Page 1
การฝงเข็ม – รมยา เลม 3
(การฝงเขม็ รักษาอาการปวด)
กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก
กระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2554
ISBN 978-616-11-0728
Page 2
การฝงเข็ม – รมยา เลม 3
(การฝงเขม็ รักษาอาการปวด)
ทปี่ รึกษา
แพทยห ญิงวิลาวัณย จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลอื ก
นางเย็นจติ ร เตชะดํารงสนิ ผูอ าํ นวยการสถาบนั การแพทยไ ทย-จีน เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต
นายแพทยสมชัย โกวิทเจริญกุล นายกสมาคมแพทยฝงเข็ม และสมนุ ไพร
บรรณาธกิ าร บณั ฑิตย พรมเคียมออ น สมชาย จริ พนิ จิ วงศ
ทศั นีย ฮาซาไนน
คณะทํางาน
กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก
เยน็ จิตร เตชะดาํ รงสิน ทัศนีย ฮาซาไนน เบญจนยี เภาพานชิ ย
ยุพาวดี บุญชดิ ภาวิณี เสริมสุขไมตรี วาสนา บุญธรรม
ศูนยส ิรนิ ธรเพ่อื การฟน ฟสู มรรถภาพทางการแพทยแหงชาติ
ประพนั ธ พงศคณิตานนท วิรัตน เตชะอาภรณก ลุ
โรงพยาบาลยางชุมนอย จังหวดั ศรสี ะเกษ
ชํานาญ สมรมิตร
โรงพยาบาลพระน่งั เกลา นนทบุรี
โกสินทร ตรีรตั นวรี พงษ
โรงพยาบาลพระมงกุฏเกลา
พลโท (หญิง) พรฑิตา ชยั อํานวย
โรงพยาบาลอานันทมหิดล
พนั เอกฐติ ภิ มู ิ เออ้ื อาํ นวย
โรงพยาบาลกลาง สาํ นกั การแพทย กรุงเทพมหานคร
สทุ ัศน ภัทรวรธรรม
ศนู ยการแพทยกาญจนาภเิ ษก มหาวิทยาลยั มหิดล
อมั พร กรอบทอง สวุ ดี วองวสุพงษา
โรงพยาบาลวชิ ยั ยุทธ
กติ ติศักด์ิ เกง สกุล
นกั วชิ าการอิสระ
บณั ฑติ ย พรมเคยี มออ น สิทธิชยั วงศอ าภาเนาวรัตน
Page 3
ผทู รงคุณวฒุ ิดานการแพทยแผนจีน
สมชัย โกวิทเจริญกุล สมชาย จริ พินจิ วงศ
เจาของลขิ สิทธิ์
กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลอื ก
ออกแบบปก
ทัศนีย ฮาซาไนน
ภาพประกอบ
อมั พร กรอบทอง
พิมพค รั้งท่ี 1 : มิถุนายน 2554 จํานวน 1,000 เลม
พมิ พท่ี : โรงพิมพช ุมนมุ สหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย
44/16 ถนนเล่ยี งเมอื งนนทบุรี แขวงตลาดบัวขวญั อําเภอเมอื ง จังหวดั นนทบุรี 11000
ทศั นยี ฮาซาไนน บัณฑิตย พรมเคยี มออ น สมชาย จริ พินิจวงศ
การฝงเข็ม รมยา เลม 3 ----นนทบรุ ี
โรงพมิ พชุมนมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย 2554
290 หนา ภาพประกอบ
กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ
ISBN 978-616-11-0728
Page 4
คํานาํ
ประสิทธผิ ลของการฝงเขม็ รักษาโรคตาง ๆ เปนที่ประจักษ และยอมรับในระดับนานาชาติ หลาย
ประเทศไดใชการฝงเขม็ เปน การแพทยแบบผสมผสานในการรกั ษาโรคตาง ๆ อยา งแพรหลาย การยอมรับท่ี
เกดิ ขน้ึ น้ี นอกจากจะเกิดจากประสบการณต รงของผทู ไี่ ดร ับการรักษาดวยการฝง เข็มแลว ยงั เกดิ จากผลการ
ศึกษาวจิ ยั อยา งแพรห ลายท้ังในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศตาง ๆ ปจจุบัน มหาวิทยาลัยหลาย
แหง ทงั้ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามหี ลักสตู รการฝง เข็ม เปน วิชาเรยี นในหลกั สูตรแพทยศาสตรศึกษาระดับ
ปรญิ ญาตรี เพือ่ ใหแพทยทสี่ าํ เรจ็ การศกึ ษา สามารถมีวธิ กี ารรักษาที่หลากหลายเพื่อชวยใหผลการรักษา
ผปู ว ยมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขน้ึ
การประยุกตใชการฝงเข็มรักษาอาการปวดตาง ๆ นับวามีประสิทธิภาพสูง และเปนท่ียอมรับ
ของผูปวยอยางกวางขวาง อยางไรก็ตาม เนื่องจากการแพทยแผนหลักของประเทศไทย ยังคงเปน
การแพทยแผนตะวันตก เพ่ือใหการฝงเข็มเปนการแพทยผสมผสานและเปนประโยชนตอผูปวย กรม
พัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก โดยความรวมมือจากคณะแพทยฝงเข็มท่ีเปน
คณะทํางานในการจัดทําตาํ รา การฝง เข็ม รมยา จึงไดจัดทําตํารา การฝงเข็มรักษาอาการปวดตาง ๆ ซ่ึง
นับเปนตํารา การฝงเข็ม รมยา เลมที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงคใหเปนแนวทางในการใหบริการการรักษา
อาการปวดแบบผสมผสาน เปนการเพม่ิ โอกาสในการรักษาแกผ ปู วย
ตํารา “การฝง เขม็ รมยา” แมจ ะมวี ตั ถปุ ระสงคใชประกอบการฝกอบรมในหลักสูตร “การฝงเข็ม” แต
เพอื่ ใหผ ูสนใจในศาสตรการฝงเขม็ รวมทง้ั นักศกึ ษาแพทยแผนจนี ในระดับปริญญาตรีไดนาํ ไปใชศ กึ ษาเพ่ือ
การคน ควา การจัดทาํ เน้อื หาการรกั ษาอาการปวดตาง ๆ ดวยการฝงเข็มเลมนี้ ไดรวบรวมประสบการณ
การรกั ษาและงานวิจยั ทั้งของผเู ขียนและจากตํารามานําเสนอ ซงึ่ อาจมคี วามคิดเห็นทีห่ ลากหลาย
การจัดทําตําราเลมน้ี ไดรับความรวมมือเปนอยางดีย่ิงจากคณะทํางาน ซึ่งไดสละเวลาชวยกัน
จัดทําจนเนื้อหาเสร็จสมบูรณ กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือกจึงใครขอขอบคุณ
คณะทํางานที่ไดทุม เทเสียสละ รวมมือรวมใจกันจัดทําหนังสือเลมน้ี จนสําเร็จลุลวงไปดวยดี โดยเฉพาะ
อยางยิ่ง นายแพทยบัณฑติ ย พรมเคียมออน อาจารยสมชาย จิรพินิจวงศ ที่ชวยตรวจสอบความถูกตอง
ของเนื้อหาและภาพประกอบ แพทยหญิงอัมพร กรอบทอง จากศูนยการแพทยกาญจนาภิเษก
มหาวิทยาลยั มหิดล ที่ไดกรุณาวาดภาพประกอบท้ังหมดในหนังสือน้ี จึงหวังเปนอยางยิ่งวา ตํารา “การ
ฝงเขม็ รมยา” เลมนี้ จะเปนประโยชนแกแพทยฝงเข็ม แพทยจีน นักศึกษาในหลักสูตรการแพทยแผนจีน
ตลอดจนผูสนใจในศาสตรนี้ เพื่อพัฒนาศาสตรการฝงเข็มในระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย ใหมี
ความมนั่ คงและยัง่ ยนื สืบไป
(แพทยห ญิงวลิ าวณั ย จงึ ประเสรฐิ )
อธิบดกี รมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลือก
Page 5
คําแนะนาํ การใชหนังสือ
การฝง เข็ม รมยา เลม 3
การฝงเข็มรักษาอาการปวด
การจดั ทําหนังสือ การฝงเข็ม รมยา เลม 3 (การฝง เขม็ รักษาอาการปวด ) มีวัตถุประสงคใหผูอาน
เขาใจถึงขั้นตอนการรักษาอาการปวดตาง ๆ ดวยการฝงเข็ม การรักษาและการเลือกจุดฝงเข็มที่ใชใน
หนังสอื เลม นี้ เปนการเรยี บเรียงขึน้ ทงั้ จากประสบการณตรงของคณะผูเรียบเรียง และจากท้ังเอกสารทาง
วิชาการที่จัดทําโดยสถาบันการศึกษาท่ีมีชื่อเสียงของสาธารณรัฐประชาชนจีน และนักวิชาการ ไดแก
มหาวทิ ยาลัยการแพทยแผนจนี เซี่ยงไฮ มหาวทิ ยาลัยการแพทยแ ผนจีนปก ก่งิ มหาวทิ ยาลัยการแพทยแ ผน
จนี นานจงิ เปนตน ทั้งน้ีเพื่อใหผลการรักษามีประสิทธิภาพเชนเดียวกับการรักษาในประเทศสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน และเปนแนวทางในการศึกษาวิจัย ผลการรักษาโรคดวยการฝงเข็ม เพื่อพัฒนาองคความรู
และทกั ษะใหก า วหนาตอไป
การฝงเขม็ เปนเวชกรรมการรักษาโรคของจีนท่ีมีประวัติการคนควาและแพรหลายมาหลายพันป
การฝงเข็มเปนวิธีการรักษาโรค ฟนฟูสุขภาพ สรางเสริมสุขภาพและปองกันโรค โดยการใชเข็มปกตาม
ตาํ แหนง จุดเฉพาะตาง ๆ ของรา งกาย มีวตั ถุประสงคเ พอื่ ปรบั สมดลุ รางกาย ชวยปรับใหอวัยวะและระบบ
การทํางานตาง ๆ ของรา งกายกลบั ทํางานไดเปน ปกติ โดยเฉพาะทีโ่ ดดเดนในการระงบั อาการเจ็บปวด จึง
นาํ ไปใชใ นการรักษาโรคปวดตาง ๆ ไดดี
หนังสือ การฝง เข็ม รมยา เลม 3 นี้ ประกอบดว ยเนือ้ หาตา ง ๆ ดังน้ี
การรกั ษาอาการปวดตาง ๆ ดวยการฝง เข็ม กลาวถึงโรค/กลุมอาการ ท่ีพบบอยและรักษาได
ดวยการฝง เข็ม โดยมีลาํ ดับรายละเอยี ดตาง ๆ ในแตละโรค/กลุมอาการ ดังนี้
1) ชื่อโรค/กลุมอาการ ใชช่ือเปนภาษาไทย และกํากับในวงเล็บดวยภาษาอังกฤษตามศัพท
การแพทยแผนตะวันตก สําหรบั โรคทไ่ี มม ีศัพทบ ญั ญัติภาษาไทย จะทบั ศัพทต ามชอื่ โรคของการแพทยแ ผน
ตะวันตก
2) บทนํา เปนการกลาวบรรยายถึงความหมาย คําจํากัดความ ลักษณะเดนและการดําเนินโรค
ของโรค/กลมุ อาการ ตลอดจนแสดงความสมั พนั ธในแตละมุมมองของการแพทยแ ตละแผน
3) สาเหตุและกลไกลการเกิดโรค กลาวถึง สาเหตุและกลไกการเกิดโรคตามแนวคิดของศาสตร
การแพทยแผนจีน และการแพทยแ ผนปจ จบุ ันในบางอาการโรค
4) การวินิจฉัยแยกกลุมโรค เปนการบรรยายสรุปการวินิจฉัยตามกลุมโรค โดยการวิเคราะหโรค
ตามกลุมอาการทงั้ ในแบบแผนของทฤษฎกี ารแพทยจ ีน และการแพทยแ ผนปจจุบนั
5) การรักษา เนนการรักษาดวยการฝงเข็มระบบเสนลมปราณ โดยกลาวถึงหลักการหรือ
วัตถุประสงคใ นการรกั ษาโรค หลักการเลือกจดุ ฝง เขม็ และกระตุนเขม็ ตาํ รับจุดหลกั และจดุ เสริมตามอาการ
Page 6
รวมถึงอรรถาธิบายสรรพคุณและเหตุผลในการเลือกใชจุดดังกลาว การเรียกช่ือจุดในบทน้ีใชการเรียกช่ือ
ตามระบบพินอินและรหัสจุด ตามมาตรฐานขององคการอนามัยโลก สวนคําอานภาษาไทยและชื่อจุด
ภาษาจนี ไดจดั รวบรวมไวในตารางภาคผนวกท่ี 1
บางโรค/กลมุ อาการ จะมีการเพ่ิมการรักษาโรคดว ยวิธีอื่นนอกเหนอื จากการฝง เข็มดวย ไดแก การ
ฝง เขม็ หู การครอบกระปกุ การรักษาดวยเขม็ ผวิ หนัง ฯ
6) ภาพประกอบ เปน ภาพแสดงตาํ รับจดุ ฝง เข็มท่ีใชรักษาในแตละกลุมโรค โดยเปนรูปแสดงสวน
ของรา งกายและตําแหนง จดุ และมีรหสั จดุ กํากบั อยู
ภาคผนวก หนังสอื การฝงเขม็ - รมยา เลม 3 มภี าคผนวก 1 เรอื่ ง ไดแก
ภาคผนวกท่ี 1 ดชั นีจดุ ฝงเข็มตามระบบเสน ลมปราณ
บรรณานุกรม จะอยูทา ยสดุ ของหนงั สอื
สารบัญ Page 7
คาํ นาํ หนา
คาํ แนะนําการใชต าํ รา การฝงเข็ม รมยา เลม 3 ก-ข
สารบญั ค-ง
สารบญั รปู จ-ช
ซ-ญ
ความรทู ่ัวไปเก่ยี วกับอาการปวด
1
1. กลมุ อาการทางปวดระบบประสาท
- ปวดศรี ษะ (Headache : 头痛) 6
- ปลายประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน 13
(Diabetic Peripheral Neuropathy : 糖尿病末梢神经病变)
- ปวดประสาทใบหนา (Trigeminal Neuralgia : 面痛) 17
- ปวดประสาทจากเช้อื งูสวัด 21
(Herpetic Neuralgia : 带状疱疹后遗神经痛) 29
- ปวดฟน (Dental Pain : 牙痛) 35
2. กลมุ อาการปวดจากพงั ผดื กลา มเนอื้ 42
(Myofacial pain syndrome : 肌筋膜炎综合症 )
51
3. เจบ็ อกจากกลามเน้ือหัวใจ (Angina Pectosis : 胸痛) 54
4. กลมุ อาการปวดบริเวณตน คอ และลําตวั สว นบน (Neck and upper)
หนา
- เจ็บคอ (Sore Throat : 喉咙痛 )
- กระดูกคอเสอื่ ม (Cervical spondylosis : 颈椎病) 57
62
สารบญั (ตอ)
65
5. อาการปวดบรเิ วณลาํ แขน (Upper Extremitries)
- ไหลต ดิ (Frozen Shoulder : 冻结肩) 68
- ปวดขอศอก (Tennis Elbow :网球肘) 82
- พังผดื กดทับเสน ประสาทในโพรงขอ มือ
94
(Carpal tunnel syndrome : 腕管综合症)
6. อาการปวดบรเิ วณลําตัวสว นลางและขา
- ปวดหลัง (Back pain : 腰痛)
- ปวดประสาทไซแอทติค (Sciatic pain : 坐骨神经痛)
- ปวดหลังจากภาวะกระดกู บางหรอื พรนุ
Page 8
(Back Pain due to Primary Osteoporosis: 骨质疏松腰痛) 96
- ปวดหลงั จากขอ สันหลังเสื่อม 100
(Back Pain due to Hypertrophic Spondylosis : 退化性腰痛 ) 119
124
- ขอเขาเส่ือม (Knee Osteoarthritis : 退化性膝关节炎)
- ปวดขอ สะโพก (Hip joint pain : 髋关节痛) 127
- ปลายประสาทใตผ วิ หนังตนขาอักเสบ 136
(Latero – Femoral Cutaneous Neuritis : 股外侧皮神经炎) 141
147
7. โรคขอ อกั เสบรูมาตอยด (Rheumatoid Arthritis : 类风湿性关节炎)
8. โรคเกาต (Gouty Arthritis : 痛风)
9. กลุมอาการปวดชอ งทอง (Abdomen pain)
- ปวดบริเวณล้นิ ป (Epigastric pain/Gastralgia : 胃脘痛)
- ทองอดื แนน (Abdominal Distention : 腹胀)
สารบญั (ตอ ) หนา
- ปสสาวะตกคาง (Urinary retention : 尿潴留) 153
- แผลกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer : 胃溃疡) 162
- กรดไหลยอน (Acute Regurgitation : 胃反酸) 175
- ถงุ นํ้าดอี ักเสบ (Cholecystitis : 胆囊炎) 182
- น่ิวในถงุ น้ําดแี ละถุงนํ้าดีอักเสบ
191
(Gall Stone and Cholecystitis : 胆结石和胆囊炎)
197
- พยาธไิ สเ ดือนในทางเดินน้ําดี (Biliary Ascariasis : 胆道回虫症)
- ภาวะลาํ ไสอุดตนั เฉียบพลัน 203
(Acute intestinal obstruction : 急性肠梗阻) 209
- ภาวะไสต ิง่ อกั เสบเฉยี บพลัน
218
(Acute Appendicitis : 急性阑尾炎)
- นิ่วในไต (Renal colic and Stone : 肾结石) 228
- ปวดปส สาวะ และปสสาวะผิดปกติ (Stranguria : 淋症 )
ภาวะปวดทองอยางรุนแรง - 234
(Acute Catastrophic abdominal pain : 急性腹绞痛)
9. กลุม อาการของโรคทางสูติ - นรีเวช 237
- เตา นมอกั เสบเฉยี บพลนั (Acute Mastitis : 急性乳腺炎) 241
- ปวดประจาํ เดอื น (Dysmenorrhea : 痛经) 248
10. กลมุ อาการบาดเจ็บจากกฬี า (Sport injury : 运动性损伤)
ภาคผนวกท่ี 1 ดัชนีจุดฝงเข็มตามระบบเสน ลมปราณ
บรรณานกุ รม
Page 9
สารบญั รูป
รปู ที่ 1 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเขม็ รกั ษาอาการปวดศีรษะ รปู ที่ 2 หนา
แสดงตําแหนง จุดฝง เข็มรกั ษาปลายประสาทเสอื่ มจาก
11
โรคเบาหวาน 16
รปู ที่ 3 แสดงตาํ แหนง จุดฝงเขม็ รกั ษาปวดประสาทใบหนา
รปู ท่ี 4 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาปวดประสาทจากเชือ้ งูสวัด 20
รปู ท่ี 5 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรกั ษาปวดฟน 22
รูปท่ี 6 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเขม็ รกั ษา Myofacial pain syndrome 34
รูปท่ี 7 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรกั ษาอาการเจ็บอกจากกลามเนอื้ หวั ใจ
รูปท่ี 8 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษาเจ็บคอ 41
รปู ที่ 9 แสดงตําแหนง จุดฝงเขม็ รกั ษากระดกู คอเส่อื ม
รูปที่ 10 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาไหลติด 50
รปู ที่ 11 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาอาการปวดขอศอก
รปู ที่ 12 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษานว้ิ ล็อค 53
รูปท่ี 13 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาปวดหลงั 56
รปู ที่ 14 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาปวดประสาทไซแอทติค 61
รปู ท่ี 15 แสดงตําแหนง จุดฝงเข็มรักษาปวดหลังจากขอสันหลงั เส่ือม 64
รปู ท่ี 16 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเขม็ รักษาขอเขา เสือ่ ม
รปู ที่ 17 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษาปวดขอ สะโพก 67
รูปที่ 18 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาอาการปลายประสาท
81
ผิวหนงั ตนขาอักเสบ
รปู ที่ 19 แสดงตําแหนง จดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคขออกั เสบรูมาตอยด 93
รูปที่ 20 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเขม็ รักษาโรคเกาต 99
สารบญั รูป (ตอ) 110
123
รูปที่ 21 แสดงตาํ แหนงจุดฝง เข็มรกั ษาปวดบริเวณล้นิ ป
รูปที่ 22 แสดงตําแหนงจดุ ฝง เข็มรกั ษาอาการทองอืดแนน 126
รปู ที่ 23 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรกั ษาปสสาวะตกคาง
รูปท่ี 24 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝงเข็มรกั ษาแผลกระเพาะอาหาร 135
จากชีก่ ระเพาะ และตบั ตดิ ขดั 140
รปู ที่ 25 แสดงตําแหนงจดุ ฝง เขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหารจากชี่และเลือดคง่ั
รปู ท่ี 26 แสดงตาํ แหนงจุดฝงเข็มรักษาแผลกระเพาะอาหารจากกระเพาะรอ น หนา
146
152
161
170
171
172
รปู ที่ 27 แสดงตําแหนงจุดฝง เขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหารจากอินกระเพาะพรอ ง Page 10
รปู ท่ี 28 แสดงตําแหนงจุดฝง เขม็ รักษาแผลกระเพาะอาหารจากเยน็ พรอง
รปู ท่ี 29 แสดงตําแหนงจุดฝงเข็มรักษากรดไหลยอ นจากไฟตับ 173
รูปที่ 30 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเขม็ รักษากรดไหลยอนจากมาม 174
181
และกระเพาะเยน็ พรอ ง 181
รปู ที่ 31 แสดงตาํ แหนงจุดฝง เขม็ รักษาถงุ น้ําดอี กั เสบจากรอนพรอง
รูปท่ี 32 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเข็มรักษาถงุ น้ําดอี กั เสบจากชต่ี ิดขัด 189
รูปท่ี 33 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝง เขม็ รกั ษานิ่วในถงุ นํา้ ดี และถงุ น้ําดีอักเสบ 190
รปู ท่ี 34 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝงเข็มรกั ษาโรคพยาธิไสเ ดอื นในทางเดินนาํ้ ดี 196
รปู ท่ี 35 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาภาวะลําไสอุดตัน 207
รูปที่ 36 แสดงตาํ แหนงจดุ ฝง เขม็ รกั ษาภาวะไสต่ิงอักเสบเฉียบพลัน 208
รปู ที่ 37 แสดงตําแหนงจดุ ฝง เขม็ รักษานว่ิ ในไต 217
รปู ท่ี 38 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาอาการปวดปสสาวะและปสสาวะผิดปกติ 227
รูปที่ 39 แสดงตําแหนงจุดฝงเขม็ รักษาเตา นมอักเสบเฉยี บพลัน 237
รปู ที่ 40 แสดงตําแหนงจดุ ฝงเขม็ รักษาปวดประจําเดือน 240
247
Page 11
ความรทู ั่วไปเกย่ี วกบั อาการปวด
อาการปวดเปน อาการท่ใี ชก ารฝง เขม็ เปน วธิ กี ารรกั ษามากที่สุด ไมว า จะเปน การปวดคอ ปวดขอ
ปวดกลามเน้อื อวัยวะภายใน ในการรกั ษาอาการปวดอกั เสบไมมียาแกป วด แกอ กั เสบ ในศาสตร
การแพทยแ ผนจนี หลักคิดในการรักษาคอื การระบาย สาเหตุของอาการปวดเกดิ จาก การติดขัดของการ
ไหลเวียนของชีห่ รือลมปราณ หรอื จากการทช่ี ่ีและเลอื ดไปหลอ เลี้ยงไมเ พยี งพอ การฝงเขม็ จะทาํ หนาท่ี
ทะลวงเสน ลมปราณ ปรับใหก ารหมนุ เวียนของชแ่ี ละเลอื ด เมื่อการไหลเวียนดีขน้ึ อาการปวดจะทเุ ลาหรอื
หายไป
ปจ จยั ที่ทําใหเ กดิ การปวดมี 3 เหตุ คอื ลม (风), ความเยน็ (风), ความชน้ื (湿), และเลอื ดคั่ง (瘀
血) ทําใหเ กดิ อาการปวดในตาํ แหนงทเี่ ก่ียวกับรา งกายทั้งหา คือ ผิวหนัง เสนเอน็ เน้ือเย่ือ โครงกระดกู และ
หลอดเลอื ด
1. ลม (เปน การอกั เสบไมคงท)ี่ มีอาการปวดทเ่ี คล่ือนที่ โดยทัว่ ไปลมมักไมเปน เหตุใหเ กดิ อาการ
ปวด แตม กั จะชักนําเสยี ช่ี (邪气) อื่น ๆ เชน ลมเยน็ , ลมชืน้ แลวทําใหเ กดิ การตดิ ขัด มีอาการปวด
ข้ึนมา
2. ความเย็น มักมอี าการปวดเฉพาะที่ อาการมกั รนุ แรง และเปน มากในเวลากลางคนื กลางวนั
จะดีข้ึน การแพทยแผนจนี จึงแบงกลางวนั และ กลางคนื หยางจะเพิ่มมากในเวลากลางวัน จะทาํ ใหรูสกึ วา
อาการปวดดขี ้นึ ไดร บั ความอบอนุ จากดวงอาทิตย การปวดเน่อื งจากความเยน็ เม่อื ประคบรอนจะดีขนึ้
ตรงกันขามเม่ืออากาศเยน็ จะปวดมากขึน้
3. จากความช้ืน จะปวดเฉพาะท่ีและหนักเม่อื ย แบง เปน รอ นเยน็ และเยน็ ชนื้ โดยเฉพาะหลัง
ฝนตก เมอ่ื มีความชน้ื สูงในอากาศ เม่อื รา งกายกระทบกบั อากาศแบบนี้จะมอี าการเมื่อยข้เี กียจ อยาก
นอน ลักษณะปวดจะปวดอยกู บั ทีแ่ ละปวดหนัก ไมสามารถขบั ความชืน้ ไดท ัน ทาํ ใหม ีบวมนาํ้ ในตําแหนง
ปวดได
4. เลอื ดคง่ั การค่งั ของเลือดมปี จ จยั การเกิดไดห ลายสาเหตุ เชน
4.1 เกิดจากเสียชท่ี ่ีไดร ับ สะสมไวนานไมไดถกู กาํ จดั ออก จงึ เกดิ การค่งั
เชน ความชน้ื , ความเยน็ , เสมหะ, หยางช่ีพรอ ง, จนิ เยไมไหลเวยี น เปน ตน
4.2 จากไดร บั การกระทบกระแทก ทําใหเ กิดเลอื ดคั่ง
สาเหตุการเกิดอาการปวดทง้ั สามสาเหตุ ในการแพทยแผนจนี มวี ธิ กี ารรกั ษา ดังนี้
1. สาเหตจุ ากลม ใชว ธิ ขี บั ลม โดยทีอ่ าการคือ ปวดไมแ นน อน ดงั นนั้ จงึ ตองหาจดุ ปวดและเสน
ลมปราณที่ผานจดุ ท่ีสามารถขับลมได การฝงเข็มจะปก เขม็ ตามเสน ลมปราณทป่ี วด และ จดุ ฝงเข็มที่
พบวามกั ใชในการขบั ลมบรเิ วณหนา ศรี ษะ ทงั้ ดานหนา และหลัง คือ จุด FengChi (GV 16) ถาเปนบริเวณ
ดา นหลงั ใชจ ดุ FengMen (BL 12)
Page 12
ในระยะเร้ือรังตอ งใชจดุ ฝง เข็มอื่นรวมดว ย เนื่องจากระบบเลือดไหลเวยี นไมดี จึงตองปรบั ระบบ
เลอื ด ถารสู ึกเหมือนปวดไปทัง้ รา งกายใหใ ชจ ุด WaiGuan (TE 5) กบั จุด ZuLinQi (GB 41). ในทาง
การแพทยแ ผนจีน ถา ใชว ธิ ีการขับลมแลว ไมด ีขน้ึ ตองเสรมิ ปรับเลือด และขับลม จุดฝง เข็มท่ใี ชค ือ XueHai
(SP 10) GeShu (BL 17) PiShu (BL 20) GanShu (BL 18) SanYinJiao (SP 6) แตอาจใชเพยี งสองจุด
คอื PiShu (BL 20) และ XueHai (SP 10) ถา ยังมีอาการปวดเลก็ ๆ นอ ย ๆ ใหฝ งเข็มบาํ รงุ เลอื ดและขบั ลม
บา ง จดุ ที่มอี าการปวดไมต อ งฝง เขม็ ก็ได
2. สาเหตุจากความเย็น ใชวิธใี หค วามอบอุน เพ่ิมความรอน หรือเพมิ่ หยาง เพือ่ บรรเทาอาการ
ปวด ตอ งคาเขม็ นานและรมยา ฝงเข็มในเสนลมปราณหยาง โดยเฉพาะเสนตมู ายเปน เสนลมปราณทม่ี หี
ยางมากที่สดุ จุด DaZhui )GV 14) มเี สน ลมปราณหยาง 7 เสน มาพบกนั (เสนลมปราณหยางจากมอื 3
เสน และจากเทา 3 เสน และเสน ตูมาย) รว มกบั MingMen (GV 4) และ YaoYangGuan GV 3) (L4
midline ตรงกับ DaChangShu (BL 25)) แลว ฝงเข็มตามตาํ แหนงปวด
3. อาการปวดจากความชืน้ ใชว ธิ ขี ับชืน้ กส็ ามารถบรรเทาอาการปวดได จุดฝง เข็มทใี่ ชคือ
SanYinJiao (SP 6) , YinLingQuan (SP 9) และจดุ ทป่ี วดรว มดว ย
4. ปวดเพราะรอน สาเหตมุ ี 2 ปจ จัย โดยทต่ี ามทฤษฎกี ารแพทยแ ผนจนี ถา อาการปวดเปน นาน
อาการตอไปจะเกดิ เปน อาการอกั เสบรอนขนึ้ มาได เปน เหตุสะสมของอาการปวด โดยจะมีลกั ษณะแดง
ปวด รอ น อาการปวดแบบรอน ถาประคบรอ น หรือใช infrared จะทาํ ใหอ าการแยลง ตอ งระบายความ
รอ น พิษรอ น เชน ไขขออกั เสบเฉยี บพลันในผูปว ยโรคเกาท จะกลวั รอนมาก ตอ งใชความเย็นประคบ เวลา
ปวดจะปวดเวลากลางวัน เวลากลางคนื จะดชี ้ืน การรักษาตองใชว ธิ ีระบายพษิ รอ น จุดฝง เข็มทใ่ี ชคอื
DaZhui (GV 14) ใชวิธรี ะบาย รวมกับจดุ QuChi (LI 11), NeiTing (ST 44) เวลาฝงเข็มกระตุน เขม็ เรว็
ๆ แลวเอาเขม็ ออกทนั ที ในวิธกี ารฝงเข็มตามทฤษฎีการแพทยแ ผนจนี อาการเยน็ ใหคาเข็มทงิ้ ไว ถา อาการ
รอนใหดึงเข็มออกเลย
5. ปวดจากมเี ลือดคงั่ การรกั ษานอกจากฝง เข็มทะลวงเสน ลมปราณทเี่ กยี่ วของแลว สามารถใช
จุกเฉพาะที่ และการปลอยเลอื ด หรอื ใชว ิธรี มยา จดุ ทม่ี ีสรรพคณุ สลายเลอื ดค่ังทง้ั ระบบ เชน GeShu
(BL 17) , XueHai (SP 10), SanYinJiao (SP 6)
อาการปวดบางครัง้ จะปนเปกนั จากสาเหตทุ กี่ ลาวทัง้ สามรวมกัน ตองแยกสาเหตจุ ึงจะรกั ษาได
เชน สาเหตจุ ากลมและความเยน็ วิธกี ารรักษาตองขับลมและเสรมิ หยาง
อาการปวดตามรางกาย แบง ตามตาํ แหนง ที่มอี าการปวดจะมี 5 ตาํ แหนง ไดแ ก ผิวหนงั ,
กลามเนอ้ื , เอ็น, กระดกู และชพี จร ในการรกั ษาตองทราบวา สาเกตุจะเกยี่ วกบั อวัยวะจางอะไร เชน
ผวิ หนงั ปอด
กลา มเน้ือ มา ม
เอน็ ตับ
Page 13
ชีพจร หวั ใจ
โครงกระดูก ไต
1. ปวดบรเิ วณผิวหนัง ก็เปน การปวดชนิดหน่งึ ถอื วาเกดิ จากระบบปอด ผูปวยบางรายมอี าการ
ปวดตามหวั ไหล ตึงปวดแตไมล ึกลงขา งใน เปน ตาํ แหนง บรเิ วณผิวหนัง การฝง เข็มถาตาํ แหนง ที่ปวดอยู
บรเิ วณผิว โรคอยไู มลึกกฝ็ ง เขม็ ตืน้ ๆ ถา โรคอยใู นระดบั ไหนกฝ็ งเข็มในระดับนั้น ถาถึงโครงกระดูกกใ็ หป ก
เข็มลกึ ถึงกระดกู ไมค วรฝงเข็มลึกเกินไป พจิ ารณาตามความรุนแรงของโรค ถา เปนเฉพาะผิวหนัง
บางคร้ังเปน บรเิ วณกวางมาก ไมสามารถระบตุ าํ แหนงเสนลมปราณไดช ดั เจน ใหใ ชเ ขม็ 7 ดาวตี หรือปก
เข็มต้ืน ๆ จมิ้ ๆ เอาก็ได ความยาวเขม็ ประมาณ 0.5 นิ้ว เวลาจบั ใหจ บั ตรงบรเิ วณใกล ๆ ปลายเขม็ โผลมา
สนั้ ๆ ใชมือการด เข็มไวไมใ หงอ และความยาวของเขม็ เสมอกับนิ้วของผูรักษา จะไดไ มคดเวลาปกและไม
ลกึ จนเกนิ ไป ในการรกั ษาระยะหน่งึ ควรใชจ ุดฝง เข็มเกีย่ วกบั ปอด โดยใชจ ดุ ฝง เขม็ LieQue (LU 7)
TaiYuan (LU 9) และ QiChi (ST 11) รว มรักษาได
2. ปวดกลา มเน้ือ การปวดบางครัง้ ปวดจากเมือ่ ยลา ทาํ ใหกลามเนือ้ ปวดเมอ่ื ย ในการรักษาก็
ตอ งฝงเข็มใหลกึ ถึงกลา มเนื้อเชน กนั แตใชว ธิ กี ารฝง เขม็ เปนกลมุ ไมใชป ก เลมเดยี ว เชน การปวดสะโพก
ไมไดปวดตามเสน ลมปราณเสน ใดเสน หนึง่ แตการปวดไมเ คล่ือนยายท่ี อาการปวดมตี าํ แหนง แนนอน
หรอื การปวดหวั ไหล การปก กต็ องปก ขึน้ กบั ขนาดมดั กลา มเน้อื ปกเรียงสาม ถา มัดเล็ก ถา มดั ใหญกเ็ รียง
สามหลายชดุ เปน สี่เหลี่ยมคางหมู เปนการปก เฉพาะทเี่ ทา น้ัน แตเน่ืองจากกลา มเนอ้ื เกย่ี วกบั มาม ดงั นนั้ จงึ
ตอ งเสรมิ ท่ีมา มโดยใชจ ุด ZuSanLi (ST 36) หรอื SanYinJiao (SP 6) มามกบั กระเพาะเปนเปยวหลก่ี นั
ใชแ ทนกนั ได เราฝงเขม็ ลกึ ตามความหนาของกลา มเน้ือเชน กนั
3. ปวดเอน็ เสน เอน็ รวมถึงเย่ือหมุ ไขขอ ตา ง ๆ ดวย ถาอาการปวดเกีย่ วกบั เอน็ ทําใหการยดื หด
ของแขนขาไมสะดวก การรกั ษาอาการปวดตอ งฝงเข็มลกึ ถงึ เอน็ ดวย ตามไขขอตองปก เข็มถึงเอ็นจงึ จะ
ไดผล เชน การปวดขอ หรอื ปวดขอมอื เชน De Qurvain เวลายืดจะตึง โดยมากการปวดเอ็นจะปวดเวลายดื
มากกวา เสน เอ็นเกี่ยวกับตบั ตอ งหาจุดเสริมทตี่ บั มาชวย เชน ใช GanShu (BL 18), YanLinQuan (GB
34)
4. ชีพจร เสนเลอื ด เสน ประสาท เนอ่ื งจากการปวดหลังรา วไปถึงขา งลา งได เชน LBP ใน
การแพทยจ ีนถอื วาเปนการปวดในเสนเลอื ดหรอื ชพี จร โดยปกตกิ ารไหลเวยี นของเลือดจากบนลงลา งหรอื
กลบั กันในการปวดหลงั เน่ืองจากการไหลเวยี นติดขดั แพทยแผนปจจบุ นั เปน nerve > bl vv เราตอ ง
ฝงเข็มใหถ งึ เสน เลือดชีพจร หมายถึงเสน ท่ปี วด คอื ใหมกี ารปก ลงตามเสน เนือ่ งจากการปวดจะเกีย่ งของ
กับหวั ใจ ใชท ง้ั จดุ ฝง เขม็ บนเสน ลมปราณมอื เจวย๋ี อินเยอ่ื หมุ หวั ใจ และเสนมือเสาอนิ หวั ใจ NeiGuan (PC
6) หรือ DaLing (PC 7) ไดท้งั สิ้น
5. โครงกระดกู จะยืดไดห ดไมไ ด ในการแพทยแ ผนจนี เชน การปลกู ขอ กระดกู จนเปลยี่ นแปลง
บวม ถา ปวดทีไ่ ขขอ ตองปกถงึ กระดูกท่ปี วดเลย ปวดทไ่ี หนปกถงึ ทีน่ นั่ เชน ขอ เขา ผูป วย จะปวดมากเวลา
Page 14
เดนิ เราตอ งหาจุดอาซอื ปก ถึงขอดวย กระดกู เกีย่ วกบั ไต ดังนั้นถาตอง การใหไ ดผ ลดี ตองเสรมิ ท่จี ดุ ไตดวย
คือตอ งบาํ รุงหรอื เสริมไตดว ย หรอื บาํ รุงไขกระดกู เชน Shenshu (BL 23), TaiXi (KI 3), XuanZhong (GB
39)
ปวดศีรษะ
( Headache : 头痛)
ปวดศรี ษะ เปน อาการท่พี บไดบอ ย และเปน เหตทุ ําใหผปู ว ยมาพบแพทย มคี าํ กลาววา ในชวงชีวติ
ของคนเราตองประสบอาการปวดศีรษะอยา งนอยหนงึ่ ครง้ั สาเหตทุ กี่ อ ใหเ กดิ อาการปวดศรี ษะมี
หลากหลาย ท้งั จากความผิดปกตขิ องรา งกาย จติ ใจ และสงิ่ แวดลอ ม อาการปวดศรี ษะมักพบอาการ
ผดิ ปกติอนื่ ๆ รว มดว ยเสมอ ในทางคลนิ กิ แบงอาการปวดศรี ษะเปน 2 ประเภท ไดแก
1) ปวดศีรษะแบบปฐมภมู ิ (primary or functional headache) หมายถงึ การปวดศีรษะทไี่ มพ บ
ความผิดปกติทเ่ี ปน สาเหตขุ องอาการปวดศรี ษะ โรคทพี่ บบอย ไดแ ก ปวดศีรษะไมเกรน (migraine) และ
Page 15
ปวดศรี ษะแบบตึงเครยี ด (tension-type headache) สว นโรคทีพ่ บคอนขางนอย ไดแ ก ปวดศีรษะเปน
ระลอก (cluster headache) และ ปวดศรี ษะคร่งึ ซกี แบบปะทุ (paroxymal hemicrania)
2) ปวดศรี ษะแบบทตุ ยิ ภมู ิ (secondary or organic headache) หมายถงึ การปวดศีรษะท่ีมี
สาเหตใุ หเ กิดอาการปวดศรี ษะ โดยแบง สาเหตุตามตําแหนง ของการเกดิ โรคเปน 2 กลมุ ไดแ ก สาเหตุ
ภายในกะโหลกศีรษะ (intracranial causes) เชน เลอื ดออกในสมอง เน้ืองอกสมองหรอื เนือ้ งอกทกี่ ระจาย
มาสมอง เสน เลอื ดโปงพอง การติดเช้อื ฯ และสาเหตุภายนอกกะโหลกศรี ษะ เชน เสน เลือดแดงอกั เสบ
ไซนสั อกั เสบ ตอ หิน การตดิ เช้อื ความดนั โลหิตสูง โรคของกระดูกคอ ฯลฯ
การแพทยแผนจีน แบง สาเหตขุ องการปวดศรี ษะ เปน 2 ประเภท ไดแ ก
1) การรุกรานจากปจ จยั กอโรคนอกรา งกาย ปจ จยั สําคัญ คอื ลม เขา กระทําตอเสน ลมปราณ
สว นบนของรา งกาย ทาํ ใหช แ่ี ละเลือดไหลเวยี นไมคลอง
2) ความผดิ ปกตภิ ายในรา งกาย แบงเปน 2 กลุม ไดแก กลุมแกรง เชน หยางตบั เกนิ จากชค่ี ่ัง
หรอื อารมณโ กรธ และ กลมุ พรอง เชน ชแ่ี ละเลือดพรอง
การวเิ คราะหแ ละการรกั ษาอาการปวดศีรษะ ตามศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี ไดก ลาวไวโดยละเอียด
แลว ในตาํ ราการฝง เขม็ รมยา เลม 2 ในทีน่ จ้ี ะกลา วถงึ มุมมองการวนิ จิ ฉยั แยกโรคของอาการปวดศรี ษะ
แบบการแพทยแผนตะวันตก รวมกับการวินจิ ฉัยแยกโรคตามศาสตรการแพทยแผนจนี โดยเนน เฉพาะปวด
ศีรษะทพ่ี บบอ ยในเวชปฏิบัติ ดังน้ี
1. ปวดศรี ษะแบบปฐมภูมิ
ไดแก ปวดศีรษะแบบตงึ เครยี ด ปวดศรี ษะไมเกรน และ ปวดศรี ษะเปน ระลอก ซึง่ ท้งั สามโรค
รวมกนั พบไดม ากกวารอยละ 90 ของโรคปวดศีรษะแบบปฐมภมู ิทง้ั หมด
1.1 ปวดศรี ษะแบบตงึ เครียด (Tension-type headache)
สวนใหญเ กดิ จากกลา มเนือ้ เครยี ดหรอื ตงึ ตัว (muscle strain) บรเิ วณหลงั คอ โดยมผี ลทาํ ใหห ลอด
เลอื ดบริเวณตนคอหดตัว ทาํ ใหขาดเลือดไปเลยี้ ง จงึ เกดิ อาการปวด โดยสมั พนั ธกบั อารมณ วติ กกังวล แต
ไมมปี ระวตั ทิ างกรรมพนั ธุ
อาการปวดเรมิ่ จากบริเวณตน คอ แลวกระจายไปทัว่ ศีรษะ ปวดเหมือนมอี ะไรรัดไว อาจมอี าการอ่นื
รว มดว ย เชน นอนไมหลบั ออ นเพลยี ซมึ เศรา ชว งทปี่ วดมาก อาจรสู ึกปวดตึงขมบั และอาจมีอาการชารวม
ดว ย อาการปวดอาจเปนเดือนละหลายครัง้ แตล ะครง้ั อาจปวดนานไมก น่ี าที หรอื ปวดทั้งวัน หลายวัน
ตดิ ตอกันกไ็ ด สวนมากอาการหายไดเ อง ถาความเครยี ดลดลงและนอนหลบั พกั ผอ นไดเ พียงพอ ซงึ่ ตา งจาก
สาเหตุอืน่ ๆ การฝง เข็มรกั ษามกั ไดผลดี
1.2 ปวดศรี ษะไมเกรน (Migraine)
Page 16
อาการปวดศีรษะไมเกรน พบมีประวัตทิ างพันธกุ รรมประมาณรอยละ 80 มลี ักษณะ ปวดได 3 แบบ
คือ ปวดศรี ษะขา งเดยี ว ปวดทัง้ สองขา ง และปวดสลบั ขา งไปมา ตาํ แหนง ปวดเปน ไดทง้ั ทห่ี นา ผาก ขมบั
หรือทา ยทอย อาการเริ่มแรกมักปวดรนุ แรงและเฉยี บพลนั นานเปนนาที จนถึงเปน วัน เวลาเกดิ อาการไม
แนน อน ชว งทม่ี ีอาการ หากมกี ารเคลือ่ นไหวศีรษะจะทาํ ใหปวดมากขึน้ อาการรวมสําคัญท่ใี ชแยกอาการ
ปวดศรี ษะจากสาเหตุอ่นื คือ คลื่นไส อาเจยี น กลวั แสง เสียง หรือกลน่ิ โดยอาการกลวั แสงจะพบไดบอย
กวา หลังจากหายปวด ผูปว ยอาจมอี าการออนลา การฝงเข็มรักษาไดผลดี แตไมห ายขาด
1.3 ปวดศรี ษะเปน ระลอก (Cluster headache)
เปนอาการปวดศีรษะขางเดยี วอยางรุนแรงแบบเปนระลอกหรอื เปน ชุด มีลกั ษณะการปวดตุบ ๆ
บริเวณขมบั รอบตา หรอื กระบอกตาขางใดขา งหนง่ึ อาการปวดจะเกิดเปนชว ง ๆ แตล ะชวงนาน 15 – 180
นาที โดยอาการอาจเกิดทกุ วันหรือเวนวัน สว นใหญเ กดิ วนั ละ 1 – 2 ครั้ง แตบ างรายอาจเกิดบอยถงึ วันละ
8 คร้ัง การปวดแตล ะชุด อาจใชเ วลาหลายวันถงึ หลายสปั ดาห และมีชว งเวลาทีห่ ายจากอาการปวดเปน
เดือนหรอื เปน ป อาการทอ่ี าจพบรวมดวย ไดแก นํา้ ตาไหล คดั จมกู นํ้ามกู ไหล เหงื่อออกหนาผาก ใบหนา
ขา งท่มี ีอาการปวด อาจพบอาการบวมทเ่ี ปลือกตา หนังตาตก (ptosis) รูมา นตาหด (miosis) การปวด
ศีรษะเปน ระลอกพบในเพศชายมากกวาเพศหญิง 5 – 6 เทา และพบนอยกวา ปวดศีรษะไมเกรน 10 – 50
เทา ประมาณรอ ยละ 10 พบมีประวตั ิโรคในครอบครัว เปน โรคทร่ี ักษายาก อาจใชวธิ ฝี งเขม็ รวมกับรมยา
ศาสตรก ารแพทยแ ผนจีน วเิ คราะหอ าการปวดศรี ษะแบบปฐมภมู ิ มีสาเหตุมาจากความผดิ ปกติ
ภายในรางกาย โดยมีสาเหตุและกลไกการเกดิ โรคแตกตางกัน ไดแก
1) เกดิ จากลม ความเยน็ และความชน้ื อุดกน้ั เสน ลมปราณ ทาํ ใหเ ลอื ดและช่ีไหล เวยี นไมคลองจึง
เกิดอาการปวด
2) จากอารมณแปรปรวน โดยเฉพาะอารมณโกรธ ทาํ ใหเ สน ลมปราณตบั และถุงนํา้ ดตี ดิ ขดั เกิดชี่ค่ัง
ช่ที ่ตี ิดขัดนานวันจะแปรสภาพเปนไฟ ไปรบกวนทวารสมอง
3) จากความชืน้ สะสมจนแปรสภาพเปน เสมหะ ไปอุดก้นั เสน ลมปราณ ทาํ ใหเ ลือดและช่ไี หลเวียน
ไมค ลอง
4) จากรางกายทไี่ มสมบูรณแ ตก ําเนดิ สมองและไขกระดูกวางเปลา สว นใหญมกั พบปวดศรี ษะ
สมั พนั ธก บั การมีประวัตโิ รคในครอบครวั
5) จากมีเลือดคง่ั ทําใหก ารไหลเวยี นของช่ไี มค ลอง
6) เกิดจากชี่และเลือดพรอง เนอื่ งจากไดร บั สารอาหารไมเ พยี งพอ ทํางานหนกั หรือเครียดเกนิ
สขุ ภาพทรุดโทรมจากโรคเร้อื รงั หรือมภี าวะพรองมาแตกําเนดิ
การฝงเขม็ รักษาปวดศรี ษะแบบปฐมภูมิ
หลักการรักษา: เปดทวารสมอง ทะลวงเสน ลมปราณ
Page 17
จุดหลกั : ระบาย ZhongWan (CV 12), FengFu (GV 16), FengChi (GB 20), WanGu (GB 12),
TaiYang (EX-HN 5)
จดุ รอง: ระบาย HeGu (LI 4) และ TaiChong (LR 3)
จดุ เสรมิ : เพ่ิมจุดตามการวินิจฉัยโรค ดังน้ี
1) ปวดศีรษะแบบตงึ เครียด: เสรมิ จดุ
- ปกซอยเข็ม NeiGuan (PC 6)
- ปกแบบนกกระจอกจกิ RenZhong (GV 26)
- บํารงุ YinTang (EX-HN 3), SiShenCong (EX-HN 1), ShenMen (HT 7)
2) ปวดศรี ษะไมเกรน: เสริมจุด
- ระบาย WaiGuan (TE 5), ZuLinQi (GB 41)
- บํารงุ TouWei (ST 8), JiaoSun (TE 20), ShuaiGu (GB 8)
3) ปวดศีรษะเปนระลอก: เสริมจดุ
- ระบาย ZhongFeng (LR 4) และ YangFu (GB 38)
- รมยาคนั่ กระเทยี ม YangBai (GB 14)
ระยะเวลาฝง เข็ม: ฝงเขม็ ทุกวันจนอาการดขี นึ้ จงึ เปล่ียนเปน วันเวน วนั เมื่ออาการหายดสี ามารถ
หยดุ ฝง เขม็ ได เมอื่ มอี าการปวดจงึ เริ่มการฝง เขม็ ใหม การฝง เขม็ ไมสามารถปองกนั การกลบั เปนซาํ้
2. ปวดศีรษะแบบทุตยิ ภมู ิ
2.1 ปวดศีรษะจากเนอ้ื งอกสมอง
เกดิ จากพยาธสิ ภาพในสมอง เชน มกี ารอกั เสบ หรือมีเนอื้ งอก ซงึ่ ตอ งแยกใหช ัดเจนทาง
หองปฏบิ ตั กิ ารกอ นวา เปน จากสมองอักเสบ เนอ้ื งอก หรอื มะเรง็ สมอง โดยทัว่ ไป สมองอกั เสบ มกั มีอาการ
ปวดศรี ษะเหมอื นจะระเบดิ สว นเนือ้ งอกหรือมะเรง็ สมองมกั มีอาการกดทับสมองและเสนประสาท ทาํ ใหมี
อาการจากการกดทบั รว มดวย เชน ประสาทตา ทาํ ใหป วดลูกตา รว มกับมกี ารมองเหน็ ผิดปกตแิ บบตาง ๆ
ตามตาํ แหนงการกดทบั
การฝงเขม็ บรเิ วณศรี ษะ ไมเ ปนเหตใุ หม ะเร็งสมองแพรกระจาย หากผูปว ยเกิดความวิตกกงั วล
ดังกลาว อาจเลอื กใชจ ุดไกลกอน โดยเลอื กใชจ ดุ ตามแนวเสน ลมปราณทผี่ านบริเวณท่ีมีอาการปวดศรี ษะ
แลวจึงเพม่ิ จุดใกลห ากอาการไมทเุ ลา ดงั แสดงตัวอยางในตาราง
การฝงเขม็ ระงับปวดจากเนอื้ งอกหรือมะเร็งสมอง ในระยะแรกมักไดผลดี แตน านไปรา งกายผูปว ย
สามารถปรับตัวได ทําใหเ กิดการดอ้ื ตอ การฝง เข็ม จงึ ใชไ มไดผล และท่สี ําคญั ตองรักษามะเร็ง หรือเน้ืองอก
สมอง ตามการแพทยตะวนั ตกรวมดวย
ตาราง แสดงตัวอยางการเลือกจุดใกล-ไกล รกั ษาอาการปวดศีรษะ
Page 18
ตาํ แหนงทีป่ วด เสนลมปราณท่ีผา น จุดไกล จดุ ใกล
หนา ผาก เสนหยางหมิง NeiTing (ST 44) TouWei (ST 8)
ขมับ เสน เสาหยาง YangFu (GB 38) ShuaiGu (GB 8)
TaiYang (EX-HN 5)
ทายทอย เสนไทห ยาง FeiYang (BL 58) FengChi (GB 20)
กระหมอ ม เสนเจวยี๋ อิน TaiChong (LR 3) BaiHui (DU 20)
2.2 ปวดศรี ษะจากความดนั โลหติ สูง
อาจมีอาการปวดศรี ษะขา งขมับ หรือกลางศรี ษะ สาเหตขุ องโรค ตามศาสตรก าร แพทยแผนจนี
ไดแ ก
1) หยางตบั แกรง เร่มิ ตน จากผปู วยมีภาวะอินตบั และไตพรอ ง อยางคอ ยเปน คอยไปมากอน จน
เกิดภาวะหยางตับมมี ากขนึ้
จดุ ฝงเข็ม: TaiChong (LR 3), YangLingQuan (GB 34)
2) ไฟตบั กาํ เริบ พบในผปู วยท่มี ีอารมณรอ น โมโหงา ย อาการคอ นขางเฉียบพลนั ใชแยกจาก
ภาวะหยางตบั แกรง
จดุ ฝงเข็ม: XingJian (LR 2), YangLingQuan (GB 34)
2.3 ปวดศีรษะในสตรี
1) เกดิ จากความเครยี ดในการทํางาน มงี านมาก ขาดการพกั ผอ น ผูปว ยจะมคี วามกดดนั นอนไม
หลับหรอื หลบั ไดไมด ี รว มกบั ออนเพลยี
จุดฝงเขม็ : เลือกใชจ ุดใกล- ไกล ดังแสดงไวในตารางขางตน และเพม่ิ จุด ZuSanLi (ST 36), จดุ
กงึ่ กลางระหวา งจุด SanJian (LI 3) และจุด HeGu (LI 4) (จดุ ประสบการณ) , ShenMen (HT 7) และ DiJi
(SP 8)
2) ปวดเหมอื นเขม็ ทิม่ แทง หรอื ปวดเตน ตามจังหวะชพี จร (vascular headache) สว นใหญม กั มี
อาการปวดสมั พนั ธกบั รอบเดือน ท้ังกอนหรือหลังมีประจําเดือน
จดุ ฝง เขม็ : เลอื กใชจ ดุ ใกล- ไกล ดังแสดงไวในตารางขางตน และเพมิ่ จดุ DiJi (SP 8) และ
SanYinJiao (SP 6)
2.4 ปวดศรี ษะจาก Mastoid Process อกั เสบ หรือ Tonsillar Nerve อักเสบ
จดุ ฝง เขม็ : FengChi (GB 20), WanGu (GB 12) หรือจดุ กึง่ กลางระหวาง
FengChi (GB 20) และ WanGu (GB 12) ( จุดประสบการณ )
Page 19
รปู ท่ี 1 แสดงจุดฝง เข็มแสดงการรกั ษาโรคปวดศรี ษะ
Page 20
ปลายประสาทเสอ่ื มจากเบาหวาน
( Diabetic Peripheral Neuropathy : )糖尿病末梢神经病变
ภาวะเสนประสาทสว นปลายเสือ่ ม เปน อาการแทรกซอนจากโรคเบาหวานทีพ่ บบอย โดยสว นใหญ
มักเกดิ อาการหลงั จากเปน โรคเบาหวานนานมากกวา 10 ป แตอาจเกดิ ชา หรอื เรว็ กวาน้ัน ขน้ึ กบั การดูแล
รักษาสุขภาพของผปู วยโรคเบาหวานแตล ะราย
เซลประสาท (neurons) ในผปู ว ยที่เปโ นเบาหวานจะมีเมตาบอลิสมทผ่ี ิดปกติ ทําใหเ กิดการเสอ่ื ม
ของเซลเสน ประสาท โดยสว นหางของเซลประสาท (axon) จะเกดิ การเสือ่ ม สภาพ ในลักษณะจากปลาย
สดุ มาสตู ัวเซลประสาท (dying back) ดงั น้นั เสน ประสาทสวนท่อี ยูป ลายทางสุด จึงกระทบกระเทือนและ
เกิดอาการกอน เสน ประสาทใดยาวสดุ กจ็ ะมีอาการชดั เจนกอน ดวยเหตนุ ีป้ ลายเทาจงึ ชากอ นปลายมอื
และชาไลเพมิ่ ขนึ้ มาเรือ่ ย ๆ จากปลายน้ิวเทา มาขอ เทา มาขาทอ นลาง จนถึงใตเ ขา ขอบเขตของอาการจงึ มี
ลกั ษณะเหมอื นคนใสถ งุ เทา หากอาการรุนแรงขน้ึ จะมอี าการชาจนปวด (painful neuropathy) หรอื หาก
เสน ประสาทขนาดใหญท ี่มปี ลอกหุม (myelinated nerve fiber) เสื่อมมาก จะทําใหเ สยี การทรงตัว หรอื การ
เดนิ และยนื เซ จากการเสยี การรบั ความรูสกึ ทใ่ี ชค วบคุมการเคล่ือนไหว หรอื ชาจนเดนิ เซ เรยี กวา sensory
ataxia อาจรนุ แรงจนลม เกิดอบุ ตั เิ หตบุ อ ย หรือเปน มากจนยืนและเดินไมไ ด
อาการชาจนปวดมีไดหลายลกั ษณะ ทีพ่ บบอย คอื ชาเหมือนไฟลวก หรอื เอาพรกิ ทา ชาเจบ็ แปลบ็
ๆ เหมอื นไฟชอ ต หรอื เขม็ ทมิ่ แทง สว นอาการท่ีเปน นอยกวา และมักพบในระยะกอนอาการชาจนปวด คือ
ชาเหมอื นไมรสู ึก ชาเหมือนมีแมลงไตใ ตผวิ หนงั
การรกั ษา
การรักษาอาการดังกลาวทงั้ หมด มักไมประสบผลสําเรจ็ แพทยทว่ั ไปรวมท้ังแพทยร ะบบประสาท
มกั ใหไวตามิน โดยเฉพาะ B1-6-12 เมอ่ื มอี าการชา และใหกลมุ ยากนั ชกั บางชนดิ ทม่ี ผี ลตออาการปวด เชน
Gabapentin จากประสบการณพบวา ไวตามนิ B1-6-12 มกั ไดผ ลเฉพาะในรายทเี่ ร่มิ มอี าการใหม ๆ หรือ
รบั ประทานเพอ่ื ปอ งกนั ซ่ึงตองรบั ประทานตง้ั แตยังไมมอี าการ หากมีอาการชดั เจนแลว มักจะไมชวยให
หายชาได
ยาในกลมุ ยากนั ชกั ไดผลดใี นคนไขบ างราย แตม ีราคาแพงและตองใชไปตลอด เนื่อง จากเปน ยา
รักษาอาการ ไมไ ดทาํ ใหเสนประสาททเี่ ส่ือมดีขนึ้ ผปู วยมักมอี าการมากขน้ึ เม่อื เสน ประสาทเส่อื มมากขนึ้
จึงตอ งใชย าขนาดสงู ขน้ึ ทําใหเ กดิ อาการไมพ งึ ประสงคของยาอยูเสมอ จนผปู วยทนไมไ หว เชน อาการงว ง
ซึม สมองสบั สน วิงเวยี นศรี ษะ เดนิ เซ
ดงั น้นั ปจ จบุ นั ยงั ไมม ีคําตอบทด่ี ใี นการรกั ษาตามแบบฉบบั ของแพทยแผนตะวันตก
Page 21
การรกั ษาดว ยการฝง เขม็ กระตนุ ไฟฟา รว มกบั การใช ไวตามิน B1-6-12 ฉดี เขา จดุ ฝง เขม็ เปนวธิ ี
รกั ษาท่ีใหผลดีมาก มปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลมากกวาการรักษาขา งตน อยางเห็นไดช ดั เจน
จากประสบการณก ารรกั ษาผูปว ยทม่ี ีอาการชาดงั กลา วมากกวา 50 รายพบวา ผู ปว ย สวนใหญท ่ี
มีอาการชาไมนาน มกั หายชาไดส นทิ และหากทาํ การฝง เข็มเปน ระยะ เชน เดอื นละคร้ัง จะสามารถปองกนั
การเกดิ ซ้าํ ได สําหรับผูปวยทเ่ี ปน มานาน หรือมีอาการรุนแรงในระดับ ชาจนปวด (painful neuropathy)
อาการปวดจะดีขึ้นทกุ ราย จนสามารถลดการใชยากนั ชกั หรอื หยุดยาได เพยี งแตอ าการจะหายหมดหรือไม
จะสัมพนั ธก บั ความรนุ แรงของโรคกอ นท่เี ริม่ รกั ษาดว ยการฝง เข็ม
อาการท่รี ักษายากทีส่ ุดคอื sensory ataxia มกั จะเปน ในระยะทเ่ี สน ประสาทเสื่อมอยางรนุ แรงท่สี ดุ
และเกดิ กบั เสน ประสาทขนาดใหญ แตก ารรกั ษาดวยการฝงเขม็ หากทําตดิ ตอ กนั นานพอ ผปู วยมกั กลบั มา
ยนื และเดนิ ไดอ กี ครง้ั โดยหายในระดบั ที่แตกตางกัน เชน จากยืนไมไดมาเปนยนื ไดและเดนิ ได โดยตองใช
เครอื่ งมอื ชว ย เชน ไมเ ทาหรอื มคี นจงู เดนิ หรือจากยืนได แตเดินไมไ ด มาเปนเดนิ ไดโดยไมตองมคี นหรอื
อุปกรณช ว ยเหลือ บางรายตอบสนองตอการรกั ษาดีมาก จนสามารถเดินตอ เทาได (Tandem walk) ซง่ึ ถือ
วา หายในระดบั ท่ดี ที สี่ ดุ กม็ ี
การเลือกจดุ ฝงเขม็ และวธิ ีการฝง เข็ม
เลอื กใชจดุ ฝงเข็มทีอ่ ยใู ตระดบั เขาลงมา
จุดหลัก: ZuSanLi (ST 36), TaiChong (LR 3), TaiXi (KI 3), SanYinJiao (SP 6)
จุดเสรมิ : JieXi (ST 41), XuanZhong (GB 36), GongSun (SP 4)
- หากมีภาวะการไหลเวยี นเลือดของขาไมด ี เชน หลอดเลอื ดสว นปลายของขาและเทาอดุ ตนั เพ่มิ
จุด XueHai (SP 10)
- อาการชาอยางรุนแรงทปี่ ลายน้ิวเทา เพมิ่ จุด BaFeng (EX-LE 10) ทง้ั 8 จุด
ขอสังเกตจากประสบการณ การใชเข็มนา้ํ โดยใชไ วตามนิ B12 ฉีดเขา จุด ZuSanLi (ST 36) พบวา
ทําใหโอกาสประสบความสาํ เร็จในการรักษาเพ่มิ มากขน้ึ โดยใช ไวตามนิ B12 ครั้งละ 0.5 - 1 มล. ฉดี ขาง
ใดขางหนงึ่ เพยี งขา งเดยี วตอครัง้ ฉดี ทุกคร้ังทที่ ําฝง เขม็
การใชเ ครือ่ งกระตุนไฟฟา
การกระตนุ ดว ยไฟฟา จดั เปน การกระตนุ เข็มแบบบํารงุ โดยใชก ารเคล่อื นท่ีของกระแสไฟฟาไปตาม
ทิศทางของเสน ลมปราณ เชน ตดิ ข้วั ลบท่ี ZuSanLi (ST 36) และขวั้ บวกท่ี TaiChong (LR 3) หรอื /และ
JieXi (ST 41); ตดิ ขว้ั ลบที่ TaiXi (KI 3) และข้วั บวกที่ SanYinJiao (SP 6); หรอื ขัว้ ลบท่ี SanYinJiao (SP 6)
หรอื /และ TaiXi (KI 3) และขั้วบวกที่ XueHai (SP 10) เลอื กคล่นื แบบตอเนอ่ื ง (continuous wave) ความถ่ี
100 - 200 Hz เปดไฟกระตนุ เบา ๆ ไมต องรสู กึ นาน 30 นาที ทําการฝงเขม็ 10 ครั้งนับเปน 1 รอบการ
Page 22
รกั ษา (course) รอบการรักษาที่ 1 ฝงเข็มสปั ดาหละ 3 คร้ัง, รอบการรกั ษาที่ 2 ฝง เข็มสัปดาหละ 2 ครัง้ ,
รอบการรักษาท่ี 3 ฝง เขม็ สัปดาหล ะ 1 ครง้ั ตอ เนอ่ื งกัน หลงั จากนัน้ รักษาสภาพทดี่ ที ี่สดุ ท่ไี ดม าดว ยการให
การรักษา 1 ครง้ั ทุก 3 - 4 สปั ดาห เปน การรกั ษาเพื่อคงสภาพทด่ี ไี ว (mantainance phase)
ผลการรักษา
ผปู ว ยเกือบทุกรายจะมอี าการดีขึ้น แตตอ งเนน เรื่องการรกั ษาควบคุมโรคทเี่ ปน อยซู ึ่ง
เปน สาเหตทุ แี่ ทจ รงิ จาํ เปน ตอ งควบคุมโรคใหไ ดด ี เชน คมุ ระดบั นา้ํ ตาลทงั้ fasting blood
sugar และคา น้ําตาลเฉลยี่ ในเลือด HbA1C ใหอ ยูในเกณฑป กตดิ วย พบวาผปู ว ยท่ีมีอาการชาทงั้ ปลายมือ
และปลายเทา การฝงเข็มทขี่ าทั้งสองขา งดงั กลา วมาขา งตนเพยี งอยา งเดียว สามารถรกั ษาอาการชาท่ี
ปลายมอื ไดด ว ย โดยไมต อ งมาฝงเขม็ ท่แี ขนหรือมอื เลย
ผูปวยที่มอี าการชาจนปวด จะคอ ยทุเลาลงหลังใหก ารรกั ษาประมาณ 15 คร้งั และคอ ย ๆ ลดยาแก
ปวดท่มี ีฤทธิแ์ ละอาจหยดุ ยาไดห มดในอนาคต คงไวแต ไวตามนิ B1-6-12 รบั ประทานเพยี งอยางเดยี ว เพอื่
เปนวตั ถุดบิ ใหเ ซลประสาทเอาไปใชซ อมแซมตัวเอง
ผูป วยที่มอี าการชาจนเดนิ เซ หลายรายกลบั มายืนและเดนิ ไดโดยไมเซ หรือเซลดลง ทาํ ใหโอกาส
เกดิ อุบตั เิ หตนุ อยลงดว ย
รูปท่ี 2 แสดงจุดฝงเข็มรักษาโรคปลายประสาทเส่อื ม
จากเบาหวาน
ปวดประสาทใบหนา
Page 23
( Trigeminal Neuralgia : 面痛)
อาการปวดประสาทสมองเสน ท่ี 5 (Trigeminal nerve) มลี กั ษณะการปวดทีร่ นุ แรงคลายเขม็ แทง
เปน พกั ๆ (paroxysmal attack of severe, short, sharp, stabbing pain) อาการปวด เกิดไปตามสว นของ
ใบหนา บรเิ วณที่แขนงของเสน ประสาท Trigeminal มาเลี้ยงอาจจะเปน แขนงท่ี 1, 2 หรอื 3 (V1 V2 V3)
หรอื เปน มากกวาหนงึ่ แขนงกไ็ ด โดยสถติ ิแขนงท่ี 2 และ 3 มโี อกาสเกิดอาการปวดมากกวา แขนงที่ 1 อาการ
ปวดอาจกําเริบรนุ แรงเปน พกั ๆ วันละหลาย ๆ ครัง้ ครง้ั ละหลายวันถงึ หลายเดือนหรือเปนตลอดไปก็ได
การเคยี้ วอาหาร การพดู การลา งหนา การแปรงฟน การกระทบลมเยน็ หรอื การแตะสัมผัสบรเิ วณ
เฉพาะ (trigger spot) โดยเฉพาะบรเิ วณรมิ ฝป ากบนและเหงือก อาจจะกระตนุ ใหอ าการปวดรนุ แรงข้ึนมา
ทันที
สาเหตุและพยาธิสภาพของโรค
1. การกดทับรากประสาท (root or root entry zone compression) เกิดจากการมีวงของหลอด
เลือดท่ผี ิดปกติวางพาดหรืออยชู ิดกระทบรากประสาท Trigeminal ตรงบริเวณทีร่ ากประสาทเพง่ิ ออกจาก
กานสมองสว น pons
2. การตดิ เช้อื ไวรัสบางชนดิ ทเี่ สนประสาท Trigeminal โดยตรง เชน เชื้อไวรัสเรมิ
เชือ้ ไวรสั งสู วดั
3. การอกั เสบของอวยั วะขางเคียง ที่เสน ประสาท Trigeminal พาดผา น เชน หหู รือ
โพรงจมกู เปน หนองอักเสบ
4. การเส่ือมของเยือ่ หมุ ประสาท (demyelination) บรเิ วณ pons มกั เกิดในคนอายุนอย กลุมน้ีจะ
ไมมี trigger spot และไมค อยตอบสนองตอ การรักษา
5. กลุมไมท ราบสาเหตุมีอีกเปน จาํ นวนมาก และมกั จะเปน ยาวนานตอเนอ่ื ง
การรกั ษา
รักษาดว ยยาตอ งใชก ลมุ ยากนั ชัก เชน Carbamazepine, Gabapentin, Pregabalin, Phenytoin,
Lamotrigine นอกจากน้ีบางรายอาจตอบสนองตอยา Baclofen
การรักษาดวยยาดงั กลา ว มกั ไดผลไมดี เนอื่ งจากเปน การรกั ษาอาการปวดเทา นัน้ ยาเหลานี้มี
ราคาแพง และมักมอี าการแทรกซอนจากยาในระหวางการรกั ษา เชน อาการงวงซมึ วงิ เวยี นศรี ษะ เดินเซ
หรอื การกดไขกระดกู ทําใหไขกระดูกสรางเมด็ เลือดไมไ ด (aplastic anemia) หรือแพย า จนเกิดอาการทาง
ผิวหนังอยา งรนุ แรง (Steven Johnson’s syndrome)
การรกั ษาโรคน้ีดวยการฝง เขม็ เปนทยี่ อมรับจากองคการอนามยั โลก (WHO) วาไดผลดี และจาก
ประสบการณใ นการรกั ษาผปู ว ยพบวา เมื่อรักษาดว ยการฝงเขม็ ผูป ว ยสว นใหญค วามรนุ แรงของอาการ
Page 24
ปวดจะลดลง จาํ นวนครง้ั ที่ปวดตอ วนั จะลดลง และระยะเวลาในการปวดแตละคร้งั จะสน้ั ลง อาการจะดขี ึ้น
เร่ือย ๆ ในระหวา งที่ทาํ การรกั ษา ทาํ ใหส ามารถลดขนาดยาทใ่ี ชใ หน อ ยลง เปน การลดอาการแทรกซอนจาก
ยาไดอยางมาก ในทีส่ ุดผูปวยจาํ นวนหน่งึ สามารถหยดุ ยาตาง ๆ ไดหมด ผปู ว ยสวนใหญเมอื่ อาการทเุ ลา
มากแลว จําเปน ตอ งใหก ารฝง เข็มตอ เน่อื งเปนระยะ ประมาณ 3 - 4 สปั ดาหต อครั้ง เพ่ือรกั ษาสภาพอาการ
ที่ดีไว โดยใหย าในขนาดตาํ่ ๆ ซง่ึ ชว ยลดอาการอนั ไมพงึ ประสงคจ ากยาลงได
การเลอื กจดุ ฝงเขม็ และวิธีการฝง เข็ม
จุดใกล: 1. XiaGuan (ST 7), 2. YiFeng (TE 17), 3. FengChi (GB 20),
4. YangBai (GB 14), 5. SiBai (ST 2), 6. TongZhiLiao (GB 1),
7. YingXiang (LI 20), 8. DiCang (ST 4), 9. JiaChe (ST 6)
ฝง เข็มขางเดยี วกับอาการปวด โดยจดุ ท่ี 1, 2, 3 เลือกใชท ้งั 3 จุด จดุ ท่ี 4 ถงึ 9 เลือกใชจดุ ท่อี ยูใ น
บรเิ วณทป่ี วดตามแขนงของเสนประสาทท่ีมปี ญ หา โดย แขนงประสาทที่ 1 (V1) เลอื กใชจ ุดที่ 4, 5 และ 6 ;
แขนงประสาทที่ 2 (V2) เลือกใชจ ุดที่ 6 และ 7 ; แขนงประสาทท่ี 3 (V3) เลือกใชจุดท่ี 8 และ 9
จดุ ไกล: NeiTing (ST 44), HeGu (LI 4)
เลอื กใชต ามแขนงเสนประสาทที่มปี ญ หาเชน กนั โดย แขนง V3 เลือกใช HeGu (LI 4) ขาง
เดียวกนั ; แขนง V1 หรือ/และ V2 เลอื ก HeGu (LI 4) ดา นตรงขา ม
ขอ สังเกตจากประสบการณ มีประเด็นสําคญั 2 ประการ ไดแก
1) ตอ งพยายามหาและปก จดุ Ashi ซึ่งมักซอ นอยใู ตโหนกแกม ในกรณที เี่ ปน จากแขนง V2 และ
ซอนอยูบรเิ วณปลายคางหรือใตค าง ในกรณที ่เี ปนจากแขนง V3 ซึ่งหากจุด Ashi ถกู ฝงเข็มดว ย
ประสทิ ธผิ ลของการรักษาจะดขี นึ้ มาก จึงตอ งพยายามสํารวจหาใหพ บกอนฝง เขม็
2) การกระตนุ เขม็ ดว ยไฟฟา ท่ไี ดผลดี ควรใชความถ่ีสงู 200 เฮิรซ โดยตดิ ขวั้ ลบ (สีดํา) ทจ่ี ดุ ที่ 4 -
11 หรือจดุ Ashi และตดิ ขวั้ บวก (สแี ดง) ทจ่ี ดุ ท่ี 2 หรือ 3 กระตนุ นาน 30 นาที เปด ไฟกระตนุ เบา ๆ ไมตอง
รสู กึ หรือแคเ กอื บรูส กึ พบวาสามารถลดความเจบ็ ปวดไดดที ส่ี ดุ
การฝงเขม็ 10 ครงั้ นับเปน 1 รอบการรกั ษา (course) รอบการรกั ษาท่ี 1 ฝง เข็มสัปดาหล ะ 3 คร้งั ,
รอบการรกั ษาที่ 2 ฝง เขม็ สัปดาหละ 2 คร้งั , รอบการรกั ษาที่ 3 ฝง เขม็ สัปดาหล ะ 1ครัง้ , บางรายอาจเสริม
รอบการรักษาท่ี 4 ฝงเขม็ เดือนละ 2 คร้ัง จากนนั้ ฝงเขม็ ตอ เนือ่ ง ทกุ 3 - 4 สปั ดาห เพ่อื รกั ษาสภาพท่ดี ีท่ีสดุ
ไว โดยทําไปเรื่อย ๆ หรืออยา งนอยประมาณ 10 เดอื น
Page 25
รปู ท่ี 3 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาโรคปวดประสาทใบหนา
ปวดประสาทจากเชอื้ งูสวัด
Page 26
( Herpetic Neuralgia : )带状疱疹后遗神经痛
อาการปวดประสาทจากโรคติดเช้อื ไวรสั งูสวัด (Herpes Zoster) เปน หนึ่งในกลุมอาการปวดที่
รักษาใหห ายไดยาก มกี ารรักษาหลายวธิ ีการ แตก็มกั จะไดผ ลไมด ี ทาํ ใหผ ปู ว ยจาํ นวนหนง่ึ ไมส ามารถทุเลา
จากอาการปวดได แมจะไดร ับการรกั ษาอยางเตม็ ท่แี ลว ผปู ว ยหลายรายตอ งมอี าการปวดอยา งรนุ แรงติด
ตวั ไปตลอดชีวิต
ความเขา ใจผดิ ของผปู ว ยท่ีคดิ วาโรคงสู วดั นน้ั เปน โรคผวิ หนงั ทาํ ใหผปู ว ยสว นใหญคดิ วา ไมเปนไร
มาก และมักหาซอื้ ยามาใชเองหรือใชการรกั ษาแบบพน้ื บา นตามความเชอ่ื ของแตล ะถิน่ เมือ่ มอี าการปวด
รนุ แรงมากจงึ มาพบแพทยเ ฉพาะทาง ซ่งึ มกั ชาไป ทาํ ใหก ารรกั ษายาก บางรายไดร บั ยาตา นเชือ้ ไวรสั ใน
ขนาดนอ ยเกินไป คอื ใหย าเพยี งหนงึ่ ในส่ี เชน Acyclovir 200 mg ตอ คร้ัง หรอื เพียงครึง่ เดยี วของขนาดท่ี
ควรจะได เชน Acyclovir 400 mg ตอ คร้ัง วันละ 5 ครัง้ ขนาดของยาดงั กลา วจะเพยี งพอสําหรบั การรกั ษา
เช้อื เรมิ (Herpes Simplex) เทานน้ั แตไ มเพยี งพอสําหรบั การกําจัดเชอ้ื งสู วัด ทาํ ใหก ารรกั ษาในภายหลัง
ไดผลไมด ี เพราะการใชยาจะไดผลดี เมอื่ ไดร บั ในขนาดท่ีเพยี งพอ และไดร บั ในระยะแรก ๆ ของโรค ซง่ึ เปน
ชว งทเ่ี ชื้อไวรัสกําลังเพิม่ จาํ นวนอยางรวดเรว็ เทา นน้ั
สาเหตุและพยาธิสภาพของโรค
โรคตดิ เช้ืองูสวดั มใิ ชโรคผิวหนงั แตเ ปน โรคระบบประสาท อาการทผ่ี ิวหนังเปนสวนหนงึ่ ของโรค
เทานนั้ เม่ือผูปวยตดิ เช้ือไวรสั งสู วดั ครง้ั แรก (primary infection) ซึง่ มกั เปน ในวยั เดก็ เลก็ อาการแสดงของ
โรคจะปรากฏใหเ หน็ เปนออกสุกใส ซ่งึ มีอาการแสดงเฉพาะผวิ หนงั จรงิ ๆ เมอื่ อาการทางผวิ หนังหายแลว
รางกายจะไมสามารถกําจดั เช้ือน้ไี ดหมด เน่อื งจากไวรสั งสู วดั สามารถทจ่ี ะไปแอบซอ นตวั ในปมประสาทรบั
ความรสู กึ และเม็ดเลอื ดขาวบางชนิด การอยูอยางซอนเรนในเซลประสาทรับความรสู ึกของรางกายน้ี ทําให
กลไกกาํ จัดเช้อื ตามธรรมชาตขิ องรา งกายไมส ามารถตรวจพบและกาํ จดั เชื้อออกไปได เช้ือเหลานี้จะยังคง
อยตู ลอดไปและรอเวลา เม่ือรา งกายมภี มู ติ า นทานตา่ํ ลง เชน มกี ารเจบ็ ปว ยรนุ แรง ระหวา งฟน ไขห รอื
ระหวางฟนตัวหลงั ผา ตดั อดนอนตรากตราํ งานมาก หรอื ไดย ากดภูมติ านทานของรางกาย เชือ้ ทซ่ี อ นอยูจะ
เรมิ่ กาํ เรบิ เพราะภูมติ า นทานของรา งกายไมแขง็ แกรงเพียงพอท่จี ะกําราบเชอ้ื ได เช้อื ทซ่ี อนตัวไวจะมกี าร
แบง ตวั เพม่ิ จาํ นวนอยา งรวดเรว็ (reactivation) จนมจี าํ นวนเชื้อมากพอถึงระดบั ทจ่ี ะแสดงอาการของโรค
เชื้อจะเดนิ ทางไปตามเสนประสาทท่ีออกจากปมประสาทบรเิ วณใบหนาและ 2 ขางของกระดกู สนั หลงั ว่งิ
ออ มไปทางเสนประสาททอี่ ยรู อบตัว หรือประสาทท่อี อกไปเลีย้ งแขนขา หรอื ไปตามเสนประสาทรบั รู
ความรูสกึ บนใบ หนา เมือ่ เชอ้ื มาถงึ ผวิ หนังจะทาํ ใหเ กดิ พุขึ้นเปน ผ่นื แดง ตอมาเปน ตมุ คลายคนเปน สกุ ใส
นนั่ เอง ดังนน้ั ผ่ืนจึงมักจะเรยี งตัวไปตามแนวรากและเสนประสาทนนั้ ๆ หากเราสังเกตตมุ ใหด ี จะเปน ตมุ ใส
Page 27
วางอยูบนผืน่ แดง และตรงกลางยอดของตุมใสจะมีบุม ลงไปคลายสะดือ ซึง่ เปน ลกั ษณะทค่ี อนขา งเฉพาะ
ของผ่นื ผวิ หนงั จากงสู วัด
เน่ืองจากการลุกลามหลงั การตดิ เช้อื คร้ังแรก จะแพรก ระจายมาตามเสนประสาทรับความรสู ึก
(sensory nerve and sensory root) จึงทาํ ใหเกิดการอักเสบของเสน ประสาทรว มดว ยเสมอ ไมม ากกน็ อย
เพียงแตจ ะเกดิ ช่ัวคราวหรอื จะเกิดรุนแรงจนเปน ถาวร
อาการปวดประสาทอยา งรนุ แรง กบั ความรุนแรงของแผลของผิวหนัง มคี วามสัมพันธก นั อยาง
ใกลชดิ กลา วคือ หากผปู วยมีแผลรนุ แรง เปน บรเิ วณกวา งและลกึ มาก อาการเหลานจ้ี ะพอทาํ นายไดวาจะ
ตามมาดว ยอาการปวดที่รนุ แรง อกี ประการหน่ึง หากผปู วยไดรับยาฆาเช้อื ไวรสั ในขนาดทพี่ อเพยี งและเรว็
พอ แผลมักจะไมร นุ แรง บางทขี นึ้ มาเปน ผื่นแดง ๆ พอเปน ตมุ เลก็ ๆ กย็ ุบไป ไมก ลายเปนตมุ พองขยายวง
กวา ง และมีอาการปวดในภายหลังนอ ยกวา จากรายงานในวารสาร American Academy Dermatology
พบวา ในคนสงู อายุเกิน 60 ป หากเปนงสู วัด มากกวา รอ ยละ 50 หรอื ครึง่ หน่ึงของผูปวยจะมอี าการปวด
จากงสู วดั ตามมา และพบวา การใหยาสเตยี รอยด ในระยะสนั้ ๆ ประมาณ 2 สปั ดาหใ นผปู ว ยกลมุ นต้ี งั้ แต
แรก โอกาสเกิดอาการปวดจากเสน ประสาทอักเสบจากเชอื้ งูสวดั จะนอยลง
กลา วโดยสรุปเกย่ี วกบั งูสวดั ในปจ จบุ ัน ดงั นี้
1. เชอื้ งสู วัดท่เี ปน ไมไ ดต ดิ มาจากใคร แตเ ปนเชือ้ เดยี วกบั โรคสกุ ใสทเี่ คยเปน มากอ นหนา ซึง่ สว น
ใหญเ ปน มาแตเดก็ เชอื้ ไวรัสบางสวนอาศยั แอบซอ นอยูในปมประสาท และถกู กระตนุ ปลุกขึน้ มาใหม
(reactivation) เมอ่ื มปี จ จัยทเี่ หมาะสม
2. งสู วัดเปน โรคระบบประสาท โดยอาการทางผวิ หนังเปนเพียงอาการแสดงสวนหนึ่งของโรค
3. อาการปวดประสาทจากงสู วดั มีความหลากหลาย อาจเปน อาการถาวร ทร่ี กั ษาไมห าย และ
อาจปวดรนุ แรงมาก จนถงึ กบั ไมอ ยากมชี วี ติ อยตู อไป หรืออาการอาจเปนชัว่ คราวและหายเองได
4. หากไดร ับยาตานไวรสั ในขนาดที่เหมาะสมและรวดเรว็ เพียงพอ จะสามารถลดภาวะแทรกซอ น
จากโรคลงได ท้ังอาการปวดประสาท และความรุนแรงของผื่นผวิ หนงั และแผลเปน
5. การใชยาสเตียรอยดใ นชวง 2 - 3 สปั ดาหแรกหลังการเกดิ ผื่น ชวยทําใหอาการปวดประสาท
ลดลง และควรใชใ นผปู ว ยงูสวดั ทกุ คนท่มี ีอายุมากกวา 60 ป
ความทกุ ขทรมานของอาการปวดประสาทจากงสู วัด เปน การยากท่จี ะอธบิ ายใหค นทไ่ี มเคยเปน
เขา ใจได เพียงแคเ สอ้ื ผาสมั ผสั กบั ผิวหนงั บริเวณทเี่ ปน (ซึ่งแผลหายแลว ) ยงั ปวดมากจนตองรอ งไห เม่ือเชื้อ
งูสวดั เพ่มิ จํานวนออกมาจากปมประสาทจะทําใหเ กิดการอกั เสบไปตามรากประสาท เสน ประสาทไปถึงไหน
อาการปวดกต็ ดิ ตามไปทกุ ท่ี ตัวอยาง รากประสาทบรเิ วณเอวจะไปเลยี้ งกลา มเนื้อและผวิ หนงั ของรอบเอว
อาการปวดกจ็ ะเกิดรอบ ๆ เอว จากผวิ หนงั ลึกลงไปถึงกลามเน้ือชนั้ ใน อาการปวดอาจเปน ไดหลายแบบ
เชน รอนแสบเหมือนไฟลวก หรือเหมอื นเอาพรกิ ทา หรือปวดแปลบแบบไฟชอ็ ต ว่งิ ไปตามรากประสาทหรือ
Page 28
ปวดเหมอื นถกู เขม็ แทงทลี ะหลาย ๆ เลม ระยะแรก อาการปวดเกิดเฉพาะบรเิ วณทร่ี ากประสาทนั้นเลยี้ งอยู
ตอมาอาจปวดในบริเวณขา งเคยี ง ทง้ั ดานบนและลางตอรากประสาทท่รี บั ผดิ ชอบอีก 2 - 3 ราก รวมกัน
เปน บรเิ วณปวดเปน แถบกวา งขึ้นและรนุ แรงขน้ึ ดวย เมอื่ มอี าการปวดตอเน่ืองเปนเวลานาน อาการปวดจะ
ถกู บนั ทกึ ไวอยา งถาวร ในระบบประสาทสว น กลางระดบั ไขสนั หลงั และสมอง ซงึ่ เปนระยะท่กี ารรกั ษาใด ๆ
กม็ ักจะไมไดผล และอาการปวดจะเปนไปตลอด แมจะฉดี ยาระงับความรสู กึ ทเี่ สนประสาท หรือตัด
เสน ประสาทท่มี ีปญ หาออกอาการปวดก็ไมหาย
เนอื่ งจากอาการปวดรนุ แรง การใชย าแกป วดธรรมดามกั ไมไ ดผล แพทยม ักตองใชย าแกปวดอยาง
แรง ซง่ึ อาจเสพติดได เชน Morphine, Pethidine และอาจตอ งใหย ากนั ชักบางอยา งซง่ึ มีฤทธแิ์ กป วด
ประสาทได เชน Gabapentin, Carbamazepine, Pregabalin, Oxcarbamazepine ยาเหลานี้ เพยี งชว ย
บรรเทาอาการชัว่ คราวแตโรคไมห าย มีราคาแพงและมฤี ทธิ์แทรกซอ นทีส่ าํ คญั คอื กดการทํางานของสมอง
ทาํ ใหง วงซึมทํางานไมได แตผูปว ยกจ็ ําเปน ตอ งใชย า เพราะงวงก็ยังดกี วา ปวด รวมทง้ั ยาบางชนิด เชน
Carbamazepine ยงั อาจทาํ ใหเกิดอาการผ่ืนแพย าอยา งรนุ แรงในผใู ชบ างรายดว ย ผปู วยบางรายอาจ
จําเปน ตอ งใชยาในขนาดสงู จนกดการทาํ งานของไขกระดูก จนไมส ามารถสรางเม็ดเลือดได ทําใหเ กดิ โรค
เลือด
การฝงเขม็ ชวยรกั ษาอาการปวดจากงสู วัดไดดี แตตอ งทาํ ภายใน 4 สปั ดาหห ลังจากมีผนื่
ขน้ึ ทผ่ี ิวหนงั คอื ตองทํากอ นทีร่ างกายผูปว ยจะบนั ทึกความเจ็บปวดอยางถาวร ไวในระบบประสาท
สว นกลาง เพราะผปู ว ยทีม่ ารบั การรกั ษาในระยะทชี่ า ไปจะเกดิ อาการปวดภายในระบบประสาทไดดว ยตวั
ของมันเอง โดยไมต อ งมกี ารกระตนุ จากสิง่ อน่ื จะนง่ั จะนอนอยูเ ฉย ๆ กม็ อี าการปวดข้นึ เอง เหมือนระบบ
ประสาทเปด เลน เทปทบ่ี นั ทกึ อาการปวดไวอ อกมาเอง
จากประสบการณ การรกั ษาผูปวยที่ปวดจากงสู วัดประมาณ 80 ราย พบวา ไดผ ลดโี ดยการฝงเขม็
บริเวณรอบ ๆ รอยผน่ื และตมุ ที่ผิวหนัง (แตไมไ ดแ ทงเข็มตรงบริเวณที่เปนแผล) การฝงเขม็ บรเิ วณจุดขาง ๆ
กระดูกสันหลังท่มี ีรากประสาทท่ีสง เสน ประสาทมาเลีย้ งผวิ หนังทบ่ี ริเวณทเ่ี ปน แผลประมาณ 4 - 5 จดุ
จากนนั้ กระตนุ เขม็ ดว ยไฟฟา ในความถีส่ งู ประมาณ 200 เฮริ ซ พบวา อาการปวดมกั จะลดลงตง้ั แตก าร
ฝง เข็มครั้งแรก บางครัง้ ลดลงรอ ยละ 20 – 30 จากอาการเดิม ซงึ่ หากเปน เชน นนั้ สามารถทาํ นายไดว า จะ
ประสบความสาํ เรจ็ ในการรักษาในทสี่ ุด
อาการปวดจากโรคงูสวดั เปน อาการที่รักษายาก จึงจาํ เปน ตอ งใชเ วลานานทําการรกั ษาหลายคร้ัง
จงึ จะสาํ เรจ็ โดยทว่ั ไปแนะนาํ ใหท ําฝง เขม็ ครั้งละ 30 นาที โดยแบงระยะการรกั ษาเปน 3 รอบการรักษา
รอบละ 10 ครง้ั โดยรอบการรกั ษาแรก ฝง เข็มสปั ดาหละ 3 ครงั้ , รอบการรกั ษาที่ 2 ฝง เข็มสปั ดาหละ 2 คร้งั
และรอบการรกั ษาท่ี 3 ฝง เขม็ สัปดาหล ะ 1 ครง้ั จากประสบการณ หากผปู วยมารบั การรกั ษาภายใน 4
สัปดาห (1 เดอื น) นับจากเรม่ิ เกดิ ผื่น พบวา ผูปวยทกุ รายหายเปน ปกติ คือสามารถคอย ๆ ถอนการใชย า
รับประทานท่เี คยใชอยูไดห มด นบั วาเปน การรักษาท่ีดที สี่ ดุ ในการจดั การกบั อาการปวดประสาทจากงสู วัด
Page 29
อยางไรกต็ าม สาํ หรับผูปวยทีม่ ีอาการปวดประสาทมานานหลายเดอื น หรอื เปนป การรักษาจะ
ไดผลไมด ี และไมแ นะนําใหท ําการรกั ษาดว ยการฝง เข็ม ดังน้นั การเปน งสู วัดและมอี าการปวด ควรนึกถงึ
แพทยฝ ง เขม็ และมารับการรกั ษาโดยเรว็ ทส่ี ดุ
นอกจากน้ี ผเู ขยี นยงั พบวา การฝง เข็มรกั ษาผปู วยงูสวดั ในระยะเฉยี บพลนั ทเี่ ริม่ มีผ่ืนหรอื ตุมใสจะ
ไดผ ลดียง่ิ ขนึ้ โดยผ่ืน ตุม พอง และแผลอักเสบตา ง ๆ กลบั แหง และหายเร็วข้ึนมาก ผูปว ยท่เี ริ่มเปนงสู วดั ไม
จําเปน ตอ งรอใหม ีอาการปวดกอนแลว จงึ มาฝง เขม็ สามารถใหการฝง เข็มไดเ ลย แผลจะหายเร็วและไมมี
อาการปวดติดตามมา และอาจไมตองทาํ การรกั ษาถึง 30 ครงั้
ตัวอยางผปู วย
ผูปว ยรายแรก หญงิ ไทย อายุ 29 ป มีอาการแทรกซอ นจากงูสวดั ที่เรยี กวา Ramsay-Hunt
syndrome คือ เปน งูสวดั บรเิ วณหูแลวเขาทําลายเสนประสาทสมองเสนที่ 5, 7 และ 8 โดยมีอาการปวด
ใบหนา ปากเบย้ี ว และสูญเสียการไดยิน (หดู ับ) หลังใหก ารรกั ษาดว ยการฝงเข็ม 10 คร้ัง อาการหายเปน
ปกติ
ผูป วยรายทส่ี อง วิสัญญแี พทยช าย อายุ 65 ป นอกจากมีอาการ Ramsay-Hunt syndrome คือ
ปวดใบหนา อัมพฤกษท ใ่ี บหนา และหดู บั แลว ยังทาํ ใหส มองนอ ยอักเสบ (cerebellitis) มีอาการมนึ ศีรษะ
เดินเซ เสยี การทรงตัว หลังใหก ารรักษาดวยการฝงเขม็ 9 คร้งั พบวาอาการปวดใบหนา หายไป ปากเบี้ยว
นอยลง อาการเดินเซยงั มเี ล็กนอย ผลตรวจ
การไดย ิน (audiogram) เปรยี บเทียบกบั กอนการรักษาดีขน้ึ จนเกือบปกติ
ผูปวยรายทสี่ าม นกั ศึกษาแพทยช าย อายุ 23 ป เปน ผน่ื งสู วัดทีห่ นา ผาก 4 วนั และเร่ิมมอี าการ
ปวด หลังใหการรกั ษาดวยการฝงเข็ม 4 คร้ัง อาการปวดหายไป และ แผลแหง ตกสะเกด็ อยางรวดเร็ว
ผูปวยรายทส่ี ี่ พยาบาลหญงิ อายุ 28 ป เปนงสู วัดทเี่ ทา 6 วนั จงึ เริ่มมอี าการปวด หลงั ใหการ
รกั ษาดว ยการฝงเขม็ 2 วนั แผลดขี ้ึนอยางรวดเร็วและอาการปวดหายไป และไมเ กิดขน้ึ อกี
ผลการรกั ษาในผูป ว ยรายทสี่ ามและสี่ แสดงใหเหน็ วา ผปู วยงสู วัดทไ่ี ดร บั รกั ษาดวยการฝงเข็มใน
ระยะเฉียบพลัน จะไดผลในการรกั ษาทด่ี ีขน้ึ คอื ทําใหแ ผลหายเร็วข้ึน มีแผลเปน นอ ย ลดความเสีย่ งในการ
เกดิ อาการปวดประสาทถาวร และใชจํานวนการฝงเขม็ นอยลง
การฝงเขม็ สามารถรักษางสู วัดไดอ ยางไร
จากการศกึ ษา พบวา การฝง เขม็ ชวยลดการอักเสบไดเ ชน เดียวกบั การใชย าตา นอกั เสบกลุม ที่
ไมใ ชสเตยี รอยด (NSAIDs) รวมท้ังการฝง เขม็ ยงั กระตนุ ใหร างกายหลัง่ สารสเตียรอยด นอกจากนี้การ
ฝง เข็มยงั มีผลยบั ย้งั การหลั่งสารทก่ี ระตนุ การอกั เสบ ไดแก ไซโตคายนช นดิ ตาง ๆ
Page 30
การฝง เข็มยงั เพม่ิ การไหลเวยี นในบรเิ วณทมี่ ปี ญ หา ทําใหเ รง กระบวนการดดู ซบั ของเสียและสาร
สื่อความเจ็บปวด (pain mediators) อาการปวดจึงลดลง และทาํ ใหเกดิ การซอมแซมเนื้อเยือ่ อยา งรวดเรว็
ผน่ื และตมุ พองจะยุบฝอ ลง แผลจงึ หายไดดกี วา และรวดเรว็ ข้ึน
เสนประสาทท่ีอักเสบและบวมอยจู ะยุบบวมลงอยา งรวดเรว็ ทาํ ใหอ าการปวดทุเลา การฝง เขม็
รวมกับเครอื่ งกระตุนเข็มไฟฟา โดยใชค วามถส่ี งู ทาํ ใหลดความไวตอ การกระตนุ ของระบบประสาทรับ
ความรสู ึก (hypersensitivity) และกระตนุ การหล่ัง encephalin ซ่งึ เปน endorphine ท่ีรา งกายสรางขึน้
เพื่อระงบั ความเจบ็ ปวดในระบบประสาท ทั้งในระดบั รากประสาท ไขสันหลงั และในสมอง การฝงเข็มจึงมี
ผลระงบั ความเจ็บปวดท่ีมีประสิทธภิ าพสงู เพราะมีผลระงบั ปวดทร่ี ะบบประสาททุกระดับ
การเลอื กใชจดุ ฝง เขม็ และการกระตุน
1. จดุ ใกล ใชจดุ รอบ ๆ รอยผื่นหรือตุมบนผวิ หนัง (ปกลอมรอยโรค)
2. จดุ ไกล ใชจ ดุ ท่อี ยใู กลตน กําเนิดของรากประสาทมากทสี่ ุด ท่สี ามารถฝงเข็มไดส ะดวก เชน หาก
เปน ทใ่ี บหนา อาจใชจ ุด XiaGuan (ST 7), YiFeng (TE 17) หากเปน ทลี่ าํ ตัวหรอื แขนขา ใชจ ดุ JiaJi (EX-B
2) ทอี่ ยตู รงกบั ระดบั ของรากประสาทขางเดียวกับทเ่ี ปน โรค และฝงเข็มอีก 2 - 3 ระดับเหนอื จากรอยโรค
ขณะเดยี วกนั ปก จดุ JiaJi (EX-B 2) ในระดบั ไขสันหลงั บนสดุ ท่ีดา นตรงขา มดวย กระตนุ ดวยไฟฟา ความถ่ี
200 เฮริ ซ โดยใหขว้ั ลบอยทู ่จี ดุ ใกล ข้ัวบวกอยทู จ่ี ุดไกล กระตุน ไฟระดับเบา นาน 30 นาที จุด JiaJi (EX–B
2) ดา นตรงขา มไมตอ งกระตนุ
พบวา ไดผ ลดี ขอบเขตทป่ี วดจะแคบลงเร่ือย ๆ ในการฝงเข็มครัง้ ตอไปตองหาขอบ เขตทป่ี วดใหม
ทกุ ครง้ั และขยบั เขม็ ท่ปี ก ลอ มรอยโรคแคบลงเรือ่ ย ๆ จนกระท่ังอาการหาย โดยท่ัวไปมักจะตอ งทํา
ประมาณ 3 รอบการรกั ษา รอบละ 10 ครั้ง โดยรอบการรักษาแรก ฝง เขม็ สัปดาหละ 3 คร้ัง, รอบการรกั ษาท่ี
2 ฝงเขม็ สปั ดาหละ 2 ครงั้ และรอบการรักษาท่ี 3 ฝงเขม็ สปั ดาหละ 1 ครง้ั
ผูปว ยท่มี ารับการรักษาภายใน 4 สัปดาหหลงั เกดิ ผืน่ เกอื บทงั้ หมดสามารถหายไดดวยวธิ นี ี้ สว น
ผูป วยท่ไี ดร ับการรักษาเร็ว กลาวคอื พอเรม่ิ มีอาการผืน่ กฝ็ ง เข็มทนั ที อาจจะหายทัง้ ผน่ื และอาการปวด
ภายในการรักษาเพยี ง 10 คร้งั และแผลกจ็ ะสวยแทบจะไมม ีแผลเปน ดังนนั้ ผปู วยท่เี ปนงูสวดั บนใบหนา ไม
ควรลงั เลทจี่ ะฝง เข็มโดยเรว็ แมจ ะไมมอี าการปวดก็ตาม
สาํ หรับจุดฝง เขม็ อน่ื ๆ อาจใชเสริม เชน ZhiGou (TE 6) ในการปวดประสาท Intercostal หรือ
HeGu (LI 4) ซ่ึงใชไดท ั่วไปไมวาปวดท่ีใด ๆ กอ็ าจมาปกเปน จดุ เสริมได
Page 31
รปู ที่ 4 แสดงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาโรคปวดประสาทจากเชอื้ งูสวัด
ปวดฟน
(Toothache : 牙痛)
ปวดฟน เปนปญหาที่พบไดบอ ยในโรคของเหงอื กและฟน เชน เดียวกบั ฟน ผุ เหงอื กอกั เสบ และ
เหงอื กรน อาการปวดจะเพิม่ ข้ึนเมื่อไดร บั การกระตนุ จากความรอ น ความเย็น กรด และความหวาน
Page 32
อาการปวดฟน เกดิ ไดจากหลายสาเหตุภายในชองปาก ไดแ ก ฟนผหุ รอื หกั รา วจนถงึ โพรงประสาท
ฟน , ฟนผทุ มี่ สี ิ่งแปลกปลอมอุดตนั อยู, โรคปรทิ นั ต (periodontal disease), การสบฟนผดิ ปกติ
(malocclusion) เปน ตน นอกจากนี้ อาการปวดฟนอาจเกดิ จากสาเหตุอ่นื ที่ไมใชป ญหาของเหงอื กและฟน
ได เชน โรคปวดประสาทใบหนา (trigeminal neuralgia)
เมอื่ เกดิ อาการปวดฟน อาจรบั ประทานยาแกปวดเพอื่ บรรเทาปวดชว่ั คราว จากนน้ั ควรพบทันต
แพทยเ พือ่ ตรวจหาสาเหตแุ ละแกไ ขตอ ไป ไมควรนาํ ยาแกป วดทกุ ชนดิ ไปแปะหรอื อุดไวต รงฟน หรือบรเิ วณท่ี
ปวด เพราะอาจทําใหเ กดิ อักเสบหรือเปนแผลพุพองได และไมค วรปลอ ยทง้ิ ไว แมว า จะหายปวดไปแลว ก็
ตาม เพราะผลการรกั ษาจะดกี วาเมื่อใหก ารรกั ษาตั้งแตระยะเร่มิ ตน
การแพทยแ ผนจนี เรียกปญ หาปวดฟน วา Ya Tong (牙痛) โดยมสี าเหตจุ าก
1) ลมรอ น: ลมรอนจากภายนอกเขา รุกรานและสะสมในเสนลมปราณหยางหมิงมอื และเทา ซงึ่
เปน เสน ลมปราณทไี่ หลเวยี นครอบคลมุ ทงั้ กรามบนและกรามลาง
2) ไฟกระเพาะอาหาร: ไฟทแ่ี ปรสภาพมาจากความรอ นทส่ี ะสมในกระเพาะอาหารและลําไส
ใหญ ลกุ ลามไปตามเสน ลมปราณหยางหมงิ
3) รอนพรองจากอนิ ไตพรอ ง: ไตดแู ลกระดกู ซ่งึ ฟน นบั เปน สวนหน่งึ ของกระดูก เม่อื ไตอนิ พรอ ง
ทาํ ใหเ กิดภาวะรอนพรอ ง (รอ นเพราะอนิ พรอ ง) ความรอนกระจายขึ้นสวนบนเกดิ อาการปวดฟน
การรักษา
การฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ
1. ปวดฟน จากลมรอนเขา รุกราน
อาการ: ปวดฟนรุนแรงอยางเฉยี บพลนั เหงอื กบวมและแดง รวมกบั มไี ข หนาวส่นั อาการปวดมาก
ข้ึนเม่อื กระทบรอน และทุเลาดว ยความเยน็
ลิน้ : ล้ินแดง ฝาบาง-เหลอื ง
ชีพจร: ชีพจรลอย-เร็ว (Fu-ShuMai)
หลกั การรักษา: ระบายลม สยบความรอน ลดอาการบวม และระงับปวด
จดุ หลกั : กระตนุ ระบาย FengChi (GB 20), HeGu (LI 4)
จดุ เสรมิ : - ปวดฟน บน กระตุน ระบาย XiaGuan (ST 7)
- ปวดฟน ลา ง กระตนุ ระบาย JiaChe (ST 6)
- มไี ข กระตนุ ระบาย DaZhui (GV 14)
Page 33
วธิ กี าร: จุดหลกั กระตนุ ระบาย 1 - 3 นาที คาเข็ม 30 นาที หากอาการปวดยงั ไมทเุ ลา ใหใ ชจดุ
ฝงเขม็ เสรมิ ปวดฟน บน XiaGuan (ST 7), ปวดฟนลา ง JiaChe (ST 6), ขณะกระตนุ สองจดุ น้แี บบระบาย
แนะนําใหผ ูปว ยกดั ฟน ไปพรอมกนั จนอาการปวดฟนลดลง
อธบิ าย: FengChi (GB 20) เปน จุดสาํ คญั ใชใ นการระบายลมและไฟ; HeGu (LI 4) เปน จดุ สําคญั
ในการลดอาการปวดฟน ทะลวงเสน ลมปราณ และใชระบายลมและความรอ น
2. ปวดฟน จากไฟกระเพาะอาหาร
อาการ: อาการปวดฟน อยา งรุนแรง รว มกับเหงอื กบวมแดง กาํ เรบิ โดยความรอ น ทุเลาโดยความ
เย็น กระหายนา้ํ มกี ลิน่ ปาก ทอ งผูก ปส สาวะสเี ขม
ลนิ้ : ลิน้ แดง ฝา เหลอื ง
ชีพจร: ชีพจรเรว็ (ShuMai)
หลักการรักษา: ขจัดไฟจากกระเพาะอาหาร ลดบวม บรรเทาปวด
จุดหลกั : ระบาย HeGu (LI 4), NeiTing (ST 44), JiaChe (ST 6), XiaGuan (ST 7)
จดุ เสรมิ : ทองผกู กระตุนระบาย ZhiGou (TE 6), ChengShan (BL 57)
อธิบาย: HeGu (LI 4) อยบู นเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร ใชร ะบายความรอนออกจากเสน
ลมปราณ หยางหมิง ทะลวงเสนลมปราณและลดอาการปวดฟน ; NeiTing (ST 44) ระบายความรอนออก
จากกระเพาะอาหาร; XiaGuan (ST 7) และ JiaChe (ST 6) เปนจดุ บนเสนหยางหมงิ ใกลบ รเิ วณท่ีปวด ชว ย
ทะลวงการเดนิ ของช่ี และกระตุนเสนลมปราณเพ่อื ลดอาการปวด
3. ปวดฟน จากอนิ ไตพรอ ง
อาการ: ปวดฟน แบบต้ือ ๆ เปน ๆ หาย ๆ เหงอื กรน ฟน โยก ปวดเอว เขา ออน
ลน้ิ : ลิ้นแดง ฝาบาง
ชีพจร: ชพี จรเลก็ -เรว็ (Xi-ShuMai)
หลักการรักษา: บาํ รุงอิน บาํ รุงไต ลดไฟ บรรเทาปวด
จุดหลกั : - กระตนุ ระบาย HeGu (LI 4), JiaChe (ST 6)
- กระตุน บาํ รงุ TaiXi (KI 3), RanGu (KI 2)
จดุ เสรมิ :- ปวดเอว กระตุนบาํ รงุ ShenShu (BL 23), ZhiShi (BL 52)
- เสียงอื้อในหู หรอื มนึ ศีรษะ, บํารงุ ShenShu (BL 23), BaiHui (GV 20)
Page 34
อธิบาย: HeGu (LI 4) อยบู นเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร ใชร ะบายความรอ นออกจากเสน
ลมปราณหยางหมงิ ทะลวงเสน ลมปราณและลดอาการปวดฟน; JiaChe (ST 6) เปน จุดบนเสน หยางหมงิ
ใกลบรเิ วณทป่ี วด จะชว ยทะลวงการเดินของช่ี และกระตนุ เสน ลมปราณเพือ่ ลดอาการปวด; TaiXi (KI 3)
จดุ หยวนของเสน ลมปราณไต บาํ รงุ ไต หลอเลย้ี งอิน; RanGu (KI 2) จุดองิ๋ ของเสนลมปราณไต บํารงุ ไต
ขจัดไฟพรอ ง
การฝงเขม็ จุดเฉพาะ
1. YeMen (TE 2)
ขอบงใช: ปวดฟน ในหลายลกั ษณะ
จุดท่ใี ช: YeMen (TE 2) ขางทป่ี วด
วิธกี าร: ใชเ ขม็ 1.5 ชนุ ที่จุด YeMen (TE 2) ปกเฉียงขนึ้ ลกึ 0.5 – 1 ชนุ ระหวางกระดกู มือท่ี 4
และ 5 กระตุนเข็มจนไดช ่ี และมีความรูสึกกระจายไปปลายน้ิว หรือไปท่แี ขนหรอื ศอก คาเข็ม 20 – 60 นาที
หากอาการปวดไมทเุ ลาลงอยางมากใน 15 นาที ใหฝ ง จุด YeMen (TE 2) ของมอื อกี ขางและกระตุน
เชนเดยี วกนั โดยทวั่ ไปอาการปวดจะหายไดในการรกั ษาหนงึ่ ครง้ั
2. YaTong (EX-UE 22)
ขอ บง ใช: ปวดฟนในหลายลกั ษณะ
จดุ ทีใ่ ช: YaTong (EX-UE 22) ขางท่ีปวด
วธิ ีการ: จุด YaTong(EX-UE 22) อยบู นน้ิวหัวแมม ือดา นหลังมอื ตรงกงึ่ กลางขอ ตอกระดกู น้ิวมอื
และกระดกู ฝา มือ (1st metacarpophalangeal joint) ใชเ ขม็ 1 ชนุ ปกแนวราบใหเ ฉียงขน้ึ บนลกึ 0.5 ชนุ
แลวกระตนุ ใหไ ดช ี่ และมีความรสู กึ ไปถงึ เหงอื ก คาเขม็ ไว 30 นาที โดยทั่วไปอาการปวดจะหายไดใ นการ
รักษาหนึ่งครั้ง
3. YaTongLing (EX-UE 18)
ขอบงใช: ปวดฟน ในหลายลกั ษณะ
จุดท่ใี ช: YaTongLing (EX-UE 18) ขางท่ปี วด
วิธกี าร: จดุ YaTongLing(EX-UE 18) อยดู านฝามอื ระหวา งขอ ตอกระดูกน้วิ มือและ
กระดูกฝามือ ของนิ้วกลางและน้วิ นาง (3rd & 4th metacarpophalangeal joints) ใชเ ข็ม 1 ชุนปก ตรงลกึ
0.3 – 0.4 ชุน แลว กระตนุ แบบระบายใหไดช ่ี คาเข็มไวจ นอาการปวดฟนหายไป โดยปกติฝงเข็มรักษา 1 – 2
ครัง้ ก็ไดผ ลดี
การฝง เข็มหู
Page 35
จุดหลกั : ShenMen, Cheek, Apex of Antitragus, YaTongDing
จุดเสรมิ :- เหตจุ ากลมรอ น Inner ear, Ear Apex
- เหตุจากไฟกระเพาะอาหาร Stomach, Large intestine
- เหตุจากไตอินพรอ ง Kidney
Page 36
รูปที่ 5 แสดงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาอาการปวดฟน
- กลุมอาการปวดจากพังผืดกลามเน้ือ
(Myofascial Pain Syndrome : )肌筋膜炎综合症
กลุมอาการปวดจากพงั ผดื กลามเน้อื เปน กลุมอาการที่มลี กั ษณะปวดอนั เนอ่ื งจากมี “จดุ กดเจ็บ
เฉพาะ” (Trigger point ; TrP) ในกลา มเน้อื
ลกั ษณะของโรค
1. อาการและอาการแสดงทางคลนิ กิ
- มีจุดกดเจบ็ เฉพาะ
- ลกั ษณะปวด เปนแบบหนกั ตอื้ (dull pain) ปวดลา (soreness) และตาํ แหนงอยูล กึ
- ความรุนแรงของการปวด มีตั้งแตเ ล็กนอยจนถงึ ปวดมาก หรือปวดมากจนอยากฆา ตัวตาย
- อาการปวดขณะพักหรอื ออกกาํ ลงั กาย
- ตําแหนงท่ีปวด ไมจ าํ เปนตอ งพบทัง้ สองขางของรา งกาย (non symmetry)
2. การตรวจรางกาย
- ดา นกาํ ลังของกลามเนอ้ื (motor) อาจพบมกี ลามเนื้อออนแรง กลา มเนือ้ หดสั้น
แขง็ เกรง็ ทาํ ใหร างกายเคลอ่ื นไหวไดน อ ยลง
Page 37
- ดา นความรูสกึ (sensory) อาจพบชาตามบรเิ วณทเ่ี กดิ โรค ดา นประสาทอัตโนมตั ิ (ANS) เชน มี
เหง่อื ออกผิดปกติ น้าํ ตาไหล นา้ํ มกู ไหล นาํ้ ลายไหลมากผดิ ปกติ มนึ งง เสยี งดงั ในหู เปน ตน
- จากความปวดทําใหผูป ว ยเกดิ ปญ หาการนอนหลบั ตามมาได
สาเหตขุ องโรค
แบง เปน 3 ปจ จยั ท่ที ําใหเ กิดโรค ดงั นี้
1. ปจจัยจากกลไกทางกระดกู กลามเนือ้ เสนเอน็ (mechanical factors) จาก
การทรี่ างกายไมสมดุลแตก าํ เนดิ การไดร ับการบาดเจบ็ หรือ อริ ิยาบถในชีวิตประจาํ วนั เชน ทานัง่ ทา ยืน ทา
ของการทาํ งานทไี่ มถ ูกตอง เปน ตน ทาํ ใหก ลามเน้ือใชง านในทาไมถ กู ตอง ใชง านไมส มดลุ หรอื ใชง านมาก
เกนิ ไป ขาดการพกั ผอน (bone length, muscle tension, posture, overuse)
2. ปจจยั ท่วั ไปทางรา งกาย (systemic factors) จากการไดรบั สารอาหาร การทาํ งานของตอ มไร
ตอ มและเมตาบอลิสมของรางกายทไี่ มส มดุล หรือใชงานนานเกินไปขาดการพกั ผอน (nutrition,
neuroendocrine, metabolism)
3. ปจจัยทางจิตใจ (psychological factors) จากภาวะซึมเศราวิตกกังวล การใชชวี ติ ทีเ่ รง รบี
จุดเดน ของโรคนี้
1. คลําพบ จดุ กดเจบ็ เฉพาะ
2. ปวดรา วไปบริเวณอ่นื (referred pain) ซึ่งมีบรเิ วณทรี่ า วกระจายโดยเฉพาะ คลาํ ตามเสนใย
กลา มเนอ้ื อาจพบ “แถบกลามเนื้อ” (taut band)
3. เมือ่ ออกแรงกด (snapping palpation) ทจี่ ดุ เจบ็ เฉพาะ อาจพบการกระตุกของ กลา มเนอ้ื
เฉพาะท่ี (local twitch response ; LTR)
4. เม่ือกดถูกจุดเจบ็ เฉพาะ ผูปวยอาจรูส ึกปวดมากจนทาํ ใหผ ปู ว ยเคล่ือนหนี (jump sign)
การแยกระหวา ง จุดกดเจบ็ เฉพาะ (trigger point) และ จดุ กดเจบ็ (tender point)
คอื จุดกดเจบ็ เฉพาะ มีลักษณะ เมอ่ื กดถกู จดุ ทีเ่ จ็บผปู วยจะรูสึกอาการเจบ็ น้ันราวกระจายไปทอี่ นื่ อาจมี
การกระตกุ ของกลา มเนอื้ เฉพาะท่ี ขณะท่ีจุดกดเจบ็ ผปู ว ยจะรสู กึ เจบ็ บรเิ วณท่ีถกู กด แตไ มร าวกระจายไป
ท่อี ื่น
จุดกดเจบ็ เฉพาะ แบงเปน 2 ประเภท คอื
1) จุดกดเจบ็ เฉพาะ ทมี่ ีอาการ (activc TrP) ซ่ึงเปน เหตใุ หผูป วยมาพบแพทยดวย อาการปวด
ต้งั แตเลก็ นอยจดถงึ ปวดอยา งรนุ แรง
2) จดุ กดเจบ็ เฉพาะแฝง (latent TrP) ผูปว ยไมม ีอาการปวดชดั เจน แตร สู กึ ฝดขัดเม่อื เคลือ่ นไหว
รา งกาย กําลังกลามเนือ้ ลดลง เม่อื กดถูกจดุ ผปู ว ยจะรูส กึ ปวดราวกระจายไปบรเิ วณ อน่ื ดังน้นั จุดกดเจบ็
Page 38
เฉพาะแฝงจึงพบไดในคนทว่ั ไป จุดเหลานจี้ ะเปลย่ี นเปนจดุ กดเจ็บเฉพาะท่ีมอี าการ ในภาวะทมี่ ปี จ จัย
กระตุน เชน
- ไดร ับแรงกดกระแทกอยางฉบั พลนั (acute stress)
- ใชงานมากเกนิ ไป (overuse)
- รา งกายออ นเพลยี (fatigue)
- ไดรบั ความเยน็ จากภายนอก (cold)
- จติ ใจไดรบั ความกดดนั (emotional stress)
การตรวจทางหอ งปฏิบตั ิการและการตรวจภาพรังสี
การตรวจทางหอ งปฏบิ ัตกิ าร หรอื ภาพรังสี ไมพ บลักษณะเฉพาะในการวนิ จิ ฉยั โรค ปจ จัยเสริมที่
อาจตรวจพบรว มดว ย ไดแ ก ภาวะตอ มไธรอยดทาํ งานนอ ย (hypothyroidism) นา้ํ ตาลในเลือดตา่ํ
(hypoglycemia) และการขาดวิตามนิ
การวนิ จิ ฉัย
การวินิจฉยั อาศัยอาการทางคลนิ ิก ซึง่ ประกอบดว ยเกณฑหลัก 5 ขอ (major criteria) และเกณฑ
ยอย (minor criteria) อยางนอย 1 ใน 3 ดงั น้ี
เกณฑหลัก 5 ขอ ไดแ ก
1. มีอาการปวดเฉพาะบรเิ วณ (Regional pain complaint)
2. มีอาการปวดหรอื อาการอื่นทร่ี า วกระจายมาจากจดุ กดเจบ็ เฉพาะ (pain complaint or altered
sensation in the expected distribution of referred pain from a myofascial TrP)
3. คลําพบลํากลามเน้ือ ในกลามเนอ้ื ทเี่ ปน ตน เหตุ (Taut band palpable in an accessible
muscle)
4. ตรวจพบจดุ กดเจ็บชดั เจนสุด 1 จุด ในลํากลา มเน้ือ (Exquisite spot tenderness at 1 point
along the length of the taut band)
5. ตรวจพบการจํากัดพสิ ยั ของการเคลอื่ นไหว (Some degree of restricted range of motion,
when measureable)
เกณฑยอย 3 ขอ ไดแก
1. เกดิ อาการปวด เม่ือกดถูกจุดกดเจบ็ (Pain complaint reproduced by pressure on the
tender spot)
2. มกี ารกระตกุ ของกลา มเนอื้ เฉพาะท่ี เมอ่ื ถูกกระตนุ (A local twitch response)
3. อาการปวดลดลงเมอื่ ยดื กลา มเนื้อหรอื ฉดี ยาเขาจดุ (Relief of the pain by stretching or
injecting)
Page 39
นอกจากนกี้ ารวดั ความไวของการเจบ็ ปวดตอแรงกด (pressure pain sensitivity)
โดยใชเ คร่อื งวดั ระดับความปวด (Dolorimeter) เปน วธิ ีหน่งึ ซึ่งยนื ยันจดุ กดเจ็บทีผ่ ดิ ปกติ รวม ทัง้ ทใี่ ช
เปรยี บเทยี บผล กอ นและหลังรกั ษา ซ่ึงถา การรกั ษาไดผ ล ความทนทานตอ แรงกด (pressure threshold)
จะเพ่ิมขนึ้ 3 กิโลกรัมตอตารางเซนตเิ มตร การวัดโดยวิธนี ย้ี งั ไมไ ดถูกนาํ มาใชท างเวชปฏิบตั ิ
การรกั ษา
1. การรักษาแบบการแพทยแ ผนปจจบุ นั
- การฉีดยาจุดกดเจบ็ เฉพาะ (TrP injections) ยาทใ่ี ช เชน Bupivacaine,
Etidocaine, Lidocaine, Saline, Sterile water, Steroids, Botulinum toxin เปนตน
- การแทงเขม็ (dry needling)
- การรกั ษาทางเวชศาสตรฟน ฟู โดยกายภาพบําบัด เชน ใชค ลนื่ เสยี งความถี่
สูงรักษาทจี่ ดุ ตามดวยการยดื กลามเนอ้ื เปน ตน
2. การรกั ษาแบบการแพทยแผนจีน โดยการฝง เข็ม
ในทางทฤษฎี เปรียบเทยี บการรกั ษาโดยการแทงเข็มแบบการแพทยแ ผนปจจบุ ันและการฝงเข็ม จะ
เห็นวา หลกั การของการแทงเข็ม คือ ใชปลายเข็มไปทําลายหรือกระตนุ จดุ กดเจ็บ ทําใหเกดิ ปฏกิ ิรยิ า
เปลีย่ นแปลงจากระบบประสาทสวนกลาง จากนัน้ กลา มเนอื้ จะเกดิ การผอ นคลาย สดุ ทา ยผปู ว ยจะรูสกึ
ปวดลดลง
จากทฤษฎกี ารแพทยแผนจนี อาศัยหลกั วา “ไมโ ลง จะปวด โลงจะไมป วด” ดงั น้นั การ
ใชเ ขม็ กระตนุ ทจ่ี ดุ กดเจบ็ หรือจีนเรียกวา จุดอาซือ่ ทําใหเ ลือดและช่ไี หลเวียนไดค ลอ ง ผปู วยก็จะรสู ึกปวด
ลดลง ในตําราหลงิ ซู : กวนเจนิ (灵枢:官针) ไดก ลา วถงึ การฝงเข็ม 2 แบบ คอื
แบบที่ 1 การฝง เขม็ บรเิ วณทมี่ กี ารอดุ ตันของชห่ี รอื เลือด จะเปน การรกั ษาโรคของเสนลมปราณ
แบบที่ 2 การฝง เขม็ บรเิ วณกลา มเนอ้ื จะเปน การรกั ษากลา มเนอ้ื ท่ีลบี หรอื ไดร บั บาดเจบ็ เรอ้ื รงั
ดังนนั้ จึงใชเทยี บเคยี งกบั กลมุ อาการปวดจากพงั ผดื กลา มเนื้อได นอกจากนี้ ในการฝงเขม็
นอกจากการกระตุนจดุ อาซื่อแลว ยงั อาศัยการรกั ษาโดยใชหลกั การของจดุ ใกล (จุดท่ีอยูร อบบริเวณรอย
โรค) และจุดไกล (จดุ ท่อี ยูในแนวเสน ลมปราณทไี่ หลเวยี นผา นรอยโรค) รวมทง้ั ใชจ ุดฝงเข็มเพ่ือรักษาสาเหตุ
ตามหลักทฤษฎกี ารแพทยจ นี ท่ที าํ ใหเ ลอื ดและลมปราณไหลเวียนไมค ลอ งจนเกดิ อาการปวดและกลา มเนื้อ
หดเกรง็ เนอื่ งจากอาการปวดจากพงั ฝด กลา มเนื้อเปน เพยี งอาการแสดงสว นหน่ึงของความผดิ ปกตทิ ีม่ ี
สาเหตตุ าง ๆ กนั การฝง เขม็ จึงไมเพยี งมงุ เนน การบรรเทาปวดเฉพาะทเ่ี ทา นน้ั แตย งั มุง หวงั ถงึ การรกั ษา
สาเหตุดว ย
ตวั อยางผูป ว ย
Page 40
ผูป ว ยรายท่ี 1 ผปู วยหญิงไทยโสดอายุ 33 ป ทํางานเปนลูกจางมอี าการปวดสะบกั ซายหลายเดือน ใช
คอมพวิ เตอรตงั้ แต 9.00 น.-18.00 น. สะพายกระเปาหนกั ไปและกลบั จากทที่ าํ งานเปน ประจํา ตรวจ
รางกายพบจดุ กดเจบ็ เฉพาะและคลําพบลํากลามเน้ือท่กี ลา มเน้อื Upper และ Lower Trapezius มจี ุดกด
เจบ็ ที่กลามเน้อื Supraspinatus และ Infraspinatus ขางซา ย เม่ือใชเ ข็มปก กระตนุ ตรงจดุ ที่กดเจ็บเฉพาะ
พบการกระตกุ ของกลา มเนอ้ื ดงั กลา ว และรา วลงแขนซาย ซง่ึ เปน ไปตามบรเิ วณทีร่ า วกระจายโดยเฉพาะ
ผูปว ยรายนเ้ี ปน กลุมอาการทพ่ี บบอ ยในโรคเขตเมืองทเ่ี รียกกันวา “ออฟฟซ ซนิ โดรม” (Office
Syndrome) การรกั ษาสามารถใชหลกั ของการแทงเข็มแบบการแพทยแ ผนปจ จุบนั หรือการฝงเขม็ แบบ
การแพทยแผนจีน ก็ไดผลทงั้ สองวิธี รว มกบั การปรับเปลีย่ นวิถีการทํางานท่ีเหมาะสม
ผปู วยรายท่ี 2 ผูปวยชายไทยคู อายุ 43 ป นกั ธุรกจิ ปวดสะโพกขวาราวลงขาขวาถึงเขา เปน เวลาหลายป
ขบั รถ และนั่งทาํ งานวันละหลายชว่ั โมง ไดร ับการรกั ษามาหลายแหง โดยการรบั ประทานยา ฉดี ยา
กายภาพบาํ บัด และนวดแผนโบราณ แตอ าการไมดขี ้ึน ตรวจรางกาย พบจดุ กดเจบ็ เฉพาะลกึ บรเิ วณ
สะโพก สามารถจับยกขาขวาในทา นอนไดสูง 70 องศา (negative stright leg raising test) เมอ่ื ใชเ ข็มปก
กระตุนทจ่ี ดุ กดเจ็บ พบการกระตกุ ของกลามเน้อื เฉพาะที่ และรา วลงขาขวา ตามบรเิ วณที่รา วกระจาย
โดยเฉพาะ
ผปู ว ยรายนเี้ ปน กลุม อาการที่เกิดจากกลา มเนอ้ื Pyriformis (Pyriformis
syndrome) ซง่ึ เปน กลา มเนือ้ ที่อยูลึกและตดิ กบั เสน ประสาทไซแอตกิ ทําใหมีอาการคลา ยโรคหมอนรอง
กระดกู ทบั เสน ประสาท การใชฝงเข็มเปน วิธีท่ีไดผลดีมาก แตต อ งระวังอันตรายตอเสน ประสาทไซแอตกิ
ขอสังเกตและคาํ แนะนํา
1. สามารถใชการฝงเขม็ เพยี งอยางเดยี ว หรือผสมผสานการรักษารวมกบั การรกั ษาอื่น ๆ ใน
การแพทยแผนปจจุบัน เชน ยา กายภาพบําบดั เปน ตน
2. ไมควรกระตุนเขม็ รนุ แรงหรอื หลายคร้งั เกนิ ไป เพราะอาจทาํ ใหม ีอาการปวดระบมหลังจากการ
รกั ษาได
3. การรักษาท่ีตนเหตุ ควรหลกี เลยี่ งการทํางานในทา ใดทา หนงึ่ นานๆ เชน น่ังทําคอม พวิ เตอรเ ปน
ระยะเวลานาน ๆ โดยไมพ ัก การขับรถนาน ๆ หรือหลีกเลย่ี งการใชอิรยิ าบถทไ่ี มเ หมาะสม เชน การเอี้ยวคอ
หรือหนุนหมอนทา กึ่งนัง่ กึง่ นอนดโู ทรทศั นเ ปน ระยะเวลานาน ๆ เปนตน ดังน้ันควรหลีกเลี่ยงอริ ิยาบถที่ไม
เหมาะสมรวมกบั การออกกาํ ลังแบบยดื กลา มเนอื้ (Stretching exercise) ของกลา มเน้ือมัดนน้ั จะปอ งกนั
การเกิดซาํ้ ได
4. การคน หาสาเหตแุ ละการใหคําแนะนําการปฏิบตั ติ วั ทถี่ กู ตอ งเปน สงิ่ สาํ คญั ในการรักษากลุม
อาการปวดจากพงั ผดื กลา มเนอื้
Page 41
รูปที่ 6 แสดงตาํ แหนง อาการ myofascial pain syndrome
เจบ็ อกจากกลามเน้ือหัวใจ
( Angina Pectoris :胸痛)
Angina pectoris เปน คําทมี่ ีรากศพั ทจ ากภาษากรกี และละติน โดย angina ในภาษาละตนิ แปลวา
คออกั เสบติดเชื้อ ภาษากรกี แปลวา การบบี รัดคอ การบบี เคน สวน pectoris มาจาก pectus ซึ่งแปลวา
อก ในภาษาละตนิ เม่ือนาํ มารวมกันจึงหมายถงึ ความรูส กึ บีบเคนในอก (a strangling feeling in chest)
ในเวชปฏิบตั ิ angina pectoris หมายถึง อาการเจ็บอก จากการขาดออกซเิ จนของกลา มเน้อื หัวใจ
อันเกดิ จากความไมสมดุลระหวางความตองการใชอ อกซเิ จนของกลามเน้ือหัวใจ และการสนบั สนุน
ออกซิเจนจากระบบหลอเลี้ยงหวั ใจ ซึ่งสวนใหญม ีสาเหตมุ าจากพยาธสิ ภาพของหลอดเลอื ดหวั ใจ ในทนี่ ้ใี ช
ศัพทวา “อาการเจ็บอกจากกลา มเน้อื หัวใจ” หมายถึง angina pectoris
Page 42
อาการเจ็บอกจากกลามเนือ้ หัวใจ มกั เปน อาการอึดอดั แนน ไมส บายในอก มากกวาอาการเจบ็ ปวด
โดยผูป วยอาจบอกเลาอาการไมสบายในอกตางกนั ไป เชน รูสึกหนัก, แนน อดึ อัดเหมือนถกู รดั หรือถกู บีบ
เคน , แสบรอ น, เจบ็ ข้ึนมาเปน หวง ๆ ในอกบรเิ วณหวั ใจ หรือหลังตอกระดกู หนา อก หรอื บรเิ วณล้ินปใน
ผูปว ยบางราย รวมท้งั อาจพบมีอาการปวดราวไปยังผิวหนงั ทถ่ี กู เลยี้ งโดยเสนประสาทไขสันหลงั ระดับ
เดยี วกนั ไดแ ก แขนดา นใน ไหล คอถึงกราม และหลงั
โดยท่ัวไป อาการเจ็บอกจากกลา มเนื้อหวั ใจ แบง เปน 2 ประเภท ท่ตี อ งใหเ วชบําบดั ทเี่ รง ดว นตา งกนั
ไดแก เจ็บอกแบบเสถียร (stable angina) และ เจ็บอกแบบไมเ สถียร (unstable angina)
เจ็บอกแบบเสถยี ร พบในผปู ว ยทมี่ หี ลอดเลอื ดหวั ใจตีบในระดับความรุนแรงคงท่ี ท่ีสามารถ
สนบั สนุนเลือดไปหลอ เล้ยี งกลามเนือ้ หวั ใจไดใ นระดบั หนงึ่ แตไ มเพียงพอเมื่อกลา มเนือ้ หัวใจมกี จิ กรรม
เพมิ่ ขน้ึ ผูปวยจะไมมอี าการในขณะพกั หรอื ดาํ เนนิ กจิ กรรมท่ไี มใ ชก าํ ลัง อาการเจบ็ อกจะเกิดขนึ้ เมือ่ มี
ปจ จยั กระตนุ ใหกลามเนอื้ หัวใจตองมีกจิ กรรมเพิม่ ข้ึน เชน การออกกาํ ลังกาย สภาพจิตใจและอารมณตา ง
ๆ อาการมักดขี ึน้ ไดเองเมื่อพกั หรอื ไดร ับยาขยายหลอดเลือดหวั ใจ
เจบ็ อกแบบไมเ สถียร พบในผูป ว ยหลอดเลอื ดหวั ใจตบี ท่ีกําลังมรี ะดบั ความรนุ แรงเพม่ิ ข้ึน โดยมี
อาการเจบ็ อกเกดิ ขนึ้ ในลกั ษณะดงั นี้ 1) เจบ็ อกขณะนอนหลบั หรือขณะพัก หรอื ออกแรงเพียงเล็กนอ ย 2)
อาการเจ็บอกท่ีเกดิ ขึน้ ใหมแ ละรุนแรง 3) อาการเจบ็ อกเดมิ ทม่ี ีลกั ษณะรุนแรงขน้ึ ไดแก เจ็บมากขน้ึ เปน
นานขึ้น เกดิ บอ ยขน้ึ ผปู ว ยกลุมนม้ี คี วามเสยี่ งสงู ทจ่ี ะเกดิ กลา มเน้อื หวั ใจตายหรือเสียชวี ิตจากกลา มเนื้อ
หวั ใจลม เหลว ซึ่งตอ งไดร บั การตรวจวนิ จิ ฉยั และบาํ บัดรกั ษาทเี่ หมาะสมและเรงดวน
การแพทยแผนจีน จดั อาการเจบ็ อกจากกลามเน้อื หัวใจและโรคหลอดเลอื ดหวั ใจอันเปน สาเหตุของ
การเจบ็ อก ไวในกลมุ อาการแนน หนา อก (XiongBi) เจบ็ หนาอก (JueXinTong) และเจบ็ หัวใจ
(ZhenXinTong) เน้อื หาเก่ียวกับการวินจิ ฉยั แยกกลุมโรคตามแนวทางการแพทยแผนจนี และการรกั ษาดวย
การฝงเขม็ ไดก ลา วไวโดยละเอยี ดแลวในตาํ ราการฝง เขม็ รมยา เลม 2 เรอ่ื งโรคหลอดเลือดหัวใจ ในทีน่ จี้ ะ
กลา วถึงการนําการรกั ษาดว ยการฝงเข็มมาเปน การเสรมิ เติมกบั การแพทยหลกั ตามความเหน็ และ
ประสบการณของผเู ขยี น
ปจจบุ นั วิทยาการทางการแพทย เกย่ี วกับโรคหลอดเลือดหวั ใจและอาการเจ็บอกจากกลามเนอื้ หัวใจ
มคี วามกา วหนาและครอบคลุมทงั้ การวินจิ ฉยั ท่ีรวดเร็วแมน ยํา และการรกั ษาทั้งการใชย าและการผาตดั
ตลอดจนการตดิ ตามผูปว ยท่ีเปนแนวทางมาตรฐาน ทแี่ พทยจ ะตองศกึ ษาใหเ ขา ใจและปฏิบตั ไิ ดอ ยา ง
ถกู ตอ งเหมาะสม ไมค วรใชก ารฝงเข็มเปน การรักษาหลกั จนอาจเปน เหตใุ หผูป วยเสยี โอกาสทจี่ ะไดรับการ
รักษาทางการแพทยทเ่ี หมาะสม แมแตใ นสาธารณรฐั ประชาชนจนี ซ่งึ เปนตน แบบของการแพทยจ ีน หาก
ผูปวยมาพบแพทยจ นี ดวยอาการเจบ็ อก ยงั ตอ งสงผูป วยไปตรวจคลน่ื ไฟฟา หัวใจกอ นเสมอ
ควรประยุกตใ ชการรักษาดวยการฝงเข็มเมือ่ ไร?
Page 43
เมอ่ื ผูปว ยมีลักษณะทางคลนิ กิ ทสี่ งสัยวา อาจเปน โรคหลอดเลือดหวั ใจ แตยังไมเคยไดรบั การตรวจ
วินิจฉัยท่ีแนน อน ควรแนะนําใหผูปว ยเขา รับการตรวจวินจิ ฉยั โรค ตรวจหาปจ จยั เส่ยี ง และรบั การรกั ษาตาม
มาตรฐานการรักษาโรคหลอดเลือดหวั ใจ โดยผเู ชยี่ วชาญ หรือสถานพยาบาลทมี่ ศี กั ยภาพในการตดิ ตาม
ดูแลรกั ษาผูปว ย
เมื่อผปู วยไดรับการรกั ษาตามมาตรฐานอยางเตม็ ทแ่ี ลว แตย ังคงมปี ญ หาท่แี กไขไมไ ด อาจทดลองให
การรักษาเสรมิ ดว ยการฝงเข็มตามความสมคั รใจของผูปวย พงึ ระลึกวา การฝง เข็มใชเ ปน การรักษาเสรมิ
เตมิ กบั การรกั ษาเดมิ ไมคาดหวังผลในการทดแทนการรกั ษาหลัก และการฝง เขม็ ไมมผี ลกระทบตอการ
รกั ษาท่ไี ดร บั อยู จงึ ไมจ ําเปนตอ งหยดุ การรักษาเดิมเพ่ือมารับการฝง เขม็
จากประสบการณข องผูเขยี น ซง่ึ เคยใหก ารรักษาดว ยการฝง เข็มผปู วยโรคหลอดเลอื ดหวั ใจจาํ นวน
หนงึ่ ทง้ั ผปู ว ยหนักในหอผปู วยวกิ ฤติ (ICU) และผูปวยนอก พบวาการรักษาเสรมิ เตมิ ดวยการฝงเข็ม ชวย
แกไ ขปญหาหลายอยา ง โดยเฉพาะปญ หาท่ีการแพทยห ลกั มักมองขา มไป เชน รสู กึ อึดอัดแนน หนาอกหรือ
ใจสน่ั (แมวาคลนื่ ไฟฟาหัวใจเปน ปกติ) หายใจไมอ ิ่ม หายใจไมโ ลง หายใจไมไ หวหลังการผาตัด ออนเพลยี
เบือ่ อาหาร ความดันโลหติ ต่ํา ขาบวม มีขอ บงชใ้ี นการผา ตดั หรือทาํ หัตถการแตไ มสามารถทําได ฯลฯ
การเลือกใชจ ุดฝง เขม็ ตามอาการ
การเลอื กใชจ ดุ ฝง เข็ม ตามการวนิ จิ ฉัยแบบการแพทยแผนจนี ไดกลา วโดยละเอียดไวใ นตาํ ราฝงเขม็
รมยา เลม 2 ในทนี่ จี้ ึงกลาวถึงการเลือกจดุ รักษาอาการ จากประสบการณผเู ขียนและรายงานผปู วยตาง ๆ
- อาการเจ็บอก
- กระตนุ บาํ รุงหรือรมยา: XinShu (BL 15) และ JuQue (CV 14) เปน การใชจ ุดรวมอวยั วะหลงั และ
หนา (Shu-Mu) ของหวั ใจ เพอื่ เสรมิ บํารุงหยางหัวใจและกระตนุ การไหลเวยี นเลือดของหวั ใจ บรรเทาอาการ
เจ็บจากกลามเนือ้ หัวใจ
- กระตนุ บาํ รุงระบายเทา กนั : NeiGuan (PC 6) เปน จดุ ลัว่ (Luo) ของเสน ลมปราณเยือ่ หมุ หัวใจ ใช
เสรมิ การไหลเวยี นชใี่ นเสน ลมปราณหัวใจและเยอื่ หมุ หัวใจ และมขี อ บง ชใี้ นการรักษาอาการเจ็บอกจาก
หัวใจ นอกจากนี้ สามารถใชจดุ NeiGuan (PC 6) ซึง่ เปน จุดเชอ่ื มโยงเสนลมปราณวิสามัญอนิ เอวย
(YinWeiMai) รว มกบั จุด GongSun (SP 4) ซ่งึ เปน จดุ เชอื่ มโยงเสนลมปราณวิสามญั ชง (ChongMai) เปน
การใชจ ุดคทู ค่ี รอบคลุมการรกั ษาอาการของทรวงอก หัวใจและกระเพาะอาหาร
- กระตนุ ระบาย: YinXi (HT 6) และ/หรือ XiMen (PC 4) เปน จดุ ซี (Xi) ของเสน ลมปราณหวั ใจและ
เยอ่ื หมุ หัวใจตามลําดับ จุดซมี สี รรพคุณในการรกั ษาอาการเฉียบพลนั หรืออาการรุนแรง ใชเปนจดุ เสริมใน
การรกั ษาอาการเจบ็ อกจากกลา มเน้ือหัวใจ ทีม่ ีอาการเฉยี บพลนั หรือรนุ แรง
- อาการเสมหะมาก รสู ึกอึดอดั แนน ในอก
Page 44
- เกิดจากเสลดขนปด ก้นั การไหลเวียนของช่แี ละเลอื ด ตรวจลิ้นมีฝาขาว หนาและเหนยี ว ชพี จรตงึ -
ลื่น
- กระตนุ ระบาย: DanZhong (CV 17) เปนจดุ อทิ ธิพลตอ ชี่ ใชกระตนุ การไหลเวยี นของชี่ บรรเทา
อาการอึดอดั แนน ในอก และอาการเจบ็ อก
- กระตนุ บาํ รงุ หรือรมยาจุด ZuSanLi (ST 36) รวมกับกระตนุ ระบายจุด FongLong (ST 40) จดุ ลั่ว
ของเสนลมปราณกระเพาะอาหาร เพอื่ เสริมบํารงุ การทาํ งานของมา มและกระเพาะอาหาร และแปรรูปเสลด
ขน
- อาการออนเพลยี เบือ่ อาหาร
- อาจพบรว มกบั อาการเจบ็ ตอ้ื ๆ บรเิ วณหัวใจ ใจส่นั หายใจตน้ื เซอ่ื งซมึ หรอื เฉยเมย เกดิ จากหวั ใจ
และมามพรอ ง ซงึ่ มกั ตรวจพบ ลนิ้ ซดี ชพี จรจม-เล็ก (Chen-XiMai) หรอื ชพี จร
ชา สลบั หยดุ ไมแนน อน (JieMai) หรอื ชีพจรสลบั หยดุ สมํา่ เสมอ (DaiMai)
- กระตนุ บาํ รงุ หรอื รมยา: XinShu (BL 15), JueYinShu (BL 14), PiShu (BL 20), GeShu (BL 17)
และ ZuSanLi (ST 36) จุดอวัยวะหลัง ของหัวใจ เยื่อหมุ หัวใจ มา ม จดุ อิทธพิ ลตอ เลือด และจุดเหอ-ทะเล
ของกระเพาะอาหารตามลําดบั ใชเ พอ่ื เสรมิ บํารงุ หัวใจ มามและกระเพาะอาหาร และเลอื ด
- กระตุน บํารุงหรอื รมยา: ZhongWan (CV 12) จดุ อวัยวะหนาของกระเพาะอาหารและจดุ อทิ ธพิ ล
ตอ อวยั วะกลวง สาํ หรบั รักษาอาการเบ่ืออาหาร
- กระตนุ บํารงุ ระบายเทากนั : DanZhong (CV 17) และ NeiGuan (PC 6) สําหรบั อาการแนนและ
เจ็บอก
- กระตุนบาํ รุงระบายเทา กนั : ShenMen (HT 7) จุดซ-ู ลําธาร และจุดเหยวียน (Yuan) ของเสน
ลมปราณหัวใจ ใชสาํ หรับอาการใจสน่ั หรือ ชีพจรไมส มาํ่ เสมอ
- อาการมากขน้ึ เม่ือออกแรง
- เกิดจากหยางหัวใจและหยางไตพรอง ซงึ่ พบรว มกบั อาการขยาดหนาว แขนขาเยน็ เอวและเขา มี
อาการปวดเมือ่ ยหรอื ออนแรง และอาจมีอาการขาบวม ลน้ิ ซีด ชพี จรเล็ก-จมออ น (Xi-RuoMai) หรือ ชีพจร
ชา สลบั หยดุ สมํ่าเสมอ (DaiMai)
- กระตุนบํารงุ หรอื รมยา: XinShu (BL 15), GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6), ShenShu (BL
23), ZuSanLi (ST 36)
- กระตนุ ระบาย: NeiGuan (PC 6)
- หากมอี าการขาบวม เพม่ิ เขม็ อุน หรือรมยาจดุ YinLingQuan (SP 9)
- อาการหัวใจลมเหลวซา้ํ ซาก
Page 45
มักพบในระยะทายของโรค ซึ่งกลา มเนอื้ หวั ใจเส่อื มสภาพ ขยายโตขน้ึ แตไ มม ีแรงบีบ
ตัวสบู ฉีดโลหิตไปหลอ เลีย้ งรา งกายไดเพยี งพอ จึงเกดิ อาการหอบเหนอื่ ย เปน ๆ หาย ๆ เมื่อออกแรงเพยี ง
เล็กนอ ย หรือแมในขณะพัก หรอื กินอาหารมากเกนิ หรือตนื่ เตน มากเกิน มักเกิดอาการขาบวม นํ้าทวมปอด
เขา ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยูเสมอ บางรายอาจหายใจไมไ หว ความดันโลหติ ตํ่า จนตองเขาหออภิบาล
ผปู ว ยวิกฤติ ผูปวยกลุมนม้ี ักไมส ามารถใหการรกั ษาอืน่ ใดได นอกจากใหย าประคบั ประคองรกั ษาไปตาม
อาการ หรอื รอการปลกู ถายเปลี่ยนหัวใจ
ในมุมมองของการแพทยแผนจนี มสี าเหตจุ ากหยางหวั ใจและหยางไตพรองอยา งมาก ในรายท่ีรุนแรง
จะเกดิ ชแี่ ละหยางหลดุ และเสียชีวิต มักพบอาการรวมอ่นื ไดแก ใจสนั่ หายใจต้ืน แขนขาเยน็ ขาบวม ล้นิ
ซีด ชีพจรเลก็ -จมออ น (Xi-RuoMai) หรือเตนผดิ จงั หวะรปู แบบใดรปู แบบหนง่ึ
ในรายท่ีรนุ แรงจนชีแ่ ละหยางหลดุ จะพบเหง่ือแตก แขนขาเยน็ สหี นา หมองคล้าํ ริมฝป ากมว งคลาํ้
หรอื หมดสติ หายใจไมไ หว ล้นิ สีมวงคลาํ้ ชพี จรจม-แผว (Chen-WeiMai) หรอื ผิดจงั หวะรปู แบบตาง ๆ
ผูปว ยมักถกู อภิบาลอยา งใกลช ดิ ในหอผปู ว ยวกิ ฤติ และมอี ปุ กรณป ระคบั ประคองชีวติ มากมาย ทาํ ใหก าร
รักษาดว ยการฝง เขม็ เปน ไปไดย าก ทงั้ จากปญ หาดานสถานที่ และการยอมรับของบคุ ลากรทางการแพทย
แตห ากสามารถทาํ ได จากประสบการณของผเู ขียน พบวา การฝง เขม็ เสริมเตมิ กับการรกั ษาฉกุ เฉินและ
ประคับประคองอ่ืนของการแพทยหลกั ไดผ ลในการกชู วี ติ และฟน ฟูสุขภาพองคร วมดมี าก ผปู วยมักฟน ตัว
ไดอยา งรวดเร็วกวา ไมฝง เขม็ โดยควรทําการฝง เขม็ ในทนั ทที ่สี ามารถทาํ ไดใ นระยะตน ๆ ท่ีเกดิ ปญ หา ไมใ ช
พิจารณาทาํ ตอนใกลตาย ซงึ่ ไมว า การรกั ษาใด ๆ กไ็ มไดผล มแี ตเสียกบั เสยี (ผปู วยเสียชวี ิตแพทยก ็เสยี ช่ือ)
จดุ หลกั :- บํารุง JueYinShu (BL 14), XinShu (BL 15), ShenShu (BL 23), ZuSanLi (ST 36),
ShenQue (CV 8), GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6), BaiHui (GV 20)
- ระบาย NeiGuan (PC 6)
จุดเสรมิ :- หมดสติ ShuiGou (GV 26)
- หายใจไมไหว หายใจรวยรนิ SuLiao (GV 25)
วิธกี าร:
- จุดทใี่ ชบ าํ รุง ถาสามารถทาํ ได ใหใชเข็มอุน หรือรมยา
- ShenQue (CV 8) ใชก ารคั่นเกลอื เผาโกฐจุฬาลมั พาปน คอยเปลย่ี นโกฐ ฯ เม่อื รอ น นาน 20 – 30
นาที
- จุดหนาทอ งทเ่ี หลอื ใชการคนั่ ขงิ เผาโกฐฯ โดยสลบั ยายจดุ เมอ่ื จุดทเี่ ผารอ นพอดี รวมเวลา 20 – 30
นาที
- NeiGuan (PC 6) ใชก ารกระตนุ ระบาย ไดผลดสี าํ หรบั อาการเจ็บหนาอกและหวั ใจเตน ผดิ จังหวะ
- ShuiGou (GV 26) ปก ซอยเขม็ แบบนกจกิ สําหรับอาการหมดสติ กระตนุ จนนาํ้ ตาซมึ จะไดผลดี
Page 46
ขอ สังเกตและคําแนะนําในการฝง เขม็ ผปู วยหนัก จากประสบการณผ ูเขียน
- การรมยา (เผาโกฐฯ) เปน เวลานาน ในโรงพยาบาล เปน ไปไดยาก ยกเวน มีแผนกฝง เขม็ ของตนเอง
การรมยาในตกึ ผปู ว ยใน โดยเฉพาะหอผูปวยวิกฤติ ยง่ิ ไมสามารถทําได อยางไรกต็ าม หากเปน ผูป ว ยหนกั
ควรใหการฝง เขม็ ทเ่ี ตียงผู ซึง่ มอี ุปกรณต ดิ ตามและกชู วี ิตพรอ ม ไมควรยายผูปวยออกฝง เข็มทอี่ นื่
- การฝง เขม็ ในหอผปู วยหนกั ตอ งพดู คุยทําความเขา ใจกบั ผปู ว ย ญาติ และบคุ ลกรทางการแพทยใ ห
เขาใจกอ น ทงั้ วธิ กี าร โอกาสและความเสีย่ ง โดยเฉพาะแพทยเ จา ของไข อยา แอบทาํ โดยพลการ พึงระลึกวา
เข็มเปน เพยี งการรกั ษาเสรมิ เตมิ ไมใชของวเิ ศษ หากเกดิ ส่ิงไมค าดหมาย แมว า เราไมไดทาํ แตก ็ยากจะ
ปฏิเสธ เทาทเ่ี คยพบมาผูปวยและญาตมิ ักมาขอรองใหฝง เขม็ แตค นทีม่ ปี ญ หามากที่สุดคอื แพทยดวยกนั
เอง คงอีกนานกวาแพทยแ ผนปจจุบันจะเขา ใจวา การฝง เข็มรกั ษาโรคเปน สว นหนึ่งของการประกอบวชิ าชพี
เวชกรรม ของแพทยแผนปจ จบุ นั ตามพ.ร.บ. การประกอบวชิ าชพี เวชกรรม
- การรมยาในหอผปู ว ยเปน เรื่องเปน ไปไดย ากดงั กลา ว รวมทัง้ ความหวาดกลัวเรื่องการระเบดิ ระหวาง
ไฟกบั ออกซเิ จน โดยสวนตัวจะประยุกตใ ชเขม็ นาํ้ ฉดี เขา จดุ บํารงุ อวัยวะดา นหลัง โดยใช วิตามิน B1, B12,
หรอื B1-6-12 ชนดิ ฉีด จดุ ละ 1 – 2 มล. เพราะผปู วยมกั ตอ งอยูใ นทานอนหงาย การฝง เขม็ คาเข็มดานหลัง
เปนไปไดยากและมีความเสยี่ ง อยา งไรกต็ าม การฉดี จดุ ดว ยเข็มน้ํา ตอ งระมัดระวังอยางมากและมน่ั ใจวา
จะไมท ําใหเ กดิ อนั ตรายตอ ปอดและอวยั วะภายในอืน่ ถาไมมั่นใจอยาทาํ (do no harm) อกี ปญหาทตี่ อ ง
ระวงั คือ เลอื ดหยดุ ยาก ซึ่งผปู วยมักไดร บั ยาตา นการแขง็ ตัวของเลือดในรปู แบบตาง ๆ การฉดี จดุ มโี อกาส
เส่ียงเลอื ดออกมากกวา การฝง เขม็ เพราะเข็มใหญก วา กนั มาก
- จดุ บาํ รุงดา นหนา ยกเวน ShenQue (CV 8) ผเู ขยี นใชการฝง เข็มกระตนุ บํารุงดว ยกระบวนทาเผาภู
ผา (รายละเอียดในตาํ ราฝง เข็ม รมยาเลม 2) คาเขม็ ไว 30 นาที โดยกระตุนซํา้ ทกุ 5 – 10 นาที หรอื ใช
เครอื่ งกระตนุ ไฟฟา ใชค วามถส่ี ลบั แบบตอเนือ่ ง 15 – 20 นาที
- การวนิ ิฉัยโดยการจับชพี จรแบบจนี : ผปู ว ยกลมุ โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด เชน โรคหลอดเลอื ดหวั ใจ
ความดันโลหติ สูง ฯ รวมท้ังผูปว ยโรคปอด โรคไต (ผปู ว ยโรคเรอ้ื รงั เกือบทกุ โรค) มกั ไดรับยาทมี่ ผี ลตอการ
เตนและการบีบตัวของหวั ใจ ไมทางตรงกท็ างออม ทําใหก ารจบั ตรวจชพี จรมคี วามคลาดเคล่อื น ผิดแผก
จากท่ีคาดหมายหรอื ในตําราอยเู นอื ง ๆ การวนิ จิ ฉยั แบบแพทยแผนจีน จึงตอ งอาศยั องคป ระกอบอ่ืนในการ
สนบั สนนุ การวนิ ิจฉยั แยกกลุม โรค
- ปจ จัยท่ีมีผลตอการรักษา: จากประสบการณทดลองฝงเขม็ ผูป วยหนกั เพยี ง 18 ราย พอประเมินได
วา
- สภาพรางกายพ้นื ฐานของผูปวย: ผูทสี่ ภาพพ้ืนฐานแขง็ แรง มกั ตอบตอการฝง เข็มดีกวา ฟน ตวั ได
เรว็ กวา ผูท่รี า งกายออ นแอทรดุ โทรม ในผูทร่ี างกายทรดุ โทรมมาก อาจเนนเขม็ นํ้าทเี่ ปนวิตามนิ หรอื ยาบาํ รงุ
ชนิดฉดี ตา ง ๆ ตามความเหมาะสม หรือบางรายอาจตอ งใหส ารอาหารตา ง ๆ เสริมอยางแผนปจจุบนั หรือ
อาจตองเสรมิ ดวยยาจนี ถาจําเปน
Page 47
- การตดั สินใจฝงเขม็ เรว็ หรือชา ยงิ่ ตัดสนิ ใจฝงเข็มเร็วดเู หมอื นวา จะไดผ ลดกี วาปลอ ยใหปว ยหนกั
อยูนานวัน ไมแนะนาํ ใหฝงเขม็ ในรายที่สน้ิ หวังหรอื ใกลเ สยี ชวี ิต เพราะทาํ
ใหเ สยี กาํ ลงั ใจในการฝก ฝนเปนแพทยฝ งเขม็
- โรคทเี่ ปน สาเหตุ ภาวะแทรกซอ น และยาทผี่ ูปว ยไดรบั : กอ นทาํ การฝงเข็ม ควรใหเ วลาศึกษา
ประวตั ิผูปว ยใหละเอยี ด ทกุ อยา งทผี่ ปู ว ยไดรับลว นมผี ลกระทบตอ การรกั ษาทงั้ สิ้น อยาฝงเขม็ เพลนิ จนลมื
ไป วาเราก็เปนแพทยแผนปจจุบนั ชนั้ ๑ ดวยคนหนึ่งเหมอื นกัน เราอาจแกป ญหาใหผ ปู วยได โดยไมตอ ง
แกะเข็มออกจากซองเลยกไ็ ด
รูปที่ 7 แสดงจุดฝงเข็มรกั ษาอาการเจ็บอกจากกลา มเนอ้ื หวั ใจ
เจ็บคอ
Page 48
( Sore Throat : 喉咙痛)
เจ็บคอ หรอื “HouBi” หมายถงึ คอเจ็บ หรือมอี าการรูสึกคอไมโ ลงสบาย มีอาการบวมแดง หรือตมุ
ตอมทีผ่ นงั ดานหลังคอนนู โตขึ้น ในแผนปจจุบนั ครอบคลมุ ถงึ โรคคออกั เสบ ตอมทอนซิลอักเสบ ทงั้ ที่เปน
แบบเฉยี บพลนั หรอื เร้อื รงั
ในคมั ภรี ซเู วน่ิ กลา วถงึ HouBi วา “เปนภาวะที่อินและหยางเกาะเก่ียวกนั ทาํ ใหเ กดิ ภาวะ HouBi”
คาํ วา Bi หมายถึง ไมส ะดวก ไมโ ลง ในคัมภีร จปู งเหวยี นโฮว ลนุ กลาววา “HouBi เกดิ จากการท่คี อมี
อาการบวม ไมโลง ไหลเวยี นไมสะดวก ทําใหเ กดิ อาการเจบ็ ปวดตน คอ เพราะสารเหลวทด่ี ีไมส ามารถ
เขา ถึงบรเิ วณนนั้ ได” ในคัมภีร ตันซซี นิ ฝา กลาววา “HouBi สว นใหญพบไดใ นภาวะ เสลดรอ น”
การวนิ ิจฉัยแยกกลมุ โรคและการรักษาดวยการฝง เข็ม
การแพทยแ ผนจีน วินจิ ฉยั แยกกลมุ โรค ของเจบ็ คอ เปน 4 แบบ คอื
1. การรกุ รานจากภายนอก: สว นใหญเ กิดจากลมรอนภายนอกเขารุกราน
อาการ: เจบ็ คอมาก กลนื ลําบาก เวลากลนื จะเจบ็ คอเพมิ่ ข้นึ มีไข ปวดหวั ไมชอบโดนลม เหงื่อ
ออก ไอ เสมหะเหลืองขน เหนียว
ลิน้ : ล้ินแดง ฝา บางเหลือง ; ชีพจร: ชีพจรลอย-เร็ว (Fu-ShuMai)
จุดหลกั :- กระตนุ ระบาย TianRong (SI 17), LieQue (LU 7), HeGu (LI 4)
- กระตนุ บํารุง ZhaoHai ( KI 6)
จดุ เสรมิ :- คอแหง เจบ็ มาก ใหระบายลมรอ นและเพม่ิ นา้ํ โดยปก ChiZe (LU 5),
WaiGuan (TE 5) และปลอ ยเลอื ดจดุ ShaoShang (LU 11)
2. ปอดและกระเพาะอาหารรอน
อาการ: อาการเจบ็ คอคอนขางรนุ แรง กลนื ลําบาก มไี ข กระหายนํ้าเพราะคอแหง มีกลนิ่ ปาก
ทองผูก อจุ จาระแหงแข็ง ปส สาวะทลี ะนอยสเี ขม
ล้นิ : ลน้ิ แดง ฝาเหลอื ง ; ชพี จร: ชพี จรเร็ว-แรง (Shu-ShiMai)
จุดหลัก:- กระตนุ ระบาย TianRong (SI 17), LieQue (LU 7), HeGu (LI 4)
- กระตุนบํารงุ ZhaoHai ( KI 6)
จดุ เสรมิ :- ถา มอี าการของกระเพาะรอน ระบาย NeiTing (ST 44), QuChi (LI 11)
- อาการคอแหง เจบ็ มาก TianTu (CV 22)
- เสยี งแหบ FuLiu (KI 7)
- ทองผกู QuChi (LI 11), ZhiGou (TE 6)
3. อนิ ปอดและไตพรอง
Page 49
อาการ: คอแหง เจ็บคอแบบแสบ ๆ รอน ๆ มีอาการมากในชวงบาย ไอแหง ๆ ไมค อ ยมีเสมหะ หรอื
เสมหะเหนยี วมาก หรือเสมหะมเี ลือดปน รอ นใน รอ นกลางฝา มอื และเทา
ล้นิ : ลิ้นแดง ฝาเหนียว ; ชพี จร: ชพี จรเลก็ -เรว็ (Xi-ShuMai)
จดุ หลัก: TianTu (CV 22), LieQue (LU 7), YuJi (LU 10), TaiXi (KI 3)
และ ZhaoHai (KI 6)
จดุ เสรมิ :- อินปอดพรองมาก เจ็บคอมาก TaiYuan (LU 9) และ JingQu (LU 8)
4. เสลดรอนเลือดคงั่
อาการ: รสู ึกเหมือนมกี อ นในลาํ คอ หรอื เสมหะติดคา งในลาํ คอ เจ็บคอไมมาก ขากเสมหะออก
ลําบาก คอแหงแตไมชอบดืม่ น้าํ แนนอกหรือคลืน่ ไส
ลิน้ : ลิ้นแดงคลา้ํ หรือมจี ดุ จ้ําเลอื ด ฝา ขาวหรอื เหลืองออ น
ชพี จร: ชพี จรลนื่ -ตงึ (Hua-XianMai)
จุดหลกั : TianTu (CV 22), LieQue (LU 7), YuJi (LU 10), ZhaoHai (KI 6), TaiXi (KI 3),
FengLong (ST 40), TaiChong (LR 3), SanYinJiao (SP6)
Page 50
รูปที่ 8 แสดงจดุ ฝง เขม็ แสดงการรกั ษาอาการเจบ็ คอ
กระดูกคอเสอื่ ม
( Cervical Spondylosis : 颈椎病)
โรคกระดูกคอเสื่อม เปนกลมุ อาการของโรคทเี่ กิดจากการเส่อื มสลายของกระดูกสนั หลงั สวนคอ
แลว รา งกายมขี บวนการซอ มแซมจนเกิดเปนการงอกของกระดกู คอ ซึ่งจะไปทําอันตรายตอเนอ้ื เย่ือโดยรอบ
ทาํ ใหเ กดิ การอักเสบของกลา มเนอื้ เสนเอน็ และรากประสาทสันหลงั สว นคอ ทาํ ใหผ ปู ว ยเกดิ อาการปวด
บริเวณศีรษะ คอ ไหล แขน และหนา อก
สาเหตแุ ละกลไกการเกิดโรค
เกดิ จาก ลม ความเย็น ความชนื้ ภายนอก มากระทําตอรา งกาย ทําใหเ สนลมปราณอดุ ตนั ชแ่ี ละ
เลือดไหลเวยี นไมค ลอ ง หรอื เกดิ จากการออ นแรงของตับและไตตามวยั ทําใหซ แี่ ละเลอื ดพรอ ง สง ผลใหเ สน
เอน็ ไดร บั สารอาหารหลอ เล้ียงไมเพียงพอ หรือเกดิ จากความเสื่อมของเสน เอ็นและเสน เลือด เน่อื งจากไดร ับ
บาดเจบ็ ตึงร้ังตดิ ตอ กันเปนเวลานาน
การวินจิ ฉัยแยกกลุมอาการโรค
1. ลม ความเย็นจากภายนอกเขา รกุ ราน
อาการ: ปวดคอ คอแขง็ อาจมอี าการของไหลแ ละแขนรว มดวย ไดแ ก แขนเยน็ ชามือ หรือรสู ึก
หนัก ๆ อาการจะมากขน้ึ เม่อื กระทบกบั ลมหรือความเย็น
ล้นิ มีฝาบางและขาว ; ชีพจรลอย-ตงึ (Fu-XianMai)
2. ชี่และเลอื ดติดขดั
อาการ: ปวดตงึ ๆ หรอื ปวดแปลบคลายเข็มแทง บรเิ วณคอ ไหล และแขน หรอื ปวดราวลงแขน
รว มกับอาการมึนงง ปวดศีรษะ จิตใจซมึ เศรา และอาจมีอาการแนน และปวดหนาอกรวมดวย