The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thaimong1150, 2021-07-07 05:03:34

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้น ป.5

แผนภาษาไทย ป 5 16 หน่วย

แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๑๑

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๕

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๐ เรื่อง ชีวิตมีคา (วรรณคดีลํานํา) เวลา ๑๒ ชว่ั โมง

เรือ่ ง การอานทํานองเสนาะ (ตนเปน ทีพ่ ่ึงแหง ตน) เวลา ๑ ชว่ั โมง

……………………………………………………………………………………………………...…………………………………………………..

สาระสําคญั

การอา นทํานองเสนาะเปน การใชศ ิลปะในการอานเพ่ือใหเกิดอรรถรสในน้ําเสียงและลีลาที่เปลงออกมา

ผอู านตองหมัน่ ฝก ฝนและมีพรสวรรคใ นดานนจ้ี งึ จะทาํ ใหเกิดความไพเราะอยางแทจ ริง

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดําเนินชีวิต และมี

นิสยั รกั การอาน

ตวั ช้ีวัด
ป.๕ / ๑ อานออกเสียงบทรอยแกว และบทรอ ยกรองไดถ ูกตอ ง

จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรียนอานบทรอยกรองเปนทํานองเสนาะได
๒. นกั เรียนถอดความหมายคําประพนั ธร อ ยกรองได

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. มีความรอบคอบในการทาํ งาน
๒. เปนผนู ําและผตู ามที่ดี
๓. มีความภาคภมู ิใจในภาษาไทย
๔. มีความสนใจใฝเ รียนรู
๕. ใชภาษาไดถ ูกกาลเทศะ

สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

สาระการเรยี นรู
การอานทาํ นองเสนาะบทรอ ยกรองเรือ่ ง “ตนเปนทีพ่ ง่ึ แหงตน”

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรียนและครูรว มกันทบทวนเน้ือหาที่เรียนในชั่วโมงท่ีแลว จากนั้นนักเรียนดูแผนผังฉันทลักษณ

กลอนสุภาพ ครูอภิปรายรวมกบั นกั เรียนถงึ ลักษณะของกลอนสภุ าพ
๒. นักเรยี นและนกั เรยี นทบทวนหลกั การอา นออกเสียงและการอานทาํ นองเสนาะ ที่เคยฝก ปฏิบตั มิ าแลว

และสรุปหลักการอา นใหเขาใจตรงกนั
๓. นักเรยี นสังเกต บทรอ ยกรอง เรอื่ ง ตนเปนทพี่ งึ่ แหงตนซง่ึ มลี ักษณะของฉันทลกั ษณ คือ กลอนสุภาพ

ครรู วมอภปิ รายกับนักเรยี นถึงบทรอยกรอง
๔. นกั เรยี นอา นออกเสยี งบทรอ ยกรอง ตนเปนทพี่ ง่ึ แหงตน ตามครู ๑ครั้ง และฝกอานเองใหคลอง
๕. นกั เรียนแบงกลมุ กลุมละ ๓ – ๔ คน นักเรียนฟง การอานทํานองเสนาะ ตนเปนที่พ่ึงแหงตน จาก

แผน ซดี ที ค่ี รูเปดใหฟง แตล ะกลุม ฝกอา นเปนทํานองเสนาะจนคลอง สงตัวแทนกลุมออกมาประกวดอานหนาชั้น
เรยี น นักเรยี นท่ีอานไดไ พเราะ ถกู ตองท่สี ุด จะไดร บั รางวัล

๖. ครแู ละนกั เรียนรว มกันอภิปรายความหมายในบทรอ ยกรอง

สื่อ/ แหลงเรียนรู
๑. แผนผังกลอนสุภาพ
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลาํ นํา ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕

การวัดผลประเมินผล
วธิ ีการประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั /ผลงาน
เคร่ืองมือที่ใชใ นการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหดั /ผลงาน
เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารทําแบบฝก หดั /ผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๑๒

กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕

หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๐ เร่ือง ชวี ิตมีคา (วรรณคดลี าํ นาํ ) เวลา ๑๒ ชั่วโมง

เรือ่ ง การอานทาํ นองเสนาะ (ตนเปน ทีพ่ ึง่ แหง ตน) เวลา ๑ ชว่ั โมง

……………………………………………………………………………………………………...……………………………………………………….

สาระสาํ คญั

การอานทํานองเสนาะเปนการใชศิลปะในการอานเพ่ือใหเกิดอรรถรสในน้ําเสียงและลีลาท่ีเปลงออกมา

ผอู านตอ งหมน่ั ฝกฝนและมีพรสวรรคในดานนจ้ี ึงจะทาํ ใหเ กดิ ความไพเราะอยางแทจริง

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดําเนินชีวิต และมี

นิสัยรกั การอาน

ตัวชีว้ ัด
ป.๕ / ๑ อา นออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถ ูกตอง

จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นักเรียนอานบทรอ ยกรองเปนทํานองเสนาะได
๒. นกั เรียนถอดความหมายคาํ ประพนั ธร อยกรองได

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝเ รยี นรู
๔. อยูอยางพอเพยี ง
๕. มงุ มัน่ ในการทํางาน

สาระการเรียนรู
การอา นทาํ นองเสนาะบทรอ ยกรองเร่ือง “ตนเปนที่พงึ่ แหง ตน”

กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นักเรียนและครรู วมกันทบทวนเนอื้ หาที่เรียนในช่วั โมงทีแ่ ลว จากน้ันนักเรียนดูแผนผัง ฉันทลักษณ

กลอนสุภาพ ครอู ภิปรายรวมกบั นกั เรียนถงึ ลักษณะของกลอนสภุ าพ
๒. นกั เรียนและนกั เรียนทบทวนหลักการอานออกเสยี งและการอา นทํานองเสนาะ ทเ่ี คยฝก ปฏิบตั มิ าแลว

และสรุปหลักการอานใหเ ขาใจตรงกัน
๓. นักเรยี นสงั เกต บทรอ ยกรอง เร่ือง ตนเปนทพ่ี งึ่ แหงตนซึ่งมลี กั ษณะของฉนั ทลักษณ คือ กลอนสุภาพ

ครูรวมอภปิ รายกบั นักเรยี นถงึ บทรอ ยกรอง
๔. นักเรียนอานออกเสยี งบทรอยกรอง ตนเปน ท่พี ่ึงแหงตน ตามครู ๑ครง้ั และฝกอา นเองใหคลอง
๕. นกั เรียนแบงกลุม กลุมละ ๓ – ๔ คน นักเรียนฟง การอานทํานองเสนาะ ตนเปนท่ีพ่ึงแหงตน จาก

แผนซดี ที ค่ี รเู ปด ใหฟง แตล ะกลมุ ฝกอานเปน ทํานองเสนาะจนคลอง สงตัวแทนกลุมออกมาประกวดอานหนาช้ัน
เรียน นกั เรยี นทอ่ี านไดไ พเราะ ถูกตองท่สี ุด จะไดรับรางวัล

๖. ครแู ละนักเรียนรวมกนั อภปิ รายความหมายในบทรอ ยกรอง

สอื่ / แหลง เรียนรู
๑. แผนผงั กลอนสภุ าพ
๒. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชวี ติ วรรณคดีลาํ นาํ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

การวัดผลประเมินผล
วิธีการประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด/ผลงาน
เครื่องมอื ทใี่ ชใ นการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด/ผลงาน
เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑการทําแบบฝก หดั /ผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑

กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนวยการเรียนรูท ่ี ๑๑ เร่ือง ปลอดภยั ไวก อน เวลา ๘ ช่ัวโมง

เรอื่ ง เสียงดัง ฟง ชดั เวลา ๑ ชวั่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคญั

การอา นออกเสียง เปนการอานใหผอู นื่ ฟง หากผอู า นออกเสยี งชัดเจนถูกตอง ยอมชวยใหการสื่อสารมี

ประสทิ ธิภาพ ผูฟ งสามารถรับสารไดอยางสมบรู ณ จงึ ควรฝกใหช ํานาญ เพ่ือใหส ามารถนาํ ไปใชใ นชีวติ ประจาํ วนั

ได

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอา นสรางความรูแ ละความคิดเพอ่ื นําไปใชตดั สนิ ใจแกปญ หาในการดําเนินชวี ติ และมีนิสัย

รักการอา น

ตวั ชว้ี ดั
ป.๕/๑ อา นออกเสียงบทรอยแกวและบทรอ ยกรองไดถ ูกตอ ง

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นอานออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอ ยกรองไดถูกตอ ง
๒. นักเรยี นมมี ารยาทในการอาน

สมรรถนะสําคัญของผูเ รียน
ความสามารถในการส่ือสาร

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง

สาระการเรียนรู
การอานออกเสยี งบทเรยี น ปลอดภยั ไวกอน

กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครูและนกั เรยี นรว มกันสนทนาเกี่ยวกับภาพประกอบ ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทยชุด

ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕ บทท่ี ๑๑ ปลอดภยั ไวกอ น หนา ๑๗๓ – ๑๘๐
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลุม ทบทวนถึงบทบาทและหนา ที่ของสมาชกิ ทุกคนในกลมุ
๓. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนมารยาทในการอาน การออกเสียงคํา เชน คําควบกล้ํา คําที่มี

อักษรนาํ คําท่ีมี ร เปนตน
๔. นักเรยี นและครรู วมกันแบง เนอื้ หาในการอานบทเรียน ในหนังสอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทยชุด

ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๕ บทที่ ๑๑ ปลอดภัยไวกอน หนา ๑๗๓ – ๑๘๐ แลวใหแต
ละกลมุ ฝกอานเนอื้ หาท่ไี ด

๕. นกั เรยี นแตละกลมุ รวมกันอา นออกเสียงเน้ือหาบทเรียน ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ชุดภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ บทที่ ๑๑ ปลอดภัยไวกอน หนา ๑๗๓ – ๑๘๐ ตอกันไป
จนจบเรอื่ ง

๖. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนเร่ืองการอานในใจ แลวใหนักเรียนอานในใจเน้ือหาบทเรียน ใน
หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕ บทท่ี ๑๑
ปลอดภยั ไวกอน หนา ๑๗๓ – ๑๘๐ เปน การบาน

ส่ือ / แหลง การเรยี นรู
หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทยชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕

การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีประเมิน
- สังเกต
เคร่ืองมือประเมนิ
- แบบสงั เกต
เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๒

กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕

หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ปลอดภัยไวกอ น เวลา ๘ ช่ัวโมง

เร่อื ง ใจความสําคญั เวลา ๑ ชว่ั โมง

..........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การอา นในใจ เปน การอา นจบั ใจความเพอ่ื หาสว นสาํ คัญของเร่อื ง ซ่ึงเรียกวา ใจความหรือใจความสําคัญ

ใจความจะปรากฏอยูตามยอ หนา ตางๆ ของเรอ่ื งทอี่ าน อาจอยสู ว นตน สวนกลาง หรอื สว นทา ยของยอหนากไ็ ด

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจแกป ญหาในการดาํ เนินชวี ติ และมีนิสัย

รักการอาน

ตัวชีว้ ัด
ป.๕/๔ แยกขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ จากเรอื่ งที่อาน
ป.๕/๕ วิเคราะหและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่อื งท่อี านเพื่อนาํ ไปใชในการดําเนินชีวิต

จุดประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นบอกใจความสาํ คญั ของเรื่องได
๒. นกั เรียนบอกขอ คดิ ของเรอ่ื งได
๓. นกั เรยี นตอบคาํ ถามจากเนือ้ เร่อื งได

สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการสอื่ สาร
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝเ รียนรู
๔. อยอู ยา งพอเพียง
๕. มงุ มน่ั ในการทํางาน
๖. มจี ติ สาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การอานจบั ใจความจากส่ือตา งๆ (วรรณคดใี นบทเรียน เร่ือง ปลอดภัยไวกอ น )

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครูและนักเรยี นรวมกนั สนทนาเกีย่ วกบั หลักการอานในใจ และมารยาทในการอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลมุ ทบทวนถงึ บทบาทและหนาทีข่ องสมาชิกทุกคนในกลมุ
๓. นักเรยี นแตละกลมุ รวมกนั อา นในใจเนื้อหาบทเรยี น ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด

ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕ บทท่ี ๑๑ ปลอดภัยไวกอน หนา ๑๗๓ – ๑๘๐ จากนั้น
สนทนา อภิปราย วเิ คราะหเ น้ือหาและขอ คดิ จากเรอื่ งทอี่ า น

๔. นกั เรยี นแตล ะกลมุ สงตวั แทนนาํ เสนอหนาชน้ั เรียน เมอื่ ครบทกุ กลมุ แลว ครแู ละนักเรียนรวมกันสรุป
เก่ยี วกับกบั เร่ืองดงั กลา วอีกคร้ังหนงึ่

๕. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ที่ ๕ ขอ ๑ หนา ๘๙ – ๙๐ เปนการบาน

สือ่ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๕
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีประเมิน
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เครือ่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๓

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๑๑ เร่ือง ปลอดภยั ไวก อน เวลา ๘ ชั่วโมง

เรอ่ื ง แผนภาพโครงเรอื่ ง เวลา ๑ ชั่วโมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคัญ

การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ งเปน การเขียนที่แสดงใหเห็นโครงเรอื่ งโดยรวมทง้ั เรือ่ ง ทาํ ใหจับใจความสาํ คญั

ของเรือ่ งท่อี า นไดด ียิ่งข้ึนซึ่งตองอาศัยการตั้งคําถามและตอบคําถามจากเรื่องท่ีอานวาตัวละครในเร่ืองมีใครบาง

สถานที่เกดิ เหตุการณค ือท่ไี หนมีเหตกุ ารณอ ะไรเกดิ ขน้ึ ผลของเหตกุ ารณนน้ั คอื อะไร

มาตรฐาน ท ๒.๑
ใชกระบวนการเขยี นเขยี นส่อื สารเขยี นเรยี งความยอ ความและเขียนเรอื่ งราวในรูปแบบตา งๆเขยี นรายงาน

ขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควาอยางมปี ระสิทธิภาพ

ตวั ชว้ี ดั
ป.๕ / ๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพอื่ ใชพ ัฒนางานเขียน

จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรียนสรุปใจความสาํ คัญของเรื่องท่อี านได
๒. นกั เรียนเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งที่อา นได

สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. มีวินัย
๓. ใฝเรยี นรู
๔. อยูอ ยา งพอเพยี ง
๕. มุงมน่ั ในการทํางาน
๖. มีจติ สาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การนําแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขยี น (การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง)

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรียนและครูรวมกนั สนทนาถึงเน้อื หาทเ่ี รยี นในช่ัวโมงท่ีแลว จากนั้นนกั เรียนดภู าพในหนังสือเรียน

รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕ หนา ๑๗๔ – ๑๘๐ รวมกัน
สนทนา อภิปรายเกี่ยวกบั ภาพดังกลาว

๒. นกั เรยี นแบงกลุม กลุม ละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถึงบทบาทและหนาทข่ี องสมาชิกทุกคนใน
กลุม

๓. นักเรียนอานอธิบายเพ่ิม เติมความรู เรื่อง แผนภาพโครงเร่ือง ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๕ หนา ๑๐๔ – ๑๐๖ แลวรวมกันสนทนาเก่ียวกับ
เร่อื งท่ีอา น

๔. นักเรยี นอานทบทวน เรื่อง ปลอดภัยไวกอน จากน้ันนํามาเขียนเปนแผนภาพโครง แลวสงตัวแทน
นําเสนอหนา ชั้นเรยี น เมอ่ื ครบทกุ กลุมนักเรียนและครรู ว มกันอภิรายและเติมเตม็ ในสว นทย่ี งั ไมส มบูรณ

๕. นักเรยี นตอบคาํ ถาม ชวนกันคิด ชว ยกนั ตอบ ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษา
เพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๕ หนา ๑๘๙ เปนการบา น

ส่ือ / แหลงการเรียนรู
หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๕

การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ปี ระเมิน
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกต
- แบบบนั ทกึ คะแนน
เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑการทําผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๔

กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๕

หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๑๑ เร่ือง ปลอดภัยไวกอ น เวลา ๘ ชัว่ โมง

เรอื่ ง อา นเสริม เพมิ่ ความรู เวลา ๑ ช่ัวโมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคญั

การอานเสรมิ บทเรยี น เปน การปลกู ฝง นสิ ัยรกั การอา น โดยใหนกั เรียนฝกอานในใจและจับใจความสําคัญ

เปนการเพมิ่ ประสบการณด า นการอาน รจู กั คิดวิเคราะหเรือ่ งทีอ่ านและนํามาปรับใชใ นชีวิตประจาํ วนั ได

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพ่ือนาํ ไปใชต ดั สนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชวี ิต และมีนิสัย

รักการอาน

ตัวชวี้ ัด
ป.๕/๕ วเิ คราะหและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรื่องท่อี า นเพ่อื นําไปใชใ นการดาํ เนนิ ชวี ิต
ป.๕/๗ อา นหนังสือที่มคี ุณคาตามความสนใจอยางสมาํ่ เสมอ และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรือ่ งท่อี า น

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนบอกใจความสาํ คญั ของเรือ่ งได
๒. นกั เรียนบอกขอคดิ ของเรือ่ งได
๓. นักเรียนตอบคาํ ถามจากเน้อื เรื่องได

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการส่ือสาร
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. มวี ินยั
๓. ใฝเรยี นรู
๔. อยูอยางพอเพยี ง
๕. มุง ม่นั ในการทาํ งาน
๖. มีจิตสาธารณะ

สาระการเรียนรู
การอานหนังสอื ตามความสนใจ (การอา นเสรมิ เรื่อง ไมด อกในเมืองไทย)

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครแู ละนักเรียนรว มกันสนทนาเกีย่ วกับหลักการอานในใจ และมารยาทในการอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลมุ ทบทวนถงึ บทบาทและหนาทขี่ องสมาชิกทุกคนในกลุม
๓. นักเรียนแตล ะกลุมรวมกันอานในใจเสรมิ บทเรยี น เร่ือง ไมดอกในเมอื งไทย ในหนังสือเรยี นรายวิชา

พน้ื ฐานภาษาไทย ชุดภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๕ หนา ๑๘๑ จากนั้นสนทนา อภิปราย วิเคราะหและสรุป
เนือ้ หา

๔. นกั เรียนแตล ะกลมุ สงตัวแทนนําเสนอหนาชัน้ เรยี น เมือ่ ครบทุกกลุม แลว ครูและนักเรียนรวมกันสรุป
เกยี่ วกบั กบั เรอ่ื งดงั กลาวอกี ครั้งหนึง่

๕. นกั เรยี นทําแบบฝก หดั รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ที่ ๕ หนา ๙๑ – ๙๒ เปนการบาน

สอ่ื / แหลงการเรียนรู
๑. หนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๕
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชวี ิต ทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๕

การวัดและประเมนิ ผล
วิธีประเมนิ
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑการทําแบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๕

กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๑๑ เรือ่ ง ปลอดภัยไวกอน เวลา ๘ ช่วั โมง

เรอ่ื ง อา นเพ่ิม เตมิ ความหมาย เวลา ๑ ชวั่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

คํา เปนหนว ยของภาษาที่สอ่ื ถงึ ความหมายซงึ่ ประกอบดวยพยางคหนึ่งพยางคหรือมากกวา ปกติในแต

ละคําจะมรี ากศัพทของคาํ แสดงถงึ ความหมายและทมี่ าของคาํ น้นั การนาํ คาํ หลายคาํ มาประกอบกันจะทําใหเกิด

วลหี รอื ประโยคซึง่ ใชส่อื ความหมายใหช ดั เจนมากย่งิ ขนึ้ ไป

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดเพอ่ื นําไปใชตัดสินใจแกปญ หาในการดําเนนิ ชีวติ และมีนิสัย

รักการอาน

ตัวชี้วัด
ป.๕ / ๒ อธิบายความหมายของคาํ ประโยคและขอ ความท่เี ปนการบรรยายและการพรรณนา

จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นอา น เขียนสะกดคาํ ในบทเรยี นได
๒. นักเรียนบอกความหมายของคาํ ได
๓. นักเรียนแตงประโยคและนําคําไปประยกุ ตใ ชไดถูกตองตามสถานการณ

สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการสอื่ สาร
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. มีวินยั
๓. ใฝเ รยี นรู
๔. อยูอยา งพอเพียง
๕. มงุ ม่นั ในการทํางาน
๖. มจี ติ สาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การอานออกเสียงและการบอกความหมายของบทรอยแกวและบทรอ ยกรอง (การสะกดคํา ความหมาย

ของคาํ และการนาํ คาํ ไปใช)

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สนทนาเกีย่ วกับหลกั การอานในใจ และการอานออกเสยี ง รวมถึงมารยาทใน

การอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานุการกลุม ทบทวนถงึ บทบาทและหนา ทีข่ องสมาชิกทุกคนในกลุม
๓. นักเรียนแตละกลุมรวมกันอานคําทายบทเรียน เรื่อง ปลอดภัยไวกอน ในหนังสือเรียนรายวิชา

พ้ืนฐานภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕ อภิปราย และสนทนาเก่ียวกับความหมายของคํา
จากนั้นสงตวั แทนแขงขันเขียนคาํ หนาช้ันเรยี น

๔. นักเรยี นทกุ คนเขียนตามคาํ บอก แลวเปล่ียนกันตรวจ หากมีคาํ ผดิ ใหแกไ ขใหถ ูกตอ ง
๕. นักเรียนแตล ะกลมุ ชว ยกนั แตง ประโยคกลมุ ละ ๓ ประโยค แลวสงตวั แทนนาํ เสนอหนา ชนั้ เรียน
๖. นกั เรียนทาํ แบบฝกหดั รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ท่ี ๕ ขอ ๒ หนา ๙๐ – ๙๒ เปนการบาน

สอ่ื / แหลงการเรยี นรู
๑. หนังสอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๕
๒. แบบฝก หัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๕

การวัดและประเมินผล
วธิ ปี ระเมิน
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เครื่องมือประเมนิ
- แบบสงั เกต
- แบบบันทกึ คะแนน
เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝก หัด รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๖

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนวยการเรียนรูที่ ๑๑ เรอื่ ง ปลอดภัยไวก อ น เวลา ๘ ชัว่ โมง

เรือ่ ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น เวลา ๑ ชว่ั โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคัญ

ภาษาไทยมาตรฐานหรือภาษากลาง เปน ภาษาที่ไดร บั การยอมรบั วาเปน ภาษาที่ถกู ตองเหมาะสม ทั้งการ

พูดและการเขยี น ถือเปนภาษากลางทใ่ี ชต ดิ ตอส่อื สารเขา ใจกันท้ังประเทศ ใชติดตอส่ือสารในวงราชการ และใน

สงั คมไทย ซงึ่ มที ้งั ภาษาพูดและภาษาเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑
ใชก ระบวนการเขยี นสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตางๆ เขียนรายงาน

ขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยา งมีประสิทธิภาพ

ตัวชว้ี ัด
ป. ๕/๒ เขยี นสอ่ื สารโดยใชคําไดถ ูกตอ งชดั เจน และเหมาะสม

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นบอกคําท่ีเปนภาษาพดู และภาษาเขยี นได
๒. นักเรยี นใชภ าษาพดู และภาษาเขยี นไดถ กู ตองตามบริบท

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. มวี ินัย
๓. ใฝเรยี นรู
๔. อยอู ยางพอเพียง
๕. มงุ มั่นในการทาํ งาน

สาระการเรยี นรู
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถน่ิ (ภาษาพดู ภาษาเขยี น)

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรยี นและครรู วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนือ้ หาทเ่ี รียนในช่ัวโมงที่แลว จากน้ันครูนําแถบประโยคที่เปน

ภาษาพดู ใหนักเรยี นอา นพรอ มกนั และอภปิ รายเก่ยี วกับประโยคดงั กลา ว
๒. นกั เรียนแบง กลุม กลมุ ละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถงึ บทบาทและหนา ที่ของสมาชิกทุกคนใน

กลมุ
๓. นกั เรยี นแตล ะกลุมรว มกันอานอธิบายเพมิ่ เติมความรู เรอื่ ง ภาษาพดู ภาษาเขียน ในหนังสือเรียน

รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕ หนา ๑๘๕ – ๑๘๖ อภิปราย และสนทนา
เกย่ี วกับเร่อื งท่อี าน

๔. นกั เรยี นและครูรวมกันสนทนาเกี่ยวกับเร่ืองท่ีอานอีกคร้ังหน่ึง จากนั้นแตละกลุมแตงประโยคที่ใช
ภาษาพูด แลว ใหกลุมอื่นเปลย่ี นเปนภาษาเขียน กลุมละ ๑ ประโยค

๕. นักเรียนทาํ แบบฝกหดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ท่ี ๕ หนา ๙๕ เปน การบาน

สื่อ / แหลง การเรียนรู
๑. หนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕
๒. แบบฝก หัด รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชวี ิต ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕
๓. แถบประโยค

การวัดและประเมินผล
วิธปี ระเมิน
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสงั เกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารทําแบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๗

กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๕

หนว ยการเรยี นรูที่ ๑๑ เร่อื ง ปลอดภัยไวก อน เวลา ๘ ช่วั โมง

เรอ่ื ง ภาษาถนิ่ เวลา ๑ ช่ัวโมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคญั

ภาษาถิ่น เปนภาษายอยที่ใชพูดจากันในทองถิ่นตางๆ ซ่ึงเกิดจากการใชภาษาเพ่ือการสื่อความหมาย

ความเขาใจกันระหวา งผคู นท่อี าศยั อยตู ามทอ งถ่นิ นนั้ ๆ

มาตรฐาน ท ๔.๑
เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญญา

ทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ

ตัวชว้ี ดั
ป.๕ / ๓ เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถน่ิ

จุดประสงคการเรียนรู
๑. นักเรยี นบอกคําทีเ่ ปนภาษาถน่ิ ในภมู ภิ าคตา งๆของไทยได
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของภาษาถน่ิ เปนภาษาไทยมาตรฐานได

สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝเรียนรู
๔. อยอู ยางพอเพยี ง
๕. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน

สาระการเรียนรู
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถ่ิน

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นกั เรยี นและครูรว มกนั สนทนาเกย่ี วกับเน้ือหาท่เี รียนในชัว่ โมงที่แลว จากนั้นครูนําวีดิโอภาพยนตรที่

เปนภาษาถนิ่ ใหน ักเรียนดู (ใชเวลาประมาณ ๑๐ นาที) และอภิปรายเกี่ยวกบั ภาษาทีใ่ ชใ นภาพยนตรดงั กลาว
๒. นักเรยี นแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถึงบทบาทและหนา ท่ีของสมาชิกทุกคนใน

กลมุ
๓. นักเรียนแตล ะกลุมรวมกันอานอธิบายเพ่ิม เติมความรู เรื่อง ภาษาถ่ิน ในหนังสือเรียน รายวิชา

พ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕ หนา ๑๘๖ – ๑๘๗ อภปิ ราย และสนทนาเกี่ยวกบั เร่ือง
ทอี่ าน

๔. นกั เรียนและครูรวมกันสนทนาเก่ียวกับเรื่องท่ีอานอีกคร้ังหนึ่ง จากน้ันแตละกลุมแตงประโยคท่ีใช
ภาษากลาง แลวใหก ลุมอนื่ เปลย่ี นเปนภาษาถิ่น กลมุ ละ ๑ ประโยค โดยครคู อยใหค ําแนะนาํ

๕. นกั เรยี นทาํ แบบฝกหดั รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ท่ี ๕ หนา ๙๓ เปน การบา น

ส่ือ / แหลง การเรียนรู
๑. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๕
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชวี ติ ทักษะภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕
๓. วดี ิโอ

การวัดและประเมินผล
วิธีประเมนิ
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกต
- แบบบันทกึ คะแนน
เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑการทําแบบฝก หดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๘

กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๕

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรื่อง ปลอดภยั ไวกอน เวลา ๘ ชว่ั โมง

เร่อื ง การพูดรายงาน เวลา ๑ ช่ัวโมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคัญ

การพูดรายงานจากการศกึ ษาคนควา เปน การพูดเพอ่ื เสนอผลงานท่ีไดร บั มอบหมายใหไ ปคนควา โดยผู

พูดอาจเปนผูทํางานนน้ั ดวยตนเองหรอื ทํางานรวมกับหมูคณะแลวเสนอรายงานน้ันดวยขอเขียนหรือดวยการพูด

รายงานน้ัน

มาตรฐาน ท ๓.๑
สามารถเลือกฟง และดูอยา งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิด และความรูสึกในโอกาสตางๆ

อยางมีวจิ ารณญาณและสรา งสรรค

ตวั ชว้ี ัด
ป.๕ / ๔ พดู รายงานเร่อื งหรอื ประเด็นท่ศี ึกษาคน ควาจากการฟง การดู และการสนทนา

จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนบอกขอ ควรปฏิบตั ใิ นการพูดรายงานได
๒. นักเรยี นพูดรายงานได

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. มวี ินยั
๓. ใฝเ รยี นรู
๔. อยอู ยางพอเพยี ง
๕. มงุ มนั่ ในการทาํ งาน

สาระการเรยี นรู
การพดู ลําดับเหตกุ ารณ (การพดู รายงาน)

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นักเรยี นและครูรวมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหาท่ีเรียนในชั่วโมงที่แลว จากนั้นครูนําวีดิโอสารคดีที่มี

พธิ ีกรเปนผูนําเสนอ ใหนกั เรยี นดู เมอื่ จบแลว รวมกันอภปิ รายเก่ียวกบั การนําเสนอของพิธกี ร เชน บคุ ลกิ การใช
คําพูด เปนตน

๒. นกั เรยี นแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถงึ บทบาทและหนา ทีข่ องสมาชิกทุกคนใน
กลมุ

๓. นกั เรียนแตล ะกลมุ รว มกันอา นอธบิ ายเพ่ิม เติมความรู เร่อื ง การพดู รายงานการศึกษาคนควา จาก
การฟง การดู และการสนทนา ในหนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท่ี
๕ หนา ๑๘๗ – ๑๘๘ อภปิ ราย และสนทนาเก่ียวกับเรือ่ งท่อี าน

๔. นักเรียนและครรู วมกันสนทนาเกย่ี วกับเรอ่ื งทอี่ า นอีกคร้งั หน่งึ จากน้ันแตละกลุมไปสํารวจบริเวณที่
อาจเกดิ อบุ ตั ิเหตใุ นโรงเรยี นวา มีท่ใี ดบา ง เกดิ จากสาเหตใุ ด และมีวิธีปอ งกนั อยางไร จดบันทึก แลวนําเสนอเปน
รายงานหนาชัน้ เรยี น

๕. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หัด รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ท่ี ๕ ขอ ๒ หนา ๙๓ และ หนา ๙๕ เปนการบา น

สือ่ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๕
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕
๓. วดี ิโอ

การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีประเมนิ
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เครอ่ื งมือประเมิน
- แบบสังเกต
- แบบบันทึกคะแนน
เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผานเกณฑการทาํ แบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๑

กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๕

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๒ เร่อื ง หนา ตางทเ่ี ปดกวาง เวลา ๑๓ ช่วั โมง

เร่ือง เสยี งดัง ฟง ชัด เวลา ๑ ช่วั โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การอา นออกเสยี ง เปนการอานใหผ ูอน่ื ฟง หากผูอ า นออกเสียงชัดเจนถูกตอง ยอมชวยใหการส่ือสารมี

ประสิทธภิ าพ ผฟู ง สามารถรบั สารไดอยา งสมบรู ณ จึงควรฝก ใหชาํ นาญ เพอื่ ใหส ามารถนาํ ไปใชในชีวิตประจาํ วัน

ได

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพือ่ นําไปใชตดั สนิ ใจแกปญหาในการดาํ เนินชวี ิต และมีนิสัย

รกั การอาน

ตัวชีว้ ัด
ป.๕/๑ อานออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอ ยกรองไดถ ูกตอง

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นอา นออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถ กู ตอง
๒. นักเรียนมมี ารยาทในการอา น

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร

คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
การอานออกเสยี งบทเรียน เรอื่ ง หนาตา งทีเ่ ปด กวาง

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สนทนาเกีย่ วกับภาพประกอบ ในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทยชุด

ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕ บทท่ี ๑๒ หนาตา งที่เปดกวาง หนา ๑๙๑ – ๑๙๘
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานุการกลุม ทบทวนถงึ บทบาทและหนาท่ขี องสมาชิกทุกคนในกลุม
๓. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนมารยาทในการอาน การออกเสียงคํา เชน คําควบกลํ้า คําท่ีมี

อักษรนาํ คาํ ทีม่ ี ร เปนตน
๔. ๔. นกั เรียนและครูรวมกันแบงเนือ้ หาในการอานบทเรยี น ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย

ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ บทที่ ๑๒ หนา ตา งที่เปด กวา ง หนา ๑๙๑ – ๑๙๘ แลวให
แตละกลมุ ฝกอา นเน้ือหาที่ได

๕. นักเรยี นแตละกลมุ รว มกนั อานออกเสียงเน้ือหาบทเรียน ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๕ บทที่ ๑๒ หนา ตางท่ีเปดกวาง หนา ๑๙๑ – ๑๙๘ ตอกัน
ไปจนจบเร่อื ง

๖. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนเรื่องการอานในใจ แลวใหนักเรียนอานในใจเนื้อหาบทเรียน ใน
หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕ บทที่ ๑๒
หนา ตางทเ่ี ปด กวาง หนา ๑๙๑ – ๑๙๘ เปนการบาน

ส่อื / แหลง การเรียนรู
หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๕

การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีประเมนิ
- สังเกต
เครือ่ งมอื ประเมิน
- แบบสังเกต
เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๒

กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕

หนวยการเรยี นรูที่ ๑๒ เรอ่ื ง หนาตางทเี่ ปดกวา ง เวลา ๑๓ ช่วั โมง

เรื่อง ใจความสาํ คญั เวลา ๑ ช่ัวโมง

..........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การอานในใจ เปน การอานจับใจความเพือ่ หาสว นสาํ คัญของเร่อื ง ซ่งึ เรียกวาใจความหรือใจความสําคัญ

ใจความจะปรากฏอยตู ามยอหนา ตางๆ ของเรื่องที่อา น อาจอยสู วนตน สว นกลาง หรือสวนทายของยอหนา กไ็ ด

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพอื่ นําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการดําเนินชวี ิต และมีนิสัย

รักการอาน

ตวั ช้ีวัด
ป.๕/๔ แยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็นจากเรือ่ งท่อี าน
ป.๕/๕ วิเคราะหและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เรอื่ งทอ่ี า นเพ่อื นาํ ไปใชใ นการดําเนินชวี ิต

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรยี นบอกใจความสาํ คัญของเรื่องได
๒. นักเรียนบอกขอคิดของเรอ่ื งได
๓. นกั เรียนตอบคําถามจากเนอ้ื เรอื่ งได

สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการส่ือสาร
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝเรียนรู
๔. อยูอ ยางพอเพียง
๕. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
๖. มีจิตสาธารณะ

สาระการเรียนรู
การอานจบั ใจความจากสือ่ ตา งๆ (วรรณคดีในบทเรยี น เรือ่ ง หนาตางทเ่ี ปด กวาง)

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สนทนาเกยี่ วกับหลกั การอา นในใจ และมารยาทในการอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลุม ทบทวนถงึ บทบาทและหนา ทขี่ องสมาชกิ ทุกคนในกลุม
๓. นกั เรยี นแตล ะกลุมรวมกันอานในใจเน้ือหาบทเรียน ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด

ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕ บทท่ี ๑๒ หนาตางท่ีเปดกวาง หนา ๑๙๑ – ๑๙๘ จากน้ัน
สนทนา อภิปราย วิเคราะหเนอื้ หาและขอคิดจากเรือ่ งท่อี า น

๔. นักเรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนนําเสนอหนา ช้นั เรียน เมือ่ ครบทุกกลมุ แลว ครแู ละนักเรียนรวมกันสรุป
เกี่ยวกบั กับเรอื่ งดังกลาวอีกครั้งหนึ่ง

๕. นักเรียนทาํ แบบฝก หดั รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ท่ี ๕ ขอ ๑ หนา ๙๖ – ๙๗ เปนการบา น

ส่อื / แหลงการเรียนรู
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๕
๒. แบบฝก หดั รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวติ ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕

การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีประเมิน
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เคร่ืองมอื ประเมนิ
- แบบสังเกต
- แบบบันทึกคะแนน
เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑก ารทําแบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๓

กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๕

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๒ เรอ่ื ง หนาตางทเี่ ปด กวาง เวลา ๑๓ ชั่วโมง

เร่อื ง แผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา ๑ ชว่ั โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองเปน การเขยี นท่แี สดงใหเ หน็ โครงเรอ่ื งโดยรวมทง้ั เรอ่ื ง ทาํ ใหจับใจความสาํ คญั

ของเรอ่ื งทอ่ี า นไดดยี ิ่งขึ้นซึ่งตองอาศัยการต้ังคําถามและตอบคําถามจากเรื่องท่ีอานวาตัวละครในเรื่องมีใครบาง

สถานท่ีเกดิ เหตกุ ารณค ือที่ไหนมเี หตุการณอะไรเกดิ ข้ึน ผลของเหตุการณน น้ั คอื อะไร

มาตรฐาน ท ๒.๑
ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสารเขียนเรียงความยอความและเขียนเรื่องราวในรูปแบบตางๆ เขียน

รายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควาอยา งมปี ระสิทธิภาพ

ตวั ชว้ี ัด
ป.๕ / ๓ เขยี นแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคิดเพอื่ ใชพ ฒั นางานเขยี น

จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นักเรียนสรปุ ใจความสําคญั ของเร่ืองทอ่ี า นได
๒. นกั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งทอี่ านได

สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. มวี นิ ัย
๓. ใฝเรยี นรู
๔. อยอู ยา งพอเพยี ง
๕. มงุ มัน่ ในการทํางาน
๖. มจี ติ สาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การนําแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคดิ ไปพฒั นางานเขยี น (การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง)

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นกั เรียนและครรู วมกันสนทนาถึงเนอื้ หาท่ีเรียนในช่วั โมงทีแ่ ลว จากนัน้ นกั เรยี นดูภาพในหนังสือเรียน

รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕ หนา ๑๙๒ – ๑๙๖ รวมกัน
สนทนา อภิปรายเกยี่ วกบั ภาพดงั กลา ว

๒. นักเรยี นแบง กลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถงึ บทบาทและหนาทข่ี องสมาชิกทุกคนใน
กลุม

๓. นักเรียนอานอธิบายเพิ่ม เติมความรู เร่ือง แผนภาพโครงเร่ือง ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕ หนา ๑๐๔ – ๑๐๖ แลวรวมกันสนทนาเกี่ยวกับ
เรอื่ งท่ีอาน

๔. นกั เรียนอา นทบทวน เร่อื ง หนา ตา งทีเ่ ปด กวา ง จากนั้นนาํ มาเขยี นเปน แผนภาพโครง แลวสงตัวแทน
นําเสนอหนา ช้ันเรียน เม่ือครบทกุ กลุม นกั เรียนและครูรว มกันอภริ ายและเติมเต็มในสวนทย่ี งั ไมส มบูรณ

๕. นกั เรียนตอบคําถาม ชวนกนั คดิ ชว ยกนั ตอบ ในหนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษา
เพ่ือชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ หนา ๒๐๗ เปน การบา น

ส่อื / แหลง การเรียนรู
หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕

การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสงั เกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑการทาํ ผลงาน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๔

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๒ เรอื่ ง หนาตา งทีเ่ ปดกวาง เวลา ๑๓ ช่ัวโมง

เร่อื ง อา นเสรมิ เพิม่ ความรู เวลา ๑ ช่วั โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคัญ

การอานเสริมบทเรยี น เปนการปลูกฝงนิสยั รักการอา น โดยใหนักเรยี นฝก อา นในใจและจับใจความสําคัญ

เปนการเพม่ิ ประสบการณด า นการอาน รจู กั คิดวิเคราะหเร่ืองทอ่ี านและนาํ มาปรับใชใ นชีวติ ประจาํ วันได

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดเพื่อนาํ ไปใชต ดั สนิ ใจแกปญ หาในการดาํ เนนิ ชวี ิต และมีนิสัย

รักการอาน

ตัวชวี้ ัด
ป.๕/๕ วเิ คราะหแ ละแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเร่อื งทอี่ านเพื่อนําไปใชในการดาํ เนินชวี ิต
ป.๕/๗ อานหนงั สือท่มี ีคุณคา ตามความสนใจอยางสม่าํ เสมอ และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั เร่ืองที่อา น

จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรยี นบอกใจความสําคญั ของเรื่องได
๒. นกั เรยี นบอกขอคิดของเรื่องได
๓. นกั เรยี นตอบคาํ ถามจากเน้ือเรือ่ งได

สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการส่อื สาร
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. มวี ินัย
๓. ใฝเรียนรู
๔. อยูอ ยางพอเพยี ง
๕. มุง มนั่ ในการทํางาน
๖. มีจติ สาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การอานหนังสอื ตามความสนใจ (การอานเสริม เร่ือง ขา วงอก ขาวกลอ งงอก น้าํ ขา วกลองงอก)

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครแู ละนกั เรียนรวมกันสนทนาเก่ยี วกับหลกั การอา นในใจ และมารยาทในการอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลมุ ทบทวนถึงบทบาทและหนา ทข่ี องสมาชกิ ทุกคนในกลมุ
๓. นักเรียนแตล ะกลุม รวมกันอา นในใจเสรมิ บทเรียน เรือ่ ง ขาวงอกขา วกลอ งงอก น้ําขา วกลอ งงอก ใน

หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕ หนา ๑๙๙ – ๑๐๐ สนทนา
อภปิ ราย วเิ คราะหแ ละสรุปเนื้อหา ตงั้ คําถามใหก ลมุ อน่ื ตอบ กลมุ ละ ๓ คาํ ถาม

๔. นกั เรียนชวยกนั ระดมความคิดเขยี นบอกประโยชนข องขาวเปนขอ ๆ
๕. นักเรียนทาํ แบบฝก หัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ที่ ๕ หนา ๙๙ เปน การบาน

ส่อื / แหลง การเรียนรู
๑. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕
๒. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๕

การวดั และประเมินผล
วิธปี ระเมิน
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เครอื่ งมือประเมนิ
- แบบสังเกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๕

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๒ เรื่อง หนาตางท่เี ปดกวาง เวลา ๑๓ ช่วั โมง

เร่อื ง อานเพิ่ม เติมความหมาย เวลา ๑ ชัว่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

คาํ เปน หนว ยของภาษาท่สี อื่ ถึงความหมายซึง่ ประกอบดวยพยางคหน่ึงพยางคหรือมากกวา ปกติในแต

ละคาํ จะมรี ากศัพทของคําแสดงถึงความหมายและท่ีมาของคาํ นน้ั การนําคาํ หลายคาํ มาประกอบกันจะทําใหเกิด

วลหี รือประโยคซ่ึงใชสอื่ ความหมายใหชดั เจนมากย่ิงข้ึนไป

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพอื่ นาํ ไปใชต ัดสนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนินชีวิต และมีนิสัย

รักการอา น

ตวั ชี้วดั
ป.๕ / ๒ อธิบายความหมายของคํา ประโยคและขอความทเ่ี ปนการบรรยายและการพรรณนา

จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนอา น เขียนสะกดคําในบทเรยี นได
๒. นักเรียนบอกความหมายของคาํ ได
๓. นกั เรยี นแตงประโยคและนาํ คําไปประยุกตใ ชไดถ กู ตองตามสถานการณ

สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการส่อื สาร
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. มวี ินัย
๓. ใฝเรยี นรู
๔. อยูอยางพอเพยี ง
๕. มงุ มน่ั ในการทํางาน
๖. มจี ิตสาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การอา นออกเสียงและการบอกความหมายของบทรอยแกวและบทรอยกรอง (การสะกดคํา ความหมาย

ของคาํ และการนาํ คาํ ไปใช)

กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสนทนาเก่ยี วกับหลกั การอานในใจ และการอา นออกเสียง รวมถึงมารยาทใน

การอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานุการกลุม ทบทวนถงึ บทบาทและหนา ทข่ี องสมาชกิ ทุกคนในกลุม
๓. นักเรยี นแตละกลุมรว มกนั อา นคาํ ทายบทเรยี น เรอ่ื ง หนาตา งทเ่ี ปดกวา ง ในหนังสือเรียนรายวิชา

พ้ืนฐานภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕ อภิปราย และสนทนาเก่ียวกับความหมายของคํา
จากน้นั สงตวั แทนแขง ขันเขยี นคาํ หนาชัน้ เรียน

๔. นกั เรียนทุกคนเขยี นตามคาํ บอก แลว เปลีย่ นกนั ตรวจ หากมคี ําผดิ ใหแ กไ ขใหถกู ตอ ง
๕. นักเรยี นแตละกลุม ชวยกนั แตง ประโยคกลุม ละ ๓ ประโยค แลวสงตัวแทนนาํ เสนอหนาชน้ั เรียน
๖. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หัด รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ที่ ๕ ขอ ๒ หนา ๙๙ – ๑๐๐ เปน การบา น

สื่อ / แหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕
๒. แบบฝกหัด รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕

การวดั และประเมินผล
วธิ ีประเมิน
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกต
- แบบบันทึกคะแนน
เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทําแบบฝกหัด รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๖

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕

หนว ยการเรียนรูที่ ๑๒ เรอ่ื ง หนาตา งท่เี ปดกวา ง เวลา ๑๓ ชว่ั โมง

เรื่อง การเลอื กหนังสืออา น เวลา ๑ ชัว่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การอา นหนงั สอื เพ่ือใหเ กิดประโยชนแ กชีวิตในทางสรางสรรคแ ละดีงาม ผูอา นตอ งรจู กั พิจารณาเลอื กอา น

หนังสอื ที่ดี และตองรจู ักหลักในการพจิ ารณาเลือกอานหนงั สอื เพอ่ื ใหเ กิดประโยชนแ ละคมุ คาแกการอา นมากที่สดุ

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรา งความรูและความคิดเพอ่ื นาํ ไปใชต ดั สนิ ใจแกป ญหาในการดําเนนิ ชวี ิต และมีนิสัย

รกั การอา น

ตัวช้ีวดั
ป.๕/๔ แยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คิดเห็นจากเรอื่ งท่ีอาน

จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรียนเลอื กอา นหนังสอื ท่ีมีประโยชนไ ด
๒. นักเรียนนําความรูทไี่ ดจ ากการอานไปประยุกตใ ชใ นชีวิตประจําวนั ได

สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. มีวินัย
๓. ใฝเรียนรู
๔. อยอู ยา งพอเพยี ง
๕. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน

สาระการเรียนรู
การอา นจบั ใจความจากส่ือตางๆ (การเลอื กอา นหนงั สอื )

กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นกั เรียนและครรู ว มกนั สนทนาเก่ยี วกบั เน้ือหาท่ีเรียนในชั่วโมงทแ่ี ลว จากน้ันครนู ําหนงั สือสารานุกรม

ใหน กั เรียนดู สนทนาและอภิปรายเกย่ี วกับหนังสอื ดงั กลาว
๒. นกั เรียนแบงกลมุ กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถึงบทบาทและหนาท่ีของสมาชิกทุกคนใน

กลุม
๓. นักเรียนแตล ะกลุม รวมกันอานอธิบายเพม่ิ เติมความรู เร่ือง การเลอื กหนังสอื อาน ในหนังสือเรียน

รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๕ หนา ๒๐๔ สนทนาและอภิปรายเก่ียวกับเร่ือง
ทอี่ าน

๔. นักเรยี นและครูรวมกนั สนทนาเก่ียวกับเร่ืองท่ีอานอีกคร้ังหน่ึง จากน้ันแตละกลุมไปเลือกหนังสือท่ี
หองสมดุ หรือมมุ หนงั สอื กลมุ ละ ๑ เลม แลวนําเสนอเหตผุ ลในการเลือกหนาชัน้ เรยี น เชน มีประโยชนในการ
นําไปใชใ นชวี ิตประจําวัน เปน ตน

๕. นักเรยี นทาํ แบบฝกหัด รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ท่ี ๕ หนา ๑๐๒ – ๑๐๔ เปนการบาน

ส่ือ / แหลงการเรียนรู
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕
๒. แบบฝก หดั รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕
๓. หนังสือสารานุกรม

การวัดและประเมินผล
วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสังเกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑการทําแบบฝก หดั รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๗

กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนวยการเรยี นรูที่ ๑๒ เร่ือง หนาตา งทีเ่ ปดกวา ง เวลา ๑๓ ชั่วโมง

เรื่อง โครงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คัญ

โครงงานเปนการศึกษาคนควา เกี่ยวกบั ส่งิ ใดส่ิงหนึ่ง หรือหลายๆสิ่งที่อยากรคู ําตอบใหล ึกซ้งึ หรือเรยี นรูใน

เรอื่ งนัน้ ๆ ใหม ากขึน้ โดยใชก ระบวนการ วิธกี ารท่ีศกึ ษาอยา งมรี ะบบ เปน ขน้ั ตอน มกี ารวางแผนในการศกึ ษาอยาง

ละเอยี ด ปฏิบตั งิ านตามแผนทว่ี างไว จนไดข อ สรุปหรอื ผลสรปุ ที่เปน คําตอบในเร่ืองนัน้ ๆ

มาตรฐาน ท ๒.๑
ใชก ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบตางๆ เขียน

รายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ

ตัวชีว้ ัด
ป.๕/ ๒ เขียนสือ่ สารโดยใชค ําไดถ ูกตองชดั เจน และเหมาะสม

จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นักเรียนบอกองคประกอบของโครงงานได
๒. นักเรียนเขยี นโครงงานได

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝเ รียนรู
๔. อยูอยางพอเพยี ง
๕. มงุ มัน่ ในการทํางาน

สาระการเรยี นรู
การเขียนสือ่ สาร (โครงงาน)

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรียนและครรู วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั เนอ้ื หาทเี่ รียนในช่ัวโมงทีแ่ ลว
๒. นกั เรยี นแบง กลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถึงบทบาทและหนาที่ของสมาชิกทุกคนใน

กลมุ
๓. นกั เรียนแตละกลุมรวมกันอานอธิบายเพิ่ม เติมความรู เร่ือง โครงงาน ในหนังสือเรียน รายวิชา

พืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๕ หนา ๒๐๔ – ๒๐๖ สนทนาและอภิปรายเก่ียวกับเรื่อง
ท่ีอา น

๔. นกั เรยี นและครูรว มกันสนทนาเก่ยี วกับเรอ่ื งทอ่ี า นอีกครั้งหน่ึง จากนั้นนักเรียนเขียนแผนที่ความคิด
เก่ยี วกบั เรอ่ื งท่ีอาน

๕. นักเรียนแตละกลุม เลือกเรื่องที่ตนเองสนใจ และนําไปทําโครงงานเปนการบา น

สอ่ื / แหลง การเรยี นรู
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๕

การวัดและประเมนิ ผล
วิธปี ระเมนิ
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เครื่องมือประเมิน
- แบบสังเกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑก ารทาํ ผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๘

กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๒ เร่ือง หนาตางทีเ่ ปด กวา ง (วรรณคดีลํานํา) เวลา ๑๓ ชัว่ โมง

เร่อื ง การอา นออกเสยี ง (คบพาล พาลพาไปหาผิด) เวลา ๑ ชัว่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคัญ

การอา นออกเสยี ง เปนการอานใหผ อู ื่นฟง หากผูอา นออกเสียงชัดเจนถูกตอง ยอมชวยใหการส่ือสารมี

ประสิทธิภาพ ผูฟ ง สามารถรบั สารไดอ ยา งสมบูรณ จึงควรฝกใหช าํ นาญ เพอื่ ใหสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวนั

ได

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดเพอื่ นาํ ไปใชต ดั สินใจแกปญ หาในการดําเนินชีวติ และมีนิสัย

รักการอา น

ตวั ชี้วดั
ป.๕/๑ อา นออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอ ยกรองไดถกู ตอ ง

จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอา นออกเสียงบทรอยแกวและบทรอ ยกรองไดถ ูกตอง
๒. นักเรียนมีมารยาทในการอาน

สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการส่อื สาร
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยอู ยา งพอเพียง

สาระการเรยี นรู
การอา นออกเสียงบทเรยี น เร่ือง คบพาล พาลพาไปหาผิด

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรียนและครูรวมกันสนทนาถึงเน้ือหาที่เรียนในชั่วโมงที่แลว จากน้ันสนทนาเกี่ยวกับ

ภาพประกอบ ในหนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทยชุดภาษาเพอื่ ชีวิต วรรณคดีลํานํา ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕
เร่ือง คบพาล พาลพาไปหาผิด หนา ๗๗ – ๘๓

๒. นกั เรยี นแบงกลมุ กลมุ ละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถงึ บทบาทและหนา ทข่ี องสมาชิกทุกคนใน
กลุม

๓. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนมารยาทในการอาน การออกเสียงคํา เชน คําควบกล้ํา คําที่มี
อักษรนาํ คาํ ทม่ี ี ร เปนตน

๔. นกั เรยี นและครรู วมกันแบงเนอ้ื หาในการอา นบทเรยี น ในหนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทยชุด
ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดลี ํานาํ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด หนา ๗๗ – ๘๓ แลวให
แตล ะกลมุ ฝก อา นเนือ้ หาท่ีได

๕. นกั เรียนแตละกลุม รว มกันอานออกเสยี งเนื้อหาบทเรียน ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย
ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ วรรณคดลี ํานาํ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕ เรอ่ื ง คบพาล พาลพาไปหาผิด หนา ๗๗ – ๘๓ ตอกัน
ไปจนจบเรอ่ื ง

๖. นกั เรียนและครูรว มกันทบทวนเร่อื งการอานในใจ แลว ใหน ักเรยี นอานในใจเน้อื หาบทเรียนในหนงั สอื
เรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทยชุดภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดีลํานาํ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕ เร่อื ง คบพาล พาลพาไป
หาผดิ หนา ๗๗ – ๘๓ เปน การบา น

ส่อื / แหลง การเรยี นรู
หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทยชุดภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดีลํานํา ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕

การวดั และประเมินผล
วธิ ีประเมิน
- สงั เกต
เครื่องมือประเมิน
- แบบสังเกต
เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๙

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๕

หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๒ เรื่อง หนา ตา งทเี่ ปดกวา ง (วรรณคดีลํานาํ ) เวลา ๑๓ ชั่วโมง

เร่ือง การอา นในใจ (คบพาล พาลพาไปหาผดิ ) เวลา ๑ ชัว่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสําคญั

การอานในใจ เปน การอานจบั ใจความเพอ่ื หาสวนสําคญั ของเรื่อง ซ่ึงเรียกวา ใจความหรือใจความสําคัญ

ใจความจะปรากฏอยูตามยอ หนาตางๆ ของเรอ่ื งทีอ่ าน อาจอยสู วนตน สวนกลาง หรือสวนทายของยอ หนากไ็ ด

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดเพ่ือนาํ ไปใชต ดั สินใจแกป ญหาในการดาํ เนินชวี ติ และมีนิสัย

รักการอา น

ตวั ชวี้ ัด
ป.๕/๔ แยกขอ เทจ็ จริงและขอคดิ เห็นจากเรอ่ื งทีอ่ า น
ป.๕/๕ วิเคราะหและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรือ่ งท่ีอา นเพอ่ื นําไปใชใ นการดาํ เนินชีวติ

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรียนบอกใจความสําคญั ของเร่อื งได
๒. นักเรียนบอกขอ คดิ ของเรื่องได
๓. นกั เรยี นตอบคําถามจากเนื้อเร่อื งได

สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. มีวินัย
๓. ใฝเ รยี นรู
๔. อยูอยางพอเพียง
๕. มงุ มัน่ ในการทํางาน

สาระการเรียนรู
การอานจบั ใจความ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครแู ละนักเรยี นรว มกันสนทนาเก่ียวกบั หลักการอานในใจ และมารยาทในการอาน
๒. นักเรยี นแบง กลุม กลมุ ละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถึงบทบาทและหนา ที่ของสมาชิกทุกคนใน

กลมุ
๓. นกั เรียนแตล ะกลุมรวมกันอานในใจเน้ือหาบทเรียน ในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทยชุด

ภาษาเพอ่ื ชวี ติ วรรณคดีลํานํา ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด หนา ๗๗ – ๘๓ จากนั้น
สนทนา อภปิ ราย วเิ คราะหเน้อื หาและขอ คดิ จากเรอ่ื งท่ีอาน

๔. นักเรยี นแตล ะกลมุ สงตัวแทนนําเสนอหนา ชน้ั เรียน เมื่อครบทกุ กลุมแลว ครูและนักเรียนรวมกันสรุป
เกย่ี วกบั กบั เรื่องดงั กลา วอีกครั้งหนง่ึ

๕. นักเรียนทําแบบฝก หัด รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ที่ ๕ หนา ๙๗ – ๙๘ เปนการบาน

ส่อื / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ วรรณคดลี าํ นํา ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕
๒. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชวี ิต ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕

การวดั และประเมนิ ผล
วิธีประเมิน
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เครอ่ื งมอื ประเมิน
- แบบสังเกต
- แบบบันทกึ คะแนน
เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารทําแบบฝกหัด รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑๐

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๒ เร่อื ง หนา ตางทเี่ ปดกวาง (วรรณคดลี าํ นาํ ) เวลา ๑๓ ชว่ั โมง

เร่ือง เรยี นรคู ํานาํ ไปใช (คบพาล พาลพาไปหาผดิ ) เวลา ๑ ชวั่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คัญ

คํา เปนหนว ยของภาษาท่สี ่ือถึงความหมายซ่งึ ประกอบดวยพยางคหน่ึงพยางคหรือมากกวา ปกติในแต

ละคาํ จะมรี ากศัพทของคาํ แสดงถงึ ความหมายและทีม่ าของคํานนั้ การนําคาํ หลายคาํ มาประกอบกันจะทําใหเกิด

วลหี รอื ประโยคซ่ึงใชส อื่ ความหมายใหชัดเจนมากยง่ิ ขึ้นไป

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอานสรา งความรูแ ละความคดิ เพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญ หาในการดาํ เนินชวี ติ และมีนิสัย

รกั การอา น

ตัวชว้ี ัด
ป.๕ / ๒ อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคและขอ ความที่เปนการบรรยายและการพรรณนา

จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นกั เรยี นอาน เขียนสะกดคาํ ในบทเรยี นได
๒. นักเรียนบอกความหมายของคาํ ได
๓. นักเรียนแตง ประโยคและนําคําไปประยกุ ตใ ชไดถ ูกตองตามสถานการณ

สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการสอื่ สาร
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. มีวินยั
๓. ใฝเรียนรู
๔. อยอู ยา งพอเพียง
๕. มุงมัน่ ในการทํางาน

สาระการเรียนรู
การอานออกเสยี งและการบอกความหมายของบทรอยแกวและบทรอยกรอง (เรียนรูคําศัพท เรื่อง คบ

พาล พาลพาไปหาผดิ )

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั สนทนาเกย่ี วกับหลกั การอา นในใจ และการอา นออกเสียง รวมถึงมารยาทใน

การอา น
๒. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถงึ บทบาทและหนาทีข่ องสมาชิกทุกคนใน

กลุม
๓. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ชวยกันหาคํายากในหนงั สือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต

วรรณคดีลํานาํ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๕ เรือ่ ง คบพาล พาลพาไปหาผิด กลมุ ละ ๑๐ คาํ จากน้ันสง ตวั แทนนําเสนอ
หนา ชัน้ เรียน นักเรียนกลุม ทน่ี ั่งฟงบันทกึ คาํ ของกลุมท่ีนาํ เสนอไวท ุกกลมุ

๔. นักเรียนอานทบทวนคําท่ีทุกกลุมนาํ เสนอ จากนัน้ เขียนตามคาํ บอก แลว เปล่ียนกนั ตรวจหากมีคําผดิ
ใหแกไ ขใหถกู ตอง

๕. นักเรียนแตละกลมุ นาํ คาํ ในบทเรียนแตงประโยคกลุมละ ๓ ประโยค แลวสงตัวแทนนําเสนอหนาชั้น
เรยี น

๖. นกั เรยี นทําแบบฝก หัด รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ท่ี ๕ หนา ๑๐๑ เปนการบา น

ส่อื / แหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชวี ิต วรรณคดีลาํ นาํ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชวี ิต ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๕

การวัดและประเมินผล
วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกต
- ตรวจผลงาน
เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสังเกต
- แบบบนั ทึกคะแนน
เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๑๑

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๕

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๒ เรอ่ื ง หนาตางทเ่ี ปดกวา ง (วรรณคดีลํานํา) เวลา ๑๓ ชว่ั โมง

เรื่อง การอา นทํานองเสนาะ (คบพาล พาลพาไปหาผดิ ) เวลา ๑ ชัว่ โมง

……………………………………………………………………………………………………...……………………………………………………..

สาระสาํ คัญ

การอานทํานองเสนาะเปน การใชศ ิลปะในการอานเพื่อใหเกิดอรรถรสในน้ําเสียงและลีลาที่เปลงออกมา

ผอู านตองหมน่ั ฝกฝนและมพี รสวรรคใ นดานนจี้ ึงจะทําใหเกิดความไพเราะอยา งแทจรงิ

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดําเนินชีวิต และมี

นสิ ยั รักการอา น

ตวั ชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๕ / ๑ อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอ ยกรองไดถกู ตอง

จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรียนอานบทรอ ยกรองเปน ทํานองเสนาะได
๒. นกั เรียนถอดความหมายคาํ ประพันธรอยกรองได

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. มีความรอบคอบในการทํางาน
๒. เปน ผนู าํ และผตู ามทดี่ ี
๓. มีความภาคภมู ิใจในภาษาไทย
๔. มคี วามสนใจใฝเ รยี นรู
๕. ใชภาษาไดถ กู กาลเทศะ

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

สาระการเรยี นรู
๑. การอานออกเสียงบทรอ ยกรอง
๒. การอา นทาํ นองเสนาะบทรอ ยกรองเรอ่ื ง “คบพาล พาลพาไปหาผิด”

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นกั เรยี นดแู ผนผงั ฉันทลกั ษณ โคลงสี่สภุ าพ ครูอภปิ รายรว มกับนักเรยี นถึง ลกั ษณะของโคลงสี่สุภาพ
๒. นักเรยี นและนักเรียนทบทวนหลักการอา นออกเสียงและการอานทํานองเสนาะ ท่เี คยฝกปฏิบตั มิ าแลว

และสรุปหลกั การอา นใหเ ขาใจตรงกนั
๓. นักเรียนสงั เกต บทรอ ยกรอง เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผดิ ซึ่งมีลกั ษณะของฉันทลกั ษณ คือ โคลงสี่

สภุ าพ ครรู วมอภิปรายกับนกั เรียนถึงบทรอยกรอง
๔. นักเรยี นอานออกเสยี งบทรอยกรองโคลงโลกนิติ ตามครู ๑ครัง้ และฝก อา นเองใหค ลอ ง
๕. นักเรียนแบงกลมุ กลุมละ ๓ – ๔ คน นักเรยี นฟง การอานทาํ นองเสนาะ โคลงโลกนิติ จากแผนซีดีท่ี

ครูเปดใหฟง แตละกลุมฝกอานเปนทํานองเสนาะจนคลอง สงตัวแทนกลุมออกมาประกวดอานหนาชั้นเรียน
นักเรยี นที่อานไดไพเราะ ถกู ตองทส่ี ุด จะไดรับรางวัล

๖. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั อภิปรายความหมายในบทรอ ยกรอง
๗. นกั เรยี นทําแบบฝก หัด ทักษะภาษา วรรณคดลี ํานาํ แบบฝก หดั ที่ ๑๒ ขอ ๓

สื่อ/ แหลงเรยี นรู
๑. แผนผังฉันทลกั ษณ โคลงสสี่ ภุ าพ
๒. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
๓. แบบฝก หดั รายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕

วดั ผลประเมนิ ผล
วิธีการประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั /ผลงาน
เคร่อื งมอื ทใี่ ชในการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั /ผลงาน
เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝก หัด/ผลงาน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๒

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๑๒ เรอื่ ง หนาตา งท่ีเปด กวาง (วรรณคดีลาํ นาํ ) เวลา ๑๓ ชว่ั โมง

เรอื่ ง การตคี วามบทรอยกรออง (คบพาล พาลพาไปหาผดิ ) เวลา ๑ ชว่ั โมง

........................................................................................................................................................................

สาระสําคญั

การตีความหรอื ถอดความจากบทรอยกรอง คือ การหาใจความสําคัญหรือขอคิดท่ีมีในบทรอยกรอง ซ่ึง

ผูอ า นตองอา นใหตลอดเรอ่ื ง แลวจบั ใจความสาํ คัญของเร่ืองจึงตคี วามหรอื ถอดความเพ่ือเอาขอคิด ใจความสําคัญ

ของบทรอ ยกรองหรอื เร่ืองที่อาน การจะตีความไดด ีจะตอ งเขาใจคํา ความหมายทั้งโดยตรงและโดยนัยและมีการ

ฝกเปน ประจํา

มาตรฐาน ท ๕.๑
เขาใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยางเหน็ คุณคาและนํามาประยุกตใช

ในชวี ิตจริง

ตัวช้ีวดั
ป.๕/๑ สรุปเรอ่ื งจากวรรณคดีหรอื วรรณกรรมที่อา น

จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. อธิบายความหมายของคําในโคลงสี่สุภาพได
๒. ตีความโคลงส่สี ภุ าพได

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. มีความรอบคอบในการทาํ งาน
๒. เปน ผูนาํ และผูตามที่ดี
๓. มีความภาคภูมิใจในภาษาไทย
๔. มคี วามสนใจใฝเรยี นรู
๕. ใชภ าษาไดถูกกาลเทศะ

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

สาระการเรยี นรู
การตคี วาม ถอดความ จาก โคลงโลกนิติ

กระบวนการจัดการเรียนรู

๑. นกั เรยี นดูแผนผงั ฉนั ทลกั ษณ โคลงส่ีสภุ าพ เพ่ือทบทวนความรูเ ดิม

๒. นกั เรียนดแู ละอา นโคลงสีส่ ภุ าพ ซง่ึ มีเนื้อความดงั นี้

“ปลาราพันหอ ดวย ใบคา

ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุง

คือคนในหมูไ ปหา คบเพอื่ น พาลนา

ไดแ ตร ายรา ยฟงุ เฟอ งใหเสียพงศ”

๓. นักเรียนชวยกันอภิปรายวา ใจความสําคัญ หรือขอคิดของบทโคลงน้ีคืออะไร ครูชวยสรุปและให

ขอคดิ ในการสรุปความและตีความหมายของโคลง ซ่ึงควรตีความแลว เขยี นออกมาเปน รอยแกวใหอา นเขาใจงา ย

๔. นักเรียนแบงกลุม กลมุ ละ ๓ – ๔ คน ฝก ตคี วาม โคลงโลกนิติ โดยแบง ใหแ ตละกลุมรบั ผิดชอบ กลุม

ละเทาๆกนั ใหนักเรยี นฝกตคี วาม และบอกขอ คิด แลวนาํ เสนอหนา ชนั้ เรยี น ครเู สนอแนะและชมเชย

๕. นักเรยี นรวมกันสรุปเรื่องทเ่ี รียนมา ครูชวยสรุปเพิม่ เติม

ส่อื / แหลง เรียนรู
๑. แผนผงั ฉันทลกั ษณ โคลงส่ีสภุ าพ
๒. หนังสอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๕
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕

วดั ผลประเมินผล
วิธกี ารประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด/ผลงาน
เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชใ นการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด/ผลงาน
เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑก ารทําแบบฝกหัด/ผลงาน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๓

กลุม สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

หนวยการเรียนรูท่ี ๑๒ เรอื่ ง หนาตางที่เปดกวา ง (วรรณคดีลํานาํ ) เวลา ๑๓ ชั่วโมง

เรอ่ื ง การอานทํานองเสนาะ (คบพาล พาลพาไปหาผิด) เวลา ๑ ช่ัวโมง

...........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การอานทํานองเสนาะคือวิธีการอานออกเสียงอยางไพเราะตามลีลาของบทรอยกรองแตละ

ประเภท หรอื หมายถงึ การอา นตามทาํ นองเพ่ือใหเ กิดความเสนาะ

มาตรฐาน ท ๕.๑
เขา ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา งเหน็ คุณคาและนํามาประยุกตใช

ในชีวิตจริง

ตวั ชว้ี ดั
ป.๕/ ๔ ทอ งจําบทอาขยานตามที่กําหนดและบทรอ ยกรองที่มีคณุ คาตามความสนใจ

จุดประสงคก ารเรียนรู
นกั เรียนอานทํานองเสนาะไดถูกตองตามหลกั การอา น

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการสอื่ สาร
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. มวี นิ ยั
๓. ใฝเรยี นรู
๔. อยูอยางพอเพียง
๕. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน

สาระการเรยี นรู
การอานทํานองเสนาะบทรอยกรอง เรอ่ื ง คบพาล พาลพาไปหาผิด

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครูและนักเรียนรวมกนั ทบทวนถึงเน้อื หาท่เี รียนในชั่วโมงที่แลว และมารยาทในการเรียนจากนั้นครู

อา นบทรอยกรองในหนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดลี าํ นํา ชั้นประถมศึกษา
ปที่ ๕ เรอื่ ง คบพาล พาลพาไปหาผิด หนา ๗๙ – ๘๓ เปนทํานองเสนาะ เมื่ออานจบแลวนักเรียนและครู
สนทนาและอภิปรายรวมกันเก่ยี วกับบทรอยกรองทีอ่ าน

๒. นักเรยี นแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน ทบทวนถงึ บทบาทและหนาท่ขี องสมาชิกทุกคนใน
กลมุ

๓. นกั เรียนแตล ะกลุมรวมกนั อา นในใจเนื้อหาบทเรยี น ในหนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด
ภาษาเพ่ือชีวติ วรรณคดีลาํ นาํ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕ เรอื่ ง คบพาล พาลพาไปหาผดิ หนา ๗๙ – ๘๓ จากน้ัน
สนทนา อภิปราย เก่ียวกบั เร่ืองทีอ่ า น

๔. นกั เรยี นรวมกนั อา นออกเสียงบทรอ ยกรองใน ขอ ๓ โดยเนนการออกเสียงคํา เชน คําควบกลํ้า คําท่ี
มอี ักษรนาํ และคาํ ทมี่ ี ร ใหถ ูกตองตามหลักการอา น

๕. ครูอานออกเสียงบทรอ ยกรองในขอ ๓ เปน ทํานองเสนาะใหน ักเรียนฟงอีกครง้ั จากนน้ั ใหนกั เรียนฝก
อานตามเปนกลมุ และเปนรายบุคคล

๖. นักเรียนฝกอานทํานองเสนาะ ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต
วรรณคดลี าํ นาํ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕ เรอ่ื ง คบพาล พาลพาไปหาผดิ หนา ๗๙ – ๘๓ เปนการบา น

สอื่ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ วรรณคดีลาํ นํา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕

การวัดและประเมินผล
วธิ ีประเมิน
- สังเกต
เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกต
- แบบบันทึกคะแนน
เกณฑก ารประเมิน
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑

กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๕

หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๓ เรือ่ ง ภาษาจรรโลงใจ เวลา ๖ ชั่วโมง

เร่ือง เสียงดัง ฟง ชัด เวลา ๑ ชัว่ โมง

.........................................................................................................................................................................

สาระสาํ คญั

การอา นออกเสียง เปนการอานใหผอู ืน่ ฟง หากผอู า นออกเสียงชัดเจนถูกตอง ยอมชวยใหการส่ือสารมี

ประสิทธภิ าพ ผฟู ง สามารถรบั สารไดอยางสมบรู ณ จึงควรฝก ใหช ํานาญ เพ่ือใหส ามารถนําไปใชในชีวิตประจําวัน

ได

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพือ่ นาํ ไปใชตัดสนิ ใจแกปญหาในการดาํ เนนิ ชีวิต และมีนิสัย

รักการอา น

ตัวชวี้ ดั
ป.๕/๑ อา นออกเสียงบทรอยแกว และบทรอยกรองไดถูกตอ ง

จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรยี นอา นออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถ กู ตอ ง
๒. นักเรียนมีมารยาทในการอาน

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง

สาระการเรียนรู
การอานออกเสยี งบทเรียน เร่ือง ภาษาจรรโลงใจ

กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครูและนกั เรยี นรว มกันสนทนาเก่ยี วกับภาพประกอบ ในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทยชุด

ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕ บทที่ ๑๓ ภาษาจรรโลงใจ หนา ๒๐๙ – ๒๑๔
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลุม ทบทวนถึงบทบาทและหนาท่ขี องสมาชกิ ทกุ คนในกลมุ
๓. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนมารยาทในการอาน การออกเสียงคํา เชน คําควบกลํ้า คําที่มี

อกั ษรนํา คาํ ทม่ี ี ร เปน ตน
๔. นักเรียนและครูรว มกนั แบงเนือ้ หาในการอานบทเรยี น ในหนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทยชุด

ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕ บทท่ี ๑๓ ภาษาจรรโลงใจ หนา ๒๐๙ – ๒๑๔แลวใหแตละ
กลมุ ฝก อา นเนือ้ หาทไี่ ด

๕. นกั เรียนแตละกลุม รว มกนั อานออกเสียงเนื้อหาบทเรียน ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ชุดภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕ บทท่ี ๑๓ ภาษาจรรโลงใจ หนา ๒๐๙ – ๒๑๔ ตอกันไปจน
จบเร่ือง

๖. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนเรื่องการอานในใจ แลวใหนักเรียนอานในใจเน้ือหาบทเรียน ใน
หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕ บทที่ ๑๓ ภาษา
จรรโลงใจ หนา ๒๐๙ – ๒๑๔ เปนการบา น

ส่ือ / แหลงการเรยี นรู
หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทยชุดภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕

การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกต
เครื่องมือประเมิน
- แบบสงั เกต
เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๒

กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๕

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๓ เรือ่ ง ภาษาจรรโลงใจ เวลา ๖ ชว่ั โมง

เรอ่ื ง ใจความสาํ คัญ เวลา ๑ ชั่วโมง

..........................................................................................................................................................................

สาระสําคัญ

การอา นในใจ เปน การอานจับใจความเพื่อหาสวนสาํ คญั ของเรือ่ ง ซึง่ เรียกวาใจความหรือใจความสําคัญ

ใจความจะปรากฏอยูตามยอหนาตางๆ ของเร่อื งท่ีอา น อาจอยสู ว นตน สว นกลาง หรอื สว นทา ยของยอ หนากไ็ ด

มาตรฐาน ท ๑.๑
ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพ่อื นาํ ไปใชต ดั สนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนินชวี ิต และมีนิสัย

รักการอา น

ตวั ช้ีวัด
ป.๕/๔ แยกขอ เท็จจรงิ และขอ คดิ เห็นจากเรอื่ งทอ่ี า น
ป.๕/๕ วิเคราะหแ ละแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับเรอื่ งท่อี านเพอื่ นาํ ไปใชในการดาํ เนินชวี ติ

จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นบอกใจความสาํ คัญของเรื่องได
๒. นักเรียนบอกขอคิดของเร่ืองได
๓. นกั เรยี นตอบคาํ ถามจากเน้ือเรื่องได

สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการสื่อสาร
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. มวี นิ ยั
๓. ใฝเรียนรู
๔. อยอู ยา งพอเพียง
๕. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
๖. มีจติ สาธารณะ

สาระการเรยี นรู
การอา นจับใจความจากสื่อตางๆ (วรรณคดีในบทเรยี น เรอื่ ง ภาษาจรรโลงใจ)

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกยี่ วกับหลกั การอา นในใจ และมารยาทในการอา น
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๔ – ๕ คน แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน และ

เลขานกุ ารกลุม ทบทวนถึงบทบาทและหนาทีข่ องสมาชกิ ทกุ คนในกลุม
๓. นักเรยี นแตล ะกลุมรว มกนั อานในใจเน้ือหาบทเรียน ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด

ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๕ บทท่ี ๑๓ ภาษาจรรโลงใจ หนา ๒๐๙ – ๒๑๔ จากนั้นสนทนา
อภิปราย วิเคราะหเน้ือหาและขอคิดจากเรื่องท่อี า น

๔. นกั เรยี นแตล ะกลมุ สงตวั แทนนําเสนอหนา ช้นั เรยี น เม่อื ครบทุกกลุมแลว ครูและนักเรียนรวมกันสรุป
เกยี่ วกับกบั เร่อื งดงั กลาวอกี ครงั้ หนึง่

๕. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาป
ท่ี ๕ ขอ ๑ หนา ๑๐๕ – ๑๐๖ เปน การบา น

สื่อ / แหลง การเรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๕
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชวี ิต ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๕

การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีประเมนิ
- สงั เกต
- ตรวจผลงาน
เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกต
- แบบบนั ทกึ คะแนน
เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝก หดั รอยละ ๗๕ – ๘๐


Click to View FlipBook Version