Page 51
ล้นิ หนา ฝา บางและขาว ; ชพี จร ไมส มาํ่ เสมอ หรอื ลกึ
3. ตับและไตพรอง
อาการ: ชาและปวด บรเิ วณคอ ไหล และแผน หลังอยางชา ๆ รวมกับ อาการมึนงง ตาพรา เสียงดัง
ในหู หอู ือ้ ปวดหรอื ออนแรงเขา และขา อาการรุนแรงขึ้นเมอ่ื ทาํ งานตรากตราํ
ลน้ิ : ปวดลนิ้ ฝา บาง ; ชพี จร ลกึ บางและออนแรง
การรกั ษา
1. การฝงเขม็ ระบบเสน ลมปราณ
จดุ หลัก: Cervical JiaJi (EX-B 2), FengChi (GB 20), DaZhui (BL 11) และ
จุด Ashi โดยจดุ ท่ีคอใชเ ทคนคิ การหมนุ และปน เข็ม หรือใชร มยารว มกบั การครอบกระปกุ
จุดเสรมิ : ตามสาเหตขุ องโรค
- ลมและความเยน็ ภายนอกเขารกุ ราน: ระบาย HeGu (LI 4), WaiGuan (TE 5), FengMen (BL
12) และ JianJing (GB 21)
- ชีแ่ ละเลือดตดิ ขัด: ระบาย HeGu (LI 4), QuChi (LI 11), JianYu (LI 15), GeShu (BL 17),
YangLingQuan (GB 34)
- ตบั และไตพรอ ง: บาํ รงุ GanShu (BL 18), ShenShu (BL 23), ZuSanLi (ST 36), XuanZhong
(GB 39) และ TaiChong (LR 3)
2. การฝง เข็มหู
ใชจ ุด Neck (AH 12), Cervical Vertebra (AH 13), Shoulder (SF 4,5), Kidney
(CO 10) และ Ear ShenMen (TF 4) เลือกใชค ร้ังละ 2 – 3 จดุ กระตนุ เขม็ ดว ยแรงปานกลาง - แรง จากน้ัน
คาเขม็ 20 – 30 นาที วันละ 1 ครัง้ หรอื วันเวน วัน อาจใชเม็ดแมเ หลก็ หรือเมล็ดพชื กดแทนเขม็
Page 52
รูปที่ 9 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาโรคกระดูกคอเสอ่ื ม
ไหลติด
(Frozen Shoulder - Adhesive Capsulitis : 冻结肩)
Frozen shoulder หรือ Adhesive capsulitis หมายถึง ขอไหลเคล่อื นไหวติดขัด ไมวาจะ
เคล่อื นไหวเอง หรือจับใหเคลอื่ นไหวโดยผูอ่ืน สาเหตขุ องขอ ไหลตดิ เกิดจาก การอกั เสบ การเกดิ แผลเปน
การหนาตัว การหดร้งั ของเนื้อเย่อื ท่อี ยรู อบขอ ไหล เชน Bursitis/Rotator cuff tendinitis, Calcific
tendinitis, Periarthritis of shoulder
ผปู วยเบาหวาน ผมู ปี ญ หาขอ ไหลอ ักเสบเร้อื รัง ผมู ปี ระวตั ิผา ตัดทรวงอกหรอื เตา นม หรือการไมไ ด
เคลื่อนไหวขอ ไหลเ ปน เวลานาน จะมคี วามเส่ยี งตอ การเกดิ ขอไหลต ดิ มากขึน้
อาการและอาการแสดงทางคลินิก
อาการและอาการแสดงของขอ ไหลติดข้นึ กับระยะของโรค
Page 53
1) Painful/Freezing Stage: เปน ชวงท่มี อี าการปวดขอไหลม ากทส่ี ดุ ปวดมากขนึ้ เม่ือนอนทับไหล
ขางท่ีมีอาการ ขอไหลเคล่อื นไหวไดจาํ กัด แตเ คลื่อนไหวไดม ากกวา ชวง frozen stage ชว งนกี้ นิ เวลา
ประมาณ 6 - 12 สัปดาห
2) Frozen Stage: ชวงอาการปวดไหลจ ะลดลง แตไ หลจ ะติดมากข้นึ ชวงนก้ี นิ เวลาประมาณ 4 -
6 เดอื น
3) Thawing Stage: เปนชว งท่ีอาการขอ ติดคอย ๆ ดขี ึน้ สามารถเคลอื่ นไหวไหลไดม ากขนึ้ ชวงน้ี
ใชระยะเวลาเปนมากกวา1 ป
การตรวจทางหองปฏบิ ตั กิ ารและการตรวจภาพรงั สี
การวินจิ ฉยั ไหลต ดิ สามารถทําไดจ ากการซกั ประวตั แิ ละตรวจรา งกาย การตรวจภาพรงั สีมกั ไมพบ
ความผิดปกติ แตม ีประโยชนใ นการวินจิ ฉยั แยกโรคอืน่ ๆ ทีอ่ าจมอี าการคลา ยคลงึ กนั เชน วัณโรคกระดูก
บริเวณหวั ไหล เนอ้ื งอก หรอื กระดกู หกั เปน ตน
ไหลต ิดในมุมมองของศาสตรก ารแพทยแผนจีน
ตามศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี อธิบายวา รอยโรคเกดิ ขนึ้ ที่เสนทางเดินลมปราณและเสน เอน็ มกั
เกิดในชวงอายุหา สบิ ป เจงิ้ ชีไ่ มพ อ จงิ เวยพรอ ง ไหลม กี ารกระทบลมเยน็ หรือมกั นอนตะแคง เมอ่ื ทาง
ไหลเวยี นของเสนลมปราณถูกกดทบั เปน ระยะเวลานาน ทําใหเ ลอื ดลมติดขดั กอ ใหเ กิดอาการปวดหรือชา
การปวดไหลน านเลือดลมไหลตดิ ขัดหรือไมคลอ ง เกดิ การคัง่ ทําใหเ กดิ การบวมติด จนไหลเ คลอ่ื นไหวลดลง
ในท่ีสุด ตําแหนง ปวดชว ยบอกตําแหนง โรค
- ปวดบริเวณจดุ ZhongFu (LU 1) ยกแขนไปดานหลงั แลว ปวด โรคอยูทเ่ี สนไทอิน
- ปวดบรเิ วณจุด JianYu (LI 15), JianLiao (TE 14) กดเจบ็ บริเวณกลา มเนอ้ื หัวไหล (deltoid)
กางแขนออกแลว ปวด โรคอยูที่เสน หยางหมิง และเสนเสา หยาง
- ปวดบรเิ วณจดุ JianZhen (SI 9), NaoShu (SI 10) หบุ แขนเขา แลว ปวด โรคอยูทเี่ สนไทห ยาง
การรกั ษา
1. การฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ
หลักการรกั ษา: ขบั เคล่ือนเอน็ และจงิ ล่วั ใหไหลเวียนคลอ ง เลอื ดและช่ีไหลเวียนดี
จุดหลกั : จุดใกล ใชจ ดุ บรเิ วณขอไหลเ ปน หลกั ไดแก JianYu (LI 15), JianQian (EX-UE 12)
(JianQian อยกู ึ่งกลางระหวา ง anterior axillary fold และจุด JianYu), JianZhen (SI 9) และจุด AShi
(trigger point) รวมกบั จดุ ไกล ไดแก YangLingQuan (GB 34) และ ZhongPing (EX-LE 17)
(ZhongPing อยใู ตต อ ZuSanLi (ST 36) 1 ชนุ )
วิธกี าร:
Page 54
- จดุ ใกล ฝงเขม็ กระตนุ ระบาย แลวตามดว ยรมยา เพ่ือขบั ลม ขจัดเยน็ กระตนุ ใหเ ลอื ดลม
ไหลเวียนคลองขนึ้
- จุดไกล กระตนุ ระบาย YangLingQuan ( GB 34) เปนจุดอทิ ธิพลตอเสน เอ็น ทาํ ใหเ สน เอน็
และล่ัวขบั เคล่อื นคลอ ง ลมปราณไหลเวยี นดี ลดอาการปวด และจุด ZhongPing (EX-LE 17) ซึง่ เปน จดุ
ประสบการณท ีใ่ ชรกั ษาอาการปวดไหลแลว ไดผ ลดี
จุดเสรมิ : ใชจ ดุ เสริมตามตาํ แหนง โรคในเสน ลมปราณ
- โรคอยูเสนไทอ นิ : เพ่มิ ChiZe (LU 5), YinLingQuan (SP 6)
- โรคอยเู สน หยางหมงิ เสา หยาง: เพมิ่ ShouSanLi (LI 10), WaiGaun (TE 5)
- โรคอยูเสนไทห ยาง: เพม่ิ HouXi (SI 3), DaZhu (BL 11), KunLun (BL 60)
- ปวดทเ่ี สน หยางหมิง-ไทห ยาง: TiaoKou (ST 38) ปก ช้ีไป ChengShan (BL 57)
แนะนําเทคนคิ การฝงเขม็
- JianQian (EX-UE 12) และ JianZhen (SI 9) ตอ งระวังทิศการปก เข็มไมควรปก เขาหา medial
หรือลึกเกนิ ไป
- YangLingQuan (GB 34) ใหป ก ลกึ หรอื ชไี้ ปทาง YinLingQuan (SP 6)
- TiaoKou (ST 38) สามารถปกกระตนุ แรงได
- บริเวณทปี่ วด ลกั ษณะปวดแบบเยน็ ใหเ พม่ิ รมโกฐจุฬาลาํ พารว มดว ย
- บริเวณไหลห ลงั ปก เขม็ สามารถเพมิ่ การครอบกระปุกหรอื นวดดวยครอบกระปกุ
- ใหผูปว ยขยบั ไหลขางทมี่ ีอาการรว มดว ยในขณะทีป่ กกระตุนจดุ ไกล
2. การฝงเข็มรางกายโดยใชไฟฟากระตุน
ใชจ ดุ JianYu (LI 15), JianLiao (TE 14), JianQian (EX-UE 12), TianZong (SI 12), Quchi (LI
11), WaiGuan (TE 5) แตล ะครง้ั เลอื ก 2-4 จุดเพื่อกระตนุ ไฟฟา กรณีปวดระยะแรกใชค ลน่ื continuous
กรณีปวดระยะทา ยใชค ลนื่ intermittent
3. การฝงเข็มหู
ใชจ ดุ Shoulder, Shoulder Joint, Clavicle, Shenmen แตล ะคร้ังเลือก 3-4 จดุ ปกเขม็ กระตุนแรง
คาเข็มไว 30 นาที หรอื แปะจดุ ดงั กลาว
การฝงเขม็ จากการศึกษาทางคลินิก
ประสบการณร ักษาโดยนายแพทยจ ู (จาก Shanghai Journal of Acupuncture and
Moxibustion,1997,16(3).23) ฝงเขม็ รว มกบั ทยุ หนา จดุ JianYu (LI 15), JianLiao (TE 14), JianZhen
(SI 9), BiNao (LI 14), Quchi (LI 11), WaiGuan (TE 5), HeGu (LI 4), และ TiaoKou (ST 38) โดยให
Page 55
ผปู วยอยใู นทา น่งั ใชเ ขม็ ยาว 75 mm ปกท่ี Quchi (LI 11) ของแขนขา งทมี่ ีอาการปวดกระตุนใหร สู กึ ราวถงึ
หวั ไหล แลว ปกจดุ อื่น ๆ ตาม สดุ ทายปก TiaoKou (ST 38) กระตนุ ใหรูส กึ ราวขาไปแขนจากแขนไปไหล
คาเข็มไว 30 นาที หลงั ถอนเข็มครอบกระปุก 4 - 5 ตาํ แหนง บรเิ วณทปี่ วด 5 - 10 นาที หลังครอบกระปกุ
ตอดว ยทยุ หนา ไดผ ล 97-100%
ตัวอยางผูปว ย
ผปู วยชาย อายุ 43 ป มอี าการปวดไหลข วามา 10 เดอื น เมอ่ื อาการปวดกําเรบิ จะราวไปท่ีแขนและ
ขอ มือ อากาศเย็นอาการปวดจะเปน มากขน้ึ ไหลข วาเคลอ่ื นไหวติดขดั ไมว าจะวางแขน หุบแขนหรอื ไพล
หลัง ไมส ามารถทาํ ไดปกติ รับประทานยาแลว อาการไมท เุ ลา ไดรบั การรักษาดวยการฝงเขม็ โดยเลอื กจุด
JianLiao (TE 14), WaiGuan (TE 5), ZhongZhu (TE 3), YangLinQuan (SP 6) ปกเขม็ รว มกบั กระตนุ
ดวยไฟฟา หลังรกั ษา 12 ครัง้ อาการปวดทุเลาและสามารถเคลอื่ นไหวไหลข วาไดค ลอ ง
ขอสังเกตและคําแนะนาํ
การรักษาไหลต ิดดวยการฝงเขม็ ผลคอนขา งดี แตขนึ้ กบั ระยะของโรคดว ย ถา มารกั ษาในชว งแรก
มกั จะตอบสนองเร็วกวามาในระยะเร้อื รัง และตวั ผูปว ยเองตองใหค วามรว มมือในการออกกาํ ลังกายเสริม
เชน การไตกําแพงทกุ วัน วนั ละ 2 - 3 ครงั้ และควรดแู ลไหลข า งทม่ี อี าการไมใ หกระทบลมเย็น
Page 56
รปู ท่ี 10 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคไหลติด
ปวดขอศอก
(Tennis Elbow :网球肘)
ปวดขอ ศอก เปนภาวะที่ขอ ศอกมีอาการปวด เจบ็ และการเคลอ่ื นไหลของขอศอกไมสะดวก ทัว่ ไป
มักเรยี กวา Tennis Elbow จดั อยใู นโรคปเจง้ิ หรอื ปวดขอ ศอก จัดอยูในทางการแพทยปจ จบุ นั กลุม โรค
External Husneral Epicondylilis สาเหตุของโรคมักเกดิ จากการใชง านเกนิ กาํ ลังออทําใหเ กิดบาดเจบ็ ตอ
กลา มเน้อื ของเอ็นในบริเวณขอ ศอก มักพบในนกั กฬี าเทนนิส พนักงานพมิ พดดี คนใชแ รงงานยกห้ิวของ
หนกั อัตราสวนหญงิ ตอชาย 1 : 3 และมกั เปน ทขี่ อศอกขวา ทางการแพทยจ ีนแบง สาเหตขุ องโรคนไ้ี ดแ ก
การใชกําลงั งานแขนไมเหมาะสม การท่แี ขนถกู ลมเยน็ เขา กระทบตอเสน ลมปราณบรเิ วณขอ ศอก การที่
บริเวณขอ ศอกมเี ลือดลมไมพ อ เหลา นท้ี าํ ใหเกดิ การไหลเวยี นของเลือดลมตดิ ขัด อันนาํ ไปสอู าการปวด
อาการแสดงทางคลินกิ
มักมีประวตั ิการทํางานของขอศอกมากไป ปวดบรเิ วณขอ ศอกดา นนอก ในระยะแรก
ของโรค อาการจะเจ็บมากเวลาใชงานมากและทุเลาเวลาไดพกั ผอ น กดเจบ็ บรเิ วณขอ ศอกดา นนอก
บริเวณดานนอกของกระดกู Humerus หรอื บรเิ วณ Humororadial joint หรอื Auterior radial head
การวิเคราะหแยกโรค
1. จากการใชง านมากเกนิ ไป มปี ระวตั ิการใชง านมากไป ปวดบรเิ วณขอศอก เปน
Page 57
มากอาจจะปวดบรเิ วณตน แขนดา นขา งดว ย เวลาหมนุ แขน (Sapinate pronate) แขนจะเจบ็
กดจะเจบ็ มาก ล้ิน แดงคลํ้า ฝาขาวบาง ชพี จร จมฝด หรอื จมเลก็
2. กระทบลมเยน็ มปี ระวัติกระทบกับลมเยน็ ปวดบรเิ วณขอ ศอกดา นนอก เวลาหมนุ แขน
(Sapinate pronate) แขนจะเจ็บ กดจะเจ็บมาก ล้นิ ซดี แดง ฝา ขาวบาง ชีพจร เลก็
การรกั ษา
- การฝง เข็มระบบเสนลมปราณ
จุดหลัก : ZhouLiao (LI 12), QuChi (LI 11), ShouSanLi (LI 10),
ShouWuLi (LI 13), WaiGuan (TE 5), HeQu (LI 4), AhShi Point.
จุดเสริม :
- ถา มเี ลือดคงั่ เพมิ่ GeShu (BL 17)
- ถา มีชีพ่ รอ ง เพิ่ม ZuSanLi (ST 36)
- ถาหมนุ แขนไปทางดานหนา (Anterior rotate forarm..) เจ็บเพิ่ม
XiaLian (LI 8)
- ถา หมุนแขนมทางดานหลัง (Posterios rotate forarms) แลว เจบ็ ใหเพ่ิม
ChiZe (LU 5)
- ถาเจ็บดานใน (Medial) ของขอศอก เพม่ิ ShaoHai (HT 3)
- ถาปลายศอกดา นหลงั เจบ็ เพมิ่ TianJing (TE 10)
วิธีปก เขม็ สว นใหญผปู ว ยมกั ตรวจพบภาวะพรอง วิธรี กั ษาใหใ ชก ารเสริม แตถ า เปนภาวะแกรง เยน็
มีเลอื ดติดขัดใหใ ชว ธิ รี ะบาย โดยเลอื กใชเ สนลมปราณท่ีเกี่ยวขอ งมีเสน ทางผานศอก ไดแ ก เสน
ลมปราณหยางมือ เสน ลมปราณอนิ มอื อยางละ 3 เสน เสนลมปราณ
หยางหมงิ มอื เปนเสน หลักท่ถี ูกกระทบมากทสี่ ดุ และจดุ ฝง เข็มทเี่ ลือกใชบ อ ยไดแก ZhouLiao (LI 12),
QuChi (LI 11), ShouSanLi (LI 10) เพอื่ เปดเสนลมปราณและเลือดใหไ หลเวียนสะดวก สวนเสน
ลมปราณเสา หยางมอื เลือกจดุ TianJing (TE 10) และ WaiGuan (TE 5) เปนจดุ ไกลของเสน ลมปราณที่
อยูไ กล สําหรบั WaiGuan (TE 5) เปน หยางเหวยมา ย และ HeQu (LI 4) มีคุณสมบตั ขิ บั ลมเยน็ ไดด ว ย
การรกั ษาดว ยวิธีอ่นื ๆ
- เขม็ หู : จดุ วองไวตอความรูส ึก ShenMen, Subcortex, Elbow
- ครอบกระปกุ อาจใชเ ข็มผวิ หนังปก บริเวณท่ปี วด ใหม เี ลอื ดซบิ ๆ เล็กนอ ย แลวครอบ
กระปุกประมาณ 5 นาที
Page 58
รปู ที่ 11 แสดงจดุ ฝงเขม็ รักษาอาการปวดขอศอก
Page 59
พงั ผืดกดทบั เสนประสาทในโพรงขอ มอื
( Carpal Tunnel Syndrome : )腕管综合症
Carpal tunnel syndrome เกดิ จาก median nerve ทอี่ ยใู นอุโมงคข อ มอื หรือโพรงขอ มอื (carpal
tunnel) ถูกกด อาจเกดิ จาก โพรงทีแ่ คบลง หรือเสน เอ็นและเยือ่ หมุ ทีอ่ ยภู ายในหนาตวั ขนึ้
Trigger finger หรือ นิ้วลอ็ ก เกดิ จากการหนาตวั ของเสน เอ็นกลามเน้อื ทค่ี วบคุมการงอนวิ้ มือกับ
เยอ้ื หุมเสนเอน็ ทาํ ใหช องทใี่ หเ สนเอ็นผานขณะงอหรอื เหยยี ดนิ้วแคบลง
ทง้ั Carpal tunnel syndrome และ Trigger finger เกดิ จากการหนาตวั ของเสน เอ็นและพังผดื
สาเหตุไมท ราบแนชัด พบในเพศหญิงมากกวา เพศชาย สมั พนั ธก บั การใชง านขอมอื หรือน้วิ มากเกนิ
อาการและอาการแสดงทางคลนิ ิก
Carpal tunnel syndrome มอี าการชา เหมอื นมเี ขม็ ทิม่ (tingling) แสบรอนทน่ี ้ิวมือทงั้ หา
โดยเฉพาะน้ิวชี้และนิ้วกลาง บางรายอาจไมส ามารถกํามอื ได และอาจปวดทง้ั แขนจน ถงึ หัวไหล หรือมอื
บวม อาการมักจะเปนมากตอนกลางคนื ซง่ึ ความรุนแรงแตกตา งกนั ไปในผปู วยแตละราย
Trigger finger มอี าการเหยียดนิว้ หรอื งอน้วิ ไมส ะดวก เหมือนนิว้ ถกู ลอ็ ก และอาจมีอาการอ่นื ๆ
เชน ปวดบริเวณฝา มือ บวม มเี สียงและปวดเวลาเคลอ่ื นไหวขอ นวิ้
การวนิ จิ ฉยั Carpal tunnel syndrome และTrigger finger สามารถวินิจฉยั ไดจ ากอาการและ
อาการแสดง
มุมมองตอ โรคในศาสตรการแพทยแผนจีน
ศาสตรการแพทยแผนจนี จัดกลมุ อาการดงั กลาวอยูใ นกลมุ เอ็นขดั คลอง หรือ จนิ ป
(JinBi: 筋痹) ของขอมอื หรือนวิ้ สาเหตเุ กดิ จาก ชแี่ ละเลือดบรเิ วณขอมอื ติดขดั จากการใช
งานมากหรอื บาดเจ็บ
การรักษา
1. การฝง เขม็ ระบบเสน ลมปราณ
หลกั การรกั ษา: กระตนุ ใหเ สน เอน็ ทาํ งานคลอง และใหจงิ ลว่ั ไหลเวยี นดี ลดบวมระงับปวด
จดุ หลัก: เลือกจดุ ใกลแ ละจดุ อาซ่ือ เนอ่ื งจากจดุ อาซ่ือมกั จะเปน จดุ ที่มกี ลา มเนอ้ื บางการปก เข็ม
ใหปก ต้ืน กระตุน เข็มแบบบาํ รุงระบายเทา กนั
- Carpal tunnel syndrome ใชจ ุด DaLing (PC 7), BaXie (EX-UE9), NeiGuan (PC 6),
WaiGaun (TE 5)
- Trigger finger ใชจ ดุ อาซ่ือ
Page 60
การฝงเข็มจากการศึกษาทางคลนิ กิ
การวจิ ยั รักษา Carpal tunnel syndrome โดยใชเ ขม็ อุนในผูปว ย 92 ราย โดยผปู ว ย 46 ราย เลือก
จุด DaLing (PC 7), NeiGuan (PC 6) และโกฐจุฬาลมั พาเม็ด 3 เม็ด ผปู วยอีก 46 รายใชจ ดุ เดยี วกนั แต
ไมใ ชโ กฐจุฬาลัมพา ผลการรกั ษาดวยการใชเ ข็มอนุ ผูป ว ยอาการดีขน้ึ 91.3% กลมุ ไมใ ชเ ขม็ อนุ ดขี น้ึ 71.7%
P<0.05 สรปุ การใชเขม็ อนุ สามารถอบอนุ ลมปราณสลายความเย็น แกป วดขจดั การคั่ง
ขอ สังเกตและคําแนะนํา
1. การรกั ษาดว ยการฝงเข็มไดผ ลคอนขา งดี
2. ระหวางการรกั ษา ควรดูแลบรเิ วณท่มี อี าการใหอบอุน ไมควรกระทบความเยน็
รปู ที่ 12 แสดงจุดฝงเขม็ รักษาน้วิ ล็อค
Page 61
ปวดหลงั
(Back Pain: 腰痛)
อาการปวดหลัง เปน อาการทพ่ี บมากทีส่ ุดในผปู ว ยโรคกระดูกและขอ แผนกผูปวยนอกบางแหง
อาจมีถงึ รอ ยละ 40 ของผูป วยโรคกระดูกและขอ อาการปวดหลังอาจเปนเล็กนอย แลว หายเองได แตมบี าง
รายทตี่ องผาตัด
ขอสันหลังเปน ขอ ทร่ี บั นํา้ หนกั การเคลอื่ นไหวของกระดกู สันหลงั เกดิ ทขี่ อขา งสนั หลงั ( Posterior
facet joint ) ซ่งึ เปนขอชนิดมเี ย่อื บุขอ และการเคล่ือนไหวทหี่ มอนรองกระดกู สนั หลงั ไขสนั หลังสน้ิ สุดที่
กระดูกสนั หลงั ระดับบนั้ เอวขอ ท่ี 2 ดงั นั้นพยาธิสภาพท่เี กดิ ในชองไขสนั หลังในระดับบั้นเอวลาง ๆ ทต่ี ํา่ ลง
มา จงึ มเี ฉพาะประสาทสนั หลัง (spinal nerve) ท่ีแยกออกมาจากไขสันหลงั (spinal cord) แลวเทา นนั้ ที่
จะถูกกด
ใยประสาทที่ใหความรสู กึ เจบ็ ปวดบริเวณหลังจะอยใู นเอน็ ยดึ ขอ เอ็นหมุ ขอ ของขอขางกระดกู สนั
หลัง เยอ่ื หมุ กระดกู บริเวณทเี่ อ็นเกาะอยู และใยประสาทในหลอดเลือดทอ่ี ยใู นสวนนอก ๆ ของหมอนรอง
กระดกู ดงั น้ัน อาการปวดหลังจงึ เกดิ ขน้ึ ไดห ลายกรณี สาเหตุแรกเกดิ จากตัวหมอนกระดกู สนั หลงั โปง นนู
ออกมากด สาเหตกุ ารกดอน่ื ๆ ไดแก ขอ สันหลังเสอ่ื มมีกระดกู สรางใหมเปนสนั รอบขอ (spur) ถาหมอน
กระดูกสันหลังเปนตน เหตุ จะถกู กดมากในทา ยกของหนกั หรือในทากมหลังมาก ๆ หรอื ในทานัง่ ก็จะเปน
การเพ่มิ แรงกดท่หี มอนกระดูกสนั หลงั เชน กนั
สาเหตุของการปวดหลังทพ่ี บบอย ค
1. สาเหตจุ ากการผิดทา หรือผิดรปู ทางกลศาสตร
1.1 หมอนกระดูกสันหลงั โปง นูน
1.2 ขอ ขางสันหลังเสื่อม
1.3 ชองไขสนั หลงั ตีบ
1.4 ขอสนั หลังเสือ่ ม
Page 62
1.5 ความผิดปกติแตก ําเนิด
1.6 กระดกู ออนอักเสบจากโรค Scheuermann
1.7 กระดูกสนั หลังหัก
2. สาเหตจุ ากการอักเสบของขอ สันหลงั
2.1 ขอสันหลังอักเสบยึดตดิ
2.2 ขอ อักเสบรมู าตอยด
2.3 ภาวะตดิ เชือ้
3. สาเหตเุ น่อื งจากเนอ้ื งอก
3.1 เน้อื งอกทก่ี ระดกู
3.2 เนื้องอกในไขสันหลงั
4. สาเหตจุ ากตอมไรทอ
4.1 กระดูกบาง
4.2 กระดูกตายจากการขาดเลือด
5. สาเหตอุ ื่นๆ
5.1 การอกั เสบในชอ งเชิงกราน
5.2 สาเหตเุ กดิ จากอิริยาบถท่ีผดิ
การวเิ คราะหแยกกลมุ อาการโรค
อาศัยประวัติ การตรวจรางกาย และการตรวจพเิ ศษทางหองปฏบิ ตั กิ าร จากประวตั ใิ นพวกทีม่ ี
ความผิดปกตขิ องกระดกู สนั หลงั เชน กระดกู สันหลังไมต รง แอน เกินไป หรอื หลังคอมเกนิ ไป ผปู ว ยพวกน้ี
จะมีอาการปวดเวลาเคล่อื นไหว ถาไดพักจะทเุ ลา
พวกทม่ี ีขอสนั หลงั อกั เสบ แมพ ักกจ็ ะไมทเุ ลา ในรายท่ีการอกั เสบลกุ ลามจนมอี าการบวมในสว นท่ี
เปนโรค การเคลือ่ นไหวหลงั กจ็ ะมีอาการเจบ็ ปวดเพ่มิ ขนึ้ พวกทก่ี ระดกู สนั หลงั อกั เสบอาจเปน สาเหตใุ หเ กดิ
อาการหลังแข็งตรงบริเวณบน้ั เอว
พวกทีเ่ ปนเนื้องอกของกระดกู สนั หลงั หรือจากตอมไรทอทม่ี ีความผิดปกติ อาการ
ปวดในกระดูกกจ็ ะพบได โดยเฉพาะเวลานอนพกั ยง่ิ ปวดมากข้ึน และจะปวดตลอดเวลาเม่อื เคลื่อนไหว
กระดกู สันหลงั บางครั้งจะเหน็ อาการกระดกู สนั หลงั ของผปู ว ยคด (scoliosis) ทั้งนี้เปน เพราะกลามเนื้อหลงั
หดเกรง็ ตวั การท่กี ระดูกสนั หลงั คด ทําใหก ารหดเกรง็ ของกลามเนอื้ ไมสมดุล จงึ ทําใหขาสั้นยาวไมเทา กัน
พวกทมี่ ีขอสนั หลงั เส่ือม จะเคลอื่ นไหวไมไดเต็มที่ โดยเฉพาะทาเอียงตัวไปซา ยหรอื ขวา ในโรคขอ
สันหลังอักเสบยดึ ติด จะเอียงตวั ไปดานซายหรือขวาไมไดเลย
Page 63
การตรวจกระดกู สันหลงั จําเปนตอ งตรวจหาอาการกดทับประสาทสนั หลงั ดว ย เชน การดงึ ตวั ของ
ประสาทขาทางดานหลัง (Sciatic nerve) พวกนีถ้ า กมตวั จะปวดรา วลงไปตามขาทางดานหลงั และยง่ิ ถา ไอ
หรือจามกจ็ ะปวดหลงั มาก มีอาการปวดรา วแปลบไปตามแนวดา นหลงั ขาทป่ี ระสาทผา นไป
การตรวจภาพรงั สี
ในโรคปวดหลงั โดยทวั่ ไป เงากระดกู สนั หลงั จะปกติในพวกที่มีสาเหตุจากกลศาสตรของสนั หลงั ที่
เสียไป แมใ นพวกท่ีมกี ารเส่อื มของหมอนกระดูกสนั หลงั กอ็ าจไมพบความผิด ปกตใิ นภาพรังสีไดสงู
กระดกู สนั หลังบาง ถา เปน นอ ยจะมองไมเ หน็ ความจางในเงารงั สีกระดูก
การตรวจพเิ ศษโดยวธิ ฉี ีดสารทึบรังสเี ขาชอ งไขสนั หลงั หรือทาํ MRI เพื่อหาตาํ แหนงการกดราก
ประสาทสันหลงั จะใชในรายที่มีอาการมาก
อาการปวดหลังบางครง้ั เกิดจากเนื้องอกประสาท การวนิ จิ ฉยั ลําบาก แตมกั มอี าการรบกวนของ
ระบบขับถายปสสาวะ และ/หรืออุจจาระรวมดวย
หลกั การรกั ษา
แนะนําวิธบี ริหารกลามเน้อื หลงั ซึ่งเปนขอ ปฏบิ ตั สิ ําคัญมากสาํ หรบั ผปู วดหลงั ตองทาํ เปน อันดบั
แรกเพราะเปน ทงั้ การปองกนั และรกั ษา ในรายทีม่ ีอาการปวดมากตอ งนอนพกั อาจตอ งรกั ษาโดย
กายภาพบําบดั เชน การดงึ ถวงหลัง การนวด หรอื การรักษาอน่ื ๆ รวมท้งั การ
ใชเ ครือ่ งพยุงหลงั และในท่สี ุดอาจตอ งผา ตดั
มมุ มองตอ โรคในศาสตรการแพทยแผนจีน
ปวดหลงั บน้ั เอว อาจปวดขางเดยี วหรอื สองขา งก็ได มีความสมั พันธอยางใกลชดิ
ระหวางแนวกลางกระดกู สนั หลงั และบริเวณดานขา งท้งั สองขาง โดยเฉพาะเวลามอี าการปวดจะเกิดขนึ้ ใน
บรเิ วณดงั กลาวจึงมชี อื่ เรียกวา Lumbospinal pain โดยทวั่ ไปมักเรยี ก Lumbago หรอื TCM เรยี กอาการน้ี
วา Yao Tong บริเวณบ้ันเอวเปน ท่ีอยูของไต ดังนน้ั อาการปวดบ้ันเอวจงึ สมั พันธก บั ไต อาการอาจเปน แบบ
เฉียบพลนั หรอื เร้อื รงั ก็ได
สาเหตุและกลไกการเกดิ โรค
1. ความเยน็ ชน้ื เปน สาเหตุท่พี บบอย เชน อาจเกิดจากอยูกลางสายฝนเปนเวลา นาน นง่ั ในทชี่ ้ืน
แฉะ ถูกลมโกรกใบหนาขณะทม่ี เี หง่อื ออก สวมใสเ สือ้ ผาทเี่ ปย กชนื้ ทํางานในทช่ี น้ื เยน็ ชอบนอนบนพน้ื ปนู
นาํ ไปสูอ าการปวดหลงั แบบความเยน็ ชน้ื เน่ืองจากทาํ ใหเ กิดชี่ตดิ ขดั และเลือดคัง่ ในเสน ลมปราณ แตห าก
ความเยน็ และชื้นสะสมอยเู ปน เวลานาน จะแปรสภาพเปนรอ น เกดิ อาการปวดเอวแบบรอ นชนื้
Page 64
2. ชี่ติดขัดและเลอื ดคัง่ สาเหตจุ ากไดร บั บาดเจ็บ บริเวณเสน ลมปราณ และกลาม เนื้อทบี่ ้นั เอว
ทาํ ใหก ารไหลเวยี นของชแ่ี ละเลือดบริเวณดงั กลาวถกู รบกวนติดขัด เชน ไดรบั อุบัติเหตจุ ากตกทสี่ ูงหรอื ถกู
กระแทก ใชง านบนั้ เอวหนักมากเกนิ ไป หรอื เคล่ือนไหวผิดทา ผดิ จังหวะ เปน ตน
3. ไตพรอ ง สาเหตจุ ากรา งกายออนแอแตกําเนดิ เจบ็ ปวยเรื้อรงั คนสูงอายุ หรอื มกี ามกจิ มาก
เกินไป ทาํ ใหสารจําเปน ของไตพรอ ง และมผี ลตอภาวะขาดสารอาหารในกลาม เนื้อ รวมท้ังเสน ลมปราณ
4. ความผิดปกติในเสนลมปราณทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ไต โดยปกติ เมอ่ื ชก่ี อ โรคจากภายนอกรกุ ราน
รางกาย จะกอใหเ กดิ ความผดิ ปกติบริเวณผวิ นอกรางกายบางสวน ซึง่ มเี สน ลมปราณผาน และเช่ือมตอกบั
เสน ลมปราณไต และ/หรอื ผานแนวกระดูกไขสนั หลัง ความ ผิดปกตขิ องกระดกู สนั หลงั และไต นอกจากเกดิ
อาการปวดหลังแลว ยงั มอี าการผดิ ปกตขิ องอวยั วะภายใน รวมทงั้ เน้ือเยอื่ ทสี่ ัมพนั ธตามแตเ สนลมปราณที่
ผดิ ปกติ อาการและอาการแสดงของเสนลมปราณทผ่ี ดิ ปกติ มีสวนสาํ คญั อยา งมากในการวินจิ ฉัยและ
รกั ษาโรค เสน ลมปราณทเี่ กย่ี วกับการปวดบนั้ เอว ไดแ ก
4.1 เสนลมปราณตู แขนงของเสนตูวงิ่ ผานเสน ไตเขาสูไขสนั หลงั แลวออกมาเขาไต
อีกแขนงหนึ่งว่งิ ลงไปบริเวณบ้นั เอวทงั้ สองขางของแนวไขสนั หลงั แลวว่ิงเขาสไู ต ดังนนั้ เมื่อมชี ่กี อโรคกระทํา
ตอ เสนลมปราณตู อาจทาํ ใหเกดิ อาการปวดหลงั บ้ันเอว หลงั แขง็ เน่ืองจากมีการอุดก้ันช่ใี นเสน ลมปราณ
4.2 เสน ลมปราณเญิน่ เสนลมปราณเญ่ินและชง มจี ุดกาํ เนิดทีม่ ดลูก แขนงหนง่ึ ของเสนเญน่ิ ว่ิง
ไปดานหลงั เขา สเู สน ไตและวงิ่ ตอ ตามแนวไขสนั หลัง เสน เญิ่นเปนทะเลของอนิ และควบคุมอินของรา งกาย
ท้ังหมด เมอื่ ใดกต็ ามทกี่ ารไหลเวียนช่ใี นเสน เญน่ิ ผิดปกติ จะทําใหเ กิดไสเลอ่ื นในชาย หรอื กอ นบรเิ วณ
ทองนอยในหญิง รวมกับอาการปวดบนั้ เอว
4.3 เสน ลมปราณชง เหมอื นกบั เสน ลมปราณตูและเญนิ่ ทีม่ จี ดุ กาํ เนิดจากมดลกู เสนชงมายวง่ิ
ข้นึ บนตามแนวดานในของไขสนั หลงั เสน ชงมา ยเปน ทะเลของเสนลมปราณหลกั 12 เสน และเปนทะเลแหง
เลือด เพราะมจี ดุ กาํ เนิดดังกลาวขางตน เมื่อมพี ยาธสิ ภาพตอเสนชง จึงมอี าการปวดหลงั อยางเฉียบพลนั
จากชต่ี กี ลับ
4.4 เสน ลมปราณไต ว่ิงรอบบ้นั เอวและทอ งนอ ยเหมอื นเขม็ ขดั มหี นา ทเี่ ชอ่ื มเสน ลมปราณอนิ ขา
3 เสนและเสน ลมปราณหยางขา 3 เสน แพทยจ ีนโบราณกลาววา “ความผิด ปกตใิ นเสน ลมปราณตา ย
ผปู วยจะมอี าการทองตงึ แนน และรสู กึ วา บน้ั เอวจมอยูในนาํ้ ” เม่ือเสนลมปราณตา ยมีพยาธิสภาพ เทาจะ
ออนแรง มปี ญ หาดา นสตู นิ รเี วช เชน ประจาํ เดือนมาไมแนน อน ตกขาวมาก เปน ตน รว มกับปวดบน้ั เอว
4.5 เสนลมปราณไต เริ่มจากดานในนว้ิ กอยของเทา วงิ่ เฉยี งไปยงั ฝา เทา ขน้ึ บนไปดา นหลังใน
ของขาและตนขา แลว ผา นไปตามแนวไขสนั หลงั เขา สไู ต และมีแขนงเชือ่ มตอ กับกระเพาะปส สาวะ ถา มชี ่ี
กอโรครกุ รานเสน ลมปราณไต จะมีอาการปวดบ้นั เอว และปวดเยน็ ๆ บรเิ วณดานหลังในของตน ขา
4.6 เสน ลมปราณกระเพาะปส สาวะ เปน เสน ลมปราณทก่ี อ ใหเ กิดอาการปวดบรเิ วณเอว หลัง
และดานหลังนอกของขาเปนหลัก เสนกระเพาะปส สาวะเร่ิมจากดา นในของเบาตา วิง่ เขา และเชื่อมตอ กับ
Page 65
สมองบริเวณกระหมอ ม วิ่งตอเขา ดานในแตกเปน สองแขนง ว่งิ ขนานลงตามแนวกระดกู สันหลัง ผานหลงั
คอ ดานในขอบสะบัก เช่อื มกับไตและกระเพาะปส สาวะ ถาเสนลมปราณนม้ี ีพยาธสิ ภาพ ผปู วยจะมีอาการ
ปวดหนกั ๆ ทศ่ี ีรษะ ปวดเบาตาเหมือนนยั นตาจะถลนออก คอแข็ง ปวดหลงั ประหน่ึงบนั้ เอวขาดสะบน้ั ตน
ขาและขอพับเขา จะแขง็ เกรง็ รสู กึ เหมือนกลา มเน้ือบรเิ วณ Fibula ฉกี แยก
การวนิ ิจฉยั แยกกลมุ อาการของโรค
1. จากความเยน็ ชืน้ ผูป ว ยจะรูสกึ ปวดเอวหนกั ๆ กลามเนอื้ เกรง็ แข็งเหมอื นไมก ระดาน และ
เปนมานานไมห าย อาการปวดหนกั ไมร นุ แรง แตร สู ึกหนกั มากกวา บิดเอวลาํ บาก อาจมปี วดขา อาการเลว
ลงในวันที่มฝี นตกและอากาศเย็น รว มกบั มปี ระวตั ดิ งั กลา วขา งตน ลิน้ มีฝา ถาความเยน็ เดน ฝาขาว
ความช้นื เดนฝาเหนยี ว หรอื อาจขาวเหนยี ว ชพี จร จม-ชา (Chen-ChiMai)
จากความรอ นช้ืน ผูป วยมีอาการปวดเอว รสู ึกอนุ บรเิ วณท่ปี วด อาการเลวลงในหนา รอ นหรือมี
ฝนตก อาการจะทเุ ลาถามกี ารเคลอ่ื นไหวบนั้ เอว ลิน้ มฝี า เหลืองเหนียว ชพี จรลื่น-เรว็ (Hua-ShuMai)
2. จากชตี่ ิดขดั และเลอื ดคงั่ ปวดเอวเวลาบิดเอวไปมา กม หรือเงยหลงั จะรสู กึ ตงึ หลงั ถา อาการ
รุนแรงจะบดิ เอวซา ย-ขวาลําบาก ปฏเิ สธการกดบริเวณบนั้ เอว บางคร้ังจามหรือไอจะปวดมากขึ้นได อาจมี
อาการปวดอยกู ับทเ่ี หมือนเข็มทิม่ แทง รว มกับมีประวัตดิ งั กลา วขา งตน ล้ินคล้ําออกมว ง ชีพจร ตงึ -ฝด
(Xian-SeMai)
3. ไตพรอ ง ปวดเมอื่ ยลา บรเิ วณเอวไมป วดมาก ขาออ นแรงรว มดว ยเสมอ ถาทํางานมาก พักผอ น
ไมพอจะปวดหลงั มากขนึ้ การอยูในอิรยิ าบถน่งั เดนิ ยนื นอน ในทาใดทาหนง่ึ
นานหรอื มากเกนิ ไป จะปวดหลงั มากขนึ้ ได รว มกบั มปี ระวตั ดิ ังกลา วขา งตน
ถารว มกับมอี าการออนเพลยี แขนขาเย็น อสุจหิ ล่ัง เสอื่ มสมรรถภาพทางเพศ เมือ่ กดนวดหรอื
พกั ผอ น อาการจะดขี ึน้ แตท าํ งานหนักอาการจะมากขึ้น รูสึกเกร็งทองนอย หนา ซีดขาว ลน้ิ ซีด ชพี จรเลก็
จม จดั เปน ไตหยางพรอง แตถ ามีอาการหงุดหงิดงาย นอนไมหลบั ปากคอแหง โหนกแกมแดง มอี าการ
รอ นฝามือฝาเทา ปสสาวะเหลอื ง ลิน้ แดง ชพี จรเลก็ เร็ว เปนไตอินพรอ ง
4. ความผดิ ปกติของเสนลมปราณทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ไต
4.1 เสน ลมปราณตู เอวแข็งและปวดโดยเฉพาะแนวกระดูกสนั หลงั ระดับเอว ไมสามารถกมหรอื
เงยหลงั ได
4.2 เสนลมปราณเญิ่น ปวดเอวรว มกบั กลา มเนื้อเกรง็ ปวดทองนอ ย ตกขาวมากในผูป ว ยหญงิ
ปส สาวะราดและปวดเหมอื นเขม็ ท่มิ แทงบรเิ วณฝเ ยบ็
4.3 เสนลมปราณชง ปวดเอวและทอ งนอย ในผูป วยหญงิ ประจําเดือนผิดปกติและปวดระหวางมี
ประจําเดอื น
Page 66
4.4 เสน ลมปราณไต ปวดเอว ฝเ ย็บและดานในของตน ขา ขาออ นแรง ทอ งอืดและแนนตึง ตกขาว
ออกแดง
4.5 เสนลมปราณไต ปวดเอว เยน็ เทาและออ นแรง หรอื ปวดดา นหลังในของตน ขาและขอ พบั เขา
รว มกับปวดบรเิ วณฝา เทา ปากคอแหง
4.6 เสนลมปราณกระเพาะปสสาวะ ปวดหลงั และบรเิ วณเอว ประหนึง่ บน้ั เอวขาดสะบนั้ รว มกบั
ปวดเยน็ และชาบรเิ วณขาสว นลางประหนง่ึ ขอ เทาหลดุ หรอื เคลอ่ื น
หลักการรกั ษา
1. ความเย็นชื้น ขบั ความเยน็ สลายความชน้ื ทะลวงและอนุ เสน ลมปราณ
ความรอ นชน้ื ขจัดรอน สลายความชนื้ คลายกลามเนอื้ และเอน็ เพือ่ ระงับปวด
2. ชี่ตดิ ขดั และเลอื ดคง่ั กระตนุ เลือดใหไหลเวยี น เพือ่ สลายเลอื ดคัง่ ปรับการไหล เวยี นของชเี่ พือ่
ระงบั ปวด
3. ไตพรอง บาํ รุงไตเพอื่ เสรมิ ความแขง็ แรงใหบนั้ เอว เปน หลักการทัว่ ไป กรณไี ต หยางพรอ ง
บํารงุ ไตหยาง เพื่อเสริมความแขง็ แรงใหบ น้ั เอว กรณีไตอนิ พรอ ง เลี้ยงบาํ รงุ ไตอินใหสมบูรณ
4. ความผิดปกติของเสนลมปราณทเี่ กีย่ วของกบั ไต ทะลวงเสนลมปราณ ปรบั การไหลเวียน
ของจงิ ช่ี บรเิ วณบนั้ เอว และระงบั ปวด
การรักษา
1. การฝง เขม็ ระบบเสนลมปราณ
1.1 สาเหตุจาก 1 - 3
จดุ หลกั : สาเหตจุ าก 1 - 3 ใชจดุ หลกั เหมือนกนั คือ
- ShenShu (BL 23), DaChangShu (BL 25), YaoYan (EX-B 7),
WeiZhong (BL 40) และจดุ Ashi ถา มี
- ถาปวดกระเบนเหนบ็ เพ่มิ YaoYangGuan (GV 3)
จดุ เสรมิ :
- กรณีความเย็นช้ืน เพ่ิมรมยาหรอื เข็มอุนทจ่ี ดุ DaZhui (GV 14);
- รอ นช้นื เพิ่ม YinLingQuan (SP 9), FeiYang (BL 58)
- ชตี่ ดิ ขดั และเลอื ดคัง่ : GeShu (BL 17), XueHai (SP 10), SanYinJiao (SP 6)
- ไตหยางพรอ ง: QiHai (CV 6), GuanYuan (CV 4), MingMen (GV 4
- ไตอินพรอ ง: TaiXi (KI 3), ZhaoHai (KI 6) หรือ FuLiu (KI 7)
Page 67
อธิบาย: ความเย็นช้ืน ใชเ ข็มอุน หรือรมยาบรเิ วณทฝี่ งเข็ม ShenShu (BL 23), YaoYangGuan
(GV 3) ใชเ ข็มอนุ ขบั ความเยน็ และชนื้ จดุ ใกล DaChangShu (BL 25) , YaoYan ( EX-B 7) และจุดไกล
WeiZhong (BL 40) ใชท ะลวงเสน ลมปราณระงบั ปวด
ความรอ นชน้ื ใหป ก เขม็ ตามดว ยครอบกระปกุ ShenShu (BL 23) ใชป รบั และเลยี้ งบาํ รงุ ชไ่ี ต
รวมทั้งขับรอ นชน้ื บริเวณเอว ดวยวิธปี ก เข็มแบบระบาย DaChangShu (BL 25), YaoYangGuan (GV 3)
ใชป รบั จงิ ช่ี เฉพาะทีเ่ พอื่ ลดปวด YinLingQuan (SP 9) ปก แบบระบายเพอื่ สลายความชืน้ จะชว ยขับรอน
ชืน้ บรเิ วณเอว การปก จดุ เหลานี้จะชวยใหก ลามเนือ้ และเอ็นผอ นคลาย
ชีต่ ิดขดั เลือดคง่ั ShenShu (BL 23 ) ใชบ ํารงุ ชไี่ ต DaChangShu (BL 25), Ashi ใชทะลวงเสน
ลมปราณ, ปรบั การไหลเวยี นของชแี่ ละเลอื ดเพื่อลดปวด WeiZhong (BL 40), GeShu (BL 17) ปลอ ยเลอื ด
เพอื่ กระตุน ใหเ ลือดไหลเวยี น และทะลวงเสน ลมปราณ สลายเลอื ดค่ัง ระงับปวด
สว นกรณี ไตพรอ ง ใชร มยาคน่ั ขิงบรเิ วณบ้นั เอวซงึ่ เปน ท่ีอยขู องไต ShenShu (BL 23) ใชบํารุงไต
และเสรมิ ความแขง็ แรงใหบ นั้ เอว; QiHai (CV 6), GuanYuan (CV 4) เสรมิ ไตและเลย้ี งบาํ รุงเหยียนช;่ี
MingMen (GV 4) เปนจุด Shu ของเสนลมปราณตแู ละเปนไฟแหง ชวี ติ ของไตหยาง จึงใชอ นุ ไตและเสริม
บํารุงเหยียนช;่ี TaiXi (KI 3) เปนจดุ Shu ของเสน ลมปราณไต ใชบ ํารงุ ไตน้าํ เชนเดยี วกบั ZhaoHai (KI 6),
FuLiu (KI 7) ใชบ ํารุงไต; DaChangShu (BL 25) เปน จดุ ใกล; WeiZhong (BL 40) เปน จดุ ไกล ใชทะลวง
เสนลมปราณระงับปวด
1.2 สาเหตุจากความผิดปกตใิ นเสนลมปราณทีเ่ ก่ยี วของกบั ไต
1.2.1 เสน ลมปราณต:ู จุดใกลใ ช YaoYangGuan (GV 3), Ashi point;
จุดไกลใช HouXi (SI 3), WeiZhong (BL 40), RenZhong (GV 26)
อธิบาย:- RenZhong (GV 26) เปน จดุ บนเสน ตูมา ยทวี่ ง่ิ ตามแนวดา นในของไขสันหลงั HouXi (SI
3) เปน จดุ บนเสน ลมปราณลําไสเ ล็กเช่อื มตอ กบั เสนลมปราณตู การปกเข็มแบบระบายทง้ั สองจดุ จะชว ย
ทะลวงจงิ ช่ีของเสน ลมปราณทง้ั สองเสน ทาํ ใหก ารทํางานบรเิ วณเอวดขี ้นึ
- WeiZhong (BL 40) เปน จดุ ไกลใชรักษาอาการปวดเอว YaoYangGuan (GV 3) Ashi point ปก
เขม็ แบบระบายจะชวยปรับการไหลเวยี นของจิงช่รี อบ ๆ เอว จดุ ทงั้ หมดชวยทะลวงเสนลมปราณบรเิ วณบ้ัน
เอวและระงบั ปวด ทาํ ใหก ารทํางานบรเิ วณเอวดีขนึ้
1.2.2 เสน เญน่ิ มา ย จดุ ใกล ShenShu (BL 23), DaChangShu (BL 25)
จดุ ไกล GuanYuan (CV 4), LieQue ( LU 7 )
อธบิ าย:- ShenShu (BL 23), DaChangShu (BL 25) ใชบ ํารุงไตเพ่อื เสริมความแข็งแรงใหกับเอว
สวนจุดอ่ืนไดแก GuanYuan (CV 4) เปนจุดประตผู านของเหยยี นช่ี เม่อื ปก เขม็ รว มกบั รมยาจะชวยบาํ รุงเห
ยียนช่ีใหแขง็ แรง และชวยบาํ รงุ ไต เสรมิ ความแข็งแรงใหก ับบัน้ เอว เปน การ “รักษาหยาง โดยบํารุงอนิ ”
Page 68
LieQue (LU 7) เปน จดุ เชอ่ื มตอ กบั เสน ลมปราณเญนิ่ จดุ นช้ี วยปรับการไหลของช่ีในเสน เญน่ิ มายและ
ทะลวงเสน ลมปราณลดอาการปวด
1.2.3 เสน ลมปราณชง จุดใกล ShenShu (BL 23), YaoYan (EX-B 7)
จุดไกล QiHai (CV 6) , GongSun (SP 4)
อธบิ าย:- ShenShu (BL 23) เสริมความแข็งแรงใหก บั ไตและบน้ั เอว QiHai (CV 6) เล้ยี งบาํ รุงช่ี
และเสริมไต YaoYan ( EX-B 7) เปนจุดใกล ใชทะลวงและปรับการไหลเวยี นของชใี่ หผานบั้นเอว รว มกบั
GongSun (SP 4) ชวยปรับการทาํ งานของของเสนลมปราณชง จุดทั้งหมดจะชวยเสรมิ ไตทํางานดขี นึ้ และ
ทําใหกลา มเนือ้ กลบั มาทํางานไดป กติ
1.2.4 เสน ลมปราณไต จุดใกล ShenShu (BL 23) , DaChangShu (BL 25)
จดุ ไกล DaiMai (GB 26), ZuLinQi (GB 41)
อธิบาย:- ShenShu (BL 23) เสริมความแข็งแรงใหก ับไตและเอว DaChangShu (BL 25) ชวยให
การไหลเวยี นของชบี่ ริเวณเอวไหลคลอ งข้นึ DaiMai (GB 26) ควบคมุ การทาํ งานของเอวและชอ งทอง
ZuLinQi (GB 41) ทะลวงเสน ลมปราณตาย จดุ ท้ังหมดชว ยใหเสน ลมปราณตา ยกลบั มาทําหนา ที่ และยัง
บาํ รุงไตเสริมความแขง็ แรงบั้นเอว
1.2.5 เสน ลมปราณไต จดุ ใกล ShenShu (BL 23), DaChangShu (BL 25), MingMem (GV 4)
จุดไกล GuanYuan (CV 4) , TaiXi (KI 3) , FuLiu (KI 7)
อธิบาย:- เอวเปนท่อี ยขู องไต การเลอื กเสน ลมปราณไตเพ่อื บาํ รงุ ชไ่ี ต DaChangShu (BL 25),
MingMem (GV 4) ใชอุนไตและชวยคลายกลา มเนอื้ รวมทง้ั เอน็ GuanYuan (CV4) ใชเ ล้ียงบาํ รุงเหยยี นชี่
และเสรมิ ความแข็งแรงของรา งกาย TaiXi (KI 3), FuLiu (KI 7) ใชบ าํ รุงไตอนิ จุดทง้ั หมดชว ยบํารงุ ไต และ
เลย้ี งบํารงุ สารจาํ เปน เพื่อเสรมิ ความแข็งแรงใหก ับบนั้ เอว
1.2.6 เสน ลมปราณกระเพาะปส สาวะ
จดุ ใกล YaoYangGuan (GV 3), DaChangShu (BL 25)
จดุ ไกล YinMen (BL 37), KunLun (BL 60), WeiZhong (BL 40)
อธบิ าย:- YaoYangGuan (GV 3), DaChangShu (BL 25) ใชร ว มกันจะกระตนุ การไหลเวยี น
ของชใี่ นเสน ลมปราณตูและเสนลมปราณกระเพาะปสสาวะ YinMen (BL 37), KunLun (BL 60) เปน จุด
ไกล ใชท ะลวงเสน ลมปราณทตี่ ิดขัดและระงบั ปวด เปน จดุ He บนเสน กระเพาะปส สาวะ จงึ ใชทะลวงเสน
ลมปราณและคลายกลามเนื้อรวมท้ังเอ็น ระงับปวด
ภาวะไตพรอ งเปนจดุ กาํ เนิดของอาการปวดหลงั โดยมีเสยี ชจ่ี ากภายนอกหรอื การไดร บั อุบตั เิ หตุ
เปนปจ จยั เสรมิ ดงั นน้ั การรกั ษาอาการปวดหลงั จึงตองมีจุดเสริมบาํ รงุ ไตเพอื่ สรางความแขง็ แรงใหกบั บน้ั
เอวดว ย และยังชวยเพิ่มภูมิตานทานใหกบั รางกายเพือ่ ขจดั เสียช่อี อกไป นอกจากนีอ้ าการปวดหลังบน้ั เอว
Page 69
อาจเปน ลกั ษณะผสมระหวางพรอ งและแกรง ดงั นนั้ การรกั ษาจงี ควรรกั ษาทง้ั เปย วและเปน ( Biao and
Ben ) ไปพรอ ม ๆ กนั
ระยะเวลาฝงเขม็
การฝง เขม็ 10 ครั้งนบั เปน 1 รอบการรกั ษา ปก วนั เวน วนั หรือทุกวนั ถา มีอาการปวดมาก อาการ
ดีข้นึ ปกหางได หยุดพักระหวางระยะการรักษา 3 - 5 วนั ควรแนะนําผปู วยปรับเปล่ียนวถิ ีและการใชชีวติ
ใหถกู ตอง เพอ่ื เปนการรักษาและปอ งกนั อาการปวดหลังในอนาคต อาจใชร มยา สอ ง TDP เจาะปลอย
เลือด เครอ่ื งกระตนุ เข็ม หรอื Moving cupping รวมตามความเหมาะสมเปนราย ๆ ไป
หมายเหตุ
1. กรณีฉกุ เฉินเรงดวน ใหปก เขม็ ระงบั ปวดกอ น คอ ยหาสาเหตุ และรกั ษาในภายหลงั ดงั น้ี
- ผูป ว ยมปี ระวัตยิ กของหนักมากอน แลวมีอาการปวดหลังเฉยี บพลนั อยางมากจนนง่ั หรอื ยนื
เดนิ ไมไ ด หลงั แขง็ ใหใ ชจ ดุ RenZhong (GV 26) กระทงุ จนผูปวยสะดงุ โนมตัวลกุ จากท่นี ่งั แลว ใหผ ปู วย
น่ัง ยนื หลาย ๆ ครั้ง ตอไปใหล องเดิน และบดิ ลาํ ตวั ไปมาจนคลองขึ้น วิธนี ีเ้ ปน เกนิ 3 วนั ไมค อยไดผล กอ น
ใชตอ งแยกสาเหตุปวดหลงั อ่ืน ๆ ออกกอน โดยเฉพาะหมอนกระดูกสันหลงั โปงนนู
- ถา ผูป ว ยมปี ระวัตปิ วดหลงั เปน ๆ หาย ๆ มานาน แลวเกิดปวดหลังเฉยี บพลนั กมหรอื เงยหลงั
ลําบาก ผปู วยยงั พอเดนิ ไปมาได ใชจ ดุ WeiZhong (BL 40) หรือหลอดเลือดดําท่ีขอด เจาะปลอยเลอื ดท้งั
สองขาง ในทา ยนื เขยง เทา มอื ยันโตะ หรือกาํ แพง ใหเ ลือดไหลออกจนหยดุ เอง หลงั จากนนั้ ใหก มเงย บิดเอว
ไปมาจนคลอง
- ปวดกง่ึ กลางหลัง แนวเสน เอ็นยดึ ขอตอกระดกู สันหลัง เรียกบรเิ วณทกี่ ดเจบ็ วา JiZhong คนละ
ความหมายกบั จดุ JiZhong (GV 6) มักเปน ขอเดยี ว ใหผ ปู วยนอนควา่ํ ใชห มอนหนนุ ทอง เพอ่ื เปด ชอ ง
ระหวางกระดูกสนั หลังใหกวา งขนึ้ ใชเ ขม็ 1.5 ชนุ ปกลกึ 1 ชุน จนความรูสึกเข็มกระจายรอบ ๆ ถาไมเกดิ
ใหป กเขม็ เพม่ิ อีก 2 เลม ช้ีเขา หาจุดเดิม ถา หากไมม ีความรสู ึกอกี ใหใ ชเ ครอ่ื งหรือมือกระตนุ จนคนไขร อน
ผาวจึงหยดุ กระตุน
2. การฝงเขม็ ทีก่ ลาวมาทั้งหมด เหมาะสาํ หรบั อาการปวดหลงั ทเี่ กดิ จากกลามเนื้อ
และเอน็ บรเิ วณเอวเปน สวนใหญ หากเกิดจากกระดกู จะใชจุดฝงเขม็ แบบอน่ื ๆ เชน JiaJi (EX-B 2) ซึ่งจะ
กลา วในหัวขอตอ ไป
3. ผสู งู อายุ ถา ฝง เขม็ แลวไมไ ดผล ในผปู วยชายตอ งคดิ ถงึ ปญหาตอมลูกหมากโต
สว นผูป ว ยหญิงอาจมีปญ หาอุงเชงิ กรานอักเสบ ควรเพม่ิ จดุ BaLiao โดยเลือกจดุ เปน คู ๆ ปก 2 ตาํ แหนง
ระดบั S 1 - S 3 หรือ S 2 - S 4ปก ท้งั สองขาง
4. การใชเคร่อื งกระตนุ เข็มไฟฟา ควรใชความถี่ตา่ํ ความแรงทผี่ ปู ว ยทนได เพราะอาจทําให
กลามเนอ้ื เกรง็ ปวดมากขึ้น
Page 70
5. ถา หากผปู ว ยกลวั เข็ม อาจพจิ ารณาใชค รอบกระปกุ แทนได ผปู ว ยท่ีฝง เขม็ ไดอ าจใช Moving
Cupping เสรมิ
6. ผทู ี่ผาตัดหลังมาแลว ยงั มอี าการปวดหลงั สามารถฝง เขม็ และรมยาไดเ ชน กนั
7. ผูป ว ยเปน เน้ืองอก หรือวณั โรคกระดกู สันหลงั การฝงเขม็ และรมยาควรงด หญงิ ทมี่ ี
ประจาํ เดอื น หรืออยูระหวางต้งั ครรภ ควรหลีกเลย่ี งจดุ ฝง เขม็ บรเิ วณบน้ั เอวและกระเบนเหนบ็ ระหวาง
รกั ษาผปู วยควรหลกี เลย่ี งถูกลมเยน็ การใชช ีวิตประจําวนั ใหถ กู ตอ ง ทงั้ การรบั ประทานอาหาร การทํางาน
การพกั ผอ น และการออกกําลังกาย
2. การฝง เขม็ ตา ( Eye Acupuncture )
ใชไ ดท ้ังอาการเฉียบพลนั และเรือ้ รงั ใชจ ดุ XiaJiao และจดุ KI + BL ทง้ั สองขาง
วธิ กี าร: ใชเ ขม็ 0.5 ชนุ ขนาด 0.3 มม. การกระตนุ เข็มใชว ธิ เี กาเขม็ เปน ระยะ ๆ ทุก 10 – 15 นาที
แลว ใหผูปวยเคล่ือนไหวเอว หรอื บดิ เอวไปมา
การฝงเข็มตา อาจใชร ว มกบั การฝงเข็มระบบรา งกายขา งตน
ตวั อยางผปู วย
ชายไทยคู อายุ 28 ป อาชพี ลูกจา งสง นาํ้ แขง็ อาการสําคัญ มอี าการปวดบน้ั เอวสองขาง ตงึ หลงั
กมและเงยลาํ บากปกติตอ งยกกอ นนา้ํ แข็งหนกั เปน ประจาํ กอ นมาพบแพทย 1 วัน ผูปวยยกนาํ้ แข็งผดิ
จังหวะ จึงมอี าการปวดดังกลาว ตรวจรา งกายใหผปู ว ยกม หลงั จะมีอาการตงี ดานหลงั ตน ขา และกลา มเนื้อ
หลงั เกรง็ ท้งั สองขา ง SLRT : negative ลน้ิ บวมคล้ํา ฝา ขาวบาง ชพี จรตึง ไดร ับการวนิ ิจฉัยวาเปน
Acute low back pain from sprain
การรักษา
- ShenShu (BL 23), DaChangShu (BL 25), WeiZhong (BL 40) ปกเขม็ แบบระบายทัง้ สองขาง
ตามดว ยจุด Ashi ทีก่ ดเจบ็ กระตุน เข็มทุก 10 นาที คาเขม็ 40 นาที ตามดว ย Moving cupping บรเิ วณ
แผน หลงั ทง้ั สองขา ง นัดฝง เขม็ ทุกวัน รกั ษา 3 ครั้ง ผปู ว ยอาการทุเลาเกือบเปนปกติ
Page 71
รปู ท่ี 13 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาโรคปวดหลัง
ปวดประสาทไซแอตกิ
( Sciatica : 坐骨神经痛 )
ปวดประสาทไซแอตกิ อาจปวดบัน้ เอว แลวราวไปทีข่ า แบงได 2 แบบ คือ แบบปฐมภมู ิ และแบบ
ทุติยภูมิ
แบบปฐมภมู ิ สาเหตุเกิดจากการอักเสบของเสนประสาทไซแอตกิ (Imflammation of the sciatic
nerve)
Page 72
แบบทุตยิ ภูมิ เปน ผลทางออ ม จากการมพี ยาธสิ ภาพทก่ี ระดกู สนั หลงั บรเิ วณบ้นั เอว หมอน
กระดกู สนั หลัง หรือมะเรง็ ที่ไขกระดูกขยายตวั กดทบั เสน ประสาท ในทนี่ ้กี ลา วถึงเฉพาะหมอนกระดกู สัน
หลงั โปง นนู กดทับเสน ประสาท และ ชอ งไขสนั หลังตบี กดทบั เสนประสาท
1. หมอนกระดูกสนั หลงั โปงนนู (Herniated or Prolapsed disc)
เปนสาเหตทุ ่ีพบมากทส่ี ดุ ของโรคทที่ ําใหเ กดิ อาการปวดหลงั บน้ั เอวและรา วไปท่ขี า พบในผปู ว ย
อายุ 15 – 60 ป สว นใหญพ บทีก่ ระดกู สนั หลงั ระดับบน้ั เอวขอที่ 4 – 5 พยาธิสภาพอาจมีการแตกของหมอน
กระดกู สันหลังรว มดวย ซึง่ อาจเน่ืองมาจากการบาดเจบ็ จากการไดร บั แรงกดหรือแรงกระแทก การบาดเจบ็
เลก็ ๆ นอ ย ๆ บอยครงั้ อาจทาํ ใหห มอนกระดูกสนั หลงั เกดิ การฉีกขาดแบบคอ ยเปน คอยไป จากภายในเลด็
ออกมาภายนอกขอสนั หลัง ประมาณรอยละ 40 ของการโปง นูน คอื การแตกของหมอนกระดกู สนั หลงั
ภายในโปง นนู ออกมา และสวนที่นนู ออกมาอาจกดรากประสาททท่ี อดผานหมอนกระดูกท่ีแตก ซึ่งมี
ลักษณะเสอื่ มอยูแลว เมอ่ื ไดรบั การกระทบกระเทือนจึงแตก และมีอาการปวดเกิดข้ึน การทห่ี มอนกระดกู
แตกโปง เขา ในชองไขสนั หลัง เปน เพราะเอน็ ยึดขอ สนั หลังดา นหลัง (posterior longitudinal ligament) บาง
และไมแ ข็งแรงเหมือนเอน็ ดา นหนา (anterior longitudinal ligament) หมอนกระดูกสันหลงั จะถกู กดมาก
ในทากม หลงั การโปงนนู ออกทางดานหนาและดา นขา งของตวั กระดกู พบไดน อ ยมาก และจะไมมอี าการ
กดรากประสาท หมอนกระดกู สันหลงั เมอ่ื แตกแลว จะไมหายเปนปกติ และกลายเปน พงั ผืดทําใหเ สียสภาพ
การยดื หยนุ ในการเคลือ่ นไหวของกระดูกสนั หลงั และจะแขง็ ตวั ขอ สนั หลงั อน่ื จะเคลอ่ื นไหวมากขนึ้ อาจทํา
ใหหมอนกระดูกขอใหมแ ตกอกี ถา ผปู ว ยยงั มกี ารเคลื่อนไหวเหมือนเดมิ อยู
อาการและอาการแสดง
กลไกแทจ ริงทีท่ ําใหห มอนกระดกู แตก ยงั ไมท ราบแนช ดั ตําแหนง ความเจ็บปวด ขน้ึ กับตาํ แหนง ท่ี
หมอนกระดกู แตก กระทําตอเอน็ ยดึ ขอ ดานหลงั ที่มใี ยประสาทรบั ความรสู ึกเจบ็ ปวดอยู โดย
1) ถาแตกตรงกลางออกไปดา นหลัง จะทาํ ใหป วดกลางหลงั พอดี
2) ถา แตกตรงดานขา ง อาจมคี วามรูส กึ ปวดราวไปท่ขี อ ขา งกระเบนเหน็บ บางคร้ังไปที่ขาหนีบดว ย
ความเจบ็ ปวดมาจากการยดื ของเอน็ ยึดขอ ดา นหลงั ดงั กลา ว
3) ผูป ว ยบางรายอาจปวดราวไปตามขา แตไ มมีอาการปวดหลัง รากประสาทท่ีถกู กดจะทาํ ใหเ กิด
ความเจ็บปวดและอกั เสบบวมของรากประสาทเอง
4) ผูป ว ยบางรายที่มหี มอนกระดูกแตก มอี าการปวดรา วไปตามประสาทไซแอตกิ แตไ มมีการกด
รากประสาทเลย
ความเจ็บปวด อาจราวมาที่บรเิ วณขอ สะโพก ลงไปดา นขางและดานหลงั ของตนขา ดานขา งของ
นอ ง ลงไปถงึ ขอ เทา บางครงั้ ถึงสน เทา อาการปวดจะลดลงถา นอนพัก และจะมากข้ึนเมอ่ื มกี ารเคลอื่ นไหว
หลงั เชน การกม เงย จามหรือไอ และพบมอี าการชาและขาไมม ีแรงรว มดวยเสมอ บางรายอาจมอี าการ
Page 73
ปวดขาหนีบและอัณฑะ ถาชิ้นหมอนกระดกู ใหญมาก อาจแสดงอาการกดรากประสาททั้งหมดของไขสัน
หลงั ระดับนน้ั ได นอกจากน้ีอาจปวดทท่ี วารหนกั ชาบรเิ วณฝเ ยบ็ ตลอดจนกลามเน้อื หรู ูดทวารหนกั อาจไมม ี
แรงดว ย อาการปวดหลังและประสาทตน ขา จะรุนแรงมากในตอนทีเ่ รมิ่ มอี าการ และอาจทเุ ลาไปไดเ อง
จากการที่รากประสาทและใยประสาทถูกกดอยูน านจนปรบั ตวั ได
จะพบอาการเกรง็ ของกลามเนื้อหลงั ขางท่ีมอี าการปวดมาก หลงั จะเอียงไปดา นตรงขา มกับความ
เจบ็ ปวด การทํา SLRT (straight leg rising test) ต่ํากวา 45 องศา แลว ใหผ ลบวกแสดงวา มี Sciatica
แทจรงิ ต้ังแต 45 – 60 องศา สงสัยอาจมีได และถา เกนิ 70 องศา หรอื ยกแลวไมปวดรา วอาจไมใชโรค
หมอนกระดกู สนั หลงั แตก
ในรายทห่ี มอนกระดูกสันหลังโปงนนู ทช่ี องกระดกู บั้นเอวขอที่ 4 – 5 (L4 – L5) จะปวดบรเิ วณขอ
ขา งกระเบนเหนบ็ และขอสะโพกลงไปถึงตนขาและขาดา นขา ง อาจรวมกบั ชาดา นขา งของขาและหลงั เทา
ไปถึงหวั แมเ ทา และมักพบกลามเนอ้ื กระดกู หวั แมเทา ออ นแรง สวนการตอบสนองของเอน็ กลา มเน้อื ขอ เทา
จะปกติ
ถา เปนระหวางกระดกู สันหลงั เอวขอท่ี 5 กบั กระดกู ใตก ระเบนเหนบ็ ขอ ที่ 1 (L5 – S1) จะปวดขอ
ขา งกระเบนเหน็บ ขอ สะโพก ดานขา งตนขา ขาและสนเทา ถามอี าการชาจะชาดานขา ง โดยเฉพาะแนว
นิว้ เทา 3 น้วิ ดา นนอก (น้ิวกลาง นว้ิ นาง และนิ้วกอย) อาการออ นแรงของกลา มเน้อื มกั ตรวจไมคอ ยพบ หรือ
อาจมกี ลา มเนอื้ งอน้ิวเทาลงลางออนแรง การตอบ สนองของเอน็ กลา มเนอื้ ทีข่ อ เทา ลดความไวลงหรือไมม ี
ถา หมอนกระดกู โปงออกมากจนเต็มชองไขสันหลงั จะทําใหเกดิ อาการปวดหลงั ขาและฝเ ยบ็
บางครั้งขาเปน อัมพาต กลั้นปส สาวะและอจุ จาระไมได
การตรวจภาพรงั สี
จะเหน็ แนวกระดูกสนั หลงั บรเิ วณบน้ั เอวแอนนอ ยลงหรอื เปน แนวตรง ชองขอสันหลงั แคบและมี
ขอบไมเ รียบ การถา ยภาพรงั สเี ปน เพยี งการแยกโรคอ่ืน ๆ เทา นั้น เชน โรคขอ สนั หลงั อกั เสบยดึ ตดิ
(Ankylosing spondylosis) โรคมะเรง็ ลกุ ลามมาถงึ กระดกู สนั หลงั วัณโรคกระดกู สนั หลงั กระดูกสนั หลัง
ตดิ เชื้อ เนอ้ื งอกไขสันหลงั โรคกระดูกสนั หลังเคลื่อน เปน ตน
การตรวจ MRI จะชว ยในการวินจิ ฉัยและบอกตาํ แหนง ท่ีผดิ ปกตไิ ดชดั เจนแนน อน
หลักการรกั ษา
หลกั การรกั ษา คือ การลดแรงกดทเี่ อ็นยดึ ขอ ดานหลังเนือ่ งจากหมอนกระดกู ที่แตกไปดนั อยู
รวมทง้ั รากประสาทดว ย โดยการผา ตัดนาํ สวนของหมอนกระดกู ท่ีแตกออกใหห มด เพื่อปอ งกนั การเกดิ ซา้ํ
การผา ตัดจะทาํ ตอ เมือ่ ผปู วยมอี าการของรากประสาทถูกกดอยางมาก เชน มีกลามเนือ้ ออนแรง และมี
อาการกลั้นปส สาวะและอจุ จาระไมได หรือมีอาการปวดจนทนแทบไมไ หว สวนในผปู วยทม่ี อี าการไมมาก
แตเ ปนมานาน ไดร ับการรักษาโดยวธิ ไี มผ าตดั
Page 74
มาเปนเวลานานแตย ังไมท เุ ลา ตองรกั ษาดวยวธิ ผี าตัด
วธิ ีรักษาโดยไมผ าตดั ประกอบดว ย การนอนพักในทานอนหงายหนนุ งอขอ เขา การดงึ ถว งขาหรอื ท่ี
เชงิ กรานดว ยน้ําหนกั การใหย าแกป วด และการอบดวยความรอน อาจใชอ ปุ กรณพ ยุงหลงั เพอ่ื ลดการ
เคลอ่ื นไหวของขอ ทเี่ ปนโรค และขอ ท่ีตองรบั หนา ท่ีมากขนึ้ วธิ ไี มผาตัดเหมาะสําหรับ ผูปวยทีเ่ ริ่มมีอาการ
คร้ังแรก-ไมว า มากหรอื นอย ผูป ว ยท่ีกลบั เปนซาํ้ นาน ๆ ครง้ั หรอื รายทอ่ี าการไมรนุ แรงมาก ขณะรักษาหาก
มีอาการกดทับเสน ประสาทมากขึน้ หรือรายทไี่ มมีความอดทนแบบไมผ าตดั อาจพจิ ารณารกั ษาดว ยการ
ผา ตัด หลงั ผาตัดผปู วยตองพกั และไมออกกําลงั กายรนุ แรง อาการปวดหลังบรเิ วณทผี่ าตดั อาจยังคงอยู
เปน เดอื นกวาจะหาย ผลการรกั ษาโดยการผา ตดั ทว่ั ไปไดผ ลดี ยกเวนบางรายอาจไดผ ลไมด เี ทาทค่ี วร สว น
การเชอ่ื มขอ สนั หลังใหต ดิ กนั อาจเปน วิธรี ักษาทเี่ กนิ เหตุ
2. ชองไขสันหลังตีบ (Spinal stenosis)
สาเหตไุ มท ราบแนชดั อาจเปนหลายระดับหรอื ระดบั เดียว พบมากท่รี ะดบั กระดกู สันหลงั เอว
พยาธิสภาพ อาจมีกระดกู งอกออกจากขอ สันหลงั หรอื เกดิ จากแผนเอน็ ทหี่ มุ อยูน อกปลอกใยสนั หลังมี
ความหนาตวั มาก หรอื อาจมพี งั ผดื กดทับรากประสาทไขสนั หลงั เกดิ อาการปวดราวตามแนวเสนประสาท
บางรายอาจมหี มอนกระดูกสนั หลังโปงหรอื แตกรวมดว ย ทําใหช องไขสันหลังตบี มากขนึ้ ยังผลใหม อี าการ
มากขน้ึ โรคปวดหลังชนิดนแี้ บง เปน 2 ชนดิ ใหญ ๆ คอื ชนดิ ทเ่ี ปนตง้ั แตก าํ เนิด และชนิดทเ่ี ปนภายหลงั
ชนิดท่ีเปน ภายหลงั เกดิ จากสวนประกอบของกระดกู สนั หลังเสอื่ มสภาพ หรอื อาจเกิดจากกระดกู สนั หลงั
เคล่อื น หรอื อาจเกดิ ตามหลังการบาดเจบ็ หรือภายหลงั การผา ตัดกระดกู สนั หลงั จากเหตุอื่น
พยาธสิ ภาพท่พี บบอยทสี่ ดุ คือ การเสือ่ มของขอ สันหลังและเนื้อเย่ือทเ่ี กี่ยวของ และ สาเหตุทท่ี าํ ให
เกดิ การเสื่อม คือ เสอื่ มจากการหมุนบดิ ขอสนั หลงั มากเกนิ ไป โดยเฉพาะขอบน้ั เอว 2 ขอสดุ ทาย สาเหตุน้ี
จะมีผลตอ สว นของขอขางกระดกู สนั หลงั ดว ย สว นสาเหตุทเ่ี กดิ จากการกระทบกระแทก จะมีผลตอ หมอน
กระดกู สนั หลังเปนสว นใหญ ในบางภาวะอาจเกิดจากการดื่มนาํ้ ท่มี ฟี ลอู อไรดมากเกนิ ไป ทําใหแคลเซียม
พอกตามเอ็นยดึ ขอ ตาง ๆ ทาํ ใหช อ งไขสนั หลงั ตบี แคบในทส่ี ดุ
อาการและอาการแสดง
อาการปวดหลงั ทเ่ี กดิ จากการกดและระคายตอรากประสาท อาจเกดิ การอดุ ตนั ของหลอดเลือดใน
บริเวณชอ งไขสันหลงั รว มดว ย พบมกี ารเปลยี่ นแปลงการรับความรูส กึ ผิวหนงั ที่ขา และบางครัง้ อาจมี
กลามเนอ้ื ออ นแรงจากผลของการกดทบั รากประสาท และผลของการขาดเลอื ดของประสาทเหลา น้ี อาการ
มกั เกดิ รว มกนั หลายระดบั ไขสนั หลงั ปฏิกริ ิยาตอบสนองของเอ็นกลามเนอ้ื อาจมากขึน้ ในทาแอนหลัง และ
จะทเุ ลาในทา กม หลงั ซึ่งชอ งไขสนั หลงั จะกวา งกวาทา แอน หลงั
การตรวจภาพรงั สี
Page 75
จากภาพรงั สีดา นหนา พบสวนตอ เช่อื ม (pedicle) ของกระดูกสนั หลงั แตล ะชิน้ มรี ะยะแคบลง
ระหวา งขอถดั ไป ภาพรังสดี า นขา ง พบไขสนั หลงั แคบลง ถาเปน มากจนกระดูกสนั หลังเคล่อื น จะพบ
ลักษณะกระดูกสนั หลงั เคล่อื นไปขางหนา การทาํ MRI จะชวยใหก ารวินจิ ฉัยแนน อนยง่ิ ขน้ึ
หลกั การรักษา
การรักษามี 2 วธิ ี คือ วธิ ีไมผาตดั และผาตัด ในผูปว ยท่ีมีอาการนอย ยังไมม ีการกดประสาทชัดเจน
กลามเนือ้ ไมอ อนแรงมาก วิธีรกั ษา คือ การแนะนาํ เก่ยี วกบั ทาทางอิริยาบถตา ง ๆ ท่ถี ูกตอ ง และออกกําลงั
กาย เพอ่ื ทํากายบริหารกลา มเน้อื หลงั ถาจําเปนอาจใชก ายอปุ กรณเ พ่อื พยงุ หลัง
การรักษาดวยการผาตดั จะกระทําเมอื่ รักษาดวยวธิ ไี มผาตดั ลมเหลว หรอื ผปู วยมคี วามลําบากใน
ชวี ิตประจําวนั คือ ปวดหลงั เม่อื เดนิ หรอื ยนื และวิ่งระยะสั้น หรอื มอี าการกดรากประสาทจนกลามเนือ้ ออน
แรง การผา ตดั มกั ทาํ ในคนสงู อายุ โดยแกไขตัดเอาสวนทก่ี ดประสาทสนั หลังหรอื รากประสาทออก เพ่อื ลด
การเจบ็ ปวดจากการกด
การรักษาดว ยศาสตรการแพทยแ ผนจนี
การแพทยแผนจีน จดั อาการปวดประสาทไซแอตกิ อยใู นกลมุ อาการปเ จงิ้ (BiZheng or Bi
syndrome) สาเหตจุ าก 1) ความช้ืนและเยน็ 2) ไตพรอ ง และ 3) ช่ีและเลือดค่ัง ดังไดบ รรยายไวโดย
ละเอียดในตําราฝง เขม็ รมยา เลม 2 การรกั ษาโดยการฝงเข็ม เลอื กใชจ ดุ ดังน้ี
จุดหลัก: HuaTuoJiaJi (EX-B 2) ระดบั กระดกู สันหลงั เอวที่ 2 – 5, ZhiBian (BL 54), ShenShu
(BL 23), HuanTiao (GB 30), WeiZhong (BL 40), YangLingQuan (GB 34), XuanZhong (GB 39)
วิธกี าร: ความชื้นและเยน็ ใชก ารฝง เขม็ กระตนุ บํารงุ ระบายเทากนั หรือรว มกับรมยา; ไตพรอ ง
ฝงเข็มกระตนุ บาํ รงุ หรือเข็มอนุ หรอื รวมกบั รมยา; ชีแ่ ละเลือดคง่ั ฝง เขม็ กระตนุ ระบาย หรอื รมยา
จุดเสรมิ : เพ่ิมจดุ ตามสาเหตแุ ละอาการของโรค
- ความชื้น-เยน็ : บาํ รงุ ระบายเทากนั หรอื รมยา YaoYangGuan (GV 3),
DaChangShu (BL 25), GuanYuanShu (BL 26)
- หยางไตพรอง: บาํ รุงหรอื รมยา MingMen (GV 4), YaoYan (EX-B 7)
- อนิ ไตพรอ ง: บาํ รงุ หรือรมยา ZhiShi (BL 52), TaiXi (KI 3), ZuSanLi (ST 36)
- ชแี่ ละเลือดคง่ั : ระบายหรอื รมยา GeShu (BL 17), WeiZhong (BL 40)
- รูสกึ เยน็ ทหี่ ลังสวนเอว: บํารุงหรือรมยา MingMen (GV 4), ZuSanLi (ST 36)
แนวคิดการแพทยแ ผนตะวันตกรว มกับการฝง เข็ม
อาการปวดประสาทไซแอตกิ แบง ไดเ ปน 2 ชนดิ คือ
2.1 ชนดิ ตวั เสนประสาทมพี ยาธิสภาพ (Nerve trunk type)
Page 76
พยาธิสภาพอยูนอกชองไขสันหลงั มอี าการตามแนวเสน ประสาทไซแอตกิ แบง เปน ชนดิ ปฐมภูมิ
และทตุ ยิ ภมู ิ ชนดิ ปฐมภมู ิ ไดแก การอกั เสบของตัวเสน ประสาทไซแอติกโดยตรง (Imflammtion of the
sciatic nerve) ชนิดทตุ ิยภมู ิ ไดแ ก Arthritis of Hip joint , arthritis of sacroiliac joint ฯลฯ รายละเอยี ด
จะไมข อกลา วในทนี่ ี้
2.2 ชนิดรากประสาทมพี ยาธสิ ภาพ (Nerve root type)
ตําแหนง โรคอยบู รเิ วณบนั้ เอว ไมต ่ํากวา อุงเชิงกราน สาเหตทุ ่ีพบบอ ย คือ หมอนกระ ดกู สนั หลงั
โปง นูนกดทบั รากประสาท และจากเดือยกระดกู งอก (spur) ระคาย หรือรบกวน หรือกดรากประสาท ซ่ึง
เกิดจากขอ กระดูกสนั หลงั เสื่อม ทาํ ใหช องไขสนั หลงั แคบลง และมเี ดือยกระดกู งอกออกมา
ปวดประสาทไซแอตกิ จากสาเหตุตอไปนี้ไมส ามารถรกั ษาดวยการฝงเขม็
1. เนือ้ งอกกระดกู สันหลัง
2. วัณโรคกระดูกสนั หลัง
3. กอนเลอื ดในชองไขสันหลงั
4. เน้ืองอกในองุ เชิงกรานกดทบั
5. มดลูกกดทับประสาทไซแอตกิ จากภาวะตง้ั ครรภ 5 เดือนขน้ึ ไป
การฝงเข็มรักษาปวดประสาทไซแอติก ชนดิ รากประสาทมีพยาธสิ ภาพ
อาการปวดรากประสาทชนดิ นี้ มที ัง้ แบบ Acute และ Subacute มีอาการปวดเอว ลงไปแกมกน
ไปขอพบั เขาใน แลวไปดานขา งของขาจนถงึ หลังเทา อาการปวดเหมือนไฟช็อต หรือถกู มีดบาด หรอื ไฟลวก
ปวดตลอดเวลา และอาจมีอาการชาดา นขา งของขาดวย ถาไอหรือเบงถายอจุ จาระหรอื ปสสาวะ จะทําให
ปวดมากขน้ึ เคล่ือนไหวเอวลําบาก
ตรวจรางกาย ผูปวยจะยนื เอียงไปขา งหน่งึ เพื่อลดอาการปวด อาจพบกระดูกสนั หลงั คด มจี ดุ กด
เจ็บบริเวณเอวหรือหลัง ตรวจ SLRT: positive, Sign of four test: positive, Deep tendon reflex ของ
เขาและขอ เทาลดลง
การรักษา
พยาธิสภาพอยูทร่ี ะดับกระดูกบนั้ เอว L 3 – L4 , L4 – L5 , L5 – S1
การฝงเข็มระบบเสน ลมปราณ
วิธีท่ี 1
จุดหลกั :
1. ปก จุด JiaJi (EX-B2) 3 ตาํ แหนง คอื ตําแหนงพยาธิสภาพ และตําแหนง เหนือ และใตพยาธิ
สภาพ หรือ
Page 77
2. ปก 1 ตําแหนง 3 ทศิ ทาง คอื JiaJi (EX-B2) ทมี่ ีพยาธสิ ภาพ และอกี 2 เลม ให ปกลอม
วธิ กี าร: ใชเ ขม็ 3 ชนุ ปก ลกึ 2 ชุน พงุ ปลายเขาหาเขม็ เลม แรก โดยมีวัตถุประสงคใหเน้อื เยอื่ มีการ
เปลย่ี นแปลงดึงหมอนกระดกู สันหลงั กลับเขาที่ หรือถา ดงึ กลับไมไดอ าจทําใหรากประสาทถกู กดนอ ยลงลด
อาการปวด
จุดเสรมิ : ใชจดุ ตามแนวเสน ลมปราณท่ีปวด
- เสนกระเพาะปส สาวะ: ZhiBian (BL 54), YinMen (BL 37), ChengShan (BL 57), KunLun (BL
60)
- เสน ถุงนา้ํ ด:ี HuanTiao (GB 30), FengShi (GB 31), YangLingQuan (GB 34), XuanZhong
(GB 39)
- จดุ เสริมใหเลือก 3 – 4 จดุ ตอ เสน หรอื สลบั ไปมา สามารถกระตุนไฟฟา ได แตถ า กระตนุ ดว ยมือ
แรงพออาจไมต องใช กรณีนี้ยงั ใชไดกบั ผปู วยทผ่ี า ตดั หลงั แลว หายปวดหลัง แตย ังชา หรือยังปวดเม่อื ยอยู
ซ่งึ อาจเกดิ จากพงั ผดื มีผลตอเสนทางการไหลเวยี นของชท่ี อี่ ยูไ กลออกไปไหลเวยี นไมสะดวก ใหใชจดุ บน
สองเสน น้ี ถาดานไหนเปนมากกวากใ็ หป ก เนน ดานนน้ั เปน สําคัญ แตถาแยกไมออกวา ดา นไหนมากอาจใช
ZuSanLi (ST 36), TaiChong (LR 3) และ SanYinJiao (SP 6) ทงั้ สามจุดสามารถปรับการไหลเวยี นของ
เลือดลมได
วธิ ีท่ี 2
จุดหลัก:- QiHaiShu (BL 24), XiaoChangShu (BL 27), PangGuangShu (BL 28) โดยดู
ตําแหนงของพยาธสิ ภาพ เลอื ก 2 – 3 คู
- HuanTiao (GB 30) หรอื ZhiBian (BL 54) เลอื กจดุ ใดจดุ หนึ่งตามอาการปวดราวของ
แตล ะเสน ลมปราณนน้ั ๆ
จดุ เสรมิ :- QianGu (SI 2), ChengFu (BL 36), YangLingQuan (GB 34),
WeiZhong (BL 40), FeiYang (BL 58), KunLun (BL 60)
ชวงปวดใหปกเข็มทกุ วนั เมอื่ อาการทเุ ลาแลว ใหป ก เข็มวนั เวนวนั เม่อื หายปวดใหห ยดุ ได กระตนุ
ไฟฟาชวยใหห ายปวดเร็วขน้ึ
ปวดจากเดือยกระดกู งอก (spur) ฝง เข็มครึ่งเดือน อาการจะดขี นึ้ แต Herniated disc หรอื หมอน
กระดูกโปง กดทบั รากประสาท อาจตองฝงเขม็ นาน 1 – 2 เดือน แตถ ามสี าเหตอุ นื่ รวมดว ยอาจนานกวา น้นั
เชน มี osteophyte, osteoporosis รวมกบั Herniated or Prolapsed disc เปน ตน
กรณเี ปนมาก เชน มกี ระดกู สนั หลงั คด (Scoliosis) ชว งทร่ี ักษาอยูอ าการจะดี แตถ า หยุดรกั ษาจะ
กลบั เปน ใหมอ ีก กระดกู สันหลงั คด ถา เปนมาก ๆ การฝง เขม็ ไมส ามารถชว ยใหแนวกระดกู กลับมาตรงได
กรณหี มอนกระดูกสนั หลังโปง นูน รวมกบั อาการปวดทองนอย ถาหากตรวจแลวไมพ บกอ นเนอ้ื งอก
หรอื พยาธิสภาพรา ยแรงอ่นื ๆ บรเิ วณทอ งนอย แตย ังมอี าการปวดทอ งนอยใหปก เสน ตา ยมาย JuLiao (GB
Page 78
29), WuShu (GB 27), WeiDao (GB 28) ถา ปวดมากจนขน้ึ เตยี งไมไ ด ใหปก YaoTongXue ( EX-UE7)
กอน โดยปก ลกึ 1.5 ชุน กระตุนจนคนไขขยับเอวไดจงึ ปก จดุ อ่ืน
วธิ ีท่ี 3
จดุ หลกั :- ปก จุด JiaJi (EX-B2) 3 ตาํ แหนง คือ ตําแหนงพยาธสิ ภาพ และตาํ แหนง เหนอื และใต
พยาธสิ ภาพ
- ZhiBian (BL 54) ปกแบบ 3 เลม ถาพยาธสิ ภาพอยูท่ี L4 – L5, L5 – S1 เพม่ิ
HuanTiao (GB 30) และ WeiZhong (BL 40) ดว ย
จดุ เสรมิ :
- มีอาการปวดราวลงขา ใชเ พียงจุดเดียว จดุ หลงั ตอ YangLingQuan (GB 34) 1 ชุน ปกเขา
กลา มเนื้อ Gastrocnemius ถาปวดหลงั ตน ขาเพ่ิม YinMen (BL 37)
- ปวดจาก spur อาจพบปวดเอวไดด ว ย มกั พบในผปู ว ยอว น อายุมากกวา 40 ป ขนึ้
ไป สวนเวา โคง ของกระดกู สนั หลงั หายไป มีลักษณะตรงขึ้น จุดทใ่ี ช DaChangShu (BL 25), ShenShu (BL
23), BaLiao (BL 31 – 34) ทั้งสองขาง ๆ ละ 3 เลม ทาํ ใหกลามเนอ้ื บรเิ วณกระเบนเหนบ็ (sacrum) ผอน
คลาย ลดอาการปวดราว และกลามเนือ้ เกร็งจาก spur
ตวั อยางผปู วย ชายไทยคู อายุ 47 ป อาชีพเกษตรกร มีอาการปวดบน้ั เอวเปน ๆ หาย ๆ มากวา 3 ป และ
มีอาการปวดรา วดานนอกขาขวาจนถึงนิ้วเทา ดา นนอกเปน ครั้งคราว เคยไดรับการวินิจฉยั จากแพทย
ศัลยกรรมกระดกู และขอ วา เปน หมอนกระดกู กดทบั เสนประสาทแตไมรนุ แรง จึงไดรบั การรกั ษาโดยการดงึ
หลังถว งนํา้ หนกั อาการดขี นึ้ ผปู ว ยขาดการรักษาตอเน่อื งจนเมื่อ 6 เดือนทผี่ า นมา ผปู วยเริ่มมีอาการปวด
หลังอีก
1 สปั ดาหก อ น ผปู วยปวดหลงั มาก กมและแอน หลังไดจ าํ กดั บิดลําตวั ลําบาก ตรวจรางกาย Right
leg; SLRT: positive, DTR ankle joint slightly decreased ล้ิน แดงคล้ํา ฝา ขาวบาง, ชีพจร ตึง เร็ว ผูปว ย
ไดร บั การวนิ ิจฉัยเปน Herniated disc L5 – S1
การรักษา
- ใหผูปวยยืนเขยง เทา เจาะปลอ ยเลอื ดทจี่ ุด WeiZhong (BL 40) ทงั้ สองขา ง หลงั เลือดหยุด ให
ผูปวยนง่ั ยืน ทาํ หลาย ๆ ครงั้ แลว เดนิ ไปมา ใหผปู วยกม เงย บิดลาํ ตัวซายขวาจนรูสึกหลังคลอ งตัว ปวด
นอ ยลง
- ตอมาใหผ ูปวยนอนคว่าํ ปก จดุ JiaJi (EX-B2) 3 ตําแหนง คือ ตําแหนงพยาธิสภาพ และตําแหนง
เหนอื และใตพ ยาธิสภาพ
- HuanTiao (GB 30), FengShi (GB 31), YangLingQuan (GB 34), XuanZhong (GB 39) ปก
เข็มแบบระบาย กระตนุ เข็มทกุ 10 นาที คาเข็ม 40 นาที หลงั เอาเขม็ ออก ตามดวย Moving cupping อกี 1
Page 79
สัปดาห ตอ มาผูปวยแจงวา ยังมีอาการปวดหลงั และรา วขาขวาลดลง ไดเจาะปลอยเลือดซํ้า ปกเขม็ ตามเดมิ
อกี อาทติ ยตอ มาผูป วยยังปวดหลังลกึ ๆ ไมม าก บริเวณจุด ZhiShi (BL 52) และไมมีอาการปวดรา วอีก
Page 80
รูปท่ี 14 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาโรคปวดประสาทไซแอตกิ
ปวดหลังจากภาวะกระดูกบางหรือพรนุ
( Back Pain due to Primary Osteoporosis : 骨质疏松腰痛)
ภาวะกระดูกบาง หรอื กระดกู พรุน ทกี่ ระดูกสนั หลงั ทําใหเ กิดอาการปวดหลัง แตไมมีอาการกดทบั
รากประสาทสันหลังรว ม อาการปวดจะปวดเฉพาะที่ และปวดมากขึ้นถาบดิ ตัว
อาการจะรุนแรง โดยเฉพาะตอนกลางคนื ถา เปนเร้อื รงั หลงั จะคอมยนื ตรงไมได ในผสู ูงอายุอาจมอี าการ
ปวดขารวมดวย อาการของโรคจะคอ ย ๆ เปน ในผูสงู อายกุ ระดกู สันหลงั อาจยบุ ตวั ลง ทําใหตัวเต้ยี และ
หลังคอ ม ถาเปน มานาน ปอดและหัวใจอาจถกู กดได โรคน้ีพบบอ ยในผูสงู อายุ โดยเฉพาะหญิงวยั หมด
ประจําเดอื น จากการสูญเสยี แคลเซียมในรา งกายไปมาก ทางปส สาวะและอุจจาระ ถาทดแทนไมเพียงพอ
จะทําใหก ระดกู บาง กระดกู เหลา นมี้ กี ารแตก ยบุ ตัว ทําใหเ กิดเจบ็ ปวดเหมอื นกระดกู หกั บริเวณกระดกู สัน
หลัง นอกจากนย้ี งั พบในผูปวยทข่ี าดวติ ามินเค 2 ซง่ึ จาํ เปน ตอการสรา งกระดูก อาจเปน สาเหตุท่ที าํ ใหเ กดิ
ภาวะกระดกู บางทัว่ รางกายได
ลกั ษณะทางคลินกิ
Page 81
มอี าการปวดตลอดแนวกระดกู สนั หลงั หรือบางครงั้ ปวดกระดกู ตลอดทงั้ ตัว อาการปวดจะกระจาย
ไปตามกระดูกสนั หลัง อาการอาจมากขน้ึ ขณะไอหรือจาม หรือขณะกา วเทา ลงบนั ได บางคร้ังอาจปวดที่
กระดกู ขาและกระดกู ขอ เทา ผูป ว ยจะปวดตื้อ ๆ ลกึ ๆ และปวดตลอดเวลากลางคนื
การตรวจภาพรงั สี
ภาพรงั สกี ระดกู สนั หลงั ระดบั ทรวงอกและบ้นั เอว พบเงากระดกู บางลงมาก ลักษณะ โปรงรงั สี
กระดกู สนั หลงั มีผนังกระดูกบาง กระดูกท่รี ับนํ้าหนกั มาก สว นผวิ ในขอ จะถกู ทาํ ลายและกระดูกสนั หลงั
ยบุ ตัวเปน รปู ลิ่ม
การตรวจทางหองปฏิบตั กิ าร
ระดับแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแอลคาไลนฟอสฟาเทสในเลอื ดอาจปกติ ดงั นน้ั การตรวจความ
หนาแนนของกระดูก สนั หลังหรอื สว นใดสว นหนง่ึ ของรางกายเพ่อื เทยี บกับคนปกติ เพอ่ื พิจารณาวา จะตอง
ใหแคลเซียมไปทดแทน หรอื เลอื กวธิ ีรกั ษาทเ่ี หมาะสมอยางไรตอไป
การรักษา
สวนใหญเปน การรกั ษาทางยา และกายภาพบําบัดเพือ่ ลดอาการปวด แตถามีการยบุ ตัว และผดิ รูป
ของกระดกู สนั หลัง กต็ อ งปองกันโดยใสเ ครอื่ งพยงุ หลงั เพอื่ แกไขสวนทีเ่ ปน ไมใหเ ปน มากข้ึนอีก ผปู วยควร
ไดร บั การพกั สันหลงั และควรไดรบั อาหารเสรมิ ทีม่ ีแคลเซยี มมากพอ โดยเฉพาะจากนมหรอื ผลิตภณั ฑจ าก
นมทีพ่ รองไขมนั การใชแ คลเซียมรูปยาเม็ดอาจมคี ณุ คา ทางอาหารนอ ยกวา ผลติ ภณั ฑจ ากนม ผทู ีข่ าด
เอนไซมยอยนมในอาหาร อาจใชน มผงอัดเมด็ แทนในปรมิ าณนอยและบอย การรกั ษาอยา งอน่ื เชน การ
ออกกาํ ลงั กายบริหารกลา มเนอื้ สนั หลงั และลาํ ตวั เพ่ือปองกันไมใหก ระดูกละลาย การฝกหดั ใหอ ยใู น
อริ ยิ าบถที่ถกู ตอง เปนส่ิงสาํ คัญทจ่ี ะปองกันกระดูกสันหลังยบุ ตวั และมคี วามพกิ ารเกิดขนึ้ ถา พบสาเหตุ
การขาด วิตามนิ เค 2 การรักษากต็ อ งใหว ิตามนิ เค 2
การรักษาดวยการฝงเข็ม
ดูรายละเอียดในหวั ขอ “ปวดหลังจากขอสนั หลังเสือ่ ม” (Back Pain due to Hypertrophic
Spondylosis)
Page 82
ปวดหลงั จากขอสนั หลงั เสือ่ ม
(Back Pain due to Hypertrophic Spondylosis : 退化性腰痛)
ขอสันหลังทเ่ี ส่ือมอาจเกดิ ตลอดชว งสนั หลงั หรือเกิดบางชว ง เชน ชว งบนั้ เอวหรอื ชว งกระเบนเหนบ็
กลา มเนอื้ สันหลงั จะเกร็งตวั เกดิ อาการปวดเมอื่ ยกลา มเนอื้ ความเจบ็ ปวดจะเพิ่มขนึ้ เม่ือมกี ารเคล่ือนไหว
หรอื ออกกาํ ลังขอ สนั หลงั หรอื การเปลีย่ นอริ ยิ าบถโดยสนั หลังอยใู นทา ไมถ กู ตอง อาการของโรคมักไม
รนุ แรง แตเ รื้อรงั เปน ๆ หาย ๆ
กรณีอาการของโรคทร่ี นุ แรงและรวดเรว็ มีสาเหตจุ ากหมอนกระดกู สันหลงั โปง นูน (herniated or
prolasped disc) กดรากประสาท พบมากในผปู วยอายุนอ ยหรือวยั กลางคน
ชอ งไขสันหลังตบี (Spinal stenosis) มกั พบในผูสงู อายุ ซง่ึ อาจไมม อี าการ จนถงึ มอี าการรนุ แรง
ระคายหรอื รบกวนเสนประสาท
ลกั ษณะทางคลนิ กิ
กระดูกสนั หลงั จะอยูผิดทา จากปกติ เชน หลังคด ตาํ แหนง ท่ีพบความเจ็บปวดมาก คือ กระดูกสนั
หลังระดับลา ง และขอ ตอ กระดูกเหนอื กน กบ อาจมอี าการท่ีกระดูกสนั หลังระดบั ตน คอรว มดวยได อาการท่ี
เกดิ ข้นึ กบั ระดบั ท่มี พี ยาธิสภาพ เชน ระดบั บนั้ เอวอาจมอี าการปวดเอวอยางเดยี ว หากยังไมมกี ารกดราก
ประสาท
อาการปวดอาจมากขึน้ ทนั ที หรือคอย ๆ มากขน้ึ ทลี ะนอ ย พรอมกบั การเคล่ือนไหวขอสนั หลงั
เปลี่ยนแปลงไปดว ย อาจมีอาการนอกกระดกู สนั หลงั ในระดับทเี่ ก่ยี วขอ ง เชน อาการทางระบบประสาท
อัตโนมัติ และระบบหลอดเลือด
หากมกี ารกดรากประสาทรว มดว ย จะตรวจพบมีการระคายหรอื รบกวนหนา ท่ีของเสน ประสาท
โดยเฉพาะเมอ่ื เปลย่ี นอิรยิ าบถของกระดูกสนั หลัง เชน แอน หลงั อาการปวดจะเพมิ่ มากขน้ึ เมอ่ื ไอ จาม หรอื
กดหลังบรเิ วณท่เี ปน อาการทเ่ี กิดจากการกดตวั ไขสันหลงั พบไดนอย แตถ า พบจะรนุ แรงมาก อาการกดราก
ประสาทสว นปลายของไขสันหลงั (cauda equina) อาจมอี าการรวมกบั การไมสามารถควบคมุ การถา ย
ปสสาวะและอุจจาระได
การตรวจทางหองปฏิบตั ิการและการตรวจภาพรงั สี
การตรวจทางหอ งปฏบิ ัตกิ าร ไมพ บความผดิ ปกตทิ จ่ี าํ เพาะตอ โรค
การตรวจภาพรงั สี พบกระดกู งอกตามขอบขอ สนั หลงั เชอื่ มกันเปนลักษณะโคง นนู จากแผน เอน็ ยดึ
ขอดานหนาของกระดกู สนั หลงั ตอมากระดูกเหลา น้ีจะเชอ่ื มเขาหากนั ระหวาง ขอ ชวงขอจะแคบลง อาจมี
Page 83
หินปูนพอกทหี่ มอนรองกระดูกสนั หลัง ลักษณะเดือยกระดูก (spur) ที่เกิดข้นึ ระหวางขอจะมลี กั ษณะชไ้ี ป
ขา งหนา ดา นขาง และบางครง้ั ไปดา นหลัง
อาจพบกระดกู สนั หลงั เคลือ่ น (spondylolisthesis) และแนวกระดูกสนั หลังอาจยืดตรงเกนิ ไปหรอื
โคง มากเกนิ ไป
การรกั ษา
ใชก ารรักษาแบบประคับประคองดวยการใชยา กายภาพบาํ บดั ใชเ ครอ่ื งพยุงหลงั แนะนําให
ปรบั เปลย่ี นอริ ิยาบถใหเ หมาะสม ถา การรักษาดงั กลา วไมท าํ ใหอ าการทเุ ลาลง หรือมีอาการรุนแรงขึน้ หรอื
มีอาการกดรากประสาทจนขาออนแรง หรือควบคุมการขบั ถายไมไ ด ควรพจิ ารณาใหก ารผาตดั รักษา
การฝงเขม็ ตามระบบเสนลมปราณ
จดุ หลกั : HuaTuoJiaJi (EX-B 2) 3 ตําแหนง คอื ตําแหนง พยาธิสภาพ เหนือและใตพ ยาธสิ ภาพ
จุดเสรมิ : ZhiShi (BL 52), YaoYan (EX-B 7), WeiZhong (BL 40), จุด AShi ทัง้ หมดใชระงบั
ปวด
ระยะเวลาฝงเขม็ : การฝงเขม็ 10 คร้งั นบั เปน 1 รอบการรักษา ฝงเขม็ ทุกวนั หรอื วันเวนวัน ขนึ้ กบั
ความรนุ แรงของผปู วย หยดุ พัก 3 – 5 วนั อาจพจิ ารณาใชรวมกบั รมยา หรือ สองโคมรอน หรอื เจาะปลอ ย
เลอื ดที่จดุ AShi หรือใชเ คร่ืองกระตนุ เข็มไฟฟา หรือ ใชครอบกระปุกเคลอ่ื น (moving cupping) ตามความ
เหมาะสมเปน ราย ๆ ไป
ตวั อยา งผปู ว ย
ผูปว ยหญงิ ไทยหมา ย อายุ 68 ป มาดวยอาการสําคัญ มีอาการปวดบ้ันเอวทงั้ สองขา งมานาน
กวา 10 ป ขางขวาปวดมากกวา ซา ย ไมม ีอาการชาหรือขาออนแรง เคยรบั ประ ทานยาแลวไมดีข้ึน และยามี
ผลระคายกระเพาะอาหาร จงึ งดการใชย านานหลายป ตรวจรา งกาย ผูปวยยนื ตัวเอียงไปดา นขวา ตวั เตย้ี
คอนขางอว น ขาสองขางสั้นยาวไมเทา กัน มกี ระดกู สนั หลังคดบริเวณบั้นเอว เม่ือใหผปู วยกมและแอน หลัง
ทาํ ไดค อ นขางจาํ กัด SLR test ได 70 องศา, negative sign of four test ลนิ้ อว นสีคลํ้ามฝี าขาวเหนยี ว ชีพ
จรตงึ ภาพรงั สีกระดูกสนั หลังพบ ลักษณะของกระดูกเสอ่ื มและหลังคด การวินจิ ฉัย ปวดหลังเรอื้ รงั จากขอ
สันหลังเส่อื ม
การรกั ษา: ใชจ ุด Jiaji (EX-B 2) L3 ถึง L5, ZhiShi (BL 52), WeiZhong (BL 40) ทัง้ สองขาง คา
เข็ม 30 นาที กระตนุ เขม็ ทกุ 10 นาที หลังเอาเข็มออก ตามดวยครอบกระปุกเคลอ่ื น เน่ืองจากผปู ว ยมาได
สัปดาหละ 2 วัน ใชเวลาการรกั ษา 2 เดอื น ผูปว ยมีอาการปวดหลังทเุ ลาลงมาก สามารถทํากจิ วตั ร
ประจาํ วนั ไดม ากขนึ้ กม หรือเงยหลังไมค อ ยปวด
Page 84
รปู ท่ี 15 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาโรคปวดหลังจากขอ สนั หลงั เส่อื ม
Page 85
ขอ เขาเส่อื ม
( Knee Osteoarthritis : 退化性膝关节炎)
โรคขอ เขาเส่อื ม (Osteoarthritis of the knee – OA) เปน โรคของขอ ท่ีเกิดจากการเสอ่ื มของกระดูก
ออ นขอตอ (articular cartilage) การเปลยี่ นแปลงทีเ่ กดิ จากกระบวนการเส่ือมจะไมสามารถกลับสูสภาพ
เดมิ และอาจทวีความรุนแรงขนึ้ ตามลําดบั (1)
โรคขอเขาเสอื่ ม เปนโรคทีพ่ บบอยท่สี ดุ ในชุมชนทงั้ ในประเทศไทยและทั่วโลก(2) จากการศกึ ษา
ระบาดวทิ ยาของประชากรไทยอายเุ กนิ 60 ป ซง่ึ อาศยั อยชู านกรงุ เทพมหานคร พบวา ความชุกของโรคนี้สูง
ถึงรอยละ 34.5 (3)
ปจ จยั เส่ียงของการเกิดโรค(1,4)
โรคขอ เขา เสื่อมมีปจ จยั เส่ยี งหลายองคประกอบ ไดแ ก
1. อายุ เปน ปจจัยทสี่ ําคญั ทสี่ ุด อายุทมี่ ากขนึ้ จะมีความชกุ ของขอ เขา เส่อื มเพ่ิมขนึ้
2. ความอว น เปน ปจ จยั เสี่ยงทสี่ ําคญั ของโรคขอเขาเสื่อม
3. ปจ จยั การรบั แรงกระทาํ ที่ขอ เขา เบี่ยงเบนไป เชน การใชงานมากเกนิ ไป ทําใหแนวเขาโกง
งอกวาปกติ การไดร ับบาดเจบ็ ของขอ
4. กีฬาและการออกกาํ ลงั ประเภทที่เสยี่ งคอื ประเภททมี่ ีการกระแทกทรี่ นุ แรงซา้ํ ที่ขอ และ
ประเภทท่ีมโี อกาสเกิดการบาดเจบ็ จากการกระแทก
5. พันธกุ รรม โรคขอเขา เสื่อมมหี ลกั ฐานการถา ยทอดทางพนั ธุกรรม แตท ีต่ ําแหนง ของขอ เขา มี
หลักฐานทางพนั ธุกรรมนอยกวา ทข่ี อ นว้ิ มือ
6. โรคเมตาบอลกิ ขอเขา เส่ือมพบบอย ในรายทมี่ ีการเปลย่ี นแปลงของ cartilage matrix เชน
โรคเกา ท โรคเกา ทเ ทยี ม โรค hemochromatosis มีผลทาํ ให cartilage matrix แข็งขนึ้ กวาปกติ ทาํ ใหก าร
รบั แรง สง แรงของขอ เขาเปล่ยี นแปลงไป
7. โรคขอ ทม่ี ีการอักเสบ ผลจากเย่อื บขุ อ อักเสบ ทําใหเกดิ การทาํ ลายโครงสรา งของกระดูกออ น
เชน โรคขอ อักเสบรูมาตอยด
Page 86
อาการและอาการแสดง
อาการโรคขอเขา เสอื่ ม(1)
1. อาการปวด มีลักษณะปวดต้ือ ๆ ท่ัว ๆ ไปบริเวณขอ ไมสามารถระบุตําแหนง ชดั เจนได และมกั
ปวดเร้อื รงั อาการปวดมีลกั ษณะท่ีเฉพาะคือ มอี าการมากเม่ือใชงาน อาการมักดีขึ้นเมอื่ พักขอ เม่อื การ
ดาํ เนนิ โรครนุ แรงขนึ้ อาจทําใหมีอาการปวดตลอดเวลา หรือปวดในชว งเวลากลางคนื รวมดวย
2. ขอฝด (joint stiffness) พบไดบอ ย จะมกี ารฝด ของขอในชว งเชาและชว งหลงั จากการพกั ขอ
นาน ๆ เชน หลงั จากตน่ื นอนหรอื นงั่ นาน ๆ แตมักไมเ กนิ 30 นาที อาจพบอาการฝดเกิดขนึ้ ท่เี รยี กวา
ปรากฏการณขอฝด (gelling phenomenon)
อาการแสดงของขอ เขา เสอื่ ม
ระยะแรก อาจมีอาการขอเขาบวมเลก็ นอ ย และขอฝด
ระยะทาย ขอ บวมและผดิ รปู เปน ลกั ษณะ ขอ เขาโกง (bow leg) หรอื ขอเขาฉง่ิ (knock knee) ขอ ท่ี
บวมเปนการบวมจากกระดูกงอก (osteophyte) และ/หรือมีของเหลวในขอ (effusion) มกี ารสญู เสยี การ
เคลอ่ื นไหวและการทาํ งานของขอ ขอเขา เหยยี ด และ/หรอื งอไมส ดุ กลา มเนอื้ รอบขอเขา ลีบลง ผูปวยเดนิ ไม
สะดวก อาจมเี สยี งดงั กรอบแกรบในขอขณะเคล่ือนไหว (crepitus on active motion)
การตรวจทางหองปฏิบัติการ (1,2)
- การตรวจเลือด ไมม คี วามจาํ เปน ในการวนิ จิ ฉยั โรคขอเขาเสอ่ื ม ยกเวน เพอื่ การวินจิ ฉยั แยกโรค
ที่มอี าการ และอาการแสดงคลายคลงึ กบั โรคขอ เขาเสื่อม
- การตรวจวิเคราะหนํ้าในขอ ความหนืดลดลง จาํ นวนเม็ดเลือดขาวในนาํ้ ไขขออยูใน
เกณฑปกติ (0 -200 /ลบ.มม.) หรือสูงกวาปกตเิ ลก็ นอย แตไมเกนิ 2,000/ลบ.มม.
- การตรวจภาพรังสี ไดแ ก ภาพรงั สีขอเขา ใชในการวินจิ ฉยั ระดบั ความรนุ แรงของโรค โดยใช
Kellgren-Lawrence grading system ดังนี้ (5)
grade 0 = normal
grade 1 = possible osteophytic lipping
grade 2 = definite osteophytes and possible joint space narrowing
grade 3 = moderate or multiple osteophytes, definite joint space
narrowing, some sclerosis, and possible bony attrition
grade 4 = large osteophytes, mark joint space narrowing, severe
sclerosis and definite bony attrition
อยา งไรก็ตาม การเปล่ยี นแปลงทางภาพรงั สี อาจไมสอดคลอ งกับอาการทางคลนิ กิ (6) สาํ หรบั การ
ตรวจดวย CT-scan และ MRI ไมจ ําเปน ในการวินจิ ฉัย
Page 87
เกณฑในการวินิจฉยั โรคขอเขา เส่ือม
โดยใชเ กณฑของ American College of Rheumatology classification criteria for
Osteoarthritis of the knee ใช classification tree(7) ดงั น้ี
1. knee pain and radiographic osteophytes หรือ
2. knee pain and age 40 years and morning stiffness 30 minutes in duration and
crepitus on motion
ซึ่งถาใชต ามเกณฑขางตน จะได sensitivity 94% และ specificity 88%
เปา หมายการรกั ษาโรคขอเขาเสือ่ มเพ่ือใหมคี ณุ ภาพชวี ิตทีด่ ีใกลเ คียงกับคน
ปกติ(8)
1. ใหผ ปู ว ยและญาติ มีความรใู นเรื่องโรคขอเขา เส่อื มและการรักษา รวมถึงภาวะแทรกซอนที่
อาจจะเกิดข้นึ จากโรคหรอื การรกั ษา
2. รักษาและบรรเทาอาการปวด
3. ฟนฟสู ภาพการทํางานของขอเขาใหด ีขึน้ และแกไขเพ่อื ลดความพิการ รวมทง้ั ฟน ฟูสภาพจิตใจ
ของผูป ว ย
4. ปอ งกนั และชะลอภาวะแทรกซอ นซึง่ เกิดจากโรคขอ เขาเสื่อมและจากการรักษา
การรักษาโรคขอเขา เส่ือมควรพจิ ารณาสิง่ ตอไปน้ี(8)
1. Knee risk factors (obesity, adverse mechanical factor, physical activity)
2. General risk factor (age, comorbidity, polypharmacy)
3. Level of pain intensity and disability
4. Sign of inflammation เชน effusion
5. Location and degree of structural damage
การรักษาโรคขอเขา เสอื่ มตามแนวทางของ American College of Rheumatology(9)
แบงเปน 3 กลุมหลัก คือ
A. การรกั ษาโดยไมใชย า
B. การรักษาโดยใชยา
C. การรกั ษาโดยการผาตดั
A. การรักษาโดยไมใชยา ประกอบดวย 7 วิธี ไดแก
1) การใหความรูเ ร่ืองขอเขา เสอ่ื มและการดําเนินโรค(10)
Page 88
ผปู ว ยโรคขอ เขา เส่ือมสว นหนึง่ เขา ใจผิดวา โรคนเ้ี กดิ จากความเสื่อมของรา งกาย ไมสามารถรักษา
ใหด ีข้นึ ได และจะทรุดลงจนเกดิ ขอ เขาพกิ าร ปจ จุบนั ความรทู างการแพทยสามารถชะลอการเสื่อมของขอ
เขา และดแู ลรกั ษาใหดีขน้ึ ได
2) แนะนําการลดนาํ้ หนกั ตวั
- โดยทั่วไปเม่ือนํา้ หนกั ตัวเพมิ่ ข้ึน 1 กิโลกรมั ทําใหเ พม่ิ แรงกดท่ีขอเขา ประมาณ 3 กิโลกรมั (11)
- ขณะเดิน จะมแี รงผานเขาประมาณ 3 เทา ของนาํ้ หนักตัว(12)
- ขณะกา วขน้ึ -ลงบนั ได จะมีนํ้าหนกั กดลงบนขอเขา ประมาณ 5-6 เทาของนาํ้ หนกั ตวั (12)
- ขณะว่งิ ออกกาํ ลังกาย (jogging) ดวยความเร็ว 9 km/h ขอเขา จะไดรบั แรงกระแทกจากการว่ิง 8
- 9 เทาของนาํ้ หนกั ตวั (12)
- ขณะน่ังยอง ๆ แรงผานขอ เขา จะเพม่ิ เปน ประมาณ 10 เทา ของนํา้ หนกั ตัว(13)
อาการปวดจากขอ เขา เส่ือม
ลดกิจกรรมที่ทําอยเู ดิมเนอื่ งจากรูสึก นา้ํ หนักตวั ทเ่ี พมิ่ มากข้ึน
ลาํ บากในการเดนิ จึงยงิ่ ไมอ ยากเดนิ (โรคอวน)
มาก แตรบั ประทานอาหารปริมาณ
เทาเดิมหรอื มากกวาเดิม คนสูงอายุมีแนวโนม ทีร่ างกายจะ
ทาํ หนา ที่เผาผลาญอาหารลดลง
แตร ับประทานอาหารปรมิ าณ
เทาเดมิ หรือมากกวา เดิม
ตาราง แสดงถึงแรงกระทําตอ ขอ เขาในกจิ กรรมชนิดตางๆ (12)
Page 89
Activity Knee joint load (x body weight)
Walking at 5.4 km/h 3.4-4
Walking 3.0
Walking at 5km/h 2.8
Walking at 7km/h 4.3
Cycling at 120W 1.2
Stair ascent 5
Stair descent 6
Ramp ascent 4.5
Ramp descent 4.5
Squat descent 5.6
Isokinetic knee extension up to 9
Jogging at 9 km/h 8-9
Jogging at 12.6 km/h 10.3
Running at 16 km/h up to 14
Bowling on asphalt alleys up to 12
Skiing medium steep slope beginner 10
Skiing medium steep slope skilled skier 3.5
3) แนะนําการปฏบิ ัตติ ัวทถี่ ูกตอง
3.1 ตอ งลดน้ําหนกั ตวั เพราะการลดนา้ํ หนกั ตวั 1 กโิ ลกรัม จะลดแรงกระทาํ ที่เขา ถงึ 3 กโิ ลกรัม
3.2 ทาน่ัง ควรนงั่ บนเกา อีส้ ูงระดบั เขา ซ่ึงเมื่อนั่งหอยขาแลวฝาเทาจะวางราบกับพ้ืนพอดี ไมควร
นั่งพับเพยี บ หลีกเลี่ยงการนงั่ ขัดสมาธิ การน่ังคุกเขา นั่งยอง หรือนั่งราบกับพ้ืน เนื่องจากจะทําใหผิวเขา
เสยี ดสีกนั มากขึน้
3.3 เวลาเขาหอ งนํา้ ควรนง่ั ถายบนโถนง่ั
3.4 ควรนอนบนเตียง ไมค วรนอนราบกับพ้ืน เพราะตอ งงอเขาเวลาจะนอน หรอื จะลุกขึ้น
3.5 หลีกเล่ียงการข้ึน – ลงบนั ได
3.6 ควรใชไ มเทา เมื่อยนื หรอื เดนิ โดยเฉพาะผทู ี่มีอาการปวดเขามาก หรือมีขอเขาโกง ผดิ รูป
3.7 บริหารกลามเน้ือรอบ ๆ ขอเขาใหแข็งแรง เพ่ือชวยใหการเคลื่อนไหวของขอเขาดีข้ึน และ
สามารถทรงตัวไดด ีเวลายืนหรอื เดนิ
Page 90
4) การออกกาํ ลงั กายในโรคขอ เขาเส่ือม
เปนทีย่ อมรับกนั ทว่ั ไปวา การทาํ ใหกลา มเนอื้ รอบขอเขาแขง็ แรง จะชว ยทําใหก ารดําเนินโรคชะลอ
ชาลง ทําใหข อมคี วามมน่ั คงมากขึน้ (13) โดยการเพิ่มการออกกําลังกายตองคอ ยเปน คอ ยไป ถาเพมิ่ การออก
กําลังกายมากเกินไป จะทําใหอ าการของโรคแยล งได
4.1 การออกกําลังกายเพื่อเพ่ิมสมรรถภาพทางรางกาย (aerobic exercise)(2) แนะนําการเดิน
ในชว งทค่ี นไขไ มม ีอาการปวด แนะนาํ ใหเ ดินออกกาํ ลงั กายดวยความเร็วพอเหมาะ เน่ืองจากการเดินจะทํา
ใหก ระดกู ออ นไดรบั สารอาหาร ทาํ ใหการทาํ งานของขอ เขา ดขี ้นึ และชะลอการแยลงของขอเขา (13) อยางไรก็
ตามชว งปวดเขา มาก ตอ งงดการเดิน บางรายอาจแนะนําใหเ ดินในนาํ้ , วายนํา้ , แอโรบิกในน้ํา, รํามวยจีน,
ลีลาศ โดยแนะนาํ ใหออกกําลงั กายสมา่ํ เสมอ คร้ังละ 20 - 40 นาที สปั ดาหละ 3 - 5 วัน ท้ังน้ีตองพิจารณา
ตามความเหมาะสมเปนราย ๆ ไป ตองระวังขอหามและขอควรระวังในการออกกําลังกายแบบแอโรบิก
และตอ งเรมิ่ ออกกาํ ลังกายทลี ะนอ ย
4.2 การออกกาํ ลงั กายเพ่มิ พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอเขา และเพ่มิ ความยืดหยนุ ของเขา (range of
motion/flexibility) เชน ใหผ ปู ว ยนอนหงายทําทาถบี เขา และเทา 2 ขางกลางอากาศ
4.3 การออกกําลังกายเพ่ือเพิ่มความแข็งแรงของกลามเนื้อรอบเขา(1) (muscle strength) ไดแก
- การออกกําลงั กายกลามเนอ้ื ตน ขาดา นหนา (Quadriceps exercise)
- การออกกาํ ลงั กายกลามเนื้อตนขาดา นหลงั (Hamstrings exercise)
4.4 การออกกาํ ลงั กายเพ่ือเพ่มิ ความทนทานของกลามเน้ือ (endurance)
5) ความรอ น (Heat)
ใชเ พื่อบรรเทาอาการปวดและอักเสบของขอ เขา เคร่อื งมือใหความรอน (heat modalities) แบงเปน
5.1 เครื่องมือใหความรอ นชนิดต้ืน (Superficial Heating Modalities) คือเคร่ืองมือความรอนที่ให
ความรอ นสงู สุด อยทู ผ่ี ิวหนังของรางกาย ไดแ ก กระเปานํ้าอนุ กระเปาไฟฟา
5.2 เคร่ืองมือใหความรอนชนิดลึก (Deep Heating Modalities) คือเคร่ืองมือท่ีใหความรอนซึ่ง
สามารถผา นผิวหนงั ไปไดลึก ไดแก Ultrasound, Shortwave diathermy, Microwave diathermy เปน ตน
6) การใชอ ปุ กรณชว ยชนิดตาง ๆ
6.1 สนบั เขา (Knee support) ชว ยประคองขอ เขา ตองพจิ ารณาตามความเหมาะสมเปน ราย ๆ ไป
6.2 อปุ กรณช วยประคองเดนิ (Gait aid) เชน ไมเทา Walker มีสว นชวย โดยลดแรงที่มากระทํา ตอ
ขอ เขา เปน ผลใหการทาํ งานของขอ เขาลดลงและชว ยใหอ าการปวดเขา ลดลง
6.3 การเสริมรองเทา
- เสรมิ Shoe wedge คอื การเสรมิ ความสูงของสนเทา เปนรูปล่มิ โดยทัว่ ไปในโรคขอเขาเส่อื มมกั มี
ลกั ษณะเขาโกง จึงเสริมความสูงเฉพาะขอบดานนอกของสนเทา
Page 91
- เสรมิ ความสงู ของรองเทา ใชใ นกรณีท่ีขาสองขางยาวไมเ ทากัน
7) การฝง เข็มในโรคขอ เขาเสอื่ ม รายละเอียดอยูดานหลงั ของบทนี้
B. การรกั ษาโดยใชยา พจิ ารณาเกณฑดงั น(ี้ 1,8)
1. การรกั ษาโรคขอ เขาเสอื่ มจะไดประโยชนสงู สดุ ตอ งมกี ารประสานการรักษาระหวา งการรกั ษา
แบบประคับประคองโดยไมใ ชยา รวมกบั การรักษาโดยใชย า
2. ควรเลือกใชย า paracetamol ชนิดรับประทานเปน ลาํ ดบั แรกในการลดปวดโรคขอเขา เสือ่ ม
เนอื่ งจากมหี ลักฐาน ( evidence 1B) วายา paracetamol มปี ระสทิ ธิภาพในการรกั ษาโรคขอเขาเสอ่ื มและ
ปลอดภยั เมอื่ ใชใ นระยะยาว มีรายงาน RCT พบวา paracetamol 4 กรมั ตอ วนั มผี ลดเี ทียบเทายา
ibuprofen
3. ยาทาเฉพาะท่ี ประเภท NSAID และเจลพรกิ (capsaicin) มีหลกั ฐานวา มีผลดแี ละปลอดภัย
ในการใชร กั ษาโรคขอเขา เสอ่ื ม
4. พจิ ารณาใชย ากลมุ NSAIDS ในผูปว ยท่ีไมตอบสนองตอ การใชย า paracetamol โดยใน
ผปู ว ยที่มคี วามเสย่ี งตอ ระบบทางเดินอาหารสูง ใหพิจารณาใช non-selective NSAIDS รว มกับการใชส าร
ปองกันกระเพาะอาหาร (Gastroprotective agent) ไดแ ก proton pump inhibitors หรือใชย ากลุม
selective COX2 inhibitors
5. พิจารณาใชย ากลมุ Opioid Analgesics, with or without paracetamol เปน ทางเลือกใน
ผปู ว ยท่ี
- มีขอ หามในการใชย า NSAIDS รวมถงึ COX2 selective inhibitors
- ใชย ากลมุ NSAIDS รวมถงึ COX2 selective inhibitors ไมไดผ ล
- ไมสามารถทนตอยา NSAIDS รวมถึง COX2 selective inhibitors
6. ยากลมุ SYSADOA (symptomatic slow acting drugs for OA) ประกอบ ดว ย
glucosamine sulphate, Chondroitin sulphate, diacerein และ hyaluronic acid สามารถลดอาการ
ปวด และอาจเปลีย่ นโครงสรางกระดกู ออนขอ ตอ ชึ่งอาจชว ยชะลอการเสอื่ มของขอเขายากลุมน้อี อกฤทธ์ิ
ชา และตองใชต ดิ ตอ กนั เปนเวลานาน จึงมคี าใชจ า ยสงู พจิ ารณาเลือกใช ในผูปวยทส่ี ามารถจา ยได และงด
การใชใ นกรณมี ขี อหามใช นอกจากนม้ี งี านวจิ ัยวายา diacerein มี carry-over effect และมคี วาม
ปลอดภยั ดีกวา ยา piroxicam(14)
C. การรกั ษาแบบผา ตัด(1)
1. Tidal knee irrigation พจิ ารณาวิธกี ารเจาะเขา โดยฉดี ยาชาเฉพาะที่ ลางเขา ดวยน้ําเกลือปกติ
ในปรมิ าณ 2 ลติ ร เพอ่ื ทําความสะอาดขอ เขา ลดอาการขอ ยดึ ตดิ และลดสาร cytokines ใชใ นผปู ว ยทม่ี ีขอ
หามการผาตัดใหญ
Page 92
2. Arthroscope lavage ใชในกรณีทีผ่ ปู วยมี loose body หรือมีการฉกี ขาดของ meniscus รว ม
ดวย
3. กรณที ผี่ ูป วยมกี ารผดิ รูปของขอ เขา มาก พิจารณาทาํ Corrective osteotomy
4. กรณที ีไ่ ดร ับการรักษาแบบประคับประคอง โดยไมผ าตดั แลวไมไดผ ล ผูปวยยังมอี าการปวด
รนุ แรงและทุพพลภาพ จํากัดการทํากจิ วตั รประจาํ วนั ภาพรังสแี สดงการเปลยี่ น แปลงท่รี ุนแรงของโรคขอ
เขาเสอื่ มพจิ ารณาทํา joint replacement
การฝงเขม็ ในโรคขอเขา เส่ือม
A. หลักฐานเชิงประจักษก ารฝงเขม็ โรคขอ เขา เส่ือมจากอดีตสูปจจบุ นั
ในปจ จบุ นั มหี ลักฐานสนับสนนุ จากงานวจิ ัยตพี มิ พในวารสารชนั้ นาํ (15 – 17) ของโลกวาการฝงเขม็ มี
ประโยชนใ นการรักษาโรคขอเขา เสอ่ื ม ทงั้ องคการอนามยั โลก(18) สมาคมความรวมมอื โรคขอแหงยุโรป
(EULAR)(8) และสถาบนั สุขภาพแหงชาตขิ องอเมริกา (NIH)(19) ตา งกย็ อมรบั วาฝงเข็มมีประโยชนใ นการ
รักษาโรคขอ เขา เสื่อม
โดยในป ค.ศ.1996 องคการอนามัยโลก(18) ไดจดั ประชมุ ฝง เข็มทเ่ี มือง CERVIA ประเทศอติ าลี จัด
ใหการฝงเข็มในอาการปวดเขา (อา งองิ งานวจิ ัยการฝง เข็มในขอเขาเสอื่ มทัง้ หมด) อยใู นกลุมโรค
CATEGORY ONE คอื เปน กลมุ โรคทม่ี ีงานวจิ ยั ยืนยนั นา เชอื่ ถอื วามีประสทิ ธิภาพในการรักษาดว ยฝง เข็ม
ป ค.ศ.2001 AMERICAN COLLEGE OF RHEUMATOLOGY(20) ไดท บทวนวรรณ กรรมอยา ง
เปนระบบ (SYSTEMATIC REVIEW) พบวา มหี ลกั ฐานบง ชดั วาการฝงเข็มลดอาการปวดไดใ นโรคขอ เขา
เสือ่ ม
ป ค.ศ. 2003 สมาคมความรว มมือโรคขอ แหง ยุโรป (EULAR RECOMMENDATION 2003)(8)
กลาววา การฝง เขม็ ในโรคขอ เขา เสอื่ มมีความปลอดภัยและแนะนําใหใ ชก ารฝง เขม็ เปน วิธรี กั ษาโรคขอ เขา
เส่ือมได (STRENGTH OF RECOMMENDATION LEVEL B)
เมือ่ วนั ท่ี 20 ธนั วาคม 2004 สถาบันสขุ ภาพแหงชาติของประเทศสหรฐั อเมรกิ า (NATIONAL
INSTITUTES OF HEALTH; NIH NEWS)(19) รายงานวาการฝง เขม็ ในผูปวยโรคขอเขา เสือ่ ม ชวยลดปวด
และเพิ่มการทาํ หนาท่ขี องขอเขา ใหด ีขนึ้ ซง่ึ เปน การรักษาทางเลอื กท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพเทียบเทา กับการรกั ษา
ตามมาตรฐาน
ป ค.ศ.2006 WHITE A et al.(21) ไดทบทวนวรรณกรรมอยา งเปน ระบบ สรปุ วา การฝง เขม็ มี
ประสทิ ธิภาพในการรกั ษาโรคขอ เขาเสื่อม และสามารถพจิ ารณาใชแทน NSAIDS ได
ป ค.ศ. 2007 กระทรวงสาธารณสขุ ประเทศสงิ คโปร( 22) ไดท ําแนวทางการรกั ษาโรคขอ เขาเสอ่ื ม
และแนะนาํ ใหการฝง เข็มในโรคขอ เขาเส่อื ม เปน การรักษารวมเพ่อื ลดอาการปวด และเพ่ิมการทาํ หนา ที่ของ
ขอ เขา โดยคาํ แนะนํา Grade A, Level 1++
Page 93
ป ค.ศ. 2008 OARSI (OSTEOARTHRITIS RESEARCH SOCIETY INTERNATIO-NAL)(23) ได
จดั ทําคาํ แนะนาํ การรกั ษาโรคขอ เขา เสือ่ ม โดยแนะนาํ ใหใชก ารฝงเขม็ ในโรคขอเขาเส่ือม Level of
Evidence 1a, Level of Consensus 69 %, Strength of Recommenda-tion 59 % (47 - 71)
ป ค.ศ. 2009 ประเทศออสเตรเลยี (24) โดย National Health and Medical Research Council
(NHMRC) ไดจ ดั ทาํ แนวทางการรักษาโรคขอ เขาเสอ่ื มโดยไมผ าตัด มีหลกั ฐานสนบั สนนุ ใหแพทยเวช
ปฏิบัตทิ วั่ ไป ใชก ารฝงเขม็ รกั ษาโรคขอ เขาเสื่อมได โดยคําแนะนํา Grade C (Satisfactory)
สรุป หลกั ฐานเชงิ ประจักษการฝงเขม็ โรคขอ เขาเส่ือม
Evidence Acupuncture in OA knee
WHO 1996 Category one
EULAR 2003
NIH 2004 Strength of Recommendation (SOR) = Level B
SINGAPORE 2007 Serves as standard care
OARSI 2008 Adjunctive , Grade A Level I++
AUSTRALIA 2009 Level of Evidence = I a ,
Level of Consensus 69%
SOR 59% (47-71)
Grade C (Satisfactory)
B. การฝงเข็มรกั ษาโรคขอ เขาเสอ่ื มไดอ ยางไร
a) ตามทฤษฎแี พทยแ ผนจนี อธบิ ายวา อาการปวดเขาเกดิ เน่อื งจากมกี ารอดุ กน้ั ของพลงั ลมปราณ
การฝงเข็มจะทาํ ใหล มปราณหมนุ เวียนดีขนึ้ ชวยแกไ ขการอดุ กั้นของลมปราณ นอกจากน้ี การฝงเขม็ ยัง
ชวยปรับสมดุลของรางกาย
b) นอกจากน้ี ในทางการแพทยแ ผนปจ จบุ นั มกี ารศกึ ษาพบวา การฝงเข็มสามารถลดปวดไดโดย
ผานกลไก 2 ประการ คือ (25)
1. Activation of gate control system และ
Page 94
2. Stimulation of the release of neurochemicals in the central nervous system เนอ่ื งจากมี
การหลั่งสารหลายอยา ง โดยพบวาในเรอ่ื งผลลดปวด มีการหล่งั สารส่ือกระแสประสาท
(neurotransmitters) ทเี่ กยี่ วของกับการลดปวด 6 ชนิด และยังมีการหล่ัง Endorphin
นอกจากน้ยี ังมกี ารศึกษาในปจ จบุ ันพบวา การฝงเขม็ ชวยลดอาการอักเสบ เน่อื งจากมกี ารเพ่ิม
blood cortisol จงึ มีฤทธ์ิยบั ย้งั การอกั เสบอีกทงั้ ยงั เพิ่มการไหลเวยี นของเลือดท่ไี ปเลย้ี งบรเิ วณทฝี่ ง เข็มดว ย
ในความเห็นสว นตัวของผเู ขียน การเลอื กใชก ารฝงเข็มสําหรบั รกั ษาโรคขอ เขาเสือ่ ม ควรพิจารณา
ผปู ว ย ดังน้ี
1. กรณีที่อาการยงั รนุ แรงไมถงึ ขนั้ ตอ งพจิ ารณารับการรกั ษาโดยการผา ตัด สามารถ เลอื กใชก าร
ฝงเขม็ รว มกบั
- การรกั ษาแบบประคบั ประคองโดยไมใ ชย า รกั ษารวมกบั วธิ อี ื่น เชน การแนะนาํ ใหล ดนํา้ หนัก
ตัว รวมกบั แนะนําการบรหิ ารกลา มเนอ้ื รอบขอ เขา เปน ตน
- การรักษาโดยใชย า มีหลกั ฐานจากงานวจิ ัยวา การฝงเขม็ ชว ยลดการใชยา
กลมุ NSAIDS
2. ในกรณที มี่ อี าการรุนแรงถึงขน้ั ตองรับการรักษาโดยการผา ตัด แตแ พทยไมสามารถใหการรกั ษา
ดวยการผาตัด ไดแ ก ในกรณี
- ผูป ว ยมปี ญ หาสขุ ภาพทเ่ี ปน อปุ สรรคในการผา ตัด
- ผูป ว ยปฏิเสธการผา ตดั
ซ่งึ กรณเี หลานอี้ าจพิจารณาเลอื กใชก ารฝง เข็ม เพ่ือบรรเทาอาการปวดเขา
งานวจิ ัยโดย Christensen(26) สรุปวา การฝง เขม็ ชว ยบรรเทาอาการปวดในโรคขอ เขาเส่อื มชว งรอ
การผาตดั และบางทอี าจเปน ทางเลือกในรายท่ีผปู ว ยปฏิเสธการผา ตัด
C. หลักการพิจาณาเลอื กใชจดุ ฝงเขม็ ในโรคขอเขาเส่อื ม
1. ใชเ พียง 2 จดุ ในขอ เขา คือ NeiXiYan (EX-LE 4), DuBi (ST 35) เนอื่ งจากมงี านวจิ ยั วาใชเพยี ง
2 จดุ นไ้ี ดผลดี(27 – 28) และจากการศกึ ษาเปรยี บเทยี บประสทิ ธภิ าพการฝง เข็มระหวา งการใชจ ุดเพียง 2 จดุ
คอื ใชเ ฉพาะจดุ NeiXiYan (EX-LE 4), DuBi (ST 35) กับ 6 จุด คอื ใชจ ุด NeiXiYan (EX-LE 4), DuBi (ST
35), ZuSanLi (ST 36), YinLingQuan (SP 9), XueHai (SP 10), LiangQui (ST 34) (29)
สรุป การฝง เข็มโดยใช 2 จดุ มีประสทิ ธิภาพไมตา งจากการใช 6 จดุ เม่ือใชค า Mean Total
Womac Score เปนตวั ชีว้ ดั หลกั
Page 95
2. กรณที ่ีขอเขา มกี ารอักเสบ อาจพิจารณาเลือกใชเ ฉพาะจุดรอบขอ เขา คอื ใชจ ดุ ใกล 4 จดุ ไดแ ก
YinLingQuan (SP 9), XueHai (SP 10), LiangQiu (ST 34), ZuSanLi (ST 36) รวมกับจุดไกล 1 จุด คือ
HeGu (LI 4) (30)
3. กรณีที่มี Tendinitis, Muscle strain รอบขอ เขา รวมดวย พจิ ารณาใชจ ดุ มากขน้ึ โดยใชจดุ
NeiXiYan (EX-LE4), DuBi (ST 35) รว มกบั ใชจ ดุ ใกล และ จุดกดเจบ็ รอบขอ เขา
4. เหมือนขอ 3 แตเสรมิ จุดไกล (Distant point) รวมดว ย
5. กรณผี สู ูงอายุ ใชว ธิ เี หมือนขอ 3 หรอื ขอ 4 และเสรมิ จดุ บํารุงรางกาย เชน
- บํารงุ ไต, บาํ รุงกระดูก, บาํ รงุ เลอื ดโดยเพิ่มจุด TaiXi (KI 3), KunLun (BL 60), XuanZhong (GB
39), SanYinJiao (SP 6) เปน ตน
6. ฝงเข็มรอบกระดูกสะบา (Patella) 4 เลม แบบกงั หนั ลม
อาจารยเฌอเจียน(Che Jian) จากมหาวิทยาลัยการแพทยแผน
จีนเหลียวหนงิ ไดแ นะนําใหร ักษาผปู ว ยโรคขอเขาเสื่อมดวยวิธีการฝงเข็ม
รอบกระดูกสะบา 4 เลม โดยเข็มแตละเลมจะฝงเรียงลําดับ ตามขอบบน
ขอบดานใน ขอบลา ง และขอบดา นนอก ลอมรอบกระดกู สะบา แบบกังหัน
ลม (ดงั รูป)
เอกสารอางอิง
1. สํานกั พัฒนาวชิ าการแพทย . กรมการแพทย . กระทรวง
สาธารณสุข. แนวทางเวชปฏบิ ัติการวินจิ ฉัยและรกั ษาโรคขอ เขาเสอื่ ม . พิมพค รั้งที่ 1. กรงุ เทพมหานคร :
ชมุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย ; 2548
2. คณะทํางานแนวทางเวชปฏิบัตกิ ารรกั ษาโรคขอเขา เสือ่ ม. แนวทางเวชปฏิบัติการรกั ษาโรคขอเขา
เส่อื ม . วารสารโรคขอ และรูมาติสซ่ัม. 2550 ; 18 : 83 - 109
3. Kuptniratsaikul V, Tosayanonda O , Nilganuwong S, Thamalikitkul V. The epidemiology
of osteoarthritis of the knee in elderly patients living an urban area of Bangkok. J med Assoc
Thai 2002;85:154-61.
4. สงู ชัย อังธารารกั ษ . Osteoarthritis (OA) 2006 ขอ เสื่อม. ใน : อัจฉรา กุลวสิ ทุ ธ์ิ , ไพจิตต อศั ว
ธนบดี. บรรณาธกิ าร. Rheumatology for the Non-Rheumatologist. พิมพครง้ั ท่ี 1 กรงุ เทพ : ซิต้พี ร้นิ ท
จํากัด ; 2549 หนา 8-47.
5. Kellgren J H , and Lawrence J S. Radiological Assessment of Osteo-Arthrosis. Ann
Rheum Dis 1957;16:494-502.
6. Felson DT. Osteoarthritis of the Knee . N Engl J Med 2006 ; 354 : 841- 8.
Page 96
7. Altman R , Asch E , Bloch D , Bole G , Borenstein D , Brandt K , et al. Development of
criteria for the classification and reporting of osteoarthritis. Arthritis Rheum 1986;29(8): 1039-49.
8. Jordan KM , Arden NK , Doherty M , Bannwarth B , Bijlsma JWJ , Dieppe P , et al.
EULAR Recommendations 2003 : an evidence based approach to the management of knee
osteoarthritis : Report of a Task Force of the Standing Committee for International Clinical
Studies Including Therapeutic Trials (ESCISIT). Ann Rheum Dis 2003 ; 62 : 1145-55.
9. American College of Rheumatology subcommittee on osteoarthritis guidelines.
Recommendations for the medical management of osteoarthritis of the hip and knee. Arthritis
Rheum 2000; 43 : 1905-15.
10. สุรศกั ดิ์ นิลกานุวงศ. โรค Osteoarthritis. ใน : สมชาย อรรฆศิลป. บรรณาธิการ. Rheumatology
for the Non-Rheumatologist. พิมพค ร้งั ที่ 1 กรุงเทพ : เรอื นแกว การพมิ พ ; 2544 หนา 131- 60.
11. Goldberg VM, Kettelkamp DB, Colger RA. Osteoarthritis of the knee. In : Moskowitz RW,
Howell DS, Goldberg VM, Mankin HJ, eds. Osteoarthritis Diagnosis and Medical/ Surgical
Management. 2nd ed. Philadelphia : W.B. Suanders Company ; 1992. P.599 – 620.
12. Kuster MS. Exercise Recommendations After Total Joint Replacement, A Review of the
Current Literature and Proposal of Scientifically Based Guidelines. Sports Med 2002 ; 32(7) :
433-45.
13. สุรศักด์ิ นิลกานุวงศ. โรคขอเสื่อม (Osteoarthritis). ใน : อัจฉรา กุลวิสุทธ์ิ ,ไพจิตต อัศวธนบดี
และ สมชาย อรรฆศิลป. บรรณาธิการ. Rheumatology for the Non-Rheumatologist. พิมพครั้งท่ี 1
กรงุ เทพ : เรือนแกวการพมิ พ ; 2547 หนา 1-41.
14. Louthrenoo W , Nilganuwong S , Aksaranugraha S , Asavatanabodee P ,
Saengnipanthkul S. and the Thai Study Group. The efficacy, safety and carry-over effect of
diacerein in the treatment of painful knee osteoarthritis: a randomised, double-blind, NSAID-
controlled study. Osteoarthritis Cartilage 2007;15;605-14.
15. Berman BM, Lao L, Langenberg P, Lee WL, Gilpin AMK, Hochberg MC. Effectiveness of
acupuncture as adjunctive therapy in osteoarthritis of the knee : a randomized, controlled trial.
Ann Intern Med 2004;141: 901-10.
16. Witt C , Brinkhaus B , Jena S , Linde K , Streng A , Wagenpfeil S et al. Acupuncture in
patients with osteoarthritis of the knee : a randomised trial. Lancet 2005;366: 136-43.
Page 97
17. Vas J, Mendez C, Perea-Milla E, Vega E, Panadero MD, Leon JM et al. Acupuncture as
a complementary therapy to the pharmacological treatment of osteoarthritis of the knee:
randomised controlled trial. BMJ 2004;329: 1216-9.
18. Zhang X . Acupuncture : Review and Analysis of Reports on Controlled Clinical Trials.
WHO Consultation on Acupuncture held in Cervia , Italy in 1996.
19. NIH NEWS National Institutes of Health. Acupuncture Relieves Pain and Improves
Function in Knee Osteoarthritis. File : //F: \ PubMed\Acupuncture and Knee Osteoarthritis,
December 20, 2004.
20. Ezzo J, Hadhazy V, Birch S, Lao L, Kaplan G, Hochberg M, et al. Acupuncture for
Osteoarthritis of the Knee. A Systematic Review. Arthritis Rheum 2001;44(4):819-25.
21. White A , Foster N , Cummings M , Barlas P. The effectveness of acupuncture for
osteoarthritis of the knee – a systematic review. Acupunct Med 2006;24(Suppl):S40-48.
22. Singapore Ministry of Health, Agency for Healthcare Research and Quality (AHRQ).
Guideline Title Osteoarthritis of the knees ; 2007 May : URL; http://www.ahrq.gov.
23. Zhang W., Moskowitz R.W. , Nuki G., Abramson S., Altman R.D., Arden N.,et al. OARSI
recommendations for the management of hip and knee osteoarthritis, Part II : OARSI evidence-
based, expert consensus guidelines. Osteoarthritis and Cartilage. 2008;16:137-62.
24. National Health and medical Research Council (NHMRC), Royal Australian College of
General Practitioners. Guideline for the non-surgical management of hip and knee
osteoarthritis : July 2009.
25. Berman BM , Singh BB , Lao L , Langenberg P , Li H , Hadhazy V , et al. A randomized
trial of acupuncture as an adjunctive therapy in osteoarthritis of the knee. Rheumatology
(Oxford) 1999 ; 38 : 346-54.
26. Christensen BV , Iuhl IU , Vilbek H, Bulow HH, Dreijer NC.and Rasmussen HF
Acupuncture treatment of severe knee osteoarthrosis. A long-term study. Acta Anaesthesiol
Scand 1992;36 :519-25.
27. NG M M L , Leung MCP , Poon D M Y , Phil M. The effects of electro-acupuncture and
transcutaneous electrical nerve stimulation on patients with painful osteoarthritic knees: A
randomized controlled trial with follow-up evaluation. J Altern Complement Med 2003;9(5):641-
9.
Page 98
28. Cheng D. 100 Diseases treated by single point of acupuncture and moxibustion.
Beijing,China : Foreign Languages Press; 2001.
29. Taechaarpornkul W., Suvapan D., Theppanom C., Chanthipwaree C., Chirawatkul A.
Comparison of the effectiveness of six and two acupuncture point regimens in osteoarthritis of
the knee : a randomised trial. Acupunct Med. 2009; 27:3-8.
30. Tillu A , Tillu S , Vowler S . Effect of Acupuncture on Knee Function in Advanced
Osteoarthritis of the Knee : A Prospective, Non-Randomised Controlled Study . Acupunct Med
2002 ; 20(1) : 19-21.
รูปท่ี 16 แสดงจุดฝง เขม็ รักษาโรคขอ เขา เสือ่ ม
Page 99
ปวดขอสะโพก
(Hip Joint Pain : 髋关节痛)
ขอ สะโพก เปนขอที่หมนุ ไดโ ดยรอบ การทาํ หนาที่จําเปนตอ งการความมัน่ คงแขง็ แรงอยา งมาก ขอ
สะโพกจึงถกู สรา งข้นึ อยางไดสดั สว นและปด มิดชดิ โดยหวั กระดูกตน ขาเปนรปู ทรงกลมและอยใู นเบาลึก
ภายนอกยังไดร บั การเสรมิ ใหแ ข็งแรงดว ยแคปซลู หนาขงึ จากขอบ Acetabulum กบั แนวระหวา ง
Trochanteric ของกระดกู ตน ขา (Ilio – femoral ligament)
ผปู วยสว นใหญ ท่ีมาพบแพทยด ว ยปญ หาขอ สะโพก มกั มอี าการของความเจบ็ ปวด ขอ ตดิ แขง็ เดนิ
กระเผลก หรอื มกี ารผดิ รูป สาเหตทุ ่พี บบอ ยเกิดจากขอ เสอ่ื มสภาพ ซ่งึ เปน การเสอื่ มสภาพของกระดูกออ น
ผิวขอ และการงอกของกระดกู ซ่ึงอยปู ระชิดขอ สวนใหญโ รคน้ีเปน มากในวยั กลางคน ผสู ูงอายุ พบในเพศ
หญิงมากกวาเพศชาย คนอว น หรือขอสะโพกไดร บั บาดเจบ็ มากอ น
อาการและอาการแสดง
อาการปวดขอ สะโพก อาจอยูเฉพาะทข่ี าหนีบ และจากขาหนีบอาจราวลงไปดา นในหรอื ดา นหนา
ของโคนขา อาการปวดอาจเกิดขน้ึ ทบ่ี รเิ วณ Greater trochanter และราวตามแนว Fascia Lata ไปยังเขา
หรอื อาจปวดทางดานหลังบรเิ วณ Ischial Tuberosity ซงึ่ ตองแยกออกจากอาการปวดจากเสน ประสาทไซ
แอติก เมอ่ื เคล่อื นไหวขอ สะโพก จะทาํ ใหอาการปวดขอ สะโพกเพิ่มมากขน้ึ
ในระยะแรก ผปู วยอาจรูสึกขอ สะโพกตดิ แขง็ หลงั จากการไมเคล่อื นไหวระยะหนงึ่ เชน หลงั จากนง่ั
เปนเวลานาน หรือตน่ื นอนตอนเชา เม่อื ขอ สะโพกเสอื่ มสภาพอยางมาก จะตรวจพบขอ สะโพกตดิ แข็ง พิสัย
การเคลอื่ นไหวขอสะโพกจะคอ ย ๆ ลดลงตามลําดบั คือ จะหมนุ บดิ ขาไมไ ดกอ น และตามดวยกางขาและ
หุบขาไมได แตยงั งอสะโพกไดจนถึงระยะสุดทา ย ผปู วยอาจลําบากในการสวมถุงเทา และรองเทา ขางน้นั
ผูปว ยมักเดินกระเผลก เพ่อื ใหอ าการปวดนอยลงขณะลงน้ําหนกั ตวั ทาเดนิ ท่เี ปน แบบฉบบั ของโรค
ขอสะโพก คือเดนิ สะโพกเอียง หรือเรียกวา Trendelenburg gait
การตรวจทางหองปฏิบตั ิการและการตรวจภาพรงั สี
การตรวจทางหองปฏิบัติการ มกั ไมพบความผดิ ปกติทจี่ าํ เพาะตอ โรค จงึ ไมม ีความจําเปน ตอ งตรวจ
เลอื ดเพ่ือวินจิ ฉัยโรคนี้
Page 100
การตรวจภาพรงั สขี อสะโพกเสอื่ ม อาจพบชองวางระหวางกระดกู แคบลง ขอบกระดกู แขง็ มีตง่ิ กระดูก
งอกยนื่ ออกไป การเปลยี่ นแปลงท่ีเห็นจะมากหรือนอย แลวแตร ะยะเวลาท่ีมภี าวะขอเสอื่ ม โดยท่ัวไป
ภาพรงั สีอาจไมสัมพนั ธ หรือสอดคลอ งกบั อาการปวดขอ ของผปู ว ย กลา วคอื ภาพรังสอี าจพบขอ เสอ่ื ม
รุนแรง แตผ ูปว ยปวดเลก็ นอยหรือไมมอี าการ หรอื ภาพรังสีพบขอเส่อื มไมมาก แตผ ูปว ยมีอาการปวดรนุ แรง
ได
หลักการรกั ษา
ถา ขอสะโพกไมถ กู ทาํ ลายมาก สามารถรกั ษาอาการปวดและขอฝด ได ดวยการใชยา เวชศาสตรฟน ฟู
เชน กายภาพบําบดั ใชเ ครอื่ งพยุงการเดนิ อาจชว ยลดอาการปวดได ขาขางทีส่ ้ันอาจเสรมิ พืน้ รองเทา
การผา ตัด และการเปลยี่ นขอสะโพก ตองพจิ ารณาความเหมาะสมในผปู ว ยแตล ะราย
การวินิจฉัยและรักษาดวยศาสตรการแพทยแ ผนจีน
อาการปวดขอสะโพก ตามศาสตรก ารแพทยแ ผนจีน จดั อยใู นกลุมอาการ “ปเจิง้ ” (Bi Zheng or Bi
syndrome) มสี าเหตจุ ากความเยน็ ชนื้ มากระทําตอ เสน ลมปราณบรเิ วณสะโพก การบาดเจ็บ หรอื ตับและ
ไตพรอ ง การฝงเขม็ ในระยะแรกมักไดผ ลดี
อาการและอาการแสดง
ในระยะแรก มกั เกดิ จากความเยน็ ชนื้ เขา กระทําตอเสน ลมปราณ มอี าการปวดหนัก ลาท่ีสัมพนั ธกับ
การเปล่ียนแปลงของสภาพอากาศ ลิ้นมีฝา ขาวเหนียว ชพี จรลื่นหรือตึงแนน
(HuaMai or XuanJinMai)
เม่อื นานวัน จะเกดิ การตดิ ขัดทําใหการเคลื่อนไหวขอสะโพกไมสะดวก รว มกบั อายทุ ม่ี ากข้นึ ทาํ ใหเ กดิ
ตับและไตพรอ ง มอี าการเมอ่ื ยลา เวลาเดิน หรอื รบั นํ้าหนกั มากเพมิ่ ขน้ึ เชน หาบของ หรอื ยกของ มกั มี
อาการปวดราวสะโพกบรเิ วณขาหนบี ตนขาดานใน และหวั เขาดา นใน ตามแนวเสนลมปราณตับและไต ชพี
จรจมออ น (RuoMai)
การรกั ษา ดว ยการฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ
หลักการรกั ษา: ปกเข็มเฉพาะทก่ี อน เพอื่ ทะลวงเสน ลมปราณ ใหชี่และเลอื ดไหลเวียนดีขน้ึ แลว จึง
เสรมิ บํารุงตับและไตในระยะตอ มา
วิธีที่ 1
จุดใกล: HuanTiao (GB 30) 3 – 5 เลม โคงตามแนวหัวกระดกู ตน ขา โดยใชเ ขม็ ยาว 2 ชุน เพ่อื
กระตนุ การไหลเวียนของชแี่ ละเลือด
จุดไกล: YangLingQuan (GB 34), XuanZhong (GB 39), TaiXi (KI 3),
ZhaoHai (KI 6)