The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย ๒ คำอธิบายสมุดภาพโคลงฤาษีดัดตน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หนังสือ, 2023-09-25 22:08:48

ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย ๒ คำอธิบายสมุดภาพโคลงฤาษีดัดตน

ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย ๒ คำอธิบายสมุดภาพโคลงฤาษีดัดตน

ª´¡ÒÃ Ø Ê§Ñ¤Ò¹ÒÀÁÙ»ÔÞ˜ ÞÒ¡ÒùǴä·Â: ò สำนก ั งานขอ  มล ู และคลง ั ความร  ู กรมการแพทยแ  ผนไทยและการแพทยท  างเลอ ื ก กระทรวงสาธารณสข ุ


ชุดการสังคายนาภูมิปญญาการนวดไทย: ๒ คําอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน ส�านักงานข้อมูลและคลังความรู้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข


ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ค�ำอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน ที่ปรึกษา นายแพทย์สุเทพ วัชรปิยานันทน์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บรรณาธิการ ดร.รัชนี จันทร์เกษ อ.สุดารัตน์ สุวรรณพงศ์ ดร.ภก.ยงศักดิ์ ตันติปิฎก กองบรรณาธิการ วนิดา ค�ำหงษา ศรัณยา จันษร สมชาย ช้างแก้วมณี ซูไมยะ เด็งสาแม ชลทิวา ทองรัตน์ พิสิษฎ์พล นางาม ผู้ทรงคุณวุฒิและ นพ.ประพจน์ เภตรากาศ อ.สันติสุข โสภณสิริ อ.ถวิล อภัยนิคม ครูหมอนวดไทย อ.วิโรจน์ มณฑา อ.กรกมล เอี่ยมธนะมาศ อ.สนิท วงษ์กะวัน อ.ศุภณี เมธารินทร์ อ.สาวิตรี ศิริวุฒิ อ.ระวี รักษ์แก้ว จัดท�ำโดย ส�ำนักงานข้อมูลและคลังความรู้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข http://www.dtam.moph.go.th/ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของส�ำนักหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. ส�ำนักงานข้อมูลและคลังความรู้. ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ค�ำอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน.--นนทบุรี: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, ๒๕๖๐. ๑๙๗ หน้า. -- (ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒). ๑. การนวด. ๒. ฤๅษีดัดตน. I. ชื่อเรื่อง. 615.822 ISBN 978-616-11-3214-9 ประสานงาน ลภดา ศรีโคตร จุฑาพร ภูเวียง จินตนา ศรีสุวรรณ์ ออกแบบเนื้อหา ชนิสรา นาถนอม ออกแบบปก ชัยณรงค์ พาพลงาม จัดพิมพ์โดย กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พิมพ์ครั้งที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ จ�ำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม พิมพ์ที่ ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา


ในปัจจุบันองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนนั้น แม้มีอยู่มากมายหลากหลาย มีการปฏิบัติใช้รักษาผู้คนแล้วได้ผลมาแต่โบราณกาล แต่ด้วยเวลาที่ผันผ่านท�าให้องค์ความรู้เหล่านั้นบางส่วนก็มีความคลาดเคลื่อน ไม่เป็นระบบ และบางแห่งก็ไม่สามารถน�ามาต่อยอดความรู้เพื่อประโยชน์ทางวิชาการได้ ด้วยเล็งเห็นว่าความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยนั้นมีความส�าคัญต่อชาติและมีคุณค่า ทางด้านประวัติศาสตร์ วิทยาการ ความรู้เหล่านี้จึงควรได้รับการช�าระให้ทันสมัยและ ท�าให้เป็นระบบ ผ่านกระบวนการ “สังคายนา” ที่ต้องอาศัยการระดมสมอง รวบรวม ความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน และน�าความรู้ที่ได้รับ การช�าระแล้วมาก่อประโยชน์และสร้างคุณค่าให้วงวิชาการแพทย์แผนไทยและประเทศชาติ ต่อไป โครงการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทยในต�าราการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ จึงด�าเนินการบนพื้นฐานของหลักการข้างต้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบ สารสนเทศองค์ความรู้ดิจิทัลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของประเทศไทย (TTDKL) ภายใต้การก�ากับดูแลของส�านักงานข้อมูลและคลังความรู้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก เพื่อการสังคายนาองค์ความรู้ด้านการนวดไทยและฤๅษีดัดตน เบื้องต้นที่อยู่ใน ต�าราแพทย์แผนไทยโบราณ และมีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบการจัดการระบบภูมิปัญญา การนวดไทยที่ผ่านการถ่ายถอด ปริวรรต สังคายนา และพัฒนารหัสมาตรฐานภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยของประเทศ (TTDKC) ที่มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการ รวมถึงมีการ บันทึกลงในระบบดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายการสังคายนาการนวดไทยและฤๅษีดัดตน ของประเทศ ผ่านการด�าเนินงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้าน การนวดไทย ทั้งหมอนวดและหมอเวชกรรม ในการคัดเลือกและศึกษาวิเคราะห์ จัดจ�าแนก คํานํา


(4) องค์ความรู้ในคัมภีร์ ต�ำรา แผนนวด ศิลาจารึก และประติมากรรมฤๅษีดัดตน โดยได้ คัดเลือกแหล่งความรู้ที่ใช้ศึกษาวิเคราะห์ ๕ รายการ คือ ๑. กล่าวเส้นสิบ ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ ๒. คัมภีร์แผนนวด ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ๓. คัมภีร์แผนนวด เล่ม ๑-๒ ในต�ำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ ๕ เล่ม ๒ ๔. จารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ๕. สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน (โคลงภาพฤๅษีดัดตนต่างๆ ๘๐ รูป) โดยจัดท�ำเป็นหนังสือ ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย ๔ เล่ม ประกอบด้วย ๑ ค�ำอธิบายกล่าวเส้นสิบในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ และแผนนวดคว�่ำในจารึก ต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ๒ ค�ำอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน ๓ ค�ำอธิบายศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ๔ ค�ำอธิบายคัมภีร์แผนนวด เล่ม ๑-๒ ในต�ำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ ๕ เล่ม ๒ การสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทยในต�ำราการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ เป็นงาน การศึกษาร่วมกันของคณะอนุกรรมการและคณะท�ำงานฯ ครูหมอนวดไทย หมอเวชกรรมไทย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ตลอดระยะเวลา ๑ ปี ซึ่งประกอบด้วยส่วนของการจ�ำแนก ศึกษาวิเคราะห์องค์ความรู้ และส่วนของการสังคายนาภูมิปัญญาที่ได้จากต�ำรา กรมการเเพทย์ แผนไทยและการเเพทย์ทางเลือก ขอขอบคุณคณะอนุกรรมการ คณะท�ำงาน และวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ร่วมกันศึกษา วิพากษ์ และพัฒนาองค์ความรู้และกระบวนการ สังคายนาให้มีความสมบูรณ์ และเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์แผนไทยต่อไป นายแพทย์สุเทพ วัชรปิยานันทน์ อธิบดีกรมการเเพทย์แผนไทยและการเเพทย์ทางเลือก


ความหมาย การสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย หมายความว่า การสังเคราะห์ต�ารา คัมภีร์ จารึกที่เกี่ยวกับการนวดไทย ซึ่งปรากฏในแผนไทยมากกว่า ๑๐๐ ปี และได้มีการถ่ายทอด ความรู้สืบต่อกันมายาวนาน เพื่อให้ได้องค์ความรู้ท�าให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ตรงกันกับ ต้นฉบับเดิม เกิดกระบวนการตีความ วิเคราะห์ และสังเคราะห์สามารถน�าไปใช้ประโยชน์ ในการถ่ายทอด การรักษาต่อไปได้ในอนาคต การคัดเลือกต�ารา ๑. ต�าราโบราณต้นฉบับสมุดไทยด�า “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่าง ๆ ๘๐ รูป” ๒. สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร; ๒๕๕๐ คณะท�างาน ด�าเนินการโดย “คณะท�างานเพื่อด�าเนินการสังคายนาภูมิปัญญาด้านฤๅษีดัดตนใน ต�าราการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ตามค�าสั่งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก ที่ ๗๗/๒๕๕๘ กระบวนการสังคายนา ๑. การศึกษาบริบทของความรู้ ๑.๑ การศึกษาองค์ความรู้ที่ปรากฏอยู่ในต�ารา เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงสภาพ ทางสังคม ตลอดจนการให้ความหมายต่อสุขภาพ และความเจ็บป่วยในยุคสมัยนั้น ที่อาจ แตกต่างจากปัจจุบัน คําชี้แจงและหลักเกณฑ ในการสังคายนาสมุดภาพโคลงภาพฤๅษีดัดตน


(6) ๑.๒ การศึกษาประวัติศาสตร์ของต�ำรา ได้แก่ ประวัติศาสตร์ในยุคสมัยที่ เกี่ยวข้อง ประวัติความเป็นมาของต�ำรา ความส�ำคัญของต�ำรา และประวัติผลงานของ ผู้แต่ง ผู้เรียบเรียง ผู้คัดลอก ผู้เขียนภาพ ๑.๓ การทบทวนวรรณกรรม ศึกษาการตีความเนื้อหาความรู้ของการศึกษา ที่เกี่ยวข้อง ๑.๔ ศึกษาเนื้อหาความรู้ โดยคณะท�ำงานร่วมกันศึกษาและวิเคราะห์ต�ำรา ซึ่งแบ่งวิธีการศึกษาหลัก ดังนี้ ๑) วิเคราะห์ภาพรวมเนื้อหา ๒) จ�ำแนกความรู้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน จัดเป็นกลุ่ม ชื่อโรค ลักษณะ อาการ สมมติฐานโรค ต�ำแหน่งจุดและแนวเส้นนวด ต�ำรายาที่เกี่ยวข้อง ๓) วิเคราะห์ความหมายของศัพท์เฉพาะ แหล่งที่มาของค�ำศัพท์และต�ำราที่ใช้ประกอบการค้นคว้าอ้างอิง ๑. พจนานุกรม ศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์; ๒๕๕๖. (๕๖๖ หน้า). ๒. ศัพท์แพทย์ไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: ประชาชน จ�ำกัด; ๒๕๔๖. (๒๖๒ หน้า). ๓. แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรม ของชาติ. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว; ๒๕๕๔. (๑,๐๑๒ หน้า). ๔. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์; ๒๕๕๖. (๑,๕๔๔ หน้า). ๕. ความหมาย องค์ความรู้ที่เกิดจากกระบวนการตีความ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ท�ำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ตรงกันกับต้นฉบับเดิม โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดไทย และคณะท�ำงานเพื่อด�ำเนินการสังคายนาภูมิปัญญาด้านฤๅษีดัดตนในต�ำราการแพทย์แผนไทย แห่งชาติ (คทง.) ๖. ต�ำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับหลวง. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; ๒๔๙๗.


(7) ๗. ต�ำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ ๕ เล่ม ๒. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร; ๒๕๔๒. ๘. New Model English-Thai Thai-English Dictionary. สอ เสถบุตร. กรุงเทพฯ: พรีมา พับบลิชชิง; ๒๐๐๘. ที่มา: http//dictionary.sanook.com/search/dict-en-th-sedthabut การเขียนอ้างอิงหนังสือค�ำศัพท์ การเขียนความหมายของค�ำศัพท์ (.../...) หมายถึง (ล�ำดับหนังสือที่ใช้อ้างอิง/ระบุ เลขหน้าของหนังสือ) โดยใช้หนังสืออ้างอิงตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑-๘ และระบุเลขหน้าไว้เพื่อ ประโยชน์ต่อการค้นคว้าต่อไป (คทง.) หมายถึง ความหมายตามที่หนังสืออ้างอิงระบุไว้ในข้อ ๕ ตัวอย่างเช่น สะบักหน้าจม อาการปวดตึงบริเวณสะบัก บ่า และไหล่ข้างขวามักจะเกิดเรื้อรัง อาจเนื่องจากการใช้งานที่แขนมาก และเป็นเวลานาน ท�ำให้เลือด ลมตามแนวเส้นปิงคลาเดินไม่สะดวก (๑/น. ๔๓๖) (๑/น. ๔๓๖) หมายความว่า ค้นหาความหมายของค�ำศัพท์ได้จากหนังสือล�ำดับ ที่ ๑ คือ พจนานุกรม ศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หน้า ๔๓๖


หน้า บทน�า ..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๑ ส่วนที่ ๑ การจ�าแนก วิเคราะห์ รูปปั้น/ภาพฤๅษีดัดตน .........................................................................................................................๓ ๑. ประวัติความเป็นมาของภูมิปัญญา “ฤๅษีดัดตน” ....................................................................................................๔ ๑.๑ ประวัติการสร้างรูปปั้นฤๅษีดัดตน ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ...............................................................................................................................................๔ ๑.๒ ประวัติที่มาของโคลงภาพฤๅษีดัดตน ...............................................................................................................................๙ ๑.๓ ประวัติการบันทึกเรื่องฤๅษีดัดตนลงในหนังสือสมุดไทย “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่าง ๆ ๘๐ รูป” ................................................................................................๑๕ ๒. ความส�าคัญของวิชาฤๅษีดัดตน ....................................................................................................................................................................๑๘ ๒.๑ วิชาฤๅษีดัดตนในประเทศไทย......................................................................................................................................................๑๘ ๒.๒ มูลเหตุแห่งประติมากรรมฤๅษีดัดตน ........................................................................................................................๒๐ ๓. ลักษณะของฤๅษีดัดตน ...................................................................................................................................................................................................๒๒ ๓.๑ ลักษณะของรูปปั้นฤๅษีดัดตนวัดพระเชตุพนฯ .....................................................................................๒๒ ๓.๒ ลักษณะฤๅษีในโคลงภาพฤๅษีดัดตน .............................................................................................................................๒๔ ๓.๓ ลักษณะของโคลงภาพฤๅษีดัดตน .......................................................................................................................................๓๒ สารบัญ


(9) ส่วนที่ ๒ การสังคายนาภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน ๘๐ ท่า...........................................................................................................................๓๓ ๑. การสังคายนาภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน.....................................................................................................................................................๓๔ ๑.๑ รูปฤๅษีดัดตน......................................................................................................................................................................................................................๓๔ ๑.๒ สรุปการศึกษาวิเคราะห์โรคและอาการ จากโคลงภาพฤๅษีดัดตน...................................................................................................................................................................๑๕๐ ๑.๓ การสังคายนาเบื้องต้นสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน....................................................................๑๕๒ เอกสารอ้างอิง.........................................................................................................................................................................................................................................................................................๑๘๒ ภาคผนวก...............................................................................................................................................................................................................................................................................................................๑๘๓ ๑. ค�ำสั่งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๕๙๕/๒๕๕๗...........................................................................................................................................................................................................................๑๘๕ ๒. ค�ำสั่งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๗๗/๒๕๕๘...............................................................................................................................................................................................................................๑๘๗ ๓. ประวัติย่อคณะท�ำงานสังคายนาภูมิปัญญาด้านฤๅษีดัดตน..................................................๑๘๙ ๔. ดัชนีค�ำศัพท์ตามต�ำราที่ใช้ประกอบการค้นคว้าอ้างอิง....................................................................๑๙๔ ๕. ค�ำอธิบายศัพท์เพิ่มเติมจากคณะท�ำงาน (คทง.)...........................................................................................๑๙๖ หน้า


สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ ๑ รายพระนาม รายนาม ผลงานโคลงฤๅษีดัดตน .................................................................................................................๑๐ ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลง และฤๅษี .......................................................................................................................................................................................................................๒๖ ตารางที่ ๓ การวิเคราะห์กลุ่มโรคและอาการจากสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน ...........................................๑๑๕ ตารางที่ ๔ กลุ่มโรค อาการ และความหมายของโรคจากสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน ..............๑๓๕


คําอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 1 ๑ “สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน” ของกรมศิลปากร กรุงเทพฯ จัดท�าโดย คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอ�านวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ “ภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน” เป็นภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพที่อยู่คู่กับสังคมไทย มาช้านาน นับเป็นมรดกองค์ความรู้ที่ทรงคุณค่ายิ่งของชาติไทย ทั้งทางด้านเวชศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ “การด�าเนินงานสังคายนาภูมิปัญญา ด้านฤๅษีดัดตนในต�าราแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” จึงได้ท�าการศึกษาวิเคราะห์ “ภูมิปัญญา ฤๅษีดัดตน” โดยใช้เอกสารอ้างอิงหลักคือ “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่าง ๆ ๘๐ รูป” ใน “สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน” ของกรมศิลปากร กรุงเทพฯ๑ จัดท�าโดย คณะกรรมการ ฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ กรมศิลปากร ที่ได้คัดเอาโคลงภาพจากต้นฉบับ สมุดไทยด�าที่จัดท�าขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ มา จัดพิมพ์และถ่ายทอดใหม่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการสังคายนาเบื้องต้น มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ ๑. จ�าแนกองค์ความรู้ภูมิปัญญาท่าฤๅษีดัดตน ๒. วิเคราะห์องค์ความรู้จากภูมิปัญญาท่าฤๅษีดัดตน ๓. สังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญาท่าฤๅษีดัดตน จ�านวน ๘๐ ท่า ๔. จัดท�าต้นแบบการสังคายนาระบบองค์ความรู้ภูมิปัญญาท่าฤๅษีดัดตน ๕. ออกรหัสมาตรฐานภูมิปัญญาท่าฤๅษีดัดตน บทนํา


2 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ เนื้อหาในการสังคายนาเบื้องต้น หนังสือชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย ๒ ค�ำอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน ประกอบด้วย ส่วนที่ ๑ การจ�ำแนก วิเคราะห์ รูปปั้น/ภาพฤๅษีดัดตน ดังนี้ ๑) ประวัติความเป็นมาของภูมิปัญญา “ฤๅษีดัดตน” ๒) ความส�ำคัญของวิชา “ฤๅษีดัดตน” ๓) ลักษณะของ “ฤๅษีดัดตน” ส่วนที่ ๒ การสังคายนาภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน ๘๐ ท่า ๑) การศึกษาวิเคราะห์ภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน การศึกษาองค์ความรู้ สมุดรูปฤๅษี ดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูปนี้ เป็นการศึกษาเบื้องต้น โดยจัดประมวลความรู้ โรค อาการ ลม แผนดัดตนตลอดจนท่าดัดตนทั้ง ๘๐ ท่า โดยได้จัดประชุมผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวิพากษ์ให้ความเห็นข้อเสนอแนะหลายครั้ง เพื่อการปรับปรุงให้ความรู้ที่วิเคราะห์ จัดหมวดหมู่มีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ทางวิชาการต่อวงการแพทย์แผนไทย และประเทศชาติสืบต่อไป


สวนที่ ๑ การจําแนก วิเคราะห รูปปน/ภาพฤๅษีดัดตน ๑. ประวัติความเป็นมาของภูมิปัญญา “ฤๅษีดัดตน” ๒. ความส�าคัญของวิชา “ฤๅษีดัดตน” ๓. ลักษณะของ “ฤๅษีดัดตน”


4 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ การศึกษาองค์ความรู้ภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน “คณะท�ำงานเพื่อด�ำเนินงานสังคายนา ภูมิปัญญาด้านฤๅษีดัดตนในต�ำราแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ได้วางกรอบการสังคายนา ภูมิปัญญาฤๅษีดัดตนไว้ดังนี้ ๑. ประวัติความเป็นมาของภูมิปัญญา “ฤๅษีดัดตน” ๒. ความส�ำคัญของวิชา “ฤๅษีดัดตน” ๓. ลักษณะของ “ฤๅษีดัดตน” ๑. ประวัติความเป็นมาของภูมิปัญญา “ฤๅษีดัดตน” ๑.๑ ประวัติการสร้างรูปปั้นฤๅษีดัดตน ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ๑.๑.๑ สมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาล ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๕๒) ทรงสร้างวัดพระเชตุพนฯ มีการตั้งต�ำรายา และฤๅษีดัดตน ปัจจุบันไม่ปรากฏหลักฐานรูปปั้นแล้ว การปรากฏหลักฐาน “ฤๅษีดัดตน” ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ (พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๕๒) เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ บูรณปฏิสังขรณ์ วัดโบราณปากแม่น�้ำเจ้าพระยา ชื่อ วัดโพธาราม ชาวบ้านเรียกกันโดย สามัญว่า “วัดโพธิ์” ซึ่งเป็นวัดที่ราษฎรสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี๒ นับแต่เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๑ ใช้เวลาทั้งสิ้น ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงแล้วเสร็จ พระราชทาน นามว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ” (ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงแปลงนามสร้อยวัดเป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม) และโปรดเกล้า ๒ ต�ำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พระนคร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จารึกไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๕ ฉบับสมบูรณ์, (พระนคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๐๕), หน้า ก.


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 5 ให้เป็นพระอารามหลวงประจ�ำรัชกาล ในการนี้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ยังได้มีพระราชด�ำริโปรดเกล้าฯ ให้จารึกเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานไว้ (ปรากฏต่อมาในหนังสือประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ ในชื่อเรื่อง “ทรงสร้างวัดพระเชตุพน”) พร้อมทั้งโปรดให้รวบรวมต�ำรายา และปั้นรูปฤๅษีแสดงท่าดัดตน (ปัจจุบันไม่ปรากฏ หลักฐานแล้ว) เพื่อให้ราษฎรศึกษาเล่าเรียน และใช้รักษาโรค๓ ในหนังสือประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เล่ม ๑ เรื่อง “จารึกเรื่องทรงสร้างวัด พระเชตุพนฯ ครั้งรัชกาลที่ ๑” (อยู่ในวิหารทิศพระโลกนาถมุขหลัง) ได้ถอดความจารึกไว้ ดังนี้ “ศุภมัศดุพระพุทธศักราชล่วงแล้วสองพันสามร้อยสามสิบเบ็ดพระวษา ณ วันจันทร์เดือนสิบเบ็ดแรมแปดค�่ำปีระกานักษัตรเอกศก สมเด็จพระบรมธรรมมฤกมหาราชาธิราช พระเจ้ารามาธิบดีบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ผู้ผ่านพิภพไอศวรรยาธิปัติถวัลยราชกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานี บุรีรมย์อุดมพระราชมหาสถาน เสด็จทอดพระเนตร์เห็นวัด โพธารามเก่าช�ำรุดปรักหักพังเป็นอันมาก ทรงพระราชศรัทธาจะปฏิสังขรณ์สร้าง ให้บริบูรณ์งามขึ้นกว่าเก่า ซึ่งที่เป็นลุ่มดอนห้วยคลองสระบ่อร่องคูอยู่นั้น ทรง พระกรุณาให้เอาคนสองหมื่นเศษขนดินมาถมเต็มแล้ว รุ่งขึ้นปีหนึ่งสองปีกลับ ยุบลุ่มไป จึงให้ซื้อมูลดินถมสิ้นพระราชทรัพย์สองร้อยห้าชั่งสิบห้าต�ำลึง จึงให้ ปราบที่พูนดินเสมอดีแล้ว ครั้นณวันพฤหัศบดีเดือนสิบสองแรมสิบเบ็ดค�่ำปีฉลู นักษัตรเบญจศก ให้จับการปฏิสังขรณ์สร้างพระอุโบสถ มีก�ำแพงแก้วกระเบื้องปรุ ล้อมรอบพื้นในก�ำแพงแก้วแลหว่างพระระเบียงชั้นในชั้นนอกก่ออิฐห้าชั้นแล้วดาด ปูนกระท�ำพระระเบียงล้อมสองชั้น ผนังพระระเบียงข้างในประดับกระเบื้องปรุผนัง หลังพระระเบียงเขียนเป็นลายแย่ง มุมพระระเบียงนั้นเป็นจัตรมุขทุกชั้นมีพระวิหาร ๓ ก่องแก้ว วีระประจักษ์, “ฤๅษีดัดตน: สุขอนามัยไทย สุขอนามัยโลก” ใน จารึกวัดโพธิ์มรดกความทรงจ�ำของโลก, ๒๕๕๔, หน้า ๖๐-๖๑.


6 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ สี่ทิศ บรรดาหลังคาพระอุโบสถพระวิหารพระระเบียงนั้นมุงกระเบื้องเคลือบสี เขียวเหลืองสิ้น ตรงพระวิหารทิศตวันตกออกไป ให้ขุดรากพระเจดีย์ใหญ่กว้าง สิบวาลึกห้าศอก ตอกเข็มเอาอิฐหักใส่กระทุ้งให้แน่น แล้วเอาไม้ตะเคียนยาวเก้าวา น่าศอกจตุรัศเรียงระดับประกับกันเป็นตะรางสองชั้น แล้วจึงเอาเหล็กดอกเห็ดใหญ่ ยาวสองศอกตรึงตลอดไม้แกงแนงทั้งสองชั้น หว่างช่องแกงแนงนั้นเอาอิฐหักทราย ถมกระทุ้งให้แน่นดีแล้ว รุ่งขึ้น ณ วันศุกร์เดือนสามขึ้นสิบค�่ำปีขาลฉศกเพลาเช้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชด�ำเนิรพร้อมด้วยพระราชวงษานุวงษ์เสนาพฤฒามาตย์ ราชปโรหิต โหราจารย์มายังที่ลานพระมหาเจดีย์ จึงให้ชักชะลอ พระพุทธปฏิมากรศรีสรรเพชญ์อันช�ำรุดรับมาแต่กรุงเก่าเข้าวางบนราก ได้ศุภฤกษ ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ดุริยางคดนตรีปี่พาทย์ เสด็จทรงวางอิฐทองอิฐนากอิฐ เงินก่อราก ข้าทูลละอองทุลีพระบาททั้งปวงระดมกันก่อฐาน กว้างแปดวาถึงที่ บรรจุจึงเชิญพระบรมธาตุแลฉลองพระเขี้ยวแก้วองค์หนึ่ง พระเขี้ยวทององค์หนึ่ง พระเขี้ยวนากองค์หนึ่ง บรรจุในห้องมหาเจดีย์ แล้วก่อสืบต่อไปจนส�ำเร็จ ยกยอด สูงแปดสิบสองศอก กระท�ำพระระเบียงล้อมสามด้าน ผนังนั้นเขียนนิยายรามเกียรติ จึงถวายนามพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ แลในวงพระระเบียงชั้นในมี พระมหาธาตุสี่ทิศ นอกพระระเบียงชั้นนอกหว่างพระวิหารคดนั้น มีพระเจดีย์ฐาน เดียวห้าพระองค์ สี่ทิศยี่สิบพระองค์ เข้ากันทั้งพระมหาเจดีย์ใหญ่ พระมหาธาตุ เป็นยี่สิบห้าพระองค์บรรจุพระบรมธาตุสิ้น แลมีพระวิหารคดสี่ทิศ ก�ำแพงแก้วคั่น ประตูซุ้มประดับกระเบื้องเคลือบสองประตู มีรูปสัตว์ประตูละคู่ ท�ำหอไตรย์ มุงกระเบื้องหุ้มดีบุก ฝาแลเสาปิดทองลายรดน�้ำ แลตู้รูปปราสาทใส่คัมภีร์ พระปริยัติไตรปิฎก ท�ำการบุเรียนหอระฆัง พระวิหารน้อยซ้ายขวาส�ำหรับทายกไว้ พระพุทธรูป ขุดสระน�้ำปลูกพรรณไม้ ท�ำศาลารายห้าห้องเจ็ดห้องเก้าห้องเป็นสิบ เจ็ดศาลา เขียนเรื่องพระชาดกห้าร้อยห้าสิบพระชาติ ตั้งต�ำรายาแลฤๅษีดัดตนไว้ เป็นทาน...”


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 7 ๑.๑.๒ สมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. ๒๓๖๗- ๒๓๙๔) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ใหม่ทั้งพระอาราม รวมทั้งต�ำรายา และฤๅษีดัดตน๔ ประวัติการบูรณปฏิสังขรณ์วัดใหม่ทั้งพระอาราม เริ่มตั้งแต่ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๓๗๕ ส่วนงานฤๅษีดัดตน เริ่มเมื่อจุลศักราช ๑๑๙๘ ปีวอก ตรงกับพุทธศักราช ๒๓๗๙ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ ระดมช่างหล่อรูปฤๅษีดัดตน จ�ำนวน ๘๐ ท่า ตามบทความในหนังสือประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เล่ม ๑ เรื่อง “จดหมายเหตุ เรื่องการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ถอดความจากโคลงดั้นพระนิพนธ์กรมสเด็จ พระปรมานุชิตชิโนรส” กล่าวไว้ดังนี้ “ลุพุทธศักราช ๒๓๗๔ ปีเถาะ วันเสาร์ เดือน ๑๑ แรม ๘ ค�่ำ (ตรง กับวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๗๔ ทางสุริยคติ) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว เสด็จไปพระราชทานพระกฐิน วัดพระเชตุพนฯ โดยกระบวนพยุหยาตรา เสร็จแล้วเสด็จทอดพระเนตรทั่วพระอารามเห็นถาวรวัตถุซึ่งสมเด็จพระไอยกาธิราช เจ้าทรงสถาปนาไว้ ล่วงมาแล้ว ๓๑ ปี ช�ำรุดทรุดโทรมปรักหักพังเป็นอันมาก ก็ ทรงพระราชศรัทธาโสมนัส ทรงพระราชด�ำริเห็นผลแห่งการปฏิสังขรณ์ ว่าเป็นการ กตัญญูต่อสมเด็จพระบุพการี สมควรจะท�ำนุบ�ำรุงให้ คืนดีเป็นสง่าผ่าเผยแก่ชน ผู้ที่ได้ทัศนาการ เป็นการสนองพระเดชพระคุณเชิดชูพระเกียรติยศสมเด็จ พระไอยกาธิราช ให้ยืนยงคงอยู่สิ้นกาลนาน..” ในการนี้พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ทั้งฝ่ายหน้า ฝ่ายใน แบ่งปันกันเป็นนายงานคุมงานด้านต่างๆ เริ่มตั้งแต่ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๓๗๕ การปฏิสังขรณ์ครั้งนี้ ทรงขยายของเดิมที่มีอยู่ให้กว้างใหญ่และเปลี่ยนแปลงแก้ไข ๔ “จดหมายเหตุเรื่องการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ถอดความจากโคลงดั้นพระนิพนธ์กรมสเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส” ใน ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เล่ม ๑, หน้า ๑๓.


8 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ให้งดงามดีกว่าเดิม เป็นการประชุมช่างฝีมือเยี่ยมของคนไทย ตลอดจนโปรดให้จารึกสรรพ ศิลปวิทยาการทั้งปวง พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยให้สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ทุก ชนชั้น ดังปรากฏหลักฐานสืบเนื่องต่อมาจวบจนปัจจุบันเป็นจ�ำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่อง “ฤๅษีดัดตน” ปรากฏข้อความจารึกในโคลงน�ำเรื่อง ๕ บทแรก กล่าวถึงประวัติการสร้างไว้ว่า เริ่มสร้างเมื่อ จุลศักราช ๑๑๙๘ ปีวอก ตรงกับพุทธศักราช ๒๓๗๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระประยูรญาติ คือ กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระนามเดิม พระองค์เจ้า ดวงจักร ระดมช่างหล่อรูปฤๅษีดัดตนจ�ำนวน ๘๐ ท่า (รวมเป็นฤๅษีทั้งหมด ๘๒ ตน เพราะมี ๒ ท่าที่เป็นรูปฤๅษี ๒ ตน ช่วยกันดัดกาย) ท�ำด้วยสังกะสีดีบุกหรือที่เรียก โดยทั่วไปว่า ชิน ตั้งไว้ทุกศาลารายรอบวัดพระเชตุพนฯ หลังละ ๔-๕ รูป ตามความ เหมาะสมของสถานที่โดยก่อแท่นขึ้นที่เฉลียงด้านในส�ำหรับตั้งรูปฤๅษีพร้อมจารึกโคลงอธิบาย ความแก้โรคแต่ละท่าประกอบรูปปั้นฤๅษีไว้ทุกตน โคลงภาพฤๅษีดัดตน โคลงน�ำเรื่อง บทที่ ๑-๕ ดังนี้ โคลง ๑ ๏ ถวายหัดถ์ทัศนัขน้อม อภิวันท์ ไตรยรัตนขจัดส�่ำสรรพ โทษแท้ จักเร่อมจักร�ำพรรณ แผนดัด ตนนา นักสิทธิ์ประดิษฐถ้าแก้ โรคร้างห่างหาย ๚ ๒ ๏ ลุจุลศักราชพ้น พันมี เศศเฮย ร้อยกับเก้าสิบแปดปี วอกตั้ง นักษัตรอัษฐศกรวี วารกติก มาศแฮ ศุกปักษย์ห้าค�่ำครั้ง เมื่อไท้บรรหาร ๚ ๓ ๏ ให้พระประยุรราชผู้ เปนกรม หมื่นแฮ ณรงค์หริรักษรดม ช่างใช้ สังกสิดีบุกผสม หล่อรูป นักสิทธิแปดสิบให้ เทอดถ้า ดัดตน ๚


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 9 ๔ ๏ เสร็จเขียนเคลือบภาค์ยพื้น ผิวกาย ตั้งทุกศาลาราย รอบล้อม อาวาศเชตวันถวาย นามทั่ว องค์เอย จาฤกแผ่นผาพร้อม โรคแก้หลายกล ๚ ๕ ๏ เปนประโยชน์นรชาติสิ้น สบสถาน เฉกเช่นโอสถทาน ท่านให้ ภูลเพ่อมพุทธสมภาร สมโพธิ์ พระนา ประกาศพระเกริยดิ์ยศไว้ ตราบฟ้าดินสูญ ๚ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานต�ำรา ฤๅษีดัดตนให้เป็นประโยชน์แก่ปวงชนทั่วไป เหมือนที่ได้พระราชทานต�ำรายาไว้ก่อนหน้านี้ แล้วทั้งที่วัดราชโอรสารามฯ และวัดพระเชตุพนฯ เพื่อสร้างทานบารมีประกาศเกียรติคุณ ของพระองค์ไว้ชั่วฟ้าดินสลาย ดังความที่กล่าวไว้ในโคลงน�ำเรื่องฤๅษีดัดตน บทที่ ๕ ๑.๒ ประวัติที่มาของโคลงภาพฤๅษีดัดตน๕ ขณะเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ พระประยูรญาติซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ระดมนายช่างผู้ช�ำนาญการหล่อรูปฤๅษีดัดตน ๘๐ ท่าขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๓๗๙ นั้น พระองค์ได้ทรงประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งที่เป็น พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และพระภิกษุสงฆ์ ให้ช่วยกันแต่งโคลง ๔ สุภาพ อธิบาย ท่าดัดตนของฤๅษีแต่ละท่า พร้อมบอกสรรพคุณของท่าดัดตนนั้น ๆ จนครบ ๘๐ ท่า ตาม ความในร่ายและโคลงท้ายเรื่องของสมุดภาพฤๅษีดัดตน และโคลงดั้นปฏิสังขรณ์วัด พระเชตุพนฯ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ๕ กรมศิลปากร, สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน, ๒๕๕๐, หน้า ๕-๖


10 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ หากนับตามรายพระนามและรายนามที่ก�ำกับไว้ในโคลงแต่ละบทแล้ว มีจ�ำนวน ผู้นิพนธ์รวมทั้งสิ้น ๓๖ ราย คือนอกจากรายพระนามและรายนามตามที่ปรากฏในร่ายท้าย เรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีโคลงที่เขียนก�ำกับไว้ว่า “พระราชนิพนธ์” อีกถึง ๖ บท คือ ท่าที่ ๑ ถึงท่าที่ ๕ และท่าที่ ๕๘ ซึ่งพระราชนิพนธ์ ในที่นี้พิจารณาตามศักราชที่ปรากฏย่อม หมายถึง บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั่นเอง กล่าวได้ว่า พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์โคลงเรื่องนี้มากเป็นอันดับที่สองรองจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ที่ทรงนิพนธ์ไว้ทั้งสิ้น ๗ บท เท่ากับพระญาณปริยัติและ พระศรีสุทธิวงศ์ ที่แต่งไว้รูปละ ๖ บท เช่นกัน ดังจะแสดงรายพระนาม รายนามและ ผลงานตามที่ปรากฏในต้นฉบับสมุดไทย “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป” ตารางที่ ๑ รายพระนาม รายนาม ผลงานโคลงฤๅษีดัดตน ล�ำดับ ที่ รายพระนาม/รายนาม ผลงานโคลงท่าที่ รวม (บท) ๑ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๕๘ ๖ ๒ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๕, ๗๓, ๗๗ ๗ ๓ นายปรีดาราช ๑๐, ๕๙ ๒ ๔ พระมุนีนายก ๑๑, ๖๓ ๒ ๕ หลวงชาญภูเบศ (หลวงชาญภูเบศร์) ๑๒, ๔๒ ๒ ๖ พระพุทธโฆษาจาริย์ (ฉิม วัดโมลีโลก) ๑๓, ๓๖ ๒ ๗ พระสมุห์จั่น ๑๔ ๑ ๘ พระญาณปริญัติ์ (พระญาณปริยัติ) ๑๖, ๑๙, ๕๑, ๕๒, ๕๓, ๕๕ ๖ ๙ พระเพชฎา (พระเพ็ชฎา) ๑๗ ๑ ๑๐ จ่าจิตรนุกูล ๑๘, ๖๐ ๒


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 11 ล�ำดับ ที่ รายพระนาม/รายนาม ผลงานโคลงท่าที่ รวม (บท) ๑๑ พระองค์จ้าวศริวงษ (พระองค์เจ้าศิริวงษ์ สมเด็จพระบรมราชมหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์) ๒๐, ๔๕ ๒ ๑๒ พระศรีวิสุทธิวงษ (พระศรีวิสุทธิวงศ์) ๒๑, ๓๑, ๓๒, ๓๓, ๓๔ ๖ ๑๓ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน วัดมหาธาตุยุวราช) ๒๒ ๑ ๑๔ พญาอัศฎาเรืองเดช (พระยาอัษฎาเรืองเดช) ๒๓ ๑ ๑๕ กรมหมื่นไกรสรวิชิตร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต) ๒๔, ๓๕, ๖๙ ๑ ๑๖ เจ้าพญาพระคลัง (เจ้าพระยาพระคลัง-ดิศ) ๒๕ ๑ ๑๗ พระอมรโมลี ๒๖, ๒๘, ๒๙ ๓ ๑๘ หลวงลิขิตปรีชา ๒๗, ๔๐ ๒ ๑๙ พญาธิเบศบดี (พระยาธิเบศรบดี) ๓๐, ๗๔ ๒ ๒๐ พระรัตนมุนี ๓๗, ๓๘, ๓๙ ๓ ๒๑ พระองค์จ้าวนวม (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวงศาธิราชสนิท) ๔๑, ๗๒ ๒ ๒๒ พระองค์จ้าวทินกร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์) ๔๓, ๗๕, ๗๘, ๗๙ ๔ ๒๓ จะหมื่นราชนาคา ๔๔ ๑ ๒๔ พระอริยวงษมุนี ๔๖, ๔๗, ๔๘, ๔๙ ๔ ๒๕ พญาศรีสหเทพ ๕๐ ๑ ตารางที่ ๑ รายพระนาม รายนาม ผลงานโคลงฤๅษีดัดตน (ต่อ)


12 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ล�ำดับ ที่ รายพระนาม/รายนาม ผลงานโคลงท่าที่ รวม (บท) ๒๖ ขุนธนสิทธิ์ ๕๔, ๕๖ ๒ ๒๗ พระมหามนตรี (ทรัพย์) ๕๗ ๑ ๒๘ ออกญาโชดึกราชเศรษฐี (พระยาโชฎึกราชเศรษฐี) ๖๑, ๘๐ ๒ ๒๙ พญาราชมนตรีบริรักษ (พระยาราชมนตรีบริรักษ์-ภู่) ๖๒ ๑ ๓๐ พระสมบัติธิบาล ๖๔, ๗๐ ๒ ๓๑ กรมหมื่นศรีสุเทพ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเทพ พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายดารากร) ๖๕ ๑ ๓๒ พญาไชยวิชิต (พระยาไชยวิชิต-เผือก) ๖๖ ๑ ๓๓ พญาบ�ำเรอห์บริรักษ (พระยาบ�ำเรอบริรักษ์) ๖๗ ๑ ๓๔ พระพรรณสมบัติ ๖๘ ๑ ๓๕ พระองค์จ้าวคเนจร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร์) ๗๑ ๑ ๓๖ มหาช้างบเรียน (พระมหาช้างเปรียญ) ๗๖ ๑ รวม ๘๐ ตารางที่ ๑ รายพระนาม รายนาม ผลงานโคลงฤๅษีดัดตน (ต่อ)


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 13 ร่ายท้ายบทโคลงภาพฤๅษีดัดตน กล่าวถึง นักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งที่เป็น พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และพระภิกษุสงฆ์ ที่ได้แต่งโคลงภาพฤๅษีดัดตน ความว่า ร่าย ๏ จึ่งธบันทูลพระโคลง รศราโชยงการสาร บรรหารเหตุ กายดัด แห่งพนัศนักธรรม์ เสื่อมสร่างสรรพอาพาธ ด้วยขัติยราชสุริวงษ ธรงนามกรกรมหมื่นศรี สุเทพปรีชาไวย กรมหมื่นไกรสรวิชิต ช�ำนิกิจกลกลอน พระองค์ทินกรเจนจัด พระองค์นวมชัดชาญกระวี สองกระษัตรีเอารส ปรากฎิ นามศิริวงษ พเนจรองค์หนึ่งอาจ์ สามารถเชี่ยวช�ำนาญ วุทธิโวหารยวดยงค์ หกขัติยพงษเผ่าราช อีกหมู่มาตย์ทั้งผอง ข้าทูละอองบัวบาท ร่วมริะราชนิพนท์ มีมากตนแหล่หลาย รายนามตามยศถา คือเจ้าพญาพระคลัง ยังพญาอีกเจด นายบรรยายยศสมเยศ หนึ่งธิเบศบดี ราชมนตรีบริรักษ รอบรู้มลักปรีชา อีกอัษฎา เรืองเดช เจ้าบุเรศบุราณ ขนานชื่อไชยวิชิต ทังบัณฑิตยามาตย์ โชดึกราชเศรษฐี ศรีสหเทพย์นามเสนอ หนึ่งบ�ำเรอห์บริรักษล้วนธรงศักดิ์ออกญา คณนาพระอีกสี่ ที่ร่วมรจนาสาร สมบัดธิบาลเพชฎา หนึ่งนามมหามนตรี จินตกระวีสามรรถ์ สุพรรณสมบัติเชี่ยวเชลง ฉันทพากย์เพลงโคลงคล่อง สองหลวงว่องโวหาร ชาญภูเบศสมยา ลิขิตปรีชาเฉลียวอรรถ์ เจนแจ้งจัดทุกอัน ร่วมรังสรรค์เสาวพจน์ อีกก�ำหนดสี่นาย หมายนามกรประกาศ จหมื่นราชนาคา ปัญายศเลื่องฦๅ หนึ่งคือขุนธนสิทธิ์ หนึ่งจ่าจิตนุกูล ประยูรเมธามาตย์ ปรีดาราชหนึ่งนาย สิบแปด รายชื่อถ้วน ล้วนได้รจเรขบท โคลงนักพรตดัดองค์ อีกฝ่ายสงฆราชา คณะถานา บาเรียน เพียรเพ่อมราชนิพนท์ โดยธนิมนต์สรรค์สาร ขานนามนับสิบเอ็ด คือ สมเด็จพระสังฆราช ปิ่นปวงปราชทุกทิศ กรมหมื่นนุชิตชิโนรสปรากฎิศักดิ์สมยา พระพุทธโฆษาคณิศร หนึ่งพระอมรโมลี หนึ่งพระศรีวิสุทธิวงษ ธรงคุณธรรโมฬาร อีกพระญาณปริญัติ์ อีกพระรัตนมุนี ปริชาญาณยิ่งยงค์ พระอริยวงษกระวี พระมุนีนายก ล้วนปิฎกธ�ำรงค์ องค์หนึ่งพระถานา สมยาสมุห์จั่นอ้าง บาเรียน ช้างหนึ่งนาม นับสริสามสิบห้า กล้าแกล้วกลตรองตริ ร่วมต�ำหริะพระโคลง


14 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ โองการราชบพิตร ส�ำฤทธิในศศิวาร กาลศุกปักษยดฤษฐี สัตมีมาฆมาศหมาย ปลายวอกศกนั้นเสร็จ จึ่งสมเด็จนฤบาล ธก็บรรหารเสาวพจน์ ให้ลิขิตบทโคลงธรง ลงจาฤกเศลา ตราติดผนังก�ำกับ ส�ำหรับรูปหล่อหลาย... และโคลงดั้นปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส บทที่ว่าด้วยผู้แต่งโคลงฤๅษีดัดตน กล่าวว่า ...หลากหลายเลบงกลบท ผู้เรขรสวาที โคลงฤๅษีดัดอาตม์ พระราชนิพนธ์ ทรงบ้าง ข้างคณาสมณะ สมเด็จพระสังฆราช ปิ่นปราชญ์ทั่วทุกทิศ กรมนุชิต บรรพชา พระพุทธโฆษาพรหมมุนี เทพโมฬีอริยวงศ์ล้วนสงฆราชาคณะ อีกพระวงศากระษัตรี คือกรมศรีกรมไกร สองดนัยนฤเบนทร์ กรมอมเรนทรมาต ยากรมวงศาอีกองค์ ทินกรพงศ์เผ่าราช หกขัตติยชาติช่วยด�ำริ ตริพระโคลง นักพรต ข้าทูลบทมุลิกาคือเจ้าพระยาพระคลัง ทั้งพระยาราชมนตรี ธิเบศร์บดีอัษฎา พระยาโชฎึกพระยาศรี เจ้าบุรีบุราณไชยวิชิตขนานนามศักดิ์ บ�ำเรอบริรักษ์ราชี เพ็ชรปราณีออกญา อินทรโกษาสมบัติบาล ชาญภูเบศร์หลวงลิขิต อีกจ่าจิตรนุกูล วิบูลยญาณกระวีมหามนตรีหลวงสุวรรณ พระสุพรรณสมบัติ สมรรถปรีชาชาติ จมื่นราชนาคา อัษฎาทศทั้งมวญ ค�ำนวณสิริสามสิบห้า กล้าส�ำนวนถ้วนตน เพิ่ม พระนิพนธ์สุภาพโคลง... กล่าวโดยสรุป โคลงภาพฤๅษีดัดตนที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แต่งด้วย โคลงสี่สุภาพ รวมทั้งสิ้น ๘๕ บท เริ่มเรื่องด้วยโคลงน�ำ ๕ บท กล่าวถึงวันเดือนปีที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระ ประยูรญาติเริ่มด�ำเนินการจนแล้วเสร็จ รวมถึงพระราชปณิธานในพระองค์ที่ทรงสร้าง ต�ำราเรื่องนี้ ต่อจากนั้นจึงเป็นโคลงบรรยายลักษณะและสรรพคุณของรูปฤๅษีดัดตนแต่ละ ท่าที่จบเพียงใน ๑ บทเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องต่อเนื่องจนครบ ๘๐ ท่า


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 15 ๑.๓ ประวัติการบันทึกเรื่องฤๅษีดัดตนลงในหนังสือสมุดไทย๖ “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป” หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชนิพนธ์โคลงอธิบายลักษณะและสรรพคุณของท่าทาง ฤๅษีดัดตนด้วยพระองค์เองแล้ว ตลอดจนทรงประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต อันประกอบ ด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ๖ พระองค์ ข้าราชบริพาร ๑๘ คน และพระภิกษุสงฆ์อีก ๑๑ รูป ให้ช่วยกันนิพนธ์ และแต่งโคลงฤๅษีดัดตน ๘๐ ท่า ดังปรากฏรายพระนามและ รายนามประจ�ำโคลงที่แต่ละท่านนิพนธ์และแต่งทุกบทแล้วเสร็จเมื่อปีวอก พุทธศักราช ๒๓๗๙ อีก ๒ ปี ต่อมาพระองค์ได้ทรงแสดงพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอัน ยาวไกล กล่าวคือ ทรงพิจารณาเห็นแล้วว่ารูปฤๅษีดัดตนที่พระอัยกาธิราชเจ้าทรงสถาปนา ไว้เพียงไม่กี่สิบปีก็ปรักหักพังเสียหายเป็นอันมาก หากทรงบูรณะซ่อมสร้างไว้แล้วไม่บันทึก หลักฐานลงสมุดไว้ด้วย สืบไปภายภาคหน้าวิชานี้อาจสูญหายไปก็ได้ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พนายจิตรกรรม ประกอบด้วย พระช่างวาดซ้ายชื่อ ขุนรจนามาศ และ หมื่นช�ำนาญรจนา ช่างวาดขวา เขียนภาพฤๅษีดัดตน ๘๐ ท่า และโปรดฯ ให้ขุนวิสุทธิ อักษร ผู้เป็นอาลักษณ์ เขียนเส้นตัวอักษร พร้อมตรวจทานความถูกต้องลงในหนังสือ สมุดไทย จนเสร็จเมื่อเดือน ๕ แรม ๑๑ ค�่ำ ปีจอ สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๒๐๐ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๘๑ สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป นอกจากจะใช้เป็นเอกสารต้นฉบับส�ำหรับ อ้างอิงทางวิชาการของประเทศชาติสืบไปในอนาคตแล้ว ยังบันทึกประวัติศาสตร์และ การด�ำเนินงานอันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องฤๅษีดัดตนไว้มากกว่าโคลงฤๅษีดัดตนที่จารึกไว้ ณ วัดพระเชตุพนฯ กล่าวคือ ท้ายเล่มหลังจากจบโคลงฤๅษีดัดตนท่าที่ ๘๐ แล้วได้น�ำร่าย และโคลงอีก ๓ บท ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์มา ลงประกอบไว้ ท�ำให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับวันเดือนปีที่นิพนธ์โคลงฤๅษีดัดตนทั้ง ๘๐ ท่า แล้วเสร็จ คือ วันจันทร์เดือนสาม (มาฆมาส) ปลายปีวอกตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๖ กรมศิลปากร, สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน, ๒๕๕๐, หน้า ๑๐-๑๑


16 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ พ.ศ. ๒๓๗๙ ซึ่งเป็นปีเดียวกับปีที่เริ่มด�ำเนินการ เริ่มแต่การน�ำโคลงไปจารึกบนแผ่นหิน (ศิลา) น�ำไปติดที่รูปฤๅษีดัดตน และการบันทึกหลักฐานการลอกโคลงและภาพฤๅษีดัดตน ลงในหนังสือสมุดไทยด้วยเส้นรงให้เป็นต้นฉบับส�ำหรับอ้างอิง และยังได้ประกาศรายชื่อ ผู้วาดภาพ ตลอดจนอาลักษณ์ผู้เขียนอักษรไว้เป็นหลักฐาน พร้อมบอกวัน เดือน ปี ที่บันทึก ลงสมุดแล้วเสร็จด้วย ดังปรากฏในร่ายท้ายเล่มของ “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป” ความว่า “... แล้วให้ภณายจิตรกรรม์ สฤษดิรังสรรค์เสาวเลขรจเรขรูปชฎิล ดัดกายินถ้วนองค์ ลงในสมุดดุจหล่อ ส่อถ้าตราแผนไว้ ธก็ให้เลขกามาตย์ จ�ำลอง สาตรเส้นรง แสดงโคลงธรงสืบสร้าง เป็นต�ำหรับฉบับอ้าง คู่หล้าแหล่งเฉลอม ๚ ๚ะ ๛ และโคลงสี่สุภาพว่าด้วยผู้วาดรูปฤๅษีดัดตน และผู้เขียนคัดอักษร ท้ายเล่ม “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป” ความว่า ๏ ข้าพระช่างวาดซ้าย สมยา ยศฤๅ เสนอชื่อขุนรจนา มาศรู้ ช�ำนาญรจนาขวา ต�ำแหน่ง หมื่นเอย ฉลุละลักษณ์นักสิทธิ์ผู้ ดัดถ้าทังมวญ ๚ ๏ ขุนข้าอาลักษณนี้ นามกร คือวิสุทธิอักษร ที่ตั้ง ทานเทียบรเบียบกลกลอน โคลงราช นี้พ่อ จาฤกอักขะระทั้ง เล่มสิ้นเสร็จแสดง ๚ ๏ สุริเยศเชษฐมาศอ้าง สิบเอ็ดแรมฤๅ ปางเมื่อจอส�ำเหร็ท ธิศกไซ้ ประมวญจุลศักราชเสร็จ ลุะล่วงแลพ่อ พันเศศสองร้อยได้ ลอกแล้วสารธรง ๚ะ


คําอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 17 ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาติมีต้นฉบับต�าราฤๅษีดัดตนที่เป็นภาพลายเส้นและภาพเขียน สี ทั้งที่มีโคลงอธิบายความเหมือนจารึกที่วัดพระเชตุพนฯ จนจบสมบูรณ์ครบถ้วนและ มีความไม่จบสมบูรณ์อยู่หลายฉบับ ฉบับที่มีเนื้อความเช่นเดียวกับจารึกโคลงฤๅษีดัดตน วัดพระเชตุพนฯเป็นต้นฉบับสมุดไทยด�า เขียนภาพฤๅษีดัดตนด้วยเส้นขาวไว้ด้านบน เขียน ตัวอักษรด้วยเส้นสีเหลือง เรียกว่า เส้นหรดาล บอกสรรพคุณแก้โรคไว้ด้านบนซ้ายมือ บอกรายพระนามหรือรายนามผู้แต่งโคลงบทนั้น ๆ ก�ากับไว้ริมซ้ายมือแนวขวางข้างบทโคลง และเขียนโคลงอธิบายรายละเอียดไว้ด้านล่าง รวม ๒ บรรทัด ท�าให้ภาพฤๅษีดัดตนแต่ละ ท่าจบลงใน ๑ หน้าคู่ เท่านั้น ยกเว้นส่วนที่เป็นร่ายและโคลงน�าเรื่องที่ไม่มีภาพจะเขียน ข้อความหน้าละ ๔ บรรทัด จนจบเรื่อง ต้นฉบับสมุดไทย สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป (ภาพ – กรมศิลปากร)


18 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ต่อมาภายหลังเมื่อมีต้นฉบับสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตนแล้ว จึงมีการคัดลอกจาก สมุดภาพที่เป็นต้นฉบับหลวงให้แพร่หลายกว้างขวางยิ่งขึ้นหลายฉบับ เช่น ฉบับของ พระสมุห์เวก ช่างเขียนอยู่วัดสุทัศน์เทพวราราม และฉบับของพระยาอุไทยธรรม (หรุ่น วัชโรทัย) เป็นต้น รวมถึงได้มีการน�ำภาพเขียนฤๅษีดัดตนจ�ำนวน ๔๐ ท่า ไปเขียนที่ผนัง คอสองของศาลาโถง ณ วัดมัชฌิมาวาส อ�ำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เยื้องกับพระอุโบสถ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพเหล่านี้เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ดังปรากฏศักราชบนหน้าจั่ว ด้านทิศตะวันออกความว่า เขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นต้น ๒. ความสำ คัญของวิชาฤๅษีดัดตน ๒.๑ วิชาฤๅษีดัดตนในประเทศไทย “ฤๅษีดัดตน” แรกเริ่มเป็นการดัดร่างกายเพื่อการบ�ำเพ็ญตบะของนักบวชในศาสนา พราหมณ์หรือฮินดูให้บรรลุโมกษธรรม๗ ซึ่งต่อมาไทยได้รับเอาเป็นท่าการบริหารร่างกาย เพื่อการรักษาโรคต่างๆ ดังนั้น วิชาฤๅษีดัดตนในประเทศไทย จึงจัดเป็นวิชาการอยู่ใน หมวดอนามัย เป็นต�ำราที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้จารึกไว้เป็น ประโยชน์แก่ผู้คนทั่วไป ณ ศาลารายวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๗๙ เนื่องจากเข้าใจดีมาแต่โบราณกาลแล้วว่า การดัดตน เป็นการออกก�ำลังกายแบบ กายภาพบ�ำบัด ซึ่งสามารถช่วยรักษาโรคได้หากปฏิบัติได้อย่างถูกวิธีก็จะท�ำให้ร่างกาย แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนได้เรียนเพื่อการรักษา สุขภาพอนามัยด้วยการแสดงท่าเคลื่อนไหวร่างกาย ในอิริยาบถที่ส่งผลให้ร่างกายบรรเทา จากอาการต่างๆ” ๗ กรมศิลปากร, สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน, ๒๕๕๐, หน้า ๑


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 19 ๘ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ, นิทานโบราณคดี, ๒๔๘๗. สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพได้ทรงเล่าอธิบายไว้ใน หนังสือนิทานโบราณคดี นิทานที่ ๕ เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระในอินเดีย ตอน ฤๅษี ดัดตน๘ ความว่า “วันหนึ่งเขาพาฉันไปดูพิพิธภัณฑ์สถานของเมืองชัยบุระ ไปเห็นรูปปั้นเป็น ฤๅษีอย่างในอินเดีย ท�ำท่าต่างๆ เหมือนอย่างรูปฤๅษีดัดตนในวัดพระเชตุพนฯ แต่ขนาดย่อม ๆ ตั้งเรียงไว้ในตู้ใบหนึ่งที่จริงฉันควรจะถามเขาว่ารูปอะไร แต่ฉันไป อวดรู้ถามเขาว่ารูปเหล่านั้นเป็นแบบท่าดัดตัวให้หายเมื่อยหรือ เขาตอบว่าไม่ใช่ แล้วบอกอธิบายต่อไปว่ารูปเหล่านั้นเป็นแบบท่าต่าง ๆ ที่พวกดาบสบ�ำเพ็ญตบะ เพื่อบรรลุโมกขธรรม ฉันได้ฟังก็นึกละอายใจไม่พอที่จะไปอวดรู้ ต่อเขาผู้เป็นเจ้าของ ต�ำราเรื่องฤๅษีชีพราหมณ์ แต่ก็อยากรู้แต่นั้นมาว่าเหตุไฉน รูปฤๅษีดัดตน ที่เราท�ำ ในเมืองไทย จึงไปพ้องกับท่าดาบสบ�ำเพ็นตบะของชาวอินเดีย เมื่อกลับมาจึงค้นหาต�ำราฤๅษีดัดตน พบอธิบายในศิลาจารึกเรื่องวัด พระเชตุพนฯ ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้ “ตั้งต�ำรายา” และฤๅษีดัดตนไว้เป็นทาน ตามศาลารายริมก�ำแพงวัดพระเชตุพนฯ รูปฤๅษีดัดตน สร้างในรัชกาลที่ ๑ เป็นรูปปั้นและคงมีอักษรจารึกศิลาติดไว้ใกล้กับรูปฤๅษีบอก ว่าดัดตนท่านั้นแก้โรคอย่างนั้น ครั้นถึงรัชกาลที่ ๓ เมื่อปฏิสังขรณ์วัดเชตุพนฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เปลี่ยนรูปฤๅษีเป็นหล่อด้วยดีบุกและ โปรดให้พวกกวีแต่งโคลง ๔ ขนานชื่อฤๅษีและบอกท่าดัดตนแก้โรคอย่างใด ๆ จารึกศิลาติดประจ�ำไว้กับรูปภาพตัวละบทหนึ่ง เรียกรวมกันว่า “โคลงฤๅษีดัดตน” พบต�ำราว่าด้วยฤๅษีหรือดาบสท�ำท่าต่างๆ มีอยู่ในเมืองไทยเพียงเท่านั้น จึงเป็น ปัญหาว่าท่าฤๅษีดัดตนต่างๆ จะเป็นท่าบ�ำเพ็ญตบะของดาบสอย่างเขาว่าที่เมือง ชัยบุระ หรือเป็นท่าดัดตัวแก้โรคเมื่อยขบอย่างเช่นไทยถือเป็นต�ำรา ฉันไม่รู้ว่าเป็น อย่างไหนแน่มาช้านาน


20 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ จนเมื่อออกมาอยู่เมืองปีนัง มีดาบสชาวอินเดียคนหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อลือเลื่อง ว่าเคร่งครัดนักมาบ�ำเพ็ญตบะ ณ เมืองปีนัง พวกชาวอินเดียที่เลื่อมใสเรี่ยไรกัน ซื้อที่สร้างอาศรมให้ดาบสนั้นอยู่แห่งหนึ่ง ฉันไปดูเห็นที่ตรงกลางบริเวณก่อเป็น มณฑป ๘ เหลี่ยม หลังคาเป็นซุ้มมียอดอย่างแบบอินเดีย มีมุขเด็จข้างหน้าและ เฉลียงโถงรอบมณฑป เห็นตัวดาบสนั่งขัดสมาธิเหมือนอย่างพระประธานอยู่บน เตียงหน้ามุขเด็จ เผอิญผู้อุปฐากพูดภาษาอังกฤษได้ บอกอธิบายให้รู้ว่าดาบสนั้น สมาทานตบะสองอย่าง คือเว้นวจีกรรมไม่พูดกับใครๆ หมดอย่างหนึ่ง กับนั่งสมาธิ อยู่ ณ อาสนะอันเดียวตั้งแต่เช้าจนค�่ำทุกวันเป็นนิตย์อย่างหนึ่ง ฉันถามว่าในมณฑป เป็นที่ส�ำหรับดาบสนอนหรือ เขาตอบว่ายังไม่มีใครเคยเห็นดาบสนั้นนอนเลย โดย ปรกติพลบค�่ำดาบสก็ลุกออกจากอาสนะที่มุขเด็จเข้าไปในมณฑป แต่ไปท�ำพิธีอีก ชนิดหนึ่งเพื่อแก้เมื่อยขบ เห็นท�ำท่าต่างๆ บางที (ปลุก) ตัวลอยขึ้นไปก็มี ฉันได้ ฟังก็เข้าใจแจ่มแจ้งสิ้นสงสัยได้ความรู้ว่า การดัดตนนั้น เป็นส่วนอันหนึ่งของ การบ�ำเพ็ญตบะนั่นเอง เพราะนั่งหรือยืนอยู่ที่เดียวตลอดวันยังค�่ำ ทรมานร่างกาย เกินวิสัยก็ย่อมเกิดอาการเมื่อยขบ จึงคิดวิธีดัดตนส�ำหรับระงับทุกขเวทนาอันเกิด แต่บ�ำเพ็ญตบะ แล้วตั้งเป็นต�ำราไว้แต่ดึกด�ำบรรพ์ ที่พวกชาวเมืองชัยบุระเขา บอกว่าเป็นวิธีของพวกดาบสนั้นก็ถูก ที่ไทยว่าเป็นวิธีแก้เมื่อยขบก็ถูก เพราะไทย เราไม่เลื่อมใสวิธีตบะของพวกถือศาสนาฮินดู เอาแต่วิธีดัดตัวแก้เมื่อยขบมาใช้ จึงเกิดต�ำราฤๅษีดัดตนขึ้นด้วยประการฉะนี้” ๒.๒ มูลเหตุแห่งประติมากรรมฤๅษีดัดตน๙ ตามธรรมชาติของร่างกาย หากด�ำรงอยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ ย่อมเกิดอาการปวดเมื่อย และอาจท�ำให้เกิดความทุพพลภาพแห่งอวัยวะต่างๆ ได้ ดังนั้น ผู้บ�ำเพ็ญตบะจึงต้องลุกขึ้นดัดตัวเพื่อแก้ไขความเมื่อยขบเหล่านั้น ตามความเข้าใจโดยทั่วไป ๙ กรมศิลปากร, สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน, ๒๕๕๐, หน้า ๑๒


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 21 ถือเป็นวิธีปฏิบัติของนักบวชฮินดูที่เรียกว่า โยคะ แต่ในทางพระพุทธศาสนา การปฏิบัติ สมาธิกัมมัฏฐาน หากนั่งสมาธิเป็นเวลานาน ๆ ร่างกายจะเมื่อยขบอาจเป็นอันตรายได้ เช่นเดียวกัน จึงต้องลุกขึ้นเดินกลับไปมาท่าจงกรมสมาธิ บางครั้งอาจยืนนิ่ง บางครั้ง เอนกายนอนในท่าสีหไสยาสน์ เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถไปตามสภาพร่างกาย เพื่อให้มีอิริยาบถ ๔ ประการ คือ ยืน เดิน นั่งนอน ที่สมดุลกัน นับเป็นแนวทางมัชฌิมาปฏิบัติในหลักการ ของพุทธศาสนาที่ส่งผลให้การปฏิบัติสมาธิประสบผลดียิ่งขึ้น แม้ในหลักทางการสุขวิทยา การดัดตัวหรือการปฏิบัติโยคะก็เป็นการออกก�ำลังกายที่ไม่รุนแรงเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ แก่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นในร่างกาย ท�ำให้โลหิตและเลือดลมไหลวนเวียนในร่างกายโดย สะดวก ยกระดับจิตใจให้แจ่มใส เป็นสมาธิ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ บ�ำรุงรักษาสุขภาพให้ แข็งแรง และสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างเห็นผล บูรพมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี จึงได้สร้างรูปฤๅษีดัดตนไว้เป็นวิทยาทานแก่พสกนิกรของพระองค์สืบต่อมา การสร้างรูปฤๅษีดัดตนไว้เป็นทานนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา ด�ำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดแต่สมมุติว่าฤๅษีเป็นครูเดิม ในวิชาการต่างๆ เป็นผู้ให้สรรพวิทยาการมาแต่โบราณเป็นบุคคลที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการแต่ละแขนง ให้สืบทอดต่อมาอย่างไม่ขาดสาย จึงมักท�ำรูปฤๅษีให้เป็นครูเดิมที่ไม่รู้จักตัว อาจเป็น เทวดาหรือมนุษย์ก็ได้ ในพิธีไหว้ครูของอาชีพต่างๆ ตลอดจนยังเป็นบุคลาธิษฐานเพื่อให้ ลูกศิษย์ทั้งหลายขอพรเพื่อเสริมสร้างก�ำลังใจและเพื่อแสดงความกตัญญูสืบมา นอกจากนั้น การสร้างรูปฤๅษีเป็นผู้แสดงแบบท่าทางฤๅษีดัดตนนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ เข้มขลังของต�ำราวิชาฤๅษีดัดตนเป็นอย่างดีด้วย รูปฤๅษีดัดตนที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประติมากรรมประเภทรูปลอย มองดูได้ทุกมิติ จุลทัศย์ พยาฆรานนท์ อธิบายว่า รูปหล่อฤๅษีดัดตนเป็นแบบสมมุติบุคคล คือไม่เป็นแบบคนจริงๆ ไม่เน้นให้เห็นกล้ามเนื้อ ผิวของรูปทรงเรียบและเกลี้ยง ดังภาษา ของช่างหล่อว่า “ผิวตึง” ใบหน้าแต่ละรูปมีเค้ารอยเป็นรูปแบบเดียวกันอย่างที่ช่างปั้นเรียก ว่า “เข้าแบบ” ยกเว้นรูปฤๅษีที่มีใบหน้าเป็นเนื้อ (มฤค) หรือสัตว์อื่น จึงปั้นให้ต่างออกไป ท่าทางของฤๅษีประดิษฐ์ให้มีศิลปะผสมกลมกลืนกัน ระหว่างความถูกต้องตามหลักวิชาการ ดัดตนกับคุณลักษณะที่เป็นประติมากรรมแบบไทยประเพณีอย่างดียิ่ง


22 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ๓. ลักษณะของฤๅษีดัดตน ๓.๑ ลักษณะของรูปปั้นฤๅษีดัดตนวัดพระเชตุพนฯ สมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงฟื้นฟูศิลปะวิทยาการของชาติเป็นการใหญ่ โดยทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งต�ำราหลวงและปั้นรูปฤๅษีดัดตนไว้เป็นทานตามศาลารายริม ก�ำแพงวัดพระเชตุพนฯ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่ารูปปั้นนั้นปั้นด้วยดินหรือปูน ตามความ เข้าใจของ วนิดา พึ่งสุนทร อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สันนิษฐานว่า “ปั้นด้วยดินน�้ำมัน คือ ปูนขาว ต�ำผสมด้วยน�้ำมันตังอิ๊ว” ไม่ทราบจ�ำนวน แน่ชัด มีอักษรจารึกบนแผ่นหินติดไว้ใกล้รูปฤๅษีแต่ละท่าบอกว่าท่าดัดตนลักษณะนั้น แก้โรคอย่างไร เพื่อสืบทอดความรู้ที่มีมาแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ในกรุงรัตนโกสินทร์ สืบต่อไป สมัยรัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๗๙ ทรงโปรดให้กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ พระราชโอรส รัชกาลที่ ๑ พระนามเดิม พระองค์เจ้าดวงจักร ซึ่งก�ำกับกรมช่างหล่อ เป็นแม่กองเกณฑ์ ช่างหล่อรูปฤๅษี ด้วยสังกะสีผสมดีบุกแล้วเคลือบ เรียกว่า ชิน เป็นฤๅษีแสดงท่าดัดตน จ�ำนวน ๘๐ ท่า แต่เป็นฤๅษี ๘๒ ตน เพราะมี ๒ ท่าที่หล่อเป็นฤๅษี ๒ ตน ช่วยกัน ดัดกาย เมื่อเสร็จแล้วน�ำไปประดิษฐานตามศาลารายรอบพระอาราม ซึ่งศาลารายแต่ละ หลังก่อแท่นขึ้นที่เฉลียงด้านใน เพื่อตั้งรูปฤๅษีหลังละ ๔-๕ ตน พร้อมจารึกโคลงฤๅษีดัดตน ท่าดัดตนและคุณประโยชน์ต่างๆ ของท่าดัดตนทุกท่า เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจแก่ ราษฎรผู้ใฝ่รู้ในด้านสุขภาพอนามัย..๑๐ ๑๐ ก่องแก้ว วีระประจักษ์, “ฤๅษีดัดตน: สุขอนามัยไทย สุขอนามัยโลก” ใน จารึกวัดโพธิ์มรดกความทรงจ�ำของโลก, ๒๕๕๔, หน้า ๖๐-๖๑


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 23 “...เฉลียงหลังศาลารายทุกหลัง ก่อเป็นแท่นหินแปลกๆ กัน (มีภาพเป็น กุฎีและเขาไม้อยู่หลังแท่น) ตั้งรูปฤๅษีดัดตนท่าต่างๆ อันหล่อด้วยสังกะสีดีบุก ประสมหลังละสี่ละห้าตามส่วนห้องมากและน้อย จารึกโคลงสุภาพบอกท่าที่ดัดและ บอกชะนิดลมติดไว้ตามข้างผนัง และโคลงบอกด้านนามผู้สร้างศาลา พร้อมทั้งช่าง วาดเขียนทั้งฝ่ายวัดและฝ่ายบ้านติดไว้ด้วย (รูปฤๅษีดัดตนเหล่านี้ เดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่ ตามศาลาราย ย้ายไปตั้งไว้ตามเขาหน้าศาลารายทางทิศใต้พระอุโบสถ ศิลาจารึก บอกท่าดัดและบอกด้านการสร้างก็หมดไป ยังมีอยู่ทางศาลารายด้านตะวันออกไม่ กี่แผ่น)... ที่สุดเฉลียง ๒ ข้างหล่อรูปคนต่างชาติตั้งไว้ศาลาละ ๒ รูป มีศิลาจารึก โคลงดั้นบาทกุญชรบอกลักษณเพสชาติติดไว้ข้างผนังอย่างฤๅษีดัดตนฉะนั้น (รูปคนต่างชาติและศิลาจารึกเดี๋ยวนี้ก็ศูนย์เกือบหมด) รวมทุกศาลาเป็นรูปฤๅษี ๘๒ รูป คนต่างชาติ ๓๒ (เดี๋ยวนี้ฤๅษีเหลือสัก ๒๐ คน ต่างชาติ ๒)”๑๑ “โคลงดั้นเรื่องการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน” ของกรมสเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส๑๒ กล่าวไว้ว่า ๏ ก่อฐานแท่นหลากสล้าง ไศลเฉลียง หลังนา ตั้งรูปดาบสเฉลา หล่อล้วน สังกสีดิบุกผสมเรียง รายทก ห้องเฮย ตนดัดต่างถ้าถ้วน ทั่วพนม ฯ ๑๑ “จดหมายเหตุเรื่องการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ถอดความจากโคลงดั้นพระนิพนธ์กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส” ใน ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เล่ม ๑, ๒๔๗๒, หน้า ๒๖. ๑๒ “จดหมายเหตุเรื่องการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ถอดความจากโคลงดั้นพระนิพนธ์กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส” ใน ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เล่ม ๒, ๒๔๗๒ หน้า ๔๖.


24 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ๏ หลังละสี่ละห้าตก แต่งสถิต แท่นนา ตามที่มากน้อยสม ส่วนห้อง ผาแผ่นฉลักลิขิต ค�ำสุภาพ โคลงฤๅ เสนอชื่อลมพร้องถ้า ทั่วสกนธ์ ฯ ๏ ติดผนังประจ�ำข้างตราบ ตรงดา บสเอย อีกสริเรื่องโคลงยุบล บอกด้าน ผู้สฤษฎิแห่งศาลา แลช่าง วาดแฮ ทั้งวัดทั้งบ้านถ้วน ทุกหลังฯ” รูปปั้นฤๅษีดัดตนเดิมมีจ�ำนวน ๘๐ ท่า ต่อมาได้มีการเคลื่อนย้ายภาพฤๅษีดัดตน เหล่านั้นออกมาตั้งประกอบเขามอ ท�ำให้ค�ำจารึกโคลงแยกออกจากรูปปั้นจนเกิดความสับสน และภาพฤๅษีที่ยกออกมาอยู่กลางแจ้งก็เกิดช�ำรุดเสียหาย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าคนไทย บางคนได้ขโมยรูปฤๅษีดัดตนไปขายหลายครั้งหลายคราว เช่น ครั้งที่ทางการสามารถจับ ตัวได้ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๘ เพราะนายสุก ทหารรักษาวังขโมยฤๅษีไป เป็นจ�ำนวนมากถึง ๑๖ ตน เป็นต้น ท�ำให้เมื่อครั้งกรมศิลปากร เข้าไปด�ำเนินการบูรณะประติมากรรม แล้วส�ำรวจพบว่า คงเหลือภาพฤๅษีดัดตนอยู่เพียง ๑๙ ท่า เท่านั้น แต่ข้อมูลจากคู่มือน�ำเที่ยววัดโพธิ์ พิมพ์ครั้งที่ ๕ จัดพิมพ์โดยวัดพระเชตุพนฯ บันทึกไว้ว่า ปัจจุบันคงเหลืออยู่ ๒๔ ท่า ๒๕ ตน๑๓ ๓.๒ ลักษณะฤๅษีในโคลงภาพฤๅษีดัดตน ฤๅษีในโคลงภาพฤๅษีดัดตน ๘๐ ภาพ มีฤๅษี ๘๒ ตน เพราะมี ๒ ท่า ที่มีฤๅษี แสดงท่าภาพละ ๒ ตน ชื่อของฤๅษีทั้งหมดมีที่มาจาก วรรณคดีคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา และต�ำนานต่างๆ รวมถึงชื่อนักพรตและเซียนชาวต่างประเทศ ผู้เป็นที่รู้จักนับถือมาใช้ด้วย ดังสามารถจ�ำแนกกลุ่มดังนี้ ๑๓ กรมศิลปากร, สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน, ๒๕๕๐, หน้า ๑๓


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 25 ๓.๒.๑ ฤๅษีที่มีนามปรากฏในวรรณคดี มีหลายเรื่องดังนี้ ๑) วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ๓๓ ชื่อ คือ อิษีศุขวัฒน์ อัจนะคาวี ยุทธ อักขระ ยาคะ วตันตะ วิสุทธิ วชิระ โรมสิงค์ โคดม ธะหะ วสิทธิ นารท ชฎิลดาบส ทิศไภย กาลชฎิล สรภังคะ พระกาลสิทธ มหาสุธรรม์ อัคตะ พระสุทัศน์ คาวินทร์ โควินทร์ พระวัชมฤค กระไลยโกฏ พระสุธามันต์ พระภาระทวาชะ พระวัชอัคนิศ พระ ชนก อมรเมศร์ สุเมธ บรเมศร์ โคบุตร โยคีอังคต ๒) วรรณคดีเรื่องอิเหนา ๒ ชื่อ คือ สังปติเหงะ และ อายัน ๓) วรรณคดีเรื่องอุณรุท ๓ ชื่อ คือ อิษีอุศัพเนตร์ นารอท สุทธาวาศ ๔) วรรณคดีเรื่องพระรถเมรี ๑ ชื่อ วรเชษฐ์ ๕) วรรณคดีเรื่องอุเทนค�ำฉันท์ ๒ ชื่อ อัลทิปกะ และ พระอัลกัปกะ ๓.๒.๒ ฤๅษีที่มีนามปรากฏในวรรณกรรมพุทธศาสนา ส่วนใหญ่น�ำมาจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถา หลายๆ เรื่อง มีจ�ำนวนมากถึง ๑๗ ชื่อ คือ วัจนัข มโนช อิษีสิงห์ นารอท อัศวมุขี อิสิงค์ดาบส อัศทิศ พระกาญจน์ อนิตถิคันธ์ มิคาชินทร์ ยาม หณุ โสมะยาคะ พระสมุทร์ พระมาฆะ ภรัตดาบส กาละกุรักข์ พระโสณะ ๓.๒.๓ ฤๅษีที่มีนามปรากฏในต�ำนาน ส่วนใหญ่เป็นต�ำนานที่ว่าด้วยการประดิษฐาน พระพุทธศาสนา และสร้างเมืองต่างๆ ทั้งอาณาจักรล้านนา และเมืองเนื่องเกี่ยวกับ พุทธประวัติ ดังนี้ ๑) ต�ำนานมูลศาสนา ๔ ชื่อ คือ สุกทันต์ สัชนาไลย วาสุเทพ พุทธชฎิล ๒) ต�ำนานพระพุทธบาท ๑ ชื่อ คือ สัจทัณฑ์ ๓) ต�ำนานการสร้างเมืองกบิลพัสดุ์ ๑ ชื่อ คือ กระบิลดาบส ๓.๒.๔ ฤๅษีที่มีนามปรากฏในต�ำราวิชาการต่างๆ ๔ ชื่อ คือ เทวบิด สิทธิกรรม์ อัคนีเนตร นาไลย ๓.๒.๕ ฤๅษีที่ยืมชื่อมาจากชาวต่างชาติ ๒ ชื่อ คือ โยฮัน และหลีเจ๋ง ๓.๒.๖ ฤๅษีที่ยังไม่สามารถค้นหาที่มาได้ ๑๐ ชื่อ คือ โยคีอะแหม่ จุลพรหม ขุทธาลกะ กามินทร์ พระยาไชยาทิศ พยาธิประไลย์ เพ็ชรองการ อุดมนารท ส�ำมิทธิ์ ธารนีพัฒน์


26 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลงและฤๅษี ภาพ ชื่อภาพต้นฉบับ ผู้แต่ง ชื่อฤๅษี ๑ แก้เกียจ พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กามันตะกี ๒ แก้เอว ขา พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สังปติเหงะ ๓ แก้ลมในอกในเอว พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว อายัน ๔ แก้ขัดเอว พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัจนัข ๕ แก้ลมปวดศีศะ พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มโนช ๖ แก้ซ่นเท้า กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) อิษีศุขวัฒน์ ๗ แก้ปวดท้อง ค่อเท้า กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) อัจนะคาวี ๘ แก้เสมหะในล�ำฅอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) ยุทธอักขระ ๙ แก้ลมในแขน กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) ยาคะ ๑๐ แก้สบักหน้าจม นายปรีดาราช วะตันตะ ๑๑ แก้ลมทั่วสารพางค์ พระมุนีนายก วิสุทธิ


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 27 ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลงและฤๅษี (ต่อ) ภาพ ชื่อภาพต้นฉบับ ผู้แต่ง ชื่อฤๅษี ๑๒ แก้เข่าขาตาย หลวงชาญภูเบศ วะชิระ ๑๓ แก้ขัดขาขัดคอ พระพุทธโฆษจาริย์ โรมสิงค์ ๑๔ แก้แน่นหน้าอก พระสมุห์จั่น โคดม ๑๕ แก้ลมเวียนศีศะ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) ธะหะ ๑๖ แก้เข่า ขา พระญาณปริยัติ อิษีสิงห์ ๑๗ แก้โรคในอก พระเพชฎา วรเชษฐ ๑๘ แก้ตะคริวมือ เท้า จ่าจิตรนุกูล อัคนีเนตร ๑๙ แก้ลมตะคริว พระญาณปริยัติ สวามิต วสิทธิต (มีฤๅษี ๒ ตน) ๒๐ แก้ลมทั่วสาระพางค์ พระองค์จ้าวศิริวงษ์ (สมเด็จพระบรมราชมหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์) อิษีอุศัพเนตร์ ๒๑ แก้เสียดอก พระศรีวิสุทธิวงษ นารท ๒๒ จันทฆาต แก้ลม เข่า ขา หน้าอก สมเด็จพระสังฆราช นารอท ๒๓ แก้เข่าขัด พญาอัศฎาเรืองเดช ชฎิลดาบส ๒๔ ด�ำรงกายอายุศม์ยืน กรมหมื่นไกรสรวิชิตร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่น ไกรสรวิชิต) ทิศไภย ๒๕ แก้ลมปะกัง เจ้าพญาพระคลัง กาลชฎิล


28 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลงและฤๅษี (ต่อ) ภาพ ชื่อภาพต้นฉบับ ผู้แต่ง ชื่อฤๅษี ๒๖ แก้ตะโภกสลักเพช พระอมรโมลี สระภังค์ดาบส (สรภังคะ) ๒๗ ชักปากเบี้ยว แก้ลม ลมลิ้นตาย เท้า มือ เหน็บ หลวงลิขิตปรีชา พระกาฬสิทธิ์ ๒๘ แก้เข่าขัด พระอมรโมลี มหาสุธรรม์ ๒๙ แก้ลมในล�ำลึงค์ พระอมรโมลี อัคะตะ ๓๐ แก้มือเท้า พญาธิเบศบดี พระสุทัศน์ ๓๑ แก้กล่อนปัศฆาฏ พระศรีวิสุทธิวงษ คาวินทร์ ๓๒ แก้ลมอ�ำพฤก พระศรีวิสุทธิวงษ โควินทร์ ๓๓ แก้ลมซ่นเท้า พระศรีวิสุทธิวงษ นาไลย ๓๔ แก้เอว พระศรีวิสุทธิวงษ พระวัชมฤค ๓๕ แก้ลมในขา กรมหมื่นไกรสรวิชิต (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต) กระไลยโกฎ ๓๖ แก้เวียนศีศะ พระพุทธโฆษจาริย์ พระสุธามันต์ ๓๗ แก้ลิ้นกระด้าง พระรัตนมุนี พระภาระทวาชะ ๓๘ แก้กล่อนในทรวง พระรัตนมุนี พระวัชอัคนิศ ๓๙ แก้ไหล่ ตะโภก พระรัตนมุนี พระชนก ๔๐ แก้เท้าเย็น ใจสวิงสวาย หลวงลิขิตปรีชา กระบิลดาบส ๔๑ แก้ไหล่ ขา พระองค์จ้าวนวม (พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท) สุกทันต์


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 29 ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลงและฤๅษี (ต่อ) ภาพ ชื่อภาพต้นฉบับ ผู้แต่ง ชื่อฤๅษี ๔๒ แก้กล่อนปัศฆาฏ หลวงชาญภูเบศ สัชนาไลย ๔๓ แก้ฅอเคล็ด ไหล่ขัด พระองค์จ้าวทินกร (พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตร นริทรฤทธิ์) อัศวมุขี ๔๔ แก้ฅอ ไหล่ จะหมื่นราชนาคา อิสิงค์ดาบศ ๔๕ แก้ลมอัณฑวาต พระองค์จ้าวศิริวงษ์ (สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์) โยคีอะแหม่ ๔๖ แก้เสียดข้าง พระอริยวงษมุนี อมรเมศร์ ๔๗ แก้วิงเวียน พระอริยวงษมุนี สุเมธ ๔๘ แก้ลมมหาบาทยักษ พระอริยวงษมุนี ดาบสบรเมศร์ ๔๙ แก้แขนขัด พระอริยวงษมุนี โคบุตร ๕๐ แก้ลมปัตฆาฏในเอว พญาศรีสหเทพ จุลพรหม ๕๑ แก้ลมในเท้า พระญาณปริญัติ อัศทิศ ๕๒ แก้ลมในฅอ พระญาณปริญัติ พระกาญจน์ ๕๓ แก้ลมขา พระญาณปริญัติ ขุทธาลกะ ๕๔ แก้ลมล�ำลึงค์ อัณฑะ ขุนธนสิทธ์ โยคีอังคต ๕๕ *แก้ลมข้อมือ (ไม่มีในภาพ) พระญาณปริยัติ อนิดถิคันธ์ ๕๖ แก้ลมอก ขุนธนสิทธ์ สัจพัณท์ ๕๗ แก้เส้นมหาสนุกนิ์ระงับ พระมหามนตรี กามินทร์ ๕๘ แก้เท้าขัด พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มิคาชินทร์ ๕๙ แก้เส้นทั่วสาระพางค์ นายปรีดาราช อัลทิปะกะ


30 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลงและฤๅษี (ต่อ) ภาพ ชื่อภาพต้นฉบับ ผู้แต่ง ชื่อฤๅษี ๖๐ แก้ไหล่ ตะโภกขัด จ่าจิตรนุกูล พระอัลกัปะกะ ๖๑ แก้ลมเอว ออกญาโชดึกราชเศรษฐี พระไชยาทิศ ๖๒ แก้ลมกล่อน พญาราชมนตรีบริรักษ สิทธิกรรม์ ๖๓ แก้ลมมือ เท้า พระมุนีนายก พยาธิประไลย์ ๖๔ แก้สลักไหล่ พระสมบัติธิบาล เพชองการ ๖๕ แก้ลมริศดวง กรมหมื่นศรีสุเทพ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเทพ) นารอท ๖๖ แก้แน่นหน้าอก พญาไชยวิชิต ส�ำมิทธ์ ๖๗ แก้กล่อน พญาบ�ำเรอห์บริรักษ์ วาสุเทพ สุพรหม (ฤๅษี ๒ ตน) ๖๘ แก้ลมจุกเสียด พระพรรณสมบัติ พุทธชฎิล ๖๙ แก้ขา กรมหมื่นไกรสรวิชิต (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต) สุทธาวาศ ๗๐ แก้กล่อน พระสมบัติธิบาล ธาระนีพัฒ ๗๑ แก้ปวดท้อง สบักจม พระองค์จ้าวคเนจร (พระบรมววศ์เธอ กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร์) ยามหณุ ๗๒ แก้ลมในอก พระองค์จ้าวนวม (พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท) โสมะยาคะ ๗๓ แก้โตภกต้นขา ขัดหาย กรมหมื่นนุชิตชิโนรส (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) พระสมุทร์


คำ�อธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 31 ตารางที่ ๒ ผู้แต่งโคลงและฤๅษี (ต่อ) ภาพ ชื่อภาพต้นฉบับ ผู้แต่ง ชื่อฤๅษี ๗๔ แก้เท้าเหน็บ พญาธิเบศรบดี พระมาฆะ ๗๕ แก้ปัศฆาฏ ตคริว พระองค์จ้าวทินกร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์) เทวบิด ๗๖ แก้จุก มหาช้างบเรียน พระภะรัตะดาบศ ๗๗ แก้ไหล่ ท้อง อก สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส กาละกุรักข์ ๗๘ แก้ขัดแขน พระองค์จ้าวทินกร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์) พระโสณะ ๗๙ แก้ขัด แขน ขา พระองค์ทินกร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์) โยฮัน ๘๐ แก้เส้นสลักทรวง ออกญาโชดึกราชเศรษฐี หลีเจ๋ง


32 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ๓.๓ ลักษณะของโคลงภาพฤๅษีดัดตน โคลงภาพฤๅษีดัดตนที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แต่งด้วยโคลงสี่สุภาพ รวมทั้งสิ้น ๘๕ บท เริ่มเรื่องด้วยโคลงน�ำ ๕ บท กล่าวถึงวันเดือนปีที่พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระประยูรญาติเริ่มด�ำเนินการ จนแล้วเสร็จ รวมถึงพระราชปณิธานในพระองค์ที่ทรงสร้างต�ำราเรื่องนี้ ต่อจากนั้นจึงเป็น โคลงบรรยายลักษณะและสรรพคุณของรูปฤๅษีดัดตนแต่วิชาฤๅษีดัดตน แต่ละท่าจะจบ เพียงใน ๑ บทเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องต่อเนื่องจนครบ ๘๐ ท่า เนื้อหาในโคลงภาพฤๅษีดัดตน ๘๐ บท มีความเหมือนกันดังนี้ ๑. บอกชื่อผู้แต่งโคลงฤๅษีดัดตน ๒. บอกชื่อฤๅษี บางบทพรรณนาถึงเรื่องราวของฤๅษี ว่ามีความส�ำคัญอย่างไร ๓. บอกแผนดัด ท่าดัด ซึ่งสอดคล้องกับรูปภาพท่าดัดตนของฤๅษี ๔. บอกโรค อาการผิดปกติของร่างกาย บางบทพรรณนาว่าเพราะเหตุใดจึงเกิด อาการ


สวนที่ ๒ การสังคายนาภูมิปญญาฤๅษีดัดตน ๘๐ ทา


34 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๒ ๑. การสังคายนาภูมิปัญญาฤๅษีดัดตน คณะท�ำงานเพื่อด�ำเนินงานสังคายนาภูมิปัญญาด้านฤๅษีดัดตนในต�ำราการแพทย์ แผนไทยแห่งชาติ ร่วมกันท�ำการศึกษาวิเคราะห์ รูปฤๅษีดัดตน ชื่อภาพ โคลงภาพโรค อาการที่บ�ำบัดได้ ดังนี้ ๑.๑ รูปฤๅษีดัดตน ตามความที่กล่าวมาแล้วเรื่องประวัติและลักษณะของฤๅษีดัดตน พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้า ให้สร้างหล่อรูปฤๅษี ด้วยสังกะสีผสมดีบุกแล้วเคลือบ เรียกว่า ชิน เป็นฤๅษีแสดงท่าดัดตน จ�ำนวน ๘๐ ท่า แต่เป็นฤๅษี ๘๒ ตน จากนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พนายจิตรกรรม ประกอบด้วย พระช่างวาดซ้าย ชื่อ ขุนรจนามาศ และหมื่นช�ำนาญรจนา ช่างวาดขวา เขียนภาพฤๅษีดัดตน ๘๐ ท่า และ โปรดฯ ให้ขุนวิสุทธิอักษร ผู้เป็นอาลักษณ์ เขียนเส้นตัวอักษร พร้อมตรวจทานความ ถูกต้องลงในหนังสือสมุดไทย จนแล้วเสร็จเมื่อเดือน ๕ แรม ๑๑ ค�่ำ ปีจอ สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๒๐๐ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๘๑ จึงท�ำให้ประชาชน สามารถเรียนรู้หลักฐานภาพฤๅษีดัดตนได้ครบถ้วน และตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ ๓ ท่านทรงห่วงใยว่ารูปฤๅษีที่หล่อขึ้น จะสูญหายเหมือนดังเช่นฤๅษีที่เคยสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ ต่อมาได้มีการเคลื่อนย้ายภาพฤๅษีดัดตนเหล่านั้นออกมาตั้งประกอบเขามอ ท�ำให้ค�ำจารึก โคลงแยกออกจากรูปปั้นจนเกิดความสับสน และภาพฤๅษีที่ยกออกมาอยู่กลางแจ้งก็เกิด ช�ำรุดเสียหาย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าคนไทยบางคนได้ขโมยรูปฤๅษีดัดตนไปขายหลาย ครั้งหลายคราว ปัจจุบันมีฤๅษีดัดตนที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมด ๒๔ ท่า ๒๕ ตน ดังตาราง แสดงเปรียบเทียบภาพจากต้นฉบับ “สมุดรูปฤๅษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ๘๐ รูป” กับรูปปั้น ฤๅษีที่ยังคงเหลืออยู่ภายในวัดโพธิ์ในปัจจุบัน


คําอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 35 ภาพที่ ๑ แก้เกียจ ภาพต้นฉบับ สมุดไทยด�า ค�าโคลงภาพฤๅษีดัดตน สังกะสีดีบุกเข้า รคนเจือ หล่อคณะนุ่งหนังเสือ สถิตไว้ กามันตะกีเขือ ข้อยหนุ่ม นักนอ เหยียดยืดหัตถ์ดัดได้ แต่แก้เกียจกาย พระราชนิพนธ์/ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อฤๅษี กามันตะกี แผนดัด/ท่าดัดตน ท่านั่ง ขัดสมาธิ แยกต้นขา ล�าตัวยืดตรง เหยียด ยืด แขน ประสานนิ้วมือ ดัดนิ้วมือ แล้วบิดตัวไปทั้งทางซ้ายและขวา แก้โรคและอาการ เกียจกาย รูปปั้น ฤๅษีดัดตนในวัดโพธิ์ -ช�ารุด/สูญหาย-


36 ชุดการสังคายนาภูมิปญญาการนวดไทย: ๒ ภาพที่ ๒ แก้เอวขัด ขาขัด ภาพต้นฉบับ สมุดไทยด�า ค�าโคลงภาพฤๅษีดัดตน ชฎิลดัดตนนี้น่า นึกเอะ ใจเอย ชี้ชื่อสังปติเหงะ หง่อมง้อม ถวัดเท้าท่ามวยเตะ ตึงเมื่อย หายฮา แก้กะเอวขดค้อม เข่าคู้โขยกโขยง พระราชนิพนธ์/ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อฤๅษี สังปติเหงะ แผนดัด/ท่าดัดตน ท่ายืน ถวัดเท้าเตะเท้าขึ้น เหยียดตรง ๑ ข้าง ใช้มือหนึ่งจับปลายเท้า มืออีกข้างหนึ่ง กดหัวเข่าไว้ ขาอีกข้างงอเล็กน้อย แก้โรคและอาการ ตึงเมื่อย ขา เข่า เอวขด เข่าคู้ เดินโขยก เขยก รูปปั้น ฤๅษีดัดตนในวัดโพธิ์ -ช�ารุด/สูญหาย-


คําอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 37 ค�าโคลงภาพฤๅษีดัดตน อายันญาณยิ่งผู้ ผนวดแขก เนาพนัสฝ่าแฝก หาบหิ้ว โรคลมแล่นดุแดก วางหาบ ดัดแฮ แอ่นอกเอี้ยวเอวสยิว แสยะหน้าเงยหงาย พระราชนิพนธ์/ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อฤๅษี อายัน แผนดัด/ท่าดัดตน ท่ายืน ก้าวขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า งอเข่า แขนข้างเดียวกันตั้งศอกยกขึ้นแบมือ มืออีก ข้างเท้าเอว หันหน้าไปด้านหลังข้างที่เท้า สะเอว แล้วเงยหน้าขึ้น แก้โรคและอาการ ลมในอกในเอว (ลมแล่นแดกขึ้นไปจุกอก) ภาพที่ ๓ แก้ลมในอก ในเอว ภาพต้นฉบับ สมุดไทยด�า รูปปั้น ฤๅษีดัดตนในวัดโพธิ์ -ช�ารุด/สูญหาย-


38 ชุดการสังคายนาภูมิปญญาการนวดไทย: ๒ ค�าโคลงภาพฤๅษีดัดตน วัจนัขเนาพนัสห้วย หุบเหว นอบนบเพลิงเปล่งเปลว ค�่าเช้า อาพาธขบขัดเอว โอ้เทวษ ฉังเอย เก็งข้อกดตะคากเข้า ศอกคู้ขมึงทึง พระราชนิพนธ์/ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อฤๅษี วัจนัข แผนดัด/ท่าดัดตน ท่านั่ง แยกต้นขา ไขว้ข้อเท้า ยืดเอวและอก เกร็งข้อสะโพก และหัวตะคาก พร้อมกับกาง ข้อศอกขึ้นระดับอกพร้อมออกแรงเกร็ง แก้โรคและอาการ ขัดเอว ภาพที่ ๔ แก้ขัดเอว ภาพต้นฉบับ สมุดไทยด�า รูปปั้น ฤๅษีดัดตนในวัดโพธิ์ -ช�ารุด/สูญหาย-


คําอธิบายสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน 39 ค�าโคลงภาพฤๅษีดัดตน รูปปั้น ฤๅษีดัดตนในวัดโพธิ์ พระมโนชส�านักนิ์ด้าว ดงยูง ยางแฮ จิตรพรั่นหวั่นหวาดฝูง มฤคร้าย ก�าเริบโรคขบสูง สังเวช องค์เอย นั่งดัดหัตถ์ขวาซ้าย นบเกล้าบริก�า พระราชนิพนธ์/ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อฤๅษี มโนช แผนดัด/ท่าดัดตน ท่านั่ง แยกต้นขา แล้วชันเข่าซ้ายขึ้น ล�าตัว ยืดตรง มือต้านกันแล้วค่อย ๆ ยกเกร็งขึ้น เหนือศีรษะ แก้โรคและอาการ ลมปวดศีรษะ ลมขึ้นเบื้องสูง ท�าให้ปวดศีรษะ เนื่องจากความกลัว ความเครียด วิตกกังวล ภาพที่ ๕ แก้ลมปวดศีรษะ ภาพต้นฉบับ สมุดไทยด�า -ช�ารุด/สูญหาย-


Click to View FlipBook Version