The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การฝังเข็ม-รมยา เล่ม 3 (การฝังเข็มรักษาอาการปวด)
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
มิถุนายน 2554

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by subpayana, 2021-06-10 11:44:37

การฝังเข็ม-รมยา เล่ม 3 (การฝังเข็มรักษาอาการปวด)

การฝังเข็ม-รมยา เล่ม 3 (การฝังเข็มรักษาอาการปวด)
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
มิถุนายน 2554

Page 1

การฝงเข็ม – รมยา เลม 3

(การฝงเขม็ รักษาอาการปวด)

กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก
กระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2554

ISBN 978-616-11-0728

Page 2

การฝงเข็ม – รมยา เลม 3

(การฝงเขม็ รักษาอาการปวด)

ทปี่ รึกษา
แพทยห ญิงวิลาวัณย จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลอื ก

นางเย็นจติ ร เตชะดํารงสนิ ผูอ าํ นวยการสถาบนั การแพทยไ ทย-จีน เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต
นายแพทยสมชัย โกวิทเจริญกุล นายกสมาคมแพทยฝงเข็ม และสมนุ ไพร

บรรณาธกิ าร บณั ฑิตย พรมเคียมออ น สมชาย จริ พนิ จิ วงศ

ทศั นีย ฮาซาไนน

คณะทํางาน

กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก

เยน็ จิตร เตชะดาํ รงสิน ทัศนีย ฮาซาไนน เบญจนยี  เภาพานชิ ย

ยุพาวดี บุญชดิ ภาวิณี เสริมสุขไมตรี วาสนา บุญธรรม

ศูนยส ิรนิ ธรเพ่อื การฟน ฟสู มรรถภาพทางการแพทยแหงชาติ

ประพนั ธ พงศคณิตานนท วิรัตน เตชะอาภรณก ลุ

โรงพยาบาลยางชุมนอย จังหวดั ศรสี ะเกษ

ชํานาญ สมรมิตร

โรงพยาบาลพระน่งั เกลา นนทบุรี
โกสินทร ตรีรตั นวรี พงษ

โรงพยาบาลพระมงกุฏเกลา
พลโท (หญิง) พรฑิตา ชยั อํานวย

โรงพยาบาลอานันทมหิดล
พนั เอกฐติ ภิ มู ิ เออ้ื อาํ นวย

โรงพยาบาลกลาง สาํ นกั การแพทย กรุงเทพมหานคร
สทุ ัศน ภัทรวรธรรม

ศนู ยการแพทยกาญจนาภเิ ษก มหาวิทยาลยั มหิดล

อมั พร กรอบทอง สวุ ดี วองวสุพงษา

โรงพยาบาลวชิ ยั ยุทธ
กติ ติศักด์ิ เกง สกุล

นกั วชิ าการอิสระ
บณั ฑติ ย พรมเคยี มออ น สิทธิชยั วงศอ าภาเนาวรัตน

Page 3

ผทู รงคุณวฒุ ิดานการแพทยแผนจีน
สมชัย โกวิทเจริญกุล สมชาย จริ พินจิ วงศ

เจาของลขิ สิทธิ์
กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลอื ก

ออกแบบปก
ทัศนีย ฮาซาไนน

ภาพประกอบ
อมั พร กรอบทอง

พิมพค รั้งท่ี 1 : มิถุนายน 2554 จํานวน 1,000 เลม

พมิ พท่ี : โรงพิมพช ุมนมุ สหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย
44/16 ถนนเล่ยี งเมอื งนนทบุรี แขวงตลาดบัวขวญั อําเภอเมอื ง จังหวดั นนทบุรี 11000

ทศั นยี  ฮาซาไนน บัณฑิตย พรมเคยี มออ น สมชาย จริ พินิจวงศ

การฝงเข็ม รมยา เลม 3 ----นนทบรุ ี
โรงพมิ พชุมนมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย 2554
290 หนา ภาพประกอบ
กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ

ISBN 978-616-11-0728

Page 4

คํานาํ

ประสิทธผิ ลของการฝงเขม็ รักษาโรคตาง ๆ เปนที่ประจักษ และยอมรับในระดับนานาชาติ หลาย
ประเทศไดใชการฝงเขม็ เปน การแพทยแบบผสมผสานในการรกั ษาโรคตาง ๆ อยา งแพรหลาย การยอมรับท่ี
เกดิ ขน้ึ น้ี นอกจากจะเกิดจากประสบการณต รงของผทู ไี่ ดร ับการรักษาดวยการฝง เข็มแลว ยงั เกดิ จากผลการ
ศึกษาวจิ ยั อยา งแพรห ลายท้ังในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศตาง ๆ ปจจุบัน มหาวิทยาลัยหลาย
แหง ทงั้ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามหี ลักสตู รการฝง เข็ม เปน วิชาเรยี นในหลกั สูตรแพทยศาสตรศึกษาระดับ
ปรญิ ญาตรี เพือ่ ใหแพทยทสี่ าํ เรจ็ การศกึ ษา สามารถมีวธิ กี ารรักษาที่หลากหลายเพื่อชวยใหผลการรักษา
ผปู ว ยมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขน้ึ

การประยุกตใชการฝงเข็มรักษาอาการปวดตาง ๆ นับวามีประสิทธิภาพสูง และเปนท่ียอมรับ
ของผูปวยอยางกวางขวาง อยางไรก็ตาม เนื่องจากการแพทยแผนหลักของประเทศไทย ยังคงเปน
การแพทยแผนตะวันตก เพ่ือใหการฝงเข็มเปนการแพทยผสมผสานและเปนประโยชนตอผูปวย กรม
พัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก โดยความรวมมือจากคณะแพทยฝงเข็มท่ีเปน
คณะทํางานในการจัดทําตาํ รา การฝง เข็ม รมยา จึงไดจัดทําตํารา การฝงเข็มรักษาอาการปวดตาง ๆ ซ่ึง
นับเปนตํารา การฝงเข็ม รมยา เลมที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงคใหเปนแนวทางในการใหบริการการรักษา
อาการปวดแบบผสมผสาน เปนการเพม่ิ โอกาสในการรักษาแกผ ปู วย

ตํารา “การฝง เขม็ รมยา” แมจ ะมวี ตั ถปุ ระสงคใชประกอบการฝกอบรมในหลักสูตร “การฝงเข็ม” แต
เพอื่ ใหผ ูสนใจในศาสตรการฝงเขม็ รวมทง้ั นักศกึ ษาแพทยแผนจนี ในระดับปริญญาตรีไดนาํ ไปใชศ กึ ษาเพ่ือ
การคน ควา การจัดทาํ เน้อื หาการรกั ษาอาการปวดตาง ๆ ดวยการฝงเข็มเลมนี้ ไดรวบรวมประสบการณ
การรกั ษาและงานวิจยั ทั้งของผเู ขียนและจากตํารามานําเสนอ ซงึ่ อาจมคี วามคิดเห็นทีห่ ลากหลาย

การจัดทําตําราเลมน้ี ไดรับความรวมมือเปนอยางดีย่ิงจากคณะทํางาน ซึ่งไดสละเวลาชวยกัน
จัดทําจนเนื้อหาเสร็จสมบูรณ กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือกจึงใครขอขอบคุณ
คณะทํางานที่ไดทุม เทเสียสละ รวมมือรวมใจกันจัดทําหนังสือเลมน้ี จนสําเร็จลุลวงไปดวยดี โดยเฉพาะ
อยางยิ่ง นายแพทยบัณฑติ ย พรมเคียมออน อาจารยสมชาย จิรพินิจวงศ ที่ชวยตรวจสอบความถูกตอง
ของเนื้อหาและภาพประกอบ แพทยหญิงอัมพร กรอบทอง จากศูนยการแพทยกาญจนาภิเษก
มหาวิทยาลยั มหิดล ที่ไดกรุณาวาดภาพประกอบท้ังหมดในหนังสือน้ี จึงหวังเปนอยางยิ่งวา ตํารา “การ
ฝงเขม็ รมยา” เลมนี้ จะเปนประโยชนแกแพทยฝงเข็ม แพทยจีน นักศึกษาในหลักสูตรการแพทยแผนจีน
ตลอดจนผูสนใจในศาสตรนี้ เพื่อพัฒนาศาสตรการฝงเข็มในระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย ใหมี
ความมนั่ คงและยัง่ ยนื สืบไป

(แพทยห ญิงวลิ าวณั ย จงึ ประเสรฐิ )
อธิบดกี รมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก

Page 5

คําแนะนาํ การใชหนังสือ

การฝง เข็ม รมยา เลม 3

การฝงเข็มรักษาอาการปวด

การจดั ทําหนังสือ การฝงเข็ม รมยา เลม 3 (การฝง เขม็ รักษาอาการปวด ) มีวัตถุประสงคใหผูอาน
เขาใจถึงขั้นตอนการรักษาอาการปวดตาง ๆ ดวยการฝงเข็ม การรักษาและการเลือกจุดฝงเข็มที่ใชใน
หนังสอื เลม นี้ เปนการเรยี บเรียงขึน้ ทงั้ จากประสบการณตรงของคณะผูเรียบเรียง และจากท้ังเอกสารทาง
วิชาการที่จัดทําโดยสถาบันการศึกษาท่ีมีชื่อเสียงของสาธารณรัฐประชาชนจีน และนักวิชาการ ไดแก
มหาวทิ ยาลัยการแพทยแผนจนี เซี่ยงไฮ มหาวทิ ยาลัยการแพทยแ ผนจีนปก ก่งิ มหาวทิ ยาลัยการแพทยแ ผน
จนี นานจงิ เปนตน ทั้งน้ีเพื่อใหผลการรักษามีประสิทธิภาพเชนเดียวกับการรักษาในประเทศสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน และเปนแนวทางในการศึกษาวิจัย ผลการรักษาโรคดวยการฝงเข็ม เพื่อพัฒนาองคความรู
และทกั ษะใหก า วหนาตอไป

การฝงเขม็ เปนเวชกรรมการรักษาโรคของจีนท่ีมีประวัติการคนควาและแพรหลายมาหลายพันป
การฝงเข็มเปนวิธีการรักษาโรค ฟนฟูสุขภาพ สรางเสริมสุขภาพและปองกันโรค โดยการใชเข็มปกตาม
ตาํ แหนง จุดเฉพาะตาง ๆ ของรา งกาย มีวตั ถุประสงคเ พอื่ ปรบั สมดลุ รางกาย ชวยปรับใหอวัยวะและระบบ
การทํางานตาง ๆ ของรา งกายกลบั ทํางานไดเปน ปกติ โดยเฉพาะทีโ่ ดดเดนในการระงบั อาการเจ็บปวด จึง
นาํ ไปใชใ นการรักษาโรคปวดตาง ๆ ไดดี

หนังสือ การฝง เข็ม รมยา เลม 3 นี้ ประกอบดว ยเนือ้ หาตา ง ๆ ดังน้ี
การรกั ษาอาการปวดตาง ๆ ดวยการฝง เข็ม กลาวถึงโรค/กลุมอาการ ท่ีพบบอยและรักษาได
ดวยการฝง เข็ม โดยมีลาํ ดับรายละเอยี ดตาง ๆ ในแตละโรค/กลุมอาการ ดังนี้
1) ชื่อโรค/กลุมอาการ ใชช่ือเปนภาษาไทย และกํากับในวงเล็บดวยภาษาอังกฤษตามศัพท
การแพทยแผนตะวันตก สําหรบั โรคทไ่ี มม ีศัพทบ ญั ญัติภาษาไทย จะทบั ศัพทต ามชอื่ โรคของการแพทยแ ผน
ตะวันตก
2) บทนํา เปนการกลาวบรรยายถึงความหมาย คําจํากัดความ ลักษณะเดนและการดําเนินโรค
ของโรค/กลมุ อาการ ตลอดจนแสดงความสมั พนั ธในแตละมุมมองของการแพทยแ ตละแผน
3) สาเหตุและกลไกลการเกิดโรค กลาวถึง สาเหตุและกลไกการเกิดโรคตามแนวคิดของศาสตร
การแพทยแผนจีน และการแพทยแ ผนปจ จบุ ันในบางอาการโรค
4) การวินิจฉัยแยกกลุมโรค เปนการบรรยายสรุปการวินิจฉัยตามกลุมโรค โดยการวิเคราะหโรค
ตามกลุมอาการทงั้ ในแบบแผนของทฤษฎกี ารแพทยจ ีน และการแพทยแ ผนปจจุบนั
5) การรักษา เนนการรักษาดวยการฝงเข็มระบบเสนลมปราณ โดยกลาวถึงหลักการหรือ
วัตถุประสงคใ นการรกั ษาโรค หลักการเลือกจดุ ฝง เขม็ และกระตุนเขม็ ตาํ รับจุดหลกั และจดุ เสริมตามอาการ

Page 6

รวมถึงอรรถาธิบายสรรพคุณและเหตุผลในการเลือกใชจุดดังกลาว การเรียกช่ือจุดในบทน้ีใชการเรียกช่ือ
ตามระบบพินอินและรหัสจุด ตามมาตรฐานขององคการอนามัยโลก สวนคําอานภาษาไทยและชื่อจุด
ภาษาจนี ไดจดั รวบรวมไวในตารางภาคผนวกท่ี 1

บางโรค/กลมุ อาการ จะมีการเพ่ิมการรักษาโรคดว ยวิธีอื่นนอกเหนอื จากการฝง เข็มดวย ไดแก การ
ฝง เขม็ หู การครอบกระปกุ การรักษาดวยเขม็ ผวิ หนัง ฯ

6) ภาพประกอบ เปน ภาพแสดงตาํ รับจดุ ฝง เข็มท่ีใชรักษาในแตละกลุมโรค โดยเปนรูปแสดงสวน
ของรา งกายและตําแหนง จดุ และมีรหสั จดุ กํากบั อยู

ภาคผนวก หนังสอื การฝงเขม็ - รมยา เลม 3 มภี าคผนวก 1 เรอื่ ง ไดแก
ภาคผนวกท่ี 1 ดชั นีจดุ ฝงเข็มตามระบบเสน ลมปราณ
บรรณานุกรม จะอยูทา ยสดุ ของหนงั สอื

สารบัญ Page 7

คาํ นาํ หนา
คาํ แนะนําการใชต าํ รา การฝงเข็ม รมยา เลม 3 ก-ข
สารบญั ค-ง
สารบญั รปู จ-ช
ซ-ญ
ความรทู ่ัวไปเก่ยี วกับอาการปวด
1
1. กลมุ อาการทางปวดระบบประสาท
- ปวดศรี ษะ (Headache : 头痛) 6
- ปลายประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน 13
(Diabetic Peripheral Neuropathy : 糖尿病末梢神经病变)
- ปวดประสาทใบหนา (Trigeminal Neuralgia : 面痛) 17
- ปวดประสาทจากเช้อื งูสวัด 21
(Herpetic Neuralgia : 带状疱疹后遗神经痛) 29
- ปวดฟน (Dental Pain : 牙痛) 35

2. กลมุ อาการปวดจากพงั ผดื กลา มเนอื้ 42
(Myofacial pain syndrome : 肌筋膜炎综合症 )
51
3. เจบ็ อกจากกลามเน้ือหัวใจ (Angina Pectosis : 胸痛) 54
4. กลมุ อาการปวดบริเวณตน คอ และลําตวั สว นบน (Neck and upper)
หนา
- เจ็บคอ (Sore Throat : 喉咙痛 )
- กระดูกคอเสอื่ ม (Cervical spondylosis : 颈椎病) 57
62
สารบญั (ตอ)
65
5. อาการปวดบรเิ วณลาํ แขน (Upper Extremitries)
- ไหลต ดิ (Frozen Shoulder : 冻结肩) 68
- ปวดขอศอก (Tennis Elbow :网球肘) 82
- พังผดื กดทับเสน ประสาทในโพรงขอ มือ
94
(Carpal tunnel syndrome : 腕管综合症)

6. อาการปวดบรเิ วณลําตัวสว นลางและขา
- ปวดหลัง (Back pain : 腰痛)
- ปวดประสาทไซแอทติค (Sciatic pain : 坐骨神经痛)
- ปวดหลังจากภาวะกระดกู บางหรอื พรนุ

Page 8

(Back Pain due to Primary Osteoporosis: 骨质疏松腰痛) 96

- ปวดหลงั จากขอ สันหลังเสื่อม 100

(Back Pain due to Hypertrophic Spondylosis : 退化性腰痛 ) 119
124
- ขอเขาเส่ือม (Knee Osteoarthritis : 退化性膝关节炎)
- ปวดขอ สะโพก (Hip joint pain : 髋关节痛) 127
- ปลายประสาทใตผ วิ หนังตนขาอักเสบ 136

(Latero – Femoral Cutaneous Neuritis : 股外侧皮神经炎) 141
147
7. โรคขอ อกั เสบรูมาตอยด (Rheumatoid Arthritis : 类风湿性关节炎)
8. โรคเกาต (Gouty Arthritis : 痛风)
9. กลุมอาการปวดชอ งทอง (Abdomen pain)

- ปวดบริเวณล้นิ ป (Epigastric pain/Gastralgia : 胃脘痛)
- ทองอดื แนน (Abdominal Distention : 腹胀)

สารบญั (ตอ ) หนา

- ปสสาวะตกคาง (Urinary retention : 尿潴留) 153
- แผลกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer : 胃溃疡) 162
- กรดไหลยอน (Acute Regurgitation : 胃反酸) 175
- ถงุ นํ้าดอี ักเสบ (Cholecystitis : 胆囊炎) 182
- น่ิวในถงุ น้ําดแี ละถุงนํ้าดีอักเสบ
191
(Gall Stone and Cholecystitis : 胆结石和胆囊炎)
197
- พยาธไิ สเ ดือนในทางเดินน้ําดี (Biliary Ascariasis : 胆道回虫症)
- ภาวะลาํ ไสอุดตนั เฉียบพลัน 203

(Acute intestinal obstruction : 急性肠梗阻) 209
- ภาวะไสต ิง่ อกั เสบเฉยี บพลัน
218
(Acute Appendicitis : 急性阑尾炎)
- นิ่วในไต (Renal colic and Stone : 肾结石) 228
- ปวดปส สาวะ และปสสาวะผิดปกติ (Stranguria : 淋症 )
ภาวะปวดทองอยางรุนแรง - 234
(Acute Catastrophic abdominal pain : 急性腹绞痛)
9. กลุม อาการของโรคทางสูติ - นรีเวช 237
- เตา นมอกั เสบเฉยี บพลนั (Acute Mastitis : 急性乳腺炎) 241
- ปวดประจาํ เดอื น (Dysmenorrhea : 痛经) 248
10. กลมุ อาการบาดเจ็บจากกฬี า (Sport injury : 运动性损伤)

ภาคผนวกท่ี 1 ดัชนีจุดฝงเข็มตามระบบเสน ลมปราณ
บรรณานกุ รม

Page 9

สารบญั รูป

รปู ที่ 1 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเขม็ รกั ษาอาการปวดศีรษะ รปู ที่ 2 หนา
แสดงตําแหนง จุดฝง เข็มรกั ษาปลายประสาทเสอื่ มจาก
11
โรคเบาหวาน 16
รปู ที่ 3 แสดงตาํ แหนง จุดฝงเขม็ รกั ษาปวดประสาทใบหนา
รปู ท่ี 4 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาปวดประสาทจากเชือ้ งูสวัด 20
รปู ท่ี 5 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรกั ษาปวดฟน 22
รูปท่ี 6 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเขม็ รกั ษา Myofacial pain syndrome 34
รูปท่ี 7 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรกั ษาอาการเจ็บอกจากกลามเนอื้ หวั ใจ
รูปท่ี 8 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษาเจ็บคอ 41
รปู ที่ 9 แสดงตําแหนง จุดฝงเขม็ รกั ษากระดกู คอเส่อื ม
รูปที่ 10 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาไหลติด 50
รปู ที่ 11 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาอาการปวดขอศอก
รปู ที่ 12 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษานว้ิ ล็อค 53
รูปท่ี 13 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาปวดหลงั 56
รปู ที่ 14 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาปวดประสาทไซแอทติค 61
รปู ท่ี 15 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาปวดหลังจากขอสันหลงั เส่ือม 64
รปู ท่ี 16 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเขม็ รักษาขอเขา เสือ่ ม
รปู ที่ 17 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษาปวดขอ สะโพก 67
รูปที่ 18 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาอาการปลายประสาท
81
ผิวหนงั ตนขาอักเสบ
รปู ที่ 19 แสดงตําแหนง จดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคขออกั เสบรูมาตอยด 93
รูปที่ 20 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเขม็ รักษาโรคเกาต 99

สารบญั รูป (ตอ) 110
123
รูปที่ 21 แสดงตาํ แหนงจุดฝง เข็มรกั ษาปวดบริเวณล้นิ ป
รูปที่ 22 แสดงตําแหนงจดุ ฝง เข็มรกั ษาอาการทองอืดแนน 126
รปู ที่ 23 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรกั ษาปสสาวะตกคาง
รูปท่ี 24 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝงเข็มรกั ษาแผลกระเพาะอาหาร 135

จากชีก่ ระเพาะ และตบั ตดิ ขดั 140
รปู ที่ 25 แสดงตําแหนงจดุ ฝง เขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหารจากชี่และเลือดคง่ั
รปู ท่ี 26 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษาแผลกระเพาะอาหารจากกระเพาะรอ น หนา

146
152
161
170

171
172

รปู ที่ 27 แสดงตําแหนงจุดฝง เขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหารจากอินกระเพาะพรอ ง Page 10
รปู ท่ี 28 แสดงตําแหนงจุดฝง เขม็ รักษาแผลกระเพาะอาหารจากเยน็ พรอง
รปู ท่ี 29 แสดงตําแหนงจุดฝงเข็มรักษากรดไหลยอ นจากไฟตับ 173
รูปที่ 30 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเขม็ รักษากรดไหลยอนจากมาม 174
181
และกระเพาะเยน็ พรอ ง 181
รปู ที่ 31 แสดงตาํ แหนงจุดฝง เขม็ รักษาถงุ น้ําดอี กั เสบจากรอนพรอง
รูปท่ี 32 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเข็มรักษาถงุ น้ําดอี กั เสบจากชต่ี ิดขัด 189
รูปท่ี 33 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝง เขม็ รกั ษานิ่วในถงุ นํา้ ดี และถงุ น้ําดีอักเสบ 190
รปู ท่ี 34 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝงเข็มรกั ษาโรคพยาธิไสเ ดอื นในทางเดินนาํ้ ดี 196
รปู ท่ี 35 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาภาวะลําไสอุดตัน 207
รูปที่ 36 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝง เขม็ รกั ษาภาวะไสต่ิงอักเสบเฉียบพลัน 208
รปู ที่ 37 แสดงตําแหนงจดุ ฝง เขม็ รักษานว่ิ ในไต 217
รปู ท่ี 38 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาอาการปวดปสสาวะและปสสาวะผิดปกติ 227
รูปที่ 39 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาเตา นมอักเสบเฉยี บพลัน 237
รปู ที่ 40 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเขม็ รักษาปวดประจําเดือน 240
247

Page 11

ความรทู ั่วไปเกย่ี วกบั อาการปวด

อาการปวดเปน อาการท่ใี ชก ารฝง เขม็ เปน วธิ กี ารรกั ษามากที่สุด ไมว า จะเปน การปวดคอ ปวดขอ
ปวดกลามเน้อื อวัยวะภายใน ในการรกั ษาอาการปวดอกั เสบไมมียาแกป วด แกอ กั เสบ ในศาสตร
การแพทยแ ผนจนี หลักคิดในการรักษาคอื การระบาย สาเหตุของอาการปวดเกดิ จาก การติดขัดของการ
ไหลเวียนของชีห่ รือลมปราณ หรอื จากการทช่ี ่ีและเลอื ดไปหลอ เลี้ยงไมเ พยี งพอ การฝงเขม็ จะทาํ หนาท่ี
ทะลวงเสน ลมปราณ ปรับใหก ารหมนุ เวียนของชแ่ี ละเลอื ด เมื่อการไหลเวียนดีขน้ึ อาการปวดจะทเุ ลาหรอื
หายไป

ปจ จยั ที่ทําใหเ กดิ การปวดมี 3 เหตุ คอื ลม (风), ความเยน็ (风), ความชน้ื (湿), และเลอื ดคั่ง (瘀
血) ทําใหเ กดิ อาการปวดในตาํ แหนงทเี่ ก่ียวกับรา งกายทั้งหา คือ ผิวหนัง เสนเอน็ เน้ือเย่ือ โครงกระดกู และ
หลอดเลอื ด

1. ลม (เปน การอกั เสบไมคงท)ี่ มีอาการปวดทเ่ี คล่ือนที่ โดยทัว่ ไปลมมักไมเปน เหตุใหเ กดิ อาการ

ปวด แตม กั จะชักนําเสยี ช่ี (邪气) อื่น ๆ เชน ลมเยน็ , ลมชืน้ แลวทําใหเ กดิ การตดิ ขัด มีอาการปวด
ข้ึนมา

2. ความเย็น มักมอี าการปวดเฉพาะที่ อาการมกั รนุ แรง และเปน มากในเวลากลางคนื กลางวนั

จะดีข้ึน การแพทยแผนจนี จึงแบงกลางวนั และ กลางคนื หยางจะเพิ่มมากในเวลากลางวัน จะทาํ ใหรูสกึ วา
อาการปวดดขี ้นึ ไดร บั ความอบอนุ จากดวงอาทิตย การปวดเน่อื งจากความเยน็ เม่อื ประคบรอนจะดีขนึ้
ตรงกันขามเม่ืออากาศเยน็ จะปวดมากขึน้

3. จากความช้ืน จะปวดเฉพาะท่ีและหนักเม่อื ย แบง เปน รอ นเยน็ และเยน็ ชนื้ โดยเฉพาะหลัง

ฝนตก เมอ่ื มีความชน้ื สูงในอากาศ เม่อื รา งกายกระทบกบั อากาศแบบนี้จะมอี าการเมื่อยข้เี กียจ อยาก
นอน ลักษณะปวดจะปวดอยกู บั ทีแ่ ละปวดหนัก ไมสามารถขบั ความชืน้ ไดท ัน ทาํ ใหม ีบวมนาํ้ ในตําแหนง
ปวดได

4. เลอื ดคง่ั การค่งั ของเลือดมปี จ จยั การเกิดไดห ลายสาเหตุ เชน

4.1 เกิดจากเสียชท่ี ่ีไดร ับ สะสมไวนานไมไดถกู กาํ จดั ออก จงึ เกดิ การค่งั
เชน ความชน้ื , ความเยน็ , เสมหะ, หยางช่ีพรอ ง, จนิ เยไมไหลเวยี น เปน ตน

4.2 จากไดร บั การกระทบกระแทก ทําใหเ กิดเลอื ดคั่ง
สาเหตุการเกิดอาการปวดทง้ั สามสาเหตุ ในการแพทยแผนจนี มวี ธิ กี ารรกั ษา ดังนี้
1. สาเหตจุ ากลม ใชว ธิ ขี บั ลม โดยทีอ่ าการคือ ปวดไมแ นน อน ดงั นนั้ จงึ ตองหาจดุ ปวดและเสน
ลมปราณที่ผานจดุ ท่ีสามารถขับลมได การฝงเข็มจะปก เขม็ ตามเสน ลมปราณทป่ี วด และ จดุ ฝงเข็มที่
พบวามกั ใชในการขบั ลมบรเิ วณหนา ศรี ษะ ทงั้ ดานหนา และหลัง คือ จุด FengChi (GV 16) ถาเปนบริเวณ
ดา นหลงั ใชจ ดุ FengMen (BL 12)

Page 12

ในระยะเร้ือรังตอ งใชจดุ ฝง เข็มอื่นรวมดว ย เนื่องจากระบบเลือดไหลเวยี นไมดี จึงตองปรบั ระบบ
เลอื ด ถารสู ึกเหมือนปวดไปทัง้ รา งกายใหใ ชจ ุด WaiGuan (TE 5) กบั จุด ZuLinQi (GB 41). ในทาง
การแพทยแ ผนจีน ถา ใชว ธิ ีการขับลมแลว ไมด ีขน้ึ ตองเสรมิ ปรับเลือด และขับลม จุดฝง เข็มท่ใี ชค ือ XueHai
(SP 10) GeShu (BL 17) PiShu (BL 20) GanShu (BL 18) SanYinJiao (SP 6) แตอาจใชเพยี งสองจุด
คอื PiShu (BL 20) และ XueHai (SP 10) ถา ยังมีอาการปวดเลก็ ๆ นอ ย ๆ ใหฝ งเข็มบาํ รงุ เลอื ดและขบั ลม
บา ง จดุ ที่มอี าการปวดไมต อ งฝง เขม็ ก็ได

2. สาเหตุจากความเย็น ใชวิธใี หค วามอบอุน เพ่ิมความรอน หรือเพมิ่ หยาง เพือ่ บรรเทาอาการ
ปวด ตอ งคาเขม็ นานและรมยา ฝงเข็มในเสนลมปราณหยาง โดยเฉพาะเสนตมู ายเปน เสนลมปราณทม่ี หี
ยางมากที่สดุ จุด DaZhui )GV 14) มเี สน ลมปราณหยาง 7 เสน มาพบกนั (เสนลมปราณหยางจากมอื 3
เสน และจากเทา 3 เสน และเสน ตูมาย) รว มกบั MingMen (GV 4) และ YaoYangGuan GV 3) (L4
midline ตรงกับ DaChangShu (BL 25)) แลว ฝงเข็มตามตาํ แหนงปวด

3. อาการปวดจากความชืน้ ใชว ธิ ขี ับชืน้ กส็ ามารถบรรเทาอาการปวดได จุดฝง เข็มทใี่ ชคือ
SanYinJiao (SP 6) , YinLingQuan (SP 9) และจดุ ทป่ี วดรว มดว ย

4. ปวดเพราะรอน สาเหตมุ ี 2 ปจ จัย โดยทต่ี ามทฤษฎกี ารแพทยแ ผนจนี ถา อาการปวดเปน นาน
อาการตอไปจะเกดิ เปน อาการอกั เสบรอนขนึ้ มาได เปน เหตุสะสมของอาการปวด โดยจะมีลกั ษณะแดง
ปวด รอ น อาการปวดแบบรอน ถาประคบรอ น หรือใช infrared จะทาํ ใหอ าการแยลง ตอ งระบายความ
รอ น พิษรอ น เชน ไขขออกั เสบเฉยี บพลันในผูปว ยโรคเกาท จะกลวั รอนมาก ตอ งใชความเย็นประคบ เวลา
ปวดจะปวดเวลากลางวัน เวลากลางคนื จะดชี ้ืน การรักษาตองใชว ธิ ีระบายพษิ รอ น จุดฝง เข็มทใ่ี ชคอื
DaZhui (GV 14) ใชวิธรี ะบาย รวมกับจดุ QuChi (LI 11), NeiTing (ST 44) เวลาฝงเข็มกระตุน เขม็ เรว็
ๆ แลวเอาเขม็ ออกทนั ที ในวิธกี ารฝงเข็มตามทฤษฎีการแพทยแ ผนจนี อาการเยน็ ใหคาเข็มทงิ้ ไว ถา อาการ
รอนใหดึงเข็มออกเลย

5. ปวดจากมเี ลือดคงั่ การรกั ษานอกจากฝง เข็มทะลวงเสน ลมปราณทเี่ กยี่ วของแลว สามารถใช
จุกเฉพาะที่ และการปลอยเลอื ด หรอื ใชว ิธรี มยา จดุ ทม่ี ีสรรพคณุ สลายเลอื ดค่ังทง้ั ระบบ เชน GeShu
(BL 17) , XueHai (SP 10), SanYinJiao (SP 6)

อาการปวดบางครัง้ จะปนเปกนั จากสาเหตทุ กี่ ลาวทัง้ สามรวมกัน ตองแยกสาเหตจุ ึงจะรกั ษาได
เชน สาเหตจุ ากลมและความเยน็ วิธกี ารรักษาตองขับลมและเสรมิ หยาง

อาการปวดตามรางกาย แบง ตามตาํ แหนง ที่มอี าการปวดจะมี 5 ตาํ แหนง ไดแ ก ผิวหนงั ,
กลามเนอ้ื , เอ็น, กระดกู และชพี จร ในการรกั ษาตองทราบวา สาเกตุจะเกยี่ วกบั อวัยวะจางอะไร เชน

ผวิ หนงั  ปอด
กลา มเน้ือ  มา ม
เอน็  ตับ

Page 13

ชีพจร  หวั ใจ
โครงกระดูก  ไต
1. ปวดบรเิ วณผิวหนัง ก็เปน การปวดชนิดหน่งึ ถอื วาเกดิ จากระบบปอด ผูปวยบางรายมอี าการ
ปวดตามหวั ไหล ตึงปวดแตไมล ึกลงขา งใน เปน ตาํ แหนง บรเิ วณผิวหนัง การฝง เข็มถาตาํ แหนง ที่ปวดอยู
บรเิ วณผิว โรคอยไู มลึกกฝ็ ง เขม็ ตืน้ ๆ ถา โรคอยใู นระดบั ไหนกฝ็ งเข็มในระดับนั้น ถาถึงโครงกระดูกกใ็ หป ก
เข็มลกึ ถึงกระดกู ไมค วรฝงเข็มลึกเกินไป พจิ ารณาตามความรุนแรงของโรค ถา เปนเฉพาะผิวหนัง
บางคร้ังเปน บรเิ วณกวางมาก ไมสามารถระบตุ าํ แหนงเสนลมปราณไดช ดั เจน ใหใ ชเ ขม็ 7 ดาวตี หรือปก
เข็มต้ืน ๆ จมิ้ ๆ เอาก็ได ความยาวเขม็ ประมาณ 0.5 นิ้ว เวลาจบั ใหจ บั ตรงบรเิ วณใกล ๆ ปลายเขม็ โผลมา
สนั้ ๆ ใชมือการด เข็มไวไมใ หงอ และความยาวของเขม็ เสมอกับนิ้วของผูรักษา จะไดไ มคดเวลาปกและไม
ลกึ จนเกนิ ไป ในการรกั ษาระยะหน่งึ ควรใชจ ุดฝง เข็มเกีย่ วกบั ปอด โดยใชจ ดุ ฝง เขม็ LieQue (LU 7)
TaiYuan (LU 9) และ QiChi (ST 11) รว มรักษาได
2. ปวดกลา มเน้ือ การปวดบางครัง้ ปวดจากเมือ่ ยลา ทาํ ใหกลามเนือ้ ปวดเมอ่ื ย ในการรักษาก็
ตอ งฝงเข็มใหลกึ ถึงกลา มเนื้อเชน กนั แตใชว ธิ กี ารฝง เขม็ เปนกลมุ ไมใชป ก เลมเดยี ว เชน การปวดสะโพก
ไมไดปวดตามเสน ลมปราณเสน ใดเสน หนึง่ แตการปวดไมเ คล่ือนยายท่ี อาการปวดมตี าํ แหนง แนนอน
หรอื การปวดหวั ไหล การปก กต็ องปก ขึน้ กบั ขนาดมดั กลา มเน้อื ปกเรียงสาม ถา มัดเล็ก ถา มดั ใหญกเ็ รียง
สามหลายชดุ เปน สี่เหลี่ยมคางหมู เปนการปก เฉพาะทเี่ ทา น้ัน แตเน่ืองจากกลา มเนอ้ื เกย่ี วกบั มาม ดงั นนั้ จงึ
ตอ งเสรมิ ท่ีมา มโดยใชจ ุด ZuSanLi (ST 36) หรอื SanYinJiao (SP 6) มามกบั กระเพาะเปนเปยวหลก่ี นั
ใชแ ทนกนั ได เราฝงเขม็ ลกึ ตามความหนาของกลา มเน้ือเชน กนั
3. ปวดเอน็ เสน เอน็ รวมถึงเย่ือหมุ ไขขอ ตา ง ๆ ดวย ถาอาการปวดเกีย่ วกบั เอน็ ทําใหการยดื หด
ของแขนขาไมสะดวก การรกั ษาอาการปวดตอ งฝงเข็มลกึ ถงึ เอน็ ดวย ตามไขขอตองปก เข็มถึงเอ็นจงึ จะ
ไดผล เชน การปวดขอ หรอื ปวดขอมอื เชน De Qurvain เวลายืดจะตึง โดยมากการปวดเอ็นจะปวดเวลายดื
มากกวา เสน เอ็นเกี่ยวกับตบั ตอ งหาจุดเสริมทตี่ บั มาชวย เชน ใช GanShu (BL 18), YanLinQuan (GB
34)
4. ชีพจร เสนเลอื ด เสน ประสาท เนอ่ื งจากการปวดหลังรา วไปถึงขา งลา งได เชน LBP ใน
การแพทยจ ีนถอื วาเปนการปวดในเสนเลอื ดหรอื ชพี จร โดยปกตกิ ารไหลเวยี นของเลือดจากบนลงลา งหรอื
กลบั กันในการปวดหลงั เน่ืองจากการไหลเวยี นติดขดั แพทยแผนปจจบุ นั เปน nerve > bl vv เราตอ ง
ฝงเข็มใหถ งึ เสน เลือดชีพจร หมายถึงเสน ท่ปี วด คอื ใหมกี ารปก ลงตามเสน เนือ่ งจากการปวดจะเกีย่ งของ
กับหวั ใจ ใชท ง้ั จดุ ฝง เขม็ บนเสน ลมปราณมอื เจวย๋ี อินเยอ่ื หมุ หวั ใจ และเสนมือเสาอนิ หวั ใจ NeiGuan (PC
6) หรือ DaLing (PC 7) ไดท้งั สิ้น
5. โครงกระดกู จะยืดไดห ดไมไ ด ในการแพทยแ ผนจนี เชน การปลกู ขอ กระดกู จนเปลยี่ นแปลง
บวม ถา ปวดทีไ่ ขขอ ตองปกถงึ กระดูกท่ปี วดเลย ปวดทไ่ี หนปกถงึ ทีน่ นั่ เชน ขอ เขา ผูป วย จะปวดมากเวลา

Page 14

เดนิ เราตอ งหาจุดอาซอื ปก ถึงขอดวย กระดกู เกีย่ วกบั ไต ดังนั้นถาตอง การใหไ ดผ ลดี ตองเสรมิ ท่จี ดุ ไตดวย
คือตอ งบาํ รุงหรอื เสริมไตดว ย หรอื บาํ รุงไขกระดกู เชน Shenshu (BL 23), TaiXi (KI 3), XuanZhong (GB
39)

ปวดศีรษะ

( Headache : 头痛)

ปวดศรี ษะ เปน อาการท่พี บไดบอ ย และเปน เหตทุ ําใหผปู ว ยมาพบแพทย มคี าํ กลาววา ในชวงชีวติ

ของคนเราตองประสบอาการปวดศีรษะอยา งนอยหนงึ่ ครง้ั สาเหตทุ กี่ อ ใหเ กดิ อาการปวดศรี ษะมี

หลากหลาย ท้งั จากความผิดปกตขิ องรา งกาย จติ ใจ และสงิ่ แวดลอ ม อาการปวดศรี ษะมักพบอาการ

ผดิ ปกติอนื่ ๆ รว มดว ยเสมอ ในทางคลนิ กิ แบงอาการปวดศรี ษะเปน 2 ประเภท ไดแก

1) ปวดศีรษะแบบปฐมภมู ิ (primary or functional headache) หมายถงึ การปวดศีรษะทไี่ มพ บ

ความผิดปกติทเ่ี ปน สาเหตขุ องอาการปวดศรี ษะ โรคทพี่ บบอย ไดแ ก ปวดศีรษะไมเกรน (migraine) และ

Page 15

ปวดศรี ษะแบบตึงเครยี ด (tension-type headache) สว นโรคทีพ่ บคอนขางนอย ไดแ ก ปวดศีรษะเปน
ระลอก (cluster headache) และ ปวดศรี ษะคร่งึ ซกี แบบปะทุ (paroxymal hemicrania)

2) ปวดศรี ษะแบบทตุ ยิ ภมู ิ (secondary or organic headache) หมายถงึ การปวดศีรษะท่ีมี
สาเหตใุ หเ กิดอาการปวดศรี ษะ โดยแบง สาเหตุตามตําแหนง ของการเกดิ โรคเปน 2 กลมุ ไดแ ก สาเหตุ
ภายในกะโหลกศีรษะ (intracranial causes) เชน เลอื ดออกในสมอง เน้ืองอกสมองหรอื เนือ้ งอกทกี่ ระจาย
มาสมอง เสน เลอื ดโปงพอง การติดเช้อื ฯ และสาเหตุภายนอกกะโหลกศรี ษะ เชน เสน เลือดแดงอกั เสบ
ไซนสั อกั เสบ ตอ หิน การตดิ เช้อื ความดนั โลหิตสูง โรคของกระดูกคอ ฯลฯ

การแพทยแผนจีน แบง สาเหตขุ องการปวดศรี ษะ เปน 2 ประเภท ไดแ ก
1) การรุกรานจากปจ จยั กอโรคนอกรา งกาย ปจ จยั สําคัญ คอื ลม เขา กระทําตอเสน ลมปราณ
สว นบนของรา งกาย ทาํ ใหช แ่ี ละเลือดไหลเวยี นไมคลอง
2) ความผดิ ปกตภิ ายในรา งกาย แบงเปน 2 กลุม ไดแก กลุมแกรง เชน หยางตบั เกนิ จากชค่ี ่ัง
หรอื อารมณโ กรธ และ กลมุ พรอง เชน ชแ่ี ละเลือดพรอง
การวเิ คราะหแ ละการรกั ษาอาการปวดศีรษะ ตามศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี ไดก ลาวไวโดยละเอียด
แลว ในตาํ ราการฝง เขม็ รมยา เลม 2 ในทีน่ จ้ี ะกลา วถงึ มุมมองการวนิ จิ ฉยั แยกโรคของอาการปวดศรี ษะ
แบบการแพทยแผนตะวันตก รวมกับการวินจิ ฉัยแยกโรคตามศาสตรการแพทยแผนจนี โดยเนน เฉพาะปวด
ศีรษะทพ่ี บบอ ยในเวชปฏิบัติ ดังน้ี

1. ปวดศรี ษะแบบปฐมภูมิ

ไดแก ปวดศีรษะแบบตงึ เครยี ด ปวดศรี ษะไมเกรน และ ปวดศรี ษะเปน ระลอก ซึง่ ท้งั สามโรค
รวมกนั พบไดม ากกวารอยละ 90 ของโรคปวดศีรษะแบบปฐมภมู ิทง้ั หมด

1.1 ปวดศรี ษะแบบตงึ เครียด (Tension-type headache)

สวนใหญเ กดิ จากกลา มเนือ้ เครยี ดหรอื ตงึ ตัว (muscle strain) บรเิ วณหลงั คอ โดยมผี ลทาํ ใหห ลอด
เลอื ดบริเวณตนคอหดตัว ทาํ ใหขาดเลือดไปเลยี้ ง จงึ เกดิ อาการปวด โดยสมั พนั ธกบั อารมณ วติ กกังวล แต
ไมมปี ระวตั ทิ างกรรมพนั ธุ

อาการปวดเรมิ่ จากบริเวณตน คอ แลวกระจายไปทัว่ ศีรษะ ปวดเหมือนมอี ะไรรัดไว อาจมอี าการอ่นื
รว มดว ย เชน นอนไมหลบั ออ นเพลยี ซมึ เศรา ชว งทปี่ วดมาก อาจรสู ึกปวดตึงขมบั และอาจมีอาการชารวม
ดว ย อาการปวดอาจเปนเดือนละหลายครัง้ แตล ะครง้ั อาจปวดนานไมก น่ี าที หรอื ปวดทั้งวัน หลายวัน
ตดิ ตอกันกไ็ ด สวนมากอาการหายไดเ อง ถาความเครยี ดลดลงและนอนหลบั พกั ผอ นไดเ พียงพอ ซงึ่ ตา งจาก
สาเหตุอืน่ ๆ การฝง เข็มรกั ษามกั ไดผลดี

1.2 ปวดศรี ษะไมเกรน (Migraine)

Page 16

อาการปวดศีรษะไมเกรน พบมีประวัตทิ างพันธกุ รรมประมาณรอยละ 80 มลี ักษณะ ปวดได 3 แบบ
คือ ปวดศรี ษะขา งเดยี ว ปวดทัง้ สองขา ง และปวดสลบั ขา งไปมา ตาํ แหนง ปวดเปน ไดทง้ั ทห่ี นา ผาก ขมบั
หรือทา ยทอย อาการเริ่มแรกมักปวดรนุ แรงและเฉยี บพลนั นานเปนนาที จนถึงเปน วัน เวลาเกดิ อาการไม
แนน อน ชว งทม่ี ีอาการ หากมกี ารเคลือ่ นไหวศีรษะจะทาํ ใหปวดมากขึน้ อาการรวมสําคัญท่ใี ชแยกอาการ
ปวดศรี ษะจากสาเหตุอ่นื คือ คลื่นไส อาเจยี น กลวั แสง เสียง หรือกลน่ิ โดยอาการกลวั แสงจะพบไดบอย
กวา หลังจากหายปวด ผูปว ยอาจมอี าการออนลา การฝงเข็มรักษาไดผลดี แตไมห ายขาด

1.3 ปวดศรี ษะเปน ระลอก (Cluster headache)

เปนอาการปวดศีรษะขางเดยี วอยางรุนแรงแบบเปนระลอกหรอื เปน ชุด มีลกั ษณะการปวดตุบ ๆ
บริเวณขมบั รอบตา หรอื กระบอกตาขางใดขา งหนง่ึ อาการปวดจะเกิดเปนชว ง ๆ แตล ะชวงนาน 15 – 180
นาที โดยอาการอาจเกิดทกุ วันหรือเวนวัน สว นใหญเ กดิ วนั ละ 1 – 2 ครั้ง แตบ างรายอาจเกิดบอยถงึ วันละ
8 คร้ัง การปวดแตล ะชุด อาจใชเ วลาหลายวันถงึ หลายสปั ดาห และมีชว งเวลาทีห่ ายจากอาการปวดเปน
เดือนหรอื เปน ป อาการทอ่ี าจพบรวมดวย ไดแก นํา้ ตาไหล คดั จมกู นํ้ามกู ไหล เหงื่อออกหนาผาก ใบหนา
ขา งท่มี ีอาการปวด อาจพบอาการบวมทเ่ี ปลือกตา หนังตาตก (ptosis) รูมา นตาหด (miosis) การปวด
ศีรษะเปน ระลอกพบในเพศชายมากกวาเพศหญิง 5 – 6 เทา และพบนอยกวา ปวดศีรษะไมเกรน 10 – 50
เทา ประมาณรอ ยละ 10 พบมีประวตั ิโรคในครอบครัว เปน โรคทร่ี ักษายาก อาจใชวธิ ฝี งเขม็ รวมกับรมยา

ศาสตรก ารแพทยแ ผนจีน วเิ คราะหอ าการปวดศรี ษะแบบปฐมภมู ิ มีสาเหตุมาจากความผดิ ปกติ
ภายในรางกาย โดยมีสาเหตุและกลไกการเกดิ โรคแตกตางกัน ไดแก

1) เกดิ จากลม ความเยน็ และความชน้ื อุดกน้ั เสน ลมปราณ ทาํ ใหเ ลอื ดและช่ีไหล เวยี นไมคลองจึง
เกิดอาการปวด

2) จากอารมณแปรปรวน โดยเฉพาะอารมณโกรธ ทาํ ใหเ สน ลมปราณตบั และถุงนํา้ ดตี ดิ ขดั เกิดชี่ค่ัง
ช่ที ่ตี ิดขัดนานวันจะแปรสภาพเปนไฟ ไปรบกวนทวารสมอง

3) จากความชืน้ สะสมจนแปรสภาพเปน เสมหะ ไปอุดก้นั เสน ลมปราณ ทาํ ใหเ ลือดและช่ไี หลเวียน
ไมค ลอง

4) จากรางกายทไี่ มสมบูรณแ ตก ําเนดิ สมองและไขกระดูกวางเปลา สว นใหญมกั พบปวดศรี ษะ
สมั พนั ธก บั การมีประวัตโิ รคในครอบครวั

5) จากมีเลือดคง่ั ทําใหก ารไหลเวยี นของช่ไี มค ลอง
6) เกิดจากชี่และเลือดพรอง เนอื่ งจากไดร บั สารอาหารไมเ พยี งพอ ทํางานหนกั หรือเครียดเกนิ
สขุ ภาพทรุดโทรมจากโรคเร้อื รงั หรือมภี าวะพรองมาแตกําเนดิ

การฝงเขม็ รักษาปวดศรี ษะแบบปฐมภูมิ

หลักการรักษา: เปดทวารสมอง ทะลวงเสน ลมปราณ

Page 17

จุดหลกั : ระบาย ZhongWan (CV 12), FengFu (GV 16), FengChi (GB 20), WanGu (GB 12),
TaiYang (EX-HN 5)

จดุ รอง: ระบาย HeGu (LI 4) และ TaiChong (LR 3)
จดุ เสรมิ : เพ่ิมจุดตามการวินิจฉัยโรค ดังน้ี
1) ปวดศีรษะแบบตงึ เครียด: เสรมิ จดุ

- ปกซอยเข็ม NeiGuan (PC 6)
- ปกแบบนกกระจอกจกิ RenZhong (GV 26)
- บํารงุ YinTang (EX-HN 3), SiShenCong (EX-HN 1), ShenMen (HT 7)
2) ปวดศรี ษะไมเกรน: เสริมจุด
- ระบาย WaiGuan (TE 5), ZuLinQi (GB 41)
- บํารงุ TouWei (ST 8), JiaoSun (TE 20), ShuaiGu (GB 8)
3) ปวดศีรษะเปนระลอก: เสริมจดุ
- ระบาย ZhongFeng (LR 4) และ YangFu (GB 38)
- รมยาคนั่ กระเทยี ม YangBai (GB 14)
ระยะเวลาฝง เข็ม: ฝงเขม็ ทุกวันจนอาการดขี นึ้ จงึ เปล่ียนเปน วันเวน วนั เมื่ออาการหายดสี ามารถ
หยดุ ฝง เขม็ ได เมอื่ มอี าการปวดจงึ เริ่มการฝง เขม็ ใหม การฝง เขม็ ไมสามารถปองกนั การกลบั เปนซาํ้

2. ปวดศีรษะแบบทุตยิ ภมู ิ

2.1 ปวดศีรษะจากเนอ้ื งอกสมอง
เกดิ จากพยาธสิ ภาพในสมอง เชน มกี ารอกั เสบ หรือมีเนอื้ งอก ซงึ่ ตอ งแยกใหช ัดเจนทาง
หองปฏบิ ตั กิ ารกอ นวา เปน จากสมองอักเสบ เนอ้ื งอก หรอื มะเรง็ สมอง โดยทัว่ ไป สมองอกั เสบ มกั มีอาการ
ปวดศรี ษะเหมอื นจะระเบดิ สว นเนือ้ งอกหรือมะเรง็ สมองมกั มีอาการกดทับสมองและเสนประสาท ทาํ ใหมี
อาการจากการกดทบั รว มดวย เชน ประสาทตา ทาํ ใหป วดลูกตา รว มกับมกี ารมองเหน็ ผิดปกตแิ บบตาง ๆ
ตามตาํ แหนงการกดทบั
การฝงเขม็ บรเิ วณศรี ษะ ไมเ ปนเหตใุ หม ะเร็งสมองแพรกระจาย หากผูปว ยเกิดความวิตกกงั วล
ดังกลาว อาจเลอื กใชจ ุดไกลกอน โดยเลอื กใชจ ดุ ตามแนวเสน ลมปราณทผี่ านบริเวณท่ีมีอาการปวดศรี ษะ
แลวจึงเพม่ิ จุดใกลห ากอาการไมทเุ ลา ดงั แสดงตัวอยางในตาราง
การฝงเขม็ ระงับปวดจากเนอื้ งอกหรือมะเร็งสมอง ในระยะแรกมักไดผลดี แตน านไปรา งกายผูปว ย
สามารถปรับตัวได ทําใหเ กิดการดอ้ื ตอ การฝง เข็ม จงึ ใชไ มไดผล และท่สี ําคญั ตองรักษามะเร็ง หรือเน้ืองอก
สมอง ตามการแพทยตะวนั ตกรวมดวย

ตาราง แสดงตัวอยางการเลือกจุดใกล-ไกล รกั ษาอาการปวดศีรษะ

Page 18

ตาํ แหนงทีป่ วด เสนลมปราณท่ีผา น จุดไกล จดุ ใกล
หนา ผาก เสนหยางหมิง NeiTing (ST 44) TouWei (ST 8)
ขมับ เสน เสาหยาง YangFu (GB 38) ShuaiGu (GB 8)
TaiYang (EX-HN 5)
ทายทอย เสนไทห ยาง FeiYang (BL 58) FengChi (GB 20)
กระหมอ ม เสนเจวยี๋ อิน TaiChong (LR 3) BaiHui (DU 20)

2.2 ปวดศรี ษะจากความดนั โลหติ สูง
อาจมีอาการปวดศรี ษะขา งขมับ หรือกลางศรี ษะ สาเหตขุ องโรค ตามศาสตรก าร แพทยแผนจนี
ไดแ ก
1) หยางตบั แกรง เร่มิ ตน จากผปู วยมีภาวะอินตบั และไตพรอ ง อยางคอ ยเปน คอยไปมากอน จน
เกิดภาวะหยางตับมมี ากขนึ้
จดุ ฝงเข็ม: TaiChong (LR 3), YangLingQuan (GB 34)
2) ไฟตบั กาํ เริบ พบในผปู วยท่มี ีอารมณรอ น โมโหงา ย อาการคอ นขางเฉียบพลนั ใชแยกจาก
ภาวะหยางตบั แกรง
จดุ ฝงเข็ม: XingJian (LR 2), YangLingQuan (GB 34)

2.3 ปวดศีรษะในสตรี
1) เกดิ จากความเครยี ดในการทํางาน มงี านมาก ขาดการพกั ผอ น ผูปว ยจะมคี วามกดดนั นอนไม
หลับหรอื หลบั ไดไมด ี รว มกบั ออนเพลยี
จุดฝงเขม็ : เลือกใชจ ุดใกล- ไกล ดังแสดงไวในตารางขางตน และเพม่ิ จุด ZuSanLi (ST 36), จดุ
กงึ่ กลางระหวา งจุด SanJian (LI 3) และจุด HeGu (LI 4) (จดุ ประสบการณ) , ShenMen (HT 7) และ DiJi
(SP 8)
2) ปวดเหมอื นเขม็ ทิม่ แทง หรอื ปวดเตน ตามจังหวะชพี จร (vascular headache) สว นใหญม กั มี
อาการปวดสมั พนั ธกบั รอบเดือน ท้ังกอนหรือหลังมีประจําเดือน
จดุ ฝง เขม็ : เลอื กใชจ ดุ ใกล- ไกล ดังแสดงไวในตารางขางตน และเพมิ่ จดุ DiJi (SP 8) และ
SanYinJiao (SP 6)
2.4 ปวดศรี ษะจาก Mastoid Process อกั เสบ หรือ Tonsillar Nerve อักเสบ
จดุ ฝง เขม็ : FengChi (GB 20), WanGu (GB 12) หรือจดุ กึง่ กลางระหวาง
FengChi (GB 20) และ WanGu (GB 12) ( จุดประสบการณ )

Page 19

รปู ท่ี 1 แสดงจุดฝง เข็มแสดงการรกั ษาโรคปวดศรี ษะ

Page 20

ปลายประสาทเสอ่ื มจากเบาหวาน

( Diabetic Peripheral Neuropathy : )糖尿病末梢神经病变

ภาวะเสนประสาทสว นปลายเสือ่ ม เปน อาการแทรกซอนจากโรคเบาหวานทีพ่ บบอย โดยสว นใหญ
มักเกดิ อาการหลงั จากเปน โรคเบาหวานนานมากกวา 10 ป แตอาจเกดิ ชา หรอื เรว็ กวาน้ัน ขน้ึ กบั การดูแล
รักษาสุขภาพของผปู วยโรคเบาหวานแตล ะราย

เซลประสาท (neurons) ในผปู ว ยที่เปโ นเบาหวานจะมีเมตาบอลิสมทผ่ี ิดปกติ ทําใหเ กิดการเสอ่ื ม
ของเซลเสน ประสาท โดยสว นหางของเซลประสาท (axon) จะเกดิ การเสือ่ ม สภาพ ในลักษณะจากปลาย
สดุ มาสตู ัวเซลประสาท (dying back) ดงั น้นั เสน ประสาทสวนท่อี ยูป ลายทางสุด จึงกระทบกระเทือนและ
เกิดอาการกอน เสน ประสาทใดยาวสดุ กจ็ ะมีอาการชดั เจนกอน ดวยเหตนุ ีป้ ลายเทาจงึ ชากอ นปลายมอื
และชาไลเพมิ่ ขนึ้ มาเรือ่ ย ๆ จากปลายน้ิวเทา มาขอ เทา มาขาทอ นลาง จนถึงใตเ ขา ขอบเขตของอาการจงึ มี
ลกั ษณะเหมอื นคนใสถ งุ เทา หากอาการรุนแรงขน้ึ จะมอี าการชาจนปวด (painful neuropathy) หรอื หาก
เสน ประสาทขนาดใหญท ี่มปี ลอกหุม (myelinated nerve fiber) เสื่อมมาก จะทําใหเ สยี การทรงตัว หรอื การ
เดนิ และยนื เซ จากการเสยี การรบั ความรูสกึ ทใ่ี ชค วบคุมการเคล่ือนไหว หรอื ชาจนเดนิ เซ เรยี กวา sensory
ataxia อาจรนุ แรงจนลม เกิดอบุ ตั เิ หตบุ อ ย หรือเปน มากจนยืนและเดินไมไ ด

อาการชาจนปวดมีไดหลายลกั ษณะ ทีพ่ บบอย คอื ชาเหมือนไฟลวก หรอื เอาพรกิ ทา ชาเจบ็ แปลบ็
ๆ เหมอื นไฟชอ ต หรอื เขม็ ทมิ่ แทง สว นอาการท่ีเปน นอยกวา และมักพบในระยะกอนอาการชาจนปวด คือ
ชาเหมอื นไมรสู ึก ชาเหมือนมีแมลงไตใ ตผวิ หนงั

การรกั ษา

การรักษาอาการดังกลาวทงั้ หมด มักไมประสบผลสําเรจ็ แพทยทว่ั ไปรวมท้ังแพทยร ะบบประสาท
มกั ใหไวตามิน โดยเฉพาะ B1-6-12 เมอ่ื มอี าการชา และใหกลมุ ยากนั ชกั บางชนดิ ทม่ี ผี ลตออาการปวด เชน
Gabapentin จากประสบการณพบวา ไวตามนิ B1-6-12 มกั ไดผ ลเฉพาะในรายทเี่ ร่มิ มอี าการใหม ๆ หรือ
รบั ประทานเพอ่ื ปอ งกนั ซ่ึงตองรบั ประทานตง้ั แตยังไมมอี าการ หากมีอาการชดั เจนแลว มักจะไมชวยให
หายชาได

ยาในกลมุ ยากนั ชกั ไดผลดใี นคนไขบ างราย แตม ีราคาแพงและตองใชไปตลอด เนื่อง จากเปน ยา
รักษาอาการ ไมไ ดทาํ ใหเสนประสาททเี่ ส่ือมดีขนึ้ ผปู วยมักมอี าการมากขน้ึ เม่อื เสน ประสาทเส่อื มมากขนึ้
จึงตอ งใชย าขนาดสงู ขน้ึ ทําใหเ กดิ อาการไมพ งึ ประสงคของยาอยูเสมอ จนผปู วยทนไมไ หว เชน อาการงว ง
ซึม สมองสบั สน วิงเวยี นศรี ษะ เดนิ เซ

ดงั น้นั ปจ จบุ นั ยงั ไมม ีคําตอบทด่ี ใี นการรกั ษาตามแบบฉบบั ของแพทยแผนตะวันตก

Page 21

การรกั ษาดว ยการฝง เขม็ กระตนุ ไฟฟา รว มกบั การใช ไวตามิน B1-6-12 ฉดี เขา จดุ ฝง เขม็ เปนวธิ ี
รกั ษาท่ีใหผลดีมาก มปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลมากกวาการรักษาขา งตน อยางเห็นไดช ดั เจน

จากประสบการณก ารรกั ษาผูปว ยทม่ี ีอาการชาดงั กลา วมากกวา 50 รายพบวา ผู ปว ย สวนใหญท ่ี
มีอาการชาไมนาน มกั หายชาไดส นทิ และหากทาํ การฝง เข็มเปน ระยะ เชน เดอื นละคร้ัง จะสามารถปองกนั
การเกดิ ซ้าํ ได สําหรับผูปวยทเ่ี ปน มานาน หรือมีอาการรุนแรงในระดับ ชาจนปวด (painful neuropathy)
อาการปวดจะดีขึ้นทกุ ราย จนสามารถลดการใชยากนั ชกั หรอื หยุดยาได เพยี งแตอ าการจะหายหมดหรือไม
จะสัมพนั ธก บั ความรนุ แรงของโรคกอ นท่เี ริม่ รกั ษาดว ยการฝง เข็ม

อาการท่รี ักษายากทีส่ ุดคอื sensory ataxia มกั จะเปน ในระยะทเ่ี สน ประสาทเสื่อมอยางรนุ แรงท่สี ดุ
และเกดิ กบั เสน ประสาทขนาดใหญ แตก ารรกั ษาดวยการฝงเขม็ หากทําตดิ ตอ กนั นานพอ ผปู วยมกั กลบั มา
ยนื และเดนิ ไดอ กี ครง้ั โดยหายในระดบั ที่แตกตางกัน เชน จากยืนไมไดมาเปนยนื ไดและเดนิ ได โดยตองใช
เครอื่ งมอื ชว ย เชน ไมเ ทาหรอื มคี นจงู เดนิ หรือจากยืนได แตเดินไมไ ด มาเปนเดนิ ไดโดยไมตองมคี นหรอื
อุปกรณช ว ยเหลือ บางรายตอบสนองตอการรกั ษาดีมาก จนสามารถเดินตอ เทาได (Tandem walk) ซง่ึ ถือ
วา หายในระดบั ท่ดี ที สี่ ดุ กม็ ี

การเลือกจดุ ฝงเขม็ และวธิ ีการฝง เข็ม

เลอื กใชจดุ ฝงเข็มทีอ่ ยใู ตระดบั เขาลงมา
จุดหลัก: ZuSanLi (ST 36), TaiChong (LR 3), TaiXi (KI 3), SanYinJiao (SP 6)
จุดเสรมิ : JieXi (ST 41), XuanZhong (GB 36), GongSun (SP 4)

- หากมีภาวะการไหลเวยี นเลือดของขาไมด ี เชน หลอดเลอื ดสว นปลายของขาและเทาอดุ ตนั เพ่มิ
จุด XueHai (SP 10)

- อาการชาอยางรุนแรงทปี่ ลายน้ิวเทา เพมิ่ จุด BaFeng (EX-LE 10) ทง้ั 8 จุด
ขอสังเกตจากประสบการณ การใชเข็มนา้ํ โดยใชไ วตามนิ B12 ฉีดเขา จุด ZuSanLi (ST 36) พบวา
ทําใหโอกาสประสบความสาํ เร็จในการรักษาเพ่มิ มากขน้ึ โดยใช ไวตามนิ B12 ครั้งละ 0.5 - 1 มล. ฉดี ขาง
ใดขางหนงึ่ เพยี งขา งเดยี วตอครัง้ ฉดี ทุกคร้ังทที่ ําฝง เขม็

การใชเ ครือ่ งกระตุนไฟฟา

การกระตนุ ดว ยไฟฟา จดั เปน การกระตนุ เข็มแบบบํารงุ โดยใชก ารเคล่อื นท่ีของกระแสไฟฟาไปตาม
ทิศทางของเสน ลมปราณ เชน ตดิ ข้วั ลบท่ี ZuSanLi (ST 36) และขวั้ บวกท่ี TaiChong (LR 3) หรอื /และ
JieXi (ST 41); ตดิ ขว้ั ลบที่ TaiXi (KI 3) และข้วั บวกที่ SanYinJiao (SP 6); หรอื ขัว้ ลบท่ี SanYinJiao (SP 6)
หรอื /และ TaiXi (KI 3) และขั้วบวกที่ XueHai (SP 10) เลอื กคล่นื แบบตอเนอ่ื ง (continuous wave) ความถ่ี
100 - 200 Hz เปดไฟกระตนุ เบา ๆ ไมต องรสู กึ นาน 30 นาที ทําการฝงเขม็ 10 ครั้งนับเปน 1 รอบการ

Page 22

รกั ษา (course) รอบการรักษาที่ 1 ฝงเข็มสปั ดาหละ 3 คร้ัง, รอบการรกั ษาที่ 2 ฝง เข็มสัปดาหละ 2 ครัง้ ,
รอบการรักษาท่ี 3 ฝง เขม็ สัปดาหล ะ 1 ครง้ั ตอ เนอ่ื งกัน หลงั จากนัน้ รักษาสภาพทดี่ ที ี่สดุ ท่ไี ดม าดว ยการให
การรักษา 1 ครง้ั ทุก 3 - 4 สปั ดาห เปน การรกั ษาเพื่อคงสภาพทด่ี ไี ว (mantainance phase)

ผลการรักษา

ผปู ว ยเกือบทุกรายจะมอี าการดีขึ้น แตตอ งเนน เรื่องการรกั ษาควบคุมโรคทเี่ ปน อยซู ึ่ง
เปน สาเหตทุ แี่ ทจ รงิ จาํ เปน ตอ งควบคุมโรคใหไ ดด ี เชน คมุ ระดบั นา้ํ ตาลทงั้ fasting blood
sugar และคา น้ําตาลเฉลยี่ ในเลือด HbA1C ใหอ ยูในเกณฑป กตดิ วย พบวาผปู ว ยท่ีมีอาการชาทงั้ ปลายมือ
และปลายเทา การฝงเข็มทขี่ าทั้งสองขา งดงั กลา วมาขา งตนเพยี งอยา งเดียว สามารถรกั ษาอาการชาท่ี
ปลายมอื ไดด ว ย โดยไมต อ งมาฝงเขม็ ท่แี ขนหรือมอื เลย

ผูปวยที่มอี าการชาจนปวด จะคอ ยทุเลาลงหลังใหก ารรกั ษาประมาณ 15 คร้งั และคอ ย ๆ ลดยาแก
ปวดท่มี ีฤทธิแ์ ละอาจหยดุ ยาไดห มดในอนาคต คงไวแต ไวตามนิ B1-6-12 รบั ประทานเพยี งอยางเดยี ว เพอื่
เปนวตั ถุดบิ ใหเ ซลประสาทเอาไปใชซ อมแซมตัวเอง

ผูป วยที่มอี าการชาจนเดนิ เซ หลายรายกลบั มายืนและเดนิ ไดโดยไมเซ หรือเซลดลง ทาํ ใหโอกาส
เกดิ อุบตั เิ หตนุ อยลงดว ย

รูปท่ี 2 แสดงจุดฝงเข็มรักษาโรคปลายประสาทเส่อื ม
จากเบาหวาน

ปวดประสาทใบหนา

Page 23

( Trigeminal Neuralgia : 面痛)

อาการปวดประสาทสมองเสน ท่ี 5 (Trigeminal nerve) มลี กั ษณะการปวดทีร่ นุ แรงคลายเขม็ แทง
เปน พกั ๆ (paroxysmal attack of severe, short, sharp, stabbing pain) อาการปวด เกิดไปตามสว นของ
ใบหนา บรเิ วณที่แขนงของเสน ประสาท Trigeminal มาเลี้ยงอาจจะเปน แขนงท่ี 1, 2 หรอื 3 (V1 V2 V3)
หรอื เปน มากกวาหนงึ่ แขนงกไ็ ด โดยสถติ ิแขนงท่ี 2 และ 3 มโี อกาสเกิดอาการปวดมากกวา แขนงที่ 1 อาการ
ปวดอาจกําเริบรนุ แรงเปน พกั ๆ วันละหลาย ๆ ครัง้ ครง้ั ละหลายวันถงึ หลายเดือนหรือเปนตลอดไปก็ได

การเคยี้ วอาหาร การพดู การลา งหนา การแปรงฟน การกระทบลมเยน็ หรอื การแตะสัมผัสบรเิ วณ
เฉพาะ (trigger spot) โดยเฉพาะบรเิ วณรมิ ฝป ากบนและเหงือก อาจจะกระตนุ ใหอ าการปวดรนุ แรงข้ึนมา
ทันที

สาเหตุและพยาธิสภาพของโรค

1. การกดทับรากประสาท (root or root entry zone compression) เกิดจากการมีวงของหลอด
เลือดท่ผี ิดปกติวางพาดหรืออยชู ิดกระทบรากประสาท Trigeminal ตรงบริเวณทีร่ ากประสาทเพง่ิ ออกจาก
กานสมองสว น pons

2. การตดิ เช้อื ไวรัสบางชนดิ ทเี่ สนประสาท Trigeminal โดยตรง เชน เชื้อไวรัสเรมิ
เชือ้ ไวรสั งสู วดั

3. การอกั เสบของอวยั วะขางเคียง ที่เสน ประสาท Trigeminal พาดผา น เชน หหู รือ
โพรงจมกู เปน หนองอักเสบ

4. การเส่ือมของเยือ่ หมุ ประสาท (demyelination) บรเิ วณ pons มกั เกิดในคนอายุนอย กลุมน้ีจะ
ไมมี trigger spot และไมค อยตอบสนองตอ การรักษา

5. กลุมไมท ราบสาเหตุมีอีกเปน จาํ นวนมาก และมกั จะเปน ยาวนานตอเนอ่ื ง

การรกั ษา

รักษาดว ยยาตอ งใชก ลมุ ยากนั ชัก เชน Carbamazepine, Gabapentin, Pregabalin, Phenytoin,
Lamotrigine นอกจากน้ีบางรายอาจตอบสนองตอยา Baclofen

การรักษาดวยยาดงั กลา ว มกั ไดผลไมดี เนอื่ งจากเปน การรกั ษาอาการปวดเทา นัน้ ยาเหลานี้มี
ราคาแพง และมักมอี าการแทรกซอนจากยาในระหวางการรกั ษา เชน อาการงวงซมึ วงิ เวยี นศรี ษะ เดินเซ
หรอื การกดไขกระดกู ทําใหไขกระดูกสรางเมด็ เลือดไมไ ด (aplastic anemia) หรือแพย า จนเกิดอาการทาง
ผิวหนังอยา งรนุ แรง (Steven Johnson’s syndrome)

การรกั ษาโรคน้ีดวยการฝง เขม็ เปนทยี่ อมรับจากองคการอนามยั โลก (WHO) วาไดผลดี และจาก
ประสบการณใ นการรกั ษาผปู ว ยพบวา เมื่อรักษาดว ยการฝงเขม็ ผูป ว ยสว นใหญค วามรนุ แรงของอาการ

Page 24

ปวดจะลดลง จาํ นวนครง้ั ที่ปวดตอ วนั จะลดลง และระยะเวลาในการปวดแตละคร้งั จะสน้ั ลง อาการจะดขี ึ้น
เร่ือย ๆ ในระหวา งที่ทาํ การรกั ษา ทาํ ใหส ามารถลดขนาดยาทใ่ี ชใ หน อ ยลง เปน การลดอาการแทรกซอนจาก
ยาไดอยางมาก ในทีส่ ุดผูปวยจาํ นวนหน่งึ สามารถหยดุ ยาตาง ๆ ไดหมด ผปู ว ยสวนใหญเมอื่ อาการทเุ ลา
มากแลว จําเปน ตอ งใหก ารฝง เข็มตอ เน่อื งเปนระยะ ประมาณ 3 - 4 สปั ดาหต อครั้ง เพ่ือรกั ษาสภาพอาการ
ที่ดีไว โดยใหย าในขนาดตาํ่ ๆ ซง่ึ ชว ยลดอาการอนั ไมพงึ ประสงคจ ากยาลงได

การเลอื กจดุ ฝงเขม็ และวิธีการฝง เข็ม

จุดใกล: 1. XiaGuan (ST 7), 2. YiFeng (TE 17), 3. FengChi (GB 20),
4. YangBai (GB 14), 5. SiBai (ST 2), 6. TongZhiLiao (GB 1),
7. YingXiang (LI 20), 8. DiCang (ST 4), 9. JiaChe (ST 6)
ฝง เข็มขางเดยี วกับอาการปวด โดยจดุ ท่ี 1, 2, 3 เลือกใชท ้งั 3 จุด จดุ ท่ี 4 ถงึ 9 เลือกใชจดุ ท่อี ยูใ น

บรเิ วณทป่ี วดตามแขนงของเสนประสาทท่ีมปี ญ หา โดย แขนงประสาทที่ 1 (V1) เลอื กใชจ ุดที่ 4, 5 และ 6 ;
แขนงประสาทที่ 2 (V2) เลือกใชจ ุดที่ 6 และ 7 ; แขนงประสาทท่ี 3 (V3) เลือกใชจุดท่ี 8 และ 9
จดุ ไกล: NeiTing (ST 44), HeGu (LI 4)

เลอื กใชต ามแขนงเสนประสาทที่มปี ญ หาเชน กนั โดย แขนง V3 เลือกใช HeGu (LI 4) ขาง
เดียวกนั ; แขนง V1 หรือ/และ V2 เลอื ก HeGu (LI 4) ดา นตรงขา ม

ขอ สังเกตจากประสบการณ มีประเด็นสําคญั 2 ประการ ไดแก
1) ตอ งพยายามหาและปก จดุ Ashi ซึ่งมักซอ นอยใู ตโหนกแกม ในกรณที เี่ ปน จากแขนง V2 และ

ซอนอยูบรเิ วณปลายคางหรือใตค าง ในกรณที ่เี ปนจากแขนง V3 ซึ่งหากจุด Ashi ถกู ฝงเข็มดว ย
ประสทิ ธผิ ลของการรักษาจะดขี นึ้ มาก จึงตอ งพยายามสํารวจหาใหพ บกอนฝง เขม็

2) การกระตนุ เขม็ ดว ยไฟฟา ท่ไี ดผลดี ควรใชความถ่ีสงู 200 เฮิรซ โดยตดิ ขวั้ ลบ (สีดํา) ทจ่ี ดุ ที่ 4 -
11 หรือจดุ Ashi และตดิ ขวั้ บวก (สแี ดง) ทจ่ี ดุ ท่ี 2 หรือ 3 กระตนุ นาน 30 นาที เปด ไฟกระตนุ เบา ๆ ไมตอง
รสู กึ หรือแคเ กอื บรูส กึ พบวาสามารถลดความเจบ็ ปวดไดดที ส่ี ดุ

การฝงเขม็ 10 ครงั้ นับเปน 1 รอบการรกั ษา (course) รอบการรกั ษาท่ี 1 ฝง เข็มสัปดาหล ะ 3 คร้งั ,
รอบการรกั ษาที่ 2 ฝง เขม็ สัปดาหละ 2 คร้งั , รอบการรกั ษาที่ 3 ฝง เขม็ สัปดาหล ะ 1ครัง้ , บางรายอาจเสริม
รอบการรักษาท่ี 4 ฝงเขม็ เดือนละ 2 คร้ัง จากนนั้ ฝงเขม็ ตอ เนือ่ ง ทกุ 3 - 4 สปั ดาห เพ่อื รกั ษาสภาพท่ดี ีท่ีสดุ
ไว โดยทําไปเรื่อย ๆ หรืออยา งนอยประมาณ 10 เดอื น

Page 25

รปู ท่ี 3 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาโรคปวดประสาทใบหนา

ปวดประสาทจากเชอื้ งูสวัด

Page 26

( Herpetic Neuralgia : )带状疱疹后遗神经痛

อาการปวดประสาทจากโรคติดเช้อื ไวรสั งูสวัด (Herpes Zoster) เปน หนึ่งในกลุมอาการปวดที่
รักษาใหห ายไดยาก มกี ารรักษาหลายวธิ ีการ แตก็มกั จะไดผ ลไมด ี ทาํ ใหผ ปู ว ยจาํ นวนหนง่ึ ไมส ามารถทุเลา
จากอาการปวดได แมจะไดร ับการรกั ษาอยางเตม็ ท่แี ลว ผปู ว ยหลายรายตอ งมอี าการปวดอยา งรนุ แรงติด
ตวั ไปตลอดชีวิต

ความเขา ใจผดิ ของผปู ว ยท่ีคดิ วาโรคงสู วดั นน้ั เปน โรคผวิ หนงั ทาํ ใหผปู ว ยสว นใหญคดิ วา ไมเปนไร
มาก และมักหาซอื้ ยามาใชเองหรือใชการรกั ษาแบบพน้ื บา นตามความเชอ่ื ของแตล ะถิน่ เมือ่ มอี าการปวด
รนุ แรงมากจงึ มาพบแพทยเ ฉพาะทาง ซ่งึ มกั ชาไป ทาํ ใหก ารรกั ษายาก บางรายไดร บั ยาตา นเชือ้ ไวรสั ใน
ขนาดนอ ยเกินไป คอื ใหย าเพยี งหนงึ่ ในส่ี เชน Acyclovir 200 mg ตอ คร้ัง หรอื เพียงครึง่ เดยี วของขนาดท่ี
ควรจะได เชน Acyclovir 400 mg ตอ คร้ัง วันละ 5 ครัง้ ขนาดของยาดงั กลา วจะเพยี งพอสําหรบั การรกั ษา
เช้อื เรมิ (Herpes Simplex) เทานน้ั แตไ มเพยี งพอสําหรบั การกําจัดเชอ้ื งสู วัด ทาํ ใหก ารรกั ษาในภายหลัง
ไดผลไมด ี เพราะการใชยาจะไดผลดี เมอื่ ไดร บั ในขนาดท่ีเพยี งพอ และไดร บั ในระยะแรก ๆ ของโรค ซง่ึ เปน
ชว งทเ่ี ชื้อไวรัสกําลังเพิม่ จาํ นวนอยางรวดเรว็ เทา นน้ั

สาเหตุและพยาธิสภาพของโรค

โรคตดิ เช้ืองูสวดั มใิ ชโรคผิวหนงั แตเ ปน โรคระบบประสาท อาการทผ่ี ิวหนังเปนสวนหนงึ่ ของโรค
เทานนั้ เม่ือผูปวยตดิ เช้ือไวรสั งสู วดั ครง้ั แรก (primary infection) ซึง่ มกั เปน ในวยั เดก็ เลก็ อาการแสดงของ
โรคจะปรากฏใหเ หน็ เปนออกสุกใส ซ่งึ มีอาการแสดงเฉพาะผวิ หนงั จรงิ ๆ เมอื่ อาการทางผวิ หนังหายแลว
รางกายจะไมสามารถกําจดั เช้ือน้ไี ดหมด เน่อื งจากไวรสั งสู วดั สามารถทจ่ี ะไปแอบซอ นตวั ในปมประสาทรบั
ความรสู กึ และเม็ดเลอื ดขาวบางชนิด การอยูอยางซอนเรนในเซลประสาทรับความรสู ึกของรางกายน้ี ทําให
กลไกกาํ จัดเช้อื ตามธรรมชาตขิ องรา งกายไมส ามารถตรวจพบและกาํ จดั เชื้อออกไปได เช้ือเหลานี้จะยังคง
อยตู ลอดไปและรอเวลา เม่ือรา งกายมภี มู ติ า นทานตา่ํ ลง เชน มกี ารเจบ็ ปว ยรนุ แรง ระหวา งฟน ไขห รอื
ระหวางฟนตัวหลงั ผา ตดั อดนอนตรากตราํ งานมาก หรอื ไดย ากดภูมติ านทานของรางกาย เชือ้ ทซ่ี อ นอยูจะ
เรมิ่ กาํ เรบิ เพราะภูมติ า นทานของรา งกายไมแขง็ แกรงเพียงพอท่จี ะกําราบเชอ้ื ได เช้อื ทซ่ี อนตัวไวจะมกี าร
แบง ตวั เพม่ิ จาํ นวนอยา งรวดเรว็ (reactivation) จนมจี าํ นวนเชื้อมากพอถึงระดบั ทจ่ี ะแสดงอาการของโรค
เชื้อจะเดนิ ทางไปตามเสนประสาทท่ีออกจากปมประสาทบรเิ วณใบหนาและ 2 ขางของกระดกู สนั หลงั ว่งิ
ออ มไปทางเสนประสาททอี่ ยรู อบตัว หรือประสาทท่อี อกไปเลีย้ งแขนขา หรอื ไปตามเสนประสาทรบั รู
ความรูสกึ บนใบ หนา เมือ่ เชอ้ื มาถงึ ผวิ หนังจะทาํ ใหเ กดิ พุขึ้นเปน ผ่นื แดง ตอมาเปน ตมุ คลายคนเปน สกุ ใส
นนั่ เอง ดังนน้ั ผ่ืนจึงมักจะเรยี งตัวไปตามแนวรากและเสนประสาทนนั้ ๆ หากเราสังเกตตมุ ใหด ี จะเปน ตมุ ใส

Page 27

วางอยูบนผืน่ แดง และตรงกลางยอดของตุมใสจะมีบุม ลงไปคลายสะดือ ซึง่ เปน ลกั ษณะทค่ี อนขา งเฉพาะ
ของผ่นื ผวิ หนงั จากงสู วัด

เน่ืองจากการลุกลามหลงั การตดิ เช้อื คร้ังแรก จะแพรก ระจายมาตามเสนประสาทรับความรสู ึก
(sensory nerve and sensory root) จึงทาํ ใหเกิดการอักเสบของเสน ประสาทรว มดว ยเสมอ ไมม ากกน็ อย
เพียงแตจ ะเกดิ ช่ัวคราวหรอื จะเกิดรุนแรงจนเปน ถาวร

อาการปวดประสาทอยา งรนุ แรง กบั ความรุนแรงของแผลของผิวหนัง มคี วามสัมพันธก นั อยาง
ใกลชดิ กลา วคือ หากผปู วยมีแผลรนุ แรง เปน บรเิ วณกวา งและลกึ มาก อาการเหลานจ้ี ะพอทาํ นายไดวาจะ
ตามมาดว ยอาการปวดที่รนุ แรง อกี ประการหน่ึง หากผปู วยไดรับยาฆาเช้อื ไวรสั ในขนาดทพี่ อเพยี งและเรว็
พอ แผลมักจะไมร นุ แรง บางทขี นึ้ มาเปน ผื่นแดง ๆ พอเปน ตมุ เลก็ ๆ กย็ ุบไป ไมก ลายเปนตมุ พองขยายวง
กวา ง และมีอาการปวดในภายหลังนอ ยกวา จากรายงานในวารสาร American Academy Dermatology
พบวา ในคนสงู อายุเกิน 60 ป หากเปนงสู วัด มากกวา รอ ยละ 50 หรอื ครึง่ หน่ึงของผูปวยจะมอี าการปวด
จากงสู วดั ตามมา และพบวา การใหยาสเตยี รอยด ในระยะสนั้ ๆ ประมาณ 2 สปั ดาหใ นผปู ว ยกลมุ นต้ี งั้ แต
แรก โอกาสเกิดอาการปวดจากเสน ประสาทอักเสบจากเชอื้ งูสวดั จะนอยลง

กลา วโดยสรุปเกย่ี วกบั งูสวดั ในปจ จบุ ัน ดงั นี้
1. เชอื้ งสู วัดท่เี ปน ไมไ ดต ดิ มาจากใคร แตเ ปนเชือ้ เดยี วกบั โรคสกุ ใสทเี่ คยเปน มากอ นหนา ซึง่ สว น
ใหญเ ปน มาแตเดก็ เชอื้ ไวรัสบางสวนอาศยั แอบซอ นอยูในปมประสาท และถกู กระตนุ ปลุกขึน้ มาใหม
(reactivation) เมอ่ื มปี จ จัยทเี่ หมาะสม
2. งสู วัดเปน โรคระบบประสาท โดยอาการทางผวิ หนังเปนเพียงอาการแสดงสวนหนึ่งของโรค
3. อาการปวดประสาทจากงสู วดั มีความหลากหลาย อาจเปน อาการถาวร ทร่ี กั ษาไมห าย และ
อาจปวดรนุ แรงมาก จนถงึ กบั ไมอ ยากมชี วี ติ อยตู อไป หรืออาการอาจเปนชัว่ คราวและหายเองได
4. หากไดร ับยาตานไวรสั ในขนาดที่เหมาะสมและรวดเรว็ เพียงพอ จะสามารถลดภาวะแทรกซอ น
จากโรคลงได ท้ังอาการปวดประสาท และความรุนแรงของผื่นผวิ หนงั และแผลเปน
5. การใชยาสเตียรอยดใ นชวง 2 - 3 สปั ดาหแรกหลังการเกดิ ผื่น ชวยทําใหอาการปวดประสาท
ลดลง และควรใชใ นผปู ว ยงูสวดั ทกุ คนท่มี ีอายุมากกวา 60 ป
ความทกุ ขทรมานของอาการปวดประสาทจากงสู วัด เปน การยากท่จี ะอธบิ ายใหค นทไ่ี มเคยเปน
เขา ใจได เพียงแคเ สอ้ื ผาสมั ผสั กบั ผิวหนงั บริเวณทเี่ ปน (ซึ่งแผลหายแลว ) ยงั ปวดมากจนตองรอ งไห เม่ือเชื้อ
งูสวดั เพ่มิ จํานวนออกมาจากปมประสาทจะทําใหเ กิดการอกั เสบไปตามรากประสาท เสน ประสาทไปถึงไหน
อาการปวดกต็ ดิ ตามไปทกุ ท่ี ตัวอยาง รากประสาทบรเิ วณเอวจะไปเลยี้ งกลา มเนื้อและผวิ หนงั ของรอบเอว
อาการปวดกจ็ ะเกิดรอบ ๆ เอว จากผวิ หนงั ลึกลงไปถึงกลามเน้ือชนั้ ใน อาการปวดอาจเปน ไดหลายแบบ
เชน รอนแสบเหมือนไฟลวก หรือเหมอื นเอาพรกิ ทา หรือปวดแปลบแบบไฟชอ็ ต ว่งิ ไปตามรากประสาทหรือ

Page 28

ปวดเหมอื นถกู เขม็ แทงทลี ะหลาย ๆ เลม ระยะแรก อาการปวดเกิดเฉพาะบรเิ วณทร่ี ากประสาทนั้นเลยี้ งอยู
ตอมาอาจปวดในบริเวณขา งเคยี ง ทง้ั ดานบนและลางตอรากประสาทท่รี บั ผดิ ชอบอีก 2 - 3 ราก รวมกัน
เปน บรเิ วณปวดเปน แถบกวา งขึ้นและรนุ แรงขน้ึ ดวย เมอื่ มอี าการปวดตอเน่ืองเปนเวลานาน อาการปวดจะ
ถกู บนั ทกึ ไวอยา งถาวร ในระบบประสาทสว น กลางระดบั ไขสนั หลงั และสมอง ซงึ่ เปนระยะท่กี ารรกั ษาใด ๆ
กม็ ักจะไมไดผล และอาการปวดจะเปนไปตลอด แมจะฉดี ยาระงับความรสู กึ ทเี่ สนประสาท หรือตัด
เสน ประสาทท่มี ีปญ หาออกอาการปวดก็ไมหาย

เนอื่ งจากอาการปวดรนุ แรง การใชย าแกป วดธรรมดามกั ไมไ ดผล แพทยม ักตองใชย าแกปวดอยาง
แรง ซง่ึ อาจเสพติดได เชน Morphine, Pethidine และอาจตอ งใหย ากนั ชักบางอยา งซง่ึ มีฤทธแิ์ กป วด
ประสาทได เชน Gabapentin, Carbamazepine, Pregabalin, Oxcarbamazepine ยาเหลานี้ เพยี งชว ย
บรรเทาอาการชัว่ คราวแตโรคไมห าย มีราคาแพงและมฤี ทธิ์แทรกซอ นทีส่ าํ คญั คอื กดการทํางานของสมอง
ทาํ ใหง วงซึมทํางานไมได แตผูปว ยกจ็ ําเปน ตอ งใชย า เพราะงวงก็ยังดกี วา ปวด รวมทง้ั ยาบางชนิด เชน
Carbamazepine ยงั อาจทาํ ใหเกิดอาการผ่ืนแพย าอยา งรนุ แรงในผใู ชบ างรายดว ย ผปู วยบางรายอาจ
จําเปน ตอ งใชยาในขนาดสงู จนกดการทาํ งานของไขกระดูก จนไมส ามารถสรางเม็ดเลือดได ทําใหเ กดิ โรค
เลือด

การฝงเขม็ ชวยรกั ษาอาการปวดจากงสู วัดไดดี แตตอ งทาํ ภายใน 4 สปั ดาหห ลังจากมีผนื่
ขน้ึ ทผ่ี ิวหนงั คอื ตองทํากอ นทีร่ างกายผูปว ยจะบนั ทึกความเจ็บปวดอยางถาวร ไวในระบบประสาท
สว นกลาง เพราะผปู ว ยทีม่ ารบั การรกั ษาในระยะทชี่ า ไปจะเกดิ อาการปวดภายในระบบประสาทไดดว ยตวั
ของมันเอง โดยไมต อ งมกี ารกระตนุ จากสิง่ อน่ื จะนง่ั จะนอนอยูเ ฉย ๆ กม็ อี าการปวดข้นึ เอง เหมือนระบบ
ประสาทเปด เลน เทปทบ่ี นั ทกึ อาการปวดไวอ อกมาเอง

จากประสบการณ การรกั ษาผูปวยที่ปวดจากงสู วัดประมาณ 80 ราย พบวา ไดผ ลดโี ดยการฝงเขม็
บริเวณรอบ ๆ รอยผน่ื และตมุ ที่ผิวหนัง (แตไมไ ดแ ทงเข็มตรงบริเวณที่เปนแผล) การฝงเขม็ บรเิ วณจุดขาง ๆ
กระดูกสันหลังท่มี ีรากประสาทท่ีสง เสน ประสาทมาเลีย้ งผวิ หนังทบ่ี ริเวณทเ่ี ปน แผลประมาณ 4 - 5 จดุ
จากนนั้ กระตนุ เขม็ ดว ยไฟฟา ในความถีส่ งู ประมาณ 200 เฮริ ซ พบวา อาการปวดมกั จะลดลงตง้ั แตก าร
ฝง เข็มครั้งแรก บางครัง้ ลดลงรอ ยละ 20 – 30 จากอาการเดิม ซงึ่ หากเปน เชน นนั้ สามารถทาํ นายไดว า จะ
ประสบความสาํ เรจ็ ในการรักษาในทสี่ ุด

อาการปวดจากโรคงูสวดั เปน อาการที่รักษายาก จึงจาํ เปน ตอ งใชเ วลานานทําการรกั ษาหลายคร้ัง
จงึ จะสาํ เรจ็ โดยทว่ั ไปแนะนาํ ใหท ําฝง เขม็ ครั้งละ 30 นาที โดยแบงระยะการรกั ษาเปน 3 รอบการรักษา
รอบละ 10 ครง้ั โดยรอบการรกั ษาแรก ฝง เข็มสปั ดาหละ 3 ครงั้ , รอบการรกั ษาที่ 2 ฝง เข็มสปั ดาหละ 2 คร้งั
และรอบการรกั ษาท่ี 3 ฝง เขม็ สัปดาหล ะ 1 ครง้ั จากประสบการณ หากผปู วยมารบั การรกั ษาภายใน 4
สัปดาห (1 เดอื น) นับจากเรม่ิ เกดิ ผื่น พบวา ผูปวยทกุ รายหายเปน ปกติ คือสามารถคอย ๆ ถอนการใชย า
รับประทานท่เี คยใชอยูไดห มด นบั วาเปน การรักษาท่ีดที สี่ ดุ ในการจดั การกบั อาการปวดประสาทจากงสู วัด

Page 29

อยางไรกต็ าม สาํ หรับผูปวยทีม่ ีอาการปวดประสาทมานานหลายเดอื น หรอื เปนป การรักษาจะ
ไดผลไมด ี และไมแ นะนําใหท ําการรกั ษาดว ยการฝง เข็ม ดังน้นั การเปน งสู วัดและมอี าการปวด ควรนึกถงึ
แพทยฝ ง เขม็ และมารับการรกั ษาโดยเรว็ ทส่ี ดุ

นอกจากน้ี ผเู ขยี นยงั พบวา การฝง เข็มรกั ษาผปู วยงูสวดั ในระยะเฉยี บพลนั ทเี่ ริม่ มีผ่ืนหรอื ตุมใสจะ
ไดผ ลดียง่ิ ขนึ้ โดยผ่ืน ตุม พอง และแผลอักเสบตา ง ๆ กลบั แหง และหายเร็วข้ึนมาก ผูปว ยท่เี ริ่มเปนงสู วดั ไม
จําเปน ตอ งรอใหม ีอาการปวดกอนแลว จงึ มาฝง เขม็ สามารถใหการฝง เข็มไดเ ลย แผลจะหายเร็วและไมมี
อาการปวดติดตามมา และอาจไมตองทาํ การรกั ษาถึง 30 ครงั้

ตัวอยางผปู วย

ผูปว ยรายแรก หญงิ ไทย อายุ 29 ป มีอาการแทรกซอ นจากงูสวดั ที่เรยี กวา Ramsay-Hunt
syndrome คือ เปน งูสวดั บรเิ วณหูแลวเขาทําลายเสนประสาทสมองเสนที่ 5, 7 และ 8 โดยมีอาการปวด
ใบหนา ปากเบย้ี ว และสูญเสียการไดยิน (หดู ับ) หลังใหก ารรกั ษาดว ยการฝงเข็ม 10 คร้ัง อาการหายเปน
ปกติ

ผูป วยรายทส่ี อง วิสัญญแี พทยช าย อายุ 65 ป นอกจากมีอาการ Ramsay-Hunt syndrome คือ
ปวดใบหนา อัมพฤกษท ใ่ี บหนา และหดู บั แลว ยังทาํ ใหส มองนอ ยอักเสบ (cerebellitis) มีอาการมนึ ศีรษะ
เดินเซ เสยี การทรงตัว หลังใหก ารรักษาดวยการฝงเขม็ 9 คร้งั พบวาอาการปวดใบหนา หายไป ปากเบี้ยว
นอยลง อาการเดินเซยงั มเี ล็กนอย ผลตรวจ
การไดย ิน (audiogram) เปรยี บเทียบกบั กอนการรักษาดีขน้ึ จนเกือบปกติ

ผูปวยรายทสี่ าม นกั ศึกษาแพทยช าย อายุ 23 ป เปน ผน่ื งสู วัดทีห่ นา ผาก 4 วนั และเร่ิมมอี าการ
ปวด หลังใหการรกั ษาดวยการฝงเข็ม 4 คร้ัง อาการปวดหายไป และ แผลแหง ตกสะเกด็ อยางรวดเร็ว

ผูปวยรายทส่ี ี่ พยาบาลหญงิ อายุ 28 ป เปนงสู วัดทเี่ ทา 6 วนั จงึ เริ่มมอี าการปวด หลงั ใหการ
รกั ษาดว ยการฝงเขม็ 2 วนั แผลดขี ้ึนอยางรวดเร็วและอาการปวดหายไป และไมเ กิดขน้ึ อกี

ผลการรกั ษาในผูป ว ยรายทสี่ ามและสี่ แสดงใหเหน็ วา ผปู วยงสู วัดทไ่ี ดร บั รกั ษาดวยการฝงเข็มใน
ระยะเฉียบพลัน จะไดผลในการรกั ษาทด่ี ีขน้ึ คอื ทําใหแ ผลหายเร็วข้ึน มีแผลเปน นอ ย ลดความเสีย่ งในการ
เกดิ อาการปวดประสาทถาวร และใชจํานวนการฝงเขม็ นอยลง

การฝงเขม็ สามารถรักษางสู วัดไดอ ยางไร

จากการศกึ ษา พบวา การฝง เขม็ ชวยลดการอักเสบไดเ ชน เดียวกบั การใชย าตา นอกั เสบกลุม ที่
ไมใ ชสเตยี รอยด (NSAIDs) รวมท้ังการฝง เขม็ ยงั กระตนุ ใหร างกายหลัง่ สารสเตียรอยด นอกจากนี้การ
ฝง เข็มยงั มีผลยบั ย้งั การหลั่งสารทก่ี ระตนุ การอกั เสบ ไดแก ไซโตคายนช นดิ ตาง ๆ

Page 30

การฝง เข็มยงั เพม่ิ การไหลเวยี นในบรเิ วณทมี่ ปี ญ หา ทําใหเ รง กระบวนการดดู ซบั ของเสียและสาร
สื่อความเจ็บปวด (pain mediators) อาการปวดจึงลดลง และทาํ ใหเกดิ การซอมแซมเนื้อเยือ่ อยา งรวดเรว็
ผน่ื และตมุ พองจะยุบฝอ ลง แผลจงึ หายไดดกี วา และรวดเรว็ ข้ึน

เสนประสาทท่ีอักเสบและบวมอยจู ะยุบบวมลงอยา งรวดเรว็ ทาํ ใหอ าการปวดทุเลา การฝง เขม็
รวมกับเครอื่ งกระตุนเข็มไฟฟา โดยใชค วามถส่ี งู ทาํ ใหลดความไวตอ การกระตนุ ของระบบประสาทรับ
ความรสู ึก (hypersensitivity) และกระตนุ การหล่ัง encephalin ซ่งึ เปน endorphine ท่ีรา งกายสรางขึน้
เพื่อระงบั ความเจบ็ ปวดในระบบประสาท ทั้งในระดบั รากประสาท ไขสันหลงั และในสมอง การฝงเข็มจึงมี
ผลระงบั ความเจ็บปวดท่ีมีประสิทธภิ าพสงู เพราะมีผลระงบั ปวดทร่ี ะบบประสาททุกระดับ

การเลอื กใชจดุ ฝง เขม็ และการกระตุน

1. จดุ ใกล ใชจดุ รอบ ๆ รอยผื่นหรือตุมบนผวิ หนัง (ปกลอมรอยโรค)
2. จดุ ไกล ใชจ ดุ ท่อี ยใู กลตน กําเนิดของรากประสาทมากทสี่ ุด ท่สี ามารถฝงเข็มไดส ะดวก เชน หาก
เปน ทใ่ี บหนา อาจใชจ ุด XiaGuan (ST 7), YiFeng (TE 17) หากเปน ทลี่ าํ ตัวหรอื แขนขา ใชจ ดุ JiaJi (EX-B
2) ทอี่ ยตู รงกบั ระดบั ของรากประสาทขางเดียวกับทเ่ี ปน โรค และฝงเข็มอีก 2 - 3 ระดับเหนอื จากรอยโรค
ขณะเดยี วกนั ปก จดุ JiaJi (EX-B 2) ในระดบั ไขสันหลงั บนสดุ ท่ีดา นตรงขา มดวย กระตนุ ดวยไฟฟา ความถ่ี
200 เฮริ ซ โดยใหขว้ั ลบอยทู ่จี ดุ ใกล ข้ัวบวกอยทู จ่ี ุดไกล กระตุน ไฟระดับเบา นาน 30 นาที จุด JiaJi (EX–B
2) ดา นตรงขา มไมตอ งกระตนุ
พบวา ไดผ ลดี ขอบเขตทป่ี วดจะแคบลงเร่ือย ๆ ในการฝงเข็มครัง้ ตอไปตองหาขอบ เขตทป่ี วดใหม
ทกุ ครง้ั และขยบั เขม็ ท่ปี ก ลอ มรอยโรคแคบลงเรือ่ ย ๆ จนกระท่ังอาการหาย โดยท่ัวไปมักจะตอ งทํา
ประมาณ 3 รอบการรกั ษา รอบละ 10 ครั้ง โดยรอบการรักษาแรก ฝง เขม็ สัปดาหละ 3 คร้ัง, รอบการรกั ษาท่ี
2 ฝงเขม็ สปั ดาหละ 2 ครงั้ และรอบการรักษาท่ี 3 ฝงเขม็ สปั ดาหละ 1 ครง้ั
ผูปว ยท่มี ารับการรักษาภายใน 4 สัปดาหหลงั เกดิ ผืน่ เกอื บทงั้ หมดสามารถหายไดดวยวธิ นี ี้ สว น
ผูป วยท่ไี ดร ับการรักษาเร็ว กลาวคอื พอเรม่ิ มีอาการผืน่ กฝ็ ง เข็มทนั ที อาจจะหายทัง้ ผน่ื และอาการปวด
ภายในการรักษาเพยี ง 10 คร้งั และแผลกจ็ ะสวยแทบจะไมม ีแผลเปน ดังนนั้ ผปู วยท่เี ปนงูสวดั บนใบหนา ไม
ควรลงั เลทจี่ ะฝง เข็มโดยเรว็ แมจ ะไมมอี าการปวดก็ตาม
สาํ หรับจุดฝง เขม็ อน่ื ๆ อาจใชเสริม เชน ZhiGou (TE 6) ในการปวดประสาท Intercostal หรือ
HeGu (LI 4) ซ่ึงใชไดท ั่วไปไมวาปวดท่ีใด ๆ กอ็ าจมาปกเปน จดุ เสริมได

Page 31

รปู ที่ 4 แสดงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาโรคปวดประสาทจากเชอื้ งูสวัด

ปวดฟน

(Toothache : 牙痛)

ปวดฟน เปนปญหาที่พบไดบอ ยในโรคของเหงอื กและฟน เชน เดียวกบั ฟน ผุ เหงอื กอกั เสบ และ
เหงอื กรน อาการปวดจะเพิม่ ข้ึนเมื่อไดร บั การกระตนุ จากความรอ น ความเย็น กรด และความหวาน

Page 32

อาการปวดฟน เกดิ ไดจากหลายสาเหตุภายในชองปาก ไดแ ก ฟนผหุ รอื หกั รา วจนถงึ โพรงประสาท
ฟน , ฟนผทุ มี่ สี ิ่งแปลกปลอมอุดตนั อยู, โรคปรทิ นั ต (periodontal disease), การสบฟนผดิ ปกติ
(malocclusion) เปน ตน นอกจากนี้ อาการปวดฟนอาจเกดิ จากสาเหตุอ่นื ที่ไมใชป ญหาของเหงอื กและฟน
ได เชน โรคปวดประสาทใบหนา (trigeminal neuralgia)

เมอื่ เกดิ อาการปวดฟน อาจรบั ประทานยาแกปวดเพอื่ บรรเทาปวดชว่ั คราว จากนน้ั ควรพบทันต
แพทยเ พือ่ ตรวจหาสาเหตแุ ละแกไ ขตอ ไป ไมควรนาํ ยาแกป วดทกุ ชนดิ ไปแปะหรอื อุดไวต รงฟน หรือบรเิ วณท่ี
ปวด เพราะอาจทําใหเ กดิ อักเสบหรือเปนแผลพุพองได และไมค วรปลอ ยทง้ิ ไว แมว า จะหายปวดไปแลว ก็
ตาม เพราะผลการรกั ษาจะดกี วาเมื่อใหก ารรกั ษาตั้งแตระยะเร่มิ ตน

การแพทยแ ผนจนี เรียกปญ หาปวดฟน วา Ya Tong (牙痛) โดยมสี าเหตจุ าก
1) ลมรอ น: ลมรอนจากภายนอกเขา รุกรานและสะสมในเสนลมปราณหยางหมิงมอื และเทา ซงึ่
เปน เสน ลมปราณทไี่ หลเวยี นครอบคลมุ ทงั้ กรามบนและกรามลาง
2) ไฟกระเพาะอาหาร: ไฟทแ่ี ปรสภาพมาจากความรอ นทส่ี ะสมในกระเพาะอาหารและลําไส
ใหญ ลกุ ลามไปตามเสน ลมปราณหยางหมงิ
3) รอนพรองจากอนิ ไตพรอ ง: ไตดแู ลกระดกู ซ่งึ ฟน นบั เปน สวนหน่งึ ของกระดูก เม่อื ไตอนิ พรอ ง
ทาํ ใหเ กิดภาวะรอนพรอ ง (รอ นเพราะอนิ พรอ ง) ความรอนกระจายขึ้นสวนบนเกดิ อาการปวดฟน

การรักษา

การฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ

1. ปวดฟน จากลมรอนเขา รุกราน
อาการ: ปวดฟนรุนแรงอยางเฉยี บพลนั เหงอื กบวมและแดง รวมกบั มไี ข หนาวส่นั อาการปวดมาก
ข้ึนเม่อื กระทบรอน และทุเลาดว ยความเยน็

ลิน้ : ล้ินแดง ฝาบาง-เหลอื ง

ชีพจร: ชีพจรลอย-เร็ว (Fu-ShuMai)

หลกั การรักษา: ระบายลม สยบความรอน ลดอาการบวม และระงับปวด

จดุ หลกั : กระตนุ ระบาย FengChi (GB 20), HeGu (LI 4)

จดุ เสรมิ : - ปวดฟน บน กระตุน ระบาย XiaGuan (ST 7)

- ปวดฟน ลา ง กระตนุ ระบาย JiaChe (ST 6)

- มไี ข กระตนุ ระบาย DaZhui (GV 14)

Page 33

วธิ กี าร: จุดหลกั กระตนุ ระบาย 1 - 3 นาที คาเข็ม 30 นาที หากอาการปวดยงั ไมทเุ ลา ใหใ ชจดุ
ฝงเขม็ เสรมิ ปวดฟน บน XiaGuan (ST 7), ปวดฟนลา ง JiaChe (ST 6), ขณะกระตนุ สองจดุ น้แี บบระบาย
แนะนําใหผ ูปว ยกดั ฟน ไปพรอมกนั จนอาการปวดฟนลดลง

อธบิ าย: FengChi (GB 20) เปน จุดสาํ คญั ใชใ นการระบายลมและไฟ; HeGu (LI 4) เปน จดุ สําคญั
ในการลดอาการปวดฟน ทะลวงเสน ลมปราณ และใชระบายลมและความรอ น

2. ปวดฟน จากไฟกระเพาะอาหาร
อาการ: อาการปวดฟน อยา งรุนแรง รว มกับเหงอื กบวมแดง กาํ เรบิ โดยความรอ น ทุเลาโดยความ
เย็น กระหายนา้ํ มกี ลิน่ ปาก ทอ งผูก ปส สาวะสเี ขม
ลนิ้ : ลิน้ แดง ฝา เหลอื ง
ชีพจร: ชีพจรเรว็ (ShuMai)
หลักการรักษา: ขจัดไฟจากกระเพาะอาหาร ลดบวม บรรเทาปวด
จุดหลกั : ระบาย HeGu (LI 4), NeiTing (ST 44), JiaChe (ST 6), XiaGuan (ST 7)
จดุ เสรมิ : ทองผกู กระตุนระบาย ZhiGou (TE 6), ChengShan (BL 57)
อธิบาย: HeGu (LI 4) อยบู นเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร ใชร ะบายความรอนออกจากเสน
ลมปราณ หยางหมิง ทะลวงเสนลมปราณและลดอาการปวดฟน ; NeiTing (ST 44) ระบายความรอนออก
จากกระเพาะอาหาร; XiaGuan (ST 7) และ JiaChe (ST 6) เปนจดุ บนเสนหยางหมงิ ใกลบ รเิ วณท่ีปวด ชว ย
ทะลวงการเดนิ ของช่ี และกระตุนเสนลมปราณเพ่อื ลดอาการปวด
3. ปวดฟน จากอนิ ไตพรอ ง
อาการ: ปวดฟน แบบต้ือ ๆ เปน ๆ หาย ๆ เหงอื กรน ฟน โยก ปวดเอว เขา ออน
ลน้ิ : ลิ้นแดง ฝาบาง
ชีพจร: ชพี จรเลก็ -เรว็ (Xi-ShuMai)
หลักการรักษา: บาํ รุงอิน บาํ รุงไต ลดไฟ บรรเทาปวด
จุดหลกั : - กระตนุ ระบาย HeGu (LI 4), JiaChe (ST 6)

- กระตุน บาํ รงุ TaiXi (KI 3), RanGu (KI 2)
จดุ เสรมิ :- ปวดเอว กระตุนบาํ รงุ ShenShu (BL 23), ZhiShi (BL 52)

- เสียงอื้อในหู หรอื มนึ ศีรษะ, บํารงุ ShenShu (BL 23), BaiHui (GV 20)

Page 34

อธิบาย: HeGu (LI 4) อยบู นเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร ใชร ะบายความรอ นออกจากเสน
ลมปราณหยางหมงิ ทะลวงเสน ลมปราณและลดอาการปวดฟน; JiaChe (ST 6) เปน จุดบนเสน หยางหมงิ
ใกลบรเิ วณทป่ี วด จะชว ยทะลวงการเดินของช่ี และกระตนุ เสน ลมปราณเพือ่ ลดอาการปวด; TaiXi (KI 3)
จดุ หยวนของเสน ลมปราณไต บาํ รงุ ไต หลอเลย้ี งอิน; RanGu (KI 2) จุดองิ๋ ของเสนลมปราณไต บํารงุ ไต
ขจัดไฟพรอ ง

การฝงเขม็ จุดเฉพาะ

1. YeMen (TE 2)
ขอบงใช: ปวดฟน ในหลายลกั ษณะ

จุดท่ใี ช: YeMen (TE 2) ขางทป่ี วด

วิธกี าร: ใชเ ขม็ 1.5 ชนุ ที่จุด YeMen (TE 2) ปกเฉียงขนึ้ ลกึ 0.5 – 1 ชนุ ระหวางกระดกู มือท่ี 4
และ 5 กระตุนเข็มจนไดช ่ี และมีความรูสึกกระจายไปปลายน้ิว หรือไปท่แี ขนหรอื ศอก คาเข็ม 20 – 60 นาที
หากอาการปวดไมทเุ ลาลงอยางมากใน 15 นาที ใหฝ ง จุด YeMen (TE 2) ของมอื อกี ขางและกระตุน
เชนเดยี วกนั โดยทวั่ ไปอาการปวดจะหายไดในการรกั ษาหนงึ่ ครง้ั

2. YaTong (EX-UE 22)

ขอ บง ใช: ปวดฟนในหลายลกั ษณะ

จดุ ทีใ่ ช: YaTong (EX-UE 22) ขางท่ีปวด
วธิ ีการ: จุด YaTong(EX-UE 22) อยบู นน้ิวหัวแมม ือดา นหลังมอื ตรงกงึ่ กลางขอ ตอกระดกู น้ิวมอื
และกระดกู ฝา มือ (1st metacarpophalangeal joint) ใชเ ขม็ 1 ชนุ ปกแนวราบใหเ ฉียงขน้ึ บนลกึ 0.5 ชนุ
แลวกระตนุ ใหไ ดช ี่ และมีความรสู กึ ไปถงึ เหงอื ก คาเขม็ ไว 30 นาที โดยทั่วไปอาการปวดจะหายไดใ นการ
รักษาหนึ่งครั้ง
3. YaTongLing (EX-UE 18)
ขอบงใช: ปวดฟน ในหลายลกั ษณะ
จุดท่ใี ช: YaTongLing (EX-UE 18) ขางท่ปี วด
วิธกี าร: จดุ YaTongLing(EX-UE 18) อยดู านฝามอื ระหวา งขอ ตอกระดูกน้วิ มือและ
กระดูกฝามือ ของนิ้วกลางและน้วิ นาง (3rd & 4th metacarpophalangeal joints) ใชเ ข็ม 1 ชุนปก ตรงลกึ
0.3 – 0.4 ชุน แลว กระตนุ แบบระบายใหไดช ่ี คาเข็มไวจ นอาการปวดฟนหายไป โดยปกติฝงเข็มรักษา 1 – 2
ครัง้ ก็ไดผ ลดี

การฝง เข็มหู

Page 35

จุดหลกั : ShenMen, Cheek, Apex of Antitragus, YaTongDing
จุดเสรมิ :- เหตจุ ากลมรอ น Inner ear, Ear Apex

- เหตุจากไฟกระเพาะอาหาร Stomach, Large intestine
- เหตุจากไตอินพรอ ง Kidney

Page 36

รูปที่ 5 แสดงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาอาการปวดฟน

- กลุมอาการปวดจากพังผืดกลามเน้ือ

(Myofascial Pain Syndrome : )肌筋膜炎综合症

กลุมอาการปวดจากพงั ผดื กลามเน้อื เปน กลุมอาการที่มลี กั ษณะปวดอนั เนอ่ื งจากมี “จดุ กดเจ็บ
เฉพาะ” (Trigger point ; TrP) ในกลา มเน้อื

ลกั ษณะของโรค

1. อาการและอาการแสดงทางคลนิ กิ

- มีจุดกดเจบ็ เฉพาะ
- ลกั ษณะปวด เปนแบบหนกั ตอื้ (dull pain) ปวดลา (soreness) และตาํ แหนงอยูล กึ
- ความรุนแรงของการปวด มีตั้งแตเ ล็กนอยจนถงึ ปวดมาก หรือปวดมากจนอยากฆา ตัวตาย
- อาการปวดขณะพักหรอื ออกกาํ ลงั กาย
- ตําแหนงท่ีปวด ไมจ าํ เปนตอ งพบทัง้ สองขางของรา งกาย (non symmetry)

2. การตรวจรางกาย

- ดา นกาํ ลังของกลามเนอ้ื (motor) อาจพบมกี ลามเนื้อออนแรง กลา มเนือ้ หดสั้น
แขง็ เกรง็ ทาํ ใหร างกายเคลอ่ื นไหวไดน อ ยลง

Page 37

- ดา นความรูสกึ (sensory) อาจพบชาตามบรเิ วณทเ่ี กดิ โรค ดา นประสาทอัตโนมตั ิ (ANS) เชน มี
เหง่อื ออกผิดปกติ น้าํ ตาไหล นา้ํ มกู ไหล นาํ้ ลายไหลมากผดิ ปกติ มนึ งง เสยี งดงั ในหู เปน ตน

- จากความปวดทําใหผูป ว ยเกดิ ปญ หาการนอนหลบั ตามมาได

สาเหตขุ องโรค

แบง เปน 3 ปจ จยั ท่ที ําใหเ กิดโรค ดงั นี้
1. ปจจัยจากกลไกทางกระดกู กลามเนือ้ เสนเอน็ (mechanical factors) จาก
การทรี่ างกายไมสมดุลแตก าํ เนดิ การไดร ับการบาดเจบ็ หรือ อริ ิยาบถในชีวิตประจาํ วนั เชน ทานัง่ ทา ยืน ทา
ของการทาํ งานทไี่ มถ ูกตอง เปน ตน ทาํ ใหก ลามเน้ือใชง านในทาไมถ กู ตอง ใชง านไมส มดลุ หรอื ใชง านมาก
เกนิ ไป ขาดการพกั ผอน (bone length, muscle tension, posture, overuse)
2. ปจจยั ท่วั ไปทางรา งกาย (systemic factors) จากการไดรบั สารอาหาร การทาํ งานของตอ มไร
ตอ มและเมตาบอลิสมของรางกายทไี่ มส มดุล หรือใชงานนานเกินไปขาดการพกั ผอน (nutrition,
neuroendocrine, metabolism)
3. ปจจัยทางจิตใจ (psychological factors) จากภาวะซึมเศราวิตกกังวล การใชชวี ติ ทีเ่ รง รบี

จุดเดน ของโรคนี้

1. คลําพบ จดุ กดเจบ็ เฉพาะ
2. ปวดรา วไปบริเวณอ่นื (referred pain) ซึ่งมีบรเิ วณทรี่ า วกระจายโดยเฉพาะ คลาํ ตามเสนใย
กลา มเนอ้ื อาจพบ “แถบกลามเนื้อ” (taut band)
3. เมือ่ ออกแรงกด (snapping palpation) ทจี่ ดุ เจบ็ เฉพาะ อาจพบการกระตุกของ กลา มเนอ้ื
เฉพาะท่ี (local twitch response ; LTR)
4. เม่ือกดถูกจุดเจบ็ เฉพาะ ผูปวยอาจรูส ึกปวดมากจนทาํ ใหผ ปู ว ยเคล่ือนหนี (jump sign)
การแยกระหวา ง จุดกดเจบ็ เฉพาะ (trigger point) และ จดุ กดเจบ็ (tender point)
คอื จุดกดเจบ็ เฉพาะ มีลักษณะ เมอ่ื กดถกู จดุ ทีเ่ จ็บผปู วยจะรูสึกอาการเจบ็ น้ันราวกระจายไปทอี่ นื่ อาจมี
การกระตกุ ของกลา มเนอื้ เฉพาะท่ี ขณะท่ีจุดกดเจบ็ ผปู ว ยจะรสู กึ เจบ็ บรเิ วณท่ีถกู กด แตไ มร าวกระจายไป
ท่อี ื่น
จุดกดเจบ็ เฉพาะ แบงเปน 2 ประเภท คอื
1) จุดกดเจบ็ เฉพาะ ทมี่ ีอาการ (activc TrP) ซ่ึงเปน เหตใุ หผูป วยมาพบแพทยดวย อาการปวด
ต้งั แตเลก็ นอยจดถงึ ปวดอยา งรนุ แรง
2) จดุ กดเจบ็ เฉพาะแฝง (latent TrP) ผูปว ยไมม ีอาการปวดชดั เจน แตร สู กึ ฝดขัดเม่อื เคลือ่ นไหว
รา งกาย กําลังกลามเนือ้ ลดลง เม่อื กดถูกจดุ ผปู ว ยจะรูส กึ ปวดราวกระจายไปบรเิ วณ อน่ื ดังน้นั จุดกดเจบ็

Page 38

เฉพาะแฝงจึงพบไดในคนทว่ั ไป จุดเหลานจี้ ะเปลย่ี นเปนจดุ กดเจ็บเฉพาะท่ีมอี าการ ในภาวะทมี่ ปี จ จัย
กระตุน เชน

- ไดร ับแรงกดกระแทกอยางฉบั พลนั (acute stress)
- ใชงานมากเกนิ ไป (overuse)
- รา งกายออ นเพลยี (fatigue)
- ไดรบั ความเยน็ จากภายนอก (cold)
- จติ ใจไดรบั ความกดดนั (emotional stress)

การตรวจทางหอ งปฏิบตั ิการและการตรวจภาพรังสี

การตรวจทางหอ งปฏบิ ัตกิ าร หรอื ภาพรังสี ไมพ บลักษณะเฉพาะในการวนิ จิ ฉยั โรค ปจ จัยเสริมที่
อาจตรวจพบรว มดว ย ไดแ ก ภาวะตอ มไธรอยดทาํ งานนอ ย (hypothyroidism) นา้ํ ตาลในเลือดตา่ํ
(hypoglycemia) และการขาดวิตามนิ

การวนิ จิ ฉัย

การวินิจฉยั อาศัยอาการทางคลนิ ิก ซึง่ ประกอบดว ยเกณฑหลัก 5 ขอ (major criteria) และเกณฑ
ยอย (minor criteria) อยางนอย 1 ใน 3 ดงั น้ี

เกณฑหลัก 5 ขอ ไดแ ก
1. มีอาการปวดเฉพาะบรเิ วณ (Regional pain complaint)
2. มีอาการปวดหรอื อาการอื่นทร่ี า วกระจายมาจากจดุ กดเจบ็ เฉพาะ (pain complaint or altered
sensation in the expected distribution of referred pain from a myofascial TrP)
3. คลําพบลํากลามเน้ือ ในกลามเนอ้ื ทเี่ ปน ตน เหตุ (Taut band palpable in an accessible
muscle)
4. ตรวจพบจดุ กดเจ็บชดั เจนสุด 1 จุด ในลํากลา มเน้ือ (Exquisite spot tenderness at 1 point
along the length of the taut band)
5. ตรวจพบการจํากัดพสิ ยั ของการเคลอื่ นไหว (Some degree of restricted range of motion,
when measureable)
เกณฑยอย 3 ขอ ไดแก
1. เกดิ อาการปวด เม่ือกดถูกจุดกดเจบ็ (Pain complaint reproduced by pressure on the
tender spot)
2. มกี ารกระตกุ ของกลา มเนอื้ เฉพาะท่ี เมอ่ื ถูกกระตนุ (A local twitch response)
3. อาการปวดลดลงเมอื่ ยดื กลา มเนื้อหรอื ฉดี ยาเขาจดุ (Relief of the pain by stretching or
injecting)

Page 39

นอกจากนกี้ ารวดั ความไวของการเจบ็ ปวดตอแรงกด (pressure pain sensitivity)
โดยใชเ คร่อื งวดั ระดับความปวด (Dolorimeter) เปน วธิ ีหน่งึ ซึ่งยนื ยันจดุ กดเจ็บทีผ่ ดิ ปกติ รวม ทัง้ ทใี่ ช
เปรยี บเทยี บผล กอ นและหลังรกั ษา ซ่ึงถา การรกั ษาไดผ ล ความทนทานตอ แรงกด (pressure threshold)
จะเพ่ิมขนึ้ 3 กิโลกรัมตอตารางเซนตเิ มตร การวัดโดยวิธนี ย้ี งั ไมไ ดถูกนาํ มาใชท างเวชปฏิบตั ิ

การรกั ษา

1. การรักษาแบบการแพทยแ ผนปจจบุ นั

- การฉีดยาจุดกดเจบ็ เฉพาะ (TrP injections) ยาทใ่ี ช เชน Bupivacaine,
Etidocaine, Lidocaine, Saline, Sterile water, Steroids, Botulinum toxin เปนตน

- การแทงเขม็ (dry needling)
- การรกั ษาทางเวชศาสตรฟน ฟู โดยกายภาพบําบัด เชน ใชค ลนื่ เสยี งความถี่
สูงรักษาทจี่ ดุ ตามดวยการยดื กลามเนอ้ื เปน ตน

2. การรกั ษาแบบการแพทยแผนจีน โดยการฝง เข็ม

ในทางทฤษฎี เปรียบเทยี บการรกั ษาโดยการแทงเข็มแบบการแพทยแ ผนปจจบุ ันและการฝงเข็ม จะ
เห็นวา หลกั การของการแทงเข็ม คือ ใชปลายเข็มไปทําลายหรือกระตนุ จดุ กดเจ็บ ทําใหเกดิ ปฏกิ ิรยิ า
เปลีย่ นแปลงจากระบบประสาทสวนกลาง จากนัน้ กลา มเนอื้ จะเกดิ การผอ นคลาย สดุ ทา ยผปู ว ยจะรูสกึ
ปวดลดลง

จากทฤษฎกี ารแพทยแผนจนี อาศัยหลกั วา “ไมโ ลง จะปวด โลงจะไมป วด” ดงั น้นั การ
ใชเ ขม็ กระตนุ ทจ่ี ดุ กดเจบ็ หรือจีนเรียกวา จุดอาซือ่ ทําใหเ ลือดและช่ไี หลเวียนไดค ลอ ง ผปู วยก็จะรสู ึกปวด
ลดลง ในตําราหลงิ ซู : กวนเจนิ (灵枢:官针) ไดก ลา วถงึ การฝงเข็ม 2 แบบ คอื

แบบที่ 1 การฝง เขม็ บรเิ วณทมี่ กี ารอดุ ตันของชห่ี รอื เลือด จะเปน การรกั ษาโรคของเสนลมปราณ
แบบที่ 2 การฝง เขม็ บรเิ วณกลา มเนอ้ื จะเปน การรกั ษากลา มเนอ้ื ท่ีลบี หรอื ไดร บั บาดเจบ็ เรอ้ื รงั
ดังนนั้ จึงใชเทยี บเคยี งกบั กลมุ อาการปวดจากพงั ผดื กลา มเนื้อได นอกจากนี้ ในการฝงเขม็
นอกจากการกระตุนจดุ อาซื่อแลว ยงั อาศัยการรกั ษาโดยใชหลกั การของจดุ ใกล (จุดท่ีอยูร อบบริเวณรอย
โรค) และจุดไกล (จดุ ท่อี ยูในแนวเสน ลมปราณทไี่ หลเวยี นผา นรอยโรค) รวมทง้ั ใชจ ุดฝงเข็มเพ่ือรักษาสาเหตุ
ตามหลักทฤษฎกี ารแพทยจ นี ท่ที าํ ใหเ ลอื ดและลมปราณไหลเวียนไมค ลอ งจนเกดิ อาการปวดและกลา มเนื้อ
หดเกรง็ เนอื่ งจากอาการปวดจากพงั ฝด กลา มเนื้อเปน เพยี งอาการแสดงสว นหน่ึงของความผดิ ปกตทิ ีม่ ี
สาเหตตุ าง ๆ กนั การฝง เขม็ จึงไมเพยี งมงุ เนน การบรรเทาปวดเฉพาะทเ่ี ทา นน้ั แตย งั มุง หวงั ถงึ การรกั ษา
สาเหตุดว ย

ตวั อยางผูป ว ย

Page 40

ผูป ว ยรายท่ี 1 ผปู วยหญิงไทยโสดอายุ 33 ป ทํางานเปนลูกจางมอี าการปวดสะบกั ซายหลายเดือน ใช
คอมพวิ เตอรตงั้ แต 9.00 น.-18.00 น. สะพายกระเปาหนกั ไปและกลบั จากทที่ าํ งานเปน ประจํา ตรวจ
รางกายพบจดุ กดเจบ็ เฉพาะและคลําพบลํากลามเน้ือท่กี ลา มเน้อื Upper และ Lower Trapezius มจี ุดกด
เจบ็ ที่กลามเน้อื Supraspinatus และ Infraspinatus ขางซา ย เม่ือใชเ ข็มปก กระตนุ ตรงจดุ ที่กดเจ็บเฉพาะ
พบการกระตกุ ของกลา มเนอ้ื ดงั กลา ว และรา วลงแขนซาย ซง่ึ เปน ไปตามบรเิ วณทีร่ า วกระจายโดยเฉพาะ

ผูปว ยรายนเ้ี ปน กลุมอาการทพ่ี บบอ ยในโรคเขตเมืองทเ่ี รียกกันวา “ออฟฟซ ซนิ โดรม” (Office
Syndrome) การรกั ษาสามารถใชหลกั ของการแทงเข็มแบบการแพทยแ ผนปจ จุบนั หรือการฝงเขม็ แบบ
การแพทยแผนจีน ก็ไดผลทงั้ สองวิธี รว มกบั การปรับเปลีย่ นวิถีการทํางานท่ีเหมาะสม
ผปู วยรายท่ี 2 ผูปวยชายไทยคู อายุ 43 ป นกั ธุรกจิ ปวดสะโพกขวาราวลงขาขวาถึงเขา เปน เวลาหลายป
ขบั รถ และนั่งทาํ งานวันละหลายชว่ั โมง ไดร ับการรกั ษามาหลายแหง โดยการรบั ประทานยา ฉดี ยา
กายภาพบาํ บัด และนวดแผนโบราณ แตอ าการไมดขี ้ึน ตรวจรางกาย พบจดุ กดเจบ็ เฉพาะลกึ บรเิ วณ
สะโพก สามารถจับยกขาขวาในทา นอนไดสูง 70 องศา (negative stright leg raising test) เมอ่ื ใชเ ข็มปก
กระตุนทจ่ี ดุ กดเจ็บ พบการกระตกุ ของกลามเน้อื เฉพาะที่ และรา วลงขาขวา ตามบรเิ วณที่รา วกระจาย
โดยเฉพาะ

ผปู ว ยรายนเี้ ปน กลุม อาการที่เกิดจากกลา มเนอ้ื Pyriformis (Pyriformis
syndrome) ซง่ึ เปน กลา มเนือ้ ที่อยูลึกและตดิ กบั เสน ประสาทไซแอตกิ ทําใหมีอาการคลา ยโรคหมอนรอง
กระดกู ทบั เสน ประสาท การใชฝงเข็มเปน วิธีท่ีไดผลดีมาก แตต อ งระวังอันตรายตอเสน ประสาทไซแอตกิ

ขอสังเกตและคาํ แนะนํา
1. สามารถใชการฝงเขม็ เพยี งอยางเดยี ว หรือผสมผสานการรักษารวมกบั การรกั ษาอื่น ๆ ใน
การแพทยแผนปจจุบัน เชน ยา กายภาพบําบดั เปน ตน
2. ไมควรกระตุนเขม็ รนุ แรงหรอื หลายคร้งั เกนิ ไป เพราะอาจทาํ ใหม ีอาการปวดระบมหลังจากการ
รกั ษาได
3. การรักษาท่ีตนเหตุ ควรหลกี เลยี่ งการทํางานในทา ใดทา หนงึ่ นานๆ เชน น่ังทําคอม พวิ เตอรเ ปน
ระยะเวลานาน ๆ โดยไมพ ัก การขับรถนาน ๆ หรือหลีกเลย่ี งการใชอิรยิ าบถทไ่ี มเ หมาะสม เชน การเอี้ยวคอ
หรือหนุนหมอนทา กึ่งนัง่ กึง่ นอนดโู ทรทศั นเ ปน ระยะเวลานาน ๆ เปนตน ดังน้ันควรหลีกเลี่ยงอริ ิยาบถที่ไม
เหมาะสมรวมกบั การออกกาํ ลังแบบยดื กลา มเนอื้ (Stretching exercise) ของกลา มเน้ือมัดนน้ั จะปอ งกนั
การเกิดซาํ้ ได
4. การคน หาสาเหตแุ ละการใหคําแนะนําการปฏิบตั ติ วั ทถี่ กู ตอ งเปน สงิ่ สาํ คญั ในการรักษากลุม
อาการปวดจากพงั ผดื กลา มเนอื้

Page 41

รูปที่ 6 แสดงตาํ แหนง อาการ myofascial pain syndrome

เจบ็ อกจากกลามเน้ือหัวใจ

( Angina Pectoris :胸痛)

Angina pectoris เปน คําทมี่ ีรากศพั ทจ ากภาษากรกี และละติน โดย angina ในภาษาละตนิ แปลวา
คออกั เสบติดเชื้อ ภาษากรกี แปลวา การบบี รัดคอ การบบี เคน สวน pectoris มาจาก pectus ซึ่งแปลวา
อก ในภาษาละตนิ เม่ือนาํ มารวมกันจึงหมายถงึ ความรูส กึ บีบเคนในอก (a strangling feeling in chest)

ในเวชปฏิบตั ิ angina pectoris หมายถึง อาการเจ็บอก จากการขาดออกซเิ จนของกลา มเน้อื หัวใจ
อันเกดิ จากความไมสมดุลระหวางความตองการใชอ อกซเิ จนของกลามเน้ือหัวใจ และการสนบั สนุน
ออกซิเจนจากระบบหลอเลี้ยงหวั ใจ ซึ่งสวนใหญม ีสาเหตมุ าจากพยาธสิ ภาพของหลอดเลอื ดหวั ใจ ในทนี่ ้ใี ช
ศัพทวา “อาการเจ็บอกจากกลา มเน้อื หัวใจ” หมายถึง angina pectoris

Page 42

อาการเจ็บอกจากกลามเนือ้ หัวใจ มกั เปน อาการอึดอดั แนน ไมส บายในอก มากกวาอาการเจบ็ ปวด

โดยผูป วยอาจบอกเลาอาการไมสบายในอกตางกนั ไป เชน รูสึกหนัก, แนน อดึ อัดเหมือนถกู รดั หรือถกู บีบ

เคน , แสบรอ น, เจบ็ ข้ึนมาเปน หวง ๆ ในอกบรเิ วณหวั ใจ หรือหลังตอกระดกู หนา อก หรอื บรเิ วณล้ินปใน

ผูปว ยบางราย รวมท้งั อาจพบมีอาการปวดราวไปยังผิวหนงั ทถ่ี กู เลยี้ งโดยเสนประสาทไขสันหลงั ระดับ

เดยี วกนั ไดแ ก แขนดา นใน ไหล คอถึงกราม และหลงั

โดยท่ัวไป อาการเจ็บอกจากกลา มเนื้อหวั ใจ แบง เปน 2 ประเภท ท่ตี อ งใหเ วชบําบดั ทเี่ รง ดว นตา งกนั

ไดแก เจ็บอกแบบเสถียร (stable angina) และ เจ็บอกแบบไมเ สถียร (unstable angina)

เจ็บอกแบบเสถยี ร พบในผปู ว ยทมี่ หี ลอดเลอื ดหวั ใจตีบในระดับความรุนแรงคงท่ี ท่ีสามารถ

สนบั สนุนเลือดไปหลอ เล้ยี งกลามเนือ้ หวั ใจไดใ นระดบั หนงึ่ แตไ มเพียงพอเมื่อกลา มเนือ้ หัวใจมกี จิ กรรม

เพมิ่ ขน้ึ ผูปวยจะไมมอี าการในขณะพกั หรอื ดาํ เนนิ กจิ กรรมท่ไี มใ ชก าํ ลัง อาการเจบ็ อกจะเกิดขนึ้ เมือ่ มี

ปจ จยั กระตนุ ใหกลามเนอื้ หัวใจตองมีกจิ กรรมเพิม่ ข้ึน เชน การออกกาํ ลังกาย สภาพจิตใจและอารมณตา ง

ๆ อาการมักดขี ึน้ ไดเองเมื่อพกั หรอื ไดร ับยาขยายหลอดเลือดหวั ใจ

เจบ็ อกแบบไมเ สถียร พบในผูป ว ยหลอดเลอื ดหวั ใจตบี ท่ีกําลังมรี ะดบั ความรนุ แรงเพม่ิ ข้ึน โดยมี

อาการเจบ็ อกเกดิ ขนึ้ ในลกั ษณะดงั นี้ 1) เจบ็ อกขณะนอนหลบั หรือขณะพัก หรอื ออกแรงเพียงเล็กนอ ย 2)

อาการเจ็บอกท่ีเกดิ ขึน้ ใหมแ ละรุนแรง 3) อาการเจบ็ อกเดมิ ทม่ี ีลกั ษณะรุนแรงขน้ึ ไดแก เจ็บมากขน้ึ เปน

นานขึ้น เกดิ บอ ยขน้ึ ผปู ว ยกลุมนม้ี คี วามเสยี่ งสงู ทจ่ี ะเกดิ กลา มเน้อื หวั ใจตายหรือเสียชวี ิตจากกลา มเนื้อ

หวั ใจลม เหลว ซึ่งตอ งไดร บั การตรวจวนิ จิ ฉยั และบาํ บัดรกั ษาทเี่ หมาะสมและเรงดวน

การแพทยแผนจีน จดั อาการเจบ็ อกจากกลามเน้อื หัวใจและโรคหลอดเลอื ดหวั ใจอันเปน สาเหตุของ

การเจบ็ อก ไวในกลมุ อาการแนน หนา อก (XiongBi) เจบ็ หนาอก (JueXinTong) และเจบ็ หัวใจ

(ZhenXinTong) เน้อื หาเก่ียวกับการวินจิ ฉยั แยกกลุมโรคตามแนวทางการแพทยแผนจนี และการรกั ษาดวย

การฝงเขม็ ไดก ลา วไวโดยละเอยี ดแลวในตาํ ราการฝง เขม็ รมยา เลม 2 เรอ่ื งโรคหลอดเลือดหัวใจ ในทีน่ จี้ ะ

กลา วถึงการนําการรกั ษาดว ยการฝงเข็มมาเปน การเสรมิ เติมกบั การแพทยหลกั ตามความเหน็ และ

ประสบการณของผเู ขยี น

ปจจบุ นั วิทยาการทางการแพทย เกย่ี วกับโรคหลอดเลือดหวั ใจและอาการเจ็บอกจากกลามเนอื้ หัวใจ

มคี วามกา วหนาและครอบคลุมทงั้ การวินจิ ฉยั ท่ีรวดเร็วแมน ยํา และการรกั ษาทั้งการใชย าและการผาตดั

ตลอดจนการตดิ ตามผูปว ยท่ีเปนแนวทางมาตรฐาน ทแี่ พทยจ ะตองศกึ ษาใหเ ขา ใจและปฏิบตั ไิ ดอ ยา ง

ถกู ตอ งเหมาะสม ไมค วรใชก ารฝงเข็มเปน การรักษาหลกั จนอาจเปน เหตใุ หผูป วยเสยี โอกาสทจี่ ะไดรับการ

รักษาทางการแพทยทเ่ี หมาะสม แมแตใ นสาธารณรฐั ประชาชนจนี ซ่งึ เปนตน แบบของการแพทยจ ีน หาก

ผูปวยมาพบแพทยจ นี ดวยอาการเจบ็ อก ยงั ตอ งสงผูป วยไปตรวจคลน่ื ไฟฟา หัวใจกอ นเสมอ

ควรประยุกตใ ชการรักษาดวยการฝงเข็มเมือ่ ไร?

Page 43

เมอ่ื ผูปว ยมีลักษณะทางคลนิ กิ ทสี่ งสัยวา อาจเปน โรคหลอดเลือดหวั ใจ แตยังไมเคยไดรบั การตรวจ
วินิจฉัยท่ีแนน อน ควรแนะนําใหผูปว ยเขา รับการตรวจวินจิ ฉยั โรค ตรวจหาปจ จยั เส่ยี ง และรบั การรกั ษาตาม
มาตรฐานการรักษาโรคหลอดเลือดหวั ใจ โดยผเู ชยี่ วชาญ หรือสถานพยาบาลทมี่ ศี กั ยภาพในการตดิ ตาม
ดูแลรกั ษาผูปว ย

เมื่อผปู วยไดรับการรกั ษาตามมาตรฐานอยางเตม็ ทแ่ี ลว แตย ังคงมปี ญ หาท่แี กไขไมไ ด อาจทดลองให
การรักษาเสรมิ ดว ยการฝงเข็มตามความสมคั รใจของผูปวย พงึ ระลึกวา การฝง เข็มใชเ ปน การรักษาเสรมิ
เตมิ กบั การรกั ษาเดมิ ไมคาดหวังผลในการทดแทนการรกั ษาหลัก และการฝง เขม็ ไมมผี ลกระทบตอการ
รกั ษาท่ไี ดร บั อยู จงึ ไมจ ําเปนตอ งหยดุ การรักษาเดิมเพ่ือมารับการฝง เขม็

จากประสบการณข องผูเขยี น ซง่ึ เคยใหก ารรักษาดว ยการฝง เข็มผปู วยโรคหลอดเลอื ดหวั ใจจาํ นวน
หนงึ่ ทง้ั ผปู ว ยหนักในหอผปู วยวกิ ฤติ (ICU) และผูปวยนอก พบวาการรักษาเสรมิ เตมิ ดวยการฝงเข็ม ชวย
แกไ ขปญหาหลายอยา ง โดยเฉพาะปญ หาท่ีการแพทยห ลกั มักมองขา มไป เชน รสู กึ อึดอัดแนน หนาอกหรือ
ใจสน่ั (แมวาคลนื่ ไฟฟาหัวใจเปน ปกติ) หายใจไมอ ิ่ม หายใจไมโ ลง หายใจไมไ หวหลังการผาตัด ออนเพลยี
เบือ่ อาหาร ความดันโลหติ ต่ํา ขาบวม มีขอ บงชใ้ี นการผา ตดั หรือทาํ หัตถการแตไ มสามารถทําได ฯลฯ

การเลือกใชจ ุดฝง เขม็ ตามอาการ

การเลอื กใชจ ดุ ฝง เข็ม ตามการวนิ จิ ฉัยแบบการแพทยแผนจนี ไดกลา วโดยละเอียดไวใ นตาํ ราฝงเขม็
รมยา เลม 2 ในทนี่ จี้ ึงกลาวถึงการเลือกจดุ รักษาอาการ จากประสบการณผเู ขียนและรายงานผปู วยตาง ๆ

- อาการเจ็บอก

- กระตนุ บาํ รุงหรือรมยา: XinShu (BL 15) และ JuQue (CV 14) เปน การใชจ ุดรวมอวยั วะหลงั และ
หนา (Shu-Mu) ของหวั ใจ เพอื่ เสรมิ บํารุงหยางหัวใจและกระตนุ การไหลเวยี นเลือดของหวั ใจ บรรเทาอาการ
เจ็บจากกลามเนือ้ หัวใจ

- กระตนุ บาํ รุงระบายเทา กนั : NeiGuan (PC 6) เปน จดุ ลัว่ (Luo) ของเสน ลมปราณเยือ่ หมุ หัวใจ ใช
เสรมิ การไหลเวยี นชใี่ นเสน ลมปราณหัวใจและเยอื่ หมุ หัวใจ และมขี อ บง ชใี้ นการรักษาอาการเจ็บอกจาก
หัวใจ นอกจากนี้ สามารถใชจดุ NeiGuan (PC 6) ซึง่ เปน จุดเชอ่ื มโยงเสนลมปราณวิสามัญอนิ เอวย
(YinWeiMai) รว มกบั จุด GongSun (SP 4) ซ่งึ เปน จดุ เชอื่ มโยงเสนลมปราณวิสามญั ชง (ChongMai) เปน
การใชจ ุดคทู ค่ี รอบคลุมการรกั ษาอาการของทรวงอก หัวใจและกระเพาะอาหาร

- กระตนุ ระบาย: YinXi (HT 6) และ/หรือ XiMen (PC 4) เปน จดุ ซี (Xi) ของเสน ลมปราณหวั ใจและ
เยอ่ื หมุ หัวใจตามลําดับ จุดซมี สี รรพคุณในการรกั ษาอาการเฉียบพลนั หรืออาการรุนแรง ใชเปนจดุ เสริมใน
การรกั ษาอาการเจบ็ อกจากกลา มเน้ือหัวใจ ทีม่ ีอาการเฉยี บพลนั หรือรนุ แรง

- อาการเสมหะมาก รสู ึกอึดอดั แนน ในอก

Page 44

- เกิดจากเสลดขนปด ก้นั การไหลเวียนของช่แี ละเลอื ด ตรวจลิ้นมีฝาขาว หนาและเหนยี ว ชพี จรตงึ -
ลื่น

- กระตนุ ระบาย: DanZhong (CV 17) เปนจดุ อทิ ธิพลตอ ชี่ ใชกระตนุ การไหลเวยี นของชี่ บรรเทา
อาการอึดอดั แนน ในอก และอาการเจบ็ อก

- กระตนุ บาํ รงุ หรือรมยาจุด ZuSanLi (ST 36) รวมกับกระตนุ ระบายจุด FongLong (ST 40) จดุ ลั่ว
ของเสนลมปราณกระเพาะอาหาร เพอื่ เสริมบํารงุ การทาํ งานของมา มและกระเพาะอาหาร และแปรรูปเสลด
ขน

- อาการออนเพลยี เบือ่ อาหาร

- อาจพบรว มกบั อาการเจบ็ ตอ้ื ๆ บรเิ วณหัวใจ ใจส่นั หายใจตน้ื เซอ่ื งซมึ หรอื เฉยเมย เกดิ จากหวั ใจ
และมามพรอ ง ซงึ่ มกั ตรวจพบ ลนิ้ ซดี ชพี จรจม-เล็ก (Chen-XiMai) หรอื ชพี จร
ชา สลบั หยดุ ไมแนน อน (JieMai) หรอื ชีพจรสลบั หยดุ สมํา่ เสมอ (DaiMai)

- กระตนุ บาํ รงุ หรอื รมยา: XinShu (BL 15), JueYinShu (BL 14), PiShu (BL 20), GeShu (BL 17)
และ ZuSanLi (ST 36) จุดอวัยวะหลัง ของหัวใจ เยื่อหมุ หัวใจ มา ม จดุ อิทธพิ ลตอ เลือด และจุดเหอ-ทะเล
ของกระเพาะอาหารตามลําดบั ใชเ พอ่ื เสรมิ บํารงุ หัวใจ มามและกระเพาะอาหาร และเลอื ด

- กระตุน บํารุงหรอื รมยา: ZhongWan (CV 12) จดุ อวัยวะหนาของกระเพาะอาหารและจดุ อทิ ธพิ ล
ตอ อวยั วะกลวง สาํ หรบั รักษาอาการเบ่ืออาหาร

- กระตนุ บํารงุ ระบายเทากนั : DanZhong (CV 17) และ NeiGuan (PC 6) สําหรบั อาการแนนและ
เจ็บอก

- กระตุนบาํ รุงระบายเทา กนั : ShenMen (HT 7) จุดซ-ู ลําธาร และจุดเหยวียน (Yuan) ของเสน
ลมปราณหัวใจ ใชสาํ หรับอาการใจสน่ั หรือ ชีพจรไมส มาํ่ เสมอ

- อาการมากขน้ึ เม่ือออกแรง

- เกิดจากหยางหัวใจและหยางไตพรอง ซงึ่ พบรว มกบั อาการขยาดหนาว แขนขาเยน็ เอวและเขา มี
อาการปวดเมือ่ ยหรอื ออนแรง และอาจมีอาการขาบวม ลน้ิ ซีด ชพี จรเล็ก-จมออ น (Xi-RuoMai) หรือ ชีพจร
ชา สลบั หยดุ สมํ่าเสมอ (DaiMai)

- กระตุนบํารงุ หรอื รมยา: XinShu (BL 15), GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6), ShenShu (BL
23), ZuSanLi (ST 36)

- กระตนุ ระบาย: NeiGuan (PC 6)
- หากมอี าการขาบวม เพม่ิ เขม็ อุน หรือรมยาจดุ YinLingQuan (SP 9)

- อาการหัวใจลมเหลวซา้ํ ซาก

Page 45

มักพบในระยะทายของโรค ซึ่งกลา มเนอื้ หวั ใจเส่อื มสภาพ ขยายโตขน้ึ แตไ มม ีแรงบีบ
ตัวสบู ฉีดโลหิตไปหลอ เลีย้ งรา งกายไดเพยี งพอ จึงเกดิ อาการหอบเหนอื่ ย เปน ๆ หาย ๆ เมื่อออกแรงเพยี ง
เล็กนอ ย หรือแมในขณะพัก หรอื กินอาหารมากเกนิ หรือตนื่ เตน มากเกิน มักเกิดอาการขาบวม นํ้าทวมปอด
เขา ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยูเสมอ บางรายอาจหายใจไมไ หว ความดันโลหติ ตํ่า จนตองเขาหออภิบาล
ผปู ว ยวิกฤติ ผูปวยกลุมนม้ี ักไมส ามารถใหการรกั ษาอืน่ ใดได นอกจากใหย าประคบั ประคองรกั ษาไปตาม
อาการ หรอื รอการปลกู ถายเปลี่ยนหัวใจ

ในมุมมองของการแพทยแผนจนี มสี าเหตจุ ากหยางหวั ใจและหยางไตพรองอยา งมาก ในรายท่ีรุนแรง
จะเกดิ ชแี่ ละหยางหลดุ และเสียชีวิต มักพบอาการรวมอ่นื ไดแก ใจสนั่ หายใจต้ืน แขนขาเยน็ ขาบวม ล้นิ
ซีด ชีพจรเลก็ -จมออ น (Xi-RuoMai) หรือเตนผดิ จงั หวะรปู แบบใดรปู แบบหนง่ึ

ในรายท่ีรนุ แรงจนชีแ่ ละหยางหลดุ จะพบเหง่ือแตก แขนขาเยน็ สหี นา หมองคล้าํ ริมฝป ากมว งคลาํ้
หรอื หมดสติ หายใจไมไ หว ล้นิ สีมวงคลาํ้ ชพี จรจม-แผว (Chen-WeiMai) หรอื ผิดจงั หวะรปู แบบตาง ๆ
ผูปว ยมักถกู อภิบาลอยา งใกลช ดิ ในหอผปู ว ยวกิ ฤติ และมอี ปุ กรณป ระคบั ประคองชีวติ มากมาย ทาํ ใหก าร
รักษาดว ยการฝง เขม็ เปน ไปไดย าก ทงั้ จากปญ หาดานสถานที่ และการยอมรับของบคุ ลากรทางการแพทย
แตห ากสามารถทาํ ได จากประสบการณของผเู ขียน พบวา การฝง เขม็ เสริมเตมิ กับการรกั ษาฉกุ เฉินและ
ประคับประคองอ่ืนของการแพทยหลกั ไดผ ลในการกชู วี ติ และฟน ฟูสุขภาพองคร วมดมี าก ผปู วยมักฟน ตัว
ไดอยา งรวดเร็วกวา ไมฝง เขม็ โดยควรทําการฝง เขม็ ในทนั ทที ่สี ามารถทาํ ไดใ นระยะตน ๆ ท่ีเกดิ ปญ หา ไมใ ช
พิจารณาทาํ ตอนใกลตาย ซงึ่ ไมว า การรกั ษาใด ๆ กไ็ มไดผล มแี ตเสียกบั เสยี (ผปู วยเสียชวี ิตแพทยก ็เสยี ช่ือ)

จดุ หลกั :- บํารุง JueYinShu (BL 14), XinShu (BL 15), ShenShu (BL 23), ZuSanLi (ST 36),
ShenQue (CV 8), GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6), BaiHui (GV 20)

- ระบาย NeiGuan (PC 6)
จุดเสรมิ :- หมดสติ ShuiGou (GV 26)

- หายใจไมไหว หายใจรวยรนิ SuLiao (GV 25)
วิธกี าร:
- จุดทใี่ ชบ าํ รุง ถาสามารถทาํ ได ใหใชเข็มอุน หรือรมยา
- ShenQue (CV 8) ใชก ารคั่นเกลอื เผาโกฐจุฬาลมั พาปน คอยเปลย่ี นโกฐ ฯ เม่อื รอ น นาน 20 – 30
นาที
- จุดหนาทอ งทเ่ี หลอื ใชการคนั่ ขงิ เผาโกฐฯ โดยสลบั ยายจดุ เมอ่ื จุดทเี่ ผารอ นพอดี รวมเวลา 20 – 30
นาที
- NeiGuan (PC 6) ใชก ารกระตนุ ระบาย ไดผลดสี าํ หรบั อาการเจ็บหนาอกและหวั ใจเตน ผดิ จังหวะ
- ShuiGou (GV 26) ปก ซอยเขม็ แบบนกจกิ สําหรับอาการหมดสติ กระตนุ จนนาํ้ ตาซมึ จะไดผลดี

Page 46

ขอ สังเกตและคําแนะนําในการฝง เขม็ ผปู วยหนัก จากประสบการณผ ูเขียน

- การรมยา (เผาโกฐฯ) เปน เวลานาน ในโรงพยาบาล เปน ไปไดยาก ยกเวน มีแผนกฝง เขม็ ของตนเอง
การรมยาในตกึ ผปู ว ยใน โดยเฉพาะหอผูปวยวิกฤติ ยง่ิ ไมสามารถทําได อยางไรกต็ าม หากเปน ผูป ว ยหนกั
ควรใหการฝง เขม็ ทเ่ี ตียงผู ซึง่ มอี ุปกรณต ดิ ตามและกชู วี ิตพรอ ม ไมควรยายผูปวยออกฝง เข็มทอี่ นื่

- การฝง เขม็ ในหอผปู วยหนกั ตอ งพดู คุยทําความเขา ใจกบั ผปู ว ย ญาติ และบคุ ลกรทางการแพทยใ ห
เขาใจกอ น ทงั้ วธิ กี าร โอกาสและความเสีย่ ง โดยเฉพาะแพทยเ จา ของไข อยา แอบทาํ โดยพลการ พึงระลึกวา
เข็มเปน เพยี งการรกั ษาเสรมิ เตมิ ไมใชของวเิ ศษ หากเกดิ ส่ิงไมค าดหมาย แมว า เราไมไดทาํ แตก ็ยากจะ
ปฏิเสธ เทาทเ่ี คยพบมาผูปวยและญาตมิ ักมาขอรองใหฝง เขม็ แตค นทีม่ ปี ญ หามากที่สุดคอื แพทยดวยกนั
เอง คงอีกนานกวาแพทยแ ผนปจจุบันจะเขา ใจวา การฝง เข็มรกั ษาโรคเปน สว นหนึ่งของการประกอบวชิ าชพี
เวชกรรม ของแพทยแผนปจ จบุ นั ตามพ.ร.บ. การประกอบวชิ าชพี เวชกรรม

- การรมยาในหอผปู ว ยเปน เรื่องเปน ไปไดย ากดงั กลา ว รวมทัง้ ความหวาดกลัวเรื่องการระเบดิ ระหวาง
ไฟกบั ออกซเิ จน โดยสวนตัวจะประยุกตใ ชเขม็ นาํ้ ฉดี เขา จดุ บํารงุ อวัยวะดา นหลัง โดยใช วิตามิน B1, B12,
หรอื B1-6-12 ชนดิ ฉีด จดุ ละ 1 – 2 มล. เพราะผปู วยมกั ตอ งอยูใ นทานอนหงาย การฝง เขม็ คาเข็มดานหลัง
เปนไปไดยากและมีความเสยี่ ง อยา งไรกต็ าม การฉดี จดุ ดว ยเข็มน้ํา ตอ งระมัดระวังอยางมากและมน่ั ใจวา
จะไมท ําใหเ กดิ อนั ตรายตอ ปอดและอวยั วะภายในอืน่ ถาไมมั่นใจอยาทาํ (do no harm) อกี ปญหาทตี่ อ ง
ระวงั คือ เลอื ดหยดุ ยาก ซึ่งผปู วยมักไดร บั ยาตา นการแขง็ ตัวของเลือดในรปู แบบตาง ๆ การฉดี จดุ มโี อกาส
เส่ียงเลอื ดออกมากกวา การฝง เขม็ เพราะเข็มใหญก วา กนั มาก

- จดุ บาํ รุงดา นหนา ยกเวน ShenQue (CV 8) ผเู ขยี นใชการฝง เข็มกระตนุ บํารุงดว ยกระบวนทาเผาภู
ผา (รายละเอียดในตาํ ราฝง เข็ม รมยาเลม 2) คาเขม็ ไว 30 นาที โดยกระตุนซํา้ ทกุ 5 – 10 นาที หรอื ใช
เครอื่ งกระตนุ ไฟฟา ใชค วามถส่ี ลบั แบบตอเนือ่ ง 15 – 20 นาที

- การวนิ ิฉัยโดยการจับชพี จรแบบจนี : ผปู ว ยกลมุ โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด เชน โรคหลอดเลอื ดหวั ใจ
ความดันโลหติ สูง ฯ รวมท้ังผูปว ยโรคปอด โรคไต (ผปู ว ยโรคเรอ้ื รงั เกือบทกุ โรค) มกั ไดรับยาทมี่ ผี ลตอการ
เตนและการบีบตัวของหวั ใจ ไมทางตรงกท็ างออม ทําใหก ารจบั ตรวจชพี จรมคี วามคลาดเคล่อื น ผิดแผก
จากท่ีคาดหมายหรอื ในตําราอยเู นอื ง ๆ การวนิ จิ ฉยั แบบแพทยแผนจีน จึงตอ งอาศยั องคป ระกอบอ่ืนในการ
สนบั สนนุ การวนิ ิจฉยั แยกกลุม โรค

- ปจ จัยท่ีมีผลตอการรักษา: จากประสบการณทดลองฝงเขม็ ผูป วยหนกั เพยี ง 18 ราย พอประเมินได
วา

- สภาพรางกายพ้นื ฐานของผูปวย: ผูทสี่ ภาพพ้ืนฐานแขง็ แรง มกั ตอบตอการฝง เข็มดีกวา ฟน ตวั ได
เรว็ กวา ผูท่รี า งกายออ นแอทรดุ โทรม ในผูทร่ี างกายทรดุ โทรมมาก อาจเนนเขม็ นํ้าทเี่ ปนวิตามนิ หรอื ยาบาํ รงุ
ชนิดฉดี ตา ง ๆ ตามความเหมาะสม หรือบางรายอาจตอ งใหส ารอาหารตา ง ๆ เสริมอยางแผนปจจุบนั หรือ
อาจตองเสรมิ ดวยยาจนี ถาจําเปน

Page 47

- การตดั สินใจฝงเขม็ เรว็ หรือชา ยงิ่ ตัดสนิ ใจฝงเข็มเร็วดเู หมอื นวา จะไดผ ลดกี วาปลอ ยใหปว ยหนกั
อยูนานวัน ไมแนะนาํ ใหฝงเขม็ ในรายที่สน้ิ หวังหรอื ใกลเ สยี ชวี ิต เพราะทาํ
ใหเ สยี กาํ ลงั ใจในการฝก ฝนเปนแพทยฝ งเขม็

- โรคทเี่ ปน สาเหตุ ภาวะแทรกซอ น และยาทผี่ ูปว ยไดรบั : กอ นทาํ การฝงเข็ม ควรใหเ วลาศึกษา
ประวตั ิผูปว ยใหละเอยี ด ทกุ อยา งทผี่ ปู ว ยไดรับลว นมผี ลกระทบตอ การรกั ษาทงั้ สิ้น อยาฝงเขม็ เพลนิ จนลมื
ไป วาเราก็เปนแพทยแผนปจจุบนั ชนั้ ๑ ดวยคนหนึ่งเหมอื นกัน เราอาจแกป ญหาใหผ ปู วยได โดยไมตอ ง
แกะเข็มออกจากซองเลยกไ็ ด

รูปที่ 7 แสดงจุดฝงเข็มรกั ษาอาการเจ็บอกจากกลา มเนอ้ื หวั ใจ

เจ็บคอ

Page 48

( Sore Throat : 喉咙痛)

เจ็บคอ หรอื “HouBi” หมายถงึ คอเจ็บ หรือมอี าการรูสึกคอไมโ ลงสบาย มีอาการบวมแดง หรือตมุ
ตอมทีผ่ นงั ดานหลังคอนนู โตขึ้น ในแผนปจจุบนั ครอบคลมุ ถงึ โรคคออกั เสบ ตอมทอนซิลอักเสบ ทงั้ ที่เปน
แบบเฉยี บพลนั หรอื เร้อื รงั

ในคมั ภรี  ซเู วน่ิ กลา วถงึ HouBi วา “เปนภาวะที่อินและหยางเกาะเก่ียวกนั ทาํ ใหเ กดิ ภาวะ HouBi”
คาํ วา Bi หมายถึง ไมส ะดวก ไมโ ลง ในคัมภีร จปู งเหวยี นโฮว ลนุ กลาววา “HouBi เกดิ จากการท่คี อมี
อาการบวม ไมโลง ไหลเวยี นไมสะดวก ทําใหเ กดิ อาการเจบ็ ปวดตน คอ เพราะสารเหลวทด่ี ีไมส ามารถ
เขา ถึงบรเิ วณนนั้ ได” ในคัมภีร ตันซซี นิ ฝา กลาววา “HouBi สว นใหญพบไดใ นภาวะ เสลดรอ น”

การวนิ ิจฉัยแยกกลมุ โรคและการรักษาดวยการฝง เข็ม

การแพทยแ ผนจีน วินจิ ฉยั แยกกลมุ โรค ของเจบ็ คอ เปน 4 แบบ คอื
1. การรกุ รานจากภายนอก: สว นใหญเ กิดจากลมรอนภายนอกเขารุกราน
อาการ: เจบ็ คอมาก กลนื ลําบาก เวลากลนื จะเจบ็ คอเพมิ่ ข้นึ มีไข ปวดหวั ไมชอบโดนลม เหงื่อ
ออก ไอ เสมหะเหลืองขน เหนียว
ลิน้ : ล้ินแดง ฝา บางเหลือง ; ชีพจร: ชีพจรลอย-เร็ว (Fu-ShuMai)
จุดหลกั :- กระตนุ ระบาย TianRong (SI 17), LieQue (LU 7), HeGu (LI 4)

- กระตนุ บํารุง ZhaoHai ( KI 6)
จดุ เสรมิ :- คอแหง เจบ็ มาก ใหระบายลมรอ นและเพม่ิ นา้ํ โดยปก ChiZe (LU 5),

WaiGuan (TE 5) และปลอ ยเลอื ดจดุ ShaoShang (LU 11)
2. ปอดและกระเพาะอาหารรอน
อาการ: อาการเจบ็ คอคอนขางรนุ แรง กลนื ลําบาก มไี ข กระหายนํ้าเพราะคอแหง มีกลนิ่ ปาก
ทองผูก อจุ จาระแหงแข็ง ปส สาวะทลี ะนอยสเี ขม
ล้นิ : ลน้ิ แดง ฝาเหลอื ง ; ชพี จร: ชพี จรเร็ว-แรง (Shu-ShiMai)
จุดหลัก:- กระตนุ ระบาย TianRong (SI 17), LieQue (LU 7), HeGu (LI 4)

- กระตุนบํารงุ ZhaoHai ( KI 6)
จดุ เสรมิ :- ถา มอี าการของกระเพาะรอน ระบาย NeiTing (ST 44), QuChi (LI 11)

- อาการคอแหง เจบ็ มาก TianTu (CV 22)
- เสยี งแหบ FuLiu (KI 7)
- ทองผกู QuChi (LI 11), ZhiGou (TE 6)
3. อนิ ปอดและไตพรอง

Page 49

อาการ: คอแหง เจ็บคอแบบแสบ ๆ รอน ๆ มีอาการมากในชวงบาย ไอแหง ๆ ไมค อ ยมีเสมหะ หรอื
เสมหะเหนยี วมาก หรือเสมหะมเี ลือดปน รอ นใน รอ นกลางฝา มอื และเทา

ล้นิ : ลิ้นแดง ฝาเหนียว ; ชพี จร: ชพี จรเลก็ -เรว็ (Xi-ShuMai)
จดุ หลัก: TianTu (CV 22), LieQue (LU 7), YuJi (LU 10), TaiXi (KI 3)

และ ZhaoHai (KI 6)
จดุ เสรมิ :- อินปอดพรองมาก เจ็บคอมาก TaiYuan (LU 9) และ JingQu (LU 8)
4. เสลดรอนเลือดคงั่
อาการ: รสู ึกเหมือนมกี อ นในลาํ คอ หรอื เสมหะติดคา งในลาํ คอ เจ็บคอไมมาก ขากเสมหะออก
ลําบาก คอแหงแตไมชอบดืม่ น้าํ แนนอกหรือคลืน่ ไส
ลิน้ : ลิ้นแดงคลา้ํ หรือมจี ดุ จ้ําเลอื ด ฝา ขาวหรอื เหลืองออ น
ชพี จร: ชพี จรลนื่ -ตงึ (Hua-XianMai)
จุดหลกั : TianTu (CV 22), LieQue (LU 7), YuJi (LU 10), ZhaoHai (KI 6), TaiXi (KI 3),
FengLong (ST 40), TaiChong (LR 3), SanYinJiao (SP6)

Page 50

รูปที่ 8 แสดงจดุ ฝง เขม็ แสดงการรกั ษาอาการเจบ็ คอ

กระดูกคอเสอื่ ม

( Cervical Spondylosis : 颈椎病)

โรคกระดูกคอเสื่อม เปนกลมุ อาการของโรคทเี่ กิดจากการเส่อื มสลายของกระดูกสนั หลงั สวนคอ
แลว รา งกายมขี บวนการซอ มแซมจนเกิดเปนการงอกของกระดกู คอ ซึ่งจะไปทําอันตรายตอเนอ้ื เย่ือโดยรอบ
ทาํ ใหเ กดิ การอักเสบของกลา มเนอื้ เสนเอน็ และรากประสาทสันหลงั สว นคอ ทาํ ใหผ ปู ว ยเกดิ อาการปวด
บริเวณศีรษะ คอ ไหล แขน และหนา อก

สาเหตแุ ละกลไกการเกิดโรค

เกดิ จาก ลม ความเย็น ความชนื้ ภายนอก มากระทําตอรา งกาย ทําใหเ สนลมปราณอดุ ตนั ชแ่ี ละ
เลือดไหลเวยี นไมค ลอ ง หรอื เกดิ จากการออ นแรงของตับและไตตามวยั ทําใหซ แี่ ละเลอื ดพรอ ง สง ผลใหเ สน
เอน็ ไดร บั สารอาหารหลอ เล้ียงไมเพียงพอ หรือเกดิ จากความเสื่อมของเสน เอ็นและเสน เลือด เน่อื งจากไดร ับ
บาดเจบ็ ตึงร้ังตดิ ตอ กันเปนเวลานาน

การวินจิ ฉัยแยกกลุมอาการโรค

1. ลม ความเย็นจากภายนอกเขา รกุ ราน
อาการ: ปวดคอ คอแขง็ อาจมอี าการของไหลแ ละแขนรว มดวย ไดแ ก แขนเยน็ ชามือ หรือรสู ึก

หนัก ๆ อาการจะมากขน้ึ เม่อื กระทบกบั ลมหรือความเย็น
ล้นิ มีฝาบางและขาว ; ชีพจรลอย-ตงึ (Fu-XianMai)

2. ชี่และเลอื ดติดขดั
อาการ: ปวดตงึ ๆ หรอื ปวดแปลบคลายเข็มแทง บรเิ วณคอ ไหล และแขน หรอื ปวดราวลงแขน

รว มกับอาการมึนงง ปวดศีรษะ จิตใจซมึ เศรา และอาจมีอาการแนน และปวดหนาอกรวมดวย


Click to View FlipBook Version