- 151 -
กำรขอตออำยใุ บอนญุ ำตผลติ อำหำร
26. ตามมาตรา 18 กาหนดใหใบอนุญาตผลิตอาหารท่ีออกตามมาตรา 14 แหงพระราช
บญั ญัติ อาหาร พ.ศ. 2522 ใหใชไดจนถงึ วันที่ 31 ธันวาคมของปท่สี ามนบั แตปทอ่ี อกใบอนุญาต ถ
าผูรับอนญุ าตประสงคจะขอตออายุใบอนุญาตใหย่ืนคาขอเสียกอนใบอนุญาตส้ินอายุ เม่ือไดยื่นคาขอดังกลาวแลวจะประกอบ
กจิ การตอไปก็ไดจนกวาผูอนุญาตจะสงั่ ไมอนญุ าตตออายุใบอนุญาตนนั้
การขอต ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให เป นไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่กาหนด ในกฎกระทรวง
ผูรับอนุญาตที่ตองยื่นคาขอตออายุใบอนุญาตในปีที่ใบอนุญาตผลิตอาหารส้ินอายุพรอม หลักฐานประกอบตอผูอนุญาต
ซึง่ ยดึ ถือตามสถานทีผ่ ลิตอาหารทีร่ ะบุไวตามใบอนุญาตผลิตอาหารทรี่ บั อนญุ าตไว
หมำยเหตุ : หากมีการยายสถานที่ผลิตอาหาร ขอใหดาเนินการย่ืนคาขอตออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร พรอมคาขอ
ยายสถานที่ผลิตและสถานท่ีเก็บอาหาร และปฏิบัติตามระเบียบการขอย้ายสถานท่ีผลิตอาหารและสถานที่เก็บอาหารท่ีได
กาหนดไวพรอมกนั ไปดวย
สำหรบั สถำนที่ผลติ อำหำรที่ไมเ่ ขำ้ ขำ่ ยโรงงำน (แบบ สบ.1) ไมม่ กี ำรต่ออำยใุ บอนญุ ำต
1. หลักฐำนและเอกสำรทใ่ี ชประกอบกำรยนื่ คำขอตออำยุใบอนญุ ำตผลติ อำหำร
กรณีท่ี 1 มีผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร “ผ่าน” หรือมีใบรับรองระบบประกันคุณภาพ
เทียบเท่า จีเอ็มพี กฎหมาย ครบถ้วนถูกต้อง ให้ยื่นคาขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหารและจัดเตรียมเอกสารสาหรับต่ออายุ
ใบอนุญาตผลิตอาหารตามแบบ NPT-Food 035 แบบตรวจสอบคาขอและบันทึกข้อบกพร่องคาขอต่ออายุใบอนุญาต
ผลิตอาหาร (แบบ อ.3) พร้อมชาระค่าการพิจารณาคาขอและการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายท่ีจะจัดเก็บจากผู้ยื่นคาขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2560
ตามบัญชี 1
ลำดับ บุคคลธรรมดำ นติ ิบคุ คล
1. เอกสารหลักฐานตาม แบบตรวจสอบคาขอและบันทกึ เอกสารหลักฐานตาม แบบตรวจสอบคาขอและบันทึก
ขอ้ บกพร่องฯ (แบบ NPT-Food 035) จานวน 1 ฉบับ ขอ้ บกพรอ่ งฯ (แบบ NPT-Food 035) จานวน 1 ฉบับ
2. คาขอตออายุใบอนุญาตผลติ อาหาร (แบบ อ.3) คาขอตออายใุ บอนุญาตผลติ อาหาร (แบบ อ.3)
จานวน 1 ฉบบั จานวน 1 ฉบบั
3. ใบอนุญาตผลติ อาหาร (ฉบับจรงิ ) ใบอนุญาตผลติ อาหาร (ฉบบั จริง)
หรือใบแทน (ฉบับจริง) หรอื ใบแทน (ฉบบั จรงิ )
เอกสารหลักฐานทีแ่ สดงวา่ สถานทผ่ี ลิตอาหารไดป้ ฏบิ ัตติ ามทร่ี ฐั มนตรีประกาศกาหนดวธิ ีการผลิตเคร่ืองมือ
เครื่องใช้ในการผลติ และการเกบ็ รักษาอาหาร ตามมาตรา 6 (7) แหง่ พระราชบัญญัตอิ าหาร พ.ศ. 2522 ได้แก่
(1) สาเนาผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตท่ีผ่านตามเกณฑ์ จีเอ็มพี กฎหมาย สาหรับต่ออายุใบอนุญาต
ผลติ อาหาร ซ่ึงตรวจโดยพนกั งานเจ้าหน้าท่ตี ามพระราชบญั ญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522 หรือหน่วยตรวจสอบที่ไดร้ ับการขน้ึ ทะเบยี น
กับสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ท่ีตรวจแล้วไม่เกิน 1 ปีและมีขอบข่ายครอบคลุมทุกประเภทอาหาร ตามท่ีได้รับ
อนญุ าตจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถตรวจสอบรายชอื่ ท่ีเวบ็ ไซต์ สานกั อาหาร สานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา เลือก หนว่ ยตรวจหรอื รบั รอง หรือ
(2) สาเนาหนังสือรบั รองมาตรฐานระบบการผลิตจากสานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา หรือจาหน่วย
ตรวจสอบที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซ่ึงหนังสือรับรองดังกล่าวยังไม่หมดอายุ และ
มีขอบข่ายครอบคลุมทุกประเภทอาหารตามที่ได้รับอนุญาตจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถตรวจสอบ
รายช่ือทเ่ี วบ็ ไซต์ สานกั อาหาร สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เลือก หน่วยตรวจหรือรบั รอง หรอื
ศูนยบ์ ริการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพเบด็ เสร็จ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม โทร. 0 3421 3279 – 80 ตอ่ 124 หรือ 230 โทรสาร 0 3425 1550
- 152 -
(3) สาเนาใบรับรองระบบประกันคณุ ภาพ GMP หรือ HACCP หรือ ISO 22000 ตามมาตรฐานสากล จาก
สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือจากหน่วยตรวจสอบและรับรองที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองระบบงาน
(Accreditation Body : AB) ซง่ึ ใบรบั รองดงั กล่าวยงั ไม่หมดอายแุ ละมีขอบขา่ ยครอบคลมุ ทกุ ประเภทอาหารตาท่ีได้รบั อนุญาต
จากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตรวจสอบรายช่ือหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body : AB) ที่เว็บไซต์
www.iaf.nu หรือ www.acfs.go.th
กรณีที่ 2 สถานที่ผลิตอาหารตามใบอนุญาต ไม่มีผลการตรวจประเมินสถานท่ีผลิตอาหาร “ผ่าน” หรือ
ไม่มีใบรับรองระบบประกันคุณภาพเทียบเท่า จีเอ็มพี กฎหมาย ไม่ครอบคลุมทุกประเภทอาหารและประกาศกระทรวง
สาธารณสขุ (ฉบบั ท.่ี ..) พ.ศ. ........ เร่ือง วิธีการผลติ เครอื่ งมือเครอื่ งใชใ้ นการผลติ และการเก็บรักษาอาหาร ของประเภทอาหาร
ท่ีได้รับอนุญาต โดยสถานที่ต้องไม่มีการเปล่ียนแปลงแบบแปลนแผนผัง รายการเครื่องมือเคร่ืองจักร จะต้องรับการตรวจ
ประเมนิ สถานทผ่ี ลิตอาหารผ่านเกณฑ์ของกฎหมาย จึงนามายื่นคาขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร ดังน้ี
(1) ตอ้ งยื่นคาขอตรวจประเมนิ สถานท่ผี ลติ อาหารและเกบ็ อาหาร และจัดเตรียมเอกสารสาหรบั คาขอตรวจ
ประเมินสถานทีผ่ ลิตและเก็บอาหารตามแบบ NPT-Food 069 แบบตรวจสอบคาขอและบันทกึ ข้อบกพร่องคาขอตรวจประเมิน
สถานที่ผลิตและเก็บอาหาร สาหรับขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร พร้อมชาระค่าตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารตาม
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื ง คา่ ใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผูย้ น่ื คาขอในกระบวนการพจิ ารณาอนุญาตผลิตภัณฑอ์ าหาร พ.ศ.
2560 ตามบญั ชี 2 หากสถานทีผ่ ลิตอาหารที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกประเภทอาหารต้องดาเนินการมาพร้อมกันใน
คราวเดยี ว
(2) เมื่อได้รับหลักฐานการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารผ่านเกณฑ์ของกฎหมาย จึงนามาย่ืนคาขอต่อ
อายุใบอนญุ าตผลิตอาหารและเอกสารที่เก่ียวข้องตามแบบตรวจสอบคาขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ตามกรณีท่ี 1. และชาระ
คา่ การพจิ ารณาคาขอและการตรวจสอบความถูกตอ้ งของเอกสารตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื ง ค่าใช้จ่ายทจี่ ะจดั เก็บ
จากผูย้ ื่นคาขอในกระบวนการพจิ ารณาอนญุ าตผลิตภัณฑอ์ าหาร พ.ศ. 2560 ตามบญั ชี 1
ทั้งนี้ สถานที่ผลิตอาหาร หากไม่ผ่านประเมิน จีเอ็มพี กฎหมาย หรือกฎกระทรวง ฉบับที่ 1
(พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือมีใบรับรองระบบประกันคุณภาพเทียบเท่า จีเอ็มพี กฎหมาย
จะไม่สามารถย่นื คาขอตอ่ อายใุ บอนญุ าตผลิตอาหารได้
กรณีท่ี 3. สถานที่ผลิตอาหารตามใบอนุญาต ที่มีการแก้ไขเปล่ียนแปลงเครื่องมือเคร่ืองจักรและ
จานวนแรงม้า จานวนคนงาน หรือแบบแปลนแผนผงั ของอาคารผลติ หรืออาคารเกบ็ อาหาร หรอื ยกเลกิ ประเภทอาหารที่ผลิต ท่ี
มีผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผังและรายการเคร่ืองจักร จากท่ีได้รับอนุญาตไว้ในใบอนุญาตผลิตอาหาร
จะตอ้ งรบั การตรวจประเมินสถานท่ผี ลติ อาหารผา่ นก่อนย่นื คาขอตอ่ อายใุ บอนุญาต ดังนี้
(1) ต้องย่ืนคาขอตรวจประเมินสถานท่ีผลิตและเก็บอาหาร และจัดเตรียมเอกสารสาหรับคาขอตรวจ
ประเมินสถานทผี่ ลติ และเก็บอาหารตามแบบ NPT-Food 068 แบบตรวจสอบคาขอและบนั ทกึ ขอ้ บกพรอ่ งคาขอตรวจประเมิน
สถานทีผ่ ลติ และเก็บอาหาร สาหรับขออนุญาตผลิตอาหาร (ขอใหม่) / ขออนุญาตผลิตเพิ่มประเภทอาหาร / ย้ายสถานท่ีผลิต
และท่เี กบ็ อาหาร / เพิ่มหรือลดสถานที่ผลิตอาหาร หรือเปล่ียนแปลงแบบแปลนแผนผังและรายการเครื่องจักร / ยกเลิกกลุ่ม
ประเภทอาหาร พร้อมชาระคา่ ตรวจประเมินสถานท่ีผลติ อาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บ
จากผ้ยู ่นื คาขอในกระบวนการพจิ ารณาอนญุ าตผลติ ภณั ฑอ์ าหาร พ.ศ. 2560 ตามบัญชี 2
(2) เมื่อได้รับหลักฐานการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารผ่านเกณฑ์ของกฎหมาย จึงนามายื่นคาขอต่อ
อายุใบอนุญาตผลิตอาหารและเอกสารท่ีเก่ียวข้องตามแบบตรวจสอบคาขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ตามกรณีท่ี 1 และชาระ
คา่ การพิจารณาคาขอและการตรวจสอบความถูกตอ้ งของเอกสารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ค่าใชจ้ ่ายทีจ่ ะจัดเกบ็
จากผู้ย่ืนคาขอในกระบวนการพจิ ารณาอนญุ าตผลติ ภัณฑอ์ าหาร พ.ศ. 2560 ตามบญั ชี 1
ศนู ยบ์ ริการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพเบด็ เสร็จ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม โทร. 0 3421 3279 – 80 ตอ่ 124 หรือ 230 โทรสาร 0 3425 1550
แบบ อ.6 - 153 -
ตัวอยำง
กำรกรอกคำขออนุญำตแบบ อ.3 ในรูปนติ บิ คุ คล
เลขรับท่ี………………………………..
วนั ท่ี…………………………….………
(สาหรับเจา้ หนา้ ทเี่ ปน็ ผกู้ รอก)
คำขอต่ออำยใุ บอนุญำตผลติ อำหำร
เขียนท่ี…บรษิ ัท มานะ จีเอ็มพี จากัด………….
วนั ที่..…เดือน……………………………..พ.ศ………
ข้าพเจา้ …นายมานะ จีเอ็มพี …………………… อายุ ……42………… ปี สัญชาติ ….…ไทย…..…
บตั รประจาตัวประชาชน เลขที่…73007003999999…………...ออกให้ ณ….………อาเภอเมอื งนครปฐม……..……
อยเู่ ลขท่ี……170…………..ตรอก/ซอย………-……………...……………ถนน…………………เทศา ………..…...หมู่ที่….……
ตาบล/แขวง…พระปฐมเจดีย์.……….……อาเภอ/เขต…เมืองนครปฐม.............…….จังหวดั ……นครปฐม……..………
โทรศัพท์ ……0 3421 2222…………………………..
ขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามใบอนุญาตท่ี ....ผ.12/2522...........................ในนามของ
/..บรษิ ัท มานะฟดู้ สโ์ ปรดกั ส์ จากัด.. สถานทผ่ี ลิตอาหารชือ่ ../บริษัท มานะฟู้ดสโ์ ปรดกั ส์ จากัด..
(ชือ่ ผรู้ บั อนุญาต)
อยเู่ ลขท่ี……201-202….…….ตรอก/ซอย…………………………….…..ถนน……….…เทศา.……..…..…หมทู่ ่ี………….…
ตาบล/แขวง…พระปฐมเจดีย์.....…….………อาเภอ/เขต………เมืองนครปฐม.....……จังหวดั ……นครปฐม………….
โทรศัพท์…….…0 3421 2222 …….…… ซึ่งได้รับอนุญาตเมื่อวนั ท่ี .1..เดอื น …..…มกราคม....... พ.ศ…2556....
และสนิ้ อายุเมอ่ื วนั ที่ .31… เดอื น …ธนั วาคม…พ.ศ…2558.…
พรอ้ มกบั คาขอน้ีข้าพเจา้ ได้แนบหลกั ฐานต่าง ๆ มาด้วย คอื
(1) ใบอนุญาตนาผลติ อาหารหรือใบแทน
(2) หนังสือแสดงวา่ เป็นผู้ไดร้ ับมอบหมายให้ดาเนินกิจการของนติ บิ ุคคลผ้ขู ออนุญาต
(3) ……………………………………………………………………………………………………………….
(4) ……………………………………………………………………………………………………………….
(5) ……………………………………………………………………………………………………………….
(6) ……………………………………………………………………………………………………………….
(7) ……………………………………………………………………………………………………………….
(8) ……………………………………………………………………………………………………………….
(ลายมือชื่อ) …………………………….. ผยู้ ื่นคาขอ
(นายมานะ จีเอม็ พี)
ศูนยบ์ ริการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพเบด็ เสร็จ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม โทร. 0 3421 3279 – 80 ตอ่ 124 หรือ 230 โทรสาร 0 3425 1550
- 154 -
แนวทำงกำรกรอกคำขอตออำยใุ บอนญุ ำตผลติ อำหำร ( แบบ อ.3 )
เขียนท.ี่ .................
- ระบชุ ่ือสถานที่ผลติ อาหาร หรือ ทอ่ี ยูข่ องสถานทผ่ี ลติ อาหาร
วันท่ี
- วันทที่ ีผ่ ้ขู อยนื่ ตอคาขอตอ่ อายุใบอนุญาตผลิตอาหาร
ขำพเจำ……….
3.1 กรณผี ู้ขออนญุ าตเปนบุคคลธรรมดา ใหระบุชือ่ นามสกุลและทอ่ี ยู่ ตรงกบั ทะเบยี นบาน
3.2 กรณผี ูขออนญุ าตเปนนติ บิ คุ คล ใหระบุชอ่ื ผูดาเนนิ กิจการทนี่ ติ บิ ุคคลนัน้ ไดมอบอานาจใหตามหนงั สอื มอบอานาจ
และแตงตั้งผู้ดาเนินกิจการ หรือระบุช่ือกรรมการผูมีอานาจตามเงื่อนไขในการจดทะเบียนนิติบุคคลลงนามแทนนิติบุคคล
ผูขออนุญาต ที่แนบมาพรอมคาขอ หากนิติบุคคลนั้นได้มอบอานาจให้มีผู้ดาเนินกิจการมากกว่า 1 คน และกาหนดเงื่อนไขผู้
ดาเนนิ กจิ การต้องลงนามรว่ มกันตามหนงั สอื มอบอานาจและแต่งต้ังผู้ดาเนินกิจการ ในข้อ 3. ข้ำพเจ้ำ......ต้องพิมพ์เอกสารใน
ข้อน้เี พ่ิมเติมตามจานวนผู้ดาเนนิ กจิ การที่กาหนดให้ลงนามรว่ มกนั ในใบอนุญาตผลติ อาหารและระบเุ งอื่ นไขของผ้ดู าเนินกิจการ
ในการลงนามผูกพันของนติ ิบคุ คลผขู้ ออนญุ าต (กรณนี ี้ แบบ อ.6 อาจมากกวา่ 1 หนา้ ได้ แตต่ อ้ งลงช่อื รบั รองเอกสารทกุ หน้า)
ขอตออำยุใบอนญุ ำตผลิตอำหำรตำมใบอนญุ ำตท่ี…………(กรอกเลขท่ีอนญุ าตที่อยหู่ วั มมุ ด้านซา้ ยบนในใบอนญุ าต)…
ในนำมของ………………………………………………………………
/ ผรู ับอนญุ าตเปน
4.1.1 บคุ คลธรรมดา ใหระบุชื่อเชนเดียวกับ 3.1
4.1.2 นติ ิบคุ คล ใหระบชุ ่อื นิติบุคคล เชน บรษิ ัท หรือหางหุนสวนจากัด เปน็ ต้น
/ สถานทผ่ี ลิตชอ่ื …………………….………
4.2.1 กรณีผ้รู ับอนญุ าตเป็นบคุ คลธรรมดา ใหระบุช่ือสถานที่ตามใบอนุญาตผลติ อาหาร
4.2.2 กรณีผู้รบั อนญุ าตเป็นนติ ิบคุ คล ใหระบุชื่อนติ บิ ุคคลนนั้ เวนแตจะใชชือ่ อนื่ (สาขา) ตามทร่ี ะบไุ ว้ใน
หนังสือรับรองการจดทะเบยี นฯ จากกระทรวงพาณิชย (ดูไดจากใบอนุญาตผลิตอาหารท่รี ับอนญุ าตไว
เอกสำรหลักฐำนอนื่ ๆ ท่ีต้องแนบเพมิ่ เตมิ (ถำ้ ม)ี ให้ระบุตัง้ แต่ (3) เป็นตน้ ไป
(ลำยมือชือ่ )…….. …..ผูยนื่ ขอ
ให้ผู้ท่ีมีช่อื ตามขอ้ 3. เปนผูลงลายมือ แลววงเลบ็ ขางใตโดยพิมพ หรือเขยี นดวยตัวบรรจงเปนภาษา
ไทยกากับไว และหรอื ประทบั ตราบรษิ ทั /หางหุนสวนจากัด หากมกี ารระบไุ วในหนงั สือรบั รองการจดทะเบียนฯ (กรณกี รรมการ
ของนิตบิ คุ คลเปนผลู งนาม)
หมำยเหตุ
1. ใหก้ รอกขอ้ ความใหครบถวน และถกู ตองตามความเปนจริง
2. ช่องว่างใดท่ไี มใชใหขดี (-) เสีย
ศนู ยบ์ ริการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพเบด็ เสร็จ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม โทร. 0 3421 3279 – 80 ตอ่ 124 หรือ 230 โทรสาร 0 3425 1550
- 155 -
กำรดำเนนิ กำรกรณใี บอนุญำตผลิตอำหำรขำดตออำยุ
27. หากผู้รับอนุญาตไม่ไดมาย่ืนคาขอตออายุใบอนุญาต ภายในวันท่ี
31 ธันวาคม ของปที่หมดอายุท่ีแสดงไว้ในใบอนุญาต ใหหมายถึงใบอนุญาตน้ันขาดตออายุ
และผูรับอนุญาตน้ันจะถือวาเปนผูขออนุญาตใหม่ ซง่ึ จะตองรีบดาเนินการตอไปน้ี
1. ยนื่ คาขออนุญาตต้ังโรงงานผลิตอาหารใหม่ ตามแบบ อ.1 และตามระเบียบ อห.2 การขออนุญาตผลิต
อาหาร
2. เจ้าหนา้ ทไี่ ปตรวจสถานทผี่ ลติ เพอ่ื ตรวจประเมินตามหลกั เกณฑ GMP กฏหมายตามประเภทอาหารทขี่ อ
อนุญาต หรือเกณฑ Minimum Requirement ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2522) (แล้วแตกรณี) วานับต้ังแตวันที่
ใบอนญุ าตขาดตออายุ ผูรบั อนญุ าตมีการผลิตหรอื ไม
2.1 หากพบว่าไม่มีการผลิต ใหผูรับอนุญาตทาบันทึกคาใหการเพื่อยืนยันวา นับต้ังแตวันที่
ใบอนญุ าตขาดตออายุ ผูรับอนญุ าตไมไดมกี ารผลิตอาหารเพื่อจาหน่ายแตอยางใด รวมท้ังชี้แจงเหตุผลท่ีไม่มีการผลิตประกอบ
จากน้นั เจาหนาท่จี ะพจิ ารณาดาเนินการออกใบอนญุ าตผลติ อาหารตอไป
2.2 หากพบว่ามกี ารผลติ ใหผรู บั อนุญาตทาบันทกึ คาใหการเพื่อแจงวา นับต้ังแตวันท่ีใบอนุญาต
ขาดต่ออายุ ผู้รับอนุญาตดาเนินการผลิตอาหารเพื่อจาหนายเปนระยะเวลารวมทั้งสิ้นเทาใด และรับทราบว่าต้องระวางโทษ
ปรับเปนรายวนั วนั ละไมนอยกวา 500 บาท แตไมเกินหน่ึงพันบาท ตลอดเวลาที่ใบอนุญาตขาดต่ออายุ จากน้ันเจาหนาที่จะส
งเรอ่ื งใหนิติกรเปรียบเทยี บปรับ ตามมาตรา 74 และพิจารณาดาเนินการออกใบอนุญาตผลิตอาหารตอไป (กรณีเป็นนิติบุคคล
เปรียบเทยี บปรับนิตบิ คุ คลและผูด้ าเนนิ กจิ การ)
หมำยเหตุ :
(1) ผรู้ บั อนญุ าตใหม่ กรณขี าดตออายุใบอนญุ าตนี้ จะตองย่ืนขอรบั เลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์ที่ทาการผลิต
เพื่อจาหนายใหมตอไป แลวแตกรณี โดยไมอาจใชเลขสารบบอาหารที่รบั อนุญาตไวเดมิ ได การขอรบั เลขสารบบอาหารของผลิต
ภณั ฑใหเปนไปตามเงื่อนไขทีก่ าหนด กล่าวคอื หยุดการผลติ อาหารจนกว่าจะไดร้ บั ใบอนญุ าตผลิตอาหารและเลขสารบบอาหาร
ใหม่ของผลิตภณั ฑอ์ าหารนัน้
(2) การย่ืนคาขออนุญาตผลิตอาหารใหมภายหลังการขาดตออายุ ไมเปนเหตุบรรเทาอนุญาตให้ทาการผลิต
เพอ่ื จาหนายกอนท่ีจะไดรับอนุญาตใหมจากผูอนุญาตได ผูฝาฝนย่อมมีความผิดตามมาตรา 74 เปนหลัก จนกวาจะไดรับการ
แจงอนุญาตหรอื ไมอนุญาต
(3) มาตรา 74 ผูรับอนุญาตผูใดผลิตซ่ึงอาหารภายหลังท่ีใบอนุญาตส้ินอายุแลว โดยมิได้ยื่นคาขอต่ออายุ
ใบอนุญาต ตองระวางโทษปรับเปนรายวนั วนั ละไมนอยกวาห้ารอยบาท แตไมเกินหนงึ่ พนั บาท ตลอดเวลาท่ใี บอนุญาตขาดอายุ
ศนู ยบ์ ริการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพเบด็ เสร็จ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม โทร. 0 3421 3279 – 80 ต่อ 124 หรือ 230 โทรสาร 0 3425 1550
- 156 -
ภำคผนวก
ศนู ยบ์ ริการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม โทร. 0 3421 3279 – 80 ตอ่ 124 หรือ 230 โทรสาร 0 3425 1550
- 157 -
(ราง)
บัญชแี นบทายประกาศสาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา
เรอื่ ง หลกั เกณฑการพิจารณาแบบแปลนแผนผัง เครือ่ งมือ เครอื่ งจักร กรรมวธิ กี ารผลติ
และรายละเอียดการผลติ ของสถานท่ผี ลิตอาหาร
1. แบบแปลนแผนผงั ส่ิงปลูกสรางสถานที่ผลติ อาหารทถ่ี ูกตองตามมาตราสว# น มหี ลักเกณฑและรายละเอยี ด
การพิจารณา ดงั น้ี
1.1 สถานทีต่ ัง้ อาคารผลติ และบรเิ วณใกลเคียง
1.1.1 ต+องแสดงตําแหนงพร+อมประโยชนใช+สอยของอาคารตาง ๆ ในบริเวณที่ตั้งของสถานท่ี
ผลติ และบรเิ วณใกล+เคยี งโดยรอบ รวมทั้งระบบการบําบัดนํา้ เสยี หรือนํ้าทง้ิ และบอบาดาล (ถ+าม)ี
1.1.2 อาคารซ่ึงใช+ผลิตอาหาร ต+องไมอยูติดกับบริเวณท่ีมีสภาพไมเหมาะสมอันอาจมีโอกาส
กอให+เกิดการปนเป78อนตอกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ ซ่ึงสงผลกระทบทําให+เกิดความไมปลอดภัยตอ
ผู+บริโภค เชน แหลงสะสมส่ิงปฏิกูล และขยะมูลฝอย บอบําบัดน้ําเสีย แหลงเพาะปลูกผักหรือผลไม+ โรงเพาะ
เห็ด/เชื้อเห็ด เชน เห็ดถังเชา สถานีบริการน้ํามัน คอกปศุสัตว ฌาปนสถาน ทั้งนี้ แหลงหรือพื้นท่ีดังกลาว
จะต+องมีระยะหาง มีมาตรการเพียงพอและเหมาะสมที่สามารถป@องกันการปนเป78อนจากอันตรายตาง ๆ เข+าสู
อาคารผลิต
(1) แหลงเพาะปลูกผักหรือผลไม+ ท่ีมีสถานที่ผลิตคัดและบรรจุผักหรือผลไม+อยูในบริเวณ
เดียวกัน ต+องแบงกั้นห+องหรือบริเวณคัดและบรรจุแยกออกจากบริเวณแหลง
เพาะปลูก ให+พิจารณาวิธีการฉีดพนสารเคมกี าํ จดั แมลงทีใ่ ชใ+ นแหลงเพาะปลูก
(2) สถานีบริการนํ้ามัน มีมาตรการเพียงพอและเหมาะสมที่ป@องกันการปนเป78อน ให+
พจิ ารณากล่นิ และไอระเหยจากการขนถายน้ํามัน
(3) คอกปศสุ ตั ว หรือสถานที่เล้ียงสัตว ให+พิจารณากลิ่นและของเสียจากคอกปศุสัตว และ
กจิ กรรมอื่น ๆ ที่อาจกอให+เกิดการปนเป78อน เชน การให+อาหารสัตว การล+างทําความ
สะอาดคอกปศุสัตว
(4) ฌาปนสถาน ให+พจิ ารณาฝDนุ ผงตาง ๆ ท่ีอาจกอให+เกิดการปนเป7อ8 น
(5) สถานทผ่ี ลิตอาหารสัตวทีม่ กี ลนิ่ ทไี่ มพงึ ประสงค เชน โรงงานปลาปนD ให+พิจารณากลิ่น
ท่ีอาจเกดิ ผลกระทบตอกลนิ่ รสอาหาร
1.1.3 ต+องไมอยูใกล+หรือใช+พื้นท่ีรวมกับแหลงผลิตหรือจําหนาย หรือสะสมวัตถุเสพติด วัตถุ
อันตรายและสารเคมี
1.1.4 กรณีอาคารผลิตอาหารรวมกับผลติ ภณั ฑอื่นที่มิใชอาหาร เชน ผลิตภัณฑยา เครื่องสําอาง
วัตถอุ ันตราย หรือผลิตภัณฑสมุนไพร ท่ีมีการใช+วัตถุดิบที่ไมให+ใช+ผสมในอาหาร ต+องแบงก้ันพ้ืนที่แยกออกจาก
กันโดยเด็ดขาด ไมให+มีการผลิตหรือใช+เครื่องมือเคร่ืองจักรและอุปกรณรวมกัน แยกทางเข+า-ออกของการขน
ยา+ ย ขนสงผลิตภณั ฑดงั กลาว รวมทง้ั พนักงานท่ีปฏิบตั ิงาน โดยดาํ เนินการได+ ดงั น้ี
• แยกอาคารผลติ หรือ
• อาคารเดียวกัน แตแยกชั้นของอาคาร หรือ
• อาคารเดยี วกัน ใช+ชั้นผลิตเดียวกัน ต+องแบงก้ันพ้ืนที่ผลิตอาหารกับผลิตภัณฑอื่นที่มิใช
อาหารอยางถาวร
ทั้งนี้ กรณีมีพื้นท่ีกลางซ่ึงใช+รวมกับผลิตภัณฑอื่นที่มิใชอาหาร เชน ทางเดิน บันได ลิฟตขนสง
เพ่ือใช+ลําเลียงวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ ภาชนะบรรจุ หรือทางเดินพนักงาน จะต+องมีมาตรการป@องกันการปนเป78อน
- 158 -
-2-
ข+าม โดยผลิตภัณฑท่ีใช+พื้นท่ีดังกลาวรวมกันต+องอยูในภาชนะบรรจุท่ีปHดสนิท มีการบงชี้ประเภทชัดเจน และ
ตอ+ งแบงประเภทของภาชนะท่ีใช+งาน โดยการแยกสีหรือรปู แบบทแี่ ตกตางกัน
1.1.5 ต+องแยกพ้ืนที่การผลิตอาหารออกเปIนสัดเปIนสวน ไมปะปนกับที่พักอาศัย สํานักงาน
สถานทจี่ าํ หนาย และบริเวณรบั ประทานอาหารของพนักงาน รวมทั้งพ้ืนท่ีท่ีอาจกอให+เกิดการปนเป87อนสูอาหาร
เชน ห+องเพาะเชื้อราท่ีใช+ในการผลิตอาหารบางชนิด ห+องปฏิบัติการวิเคราะหคาทางเคมีหรือจุลินทรีย หรือ
หอ+ งนํา้ ห+องสว+ ม โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้
(1) ท่ีพักอาศัย และสํานักงาน ต+องกั้นแยกเปIนสัดสวนอยางถาวร มีทางเข+าออก
แยกกนั
(2) พื้นท่ีจําหนายสินค+าของห+างสรรพสินค+า ซุปเปอรมารเก็ต หรือร+านอาหาร ต+อง
แยกออกจากสถานที่ผลิตอาหารท่ีอยูรวมกัน โดยกั้นพ้ืนท่ีผลิตเปIนห+องหรือแยก
บริเวณอยางชัดเจน เพ่ือควบคุมและป@องกันการปนเป87อนจากผู+ไมเก่ียวข+อง ของ
พ้นื ท่ผี ลติ นน้ั ได+อยางมีประสทิ ธิภาพ
(3) บริเวณรับประทานอาหารของพนักงาน ตอ+ งแยกออกจากบริเวณผลิตอยางเปIนสัด
เปIนสวน และไมอยูในบริเวณที่ลําเลียงวัตถุดิบ หรือการใช+งานระหวางการผลิต
และเก็บรักษาผลิตภัณฑ มีการจัดการขยะท่ีไมให+เปIนแหลงอาหารและเพาะพันธุ
ของสตั วแมลง
(4) ห+องเพาะเชื้อรา ต+องแยกออกจากพ้ืนที่ผลิตอาหาร โดยก้ันเปIนสัดเปIนสวน ไมมี
ประตูเปHดสพู ้ืนที่ผลติ โดยตรง และมเี ส+นทางลําเลียงที่แยกจากการลําเลียงวัตถุดิบ
ในระหวางการผลิต และเก็บรักษาผลิตภัณฑ เพื่อป@องกันการปนเป78อนในระหวาง
การผลติ อาหาร
(5) ห+องปฏิบัติการวิเคราะหทางเคมี หรือจุลินทรีย ต+องแยกออกจากพ้ืนที่การผลิต
อยางชัดเจน และกั้นห+องเปIนสัดเปIนสวน มีมาตรการป@องกันการปนเป87อนจาก
สารเคมี อาหารเล้ียงเชื้อ และของเสียจากการตรวจวิเคราะห ซึ่งต+องลําเลียงและ
นําไปกําจัดอยางเหมาะสม รวมทั้งพิจารณาทิศทางการระบายอากาศภายใน
ห+องปฏิบัตกิ าร ซงึ่ ต+องไมระบายอากาศจากห+องปฏิบตั ิการสูพน้ื ท่ีการผลติ อาหาร
1.2 รูปดานหนา และดานขางอาคารผลติ
1.2.1 แสดงชนดิ วสั ดุท่ีใช+ในการกอสร+างอาคารผลติ เชน ผนงั พื้น ประตู หนา+ ตาง เพดาน และ
หลงั คา
1.2.2 แสดงระยะและใช+มาตราสวนเดียวกันทุกด+าน เชน 1:100 หรือ 1:200 และหลีกเลี่ยงการ
ใช+มาตราสวนท่ียากตอการพิจารณาความสอดคล+อง เชน 1:117 ให+อ+างอิงหลักการใช+มาตราสวนตามกฎหมาย
ท่ีเกยี่ วข+อง เชน ขอ+ บัญญตั กิ รงุ เทพมหานคร เร่ืองควบคุมการกอสรา+ งอาคาร พ.ศ. 2522 หรือกฎกระทรวงฉบับ
ท่ี 10 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบญั ญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
1.2.3 รูปด+านหน+า และด+านข+างอาคารผลิต ต+องมีอยางน+อยด+านละ 1 รูป เชน รูปด+านหน+า 1
รูป และดา+ นข+างซา+ ยหรอื ขวาของอาคาร 1 รปู
- 159 -
-3-
1.3 รปู ตัดอาคาร
1.3.1 หากเปIนอาคารช้ันเดียวไมต+องแสดงรปู ตดั อาคาร
1.3.2 แสดงระยะและมาตราสวนเดียวกับแปลนพื้น เพื่อความสอดคล+องกับแปลนพื้น ที่ระบุ
ห+องหรือบริเวณการผลิต เมื่อนํารูปด+านท่ีตัดมาทาบกับแปลนพื้น จะต+องซ+อนทับกันได+สนิท และแสดง
รายละเอียดท่ตี รงกนั
1.3.3 ตอ+ งแสดงกิจกรรมหรือวตั ถปุ ระสงคการใช+ห+องหรือบริเวณผลิต และแสดงตําแหนงบันได
หรือลิฟต ไมควรเลอื กรูปตดั ท่ีแสดงแนวตัดทีไ่ มเปนI หอ+ งหรือบริเวณการผลิต เชน สํานักงาน หรอื ทพี่ กั อาศยั
1.4 แบบแปลนพ้นื ทุกชั้น
ให+พิจารณาประเภทและกรรมวิธีของอาหารที่จะผลิต ลักษณะอาคารผลิต และขนาดพื้นที่
จํานวนเคร่ืองมือ เครื่องจักรและพนักงานในแตละห+องหรือบริเวณผลิตน้ัน และต+องออกแบบแบบแปลนให+มี
การแบงกั้นห+องหรือบริเวณของพ้ืนท่ีแตละสวนอยางเหมาะสม เพียงพอ ครบถ+วนตามแผนภูมิการผลิต หรือ
flow process ไมกอให+เกิดการปนเป78อนข+ามระหวางการผลิต และไมกอให+เกิดอันตรายตอพนักงาน โดยมี
รายละเอียด ดังน้ี
1.4.1 แสดงระยะและใช+มาตราสวนเดยี วกนั
1.4.2 แสดงแปลนพ้ืนให+ครอบคลุมทุกชั้น ท้ังท่ีใช+และไมใช+ในการผลิต เชน อาคารผลิต 4 ชั้น
ใช+ผลิตอาหารในช้ันที่ 1–2 สวนชั้น 3-4 เปIนที่พักอาศัย ต+องแยกระบุทางเข+าออกแยกกัน และไมใช+เส+น
ทางเข+าออกรวมกัน
1.4.3 แสดงตําแหนงและสัญลักษณในเอกสารท่ีเก่ียวข+องที่สอดคล+องกันทุกฉบับพร+อม
คําอธิบาย เชน สัญลักษณเส+นแสดงผนัง บริเวณ ประตูหน+าตาง ชองสงวัตถุดิบ สินค+าหรือชองสงขยะ ลิฟท
บันได และแสดงหอ+ งหรือบริเวณตาง ๆ ทผี่ ลิตอาหารให+ตรงตามขอ+ เทจ็ จริงที่ยื่นขออนุญาต
1.4.4 ห+องหรือบริเวณรับวัตถุดิบ ต+องมีพ้ืนที่เพียงพอ สะดวกสําหรับการปฏิบัติงาน และ
สะอาด การลําเลียงต+องป@องกนั ไมให+เกิดการปนเป87อน เชน มีการติดตั้งอุปกรณชวยในการรับหรือขนสงวัตถุดิบ
โดยรปู แบบขึ้นกบั ประเภทของวตั ถดุ บิ เชน
(1) น้ํานมดิบ ขนสงด+วยรถบรรทุกและสูบเข+าสูถังเก็บนํ้านมดิบ ต+องระบุบริเวณรับ
นา้ํ นมดิบและบริเวณลา+ งทําความสะอาดรถบรรทกุ
(2) ข+าวหรือแป@ง หรือวัตถุดิบประเภทธัญพืชในกระสอบหรือภาชนะบรรจุขนาดใหญ
ขนสงด+วยรถบรรทุกและลําเลียงโดยใช+แรงงานหรืออุปกรณยก หรือสายพานเข+า
พ้นื ท่เี กบ็
1.4.5 ห+องหรือบริเวณเก็บรักษาวัตถุดิบและภาชนะบรรจุ ต+องอยูภายในอาคารผลิต มีพ้ืนท่ี
เพียงพอ แบงกั้นห+องหรือบริเวณเปIนสัดเปIนสวน การระบายอากาศดี สะอาด และควบคุมสัตวและแมลงได+ มี
การควบคุมอุณหภูมิและความช้ืน ตามชนิดหรือประเภทของวัตถุดิบน้ัน ๆ กรณีห+องเก็บที่เปIนห+องแชเย็นหรือ
แชแขง็ ต+องระบุอุณหภูมิท่ใี ชใ+ นการเกบ็ รักษาดว+ ย โดยมีรายละเอยี ด ดงั น้ี
(1) ต+องวางบนชั้นหรือยกพ้ืน หางจากฝาผนัง เพื่อให+ตรวจสอบและทําความสะอาดได+
อยางทั่วถึง มีการบงช้ีชนิดวัตถุดิบทุกชนิด รวมถึงมีระบบการจัดเก็บแบบเก็บกอน
ใช+กอน (First In First Out; FIFO)
(2) หากเปIนบรเิ วณจดั เก็บวตั ถดุ บิ และภาชนะบรรจุ ท่ีอยูในพนื้ ท่ีการผลิตหรือพ้ืนที่แบง
บรรจุ โดยไมได+แบงก้ันเปIนห+อง ให+พิจารณาความเหมาะสมและความเพียงพอของ
- 160 -
-4-
พน้ื ท่ผี ลิต ประเภทอาหาร กระบวนการผลติ ปริมาณการผลิต รวมทั้งมาตรการตาง
ๆ เพ่ือปอ@ งกันไมใหเ+ กิดการปนเป87อนข+าม
(3) ต+องแยกพื้นท่ีเก็บรักษาเมล็ด หรือน้ํามัน หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ซ่ึงอาจ
นําไปใช+เปIนวัตถุดิบในการผลิตอาหารออกจากพ้ืนท่ีการเก็บวัตถุดิบอ่ืน ๆ รวมท้ังมี
ป@ายบงชหี้ รือระบุตําแหนงไว+ชดั เจน
(4) หากใช+พ้ืนที่การจัดเก็บภาชนะบรรจุรวมกับผลิตภัณฑสุขภาพอื่นหรือผลิตภัณฑอ่ืน
ที่ไมใชผลิตภัณฑท่ีอาจกอให+เกิดอันตรายตอสุขภาพ ต+องแยกบริเวณการเก็บและ
ระบุตําแหนงการเก็บให+ชัดเจน และไมควรให+เก็บรวมกับวัตถุอันตราย เชน สารทํา
ความสะอาด สารกําจดั สัตวและแมลง สารเคมีที่เปIนพิษ
(5) รวมกับพื้นท่ีเก็บผลิตภัณฑอ่ืน เชน สารทําความสะอาด สารกําจัดแมลง ต+องระบุ
ตาํ แหนงการเกบ็ ใหช+ ดั เจน ไมวางรวมกับผลติ ภณั ฑน้ัน ๆ เพ่ือป@องกันการปนเปอ87 น
1.4.6 ห+องหรือบริเวณเก็บผลิตภัณฑ ต+องมีพื้นที่เพียงพอ แบงกั้นห+องหรือบริเวณเปIนสัดเปIน
สวน สามารถควบคุมสภาวะที่เหมาะสมตอการจัดเก็บผลิตภัณฑน้ัน ๆ ได+ เชน ควบคุมอุณหภูมิและความช้ืน
อยางเหมาะสม มีการระบายอากาศดี สะอาด และควบคุมสัตวและแมลงได+ ตลอดจนมีระบบการจัดการสินค+า
คงคลงั ที่มีประสิทธภิ าพ
(1) หากเปIนบริเวณเก็บผลิตภัณฑท่ีอยูในพื้นที่ผลิต หรือพื้นท่ีแบงบรรจุ โดยไมได+แบง
กั้นเปIนห+อง ให+พิจารณาตามความเหมาะสมและเพียงพอของพ้ืนที่ผลิต ประเภท
อาหาร กรรมวธิ ีการผลิต ปรมิ าณการผลติ รวมท้ังมาตรการตาง ๆ เพ่ือป@องกันไมให+
เกิดการปนเป87อนข+าม
(2) การใช+ห+องหรือบริเวณเก็บผลิตภัณฑรวมกับผลิตภัณฑอื่น เชน สมุนไพรที่อยูใน
ภาชนะบรรจุพร+อมจําหนาย และติดฉลากบงชี้เรียบร+อยแล+ว อาจใช+พื้นที่จัดเก็บ
รวมกนั ได+ แตต+องแยกพน้ื ทจ่ี ดั เกบ็ ผลติ ภัณฑอาหารเปนI สดั เปIนสวนอยางชัดเจน
(3) การเก็บรักษาเมล็ด หรือนํ้ามัน หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง รวมท้ังผลิตภัณฑเสริม
อาหารท่ีมีสวนประกอบของเมล็ดหรือนํ้ามัน หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง จะต+อง
แยกพืน้ ที่หรือห+องเก็บใหเ+ ปIนสดั เปIนสวน มีป@ายบงชี้หรือระบุตําแหนงไวช+ ดั เจน
(4) หากมีการเก็บวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ และผลิตภัณฑสําเร็จรูปอยูในพื้นที่การผลิต
หรือพื้นที่การแบงบรรจุ โดยไมได+แบงก้ันเปIนห+อง ให+พิจารณาตามความเหมาะสม
และเพียงพอของพ้ืนท่ีผลิต ประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต ปริมาณการผลิต
รวมทัง้ มาตรการตาง ๆ เพ่อื ปอ@ งกนั ไมให+เกดิ การปนเป8อ7 นข+าม
(5) กรณีเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑในห+องเย็นหรือห+องแชแข็งรวมกัน ต+องมีมาตรการ
ปอ@ งกนั การปนเป87อน เชน จัดเก็บในภาชนะบรรจทุ ี่ปHดมดิ ชิด มกี ารบงช้ีตามประเภท
อาหารที่ชัดเจน หรือมีการแบงช้ันเก็บหรือแยกบริเวณเก็บตามความเสี่ยงของ
อาหาร รวมท้ังต+องมีมาตรการดูแลรักษาความสะอาดและควบคุมอุณหภูมิหรือ
สภาวะการเก็บรกั ษาอยางสม่ําเสมอ
(6) หากเปIนการเชาพ้ืนท่ีการจัดเก็บวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ หรือผลิตภัณฑสําเร็จรูป
รวมกับผ+ูเชารายอ่ืน ต+องมีการแยกห+องหรือบริเวณจัดเก็บและชี้บงบริเวณนั้น ๆ
รวมทั้งประเภทอาหารของผ+เู ชาแตละรายอยางชัดเจน
- 161 -
-5-
1.4.7 กรณีมีอาคารเก็บวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ และผลิตภัณฑ แยกจากอาคารผลิต ต+องแสดง
แบบแปลนแผนผังของอาคาร ทั้งรูปด+านหน+า รูปด+านข+าง รูปตัด และแบบแปลนพื้นตามเงื่อนไขการพิจารณา
ขอ+ 1.2-1.4
1.4.8 ห+องหรือบริเวณผลิตอาหาร ต+องแสดงการแบงกั้นห+องหรือบริเวณเปIนสัดเปIนสวน
เหมาะสมตอการผลติ อาหารแตละประเภท สามารถปอ@ งกนั การปนเป87อนขา+ มได+ เปนI ไปตามสายงานการผลิตทุก
ขั้นตอน ตง้ั แตการรับและจัดเก็บวัตถุดิบ เตรียมวัตถุดิบ ปรุงผสม การฆาเชื้อและวิธีการตาง ๆ เชน ผานความ
ร+อน ทําให+แห+ง แชเย็น หรือแชเยือกแข็ง (แล+วแตกรณี) การบรรจุ ปHดฉลาก และเก็บรักษาผลิตภัณฑสุดท+าย
โดยต+องแยกบริเวณที่มีโอกาสปนเป87อนสูง และบริเวณมีการปนเป87อนน+อย เชน บริเวณรับวัตถุดิบ บริเวณล+าง
บริเวณตัดแตงวัตถุดิบ ออกจากบริเวณบรรจุที่มีการบริหารจัดการพ้ืนที่เฉพาะเพื่อป@องกันการปนเป78อนข+าม
และปนเป7อ8 นซ้ํา หลังการฆาเชื้อ ดังน้ี
(1) การเตรียมวัตถุดิบผักหรือผลไม+ ควรมีบริเวณสําหรับล+างสิ่งสกปรกขั้นต+น และ
กําจัดแมลงกอนขนยา+ ยวตั ถดุ ิบเขา+ สูพน้ื ทสี่ ะอาด
(2) การผลิตอาหารหลายประเภทและเปIนกลุมอาหารที่มีความเสี่ยงกับกลุมผู+บริโภค
เชน อาหารวัตถุประสงคพิเศษที่ใช+สําหรับผู+บริโภคเฉพาะกลุม (ทารกและเด็กเล็ก
ผ+ูปDวย หรือกลุมบุคคลท่ีมีภูมิคุ+มกันต่ํา) หรือเปIนการผลิตอาหารท่ีมีโอกาสปนเป78อน
สารสําคัญท่ีต+องควบคุมปริมาณการบริโภค เชน เมล็ด หรือน้ํามัน หรือโปรตีนจาก
เมล็ดกัญชง รวมทั้งผลิตภัณฑเสริมอาหารที่มีสวนประกอบของเมล็ดหรือนํ้ามัน
หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ผลิตภัณฑเสริมอาหาร วัตถุเจือปนอาหาร ต+องมี
มาตรการป@องกันการปนเป87อนข+าม คือ ต+องแยกห+อง และเคร่ืองมือ เครื่องจักร
อปุ กรณการผลิตออกจากอาหารประเภทอนื่
(3) การผลิตผลติ ภัณฑทําความสะอาดหรอื ฆาเช้ือที่ใช+สําหรับอาหาร ซึ่งจัดเปIนวัตถุเจือ
ปนอาหารต+องแยกพ้ืนทีก่ ารผลติ ออกจากการผลิตอาหารอน่ื
ท้ังนี้ การผลิตอาหารเหลวที่ใช+ระบบผลิตและบรรจุแบบปลอดเชื้อ (aseptic
system) ซึ่งใช+ห+องหรือบริเวณ และเคร่ืองจักรอุปกรณการผลิตรวมกัน ต+องมี
มาตรการป@องกันการปนเป78อนระหวางการผลิตอาหารแตละประเภทอยางเข+มงวด
โดยมีมาตรการควบคมุ อยางน+อย ดงั นี้
• แบงวนั หรือชวงเวลาในการผลติ ท่ตี างกัน
• มีเอกสารแสดงขน้ั ตอนการทําความสะอาดท่ีชดั เจน
• มีเอกสารแสดงข้ันตอนการทวนสอบประสิทธิภาพการทําความสะอาด
เชน การตรวจสอบด+วยเทคนิค ATP Bioluminescence และการ
ตรวจสอบจํานวนเช้ือจุลนิ ทรยี หลังการล+างและฆาเชือ้
• มีการปฏิบัติตามขั้นตอนการทําความสะอาดและการทวนสอบ
ประสิทธิภาพการทําความสะอาดท่ีสมํ่าเสมอ รวมทั้งมีบันทึกผลการ
ปฏบิ ัตงิ านดังกลาว
(4) การจัดเก็บอาหารกระปlองชนิดท่ีมีความเปIนกรดต่ําที่ผานการฆาเชื้อแล+ว ต+องมี
พื้นท่ีเฉพาะ (restricted area) สําหรับจัดวางผลิตภัณฑเพ่ือให+รอยปHดผนึกแบบ
ตะเขบ็ สองชัน้ สมบรู ณจากความรอ+ นหลังการฆาเชอื้
- 162 -
-6-
(5) อาหารสําเร็จรูปพร+อมบริโภคทันที (อาหารกลองพร+อมรับประทาน) ที่ใช+ห+องหรือ
บริเวณเดียวกันในการผลิตทุกขั้นตอน เชน ห+างสรรพสินค+า ให+พิจารณาการแบง
พ้ืนทใ่ี นการทาํ งาน วธิ กี ารทําความสะอาด และการแบงชวงเวลาการผลิต
(6) การแบงบรรจุอาหารหลายประเภทในห+องเดียวกัน ให+พิจารณาการจัดพื้นท่ีอยาง
เพยี งพอ ประเภทและรปู แบบอาหาร (แห+งหรือเหลว) รวมท้ังต+องกําหนดมาตรการ
ป@องกันการปนเป87อนข+ามระหวางอาหารแตละประเภท เชน การแบงวันหรือ
ชวงเวลาแบงบรรจุที่ตางกัน
1.4.9 ห+องหรือบริเวณทําความสะอาดอุปกรณ หรือภาชนะบรรจุ ต+องแยกพ้ืนท่ีเปIนสัดสวน
ออกจากบรเิ วณจดั เก็บวตั ถดุ ิบ และผลิตภณั ฑ ให+พิจารณารายละเอียด ดังนี้
(1) ปรมิ าณ ลกั ษณะอปุ กรณ หรือภาชนะบรรจุที่จะทําความสะอาด
(2) การลาํ เลยี งอปุ กรณหรอื ภาชนะบรรจุต+องดาํ เนินการไดโ+ ดยสะดวก และไมกอให+เกิด
การปนเปอ87 นไปยังบริเวณอ่นื ๆ
(3) ต+องแยกออกจากบริเวณผลิตท่ีต+องควบคุมความช้ืนหลัก เชน บริเวณเก็บรักษา
วตั ถุดิบชนิดแห+ง หรือบริเวณบรรจุผลิตภัณฑ ซ่ึงต+องควบคุมปริมาณความชื้นไมให+
สงผลกระทบตอคุณภาพวัตถดุ ิบหรือผลิตภัณฑ
(4) อุปกรณหรือภาชนะบรรจุขนาดใหญต+องทําความสะอาดนอกอาคารผลิต ให+ช้ีบง
บรเิ วณดงั กลาว และบริเวณจัดเก็บอุปกรณหรือภาชนะท่ีบรรจุทําความสะอาดแล+ว
ไวใ+ นแบบแปลนพ้นื
(5) การใช+ภาชนะบรรจุซํ้า เชน การผลิตนํ้าบริโภคในภาชนะบรรจุท่ีปHดสนิทท่ีมีการใช+
ถังบรรจุซํ้าต+องระบุห+องหรือบริเวณคัดแยกถังกอนทําความสะอาดออกจากห+อง
หรอื บรเิ วณเกบ็ ถังทที่ าํ ความสะอาดแล+วไว+ในแบบแปลนพ้ืน
1.4.10 ห+องหรือบริเวณเก็บสารเคมีหรือวัตถุมีพิษ เชน สารล+างทําความสะอาด สารฆาเช้ือ
สารเคมกี าํ จดั สัตวและแมลง สารเคมีสําหรบั การซอมบํารุง จะต+องแยกเก็บออกจากบริเวณเก็บวัตถุดิบ ภาชนะ
บรรจุ หรือผลิตภัณฑ เว+นแต สารทําความสะอาดที่มีปริมาณการจัดเก็บไมมาก อาจเก็บ ณ จุดใช+งานใน
ลักษณะที่เปIนสัดเปIนสวน ไมมีโอกาสปนเป78อนระหวางการผลิต รวมท้ังต+องมีการบงชี้บริเวณจัดเก็บและมีการ
แสดงฉลากท่ีอานได+ชดั เจน
1.4.11 ห+องหรือบริเวณแตงกายพนักงาน ต+องกําหนดเส+นทางเข+าออกของพนักงานแตละ
บริเวณแยกจากกัน เชน การแยกทางเข+าออกบริเวณเปล่ียนเคร่ืองแตงกายสําหรับพนักงานในบริเวณผลิต
อาหารดิบ และบรเิ วณผลติ อาหารทผี่ านการฆาเช้อื หรือการแยกการผลติ ผลิตภณั ฑอื่นท่มี ิใชอาหาร
1.4.12 ห+องน้ํา/ห+องส+วมพนักงาน ต+องแยกจากพื้นท่ีการผลิต ประตูไมเปHดสูบริเวณผลิต
โดยตรง หากอยูในบริเวณเดียวกันต+องมีมาตรการเพ่ือป@องกันการปนเป78อน เชน มีผนังทึบก้ันถาวรจรดฝ@า
เพดานระหวางบริเวณหน+าห+องน้ํา/ห+องส+วมที่จะเปHดสูบริเวณผลิต โดยมีทางเข+า-ทางออกที่ไมตรงกับประตู
หอ+ งนํ้า/ห+องส+วม และต+องระบุจํานวนของห+องนํ้าห+องส+วม โดยให+แยกห+องส+วมชาย-หญิง ที่ปoสสาวะชาย และ
อางลา+ งมอื สบเู หลวสําหรบั ล+างมอื และอปุ กรณทาํ ใหม+ อื แห+งใหเ+ พียงพอแกจํานวนพนักงาน ดังน้ี
คนงาน หองสวม ทปี่ 0สสาวะ อา# งลางมอื
ไมเกนิ 15 1 1 1
ไมเกิน 40 2 2 2
ไมเกนิ 80 3 3 3
- 163 -
-7-
หากมีพนักงานต้ังแต 80 คนข้ึนไป จะต+องเพ่ิมห+องส+วม ท่ีปoสสาวะชาย และอางล+างมือ อีก
อยางละ 1 ท่ี ตอพนักงานทเ่ี พมิ่ ขึ้นทุก ๆ 50 คน ต+องทําความสะอาดพรอ+ มทง้ั ใช+สารฆาเชอื้ อยางสมาํ่ เสมอ
1.4.13 แสดงตําแหนงและสัญลักษณอางล+างมือ อางล+างวัตถุดิบ และอางล+างอุปกรณในแบบ
แปลนพื้น
1.4.14 แสดงเส+นทางเข+า-ออกพนักงาน ทางเข+าวัตถุดิบและภาชนะบรรจุ การเคล่ือนย+ายขน
ถายอาหารในระหวางการผลิต ทางออกผลิตภัณฑสําเร็จรูป ให+พิจารณาทิศทางการเคล่ือนย+าย และโอกาสการ
ปนเป87อนข+าม
(1) การผลิตอาหารหลายประเภท ที่ใช+พ้ืนที่ และรายการเครื่องมือเคร่ืองจักรรวมกัน
ต+องแสดง flow process ของอาหารแตละประเภท รวมทั้งแสดงทิศทางการไหล
สายการผลิต เพื่อพิจารณาจุดท่ีมีโอกาสเกิดการปนเป87อนข+ามระหวางประเภท
อาหารได+ โดยจัดทําแบบแปลนพ้ืนแสดงทิศทางการเคลื่อนย+ายแยกตามประเภท
อาหาร
(2) หากไมสามารถแสดงทิศทางการไหลสายการผลิตลงในแปลนพ้ืนเดียวกันได+ ต+อง
ระบุระยะและมาตราสวนเดยี วกันในแปลนพนื้ ทุกชดุ
1.4.15 แสดงตําแหนงการติดต้งั เครือ่ งมือ เครื่องจักร อปุ กรณทีใ่ ช+ในการผลิตด+วยหมายเลขหรือ
สญั ลักษณทีส่ อดคล+องและครบถ+วนตามทีร่ ะบไุ วใ+ นบัญชีรายการเครื่องมอื ตามสายงานการผลิต และสอดคล+อง
ตามประเภทอาหารที่ขออนุญาต เชน การติดต้ังเคร่ืองพิมพวันท่ีในห+องหรือบริเวณบรรจุผลิตภัณฑ ต+อง
คํานึงถึงรูปแบบ/ชนิดของเคร่ืองพิมพวันท่ี ตําแหนงการติดตั้ง และสภาพการใช+งาน โดยไมกอให+เกิดการ
ปนเป8อ7 นจากสารเคมใี นหมึกทีใ่ ชพ+ ิมพตอผลิตภณั ฑ
1.4.16 แสดงตําแหนงของทอหรอื ทางระบายนํา้ พรอ+ มระบทุ ิศทางการระบายน้ําภายในอาคาร
ผลิตจนออกนอกอาคารผลิตโดยละเอียด ถ+ามีทางระบายน้ําสาธารณะอยูใกล+เคียงโรงงาน ให+แสดงทางระบาย
น้ําทิ้งไปสูทางระบายนํา้ สาธารณะด+วย (ถ+ามี)
1.4.17 แสดงทิศทางการระบายอากาศภายในสถานท่ีผลิตอาหาร ซ่ึงไมกอให+เกิดการปนเป87อน
สอู าหาร (ถ+าม)ี
1.4.18 แสดงมาตรการหรือวธิ ีการในการปอ@ งกนั สัตวและแมลงเข+าสูบริเวณสถานท่ีผลิตอาหาร
ที่กอให+เกดิ การปนเปอ78 นกบั กระบวนการผลติ อาหาร เชน การตดิ ต้งั มานกันแมลง เคร่ืองดักแมลง โดยอาจแสดง
ตาํ แหนงและสัญลักษณระบไุ วใ+ นแปลนพน้ื
1.5 รายละเอยี ดพจิ ารณาอ่นื ๆ เกี่ยวกบั อาคารผลิต
โครงสรา+ งอาคารผลติ ตอ+ งไมพบขอ+ บกพรอง ดังตอไปน้ี
1.5.1 มีชองเปดH ในบริเวณตาง ๆ ภายในสถานทผ่ี ลิตท่ไี มสามารถปอ@ งกนั สตั วและแมลง
1.5.2 พนื้ ชํารุด มีรอยแตกร+าว หลดุ รอน ซงึ่ อาจทําใหม+ นี ํ้าขงั ได+
1.5.3 ผนัง ไมเรียบ มรี อยแตกรา+ วหรือมสี ีที่ใช+ทาลอกรอน สะสมฝDนุ และส่ิงสกปรก
1.5.4 เพดาน มีรอยแตกร+าว หรอื สีที่ใช+ทาลอกรอน รวมถึงอุปกรณท่ียึดติดกับเพดาน มีโอกาส
ที่จะปนเป87อนลงสูอาหาร เชน ไมมฝี าครอบหลอดไฟในบริเวณผลิต
1.5.5 มกี ารสะสมของสง่ิ ของทไ่ี มใช+แล+วหรอื ไมเก่ยี วขอ+ งกับการผลิตอยูในบริเวณผลิต และไมมี
มาตรการการดูแลและการจัดการอยางเหมาะสม จนอาจนําไปสูการเปIนแหลงสะสมของฝDุน แหลงเพาะพันธุ
สัตวและแมลง
- 164 -
-8-
2. เครือ่ งมือ เครอื่ งจกั รท่ีใชในการผลติ อาหาร
2.1 การแสดงรายการเครอ่ื งมือ เครอื่ งจกั รท่ีใชในการผลิตอาหาร
2.1.1 แสดงบัญชีรายการเครื่องมือ เคร่ืองจักรท่ีใช+ในการผลิตที่สอดคล+องตามกรรมวิธีและ
ประเภทอาหารท่ีขออนุญาต โดยระบุแรงม+าเปรียบเทียบแตละรายการ และแสดงแรงม+ารวม ท้ังน้ี ไมรวม
อุปกรณท่ีไมได+เกี่ยวข+องกับกระบวนการผลิตอาหารโดยตรง เชน ลิฟตขนสง รถยกสําหรับเคล่ือนย+ายสินค+า
ระบบบําบดั น้าํ ทิ้งหรอื น้ําเสีย ระบบระบายอากาศเพอื่ อาํ นวยความสะดวกในการผลิต เคร่ืองมือ เคร่ืองจักรและ
อุปกรณที่ใช+ในห+องปฏิบัติการหรือหนวยวิจัย (รายละเอียดการคํานวณแรงมาตาม “คูมือการตรวจสอบแรงมา
ของเคร่อื งจักรและวธิ คี ํานวณแรงมาเปรียบเทยี บ”)
2.1.2 การผลิตอาหารท่ีใช+เคร่ืองมือ เครื่องจักรที่เปIนเทคโนโลยีใหมซึ่งยังไมเคยได+รับอนุญาต
มากอน เชน High Hydrostatic Pressure Processing (HPP), Pulsed Electric Field (PEF), Pulsed
Light, Ohmic Heating, Microwave Assisted Thermal Sterilization (MATS) จะต+องสงเอกสารที่
เก่ียวข+องให+สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณา และต+องผานการประเมินความปลอดภัยโดย
ผ+ูเช่ียวชาญท่ีสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับรองหรือผานการรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารท่ี
เกี่ยวข+องกอนย่ืนคาํ ขอตรวจประเมนิ
2.2 การใชเครื่องมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณ4การผลิตร#วมกันในการผลิตอาหารหลายประเภท ให+
ระบปุ ระเภทอาหารท่ีมกี ารใชร+ วมกันใหช+ ดั เจน
3. กรรมวธิ ีการผลิตอาหาร
3.1 แสดงกรรมวิธีการผลิตอาหารทุกประเภทที่ผลิตหรือท่ีมีแผนจะผลิตโดยละเอียด ต+องแสดงใน
ลักษณะแผนภูมิกรรมวิธีการผลิตท่ีสอดคล+องกับเคร่ืองมือ เคร่ืองจักรท่ีได+ระบุไว+ในแบบแปลนพ้ืน และใน
รายการเคร่อื งมอื เครื่องจกั ร พรอ+ มระบุสภาวะท่ใี ช+ในการผลติ ให+ชดั เจน เชน อณุ หภูมิ ระยะเวลา ความดัน
3.2 ตองมีขั้นตอนและวิธีการในควบคุมป0จจัยที่มีผลต#อการเส่ือมเสียของอาหาร (food spoilage)
หรือการปนเปEDอนของจุลินทรีย4ก#อโรค ตามความเหมาะสมของการผลิตอาหารน้ัน ๆ อยางน+อยต+องสอดคล+อง
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับท่ีเก่ียวข+อง และควบคุมการผลิตให+เปIนไปตามท่ีกําหนดอยางเครงครัด
กรณีการผลิตที่ไมมีกระบวนการลดอันตราย เชน การผสมสวนผสมแห+งหรือของเหลวที่เปIนนํ้ามัน การแบง
บรรจุอาหารแห+ง การตัดแตงผักผลไม+สด การบรรจุอาหารสด จะต+องมีมาตรการในการป@องกันการปนเป87อน
ข+ามที่ชัดเจน เชน การป@องกันการปนเป87อนจากผ+ูปฏิบัติงาน มาตรการป@องกันระหวางการขนย+ายวัตถุดิบและ
ผลิตภัณฑระหวางการผลิต (process handling) การใช+สารฆาเช้ือในการล+างทําความสะอาดวัตถุดิบ การล+าง
ทําความสะอาดเครอื่ งมือ เคร่ืองจักรท่ีใช+ในการผลิต และการทวนสอบความสะอาดท่ีมีความเข+มงวดมากข้ึน
3.3 การผลติ นํ้าบริโภคในภาชนะบรรจทุ ี่ปดF สนิท และนํ้าแข็ง ไมให+ใช+กรรมวิธีการปรับคาความเปIน
กรด-ดาง (คา pH) หรอื การเตมิ สารอ่ืน ๆ เพ่อื ปรับคุณภาพน้าํ ภายหลงั ผานกระบวนการกรองกอนการบรรจุ
3.4 การผลิตอาหารโดยกรรมวิธีแช#เยือกแข็ง ต+องมีเครื่องมือ เครื่องจักรในการผลิต และเก็บรักษา
ผลิตภัณฑสําเร็จรูปที่สามารถลดและคงอุณหภูมิก่ึงกลางของผลิตภัณฑให+ได+เทากับหรือตํ่ากวา -18 องศา
เซลเซียส พร+อมมีอุปกรณในการวัดอุณหภูมิผลิตภัณฑสําเร็จรูป ณ สถานท่ีผลิตอาหาร และต+องมีการควบคุม
อุณหภมู ใิ นระหวางการขนสงและการวางจาํ หนายใหไ+ ด+เทากบั หรือต่ํากวา -18 องศาเซลเซยี ส
- 165 -
-9-
3.5 รายละเอียดเอกสารทต่ี องเพมิ่ เติมสําหรบั การผลิตอาหารบางประเภท
3.5.1 การผลติ อาหารในภาชนะบรรจุที่ปดF สนิท (อาหารที่มคี วามเปHนกรดตํา่ )
3.5.1.1 เอกสารวิชาการศึกษาการทดสอบการกระจายความร+อนในเคร่ืองฆาเชอื้
(Temperature Distribution) ซึ่งแสดงรายละเอียด ดงั นี้
(1) ข้ันตอนการไลอากาศ (venting procedure)
(2) ปจo จัยวกิ ฤตทต่ี อ+ งควบคุมในกระบวนการฆาเชอ้ื
(3) บรเิ วณท่ีรอ+ นช+าที่สุดในเครื่องฆาเช้ือ (cold zone)
(4) สภาพของเครื่องมือวัดและเครือ่ งบนั ทกึ ผล เชน ความเที่ยงตรงแมนยําของ
เทอรโมมเิ ตอร และ chart recorder
(5) ตําแหนงการวาง thermocouple ทีน่ าเชื่อถือ อยางน+อย 10 ตําแหนง
(6) ภาพเครื่องฆาเช้ือภายใต+ความดัน และอุปกรณท่ีเกี่ยวข+อง (retort room
and retort diagram (schematic))
(7) ชนดิ และขนาดของภาชนะบรรจุ รวมทงั้ ตวั แทนของอาหารท่ีศึกษา
(8) วนั เดือน ป} และสถานทผี่ ลิต
3.5.1.2 เอกสารวิชาการศึกษาอัตราการแทรกผานความร+อนในผลิตอาหารแตละชนิด
แตละขนาดบรรจุ เพื่อกําหนดอุณหภูมิและเวลาในการฆาเชื้อ (Heat
Penetration) ซง่ึ แสดงรายละเอียด ดังนี้
(1) อณุ หภูมิและเวลาในการฆาเชอื้ ท่ี F0, Pu, LSV กาํ หนด (แลว+ แตกรณี)
(2) ปoจจัยสําคัญท่ีต+องควบคุม เชน pH ของผลิตภัณฑ % Brix สูตร
สวนประกอบของอาหาร ขนาดช้ินอาหาร นํ้าหนักบรรจุ (น้ําหนักเนื้อ และ
น้ําปรุง) ความดันในเคร่ืองฆาเชื้อต่ําสุด (minimum overpressure)
ปริมาณอากาศหลงเหลอื (residual air)
(3) จดุ ร+อนชา+ ท่ีสดุ ของอาหารในภาชนะบรรจุ (cold point)
(4) อณุ หภมู ิเริ่มต+น (initial temperature)
(5) กระบวนการฆาเช้ือสํารอง
(6) ชนิดและขนาดของภาชนะ
(7) ปริมาณการบรรจุ
ทั้งน้ี สูตรสวนผสมและกรรมวิธีการผลิตจะต+องสอดคล+องกับเอกสารหลักฐาน
ดังกลาว กรณีท่ีมีการเบ่ียงเบนไปจากเอกสารวิชาการดังกลาว จะต+องมีหลักฐานการรับรองจากหนวยงานท่ี
ศกึ ษาวาสามารถดําเนินการผลติ ได+
3.5.1.3 หลกั ฐานแสดงกรรมวิธกี ารผลติ ท่ีกําหนด (schedule process)
3.5.2 การผลติ อาหารในภาชนะบรรจทุ ปี่ Fดสนิท (อาหารท่ีปรบั กรด)
3.5.2.1 เอกสารการศึกษาอุณหภูมิและเวลาท่ีเหมาะสมในการฆาเช้ือผลิตภัณฑแตละ
ชนดิ สามารถยื่นเอกสารอยางใดอยางหนง่ึ ดังนี้
(1) กรณีย่ืนเอกสารวิชาการศึกษาการกระจายความร+อนในเครื่องฆาเช้ือ (TD)
และ อัตราการแทรกผานความรอ+ นในผลิตภัณฑ (HP) รายละเอียดเอกสาร
ตามทร่ี ะบุไวใ+ นข+อ 3.5.1
(2) กรณใี ช+เอกสารวชิ าการอา+ งอิงอุณหภูมิและเวลาในการฆาเช้ือผลิตภัณฑแต
ละชนิด ต+องใช+เอกสารวิชาการจากหนวยงานที่นาเชื่อถือ ต+อง
- 166 -
-10-
ประกอบด+วยรายงานการศึกษาอุณหภูมิและเวลาท่ีใช+ฆาเช้ือ วิธีการปรับ
สภาพกรดและระยะเวลาท่ีคาความเปIนกรดดางจะเข+าสูสมดุล รวมท้ัง
กรรมวิธีการผลิต สูตรสวนประกอบจะต+องสอดคล+องกับอาหารที่จะผลิต
ทกุ รายการ
3.5.2.2 การกําหนดวิธีการปรับสภาพอาหารให+เปIนกรด วิธีการเก็บตัวอยาง วิธีวัดคา
ความเปIนกรด-ดาง พร+อมระบุปoจจัยวิกฤตที่เกี่ยวข+องกับการปรับกรด และ
ระยะเวลาที่คาความเปIนกรด-ดางเข+าสูสมดุล โดยผ+ูประกอบการจะต+องจัดทํา
เปนI เอกสารการดาํ เนินงานใหค+ รอบคลมุ ตามข+อกําหนด โดยมีรายละเอยี ด ดังนี้
(1) วิธีการปรับสภาพอาหารให+เปIนกรด และปoจจัยวิกฤตที่ต+องควบคุมเพื่อให+
ได+คาความเปIนกรด-ดางสมดุล (equilibrium pH) ไมเกิน 4.6 เชน ขนาด
ชิ้นอาหาร ชนดิ และปรมิ าณของกรดทีใ่ ช+ปรบั สภาพ สัดสวนของการเตรียม
นา้ํ ปรงุ
(2) วิธีการเก็บตัวอยาง และวัดคาความเปIนกรดดาง ให+ระบุเครื่องมือท่ีใช+วัด
และคา pH เป@าหมาย ซ่ึงอาจจะเขียนเปIนฉบับเดียวกัน หรือแยกฉบับก็ได+
ทัง้ นี้เครอื่ งมอื ทใ่ี ชว+ ดั คา pH จะตอ+ งวัดคาได+ถกู ต+องแมนยาํ
3.5.3 การผลติ อาหารทมี่ คี วามเปนH กรดตํ่า หรอื อาหารปรับกรด โดยใช+กรรมวิธีการผลิตแบบปลอด
เชื้อ (aseptic system) ต+องแนบหลักฐานประกอบการพิจารณาสอดคล+องตามเอกสารแนว
ทางการตรวจ ซง่ึ มีรายละเอียด ดังนี้
(1) แผนภูมิการผลิต (process flow chart) ที่แสดงเครื่องจักร อุปกรณ และทอตาง ๆ ท่ีใช+
รวมถึงระบุจุดวิกฤติท่ีจําเปนI ตอ+ งควบคุมอยางเข+มงวดตามท่ี process authority กาํ หนด
(2) ปoจจัยวิกฤติในชวงการทํา pre-sterilization (rritical factors of pre-sterilization) ซึ่ง
กําหนดโดย process authority เพื่อให+ระบบการผลิตและบรรจุท้ังหมดปลอดเช้ือจริง
หลังการสเตอริไลสอปุ กรณกอนการฆาเชือ้
(3) ปจo จัยวิกฤตท่ีต+องควบคุมซ่ึงต+องระบุไว+ในกรรมวิธีการผลิตที่กําหนด (schedule process
and critical factors) เชน อุณหภูมิและระยะเวลาในการฆาเช้ือ และอัตราการไหลของ
ผลิตภัณฑ
(4) ระบบการใหค+ วามร+อน (product heating system)
(5) การควบคุมสูตรการผลิตและการปรุงผสม (raw materials and formulation) ต+อง
สามารถวิเคราะหและระบุได+วา การเปล่ียนแปลงของสูตรสวนประกอบใด ที่สงผลตอการ
ฆาเชื้อท่อี าจกอให+เกิดการฆาเชอ้ื ไมเพยี งพอ (under process)
(6) อุปกรณที่ใช+ในการควบคุมอัตราการไหล (metering /timing pump) ต+องระบุชนิด และ
ตําแหนงการติดต้ัง เพ่ือให+มั่นใจวา อาหารจะมีการไหลอยางตอเน่ือง ไมไหลเร็วกวาอัตรา
การไหลท่ี process authority กําหนดไว+ ท้ังนี้ต+องแจ+งวิธีการป@องกันบุคคลท่ีไมได+รับ
มอบหมายปรับเปล่ยี นอตั ราการไหลด+วย
(7) อุปกรณวัดอัตราการไหล (flow meters) ต+องติดตั้งในตําแหนงท่ีม่ันใจได+วาผลิตภัณฑท่ี
ไหลผาน Holding tube ต+องผาน flow meters ซ่ึงหากอัตราการไหลสูงกวาคาที่ต้ังไว+
flow diversion device จะต+องตดั กลบั ทนั ที ทัง้ น้ีตอ+ งมกี ารทวนสอบบันทึก และรายงาน
การสอบเทยี บดว+ ย
- 167 -
-11-
(8) เคร่ืองฆาเช้ือ ต+องแสดงตําแหนงการติดตั้งเคร่ืองวัดอุณหภูมิ (Temperature Indicating
Device (TID)) อยางน+อย 1 เครื่องใกล+กับเครื่องบันทึกอุณหภูมิ และต+องมีรายงานการ
สอบเทียบของ MIG และเคร่อื งวดั อุณหภมู ิ
(9) เคร่ืองวัดอุณหภูมิ (Temperature Indicating Device) ต+องมีหลักฐานแสดงวา TID
สามารถอานคาได+อยางถกู ต+อง
(10) เคร่ืองบันทึกอุณหภูมิ (Temperature Recorder-Controller) ต+องแสดงตําแหนงการ
ติดต้ังเคร่ืองบันทึกอุณหภูมิที่ปลายสุดของทอคงอุณหภูมิ (holding tube) ท้ังนี้ ต+องระบุ
วิธกี ารปอ@ งกันไมให+ผ+ูทีไ่ มไดร+ ับมอบหมายสามารถปรับเปลี่ยนเคร่ืองบันทกึ อณุ หภมู ิได+
(11) กรณีมีระบบการแลกเปลี่ยนความร+อนจากอาหารที่ผานการฆาเช้ือแล+ว (Product to
product regenerators) ต+องมีการบันทึกคาความดันตางระหวางผลิตภัณฑท่ีผานการ
ฆาเชื้อแล+วและผลิตภณั ฑท่ียังไมผานการฆาเชือ้
(12) ทอคงอณุ หภมู ิ (product holding tube)
(13) ระบบการเปล่ียนทิศทางการไหลของผลิตภัณฑ (flow diversion system) ต+องแสดง
ตําแหนงการติดตั้งอุปกรณการเปล่ียนทิศทางการไหล รวมถึงวิธีการหรือปoจจัยที่ทําให+เกิด
การเปลีย่ นทศิ ทางการไหลของผลิตภัณฑทผี่ านกระบวนการฆาเชอ้ื ไมสมบูรณ
(14) มีเอกสารแสดงวิธีการเฝ@าระวังอุปกรณบังคับทิศทาง/วาลวตาง ๆ ท่ีติดตั้งไว+ภายหลังที่
อาหารได+รับการฆาเชื้อให+อยูในสภาพปลอดเช้ือ (downstream equipment) เชน
มาตรการการใชไ+ อน้าํ หลอ (steam seals) หรอื วิธกี ารอนื่ ๆ ท่ีสามาถป@องกันการปนเป87อน
เชือ้ จลุ นิ ทรยี ในระบบปลอดเชื้อ
(15) ถังพักรอบรรจุปลอดเชื้อ (aseptic surge tanks) ต+องมีข้ันตอนการฆาเช้ือกอนการใช+งาน
(pre-sterilization) ตามที่กําหนดโดย Process Authority และวิธีการควบคุมอากาศ
หรือแก‡สทน่ี าํ มาใช+ในการรักษาสภาพปลอดเช้อื
(16) แผนกรองท่ีใช+ในการผลิตอากาศปลอดเชื้อหรือแก‡สปลอดเช้ือ (sterile filter) ต+องแสดง
ตําแหนงการติดตั้ง คุณลักษณะของแผนกรอง (specification) และจํานวนของตัวกรอง
(filter) รวมทง้ั การกาํ หนดความถ่ีและวิธีการเปลี่ยนแผนกรอง
(17) วธิ ีการคงสภาพความปลอดเช้ือหรือแก‡สปลอดเช้ือ
(18) การสร+างความดันในระบบปลอดเชื้อ ต+องแสดงตําแหนงที่ติดตั้งอุปกรณสร+างความดัน
(backpressure valve)
(19) ระบบการควบคมุ (control system)
(20) บันทึก (records) ประกอบด+วย บันทึกอุณหภูมิจากเครื่องวัดอุณหภูมิท่ีปลายทอคง
อุณหภูมิ บันทึกความดันตางในระบบการฆาเช้ือกรณีท่ีมีการแลกเปลี่ยนความร+อนโดยใช+
อาหารท่ีผานการฆาเชื้อแลว+ บนั ทกึ อตั ราการไหล บนั ทึกการควบคุมอปุ กรณการผลิตอยูใน
สภาพปลอดเช้ือ บันทึกการตรวจสอบระบบการเปล่ียนทิศทางการไหลของอาหาร (flow
diversion valve)
(21) การจัดการกรณีเบ่ียงเบน (process deviation) ต+องมีการกําหนดคาวิกฤติกรณีท่ี
กระบวนการผลิตที่ไมเปIนไปตามท่ี process authority กําหนด เชน อุณหภูมิใน
holding tube ตํ่ากวาที่กําหนด ความดันใน holding tube ต่ํากวาท่ีกําหนด ความดัน
ตางในสวน regenerative section ต่ํากวาที่กําหนด อัตราการไหลเร็วกวาที่กําหนด
- 168 -
-12-
ความดันของอากาศปลอดเช้ือหรือแก‡สปลอดเชื้อภายใน aseptic surge tank ลดตํ่าลง
จนสูญเสียสภาพ overpressure
(22) มีเอกสารแสดงวิธีการปฏิบัติงานการทําความสะอาดและการฆาเช้ืออุปกรณหลังเกิดการ
เบ่ียงเบน
(23) หากใช+วิธีการ reprocess ต+องมีหลักฐานยืนจาก Process Authority วาสามารถ
reprocess ได+
(24) มีเอกสารวิธีการตรวจสอบการฆาเช้ือบรรจุภัณฑ (package sterilization systems)
อยางน+อย มีรายละเอียด ดังน้ี ความเข+มข+นไฮโดรเจนเปอรออกไซด (H2O2) ทวนสอบ
อุปกรณวัดปริมาณ H2O2 อุณหภูมิ H2O2 (°C) ระยะเวลาท่ีบรรจุภัณฑควรสัมผัส H2O2
อุณหภมู ิ air knife (°C)
(25) มีเอกสารแสดงขนั้ ตอนการฆาเชื้อเครือ่ งบรรจุกอนการใช+งาน (pre-sterilization)
(26) มีเอกสารแสดงวธิ ีการตรวจความสมบรู ณของบรรจุภัณฑและรอยปดH ผนึก
(27) มีรายงานการประเมินการปนเป78อนเชื้อจุลินทรียในผลิตภัณฑสุดท+าย ซึ่งต+องมีรายละเอียด
อยางน+อย ดงั นี้ ขนาดตัวอยาง วิธีการทดสอบผลิตภัณฑ microbiological end product
evaluation การยืนยันความถูกตอ+ ง (validation)
ทั้งนี้ การผลิตอาหารในข+อ 3.5.1–3.5.3 จะต+องย่ืนหลักฐานการแสดงผ+ูกําหนด
กระบวนการฆาเชือ้ ด+วยความรอ+ น (process authority) และหลักฐานการฝŠกอบรมหลกั สูตรผค+ู วบคมุ การผลิต
3.5.4 การผลติ น้ําบรโิ ภคในภาชนะบรรจุทีป่ Fดสนิท
(1) สําเนาผลการวเิ คราะหคุณภาพนาํ้ ดิบ
3.5.5 นมพรอมบรโิ ภคชนิดเหลวที่ผ#านกรรมวิธกี ารฆา# เชอ้ื ดวยความรอนโดยวธิ ีพาสเจอรไ4 รส4
(1) หลักฐานผคู+ วบคุมการผลิต
3.5.6 การคดั และบรรจผุ ักหรอื ผลไมสดบางชนดิ
(1) หลักฐานแสดงวาแหลงเพาะปลูกมีระบบควบคุมการใช+สารเคมีการเพาะปลูกท่ีปลอดภัย
เชน ใบรบั รองการปฏิบตั ทิ ด่ี ที างการเกษตร (Good Agricultural Practice; GAP)
(2) ทะเบียนเกษตรกร
(3) ทะเบียนผูร+ วบรวม
3.5.7 การผลิตนํ้ามัน หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง หรือผลิตภัณฑ4เสริมอาหารท่ีมีส#วนประกอบ
ของ เมล็ด หรือน้าํ มัน หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง
(1) หลักฐานการบันทึกรับ-จายเมล็ด หรือนํ้ามัน หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชงท่ีใช+ในการผลิต
หรือผลติ ภณั ฑเสริมอาหารทมี่ ีสวนประกอบของเมลด็ หรอื น้ํามนั หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญ
ชงที่ใชใ+ นการผลติ
4. รายละเอยี ดอืน่ ๆ ที่เก่ียวของกับการผลติ
4.1 สูตรสวนประกอบของอาหารเปIนร+อยละของน้ําหนัก (สูตรคิดเปIน 100%) และแสดงท่ีมาของวัตถุดิบแต
ละรายการ เชน เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) หรือข+อกําหนดของวัตถุดิบ (หpecification) หรือหลักฐาน
ใบรบั รองการวิเคราะห (Certificate of Analysis; COA) หรือหลักฐานอน่ื ๆ
4.2 ประเภทและชนิดของอาหารท่ีจะผลิต ตลอดจนปริมาณการผลิตแตละชนิด ตอวัน ตอสัปดาห หรือตอ
เดือนแล+วแตกรณี
4.3 ชนดิ ขนาด และสขี องภาชนะบรรจุ ชนิดและสีของฝา (ถ+ามี)
- 169 -
-1-
คูม่ ือการตรวจสอบแรงมา้ ของเครอื่ งจกั รและวธิ คี านวณแรงมา้ เปรียบเทียบ
นิยามและที่มา
แรงมา้ (Horsepower ยอ่ : Hp) เป็นชือ่ ของหน่วยวัดกาลัง หรืออัตราการทางานในเชิงฟิสิกส์
หลายหน่วย โดยกาหนดว่า 1 แรงม้า คือ อัตราของการทางาน ได้ 550 ฟุต-ปอนด์ต่อวินาที ตัวแปรเปล่ียน
หนว่ ยทใี่ ช้กันสามัญทีส่ ุด โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ กบั กาลังไฟฟ้า คือ 1 แรงมา้ = 746 วัตต์ หมายความว่า หากใช้ม้า
1 ตวั ป่ันไฟให้เคร่อื งกาเนดิ ไฟฟ้า เราจะได้กระแสไฟฟา้ ออกมาต่อเนื่อง 746 วตั ต์ นั่นเอง
คาวา่ "แรงม้า" ใชค้ ร้ังแรกในปลายครสิ ต์ศตวรรษท่ี 18 โดยเจมส์ วัตต์ วิศวกรชาวสก็อต ผู้มีช่ือเสียง
เป็นผู้พัฒนาเคร่ืองจักรไอน้าให้มีประสิทธิภาพ จนกลายเป็นพลังขับเคล่ือนการปฏิวัติอุตสาหกรรม เพื่อเปรียบเทียบ
ปรมิ าณออกของเคร่อื งจักรไอน้ากับกาลงั ของมา้ งาน
ภายหลัง หน่วยแรงม้าได้ขยายไปครอบคลุมถึงปริมาณออกของกาลังของเคร่ืองจักรลูกสูบ
ประเภทอ่ืนด้วย รวมท้ังกังหัน มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องจักรอ่ืน นิยามของหน่วยแตกต่างกันไปตามภูมิภาค
ปัจจุบันประเทศสว่ นใหญ่ใช้หนว่ ยวตั ตซ์ ึง่ เป็นหนว่ ยเอสไอ
1 แรงมา้ = 550 ฟตุ – ปอนด์ /วนิ าที
= 167 ม. - 0.453 กก. /วินาที
= 2,545 บี.ที.ยู. /ชั่วโมง
= 746 วตั ต์
ซง่ึ มีท่ีมาการคานวณมาจากสูตร งาน(W) (จูล) = แรง(F) คูณด้วย ระยะทาง (S) และ พลังงาน(P) คือ
งาน(W) ต่อหน่วยเวลา (วินาที) มีชื่อว่าเรียกว่า วัตต์ (Watt) หรือ 1 วัตต์ = 1 จูลต่อวินาที หรือ เท่ากับ งาน (W) คูณด้วย
ความเรว็ (V) เมตรตอ่ วินาที (P = W x V)
- 170 -
-2-
วิธกี ารตรวจสอบ
การตรวจสอบแรงมา้ ของเคร่ืองจักรและวธิ ีคานวณแรงม้าเปรียบเทยี บ สามารถทาไดห้ ลายวธิ ี ดงั น้ี
1. อ่านไดโ้ ดยตรงจาก Name Plate หรือ Catalogue ซง่ึ ติดต้ังอย่บู นตัวเคร่ืองจักรสามารถ
สังเกตเหน็ ได้ง่าย หรอื เปน็ รายละเอยี ดท่มี ากับคู่มือการใช้งานเครือ่ งจักร น้นั
ตัวอย่าง เชน่ Name Plate ทตี่ ิดตงั้ บนมอเตอรไ์ ฟฟ้าแสดงกาลังแรงม้าเทา่ กบั 1 แรงม้า เปน็ ตน้
2. ตอ้ งทราบคา่ ต้นกาลงั หรือทราบรายละเอียดอ่นื ๆ ก่อน แลว้ นามาคานวณแรงมา้ เปรยี บเทียบ
ก. ประเภทท่ใี ช้ไฟฟ้า ข. ประเภทเตาตา่ งๆ
ค. ประเภทเชอ้ื เพลงิ แก๊ส ง. ประเภทหม้อไอนา้ ตา่ งๆ
จ. ประเภทตน้ กาลงั ของโรงงานบางประเภท
(ทง้ั น้ีจะเน้นเฉพาะเครอ่ื งจักรทใ่ี ช้เกีย่ วขอ้ งกบั อุตสาหกรรมอาหารเท่านัน้ )
ก. ประเภทท่ใี ช้ไฟฟา้
1. ถา้ ทราบค่าตน้ กาลังเป็นกิโลวัตต์ หรอื วัตต์
แรงมา้ เปรยี บเทยี บ = (กโิ ลวัตต์)
= (วัตต์)
ตัวอยา่ ง ป๊มั มีพิกัดมอเตอร์ 1.5 กิโลวตั ต์ จงคานวณหาแรงมา้ เปรียบเทยี บของป๊ัมนี้
จากตัวอยา่ ง เม่อื ทราบต้นกาลงั เป็นหนว่ ยกิโลวัตต์สามารถคานวณแรงม้า
เปรียบเทยี บ ได้ดังนี้
จากสตู ร 1 5 = 2.01 แรงมา้
- 171 -
-3-
2. ถา้ ทราบค่าต้นกาลังเป็น กโิ ลโวลตแ์ ละแอมแปร์ หรือ ไมท่ ราบ ก็ใหว้ ดั แรงดันไฟฟ้า และ
คา่ กระแสไฟฟ้าสูงสุดท่สี ามารถใช้งานได้ แลว้ นามาคานวณหาแรงมา้ เปรียบเทยี บได้ ดังนี้
2.1 ไฟฟา้ กระแสตรง
แรงม้าเปรยี บเทยี บ = หรือ
2.2 ไฟฟ้ากระแสสลบั กาหนด COSØ = 0.8 หรอื
2.2.1 แรงมา้ เปรยี บเทียบ =
(V = 220 Volt) 1 หรอื 1
2.2.2 แรงม้าเปรยี บเทียบ =
(V = 380 Volt)
โดยค่า COS ทางไฟฟ้า หมายถึง ตัวประกอบกาลังไฟฟ้า บ่งบอกถึงอัตราส่วนระหว่าง
กาลังไฟฟ้าจริง มีหน่วยเป็นวัตต์ ต่อกาลังไฟฟ้าท่ีปรากฏมีหน่วยเป็น โวลต์-แอมแปร์ ซึ่งอยู่ในรูปของ COS
กรณีไฟฟ้ากระแสสลบั กาหนดให้ COSØ = 0.8
ตามข้อ 2. พบว่ามีวิธีการคานวณแรงม้าเปรียบเทียบท่ีหลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะของ
ระบบไฟฟ้า และค่าแรงดันไฟฟ้า จึงขอยกตัวอย่างประกอบ เพื่อทาให้เกิดความเข้าใจในการคานวณแรงม้า
เปรียบเทยี บ ดงั นี้
ตัวอย่าง 1 เครอ่ื งชง่ั ดิจิตอล พิกัดสูงสุดได้ 5 กิโลกรัม โดยมีตัวแปลงไฟฟ้า (adapter) แปลงไฟฟ้ากระแสสลับ
เป็นกระแสตรงเข้าสู่เครื่องช่ัง โดยมีข้อมูลแสดงดังภาพด้านล่าง จงคานวณหาแรงม้าเปรียบเทียบของเครื่องช่ังน้ี
(สถานท่ผี ลติ อาหารมีลกั ษณะเปน็ อาคารพาณิชย์ จ่ายแรงดนั ไฟฟา้ 220 โวลต์ : single phase)
จากตัวอย่างน้ี ผู้คานวณต้องมีความเข้าใจเก่ียวกับตัวแปลง
ไฟฟ้า (adapter) เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดไม่
สามารถใชแ้ รงดันไฟฟา้ ท่ี 220 หรือ 380 โวลตไ์ ด้ จาเป็นต้องมี
อุปกรณ์แปลงให้ค่าแรงดันไฟฟ้าต่าลง โดยแปลงจากไฟฟ้า
กระแสสลบั (AC) ใหเ้ ปน็ ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพ่ือสามารถจ่าย
กระแสไฟฟ้าให้กับเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้านนั้ ได้
ดังน้นั การคานวณแรงมา้ เปรยี บเทยี บของเครื่องชั่งน้ี ให้คิดจาก
ต้นกาลังโวลต์และแอมแปร์ท่ีเครื่องชั่งใช้งานได้จริง โดยดูจาก
Output ของ adapter ซึง่ เปน็ ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แล้ว
คานวณจากสูตร 1 1 5 = 0.024 แรงม้า
(ตามข้อ 2.1)
- 172 -
-4-
ตัวอย่าง 2 ตู้แช่เย็น ยี่ห้อ Panasonic ใช้สาหรับเก็บรักษาวัตถุดิบผลไม้สด เพื่อผลิตเครื่องดื่ม จากฉลากระบุ
ตามข้อมูลด้านล่าง จงคานวณหาแรงม้าเปรียบเทียบของตู้แช่เย็นนี้ (สถานที่ผลิตอาหารมีลักษณะเป็นอาคาร
พาณิชย์ จา่ ยแรงดนั ไฟฟ้า 220 โวลต์ : single phase)
Panasonic
ต้แู ช่เคร่อื งดมื่ รุ่น : ABC
ปริมาตร 694 ลิตร
แหลง่ จา่ ยไฟ 220 โวลต์ / 50 เฮริ ตซ์
กระแสไฟฟ้า 2.8 แอมป์
หลอดไฟ 30 วตั ต์ x 1
ตู้แชเ่ ย็น ใช้กาลงั ไฟฟา้ ต่อตรงกบั ไฟฟา้ กระแสสลบั (AC) 220 โวลต์ 2.8 แอมแปร์
คานวณส่วนที่ 1 จาก = 0.66 แรงม้า (ตามขอ้ 2.2.1)
หลอดไฟในตู้แช่เยน็ 30 วัตต์
คานวณส่วนท่ี 2 จาก = 0.04 แรงม้า (ตามข้อ 1)
ดังน้นั ตู้แช่เยน็ มีแรงมา้ เปรียบเทียบรวม 0.66 + 0.04 = 0.7 แรงม้า
3. มอเตอร์ไฟฟ้าเก่า ไม่มี Name Plate หรือ Catalogue ที่มีการระบุแรงม้า (Hp) ไว้
โดยตรง หรืออาจระบุเป็นกิโลวัตต์ (KW) หรือ วัตต์ (W) หรือมีแต่ผลิตไม่ตรงตามมาตรฐานที่กระทรวง
อุตสาหกรรมกาหนดเกณฑ์การยอมรับไว้ จึงต้องหาวิธีการอื่นๆในการประเมินแรงม้าเปรียบเทียบ โดยจะขอ
ยกตวั อยา่ งวิธีการวัดคา่ Frame Size ของมอเตอร์ แล้วประเมินแรงม้าเปรยี บเทยี บจากตารางอ้างอิง
ก่อนการประเมินค่าแรงม้าเปรียบเทียบจากตารางอ้างอิง น้ัน ผู้คานวณจะต้องมีความเข้าใจ
เกี่ยวกบั การวดั Frame Size ของมอเตอร์ โดยจะขอแสดงรายละเอยี ดไว้พอสังเขป ดงั นี้
รูปที่ 3.1 ภาพแสดงระยะตา่ งๆบนมอเตอร์ การวัดค่า Frame Size จากรูปที่ 3.1 และ 3.2
ให้พิจารณาค่าระยะความสูงระหว่างจุดก่ึงกลาง
แกนเพลากับฐานมอเตอร์ เรียกว่า Height Of Shaft
(mm) แสดงสัญลักษณ์ตัวอักษร H และระยะห่าง
ระหว่างจุดยึดฐานมอเตอร์ด้านข้าง เรียกว่า Dist
Between Side View Of Bolts (mm) แสดง
สัญลักษณ์ตัวอักษร B รวมถึงต้องพิจารณาจานวน
ข้วั แมเ่ หลก็ ในการพันมอเตอร์ทีเ่ รียกว่า Poles
- 173 -
-5-
รปู ท่ี 3.2 ภาพจาลองแสดง Poles 2 และ 4 ส่วน Poles ในมอเตอร์หมายถึง Magnetic Poles คือ
จานวนข้ัวแม่เหล็ก ที่ถูกออกแบบข้ึนในการพันขดลวด
มอเตอร์ เชน่ 2, 4 หรือ 6 poles ดังน้ัน จานวน poles จะ
มผี ลตอ่ ความเรว็ รอบมอเตอร์ คอื เป็นตัวที่กาหนดความเร็วรอบ
และแรงบิดของมอเตอร์ โดยถ้าจานวน Pole ยิ่งมาก
ความเร็วรอบย่ิงต่า แตแ่ รงบิดยิง่ มาก และในทานองกลบั กนั
จานวน Pole ยิ่งน้อย ความเร็วรอบยิ่งสูง แต่แรงบิดย่ิงต่า
เมอื่ เปรียบเทยี บกับขนาดมอเตอรเ์ ดยี วกัน
ตวั อยา่ ง มอเตอรไ์ ฟฟ้ามีระยะความสูงจากกงึ่ กลางแกนเพลากบั ฐานมอเตอรเ์ ป็น 10 เซนตเิ มตร และระยะห่าง
ระหวา่ งจดุ ยึดฐานมอเตอรด์ ้านขา้ งเปน็ 14 เซนตเิ มตร ความถ่ที ่ี 50 เฮิรตซ์ (เปน็ ความถป่ี กตขิ องกระแสไฟฟ้า
ทใี่ ช้งาน) และมจี านวน poles เปน็ 2 มอเตอร์นจี้ ะมแี รงม้าเปรยี บเทียบเปน็ เท่าใด โดยใช้การเทยี บค่าจาก
ตารางที่ 3.3
- ระยะค่า H เปน็ หนว่ ย mm จาก 10 cm x 10 = 100 mm และ
- ระยะค่า B เป็นหน่วย mm จาก 14 cm x 10 = 140 mm
- จานวน poles เป็น 2 ความถ่ี 50 เฮริ ตซ์ พิจารณาจาก ตารางท่ี 3.3
H =10 cm. A =16 cm. B =14 cm.
ซ่ึงเมื่อวัดค่าระยะต่างๆเทียบกับตารางที่ 3.3 จะประเมินแรงม้าเปรียบเทียบได้เป็น 3 แรงม้า
โดยมีความเร็วรอบการหมนุ ของมอเตอรอ์ ยู่ท่ี 1500 หรอื 3000 RPM
อน่ึงแรงม้าเปรียบเทียบดังกล่าว เป็นเพียงค่าโดยประมาณ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตาม
บริษทั ผผู้ ลติ มอเตอร์ โดยตารางที่ 3.3 นี้อา้ งอิงจากการประเมินแรงม้าเคร่ืองจักรของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ในสว่ นของมอเตอร์ไฟฟ้าทม่ี จี านวน 4 poles นน้ั สามารถประเมินแรงม้าเปรียบเทียบได้ด้วยหลักการเดียวกัน
แต่อาจมีรายละเอียดท่ีแตกต่างกันไป เช่น เพ่ิมการวัดระยะห่างระหว่างจุดยึดฐานมอเตอร์ด้านหน้าที่เรียกว่า
Dist Between Front View Of Bolts (mm) แสดงสัญลักษณ์ตัวอักษร A แล้วเปรียบเทียบตารางอ้างอิงการ
หาค่า Frame Size ซ่ึงสามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ เพ่ือประเมินแรงม้าเปรียบเทียบของมอเตอร์ไฟฟ้า
ต่อไป ดังเชน่ ตวั อย่างตารางท่ี 3.4 เปน็ ต้น
.
- 174 -
-6-
ตารางท่ี 3.3
ขอ้ มูลอ้างอิง จากการประเมนิ แรงมา้ เครอื่ งจักรของกรมโรงงานอตุ สาหกรรม เวบ็ ไซต์
https://www.diw.go.th/hawk/content.php?mode=laws&tabid=2
- 175 -
-7-
ตารางท่ี 3.4
ข้อมูลอ้างอิง จากเอกสารประกอบการบรรยายหลักสูตรโครงการฝึกอบรมข้ันตอนการดาเนินการและวิธีการ
ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 สาหรับองค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน ชุด การประเมิน
แรงมา้ เครอื่ งจักร
- 176 -
-8-
4. เครื่องไฟฟ้าท่ีให้พลังงานความร้อน ไม่ได้ใช้พลังมอเตอร์ขับ เช่น Heater ให้คานวณ
แรงม้าเปรียบเทียบตามข้อ 1 และ 2 แต่ให้คิดประสิทธิภาพเพียง 60 % ของกาลังไฟฟ้า เช่น ไดร์เป่าลมร้อน
เครอ่ื งปดิ ผนกึ ชนิดทกี่ ดดว้ ยมือหรอื เท้า เครื่องปดิ ผนกึ สญุ ญากาศ และอุปกรณใ์ นทานองเดยี วกนั
ตัวอย่าง เคร่ืองปิดผนึกถุงพลาสติกแบบมือกด รุ่น PFS-300 ใช้ระดับไฟฟ้าท่ี 400 วัตต์ ตามท่ีระบุใน
Catalogue ด้านล่าง จงคานวณแรงม้าเปรยี บเทยี บเครือ่ งปดิ ผนกึ นี้
คานวณหาแรงม้าเปรียบเทียบตามข้อ 1 ทราบค่าต้นกาลังเป็นวัตต์ = 0.54 แรงม้า
แตใ่ หค้ ิดประสทิ ธิภาพเพยี ง 60% ของกาลังไฟฟา้ ดังนนั้ จะได้ 0.54 x 0.6 = 0.32 แรงมา้
5. ห้องเย็นและเคร่ืองปรับอากาศ ที่ใช้ในกิจกรรมการผลิตอาหาร เช่น ห้องแช่เย็นหรือ
แช่แข็งทใ่ี ช้เกบ็ รักษาวตั ถุดิบผลิตอาหาร เปน็ ตน้
คานวณแรงม้าเปรียบเทียบได้หลายวธิ ี เชน่
5.1 คานวณตามข้อ 1 กรณีทราบค่า KW หรือ W และข้อ 2 กรณีทราบค่า V และ A
เชน่ หอ้ งเย็นมคี อมเพรสเซอรข์ นาด 2.6 KW เปน็ ตน้
5.2 คานวณจากข้อมูล Catalogue หรือ ฉลากประหยัดไฟฟ้าที่แสดงค่าขนาดในหน่วย
บ.ี ที.ยู. /ชวั่ โมง (Btu/hr) และคา่ ประสทิ ธิภาพ (EER) ในหน่วยบี.ที.ยู. /ช่วั โมง/ วตั ต์ (Btu/hr/W) แลว้ หากาลงั งานท่ใี ช้
ในหนว่ ยวัตต์ (W) จากสตู ร
เมื่อได้ค่า W ให้คานวณแรงมา้ เปรยี บเทียบตามขอ้ 1
5.3 จากข้อ 5.2 หากไมท่ ราบคา่ ประสทิ ธิภาพ (EER) ให้ประเมนิ แรงมา้ เปรียบเทยี บจาก
การแปลงหนว่ ย บี.ท.ี ยู. /ชว่ั โมง (Btu/hr) เปน็ แรงม้า (Hp) โดย 2,545 Btu/hr เทา่ กบั 1 Hp
ตัวอย่าง สถานท่ีผลิตอาหารมีการติดต้ังเคร่ืองปรับอากาศในห้องพักวัตถุดิบ เพื่อปรับลดอุณหภูมิและควบคุม
คุณภาพของผักหรือผลไมส้ ดทรี่ อการตดั แตง่ โดยมีขอ้ มูลเครอ่ื งปรบั อากาศ แสดงบนฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5
ดังขอ้ มลู ดา้ นลา่ ง จงคานวณหาแรงมา้ เปรยี บเทยี บของเครือ่ งปรับอากาศน้ี
- 177 -
-9-
แทนค่าจากข้อ 5.2 ในสตู ร
ℎ
ℎ
9,388 46 793 61
11 83
ดังน้ัน แรงมา้ เปรยี บเทียบ = = 9 1
= 1.06 แรงม้า
ข. ประเภทเตาต่างๆ
1. เตาอบท่ัวไป ประเมินแรงม้าเปรียบเทียบจากปริมาตรรอบนอกของเตาอบ โดยให้ถือว่า
1 ลกู บาศก์เมตร = 2 แรงม้า ไม่ว่าจะใช้เชื้อเพลิงอะไร ได้แก่ จาพวกเตาอบขนม หรือเตาอบที่ใช้งานในทานอง
เดียวกัน “ยกเว้นเตาอบท่ีใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซ่ึงทราบค่า KW หรือ W ให้คานวณแรงม้าเปรียบเทียบตาม
ขอ้ ก.ประเภทที่ใช้ไฟฟา้ ข้อ 1”
ตัวอย่าง เตาอบขนมปังใช้แก๊สเป็นเช้ือเพลิงแบบที่ใช้ตามบ้าน (15 กิโลกรัม) เพียงอย่างเดียว โดยเตาอบมี
ขนาดกวา้ ง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร สงู 1 เมตร จงคานวณหาค่าแรงมา้ เปรียบเทียบเตาอบน้ี
เตาอบใช้แก๊สเพียงอยา่ งเดยี วไมไ่ ดใ้ ช้ไฟฟ้า
ปริมาตรรอบนอกเตา 1 x 1.5 x 1 = 1.5 ลกู บาศก์เมตร
“โดยปริมาตรรอบนอกเตา 1 ลูกบาศก์เมตร ประเมิน
แรงม้าเปรยี บเทียบเทา่ กบั 2 แรงมา้ ”
ดงั นน้ั ปริมาตรรอบนอกเตา 1.5 ลกู บาศก์เมตร ประเมิน
แรงมา้ เปรยี บเทยี บ 1.5 x 2 / 1 = 3 แรงมา้
กรณีเตาอบท่ีมีการใช้งานทั้งระบบไฟฟ้าและเช้ือเพลิงอื่นๆร่วมกัน ให้พิจารณาท้ังสองระบบ
แลว้ นามาคานวณแรงม้าเปรียบเทยี บรวมท้งั หมด
2. เตาอบไมท้ ี่ใชเ้ ชอ้ื เพลงิ อ่นื เชน่ ลมร้อนจากเคร่ืองผลิตลมร้อน หรือ ความร้อนจากการเผา
ถา่ น ฟนื แกลบ หรอื ขเี้ ล่อื ย เป็นต้น โดยประเมนิ แรงม้าเปรียบเทยี บจากปริมาตรรอบนอกของเตาอบไม้ ให้ถอื วา่
1 ลกู บาศกเ์ มตร = 0.12 แรงมา้
- 178 -
-10-
3. เตาบม่ ใบชา ประเมินแรงม้าเปรียบเทียบจากปริมาตรของหอ้ งบม่ ใบชา โดยให้ถอื ว่า
1 ลูกบาศกเ์ มตร = 0.05 แรงม้า
4. เตาอ้ังโล่หรือเตาดินเผาทั่วไป ประเมินแรงม้าเปรียบเทียบจากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
() โดยเฉลี่ยของเตา ดงั น้ี
4.1 เฉลีย่ ไมเ่ กิน 40 เซนตเิ มตร ประเมนิ แรงมา้ เตาละ 0.25 แรงม้า
4.2 เฉลยี่ เกนิ 40 เซนติเมตร. แต่ไมเ่ กิน 100 เซนติเมตร ประเมนิ แรงมา้ เตาละ 0.5 แรงม้า
4.3 เฉลยี่ เกนิ 100 เซนติเมตรขึน้ ไป ประเมินแรงมา้ เตาละ 2 แรงม้า
ตัวอย่าง เตาอ้ังโล่ดังรูป ใช้ถ่านเป็นเช้ือเพลิง เมื่อวัดขนาด
เสน้ ผา่ ศูนย์กลางของเตา ระยะโดยประมาณ 28 เซนตเิ มตร
ดังน้ัน แรงม้าเปรียบเทียบของเตาอ้ังโล่นี้ เท่ากับ 0.25 แรงม้า
( เฉลย่ี ไมเ่ กนิ 40 เซนตเิ มตร ประเมินแรงม้าเตาละ 0.25 แรงมา้ )
ค. ประเภทเชอ้ื เพลิงแกส๊
เช่น หมอ้ ตม้ หรือเตาแกส๊ แรงม้าเปรียบเทียบคานวณจากสตู ร
แรงมา้ เปรยี บเทยี บ ,
,5 5
เมอื่ Heating Value ของแก๊ส = 22,000 Btu/lb
น้าหนกั แก๊ส 1 Kg = 2.2 lb
efficiency = 20% = 0.2
ดังน้นั แรงม้าเปรียบเทียบ = 3.8 x ปริมาณแกส๊ ท่ีใชใ้ น 1 ช่ัวโมง หนว่ ยเปน็ กโิ ลกรมั
= 3.8 x น้าหนักแกส๊ ท่ใี ช้ (Kg/hr)
ตัวอย่าง สถานท่ีผลิตอาหาร ใช้เตาแก๊สต้มให้ความร้อนแก่เครื่องดื่ม โดยเป็นถัง
แก๊สเช้ือเพลิงที่ใช้ตามบ้านเรือน (15 กิโลกรัม) จากการสอบถาม แก๊สถังนี้ใช้
ประมาณ 45 วัน จึงเปลี่ยนถัง โดยแต่ละวันใช้เวลาต้มเครื่องด่ืมประมาณ 0.5
ชว่ั โมง วนั หน่งึ ๆ ตม้ เครอื่ งดืม่ ได้ 2 รอบ จงคานวณหาแรงม้าเปรียบเทียบของแกส๊ ที่ใช้
น้าหนักแก๊สที่ใช้ (Kg/hr) หาได้จากน้าหนักแก๊ส 1 ถัง เป็น 15 กิโลกรัม ใช้แก๊สวันละ
0.5 x 2 = 1 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้ 45 วันแก๊สถังน้ีจึงหมด ดังน้ัน 1 วัน ใช้แก๊สรวม 1 ชั่วโมง
ถา้ 45 วัน จะใชแ้ ก๊สรวม 45 ชั่วโมง
ดงั นัน้ น้าหนักแกส๊ ทใี่ ช้ (Kg/hr) จะเท่ากับ 15 / 45 = 0.33 Kg/hr
แรงม้าเปรยี บเทยี บ = 3.8 x น้าหนักแก๊สที่ใช้ (Kg/hr) 3.8 x 0.33 = 1.25 แรงมา้
- 179 -
-11-
ง. ประเภทหม้อไอน้าตา่ งๆ
คานวณแรงม้าเปรยี บเทยี บไดห้ ลายวิธี เชน่
1 คานวณจาก Boiler Horse Power (BHp) จากขอ้ มลู ในแคตาล็อก หรือจาก Name Plate
แรงม้าเปรียบเทียบ = 6.6 x BHp
(เม่ือ 1 BHp = 9.806 KW = 9,806 W = 33,475 Btu/hr)
2 คานวณจากค่าความสามารถในการส่งถา่ ยความร้อนเปน็ กโิ ลแคลอรีต่ ่อชัว่ โมง
แรงม้าเปรียบเทียบ = Kcal x 6.6
8,435.7
3 ประเมินจากพื้นที่ผิวรับความร้อน (Heating Surface) เป็นตารางฟุต (ft2) แล้ว
คานวณจากสตู ร
แรงมา้ เปรยี บเทยี บ = ค่าคงท่ี
คา่ คงท่ีขน้ึ อยู่กบั ชนดิ ของหมอ้ ไอน้า เช่น
ชนิดหมอ้ ไอนา้ คา่ คงที่
5
Steam Generator (หม้อไอน้าผลิตไอน้าได้เร็ว /
เชือ้ เพลงิ เหลว / มีพดั ลม) 6
Fire Tube (ท่อไฟ / มพี ัดลม) 6
Water Tube (ทอ่ นา้ / มีพัดลม) 7
Water Tube (ท่อน้า / ไมม่ พี ัดลม) 8
หมอ้ นา้ รถไฟ (ทอ่ ไฟ / ไมม่ พี ัดลม)
เน่ืองด้วยหม้อไอน้า มีวิธีคานวณหาแรงม้าเปรียบเทียบได้หลายวิธี และมีความซับซ้อนตาม
ประเภทของหม้อไอน้าชนิดต่างๆ รวมท้ังเป็นเครื่องจักรที่มีราคาค่อนข้างสูง ซ่ึงโดยส่วนมากบริษัทผู้ผลิตหรือ
ผู้ตดิ ตง้ั จะคานวณหรือประเมนิ แรงมา้ เปรยี บเทียบหม้อไอน้า น้นั ใหเ้ ปน็ ที่มเี รียบรอ้ ยแลว้
ตวั อยา่ ง หมอ้ ไอนา้ มีคา่ แรงม้าหม้อไอน้า (BHp) เทา่ กบั 75 จงหาแรงม้าเปรียบเทียบ
คานวณจาก แรงม้าเปรยี บเทยี บ = 6.6 x BHp 6.6 x 75 = 495 แรงมา้
จ. ประเภทต้นกา้ ลังของโรงงานบางประเภท
เครื่องทาน้าแข็งก้อน พิจารณาข้อมูลคอมเพรสเซอร์ จาก Catalogue หากไม่มีให้พิจารณา
กาลงั การผลติ ต่อวนั และประเมินแรงม้าเปรยี บเทียบดังนี้
กาลังการผลติ 200 กิโลกรมั ตอ่ วนั แรงม้าเปรียบเทยี บเท่ากบั 1.5 แรงม้า
กาลงั การผลติ 400 กิโลกรมั ต่อวนั แรงมา้ เปรยี บเทยี บเทา่ กับ 3.0 แรงมา้
กาลงั การผลิต 600 กโิ ลกรัมตอ่ วัน แรงม้าเปรียบเทยี บเทา่ กับ 5.0 แรงมา้
- 180 -
-12-
ความส้าคัญของการประเมินแรงมา้
การขออนุญาตสถานท่ีผลิตอาหาร ต้องคานวณแรงม้าและแรงม้าเปรียบเทียบของเคร่ืองมือ
เคร่อื งจกั รอปุ กรณท์ ่ีใช้สาหรับการผลติ อาหาร เพื่อพจิ ารณาว่าเป็นสถานที่ผลิตอาหารท่ีเข้าข่ายโรงงาน หรือไม่
เข้าขา่ ยโรงงาน
โดยตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ได้กาหนดนิยาม “โรงงาน” หมายความว่า
อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกาลังรวม ตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าหรือกาลังเทียบเท่าต้ังแต่ห้าสิบ
แรงม้าข้ึนไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตามเพ่ือประกอบกิจการโรงงาน
ทั้งนี้ ตามประเภทหรอื ชนดิ ของโรงงานทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
นอกจากนคี้ ่าใชจ้ า่ ยในการพจิ ารณาและตรวจสถานประกอบการอาหาร ตามท่ีระบุไว้ในบัญชี
แนบท้ายที่ 2 ข้อ 2.5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายท่ีจัดเก็บจากผู้ย่ืนคาขอใน
กระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2560 และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหารของ
สถานทีผ่ ลติ อาหารที่เข้าขา่ ยโรงงาน ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
อาหาร พ.ศ. 2522 ส่วนหน่ึงได้กาหนดไว้ ตามอัตรากาลังแรงม้ารวมของเครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้
สาหรับการผลิตอาหาร ณ สถานประกอบการ น้ัน ดังตารางทแี่ สดงดา้ นล่าง ตามลาดับ
ตารางแสดงคา่ ใชจ้ า่ ยการพิจารณาและตรวจสถานประกอบการดา้ นอาหาร
การพจิ ารณาและตรวจสถานประกอบการด้านอาหาร 3,000 บาท
1) ไม่เกนิ 5 แรงมา้ และคนงาน 1-6 คน 5,000 บาท
2) มากกว่า 5 แรงมา้ แตไ่ มเ่ กิน 20 แรงมา้ หรอื คนงาน 7-50 คน
10,000 บาท
3) มากกว่า 20 แรงมา้ แต่ไม่เกนิ 50 แรงมา้ หรือ คนงาน 51-100 คน 15,000 บาท
4) มากกวา่ 50 แรงม้า แตไ่ มเ่ กิน 100 แรงมา้ หรอื คนงาน 101-200 คน 20,000 บาท
5) มากกว่า 100 แรงม้า หรอื คนงานตัง้ แต่ 200 คนข้นึ ไป
ตารางแสดงค่าธรรมเนียมใบอนญุ าตผลิตอาหาร
ค่าธรรมเนียมใบอนญุ าตผลติ อาหารตามกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ฉบับละ 3,000 บาท
1) ใบอนุญาตผลิตอาหารสาหรับโรงงานท่ีประกอบกิจการ โดยใชคนงานตั้งแตเจ็ดคน ฉบบั ละ 5,000 บาท
แตไมถงึ ยส่ี บิ คน โดยไมใชเครื่องจักรหรอื ใชเครือ่ งจักรท่มี กี าลงั รวมไมถึงสองแรงมา้ ฉบับละ 6,000 บาท
ฉบบั ละ 7,000 บาท
2) ใบอนุญาตผลิตอาหารสาหรับโรงงานที่ประกอบกิจการ โดยใชคนงานตั้งแตยี่สิบคน ฉบบั ละ 8,000 บาท
ข้นึ ไป โดยไมใชเคร่ืองจกั รหรือใชเครือ่ งจักรทมี่ กี าลังรวมไมถงึ สองแรงมา้ ฉบับละ 10,000 บาท
3) ใบอนุญาตผลิตอาหารสาหรับโรงงานท่ีประกอบกิจการ โดยใชเครื่องจักรต้ังแต
สองแรงมา หรอื กาลังเทียบเทา ตงั้ แตสองแรงมาแตไมถึงสิบแรงมา
4) ใบอนุญาตผลิตอาหารสาหรับโรงงานท่ีประกอบกิจการ โดยใชเคร่ืองจักรท่ีมีกาลังรวม
ตั้งแตสบิ แรงมา หรือ กาลงั เทียบเทาตงั้ แตสิบแรงมาแตไมถึงยีส่ บิ หาแรงมา
5) ใบอนุญาตผลิตอาหารสาหรับโรงงานท่ีประกอบกิจการ โดยใชเครื่องจักรท่ีมีกาลังรวม
ต้ังแตยี่สบิ หาแรงมา หรือ กาลังเทียบเทา่ ตัง้ แตย่สี บิ หาแรงมา แตไมถึงหาสิบแรงมา
6) ใบอนุญาตผลิตอาหารสาหรับโรงงานที่ประกอบกิจการ โดยใชเครื่องจักรท่ีมีกาลังรวม
ตงั้ แตหาสบิ แรงมา หรือ กาลังเทยี บเทาตง้ั แตหาสิบแรงมาขึ้นไป
- 181 -
-13-
เครอ่ื งจักรใดบา้ งทีต่ อ้ งค้านวณแรงมา้
ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 "เครื่องจักร" หมายความวา สิ่งที่ประกอบดวยช้ิน
สวนหลายชิ้นสาหรับใชกอกาเนิดพลังงาน เปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลังงาน หรือสงพลังงาน ทั้งนี้ดวยกาลัง
น้า ไอน้า ลม กาซ ไฟฟา หรือพลังงานอ่ืน อยางใดอยางหน่ึง หรือหลายอยางรวมกัน และหมายความรวมถึง
เครื่องอปุ กรณไ์ ฟลวีล ปลุ เล สายพาน เพลา เกยี รหรอื สง่ิ อืน่ ทที่ างานสนองกัน
สาหรับการขออนุญาตสถานท่ีผลิตอาหาร ต้องจัดทาบัญชีรายการเคร่ืองจักรที่สอดคล้อง
กับแบบแปลนพ้ืนอาคารผลิต และกรรมวิธีการผลิต ตามประเภทและชนิดอาหารที่ขออนุญาต โดยต้อง
คานวณหาแรงม้าเปรียบเทียบของเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตท้ังหมดท่ีใช้ในการผลิตอาหาร
แตไ่ มร่ วมที่ใช้เพื่ออานวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน หรือ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการผลิตอาหาร ดังน้ัน
เพ่ือความเขา้ ใจทงี่ า่ ยและชัดเจน จงึ ขอยกตวั อยา่ งประกอบ แสดงดังตารางดา้ นล่าง
รายการเคร่ืองจกั ร คานวณแรงมา้ ไมค่ านวณแรงมา้
เครื่องปรับอากาศ หรอื พัดลม ช่วยในการระบายอากาศขณะปฏิบตั งิ าน
เคร่ืองปรบั อากาศ ใช้สาหรับควบคมุ อุณหภูมิและรักษาคุณภาพผักผลไม้
ขณะรอการตดั แต่ง
พดั ลมใช้เปา่ ลมเยน็ สนิ คา้ สาเร็จรูปเพือ่ ชว่ ยลดอณุ หภมู ิ
ลิฟท์ หรือโฟล์คลฟิ ทใ์ ช้ลาเลียงสินค้า
มอเตอร์สายพานลาเลียงทต่ี ดิ ตั้งกับเครื่องบรรจุไปยังเครื่องหอ่ ฟลิ ม์
หลอดไฟในสถานท่ผี ลติ อาหาร เชน่ ไฟทางเดิน ไฟดักแมลง
หลอดไฟใชส้ อ่ งขวดหลงั บรรจุ หลอดยวู ี ฆ่าเช้ือบรรจุภณั ฑ์
ระบบปรับคณุ ภาพนา้ RO เพอื่ ใชส้ าหรบั ผลิตเครอ่ื งดื่ม
ระบบบาบดั น้าเสีย
เคร่ืองจักรสารอง ท่ีมีสภาพพร้อมใช้งาน สอดคล้องกับกรรมวิธีผลิต
อาหาร
บทสรุป
การคานวณหรอื ประเมินแรงม้าเปรยี บเทยี บของเคร่ืองจักร น้ัน มีวิธีการคานวณและประเมิน
ท่ีหลากหลาย ตามปัจจัยต่างๆ หรือข้อมูลที่ปรากฏเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจ
ในหลักการคานวณหรือประเมิน เพือ่ ให้ไดแ้ รงมา้ เปรียบเทยี บทถ่ี กู ต้องและครบถว้ น
ท้ังนี้หากยังไม่เข้าใจในหลักการคานวณหรือประเมินแรงม้าเปรียบเทียบ ก่อนการจัดซื้อ
เครื่องจักร เพื่อมาติดต้ัง ณ สถานท่ีผลิตอาหาร ต้องสอบถามข้อมูลกาลังแรงม้าของเคร่ืองจักร นั้น จากผู้ขาย
หรือ ขอเอกสาร เช่น Catalogue ท่ีมีการระบุกาลังแรงม้า หรือ ค่าต้นกาลังต่างๆ ซ่ึงสามารถนามาคานวณ
หรือประเมนิ แรงมา้ เปรียบเทยี บได้ ดังรายละเอยี ดทกี่ ล่าวมาแลว้ ในคมู่ ือฯ ฉบบั น้ี
นอกจากน้ีควรจัดทาทะเบียนแสดงรายละเอียดของเครื่องจักรท่ีมีอยู่ ณ สถานที่ผลิตอาหาร
ดังเชน่ ตวั อยา่ งทแี่ สดงดา้ นลา่ ง
- 182 -
-14-
เอกสารอ้างอิง
คู่มือการตรวจสอบแรงม้าของเคร่ืองจักรและวิธีคานวณแรงม้าเปรียบเทียบ ฉบับนี้ อ้างอิง
เนื้อหามาจากรายละเอียดการประเมินกาลังแรงม้าเคร่ืองจักร ซึ่งแสดงไว้ในเว็บไซต์ของกรมโรงงาน
อุตสาหกรรม เปน็ หลัก (https://www.diw.go.th/hawk/content.php?mode=laws&tabid=2)
- 183 -
-15-
ภาคผนวก
ตัวอย่างการอา่ นแผน่ ปา้ ยมอเตอร์ (Name plate motor)
ขอ้ มูลทป่ี รากฏอยู่บน Name plate จะบอกถงึ คณุ ลกั ษณะทัง้ หมดของมอเตอร์ ซึง่ มีรายละเอยี ดดงั นี้
1. ย่ีหอ้ และสถานทผี่ ลิต เช่น CMG AUSTRALIA
2. เป็นมอเตอร์ไฟฟา้ เหนยี่ วนา 3 เฟส
3. Type ของมอเตอร์ (HGA112M-4) หมายถงึ มอเตอร์ CMG รุ่น HGA, Frame size : 112M และ 4 Poles
4. เปน็ มอเตอร์มาตรฐาน IEC
5. Duty หมายถึง ชนิดการทางาน (S1 : การทางานอยา่ งต่อเนอ่ื ง)
INS.CL. F : ชนดิ ของฉนวน คลาส F (ทนความร้อนได้สูงสุด 155 องศาเซลเซยี ส)
IP55 : ความสามารถในการป้องกัน โดย ตวั เลขตัวแรก : ความสามารถในการป้องกันฝนุ่ ละออง และ
ตัวเลขตัวท่สี อง : ความสามารถในการป้องกันของเหลว
Eff : มาตรฐานประสทิ ธภิ าพของมอเตอร์ โดย Eff 1 : มอเตอร์ประสทิ ธภิ าพสูง และ Eff 2 : มอเตอร์มาตรฐาน
6. ขอ้ มูลคณุ ลักษณะของมอเตอร์ท่แี รงดนั และความถ่ีต่างๆ
kW : กาลงั ทางไฟฟ้าขาออก (โดย 1 แรงม้า = 0.746 kW )
RPM : ความเร็ว (speed) ของมอเตอร์
AMPS : กระแสไฟฟ้าเมื่อมอเตอร์ขับโหลดท่ีพิกัดเต็มกาลัง (Full load Operation)
Cosx : ค่าตวั ประกอบกาลัง
Efficiency % : ค่าประสทิ ธิภาพของมอเตอร์
7. ขอ้ มลู ชนดิ Bearing ด้าน D-end (6306-C3) , N-end (6306-C3)
PROD No. : Model ของมอเตอร์
Serial No. : ซเี รียลของมอเตอร์
AMB Temp. : Ambient temperature
Wt. : น้าหนกั มอเตอร์
- 184 -
เล่ม ๑๓๘ ตอนพเิ ศษ ๓๑ ง หน้า ๒๔ ๙ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔
ราชกิจจานเุ บกษา
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
(ฉบบั ท่ี ๔๒๐) พ.ศ. ๒๕๖๓
ออกตามความในพระราชบญั ญตั อิ าหาร พ.ศ. ๒๕๒๒
เรอ่ื ง วธิ ีการผลติ เครอ่ื งมอื เครือ่ งใช้ในการผลิต และการเกบ็ รกั ษาอาหาร
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ วิธีการผลิต เครื่องมือเคร่ืองใช้ในการผลิต
และการเกบ็ รกั ษาอาหาร เพือ่ ปอ้ งกันมิให้เปน็ อาหารไมบ่ ริสทุ ธ์ิ ทมี่ ีอย่หู ลายฉบับใหม้ ขี อ้ กาหนดที่เท่าเทยี ม
ลดความซาซ้อนในการตรวจประเมิน เพ่ิมประสิทธิภาพในการตรวจประเมินสถานประกอบการ
และเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้บริโภคอาหารท่ีสะอาดและปลอดภัย ตลอดจนยกระดบั
มาตรฐานการผลติ อาหารแปรรูปเพอื่ เตรียมความพร้อมเขา้ สูก่ ารเปน็ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ (๗) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ ออกประกาศไว้ ดังตอ่ ไปนี
ขอ้ 1 ใหย้ กเลกิ
(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 193) พ.ศ. 2543 เรื่อง วิธีการผลิต
เคร่อื งมือเครื่องใช้ในการผลติ และการเกบ็ รกั ษาอาหาร ลงวนั ท่ี 19 กนั ยายน พ.ศ. 2543
(๒) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 220) พ.ศ. 2544 เรื่อง นาบริโภคในภาชนะบรรจุ
ทปี่ ิดสนิท (ฉบบั ที่ 3) ลงวนั ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
(๓) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 239) พ.ศ. 2544 เร่ือง แก้ไขเพ่ิมเติม
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 ลงวนั ท่ี 11 กนั ยายน พ.ศ. 2544
(๔) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 298) พ.ศ. 2549 เร่ือง วิธีการผลิต
เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนดิ เหลวท่ีผ่านกรรมวิธีฆ่าเชือ
ด้วยความรอ้ นโดยวิธีพาสเจอรไ์ รส์ ลงวนั ท่ี 18 สิงหาคม พ.ศ. 2549
(๕) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แก้ไขเพ่ิมเตมิ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193)
พ.ศ. 2543 (ฉบบั ที่ 2) ลงวนั ท่ี 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
(๖) ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่ือง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 220)
พ.ศ. 2544 ลงวนั ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
(๗) ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่ือง แก้ไขเพ่ิมเติมประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับที่ 298)
พ.ศ. 2549 ลงวันท่ี 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2555 เรื่อง วิธีการผลิต
เครอื่ งมือเครอื่ งใช้ในการผลิต และการเก็บรกั ษาอาหารแปรรูปท่ีบรรจใุ นภาชนะพร้อมจาหน่าย ลงวนั ที่
17 เมษายน พ.ศ. 2555
- 185 -
เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๓๑ ง หน้า ๒๕ ๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔
ราชกิจจานเุ บกษา
(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓๔๙) พ.ศ. ๒๕๕๖ เร่ือง วิธีการผลิต
เครือ่ งมือเคร่อื งใช้ในการผลติ และการเกบ็ รกั ษาอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนทิ ชนดิ ทม่ี คี วามเปน็ กรดต่า
และชนดิ ท่ปี รับกรด ลงวนั ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556
ขอ้ 2 ให้อาหารทีผ่ ลิตเพอ่ื จาหนา่ ยในสถานทใี่ ด ๆ เปน็ อาหารทกี่ าหนดวธิ ีการผลิตเครอ่ื งมอื
เคร่อื งใช้ในการผลิต การเกบ็ รักษาอาหาร ยกเว้นสถานที่ ดังตอ่ ไปนี
(๑) อาคาร สถานท่ี หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ท่ีหรือทางสาธารณะ ที่จัดไว้เพ่ือประกอบอาหาร
หรือปรุงอาหารจนสาเร็จ และจาหน่ายให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคได้ทันที ทังนี ไม่ว่าจะเป็นการจาหนา่ ย
โดยจัดให้มีบริเวณไว้สาหรับการบริโภค ณ ที่นัน หรือนาไปบริโภคที่อ่ืนก็ตาม เว้นแต่เป็นการผลิต
อาหารควบคมุ เฉพาะ อาหารกาหนดคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร หรืออาหารท่ีตอ้ งมฉี ลาก แล้วแต่กรณี
ท่ีใช้เครื่องจักรมีกาลังรวมตังแต่ห้าแรงม้าหรือกาลังเทียบเท่าตังแต่ห้าแรงม้าขึนไป หรือใช้คนงาน
ตงั แตเ่ จด็ คนขนึ ไปโดยใช้เคร่ืองจักรหรือไม่กต็ าม
(๒) สถานทจ่ี าหน่ายอาหาร ณ ทีห่ รือทางสาธารณะ
(3) สถานทผ่ี ลติ เกลือบริโภค
(4) สถานทค่ี ดั และบรรจุผักและผลไมส้ ดบางชนดิ ทีม่ ปี ระกาศกระทรวงสาธารณสุขกาหนดให้
ต้องปฏบิ ัตติ ามวธิ ีการผลิตเครอื่ งมอื เคร่อื งใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหารแล้ว
ขอ้ 3 ผู้ผลิตอาหารตามข้อ 2 ต้องปฏิบัติตามวิธีการผลิต เครื่องมือเคร่ืองใช้ในการผลิต
และการเกบ็ รักษาอาหารทกี่ าหนดไว้ในบญั ชีแนบท้ายประกาศนี
ข้อ 4 ผู้ผลิตอาหารดังต่อไปนี ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการผลิตอาหารท่ีผ่านการฝึกอบรม
ตามหลักสตู รท่ีได้รบั การรับรองจากสานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
(1) นาบรโิ ภคในภาชนะบรรจุทปี่ ดิ สนิท นาแร่ธรรมชาติ และนาแข็งบรโิ ภค ที่ผ่านกรรมวธิ ีการกรอง
(2) ผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวท่ีผ่านกรรมวิธีฆ่าเชือด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์
ได้แก่ นมโค นมปรุงแต่ง ผลิตภัณฑ์ของนม และให้หมายความรวมถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวท่ีผลิต
จากนมของสัตว์อ่ืนท่ีผ่านกรรมวิธีฆ่าเชือด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์ ทังนี รวมถึงกรณีท่ีมี
กระบวนการแช่เยือกแขง็ ภายหลังการพาสเจอไรซ์
(3) อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่าและชนิดที่ปรับกรด ได้แก่
อาหารท่ผี ่านกรรมวธิ ีทีใ่ ช้ทาลายหรือยับยงั การขยายพนั ธข์ุ องจุลินทรีย์ดว้ ยความร้อน ภายหลงั หรอื ก่อนบรรจุ
หรือปิดผนึก และให้หมายความรวมถึงอาหารอื่นที่มีกระบวนการผลิตในทานองเดียวกนั นี ที่มีค่าพีเอชมากกว่า
4.6 และมคี ่าวอเตอรแ์ อคติวิตี (Water activity) มากกว่า 0.85 ซ่ึงเก็บรักษาไวใ้ นภาชนะบรรจทุ ป่ี ิดสนิท
ที่เป็นโลหะหรือวตั ถุอน่ื ท่ีคงรูปหรือไมค่ งรูป ที่สามารถป้องกนั มใิ หอ้ ากาศภายนอกเข้าไปในภาชนะบรรจุได้
และสามารถเก็บรักษาไวไ้ ด้ในอุณหภูมปิ กติ
ข้อ 5 การตรวจประเมิน วิธีการผลิต เคร่ืองมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร
ใหเ้ ป็นไปตามทีส่ านักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกาหนด
- 186 -
เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๓๑ ง หน้า ๒๖ ๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔
ราชกจิ จานุเบกษา
ขอ้ 6 ผู้นาเข้าอาหารตามขอ้ 2 เพือ่ จาหน่าย ตอ้ งจัดให้มีเอกสารรับรองตามมาตรฐานที่เทยี บเทา่
หรอื ไมต่ ่ากวา่ เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศนี
ขอ้ 7 ให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร หรือได้รับเลขสถานท่ีผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน
หรอื ไดร้ บั ใบอนญุ าตนาหรอื สั่งอาหารเขา้ มาในราชอาณาจักร กอ่ นวนั ทป่ี ระกาศนใี ช้บงั คับ ต้องปฏบิ ัตใิ หถ้ กู ต้อง
ตามประกาศนีภายในหน่งึ ร้อยแปดสิบวันนบั แต่ประกาศนใี ช้บังคับ
ข้อ 8 ประกาศนีให้ใช้บังคับเม่ือพ้นกาหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 3 ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖3
อนทุ นิ ชาญวรี กูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ
- 187 -
บัญชีแนบทา้ ยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับที่ ๔๒๐) พ.ศ. ๒๕๖๓
ออกตามความในพระราชบญั ญตั อิ าหาร พ.ศ. ๒๕๒๒
เร่ือง วธิ กี ารผลิต เคร่อื งมอื เครอื่ งใช้ในการผลิต และการเก็บรกั ษาอาหาร
-----------------------------------------
วิธีการผลติ เคร่อื งมือ เคร่อื งใชใ้ นการผลิตอาหารและการเกบ็ รกั ษาอาหาร ประกอบด้วย 2 สว่ น
ได้แก่
ส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐำน เป็นข้อกาหนดสาหรับสถานที่ผลิตอาหารทุกประเภท โดยมี
วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ผลิตมีมาตรการป้องกันการปนเป้ือน หรือลด หรือขจัดอันตราย
ท้ังทางด้านกายภาพ เคมี และจุลินทรีย์ จากส่ิงแวดล้อม อาคารผลิต เคร่ืองมือเคร่ืองจักร
หรืออุปกรณ์การผลิต ภาชนะบรรจุ ผู้ปฏิบัติงาน ในกระบวนการผลิตทุกข้ันตอน รวมทั้ง
การจัดการสุขาภิบาล และสุขลักษณะส่วนบุคคล เพื่อให้ม่ันใจได้ว่าอาหารท่ีผลิตมี
มาตรฐานและมีความปลอดภยั ตอ่ ผบู้ รโิ ภค
ส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพำะ เปน็ ข้อกาหนดเพ่ิมเติมที่กาหนดไวเ้ ป็นการเฉพาะสาหรบั ผู้ประกอบการ
ที่มีการผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูงหากควบคุมการผลิตไม่
เหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกาหนดแนวทางการควบคุมกระบวนการผลิตโดยเฉพาะ
จุดสาคัญท่ีต้องควบคุมเป็นพิเศษเพ่ือลดหรือขจัดอันตรายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และ
เกิดความปลอดภัย จานวน 3 รายการ ดังน้ี
2.1 การผลิตน้าบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้าแร่ธรรมชาติ และน้าแข็งบริโภค
ท่ผี า่ นกรรมวิธกี ารกรอง
2.2 การผลิตผลติ ภณั ฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเช้ือด้วยความร้อนโดยวิธี
พาสเจอไรซ์ ได้แก่ นมโค นมปรุงแต่ง ผลิตภัณฑ์ของนม ตามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน
และให้หมายความรวมถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวท่ีผลิตจากนมของสัตว์อ่ืนท่ีผ่านกรรมวิธี
ฆ่าเช้ือด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์ ท้ังนี้รวมถึงกรณีท่ีมีกระบวนการแช่เยือกแข็ง
ภายหลงั การพาสเจอไรซ์
2.3 การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุท่ีปิดสนิทชนิดท่ีมีความเป็นกรดต่าและชนิดที่ปรับกรด
ท่ีผา่ นกรรมวธิ ีการฆา่ เชอ้ื ดว้ ยความร้อนโดยทาให้ปลอดเชือ้ เชงิ การค้า ได้แก่ อาหาร
ที่ผ่านกรรมวิธีท่ีใช้ทาลายหรือยับย้ังการขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์ด้วยความร้อน
ภายหลังหรือก่อนบรรจุหรือปิดผนึก และให้หมายความรวมถึงอาหารอ่ืนที่มี
กระบวนการผลิตในทานองเดียวกันน้ี ที่มีค่าพีเอช มากกว่า 4.6 และมีค่าวอเตอร์
แอคติวิต้ี (Water activity) มากกว่า 0.85 ซึ่งเก็บรักษาไว้ในภาชนะบรรจุท่ีปิด
สนิทที่เป็นโลหะหรือวัตถุอ่ืนที่คงรูป หรือก่ึงคงรูป หรือไม่คงรูป ท่ีสามารถป้องกัน
มิให้อากาศภายนอกเข้าไปในภาชนะบรรจุได้ และสามารถเก็บรักษาไว้ได้ใน
อุณหภมู ปิ กติ
- 188 -
-2-
ส่วนที่ 1 ขอ้ กำหนดพ้นื ฐำน
----------------------
ขอ้ กาหนดพน้ื ฐาน แบ่งเป็น 5 หมวด ไดแ้ ก่
หมวดที่ 1 สถานท่ตี ้งั อาคารผลิต การทาความสะอาด และการบารงุ รักษา
หมวดท่ี 2 เคร่ืองมือ เคร่ืองจักร อุปกรณ์การผลิต การทาความสะอาด และการบารุงรักษา
หมวดที่ 3 การควบคมุ กระบวนการผลิต
หมวดที่ 4 การสขุ าภิบาล
หมวดท่ี 5 สุขลกั ษณะส่วนบุคคล
โดยมรี ายละเอยี ดข้อกาหนดในแตล่ ะหมวด ดงั น้ี
หมวดที่ 1 สถำนทีต่ ัง้ อำคำรผลิต กำรทำควำมสะอำด และกำรบำรงุ รกั ษำ
1.1 ทาเลท่ีต้ังต้องห่างจากแหล่งที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน เช่น สิ่งปฏิกูล วัตถุอันตราย คอกสัตว์
ฝุ่นควัน น้าท่วมขัง ในกรณีท่ีสถานที่ตั้งตัวอาคารซึ่งใช้ผลิตอาหารอยู่ติดกับบริเวณท่ีมีสภาพ
ไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบทาให้อาหารเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้บรโิ ภค ผู้ผลิตจะต้อง
มมี าตรการปอ้ งกันการปนเปอ้ื นทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
1.2 บริเวณโดยรอบอาคารผลิตและภายในอาคารผลิต ไม่มีการสะสมส่ิงของไม่ใช้แล้ว หรือ
ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร ที่อาจเป็นแหล่งสะสมฝุ่นละออง หรือเป็นแหล่งหลบซ่อนหรือ
เพาะพนั ธ์สุ ตั วแ์ มลงและเชือ้ โรคต่าง ๆ รวมทัง้ ปอ้ งกนั ปัญหาจากการนาไปใชโ้ ดยไม่ทราบว่าชารุด
1.3 ภายนอกและภายในอาคารผลิต มีท่อหรือทางระบายน้าที่เหมาะสม สามารถรองรับปริมาณ
น้าทิ้งภายในอาคารและน้าฝน ลาดเอียงเพียงพอเพื่อระบายน้าออกจากอาคารผลิต ไม่อุดตัน
ไมท่ าใหเ้ กดิ น้าขังแฉะและสกปรก การออกแบบควรคานึงถึงทศิ ทางของการระบายน้า
1.4 อาคารผลิตมีการก่อสร้างอย่างม่ันคงแข็งแรง มีการออกแบบที่ง่ายต่อการทาความสะอาดและ
บารุงรักษา มีการทาความสะอาดอย่างสม่าเสมอด้วยวิธีการที่เหมาะสม และบารุงรักษาให้อยู่ใน
สภาพดี ดังนี้
1.4.1 พ้นื ใช้วัสดุคงทน เรียบ ทาความสะอาดง่าย มีความลาดเอียงเพียงพอลงสทู่ างระบาย
น้า สภาพสะอาด ไมช่ ารุด
1.4.2 ผนงั ใช้วัสดคุ งทน เรยี บ ทาความสะอาดงา่ ย สภาพสะอาด ไม่ชารุด
1.4.3 เพดาน ใช้วัสดุคงทน เรียบ ทาความสะอาดง่าย รวมท้ังอุปกรณ์ท่ียึดติดด้านบน
ไม่กอ่ ให้เกดิ การปนเป้ือน สภาพสะอาด ไมช่ ารุด
1.5 อาคารผลิตสามารถป้องกันสัตว์และแมลงเข้าสู่บริเวณผลิต หรือป้องกันสัตว์และแมลงสัมผัส
อาหาร
1.6 อาคารผลิตมีพื้นที่ในการผลิตเพียงพอ และแยกพื้นที่การผลิตอาหารออกจากที่พักอาศัย การผลิต
ผลิตภณั ฑ์อนื่ ทม่ี ิใชอ่ าหารตามพระราชบัญญตั ิอาหาร และบริเวณรับประทานอาหาร
1.7 อาคารผลิตมีพื้นที่ในการผลิตเป็นสัดเป็นส่วน และเป็นไปตามสายงานการผลิต ไม่ก่อให้เกิดการ
ปนเป้ือนขา้ ม
1.8 อาคารผลิตมีห้องบรรจุ หรือมีมาตรการจัดการพ้ืนที่บรรจุ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้าหลังการ
ฆ่าเชือ้ ผลิตภัณฑแ์ ลว้
- 189 -
-3-
1.9 อาคารผลิตมีระบบระบายอากาศท่ีควบคุมทิศทางการไหลของอากาศ ไม่ให้อากาศท่ีปนเปื้อน
จากพ้ืนท่ีที่สกปรกมากไหลไปสู่พ้ืนท่ีที่สะอาด มีการระบายอากาศท่ีเพียงพอเพ่ือป้องกันการ
ปนเปื้อนและการเกดิ เชื้อราในบรเิ วณผลิต รวมทง้ั มคี วามสะดวกในการปฏบิ ัติงาน
1.10 อาคารผลิตมีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่ีมีผลต่อความผิดพลาดในการปฏิบัติงานและ
มผี ลต่อการควบคุมอนั ตรายในอาหาร
หมวดท่ี 2 เครอื่ งมอื เครื่องจักร อุปกรณ์กำรผลิต กำรทำควำมสะอำด และกำรบำรุงรกั ษำ
2.1 เคร่ืองมือ เคร่อื งจักร และอุปกรณ์การผลิตที่สัมผัสกับอาหาร มีการออกแบบท่ีถูกสุขลักษณะ โดย
เลือกใช้วัสดุท่ีไม่เป็นพิษ ไม่เป็นสนิม ไม่ทาปฏิกิริยากับอาหาร ทนต่อการกัดกร่อน ออกแบบให้
สามารถทาความสะอาดและฆ่าเช้ือไดง้ า่ ย ไมม่ ีซอกมุมหรือรอยเชื่อมต่อทที่ าความสะอาดไม่ท่วั ถงึ
2.2 เครื่องมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณ์การผลิต ติดต้ังในตาแหน่งเหมาะสม เป็นไปตามสายงานการ
ผลติ งา่ ยตอ่ การทาความสะอาดและซ่อมบารุง มคี วามสะดวกในการปฏบิ ตั งิ าน
2.3 เครื่องมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณ์การผลิต มีความสัมพันธ์กับชนิดของอาหารท่ีผลิต กรรมวิธีการ
ผลิต และมีจานวนเพียงพอกบั กาลังการผลิต มีประสทิ ธภิ าพสอดคล้องตามวัตถปุ ระสงคก์ ารใชง้ าน
2.4 โต๊ะหรือพ้ืนผิวปฏิบัติงานท่ีสัมผัสกับอาหารโดยตรง ต้องมีพื้นผิวเรียบ ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษ
ไม่ทาปฏิกิริยากับอาหาร ทนต่อการกัดกร่อน ทาความสะอาดง่าย และมีความสูงจากพ้ืน
อย่างน้อย 60 ซม. หรือในระดับที่สามารถป้องกันการปนเป้ือนสิ่งสกปรกจากพื้นขณะ
ปฏบิ ัติงานได้
2.5 กรณีใช้ระบบท่อในการลาเลียงอาหาร พ้ืนผิวภายในท่อ รวมทั้งปั๊ม ข้อต่อ ปะเก็น วาล์วต่าง ๆ
ที่สัมผัสอาหาร ต้องมีการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะ โดยไม่มีจุดอับและซอกมุมที่ก่อให้เกิดการ
สะสมของส่ิงสกปรกและจุลินทรีย์ และยากต่อการทาความสะอาดและฆ่าเช้ือ สามารถทาความ
สะอาดได้ท่วั ถึง และมอี ปุ กรณป์ ิดปลายท่อท่ียังไม่ใช้งาน
2.6 เครื่องมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณ์การผลิต ต้องมีการทาความสะอาดด้วยวิธีการท่ีมีประสิทธิภาพ
อย่างสม่าเสมอ โดยเฉพาะเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตท่ีใช้สัมผัสอาหารท่ีพร้อม
สาหรับการบริโภค (ready to eat) ต้องมีการฆ่าเชื้อก่อนการใช้งาน มีการจัดเก็บอุปกรณ์ที่ทา
ความสะอาดหรือฆ่าเชื้อแล้วอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ในสภาพท่ีถูกสุขลักษณะ และป้องกันการ
ปนเป้ือนได้
2.7 เครื่องมือ เครอื่ งจักร และอุปกรณ์การผลิต ต้องมีการบารุงรกั ษาให้อยู่ในสภาพดี ใช้งานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน กรณีอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์มีการ
จากัดอายุการใช้งาน เช่น หลอดยูวี ปะเก็นยาง ไส้กรอง สารกรอง ต้องจดบันทึกอายุการใช้
งาน จัดทาแผนเพ่ือควบคุมการใช้งาน และเปล่ียนเม่ือครบกาหนด ท้ังนี้ ในระหว่างการซ่อม
บารงุ ตอ้ งไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ การปนเปือ้ นข้ามสผู่ ลิตภัณฑ์
2.8 อุปกรณ์การช่ังตวงวัด มีความเหมาะสม เพียงพอ มีความเที่ยงตรงแม่นยา มีการสอบเทียบ
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และกรณีที่พบว่า ผลการสอบเทียบมีค่าความคลาดเคล่ือนเกินเกณฑ์
การยอมรับ ต้องมีวธิ กี ารจัดการกบั เครื่องมือวัดนั้น ๆ
- 190 -
-4-
หมวดที่ 3 กำรควบคมุ กระบวนกำรผลติ
3.1 วตั ถดุ บิ ส่วนผสม และวตั ถุเจอื ปนอำหำร
3.1.1 มีการคัดเลือกวัตถุดิบ ส่วนผสม และวัตถุเจือปนอาหาร ที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย
และมขี อ้ มลู ความปลอดภยั ตามประเภทของวตั ถดุ บิ
3.1.2 มีการเก็บรักษาวัตถุดิบ ส่วนผสม และวัตถุเจือปนอาหาร บนชั้นหรือยกพ้ืน ในสภาวะที่
ป้องกันการปนเป้ือนโดยมีการเสื่อมสภาพน้อยท่ีสุด เช่น การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น
รวมถึงมีระบบการนาไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และแยกเป็นสัดเป็นส่วนไม่ปะปนกับ
วัตถุอันตราย หรือวัตถุดิบที่ไม่ใช่อาหาร ทั้งน้ี กรณีผลิตอาหารท่ีปราศจากสารก่อภูมิแพ้
ต้องจัดเกบ็ แยกจากวัตถดุ ิบทม่ี ีสารก่อภูมิแพ้
3.1.3 มีวิธีการลดการปนเป้ือนเบ้ืองต้นจากอันตรายท่ีมากับวัตถุดิบหรือส่วนผสมตามความ
จาเปน็ เชน่ ลา้ ง ตัดแตง่ คดั แยก ลวก กรอง ลดอุณหภูมิ ฆา่ เช้ือ
3.2 ภำชนะบรรจุ
3.2.1 มีการคัดเลือกภาชนะบรรจุที่มีคุณภาพความปลอดภัย เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้
และมีการตรวจสอบสภาพและความสมบูรณ์ของภาชนะบรรจุ เช่น รอยตาหนิ ความ
สะอาด หรอื ความสมบูรณ์ของรอยผนึก
3.2.2 มีการเก็บรักษา ตลอดจนการขนย้ายในสภาวะที่ป้องกันการปนเปื้อน และไม่ก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่ภาชนะบรรจุ ตามความเหมาะสม รวมถึงมีระบบการนาไปใช้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
3.2.3 มกี ารทาความสะอาด หรือฆ่าเชื้อภาชนะบรรจุกอ่ นการใช้งาน ตามความจาเป็น เพ่ือขจัด
ส่ิงสกปรกหรือการปนเป้ือน การขนย้ายลาเลียงภาชนะบรรจุที่ทาความสะอาดหรือ
ฆ่าเชื้อแล้ว ต้องไม่ทาให้เกิดความเสียหายหรือเกิดการปนเปื้อน และนาไปใช้บรรจุทันที
หลังทาความสะอาดหรือฆ่าเชื้อ หากมีความจาเป็นท่ีไม่สามารถบรรจุทันทีต้องมีระบบ
การป้องกันการปนเป้ือนข้ามจากส่ิงแวดล้อม และภาชนะบรรจุท่ียังไม่ได้ทาความสะอาด
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
3.3 การผสม
3.3.1 กรณีที่มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องใช้ตามท่ีกฎหมายกาหนด ช่ังตวงด้วยอุปกรณ์ท่ี
เหมาะสม ผสมให้เข้ากันอย่างท่ัวถึง และมีบันทึกผล กรณีมีการใช้สารช่วยในการผลิต
(processing aid) ต้องใช้ตามข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เช่ือถือได้ และมีการควบคุม
ปริมาณการใช้ตามท่ีฉลากกาหนด รวมท้ังมีมาตรการหรือกระบวนการกาจัดออกให้อยู่
ในระดบั ปลอดภัยต่อผูบ้ รโิ ภค
3.3.2 ส่วนผสมอ่ืน ๆ นอกจากวัตถุเจือปนอาหาร มีการตรวจสอบอัตราส่วนผสมท่ีใช้ให้เป็นไป
ตามสูตรที่แสดงบนฉลาก หรือที่ได้รับอนุญาตไว้ และการผสมมีความสม่าเสมอ เพื่อ
ควบคุมคุณภาพ และความปลอดภยั ของผลติ ภัณฑ์
3.3.3 น้าและน้าแข็ง ท่ีเป็นส่วนผสมหรือท่ีสัมผัสกับอาหารท่ีพร้อมสาหรับการบริโภค
(ready to eat) มีคุณ ภาพหรือมาตรฐานสอดคล้องตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุขว่าด้วยเร่ือง น้าบริโภคในภาชนะบรรจุท่ีปิดสนิท หรือน้าแข็ง (แล้วแต่
กรณี) ต้องมีผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการของรัฐ
- 191 -
-5-
หรือห้องปฏิบัติการท่ีได้รับการรับรองระบบงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีการเก็บ
รักษาน้าหรอื น้าแข็งอยา่ งถกู สขุ ลกั ษณะไม่ก่อใหเ้ กดิ การปนเปอื้ น
3.3.4 ระหว่างกระบวนการผลิต มีการเก็บรักษาส่วนผสมที่ผสมแล้วภายใต้สภาวะท่ีป้องกันการ
เส่ือมเสียจากจุลินทรีย์ เช่น การควบคุมอุณหภูมิและเวลา การป้องกันการปนเปื้อนข้าม
และมกี ารนาไปใช้อย่างมีประสิทธภิ าพ
3.4 มีการควบคุมกระบวนการลดและขจัดอันตรายด้านจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการ
บริโภค และมีการตรวจสอบอย่างสม่าเสมอ พร้อมบันทึกผล
3.5 กรณีการผลิตที่ไม่มีกระบวนการลดและขจัดอันตรายด้านจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อ
การบริโภค เช่น ผสม แบ่งบรรจุ ตัดแต่งอาหารสด ต้องมีการควบคุมการปนเปื้อนตลอด
กระบวนการผลิตอย่างเข้มงวด เช่น การคัดเลือกวัตถุดิบ มาตรการป้องกันการปนเป้ือนจากคน
พ้ืนผวิ สัมผสั อาหาร สิ่งแวดล้อม ตามความเสยี่ งของอาหารนั้น ๆ
3.6 การบรรจุและปดิ ผนึก
(1) บรรจุและปิดผนึกอย่างเหมาะสม มีมาตรการป้องกันการปนเป้ือนซ้าจากอุปกรณ์และ
พนักงาน ทั้งน้ี ต้องดาเนินการโดยเร็วและควบคุมอุณหภูมิของอาหารนั้นตามความ
เหมาะสมของอาหารเพื่อป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ หากมีการใช้วัตถรุ ักษาคุณภาพหรือ
มาตรฐานของอาหารต้องใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
(2) ตรวจสอบความสมบูรณ์ของการปิดผนึก
(3) ฉลากมีสภาพสมบูรณ์ มีข้อมูลผลิตภัณฑ์ท่ีเพียงพอ เพ่ือให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคได้อย่าง
ปลอดภยั
3.7 ในกระบวนการผลิต มีการขนย้ายวัตถุดิบ ส่วนผสม วัตถุเจือปนอาหาร และผลิตภัณฑ์สุดท้าย
ในลักษณะท่ีไมเ่ กิดการปนเป้ือนข้าม
3.8 มีข้อมูลที่จาเป็นเพ่ือบ่งช้ีสาหรับการตามสอบย้อนกลับ เพื่อหาสาเหตุข้อบกพร่องหรือปัญหาการ
ปนเปื้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ชนิด รุ่นการผลิตและแหล่งท่ีมา ของวัตถุดิบ ส่วนผสม
วัตถเุ จือปนอาหาร ภาชนะบรรจุ ผลติ ภัณฑส์ ุดทา้ ย และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
3.9 ผลิตภณั ฑ์สุดท้าย
3.9.1 มีคุณภาพหรือมาตรฐานสอดคล้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขท่ีเกี่ยวข้อง
โดยต้องมีผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการของรัฐ หรือห้องปฏิบัติการท่ีได้รับ
การรับรองระบบงาน อย่างนอ้ ยปลี ะ 1 คร้งั
3.9.2 มีการเก็บรักษาและขนส่งเพื่อจาหน่ายอย่างเหมาะสม มีอุปกรณ์หรือพาหนะขนส่งท่ี
เหมาะสม ซึ่งรักษาคุณภาพของอาหารได้ สามารถล้างทาความสะอาดบริเวณหรือ
พ้ืนผิวในการจัดเก็บได้ง่าย เพ่ือป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากอุปกรณ์หรือพาหนะขนส่ง
ผปู้ ฏิบตั งิ าน และส่งิ แวดล้อม ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
3.10 มีบันทึกเก่ียวกับชนิด ปริมาณการผลิต และข้อมูลการจัดจาหน่าย รวมท้ังมีวิธีการเรียกคืนสินค้า
โดยเฉพาะกรณกี ารผลิตผลติ ภัณฑเ์ สริมอาหาร
3.11 มีการจัดการผลิตภัณฑ์ท่ีไม่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสม โดยการคัดแยกหรือทาลาย เพื่อป้องกัน
การนาไปจาหน่ายหรือบริโภค
3.12 มีการเก็บรักษาบันทึกและรายงาน หลังจากพ้นระยะเวลาการวางจาหน่ายที่แสดงในฉลาก
ผลิตภณั ฑ์อย่างนอ้ ย 1 ปี
- 192 -
-6-
3.13 มีการตรวจประเมินตนเอง (Internal Quality Audit ; IQA) โดยหน่วยงานภายในหรือโดย
หน่วยงานภายนอก ตามรายละเอียดของประกาศฯ ฉบับน้ีเป็นอย่างน้อย ความถี่อย่างน้อยปีละ 1
ครั้ง ซึ่งต้องดาเนินการโดยผู้ท่ีมีความรู้ความเข้าใจ และกรณีที่พบว่ามีข้อบกพร่องต้องกาหนด
มาตรการแก้ไขทมี่ ีประสิทธภิ าพ
หมวดท่ี 4 กำรสุขำภิบำล
4.1 นา้ ที่ใช้ ต้องเป็นน้าสะอาด มีการปรับคณุ ภาพน้าท่ีเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ท่ีใช้
4.2 หอ้ งส้วม และอ่างลา้ งมือหนา้ ห้องส้วม มีจานวนเพียงพอกับผู้ปฏิบัตงิ าน อยู่ในสภาพใช้งานได้
และถูกสุขลักษณะ มีอุปกรณ์การล้างมือครบถ้วน ได้แก่ สบู่เหลว และอุปกรณ์ทาให้มือแห้ง
หรือสารฆ่าเชื้อโรค เป็นอย่างน้อย และตาแหน่งของห้องส้วมต้องแยกจากบริเวณผลิต
หรือไมเ่ ปดิ สู่บริเวณผลิตโดยตรง
4.3 มีส่ิงอานวยความสะดวกสาหรับเปลี่ยนเส้ือผ้า เก็บของใช้ส่วนตัวของพนักงานให้เพียงพอและ
เหมาะสม อย่ใู นตาแหน่งที่สะดวกเหมาะสมต่อการใช้งานและไม่ก่อใหเ้ กิดการปนเปื้อน
4.4 อ่างล้างมือบริเวณผลิต อยู่ในสภาพใช้งานได้ มีจานวนเพียงพอกับผู้ปฏิบัติงาน สะอาด ติดตั้งใน
ตาแหน่งท่ีเหมาะสม มีอุปกรณ์การล้างมือครบถ้วน ได้แก่ สบู่เหลว และอุปกรณ์ทาให้มือแห้ง
หรือสารฆ่าเช้ือโรค เป็นอย่างน้อย อยู่ในตาแหน่งที่เหมาะสมต่อการใช้งานและไม่ก่อให้เกิดการ
ปนเปื้อนสูก่ ระบวนการผลิตและผลติ ภัณฑ์
4.5 มมี าตรการควบคมุ และกาจัดสตั ว์และแมลงอย่างมปี ระสิทธิภาพ วิธกี ารกาจัดต้องไม่ก่อให้เกิดการ
ปนเปือ้ นสู่กระบวนการผลิตและผลติ ภัณฑ์
4.6 มีการจัดการขยะท่ีเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน โดยมีภาชนะสาหรับใส่ขยะในจานวนท่ี
เพียงพอ อยู่ในตาแหน่งท่ีเหมาะสม และมีรูปแบบภาชนะท่ีเหมาะสมกับการผลิตอาหารแต่ละ
ข้ันตอนโดยไม่ก่อให้เกิดการปนเป้ือน เช่น มีฝาปิด กรณีมีพื้นที่รวมขยะรอการกาจัด ต้องแยก
บริเวณดังกล่าวให้ไกลจากอาคารผลิต มีวิธกี ารกาจัดขยะท่ีเหมาะสมและสม่าเสมอ เพื่อไม่ให้มีการ
สะสมจนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลง รวมท้ังเช้ือโรคต่าง ๆ และไม่ก่อให้เกิดกลิ่นอัน
ไม่พึงประสงค์ ทั้งน้ี การขนย้ายขยะต้องไม่ก่อให้เกิดการปนเป้ือนสู่สถานที่ผลิต กระบวนการผลิต
และผลิตภณั ฑ์
4.7 มีมาตรการจัดการสารเคมีท่ีใช้ในสถานท่ีผลิต เช่น สารเคมีกาจัดสัตว์และแมลง สารทาความ
สะอาดและฆ่าเช้ือ สารเคมีที่ใช้ในการซ่อมบารุง โดยมีข้อมูลชนิดของสารเคมี ความปลอดภัย
วิธีการใช้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ มีการนาไปใช้ตามวิธีการใช้ที่กาหนด และ
ไม่ก่อให้เกิดปนเปื้อนสู่กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ มีป้ายบ่งชี้หรือฉลากที่ชัดเจนเพ่ือป้องกัน
การนาไปใช้ผิดพลาด และจัดเก็บแยกเป็นสัดเป็นส่วนจากบริเวณผลิต สารเคมีอันตรายต้องมี
มาตรการป้องกันผู้ไม่เก่ียวข้องนาสารเคมีไปใชโ้ ดยไม่ได้รับอนุญาต
4.8 มีมาตรการจัดการกับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกาจัดสัตว์และแมลง การทาความสะอาดและ
ฆา่ เชื้อ รวมท้งั การซอ่ มบารุง ในลักษณะไม่ก่อใหเ้ กิดการปนเป้ือน
- 193 -
-7-
หมวดที่ 5 สขุ ลักษณะสว่ นบคุ คล
5.1 ผู้ปฏบิ ัติงานและบคุ ลากรในบริเวณผลิต
5.1.1 ไม่เป็นโรคหรือพาหะของโรคตามที่กาหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2522)
ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ไม่มีบาดแผล และมีมาตรการ
สาหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีอาการของโรค เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้สัมผัสกับอาหารโดยตรงหรือ
โดยอ้อม จะไม่ก่อใหเ้ กดิ การปนเปื้อนกบั อาหาร
5.1.2 รกั ษาความสะอาดของรา่ งกาย เชน่ เล็บสัน้ ไม่ทาสีเลบ็
5.1.3 ล้างมือให้สะอาดทุกคร้ังก่อนเร่ิมปฏิบัติงาน และภายหลังจากสัมผัสส่ิงท่ีก่อให้เกิดการ
ปนเปอื้ น กรณีสวมถงุ มอื ต้องล้างมือให้สะอาดทุกคร้งั ก่อนสวมถุงมือ
5.1.4 กรณีสวมถุงมือที่สัมผัสอาหาร ถุงมือต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สะอาด ถูกสุขลักษณะ
ทาดว้ ยวัสดทุ ส่ี มั ผัสอาหารได้โดยไมเ่ กิดการปนเป้ือนกับอาหาร
5.1.5 สวมหมวกคลุมผม หรือผ้าคลุมผม ชุดหรือผ้ากันเปื้อน รองเท้า ที่สะอาดขณะปฏิบัติงาน
รวมท้งั สวมผ้าปิดปากตามความจาเปน็
5.1.6 ไม่บริโภคอาหาร ไม่สูบบุหรี่ ในขณะปฏิบัติงาน และไม่นาของใช้ส่วนตัวเข้าไปในบริเวณ
ผลิต เช่น เคร่ืองประดับ นาฬิกา และไม่มีพฤติกรรมที่อาจทาให้เกิดการปนเป้ือนสู่
อาหาร
5.1.7 ผ่านการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานแต่ละระดับอย่างเหมาะสมและมีหลักฐานการฝึกอบรม
รวมทง้ั ปฏิบัติตามป้ายคาเตือนดา้ นสขุ ลักษณะอย่างเคร่งครัด
5.2 มวี ิธกี ารหรอื ข้อปฏิบัติสาหรับผู้ไม่เกย่ี วข้องกับการผลติ ที่มีความจาเป็นตอ้ งเข้าไปในบรเิ วณผลิต
เพอื่ ป้องกันการปนเปื้อน
- 194 -
-8-
ข้อกำหนดเฉพำะ 1
สำหรบั กำรผลิตนำ้ บรโิ ภคในภำชนะบรรจทุ ่ปี ิดสนทิ นำ้ แร่ธรรมชำติ หรือน้ำแข็งบริโภค
ท่ผี ำ่ นกรรมวิธีกำรกรอง
--------------------------------------------
1. กรณผี ลิตนำ้ บรโิ ภคในภำชนะบรรจุทีป่ ดิ สนทิ และน้ำแรธ่ รรมชำติ ที่ผำ่ นกรรมวิธี
กำรกรอง
1.1 มีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้าดิบทางห้องปฏิบัติการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพ่ือ
เปน็ ขอ้ มลู ในการออกแบบระบบการปรับคุณภาพน้าใหม้ ีความเพยี งพอและเหมาะสม
1.2 มีกระบวนการปรับสภาพน้าดิบเพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์เบ้ืองต้น ก่อนเข้ากระบวนการปรับ
คุณภาพน้า (ตามความจาเป็น) สาหรับการปรับคุณภาพน้าแร่ธรรมชาติต้องไม่ทาให้
สารประกอบสาคญั เปล่ยี นแปลง
1.3 มีกระบวนการปรับคุณภาพน้าที่สามารถลดอันตรายท่ีมีอยู่ในน้าดิบให้อยู่ในระดับท่ีปลอดภัย
สอดคลอ้ งตามท่ีกฎหมายกาหนด เคร่ืองมือ อุปกรณ์การปรับคุณภาพนา้ ใช้งานได้ สัมพันธ์กัน
กบั อัตราการผลิต และต้องมีการตรวจสอบประสทิ ธภิ าพการทางานของอุปกรณ์การกรองหรือ
ฆ่าเชื้ออย่างสม่าเสมอ พร้อมบันทึกผล ท้ังน้ี การปรับคุณภาพน้าแร่ธรรมชาติต้องไม่ทาให้
สารประกอบสาคัญเปล่ยี นแปลง
1.4 มกี ารปอ้ งกันการปนเป้ือนซา้
1.4.1 มีการทาความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสอาหารในข้ันตอนการบรรจุ เช่น เคร่ือง
บรรจุ หัวบรรจุ อย่างเหมาะสมในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนลงสู่ผลิตภัณฑ์
และบนั ทึกผล
1.4.2 มีมาตรการปอ้ งกันการปนเปื้อนจากภาชนะบรรจุ
(1) ภาชนะบรรจุชนิดใช้ได้หลายครั้ง มีการทาความสะอาดและฆ่าเช้ืออย่างถูกวิธี
และมมี าตรการปอ้ งกันการปนเปือ้ นจากสง่ิ แวดล้อมหลังการล้างทาความสะอาด
และฆา่ เชื้อ เชน่ กลว้ั ด้วยนา้ รอบรรจุ และนาไปบรรจทุ ันที
(2) ภาชนะบรรจุชนิดใช้ครั้งเดียว กล้ัวด้วยน้ารอบรรจุหรือมีมาตรการอ่ืนในการ
ปอ้ งกนั หรอื ลดการปนเป้อื นของภาชนะบรรจุ และนาไปบรรจทุ ันที
1.4.3 บรรจุในห้องบรรจุที่สะอาด และวิธีการบรรจุสามารถป้องกันการปนเปื้อนจาก
สง่ิ แวดล้อม เช่น มแี ท่นบรรจสุ ูงจากพื้น บรรจุจากหัวบรรจโุ ดยตรง และปิดผนึกทันที
วิธกี ารปดิ ผนึกไม่กอ่ ใหเ้ กิดการปนเปอ้ื น
1.4.4 มีการป้องกันการปนเปื้อนจากผู้บรรจุ โดยต้องแต่งกายสะอาด สวมผ้ากันเปื้อน สวม
หมวกคลุมผม ผ้าปิดปาก และล้างมือทุกครั้งก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และมือไม่สัมผัสปาก
หรือภายในภาชนะบรรจุ เปน็ อยา่ งนอ้ ย
2. กรณีผลติ น้ำแขง็ บรโิ ภคท่ีผ่ำนกรรมวิธกี ำรกรอง
2.1 น้าที่ใช้ผลิตน้าแข็งมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง
นา้ แข็ง โดยมีผลวเิ คราะห์ทางห้องปฏบิ ัติการอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง มีการปรบั คุณภาพน้าท่ีใช้
ผลติ น้าแขง็ ทีเ่ หมาะสม เช่นเดียวกบั การผลิตน้าบริโภคในภาชนะบรรจุท่ีปดิ สนิท ตามขอ้ 1.2
และ 1.3
- 195 -
-9-
2.2 กำรผลติ นำ้ แข็งซอง ตอ้ งมีมาตรการป้องกนั การปนเป้อื นซา้ อย่างน้อยมกี ารดาเนนิ การดังนี้
2.2.1 นา้ ทีใ่ ชถ้ อดซองนา้ แข็ง น้าลา้ งน้าแข็ง หรอื นา้ ท่มี ีโอกาสสัมผัสกับน้าแขง็ ต้องใช้น้าท่ีมี
มาตรฐานเช่นเดียวกับน้าท่ีใช้ผลิตน้าแข็ง กรณีใช้ซ้าต้องเปล่ียนน้าท่ีใช้และรักษา
ความสะอาดของบ่อหรอื ถงั พักอย่างสมา่ เสมอและบนั ทึกผล
2.2.2 พ้ืนผิวสัมผัสน้าแข็ง เช่น พ้ืนลานถอดซอง พื้นผิวท่ีลาเลียงและขนส่งน้าแข็งซอง
เครื่องตัดหรือบดน้าแข็ง มีการทาความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างสม่าเสมอ รวมท้ังมี
มาตรการจากัดบรเิ วณ เพ่ือควบคุมสขุ ลกั ษณะ เช่น เปลี่ยนรองเท้าสะอาดทใี่ ช้เฉพาะ
บริเวณ
2.2.3 มวี ิธกี ารลาเลยี ง ตัด บด บรรจุ ขนส่ง อย่างถกู สขุ ลักษณะไมก่ ่อใหเ้ กิดการปนเปื้อน
2.2.4 มีมาตรการป้องกันการปนเป้ือนจากภาชนะบรรจุ โดยเฉพาะภาชนะบรรจุชนิดใช้ได้
หลายครง้ั เช่น กรณีใช้กระสอบบรรจุน้าแข็ง ต้องมกี ารล้าง ฆ่าเชอ้ื ผึ่งให้แห้ง และเก็บ
รักษาอย่างถูกสขุ ลกั ษณะ
2.2.5 มีการป้องกันการปนเป้ือนจากผู้ปฏิบัติงาน โดยต้องแต่งกายสะอาด สวมผ้ากันเป้ือน
สวมหมวกคลมุ ผม ผ้าปิดปาก ล้างมอื ทกุ ครั้งก่อนเร่มิ ปฏิบตั งิ าน
2.3 กำรผลิตน้ำแขง็ ยนู ติ ต้องมีมาตรการป้องกนั การปนเป้ือนซา้ อย่างน้อยมีการดาเนนิ การดังน้ี
2.3.1 มีมาตรการป้องกันการปนเป้ือนจากภาชนะบรรจุ โดยเฉพาะภาชนะบรรจุชนิดใช้ได้
หลายครั้ง เช่น กรณีใช้กระสอบบรรจุน้าแข็ง ต้องมีการล้าง ฆ่าเชื้อ ผ่ึงให้แห้ง และ
เก็บรักษาอย่างถูกสขุ ลกั ษณะ
2.3.2 บรรจุในห้องบรรจุที่สะอาดและมีวิธีการบรรจุป้องกันการปนเปื้อนจากส่ิงแวดล้อม
เช่น มีแท่นบรรจุสูงจากพื้น บรรจุจากหัวบรรจุโดยตรงและปิดผนึกทันที วิธีการ
ปดิ ผนึกไม่ก่อใหเ้ กิดการปนเปือ้ น
2.3.3 มีการป้องกันการปนเป้ือนจากผู้บรรจุ โดยต้องแต่งกายสะอาด สวมผ้ากันเป้ือน
สวมหมวกคลมุ ผม ผ้าปิดปาก ล้างมือทุกครัง้ ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และมือไม่สัมผสั ปาก
ภาชนะบรรจุ หรอื ภายในภาชนะบรรจุ
3. ผู้ควบคมุ กำรผลิตอำหำร
3.1 มีการแต่งตั้งบุคลากรเป็นลายลักษณ์อักษร เพ่ือทาหน้าที่ผู้ควบคุมการผลิตอาหาร (Food
process control supervisor) ประจา ณ สถานที่ผลติ ทาหนา้ ทด่ี ูแล ควบคุมการผลิตทุกรุ่น
ให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมท้ังทวนสอบบนั ทึกการควบคมุ กระบวนการผลิต และต้องมีความรู้
ในการควบคุมการผลิต โดยมีหลักฐานการสอบผ่านและสาเร็จหลักสูตรผู้ควบคุมการผลิตน้า
บริโภคในภาชนะบรรจุท่ีปิดสนิท น้าแร่ธรรมชาติ และน้าแข็งบริโภคที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง
จากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือหน่วยฝึกอบรมที่ได้ขึ้นบัญชีไว้กับสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา
- 196 -
- 10 -
ข้อกำหนดเฉพำะ 2
สำหรบั กำรผลติ ผลติ ภัณฑ์นมพรอ้ มบรโิ ภคชนิดเหลว
ที่ผำ่ นกรรมวิธฆี ำ่ เชื้อดว้ ยควำมร้อนโดยวิธพี ำสเจอไรซ์
--------------------------------------------------------------
1. กำรรับนำ้ นมดิบ
1.1 มีมาตรการในการป้องกันหรือลดอันตรายจากยาปฏิชีวนะในน้านมดิบให้อยู่ในระดับท่ี
ปลอดภยั และบันทกึ ผล
1.2 มีมาตรการในการควบคุมจานวนเชอื้ จุลินทรยี ์เร่มิ ตน้ ในนา้ นมดบิ เพ่ือป้องกันการสร้างสารพิษ
ทที่ นต่อความร้อน ซึ่งอาจสง่ ผลตอ่ การฆา่ เชือ้ ทีไ่ มส่ มบรู ณ์
2. กำรควบคมุ กระบวนกำรพำสเจอไรซ์
มีการควบคุมกระบวนการพาสเจอไรซ์ โดยใช้อุณหภูมิและเวลาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่
เกยี่ วขอ้ ง หรือให้เปน็ ไปตามหลักวชิ าการทย่ี อมรบั และมีความปลอดภยั ตอ่ ผ้บู ริโภค พร้อมบันทึกผล
2.1 กำรพำสเจอไรซ์แบบไม่ตอ่ เนื่อง (Batch pasteurization)
2.1.1 เคร่ืองพาสเจอไรซ์ มีอุปกรณ์ที่ครบถว้ น ถูกต้อง ใช้งานได้ อย่างน้อยมีการดาเนนิ การ
ดังนี้
(1) เครื่องมือวัดอุณหภูมิสำหรับวัดอุณหภูมิอ้ำงอิง ติดตั้งในตาแหน่งท่ีสามารถวัด
อุณหภูมิผลิตภัณฑ์ในจุดท่ีร้อนช้าตลอดระยะเวลาของการฆ่าเช้ือ และอุณหภูมิ
ผลิตภัณฑ์หลังผ่านกระบวนการลดอุณหภูมิ ต้องเที่ยงตรงแม่นยา มีการ
สอบเทียบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีป้ายแสดงวันท่ีทาการสอบเทียบ
คร้งั ลา่ สุดหรอื วันครบกาหนดสอบเทยี บคร้งั ถัดไปในตาแหน่งทเี่ หน็ ไดช้ ดั เจน
(2) อุปกรณ์กวน ติดตั้งในตาแหน่งท่ีเหมาะสมเพื่อให้ความร้อนกระจายได้
อย่างท่ัวถงึ
2.1.2 มกี ารควบคมุ อณุ หภูมิและเวลาการพาสเจอไรซใ์ นทกุ รุ่นการผลติ พร้อมบันทึกผล
2.2 กำรพำสเจอไรซ์แบบตอ่ เน่ือง (Continuous pasteurization)
2.2.1 เครอื่ งพาสเจอไรซ์ มีอุปกรณ์ท่ีครบถว้ น ถูกตอ้ ง ใช้งานได้ อย่างน้อยมีการดาเนินการ
ดงั นี้
(1) เครื่องมือวัดอุณหภูมิสำหรับวดั อุณหภูมิอ้ำงอิง เชน่ เทอรโ์ มมเิ ตอร์ชนิดปรอทใน
แท่งแก้ว เทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิตอลที่มีอุปกรณ์ส่งสัญญาณเป็นแบบ RTD หรือ
RTD PT100 หรือThermocouple หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถสอบเทียบมีความ
เท่ียงตรงแม่นยาได้ทัดเทียมกัน ติดต้ัง ณ ตาแหนง่ สุดท้ายของท่อคงอุณหภูมิก่อน
เข้าสู่กระบวนการลดอุณหภูมิ และตาแหน่งท่ีวัดอุณหภูมิผลิตภัณฑ์หลังผ่าน
กระบวนการลดอุณหภูมิ ทั้งน้ีตาแหน่งของการติดตั้งต้องไม่ทาให้การไหลของ
อาหารเปลี่ยนแปลงไปจนทาให้เกิดการฆ่าเชื้อที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ทาให้เกิดจุดอับ มี
จอแสดงผลติดต้ังไว้ในตาแหน่งที่อ่านค่าได้ง่าย อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 0.5
องศาเซลเซียส หรือ 1 องศาฟาเรนไฮต์ และมีสเกลไม่เกิน 4 องศาเซลเซียสต่อ
เซนติเมตร และมีความเท่ียงตรงแม่นยา โดยมีผลการสอบเทียบครอบคลุมช่วงที่
ใช้งานอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง มีป้ายแสดงวันท่ีทาการสอบเทียบคร้ังล่าสุดหรือวัน
ครบกาหนดสอบเทียบครง้ั ถดั ไปในตาแหนง่ ที่เห็นไดช้ ดั เจน
- 197 -
- 11 -
(2) อุปกรณ์บันทึกอุณหภูมิอัตโนมัติ ประกอบด้วยอุปกรณ์วัดและส่งสัญญาณ
(Sensor) ติดตง้ั ณ ตาแหน่งสุดทา้ ยของท่อคงอุณหภูมิ ก่อนเข้าสู่กระบวนการลด
อุณหภูมิ และตาแหน่งที่วัดอุณหภูมิผลิตภัณฑ์หลังผ่านกระบวนการลดอุณหภูมิ
ทั้งน้ีตาแหน่งของการติดตั้งต้องไม่ทาให้การไหลของอาหารเปล่ียนแปลงไปจนทา
ให้เกิดการฆ่าเช้ือท่ีไม่สมบูรณ์ และไม่ทาให้เกิดจุดอับ และมีอุปกรณ์บันทึก
อุณหภมู ิ ซ่ึงรับสัญญาณจากอุปกรณ์ส่งสัญญาน และบันทึกอุณหภูมิอัตโนมัตทิ ี่วัด
ได้โดยต้องไม่มีการปลอมแปลงหรือดัดแปลงข้อมูล เครื่องบันทึกต้องปรับแต่งค่า
อุณหภูมิให้ใกล้เคียงและไม่สูงกว่าเครอื่ งวัดอุณหภูมิอ้างอิงก่อนเร่ิมการผลิต ท้ังน้ี
ต้องมีระบบป้องกันการปรับแต่งการต้ังค่าของเครื่องบันทึกโดยไม่ได้รับอนุญาต
และมีความเท่ียงตรงแม่นยา โดยมีผลการสอบเทียบครอบคลุมช่วงอุณหภูมิที่ใช้
งานอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง มีป้ายแสดงวันที่ทาการสอบเทียบคร้ังล่าสุดหรือวัน
ครบกาหนดสอบเทยี บครัง้ ถัดไปในตาแหนง่ ที่เห็นไดช้ ดั เจน
(3) อุปกรณ์เปล่ียนทิศทำงกำรไหลอัตโนมัติ และระบบเตือนในกรณีที่อุณหภูมิ
ฆ่าเช้ือต่ากว่าท่ีกาหนด โดยอุปกรณ์วัดอุณหภูมิและส่งสัญญาณเพ่ือควบคุมการ
ทางานของอุปกรณ์การเปล่ียนทศิ ทางการไหล ต้องติดต้ัง ณ ตาแหนง่ สุดท้ายของ
ท่อคงอุณหภูมิ มีความเที่ยงตรงแม่นยา โดยมีผลการสอบเทียบอย่างน้อยปีละ 1
คร้ัง มีป้ายแสดงวันที่ทาการสอบเทียบคร้ังล่าสุดหรือวันครบกาหนดสอบเทียบ
คร้ังถัดไปในตาแหน่งท่ีเห็นได้ชัดเจน และมีมาตรการป้องกันการปรับแต่งการ
ตั้งค่าอุณหภูมิตัดกลับโดยผู้ท่ีไม่ได้รับอนุญาต รวมท้ังมีระบบเตือนกรณีอุณหภูมิ
ผลติ ภณั ฑห์ ลังการฆา่ เช้ือตา่ กวา่ ทกี่ าหนด
(4) อุปกรณ์ควบคุมอัตรำกำรไหล ต้องมีมาตรการควบคุมการปรับเปล่ียนอัตราการ
ไหลเพื่อไม่ให้เกดิ การเบ่ยี งเบนไปจากท่ีกาหนด
2.2.2 มีการควบคุมอุณหภูมิและเวลาการพาสเจอไรซ์ทุกรุ่นการผลิต มีการยืนยันความ
ถกู ตอ้ ง (Validation) ของเวลาในการคงอณุ หภมู ิ (Holding time) และบนั ทึกผล
2.3 มีกำรตรวจประสิทธิภำพกำรพำสเจอไรซ์ และใช้เป็นข้อกาหนดในการตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์
เชน่ การตรวจเอนไซม์ฟอสฟาเตส หรือเปอร์ออกซิเดส หรือการตรวจเช้ือจลุ นิ ทรีย์ และบันทึกผล
3. กำรปอ้ งกนั กำรปนเป้ือนซ้ำ
3.1 มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนจากภาชนะบรรจุ โดยมีการทาความสะอาด การฆ่าเช้ือ หรือ
เก็บรักษาภายใต้สภาวะทป่ี ้องกันการปนเป้ือนอย่างเหมาะสมตามความจาเปน็
3.2 มีการทาความสะอาดและฆ่าเชื้อพ้ืนผิวสัมผัสอาหารในขั้นตอนหลังการพาสเจอไรซ์ เช่น
ถังพักรอบรรจุ เคร่ืองบรรจุ หัวบรรจุ ระบบท่อลาเลียง อย่างเหมาะสมในลักษณะที่ไม่
ก่อใหเ้ กดิ การปนเปอื้ นลงส่ผู ลติ ภณั ฑ์ และบนั ทึกผล
3.3 มีวิธีการบรรจุท่ีไม่ก่อให้เกิดการปนเป้ือนจากสิ่งแวดล้อม เช่น มีแท่นบรรจุสูงจากพื้น บรรจุ
จากหวั บรรจโุ ดยตรงและปิดผนึกทนั ที วิธกี ารปิดผนกึ ไมก่ ่อใหเ้ กิดการปนเปือ้ น
3.4 มีการป้องกันการปนเปื้อนจากผู้บรรจุ โดยต้องแต่งกายสะอาด สวมผ้ากันเปื้อน สวมหมวก
คลุมผม ผ้าปิดปาก และล้างมือทุกครง้ั ก่อนเร่ิมปฏิบัติงาน มือไม่สัมผัสปากหรือภายในภาชนะ
บรรจุ
3.5 ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิผลิตภัณฑ์ไม่ให้เกิน 8 องศาเซลเซียส ตลอดเวลาภายหลัง
กระบวนการพาสเจอไรซ์ การเก็บรักษา ตลอดจนการขนสง่ และบันทึกผล
- 198 -
- 12 -
4. ผู้ควบคมุ กำรผลติ อำหำร
4.1 มีการแต่งต้ังบุคลากรเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อทาหน้าที่ผู้ควบคุมการผลิตอาหาร (Food
process control supervisor) ประจา ณ สถานทีผ่ ลติ ทาหนา้ ท่ีดูแล ควบคุมการผลิตทุกรุ่น
ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งทวนสอบบันทึกการควบคมุ กระบวนการผลิต และตอ้ งมีความรู้
ในการควบคุมการผลิต โดยมีหลักฐานการสอบผ่านและสาเร็จหลักสูตรผู้ควบคุมการผลิต
ผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวท่ีผ่านกรรมวิธีฆ่าเช้ือด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์
จากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือหน่วยฝึกอบรมที่ได้ขึ้นบัญชีไว้กับสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา
- 199 -
- 13 -
ข้อกำหนดเฉพำะ 3
สำหรับกำรผลิตอำหำรในภำชนะบรรจุทป่ี ิดสนิทชนิดที่มคี วำมเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรบั กรด
ที่ผำ่ นกรรมวิธีกำรฆำ่ เช้ือด้วยควำมร้อนโดยทำให้ปลอดเช้ือเชิงกำรค้ำ
------------------------------------------------------------
1. กำรยนื ยันควำมถูกต้อง (Validation) และกำรกำหนดกระบวนกำรฆำ่ เช้ือด้วยควำมร้อน
1.1 มีหลักฐานการยืนยันความถูกต้อง (Validation) ของกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนว่า
เพยี งพอในการทาให้อาหารปลอดเชื้อเชงิ การค้า ดังนี้
1.1.1 กรณีฆ่าเชื้ออาหารหลังการบรรจุ ต้องมีรายงานผลการศึกษาที่ดาเนินการโดยผู้กาหนด
กระบวนการฆา่ เช้อื ด้วยความรอ้ น (Process Authority ; PA) ดังนี้
(1) การศึกษาการกระจายอุณหภูมิในเคร่ืองฆ่าเช้ือ (Temperature Distribution
study) ท่ีถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งต้องศึกษา ณ สถานท่ีผลิต เมื่อมีการติดต้ัง
เคร่ืองฆ่าเช้ือใหม่ และเมื่อมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และโครงสร้างท่ีอาจมี
ผลกระทบต่อการทางานของเคร่ืองฆ่าเช้ือให้มีการทดสอบใหม่ หรือตามความเห็น
ของผู้กาหนดกระบวนการฆ่าเชอื้ ด้วยความร้อน
(2) การศึกษาการแทรกผ่านความร้อนในผลิตภัณฑ์อาหาร (Heat Penetration
study) ท่ีถกู ต้องตามหลักวิชาการ ซ่ึงต้องศึกษา ณ สภาวะเดยี วกับผลิตภัณฑ์ที่ทา
การผลิตจริง และเมื่อมีการเปล่ียนแปลงให้มีการทดสอบใหม่หรือดาเนินการตาม
ความเห็นของผู้กาหนดกระบวนการฆ่าเช้ือด้วยความร้อน เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์
ใหม่ การเปลี่ยนแปลงข้อกาหนดของผลิตภัณฑ์ หรือเปลี่ยนแปลงชนิดหรือขนาด
ภาชนะบรรจุ
1.1.2 กรณีทีใ่ ชก้ รรมวิธีการยับยั้งการงอกของสปอร์คลอสตริเดยี ม โบทูลิน่มั ที่มวี ิธคี วบคุมการ
ฆ่าเช้ือท่ีสามารถวัดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงขณะฆ่าเชื้อ ไม่จาเป็นต้อง
ทาการศึกษาการกระจายอุณหภูมิในเคร่ืองฆ่าเชื้อ และการศึกษาการแทรกผ่านความ
ร้อนในผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้งนี้ต้องมีเอกสารที่น่าเช่ือถืออ้างอิงอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ใน
การฆ่าเช้อื ผลติ ภณั ฑ์แต่ละชนดิ ที่เพียงพอใหผ้ ลติ ภณั ฑป์ ลอดเช้ือเชิงการค้า
1.1.3 กรณีการฆ่าเชื้อด้วยระบบการผลิตและการบรรจุแบบปลอดเช้ือ (Aseptic processing
and aseptic packaging systems) ต้องมีรายงานผลการศึกษาและหลักฐานว่าผ่าน
การฆ่าเช้ือด้วยวิธีการที่เหมาะสม โดยทาให้ปลอดเช้ือเชิงการค้า ท่ีดาเนินการโดย
ผู้กาหนดกระบวนการฆ่าเช้ือด้วยความร้อน
1.1.4 เปา้ หมายในการกาหนดกระบวนการฆา่ เชื้อดว้ ยความร้อน
(1) การผลิตอาหารที่มีความเป็นกรดต่า การกาหนดกระบวนการฆ่าเช้ือด้วยความร้อน
ต้องศึกษาภายใต้ปัจจัยเกี่ยวกับสปอร์ของจุลินทรีย์ที่เป็นเป้าหมาย ได้แก่
คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) โดยให้ค่า F0 (Sterilizing
value) ไม่ต่ากว่า ๓ นาที หรือกรณีใช้เป้าหมายที่เป็นตัวช้ีวัดอื่น ต้องมีหลักฐาน
ทางวิชาการว่า มีค่าการต้านทานความร้อนท่ีเทียบเท่าหรือสูงกว่าสปอร์ของ
คลอสตรเิ ดียม โบทูลนิ ่มั
(2) การผลิตอาหารที่ใช้กรรมวิธีการยับยั้งการงอกของสปอร์คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม
เช่น การควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือการควบคุมค่าวอเตอร์แอคติวิตี้
- 200 -
- 14 -
(Water activity; aw) ของอาหาร ต้องกาหนดกระบวนการฆ่าเช้ือด้วยความร้อน
ในระดับพาสเจอไรซ์เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ม่ันใจว่าสามารถลดปริมาณ
เช้ือจุลินทรีย์ที่ทาให้เกิดโรค (pathogens) ให้อยู่ในระดับท่ีปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ภายใต้สภาวะท่ีใช้ยับยั้ง เช่น ระบุวิธีการควบคุม ค่าความเป็นกรด-ด่าง
ค่าความเป็นกรด-ด่างสมดุล (Equilibrium pH) ของผลิตภัณฑ์ ในกรณี ท่ี
ผลิตภัณฑ์มีช้ินเนื้ออยู่ในของเหลว ต้องระบุช่วงเวลามากสุดและอุณหภูมิในการ
เก็บเพ่ือการปรับสภาพชิ้นเน้ือน้ันให้เป็นกรด หรือระบุวิธีการควบคุมค่าวอเตอร์
แอคติวิตี้ของอาหาร ค่าวอเตอร์แอคติวิตี้สูงสุด (maximum water activity) ของ
ผลิตภณั ฑ์
1.2 กรณีผลิตอาหารด้วยเคร่ืองฆ่าเช้ือระบบต่อเนื่อง (Continuous process) ต้องมีการยืนยันความ
ถูกต้องของเวลาท่ีใชใ้ นการฆ่าเชื้อ
1.3 ทุกกรรมวิธีการผลิต ผู้ผลิตต้องจัดทากรรมวิธีการผลิตท่ีกาหนด (Scheduled Process ; SP)
เป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุถึงกระบวนการฆ่าเช้ือด้วยความร้อน ภายใต้ปัจจัยวิกฤต (Critical
factors) ที่ต้องควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตอยู่ในสภาวะปลอดเชื้อเชิงการค้า
(Commercial sterilization) บนพนื้ ฐานของปจั จัยต่าง ๆ เช่น
- ชนดิ และขนาดของภาชนะบรรจุ
- คา่ ความเปน็ กรด-ด่างของอาหาร
- ส่วนประกอบหรอื สูตรของอาหาร
- ชนดิ และปรมิ าณของวัตถุเจอื ปนอาหารทใี่ ช้
- ค่าวอเตอรแ์ อคติวติ ี้ของอาหาร
- อุณหภูมทิ ่ใี ชเ้ ก็บรักษาผลิตภัณฑ์
- ปัจจัยอืน่ ๆ ท่มี ีผลตอ่ การส่งผ่านความร้อนของอาหาร
ซึ่งปัจจัยวิกฤตที่ต้องควบคุมในกระบวนการฆ่าเช้ือดังกล่าว ต้องมีระดับความปลอดภัย
ท่ีเท่ากันหรือเข้มงวดกว่าที่กาหนดในรายงานผลการศึกษาของผู้กาหนดกระบวนการฆ่าเชื้อด้วย
ความร้อน
สาหรับกรณีที่ใช้วิธีควบคุมการฆ่าเช้ือท่ีสามารถวัดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง
ขณะฆ่าเช้ือตามข้อ 1.1.2 ต้องจัดทาเอกสารแสดงวิธีการวัดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์และเครื่อง
ฆ่าเช้ือทุกรุ่นการผลิต (batch) ตามหลักเกณฑ์การวัดค่าที่เหมาะสม เช่น จานวนผลิตภัณฑ์ต่อ
รุ่นการผลติ ตาแหน่งการวัดอณุ หภูมิ จุดร้อนชา้ ของเคร่ืองฆา่ เชื้อ เพ่มิ เตมิ ดว้ ย
1.4 ผู้กาหนดกระบวนการฆ่าเช้ือด้วยความร้อน อาจเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจากหน่วยงานภายใน
หรือภายนอกที่มีความรู้ ความชานาญ และมีเคร่ืองมือเพียงพอ ทาหน้าท่ีในการศึกษาและ
กาหนดกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน รวมทั้งกาหนดปัจจัยวิกฤตที่มีผลต่อการฆ่าเช้ือด้วย
ความร้อน การกาหนดกระบวนการฆ่าเช้ือสารอง (Alternative process) และตัดสินใจ
ดาเนินการกับผลิตภัณฑ์ที่มีการเบี่ยงเบนไปจากกรรมวิธีการผลิตที่กาหนด โดยต้องมีคุณสมบัติ
และมีความรู้ความสามารถ ดงั น้ี
1.4.1 จบการศึกษาข้ันต่าปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร เทคโนโลยีทางอาหาร
วิศวกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร หรือสาขาอ่ืนที่มีการเรียนการสอนในพ้ืนฐาน
รายวิชาเกี่ยวกับการแปรรูปอาหาร