ฝ่ ายการก าลังพล นักปราชญ์การทหาร
หลักการและการจัดฝ่ ายอ านวยการ ไดก้า หนดหนา้ท ี ่ ในการวางแผน ตลอดจนหน่วยและเจา้หนา้ท ี ่ ในการ วางแผนไว้ในกรมฝ่ ายเสนาธิการ โดยจดัอตัราเจา้หนา้ท ี ่ วางแผนไว้ โดยแน่ชัด หน่วยระดับรองลงไป เช่น กองทัพภาค กองพล และ กรม กม ็ีฝ่ายอา นวยการเป็ นเจา้หนา้ท ี ่ ในการวางแผนอย ู่ทุกระดับ จง ึ เป็ นสิ่ งจา เป็ นท ี ่ จะตอ้งทราบหลกัการโดยทวั่ ไปของฝ่ายอ านวยการ เพอ ื ่ ประโยชนใ์ นการปฏบิตัิงาน พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ ทบ.,กห. พ.ศ. 2513
การบ ั งคบ ั บ ั ญชาและการควบค ุ ม เป็ นการปฏิบัติ ๒ ลักษณะ คือ…. ๑. การบังคับบัญชา( COMMAND ) ๒.การควบค ุ ม ( CONTROL )
การบังคับบัญชา * เป็ นการด าเนินการซึ่งท าให้ความปรารถนา และเจตนารมณ ์ ของผ ้ ู บ ั งคบ ั บ ั ญชาถ ู กส ่ งไปยง ั หน่วยรองทั้งหลาย
การบังคับบัญชา การบังคับบัญชา คือ อ านาจที่ถูกต้องตามกฎหมายที่มอบให้แก่ ผู้บังคับบัญชาเพื่อ 1.สั่งการต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตน โดยใช้ ยศ และต าแหน่ง เป็ นสิ่งก าหนด 2. ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพให้ปฏิบัติภารกิจที่ ได้รับมอบจนส าเร็จ 3. รับผิดชอบในเรื่องส ุขภาพ สวัสดิการ ขวัญ วินัย การฝึ ก และประสิทธิภาพการรบของก าลังพลในหน่วย ทั้งที่เป็ นหน่วยในอัตรา บรรจุมอบ และหน่วยที่มาขึ้นสมทบ
การควบค ุ ม….. เป็ นการด าเนินการ ซึ่งท าให้การปฏิบัติของหน่วยรองต่าง ๆ ทไี ่ ม ่ เป็ นไปตามความต ้ องการของผ ้ ู บ ั งคบ ั บ ั ญชา ถ ู กบ ่ งช ี ้ และแก้ไขให้เป็ นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความล้มเหลว
ระบบการบ ั งคบ ั บ ั ญชาและการควบค ุ ม แบ่งหน้าที่ออกเป็ น ๓ ประการ คือ.. ๑.การวางแผนการรบ ๒.การปฏิบัติการรบ ๓.การด ารงสภาพการรบ
ความมีประสิทธิภาพในการบังคับบัญชานั้น วัดได้จาก การที่หน่วยสามารถสนองตอบเจตนารมณ์ ของ ผบ. ได้มากน้อยเพียงใด
ความสัมพันธ์ทางสายการบังคับบัญชา ความร ั บผ ิ ดชอบ และอา นาจหน ้ าทท ี ่ างสายการบง ั ค ั บ บญ ั ชาจะถ ู กกา หนดข ึ น ้ ตามล ั กษณะของความส ั มพน ั ธกับ์ หน ่ วยตา ่ ง ๆ ดง ั น ี ้ 1. หน่วยในอัตรา 2. หน่วยบรรจุมอบ 3. หน่วยขึ้นสมทบ 4. หน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ
1. หน่วยในอัตรา ( Organic ) เป็ นการก าหนดให้หน่วยเป็ นส่วนประกอบส าคัญ ในการจัดตั้งหน่วยทหาร และได้รับการบรรจุใน อัตราการจัดยุทโธปกรณ์ (อจย.) หรืออัตรา เฉพาะกิจ (อฉก.)
2. หน่วยบรรจุมอบ ( Assigned ) เป็ นการกา หนดให ้ หน ่ วยใดหน ่ วยหน ึ ่ ง ไปอยู่ใน องค ์ประกอบการจ ั ดของอ ี กหน ่ วยหน ึ ่ งในลักษณะถาวร หน่วยรับการบรรจุมอบ จะควบคุมและด าเนินการด้าน ธุรการให้หน่วยบรรจุมอบ ซ ึ ่ งหน ่ วยบรรจม ุ อบจะมี ภารกิจหล ั ก หร ื อหน ้ าท ี ่ ส ่ วนใหญ ่ สน ั บสนน ุ หน ่วยรับ บรรจุ
3. หน่วยขึ้นสมทบ ( Attached ) เป็ นการกา หนดให ้ หน ่ วย ๆ หน ึ ่ งเข ้ าไปอยู่ใน องค ์ประกอบการจ ั ดของอ ี กหน ่ วยหน ึ ่ งในลักษณะ ช ั ่ วคราว ผ ู บ ้ ง ั ค ั บหน ่ วยท ี ่ ร ั บการสมทบมีอ านาจ บังคับบัญชา และต้องรับผิดชอบต่อหน่วยขึ้น สมทบ เช่นเดียว กับหน่วยในอัตราของตน ยกเว้น .......
3. หน่วยขึ้นสมทบ ( Attached ) ต่อ ยกเว้น เรื่องอ านาจหน้าที่ทางธ ุรการ ก าลังพล ได้แก่ การเลื่อนยศ, ปลด, ย้าย, สับเปลี่ยนต าแหน่ง ซึ่งยังคงเป็ นของผู้บังคับ หน่วยเดิมที่หน่วยขึ้นสมทบนั้นบรรจุมอบอยู่แต่ แรก โดยในค าสั่งการสมทบควรระบุความ รับผิดชอบในทางธ ุรการและการสนับสนุนของ หน่วยรับการสมทบที่มีต่อหน่วยขึ้นสมทบให้ ชัดเจนด้วย
4. หน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ ( Operational Control, OPCON ) เป็ นการจ ั ดหน ่ วย ๆ หน ึ ่ ง ให ้ไปข ้ ึ นก ั บผ ู บังคับบัญชา ้ ของอ ี กหน ่ วยหน ึ ่ ง เพอ ื ่ ใช ้ปฏิบต ัิงานให ้บรรลุภารกิจ มีลักษณะเช่นเดียวกับการขึ้นสมทบแต่การขึ้นควบคุม ทางยุทธการมิได้รวมถึงความรับผิดชอบงานธุรการ, การส่งก า ลังบ ารุง,การรักษาวินัย, การจัดภายใน และการฝึ ก
วามสัมพันธ์ทางการสนับสนุน (Support Relationships) ค เป็ นการก าหนดความรับผิดชอบ และความสัมพันธ์ระหว่าง หน่วยรับการสนับสนุนและหน่วยให้การสนับสนุน ความ รับผิดชอบทางการบังคับบัญชาและการสนับสนุนการ ส ่ งกา ล ั งบา ร ุ ง รวมถง ึ อา นาจหน ้ าท ี ่ การเปล ี ่ ยนแปลงการจัดหรือ บรรจ ุ มอบ ย ั งขน ึ ้ อย ู ่ ก ั บหน ่ วยแม ่ ของตน ซง ึ ่ ความส ั มพนธ์ทางการ ั สนับสนุน มี ๓ ลักษณะ ด ั งน ี ้
เมอ ื ่ หน ่ วยมห ี น ้ าท ี ่ สน ั บสนน ุ โดยตรงแก ่ หน ่ วยใดหน ่ วยหน ึ ่ ง แล้วจะต้องมอบความเร่งด่วนในการสนับสนุนให้กับหน่วยนั้น ๆ เป็ นล าดับแรก หน่วยรับการสนับสนุนจะขอรับการสนับสนุน โดยตรงก ั บหน ่ วยท ี ่ให ้ การสน ั บสนน ุ ซ ึ ่ งตามปกติหน ่ วยท ี ่ให ้ การ สนับสนุนโดยตรงนี้จะจัด นตต. และจ ั ดต ั ้ งการส ื ่ อสารไปให้ หน ่ วยท ี ่ ร ั บการสน ั บสนน ุ ไมส ่ ามารถแบง ่ ส ั บเปล ี ่ ยน หรือ เปล ี ่ ยนแปลง การจ ั ดหน ่ วยท ี ่ มาสน ั บสนน ุ โดยตรงแก ่ ตนได้ 1.การสนับสนุนโดยตรง (Direct Support )
เมอ ื ่ หน ่ วยมห ี น ้ าท ี ่ให ้ การสน ั บสนน ุ ส ่วนรวมแล้ว หน ่ วยท ี ่ให ้ การสน ั บสนน ุ จะทา การสน ั บสนน ุ ต่อก าลัง ทั้งหมด หน ่ วยรองของหน ่ วยท ี ่ ร ั บการสน ั บสนุน เมอ ื ่ ต ้ องการการสน ั บสนน ุ จะต ้ องดา เนินการผ่าน หน่วยเหนือของตนเอง 2.การสนับสนุนส่วนรวม
เป็ นการปฏิบัติทั้งการสนับสนุนโดยตรง และสนับสนุนส่วนรวมของหน ่ วย ๆ หน ึ ่ ง ในเวลาเดียวกัน 3.การสนับสนุนท ั ่ วไป
หน ้ าท ี ่ และ ความรับผิดชอบ ของฝ่ ายอ านวยการ
หน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ ายอ านวยการ หน้าที่หลัก ๓ ประการ วางแผน ประสานงาน กา กบ ั ด ู แล
❑ งานในหน้าที่ร่วม 5 ประการ ❑ งานในหน้าที่เฉพาะ งานในหน้าที่ของฝ่ ายอ านวยการ
งานในหน้าที่ร่วมของฝ่ ายอ านวยการ หา/ให้ข่าวสาร ประมาณการ ให้ข้อเสนอแนะ จัดท าแผน/ค าสั่ง กา กบ ั ด ู แล การปฏิบัติ
หาและให้ข่าวสาร ฝ่ ายอ านวยการ จะรวบรวม จัดระเบียบ วิเคราะห์ ประเมิน และ ด าเนินการกระจายข่าวสารทไี ่ ด ้ ร ั บส ่ ู กองบ ั ญชาการ โดยฝ่ ายอ านวยการ จะต้องด าเนินกรรมวิธีต่อข่าวสารที่ได้รับอย่างรวดเร็ว แล้วคัดส่วนที่ ส าคัญ รายงานต่อ ผบ. วิธีการปฏิบัติ ของ ฝอ. ต่อการให้ข่าวสาร ๑. รวบรวมข่าวสารจากแหล่งข่าวทั้งปวง ( วางแผนรวบรวมเป็ นระบบ ) ๒. จัดระเบียบ / วิเคราะห์ข่าวสาร ในขอบเขตของงานในหน้าที่ของตน ๓. ด าเนินการกระจายข่าวสารทท ี ่ น ั สม ั ยล ่ าส ุ ด
ผบช. ไม่ควรต้องรับทราบข่าวสารมากมายเกินความจ าเป็ น ผบช. จะต้องทราบถึงข่าวสาร / การเปลี่ยนแปลง ที่มีผลต่อการตกลงใจ ฝอ. ต้องไม่มอบงานให้ จนท.หร ื อหน ่ วย หาข ้ อม ู ลข ่ าวสารที่ไม่มีความจ าเป็ น ฝอ. ต้องกระจายข่าวสารล ่ าส ุ ดให ้ ผบ. , หน่วยเหนือ , หน่อยรอง และ หน่วย ข้างเคียง โดยไม่ต้องรอการร้องขอ ฝอ. ต้องมีความเข้าใจถึงความต้องการด้านข่าว ของ ผ ้ ู บ ั งคบ ั หน ่ วยท ุ กหน่วย และ ของฝ่ ายอา นวยการท ุ กส ่ วน หาและให้ข่าวสาร
กระทา เพอ ื ่ ?? ✓ ให้ผู้บังคับบัญชาใช้ในการแสวงข้อตกลงใจ ✓ กระจายข ่ าวสารให ้ หน ่ วยได ้ ทราบโดยท ั ่ วถ ึ ง ✓ กระจายข่าวสารของหน่วยให ้ เจ ้ าหน ้ าท ี ่ อ ื ่ นได ้ ร ับทราบด้วย ✓ แลกเปล ี ่ ยนข ่ าวสารระหว ่ างหน่วยเหนือ หน่วยรอง หน่วยข้างเคียง และหน่วยสนับสนุน การหาและให้ข่าวสารของฝ่ ายอ านวยการ
ประมาณการ ฝอ.จัดท าประมาณการ เพ ื ่ อช ่ วยผ ้ ู บ ั งคบ ั บ ั ญชาในการตกลงใจ การประมาณการ ประกอบด้วย ข้อเท็จจริง ,เหต ุ การณ ์ ส าคญ ั ,ข ้ อสร ุ ป,ข้อเสนอแนะ ผบ. ใช้ข้อเสนอต่างๆของ ฝอ. ในการคัดเลือกหนทางปฏิบัติต่างๆ แผนต ่ างๆจะสมบ ู รณ ์ ข ึ น ้ อย ่ ู กบ ั การทา ประมาณการของ ฝอ. ตั้งแต่เนิ่นๆ / ต่อเนื่อง ความบกพร่องในการท าประมาณการ ของ ฝอ. มีผลต่อการก าหนดหนทางปฏิบัติ ผบ. จะน าเอาประมาณการของ ฝอ. ต่างๆ มาท าประมาณสถานการณ์ของตนเอง
ประมาณการ ใหไ้ ด ้ ข ้ อเสนอทด ี ่ ท ี ส ี ่ ุ ด เสนอแนะต่อ ผบ. - ฝอ.2 : หป.ข้าศึก+ผลกระทบของ พท.ปบ. - ฝอ.3 : หป.ฝ่ ายเรา - ฝอ.4/1/5 : แนวความคิดในการสนับสนุน ต่อ หป.ฝ่ ายเรา
การท าประมาณการของฝ่ ายอ านวยการ ✓ ฝ่ ายก าลังพล /สธ.1 ประมาณการก าลังพล ✓ ฝ่ ายการข่าว/สธ.2 ประมาณการขาวกรอง ✓ ฝ่ ายยุทธการ /สธ.3 ประมาณการยุทธ ✓ ฝ่ ายส่งก าลังบ ารุง /สธ.4 ประมาณการส่งก าลังบ ารุง ✓ ฝ่ ายกิจการพลเรือน/สธ.5 ประมาณการกจการพลเรือน หมายเหตุน าข ้ อม ู ลมาจากการวเ ิ คราะห ์ปั จจ ั ยการย ุ ทธ ์(METT – T )
ฝ่ ายอ านวยการประสานงาน และฝ่ ายกิจการพิเศษ ✓จ ั ดทา ประมาณการ ซ ึ ่ งครอบคลุมความ รับผิดชอบบางส่วน หรือทั้งหมดในสายงาน ของตนก็ได้ ✓การเสนอประมาณการอาจกระท า ด้วยวาจา เช่น การบรรยายสรุป หรือ กระท าเป็ นข้อเขียน
หัวข้อประมาณการก าลังพล, ส่งก าลังบ ารุง, กิจการพลเรือน 1. ภารกิจ 2. สถานการณ์และข้อพิจารณา ก. สถานการณ์ข่าวกรอง ข. สถานการณ์ยุทธวิธี ค. สถานการณ์ก าลังพล ง. สถานการณ์การส่งกาลังบ ารุง จ. สถานการณ์กิจการพลเรือน 3. การวิเคราะห์ 4. การเปรียบเทียบ 5. ข้อสรุป
5. ข้อสรุป ก. ในแง่ของ (ก าลังพล, ส่งก าลังบ ารุง, กิจการพลเรือน) สามารถสนับสนุนภารกิจได้ หรือไม่ ข. หนทางปฏิบัติใดสน ั บสนน ุ ได ้ ด ี ท ี ่ สด ุ ค. ปั ญหา และข้อขัดข้อง ด้าน (ก าลังพล, ส่งก าลังบ ารุง,กิจการพลเรือน) ง. ข้อเสนอการแก้ปั ญหา และข้อขัดข้อง รวมทั้งข้อเสนออ ื ่ น ๆ หัวข้อประมาณการก าลังพล, ส่งก าลังบ ารุง, กิจการพลเรือน
หัวข้อประมาณการข่าวกรอง (สธ.2) 1. ภารกิจ 2. สภาพพ้นืที่ปฏิบัติการ ก. ลมฟ้ าอากาศ ข. ภูมิประเทศ ค. คุณลักษณะอื่น ๆ 3. สถานการณ์ฝ่ ายตรงข้าม ก. การวางก าลัง ข. การประกอบก าลัง ค. ก าลัง (เผชิญหน้า , เพมิ่เติม , ทางอากาศ, นชค., อื่น ๆ) ง. การปฏิบัติส าคัญที่ผา่นมาและที่เป็นอยู่ปัจจุบัน จ. ลักษณะพิเศษและจุดอ่อน 4. ขีดความสามารถของฝ่ ายตรงข้าม ก. ระบุขีดความสามารถ (อะไร, เมื่อใด, ที่ไหน, ด้วยก าลังเท่าใด) ข. วิเคราะห์และอภิปราย 5. ข้อสรุป ก. ผลกระทบของพ้นืที่ปฏิบัติการที่มีต่อหนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา ข. หนทางปฏิบัติฝ่ ายตรงข้ามน่าจะน ามาใช้ ค. ความล่อแหลมของฝ่ ายตรงข้าม
หัวข้อประมาณการยุทธ์(สธ.3) หรือ ประมาณสถานการณ์ของ ผบ.หน่วย 1. ภารกิจ 2. สถานการณ์และหนทางปฏิบัติ ก. ข้อพิจารณาที่ กระทบกระเทือนต ่ อหนทางปฏิบัติ ข. ขีดความสามารถของฝ่ ายตรงข้าม ค. หนทางปฏิบัติของฝ่ ายเรา (อะไร, ที่ไหน, เมอื่ ใด, อย่างไร ,ท า ไม) 3. วิเคราะห์หนทางปฏิบัติของทั้งสองฝ่ าย 4. เปรียบเทียบหนทางปฏิบัติของฝ่ ายเรา 5. ข้อเสนอแนะ ( ถ้าเป็ นประมาณสถานการณ์ของ ผบ.หน่วย จะเป็ น “ ข้อตกลงใจ ” )
ภารกิจ จะอยู่ในรูปของการตอบค าถามว่า ใคร ,อะไร, ท ี ่ไหน, เมอ ื ่ ใด, ท า ไม ( 5 W ) ข้อเสนอ จะอยู่ในรูปของการตอบค าถามว่า อะไร, ท ี ่ไหน, เมอ ื ่ ใด, อย่างไร ,ท า ไม (4 w 1 H) ข้อตกลงใจ จะอยู่ในรูปของการตอบค าถามว่า ใคร , อะไร, ท ี ่ไหน, เมอ ื ่ ใด, อย่างไร ,ท า ไม ( 5 w 1 H ) ! หมายเหตุ !
การให้ข้อเสนอแนะ ฝอ.จัดท าข้อเสนอแนะเพ ื ่ อช ่ วย ผ ้ ู บ ั งคบ ั บ ั ญชาในการตกลงใจและก าหนดนโยบาย ฝอ. สามารถให้ข้อเสนอแนะแก่ ฝอ.อื่นๆ และ ผบ.หน่วยรอง ได้ ( ไม่ใช่สั่งการ ) ฝอ. ไม่มีอ านาจในการสั่งการแก่ ผบ.หน่วยรอง ฝอ. ให้ข้อเสนอแนะในลักษณะประมาณการหรือข้อพิจารณา เป็ นลายลักษณ์อักษร หรือด้วยวาจาก็ได้ ฝอ. เสนอหนทางปฏ ิ บ ั ต ิ ทด ี ่ ี ทส ี ่ ุ ดต ่ อ ผบ. อย่างตรงไปตรงมา และ ไม่มีอคติ ฝอ. ควรเสนอข้อเสนอแนะในลักษณะที่ ผบ. อน ุ ม ั ต ิ หร ื อไม ่ อน ุ ม ั ต ิ เท ่านั้น
หลักการให้ข้อเสนอแนะ ❑ เป็ นไปได้ ❑ ปฏิบัติได้ ❑ เสนอหนทางปฏิบต ัิท ี ่ ด ี ท ี ่ สด ุ ❑ บอกข้อดี – ข้อเสีย ของแต่ละหนทางปฏิบัติ
จัดท าแผน / ค าสั่ง ฝอ.น าข้อตกลงใจและแนวคิดของ ผบ.มาจัดท าแผน /ค าสั่ง, แจกจ่ายให้หน่วยปฏิบัติ ผบ. อาจมอบอ านาจให้ ฝอ.ออกแผนและคา ส ั ่ งได ้โดยไม ่ ต ้ องรออน ุ ม ั ตจ ิ ากตน นายทหารฝ่ ายอา นวยการผ ้ ู ใดผ ้ ู หน ึ ่ ง อาจได ้ ร ั บมอบหมายให ้ ร ั บผด ิ ชอบ ในการจัดท าและการพิมพ์แผนหรือค าสั่ง ของ ฝอ.อื่นๆ เป็ นส่วนรวม โดย ฝอ.อื่นๆ จะต ้ องเตร ี ยมข ้ อม ู ลทเ ี ่ กย ี ่ วข ้ องกบ ั สายงานของตนให ้ เร ี ยบร้อย
การท าแผนและค าสั่ง ✓ จัดท าในส่วนที่ตนเกี่ยวข้อง ✓ รวบรวมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตน ✓ ถ ู กต ้ องตามท ี ่ ผบ.ตกลงใจ (เจตนารมณ์ + แนวความคิดในการวางแผน)
แผนและค าสั่ง ✓แผน คือวิธีการ หรือล าดับงานที่ก าหนดไว้ล่วงหน้า ว่าจะให้ใคร ท าอะไร ที่ไหน เมื่อใด อย่างไรและท าไม จง ึ จะบรรลเ ุ ป้ าหมายทต ี ่ ้ องการ ✓ค าสั่ง คือ การแจ ้ งการปฏ ิ บ ั ตก ิ ารให ้ ผ ้ ู ปฏ ิบัติทราบด้วย วาจาหรือด้วยลายลักษณ์อักษรหรือด้วยสัญญาณอย่าง ใดอย่างหนึ่งก็ได้
แผน VS ค าสั่ง ข้อแตกต่าง ➢ คา ส ั ่ ง ต้องบ่งเวลาแน่นอน ส่วนแผน ใช้วัน ว. เวลา น. ➢ คา ส ั ่ งไม่มีสมมติฐาน
ประกอบด้วยหัวข้อหลัก 5 หัวข้อ 1. สถานการณ์ 2. ภารกิจ 3. การปฏิบัติ 4. การช่วยรบ 5. การบง ั ค ั บบญ ั ชาและการติดต ่ อส ื ่ อสาร หัวข้อแผน/คา ส ั ่ งย ุ ทธการ ( น ำข้อมูลจำกกำรจัดท ำกำรประมำณสถำนกำรณ์ )
หัวข้อแผน/คา ส ั ่ งการช ่ วยรบ หัวข้อแผน/คา สั่ งการช ่ วยรบ ฝอ.ที่ จัดทา 1. สถานการณ์ สธ.4 2. ภารกิจ สธ.4 3. กล่าวทั่วไป สธ.4 4. ยุทโธปกรณ์และการบริการ สธ.4 5. การส่งกลับสายแพทย์ และการรักษาพยาบาล สธ.4 6. การก าลังพล สธ.1 7. กิจการพลเรือน สธ.5 8. เบ็ดเตล็ด สธ.3 9. การบังัคับบัญชาและการสื่อสาร สธ.4 หมายเหตุ สธ.4 เป็นผู้รับผิดชอบในการสนธิส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วจัดพิมพ์ เพื่อให้ ผบ. ลงนามก่อนแจกจ่ายให้หน่วยปฏิบัติ
การกา กบ ั ด ู แล ฝอ. กา กบ ั ด ู แลการปฏ ิ บ ั ต ิให ้ เป็ นไปตามแผน/ค าสั่ง ตามแนวทางที่ ผบ. ต้องการ ฝอ. ต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ กับ แผนของ ผบ. ฝอ. ต้องแจ้งให้ ผบ. และ ผบ.หน่วยรองทราบ ถึงเรื่องราวต่างๆที่มีผลกระทบ ต่อแผน/ค าสั่ง และจะต้องให้ข้อเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงเท่าที่จ าเป็นเท่านั้น เคร ื ่ องม ื อในการกา กบ ั ด ู แลของ ฝอ. คือ การรายงาน ,เยี่ยมเยียน , การตรวจของ ฝอ.
การกา ก ั บดแ ู ล กระทา เพอ ื ่ ..... ✓ หน ่ วยท ี ่ เก ี ่ ยวข ้ องเข ้ าใจแผน/คา ส ั ่ ง ✓ ให้ค าปรึกษาแก่หน่วยรอง ✓ เสนอแนะปรับปรุงแก้ไขแผน/คา ส ั ่ ง
เคร ื ่ องม ื อท ี ่ นิยมใช ้ในในการกา ก ั บดูแล ✓การวิเคราะห์และประเมินค่ารายงาน จะช่วยให้ ฝอ.พิจารณาถึง ความก้าวหน้าการปฏิบัติของหน่วย ✓การเย ี ่ ยมเย ี ยนของ ฝอ. กระทา เพอ ื ่ หาข ่ าวสารเก ี ่ ยวก ั บสถานการณ์ ของหน่วยรองให้กับ ผบ. เพอ ื ่ หาแนวทางและช ่ วยเหล ื อในขอบเขต สายงานท ี ่ ตนได ้ ร ั บมอบหน ้ าท ี ่ ✓การตรวจของฝ่ ายอ านวยการ กระทา เพอ ื ่ - ให ้ได ้ มาซ ึ ่ งข ่ าวสารสา หร ั บ ผบ. - ตรวจว ่ าหน ่ วยรองมก ี ารปฏิบต ัิท ี ่ สอดคล ้ องก ั บนโยบายหรือไม่ - ให้ค าแนะน า ปรึกษา ตลอดจนช่วยเหลือหน่วยรอง
การประสานงาน หมายถึง การดา เนินการเพอ ื ่ ให ้ มน ั ่ ใจว่า ทก ุ ฝ่ ายได ้ มก ี ารปฏิบต ัิท ี ่ สอดคล ้ องก ั นในล ั กษณะเสมือนเป็ น หน่วยเดียวกัน ทั้งหน่วยเหนือ หน่วยรอง หน่วยสนับสนุน และหน่วยข้างเคียง • กระทา เพอ ื ่ 1. แจ ้ งข ่ าวสาร หร ื อให ้ได ้ มาซ ึ ่ งข ่ าวสาร 2. ท าให้เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง 3. เพอ ื ่ ตกลง หร ื อขจ ั ดข ้ อข ั ดแย ้ ง 4. เพอ ื ่ ขอร ั บ หร ื อให ้ การช ่ วยเหล ื อ
วิธีการประสานงานของฝ่ ายอ านวยการ การประชุมฝ่ ายอ านวยการอย่างเป็ นทางการและไม่เป็ นทางการ การบรรยายสรุปทางทหาร แบ่งได้ 4 แบบ ได้แก่ การบรรยายสรุปข่าวสาร การบรรยายสรุปข้อตกลงใจ, การบรรยายสรุปภารกิจ และการบรรยายสรุปของฝ่ ายอ านวยการ การจัดเจ้าหน้าที่ ติดต ่ อ การแจกจ่ายข่าวสารสา คัญ ข้อตกลงใจ และคา สั่ งให้รับทราบระหว่าง ฝอ. การเสนอเอกสารของ ฝอ.ไปยังแผนกที่ เกี่ ยวข้องตามสายงานเพอื่ ขอ ทราบข้อคิดเห็น และข้อขัดข้อง การแลกเปลี่ ยนข ่ าวสารระหว ่ าง ฝอ.ด้วยกันเองใน บก. กับ ฝอ.เกี่ ยวข้อง ใน บก.ของหน่วยเหนือ หน่วยรอง หน่วยข้างเคียง และ หน่วยสนับสนุน
เอกสารที่ ฝอ.จะต้องน ามาใช้เพื่อให้การด าเนินการ ม ี ความต ่ อเน ื ่ องและ สมบ ู รณ ์ - แฟ้มนโยบาย - บันทึก - บันทึกประจ าวัน - เอกสารแยกเรื่อง - แผนที่สถานการณ์ - ค ่ ู ม ื อการจด ัหน่วย - ค ่ ู ม ื อฝ่ ายอา นวยการ - ระเบียบปฏิบัติประจ า เครื่องมือในการปฏิบัติงานของฝ่ ายอ านวยการ
บันทึก เป็ นเอกสารส าคัญในการให้ข่าวสารแก่ ผบ. , หน่วยเหนือ , หน่วยรอง และหน่วยข้างเคียง อีกทั้งยังเป็ นการบันทึก ทางประวัติศาสตร์ของหน่วย หรือ ของฝ่ ายอ านวยการ
บันทึกประจ าวัน เป็ นเอกสารบ ั นทก ึ ทางราชการ ทเ ี ่ กย ี ่ วกบ ั เหต ุ การณ ์ ของ แผนกฝ่ ายอ านวยการ ที่บันทึกตามล าดับ วัน และเวลา เมื่อน ามารวมกันจะแสดงให้เห็นภาพการปฏิบัติของหน่วย