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง / ปี
รหสั วชิ า ว๑๖๑๐๑

วทิ ยาศาสตร์

ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ รหัสตวั ชี้วดั จานวน นา้ หนัก
(ช่วั โมง) คะแนน
หน่วยที่ ๑ วิทยาศาสตร์นา่ รู้ ว ๑.๑ ป.๖/๑
๓ ๕

หนว่ ยที่ ๒ ร่างกายของเรา ว๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ๑๔ ๕
ป.๖/๔, ป.๖/๕

หน่วยท่ี ๓ ไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟา้ ว๒.๒ ป.๖/๑ ๑๗ ๕
ว๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓,

ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖

หน่วยที่ ๔ แสงและเงา ว๒.๓ ป.๖/๗, ป.๖/๘ ๖๕

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ ๑ ๑๐
๖๕
หนว่ ยท่ี ๕ สารรอบตัว ว๒.๑ ป.๖/๑

หนว่ ยท่ี ๖ หนิ และซากดึกดาบรรพ์ ว๓.๒ ป.๖/๑, ป๖/๒, ป๖/๓ ๑๐ ๕

หนว่ ยท่ี ๗ ปรากฏการณข์ องโลกและ ว๓.๒ ป.๖/๔, ป๖/๕, ป๖/๖, ๑๕ ๖
ธรณีพบิ ัตภิ ัย ป๖/๗, ป๖/๘, ป๖/๙
๗ ๔
หนว่ ยท่ี ๘ ดาราศาสตร์และเทคโนโลยี ว๓.๑ ป.๖/๑, ป๖/๒
อวกาศ ๑ ๑๐
๘๐ ๙๐
สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒

รวม ๒๖

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๒๗

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖

รหสั วิชา ว๑๖๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง / ปี

วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ รหสั ตัวชว้ี ดั จานวน น้าหนัก
หน่วยท่ี ๑ การออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา ว๔.๒ ป.๖/๑ (ชวั่ โมง) คะแนน

๔ ๖

หนว่ ยท่ี ๒ การเขียนโปรแกรมเพอื่ แก้ปัญหา ว๔.๒ ป.๖/๒ ๑๖ ๙

สอบปลายภาคเรียนที่ ๑ ว๔.๒ ป.๖/๓ ๑๑ ๕
หนว่ ยที่ ๓ การใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ค้นหาขอ้ มูล ๑๐

หนว่ ยที่ ๔ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรว่ มกันอยา่ ง ว๔.๒ ป.๖/๔ ๙ ๕
ปลอดภยั ๔ ๔๐

สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ๓๐

รวม

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๒๘

ส่วนที่ ๓
คาอธิบายรายวิชา

ในสว่ นของการจัดทาคาอธบิ ายรายวิชาของหลกั สตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ น้ัน โรงเรียนไดด้ าเนนิ การกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีของชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ถงึ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ โดยเขียนในลกั ษณะความ
เรยี งระบุองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงคต์ ามธรรมชาติของวิชา
เป็นการเขยี นในภาพรวมทตี่ อ้ งการให้เกดิ กับผู้เรียนและสะท้อนตวั ชวี้ ดั ในรายวิชาพนื้ ฐานหรือ
ผลการเรียนรู้ในรายวิชาเพม่ิ เตมิ คาอธบิ ายรายวิชาจึงประกอบด้วยส่วนประกอบดงั ตอ่ ไปนี้

- รหสั วิชา
- ชอ่ื รายวิชา
- กลมุ่ สาระการเรียนรู้
- ชัน้ ปี
- จานวนเวลาเรียน

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๒๙

คาอธบิ ายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑

รหัสวชิ า ว๑๑๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง / ปี

.............................................................................................................................................................

ระบุชอื่ พชื และสัตว์ที่อาศยั อยู่บริเวณต่าง ๆ จากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ บอกสภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสม

กบั การดารงชีวิตของสัตวใ์ นบรเิ วณที่อาศยั อยู่ ระบุชอื่ บรรยายลักษณะและบอกหน้าทขี่ องส่วนต่าง ๆ ของ

ร่างกายมนษุ ย์ สัตว์ และพชื รวมท้ังบรรยายการทาหน้าทรี่ ่วมกันของสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายมนษุ ยใ์ นการทา

กจิ กรรมตา่ ง ๆ จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ตระหนกั ถึงความสาคญั ของสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายตนเอง โดยการ

ดแู ลส่วนตา่ ง ๆ อย่างถกู ต้อง ให้ปลอดภยั และรกั ษาความสะอาดอย่เู สมอ

อธบิ ายสมบตั ิทีส่ ังเกตไดข้ องวัสดทุ ่ีใช้ทาวัตถซุ ึ่งทาจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกัน

โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติท่ีสงั เกตได้ บรรยายการเกิดเสยี ง

และทศิ ทาง การเคล่ือนทีข่ องเสยี งจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์

ระบดุ าวทปี่ รากฏบนทอ้ งฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืนจากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้ อธบิ ายสาเหตุที่

มองไมเ่ หน็ ดวงดาวสว่ นใหญ่ในเวลากลางวันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ อธบิ ายลักษณะภายนอกของหินจาก

ลกั ษณะเฉพาะตวั ทีส่ ังเกตได้

แก้ปญั หาอยา่ งงา่ ยโดยใชก้ ารลองผดิ ลองถูก การเปรียบเทยี บ แสดงลาดบั ข้ันตอนการทางานหรือ

การแก้ปญั หาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวรห์ รอื สื่อ

ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั

ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์รว่ มกัน ดแู ลรกั ษาอุปกรณ์เบ้อื งต้น ใช้งานอยา่ งเหมาะสม

รหัสตวั ชีว้ ดั
วทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๑/๑
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕

รวม ๑๕ ตวั ช้วี ัด

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๒๙

คาอธบิ ายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒

รหสั วิชา ว๑๒๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง / ปี

.............................................................................................................................................................

ระบุวา่ พชื ต้องการแสงและน้า เพือ่ การเจริญเติบโต โดยใชข้ ้อมลู จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนัก
ถึงความจาเป็นที่พืชต้องการได้รับน้าและแสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่งดังกล่าวอย่าง

เหมาะสม สร้างแบบจาลองท่ีบรรยายวัฏจักรชวี ิตของพชื ดอก เปรียบเทียบลักษณะส่ิงมชี ีวิตและสิ่งไม่มชี วี ิต
จากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้

เปรียบเทียบสมบัติการดูดซบั นา้ ของวสั ดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และระบกุ ารนาสมบัตกิ ารดูดซับ
น้าของวสั ดุไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทาวัตถใุ นชวี ติ ประจาวัน อธิบายสมบัติท่สี งั เกตได้ของวสั ดทุ ่ีเกิดจากการนาวัสดุ
มาผสมกันโดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์ เปรยี บเทียบสมบัตทิ ีส่ ังเกตไดข้ องวัสดุ เพื่อนามาทาเป็นวัตถุในการใช้

งานตามวัตถปุ ระสงค์ และอธบิ ายการนาวสั ดทุ ่ีใชแ้ ล้วกลับมาใช้ใหม่โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึง
ประโยชน์ของการนาวสั ดุที่ใชแ้ ล้วกลับมาใชใ้ หม่ โดยการนาวัสดุทีใ่ ชแ้ ล้วกลับมาใชใ้ หม่

บรรยายแนวการเคลอื่ นทข่ี องแสงจากแหลง่ กาเนิดแสง และอธิบายการมองเหน็ วัตถุจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ ตระหนกั ในการเหน็ คุณค่าของความร้ขู องการมองเหน็ โดยเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกันอันตรายจาก

การมองเห็นวัตถุในที่มแี สงสวา่ งไมเ่ หมาะสม
ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเน้ือดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์

อธิบายการใช้ประโยชนจ์ ากดินจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้
แสดงลาดับขน้ั ตอนการทางานหรือการแกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรอื ข้อความ เขยี น

โปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รือส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง

จัดหมวดหมู่ คน้ หา จดั เก็บ เรยี กใชข้ ้อมลู ตามวตั ถปุ ระสงค์ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏบิ ัติตาม
ข้อตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์รว่ มกนั ดูแลรักษาอปุ กรณ์เบื้องตน้ ใช้งานอย่างเหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวัด

วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๒/๑
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๒

มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔

รวม ๑๖ ตัวชวี้ ัด

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๐

คาอธิบายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓

รหัสวิชา ว๑๓๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง / ปี

.............................................................................................................................................................

บรรยายสิ่งทจ่ี าเป็นตอ่ การดารงชีวิต และการเจริญเตบิ โตของมนษุ ย์และสัตว์โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้

ตระหนักถงึ ประโยชน์ของอาหาร น้า และอากาศโดยการดแู ลตนเองและสัตว์ใหไ้ ด้รบั สิง่ เหลา่ นีอ้ ย่างเหมาะสม

สร้างแบบจาลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวฏั จักรชีวิตของสัตว์บางชนิด ตระหนักถึง

คณุ ค่าของชวี ิตสัตว์โดยไมท่ าให้วัฏจกั รชวี ิตของสตั ว์เปลี่ยนแปลง

อธบิ ายว่าวัตถปุ ระกอบขน้ึ จากชิ้นส่วนย่อย ๆ ซึง่ สามารถแยกออกจากกนั ไดแ้ ละประกอบกันเป็นวัตถุ

ชิ้นใหมไ่ ด้โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของวสั ดุเมื่อทาใหร้ ้อนขึ้นหรือทาให้เย็นลงโดย

ใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์ ระบุผลของแรงทม่ี ตี ่อการเปลีย่ นแปลงการเคล่ือนทข่ี องวัตถุจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์

เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคล่ือนที่ของวัตถุโดยใช้หลักฐานเชิง

ประจักษ์ จาแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแมเ่ หล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุข้ัวแม่เหล็กและ

พยากรณผ์ ลทเ่ี กดิ ข้นึ ระหวา่ งข้ัวแม่เหล็กเม่ือนามาเข้าใกลก้ ันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตัวอยา่ งการเปลี่ยน

พลังงานหน่ึงไปเป็นอีกพลังงานหน่ึงจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ บรรยายการทางานของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าและ

ระบุแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้าจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักในประโยชน์และโทษของไฟฟ้า โดย

นาเสนอวธิ กี ารใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยดั และปลอดภัย

อธิบายแบบรปู เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์โดยใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์ อธิบายสาเหตุการ

เกิดปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกาหนดทิศโดยใช้

แบบจาลอง ตระหนักถึงความสาคัญของดวงอาทิตย์ โดยบรรยายประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต ระบุ

ส่วนประกอบของอากาศ บรรยายความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพษิ ทางอากาศตอ่ ส่ิงมีชีวิตจาก

ข้อมูลที่รวบรวมได้ตระหนักถึงความสาคัญของอากาศ โดยนาเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิด

มลพษิ ทางอากาศ อธบิ ายการเกดิ ลมจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ บรรยายประโยชน์และโทษของลมจากข้อมูลที่

รวบรวมได้

แสดงอลั กอริทมึ ในการทางานหรือการแก้ปัญหาอยา่ งง่ายโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ความ เขยี น

โปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหา

ความรู้ รวบรวม ประมวลผล และนาเสนอข้อมูล โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

อยา่ งปลอดภยั ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็

รหสั ตวั ชวี้ ัด

วทิ ยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔, ป.๓/๕

รวมทั้งหมด ๒๕ ตวั ชวี้ ัด

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๑

คาอธบิ ายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔

รหสั วชิ า ว๑๔๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง / ปี
.............................................................................................................................................................

บรรยายหน้าที่ของราก ลาต้น ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ข้อมูลท่ีรวบรวมได้ จาแนกส่งิ มชี วี ิตโดย

ใช้ความเหมือน และความแตกตา่ งของลกั ษณะของสิ่งมีชวี ติ ออกเป็นกลุ่มพชื กลุม่ สัตว์ และกลุม่ ทไ่ี ม่ใช่พืชและ

สตั ว์ จาแนกพชื ออกเปน็ พืชดอกและพืชไมม่ ีดอกโดยใช้การมดี อกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้ จาแนก

สัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยใช้การมีก ระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้

ขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ บรรยายลักษณะเฉพาะท่สี ังเกตไดข้ องสตั วม์ กี ระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลมุ่ สัตวส์ ะเทินน้า

สะเทินบก กลุ่มสัตวเ์ ลอื้ ยคลาน กลมุ่ นก และกลมุ่ สัตว์เลี้ยงลูกดว้ ยน้านม และยกตัวอยา่ งส่งิ มีชวี ิตในแตล่ ะกลุ่ม

เปรียบเทยี บสมบัตทิ างกายภาพดา้ นความแข็ง สภาพยืดหยุน่ การนาความรอ้ น และการนาไฟฟ้าของ

วัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนาสมบัติเรื่องความแขง็ สภาพยืดหย่นุ การนา

ความร้อน และการนาไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวันผ่านกระบวนการออกแบบช้ินงาน แลกเปล่ียน

ความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง

เปรียบเทียบสมบัติของสสารท้ัง ๓ สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกตมวล การต้องการท่ีอยู่ รูปร่างและ

ปรมิ าตรของสสาร ใชเ้ ครื่องมอื เพอ่ื วัดมวล และปริมาตรของสสารท้ัง ๓ สถานะ ระบุผลของแรงโน้มถ่วงท่ีมีต่อ

วตั ถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ใชเ้ ครือ่ งชง่ั สปรงิ ในการวัดน้าหนักของวัตถุ บรรยายมวลของวัตถทุ ม่ี ีผลต่อการ

เปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นที่ของวัตถจุ ากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ จาแนกวัตถุเปน็ ตัวกลางโปร่งใส ตวั กลางโปรง่ แสง

และวตั ถทุ ึบแสง จากลักษณะการมองเหน็ สิ่งตา่ ง ๆ ผา่ นวัตถนุ นั้ เปน็ เกณฑ์โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์

อธิบายแบบรปู เสน้ ทางการข้ึนและตกของดวงจันทร์ โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ สร้างแบบจาลองท่ี

อธิบายแบบรปู การเปลี่ยนแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจันทร์ และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจนั ทร์ สร้าง

แบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และอธบิ ายเปรียบเทยี บคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ

จากแบบจาลอง

ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา การอธิบายการทางาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จากปญั หาอย่าง

ง่าย ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้

อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน นาเสนอข้อมูลและ

สารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ท่ีหลากหลาย เพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง

ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบคุ คลทีไ่ ม่

เหมาะสม

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๒

รหัสตวั ช้วี ดั

วทิ ยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๔/๑

มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๔/๑

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒, ป.๔/๓

วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕

รวม ๒๑ ตวั ช้ีวดั

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๓๓

คาอธบิ ายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

รหสั วิชา ว ๑๕๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง / ปี

.............................................................................................................................................................

บรรยายโครงสร้างและลักษณะของส่ิงมชี วี ิตท่เี หมาะสมกับการดารงชีวติ ซง่ึ เป็นผลมาจากการปรับตัว

ของส่ิงมีชวี ิตในแต่ละแหล่งท่ีอยู่ อธิบายความสมั พันธ์ระหว่างสงิ่ มชี ีวติ กับสิง่ มชี ีวติ และความสัมพันธ์ระหว่าง

สิ่งมีชีวิตกับส่ิงไมม่ ีชีวติ เพ่ือประโยชน์ต่อการดารงชีวิต เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของส่ิงมีชีวติ ที่

เปน็ ผู้ผลิตและผู้บรโิ ภคในโซ่อาหาร ตระหนกั ในคุณค่าของส่ิงแวดล้อมท่มี ีต่อการดารงชีวิตของสิ่งมีชวี ิต โดยมี

ส่วนร่วมในการดูแลรักษาสงิ่ แวดล้อม อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพชื

สัตว์ และมนษุ ย์ แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคาถามเก่ยี วกับลักษณะท่ีคล้ายคลึงกันของตนเองกับ

พอ่ แม่

อธิบายการเปล่ียนสถานะของสสาร เม่ือทาให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลงโดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์

อธิบายการละลายของสารในน้าโดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปล่ยี นแปลงของสารเมื่อเกิดการ

เปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และระบุการเปล่ียนแปลงที่ ผันกลับได้และการ

เปลีย่ นแปลงทีผ่ ันกลบั ไม่ได้ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกนั ท่กี ระทาตอ่ วัตถใุ นกรณี

ท่ีวัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทาต่อวตั ถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรง

ลัพธ์ที่กระทาต่อวัตถุ ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทาต่อวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการ

เปลีย่ นแปลงการเคล่อื นท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงที่อยู่ใน

แนวเดียวกันทก่ี ระทาต่อวตั ถุ อธิบายการไดย้ นิ เสยี งผ่านตัวกลางจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ระบุตัวแปร ทดลอง

และอธบิ ายลักษณะและการเกิดเสยี งสงู เสียงต่า ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลกั ษณะและการเกิดเสียงดัง

เสียงค่อย วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคุณค่าของความรู้เร่ืองระดับเสียงโดย

เสนอแนะแนวทางในการหลีกเล่ยี งและลดมลพิษทางเสียง

เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจาลอง ใช้แผนท่ีดาวระบตุ าแหนง่

และเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึน้ และตกของกลมุ่

ดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้าในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน้าที่มนุษย์สามารถ

นามาใช้ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของน้าโดยนาเสนอแนวทางการใช้น้าอย่าง

ประหยัดและการอนุรักษ์น้า สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการหมุนเวียนของน้าในวัฏจักรน้า เปรียบเทียบ

กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค้าง และน้าค้างแข็งจากแบบจาลอง เปรียบเทียบกระบวนการเกดิ ฝน หิมะ

และลูกเห็บจากข้อมูลทร่ี วบรวมได้

ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์ จากปญั หาอย่าง

ง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้

อนิ เทอร์เน็ตคน้ หาข้อมลู ตดิ ต่อสือ่ สารและทางานร่วมกนั ประเมินความนา่ เช่ือถือของขอ้ มูล รวบรวม ประเมิน

นาเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื บริการบนอินเทอร์เนต็ ท่หี ลากหลาย เพือ่

แก้ปัญหาในชีวิต ประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน

เคารพในสิทธิของผ้อู น่ื แจ้งผู้เกยี่ วขอ้ งเมอ่ื พบข้อมลู หรอื บคุ คลที่ไม่เหมาะสม

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๔

รหัสตัวช้ีวัด

วทิ ยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔

มาตรฐาน ว ๑.๓ ป๕/๑, ป๕/๒

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป๕/๑, ป๕/๒

มาตรฐาน ว ๓.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

รวม ๓๒ ตวั ช้ีวดั

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๓๕

คาอธบิ ายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖

รหัสวิชา ว๑๖๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง / ปี

.............................................................................................................................................................

ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารทตี่ นเองรับประทาน บอก

แนวทางในการเลือกรับประทานอาหารใหไ้ ด้สารอาหารครบถ้วน ในสดั ส่วนทเี่ หมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้ง

ความปลอดภัยต่อสุขภาพ ตระหนักถึงความสาคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารท่ีมี

สารอาหารครบถ้วนในสัดสว่ นที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทงั้ ปลอดภัยต่อสุขภาพ สร้างแบบจาลองระบบ

ยอ่ ยอาหาร และบรรยายหนา้ ท่ขี องอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมท้ังอธิบายการยอ่ ยอาหารและการดูดซึม

สารอาหาร ตระหนักถึงความสาคัญของระบบยอ่ ยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะใน

ระบบยอ่ ยอาหารใหท้ างานเปน็ ปกติ

อธบิ ายและเปรยี บเทยี บการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การรอ่ น การใชแ้ มเ่ หล็กดงึ ดดู การรินออก

การกรอง และการตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันเก่ียวกับ

การแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟา้ ซ่ึงเกิดจากวัตถทุ ี่ผ่านการขัดถูโดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์

ระบสุ ว่ นประกอบและบรรยายหน้าท่ขี องแตล่ ะส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

เขยี นแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวธิ ีที่เหมาะสมในการอธิบาย

วธิ กี ารและผลของการตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชนข์ องความรู้ของการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบ

อนุกรม โดยบอกประโยชน์และการประยกุ ต์ใช้ในชวี ิต ประจาวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวธิ ีท่ี

เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องความรู้ของ

การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน์ ขอ้ จากัด และการประยกุ ต์ใช้ ในชวี ิตประจา

วนั อธบิ ายการเกิดเงามืดเงามวั จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เขียนแผนภาพรังสขี องแสงแสดงการเกดิ เงามืดเงามัว

สรา้ งแบบจาลองที่อธบิ ายการเกิด และเปรียบเทยี บปรากฏการณส์ รุ ยิ ุปราคาและจันทรปุ ราคา อธิบาย

พฒั นาการของเทคโนโลยอี วกาศ และยกตัวอย่างการนาเทคโนโลยอี วกาศมาใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันจาก

ขอ้ มูลที่รวบรวมได้ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หนิ ตะกอน และหนิ แปร และอธบิ ายวัฏจกั รหินจาก

แบบจาลอง บรรยายและยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชน์ของหนิ และแร่ในชีวิตประจาวันจากขอ้ มลู ที่ รวบรวมได้

สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดซากดึกดาบรรพแ์ ละคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดาบรรพ์

เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จาก

แบบจาลอง อธิบายผลของมรสมุ ต่อการเกิดฤดขู องประเทศไทยจากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้ บรรยายลักษณะและ

ผลกระทบของนา้ ท่วม การกัดเซาะชายฝ่งั ดนิ ถล่ม แผน่ ดินไหว สนึ ามิ ตระหนักถงึ ผลกระทบของภยั ธรรมชาติ

และธรณีพิบัติภัย โดยนาเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณี

พิบัติภัยที่อาจเกิดในท้องถิ่น สร้างแบบจาลองที่อธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของ

ปรากฏการณ์เรือนกระจกต่อสิง่ มีชีวิต ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยนาเสนอแนว

ทางการปฏิบตั ติ นเพ่อื ลดกิจกรรมท่กี ่อให้เกดิ แก๊สเรอื นกระจก

ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการอธบิ ายและออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หาที่พบในชวี ิตประจาวัน ออกแบบและ
เขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมและแก้ไข ใช้

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๖

อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางานร่วมกันอย่างปลอดภยั
เขา้ ใจสทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของตน เคารพในสทิ ธิของผู้อนื่ แจง้ ผเู้ กี่ยวข้องเมอื่ พบข้อมลู หรอื บุคคลที่ไมเ่ หมาะสม
รหสั ตัวชว้ี ดั
วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๖/๑
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๖/๑
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒, ป.๖/๓ , ป.๖/๔
รวมท้ังหมด ๓๐ ตวั ชว้ี ัด

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๓๗

ส่วนท่ี ๔

การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความสาคัญของการวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ชวี้ ัด ของหลกั สตู ร นาผลไปปรบั ปรุงพฒั นาการจัดการเรียนรู้และใชเ้ ป็นข้อมูลสาหรับ
การตัดสินผลการเรียน โดยมีองค์ประกอบของการวัดผลและประเมินการเรียนรู้ท่ีหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดจุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรูไ้ ว้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนใหเ้ ป็นคนดี มีปญั ญา
มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กาหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ท่ีกาหนดในสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านการอ่าน คิด
วเิ คราะห์และเขียน มีคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงคแ์ ละเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

แนวทางการวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผเู้ รยี น

ตามตวั ช้ีวดั ในรายวิชาพื้นฐาน ตามท่กี าหนดไวใ้ นหน่วยการเรยี นรู้ ใช้วธิ กี ารวดั และประเมินผลที่หลากหลาย
จากแหลง่ ขอ้ มูลหลายๆ แหล่ง เพอ่ื ให้ไดผ้ ลการประเมนิ ทส่ี ะทอ้ นความรู้ความสามารถทีแ่ ท้จรงิ ของผู้เรยี นโดย
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้อย่างตอ่ เนอ่ื งไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนโดยสังเกตพัฒนาการและ
ความประพฤติของผู้เรียน สงั เกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกจิ กรรม การประเมนิ ตามสภาพจริง เช่นการ
ประเมินการปฏิบตั ิงาน การประเมินจากโครงงาน การประเมินจากแฟม้ สะสมงาน เป็นต้น ควบคู่กับการใช้
การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุลและครอบคลุมท้ังด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ โดยให้
ความสาคญั กับการประเมนิ ผลระหว่างเรียนมากกว่าการประเมินปลายปี/ปลายภาค และใช้เป็นข้อมลู เพอื่ การ
ประเมินการเล่ือนช้นั และการจบการศกึ ษา

และเพ่อื ใหก้ ารจัดการเรยี นการสอนมีประสทิ ธภิ าพผูส้ อนต้องตรวจสอบความร้คู วามสามารถที่ แสดง
พฒั นาการของผเู้ รียนอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่อง และผเู้ รียนต้องรับผดิ ชอบและตรวจสอบความกา้ วหน้าของ
ตนเองอยา่ งสม่าเสมอเช่นกัน หนว่ ยการเรยี นรูเ้ ป็นสว่ นท่ีผู้สอนและผเู้ รียนใช้ตรวจสอบยอ้ นกลับว่าผู้เรียนเกิด
การเรียนรู้หรือยัง การประเมินในระดับชั้นเรียนต้องอาศยั ท้ังผลการประเมินยอ่ ยเพือ่ พัฒนา และการประเมิน
ผลรวมเพื่อสรปุ ผลการเรยี นรเู้ มื่อจบหน่วยการเรียนรู้และจบรายวิชา

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๘

วิธีการวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนรู้ที่วางไว้ควรมีแนวทาง

ดงั ต่อไปน้ี
๑. ตอ้ งวัดทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม

รวมท้ังโอกาสในการเรียนของผูเ้ รียน

๒. วิธีการวดั ผลและประเมนิ ผล ตอ้ งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ช้วี ัด/ ผลการเรียนรู้ที่

กาหนดไว้
๓. ต้องเก็บข้อมูลที่ได้จากการวัดผลและประเมนิ ผลตามความเปน็ จริงและต้องประเมินผลภายใต้

ข้อมลู ท่ีมีอยู่

๔. ผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องนาไปสู่การแปลผลและลงข้อสรุป

ท่ีสมเหตสุ มผล
๕. การวัดผลต้องเท่ียงตรงและเป็นธรรม ทงั้ ด้านของวธิ กี ารวดั โอกาสของการประเมนิ

การวัดและประเมินผลจากสภาพจริง
กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนมีหลากหลาย เช่น กิจกรรมสารวจภาคสนาม กิจกรรมการสารวจ

ตรวจสอบ การทดลอง กิจกรรมศึกษาค้นคว้า กิจกรรมศึกษาปัญหาพิเศษหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ในการทากจิ กรรมเหลา่ นี้ตอ้ งคานึงวา่ ผเู้ รยี นแต่ละคนมีศักยภาพแตกตา่ งกัน ผเู้ รียนแตล่ ะคนจึง
อาจทางานชิ้นเดียวกันได้เสร็จในเวลาที่แตกต่างกัน และผลงานท่ีได้ก็อาจแตกต่างกันด้วย เมื่อผู้เรียนทา
กิจกรรมเหล่าน้ีแล้วก็จะต้องเก็บรวบรวมผลงาน เช่น รายงาน ชิ้นงาน บันทึก และรวมถึงทกั ษะปฏบิ ัติต่างๆ
เจตคติทางวิทยาศาสตร์ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ความรัก ความซาบซึ้ง กิจกรรมท่ีผู้เรียนได้ทาและผลงาน
เหล่าน้ีต้องใช้วิธีประเมินท่ีมีความเหมาะสมและแตกต่างกันเพอื่ ชว่ ยใหส้ ามารถประเมินความรู้ความสามารถ
และความร้สู กึ นึกคิดทแี่ ท้จรงิ ของผเู้ รียนได้ การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมี
การประเมนิ หลายๆ ด้าน หลากหลายวธิ ี ในสถานการณต์ า่ งๆ ทีส่ อดคลอ้ งกบั ชวี ิตจรงิ และตอ้ งประเมนิ อย่าง
ต่อเนอื่ ง เพือ่ จะได้ข้อมลู ท่มี ากพอท่จี ะสะทอ้ นความสามารถทีแ่ ท้จรงิ ของผเู้ รยี นได้
ลักษณะสาคัญของการวดั และประเมนิ ผลจากสภาพจริง

๑. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงมีลักษณะที่สาคัญคือใช้วิธีการประเมินกระบวนการคิดที่
ซับซ้อน ความสามารถในการปฏิบัติงาน ศักยภาพของผู้เรียนในด้านของผู้ผลิตและกระบวนการท่ีได้ผลผลติ
มากกวา่ ทีจ่ ะประเมนิ วา่ ผเู้ รยี นสามารถจดจาความรู้อะไรไดบ้ ้าง

๒. เปน็ การประเมนิ ความสามารถของผเู้ รยี น เพอื่ วินจิ ฉยั ผ้เู รยี นในสว่ นทคี่ วรส่งเสริมและสว่ นท่คี วรจะ
แก้ไขปรบั ปรงุ เพอื่ ให้ผู้เรยี นได้พัฒนาอย่างเต็มศกั ยภาพตามความสามารถ ความสนใจและความต้องการของ
แต่ละบคุ คล

๓. เปน็ การประเมนิ ทีเ่ ปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นไดม้ ีสว่ นรว่ มประเมินผลงานของทง้ั ตนเองและของเพอ่ื นร่วม
ห้อง เพ่อื ส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี นรู้จกั ตัวเอง เชอ่ื มน่ั ในตนเอง สามารถพัฒนาตนเองได้

๔. ข้อมูลที่ได้จากการประเมินจะสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเรียนการสอนและการวางแผนการ
สอนของผู้สอนว่าสามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนแต่ละบคุ คลได้
หรอื ไม่

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๓๙

๕. ประเมินความสามารถของผู้เรยี นในการถา่ ยโอนการเรยี นรู้ไปสูช่ วี ิตจรงิ ได้
๖. ประเมินด้านต่างๆ ด้วยวธิ ีที่หลากหลายในสถานการณ์ตา่ งๆ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง

วธิ ีการและแหล่งข้อมูลท่ีใช้
เพอื่ ให้การวดั และประเมินผลไดส้ ะท้อนความสามารถท่แี ท้จรงิ ของผ้เู รียน ผลการประเมนิ อาจจะได้มา

จากแหลง่ ขอ้ มูลและวิธกี ารตา่ งๆ ดังตอ่ ไปน้ี
๑. สงั เกตการแสดงออกเปน็ รายบุคคลหรือรายกลุม่
๒. ช้ินงาน ผลงาน รายงาน
๓. การสัมภาษณ์
๔. บนั ทกึ ของผเู้ รียน
๕. การประชมุ ปรึกษาหารอื ร่วมกนั ระหวา่ งผู้เรียนและครู
๖. การวดั และประเมินผลภาคปฏิบัติ (practical assessment)
๗. การวดั และประเมินผลดา้ นความสามารถ (performance assessment)
๘. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้โดยใช้แฟม้ ผลงาน (portfolio assessment)

การวดั และประเมนิ ผลด้านความสามารถ (performance assessment)
ความสามารถของผู้เรียนประเมินได้จากการแสดงออกโดยตรงจากการทางานต่างๆ เป็นสถานการณ์ท่ี

กาหนดให้ ซึ่งเป็นของจริงหรือใกล้เคียงกับสภาพจริง และเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนได้แกป้ ัญหาหรือปฏิบัติงานไดจ้ รงิ
โดยประเมนิ จากกระบวนการทางาน กระบวนการคดิ โดยเฉพาะความคิดขั้นสูง และผลงานท่ไี ดล้ ักษณะสาคัญของ
การประเมินความสามารถคือ กาหนดวัตถุประสงค์ของงาน วิธีการทางานผลสาเร็จของงาน มีคาสั่งควบคุม
สถานการณใ์ นการปฏบิ ัตงิ าน และมีเกณฑ์การใหค้ ะแนนท่ชี ดั เจน การประเมนิ ความสามารถท่ีแสดงออกของผู้เรียน
ทาไดห้ ลายแนวทางตา่ งๆ กนั ขน้ึ อยู่กบั สภาพแวดล้อมสภาวการณ์ และความสนใจของผ้เู รียน ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้

๑. มอบหมายงานให้ทา งานที่มอบให้ทาต้องมีความหมาย มีความสาคัญ มีความสัมพันธ์กับหลักสูตร
เนื้อหาวิชา และชีวิตจริงของผูเ้ รียน ผู้เรียนต้องใช้ความรู้หลายด้านในการปฏิบตั ิงานท่ีสามารถสะท้อนให้เห็นถึง
กระบวนการทางาน และการใชค้ วามคิดอยา่ งลกึ ซ้ึง

ตวั อยา่ งงานทีม่ อบหมายใหท้ า เชน่
- บทความในเรือ่ งที่กาลังเป็นประเด็นท่ีน่าสนใจและมีความสาคัญอยู่ในขณะนั้น เชน่ พายุ ฝนดาวตก น้า
จะทว่ มประเทศไทยจรงิ หรอื การโคลนน่งิ สิ่งมชี วี ติ
- รายงานสิง่ ทผ่ี ูเ้ รียนสนใจโดยเฉพาะ เชน่ การศึกษาวงชวี ติ ของแมลงวันทอง การสารวจความหลากหลาย
ของพืช ในบริเวณโรงเรียน
- สง่ิ ประดษิ ฐ์ทไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรมที่สนใจ เชน่ การสรา้ งระบบนิเวศจาลองในระบบปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้
ควบคมุ การปดิ เปิดน้า ชุดอปุ กรณต์ รวจสภาพดนิ เครื่องรอ่ นทส่ี ามารถ
รอ่ นได้ไกลและอยู่ในอากาศได้นาน

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๐

๒. การกาหนดชิ้นงาน หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งประดิษฐ์ให้ผู้เรียนวิเคราะห์องค์ประกอบและกระบวนการ
ทางาน และเสนอแนวทางเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ให้นักเรียนทดลองใช้อุปกรณ์แสดงการเกิดกระแส
อากาศ บันทกึ ผลการทดลอง พรอ้ มกับอภิปรายเพื่อตอบปัญหาต่อไปน้ี

๒.๑ ถา้ นักเรยี นจดุ เทียนไขจะเกิดอะไรข้นึ
๒.๒. ถา้ นักเรยี นดับเทียนไขจะเกดิ อะไรขน้ึ
๒.๓. อปุ กรณ์นท้ี างานได้อย่างไร เพราะเหตใุ ด
๒.๔. ถา้ นกั เรยี นจะปรับปรงุ อปุ กรณช์ ุดน้ใี ห้ทางานมีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน จะ
ปรบั ปรงุ อะไรบา้ ง อย่างไร เพราะเหตใุ ด
๒.๕. ถ้าต้องปรับปรุงอปุ กรณ์ใหด้ ีขน้ึ จะมวี ิธีการทาและตรวจสอบไดอ้ ยา่ งไร
๒.๖. ถา้ จะนาอปุ กรณ์ทป่ี รับปรุงแลว้ ไปใช้ประโยชน์ จะใชท้ าประโยชนอ์ ะไรได้บ้าง
๓. กาหนดตัวอยา่ งช้ินงานให้ แลว้ ให้ผเู้ รียนศึกษางานนั้น และสรา้ งชน้ิ งานทม่ี ลี ักษณะของการทางานได้
เหมอื นหรอื ดีกว่าเดิม เชน่ การประดิษฐ์เครือ่ งรอ่ น การทาสไลด์ถาวรศึกษาเน้ือเย่ือพชื การทากระดาษจากพืชใน
ทอ้ งถ่ิน ฯลฯ
๔. สร้างสถานการณจ์ าลองทส่ี ัมพันธก์ ับชีวิตจรงิ ของผเู้ รยี น โดยกาหนดสถานการณ์
แลว้ ใหผ้ เู้ รียนลงมอื ปฏิบัติเพอ่ื แกป้ ัญหา

ตวั อย่างสถานการณท์ ี่ ๑
"มีลาไยท่ีเกบ็ มาจากสวน ๔ แห่ง ต้องการตรวจสอบวา่ ลาไยจากสวนใดมีความหวานมากท่ีสดุ "

๑) ใช้หลกั การออสโมซสิ
๒) ใชว้ ธิ ีการอ่นื ใหน้ กั เรียน
๓) บอกข้นั ตอนของวิธีการตรวจสอบของแตล่ ะวิธี
๔) ระบวุ ธิ ีการเก็บข้อมลู ของแตล่ ะวิธี
๕) เลอื กวธิ กี ารทดสอบจากท่ีกาหนดไว้ใน ๑) หรือ ๒) พรอ้ มให้เหตุผลท่เี ลือก
๖) ดาเนินการตรวจสอบโดยใช้วิธีการออสโมซสิ และวิธีทีเ่ ลือกในขอ้ ๓
๗. เปรยี บเทยี บผลการทดลองและลงขอ้ สรุปวา่ วิธีใดได้ผลดีกว่ากัน

ตัวอย่างสถานการณท์ ่ี ๒
ถ้านกั เรยี นมเี คร่อื งใชไ้ ฟฟ้า ประกอบด้วยหลอดไฟ ๓ หลอด พดั ลมตดิ เพดาน ให้นกั เรียนออกแบบผงั วงจร

ทีต่ ดิ กับอุปกรณ์ พร้อมกบั ใหเ้ หตุผลประกอบ

ตัวอยา่ งสถานการณท์ ่ี ๓
โรงงานทากระทะแห่งหนง่ึ ต้องการทดสอบวสั ดุทมี่ ีผู้นามาเสนอขาย จานวน ๓ ชนิด ว่าชนิดใดเหมาะท่ีสุด

จึงใหพ้ นกั งานทดสอบ แล้วมารายงานให้ทราบ
๑) นกั เรียนคดิ ว่าปญั หาคอื อะไร
๒) ถ้านักเรยี นตอ้ งทดสอบ จะตอ้ งวางแผนการตรวจสอบและลงมอื ปฏิบัติอย่างไร
๓) การรายงานผลการทดสอบจะมเี นอื้ หาสาระอะไรบ้าง

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๔๑

ตัวอย่างสถานการณท์ ี่ ๔
"มคี ากล่าววา่ ไมส่ ามารถชุบเหลก็ ใหเ้ ป็นทองได้โดยตรง"

๑) นักเรียนจะมวี ิธีการทดสอบคากลา่ วน้ีได้อย่างไรบ้าง
๒) นักเรยี นคิดว่าวธิ กี ารทดสอบใดจะไดผ้ ลดที ่ีสดุ
๓) จงวจิ ารณ์วา่ วิธีการทดสอบท่ีเลอื กนั้นเป็นไปไดเ้ พยี งใด
๔) จะทาการทดสอบเพือ่ ยนื ยันไดอ้ ยา่ งไรว่าวิธที ี่เลอื กนั้นถกู ต้องแผงไฟรวม

ตัวอย่างสถานการณท์ ี่ ๕
"นกั เรยี นเช่ือหรือไม่ว่าน้าทะเลจะไมเ่ ปน็ ฟองกับสบู่"

๑) นักเรียนจะมีวธิ ใี ดบ้างทจ่ี ะตรวจสอบว่าข้อความน้ีเป็นจริงหรอื เป็นเท็จ
๒) จงเลือกวธิ ีท่ีคิดว่าสามารถทดสอบไดผ้ ลดที สี่ ุด พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลประกอบ
๓ จงลงมอื ทดสอบดว้ ยวธิ ีการทเ่ี ลอื ก
๔) จงวิจารณว์ า่ วิธีทเี่ ลือกมาทดสอบแตกต่างกันอยา่ งไร

ตัวอยา่ งสถานการณ์ที่ ๖
"นา้ บาดาลที่นามาใช้บริโภคไมส่ ะอาดเพียงพอ"

๑) มวี ธิ ีทดสอบได้อยา่ งไรว่าข้อความดงั กลา่ วเป็นจรงิ
๒) วธิ ีการใดจะชว่ ยใหก้ ารตรวจสอบได้ผลดีท่สี ุด
๓) ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่านา้ บาดาลน้ันไมส่ ะอาด ทา่ นจะมวี ิธแี กไ้ ขอยา่ งไร
๔) วิธีใดนา่ จะใชท้ าใหน้ า้ บาดาลสะอาดที่สุด เพราะเหตใุ ดจงึ เลอื กวิธนี ้ี
๕) จงแสดงวิธกี ารตรวจสอบและทาให้นา้ บาดาลสะอาดจนใช้บริโภคได้

ตัวอย่างสถานการณท์ ่ี ๗
เมอื่ หยอ่ นส่งิ ของต่างๆ ลงในสระนา้

๑) จงวเิ คราะห์และอธิบายว่า เพราะเหตุใดส่งิ ของบางชนดิ จึงจม บางชนิดจึงลอย
๒) จงวางแผนและเลอื กวธิ ีทจี่ ะทดสอบสมมติฐาน อธบิ ายดว้ ยวา่ เหตใุ ดจึงเลือกวธิ ีนน้ั
๓) จะนาความร้จู ากการศึกษาเรื่องน้ไี ปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร

ตวั อยา่ งสถานการณท์ ี่ ๘
จงวเิ คราะห์แรงเสยี ดทานทเ่ี กิดขึ้นในการขจ่ี กั รยาน

๑) หาวิธลี ดแรงเสียดทานใหเ้ หลอื น้อยทสี่ ุดเทา่ ท่ีจะทาได้
๒) ออกแบบจักรยานที่มแี รงเสียดทานนอ้ ยท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้
การประเมินตามสภาพจรงิ ยงั คงใชก้ ารทดสอบดว้ ยการเขียนตอบ แตจ่ ะลดการทดสอบทว่ี ดั ด้านความรู้ความจา โดย
จะมุ่งเน้นประเมินด้านความเข้าใจ การนาไปใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการคิดข้ันสูง แบบทดสอบใน
ลกั ษณะน้ีจะตอ้ งสร้างสถานการณ์ ซึ่งสว่ นใหญ่ต้องสัมพนั ธ์กับชวี ติ จริงของนกั เรยี น แล้วใหน้ กั เรยี นตอบคาถามโดย
เขียนตอบ ลักษณะของคาถามควรนาไปสู่การวัดทส่ี งู กวา่ ความรู้ความจา

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๒

การประเมนิ ผลการเรยี นรโู้ ดยใช้แฟ้มผลงาน (portfolio assessment)
แฟม้ ผลงานคืออะไร
เมื่อผู้เรียนทากิจกรรมต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ทั้งในห้องเรียนหรือนอก

หอ้ งเรียนก็ตาม กจ็ ะมีผลงานท่ีได้จากการทากิจกรรมเหล่าน้ันปรากฏอยู่เสมอ ซ่งึ สามารถจาแนกผลงานออกตาม
กิจกรรมตา่ งๆ ดงั น้ี

๑. การฟังบรรยาย เมื่อผู้เรียนฟังการบรรยายก็จะมีสมุดจดคาบรรยาย ซึ่งอาจอยู่ในรูปของบันทึกอย่าง
ละเอียดหรือบันทึกแบบย่อ ท้ังน้ี ข้ึนอยู่กับลักษณะของความชอบและความเคยชินของผู้เรียนในการบันทึกคา
บรรยาย

๒. การทาการทดลอง ผลงานของผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับการทดลอง อาจประกอบด้วยการวางแผนการ
ทดลองทง้ั ในรปู ของบันทึกอย่างเป็นระบบหรือบันทกึ แบบยอ่ การบนั ทึกวิธีการทดลอง ผลการทดลองและปัญหาที่
พบขณะทาการทดลอง การแปลผล สรุปผลและการอภิปรายผลการทดลอง และผลงานสุดทา้ ยที่เก่ียวข้องกับการ
ทดลอง คอื การรายงานผลการทดลองทผี่ ้เู รียนอาจทาเป็นกลมุ่ หรอื เดี่ยวกไ็ ด้

๓. การอภปิ ราย ผลงานของผู้เรียนที่เกย่ี วข้องกับการอภิปราย คอื วางหัวขอ้ และขอ้ มลู ทจ่ี ะนามาใชใ้ นการ
อภิปราย ผลทไ่ี ด้จากการอภิปรายรวมทัง้ ขอ้ สรปุ ตา่ งๆ

๔. การศึกษาคน้ ควา้ เพ่ิมเติม จดั เปน็ ผลงานที่สาคัญประการหนง่ึ ของผู้เรียนที่เกิดจากการได้รับมอบหมาย
จากครูผูส้ อนให้ไปค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องต่างๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับหัวข้อหรือประเด็นท่ีกาลังศึกษา ผลงานท่ไี ด้จาก
การค้นคว้าเพิ่มเติมอาจอยู่ในรูปของรายงาน การทาวิจัยเชิงเอกสารหรือบันทึกประเด็นสาคัญซึ่งอาจนามาใช้
ประกอบการอภปิ รายในชัว่ โมงเรียนกไ็ ด้

๕. การศึกษานอกสถานท่ี การศกึ ษานอกสถานทีจ่ ัดเป็นวิธกี ารท่ีเปิดโอกาสให้ผ้เู รียนไดม้ ีประสบการณ์ตรง
กบั เรอื่ งท่กี าลังศกึ ษา ผลงานทไ่ี ด้อาจประกอบดว้ ยการบันทกึ การสงั เกต การตอบคาถามหรือปัญหาจากใบงาน การ
เขยี นรายงานส่งิ ที่ค้นพบ

๖. การบันทึกรายวัน เป็นผลงานประการหนึ่งของผเู้ รียนท่ีอยนู่ อกเหนือจากผลงานที่แสดงถึงการเรียนรู้
โดยตรง แต่จะช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้ประเมินได้เข้าใจในประเด็นหรือส่ิงที่ผู้เรียนนึกคิดเกี่ยวกับการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร์ด้วยนอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังอาจมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เก่ียวข้องกับการเรียนการสอน ซ่ึง
ผเู้ รยี นสามารถแสดงออกถึงความสามารถอื่นๆ อกี ดว้ ยเชน่ การสือ่ สาร ผลงานเหล่าน้ีถ้าได้รับการเกบ็ รวบรวมอย่าง
มรี ะบบด้วยตวั ผเู้ รยี นเองตามช่วงเวลา ทง้ั กอ่ นและหลังการทากิจกรรมเหล่าน้ี โดยไดร้ บั คาแนะนาจากผู้สอน และ
ผู้เรียนฝึกทาจนเคยชินแล้วจะถือเป็นผลงานท่ีสาคัญยงิ่ ที่ใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ของ
ผเู้ รียนต่อไป

ในการวัดและประเมินผลด้านการปฏิบัติ ครอบคลุมถึงการที่นักเรียนได้แสดงให้ครูเห็นถึงความรู้
ความสามารถที่ครูได้คาดหวังว่านกั เรียนจะมีความรู้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้นั้น การวัดและประเมินผลในดา้ นน้ี จะ
ชว่ ยสะทอ้ นใหค้ รูและนักเรียนได้ทราบว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรยี นรูม้ ากน้อยเพยี งใด มีอะไรท่ีครูควรให้
ความชว่ ยเหลือเปน็ พิเศษ และเรยี นรไู้ ปมากนอ้ ยเพยี งใดตามจุดประสงค์ท่ีครูตง้ั ไว้ อาจใช้วิธีการสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทัง้ การสอบย่อยและการสอบใหญ่ การให้นักเรียนสอบปฏบิ ัติการต่างๆ เปน็ ต้น

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๓

แนวทางการใหค้ ะแนนเพื่อการประเมิน
จากทก่ี ลา่ วมาแล้วว่า การประเมินจากสภาพจริงให้ความสาคญั ต่อการประเมินโดยใช้ข้อสอบแบบเขียน

ตอบนอ้ ยมา แต่จะให้ความสาคญั ต่อการแสดงออกท่ีแท้จริงของนักเรยี นขณะทากิจกรรม งานหรือกิจกรรมที่
กาหนดให้นกั เรยี นทาจะมีแนวทางไปสู่ความสาเร็จของงานและมวี ธิ ีการหาคาตอบหลายแนวทาง คาตอบท่ีได้
อาจมใิ ช่ในแนวทางที่กาหนดไว้เสมอไป จึงทาให้การตรวจให้คะแนนไม่สามารถให้อย่างชัดเจนแน่นอนเหมือน
การตรวจใหค้ ะแนนแบบขอ้ สอบเลือกตอบ ดังน้นั การประเมินจากสภาพจริง จึงตอ้ งมกี ารกาหนดแนวทางการ
ใหค้ ะแนนอย่างชัดเจน การกาหนดแนวทางอาจจดั ทาโดยครู คณะครหู รือครูและนักเรยี นกาหนดร่วมกัน แนว
ทางการประเมนิ น้ันจะต้องมีมาตรวดั ว่านักเรียนทาอะไรได้สาเร็จ และระดับความสาเร็จอยใู่ นระดับใด แนว
ทางการประเมนิ ทมี่ มี าตรวัดนี้ เรยี กวา่ Rubric การประเมนิ โดยอิง Rubric น้ี โดยทว่ั ไปมี ๒ แบบคือ

๑. การให้คะแนนภาพรวม (Holistic score)
๒. การให้คะแนนแยกองค์ประกอบ (Analytic score)

แนวปฏิบตั ใิ นการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร เ รี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เ รี ย น ต้ อ ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก า ร พื้ น ฐ า น ส อ ง ป ร ะ ก า ร คื อ
การประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้
ประสบผลสาเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชีว้ ัดเพ่ือให้บรรลตุ ามมาตรฐานการ
เรียนรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสาคัญ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของนกั เรียนซง่ึ เป็นเปา้ หมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น
กระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรยี นของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้
นักเรียนเกดิ การพฒั นาและเรยี นรู้อย่างเต็มตามศกั ยภาพ

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา มี
รายละเอียด ดงั นี้

๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยใู่ นกระบวนการจดั การเรียนรู้ ครู
ผู้สอนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนคิ การประเมินอย่างหลากหลาย
เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชน้ิ งาน/ ภาระงาน แฟม้
สะสมงาน การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเปน็ ผ้ปู ระเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรยี นประเมินตนเอง
เพ่อื นประเมินเพื่อน ผูป้ กครองร่วมประเมนิ ในกรณที ่ีไม่ผา่ นตวั ชีว้ ดั ให้มีการสอนซอ่ มเสริม

การประเมินระดับชน้ั เรยี นเป็นการตรวจสอบวา่ นกั เรยี นมพี ฒั นาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้
อันเปน็ ผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิง่ ที่จะตอ้ งไดร้ ับการพัฒนา
ปรบั ปรุงและสง่ เสรมิ ในด้านใด นอกจากน้ียังเปน็ ข้อมลู ให้ผสู้ อนใชป้ รบั ปรุงการเรยี นการสอนของตนด้วย ทั้งน้ี
โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ัด

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๔๔

๒. การประเมินระดบั สถานศึกษา เป็นการประเมนิ ทสี่ ถานศึกษาดาเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรียน
ของผเู้ รยี นเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพ่ือให้ไดข้ อ้ มูลเก่ียวกบั การจดั การศึกษาของสถานศึกษา วา่ ส่งผลต่อ
การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรยี นของ
ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพอื่ การปรับปรงุ นโยบาย หลักสตู ร โครงการ หรอื วิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการ
จัดทาแผนพัฒนาคุณ ภาพกา ร ศึกษ าของสถ า นศึ กษา ตามแ นวท างกา รป ระกั นคุ ณภาพ การ ศึก ษาแ ล ะ ก า ร
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพ
นกั เรยี น ท่จี ะตอ้ งจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข สง่ เสรมิ สนบั สนุนเพอื่ ให้นักเรยี นไดพ้ ัฒนาเต็มตาม
ศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม
นกั เรียนทัว่ ไป กลมุ่ นักเรียนท่มี ีความสามารถพิเศษ กลุม่ นักเรยี นทม่ี ีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนต่า กล่มุ ผ้เู รียนทีม่ ี
ปัญหาด้านวนิ ยั และพฤตกิ รรม กลุ่มนกั เรียนทป่ี ฏเิ สธโรงเรียน กลุ่มนกั เรยี นทม่ี ีปัญหาทางเศรษฐกจิ และสังคม
กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจาก การประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ
ดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเร็จในการ
เรียน

สถานศกึ ษาในฐานะผรู้ ับผดิ ชอบจดั การศกึ ษา จะตอ้ งจดั ทาระเบียบวา่ ดว้ ยการวดั และประเมนิ ผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเก ณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
สถานศึกษา เพื่อให้บคุ ลากรทีเ่ กย่ี วข้องทกุ ฝ่ายถอื ปฏบิ ตั ิร่วมกนั

เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรยี น

๑. การตดั สนิ การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นน้ัน ผ้สู อนตอ้ งคานึงถึงการพัฒนานักเรยี นแตล่ ะคนเป็น
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซอ่ มเสริม
ผเู้ รียนใหพ้ ฒั นาจนเต็มตามศักยภาพ

ระดับประถมศึกษา
(๑) ผู้เรยี นตอ้ งมเี วลาเรยี นไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด
(๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ
จานวนตวั ชวี้ ดั
(๓) ผู้เรียนตอ้ งได้รับการตัดสินผลการเรยี นทกุ รายวิชา ไมน่ อ้ ยกว่าระดับ “๑” จงึ จะถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์ตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษากล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๔๕

(๔) นักเรียนต้องได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมิน การอา่ นคิดวเิ คราะห์และเขยี น ใน
ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป และมีผลการ
ประเมินกจิ กรรมพัฒนานักเรยี น ในระดบั “ผา่ น”

การพิจารณาเล่ือนช้ัน ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถ
พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมี
แนวโน้มวา่ จะเปน็ ปญั หาตอ่ การเรยี นในระดบั ชั้นท่สี งู ข้ึน ให้ตงั้ คณะกรรมการพจิ ารณาใหเ้ รียนซา้ ชั้นได้ ท้งั น้ีให้
คานงึ ถึงวฒุ ิภาวะและความรูค้ วามสามารถของนกั เรียนเปน็ สาคัญ

๑.๒ การให้ระดับผลการเรยี น

ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ

คุณภาพการปฏบิ ัตขิ องนกั เรยี น เปน็ ระบบตวั เลขแสดงระดับผลการเรียนเปน็ ๘ ระดบั ดังนี้

ระดับผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนร้อยละ

๔ ผลการเรยี นดีเยี่ยม ๘๐ - ๑๐๐

๓.๕ ผลการเรยี นดมี าก ๗๕ - ๗๙

๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔

๒.๕ ผลการเรียนค่อนขา้ งดี ๖๕ - ๖๙

๒ ผลการเรยี นน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔

๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙

๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑข์ ้ันตา่ ๕๐ - ๕๔

๐ ผลการเรียนตา่ กว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙

การประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์น้ัน ใหร้ ะดับผลการ
ประเมินเปน็ ดีเย่ยี ม ดี ผา่ น และไมผ่ า่ น

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และ
ไมผ่ า่ น

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบความก้าวหน้า ในการ

เรียนรู้ของนักเรียน ต้องสรุปผลการประเมนิ และจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรือ
อยา่ งน้อยภาคเรยี นละ ๑ คร้ัง

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๖

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงา นเป็ นระดั บคุ ณภาพ การปฏิบั ติของ นักเ รียนที่ ส ะ ท้ อ น
มาตรฐานการเรียนรกู้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้

๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษา กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ ระดับ
ประถมศกึ ษา
๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา

(๑) นกั เรียนเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิม่ เติมตามโครงสรา้ งเวลาเรียน ท่ี
กาหนด

(๒) นักเรยี นต้องมีผลการประเมินรายวิชาพ้นื ฐาน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามทกี่ าหนด
(๓) นักเรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์ การ
ประเมินตามที่กาหนด
(๔) นักเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามที่กาหนด
(๕) นกั เรียนเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนและมผี ลการประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
กาหนด
สาหรบั การจบการศึกษาสาหรับกลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ เชน่ การศกึ ษาเฉพาะทาง การศกึ ษาสาหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้
คณะกรรมการของสถานศึกษา ดาเนินการวัดและประเมินผลการเรยี นรูต้ ามหลักเกณฑใ์ นแนวปฏิบัติการวัด
และประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษาสาหรับกลุ่มเป้ าหมายเฉพาะ

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๗

อภิธานศพั ท์

ศพั ทท์ เ่ี ก่ยี วข้องกบั ตัวชวี้ ดั กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ท่ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย

๑ กาหนดปัญหา define problem ระบุคาถาม ประเด็นหรือ สถานการณ์ท่ีเปน็

ข้อสงสัย เพ่ือนาไปสู่การแก้ปัญหาหรือ

อภปิ รายร่วมกัน

๒ แก้ปญั หา solve problem หาคาตอบของปญั หาทยี่ ังไม่รู้ วธิ ีการมาก่อน

ทั้งปัญหาท่ี เกี่ย วข้องกับวิทยาศาสตร์

โดยตรงและปัญหาในชีวิต ประจาวันโดยใช้

เทคนคิ และ วิธกี ารต่าง ๆ

๓ เขียนแผนผัง/วาดภาพ construct diagram/ นาเสนอข้อมูลหรือผลการสารวจ ตรวจสอบ

illustrate ด้วยแผนผงั กราฟ หรอื ภาพวาด

๔ คาดคะเน Predict คาดการณ์ผลท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต โดย

อาศัยข้อมูลทสี่ งั เกตได้ และประสบการณท์ ่มี ี

๕ คานวณ calculate หาผลลพั ธจ์ ากข้อมูล โดยใช้ หลักการ ทฤษฎี

หรอื วิธีการทาง คณติ ศาสตร์

๖ จาแนก Classify จัดกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัย ลักษณะที่

เหมือนกันเป็นเกณฑ์

๗ ตั้งคาถาม ask question พูดหรอื เขียนประโยค หรอื วลี เพือ่ ให้ได้มาซึ่ง

การคน้ หา คาตอบท่ตี ้องการ

๘ ทดลอง conduct/experiment ปฏิบัติการเพื่อหาคาตอบ ของคาถาม หรือ

ปัญหาในการ ทดลอง โดยตั้งสมมติฐานเพ่ือ

เป็นแนวทางในการกาหนด ตัวแปรและ

วางแผนดาเนินการ เพอ่ื ตรวจสอบสมมติฐาน

๙ นาเสนอ Present แสดงข้อมูล เรื่องราว หรือ ความคิด เพื่อให้

ผ้อู ่นื รับรู้ หรือพิจารณา

๑๐ บรรยาย describe ใ ห้ ร า ย ล ะ เ อี ย ด ข อ ง เ ห ตุ ก า ร ณ์ ห รื อ

ปรากฏการณ์ที่เกดิ ขึน้ ให้ ผู้อ่นื ได้รบั รดู้ ้วยการ

บอก หรือเขยี น

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๘

ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๑๑ บอก Tell ใหข้ อ้ มูล ขอ้ เทจ็ จริง แกผ่ อู้ น่ื ดว้ ยการพูด

หรือเขียน

๑๒ บนั ทกึ Record เขียนข้อมลู ท่ีได้จากการสงั เกต เพอื่ ชว่ ยจา

หรือเพ่ือเปน็ หลักฐาน

๑๓ เปรียบเทียบ Compare บอกความเหมอื น และ/หรือ ความแตกตา่ ง

ของสงิ่ ที่ เทยี บเคียงกนั

๑๔ แปลความหมาย Interpret แสดงความหมายของข้อมูล จากหลกั ฐานท่ี

ปรากฏ เพอื่ ลงข้อสรปุ

๑๕ ยกตวั อย่าง give examples ใหข้ ้อมลู เหตุการณ์หรือสถานการณ์ เพื่อแสดง

ความเข้าใจในสงิ่ ทีไ่ ด้ เรียนรู้

๑๖ ระบุ identify ช้ีบอกสิง่ ตา่ ง ๆ โดยใช้ขอ้ มลู ประกอบอย่าง

เพยี งพอ

๑๗ เลือกใช้ select พิจารณา และตัดสินใจนาวัสดุ ส่ิงของ

อุปกรณ์หรอื วธิ กี าร มาใชไ้ ด้อย่างเหมาะสม

๑๘ วดั measure หาขนาด หรือปริมาณ ของ สิ่งต่าง ๆ โดยใช้

เครอื่ งมอื ทเ่ี หมาะสม

๑๙ วิเคราะห์ analyze แยกแยะ จัดระบบ เปรียบเทียบ จัดลาดับ

จดั จาแนก หรือ เช่อื มโยงขอ้ มูล

๒๐ สร้างแบบจาลอง construct model นาเสนอแนวคิด หรือเหตุการณ์ ในรูปของ

แผนภาพ ช้ินงาน สมการ ข้อความ คาพูด

และ/ หรือใช้แบบจาลองเพอ่ื อธิบาย ความคดิ

วตั ถุ หรอื เหตุการณ์ ตา่ ง ๆ

๒๑ สังเกต Observe หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาท สัมผัสท้ังห้า

ท่ีเหมาะสมตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่

ใช้ ประสบการณ์เดมิ ของผ้สู ังเกต

๒๒ สารวจ explore หาข้อมูลเกี่ยวกับสง่ิ ต่าง ๆ โดยใช้วีธีการและ

เทคนิคท่ี เหมาะสม เพ่ือนาข้อมูลมาใช้ ตาม

วตั ถุประสงค์ท่กี าหนดไว้

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๔๙

ที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย

๒๓ สบื ค้นข้อมลู search หาขอ้ มลู หรือข้อสนเทศท่ีมี ผู้รวบรวมไว้แลว้

จากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์

๒๔ สือ่ สาร communicate นาเสนอ และแลกเปลยี่ น ความคดิ ข้อมูล

หรือผลจากการ สารวจตรวจสอบ ดว้ ยวธิ ี

ทเ่ี หมาะสม

๒๕ อธบิ าย explain กล่าวถึงเรอื่ งราวตา่ ง ๆ อยา่ งมี เหตุผล และมี

ข้อมูล หรอื ประจกั ษพ์ ยานอ้างองิ

๒๖ อภิปราย discuss แสดงความคิดเห็นตอ่ ประเด็น หรอื คาถาม

อยา่ งมีเหตุผล โดยอาศยั ความรู้และ

ประสบการณ์ ของผอู้ ภิปรายและข้อมูล

ประกอบ

๒๗ ออกแบบการทดลอง design experiment กาหนด และวางแผนวธิ ีการ ทดลองให้

สอดคลอ้ งกบั สมมตฐิ านและตัวแปรตา่ ง ๆ

รวมทง้ั การบันทึกข้อมลู

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

ศัพท์ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ตวั ช้ีวดั สาระเทคโนโลยี ๑๕๐

ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย
การนาสื่อ หรอื ข้อมูลทีเ่ ป็น ลขิ สิทธ์ิของผู้อื่น
๑ การใช้ลิขสิทธิ์ของผูอ้ ืน่ fair use ไปใชโ้ ดยชอบ ดว้ ยกฎหมาย ภายใตเ้ งื่อนไข
บางประการ เช่น ๑) นาไปใชใ้ นการศกึ ษา
โดยชอบธรรม หรอื การค้า ๒) งานน้ันเป็นงานวชิ าการ หรอื
บันเทงิ ๓) คัดลอกเพยี งสว่ นน้อย หรือ
๒ การตรวจและแก้ไข debugging คดั ลอกจานวนมาก ๔) ทาให้เจ้าของเสีย
ขอ้ ผิดพลาด ผลประโยชน์ ทางการเงิน มากนอ้ ยเพียงใด
กระบวนการในการคน้ หา ข้อผิดพลาดของ
๓ การประมวลผลขอ้ มูล data processing โปรแกรม เพอ่ื แกไ้ ขใหท้ างานไดถ้ กู ต้อง
การดาเนินการตา่ ง ๆ กับข้อมลู เพ่อื ใหไ้ ด้
๔ การรวบรวมข้อมลู data collection ผลลพั ธ์ท่มี คี วามหมาย และมปี ระโยชน์ต่อ
๕ ขอ้ มูลปฐมภมู ิ primary data การนา ไปใชง้ านมากยง่ิ ขน้ึ
กระบวนการในการรวบรวม ข้อมูลทเี่ กี่ยวขอ้ ง
๖ เทคโนโลยี technology จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ
ข้อมูลท่ีรวบรวมโดยตรง จากแหลง่ ข้อมูล
๗ แนวคดิ เชงิ คานวณ computational ข้ันตน้ โดยอาจ ใช้วิธกี ารสังเกต การทดลอง
thinking การสารวจ การสัมภาษณ์
สิ่งทม่ี นษุ ย์สร้างหรือพัฒนาขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้
๘ แนวคดิ เชงิ นามธรรม abstraction การ ท้งั ชิ้นงาน หรือ วธิ กี าร เพือ่ ใชแ้ กป้ ัญหาสนอง
ความตอ้ งการ หรือเพม่ิ ความสามารถในการ
ทางาน ของมนุษย์
กระบวนการในการแกป้ ัญหา การคิด
วิเคราะห์อยา่ งมเี หตุผล เปน็ ขน้ั ตอน เพ่ือหา
วธิ กี าร แกป้ ัญหาในรปู แบบท่สี ามารถ นาไป
ประมวลผลได้
พิจารณารายละเอยี ดท่ีสาคญั ของปัญหา
แยกแยะสาระสาคญั ออกจากส่วนท่ีไม่สาคญั

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๕๑

ศพั ท์ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ตัวชวี้ ัดสาระเทคโนโลยี

ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๙ ระบบทางเทคโนโลยี technological กลมุ่ ของสว่ นต่าง ๆ ตงั้ แต่ สองส่วนขน้ึ ไป

system ประกอบเขา้ ด้วยกนั และทางานรว่ มกัน

เพอ่ื ใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ โดยในการทางาน

ของระบบ ทางเทคโนโลยจี ะประกอบไปดว้ ย

ตัวป้อน (input) กระบวนการ (process) และ

ผลผลิต (output) ที่สมั พนั ธ์กัน นอกจากนี้

ระบบทางเทคโนโลยี อาจมขี ้อมลู ย้อนกลบั

(feedback) เพื่อใชป้ รบั ปรงุ การทางานได้ตาม

วตั ถปุ ระสงค์

๑๐ เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ logical reasoning การใชเ้ หตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงือ่ นไขท่ี

เก่ียวข้อง เพ่อื แกป้ ญั หาไดค้ รอบคลมุ ทกุ กรณี

๑๑ เหตผุ ลวบิ ตั ิ logical fallacy การใชเ้ หตุผลท่ผี ดิ พลาดไมอ่ ย่บู น พืน้ ฐานของ

ความจรงิ ไม่มีน้าหนกั สมเหตุสมผลมา

สนับสนุน หรอื ชี้นาขอ้ สรุปที่ผิดใหด้ ูน่าเชอ่ื ถือ

๑๒ อตั ลกั ษณ์ Identity ลกั ษณะเฉพาะหรอื ข้อมลู สาคญั ที่บง่ บอกถึง

ความเป็นตัวตนของ บคุ คลหรือสง่ิ ใดสง่ิ หนึง่

เชน่ ชอื่ บญั ชีผูใ้ ชใ้ บหนา้ ลายนว้ิ มือ

๑๓ อลั กอรทิ ึม algorithm ขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาหรอื การทางาน โดยมี

ลาดบั ของ คาสั่งหรือวิธีการทชี่ ัดเจน ท่ี

คอมพวิ เตอรส์ ามารถปฏิบตั ิ ตามได้

๑๔ แอปพลเิ คชัน software ซอฟต์แวรป์ ระยุกตท์ ี่ทางาน บนคอมพวิ เตอร์

application สมารต์ โฟน แทบ็ เล็ต หรอื อุปกรณเ์ ทคโนโลยี

อืน่ ๆ

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๕๒

ภาคผนวก

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๖๓

๑๕๓

คาสงั่ โรงเรยี นบา้ นหมากปรก

ท่ี ๓๘ / ๒๕๖๑

เร่ือง แตง่ ต้ังคณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหมากปรก
……………………………………………

ตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการไดม้ ีคาส่งั ที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ เรื่องให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตร์ในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานไดม้ ีคาสั่งที่ ๓๐/
๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลีย่ นแปลงมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

เพ่ือใหก้ ารบริหารหลกั สตู รและงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐานเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และนา
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชวี้ ัดไปสู่การปฏบิ ัติในการจดั การเรียนการสอนในชน้ั เรียนไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ มี
ความยดื หยุ่น และเหมาะสมกับสภาพของปญั หา ในชุมชนและสงั คม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์เพ่ือเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ จึงแต่งต้ังคณะกรรมการปรบั ปรุง
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นหมากปรก ดงั นี้

๑. ทป่ี รึกษา

นายชาญคณิต นาวีว่อง ผูอ้ านวยการโรงเรียน

๒. กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย หวั หน้า
ผ้ชู ว่ ย
๑. นางสาวรัตนาภรณ์ วนุ่ พนั ธ์
หัวหนา้
๒. นางสาวขวญั ตา คนธรรม์ ผู้ชว่ ย

๓. กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ หัวหนา้
ผชู้ ว่ ย
๑. นางรสุ นา โต๊ะยะเล ผู้ช่วย

๒. นางสาวนารีมาลย์ เงาะ หวั หนา้

๔. กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

๑. นางวิไลวรรณ สุวรรณบารุง

๒. นางสาวเรวดี หยีสนั

๓. นางสาวรอฮายา เจะ๊ หมิ

๕. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

๑. นางพชั รี เจนเรือ

เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๕๔

๒. นางสาวอาณิสา เตียงนอ้ ย ผูช้ ่วย

๖. กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา หวั หน้า
ผู้ชว่ ย
๑. นางสาวสาวติ รี คงสขุ
หัวหนา้
๒. นายทรงวฒุ ิ เหมพทิ ักษ์ ผู้ช่วย

๗. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ หวั หน้า
ผู้ชว่ ย
๑. นางสาวเรวดี หยีสัน
หัวหน้า
๒. นางสาวอาณสิ า เตียงน้อย ผู้ชว่ ย

๘. กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ หวั หน้า
ผู้ช่วย
๑. นางสาวเกศรินทร์ สาลา ผู้ชว่ ย
ผชู้ ่วย
๒. นางสาวเรวดี หยีสนั

๙. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

๑. นางกนกวรรณ กระบี่ทอง

๒. นางสาวนารีมาลย์ เงาะ

๑๐. หลกั สตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย

๑. นางอาภร เจะสา

๒. นางสาวอัมพุชินี เดี่ยวทิพย์สคุ นธ์

๓. นางสาวสพุ รรษา บญุ แตง

๔. นางสาวนุชวณีย์ เอยี่ มบตุ ร

หน้าท่ี

๑. ทบทวนหลักสูตร วางแผนการปรับปรุง กาหนดรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว
การจัดโครงสร้างหลักสตู รและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๑ ให้
สอดคลอ้ งกับหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ จุดเนน้ กรอบสาระท้องถ่ิน
ของเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาและความต้องการของชมุ ชน นักเรียน
๒. จัดทาคู่มือหลักสูตร นิเทศ กากับ ติดตาม ให้คาปรึกษาเก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัด
กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล และการแนะแนวให้สอดคล้องและเปน็ ไปตามมาตรฐาน
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๓. รายงานผลการปรับปรุงหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนาคุณภาพการเรียนต่อ
คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานเพ่อื ให้สอดคลอ้ งกับจานวนครู นกั เรียนและห้องเรียน
๔. จัดเตรยี มเอกสาร รวบรวมและจดั ทารปู เลม่
๔.๑ จดั เตรียมเอกสารเพื่อเตรียมปรับปรงุ หลกั สตู ร ดังนี้
๔.๑.๑ โครงสรา้ งหลักสตู ร
๔.๑.๒ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๔.๑.๓ หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหมากปรก ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๑

๔.๑.๔ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และสาระ

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๑๕๕

ภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐)
๔.๑.๕ คาส่ังกระทรวงศึกษาธิการเก่ยี วกับการปรบั ปรงุ หลักสูตรในสาระตา่ งๆ เช่น สาระหน้าที่
พลเมอื งและกจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้ เป็นตน้
๕. รวบรวมข้อมูลการปรับปรุงหลกั สูตร รายวิชา คาอธิบายรายวชิ า มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัด
จากกลุ่มสาระต่างๆ จากการปรับปรุงหลักสูตรในคร้ังนี้ จัดทารูปเล่ม นาเสนอคณะกรรมการ
สถานศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานเพือ่ อนมุ ัติ และประกาศใช้ในปีการศึกษา ๒๕๖๑
ทง้ั น้ี ใหผ้ ูท้ ี่ไดร้ ับการแต่งตั้งตามคาสั่งปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีที่ได้รับมอบหมายดว้ ยความเอาใจใส่
รับผดิ ชอบ เพื่อให้การดาเนินงานบรรลุวัตถปุ ระสงคต์ ามที่กาหนดไว้ทุกประการ
บดั นเี้ ป็นตน้ ไป

สง่ั ณ วันท่ี ๓๑ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

ลงชอ่ื
(นายชาญคณิต นาววี อ่ ง)

ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านหมากปรก

เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๕๖

เอกสารอ้างองิ

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ .
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พค์ รุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (๒๕๖๐). ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง กลุ่ม
สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลาง
สถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑.

สภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ. (๒๕๔๙). แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม
แห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๐.

สานกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๔๗). ขอ้ เสนอยทุ ธศาสตร์การปฏิรปู การศึกษา.
กรงุ เทพฯ: เซน็ จูร่ี.

สานกั นายกรฐั มนตรี, สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (๒๕๔๒). พระราชบัญญตั ิ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรบั สง่ สินค้าและพสั ดุ
ภณั ฑ์ (ร.ส.พ.).

สานกั ผูต้ รวจราชการและติดตามประเมินผล. (๒๕๔๘). การตดิ ตามปัญหาอุปสรรคการใช้
หลักสูตรการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔. บันทกึ ท่ี ศธ ๐๒๐๗/ ๒๖๙๒ ลงวันที่
๑๙ กนั ยายน ๒๕๔๘.

สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๖๐). เอกสารประกอบการประชุมปฏิบัติการ พฒั นา
บุคลากรหลักเพ่ือสร้างความเข้าใจ. ๒๗-๒๘ ตลุ าคม ๒๕๔๖ โรงแรมตรัง กรุงเทพฯ.
(เอกสารอัดสาเนา).

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๖ ก.). สรุปผลการประชุมวเิ คราะหห์ ลักสูตร
การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน. ๒๗-๒๘ ตลุ าคม ๒๕๔๖ เร่อื ง การนามาตรฐานการเรียนรแู้ ละ
ตัวชีว้ ดั กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ฯ (ฉบบั
ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ไปส่กู ารปฏบิ ัติ ๑๔-๑๖ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ โรงแรมจอมเทียนปาลม์ บีช พทั ยา จงั หวัด
ชลบุร.ี

สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๖ ข.). สรุปความเห็นจากการประชุมเสวนา
หลักสูตรการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ๕ จดุ . พฤศจิกายน ๒๕๔๖ (เอกสารอดั สาเนา).

สานักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๘ ก). รายงานการวิจยั การใช้หลักสตู รการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
ตามทัศนะของผู้สอน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพอ์ งคก์ ารรบั สง่ สนิ ค้าและพสั ดุภณั ฑ์

สานักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๘ ข.). รายงานการวจิ ัยโครงการวิจัยเชิงทดลอง
กระบวนการสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาแบบอิงมาตรฐาน. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์องค์การรับสง่ สินคา้
และพัสดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).

สวุ มิ ล ว่องวาณชิ และ นงลักษณ์ วิรชั ชัย. (๒๕๔๗). การประเมนิ ผลการปฏิรูปการเรียนรู้
ตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ พหกุ รณศี กึ ษา. เอกสารการ
ประชุมทางวิชาการการวจิ ัยเก่ยี วกับการปฏิรปู การเรยี นรู้ โดยสานักงานเลขาธกิ ารสภา
การศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร วนั ที่ ๑๙- ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗.

เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

๑๕๗
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓


Click to View FlipBook Version