๑
บทที่ ๑ สว่ นนำ
ความนำ
โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี เป็นโรงเรียนท่ีได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐานให้เป็นโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยึดองค์ประกอบหลัก ๓ ส่วน
คือ หลักสูตรแกนกลางการพัฒนาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตรท้องถ่ิน และจุดเน้นของ
โรงเรียน พัฒนาข้ึนเป็นหลักสูตรโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ เป็นหลักสูตรโรงเรียนอนุบาล
นนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ จัดข้นึ เพือ่ เปน็ กรอบและทิศทางการจดั การศึกษาโรงเรยี นอนบุ าลนนทบุรี ต้งั แต่
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ โดยจัดมวลประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามาตรฐาน
การเรียนรู้ ตัวช้ีวัดและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีคุณภาพชีวติ ที่ดี มีศักยภาพในการแข่งขัน ดำรงตนอยู่
ในสังคมได้อย่างมีความสุข บนพื้นฐานของความเป็นไทย ตามลักษณะสำคัญของหลักสูตรโรงเรียนอนุบาล
นนทบรุ ี ดงั นี้
๑. เป็นหลักสตู รเฉพาะของโรงเรียนอนบุ าลนนทบรุ ี สำหรบั จดั การศกึ ษาในระดบั ประถมศกึ ษา (ชัน้
ประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖)
๒. มีความเป็นเอกภาพ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรของโรงเรียนสำหรับให้ครูผู้สอน
นำไปจัดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย โดยกำหนดสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและสาระการ
เรียนรเู้ พ่ิมเตมิ ให้นักเรยี นไดเ้ ลอื กเรยี นตามความสนใจ
๒.๑ มสี าระการเรียนร้ทู ่สี ถานศึกษาใชเ้ ป็นหลกั เพ่ือสรา้ งพ้ืนฐานการคดิ การเรยี นรู้ และ
การแกป้ ัญหา ประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๒.๒ มีสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ศักยภาพการคิดและการทำงาน
ประกอบดว้ ย สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาอังกฤษ
๒.๓ มีสาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม โดยจัดทำเป็นรายวิชาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและ
สอดคล้องกับโครงสร้างเวลาเรยี น เพื่อให้ผเู้ รยี นไดเ้ รียนรู้ตามความสนใจและความถนดั ของผ้เู รยี น
๒.๓ มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพ่ือพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์
และ สงั คม เสริมสรา้ งการเรียนรนู้ อกจากสาระการเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ และการพัฒนาตนตามศกั ยภาพ
๒.๔ กำหนดมาตรฐานของโรงเรยี นทส่ี อดคลอ้ งกับมาตรฐานระดับต่าง ๆ เพือ่ เป็นเปา้ หมาย
ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จัดทำรายละเอียดสาระการเรียนรู้ และจัดกระบวน การ
เรยี นร้ใู ห้สอดคลอ้ งกบั สภาพในชุมชน สงั คม และภูมิปัญญาท้องถนิ่
๓. มีมาตรฐานการเรียนร้เู ป็นเป้าหมายสำคญั ของการพฒั นาคุณภาพผู้เรียน หลักสูตรโรงเรียนอนุบาล
นนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ เป็นหลกั สูตร
ท่ีมีมาตรฐานเป็นตัวกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้เรียน เพื่อเป็นแนวทางในการประกัน
คณุ ภาพการศึกษา
๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เป็นมาตรฐานด้านผู้เรียนหรือผลผลิตของหลักสูตรสถานศึกษา
อันเกิดจากการได้รับการอบรมส่ังสอนตามโครงสร้างของหลักสูตรทั้งหมดใช้เป็นแนวทาง ในการตรวจสอบ
คุณภาพโดยรวมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับ และสถานศึกษาต้องใช้สำหรับการประเมิน
๒
ตนเองเพ่ือจัดทำรายงานประจำปีตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางใน
การกำหนดแนวปฏิบัติในการส่งเสริม กำกับ ติดตาม ดูแล และปรับปรุงคุณภาพ เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานที่
กำหนด
๓.๒ มีตัวชี้วัดชั้นปีเป็นเป้าหมายระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของ
ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซ่ึงสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจง และมีความเป็นรูปธรรม
นำไปใช้ในการกำหนดเน้ือหา จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการวัด
ประเมินผลเพื่อตรวจสอบคณุ ภาพผู้เรยี น ตรวจสอบพัฒนาการผู้เรียน ความรู้ ทักษะ กระบวนการ คณุ ธรรม
จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์ และเป็นหลักในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาใน
ระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
๓.๓ มีความเป็นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรสถานศึกษา คือมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน มี
คณุ ลกั ษณะทีจ่ ำเปน็ ในการอยู่ในสงั คมไดแ้ ก่ ความซื่อสตั ย์ ความรับผดิ ชอบ การตรงตอ่ เวลา การเสยี สละ การ
เอ้ือเฟ้ือ โดยอยู่บนพื้นฐานของความพอดีระหว่างการเป็นผู้นำ และผู้ตามการทำงานเป็นทีม และการทำงาน
ตามลำพังการแข่งขัน การรู้จักพอ และการร่วมมือกันเพื่อสังคม วิทยาการสมัยใหม่ และภูมิปัญญาท้องถ่ิน
การรับวัฒนธรรมต่างประเทศ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยการฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง และการบูรณาการ
ในลกั ษณะท่ีเป็นองค์รวม
๔. มคี วามยืดหยนุ่ หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นอนุบาลนนทบรุ ี เป็นหลัก
สูตรที่สถานศึกษาจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ข้ึนเอง โดยยึดโครงสร้างหลักท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นขอบข่ายในการจัดทำ จึงทำให้หลักสูตรของสถานศึกษามี
ความยืดหยุ่น หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของท้องถ่ิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี
ความเหมาะสมกบั ตัวผูเ้ รยี น
๕. การวัดและประเมินผลเน้นหลักการพ้ืนฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพ่ือ
ตัดสินผลการเรียน โดยผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และใช้ผลการ
ประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน
วิสยั ทศั นข์ องหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ตลอดจนขอ้ มูลทีเ่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ การส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การพัฒนาและเรียนรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน มงุ่ พัฒนาผูเ้ รียนทกุ คน ซ่ึงเป็นกำลังของชาติให้เปน็ มนุษยท์ ่ี
มคี วามสมบูรณ์ท้ังดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่น
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน
รวมทั้งเจตคติท่ีจำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น
สำคญั บนพื้นฐานความเชอ่ื วา่ ทุกคนสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ
๓
จดุ หมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มี
ศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรยี น เม่อื จบการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐาน ดังน้ี
๑. มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบั ถือ ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยี และมีทกั ษะชีวติ
๓. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มสี ุขนสิ ยั และรักการออกกำลงั กาย
๔. มคี วามรักชาติ มีจิตสำนึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวถิ ชี วี ิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
๕. มีจิตสำนึกในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต
สาธารณะที่มงุ่ ทำประโยชน์และสรา้ งส่ิงทดี่ งี ามในสังคม และอยรู่ ว่ มกันในสังคมอยา่ งมีความสุข
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลนนทบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุ่ ให้ผ้เู รียนเกิดสมรรถนะสำคญั ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร เป็นความสามารถในการรบั และสง่ สาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลด
ปญั หาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลอื กรับหรอื ไม่รับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใชว้ ธิ กี ารสอื่ สาร ท่มี ีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพ่ือนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพื่อการตดั สนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใช้ในการ
ป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม
และส่ิงแวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
๔
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ่สี ่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผูอ้ ื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน
การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้
อยา่ งมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซื่อสตั ย์สจุ ริต
๓. มวี ินัย
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
๖. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
วิสยั ทัศน์โรงเรียนอนุบาลนนทบรุ ี
“โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี มงุ่ พฒั นาคุณภาพนกั เรยี นตามมาตรฐานการศึกษา สู่ความเป็นเลศิ ทาง
วิชาการ ประสานคุณธรรม น้อมนำตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เทียบเคียงมาตรฐานสากล”
๕
ค่านยิ ม ๑๒ ประการ
๑. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
๒. ซือ่ สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณใ์ นสง่ิ ทีด่ งี ามเพอ่ื สว่ นรวม
๓. กตัญญตู ่อพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครูบาอาจารย์
๔. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศกึ ษาเล่าเรยี นทางตรง และทางอ้อม
๕. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
๖. มีศลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดีตอ่ ผอู้ ืน่ เผือ่ แผ่และแบง่ ปัน
๗. เขา้ ใจเรียนร้กู ารเปน็ ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ทีถ่ ูกต้อง
๘. มรี ะเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผูน้ ้อยรู้จกั การเคารพผู้ใหญ่
๙. มีสตริ ู้ตวั รคู้ ิด ร้ทู ำ รปู้ ฏิบัตติ ามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั
๑๐. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะ
ขยายกจิ การเมือ่ มีความพรอ้ ม เม่อื มีภมู คิ มุ้ กันที่ดี
๑๑. มีความเข้มแข็งท้ังร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอายเกรง
กลวั ต่อบาปตามหลักของศาสนา
๑๒. คำนงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวม และต่อชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
๖
บทท่ี ๒ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสรา้ งของหลกั สูตรสถานศกึ ษา เพอ่ื ให้ผู้สอน และผู้ท่ีเกย่ี วข้อง
ในการจดั การเรยี นรู้ตามหลักสตู รของสถานศึกษามีแนวปฏิบตั ิ ดังน้ี
๑. ระดับการศึกษา กำหนดหลักสูตรเป็น ๒ ระดับ ตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และตามภารกิจหลักของการจัดการเรียนการสอนในระดับ
ประถมศึกษาของสถานศกึ ษา ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖) การศึกษาระดับน้ีเป็นช่วงแรกของการศึกษาภาค
บังคับ มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพ้ืนฐาน การติดต่อส่ือสาร
กระบวนการเรยี นรู้ทางสังคม และพ้ืนฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ัง
ในดา้ นรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ สงั คม และวฒั นธรรม โดยเนน้ จัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการ
๒. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช
๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดไว้ในหลักสูตร
ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลกั ษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของ
ผเู้ รียน ๘ กลุ่ม คอื
๒.๑ ภาษาไทย
๒.๒ คณิตศาสตร์
๒.๓ วทิ ยาศาสตร์
๒.๔ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๒.๕ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
๒.๖ ศิลปะ
๒.๗ การงานอาชีพและเทคโนโลยี
๒.๘ ภาษาอังกฤษ
๓. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนา
อย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มี
ศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการ
ตนเองได้ และอยู่รว่ มกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งมคี วามสุข แบ่งเปน็ ๓ ลักษณะ ดงั นี้
๗
๓.๑ กิจกรรมแนะแนว เปน็ กจิ กรรมที่ส่งเสรมิ และพัฒนาผเู้ รียนให้รู้จักตนเอง
รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และ
อาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่
ชว่ ยเหลอื และใหค้ ำปรึกษาแกผ่ ู้ปกครองในการมสี ่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน
๓.๒ กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามท่ีดี
ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือ
แบ่งปันกัน เอ้ืออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของ
ผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและ
ปรบั ปรงุ การทำงาน เน้นการทำงานรว่ มกันเปน็ กลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกบั วฒุ ิภาวะของผ้เู รยี น
บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี
พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วย
๓.๒.๑ กจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี
๓.๒.๒ กิจกรรมชมุ นมุ
๓.๓ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตน
ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความ
รบั ผิดชอบ ความดีงาม ความเสยี สละต่อสังคม มจี ิตสาธารณะ
๔. เวลาเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำสำหรับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซ่ึงผู้สอนสามารถเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้นของ
สถานศึกษา โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบรบิ ทของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรียน ดังนี้
๑. ระดับช้ันประถมศกึ ษา (ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวัน
ละ ไมเ่ กิน ๕ ชว่ั โมง
๘
โครงสร้างหลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลนนทบุรี
พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ – ๖
วิชา ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
รายวิชาพ้นื ฐาน
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
เศรษฐศาสตร์ ,ภมู ิศาสตร์,ศาสนา,หน้าทพ่ี ลเมือง
ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
สุขศึกษาและพละศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมช่ัวโมง ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รายวชิ าเพมิ่ เติม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
Conversation ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
Reading & Writing - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
Grammar ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมช่ัวโมง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
ชมุ นมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
แนะแนว ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมชั่วโมง ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐
- ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้
รวมชั่วโมง
รวมชั่วโมงทัง้ หมด
๙
โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลนนทบุรี
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม./ปี)
รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐
๒๐๐
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐
๘๐
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ๘๐
๔๐
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๓ ๘๐
๘๐
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๓ ๔๐
๔๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ ๒๔๐
๔๐
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาและ พลศึกษา ๓ ๔๐
๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๔๐
๔๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๓ ๔๐
๑๒๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๔๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๓๐
๔๐
ท ๑๓๒๐๑ ทักษะภาษาไทย ๓ ๑๐
๑,๒๐๐
ส ๑๓๒๐๑ หนา้ ท่ีพลเมือง
ว ๑๓๒๐๑ ทกั ษะการคิด วเิ คราะห์ทางวิทยาศาสตร์ (SE)
ค ๑๓๒๐๑ ทกั ษะการคดิ คำนวณทางคณติ ศาสตร์ (ME)
อ ๑๓๒๐๑ Conversation III
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ิมเตมิ (Reading and Writing)
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรียน
- ลกู เสือ – เนตรนารี
- กิจกรรมชุมนมุ สร้างสรรคเ์ พอ่ื สงั คม (IS3)
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียน
๑๐
บทที่ ๓ สาระการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลนนทบุรี
สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ ซงึ่ กำหนดให้ผ้เู รียนทุกคนในระดบั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐานจำเปน็ ต้องเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่ม
สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ทำไมตอ้ งเรยี นภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ
เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพ่ือสร้างความเข้าใจ
และความสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกัน ในสังคม
ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ
ตา่ งๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคดิ วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ใหท้ ันต่อการเปล่ียนแปลงทาง
สังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความม่ันคง
ทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และ
สุนทรยี ภาพ เปน็ สมบตั ิล้ำค่าควรแก่การเรยี นรู้ อนุรกั ษ์ และสืบสาน ให้คงอยคู่ ชู่ าติไทยตลอดไป
เรยี นร้อู ะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเปน็ ทักษะท่ีต้องฝกึ ฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร การเรยี นรู้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ และเพ่ือนำไปใช้ในชีวติ จรงิ
การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนิดต่างๆ
การอ่านในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งท่ีอ่าน เพ่ือนำไป
ปรับใช้ในชีวิตประจำวนั
การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆ ของการ
เขยี น ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขยี นตามจินตนาการ วิเคราะห์วจิ ารณ์
และเขียนเชิงสรา้ งสรรค์
การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก
พูดลำดับเร่ืองราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ
และการพดู เพื่อโน้มนา้ วใจ
หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับ
โอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพันธ์ประเภทตา่ งๆ และอิทธพิ ลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศึกษาข้อมูล แนวความคิด คุณค่า
ของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทำความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก เพลง
พ้ืนบ้านท่ีเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี
เร่ืองราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจ ในบรรพบุรุษที่ได้ส่ัง
สมสบื ทอดมาจนถงึ ปจั จุบัน
๑๑
คุณภาพผเู้ รียนสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
จบชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓
อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ เร่ืองสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว
เข้าใจความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ตั้งคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์
สรปุ ความรขู้ ้อคิดจากเรือ่ งท่ีอ่าน ปฏิบัติตามคำส่ัง คำอธิบายจากเร่ืองที่อ่านได้ เข้าใจความหมายของข้อมูล
จากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ อา่ นหนังสืออย่างสมำ่ เสมอ และ มีมารยาทในการอ่าน
มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจำวนั เขียนจดหมายลาครู เขียน
เรื่องเก่ียวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขียน เล่ารายละเอียดและบอก
สาระสำคญั ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพูดแสดงความคดิ ความรู้สึกเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและดู พูดสอื่ สาร
เล่าประสบการณ์และพูดแนะนำ หรือพูดเชิญชวนให้ผู้อ่ืนปฏิบัติตาม และมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด
สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ ความแตกต่างของคำและพยางค์ หน้าที่ของคำในประโยค มีทักษะการ
ใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคำคล้องจอง แต่งคำขวัญ และเลือกใช้
ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้เหมาะสมกับกาลเทศะ เข้าใจและสามารถสรุปข้อคิดท่ีได้จากการอ่าน
วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อ่าน รู้จักเพลง
พ้ืนบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจำบท
อาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคุณค่าตามความสนใจได้
จบช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนัยของคำ ประโยค ข้อความ สำนวนโวหาร จากเร่ืองที่อ่าน เข้าใจคำแนะนำ
คำอธิบายในคู่มือต่างๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริง รวมทั้งจับใจความสำคัญของเร่ืองที่อ่านและนำ
ความรคู้ วามคิดจากเรื่องท่ีอา่ นไปตัดสินใจแก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวิตได้ มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน
และเห็นคุณค่าสิ่งท่ีอ่านมีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสะกดคำ แต่ง
ประโยคและเขยี นขอ้ ความ ตลอดจนเขียนสื่อสารโดยใช้ถอ้ ยคำชดั เจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ โครงเรื่องและ
แผนภาพความคิด เพ่ือพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการ
ต่างๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ และมีมารยาทใน
การเขยี นพดู แสดงความรู้ ความคิดเกย่ี วกับเรือ่ งทฟี่ ังและดู เล่าเรื่องย่อหรือสรปุ จากเรอ่ื งท่ฟี ังและดู ต้งั คำถาม
ตอบคำถามจากเร่ืองที่ฟังและดู รวมท้ังประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูด
ตามลำดับข้ันตอนเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็นค้นคว้าจากการฟัง การดู การสนทนา
และพูดโน้มน้าวได้อย่างมีเหตุผล รวมท้ังมีมารยาทในการดูและพูดสะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ
สำนวน คำพังเพยและสุภาษิต รู้และเข้าใจ ชนิดและหน้าท่ีของคำในประโยค ชนิดของประโยค และคำ
ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้อย่างเหมาะสม แต่งประโยค แต่งบทร้อย
กรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่
อ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้าน ร้องเพลงพ้ืนบ้านของท้องถิ่น นำข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
และทอ่ งจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนดได้
๑๒
บทที่ ๓ สาระการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลนนทบุรี
สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียน รู้ และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ ซึ่งกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานจำเป็นต้องเรียนรู้ โดยแบง่ เป็น ๘ กลุ่ม
สาระการเรียนรู้
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน
ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึก
ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณคา่ และ
นำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
๑๓
การวเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ของมาตรฐานการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง และสาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่าน สร้างความรู้และความคิดเพ่ือทำไม่ใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน
การดำเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รักการอา่ น
ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น
ป.๓ ๑. อ่านออกเสยี งคำ การอา่ นออกเสียงและการบอก การอา่ นออกเสยี ง
ขอ้ ความ เร่ืองส้ันๆ และ ความหมายของคำ คำคล้องจอง - คำขวัญ
บทร้อยกรองงา่ ยๆ และบทร้อยกรองงา่ ยๆที่
- เพลง
ได้ถูกตอ้ ง คล่องแคลว่ ประกอบด้วยคำพืน้ ฐานเพ่ิมจาก
ป.๒ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คำ รวมท้งั - ประวตั ิจังหวดั นนทบุรี
คำทเ่ี รียนในกลมุ่ สาระการเรียนร้อู นื่ - ศาลากลางหลงั เกา่
ประกอบดว้ ย
บทรอ้ ยกรองเก่ยี วกบั นนทบรุ ี
๒. อธิบายความหมายของ - คำท่มี ตี วั การันต์
คำ และข้อความท่ีอา่ น - คำทม่ี ี รร
- คำท่ีมีพยัญชนะและสระไม่ออก
เสยี ง
- คำพ้อง
- คำพเิ ศษอ่ืนๆ เชน่ คำที่ใช้ ฑ ฤ
๓. ตงั้ คำถามและตอบ ฤา
คำถามเชิงเหตุผล การอา่ นจับใจความจากสื่อต่างๆ
เกีย่ วกบั เรือ่ งท่ีอ่าน เชน่
๔. ลำดับเหตุการณแ์ ละ - นทิ านหรือเรือ่ งเก่ียวกับท้องถน่ิ
คาดคะเน เหตกุ ารณจ์ าก - เรอื่ งเล่าสัน้ ๆ
เรื่องท่ีอา่ น โดยระบุ - บทเพลงและบทรอ้ ยกรอง
เหตผุ ลประกอบ - บทเรยี นในกล่มุ สาระการเรียนรูอ้ ืน่
๕. สรปุ ความคดิ และ
เหตุผลจากเร่ืองท่ีอ่าน
๑๔
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ น สรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพื่อทำไมใ่ ชต้ ดั สินใจ แก้ปญั หาในการ
ดำเนินชวี ิตและมนี ิสัยรักการอ่าน
ชัน้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถ่นิ
๖. อา่ นหนงั สือตามความ - ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิตประจำวนั
สนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและ ในทอ้ งถนิ่ และชุมชน
นำเสนอเร่อื งที่อ่าน • การอ่านหนงั สือตามความสนใจ
เช่น
- หนงั สือท่นี กั เรยี นสนใจและ
เหมาะสมกับวยั
- หนงั สือท่ีครูและนักเรียน กำหนด
๗. อา่ นข้อเขียนเชิง รว่ มกัน
อธิบายและปฏิบัตติ าม
คำส่ังหรือข้อแนะนำ • การอ่านขอ้ ความเชิงอธิบาย และ
ปฏิบัตติ ามคำสง่ั หรือข้อแนะนำ
- คำแนะนำตา่ งๆในชีวิตประจำวนั
- ประกาศ ปา้ ยโฆษณา และคำ
๘. อธิบายความหมายของ ขวัญ
ขอ้ มูลจากแผนภาพ แผนท่ี
และแผนภมู ิ • การอา่ นขอ้ มลู จากแผนภาพ
แผนท่ี และแผนภมู ิ
๙. มมี ารยาทในการอา่ น • มารยาทในการอ่าน เช่น
- ไมอ่ า่ นออกเสียงดังรบกวนผอู้ น่ื
- ไม่เลน่ กนั ในขณะที่อ่าน
- ไมท่ ำลายหนงั สือ
- ไม่ควรแยง่ อ่านหรือชะโงกหน้า
- ไมอ่ า่ นขณะทผี่ ้อู น่ื กำลงั อ่าน
๑๕
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความและเขยี นเรอื่ งราวใน
รูปแบบตา่ งๆ
ชัน้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
ป.๓ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ การคัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด การคัด
เพลงนนทบรุ ี
บรรทดั ตามรปู แบบการเขยี นตัวอักษรไทย ประวตั นิ นทบุรี
คำขวญั ของจังหวดั
๒. เขยี นบรรยายเกีย่ วกับ • การเขยี นบรรยายเกี่ยวกับ บทรอ้ ยกรองเกี่ยวกบั จงั หวดั
ส่ิงใดส่ิงหนึง่ ได้อย่างชัดเจน ลกั ษณะของคน สัตว์ ส่งิ ของ นนทบรุ ี
๓. เขียนบนั ทกึ ประจำวนั สถานท่ี การเขยี นสอ่ื สารเกีย่ วกบั เร่ืองราว
ตามจนิ ตนาการ
๔. เขยี นจดหมายลาครู • การเขยี นบนั ทึกประจำวนั
๕. เขียนเร่อื งราวตาม • การเขยี นจดหมายลาครู
จินตนาการ • การเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ
จากคำ ภาพ และหัวข้อท่ีกำหนด
๖. มมี ารยาทในการเขียน • มารยาทในการเขยี น เช่น
- เขียนใหอ้ า่ นง่าย สะอาด ไม่ขดี ฆา่
- ไมข่ ีดเขียนในสาธารณะ
- ใช้ภาษาเขยี นเหมาะสมกบั เวลา
สถานท่ี และบุคคล
- ไมเ่ ขียนลอ้ เลยี นผู้อืน่ หรือทำให้
ผู้อื่นเสยี หาย
๑๖
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟัง และดูอย่างมีวิจารณญาณ และ พูด แสดงความรู้ ความคิด และ
ความร้สู กึ ในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวิจารณญาณ และ สร้างสรรค์
ชนั้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
ป.๓ ๑. เลา่ รายละเอียด การจับใจความและพูดแสดงความ การจบั ใจความและการพดู เกี่ยวกับ
เกี่ยวกับเรอื่ งท่ีฟังและดู คดิ เหน็ และความรสู้ ึกจากเรอ่ื งทฟี่ ัง ศาลากลางหลังเกา่ ประวตั จิ ังหวดั
ทง้ั ท่เี ป็นความร้แู ละความ และดู ทง้ั ทเี่ ปน็ ความรู้และความ นนทบุรี วดั บางขวาง ฯลฯ
บนั เทงิ บนั เทงิ เชน่
๒. บอกสาระสำคัญจาก - เรื่องเลา่ และสารคดสี ำหรบั เดก็
การฟงั และการดู - นิทาน การต์ นู เร่อื งขบขัน
๓. ต้ังคำถามและตอบ - รายการสำหรบั เด็ก
คำถามเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟัง - ขา่ วและเหตุการณใ์ นชีวิตประจำวัน
และดู - เพลง
๔. พดู แสดงความ การพูดสื่อสารในชีวติ ประจำวัน เช่น
คดิ เห็นและความรสู้ ึกจาก - การแนะนำตนเอง
เรอ่ื งท่ีฟงั และดู - การแนะนำสถานทใี่ นโรงเรียนและ
๕. พดู ส่ือสารได้ชดั เจน ชมุ ชน
ตรงตามวตั ถุประสงค์ - การแนะนำ เชิญชวนเกย่ี วกบั
การปฏบิ ตั ิตนในด้านตา่ งๆ เช่น
- การรักษาความสะอาดของรา่ งกาย
- การเลา่ ประสบการณ์ใน
ชีวิตประจำวัน
- การพดู ในโอกาสต่างๆเชน่
การพูดขอร้อง การพดุ ทักทาย
การกลา่ วขอบคุณและขอโทษ
การพดู ปฏเิ สธและการพูดซักถาม
๑๗
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟัง และดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ และ พดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และ สรา้ งสรรค์
ช้ัน ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ
ป.๓ ๖. มีมารยาทในการฟงั มารยาทในการดฟัง เช่น
การดู และการพดู - ตัง้ ใจฟงั ตามองผู้พูด
- ไม่รบกวนผอู้ น่ื ขณะท่ีฟงั
- ไม่ควรนำอาหารหรือเคร่ืองดืไ่ ป
รบั ประทานในขณะที่ฟงั
- ไม่แสดงกิรยิ าทไ่ี ม่เหมาะสม เช่น
โห่ ฮา หาว
- ให้เกียรตผิ ู้พดู ด้วยการปรบมอื
- ไมพ่ ดู สอดแทรกในขณะที่ฟัง
• มารยาทในการดู เชน่
- ตั้งใจดูไม่ส่งเสยี งดังหรือแสดง
อาการรบกวนสมาธขิ องผอู้ นื่
• มารยาทในการพูด เชน่
- ใช้ถอ้ ยคำและกริ ิยาทีส่ ภุ าพ
เหมาะสมกับกาลเทศะ
- ใช้น้ำเสยี งนมุ่ นวล
- ไม่พดู สอดแทรกในขณะท่ีผู้อน่ื กำลัง
พูด
- ไม่พดู ล้อเลียนให้ผอู้ ่นื ไดร้ ับความอับ
อายหรือเสียหาย
๑๘
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษา และ
พลังของภาษาภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
ป.๓ ๑. เขียนสะกดคำและ • การสะกดคำ การแจกลูก และ - อ่านแจกลูกคำ
บอกความหมายของคำ - สะกดคำ การแจกลูกคำ
การอา่ นเป็นคำ
• มาตราตัวสะกดทตี่ รงตามมาตรา - แต่งประโยค
- เขยี นเรอ่ื งเชิงสรา้ งสรรค์
และไมต่ รงตามมาตรา
• การผนั อักษรกลาง อกั ษรสงู - ต่อคำคล้องจอง
อักษรต่ำ
• คำที่มีพยญั ชนะควบกล้ำ
• คำทม่ี ีอกั ษรนำ
• คำทป่ี ระวิสรรชนยี ์และคำที่
ไมป่ ระวสิ รรชนีย์
• คำท่ีมี ฤ ฤา
• คำที่ใช้ บนั บรร
• คำทีใ่ ช้ รร
• คำที่มีตวั การันต์
๒. ระบชุ นดิ และหน้าทข่ี อง • ความหมายของคำ
คำในประโยค
• ชนดิ และหนา้ ทขี่ องคำ ได้แก่
- คำนาม
- คำสรรพนาม
๓. ใช้พจนานุกรมค้นหา - คำกรยิ า
ความหมายของคำ • การใช้พจนานกุ รม
๔. แตง่ ประโยคง่ายๆ • การแตง่ ประโยคเพื่อการส่ือสาร
ได้แก่
- ประโยคบอกเล่า
- ประโยคปฏิเสธ
๑๙
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษา และ
พลงั ของภาษาภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ชัน้ ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ
ป.๓ - ประโยคคำถาม
- ประโยคขอร้อง
๕. แต่งคำคล้องจองและ - ประโยคคำสัง่
คำขวญั
• คำคลอ้ งจอง
๖. เลอื กใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิ่นได้ • คำขวัญ
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
• ภาษาไทยมาตรฐาน
• ภาษาถน่ิ
สาระท่ี ๕ วรรณคดี และวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คณุ คา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
ช้นั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ
ป.๓ ๑. ระบุขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากการ • วรรณคดี วรรณกรรม และ นิทานเรื่องลูกเศรษฐีกับลกู คนจน
อา่ นวรรณกรรม เพอื่ - ข้อคดิ
นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั เพลงพ้ืนบ้าน
๒. รจู้ กั เพลงพน้ื บ้านและ
เพลงกล่อมเด็ก เพือ่ - นทิ านหรอื เร่ืองในท้องถ่ิน
ปลกู ฝงั ความช่ืนชม
วฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน - เรอ่ื งสนั้ ง่ายๆ ปริศนาคำทาย
๓. แสดงความคิดเห็น
เก่ียวกบั วรรณคดีทอ่ี า่ น - บทรอ้ ยกรอง
๔. ท่องจำบทอาขยาน
ตามทกี่ ำหนด และบท - เพลงพ้ืนบา้ น
ร้อยกรองท่มี ี คุณค่าตาม
ความสนใจ - เพลงกลอ่ มเด็ก
- วรรณกรรมและวรรณคดใี น
บทเรียนและตามความสนใจ
• บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่ี
มีคณุ ค่า
- บทอาขยานตามที่กำหนด
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
๒๐
วิเคราะหต์ ัวชวี้ ัดเพอ่ื จดั ทำคำอธิบายรายวชิ า
คำสำคญั (Key word)
ตัวชีว้ ดั / ผลการเรยี นรู้ ความรู้ กริยา / กระบวนการ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. อา่ นออกเสียง ข้อความ อ่านออกเสยี ง ข้อความ อา่ นออกเสยี ง ๑.รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
เรอ่ื งส้ันๆ และบทรอ้ ยกรอง เรื่องสนั้ ๆ บทร้อยกรอง ๒.ซ่อื สัตยส์ จุ รติ
ง่ายๆได้ถูกต้อง ง่ายๆ ๓.มวี นิ ยั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๔.ขยัน
๒. อธิบายความหมายของคำ ความหมายของคำ อธิบาย ๕.ใฝ่เรยี นรู้
และข้อความที่อ่าน และข้อความ ๖.ความกตัญญู
ท ๑.๑ ป.๓/๒ ๗.อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๓. ตั้งคำถามและตอบคำถาม ตั้งคำถาม ตอบ ตงั้ คำถาม ๘.มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
เชิงเหตผุ ลเกย่ี วกับเรอื่ งท่ีอา่ น คำถามจากเรื่องท่ีอ่าน ตอบคำถาม ๙.มีจิตสาธารณะ
ท ๑.๑ ป.๓/๓
๔. ลำดับเหตุการณ์และ ลำดับเหตุการณ์ ลำดบั เหตกุ ารณ์
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่องท่ี คาดคะเนจากเร่ืองที่อา่ น
อา่ นโดยระบเุ หตุผลประกอบ
ท ๑.๑ ป.๓/๔
๕. สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจาก สรุปความรู้ ขอ้ คดิ จาก สรปุ ความรู้
เร่ืองที่อา่ น เพื่อนำไปใชใ้ น เรอื่ งท่ีอ่าน
ชวี ิตประจำวนั
ท ๑.๑ ป.๓/๕
๖. อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ ขอ้ มูลท่ีได้รับอย่าง อ่าน นำเสนอ
อยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอ ต่อเนื่องจากการอา่ น
เรือ่ งท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป.๓/๖
๗. อ่านขอ้ เขยี นเชงิ อธิบายและ อ่าน อธบิ าย ปฏิบัติ อา่ น อธิบาย
ปฏิบัตติ ามคำสงั่ หรือข้อแนะนำ ตามคำสงั่ หรือข้อแนะนำ ปฏิบตั ิ
ท ๑.๑ ป.๓/๗
ตัวช้ีวดั / ผลการเรียนรู้ ความรู้ ๒๑
อา่ นข้อมลู
๘. อธบิ ายความหมายของ คำสำคัญ (Key word)
ขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนท่ีและ กรยิ า / กระบวนการ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
แผนภมู ิ
อ่าน
ท ๑.๑ ป.๓/๘
๙. มีมารยาทในการอา่ น มารยาทในการอา่ น มารยาทในการอา่ น
ท ๑.๑ ป.๓/๙
๑. คัดลายมือตวั บรรจงเต็ม การคัดลายมือตัวบรรจง คัดลายมือ
บรรทดั เตม็ บรรทดั ตามรูปแบบ
การเขียนตัวอักษรไทย เขียน
ท ๒.๑ ป.๓/๑ การเขียนบรรยาย เขยี น
เกย่ี วกับ สิ่งใดสิง่ หนึง่ เขียน
๒. ๒. เขยี นบรรยายเกีย่ วกบั ส่งิ ใด
สิ่งหนึ่งไดอ้ ย่างชดั เจน การเขียนบนั ทึก มารยาทในการเขียน
ท ๒.๑ ป.๓/๒ ประจำวัน
๓. เขียนบนั ทึกประจำวัน การเขยี นจดหมายลาครู
ท ๒.๑ ป.๓/๓
๔. เขยี นจดหมายลาครู มารยาทในการเขยี น
ท ๒.๑ ป.๓/๔
๕. เขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ
ท ๒.๑ ป.๓/๕
๖. มมี ารยาทในการเขียน
ท ๒.๑ ป.๓/๖
๒๒
ตัวชว้ี ัด / ผลการเรียนรู้ คำสำคัญ (Key word)
ความรู้ กรยิ า / กระบวนการ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. เลา่ รายละเอยี ดเก่ยี วกบั เรอื่ งท่ี การจบั ใจความและพูด แสดง จับใจความ พูด ดู
ฟงั และดูทงั้ ที่เปน็ ความรูแ้ ละ ความคิดเหน็ และความรสู้ ึกจาก บอก
ความบนั เทิง เรอื่ งท่ีฟงั และดู
ท ๓.๑ ป.๓/๑ บอกสาระสำคัญจากการฟงั และ
๒. บอกสาระสำคญั จากการฟงั การดู
และการดู
ท ๓.๑ ป.๓/๒
๓. ตั้งคำถามและตอบคำถาม ต้ังคำถามและตอบคำถาม ต้งั คำถาม ตอบ
เกยี่ วกับเรือ่ งทฟี่ ังและดู เรอ่ื งที่ฟงั และดู คำถาม
พดู ดู
ท ๓.๑ ป.๓/๓ พดู แสดงความคิดเห็นและ
๔. พูดแสดงความคิดเหน็ และ ความรูส้ ึกจากเรื่องที่ฟงั และดู พูด
ความรสู้ ึกจากเร่ืองที่ฟงั และดู
พูดสือ่ สารในชีวติ ประจำวัน ฟงั ดู พดู
ท ๓.๑ ป.๓/๔
๕. พูดสอ่ื สารไดช้ ัดเจนตรงตาม มารยาทในการฟงั ดู และ
วัตถุประสงค์ พดู
ท ๓.๑ ป.๓/๕
๖. มมี ารยาทในการฟัง การดู
และการพูด
ท ๓.๑ ป.๓/๖
๒๓
คำสำคญั (Key word)
ตวั ชี้วัด / ผลการเรยี นรู้ ความรู้ กรยิ า / กระบวนการ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. เขยี นสะกดคำและบอก การจับใจความและพูด แสดง จบั ใจความ พูด ดู
ความหมายของคำ ความคดิ เหน็ และความรูส้ ึกจาก บอก
เร่อื งท่ีฟังและดู
ท ๔.๑ ป.๓/๑ บอกสาระสำคัญจากการฟงั และ
๒. ระบชุ นดิ และหนา้ ที่ของ การดู
ประโยค
ท ๔.๑ ป.๓/๒
๓. ใชพ้ จนานุกรมค้นหา ตงั้ คำถามและตอบคำถาม ตั้งคำถาม ตอบคำถาม
ความหมายของคำ เรอื่ งท่ีฟงั และดู พดู ดู
พูด
ท ๔.๑ ป.๓/๓ พดู แสดงความคดิ เห็นและ
๔. พดู แสดงความคดิ เห็นและ ความรู้สึกจากเร่ืองท่ีฟงั และดู ฟัง ดู พูด
ความรู้สึกจากเร่ืองท่ีฟงั และดู
พูดส่อื สารในชวี ิตประจำวนั
ท ๔.๑ ป.๓/๔
๕. พดู ส่ือสารไดช้ ดั เจนตรงตาม มารยาทในการฟัง ดู และพูด
วัตถุประสงค์
ท ๔.๑ ป.๓/๕
๖. มมี ารยาทในการฟงั การดู
และการพูด
ท ๔.๑ ป.๓/๖
๒๔
ตวั ชว้ี ัด / ผลการเรียนรู้ ความรู้ คำสำคัญ (Key word) คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
วรรณคดี วรรณกรรมและ กรยิ า / กระบวนการ
๑. ระบุขอ้ คิดทไ่ี ด้จากการอา่ น เพลงพืน้ บา้ น
วรรณกรรมเพ่ือนำไปใช้ใน ระบุข้อคดิ
ชีวติ ประจำวัน ร้จู ักเพลงพน้ื บา้ นและเพลง
กล่อมเด็ก รู้จกั
ท ๕.๑ ป.๓/๑
๒. รจู้ ักเพลงพน้ื บา้ นและเพลงกล่อม
เด็ก เพื่อปลกู ฝงั ความชื่นชม
วฒั นธรรมท้องถ่ิน
ท ๕.๑ ป.๓/๒
๓. แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับ ตง้ั คำถามและตอบคำถาม ตั้งคำถาม ตอบคำถาม
วรรณคดที ีอ่ ่าน เรื่องท่ีฟงั และดู
พดู ดู
ท ๕.๑ ป.๓/๓ พดู แสดงความคดิ เหน็ และ พูด
๔. ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด ความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดู ฟงั ดู พูด
และบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความ พูดสือ่ สารในชวี ิตประจำวนั
สนใจ มารยาทในการฟัง ดู และ
พดู
ท ๕.๑ ป.๓/๔
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๕
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
ศึกษาและพัฒนาการอ่านออกเสียง รู้และเข้าใจความหมายของคำ คำคล้องจอง และ
ข้อความท่ีประกอบด้วย คำพื้นฐาน คือ คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่น้อยกว่า ๑๒๐๐ คำ รวมทั้งคำท่ีใช้เรียนรู้
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ประกอบด้วย คำที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่มีรูปวรรณยุกต์ คำท่ีมีตัวสะกดตรงตาม
มาตราและไม่ตรงตามมาตรา คำท่ีมีพยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ การอ่านจับใจความจาก นิทาน เร่ือง
สั้นๆ บทร้องเล่นและบทเพลงเรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้
อื่น การอ่านหนังสือตามความสนใจ และ เหมาะสมกับวัยตลอดจนหนังสือท่ีครูและนักเรียนกำหนดร่วมกัน
อ่านเรื่องศาลากลางหลังเก่า และคำในท้องถ่ิน การอ่านเคร่ืองหมายหรือ สัญลักษณ์ ต่างๆท่ีพบเห็นใน
ชีวิตประจำวัน เคร่ืองหมายแสดงความปลอดภัยและแสดงอันตราย อ่านออกเสียงคำศัพท์ ชื่อประเทศ
สมาชกิ อาเซยี น
ด้วยกระบวนการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การ
เขียนส่ือสาร คำที่ใช้ในชีวิตประจำวนั คำพื้นฐานในบทเรียน คำคล้องจอง ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ
ประโยคคำถาม ประโยคคำส่ัง ประโยคขอร้อง เขียนเรื่องตามจินตนาการเก่ียวกับอาเซียน จากคำที่
กำหนดให้ และ มารยาทในการเขียน การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ คำส่ังงา่ ยๆ การจับใจความและพูด
แสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ทั้งท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง จากเรื่องเล่าและสารคดี
สำหรับเด็กนิทาน การ์ตูน เรื่องขบขัน การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน การแนะนำตนเอง การขอความ
ช่วยเหลือ การกล่าวคำขอบคุณ การกล่าวคำขอโทษ มารยาทในการพูด การเรียนรู้พยัญชนะ สระ และ
วรรณยุกต์ เลขไทย การสะกด การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไม่
ตรงตามมาตรา การผันคำ ความหมายของคำ การแต่งประโยค คำคล้องจองการเรียนรู้วรรณกรรมร้อย
แก้วและร้อยกรองสำหรับเด็กจากนิทาน และตำนาน นทิ านเรื่องลูกเศรษฐีกับลกู คนจน เรอื่ งสน้ั ง่ายๆ ปรศิ นา
คำทาย บทร้องเล่น บทอาขยานและบทร้อยกรองตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่านออกเสียง การอ่าน
จับใจความ การบอกความหมาย การเล่าเร่ืองในชีวิตประจำวันท่ีสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง กระบวนการคิดคาดคะเนเรื่องที่อ่าน ทักษะกระบวนการเขียน การคัดลายมือ การฝึกปฏิบัติ การ
ฟังคำแนะนำ ฟังคำส่ัง การตอบคำถาม การเล่าเร่ือง การดูและการพูดแสดงความคิดเห็น การบอกข้อคิด
จากเรื่องที่กำหนด และการต่อคำคล้องจอง และใช้กระบวนการตามสาระทฤษฎีองค์ความรู้ โดยมี
วัตถุประสงค์เพือ่ ส่งเสริมทกั ษะการคิดวิเคราะห์ ของผ้เู รยี น
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ เกิดทักษะการสื่อสาร ทักษะการสังเกต ทักษะ
การเปรียบเทียบ ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการรวบรวมข้อมูล ทักษะการสรุปลงความเห็น ทักษะการ
เรียงลำดับ ทักษะการเชื่อมโยง ทักษะการจัดกลุ่ม ทักษะการให้เหตุผล ทักษะการนำความรู้ไปใช้ ทักษะการ
คาดคะเน ทักษะการประเมินผล มีมารยาทในการอ่านการเขียน การฟัง การดู การพูด รักการอ่านการเรียนรู้
ภาษาไทย และเห็นคุณค่าของตัวเลขไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านการมวี ินัย ขยัน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน และรกั ความเป็นไทย
๒๖
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ , ป. ๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
รวม ๓๑ ตัวช้ีวัด
๒๗
บทท่ี ๔ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
ตามหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี
ความหมายและความสำคัญของกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมสำคัญที่หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรีพุทธศักราช
๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้จัดทำขึ้นให้ผู้เรียนทุก
คน ทุกระดับช้ัน เพื่อส่งเสริมพัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดย
มุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษยท์ ั้งด้านรา่ งกาย สตปิ ัญญา อารมณ์และสงั คม สร้างเยาวชนของชาติ
ให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคมและสามารถ
บรหิ ารการจดั การตนเอง
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมท่ีจะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตาม
ศักยภาพ เพิ่มเติมจากกิจกรรมการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม การเข้าร่วม และปฏิบัติ
กจิ กรรมที่เหมาะสมร่วมกบั ผู้อ่นื อย่างมีความสุขกับกิจกรรมท่ีเลอื กด้วยตนเองตามความถนดั ความสนใจอยา่ ง
แท้จริงจะเสริมสร้างและพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้านสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
ปลูกฝงั และสรา้ งจิตสำนกึ ของการทำประโยชน์เพอ่ื สงั คม
จุดมุ่งหมายของกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
การจัดทำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรีมีจุดประสงค์สำคัญ
คือ
๑. เพื่อช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้เรียน ไดฝ้ ึกฝนทักษะ ได้เรียนรู้ โดยการปฏิบัติจรงิ อันเป็นการ
สอดคล้องกับแนวการจดั การเรยี นรทู้ ่ยี ดึ ผเู้ รียนเป็นสำคญั
๒. เพื่อเสริมสรา้ งคุณลกั ษณะดีเด่นของความเป็นประชาธิปไตย ฝึกการเป็นผู้นำ ผูต้ าม ฝึกการทำงาน
รว่ มกัน ฝกึ การแสดงความคดิ เห็น ฝึกความรับผดิ ชอบ
๓. เพ่ือก่อให้เกิดความสามัคคี รักหมู่คณะ เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะการปฏิบัติกิจกรรม
ต้องทำงานเป็นกลุ่ม ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ได้พบความสุข ความทุกข์ร่วมกัน เกิดความประทับใจซ่ึงกัน
และกัน
๔. ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ เพราะการทำกิจกรรมร่วมกันต้องร่วมกัน
ศึกษาค้นคว้า ค้นหาวิธีการท่ีดีกว่า ทำให้ความคิดแตกฉาน พบเทคนิค วิธีการที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ในการ
พฒั นาผลงาน
๕. เพื่อช่วยใหผ้ ู้เรียนมที างเลือก มโี อกาสแสดงออกตามแนวคิด ความสนใจของตนเอง มโี อกาสในการ
เลอื กตามความตอ้ งการ ความถนัด ชว่ ยพัฒนาศกั ยภาพของผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คล
๖. เพ่ือฝึกผู้เรียนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ชุมชน และประเทศชาติ ท้ังในปัจจุบันและอนาคต
เพราะกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีลักษณะเป็นสังคมเล็กท่ีจำลองจากสังคมใหญ่ มีกฎระเบียบ กติกา มีความ
รบั ผิดชอบทง้ั ในสิทธหิ น้าที่ซงึ่ เป็นการปลูกฝงั ลกั ษณะนิสัยและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของการอยู่ร่วมกันใน
สงั คมปกติ
๗. เพื่อช่วยให้ผู้สอนรจู้ ักผู้เรียนแต่ละคนดีขึน้ เพราะผลงานในการทำกิจกรรมของผ้เู รยี น
๒๘
จะช่วยให้ผู้สอนเข้าใจผู้เรียนและประเมินคุณค่าคุณภาพของนักเรียนได้ดี และถูกต้องมากข้ึน รู้จักและเข้า
ใจความสนใจของผู้เรียน ความถนัดของผู้เรียน ช่วยให้ผู้สอนทราบข้อมูลพ้ืนฐานของผู้เรียนท่ีถูกต้อง และ
สามารถสง่ เสริม สนับสนนุ หรอื แก้ไขข้อบกพรอ่ งของผู้เรยี นไดถ้ ูกแนวทาง
๘. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรบั ปรงุ หลักสูตรและการเรียนการสอนของสถานศึกษา เพราะพฤติกรรม
การแสดงออกของผู้เรียนในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นผลท่ีบ่งชี้ถึงความสำเร็จของหลักสูตรและการเรียนการ
สอนของสถานศึกษาว่าบรรลุผลตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ มากน้อยเพียงใด หลักสูตรควรจะต้องมีการปรับปรุง
หรอื พัฒนาในส่วนใด
หลักการจดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
๑. มกี ารกำหนดวัตถปุ ระสงค์ และแนวปฏิบัติท่ีชัดเจนเปน็ รูปธรรม
๒. จัดให้เหมาะสมกบั วยั วุฒภิ าวะ ความสนใจ ความถนดั และความสามารถของผเู้ รยี น
๓. บูรณาการกบั ชีวติ จรงิ ให้ผ้เู รียนไดต้ ระหนกั ถงึ ความสำคัญของการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
๔. ใช้กระบวนการกล่มุ ในการจัดประสบการณ์เรยี นรู้ ฝกึ ให้คดิ วเิ คราะห์ สรา้ งสรรค์
จนิ ตนาการ ท่ีเป็นประโยชน์ และสมั พันธก์ ับชวี ิตในแตล่ ะช่วงวยั อย่างตอ่ เน่ือง
๕. จำนวนสมาชิกเหมาะสมกับลักษณะของกจิ กรรม
๖. มกี ารกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมตามโครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา
๗. ผูเ้ รียนเป็นผู้ดำเนินการ มคี รูเปน็ ท่ปี รกึ ษา ถือเป็นหนา้ ท่ีและงานประจำ โดยคำนงึ ถึง
ความปลอดภัย
๘. ยึดหลักการมสี ว่ นรว่ ม โดยเปดิ โอกาสใหค้ รู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ชมุ ชน องคก์ ร ท้ังภาครฐั
และเอกชน มสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรม
๙. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม ด้วยวิธีท่ีหลากหลาย และสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็น
ระบบและตอ่ เนอื่ ง โดยใหถ้ อื วา่ เป็นเกณฑป์ ระเมินผลการผ่านชว่ งชนั้ เรยี น
การดำเนินการกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นโรงเรยี นอนุบาลนนทบรุ ี
โรงเรียนอนุบาลนนทบุรจี ัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพ่ิมเติมตามความสนใจจากแหล่ง
เรียนรู้ที่หลากหลาย บำเพ็ญประโยชน์เพ่ือสังคม มีทักษะในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์
สงั คม ศีลธรรม จรยิ ธรรม ให้ผูเ้ รียนรจู้ กั และเขา้ ใจตนเอง สามารถวางแผนชีวติ และอาชพี ได้อย่างเหมาะสม
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี
๑. กิจกรรมแนะแนว โรงเรียนอนุบาลนนทบุรีได้จัดกิจกรรมแนะแนวเพ่ือช่วยเหลือและพัฒนา
ผเู้ รยี น ดงั นี้
๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากข้นึ โดยใช้กระบวนการทางจิตวทิ ยา
การจัดบริการสนเทศ โดยจัดให้มีเอกสารเพื่อใช้สำรวจข้อมลู เก่ยี วกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต การสมั ภาษณ์
การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเย่ียมบ้านนักเรียน การให้
ความช่วยเหลือผู้เรียนในเร่ืองสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียนสะสม สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน
และบตั รสุขภาพ
๒. จัดกิจกรรมพฒั นาวฒุ ภิ าวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพอ่ื รจู้ กั และเข้าใจ
ตนเอง มีทกั ษะในการตัดสินใจ การปรบั ตวั และการวางแผนเพอ่ื เลือกศกึ ษาต่อ เลือกอาชีพ
๒๙
๓. จดั บริการให้คำปรกึ ษาแก่ผูเ้ รยี นเปน็ รายบุคคล และรายกลุ่ม ในดา้ นการศึกษา
อาชีพ และส่วนตัว โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเช่ียวชาญในเร่ืองการให้คำปรึกษา ตลอดจนมี
ห้องให้คำปรึกษาท่เี หมาะสม
๓.๑ ชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นทป่ี ระสบปัญหาดา้ นการเงนิ โดยการใหท้ ุนการศกึ ษาแก่ผู้เรยี น
๓.๒ ติดตามเก็บข้อมูลของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม
แนะแนว ๔๐ ช่วั โมง/ปีการศึกษา
แนวการจัดกิจกรรมแนะแนว
โรงเรียนอนุบาลนนทบุรีได้จัดให้สอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในแนวกิจกรรม
แนะแนวเพ่ือให้ผูเ้ รียนได้รับการพัฒนาตนได้เต็มตามศักยภาพโดยในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๓ ได้จัดกิกรรม
ดงั นี้
๑.กจิ กรรมการรจู้ กั เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผู้อื่น
๒. กิจกรรมแสวงหาและใชข่ ้อมลู สารสนเทศ
๓. กิจกรรมการตัดสินใจและแกป้ ัญหา
๔. กจิ กรรมการปรบั ตวั และการดำรงชวี ิต
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔ – ๖ ไดจ้ ดั กิกรรมดังนี้
๑.กจิ กรรมการรู้จกั เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผู้อ่ืน
๒. กิจกรรมแสวงหาและใช่ข้อมูลสารสนเทศ
๓. กจิ กรรมการตดั สนิ ใจและแก้ปญั หา
๔. กิจกรรมการปรับตัวและการดำรงชีวิต
เมื่อนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมแล้วมีแนวทางการวัดและประเมินผลหลากหลายรูปแบบทั้งโดยตนเอง
คุณครู เพ่ือน ผูป้ กครอง โดยประเมนิ แบบกลุ่มและเดยี่ ว
๒. กิจกรรมนักเรยี น เป็นกิจกรรมทส่ี ่งเสรมิ และพฒั นานกั เรยี นใหม้ ีความรู้ความเข้าใจในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์เป็นประมุข ความสามัคคี ระบบหมู่ มีวินยั มีความรบั ผดิ ชอบ มี
ความคดิ สรา้ งสรรค์ กิจกรรมนักเรยี นประกอบดว้ ย
๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ผู้เรียนในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖ ทุกคน ได้
ฝึกอบรมวชิ าลูกเสือ – เนตรนารี เพ่ือส่งเสริมหลกั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์เป็น
ประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยดำเนินการจัดกจิ กรรมตามข้อกำหนด
ของคณะกรรมการลูกเสือแหง่ ชาติ กจิ กรรมลูกเสือ – เนตรนารี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ – ๓ เปิดประชมุ กอง
ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน
โดยเนน้ ระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปดิ ประชุมกอง โดยใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาและฝึกปฏิบัติในเรอ่ื ง
๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเรื่องเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือสำรอง
การทำความเคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว
เบ้ืองตน้ คำปฏิญาณ กฎ และคตพิ จนข์ องลูกเสอื สำรอง
๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๑ ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การ
สำรวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การ
บันเทิง การผูกเง่ือน คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสำรองโดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ
๓๐
กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถ่ินได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรม
ลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เช่ือฟัง
และพึ่งตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ ื่น บำเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ รู้จักทำ
การฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งน้ีโดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์
ธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
หมายเหตุ - เมอ่ื ผู้เรยี นผา่ นการทดสอบในข้อ ๑ แล้ว จะได้รับเคร่ืองหมายลูกเสือสำรอง
- เม่อื ผเู้ รียนไดป้ ฏิบัติกิจกรรมและผ่านการสอบแลว้ จะไดร้ ับเครอ่ื งหมายดาวดวงท่ี ๑
๒ และ ๓ ตามลำดับ
- สำหรบั วชิ าพิเศษ ใหใ้ ชข้ ้อบังคับคณะลูกเสือแหง่ ชาติว่าด้วยการปกครองหลกั สตู ร และวิชา
พเิ ศษลูกเสือสำรอง (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๒
กจิ กรรมลูกเสือ – เนตรนารี ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ - ๖
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาและ
ฝึกปฏิบัติในเรือ่ ง
๑. ลูกเสือตรี ความรู้เก่ยี วกบั ขบวนการลูกเสือ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามญั กิจกรรม
กลางแจง้ ระเบยี บแถว
๒. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานท่ีต่าง ๆ
ทั ก ษ ะใน ท างวิช าลู ก เสื อ งาน อ ดิ เรก แล ะเร่ื อ งที่ น่ าส น ใจ ค ำป ฏิ ญ าณ แ ล ะ ก ฎ ขอ งลู ก เสื อ
ระเบียบแถว
๓. ลกู เสือเอก การพ่ึงตนเอง การบริการ การผจญภัย วชิ าการของลูกเสือ ระเบยี บแถว โดย
ใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ กระบวนการฝกึ ปฏิบตั ทิ างลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตาม
คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์
สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย
จิตใจ และศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
นำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
หมายเหตุ - เมือ่ ผู้เรยี นได้ปฏิบตั ิกจิ กรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเคร่อื งหมายลกู เสือตรี
ลกู เสือโท และลูกเสอื เอก ตามลำดับ
๒.๒ กจิ กรรมชมุ นมุ นักเรยี นทกุ คนตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมชุมนมุ ๔๐ ชว่ั โมง /ปีการศกึ ษา
นักเรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชุมนุม วางแผนการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีชุมนุมท่ีหลากหลาย
เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม
ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ กิจกรรมชุมนุมเป็นกิจกรรมที่บูรณาการกิจกรรมโครงงาน
สร้างสรรค์จิตอาสา ( SS ) ของโรงเรียนมาตรฐานสากลจึงเป็นกิจกรรมที่เน้นให้นักเรยี นรู้จกั ใช้กระบวนการคิด
๓๑
สร้างสรรค์การทำงานร่วมกันเป็นทีมและสามารถสร้างผลงานในลักษณะโครงงานสร้างสรรค์จิตอาสาไ ด้ตาม
ความเหมาะสม
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสรมิ และพัฒนาให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญได้แก่ กิจกรรม
บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สบื สานศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม กิจกรรม
พัฒนานวตั กรรมและเทคโนโลยเี พอื่ สังคม
นกั เรยี นทุกคนต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ช่ัวโมง /ปีการศึกษาแนวการ
จัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ นำไปบูรณาการ
กับกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ทั้งนี้การทำกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ให้ผู้เรียนรายงาน
แสดงการเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งท้ังกิจกรรมใน
สถานศึกษาและกจิ กรรมนอกสถานศึกษา โดยให้นักเรียนทำกิจกรรมดงั น้ี
กิจกรรมห้องเรยี นของเรา
Big Clean day
กลุ่มสรี ่วมด้วยชว่ ยกนั
ครอบครัวสุขสันตบ์ ้านเรามีความสุข
บันทกึ ความดีหนูมีจิตสาธารณะ
แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนอนุบาลนนทบุรีได้วัดผลประเมินผลโดยให้ระดับผลการ
ประเมนิ เป็น “ผ่าน” และ“ไม่ผา่ น” โดยมีเกณฑก์ ารประเมินดงั นี้
- ตอ้ งมีเวลาเรียนไมต่ ่ำกว่ารอ้ ยละ ๘๐
- ผา่ นจุดประสงค์ตามท่ีกำหนด
- ปฏบิ ตั งิ านไดต้ ามทกี่ ำหนด
๓๒
บทท่ี ๕ เกณฑก์ ารจบหลักสตู ร
ตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นอนุบาลนนทบุรี
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสร้าง เวลาเรียน มาตรฐานการเรียนรู้ตัวช้ีวัด การอ่าน คิดวิเคราะห์และ
เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ท่ีสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มี
คุณภาพเต็มตามศักยภาพ โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี จึงกำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
เพอ่ื ตดั สนิ ผลการเรยี นของผู้เรียนให้ถือปฏบิ ัติ ดงั น้ี
๑. การตัดสินผลการเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช
๒๕๕๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดหลักเกณฑ์การตัดสินผลการ
เรียนของผ้เู รยี น ดงั นี้
๑) ผเู้ รยี นต้องมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทั้งหมด
๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์การประเมินไม่น้อย
กว่าร้อยละ ๙๐ ของจำนวนตัวชี้วัดทง้ั หมด
๓) ผู้เรยี นต้องได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ทุกรายวิชาพ้ืนฐาน
๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด ในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
๒. การให้ระดับผลการเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรีพุทธศักราช
๒๕๕๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดหลักเกณฑ์การให้ระดับผล
การเรยี น ดงั น้ี
๑) การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ระดับผลการเรียน
๘ ระดับ พิจารณาตัดสินว่าผู้เรียนผ่านเกณฑ์สาระการเรียนรู้ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด ให้ได้ระดับผล
การเรียน “๑” ถงึ “๔” เท่านั้น
๒) การตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ ให้ระดับผลการประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน กรณีท่ีผ่านให้ระดับผลการเรียนเป็น “ดีเย่ียม”
“ ดี” “ผา่ น”
๓) การตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วม
กจิ กรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนดและให้ผลการประเมินเป็น
“ผ่าน” และ “ไมผ่ ่าน”
๓. การเล่ือนชั้น หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑ์การเลื่อนชนั้ คือ
๑) ผเู้ รียนต้องมเี วลาเรยี นไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด
๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์การประเมินไม่น้อย
กว่าร้อยละ ๙๐ ของจำนวนตวั ชว้ี ดั ทงั้ หมด
๓) ผ้เู รยี นตอ้ งไดร้ ับการตดั สินผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์ทกุ รายวิชาพื้นฐาน
๓๓
๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด ในการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
๔. การเรยี นซ้ำช้ัน ผู้เรียนท่ีไม่ผา่ นรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโนม้ ว่าจะเป็นปัญหา ต่อ
การเรียนในระดับช้ันท่ีสูงข้ึน สถานศึกษาต้ังคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำช้ันได้ ท้ังนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะ
และความรู้ความสามารถของผเู้ รียนเป็นสำคัญ
ผู้เรียนที่ไม่มคี ุณสมบัติตามเกณฑ์การอนุมัติเล่ือนชั้นเรยี น โรงเรียนอนุบาลนนทบุรีต้องจัดให้
เรยี นซำ้ ช้นั
ในกรณีท่ีผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหน่ึง คณะกรรมการด้านการวัดและประเมินผลของ
สถานศกึ ษาอาจใช้ดลุ พินิจให้เลือ่ นชนั้ ได้ หากพจิ ารณาเหน็ ว่า
๑) ผเู้ รยี นมีเวลาเรียนไม่ถงึ รอ้ ยละ ๘๐ อนั เน่ืองจากสาเหตจุ ำเป็น หรือเหตุสุดวสิ ัย
แต่มคี ณุ สมบตั ิตามข้ออืน่ ๆ ครบถว้ น
๒) ผู้เรียนผ่านมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ตามท่ีสถานศึกษากำหนดในแต่ละ
รายวิชา แต่พิจารณาเห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษานั้นและมีคุณสมบัติข้ออื่นๆ ครบถ้วน
ก่อนทจ่ี ะใหผ้ เู้ รยี นซำ้ ชั้นตอ้ งแจ้งให้ผปู้ กครองและนกั เรียนทราบเหตุผลของการซ้ำชน้ั
๕. การสอนซ่อมเสรมิ เป็นสว่ นหนึ่งของกระบวนการจัดการเรยี นรูแ้ ละเป็นการใหโ้ อกาสแก่
ผูเ้ รียนไดม้ เี วลาเรียนรู้สง่ิ ตา่ ง ๆ เพิม่ ขึน้ การสอนซอ่ มเสริมสามารถดำเนินการได้ในกรณดี ังต่อไปนี้
๑) ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอท่ีจะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ต้อง
จดั การสอนซ่อมเสรมิ ปรับความรู้/ทกั ษะพืน้ ฐาน
๒) การประเมินระหว่างเรียน ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะกระบวนการ
หรือเจตคติ / คุณลกั ษณะ ที่กำหนดไวต้ ามมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั
๓) ผลการเรียนไม่ถงึ เกณฑ์และ/หรือตำ่ กวา่ เกณฑก์ ารประเมนิ ทางโรงเรียนได้
จดั การสอนซอ่ มเสริมกอ่ นจะใหผ้ ู้เรียนสอบแก้ตัว
๓๔
บทท่ี ๖ หนว่ ยการเรยี นรู้และการออกแบบหน่วยการเรียนรูแ้ บบย้อนกลบั
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย
รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓
จำนวน ๑๐๐ ชวั่ โมง จำนวน ๕ หนว่ ยกิต
หน่วยท่ี ช่อื หนว่ ย รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชีว้ ดั ตวั ชี้วดั ท่ี สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนกั
ท่ีตอ้ งรู้ ควรรู้ (ชม.) คะแนน
๑ เรยี นร้รู ว่ มกัน การอ่านเป็นพฤติกรรมในการเรียนรู้ท่ี ๑๐ ๓
๑.๑ ปฏิบตั ิการสายลับ ท ๑.๑ ป.๓/๑ จำเป็นสำหรับผู้เร่ิมเรียน การอ่าน
จว๋ิ ท ๑.๑ ป.๓/๒ ออกเสียงผู้อ่านต้องอ่านให้ถูกต้องท้ัง
ท ๑.๑ ป.๓/๓ พ ยั ญ ชน ะ ส ระ วรรณ ยุ ก ต์ แ ล ะ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ตวั สะกด รู้ท่มี าและองค์ประกอบของ
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ค ำ จึ งจ ะ ท ำ ให้ อ่ าน ได้ อ ย่ า งมี
ท ๒.๑ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ประสิทธิภาพ การเขียนและการพูด
ท ๔.๑ ป.๓/๖ ผู้เขียนและผู้พูดต้องเลือกคำมาใช้ให้
ถูกต้องเหมาะสมกับการส่ือสาร ผู้ท่ี
จะเลอื กใชค้ ำใหถ้ ูกต้องเหมาะสมไดน้ น้ั
จะต้องมคี วามรู้เรื่องคำ หน้าทีข่ องคำ
และความหมายเป็นอย่างดี เพ่ือให้
ส าม ารถ น ำไป ใช้ ได้ ถู ก ต้ อ งต าม
สถานการณ์
๑.๒ แตเ่ ด็กซอ่ื ไว้ ท ๑.๑ ป.๓/๑ การวิเคราะห์เรื่อง เป็นการพิจารณา ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๒
ท ๑.๑ ป.๓/๓ เร่ืองราวต่าง ๆ อย่างละเอียดต้ังแต่
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ต้นจนจบ เพื่อแยกแยะข้อเท็จจริง
ท ๒.๑ ป.๓/๕ และข้อคิดเห็น มีการใช้เหตุผลในการ
ท ๒.๑ ป.๓/๖ แยกส่วนดี ส่วนบกพร่องของเรื่องนั้น
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๆ การจะย่อความและวิเคราะห์เรื่อง
ท ๔.๑ ป.๓/๔
ได้ดีนอกจากจะเป็นคนชอบอ่านแล้ว
ยังต้องหมั่นฝึกการย่อความและ
วิเคราะหเ์ ปน็ ประจำด้วย ดงั น้ันจะตอ้ ง
เรียนรู้และนำไปใช้ให้ถูกต้อง จึงจะถือ
ว่าประสบความสำเร็จในการเรียน
ภาษาสระบางตัวเมื่อไม่มีตัวสะกดจะ
ออกเสียงสระน้ันชัดเจน แต่เม่ือมี
ตั ว ส ะ ก ด เสี ย งแ ล ะ รู ป ส ร ะ อ า จ
๓๕
เปลี่ยนแปลงไป จะมีท้ังลักษณ ะ
เปล่ียนรูปและสระลดรูป เราต้องหมั่น
ฝึกทักษะการอ่านเขียนเพ่ือให้นำคำ
เหล่านั้นไปใช้ให้ถูกต้องท้ังการอ่าน
และการเขียน
๑.๓ กระต่ายไมต่ ืน่ ตมู ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านจับใจความเป็นการสร้าง ๕ ๒
ท ๑.๑ ป.๓/๔ ประสบการณ์ทางเน้ือหา ผู้ฟังต้องมี
ท ๑.๑ ป.๓/๓ สมาธิในการฟังจึงจะช่วยให้เกิดทักษะ
ท ๑.๑ ป.๓/๙ ในการจับใจควาสำคัญของเร่ือง การ
ท ๒.๑ ป.๓/๒ เขียนแผนภาพโครงเรื่อง เป็นการเขียน
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ท่ีแสดงให้เห็นโครงเร่ืองโดยรวมทั้ง
ท ๒.๑ ป.๓/๖ เร่ือง ทำให้จับใจความสำคัญของเร่ือง
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ที่อ่านได้ดีย่ิงข้ึนการเขียนแผนภาพ
โครงเร่ืองตอ้ งอาศัยการตงั้ คำถาม
และตอบคำถามจากเร่ืองที่อ่านว่าตัว
ละครในเร่ืองมีใครบ้าง สถานท่ีเกิด
เหตุการณ์คือท่ีไหน มีเหตุการณ์อะไร
เกิดขึ้น ผลของเหตุการณ์นั้นคืออะไร
การแต่งประโยคจะเป็นการเพิ่มทักษะ
การอ่านและเขียนข้อความต่าง ๆ ได้
อย่าง ถูกต้อง การสะกดคำแบบแจก
ลกู คำ เปน็ พื้นฐานการอ่านคำตา่ งๆ ใน
บทเรียนได้อยา่ งถูกต้อง
๑.๔ ป่านีม้ ีคุณ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ก า ร ฟั ง เร่ื อ ง เ ป็ น ก า ร ส ร้ า ง ๑๑ ๕
ท ๑.๑ ป.๓/๒ ประสบการณ์ทางเนื้อหา ผู้ฟังต้องมี
ท ๑.๑ ป.๓/๓ สมาธิในการฟังจึงจะช่วยให้เกิดทักษะ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ในการ จับใจความสำคัญของเร่ือง
ท ๒.๑ ป.๓/๕ การเขียนเรื่อง เป็นการพิจารณ า
ท ๒.๑ ป.๓/๖ เร่ืองราวต่าง ๆ อย่างละเอียดต้ังแต่
ต้นจนจบ เพื่อแยกแยะข้อเท็จจริง
ท ๔.๑ ป.๓/๑
ท ๔.๑ ป.๓/๖ และข้อคิดเห็น มีการใช้เหตุผลในการ
ท ๕.๑ ป.๓/๔ ใช้ภาษา คำหลายคำในภาษาไทยอาจ
มีการนำมาใช้ในความหมายเดียวกัน
ท้ังนี้เพราะภาษาไทยเรามีการนำเอา
ภาษาอื่นเข้ามาใช้ปะปนด้วยเพ่ือให้
เกิดความหลากหลาย และมีความ
เหมาะสมในแตล่ ะบริบท
๓๖
โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย
รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
จำนวน ๑๐๐ ช่วั โมง จำนวน ๕ หน่วยกิต
หน่วยท่ี ชอ่ื หนว่ ย รหสั ตัวช้ีวัด ตัวช้วี ัด ตวั ชว้ี ัดที่ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนกั
ที่ตอ้ งรู้ ควรรู้ (ชม.) คะแนน
๒ บา้ นฉนั รนื่ รมย์ การวิเคราะห์เร่ือง เป็นการพิจารณา ๑๐ ๓
๒.๑ อาหารดี ชีวมี สี ุข ท ๑.๑ ป.๓/๑ เรื่องราวต่าง ๆ อย่างละเอียดตั้งแต่
ท ๑.๑ ป.๓/๒ ต้นจนจบ เพ่ือแยกแยะข้อเท็จจริง
ท ๑.๑ ป.๓/๓ และข้อคิดเห็น มีการใช้เหตุผลในการ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ แยกส่วนดี ส่วนบกพร่องของเร่ืองน้ัน
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ๆ การจะย่อความและวิเคราะห์เรื่อง
ท ๒.๑ ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๔ ได้ดีนอกจากจะเป็นคนชอบอ่านแล้ว
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ยังต้องหม่ันฝึกการย่อความและ
ท ๔.๑ ป.๓/๒ วเิ คราะหเ์ ปน็ ประจำดว้ ย ดังนัน้ จะต้อง
ท ๕.๑ ป.๓/๑
เรียนรู้และนำไปใช้ให้ถูกต้อง จึงจะถือ
ว่าประสบความสำเร็จในการเรียน
ภาษา การฟังเร่ือง เป็นการสร้าง
ประสบการณ์ทางเนื้อหา ผู้ฟังต้องมี
สมาธิในการฟัง จึงช่วยให้เกิดทักษะ
การจับใจความสำคญั ของเร่อื ง
๒.๒ แมไ่ กอ่ ยใู่ นตะกรา้ ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านในใจเพ่ือให้ สาม ารถจับ ๖ ๒
ท ๑.๑ ป.๓/๓
ท ๑.๑ ป.๓/๔ ใจความสำคัญของเรื่องได้ สามารถ
ท ๒.๑ ป.๓/๒ ตอบ คำถามจากเร่ือง บ อกและ
ท ๒.๑ ป.๓/๕ เรียงลำดับเหตุการณ์ท่ีสำคัญในเร่ือง
ท ๒.๑ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ แล้วสามารถเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ท ๕.๑ ป.๓/๒
เพ่ือสรุปเรอ่ื งหรือเล่าเร่ืองโดยใช้คำพูด
ของตนเองตามแผนภาพโครงเร่ืองได้
ซึ่ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ส่ ว น ข อ ง ค ำ ถ า ม
เก่ียวกับเรื่องดังน้ี ใคร ทำอะไร ที่
ไหน อย่างไร เพราะเหตุใด และ
ขอ้ คดิ จากเร่อื ง แผนภาพโครงเร่ือง จะ
ช่วยลำดับเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้
สามารถสรุปเรอ่ื งทงั้ หมดได้
๒.๓ ทำดีอยา่ หว่นั ไหว ท ๑.๑ ป.๓/๑ การเล่าเรื่องจากการฟังและการอ่าน ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๒ คือการจับใจความสำคัญของเรื่องที่ฟัง
ท ๑.๑ ป.๓/๓ และอ่านเป็นการบั นทึกความจำ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ เร่ืองราวท่ีผ่านทางประสาทหูและ
๓๗
ท ๒.๑ ป.๓/๒ ประสาทตา บันทึกไว้ในห้วงมโนทัศน์
ท ๒.๑ ป.๓/๕ เพ่ือเตรียมพร้อมที่จะถ่ายโอนสาระท่ี
ท ๒.๑ ป.๓/๖ อ่านไปสู่ผ่ืนได้ด้วยสำนวนภาษาของ
ท ๓.๑ ป.๓/๔ ตนเอง ไม้ทัณฑฆาต ( - ์) หรือตัว
ท ๓.๑ ป.๓/๖ การันต์ คือเครื่องหมายท่ีเขียนไว้
ท ๔.๑ ป.๓/๖ เหนือพยัญชนะเพื่อไม่ต้องการออก
ท ๕.๑ ป.๓/๔ เสียงพยัญชนะตัวนั้น โดยเฉพาะคำ
ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ เพราะคำ
ในภาษาต่างประเทศมีหลายพยางค์
ยากแก่การออกเสียงพยัญชนะ ตัวท่ี
เขียนเครื่องหมายทัณฑฆาตกำกับไว้
น้ันเรยี กว่า “ตัวการันต์”
๒.๔ พลังงานคอื ชีวติ ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านในใจคอื การกวาดสายตาไปยัง ๑๑ ๕
ท ๑.๑ ป.๓/๒ ข้อความจากหนังสือ พุ่งความสนใจ
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ไปยังสาระที่อ่าน แล้วเก็บใจความ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ สำคัญของเร่ืองท่ีอ่าน สามารถถ่าย
ท ๔.๑ ป.๓/๑ โอนสาระทอ่ี ่านไปยงั ผู้อน่ื ไดด้ ้วยทงั้ พูด
ท ๔.๑ ป.๓/๓ และการเขียน คำควบกล้ำคือคำท่ีออก
ท ๕.๑ ป.๓/๔ เสียงพยัญชนะต้นพร้อมกนั ทั้ง ๒ คำ
หรือออกเสียงเป็นเสียงพยัญชนะตัว
อื่น ผู้เรียนต้องเรียนรู้เรื่องการออก
เ สี ย ง แ ล ะ ก า ร เขี ย น ค ำ ค ว บ ก ล้ ำ ท่ี
ถูกต้องเพ่ือเป็นพื้นฐานในการใช้ภาษา
และทำให้การส่ือสารมีประสิทธิภาพ
อักษรนำคือกระบวนการอ่านเกิดการ
เปล่ียนแปลงไปจากรูปลักษณ์อักษรที่
ปรากฏ
๓๘
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทย
รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
จำนวน ๑๐๐ ช่ัวโมง จำนวน ๕ หน่วยกิต
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หนว่ ย รหัสตัวช้วี ดั ตวั ชวี้ ดั ตวั ช้ีวดั ท่ี สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นำ้ หนัก
ทต่ี อ้ งรู้ ควรรู้ (ชม.) คะแนน
๓ นนทบุรีเมอื งน่าอย่รู ูพ้ อเพียง การอ่านออกเสียง คือ การอ่านเปล่ง ๖ ๒
เสียงตามตัวอักษ ร ถ้อยคำ และ ๑๐ ๓
๓.๑ เด็กเอ๋ยเดก็ น้อย ท ๑.๑ ป.๓/๑ เคร่ืองหมายต่างๆที่เขียนออกมาให้
ท ๑.๑ ป.๓/๒ ถกู ตอ้ งชัดถ้อยชัดคำ เพ่อื ให้เข้าใจและ
ท ๑.๑ ป.๓/๗ สามารถสรุป ตอบคำถามจากเรื่องท่ี
ท ๒.๑ ป.๓/๑ อ่านได้ ใช้กระบวนการอ่าน สร้าง
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปตดั สินใจ
ท ๒.๑ ป.๓/๖ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมี
ท ๔.๑ ป.๓/๓ นิสัยรักการอ่าน การเขียนเร่ืองตาม
ท ๕.๑ ป.๓/๔ จินตนาการและสรา้ งสรรค์เปน็ ถ้อยคำ
ภาษา เพ่ือถ่ายทอดเรื่องราวและ
๓.๒ ความฝนั เปน็ จริง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ความคิดสู่ผู้อ่านได้อย่างเหมาะสม
ได้ ท ๑.๑ ป.๓/๒ ชัดเจน บทอาขยาน คือ บทท่องจำ
ท ๑.๑ ป.๓/๓ การบอก และการสวด ท่องจำบท
ท ๑.๑ ป.๓/๕ อาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อย
ท ๒.๑ ป.๓/๕ กรองทม่ี คี ณุ ค่าตามความสนใจ
ท ๒.๑ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ การอ่านเป็นพฤติกรรมในการเรียนรู้ท่ี
ท ๔.๑ ป.๓/๔ จำเป็นสำหรับผู้เริ่มเรียน การอ่าน
ออกเสียงผู้อา่ นต้องอา่ นให้ถูกตอ้ งท้งั
พ ยั ญ ชน ะ ส ระ วรรณ ยุ ก ต์ แ ล ะ
ตัวสะกด รู้ที่มาและองคป์ ระกอบของ
ค ำ จึ งจ ะ ท ำ ให้ อ่ าน ได้ อ ย่ า งมี
ประสิทธิภาพ บัน และ บรร เป็นคำ
พ้องเสียง เราต้องรู้จักอ่านและสังเกต
บริบทของคำ เพ่ือให้ใช้ บัน และ บรร
ได้ถูกต้องตรงกับความหมาย และ
ถู ก ต้ อ งต า ม ห ลั ก ภ า ษ า ก า ร ใช้
พ จ น า นุ ก ร ม คื อ ก า ร ค้ น ห า ค ำ แ ล ะ
ความหมายของตำโดยเรียงจากลำดับ
ตัวอักษร ภายในพจนานุกรมแต่ละ
เล่ ม จ ะ บ อ ก ท้ั ง ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ค ำ
ชนิดของคำ ที่มาของคำ ผู้เรียนต้อง
ต้ องศึ กษ าห ลั ก การใช้ ให้ ชั ด เจ น
๓๙
๓.๓ ภูมิใจภาษาไทย ท ๑.๑ ป.๓/๑ เพ ร า ะ พ จ น า นุ ก ร ม เป็ น เ ค ร่ื อ ง มื อ ๑๑ ๔
สำหรับหาความหมายของคำและช่วย
ของเรา ท ๑.๑ ป.๓/๒ ให้เราสามารถอ่านและเขียนคำต่างๆ ๓๕
ไดถ้ กู ตอ้ ง ๑๕
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ๕๐
การอ่านเสริมบทเรียนเป็นการเพ่ิม
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ประสบการณ์ด้านการอา่ น ปลูกฝังให้
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ผเู้ รียนรักการอ่านและศึกษาหาความรู้
ท ๒.๑ ป.๓/๖ เพ่ิมเติม ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้
ผู้ เรี ย น ไ ด้ เ ปิ ด โ ล ก ทั ศ น์ ที่ ก ว้ า ง ไ ก ล
ท ๔.๑ ป.๓/๑ รู้จักคิดวิเคราะห์เรื่องท่ีอ่านและนำมา
ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ภาษาถิ่น
ท ๔.๑ ป.๓/๓ หมายถึงภาษาที่ใช้พูดตามท้องถิ่น
ท ๔.๑ ป.๓/๖ ต่ า งๆ ใน ป ร ะ เท ศ ไท ย เพ่ื อ สื่ อ
ความหมาย สร้างความเข้าใจกัน
ระหว่างคนในท้องถ่ิน ภาษาถ่ินแบ่ง
ออกเป็นภาษาถ่ินพายับ ภาษาถ่ิน
อีสาน ภาษาถิ่นใต้ และภาษาถิ่น
กลาง
คะแนนหนว่ ยการเรียนรู้ ๑๐๐
คะแนนสอบปลายภาคเรยี น
รวมตลอดภาคเรียน
๔๐
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย
รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓
จำนวน ๑๐๐ ช่ัวโมง จำนวน ๕ หน่วยกิต
หนว่ ยที่ ชอื่ หนว่ ย รหสั ตัวช้วี ดั ตวั ชว้ี ดั ตัวชวี้ ัดท่ี สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา น้ำหนัก
ทต่ี ้องรู้ ควรรู้ (ชม.) คะแนน
๔ ของดใี นชุมชน การอ่านเป็นพฤติกรรมในการเรียนรู้ที่ ๑๐ ๕
๔.๑ นอกเมืองในกรุง ท ๑.๑ ป.๓/๑ จำเป็นสำหรับผู้เริ่มเรียน การอ่าน
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ออกเสียงผู้อ่านต้องอ่านให้ถูกต้องทั้ง
ท ๑.๑ ป.๓/๕ พ ยั ญ ชน ะ ส ระ วรรณ ยุ ก ต์ แ ล ะ
ท ๒.๑ ป.๓/๒
ท ๓.๑ ป.๓/๕ ตวั สะกด รู้ทมี่ าและองคป์ ระกอบของ
ท ๓.๑ ป.๓/๖ ค ำ จึ งจ ะ ท ำ ให้ อ่ าน ได้ อ ย่ า งมี
ท ๔.๑ ป.๓/๓
ประสิทธิภาพ คำนาม เป็นคำท่ีใช้
เรียกชื่อคน พืช สัตว์ สิ่งของ สถานท่ี
แบ่ งเป็ นค ำนาม ที่เป็ นชื่อเฉพ าะ
และคำนามที่ไม่ชี้เฉพาะ การจับ
ใจ ค ว าม เรื่ อ ง ที่ ฟั งแ ล ะ ดู ไ ด้ จะทำให้
ความสามารถพูดแสดงความคิดเห็นและ
ความรู้สึกต่อเร่ืองนั้นได้ชัดเจน การพูดมี
อิทธิพลมากในการสื่อสาร ผู้พูดต้องมี
วจิ ารณญาณสถานการณ์ท่พี ดู ตอ้ งร้จู ัก
เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนให้เหมาะสม
กับโอกาสและระดับของผู้ฟัง เพื่อ
ให้ผลการพูดออกมาในทางลบน้อย
ท่ีสุด กระทบกระเทือนผู้ฟังน้อยท่ีสุด
ส ร้ า งค ว า ม ป ร ะ ทั บ ใจ แ ล ะ เป็ น
ประโยชน์กบั ผู้ฟัง
๔.๒ สง่ ข่าวเลา่ เรอื่ ง ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านในใจคอื การกวาดสายตาไปยัง ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ข้อความจากหนังสือ พุ่งความสนใจ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ไปยังสาระที่อ่าน แล้วเก็บใจความ
ท ๒.๑ ป.๓/๔
ท ๓.๑ ป.๓/๔ สำคัญของเร่ืองที่อ่าน สามารถถ่าย
ท ๓.๑ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๒ โอนสาระทอ่ี ่านไปยงั ผอู้ นื่ ไดด้ ว้ ยทั้งพูด
ท ๔.๑ ป.๓/๓ และการเขียนประสทิ ธภิ าพ
คำสรรพนาม เป็นคำที่ใช้แทนคำนาม
มี ๓ ชนิด คือ คำสรรพนามที่ใช้แทนผู้
พูด ผู้ฟัง และผู้ที่กล่าวถึง การเขียน
จดหมายเป็นวิธีการสื่อสารรูปแบบ
หนึ่ง ทำให้ทราบข่าวคราวของแต่ละ
๔๑
๔.๓ คิดไปรู้ไป ท ๑.๑ ป.๓/๑ คน การเขยี นจดหมายลาปว่ ยจะเขยี น ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๓ เมื่อเจ็บป่วย ลากิจเขียนเมื่อมีธุระ ๖ ๒
ท ๑.๑ ป.๓/๕ สำคัญที่ต้องทำไม่สามารถมาโรงเรียน
ท ๓.๑ ป.๓/๑ ได้ การเขียนจดหมายท้ังลาป่วยและ
ท ๓.๑ ป.๓/๒ ลากิจ นักเรียนควรนำมาส่งครูด้วย
ท ๓.๑ ป.๓/๓ ตนเอง ไม่ควรใช้การโทรศัพท์ลา
ท ๔.๑ ป.๓/๑
ก า ร ฟั ง เรื่ อ ง เ ป็ น ก า ร ส ร้ า ง
๔.๔ ลกู แกะของซาฟี ท ๑.๑ ป.๓/๑ ประสบการณ์ทางเนื้อหาช่วยให้เกิด
ยะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ทักษะในการจับใจความสำคัญของ
ท ๑.๑ ป.๓/๔ เร่ือง การสะกดคำแบบแจกลูกคำ
ท ๒.๑ ป.๓/๕ เป็นพ้ืนฐานการอ่านคำต่างๆ ใน
ท ๓.๑ ป.๓/๔ บทเรียนได้อย่างถูกต้อง การอ่าน
ท ๔.๑ ป.๓/๑ หนังสือจะทำให้มีความรู้ การอ่าน
ท ๕.๑ ป.๓/๔ หนังสือจะทำใหม้ ีความรู้
การอ่านและการฟังเร่ือง ช่วยให้เกิด
ทักษะในการจับใจความสำคัญของ
เร่ือง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ เป็น
ความสามารถในการเขียนคำ ประโยค
หรือเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง แปลก
ใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร มีคุณค่า เขียนได้
อ ย่ า ง ห ล า ก ห ล า ย แ ล ะ ค ล่ อ งแ ค ล่ ว
เสร็จทนั เวลาทก่ี ำหนดการฝึกให้ผเู้ รียน
แสดงความคิดต่อสิ่งหน่ึงสิ่งใด ซึ่ง
อาจจะเป็นภาพ ข้อความ บุคคล
หรือเหตุการณ์ โดยไม่จำกัดความ
คิดเห็น การวิเคราะห์โครงเรื่อง จะ
ทำให้ผู้เรียนเป็นคนท่ีมีเหตุผล รู้จัก
วิเคราะห์วิจารณ์เร่ือง ซึ่งจะช่วยให้
สามารถเขียนเร่ืองอย่างสร้างสรรค์
สอ่ื สารไดอ้ ย่างถูกตอ้ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๔๒
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย
รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓
จำนวน ๑๐๐ ชว่ั โมง จำนวน ๕ หนว่ ยกติ
หน่วยที่ ชื่อหนว่ ย รหสั ตวั ช้วี ดั ตวั ชว้ี ดั ตัวชี้วดั ที่ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นำ้ หนกั
ท่ีต้องรู้ ควรรู้ (ชม.) คะแนน
๕ เปี่ยมล้นบารมี การวิเคราะห์เรื่อง เป็นการพิจารณา ๑๐ ๕
๕.๑ ประชาธิปไตยใบ ท ๑.๑ ป.๓/๑ เรื่องราวต่าง ๆ อย่างละเอียดต้ังแต่
เลก็ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ต้นจนจบ เพ่ือแยกแยะข้อเท็จจริง
ท ๑.๑ ป.๓/๕ และข้อคิดเห็น มีการใช้เหตุผลในการ
ท ๑.๑ ป.๓/๖ แยกส่วนดี ส่วนบกพร่องของเรื่องนั้น
ท ๒.๑ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๆ การจะย่อความและวิเคราะห์เรื่อง
ท ๔.๑ ป.๓/๓
ได้ดีนอกจากจะเป็นคนชอบอ่านแล้ว
ยั ง ต้ อ ง ห มั่ น ฝึ ก ก า ร ย่ อ ค ว า ม แ ล ะ
วเิ คราะห์เป็นประจำดว้ ย ดงั น้ันจะต้อง
เรียนรู้และนำไปใช้ให้ถูกต้อง จึงจะถือ
ว่าประสบความสำเร็จในการเรียน
ภาษา คำกริยา คือ คำท่ีหมายถึง
กระทำมีอาการอยู่ในสภาพ แบ่ง
ออกเปน็ หลายชนิด มีหน้าที่และวิธีใช้
แตกต่างกันการเรียนรู้คำกริยา ช่วย
ให้สามารถนำไปใช้ผูกเป็นประโยคได้
อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง เห ม า ะ ส ม เป็ น
พัฒนาการใช้ภาษาให้มีประสิทธิภาพ
การต้ังคำถามเป็นการหาคำตอบใน
เร่ืองท่ีต้องการรู้ ประโยคท่ีใช้ถามควร
เป็นประโยคที่เข้าใจง่าย มีคำที่แสดง
การถาม เช่น ใคร อะไร ท่ีไหน อย่างไร
เมอื่ ไร
๕.๒ ของดใี นตำบล ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านเสริมบทเรียนเป็นการเพ่ิม ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ประสบการณ์ด้านการอา่ น ปลูกฝังให้
ท ๑.๑ ป.๓/๖ ผู้เรียนรักการอา่ นและศึกษาหาความรู้
ท ๒.๑ ป.๓/๕ เพ่ิมเติม ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้
ท ๒.๑ ป.๓/๖ ผู้เรียนได้เปิดโลกทัศน์ท่ีกว้างไกล
ท ๔.๑ ป.๓/๑ รู้จักคิดวิเคราะห์เร่ืองที่อ่านและนำมา
๔๓
ท ๔.๑ ป.๓/๓ ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้การสะกด
คำแบบแจกลูกคำ เป็นพ้ืนฐานการ
อ่านคำต่างๆ ในบทเรียนได้อย่าง
๕.๓ ธรรมชาติเจ้าเอย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ถูกต้อง คำวิเศษณ์คือคำที่ใช้ขยาย ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๓ คำกริยาและคำอื่นๆให้มีความหมาย
ท ๑.๑ ป.๓/๔ ชัด เจน ยิ่งข้ึน ผู้ เรีย น ต้ องเรีย น รู้
ท ๑.๑ ป.๓/๕ กฎเกณฑ์และวิธกี ารนำไปใช้ใหถ้ ูกต้อง
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ต าม บ ริบ ท เพื่ อ ให้ การสื่ อ ส ารมี
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ประสิทธิภาพย่ิงขึ้น การเขียนเร่ือง
ท ๔.๑ ป.๓/๕ ต า ม จิ น ต น า ก า ร ช่ ว ย พั ฒ น า
ความคิดสร้างสรรค์ทกั ษะการเขยี น
และก่อให้เกิด
ประโยคหมายถึงข้อความหรือวลีที่
ประกอบกันขึ้น เพื่อใช้ในการส่ือสาร
ซึ่ ง ข้ อ ค ว า ม ท่ี เป็ น ป ร ะ โ ย ค ไ ด้ ต้ อ ง
ประกอบไปด้วย ประธาน กริยาและ
กรรม บอกให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่
ไหนและอย่างไร มาตราตัวสะกด
มาตราแม่ กก ได้แกค่ ำที่มีตัว ก สะกด
ซึง่ เรยี กว่าเป็นตวั สะกดตรงตามมาตรา
และมีพยัญชนะอ่ืนท่ีออกเสียงเหมือน
ก สะกด ซ่ึงเรียนว่าตัวสะกดไม่ตรง
ตามมาตราแม่ กด คือ พยางค์ท่ีออก
เสียงเหมือนมีตัว “ ด” สะกด มี
ตัวสะกดท่ีไม่ตรงมาตราทั้งหมด ๑๖
ตัว คือ จ ช ซ ฌ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ
ทธศษส
๕.๔ กาเหว่าที่กลาง ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านออกเสียงบทเรียน จะต้องฝึก ๗ ๒
กรุง ท ๑.๑ ป.๓/๔ ทักษะการอ่านคำเป็นคำยากโดยต้อง
ท ๒.๑ ป.๓/๒ อ่านได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การอ่าน
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ฝึกอ่านคำ ประโยคและเนื้อเร่ืองใน
ท ๕.๑ ป.๓/๓ บทเรียน โดยการแบ่งวรรคตอนการ
ท ๕.๑ ป.๓/๔ อ่านให้ถูกต้อง การรู้หลักเกณฑ์ทาง
ภาษาเรื่องคำและสำนวนท่ีให้เสียงให้
ภาพ ช่วยทำให้การใช้ภาษาในการ
ส่ื อ ส า ร ได้ อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ มี
ประสิทธิภาพ การเรียนรลู้ ักษณะของ
คำและ สำนวนท่ีให้เสียงให้ภาพ
และให้อารมณ์ ความรู้สึกเป็นพ้ืนฐาน
๔๔
ท่ีสำคัญในการใช้ภาษาไทยทั้งในการ
พูดและการเขียน การอ่านหนังสือ
เพ่ิ ม เติ ม ห รื อ อ่ า น เส ริ ม จ ะ ช่ ว ย ใ ห้
นักเรียนรักการอ่านและเกิดนิสัยรัก
การอ่านตามมาได้
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย
รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
จำนวน ๑๐๐ ชั่วโมง จำนวน ๕ หน่วยกติ
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หนว่ ย รหสั ตัวช้วี ดั ตวั ช้วี ัด ตวั ชี้วัดท่ี สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนกั
ทตี่ ้องรู้ ควรรู้ (ชม.) คะแนน
๖ ศักดศิ์ รีวฒั นธรรมไทย
๖.๑ เล่นคำทาย ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านเป็นพฤติกรรมในการเรียนรู้ท่ี ๑๐ ๔
ท ๑.๑ ป.๓/๒
ท ๑.๑ ป.๓/๓ จำเป็นสำหรับผู้เร่ิมเรียน การอ่าน
ท ๒.๑ ป.๓/๕ ออกเสียงผู้อ่านต้องอ่านให้ถูกต้องท้ัง
ท ๒.๑ ป.๓/๖ พ ยั ญ ชน ะ ส ระ วรรณ ยุ ก ต์ แ ล ะ
ท ๔.๑ ป.๓/๔ ตัวสะกด รู้ทีม่ าและองค์ประกอบของ
ท ๕.๑ ป.๓/๔
ค ำ จึ งจ ะ ท ำ ให้ อ่ าน ได้ อ ย่ า งมี
ประสิทธิภาพ ปริศนาคำทายของไทย
นิยมเล่นกันมาช้านานจึงถือว่าเป็นภูมิ
ปัญญาทาง กลวิธีในการใช้ภาษาอีก
ป ระเภ ทห นึ่งในการใช้ภ าษ าเชิ ง
ส ร้ า ง ส ร ร ค์ คื อ ก า ร ใช้ ส ำ น ว น
เปรียบเทียบเพราะสำนวนไทยเป็น
มรดกแห่งภูมิปญั หาทางภาษาของไทย
ที่ ส ะท้ อน ค วาม เป็ น ม าของชาติ
วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา การ
ดำเนินชีวติ ท่ีเป็นจริงของคนไทยในทุก
ยคุ สมยั
๖.๒ บันทึกความหลงั ท ๑.๑ ป.๓/๑ เครื่องหมายวรรคตอนคือสัญลักษณ์ท่ี ๑๐ ๓
ท ๑.๑ ป.๓/๒
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ใช้เพ่ือเน้น เชื่อม ละเว้น ข้อความหรือ
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ประโยคในภาษาไทยให้เกิดความ
ท ๑.๑ ป.๓/๖ เข้าใจตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้ ใน
ท ๑.๑ ป.๓/๘ ภาษาไทยของเรามีเครื่องหมายต่าง ๆ
ท ๑.๑ ป.๓/๙ ใช้ เขี ย น ก ำกั บ ข้ อ ค วาม ป ระโย ค
ท ๒.๑ ป.๓/๓
มากมาย ผู้เรียนต้องศึกษาหลักและ
วิธีการนำไปใช้ให้ถูกต้องตามบริบท
๔๕
ท ๒.๑ ป.๓/๕ อักษรย่อและคำย่อ คือคำที่ย่อให้ส้ัน
ลงโดยใช้เคร่ืองหมายวรรคตอนคือ
ท ๒.๑ ป.๓/๖ ม หั พ ภ า ค ก ำ กั บ เพ่ื อ ใ ห้ ก า ร
ติดต่อสื่อสารรวดเร็วขึ้น การเขียน
บันทึก ถือเป็นหัวใจสำคัญของการ
เรียนรู้ประเภทหนึ่ง เพราะการเขียน
บนั ทึกนอกจากจะใชภ้ าษาเขยี นในการ
ส่ือสารแล้ว ยังทำให้ผู้บันทึกได้จดจำ
เรื่องราวตลอดจนเหตุการณ์ท่ีเราพบ
เหน็ มา บนั ทึกไว้เปน็ ลายลักษณ์อักษร
๖.๓ ธนูดอกไม้กับ ท ๑.๑ ป.๓/๑ การอ่านออกเสียงบทเรียน จะต้องฝึก ๗ ๒
เจา้ ชายน้อย ทักษะการอ่านคำเป็นคำยากโดยต้อง
ท ๑.๑ ป.๓/๖ อ่านได้ถูกตอ้ งตามหลักเกณฑ์การอ่าน ๓๕
ฝึกอ่านคำ ประโยคและเนื้อเร่ืองใน ๑๕
ท ๒.๑ ป.๓/๒ บทเรียน โดยการแบ่งวรรคตอนการ ๕๐
อา่ นให้ถูกตอ้ ง แผนบงั คับของบทรอ้ ย
ท ๓.๑ ป.๓/๔ กรองจะช่วยให้นักเรียนสามารถอ่าน
ท ๔.๑ ป.๓/๑ และแต่งบทร้อยกรองได้ ความหมาย
ท ๕.๑ ป.๓/๔ ของคำศัพท์ในบทร้อยกรอง จะช่วย
ให้นักเรียนสามารถแปลความหมาย
ของบทร้อยกรองน้ันได้ การอ่าน
หนังสือเพิ่มเติมหรืออ่านเสริมจะช่วย
ให้นักเรียนรักการอ่านและเกิดนิสัยรัก
การอ่านตามมาได้การคิดวิเคราะห์
บ ท เรีย น ได้ อย่ างมี เห ตุ ผ ล เป็ น
เคร่ืองบง่ ชี้ถึงการมที กั ษะการฟงั
คะแนนหนว่ ยการเรียนรู้ ๑๐๐
คะแนนสอบปลายภาคเรียน
รวมตลอดภาคเรียน
๔
หน่วย ชอื่ หนว่ ย ตารางวเิ คราะห์หน่วยการเรีย
ย่อยท่ี ตัวชี้วัด
๑. เรียนรรู้ ่วมกนั ท.๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ - ทดสอบกอ่
ป.๓/๓, ป.๓/๕ ป. ๓/๙ - อา่ นเรื่อง
๑.๑ ปฏบิ ตั กิ ารสายลบั จิ๋ว ท.๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๖ - เขยี นตาม
ท. ๓.๑ ป.๓/๒ , ป. ๓/๓ - คัดลายมอื
- ทบทวนสระ พยัญชนะ ป. ๓/๖ - ฟงั เรือ่ ง แ
และวรรณยุกต์ ท. ๔.๑ ป. ๓/๑ - ใบงานหล
ท.๕.๑ ป.๓/๑ ป. ๓/๓
- การใช้ถอ้ ยคำสุภาพ * ทบทวนสระ
๑.๒ แตเ่ ด็กซื่อไว้
* มาตราต
- ทบทวนตัวสะกด
- สระเปลย่ี นรปู * สระเปล
๑.๓ ปา่ นม้ี ีคณุ
- มาตราตัวสะกด * มาตรา
- ความหมายของคำ * ความห
๑.๔ กระตา่ ยไมต่ ่ืนตมู
- นิทานสภุ าษติ * การใชถ้ อ้ ยค
* นทิ านสภุ าษ
- อ่านคดิ วเิ คราะ
- แบบประเมิน
- แบบฝกึ เสริม
- ทดสอบระห
๔๐
ยนรู้ ตัวชี้วดั และชน้ิ งาน ป.๓
ชอ่ื ช้ินงาน เวลา คะแนนปฏบิ ัติ คะแนนคิด
วิเคราะห์
อนเรยี น /หลังเรยี น (๓๓) ๒๐
คำใหม่ อ่านประโยค ๙ ๕
มคำบอก
อ ทส
แล้วตอบคำถาม
ลักเกณฑภ์ าษา ๙
ะ พยัญชนะ และ วรรณยุกต์ ๕
ตวั สะกด
ล่ียนรปู ๙ ๑๐
าตวั สะกด ๕
หมายของคำ
คำสภุ าพ ๖๕
ษิต
ะห์
นคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
มทกั ษะ
หวา่ งเรยี น
๔
ตารางวเิ คราะหห์ น่วยการเรีย
หน่วย ช่อื หน่วย ตัวชีว้ ดั ชอื่
ยอ่ ยท่ี
๒ บ้านฉันร่ืนรมย์ ท.๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ - ทดสอบกอ่
ป.๓/๓, , ป.๓/๔ - อ่านเรือ่ ง
๒.๑ อาหารดีชวี มี สี ขุ ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , - เขยี นตาม
ป. ๓/๙ - คดั ลายมอื
- การผนั วรรณยกุ ต์ ท.๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๕ - ฟังเร่ือง แ
- คำที่ประวสิ รรชนียแ์ ละไม่ ป.๓/๖ - ใบงานหล
ประวสิ รรชนีย์ ท. ๓.๑ ป.๓/๒ , ป. ๓/๓
๒.๒ ทำดอี ย่าหวั่นไหว , ป.๓/๔ ป. ๓/๖ * ใบงานเขียน
- คำคล้องจอง ท. ๔.๑ ป.๓/๑ ,
- กลอนสี่ ป.๓/๔ * บอกคำสมั ผ
๒.๓ พลงั งานคือชีวิต ท.๕.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๔
- การอา่ นคำอกั ษรควบกล้ำ * การผนั วรรณ
- อา่ นคำอักษรนำ
- อ่านคำแบบเรียงพยางค์ * แบบฝึกอ่าน
* เขยี นคำขวญั
- การอ่านคำเรียนแบบอักษรนำ
* อ่านคำแบบเ
- คำขวญั * อา่ นคำเรียน
๒.๔ แมไ่ ก่อยใู่ นตะกร้า - อา่ นคิดวิเคราะ
- บทร้อยกรองปฐม ก กา - แบบประเมนิ
- แม่ ก กา แมก่ ก แม่ กง ประสงค์
- แบบฝึกเสริม
- ทดสอบระห
- เตมิ คำในบทร
๔๑
ยนรู้ ตัวช้ีวัดและชนิ้ งาน ป.๓ เวลา คะแนนปฏบิ ตั ิ คะแนนคดิ
วิเคราะห์
อช้นิ งาน ๓๓ (๒๐)
๙ ๕
อนเรยี น /หลังเรียน
คำใหม่ อา่ นประโยค ๙ ๕
มคำบอก ๕
อ ๙
แล้วตอบคำถาม ๕
ลกั เกณฑภ์ าษา ๖
นคำคล้องจอง
ผัสของกลอนส่ี
ณยกุ ต์
นคำควบกลำ้ อกั ษรนำ
ญ
เรียงพยางค์
นแบบอักษรนำ
ะห์
นคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ
มทักษะ
หว่างเรยี น
รอ้ ยกรอง