The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การฝังเข็ม-รมยา เล่ม 3 (การฝังเข็มรักษาอาการปวด)
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
มิถุนายน 2554

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by subpayana, 2021-06-10 11:44:37

การฝังเข็ม-รมยา เล่ม 3 (การฝังเข็มรักษาอาการปวด)

การฝังเข็ม-รมยา เล่ม 3 (การฝังเข็มรักษาอาการปวด)
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
มิถุนายน 2554

Page 151

และ NeiGuan (PC 6)

การรักษาวิธีอ่นื เพ่มิ เติม
1. ปกจุดแบบโทว

จุดทีใ่ ช: QuChi (LI 11), QiuXu (GB 40) โทว Zhaohai (KI 6)
วิธีการ: ใชเ ข็ม 2 ชนุ ปก ทจี่ ดุ QuChi (LI 11) ทงั้ สองขางกอ น หลงั จากไดช่แี ลว ใหคาเขม็ ไว แลว ปก
เขม็ ท่จี ดุ QiuXu (GB 40) ท้งั สองขางปกใหล ึกลงไปจนปลายเข็มไปถึงบรเิ วณใตผวิ หนังเหนอื จดุ ZhaoHai
(KI 6) กระตนุ ใหไ ดช ี่ คาเข็มไว 30 – 50 นาที โดยกระตนุ ดวยความแรงปานกลางแบบเรอ่ื ย ๆ สม่าํ เสมอ
ในขณะทผี่ ปู วยมีอาการปวดอยู โดยทว่ั ไปภายในหนงึ่ รอบการรกั ษา อาการปวดจะทเุ ลาลงอยา งมาก
ฝงเข็มรกั ษาวนั ละคร้งั 10 ครง้ั เปน 1 รอบการรักษา แลว เวนระยะหาง 3 – 5 วัน จงึ เรม่ิ รอบการรักษาใหม

2. รมยาท่จี ุด ShenQue (CV 8)

ขอ บงใช: การอกั เสบแบบเฉยี บพลนั ของภาวะถุงนาํ้ ดอี กั เสบเร้ือรัง ที่มอี าการปวด
เสยี ดชายโครงดา นขวา

จุดท่ีใช: ShenQue (CV 8)
วิธกี าร: ใหผปู ว ยนอนตะแคงทับขางซา ย ใชแ ทงโกศจฬุ าลัมพาที่จุดไฟแลว นาํ มาจอทบ่ี ริเวณเหนือ
สะดอื ราว 1 – 2 ชนุ และหมุนแทง โกฐฯ วนรอบจุดชา ๆ หลังจากรมยาไดร าว 15 นาที ผูปว ยจะเร่มิ รสู กึ รอ น
บรเิ วณสะดือและรอบ ๆ ใหร อนเทา ที่ผปู ว ยทนได โดยทว่ั ไปในระหวา งที่รมยาหรือเมื่อครบเวลาการรมยา
ผปู ว ยจะรสู ึกดขี ้นึ อยางมาก

3. การฝงเขม็ หู

จดุ ทใี่ ช: Pancreas, Gallbladder, Liver, Abdomen, Thoracic, Vertex, Spleen, Stomach,
SanJiao, ErMen, Endocrine

วธิ กี าร: ใชการปก และกระตนุ จดุ ดว ยวิธมี าตรฐานของการฝง เข็มท่ีหู

ความคดิ เหน็ : การรกั ษาดวยวิธีการฝงเขม็ และรมยา เปน วธิ ีทไ่ี ดผ ลดใี นการรกั ษาอาการของ
ถงุ น้ําดีอักเสบ โดยเฉพาะอาการปวดเสยี ดชายโครง อยางไรกต็ ามการรกั ษาดวยวิธีการแพทยแ ผนปจจบุ นั
ควบคูไ ปกบั การฝง เขม็ รมยาจะชวยเสรมิ ใหก ารรักษาโรคมปี ระสทิ ธิภาพย่ิงขนึ้

Page 152

รปู ท่ี 31 แสดงจดุ ฝง เข็มรักษาโรคถุงน้าํ ดีอกั เสบ
จากรอ นชนื้

Page 153

รูปที่ 32 แสดงจดุ ฝง เข็มรักษาโรคถุงน้ําดีอักเสบ
จากชต่ี ิดขดั

นวิ่ ในถุงน้ําดี และถงุ นา้ํ ดอี กั เสบ

(Gall Stone and Cholecystitis : 胆结石和胆囊炎 )

ภาวะนิว่ ในถงุ นํ้าดีและถงุ นาํ้ ดอี ักเสบ พบไดบอ ยในวัยผูใ หญ พบในเพศหญิงมากกวาเพศชาย สอง
ภาวะนีม้ คี วามสมั พันธซ ง่ึ กันและกนั และกอใหเกดิ อกี ภาวะหน่ึงได นว่ิ ในถุงนาํ้ ดกี อ ใหเกดิ ภาวะถงุ น้ําดี
อักเสบทงั้ ชนดิ เฉียบพลนั และเรอื้ รัง และภาวะการอักเสบของถุงนาํ้ ดกี เ็ ปน หนง่ึ ในสาเหตหุ ลกั ของการเกดิ
นิ่วในถงุ น้าํ ดี ภาวะทง้ั สองมักพบรวมกนั ไดบอ ยและมีอาการคลายกันหลายอยาง เชน อาการปวดมักปวด
บริเวณทอ งดานขวาแถวชายโครงหรอื ใตซ โ่ี ครง และมักปวดรา วไปบรเิ วณสะบกั ขวา หากเปน ภาวะน่วิ ในถุง
น้ําดีจะมอี าการปวดเปน ๆ หาย ๆ ได จะปวดหลังทานอาหารมันปรมิ าณมากเขา ไป

Page 154

น่ิวในถงุ นา้ํ ดี เกดิ จากภาวะไมสมดลุ ของสารประกอบในนา้ํ ดี ซ่งึ เม่อื มีนวิ่ เกิดขน้ึ แลว อาจมอี าการ
ต้งั แต ทอ งอืด อาหารไมย อ ย บางคร้ังนิว่ ไปอดุ ทอถุงนา้ํ ดี ทําใหมอี าการปวดแบบปวดดน้ิ หรอื ถาน่วิ ตกลง
ไปอุดทอ น้าํ ดีใหญ จะทําใหม อี าการตวั เหลอื งตาเหลือง ในบางรายอาจตรวจพบนิว่ ในถงุ นํ้าดแี ตไมมีอาการ
ไดเ ชน กัน แตอาการดังกลาวขางตน จะเกดิ เมอ่ื ใดกไ็ ด ในผูปว ยทีเ่ ปนมะเรง็ ถุงนา้ํ ดี พบวา มนี ิ่วรว มดว ยเปน
สวนใหญ นิว่ ในถุงน้าํ ดี ไมสามารถรกั ษาไดโดยใชเ ครอ่ื งสลายน่วิ การรักษาโดยใชย าละลายนวิ่ ใชไ ด
เฉพาะนวิ่ บางชนิดเทา น้ัน ซึง่ สวนใหญต อ งรบั ประทานยาเปนเวลานาน และเมอื่ หยุดยากอ็ าจเกดิ น่วิ ในถงุ
นํ้าดีไดอ กี อกี ท้ังนิว่ ของคนไทยสว นมากมกั ไมล ะลายโดยใชยา ดงั นั้นการรกั ษาท่ีดที ่สี ดุ คือการผา ตัดเอาถุง
นา้ํ ดอี อก ซ่ึงการตดั ถุงน้าํ ดี ไมม ีผลตอ การยอ ยอาหาร เพราะนาํ้ ดีสรา งมาจากตบั ถุงนํ้าดเี ปน เพยี งทเ่ี กบ็ พัก
นํ้าดีเทา นน้ั

อาการและอาการแสดง

ผูท ่ีมนี ว่ิ ในถุงนาํ้ ดี อาจไมม อี าการเลย หรือมีอาการบางอยา ง ดังตอไปนี้ โดยไมจ ําเปน ตอ งมีครบทกุ
อาการ ไดแก

- ทองอดื
- แนน ทองหลังรบั ประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารท่ีมไี ขมันมาก
- ปวดทอ งใตช ายโครงขวาเปน คร้งั คราว
- ปวดทองรนุ แรง และปวดราวไปถงึ สะบกั ดา นขาว
- ไขส ูงเฉียบพลนั ถามีการอักเสบของถงุ นาํ้ ดีอยางเฉยี บพลัน
- ตัวเหลือง ตาเหลือง ปส สาวะสีเขม
วธิ ที ใ่ี ชว นิ ิจฉยั วามีน่วิ ในถงุ นํา้ ดี คอื การตรวจดว ยเคร่อื งอลั ตราซาวด

การรักษา

การผาตัดเอาถุงน้ําดีออกเปน การแกป ญ หาทถ่ี าวร เพ่อื ไมใ หเกิดนว่ิ ในถงุ นํ้าดขี นึ้ ไดอกี ตอไป และ
ปอ งกันภาวะแทรกซอนท่รี นุ แรงตาง ๆ การผาตดั ถงุ นาํ้ ดีในปจ จุบัน มี 2 วิธี

1. ผาตัดแบบเดมิ โดยการผาตดั เปดหนา ทอ ง (Open Cholecystectomy) ปจจบุ นั จะเลอื กใชใ นการ
ผาตัดถุงนํ้าดที ม่ี อี าการอักเสบมากหรือแตกทะลใุ นชอ งทอ ง

2. ผา ตัดภายใตก ลอ ง โดยการเจาะรูเลก็ ๆ ทีห่ นา ทอง (Laparoscopic Cholecystec-tomy) ถา
ผปู ว ยไมม ถี ุงน้ําดอี กั เสบเฉยี บพลนั สามารถทาํ ไดส ําเรจ็ ถงึ รอยละ 95 ถาถงุ น้าํ ดีอกั เสบเฉยี บพลนั เกนิ 3 วนั
โอกาสผา ตัดโดยวิธนี ี้ไดส าํ เรจ็ จะนอ ยลง

- วธิ กี ารผาตดั ภายใตก ลอ ง

Page 155

- เจาะรเู ล็ก ๆ บรเิ วณหนาทอ ง 4 แหง ดว ยเคร่อื งมอื ทอ่ี อกแบบเฉพาะสาํ หรบั การเจาะหนา ทองอยา ง
ปลอดภัย ขนาดของรูประมาณ 0.5 ซม. 3 ตําแหนง และขนาด 1 ซม.ท่ีสะดืออกี 1 ตาํ แหนง

- ใสก ลองทม่ี ีกา นยาว ๆ และเครอ่ื งมือตาง ๆ ผานรูทผ่ี นงั หนา ทอ งลงไป ศัลยแพทยจ ะสามารถ
มองเหน็ ถงุ นา้ํ ดีและอวยั วะตาง ๆ จากจอโทรทัศนซ ่งึ กลอ งสง สัญญาณภาพมา

- ศัลยแพทยส ามารถเลาะแยกถุงน้ําดอี อกจากตบั และใชค ลปิ หนีบหามเลอื ดแทนไหมเย็บแผลกอน
ตัดข้ัวของถงุ นํ้าดี แลวเลาะสวนท่เี หลอื ใหห ลุดออก

- เมอ่ื ตดั ถงุ นํา้ ดีไดแ ลว บรรจใุ สถ งุ ท่อี อกแบบมาโดยเฉพาะ แลวดึงออกจากรางกาย
บริเวณรูสะดือ จากน้นั ศัลยแพทยจะสาํ รวจความเรียบรอยเปน ข้นั ตอนสดุ ทาย กอ นดงึ
เครือ่ งมือและกลองออกแลวเย็บปดแผล

- ในผูปว ยบางรายถามกี ารอักเสบมาก อาจตอ งมีการใสท อ ระบายไว 2-3 วัน
- ผลดีของการผาตัดถุงน้าํ ดีภายใตก ลอ ง

- อาการปวดแผลหลังผา ตัดนอยกวา เพราะแผลมีขนาดเลก็ กวา
- อยโู รงพยาบาล ประมาณ 1 - 2 วัน ซง่ึ ถาผาตัดแบบเดมิ อยโู รงพยาบาล ประมาณ 7 - 10 วนั
- การพักฟน หลงั ผาตัดใชเวลาประมาณ 1 สปั ดาห ทาํ ใหก ลบั ไปทาํ งานตามปกตไิ ดเ รว็ กวา ถาผาตดั
แบบเดิม ใชเ วลาพกั ฟนประมาณ 1 เดือน
- แผลขนาดเลก็ ดแู ลงา ยกวา และมีโอกาสตดิ เชอ้ื นอยกวา แผลขนาดใหญ
- เม่ือแผลหายจะเปนรอยเลก็ ๆ บนหนาทอ งเทานน้ั

สาเหตุในทางศาสตรการแพทยแ ผนจนี คอื จากอารมณซมึ เศรา ไมสามารถปรับรา ง กายตามสภาพ
ภูมิอากาศท่ีเปล่ียนแปลงไป รับประทานอาหารไมเหมาะสม โดยเฉพาะทานอาหารมนั เปน ปริมาณมาก
เกนิ ไป หรอื เสียชีภ่ ายนอกรุกราน รวมทง้ั การสะสมตกคางของความรอนช้นื หรือแมก ระท่งั จากพยาธิ ซึ่งจะ
กอใหเกิดการขัดขวางการไหลเวียนของชี่และเลอื ดของตบั และถุงนํา้ ดี เปน เหตุใหหนา ทขี่ องตบั และถุงนํ้าดี
ถกู รบกวนและเสียหนาทไ่ี ป

การรักษา

หลักการรักษา: ปรับสมดุลและหนา ทข่ี องชขี่ องถงุ นาํ้ ดี ควบคมุ การทาํ งานของกระเพาะอาหารและ
จงเจยี ว เลอื กจุดบนเสน เทาเจว๋ียอนิ เสน เทาหยางหมิงและเสน เทาเซาหยางเพ่อื รักษา

จดุ ทใี่ ช:
1)จุดมขู องตับ ถุงน้าํ ดี กระเพาะอาหารและลําไสใ หญ ไดแก QiMen (LR 14),
RiYue (GB 24), ZhongWan (CV 12) และ TianShu (ST 25) เสรมิ ดว ยจดุ เหอลา งของ

Page 156

ถุงนํา้ ดี คือ YangLingQuan (GB 34) โดยเลอื กเฉพาะจดุ ฝง ขวา ยกเวน ZhongWan (CV 12) กระตนุ จดุ
แบบระบาย ดวยวิธกี ารหมนุ เขม็ เร็วเปน วงกวา ง เมื่อไดช ่ีแลว ใหค าเข็มไว 10 นาที ถอนเข็มออกโดยใหช อ งรู
เข็มบนผวิ หนงั เปดกวาง

2) เลือกจดุ นอกระบบ XiSiXue (extra-point ตาํ แหนง 4 ชุน เหนือขอบบนดา นนอกของกระดูก
สะบา ของเขา ท่ีงออย)ู รว มกบั จุด YangLingQuan (GB 34) และ QiMen (LR 14) โดยใหผ ปู วยนอนหงาย
เลือกจุดของขาขวา ปก เขม็ ตง้ั ฉากทจี่ ุด XiSiXue กระตุนจนกระทงั่ ไดช ่ีแลว ใหห มนุ เขม็ ทวนเขม็ นาฬกิ า, จุด
YangLingQuan (GB 34) ใหป กเขม็ ตัง้ ฉาก กระตุนเข็มจนไดช ่ี แลวหมนุ เข็มทวนเข็มนาฬกิ าเชนกนั หาก
กระตนุ ถกู วิธจี ะไดความรสู กึ วง่ิ ขนึ้ บนตามแนวตนขา, จุด QiMen (LR 14) ใหป ก เฉยี งกระตุน จนไดช ่แี ลว
หมุนเขม็ ตามเขม็ นาฬกิ า จะไดค วามรสู ึกมึนชา อาการปวดแนน ในชองทองจะทเุ ลาลง กระตุนเข็มทกุ 10
นาที และคาเข็มไว 30 นาที

3) ปก เขม็ แบบโทว เลือกจดุ QiMen (LR 14) โทว ZhangMen (LR 13) ควรระวังปลายเขม็ ท่ีอาจ
ทะลเุ ขาชอ งอก หรอื เลือกจดุ JuQue (CV 14) โทว ShangWan(CV 13) หรือเลือกจุด JiaJi จากตาํ แหนง
กระดกู สันหลังสวนอกท่ี 9 ไปถึงกระดกู สนั หลงั สวนอกที่ 10 หรือจุด GanShu (BL 18) โทว DanShu (BL
19) ใหปกตรงลกึ 0.3 ชุนแลวเอียงเข็มปกเลยี ดไปถงึ อกี จดุ หนึง่ กระตุนจนไดช ่ี ใหคาเขม็ ไวป ด ทับดว ยพลา
สเตอร ท้งิ ไว 2 – 3 วันแลว ถอนเขม็ ออก (หมายเหตุผเู รยี บเรยี ง: ไมแ นะนาํ ใหค าเขม็ ไวเ น่อื งจากอาจมี
อันตรายท่ีรุนแรงได)

4) เลือกจดุ กดเจ็บ (reacting tender points) บรเิ วณหลังดา นขวาโดยใหผ ูปวยอยใู นทา น่ังทาํ ทา
กอดแขนท้ังสองขา งเพอ่ื กางกระดกู สะบกั ออกไป คลํากดจดุ เจ็บในบรเิ วณระหวา งดา นขวาของกระดกู สนั
หลงั และขอบดานในของกระดกู สะบกั ดว ยองุ น้วิ ดา นในของนวิ้ หวั แม มอื ขวา มักพบจุดกดเจบ็ บรเิ วณตรง
กลางหรอื ขา งลา งของขอบกระดูกสะบกั ใหป ก เข็มเปน มมุ เอยี งราว 30 องศากบั ผวิ หนังกระตุนแบบระบาย
ดว ยการยกเขม็ ขน้ึ ลงและหมนุ เรว็ แรง ใชเ วลา 5 – 10 นาที จึงถอนเขม็ ออก ตามดวยการครอบกระปกุ อีก
10 – 15 นาที หากมไี ขใ หเพิม่ จดุ DaZhui (GV 14) และ QuChi (LI 11) ปกเขม็ คาไว 15 - 30 นาที กระตนุ
ทกุ 5นาที แตห ากไขส งู อาจคาเข็มไวนาน 1 ชั่วโมง กระตุนทกุ 10 – 20 นาที หากมอี าการปวดเสยี ดชาย
โครงเพิ่มจดุ YangLingQuan (GB 34) หากปวดจกุ แนน ทอ ง และอาเจยี นเพิม่ ZhongWan (CV 12) และ
ZuSanLi (ST 36) โดยทั่วไปหลังฝงเข็มเสรจ็ ในแตล ะคร้ัง อาการตาง ๆ จะดขี น้ึ ใน 30 – 60 นาที รวมทัง้ ไขก ็
จะลดลงดว ย ฝง เขม็ 5 – 7 คร้ัง เปน 1 รอบการรกั ษา เวน ไป 1- 2 วนั เรม่ิ การรกั ษารอบใหม อาการโดยรวม
จะดขี น้ึ หลังใหก ารรกั ษา 2 รอบการรักษา และ 3 - 5 รอบการรักษาอาการตา ง ๆ จะหายไปได ในกรณขี อง
ถงุ นํ้าดอี ักเสบเรอ้ื รัง อาจมอี าการกลบั เปน ซา้ํ ได การรกั ษาดว ยการฝง เขม็ ก็ยงั ใหผ ลดเี ชน เดิม

5) ใชการปกจดุ ดา นตรงขา ม โดยเลอื กจดุ QiuXu (GB 40) โทว ZhaoHai (KI 6) ทีเ่ ทา ซา ยเมือ่
อาการปวดอยขู า งขวาหรือกลับกนั โดยใชเ ขม็ สองชนุ ปกทจ่ี ุด QiuXu (GB 40) แลว ปก โทวไปทจี่ ดุ

Page 157

ZhaoHai (KI 6) ที่อยูตาํ่ ลงไปราวหนึ่งชุน เมือ่ รสู กึ ไดช ่ีหรือรูสึกเสยี วแปลบ็ บรเิ วณจุดปกเขม็ แสดงถงึ
ผลการรักษาทจี่ ะไดจากการฝงเขม็ ตามมา ใชเ มือ่ มอี าการปวดในทรวงอกหรอื ดานขางของทรวงอก

6) ปก จุด DanShu (B L19) ทั้งสองขา ง โดยใชเ ขม็ 1.5 ชนุ ปก ลึก 1 ชุน ปก เอยี งเขาหาแนวกระดูก
สันหลังในทา ที่ผปู วยนอนคว่าํ อยู กระตนุ แบบระบายจนไดช่ี แลว กระตุนตอดวยเคร่อื งกระตนุ ไฟฟา นาน 40
นาที ดวยคลนื่ continuous แรงเทา ทผ่ี ูปวยจะทนได

7) การใชเ ขม็ นาํ้ เลือกจุด QiMen (LV 14) ขา งขวาและ ZuSanLi (ST 36) ขางขวาโดยใช 0.5%
Novocain ปริมาณ 2.5 ซีซีตอจดุ ฉดี ทัง้ สองจุด ทําการรักษาวนั ละ 1 – 2 ครัง้

8) การกดนวดจุด เลอื กจดุ GanShu (BL 18) และ DanShu (BL 19) โดยใชน ิว้ หวั แมมือกดที่จดุ ท้ัง
สอง นาน 5 – 10 นาที วันละ 1 หรือ 2 ครง้ั

หมายเหต:ุ การฝงเข็มไดผ ลเปน ท่ีนาพอใจพอสมควร ในการขบั นว่ิ จากถุงนาํ้ ดี โดยใชก ารรกั ษา 1 –
4 รอบการรักษา และหากขนาดของกอนนว่ิ นอ ยกวา 8 มลิ ลิเมตร จะไดผลนาพอใจมากขน้ึ แตหากขนาด
ของกอ นน่ิวมากกวา 12 มลิ ลิเมตรการขับน่วิ จะยากมาก น่วิ ทม่ี อี งคป ระกอบของนา้ํ ดแี ละไขมนั (bile
pigment calculus and bile pigment cholesterol) จะพบไดถงึ 2 ใน 3 ของน่วิ ท่ีหลดุ ออกมาจากการ
รักษาดว ยการฝงเขม็ แนะนาํ ใหต รวจหากอ นนิ่วในอุจจาระเพื่อพจิ ารณาผลของการรักษา

Page 158

รูปท่ี 33 แสดงจดุ ฝงเขม็ รกั ษาโรคนิว่ ในถุงนาํ้ ดี และถุงนํา้ ดีอกั เสบ

พยาธิไสเดือนในทางเดินน้าํ ดี

(Biliary Ascariasis : 胆道回虫症 )

พยาธิไสเ ดือน เปน พยาธทิ พี่ บไดบอย และมปี ระชากรนับพันลานคนทเี่ ปนโรคพยาธิไสเ ดือน อาการ
ของการมพี ยาธมิ ีไดห ลากหลาย อยางไรกต็ ามอาการทเ่ี ปนอนั ตรายทสี่ ดุ จากการเปนโรคพยาธไิ สเ ดือน ก็
คอื ภาวะพยาธิไสเ ดือนไชถุงน้ําดหี รอื ตับออน ถึงแมว า โรคน้ีจะพบไดน อ ยมากในประเทศที่พฒั นาแลวก็
ตาม แตแพทยก อ็ าจพบผปู วยดว ยภาวะพยาธไิ ส เดอื นไชถุงนาํ้ ดีหรอื ตบั ออ นไดเชน กนั

อาการและอาการแสดง

ในภาวะพยาธไิ สเ ดือนไชถุงนํ้าดี สามารถแบงกลุม ผูป ว ยออกเปนสองกลมุ ใหญค อื กลมุ ที่ไมมี
ภาวะแทรกซอนอน่ื ใด และกลุม ทีม่ ีภาวะแทรกซอ นรวมดวย

กลมุ ทไี่ มม ีภาวะแทรกซอ นอนื่ ใด จะมีอาการเหมือนกบั ภาวะถุงนํา้ ดอี กั เสบชนดิ ที่ไมม นี ่ิวในถุงนาํ้ ดี มี
ไขต่าํ ๆ ปวดทองและกดเจบ็ มีกลา มเนอ้ื แข็งเกรง็ บรเิ วณชองทองดานขวาบน คลาํ ไดถุงน้ําดีโต ตวั ตา
เหลือง แตไมมีภาวะตบั โต กลมุ ท่ีมภี าวะแทรกซอน อาการทพ่ี บไดบ อย คือ ทางเดนิ นาํ้ ดอี ักเสบ จะมไี ขสูง
ปวดทอ งและกดเจบ็ บริเวณชองทองดา นขวาบน ตบั โตและกดเจบ็ มรี ะดบั ของ bilirubin, alkaline
phosphatase และ ALTs สงู ขน้ึ อาจมหี นองในทางเดนิ นา้ํ ดีซ่งึ ผปู วยอาจมาดวยอาการช็อคหมดสติ

การตรวจวินิจฉัย

การตรวจภาพรงั สี และการตรวจดว ยเคร่ืองอลั ตราซาวด เปนการตรวจมาตรฐานทีไ่ ดผลดใี นการ
วนิ ิจฉยั สวนการตรวจดว ย CT scan, endoscopy และ endoscopic retrograde cholangiography เปน
การตรวจวินจิ ฉัยเพอ่ื ยนื ยนั ตัวพยาธไิ สเ ดือน

ภาพจากเครอื่ งอัลตรา ซาวด จะเหน็ ลกั ษณะเปน ทอตามยาวหรือวงกลมตดั ขวางที่มชี อ งวา งภายใน
โดยไมมเี งาทบึ ในทอ น้ําดีรวม แสดงถงึ พยาธิไสเ ดอื นในทอ น้ําดี หากดดู วย
ภาพเคลอื่ นไหวอาจพบการเคลอื่ นไหวของพยาธิไสเ ดอื นในทอ นาํ้ ดไี ด

Page 159

การรักษา

หลังวินจิ ฉยั ไดแลว ใหก ารรักษาตามอาการ เชน ใหสารนาํ้ ใหย าลดการหดเกร็งของกลามเน้ือเรียบ
โดยทวั่ ไปพยาธจิ ะหลุดออกมาเขา ในลําไสเลก็ ไดเองประมาณรอยละ 98 เมอ่ื ตรวจซํา้ ไมพบพยาธิในทอ
น้ําดี จงึ ใหย าฆา พยาธิ ซึง่ ยงั ไมใหเ มื่อพยาธิยงั คางอยใู นทอ นํา้ ดี การรกั ษาไดผลดมี าก กรณีทไ่ี มมี
ภาวะแทรกซอนอ่ืนใด อตั ราการเสยี ชวี ติ นอ ยกวารอยละ 1

หากพยาธไิ มห ลุดออกมา หรอื พยาธไิ ชเขาไปในถุงนา้ํ ดีจนหมดท้ังตวั จะใชการรักษาดว ย
endoscopic sphincterotomy เพื่อนําพยาธิออกมาจากถงุ นํา้ ดีตอ ไป

ภาวะพยาธิไสเดอื นไชถงุ นํ้าดี ถงึ แมจ ะพบไดไ มบ อ ย แตก ็ตอ งคํานงึ ถงึ อยเู สมอเม่อื ผูป ว ยมีอาการ
ของถงุ นา้ํ ดอี กั เสบ หรอื อาการปวดที่สัมพนั ธก ับถุงนาํ้ ดี และเด็กทีม่ ีไข ตัวตาเหลอื งและปวดทองมาก ใหนกึ
ถงึ ภาวะพยาธไิ สเดอื นไชถงุ นํ้าดีไวเสมอ

ศาสตรการแพทยจ ีน จดั ภาวะพยาธติ ัวกลมในทางเดนิ น้ําดอี ยูในกลมุ YouJue (绕厥: colic cause
by ascaris) ภาวะพยาธติ ัวกลมในทางเดินนาํ้ ดี ถอื เปนภาวะทเี่ ปน ปญ หาของชองทองที่สําคญั อีกปญ หา
หน่ึง อาการประกอบดวย ปวดทอ งกะทันหนั บรเิ วณทอ งขวาดา นบนเปน ๆ หาย ๆ มีอาการคลื่นไส อาเจยี น
หรอื ดูซดี เซียว แขนขาเยน็

การรักษา

ภาวะพยาธติ วั กลมในทางเดนิ นํา้ ดี มกั จะวินจิ ฉยั วา เปน อาการชี่ตดิ ขดั ในขณะทเ่ี กดิ ภาวะน้ขี นึ้ จุด
บนเสน ลมปราณกระเพาะอาหาร ถงุ น้าํ ดี และตับใชเ ปนจดุ รกั ษาภาวะนี้

สาเหตุ : ช่ตี ิดขดั (Qi Obstruction)
อาการ: มีอาการปวดทองกะทนั หนั บรเิ วณทองขวาดานบนเปน ๆ หาย ๆ มอี าการคลนื่ ไส อาเจียน
หรือดซู ดี เซยี ว แขนขาเยน็
ลน้ิ สมี ว ง ; ชพี จรตึง หรือตงึ แนน (XianMai or JinMai)
หลกั การรักษา: ทําใหพยาธิสงบลง (calm the ascaris) เสริมกระตุนหนาที่ของถงุ น้ําดี ลดอาการ
เกร็ง (spasm) และลดปวด
จุดหลกั :- ระบาย BuRong (ST 19), YangLingQuan (GB 34), ShangWan (CV 13), TaiChong
(LR 3), NeiGuan (PC 6)

- บาํ รงุ ระบายเทากนั QiMen (LR 14)
อธิบาย: กระตุนเขม็ ดว ยการยกข้ึนปก ลงและหมนุ กระตนุ จนอาการปวดทุเลาลง สามารถกระตนุ ได
มากกวา สองคร้งั ตอวนั ข้นึ กบั อาการของผปู ว ย, BuRong (ST 19) เปน จดุ ทอ่ี ยตู รงตําแหนง ของโรค
เชน เดยี วกบั QiMen (LR 14) ซึง่ เปน จดุ มูของตับดว ย ใชเ พ่ือเสริมการไหลเวียนของช่ีตบั และถุงนาํ้ ดี และ
ลดอาการปวด, YangLingQuan (GB 34) เสรมิ การเดนิ ชขี่ องถุงน้ําดี หยดุ ปวด, ShangWan (CV 13)

Page 160

และ NeiGuan (PC 6) ควบคุมกระเพาะไมใหอาเจียน, TaiChong (LR 3) คู NeiGuan (PC 6) เสรมิ การ
ไหลเวยี นของชี่ลดอาการปวด

จดุ เสรมิ : ทองผูกและอดื แนน – ระบาย TianShu (ST 25) และ ZhiGou (TE 6)

การรักษาดว ยวิธอี ่ืนเพิ่มเติม

1. ปก โทว จากจุด YingXiang (LI 20) ไปจุด SiBai (ST 2)
ขอบเขตการใช: ภาวะพยาธติ ัวกลมในทางเดนิ น้ําดี
จดุ ทใี่ ช: YingXiang (LI 20), SiBai (ST 2)
การกระตุน: ใชเ ข็ม 1.5 ชุน ปกท่จี ุด YingXiang (LI 20) ลึก 0.5 เซน็ ติเมตร กระตนุ ใหไ ดช ี่ แลว เอียง
เข็มลงในแนวราบปลายเขม็ ชไี้ ปที่จดุ SiBai (ST 2) เดนิ เขม็ ใหถ ึงตําแหนง จุด SiBai (ST 2) แลว กระตุนใหไ ด
ช่ี แลว คาเข็มไว กระตุนทุก 5 – 10 นาที จนกระทง่ั อาการปวดทุเลาลงจงึ ถอนเข็มออก
2. เลอื กจดุ พเิ ศษ JinLing
ขอบเขตการใช: ภาวะพยาธติ วั กลมในทางเดินนํา้ ดี
จุดทีใ่ ช: JinLing จดุ อยูดา นหลงั มือบริเวณชองระหวา งนว้ิ นางและนิว้ กอยโดยจะเปน
จดุ กึ่งกลางของเสน ทลี่ ากจากเสน ขวางขอ มือกบั เสน เชือ่ มหัวกระดกู นว้ิ ท่ี 4 และ 5
การกระตนุ : ใชเ ขม็ 1 ชนุ ปก จุด JinLing ลกึ 0.3 – 0.5 ชุน กระตนุ ดว ยการหมนุ เขม็ ยกเขม็ ขน้ึ ลง
ใหไ ดค วามรูสกึ ตึงชาว่งิ ไปท่ปี ลายน้วิ หากอาการปวดยังไมล ดลงใหค าเข็มไว 10 นาที แลว กระตนุ ซํ้า
โดยทวั่ ไป อาการปวดจะดีขน้ึ ใน 10 นาที หลงั กระตนุ จนไดช ใ่ี นครัง้ แรก
3. กระตุน ดวยน้วิ ท่ีจุด DanNang (EX-LE 6)
ขอบเขตการใช: ภาวะพยาธิตัวกลมในทางเดนิ น้ําดี
จุดทใี่ ช: DanNang (EX-LE 6) จุดอยตู าํ แหนง หนา แขงบนดานนอกเฉยี งไปดา นหนาและลา งตอ หัว
กระดกู Fibula 2 ชุน
การกระตุน: ใหกดจุด DanNang (EX-LE 6) ท้ังสองขา ง ดว ยนิ้วหวั แมม อื สองขางดวยความแรง
นานประมาณ 3 นาที หลงั จากน้นั ใหน วดคลงึ ทจี่ ดุ ทัง้ สอง จนกระทงั่ อาการปวดหายไป
4. ปกจุดแบบโทว
จดุ ท่ใี ช: GaoHuangShu (BL 43) ปกโทว GeShu (BL 17) ขา งขวา
วธิ ีการ: ใชเ ข็มเบอร 32 ขนาดมาตรฐานปกใตช นั้ ผวิ หนงั จากจุด GaoHuangShu (BL 43) ปก โทวไป
จุด GeShu (BL 17) แลว กระตนุ ดวยการหมุนเข็มนาน 3 นาที คาเข็มไว 1 ช่วั โมง เปนการเลือกจดุ ใกลเ พ่อื
ใชร กั ษา ดังคํากลาวทว่ี า “จดุ ดานหลงั ใชรกั ษาโรคดา นหนา ”
5. ปก จุดมู
จุดที่ใช: JuQue (CV 14) และ TianShu (ST 25) ดานขวา
วธิ ีการ: ปกจดุ ทัง้ สอง กระตนุ เขม็ ตามปกติ คาเขม็ ไว 60 นาที

Page 161

6. ปกจดุ ทส่ี มั พนั ธก บั ตาํ แหนง โรค
จุดที่ใช: เลอื กจดุ JiaJi ทต่ี าํ แหนง กระดกู สนั หลงั สวนอกขอ ที่ 7 หรอื เลอื กจุด ZhiYang (GV 9) เปน
จุดหลัก และเลอื กจุด DanShu (BL 19), PiShu (BL 20) และ WeiCang (BL 50) ของขา งขวาเปน จดุ รอง
วธิ ีการ: ปก ตง้ั ฉากท่ีจดุ JiaJi ลงไปถึงชน้ั ใตผ ิวหนงั แลว เอียงเข็มเปน มมุ ประมาณ 65 องศาปก ลงไป
อีกประมาณ 1 ชุน เขาหากระดกู สนั หลงั ใหป ลายเข็มถงึ เยอ่ื หุม กระดูก กระตนุ แบบระบาย แตใ ชม มุ เข็ม
แคบแคเ พยี งใหผ ูป ว ยรูสกึ สบายและผอนคลายในชอ งทรวงอกและชองทอ ง กระตนุ เข็มทกุ 5 นาที คาเข็มไว
20 – 30 นาที สวนจดุ รองใหฝ งเขม็ และกระตุนเขม็ แบบปกติ
7. ปกที่จุด HuiJueXue
จุดทใ่ี ช: HuiJueXue ตาํ แหนง อยทู รี่ อ งบุม ของผวิ หนงั ใตตําแหนง ปลายกระดูกของกระดกู สันหลัง
สวนอกขอ ท่ี 8
วิธกี าร: ใหผปู วยนอนคว่ํา ใชเ ขม็ ยาว 2.5 ชุน ปก เฉยี งขน้ึ เขา ไปในชอ งวางระหวางกระดูกสันหลงั ใต
ตาํ แหนงปลายกระดูกของกระดูกสันหลังสวนอกขอท่ี 8 ลกึ 1.5 – 2 ชุน กระตนุ เข็มทกุ 5 นาที คาเข็มไว 15
– 30 นาที
8. ปกท่ีจดุ สะทอนของโรคพยาธติ วั กลมในถงุ น้าํ ดี
จดุ ท่ีใช: เปนจดุ กดเจบ็ อยทู ี่ตําแหนง ตาํ่ กวา จุด ZuSanLi (ST 36) ท้ังสองขาง
วธิ ีการ: ใชเ ขม็ เบอร 28 – 30 ยาว 3.5 – 4 ชนุ ปก ทจี่ ดุ นี้ เม่อื กระตนุ จนไดชแ่ี ลว ใหปก ลกึ ลงไปอกี
ประมาณ 3 ชุน แลว จะรสู กึ ไดช อี่ กี ครั้ง ใหไ ดช ่ี ปกจดุ อกี ขา งหน่งึ ดว ยวธิ กี ารเดยี วกัน กระตนุ เขม็ ทง้ั สองเลม
พรอมกนั แบบระบาย ดว ยการหมนุ เขม็ ยกเขม็ ขนึ้ ลง กระตนุ จนอาการปวดทเุ ลาลงหรือหายไป กระตนุ ซา้ํ อีก
2 คร้งั ระหวางคาเขม็ ไว 30 นาที
9. ปก ดวยเขม็ 7 ชนุ
จดุ ที่ใช: JiuWei (CV 15)
วิธีการ: ใชเ ข็มเบอร 28 ยาว 5 – 7 ชนุ ปก ทจ่ี ดุ JiuWei (CV 15) เอียงขนานใตผวิ หนังปลายเขม็ ชี้ไปที่
จดุ ShenQue (CV 8) เดนิ เขม็ ชา ๆ เมื่อถึงจุด ShuiFen (CV 9) ใหกระตุนเข็มดว ยการหมนุ เขม็ ยกเขม็ ขน้ึ
ลง จนกระทั่งอาการปวดทเุ ลาลง คาเข็มไว 10 – 20 นาที โดยทวั่ ไปใชก ารรักษา 1 รอบการรกั ษาก็สามารถ
รักษาอาการปวดใหห ายได [หมายเหตผุ เู รียบรยี ง: หากไมม ั่นใจหรอื ไมเชย่ี วชาญการใชเ ขม็ ไมแนะนําใหทาํ
สง่ิ ท่ีนํามากลาวไวเปน เพยี งความรูท ถี่ กู บนั ทกึ ไวใหท ราบวา มีวธิ ีการรักษาเชน นเ้ี ทา น้ัน]
ความคดิ เหน็ : การรกั ษาดวยการฝงเขม็ และรมยาไดผ ลดี ในภาวะพยาธติ วั กลมในทางเดนิ น้ําดี
และไมก อ ใหเกดิ ผลขางเคยี งแตอ ยางใด โดยท่ัวไปสามารถใชก ารฝง เขม็ และรมยาเปน การรกั ษาเบ้อื งตน ใน
ภาวะที่มอี าการอยางเฉยี บพลนั อยางไรก็ตามหลงั อาการปวดทุเลาลงควรตอ งรกั ษาสาเหตุโดยตรงเพื่อให
เกดิ ผลดตี อผูปว ยตอไป

Page 162

รปู ที่ 34 แสดงจุดฝงเขม็ รกั ษาโรคพยาธไิ สเดอื นในทางเดินนาํ้ ดี

ลาํ ไสอ ุดตันเฉียบพลัน

( Acute Intestinal Obstruction : 急性肠梗阻)

ภาวะลําไสอ ุดตันอยา งเฉยี บพลัน จะมอี าการทองอืดแนน อาเจยี น ปวดทอ งอยา งเฉยี บพลนั เปน
ภาวะท่มี กี ารกีดขวางทางเดนิ อาหาร ซึง่ มหี ลายสาเหตุ

สาเหตุของลําไสอดุ ตัน

1. ลําไสไมทํางาน
- ยาบางชนิด เชนยาแกป วดประเภทมอรฟ น

Page 163

- การตดิ เชอื้ ในชองทอง
- เลือดไมสามารถไปเลีย้ งลําไสไดเพียงพอ
- ภาวะแทรกซอ นจากการผาตัดในชองทอ ง
- โรคไตบางชนดิ
- โพแทสเซียมในเลือดตาํ่
การท่ีลําไสไ มท ํางานก็จะนาํ ไปสภู าวะแทรกซอ นอืน่ ๆ อกี ไดแก อาการเหลือง และมีเกลือแรใ นเลือด
ท่ผี ิดปกติ ในเดก็ แรกเกดิ มักสมั พนั ธกบั โรคท่ีมกี ารตดิ เชื้อในลาํ ไส แลว ทําใหล ําไสต ายท่เี รยี กวา NEC
(Necrotizing enterocolitis) ซ่งึ เปน ภาวะที่อาจเปน อนั ตรายถึงชีวติ และนาํ ไปสกู ารติดเชื้อในกระแสเลอื ด
ตามมา ในเดก็ โตและผใู หญ การทีม่ ลี าํ ไสไมทาํ งาน มกั สัมพันธก บั โรคลาํ ไสอกั เสบ การอกั เสบในชอ งทอ ง
และไสต่ิงแตก อาการ ของลําไสไมท ํางาน ไดแก ทองอดื และปวดทอง
2. การอุดตนั ในลําไส
มกั เกดิ ขน้ึ จากการมีสง่ิ กดี ขวางทางเดินอาหาร และทําใหเกดิ การอดุ ตนั ของลาํ ไสตามมา ไดแก
สาเหตุดังตอ ไปน้ี
- ไสเ ลือ่ น
- ภาวะแทรกซอนจากการผาตดั ในชอ งทอ ง
- อจุ จาระแข็งมากจนอุดกน้ั ทางเดนิ อาหาร
- นว่ิ
- มะเรง็ หรอื เน้อื งอกในลาํ ไส
- ลําไสก ลนื กัน หรอื บิดพนั กัน
- การรับประทานสง่ิ แปลกปลอมเขา ไปอุดกั้นทางเดินอาหาร
- ถา สงิ่ กดี ขวางมผี ลทาํ ใหเลือดทไ่ี ปเลยี้ งลําไสลดลง ลาํ ไสอาจตายได และทาํ ใหเ กดิ การตดิ เชอ้ื
ตามมา

อาการและอาการแสดง

- อดื แนน ทอ ง มักมอี าการทองอืด มากหรอื นอ ยแลวแตระดบั การอดุ ตันของลาํ ไส
- ทองโตขึ้น
- ปวดทอ ง ลกั ษณะอาการปวดทอ งมกั ปวดเปน พกั ๆ คอื มีชวงเวลาที่ปวดมากและชวงเวลาทค่ี ลาย
ปวด
- อาเจียน ลกั ษณะของอาเจยี น อาจเปน อาหารปนกับน้ําดี หรอื อาหารทมี่ กี ลิน่ ของอจุ จาระ แลว แต
ระดับ
- การอุดตนั ของลําไส

Page 164

- ไมถ ายอจุ จาระ ถา การอดุ ตันเปน เพยี งบางสวน อาจมีอจุ จาระผานออกมาไดบา ง แตถ า การอุดตนั
สมบูรณ ผปู วยจะไมม อี ุจจาระออกมาเลย ไมผ ายลมดวย

การตรวจวนิ จิ ฉัย

โดยการฟง เสยี งลําไส ถา ไมมเี สยี งการทาํ งานของลําไส หรอื หางกนั นานเกนิ ไปก็อาจเปน สญั ญาณที่
บงบอกถึงความผดิ ปกติ

การตรวจรา งกายรวมทง้ั การตรวจทางทวารหนัก
การเจาะเลือด ตรวจนบั เมด็ เลอื ดขาวและเกลือแร

การตรวจทางรงั สี

- การเอกซเรยช อ งทอ ง
- การทดสอบโดยการกลนื สารทบึ รังสแี ลว ถายเอกซเรย
- การเอกซเรยค อมพิวเตอร

การรกั ษา

1. ใหน ้าํ เกลอื เขาทางหลอดเลือดดาํ เพ่อื ทดแทนน้ํา และเกลือแร
2. ใสสายยางขนาดเลก็ ทางจมูกลงไปในกระเพาะอาหาร เพอ่ื ดดู ลมและเศษอาหาร
3. ใสส ายสวนปสสาวะ ดูอตั ราการไหลของปสสาวะ บงถึงการทดแทนนา้ํ ทเี่ พียงพอ
4. งดอาหารทางปาก
ในผูปวยทีม่ ลี าํ ไสอุดตันบางสว น การใหก ารรกั ษาดงั ขางตน อาจพอเพยี ง แตในผปู ว ยทอี่ าการไมดี
ข้ึน หรือมีการอุดตนั ลาํ ไสแ บบสมบรู ณ ผูปว ยตองไดรับการผา ตัดทนั ที หลงั จากที่ไดร ับการเตรยี มรา งกาย
พรอ มแลว
โดยสรุป ความรนุ แรงของภาวะลําไสอุดตนั ขน้ึ อยูกับสาเหตทุ ีก่ อใหเ กดิ โรค ถาผปู ว ยมาพบแพทย
และไดรบั การรักษาทนั ทวงที จะลดอตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ นท่ีรนุ แรงลงได

ภาวะแทรกซอนของลําไสอ ุดตัน

- การติดเชอ้ื
- ลําไสตาย
- มกี ารฉกี ขาดหรอื ลําไสทะลุ

การปองกัน

หากมสี าเหตุ ใหร ักษาสาเหตกุ อน (เชน ไสเ ลอ่ื น หรอื เนอื้ งอกในลําไส) เพอ่ื ลดความเสย่ี ง แตอยา งไร
กต็ าม สาเหตบุ างอยา งก็ไมสามารถปอ งกนั ได

ศาสตรก ารแพทยแ ผนจีน จดั วา มสี าเหตุจากการอดุ กนั้ การไหลเวียนของชแ่ี ละเลือด

Page 165

ความรอนและความเย็นคัง่ คาง การสะสมตกคางของอาหาร หรอื พยาธิในลําไส ซ่ึงกอใหเ กิด
การอุดตนั ของทางเดนิ อาหารตามมา

การรกั ษา

หลกั การรกั ษา: ขจดั การอดุ กัน้ ปรบั สมดลุ กระเพาะ หยดุ อาเจียน และเสรมิ การไหล เวยี นของชใ่ี น
ทางเดนิ อาหาร โดยเลือกจดุ หลกั บนเสนลมปราณเทา หยางหมงิ เปนหลกั

จุดทใ่ี ช:
- ระบาย ShangJuXu (ST 37), XiaJuXu (ST 39), TianShu (ST 25), DaChangShu (BL 25),
NeiGuan (PC 6), ZuSanLi (ST 36), FuJie (SP 14), DaHeng (SP15)
- บาํ รุงระบายเทากนั GuanYuan (CV 4)
อธิบาย : แบง การรกั ษาเปน 3 รูปแบบ ดังน้ี
1. เลอื กจดุ TianShu (ST 25), DaChangShu (BL 25), ZuSanLi (ST 36), FuJie (SP 14),
DaHeng (SP 15) เปนการเลอื กจดุ ซ-ู มเู พ่ือใชรกั ษา กระตุน เขม็ แบบระบาย กระตนุ ซ้ําไดว ันละสองคร้งั
หรือมากกวา ข้นึ กบั อาการของผูปวย
2. เลือกจดุ ShangJuXu (ST 37), XiaJuXu (ST 39) และ ZuSanLi (ST 36) เปน การเลอื กจุด
เหอลา งและจดุ บนลา งในแนวเดยี วกนั ของเสน ลมปราณ เพอื่ เพิม่ ประสิทธภิ าพในการรกั ษา และกระตนุ การ
ทํางานของอวัยวะใหด ขี น้ึ กระตนุ เขม็ แบบระบาย
3. เลือกจดุ DaHeng (SP 15) ปก เข็มลกึ 4 ชุน กระตนุ เขม็ แรงแบบระบาย ไมคาเข็ม กระตนุ วนั ละ 2
คร้งั โดยทว่ั ไป อาการจะดีขนึ้ ภายใน 24 – 48 ชวั่ โมง หลงั ฝง เขม็

การรกั ษาเพิ่มเตมิ

1. การรมยา
เลือกจดุ ShenQue (CV 8) รมโดยใชข ิงคน่ั ครั้งละ 15 – 20 นาที วันละ 3 ครัง้

2. กระตุนจดุ บนลา ง
เลอื กจุด TianShu (ST 25) และ ZuSanLi (ST 36) โดยปก และกระตนุ ทจ่ี ดุ ZuSanLi (ST 36) กอน
เพ่อื ลดอาการคล่ืนไสอาเจยี น อนั เนอื่ งมาจากช่ขี องกระเพาะอาหารว่งิ ยอนขน้ึ บน คาเขม็ ไว 10 นาที และ
ปกเขม็ ท่ีจุด TianShu (ST 25) ใชเ คร่ืองกระตนุ ไฟฟา กระตุนเขม็ โดยตดิ ขัว้ ลบท่ี TianShu (ST 25) และตดิ
ขั้วบวกที่จุด ZuSanLi (ST 36) ใชค ลน่ื dense-disperse นาน 30 นาที
3. ฝงเข็มหู
จุดทใี่ ช: Ear-ShenMen, Large Intestine, Stomach, Small Intestine, Abdomen
การกระตุน : เมอ่ื เกดิ อาการปวดเกร็งในทอ งใหป ก และกระตุนแรง คาเข็มไว 30 – 60 นาที กระตนุ
ทุก 10 นาที จนกวา อาการปวดเกรง็ จะหายไป ในหน่ึงวนั สามารถปกไดทกุ 4 – 6 ช่วั โมง

Page 166

4. การใชเขม็ น้ํา
จุดที่ใช: ZuSanLi (ST 36) ท้งั สองขาง
วิธีการ: ใช Neostigmine ปริมาณ 0.25 mg ตอ จุดฉีดทัง้ สองจุด วธิ นี ใี้ ชส ําหรับภาวะลําไสอุดตัน
ชนิดไมเ คลือ่ นไหว (paralytic intestinal obstruction)

หมายเหตุ :
1. การฝงเข็มและรมยาไดผลดใี นการรกั ษาโรค แตห ากอาการไมด ขี ึน้ ภายใน 6 - 24 ชวั่ โมง ควร
พิจารณาสง แผนกศลั ยกรรมตอไป
2. การฝงเข็มรมยา ไดผ ลดีในการลดอาการปวด จากภาวะลาํ ไสอ ุดตนั จากการเคลื่อน ไหวที่ผดิ ปกติ
(dynamic obstruction) และผลทีไ่ ดก็คงอยนู าน สวนภาวะลําไสอ ุดตนั จากการอดุ ตันภายใน
(mechanical obstruction) ก็สามารถลดอาการปวดไดด เี ชนกนั แตผลคงอยไู ดไ มน าน

Page 167

รูปที่ 35 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคลําไสอ ุดตนั เฉยี บพลัน

ไสตงิ่ อักเสบเฉียบพลัน

( Acute Appendicitis : 急性阑尾炎)

ภาวะไสตงิ่ อกั เสบเฉียบพลนั จะมีอาการปวดบรเิ วณลน้ิ ป หรอื รอบสะดือในระยะแรก ตอ มาอาการ
ปวดจะเลื่อนลงมาบริเวณทองนอยสว นลา งดา นขวา อาการปวดจะเพ่มิ ขึน้ เรอ่ื ย ๆ ปวดมากเมื่อกด อาจมี
การเกร็งของกลามเนอื้ หนาทองบรเิ วณทปี่ วดได มกั นอนงอขา เหยยี ดขาขวาตรงไมได อาจมไี ขรวมดวย
กลัวหนาว

ไสต ง่ิ อักเสบ เปนโรคทเี่ กิดกับไสต่ิง เปน ภาวะฉุกเฉนิ ทางการแพทย ผปู ว ยไสต ง่ิ อกั เสบทุกรายตอ ง
ไดร บั การผาตัดเอาไสติ่งออก หากไมไ ดร ับการรักษาแลว จะมีอัตราการเสียชวี ิตสงู การเสยี ชีวติ สว นใหญ
เกิดจากภาวะเย่อื บชุ อ งทอ งอักเสบและภาวะช็อค

โรคไสติง่ อกั เสบ ไดร บั การอธบิ ายเปนครงั้ แรกโดย Reginald Fitz ในป พ.ศ. 2429 ปจจบุ นั ไดร ับการ
ยอมรับวาเปนหนึ่งในสาเหตขุ องอาการปวดทอ งรนุ แรงเฉยี บพลนั ทพ่ี บบอยท่ีสดุ ทัว่ โลก

ไสต ิง่ เปนสวนขยายของลําไสใ หญสว นตน มรี ูปรางเรยี วหยาวคลา ยหนอน ทําใหม ีคําเรียกใน
ภาษาอังกฤษวา vermiform appendix (ตงิ่ รปู หนอน) ความยาวโดยเฉลย่ี 8 - 10 เซนตเิ มตร (มขี นาดได
ตั้งแต 2 - 20 เซนตเิ มตร) เจรญิ ขึ้นในเดือนทห่ี าของการตั้งครรภ และมเี น้ือเย่ือน้าํ เหลอื ง (lymphoid
follicle) ทวั่ ชนั้ เย่ือเมอื ก เน้อื เยอื่ นา้ํ เหลอื งเหลานี้จะมจี าํ นวนมากขึน้ และขยายขนาดเมอื่ มอี ายุ 8 - 20 ป

จากหลกั ฐานในปจ จบุ ัน เชอื่ กนั วา โรคไสติง่ อักเสบเปน ผลทเี่ กดิ จากการมกี ารอดุ ตนั ของไสตง่ิ เมื่อ
เกดิ มกี ารอุดตันเกดิ ข้ึนแลว สว นทอ่ี ดุ ตนั นจ้ี ะมกี ารคง่ั ของมูกมาอัดแนน และบวมขนึ้ มคี วามดนั ภายในสว น
ท่อี ุดตนั น้แี ละตวั ผนงั ไสติ่งเองสงู ขนึ้ เกดิ ล่มิ เลอื ดอุดตนั ในหลอดเลอื ดขนาดเลก็ ขัดขวางการไหลเวยี นของ
เลอื ดและนาํ้ เหลือง หากอาการดําเนนิ มาถงึ ระดับน้ีแลวพบวาการกลบั หายเปน ปกตไิ ดเองพบไดน อย เมื่อ
อาการดําเนินตอไปไสติ่งจะขาดเลอื ดและตายเฉพาะสว นไป ตอ มาแบคทีเรียทม่ี อี ยูแลว ในลําไสจะผา นผนงั

Page 168

ไสต ง่ิ ทตี่ ายแลว นอี้ อกมา เกดิ หนองขึน้ รอบ ๆ ไสต่ิง จนสดุ ทา ยแลว ไสต่ิงทอี่ ักเสบมากนีจ้ ะแตกออกทําให
เกิดเยือ่ บชุ องทองอกั เสบ ซึ่งอาจทําใหเ กดิ ภาวะเลือดเปน พษิ และเสยี ชวี ติ ได

ในบรรดาสาเหตตุ า ง ๆ ของการอุดตนั ของไสติง่ เชน การมวี ตั ถุแปลกปลอม การมบี าดแผล พยาธิ
สาเหตุท่ีไดรบั ความสนใจมากสาเหตหุ นึง่ คอื การมนี ิว่ อจุ จาระไปอดุ ตนั พบวา มีความชกุ ของการพบนวิ่
อจุ จาระ ในผปู วยไสต ่งิ อักเสบในประเทศพฒั นาแลวมากกวา ในประเทศกําลังพัฒนา และการมนี ว่ิ อจุ จาระ
อุดตันในไสต ิ่ง มักพบวามีความสัมพนั ธก ับไสตงิ่ อกั เสบรนุ แรง นอกจากน้ภี าวะทอ งผกู ก็อาจมีสว นดว ย
ดังท่ีพบวา ผูปว ยไสต ิ่งอักเสบมจี าํ นวนครั้งการถายอจุ จาระตอสปั ดาหน อ ยกวา กลุม ควบคมุ ปกติอยา งมี
นยั สาํ คญั การเกดิ มนี ิว่ อุจจาระในไสต่งิ สัมพนั ธก ับการทม่ี ที ่ีเกบ็ อจุ จาระคงั่ ในลาํ ไสใหญส ว นขึ้นและการมี
ชวงเวลาในการบีบไลอ จุ จาระนาน จากขอมลู ทางระบาดวิทยาพบวาในกลุม ประชากรที่ไมเ ปนโรคไสต่งิ
อักเสบ ไมพบผูป ว ยโรคกระเปาะลําไสห รอื ต่ิงเนอ้ื เลย และพบผูปวยมะเร็งลาํ ไสใ หญนอยมาก นอกจากนยี้ ัง
พบวา ผปู ว ยมะเรง็ ลาํ ไสใ หญแ ละมะเรง็ ไสตรงมักเปน โรคไสตง่ิ อักเสบนํามากอนดว ย มีหลายการศึกษา
พบวาการกนิ อาหารท่ีมกี ากใยต่ํา มสี ว นในการทําใหเกดิ โรคไสตง่ิ อักเสบ ซ่ึงตรงกนั กบั ขอมลู ทีว่ าการกิน
อาหารท่มี กี ากใยตา่ํ ทาํ ใหม ชี วงเวลาในการบบี ไลอ ุจจาระนานขน้ึ

อาการและอาการแสดง

อาการของไสต ิง่ อกั เสบเฉียบพลันนั้นอาจแบง ไดเ ปน สองชนิด คอื ชนดิ ตรงไปตรงมาและชนดิ ไม
ตรงไปตรงมา ประวตั ิของผปู วยไสต งิ่ อักเสบเฉยี บพลนั ชนดิ ตรงไปตรงมานน้ั จะเร่มิ จากมีอาการปวด
บรเิ วณรอบสะดือ กอนท่จี ะยายไปปวดบรเิ วณหนาทอ งดา นลางขวา ลักษณะนเ้ี กิดจากการทอี่ าการปวดใน
ชวงแรกเกิดจากเสน ประสาทอวยั วะภายในทรี่ ับความ รูส ึกจากไสต ิ่งนัน้ แบง แยกตาํ แหนงความเจบ็ ปวดได
ไมชดั เจน เทา อาการปวดในชวงหลังทเี่ กดิ จากอกั เสบลุกลามไปยงั เยือ่ บชุ อ งทอ งซงึ่ มีเสน ประสาทโซมาติกท่ี
สามารถระบุตําแหนง อาการปวดไดช ดั เจนกวา อาการปวดทองมักมรี ว มกบั อาการเบื่ออาหารและมไี ข
อยางไรกด็ ีไขไมใ ชอาการทีจ่ าํ เปน ตองมีเสมอไป อาจมอี าการคล่นื ไสแ ละอาเจยี น รสู ึกงว งซึม และรสู ึกไม
สบาย ดว ยอาการแบบตรงไปตรงมานี้ การวนิ จิ ฉัยสามารถทําไดง าย ผปู วยมกั ไดรับการผา ตดั รวดเรว็ และ
ผลออกมาดไี มมรี นุ แรง

อาการทไ่ี มตรงไปตรงมานั้นอาจเรมิ่ จากมอี าการปวดเรมิ่ ทห่ี นา ทอ งดา นลางขวาตง้ั แตต น ทอ งเสยี
และมีการดาํ เนนิ โรคท่ยี าวนานคอยเปนคอ ยไป หากไสต งิ่ ที่อกั เสบสมั ผัสกับกระเพาะปส สาวะอาจทาํ ใหมี
อาการปสสาวะบอ ย หากไสติง่ ที่อกั เสบอยดู า นหลงั ลาํ ไสเ ล็กตอนปลายอาจมอี าการคลื่นไสร นุ แรงได บาง
รายอาจรสู กึ ปวดเบง

โรคไสต ิ่งอักเสบเร้อื รงั ตา งจากโรคไสต่งิ อักเสบเฉยี บพลนั อาการอาจแตกตางไดม ากในผปู ว ยแตล ะ
คน ดังมีคาํ กลาววา "ไมมีลักษณะเฉพาะหรอื การตรวจทว่ั ไปใด ๆ ท่ีจะใชว นิ จิ ฉัยไสตงิ่ อกั เสบเรือ้ รังเปน ซํ้า
ได จะตอ งวนิ จิ ฉยั โดยการคดั โรคอืน่ ออกเทานน้ั ..."

Page 169

อาการและอาการแสดง

ผลจากการมีไสต งิ่ อกั เสบจะทําใหผนงั ชองทอ งออ นไหวตอการสมั ผสั เบาๆ มากขน้ึ มีอาการกดปลอย
แลว เจ็บ (rebound tenderness) ในกรณที ่ีไสต ิ่งของผูปว ยอยตู าํ แหนงหลังลําไสใหญอาจทําใหไ มม อี าการ
เจ็บจากการตรวจทางหนา ทองไดเ พราะลําไสใหญท ่ีเต็มไปดว ยอากาศจะกนั ไมใหแ รงกดไปสมั ผัสโดนไสติ่ง
ทอ่ี ักเสบ ในกรณเี ดียวกัน ถาไสตง่ิ อยูตํ่าลงมาภายในองุ เชงิ กรานกจ็ ะตรวจไมพ บอาการเจบ็ หนาทองหรือ
หนาทอ งแขง็ เชนกนั ในกรณีเชน นกี้ ารตรวจทางทวารหนกั จะตรวจพบอาการเจ็บใน rectovesical pouch
ได การกระทําใดๆ ทเี่ พิม่ แรงดนั ในชอ งทอ ง เชน การไอ จะทาํ ใหมอี าการเจบ็ ที่ตาํ แหนง McBurney's point
และเปน วิธตี รวจหาตาํ แหนง ของไสต่งิ ที่อักเสบท่เี จ็บนอ ยทส่ี ุด ถา ตรวจหนา ทอ งแลว พบวา หนาทองแข็ง
อยางมากโดยทผี่ ปู ว ยไมไดต้งั ใจเกรง็ หนา ทองแลว เปน ไปไดมากวา จะมภี าวะเยอ่ื บชุ อ งทอ งอักเสบแลว ซง่ึ
ตองไดรบั การผา ตัดโดยดวน

- Rovsing's sign

การกดตรวจลกึ บริเวณ iliac fossa ทางดานซายอาจทาํ ใหม อี าการเจ็บบรเิ วณ iliac fossa ทาง
ดานขวา นี่เปน ลักษณะของ Rovsing's sign หรือ Rovsing's symptom ใชวนิ จิ ฉยั ไสติง่ อกั เสบเฉียบพลนั
ได

- Psoas sign

บางครง้ั ไสตง่ิ ทอี่ ักเสบอาจมตี าํ แหนง อยบู นกลา มเนือ้ psoas จะทําใหผปู วยนอนงอสะโพกขวาเพอ่ื
คลายความเจ็บปวดทีป่ วดมาก

- Obturator sign

ถา ไสติ่งที่อกั เสบอยูต ิดกบั กลา มเนือ้ obturator internus จะตรวจพบการเกร็งของกลา มเนอ้ื โดยงอ
และหมนุ ขอ สะโพกเขา ดานใน การกระทาํ เชน นจ้ี ะทาํ ใหผ ปู วยมีอาการเจบ็ ที่บรเิ วณทองนอ ย

การรักษา

- การผา ตดั เอาไสต ่ิงอักเสบออก
ไสต่ิงอักเสบรักษาโดยการผา ตัดเอาไสต ิ่งออก ในชวงแรกผูปว ยจะไดร บั การเตรยี มการผาตัดโดยให
สารนาํ้ ทางหลอดเลอื ดดําเพอื่ ปองกนั ไมใหรา งกายขาดน้าํ ในขณะท่ีงดนาํ้ และงดอาหาร อาจมีการใหย า
ปฏิชวี นะทางหลอดเลอื ดดําเพื่อชวยฆา เชอื้ แบคทเี รียและลดการแพร กระจายของการตดิ เช้อื ในชอ งทอง
รวมถึงลดภาวะแทรกซอ นหลังการผาตดั ดว ย ถา ผปู วยทอ งวา งอาจใชการผา ตัดโดยการวางยาสลบ หรือ
ไมเชน นน้ั อาจใชก ารทําใหช าโดยฉดี ยาเขา ชองนํ้าไขสนั หลงั
การผา ตดั เอาไสติ่งออกในปจ จุบนั นิยมใชก ารผา ตดั โดยการใชก ลอ งสองตรวจผา นทางชอ งทอ ง สว น
ในประเทศไทยยังนยิ มใชก ารผาตดั โดยการเปดชอ งทอ งบรเิ วณ McBurney's point ตรงตาํ แหนงทเ่ี ปนไส
ต่ิง วิธีการกรดี แผลท่ีเปน ทน่ี ิยมทส่ี ดุ คือการผา โดยใชแ นว gridion (แนวเฉยี ง) หรอื แนวนอน มรี ายงานการ
ผาตดั เอาไสต ง่ิ ออกในผปู ว ยสตรโี ดยการใชก ลอ งสองตรวจผานทางชอ งคลอดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551

Page 170

การพยากรณโรค

ผลการรักษาไสต ิ่งอกั เสบไมวา จะมีภาวะแทรกซอนเกดิ ขน้ึ หรือไมก็ตามสวนใหญไ ดผ ลดี ผปู วยสว น
ใหญส ามารถกลับสภู าวะปกตใิ นเวลาไมนานหลงั การผาตดั และหลงั จาก
นน้ั สามารถใชช ีวติ ไดตามปกติ

พยากรณโรคโดยท่ัวไปดีมาก อตั ราการตายโดยรวมนอ ยกวา 1% ภาวะเปน โรคสวนใหญ ข้นึ อยกู บั
วา ไสตง่ิ นั้นอักเสบเฉียบพลันมากหรือไม หรือมีการแตกของไสต งิ่ ทอ่ี ักเสบหรอื ไม ภาวะแทรกซอนทพ่ี บบอ ย
ทส่ี ดุ คอื การติดเชื้อของแผลผา ตัด พบในผูปวยไสตง่ิ แตกประมาณ 1-5%

สาเหตุทางศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี เกดิ จากการรบั ประทานอาหารทีไ่ มเ หมาะสม รบั ประทานมาก
เกนิ ไปหรอื ดื่มเคร่อื งดมื่ แอลกอฮอล รับประทานอาหารทมี่ ันและเยน็ ซ่งึ จะกอใหเ กดิ การบาดเจบ็ ตอ
กระเพาะอาหารและลาํ ไส ทาํ ใหม กี ารสะสมค่ังคา งของเสมหะและความรอนในชองทองสวนลาง หรือมีการ
เคลื่อนไหวอยางรนุ แรงหลังรบั ประทานอาหารทําใหก ารทาํ งานของลําไสผ ดิ ปกติไป เกดิ การไหลเวียนของ
เลือดและช่ตี ิดขดั ในท่สี ดุ จะเกดิ การอกั เสบตามมาจากความรอนท่ีหมุนเวียนอยใู นชองทองสวนลา ง และ
การไหลเวยี นท่ีตดิ ขัดของเลอื ด ช่ี และเสมหะ

การรักษา

หลักการรักษา: ปรับการไหลเวยี นชีข่ องอวยั วะกลวง ขจดั ความรอ นที่ตกคาง เลอื กจุดหลกั จากเสน
ลมปราณหยางหมงิ มือและเทา

- การรกั ษาดว ยการฝงเข็ม

1. ปกจุดคู
เลือกจดุ ZuSanLi (ST 36) และ ShangJuXu (ST 37) หรือ LanWei (EX-LE 7) ปก จุดและกระตุน
แบบระบายทงั้ สองจุด คาเข็มไว 1 ชว่ั โมง กระตุนเขม็ ทกุ 10 นาที ฝง เข็มวันละ 2 – 3 คร้ังจนอาการปวด
ทอ งเมือ่ กดหายไป หากมีไข ใหเ พม่ิ จดุ QuChi (LI 11) หากทอ งอืดแนน ใหเ พม่ิ จดุ DaChangShu (BL 25)
และ CiLiao (BL 32) [กรณศี ึกษา ผูปวยไสต ง่ิ อักเสบ 590 รายรักษาดว ยวธิ ดี ังกลาว พบวา รกั ษาหาย
356 ราย, อาการดขี น้ึ 162 ราย, ไมเปลี่ยน แปลง 72 ราย]
2. ปก จดุ พเิ ศษ XiSiXue ทั้งสองขา ง และ DaHeng (SP 15) ท้ังสองขา ง ปกเข็มตั้งฉากท่จี ดุ
XiSiXue (Extra point ตําแหนง 4 ชุนเหนือขอบบน นอกของกระดกู สะบาของเขา ท่ีงออยู) กระตนุ แรงใหได
ชแี่ ละไดความรสู กึ แผ ออกไปถงึ ขาหนบี ไปจนถึงทองนอย สว นจุด DaHeng(SP 15) ใหป ก เฉียงลงไป

หาขาหนีบกระตนุ ใหไดช่แี ละไดค วามรสู ึกแผกระจายไปถึงขาหนีบเชนกนั เมื่อ กระตุนจุดทงั้
สองขางใหไดค วามรูสกึ แผก ระจายเขาหากนั อาการปวดแนนใน ทองกจ็ ะทุเลาลง คาเขม็ ไว 30 นาที
กระตุน ทกุ 10 นาที

Page 171

3. ปกที่จดุ สะทอนของลาํ ไสเล็ก: จดุ จะอยูตาํ แหนง ระหวางโหนกแกม (zygoma) และปก จมกู
ท้ังสองขาง สามารถปก ไดส องวิธคี ือ วิธีแรกปก แบบเฉียง โดยปก เขม็ ทต่ี าํ แหนง 1/3 ดา นในระหวางปก
จมกู และโหนกแกมใหเ ปนมมุ ประมาณ 25 องศากับแนวรองขอบจมกู ลกึ 0.2 – 0.3 ชนุ กระตุนแบบผิงปู
ผงิ เซย่ี ใหไดช ี่ สว นวิธที ่สี องใหป กตรงตั้งฉากทจ่ี ดุ เดียวกนั ลกึ 0.1 ชนุ กระตนุ ใหไ ดช่ี แลวใชสําลี สเตอ
ไรซป ดทบั เข็มท้ิงไว 12 ชั่วโมง(บางรายอาจนาน 12 – 24 ช่วั โมง) ทําวันละครง้ั อาการจะทเุ ลาลงและดขี น้ึ

4. เลือกจดุ ZuSanLi (ST 36) เสริมดว ยจดุ QuChi (LI11) และNeiTing (ST 44) ปก เข็ม
กระตุน ใหไดช ี่ แลวกระตนุ เขม็ แรง คาเขม็ ไว 1 ช่วั โมง ทําการรกั ษาวันละ 2 – 3 คร้งั และลดลงเหลอื วันละ 1
– 2 ครั้ง เมอ่ื อาการดีขนึ้ หากอาการไมดีขึน้ หรือทรุดหนกั ลง ใหรกั ษาดว ยการผาตดั ตอไป

5. การรมยา
5.1 รมยาทจี่ ุด QiHai (CV 6) โดยใชโ กฐแทง รมยานาน 30 นาที วันละครง้ั ในผูป วยที่มีอาการมาก

อาจรักษาตอเน่ือง 2 – 3 วัน โดยท่ัวไปไขจะลดลงและหายไปหลังการรักษาได 2 หรอื 3 ครงั้ [กรณศี กึ ษา
ผปู วยไสต ่งิ อักเสบรวม 40 รายรักษาดว ยวิธนี ้ี หายดี 38 ราย ไมไดผล 2 ราย]

5.2 รมยาทีจ่ ดุ DaDun (LR 1) ท้ังสองขา งและจดุ กดเจบ็ (McBurney’s point) โดยใชโกฐจุฬาปน
เปนรปู โคนขนาดเทาเมล็ดขาวสาลีวางทีจ่ ดุ DaDun(LR 1) ทั้งสองขาง รมยาจนรสู ึกแสบรอนกเ็ ปลีย่ นโกฐ
ใหม ทําซ้าํ จนเหน็ ผวิ หนังแดงจึงหยดุ ระวงั อยาใหเ กิดตมุ นํา้ พพุ อง ปกตจิ ะใชโกฐประมาณ 5 กอนตอ ขาง
สว นท่จี ุด McBurney’s point ใหใ ชโกฐแทงรมแบบรวดเร็วรอบจุดนาน 20 – 30 นาทที าํ ไปทลี ะจดุ จน
ผวิ หนงั แดงไดความรสู กึ รอนผานผิวหนังลงไปถึงกลามเนอ้ื ดานลาง ใหร ะวงั อยาใหเกดิ ตมุ น้าํ พุพองเชน กนั
โดยท่วั ไปทาํ วันละ 1 – 2 คร้ัง

5.3 รมยาท่จี ดุ ZhouJian (EX-UE 1) ท้ังสองขา ง โดยรมยาเปน วงรอบจุดทัง้ สองขางนาน 20 – 30
นาที วธิ นี ปี้ รากฏอยใู นหนงั สือ “รมยาในกรณฉี กุ เฉนิ ” (Moxibustion for Emergency) ซึง่ บนั ทกึ ไวว า “ซุน
ซือเหมย่ี ว Sun SiMiao กลา ววา การอกั เสบของลําไสรกั ษาดว ยการรมยาแบบรวดเรว็ ทจ่ี ุด ZhouJian(EX-
UE 1) โดยใชโกฐขนาดเทาเมล็ดถั่วเขียว จาํ นวน 100 กอนเพอ่ื ใหเกดิ การถา ยเปน เลอื ดและหนอง”

บนั ทึกเพมิ่ เตมิ : ภาวะไสต งิ่ อักเสบเปน ภาวะที่เกิดจากความรอ นแกรงจากภายในทําไมจึงใชก ารรม
ยารักษาได ในมมุ มองของผแู ตงตาํ รามองวาไสต่งิ อกั เสบสาเหตุหลกั คอื ภาวะการไหลเวียนทต่ี ดิ ขดั ของ
เลือดที่สะสมกนั นาน การรกั ษาคือการขจดั กอ นทตี่ ดิ ขดั ดวยวธิ ีการอุน และกระตนุ การไหลเวยี นของเลอื ด
เพื่อลดการคั่ง การรมยากอ ใหเกดิ ความอนุ ท่ีสามารถขจดั การคง่ั ตดิ ขัดได และเสริมการไหลเวียนของเลือด
และชี่ เพ่ิมความแข็งแรงของเวยชเ่ี พอื่ ตอ ตานเสยี ช่ี

6. การเจาะปลอ ยเลือดและการครอบกระปุก
จดุ ทใี่ ชมี 3 กลมุ จุดคือ 1- DaZhui(CV 14) และ PiShu(BL 20), 2- ShenZhu (GV 12) และ
DaChangShu(BL 25), 3- GuanYuan(CV 4) QiHai(CV 6) TianShu(ST 25) และ Ah-Shi point โดยใน

Page 172

แตละครง้ั ของการรกั ษาใหใชค ร้งั ละหน่ึงกลมุ จุดและวนั หนงึ่ ใหท าํ การรักษา 1 – 3 คร้งั เริม่ จากใชเ ขม็
สามเหลี่ยมปกทีละจุดนาน 3 วินาทีเพือ่ ปลอยเลอื ดและครอบกระปุกตอใหเลือดออกนาน 10 นาทีตอ จุด

7. การฝงเข็มใบหู
จุดที่ใช : จดุ กดเจบ็ ทต่ี าํ แหนงลําไสใหญห รอื ลําไสเล็กบนใบหแู ละจดุ LanWei (EX-LE 7) ปก เขม็
และกระตุน แรงแบบระบายทจ่ี ดุ ท้งั สองหลงั จากไดช ่ีแลวคาเข็มไว 1 – 2 ชัว่ โมง ทาํ การรกั ษาวนั ละ 1 – 4
ครั้ง โดยท่วั ไปเม่ือกระตนุ เขม็ แลวอาการปวดท่ที อ งนอ ยดานขวาจะหายไปหรอื ลดลงอยางมากแตต องใช
เวลาในการรักษา 2 – 3 วันตอเน่อื งเพอ่ื ใหอาการปวดทอ งเมื่อกดและปวดเม่อื ปลอยหายไป [กรณีศกึ ษา
ผูป วยไสต่ิงอกั เสบจํานาน 25 รายรกั ษาดว ยวิธีน้ี หายได 21 ราย ดีข้นึ มาก 3 ราย ไมไดผ ล 1 ราย]

8. การฝงเขม็ และกระตุนดว ยเคร่ืองกระตุนไฟฟา
จุดทใ่ี ช LanWei (EX-LE 7) ทงั้ สองขาง เสริมดวยจดุ TianShu (ST 25) ขางขวาและจุด ZuSanLi
(ST 36) ขางขวา โดยการปกเข็มทจี่ ุด LanWei (EX-LE 7) ลกึ 1 ชนุ กระตนุ เขม็ ดว ยเทคนคิ ทเ่ี รยี กวา
นกกระจอกจกิ (sparrow-pecking) แลว คาเขม็ ไว กระตนุ ตอ ดว ยเครื่องกระตุนไฟฟา ทุกจดุ แรงเทา ท่ผี ูป วย
ทนได นาน 30 นาที ทาํ วันละ 3 ครั้งหากอาการไมดีข้ึนใหป กจุดท่เี หลอื เพ่มิ เติม
9. การรักษาดว ยลาํ แสงเลเซอร
จุดทใี่ ช LanWei (EX-LE 7) ทงั้ สองขา งและทตี่ ําแหนง McBurney’s point ใชเครื่องเลเซอร He-Ne
ใชก ําลงั 3 – 5 mw ฉายทตี่ ําแหนง McBurney’s point นาน 10 นาที และทจี่ ดุ LanWei(EX-LE 7) ขางละ 5
นาที โดยมีระยะหาง 30 – 60 ซม.จากผวิ หนัง ทาํ การรักษาวนั ละ 2 ครงั้ เหมาะสําหรบั ผทู ี่กลวั การฝง เข็ม
เดก็ และผทู ่มี รี า งกายออนแอ

หมายเหตุ
1. การฝง เข็มและรมยาเหมาะสาํ หรับภาวะไสต ่ิงอักเสบชนดิ เฉยี บพลนั ท่เี ปน ระยะแรกและอาการไม
รุนแรง และถือเปน การรักษาเสริมและประคับประคองสําหรับภาวะไสติ่งอักเสบชนิดอ่นื หากมีแนวโนม วา
ไสติ่งอักเสบรุนแรงและอาจแตกได ควรรกั ษาดว ยการผาตดั ตอ ไป
2. การฝง เข็มและรมยา สามารถเพม่ิ ฤทธกิ์ ารตา นการอกั เสบในระดบั เซลล
(anti-inflammation) เพมิ่ ความสามารถในการกําจัดสิง่ แปลกปลอมของเม็ดเลือดขาวได (phagocytosis)
เพิม่ การเคล่ือนไหวของไสต ่ิง ลดการหลง่ั สารในชองไสติ่ง และเพิ่มการไหลเวยี นของเลือดได จงึ เปรยี บเชน มี
ฤทธต์ิ า นการอักเสบนั่นเอง

Page 173

รปู ที่ 36 แสดงจุดฝง เข็มรกั ษาโรคไสติ่งอักเสบเฉยี บพลนั

น่วิ ในไต
(Renal Colic and Stone : )肾结石

ปวดจากนิ่วในไตเปนภาวะทก่ี อ ใหเ กิดการบาดเจ็บทั้งในบรเิ วณทเ่ี ปนนิ่ว เกิดภาวะขาดเลือด และ
กอ ใหเ กิดการตดิ เชื้อในระบบทางเดนิ ปส สาวะตามมา นิว่ คอื กอนหนิ ปนู หรือผลกึ เกลือแรซง่ึ เกิดในระบบ

Page 174

ทางเดนิ น้าํ ปส สาวะ ระบบทางเดนิ นํา้ ปส สาวะจะประกอบดวยไต และนา้ํ ปส สาวะจากไต จะไหลผา น
หลอดไตเขาสูก ระเพาะปสสาวะ หลังจากน้ันผปู ว ยกจ็ ะขบั ปส สาวะ ออกมาผานทางทอ ปส สาวะ สําหรับนิว่
ท่ีเกิดขนึ้ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะ จะเกดิ ขน้ึ ท่ีไตกอน แลวอาจจะหลดุ มาตดิ อยูในหลอดไตหรือหลดุ มาอยู
ในกระเพาะปส สาวะ ของนิว่ มี หลายอยาง เชน แคลเซยี ม ออกซาเลต กรดยูรคิ

สาเหตขุ องการเกิดน่วิ ในทางเดินปส สาวะ

สาเหตขุ องการทที่ ําใหเกดิ มกี ารรวมตวั กนั ของผลึกของเกลือแรห รอื หนิ ปนู เปน กอนน่ิวยงั ไมท ราบ
แนน อน แตจ ะมเี หตบุ างอยางซึง่ จะชวยสง เสรมิ ทาํ ใหม นี ่วิ เกิดขนึ้ ไดงาย เชน ภาวะท่ีมกี ารค่ังของน้ํา
ปสสาวะอยูใ นกระเพาะปสสาวะ ในผปู วยชายซ่งึ เปนโรคตอ มลกู หมากโต ปสสาวะท่ีคางในกระเพาะ
ปสสาวะก็จะเปน สาเหตใุ หเ กดิ มนี ่ิวเกิดขนึ้ หรือในผปู วยบางประเภท ซ่ึงนํา้ ปส สาวะมคี วามเขมขน ของ
เกลอื แรมาก เชน ด่มื น้ํานอยกวา ปกติ หรอื รับประทานอาหารบางประเภท ซึ่งมเี กลือแรข บั ออก มาทางน้าํ
ปสสาวะมาก เชน พวกเครื่องในสตั วห รอื พวกผกั สด หนอไม เปนตน เหลา น้ีจะเปน สาเหตใุ หเ กิดน่ิวใน
ทางเดนิ ปส สาวะได การรบั ประทานอาหารพวกเครอ่ื งในสตั วมาก หรอื ประเภทเนอื้ พบวา มีการขบั เกลือแร
ชนดิ หนึง่ คอื กรดยรู คิ แอซคิ ออกมาในนํ้าปสสาวะมากอาจกอ ใหเ กดิ นิ่วได หรือในกลมุ ท่รี ับประทานผกั สด
หรอื หนอไมมากๆ กจ็ ะมีโอกาสทาํ ใหเ กดิ นวิ่ ชนิดออกซาเลตได ฉะนน้ั ผปู ว ยท่ีเคยเปน น่ิวชนดิ น้ีมากอนกจ็ ะ
มโี อกาสเปนนิ่วชนดิ นไ้ี ดอกี บอ ย ๆ

จากสถิตทิ ่วั ๆ ไป พบวานวิ่ เปน มากในผูช ายมากกวา ผูหญงิ ประมาณ 2 เทา แตท ี่นา สงั เกตกค็ อื
เด็กผชู ายในภาคอีสานเปน น่วิ ในกระเพาะปสสาวะมาก จากการวจิ ยั พบวา เดก็ ขาดธาตอุ าหารโดยเฉพาะ
โปรตนี บางชนิด และมักชอบรับประทานผกั บางชนิด ซงึ่ มีโอกาสทาํ ใหเ กดิ นว่ิ ชนดิ หนงึ่ ในกระเพาะปสสาวะ

อาการและการแสดง

อาการของผูป ว ยเปนโรคน่ิวในระบบทางเดนิ ปสสาวะขน้ึ อยกู บั วา เปน นิ่วทต่ี าํ แหนง ใด ถาเปนนิว่ ที่
ไตหรือหลอดไต ผปู วยจะมอี าการปวด เอวขางท่ีมนี วิ่ หรอื ปสสาวะบอ ย ขุนหรอื มเี ลือด สว นผปู ว ยทเ่ี ปน น่วิ
ทีก่ ระเพาะปส สาวะมกั มีอาการถายปสสาวะลาํ บาก ปสสาวะบอ ย หรือปส สาวะไมอ อกกไ็ ด หากผูปวยมนี ่วิ
ที่ไตทง้ั 2 ขา งแลวไต ไมทาํ งานท้งั 2 ขา ง อาจมผี ลทําใหผปู ว ยมคี วามเสยี่ งจากไตวาย

การตรวจ

ผปู ว ยทีส่ งสัยวา เปน โรคนว่ิ ควรจะมาพบแพทย เพ่ือทําการซักประวตั ิ ตรวจรา งกาย และตรวจนาํ้
ปสสาวะ ซ่ึงอาจจะพบวามเี ม็ดเลือดแดงหรือเมด็ เลอื ดขาว ในน้ํา ปส สาวะ และอาจตองสงผปู วยไป
เอกซเรยบรเิ วณไตและกระเพาะปส สาวะ ซงึ่ จะบอกไดว าผปู วยมีน่วิ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะหรือไม

Page 175

การรกั ษา

การรกั ษาโรคน่วิ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะปจ จุบนั มกี ารรักษาอยู 2 วธิ ีคอื
1. รกั ษาโดยไมใชการผาตดั โดยเฉพาะผปู วยท่เี ปนนิว่ ในหลอดไต ทขี่ นาดเลก็ มากๆ จะหลดุ ได
เองมาอยูที่กระเพาะปสสาวะ แพทยจ ะแนะนาํ ใหด ่มื น้ํามาก ๆ อยา งนอ ยวันละ 10-15 แกวตอวัน ถามี
อาการปวดก็จะใหยาแกป วด
2. รกั ษาโดยการผาตดั จะใชวิธีนี้กต็ อเมอื่ น่วิ นนั้ ทาํ ใหเ กดิ มกี ารเสยี การทํางาน ของไต หรอื ทาํ ให
ผูปวยปส สาวะไมออก โดยเฉพาะผปู วยท่ีเปน นวิ่ ท่ีกระเพาะปสสาวะ

วธิ ีปองกนั

สําหรับการปองกนั ผปู ว ยทเี่ ปน นิว่ ไมใ หเปน ใหมนนั้ ไมม วี ิธีปอ งกนั ที่ไดผลสมบรู ณ แตม ีวิธีปองกนั ที่
จะใหเ กดิ เปน นวิ่ ใหมไดยากโดยแนะนาํ ผปู ว ยดังน้ี

1.แนะนาํ ใหผ ูปวยดืม่ นา้ํ มาก ๆ อยางนอ ยวันละ 10-15 แกว
2. ใหผ ปู ว ยรกั ษาอาการติดเช้ือของระบบทางเดินปส สาวะ ซง่ึ จะเปนสาเหตุ ใหเ กิดนิ่วไดงาย
3. ผปู ว ยทเี่ ปน นิว่ ควรจะไดท ราบจากแพทยวาเปนนว่ิ ชนดิ ใด โดยการเอาน่วิ ไป ตรวจและรบั
คําแนะนาํ จากแพทยวา ควรหลีกเลย่ี งการรบั ประทานอาหารประเภทใด ซงึ่ จะเปนเหตทุ าํ ใหเ กิดนวิ่ ชนิดนน้ั
ๆ การกล้ันปสสาวะนานจะทําใหเ กิดการอักเสบของกระเพาะปสสาวะ โดยเฉพาะในผหู ญงิ การกลนั้
ปสสาวะนาน ๆ ประมาณ 6 - 8 ช.ม. ไมทาํ ใหเกดิ เปน นวิ่ ใน กระเพาะปสสาวะ แตก ารค่งั ของนํา้ ปส สาวะใน
กระเพาะปสสาวะ ในผูป ว ยทปี่ ส สาวะไมห มดนั้น ตอ งใชเ วลานานเปน เดอื นถึงจะมีน่วิ เกดิ ขึน้ ได

ศลั ยแพทยระบบทางเดินปส สาวะ จะตองระวงั การเกดิ เปน น่ิวใหม โดยรกั ษาตน เหตุทที่ าํ ใหเ กดิ มี
การคั่งของนํา้ ปส สาวะ เชน ผูป ว ยท่ีเปน ตอ มลูกหมากโต ควรจะตองรกั ษาเร่ืองตอ มลูกหมากโต เปนตน

ศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี พบวา มสี าเหตจุ ากการรบั ประทานอาหารท่ีมรี สจดั หรอื รอ น หรอื มนั
มากเกนิ ไป หรอื ด่ืมสรุ ามากเกินไป กอ ใหเ กดิ ความรอ นช้ืนไหลลงสไู ตและกระเพาะปสสาวะ หรอื เกดิ จาก
สุขอนามัยท่ไี มดีของทางเดินปสสาวะกอ ใหเ กดิ การสะสมของเช้อื กอโรคทาํ ใหเกดิ ความรอ นชนื้ สะสมใน
ระบบทางเดินปสสาวะ หากมีการสะสมของความรอนช้ืนเหลานนี้ านจะแปรเปลยี่ นเปน ทรายและกอ เกดิ
กอนน่ิวข้ึนมาไดทง้ั ในไตและกระเพาะ ปสสาวะ เกิดการขัดขวางการไหลของปสสาวะและหนาที่การขับ
ปส สาวะตามปกตริ วมถงึ ขดั ขวางการไหลเวยี นของชดี่ วย

อาการจะประกอบดว ยการปวดแบบเฉียบพลนั เสมอื นถกู มีดบาดในบรเิ วณชว งเอวหรือทอ งนอย
และมีปสสาวะเปนเลอื ด อาการปวดอาจอยนู านราว 2 – 3 นาที แลวหายไป ปวดเปน ๆ หาย ๆ หรืออาจ
ปวดนานเปนช่ัวโมงหรือกวา นนั้ กไ็ ด มกั จะปวดตง้ั แตบรเิ วณเอวชวงไตราวลงมาทอ งนอ ยฝง เดยี วกนั ลงไป

Page 176

จนถงึ ทอปส สาวะหรอื อวัยวะเพศภายนอกได หรือบางรายอาจเลยไปจนถงึ ตน ขาดานในกไ็ ด มีอาการ
คลื่นไสอาเจยี นรว มดว ยหรืออาจถงึ ข้ันเปน ลมหมดสติได

หลกั การรักษา : ขจดั ความรอนช้นื บรรเทาอาการปวด และปรบั การทํางานของระบบปสสาวะ จุดท่ี

เลือกใชเ ปน จดุ ทอี่ ยูบนสน ลมปราณกระเพาะปส สาวะ ไต และมาม
จุดทเ่ี ลือกใช : ปก ระบายท่ีจดุ Ah-Shi point, ShenShu(BL 23), JingMen (GB 25),
ZhiShi(BL 52), YangLingQuan(GB 34), GuanYuan (CV 4),
ZhongJi(CV 3), ShuiQuan(KI 5), JiaoXin(KI 8), YangJiao(GB 35),
KunLun(BL 60), FuJie(SP 14)
อธบิ าย :
1. เลอื กปกจดุ ตามตําแหนง ของน่ิว
น่วิ ในไตจนถึงทางเดนิ ปสสาวะชว งตน ใหเ ลอื กใชจ ุด Ah-Shi point, ShenShu (BL 23),
JingMen (GB 25), ZhiShi (BL 52)
น่วิ ในทางเดนิ ปส สาวะชวงกลางลงไปเลือกใชจ ดุ YangLingQuan (GB 34)
นวิ่ ในกระเพาะปส สาวะเลอื กใชจดุ GuanYuan (CV 4) ปกโทว ZhongJi (CV 3)

Ah-Shi Point หมายถงึ จุดดงั ตอไปน้ี
- จดุ กดเจบ็ เปน จุดทีไ่ ดจ ากการคลาํ ตาํ แหนง ตางๆบริเวณหลังต้ังแตแนวกระดกู สันหลงั
ชวงทรวงอกขอ ท่ี 10 ลงไปจนถึงกระดูกสนั หลงั ชวงเอวขอ ท่ี 1 เมอ่ื นว่ิ อยใู นไตและสวน
ของทางเดินปสสาวะสว นบน(upper part of ureter)
- จดุ ตามแนวที่มีอาการปวดรา ว อาจเร่มิ ต้ังแตบ รเิ วณชวงเอวลงไปในทอ งนอย หรือไป
ถงึ บริเวณตน ขาดา นใน ซึง่ หมายถงึ นวิ่ ในทางเดนิ ปส สาวะสวนกลางลงมา สวนนว่ิ ใน
กระเพาะปสสาวะมกั ปวดราวไปบรเิ วณฝเ ยบ็ (perineum)
- จดุ ทตี่ รงกับตาํ แหนงของนว่ิ ที่ไดจ ากการเอกซเ รย

การกระตนุ เขม็ :
- ตาํ แหนง ท่ีอยูสงู กวา แนวกระดกู สันหลังสวนเอวขอ ท่ีสองขึน้ ไป ใหป ก เฉยี งเขาหา
กระดกู สนั หลงั และกระตนุ ดวยการหมนุ เขม็
- ตําแหนง ต้ังแตแนวกระดกู สันหลงั สว นเอวขอท่สี องลงมา ใหปก ตง้ั ฉากตรง กระตนุ
ดวยการหมุนเข็ม ยกเข็มขน้ึ ลงได
- จุดกดเจบ็ ทบี่ รเิ วณทอ งใหป กลงลกึ ใกลเ ย่อื หมุ ชอ งทอ ง(peritoneum) กระตนุ ดว ยการ
ยกเขม็ ขนึ้ ลงชา ๆ หรือใชว ิธีการเกาเขม็

Page 177

- การปกทจ่ี ุด GuanYuan (CV 4) โทวจุด ZhongJi (CV 3) ใหใ ชเขม็ ยาว 3 ชุน ปก ตั้ง
ฉากลงทจ่ี ดุ GuanYuan (CV 4) ลกึ 1 - 2 ชนุ เมอ่ื รสู ึกไดช แี่ ลว ใหกระตนุ ดวยการยก
เข็มข้ึนลงสองครงั้ ใหไ ดชว่ี งิ่ ลงไปถงึ บรเิ วณอวยั วะสืบพนั ธดุ านนอกหรอื บรเิ วณฝเ ยบ็
แลว ถอนเขน็ ขน้ึ มาใหป ลายเข็มถึงตําแหนงชนั้ ใตผ วิ หนงั แลวปกเฉียงลงลกึ ไปทจี่ ุด
ZhongJi (CV 3) กระตนุ ใหไดช ร่ี วมสองครัง้

- จุด YangLingQuan (GB 34) และ JingMen (GB 25) กระตนุ
เขม็ ตามปกติ

- ขณะเกดิ อาการปวด เม่อื เลอื กจุดไดแลว ใหกระตนุ จดุ ไปจนอาการปวดทุเลาลงและ
หายไป คาเข็มไวห นงึ่ ถงึ สองชั่วโมง กระตุนทกุ 10 – 20 นาที ฝงเขม็ วันละครง้ั หาก
ฝงเขม็ ในชว งทีไ่ มม ีอาการปวดใหคาเข็มนาน 30 นาที 7 ครัง้ เปน 1 การรกั ษา

2. เลือกปก จดุ ซี่
จุดหลกั ShuiQuan (KI 5), JiaoXin (KI 8) และ YangJiao (GB 35)

จดุ เสรมิ ShenShu (BL 23), KunLun(BL 60), FuJie(SP 14),
GuanYuan (CV 4) และ Ah-Shi point

การกระตนุ เข็ม :
- จุดหลกั เปน จดุ ซีท่ งั้ หมด ShuiQuan(KI 5) เปน จุดซขี่ องไต, JiaoXin

(KI 8) เปนจดุ ซข่ี องเสน ลมปราณอินเฉียว และ YangJiao (GB 35) เปนจดุ ซ่ขี องเสนลมปราณหยางเหวย
ทกุ จุดกระตุน แรง สาํ หรับจดุ JiaoXin(KI 8) น้ันเมอื่ กระตนุ จดุ อาจมีความรูสกึ เหมือนกระแสไฟวง่ิ ขน้ึ ไปท่ี
ตาํ แหนง ของไตหรอื รูสกึ อนุ ทีบ่ ริเวณเอวทัง้ ดานหนา และดา นลางและอาจปวดหนวงทอ งนอยรว มกับ
ปส สาวะบอ ยมากขึ้น การกระตุนจุดทเี่ หลือหากรา งกายผปู วยแขง็ แรงก็สามารถกระตนุ แรงได หากออ นแอ
ใหก ระตนุ แรงปานกลาง คาเขม็ ไว 15 – 30 นาที กระตนุ ถห่ี รอื หางข้นึ กบั อาการของผูปวย ในหนึ่งวันอาจปก
เขม็ กระตนุ ไดหลายครั้ง

3. เลอื กจดุ หยวน
เลอื กใชจ ดุ TaiXi (KI 3)
ปกจุด TaiXi (KI 3) พรอมกนั ท้งั สองขา ง กระตุนแรงปานกลางจนไดความรสู ึกชากระจายลงไปท่ี
เทา คาเข็มไว 30 – 90 นาที กระตนุ เข็มถ่ีหางดจู ากความรสู ึกชาทเี่ ทาใหก ระตนุ เมอ่ื ชานอยลงหรือหายไป
หากมีอาการคล่ืนไสอ าเจยี นรว มดวยใหป กกระตุน จดุ NeiGuan(PC 6) ทั้งสองขา ง

การรักษาอน่ื :

1. การรมยา
จุดทใี่ ช : GuanYuan(CV 4) และ DaDun(LR 1)

Page 178

วิธีการ : เมอื่ มอี าการปวดใชแ ทงโกฐจุฬารมทจ่ี ดุ ทง้ั สองเพอื่ กระตนุ การไหลเวยี นในเสนลมปราณ
และลดอาการปวด สามารถรมยาไดวันละหลายคร้ังซง่ึ วิธกี ารนี้ไดผ ลดดี งั ทป่ี รากฏในตาํ รา Classic of
Fundamentals of Acupuncture and Moxibustion วา “น่ิวในไตรกั ษาดวยการรมยาท่ี GuanYuan(CV 4)
หรอื QiMen(LR 14) หรอื DaDun(LR 1) จํานวน 30 moxa cones”

2. กระตุนจดุ ดว ยเครือ่ งกระตนุ ไฟฟา
จดุ ทใี่ ช : - น่วิ ในไต ใชจดุ Ah-Shi ตรงตําแหนง น่วิ ท่ีปวด และจุด ShenShu (BL23)

- น่ิวท่สี ว นบนของ ureter ใชจ ดุ ShenShu (BL 23) และ
PangGuangShu (BL 28) หรอื GuanYuan (CV 4)

- นวิ่ ทส่ี ว นกลางของ ureter ใชจดุ GuanYuand (CV 4) และ ShenShu
(BL 23) หรือจดุ Ah-Shi ทต่ี ําแหนง 1 ซม. เหนือตําแหนงของนวิ่ แทนจดุ ShenShu(BL 23)

- น่วิ ทส่ี ว นปลายของ ureter ใชจ ุด GuanYuan (CV 4) และจุด Ah-Shi หรอื
จดุ SanYinJiao (SP 6) แทนจุด Ah-Sh

วธิ ีการ : 30 นาทีกอ นการรักษาใหผ ูป วยดืม่ น้าํ ประมาณ 1 ลติ รหรือมาก เทา ท่จี ะ
ด่ืมได แลวจดั ผปู ว ยใหอยูในทานอนหงายหรือควํ่าขึ้นกบั จดุ ทเี่ ลือก ฝง เขม็
ใหล กึ และใหไ ดชที่ แ่ี รงแลว ใหก ระตุน จดุ ที่ฝงดว ยเคร่ืองกระตุนไฟฟา โดย
ใหขว้ั ลบอยใู กลไ ต ขั้วบวกอยู ใกลก ระเพาะปสสาวะ ใชคลื่น dense-
disperse ดวยความแรงใหมากเทาท่ีผปู วยจะทนได ใชเวลารวม 30
นาที ฝงเข็มวนั ละครัง้ ครบ 10 ครัง้ นับเปน 1 รอบการรักษา
ในขณะทท่ี ําการรกั ษาอยูผูปวยจะมคี วามรสู ึกถงึ การไหลลงไปตาม
ทอ ไต และไมค วรมีความผิดปกตอิ น่ื ใด ผูป ว ยสวนใหญจะปส สาวะออก
ทันทหี ลัง การรกั ษาและรสู ึกดีขน้ึ อยางมาก ในขณะทีอ่ าจมีน่ิวออกมากับ
ปส สาวะดว ย

3. ปก จดุ พิเศษ
จุดทใี่ ช : YaoTongDian(EX-UE 7)
วธิ ีการ : จุด YaoTongDian(EX-UE 7) ตาํ แหนงของจุดจะอยหู ลงั มอื มสี องจดุ ตอ ขา ง อยรู ะหวา ง
กระดูกฝา มือท่ี 1st – 2nd และ 3th – 4th ก่งึ กลางระหวางเสนทเี่ ชอ่ื มขอตอ กระดกู ฝามอื กับกระดกู น้ิวมือ
และเสนรอยพับของขอมอื ดา นหลงั เลือกจดุ ขา งเดียวกบั ทป่ี วดหลงั ใชเ ข็ม 1 ชนุ ปก ต้ังฉากลกึ 0.5 ชนุ
กระตุนแบบระบายจนรสู กึ ไดช แ่ี ละอาการปวดลดลง คาเขม็ ไว 20 นาที หากมีอาการปวดซาํ้ ใหก ระตนุ ทกุ 5
– 10 นาที
4. ปก จุด TaiXi(KI 3)
วธิ กี าร : ปกเข็มโดยใหผ ูปว ยนอนลง ปก จดุ ทงั้ สองขา งใชเ ขม็ 1 ชุน ปก ลกึ 0.5 ชุน

Page 179

ปลายเขม็ ชไี้ ปท่ีจดุ KunLun(BL60) กระตุนแรงแบบระบายใหไดค วามรูสกึ แผก ระจายไปท่วั เทา คาเข็มไว
30 – 90 นาที

5. ฝงเข็มทีห่ ู
5.1 จุดทใ่ี ช : Kidney, Urinary Bladder, Ureter, SanJiao, Ear-ShenMen,

External Genitalia
5.2 วิธกี าร : ใหต ดิ เมด็ หวงั ปหู ลวิ สงิ ตามจุดและปดพลาสเตอรท บั ใหด ่ืมน้าํ 250 –
500 ซซี ี ทกุ ครง้ั ทจี่ ะกระตนุ จดุ ทใ่ี บหู ติดไวน า
น 3 วนั แลวเปลยี่ นขา ง ครบ 10 ครั้งเปน
1 รอบการรักษาและควรออกกาํ ลังกายรวมดวยเพอ่ื เสริมใหนิว่ ออกไดงายขึ้น
6. เจาะปลอ ยเลือด

6.1 จุดทีใ่ ช ShenShu (BL 23) และ YaoYangGuang (GV 3) เสรมิ ดว ย
YinLingQuan(SP 9) และ YangJiao(GB 35)

6.2 วิธีการ : ใชเ ข็มสามเหลย่ี มปก ท่ีจดุ เพ่ือใหเลอื ดออกปรมิ าณเล็กนอ ย อาการ
ปวดกจ็ ะทุเลาลง เน่อื งมาจากเมอื่ มีการเสยี เลือดจะกระตนุ ใหม ีการไหลเวยี นของเลอื ด และลดภาวะ
อกั เสบของระบบทางเดนิ ปส สาวะได อาการปวดเกรง็ ของทอ ไตจะลดลงและอาการปวดบรเิ วณเอวจะทเุ ลา
ลง

7. การรักษาแบบหลายวิธพี รอ มกัน
7.1 จดุ ทใ่ี ช : ShenShu(BL 23) และ JingMen(GB 25) ของขางที่ปวด
7.2 วิธีการ : จดั ใหผูปวยนอนตะแคง ใหข างทีป่ วดอยูบ น ปก จุด ShenShu

(BL 23) และ JingMen (GB 25) แบบระบาย กระตนุ ใหไ ดช ี่แลว กระตนุ ตอดว ยเครอื่ งกระตุน
ไฟฟา ดวยคลื่น continuous ดว ยความถี่ 200 ครง้ั /นาที นาน 15นาทถี อดขว้ั ไฟฟา ออก แลว ใชเ ข็ม7 ดาว
เคาะรอบจุดทปี่ ก เขม็ สกั ครแู ลว ตามดว ยการครอบกระปุกอีกระยะเวลาหนึ่ง ถอน กระปุกแลวเคาะดว ยเข็ม
7 ดาวอกี สัก 1 – 2 นาที ทําวันละคร้ัง ครบ 10 ครั้งเปน 1 รอบการรักษา โดยท่ัวไปนวิ่ ขนาดเล็กสามารถถกู
ขบั ออกมาไดต งั้ แตการรกั ษาในคร้งั แรก

หมายเหตุ :
1. การรักษาดว ยการฝง เขม็ ไดผ ลดใี นการลดอาการปวดแตห ากมอี าการ

ปวดที่รุนแรงมาก โดยทกี่ ารฝง เข็มไมส ามารถบรรเทาอาการใหด ีขนึ้ ได ใหพจิ ารณารกั ษาดว ยการแพทย
แผนปจจบุ นั ตอ ไป

2. หากผปู ว ยอายยุ งั นอ ย มอี าการแบบฉบั พลันและเปน มาไมนาน การดื่ม
นาํ้ มาก ๆ รว มกับออกกําลังกายอยา งหนกั อาจทําใหน ่ิวทีค่ า งอยูหลุดออกมาไดง ายขน้ึ

Page 180

3. ในผูทยี่ งั ไมเ ปน โรคนิว่ หรือหลงั จากรกั ษาโรคนิว่ ใหหายเปน ปกติดแี ลว
การดมื่ นํ้าปริมาณมากเปน ประจํา รวมกับหลีกเลยี่ งอาหารท่มี ีธาตุแคลเซี่ยมจะชว ยปองกนั ไมใ หเ กิดโรค
นว่ิ ในระบบทางเดนิ ปส สาวะได

4. สําหรบั น่วิ ในกรวยไต หากน่ิวอยสู วนลางใหผ ปู วยนอนTrendelenburg
เพือ่ ทาํ การรักษา หากนิว่ อยดู า นขา งใหผ ูปวยนอนตะแคง ใหดานทมี่ ีนิว่ อยูบ นและใหอยนู ง่ิ ขณะทําการ
รักษา

Page 181

รปู ที่ 37 แสดงจดุ ฝง เข็มรกั ษาโรคนิ่วในไต

ปวดปสสาวะ และปส สาวะผิดปกติ
(Stranguria : 淋症)

ในทางการแพทยป จ จบุ นั หมายถงึ ภาวะที่มกี ารปส สาวะออกมาดวยความยาก ลําบาก ออกทลี ะ
นอย ปวดปส สาวะ ปวดเบง รสู ึกปสสาวะไมหมด ปสสาวะแตล ะหยดเหมือนกบั ตอ งบบี เคน อยา งแรงจงึ จะ
ออกมาได อาการปวดขณะปส สาวะจะกระจายไปทัว่ องุ เชิงกรานและในผชู ายจะปวดราวไปจนสุดปลาย
องคชาติ

อาการทปี่ วดปสสาวะอยา งมาก เกดิ จากการระคายเคอื งเนอ้ื เยอื่ urothelium (epithelium ทบ่ี อุ ยู
ในทางเดินปส สาวะ) และมีการหดเกร็งของกลา มเนอ้ื

ภาวะนี้พบไดบอยในโรคของระบบทางเดนิ ปส สาวะ เชน น่ิวในทางเดนิ ปสสาวะ(โดยเฉพาะเมื่อนว่ิ
เคลือ่ นทลี่ งมาในกระเพาะปสสาวะและกาํ ลงั จะออกมาในทอ ปสสาวะ) การอกั เสบในกระเพาะปสสาวะ
หรอื มะเร็งของกระเพาะปส สาวะ

การตรวจและรกั ษา ขนึ้ กบั ภาวะที่ตรวจพบและโรคท่ีผูปวยเปน อยู

ศาสตรก ารแพทยแผนจนี เรยี กการปวดปสสาวะบอ ย กลน้ั ไมได ออกเปน หยด ๆรวมกบั อาการ
ปวดเกร็งในทอ งนอ ยและอาการเจ็บแสบในทอ ปส สาวะขณะปสสาวะวา “ภาวะปวดแสบทอ ปส สาวะ
ขณะปส สาวะ” สาเหตจุ ากการสะสมของความรอ นชน้ื ในเซย่ี เจยี วเปนเหตใุ หเ กดิ การขดั ขวางหนา ท่ขี อง
กระเพาะปสสาวะใหเ สยี ไป หรอื เกดิ จากภาวะมา มและไตพรองซึง่ ไตมหี นาท่แี ยกนาํ้ สว นใสและขนุ ออกจาก
กันกอใหเ กดิ การทํางานผิดปกติไปโดยท่วั ไปแบง ไดเปน 5 ชนิดคอื จากความรอ น(热淋ReLin) จากน่วิ ใน
ทางเดนิ ปส สาวะ(ShiLin) จากการปส สาวะเปน เลอื ด(血淋XueLin) จากความผดิ ปกตขิ องชี่ (气淋QiLin)
และจากการปสสาวะเปนสขี าวขนุ คลา ยน้ํานม (膏淋GaoLin)

อาการและการแสดง :

1. จากความรอน (热淋) จะมอี าการเจบ็ แสบรอ นในทอ ปส สาวะ ปส สาวะ

Page 182

เหลอื งเขม ออกนอย
2. จากนิ่วในทางเดนิ ปสสาวะ (ShiLin) เมือ่ นิว่ อยูในทอ ปส สาวะจะมีอาการปวดใน

ทองนอยและเจบ็ ทอปสสาวะ อาจมอี าการปวดเกรง็ รวมดว ย อาจเหน็ น่ิวปนออกมากบั ปสสาวะ
3. จากการปสสาวะเปนเลอื ด(血淋) จะมอี าการปวดปสสาวะบอ ย กลน้ั ปส สาวะ

ไมไ ดและมเี ลือดปนออกมากับปสสาวะ
4. จากความผดิ ปกติของช่ี (气淋) จะมอี าการปส สาวะออ นแรง ปสสาวะออกเปน

ชวง ๆ
5. จากการปส สาวะเปน สขี าวคลา ยนํา้ นม (膏淋) จะมปี สสาวะออกเปน สขี าวขุน

คลายนํา้ นมรว มกบั อาการปวดระคายเคอื งในทอปส สาวะ

หลกั การรักษา :

ปรับหนา ท่ีของกระเพาะปส สาวะใหเ ปน ปกติ เสริมหนาท่ีการขบั ปส สาวะ และลดอาการปวด
เลือกใชจุดซมู แู ละจดุ บนเสนอินทั้งสามเสนเปนหลกั

จุดทใี่ ช :
จดุ หลัก : PangGuangShu (BL 28), ZhongJi (CV 3),
SanYinJiao (SP 6) และ TaiChong (LR 3)
จุดเสรมิ :
1. ถารูสกึ ปส สาวะรอ นความรอน เพมิ่ QuChi (LI 11), WaiGuan (TE 5),
HeGu (LI 4)
2. ถา มีน่วิ ในทางเดนิ ปสสาวะ เพมิ่ WeiYang (BL 39) และ RanGu (KI 2)
3. ถา ปสสาวะเปน เลอื ด เพิ่ม XueHai (SP 10) และ GeShu (BL 17)
4. ถาปสสาวะ ไมมแี รงเพ่ิม ShenShu (BL 23), TaiXi (KI 3) และรมยาที่
QiHai(CV 6)
5. ปส สาวะเปน สขี าวขนุ คลายนํา้ นม GaoLin เพ่มิ PiShu (BL 20), ShenShu (BL 23),

ZuSanLi(ST 36) และ
รมยาที่ GuanYuan(CV 4)

การรกั ษาเพิ่มเตมิ :

1.เลอื กจดุ BaLiao (BL 31 – BL 34) ในแตละคร้งั ของการรกั ษาใหเ ลอื กจดุ ครั้งละสองคู ปก ใหล ึก
กระตุนใหไดความรูสกึ ทแ่ี รง คาเข็มไว 30 นาที

2.เลือกจุดพเิ ศษ XiaZhiBian ใหผ ูปวยนอนตะแคง ขาลางเหยยี ดตรง ขาบนงอทํามมุ ทห่ี ลงั ขอ พบั
เขาไดป ระมาน 130 องศา ลากจดุ เชื่อมระหวา ง anterosuperior iliac spine และ จดุ กลางของ greater

Page 183

trochanter ถือเปน ดานทหี่ นึง่ ของรปู สามเหลีย่ มดานเทาชไ้ี ปกระดกู กระเบน็ เหน็บ จุดนจ้ี ะอยตู รงปลายของ
สามเหล่ยี มน้ีตรงจดุ ตัดของสองดานทีเ่ หลือของสามเหลี่ยม ใชเขม็ ยาว 3 – 5 ชนุ ปก เอยี งประมาณ 10
องศาชี้ปลายเขม็ ไปท่ีทอ งกระตุนจนเกิดความรูสึกแผก ระจายไปถงึ ทอ งนอ ย บริเวณอวยั วะสบื พนั ธุและฝ
เย็บ คาเขม็ แค 2 – 3 นาทีและถอนออก

3. เลอื กจดุ ShenShu (BL 23), ZhuBin (KI 9), FuLiu (KI 7), GuiLai (ST 29), FeiYang (BL 58)
และ ZhongJi (CV 3) ใหปก เขม็ กระตนุ แรงแบบระบาย วันละครั้ง ครบ 10 คร้งั เปน 1 รอบการรกั ษา
ใชรักษาภาวะการอักเสบติดเชื้อของทางเดนิ ปสสาวะ

4. เลอื กใชกลุมจดุ ดงั น้ี
4.1 กลุมที่ 1 GuanYuan(CV 4), ZhongJi(CV 3),
YinLingQuan(SP 9) และ SanYinJiao(SP 6)
4.2 กลุมที่ 2 HuiYin(CV 1) และ ShenShu(BL 23)
การกระตนุ : เลือกใชกลมุ จดุ ทั้งสองสลับกนั ทกุ วนั ปกจดุ แบบระบายโดย
ไมค าเขม็ ไว สําหรบั จุด HuiYin(CV 1) ใชเขม็ ยาว 3 – 4 ชนุ
ปกตรง ลึก 2 – 3 ชุน กระตนุ ใหไ ดช ่แี ลวหมนุ เขม็ และยกเขม็
ข้นึ ลงทาํ ซา้ํ 3 – 5 ครง้ั แลว ถอนเข็มออก สว นจุดอ่ืนใหป กและ
กระตนุ ตามวิธมี าตรฐาน วิธนี ีใ้ ชร ักษาภาวะตอมลูกหมาก
อกั เสบเร้อื รงั

5. การรมยา เลือกจดุ ZhongJi(CV 3) โดยใหผ ปู ว ยนอนหงาย รมยาดวยวิธีการ

หมนุ วนรอบจดุ นาน 40 นาทที าํ วนั ละ 2 ครง้ั หลังใหก ารรกั ษาผปู ว ยจะมอี าการดี ขน้ึ มากหรอื หายไปได ใช
รกั ษาโรคของทางเดนิ ปส สาวะ

6. การใชเขม็ อนุ เลอื กจดุ ShenShu (BL 23), PangGuangShu (BL 28),
CiLiao (BL32), ZhongJi(CV3), และ GuanYuan(CV4) ปกและกระตนุ เขม็ ใหไ ดชีแ่ ลวใชโกฐจฬุ าตดิ ท่ี
ปลายเข็มทกุ เลม ใชโ กฐจฬุ าจํานวน 3 – 5 ชน้ิ ตอเขม็ หนึง่ เลม ทาํ วนั ละครง้ั ครบ 10 คร้งั เปน 1 รอบการ
รักษา ใชเพอ่ื รกั ษาการอักเสบเรอ้ื รังของกระเพาะปส สาวะ(urocystitis) และการอกั เสบเรือ้ รังของไตและ
กรวยไต(chronic pyelonephritis)

7. รมยาทจี่ ดุ ZhongFeng(LR 4) ใชไดทัง้ หาภาวะโดยรมยา 14 กอนโกฐ ทจี่ ุด ZhongFeng(LR
4) ซงึ่ อยูบ นหลอดเลอื ดดําเล็ก ๆ ทีต่ าํ แหนง 1 ชนุ เฉียงมาดานหนาลงลา งจากตาตมุ ดา นใน

8. การรมยาถมเกลอื ทจี่ ดุ ShenQue(CV 8) ใชเกลือแกงปน แหง ถมทสี่ ะดอื รมยาดวยโกฐจฬุ ากอ น
ใหญร วม 7 กอนทาํ วันละครง้ั เ มอ่ื ผปู วยมอี าการปส สาวะลาํ บาก ออกเปน หยดและปวดเวลาปสสาวะ หา
กรมยาทจี่ ุด SanYinJiao (SP 6) ดวยการรกั ษาจะไดผลดยี ิง่ ขึ้น

Page 184

9. การฝงเขม็ ผวิ หนัง เลือกจดุ GuanYuan (CV 4), QuGu (CV 2), GuiLai (ST 29), ShuiDao
(ST 28), บรเิ วณขาหนบี (Groin), QuQuan (LR 8), SanYinJiao (SP 6) และจดุ JiaJi (14th – 21st
vertebrae) โดยใชเข็มผิวหนังปก ตามจดุ ตาง ๆ ใหเ หน็ ผิวหนังเปนสีแดง
จะปกทิศทางใดกไ็ ดไ ปตามแนวการไหลเวยี นของเสน ลมปราณ ใชรกั ษาภาวะตอมลูกหมากอักเสบเรือ้ รัง

10. ฝงเขม็ หู เลือกจุด Kidney, Urinary bladder, SanJiao, Urethra, Subcortex,
Endocrine และ ShenMen หากใชเข็มปกติใหเลือกครั้งละ 3 – 5 จุดปก กระตุนแลวคาเข็มไว 20 นาที
หรอื หากใชเมด็ หวังปูหลวิ สงิ ใหใชท กุ จุด ทําวันละครง้ั 10 – 15 ครงั้ เปน 1 รอบการรักษา เวนระยะหาง 3 –
5 วันตอรอบการ รกั ษาใหม ใชรกั ษาภาวะปส สาวะเปน สีขาวขุนคลายน้ํานม (chyluria)

11. ยิงแสงเลเซอรที่จดุ HuiYin (CV1) โดยใชส าย optic fiber ขนาด80 micron
ผานเครื่องมอื เขาไปที่จดุ HuiYin (CV1) จนถงึ ตอ มลูกหมากและฉายดว ยแสง He-Ne laser

12. การใชเขม็ นาํ้ เลือกจุด Auricular, Kidney, Urinary bladder, Subcortex,
ShenMen โดยใชว ิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ผสมกัน แลวฉีดจุดละ 0.1 ซีซีวันละครั้งตอขาง และ 8 คร้ัง
เปน 1 รอบการรกั ษา เวนระยะหาง 3 วนั ตอรอบการรกั ษา ใชไ ดผ ลดีในการรักษาภาวะปสสาวะมีสีขุนขาว
คลา ยนม(chyluria)

หมายเหตุ : ภาวะแกรงใหก ระตุน แบบระบาย ภาวะพรองใหกระตุนแบบเสริม หากมีการตรวจพบการติด
เชอ้ื ในระบบทางเดินปส สาวะ หรือภาวะตอมลูกหมากอักเสบทงั้ เฉยี บพลนั หรอื เรอื้ รงั และภาวะปส สาวะเปน
สีขาวขุนคลายน้ํานมใหสงตรวจ และรักษาดวยการแพทยแผนปจจุบันควบคูกันไปดวย โดยรักษาดวย
สมุนไพรหรือยาแผนปจจุบันควบคูกันไป สําหรับอาหารที่รับประทานก็เปนสิ่งท่ีควรใหความสําคัญดวย
เชน กนั โดยแนะนําใหรับประทานขา ว ตม ทม่ี สี วนผสมของเมล็ดถ่ัวแดง เมลด็ บัว แปง รากบวั แอปเปล และ
ลกู แพร และใหหลีกเล่ียงอาหารรสจัด

Page 185

รูปท่ี 38 แสดงจุดฝง เข็มรกั ษาโรคปวดปส สาวะและปส สาวะผิดปกติ

ภาวะปวดทอ งอยา งรุนแรง
(Acute Catastrophic Abdominal Pain : )急性腹绞痛

ภาวะปวดทอ งอยา งรุนแรง เปน แบบเฉยี บพลนั หรืออาการปวดทม่ี ีอาการเปน ลมหมดสติ ความดนั
โลหิตตํา่ หรอื ปวดผดิ ปกติอยา งมากเปน สิง่ ทต่ี องรบี ประเมนิ อาการโดยเรว็ ภาวะท่ตี อ งนึกถึงคือ ภาวะการ
อดุ ตัน การทะลหุ รอื ฉีกขาดของอวัยวะภายใน การแยกตัวหรือฉีกขาดของผนงั หลอดเลอื ดใหญ เชน aortic
aneurysm การบาดเจบ็ เปน แผล การตดิ เชือ้ ในชอ งทอ ง ภาวะกรดจากคีโตน และ ภาวะวิกฤตของตอม อดรี
นอล(adrenal crisis) เปนตน

การวินิจฉัยอาการโรค

Page 186

การซักประวตั ิ ควรไดข อ มูลของ อายุ เวลาทเ่ี กิดการปวด กิจกรรมทผี่ ปู วยทําอยูขณะเกิดอาการ
ปวด ตาํ แหนงทีป่ วดและลกั ษณะของการปวด อาการปวดรา วไปบริเวณอนื่ อาการคลืน่ ไส อาเจยี น เบ่อื
อาหาร การรับรูเปล่ียนแปลง การเปลยี่ นแปลงของระบบขับถายและประวัติระดู การตรวจรางกาย ให
ความสาํ คัญกับอาการโดยรวมท้ังหมดกอน เชน การปวดแบบตัวงอ(จากโรคนิว่ ในทอไต) หรอื ปวดแบบนอน
นิ่งๆ(จากผนังชองทอ งอักเสบหรืออวยั วะภายในทะล)ุ ทา ทางของผูปว ย เชน เอนตัวมาดานหนา(จากตับ
ออนอักเสบหรอื กระเพาะอาหารทะลเุ ขา ชอ ง lesser sac) มไี ขห รืออุณหภูมิรางกายตา่ํ กวาปกติ หายใจ
หอบเรว็ ภาวะเขยี วจากขาดอากาศ เสยี งการเคลอื่ นไหวของระบบทางเดนิ อาหาร การกดแลว เจบ็ ทีท่ องรวม
การกดแลวปลอ ยเจบ็ กอ นทที่ องเตน ตามชพี จร เสียงผดิ ปกตติ า งๆของชอ งทอง ทอ งมาน เลอื ดออกทท่ี วาร
หนัก ปวดทท่ี วารหนกั หรอื อุง เชิงกราน และภาวะเลือดออกงายทสี่ งั เกตพบ การตรวจทางหองปฏิบตั ิการท่ี
ไดประโยชนคือ การตรวจเปอรเซ็นตอดั แนนของเมด็ เลือดแดง(อาจปกติไดใ นภาวะท่ีมกี ารเสียเลอื ดใน
ระยะแรกหรอื อาจสงู ไดใ นภาวะขาดนาํ้ ) การตรวจนบั และแยกชนดิ เมด็ เลอื ด การตรวจปริมาณออกซเิ จนใน
หลอดเลอื ดแดง การตรวจสมดุลเกลอื แร การตรวจยเู รยี ในกระแสเลอื ดและการขับครเี อตนิ นิ การตรวจ
ปริมาณน้าํ ตาล การตรวจเอนไซมไ ลเปซหรืออไมเลซ และการตรวจปสสาวะผา นกลองจลุ ทรรศน ผปู วยเพศ
หญงิ ในชว งวยั เจรญิ พนั ธุ ควรตรวจการตงั้ ครรภด วย การตรวจภาพรงั สีควรไดภ าพทั้งทานอนราบและทา
นง่ั หรอื ยนื (หากนง่ั หรือยนื ไมไดควรเปน ทา นอนตะแคงขวาขน้ึ ) เพือ่ ดูขนาดของลําไสแ ละอากาศท่รี ัว่ ออก
จากลาํ ไส การตรวจภาพรังสีเพือ่ หาขนาดของหลอดเลือดแดงเอออตา การตรวจภาพรงั สดี วยระบบ
ภาพรงั สแี กนหมุน (CT Scan) เพ่ือดูการทะลุของลาํ ไส การอักเสบ อวยั วะภายในที่ขาดเลือดไปเลย้ี ง การ
ตกเลอื ดหลงั ชอ งทอ ง ฝอ ักเสบหรือกอนเนื้อผิดปกติ การเจาะเขา ชอ งทอ งเพอื่ ระบายของเหลวหรือลางสวน
อาจตรวจพบภาวะเลอื ดออกในชองทอ งหรือภาวะเยอ่ื บุชองทอ งอกั เสบได การตรวจดวยเครือ่ งอลั ตรา ซาวน
เพ่อื ยืนยนั ภาวะฝอักเสบ ถงุ น้ําดอี กั เสบหรอื อุดตัน ทอ ไตอดุ ตนั หรอื กอนเลอื ด และตรวจขนาดของหลอด
เลือดเอออตา

การประเมินอาการ และใหก ารรักษา

ตอ งประเมินภาวการณไ หลเวียนโลหิตของผปู วยเปน ลาํ ดบั แรกวา เปน ปกตหิ รอื ไม หากผิดปกติ
ควรนกึ ถึงภาวะวิกฤต เชน หลอดเลอื ดเอออตา ของชอ งทอ งฉกี ขาดก็ไมควรชกั ชารีบนําสง หอ งผา ตดั ในทนั ที
หากภาวะการไหลเวียนโลหติ ของผปู วยเปน ปกตดิ ี ใหด ูวามภี าวะชองทองแขง็ เกร็งหรอื ไม ซึง่ มกั พบไดบ อย
ในภาวะการฉีกขาดหรืออดุ ตนั ของอวัยวะในชอ งทอ ง การยืนยนั การวนิ จิ ฉยั ควรใชการถา ยภาพรังสขี องชอง
ทอ งและทรวงอก

หากไมมภี าวะชอ งทอ งแข็งเกรง็ อาจแบงไดสองกลมุ ใหญคือ อาการปวดที่ระบตุ าํ แหนงไดช ดั เจน
กับอาการปวดทีไ่ มสามารถระบตุ าํ แหนง ไดช ดั เจน หากมีอาการปวดท่ีไมส ามารถระบตุ าํ แหนง ไดช ดั เจน
ภาวะหลอดเลือดเอออตา ของชอ งทองร่วั ฉกี ขาดกอ็ าจนกึ ถึงได หากตรวจไดค วรตรวจดวยภาพรังสีดว ย

Page 187

ระบบภาพรงั สแี กนหมนุ (CT Scan) หรืออาจนกึ ถงึ ระยะแรกของโรคไสต ง่ิ อักเสบแบบเฉียบพลัน การอุดตัน
ของอวยั วะกลวงระยะแรก การขาดเลอื ดของเย่ือแขวนสาํ ไส(mesenteric ischemia) การอกั เสบของลาํ ไส
ตับออ นอกั เสบ และโรคของระบบเมตาโบลสิ ม

อาการปวดท่รี ะบตุ าํ แหนง ไดชดั เจน เชน อาการปวดบริเวณลิน้ ปอ าจเกยี่ วกับหวั ใจ การอกั เสบ
หรอื ทะลขุ องหลอดอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารและลําไสเลก็ สว นตนอักเสบ ปวดจาก
ถุงนํ้าดบี บี ตัวหรือถุงนํา้ ดอี ักเสบและตับออ นอกั เสบ อาการปวดบรเิ วณชอ งทอ งดานขวาบนนอกจากนกึ
ถึงโรคท่ีกลาวมาแลว ก็ยงั มีภาวะกรวยไตอกั เสบหรอื นว่ิ ในไต ฝในตับ ฝใ ตก ระบังลม หลอดเลอื ดปอดอดุ
ตนั หรอื ปอดบวมหรอื ภาวะของระบบกระดกู และกลา มเนอ้ื

นอกจากนีอ้ าการปวดบรเิ วณชองทองดานซายบนอาจเปน ภาวะมามขาดเลือด หรือฉีกขาด มา มโต
และแผลในกระเพาะอาหารหรือลาํ ไสเล็กสว นตน อาการปวดบริเวณชองทอ งดานขวาลา งอาจนกึ ถงึ ไสต ่งิ
อักเสบ ภาวะถงุ ยนื่ ของผนังลําไสชนิดเมคเคิล (Meckel’s diverticulum) โรคลาํ ไสเ ลก็ อักเสบ(Crohn’s
disease) ภาวะถุงย่ืนของผนังลําไสอ กั เสบ(diverticulitis) ตอ มของเยอื่ แขวนลาํ ไสอักเสบ(mesenteric
adenitis) เลอื ดออกท่กี ลา มเน้อื ของผนังหนาทอง ฝอ กั เสบของกลา มเน้ือบนั้ เอว(psoas muscle) ฝอกั เสบ
หรอื การบิดข้ัวของรังไข การต้งั ครรภน อกมดลูก ทอนาํ ไขอกั เสบ น่ิวในทอ ไต การติดเช้ืออกั เสบของโรค
งสู วดั อาการปวดบรเิ วณชองทองดานซา ยลางอาจนกึ ถงึ ภาวะถงุ ยนื่ ของผนงั ลําไสอกั เสบ การแตกของกอน
เนือ้ งอก และภาวะอ่นื ทก่ี ลา วมาได

การรักษา

ใหส ารนํา้ ทางหลอดเลอื ดดาํ แกไ ขภาวะสมดลุ ของเกลือแรท เี่ ปน ภาวะคกุ คามตอ ชวี ิต และ
ประเมินความเรงดวนในการนาํ สงผปู วยเพื่อการผาตดั ตรวจประเมนิ อาการซํ้าดว ยความระมดั ระวงั ใน
ชว งเวลาทเ่ี หมาะสม (หากเปน ไปไดค วรเปน ผปู ระเมนิ คนเดิม)ถือเปน สิ่งสาํ คญั การใชย าเพ่ือระงบั อาการ
ปวดยงั ไมใชมาตรฐานในการรกั ษากบั ผูป วยทกุ ราย โดย ทั่วไปหากยงั ไมไดก ารวนิ จิ ฉยั ท่ยี ืนยันภาวะโรค
หรืออาการของผูปว ยกจ็ ะยงั ไมใหย าระงับอาการปวด เนือ่ งจากอาจบดบังอาการและการแสดงออกของโรค
ท่เี ปน อยู และทําใหก ารรักษาตองลาชาออกไป อยา งไรก็ตามยังไมม ีรายงานการใชย าระงบั อาการปวดท่ีบด
บังอาการ แสดงออกของผูป ว ยอยางชดั เจนมากนกั

เตา นมอกั เสบเฉยี บพลัน

(Acute Mastitis : )急性乳腺炎

Page 188

เตานมอักเสบเฉยี บพลนั เปน การอกั เสบทเ่ี กดิ จากการตดิ เช้อื Staphylococcus aureus หรอื
Streptococcus spp. ที่ทอนาํ้ นมและเน้อื เย่ือเกย่ี วพัน มักเกดิ ในครรภแรกหลงั คลอดราว 2 - 6 สปั ดาห โดย
มกั เกิดจากหวั นมมแี ผล แลวตดิ เชื้อลุกลามเกิดการอักเสบเปนหนองในเวลาอันส้นั มักมีอาการปวดมาก

อาการและอาการแสดง

1. เตา นมทอ่ี กั เสบจะปวด บวม แดงและรอน แขง็ เปน ไต กดเจบ็ หลงั จากนั้นจะกลดั หนอง หนอง
มักจะอยใู นทอ นา้ํ นมใตหัวนมหรือหลังตอมเตานม

2. เมือ่ เกดิ หนองแลว เวลาทก่ี ดคลาํ จะรสู ึกไดวา มีของเหลวกระเพื่อม
3. ตอมนํา้ เหลืองบรเิ วณรักแร ขางเดยี วกันบวมกดเจ็บ
4. มีไขต ัวรอ น กลัวหนาว ออ นเพลีย เบอ่ื อาหาร เมด็ เลือดขาวมีจาํ นวนมากขน้ึ
5. อลั ตราซาวดพ บลักษณะเปน หนอง หรอื เจาะดดู ไดห นอง

ระยะของโรค

1. ระยะแรก รสู ึกปวดคัดเตา นม ปวดมากในขณะใหน มบตุ ร น้ํานมออกไมสะดวก คลําเตานม
อาจพบลกั ษณะกอนแขง็ ผวิ ของเตานมอาจมีสีแดงขนึ้ อาจมีไข ไมสบายตัว เบอื่ อาหาร หงุดหงดิ

2. ระยะกลดั หนอง กอ นแข็งในเตานมมีขนาดโตขน้ึ ตอมน้ําเหลืองโต ไขสงู หนาวสั่น ออ นเพลยี
ทองผกู เม็ดเลือดขาวสงู ข้นึ เมื่อเกิดหนองจะปวดตบุ ๆ ผิวหนงั แดงแผก วา งออกและบางใส เม่อื กดตรง
กลางของกอ นแขง็ จะรูสกึ นิม่ ๆ หากหนองอยลู กึ จะมองไมเห็นผวิ แดง และกดคลาํ รูส กึ วามหี นองไมช ัดเจน
บางรายอาจเกดิ หลายตาํ แหนงกไ็ ด

3. ระยะมีหนองไหล หนองท่ีอยใู นบริเวณต้ืนจะปรอิ อกทางผิวหนังได ทําใหม ี
นา้ํ นมไหลออกตรงบรเิ วณทปี่ ริแตก แตถ าอยูล ึกหนองอาจแตกทะลไุ ปชั้นไขมนั กลามเนอ้ื ทรวงอก และ
หากเปน นานจะทาํ ใหเ ชอื้ เขาสกู ระแสเลอื ด

การวเิ คราะหแยกกลุม อาการโรค

1. ชี่ติดขดั มีความรอน (ระยะแรก) บรเิ วณเตา นมบวมแดง คดั เตา นม กดพบกอ นแข็ง กระหาย
นาํ้ เบ่ืออาหาร ล้นิ ฝาเหลอื ง, ชพี จร เรว็ (ShuMai)

2. เกิดเปนพิษรอน (ระยะกลัดหนอง) ขนาดของกอนแขง็ จะใหญข ึ้น ผิวหนงั บวมแดงชดั เจน กด
คลําจะรูส กึ วา มีหนองและมไี ขส ูง กระหายน้าํ ปส สาวะเขม ทอ งผูก ลิน้ แดง ฝา เหลืองเหนียว ชีพจร ใหญ
และเร็ว (HongShuMai)

3. เจิ้งช่ีออนแอเสียช่ีตกคา ง (ระยะมหี นองไหล) ภายในสบิ วัน หากหนองปริแตกออกท่ผี ิว หรอื
เจาะดูดหนองออก ไขจ ะลด ทเุ ลาปวด แผลอาจปดไดเ อง หากมหี นองหลายแหงหนองอาจออกไมหมด ทํา
ใหยังปวดและมไี ข ออ นเพลยี หนา ซดี เบ่อื อาหาร ล้ิน ซีด ฝา บาง ชีพจร จมออน (RuoMai)

Page 189

การรักษา

การฝง เขม็ ระบบเสนลมปราณ

หลกั การรักษา : ระยะแรก ระบายรอ นกระจายช,่ี

ระยะกลดั หนอง ใชก ารขบั รอ นขจัดพษิ ,

ระยะมหี นองไหล บํารุงเลือดลมใชก ารรมยาได
จดุ หลัก : TanZhong (CV 17), RuGen (ST 18), QiMen (LR 14), JianJing (GB 21)

จดุ เสรมิ
- ชต่ี ดิ ขัด เพมิ่ จดุ HeGu (LI 4), TaiChong (LR 3), QuChi (LI 11)
- มคี วามรอน มีไข เพ่ิมจุด NeiTing (ST 44), DaLing (PC 7)
- เจงิ้ ชีอ่ อ นแอ เพ่มิ จดุ WeiShu (BL 21), ZuSanLi (ST 36), SanYinJiao (SP 6)
- คดั เตา นมมาก เพมิ่ จดุ ShaoZe (SI 1), JueYinShu (BL 14)
- ไขส งู กลวั หนาว เพิ่มจุด WaiGuan (TE 5), HeGu (LI 4), QuChi (LI 11)
- อารมณหงดุ หงิด เพมิ่ จดุ XingJian (LR 2), NeiGuan (PC 6)

การรักษาดวยวิธอี ่ืน

1. การปลอยเลอื ด ใหสังเกตหารอยจดุ สที ี่บรเิ วณสะบกั ดานใน ซงึ่ กดแลว สีไมจางหายไป โดยใช
เข็มสามเหล่ยี มเจาะใหเ ลอื ดออกเล็กนอ ย หากหาไมพ บ ใหเ ลอื กตาํ แหนงสองน้ิวทาบเหนอื จดุ
GaoHuangShu (BL 43) แทน

2. การครอบกระปกุ มกั ใชในระยะแรก ใชจ ุด DaZhui (GV 14), JiaJi (EX-B 2) ระดับ T4,
RuGen (ST 18) โดยใชเ ขม็ สามเหลีย่ มเจาะแลว ครอบกระปกุ วันละคร้ัง

3. การฝง เข็มหู ใชจ ุด Chest, Endocrine, Adrenal gland, Thoracic vertebrae เลือกใชครง้ั ละ
2 จุด กระตนุ 2 - 3 นาที แลวคาเข็ม 20-30 นาที วนั ละคร้ัง

การปอ งกัน

1. หลกี เล่ยี งการเกดิ บาดแผลท่หี วั นม ควรทาํ ความสะอาดดว ยนํ้าอนุ อยา ใหล กู ดูดนมจนหลบั ไป
หลังการใหน มบตุ รตองทาํ ความสะอาดทุกคร้งั

2. หากเกิดแผลตองระวงั การติดเชอื้
3. ปอ งกันเตา นมคัดโดยการนวดคลงึ และประคบดว ยผา อนุ หรือใชปม นมดดู น้ํานมออก
4. หลกี เลย่ี งอาหารรสเผ็ดรอ น เพือ่ ปอ งกันความรอ นสะสม
5. ทําจิตใจใหเ บิกบาน

Page 190

รปู ท่ี 39 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาอาการเตา นมอกั เสบเฉยี บพลนั

Page 191

ปวดประจาํ เดือน

(Dysmenorrhea : 痛经)

ปวดประจาํ เดือนเปนอาการปวดทองนอ ยชว งกอน ในระหวา งหรอื หลังมรี อบเดอื น ซง่ึ จะรบกวน
การทาํ งานและการดําเนินชีวิตปกติประจาํ วนั อาจเปน แบบไมทราบสาเหตหุ รือมคี วามผดิ ปกตจิ ากการ
ทาํ งานของมดลกู โดยตรวจไมพบการเปลย่ี นแปลงของอวัยวะสืบพันธุ (แบบปฐมภูม)ิ หรอื ทราบสาเหตุ
เนอ่ื งจากมีพยาธิสภาพเปลี่ยนแปลงในอวัยวะสบื พนั ธุ (แบบทตุ ิยภูม)ิ การรักษาดวยการฝง เขม็ จะไดผ ลดี
ในกรณีปวดประจําเดอื นชนดิ ปฐมภูมิ

อาการและอาการแสดง

- มปี ระวัตปิ วดทอ งนอ ยซึง่ สมั พนั ธกบั คาบเวลาท่ีจะมีรอบเดอื นคอ นขา งชดั เจน
หรืออาจเคยมปี ระวตั ิของปริมาณเลอื ดประจําเดอื นท่ีผิดปกติ มีบตุ รยาก ใชก ารคุมกาํ เนดิ ดวยการใสห วง
และเคยมีประวตั ิองุ เชงิ กรานอักเสบ

- มักจะปวดทอ งนอยกอนประจาํ เดอื นมา 1 - 2 วนั โดยจะปวดมากท่สี ดุ ในวันแรก
ทมี่ ีประจําเดอื น อาการปวด มีลักษณะปวดเกรง็ เปน พกั ๆ หรอื ทอ งแนนอืดรวมกับหนวงทอง ในรายที่
รนุ แรงจะปวดรา วไปทเ่ี อวหรอื สะโพก ทวารหนกั ชองคลอด ขาหนบี และอาจมีอาการหนาซีดขาว เหงอ่ื ออก
ตัวเยน็ มือเทา เย็น จนเปนลมหมดสตไิ ด อยา งไรกต็ ามอาการปวดนีจ้ ะไมมลี กั ษณะของกลา มเน้ือทอ งเกรง็
แข็ง หรือปวดเมอ่ื ปลอ ยมือจากการกด บางรายจะปวดเมอื่ ใกลห มดหรือหลังหมดประจําเดอื นแลว 1 - 2 วัน

การตรวจพิเศษทางนรเี วชกรรมและการตรวจภาพรงั สี

ตรวจไมพ บลกั ษณะขององุ เชิงกรานอักเสบ กอนเนื้อหรอื ตมุ ไต หรือเยือ่ บมุ ดลกู เจรญิ ผิดตาํ แหนง
รวมถึงการตรวจดว ยอปุ กรณพเิ ศษ เชน อัลตราซาวด การตรวจดว ยกลองเจาะผานชองทอ ง และการ
ถา ยภาพรงั สที อ รังไข การตรวจโดยสองกลองเขา ในโพรงมดลูก เปน ตน

นอกจากน้ีควรวินจิ ฉยั แยกโรคท่ีมีอาการคลายคลงึ กนั ออกดวย เชน ไสต ง่ิ อักเสบ ลาํ ไสอ ักเสบ
กระเพาะปส สาวะอกั เสบ ถงุ นํา้ ในรงั ไข เปน ตน

การวเิ คราะหแยกกลมุ อาการโรค

1. ความเย็นช้นื ตกคาง

ปวดเยน็ ทองนอ ยกอน หรือระหวา งมีรอบเดอื น ปฏิเสธการกด ชอบอนุ ประจําเดอื นมานอยไม
คลอ ง สีมวงหรือดาํ เปน ลมิ่ รว มกับมีตัวเยน็ แขนขาเยน็ ปวดขอ ล้นิ ฝาขาวเหนียว ชพี จร จม หรอื จม
ตงึ แนน (ChenMai or ChenJinMai)

2. ชต่ี ดิ ขดั และเลือดคั่ง

Page 192

ปวดแนน อดึ อดั ทองนอ ยกอ นหรือระหวา งมรี อบเดือน ประจําเดอื นมานอยไมค ลอ ง สีมว งหรือดําเปน
ลมิ่ รวมกับแนนทรวงอก ชายโครงและเตา นม ลน้ิ สีมว งหรอื มจี าํ้ เลือด
ชีพจร จม หรอื จมฝด (ChenMai or ChenSeMai )

3. ชี่และเลอื ดพรอง

ปวดโลง ๆ บริเวณทองนอ ยระหวางหรือหลงั มีรอบเดือน กดทอ งแลวรูสึกดขี ึน้ ประจาํ เดอื นสแี ดง
จาง รว มกบั หนาซีดขาว ออนเพลยี ไมมแี รง วงิ เวียนศรี ษะ ล้นิ ซดี ชพี จร เลก็ และออนแรง (XiRuoMai)

4. ตับและไตพรอ งหรอื ออนแอ

ปวดโลง ๆ บริเวณทองนอ ยหลงั มรี อบเดือน ประจาํ เดือนไมสมํ่าเสมอ อาจมากหรอื นอย สีแดงจาง
ไมเ ปน ล่ิม รว มกับมีอาการปวดเมอื่ ยออนลา บรเิ วณหลงั และเขา นอนไมห ลับ วงิ เวยี นและมเี สียงดงั ในหู
ลน้ิ ฝานอย ชพี จรเลก็ (XiMai)

การรักษา

- การฝง เข็มระบบเสน ลมปราณ

จุดหลัก : ZhongJi (CV 3), CiLiao (BL 32), DiJi (SP 8),
SanYinJiao (SP 6)

จดุ เสรมิ :
- ความเย็นชน้ื ตกคา ง เพมิ่ จดุ GuanYuan (CV 4), ShuiDao (ST 28)
รว มกับการรมยา
- ชี่ติดขดั และเลือดคง่ั เพม่ิ จดุ TaiChong (LR 3), XueHai (SP 10)
- ชแ่ี ละเลอื ดพรอง เพ่มิ จดุ PiShu (BL 20), ZuSanLi (ST 36)
- ตับและไตพรอ งหรอื ออนแอ เพิม่ จดุ GanShu (BL 18),
ShenShu (BL 23), TaiXi (KI 3)
- ถามีอาการคลืน่ ไส อาเจยี น เพม่ิ จุด NeiGuan (PC 6),
ZhongWan (CV 12)
- ถา มอี าการทองเสยี เพ่ิมจดุ TianShu (ST 25), ShangJuXu (ST 37)

วธิ กี าร
การรกั ษาควรเร่มิ 3 – 5 วนั กอ นมีรอบเดอื น
- CiLiao (BL 32) ปกลกึ 1.5 ชนุ เฉยี งไปยงั กระดกู สนั หลัง ถาเปน กลุมแกรง ใหก ระตุนระบาย
ถาเปน กลุมพรองใหกระตนุ บาํ รุง กระตุนเขม็ ซ้าํ จนความรูส กึ สงผา นไปยังทองนอย สําหรบั อาการปวด
รนุ แรง ใชเ ครื่องกระตนุ เข็มไฟฟา

Page 193

- ZhongJi (CV 3) กอนปก เข็มตอ งปสสาวะออกใหห มดกอน ปก เข็มเฉียงลงไปทางหัวหนา ว
จนเกิดเตอชไ่ี ปยังบริเวณทอ งนอ ย

- DiJi (SP 8) ปกเขม็ แบบระบาย
- SanYinJiao (SP 6) ปกเฉียงขน้ึ จนมีความรสู ึกของเข็มสงผานไปยงั ดานบน
กรณคี วามเย็นช้นื ตกคาง ใชเข็มอนุ
ชตี่ ิดขดั และเลอื ดคั่ง ปกเขม็ ระบาย
ช่แี ละเลือดพรอ ง เชนเดยี วกบั ตบั ไตพรอง ปก เข็มเสริมบํารงุ หรือรว มกบั รมยา

การรกั ษาดว ยวธิ อี ่ืน ๆ

1. การฝง เข็มหู

จุดทใ่ี ช : Internal genitalia, Subcortex, Sympathetic nerve, Endocrine, Liver, Kidney
วธิ กี าร : เลอื กครั้งละ 2 – 4 จดุ ฝงเข็มกระตนุ ปานกลางถงึ หนกั หรือใชเ มล็ดหวงั ปูหลิวสงิ กดทีห่ ู
สลบั ทง้ั สองขาง 3 – 4 ครัง้ ตอ วนั การรักษาควรเร่มิ กอ นมีรอบเดือน 3 วนั เพือ่ ปอ งกนั การเกดิ อาการซ้ํา

2. การรมยา

เหมาะในกลมุ ความเยน็ อดุ กน้ั (ทงั้ เยน็ แกรงและเยน็ พรอ ง) ซงึ่ ใชเปน เขม็ อนุ ทบ่ี รเิ วณทองนอ ยหรอื
จุดซดู านหลงั หรอื ใชก ลอ งรมยาก็สะดวกดใี นดา นขี้เถา ไมหลน จํานวนโกฐขนึ้ กบั สภาพอาการทเ่ี ปนวามาก
หรือนอย โดยทัว่ ไปอยางนอ ยตอ งนาน 30 นาที

3. การใชเข็มดอกเหมยเคาะ

ใหเคาะบรเิ วณกระเบนเหน็บในแนวเจย๋ี จแ่ี ละเคาะตามจดุ ฝงเข็มที่เกยี่ วขอ งบรเิ วณทองนอ ย โดย
ใชแรงเคาะระดับกลางๆคือแคผิวหนังแดงๆกพ็ อ

4. การใชเข็มน้ํา

ในสาธารณรฐั ประชาชนจนี มกี ารใชย าฉดี เชน ตนั เซิน ตังกยุ หวงฉี วติ ามนิ บี12 ทีจ่ ุด
GanShu (BL 18), ShenShu (BL 23), PiShu (BL 20), GuanYuan (CV 4), GuiLai (ST 29), ZuSanLi
(ST 36), SanYinJiao (SP 6) โดยใชค ร้ังละ 2 - 3 จดุ จดุ ละ 1 – 2 มล.

การใชจ ุดตามคมั ภรี โบราณ

1. คัมภีรเ จนิ จวิ เจ่ยี อ่จี งิ ( ปวดประจาํ เดือนใหใชจดุ ShuiDao (ST 28) ในกรณ
ปวดแนนอืด ทอ งนอยปวดรา วไปชอ งคลอด ปวดราวไปบ้นั เอว มีกอ นในมดลกู เย็นทบ่ี ริเวณชอ งคลอด
ปวดราวไปท่หี นา ขา

2. คมั ภีรเจินจิวตา เฉิง ขณะมีรอบเดือนปวดทอ งนอ ย เวียนศีรษะ ใหใ ชจดุ ZhaoHai (KI 6),
YangJiao (GB 35), NeiTing (ST 44), HeGu ((LI 4)

3. คมั ภีรเจนิ จิวเฟง เหยยี น ขณะมีรอบเดือนเวียนศีรษะ ปวดทองนอย ใชจ ดุ HeGu (LI 4),

Page 194

YangJiao (GB 35), NeiTing (ST 44) หากมีคาบเวลาผดิ ปกติรวมกบั ปวดทอ งบรเิ วณสะดอื ใช ShenShu
(BL 23), GuanYuan (CV 4), SanYinJiao (SP 6)

ตัวอยา งผปู วย
ผปู ว ยหญงิ อายุ 32 ป ปวดประจําเดือน 3-4 ป กอนประจาํ เดอื นมาหน่ึงวันมอี าการ

ปวดทองนอ ยแบบเกรง็ ตอ งทานยาจึงจะบรรเทา วางถงุ นาํ้ รอนพอบรรเทา มีอาการรวมคือ คัดหนาอก
อารมณหงุดหงดิ บางครงั้ ทอ งเสยี ประจําเดือนสีแดงคลา้ํ มีลม่ิ เลือดเลก็ บางใหญบาง ปรมิ าณปกติ 4-5 วัน
หมด ผูป ว ยทํางานเปนเลขานกุ าร งานจะมาก รบั ประทานอาหารไมเ ปนเวลา มักดื่มนํ้าเยน็ กาแฟเย็นเปน
ประจํา อารมณค อ นขางเครยี ด ใบหนา มีฝาเลก็ นอ ย บางครงั้ เจบ็ เสยี ดชายโครง มักถอนหายใจ ลิน้ แดงอม
คลา้ํ มีรอยจ้าํ ฝาบาง ขอบลิน้ มีรอยฟน ชีพจร ตงึ เลก็ เรว็

การแยกกลุมอาการ พบวาเปนกลุมอาการช่ีตับตดิ ขดั และมคี วามเยน็ อุดกั้น การ
รกั ษาโดยกระจายชต่ี ับสลายการคั่ง อนุ ทะลวงเสน ลมปราณบริเวณมดลกู แกป วดประจํา เดอื น

จดุ ทีใ่ ช GeShu (BL 17), GanShu (BL 18), ShenShu (BL 23), GuanYuan (CV4), ZhongJi
(CV 3), SanYinJiao (SP 6), YangLingQuan (GB 34)

จุดเสรมิ คัดหนา อกเพม่ิ NeiGuan (PC 6), TanZhong (CV 17) ; ทอ งเดนิ เพิ่ม TianShu (ST
25)
ขอสังเกตหรอื แนะนํา
ขอ สงั เกต

GuanYuan (CV 4) ทาํ เขม็ อุนจาํ นวน 3 - 5 จวง หรือใชก ลอ งรมยา หากผปู ว ยรสู กึ วา มีการ
ไหลเวียนของชจ่ี ะเกดิ ประสทิ ธิผลยงิ่ ขึ้น จดุ อน่ื ผิงปูผ ิงเซยี่
การครอบกระปกุ

ครอบตาํ แหนง DaBao (SP 21), QiMen (LR 14), ZhongFu (LU 1) และอาซ่ือ
คําแนะนาํ

1. ควรปรับอารมณจ ิตใจใหผอนคลาย โดยเฉพาะใกลมปี ระจาํ เดอื น
2. งดเครอ่ื งดื่มเยน็ นา้ํ แข็ง โดยเฉพาะกอ นมรี อบเดอื น 5 - 7 วัน รวมท้งั หลกี เลยี่ งบรเิ วณทีม่ ี
อากาศเย็นมาก เชน ในทที่ าํ งาน หอ งนอน การวา ยน้ํา ในระยะเวลาใกลมีรอบเดือน
การระงับอาการปวดประจําเดือนเบอื้ งตน
1. ใชจ ุด SanYinJiao (SP 6) กระตนุ ระบาย หากไมบรรเทาเพิ่มจดุ DiJi (SP 8) หรอื จะเลอื กจดุ
CiLiao (BL 32)
2. ในสตรีทย่ี งั ไมเ คยตั้งครรภ อาการปวดประจาํ เดือนมกั เกดิ จากความเยน็ ใชก ารรมยาที่จดุ
SanYinJiao (SP 6) และฝง เข็มจุด HeGu (LI 4)
3.ในกรณีปวดทอ งอันมสี าเหตจุ ากเยื่อบมุ ดลูกเจรญิ ผิดตาํ แหนง ใหร มยาจดุ SanJiaoJiu (EX-CA

Page 195

3) และฝงเข็มจุด SanYinJiao หรอื รมยาจุด BaLiao (BL 31 – BL 34), YaoQi (EX-B 9) หรอื ฝง เขม็ จดุ
ZhongJi (CV 3), GuanYuan (CV 4), QiHai (CV 6), SanYinJiao (SP 6), LiGou (LR 5), DiJi (SP 8)

รูปท่ี 40 แสดงจดุ ฝง เขม็ รักษาอาการปวดประจําเดอื น

Page 196

การบาดเจ็บจากการเลนกีฬา

(Sport Injury : )运动性损伤

การบาดเจ็บจากการเลน กฬี า ในท่นี ก้ี ลาวถงึ การไดรบั บาดเจบ็ ของเน้ือเยื่อ ไดแก กลา มเนือ้
พังผดื เอ็นกลา มเน้ือ เอน็ กระดกู และเยือ่ หมุ ขอ (Soft tissue injury : Sprain or Strain) โดยไมมกี ระดูก
แตกหักเขา มาเกย่ี วของ สว นใหญเ กิดบริเวณคอ ไหล ขอ ศอก ขอ มอื แขนขา สะโพก หัวเขา ขอเทา ขน้ึ กับ
ประเภทของกีฬา อาจเปน แบบเฉยี บพลนั หรอื เรื้อรังกไ็ ด

อาการและอาการแสดง

มปี ระวัติไดร ับการบาดเจบ็ จากการเลน กฬี า เชน หกลม ไดรบั แรงกระแทก หรือบดิ ตัวผดิ ทา แลว
มอี าการเจ็บปวด บวมหรอื ฟกชาํ้ เฉพาะที่ อาจมกี ารจาํ กดั การเคลื่อนไหว หรือเคลอ่ื นไหวรา งกายสวนนน้ั
ไมไ ด

กรณที ี่มีอาการบวม ฟกช้ําเกิดขน้ึ ทนั ที และเคลอื่ นไหวขอ หรอื รา งกายสว นนน้ั ไมไ ด อาจเกดิ จาก
กลามเนือ้ เสน เอ็น หลอดเลือดฉกี ขาด หรือมีเลือดออกในขอ และ/หรอื มีการผดิ รปู ของรา งกายสว นนนั้ หรือ
มเี หตใุ หส งสยั วามกี ระดกู หัก การเคลือ่ นยายผปู วยจะตอ งกระทําอยา งระมดั ระวงั และถกู ตอ ง รวมทั้งดาม
บรเิ วณท่ีสงสัยวามกี ระดกู หักไมใ หเ คลื่อนไหว จนกวา จะไดร บั การวนิ ิจฉยั ท่ถี กู ตอง

การตรวจภาพรังสี

ภาพรังสชี ว ยในการวินจิ ฉยั โดยอาจพบหรอื ไมพบรอ งรอยกระดูกหักจากการไดรับบาดเจบ็ ก็ได

การรักษา

กรณีไมม ีกระดกู หกั หลอดเลอื ดใหญฉกี ขาด หรือเลอื ดออกในขอ รวมดวย ถามี
อาการเฉียบพลันหลงั ไดร บั บาดเจบ็ ปวดเฉพาะท่ี มอี าการบวมเลก็ นอ ย ใชประคบเยน็ หรือยาพน เฉพาะท่ี
ถามอี าการมาก รกั ษาดว ยยา ประคบเย็นหรอื รอนตามระยะเวลาท่ีไดร บั บาดเจบ็ อาจรว มกับการดามสวน
ที่ไดร บั บาดเจ็บไวช วั่ คราวประมาณ 1 – 3 สัปดาห เชน การใชผายืดพัน การใสเ ฝอกออน ระหวา งนีค้ วร
พจิ ารณาการทาํ กายภาพบําบดั และกายบรหิ ารเพ่อื ปองกนั และฟน ฟูกลา มเนือ้ และการเคลื่อนไหวของขอ

การวนิ จิ ฉัยและรกั ษาดว ยศาสตรก ารแพทยแ ผนจนี

การบาดเจ็บจากการเลน กีฬา จดั อยใู นกลมุ อาการบาดเจบ็ เสนเอน็ (ShangJin) มสี าเหตจุ ากการ
ไดรับบาดเจบ็ เชน จากการหกลม การกระแทก การเคลอ่ื นไหวผดิ ทา หรือตกจากทสี่ ูง ทาํ ใหช ่ตี ดิ ขัดและมี

Page 197

เลอื ดค่งั เฉพาะที่ เกิดอาการปวดและบวมเฉพาะที่ การเคลอ่ื นไหวสว นของรา งกายหรือขอลําบาก เนื่องจาก
เจบ็ ปวดหรือมีการฉีกขาดของเนอ้ื เย่ือรอบบรเิ วณดังกลา ว

อาการและอาการแสดง

มอี าการเจ็บปวด บวม เฉพาะทหี่ ลงั ไดรบั บาดเจ็บ ล้นิ ปกติ ชีพจร ปกติ หรือตงึ (XianMai)

หลักการรกั ษา

สลายเลือดคง่ั ทะลวงเสนลมปราณ กระตนุ การไหลเวยี นของช่แี ละเลอื ด ระงบั ปวด

การรกั ษา

อาการบาดเจ็บจากการเลนกฬี า อาจเกิดข้ึนไดข ณะฝกซอ มหรอื ลงแขง ขัน และตําแหนงของการ
บาดเจบ็ มกั ขน้ึ กบั ประเภทกฬี าน้ัน ๆ เชน ฮ็อกก้ี มกั พบอาการบาดเจบ็ บริเวณขอ เทาไดบ อ ย กอลฟ มกั มี
ปญหาบรเิ วณคอและปวดหลังไดบ อ ย
จุดที่ใชร ักษา

- แบบที่ 1 : ใชจดุ ใกล – จดุ ไกล ระงบั ปวด รวมกบั ปามา ยเจยี วฮยุ , ปาฮยุ เซยี่ , จดุ
ซี และจดุ AShi ดงั ตารางที่ 1

ตารางที่ 1 จุดฝง เขม็ การบาดเจบ็ จากการเลน กีฬา

บริเวณทป่ี วด จดุ ใกล จดุ ไกล หมายเหตุ

Musculoskeleton YangLingQuan (GB34) HouXi (SI 3) If pain above

diaphragm

YangLingQuan (GB34) Kunlun (BL60) If pain below

diaphragm

Bone , joint , cartilage DaZhu (BL11) XuanZhong (GB39)

Face XiaGuan (ST7) LieQue (LU 7)

QuanLiao (SI18) TaiChong (LR 3)

Neck FengChi (GB20) HouXi (SI 3)

Shoulder JianYu (LI15) TiaoKou (ST 38)

JianLiao (SJ14) YangLao (SI 6)

Thorax TanZhong (CV 17) WaiGuan (SJ 5)

Abdomen ZhongWan (CV 12) NeiTing (ST 44)

TianShu (ST 25) XianGu (ST 43)

Page 198

Location of pain Local acupoint Distal acupoint Notes

Back DaChangShu ( BL 25 ) Loo ’s point Between GB 41 & BL 62
Sciatica HuanTiao ( GB 30 ) KunLun ( BL 60 )
Knee HuanTiao ( GB 30 ) NeiTing ( ST 44 )
ZiBian ( BL 54 )
DuBi ( ST 35 )
NeiHuaiJian ( EX–LE 8)

Location of pain Local acupoint Distal acupoint Notes

8 confluent

Heart , chest , stomach NeiGuan ( PC 6 ) , GongSun ( SP 4 )

Neck , shoulder , back & inner cathus WaiGuan ( SJ 5 ) , ZuLinQi ( GB 41 )

Neck , nape , ear , shoulder , inner canthus ShenMai ( BL 62 ) , HouXi ( SI 3 )

Knee DuBi ( ST 35 ) NeiTing ( ST 44 )

NeiHuaiJian ( EX – LE 8 )

8 influent

Zang organs ( Chest , liver , spleen , kidney ) ZhangMen ( LR 13 )

Fu organs ( Stomach , intestines ) ZhongWan ( RN 12 )

Qi ( Fullness feeling in chest , dyspnea , asthma ) DanZhong ( RN 17 )

Blood ( Blood stagnation , boils , heart problem ) GeShu ( BL 17 )

Tendons ( Joint pain , muscular spasm , paralysis ) YangLingQuan ( GB 34 )

Vessels & pulse ( Cold limbs , heart failure , no pulse ) TaiYuan ( LU 9 )

Bone ( Back pain , emaciation with weakness ) DaZhu ( BL 11 )

Marrow ( Bone pain , aversion to cold , tiredness ) XuanZhong ( GB 39 )

Xi ( Cleft ) point

Hand LU meridian KongZui ( LU 6 ) LI meridian WenLiu ( LI 7 )

PC meridian XiMen ( PC 4 ) SJ meridian HuiZong ( SJ 7 )

HT meridian YinXi ( HT 6 ) SI meridian Yanglao ( SI 6 )

Leg SP meridian DiJi ( SP 8 ) ST meridian LiangQiu ( ST 34 )

LR meridian ZhongDu ( LR 6 ) GB meridian WaiQiu ( GB 36 )

KI meridian ShuiQuan ( KI 5 ) BL meridian JinMen (BL 63 )

Yangqiao mai FuYang ( BL 59 ) Yinqiao mai JiaoXin ( KI 8 )

Page 199

Yangwei mai YangJiao ( GB 35 ) Yinwei mai ZhuBin ( KI 9 )

ขอแนะนํา
1. ใหปก จุดไกลกอนเสมอในกรณีเฉยี บพลนั โดยเฉพาะในรายทไี่ มแ นใจวา มกี ระดกู

หกั รว มดว ยหรือไม
2.กรณีเปนเรอ้ื รัง (Chronic sprain) ใหด ูรายละเอยี ดการรกั ษาในตําราฝง เข็มเลมอ่นื ๆ
3. หลังปกเขม็ และปน เข็มแลว ควรใหผ ปู วยเคล่อื นไหวสว นของรา งกายทม่ี อี าการ

บาดเจบ็ เพือ่ กระตนุ ใหช่แี ละเลอื ดไหลเวยี นเพมิ่ ข้ึน ชวยลดอาการปวด
- แบบที่ 2. ใชจดุ ฝง เข็ม 1 – 2 จดุ รักษาอาการ Acute sprain จากการเลนกฬี า ซ่ึงมีหลายวธิ ี

ตามสรปุ ในตารางท่ี 2.
ขอ แนะนาํ

1. ใชใ นกรณเี ฉียบพลัน ไมมีอาการปวดจากการบาดเจบ็ ของอวยั วะภายใน ( Non – organic
pain )

2. ผปู วยอาจตอบสนองตอการรกั ษาดว ยวิธีใดวธิ ีหน่งึ หรือหลายวิธีประสมกนั ดงั นน้ั หลังปก เข็ม
และปน เขม็ แลว

ควรใหผ ูปว ยเคลื่อนไหวสว นของรา งกายท่มี อี าการบาดเจบ็ เพอ่ื กระตุน ใหช แ่ี ละเลือดไหลเวยี น
เพิม่ ขนึ้ ชว ยลดอาการปวด ถา ไมดีข้ึนให Manipulate เขม็ ซํ้า 1 – 2 คร้งั ถาไมไดผลจึงพิจารณาเพ่ิมวธิ ี
อ่นื ตอไป

3. อาจพิจารณาใหย ารว มดวย ในกรณที ่ีผูปว ยไมสามารถมารักษาไดส มา่ํ เสมอตามนดั หรอื
ตองการทําใหผ ปู ว ยหายเรว็ ขนึ้ ลดอาการทุกขท รมานท่ีรบกวนการดาํ รงชวี ติ ประจาํ วนั ของผปู ว ย ทง้ั น้ี
อาจเปนยาจนี หรือยาแผนตะวันตกก็ได บอ ยคร้ังท่ีผูปว ยไดรบั การฝง เขม็ ดขี นึ้ แตย ังมอี าการเลก็ นอย
รบกวนอยู กใ็ ชย ารว มดว ยเพ่ือเพม่ิ ประสิทธิภาพการรกั ษา และเพ่อื ปองกันการเกดิ อาการรนุ แรงซํา้ จึงไม
ควรปฏเิ สธการใชยา

4. กรณีมีอาการเร้ือรงั (Chronic sprain) ใหด รู ายละเอยี ดการรักษาในตําราฝง เขม็ เลมน้ัน ๆ

Page 200

ภาคผนวกท่ี 1

ดชั นีจดุ ฝง เขม็ ตามระบบเสน ลมปราณ


Click to View FlipBook Version