The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนบ้านหินกลิ้ง(ใช้)12 รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนบ้านหินกลิ้ง(ใช้)12 รวมเล่ม

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนบ้านหินกลิ้ง(ใช้)12 รวมเล่ม

ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการ สิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้น า ไม่ยอม ขออนุญาตและรอคอยเมื่อ ต้องการสิ่งของของผู้อื่น แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์ เลี้ยงบางช่วงเวลา ไม่แสดงความรักเพื่อนและสัตว์เลี้ยง ช่วยเหลือหรือแบ่งปันผู้อื่นได้ ไม่ยอมช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่น แสดงสีหน้ารับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่าง สอดคล้องกับสถานการณ์ แสดงสีหน้ารับรู้ความรู้สึกผู้อื่น ท างานที่ได้รับมอบหมายจนส าเร็จแต่ไม่ มีล าดับขั้นตอนในการท างาน ท างานที่ได้รับมอบหมายไม่ส าเร็จ เสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมด้วย ตนเองบางครั้ง เสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมด้วย ตนเองน้อยครั้ง


พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๖.๑.๑แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่าง คล่องแคล่ว แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่างคล่องแคล่ว ๖.๑.๒ รับประทานอาหารด้วยตนเอง อย่างถูกวิธี รับประทานอาหารด้วยตนเองอย่างถูก วิธี ๖.๑.๓ ใช้และท าความสะอาดหลังใช้ ห้องน้ าห้องส้วมด้วยตนเอง ใช้และท าความสะอาดหลังใช้ห้องน้ า ห้องส้วมด้วยตนเอง ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้เข้าที่อย่าง เรียบร้อยด้วยตนเอง เก็บของเล่นของใช้เข้าที่อย่างเรียบร้อย ด้วยตนเอง ๖.๒.๒ เข้าแถวตามล าดับก่อนหลังได้ ด้วยตนเอง เข้าแถวตามล าดับก่อนหลังได้ด้วย ตนเอง ๖.๓.๑ ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัด และพอเพียงด้วยตนเอง ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและ พอเพียงด้วยตนเองตามความจ าเป็นทุก ครั้ง


ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ แต่งตัวด้วยตนเองได้ แต่งตัวด้วยตนเองโดยมีผู้แนะน า รับประทานอาหารด้วยตนเองได้ รับประทานอาหารได้โดยมีผู้แนะน า ใช้และท าความสะอาดหลังใช้ห้องน้ า ห้องส้วมได้เมื่อมีผู้ชี้น า ใช้และท าความสะอาดห้องน้ าห้องส้วม ไม่ได้แม้มีผู้ชี้น า เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ได้เมื่อมีผู้ชี้น า ไม่ เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ได้แม้มีผู้ แนะน า เข้าแถวตามล าดับก่อนหลังได้เมื่อมีผู้ ชี้น า ไม่ยอม เข้าแถวตามล าดับก่อนหลังได้ ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและ พอเพียงด้วยตนเองตามความจ าเป็น บางครั้ง ใช้สิ่งของเครื่องใช้เกินความจ าเป็น ได้ด้วยตนเอง


พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๗.๑.๑ดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยตนเอง ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ ทิ้งขยะได้ถูกที่ด้วยตนเอง ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ ตามกาลเทศะ ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ตาม กาลเทศะด้วยตนเอง ๗.๒.๒ กล่าวค าขอบคุณและขอโทษ ด้วยตนเอง กล่าวค าขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง ๗.๒.๓ ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติ ไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและ เพลงสรรเสริญพระบารมีได้ด้วยตนเอง


ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อ มีผู้ชี้น า ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บางครั้งแม้มีผู้ชี้น า ทิ้งขยะถูกที่เมื่อมีผู้ชี้น า ทิ้งขยะได้ถูกที่บางครั้งแม้มีผู้ชี้น า ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ตาม กาลเทศะเมื่อมีผู้ชี้น า ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ในบาง สถานการณ์แม้มีผู้ชี้น า กล่าวค าขอบคุณและขอโทษได้เมื่อมี ผู้ชี้น า กล่าวค าขอบคุณหรือขอโทษได้เมื่อมี ผู้ชี้น า ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและ เพลงสรรเสริญพระบารมีได้เมื่อมีผู้ชี้น า ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยหรือ เพลงสรรเสริญพระบารมีได้เมื่อมีผู้ชี้น า


พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๘.๑.๑เล่นและท ากิจกรรมร่วมกับเด็กที่ แตกต่างไปจากตน เล่นและท ากิจกรรมร่วมกับเด็กที่ แตกต่าง ไปจากตนได้ด้วยตนเอง ๘.๒.๑ เล่นหรือท างานร่วมมือกับเพื่อน อย่างมีเป้าหมาย เล่นหรือท างานร่วมมือกับเพื่อนอย่างมี เป้าหมาย ๘.๒.๒ ยิ้ม ทักทาย และพูดคุยกับผู้ใหญ่ และบุคคลที่คุ้นเคยได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ยิ้ม ทักทาย และพูดคุยกับผู้ใหญ่และ บุคคลที่คุ้นเคยได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ๘.๓.๑ มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและ ปฏิบัติ ตามข้อตกลงด้วยตนเอง มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติ ตามข้อตกลงด้วยตนเอง ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้น าและผู้ตามได้ เหมาะสมกับสถานการณ์ ปฏิบัติตนเป็นผู้น าและผู้ตามได้ เหมาะสม กับสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ ๘.๓.๓ ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดย ปราศจากการใช้ความรุนแรงด้วยตนเอง ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดย ปราศจาก การใช้ความรุนแรงด้วยตนเอง


มไทยในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ เล่นและท ากิจกรรมร่วมกับเด็กที่ แตกต่าง ไปจากตนเมื่อมีผู้ชี้น า ไม่ยอม เล่นและท ากิจกรรมร่วมกับเด็ก ที่แตกต่างไปจากตน เล่นหรือท างานร่วมมือกับเพื่อนแต่ไม่มี เป้าหมายร่วมกัน เล่นคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ยิ้ม ทักทาย และพูดคุยกับผู้ใหญ่และ บุคคลที่คุ้นเคยได้ ยิ้ม ทักทาย และพูดคุยกับผู้ใหญ่ได้ มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติ ตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้น า ไม่ยอม มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงหรอไม่ ปฏิบัติตามข้อตกลงแม้มีผู้ชี้น า ปฏิบัติตนเป็นผู้น าและผู้ตามได้ แต่ไม่มั่นใจ ไม่ยอม ปฏิบัติตนเป็นผู้น าผู้ตาม ประนีประนอมแก้ไขปัญหาได้ด้วย ตนเอง ประนีประนอมแก้ไขปัญหาได้ บางสถานการณ์


พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๙.๑.๑ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนา โต้ตอบอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับ เรื่องที่ฟัง ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบ อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง ๙.๑.๒ เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้ เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้ด้วยตนเอง ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ค า ด้วย การชี้หรือกวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุด จบของข้อความ อ่านภาพ สัญลักษณ์ ค า ด้วยการชี้หรือ กวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุดจบของ ข้อความ ๙.๒.๒ เขียนชื่อของตนเองตามแบบ เขียนข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง เขียนชื่อของตนเองได้ อักษรไม่กลับหัว ไม่กลับด้าน ไม่สลับที่ ตามแบบ เขียน ข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง


ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบ อย่างต่อเนื่องได้ ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบได้ เล่าเป็นเรื่องราวได้ด้วยตนเอง เล่าเรื่องได้ โดยมีผู้ชี้น า อ่านภาพ สัญลักษณ์ ด้วยการชี้หรือ กวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุดจบของ ข้อความ อ่านภาพ ด้วยการชี้หรือกวาดตามอง จุดเริ่มต้นได้ เขียนชื่อของตนเองได้ มีอักษรบางตัว กลับหัว กลับด้านหรือสลับที่ ตามแบบ เขียนข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง เขียนชื่อของตนเองไม่ได้หรือเขียน สัญลักษณ์ที่ไม่เป็นอักษร


พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๑๐.๑.๑บอกลักษณะส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงหรือความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส บอกลักษณะส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงหรือความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่และเปรียบเทียบความ แตกต่างและความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้น ไป จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างและ ความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะ ที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไปได้ด้วย ตนเอง ๑๐.๑.๓ จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ โดย ใช้ตั้งแต่๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ได้ด้วยตนเอง ๑๐.๑.๔ เรียงล าดับสิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๕ ล าดับ เรียงล าดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่าง น้อย ๕ ล าดับ ๑๐.๒.๑ อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่ เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระท า ด้วยตนเอง อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการกระท าด้วยตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจาก ข้อมูลอย่างมีเหตุผล คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น และมีส่วน ร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล


ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ บอกลักษณะส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆจากการสังเกต โดยใช้ประสาทสัมผัส บอกลักษณะส่วนประกอบ ของสิ่งต่างๆ จากการสังเกตได้ จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างและ ความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะ ที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไปโดยมีผู้ชี้น า จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างและ ความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะ ที่สังเกตพบ ๑ ลักษณะขึ้นไปหรือมีผู้ชี้น า จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์โดยมีผู้ชี้น า จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆตั้งแต่ ๑ ลักษณะเป็นเกณฑ์ได้หรือมีผู้ชี้น า เรียงล าดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่าง น้อย ๔ ล าดับ เรียงล าดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่าง น้อย ๓ ล าดับ อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการกระท าด้วยตนเอง อธิบายเชื่อมโยงสิ่งเกิดขึ้นได้บาง สถานการณ์ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น และมีส่วน ร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้


สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และ ยอมรับผลที่เกิดขึ้น ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และยอมรับผลที่ เกิดขึ้น ๑๐.๓.๒ ระบุปัญหาสร้างทางเลือกและ เลือกวิธีแก้ปัญหา ระบุปัญหาสร้างทางเลือกและเลือกวิธี แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๑๑.๑.๑สร้างผลงานศิลปะ เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของ ตนเอง โดยมีการดัดแปลงแปลกใหม่ จากเดิมและมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง โดยมีการดัดแปลง แปลกใหม่จากเดิมและมีรายละเอียด เพิ่มขึ้น ๑๑.๒.๑เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของ ตนเองอย่างหลากหลายและแปลกใหม่ เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลาย และแปลกใหม่


ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ ได้ ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ ได้บาง สถานการณ์ ระบุปัญหาและเลือกวิธีแก้ปัญหาโดยมีผู้ ชี้น า ระบุปัญหาและเลือกวิธีการแก้ปัญหา ไม่ได้ แม้จะมีผู้ชี้แนะ ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง โดยมีการดัดแปลง แปลกใหม่จากเดิมเพิ่มขึ้น สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลาย เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง


พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ สภาพที่พึงประสงค์ ๓ ๑๒.๑.๑สนใจหยิบหนังสือมาอ่านและ เขียนสื่อความคิดด้วยตนเองเป็นประจ า อย่างต่อเนื่อง สนใจหยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อ ความคิดด้วยตนเองเป็นประจ า อย่างต่อเนื่อง ๑๒.๑.๒กระตือรือร้นในการร่วม กิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ ต้นจนจบ ๑๒.๒.๑ค้นหาค าตอบของข้อสงสัย ต่างๆ โดยใช้วิธีการที่หลากหลายด้วย ตนเอง ค้นหาค าตอบของข้อสงสัยต่างๆ โดยใช้ วิธีการที่หลากหลายด้วยตนเอง ๑๒.๒.๒ใช้ประโยคค าถามว่า“เมื่อไร” “อย่างไร” ในการค้นหาค าตอบ ใช้ประโยคค าถามว่า“เมื่อไร” “อย่างไร” ในการค้นหาค าตอบด้วย ตนเอง


ค าอธิบายระดับคุณภาพ ๒ ๑ สนใจหยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อ ความคิดด้วยตนเอง สนใจหยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อ ความคิดโดยมีผู้ชี้น า กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมบาง ช่วงเวลา ไม่สนใจ ในการร่วมกิจกรรม ค้นหาค าตอบของข้อสงสัยต่างๆ โดยใช้ วิธีการที่หลากหลายได้โดยมีผู้ชี้น า หาค าตอบของข้อสงสัยต่างๆ โดย มีผู้ชี้น า ใช้ประโยคค าถามว่า“เมื่อไร” “อย่างไร” ในการค้นหาค าตอบได้โดยมี ผู้ชี้น า ใช้ประโยคค าถามว่า“เมื่อไร” “อย่างไร” ในการค้นหาค าตอบไม่ได้แม้ มีผู้ชี้น า


๒.๕ การสรุปผลการประเมินพัฒนาการ จัดท าเป็นข้อมูลและน าผลการประเมินไปใช้เพื่อ พัฒนาเด็กต่อไป ๒.๖ รายงานผลการประเมินพัฒนาการ ส าหรับวิธีการประเมินที่เหมาะสมและควรใช้กับเด็กอายุ ๓-๖ ปี ได้แก่ การสังเกต การบันทึก พฤติกรรม การสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็ก การบริหารจัดการหลักสูตร การน าหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓ สู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพตามจุดหมายของหลักสูตรู้เกี่ยวข้องกับการบริหารหลักสูตรในระบบ สถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้สอน พ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง และชุมชนบทบาทส าคัญยิ่งต่อการพัฒนา คุณภาพของเด็ก 1. บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาปฐมวัย คือ การจัดการสถานศึกษาแก่เด็กปฐมวัยในระบบสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ผู้บริหาร สถานศึกษาควรมีบทบาท ดังนี้ 1.1 ศึกษาท าความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและมีวิสัยทัศน์ด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย 1.2 สร้างความตระหนักให้แก่ครู บุคลากรโดยการประชุม ชี้แจงความส าคัญและความจ าเป็น ที่ต้องร่วมมือกันบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการโรงเรียน 1.4 จัดท าโครงการ งบประมาณเพื่อปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา 1.5 แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อด าเนินการดังนี้ 1) ประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาเดิม 2) ระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์ สภาพ/ปัญหาการจัดการศึกษาที่ผ่านมา ผลการ ประเมินพัฒนาการเด็ก ความส าเร็จ จุดเด่น ความทันสมัย การเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย ความต้องการของโรงเรียนเพื่อน าไปสู่กร ออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน และร่วมกันก าหนด วิสัยทัศน์ของโรงเรียน 3) ออกแบบหลักสูตรสถานศึกษากับคณะกรรมการจัดท าร่างหลักสูตรสถานศึกษา โดยครู บุคลากรและชุมชนมีส่วนร่วมในการก าหนดมาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ การพิจารณาน าความรู้ที่เป็นข้อมูลในชุมชน ท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบรรจุใน หลักสูตรสถานศึกษา ๑.๖ น าร่างหลักสูตรสถานศึกษาเสนอต่อกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการโรงเรียน เพื่อให้ข้อเสนอแนะ และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ๑.๗ ขออนุมัติต่อกรรมการสถานศึกษา และประกาศการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยรายงานการด าเนินการต่อกรรมการสถานศึกษา ให้ คณะกรรมการสถานศึกษาวิเคราะห์ผลการด าเนินงาน และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และจัดท าประกาศการใช้หลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓


๑.๘ จัดท าข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้เพื่อไปจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียน ให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.๒๕๖๐ ๑.๙ การรับและพัฒนาครู ด าเนินการโดยคัดเลือกบุคลากรที่ท างานกับเด็ก เช่น ผู้สอน อย่าง เหมาะสม โดยค านึงถึงคุณสมบัติหลักตามเกณฑ์ และพัฒนาบุคลากรให้พร้อมด าเนินงานตามที่ออกแบบ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตร ๑.๑๐ จัดท าโครงการ/งบประมาณสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้ การจัดสภาพแวดล้อม ตลอดจนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออ านวยต่อการเรียนรู้ และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ๑.๑๑ นิเทศ ก ากับ ติดตามการใช้หลักสูตร ซึ่งครูเป็นผู้น าหลักสูตรไปออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้/แผนการจัดประสบการณ์ โดยจัดให้มีการนิเทศภายในอย่างเป็นระบบ ๑.๑๒ นิเทศ ก ากับ ติดตามการประเมินผลการเรียนรู้ และประเมินพัฒนาการเด็กตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ ตรวจสอบการประเมินผลการเรียนรู้ การรายงานผลการด าเนินการสอน ของครู รายการประเมินหลักสูตรสถานศึกษาระหว่างการใช้หลักสูตรทุกปีการศึกษา ปรับปรุงหลักสูตรให้มี ความทันสมัยสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี ๑.๑๓ ก ากับติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา และน าผลการประเมินไปใช้ใน การปรับปรุงหลักสูตรเพื่อการพัฒนาคุณภาพเด็ก ๑.๑๔ ก ากับ ติดตาม ให้มีการประเมินการน าหลักสูตรไปใช้เมื่อครบปีที่ ๓ เพื่อน าผลจากการ ประเมินมาปรับปรุง และพัฒนาสาระของหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก บริบท ของสังคมและให้มีความทันสมัย 2. ผู้สอนระดับปฐมวัยในบทบาทผู้น าหลักสูตรไปใช้ ผู้สอนร่วมเป็นกรรมการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยศึกษาผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐาน ร่วมก าหนดสาระการเรียนรู้รายปี ส าหรับการวางระบบ ผู้สอน และกระบวนการจัดการเรียนการสอนค านึงถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญการพัฒนาคุณภาพ เด็ก โดยถือว่าเด็กมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการเรียนการสอนส าหรับยุคศตวรรษที่ ๒๑ ต้อง ส่งเสริมให้เด็กพัฒนาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเต็มตามศักยภาพ ครูเป็นผู้อ านวยความ สะดวก เป็นโค้ช ดังนั้น ผู้สอนจึงมีบทบาทส าคัญยิ่งที่จะท าให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว บรรลุผล อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอนจึงควรมีบทบาท/หน้าที่ ดังนี้ 2.1 บทบาทของผู้สอนในฐานะผู้ใช้หลักสูตร หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓ มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้ 1) ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ และวิเคราะห์ความสอดคล้องของมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่ พึงประสงค์ กับสาระการเรียนรายปี 2) จัดท าแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นส าคัญ หรือแผนการจัดการเรียนรู้ที่เด็กมี อิสระในการเรียนรู้ทั้งกายและใจ จัดประสบการณ์/จัดการเรียนรู้โดยเปิดโอกาสให้เด็ก เล่น/ท างานและเรียนรู้ทั้งรายบุคคล และเป็นกลุ่ม สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ คาดหวัง ทดลองใช้นวัตกรรมการเรียนการสอน การประเมินพัฒนาการที่มีความทันสมัย ด าเนินการจัดการเรียนการสอนตามวงจรคุณภาพ PDCA 3) จัดสภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออ านวยต่อการเรียนรู้ 4) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ประกอบด้วย กิจกรรมสะเต็มศึกษา กิจกรรมวิทยาการ วิทยาการค านวณ กิจกรรมEF หลักสูตรต้านทุจริต กิจกรรมลูกเสือน้อย


5) ประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ประเมินพัฒนาการเด็กตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึง ประสงค์ ตรวจสอบการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ การรายงานผลการด าเนินการสอนข องครู ร่วมจัดท ารายงานการประเมินหลักสูตรสถานศึกษาระหว่างการใช้หลักสูตรทุกปี การศึกษา ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทาง นวัตกรรมและเทคโนโลยี 6) จัดท าวิจัยในชั้นเรียน เพื่อน าไปปรับปรุง พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และพัฒนา สื่อการเรียนรู้ 7) จัดส่งเอกสาร หลักฐานเพื่อจัดท าข้อมูลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา และน า ผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตร เพื่อพัฒนาคุณภาพเด็ก 8) ประเมินการน าหลักสูตรไปใช้ ประเมิน ๓ ระยะ คือ ประเมินก่อนใช้ ระหว่างใช้และ หลังใช้หลักสูตร เพื่อน าผลจากการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาสาระของหลักสูตร สถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก ชุมชน ท้องถิ่น และให้มีความทันสมัย 2.2 บทบาทในฐานะผู้ดูแลเด็ก/กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/เสริมหลักสูตร 1) สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา 2) ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจ าวัน 3) ฝึกให้เด็กมีความเชื่อมั่น มีความภาคภูมิใจในตนเอง และกล้าแสดงออก 4) ฝึกการเรียนรู้หน้าที่ ความมีวินัย และการมีนิสัยที่ดี 5) จ าแนกพฤติกรรมเด็กและสร้างเสริมลักษณะนิสัยและแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล 6) ประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา บ้าน และชุมชน เพื่อให้เด็กได้พัฒนาเต็มตาม ศักยภาพ และมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3. บทบาทของพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กปฐมวัย การศึกษาระดับปฐมวัยตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นการศึกษาที่จัดให้แก่เด็กที่ผู้สอน และพ่อแม่ผู้ปกครองต้องสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อความเข้าใจตรงกัน และพร้อมร่วมมือกันในการจัดการศึกษาให้กับเด็ก พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ควรมีบทบาทดังนี้(ประชุม ผู้ปกครอง) 3.1 มีส่วนร่วมในการก าหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา และให้ความเห็นชอบก าหนดสาระการเรียนรู้ รายปี แผนการเรียนรู้ของเด็กร่วมกับผู้สอนและเด็ก 3.2 ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กตาม ศักยภาพ สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษาตามความเหมาะสมและจ าเป็น 3.3 มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็ก และการประเมินการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา 4. บทบาทของชุมชน ชุมชนมีบทบาทส าคัญต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยในการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยการ ประสานความร่วมมือ เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ ดังนั้น ชุมชนจึงมีบทบาทในการจัดการศึกษา ปฐมวัย ดังนี้ 4.1 มีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคม/ชมรม ผู้ปกครอง


4.2 มีส่วนร่วมในการจัดท าแผนพัฒนาสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการด าเนินการของ สถานศึกษา 4.3 เป็นแหล่งเรียนรู้ เครือข่ายการเรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากสถานการณ์จริง 4.4 ส่งเสริมให้การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนวิทยาการภายนอก ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทุกด้าน รวมทั้งสืบสานจารีตประเพณีศิลปวัฒนธรรมของ ท้องถิ่นและของชาติ 4.5 ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการของ ชุมชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น 4.6 มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ท าหน้าที่ เสนอแนะในการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา การจัดการศึกษาปฐมวัย(เด็กอายุ ๓-๖ ปี) ส าหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย (เด็กอายุ ๓ - ๖ ปี) ส าหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถน า หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยไปปรับใช้ได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัด ประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการให้เหมาะสมกับสภาพบริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็ก แต่ละประเภทเพื่อพัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยก าหนดโดยด าเนินการ ดังนี้ ๑. การก าหนดเป้าหมายคุณภาพเด็ก ซึ่งหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้ก าหนดมาตรฐานคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์และสาระการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ในการพัฒนา เด็กสถานศึกษาหรือผู้จัดการศึกษาส าหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสามารถเลือก หรือปรับใช้ตัวบ่งชี้และสภาพ ที่พึงประสงค์ในการพัฒนาเด็ก เพื่อน าไปจัดท าแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลให้ครอบคลุมพัฒนาการ ของเด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ๒. การประเมินพัฒนาการเด็ก จะต้องค านึง ถึงปัจจัยความแตกต่างของเด็ก อาทิ เด็กที่มีความ พิการแต่ละด้าน อาจต้องมีการปรับการประเมินพัฒนาการที่เอื้อต่อสภาพความพิการของเด็ก ทั้งวิธีการ และเครื่องมือที่ใช้ควรให้สอดคล้องกับเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้านดังกล่าว ๓. สถานศึกษาที่มีเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ควรได้รับการสนับสนุนครูพี่เลี้ยงให้การดูแล ช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาการ กรณีที่มีเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะมีผลพัฒนาการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ควรมีการส่งต่อไปยังสถานพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษเพื่อให้ได้รับการพัฒนาต่อไป การสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ การสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มี ความส าคัญอย่างยิ่ง ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่น การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๑ จะประสบผลส าเร็จได้ บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องด าเนินกร ดังต่อไปนี้ ๑. ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นบุคคลส าคัญที่มีบทบาทเป็นผู้น าในการสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่าง หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง พุทธศักราช ๒๕๖๓ กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยต้องศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ ท าความเข้าใจและจัดระบบ


การบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอื้อต่อการสร้างรอยเชื่อมต่อการศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษาด าเนินการ ดังนี้ ๑.๑จัดประชุมผู้สอนระดับปฐมวัยและผู้สอนระดับประถมศึกษา ร่วมกันสร้างความเข้าใจ รอยเชื่อมต่อของหลักสูตรทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อผู้สอนทั้งสองระดับ จะได้ เตรียมการสอนได้สอดคล้องกับเด็กวัยนี้ ๑.๒ จัดหาเอกสารหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับ มาไว้ให้ผู้สอนและ บุคลากรอื่นๆ ได้ศึกษาท าความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมให้ผู้สอนทั้งสองระดับ มีโอกาสแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ร่วมกัน ๑.๔ จัดหาสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการสร้างรอยเชื่อมต่อ ๑.๕ จัดกิจกรรมให้ความรู้ กิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ และจัดท าเอกสารเผยแพร่ให้กับ พ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ าเสมอ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาทั้งสองระดับ และให้ความร่วมมือ ในการช่วยเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดีในกรณีที่สถานศึกษาไม่มีระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ ในสถานศึกษาของตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษา ควรประสานกับสถานศึกษาที่คาดว่า เด็กจะไปเข้าเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการช่วยเหลือเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับ สถานศึกษาใหม่ได้ ๒. ผู้สอนระดับปฐมวัย ผู้สอนระดับปฐมวัยศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนการสอน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรอื่นๆ รวมทั้ง ช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวก่อนเลื่อนขึ้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยผู้สอนระดับปฐมวัยควร ด าเนินการ ดังนี้ ๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กเป็นรายบุคคล ส่งต่อผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งจะท าให้ผู้สอนระดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลนั้นช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวเข้ากับการเรียนรู้ใหม่ ต่อไป ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อให้เด็กเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสท าความรู้จักกับผู้สอน ตลอดจนการส ารวจสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศของห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๒.๔ จัดสื่อ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือที่เหมาะสมกับวัยเด็ก ที่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และ มีประสบการณ์พื้นฐานที่สอดคล้องกับการสร้างรอยเชื่อมต่อในการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๓. ผู้สอนระดับประถมศึกษา ผู้สอนระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัย และมีเจตคติที่ดี ต่อการจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อน ามาเป็นข้อมูลการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้ต่อเนื่องกับการพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัย โดยผู้สอนระดับประถมศึกษา ด าเนินการ ดังนี้ ๓.๑ จัดกิจกรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสได้ท าความรู้จักคุ้นเคยกับผู้สอนและ ห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนเปิดภาคเรียน ๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์


ภายในห้อง เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสท ากิจกรรมได้อย่างอิสระ เช่น มุมหนังสือ มุมของเล่น มุมเกมการศึกษา เพื่อช่วยให้เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ได้ปรับตัวและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ๓.๓ จัดกิจกรรมร่วมกันกับเด็กในการสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติตน ๓.๔ จัดกิจกรรมช่วยเหลือ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ๓.๕ เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ๔. พ่อแม่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ ผู้ปกครอง เป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมการศึกษาของบุตรหลาน และเพื่อช่วยบุตรหลานของตนเองในการศึกษาต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ พ่อแม่ ผู้ปกครองควรด าเนินการ ดังนี้ ๔.๑ ศึกษาและท าความเข้าใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดับ ๔.๒ จัดหาหนังสือ อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวัยเด็ก ๔.๓ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุตรหลาน ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ๔.๔ จัดเวลาในการท ากิจกรรมร่วมกับบุตรหลาน เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือร่วมกัน สนทนา พูดคุย ซักถามปัญหาในกาเรียน ให้การเสริมแรงและให้ก าลังใจ ๔.๕ ร่วมมือกับผู้สอนและสถานศึกษาในการช่วยเตรียมตัวบุตรหลาน เพื่อช่วยให้บุตรหลาน ของตน ปรับตัวได้ดีขึ้น


ตารางการสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๑.ด้านทักษะพื้นฐานทางภาษา(สาระการเรียนรู้ภาษาไทย) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้ เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบ และเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ๙.๑.๑ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบ อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับ เรื่องที่ฟัง ๙.๑.๒ เล่าเป็นเรื่องราว ต่อเนื่องได้ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ ค า ด้วยการชี้หรือกวาดตามอง จุดเริ่มต้นและจุดจบของ ข้อความ ๙.๒.๒ เขียนชื่อของตนเอง ตามแบบ เขียนข้อความ ด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และ ความคิด เพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ๑. อ่านออกเสียงค า ค าคล้องจอง และข้อความสั้นๆ ๒. บอกความหมายของค า และข้อความที่อ่าน ๓. ตอบค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ๕. คาดคะเนเหตุการณ์ จากเรื่องที่อ่าน ๖. อ่านหนังสือตามความสนใจ อย่างสม่ าเสมอและน าเสนอ เรื่องที่อ่าน ๗. บอกความหมาย ของเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ส าคัญ ที่มักพบเห็นในชีวิตประจ าวัน ๘. มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ๒. เขียนสื่อสารด้วยค าและประโยคง่ายๆ ๓. มีมารยาทในการเขียน สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ๑. ฟังค าแนะน าค าสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม ๒. ตอบค าถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และ ความบันเทิง ๓. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ๔. พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ ๕. มีมารยาท ในการฟัง การดูและการพูด 1. กิจกรรมการอ่านค า พื้นฐานเด็กปฐมวัย


๒.ด้านทักษะคณิตศาสตร์(สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่ และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้ อย่างคล่องแคล่วและประสาน สัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๒ ใช้มือ - ตา ประสานสัมพันธ์กัน สภาพที่พึงประสงค์ ๒.๒.๒เขียนรูปสามเหลี่ยมตาม แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถ ในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการ เรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถ ในการคิดรวบยอด สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๑.๑บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆจาก การสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างและความเหมือน ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะที่ สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไป ๑๐.๑.๓ จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่ง ต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่๒ ลักษณะขึ้น ไปเป็นเกณฑ์ ๑๐.๑.๔ เรียงล าดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย๕ ล าดับ สาระที่ ๑ จ านวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติ ของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต และ ทฤษฎีบททางเรขาคณิต และน าไปใช ้ ตัวชี้วัด ป๑/๑ จ าแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ทรง สี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย มาตรฐาน ค๑.๑ ป.๑/๓ เรียงล าดับจ านวนนับไม่เกิน ๑๐๐และ๐ ตั้งแต่ ๓ ถึง ๕ จ านวน สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและ คาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และน าไปใช้ ตัวชี้วัด ๑.บอกความยาว น้ าหนัก ปริมาตรและความจุ โดยใช้ หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน ๑.กิจกรรมคณิตศาสตร์พื้นฐานเด็ก ปฐมวัย


๓.ด้านทักษะวิทยาศาสตร์(สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๑๐ มี ความสามารถในการคิดที่เป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มี ความสามารถในการคิดรวบ ยอด สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๑.๑บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มี ความสามารถ ในการคิดเชิงเหตุผล สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๒.๑ อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุ และผลที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการกระท าด้วย ตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น และมีส่วนร่วม ในการลงความเห็นจากข้อมูล อย่างมีเหตุผล ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๓ มีความสามารถ ในการคิดแก้ปัญหา และตัดสินใจ สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๑.๓ จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่ง ต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ สาระที่ ๑ สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการด ารงชีวิต มาตรฐาน ว ๑. ๑ เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของ โครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ ท างานสัมพันธ์กัน มี กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน า ความรู้ไปใช้ในการ ด ารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ตัวชี้วัด ๑. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งไม่มีชีวิต ๒. สังเกตและอธิบายลักษณะและหน้าที่ของโครงสร้าง ภายนอกของพืช และสัตว์ ๓.สังเกตและอธิบายลักษณะ หน้าที่และความส าคัญของ อวัยวะภายนอกของมนุษย์ ตลอดจนการดูแลรักษาสุขภาพ มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจกระบวนการและความส าคัญ ของการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความ หลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และ สิ่งแวดล้อม มีกระบวนการ สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ๑.ระบุลักษณะของสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นและน ามาจัดจ าแนก โดยใช้ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ สาระที่ ๗ ดาราศาสตร์และอวกาศ มาตรฐาน ว ๗. ๑ เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบน โลก มีกระบวนการ สืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้และน าความรู้ ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ๑.ระบุว่าในท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาว


สาระที่ ๘ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๘. ๑ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ใน การสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและ ตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูล และเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด ๕.แสดงความคิดเห็นในการส ารวจ ตรวจสอบ ๖.บันทึกและอธิบายผลการสังเกต ส ารวจตรวจสอบ โดย เขียนภาพหรือข้อความสั้นๆ ๔.สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และ ความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ มีมารยาทตาม วัฒนธรรมไทย และรักความเป็นไทย สภาพที่พึงประสงค์ ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตามมารยาท ไทยได้ตามกาลเทศะ ๗.๒.๒ กล่าวค าขอบคุณและ ขอโทษด้วยตนเอง ๗.๒.๓ ยืนตรงและร่วมร้อง เพลงชาติไทยและ เพลงสรรเสริญพระบารมี มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติ ตนเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมไทยในระบอบ ประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็น ศาสนิกชนที่ดี และธ ารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ๒. แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของ ศาสนาที่ตนนับถือ ๓. ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส าคัญทางศาสนา ตามที่ก าหนดได้ถูกต้อง สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการด าเนิน ชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของ การเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธ ารงรักษา ประเพณี และวัฒนธรรมไทย ด ารงชีวิตอยู่ร่วมกัน ใน สังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ๑. บอกประโยชน์และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของ ครอบครัวและโรงเรียน ๒. ยกตัวอย่างความ สามารถและความดีของตนเอง ผู้อื่น และบอกผลจากการกระท านั้น ๑.กิจกรรมชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิ ปัญญาไทย ในเด็กปฐมวัย


ตัวบ่งชี้๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี กับผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ ๘.๒.๒ ยิ้ม ทักทาย และพูดคุย กับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ เหมาะสมกับสถานการณ์ มาตรฐานที่ ๑๐ มี ความสามารถในการคิดที่เป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้๑๐.๑ มีความสามารถ ในการคิดรวบยอด สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๑.๑บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างและความ เหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ ลักษณะที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะ ขึ้นไป ๑๐.๑.๓ จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่ง ต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ ๑๐.๑.๔ เรียงล าดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ล าดับ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้ และมีความสามารถ ในการแสวงหาความรู้ ตัวบ่งชี้๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้ สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความส าคัญของ เวลาและยุคสมัยทา ประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์มา วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ ตัวชี้วัด ๒.เรียงล าดับเหตุการณ์ในชีวิต ประจ าวัน ตาม วัน เวลา ที่ เกิดขึ้น มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้ าใจความเป็นม าขอ งช าติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรักความภูมิใจและธ ารง ความเป็นไทย ตัวชี้วัด ๑.อธิบายความหมายและความส าคัญของสัญลักษณ์ส าคัญ ของชาติไทยและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง ๒.บอกสถานที่ส าคัญ ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรม ในชุมชน สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทาง ภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ๑.แยกแยะสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒.ระบุความสัมพันธ์ของต าแหน่ง ระยะ ทิศของสิ่งต่างๆ รอบตัว


๔.สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม(ต่อ) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ สภาพที่พึงประสงค์ ๑๒.๑.๒กระตือรือร้นในการ ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวบ่งชี้ ๑๒.๒ มีความสามารถ ในการแสวงหาความรู้ สภาพที่พึงประสงค์ ๑๒.๒.๑ค้นหาค าตอบของข้อ สงสัยต่างๆ โดยใช้วิธีการที่ หลากหลายด้วยตนเอง ๔. ใช้แผนผังง่ำย ๆ ในกำรแสดงต ำแหน่งของสิ่งต่ำงๆ ใน ห้องเรียน ๕. สังเกตและบอกกำรเปลี่ยนแปลงของสภำพอำกำศในรอบ วัน มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วัฒนธรรม มีจิตส านึก และมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน ตัวชี้วัด ๑.บอกสิ่งต่างๆที่เกิดตามธรรมชาติที่ส่งผล ต่อความ เป็นอยู่ของมนุษย์ ๒.สังเกตและเปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงของสภาพ แวดล้อมที่อยู่รอบตัว ๓.มีส่วนร่วมในการจัดระเบียบ สิ่งแวดล้อมที่บ้านและชั้นเรียน ๑.กิจกรรมชาติไทย วัฒนธรรม จ า ส านึก ในเด็กปฐมวัย ๕.สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกาย เจริญเติบโตตามวัยและมีสุข นิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้๑.๑น้ าหนักและ ส่วนสูงตามเกณฑ์ สภาพที่พึงประสงค์ ๑.๑.๑น้ าหนักและส่วนสูงตาม เกณฑ์ของกรมอนามัย ตัวบ่งชี้ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี สภาพที่พึงประสงค์ ๑.๒.๑ยอมรับประทานอาหารที่ มีประโยชน์ได้หลายชนิดและ ดื่มน้ าที่สะอาดได้ด้วยตนเอง สำระที่ ๑ กำรเจริญเติบโตและพัฒนำกำรของมนุษย์ มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโต และพัฒนาการของมนุษย์ ตัวชี้วัด ๑. อธิบำยลักษณะและหน้ำที่ ของอวัยวะภำยนอก ๒. อธิบำยวิธีกำรดูแลรักษำอวัยวะภำยนอก สาระที่ ๒ ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และทักษะในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัด ๑. ระบุสมำชิกในครอบครัวและควำมรักควำมผูกพันของ สมำชิกที่มีต่อกัน ๒. บอกสิ่งที่ชื่นชอบ และภำคภูมิใจในตนเอง ๓. บอกลักษณะควำมแตกต่ำงระหว่ำงเพศชำยและเพศหญิง ๑.กิจกรรมการปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงในการเล่นเกมเด็กปฐมวัย


๑.๒.๓ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ าห้องส้วม ด้วยตนเอง ๑.๒.๓นอนพักผ่อนเป็นเวลา ๑.๒.๔ออกก าลังกายเป็นเวลา ตัวบ่งชี้ ๑.๓ รักษาความ ปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น สภำพที่พึงประสงค์ ๑.๓.๑เล่น ท ำกิจกรรมและ ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่ำงปลอดภัย มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่ และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้๒.๑ เคลื่อนไหว ร่างกายอย่างคล่องแคล่ว ประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้ สภาพที่พึงประสงค์ ๒.๑.๑เดินต่อเท้าถอยหลังเป็น เส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน สาระที่ ๓ การเคลื่อนไหว การออกก าลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา ตัวชี้วัด ๑. เคลื่อนไหวร่ำงกำยขณะอยู่กับที่ เคลื่อนที่และใช้อุปกรณ์ ประกอบ ๒. เล่นเกมเบ็ดเตล็ดและเข้ำร่วมกิจกรรมทำงกำยที่ใช้กำร เคลื่อนไหวตำมธรรมชำติ มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกก าลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจ าอย่างสม่ าเสมอ มี วินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ าใจนักกีฬา มีจิต วิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชนในสุนทรียภาพของ การกีฬา ตัวชี้วัด ๑. ออกก ำลังกำย และเล่นเกม ตำมค ำแนะน ำ อย่ำง สนุกสนำน ๒. ปฏิบัติตนตำมกฎ กติกำ ข้อตกลงในกำรเล่นเกมตำม ค ำแนะน ำ ๕.สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (ต่อ) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ ๒.๑.๒กระโดดขาเดียวไป ข้างหน้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่ เสียการทรงตัว ๒.๑.๓วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้อย่างคล่องแคล่ว ๒.๑.๔รับลูกบอลที่กระดอน ขึ้นจากพื้นได้ สาระที่ ๔ การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการ ป้องกันโรค มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้าง เสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรค และ การสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ ตัวชี้วัด ๑.ปฏิบัติตนตำมหลักสุขบัญญัติแห่งชำติตำมค ำแนะน ำ ๒. บอกอำกำรเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนเอง ๓. ปฏิบัติตนตำมค ำแนะน ำเมื่อมีอำกำรเจ็บป่วย สาระที่ ๕ ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพ ติด และความรุนแรง ตัวชี้วัด ๑.กิจกรรมการการสร้างเสริมสุขภาพ การด ารงสุขภาพ การป้องกันโรค เด็กปฐมวัย


๑. ระบุสิ่งที่ท ำให้เกิดอันตรำยที่บ้ำน โรงเรียน และกำร ป้องกัน ๒. บอกสำเหตุและกำรป้องกันอันตรำยที่เกิดจำกกำรเล่น ๓. แสดงค ำพูดหรือท่ำทำงขอควำมช่วยเหลือจำกผู้อื่นเมื่อ เกิดเหตุร้ำยที่บ้ำนและโรงเรียน ๖.สาระการเรียนรู้ ศิลปะ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข ตัวบ่งชี้ ๓.๑ แสดงออกทาง อารมณ์ ได้อย่างเหมาะสม สภาพที่พึงประสงค์ ๓.๑.๑แสดงอำรมณ์ควำมรู้สึกได้ สอดคล้องกับ สถำนกำรณ์อย่ำงเหมำะสม ตัวบ่งชี้ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเองและผู้อื่น ๓.๒.๑กล้ำพูดกล้ำแสดงออก อย่ำงเหมำะสมตำมสถำนกำรณ์ ๓.๒.๒ แสดงควำมพอใจใน ผลงำนและควำมสำมำรถของ ตนเองและผู้อื่น สาระที่ ๑ ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่า งาน ทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะ อย่างอิสระชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ๑. อภิปรำยเกี่ยวกับรูปร่ำง ลักษณะ และขนำดของสิ่งต่ำง ๆรอบตัว ในธรรมชำติและ สิ่งที่มนุษย์สร้ำงขึ้น ๒.บอกควำมรู้สึกที่มีต่อธรรมชำติ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ๓. มีทักษะพื้นฐำนในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้ำงงำนทัศนศิลป์ ๕.วำดภำพระบำยสีภำพธรรมชำติตำมควำมรู้สึกของตนเอง มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล ตัวชี้วัด ๑. ระบุงำนทัศนศิลป์ในชีวิตประจ ำวัน ๑.กิจกรรมการเรียนรู้รูปร่าง ลักษณะ เด็กปฐมวัย ๖.สาระการเรียนรู้ ศิลปะ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและ แสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้๔.๑ สนใจ มีความสุข และแสดงออก สาระที่ ๒ ดนตรี มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่าง สร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรีถ่ายทอด ความรู้สึกความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑.กิจกรรมการเรียนรู้รูปร่าง ลักษณะ เสียงที่แตกต่างกัน ในเด็ก ปฐมวัย


ผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการ เคลื่อนไหว สภาพที่พึงประสงค์ ๔.๑.๑สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุขและ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะและดนตรี ตัวชี้วัด ๑.รู้ว่าสิ่งต่าง ๆ สามารถก่อก าเนิด เสียงที่แตกต่างกัน ๒.บอกลักษณะของเสียง ดัง - เบา และความ ช้า – เร็ว ของจังหวะ ๓. ท่องบทกลอน ร้องเพลง ง่าย ๆ ๔.มีส่วนร่วมในกิจกรรมดนตรีอย่างสนุกสนาน ๕.บอกความเกี่ยวข้องของเพลงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน สาระที่ ๓ นาฏศิลป์ มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์ อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ๑.เลียนแบบการเคลื่อนไหว ๒.แสดงท่าทางง่าย ๆ เพื่อสื่อความหมาย แทนค าพูด ๓.บอกสิ่งที่ตนเองชอบจากการดูหรือร่วมการแสดง มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล ตัวชี้วัด ๑.ระบุ และเล่นการละเล่นของเด็กไทย ๒.บอกสิ่งที่ตนเองชอบ ในการแสดงนาฏศิลป์ ๘.กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกาย เจริญเติบโตตามวัยและมีสุข นิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ ๑.๓ รักษาความ ปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ สาระที่ ๑ การด ารงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการท างาน มีความคิด สร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะ นิสัยในการท างาน มีจิตส านึกในการใช้พลังงาน ๑.กิจกรรมการเรียนรู้จิตส านึกในการ ใช้พลังงาน ทรัพยากร และ สิ่งแวดล้อมเพื่อการด ารงชีวิตและ ครอบครัวในเด็กปฐมวัย


๑.๓.๑เล่น ท ำกิจกรรมและ ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่ำงปลอดภัย มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้๕.๔ มีความรับผิดชอบ สภาพที่พึงประสงค์ ๕.๔.๑ ท ำงำนที่ได้รับมอบหมำย จนส ำเร็จด้วย ตนเอง มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้๖.๒ มีวินัยในตนเอง สภาพที่พึงประสงค์ ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้เข้า ที่อย่างเรียบร้อย ด้วยตนเอง ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการด ารงชีวิตและ ครอบครัว ตัวชี้วัด ๑. บอกวิธีการท างานเพื่อช่วยเหลือตนเอง ๒. ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือง่าย ๆ ในการท างาน อย่างปลอดภัย ๓. ท างานเพื่อช่วยเหลือตนเองอย่างกระตือรือร้นและตรง เวลา ๘.ภาษาต่างประเทศ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิจกรรมสร้างรอยเชื่อมต่อ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสาร ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ สภาพที่พึงประสงค์ ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ ค า ด้วยการชี้หรือกวาดตามอง จุดเริ่มต้นและจุดจบของ ข้อความ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้ และมีความสามารถ ในการแสวงหาความรู้ ตัวบ่งชี้๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจาก สื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ๑. ปฏิบัติตำมค ำสั่งง่ำย ๆ ที่ฟัง ๓. เลือกภำพตรงตำมควำมหมำยของค ำและกลุ่มค ำที่ฟัง มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ๑. พูดโต้ตอบด้วยค ำสั้นๆ ง่ำยๆ ในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคล ตำมแบบที่ฟัง สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม ๑.กิจกรรมการเรียนรู้จิตส านึกในการ ใช้พลังงาน ทรัพยากร และ สิ่งแวดล้อมเพื่อการด ารงชีวิตและ ครอบครัวในเด็กปฐมวัย


สภาพที่พึงประสงค์ ๑๒.๑.๒กระตือรือร้นในกำรร่วม กิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และน าไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ๓. เข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมที่เหมำะกับวัย การก ากับ ติดตาม ประเมินและรายงาน กำรจัดกำรศึกษำปฐมวัยมีหลักกำรส ำคัญในกำรให้สังคม ชุมชน มีส่วนร่วมในกำรจัดกำรศึกษำและ กระจำยอ ำนำจกำรศึกษำลงไปยังท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพำะสถำนศึกษำหรือสถำนพัฒนำเด็กปฐมวัย ซึ่ง เป็นผู้จัดกำรศึกษำในระดับนี้ ดังนั้น เพื่อให้ผลผลิตทำงกำรศึกษำปฐมวัยมีคุณภำพตำมมำตรฐำน คุณลักษณะที่พึงประสงค์และสอดคล้องกับควำมต้องกำรของชุมชนและสังคม จ ำเป็นต้องมีระบบกำรก ำกับ ติดตำม ประเมินและรำยงำนที่มีประสิทธิภำพ เพื่อให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ำยที่มีส่วนร่วมกับรับผิดชอบในกำรจัด กำรศึกษำ เห็นควำมก้ำวหน้ำ ปัญหำ อุปสรรค ตลอดจนกำรให้ควำมร่วมมือ ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน วำงแผน และด ำเนินงำนกำรจัดกำรศึกษำปฐมวัยให้มีคุณภำพอย่ำงแท้จริง กำรก ำกับ ติดตำม ประเมินและรำยงำนผลกำรจัดกำรศึกษำปฐมวัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนกำร บริหำรกำรศึกษำ กระบวนกำรนิเทศ และระบบกระประกันคุณภำพกำรศึกษำ ที่ต้องด ำเนินกำรอย่ำง ต่อเนื่อง เพื่อน ำไปสู่กำรพัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำปฐมวัย สร้ำงควำมมั่นใจให้ผู้เกี่ยวข้อง โดย ต้องมีกำรด ำเนินกำรที่เป็นระบบเครือข่ำยครอบคลุมทั้งหน่วยงำนภำยในและภำยนอก ในรูปแบบของ คณะกรรมกำรที่มำจำกบุคคลทุกระดับและทุกอำชีพ กำรก ำกับ ติดตำม และประเมินผลต้องมีกำรรำยงำน ผลจำกทุกระดับให้ทุกฝ่ำย รวมทั้งประชำชนทั่วไปทรำบ เพื่อน ำข้อมูลจำกรำยงำนผลมำจัดท ำแผนพัฒนำ คุณภำพกำรศึกษำของสถำนศึกษำหรือสถำนพัฒนำเด็กปฐมวัยต่อไป ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบข่ายของการจัดกิจกรรมประจ าวัน กิจกรรมที่จะน ำมำจัดในแต่ละวันต้องให้ครอบคลุมสิ่งต่อไปนี้ ๑. กำรพัฒนำกล้ำมเนื้อใหญ่ จัดกิจกรรมโดยให้เด็กได้เล่นอิสระ กลำงแจ้ง เครื่องเล่น สนำม เคลื่อนไหวร่ำงกำยตำมจังหวะดนตรี ๒. กำรพัฒนำกล้ำมเนื้อเล็ก จัดกิจกรรมโดยให้เด็กได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัส เล่นเกมต่อภำพ ฝึกช่วยเหลือตนเองในกำรแต่งกำย ใช้อุปกรณ์ศิลปะ ฯลฯ ๓. กำรพัฒนำอำรมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กมีควำมรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และผู้อื่น มีควำมเชื่อมั่น กล้ำแสดงออก มีวินัยในตนเอง รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตตำกรุณำ แบ่งปัน มีมำรยำทและปฏิบัติตนตำมวัฒนธรรมไทยและศำสนำที่นับถือ โดยจัดกิจกรรมต่ำงๆผ่ำนกำรเล่นให้เด็กมี


โอกำสเลือกตัดสินใจ ได้รับกำรตอบสนองตำมต้องกำร ฝึกปฏิบัติโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ตลอดเวลำที่โอกำสเอื้ออ ำนวย ๔. กำรพัฒนำสังคมนิสัย จัดกิจกรรมให้เด็กได้ปฏิบัติกิจวัตรประจ ำวันอย่ำงสม่ ำเสมอ เช่น รับประทำนอำหำร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่ำย ท ำควำมสะอำดร่ำงกำย เล่นและท ำงำนร่วมกับผู้อื่น ปฏิบัติ ตำมกฎกติกำข้อตกลงร่วมกัน เก็บของเข้ำที่เมื่อเลิกเล่นหรือท ำงำนเสร็จ ๕. กำรพัฒนำกำรคิด จัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนำ อภิปรำยแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็น ค้นคว้ำ จำกแหล่งข้อมูลต่ำงๆ ทดลอง ศึกษำนอกสถำนที่ วิทยำกรภำยนอก ภูมิปัญญำชำวบ้ำน เล่นเกมกำรศึกษำที่ เหมำะสมกับวัยอย่ำงหลำกหลำย ฝึกกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจ ำวันและกำรท ำกิจกรรมทั้งรำยบุคคล กลุ่ม ย่อย และกลุ่มใหญ่ ๖. กำรพัฒนำภำษำ จัดกิจกรรมให้เด็กได้มีโอกำสใช้ภำษำสื่อสำร ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำม นึกคิด ควำมรู้ควำมเข้ำใจในสิ่งต่ำงๆให้มีควำมหลำกหลำยในสภำพแวดล้อมที่เอื้อต่อกำรเรียนรู้ มุ่งปลูกฝัง ให้เด็กรักกำรอ่ำน เป็นแบบอย่ำงที่ดีในกำรใช้ภำษำ ๗. กำรส่งเสริมจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ จัดกิจกรรมโดยใช้ศิลปะ ดนตรีเป็นสื่อ ใช้กำรเคลื่อนไหวและจังหวะตำมจินตนำกำร ให้เด็กได้ประดิษฐ์สิ่งต่ำงๆอย่ำงอิสระตำมควำมคิดริเริ่ม สร้ำงสรรค์ เล่นบทบำทสมมติในกำรเล่น แนวทางการจัดกิจกรรม กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้มีกระบวนกำรพัฒนำงำนเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมำยของหลักสูตรโดยมี ขั้นตอนในกำรด ำเนินกำร ดังนี้ ขั้นที่ ๑ ตระหนักในปัญหำและควำมจ ำเป็นว่ำต้องมีกำรพัฒนำ ในห้องเรียนต้องถือว่ำ เด็กส ำคัญ ที่สุด ครูเป็นเพียงผู้ให้กำรอบรมเลี้ยงดู และให้กำรศึกษำ ชี้แนะแนวทำง สร้ำงสรรค์ให้เด็กได้พัฒนำทั้งด้ำน ร่ำงกำย อำรมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญำ ค้นพบศักยภำพและควำมสำมำรถของตน มีควำมสุขในกำร ร่วมกิจกรรม และแสวงหำควำมรู้ได้ด้วยตนเองเด็กทุกคนมีข้อดี และข้อด้อยในตนเอง ข้อดีเล็กๆน้อยๆของ เด็กสำมำรถน ำมำใช้เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดกำรพัฒนำตนเองได้ ครูต้องค้นให้พบว่ำปัญหำคืออะไรจ ำเป็นต้อง แก้ไขหรือไม่ ต้องกำรให้เป็นอย่ำงไร ขั้นที่ ๒ วิเครำะห์หำจุดที่จะพัฒนำ ปัญหำทุกอย่ำงแก้ไขได้ เมื่อครูมองเห็นสภำพปัญหำที่แท้จริง ของเด็กวิเครำะห์ปัญหำของเด็กแต่ละคนอย่ำงถี่ถ้วนรอบคอบเข้ำใจจิตวิทยำ และพัฒนำกำรของเด็ก แสวงหำปัจจัยที่จะส่งผลดีต่อพัฒนำกำรของเด็ก เชื่อมโยงควำมสัมพันธ์ทั้งหมดเพื่อให้เห็นช่องทำงในกำร แก้ไขข้อบกพร่องของเด็กแหล่งข้อมูลที่หลำกหลำยจะสำมำรถสะท้อนให้ครูมองเห็นปัญหำของเด็กที่แท้จริง ได้ เช่น ข้อมูลเด็กเป็นรำยบุคคลสนทนำซักถำมเยี่ยมบ้ำนสัมภำษณ์ผู้ปกครองและเพื่อนบ้ำน สังเกต พฤติกรรมเด็กเป็นรำยบุคคลต่ำงวันเวลำ ต่ำงสถำนกำรณ์ ขั้นที่ ๓ แสวงหำวิธีกำรใหม่หลักส ำคัญในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ในปัจจุบันมุ่งเน้น กำรบูรณำ กำร และยึดเด็กเป็นส ำคัญ ฉะนั้น ครูจ ำเป็นต้องแสวงหำควำมรู้ให้ทันต่อควำมเคลื่อนไหวหำเทคนิคกำรจัด


ประสบกำรณ์ที่หลำกหลำยใช้สื่อใกล้ตัวเรียนรู้จำกนวัตกรรมที่มีผู้ท ำมำแล้วเลือกหำวิธีกำรง่ำยๆ ท้ำทำยให้ คิดและอยำกท ำ กำรจัดกิจกรรมประจ ำวัน ยึดแนวทำงกำรจัดกิจกรรมตำมสำระกำรเรียนรู้ที่ก ำหนด โดยแบ่งเป็น หน่วยกำรเรียนรู้หน่วยละ ๑ สัปดำห์ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ดังนี้ ๑. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่ำงๆของร่ำงกำย อย่ำงอิสระตำมจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง ค ำคล้องจองเพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนำกำรควำมคิดสร้ำงสรรค์ (เวลำประมำณ ๒๐ นำที) จุดประสงค์ ๑. พัฒนำอวัยวะทุกส่วนให้มีควำมสัมพันธ์ในขณะเคลื่อนไหว ๒. ให้เกิดควำมสนุกสนำน ผ่อนคลำยควำมตรึงเครียดทั้งร่ำงกำยและจิตใจ ๓. เพื่อให้เกิดควำมซำบซึ้งและมีสุนทรียภำพในกำรเคลื่อนไหวตำมจังหวะ ๔. ฝึกให้เกิดทักษะในกำรฟังดนตรี หรือจังหวะต่ำงๆ ๕. พัฒนำภำษำ ฝึกฟังค ำสั่ง ข้อตกลงและปฏิบัติตำมได้ ๖. ฝึกควำมจ ำและเสริมสร้ำงประสบกำรณ์ ๗. พัฒนำด้ำนสังคม กำรปรับตัวและควำมร่วมมือในกลุ่ม ๘. ส่งเสริมกำรกล้ำแสดงออก ควำมเชื่อมั่นในตนเอง และควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ ๙. ฝึกกำรเป็นผู้น ำและผู้ตำมที่ดี ขอบข่ายกิจกรรม ๑. กำรเคลื่อนไหวพื้นฐำน ได้แก่กำรเคลื่อนไหวตำมธรรมชำติของเด็ก ๒. กำรเคลื่อนไหวตำมบทเพลง ได้แก่ กำรเคลื่อนไหวหรือท ำท่ำทำงประกอบเพลง ๓. กำรท ำท่ำกำยบริหำรประกอบเพลง ได้แก่ กำรท ำท่ำทำงกำยบริหำรตำมจังหวะและ ท ำนองเพลงหรือค ำคล้องจอง ๔. กำรเล่นหรือแสดงท่ำทำงตำมค ำบรรยำย เรื่องรำว ได้แก่ กำรเคลื่อนไหวหรือแสดงท่ำทำง ตำมจินตนำกำรจำกเรื่องรำวหรือค ำบรรยำย ๕. กำรเล่นเลียนแบบ ได้แก่ กำรเล่นที่สมมติให้เด็กเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งอำจเคลื่อนที่หรืออยู่ กับที่ก็ได้ ๖. กำรปฏิบัติตำมค ำสั่งหรือข้อตกลง ได้แก่ กำรเคลื่อนไหวหรือท ำท่ำทำงตำมสัญญำหรือ ค ำสั่งตำมที่ตกลงกันไว้ก่อนท ำกิจกรรม ๗. กำรท ำท่ำทำงเป็นผู้น ำ ผู้ตำม ได้แก่ กำรเคลื่อนไหวหรือท ำท่ำทำงจำกควำมคิดสร้ำงสรรค์ ของเด็กเองแล้วให้เพื่อนปฏิบัติตำม ๘. กำรเคลื่อนไหวเชิงสร้ำงสรรค์ ได้แก่ กำรเคลื่อนไหวที่เด็กคิดสร้ำงสรรค์ท่ำทำงขึ้นเอง หรือกำรเคลื่อนไหวโดยใช้อุปกรณ์ประกอบกำรฝึก


วิธีด าเนินกิจกรรม ๑. เริ่มจำกกำรเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ วิธีกำรไม่ยุ่งยำก ๒. กรณีเด็กไม่เข้ำร่วมกิจกรรม ครูไม่ควรบังคับ ควรให้เวลำและโน้มน้ำวให้เด็กเกิดควำม สนใจโดยควำมสมัครใจ ๓. สร้ำงบรรยำกำศอย่ำงอิสระ ให้เด็กเกิดควำมรู้สึกสบำยและสนุกสนำน ๔. ให้เด็กมีโอกำสเคลื่อนไหวเป็นรำยบุคคล เป็นคู่ เป็นกลุ่ม ๕. หลังเด็กได้ออกก ำลังกำยควรให้เด็กได้ผ่อนคลำย ด้วยกำรพัก นอน หรือฟังเพลงช้ำๆ เบำๆ แนวการประเมิน ๑. สังเกตกำรเคลื่อนไหวส่วนต่ำงๆของร่ำงกำย ๒. สังเกตกำรท ำท่ำทำงแปลกใหม่ไม่ซ้ ำกัน ๓. สังเกตกำรณ์ท ำท่ำทำงตำมค ำสั่งและข้อตกลง ๔. สังเกตกำรณ์แสดงออก ๕. สังเกตควำมสนใจในกำรเข้ำร่วมกิจกรรม ข้อเสนอแนะ ๑. ควรเริ่มจำกกำรเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ วิธีกำรไม่ยุ่งยำก ๒. กรณีเด็กไม่เข้ำร่วมกิจกรรม ครูไม่ควรบังคับ ควรให้เวลำและโน้มน้ำวให้เด็กเกิดควำม สนใจโดยควำมสมัครใจ ๓. ควรสร้ำงบรรยำกำศอย่ำงอิสระ ให้เด็กเกิดควำมรู้สึกสบำยและสนุกสนำน ๔. ให้เด็กมีโอกำสเคลื่อนไหวเป็นรำยบุคคล เป็นคู่ เป็นกลุ่ม ๕. หลังเด็กได้ออกก ำลังกำยควรให้เด็กได้ผ่อนคลำย ด้วยกำรพัก นอน หรือฟังเพลงช้ำๆ เบำๆ ๒. กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทำงอำรมณ์ ควำมรู้สึก ควำมคิด ริเริ่มสร้ำงสรรค์ และจินตนำกำรโดยใช้ศิลปะ หรือวิธีอื่นที่เด็กได้คิดสร้ำงสรรค์และเหมำะกับพัฒนำกำรเด็ก เวลำประมำณ ๓๐ นำที จุดประสงค์ ๑. ส่งเสริมควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์และจินตนำกำร ๒. ให้เกิดควำมสนุกสนำน เพลิดเพลิน ผ่อนคลำยควำมเครียด ๓. ส่งเสริมกำรใช้กล้ำมเนื้อมือ และพัฒนำประสำนสัมพันธ์ระหว่ำงมือกับตำ ๔. ส่งเสริมพัฒนำกำรทำงภำษำ ๕. ฝึกทักษะกำรสังเกต กำรคิด และกำรแก้ปัญหำ ๖. ส่งเสริมกำรแสดงออก และมีควำมมั่นใจในตนเอง ๗. ส่งเสริมให้เกิดควำมรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น


๘. ส่งเสริมกำรปรับตัวในกำรท ำงำนร่วมกับผู้อื่น ๙. ส่งเสริมคุณธรรมในด้ำนควำมอดทน กำรรอคอย ควำมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ควำมรับผิดชอบ และควำมมีวินัยในตนเอง ขอบข่ายกิจกรรม ๑. กำรวำดภำพและระบำยสี ได้แก่ กำรวำดภำพด้วยสีเทียนหรือสีไม้ กำรวำดภำพด้วยสีน้ ำ และกำรละเลงสีด้วยนิ้วมือ ๒. กำรเล่นกับสีน้ ำ ได้แก่ กำรป่ำสี กำรหยดสี กำรเทสี กำรกลิ้งสี ๓. กำรพิมพ์ภำพ ได้แก่ กำรพิมพ์ภำพด้วยส่วนต่ำงๆของร่ำงกำยกำรพิมพ์ภำพด้วยวัสดุ ๔. กำรปั้น(ดินเหนียว,ดินน้ ำมัน,แป้งโด,กระดำษ ฯลฯ) ๕. กำรพับ ฉีก ตัด ปะ ได้แก่ กำรพับอย่ำงง่ำย กำรฉีกปะ กำรตัดปะ ๖. กำรประดิษฐ์ ได้แก่ ประดิษฐ์เศษวัสดุต่ำงๆ กำรร้อย กำรสำน วิธีด าเนินกิจกรรม ๑. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม พยำยำมใช้วัสดุในท้องถิ่นก่อนเสมอ ๒. ก่อนท ำกิจกรรมต้องอธิบำยวิธีใช้วัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งสำธิตให้เข้ำใจ ๓. ขณะเด็กท ำกิจกรรมครูต้องคอยดูแล ชี้แนะให้ค ำปรึกษำเมื่อเด็กต้องกำรและกระตุ้นให้ เด็กรู้จักคิดแก้ปัญหำ ๔. เมื่อท ำงำนเสร็จหรือหมดเวลำต้องให้เด็กเก็บของเข้ำที่ ท ำควำมสะอำดให้เรียบร้อยทุก ครั้ง ๕. ให้เด็กได้เล่ำ/อธิบำยผลงำนและครูควรบันทึกเรื่องที่เล่ำ วันที่ก ำกับไว้ด้วย แนวการประเมิน ๑. สังเกต กำรควบคุมกล้ำมเนื้อใหญ่ กล้ำมเนื้อเล็ก และกำรประสำทสัมผัส ๒. สังเกตพฤติกรรม กำรแสดงออกขณะท ำกิจกรรม เช่น ควำมสุข ควำมร่ำเริงแจ่มใส ควำม มั่นใจ ควำมรับผิดชอบ ควำมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ควำมเสียสละ ๓. สังเกต กำรปรับตัวระหว่ำงท ำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ๔. สังเกตผลงำนว่ำมีพัฒนำกำรเหมำะสมกับวัย มีควำมแปลกใหม่ และมีรำยละเอียด กว่ำเดิมหรือไม่ ๕. สังเกตกำรใช้ภำษำขณะเด็กท ำกิจกรรมหรือเล่ำเกี่ยวกับผลงำนของตน ข้อเสนอแนะ ๑. ควรเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม พยำยำมใช้วัสดุในท้องถิ่นก่อนเสมอ ๒. ก่อนท ำกิจกรรมต้องอธิบำยวิธีใช้วัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งสำธิตให้เข้ำใจ ๓. ขณะเด็กท ำกิจกรรมครูต้องคอยดูแล ชี้แนะให้ค ำปรึกษำเมื่อเด็กต้องกำรและกระตุ้นให้ เด็กรู้จักคิดแก้ปัญหำ


๔. เมื่อท ำงำนเสร็จหรือหมดเวลำต้องให้เด็กเก็บของเข้ำที่ ท ำควำมสะอำดให้เรียบร้อยทุก ครั้ง ๕. ให้เด็กได้เล่ำ/อธิบำยผลงำนและครูควรบันทึกเรื่องที่เล่ำ วันที่ก ำกับไว้ด้วย ๓. กิจกรรมเสรี/การเล่นตามมุม เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกำสให้เด็กเล่นอิสระตำมมุมเล่นหรือมุม ประสบกำรณ์ที่จัดไว้ในห้องเรียน มุมต่ำงๆเด็กมีโอกำสเลือกเล่นอย่ำงเสรีตำมควำมสนใจและควำมต้องกำร ของเด็กทั้งเป็นรำยบุคคลและเป็นกลุ่มเวลำประมำณ ๓๐ นำที(ควรจัดให้มีไม่น้อยกว่ำ ๔ มุมประสบกำรณ์) จุดประสงค์ ๑. ส่งเสริมพัฒนำกำรด้ำนกล้ำมเนื้อใหญ่ กล้ำมเนื้อเล็ก และกำรประสำนสัมพันธ์ระหว่ำงมือ กับตำ ๒. ส่งเสริมพัฒนำกำรด้ำนภำษำ ๓. ส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักกำรอ่ำน ๔. ส่งเสริมให้เด็กพัฒนำควำมคิดสร้ำงสรรค์และจินตนำกำร ๕. ส่งเสริมให้เด็กเกิดกำรเรียนรู้ด้วยตนเองจำกกำรส ำรวจ กำรสังเกตและกำรทดลอง ๖. ส่งเสริมให้เด็กรู้จักปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักรอคอย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และให้อภัย ๗. ส่งเสริมให้มีทักษะพื้นฐำนทำงคณิตศำสตร์ ๘. เพื่อฝึกให้เด็กเป็นคนมีระเบียบวินัย รับผิดชอบในกำรท ำงำน ๙. ส่งเสริมกำรคิดแก้ปัญหำ กำรคิดอย่ำงมีเหตุผลเหมำะสมกับวัย ๑๐. ส่งเสริมให้เด็กรู้จักคิด วำงแผน และตัดสินใจในกำรท ำกิจกรรม ขอบข่ายกิจกรรม ๑. กำรเล่นบทบำทสมมติและเล่นเลียนแบบในมุมประสบกำรณ์ เช่นมุมบ้ำน มุมหมอ ๒. กำรอ่ำนหรือกำรดูภำพในมุมหนังสือ ๓. กำรสังเกตหรือทดลองในมุมวิทยำศำสตร์หรือมุมธรรมชำติ ๔. กำรเล่นสร้ำง ต่อ ในมุมบล็อก ๕. กำรเล่นและฝึกทักษะในมุมเกมกำรศึกษำ มุมเครื่องเล่นสัมผัส วิธีด าเนินกิจกรรม ๑. แนะน ำมุมเล่นใหม่ให้เด็กรู้จัก เสนอแนะวิธีใช้ของเล่น ๒. เด็กและครูร่วมกันสร้ำงข้อตกลงเกี่ยวกับกำรเล่น ไม่น ำของเล่นแต่ละมุมมำเล่นปนกัน เก็บของเข้ำที่ทุกครั้งเมื่อเล่นเสร็จหรือเปลี่ยนของเล่น ให้สัญญำณก่อนหมดเวลำ ๓. เปิดโอกำสให้เด็กได้คิด วำงแผน ตัดสินใจเลือกเล่นอย่ำงอิสระ


แนวการประเมิน ๑. สังเกตพฤติกรรมกำรเล่น ๒. สังเกตกำรณ์ปรับตัวขณะเล่นร่วมกับผู้อื่น ๓. สังเกตควำมสนใจในกำรเล่น ๔. สังเกตกำรใช้ภำษำสื่อสำรกับเพื่อน และครู ๕. สังเกตควำมรับผิดชอบในกำรจัดเก็บของเล่น ข้อเสนอแนะ ๑. แนะน ำมุมเล่นใหม่ให้เด็กรู้จัก เสนอแนะวิธีใช้ของเล่น ๒. เด็กและครูร่วมกันสร้ำงข้อตกลงเกี่ยวกับกำรเล่น ไม่น ำของเล่นแต่ละมุมมำเล่นปนกัน เก็บของเข้ำที่ทุกครั้งเมื่อเล่นเสร็จหรือเปลี่ยนของเล่น ให้สัญญำณก่อนหมดเวลำ ๓. เปิดโอกำสให้เด็กได้คิด วำงแผน ตัดสินใจเลือกเล่นอย่ำงอิสระ ๔. กิจกรรมเสริมประสบการณ์/กิจกรรมในวงกลม เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนำทักษะ กำรเรียนรู้ ฝึกกำรท ำงำนและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มทั้งกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่กิจกรรมที่จัดมุ่งฝึกให้เด็กได้มี โอกำสได้ฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหำใช้เหตุผล และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดควำมคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่ เรียน (เวลำประมำณ ๒๐ นำที) จุดประสงค์ ๑. ส่งเสริมกำรใช้ภำษำในกำรฟัง พูด และถ่ำยทอดเรื่องรำว ๒. กล้ำแสดงควำมคิดเห็นและรับฟังควำมคิดเห็นผู้อื่น ๓. ฝึกมำรยำทในกำรฟัง พูด ๔. รู้จักแสวงหำควำมรู้ เกิดกำรเรียนรู้จำกกำรค้นพบด้วยตนเอง ๕. ส่งเสริมกำรเรียนรู้และทักษะพื้นฐำน ๖. ปลูกฝังให้มีคุณธรรม จริยธรรม ๗. รู้จักปรับตัวในกำรเล่น และท ำงำนร่วมกับผู้อื่น ขอบข่ายกิจกรรม ยึดหลักกำรจัดประสบกำรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเด็กไปสู่สิ่งที่อยู่ไกลตัว ค ำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกำล วันส ำคัญ และฤดูกำล ได้แก่ เรื่องรำวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องรำวเกี่ยวกับ บุคคลและสถำนที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชำติรอบตัว และสิ่งต่ำงๆรอบตัว กำรด ำเนินกิจกรรมมี ๓ ขั้นตอนคือ ๑. ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน เป็นกำรเตรียมเด็กให้พร้อมและกระตุ้นให้เด็กสนใจที่จะร่วมกิจกรรม ใช้เวลำสั้นๆ ได้แก่ กำรร้องเพลง ค ำคล้องจอง ปริศนำค ำทำย ท่ำใบ้ ฯลฯ


๒. ขั้นสอน เป็นกำรจัดกิจกรรมที่ต้องกำรให้เด็กได้รับควำมรู้ ประสบกำรณ์ และทักษะ กระบวนกำรต่ำงๆที่หลำกหลำย เช่น สนทนำ สำธิต ทดลอง ศึกษำแหล่งเรียนรู้ ๓. ขั้นสรุป เป็นกำรสรุปสิ่งต่ำงๆที่เรียนไปทั้งหมดให้เด็กเข้ำใจดียิ่งขึ้น กำรสรุปอำจใช้ค ำถำม กำรร้องเพลง ค ำคล้องจอง หรือเกม วิธีด าเนินกิจกรรม ๑. กิจกรรมให้เด็กได้รับประสบกำรณ์ตรงและมีโอกำสค้นพบด้วยตนเองให้มำกที่สุด ๒. ครูยอมรับควำมคิดที่หลำกหลำยของเด็ก ๓. เปิดโอกำสให้เด็กได้ฝึกคิด และแสดงออก ๔. ใช้ค ำถำมปลำยเปิดเพื่อชวนให้เด็กคิด และให้เวลำเด็กได้คิดหำค ำตอบ ๕. ระยะเวลำสำมำรถยืดหยุ่นได้ตำมควำมสนใจของเด็ก แนวการประเมิน ๑. สังเกตกำรสนทนำ ซักถำม ตอบค ำถำม และแสดงข้อคิดเห็น ๒. สังเกตกำรณ์ปฏิบัติตนขณะร่วมกิจกรรม ๓. สังเกตควำมสนใจขณะท ำกิจกรรม ๔. สังเกตกำรกล้ำแสดงออก ข้อเสนอแนะ ๑. กิจกรรมควรให้เด็กได้รับประสบกำรณ์ตรงและมีโอกำสค้นพบด้วยตนเองให้มำกที่สุด ๒. ครูควรยอมรับควำมคิดที่หลำกหลำยของเด็ก ๓. เปิดโอกำสให้เด็กได้ฝึกคิด และแสดงออก ๔. ควรใช้ค ำถำมปลำยเปิดเพื่อชวนให้เด็กคิด และให้เวลำเด็กได้คิดหำค ำตอบ ๕.ระยะเวลำสำมำรถยืดหยุ่นได้ตำมควำมสนใจของเด็ก ๕. กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้มีโอกำสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อออกก ำลัง เคลื่อนไหวร่ำงกำย และแสดงออกอย่ำงอิสระโดยยึดควำมสนในและควำมสำมำรถของเด็กเป็นรำยบุคคล เป็นหลัก(เวลำประมำณ ๓๐ นำที) จุดประสงค์ ๑. พัฒนำกล้ำมเนื้อใหญ่ กล้ำมเนื้อเล็ก และกำรประสำนสัมพันธ์ของอวัยวะต่ำงๆ ๒. ส่งเสริมให้มีร่ำงกำยแข็งแรง สุขภำพดี ๓. ส่งเสริมให้เกิดควำมสนุกสนำน ผ่อนคลำยควำมเครียด ๔. รู้จักปรับตัว เล่นและท ำงำนร่วมกับผู้อื่น ๕. เรียนรู้กำรระวังรักษำควำมปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ๖. รู้จักกำรตัดสินใจและแก้ปัญหำด้วยตัวเอง ๗. ส่งเสริมให้มีควำมอยำกรู้อยำกเห็นสิ่งต่ำงๆที่แวดล้อมรอบตัว ๘. พัฒนำทักษะกำรเรียนรู้ต่ำงๆ เช่น กำรสังเกต กำรเปรียบเทียบ กำรจ ำแนก


ขอบข่ายกิจกรรม ๑. กำรเล่นน้ ำ ๒. กำรเล่นทรำย ๓. กำรเล่นเครื่องเล่นสนำม ๔. กำรเล่นเกมกำรละเล่น ๕. กำรเล่นอิสระในสนำม ๖. กำรเล่นอุปกรณ์กีฬำส ำหรับเด็ก ๗. กำรเล่นเครื่องเล่นที่มีล้อเลื่อนหรือลำกจูง วิธีด าเนินกิจกรรม ๑. ร่วมกันสร้ำงข้อตกลง/กติกำในกำรเล่น ๒. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และอยู่ในสภำพที่ปลอดภัย ๓. ขณะเด็กเล่นครูต้องคอยดูแลอย่ำงใกล้ชิดเพื่อดูแลควำมปลอดภัย ๔. คอยสังเกตพฤติกรรมกำรเล่นและให้ค ำชี้แนะในกรณีเล่นไม่ถูกต้อง ๕. ไม่ควรน ำกิจกรรมพลศึกษำส ำหรับเด็กประถมศึกษำมำเล่นเพรำะไม่เหมำะกับวัย ๖. หลังจำกเลิกเล่นควรให้เด็กได้พัก ไม่ควรรับประทำนอำหำรหรือดื่มน้ ำทันที ๗. ควรให้เด็กเก็บของเล่นให้เรียบร้อยหลังจำกเลิกเล่น ๘. ให้เด็กท ำควำมสะอำดร่ำงกำย เครื่องแต่งกำยให้สะอำดเรียบร้อย แนวการประเมิน ๑. สังเกตควำมสนใจในกำรเล่น ๒. สังเกตพฤติกรรมกำรเล่น กำรออกก ำลังกำย ๓. สังเกตกำรปรับตัวในกำรเล่นร่วมกับผู้อื่น ข้อเสนอแนะ ๑. ร่วมกันสร้ำงข้อตกลง/กติกำในกำรเล่น ๒. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และอยู่ในสภำพที่ปลอดภัย ๓. ขณะเด็กเล่นครูต้องคอยดูแลอย่ำงใกล้ชิดเพื่อดูแลควำมปลอดภัย ๔. คอยสังเกตพฤติกรรมกำรเล่นและให้ค ำชี้แนะในกรณีเล่นไม่ถูกต้อง ๕. ไม่ควรน ำกิจกรรมพลศึกษำส ำหรับเด็กประถมศึกษำมำเล่นเพรำะไม่เหมำะกับวัย ๖. หลังจำกเลิกเล่นควรให้เด็กได้พัก ไม่ควรรับประทำนอำหำรหรือดื่มน้ ำทันที ๗. ควรให้เด็กเก็บของเล่นให้เรียบร้อยหลังจำกเลิกเล่น ๘. ให้เด็กท ำควำมสะอำดร่ำงกำย เครื่องแต่งกำยให้สะอำดเรียบร้อย


๖. เกมการศึกษา เป็นเกมที่ช่วยพัฒนำสติปัญญำ มีกฎเกณฑ์กติกำง่ำยๆ เด็กสำมำรถเล่นได้คน เดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มได้ ช่วยให้เด็กรู้จักสังเกต คิดหำเหตุผลและเกิดควำมคิดรวบยอด(เวลำประมำณ ๑๕ นำที) จุดประสงค์ ๑. ส่งเสริมกำรสังเกต จ ำแนก เปรียบเทียบ ๒. ส่งเสริมกำรประสำนสัมพันธ์ระหว่ำงมือกับตำ ๓. ส่งเสริมกำรคิดหำเหตุผลและตัดสินใจแก้ปัญหำ ๔. ช่วยให้เกิดควำมคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนรู้ ๕. ปลูกฝังให้เด็กมีคุณธรรมต่ำงๆ เช่น ควำมรับผิดชอบ ควำมมีระเบียบวินัย ควำมซื่อสัตย์ ควำมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน ฯลฯ ขอบข่ายกิจกรรม ๑. กำรจับคู่ ได้แก่ จับคู่ภำพที่เหมือนกันหรือสิ่งเดียวกัน (จับคู่ภำพที่เหมือนกันทุกประกำร จับคู่ภำพกับเงำสิ่งเดียวกัน จับคู่ภำพโครงร่ำงของสิ่งเดียวกัน จับคู่ภำพที่ซ่อนอยู่ในภำพหลัก) จับคู่ภำพ สิ่งของที่เป็นประเภทเดียวกัน จับคู่ภำพสิ่งที่มีควำมหมำยสัมพันธ์กัน จับคู่ภำพสัมพันธ์แบบตรงกันข้ำม จับคู่ภำพส่วนเต็มกับภำพแยกส่วน จับคู่ภำพชิ้นส่วนที่หำยไป จับคู่ภำพที่ซ้อนกัน จับคู่ภำพที่สมมำตรกัน จับคู่แบบอุปมำอุปไมย จับคู่แบบอนุกรม ๒. กำรต่อภำพให้สมบูรณ์ ๓. กำรวำงภำพต่อปลำย(โดมิโน) ได้แก่ โดมิโนภำพเหมือน โดมิโนภำพสัมพันธ์ โดมิโนผสม ๔. กำรเรียงล ำดับ ได้แก่ เรียงล ำดับเหตุกำรณ์ต่อเนื่อง เรียงล ำดับตำมขนำด ควำมยำว ปริมำตร จ ำนวน ฯลฯ ๕. กำรจัดหมวดหมู่ ได้แก่ จัดหมวดหมู่ตำมสี ขนำด รูปร่ำง จ ำนวน ฯลฯ จัดหมวดหมู่ตำม รำยละเอียดของภำพ จัดหมวดหมู่ภำพกับสัญลักษณ์ จัดหมวดหมู่ภำพซ้อน ๖. กำรศึกษำรำยละเอียดของภำพ ๗. กำรจับคู่แบบตำรำงสัมพันธ์(เมตริกเกม) ๘. พื้นฐำนกำรบวก ๙. กำรหำควำมสัมพันธ์ตำมล ำดับที่ก ำหนด วิธีด าเนินกิจกรรม ๑. สอนกำรเล่นเกมในระยะแรกด้วยกำรสำธิตและอธิบำย ๒. ให้เด็กได้ลองเล่นเอง ทั้งคนเดียวและเป็นกลุ่ม ๓. ครูตรวจสอบควำมถูกต้องขณะที่เด็กเล่น ควรให้ข้อชี้แนะเมื่อเด็กเล่นไม่ถูก ๔. ให้เด็กได้เล่นเองตำมใจชอบ ๕. เมื่อเล่นเสร็จควรให้เด็กเก็บใส่ภำชนะที่บรรจุให้เรียบร้อยแล้วเก็บเข้ำที่ ๖. ให้เด็กมีโอกำสเล่นในช่วงกิจกรรมเสรีก็ได้


แนวการประเมิน ๑. สังเกตกำรเล่นเกม ๒. สังเกตพฤติกรรมขณะเล่นร่วมกันกับเพื่อน สังเกตควำมรับผิดชอบในกำรเก็บเกมเข้ำที่เมื่อเล่นเสร็จแล้ว ข้อเสนอแนะ ๑. สอนกำรเล่นเกมในระยะแรกด้วยกำรสำธิตและอธิบำย ๒. ให้เด็กได้ลองเล่นเอง ทั้งคนเดียวและเป็นกลุ่ม ๓. ครูตรวจสอบควำมถูกต้องขณะที่เด็กเล่น ควรให้ข้อชี้แนะเมื่อเด็กเล่นไม่ถูก ๔. ให้เด็กได้เล่นเองตำมใจชอบ ๕. เมื่อเล่นเสร็จควรให้เด็กเก็บใส่ภำชนะที่บรรจุให้เรียบร้อยแล้วเก็บเข้ำที่ ๖. ให้เด็กมีโอกำสเล่นในช่วงกิจกรรมเสรีก็ได้ คุณสมบัติของครูผู้สอนระดับปฐมวัย คุณสมบัติด้านคุณวุฒิ 1. จบกำรศึกษำทำงด้ำนกำรศึกษำปฐมวัยหรือจบกำรศึกษำสำขำอื่นและผ่ำนกำรอบรมควำมรู้ ด้ำนกำรศึกษำปฐมวัย ๒. มีควำมรู้ด้ำนจิตวิทยำเด็ก จิตวิทยำพัฒนำกำร โดยเข้ำใจพัฒนำกำรในแต่ละด้ำนอย่ำงแม่นย ำ ๓. มีควำมรู้ด้ำนหลักสูตรกำรศึกษำปฐมวัย และสำมำรถพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำได้ ๔. มีควำมรู้และควำมสำมำรถจัดกิจกรรมได้ตำมหลักกำรจัดกำรศึกษำปฐมวัย ๕. มีควำมรู้และพัฒนำสื่อส ำหรับเด็กปฐมวัยที่เหมำะสมกับกิจกรรมแต่ละกิจกรรมที่จัดให้กับเด็ก ๖. มีควำมรู้ด้ำนกำรประเมินพัฒนำกำรเด็กเป็นรำยบุคคล ๗. มีควำมรู้ด้ำนประกันคุณภำพกำรศึกษำปฐมวัย ๘. มีควำมรู้และท ำวิจัยในชั้นเรียนได้ สำมำรถน ำผลงำนวิจัยมำพัฒนำเด็กได้เป็นอย่ำงดี คุณลักษณะด้านความสามารถ 1. มีควำมสำมำรถในกำรวำงแผนกำรจัดประสบกำรณ์ กำรด ำเนินงำนในชั้นเรียนได้เป็นอย่ำงดีมี ประสิทธิภำพ ๒. มีควำมสำมำรถในกำรจัดบรรยำกำศ สภำพแวดล้อมที่อบอุ่น เอื้อต่อกำรพัฒนำกำรทุกด้ำน ๓. มีควำมสำมำรถในกำรจัดกิจกรรมได้หลำกหลำย โดยให้เด็กมีโอกำสเลือกตัดสินใจในกำร ปฏิบัติ ตำมควำมสนใจและควำมต้องกำรของเด็ก ๔.มีควำมสำมำรถในกำรจัดกิจกรรมโดยให้เด็กได้ฝึกกระบวนกำรคิด กำรเรียนรู้จำกกำรปฏิบัติ จริงตำมแนวกำรจัดประสบกำรณ์ของหลักสูตรกำรศึกษำปฐมวัย ๕. มีควำมสำมำรถในกำรเล่ำนิทำน กำรพูด กำรเตรียมเด็กให้พร้อม โดยใช้วิธีกำรต่ำงๆ ๖. มีควำมสำมำรถในกำรจัดกิจกรรมในรูปแบบบูรณำกำรให้เด็กได้เรียนรู้ผ่ำนกำรเล่นอย่ำงมี


ควำมสุข ๗. มีควำมสำมำรถในกำรปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่ำนิยมที่ดีงำม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ให้กับเด็กโดยผ่ำนกิจกรรมต่ำงๆ ๘. มีควำมสำมำรถในกำรจัดหำและผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดกำรเรียนรู้ได้เร็วตรงตำม จุดประสงค์ 9. มีควำมสำมำรถในกำรพัฒนำและน ำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมำประยุกต์ใช้กับกำรจัด ประสบกำรณ์ให้กับเด็กปฐมวัยได้อย่ำงเหมำะสม 10. มีควำมสำมำรถในกำรจัดกำรเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยอย่ำงเป็นระบบและหลำกหลำย เพื่อน ำผลไปประกอบกำรประเมินพัฒนำกำรเด็ก คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพ ๑. มีสุขภำพจิตดี อำรมณ์มั่นคง ใจเย็น ๒. ยิ้มแย้มแจ่มใส อบอุ่น เป็นมิตร ๓. มีกิริยำท่ำทำงสง่ำผ่ำเผย ใช้วำจำสุภำพ เรียบร้อย อ่อนโยน ๔. แต่งกำยสะอำด สุภำพ เรียบร้อย ๕. มีสุขภำพอนำมัยดี แข็งแรง ๖. มีวินัยในตนเอง มีลักษณะเป็นผู้น ำ ผู้ตำมที่ดี ๗. มีควำมกระตือรือร้น กระฉับกระเฉงในกำรท ำงำน คุณลักษณะด้านมนุษย์สัมพันธ์ ๑. ท ำงำนร่วมกับผู้อื่นได้ดี ปรับตัวเข้ำกับบุคคลทุกระดับได้อย่ำงเหมำะสม ๒. ยอมรับควำมคิดเห็นและควำมสำมำรถของผู้อื่น ๓. เข้ำใจควำมรู้สึกและควำมต้องกำรของผู้ปกครอง ๔. มีสัมพันธภำพที่ดีกับเด็ก ปฏิบัติต่อเด็กทุกคนอย่ำงเท่ำเทียมกัน และเป็นกันเองกับเด็ก ๕. มีสัมพันธภำพที่ดีต่อบุคคลหรือหน่วยงำนอื่น มองบุคคลอื่น มองโลกในแง่ดี ๖. มีศิลปะในกำรพูด ใช้ค ำพูดต่อเด็ก เพื่อนร่วมงำน ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไปได้เหมำะสมกับ สถำนกำรณ์ คุณลักษณะด้านอุดมการณ์ในวิชาชีพครู ๑. รักและศรัทธำต่ออำชีพครู ๒. อุทิศเวลำ ก ำลังกำย ก ำลังใจ และสติปัญญำให้กับงำนวิชำชีพครู ๓. มีควำมส ำนึกในหน้ำที่ของควำมเป็นครู ปฏิบัติงำนในหน้ำที่อย่ำงเต็มควำมสำมำรถ ๔. มีควำมภูมิใจในควำมเป็นครูปฐมวัย เป็นผู้วำงรำกฐำนที่ดีให้กับเด็กที่จะเติบโตเป็นพลเมืองที่มี คุณภำพ ๕. มีควำมมุ่งมั่นไม่ทอดทิ้ง และเบื่อหน่ำยต่อกำรสอน ๖. มีควำมเชื่อว่ำเด็กแตกต่ำงกัน กำรจัดประสบกำรณ์จึงเน้นเด็กเป็นส ำคัญ และช่วยพัฒนำเด็ก


ให้เต็มตำมศักยภำพ ๗.มีควำมใฝ่รู้ใฝ่เรียน ศึกษำหำควำมรู้อยู่เสมอเพื่อพัฒนำตนเอง ซึ่งจะบังเกิดผลกับเด็กและ เพื่อนครู คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม ๑. มีควำมเมตตำกรุณำ ซื่อสัตย์สุจริต ๒. มีควำมโอบอ้อมอำรี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีควำมขยันหมั่นเพียร ๓. มีควำมเชื่ออย่ำงมีเหตุผลไม่หลงงมงำย ๔. มีสติมั่นในกำรคิดและกำรท ำ ๕. มีควำมรับผิดชอบ ปฏิบัติตำมสิทธิและหน้ำที่ของพลเมืองดี ๖. มีควำมเป็นกัลป์ยำนมิตรกับเด็ก เพื่อนร่วมงำน ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไป ๗. แก้ปัญหำโดยใช้สติปัญญำของตนเอง ๘. ปฏิบัติตนในจรรยำบรรณวิชำชีพครู ๙. รักเด็ก เอำใจใส่ให้ควำมดูแล ช่วยเหลือเมื่อเด็กเกิดปัญหำ


ภาคผนวก กิจกรรมเพิ่มเติมตามแนวทางการจัดประสบการณ์


หน่วยการเรียนรู้หลักสูตรต้านทุจริต ระดับปฐมวัย ล าดับ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง จ านวน ชั่วโมง ๑. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑. ความหมายของของใช้ส่วนตนและของ ใช้ส่วนรวม ๒. การจ าแนกของใช้ส่วนตนและของใช้ ส่วนรวม ๓. การปฏิบัติตนในการใช้ของใช้ส่วนตน และของใช้ส่วนรวม ๓.๑ ของเล่น ๓.๒ การรับประทานอาหาร ๓.๓ การเข้าแถว ๓.๔ การเก็บของใช้ส่วนตน ๓.๕ การท างานที่ได้รับมอบหมาย ๓.๖ การแบ่งปัน ๓.๗ การแต่งกาย ๓.๘ การแปรงฟันและการใช้น้ า อย่างถูกวิธี ๓.๙ การใช้ห้องน้ าอย่างถูกวิธี ๔. ระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ ๑๔ ๒. ความละอายและความไม่ทนต่อ การทุจริต ๑. ความหมายของความละอายและ ความไม่ทนต่อการทุจริต ๒. การเก็บของเล่นให้เป็นระเบียบ ๓. ความละอายและไม่แย่งหรือขโมยอาหาร เพื่อน ๔. ความละอายและไม่แซงคิวผู้อื่น ๕. การใช้ของใช้ส่วนตนอย่างถูกวิธี ๖. ความละอายและไม่แย่งหรือขโมยของใช้ ผู้อื่น ๗. ความรับผิดชอบต่อการท างานที่ได้รับ มอบหมาย ๘. การไม่ลอกหรือไม่น าผลงานของคนอื่นมา เป็นของตนเอง ๙. ความหมายของการแบ่งปัน ๑๐. การแต่งกายด้วยตนเองและการไม่น าเอา เครื่องแต่งกายของผุ้อื่นมาเป็นของตนเอง ๑๑. ความหมายของกิจวัตรประจ าวัน ๑๒


ล าดับ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง จ านวน ชั่วโมง ๑๒. ข้อดีและข้อเสียของการปฏิบัติและ ไม่ปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน ๓. STRONG : จิตพอเพียงต้าน ทุจริต 1. Sufficient : ความหมายของความพอเพียง 2. Transparent : ความหมายของ ความโปร่งใส 3. Realise/Knowledge : ความหมายของ ความตื่นรู้และความรู้ 4. Onward : ความหมายของมุ่งไปข้างหน้า 5. Generosity : ความหมายของ ความเอื้ออาทร 6. ความหมายของการต้านทุจริต 7. การรับประทานอาหารที่สอดคล้องกับ STRONG 8. การช่วยเหลือเพื่อนที่สอดคล้องกับ STRONG ๙. การใช้กระดาษที่สอดคล้องกับ STRONG ๙ ๔. พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ๑. ความรับผิดชอบต่อตนเอง (การแปรงฟัน, การแต่งกาย,การเรียน) ๒. ความรับผิดชอบต่อสังคม (การตรงต่อเวลา, ท าความสะอาดในห้องเรียน) ๕ รวม ๔๐


กิจกรรมการจัดประสบการณ์ ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย หัวข้อกิจกรรม กิจกรรม ใบงานกิจกรรมหัวข้อน้ า ๑. เนินน้ า ๒. ความลับของสีด า ๓. ไหลแรงไหลค่อย ๔. หมุดลอยน้ า ๕. การละลายของน้ าตาล ๖. สนุกกับฟองสบู่ ๗. หลอดด าน้ า ๘. ตัวท าละลาย ๙. การกรองน้ า ๑๐.น้ า ทราย น้ ามัน ใบงานกิจกรรมอากาศ ๑. ปั๊มขวดและลิฟต์เทียน ๒. กักน้ าไว้ได้ ๓. ลูกโป่งพองโตและขวดบุบเองได้ ๔. เรื่อสะเทินน้ าสะเทินบกและจรวด ๕. สถานีเติมลม ๖. ระฆังด าน้ าจากขวดแลเครื่องเป่าฟองสบู่ ๗. ทอร์นาโดในขวด ๘. ลมอ่อน ๆ พัดผ่านห้อง ๙. งูเต้นระบ าและจรวดถุงชา ใบงานกิจกรรมหัวข้อก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ๑. ผงลึกลับ ๒. เมล็ดพืชเต้นระบ า ๓. ผลิตก๊าซฟองสบู่ ๔. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยดับไฟ ๕. ภูเขาไฟระเบิด ๖. อินดิเคเตอร์จากพืช ๗. การเผาไหม้ ๘. จรวดกล่องฟิล์ม ๙. น้ ามะนาวโซดาแสนอร่อย ๑๐.ลูกโป่งพองโต ๑๑.อัดลมและพ่นฟอง


หัวข้อกิจกรรม กิจกรรม ใบงานกิจกรรมหัวข้อไฟฟ้า ๑ ๑. ไฟฟ้าสถิต ๒. กระแสไฟฟ้า ๓. วงจรไฟฟ้า ใบงานกิจกรรมหัวข้อไฟฟ้า ๒ 1. ติดหนึบไม่ต้องใช้กาว 2. สนุกกับไฟฟ้าสถิต 3. หักเหน้ า 4. การแยกเกลือและพริกไทย 5. วงจรไฟฟ้า หลอดไฟส่องสว่าง 6. น าหรือไม่น าไฟฟ้า 7. เปิดปิด สวิตซ์มีหน้าที่อะไร ใบงานกิจกรรมหัวข้อแสงสี และการมองเห็น 1. เงาของตุ๊กตาทอดยาวเมื่อไร 2. ส่องกระจก 3. แสงสีขาวกับรุ้ง 4. กระจกภาพน่าพิศวง 5. การท างานของดวงตา 6. ภาพเคลื่อนไหวในแสงสีแดงและสีเขียว 7. สร้างอุปกรณ์ขยายภาพด้วยตนเอง 8. แสงเลี้ยวเบน 9. โลกของสีสันและลวดลายน่าพิศวง 10.ภาพเคลื่อนไหว 11.ลูกข่างหลากสี 12.แสงและภาพ ใบงานกิจกรรมหัวข้อคณิตศาสตร์ ๑. ท่วงท านองของตัวเลข ๒. พับหรือตัดก็ทับกันสนิท ๓. ดินน้ ามันสู่ยอดปราสาท ๔. ภาพที่ซ้ าไปมา ๕. กระจกเงาท าได้ทุกอย่าง ๖. รู้จักกับเหลี่ยมและมุม ๗. ฟองสบู่รูปสี่เหลี่ยมและวงกลม ๘. วาดด้วยวงเวียน ๙. สู่ชัยชนะด้วยมุมและด้าน ๑๐.ตัวเลขเกี่ยวกับชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ๑๑.การจัดหมวดหมู่ ๑๒.ปริมาณน้ าในแก้วเท่ากันหรือไม่


หัวข้อกิจกรรม กิจกรรม ใบงานกิจกรรมหัวข้อเสียง 1. พลังงานน้อยท าให้เกิดเสียงเบา 2. ยิ่งคลื่นเสียงอยู่ไกลเสียงที่ได้ยินก็จะเบา 3. ผ้าดูดซับและลดความดังของเสียงได้ 4. รับรู้การสั่น 5. การค้นพบเสียงจากวัตถุ 6. เสียงดังและเสียงเบา 7. การฟังทิศทาง 8. การฟังเสียงผ่านของแข็งและน้ า 9. การรวบรวมและค้นพบเสียง ใบงานกิจกรรมหัวข้อแม่เหล็ก 1. แม่เหล็กสามารถดูดสิ่งของอื่น ๆ ได้ 2. แม่เหล็กจะดูดติดวัสดุบางชนิดได้ 3. แม่เหล็กสามารถดูดสิ่งของอื่นได้แม้มีวัสดุ ขวางกั้น 4. แม่เหล็กไม่ดูดกันเท่านั้นแต่ยังผลักกัน ใบงานกิจกรรมหัวข้อน้ า (แบบใหม่) ๑. รู้จักน้ าด้วยประสาทสัมผัส ๒. น้ าเป็นของเหลว ๓. น้ าเป็นตัวท าละลาย ๔. กรองน้ าให้ใส ๕. การระเหยและการเป็นไอของน้ า ๖. ท าน้ าให้เป็นของแข็ง ๗. หยดน้ า ใบงานกิจกรรมหัวข้ออากาศ (แบบใหม่) 1. รู้จักอากาศด้วยประสาทสัมผัส 2. สร้างกระแสลม 3. อากาศมีตัวตน 4. อากาศมีแรงกระท า 5. สูดอากาศเข้าไปในปอด 6. อากาศร้อนอากาศเย็น 7. อากาศมีแรงกระท า ใบงานกิจกรรมหัวข้อน้ าและเทคโนโลยี 1. น้ าคือองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ 2. น้ าเกาะยึดเหมือนกาว 3. การกักเก็บน้ า 4. น้ ามีพลัง 5. ๑ วันในสระว่ายน้ า 6. ลอยน้ าได้หรือไม่ ๗. น้ าล้นน้ าท่วม ๘. น้ าจืดน้ าเค็ม


Click to View FlipBook Version