Page 101
อธิบาย: YangLingQuan (GB 34) เปน จดุ อทิ ธิพลของเสน เอน็ , XuanZhong (GB 39) เปนจดุ
อิทธิพลของไขกระดกู ใชร กั ษาโรคของเอ็นและกระดูก; TaiXi (KI 3), ZhaoHai (KI 6) ใชเ สริมบํารงุ ไต;
HuanTiao (GB 30) ใชเครอ่ื งกระตุนเข็มไฟฟา
วิธที ่ี 2
จดุ หลกั : HuanTiao (GB 30), JuLiao (GB 29), XuanZhong (GB 39)
จุดเสรมิ : ZuLinQi (GB 41), QiuXu (GB 40), ShenMai (BL 62), TaiBai (SP 3),
ChongMen (SP 12)
อธบิ าย: HuanTiao (GB 30) ใชเ ข็มอุน เพ่อื ขบั ความเยน็ ช้นื และทะลวงเสน ลมปราณ ปก ลึกกวา 2
ชุน; JuLiao (GB 29) เปน จดุ เฉพาะท่ใี ชรวมกบั HuanTiao (GB 30); XuanZhong (GB 39) จดุ อทิ ธิพล
ของไขกระดูก ใชรักษาโรคของกระดูก; ZuLinQi (GB 41) เปนจดุ Shu-Stream ของเสน ลมปราณถงุ นา้ํ ดี
ใชร ักษาอาการปวดขอ เม่อื ยเนือ้ หนกั ตวั และเปน จดุ เชือ่ มโยงเสน ลมปราณตาย ซึง่ ผา นขอสะโพก; QiuXu
(GB 40) เปน จดุ เหยยี นของเสน ลมปราณถุงนาํ้ ดี ใชระงบั ปวด; ShenMai (BL 62) เปนจดุ เชื่อมโยงเสน
ลมปราณหยางเฉยี ว ทีผ่ า นขอสะโพก ซึ่งเกย่ี วขอ งกบั การเคลอ่ื นไหว จดุ นเี้ หมาะกับขอตดิ แขง็ ; TaiBai (SP
3), ChongMen (SP 12) ใชก รณปี วดขอ สะโพกราวมาท่ขี าหนบี
ตวั อยางผปู วย
ผูปว ยหญงิ ไทยหมา ย อายุ 56 ป อาชีพหาบขนมขาย ผูป ว ยมอี าการปวดเสยี วขาหนีบดา นในขาขวา
เปน มานานกวา 3 ปเ คยพบแพทยห ลายคร้ัง แจง วา เปน เอน็ ขาหนีบอักเสบ ไดยารับประทานอาการดขี นึ้ แต
ไมหายขาด ประมาณ 1 ป ทผ่ี า นมาผปู วยหกลมกน กระแทกพ้นื ถนน มีอาการปวดกระเบนเหนบ็ แกม กน
ขวา ราวมาดา นในขาหนีบ พบแพทยท โี่ รงพยาบาลไดรับแจง วาเปนกลามเนื้อฟกชาํ้ โดยไมไดต รวจ
เอกซเรย ผูปวยมีอาการปวดแกม กน ขวาและปวดราวขาหนีบเร่ือยมา และจะมีอาการมากขึน้ ถา เดนิ หาบ
ของหนกั ๆ ตรวจรา งกายพบ กาํ ลังกลามเนือ้ ขาสองขางเทา กนั ไมพ บออนแรง SLR test 70 องศา, ตรวจ
ภาพรงั สี พบชอ งวา งขอ สะโพกแคบท้งั สองขาง และมี Spur ไดรับการวนิ ิจฉัยวา ปวดขอ สะโพกจากขอ
เสือ่ ม ไดร บั ยารับประทานประมาณ 2 เดือน อาการไมทุเลา
ประวัติเพ่มิ เติม ผปู ว ยมอี าการเม่อื ยเอว เขาออนเปน บางคร้งั กลวั หนาว ปส สาวะบอ ยตอนกลางคนื
หลังเทาบวม ตรวจลน้ิ คอนขา งคลาํ้ มฝี าขาว ชพี จรเลก็ และฝด ผูปว ยไดร ับการวนิ จิ ฉัยวา ปวดขอสะโพก
จากหยางชข่ี องไตพรอ งและเลอื ดคง่ั
หลกั การรักษา บํารุงหยางชไี่ ต สลายเลือดคงั่ ระงบั ปวดสะโพก
เน่ืองจากผปู ว ยมอี าการปวดสะโพก ซง่ึ รบกวนการดําเนนิ ชวี ติ ประจําวนั ดังนน้ั แผนการรักษาจงึ ตอง
บรรเทาอาการปวดใหทเุ ลาลงไประดบั หนง่ึ กอน แลว จงึ บํารุงไตหยางภายหลงั
Page 102
จุดหลัก: HuanTiao (GB 30) ฝง เข็ม 3 เลม รอบหวั กระดกู ตน ขาขา งขวา รวบหวั เขม็ ตดิ ขั้วลบ ใช
จดุ FengShi (GB 31) ตดิ ขัว้ บวก ใสเ ครอ่ื งกระตนุ เข็ม, YangLingQuan (GB 34), XuanZhong (GB 39)
จุดเสรมิ : TaiXi (KI 3)
นดั ผูป ว ยมาทาํ สปั ดาหล ะ 2 ครัง้ ๆ ละ 40 นาที 10 ครั้งเปน 1 รอบการรักษา หลังฝงเขม็ ได 6 คร้ัง
ผปู ว ยอาการปวดดขี ึน้ จงึ ไดปกจุดเสริมบาํ รงุ ไตหยาง เพมิ่ รมยาจุด MingMen (GV 4), ใชเขม็ อนุ QiHai
(CV 6) และ GuanYuan (CV 4)
รูปที่ 17 แสดงจดุ ฝง เข็มรักษาโรคปวดขอสะโพก
ปลายประสาทผิวหนังตน ขาอักเสบ
(Latero – Femoral Cutaneous Neuritis : 股外侧皮神经炎)
Page 103
อาการอักเสบของปลายประสาท femoral nerve ที่มาเล้ียงผวิ หนังดานหนา -ขา งตนขา (antero-
lateral thigh) อาจมีอาการไดห ลายแบบ และมักเปน ขางเดียว เชน มอี าการชา หรอื มีความรูส ึกเหมอื นมด
ไตหรือแมงมมุ ไตห นา ตน ขา บางรายอาจมอี าการปวดเหมอื น เขม็ ทม่ิ แทง สาเหตเุ กิดจากความผดิ ปกติของ
ประสาทรบั ความรสู กึ ท่ีว่งิ ลอดใต Inguinal ligament มายงั สว นผวิ หนงั บริเวณดา นหนา-ขางตน ขา เกดิ
การอักเสบแบบไมต ดิ เชอ้ื (aseptic inflam-mation) หรือเลือดมาเลี้ยงไมพอจากการถกู กดทบั ผูปว ยหลาย
รายมกั ถูกสงไปพบจติ แพทย ตามศาสตรก ารแพทยแผนจนี เชื่อวาเกิดจากเสยี ชภ่ี ายนอก เชน ลม ความ
เย็น ความชืน้ หรือประสมกนั มากระทาํ ตอเสนลมปราณกระเพาะอาหาร หรือเสน ลมปราณถงุ น้ําดี หรอื ท้งั
สองเสน พบไดบ อยในหญิงต้งั ครรภ ต้ังแต 8 เดอื นขึ้นไป หรือในคนอว น มกี ารกดเสน ประสาท femoral
nerve ดงั กลาวขางตน
การรกั ษาดวยการฝงเข็ม
หลักการรักษา: ขจัดเสยี ชี่ ทะลวงเสน ลมปราณ กระตุน การไหลเวียนของเลอื ดลม
วธิ ที ี่ 1 รักษาดวยเข็มเจ็ดดาว
วธิ ีการ: ทาผวิ หนงั ดว ยวาสาลนี บรเิ วณตน ขา แลว ใชเ ขม็ เจ็ดดาวเคาะผวิ หนงั ตามเสนลมปราณ จนมี
สแี ดงเรอ่ื ๆ ไมตองมีเลอื ดออก
- เสน ลมปราณกระเพาะอาหาร เคาะตงั้ แตจ ุด LiangQiu (ST 34) จนถงึ จุด BiGuan (ST 31)
- เสนลมปราณถงุ นาํ้ ดี เคาะตง้ั แตจดุ JuLiao (GB 29) จนถึงจุด FengShi (GB 31)
ทาํ ซ้ําทกุ 4 – 7 วนั ตอ คร้งั 4 ครงั้ เปน 1 รอบการรักษา ตามสภาพผูปวยจะทนได อาจทําครอบ
กระปุกรวมดวยก็ได
วิธที ี่ 2 รักษาดวยการครอบกระปุกเคล่อื น (Moving Cupping) แทนเข็มเจด็ ดาว ตามเสน ลมปราณ
ขา งตน เคล่ือนครอบกระปุกไปมาประมาณ 5 – 10 รอบ หรอื จนผวิ หนังแดงเปนเรอื่ ๆ รวมกบั มจี ุด
เลอื ดออก ( Petechiae ) ทําซาํ้ ทกุ 4 วัน 4 ครงั้ เปน 1 ระยะการรกั ษา
ตวั อยา งผปู ว ย
หญงิ ไทย หมาย อายุ 62 ป อาชพี แมบ าน มีอาการคนั คลา ยแมงมุมไตบ รเิ วณดา นนอกหนา ตนขา
ซา ย เปน มานานประมาณ 2 ป อาการจะเปน มากในชวงสาย ๆ เปน ทกุ วนั กลาง คนื วนั ไหนรบั ประทานยา
นอนหลับ จะหลบั ไปไมร สู ึกอะไร แตถ า ตนื่ ยามดกึ จะมีอาการทนั ที ทําใหน อนไมหลบั เคยไปพบจิตแพทย
ไดร บั การวนิ ิจฉัยวา อาจเปน โรคหลงผิด ไดรบั ยาประมาณปกวา อาการไมดีขึน้ และมีอาการวงิ เวียนศีรษะ
หนามดื จะเปน ลมบอ ยหลงั กนิ ยาจิตเวช ผูป ว ยไดหยุดยาเองมาเปน เวลาหลายเดอื น อาการคลายแมงมุมไต
หนาตนขายงั คงมอี ยูตลอด ตรวจรา งกาย ตน ขาซายไมพ บผดิ ปกติ นอกจากชา รับรูส ัมผัสลดลงเลก็ นอ ย
ไดร บั การวินิจฉัยเบ้ืองตน วาเปน ปลายประสาทผิวหนังบริเวณตน ขาอักเสบ ไดยารบั ประทานประมาณ 1
เดือน อาการไมทเุ ลา
Page 104
ประวตั ิเพ่มิ เติม ผปู ว ยตองใชย านอนหลับเปน ประจํา ตง้ั แตห ยา ขาดจากสามีมา 25 ป ออ นเพลีย
เหนื่อยงาย รสู กึ อดึ อัดใจเปน บางคร้ัง เบ่อื อาหาร ลน้ิ ซดี มฝี า ขาวบาง ชพี จรออน-เลก็ ไดร ับการวินจิ ฉยั วา มี
เลอื ดลมพรอ ง รวมกบั ปลายประสาทผวิ หนงั ตน ขาซา ยอักเสบจากลมเยน็ รกุ ราน
หลกั การรกั ษา ขจัดลมเยน็ บํารุงเลือดลม ระงบั อาการคนั (เลอื ดดี ลมก็หายไป)
วิธกี ารรกั ษา ใชเข็ม 7 ดาวเคาะ ดา นขางตนขาซายลงมาจนถงึ จดุ FengShi (GB 31) ประมาณ 10
นาทจี นผวิ หนงั สอี อกแดงเรอื่ หลงั จากนนั้ ใชครอบกระปกุ ประมาณ 10 นาที
จดุ เสรมิ ZuSanLi (ST 36), SanYinJiao (SP 6)
นัดผปู วยมาทาํ ซํา้ ทกุ 7 วัน 4 คร้งั เปน 1 รอบการรกั ษา รักษาได 7 ครงั้ ผูป วยแจง วาอาการทุเลา
ลงมาก
รปู ที่ 18 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาอาการปลายประสาทผิวหนัง
ตนขาอกั เสบ
Page 105
โรคขอ อกั เสบรูมาตอยด
( Rheumatoid Arthritis : 类风湿性关节炎)
ขออกั เสบรูมาตอยด เปน โรคทาง Autoimmune ทม่ี ีการดาํ เนนิ ของโรคเรือ้ รัง โดยยงั ไมทราบสาเหตุ
แนชดั ขณะนยี้ ังไมมกี ารรักษาใหห ายขาด แพทยแ ผนปจจุบันใชย าตา นการอักเสบ (Nonsteroidal
antirheumatic drugs - NSAIDs) เพอ่ื ลดอาการเจ็บปวดของขอ ทอี่ ักเสบ ยาปรับการดาํ เนนิ ของโรค (Slow
acting antirheumatic drugs) สเตียรอยด และ สารชีวภาพ (Biologic Agent) เพ่ือควบคมุ การดาํ เนินของ
โรค ซง่ึ แพทยต องระวงั ผลขางเคยี ง และยากลมุ ชวี ภาพมีราคาคอ นขางสงู
ในประสบการณก ารดูแลผปู ว ยขอ อักเสบรมู าตอยดท ี่ควบคมุ ไดยาก ปจจยั หนึ่งที่พบไดบอ ยคือ
ความเครยี ด ความรูสึกเศราสรอ ย ซ่งึ จาํ เปน อยา งย่ิงทตี่ อ งไดร ับการแกไ ข ซึ่งการรักษาแบบผสมผสาน คอื
การท่ผี ปู วยไดร ับยาปรบั การดําเนนิ ของโรคจากแพทยแผนปจจบุ นั และไดร บั การฝงเขม็ ตามการแพทยแผน
จีน โดยเลือกจดุ ฝง เขม็ ตา ง ๆ ตามรายละเอียดในบทความนี้ สง่ิ สําคญั ทีส่ ดุ ทจี่ ะทําใหอ าการของโรคสงบ
คอื การอธิบายใหผปู ว ยเขา ใจวาการรกั ษาตอ งใชเ วลา เปนการรกั ษาระยะยาว แพทยมหี นา ทก่ี าํ หนดการ
ใชยาตา ง ๆ และแนะนําการปฏบิ ตั ติ นซึ่งตอ งอาศัยความรวมมือและความรบั ผดิ ชอบจากผปู ว ยในเรื่องของ
การปรับสมดลุ กาย-ใจ ฝก ทักษะการคดิ ในแงบวก การออกกําลงั กาย ภาวะโภชนาการและนํ้าหนักตัวท่ี
เหมาะสม ตลอดจนพฤตกิ รรมสขุ ภาพทีเ่ หมาะสมตาง ๆ โดยประสบการณสว นตวั มักเลอื กจดุ ฝง เขม็ ที่ชวย
ใหเ กดิ การผอนคลาย แกไขปญ หาการนอนหลบั และอาการทองผูก ในรายทม่ี ปี ญ หาความเครยี ดซ่ึงมกั มี
ทงั้ ปญหาการนอนหลับทไ่ี มมคี ณุ ภาพและเกดิ อาการทองผกู รวมดวย
แพทยจนี สมัยโบราณถือวา โรคขอ อกั เสบรมู าตอยด (RA) เปน ความผดิ ปกติจดั อยใู นกลมุ “Bi
Syndrome” คอื เปน ความผดิ ปกตทิ ี่ครอบคลุมโรคปวดขอ ปวดกลา ม ขอ เส่ือม ขออกั เสบทุกชนดิ ซึ่งแตละ
ชนิดของความผดิ ปกตจิ ะมรี ายละเอยี ดของสาเหตุ พยาธสิ ภาพ
อาการ และการทาํ นายโรคทีแ่ ตกตา งกนั
ในระยะหลงั มกี ารแยก RA ออกมาเปน Wang bi หรอื Wan bi คอื Stubborn Bi Syndrome (โรค
ปวดขอทีค่ วบคุมยาก) คาํ ทเี่ หมาะสมของ RA คือ ขอตอ ที่มอี าการปวดมาก Li Jie ( Joint with severe
pain)
สาเหตแุ ละกลไกการเกิดโรค
Page 106
ปจ จยั ทเี่ ปน สาเหตุของการเกิดโรครูมาตอยดมหี ลายปจจยั ไดแ ก
1. ปจจยั ภายในรา งกายของผูปวยออ นแอ ภมู ิตา นทานบกพรอง เจิ้งชีพ้ รอ ง ทําใหเกดิ ความ
พรอ งของตับและไต สารจงิ และเลือดไมพอ การทาํ งานของตับบกพรอ งสง ผลตอ เสน เอน็ ไตบกพรอ งสงผล
ตอกระดูกตา ง ๆ ซ่งึ ปกตริ ะบบเอ็นและกระดกู ไดรบั การหลอ เล้ยี งจากเลือดและหยางช่ขี องตบั และไต
2. ปจจัยภายนอกทมี่ ากระทํา ไดแก ลม ความเยน็ ความชื้น ทาํ ใหเ สนลมปราณอดุ กัน้ การ
ไหลเวยี นของชี่และเลอื ดตดิ ขดั เกิดภาวะเลือดคงั่ มคี วามรอนสะสมและเสมหะตกคาง “ลม” ทําใหเ กดิ
อาการปวดขอท่แี ปรเปล่ยี น “ความเยน็ ” ทําใหเกดิ การอดุ กน้ั ของชแี่ ละเลอื ด ทําใหเ กิดอาการปวดมาก ขอ
ตอ และเอน็ หดรง้ั เคลอ่ื นไหวลาํ บาก “ความชน้ื ” จะทาํ ใหเ กดิ อาการหนัก หนดื ติดแนน ยดึ ตดิ เฉอ่ื ยชา
บวม ตงึ ถา เสียชเ่ี หลานี้รกุ รานอยา งตอเน่ือง กอ ใหเ กดิ ความรอ น อุดก้ันการไหลเวยี นของลมปราณและ
เลือดโดยเฉพาะเสน ลมปราณและเสน เลือดบริเวณกลามเนอ้ื และขอ ตอ ถายงั ไมไ ดร ับการรักษาจะแผขยาย
ไปท่วั รางกาย อนิ ดง้ั เดมิ พรอง เลือดพรอ ง จะเกดิ ความรอนภายใน รา งกายทมี่ ีความรอ นทาํ ใหนํา้ หลอ
เลีย้ งรางกายแหงเกิดเปน เสมหะ ความรอนและเสมหะจะทาํ ใหอ ดุ กน้ั เสน ลมปราณและเลอื ดท่ีมาหลอ เล้ยี ง
ขอ ตอ เกิดอาการ บวม ตึง อกั เสบ และ ผดิ รูป เปน วฎั จกั รท่ีทําใหโรคน้เี รื้อรัง
3. การเสยี สมดลุ ของอารมณทั้งเจด็ อารมณโ กรธ คดิ มาก กังวล สงผลทําใหการไหลเวยี นของชี่
ติดขดั ปกตชิ จี่ ะทาํ ใหเกดิ พลงั ความอบอุน และเลอื ดจะสง อาหารและความชุม ชนื้ หลอเลยี้ งรา งกาย เมือ่ ชี่
ตดิ ขดั จะมีผลตอ ระบบไหลเวยี นของเลอื ด เกิดภาวะเลอื ดคง่ั ทําใหเกดิ อาการปวดอยา งรนุ แรง จงึ ควร
แนะนําผปู ว ยใหมคี วามตระหนกั วา อารมณเหลา นีม้ ี
ผลทําใหโ รคกําเรบิ ได
4. ความเสยี สมดลุ ของการทํางานและการพักผอ น การทาํ งานที่ตรากตราํ ทาํ ให หยางชพ่ี รอ ง
สงผลใหภูมติ านทานของรางกายบกพรอ ง เสียชี่ ลม ความเย็น และ ความชืน้ จงึ รกุ รานไดงา ย การมี
กจิ กรรมทางเพศทม่ี ากเกนิ ควรมผี ลใหจ ิงชีล่ ดลง มผี ลตอภูมิตานทานของรางกาย ขณะเดยี วกนั การ
พกั ผอ นมากเกินไป จะมผี ลทําใหห นาทีข่ องมา มและกระเพาะอาหารผดิ ปกติ ทําใหการลําเลยี งอาหารและ
การยอ ยเปลย่ี นรปู พลงั งานของอาหารบกพรอ ง ทาํ ใหก ารสรา งชแ่ี ละเลอื ดลดลง การดาํ รงชีวติ ที่ขาดการ
ออกกาํ ลังกาย จะมีผลใหก ดี ขวางการไหลเวยี นของชแี่ ละเลือด มผี ลตอ ตับและไต และสงผลตอเสน เอ็น
และกระดกู ทว่ั รางกายออ นแอ การอดุ กั้นของชี่ เลอื ดและนา้ํ หลอเลย้ี ง กอ ใหเ กดิ เสมหะตกคางโดยเฉพาะ
ในขอ ตอ แพทยจงึ ควรแนะนําผปู วยใหเ ปลยี่ นวิกฤตเปน โอกาส ปรับสมดุลการใชช วี ติ ใหเหมาะสมสง ผลดี
ตอสุขภาวะองครวม และทําใหโรคขออักเสบรมู าตอยดสงบ
หลกั การรกั ษา
ระยะแรกใชห ลกั การขจดั เสียชี่ คือ การไลลมเยน็ ระบายช้นื ขบั รอน กระตนุ การไหลเวยี นของชี่
และการไหลเวียนของเลือด
Page 107
ระยะทา ยมอี าการทงั้ แกรงและพรอง บํารุงตับไต เสรมิ มา ม เพ่มิ การไหลเวยี นของเลอื ด ขจดั
เสมหะ ขอสาํ คัญที่ตอ งรกั ษา คือ การบาํ รงุ หยางชี่ และระบายความชนื้
การแบง ตามระยะของโรค
1. ระยะแรก โรคยงั คงอยใู นเสน ลมปราณหลัก ใหเ นน รกั ษาเรอื่ ง การขบั เคลอ่ื นของชี่ โดยขจดั เสยี ช่ี
ตา ง ๆ ทั้งลม ความเยน็ และความชนื้ อุนหยาง และบาํ รงุ เหวยี นชี่
อาการปวดจาก ลม-ความเยน็ -ความชืน้ (wind-cold-damp bi) อาการปวดขอและกลา มเนือ้ งอและ
เหยยี ดขอ ลาํ บาก เสยี ช่ีเปน ลม อาการปวดจะเคลือ่ นแผก ระจายไปหลายขอ “ความเยน็ ” เดน จะเกิดอาการ
ปวดมาก และอาการเพมิ่ มากข้นึ เมอื่ เกดิ ความเยน็ อาการดขี ึ้นจากความอบอนุ “ความชืน้ ” ผูปวยจะรสู ึก
หนักเนอ้ื ตัว ขอ ทอ่ี ักเสบจะเคลือ่ นไหวไดย าก จะรูสกึ ฝดขดั อาจมีไข ลน้ิ ซีด ฝาขาวบาง หรืออาจหนา ชพี จร
ลอย เล็ก แนน เบา
ยาสมุนไพร มกี ารขจัดเสียชตี่ า งๆ ขบั ไลล ม แปรเปลี่ยนพลังความชนื้ ทาํ ใหล ดอาการปวด สมนุ ไพร
บางตวั ออกฤทธไิ์ ดดกี บั เสน ลมปราณเฉพาะบางเสน บางตวั ออกฤทธ์ไิ ดดีรักษาอาการปวดเหนอื เอว โดย
เฉพาะที่ไหลและหลัง บา งออกฤทธิ์ไดดีท่ีขอตอของรางกายต่ํากวาเอว บา งจะบํารงุ เลือดและประสานการ
ทํางานของสมนุ ไพร ซ่ึงจะไมพดู ถงึ รายละเอยี ดของสมนุ ไพรตา ง ๆ ในบทความน้ี
2. ระยะเรอื้ รัง เสยี ชก่ี อใหเ กิดพยาธิสภาพเขา ไปในแขนงของเสนลมปราณ (ลั่ว) ใหเ นนการรกั ษา
โดยการบํารุงเลอื ด ใชส มนุ ไพรทบ่ี าํ รงุ หลอ เลย้ี งอิน และทะลุทะลวงแขนงตา งๆ ของเสน ลมปราณ สลาย
เลือดคั่งและบาํ รุงเลอื ด โดยบาํ รงุ ชี่และอุน หยางรวมดวย
3. ระยะทาย พยาธิสภาพเขา ไปลึกถึงกระดกู จําเปน ตองใชส มุนไพรบํารงุ ตบั และไต ใหเ กิด
สารอาหารท่ีจําเปน จงิ (Essence) อุนหยาง (Original Yang) ขจดั ความรอน ขับไลค วามชน้ื เสมหะ สลาย
ความเยน็ และภาวะเลือดคง่ั การรักษาแบง เปน 3 อยา งทจี่ าํ เปน ไดแ ก
บํารงุ เหยียนชี่ ซ่งึ เปน การแกท ตี่ น เหตุ
ไลความชื้น บาํ รุงมา ม
ปลดปลอ ยขอ ตาง ๆ จากสารพิษท่ีรกุ ราน
กฎ 4 ประการ
อุน ไต รกั ษา cold bi
บาํ รงุ อนิ รักษา Heat bi
ทะลทุ ะลวง การติดขดั ของเสน ลมปราณ รกั ษา cold-heat complex
บํารงุ เลือดรวมกับขับไลเ สยี ช่ี
การรกั ษา
Page 108
ศาสตรการแพทยแ ผนจีนใชสมนุ ไพรรวมกับการฝงเขม็ รมยา ครอบกระปุก การอบ
สมนุ ไพร แลว แตวา เปน ระยะใดของโรค แพทยต รวจพจิ ารณาจากเจงิ้ ชีพ่ รองเพยี งใด ระบบ
การไหลเวยี นของเลอื ดและการพอเพยี งของเลือด ภาวะอนิ หยางของอวยั วะภายใน
การฝงเขม็ ระบบเสนลมปราณ
หลักการรกั ษา: บํารงุ ตับและไต มผี ลทําใหเ สน เอน็ และกระดูกแข็งแรงข้นึ ทะลวงเสน ลมปราณที่
ติดขดั ทาํ ใหลดอาการปวด
จุดฝง เข็ม:
- DaZhu (BL 11) เปน จดุ อทิ ธิพลของกระดกู ทะลวงเสน ลมปราณ ลดอาการปวด
- ShenShu (BL 23) บํารุงตับและไต มผี ลทําใหก ระดูกแขง็ แรงขึ้น
- ZuSanLi (ST 36) บํารุงมามและกระเพาะอาหาร เพ่มิ ชแ่ี ละเลือด
- SanYinJiao (SP 6) บาํ รงุ มามและขจดั ชที่ ี่อุดตัน
สําหรบั อาการปวด MCP และ ขอมอื ใหเ พมิ่ จดุ YangChi (TE 4), HeGu (LI 4),
และ HouXi (SI 3)
สาํ หรับอาการปวดเขา ใหเ พมิ่ จุด DuBi (ST 35), KunLun (BL 60), TaiXi (KI 3) และ QiuXu
(GB 40)
สําหรบั อาการปวดอกั เสบขอ ไหล ขอศอก และขอสนั หลงั ใหเ พิ่ม JianYu (LI 15),
JianZhen (SI 9), JianLiao (TE 14), QuChi ( LI 11), จุด HuaTuoJiaJi และจุด AShi
1. โรคขอ อกั เสบรมู าตอยดอ กั เสบ ชนิด ลมเยน็ ช้นื (Wind-cold-damp Bi)
หลักการรกั ษา: ขจดั ความเยน็ ชน้ื และลม ทะลวงเสนลมปราณ
จุดหลกั : DaZhui (GV 14), QiHai (CV 6), GuanYuan (CV 4), ShenQue (CV 8)
- ถามีอาการขอ ไหลอกั เสบ เพิม่ JianLiao (TE 14), JuGu (LI 16), QuChi (LI 11)
- ถา มีอาการขอ ศอกอกั เสบ เพ่มิ QuChi (LI 11), ChiZe (LU 5), ShaoHai (HT 3)
และ ShouSanLi (LI 10)
- ถา มีอาการขอ มอื อกั เสบ เพม่ิ YangChi (TE 4), YangXi (LI 5), DaLing (PC 7),
HeGu (LI 4) และ WaiGuan (TE 5)
- ถามอี าการ MCP อกั เสบ เพม่ิ BaXie (EX-UE 9), HeGu (LI 4) และ SanJian (LI 3)
- ถา มอี าการขอน้ิวมอื อกั เสบ เพ่ิม SiFeng (EX-UE 10)
- ถามอี าการขอ สะโพกอักเสบ เพม่ิ HuanTiao (GB 30), JuLiao (GB 29)
และ YangLingQuan (GB 34)
- ถา มอี าการขอ เขา อกั เสบ เพิม่ NeiXiYan (EX-LE 4), XiYan (EX-LE 5),
Page 109
LiangQiu (ST 34) WeiZhong (BL 40), XiYangGuan (GB 33), QuQuan (LV 8)
และ YangLingQuan (GB 34)
- ถา มีอาการขอ เทา อกั เสบ เพม่ิ KunLun (BL 60), TaiXi (KI 3), JieXi (ST 41),
QiuXu (GB 40) และ RanGu (KI 2)
- ถา มีอาการ Metatarsal อกั เสบ เพมิ่ BaFeng (EX-LE 10), NeiTing (ST 44)
และ TaiChong (LV 3)
- ถามอี าการขอตอ บรเิ วณสนั หลงั อกั เสบ ใหใชจ ดุ เหลานสี้ ลับกนั คอื DaZhui (GV 14),
ShenZhu (GV 12) และ YaoYangGuan (GV 3) และ จุด HuaTuoJiaJi (EX-B 2) ของบริเวณขอสันหลงั ที่
ปวด
การฝง เข็ม แตละครงั้ เลือกใชเพยี ง 6 - 10 จุดสลบั กนั หรอื แลว แตค วามทนไดของผปู วย
การขจดั ลมและลดความรอน ใชเ ข็มปก คอ นขา งตื้นและกระตนุ ระบาย แตถ า เปนความเย็นและ
ความชน้ื ควรใชการฝงเข็มรวมกับการรมยาหรอื เขม็ อุน
การกระตุน เข็ม: ใชก ารกระตุนเบา ๆ หรือ ระบาย แลว แตพยาธสิ ภาพ อาจใชเ ข็มอนุ หรือ รมยา
โดยเฉพาะท่ี GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6) และ ShenQue (CV 8) อาจใชรมยา 20-30 นาที โดยการ
คัน่ ขงิ 7 - 9 cone
2. โรคขอ อกั เสบรมู าตอยดอ กั เสบ ชนดิ ลมชน้ื รอน ( Wind-damp-heat Bi)
หลกั การรักษา: ขจดั ความรอ น ความช้นื และลม ทะลวงเสน ลมปราณท่ีอดุ ตัน
จุดหลกั : DaZhui (GV 14), ShenZhu (GV 12), QuChi (LI 11) โดยทัง้ 3 จดุ ใชการกระตนุ เขม็
ปานกลางและไมตอ งคอเขม็
จุดเสรมิ : เพิม่ จุดตามอาการทเ่ี กิดกบั ขอ ตาง ๆ โดยใชหลกั การเชนเดียวกบั ขอ 1
ขอ ท่ีอักเสบ บวม แดง อาจคาเขม็ รอบ ๆ ขอ 10-15 นาที ถอนเขม็ แบบระบาย คอื หมนุ รเู ปดท่ี
ผวิ หนงั ใหใหญข ้นึ ใหเ ลอื ดออก และจดุ ท่ไี กลจากขอ ทอี่ ักเสบบนเสน ลมปราณเดียว กนั โดยคาเข็ม 10-15
นาที กระตนุ แบบระบาย
ความไมส มดุลของเหยียนช่ีและเจิง้ ช่ี อาจทาํ ใหมเี หงื่อออกมาก ใหเ พ่ิมการบาํ รุงโดยใชจ ุด HeGu (LI
4), และระบายทจ่ี ดุ FuLiu ( KI 7) ในรายทมี่ ีอาการหงดุ หงิดมาก เนอ่ื งจากความรอ นของหัวใจ ใหเ พม่ิ จดุ
ShenMen (HT 4)
3. ขออกั เสบรูมาตอยด ชนิด ทมี่ ไี ตและตบั พรอ งมาก รวมกบั เสยี ชี่อื่น ๆ
หลกั การรกั ษา: เสริมช่ี ขบั ไลเสยี ช่ี บาํ รงุ เลอื ด
จุดหลัก: GanShu (BL 18), ShenShu (BL 23) และ ZuSanLi (ST 36) กระตนุ เขม็ โดยไมต องคา
เขม็ ไว
Page 110
จดุ เฉพาะท่ตี า ง ๆ ใชห ลกั การเดียวกบั ขอ 1 และปลอยเลือดขอ ทีอ่ ักเสบ บวม ถามเี หงอ่ื ออก
กลางคนื และไขใหเ พม่ิ YinXi (HT 6) และ DaZhui (GV 14)
จุดทเ่ี สริมช่ี ใชเ ข็มอุน หรือ รมยาทกุ วนั
การรกั ษาดวยวิธอี ่นื ๆ
- การฝงเข็มหู
บริเวณทส่ี ัมพนั ธก บั อาการ รวมกบั Adrenal gland (TG 2 P) และ Shenmen (TF 4) อาจใชเ ขม็ คา
20-30 นาที หรอื เมด็ ผักกาดกดจนรสู ึกรอน 1 - 2 นาทตี อจุด ท้งิ ไว 3 - 5 วนั
ขอพงึ ระวงั : หญิงตง้ั ครรภ 2 - 5 เดอื น ไมค วรฝง เข็ม เพราะอาจแทง ได สําหรบั การตงั้ ครรภ 5 - 9
เดอื น หลกี เลี่ยงจดุ Uterus, Ovary, Endocrine, Lumbosacral vertebrae และ abdomen
- การรมยา
การรมยาและเขม็ อนุ จะชว ยใหชห่ี มนุ เวยี นดีขึ้น ทะลวงเสน ลมปราณทตี่ ดิ ขดั บํารงุ
เลือด และแกภ าวะเลอื ดคง่ั รายท่ีโรคคอ นขา งดือ้ ตอการรกั ษา อาจทาํ การรมควันแบบกอ
ใหเ กิดแผลโดยใชโกฐจฬุ าลัมพาขนาดเมล็ดถว่ั เหลอื ง 10 - 20 cones เผาตรงทีผ่ วิ หนัง ทําทกุ วัน 3 วนั
ตดิ ตอ กัน เทากบั 1 รอบการรักษา
- การรมยาแบบนกจกิ 15 - 20 นาทีตอ จดุ ทาํ ทกุ วนั 10 วัน เทา กบั 1 รอบการรกั ษา
- การรมยาแบบคนั่ ขิงขนาดเมลด็ ถ่วั 3 - 6 คอรส ทุกวนั 10 วันเทา กบั 1 รอบการรกั ษา
Page 111
รปู ท่ี 19 แสดงจุดฝง เข็มรกั ษาโรคขอ อักเสบรูมาตอยด
Page 112
โรคเกาต
(Gouty Arthritis : 痛风)
โรคเกาต เปน โรคขออกั เสบทเี่ กิดจากผลกึ ของ Monosodium Urate Monohydrate ตกตะกอนในขอ
ซงึ่ มผี ลมาจากกรดยรู กิ ซงึ่ เปน ผลผลติ ของกระบวนการเมตาบอลิสซั่มของสารพวิ รนี (Purene
metabolism) สงู มากจนตกตะกอนเปนผลึกของยเู รทสะสมตามขอ ตอเนื้อเย่ือ รอบ ๆ ขอ และไต ทําใหพ บ
ผลึกน้ีในเมด็ เลอื ดขาวของน้ําไขขอจากการเจาะขอทีก่ ําลงั อักเสบ ถา ผูปวยไมไดร บั การรกั ษาอยางถูกตอง
คอื การรกั ษาอาการอักเสบของขอรว มกบั การลดกรดยรู กิ ในเลือด ผลกึ ของ Monosodium Urate
Monohydrate จะสะสมตามเน้ือเยื่อรอบ ๆ ขอ ทําใหเ กดิ เปน ปมุ Tophi อาจแตกออกมาเปนลกั ษณะนํ้า
ขนๆ สีขาวขุน คลา ยยาสีฟน หรอื เตาหู กรดยรู ิกอาจตกตะกอนทท่ี างเดินปสสาวะเกดิ เปน กอนนิ่วและ
ตกตะกอนทเ่ี นือ้ เยื่อของไตทําให ไตวายเรือ้ รัง ตลอดจนเกดิ ภาวะทพุ พลภาพ
ภาวะกรดยูรกิ สงู เปนผลจากปจ จยั ทางกรรมพนั ธแุ ละปจ จยั เสยี่ งอนื่ ๆ ทมี่ ีผลทาํ ใหอ าการของเกาต
เกิดรนุ แรง คือ นา้ํ หนกั ตัวทม่ี ากเกนิ ไป การบริโภคแอลกอฮอลอ ยางตอเน่ือง การใชยาขบั ปสสาวะ ฯลฯ
การรักษาโรคเกาตข องแพทยแ ผนปจจุบนั จึงประกอบไปดว ยการรักษาอาการขออกั เสบ และการลด
ระดับยรู ิกเลอื ดเพือ่ ปอ งกนั การเกดิ ภาวะไตวาย รวมทัง้ การแนะนําใหผ ูปว ยตระหนักถึงความจําเปน อยางยิ่ง
ของพฤตกิ รรมสุขภาพท่ถี ูกตอ ง เชน การมนี ํา้ หนกั ตัวทีเ่ หมาะสม การออกกาํ ลงั กายพอเหมาะ หลกี เลย่ี งปจจยั
ท่กี ระตุนการอกั เสบฉบั พลันของขอ (Acute Gouty Arthritis) โดยการดมื่ น้าํ ใหพ อเพยี ง หลกี เลี่ยงอาหารท่ี
มพี ิวรีนสงู หลกี เลี่ยงการบาดเจ็บ ฯลฯ
สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค
ตามทฤษฎกี ารแพทยแผนจีน ในระยะแรกเจิง้ ชยี่ งั ไมถูกรบกวน ภาวะหยางเกนิ และระยะทา ยตับ
และไตพรอ งทําใหสารจําเปน (Essence) และเลอื ดพรองสง ผลใหการหลอ เล้ียงเอ็น กระดกู ไมเ พียงพอ
และเสน ลมปราณตดิ ขดั เกิดเปน ความช้นื (damp-turbidity) ภายในรา งกาย นอกจากนี้สาเหตจุ ากมา ม
พรอ งทําใหแ ลกเปลย่ี นและลาํ เลยี งอาหารไดไมดีทาํ ใหเกิดการตกคางเปน เสมหะภายในรา งกาย
การกระทบของเสียช่ี คอื ลม เยน็ ความชนื้ หรือความรอน การดืม่ แอลกอฮอล การรับประทานอาหาร
ท่ไี มถูกตอง การบาดเจบ็ ตอ ขอตา งๆ จะกระตนุ ใหเสมหะสลายเขาสขู อกระดกู และสวนตา งๆในรา งกาย
เกดิ การอดุ ตนั เสน ลมปราณ ชแ่ี ละการไหลเวียนเลือดตดิ ขดั เกดิ อาการอักเสบอยา งมาก อาจแบงสาเหตุ
เปน ลม-ชืน้ , เยน็ -ชนื้ , ช้ืน-รอน เสยี ชร่ี ุกรานรา งกายเปน ระยะเวลานานจะกอ ใหเ กิดเปน ความรอนรวมดวย
จึงแบงสาเหตอุ อกไดเปน
bi จาก ลม-ชน้ื -รอน เกดิ ภาวะอดุ ตนั ของเสน ลมปราณ และ
Page 113
bi จากช้นื รอ น เลอื ดคงั่ ชีต่ ิดขัดเปน ระยะเวลานานกอใหเ กดิ ขอ อกั เสบ ขอ ผิดรูป ปุมงอกและทําลาย
Zang-fu เกิดอนั ตรายถึงแกชีวิตได คือ มีการลกุ ลามจาก Acute Gouty Arthritis เปน Chronic Gouty
Arthritis
การรกั ษา แบงตามระยะตา งๆ
ระยะขออักเสบเฉียบพลนั จาก “ลม-ชนื้ -รอ น” (wind-damp-heat) หรอื bi จาก “ลม-ชื้น-รอน” ตอง
ขจดั ความรอน ทะลวงเสนลมปราณ
ระยะขอ อกั เสบเร้ือรงั มักเปน bi จาก “ลม-เยน็ -ชืน้ ” (wind-cold-damp) เสมหะอดุ ตนั ตบั และไต
พรอง ศาสตรแ พทยแผนจนี มักใชก ารฝงเขม็ รว มกบั สมุนไพรจนี โดยมงุ รกั ษาอาการขณะอักเสบและรักษา
ตน เหตุตาง ๆ ไลล ม ขจัดชน้ื ขบั ไลความรอ นความเย็น สลายลา งเสมหะ สลายเลอื ดคง่ั ทะลทุ ะลวงเสน
ลมปราณที่ติดขดั กระตุนชี่ใหเดนิ สะดวก บาํ รงุ ตบั ไต และมาม
1) Bi จาก ลม-ชน้ื -รอ น
อาการอกั เสบเฉยี บพลนั มกั เกดิ เวลากลางคืน มไี ขรว ม กระหายนา้ํ แนน หนาอก
ปวดหวั เหงือ่ ออก ปส สาวะเขม ทอ งผูก ลน้ิ มีฝา เหลืองหนา ชพี จรลนื่ และเรว็
2) Bi จาก ลม-เยน็ -ช้ืน
ขอบวม อกั เสบ เคลื่อนไหวขอลาํ บาก มกี อ น Tophi ล้นิ มฝี า ขาว ชีพจรเล็ก-ตงึ
ถา เสยี ชเ่ี ปน ลมมาก ตาํ แหนงขอ ทอี่ กั เสบจะเปลย่ี น ถาเสยี ช่เี ปน ความเย็นมาก จะปวด
อกั เสบมากและเปนเฉพาะบางที่ ถา ความชน้ื มาก ขอ จะหนกั ไมเปลยี่ นตาํ แหนง รวมกับอาการชารว มดวย
3) Bi จากเสมหะอดุ ตัน
เปน ระยะขอ อักเสบเรอื้ รัง ขอผิดรูป มกี อน Tophi มากจนทะลอุ อกมา ผวิ หนงั เปลยี่ นสี ลนิ้ ซดี และ
ใหญห รือเปน สมี ว งคล้ํา ฝา ขาวบางหรือหนา ชพี จรตึง หรอื ลึก และหยาบ มตี ํารบั ยาสมนุ ไพรจีนตาง ๆ
หลายตํารบั สําหรับ Bi แตละชนดิ
การรกั ษาดวยการฝงเข็มและรมยา
หลกั การรกั ษา: ทะลวงเสนลมปราณทตี่ ิดขัด และเพ่ือคลายความเจบ็ ปวด
Bi ชนิด ลม-เย็น-ช้ืน ใชฝง เข็ม รว มกับการรมยา
Bi ชนิด ลม-ชื้น-รอ น ฝงเข็มโดยไมร มยา
Bi ระยะเรอ้ื รังมาก ๆ ขาดเจ้ิงชี่ รกั ษาโดยรมยา
Bi ระยะอกั เสบฉบั พลัน กระตุนเขม็ แบบระบาย
Bi ระยะยังไมอ กั เสบ กระตุน เข็มแบบบํารงุ
จุดหลกั : โดยเลือกจดุ ฝง เขม็ ท่ีสมั พันธก บั ขอ ทอ่ี ักเสบ
Page 114
- Metatarsophalangeal: TaiChong (LV 3), TaiBai (SP 3), SanYinJiao (SP 6), BaFeng (EX-LE
10), NeiTing (ST 44), Ashi points
- ขอนิ้วเทา: TaiBai (SP 3), DaDu (SP 2), TaiChong (LV 3), SanYinJiao (SP 6)
- ขอเทา : ZhongFeng (LV 4), KunLun (BL 60), JieXi (ST 41), QiuXu (GB 40), WeiZhong (BL
40), JueGu (GB 39), TaiXi (KI 3), Ashi points
- ขอ เขา: XiYan (EX-LE 5), NeiXiYan (EX-LE 4), YangLingQuan (GB 34), QuQuan (LV 8),
LiangQiu (ST 34), WeiZhong (BL 40), XiYangGuan (GB 33), ZuSanLi (ST 36)
- ขอ มือ: YangChi (SJ 4), WeiGuan (SJ 5), HeGu (LI 4), TaiChong (LV 3), YangXi (LI 5),
Ashi points
- ขอนิ้วมือ และ metacarpophalangeal joint: SanJian (LI 3), BaXie (EX-UE 9), SiFeng (EX-UE
10), Ashi points
- ขอศอก: HeGu (LI 4), ShouSanLi (LI 10), QuChi (LI 11), ChiZe (LU 5)
- ขอหวั ไหล: JianYu (LI 15), JianZhen (SI 9), JianJing (GB 21) และ Ashi points
จุดเสรมิ :
- ถา รอน ช้นื มาก เพ่ิม QiuXu (GB 40), DaDu(SP 2), TaiBai (SP 3)
- ถา เลอื ดคั่ง เพิ่ม XueHai (SP 10), GeShu (BL 17)
- ถา เสมหะอุดตนั มาก เพิม่ FengLong (ST 40), PiShu (BL 20)
- ถา ตบั ไตพรอ ง เพมิ่ TaiXi (KI 3) และ SanYinJiao (SP 6)
- ถามี ลม รอ นและชนื้ ระบายจดุ DaZhui (GV 14), ShenZhu (GV 12), QuChi (LI 11)
- ในรายทม่ี เี สมหะอดุ ตนั เพม่ิ GeShu (BL 17), XueHai (SP 10), PiShu(BL 20), NeiGuan (PC 6),
PangGuangShu(BL 28)
การกระตนุ เขม็ : DaZhui (GV 14), ShenZhu (GV 12), QuChi (LI 11) และ back-shu points ใช
การกระตุน เข็มอยา งแรง และไมตอ งคาเข็ม บรเิ วณขอ ทอ่ี กั เสบอาจใชก ารปลอยเลือดรว มดวย
การฝงเขม็ หู
ใหเ ลือกจุดบรเิ วณเหลา น้ี ไดแ ก จุดฝงเขม็ ท่มี คี วามสัมพันธกบั ขอ ท่อี กั เสบ, ShenMen, Liver,
Kidney, Sympathetic
โดยแตล ะคร้งั ใหเ ลือก 3 - 5 จดุ ใชเ ข็มยาว 0.5 นว้ิ คาเข็มไว 30 นาที และฝงเขม็ ทกุ 2 วัน จนครบ
10 ครัง้ ถือเปน 1 รอบการรักษา
Page 115
รูปท่ี 20 แสดงจดุ ฝงเขม็ รักษาโรคเกาต
ปวดบริเวณล้ินป
( Epigastric Pain : 胃脘痛)
คนทว่ั ไป มกั เขาใจวาอาการปวดทอ งบริเวณใตล น้ิ ป โดยเฉพาะทม่ี ปี วดเรอ้ื รงั มานานวา เปน โรค
กระเพาะอาหาร แทจรงิ แลว อาการปวดทอ งอาจเกดิ จากโรคอ่นื ๆ ภายในชองทองอกี มากมาย เชน โรค
ระบบทางเดนิ น้ําดี โรคตบั ออน เปนตน โรคกระเพาะอาหารเปน กลุมโรคที่พบบอ ย ทส่ี าํ คัญ ไดแ ก โรคแผล
ในกระเพาะอาหาร และ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ
Page 116
1. โรคแผลกระเพาะอาหาร
อาการสาํ คัญ
- ปวดหรือจกุ แนน ทอ งบรเิ วณใตล น้ิ ป หรือ หนาทองชว งบน เปน อาการทพี่ บบอ ยท่สี ดุ มกั เปนเวลา
ทองวา ง หรอื เวลาหวิ อาการจงึ เปนเฉพาะบางชว งเวลาของวัน
- อาการปวดแนนทอง มกั จะบรรเทาไดด ว ยอาหารหรอื ยาลดกรด
- อาการปวด มักจะเปน ๆ หาย ๆ โดยมชี ว งเวน ทป่ี ลอดอาการคอนขา งนาน เชน ปวดอยู 1-2 สปั ดาห
แลว หายไปหลายเดอื นจงึ กลบั มาปวดอกี
- ปวดแนนทองกลางดกึ หลงั จากทห่ี ลบั ไปแลว
- แมจะมอี าการเรื้อรังเปนป สขุ ภาพโดยทัว่ ไปจะไมทรุดโทรม
- โรคแผลกระเพาะอาหารจะไมกลายเปน มะเรง็ แมจะเปน ๆ หาย ๆ อยูน านกี่ปก็ตาม นอกจากจะ
เปนแผลชนิดท่ีเกดิ จากโรคมะเร็งของกระเพาะอาหารตง้ั แตแรกเร่มิ โดยตรง
ภาวะแทรกซอ น
1) เลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร พบไดบ อยทสี่ ุด ผูปวยจะมีอาเจียนเปน เลือด ถายดําเหลว
หรือหนามืด วงิ เวยี น เปนลม
2) กระเพาะอาหารทะลุ ผปู วยจะมีอาการปวดทองชว งบนเฉยี บพลันรนุ แรง หนาทองแข็งตงึ กดเจบ็
มาก
3) กระเพาะอาหารอุดตัน ผปู วยจะกนิ ไดน อย อ่มิ เร็ว มอี าเจยี นหลังอาหารเกือบทกุ มือ้ เบื่ออาหาร
นํา้ หนกั ลดลง
หลักการปฏิบตั ติ ัว
พงึ ระลกึ ไวเสมอวา โรคแผลกระเพาะอาหารเปนโรคเรื้อรงั เปน ๆ หาย ๆ มกั ไมหายขาดตลอดชีวติ
ผูปว ยจาํ เปนตอ งไดร บั ยารักษาตดิ ตอ กันเปนเวลานาน หลังไดรบั ยา อาการปวดจะหายไปกอ น ใน 3-7 วัน
แตแ ผลจะยังไมห าย สวนใหญใ ชเ วลาถึง 4 - 8 สัปดาห แผลจึงหาย เมอ่ื หายแลว จะกลับมาเปนใหมไ ดอกี
ถาไมร ะวงั ปฏบิ ัตติ ัวใหถ ูกตอ ง ไดแ ก
- กินอาหารออน ยอยงา ย
- กินอาหารตรงตามเวลาทกุ มอ้ื
- กนิ อาหารจํานวนนอย ๆ แตก นิ ใหบอยม้ือ ไมควรกินจนอม่ิ มากในแตล ะมอ้ื
- หลีกเลย่ี งอาหารเผด็ จดั เปร้ยี วจดั สรุ า
- งดสูบบหุ รี่
- งดการใชยาแกป วด แอสไพริน และยาแกโรคกระดกู และขออักเสบทุกชนดิ
- ผอนคลายความเครยี ด กงั วล พกั ผอนใหเพยี งพอ
- กินยาลดกรด หรอื ยารักษาแผลกระเพาะอาหารติดตอกนั อยา งนอ ย 4 - 8 สปั ดาห
Page 117
- ถา มีอาการของภาวะแทรกซอ น ตอ งรบี ไปพบแพทย
2. โรคกระเพาะอาหารอกั เสบ
เปน การอกั เสบของเยื่อบดุ า นในกระเพาะอาหาร เพยี งบางสว นหรอื บางบริเวณเทาน้นั แบง เปน
1) โรคกระเพาะอาหารอกั เสบชนดิ เฉยี บพลนั หมายถึง โรคท่เี ปน ในระยะสนั้ ๆ ไมเกนิ 1 - 2 สัปดาหก็
หาย อาการสําคญั คอื จะปวดทอ งหรอื จุกแนน บรเิ วณใตล ้ินป มกั เปนเวลากินอาหาร หรือหลงั อาหาร
เล็กนอย คล่นื ไส อาเจยี น ในรายทร่ี ุนแรง จะมอี าเจียนเปน เลอื ดหรือถายอจุ จาระสดี ําได ซง่ึ เปน
ภาวะแทรกซอ นทีอ่ นั ตราย สาเหตุทพี่ บบอย คอื จากอาหารเปนพษิ พิษสรุ า และจากยาทมี่ ฤี ทธริ์ ะคายเยือ่
บุกระเพาะอาหาร เชน ยาแอสไพรนิ และยาแกโรคกระดกู และขอ อักเสบ
2) โรคกระเพาะอาหารอกั เสบเร้ือรงั หมายถงึ โรคทเ่ี ปน นานเปน เดอื นหรอื เปน ป ผูป ว ยมกั มอี าการไม
มากหรือแทบไมม ีอาการอะไรเลย นอกจากแนนทอ งเปน ๆ หาย ๆ เทา น้ัน หลักการปฏิบัติตวั เหมือนผปู วย
แผลกระเพาะอาหาร
การแพทยแ ผนจีน เรยี กอาการน้ีวา WeiTong (胃痛) หรือ WeiWanTong (胃脘痛) Wei หรอื
WeiWan หมายถึง กระเพาะอาหาร หรือบริเวณกระเพาะอาหาร Tong หมายถึง ปวด รวมแลวหมายถงึ
ปวดกระเพาะอาหาร หรอื ปวดบรเิ วณลิ้นป อาการดงั กลาวพบไดใ นโรคระบบทางเดินอาหารของการแพทย
ตะวนั ตก เชน acute and chronic gastritic, gastric and duodenal ulcer เปนตน
สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค
สว นใหญเกิดจากการรบั ประทานอาหารไมถกู หลกั โภชนาการ การเปล่ยี นแปลงทางอารมณ มีความ
พรองในการทํางานของตับ ซง่ึ เกย่ี วขอ งกับการยอยและการลาํ เลียงอาหาร การทาํ งานของมามและ
กระเพาะอาหารขาดความสมดุล
การวินิจฉัยแยกกลุมโรค
1. ชีต่ บั ขมกระเพาะอาหาร (ตับและกระเพาะอาหารทาํ งานไมส ัมพันธกัน)
อาการ: มีอาการปวดแนน บรเิ วณลนิ้ ป รา วไปชายโครงทั้งสองขาง เรอเปรยี้ ว แสบรอนทรวงอก
คลืน่ ไสแ ละอาเจียน อาการจะเปนมากขนึ้ เม่ือมกี ารเปลย่ี นแปลงทางอารมณ
ลิน้ : ฝา เหลอื ง บาง ; ชพี จร: ชีพจรตงึ (XianMai)
2. กระเพาะอาหารรอ นจากอาหารตกคา ง
อาการ: มีอาการปวดแสบรอนทก่ี ระเพาะอาหาร แหง และขมในปาก มกี ลนิ่ ปาก ปสสาวะสเี หลือง
อุจจาระแหงแข็งและถายไมห มด
ลน้ิ : ล้ินแดง ฝา เหลือง ; ชีพจร: ชพี จรเร็ว (ShuMai)
3. เลอื ดค่ังช่ตี ดิ ขดั
Page 118
อาการ: ปวดบรเิ วณลน้ิ ปเหมอื นถกู เข็มท่มิ อาการเปน มากขึน้ หลังรับประทานอาหาร อาจมอี าการ
อาเจยี นเปน เลอื ด ถายเปน เลือด
ลิน้ : ลิ้นสคี ลํา้ มว ง อาจมีจ้าํ เลอื ด ; ชพี จร: ชพี จรฝด (SeMai)
4. มามและกระเพาะอาหารเย็นพรอ ง
อาการ: ปวดแนน ๆ ตอ้ื ๆ บริเวณลน้ิ ป ชอบการกดและความอุน ทองวางจะปวดมากขน้ึ ได
รับประทานอาหารจะสบายข้นึ เมอ่ื ทาํ งานหนกั รับประทานอาหารทเ่ี ย็น หรอื นาํ้ แขง็ อาการจะรุนแรงมาก
ขึน้
ลิ้น: ล้ินซีด ฝาขาว ; ชพี จร: ชพี จรเล็ก-จมออ น (Xi-RouMai)
5. ความเยน็ เขา รุกรานกระเพาะอาหาร
อาการ: ปวดทอ งมากเม่อื ไดร บั ความเย็นรุกรานจากภายนอก ไมช อบอาหารเยน็ ชอบอาหารอนุ
ล้ิน: ฝาขาว บาง ; ชีพจร: ชีพจรตึง หรอื ตงึ แนน (XianMai or JinMai)
6. อนิ กระเพาะอาหารพรอ ง
อาการ: ปวดแสบรอนบรเิ วณลนิ้ ป หิวแตไมอยากรบั ประทาน ปากคอแหง ทองผกู
ลิ้น: ลิน้ แดงแหง ไมมีฝา ; ชีพจร: ชพี จรเลก็ หรอื ชีพจรเร็ว หรือชีพจรตึง (XiMai or ShuMai or
XianMai)
การรกั ษา
1. การฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ
จุดหลกั : ZhongWan (CV 12), NeiGuan (PC 6), ZuSanLi (ST 36), PiShu (BL 20), WeiShu (BL
21) และ GongSun (SP 4)
จุดเสรมิ :
- ตับและกระเพาะอาหารทํางานไมสอดคลอ ง: TaiChong (LR 3), QiMen (LR 14)
- ความรอ นค่ังในกระเพาะอาหารและลาํ ไส: NeiTing (ST 44), QianGu (SI 2)
- ชีต่ ิดขดั และเลอื ดคัง่ : GeShu (BL17), Hegu (LU 4)
- มา มและกระเพาะอาหารเย็นพรอง: ZhangMen (LR 13), QiHai (CV 6)
- มอี าการปวดทอ งมาก: LiangQiu (ST 34)
- มีอาการทองผูกหรือถายเหลว: TianShu (ST 25), XiaJuXu (ST 39)
- มีอาเจยี นเปน เลอื ดหรือถา ยเปนเลือด: XueHai (SP 10), GeShu (BL 17)
- อนิ กระเพาะพรอ ง: GongSun (SP 4), WeiShu (BL 21)
Page 119
- ความรอนรุกรานกระเพาะ: ShenQue (CV 8), LiangQiu (ST 34)
- รบั ประทานอาหารมาก อาหารตกคาง: LiangMen (ST 21), JianLi (CV 11)
- ชีต่ ับรุกรานกระเพาะอาหาร: TaiChong(LR 3), QiMen (EX-CA5)
- รอนชนื้ สะสมในจงเจยี ว: FengLong (ST 40), NeiTing (ST 44), LiDui (ST 45).
2. การฝงเข็มหู
เลอื กจุด: Stomach, Duodenum, Spleen, Liver, Sympathetic และ Shenmen
วธิ กี าร: เลือกใช 2 - 3 จุด กระตนุ ความแรงปานกลาง คาเขม็ 20 นาที หรือใชเมลด็ หวงั ปหู ลวิ สงิ
ติดตามจดุ กอ นนอนใหกระตุน 2 - 3 นาที
Page 120
รูปที่ 21 แสดงจดุ ฝงเข็มรักษาโรคปวดบริเวณลิ้นป
ทอ งอืดแนน
( Abdominal Distention : 腹胀)
อาการทองอดื แนน พบไดบอ ยในเวชปฏิบตั ทิ ่ัวไป อาการอืดแนนมกั เกดิ ขึ้นทง้ั ชวงบนและลางของ
ชองทอ ง โดยกระเพาะอาหารอยูชว งบนของชองทอ ง สวนลาํ ไสเล็กและลําไสใหญอยูส วนลา ง ตางทาํ งาน
รวมกนั อยางสมบูรณใ นการสะสม ยอ ย และการดูดซึมเขา สูรางกายของอาหารทร่ี ับประทานเขาไปรวมท้ัง
การกําจดั กากของเสยี ออกจากรางกาย เมื่อใดกต็ ามทีก่ ระเพาะอาหารและลาํ ไสไมส ามารถทํางานไดด ี
ดงั เดิม อาการทองอืดแนน ปวดทอง เรอ อาเจียน ฯลฯ กจ็ ะเกดิ ขน้ึ ในบทตอไปนจ้ี ะกลาวถึงอาการทอ งอืด
แนนท่มี ีสาเหตจุ ากความผิดปกติของกระเพาะอาหารและลําไสเทานน้ั ผทู ม่ี ีอาการทอ งอดื จะรสู กึ ปวดทอง
สว นบน ทาํ ใหแ นน ทอง มลี มในทอง ตองเรอบอยๆ บางคนอาจมอี าการคลน่ื ไส อาเจยี น อม่ิ เรว็ หรอื อาจมี
อาการแนน ทอ ง แมกนิ อาหารเพยี งเลก็ นอ ย และแสบบรเิ วณหนาอก
สาเหตุ
เกดิ จากหลายสาเหตุ เชน
1. โรคในระบบทางเดินอาหารเอง ไดแ ก โรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ มะเรง็
กระเพาะอาหาร พยาธใิ นทางเดนิ อาหาร อาการแสบบรเิ วณหนาอก ซ่งึ อาจจะเปนอาการของโรคกรดไหล
ยอนได
2. โรคที่เกิดจากสิง่ ภายนอก ไดแ ก
• ยาตา ง ๆ ทีใ่ ช ยาหลายชนิดจะทาํ ใหเ ย่ือบุกระเพาะอาหารอกั เสบ ไดแ ก ยาแกป วดขอทง้ั หลาย
• ยาบางชนดิ จะทาํ ใหก ระเพาะและลาํ ไสบ บี ตัวนอ ยลง เชน ยานอนหลับ ยากลอ มประสาท ยา
ปฏชิ วี นะบางอยา ง
Page 121
• เคร่อื งดม่ื ทม่ี ีแอลกอฮอลเ ปน สว นผสม เชน สุรา เบยี ร หรอื น้ําชา กาแฟ จะทาํ ใหก ระเพาะอาหาร
อักเสบ รวมทงั้ การระคายเคอื งจากบหุ ร่ี
• อาหารท่ียอยยาก รวมทง้ั อาหารทมี่ ีกากมาก อาหารรสจัด อาหารหมกั ดอง
3. โรคของทางเดนิ นํ้าดี เชน นว่ิ ในถงุ นา้ํ ดี
4. โรคของตับออน
5. โรคทางรางกายอยา งอื่น ๆ เชน เบาหวาน โรคตอมไทรอยด
6. พฤติกรรมในการรับประทานอาหาร ก็มีสวนเกย่ี วของกบั อาการทอ งอดื โดยเฉพาะอาหารรสจดั
จะทาํ ใหเ ยอ่ื บกุ ระเพาะอาหารอกั เสบ การรับประทานดวยความรีบรอน เค้ียวไมละเอียด หรอื รบั ประทาน
คร้ังละมาก ๆ รวมทงั้ รับประทานอาหารท่ียอ ยยาก อาหารมนั
สาํ หรับผูท ่ีชอบรบั ประทานผัก แมจ ะมเี สนใยมาก ถารบั ประทานมากไปอาจจะทําใหเกดิ อาการ
ทองอืดขนึ้ ได เนือ่ งจากรา งกายเราไมม นี า้ํ ยอยเสน ใยเหลานี้ ตองอาศัยแบคทเี รียทอี่ ยูใ นลําไสใหญเ ปน ตัว
ชว ยยอ ยสลาย อยางไรก็ตามอาหารประเภทผกั ก็มปี ระโยชน เพราะทาํ ใหการขบั ถายสะดวก
เชนเดยี วกับอาหารประเภทนมนน้ั ในคนแถบเอเชยี จะไมมนี าํ้ ยอยท่ยี อยนม หรอื ถา มีกม็ ปี รมิ าณ
นอย เม่ือรบั ประทานนมเขา ไปมาก อาจทําใหเ กดิ อาการทอ งอดื หรอื ทอ งเสยี ควรงดหรือคอ ย ๆ ด่ืมนมทลี ะ
นอ ย เพอ่ื ใหรา งกายปรบั ตัวจนดมื่ นมไดใ นปรมิ าณท่ตี องการ แตห ากดื่มนมเปรีย้ ว จะไมมีอาการ เน่อื งจาก
ในนมเปรยี้ วจะมีการยอยนมไปเปน บางสว นแลว
ปญ หาทพี่ บบอ ยในคนที่ทองอืด คือ โรคกระเพาะ อาจเปน แผลในกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะ
อาหารอกั เสบ หรืออาจเปนโรคของทางเดนิ น้าํ ดี เชน น่ิวในถงุ นํา้ ดี หรือจากอาหารท่ีเรารับประทานเขา
ไป แตถาเปนบอ ย โดยเฉพาะผสู ูงอายุ มกั จะเปน สัญญาณเตือนถึงอาการนาํ อยา งหนง่ึ ของมะเรง็ ในชอ ง
ทอง รวมดว ยอาการอนื่ ๆ เชน เบ่ืออาหาร คลน่ื ไส อาเจยี น น้าํ หนักลด ซีด ควรมาพบแพทยเ พื่อตรวจหา
สาเหตทุ ่แี นช ดั
การรกั ษาเบ้อื งตน
อาจใชยาสามญั ประจําบาน ไดแก ยาขับลม หรือ ยาธาตุนา้ํ แดงกอ น และปรบั อาหารโดย
รบั ประทานอาหารออน ยอ ยงา ยแตพ อควร หากไมดขี ้นึ ควรไปพบแพทย สวนการรบั ประ ทานยาชว ย
ยอย อาจชว ยลดอาการทอ งอดื ไดบาง หากอาการไมทเุ ลาลงควรไปพบแพทยเ พ่อื ตรวจหาสาเหตุทแี่ ทจ ริง
ของอาการทอ งอืด
ผทู ี่มอี าการดังตอไปน้ี ควรไปพบแพทยเ พื่อทาํ การตรวจคน หาสาเหตุท่ีแทจ ริง และทําการรกั ษา
1. ผูสูงอายุ เชน อายุเกนิ 40 ป เรม่ิ มอี าการทองอืดทองเฟอ เกิดขนึ้ ในชว งเวลาสนั้ ๆ เนอ่ื งจาก พบวา
มะเร็งของกระเพาะอาหาร หรอื ตับมักจะพบในคนอายุเกินกวา 40 ป
2. ในคนท่ีมีอาการทอ งอืดรว มกบั มีนํา้ หนักลด
3. มอี าการซดี ถายอจุ จาระดํา
Page 122
4. มอี าเจยี นตดิ ตอ กัน หรือกลนื อาหารไมไ ด
5. ตัวเหลือง ตาเหลอื ง หรือมีกอ นในทอง
6. ปวดทองมาก
7. ทอ งอืดแนน ทอ งมาก
8. การขบั ถา ยอจุ จาระเปล่ียนแปลงไปจากท่เี คยเปน เชน อาการทอ งผกู มากขน้ึ จนตอ งกินยาระบาย
หรืออาการทอ งผกู สลับทองเดนิ เปน ตน
การรกั ษา
หากพบในผูปว ยอายนุ อย ไมม ีขอ บง ช้ีวา เปน โรคทีอ่ นั ตราย แพทยอาจใหก ารรักษาดวยยาและ
แนะนาํ วิธีปฏิบัติตัว ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมในการกนิ และนัดมาพบเพ่ือดอู าการ ถา ไมดีข้นึ แพทยอ าจ
ดาํ เนินการสืบคนหาสาเหตุ ท่ีแทจ รงิ ตอ ไป
หากพบในผูสูงอายุ ควรแนะนาํ ใหไปพบแพทย เพราะอาการทองอดื เปนอาการนําอันหนึ่งของมะเรง็
ในชอ งทอ ง โดยเฉพาะผสู งู อายทุ ่ีไมเคยมอี าการมากอน เพิ่มจะมอี าการทอ งอดื ในชวงเวลาสนั้ ๆ รวมถึงมี
อาการอยางอ่ืนรวมดวย เชน เม่อื อาหารคล่ืนไส อาเจียน น้ําหนกั ลด ซดี ควรจะพบแพทยโ ดยเรว็ เพราะ
อาจจะเปน อาการนําของมะเรง็ กระเพาะอาหารได
หากอาการไมดขี ึน้ แพทยอาจจะดําเนนิ การ สืบคน หาสาเหตุตา ง ๆ ในกรณที ก่ี ลาวขางตน และรักษา
ไปตามสาเหตุ
ขอแนะนํา และการปฏิบตั ติ ัวในผทู ี่มอี าการทองอดื และการปอ งกนั
ควรงดดม่ื สุรา หรอื เคร่ืองดม่ี แอลกอฮอลล อาหารรสจัด อาหารหมกั ดอง บหุ รี่ น้ําชา กาแฟ ผูทดี่ ม่ื
นมแลว มอี าการทองอดื หรือทอ งเสยี อาจจะขาดนาํ้ ยอย ใชย อ ยนม ตอ งเปล่ียนแปลงวธิ กี ารรบั ประทาน
และการดาํ เนนิ ชีวิตประจําวนั ควรรับประทานอาหารประเภทผกั ทมี่ เี สนใยมาก ๆ ไมควรรบั ประทานมาก
เกินไป อาจจะทําใหเ กดิ อาการทองอืดเกดิ ขนึ้ ได เพราะเสนใยอาหาร หรอื กากใยอาหาร รา งกายเรายอย
ไมไ ด ตอ งอาศยั แบคทเี รียทีอ่ ยใู นลาํ ไสใ หญเ ปน ตวั ชว ยยอ ยสลาย แตอ ยา งไรกต็ าม อาหารประเภทผกั ก็มี
ประโยชน เพราะทาํ ใหก ารขับถา ยสะดวก สําหรบั ผทู เ่ี ปน โรคกระเพาะอาหาร ไมควรรบั ประทานอาหารครงั้
ละมาก ๆ แตควรมีอาหารวางระหวางมื้อ รบั ประทานอาหารชา ๆ เคย้ี วใหล ะเอยี ดไมค วรรีบรอ น
สาเหตุ
ศาสตรก ารแพทยจ นี แบงสาเหตุดงั นี้
1) การรบั ประทานอาการที่ไมต รงเวลา หรือทานอาหารปริมาณมากเกนิ ไป จะทําใหหนาทีข่ อง
กระเพาะอาหารและลาํ ไสเ สียไป การยอยและการดูดซึมไมส มบรู ณเ กดิ อาหารตกคา ง ขัดขวางการ
ไหลเวยี นของชี่ หรอื แปรเปลย่ี นเปน ความรอน ซง่ึ จะเขาสกู ระเพาะอาหารและลําไส กอ ใหเ กดิ อาการทองอดื
แนน
Page 123
2) กระเพาะอาหารและมามทอ่ี อนแอ หรอื ภาวะเจบ็ ปวยเรอื้ รงั ทําใหก ารทําหนาที่ของ
กระเพาะอาหารและมามในการลําเลยี งและดดู ซึมเสยี ไป การไหลเวียนของช่กี ระเพาะอาหารและมามไมด ี
ดงั เดมิ จงึ เกดิ อาการทอ งอืดแนน
การวินจิ ฉัยแยกกลุมโรค
1) ภาวะแกรง
อาการ: ทองอดื แนนอดึ อดั กดนวดแลวอาการเปน มากขนึ้ ปวดทอ ง เรอ หายใจมีกลน่ิ
เหม็น ปสสาวะสีเขม ทอ งผกู บางครั้งมไี ขรวมดว ย อาเจยี น
ลน้ิ มีฝา เหลืองหนา ; ชีพจร ล่ืน-เรว็ (Hua-ShuMai)
วเิ คราะหอาการ : อาหารท่ไี มย อยตกคางในกระเพาะอาหารทาํ ใหเ กดิ การอดื แนน ในทอ ง หายใจมี
กลน่ิ เหม็น เรอ และอาจอาเจียนได หากมีอาหารทไ่ี มยอ ยตกคา งในลําไสจ ะเกดิ การแนน ทองปวดทอ ง
ทองผกู อาหารทีต่ กคางอยูเปน ภาวะแกรง นี่จงึ อธบิ ายไดว า การกดนวดจะทาํ ใหอาการเปน มากข้ึน ภาวะไข
ปสสาวะสีเขม ล้ินมฝี าเหลอื งหนา ชีพจรเร็วและแรงเปน การบง ชภี้ าวะมีความรอนในกระเพาะอาหาร
2) ภาวะพรอ ง
อาการ: ทอ งอดื แนน กดนวดแลว อาการดีขนึ้ มเี สยี งเคลอื่ นไหวในกระเพาะอาหาร และลาํ ไส ถา ย
เหลว เบ่ืออาหาร ออนเพลยี อิดโรย กระวนกระวาย ปสสาวะสใี ส
ลน้ิ ซีดฝาขาว ; ชพี จร แรง
วเิ คราะหอาการ : ภาวะช่ีพรอ งของมามและกระเพาะทาํ ใหการลําเลยี งและดดู ซึมอาหารผดิ ปกติไป
จงึ ทําใหเ กดิ การเบือ่ อาหาร มีเสยี งเคลือ่ นไหวในกระเพาะอาหารและลาํ ไส และถา ยเหลว อาการปวดทดี่ ีขนึ้
จากการกดนวดเปน ภาวะพรอ ง เมื่อการลาํ เลยี งและดูดซึมอาหารผดิ ปกตไิ ป การสรา งช่แี ละเลือดยอ ม
นอ ยลง จงึ เปน สาเหตขุ องความออนเพลียอิดโรยและกระวนกระวาย ล้นิ ซดี ฝาขาว ชพี จรแรงเปน อาการ
แสดงของภาวะช่ีพรอ งของมา มและกระเพาะอาหาร
การรักษา
หลักการรักษา: จุดบนเสนลมปราณเทาหยางหมิง ใชเ ปน จุดหลัก ภาวะแกรงใหใ ชการกระตนุ แบบ
ระบายเพือ่ ควบคมุ การไหลเวยี นของชใี่ นอวยั วะกลวง สว นภาวะพรองใชการกระตนุ แบบบํารงุ หรือรว มกบั
การรมยาเพอื่ กระตมุ เสริมหนา ทขี่ องกระเพาะอาหารและมา มเพอื่ การควบคุมการไหลเวยี นของช่ีและลด
อาการทอ งอดื แนน
จดุ หลัก: ZhongWan (CV 12), TianShu (ST 25), ZuSanLi (ST 36),
ShangJuXu (ST 37)
จุดเสรมิ :- ภาวะแกรง: HeGu (LI 4), QiHai (CV 6), YinLingQuan (SP 9)
Page 124
- ภาวะพรอง: GuanYuan (CV 4), TaiBai (SP 3)
อธบิ าย: ZhongWan(CV 12) จดุ มูของกระเพาะอาหาร, TianShu(ST 25)
จดุ มขู องลาํ ไสใ หญ, ZuSanLi(ST 36) จดุ เหอลางของกระเพาะอาหาร, ShangJuXu (ST 37) จุดเหอลาง
ของลําไสใ หญ ใชหลักการเลอื กจุดมูและจดุ เหอเพื่อการควบคุมการทํางานของกระเพาะอาหารและลาํ ไส
เพื่อใหช ี่ไหลเวยี นไดต ามปกติ ลดอาการอดื แนน ทอง, Hegu (LI 4) และ QiHai (CV 6) ใชค วบคมุ การเดนิ
ของช่ี สว น YinLingQuan (SP 9) ใชกําจดั ความรอนชนื้ TaiBai (SP 3) และ GuanYuan (CV 4) ชว ยเพ่ิม
ความแข็งแรงสมบรู ณของมา มและกระเพาะอาหารและชว ยในการลาํ เลยี งและดดู ซึมอาหาร
รูปที่ 22 แสดงจดุ ฝงเข็มรกั ษาอาการทองอดื แนน
ปสสาวะตกคา ง
( Urinary Retention : 尿潴留)
ภาวะปสสาวะคางในกระเพาะปส สาวะ คอื ภาวะทไ่ี มส ามารถขบั ปสสาวะออกไดห มดตามธรรมชาติ
โดยยงั มีปสสาวะคางอยใู นกระเพาะปสสาวะมากกวา 50 มิลลิลติ ร ปส สาวะลาํ บาก ปสสาวะติดขดั เปน
ชว ง ๆ ขณะปสสาวะ รสู ึกไดวา ปส สาวะไมสดุ ใชเ วลาปส สาวะนาน ปวดหนว งทอ งนอย การท่ีปสสาวะคา ง
อยใู นกระเพาะปส สาวะอาจนําไปสูภาวะกล้นั ปส สาวะไมได ปวดปส สาวะชวงกลางคืน หากเกดิ การคั่งคา ง
ของปส สาวะกะทนั หนั ถือเปน ภาวะฉุกเฉนิ จะมีอาการปวดกระเพาะปสสาวะเกดิ ขนึ้ ได กระเพาะปส สาวะท่ี
ขยายตัวเกนิ ปกตอิ าจฉกี ขาดได หากมแี รงดนั ในกระเพาะปสสาวะมากเกนิ ไป น้ําปสสาวะจะถูกดนั ยอนขน้ึ
Page 125
ไปในทอ ไต สงผลใหเ กิดภาวะไตบวมน้ําได และเกิดการอกั เสบตดิ เชอ้ื ท่ไี ต ไตวายได ในระยะยาวอาจทําให
โรคและอาการเหลาน้ีตามมา
1) นิว่ ในกระเพาะปสสาวะ
2) กลามเน้อื detrusor ฝอลบี หรอื โตผดิ ปกติ
3) ไตบวมนํา้
4) เกิดถงุ (diverticula) ทผ่ี นงั กระเพาะปส สาวะ ซ่งึ อาจเกดิ นวิ่ หรอื อักเสบติดเชื้อได
สาเหตุ
1) กระเพาะปส สาวะ
- การทํางานท่ีไมป ระสานกนั ของ detrusor sphincter
- Neurogenic bladder พบบอ ยใน pelvic splanchic nerve damage, cauda equina syndrome,
descending cortical fibers lesion, pontine micturation or storage center lesions, demyelinating
diseases or Parkinson's disease
- Iatrogenic (doctor-caused) scarring of the bladder neck (commonly from removal of
indwelling catheters or cystoscopy operations)
- Damage to the bladder
2. ตอมลกู หมาก
- ตอมลูกหมากโต
- มะเรง็ ของตอ มลูกหมากและอวยั วะในองุ เชงิ กราน
- ตอ มลูกหมากอกั เสบ
3. องคชาติและทางเดินปส สาวะ
- Congenital urethral valves
- Phimosis or pinhole meatus
- Circumcision
- Obstruction in the urethra, for example a metastasis or a precipitated pseudogout crystal
in the urine
- STD lesions (gonorrhoea causes numerous strictures, leading to a "rosary bead"
appearance, whereas chlamydia usually causes a single stricture)
4. สาเหตุอน่ื ๆ
- Paruresis (shy bladder syndrome) in extreme cases, urinary retention can result
- Consumption of some psychoactive substances, mainly stimulants, such as MDMA and
amphetamine.
Page 126
- Use of NSAIDs or drugs with anticholinergic properties.
- Stones or metastasis can theoretically appear anywhere along the urinary tract, but vary
in frequency depending on anatomy
- Paruresis คือภาวะท่ไี มส ามารถปส สาวะไดเมอื่ อยรู ว มกบั ผูอื่นหรอื อยูในทีส่ าธารณะ อาจถอื เปน
สว นหน่งึ ของภาวะปส สาวะคางได ถึงแมว า จะเกดิ จากภาวะทางดานจติ ใจก็ตาม
การวนิ จิ ฉัย
การตรวจการไหลและปริมาณของปส สาวะ จะชวยในการวนิ ิจฉยั ความผดิ ปกตไิ ด ในการตรวจดว ย
เครอ่ื งอัลตราซาวด ปรมิ าณการไหลของปสสาวะ การไหล ๆ หยดุ ๆ และปรมิ าณคงเหลอื ของปส สาวะ
หลังจากปส สาวะสุดแลว โดยปกตจิ ะมกี ารไหลของปส สาวะที่ 20 – 25 มลิ ลลิ ติ รตอวนิ าที ปริมาณคงเหลือ
ของปส สาวะหลงั จากปส สาวะสดุ แลวมากกวา 50 มลิ ลิลิตรจะบง ชวี้ าอาจมกี ารตดิ เชอ้ื ซํ้า ๆ ได สําหรับผทู ี่มี
อายุมากกวา 60 ปปริมาณคงเหลือของปสสาวะหลังจากปส สาวะสุดแลวอาจมากถึง 50 – 100 มิลลลิ ิตร
เนอื่ งจากความออ นแอของกลามเนื้อ detrusor ในภาวะปสสาวะค่ังคางเรือ้ รงั อาจตรวจพบวาขนาดความจุ
ของกระเพาะปส สาวะเพมิ่ ข้ึนมากกวาปกติ (ปกติ 400 – 600 มลิ ลลิ ติ ร)
การตรวจหา prostate-specific antigen (PSA) ชวยในการวนิ จิ ฉยั และแยกโรคมะเร็งตอมลกู หมาก
ตอ มลูกหมากโต และตอ มลกู หมากอักเสบออกไปได และการตรวจชน้ิ เน้ือของตอ มลูกหมาก (TRUS
biopsy of the prostate [trans-rectal ultra-sound guided]) สามารถแยกภาวะดังกลา วออกจากกนั ได
การตรวจ BUN/Cr ชวยบอกถงึ ความเสยี หายของไตจากแรงดนั ยอนกลบั ของปสสาวะ การตรวจทางเดนิ
ปสสาวะดว ยกลอง จะชวยใหเห็นสภาพและชนิดของการอดุ กั้นในทางเดินปสสาวะได
การรักษา
ในภาวะปสสาวะคา งชนิดฉบั พลนั การใสส ายสวนปส สาวะ หรอื ใส prostatic stent หรอื การผาตัด
วางสายระบายปสสาวะผานหนา ทอ งเปนการรกั ษาเบือ้ งตน เพอ่ื ลดแรงดนั ในกระเพาะปสสาวะ
ในระยะยาว การรักษาขนึ้ กับสาเหตทุ ่ีตรวจพบ ตอมลูกหมากโตอาจใหก ารรกั ษาดว ยยาเชน alpha
blocker and 5-alpha-reductase inhibitor หรอื การผา ตัดลดขนาดตอ มลูกหมาก (prostatectomy or
transurethral resection of the prostate [TURP]) สาํ หรับผสู งู อายุที่ยงั คงมปี ญ หาอยอู าจใชก ารสวน
ปส สาวะดวยตัวเองเปนระยะ ๆ ซึง่ ยา 5-alpha-reductase inhibitor อาจชวยใหปสสาวะคลองมากขนึ้ หลงั
การถอดสายสวนปสสาวะ
ภาวะแทรกซอน
Page 127
ภาวะปส สาวะคา ง อาจเกดิ ขน้ึ ไดโ ดยไมมีอาการเตือน จะพบเพียงการปสสาวะที่ออกนอ ยลงเร่อื ย ๆ
แตใ นบางคนเทานน้ั ท่ีอาจเกดิ ขน้ึ กะทนั หนั ซงึ่ ถือเปน ภาวะฉกุ เฉนิ ทตี่ อ งรีบรกั ษา อาการปวดอาจปวดอยา ง
รนุ แรงเม่ือไมส ามารถปสสาวะออกได นอกจากนีอ้ าจมีอาการเหง่ือแตก เจบ็ หนาอก วติ กกังวล และความ
ดนั โลหิตสงู ขนึ้ ผปู วยบางคนอาจเปน ลมหมดสติ หรอื อาจมภี าวะฉกุ เฉนิ ของหวั ใจรวมดว ยได และหาก
ไมไ ดร บั การรักษาทถ่ี กู วธิ ีอาจมอี นั ตรายตอกระเพาะปส สาวะและเกิดภาวะไตวายเรื้อรงั ตามมา ภาวะ
ปส สาวะคงั่ คา งเปน ภาวะทีห่ ากรกั ษาไดเร็วจะลดภาวะแทรกซอ นไดมาก
ในมมุ มองของศาสตรการแพทยแผนจีน
ศาสตรก ารแพทยจ ีนกลาววา ภาวะนี้เปนผลมาจากช่ขี องกระเพาะปส สาวะทาํ งานไมปกติ ดังท่กี ลา ว
ไวใ น คัมภีร หวงตี้เนยจงิ วา “กระเพาะปสสาวะมหี นาทเ่ี กบ็ รวบรวมของเหลว หากสามารถปส สาวะไดป กติ
หมายถงึ ช่ีเปน ปกตดิ ี หากผดิ ปกตจิ ะเกิดการคง่ั ของปส สาวะ”
สาเหตแุ ละกลไกการเกดิ โรค
ความรอนท่ีสะสมตกคา งในกระเพาะปสสาวะ หรอื ความรอ นที่เคลอื่ นทม่ี าจากไตสะสมในกระเพาะ
ปส สาวะ จะขดั ขวางหนวงเหนีย่ วชแ่ี ละกอ ใหเ กดิ การคัง่ ของปส สาวะ
ไตและกระเพาะปส สาวะตา งมคี วามสัมพนั ธแ บบนอกใน หนาท่ีของกระเพาะปส สาวะเกดิ จากหยาง
ไตอุนกระเพาะปส สาวะ หากหยางไตและไฟมง่ิ เหมนิ ออ นลงจะทําใหกระเพาะปสสาวะไมส ามารถขับ
ปสสาวะออกไปได
ภาวะการบาดเจบ็ หรอื การผาตดั ทีข่ ดั ขวางหนวงเหนยี่ วการไหลเวียนของชใี่ นเสนลมปราณ หรือ
กอใหเกดิ การบาดเจบ็ ตออวัยวะตนั ตา งเปน สาเหตใุ หเ กดิ การคัง่ ของปส สาวะ
การวินิจฉัยแยกกลุมโรค
1) ความรอนสะสมตกคา งในกระเพาะปส สาวะ
อาการ: ปส สาวะรอน ออกนอยหรือไมออก รสู ึกแนนและหนว งในทอ งนอย กระหายนาํ้ แตไ มอ ยาก
ด่ืมน้าํ ทอ งผกู
ลนิ้ แดง ฝา เหลอื ง ชีพจร เร็ว
วิเคราะหอ าการ: ในภาวะทมี่ ีความรอ นสะสมตกคา งในกระเพาะปสสาวะ ปสสาวะจะรอน ออก
นอยและคง่ั ในกระเพาะปส สาวะได เมือ่ มีนา้ํ และความรอ นอยดู ว ยกนั ประกอบกบั หนาท่ีของกระเพาะ
ปส สาวะเสยี ไป จะเกดิ การคง่ั ของปส สาวะ เมอื่ ของเหลวในรา งกายไมสามารถหมุนเวียนไดต ามปกติ จะ
เกิดการกระหายนํา้ แตไมอ ยากดมื่ น้ํา ล้นิ แดงฝาเหลอื ง ชพี จร เร็ว ทองผกู เปนอาการท่เี กดิ จากความรอน
สะสมในทอ งสว นลา ง
2) ไฟท่มี ง่ิ เหมินลดลง
Page 128
อาการ: ปสสาวะออกทลี ะนอยเปน หยด ๆ ความแรงของปสสาวะลดลง ดูซีดกระวนกระวาย มกี าร
สั่นของรางกายสว นตํ่ากวา เอว ปวดเม่ือยเอวเขาออ น
ลนิ้ ซดี ; ชีพจร จมเลก็ ออนแรงทตี่ ําแหนง ไต
วเิ คราะหอาการ: อาการของปสสาวะออกทีละนอยเปนหยดๆ ความแรงของปสสาวะลดลง เปน
อาการของหยางไตพรอง ซงึ่ จะมีผลตอการลําเลยี งขนสงปส สาวะ ภาวะซดี กระวนกระวาย และลน้ิ ซดี เกดิ
จากไฟท่ีมิ่งเหมนิ ลดลงสงผลใหช เี่ ดนิ ทางไปทไ่ี ตลดลง
3) ช่ใี นเสนลมปราณถกู ทาํ ลาย
อาการ: ปสสาวะออกทีละนอ ย เปน หยด ๆ หรือปสสาวะคง่ั ปวดหนว งทอ งนอ ย
ล้ินสมี ว งคลํ้าเปน จุด ๆ ชีพจรเร็วสลับหยดุ ไมแ นนอน (CuMai)
วเิ คราะหอาการ: หลังจากไดร ับบาดเจบ็ หรอื หลังการผา ตัดในชองทอ งสว นลา ง ชข่ี องเสน ลมปราณ
กระเพาะปสสาวะไดร ับความเสยี หาย เกดิ ภาวะเลือดคัง่ ตามมาดวยอาการปสสาวะออกนอยเปน หยด ๆ
ปส สาวะคัง่ ปวดหนวงในทองนอย ลน้ิ สีมว งคล้ําเปน จดุ ๆ ชีพจรเรว็ สลบั หยดู ไมแ นน อน เปน อาการของ
เลอื ดค่ัง
การรักษา
การฝง เขม็ ระบบเสนลมปราณ
1. ความรอ นสะสมตกคา งในกระเพาะปสสาวะ
หลักการรักษา: เลอื กจุดอวยั วะหนาและหลงั (Shu-Mu) เปนจดุ หลกั ในการรกั ษา กระตนุ ระบาย
เพอื่ ขจัดความรอน และกระตนุ ใหเ กิดการปสสาวะ
จดุ หลกั : PangGuangShu (BL 28), ZhongJi (CV 3), SanYinJiao (SP 6),
และ WeiYang (BL 39)
อธิบาย: PangGuangShu (BL 28) จุดอวยั วะหลงั ของกระเพาะปส สาวะ และ ZhongJi (CV 3) จดุ
อวยั วะหนา ของกระเพาะปส สาวะ ใชการกระตนุ ระบาย เพอ่ื ระบายความรอ นจากกระเพาะปสสาวะ และ
ปรับการทํางาน, SanYinJiao (SP 6) ใชเ พอ่ื ขจดั ความรอ นจากชองทอ งชวงลา ง, WeiYang (BL 39) จดุ
เหอลา งของซานเจยี วเสริมการไหลเวียนของนา้ํ จุดทีก่ ลา วมานใี้ ชรว มกนั จะชว ยขจดั ความรอ นเพมิ่ การขบั
ปส สาวะ
2. ไฟท่ีมงิ่ เหมินลดลง
หลักการรกั ษา: เลือกจดุ ทเ่ี กยี่ วขอ งบนเสนลมปราณไตเปน จดุ หลกั ใชก ารปก กระตนุ บํารงุ เพอ่ื อนุ ห
ยางไต
Page 129
จดุ หลกั : MingMen (GV 4), ShenShu (B L23), BaiHui (GV 20), GuanYuan (CV 4) และ
YangChi (TE 4)
อธิบาย: ในภาวะทช่ี ่ีไตพรอ งและไฟที่มิ่งเหมนิ ลดลงตอ งทาํ การเสรมิ บํารุงชไ่ี ต จึงใช
จุด MingMen (GV 4) และ ShenShu (BL 23) กระตนุ บํารุง เพ่อื บํารุงหยางไต รมยาทจ่ี ดุ
BaiHui (GV 20) และ GuanYuan (CV 4) เพื่อเสริมกระตนุ ช่ไี ต ซ่งึ การขบั ถายของปส สาวะทดี่ ียอมเกดิ จาก
การไหลเวียนของชท่ี ดี่ ี ดงั นัน้ เมื่อชีไ่ ตพรอ งจึงทําใหซ านเจยี วควบคมุ การไหล เวยี นของนาํ้ ไดไมด ,ี YangChi
(TE 4) เปน จดุ หยวนชข่ี องซานเจียวจะทาํ ใหการทําหนาทข่ี องซานเจยี วเปนปกติ และการไหลเวยี นของนํา้ ก็
เปน ปกติ
3. ช่ีในเสน ลมปราณถกู ทาํ ลาย
หลกั การรกั ษา: เลือกจุดอวยั วะหนา (Mu) ของกระเพาะปสสาวะเปนจดุ หลกั ใชการกระตนุ บํารุง
และระบายเทากนั เพอ่ื เสรมิ การไหลเวยี นของช่ีในเสนลมปราณ และคงการทําหนาท่ีของกระเพาะปส สาวะ
จุดหลกั : ZhongJi (CV 3), SanYinJiao (SP 6), ShuiDao (ST 28), ShuiQuan (KI 5)
อธิบาย: การบาดเจบ็ หรือการผาตดั อาจกอ ความเสยี หายตอหลอดเลือดและการไหล เวยี นของ
โลหติ และกอ ใหเ กดิ การขัดขวางการทํางานของกระเพาะปสสาวะ ทาํ ใหม ีภาวะปส สาวะออกนอย หรือไม
ออกได, ZhongJi (CV 3) จดุ อวยั วะหนาของกระเพาะปส สาวะ ใชเ พ่อื ปรบั การทาํ งานของกระเพาะ
ปส สาวะ และเพิ่มการขบั ปส สาวะ ; SanYinJiao (SP 6) ใชเ พ่อื เสริมการไหลเวยี นของเลือดและชข่ี องเสน
ลมปราณ ; ShuiQuan (KI 5) จุดซีของเสนลม ปราณไตและ ShuiDao (ST 28) ใชเ พ่อื เสริมการขบั ปสสาวะ
ลดภาวะแนน ตึงและลดปวดของทองนอ ย
- การฝง เขม็ หู
จุดท่ีใช: Urinary bladder, Kidney, Urethra, External genitalia, End of inferior helix crus
วิธกี าร: เลอื กครงั้ ละ 2 – 4 จุด ใชปกเขม็ กระตนุ ดว ยมอื หรอื ใชเครอื่ งกระตุน ไฟฟา นาน 15 – 20
นาที เลอื กใชจ ดุ สลบั กนั ไป ในการรักษารอบใหม ทาํ การรักษาวันละครั้ง
- การกระตนุ ดว ยเครอ่ื งกระตนุ เขม็ ไฟฟา
จุดท่ใี ช: WeiDao (GB 28)
วธิ ีการ: ปกทจ่ี ดุ WeiDao (GB 28) ทัง้ สองขา งใหป ลายเขม็ ช้ไี ปทจ่ี ดุ QuGu (CV 2) ลึก 2 – 3 ชุน
แลว กระตุนดว ยเครื่องกระตนุ ไฟฟา ดวยคล่ืน intermittent นาน 10 – 20 นาที ในระหวางนี้ ใหปรับเพิ่ม
ความแรงทลี ะนอย
- การรมยา
Page 130
จดุ ทใ่ี ช: SanJiaoShu (BL 22), ShenShu (BL 23), ZhongJi (CV 3), CiLiao (BL 32)
วิธกี าร: ใชโกฐฯ แทง รมทจี่ ดุ โดยตรง รมยา จดุ ละ 3 – 5 นาที หากใชขิงคนั่ ใหใชโ กฐฯ ปน 5 – 7
กอนตอ จุด ทาํ การรกั ษาวันละคร้งั
- การกดนวดจดุ
จุดที่ใช: LiNiao (EX-CA 4); {จดุ กง่ึ กลางระหวางกลางสะดือกับขอบบนกระดกู หัวเหนา (เทา กบั 2.5
ชุนเหนอื ขอบบนกระดกู หัวเหนา) หรอื อยูร ะหวา งจดุ GuanYuan (CV 4) และ ShiMen (CV 5)}
วธิ ีการ: ใชน ิ้วหวั แมมอื กดนวดเบา ๆ ชา ๆ นานประมาณ 15 นาทจี นผปู วยรสู ึกอยากปสสาวะ และ
ใหก ระตนุ ตอ จนกระทง่ั ปส สาวะเสรจ็ หรือใชการฝงเข็มทีจ่ ดุ นี้โดยใชเ ข็ม 1.5 ชุนปก ลึก 1 ชนุ กระตนุ เขม็ ดวย
การหมนุ เข็มไปมา จนไดช แ่ี ละทําใหผูปว ยรสู กึ อยากปสสาวะ หากยังไมอยากปส สาวะหลงั กระตนุ เข็มแลว
ใหก ระตนุ ซ้าํ ในอีก 5 นาที จนกวา จะรูสึกอยากปส สาวะ และปสสาวะออกได
หมายเหต:ุ การรักษาดว ยการฝงเข็มเปน การรักษาท่ีไดผ ลดที ัง้ ภาวะปสสาวะค่ังหรือกลน้ั ปส สาวะ
ไมไ ด สงิ่ ทสี่ าํ คัญคอื สาเหตทุ ี่แทจ ริงของโรคควรไดรบั การตรวจและรักษาใหหาย หากกระเพาะปส สาวะมี
ปส สาวะเตม็ อยูควรปก เข็มตนื้ และเอียง ไมค วรปก ตง้ั ตรงและลึก
Page 131
รปู ท่ี 23 แสดงจุดฝงเข็มรักษาโรคปสสาวะตกคา ง
แผลกระเพาะอาหาร
(Peptic Ulcer : 胃溃疡)
แผลในกระเพาะอาหาร หมายถงึ แผลทเี่ กดิ ข้นึ ที่ผนงั ของกระเพาะอาหารและลําไสเลก็ สว นตน
(duodenum) ลกั ษณะเปน รปู กลมหรือรี มกั เกิดทบ่ี รเิ วณ pyrorus ของกระเพาะอาหาร และ bulb ของ
ลาํ ไสเ ล็กกอ น สาเหตุอาจมากมายแตไมสามารถยืนยนั ไดแ นนอน มกั จะมีอาการปวดบรเิ วณลน้ิ ป เรอหรือ
เรอเปรี้ยว คลนื่ ไส อาเจยี นและเบ่ืออาหาร อาการปวดเรม่ิ ตนมักเกยี่ วของกบั การรับประทานอาหารลงไป
ในกรณีของแผลในกระเพาะอาหารมักเกดิ อาการปวดราว 30 นาทถี ึง 2 ชว่ั โมง หลงั รบั ประทานอาหารแลว
หายไป บางครั้งอาจปวดกอ นรบั ประทานอาหารมอ้ื ตอไป สว นแผลในลาํ ไสเลก็ สว นตน มกั จะปวดหลงั
รับประทานอาหารแลว 3 – 4 ชง่ั โมง และดีขึ้นหลังรบั ประทานอาหารมอื้ ถดั ไป
โดยทวั่ ไป ถา เมอื่ ใดทเี่ รารสู กึ ปวดทองเรามกั จะคดิ วาเปนโรคกระเพาะอาหารกอนเปน อันดบั ตน ๆ ท้ัง
ทีค่ วามจริงแลว อาจเปนโรคอื่น ๆ เชน โรคน่ิวในถงุ นํ้าดี (มอี าการคลายกับโรคกระเพาะอาหารทกุ อยาง) ตบั
อักเสบ เน้ืองอกในตับ และตบั ออ นอักเสบ เปน ตน ในทนี่ เ้ี ราจะกลาวถงึ โรคแผลในกระเพาะอาหาร ซง่ึ เปน
โรคทมี่ คี วามรนุ แรงและอาจมภี าวะแทรกซอ นทเี่ ปน อนั ตรายถึงชวี ติ ได
อาการและความรนุ แรง
Page 132
ผปู ว ยอาจจะปวดทองมากหรือนอ ยตามอาการ ทองอดื คลืน่ ไส กินอม่ิ งาย หากมอี า การรุนแรง จะมี
เลอื ดออกและทาํ ใหก ระเพาะทะลุ ซ่ึงถอื วาเปน อาการทีร่ นุ แรงมาก โดยทัว่ ไปพบวาผปู ว ยรอยละ 50 - 60
อาการจะคอ ย ๆ ทุเลา และหายไปเองโดยไมตองรบั การรกั ษา แตโ อกาสทจ่ี ะกลบั มาเปนอกี มอี ตั ราสูงถึง
รอยละ 80 ถึงแมวาจะไดรบั การรกั ษาดเี พียงใดก็ตาม และท่ีสําคญั คอื พบวา มอี าการแทรกซอ น ซงึ่
หมายถึง มเี ลอื ดออก ถา ยเปน เลอื ด ถายเปนสดี ําเหลว (จากเลอื ดทอี่ อกในกระเพาะอาหาร ทําปฏกิ ิรยิ ากบั
กรดในกระเพาะอาหาร) นอกจากน้ี หากแผลทะลุจะทําใหปวดทองอยางรุนแรง มไี ข ช็อค และอาจถงึ แก
ชวี ติ การรักษาจะทาํ โดยการผา ตดั แผลท่ีหายจะเปน พงั ผืด โดยเฉพาะลําไสเลก็ ทจ่ี ะตบี อุดตนั ทําใหมี
อาการอาเจยี น และปวดทอ ง โดยท่วั ไปผปู วยทเี่ คยมเี ลอื ดออกจะมโี อกาสเกดิ โรคซาํ้ เพ่ิมจากรอ ยละ 20 -
25 เปน รอ ยละ 50 และจากสถิตพิ บวา ผูป ว ยรอยละ 50 ของคนไขท ี่มเี ลือดออกจะไมแสดงอาการใด ๆ
แมแ ตปวดทอ ง ซ่ึงเปน สิ่งทพ่ี งึ ระวงั ของโรคชนดิ น้ี
อาการ
1) จะปวดทองเม่อื ทอ งวาง ใกลม อื้ อาหารหรอื หลงั อาหาร แตจ ะไมป วดตลอดเวลา เมอ่ื ได
รับประทานอาหารจะทําใหอาการดีขน้ึ ซง่ึ แตกตางจากอาการของโรคนิ่วในถงุ นาํ้ ดี ทีจ่ ะปวดทอ งหลัง
อาหาร ไมปวดตอนทอ งวาง แตถ าปวดจะปวดตลอดทงั้ คนื ตดิ ตอกนั
2) ปวดทอ งเวลาดึก คลื่นไส อาเจยี นออกมาเปน อาหารท่แี ยกชนิดอยางชดั เจน
การดูแลตนเอง แบง ออกเปน 3 ระยะ
ระยะท่ี 1 ปองกนั การเกดิ โรค สามารถทาํ โดยวิธีดงั น้ี
- คนหาสาเหตุ และสงั เกตอาหารท่รี บั ประทาน วา ทําใหรา งกายเกิดความผิดปกตหิ รอื ไม อยางไร
- ไมรับประทานยาแกปวดโดยปราศจากแพทยสง่ั และควรหลีกเลย่ี งสารเสพตดิ และเคร่ืองดื่มทมี่ ี
แอลกอฮอล รวมท้งั ของหมักดอง
- พักผอนใหเพียงพอ ทาํ จติ ใจใหสบายไมเครยี ด
- หากมีอาการของโรคตดิ เชอื้ ชนิดตา ง ๆ เชน ไขเ ลือดออก มาลาเรยี ไทฟอยด ไขหวัดใหญ ควรรีบ
รักษาใหห ายขาดโดยเรว็
ระยะที่ 2 การรักษาเมอื่ มอี าการอักเสบ
- พบแพทยสม่ําเสมอตามเวลานัด โดยทั่วไปแพทยจ ะใหร ับประทานยานาํ้ หรือยาเมด็ โดยพจิ ารณา
จากความรนุ แรงของอาการ โดยปกติผปู วยที่มอี าการระยะรนุ แรงแพทยจ ะใหร ับประทานยาน้ํา เนอ่ื งจาก
ออกฤทธ์ิเร็ว
- ควรรบั ประทานอาหารทยี่ อยงา ย และมรี สชาตอิ อน
- พกั ผอนใหเพียงพอ
ระยะท่ี 3 หลังจากไดร บั การรักษา
Page 133
- งดอาหารที่เปนปจจยั เสี่ยง เชน เครอ่ื งดื่มทมี่ ีแอลกอฮอล ชา กาแฟ อาหารรสจัด รอนจดั เย็นจัด
ของหมักดอง รวมทงั้ อาหารทที่ ําใหเ กิดกา ซในกระเพาะอาหาร
- ทาํ จิตใจใหสดชน่ื แจม ใส และพกั ผอ นอยางเพียงพอ
- ดืม่ นํา้ มาก ๆ ปอ งกนั อาการทอ งผกู และควรเคี้ยวอาหารใหละเอียด เพื่อไมใ หก ระ เพาะอาหาร
ทํางานหนัก
โรคแผลในกระเพาะอาหารเปน เหมอื นภยั เงยี บท่ีคอยบน่ั ทอนสขุ ภาพ หากละเลยไมใหค วามใสใ จ
ดูแลสงั เกตอาการของตนเอง อาจทาํ ใหความรนุ แรงของโรคเพิ่มมากขนึ้ และอาจถงึ แกชีวิตได ดังนน้ั เม่ือมี
อาการทใ่ี กลเ คยี งกบั ทกี่ ลา วมา จงึ ควรพบแพทยเพอื่ ตรวจโดยเรว็ เพราะถาหากทง้ิ ไวนานจะสงผลใหก าร
รกั ษาไมไ ดประสิทธิภาพเทาทค่ี วร
การแพทยแ ผนจีน จดั ใหแ ผลในกระเพาะอาหารอยใู นกลมุ WeiWanTong (epigastric pain) มี
สาเหตจุ ากสมองถกู รบกวนการทํางานจากชตี่ ับติดขัด และผลสบื เน่อื งจากกระเพาะอาหารถกู ชี่ตับรกุ ราน
หรือสุขนสิ ัยการรับประทานอาหารไมถ ูกตอ ง เชน รบั ประทานอาหารไมเ ปน เวลา หรอื ชอบรบั ประทาน
อาหารสกุ ๆ ดิบ ๆ เย็นหรือรสชาตจิ ัดจาน กอ ใหเ กดิ การบาดเจบ็ ตอ กระเพาะอาหารและมา ม สาเหตุของ
แผลในกระเพาะอาหารคอื การคัง่ ของชแี่ ละเลือดทําใหก ระทบตอกระเพาะอาหาร มา มและตับ
การรกั ษา
แผลในกระเพาะอาหารแบง ตามสาเหตไุ ดเ ปน 5 ชนดิ คือ 1) ชีข่ องกระเพาะอาหารและตบั ตดิ ขัด 2) ช่ี
และเลอื ดค่งั 3) ความรอ นติดขดั ในกระเพาะอาหารและตบั 4) อนิ กระเพาะอา หารพรอ ง และ 5) ภาวะเย็น
พรอ งของมามและกระเพาะอาหาร ใชจ ดุ บนเสนลมปราณกระเพาะอาหาร มาม กระเพาะปส สาวะและตับ
เพื่อรกั ษา
1. ชีข่ องกระเพาะอาหารและตบั ตดิ ขัด
อาการ: ปวดแนน บริเวณลนิ้ ป จกุ เสยี ดชายโครง เรอหรอื เรอเปรีย้ ว เบือ่ อาหาร อาการ
แยลงหากอารมณไมด ี
ลิน้ บางฝา ขาว ; ชพี จร ตึง (XianMai)
หลกั การรกั ษา: ลดชีต่ บั ติดขดั ปรบั การไหลเวียนของช่ี ปรับสมดุลกระเพาะอาหารเพ่อื ลดอาการ
ปวด
จุดหลัก:
- ระบาย GeShu (BL 17), GanShu (BL 18), TaiChong (LR3), QiMen (LR 14)
- บํารงุ ระบายเทา กนั WeiShu (BL 21), ZhongWan (CV 12), ZuSanLi (ST 36
อธิบาย: GanShu (BL 18) จุดซู และ QiMen (LR 14) จดุ มูข องตบั จะชวยสงบตบั และกระจายชต่ี ับ
ทีต่ ิดขดั ; GeShu (BL 17) ปรบั เสริมการไหลเวยี นของชี่บริเวณทรวงอก; WeiShu (BL 21) จดุ ซู และ
Page 134
ZhongWan (CV 12) จุดมขู องกระเพาะอาหารและ ZuSanLi (ST 36) จุดเหอลางของกระเพาะอาหาร ใช
เพอ่ื ปรบั ควบคมุ ช่ีของจงเจียวและลดอาการปวด
จุดเสรมิ : กระตนุ ระบายทจี่ ดุ ตามอาการ ดงั นี้
- คล่ืนไสอาเจยี น – NeiGuan (PC 6)
- ปวดลนิ้ ปมาก – LiangMen (ST 21), LiangQiu (ST 34)
- เรอเปรยี้ วและจกุ แนน ทอง – PiShu(BL 20)
2. ช่แี ละเลอื ดคัง่
อาการ: ปวดบรเิ วณลิน้ ปเหมอื นมดี บาด ไมร า วไปที่ใด กดนวดแลวอาการเปน มากข้ึน อาจมอี าการ
อาเจียนเปน เลอื ด หรอื ถายอุจจาระเปน เลือดรวมดวย
ล้นิ สีมวงคลํ้ามจี ุดเลือดกระจาย ; ชีพจร จม หรอื จมฝด (ChenMai or ChenSeMai)
หลักการรกั ษา: กระตุน การไหลเวยี นของช่ีและเลือด ลดการค่งั ของเลอื ด หยดุ เลือด ออกและอาการ
ปวด
จดุ หลัก:
- ระบาย GeShu (BL 17), GanShu (BL 18), PiShu (BL 20), ZhongWan (CV12)
- บาํ รุงระบายเทา กนั ZuSanLi (ST 36)
อธบิ าย: GeShu (BL 17) จดุ อทิ ธิพลของเลอื ด, GanShu (BL 18) จดุ ซูของตบั ใชค วบคุมกาํ กบั การ
ไหลเวยี นของชีต่ บั ใหราบรืน่ และเปน ทเี่ กบ็ เลอื ด; PiShu (BL 20) จุดซูของมาม ซงึ่ มามมหี นาทส่ี รา งเลือด
และหมุนเวยี นเลือดในกระแสโลหิตใชเ พอื่ เพ่ิมการไหลเวยี นของช่ี ลดอาการเลอื ดค่ังและหยุดเลอื ดออก;
ZhongWan (CV 12) และ ZuSanLi (ST 36) เสรมิ บํารุงมามควบคมุ การทาํ งานของกระเพาะอาหาร
จุดเสรมิ : อาเจียนเปน เลือดหรือถา ยเปนเลอื ด – ระบาย NeiGuan (PC 6),
SanYinJiao (SP 6) และ XueHai (SP 10)
3. ความรอนติดขดั ในกระเพาะอาหารและตับ
อาการ: ปวดบริเวณลิน้ ปอยา งฉบั พลัน รวมกบั อาการแสบรอน อาการเปนมากขนึ้ จากการ
รับประทานอาหาร ปากแหง ขมในปาก เรอเปรย้ี วและจุกแนนทอง ถายแขง็ แหง ปส สาวะสเี ขม ล้นิ แดงฝา
เหลือง ชพี จรตึงเรว็
จุดหลัก: ระบาย GanShu (BL 18), WeiShu (BL 21), ZhongWan(CV 12),
ZuSanLi (ST 36), NeiTing (ST 44), XingJian (LR 2)
อธิบาย : GanShu (BL 18) และ XingJian (LR 2) ใชร ะบายไฟจากตบั ; WeiShu (BL 21) และ
ZhongWan(CV 12) จดุ ซูมูข องกระเพาะอาหารชวยประสานการทาํ งานของจงเจยี วและลดปวด;
Page 135
ZuSanLi(ST 36) และ NeiTing(ST 44) ควบคุมช่ีของกระเพาะอาหาร ระบายความรอนในกระเพาะอาหาร
และระงับปวด
จุดเสรมิ :- ปวดลนิ้ ปม าก: ระบาย LiangQiu (ST 34) และ SanYinJiao (SP 6)
- ทองผกู ; ระบาย ZhiGou (TE 6) และ ChengShan (BL 57)
4. อนิ กระเพาะอาหารพรอ ง
อาการ: ปวดลน้ิ ปแ บบอดื แนน ไมสบายในทอ ง รูสกึ หวิ แตไ มอยากรบั ประทานอาหาร หลัง
รับประทานอาหารจะรูส กึ แนน อดึ อัดในทอ ง กระวนกระวาย นอนไมหลับ กระหายนํา้ ปากแหง ทอ งผกู ถาย
แขง็ แหง
ลิน้ แดงฝาบาง ; ชีพจร เลก็ -เรว็ (Xi-ShuMai)
หลกั การรักษา: บาํ รุงอิน ปรบั สมดุลกระเพาะอาหาร
จดุ หลกั :- บํารงุ PiShu (BL 20), WeiShu (BL 21), ZuSanLi(ST 36),
SanYinJiao(SP 6), TaiXi(KI 3)
- บํารุงระบายเทา กนั ZhongWan (CV 12), NeiGuan (PC 6)
อธบิ าย: PiShu (BL 20) และ SanYinJiao (SP 6) เสรมิ หนาท่ีของมา มเพือ่ บาํ รุงจงเจยี วและสราง
ของเหลว; WeiShu (BL 21) และ ZhongWan (CV 12) บาํ รุงกระเพาะอาหาร สรางของเหลว ระบายความ
รอนจากกระเพาะอาหาร; NeiGuan (PC 6) และ TaiXi (KI 3) ระบายความรอน เสรมิ อิน และลดปวด;
ZuSanLi (ST 36) บาํ รงุ กระเพาะอาหารและแกป วด
จดุ เสรมิ : กระตนุ บาํ รุงระบายเทา กนั ตามอาการ ดงั น้ี
- เบือ่ อาหารจกุ แนน ลน้ิ ป – LiangMen (ST 21) และ TianShu (ST 25)
- ทองผูกถายแข็งแหง - ZhiGou (TE 6) และ ChengShan (BL 57)
5. ภาวะเย็นพรองของมามและกระเพาะอาหาร
อาการ: ปวดแนน ลน้ิ ป อาการเปน มากขนึ้ เมือ่ หวิ และดขี ึ้นเมอ่ื ทานอาหารเขา ไป ชอบความอนุ และ
ชอบกดนวด ดูซดี เหน่ือยออ นเพลยี ถายเหลว ล้นิ ซีดฝาขาว
หลักการรกั ษา: เสริมบํารุงมา มและชี่ อุนจงเจยี วเพื่อปรับสมดลุ กระเพาะอาหาร
จดุ หลัก:- บํารุงหรอื รมยา PiShu (BL20), WeiShu (BL21), ZhongWan (CV12),
TianShu (ST25), ZuSanLi (ST36), QiHai (CV6)
- บาํ รุงระบายเทากนั ZhangMen (LR 13)
อธิบาย : PiShu (BL 20), WeiShu (BL 21), ZhongWan (CV 12) และ ZhangMen (LR 13) จุดซูมู
ของมา มและกระเพาะอาหาร ใชอนุ มามและกระเพาะอาหาร ขจัดความเยน็ ; QiHai (CV 6) และ ZuSanLi
(ST 36) ใชอ นุ หยางเสริมช;่ี ZhongWan (CV 12), TianShu (ST 25) และ QiHai (CV 6) เปนจดุ ตามคัมภรี
Page 136
โบราณท่กี ลา ววาเปน จดุ ส่ีประตู (Four Door Points) มปี ระสทิ ธิภาพในการรักษาอาการแนน อดึ อดั ทอง
ปวดทอ ง และถายเหลว
จดุ เสรมิ : กระตนุ บาํ รงุ หรือรมยา ทจ่ี ุดตามอาการ ดงั นี้
- ถายเหลว – TianShu (ST25)
- อาเจียนเปน เลอื ด ถา ยเปนเลือด – GeShu (BL17)
การรักษาดว ยเทคนิคอื่น
1. ปก 5 จุด
ขอ บง ใช: แผลในกระเพาะอาหารหรือลําไสเ ล็กสว นตน
จุดท่ใี ช: NeiGuan (PC 6), ZuSanLi (ST 36), ZhongWan (CV 12)
วิธีการ: ใชเ ข็ม 2 ชนุ กระตนุ ดว ยการหมุนเขม็ ยกเขม็ ขน้ึ ลง แบบบาํ รงุ ระบายเทากนั ใชความแรงใน
การกระตุน ปานกลาง หลงั จากไดช ่ีแลว คาเขม็ ไว 40 นาที กระตุน เข็มทุก 10 นาที ฝง เขม็ วันละครั้ง ฝงทกุ
วนั ฝง ครบ 10 ครั้งเปน 1 รอบการรักษา หลังครบรอบการรักษาเวน ระยะ 3 – 5 วนั จงึ เริ่มรอบการรักษา
ใหม ใชทง้ั หมด 3 รอบการรักษา
2. การฝงเขม็ หู
จุดทใ่ี ช: Stomach, Duodenum, Abdomen, Spleen, Liver, Sympathetic, Subcortex, ShenMen
วธิ ีการ: ใหใชเ ทคนคิ การฝงเขม็ ใบหตู ามมาตรฐาน
3. การครอบกระปุก
จดุ ท่ีใช: ZhongWan (CV 12), LiangMen (ST 21), YouMen (KI 21),
GanShu (BL 18), PiShu (BL 20), WeiShu (BL 21)
วิธกี าร: ใชกระปกุ ขนาดใหญห รือกลาง ใชเ วลา 10 – 15 นาที
4. การใชเ ขม็ นา้ํ
จดุ ท่ใี ช: WeiShu (BL 21), PiShu (BL 20), ZhongWan (CV 12),
NeiGuan (PC 6) และ ZuSanLi (ST 36)
วิธีการ: เลอื ก 1 – 3 จดุ ในแตละครง้ั ของการรักษา ใช procaine 1% ปรมิ าณ 1 – 2 ซซี ฉี ดี จุดท่ีเลือก
ไว ทําการรักษาวันละคร้งั
ความเหน็ เพม่ิ เติม : โดยเหตทุ คี่ วามปรวนแปรของอารมณ และการรบั ประทานอาหารท่ไี ม
เหมาะสม ตา งลวนเปนสาเหตทุ ่ีสาํ คญั ทีจ่ ะไปกระตุนใหอ าการแผลในกระเพาะอาหารและลําไสเล็ก ทวี
ความรุนแรงมากยง่ิ ขน้ึ ดงั นนั้ แลว ควรแนะนาํ ผปู วย ใหห ลีกเลย่ี งอาหารและเครือ่ งดื่มท่เี ย็น อาหารทม่ี นั
Page 137
หรือกอใหเ กดิ การระคายเคืองกระเพาะอาหารและลาํ ไส ไมควรดมื่ เครื่องดมื่ ทม่ี ีแอลกอฮอล หรอื สูบบหุ รี่ใน
ระหวางทม่ี ารับการรกั ษา สวนผูปวยที่จัดอยใู นกลุม พรอ งนัน้ การรมยาตอเน่อื งในระยะยาวจะทาํ ใหไดผล
ในการรกั ษาท่ีดีมากขน้ึ
การรกั ษาในกรณฉี กุ เฉนิ Acute Perforation of Gastroduodenal Ulcer
จดุ ท่ีใช: ZuSanLi (ST 36), ZhongWan (CV 12),
TianShu (ST 25), NeiGuan (PC 6)
วิธกี าร: ปก เขม็ กระตนุ แรงแบบระบาย เมอ่ื ไดช แ่ี ลวคาเขม็ ไว 30 – 60 นาที และกระ ตนุ ซ้ํา ทกุ 10 –
15 นาที ทาํ การรักษาทุก 4 – 6 ช่ัวโมง สามารถใชเครือ่ งกระตุนไฟฟาได โดยใชค ลื่น continuous ความถส่ี ูง
แรงเทา ท่ีผปู ว ยทนไดน าน 30 – 60 นาที
หมายเหต:ุ การรักษาแผลกระเพาะอาหารและลาํ ไสเ ลก็ สวนตน ทะลุ ดว ยการฝง เขม็ นัน้ จะไดผ ลดี
ในกรณที เ่ี ปนแผลขนาดเลก็ และผูปวยมีสุขภาพแข็งแรง ซึง่ การฝงเข็มสามารถลดอาการปวดไดด ี แตห าก
วา ใหการรกั ษาไปแลว 1 – 2 รอบการรกั ษา อาการตาง ๆ ไมดขี ึน้ ใหรีบสง ตอ เพอื่ ตรวจเพ่ิมเติมและใหก าร
รักษาท่ีเหมาะสมตอไป
Page 138
รปู ท่ี 24 แสดงจดุ ฝงเขม็ รักษาแผลกระเพาะอาหาร
จากชกี่ ระเพาะและตับติดขดั
รปู ที่ 25 แสดงจุดฝง เขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหาร
จากชแี่ ละเลอื ดคงั่
Page 139
รปู ที่ 26 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหาร
จากกระเพาะรอน
Page 140
รปู ท่ี 27 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาแผลกระเพาะอาหาร
จากอินกระเพาะพรอง
Page 141
รปู ท่ี 28 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาแผลกระเพาะอาหาร
จากเยน็ พรอ ง
กรดไหลยอน
( Acid Regurgitation : 胃反酸 )
โรคกรดไหลยอน (Acid Regurgitation or Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) หมายถงึ
โรคทม่ี อี าการซง่ึ เกิดจากการไหลยอ นกลับของกรดหรอื น้าํ ยอยในกระเพาะอาหาร ขนึ้ ไปในหลอดอาหาร
สวนบนอยางผดิ ปกติ ซึง่ สามารถเกิดขนึ้ ไดใ นเวลากลางวนั หรอื กลางคืน หรือแมแตผ ปู วยไมไดร ับประทาน
อาหารก็ตาม ทาํ ใหเ กดิ อาการจากการระคายเคอื งของกรด เชน อาจทําใหเ กดิ หลอดอาหารอักเสบและมี
แผล หรือ หลอดอาหารอกั เสบโดยไมเ กดิ แผล หรือถา กรดไหลยอ นขนึ้ มาเหนอื กลา มเนอื้ หรู ดู ของหลอด
อาหารสวนบน อาจทาํ ใหเ กดิ อาการนอกหลอดอาหาร (atypical or extraesophageal GERD) เชน อาการ
ทางปอด หรือ อาการทางคอและกลองเสยี ง (laryngopharyngeal reflux : LPR)
โดยปกติ รา งกายจะมกี ลไกปอ งกันไมใหเ กิดภาวะไหลยอนกลับของกรดในกระเพาะอาหาร ข้ึนไปใน
ระบบทางเดินอาหารสวนบน เชน การบบี ตวั ของหลอดอาหาร การทํางานของกลา มเน้อื หรู ูดของหลอด
Page 142
อาหารสว นบน และสวนลาง เยื่อบขุ องหลอดอาหารมกี ลไกปอ งกันการทาํ ลายจากกรด การท่เี กิดโรคกรด
ไหลยอ นน้ันเชอื่ วา เกดิ จากกลา มเนื้อหูรดู ของหลอดอาหารสว นลา ง มกี ารคลายตวั อยางผดิ ปกติ ทาํ ใหม ี
การไหลยอ นกลับของกรดข้นึ ไปในหลอดอาหารไดง า ย โดยปกตถิ า กรดไหลยอนขนึ้ ไปในคอหอย จะกระตนุ
ใหก ลา มเน้ือหูรูดของหลอดอาหารสวนบนหดตวั ปอ งกันไมใหก รดไหลยอนขึน้ ไป ผปู ว ยทเ่ี ปน โรคกรดไหล
ยอนนั้น เช่ือวา มีการทํางานของระบบปอ งกันดังกลา วเสยี ไป จงึ มีกรดไหลยอ นขึ้นไปในคอหอย, กลอ งเสยี ง
และปอดได
อาการของผปู ว ยขน้ึ อยกู ับอวยั วะท่ถี กู ระคายเคืองโดยกรด เชน
1. อาการทางคอหอยและหลอดอาหาร
- อาการปวดแสบรอนบรเิ วณหนาอก และลิน้ ป บางครง้ั อาจราวไปท่ีบริเวณคอได
- รูส กึ คลายมกี อนอยใู นคอ
- กลืนลําบาก หรือกลืนเจบ็
- เจบ็ คอ หรอื แสบลน้ิ เรอื้ รัง โดยเฉพาะในตอนเชา
- รสู กึ เหมอื นมรี สขมของนาํ้ ดี หรอื รสเปรี้ยวของกรดในคอหรือปาก
- มเี สมหะอยูใ นลําคอ หรอื ระคายคอตลอดเวลา
- เรอบอ ย คลน่ื ไส
- รูสึกจุกแนน อยใู นหนา อก คลา ยอาหารไมย อ ย
2. อาการทางกลอ งเสียง และปอด
- เสยี งแหบเรือ้ รัง หรือ แหบเฉพาะตอนเชา หรือมีเสียงผดิ ปกติไปจากเดิม
- ไอเร้ือรงั
- ไอ หรอื รูสกึ สาํ ลกั ในเวลากลางคืน
- กระแอมไอบอ ย
- อาการหอบหืดที่เคยเปน อยูแยล ง(ถามี)
- เจบ็ หนา อก
- เปน โรคปอดอักเสบ เปน ๆ หายๆ
การรกั ษา
1. การปรบั เปล่ยี นนสิ ยั และการดําเนนิ ชวี ติ ประจาํ วัน
การรักษาวธิ นี ้มี คี วามสาํ คญั มากในการทําใหผูปวยมีอาการนอยลง ปอ งกันไมใ หเ กิดอาการ และเพม่ิ
คณุ ภาพชวี ติ ของผูปวย โดยลดปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร และปองกนั ไมใหกรดไหลยอ นกลบั ขึน้ ไปใน
ระบบทางเดนิ อาหาร และทางเดนิ หายใจสวนบนมากข้นึ การรักษาโดยวธิ นี ค้ี วรปฏิบตั ิไปตลอดชวี ิต แมว า
Page 143
ผปู ว ยจะมอี าการดขี นึ้ แลวก็ตาม หรือแมวาผปู ว ยจะหายดแี ลว โดยไมตองกนิ ยาแลว ก็ตาม ผปู ว ยควรปฏิบตั ิ
ตน ดงั นี้
• นสิ ยั สวนตวั
- ถาเปน ไปได ควรพยายามลดน้าํ หนกั ถา นํา้ หนกั เกิน เนอื่ งจากภาวะน้ําหนกั เกนิ จะทําใหค วามดนั
ในชองทองมากขนึ้ ทาํ ใหก รดไหลยอนไดมากขนึ้
- พยายามหลกี เล่ียงอยาใหเ ครียด และถาสบู บหุ รีอ่ ยู ควรเลกิ เพราะความเครียดและการสบู บุหรท่ี ํา
ใหเ กดิ การหลงั่ กรดมากขน้ึ ถา ไมเคยสูบบหุ ร่ี ควรหลีกเล่ียงการสบู บหุ รี่ หรอื ควนั บหุ ร่ี
- หลีกเลยี่ งการสวมเส้อื ผาท่คี ับเกนิ ไป โดยเฉพาะบรเิ วณรอบเอว
• นสิ ยั ในการรบั ประทานอาหาร
- หลังการรบั ประทานอาหารทนั ที พยายามหลกี เลย่ี งการนอนราบ, การออกกําลัง, การยกของหนกั ,
การเอย้ี วหรือกม ตวั
- หลกี เล่ยี งการรบั ประทานอาหารม้อื ดกึ และไมค วรรับประทานอาหารใดๆ อยา งนอ ยภายใน
ระยะเวลา 3 ช่ัวโมงกอนนอน
- พยายามรับประทานอาหารทมี่ ไี ขมนั ตํา่ และพยายามหลีกเลยี่ งอาหารทปี่ รงุ ดวยการทอด, อาหาร
มนั , พชื ผักบางชนิด เชน หวั หอม, กระเทยี ม, มะเขอื เทศ, ฟาสทฟูด, ช็อกโกแลต, ถั่ว, ลกู อม,
peppermints, เนย, ไข, นม หรอื อาหารทม่ี ีรสจัด เชน เผด็ จดั เปรยี้ วจดั เคม็ จดั หวานจัด
- รบั ประทานอาหารปรมิ าณพอดีในแตล ะม้ือ ไมควรรับประทานอาหารมากเกนิ ไป ควรรับประทาน
อาหารปรมิ าณทลี ะนอ ยๆ แตบ อยคร้ัง
- หลีกเล่ยี งเครือ่ งดื่มบางประเภท เชน กาแฟ (แมว า เปนกาแฟท่ไี มมีคาเฟอนี กไ็ มควรดม่ื ) ชา
น้ําอัดลม เครือ่ งดืม่ ทผี่ สมแอลกอฮอล เชน เบยี ร วสิ กี้ ไวน โดยเฉพาะในตอนเย็น
• นสิ ยั ในการนอน
- ถาจะนอนหลังรับประทานอาหาร ควรรอประมาณ 3 ช่ัวโมง
- เวลานอน ควรหนนุ หวั เตยี งใหส งู ขนึ้ ประมาณ 6-10 น้วิ จากพื้นราบ โดยใชว ัสดรุ องขาเตียง เชน ไม
อิฐ อยายกศรี ษะใหส งู ขน้ึ โดยการใชห มอนรองศีรษะ เพราะจะทําใหค วามดนั ในชองทองเพมิ่ มากขึน้
2. การรับประทานยา
เพ่ือลดปรมิ าณกรดในกระเพาะอาหาร และ/หรอื เพ่มิ การเคลื่อนตวั ของระบบทางเดนิ อาหารในการ
กําจัดกรด ปจ จบุ นั ยาลดกรดกลุม proton pump inhibitor เปน ยาท่สี ามารถยับย้ังการหลง่ั กรดไดดี
สามารถเหน็ ผลการรักษาเร็ว ควรรบั ประทานยาสม่ําเสมอ ไมค วรลดขนาดยา หรือ หยุดยาเอง และควรมา
พบแพทยตามนดั อยา งสมาํ่ เสมอและตอเน่อื ง ใชเ วลาในการรกั ษาประมาณ 1 - 3 เดือน และปรับเปล่ียน
นิสยั การรบั ประทานอาหาร และการดาํ เนนิ ชวี ิตประจําวันทรี่ ะบุไวในขอ 1 หลกี เลยี่ งการซอื้ ยารบั ประทาน
เอง เน่อื งจากยาบางชนิด จะทําใหก ระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดเพม่ิ ข้นึ หรอื กลามเนอื้ หูรูดของหลอด
Page 144
อาหารสวนลางคลายตัวมากขนึ้ เชน progesterone, theophyllin, anticholinergics, beta-blockers,
alpha-blockers, calcium channel blockers, aspirin, NSAID, vitamin C, benzodiazepines พบวา
ประมาณรอยละ 90 ของผูปว ยที่มอี าการของโรคกรดไหลยอน สามารถควบคมุ อาการไดดว ยยา
3. การผาตดั
เพอ่ื ปองกันไมใ หก รดในกระเพาะอาหาร ไหลยอนกลบั ข้นึ ไปในระบบทางเดนิ หายใจ และระบบ
ทางเดนิ อาหารสว นบน การรกั ษาวธิ ีนจี้ ะทาํ ในผูปวยทมี่ อี าการรนุ แรง ซง่ึ ใหก ารรักษาโดยการใชยาอยาง
เตม็ ที่แลวไมด ีขึ้น หรือไมสามารถรบั ประทานยาทใ่ี ชใ นการรักษาภาวะน้ไี ด หรือผูป ว ยทด่ี ีข้นึ หลงั จากการใช
ยา แตไมตองการทจี่ ะกนิ ยาตอ ซง่ึ ผปู ว ยทตี่ อ งทําการผาตดั มเี พยี งรอยละ 10 เทา นน้ั การรักษาโดยการ
ผา ตดั มหี ลายวธิ ี เชน endoscopic fundoplication, radiofrequency therapy, injection / implantation
therapy
โรคกรดไหลยอ นในทัศนะของการแพทยแผนจีน
ภาวะกรดไหลยอ น ในศาสตรการแพทยแ ผนจนี เรียกวา TunSuan มสี าเหตจุ ากไฟตบั ลุกโชนและ
รนุ แรงทําใหเ กดิ การเสยี สมดุลระหวา งตบั และกระเพาะอาหาร และสาเหตจุ ากภาวะเยน็ พรอ งของมา มและ
กระเพาะอาหาร จากท้ังสองสาเหตุ จะนาํ ไปสูการลมเหลวของการขนสง อาหารและนํ้า ทาํ ใหเ กดิ การไหล
ยอ นข้ึนของชที่ ไี่ มส ะอาด
การวินจิ ฉัยแยกกลุมโรค
1. ไฟตบั ลกุ โชน
อาการ: มภี าวะกรดไหลยอน อาเจยี นเปน นํ้ากรดในกระเพาะอาหาร มีอาการแสบรอนบรเิ วณลนิ้ ป
อาการรวม มีกระวนกระวาย ปากแหง ขมในปาก มกี ลนิ่ ปาก
ลน้ิ ปลายล้นิ มสี แี ดง ฝาเหลือง-บาง ; ชพี จรตงึ หรอื เร็ว (XianMai or ShuMai)
2. เย็นพรองของมา มและกระเพาะอาหาร
อาการ: มีภาวะกรดไหลยอ น อาเจียนเปน นํ้ากรดในกระเพาะอาหาร รสู กึ อืดแนนบริ เวณลน้ิ ป อาจมี
อาการเรอ อาเจยี น และดขี น้ึ ดว ยการกดนวด
ล้ิน ซดี ฝาขาว ; ชีพจร ตึง-เล็ก (Xian-XiMai)
การรกั ษา
1. ไฟตับลกุ โชน
หลกั การรกั ษา: ขจัดไฟตบั
จดุ หลัก: YangLingQuan (GB 34), TaiChong (LR 3), ZhongWan (CV 12),
NeiGuan(PC 6), ZuSanLi(ST 36)
Page 145
วิธีการ: ใชการกระตุน ระบาย คาเข็มไว 10 – 20 นาที
อธบิ าย: TaiChong (LR 3) ใชเ พอ่ื ลดไฟตับ เมื่อใชรวมกบั YangLingQuan(GB 34) จะชวยขจดั ไฟ
จากตับและถุงน้ําดี รวมทั้งปอ งกันไฟตับรกุ รานกระเพาะอาหาร ; ZhongWan (CV 12) จุดมขู องกระเพาะ
อาหารใชรวมกบั NeiGuan (PC 6) จะชวยเสรมิ ช่ขี องซางเจยี วและจงเจยี ว; ZuSanLi (ST 36) จดุ เหอลา ง
ของกระเพาะอาหาร เม่อื ใชรวมกบั ZhongWan (CV 12) และ NeiGuan (PC 6) จะดงึ ชท่ี ีย่ อนข้นึ ไปอยา ง
ผิดปกตใิ หล งมา และหยดุ อาการกรดไหลยอน
2. มา มและกระเพาะอาหารเยน็ พรอ ง
หลกั การรกั ษา: อุน บาํ รุงมา มและกระเพาะอาหาร
จดุ หลกั : PiShu (BL 20), WeiShu (BL 21), ZhongWan (CV 12), NeiGuan (PC 6),
และ ZuSanLi (ST 36)
วธิ ีการ: ใชการกระตนุ บาํ รุง คาเขม็ ไว 10 – 20 นาที หรอื รมยา หรอื ใชเ ข็มอุน
อธิบาย: PiShu (BL 20) และ WeiShu (BL 21) ใชเ พอื่ ปรับสมดลุ จงเจยี ว การรมยาสามารถอุนจง
เจยี วและกําจัดความเยน็ ; ZhongWan (CV 12), NeiGuan (PC 6) และ ZuSanLi (ST 36) ใชรว มกนั เพอื่
ดึงชี่ทย่ี อ นข้ึนไปอยา งผดิ ปกตใิ หล งมา และหยุดอาการกรดไหลยอ น
วธิ กี ารรกั ษาในคัมภรี โ บราณ
1. Illustrated Supplementary to the Classified Canon (Lei Jing Tu Yi) อาการกรดไหลยอนและ
อาเจยี นเปน เศษอาหารท่ไี มยอย ใชจ ดุ RiYue (GB 24), PiShu (BL 20) and WeiShu (BL 21)
2. A Complete Work of Acupuncture and Moxibustion (Zhen Jiu Da Quan) มา มและกระเพาะ
อาหารเยน็ พรอง ใชจ ดุ NeiTing (ST 44), ZhongWan (CV 12), QiHai (CV 4) และ GongSun (SP 4)
หมายเหตุ: ในเวชปฏบิ ตั ทิ วั่ ไป ภาวะกรดไหลยอ น มักเปนหน่ึงในหลายอาการของโรคหลายโรค ผูปว ย
ตอ งพยายามหลกี เล่ยี งอารมณซ มึ เศรา และรบั ประทานอาหารใหไ ดต าม ปกติ ผูปวยทมี่ สี าเหตุจากมา ม
และกระเพาะอาหารเยน็ พรอง ควรใหค วามสนใจในการรกั ษาความอบอุน หลงั รบั ประทานอาหารเปน พิเศษ
เพื่อหลกี เลยี่ งการรกุ รานของลมเยน็
Page 146
รปู ท่ี 29 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคกรดไหลยอ นจากไฟตับ
รปู ที่ 30 แสดงจุดฝงเข็มรกั ษาโรคกรดไหลยอน
จากมาม และกระเพาะเย็นพรอ ง
ถุงน้ําดีอักเสบ
( Cholecystitis : 胆囊炎)
ถุงนํ้าดีอกั เสบ มไี ดทง้ั การอักเสบแบบฉบั พลนั หรอื เร้อื รงั สาเหตุสวนใหญเ กย่ี วของกบั น่วิ ในถุงนาํ้ ดี
หรือรับประทานอาหารไมเ หมาะสม ถงุ น้าํ ดอี กั เสบฉบั พลนั จะมีอาการปวดมากทนั ทบี รเิ วณทองดานขวา
Page 147
ใตช ายโครง และอาการปวดกาํ เรบิ มากขนึ้ เปน ชว ง ๆ และปวดรา วไปไหลขวาและหลังได มกั มอี าการ
คลื่นไส อาเจียนและไขร วมดวย สวนใหญพบในเพศหญงิ วัยกลางคนรว มกับการรับประทานอาหารมนั ถงุ
น้าํ ดอี ักเสบเฉยี บพลันสามารถพบไดในภาวะถงุ นํ้าดีอักเสบเรือ้ รัง อาการจะเปน เชน เดยี วกับการอักเสบ
เฉียบพลนั ของถุงน้าํ ดี ในชวงโรคสงบของถุงนาํ้ ดีอกั เสบเรอ้ื รงั จะมีอาการเดนชดั คือ หลงั ทานอาหารจะ
รูส กึ แนนอดึ อดั ทองชวงบน เรอ กลวั อาหารมนั มักมีอาการปวดรา วไปไหลขวา และหลงั รวมดว ย อาการจะ
เปนมากขึน้ เมื่อยนื ขน้ึ เคลื่อนไหว หรอื อาบน้ําเย็น
ถุงน้ําดีอกั เสบ สาเหตสุ วนใหญเ กิดจากนิ่วในถุงนาํ้ ดีอดุ ตนั ทางเดินของทอนาํ้ ดี ทาํ ใหเ กิดการคงั่ ของ
นํ้าดี ทอ นา้ํ ดีบวม เกดิ การอักเสบติดเชื้อตามมา สวนใหญเ ปนเช้อื E. coli และกลมุ เชอ้ื Bacteroides และ
เกิดการอักเสบของผนังของถุงนาํ้ ดี เกิดการขาดเลือดเนา ตายและฉีกขาด มกี ารลกุ ลามของเชอ้ื โรคไปสู
อวยั วะขา งเคยี ง เชน ลาํ ไสและกระบังลม สาเหตุสว นนอยเกดิ จากการอกั เสบโดยไมม ีนิว่ ในถุงนา้ํ ดี มกั พบ
ในผปู วยทชี่ ว ยเหลอื ตวั เองไมไ ด หรือผปู ว ยท่ไี ดรับบาดเจ็บ
นิว่ ในถงุ นาํ้ ดี เมอื่ เกดิ การอดุ ตนั จะกอ ใหเ กดิ การปวดทองกะทนั หนั ในกรณที เ่ี ปนถุงนํ้าดอี กั เสบเร้ือรงั
มักจะเกิดการอักเสบทไ่ี มร ุนแรง โดยผนงั ของถุงนาํ้ ดจี ากหนาตวั ขนึ้ มาก
อาการและการแสดง
มกั จะมีอาการปวดทองบรเิ วณชองทอ งสว นบนดานขวา อาการปวดจะปวดรนุ แรงตลอดเวลา ใน
ระยะแรก อาจมอี าการปวดบรเิ วณสะบักขวาซงึ่ เปน referred pain ได อาการเหลานอ้ี าจเกิดไดห ลังจาก
ทานอาหารทอด หรืออาหารมนั และจะมไี ขต า่ํ ๆ ทองเดนิ คลืน่ ไส อาเจียน เมด็ เลือดขาวในเลือดเพ่ิมสงู ขึ้น
อาจมอี าการเจบ็ ปวดท่ีถงุ นาํ้ ดี หากอาการรนุ แรงมากขึ้น จะมไี ขส งู ข้ึน ตวั ตาเหลอื งหรอื ชอ็ คหมดสติ เปน
ภาวะท่มี ีการตดิ เชือ้ เปน หนองทถี่ งุ น้ําดี หรอื ถงุ น้าํ ดีแตกทะลุ อีกภาวะที่เกดิ ขนึ้ ไดคือการอุดตนั ของลาํ ไส
เล็ก ทเี่ กิดจากการแตกทะลขุ องถงุ น้ําดีเขา ไปในลําไสเลก็ ทอี่ ยูขางเคยี ง
ถุงนํ้าดีอักเสบเรื้อรัง จะมีอาการแสดงออกทไี่ มเฉพาะ เชน คลน่ื ไส ปวดทองไมช ัดเจน เรอ และ
ทองเดนิ
การวินิจฉัย
โดยการซักประวตั ไิ ด ดังทก่ี ลาวมารวมกบั การตรวจพบ ดงั นี้
1) ไข มกั มไี ขตํา่ ๆ ในกรณไี มมภี าวะแทรกซอ นอนื่ ใด
2) ปวดทอ งบริเวณชอ งทอ งขวาสว นบน อาจพบหรอื ไมพบ Murphy’s sign
3) Ortner’s sign เมอ่ื กดบรเิ วณชายโครงดา นขวาจะรสู ึกเจ็บ
4) Georgievskiy – Myussi’s sign (phrenic nerve sign) เม่อื กดระหวางขอบของกลา มเนอ้ื
sternocleidomastoid จะรูสึกปวด
Page 148
5) Boas’s sign มีความรสู ึกระคายเคอื งเพ่มิ ขน้ึ บรเิ วณขอบลางของสะบักขวา ซงึ่ เกิดจากการระคาย
เคือง phrenic nerve
การตรวจทางหองปฏบิ ตั ิการและภาพรงั สตี า ง ๆ สามารถชวยยนื ยนั การวนิ จิ ฉยั และคดั สาเหตุอ่ืน
ออกไป การตรวจอลั ตราซาวดชวยยืนยนั และแยกโรคได
การวนิ ิจฉัยแยกโรค
1. แผลกระเพาะอาหารทะลุ
2. แผลกระเพาะอาหารและลาํ ไสเลก็ สว นตน กาํ เรบิ
3. ฝใ นตับจากเช้อื amoebic
4. การอกั เสบของตบั และลาํ ไสสวน colon จากเชือ้ amoebic
5. ตับออ นอกั เสบฉบั พลัน
6. ลําไสอุดตนั ฉบั พลนั
7. นิว่ ในไต
8. ไสต ่งิ อกั เสบฉบั พลัน ชนิด retro-colic
ถุงนํา้ ดีอักเสบเรอื้ รัง จะมีอาการทไ่ี มเ ฉพาะเจาะจง ซง่ึ อาจทําใหก ารวนิ จิ ฉัยผดิ พลาดไดง าย ตอ งแยก
อาการจากโรคเหลา น้ี
1. แผลกระเพาะอาหารและลําไสเลก็ สว นตน
2. Hiatus Hernia
3. ลําไสสว น colon อกั เสบ
4. Functional Bowel Syndrome
การตรวจทางหองปฏิบัตกิ าร
1. การตรวจเลอื ด
จะพบการเพมิ่ ขน้ึ ของ alkaline phosphatase จากการเพ่มิ ขึ้นของ bilirubin (ตองแยกจากนว่ิ ในถงุ
นํ้าดี) อาจพบการเพิ่มข้นึ ของเม็ดเลอื ดขาว, CRP (C-reactive protein) สูงข้ึน ความผิดปกติของการตรวจ
เหลา น้ี จะสมั พันธก ับความรุนแรงของโรค แตถ งุ นํา้ ดอี กั เสบเร้อื รังจะพบวา การตรวจเลือดจะคอนขา งปกติ
เปน สวนใหญ
2. การตรวจทางรังสี
การตรวจดว ยคลนื่ เสยี งความถีส่ ูง เปน การตรวจทถ่ี อื เปน มาตรฐาน เนอื่ งจากมคี วามไวและจําเพาะ
สงู โดยมคี วามไวเฉล่ียรอ ยละ 88 และความจําเพาะรอยละ 80 โดยมีเกณฑห ลัก 2 ขอ คอื ตรวจพบนวิ่ ใน
ถงุ น้ําดี และตรวจ Murphy’s sign ดวยเครือ่ งอลั ตราซาวดไ ดผลบวก เกณฑร อง 3 ขอ คือ ผนงั ถงุ นา้ํ ดหี นา
ตง้ั แต 3 มิลลเิ มตรข้ึนไป ตรวจพบของเหลวรอบๆถุงนํ้าดี และถงุ น้าํ ดีขยายตัว
Page 149
การตรวจดว ยเครื่อง CT scan มีความแมนยาํ รอ ยละ 90 – 95 สามารถบอกไดถงึ การอกั เสบของถงุ
น้ําดแี ละเนื้อเย่อื ขา งเคยี ง บอกถงึ นว่ิ ทอ่ี ยนู อกถุงน้ําดี ตาํ แหนง ของหนองหรอื แกสรอบ ๆ ถงุ นาํ้ ดีได แตไ ม
สามารถตรวจพบนิ่วท่ตี รวจดวยรงั สีไมไ ด และตรวจ Murphy’s sign เหมอื นเคร่อื งอลั ตราซาวดไ มได
การรกั ษา
การรักษาทเี่ ปนมาตรฐาน คอื การผา ตัดถงุ นาํ้ ดีออก ในระหวางเตรียมการผาตัด แพทยอ าจให
นาํ้ เกลอื หรือสารน้าํ อืน่ เพือ่ ชดเชยการขาดสารนํ้า และใหย าปฏิชวี นะทค่ี รอบคลมุ เชอ้ื ไดก วาง การผาตัด มี
ท้ังการผา ตดั เปด ชอ งทอ ง หรือผาตดั ผานกลอ ง Laparoscope ปจ จุบนั นยิ มผาตดั ผา นกลอ ง
Laparoscope เปน สว นใหญ เน่ืองจากจะชว ยลดภาวะแทรกซอ นและลดระยะเวลาการนอนรกั ษาที่
โรงพยาบาลลงไดมากกวา สว นการผา ตัดเปด ชองทองจะใชใ นกรณีท่มี ภี าวะแทรกซอ นของโรคมาก หรือ
เปน ผูปว ยทเ่ี คยมีผาตดั ในบรเิ วณนมี้ ากอ น หรือการผาตัดดวยกลอ ง Laparoscope ทาํ ไดย ากหรอื ทาํ ไมไ ด
ภาวะแทรกซอนของการผาตดั ถงุ น้าํ ดี
1) นํ้าดีรั่ว (biloma)
2) บาดเจบ็ ตอทอนา้ํ ดี
3) อักเสบเปน หนอง
4) แผลผาตัดตดิ เชือ้
5) เสยี เลือด (ผวิ เนอื้ ของตับและหลอดเลือด cystic ถกู ทาํ ลาย)
6) Hernia
7) การบาดเจ็บตออวัยวะอน่ื
8) การอุดตันในหลอดเลอื ดดําใหญ (deep vein thrombosis)
9) การดูดซึมกรดไขมนั และวิตามนิ ทล่ี ะลายในไขมนั ผดิ ปกติไป
การแพทยแผนจีน จดั ภาวะถุงนาํ้ ดีอักเสบ อยใู นกลุม XieTong (hypochondriac pain) มสี าเหตจุ าก
ความรอ นช้นื ทงั้ จากภายนอกหรือภายใน กอ ใหเ กดิ ความช้นื และรอ นในถุงน้าํ ดแี ละตบั กอ ใหเ กิดผล
ตามมาดวยการทาํ งานไมประสานกนั ของมา มและกระเพาะอาหาร
การรักษา
ถงุ น้าํ ดีอักเสบ แบงตามสาเหตไุ ดเปน 2 ชนิด คือ ความรอ นชน้ื ในตับและถุงนา้ํ ดี และ ช่ขี องถงุ นํ้าดี
และตับติดขดั เลอื กใชจุดบนเสน ลมปราณตับและถงุ นา้ํ ดเี พื่อการรักษา
1. ความรอนช้ืนในตบั และถงุ น้ําดี
อาการ: อาการปวดเกิดขน้ึ แบบทันทใี นบรเิ วณใตช ายโครงขวา เบ่อื อาหาร ขมปาก คลน่ื ไส อาเจยี น
ทองผกู ปส สาวะเหลอื งมากข้นึ มีไข
Page 150
ลิ้น แดง ฝาเหลืองเหนยี ว ; ชพี จร ตึง-เรว็ (Xian-ShuMai)
หลักการรกั ษา: ขจดั ความรอนช้นื ปรบั ช่ตี บั ใหส มดลุ รกั ษาหนาทข่ี องถงุ นาํ้ ดี
จุดหลัก: ระบาย RiYue (GB 24), DanShu (BL 19), QiMen(LR 14), QuChi(LI 11),
YangLingQuan (GB 34), XingJian (LR 2), DanNang (EX-LE 6), YinLingQuan (SP 9)
อธิบาย: RiYue (GB 24) และ DanShu (BL 19) จุดซ-ู มขู องถุงนา้ํ ดี และ QiMen (LR 14) จดุ มขู อง
ตับ ทกุ จดุ เปน จุดใกลท ี่อยบู ริเวณถงุ นํ้าดที ี่อกั เสบอยู ใชเ พ่ือชว ยขจัดความรอนชื้นของถงุ น้าํ ดีและตบั และ
เพ่มิ การไหลเวยี นของชแี่ ละเลือด เพอื่ ลดอาการปวดชายโครง; QuChi (LI 11) ใชเ พอ่ื ระบายความรอ น;
XingJian (LR 2) ใชเพอ่ื ขจัดความรอ นชน้ื ในเสน ลมปราณตบั เพิม่ การไหลเวยี นของช่ีตบั ; DanNang (EX-
LE 6) และ YangLingQuan (GB 34) ขจัดความรอ นชน้ื จากถงุ นํ้าดีและลดอาการปวด
จุดเสรมิ : กระตุนระบาย ทจ่ี ุดตามอาการ ดงั น้ี
- ไข – DaZhui (GV 14) และ HeGu (LI 4)
- ทอ งผกู – ZhiGou (TE 6)
- ทองอดื แนน คลน่ื ไสอ าเจยี น – ZhongWan (CV 12) และ ZuSanLi (ST 36)
- ดีซา น – ZhiYang (GV 9)
2. ช่ขี องถงุ น้าํ ดแี ละตับตดิ ขัด
อาการ: ปวดแนน บรเิ วณใตช ายโครงดา นขวา อาจปวดรา วไปท่ไี หลขวา รสู ึกไมสบายในทอง เบ่ือ
อาหาร เรอเปรยี้ ว คลน่ื ไส อาการเปน มากขึน้ เมื่อโกรธ หรอื ทานอาหารมัน
ลน้ิ แดง ฝา เหลอื ง ; ชพี จร ตึง (XianMai)
หลกั การรกั ษา: ลดการตดิ ขดั ของชี่ตบั ปรบั การทาํ งานของถุงนํา้ ดี
จดุ หลัก:
- ระบาย TaiChong (LR 3), YangLingQuan (GB 34)
- บาํ รงุ ระบายเทา กนั QiMen (LR 14), RiYue (GB 24), GanShu (BL 18),
DanShu (BL 19), ZhongWan (CV 12)
- บาํ รงุ ZuSanLi (ST 36)
อธิบาย: QiMen (LR 14), RiYue (GB 24), GanShu (BL 18) และ DanShu (BL 19) จุดซ-ู มขู องตบั
และถุงน้ําดี ใชส งบตับและถงุ นํา้ ดี ลดชต่ี ดิ ขดั ของตับและถงุ นํา้ ด;ี TaiChong (LR 3) และ YangLingQuan
(GB 34) ชวยการทาํ งานของจดุ ซ-ู มู เพื่อควบคมุ การทาํ งานของตับและถงุ นํ้าดี ลดอาการปวดชายโครง;
ZuSanLi (ST 36) และ ZhongWan (CV 12) เสริมบํารงุ จงเจยี ว ปอ งกนั ชขี่ องตบั รกุ รานมา มและกระเพาะ
อาหาร
จุดเสรมิ : ปวดเสยี ดชายโครงราวไปหนา อกและหัวไหล: ระบาย JianJing (GB 21)