Page 151
และ NeiGuan (PC 6)
การรักษาวิธีอ่นื เพ่มิ เติม
1. ปกจุดแบบโทว
จุดทีใ่ ช: QuChi (LI 11), QiuXu (GB 40) โทว Zhaohai (KI 6)
วิธีการ: ใชเ ข็ม 2 ชนุ ปก ทจี่ ดุ QuChi (LI 11) ทงั้ สองขางกอ น หลงั จากไดช่แี ลว ใหคาเขม็ ไว แลว ปก
เขม็ ท่จี ดุ QiuXu (GB 40) ท้งั สองขางปกใหล ึกลงไปจนปลายเข็มไปถึงบรเิ วณใตผวิ หนังเหนอื จดุ ZhaoHai
(KI 6) กระตนุ ใหไ ดช ี่ คาเข็มไว 30 – 50 นาที โดยกระตนุ ดวยความแรงปานกลางแบบเรอ่ื ย ๆ สม่าํ เสมอ
ในขณะทผี่ ปู วยมีอาการปวดอยู โดยทว่ั ไปภายในหนงึ่ รอบการรกั ษา อาการปวดจะทเุ ลาลงอยา งมาก
ฝงเข็มรกั ษาวนั ละคร้งั 10 ครง้ั เปน 1 รอบการรักษา แลว เวนระยะหาง 3 – 5 วัน จงึ เรม่ิ รอบการรักษาใหม
2. รมยาท่จี ุด ShenQue (CV 8)
ขอ บงใช: การอกั เสบแบบเฉยี บพลนั ของภาวะถุงนาํ้ ดอี กั เสบเร้ือรัง ที่มอี าการปวด
เสยี ดชายโครงดา นขวา
จุดท่ีใช: ShenQue (CV 8)
วิธกี าร: ใหผปู ว ยนอนตะแคงทับขางซา ย ใชแ ทงโกศจฬุ าลัมพาที่จุดไฟแลว นาํ มาจอทบ่ี ริเวณเหนือ
สะดอื ราว 1 – 2 ชนุ และหมุนแทง โกฐฯ วนรอบจุดชา ๆ หลังจากรมยาไดร าว 15 นาที ผูปว ยจะเร่มิ รสู กึ รอ น
บรเิ วณสะดือและรอบ ๆ ใหร อนเทา ที่ผปู ว ยทนได โดยทว่ั ไปในระหวา งที่รมยาหรือเมื่อครบเวลาการรมยา
ผปู ว ยจะรสู ึกดขี ้นึ อยางมาก
3. การฝงเขม็ หู
จดุ ทใี่ ช: Pancreas, Gallbladder, Liver, Abdomen, Thoracic, Vertex, Spleen, Stomach,
SanJiao, ErMen, Endocrine
วธิ กี าร: ใชการปก และกระตนุ จดุ ดว ยวิธมี าตรฐานของการฝง เข็มท่ีหู
ความคดิ เหน็ : การรกั ษาดวยวิธีการฝงเขม็ และรมยา เปน วธิ ีทไ่ี ดผ ลดใี นการรกั ษาอาการของ
ถงุ น้ําดีอักเสบ โดยเฉพาะอาการปวดเสยี ดชายโครง อยางไรกต็ ามการรกั ษาดวยวิธีการแพทยแ ผนปจจบุ นั
ควบคูไ ปกบั การฝง เขม็ รมยาจะชวยเสรมิ ใหก ารรักษาโรคมปี ระสทิ ธิภาพย่ิงขนึ้
Page 152
รปู ท่ี 31 แสดงจดุ ฝง เข็มรักษาโรคถุงน้าํ ดีอกั เสบ
จากรอ นชนื้
Page 153
รูปที่ 32 แสดงจดุ ฝง เข็มรักษาโรคถุงน้ําดีอักเสบ
จากชต่ี ิดขดั
นวิ่ ในถุงน้ําดี และถงุ นา้ํ ดอี กั เสบ
(Gall Stone and Cholecystitis : 胆结石和胆囊炎 )
ภาวะนิว่ ในถงุ นํ้าดีและถงุ นาํ้ ดอี ักเสบ พบไดบอ ยในวัยผูใ หญ พบในเพศหญิงมากกวาเพศชาย สอง
ภาวะนีม้ คี วามสมั พันธซ ง่ึ กันและกนั และกอใหเกดิ อกี ภาวะหน่ึงได นว่ิ ในถุงนาํ้ ดกี อ ใหเกดิ ภาวะถงุ น้ําดี
อักเสบทงั้ ชนดิ เฉียบพลนั และเรอื้ รัง และภาวะการอักเสบของถุงนาํ้ ดกี เ็ ปน หนง่ึ ในสาเหตหุ ลกั ของการเกดิ
นิ่วในถงุ น้าํ ดี ภาวะทง้ั สองมักพบรวมกนั ไดบอ ยและมีอาการคลายกันหลายอยาง เชน อาการปวดมักปวด
บริเวณทอ งดานขวาแถวชายโครงหรอื ใตซ โ่ี ครง และมักปวดรา วไปบรเิ วณสะบกั ขวา หากเปน ภาวะน่วิ ในถุง
น้ําดีจะมอี าการปวดเปน ๆ หาย ๆ ได จะปวดหลังทานอาหารมันปรมิ าณมากเขา ไป
Page 154
น่ิวในถงุ นา้ํ ดี เกดิ จากภาวะไมสมดลุ ของสารประกอบในนา้ํ ดี ซ่งึ เม่อื มีนวิ่ เกิดขน้ึ แลว อาจมอี าการ
ต้งั แต ทอ งอืด อาหารไมย อ ย บางคร้ังนิว่ ไปอดุ ทอถุงนา้ํ ดี ทําใหมอี าการปวดแบบปวดดน้ิ หรอื ถาน่วิ ตกลง
ไปอุดทอ น้าํ ดีใหญ จะทําใหม อี าการตวั เหลอื งตาเหลือง ในบางรายอาจตรวจพบนิว่ ในถงุ นํ้าดแี ตไมมีอาการ
ไดเ ชน กัน แตอาการดังกลาวขางตน จะเกดิ เมอ่ื ใดกไ็ ด ในผูปว ยทีเ่ ปนมะเรง็ ถุงนา้ํ ดี พบวา มนี ิ่วรว มดว ยเปน
สวนใหญ นิว่ ในถุงน้าํ ดี ไมสามารถรกั ษาไดโดยใชเ ครอ่ื งสลายน่วิ การรักษาโดยใชย าละลายนวิ่ ใชไ ด
เฉพาะนวิ่ บางชนิดเทา น้ัน ซึง่ สวนใหญต อ งรบั ประทานยาเปนเวลานาน และเมอื่ หยุดยากอ็ าจเกดิ น่วิ ในถงุ
นํ้าดีไดอ กี อกี ท้ังนิว่ ของคนไทยสว นมากมกั ไมล ะลายโดยใชยา ดงั นั้นการรกั ษาท่ีดที ่สี ดุ คือการผา ตัดเอาถุง
นา้ํ ดอี อก ซ่ึงการตดั ถุงน้าํ ดี ไมม ีผลตอ การยอ ยอาหาร เพราะนาํ้ ดีสรา งมาจากตบั ถุงนํ้าดเี ปน เพยี งทเ่ี กบ็ พัก
นํ้าดีเทา นน้ั
อาการและอาการแสดง
ผูท ่ีมนี ว่ิ ในถุงนาํ้ ดี อาจไมม อี าการเลย หรือมีอาการบางอยา ง ดังตอไปนี้ โดยไมจ ําเปน ตอ งมีครบทกุ
อาการ ไดแก
- ทองอดื
- แนน ทองหลังรบั ประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารท่ีมไี ขมันมาก
- ปวดทอ งใตช ายโครงขวาเปน คร้งั คราว
- ปวดทองรนุ แรง และปวดราวไปถงึ สะบกั ดา นขาว
- ไขส ูงเฉียบพลนั ถามีการอักเสบของถงุ นาํ้ ดีอยางเฉยี บพลัน
- ตัวเหลือง ตาเหลือง ปส สาวะสีเขม
วธิ ที ใ่ี ชว นิ ิจฉยั วามีน่วิ ในถงุ นํา้ ดี คอื การตรวจดว ยเคร่อื งอลั ตราซาวด
การรักษา
การผาตัดเอาถุงน้ําดีออกเปน การแกป ญ หาทถ่ี าวร เพ่อื ไมใ หเกิดนว่ิ ในถงุ นํ้าดขี นึ้ ไดอกี ตอไป และ
ปอ งกันภาวะแทรกซอนท่รี นุ แรงตาง ๆ การผาตดั ถงุ นาํ้ ดีในปจ จุบัน มี 2 วิธี
1. ผาตัดแบบเดมิ โดยการผาตดั เปดหนา ทอ ง (Open Cholecystectomy) ปจจบุ นั จะเลอื กใชใ นการ
ผาตัดถุงนํ้าดที ม่ี อี าการอักเสบมากหรือแตกทะลใุ นชอ งทอ ง
2. ผา ตัดภายใตก ลอ ง โดยการเจาะรูเลก็ ๆ ทีห่ นา ทอง (Laparoscopic Cholecystec-tomy) ถา
ผปู ว ยไมม ถี ุงน้ําดอี กั เสบเฉยี บพลนั สามารถทาํ ไดส ําเรจ็ ถงึ รอยละ 95 ถาถงุ น้าํ ดีอกั เสบเฉยี บพลนั เกนิ 3 วนั
โอกาสผา ตัดโดยวิธนี ี้ไดส าํ เรจ็ จะนอ ยลง
- วธิ กี ารผาตดั ภายใตก ลอ ง
Page 155
- เจาะรเู ล็ก ๆ บรเิ วณหนาทอ ง 4 แหง ดว ยเคร่อื งมอื ทอ่ี อกแบบเฉพาะสาํ หรบั การเจาะหนา ทองอยา ง
ปลอดภัย ขนาดของรูประมาณ 0.5 ซม. 3 ตําแหนง และขนาด 1 ซม.ท่ีสะดืออกี 1 ตาํ แหนง
- ใสก ลองทม่ี ีกา นยาว ๆ และเครอ่ื งมือตาง ๆ ผานรูทผ่ี นงั หนา ทอ งลงไป ศัลยแพทยจ ะสามารถ
มองเหน็ ถงุ นา้ํ ดีและอวยั วะตาง ๆ จากจอโทรทัศนซ ่งึ กลอ งสง สัญญาณภาพมา
- ศัลยแพทยส ามารถเลาะแยกถุงน้ําดอี อกจากตบั และใชค ลปิ หนีบหามเลอื ดแทนไหมเย็บแผลกอน
ตัดข้ัวของถงุ นํ้าดี แลวเลาะสวนท่เี หลอื ใหห ลุดออก
- เมอ่ื ตดั ถงุ นํา้ ดีไดแ ลว บรรจใุ สถ งุ ท่อี อกแบบมาโดยเฉพาะ แลวดึงออกจากรางกาย
บริเวณรูสะดือ จากน้นั ศัลยแพทยจะสาํ รวจความเรียบรอยเปน ข้นั ตอนสดุ ทาย กอ นดงึ
เครือ่ งมือและกลองออกแลวเย็บปดแผล
- ในผูปว ยบางรายถามกี ารอักเสบมาก อาจตอ งมีการใสท อ ระบายไว 2-3 วัน
- ผลดีของการผาตัดถุงน้าํ ดีภายใตก ลอ ง
- อาการปวดแผลหลังผา ตัดนอยกวา เพราะแผลมีขนาดเลก็ กวา
- อยโู รงพยาบาล ประมาณ 1 - 2 วัน ซง่ึ ถาผาตัดแบบเดมิ อยโู รงพยาบาล ประมาณ 7 - 10 วนั
- การพักฟน หลงั ผาตัดใชเวลาประมาณ 1 สปั ดาห ทาํ ใหก ลบั ไปทาํ งานตามปกตไิ ดเ รว็ กวา ถาผาตดั
แบบเดิม ใชเ วลาพกั ฟนประมาณ 1 เดือน
- แผลขนาดเลก็ ดแู ลงา ยกวา และมีโอกาสตดิ เชอ้ื นอยกวา แผลขนาดใหญ
- เม่ือแผลหายจะเปนรอยเลก็ ๆ บนหนาทอ งเทานน้ั
สาเหตุในทางศาสตรการแพทยแ ผนจนี คอื จากอารมณซมึ เศรา ไมสามารถปรับรา ง กายตามสภาพ
ภูมิอากาศท่ีเปล่ียนแปลงไป รับประทานอาหารไมเหมาะสม โดยเฉพาะทานอาหารมนั เปน ปริมาณมาก
เกนิ ไป หรอื เสียชีภ่ ายนอกรุกราน รวมทง้ั การสะสมตกคางของความรอนช้นื หรือแมก ระท่งั จากพยาธิ ซึ่งจะ
กอใหเกิดการขัดขวางการไหลเวียนของชี่และเลอื ดของตบั และถุงนํา้ ดี เปน เหตุใหหนา ทขี่ องตบั และถุงนํ้าดี
ถกู รบกวนและเสียหนาทไ่ี ป
การรักษา
หลักการรักษา: ปรับสมดุลและหนา ทข่ี องชขี่ องถงุ นาํ้ ดี ควบคมุ การทาํ งานของกระเพาะอาหารและ
จงเจยี ว เลอื กจุดบนเสน เทาเจว๋ียอนิ เสน เทาหยางหมิงและเสน เทาเซาหยางเพ่อื รักษา
จดุ ทใี่ ช:
1)จุดมขู องตับ ถุงน้าํ ดี กระเพาะอาหารและลําไสใ หญ ไดแก QiMen (LR 14),
RiYue (GB 24), ZhongWan (CV 12) และ TianShu (ST 25) เสรมิ ดว ยจดุ เหอลา งของ
Page 156
ถุงนํา้ ดี คือ YangLingQuan (GB 34) โดยเลอื กเฉพาะจดุ ฝง ขวา ยกเวน ZhongWan (CV 12) กระตนุ จดุ
แบบระบาย ดวยวิธกี ารหมนุ เขม็ เร็วเปน วงกวา ง เมื่อไดช ่ีแลว ใหค าเข็มไว 10 นาที ถอนเข็มออกโดยใหช อ งรู
เข็มบนผวิ หนงั เปดกวาง
2) เลือกจดุ นอกระบบ XiSiXue (extra-point ตาํ แหนง 4 ชุน เหนือขอบบนดา นนอกของกระดูก
สะบา ของเขา ท่ีงออย)ู รว มกบั จุด YangLingQuan (GB 34) และ QiMen (LR 14) โดยใหผ ปู วยนอนหงาย
เลือกจุดของขาขวา ปก เขม็ ตง้ั ฉากทจี่ ุด XiSiXue กระตุนจนกระทงั่ ไดช ่ีแลว ใหห มนุ เขม็ ทวนเขม็ นาฬกิ า, จุด
YangLingQuan (GB 34) ใหป กเขม็ ตัง้ ฉาก กระตุนเข็มจนไดช ่ี แลวหมนุ เข็มทวนเข็มนาฬกิ าเชนกนั หาก
กระตนุ ถกู วิธจี ะไดความรสู กึ วง่ิ ขนึ้ บนตามแนวตนขา, จุด QiMen (LR 14) ใหป ก เฉยี งกระตุน จนไดช ่แี ลว
หมุนเขม็ ตามเขม็ นาฬกิ า จะไดค วามรสู ึกมึนชา อาการปวดแนน ในชองทองจะทเุ ลาลง กระตุนเข็มทกุ 10
นาที และคาเข็มไว 30 นาที
3) ปก เขม็ แบบโทว เลือกจดุ QiMen (LR 14) โทว ZhangMen (LR 13) ควรระวังปลายเขม็ ท่ีอาจ
ทะลเุ ขาชอ งอก หรอื เลือกจดุ JuQue (CV 14) โทว ShangWan(CV 13) หรือเลือกจุด JiaJi จากตาํ แหนง
กระดกู สันหลังสวนอกท่ี 9 ไปถึงกระดกู สนั หลงั สวนอกที่ 10 หรือจุด GanShu (BL 18) โทว DanShu (BL
19) ใหปกตรงลกึ 0.3 ชุนแลวเอียงเข็มปกเลยี ดไปถงึ อกี จดุ หนึง่ กระตุนจนไดช ่ี ใหคาเขม็ ไวป ด ทับดว ยพลา
สเตอร ท้งิ ไว 2 – 3 วันแลว ถอนเขม็ ออก (หมายเหตุผเู รยี บเรยี ง: ไมแ นะนาํ ใหค าเขม็ ไวเ น่อื งจากอาจมี
อันตรายท่ีรุนแรงได)
4) เลือกจดุ กดเจ็บ (reacting tender points) บรเิ วณหลังดา นขวาโดยใหผ ูปวยอยใู นทา น่ังทาํ ทา
กอดแขนท้ังสองขา งเพอ่ื กางกระดกู สะบกั ออกไป คลํากดจดุ เจ็บในบรเิ วณระหวา งดา นขวาของกระดกู สนั
หลงั และขอบดานในของกระดกู สะบกั ดว ยองุ น้วิ ดา นในของนวิ้ หวั แม มอื ขวา มักพบจุดกดเจบ็ บรเิ วณตรง
กลางหรอื ขา งลา งของขอบกระดูกสะบกั ใหป ก เข็มเปน มมุ เอยี งราว 30 องศากบั ผวิ หนังกระตุนแบบระบาย
ดว ยการยกเขม็ ขน้ึ ลงและหมนุ เรว็ แรง ใชเ วลา 5 – 10 นาที จึงถอนเขม็ ออก ตามดวยการครอบกระปกุ อีก
10 – 15 นาที หากมไี ขใ หเพิม่ จดุ DaZhui (GV 14) และ QuChi (LI 11) ปกเขม็ คาไว 15 - 30 นาที กระตนุ
ทกุ 5นาที แตห ากไขส งู อาจคาเข็มไวนาน 1 ชั่วโมง กระตุนทกุ 10 – 20 นาที หากมอี าการปวดเสยี ดชาย
โครงเพิ่มจดุ YangLingQuan (GB 34) หากปวดจกุ แนน ทอ ง และอาเจยี นเพิม่ ZhongWan (CV 12) และ
ZuSanLi (ST 36) โดยทั่วไปหลังฝงเข็มเสรจ็ ในแตล ะคร้ัง อาการตาง ๆ จะดขี น้ึ ใน 30 – 60 นาที รวมทัง้ ไขก ็
จะลดลงดว ย ฝง เขม็ 5 – 7 คร้ัง เปน 1 รอบการรกั ษา เวน ไป 1- 2 วนั เรม่ิ การรกั ษารอบใหม อาการโดยรวม
จะดขี น้ึ หลังใหก ารรกั ษา 2 รอบการรักษา และ 3 - 5 รอบการรักษาอาการตา ง ๆ จะหายไปได ในกรณขี อง
ถงุ นํ้าดอี ักเสบเรอ้ื รัง อาจมอี าการกลบั เปน ซา้ํ ได การรกั ษาดว ยการฝง เขม็ ก็ยงั ใหผ ลดเี ชน เดิม
5) ใชการปกจดุ ดา นตรงขา ม โดยเลอื กจดุ QiuXu (GB 40) โทว ZhaoHai (KI 6) ทีเ่ ทา ซา ยเมือ่
อาการปวดอยขู า งขวาหรือกลับกนั โดยใชเ ขม็ สองชนุ ปกทจ่ี ุด QiuXu (GB 40) แลว ปก โทวไปทจี่ ดุ
Page 157
ZhaoHai (KI 6) ที่อยูตาํ่ ลงไปราวหนึ่งชุน เมือ่ รสู กึ ไดช ่ีหรือรูสึกเสยี วแปลบ็ บรเิ วณจุดปกเขม็ แสดงถงึ
ผลการรักษาทจี่ ะไดจากการฝงเขม็ ตามมา ใชเ มือ่ มอี าการปวดในทรวงอกหรอื ดานขางของทรวงอก
6) ปก จุด DanShu (B L19) ทั้งสองขา ง โดยใชเ ขม็ 1.5 ชนุ ปก ลึก 1 ชุน ปก เอยี งเขาหาแนวกระดูก
สันหลังในทา ที่ผปู วยนอนคว่าํ อยู กระตนุ แบบระบายจนไดช่ี แลว กระตุนตอดวยเคร่อื งกระตนุ ไฟฟา นาน 40
นาที ดวยคลนื่ continuous แรงเทา ทผ่ี ูปวยจะทนได
7) การใชเ ขม็ นาํ้ เลือกจุด QiMen (LV 14) ขา งขวาและ ZuSanLi (ST 36) ขางขวาโดยใช 0.5%
Novocain ปริมาณ 2.5 ซีซีตอจดุ ฉดี ทัง้ สองจุด ทําการรักษาวนั ละ 1 – 2 ครัง้
8) การกดนวดจุด เลอื กจดุ GanShu (BL 18) และ DanShu (BL 19) โดยใชน ิว้ หวั แมมือกดที่จดุ ท้ัง
สอง นาน 5 – 10 นาที วันละ 1 หรือ 2 ครง้ั
หมายเหต:ุ การฝงเข็มไดผ ลเปน ท่ีนาพอใจพอสมควร ในการขบั นว่ิ จากถุงนาํ้ ดี โดยใชก ารรกั ษา 1 –
4 รอบการรักษา และหากขนาดของกอนนว่ิ นอ ยกวา 8 มลิ ลิเมตร จะไดผลนาพอใจมากขน้ึ แตหากขนาด
ของกอ นน่ิวมากกวา 12 มลิ ลิเมตรการขับน่วิ จะยากมาก น่วิ ทม่ี อี งคป ระกอบของนา้ํ ดแี ละไขมนั (bile
pigment calculus and bile pigment cholesterol) จะพบไดถงึ 2 ใน 3 ของน่วิ ท่ีหลดุ ออกมาจากการ
รักษาดว ยการฝงเขม็ แนะนาํ ใหต รวจหากอ นนิ่วในอุจจาระเพื่อพจิ ารณาผลของการรักษา
Page 158
รูปท่ี 33 แสดงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาโรคนิว่ ในถุงนาํ้ ดี และถุงนํา้ ดีอกั เสบ
พยาธิไสเดือนในทางเดินน้าํ ดี
(Biliary Ascariasis : 胆道回虫症 )
พยาธิไสเ ดือน เปน พยาธทิ พี่ บไดบอย และมปี ระชากรนับพันลานคนทเี่ ปนโรคพยาธิไสเ ดือน อาการ
ของการมพี ยาธมิ ีไดห ลากหลาย อยางไรกต็ ามอาการทเ่ี ปนอนั ตรายทสี่ ดุ จากการเปนโรคพยาธไิ สเ ดือน ก็
คอื ภาวะพยาธิไสเ ดือนไชถุงน้ําดหี รอื ตับออน ถึงแมว า โรคน้ีจะพบไดน อ ยมากในประเทศที่พฒั นาแลวก็
ตาม แตแพทยก อ็ าจพบผปู วยดว ยภาวะพยาธไิ ส เดอื นไชถุงนาํ้ ดีหรอื ตบั ออ นไดเชน กนั
อาการและอาการแสดง
ในภาวะพยาธไิ สเ ดือนไชถุงนํ้าดี สามารถแบงกลุม ผูป ว ยออกเปนสองกลมุ ใหญค อื กลมุ ที่ไมมี
ภาวะแทรกซอนอน่ื ใด และกลุม ทีม่ ีภาวะแทรกซอ นรวมดวย
กลมุ ทไี่ มม ีภาวะแทรกซอ นอนื่ ใด จะมีอาการเหมือนกบั ภาวะถุงนํา้ ดอี กั เสบชนดิ ที่ไมม นี ่ิวในถุงนาํ้ ดี มี
ไขต่าํ ๆ ปวดทองและกดเจบ็ มีกลา มเนอ้ื แข็งเกรง็ บรเิ วณชองทองดานขวาบน คลาํ ไดถุงน้ําดีโต ตวั ตา
เหลือง แตไมมีภาวะตบั โต กลมุ ท่ีมภี าวะแทรกซอน อาการทพ่ี บไดบ อย คือ ทางเดนิ นาํ้ ดอี ักเสบ จะมไี ขสูง
ปวดทอ งและกดเจบ็ บริเวณชองทองดา นขวาบน ตบั โตและกดเจบ็ มรี ะดบั ของ bilirubin, alkaline
phosphatase และ ALTs สงู ขน้ึ อาจมหี นองในทางเดนิ นา้ํ ดีซ่งึ ผปู วยอาจมาดวยอาการช็อคหมดสติ
การตรวจวินิจฉัย
การตรวจภาพรงั สี และการตรวจดว ยเคร่ืองอลั ตราซาวด เปนการตรวจมาตรฐานทีไ่ ดผลดใี นการ
วนิ ิจฉยั สวนการตรวจดว ย CT scan, endoscopy และ endoscopic retrograde cholangiography เปน
การตรวจวินจิ ฉัยเพอ่ื ยนื ยนั ตัวพยาธไิ สเ ดือน
ภาพจากเครอื่ งอัลตรา ซาวด จะเหน็ ลกั ษณะเปน ทอตามยาวหรือวงกลมตดั ขวางที่มชี อ งวา งภายใน
โดยไมมเี งาทบึ ในทอ น้ําดีรวม แสดงถงึ พยาธิไสเ ดอื นในทอ น้ําดี หากดดู วย
ภาพเคลอื่ นไหวอาจพบการเคลอื่ นไหวของพยาธิไสเ ดอื นในทอ นาํ้ ดไี ด
Page 159
การรักษา
หลังวินจิ ฉยั ไดแลว ใหก ารรักษาตามอาการ เชน ใหสารนาํ้ ใหย าลดการหดเกร็งของกลามเน้ือเรียบ
โดยทวั่ ไปพยาธจิ ะหลุดออกมาเขา ในลําไสเลก็ ไดเองประมาณรอยละ 98 เมอ่ื ตรวจซํา้ ไมพบพยาธิในทอ
น้ําดี จงึ ใหย าฆา พยาธิ ซึง่ ยงั ไมใหเ มื่อพยาธิยงั คางอยใู นทอ นํา้ ดี การรกั ษาไดผลดมี าก กรณีทไ่ี มมี
ภาวะแทรกซอนอ่ืนใด อตั ราการเสยี ชวี ติ นอ ยกวารอยละ 1
หากพยาธไิ มห ลุดออกมา หรอื พยาธไิ ชเขาไปในถุงนา้ํ ดีจนหมดท้ังตวั จะใชการรักษาดว ย
endoscopic sphincterotomy เพื่อนําพยาธิออกมาจากถงุ นํา้ ดีตอ ไป
ภาวะพยาธิไสเดอื นไชถงุ นํ้าดี ถงึ แมจ ะพบไดไ มบ อ ย แตก ็ตอ งคํานงึ ถงึ อยเู สมอเม่อื ผูป ว ยมีอาการ
ของถงุ นา้ํ ดอี กั เสบ หรอื อาการปวดที่สัมพนั ธก ับถุงนาํ้ ดี และเด็กทีม่ ีไข ตัวตาเหลอื งและปวดทองมาก ใหนกึ
ถงึ ภาวะพยาธไิ สเดอื นไชถงุ นํ้าดีไวเสมอ
ศาสตรการแพทยจ ีน จดั ภาวะพยาธติ ัวกลมในทางเดนิ น้ําดอี ยูในกลมุ YouJue (绕厥: colic cause
by ascaris) ภาวะพยาธติ ัวกลมในทางเดินนาํ้ ดี ถอื เปนภาวะทเี่ ปน ปญ หาของชองทองที่สําคญั อีกปญ หา
หน่ึง อาการประกอบดวย ปวดทอ งกะทันหนั บรเิ วณทอ งขวาดา นบนเปน ๆ หาย ๆ มีอาการคลื่นไส อาเจยี น
หรอื ดูซดี เซียว แขนขาเยน็
การรักษา
ภาวะพยาธติ วั กลมในทางเดนิ นํา้ ดี มกั จะวินจิ ฉยั วา เปน อาการชี่ตดิ ขดั ในขณะทเ่ี กดิ ภาวะน้ขี นึ้ จุด
บนเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร ถงุ น้าํ ดี และตับใชเ ปนจดุ รกั ษาภาวะนี้
สาเหตุ : ช่ตี ิดขดั (Qi Obstruction)
อาการ: มีอาการปวดทองกะทนั หนั บรเิ วณทองขวาดานบนเปน ๆ หาย ๆ มอี าการคลนื่ ไส อาเจียน
หรือดซู ดี เซยี ว แขนขาเยน็
ลน้ิ สมี ว ง ; ชพี จรตึง หรือตงึ แนน (XianMai or JinMai)
หลกั การรักษา: ทําใหพยาธิสงบลง (calm the ascaris) เสริมกระตุนหนาที่ของถงุ น้ําดี ลดอาการ
เกร็ง (spasm) และลดปวด
จุดหลกั :- ระบาย BuRong (ST 19), YangLingQuan (GB 34), ShangWan (CV 13), TaiChong
(LR 3), NeiGuan (PC 6)
- บาํ รงุ ระบายเทากนั QiMen (LR 14)
อธิบาย: กระตุนเขม็ ดว ยการยกข้ึนปก ลงและหมนุ กระตนุ จนอาการปวดทุเลาลง สามารถกระตนุ ได
มากกวา สองคร้งั ตอวนั ข้นึ กบั อาการของผปู ว ย, BuRong (ST 19) เปน จดุ ทอ่ี ยตู รงตําแหนง ของโรค
เชน เดยี วกบั QiMen (LR 14) ซึง่ เปน จดุ มูของตับดว ย ใชเ พ่ือเสริมการไหลเวียนของช่ีตบั และถุงนาํ้ ดี และ
ลดอาการปวด, YangLingQuan (GB 34) เสรมิ การเดนิ ชขี่ องถุงน้ําดี หยดุ ปวด, ShangWan (CV 13)
Page 160
และ NeiGuan (PC 6) ควบคุมกระเพาะไมใหอาเจียน, TaiChong (LR 3) คู NeiGuan (PC 6) เสรมิ การ
ไหลเวยี นของชี่ลดอาการปวด
จดุ เสรมิ : ทองผูกและอดื แนน – ระบาย TianShu (ST 25) และ ZhiGou (TE 6)
การรักษาดว ยวิธอี ่ืนเพิ่มเติม
1. ปก โทว จากจุด YingXiang (LI 20) ไปจุด SiBai (ST 2)
ขอบเขตการใช: ภาวะพยาธติ ัวกลมในทางเดนิ น้ําดี
จดุ ทใี่ ช: YingXiang (LI 20), SiBai (ST 2)
การกระตุน: ใชเ ข็ม 1.5 ชุน ปกท่จี ุด YingXiang (LI 20) ลึก 0.5 เซน็ ติเมตร กระตนุ ใหไ ดช ี่ แลว เอียง
เข็มลงในแนวราบปลายเขม็ ชไี้ ปที่จดุ SiBai (ST 2) เดนิ เขม็ ใหถ ึงตําแหนง จุด SiBai (ST 2) แลว กระตุนใหไ ด
ช่ี แลว คาเข็มไว กระตุนทุก 5 – 10 นาที จนกระทง่ั อาการปวดทุเลาลงจงึ ถอนเข็มออก
2. เลอื กจดุ พเิ ศษ JinLing
ขอบเขตการใช: ภาวะพยาธติ วั กลมในทางเดินนํา้ ดี
จุดทีใ่ ช: JinLing จดุ อยูดา นหลงั มือบริเวณชองระหวา งนว้ิ นางและนิว้ กอยโดยจะเปน
จดุ กึ่งกลางของเสน ทลี่ ากจากเสน ขวางขอ มือกบั เสน เชือ่ มหัวกระดกู นว้ิ ท่ี 4 และ 5
การกระตนุ : ใชเ ขม็ 1 ชนุ ปก จุด JinLing ลกึ 0.3 – 0.5 ชุน กระตนุ ดว ยการหมนุ เขม็ ยกเขม็ ขน้ึ ลง
ใหไ ดค วามรูสกึ ตึงชาว่งิ ไปท่ปี ลายน้วิ หากอาการปวดยังไมล ดลงใหค าเข็มไว 10 นาที แลว กระตนุ ซํ้า
โดยทวั่ ไป อาการปวดจะดีขน้ึ ใน 10 นาที หลงั กระตนุ จนไดช ใ่ี นครัง้ แรก
3. กระตุน ดวยน้วิ ท่ีจุด DanNang (EX-LE 6)
ขอบเขตการใช: ภาวะพยาธิตัวกลมในทางเดนิ น้ําดี
จุดทใี่ ช: DanNang (EX-LE 6) จุดอยตู าํ แหนง หนา แขงบนดานนอกเฉยี งไปดา นหนาและลา งตอ หัว
กระดกู Fibula 2 ชุน
การกระตุน: ใหกดจุด DanNang (EX-LE 6) ท้ังสองขา ง ดว ยนิ้วหวั แมม อื สองขางดวยความแรง
นานประมาณ 3 นาที หลงั จากน้นั ใหน วดคลงึ ทจี่ ดุ ทัง้ สอง จนกระทงั่ อาการปวดหายไป
4. ปกจุดแบบโทว
จดุ ท่ใี ช: GaoHuangShu (BL 43) ปกโทว GeShu (BL 17) ขา งขวา
วธิ ีการ: ใชเ ข็มเบอร 32 ขนาดมาตรฐานปกใตช นั้ ผวิ หนงั จากจุด GaoHuangShu (BL 43) ปก โทวไป
จุด GeShu (BL 17) แลว กระตนุ ดวยการหมุนเข็มนาน 3 นาที คาเข็มไว 1 ช่วั โมง เปนการเลือกจดุ ใกลเ พ่อื
ใชร กั ษา ดังคํากลาวทว่ี า “จดุ ดานหลงั ใชรกั ษาโรคดา นหนา ”
5. ปก จุดมู
จุดที่ใช: JuQue (CV 14) และ TianShu (ST 25) ดานขวา
วธิ ีการ: ปกจดุ ทัง้ สอง กระตนุ เขม็ ตามปกติ คาเขม็ ไว 60 นาที
Page 161
6. ปกจดุ ทส่ี มั พนั ธก บั ตาํ แหนง โรค
จุดที่ใช: เลอื กจดุ JiaJi ทต่ี าํ แหนง กระดกู สนั หลงั สวนอกขอ ที่ 7 หรอื เลอื กจุด ZhiYang (GV 9) เปน
จุดหลัก และเลอื กจุด DanShu (BL 19), PiShu (BL 20) และ WeiCang (BL 50) ของขา งขวาเปน จดุ รอง
วธิ ีการ: ปก ตง้ั ฉากท่ีจดุ JiaJi ลงไปถึงชน้ั ใตผ ิวหนงั แลว เอียงเข็มเปน มมุ ประมาณ 65 องศาปก ลงไป
อีกประมาณ 1 ชุน เขาหากระดกู สนั หลงั ใหป ลายเข็มถงึ เยอ่ื หุม กระดูก กระตนุ แบบระบาย แตใ ชม มุ เข็ม
แคบแคเ พยี งใหผ ูป ว ยรูสกึ สบายและผอนคลายในชอ งทรวงอกและชองทอ ง กระตนุ เข็มทกุ 5 นาที คาเข็มไว
20 – 30 นาที สวนจดุ รองใหฝ งเขม็ และกระตุนเขม็ แบบปกติ
7. ปกที่จุด HuiJueXue
จุดทใ่ี ช: HuiJueXue ตาํ แหนง อยทู รี่ อ งบุม ของผวิ หนงั ใตตําแหนง ปลายกระดูกของกระดกู สันหลัง
สวนอกขอ ท่ี 8
วิธกี าร: ใหผปู วยนอนคว่ํา ใชเ ขม็ ยาว 2.5 ชุน ปก เฉยี งขน้ึ เขา ไปในชอ งวางระหวางกระดูกสันหลงั ใต
ตาํ แหนงปลายกระดูกของกระดูกสันหลังสวนอกขอท่ี 8 ลกึ 1.5 – 2 ชุน กระตนุ เข็มทกุ 5 นาที คาเข็มไว 15
– 30 นาที
8. ปกท่ีจดุ สะทอนของโรคพยาธติ วั กลมในถงุ น้าํ ดี
จดุ ท่ีใช: เปนจดุ กดเจบ็ อยทู ี่ตําแหนง ตาํ่ กวา จุด ZuSanLi (ST 36) ท้ังสองขาง
วธิ ีการ: ใชเ ขม็ เบอร 28 – 30 ยาว 3.5 – 4 ชนุ ปก ทจี่ ดุ นี้ เม่อื กระตนุ จนไดชแ่ี ลว ใหปก ลกึ ลงไปอกี
ประมาณ 3 ชุน แลว จะรสู กึ ไดช อี่ กี ครั้ง ใหไ ดช ่ี ปกจดุ อกี ขา งหน่งึ ดว ยวธิ กี ารเดยี วกัน กระตนุ เขม็ ทง้ั สองเลม
พรอมกนั แบบระบาย ดว ยการหมนุ เขม็ ยกเขม็ ขนึ้ ลง กระตนุ จนอาการปวดทเุ ลาลงหรือหายไป กระตนุ ซา้ํ อีก
2 คร้งั ระหวางคาเขม็ ไว 30 นาที
9. ปก ดวยเขม็ 7 ชนุ
จดุ ที่ใช: JiuWei (CV 15)
วิธีการ: ใชเ ข็มเบอร 28 ยาว 5 – 7 ชนุ ปก ทจ่ี ดุ JiuWei (CV 15) เอียงขนานใตผวิ หนังปลายเขม็ ชี้ไปที่
จดุ ShenQue (CV 8) เดนิ เขม็ ชา ๆ เมื่อถึงจุด ShuiFen (CV 9) ใหกระตุนเข็มดว ยการหมนุ เขม็ ยกเขม็ ขน้ึ
ลง จนกระทั่งอาการปวดทเุ ลาลง คาเข็มไว 10 – 20 นาที โดยทวั่ ไปใชก ารรักษา 1 รอบการรกั ษาก็สามารถ
รักษาอาการปวดใหห ายได [หมายเหตผุ เู รียบรยี ง: หากไมม ั่นใจหรอื ไมเชย่ี วชาญการใชเ ขม็ ไมแนะนําใหทาํ
สง่ิ ท่ีนํามากลาวไวเปน เพยี งความรูท ถี่ กู บนั ทกึ ไวใหท ราบวา มีวธิ ีการรักษาเชน นเ้ี ทา น้ัน]
ความคดิ เหน็ : การรกั ษาดวยการฝงเขม็ และรมยาไดผ ลดี ในภาวะพยาธติ วั กลมในทางเดนิ น้ําดี
และไมก อ ใหเกดิ ผลขางเคยี งแตอ ยางใด โดยท่ัวไปสามารถใชก ารฝง เขม็ และรมยาเปน การรกั ษาเบ้อื งตน ใน
ภาวะที่มอี าการอยางเฉยี บพลนั อยางไรก็ตามหลงั อาการปวดทุเลาลงควรตอ งรกั ษาสาเหตุโดยตรงเพื่อให
เกดิ ผลดตี อผูปว ยตอไป
Page 162
รปู ที่ 34 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาโรคพยาธไิ สเดอื นในทางเดินนาํ้ ดี
ลาํ ไสอ ุดตันเฉียบพลัน
( Acute Intestinal Obstruction : 急性肠梗阻)
ภาวะลําไสอ ุดตันอยา งเฉยี บพลัน จะมอี าการทองอืดแนน อาเจยี น ปวดทอ งอยา งเฉยี บพลนั เปน
ภาวะท่มี กี ารกีดขวางทางเดนิ อาหาร ซึง่ มหี ลายสาเหตุ
สาเหตุของลําไสอดุ ตัน
1. ลําไสไมทํางาน
- ยาบางชนิด เชนยาแกป วดประเภทมอรฟ น
Page 163
- การตดิ เชอื้ ในชองทอง
- เลือดไมสามารถไปเลีย้ งลําไสไดเพียงพอ
- ภาวะแทรกซอ นจากการผาตัดในชองทอ ง
- โรคไตบางชนดิ
- โพแทสเซียมในเลือดตาํ่
การท่ีลําไสไ มท ํางานก็จะนาํ ไปสภู าวะแทรกซอ นอืน่ ๆ อกี ไดแก อาการเหลือง และมีเกลือแรใ นเลือด
ท่ผี ิดปกติ ในเดก็ แรกเกดิ มักสมั พนั ธกบั โรคท่ีมกี ารตดิ เชื้อในลาํ ไส แลว ทําใหล ําไสต ายท่เี รยี กวา NEC
(Necrotizing enterocolitis) ซ่งึ เปน ภาวะที่อาจเปน อนั ตรายถึงชีวติ และนาํ ไปสกู ารติดเชื้อในกระแสเลอื ด
ตามมา ในเดก็ โตและผใู หญ การทีม่ ลี าํ ไสไมทาํ งาน มกั สัมพันธก บั โรคลาํ ไสอกั เสบ การอกั เสบในชอ งทอ ง
และไสต่ิงแตก อาการ ของลําไสไมท ํางาน ไดแก ทองอดื และปวดทอง
2. การอุดตนั ในลําไส
มกั เกดิ ขน้ึ จากการมีสง่ิ กดี ขวางทางเดินอาหาร และทําใหเกดิ การอดุ ตนั ของลาํ ไสตามมา ไดแก
สาเหตุดังตอ ไปน้ี
- ไสเ ลือ่ น
- ภาวะแทรกซอนจากการผาตดั ในชอ งทอ ง
- อจุ จาระแข็งมากจนอุดกน้ั ทางเดนิ อาหาร
- นว่ิ
- มะเรง็ หรอื เน้อื งอกในลาํ ไส
- ลําไสก ลนื กัน หรอื บิดพนั กัน
- การรับประทานสง่ิ แปลกปลอมเขา ไปอุดกั้นทางเดินอาหาร
- ถา สงิ่ กดี ขวางมผี ลทาํ ใหเลือดทไ่ี ปเลยี้ งลําไสลดลง ลาํ ไสอาจตายได และทาํ ใหเ กดิ การตดิ เชอ้ื
ตามมา
อาการและอาการแสดง
- อดื แนน ทอ ง มักมอี าการทองอืด มากหรอื นอ ยแลวแตระดบั การอดุ ตันของลาํ ไส
- ทองโตขึ้น
- ปวดทอ ง ลกั ษณะอาการปวดทอ งมกั ปวดเปน พกั ๆ คอื มีชวงเวลาที่ปวดมากและชวงเวลาทค่ี ลาย
ปวด
- อาเจียน ลกั ษณะของอาเจยี น อาจเปน อาหารปนกับน้ําดี หรอื อาหารทมี่ กี ลิน่ ของอจุ จาระ แลว แต
ระดับ
- การอุดตนั ของลําไส
Page 164
- ไมถ ายอจุ จาระ ถา การอดุ ตันเปน เพยี งบางสวน อาจมีอจุ จาระผานออกมาไดบา ง แตถ า การอุดตนั
สมบูรณ ผปู วยจะไมม อี ุจจาระออกมาเลย ไมผ ายลมดวย
การตรวจวนิ จิ ฉัย
โดยการฟง เสยี งลําไส ถา ไมมเี สยี งการทาํ งานของลําไส หรอื หางกนั นานเกนิ ไปก็อาจเปน สญั ญาณที่
บงบอกถึงความผดิ ปกติ
การตรวจรา งกายรวมทง้ั การตรวจทางทวารหนัก
การเจาะเลือด ตรวจนบั เมด็ เลอื ดขาวและเกลือแร
การตรวจทางรงั สี
- การเอกซเรยช อ งทอ ง
- การทดสอบโดยการกลนื สารทบึ รังสแี ลว ถายเอกซเรย
- การเอกซเรยค อมพิวเตอร
การรกั ษา
1. ใหน ้าํ เกลอื เขาทางหลอดเลือดดาํ เพ่อื ทดแทนน้ํา และเกลือแร
2. ใสสายยางขนาดเลก็ ทางจมูกลงไปในกระเพาะอาหาร เพอ่ื ดดู ลมและเศษอาหาร
3. ใสส ายสวนปสสาวะ ดูอตั ราการไหลของปสสาวะ บงถึงการทดแทนนา้ํ ทเี่ พียงพอ
4. งดอาหารทางปาก
ในผูปวยทีม่ ลี าํ ไสอุดตันบางสว น การใหก ารรกั ษาดงั ขางตน อาจพอเพยี ง แตในผปู ว ยทอี่ าการไมดี
ข้ึน หรือมีการอุดตนั ลาํ ไสแ บบสมบรู ณ ผูปว ยตองไดรับการผา ตัดทนั ที หลงั จากที่ไดร ับการเตรยี มรา งกาย
พรอ มแลว
โดยสรุป ความรนุ แรงของภาวะลําไสอุดตนั ขน้ึ อยูกับสาเหตทุ ีก่ อใหเ กดิ โรค ถาผปู ว ยมาพบแพทย
และไดรบั การรักษาทนั ทวงที จะลดอตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ นท่ีรนุ แรงลงได
ภาวะแทรกซอนของลําไสอ ุดตัน
- การติดเชอ้ื
- ลําไสตาย
- มกี ารฉกี ขาดหรอื ลําไสทะลุ
การปองกัน
หากมสี าเหตุ ใหร ักษาสาเหตกุ อน (เชน ไสเ ลอ่ื น หรอื เนอื้ งอกในลําไส) เพอ่ื ลดความเสย่ี ง แตอยา งไร
กต็ าม สาเหตบุ างอยา งก็ไมสามารถปอ งกนั ได
ศาสตรก ารแพทยแ ผนจีน จดั วา มสี าเหตุจากการอดุ กนั้ การไหลเวียนของชแ่ี ละเลือด
Page 165
ความรอนและความเย็นคัง่ คาง การสะสมตกคางของอาหาร หรอื พยาธิในลําไส ซ่ึงกอใหเ กิด
การอุดตนั ของทางเดนิ อาหารตามมา
การรกั ษา
หลกั การรกั ษา: ขจดั การอดุ กัน้ ปรบั สมดลุ กระเพาะ หยดุ อาเจียน และเสรมิ การไหล เวยี นของชใ่ี น
ทางเดนิ อาหาร โดยเลือกจดุ หลกั บนเสนลมปราณเทา หยางหมงิ เปนหลกั
จุดทใ่ี ช:
- ระบาย ShangJuXu (ST 37), XiaJuXu (ST 39), TianShu (ST 25), DaChangShu (BL 25),
NeiGuan (PC 6), ZuSanLi (ST 36), FuJie (SP 14), DaHeng (SP15)
- บาํ รุงระบายเทากนั GuanYuan (CV 4)
อธิบาย : แบง การรกั ษาเปน 3 รูปแบบ ดังน้ี
1. เลอื กจดุ TianShu (ST 25), DaChangShu (BL 25), ZuSanLi (ST 36), FuJie (SP 14),
DaHeng (SP 15) เปนการเลอื กจดุ ซ-ู มเู พ่ือใชรกั ษา กระตุน เขม็ แบบระบาย กระตนุ ซ้ําไดว ันละสองคร้งั
หรือมากกวา ข้นึ กบั อาการของผูปวย
2. เลือกจดุ ShangJuXu (ST 37), XiaJuXu (ST 39) และ ZuSanLi (ST 36) เปน การเลอื กจุด
เหอลา งและจดุ บนลา งในแนวเดยี วกนั ของเสน ลมปราณ เพอื่ เพิม่ ประสิทธภิ าพในการรกั ษา และกระตนุ การ
ทํางานของอวัยวะใหด ขี น้ึ กระตนุ เขม็ แบบระบาย
3. เลือกจดุ DaHeng (SP 15) ปก เข็มลกึ 4 ชุน กระตนุ เขม็ แรงแบบระบาย ไมคาเข็ม กระตนุ วนั ละ 2
คร้งั โดยทว่ั ไป อาการจะดีขนึ้ ภายใน 24 – 48 ชวั่ โมง หลงั ฝง เขม็
การรกั ษาเพิ่มเตมิ
1. การรมยา
เลือกจดุ ShenQue (CV 8) รมโดยใชข ิงคน่ั ครั้งละ 15 – 20 นาที วันละ 3 ครัง้
2. กระตุนจดุ บนลา ง
เลอื กจุด TianShu (ST 25) และ ZuSanLi (ST 36) โดยปก และกระตนุ ทจ่ี ดุ ZuSanLi (ST 36) กอน
เพ่อื ลดอาการคล่ืนไสอาเจยี น อนั เนอื่ งมาจากช่ขี องกระเพาะอาหารว่งิ ยอนขน้ึ บน คาเขม็ ไว 10 นาที และ
ปกเขม็ ท่ีจุด TianShu (ST 25) ใชเ คร่ืองกระตนุ ไฟฟา กระตุนเขม็ โดยตดิ ขัว้ ลบท่ี TianShu (ST 25) และตดิ
ขั้วบวกที่จุด ZuSanLi (ST 36) ใชค ลน่ื dense-disperse นาน 30 นาที
3. ฝงเข็มหู
จุดทใี่ ช: Ear-ShenMen, Large Intestine, Stomach, Small Intestine, Abdomen
การกระตุน : เมอ่ื เกดิ อาการปวดเกร็งในทอ งใหป ก และกระตุนแรง คาเข็มไว 30 – 60 นาที กระตนุ
ทุก 10 นาที จนกวา อาการปวดเกรง็ จะหายไป ในหน่ึงวนั สามารถปกไดทกุ 4 – 6 ช่วั โมง
Page 166
4. การใชเขม็ น้ํา
จุดที่ใช: ZuSanLi (ST 36) ท้งั สองขาง
วิธีการ: ใช Neostigmine ปริมาณ 0.25 mg ตอ จุดฉีดทัง้ สองจุด วธิ นี ใี้ ชส ําหรับภาวะลําไสอุดตัน
ชนิดไมเ คลือ่ นไหว (paralytic intestinal obstruction)
หมายเหตุ :
1. การฝงเข็มและรมยาไดผลดใี นการรกั ษาโรค แตห ากอาการไมด ขี ึน้ ภายใน 6 - 24 ชวั่ โมง ควร
พิจารณาสง แผนกศลั ยกรรมตอไป
2. การฝงเข็มรมยา ไดผ ลดีในการลดอาการปวด จากภาวะลาํ ไสอ ุดตนั จากการเคลื่อน ไหวที่ผดิ ปกติ
(dynamic obstruction) และผลทีไ่ ดก็คงอยนู าน สวนภาวะลําไสอ ุดตนั จากการอดุ ตันภายใน
(mechanical obstruction) ก็สามารถลดอาการปวดไดด เี ชนกนั แตผลคงอยไู ดไ มน าน
Page 167
รูปที่ 35 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคลําไสอ ุดตนั เฉยี บพลัน
ไสตงิ่ อักเสบเฉียบพลัน
( Acute Appendicitis : 急性阑尾炎)
ภาวะไสตงิ่ อกั เสบเฉียบพลนั จะมีอาการปวดบรเิ วณลน้ิ ป หรอื รอบสะดือในระยะแรก ตอ มาอาการ
ปวดจะเลื่อนลงมาบริเวณทองนอยสว นลา งดา นขวา อาการปวดจะเพ่มิ ขึน้ เรอ่ื ย ๆ ปวดมากเมื่อกด อาจมี
การเกร็งของกลามเนอื้ หนาทองบรเิ วณทปี่ วดได มกั นอนงอขา เหยยี ดขาขวาตรงไมได อาจมไี ขรวมดวย
กลัวหนาว
ไสต ง่ิ อักเสบ เปนโรคทเี่ กิดกับไสต่ิง เปน ภาวะฉุกเฉนิ ทางการแพทย ผปู ว ยไสต ง่ิ อกั เสบทุกรายตอ ง
ไดร บั การผาตัดเอาไสติ่งออก หากไมไ ดร ับการรักษาแลว จะมีอัตราการเสียชวี ิตสงู การเสยี ชีวติ สว นใหญ
เกิดจากภาวะเย่อื บชุ อ งทอ งอักเสบและภาวะช็อค
โรคไสติง่ อกั เสบ ไดร บั การอธบิ ายเปนครงั้ แรกโดย Reginald Fitz ในป พ.ศ. 2429 ปจจบุ นั ไดร ับการ
ยอมรับวาเปนหนึ่งในสาเหตขุ องอาการปวดทอ งรนุ แรงเฉยี บพลนั ทพ่ี บบอยท่ีสดุ ทัว่ โลก
ไสต ิง่ เปนสวนขยายของลําไสใ หญสว นตน มรี ูปรางเรยี วหยาวคลา ยหนอน ทําใหม ีคําเรียกใน
ภาษาอังกฤษวา vermiform appendix (ตงิ่ รปู หนอน) ความยาวโดยเฉลย่ี 8 - 10 เซนตเิ มตร (มขี นาดได
ตั้งแต 2 - 20 เซนตเิ มตร) เจรญิ ขึ้นในเดือนทห่ี าของการตั้งครรภ และมเี น้ือเย่ือน้าํ เหลอื ง (lymphoid
follicle) ทวั่ ชนั้ เย่ือเมอื ก เน้อื เยอื่ นา้ํ เหลอื งเหลานี้จะมจี าํ นวนมากขึน้ และขยายขนาดเมอื่ มอี ายุ 8 - 20 ป
จากหลกั ฐานในปจ จบุ ัน เชอื่ กนั วา โรคไสติง่ อักเสบเปน ผลทเี่ กดิ จากการมกี ารอดุ ตนั ของไสตง่ิ เมื่อ
เกดิ มกี ารอุดตันเกดิ ข้ึนแลว สว นทอ่ี ดุ ตนั นจ้ี ะมกี ารคง่ั ของมูกมาอัดแนน และบวมขนึ้ มคี วามดนั ภายในสว น
ท่อี ุดตนั น้แี ละตวั ผนงั ไสติ่งเองสงู ขนึ้ เกดิ ล่มิ เลอื ดอุดตนั ในหลอดเลอื ดขนาดเลก็ ขัดขวางการไหลเวยี นของ
เลอื ดและนาํ้ เหลือง หากอาการดําเนนิ มาถงึ ระดับน้ีแลวพบวาการกลบั หายเปน ปกตไิ ดเองพบไดน อย เมื่อ
อาการดําเนินตอไปไสติ่งจะขาดเลอื ดและตายเฉพาะสว นไป ตอ มาแบคทีเรียทม่ี อี ยูแลว ในลําไสจะผา นผนงั
Page 168
ไสต ง่ิ ทตี่ ายแลว นอี้ อกมา เกดิ หนองขึน้ รอบ ๆ ไสต่ิง จนสดุ ทา ยแลว ไสต่ิงทอี่ ักเสบมากนีจ้ ะแตกออกทําให
เกิดเยือ่ บชุ องทองอกั เสบ ซึ่งอาจทําใหเ กดิ ภาวะเลือดเปน พษิ และเสยี ชวี ติ ได
ในบรรดาสาเหตตุ า ง ๆ ของการอุดตนั ของไสติง่ เชน การมวี ตั ถุแปลกปลอม การมบี าดแผล พยาธิ
สาเหตุท่ีไดรบั ความสนใจมากสาเหตหุ นึง่ คอื การมนี ิว่ อจุ จาระไปอดุ ตนั พบวา มีความชกุ ของการพบนวิ่
อจุ จาระ ในผปู วยไสต ่งิ อักเสบในประเทศพฒั นาแลวมากกวา ในประเทศกําลังพัฒนา และการมนี ว่ิ อจุ จาระ
อุดตันในไสต ิ่ง มักพบวามีความสัมพนั ธก ับไสตงิ่ อกั เสบรนุ แรง นอกจากน้ภี าวะทอ งผกู ก็อาจมีสว นดว ย
ดังท่ีพบวา ผูปว ยไสต ิ่งอักเสบมจี าํ นวนครั้งการถายอจุ จาระตอสปั ดาหน อ ยกวา กลุม ควบคมุ ปกติอยา งมี
นยั สาํ คญั การเกดิ มนี ิว่ อุจจาระในไสต่งิ สัมพนั ธก ับการทม่ี ที ่ีเกบ็ อจุ จาระคงั่ ในลาํ ไสใหญส ว นขึ้นและการมี
ชวงเวลาในการบีบไลอ จุ จาระนาน จากขอมลู ทางระบาดวิทยาพบวาในกลุม ประชากรที่ไมเ ปนโรคไสต่งิ
อักเสบ ไมพบผูป ว ยโรคกระเปาะลําไสห รอื ต่ิงเนอ้ื เลย และพบผูปวยมะเร็งลาํ ไสใ หญนอยมาก นอกจากนยี้ ัง
พบวา ผปู ว ยมะเรง็ ลาํ ไสใ หญแ ละมะเรง็ ไสตรงมักเปน โรคไสตง่ิ อักเสบนํามากอนดว ย มีหลายการศึกษา
พบวาการกนิ อาหารท่ีมกี ากใยต่ํา มสี ว นในการทําใหเกดิ โรคไสตง่ิ อักเสบ ซ่ึงตรงกนั กบั ขอมลู ทีว่ าการกิน
อาหารท่มี กี ากใยตา่ํ ทาํ ใหม ชี วงเวลาในการบบี ไลอ ุจจาระนานขน้ึ
อาการและอาการแสดง
อาการของไสต ิง่ อกั เสบเฉียบพลันนั้นอาจแบง ไดเ ปน สองชนิด คอื ชนดิ ตรงไปตรงมาและชนดิ ไม
ตรงไปตรงมา ประวตั ิของผปู วยไสต งิ่ อักเสบเฉยี บพลนั ชนดิ ตรงไปตรงมานน้ั จะเร่มิ จากมีอาการปวด
บรเิ วณรอบสะดือ กอนท่จี ะยายไปปวดบรเิ วณหนาทอ งดา นลางขวา ลักษณะนเ้ี กิดจากการทอี่ าการปวดใน
ชวงแรกเกิดจากเสน ประสาทอวยั วะภายในทรี่ ับความ รูส ึกจากไสต ิ่งนัน้ แบง แยกตาํ แหนงความเจบ็ ปวดได
ไมชดั เจน เทา อาการปวดในชวงหลังทเี่ กดิ จากอกั เสบลุกลามไปยงั เยือ่ บชุ อ งทอ งซงึ่ มีเสน ประสาทโซมาติกท่ี
สามารถระบุตําแหนง อาการปวดไดช ดั เจนกวา อาการปวดทองมักมรี ว มกบั อาการเบื่ออาหารและมไี ข
อยางไรกด็ ีไขไมใ ชอาการทีจ่ าํ เปน ตองมีเสมอไป อาจมอี าการคล่นื ไสแ ละอาเจยี น รสู ึกงว งซึม และรสู ึกไม
สบาย ดว ยอาการแบบตรงไปตรงมานี้ การวนิ จิ ฉัยสามารถทําไดง าย ผปู วยมกั ไดรับการผา ตดั รวดเรว็ และ
ผลออกมาดไี มมรี นุ แรง
อาการทไ่ี มตรงไปตรงมานั้นอาจเรมิ่ จากมอี าการปวดเรมิ่ ทห่ี นา ทอ งดา นลางขวาตง้ั แตต น ทอ งเสยี
และมีการดาํ เนนิ โรคท่ยี าวนานคอยเปนคอ ยไป หากไสต งิ่ ที่อกั เสบสมั ผัสกับกระเพาะปส สาวะอาจทาํ ใหมี
อาการปสสาวะบอ ย หากไสติง่ ที่อกั เสบอยดู า นหลงั ลาํ ไสเ ล็กตอนปลายอาจมอี าการคลื่นไสร นุ แรงได บาง
รายอาจรสู กึ ปวดเบง
โรคไสต ิ่งอักเสบเร้อื รงั ตา งจากโรคไสต่งิ อักเสบเฉยี บพลนั อาการอาจแตกตางไดม ากในผปู ว ยแตล ะ
คน ดังมีคาํ กลาววา "ไมมีลักษณะเฉพาะหรอื การตรวจทว่ั ไปใด ๆ ท่ีจะใชว นิ จิ ฉัยไสตงิ่ อกั เสบเรือ้ รังเปน ซํ้า
ได จะตอ งวนิ จิ ฉยั โดยการคดั โรคอืน่ ออกเทานน้ั ..."
Page 169
อาการและอาการแสดง
ผลจากการมีไสต งิ่ อกั เสบจะทําใหผนงั ชองทอ งออ นไหวตอการสมั ผสั เบาๆ มากขน้ึ มีอาการกดปลอย
แลว เจ็บ (rebound tenderness) ในกรณที ่ีไสต ิ่งของผูปว ยอยตู าํ แหนงหลังลําไสใหญอาจทําใหไ มม อี าการ
เจ็บจากการตรวจทางหนา ทองไดเ พราะลําไสใหญท ่ีเต็มไปดว ยอากาศจะกนั ไมใหแ รงกดไปสมั ผัสโดนไสติ่ง
ทอ่ี ักเสบ ในกรณเี ดียวกัน ถาไสตง่ิ อยูตํ่าลงมาภายในองุ เชงิ กรานกจ็ ะตรวจไมพ บอาการเจบ็ หนาทองหรือ
หนาทอ งแขง็ เชนกนั ในกรณีเชน นกี้ ารตรวจทางทวารหนกั จะตรวจพบอาการเจ็บใน rectovesical pouch
ได การกระทําใดๆ ทเี่ พิม่ แรงดนั ในชอ งทอ ง เชน การไอ จะทาํ ใหมอี าการเจบ็ ที่ตาํ แหนง McBurney's point
และเปน วิธตี รวจหาตาํ แหนง ของไสต่งิ ที่อักเสบท่เี จ็บนอ ยทส่ี ุด ถา ตรวจหนา ทอ งแลว พบวา หนาทองแข็ง
อยางมากโดยทผี่ ปู ว ยไมไดต้งั ใจเกรง็ หนา ทองแลว เปน ไปไดมากวา จะมภี าวะเยอ่ื บชุ อ งทอ งอักเสบแลว ซง่ึ
ตองไดรบั การผา ตัดโดยดวน
- Rovsing's sign
การกดตรวจลกึ บริเวณ iliac fossa ทางดานซายอาจทาํ ใหม อี าการเจ็บบรเิ วณ iliac fossa ทาง
ดานขวา นี่เปน ลักษณะของ Rovsing's sign หรือ Rovsing's symptom ใชวนิ จิ ฉยั ไสติง่ อกั เสบเฉียบพลนั
ได
- Psoas sign
บางครง้ั ไสตง่ิ ทอี่ ักเสบอาจมตี าํ แหนง อยบู นกลา มเนือ้ psoas จะทําใหผปู วยนอนงอสะโพกขวาเพอ่ื
คลายความเจ็บปวดทีป่ วดมาก
- Obturator sign
ถา ไสติ่งที่อกั เสบอยูต ิดกบั กลา มเนือ้ obturator internus จะตรวจพบการเกร็งของกลา มเนอ้ื โดยงอ
และหมนุ ขอ สะโพกเขา ดานใน การกระทาํ เชน นจ้ี ะทาํ ใหผ ปู วยมีอาการเจบ็ ที่บรเิ วณทองนอ ย
การรักษา
- การผา ตดั เอาไสต ่ิงอักเสบออก
ไสต่ิงอักเสบรักษาโดยการผา ตัดเอาไสต ิ่งออก ในชวงแรกผูปว ยจะไดร บั การเตรยี มการผาตัดโดยให
สารนาํ้ ทางหลอดเลอื ดดําเพอื่ ปองกนั ไมใหรา งกายขาดน้าํ ในขณะท่ีงดนาํ้ และงดอาหาร อาจมีการใหย า
ปฏิชวี นะทางหลอดเลอื ดดําเพื่อชวยฆา เชอื้ แบคทเี รียและลดการแพร กระจายของการตดิ เช้อื ในชอ งทอง
รวมถึงลดภาวะแทรกซอ นหลังการผาตดั ดว ย ถา ผปู วยทอ งวา งอาจใชการผา ตัดโดยการวางยาสลบ หรือ
ไมเชน นน้ั อาจใชก ารทําใหช าโดยฉดี ยาเขา ชองนํ้าไขสนั หลงั
การผา ตดั เอาไสติ่งออกในปจ จุบนั นิยมใชก ารผา ตดั โดยการใชก ลอ งสองตรวจผา นทางชอ งทอ ง สว น
ในประเทศไทยยังนยิ มใชก ารผาตดั โดยการเปดชอ งทอ งบรเิ วณ McBurney's point ตรงตาํ แหนงทเ่ี ปนไส
ต่ิง วิธีการกรดี แผลท่ีเปน ทน่ี ิยมทส่ี ดุ คือการผา โดยใชแ นว gridion (แนวเฉยี ง) หรอื แนวนอน มรี ายงานการ
ผาตดั เอาไสต ง่ิ ออกในผปู ว ยสตรโี ดยการใชก ลอ งสองตรวจผานทางชอ งคลอดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551
Page 170
การพยากรณโรค
ผลการรักษาไสต ิ่งอกั เสบไมวา จะมีภาวะแทรกซอนเกดิ ขน้ึ หรือไมก็ตามสวนใหญไ ดผ ลดี ผปู วยสว น
ใหญส ามารถกลับสภู าวะปกตใิ นเวลาไมนานหลงั การผาตดั และหลงั จาก
นน้ั สามารถใชช ีวติ ไดตามปกติ
พยากรณโรคโดยท่ัวไปดีมาก อตั ราการตายโดยรวมนอ ยกวา 1% ภาวะเปน โรคสวนใหญ ข้นึ อยกู บั
วา ไสตง่ิ นั้นอักเสบเฉียบพลันมากหรือไม หรือมีการแตกของไสต งิ่ ทอ่ี ักเสบหรอื ไม ภาวะแทรกซอนทพ่ี บบอ ย
ทส่ี ดุ คอื การติดเชื้อของแผลผา ตัด พบในผูปวยไสตง่ิ แตกประมาณ 1-5%
สาเหตุทางศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี เกดิ จากการรบั ประทานอาหารทีไ่ มเ หมาะสม รบั ประทานมาก
เกนิ ไปหรอื ดื่มเคร่อื งดมื่ แอลกอฮอล รับประทานอาหารทมี่ ันและเยน็ ซ่งึ จะกอใหเ กดิ การบาดเจบ็ ตอ
กระเพาะอาหารและลาํ ไส ทาํ ใหม กี ารสะสมค่ังคา งของเสมหะและความรอนในชองทองสวนลาง หรือมีการ
เคลื่อนไหวอยางรนุ แรงหลังรบั ประทานอาหารทําใหก ารทาํ งานของลําไสผ ดิ ปกติไป เกดิ การไหลเวียนของ
เลือดและช่ตี ิดขดั ในท่สี ดุ จะเกดิ การอกั เสบตามมาจากความรอนท่ีหมุนเวียนอยใู นชองทองสวนลา ง และ
การไหลเวยี นท่ีตดิ ขัดของเลอื ด ช่ี และเสมหะ
การรักษา
หลักการรักษา: ปรับการไหลเวยี นชีข่ องอวยั วะกลวง ขจดั ความรอ นที่ตกคาง เลอื กจุดหลกั จากเสน
ลมปราณหยางหมงิ มือและเทา
- การรกั ษาดว ยการฝงเข็ม
1. ปกจุดคู
เลือกจดุ ZuSanLi (ST 36) และ ShangJuXu (ST 37) หรือ LanWei (EX-LE 7) ปก จุดและกระตุน
แบบระบายทงั้ สองจุด คาเข็มไว 1 ชว่ั โมง กระตุนเขม็ ทกุ 10 นาที ฝง เข็มวันละ 2 – 3 คร้ังจนอาการปวด
ทอ งเมือ่ กดหายไป หากมีไข ใหเ พม่ิ จดุ QuChi (LI 11) หากทอ งอืดแนน ใหเ พม่ิ จดุ DaChangShu (BL 25)
และ CiLiao (BL 32) [กรณศี ึกษา ผูปวยไสต ง่ิ อักเสบ 590 รายรักษาดว ยวธิ ดี ังกลาว พบวา รกั ษาหาย
356 ราย, อาการดขี น้ึ 162 ราย, ไมเปลี่ยน แปลง 72 ราย]
2. ปก จดุ พเิ ศษ XiSiXue ทั้งสองขา ง และ DaHeng (SP 15) ท้ังสองขา ง ปกเข็มตั้งฉากท่จี ดุ
XiSiXue (Extra point ตําแหนง 4 ชุนเหนือขอบบน นอกของกระดกู สะบาของเขา ท่ีงออยู) กระตนุ แรงใหได
ชแี่ ละไดความรสู กึ แผ ออกไปถงึ ขาหนบี ไปจนถึงทองนอย สว นจุด DaHeng(SP 15) ใหป ก เฉียงลงไป
หาขาหนีบกระตนุ ใหไดช่แี ละไดค วามรสู ึกแผกระจายไปถึงขาหนีบเชนกนั เมื่อ กระตุนจุดทงั้
สองขางใหไดค วามรูสกึ แผก ระจายเขาหากนั อาการปวดแนนใน ทองกจ็ ะทุเลาลง คาเขม็ ไว 30 นาที
กระตุน ทกุ 10 นาที
Page 171
3. ปกที่จดุ สะทอนของลาํ ไสเล็ก: จดุ จะอยูตาํ แหนง ระหวางโหนกแกม (zygoma) และปก จมกู
ท้ังสองขาง สามารถปก ไดส องวิธคี ือ วิธีแรกปก แบบเฉียง โดยปก เขม็ ทต่ี าํ แหนง 1/3 ดา นในระหวางปก
จมกู และโหนกแกมใหเ ปนมมุ ประมาณ 25 องศากับแนวรองขอบจมกู ลกึ 0.2 – 0.3 ชนุ กระตุนแบบผิงปู
ผงิ เซย่ี ใหไดช ี่ สว นวิธที ่สี องใหป กตรงตั้งฉากทจ่ี ดุ เดียวกนั ลกึ 0.1 ชนุ กระตนุ ใหไ ดช่ี แลวใชสําลี สเตอ
ไรซป ดทบั เข็มท้ิงไว 12 ชั่วโมง(บางรายอาจนาน 12 – 24 ช่วั โมง) ทําวันละครง้ั อาการจะทเุ ลาลงและดขี น้ึ
4. เลือกจดุ ZuSanLi (ST 36) เสริมดว ยจดุ QuChi (LI11) และNeiTing (ST 44) ปก เข็ม
กระตุน ใหไดช ี่ แลวกระตนุ เขม็ แรง คาเขม็ ไว 1 ช่วั โมง ทําการรกั ษาวันละ 2 – 3 คร้งั และลดลงเหลอื วันละ 1
– 2 ครั้ง เมอ่ื อาการดีขนึ้ หากอาการไมดีขึน้ หรือทรุดหนกั ลง ใหรกั ษาดว ยการผาตดั ตอไป
5. การรมยา
5.1 รมยาทจี่ ุด QiHai (CV 6) โดยใชโ กฐแทง รมยานาน 30 นาที วันละครง้ั ในผูป วยที่มีอาการมาก
อาจรักษาตอเน่ือง 2 – 3 วัน โดยท่ัวไปไขจะลดลงและหายไปหลังการรักษาได 2 หรอื 3 ครงั้ [กรณศี กึ ษา
ผปู วยไสต ่งิ อักเสบรวม 40 รายรักษาดว ยวิธนี ้ี หายดี 38 ราย ไมไดผล 2 ราย]
5.2 รมยาทีจ่ ดุ DaDun (LR 1) ท้ังสองขา งและจดุ กดเจบ็ (McBurney’s point) โดยใชโกฐจุฬาปน
เปนรปู โคนขนาดเทาเมล็ดขาวสาลีวางทีจ่ ดุ DaDun(LR 1) ทั้งสองขาง รมยาจนรสู ึกแสบรอนกเ็ ปลีย่ นโกฐ
ใหม ทําซ้าํ จนเหน็ ผวิ หนังแดงจึงหยดุ ระวงั อยาใหเ กิดตมุ นํา้ พพุ อง ปกตจิ ะใชโกฐประมาณ 5 กอนตอ ขาง
สว นท่จี ุด McBurney’s point ใหใ ชโกฐแทงรมแบบรวดเร็วรอบจุดนาน 20 – 30 นาทที าํ ไปทลี ะจดุ จน
ผวิ หนงั แดงไดความรสู กึ รอนผานผิวหนังลงไปถึงกลามเนอ้ื ดานลาง ใหร ะวงั อยาใหเกดิ ตมุ น้าํ พุพองเชน กนั
โดยท่วั ไปทาํ วันละ 1 – 2 คร้ัง
5.3 รมยาท่จี ดุ ZhouJian (EX-UE 1) ท้ังสองขา ง โดยรมยาเปน วงรอบจุดทัง้ สองขางนาน 20 – 30
นาที วธิ นี ปี้ รากฏอยใู นหนงั สือ “รมยาในกรณฉี กุ เฉนิ ” (Moxibustion for Emergency) ซึง่ บนั ทกึ ไวว า “ซุน
ซือเหมย่ี ว Sun SiMiao กลา ววา การอกั เสบของลําไสรกั ษาดว ยการรมยาแบบรวดเรว็ ทจ่ี ุด ZhouJian(EX-
UE 1) โดยใชโกฐขนาดเทาเมล็ดถั่วเขียว จาํ นวน 100 กอนเพอ่ื ใหเกดิ การถา ยเปน เลอื ดและหนอง”
บนั ทึกเพมิ่ เตมิ : ภาวะไสต งิ่ อักเสบเปน ภาวะที่เกิดจากความรอ นแกรงจากภายในทําไมจึงใชก ารรม
ยารักษาได ในมมุ มองของผแู ตงตาํ รามองวาไสต่งิ อกั เสบสาเหตุหลกั คอื ภาวะการไหลเวียนทต่ี ดิ ขดั ของ
เลือดที่สะสมกนั นาน การรกั ษาคือการขจดั กอ นทตี่ ดิ ขดั ดวยวธิ ีการอุน และกระตนุ การไหลเวยี นของเลอื ด
เพื่อลดการคั่ง การรมยากอ ใหเกดิ ความอนุ ท่ีสามารถขจดั การคง่ั ตดิ ขัดได และเสริมการไหลเวียนของเลือด
และชี่ เพ่ิมความแข็งแรงของเวยชเ่ี พอื่ ตอ ตานเสยี ช่ี
6. การเจาะปลอ ยเลือดและการครอบกระปุก
จดุ ทใี่ ชมี 3 กลมุ จุดคือ 1- DaZhui(CV 14) และ PiShu(BL 20), 2- ShenZhu (GV 12) และ
DaChangShu(BL 25), 3- GuanYuan(CV 4) QiHai(CV 6) TianShu(ST 25) และ Ah-Shi point โดยใน
Page 172
แตละครง้ั ของการรกั ษาใหใชค ร้งั ละหน่ึงกลมุ จุดและวนั หนงึ่ ใหท าํ การรักษา 1 – 3 คร้งั เริม่ จากใชเ ขม็
สามเหลี่ยมปกทีละจุดนาน 3 วินาทีเพือ่ ปลอยเลอื ดและครอบกระปุกตอใหเลือดออกนาน 10 นาทีตอ จุด
7. การฝงเข็มใบหู
จุดที่ใช : จดุ กดเจบ็ ทต่ี าํ แหนงลําไสใหญห รอื ลําไสเล็กบนใบหแู ละจดุ LanWei (EX-LE 7) ปก เขม็
และกระตุน แรงแบบระบายทจ่ี ดุ ท้งั สองหลงั จากไดช ่ีแลวคาเข็มไว 1 – 2 ชัว่ โมง ทาํ การรกั ษาวนั ละ 1 – 4
ครั้ง โดยท่วั ไปเม่ือกระตนุ เขม็ แลวอาการปวดท่ที อ งนอ ยดานขวาจะหายไปหรอื ลดลงอยางมากแตต องใช
เวลาในการรักษา 2 – 3 วันตอเน่อื งเพอ่ื ใหอาการปวดทอ งเมื่อกดและปวดเม่อื ปลอยหายไป [กรณีศกึ ษา
ผูป วยไสต่ิงอกั เสบจํานาน 25 รายรกั ษาดว ยวิธีน้ี หายได 21 ราย ดีข้นึ มาก 3 ราย ไมไดผ ล 1 ราย]
8. การฝงเขม็ และกระตุนดว ยเคร่ืองกระตุนไฟฟา
จุดทใ่ี ช LanWei (EX-LE 7) ทงั้ สองขาง เสริมดวยจดุ TianShu (ST 25) ขางขวาและจุด ZuSanLi
(ST 36) ขางขวา โดยการปกเข็มทจี่ ุด LanWei (EX-LE 7) ลกึ 1 ชนุ กระตนุ เขม็ ดว ยเทคนคิ ทเ่ี รยี กวา
นกกระจอกจกิ (sparrow-pecking) แลว คาเขม็ ไว กระตนุ ตอ ดว ยเครื่องกระตุนไฟฟา ทุกจดุ แรงเทา ท่ผี ูป วย
ทนได นาน 30 นาที ทาํ วันละ 3 ครั้งหากอาการไมดีข้ึนใหป กจุดท่เี หลอื เพ่มิ เติม
9. การรักษาดว ยลาํ แสงเลเซอร
จุดทใี่ ช LanWei (EX-LE 7) ทงั้ สองขา งและทตี่ ําแหนง McBurney’s point ใชเครื่องเลเซอร He-Ne
ใชก ําลงั 3 – 5 mw ฉายทตี่ ําแหนง McBurney’s point นาน 10 นาที และทจี่ ดุ LanWei(EX-LE 7) ขางละ 5
นาที โดยมีระยะหาง 30 – 60 ซม.จากผวิ หนัง ทาํ การรักษาวนั ละ 2 ครงั้ เหมาะสําหรบั ผทู ี่กลวั การฝง เข็ม
เดก็ และผทู ่มี รี า งกายออนแอ
หมายเหตุ
1. การฝง เข็มและรมยาเหมาะสาํ หรับภาวะไสต ่ิงอักเสบชนดิ เฉยี บพลนั ท่เี ปน ระยะแรกและอาการไม
รุนแรง และถือเปน การรักษาเสริมและประคับประคองสําหรับภาวะไสติ่งอักเสบชนิดอ่นื หากมีแนวโนม วา
ไสติ่งอักเสบรุนแรงและอาจแตกได ควรรกั ษาดว ยการผาตดั ตอ ไป
2. การฝง เข็มและรมยา สามารถเพม่ิ ฤทธกิ์ ารตา นการอกั เสบในระดบั เซลล
(anti-inflammation) เพมิ่ ความสามารถในการกําจัดสิง่ แปลกปลอมของเม็ดเลือดขาวได (phagocytosis)
เพิม่ การเคล่ือนไหวของไสต ่ิง ลดการหลง่ั สารในชองไสติ่ง และเพิ่มการไหลเวยี นของเลือดได จงึ เปรยี บเชน มี
ฤทธต์ิ า นการอักเสบนั่นเอง
Page 173
รปู ที่ 36 แสดงจุดฝง เข็มรกั ษาโรคไสติ่งอักเสบเฉยี บพลนั
น่วิ ในไต
(Renal Colic and Stone : )肾结石
ปวดจากนิ่วในไตเปนภาวะทก่ี อ ใหเ กิดการบาดเจ็บทั้งในบรเิ วณทเ่ี ปนนิ่ว เกิดภาวะขาดเลือด และ
กอ ใหเ กิดการตดิ เชื้อในระบบทางเดนิ ปส สาวะตามมา นิว่ คอื กอนหนิ ปนู หรือผลกึ เกลือแรซง่ึ เกิดในระบบ
Page 174
ทางเดนิ น้าํ ปส สาวะ ระบบทางเดนิ นํา้ ปส สาวะจะประกอบดวยไต และนา้ํ ปส สาวะจากไต จะไหลผา น
หลอดไตเขาสูก ระเพาะปสสาวะ หลังจากน้ันผปู ว ยกจ็ ะขบั ปส สาวะ ออกมาผานทางทอ ปส สาวะ สําหรับนิว่
ท่ีเกิดขนึ้ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะ จะเกดิ ขน้ึ ท่ีไตกอน แลวอาจจะหลดุ มาตดิ อยูในหลอดไตหรือหลดุ มาอยู
ในกระเพาะปส สาวะ ของนิว่ มี หลายอยาง เชน แคลเซยี ม ออกซาเลต กรดยูรคิ
สาเหตขุ องการเกิดน่วิ ในทางเดินปส สาวะ
สาเหตขุ องการทที่ ําใหเกดิ มกี ารรวมตวั กนั ของผลึกของเกลือแรห รอื หนิ ปนู เปน กอนน่ิวยงั ไมท ราบ
แนน อน แตจ ะมเี หตบุ างอยางซึง่ จะชวยสง เสรมิ ทาํ ใหม นี ่วิ เกิดขนึ้ ไดงาย เชน ภาวะท่ีมกี ารค่ังของน้ํา
ปสสาวะอยูใ นกระเพาะปสสาวะ ในผปู วยชายซ่งึ เปนโรคตอ มลกู หมากโต ปสสาวะท่ีคางในกระเพาะ
ปสสาวะก็จะเปน สาเหตใุ หเ กดิ มนี ่ิวเกิดขนึ้ หรือในผปู วยบางประเภท ซ่ึงนํา้ ปส สาวะมคี วามเขมขน ของ
เกลอื แรมาก เชน ด่มื น้ํานอยกวา ปกติ หรอื รับประทานอาหารบางประเภท ซึ่งมเี กลือแรข บั ออก มาทางน้าํ
ปสสาวะมาก เชน พวกเครื่องในสตั วห รอื พวกผกั สด หนอไม เปนตน เหลา น้ีจะเปน สาเหตใุ หเ กิดน่ิวใน
ทางเดนิ ปส สาวะได การรบั ประทานอาหารพวกเครอ่ื งในสตั วมาก หรอื ประเภทเนอื้ พบวา มีการขบั เกลือแร
ชนดิ หนึง่ คอื กรดยรู คิ แอซคิ ออกมาในนํ้าปสสาวะมากอาจกอ ใหเ กดิ นิ่วได หรือในกลมุ ท่รี ับประทานผกั สด
หรอื หนอไมมากๆ กจ็ ะมีโอกาสทาํ ใหเ กดิ นวิ่ ชนิดออกซาเลตได ฉะนน้ั ผปู ว ยท่ีเคยเปน น่ิวชนดิ น้ีมากอนกจ็ ะ
มโี อกาสเปนนิ่วชนดิ นไ้ี ดอกี บอ ย ๆ
จากสถิตทิ ่วั ๆ ไป พบวานวิ่ เปน มากในผูช ายมากกวา ผูหญงิ ประมาณ 2 เทา แตท ี่นา สงั เกตกค็ อื
เด็กผชู ายในภาคอีสานเปน น่วิ ในกระเพาะปสสาวะมาก จากการวจิ ยั พบวา เดก็ ขาดธาตอุ าหารโดยเฉพาะ
โปรตนี บางชนิด และมักชอบรับประทานผกั บางชนิด ซงึ่ มีโอกาสทาํ ใหเ กดิ นว่ิ ชนดิ หนงึ่ ในกระเพาะปสสาวะ
อาการและการแสดง
อาการของผูป ว ยเปนโรคน่ิวในระบบทางเดนิ ปสสาวะขน้ึ อยกู บั วา เปน นิ่วทต่ี าํ แหนง ใด ถาเปนนิว่ ที่
ไตหรือหลอดไต ผปู วยจะมอี าการปวด เอวขางท่ีมนี วิ่ หรอื ปสสาวะบอ ย ขุนหรอื มเี ลือด สว นผปู ว ยทเ่ี ปน น่วิ
ทีก่ ระเพาะปส สาวะมกั มีอาการถายปสสาวะลาํ บาก ปสสาวะบอ ย หรือปส สาวะไมอ อกกไ็ ด หากผูปวยมนี ่วิ
ที่ไตทง้ั 2 ขา งแลวไต ไมทาํ งานท้งั 2 ขา ง อาจมผี ลทําใหผปู ว ยมคี วามเสยี่ งจากไตวาย
การตรวจ
ผปู ว ยทีส่ งสัยวา เปน โรคนว่ิ ควรจะมาพบแพทย เพ่ือทําการซักประวตั ิ ตรวจรา งกาย และตรวจนาํ้
ปสสาวะ ซ่ึงอาจจะพบวามเี ม็ดเลือดแดงหรือเมด็ เลอื ดขาว ในน้ํา ปส สาวะ และอาจตองสงผปู วยไป
เอกซเรยบรเิ วณไตและกระเพาะปส สาวะ ซงึ่ จะบอกไดว าผปู วยมีน่วิ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะหรือไม
Page 175
การรกั ษา
การรกั ษาโรคน่วิ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะปจ จุบนั มกี ารรักษาอยู 2 วธิ ีคอื
1. รกั ษาโดยไมใชการผาตดั โดยเฉพาะผปู วยท่เี ปนนิว่ ในหลอดไต ทขี่ นาดเลก็ มากๆ จะหลดุ ได
เองมาอยูที่กระเพาะปสสาวะ แพทยจ ะแนะนาํ ใหด ่มื น้ํามาก ๆ อยา งนอ ยวันละ 10-15 แกวตอวัน ถามี
อาการปวดก็จะใหยาแกป วด
2. รกั ษาโดยการผาตดั จะใชวิธีนี้กต็ อเมอื่ น่วิ นนั้ ทาํ ใหเ กดิ มกี ารเสยี การทํางาน ของไต หรอื ทาํ ให
ผูปวยปส สาวะไมออก โดยเฉพาะผปู วยท่ีเปน นวิ่ ท่ีกระเพาะปสสาวะ
วธิ ีปองกนั
สําหรับการปองกนั ผปู ว ยทเี่ ปน นิว่ ไมใ หเปน ใหมนนั้ ไมม วี ิธีปอ งกนั ที่ไดผลสมบรู ณ แตม ีวิธีปองกนั ที่
จะใหเ กดิ เปน นวิ่ ใหมไดยากโดยแนะนาํ ผปู ว ยดังน้ี
1.แนะนาํ ใหผ ูปวยดืม่ นา้ํ มาก ๆ อยางนอ ยวันละ 10-15 แกว
2. ใหผ ปู ว ยรกั ษาอาการติดเช้ือของระบบทางเดินปส สาวะ ซง่ึ จะเปนสาเหตุ ใหเ กิดนิ่วไดงาย
3. ผปู ว ยทเี่ ปน นิว่ ควรจะไดท ราบจากแพทยวาเปนนว่ิ ชนดิ ใด โดยการเอาน่วิ ไป ตรวจและรบั
คําแนะนาํ จากแพทยวา ควรหลีกเลย่ี งการรบั ประทานอาหารประเภทใด ซงึ่ จะเปนเหตทุ าํ ใหเ กิดนวิ่ ชนิดนน้ั
ๆ การกล้ันปสสาวะนานจะทําใหเ กิดการอักเสบของกระเพาะปสสาวะ โดยเฉพาะในผหู ญงิ การกลนั้
ปสสาวะนาน ๆ ประมาณ 6 - 8 ช.ม. ไมทาํ ใหเกดิ เปน นวิ่ ใน กระเพาะปสสาวะ แตก ารค่งั ของนํา้ ปส สาวะใน
กระเพาะปสสาวะ ในผูป ว ยทปี่ ส สาวะไมห มดนั้น ตอ งใชเ วลานานเปน เดอื นถึงจะมีน่วิ เกดิ ขึน้ ได
ศลั ยแพทยระบบทางเดินปส สาวะ จะตองระวงั การเกดิ เปน น่ิวใหม โดยรกั ษาตน เหตุทที่ าํ ใหเ กดิ มี
การคั่งของนํา้ ปส สาวะ เชน ผูป ว ยท่ีเปน ตอ มลูกหมากโต ควรจะตองรกั ษาเร่ืองตอ มลูกหมากโต เปนตน
ศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี พบวา มสี าเหตจุ ากการรบั ประทานอาหารท่ีมรี สจดั หรอื รอ น หรอื มนั
มากเกนิ ไป หรอื ด่ืมสรุ ามากเกินไป กอ ใหเ กดิ ความรอ นช้ืนไหลลงสไู ตและกระเพาะปสสาวะ หรอื เกดิ จาก
สุขอนามัยท่ไี มดีของทางเดินปสสาวะกอ ใหเ กดิ การสะสมของเช้อื กอโรคทาํ ใหเกดิ ความรอ นชนื้ สะสมใน
ระบบทางเดินปสสาวะ หากมีการสะสมของความรอนช้ืนเหลานนี้ านจะแปรเปลยี่ นเปน ทรายและกอ เกดิ
กอนน่ิวข้ึนมาไดทง้ั ในไตและกระเพาะ ปสสาวะ เกิดการขัดขวางการไหลของปสสาวะและหนาที่การขับ
ปส สาวะตามปกตริ วมถงึ ขดั ขวางการไหลเวยี นของชดี่ วย
อาการจะประกอบดว ยการปวดแบบเฉียบพลนั เสมอื นถกู มีดบาดในบรเิ วณชว งเอวหรือทอ งนอย
และมีปสสาวะเปนเลอื ด อาการปวดอาจอยนู านราว 2 – 3 นาที แลวหายไป ปวดเปน ๆ หาย ๆ หรืออาจ
ปวดนานเปนช่ัวโมงหรือกวา นนั้ กไ็ ด มกั จะปวดตง้ั แตบรเิ วณเอวชวงไตราวลงมาทอ งนอ ยฝง เดยี วกนั ลงไป
Page 176
จนถงึ ทอปส สาวะหรอื อวัยวะเพศภายนอกได หรือบางรายอาจเลยไปจนถงึ ตน ขาดานในกไ็ ด มีอาการ
คลื่นไสอาเจยี นรว มดว ยหรืออาจถงึ ข้ันเปน ลมหมดสติได
หลกั การรักษา : ขจดั ความรอนช้นื บรรเทาอาการปวด และปรบั การทํางานของระบบปสสาวะ จุดท่ี
เลือกใชเ ปน จดุ ทอี่ ยูบนสน ลมปราณกระเพาะปส สาวะ ไต และมาม
จุดทเ่ี ลือกใช : ปก ระบายท่ีจดุ Ah-Shi point, ShenShu(BL 23), JingMen (GB 25),
ZhiShi(BL 52), YangLingQuan(GB 34), GuanYuan (CV 4),
ZhongJi(CV 3), ShuiQuan(KI 5), JiaoXin(KI 8), YangJiao(GB 35),
KunLun(BL 60), FuJie(SP 14)
อธบิ าย :
1. เลอื กปกจดุ ตามตําแหนง ของน่ิว
น่วิ ในไตจนถึงทางเดนิ ปสสาวะชว งตน ใหเ ลอื กใชจ ุด Ah-Shi point, ShenShu (BL 23),
JingMen (GB 25), ZhiShi (BL 52)
น่วิ ในทางเดนิ ปส สาวะชวงกลางลงไปเลือกใชจ ดุ YangLingQuan (GB 34)
นวิ่ ในกระเพาะปส สาวะเลอื กใชจดุ GuanYuan (CV 4) ปกโทว ZhongJi (CV 3)
Ah-Shi Point หมายถงึ จุดดงั ตอไปน้ี
- จดุ กดเจบ็ เปน จุดทีไ่ ดจ ากการคลาํ ตาํ แหนง ตางๆบริเวณหลังต้ังแตแนวกระดกู สันหลงั
ชวงทรวงอกขอ ท่ี 10 ลงไปจนถึงกระดูกสนั หลงั ชวงเอวขอ ท่ี 1 เมอ่ื นว่ิ อยใู นไตและสวน
ของทางเดินปสสาวะสว นบน(upper part of ureter)
- จดุ ตามแนวที่มีอาการปวดรา ว อาจเร่มิ ต้ังแตบ รเิ วณชวงเอวลงไปในทอ งนอย หรือไป
ถงึ บริเวณตน ขาดา นใน ซึง่ หมายถงึ นวิ่ ในทางเดนิ ปส สาวะสวนกลางลงมา สวนนว่ิ ใน
กระเพาะปสสาวะมกั ปวดราวไปบรเิ วณฝเ ยบ็ (perineum)
- จดุ ทตี่ รงกับตาํ แหนงของนว่ิ ที่ไดจ ากการเอกซเ รย
การกระตนุ เขม็ :
- ตาํ แหนง ท่ีอยูสงู กวา แนวกระดกู สันหลังสวนเอวขอ ท่ีสองขึน้ ไป ใหป ก เฉยี งเขาหา
กระดกู สนั หลงั และกระตนุ ดวยการหมนุ เขม็
- ตําแหนง ต้ังแตแนวกระดกู สันหลงั สว นเอวขอท่สี องลงมา ใหปก ตง้ั ฉากตรง กระตนุ
ดวยการหมุนเข็ม ยกเข็มขน้ึ ลงได
- จุดกดเจบ็ ทบี่ รเิ วณทอ งใหป กลงลกึ ใกลเ ย่อื หมุ ชอ งทอ ง(peritoneum) กระตนุ ดว ยการ
ยกเขม็ ขนึ้ ลงชา ๆ หรือใชว ิธีการเกาเขม็
Page 177
- การปกทจ่ี ุด GuanYuan (CV 4) โทวจุด ZhongJi (CV 3) ใหใ ชเขม็ ยาว 3 ชุน ปก ตั้ง
ฉากลงทจ่ี ดุ GuanYuan (CV 4) ลกึ 1 - 2 ชนุ เมอ่ื รสู ึกไดช แี่ ลว ใหกระตนุ ดวยการยก
เข็มข้ึนลงสองครงั้ ใหไ ดชว่ี งิ่ ลงไปถงึ บรเิ วณอวยั วะสืบพนั ธดุ านนอกหรอื บรเิ วณฝเ ยบ็
แลว ถอนเขน็ ขน้ึ มาใหป ลายเข็มถึงตําแหนงชนั้ ใตผ วิ หนงั แลวปกเฉียงลงลกึ ไปทจี่ ุด
ZhongJi (CV 3) กระตนุ ใหไดช ร่ี วมสองครัง้
- จุด YangLingQuan (GB 34) และ JingMen (GB 25) กระตนุ
เขม็ ตามปกติ
- ขณะเกดิ อาการปวด เม่อื เลอื กจุดไดแลว ใหกระตนุ จดุ ไปจนอาการปวดทุเลาลงและ
หายไป คาเข็มไวห นงึ่ ถงึ สองชั่วโมง กระตุนทกุ 10 – 20 นาที ฝงเขม็ วันละครง้ั หาก
ฝงเขม็ ในชว งทีไ่ มม ีอาการปวดใหคาเข็มนาน 30 นาที 7 ครัง้ เปน 1 การรกั ษา
2. เลือกปก จดุ ซี่
จุดหลกั ShuiQuan (KI 5), JiaoXin (KI 8) และ YangJiao (GB 35)
จดุ เสรมิ ShenShu (BL 23), KunLun(BL 60), FuJie(SP 14),
GuanYuan (CV 4) และ Ah-Shi point
การกระตนุ เข็ม :
- จุดหลกั เปน จดุ ซีท่ งั้ หมด ShuiQuan(KI 5) เปน จุดซขี่ องไต, JiaoXin
(KI 8) เปนจดุ ซข่ี องเสน ลมปราณอินเฉียว และ YangJiao (GB 35) เปนจดุ ซ่ขี องเสนลมปราณหยางเหวย
ทกุ จุดกระตุน แรง สาํ หรับจดุ JiaoXin(KI 8) น้ันเมอื่ กระตนุ จดุ อาจมีความรูสกึ เหมือนกระแสไฟวง่ิ ขน้ึ ไปท่ี
ตาํ แหนง ของไตหรอื รูสกึ อนุ ทีบ่ ริเวณเอวทัง้ ดานหนา และดา นลางและอาจปวดหนวงทอ งนอยรว มกับ
ปส สาวะบอ ยมากขึ้น การกระตุนจุดทเี่ หลือหากรา งกายผปู วยแขง็ แรงก็สามารถกระตนุ แรงได หากออ นแอ
ใหก ระตนุ แรงปานกลาง คาเขม็ ไว 15 – 30 นาที กระตนุ ถห่ี รอื หางข้นึ กบั อาการของผูปวย ในหนึ่งวันอาจปก
เขม็ กระตนุ ไดหลายครั้ง
3. เลอื กจดุ หยวน
เลอื กใชจ ดุ TaiXi (KI 3)
ปกจุด TaiXi (KI 3) พรอมกนั ท้งั สองขา ง กระตุนแรงปานกลางจนไดความรสู ึกชากระจายลงไปท่ี
เทา คาเข็มไว 30 – 90 นาที กระตนุ เข็มถ่ีหางดจู ากความรสู ึกชาทเี่ ทาใหก ระตนุ เมอ่ื ชานอยลงหรือหายไป
หากมีอาการคล่ืนไสอ าเจยี นรว มดวยใหป กกระตุน จดุ NeiGuan(PC 6) ทั้งสองขา ง
การรักษาอน่ื :
1. การรมยา
จุดทใี่ ช : GuanYuan(CV 4) และ DaDun(LR 1)
Page 178
วิธีการ : เมอื่ มอี าการปวดใชแ ทงโกฐจุฬารมทจ่ี ดุ ทง้ั สองเพอื่ กระตนุ การไหลเวยี นในเสนลมปราณ
และลดอาการปวด สามารถรมยาไดวันละหลายคร้ังซง่ึ วิธกี ารนี้ไดผ ลดดี งั ทป่ี รากฏในตาํ รา Classic of
Fundamentals of Acupuncture and Moxibustion วา “น่ิวในไตรกั ษาดวยการรมยาท่ี GuanYuan(CV 4)
หรอื QiMen(LR 14) หรอื DaDun(LR 1) จํานวน 30 moxa cones”
2. กระตุนจดุ ดว ยเครือ่ งกระตนุ ไฟฟา
จดุ ทใี่ ช : - น่วิ ในไต ใชจดุ Ah-Shi ตรงตําแหนง น่วิ ท่ีปวด และจุด ShenShu (BL23)
- น่ิวท่สี ว นบนของ ureter ใชจ ดุ ShenShu (BL 23) และ
PangGuangShu (BL 28) หรอื GuanYuan (CV 4)
- นวิ่ ทส่ี ว นกลางของ ureter ใชจดุ GuanYuand (CV 4) และ ShenShu
(BL 23) หรือจดุ Ah-Shi ทต่ี ําแหนง 1 ซม. เหนือตําแหนงของนวิ่ แทนจดุ ShenShu(BL 23)
- น่วิ ทส่ี ว นปลายของ ureter ใชจ ุด GuanYuan (CV 4) และจุด Ah-Shi หรอื
จดุ SanYinJiao (SP 6) แทนจุด Ah-Sh
วธิ ีการ : 30 นาทีกอ นการรักษาใหผ ูป วยดืม่ น้าํ ประมาณ 1 ลติ รหรือมาก เทา ท่จี ะ
ด่ืมได แลวจดั ผปู ว ยใหอยูในทานอนหงายหรือควํ่าขึ้นกบั จดุ ทเี่ ลือก ฝง เขม็
ใหล กึ และใหไ ดชที่ แ่ี รงแลว ใหก ระตุน จดุ ที่ฝงดว ยเคร่ืองกระตุนไฟฟา โดย
ใหขว้ั ลบอยใู กลไ ต ขั้วบวกอยู ใกลก ระเพาะปสสาวะ ใชคลื่น dense-
disperse ดวยความแรงใหมากเทาท่ีผปู วยจะทนได ใชเวลารวม 30
นาที ฝงเข็มวนั ละครัง้ ครบ 10 ครัง้ นับเปน 1 รอบการรักษา
ในขณะทท่ี ําการรกั ษาอยูผูปวยจะมคี วามรสู ึกถงึ การไหลลงไปตาม
ทอ ไต และไมค วรมีความผิดปกตอิ น่ื ใด ผูป ว ยสวนใหญจะปส สาวะออก
ทันทหี ลัง การรกั ษาและรสู ึกดีขน้ึ อยางมาก ในขณะทีอ่ าจมีน่ิวออกมากับ
ปส สาวะดว ย
3. ปก จดุ พิเศษ
จุดทใี่ ช : YaoTongDian(EX-UE 7)
วธิ ีการ : จุด YaoTongDian(EX-UE 7) ตาํ แหนงของจุดจะอยหู ลงั มอื มสี องจดุ ตอ ขา ง อยรู ะหวา ง
กระดูกฝา มือท่ี 1st – 2nd และ 3th – 4th ก่งึ กลางระหวางเสนทเี่ ชอ่ื มขอตอ กระดกู ฝามอื กับกระดกู น้ิวมือ
และเสนรอยพับของขอมอื ดา นหลงั เลือกจดุ ขา งเดียวกบั ทป่ี วดหลงั ใชเ ข็ม 1 ชนุ ปก ต้ังฉากลกึ 0.5 ชนุ
กระตุนแบบระบายจนรสู กึ ไดช แ่ี ละอาการปวดลดลง คาเขม็ ไว 20 นาที หากมีอาการปวดซาํ้ ใหก ระตนุ ทกุ 5
– 10 นาที
4. ปก จุด TaiXi(KI 3)
วธิ กี าร : ปกเข็มโดยใหผ ูปว ยนอนลง ปก จดุ ทงั้ สองขา งใชเ ขม็ 1 ชุน ปก ลกึ 0.5 ชุน
Page 179
ปลายเขม็ ชไี้ ปท่ีจดุ KunLun(BL60) กระตุนแรงแบบระบายใหไดค วามรูสกึ แผก ระจายไปท่วั เทา คาเข็มไว
30 – 90 นาที
5. ฝงเข็มทีห่ ู
5.1 จุดทใ่ี ช : Kidney, Urinary Bladder, Ureter, SanJiao, Ear-ShenMen,
External Genitalia
5.2 วิธกี าร : ใหต ดิ เมด็ หวงั ปหู ลวิ สงิ ตามจุดและปดพลาสเตอรท บั ใหด ่ืมน้าํ 250 –
500 ซซี ี ทกุ ครง้ั ทจี่ ะกระตนุ จดุ ทใ่ี บหู ติดไวน า
น 3 วนั แลวเปลยี่ นขา ง ครบ 10 ครั้งเปน
1 รอบการรักษาและควรออกกาํ ลังกายรวมดวยเพอ่ื เสริมใหนิว่ ออกไดงายขึ้น
6. เจาะปลอ ยเลือด
6.1 จุดทีใ่ ช ShenShu (BL 23) และ YaoYangGuang (GV 3) เสรมิ ดว ย
YinLingQuan(SP 9) และ YangJiao(GB 35)
6.2 วิธีการ : ใชเ ข็มสามเหลย่ี มปก ท่ีจดุ เพ่ือใหเลอื ดออกปรมิ าณเล็กนอ ย อาการ
ปวดกจ็ ะทุเลาลง เน่อื งมาจากเมอื่ มีการเสยี เลือดจะกระตนุ ใหม ีการไหลเวยี นของเลอื ด และลดภาวะ
อกั เสบของระบบทางเดนิ ปส สาวะได อาการปวดเกรง็ ของทอ ไตจะลดลงและอาการปวดบรเิ วณเอวจะทเุ ลา
ลง
7. การรักษาแบบหลายวิธพี รอ มกัน
7.1 จดุ ทใ่ี ช : ShenShu(BL 23) และ JingMen(GB 25) ของขางที่ปวด
7.2 วิธีการ : จดั ใหผูปวยนอนตะแคง ใหข างทีป่ วดอยูบ น ปก จุด ShenShu
(BL 23) และ JingMen (GB 25) แบบระบาย กระตนุ ใหไ ดช ี่แลว กระตนุ ตอดว ยเครอื่ งกระตุน
ไฟฟา ดวยคลื่น continuous ดว ยความถี่ 200 ครง้ั /นาที นาน 15นาทถี อดขว้ั ไฟฟา ออก แลว ใชเ ข็ม7 ดาว
เคาะรอบจุดทปี่ ก เขม็ สกั ครแู ลว ตามดว ยการครอบกระปุกอีกระยะเวลาหนึ่ง ถอน กระปุกแลวเคาะดว ยเข็ม
7 ดาวอกี สัก 1 – 2 นาที ทําวันละคร้ัง ครบ 10 ครั้งเปน 1 รอบการรักษา โดยท่ัวไปนวิ่ ขนาดเล็กสามารถถกู
ขบั ออกมาไดต งั้ แตการรกั ษาในคร้งั แรก
หมายเหตุ :
1. การรักษาดว ยการฝง เขม็ ไดผ ลดใี นการลดอาการปวดแตห ากมอี าการ
ปวดที่รุนแรงมาก โดยทกี่ ารฝง เข็มไมส ามารถบรรเทาอาการใหด ีขนึ้ ได ใหพจิ ารณารกั ษาดว ยการแพทย
แผนปจจบุ นั ตอ ไป
2. หากผปู ว ยอายยุ งั นอ ย มอี าการแบบฉบั พลันและเปน มาไมนาน การดื่ม
นาํ้ มาก ๆ รว มกับออกกําลังกายอยา งหนกั อาจทําใหน ่ิวทีค่ า งอยูหลุดออกมาไดง ายขน้ึ
Page 180
3. ในผูทยี่ งั ไมเ ปน โรคนิว่ หรือหลงั จากรกั ษาโรคนิว่ ใหหายเปน ปกติดแี ลว
การดมื่ นํ้าปริมาณมากเปน ประจํา รวมกับหลีกเลยี่ งอาหารท่มี ีธาตุแคลเซี่ยมจะชว ยปองกนั ไมใ หเ กิดโรค
นว่ิ ในระบบทางเดนิ ปส สาวะได
4. สําหรบั น่วิ ในกรวยไต หากน่ิวอยสู วนลางใหผ ปู วยนอนTrendelenburg
เพือ่ ทาํ การรักษา หากนิว่ อยดู า นขา งใหผ ูปวยนอนตะแคง ใหดานทมี่ ีนิว่ อยูบ นและใหอยนู ง่ิ ขณะทําการ
รักษา
Page 181
รปู ที่ 37 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคนิ่วในไต
ปวดปสสาวะ และปส สาวะผิดปกติ
(Stranguria : 淋症)
ในทางการแพทยป จ จบุ นั หมายถงึ ภาวะที่มกี ารปส สาวะออกมาดวยความยาก ลําบาก ออกทลี ะ
นอย ปวดปส สาวะ ปวดเบง รสู ึกปสสาวะไมหมด ปสสาวะแตล ะหยดเหมือนกบั ตอ งบบี เคน อยา งแรงจงึ จะ
ออกมาได อาการปวดขณะปส สาวะจะกระจายไปทัว่ องุ เชิงกรานและในผชู ายจะปวดราวไปจนสุดปลาย
องคชาติ
อาการทปี่ วดปสสาวะอยา งมาก เกดิ จากการระคายเคอื งเนอ้ื เยอื่ urothelium (epithelium ทบ่ี อุ ยู
ในทางเดินปส สาวะ) และมีการหดเกร็งของกลา มเนอ้ื
ภาวะนี้พบไดบอยในโรคของระบบทางเดนิ ปส สาวะ เชน น่ิวในทางเดนิ ปสสาวะ(โดยเฉพาะเมื่อนว่ิ
เคลือ่ นทลี่ งมาในกระเพาะปสสาวะและกาํ ลงั จะออกมาในทอ ปสสาวะ) การอกั เสบในกระเพาะปสสาวะ
หรอื มะเร็งของกระเพาะปส สาวะ
การตรวจและรกั ษา ขนึ้ กบั ภาวะที่ตรวจพบและโรคท่ีผูปวยเปน อยู
ศาสตรก ารแพทยแผนจนี เรยี กการปวดปสสาวะบอ ย กลน้ั ไมได ออกเปน หยด ๆรวมกบั อาการ
ปวดเกร็งในทอ งนอ ยและอาการเจ็บแสบในทอ ปส สาวะขณะปสสาวะวา “ภาวะปวดแสบทอ ปส สาวะ
ขณะปส สาวะ” สาเหตจุ ากการสะสมของความรอ นชน้ื ในเซย่ี เจยี วเปนเหตใุ หเ กดิ การขดั ขวางหนา ท่ขี อง
กระเพาะปสสาวะใหเ สยี ไป หรอื เกดิ จากภาวะมา มและไตพรองซึง่ ไตมหี นาท่แี ยกนาํ้ สว นใสและขนุ ออกจาก
กันกอใหเ กดิ การทํางานผิดปกติไปโดยท่วั ไปแบง ไดเปน 5 ชนิดคอื จากความรอ น(热淋ReLin) จากน่วิ ใน
ทางเดนิ ปส สาวะ(ShiLin) จากการปส สาวะเปน เลอื ด(血淋XueLin) จากความผดิ ปกตขิ องชี่ (气淋QiLin)
และจากการปสสาวะเปนสขี าวขนุ คลา ยน้ํานม (膏淋GaoLin)
อาการและการแสดง :
1. จากความรอน (热淋) จะมอี าการเจบ็ แสบรอ นในทอ ปส สาวะ ปส สาวะ
Page 182
เหลอื งเขม ออกนอย
2. จากนิ่วในทางเดนิ ปสสาวะ (ShiLin) เมือ่ นิว่ อยูในทอ ปส สาวะจะมีอาการปวดใน
ทองนอยและเจบ็ ทอปสสาวะ อาจมอี าการปวดเกรง็ รวมดว ย อาจเหน็ น่ิวปนออกมากบั ปสสาวะ
3. จากการปสสาวะเปนเลอื ด(血淋) จะมอี าการปวดปสสาวะบอ ย กลน้ั ปส สาวะ
ไมไ ดและมเี ลือดปนออกมากับปสสาวะ
4. จากความผดิ ปกติของช่ี (气淋) จะมอี าการปส สาวะออ นแรง ปสสาวะออกเปน
ชวง ๆ
5. จากการปส สาวะเปน สขี าวคลา ยนํา้ นม (膏淋) จะมปี สสาวะออกเปน สขี าวขุน
คลายนํา้ นมรว มกบั อาการปวดระคายเคอื งในทอปส สาวะ
หลกั การรักษา :
ปรับหนา ท่ีของกระเพาะปส สาวะใหเ ปน ปกติ เสริมหนาท่ีการขบั ปส สาวะ และลดอาการปวด
เลือกใชจุดซมู แู ละจดุ บนเสนอินทั้งสามเสนเปนหลกั
จุดทใี่ ช :
จดุ หลัก : PangGuangShu (BL 28), ZhongJi (CV 3),
SanYinJiao (SP 6) และ TaiChong (LR 3)
จุดเสรมิ :
1. ถารูสกึ ปส สาวะรอ นความรอน เพมิ่ QuChi (LI 11), WaiGuan (TE 5),
HeGu (LI 4)
2. ถา มีน่วิ ในทางเดนิ ปสสาวะ เพมิ่ WeiYang (BL 39) และ RanGu (KI 2)
3. ถา ปสสาวะเปน เลอื ด เพิ่ม XueHai (SP 10) และ GeShu (BL 17)
4. ถาปสสาวะ ไมมแี รงเพ่ิม ShenShu (BL 23), TaiXi (KI 3) และรมยาที่
QiHai(CV 6)
5. ปส สาวะเปน สขี าวขนุ คลายนํา้ นม GaoLin เพ่มิ PiShu (BL 20), ShenShu (BL 23),
ZuSanLi(ST 36) และ
รมยาที่ GuanYuan(CV 4)
การรกั ษาเพิ่มเตมิ :
1.เลอื กจดุ BaLiao (BL 31 – BL 34) ในแตละคร้งั ของการรกั ษาใหเ ลอื กจดุ ครั้งละสองคู ปก ใหล ึก
กระตุนใหไดความรูสกึ ทแ่ี รง คาเข็มไว 30 นาที
2.เลือกจุดพเิ ศษ XiaZhiBian ใหผ ูปวยนอนตะแคง ขาลางเหยยี ดตรง ขาบนงอทํามมุ ทห่ี ลงั ขอ พบั
เขาไดป ระมาน 130 องศา ลากจดุ เชื่อมระหวา ง anterosuperior iliac spine และ จดุ กลางของ greater
Page 183
trochanter ถือเปน ดานทหี่ นึง่ ของรปู สามเหลีย่ มดานเทาชไ้ี ปกระดกู กระเบน็ เหน็บ จุดนจ้ี ะอยตู รงปลายของ
สามเหล่ยี มน้ีตรงจดุ ตัดของสองดานทีเ่ หลือของสามเหลี่ยม ใชเขม็ ยาว 3 – 5 ชนุ ปก เอยี งประมาณ 10
องศาชี้ปลายเขม็ ไปท่ีทอ งกระตุนจนเกิดความรูสึกแผก ระจายไปถงึ ทอ งนอ ย บริเวณอวยั วะสบื พนั ธุและฝ
เย็บ คาเขม็ แค 2 – 3 นาทีและถอนออก
3. เลอื กจดุ ShenShu (BL 23), ZhuBin (KI 9), FuLiu (KI 7), GuiLai (ST 29), FeiYang (BL 58)
และ ZhongJi (CV 3) ใหปก เขม็ กระตนุ แรงแบบระบาย วันละครั้ง ครบ 10 คร้งั เปน 1 รอบการรกั ษา
ใชรักษาภาวะการอักเสบติดเชื้อของทางเดนิ ปสสาวะ
4. เลอื กใชกลุมจดุ ดงั น้ี
4.1 กลุมที่ 1 GuanYuan(CV 4), ZhongJi(CV 3),
YinLingQuan(SP 9) และ SanYinJiao(SP 6)
4.2 กลุมที่ 2 HuiYin(CV 1) และ ShenShu(BL 23)
การกระตนุ : เลือกใชกลมุ จดุ ทั้งสองสลับกนั ทกุ วนั ปกจดุ แบบระบายโดย
ไมค าเขม็ ไว สําหรบั จุด HuiYin(CV 1) ใชเขม็ ยาว 3 – 4 ชนุ
ปกตรง ลึก 2 – 3 ชุน กระตนุ ใหไ ดช ่แี ลวหมนุ เขม็ และยกเขม็
ข้นึ ลงทาํ ซา้ํ 3 – 5 ครง้ั แลว ถอนเข็มออก สว นจุดอ่ืนใหป กและ
กระตนุ ตามวิธมี าตรฐาน วิธนี ีใ้ ชร ักษาภาวะตอมลูกหมาก
อกั เสบเร้อื รงั
5. การรมยา เลือกจดุ ZhongJi(CV 3) โดยใหผ ปู ว ยนอนหงาย รมยาดวยวิธีการ
หมนุ วนรอบจดุ นาน 40 นาทที าํ วนั ละ 2 ครง้ั หลังใหก ารรกั ษาผปู ว ยจะมอี าการดี ขน้ึ มากหรอื หายไปได ใช
รกั ษาโรคของทางเดนิ ปส สาวะ
6. การใชเขม็ อนุ เลอื กจดุ ShenShu (BL 23), PangGuangShu (BL 28),
CiLiao (BL32), ZhongJi(CV3), และ GuanYuan(CV4) ปกและกระตนุ เขม็ ใหไ ดชีแ่ ลวใชโกฐจฬุ าตดิ ท่ี
ปลายเข็มทกุ เลม ใชโ กฐจฬุ าจํานวน 3 – 5 ชน้ิ ตอเขม็ หนึง่ เลม ทาํ วนั ละครง้ั ครบ 10 คร้งั เปน 1 รอบการ
รักษา ใชเพอ่ื รกั ษาการอักเสบเรอ้ื รังของกระเพาะปส สาวะ(urocystitis) และการอกั เสบเรือ้ รังของไตและ
กรวยไต(chronic pyelonephritis)
7. รมยาทจี่ ดุ ZhongFeng(LR 4) ใชไดทัง้ หาภาวะโดยรมยา 14 กอนโกฐ ทจี่ ุด ZhongFeng(LR
4) ซงึ่ อยูบ นหลอดเลอื ดดําเล็ก ๆ ทีต่ าํ แหนง 1 ชนุ เฉียงมาดานหนาลงลา งจากตาตมุ ดา นใน
8. การรมยาถมเกลอื ทจี่ ดุ ShenQue(CV 8) ใชเกลือแกงปน แหง ถมทสี่ ะดอื รมยาดวยโกฐจฬุ ากอ น
ใหญร วม 7 กอนทาํ วันละครง้ั เ มอ่ื ผปู วยมอี าการปส สาวะลาํ บาก ออกเปน หยดและปวดเวลาปสสาวะ หา
กรมยาทจี่ ุด SanYinJiao (SP 6) ดวยการรกั ษาจะไดผลดยี ิง่ ขึ้น
Page 184
9. การฝงเขม็ ผวิ หนัง เลือกจดุ GuanYuan (CV 4), QuGu (CV 2), GuiLai (ST 29), ShuiDao
(ST 28), บรเิ วณขาหนบี (Groin), QuQuan (LR 8), SanYinJiao (SP 6) และจดุ JiaJi (14th – 21st
vertebrae) โดยใชเข็มผิวหนังปก ตามจดุ ตาง ๆ ใหเ หน็ ผิวหนังเปนสีแดง
จะปกทิศทางใดกไ็ ดไ ปตามแนวการไหลเวยี นของเสน ลมปราณ ใชรกั ษาภาวะตอมลูกหมากอักเสบเรือ้ รัง
10. ฝงเขม็ หู เลือกจุด Kidney, Urinary bladder, SanJiao, Urethra, Subcortex,
Endocrine และ ShenMen หากใชเข็มปกติใหเลือกครั้งละ 3 – 5 จุดปก กระตุนแลวคาเข็มไว 20 นาที
หรอื หากใชเมด็ หวังปูหลวิ สงิ ใหใชท กุ จุด ทําวันละครง้ั 10 – 15 ครงั้ เปน 1 รอบการรักษา เวนระยะหาง 3 –
5 วันตอรอบการ รกั ษาใหม ใชรกั ษาภาวะปส สาวะเปน สีขาวขุนคลายน้ํานม (chyluria)
11. ยิงแสงเลเซอรที่จดุ HuiYin (CV1) โดยใชส าย optic fiber ขนาด80 micron
ผานเครื่องมอื เขาไปที่จดุ HuiYin (CV1) จนถงึ ตอ มลูกหมากและฉายดว ยแสง He-Ne laser
12. การใชเขม็ นาํ้ เลือกจุด Auricular, Kidney, Urinary bladder, Subcortex,
ShenMen โดยใชว ิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ผสมกัน แลวฉีดจุดละ 0.1 ซีซีวันละครั้งตอขาง และ 8 คร้ัง
เปน 1 รอบการรกั ษา เวนระยะหาง 3 วนั ตอรอบการรกั ษา ใชไ ดผ ลดีในการรักษาภาวะปสสาวะมีสีขุนขาว
คลา ยนม(chyluria)
หมายเหตุ : ภาวะแกรงใหก ระตุน แบบระบาย ภาวะพรองใหกระตุนแบบเสริม หากมีการตรวจพบการติด
เชอ้ื ในระบบทางเดินปส สาวะ หรือภาวะตอมลูกหมากอักเสบทงั้ เฉยี บพลนั หรอื เรอื้ รงั และภาวะปส สาวะเปน
สีขาวขุนคลายน้ํานมใหสงตรวจ และรักษาดวยการแพทยแผนปจจุบันควบคูกันไปดวย โดยรักษาดวย
สมุนไพรหรือยาแผนปจจุบันควบคูกันไป สําหรับอาหารที่รับประทานก็เปนสิ่งท่ีควรใหความสําคัญดวย
เชน กนั โดยแนะนําใหรับประทานขา ว ตม ทม่ี สี วนผสมของเมล็ดถ่ัวแดง เมลด็ บัว แปง รากบวั แอปเปล และ
ลกู แพร และใหหลีกเล่ียงอาหารรสจัด
Page 185
รูปท่ี 38 แสดงจุดฝง เข็มรกั ษาโรคปวดปส สาวะและปส สาวะผิดปกติ
ภาวะปวดทอ งอยา งรุนแรง
(Acute Catastrophic Abdominal Pain : )急性腹绞痛
ภาวะปวดทอ งอยา งรุนแรง เปน แบบเฉยี บพลนั หรืออาการปวดทม่ี ีอาการเปน ลมหมดสติ ความดนั
โลหิตตํา่ หรอื ปวดผดิ ปกติอยา งมากเปน สิง่ ทต่ี องรบี ประเมนิ อาการโดยเรว็ ภาวะท่ตี อ งนึกถึงคือ ภาวะการ
อดุ ตัน การทะลหุ รอื ฉีกขาดของอวัยวะภายใน การแยกตัวหรือฉีกขาดของผนงั หลอดเลอื ดใหญ เชน aortic
aneurysm การบาดเจบ็ เปน แผล การตดิ เชือ้ ในชอ งทอ ง ภาวะกรดจากคีโตน และ ภาวะวิกฤตของตอม อดรี
นอล(adrenal crisis) เปนตน
การวินิจฉัยอาการโรค
Page 186
การซักประวตั ิ ควรไดข อ มูลของ อายุ เวลาทเ่ี กิดการปวด กิจกรรมทผี่ ปู วยทําอยูขณะเกิดอาการ
ปวด ตาํ แหนงทีป่ วดและลกั ษณะของการปวด อาการปวดรา วไปบริเวณอนื่ อาการคลืน่ ไส อาเจยี น เบ่อื
อาหาร การรับรูเปล่ียนแปลง การเปลยี่ นแปลงของระบบขับถายและประวัติระดู การตรวจรางกาย ให
ความสาํ คัญกับอาการโดยรวมท้ังหมดกอน เชน การปวดแบบตัวงอ(จากโรคนิว่ ในทอไต) หรอื ปวดแบบนอน
นิ่งๆ(จากผนังชองทอ งอักเสบหรืออวยั วะภายในทะล)ุ ทา ทางของผูปว ย เชน เอนตัวมาดานหนา(จากตับ
ออนอักเสบหรอื กระเพาะอาหารทะลเุ ขา ชอ ง lesser sac) มไี ขห รืออุณหภูมิรางกายตา่ํ กวาปกติ หายใจ
หอบเรว็ ภาวะเขยี วจากขาดอากาศ เสยี งการเคลอื่ นไหวของระบบทางเดนิ อาหาร การกดแลว เจบ็ ทีท่ องรวม
การกดแลวปลอ ยเจบ็ กอ นทที่ องเตน ตามชพี จร เสียงผดิ ปกตติ า งๆของชอ งทอง ทอ งมาน เลอื ดออกทท่ี วาร
หนัก ปวดทท่ี วารหนกั หรอื อุง เชิงกราน และภาวะเลือดออกงายทสี่ งั เกตพบ การตรวจทางหองปฏิบตั ิการท่ี
ไดประโยชนคือ การตรวจเปอรเซ็นตอดั แนนของเมด็ เลือดแดง(อาจปกติไดใ นภาวะท่ีมกี ารเสียเลอื ดใน
ระยะแรกหรอื อาจสงู ไดใ นภาวะขาดนาํ้ ) การตรวจนบั และแยกชนดิ เมด็ เลอื ด การตรวจปริมาณออกซเิ จนใน
หลอดเลอื ดแดง การตรวจสมดุลเกลอื แร การตรวจยเู รยี ในกระแสเลอื ดและการขับครเี อตนิ นิ การตรวจ
ปริมาณน้าํ ตาล การตรวจเอนไซมไ ลเปซหรืออไมเลซ และการตรวจปสสาวะผา นกลองจลุ ทรรศน ผปู วยเพศ
หญงิ ในชว งวยั เจรญิ พนั ธุ ควรตรวจการตงั้ ครรภด วย การตรวจภาพรงั สีควรไดภ าพทั้งทานอนราบและทา
นง่ั หรอื ยนื (หากนง่ั หรือยนื ไมไดควรเปน ทา นอนตะแคงขวาขน้ึ ) เพือ่ ดูขนาดของลําไสแ ละอากาศท่รี ัว่ ออก
จากลาํ ไส การตรวจภาพรังสีเพือ่ หาขนาดของหลอดเลือดแดงเอออตา การตรวจภาพรงั สดี วยระบบ
ภาพรงั สแี กนหมุน (CT Scan) เพ่ือดูการทะลุของลาํ ไส การอักเสบ อวยั วะภายในที่ขาดเลือดไปเลย้ี ง การ
ตกเลอื ดหลงั ชอ งทอ ง ฝอ ักเสบหรือกอนเนื้อผิดปกติ การเจาะเขา ชอ งทอ งเพอื่ ระบายของเหลวหรือลางสวน
อาจตรวจพบภาวะเลอื ดออกในชองทอ งหรือภาวะเยอ่ื บุชองทอ งอกั เสบได การตรวจดวยเครือ่ งอลั ตรา ซาวน
เพ่อื ยืนยนั ภาวะฝอักเสบ ถงุ น้ําดอี กั เสบหรอื อุดตัน ทอ ไตอดุ ตนั หรอื กอนเลอื ด และตรวจขนาดของหลอด
เลือดเอออตา
การประเมินอาการ และใหก ารรักษา
ตอ งประเมินภาวการณไ หลเวียนโลหิตของผปู วยเปน ลาํ ดบั แรกวา เปน ปกตหิ รอื ไม หากผิดปกติ
ควรนกึ ถึงภาวะวิกฤต เชน หลอดเลอื ดเอออตา ของชอ งทอ งฉกี ขาดก็ไมควรชกั ชารีบนําสง หอ งผา ตดั ในทนั ที
หากภาวะการไหลเวียนโลหติ ของผปู วยเปน ปกตดิ ี ใหด ูวามภี าวะชองทองแขง็ เกร็งหรอื ไม ซึง่ มกั พบไดบ อย
ในภาวะการฉีกขาดหรืออดุ ตนั ของอวัยวะในชอ งทอ ง การยืนยนั การวนิ จิ ฉยั ควรใชการถา ยภาพรังสขี องชอง
ทอ งและทรวงอก
หากไมมภี าวะชอ งทอ งแข็งเกรง็ อาจแบงไดสองกลมุ ใหญคือ อาการปวดที่ระบตุ าํ แหนงไดช ดั เจน
กับอาการปวดทีไ่ มสามารถระบตุ าํ แหนง ไดช ดั เจน หากมีอาการปวดท่ีไมส ามารถระบตุ าํ แหนง ไดช ดั เจน
ภาวะหลอดเลือดเอออตา ของชอ งทองร่วั ฉกี ขาดกอ็ าจนกึ ถึงได หากตรวจไดค วรตรวจดวยภาพรังสีดว ย
Page 187
ระบบภาพรงั สแี กนหมนุ (CT Scan) หรืออาจนกึ ถงึ ระยะแรกของโรคไสต ง่ิ อักเสบแบบเฉียบพลัน การอุดตัน
ของอวยั วะกลวงระยะแรก การขาดเลอื ดของเย่ือแขวนสาํ ไส(mesenteric ischemia) การอกั เสบของลาํ ไส
ตับออ นอกั เสบ และโรคของระบบเมตาโบลสิ ม
อาการปวดท่รี ะบตุ าํ แหนง ไดชดั เจน เชน อาการปวดบริเวณลิน้ ปอ าจเกยี่ วกับหวั ใจ การอกั เสบ
หรอื ทะลขุ องหลอดอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารและลําไสเลก็ สว นตนอักเสบ ปวดจาก
ถุงนํ้าดบี บี ตัวหรือถุงนํา้ ดอี ักเสบและตับออ นอกั เสบ อาการปวดบรเิ วณชอ งทอ งดานขวาบนนอกจากนกึ
ถึงโรคท่ีกลาวมาแลว ก็ยงั มีภาวะกรวยไตอกั เสบหรอื นว่ิ ในไต ฝในตับ ฝใ ตก ระบังลม หลอดเลอื ดปอดอดุ
ตนั หรอื ปอดบวมหรอื ภาวะของระบบกระดกู และกลา มเนอ้ื
นอกจากนีอ้ าการปวดบรเิ วณชองทองดานซายบนอาจเปน ภาวะมามขาดเลือด หรือฉีกขาด มา มโต
และแผลในกระเพาะอาหารหรือลาํ ไสเล็กสว นตน อาการปวดบริเวณชองทอ งดานขวาลา งอาจนกึ ถงึ ไสต ่งิ
อักเสบ ภาวะถงุ ยนื่ ของผนังลําไสชนิดเมคเคิล (Meckel’s diverticulum) โรคลาํ ไสเ ลก็ อักเสบ(Crohn’s
disease) ภาวะถุงย่ืนของผนังลําไสอ กั เสบ(diverticulitis) ตอ มของเยอื่ แขวนลาํ ไสอักเสบ(mesenteric
adenitis) เลอื ดออกท่กี ลา มเน้อื ของผนังหนาทอง ฝอ กั เสบของกลา มเน้ือบนั้ เอว(psoas muscle) ฝอกั เสบ
หรอื การบิดข้ัวของรังไข การต้งั ครรภน อกมดลูก ทอนาํ ไขอกั เสบ น่ิวในทอ ไต การติดเช้ืออกั เสบของโรค
งสู วดั อาการปวดบรเิ วณชองทองดานซา ยลางอาจนกึ ถงึ ภาวะถงุ ยนื่ ของผนงั ลําไสอกั เสบ การแตกของกอน
เนือ้ งอก และภาวะอ่นื ทก่ี ลา วมาได
การรักษา
ใหส ารนํา้ ทางหลอดเลอื ดดาํ แกไ ขภาวะสมดลุ ของเกลือแรท เี่ ปน ภาวะคกุ คามตอ ชวี ิต และ
ประเมินความเรงดวนในการนาํ สงผปู วยเพื่อการผาตดั ตรวจประเมนิ อาการซํ้าดว ยความระมดั ระวงั ใน
ชว งเวลาทเ่ี หมาะสม (หากเปน ไปไดค วรเปน ผปู ระเมนิ คนเดิม)ถือเปน สิ่งสาํ คญั การใชย าเพ่ือระงบั อาการ
ปวดยงั ไมใชมาตรฐานในการรกั ษากบั ผูป วยทกุ ราย โดย ทั่วไปหากยงั ไมไดก ารวนิ จิ ฉยั ท่ยี ืนยันภาวะโรค
หรืออาการของผูปว ยกจ็ ะยงั ไมใหย าระงับอาการปวด เนือ่ งจากอาจบดบังอาการและการแสดงออกของโรค
ท่เี ปน อยู และทําใหก ารรักษาตองลาชาออกไป อยา งไรก็ตามยังไมม ีรายงานการใชย าระงบั อาการปวดท่ีบด
บังอาการ แสดงออกของผูป ว ยอยางชดั เจนมากนกั
เตา นมอกั เสบเฉยี บพลัน
(Acute Mastitis : )急性乳腺炎
Page 188
เตานมอักเสบเฉยี บพลนั เปน การอกั เสบทเ่ี กดิ จากการตดิ เช้อื Staphylococcus aureus หรอื
Streptococcus spp. ที่ทอนาํ้ นมและเน้อื เย่ือเกย่ี วพัน มักเกดิ ในครรภแรกหลงั คลอดราว 2 - 6 สปั ดาห โดย
มกั เกิดจากหวั นมมแี ผล แลวตดิ เชื้อลุกลามเกิดการอักเสบเปนหนองในเวลาอันส้นั มักมีอาการปวดมาก
อาการและอาการแสดง
1. เตา นมทอ่ี กั เสบจะปวด บวม แดงและรอน แขง็ เปน ไต กดเจบ็ หลงั จากนั้นจะกลดั หนอง หนอง
มักจะอยใู นทอ นา้ํ นมใตหัวนมหรือหลังตอมเตานม
2. เมือ่ เกดิ หนองแลว เวลาทก่ี ดคลาํ จะรสู ึกไดวา มีของเหลวกระเพื่อม
3. ตอมนํา้ เหลืองบรเิ วณรักแร ขางเดยี วกันบวมกดเจ็บ
4. มีไขต ัวรอ น กลัวหนาว ออ นเพลีย เบอ่ื อาหาร เมด็ เลือดขาวมีจาํ นวนมากขน้ึ
5. อลั ตราซาวดพ บลักษณะเปน หนอง หรอื เจาะดดู ไดห นอง
ระยะของโรค
1. ระยะแรก รสู ึกปวดคัดเตา นม ปวดมากในขณะใหน มบตุ ร น้ํานมออกไมสะดวก คลําเตานม
อาจพบลกั ษณะกอนแขง็ ผวิ ของเตานมอาจมีสีแดงขนึ้ อาจมีไข ไมสบายตัว เบอื่ อาหาร หงุดหงดิ
2. ระยะกลดั หนอง กอ นแข็งในเตานมมีขนาดโตขน้ึ ตอมน้ําเหลืองโต ไขสงู หนาวสั่น ออ นเพลยี
ทองผกู เม็ดเลือดขาวสงู ข้นึ เมื่อเกิดหนองจะปวดตบุ ๆ ผิวหนงั แดงแผก วา งออกและบางใส เม่อื กดตรง
กลางของกอ นแขง็ จะรูสกึ นิม่ ๆ หากหนองอยลู กึ จะมองไมเห็นผวิ แดง และกดคลาํ รูส กึ วามหี นองไมช ัดเจน
บางรายอาจเกดิ หลายตาํ แหนงกไ็ ด
3. ระยะมีหนองไหล หนองท่ีอยใู นบริเวณต้ืนจะปรอิ อกทางผิวหนังได ทําใหม ี
นา้ํ นมไหลออกตรงบรเิ วณทปี่ ริแตก แตถ าอยูล ึกหนองอาจแตกทะลไุ ปชั้นไขมนั กลามเนอ้ื ทรวงอก และ
หากเปน นานจะทาํ ใหเ ชอื้ เขาสกู ระแสเลอื ด
การวเิ คราะหแยกกลุม อาการโรค
1. ชี่ติดขดั มีความรอน (ระยะแรก) บรเิ วณเตา นมบวมแดง คดั เตา นม กดพบกอ นแข็ง กระหาย
นาํ้ เบ่ืออาหาร ล้นิ ฝาเหลอื ง, ชพี จร เรว็ (ShuMai)
2. เกิดเปนพิษรอน (ระยะกลัดหนอง) ขนาดของกอนแขง็ จะใหญข ึ้น ผิวหนงั บวมแดงชดั เจน กด
คลําจะรูส กึ วา มีหนองและมไี ขส ูง กระหายน้าํ ปส สาวะเขม ทอ งผูก ลิน้ แดง ฝา เหลืองเหนียว ชีพจร ใหญ
และเร็ว (HongShuMai)
3. เจิ้งช่ีออนแอเสียช่ีตกคา ง (ระยะมหี นองไหล) ภายในสบิ วัน หากหนองปริแตกออกท่ผี ิว หรอื
เจาะดูดหนองออก ไขจ ะลด ทเุ ลาปวด แผลอาจปดไดเ อง หากมหี นองหลายแหงหนองอาจออกไมหมด ทํา
ใหยังปวดและมไี ข ออ นเพลยี หนา ซดี เบ่อื อาหาร ล้ิน ซีด ฝา บาง ชีพจร จมออน (RuoMai)
Page 189
การรักษา
การฝง เขม็ ระบบเสนลมปราณ
หลกั การรักษา : ระยะแรก ระบายรอ นกระจายช,่ี
ระยะกลดั หนอง ใชก ารขบั รอ นขจัดพษิ ,
ระยะมหี นองไหล บํารุงเลือดลมใชก ารรมยาได
จดุ หลัก : TanZhong (CV 17), RuGen (ST 18), QiMen (LR 14), JianJing (GB 21)
จดุ เสรมิ
- ชต่ี ดิ ขัด เพมิ่ จดุ HeGu (LI 4), TaiChong (LR 3), QuChi (LI 11)
- มคี วามรอน มีไข เพ่ิมจุด NeiTing (ST 44), DaLing (PC 7)
- เจงิ้ ชีอ่ อ นแอ เพ่มิ จดุ WeiShu (BL 21), ZuSanLi (ST 36), SanYinJiao (SP 6)
- คดั เตา นมมาก เพมิ่ จดุ ShaoZe (SI 1), JueYinShu (BL 14)
- ไขส งู กลวั หนาว เพิ่มจุด WaiGuan (TE 5), HeGu (LI 4), QuChi (LI 11)
- อารมณหงดุ หงิด เพมิ่ จดุ XingJian (LR 2), NeiGuan (PC 6)
การรักษาดวยวิธอี ่ืน
1. การปลอยเลอื ด ใหสังเกตหารอยจดุ สที ี่บรเิ วณสะบกั ดานใน ซงึ่ กดแลว สีไมจางหายไป โดยใช
เข็มสามเหล่ยี มเจาะใหเ ลอื ดออกเล็กนอ ย หากหาไมพ บ ใหเ ลอื กตาํ แหนงสองน้ิวทาบเหนอื จดุ
GaoHuangShu (BL 43) แทน
2. การครอบกระปกุ มกั ใชในระยะแรก ใชจ ุด DaZhui (GV 14), JiaJi (EX-B 2) ระดับ T4,
RuGen (ST 18) โดยใชเ ขม็ สามเหลีย่ มเจาะแลว ครอบกระปกุ วันละคร้ัง
3. การฝง เข็มหู ใชจ ุด Chest, Endocrine, Adrenal gland, Thoracic vertebrae เลือกใชครง้ั ละ
2 จุด กระตนุ 2 - 3 นาที แลวคาเข็ม 20-30 นาที วนั ละคร้ัง
การปอ งกัน
1. หลกี เล่ยี งการเกดิ บาดแผลท่หี วั นม ควรทาํ ความสะอาดดว ยนํ้าอนุ อยา ใหล กู ดูดนมจนหลบั ไป
หลังการใหน มบตุ รตองทาํ ความสะอาดทุกคร้งั
2. หากเกิดแผลตองระวงั การติดเชอื้
3. ปอ งกันเตา นมคัดโดยการนวดคลงึ และประคบดว ยผา อนุ หรือใชปม นมดดู น้ํานมออก
4. หลกี เลย่ี งอาหารรสเผ็ดรอ น เพือ่ ปอ งกันความรอ นสะสม
5. ทําจิตใจใหเ บิกบาน
Page 190
รปู ท่ี 39 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาอาการเตา นมอกั เสบเฉยี บพลนั
Page 191
ปวดประจาํ เดือน
(Dysmenorrhea : 痛经)
ปวดประจาํ เดือนเปนอาการปวดทองนอ ยชว งกอน ในระหวา งหรอื หลังมรี อบเดอื น ซง่ึ จะรบกวน
การทาํ งานและการดําเนินชีวิตปกติประจาํ วนั อาจเปน แบบไมทราบสาเหตหุ รือมคี วามผดิ ปกตจิ ากการ
ทาํ งานของมดลกู โดยตรวจไมพบการเปลย่ี นแปลงของอวัยวะสืบพันธุ (แบบปฐมภูม)ิ หรอื ทราบสาเหตุ
เนอ่ื งจากมีพยาธิสภาพเปลี่ยนแปลงในอวัยวะสบื พนั ธุ (แบบทตุ ิยภูม)ิ การรักษาดวยการฝง เขม็ จะไดผ ลดี
ในกรณีปวดประจําเดอื นชนดิ ปฐมภูมิ
อาการและอาการแสดง
- มปี ระวัตปิ วดทอ งนอ ยซึง่ สมั พนั ธกบั คาบเวลาท่ีจะมีรอบเดอื นคอ นขา งชดั เจน
หรืออาจเคยมปี ระวตั ิของปริมาณเลอื ดประจําเดอื นท่ีผิดปกติ มีบตุ รยาก ใชก ารคุมกาํ เนดิ ดวยการใสห วง
และเคยมีประวตั ิองุ เชงิ กรานอักเสบ
- มักจะปวดทอ งนอยกอนประจาํ เดอื นมา 1 - 2 วนั โดยจะปวดมากท่สี ดุ ในวันแรก
ทมี่ ีประจําเดอื น อาการปวด มีลักษณะปวดเกรง็ เปน พกั ๆ หรอื ทอ งแนนอืดรวมกับหนวงทอง ในรายที่
รนุ แรงจะปวดรา วไปทเ่ี อวหรอื สะโพก ทวารหนกั ชองคลอด ขาหนบี และอาจมีอาการหนาซีดขาว เหงอ่ื ออก
ตัวเยน็ มือเทา เย็น จนเปนลมหมดสตไิ ด อยา งไรกต็ ามอาการปวดนีจ้ ะไมมลี กั ษณะของกลา มเน้ือทอ งเกรง็
แข็ง หรือปวดเมอ่ื ปลอ ยมือจากการกด บางรายจะปวดเมอื่ ใกลห มดหรือหลังหมดประจําเดอื นแลว 1 - 2 วัน
การตรวจพิเศษทางนรเี วชกรรมและการตรวจภาพรงั สี
ตรวจไมพ บลกั ษณะขององุ เชิงกรานอักเสบ กอนเนื้อหรอื ตมุ ไต หรือเยือ่ บมุ ดลกู เจรญิ ผิดตาํ แหนง
รวมถึงการตรวจดว ยอปุ กรณพเิ ศษ เชน อัลตราซาวด การตรวจดว ยกลองเจาะผานชองทอ ง และการ
ถา ยภาพรงั สที อ รังไข การตรวจโดยสองกลองเขา ในโพรงมดลูก เปน ตน
นอกจากน้ีควรวินจิ ฉยั แยกโรคท่ีมีอาการคลายคลงึ กนั ออกดวย เชน ไสต ง่ิ อักเสบ ลาํ ไสอ ักเสบ
กระเพาะปส สาวะอกั เสบ ถงุ นํา้ ในรงั ไข เปน ตน
การวเิ คราะหแยกกลมุ อาการโรค
1. ความเย็นช้นื ตกคาง
ปวดเยน็ ทองนอ ยกอน หรือระหวา งมีรอบเดอื น ปฏิเสธการกด ชอบอนุ ประจําเดอื นมานอยไม
คลอ ง สีมวงหรือดาํ เปน ลมิ่ รว มกับมีตัวเยน็ แขนขาเยน็ ปวดขอ ล้นิ ฝาขาวเหนียว ชพี จร จม หรอื จม
ตงึ แนน (ChenMai or ChenJinMai)
2. ชต่ี ดิ ขดั และเลือดคั่ง
Page 192
ปวดแนน อดึ อดั ทองนอ ยกอ นหรือระหวา งมรี อบเดือน ประจําเดอื นมานอยไมค ลอ ง สีมว งหรือดําเปน
ลมิ่ รวมกับแนนทรวงอก ชายโครงและเตา นม ลน้ิ สีมว งหรอื มจี าํ้ เลือด
ชีพจร จม หรอื จมฝด (ChenMai or ChenSeMai )
3. ชี่และเลอื ดพรอง
ปวดโลง ๆ บริเวณทองนอ ยระหวางหรือหลงั มีรอบเดือน กดทอ งแลวรูสึกดขี ึน้ ประจาํ เดอื นสแี ดง
จาง รว มกบั หนาซีดขาว ออนเพลยี ไมมแี รง วงิ เวียนศรี ษะ ล้นิ ซดี ชพี จร เลก็ และออนแรง (XiRuoMai)
4. ตับและไตพรอ งหรอื ออนแอ
ปวดโลง ๆ บริเวณทองนอ ยหลงั มรี อบเดือน ประจาํ เดือนไมสมํ่าเสมอ อาจมากหรอื นอย สีแดงจาง
ไมเ ปน ล่ิม รว มกับมีอาการปวดเมอื่ ยออนลา บรเิ วณหลงั และเขา นอนไมห ลับ วงิ เวยี นและมเี สียงดงั ในหู
ลน้ิ ฝานอย ชพี จรเลก็ (XiMai)
การรักษา
- การฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ
จุดหลัก : ZhongJi (CV 3), CiLiao (BL 32), DiJi (SP 8),
SanYinJiao (SP 6)
จดุ เสรมิ :
- ความเย็นชน้ื ตกคา ง เพมิ่ จดุ GuanYuan (CV 4), ShuiDao (ST 28)
รว มกับการรมยา
- ชี่ติดขดั และเลือดคง่ั เพม่ิ จดุ TaiChong (LR 3), XueHai (SP 10)
- ชแ่ี ละเลอื ดพรอง เพ่มิ จดุ PiShu (BL 20), ZuSanLi (ST 36)
- ตับและไตพรอ งหรอื ออนแอ เพิม่ จดุ GanShu (BL 18),
ShenShu (BL 23), TaiXi (KI 3)
- ถามีอาการคลืน่ ไส อาเจยี น เพม่ิ จุด NeiGuan (PC 6),
ZhongWan (CV 12)
- ถา มอี าการทองเสยี เพ่ิมจดุ TianShu (ST 25), ShangJuXu (ST 37)
วธิ กี าร
การรกั ษาควรเร่มิ 3 – 5 วนั กอ นมีรอบเดอื น
- CiLiao (BL 32) ปกลกึ 1.5 ชนุ เฉยี งไปยงั กระดกู สนั หลัง ถาเปน กลุมแกรง ใหก ระตุนระบาย
ถาเปน กลุมพรองใหกระตนุ บาํ รุง กระตุนเขม็ ซ้าํ จนความรูส กึ สงผา นไปยังทองนอย สําหรบั อาการปวด
รนุ แรง ใชเ ครื่องกระตนุ เข็มไฟฟา
Page 193
- ZhongJi (CV 3) กอนปก เข็มตอ งปสสาวะออกใหห มดกอน ปก เข็มเฉียงลงไปทางหัวหนา ว
จนเกิดเตอชไ่ี ปยังบริเวณทอ งนอ ย
- DiJi (SP 8) ปกเขม็ แบบระบาย
- SanYinJiao (SP 6) ปกเฉียงขน้ึ จนมีความรสู ึกของเข็มสงผานไปยงั ดานบน
กรณคี วามเย็นช้นื ตกคาง ใชเข็มอนุ
ชตี่ ิดขดั และเลอื ดคั่ง ปกเขม็ ระบาย
ช่แี ละเลือดพรอ ง เชนเดยี วกบั ตบั ไตพรอง ปก เข็มเสริมบํารงุ หรือรว มกบั รมยา
การรกั ษาดว ยวธิ อี ่ืน ๆ
1. การฝง เข็มหู
จุดทใ่ี ช : Internal genitalia, Subcortex, Sympathetic nerve, Endocrine, Liver, Kidney
วธิ กี าร : เลอื กครั้งละ 2 – 4 จดุ ฝงเข็มกระตนุ ปานกลางถงึ หนกั หรือใชเ มล็ดหวงั ปูหลิวสงิ กดทีห่ ู
สลบั ทง้ั สองขาง 3 – 4 ครัง้ ตอ วนั การรักษาควรเร่มิ กอ นมีรอบเดือน 3 วนั เพือ่ ปอ งกนั การเกดิ อาการซ้ํา
2. การรมยา
เหมาะในกลมุ ความเยน็ อดุ กน้ั (ทงั้ เยน็ แกรงและเยน็ พรอ ง) ซงึ่ ใชเปน เขม็ อนุ ทบ่ี รเิ วณทองนอ ยหรอื
จุดซดู านหลงั หรอื ใชก ลอ งรมยาก็สะดวกดใี นดา นขี้เถา ไมหลน จํานวนโกฐขนึ้ กบั สภาพอาการทเ่ี ปนวามาก
หรือนอย โดยทัว่ ไปอยางนอ ยตอ งนาน 30 นาที
3. การใชเข็มดอกเหมยเคาะ
ใหเคาะบรเิ วณกระเบนเหน็บในแนวเจย๋ี จแ่ี ละเคาะตามจดุ ฝงเข็มที่เกยี่ วขอ งบรเิ วณทองนอ ย โดย
ใชแรงเคาะระดับกลางๆคือแคผิวหนังแดงๆกพ็ อ
4. การใชเข็มน้ํา
ในสาธารณรฐั ประชาชนจนี มกี ารใชย าฉดี เชน ตนั เซิน ตังกยุ หวงฉี วติ ามนิ บี12 ทีจ่ ุด
GanShu (BL 18), ShenShu (BL 23), PiShu (BL 20), GuanYuan (CV 4), GuiLai (ST 29), ZuSanLi
(ST 36), SanYinJiao (SP 6) โดยใชค ร้ังละ 2 - 3 จดุ จดุ ละ 1 – 2 มล.
การใชจ ุดตามคมั ภรี โบราณ
1. คัมภีรเ จนิ จวิ เจ่ยี อ่จี งิ ( ปวดประจาํ เดือนใหใชจดุ ShuiDao (ST 28) ในกรณ
ปวดแนนอืด ทอ งนอยปวดรา วไปชอ งคลอด ปวดราวไปบ้นั เอว มีกอ นในมดลกู เย็นทบ่ี ริเวณชอ งคลอด
ปวดราวไปท่หี นา ขา
2. คมั ภีรเจินจิวตา เฉิง ขณะมีรอบเดือนปวดทอ งนอ ย เวียนศีรษะ ใหใ ชจดุ ZhaoHai (KI 6),
YangJiao (GB 35), NeiTing (ST 44), HeGu ((LI 4)
3. คมั ภีรเจนิ จิวเฟง เหยยี น ขณะมีรอบเดือนเวียนศีรษะ ปวดทองนอย ใชจ ดุ HeGu (LI 4),
Page 194
YangJiao (GB 35), NeiTing (ST 44) หากมีคาบเวลาผดิ ปกติรวมกบั ปวดทอ งบรเิ วณสะดอื ใช ShenShu
(BL 23), GuanYuan (CV 4), SanYinJiao (SP 6)
ตัวอยา งผปู วย
ผปู ว ยหญงิ อายุ 32 ป ปวดประจําเดือน 3-4 ป กอนประจาํ เดอื นมาหน่ึงวันมอี าการ
ปวดทองนอ ยแบบเกรง็ ตอ งทานยาจึงจะบรรเทา วางถงุ นาํ้ รอนพอบรรเทา มีอาการรวมคือ คัดหนาอก
อารมณหงุดหงดิ บางครงั้ ทอ งเสยี ประจําเดือนสีแดงคลา้ํ มีลม่ิ เลือดเลก็ บางใหญบาง ปรมิ าณปกติ 4-5 วัน
หมด ผูป ว ยทํางานเปนเลขานกุ าร งานจะมาก รบั ประทานอาหารไมเ ปนเวลา มักดื่มนํ้าเยน็ กาแฟเย็นเปน
ประจํา อารมณค อ นขางเครยี ด ใบหนา มีฝาเลก็ นอ ย บางครงั้ เจบ็ เสยี ดชายโครง มักถอนหายใจ ลิน้ แดงอม
คลา้ํ มีรอยจ้าํ ฝาบาง ขอบลิน้ มีรอยฟน ชีพจร ตงึ เลก็ เรว็
การแยกกลุมอาการ พบวาเปนกลุมอาการช่ีตับตดิ ขดั และมคี วามเยน็ อุดกั้น การ
รกั ษาโดยกระจายชต่ี ับสลายการคั่ง อนุ ทะลวงเสน ลมปราณบริเวณมดลกู แกป วดประจํา เดอื น
จดุ ทีใ่ ช GeShu (BL 17), GanShu (BL 18), ShenShu (BL 23), GuanYuan (CV4), ZhongJi
(CV 3), SanYinJiao (SP 6), YangLingQuan (GB 34)
จุดเสรมิ คัดหนา อกเพม่ิ NeiGuan (PC 6), TanZhong (CV 17) ; ทอ งเดนิ เพิ่ม TianShu (ST
25)
ขอสังเกตหรอื แนะนํา
ขอ สงั เกต
GuanYuan (CV 4) ทาํ เขม็ อุนจาํ นวน 3 - 5 จวง หรือใชก ลอ งรมยา หากผปู ว ยรสู กึ วา มีการ
ไหลเวียนของชจ่ี ะเกดิ ประสทิ ธิผลยงิ่ ขึ้น จดุ อน่ื ผิงปูผ ิงเซยี่
การครอบกระปกุ
ครอบตาํ แหนง DaBao (SP 21), QiMen (LR 14), ZhongFu (LU 1) และอาซ่ือ
คําแนะนาํ
1. ควรปรับอารมณจ ิตใจใหผอนคลาย โดยเฉพาะใกลมปี ระจาํ เดอื น
2. งดเครอ่ื งดื่มเยน็ นา้ํ แข็ง โดยเฉพาะกอ นมรี อบเดอื น 5 - 7 วัน รวมท้งั หลกี เลยี่ งบรเิ วณทีม่ ี
อากาศเย็นมาก เชน ในทที่ าํ งาน หอ งนอน การวา ยน้ํา ในระยะเวลาใกลมีรอบเดือน
การระงับอาการปวดประจําเดือนเบอื้ งตน
1. ใชจ ุด SanYinJiao (SP 6) กระตนุ ระบาย หากไมบรรเทาเพิ่มจดุ DiJi (SP 8) หรอื จะเลอื กจดุ
CiLiao (BL 32)
2. ในสตรีทย่ี งั ไมเ คยตั้งครรภ อาการปวดประจาํ เดือนมกั เกดิ จากความเยน็ ใชก ารรมยาที่จดุ
SanYinJiao (SP 6) และฝง เข็มจุด HeGu (LI 4)
3.ในกรณีปวดทอ งอันมสี าเหตจุ ากเยื่อบมุ ดลูกเจรญิ ผิดตาํ แหนง ใหร มยาจดุ SanJiaoJiu (EX-CA
Page 195
3) และฝงเข็มจุด SanYinJiao หรอื รมยาจุด BaLiao (BL 31 – BL 34), YaoQi (EX-B 9) หรอื ฝง เขม็ จดุ
ZhongJi (CV 3), GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6), SanYinJiao (SP 6), LiGou (LR 5), DiJi (SP 8)
รูปท่ี 40 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาอาการปวดประจําเดอื น
Page 196
การบาดเจ็บจากการเลนกีฬา
(Sport Injury : )运动性损伤
การบาดเจ็บจากการเลน กฬี า ในท่นี ก้ี ลาวถงึ การไดรบั บาดเจบ็ ของเน้ือเยื่อ ไดแก กลา มเนือ้
พังผดื เอ็นกลา มเน้ือ เอน็ กระดกู และเยือ่ หมุ ขอ (Soft tissue injury : Sprain or Strain) โดยไมมกี ระดูก
แตกหักเขา มาเกย่ี วของ สว นใหญเ กิดบริเวณคอ ไหล ขอ ศอก ขอ มอื แขนขา สะโพก หัวเขา ขอเทา ขน้ึ กับ
ประเภทของกีฬา อาจเปน แบบเฉยี บพลนั หรอื เรื้อรังกไ็ ด
อาการและอาการแสดง
มปี ระวัติไดร ับการบาดเจบ็ จากการเลน กฬี า เชน หกลม ไดรบั แรงกระแทก หรือบดิ ตัวผดิ ทา แลว
มอี าการเจ็บปวด บวมหรอื ฟกชาํ้ เฉพาะที่ อาจมกี ารจาํ กดั การเคลื่อนไหว หรือเคลอ่ื นไหวรา งกายสวนนน้ั
ไมไ ด
กรณที ี่มีอาการบวม ฟกช้ําเกิดขน้ึ ทนั ที และเคลอื่ นไหวขอ หรอื รา งกายสว นนน้ั ไมไ ด อาจเกดิ จาก
กลามเนือ้ เสน เอ็น หลอดเลือดฉกี ขาด หรือมีเลือดออกในขอ และ/หรอื มีการผดิ รปู ของรา งกายสว นนนั้ หรือ
มเี หตใุ หส งสยั วามกี ระดกู หัก การเคลือ่ นยายผปู วยจะตอ งกระทําอยา งระมดั ระวงั และถกู ตอ ง รวมทั้งดาม
บรเิ วณท่ีสงสัยวามกี ระดกู หักไมใ หเ คลื่อนไหว จนกวา จะไดร บั การวนิ ิจฉยั ท่ถี กู ตอง
การตรวจภาพรังสี
ภาพรังสชี ว ยในการวินจิ ฉยั โดยอาจพบหรอื ไมพบรอ งรอยกระดูกหักจากการไดรับบาดเจบ็ ก็ได
การรักษา
กรณีไมม ีกระดกู หกั หลอดเลอื ดใหญฉกี ขาด หรือเลอื ดออกในขอ รวมดวย ถามี
อาการเฉียบพลันหลงั ไดร บั บาดเจบ็ ปวดเฉพาะท่ี มอี าการบวมเลก็ นอ ย ใชประคบเยน็ หรือยาพน เฉพาะท่ี
ถามอี าการมาก รกั ษาดว ยยา ประคบเย็นหรอื รอนตามระยะเวลาท่ีไดร บั บาดเจบ็ อาจรว มกับการดามสวน
ที่ไดร บั บาดเจ็บไวช วั่ คราวประมาณ 1 – 3 สัปดาห เชน การใชผายืดพัน การใสเ ฝอกออน ระหวา งนีค้ วร
พจิ ารณาการทาํ กายภาพบําบดั และกายบรหิ ารเพ่อื ปองกนั และฟน ฟูกลา มเนือ้ และการเคลื่อนไหวของขอ
การวนิ จิ ฉัยและรกั ษาดว ยศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี
การบาดเจ็บจากการเลน กีฬา จดั อยใู นกลมุ อาการบาดเจบ็ เสนเอน็ (ShangJin) มสี าเหตจุ ากการ
ไดรับบาดเจบ็ เชน จากการหกลม การกระแทก การเคลอ่ื นไหวผดิ ทา หรือตกจากทสี่ ูง ทาํ ใหช ่ตี ดิ ขัดและมี
Page 197
เลอื ดค่งั เฉพาะที่ เกิดอาการปวดและบวมเฉพาะที่ การเคลอ่ื นไหวสว นของรา งกายหรือขอลําบาก เนื่องจาก
เจบ็ ปวดหรือมีการฉีกขาดของเนอ้ื เย่ือรอบบรเิ วณดังกลา ว
อาการและอาการแสดง
มอี าการเจ็บปวด บวม เฉพาะทหี่ ลงั ไดรบั บาดเจ็บ ล้นิ ปกติ ชีพจร ปกติ หรือตงึ (XianMai)
หลักการรกั ษา
สลายเลือดคง่ั ทะลวงเสนลมปราณ กระตนุ การไหลเวยี นของช่แี ละเลอื ด ระงบั ปวด
การรกั ษา
อาการบาดเจ็บจากการเลนกฬี า อาจเกิดข้ึนไดข ณะฝกซอ มหรอื ลงแขง ขัน และตําแหนงของการ
บาดเจบ็ มกั ขน้ึ กบั ประเภทกฬี าน้ัน ๆ เชน ฮ็อกก้ี มกั พบอาการบาดเจบ็ บริเวณขอ เทาไดบ อ ย กอลฟ มกั มี
ปญหาบรเิ วณคอและปวดหลังไดบ อ ย
จุดที่ใชร ักษา
- แบบที่ 1 : ใชจดุ ใกล – จดุ ไกล ระงบั ปวด รวมกบั ปามา ยเจยี วฮยุ , ปาฮยุ เซยี่ , จดุ
ซี และจดุ AShi ดงั ตารางที่ 1
ตารางที่ 1 จุดฝง เขม็ การบาดเจบ็ จากการเลน กีฬา
บริเวณทป่ี วด จดุ ใกล จดุ ไกล หมายเหตุ
Musculoskeleton YangLingQuan (GB34) HouXi (SI 3) If pain above
diaphragm
YangLingQuan (GB34) Kunlun (BL60) If pain below
diaphragm
Bone , joint , cartilage DaZhu (BL11) XuanZhong (GB39)
Face XiaGuan (ST7) LieQue (LU 7)
QuanLiao (SI18) TaiChong (LR 3)
Neck FengChi (GB20) HouXi (SI 3)
Shoulder JianYu (LI15) TiaoKou (ST 38)
JianLiao (SJ14) YangLao (SI 6)
Thorax TanZhong (CV 17) WaiGuan (SJ 5)
Abdomen ZhongWan (CV 12) NeiTing (ST 44)
TianShu (ST 25) XianGu (ST 43)
Page 198
Location of pain Local acupoint Distal acupoint Notes
Back DaChangShu ( BL 25 ) Loo ’s point Between GB 41 & BL 62
Sciatica HuanTiao ( GB 30 ) KunLun ( BL 60 )
Knee HuanTiao ( GB 30 ) NeiTing ( ST 44 )
ZiBian ( BL 54 )
DuBi ( ST 35 )
NeiHuaiJian ( EX–LE 8)
Location of pain Local acupoint Distal acupoint Notes
8 confluent
Heart , chest , stomach NeiGuan ( PC 6 ) , GongSun ( SP 4 )
Neck , shoulder , back & inner cathus WaiGuan ( SJ 5 ) , ZuLinQi ( GB 41 )
Neck , nape , ear , shoulder , inner canthus ShenMai ( BL 62 ) , HouXi ( SI 3 )
Knee DuBi ( ST 35 ) NeiTing ( ST 44 )
NeiHuaiJian ( EX – LE 8 )
8 influent
Zang organs ( Chest , liver , spleen , kidney ) ZhangMen ( LR 13 )
Fu organs ( Stomach , intestines ) ZhongWan ( RN 12 )
Qi ( Fullness feeling in chest , dyspnea , asthma ) DanZhong ( RN 17 )
Blood ( Blood stagnation , boils , heart problem ) GeShu ( BL 17 )
Tendons ( Joint pain , muscular spasm , paralysis ) YangLingQuan ( GB 34 )
Vessels & pulse ( Cold limbs , heart failure , no pulse ) TaiYuan ( LU 9 )
Bone ( Back pain , emaciation with weakness ) DaZhu ( BL 11 )
Marrow ( Bone pain , aversion to cold , tiredness ) XuanZhong ( GB 39 )
Xi ( Cleft ) point
Hand LU meridian KongZui ( LU 6 ) LI meridian WenLiu ( LI 7 )
PC meridian XiMen ( PC 4 ) SJ meridian HuiZong ( SJ 7 )
HT meridian YinXi ( HT 6 ) SI meridian Yanglao ( SI 6 )
Leg SP meridian DiJi ( SP 8 ) ST meridian LiangQiu ( ST 34 )
LR meridian ZhongDu ( LR 6 ) GB meridian WaiQiu ( GB 36 )
KI meridian ShuiQuan ( KI 5 ) BL meridian JinMen (BL 63 )
Yangqiao mai FuYang ( BL 59 ) Yinqiao mai JiaoXin ( KI 8 )
Page 199
Yangwei mai YangJiao ( GB 35 ) Yinwei mai ZhuBin ( KI 9 )
ขอแนะนํา
1. ใหปก จุดไกลกอนเสมอในกรณีเฉยี บพลนั โดยเฉพาะในรายทไี่ มแ นใจวา มกี ระดกู
หกั รว มดว ยหรือไม
2.กรณีเปนเรอ้ื รัง (Chronic sprain) ใหด ูรายละเอยี ดการรกั ษาในตําราฝง เข็มเลมอ่นื ๆ
3. หลังปกเขม็ และปน เข็มแลว ควรใหผ ปู วยเคล่อื นไหวสว นของรา งกายทม่ี อี าการ
บาดเจบ็ เพือ่ กระตนุ ใหช่แี ละเลอื ดไหลเวยี นเพมิ่ ข้ึน ชวยลดอาการปวด
- แบบที่ 2. ใชจดุ ฝง เข็ม 1 – 2 จดุ รักษาอาการ Acute sprain จากการเลนกฬี า ซ่ึงมีหลายวธิ ี
ตามสรปุ ในตารางท่ี 2.
ขอ แนะนาํ
1. ใชใ นกรณเี ฉียบพลัน ไมมีอาการปวดจากการบาดเจบ็ ของอวยั วะภายใน ( Non – organic
pain )
2. ผปู วยอาจตอบสนองตอการรกั ษาดว ยวิธีใดวธิ ีหน่งึ หรือหลายวิธีประสมกนั ดงั นน้ั หลังปก เข็ม
และปน เขม็ แลว
ควรใหผ ูปว ยเคลื่อนไหวสว นของรา งกายท่มี อี าการบาดเจบ็ เพอ่ื กระตุน ใหช แ่ี ละเลือดไหลเวยี น
เพิม่ ขนึ้ ชว ยลดอาการปวด ถา ไมดีข้ึนให Manipulate เขม็ ซํ้า 1 – 2 คร้งั ถาไมไดผลจึงพิจารณาเพ่ิมวธิ ี
อ่นื ตอไป
3. อาจพิจารณาใหย ารว มดวย ในกรณที ่ีผูปว ยไมสามารถมารักษาไดส มา่ํ เสมอตามนดั หรอื
ตองการทําใหผ ปู ว ยหายเรว็ ขนึ้ ลดอาการทุกขท รมานท่ีรบกวนการดาํ รงชวี ติ ประจาํ วนั ของผปู ว ย ทง้ั น้ี
อาจเปนยาจนี หรือยาแผนตะวันตกก็ได บอ ยคร้ังท่ีผูปว ยไดรบั การฝง เขม็ ดขี นึ้ แตย ังมอี าการเลก็ นอย
รบกวนอยู กใ็ ชย ารว มดว ยเพ่ือเพม่ิ ประสิทธิภาพการรกั ษา และเพ่อื ปองกันการเกดิ อาการรนุ แรงซํา้ จึงไม
ควรปฏเิ สธการใชยา
4. กรณีมีอาการเร้ือรงั (Chronic sprain) ใหด รู ายละเอยี ดการรักษาในตําราฝง เขม็ เลมน้ัน ๆ
Page 200
ภาคผนวกท่ี 1
ดชั นีจดุ ฝง เขม็ ตามระบบเสน ลมปราณ