The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teawakanphai, 2021-10-20 03:30:00

วิจัย อ.นรุณ กุลผาย

อ.นรุณ กุลผาย

๑๘๘

เพชรบูรณ์ต่อไป โดยเฉพาะอย่างย่ิงควรนาแหล่งโบราณคดีมาเป็นทุนทางประวัติศาสตร์และ
วฒั นธรรมแลว้ นามารบั ใชช้ ุมชนทอ้ งถน่ิ โดยการพฒั นา สง่ เสรมิ อาชีพ เพ่ิมรายไดจ้ ากสง่ิ ที่มอี ยู่

๕.๑.๓ รูปแบบการมีส่วนร่วมของวดั และชุมชนในการจดั การพื้นที่อทุ ยาน
ประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

สรุปได้ว่า จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้วิจัยนาเสนอรูปแบบการมีส่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการ
จัดการพน้ื ท่อี ทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รีเทพ ดงั นี้

๑. การใหค้ วามรู้การอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพน้ื ทีอ่ ทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รีเทพ
การอนุรักษ์โบราณสถานที่จะประสบความสาเร็จได้ดีน้ัน ควรเริ่มต้นการให้ความรู้ที่การ
ปลูกฝงั คนรุ่นใหม่ใหม้ ีความรักในศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของชาติ ท้ังน้ีผู้วจิ ัยมองว่า การปลกู ฝัง
ให้ประชาชนมีความรักศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่นเป็นแรงจูงใจสาคัญท่ีสามารถนามาใช้ใน
การอนุรักษ์โบราณสถาน เพราะจะทาให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชานได้เข้ามีบทบาทในการ
ดาเนินการอนุรักษ์โบราณสถาน มาตรการสร้างแรงจูงใจ นี้ในหลายประเทศได้นามาใช้สนับสนุนให้
ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถาน ผู้วิจัยมองว่า ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพ ซ่ึงมีโบราณสถานอยู่มากมาย หน่วยงานของรัฐ ยังไม่เคยมีการกาหนดมาตรการสร้างจูงใจใน
ลักษณะของการให้ความช่วยเหลือ แก่ประชาชนผู้อยู่ในเขตพ้ืนท่ีโบราณสถานซึ่งอาจถูกโยกย้ายออก
จากเขตพื้นที่โบราณสถานด้วยขอ้ บังคับทางกฎหมาย หรือการสนับสนุนเงินงบประมาณแก่ประชาชน
ผู้มีท่ีดินซึ่งมีโบราณสถานอยู่ในที่ดินของตน หรือวัดที่มีโบราณสถานอยู่ในเขตพ้ืนที่ของวัด โดยผู้เป็น
เจ้าของหรือครอบครองโบราณสถานจะต้องเป็นผู้จัดหางบประมาณค่าใช้จ่าย ในการบูรณะซ่อมแซม
โบราณสถานนนั้ ๆ ดว้ ยตนเอง
ทั้งน้ีเพราะหน่วยงานของรัฐมักอ้างอยู่เสมอว่ามิใช่หน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้เงินช่วยเหลือ
แก่ภาคเอกชนในการซ่อมแซมและดูแลรักษาอาคารหรือส่ิงก่อสร้างที่เป็นกรรมสิทธ์ิของเอกชน แต่
หากว่าโบราณสถานนั้น ๆ มีคุณค่าในเชิงมดกทางวัฒนธรรม หรือมีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์ คือ
เป็นโบราณสถานแล้ว ถือว่าส่ิงก่อสร้างนั้นมิใช่สมบัติเฉพาะของเจ้าของเท่าน้ัน แต่เป็นสมบัติของ
มนุษยชาติด้วย ดงั นนั้ เจ้าของโบราณสถานจึงไม่สมควรที่จะต้องรับผิดชอบภาระในการซ่อมแซมและ
บารุงรักษาโบราณสถานนั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่หน่วยงานของรัฐจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือ
สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซม ดังน้ัน การให้ความรู้เพ่ือการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนได้เห็น
วา่ โบราณสถานน้ันไม่ว่าจะอยู่ในเขตกรรมสิทธิ์ของตนก็ตาม แต่คุณค่าประวัติศาสตร์ หรอื คุณค่าทาง
มรดกวัฒนธรรม มิได้จากัดอยู่เฉพาะของบุคคลใดบุคคลหน่ึงเท่าน้ัน แต่มันเป็นสมบัติของคนร่วมกัน

๑๘๙

เมื่อเปน็ สมบตั ขิ องสว่ นรวม คนอ่นื กม็ ิสทิ ธใิ์ นการทจี่ ะปกป้องดแู ลรักษา หรือแม้กระทั่งสิทธ์ใิ นการท่ีจะ
ได้รับ ผลประโยชน์จากโบราณสถานนั้น ๆ ด้วย โดยเฉพาะผู้นาชุมชนน้ันมีส่วนสาคัญมากในการ
ส่งเสริมการอนุรักษ์โบราณสถาน ควรให้ผู้นาชุมชนหรือประชาชนมีความรู้ มีความรักในแหล่ง
โบราณสถานส่งเสรมิ ให้ประชาชนมีความเขา้ ใจเหมือนกบั ในต่างประเทศเช่นแหลง่ โบราณสถานต่าง ๆ
เหมือนกับประเทศต่าง ๆ ทางยุโรป ซ่ึงส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจความสาคัญของศิลปะต่าง ๆ ใน
ปัจจุบันประเทศไทยเพิ่งจะมีการส่งเสริมให้ประชาชนรักศิลปะแหล่ง โบราณสถาน ต่าง ๆ ดังน้ัน
บทบาทของผู้นาชุมชนและสมาชิกในชุมชนที่มีต่อการอนุรกั ษ์โบราณสถานคือการส่งเสริมองค์ความรู้
ท่ีถูกต้องให้กับชุมชน เช่น การอนุรักษ์ต้องไม่เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของวัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซม
แหล่งโบราณสถานนั้น ควรใช้วัสดุแบบเดมิ ใหม้ ากท่ีสุดจงึ จะเป็นการอนุรักษท์ ่ีแท้จรงิ และควรส่งเสริม
การสร้างอาคารต่าง ๆ ในปจั จุบันท่ีจะพัฒนาไปสู่การเป็นโบราณสถานเป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์
และชาติพันธข์ องบรรพบุรุษในคนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบนั มากกวา่ ที่จะไปทุ่มเทอนุรักษ์แหล่งโบราณสถาน
ในอดีตซ่ึงไม่คุ้มค่า รัฐควรส่งเสริมการศึกษาด้านการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม การอนุรักษ์ การ
รักษาแหล่งโบราณสถานให้แก่ประชาชน ดังน้ันการท่ีประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการทะนุบารุงรักษา
แหลง่ โบราณสถานจงึ ไม่ใชค่ วามผดิ ของประชาชน

๒. การจัดการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ พบว่าการมีส่วน
ร่วมเป็นกระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการ ดาเนินงาน และพัฒนาเป็น
กระบวนการท่ีต่อเน่ือง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจึงจาเป็นต้องให้ความสาคัญกับลาดับและขั้นตอน
และความเชื่อมโยง การจัดการที่ต้องดาเนินการไปตามลาดับหรือข้ันตอนจากระดับหน่ึงไปสู่อีกระดับ
หนึง่ โดยต้องสร้างความพรอ้ มดา้ นตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การที่ประชาชน ชมุ ชน สามารถเข้าไปมีส่วน
ในการจัดการในการกาหนดนโยบายพัฒนาท้องถิ่น และมสี ่วนร่วมในการรับประโยชน์จากการจัดการ
รวมท้ังมีส่วนในการควบคุมประเมินผลโครงการต่าง ๆ ของท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในลักษณะท่ีเป็น
กระบวนการของการพัฒนาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการจัดการต้ังแต่เร่ิมต้นจนกระท่ังส้ินสุด
เห็นได้ว่าแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการจัดการทรัพยากรทางโบราณคดีในประเทศไท ยดังกล่าวจะดู
เหมือนว่าเป็นแบบแผนการจัดการท่ียังให้ความสาคัญต่อการอนุรักษ์สงวนทรัพยากรเอาไว้มิให้
เสียหายหรือสูญหายไปแต่ก็มีการประยุกต์ใช้ประโยชน์ของโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีในการ
พัฒนาด้านเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวมากขึ้นซึ่งเป็นการเปล่ียนแปลงแบบแผน ในการ
จัดการอย่างรวดเร็วแต่แท้จริงแล้วส่วนที่ยังไม่มีการเปล่ียนแปลงเลยในระยะหลายสิบปีท่ีผ่านมาก็คือ
ยังเป็นการจัดการแบบรวมศูนย์โดยหน่วยราชการส่วนกลางท่ีมีอานาจตามกฎหมายท่ีไม่ได้ให้
ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของหน่วยงานอื่นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและประชาชนที่อ าศัยอยู่
ในพืน้ ทที่ ีโ่ บราณสถานหรอื แหล่งโบราณคดีน้ันตง้ั อยมู่ ากนัก

๑๙๐

๓. การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ สรุปได้
วา่ การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพภาครัฐเป็นเครือข่ายนา
โดยการกาหนดแนวทางให้เครือข่ายวัด และชุมชนทาหน้าท่ีอย่างมีขอบเขตท่ีจากดั เครือข่ายวัด เป็น
เครือข่ายทา เน้นกระบวนการลงมือทางานด้วยขอบเขต และข้อบังคับท่ีมีอย่างจากัด ส่วนเครือข่าย
ภาครัฐเป็นเครือข่ายสนับสนุนการการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามบทบาทแต่ละด้าน เช่นบทบาทด้านวัฒนธรรม
บทบาทด้านวิชาการ ในแต่ละด้านน้ันเป็นบทบาทปกติแต่มีความเก่ียวข้องท่ีต้องทางานร่วมกันกับ
ภาครัฐ คือ บางส่วนอาจจะต้องขออนุญาตจากทางภาครัฐในการท่ีจะทาหน้าท่ีของตนให้ลุล่วงไป
ด้วยดี แม้ว่าเม่ือบทบาทเหล่านี้คือวิถีชีวิตปกติแต่เม่ือมีกฎ ข้อบังคับย่อมทาให้งานและบทบาทน้ัน
ล่าชา้ ลง บางสว่ นกต็ ้องการกาลังเสริมจากภาคประชาสังคม

๕.๒ อภปิ รายผล

๑) แนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

จังหวัดเพชรบูรณ์ องค์กรจะต้องรวบรวมข้อมูลของปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องท่ีเหมาะสมกับโครงสร้างองค์กร
ในการดาเนินกิจกรรมให้มีความคล่องตัว การบริหารบุคคลพบว่า การเสาะแสวงหาเพื่อทาหน้าที่ใน
การดูแลปกป้องการอานวยการพบว่าพระสังฆาธิการจะต้องมีความรู้และข้อมูลอย่างลึกซึ้ง ที่สามารถ
นาไปกาหนดการวนิ ิจฉัยส่ังการทีร่ วดเรว็ แม่นยา และการควบคุมพบวา่ การใช้ระเบียบและระบบที่จัด
วางขึ้น พระสังฆาธกิ ารจะตอ้ งพัฒนาระบบของจติ สานึก มีความรู้สึกรบั ผิดชอบต่อพระศาสนาสาหรับ
การบูรณาการหลักพุทธ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พระครูวัชรสวรรณาทร ธมฺมโชโต (ลูกชุบ เกตุ
เขียว) ศึกษาเรื่อง “การประยุกต์ใช้อิทธิบาทธรรมเพ่ือส่งเสริมกลยุทธ์การอนุรักษ์โบราณสถานของ
พระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๕” ท่ีจะต้องทาให้พระสังฆาธิการมีฉันทะใส่ใจในการ
อนุรักษ์อยู่เสมอและมุ่งม่ัน มีวิริยะความขยันหม่ันเพียรในการอนุรักษ์โบราณสถาน ความพยายาม
อดทน มีจิตตะความต้ังใจในการอนุรักษ์โบราณสถาน มีความกระตือรือร้น พระสังฆาธิการจะต้องมี
ความรู้และข้อมูลอย่างลึกซ้ึงท่ีสามารถนาไปกาหนดการวินิจฉัยสั่งการที่รวดเร็วแม่นยา และการ
ควบคุม พบวา่ การใช้ระเบียบและระบบท่ีจัดวางขน้ึ พระสังฆาธิการจะต้องพัฒนาระบบของจิตสานึก
มีความรับผิดชอบต่อพระศาสนา สาหรับการบูรณาการหลักพุทธธรรมจะต้องทาให้พระสังฆาธิการมี
ฉันทะใส่ใจในการอนุรักษ์อยู่เสมอและมุ่งม่ัน มีวิริยะความขยันหมั่นเพียรในการอนุรักษ์โบราณสถาน
ความพยายามอดทน มจี ิตตะความต้ังจิตในการอนรุ กั ษ์โบราณสถาน มคี วามกระตือรอื ร้นและมีวิมังสา
ใช้สตปิ ญั ญาพจิ ารณาใคร่ครวญตรวจสอบหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปรับปรุงใหด้ ีข้ึน

๑๙๑

๒) การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษโ์ บราณสถานพื้นท่ีอทุ ยานประวัตศิ าสตร์
ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการใช้และจัดการทรัพยากรทั้งท่ีเป็นธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างข้ึน
อย่างฉลาดตลอดจนการวางแผนอย่างรอบคอบสาหรับทรัพยากรเหล่านั้น เพ่ือบรรลุความต้องการใน
อนาคตและหมายรวมถึงการป้องกัน การดูแล การรักษา เพ่ือให้คงคุณค่าไว้ การสงวน และการ
ปฏิสังขรณ์และการบูรณะด้วย การสงวนรักษา การดูแลรักษาไว้ตามสภาพเดิมเท่าท่ีเป็นอยู่ และ
ป้องกันมิให้เสียหายต่อไป ความมุ่งหมายในการอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ
จาเป็นต้องมีการพิจารณาเชิงแนวคิด เพราะความคิดจะเป็นแกนนาไปสู่การปฏิบัติเทคนิควิธีที่
เหมาะสม การอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุให้ได้นั้น จาต้องมีการกาหนด
จุดมุ่งหมายในการดาเนินงานร่วมกัน คือ ๑) การอนุรักษ์เป็นการสงวนไว้ซ่ึงงานสถาปัตยกรรมท่ีมี
คุณค่าอย่างมาก เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ๒) งานสถาปัตยกรรมเก่าแก่บางชิ้น เป็นสิงทบ่ี รรพ
บุรุษได้ก่อสร้างไว้เพ่ือเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เราก็จะต้องอนุรักษ์ไว้เป็นต้น
ส่วนมรดกทางวัฒนธรรมแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ ได้แก่ ๑) วัฒนธรรมทางจิตใจ ได้แก่ มรดกทาง
วัฒนธรรมที่ตกทอดมา ท่ีเป็นนามธรรมซ่ึงแสดงออกให้เห็นผ่านทางด้านจริยธรรม ค่านิยม ปรัชญา
ประเพณีต่าง ของสังคม ๒) มรดกทางวัตถุได้แก่ ผลผลิตท่ีมนุษย์ได้สร้างข้ึนให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น
โบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ธานินทร์ ไชยเยชน์ และคณะ ได้ทา
การวิจัยเร่ือง “การทานุบารุงศาสนสถานและโบราณสถาน : อานาจและวิธีการ” ผลการวิจัยพบว่า
ศาสนสถานและโบราณสถานมีท้ังท่ีเป็นโบราณสถานร้างและเป็นท่ีเป็นปัจจุบันยังใช้งานอยู่ ส่วนท่ีมัก
เกดิ ปญั หาการดแู ลรักษา คอื โบราณสถานท่ีเป็นศาสนสถานที่ยังใชง้ านกบั โบราณสถานท่รี ้างท่ีตงั้ อยใู่ น
เขตศาสนสถานที่ยังใช้งานอยู่ ผู้ดูแลโบราณสถานคือ กรมศิลปากรส่วนศาสนสถานซ่ึงส่วนใหญ่ คือ
วัดในพุทธศาสนานน้ั ปจั จุบนั ผู้ดูแลคอื สานกั งานพระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติ การทานุบารุงโบราณสถาน
และศาสนสถานโดยรวมแล้วไม่เกิดเป็นปัญหามากนัก เพราะทั้ง ๒ หน่วยงานมีอานาจหน้าที่ ความ
รับผิดชอบแตกต่างกัน ต่างหน่วยก็มีพระราชบัญญัติ หรือระเบียบต่างกัน ส่วนทีมีปัญหาคือ ความ
ขัดแย้งเรื่องของการพัฒนา กับการอนุรักษ์ที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทาให้เกิดความไม่เหมาะสม
ต่อศาสนา การทาลายโบราณสถาน และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั่งโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และ
บางคร้ังก็เกิดข้ึนโดยเจตนาการทานุบารุงรกั ษาในส่วนของกรมศิลปากรมีปญั หาเรื่องการขาดกาลังคน
ทางด้านการอนุรักษ์ตามหลัดวชิ าการ และขาดงบประมาณ และที่เป็นปัญหามากและหลายฝ่ายได้ต้ัง
ข้อสังเกต คอื เร่ืองความเหมาะสมและความถูกต้องตามหลักวิชาการ ส่วนปัญหาของทางวัด คือความ
ต้องการใช้โบราณสถานและพื้นท่ีในการพัฒนาวดั ท้ังเพื่อการใช้สอยและเพ่ือการหาปัจจัยในการทานุ
บารุงวัด และส่วนหน่ึงยังอาจเป็นปัจจัยในเชิงพุทธพานิชย์ และสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุณีย์
บรสิ ทุ ธิ์ ไดศ้ กึ ษาวิจยั เร่ือง “การสง่ เสรมิ ความตระหนักของชมุ ชนเชยี งแสนต่อคณุ ค่าด้านโบราณสถาน

๑๙๒

เมืองเชียงแสน” ผลการวิจยั พบว่า ๑) กลมุ่ ตวั อยา่ งมคี วามเขา้ ใจลึกซ้ึงถงึ คุณคา่ ของโบราณสถานเมอื ง
เชียงแสนว่าเป็นแหล่งโบราณคดีครั้งสมยั ก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวตั ิศาสตร์ มีการรวมตัวกัน
จัดกิจกรรมอนุรักษ์โบราณสถาน และเล็งเห็นแนวทางการจัดกิจกรรมเพ่ือเสริมสร้างรายได้แก่ชุมชน
โดยยึดแนวทางการธารงรักษาไว้ซึ่งสิ่งมีค่าทางประวัติศาสตร์อยา่ งย่ังยืน ๒) อาเภอเชียงแสนตั้งอยู่ใน
จุดยุทธศาสตร์ทาการท่องเท่ียวช่ือว่าสามเหล่ียมมรกตโดยมีเส้นทาง R3A เช่ือมระหว่างไทย ลาว
เมียนมาร์ ที่ได้ดาเนินไปการมากแล้ว และกาลังเป็นรูปธรรมในเร็ววัน มีแม่น้าโขงเป็นทางสัญจรหลัก
ไปสู่เมืองสาคัญของประเทศเพ่ือนบ้าน ๓) ผู้นาชุมชนและประชาชนสามารถรวมตัวกันจัดกิจกรรมที่
ก่อให้เกิดการสร้างคุณค่าของโบราณสถาน เช่น กิจกรรม walk Rally ไหว้ศาล ๙ โบราณสถาน งาน
บวงสรวงเจ้าพ่อประตูป่าสัก และเจ้าแม่นางเซ้ิง ๔) รวบรวมเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี
วัฒนธรรม ศิลปะ ความเชื่อ พิธีธรรมกลุ่มปัญญาที่เป็นอัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ของเชียงแสน
สมัยกอ่ นท่ีสูญหายไป และท่ียังคงอยู่จากผู้สูงอายุ ๕) กลุ่มเชียงแสนการท่องเที่ยวสามารถเป็นแกนนา
ในการจัดนาเที่ยวและมีรายไดจ้ ากการท่องเท่ยี ว

๓) เพื่อนาเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงกับนโยบายของหน่วยงานต่าง ๆ ต้องการให้
สถาบันการศึกษาองค์กรต่าง ๆ และชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู มรดกทางศิลปวัฒนธรรม
ท้องถิ่น โดยให้จัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน ส่วนนักเรียนและบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความต้องการใน
การพัฒนาหลักสูตรท้องถ่ินเรือ่ งการอนุรกั ษ์โบราณสถานโบราณวัตถตุ ่าง ๆ สอดคล้องกับงานวจิ ยั ของ
มยุรี สุภังคนาช ได้ศึกษาวจิ ัยเรือ่ ง “การศึกษาเพ่ือเสนอแนวทางการอนรุ ักษ์วดั ในชมุ ชนริมคลองออ้ ม
จังหวัดนนทบุรี” พบว่า ความสาคัญของโบราณสถานที่ทาการศึกษาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมากและ
ส่วนใหญ่ได้รับการปฏิสังขรณ์แล้ว แต่คนในชุมชนเองไม่ได้มีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในการกาหนดแน
งทางการอนุรักษ์โบราณสถานของตนเอง รวมไปถึงการที่ชุมชนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักในการเป็น
เจา้ ของ ดงั นัน้ จึงเสนอแนะให้แนวทางสาหรับการอนุรกั ษ์โบราณถานน้นั ควรให้ความสาคัญกบั คนใน
ชุมชนด้วย เพื่อเป็นการสร้างจิตสานึกสร้างความสามารถเบื้องต้นในการดูแลรักษากายภาพของ
โบราณสถานและการเปิดโอกาสให้คนในชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกาหนดแนวทางการอนุรักษ์
โบราณสถานในระดับชุมชนของตนเอง และศิวาภรณ์ รัตนพันธ์ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาเพ่ือ
เสนอแนะแนวทางการพัฒนาและอนุรักษ์วัดในกรุงเทพมหานคร” จากการศึกษาพบว่าวัดใน
กรุงเทพมหานครประสบปัญหาการถูกทาลายสภาพภูมิทัศน์ อันเน่ืองมาจากกิจกรรมการใช้ที่ดินใน
บรเิ วณวัดท่ีมีลักษณะไม่เหมาะสม ทาให้ขาดความสงบและขัดต่อบทบาทในการเป็นศาสนสถาน การ
เพิ่มบทบาทของวัดในดา้ นการท่องเท่ียวท่ีขาดการวางแผนอย่างระมัดระวงั เป็นส่วยทาลายเอกลักษณ์
ของวัด สภาพความเสื่อมโทรมของศิลปโบราณสถาน ซึ่งขาดการทานุบารุงอย่างถูกต้อง และ

๑๙๓

ผลกระทบจากสภาวะเป็นพิษของสิ่งแวดล้อมเมือง รวมไปถึงสภาพความแออัดทรุดโทรมของชุมชน
แวดล้อมวัดมีส่วนทาให้วัดขาดความงาม บทบาทของวัดที่เคยมีต่อชุมชนในลักษณะสร้างสรรค์มี
ความสาคัญลดน้อยลง โดยมีสถาบันอื่นมารับหน้าท่ีแทน เช่น โรงเรียน สภาสังคมสงเคราะห์และ
บทบาทท่ีเพ่ิมข้ึนในปัจจุบันคือการใช้วัดเป็นสถานที่จอดรถและการให้บริการทางด้านการฌาปนกิจ
จึงกล่าวได้ว่าวดั มีกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ เพิ่มขึ้นและทาให้เกิดความพรกุ พร่าน สบั สนภายในบริเวณวัด
นอกจากนี้ความประพฤติอันไม่เหมาะสมของสงฆ์มีส่วนทาลายภาพพจน์ที่ดีของวัดที่มีต่อประชาชน
การศึกษานี้จึงเป็นการศึกษาปัญหาของวัดและชุมชน และไดให้ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาดังกล่าว
โดยจัดระดับปัญหาเป็น ๒ ระดับคือปัญหาในระดับวัดและปัญหาในระดับชุมชน เสนอให้ปรับปรุง
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ โดยเน้นการอนุรักษ์สภาพโบราณสถานสาคัญ และเสนอให้มีกิจกรรม
เพิ่มเติมทางศิลปวัฒนธรรมไปถึงการพัฒนาชุมชน เพ่ิงส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชน
นอกจากน้ียังเสนอแนะแนวทางให้ภาครัฐเห็นความสาคัญในการอนุรักษ์มรดกของชาติ และเข้ามามี
สว่ นชว่ ยสนบั สนนุ อยา่ งจรงิ จงั เพ่ือใหก้ ารปฏิบัตไิ ดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน

๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ

เพ่ื อ ให้ เกิ ด ป ระ โย ช น์ สู งสุ ด ส า ห รับ ก าร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ งวั ด แ ล ะ ชุ ม ช น ใน ก า ร อนุ รั ก ษ์
โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์และสังคมโดยส่วนรวม สาหรับการ
นาข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาวิจัยไปประยุกต์ใช้ คณะผู้วิจัยจึงแบ่งข้อเสนอแนะออกเป็น ๒ ส่วน คือ
นาเสนอข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการนาผลการวิจัยไปปฏิบัติสาหรับผู้เกี่ยวข้อง และข้อเสนอแนะ
สาหรับการทาวจิ ยั ครง้ั ต่อไป

๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะในการนาผลการวจิ ัยไปปฏิบตั สิ าหรบั ผ้เู กยี่ วข้อง

คณะผู้วิจัยมีความเห็นเก่ียวกับข้อเสนอแนะในการนาผลจากการวิจัยไปปฏิบัติสาหรับ
ผเู้ ก่ยี วขอ้ งเปน็ ๓ ส่วน

ส่วนแรก เป็นข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายสาหรับหน่วยงานหรือการสนับสนุนจาก
ภายนอกชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีความจาเป็นท่ีหน่วยงานของรัฐท่ี
เกี่ ย ว ข้ อ งจ ะ ต้ อ ง ส นั บ ส นุ น แ ล ะ เป็ น ผู้ ท่ี ให้ ข้ อ มู ล ค ว า ม รู้ ที่ เก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ แ ห ล่ ง โ บ ร า ณ ค ดี ท า ง
พระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์ และกฎหมายที่เก่ียวข้องแก่ชาวบ้าน มีการผสานงานกับ
หน่วยงานหลายฝ่ายและทุกครั้งท่ีจัดอบรม เปิดโอกาสให้ชาวบ้านแสดงความคิดเห็นเพื่อให้รัฐมีส่วน
ร่วมเพ่ือหาทางออกให้กับประชาชน มีการจัดส่ิงอานวยความสะดวกและสาธารณปู โภคต่างๆ ให้ทัว่ ถึง
เช่น ถนนหนทาง แสงสว่าง ป้ายข้อมูล ป้ายบอกทาง การซ่อมบารุงหรือบูรณะ เป็นต้น ควรมีการจัด
ทุนหมุนเวียนที่เกิดจากภาครัฐและเอกชนท่ีเข้ามาช่วยเหลือ ในการถวายพระสงฆ์สามเณรหรือจ้าง

๑๙๔

ชาวบ้านเข้ามาดูแลความสะอาด รักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวตามแหล่งโบราณคดี และ
สนับสนุนงบในการจัดอบรมยุวมัคคุเทศก์ หรือสนับสนุนเงินทุนในการวิจัยเพ่ือการพัฒนาที่ย่ังยืนแก่
ชุมชน ขอความร่วมมือกับมัคคุเทศก์ท้องถ่ินที่นานักท่องเท่ียวมาเที่ยวชมโดยให้อธิบายความรู้และ
ความสาคัญของโบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอย่างครบถ้วนเพ่ือแสดงให้เห็นถึง
ความสาคัญทางประวัติศาสตร์และพุทธศิลป์ของแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาที่มีต่อท้องถ่ิน
และที่สาคัญคือ กระทรวงศึกษาธิการควรส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาในชุมชนจัดทาหลักสูตร
ประวัติศาสตร์ท้องถ่นิ เพ่ือให้ความรู้และปลูกฝังจติ สานึกให้กับนักเรียน อันจะนาไปสู่การเรียนรู้ และ
การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาอย่างย่ังยนื ได้ในอนาคต

ส่วนท่ีสอง เป็นข้อเสนอแนะสาหรับชุมชน ที่ควรมีการปลูกฝังจิตสานึกในการอนุรักษ์
โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้กับประชาชน เด็กหรือเยาวชน มีส่วนร่วมในการ
การอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่ง
ท่องเที่ยวมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชน เพื่อการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางด้าน
ประวัติศาสตร์พุทธศิลป์ วัฒนธรรมและสร้างจิตสานึกในการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีหรือแหล่ง
ศลิ ปกรรม มีการจดั ประชาสัมพนั ธก์ ารทอ่ งเที่ยวอย่างจริงจัง จัดสภาพภูมทิ ัศน์รอบๆ แหล่งโบราณคดี
ให้เหมาะสม มีการจัดทาหนังสือหรือสื่อภาพเคล่ือนไหว รวมท้ังเว็บไซต์แนะนาสถานท่ีท่องเที่ยวใน
บริเวณใกล้เคียง ผู้นาชุมชนเองต้องเป็นผู้นาในการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้ความรู้ชาวบ้านในการคอยสอดส่องดูแลช่วยเจ้าหน้าที่ และจัดกิจกรรมใน
ลกั ษณะการท่องเทยี่ วและพัฒนาโบราณสถานโดยชุมชนร่วมมอื กัน

ส่วนท่ีสาม เป็นข้อเสนอแนะสาหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงควรร่วมมือและ
ประสานงานกับกรมศิลปากร ในการเฝ้าระวังการบุกรุกและทาลายแหล่งโบราณคดี ช่วยดูแลถากถาง
วัชพืชที่ปกคลุมแหล่งโบราณคดีหรือแหล่งศิลปกรรมให้สะอาด เรียบร้อยและพัฒนาภูมิทัศน์ กาหนด
วิสัยทัศน์ในโบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อย่างชัดเจนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ควรดาเนินการขยายเครือข่ายในการเรียนรปู้ ระวัติศาสตร์ พุทธศิลป์ และการอนุรกั ษ์และพฒั นาแหล่ง
โบราณคดีเพิ่มมากขึ้น และนาเครือข่ายนั้นมาร่วมมือกันในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีใน
ท้องถิ่นนามาเป็นทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพ่ือมารับใช้ชุมชนท้องถิ่น โดยการพัฒนา
สง่ เสริมอาชพี เพม่ิ รายไดจ้ ากสงิ่ ทีม่ อี ยู่ต่อไป

๕.๔.๒ ข้อเสนอแนะในการทาวิจัยครงั้ ต่อไป

ในการศึกษาวิจัยตามโครงการวิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานพื้นท่ีอทุ ยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์” ได้สรุปแนวการมีส่วนร่วมของวัด

๑๙๕

และชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ท้ังจาก
การสัมภาษณ์และการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการสร้างเครือข่ายวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์น้ัน ชุมชนมีความต้องการที่จะให้มี
ปลูกฝังจิตสานึกในการอนุรกั ษ์แหล่งโบราณคดีให้กับประชาชน พระสงฆ์สามเณร เด็กหรอื เยาวชนให้
มสี ว่ นร่วมในการมีส่วนรว่ มของวดั และชุมชนในการอนรุ กั ษ์โบราณสถานพืน้ ทอี่ ทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รี
เทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว และการจัดอบรมให้ความรู้แก่คนใน
ชุมชน เพ่ือการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางด้านประวัติศาสตร์และสร้างจิตสานึกในการอนุรักษ์
แหล่งโบราณคดี

ส่วนแนวทางการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ในเชิงนโยบายและการสนับสนุนจากภายนอก ผลการวิจัย
พบว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนงบประมาณในการจัดอบรมยุวมัคคุเทศก์ หรือ
สนับสนุนเงินทุนในการวิจัยเพ่ือการพัฒนาท่ีย่ังยืนแก่ชุมชน และสถาบันการศึกษาในชุมชนควรจัดทา
หลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น หรือกิจกรรมเสริมหลักสูตรท่ีเกี่ยวข้องกับแหล่งโบราณคดี
พระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์และพุทธศิลป์ในท้องถิ่น เพ่ือให้ความรู้และปลูกฝังจิตสานึกให้กับ
นักเรยี น ซึ่งสมควรทจ่ี ะไดร้ ับการศกึ ษาวิจัยตอ่ ยอดองค์ความรู้และแนวทางการอนรุ ักษพ์ ฒั นาที่ได้จาก
การวิจยั ในโครงการที่ผ่านมาเพ่ือให้เกิดประโยชน์ในเชิงรูปธรรมหรอื ในเชิงปฏิบัตอิ ย่างสงู สุดแก่ชมุ ชน
ทอ้ งถนิ่ และประเทศชาติ

ดังนน้ั คณะผู้วจิ ัยจึงมีขอ้ เสนอแนะควรมกี ารศึกษาวิจยั เก่ียวขอ้ งกบั การนาองคค์ วามรแู้ ละ
การมสี ่วนร่วมของวดั และชุมชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถานพนื้ ที่อุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ จงั หวัด
เพชรบูรณ์เชิงบูรณาการที่ได้ในเชิงปฏิบัติการมากย่ิงข้ึน โดยให้เข้าถึงชุมชนและกลุ่มเป้าหมายท่ีเป็น
กาลังสาคัญของสังคมท้องถ่ินต่อไป นั่นก็คือ เยาวชน และควรต่อยอกการศึกษาพัฒนาการทาง
ประวัติศาสตร์และพุทธศิลปข์ องแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนามาเชื่อมกับการศึกษาพฒั นาการ
ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของชุมชนรอบ ๆ แหล่งโบราณคดี ซ่ึงจะทาให้เยาวชนอยากเรียนรู้และเข้า
ใจความเป็นมาของทอ้ งถิ่นตนเองไดม้ ากย่งิ ข้นึ

ด้วยเหตุน้ี หากมีการศึกษาวิจัยต่อไป ควรเป็นการศึกษาวิจัยที่เห็นความสาคัญและ
ความจา เป็นอย่างเร่งด่วนในการศึกษาและปลูกฝังจิตสา นึกในการตระหนักรู้เก่ียวกับการเรียนรู้
ประวตั ศิ าสตร์ พุทธศลิ ป์ และการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนา ก่อนท่ีแหล่งโบราณคดี
เหล่าน้ีจะถูกทาลายโดยการกระทาของประชาชนท่ีปราศจากความรู้ความเข้าใจ โดยดาเนินการศึกษา
รวบรวมองค์ความร้เู กีย่ วกับชุมชนโบราณและแหล่งโบราณคดี เพ่ือประยุกตใ์ ชเ้ สรมิ หลกั สูตรการเรยี น

๑๙๖

การสอนในสถานศึกษา สาหรับนักเรียน นักศึกษา เยาวชน ตลอดจนประชาชนในท้องถ่ินและ
นักท่องเท่ียว ได้เกิดความรู้ความเข้าใจและความภาคภูมิใจ นาไปสู่ความร่วมมือร่วมใจท่ีลุ่มลึกในการ
ดูแลและอนุรักษ์แหล่งโบราณคดี แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์วัฒนธรรมและภูมิปัญญา
ท้องถิน่ ตลอดจนมรดกทางวฒั นธรรมที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรอื งของท้องถ่ิน อันจะเปน็ ประโยชน์
ตอ่ การพฒั นาด้านตา่ ง ๆ สืบต่อไป

ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีการศึกษาวิจัยในลักษณะพัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ พุทธศิลป์
พระพุทธศาสนา แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีตามพื้นที่อื่น ๆ ในเขตจังหวัด
เพชรบูรณ์หรือจังหวัดใกล้เคียงควบคู่กนั ไปด้วย เพราะแหล่งโบราณคดีอ่ืน ๆ ก็อยู่ในสภาพที่ถูกรุกล้า
ทาลายและละเลยจากประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ รวมท้ังการศึกษาค้นคว้าวิจัยข้อมูลเก่ียวกับ
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของชุมชนท้องถ่ินต่าง ๆ ให้เกิดข้ึน ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมทีค่ วรอนรุ กั ษ์และสืบทอดให้คงอย่คู ่ทู ้องถ่นิ และประเทศชาตสิ บื ไป

๑๙๗

บรรณานุกรม

๑. ภาษาไทย

ก. ข้อมูลปฐมภูมิ
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๙.

ข. ขอ้ มูลทตุ ิยภูมิ

(๑) หนังสือ:
เกรกฤทธ์ิ เช้ือมงคล. สุโขทยั ตานานการสรา้ งเมอื ง. กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ัท ส.เอเซียเพรส (๑๙๘๙)

จากัด, ๒๕๕๘.
ขอ้ มูลสารสนเทศและการส่ือสารอุทยานประวัติศาสตรส์ ุโขทัย. แผนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย.

สุโขทยั : สานกั งานอุทยานประวตั ิศาสตร์สโุ ขทัย, ๒๕๖๐.
จริญญา เจริญสุกใส. แนวคิดเกี่ยวกับการท่องเทียว. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,

๒๕๔๔.
จานงค์ ทองประเสริฐ. วัฒนธรรมไทย ภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ

ราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๗.
ฉลองศรี พิมลสมพงศ์. การวางแผนและพัฒนาการตลาดการท่องเที่ ยว. พิมพ์คร้ังที่ ๔.

กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ ๒๕๔๖.
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. การท่องเท่ียวทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: สานักงานกองทุนสนับสนุน

การวิจยั , ๒๕๔๐.
ไชย ณ พล. ปรชั ญาชีวิตและการร้แู จง้ . กรุงเทพมหานคร: สานักพมิ พ์เคล็ดไทย, ๒๕๓๗.
ฐริ ชญา มณีเนตร. การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. เอกสารประกอบการสอนวิชาการท่องเท่ียวอยา่ งยั่งยืน.

มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , ๒๕๕๑.
ณรงค์ เส็งประชา. มนุษย์กับสังคม. พิมพ์คร้ังที่ ๓. กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์โอเดียนสโตร์,

๒๕๓๘.

๑๙๘

ตุลา มหาผสุธานนท์. หลกั การจัดการหลกั การบริหาร. กรงุ เทพมหานคร: ธนธชั การพมิ พ์, ๒๕๔๕.

ทินพันธ์ุ นาคะตะ. พระพุทธศาสนากับสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพมหานคร: หจก. สหาย
บลอ็ กและการพมิ พ์, ๒๕๔๔.

ธงชยั สันตวิ งษ.์ องค์การและการบรหิ าร. กรุงเทพมหานคร: ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๓๕.

ธาดา สุทธิธรรม. ทฤษฎีและแนวปฏิบัติการอนุรักษ์อนุสรณ์สถานและแหล่งโบราณคดี.
กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั หริ ญั พัฒน์ จากดั , ๒๕๓๓.

นิคม จารุมณี. การท่องเที่ยวและการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว. กรุงเทพมหานคร: โอเดียน
สโตร์, ๒๕๓๖.

นคิ ม มูสิกะคามะ. วฒั นธรรมบทบาทใหมใ่ นยคุ โลกาภวิ ัติ. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, ๒๕๔๕.

นติ ย์ สัมมาพนั ธ.์ การบรหิ ารเชงิ พทุ ธ. กรุงเทพมหานคร: โอ เอส.พร้นตง้ิ เฮ้าส,์ ๒๕๔๑.

บุญทัน ดอกไธสง. การบริหารเชิงพุทธ กระบวนการทางพฤติกรรม. กรุงเทพมหานคร: บริษัท บพิธ
การพิมพจ์ ากัด, ๒๕๒๘.

บุญเลิศ จิตต้ังวัฒนา. การวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแบบย่ังยืน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัย
เชียงใหม,่ ๒๕๔๒.

ปรีชา แดงโรจน์. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ศตวรรษที่ ๒๑. กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ัท ไฟว์ แอนด์ โฟร์
พรนิ้ ติง้ จากัด, ๒๕๔๖.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์คร้ังท่ี ๙.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๓.

_________. วฒั นธรรมกับการพัฒนา. พมิ พ์คร้ังท่ี ๓. กรงุ เทพมหานคร: มูลนธิ พิ ทุ ธธรรม, ๒๕๓๒.

พิชัย วาศนาส่ง. โลกาภิวัตน์ : หมุนตามโลก สารพันสาระท่ีควรรู้ เพ่ือทันกระแสโลก.
กรงุ เทพมหานคร: ปาเจรา, ๒๕๔๙.

มนัส สุวรรณ และคณะ. การจัดการการท่องเท่ียว. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนา
พานชิ , ๒๕๔๑.

รัชพร จันทร์สว่าง. ความหมายของนักท่องเท่ียว. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
๒๕๔๖.

๑๙๙

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. กรุงเทพมหานคร: อักษร
เจรญิ ทศั น,์ ๒๕๓๘.

ราไพพรรณ แก้วสุริยะ. การอนุรักษ์ทรัพ ยากรท่องเท่ียวเพื่ อการพั ฒ นาอย่างย่ังยืน .
กรุงเทพมหานคร: สานกั งานสภาสถาบนั ราชภฏั , ๒๕๔๖.

วรรณา วงษว์ านชิ . ภูมิศาสตร์การท่องเทยี่ ว. กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๓๙.

วศิน อินทสระ. ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียและประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒.
กรงุ เทพมหานคร: บรรณาคาร, ๒๕๓๕.

วฑิ รู ย์ เหลียวร่งุ เรือง. การอนรุ กั ษแ์ ละการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: เจริญวิทย์
การพมิ พ์, ๒๕๕๒.

สมชาย ณ นครพนม. มรดกวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรม,
๒๕๕๙.

สานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติกระทรวงวัฒนธรรม. คมู่ ือศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษา.
พิมพค์ ร้ังที่ ๒. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศกึ , ๒๕๕๒.

สานักงานจังหวัดสุโขทัย. แผนพัฒนาจังหวัดสุโขทัย (๒๕๖๑-๒๕๖๔). เอกสารเผยแพร่กลุ่มงาน
ยุทธศาสตร์และขอ้ มลู เพอ่ื การพัฒนาจังหวัด สานักงานจงั หวดั สโุ ขทัย, ๒๕๖๐.

สานักงานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. สถานที่สาคัญในอุทยาประวัติศาสตร์สุโขทัย. สุโขทัย:
สานักงานอทุ ยานประวตั ศิ าสตรส์ ุโขทัย, ๒๕๖๐.

สุชีพ ปุญญานุภาพ. วัฒนธรรมวิทยา. พิมพคร้ังที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพมหามกุฎราช
วิทยาลัย, ๒๕๔๐.

สุรัสวดี ราชกุลชัย. การวางแผนและการควบคุมทางการบริหาร. พิมพ์คร้ังที่ ๔. กรุงเทพมหานคร:
สานกั พิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๗.

สุวรรณ เพชรนิล. วัฒนธรรมและศาสนา. พิมพคร้ังท่ี ๕. กรุงเทพมหานคร: ก่ิงจันทรการพิมพ,
๒๕๓๒.

เสถียร โพธินันทะ. ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฏราช
วทิ ยาลยั , ๒๕๔๓.

เสาวภา ไพทยวฒั น์.พ้ืนฐานวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร: สถาบันราชฏั เขต ๘, ๒๕๓๘.

๒๐๐

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.). แผนปฏิบัติงานประจาปี
งบประมาณ ๒๕๖๐. กรุงเทพมหานคร: องค์การบริหารการพัฒนาพ้ืนท่ีพิเศษเพ่ือการ
ท่องเท่ยี วอย่างยัง่ ยืน, ๒๕๖๐.

อานนท์ อาภาภริ มย์. สงั คมวัฒนธรรมและประเพณไี ทย. กรุงเทพมหานคร: แพร่วทิ ยา, ๒๕๑๙.

(๒) วทิ ยานพิ นธ์:
กมลทิพย์ ประสิทธ์ินราพันธ์ุ. “พฤติกรรมการท่องเท่ียวเชิงนิเวศในอุทยานแห่งชาติเอราวัณของ

นักท่องเที่ยวชาวไทย จังหวัดกาญจนบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหา
บณั ฑิต. บณั ฑิตวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนดสุ ติ , ๒๕๓๓.
กรณีย์ ถนอมกุล. “พฤติกรรมการท่องเท่ียวเชิงพุทธของนักท่องเท่ียวที่มาเท่ียวในจังหวัดสกลนคร”.
วทิ ยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลยั : มหาวิทยาลัยขอนแก่น,
๒๕๔๗.
กาญจนา กันภัย และคณะ. “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว กรณีศึกษาตลาดน้าอัมพวัน”. วิทยานิพนธ์
ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวทิยาลยัราชภฏัจันทรเกษม,
๒๕๕๑.
จรัสนันท์ สิทธเิ จรญิ . “พฤติกรรมการท่องเท่ียวในภาคเหนือของนักท่องเที่ยวชาวไทย”. วิทยานิพนธ์
ปริญญาบริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ . บณั ฑติ วิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๑.
จารุวรรณ แสงจนั ทร์. “พฤติกรรมของนกั ท่องเท่ียวเพื่อสง่ เสรมิ การทอ่ งเที่ยวเชิงอนรุ กั ษ์ในชุมชนเกาะ
เกร็ด อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต.
บัณฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล, ๒๕๔๕.
ชัยวัฒน์ สืบหย่ิว . “พฤติกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเท่ียวชาวไทยกรณีศึกษาใน
เขตอาเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหา
บัณฑิต. บณั ฑติ วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, ๒๕๔๖.
ตันติกร โคตรชารี. “พฤติกรรมนักท่องเท่ียวชาวไทย ในการท่องเที่ยวเชิงศาสนาพระธาตุประจาวัน
เกิด จังหวัดนครพนม”. การศึกษาอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลยั : มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, ๒๕๕๕.
เนตรชนก นันที. “การพัฒนาการท่องเท่ียวทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาชุมชนวัดพระบาท ห้วยต้ม
อาเภอล้ี จังหวัดลาพนู ”. วทิ ยานิพนธ์ปริญญาศลิ ปศาสตรมหาบัณฑติ . บัณฑติ วิทยาลยั :
มหาวิทยาลัยเชียงใหม,่ ๒๕๔๔.

๒๐๑

ปาริฉัตร อิ้งจะนิล. “พฤติกรรมนักท่องเท่ียวชาวไทยต่อการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบตลาดเก่า
กรณีศึกษาตลาดคลองสวน ๑๐๐ ปีจังหวัดสมุทรปราการ”. วิทยานิพนธ์ปริญญานิพนธ์
บริหารธรุ กิจมหาบณั ฑิต. บณั ฑติ วทิ ยาลัย: มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , ๒๕๔๕.

ปิยะวดี หิริกมล. “พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยต่อการท่องเท่ียวในจังหวัด
สุโขทัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย
สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๔๕.

พระมหาทองสุข สุภโร. “อิทธิพลของพระพุทธศาสนาท่ีมีต่อวิถีไทย”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหา
บณั ฑติ . บัณฑิตวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลัยมหามกฎุ ราชวิทยาลัย, ๒๕๔๕.

พระมหาวิชาญ เล่ียวเส็ง. “พุทธศิลป์กับการท่องเที่ยว : ศึกษาบทบาทของวัดในการอนุรักษ์พุทธศิลป์
เพ่ือการท่องเที่ยว”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลยั มหิดล, ๒๕๔๔.

มธุรส ปราบไพรี. “ศักยภาพของชุมชนในการจัดการแหล่งท่องเท่ียว : กรณีชุมชนไทยทรงดาบ้านเขา
ย้อย ตาบลเขาย้อย อาเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตร
มหาบณั ฑติ . บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม,่ ๒๕๔๓.

รวีวรรณ เพ็ชรคง. “พฤติกรรมนักท่องเท่ียวและความพึงพอใจในการมาเยือนแหล่งท่องเท่ียวทาง
ทะเลในอาเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช”. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหา
บณั ฑิต. บณั ฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ์, ๒๕๕๑.

รัฐทิตยา หิรัณยหาด. “แนวทางการพัฒนาเพื่อเพ่ิมศักยภาพหมู่บ้านวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว:
กรณีศึกษาบ้านหนองขาว อาเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญา
ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต. บณั ฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม,่ ๒๕๔๔.

(๓) รายงานวจิ ัย:

กฤษฎา พิณศรี และคณะ. “การศึกษาศักยภาพแหล่งโบราณสถานวฒั นธรรม ล้านชา้ งในอีสานใต้เพ่ือ
การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม”. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. สุรินทร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏ
สุรินทร,์ ๒๕๕๐.

พระใบฏีกาเสน่ห์ ญาณเมธี, ดร. และคณะ. “การศึกษารูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทาง
พระพุทธศาสนาในภาคเหนือ : กระบวนการเรียนรู้สู่การสรา้ งสรรคเ์ ชิงประวตั ิศาสตร์และ
วัฒนธรรม”. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการวิจัย
แห่งชาติ (วช.) และสานกั งานกองทุนสนับสนุนการวจิ ัย (สกว.), ๒๕๕๖.

๒๐๒

พระมหาสุทิตย์ อาภากโร, ดร. และคณะ. “การพัฒนารูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทาง
พระพุทธศาสนาในประเทศไทย”. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร:
สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.), ๒๕๕๖.

พระสรวิชญ์ อภิปญฺโญ และคณะ. “การศึกษารูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทาง
พระพุทธศาสนาในภาคใต้ : การส่ือสารคุณค่าและการพัฒนาเชิงบูรณาการ”. รายงาน
วิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ
สานกั งานกองทนุ สนับสนนุ การวิจยั (สกว.), ๒๕๕๖.

แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม, ดร. และคณะ. “รูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธ
ศาสนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : กระบวนการเปล่ียนแปลง เส้นทางบุญสู่เส้นทาง
ธรรม”. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการวิจัย
แหง่ ชาติ (วช.) และสานักงานกองทุนสนับสนุนการวจิ ัย (สกว.), ๒๕๕๖.

วศิน ปัญญาวุธตระกูล. “การท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในพ้ืนท่ีระเบียงวัฒนธรรม
(กาแพงเพชร สุโขทยั พษิ ณุโลก เพชรบรู ณ์)”. รายงานวิจัย. กรุงเทพมหานคร: สานักงาน
กองทุนการวจิ ยั , ๒๕๕๐.

สุรสวัสด์ิ สุขสวัสด์ิ (หม่อมหลวง). “การศึกษาปัญหาการอนุรักษ์โบราณสถานและวัดในเชียงใหม่”.
รายงานวิจยั . กรุงเทพมหานคร: สานกั งานกองทุนสนับสนุนการวจิ ยั (สกว.), ๒๕๓๙.

(๔) สัมภาษณ์:

เจ้าอธกิ ารรงั สรรค์ โกสโล. เจ้าคณะตาบลหนองย่างทอย เขต ๒ อาเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
นางแต๋ว ลณุ วงศ์. ผู้ใหญบ่ า้ น หมู่ ๖ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์.
นางนภัสสร เซน็ ตน์ อก. ผู้ใหญ่บา้ น หมู่ ๑ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
นางสมพร ตะกรุดสงฆ์. สารวตั รกานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์.
นางสาวกัญจนณ์ ัฏฐ์ ภารฤทธ์ิ. กานันตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
นางสริ าวรรณ พนั ธท์ อง. ผใู้ หญบ่ ้าน ๕ หมู่ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.
นางสรุ ิยา สดุ สวาท. หวั หนา้ อุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ.
นายทวิ า ศรีไพร. ผู้ใหญ่บา้ น หมู่ ๒ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
นายประคอง แสงใส. ผชู้ ่วยผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ ๘ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์.
นายประนอม ไทยเทยี่ ง. ผู้ช่วยผใู้ หญ่บ้าน หมู่ ๙ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์.

๒๐๓

นายประนอม ไทยเที่ยง. แพทย์ประจาตาบล ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.
นายประพันธ์ งามเลศิ . สารวตั รกานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
นายประเวศ ตะกรุดจันทร์. ผใู้ หญ่บ้าน หมู่ ๓ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์.
นายประสทิ ธิ์ กลน่ิ เทศ. ผใู้ หญ่บ้าน หมู่ ๑๐ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
นายพิทกั ษ์ จันทร์ดิษฐ์. ผใู้ หญ่บา้ น หมู่ ๑๖ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
นายไพบูลย์ ตะกรุดโฉม. ผ้ใู หญ่บ้าน หมู่ ๑๕ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์.
นายเลาะ กลน่ิ เทศ. ปราชญ์ชาวบ้าน ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
นายวรี ะ หมีเงนิ . ผ้ใู หญ่บา้ น หมู่ ๑๔ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์.
นายสถิตย์ ปานสีทอง. ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๒ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.
นายสมอง ปน้ั แตง. ผูใ้ หญ่บ้าน หมู่ ๗ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์.
นายสากล บุญศรี. ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๔ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์.
นายสาเหรจ็ สุขพอ่ ค้า. นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลศรเี ทพ.
นายสุระพล ขันหลอ่ . ผ้ใู หญบ่ ้าน หมู่ ๑๑ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.
นายอ็อด โตมนิตย์. ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๘ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.
นายอานาจ โพธิ์ทอง. ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ ๙ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
พระครูถาวรพัชรโสภณ. เจ้าคณะอาเภอศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์.
พระครูสีลพัชโรภาส. เจ้าอาวาสวดั บงึ ศรีเทพรัตนาราม ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
พระปลดั ประยรู ธมฺมธโร. วัดศริ มิ งคล ตาบลโคกสะอาด อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ.์
พระพจน์ สุทธฺ จติ โฺ ต. วัดเนนิ ถาวร ตาบลนาสนุ่น อาเภอศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
พระไพโรจน์ มหานาโม. วดั เนินอเี กิง้ ตาบลนาสน่นุ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์.
พระสาเนา นริสฺสโร. สานกั สงฆบ์ า้ นทา่ เลียง ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.

(๕) ส่ืออเิ ลค็ ทรอนิคส์:

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. “ยุทธศาสตร์การท่องเทียวไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐”.
[ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.mots.go.th/ewt_dl_link.php?nid=7114 [๑๕
กรกฎาคม ๒๕๖๐].

๒๐๔

กระทรวงวัฒนธรรม. “ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมืองประวตั ิศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร”.
[ออนไลน]์ . แหล่งที่มา: http://www.thaiwhic.go.th/heritage_culture.aspx#a1 [๑๕
กรกฎาคม ๒๕๖๐].

กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร. สานักงานจังหวัดสุโขทัย. “อุทยานประวัติศาสตร์
สุโขทัย”. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: http://www.sukhothai.go.th/tour/tour_01.htm
[๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐].

๒. ภาษาอังกฤษ

(1) Books:

Britain’ s Conservation area. Based on Civic Trust Conference Held at the Royal
Festival Hall. London: Civic Trust, 1972.

Carter, Larry W. Environmental Impact Assessment. New York : McGraw-Hill Book
Company, 1972.

Cohen, J.L. & Arato. A. Civil Society and political theory. U.S.A.: M.I.T. Press, 1997.
Delen, Corazan Alma G. People Participation. Philippine Encyclopedia of Social

Works, 1977.
H. G. Quaritch Wales. The Exploration of Sri Deva, An ancient Indian city in

Indochina. London: The india society, 1937.
Piriya Krairiksh. The scared image sculptures from Thailand. Koln: Museum der

Stadt Koln, 1979-1981.
Robert Mcnulty. Cultural Tourism: Opportunities of Conservation Economic

development in Conservation and Tourism. London: heritage trust,
1985.
Roy Worskett. The Character of town: An Approach to Conservation. WHO and
UNICEF. Report of the international conference on primary health care.
New York: N.P.Press, 1978.

๒๐๕

ภาคผนวก

๒๐๖

ภาคผนวก ก

แบบสอบถามเพื่อการวิจยั

๒๐๗

แบบสอบถามเพื่อการวิจัย
เรอ่ื ง การมสี ่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการอนรุ กั ษ์โบราณสถาน

พืน้ ทีอ่ ทุ ยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์
**********************

คาช้ีแจง แบบสัมภาษณ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือ ๑) การวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของวัดและ
ชุมชนในการอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพ้นื ทอี่ ทุ ยานประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์” ผ้วู ิจยั มวี ัตถปุ ระสงค์
เพื่อ ๑) ศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์ ๒) เพ่ือศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ ๓) เพ่ือนาเสนอรปู แบบการมีสว่ นรว่ มของวัดและชมุ ชนในการ
จัดการพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ แบบสัมภาษณ์ฉบับน้ีแบ่งเป็น ๒ ตอน
ประกอบด้วย

ตอนที่ ๑ ขอ้ มูลทวั่ ไปของผูใ้ หส้ มั ภาษณ์
ตอนท่ี ๒ การมีสว่ นร่วมของวัดและชุมชนในการอนรุ กั ษ์โบราณสถานพ้นื ที่อทุ ยาน

ประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
ข้อมูลท่ีได้จากแบบสัมภาษณ์มุ่งนาไปใช้ประโยชน์ในการวิจัยเท่าน้ัน ซ่ึงข้อมูลท่ีได้จะไม่
กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติงานและสถานภาพของท่านแต่อย่างใด แต่จะเป็นประโยชน์ด้านการเผยแผ่
พระพุทธศาสนา จงึ ขอความกรณุ าใหท้ า่ นตอบแบบสอบถามทกุ ขอ้ ตามสภาพจรงิ

ผวู้ ิจัยขอขอบคุณและอนโุ มทนาในความรว่ มมือของท่านมา ณ โอกาสนี้ดว้ ย

นายนรณุ กลุ ผาย
อาจารยป์ ระจาหลกั สตู รพุทธศาสตรบณั ฑติ
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆ์พอ่ ขุนผาเมือง เพชรบรู ณ์

สานักงานวิทยาลัย
โทร. ๐-๕๖๗๐-๒๑๗๒

๒๐๘

คาชแี้ จง : แบบสัมภาษณเ์ พอ่ื การวิจยั ชดุ นี้ เพื่อสมั ภาษณ์บคุ คลที่เกยี่ วขอ้ งในเชงิ ลกึ โดยแบง่ เปน็
๒ ตอน หลกั ดงั น้ี

ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ เตมิ คาลงในช่องว่างและกรอก ( √ ) ลงในชอ่ ง ที่
ตรงกบั ขอ้ มลู ของผใู้ ห้สมั ภาษณ์

ซอ่ื ..............................................นามสกุล.....................................ฉายา......................................
สมั ภาษณ์ท…่ี ……………………………………………………………..……………………..……………………..
วัน…………….. เดอื น…………………………………….. ปี …………….ท่ีใหส้ มั ภาษณ์

ตอนท่ี ๒ แนวทางการมีส่วนรว่ มของวัดและชุมชนในโบราณสถานพนื้ ทอ่ี ุทยานประวตั ศิ าสตร์
ศรีเทพ

๑) ทา่ นมีแนวทางการมีส่วนร่วมในการอนรุ ักษ์โบราณสถานอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒) ท่านเหน็ ว่าพระสงฆแ์ ละผนู้ าชมุ ชนควรมบี ทบาทในการอนุรักษโ์ บราณสถานอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓) ภารกจิ ใดการมสี ่วนรว่ มในการอนรุ ักษ์โบราณสถานนอกจากวดั และชมุ ชนแล้วควรมีองคก์ รและ
หนว่ ยงานใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔) การมีสว่ นร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถาน มีประโยชน์และคณุ ค่าในด้านใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒๐๙

๕) ท่านมีแนวทางและขั้นตอนการดาเนินการการมีส่วนร่วมในการมสี ว่ นรว่ มในการอนุรักษ์
โบราณสถานอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖. กรมศิลปากรและประชาชน ชมุ ชน และวดั ควรมีส่วนรว่ มในการอนุรักษโ์ บราณสถาน และ
ช่วยเหลือในดา้ นใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๗. ระบบนิเวศรอบอุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพควรเปน็ เชน่ ไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สว่ นที่ ๓ การอนุรักษ์โบราณสถานพน้ื ท่อี ุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ
๑) ท่านมีแนวทางในการอนรุ ักษโ์ บราณสถานอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒) ทา่ นเห็นวา่ พระสงฆแ์ ละผู้นาชุมชนควรมีบทบาทในการอนุรักษโ์ บราณสถานอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓) ภารกิจใดในการอนุรกั ษ์โบราณสถานนอกจากวัดและชมุ ชนแลว้ ควรมอี งค์กรและหน่วยงานใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔) ในการอนรุ ักษ์โบราณสถาน มีประโยชนแ์ ละคุณคา่ ในด้านใดบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒๑๐

๕) ทา่ นมีแนวทางและขนั้ ตอนการดาเนนิ การในการอนุรกั ษ์โบราณสถานอยา่ งไรบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖) กรมศลิ ปากร และประชาชน ชมุ ชน และวัด ควรมกี ารอนุรกั ษ์โบราณสถาน และช่วยเหลือดา้ น
ใดบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๗) ปญั หาและอุปสรรคแนวทางการมีสว่ นร่วมของวัดและชุมชนในโบราณสถานพน้ื ท่อี ุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรเี ทพ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒๑๑

ภาคผนวก ข

หนังสอื ขอความอนุเคราะหส์ ัมภาษณง์ านวิจยั

ที่ พเิ ศษ/๒๕๖๒ ๒๑๒

วทิ ยาลยั งฆ์พอ่ ขนุ ผาเมอื ง เพชรบูรณ์
๙๑ ถนนพิทักษ์ อาเภอหลม่ สกั
จังหวดั เพชรบรู ณ์ ๖๗๑๑๐

๒๕ เมษายน ๒๕๖๓

เรือ่ ง ขอความอนเุ คราะหส์ ัมภาษณเ์ กบ็ ขอ้ มลู งานวิจยั
เรียน/เจรญิ พร …………………………………………………………………….
สิ่งทส่ี ง่ มาด้วย แบบสัมภาษณเ์ พื่อการวิจยั จานวน ๑ ฉบบั

ด้วย นายนรุณ กุลผาย อาจารย์ประจาหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พ่อขนุ ผาเมือง เพชรบูรณ์ ได้รับทุนอุดหนนุ การวิจัย
จากสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เร่ือง “การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนและการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ี
อทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ” ท่านมีความประสงคท์ ่ีจะสัมภาษณ์ผู้นาในการเก็บขอ้ มูล
ในการทาวิจยั

ดังนั้น จึงเจรญิ พรมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ท่านในการให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงเพื่อให้งานวิจัยได้
สาเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ สว่ นข้อมลู ทไ่ี ดจ้ กั นาไปใช้ในการวจิ ัยเทา่ นั้น และขอ้ มลู ทีไ่ ด้จากการสมั ภาษณ์จะไม่มี
ผลกระทบต่อทา่ นแตอ่ ย่างใด

หวงั เปน็ อย่างยง่ิ ว่าคงได้รับความรว่ มมือจากทา่ นดว้ ยดี ขออนุโมทนามา ณ โอกาสน้ี

ขอแสดงความนบั ถอื

(พระปรยิ ตั พิ ชั ราภรณ,์ ดร.)
ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั สงฆ์พ่อขุนผาเมอื ง เพชรบูรณ์

สานักงานวทิ ยาลยั
โทร. ๐๘-๙๙๕๙-๘๐๐๒

๒๑๓

ภาคผนวก ค

ประมวลภาพการสมั ภาษณ์งานวิจยั

๒๑๔
ประมวลภาพการสัมภาษณง์ านวิจยั
เรื่อง “การมสี ่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพืน้ ท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตรศ์ รีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์”
๑. ผู้นาทางด้านศาสนา

สมั ภาษณ์ : พระครูถาวรพัชรโสภณ เจ้าคณะอาเภอศรีเทพ

สมั ภาษณ์ : พระครสู ลี พชั โรภาส เจ้าอาวาสวดั บึงศรเี ทพรตั นาราม

๒๑๕
สัมภาษณ์ : เจา้ อธิการรังสรรค์ โกสโล เจา้ คณะหนองย่างทอย เขต ๒
สมั ภาษณ์ : พระสาเนา นรสิ โร สานกั สงฆบ์ า้ นท่าเลยี ง ตาบลศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์

๒๑๖

๒. ผูน้ าชมุ ชน

สัมภาษณ์ : นางสาวกัญจนณ์ ฏั ฐ์ ภารฤทธ์ิ กานนั ตาบลศรีเทพ

สัมภาษณ์ : นางสิราวรรณ พันธท์ อง ผูใ้ หญ่บา้ น ๕

๒๑๗
สมั ภาษณ์ : นางแตว๋ ลณุ วงศ์ ผใู้ หญ่บา้ น หมู่ ๖
สัมภาษณ์ : นายวรี ะ หมีเงิน ผู้ใหญบ่ า้ น หมู่ ๑๔

๒๑๘

๓. ผูน้ าด้านวฒั นธรรม, ปราชญช์ าวบ้าน

สัมภาษณ์ : นางสาวสรุ ิยา สุดสวาท หัวหน้าอทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ

สัมภาษณ์ : นายเลาะ กลิน่ เทศ ปราชญ์ชาวบ้าน

๒๑๙

ภาคผนวก ง

รายชือ่ ผ้ใู ห้ข้อมูลเพื่อการวจิ ัย

๒๒๐

รายชอ่ื ผู้ให้ข้อมูลสัมภาษณ์การวิจยั
เรอื่ ง การมสี ่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการอนรุ ักษโ์ บราณสถานพ้ืนท่อี ทุ ยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ

จังหวัดเพชรบูรณ์
๑) ตวั แทนของวัดในชมุ ชน จานวน ๗ รปู ไดแ้ ก่
๑. พระครถู าวรพัชรโสภณ เจ้าคณะอาเภอศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๒. พระครสู ลี พัชโรภาส เจ้าอาวาสวดั บึงศรเี ทพรัตนาราม ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์
๓. พระปลัดประยรู ธมมฺ ธโร วัดศริ มิ งคล ตาบลโคกสะอาด อาเภอศรเี ทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์
๔. เจา้ อธิการรงั สรรค์ โกสโล เจ้าคณะตาบลหนองยา่ งทอย เขต ๒ อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์
๕. พระพจน์ สุทฺธจิตฺโต วัดเนนิ ถาวร ตาบลนาสนุ่น อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์
๖. พระสาเนา นรสิ ฺสโร สานกั สงฆ์บา้ นท่าเลยี ง ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์
๗. พระไพโรจน์ มหานาโม วัดเนินอเี ก้งิ ตาบลนาสนุ่น อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบรู ณ์
๒) ผ้นู าชุมชน จานวน ๒๒ คน ไดแ้ ก่
๑. นางนภัสสร เซน็ ตน์ อก ผู้ใหญ่บา้ น หมู่ ๑ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๒. นายทวิ า ศรีไพร ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ ๒ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวัดเพชรบรู ณ์
๓. นายประเวศ ตะกรุดจนั ทร์ ผูใ้ หญบ่ า้ น หมู่ ๓ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๔. นายสากล บุญศรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๔ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๕. นางสิราวรรณ พันธ์ทอง ผ้ใู หญบ่ ้าน ๕ หมู่ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวดั เพชรบรู ณ์
๖. นางแต๋ว ลณุ วงศ์ ผ้ใู หญ่บา้ น หมู่ ๖ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๗. นายสมอง ปัน้ แตง ผู้ใหญ่บา้ น หมู่ ๗ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์

๒๒๑

๘. นายอ็อด โตมนิตย์ ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๘ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์

๙. นายอานาจ โพธทิ์ อง ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ ๙ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์

๑๐. นายประสิทธ์ิ กลนิ่ เทศ ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๑๐ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์

๑๑. นายสุระพล ขนั หล่อ ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ ๑๑ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์

๑๒. นายสถิตย์ ปานสีทอง ผูใ้ หญ่บา้ น หมู่ ๑๒ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบรู ณ์

๑๓. นางสาวกัญจน์ณฏั ฐ์ ภารฤทธ์ิ กานันตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวดั เพชรบูรณ์

๑๔. นายวีระ หมีเงิน ผ้ใู หญบ่ า้ น หมู่ ๑๔ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์

๑๕. นายไพบูลย์ ตะกรดุ โฉม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๕ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์

๑๖. นายพิทกั ษ์ จันทร์ดษิ ฐ์ ผใู้ หญ่บา้ น หมู่ ๑๖ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์

๑๗. นายประคอง แสงใส ผ้ชู ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๘ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์

๑๘. นายประนอม ไทยเท่ียง ผู้ช่วยผู้ใหญบ่ า้ น หมู่ ๙ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์

๑๙. นายสาเหรจ็ สขุ พ่อค้า นายกองค์การบรหิ ารส่วนตาบลศรเี ทพ
๒๐. นางสมพร ตะกรดุ สงฆ์ สารวตั รกานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ

จงั หวัดเพชรบูรณ์
๒๑. นายประพันธ์ งามเลศิ สารวัตรกานนั ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ

จงั หวัดเพชรบูรณ์
๒๒. นายประนอม ไทยเท่ยี ง แพทยป์ ระจาตาบล ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ

จังหวัดเพชรบรู ณ์
๓) ผูน้ าด้านวฒั นธรรมและสงิ่ แวดลอ้ ม จานวน ๒ คน ได้แก่

๑. นางสรุ ยิ า สุดสวาท หัวหนา้ อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ
๒. นายเลาะ กลิน่ เทศ ปราชญช์ าวบ้าน ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ

จงั หวัดเพชรบรู ณ์

๒๒๒

ภาคผนวก จ

การรบั รองการนางานวิจยั ไปใชป้ ระโยชน์

๒๒๓

หนังสือรับรองการใชป้ ระโยชนจ์ ากผลงานวิจัยหรืองานสรา้ งสรรค์
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๓

เรอ่ื ง การรับรองการใช้ประโยชนข์ องผลงานวจิ ยั /งานสรา้ งสรรค์
เรียน ผอู้ านวยการสถาบันวจิ ัยพทุ ธศาสตร์

ข้าพเจ้า พระปริยัติพัชราภรณ์, ดร. ตาแหน่ง ผู้อานวยการวิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง เพชรบูรณ์
ชื่อหน่วยงาน วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง เพชรบูรณ์ ท่ีอยู่ ๙๑ ถนนพิทักษ์ ตาบลหล่มสัก อาเภอหล่มสัก
จงั หวดั เพชรบูรณ์ ๖๗๑๑๐ โทรศัพท์ ๐-๘๘๒๗-๗๖๙๓๗ โทรสาร ๐-๕๖๗๐-๒๑๗๒ ขอรบั รองว่าได้มีการนา
ผลงานวจิ ัย/งานสร้างสรรค์ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรอ่ื ง การมีส่วนร่วมของวัดและ
ชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซ่ึงเป็นผลงานวิจัย/
งานสรา้ งสรรคข์ อง นายนรุณ กลุ ผาย โดยนาไปใชป้ ระโยชน์ ดงั นี้

..√.. การใชป้ ระโยชนเ์ ชงิ วิชาการ เช่น การบรรยาย การสอน การพัฒนารปู แบบการเรียนการสอน
..√.. การใช้ประโยชน์ดา้ นความร้ใู นพระพทุ ธศาสนา
...... การใชป้ ระโยชนใ์ นเชิงพาณิชย์ เช่น งานวจิ ยั และ/หรอื งานสรา้ งสรรค์เพอ่ื พัฒนาสิ่งประดษิ ฐ์
...... การใช้ประโยชนเ์ ชงิ นโยบายหรอื ระดบั ประเทศ
...... การใชป้ ระโยชนต์ ามวัตถุประสงค์/เป้าหมายของงานวจิ ัย/งานสรา้ งสรรค์

ช่วงเวลาที่นาไปใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ จนถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.
๒๕๖๓ ซึง่ การนาผลงานวิจัย/งานสรา้ งสรรค์ เรอ่ื งนี้ไปใช้ประโยชนน์ น้ั ก่อใหเ้ กดิ ผลดี ดงั นี้

๑. ใชใ้ นการบรรยาย และการสอนในชั้นเรียน
๒. บูรณาการใชก้ บั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หน่วยงานราชการ คณะสงฆ์ วัด และชุมชน
๓. พฒั นารปู แบบการเรยี นการสอน
ขอรับรองว่าขอ้ ความข้างตน้ เปน็ จริงทุกประการ

ลงช่ือ ...................................................................
(พระปรยิ ัติพชั ราภรณ์, ดร.)

ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั สงฆพ์ อ่ ขนุ ผาเมอื ง เพชรบรู ณ์

หมายเหต:ุ ท่านสามารถประทับตราของหน่วยงานในเอกสารน้ไี ด้ (ถา้ ม)ี

๒๒๔

ภาคผนวก ฉ

ผลลพั ธ์ ผลผลติ และผลกระทบจากการวิจัย

๒๒๕

ผลผลติ ผลลัพธ์ และผลกระทบจากการวิจัย (Output/ Outcome /Impact)

๑. ผลผลิต (Output) ของงานวจิ ยั
- จากทท่ี างานวจิ ยั ผลที่เกิดจากท่ผี ูว้ จิ ัยได้ออกเก็บขอ้ มูลไดผ้ ลตอบรบั ว่างานวิจยั เร่ืองทท่ี าอย่นู ีเ้ ป็นงาน

เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน ประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณท์ ใี่ ช้ในการพัฒนาการอนุรกั ษโ์ บราณสถานและพัฒนาชมุ ชนได้ดี

- พดู ถึงคณุ ภาพงานวิจัยเรื่องน้ถี ือว่าเป็นงานวิจยั ทีม่ ีคณุ ภาพอกี เรื่องท่ีสงั คมทุกวันนีย้ อมรับว่าการการ
พัฒนาการอนุรักษ์โบราณสถาน

- การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์จะแตกต่างกันออกไป เน่ืองจากการศึกษาบ้าง ประสบการณ์บ้าง ตลอดจนแนวคิด
ทศั นคตทิ ี่แตกต่างกัน

๒. ผลลัพธ์ (Outcome) ของวิจยั
- ได้เรียนรู้การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรี

เทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ท่เี กีย่ วข้องกับงานวจิ ยั เรือ่ งนเี้ พมิ่ มากขึ้น และนาไปปฏิบตั ิในวงวิชาการมากข้นึ
- วดั และชุมชนในการอนรุ ักษโ์ บราณสถานพนื้ ท่อี ุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณม์ ีความ

สนใจในการเรียนรู้สิง่ ตา่ ง ๆ ท่ีทาใหส้ ามารถนาไปปรบั ใช้ใหเ้ ข้ากับสงั คมปัจจบุ ันได้
- วัดและชุมชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถานพ้นื ท่อี ทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณเ์ กิด

การเรียนรู้สง่ิ ใหม่ ๆ ท่ีเป็นกจิ กรรมของการอนรุ ักษโ์ บราณสถาน

๓. ผลกระทบจากงานวจิ ยั (Impact)
- งานวจิ ยั เรื่องนี้ทาใหร้ ปู แบบและกระบวนการการมีสว่ นร่วมของวดั และชุมชนในการอนุรักษ์

โบราณสถานพนื้ ทีอ่ ุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์
- งานวิจยั เร่อื งนี้ทาให้วดั และชมุ ชนในการอนุรกั ษโ์ บราณสถานพนื้ ท่อี ทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ

จงั หวัดเพชรบรู ณ์ มีจติ ใจรกั และหวงแหนโบราณสถานในชมุ ชนตวั เองมากข้ึน
- งานวิจยั เรอื่ งนที้ าให้วดั และชมุ ชนในการอนุรกั ษโ์ บราณสถานมีทศั นคติทีด่ ีตอ่ กนั

๒๒๖

ภาคผนวก ช

แบบสรุปโครงการวิจัย

๒๒๗

แบบสรปุ โครงการวิจัย

สัญญาเลขท่ี ว.๑๘๘/๒๕๖๑
ชื่อโครงการ

การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์

THE PARTICIPATION OF TEMPLE AND COMMUNITY FOR PRESERVATION OF ACIENT
REMAINS OF IS THEP HISTORICAL PARK, PHETCHABUN PROVINCE

วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

จังหวัดเพชรบูรณ์
๒. เพ่ือศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยาน

ประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์
๓. เพื่อนาเสนอรูปแบบการมสี ว่ นร่วมของวัดและชมุ ชนในการจัดการพืน้ ทอ่ี ุทยานประวัติศาสตร์ศรี

เทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

ขอบเขตของโครงการวจิ ัย
๑. ศกึ ษาแนวคดิ การมสี ว่ นร่วม และอนุรกั ษโ์ บราณสถานพื้นที่อุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ จังหวัด

เพชรบูรณ์ การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์ และนาเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพื้นที่อุทยาน
ประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

๒. ดา้ นเอกสาร ขอ้ มูลปฐมภูมิ พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยของมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
๓. ด้านเอกสาร ข้อมูลทุติยภูมิ เอกสารตาราเก่ียวกับกระบวนการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุใน
โรงเรียนผู้สูงอายุ
๔. ด้านเนื้อหา งานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพื้นท่ีอุทยาน
ประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์

วธิ กี ารวิจัย
๑. ศึกษาวิจัยค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องทง้ั เอกสารชั้นต้นและเอกสารชั้น

รอง โดยไดเ้ นน้ ทีเ่ อกสารชั้นตน้ เป็นหลัก

๒๒๘

๒. นาเอกสารดังกล่าวมาส่กู ระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะหแ์ ละวพิ ากษ์วิจารณ์วิธีตา่ ง ๆได้แก่ การ
ตรวดสอบความน่าเช่ือถือได้ของเอกสาร โดยพิจารณาต้ังแต่แหล่งที่มา เนื้อหาความละเอียดลึกซึ้ง ผู้แต่ง
วตั ถุประสงค์ การคัดลอก การชาระ การเกบ็ รวบรวม เป็นตน้

๓. นาเอกสารท่ีผ่านการตรวจสอบแล้วมาศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เปรียบเทียบ เรียบเรียงเป็น
ข้อมูลเน้ือหาวิธีศึกษาวิจัยการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์

ระยะเวลาในการดาเนินการโครงการวจิ ัย
ต้ังแต่ กันยายน ๒๕๖๑ ถงึ กนั ยายน ๒๕๖๒ รวม ๑ ปี

ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการวจิ ยั
๑. ได้ทราบถึงแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

จังหวัดเพชรบูรณ์
๒. ได้ทราบถึงการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน

ประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
๓. เพื่อนาเสนอรูปแบบการมสี ่วนร่วมของวดั และชมุ ชนในการจดั การพ้ืนท่อี ุทยานประวัตศิ าสตร์ศรี

เทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
๔. มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) สถาบันวจิ ัยพทุ ธศาสตร์, มจร. และหน่วยงาน

ท่ีเกย่ี วข้องสามารถนาผลการวิจยั เพอ่ื นาไปเปน็ แนวทางสาหรับการพัฒนารูปแบบและกระบวนการการมี
สว่ นรว่ มของวดั และชมุ ชนในการจัดการพืน้ ที่อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์

๒๒๙

ภาคผนวก ซ

บทความวจิ ัย

๒๓๐

การมสี ว่ นรว่ มของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพนื้ ที่อทุ ยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์

THE PARTICIPATION OF TEMPLE AND COMMUNITY FOR PRESERVATION OF ACIENT
REMAINS OF IS THEP HISTORICAL PARK, PHETCHABUN PROVINCE

นายนรุณ กุลผาย
Mr. Narun Kulpay

บทคัดยอ่
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพ่ือศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ี
อุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ๒) เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรกั ษ์
โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ ๓) เพ่ือนาเสนอรูปแบบการมีส่วน
ร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการวิจัยเชิง
คุณ ภาพ (Qualitative Research) โดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ซ่ึงได้ทาการสัมภาษณ์
กลมุ่ เปา้ หมาย ๓ กลมุ่ ไดแ้ ก่ ๑) ตัวแทนของวดั ในชุมชน ๒) ผู้นาชุมชน ๓) ผนู้ าดา้ นวัฒนธรร รวมทงั้ สน้ิ ๓๑
รปู /คน นาเสนอผลการศกึ ษาโดยใช้วธิ ีพรรณนา
ผลจากการศกึ ษาพบวา่ การอนรุ กั ษ์โบราณสถาน เปน็ หนา้ ทภ่ี าครฐั โดยรว่ มมือกันของวัดและชุมชน
ท่ีจะต้องทาตามหลักนโยบายได้แก่ ๑) การอนุรักษ์เป็นไปเพื่อการเก็บรักษาส่วนท่ีดีให้มากท่ีสุด และ มี
สอดคล้องกับของ เก่าท่ีเหลืออยู่ ๒) การอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่ใกล้เคียงจะต้องร่วมอนุรักษ์ไปในแนวทาง
เดียวกันหรือให้คงอยู่อย่างเดิมให้มากท่ีสุด ๓) จะต้องแน่ใจแล้วว่าในการอนุรักษ์นั้นมีความสาคัญมีคุณค่า
อย่างแท้จรงิ ถึงจะเริ่มลงมืออนุรักษ์ และร่วมรับผิดชอบตัดสินใจการดาเนินการทุกคร้ังเพื่อสร้างความสานึก
รักในโบราณสถานของตนเองด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ จากช่างกรมศิลปกรเป็นผู้แนะนาซ่ึงการอนุรักษ์
โบราณสถานที่กล่าวมามีความสอดคล้องถูกต้องกับตามหลักวิชาการและการอนุรักษ์ที่กรมศิลปากร
ดาเนินการอยู่
การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์ มีแนวทาง ๓ แนวทาง คือ ๑) แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีในระดับ
นโยบาย ได้แก่ รัฐจะต้องเป็นผู้ท่ีให้ข้อมูลความรู้ที่เก่ียวข้องในแหล่งโบราณคดีแก่พระสงฆ์และชาวบ้าน
๒) แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับวัดและชุมชน ๓) แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนา
แหล่งโบราณคดีระดับจังหวัดและองค์กรทางด้านวัฒนธรรม
รปู แบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้แก่ ๑)
การใหค้ วามรกู้ ารอนรุ ักษ์โบราณสถานพื้นทอ่ี ทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ ๒) การจัดการอนุรักษ์โบราณสถาน
พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นกระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการ
ดาเนนิ งาน และพัฒนาเป็นกระบวนการท่ีตอ่ เนอ่ื ง การสง่ เสรมิ การมสี ่วนร่วมจึงจาเป็นต้องใหค้ วามสาคญั กับ

๒๓๑

ลาดับและขั้นตอน และความเชื่อมโยงและ ๓) การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพภาครัฐเป็นเครือข่ายนา โดยการกาหนดแนวทางให้เครือข่ายวัด และชุมชนทาหน้าท่ี
อย่างมีขอบเขตที่จากัด เครือข่ายวัด เป็นเครือข่ายทา เน้นกระบวนการลงมือทางานด้วยขอบเขต และ
ข้อบงั คบั ทมี่ อี ย่างจากัด

คาสาคัญ : การมีส่วนร่วม, วัดและชมุ ชน, การอนุรกั ษ์โบราณสถาน,

ABSTRACT
This research aims to study the cooperative management of network culture,
ecology, culture and ethnic groups in the province of Phetchabun. To study the social and
cultural impact on ecological sustainability culture in Phetchabun province. To create a
model to enhance network management, ecology, culture, according to Buddhism.
A cause of idolatry It became a tradition and values that must be upheld annually. The
year did not perform to make people in the village or in the community feel
uncomfortable. At the designated time, everyone in the village will work together to do
willingly. To achieve a pass or a good community. Which may be introduced Or guiding the
collaboration of clergy and government agencies. Especially Tambon Administration
Organization, which is closer to most communities. Need to build knowledge about the
correct management of natural resources and the environment to the community. The
villagers live with nature in a sustainable forever.
The research found that
Culture, ecology, management of networks, cultural and ethnic groups. In
Phetchabun Province Such behavior was involved. Whether it is personal or collective
behavior that affect the ecological sustainability culture. Because each ethnic group
depend primarily forest. Since the settlement housing. Living with the forest. The planting
of vegetation until a faith that regards nature, or something superhuman power that dwells
in it. A cause of idolatry It became a tradition and values that must be upheld
annually. The year did not perform to make people in the village or in the community feel
uncomfortable. At the designated time, everyone in the village will work together to do
willingly. To achieve a pass or a good community. Which may be introduced Or guiding the
collaboration of clergy and government agencies. Especially Tambon Administration
Organization, which is closer to most communities. Need to build knowledge about the

๒๓๒

correct management of natural resources and the environment to the community. The
villagers live with nature in a sustainable forever.

Feedback should be studied in depth on the innovative conservation that. Look
like? There is something new and innovative to help conserve them. Study, conservation
and environment affect the development of local ecosystems. Learn to create a network
for the conservation of natural resources as the basis for the preparation of local
development master plan should be done. Studies of indigenous ethnic groups in
conservation of nature and environment. To be able to convey the techniques, methods
and procedures should be put into strengthening the core of Buddhist ethnic network of
nature conservation and environmental sustainability, ecological culture in Phetchabun
province.

Keywords: participation, temples and communities, conservation of historic sites,

ความเปน็ มาและความสาคญั ของปัญหา
โบราณสถาน หมายถึง อาคารหรือส่ิงก่อสร้างท่ีมนุษย์สร้างขึ้น ที่มีความเก่าแก่ มีประวัติความ

เป็นมาทเี่ ป็นประโยชน์ทางด้านศิลปะ ประวัตศิ าสตรห์ รอื โบราณคดี นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานท่หี รอื เนินดิน
ที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์หรือมีร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ปรากฏอยู่ เช่น วัดไชยวัฒนาราม แห่ง
ประวัติศาสตร์ทุ่งภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แห่งภาพเขียนสีผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี แหล่ง
โบราณคดีบ้านเชียง จงั หวดั อุดรธานี อุทยานประวัตศิ าสตรส์ ุโขทยั จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น๑

ในประเทศไทยมีโบราณคดี เช่น เจดียสถาน และวัตถุต่าง ๆ ซ่ึงสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินและช่างผู้
ชานาญศิลปศาสตร์ ได้สร้างไว้แต่ปางก่อนเป็นอันมาก โบราณสถานดังกล่าวย่อมเป็นหลักฐานในพงศวดาร
และเป็นเคร่ืองมืออุปกรณ์การตรวจหาความรู้โบราณคดีต่าง ๆ อันจะเกิดประโยชน์และเป็นเกียรติยศของ
บ้านเมือง เพราะฉะนั้น ประเทศต่าง ๆ จึงถือว่าเป็นหน้าท่ีของรัฐบาล จะต้องดาเนินการตรวจตรารักษา
โบราณสถานอันมีอย่ใู นประเทศของตน ต่างพยายามแข่งขันและส่งเสริมใหป้ ระชาชนคนในชาติของตนได้รับ
การเรียนรู้ ด้วยการส่งเสริมการเรียนการสอนการศึกษาค้นคว้าทุกรูปแบบ ในประเทศไทยเกิดระบบ
การศึกษานอกโรงเรียนเป็นมหาวิทยาลัยชาวบ้าน เกิดล้านนาคดีศึกษาวัดวาอาราม เข้ามาเกี่ยวข้องด้าน
ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ทาให้วัดที่มีโบราณสถานท่ีมีความสาคัญมีช่ือเสียง จึงกลายเป็นแหล่งท่ีคน
สนใจ เป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยว นักศึกษา ครู อาจารย์ ได้แวะเวียนเข้าไปในวัด เพ่ือศึกษาและเย่ียมชม

๑๑ ภัททิรา นวลปลอด, การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางโบราณสถานโบราณวัตถุ : กรณีศึกษาความ
คดิ เห็นของเยาวชนในจงั หวัดปราจนี บรุ ี, (กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, ๒๕๕๓), หน้า ๑๒๓.

๒๓๓

โบราณสถาน ศิลปวัตถุที่สวยงามอยู่เสมอ วัดที่มีชื่อเสียงเรื่องโบราณสถาน โบราณวัตถุ ท่ีสาคัญในท้องถ่ิน
ทุกแห่งถือว่าเป็นของดีของบ้านเมือง ถ้ารู้จักจัดการด้านการบริหารย่อมจะได้รับประโยชน์มากมายนานัป
ประการ เช่นถ้าวัดรู้จักดูแลรักษาโบราณสถานไม่ให้ทรุดโทรม ก่อสร้างถาวรวัตถุอย่างเป็นระเบียบและมี
ศิลปะเป็นเอกลักษณ์ จัดการทาความสะอาดบริเวณวัดสะอาดอยู่สม่าเสมอ ปลูกต้นไม้สวยงามร่มรื่นเป็น
ระเบียบ จัดเจ้าหน้าที่คอยอานวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ผู้เดินทางเข้ามาในวัดก็จะเป็นการดึงดูดให้ผู้คน
สนใจการอนุรักษ์โบราณสถานมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีกองอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม สานัก
นโยบายและแผนส่ิงแวดล้อม ทาหน้าที่ในการเสนอนโยบายและโครงการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมศิลปกรรม กาหนดแนวทางแผนปฏิบัติการมาตรฐานในการควบคุม ป้องกันและ
แก้ไขปัญหาการอนุรักษ์ รวมท้งั วางแผนการอนุรักษ์เฉพาะพ้นื ท่ี๒

ศรีเทพเป็นแหล่งโบราณคดที ี่สาคัญแหง่ หน่ึงในลุ่มน้าลพบุรี-ป่าสัก ตง้ั อยู่ในตาบลศรีเทพ อาเภอศรี
เทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ บรเิ วณดังกล่าวปรากฏร่องรอยการอยอู่ าศัยของผู้คนมาต้ังแต่ รวม ๒,๐๐๐ ปมี าแล้ว
โดยมีการพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ต่อเนื่องมาถึงหลักฐานในวัฒนธรรมทวาร
วดแี ละขอมโบราณตามลาดับ แล้วถูกทงิ้ รา้ งไปในราวปลายพทุ ธศตวรรษที่ ๒๘ – ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๙ อัน
เป็นช่วงเวลาก่อนท่ีสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาจะเจริญขึ้นมาแทนท่ี โดยนักโบราณคดีมีข้อสันนิษฐานว่า อาจ
เกิดจากโรคระบาดร้ายแรงหรือปัญหาภัยแล้ง ประการใดประการหน่ึงหรือท้ังสองประการ ไม่ว่าท่ีน่ีจะร่วง
โรยลงไปดว้ ยสาเหตใุ ด แตก่ ไ็ ดท้ ้งิ ร่องรอยความรุง่ เรอื งไว้มากมายใหไ้ ด้ศกึ ษาอยา่ งเข้มข้น เมืองโบราณแห่งนี้
มีแผนผงั เป็นเมืองแฝด รูปร่างคล้ายส่เี หล่ยี มมุมมน ประกอบด้วย “เมืองใน” ซ่งึ ถูกสรา้ งขึ้นก่อนและ “เมือง
นอก” อันเป็นพื้นท่ีซ่ึงสันนิษฐานกันว่าถูกขยายไปทางทิศตะวันออกในภายหลัง ภายในเมืองแฝดนี้ ปรากฏ
ซากสถาปตั ยกรรมหลายแห่งซ่ึงได้รบั การขึน้ ทะเบียนเปน็ โบราณสถานตามประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๐๖ อาทิ เขาคลังใน ปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง รวมถึงโบราณสถานนอกเมืองอย่างปรางค์
ฤาษีและเขาคลังนอก อันเป็นสถูปขนาดใหญ่ที่สันนิษฐานว่าเป็น “มหาสถูป” ในวัฒนธรรมทวารวดีที่มี
ความสาคัญเคยี งคู่กันกบั เขาคลงั ใน นอกจากนย้ี ังพบโบราณวตั ถุมากมายที่สรา้ งขน้ึ เนื่องในศาสนาต่าง ๆ ซ่ึง
ปรากฏอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นธรรมจักรขนาดใหญ่ตามความเชื่อในพุทธศาสนา รวมถึงเทวรูปและทับ
หลังจากหลักภาพเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู เช่น ประติมากรรมพระสุริยเทพ และทับหลับหลังภาพอุมา
มเหศวร เป็นต้น ที่สาคัญยังมีจารึกหลายหลกั ท่ีจดจารถ้อยคาอันเน้นย้าถึงการยอมรับนับถือศาสนาในแตล่ ะ
ชว่ งเวลา โดยมคี วามสอดคล้องกับวัตถุพยานอน่ื ๆ ที่พบในอุทยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพอีกดว้ ย การอนุรักษ์
โบราณสถานจาเป็นต้องคานึงถึงหลักวิธีการ อย่างถูกวิธีอีกด้วย มิฉะนั้นความพยายามในการอนุรักษ์ก็จะ
เป็นการทาลาย หากพระสงฆ์ซ่ึงเป็นผู้มีบทบาทหน้าท่ีในการดูแลและไม่เห็นถึงความสาคัญหรือไม่เข้าใจใน
หลักการ อาจทาให้โบราณสถานแห่งน้ีเส่ือมสภาพลงเร็วกว่าเท่าท่ีควร แต่หากพระสงฆ์และชุมชนให้

๒ เอกสารนาชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ, จัดทาโดย ฝ่ายงานวิชาการ อุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพ สานกั ศลิ ปากรท่ี ๔. (ลพบรุ :ี กรมศิลปากร กระทรวงวฒั นธรรม, ๒๕๕๙), หน้า ๓.

๒๓๔

ความสาคัญของปญั หาดงั กลา่ วก็จะช่วยกันรักษาและคอยให้ความรู้ชีแ้ นะกับชาวบ้านให้เห็นความสาคัญของ
โบราณสถาน และสร้างจิตสานึกว่าโบราณสถานเป็นสมบัติส่วนรวมของชาติ ที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ให้
โบราณสถานเหลา่ น้มี อี ายุยืนยาวเพือ่ ใหช้ นร่นุ หลงั รับรู้

จากเหตุผลท่ีกล่าวมาข้างต้นผู้วิจัยซึ่งเป็นผู้อยู่ในพื้นที่จงั หวัดเพชรบูรณ์ ได้เลง็ เห็นความสาคัญจาก
ประเด็นดังกล่าวจึงมคี วามสนใจท่ีจะศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนรุ ักษ์โบราณสถานพื้นท่ี
อุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์ เพื่อเป็นขอ้ มูลเบอ้ื งตน้ ในการเสริมสร้างการมีสว่ นร่วมในการ
อนุรกั ษ์โบราณสถานให้ทรงคุณคา่ และคงอยู่ตลอดไปควบคกู่ ับการพัฒนาประเทศดา้ นอ่ืน ๆ ต่อไป

วัตถุประสงคข์ องการวิจยั
๑. เพ่ือศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

จังหวัดเพชรบูรณ์
๒. เพ่ือศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน

ประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
๓. เพอื่ นาเสนอรปู แบบการมีส่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการจดั การพืน้ ท่ีอุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รี

เทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

วิธีดาเนินการวจิ ัย
การวิจัยครั้งน้ีเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative) ในภาคสนามโดยใช้วิธีวิทยาวิจัยแบบ

ผสมผสานดังนี้
๑. การวิจัยเชิงคุณภาพ ทาการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและหลักฐานที่เก่ียวข้องกับ

พระไตรปฎิ ก หนงั สือ รายงานการวิจยั รายงานการประชุม ภาพถา่ ย เอกสารแสดงความสัมพันธ์ที่แสดง
ให้เห็นแนวคิด การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์ ดงั นี้

๒. ศึกษา คน้ ควา้ และรวบรวมขอ้ มูลจากเอกสารและหลักฐานท่เี ก่ียวข้องกับการมสี ่วนร่วมของวัด
และชุมชนในการอนรุ ักษ์โบราณสถานพื้นทีอ่ ุทยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ทง้ั หนังสือ ตารา
รายงานการวิจยั และเอกสารอนื่ ๆ

๓. ทาการวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

๔. สรปุ ผลการศึกษาท่ีทาใหเ้ หน็ ถึงการมสี ว่ นรว่ มของวัดและชุมชนในการอนรุ ักษ์โบราณสถานพนื้ ท่ี
อุทยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์

๒๓๕

ขนั้ ตอนการเกบ็ ขอ้ มูล
โดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลมีการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและการศึกษาในภาคสนามเพ่ือ

วิเคราะห์การอนุรักษ์โบสถาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถาน โดย
แบง่ กลมุ่ ผู้ให้ข้อมูลออกเปน็ ๓ กลุ่ม รวม ๓๑ รปู /คน ได้แก่

๑) ตวั แทนของวัดในชุมชน จานวน ๗ รปู
๒) ผนู้ าชุมชน จานวน ๒๒ คน
๓) ผ้นู าดา้ นวฒั นธรรมและสิง่ แวดล้อม จานวน ๒ คน
๑. ผูใ้ ห้ขอ้ มูลสาคญั (Key informant)
เป็นการศึกษาวิจยั ในเชิงลึกมุ่งเน้นการสัมภาษณ์และตัวแทนของวัด ตัวแทนของชมุ ชน และภาครัฐ
เช่น วัฒนธรรม สงิ่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั หมด ๓๑ รูป/คน ไดแ้ ก่
๑) ตัวแทนของวดั ในชุมชน จานวน ๗ รูป
๒) ผ้นู าชมุ ชน จานวน ๒๒ คน
๓) ผ้นู าด้านวฒั นธรรมและสง่ิ แวดลอ้ ม จานวน ๒ คน
๒. เครือ่ งมือในการวจิ ัย
ผู้วิจัยไดด้ าเนนิ การสร้างเคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดังน้ี
๑) ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ทฤษฎีระเบียบต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกับการบริหารองค์กรและการ
พฒั นาชุมชนของวดั โพธิการาม ตาบลโพนสงู อาเภอปทุมรัตต์ จังหวัดรอ้ ยเอ็ด
๒) นาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาประมวลความรู้สรุปเป็นกรอบแนวคิดกาหนด ขอบเขต
การวิจยั และกาหนดเครื่องมือที่ใช้ในการวจิ ยั
๓) สร้างแบบสัมภาษณถ์ ามตามกรอบแนวคิด เพอ่ื ใหค้ รอบคลุมขอบเขตของการทาวิจัย
๔) นาแบบสัมภาษณ์ที่สร้างเสร็จแล้วเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์เพ่ือตรวจสอบแก้ไข
ปรับปรงุ ให้มคี วามตรงตามเนื้อหา
๕) นาแบบสมั ภาษณ์มาปรับปรงุ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานพิ นธ์
๓. การวิเคราะหข์ ้อมูล
ผู้วจิ ัยได้ดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลจากการรวบรวมท่ีมีอยู่อย่างเป็นระบบ สะดวก และง่ายต่อการ
ค้นหาข้อมูล ในการจัดทาแฟ้มเพ่ือประโยชน์ต่อการค้นหาข้อมูล ประกอบด้วย แฟ้มข้อมูลท่ีได้จากการ
สัมภาษณ์เจาะลึกและการสนทนากลุ่มหรือสัมภาษณ์กลุ่มย่อยหรือสัมมนากลุ่มย่อย ประกอบด้วยข้อมูล ๒
สว่ น คือ
- ข้อมูลที่เป็นแบบบันทึกการสัมภาษณแ์ ละแบบบันทึกการสนทนากลุ่มประกอบดว้ ย ชื่อผู้ให้ข้อมูล
สาคัญ วันท่ี ชว่ งเวลา สถานทีส่ มั ภาษณ์ สมั ภาษณ์ครัง้ ท่ี ชอ่ื ผ้สู ัมภาษณ์ บทสัมภาษณ์
- ข้อมูลท่ีเป็นแบบวิเคราะห์การสัมภาษณ์เจาะลึก/การสนทนากลุ่ม หรือสัมมนากลุ่มย่อย ซึ่ง
ประกอบดว้ ยชื่อผู้ให้ขอ้ มลู ช่ือผู้สมั ภาษณ์ คาหลักบรรยาย เหตุการณ์/สถานการณ์ และการตคี วามเบื้องต้น
แล้วจึงทาการวิเคราะหเ์ ชงิ พรรณนา

๒๓๖

๔. เครอ่ื งมือการวจิ ยั
เครือ่ งมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครง้ั นี้ เป็นแบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการมีสว่ นร่วมของวัดและ

ชมุ ชนในการอนุรกั ษโ์ บราณสถานพ้นื ท่อี ทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รีเทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์
- ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check

list) ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และสาหรบั บรรพชิต
- ส่วนที่ ๒ แบบสัมภาษณ์เก่ียวกบั การมีสว่ นร่วมของวดั และชุมชนในการอนรุ กั ษ์โบราณสถานพื้นที่

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นแบบคาถามปลายเปิด(Open Ended)
แบง่ เปน็ ๓ ตอน ดังนี้

ตอนท่ี ๑ แนวคิดการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยาน
ประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์

ตอนท่ี ๒ การมีส่วนรว่ มของวัดและชมุ ชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถานพื้นทอี่ ุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รี
เทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์

ตอนที่ ๓ รูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
๕. การสร้างเครือ่ งมือ

คณะผวู้ ิจยั ไดด้ าเนนิ การสรา้ งเคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดงั น้ี
๑) ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ทฤษฎีระเบียบต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของวัดและ
ชุมชนในการอนรุ ักษโ์ บราณสถานพนื้ ที่อุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
๒) นาข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้ามาประมวลความรู้สรุปเป็นกรอบแนวคิดกาหนด ขอบเขต
การวจิ ัยและกาหนดเครื่องมือท่ใี ชใ้ นการวจิ ัย
๓) สรา้ งสมั ภาษณ์ถามตามกรอบแนวคดิ เพอ่ื ใหค้ รอบคลุมขอบเขตของการทาวิจัย
๔) นาแบบสัมภาษณ์ท่ีสร้างเสร็จแล้วเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษางานวิจัยเพ่ือตรวจสอบแก้ไข
ปรับปรุงใหม้ คี วามตรงตามเนอื้ หา
๕) นาแบบสมั ภาษณม์ าปรับปรงุ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการท่ปี รึกษางานวจิ ยั
๖) นาข้อเสนอแนะที่ได้ปรับปรุงแล้วจากผู้ทรงคุณวุฒิท้ัง ๕ ท่านมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้มี
ความเหมาะสม จากนน้ั นาแบบสมั ภาษณท์ ส่ี มบูรณแ์ ล้วไปเก็บขอ้ มูลกับกลมุ่ ผู้ใหข้ ้อมลู สาคญั ต่อไป
๖. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
๑) กาหนดข้อมูลและตัวช้ีวัด เป็นการกาหนดว่าข้อมูลท่ีต้องการมีอะไรบ้าง โดยการศึกษาและ
วิเคราะห์จากวัตถุประสงค์หรือปัญหาของการวิจัยเพ่ือสร้างกรอบแนวคิดในการวิจัย และจะใช้อะไรเป็น
ตวั ชี้วดั จงึ จะได้ข้อมลู ทสี่ อดคล้องกับสภาพความเปน็ จรงิ
๒) กาหนดแหล่งข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ (Key Information) เป็นการศึกษาวิจัยในเชิงลึกมุ่งเน้น
การสัมภาษณ์และประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ร่วมกับ ตัวแทนคณะสงฆ์ ประชาชน และองค์กรท่ี
ทางานการมสี ่วนร่วมของวดั และชมุ ชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ

๒๓๗

๓) นาเคร่ืองมือวจิ ัยไปใชส้ ัมภาษณ์ (Inter View) โดยคณะผู้วิจัยมีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth
Interview) สาหรับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักทั้ง ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเชิงนโยบายและกลุ่มผู้ให้ข้อมูลจาก
ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ (Key Information) เป็นการศึกษาวิจัยในเชิงลึกมุ่งเน้นการสัมภาษณ์ ๓ กลุ่ม รวม ๓๑
รปู /คน ในกลมุ่ ทดลองจานวน ๓ คร้งั (ทุก ๓ เดือน)

๔) การสัมมนากลุ่มย่อยกับผู้ให้ข้อมูลสาคัญ เพื่อศึกษาเก่ียวกับแนวคิด หลักการ ความเป็นมา
การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพท่ีผู้วิจัยเลือก
ศึกษามารว่ มสัมมนา เพอื่ ใหข้ อ้ มลู นามาวเิ คราะหเ์ ชิงพรรณนา รวมถึงไดข้ ้อมลู เชงิ ลกึ อยา่ งนอ้ ย ๘ ครงั้ ต่อ ๔
เดือน
๗. การวเิ คราะหข์ ้อมลู

ผู้วิจัยได้ข้อมูลจากการรวบรวมที่มีอยู่อย่างเป็นระบบ สะดวก และง่ายต่อการค้นหาข้อมูล ในการ
จดั ทาแฟ้มเพื่อประโยชน์ต่อการค้นหาขอ้ มลู ประกอบดว้ ย

๑) แฟ้มข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เจาะลึกและการสนทนากลุ่มหรือสัมภาษณ์กลุ่มย่อยหรือ
สัมมนากลุ่มยอ่ ย ประกอบดว้ ยขอ้ มูล ๒ ส่วน คอื

๒) ข้อมูลที่เป็นแบบบันทึกการสัมภาษณ์และแบบบันทึกการสนทนากลุ่มประกอบด้วย ช่ือผู้ให้
ขอ้ มลู วันท่ี ช่วงเวลา สถานท่สี มั ภาษณ์ สัมภาษณค์ รัง้ ท่ี ชอื่ ผ้สู มั ภาษณ์ บทสัมภาษณ์

๓) ท่ีเป็นแบบวิเคราะห์การสัมภาษณ์เจาะลึก/การสนทนากลุ่ม หรือสัมมนากลุ่มย่อย ซ่ึงประกอบ
ช่อื ผู้ให้ข้อมูล ชื่อผ้สู ัมภาษณ์ คาหลักบรรยาย เหตุการณ์/สถานการณ์ และการตคี วามเบ้ืองต้นแล้วจงึ ทาการ
วเิ คราะห์เชงิ พรรณนา
๘. การนาเสนอผลการศึกษาวิจยั

การนาเสนอข้อมูลจะอยู่ในลักษณะการพรรณนาความ (Descriptive Presentation) ประกอบ
ภาพถ่ายและการพรรณนาความประกอบการบรรยายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของวัดและ
ชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้วิจัยได้ทาการ
วิเคราะห์ข้อมลู ไปพร้อม ๆ กบั การจดั เกบ็ ขอ้ มลู อยู่ตลอดเวลา และนาข้อมูลทเ่ี กบ็ รวบรวมไดม้ าวเิ คราะห์และ
สงั เคราะหจ์ นได้ขอ้ สรปุ เพือ่ ตอบคาถามตามวตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย โดยม่งุ ศึกษาแนวคิดการมสี ว่ นร่วมของ
วัดในชุมชนศรีเทพ ผู้นาชุมชนในเขตชุมชนศรีเทพแล้วภาครัฐ ประกอบด้วย วัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม
จังหวัดเพชรบูรณ์ เพ่ือหารูปการอนุรักษ์โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เพื่อนาไปประยุกต์ใช้ใน
การอนุรักษ์โบราณสถานและการท่องเท่ียวของจังหวัดเพชรบูรณ์และรองรับการยกระดับให้อุทยาน
ประวตั ิศาสตร์ศรเี ทพเป็นมรดกโลกต่อไป


Click to View FlipBook Version