The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teawakanphai, 2021-10-20 03:30:00

วิจัย อ.นรุณ กุลผาย

อ.นรุณ กุลผาย

๑๓๘

แห่ง ๓. การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโดยพิจารณาจากการจัด
ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มพ้ืนที่ต่างๆ และพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพ่ือนามาสู่การจัดเส้นทางการนา
เที่ยวจานวน ๕๑ เสน้ เป็นกลุ่มตานาน ๑๑ เสน้ กลุ่มประวัติศาสตร์ ๒๑ เส้น กลุ่มวฒั นธรรม ๑๙ เส้น
๔. ศึกษาเชงิ ปฏบิ ัติการแนวทางและกิจกรรมการท่องเท่ียวเชิงประวตั ิศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมแบบมสี ว่ น
ร่วมของประชาคมรอบอุทยานประวัติศาสตร์ ณ บ้านนาต้นจั่น อาเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผล
จากการศึกษาพบวา่ ชุมชนมศี ักยภาพดา้ นการจัดการทอ่ งเท่ียวในดา้ นตา่ งๆ ทั้งด้านทรัพยากรและด้าน
ประชาคมในชุมชนโดยเน้นการพัฒนาเพื่อ “การค้นหาทีมงาน” เพ่ือทาหน้าที่ในการกาหนดนโยบาย
เรียนรู้และการประเมินศักยภาพด้านการท่องเท่ียวของหมู่บ้านตลอดจนพัฒนาและวิเคราะห์
ความสัมพนั ธ์ของทมี งานกับปัจจัยท่ีเก่ียวของด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยมเี ปา้ หมายท่ีสาคัญคือการ
พัฒนาบ้านนาต้นจ่ันเป็น หมู่บ้านอุตสาหกรรมท่องเท่ียวตัวอย่าง “Village Based Tourism” โดยมี
๕ กลยุทธ์ และ ๑๙ โครงการ โดนโครงการวิจัยได้ดาเนินการตามโครงการต่างๆ เป็นโครงการตน้ แบบ
จานวน ๕ โครงการ

สุรสวัสด์ิ สุขสวัสดิ์ (หม่อมหลวง)๑๘๓ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “การศึกษาปัญหาการ
อนุรักษ์โบราณสถานและ วัดในเชียงใหม่” ผลการศึกษาพบว่า ประเด็นปัญหาด้านแนวทางการ
อนุรักษ์และการสงวนรักษาซ่ึง ประชาชนและหน่วยงานท่ี เก่ียวข้องมีความคิดเห็นที่หลากหลาย
บางส่วนเสนอให้สงวนรักษาไว้ ตามเดิมและอาจใช้เทคนิคสมัยใหม่มาช่วย ด้านประเพณีปฏิบัติ
ต้องการให้ซ่อมแซมให้ดีดังเดิมปัญหา ที่พบคือความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ การ
พัฒนาท่ีเกิดข้ึนได้ส่งผลกระทบต่อ โบราณสถาน เช่น การสร้างอาคาร สถานประกอบการ ถนน ที่รุก
ล้าเขตโบราณสถาน นอกจากน้ีขาด การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบูรณะโบราณสถาน การ
ตีความโบราณสถานที่ต่างกันเป็นการ ทาลายโบราณสถาน ด้านทัศนะเกี่ยวกับการอนุรักษ์และ
บูรณปฏิสังขรณ์นั้นนักวิชาการและกรม ศิลปากรจะให้ความสาคัญกับการซ่อมแซมโบราณสถานด้วย
วธิ ีการอนุรักษ์โดยการรกั ษาข้อมูล หลักฐานไว้ให้คงสภาพเดิมมากท่ีสุด แต่ประชาชนและวัดยังยึดติด
กับขนบธรรมเนยี มประเพณี เพราะเปน็ เรอ่ื งของผลบญุ

จากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องพบว่า เปน็ การศึกษาในจังหวัดพื้นที่อื่น ๆ
แต่ยังไม่มีพบงานใน ก า ร มีส่ว น ร่ว ม ข อ ง วัด แ ล ะ ชุม ช น ใ น ก า ร อ นุรัก ษ์โ บ ร า ณ ส ถ า น พื้น ที่ อุท ย า น
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซ่ึงมีโบราณสถานเก่าแกท่ ่ีมีความสาคัญทางประวัติศาสตร์

๑๘๓ สุรสวัสด์ิ สุขสวัสดิ์ (หม่อมหลวง), “การศึกษาปัญหาการอนุรักษ์โบราณสถานและวัดใน
เชียงใหม”่ , รายงานการวิจัย, (กรุงเทพมหานคร: สานักงานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.), ๒๕๓๙), บทคดั ยอ่ .

๑๓๙

และโบราณคดี เพราะฉะน้ันผ้วู ิจัยจึงมีสนใจที่จะศกึ ษา เรื่อง การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการ
อนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซ่ึงประกอบด้วย
ความสาคัญทางประวัติศาสตร์ สังคม ประเพณี วัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาและวิถีชีวิตความ
เป็นอยู่ของชุมชน การพัฒนาและยกระดับไปสู่มาตรฐานสากล จงึ เป็นเร่อื งละเอียดอ่อนที่ภาครัฐ ภาค
ทอ้ งถิ่นภาคประชาสงั คมตอ้ งให้ความรว่ มมือร่วมกันในการผลักดันยุทธศาสตรด์ งั กล่าว ซง่ึ ในงานวิจยั น้ี
ผ้วู ิจัยจะได้รวบรวมข้อมูลเพื่อช้ีให้เห็นถงึ รูปแบบการบริหารจัดการ ขอ้ ดี ข้อเสีย และส่ิงทค่ี วรแก้ไข ใน
เร่ืองที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติ
ศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามระเบียบวิธดี าเนินการวจิ ัยต่อไป

๑๔๐

บทที่ ๓

ระเบียบวิธีวิจยั

การวิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์” ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม
และอนรุ ักษโ์ บราณสถานพน้ื ที่อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์ ๒) เพ่ือศึกษาการมีสว่ น
รว่ มของวัดและชุมชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
และ ๓) เพ่ือนาเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชมุ ชนในการจัดการพนื้ ทอ่ี ุทยานประวัติศาสตร์
ศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์ โดยดาเนินการตามลาดบั ขัน้ ตอน ดังตอ่ ไปนี้

๓.๑ รูปแบบการวิจัย
๓.๒ ผู้ใหข้ อ้ มลู สาคญั (Key Informant)
๓.๓ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการวิจยั
๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูล
๓.๕ การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
๓.๖ การนาเสนอผลการศกึ ษาวิจัย

๓.๑ รูปแบบการวิจยั และกลมุ่ ตวั อยา่ ง

๓.๑.๑ รูปแบบการวิจยั
การวิจัยคร้ังนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative) ในภาคสนามโดยใช้วิธีวิทยาวิจัย
แบบผสมผสานดังน้ี
การวิจัยเชิงคุณภาพ ทาการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและหลักฐานที่
เก่ียวข้องกับพระไตรปิฎก หนังสือ รายงานการวิจัย รายงานการประชุม ภาพถ่าย เอกสารแสดง
ความสัมพันธท์ ่ีแสดงให้เห็นแนวคิด การมีสว่ นร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่
อุทยานประวตั ิศาสตร์ศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ดงั นี้

๑๔๑

๑) ศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและหลักฐานท่ีเก่ียวข้องกับการ
มีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์ ทง้ั หนังสอื ตารา รายงานการวิจยั และเอกสารอ่นื ๆ

๒) ทาการวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถาน
พืน้ ทีอ่ ุทยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

๓) สรุปผลการศกึ ษาท่ีทาให้เห็นถึงการมสี ่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานพน้ื ทอ่ี ุทยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

๓.๑.๒ ข้ันตอนการเก็บข้อมูล โดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลมีการวิเคราะห์ข้อมูลจาก
เอกสารและการศึกษาในภาคสนามเพื่อวิเคราะห์การอนุรักษ์โบสถาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของวัด
และชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถาน โดยแบ่งกลุ่มผู้ให้ข้อมูลออกเป็น ๓ กลุ่ม รวม ๓๑ รูป/คน
ไดแ้ ก่

๑) ตวั แทนของวัดในชมุ ชน จานวน ๗ รปู
๒) ผ้นู าชุมชน จานวน ๒๒ คน
๓) ผ้นู าด้านวัฒนธรรมและสงิ่ แวดล้อม จานวน ๒ คน

๓.๑.๓ ขอบเขตด้านเวลา
ผู้วิจัยกาหนดขอบเขตด้านเวลาโดยเรมิ่ ดาเนนิ การวิจัยตง้ั แต่ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ถงึ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ (ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๒)

๓.๒ ผใู้ ห้ขอ้ มูลสาคญั (Key informant)

เป็นการศึกษาวิจัยในเชิงลึกมุ่งเน้นการสัมภาษณ์และตัวแทนของวัด ตัวแทนของชุมชน
และภาครฐั เช่น วัฒนธรรม สงิ่ แวดล้อม รวมท้ังหมด ๓๑ รูป/คน

๓.๒.๑ ตวั แทนของวดั ในชุมชน จานวน ๗ รปู ไดแ้ ก่
๑. พระครถู าวรพชั รโสภณ เจ้าคณะอาเภอศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๒. พระครสู ีลพชั โรภาส เจา้ อาวาสวดั บึงศรีเทพรัตนาราม ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรี
เทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๓. พระปลดั ประยูร ธมมฺ ธโร วดั ศิรมิ งคล ตาบลโคกสะอาด อาเภอศรีเทพ
จังหวัดเพชรบรู ณ์
๔. เจา้ อธิการรงั สรรค์ โกสโล เจา้ คณะตาบลหนองย่างทอย เขต ๒ อาเภอศรีเทพ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์

๑๔๒

๕. พระพจน์ สุทธฺ จิตโฺ ต วัดเนินถาวร ตาบลนาสนนุ่ อาเภอศรีเทพ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์

๖. พระสาเนา นริสสฺ โร สานักสงฆบ์ ้านท่าเลียง ตาบลศรีเทพ ตาบลศรีเทพ
อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

๗. พระไพโรจน์ มหานาโม วัดเนินอีเก้ิง ตาบลนาสนุน่ อาเภอศรีเทพ
จังหวัดเพชรบรู ณ์

๓.๒.๒ ผนู้ าชุมชน จานวน ๒๒ คน ไดแ้ ก่
๑. นางนภัสสร เซ็นตน์ อก ผ้ใู หญบ่ า้ น หมู่ ๑ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวดั เพชรบูรณ์
๒. นายทวิ า ศรไี พร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๒ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวดั เพชรบูรณ์
๓. นายประเวศ ตะกรดุ จันทร์ ผใู้ หญ่บา้ น หมู่ ๓ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์
๔. นายสากล บญุ ศรี ผู้ใหญ่บา้ น หมู่ ๔ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์
๕. นางสิราวรรณ พันธท์ อง ผใู้ หญบ่ า้ น ๕ หมู่ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์
๖. นางแตว๋ ลุณวงศ์ ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๖ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวดั เพชรบูรณ์
๗. นายสมอง ป้นั แตง ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ ๗ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๘. นายออ็ ด โตมนติ ย์ ผใู้ หญ่บ้าน หมู่ ๘ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวัดเพชรบรู ณ์
๙. นายอานาจ โพธิ์ทอง ผใู้ หญบ่ ้าน หมู่ ๙ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์
๑๐. นายประสิทธิ์ กล่นิ เทศ ผูใ้ หญบ่ า้ น หมู่ ๑๐ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์
๑๑. นายสรุ ะพล ขนั หลอ่ ผู้ใหญ่บา้ น หมู่ ๑๑ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๑๒. นายสถติ ย์ ปานสีทอง ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ ๑๒ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ

๑๔๓

จังหวัดเพชรบูรณ์
๑๓. นางสาวกัญจน์ณฏั ฐ์ ภารฤทธิ์ กานันตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ

จงั หวดั เพชรบูรณ์
๑๔. นายวีระ หมีเงนิ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๔ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ

จังหวดั เพชรบรู ณ์
๑๕. นายไพบูลย์ ตะกรดุ โฉม ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๑๕ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ

จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๑๖. นายพทิ ักษ์ จันทร์ดิษฐ์ ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๑๖ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ

จงั หวดั เพชรบูรณ์
๑๗. นายประคอง แสงใส ผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๘ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ

จังหวัดเพชรบรู ณ์
๑๘. นายประนอม ไทยเทีย่ ง ผู้ช่วยผใู้ หญ่บ้าน หมู่ ๙ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ

จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๑๙. นายสาเหร็จ สขุ พ่อค้า นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลศรเี ทพ
๒๐. นางสมพร ตะกรดุ สงฆ์ สารวตั รกานนั ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ

จงั หวัดเพชรบูรณ์
๒๑. นายประพันธ์ งามเลศิ สารวัตรกานัน ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ

จงั หวัดเพชรบูรณ์
๒๒. นายประนอม ไทยเท่ยี งแพทย์ประจาตาบล ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ

จงั หวัดเพชรบรู ณ์

๓.๒.๓ ผู้นาด้านวฒั นธรรมและสง่ิ แวดลอ้ ม จานวน ๒ คน ไดแ้ ก่
๑. นางสาวสุริยา สุดสวาท หวั หนา้ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตาบลศรเี ทพ
อาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๒. นายเลาะ กลิน่ เทศ ข้าราชการบานาญ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์

๓.๓ เคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการวจิ ัย

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งน้ี เป็นแบบสัมภาษณ์เก่ียวกับการมีส่วนร่วม
ของวดั และชุมชนในการอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพ้นื ที่อุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์

๑๔๔

ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ
(Check list) ได้แก่ เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา และสาหรบั บรรพชิต

ส่วนท่ี ๒ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นแบบคาถาม
ปลายเปดิ (Open Ended) แบง่ เป็น ๓ ตอน ดังนี้

ตอนที่ ๑ แนวคิดการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถาน
พนื้ ทีอ่ ุทยานประวตั ิศาสตรศ์ รีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

ตอนที่ ๒ การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ี
อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์

ตอนที่ ๓ รูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถาน
พ้ืนที่อทุ ยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์

๓.๓.๑ การสร้างเครอื่ งมอื
คณะผวู้ จิ ัยได้ดาเนนิ การสรา้ งเครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังน้ี
๑) ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ทฤษฎีระเบียบต่างๆ ที่เก่ียวกับการมีส่วนร่วมของ
วัดและชมุ ชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพนื้ ท่ีอทุ ยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์
๒) นาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาประมวลความรู้สรุปเป็นกรอบแนวคิดกาหนด
ขอบเขตการวิจยั และกาหนดเครื่องมือที่ใช้ในการวจิ ยั
๓) สรา้ งสัมภาษณถ์ ามตามกรอบแนวคดิ เพ่ือใหค้ รอบคลมุ ขอบเขตของการทาวจิ ัย
๔) นาแบบสัมภาษณ์ท่ีสร้างเสร็จแล้วเสนอคณะกรรมการท่ีปรึกษางานวิจัยเพือ่ ตรวจสอบ
แกไ้ ขปรับปรุงให้มีความตรงตามเนื้อหา
๕) นาแบบสัมภาษณ์มาปรบั ปรงุ ตามขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมการท่ปี รกึ ษางานวิจยั
๖) นาข้อเสนอแนะท่ีได้ปรับปรุงแล้วจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๕ ท่านมาพิจารณาปรับปรุง
แก้ไขให้มีความเหมาะสม จากน้ันนาแบบสัมภาษณ์ท่ีสมบูรณ์แล้วไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูล
สาคัญตอ่ ไป

๓.๔ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

๑) กาหนดข้อมลู และตัวชว้ี ัด เปน็ การกาหนดว่าข้อมูลทต่ี ้องการมีอะไรบ้าง โดยการศึกษา
และวิเคราะห์จากวัตถุประสงค์หรือปัญหาของการวิจัยเพ่ือสร้างกรอบแนวคิดในการวิจัย และจะใช้
อะไรเปน็ ตัวชีว้ ดั จงึ จะได้ข้อมูลทีส่ อดคล้องกับสภาพความเปน็ จรงิ

๑๔๕

๒) กาหนดแหล่งข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ(Key Information) เป็นการศึกษาวิจัยในเชิงลึก
มงุ่ เน้นการสัมภาษณ์และประชมุ กลุ่มยอ่ ย (Focus Group) ร่วมกบั ตัวแทนคณะสงฆ์ ประชาชน และ
องค์กรท่ีทางานการมสี ่วนร่วมของวดั และชมุ ชนในการอนรุ ักษโ์ บราณสถานพื้นท่ีอทุ ยานประวตั ิศาสตร์
ศรเี ทพ

๓) นาเคร่ืองมือวิจัยไปใช้สัมภาษณ์ (Inter View) โดยคณะผู้วิจัยช็การสัมภาษณ์เชิงลึก
(In-depth Interview) สาหรับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักทั้ง ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเชิงนโยบายและ
กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสาคัญ (Key Information) เป็นการศึกษาวิจัยในเชิงลึกมุ่งเน้นการ
สัมภาษณ์๓ กลุ่ม รวม ๓๒ รปู /คน ในกลมุ่ ทดลองจานวน ๓ ครง้ั (ทกุ ๓ เดือน)

๔) การสัมมนากลุ่มย่อยกับผู้ให้ข้อมูลสาคัญ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ความ
เป็นมา การมีส่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนทอี่ ุทยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ
ท่ีผู้วิจัยเลือกศึกษามาร่วมสัมมนา เพื่อให้ข้อมูลนามาวิเคราะห์เชิงพรรณนา รวมถึงได้ข้อมูลเชิงลึก
อยา่ งน้อย ๘ ครง้ั ตอ่ ๔ เดอื น

๓.๕ การวเิ คราะหข์ ้อมลู

ผู้วจิ ัยไดข้ ้อมูลจากการรวบรวมทมี่ ีอยู่อย่างเปน็ ระบบ สะดวก และง่ายตอ่ การคน้ หาข้อมูล
ในการจดั ทาแฟม้ เพื่อประโยชนต์ อ่ การค้นหาข้อมูล ประกอบด้วย

๑) แฟ้มข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เจาะลึกและการสนทนากลุ่มหรือสัมภาษณ์กลุ่มย่อย
หรอื สัมมนากลมุ่ ย่อย ประกอบดว้ ยขอ้ มลู ๒ สว่ น คอื

๑.๑) ข้อมูลท่ีเป็นแบบบันทึกการสัมภาษณ์และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม
ประกอบด้วย ชื่อผู้ให้ข้อมูล วันท่ี ช่วงเวลา สถานที่สัมภาษณ์ สัมภาษณ์คร้ังที่ ชื่อผู้สัมภาษณ์ บท
สมั ภาษณ์

๑.๒) ข้อมูลที่เป็นแบบวิเคราะห์การสัมภาษณ์เจาะลึก/การสนทนากลุ่ม หรือสัมมนา
กลุ่มย่อย ซึ่งประกอบช่ือผู้ให้ข้อมูล ช่ือผู้สัมภาษณ์ คาหลักบรรยาย เหตุการณ์/สถานการณ์ และการ
ตคี วามเบ้ืองตน้ แล้วจึงทาการวเิ คราะห์เชงิ พรรณนา

๓.๖ การนาเสนอผลการศกึ ษาวจิ ยั

การนาเสนอข้อมูลจะอยู่ในลักษณะการพรรณนาความ (Descriptive Presentation)
ประกอบภาพถ่ายและการพรรณนาความประกอบการบรรยายเหตุการณ์ท่ีเก่ียวขอ้ งกับการมีส่วนรว่ ม
ของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
ผู้วิจัยได้ทาการวิเคราะห์ข้อมูลไปพร้อม ๆ กับการจัดเก็บข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และนาข้อมูลท่ีเก็บ
รวบรวมได้มาวิเคราะหแ์ ละสงั เคราะห์จนไดข้ ้อสรปุ เพื่อตอบคาถามตามวัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัย โดย

๑๔๖

มุ่งศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วมของวัดในชุมชนศรีเทพ ผู้นาชุมชนในเขตชุมชนศรีเทพแล้วภาครัฐ
ประกอบด้วย วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อหารูปการอนุรักษ์โบราณสถาน
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เพื่อนาไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถานและการท่องเที่ยวของ
จังหวัดเพชรบูรณแ์ ละรองรบั การยกระดับใหอ้ ทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพเป็นมรดกโลกต่อไป

๑๔๗

บทที่ ๔

ผลการวจิ ยั

การวิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์” ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ ๑) เพ่ือศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม
และอนรุ ักษ์โบราณสถานพ้นื ท่อี ุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์ ๒) เพ่ือศึกษาการมีสว่ น
ร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพน้ื ท่อี ุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
และ ๓) เพ่ือนาเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมของวดั และชุมชนในการจัดการพน้ื ท่อี ุทยานประวัติศาสตร์
ศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์ มผี ลการวิจัย ดงั นี้

๔.๑ แนวคิดการมสี ว่ นรว่ ม และอนรุ กั ษ์โบราณสถานพ้นื ทีอ่ ุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรีเทพ

จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสาคัญ เพื่อให้เห็นแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์
โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพพร้อมทั้งแนวทางสาหรับการพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์
โบราณสถาน ดงั ตอ่ ไปนี้

๔.๑.๑ บทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติ
ศาสตร์ศรีเทพ

เป็นท่ีทราบดีวา่ หลงั จากท่ีพระพุทธเจ้าเสด็จดับขนั ธปรินิพพานแล้วสถานทางพุทธศาสนา
ต่าง ๆ ได้แก่โบสถ์วิหาร เจดีย์ สีมา หอไตร ศาลาการเปรียญ และกุฏิเป็นต้น ก็มีวิวัฒนาการทาง
รูปทรงลักษณะศิลปกรรมตามแบบเฉพาะในแต่ละพื้นที่ โดยขึ้นอยู่กับประโยชน์ใช้สอยเป็นพ้ืนฐาน
ตามลักษณะรูปลักษณ์ของแต่ละประเทศท่ีนับถือพุทธศาสนาเพื่อให้สอดคล้องกับภูมิอากาศ ภูมิ
ประเทศ ธรรมเนียมประเพณีความเช่ือทางวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ แต่อย่างไรก็ยังคงเค้ารูป
แบบเดมิ จากต้นกาเนิดอย่โู ดยมาก ทรัพยากรทส่ี าคญั ในการเพม่ิ คณุ ค่าของแผ่นดิน๑

๑ สัมภาษณ์ พระครูถาวรพัชรโสภณ, เจา้ คณะอาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ.์

๑๔๘

ดังน้ันจึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอนุรักษ์โบราณสถานต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในประเทศ สร้าง
จิตจิตสานึกต่อการอนุรักษาให้เกิดการปฏิบัติตามกฎกติกาข้อห้ามเพ่ือเป็นแนวปฎิบัติท่ีถูกต้องไปใน
ทิศทางเดียวกัน อีกทั้งการบริหารจัดการ การประสานงานความร่วมมือกันของฝ่ายต่างๆ ที่เก่ียวข้อง
ย่อมทาให้เกิดป ระสิทธิภาพท่ีสมบู รณ์มากย่ิงกว่าการมีองค์กรใดองค์กรหนึ่งจัดการแต่ฝ่ายเดียว ๒
โดยเฉพาะในสว่ นท่ีเป็นบทบาทของพระสงฆซ์ ึ่งเป็นผูท้ ี่มีบทบาทสาคัญของชาวพทุ ธที่ควรร่วมมือปลุก
จิตสานึกในการอนุรักษ์โบราณสถานทางพุทธศาสนาด้วยการบาเพ็ญประโยชน์ในการปฏิบัติพัฒนา
ช่วยสังคม๓ สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ จากแรงศรัทธา เป็นส่ือกลางในการอนุรักษ์ ด้วยการจัดกิจกรรม
ส่งเสริมให้กับชุมชน สังคม ประเทศให้เกิดตระหนักรักในโบราณสถานท่ีตนมีอยู่ให้เกิดการสืบสาน
ไมใ่ หเ้ กิดความเสียหาย หรือสูญหายไป

ดังนั้นพระสงฆ์จึงมีบทบาทสาคัญในการดูแลรักษาแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ด้วยการ
บูรณปฏสิ ังขรณ์ถาวรวตั ถกุ ็ดี พัฒนาสงิ่ แวดล้อมภายในวัดภายในแหลง่ โบราณสถาน ด้วยการการปลูก
ต้นไม้หรือปรับภูมิทัศน์ต่าง ๆ ให้เกิดความสะอาด เกิดความร่มร่ืน หรือบูรณะให้คงสภาพด้ังเดิมไว้ให้
มากท่ีสุด แต่อย่างไรก็ต้องดาเนินการตามความเหมาะสมและอานาจที่ตนกระทาได้โดยต้องขอ
อนุญาตจากกรมศลิ ปกรเป็นลาดับแรก

บทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพที่
ได้กระทาเป็นหลักคงทาได้เพียงถ่ายทอดให้แก่ประชาชนเข้าใจถึงคุณค่าของโบราณสถานเป็นสาคัญ
นอกจากน้ี คงทาได้เพียงถ่ายทอดความรู้ความสาคัญในเชิงประวัติศาสตร์ คุณค่าถาวรวัตถุ
โบราณสถาน ให้แก่ส่อื ต่าง ๆ เชน่ หนังสอื พิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ได้รบั รู้รับทราบถึงคุณค่าเพื่อสรา้ งการ
ประสานงานระหว่างเจา้ หน้าทข่ี องรฐั อุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ ชุมชนและชาวบ้าน ให้เกดิ ร่วมมือ
กันดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้นมา เช่นสนับสนุนการดาเนินงานของโครงการ
จัดการดูแลรักษาโบราณสถาน การจัดหาอาสาสมัคร อบรมสั่งสอนชาวบ้านให้เห็นคุณค่าใน
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ชักชวนชาวบ้านให้ร่วมมือกัน จัดกิจกรรม
ดูแลรักษาท้องถ่ินปรับภูมิทัศน์สร้างสุนทรียะให้สวยงามม่ันคงทรงคุณค่าอยู่เสมอ เช่น การดูแลถาก

๒ สัมภาษณ์ พระครูสีลพัชโรภาส, เจ้าอาวาสวัดบึงศรีเทพรัตนาราม ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวดั เพชรบูรณ์.

๓ สัมภาษณ์ นางสุริยา สุดสวาท, หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ.์

๑๔๙

ถางทาความสะอาดโบราณสถาน๔ หรือส่งเสริมกิจกรรมประเพณีไทยที่ดีงามเน่ืองในวันนักขัตตฤกษ์
ตา่ ง ๆ งดการจดั กจิ กรรมทเ่ี ป็นการส่งเสรมิ อบายมขุ ในทางตรงและทางอ้อม๕

สรุปได้ว่า บทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติ
ศาสตร์ศรีเทพ ที่สามารถดาเนินการตามกาลังเท่าท่ีกระทาได้ไม่ขัดแย้งต่อกฎหมาย และพระธรรม
วินัย ถือเป็นการคล้ายเป็นผู้ซ่อมแซมรักษา เพ่ือสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาไปด้วย อาศัยพ้ืนฐาน
ความรู้ความสามารถด้านความสามารถตามหน้าที่ตนมีอยู่ เช่น งานก่อสร้างถาวรวัตถุ งานช่างพุทธ
ศิลป์ ดังน้ันหากจะถามคาตอบในเรื่องของบทบาทของบทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานโบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแล้ว ก็ไม่แตกต่างจากรายละเอียดดังท่ี
กลา่ วมาขา้ งต้น เพราะได้กระทาอยเู่ ป็นกจิ อยู่แล้วนั่นเอง

๔.๑.๒ การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ

การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานเป็นการอนุรักษ์มรดกทาง
ศิลปวัฒนธรรมในอดีตจะเป็นไปในบทบาทของผู้พิทักษ์รักษา เนื่องจากพระสงฆ์แต่ก่อนจะมีความคิด
ในเรื่องการอนุรักษ์อย่างมาก มักเป็นผู้รวบรวมโบราณวัตถุจากที่ต่าง ๆ มาไว้ในวัดของตน๖ หรือ
บางครั้งเป็นผู้ทาการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปโบราณท่ีถูกท้ิงร้างตามท่ีต่างๆ ด้วยกุศลเจตนา
อนั บรสิ ุทธิท์ ี่ปรารถนาใหพ้ ระพุทธรปู เหลา่ น้ีอยใู่ นสภาพท่ีดี ไม่ทรดุ โทรม หักพงั เป็นทีน่ ่าสังเวชใจแก่ผู้
พบเห็นหากโบราณสถาน๗ โบราณวัตถุเหล่านั้น เป็นส่ิงที่สร้างข้ึนในพุทธศาสนา อาทิ วิหาร
พระพุทธรูปที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม ประกอบกับความปรารถนาดี ไม่นิ่งดูดาย เพิกเฉย พระสงฆ์มัก
ดาเนินการซ่อมแซมสิ่งน้ันตามกาลังเท่าที่สามารถกระทาได้ อาจใช้วิธีการชักชวนชาวบ้านให้ร่วม
บรู ณปฏิสงั ขรณด์ ้วย๘ กจิ ดังกลา่ วถือเปน็ วตั รอนั พึงปฏิบตั ใิ นหมูพ่ ระสงฆ์เพอื่ ซ่อมแซมสง่ิ อันเป็น ศาสน
วตั ถุ เสมือนการสืบตอ่ อายุพระพุทธศาสนาความสมั พันธ์อีกแง่หนึ่งในอดตี ของพระสงฆต์ ่อการอนุรกั ษ์

๔ สมั ภาษณ์ นายสาเรจ็ สขุ พ่อคา้ , นายกองค์การบริหารสว่ นตาบลศรีเทพ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวดั เพชรบูรณ์.

๕ สมั ภาษณ์ นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ ภารฤทธิ์, กานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์.
๖ สัมภาษณ์ พระปลดั ประยรู ธมมฺ ธโร, วัดศริ ิมงคล ตาบลโคกสะอาด อาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์.
๗ สัมภาษณ์ เจ้าอธิการรังสรรค์ โกสโล, เจ้าคณะตาบลหนองย่างทอย เขต ๒ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบรู ณ.์
๘ สัมภาษณ์ พระพจน์ สุทฺธจิตโฺ ต, วัดเนินถาวร ตาบลนาสนนุ่ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ.์

๑๕๐

มรดกทางศิลปวัฒนธรรม คือ การอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพซึ่งถือเป็น
ศูนย์กลางของความเจริญรุ่งเรืองในวัฒนธรรมครั้งอดีตของคนไทย บ่งชี้ถึงพลังอานาจแห่งความ
ศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนา ดังปรากฏในงานศิลปกรรมอันเน่ืองในพุทธศาสนาท่ีมีความงดงาม
วิจิตรบรรจงและประณีตพสิ ดารอยา่ งท่ไี มอ่ าจทาข้ึนใหม่ใหเ้ สมอเหมือนได้ในปจั จบุ ัน๙

วัดและชุมชนจึงมีหน้าที่ในการดูแลรักษามรดกอันล้าค่าเหล่าน้ีให้คงอยู่สืบไปโดยปริยาย
ด้วยเป็นสมบัติของวัดท่ีต้องรักษาไว้ วัดและชุมชนในอดีตได้กระทาหน้าท่ีดังกล่าวได้อย่างดีเย่ียม
สามารถบารุงรักษาเสนาสนะหรือโบราณสถาน โบราณวัตถุในวัดรวมทั้งส่ิงมีค่าอื่นๆ ให้อยู่ในสภาพดี
และเม่ือชารุดก็สามารถซ่อมแซมด้วยวิธีการที่สามารถคงสภาพของโบราณสถาน โบราณวัตถุน้ันไว้ได้
อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลงสภาพมากนัก เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะวัดในอดีตเป็นศูนย์กลางของการศึกษา
ศิลปศาสตร์ทุกแขนง ท้ังศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประณีตศิลป์ฯลฯ โดยพระสงฆ์ที่มีความชานาญ
เฉพาะในศาสตรน์ ัน้ เป็นครูผสู้ อน พระสงฆย์ ังมวี ชิ านวกรรม หรือชา่ ง ๙ อยา่ ง ทศ่ี กึ ษาเรียนรู้ปฏบิ ตั สิ ืบ
ตอ่ กันมา เพอ่ื ประโยชน์ในการดูแลอนุรักษ์สมบัติของวัดในทางท่ีถูกท่ีควร วิชานวกรรม ประกอบด้วย
ชา่ งรัก ช่างไม้ช่างปูน ช่างแกะสลัก ช่างปนั้ ช่างกระจก ช่างเขียน ช่างหล่อ และช่างทาสี วิชาดังกลา่ ว
นับเป็นการรวบรวมงานหลักพื้นฐานวิชาช่างทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสถาปัตยก รรม
ประติมากรรมและจิตรกรรม๑๐

วัดและชุมชนในอดีตจึงมีความรู้ในเรื่องงานช่างเป็นอย่างดี สามารถดูแลรักษา
โบราณสถาน โบราณวัตถุ อันทรงคุณคา่ ในวัดและชุมชนได้ด้วยตนเอง รวมทงั้ สามารถสร้างสรรค์งาน
ศิลปกรรมหรือเสนาสนะภายในวัดได้อย่างงดงามจากการที่พระสงฆ์เป็นช่างมีความรู้ ในเร่ืองการดูแล
รักษาส่ิงของภายในวัดเป็นเหตุให้พระสงฆ์ต้องมีกิจอันเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม บูรณะหรือการ
สร้างสรรค์ศิลปกรรมในวัดอยู่เสมอความผูกพันอันเกิดจากการเป็นผู้สร้างสรรค์ หรือซ่อมแซมจึง
เกิดขึ้นในจิตใจ ปัญหาในการทาลายหรือปล่อยให้ ศาสนวัตถุในวัดผุพังเสียหายจึงเกิดข้ึนน้อยมาก
ดังนั้นบรรดาหลักฐานทางโบราณสถานโบราณวัตถุในวัด จึงได้รับการอนุรักษ์คงสภาพเดิมอย่าง
ต่อเนอ่ื ง อยา่ งไรก็ตามบทบาทของพระสงฆ์ในความเป็นชา่ งเร่ิมลดลง เมือ่ มีหน่วยงานของฝ่ายฆราวาส
เข้ามาทาหน้าทแ่ี ทน กล่าวคือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ขณะน้นั พระสงฆ์ที่

๙ สัมภาษณ์ พระสาเนา นริสฺสโร, สานักสงฆ์บ้านท่าเลียง ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.

๑๐ สัมภาษณ์ นางนภัสสร เซ็นต์นอก, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบรู ณ์.

๑๕๑

ยังเปน็ ชา่ งมีจานวนพอสมควร แต่หลังจากท่มี ีกรมช่างสบิ หมู่ ซ่ึงรวบรวมผมู้ ีความรู้เร่อื งชา่ งเข้าด้วยกัน
พระสงฆ์ที่มีความรู้ด้านช่างมีโอกาสในการใช้ความรู้ทางช่างน้อยลง เพราะการซ่อมแซมวัดเริ่มมีช่าง
หลวงมาทาหน้าที่แทนมากขึ้นการสืบทอดวิชาช่างจึงค่อยๆ ขาดหายไป จนถึงในปัจจุบัน เหลือ
พระสงฆท์ มี่ ีความรู้ในเรือ่ งการชา่ งน้อยลงมาก๑๑

การบูรณปฏิสงั ขรณ์โบราณสถาน โบราณวตั ถใุ นวัดไมส่ ามารถกระทาได้เองตอ้ งเปน็ หน้าท่ี
ของเจ้าหน้าที่จากทางราชการก่อให้เกิดปัญหาทางด้านการบูรณปฏิสังขรณ์ระหว่างวัด ชุมชนและ
หน่วยงานราชการอยู่เสมอ ปัจจุบันพระสงฆ์มีบทบาทสาคัญต่อการอนุรักษ์โบราณสถานของชาติ
โดยเฉพาะโบราณสถานที่ตั้งอยู่ภายในวัดต่างๆ จาเป็นอย่างยิ่งที่พระสงฆ์ผู้ดูแลวัด และปกครองคณะ
สงฆ์จะตอ้ งมหี นา้ ท่สี าคัญในการดูแลรกั ษาและปกปอ้ งคุ้มครอง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนบทบาทดังกลา่ ว
ของวัดและชุมชน องค์กรภาครัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์โบราณสถาน ได้แก่ กรมศิลปากร
และองค์กรที่ทาหนา้ ที่ดูแลปกครองสงฆ์ ได้แก่ สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตแิ ละมหาเถรสมาคม
โดยคณะสังฆมนตรีพิจารณาเห็นวา่ เจ้าอาวาสบางวัดได้ทาการรื้อถอนโบราณสถานภายในวัดและวัด
ร้างทมี่ ิไดข้ ึ้นทะเบยี นโบราณสถาน ทาให้โบราณสถาน โบราณวัตถุ และศลิ ปวัตถุของชาตเิ สียหายเพื่อ
เป็นการรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่ยังมิได้ทาการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ
มิได้ถกู ทาลายเสยี หายไป จงึ มีประกาศคณะสงฆซ์ ่ึงไดก้ าหนดระเบยี บไวด้ ังต่อไปนี้

๑. ถ้าวัดใดจะเจาะ ขุดรื้อ ปูชนียสถาน เช่น เจดีย์ ปรางค์ ประติมากรรมหรือภาพฝาผนัง
อุโบสถ วิหาร ตลอดถึงซ่อมแซมเปล่ียนแปลงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของเก่าอ่ืนๆ ให้รายงานขอ
อนญุ าตตอ่ คณะกรรมการสงฆอ์ าเภอ และจังหวดั โดยลาดบั

๒. ให้ส่งรูปถ่ายของเก่าที่จะเจาะ ขุดร้ือ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพน้ัน พร้อมประวัติของ
โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุนั้นมาด้วยโดยย่อกับให้มีแผนผังแบบแปลนท่ีจะก่อสร้างเปล่ียนแปลงใหม่
แนบมาดว้ ย

๓. จะเจาะ ขดุ ร้ือ ปูชนียวตั ถุ หรือซ่อมแซม เปล่ียนแปลงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุนั้นได้
ต่อเมอื่ ได้รบั อนุญาตแล้ว

๔. ให้คณะกรรมการสงฆ์จังหวัดกับผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกันพิจารณาแล้วแจ้งกรมการ
ศาสนา

๕. ให้กรมการศาสนากับกรมศิลปากรร่วมกันพิจารณ า แล้วนา เสนอองค์การ
สาธารณูปการเพอ่ื พิจารณาส่ังการในบางกรณีที่เห็นสมควรจะเสนอคณะสงั ฆมนตรีพจิ ารณาอนุมัติก็ได้

๑๑ สัมภาษณ์ นายทวิ า ศรไี พร, ผูใ้ หญ่บา้ น หมู่ ๒ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบูรณ.์

๑๕๒

๖. ผูใ้ ดฝ่าฝืนล่วงละเมิดประกาศน้ี ให้เจา้ คณะผู้บังคับบัญชาลงโทษตามควรแกก่ รณี
๗. ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเฉพาะโบราณสถาน โบราณวัตถุท่ีมิได้ข้ึนบัญชีเป็น
โบราณสถานแห่งชาติ โบราณสถานก็ดี โบราณวัตถุก็ดี ศิลปวัตถุก็ดี เม่ือเราสงวนรักษาและซ่อม
บูรณะไว้ดีแล้วก็ไม่ควรปิดหรือเก็บทิ้งไว้เฉย ๆ ควรจะต้องหม่ันตรวจตราสภาพโดยทั่วไปให้คงดีอยู่
เสมอ และที่สาคญั ท่ีสุดคือตอ้ งนามาใชง้ านให้เป็นประโยชน์ จะเป็นทางตรงทางออ้ มจะมากหรือน้อยก็
ตาม มิฉะน้ันก็คล้ายกับสูญเปล่าไม่คุ้มค่า อย่างเช่นบางวัดมีของดีของงามก็ปิดบังไม่ให้ใครรู้ หรือไม่
กล้านาออกมาใช้งาน จรงิ อยู่ในบางกรณีอาจเกิดเป็นดาบสองคม อาจเกิดผลร้ายตามมาได้ เรื่องนี้เห็น
ว่า ถ้าเราดาเนินการอย่างรัดกุมรอบคอบ มีวิธีการที่ดีถูกต้องก็ไม่น่าจะมีปัญหา เช่น วัดแห่งหน่ึงมี
พระพุทธรูปงดงามมาก ท่านเจ้าอาวาสไม่ต้องการให้ใครเห็นใครดู เพราะเกรงจะไปเข้าหูคนร้ายและ
มาลักขโมยจึงเก็บซ่อนไว้ในกฏุ ิอยา่ งเร้นลับ จนไม่มีใครรู้ขอ้ เท็จจริงว่ายังมีอยูจ่ ริงไม่ถูกสับเปลี่ยน หรือ
ของจริงองค์เดิมหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะคนรุ่นเก่าที่เคยเห็นตายไป ทาให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง
เมอ่ื เกิดอคั คีภัย เกดิ โจรกรรม หรือท่านเจ้าอาวาสมรณภาพ ก็ย่งิ สับสนและ ไม่เหลอื หลกั ฐานอะไรเลย
เป็นตน้ ๑๒
การใช้สอยโบราณสถานสาหรับคนภายนอก เป็นการเปิดบริการสาธารณะแก่ทางโลก
โบราณสถานท่ีมีช่อื เสียงเรื่องโบราณสถาน โบราณวัตถุ ท่ีสาคัญในท้องถ่ินทุกแห่งถือว่าเป็นของดีของ
บ้านเมืองถ้ารู้จักจัดการด้านบริหารย่อมจะได้รับประโยชน์แก่ทุกฝ่ายเช่น โบราณสถานถ้ารู้จักดูแล
รักษาโบราณสถานดีไม่ทรุดโทรมก่อสร้างอย่างเป็นระเบียบ บริเวณโบราณสถานสะอาดปลูกต้นไม้
สวยงามร่มร่ืน จัดเจ้าหน้าท่ีและพระสงฆ์คอยบริการอานวยความสะดวกต่างๆ แก่นักท่องเท่ียว
โบราณสถาน นน้ั ก็จะมคี นมากขน้ึ รายได้เข้าสชู่ ุมชนก็จะตามมา ยง่ิ สังคมโลกปัจจุบันน้ีแคบลง เพราะ
ความเจริญกา้ วหนา้ ทางการสือ่ สารการคมนาคมและการท่องเทยี่ ว การแลกเปล่ยี นทางศลิ ปวฒั นธรรม
เขา้ มามบี ทบาทอยา่ งมากจุดขายจงึ อยู่ทวี่ ัฒนธรรมประเพณีวิถีชวี ิตของผ้คู นโบราณสถาน โบราณวัตถุ
ศิลปวัตถแุ ละธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม

๔.๑.๓ การกาหนดแนวทางการอนรุ กั ษ์โบราณสถานแบบการมสี ่วนร่วมจากชุมชน

การมีส่วนร่วมเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิดริเร่ิมการพิจารณา
ตัดสินใจ การร่วมกันปฏิบัติ และรวมกันรับผิดชอบในเร่ืองต่าง ๆ อันมีผลกระทบถึงตัวประชาชน๑๓

๑๒ สัมภาษณ์ นายประเวศ ตะกรุดจันทร์, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ.์

๑๓ สัมภาษณ์ นายสากล บญุ ศร,ี ผ้ใู หญ่บ้าน หมู่ ๔ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.

๑๕๓

หรือการที่บุคคลกลุ่มคน ประชาชนหรือองค์กรได้ร่วมพิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดาเนิน
กิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน โดยร่วมกันวางแผนโครงการร่วมกันปฏิบัติงาน ประเมินผลงาน พิจารณา
ตัดสินใจและร่วมกันรับผิดชอบด้วยความสมัครใจ เพ่ือให้เกิดการพัฒนาการอนุรักษ์โบราณสถานการ
เปล่ียนแปลงในแนวนโยบายให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ ภายใต้การกาหนดและดาเนินการของวัดและชุมชน
เอง๑๔ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เป็นการเร่ิมต้นจากการได้รับความรู้จากการบรรยายของ
พระสงฆ์และได้เข้าร่วมกิจกรรมของพระสงฆ์ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมดาเนินการ ร่วมทาการศึกษา
คน้ ควา้ ปัญหา และสาเหตุของปัญหาท่ีเกิดขึ้นในชมุ ชน ตลอดจนความต้องการของชุมชน ร่วมคิดหา
และสร้างรูปแบบ และวิธีการพัฒนาเพ่ือแก้ไขปัญหาของชุมชน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อเป็น
ประโยชนต์ ่อชมุ ชนหรอื สนองความตอ้ งการของชุมชน

วดั เปน็ ส่วนหน่ึงของการดาเนินชวี ิตของประชาชนในสังคมมาโดยตลอด ชาวบ้านส่วนใหญ่
อาศัยวัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมและปฏิบัติตนตามแนวทางพระพุทธศาสนา พระสงฆ์กับ
ชาวบ้าน ต่างมีความช่วยเหลือเก้ือกูลซ่ึงกันและกันด้วยดีเสมอมา เม่ือมีปัญหาเกิดข้ึนในชุมชน
พระสงฆ์มักจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาแบ่งเบาภาระให้ประชาชนอยู่เป็นจาโดยการให้การอบรม ทาให้
ประชาชนยึดม่ันในหลักธรรมและรู้จักการพัฒนาตนตามแนวทางพระพุทธศาสนาเช่น การละ
ความเห็นแก่ตัว เห็นประโยชน์สว่ นรว่ ม รวมท้ังพระสงฆ์ยังปฏบิ ัติตนและจัดกจิ กรรมเป็นแบบอย่างให้
ชาวบ้านเห็นผลของโครงการต่าง ๆ เช่น เปน็ ผู้ให้การศึกษาเป็นผู้นาการพัฒนาจิตใจเป็นผู้นาด้านการ
อนุรักษ์ เป็นต้น บทบาทดังกล่าวของพระสงฆ์มีความสาคัญเป็นอย่างมากในการกระตุ้นส่งเสริม
กระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในการพัฒนาชุมชน และมีส่วนช่วยกันรักษาสมบัติของชาติให้
คงเหลืออยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ๑๕ สาหรับในส่วนของการปลูกจิตสานึกของชุมชน ควรเข้าใจและ
มองเห็นคุณค่าของโบราณสถานและโบราณวัตถุท่ีมีความสาคัญต่อชุมชน ด้วยความคิดท่ีว่าการทาให้
ประชาชนหรือชุมชนได้เห็นคุณค่าและความสาคัญในการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ
โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เน่ืองจากเยาวชนเป็นทรัพยากรทสี่ าคัญย่ิงของประเทศชาติประเทศชาติจะ
เจริญหรือพัฒนาไปได้มากน้อยเพียงใด ย่อมข้ึนอยู่กับชุมชนที่ได้พัฒนาไว้ในปัจจุบัน ดังนั้น การ
ปลูกฝังให้ชุมชนเห็นคุณค่าและความสาคัญของโบราณสถานและโบราณวัตถุ จึงถือว่าเป็นงานท่ีมี

๑๔ สัมภาษณ์ นางสิราวรรณ พันธ์ทอง, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.

๑๕ สัมภาษณ์ นางแต๋ว ลุณวงศ,์ ผูใ้ หญ่บ้าน หมู่ ๖ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.

๑๕๔

ความสาคัญอย่างย่ิง เพื่อจะได้เตรียมตัวแก้ไขปัญหาในอนาคตและจะได้เป็นกาลังสาคัญของชุมชนใน
วันข้างหน้า

จากการศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วมและอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพ สรุปได้ว่า ในการอนุรักษ์โบราณสถาน ถือเป็นหน้าท่ีของวัดและชุมชนที่จะต้องทาตามหลัก
พระธรรมวินัย และตามพระราชบัญญตั คิ ณะสงฆ์ โดยแนวทางในการอนุรักษ์น้นั สามารถทาได้ดว้ ยการ
ดูแลรักษารวมทั้งการให้ความรู้ในการอนุรักษ์โบราณสถานแก่ประชาชน การให้ความร่วมมือในการ
อนุรกั ษ์โบราณสถานกับหน่วยงานราชการท่ีเก่ียวข้อง ปัจจุบันแนวทางการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ี
อทุ ยานประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ มีลาดับข้นั ตอน คอื

ข้ันท่ี ๑ ในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพนั้น หากมีส่ิงใด
ชารดุ เสียหาย หรือเปน็ ส่ิงทคี่ วรซอ่ มแซมจะต้องแจง้ แกผ่ ดู้ แู ลเปน็ สาคัญ

ขั้นท่ี ๒ ในการอนุรักษ์จะต้องดารงรักษาส่วนที่ดีเด่นสาคัญ เมื่อสร้างส่วนใหม่จะต้องให้
สอดคล้องกับของเก่าให้ดีขึ้น โดยทางอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ น้ันมี
หลักการสาคัญท่ีเป็นนโยบายว่า ๑) การอนุรักษ์เป็นไปเพ่ือการเก็บรักษาส่วนที่ดีให้มากที่สุด และมี
สอดคล้องกับของ เก่าที่เหลืออยู่ ๒) การอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่ใกล้เคียงจะต้องร่วมอนุรักษ์ไปใน
แนวทางเดียวกันหรือให้คงอยู่อย่างเดิมให้มากที่สุด ๓) จะต้องแน่ใจแล้วว่าในการอนุรักษ์น้ันมี
ความสาคญั มีคุณค่าอย่างแท้จรงิ ถึงจะเริ่มลงมืออนุรักษ์ และร่วมรับผดิ ชอบตดั สนิ ใจการดาเนินการทุก
คร้ังเพื่อสร้างความสานึกรักในโบราณสถานของตนเองด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ จากช่างกรม
ศิลปกรเป็นผู้แนะนาซึ่งการอนุรักษ์โบราณสถานท่ีกล่าวมามีความสอดคล้องถูกต้องกับตามหลัก
วิชาการและการอนรุ ักษท์ ี่กรมศลิ ปากรดาเนนิ การอยู่

๔.๒ การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์

จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสาคัญ เพ่ือให้เห็นการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนใน
การอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์พร้อมท้ังแนวทาง
สาหรบั การปฏบิ ัติเพ่ือการอนรุ ักษโ์ บราณสถาน ดังต่อไปนี้

๔.๒.๑ การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

จากการสัมภาษณ์ของผู้ให้ข้อมูล และจากการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะมีทัศนคติในความ
คิดเห็นตรงกัน ในเร่ืองการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน

๑๕๕

ประวัติศาสตร์ศรีเทพ อาจเป็นเพราะลักษณะทางกายภาพในปัจจุบันที่ขาดการอนุรักษ์และการดูแล
รักษาอย่างเป็นระบบ จึงทาให้การแสดงความคิดเห็นตรงกันท่ีจะให้มีการดาเนินการร่วมกันได้ให้
ข้อ เส น อ แน ะแ ล ะแน ว ท างใน กา รอ นุ รั กษ์ เป็ น โค รงงาน ก าร อ นุ รัก ษ์ โบ ร าณ ส ถ าน พื้ น ท่ี อุ ท ย า น
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ เช่นการมีส่วนรว่ มโดยชมุ ชนและประชาชนควรจะจัดเป็นระบบนิเวศน์ โดยรอบ
บริเวณวัดและร่วมกับภาคของรฐั ให้มามีส่วนร่วมโดยให้จุดคดิ ในการจัดการฟ้ืนฟูอนุรักษ์โบราณสถาน
พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นปัญหาสาคัญ เป็นอุปสรรคที่จะให้เกิดความเป็นระเบียบ
เรียบร้อย แนวทางในการพัฒนาเก่ียวกับปัจจัยของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยชุมชนก็เป็นส่วน
สาคัญท่ีจะทาให้เกดิ การพัฒนาในสถานท่ีและปรับปรงุ ในการจัดการอนุรกั ษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอทุ ยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพใหเ้ กิดความสวยงาม เพราะว่าขาดการสนบั สนุนทางภาครัฐ และองค์กรต่าง ๆ ท่ี
มีส่วนช่วยในการพัฒนา๑๖ โดยกล่าวถึง การดาเนินงานเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชนให้เห็นถึง
คุณคา่ ในอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพื้นท่อี ุทยานประวตั ิศาสตร์ศรเี ทพ คือ

๑. ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้นาท้องถิ่น ผู้นาชุมชนขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน
ทุกภาคส่วน๑๗

๒. มีการประชมุ คณะกรรมการทุกภาคส่วนและมกี ารติดตามประเมินผล๑๘
๓. อบรมใหค้ วามรูถ้ ึงคุณคา่ ของวดั เพอื่ หาแนวทางอนรุ ักษร์ ่วมกนั อย่างยั่งยืน
๔. จัดทาประชาคมหมู่บ้าน ตาบลเพ่ือสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและชุมชนได้ให้
ข้อเสนอแนะและแนวทางในการอนุรักษ์โดยรณรงค์ให้ชุมชนในตาบลได้มองเห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพโดยเชิญคณะสงฆ์ของอาเภอศรีเทพ และทุก
ภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องมาร่วมประชุมหาแนวทางรูปแบบร่วมกันต่อไปโดยแสดงทัศนคติเก่ียวกับการ
อนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอันเป็นสถานที่ศักด์ิสิทธิ์ ต้องอาศัยหลายภาค
ส่วน ทั้งทางคณะสงฆ์กลุ่มชุมชนและภาคส่วนของรัฐท่ีเกี่ยวข้องด้านแผนแม่บทในการอนุรักษ์
โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอันเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุและศิลปวัตถุควรมี

๑๖ สัมภาษณ์ พระครถู าวรพัชรโสภณ, เจ้าคณะอาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์.
๑๗ สัมภาษณ์ พระครูสีลพัชโรภาส, เจ้าอาวาสวัดบึงศรีเทพรัตนาราม ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จังหวัดเพชรบรู ณ.์
๑๘ สัมภาษณ์ พระปลัดประยูร ธมฺมธโร, วัดศิริมงคล ตาบลโคกสะอาด อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.

๑๕๖

ประธานสงฆ์ที่ชัดเจน จึงจะมีชุมชนของอาเภอศรีเทพมารว่ มกันอนุรักษ์และต้องมีคนในชุมชนมาเป็น
คณะกรรมการบริหาร๑๙

แนวทางในการพัฒนาโดยจัดกิจกรรมในการนัดหมายการพัฒนาอนุรักษ์โบราณสถาน
พื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพประสานผู้นาชุมชนในการเป็นผู้นาการแสดงออกในการช่วย
ดาเนินการเป็นตวั อย่างให้ชาวบ้านได้เห็นปฏิบัติตามและขอความร่วมมือชาวชุมชนในวนั หยุดเพื่อการ
พัฒนาอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเองโดยแสดงความคิดเห็นว่า แผนใน
การอนุรักษ์โบราณสถานอันเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ของอนุรักษ์โบราณสถาน
พ้นื ท่ีอุทยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพควรเปน็ ไปในรูปแบบการสารวจข้อมูลปัญหาและศักยภาพทาใหเ้ กิด
การทบทวนตนเองโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท้องถิ่น เพ่ือกาหนดอนาคตและทิศทางการ
พัฒนาตนเองโดยยดึ ชมุ ชนเปน็ ศนู ยก์ ลางในการพัฒนาโดยการเขา้ มามสี ่วนรว่ มของหน่วยงานท้องถนิ่

แน วท างใน การพั ฒ น า อนุ รักษ์ โบ ราณ ส ถาน พ้ื น ท่ีอุ ท ยาน ป ระวัติ ศาส ต ร์ศรีเทพ ซึ่ งมี
ทัศนยี ภาพทสี่ วยงาม เหมาะแก่การพัฒนาเปน็ สถานท่ีทอ่ งเที่ยวเชิงอนุรักษไ์ ด้ โดยกล่าวถงึ การอนรุ กั ษ์
โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพปัจจุบันควรมีมวลชนเข้ามาพัฒนาวัดน้ันควรเป็นไป
อย่างชัดเจน โดยเฉพาะความชัดเจนในตัวผู้นาของทางวัดและชุมชน ดังที่เห็นคือทางวัดยังขาด
พระสงฆท์ เี่ ปน็ ศูนย์รวมทางใจอยแู่ ละผู้นาชุมชนเอง๒๐

๔.๒.๒ การกาหนดบทบาทหน้าทข่ี องคณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรกั ษ์โบราณสถาน
พืน้ ท่ีอทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ

เครอื ข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
ไดก้ าหนดบทบาทหนา้ ท่ีของคณะทางาน ดังนี้

๑. ทาหน้าท่ีประสานงานระหว่างวัดหรือชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ กับเจ้าหน้าท่ีกรมศิลปากร กรมการศาสนา สานักงานวัฒนธรรมจังหวัด
เพชรบูรณ์และสานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน
ข้อมูลในการอนุรักษ์และพัฒนาอนุรักษโ์ บราณสถานพ้ืนท่ีอทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพร่วมกนั ๒๑

๑๙ สมั ภาษณ์ นางสรุ ิยา สุดสวาท, หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ.
๒๐ สัมภาษณ์ นายสาเร็จ สุขพ่อค้า, นายกองค์การบริหารส่วนตาบลศรีเทพ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรี
เทพ จังหวดั เพชรบรู ณ.์
๒๑ สัมภาษณ์ นางนภัสสร เซ็นต์นอก, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ.์

๑๕๗

๒. ทาหน้าท่แี จง้ ข่าวสารการดาเนินการต่าง ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ งกับการอนุรกั ษ์และพฒั นาแหล่ง
โบราณคดีจากหน่วยงานภาครฐั ทเ่ี ก่ยี วข้อง ใหเ้ ครือข่ายตามวัดหรือชุมชนตา่ ง ๆ ไดร้ ับทราบรว่ มกัน๒๒

๓. ทาหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพ่ือหางบประมาณมา
ดาเนินการบูรณะ ซ่อมแซมและพัฒนาอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้อยู่
ในสภาพคงทนและอยู่ในภมู ิทัศน์ที่เหมาะสม๒๓

๔. ทาหน้าที่ขับเคล่ือนและส่งเสริมการพัฒนาอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา
ศลิ ปกรรมและวัฒนธรรมในระดับจังหวดั เพชรบูรณ์๒๔

๕. ทาหน้าที่จัดการประชุมเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นประจาทุกปี เพื่อให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้การทางานด้านการอนุรักษ์
และพฒั นาแหลง่ โบราณสถานพืน้ ทอี่ ทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพรว่ มกนั ๒๕

๖. คณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์และพัฒนาอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ แต่ละชดุ มวี าระในการดาเนนิ งาน ๓ ปี เมื่อหมดวาระใหม้ ีการดาเนินการประชุม
เพื่อคดั เลือกคณะทางานชดุ ใหมต่ ามความเหมาะสม

บทบาทหน้าที่ของคณะทางานอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
ข้างต้นนี้ ถือเป็นแนวทางการจัดการและการบริหารงานเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพท่ีจะมีการดาเนินการต่อไปอย่างน้อยก็เป็นวาระละ ๓ ปี ซ่ึงถือเป็นมิติใหม่ของ
การทางานโดยอาศยั ความรว่ มมอื ของชุมชน

๔.๒.๓ แนวทางการทางานของเครือข่ายอนุรักษ์โบราณ สถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ

ห ลั งจ าก ที่ มี การต้ั งค ณ ะท างาน เค รือ ข่ าย ชุ ม ช น อ นุ รัก ษ์ โบ ราณ ส ถ าน พื้ น ที่ อุ ท ย าน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพข้ึนมา พร้อมทั้งมีการกาหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทางาน เครือข่ายชุมชน
อนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเพื่อให้ การทางานของคณะทางานเครือข่าย

๒๒ สัมภาษณ์ นายประเวศ ตะกรุดจันทร์, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.

๒๓ สัมภาษณ์ นายออ็ ด โตมนติ ย์, ผใู้ หญบ่ า้ น หมู่ ๘ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
๒๔ สมั ภาษณ์ นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ ภารฤทธิ,์ กานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ.์
๒๕ สัมภาษณ์ นายเลาะ กลิน่ เทศ, ขา้ ราชการบานาญ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวดั เพชรบรู ณ.์

๑๕๘

ชุมชนได้เกิดข้ึนอย่างเป็นรูปธรรม คณะผู้วิจัยได้ร่วมกับคณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์
โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพได้กาหนดทิศทางการทางานโดยนาหลักพุทธธรรมมา
บรู ณาการ

๔.๒.๓.๑ การกาหนดนโยบายการทางานของเครอื ขา่ ย

ในการทางานของเครือข่ายชุมชน อนุรักษ์โบราณ สถานพ้ืนที่อุ ทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพน้ัน ได้มีความพยายามในการนาหลักพุทธธรรมมาประยุกต์หรือบูรณาการใช้ใน
การทางานอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดี เพ่ือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพใน
การทางานมากข้ึน เป็นได้โดยธรรม ไม่เกิดความกดดัน หรือเบียดเบียนเวลาการทางานหลักของ
คณะทางาน การใช้หลักธรรมถือเป็นศูนย์กลางคาสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาท่ีสามารถนามา
ประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่ในการดาเนินชีวิตประจาวันไปจนถึงการปฏิบัติเพ่ือบรรลุมรรคผล และเมื่อมีการ
ประยุกต์ศาสตรห์ รือการบูรณาการศาสตร์ทง้ั หลายเขา้ กับหลักพุทธธรรมแล้ว ยอ่ มส่งผลถึงการพัฒนา
ทมี่ ีมติ สิ ามารถต่อยอดหรือขยายผลออกไปได้กวา้ งขวางและเปน็ การพฒั นาท่ียง่ั ยืนมากยงิ่ ขนึ้

ก าร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ งวั ด แ ล ะ ชุ ม ช น ใน ก าร อ นุ รั ก ษ์ โบ ร าณ ส ถ า น พื้ น ที่ อุ ท ย า น
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ผู้วิจัยและคณะทางานได้นาหลักพุทธธรรม “อปริหานิย
ธรรม” มาประยกุ ตใ์ ช้เพ่ือให้เกดิ แนวนโยบายการทางานอนุรักษ์และพัฒนาแหลง่ โบราณคดีเชิงบรู ณา
การ อันจะส่งผลให้เกิดแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาท่ีเป็นรูปธรรมมากย่ิงขึ้นอปริหานิยธรรม
แปลว่า ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเส่ือม เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว มี ๗ ประการ ถือว่าเป็น
ธรรมทีท่ าใหเ้ กิดความเจริญท้ังสว่ นตนและส่วนรวม และยังเปน็ หลกั ปฏบิ ัตทิ ี่นาความสุขความเจรญิ มา
สหู่ มู่คณะ เป็นหลกั ธรรมท่ีเน้นความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความสามัคคีของหมคู่ ณะ และการเคารพ
นบั ถือซึ่งกันและกัน สามารถนาหลักพุทธธรรมอปริหานิยธรรมมาประยุกต์เพ่ือเป็นแนวทางในการบูร
ณาการการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรกั ษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
ไดด้ ังน้ี

๑. ผลักดันให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องกับการการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการ
อนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ทั้งหน่วยงานราชการระดับนโยบายในพ้ืนท่ี
หรือในจังหวัดชุมชนและพระภิกษุสามเณรภายในวัด ต้องหม่ันประชุมกันเป็นประจา เพราะการ
ประชุมกันบ่อยๆ เป็นการระดมสมอง รวมความสามารถที่ทุกคนมี นามาแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่อง
และหาแนวทางทีเ่ หมาะสมในการมสี ่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อทุ ยาน

๑๕๙

ประวัติศาสตร์ศรีเทพร่วมกัน๒๖ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะทางานเครือข่ายชุมชนการมีส่วนร่วมของวัด
และชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ท่ีต้องหม่ันประชุม
ปรกึ ษาหารอื ในการมสี ว่ นร่วมของวดั และชมุ ชนในการอนรุ ักษ์โบราณสถานพื้นทอี่ ทุ ยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพรว่ มกนั อยู่เนือง ๆ เพราะแหล่งโบราณคดีถือเป็นทรัพยากรของชุมชน ท่ีคนในชุมชนต้องมีสิทธิ
และส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรในชุมชนของตนเอง จะอาศัยเฉพาะกลไกของภาครัฐและการ
สนบั สนนุ จากภายนอกอย่างเดยี วไม่ได้๒๗

๒. ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งโบราณคดีต่างๆ พร้อมเพรียงกันประชุม
พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม และพร้อมเพรียงกันปฏิบัติการในการการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนใน
การอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มีความรับผิดชอบร่วมกัน๒๘ ดาเนินไป
อย่างพรอ้ มเพรียง และเมื่อถึงตอนทางานก็ต้องทางานของส่วนรวมให้ดี เพ่ือความมั่นคงถาวรของการ
อนรุ กั ษ์โบราณสถานพืน้ ทีอ่ ทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ๒๙

๓. สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องกับการมีส่วนร่วมของวัดและ
ชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือ
ข้อบังคับ โดยทุกคนต้องถือระเบียบข้อบังคับเพื่อปฏิบัติอย่างเสมอภาคกัน ข้าราชการหรือเจ้าหน้าท่ี
รัฐก็ไม่ยกเอาอานาจหน้าท่ีมาขม่ ชาวบ้านจนเป็นเหตใุ ห้เกดิ ความแตกแยก และตอ้ งปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ที่
ได้รับมอบหมายในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพทุ ธศาสนาอยา่ งสุดความสามารถ

๔. สร้างความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทาง
พระพุทธศาสนาในลุ่มแม่น้าเลยนั้น ควรให้ความเคารพนับถือผู้ใหญ่ เช่น พระศรีพัชโรดม (ลักษณะ
กิตฺติญาโณ ป.ธ.๙) เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์และพัฒนาแหล่ง
โบราณคดีฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้อานวยการสานักงาน
พระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น เพราะความ

๒๖ สมั ภาษณ์ นางสุรยิ า สุดสวาท, หวั หน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ.
๒๗ สัมภาษณ์ นายสาเร็จ สุขพ่อค้า, นายกองค์การบริหารส่วนตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบรู ณ.์
๒๘ สัมภาษณ์ เจ้าอธิการรังสรรค์ โกสโล, เจ้าคณะตาบลหนองย่างทอย เขต ๒ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.
๒๙ สัมภาษณ์ พระครถู าวรพัชรโสภณ, เจา้ คณะอาเภอศรเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ.์

๑๖๐

เปน็ ผู้ใหญ่กับความเปน็ ผนู้ ้อยเป็นสิ่งทเี่ กี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออกอยา่ งน้อยผู้ใหญห่ รือผู้นาก็
จะมปี ระสบการณใ์ นการทางานมากกว่า๓๐

๕. สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธ
ศาสนในลุ่มแม่น้าเลยต้องไม่ลุแก่อานาจความอยาก ความเห็นแก่ตัว เช่น ทุจริตงบประมาณท่ีได้รับ
อนุมัติให้มาใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ต้องใช้งบประมาณให้
ถูกต้องและเป็นประโยชน์มากท่ีสุด ไม่โลภเอาโบราณวัตถุหรือของมีค่าท่ีเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีไป
เป็นของสว่ นตน เปน็ ต้น

๖. จัดกิจกรรมให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องกับอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยาน
ประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ ต้องรักสันตภิ าพ ขัดเกลาจิตใจอยู่เสมอ แสดงถึงความเป็นผู้มีนิสัยดี พร้อมท่ีจะ
ปฏิบัติงานโดยไม่ประมาท การที่ผู้มีส่วนเก่ียวข้องกับอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์
ศรเี ทพ เป็นคนดียอ่ มเปน็ เกยี รติ เปน็ ศักดศ์ิ รี เป็นเคร่ืองยืนยนั ความบริสทุ ธใ์ิ จในการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ได้ดี

๗. ส่งเสริมและสนับสนุนคนดี ปกป้องคนดี ส่งเสริมคนดี และเลือกคนดีมี
ความสามารถเขา้ มาเป็นกาลังสาคัญในการอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาโบราณสถานพืน้ ทอ่ี ุทยานประวตั ิศาสตร์
ศรีเทพ เพอื่ ท่ีจะนาพาให้โบราณสถานพนื้ ทอ่ี ุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ ได้รับการอนรุ ักษ์และพัฒนา
เพื่อเป็นแหลง่ เรียนรู้และแหล่งท่องเท่ยี วทางประวตั ิศาสตร์ โบราณคดีพระพุทธศาสนาและศิลปกรรม
สาหรบั นกั เรยี น นักศึกษา เยาวชน ตลอดจนประชาชนในทอ้ งถน่ิ และนักทอ่ งเท่ียว ได้เกิดความร้คู วาม
เขา้ ใจและความภาคภมู ิใจสบื ไป

๔.๒.๓.๒ การกาหนดพันธกจิ การทางานของเครอื ขา่ ย
คณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพ ได้กาหนดพันธกิจของคณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพ้ืนที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้ดาเนินการจัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์และพัฒนา
โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้แก่คนชุมชน เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจและ
ตระหนกั ถึงการโบราณสถานพน้ื ทอ่ี ทุ ยานประวตั ิศาสตรศ์ รีเทพ ใหค้ งอยู่คชู่ ุมชนสืบไป๓๑
พันธกิจข้างต้นถือเป็นแนวทางแนวทางสาคัญในการทากิจกรรมเพื่อขับเคล่ือน
การอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซ่ึงจะมีการดาเนินงานให้สอดคล้องกับ
บทบาทหน้าที่และแนวนโยบายการทางานอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
โดยบูรณการตามหลักพุทธธรรม

๓๐ สมั ภาษณ์ พระไพโรจน์ มหานาโม, วดั เนินอเี ก้งิ ตาบลนาสนุ่น อาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์.
๓๑ สัมภาษณ์ นางสุรยิ า สดุ สวาท, หัวหนา้ อทุ ยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพ.

๑๖๑

๔.๒.๓.๓ การกาหนดกจิ กรรมของเครอื ข่าย
เนอื่ งจากวา่ การทางานของคณะทางานเครือขา่ ยชมุ ชนโบราณสถานพื้นทอ่ี ุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรเี ทพ ยังไม่ไดเ้ กิดขึ้นอยา่ งเปน็ รูปธรรมในชว่ งเวลาการวิจัย หากแต่จะเกิดข้ึนหลังจาก
ปิดโครงการวิจัยไปแล้ว คณะทางานเครือข่ายชุมชนโบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จึงได้หารือกันเพ่ือกาหนดกิจกรรมที่จะทาร่วมกันของคณะทางานในรอบปี เพ่ือให้เกิดการขับเคลื่อน
การทางานของเครือข่ายชุมชนโบราณสถานพื้นที่อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพ ดงั นี้
๑. คณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพ จะมีการประชุมปรึกษาหารือในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
อย่างน้อยปลี ะ ๒ ครั้ง เพ่อื ให้เกิดการติดตามผลการทางานโบราณสถานพน้ื ที่อทุ ยานประวตั ิศาสตร์ศรี
เทพ อย่างเปน็ รูปธรรม๓๒
๒. เม่ือคณ ะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์ โบราณ สถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้รับทราบปัญหาเก่ียวกับแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนา จะต้องรีบ
ดาเนินการประสานงานกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร กรมการศาสนา สานักงานวัฒนธรรมจังหวัด
เพชรบูรณ์ และสานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ เพ่ือให้เกิดการดาเนินการแก้ไขปัญหาให้
ทันท่วงทแี ละเปน็ ระบบตามระเบียบราชการ๓๓
๓. คณะทางานเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพ จะร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสรมิ การชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัตศิ าสตร์ศรี
เทพ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ศิลปกรรมและ
วฒั นธรรมในระดบั จังหวัดเพชรบรู ณ์๓๔
๔. คณะทางานเครือข่ายเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ จะดาเนินการจัดการประชุมให้ความรู้ท่ีเก่ียวข้องกับอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ให้แก่ประชาชนทั่วไปอย่างน้อยปีละ ๑ คร้ัง เพื่อให้เกิดการแลกเปล่ียน
เรียนรู้การทางานด้านการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ร่วมกันของทุกภาค
สว่ นในชุมชน๓๕

๓๒ สมั ภาษณ์ พระครถู าวรพัชรโสภณ, เจา้ คณะอาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ.์
๓๓ สมั ภาษณ์ นางสุรยิ า สุดสวาท, หวั หน้าอทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ.
๓๔ สมั ภาษณ์ นางสาวพชั รา สคุ ันธ,ี ผู้อานวยการ สานักงานพระพุทธศาสนาจังหวดั เพชรบรู ณ์.
๓๕ สมั ภาษณ์ นางสรุ ิยา สุดสวาท, หวั หน้าอทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ.

๑๖๒

๕. คณะทางานเครือข่ายเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ ร่วมกับชุมชนอย่างน้อยปีละ ๑ แห่ง โดยพิจารณาตามสภาพปัญหาของแหล่ง
โบราณคดีเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการกระตุ้นและสร้างจิตสานึกด้านการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่ง
โบราณคดที างพระพทุ ธศาสนาในล่มุ แมน่ า้ เลยใหเ้ กดิ ขนึ้ แก่คนในชุมชน๓๖

๔.๒.๓.๔ การประสานงานของเครือขา่ ย
ในการประสานงานของเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพนั้น ในเบื้องต้นทางคณะทางานได้ใช้สื่อออนไลน์เป็นช่องทางในการติดต่อ
ประสานงานระหว่างกัน โดยต้ังกลุ่มแอพริเคชั่น Line ว่า “เครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ี
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ” โดยมีพระครูถาวรพัชรโสภณ เจ้าคณะอาเภอศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการคณะทางานเป็นแอดมิน และใช้ช่องทางแอพริเคชั่น
Facebook และโทรศัพท์เป็นอีกช่องทางในการติดต่อประสานงาน ส่วนในการประสานอย่างเป็น
ทางการ กรณีมีการเรียกประชุมปรึกษาหารือหรือมีเร่ืองสาคัญที่จา เป็นต้องแจ้งคณะทา งาน
เครือข่ายเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอย่างเป็นทางการ
พระครูสีลพัชโรภาส เจ้าอาวาสวัดบึงศรีเทพรัตนาราม ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์
จะเป็นผรู้ ับคาสงั่ จากพระครถู าวรพัชรโสภณ ประธานเครือข่าย เป็นผู้ส่งหนังสือออกไปยังคณะทางาน
เพ่อื ให้ทราบข้อมูลอยา่ งเป็นทางการสถานที่ที่ใชใ้ นการประสานงานของเครือข่าย

จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ี
อทุ ยานประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ สรุปได้วา่ จากสภาพปัญหาท่ีเกดิ ข้ึนในปัจจุบันจึงเป็น
การอันสมควรท่ีชาวบ้านในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ควรตระหนักถึงความสาคัญและ
รว่ มหาแนวทางในการแก้ไขสภาพปัญหาท่ีเกิดข้ึนนี้ต่อไป ผู้วิจัยจึงแยกแนวอนุรกั ษ์โบราณสถานพื้นที่
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็น ๓ แนวทาง คือ แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีใน
ระดับนโยบาย แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และ
แนวทางการอนรุ กั ษ์และพัฒนาแหลง่ โบราณคดขี ององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ

๑. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีในระดับนโยบาย ได้แก่ รัฐ
จะต้องเป็นผูท้ ่ีให้ข้อมูลความรทู้ ี่เกยี่ วข้องในแหลง่ โบราณคดีแก่พระสงฆ์และชาวบ้าน รัฐโดยกระทรวง
การท่องเท่ียวและกีฬา ควรมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้มีมัคคุเทศก์ท้องถ่ินเพ่ิมมากข้ึน และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมบังคับใช้กฎหมาย ควรนากฎหมายท่ีเก่ียวกับการอนุรักษ์

๓๖ สมั ภาษณ์ นางสาวกัญจน์ณฏั ฐ์ ภารฤทธิ,์ กานันตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ.์

๑๖๓

โบราณสถานโบราณวัตถุ มาบังคับใช้อย่างเด็ดขาด ตลอดจนตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเพ่ิมเติมในการ
อนรุ ักษ์ โบราณสถานพ้ืนท่ีอทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ

๒. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับวัดและชุมชน จากผล
การสารวจที่พบภายในชุมชนหลายแห่งที่มีแหล่งโบราณคดี มีสภาพปัญหาในรูปแบบท่ีใกล้เคียงกัน
เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีแห่งนั้น ปัญหาการขาดแคลน
บุคลากร ผู้นาที่จะเข้ามาดแู ลจากเหตุผลท่ีกล่าวมาในข้างต้นน้ันถือไดว้ ่าเป็นปัญหาหลักสาคัญท่ีทาคน
ให้ในชุมชนควรร่วมมือและจัดหาแนวทางท่ีใช้การแก้ปัญหาร่วมกัน ควรมีการปลูกฝังจิตสานึกในการ
อนุรักษ์และจิตสาธารณะต่อการรักษาโบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ภายในชุมชน
ของคนท่ีอยู่ใกล้กับโบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นที่ตรงกัน
ในเรือ่ งที่ควรให้เด็กหรือเยาวชนเข้ามามีสว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์เพ่ือท่ีจะปลกู ฝังจิตสานึกให้กบั เด็กหรือ
เยาวชนเหล่านี้มาทาการพัฒนาต่อ ๆ ไปในอนาคต ควรจะมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชน
เพ่ือส่งผลท่ีจะช่วยในการเสริมสร้างถึงจิตสานึกของคนในชุมชนให้มีการอนุรักษ์ดูแลรักษาแหล่ง
โบราณคดีแห่งนใ้ี ห้มากข้ึนและอยู่คชู่ มุ ชนน้ัน ๆ ต่อไป มกี ารจัดทาหนังสือหรือสื่อภาพเคลือ่ นไหว โดย
ให้เด็กนักเรียนหรือเยาวชนที่ได้รับการเรียนการสอนจากโรงเรียนเข้ามาร่วมสร้าง เว็บบอร์ดหรือ
เวบ็ ไซตแ์ นะนาสถานทีท่ อ่ งเท่ียวแหล่งโบราณคดที างที่อยูใ่ นชุมชนนั้น ๆ

ภายในชุมชนควรที่จะต้องมีการต้ังผู้นาหรือการตั้งตัวแทนข้ึนมาเพ่ือเป็นผู้ที่คอย
บังคับควบคุมให้ชาวชุมชนร่วมกันสอดสอ่ งดูแลความเรยี บร้อยของแหล่งโบราณคดี สิ่งที่ผู้นา พระสงฆ์
และชาวบ้านต้องทาภายในชมุ ชน ต้องมรี ่วมกันจดั กิจกรรมหรอื เพณใี นลักษณะเชิงท่องเท่ียวเพื่อดงึ ดูด
ให้บุคคลทั้งในและนอกเขา้ มา มีการให้ความร้เู ก่ียวแหลง่ โบราณคดี และคอยเป็นหูเปน็ ตา ให้กับรัฐใน
การสอดส่องดูแลแหล่งโบราณคดีซ่ึงเป็นมรดกของชาติ ท่ีเสมือนแหล่งเรียนรู้ท่ีสาคัญให้ไว้ชนรุ่นหลัง
ไดศ้ ึกษา วัดและชุมชนตอ้ งร่วมมอื กันทาการอนรุ กั ษแ์ หล่งโบราณคดีข้ันพนื้ ฐาน ซึ่งสามารถดาเนินการ
ได้อย่างต่อเน่ือง เพ่ือหยุดหรือบรรเทาเหตุแห่งการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน โดยการดาเนินการ
นั้นไม่มีผลให้ลักษณะทางกายภาพของโบราณสถานเปล่ียนแปลงไปจากเดิม เพ่ือรอการดาเนินการ
อนรุ ักษข์ ้ันสงู ทเี่ หมาะสมในลาดบั ต่อไป

๓. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับจังหวัดและองค์กร
ทางด้านวัฒนธรรม จากข้อมูลซ่ึงเป็นผลที่สามารถสรุปได้จากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสาหรับ
แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับจังหวัดและองค์กรทางด้านวัฒนธรรมอย่างที่
ควรจะเป็น เพราะแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนานับว่ามีความสาคัญในการพัฒนาท้องถ่ินใน
หลายด้าน ตลอดจนเปน็ สถานท่ีพักผ่อนหยอ่ นใจที่สบื ทอดวัฒนธรรมและประเพณี เสรมิ สร้างภูมิทัศน์
ให้แก่ชุมชน นอกจากน้แี หลง่ โบราณคดียงั เป็นแหล่งรวมของศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี

๑๖๔

วิถีชีวิตที่ส่ังสมสืบทอดต่อกันมาจากชุมชนท่ีต้ังถิ่นฐานมาแต่โบราณ ซึ่งส่ิงเหล่าน้ีนับเป็นมรดกทาง
วฒั นธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนนั้น ๆ และมีคุณค่าอย่างย่ิง จึงจาเป็นท่ีหน่วยงานราชการระดับ
จังหวัดและองค์กรทางด้านวัฒนธรรมจะต้องเข้ามามีบทบาทและรับผิดชอบโดยตรง เช่นหน่วยงาน
ราชการต้องมีส่วนสนับสนุนการช่วยดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับแหล่งโบราณคดีโดยร่วมมือและ
ประสานงานกับสานักศิลปากร คอยประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซึ่งมีศักยภาพสามารถ
ช่วยดูแลถากถางวัชพืชที่ปกคลุมโบราณสถานให้สะอาด เรียบร้อยพัฒนาภูมิทัศน์ และอื่น ๆ ได้ ผู้ว่า
ราชการจังหวัดและองค์กรทางดา้ นวัฒนธรรมระดับจงั หวดั ควรกาหนดแนวทางการอนุรกั ษ์และพัฒนา
แหล่งโบราณคดีท่ีอยู่ในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบเป็นวิสัยทัศน์ในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดี
อย่างตอ่ เนอื่ ง เพ่ือจะได้เกิดการอนุรกั ษ์และพฒั นาอยา่ งตอ่ เนื่องและเปน็ ระบบต่อไป

ฝ่ายปกครองท้องถิ่นและฝ่ายปกครองท้องที่ควรเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเข็มแข็ง
และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตาบล ตลอดจนสภาวัฒนธรรม
ตาบลและสภาวฒั นธรรมอาเภอ ควรขยายเครือขา่ ยในการอนุรักษ์และพฒั นาแหล่งโบราณคดีเพิ่มมาก
ขึ้น และนาเครือข่ายเหล่าน้ันมาร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรนาแหล่งโบราณคดีมาเป็นทุนทางประวัติศาสตร์และ
วัฒนธรรมแลว้ นามารับใช้ชมุ ชนทอ้ งถ่ิน โดยการพฒั นา สง่ เสรมิ อาชพี เพมิ่ รายได้จากส่งิ ทีม่ อี ยู่

๔.๓ รูปแบบการมีส่วนร่วมของวดั และชุมชนในการจัดการพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์

จากการแสดงความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้นาเสนอรูปแบบการมี
ส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้รับข้อเสนอแนะว่า
รูปแบบควรเป็นรูปแบบที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ เป็นแนวทางทท่ี างวัดและชุมชนสามารถปฏิบัติได้
เป็น ๓ รปู แบบ คือ

๔.๓.๑ การให้ความรู้การอนรุ ักษ์โบราณสถานพื้นทอ่ี ทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ
จากการศึกษาความเป็นมา พบว่า เมืองศรีเทพเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่และมีอายุอยู่
ยาวนานถึงประมาณ ๗๐๐ ปีทาให้พบซากโบราณสถานมากกว่า ๑๐๐ แห่งกระจายอยู่ภายในเมือง
เช่นโบราณสถานเขาคลังในโบราณสถานปรางค์ศรเี ทพและโบราณสถานปรางคส์ องพ่ีน้องเป็นต้นและ
นอกเมืองศรีเทพทางทิศเหนือเช่นโบราณสถานเขาคลังนอกและโบราณสถานปรางค์ฤาษีนอกจากนี้ยัง
มีโบราณสถานท่ีมีความสัมพันธ์กับเมืองศรเี ทพแต่มีท่ตี ้ังอยหู่ ่างไกลออกไปจากเมืองศรีเทพในรศั มี ๒๐
กิโลเมตร ได้แก่ โบราณสถานถ้าเขาถมอรัตน์และโบราณสถานเขาคลงั เกาะแก้ว เป็นต้น โบราณสถาน
ทม่ี คี วามสมั พันธ์กบั เมอื งศรเี ทพเหลา่ น้ีส่วนใหญก่ ่อสรา้ งฐานดว้ ยศลิ าแลงเนอื่ งจากเป็นวัสดทุ ีห่ าไดง้ า่ ย

๑๖๕

ใน บ ริ เว ณ น้ี ทั้ ง ภ า ย ใน เมื อ ง ศ รี เท พ เอ งแ ล ะ พ้ื น ท่ี ใก ล้ เคี ย ง ส่ ว น ตั ว อ า ค า ร มั ก ก่ อ ส ร้ า ง ด้ ว ย อิ ฐ มี
เครื่องประดับตกแต่งที่ทาด้วยหินทรายและปูนปั้นโบราณสถานที่พบทุกแห่งเป็นศาสนสถานหรือ
อาคารที่ก่อสร้างข้ึนเพ่ือใช้ประโยชน์ในทางศาสนาสามารถแบ่งตามรูปแบบศิลปะได้ ๒ สมัยคือศิลปะ
ทวารวดีที่มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ เป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธและศิลปะเขมร
โบราณหรือศิลปะลพบุรีท่ีมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ซึ่งพบว่าเป็นศาสนสถานทั้งใน
ศาสนาพุทธและฮินดโู ดยมโี บราณสถานสาคัญดังน้ี

๑. ศาสนสถานศลิ ปะทวารวดี ได้แก่
- โบราณสถานเขาคลงั ใน
- โบราณสถานเขาคลังนอก
- โบราณสถานถ้าเขาถมอรตั น์

๒. ศาสนสถานศลิ ปะเขมรโบราณหรือลพบรุ ี ไดแ้ ก่
- โบราณสถานปรางค์ศรเี ทพ
- โบราณสถานปรางคส์ องพนี่ อ้ ง
- โบราณสถานปรางค์ฤาษี

นักโบราณคดีมความเห็นที่เชื่อว่า เมืองศรเี ทพมคี วามเหมาะสมทจี่ ะใช้เป็นตัวแทนเมืองใน
วฒั นธรรมทวารวดีซึง่ เปน็ วฒั นธรรมภายใต้พระพุทธศาสนาท่ีมรี ากฐานมาจากอารยธรรมอินเดียถือว่า
เป็นวัฒนธรรมที่สาคัญวฒั นธรรมหน่ึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกจากจะเป็นตัวแทนเมือง
ภายใต้วัฒนธรรมทวารวดีแล้วที่เมืองศรีเทพยังปรากฏอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่หลากหลายสามารถใช้
เป็นตัวแทนเมืองโบราณในยุคต้นประวัติศาสตร์ได้อย่างดีเนื่องจากมีลักษณะทางกายภาพท่ีสมบูรณ์
และครบถ้วนเป็นเมืองสมัยทวารวดีที่มีขนาดใหญ่ยังคงมีคูน้าคันดินท่ีบ่งชี้ขอบเขตอย่างชัดเจน
นอกจากน้ียังเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นหย่ังรากลึกในเร่ืองพัฒนาการทางวัฒนธรรมท่ีสืบเน่ืองเป็น
ลาดับข้ันตอนและมีเอกลักษณ์โดยในด้านความสาคัญของเมืองศรีเทพน้ันอาจกล่าวได้ว่าศรีเทพเป็น
ศูนย์กลางท่ีรับและถ่ายทอดศิลปะและวัฒนธรรมทวารวดีในเขตลุ่มน้าป่าสักไปยังท่ีราบสูงโคราช
เพราะจากหลักฐานทางโบราณคดีสามารถยืนยันได้ว่าเมืองศรีเทพพัฒนาข้ึนจากชุมชนโบราณท่ีมี
มาแล้วต้ังแต่ยุคเหล็กมีอายุตั้งแต่ราว ๒,๕๐๐ ปีลงมาตัวเมืองต้ังอยู่บนเส้นทางคมนาคมจากลุ่มน้า
เจ้าพระยาผ่านมายังลุ่มน้าลพบุรีและลุ่มน้าป่าสักในหุบเขาเพชรบูรณ์ตัดผ่านช่องเขาคงพระยากลาง
ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ไปยังท่ีราบสูงโคราชบริเวณต้นลาน้าชี-มูลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซ่ึงมี
เมืองและชุมชนโบราณในสมัยทวารวดีมากมายเมืองศรีเทพจึงเป็นแหล่งชุมทางคมนาคมที่สาคัญใน
บริเวณลมุ่ นา้ ป่าสกั

๑๖๖

“ทวารวดี” เป็นกลุ่มวฒั นธรรมแรกในสมัยประวัตศิ าสตร์ตอนต้นในดินแดนท่ีเป็นประเทศ
ไทยในปัจจุบันวัฒนธรรมทวารวดีได้เจริญข้ึนในภาคกลางของประเทศไทยในราวพุทธศตวรรษท่ี ๑๑
หรือ ๑๒-๑๖ โดยมีพ้ืนฐานมาจากการติดต่อกับผู้คนจากภายนอกโดยเฉพาะอย่างย่ิงจากอินเดียดัง
ปรากฏหลักฐานว่าในราวพุทธศตวรรษที่ ๒-๕ ซึ่งตรงกับยุคเหล็กตอนปลายชุมชนโบราณแถบภาค
กลางของประเทศไทยได้มีการติดตอ่ ค้าขายกับผู้คนจากอินเดียกลุ่มประเทศแถบเมดิเตอรเ์ รเนียนและ
เปอร์เซียเป็นต้นโดยมีศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคอยู่แถบบริเวณลุ่มแม่น้าแควน้อยดังปรากฎแหล่ง
โบราณคดีที่สาคัญในพื้นที่แถบน้ันเป็นจานวนมากเช่นแหล่งโบราณคดีบ้านเก่าอาเภอเมืองจังหวัด
กาญจนบุรแี ละแหลง่ โบราณคดบี ้านดอนตาเพชรอาเภอพนมทวนจังหวัดกาญจนบุรีเปน็ ต้นนอกจากน้ี
ยังพบหลักฐานในบริเวณลุ่มแมน่ ้าลพบรุ ีที่แหล่งโบราณคดีศูนย์กลางทหารปืนใหญ่อาเภอเมืองจังหวัด
ลพบุรี

ตอ่ มาในราวพทุ ธศตวรรษท่ี ๖-๙ ชุมชนแถบภาคกลางของประเทศไทยไดต้ ดิ ต่อค้าขายกับ
พ่อค้าที่มาจากชาติทางซีกตะวันตกของแหลมทองเพิ่มมากขึ้นสินค้าท่ีเป็นที่นิยมในสมัยนั้นเช่น
เคร่ืองประดับลูกปัดแก้วและหินภาชนะแก้วเครื่องถ้วยเปอร์เซียเป็นต้นตลอดจนวัตถุต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวเนื่องกับการค้าเช่นตราประทับสลักจากหินแสดงให้เห็นการติดต่อกับพ่อค้าชาวอินเดียและโรมัน
สินค้าท่ีเลียนแบบสินค้าโรมันได้หล่ังไหลเข้ามายังเมืองท่าการค้าและศูนย์กลางการค้าใหญ่น้อ ยใน
ภูมิภาคนี้ซึ่งกระจายอยู่ตามพื้นท่ีภาคกลางตอนล่างบริเวณลุ่มน้าแม่กลอง-ท่าจีนลุ่มน้าลพบุรี-ป่าสัก
และล่มุ น้าบางปะกงทาใหช้ ุมชนในพน้ื ทีเ่ หล่านน้ั มพี ัฒนาการทางวฒั นธรรมตอ่ มา๓๗

หลังจากพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๐ เป็นต้นมาชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเจริญทาง
วัฒนธรรมและศิลปวิทยาการจากอินเดียเพ่ิมข้ึนจนกระทั่งมีการจัดระบบการปกครองภายในชุมชน
และพัฒนาข้ึนมาเป็นเมืองภายใต้การปกครองของผู้นาหรือกษัตริย์และที่สาคัญคือรับวัฒนธรรมและ
คติความเช่ือทางศาสนาทั้งศาสนาพุทธและฮินดูก่อให้เกิดวัฒนธรรมเฉพาะของภูมิภาคและแพร่ไปสู่
ภูมิภาคอื่นดังเช่นวัฒนธรรมทวารวดีท่ีถือว่าเป็นวัฒนธรรมเน่ืองในพระพุทธศาสนาที่ได้รับอิทธิพลมา
จากอินเดียอย่างใกล้ชิดเป็นต้น

ในช่วงท่ีมีเมอื งโบราณทม่ี ีคนู ้าคันดินลอ้ มรอบเร่มิ เกิดขึ้นบริเวณภาคกลางของประเทศไทย
เม่ือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ หรือ ๑๒ เมืองโบราณเหล่าน้ันเจริญขึ้นภายใต้วัฒนธรรมทวารวดี
โดยมีพื้นฐานมาจากชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายตัวอย่างเมืองโบราณที่สาคัญในสมัย
ทวารวดีที่ได้รับการศึกษาในระยะแรก ๆ เช่นเมืองอู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีเมืองนครปฐมโบราณเมือง

๓๗ บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ และคณะ, “การประดิษฐานพระพุทธศาสนาจากลังกาทวีปในดินประเทศไทย
สมยั วฒั นธรรมทวารวดี”, รายงานการวจิ ัย, (๒๕๕๓), หน้า ๓๕.

๑๖๗

ละโว้ (ลพบุรี) เมืองคูบัวจังหวัดราชบุรีและเมืองศรีเทพเป็นต้นเมืองโบราณเหล่าน้ีเกิดจากการ
เปลี่ยนแปลงสภาพสังคมเมืองในช่วงเวลานั้นท่ีขยายตัวจากสังคมครอบครัวและสังคมหมู่บ้านที่มี
ชุมชนขนาดเล็กล้อมรอบเป็นสังคมท่ีมีผู้นาหรือหัวหน้าปกครองมีการแบ่งชนช้ันและหน้าที่ทางสังคม
นอกจากน้ียังมีการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการปกครองและการสร้างจารีตประเพณีในกลุ่มของตน
ชุมชนทวารวดีได้รับอิทธิพลแนวความเชื่อแบบพุทธศาสนาในลัทธิเถรวาทควบคู่ไปกับการนับถือ
ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูท้ังลัทธิไศวนิกายและลัทธิไวษณพนิกายโดยศาสนาพราหมณ์หรือศาสนา
ฮนิ ดูจะแพร่หลายในหมู่ชนชั้นปกครองในระยะหลังเม่ือเขมรโบราณเข้าสู่สมัยเมืองพระนครเศรษฐกิจ
สังคมและวัฒนธรรมทวารวดีก็ถูกครอบงาโดยเขมรโบราณทาให้ในระยะต่อมาคติความเชื่อได้
เปลี่ยนแปลงไปตามอทิ ธิพลท่ไี ด้รบั มาจากวัฒนธรรมเขมรโบราณในด้านเศรษฐกิจเช่ือได้วา่ ชมุ ชนทวาร
วดีมี พ้ื น ฐาน ท างการเกษ ตรกรรม มีการค้าขายแลกเป ลี่ยน สิน ค้าระห ว่างเมื องห รื อการค้าขาย
แลกเปล่ียนกับชุนชนภายนอกจึงมีการติดต่อกับชุมชนหรือเมืองอ่ืน ๆ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างกันนี้
เป็นความสมั พันธ์ทางการคา้ ศาสนาเทคโนโลยีศิลปะและวัฒนธรรมเป็นหลัก

หากพิจารณาจากสภาพทางภูมิศาสตร์ลักษณะของความสัมพันธ์ร่วมกันเช่นน้ีเป็นเพราะ
ตาแหน่งท่ีตั้งของเมืองแต่ละเมืองสามารถเดินทางติดต่อกันได้สะดวกทั้งทางบกและทางน้าโดยเฉพาะ
เมืองในที่ราบภาคกลางมักตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลเดิมมีร่องรอยทางน้าติดต่อกับเมืองในภูมิภาคภายใน
และยังปรากฏร่องรอยของคันดินซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นถนนเช่ือมระหว่างเมืองนอกจากนี้ยังมีทาง
น้าเข้าออกกับฝั่งทะเลโดยตรงด้วยอันสะดวกต่อการติดต่อภายในกันเองและติดต่อค้าขายกับชาว
ต่างประเทศโดยเฉพาะชาวอินเดียได้เป็นอย่างดีเมืองโบราณสมัยทวารวดีโดยท่ัวไปมีความคล้ายคลึง
กันตั้งแต่พ้ืนที่ต้ังและผังเมืองคือมักตั้งอยู่บนคอนในที่ลุ่มใกล้ทางน้ามีแผนผังรูปสี่เหล่ี ยมมุมมนหรือ
ค่อนข้างกลมมีคูน้าและคันดินล้อมรอบหนึ่งหรือสองช้ันเพื่อกักเก็บน้าไว้ใช้หรือป้องกันน้าท่วม
โบราณสถานขนาดใหญ่มักต้ังอยู่เกือบกึ่งกลางเมืองเช่นเมืองโบราณนครปฐมที่มีวัดพระประโทนและ
เจดีย์จุลประโทนต้ังอยู่กึ่งกลางเมอื งเมืองโบราณคูบัวจังหวัดราชบุรีที่มีโบราณสถานหมายเลข ๑๘ ใน
วัดโขลงสุวรรณคีรีและเมืองโบราณศรีเทพที่มีโบราณสถานเขาคลังในต้ังอยู่บริเวณใจกลางเมือง ส่วน
ในด้านเทคโนโลยีน้ันชาวทวารวดีได้มีการพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างก้าวหน้าจากการจัดระบบ
ชลประทานท้ังภายในและภายนอกเมือง มีการขุดคลองสระน้า การทาคันบังคับน้าหรือทานบ ซึ่งสิ่ง
ตา่ ง ๆ เหลา่ น้ีได้ถ่ายทอดสู่ชนรนุ่ หลังในสมัยลพบุรีและสมัยสุโขทัยนอกจากนี้หลักฐานทางโบราณคดี
ที่พบไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือประติมากรรมล้วนแล้วแต่แสดงความเจริญก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยีและศิลปกรรมเช่นวิธีการตัดศิลาแลงการสกัดหินการเผาอิฐการ ก่อสร้างอาคารการสลัก
ประติมากรรมการหล่อสารดิ การหลอมแก้วเปน็ ต้น

๑๖๘

ในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ วฒั นธรรมทวารวดีจากภาคกลางของประเทศไทย
ได้แพร่ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ท้ังภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื และภาคใต้เมืองเหล่านี้เจริญอยู่ตาม
ตาแหน่งเส้นทางติดต่อค้าขายในภูมิภาคน้ัน ๆ ในกรณีการแพร่วัฒนธรรมทวารวดีในพ้ืนท่ีภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพ้ืนฐานทางวัฒนธรรมมาจากวัฒนธรรมขอมสมัยก่อนเมืองพระนครนั้น
นักวิชาการบางท่านเช่นธิดาสาระยามีความเห็นว่าอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดีจากลุ่มน้าเจ้าพระยาที่
แพร่ไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นน่าจะเป็นการแพร่ที่ผ่านลุ่มน้าป่าสักก่อนที่จะเข้าสู่ภูมิภาค
ดังกล่าวซ่ึงเมืองศรีเทพเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในเส้นทางเช่นเดียวกันกับเมืองอื่น ๆ เช่นเมืองพรหมหิน
อาเภอโคกสาโรงและเมืองซับจาปาอาเภอท่าหลวงจังหวัดลพบุรีท่ีพบสัญลักษณ์ของการเผยแพร่
พระพทุ ธศาสนา ได้แก่ ธรรมจักรขนาดใหญใ่ นเมืองเหล่านี้๓๘

อุทยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์ จึงเปน็ เป็นดินแดนท่ีมวี ัฒนธรรมประเพณี
ที่ปรากฏเป็นรูปธรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่มีความสาคัญ โดยสะท้อนให้เห็นจากมรดก
วัฒนธรรม อาทิ โบราณสถาน โบราณวัตถุและศิลปวัตถุโบราณต่าง ๆ ภายในบริเวณพื้นท่ีอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพ โดยรอบยังเอ้ือประโยชน์ต่อประชาชนในด้านของสังคม และเศรษฐกิจอีกด้วย
ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ได้เอ้ือประโยชน์พื้นที่ใช้สอยในเชิงสาธารณะประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ มา
นานซ่ึงนิยมเรียกกันว่า เขตบริการสาธารณะ เช่น ใช้เป็นพ้ืนที่เปิดโล่งเป็นพื้นที่สร้างความร่มร่ืนให้
พกั ผ่อนหย่อนใจ และใช้เป็นสถานที่ต่าง ๆ

ดังนั้น ผู้วิจัยเห็นว่า การให้ความรู้ในการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนที่
อุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์ ดงั นี้

๑. การท่ีจะส่งเสริมการอนุรักษ์โบราณสถานนั้น ทาได้ยากมากเพราะไม่มีงบประมาณใน
การย้ายประชาชนออกจากพื้นท่ี อีกท้ังประชาชนในพ้ืนที่ไม่เห็นความสาคัญของศิลปวัตถุในแหล่ง
โบราณสถานพบว่ามีการนาชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน เช่น ก้อนอิฐ หิน ซากปรักหักพังของ
เจดีย์ซึ่งเป็นโบราณสถานไปใช้ถมที่ดินในพ้ืนท่ีของประชาชนในชุมชน เป็นจานวนมากดังนั้น
กระบวนการให้ความรู้ในการมีส่วนร่วมการอนุรักษ์โบราณสถานจึงไม่เกิดข้ึน เพราะประชาชนไม่เห็น
ความสาคัญของเศษซากปรักหักพัง ไม่ตระหนักในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทยในอดีตจาก
ซากโบราณสถานเหล่านั้นรัฐจะต้องเป็นผู้ท่ีให้ข้อมูลความรู้ที่เก่ียวข้องในแหล่งโบราณคดีแก่พระสงฆ์
และชาวบ้าน โดยในลกั ษณะดังกลา่ วจะต้องอธบิ ายถงึ รูปแบบกฎหมาย อาทิ พื้นที่อาณาเขตทีแ่ น่นอน

๓๘ ธิดา สาระยา, รัฐโบราณในภาคพ้ืนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: กาเนิดและพัฒนาการ, (๒๕๓๗),
หน้า ๑๔๕.

๑๖๙

การทาลายสมบัติของชาติและโทษท่ีจะได้รับอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดความเรื่องราวในภายหลัง ใน
วิธีการจัดอบรมแบบท้องถ่ินนี้ จะต้องมีการผสานงานกับห น่ว ยงานห ลายฝ่ายและทุกคร้ังที่อบรม
จะตอ้ งให้ชาวบา้ นช้ีแจงสาเหตุเพอื่ ใหร้ ัฐมสี ่วนรว่ มเพื่อหาทางออกให้กบั ประชาชน๓๙

ทงั้ นี้ขอบข่ายของการอบรมน้ี อยากให้จัดในลักษณะของการอบรมแบบท่องเท่ยี วด้วยโดย
ทีจะใหท้ ้ังภาครัฐและบริษทั เอกชนเขา้ รว่ มมือในการชว่ ยเหลือกันให้แก่บุคลากรและจดั ให้เป็นสถานท่ี
ทอ่ งเท่ียวที่มีคุณภาพอันจะส่งผลดีทั้งความรทู้ ี่นักท่องเที่ยวจะได้รับ ท้ังยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชม
ชนอาจทาให้มกี ารทอ่ งเทย่ี วในประเทศเพ่ิมข้นึ ด้วย๔๐

๒. การอนุรักษ์โบราณสถานน้ัน ปัจจุบันน้ีก็ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อยู่ ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความรัก ความหวงแหนในโบราณสถาน ซ่ึง
สอดคล้องกับคาให้สัมภาษณ์ว่าปัจจุบัน ทางภาครัฐและเอกชนรวมท้ังวัดและชุมชนได้ดาเนินการ
ปลูกฝังความรัก ความหวงแหนแหล่งโบราณสถานโบราณวัตถุ โดยผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
ในแต่ละเทศกาล เช่น วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆะบูชา และวันสงกรานต์ ซ่ึงเป็นประเพณี
ท่ีได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว โดยมีความเช่ือว่าเป็นวิธีการสืบทอดและจรรโลง
พระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนตลอดไป และประเพณีดังกล่าวยังเป็นไปเพ่ือขจัดภยันตรายทั้งปวงท่ีจะเกิด
ข้นึ กับครอบครัวและชมุ ชนอีกดว้ ย

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพพบว่า สถานที่ที่มีแหล่งโบราณคดีมี
สภาพทางเข้าชารุดบ้าง ไม่มีทางเข้าบ้าง ไม่มีป้ายบอกทางบ้าง หรือไม่ก็มืดเกินไปท่ีจะเท่ียวชมและ
ถ่ายรูปวิวในเวลาค่าคืน ซ่ึงการทีจะมีการปรับแก้ไขจากจุดนี้ จะต้องขอความร่วมมือทั้งภาครัฐและ
บริษัทเอกชนเข้ามาทาการปรับปรุง ส่งเสริมพื้นท่ีทัศนียภาพให้มีความสวยสดงดงามมากข้ึน อาจจะ
เพ่ิมหลอดไฟตามไหล่ทางถนนให้สว่างข้ึนหรือใช้ไฟเพื่อประกอบแสดงลักษณะของแหล่งโบราณคดี
จากเหตุผลท่จี ะจัดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพนี้ อาจจะมกี ารสร้างพ้ืนที่บริเวณท่เี รียกว่าจุดจอด
รถนักท่องเท่ียวขึ้น เพื่อใช้ชุมชนได้ขายของท่ีระลึก ของกิน โดยพ้ืนท่ีท่ีสร้างนั้นอาจทาให้เห็นภาพ
แหล่งและจุดที่พบแหล่งโบราณคดีข้ึนเพ่ือให้สะดวกแก่นักท่องเท่ียว ซ่ึงควรเป็นนโยบายความร่วมมือ
กนั ทั้งกรมศิลปากร กระทรวงวฒั นธรรม กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมกระทรวงพาณิชย์ และการ
ไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาค

๓. รัฐโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนมัคคุเทศก์
ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีนักท่องเท่ียวมาในแต่ละครั้ง มัคคุเทศก์ควรท่ีจะอธิบายความรู้และ

๓๙ สัมภาษณ์ พระครถู าวรพชั รโสภณ, เจา้ คณะอาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ.์
๔๐ สัมภาษณ์ นางสรุ ิยา สดุ สวาท, หวั หนา้ อทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รีเทพ.

๑๗๐

ความสาคัญของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยา่ งครบถ้วนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสาคัญของแหล่ง
โบราณคดีท่ีมีต่อท้องถิ่น โดยสิ่งที่เยาวชนกลุ่มน้ีได้ทาเพื่อชุมชนตนเอง รัฐควรท่ีจะจัดมีการออก
ห นั ง สื อ เพื่ อ แ ส ด ง ค ว า ม ข อ บ คุ ณ แ ล ะ ส่ ง เส ริ ม ให้ มี ก า ร พั ฒ น า แ ก่ เด็ ก เห ล่ า นี้ ให้ มี พื้ น ฐ า น แ ล ะ
ความสามารถทางการแสดงออกมายิ่งขึ้น รวมท้ังมีการจัดแบบเรียนพิเศษข้ึนมาด้วย อันจะมีผลต่อ
ประชาคมอาเซียนทกี่ าลงั จะมีข้ึน๔๑

ด้วยเหตุน้ี จึงต้องมีการปลูกจิตสานึกให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
โบราณสถานมากขึ้น ซ่ึงวิธีการนี้ น่าจะเป็นบทบาทของท้องถิ่นด้วย รวมท้ังบทบาทของคณะสงฆ์
รวมทั้งต้องขอความร่วมมือจากเทศบาลให้ช่วยกันแจ้งข่าว ว่าตอนนี้คุณกาลังก่อมลภาวะต่อ
โบราณสถานซ่ึงอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย นอกจากน้ัน ก็ต้องมีการรณรงค์ให้มีการให้มีการทาความ
สะอาดเช่น วันท่ี ๒ เมษายน ซ่ึงเป็นวันอรุรักษ์มรดกไทย และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ
สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสดุ า สยามบรมราชกุมารี ซงึ่ ทางกรมศิลปากรได้รณรงค์ใหอ้ าสาสมัครท้องถ่ิน
เพื่อการดูแลรักษามรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม๔๒ เทศบาลและอาสาสมัครทั้งหลาย ก็ได้เข้ามาทา
ความสะอาด สิ่งที่สาคัญก็คือ ควรดูแลเรื่องป้าย ป้ายประวัติ ซ่ึงทางเทศบาลก็ได้ประสานกับทางกรม
ศิลปากรเพื่อจัดทาป้ายแสดงประวัติของโบราณสถานเพ่ือให้คนได้ศึกษาและทาเส้นทางการเย่ียมชม
โบราณสถานให้ชัดเจน เพ่ือคนที่มาเย่ียมชมจะได้มีความเข้าใจประวัติความเป็นมาของโบราณสถาน
นนั้ ๆ ไดย้ ิง่ ขึ้น

๔. ควรจัดโครงการให้ความรู้ปลูกฝงั ให้คนรุ่นใหม่ มคี วามรักศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณีของ
ชาติ และการอนุรักษ์โบราณสถานท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน กรมศิลปากรไม่มีงบประมาณในการจัดหาที่อยู่
ใหม่ให้กับประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งโบราณสถานหรือใกล้เคียงได้จึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
เพอื่ การอนรุ ักษโ์ บราณสถาน จงึ เป็นสาเหตุให้แหลง่ โบราณสถานทรุดโทรมอย่างต่อเน่ือง๔๓ และการที่
จะส่งเสริมการอนุรักษ์โบราณสถานน้ัน รัฐบาลควรกาหนดให้เร่ืองการส่งเสริมการการอนุรักษ์
โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นวาระแห่งชาติ เพ่ือให้เกิด
กระบวนการขับเคล่ือนทรัพยากรการบริหารอย่างเป็นรูปธรรมท้ังน้ีเพราะเมืองศรีเทพ เป็นเมือง
ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเมอื งเศรษฐกิจพิเศษของจงั หวัดเพชรบูรณ์แนว
ทางการอนุรักษ์โบราณสถานนั้น สภาวัฒนธรรมมีส่วนเก่ียวข้องมากท่ีจะเป็นตัวผลักดันหรือตัวเช่ือม

๔๑ สัมภาษณ์ นายสาเร็จ สุขพ่อค้า, นายกองค์การบริหารส่วนตาบลศรีเทพ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรี
เทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์.

๔๒ สมั ภาษณ์ นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ ภารฤทธิ์, กานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์.
๔๓ สัมภาษณ์ นางสุริยา สุดสวาท, หัวหนา้ อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ.

๑๗๑

ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนงบประมาณในการอนุรักษ์ให้โบราณสถานอยู่คู่
ประเทศไทยของเรา ปัจจุบัน สภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์กับกรมศิลปากรซึ่งจัดสรรงบประมาณ
ในโครงการปลูกต้นกลา้ วัฒนธรรม โดยการฝึกอบรมใหแ้ กเ่ ยาวชน เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย๔์ ๔

จากการศึกษาการให้ความรู้ของการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนที่
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ สรุปได้ว่า การอนุรักษ์โบราณสถานท่ีจะประสบ
ความสาเร็จได้ดีน้ัน ควรเร่ิมต้นการให้ความรู้ที่การปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้มีความรักในศิลปวัฒนธรรม
และประเพณีของชาติ ทั้งน้ีผู้วิจัยมองว่า การปลูกฝังให้ประชาชนมีความรักศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
ของท้องถ่ินเป็นแรงจูงใจสาคัญที่สามารถนามาใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถาน เพราะจะทาให้ทุกภาค
ส่วนโดยเฉพาะประชานได้เข้ามีบทบาทในการดาเนินการอนุรักษ์โบราณสถาน มาตรการสร้าง
แรงจูงใจ นี้ในหลายประเทศได้นามาใช้สนับสนุนให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
โบราณสถาน ผู้วิจัยมองว่า ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซ่ึงมีโบราณสถานอยู่มากมาย หน่วยงาน
ของรัฐ ยังไม่เคยมีการกาหนดมาตรการสร้างจูงใจในลักษณะของการใหค้ วามช่วยเหลอื แก่ประชาชน
ผู้อยู่ในเขตพ้ืนท่ีโบราณสถานซ่ึงอาจถูกโยกย้ายออกจากเขตพ้ืนท่ีโบราณสถานด้วยข้อบังคับทาง
กฎหมาย หรือการสนับสนุนเงินงบประมาณแก่ประชาชนผู้มีท่ีดินซ่ึงมีโบราณสถานอยู่ในที่ดินของตน
หรือวัดที่มีโบราณสถานอยู่ในเขตพ้ืนท่ีของวัด โดยผู้เป็นเจ้าของหรือครอบครองโบราณสถานจะต้อง
เป็นผ้จู ัดหางบประมาณคา่ ใชจ้ ่าย ในการบรู ณะซอ่ มแซมโบราณสถานน้ัน ๆ ดว้ ยตนเอง

ท้ังน้ีเพราะหน่วยงานของรัฐมักอ้างอยู่เสมอว่ามิใช่หน้าท่ีของรัฐท่ีจะต้องให้เงินช่วยเหลือ
แก่ภาคเอกชนในการซ่อมแซมและดูแลรักษาอาคารหรือสิ่งก่อสร้างท่ีเป็นกรรมสิทธ์ิของเอกชน แต่
หากว่าโบราณสถานน้ัน ๆ มีคุณค่าในเชิงมดกทางวัฒนธรรม หรือมีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์ คือ
เป็นโบราณสถานแล้ว ถือว่าส่ิงก่อสร้างนั้นมิใช่สมบัติเฉพาะของเจ้าของเท่าน้ัน แต่เป็นสมบัติของ
มนุษยชาติด้วย ดังนัน้ เจ้าของโบราณสถานจึงไม่สมควรท่ีจะต้องรับผิดชอบภาระในการซ่อมแซมและ
บารุงรักษาโบราณสถานนั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่หน่วยงานของรัฐจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือ
สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซม ดังนั้น การให้ความรู้เพ่ือการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนได้เห็น
ว่าโบราณสถานน้ันไม่ว่าจะอยู่ในเขตกรรมสิทธิ์ของตนก็ตาม แต่คุณค่าประวัติศาสตร์ หรอื คุณค่าทาง
มรดกวัฒนธรรมมิได้จากัดอยู่เฉพาะของบุคคลใดบุคคลหน่ึงเท่าน้ัน แต่มันเป็นสมบัติของคนร่วมกัน
เมอื่ เปน็ สมบัตขิ องส่วนรวม คนอน่ื กม็ ิสทิ ธิ์ในการท่ีจะปกป้องดแู ลรักษา หรอื แม้กระทั่งสิทธ์ิในการทจ่ี ะ
ได้รบั ผลประโยชนจ์ ากโบราณสถานนนั้ ๆ ด้วย

๔๔ สมั ภาษณ์ พระครูถาวรพัชรโสภณ, เจ้าคณะอาเภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบูรณ.์

๑๗๒

โดยเฉพาะผู้นาชุมชนนั้นมีส่วนสาคัญมากในการส่งเสริมการอนุรักษ์โบราณสถาน ควรให้
ผู้นาชุมชนหรือประชาชนมีความรู้ มีความรักในแหล่งโบราณสถานส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้าใจ
เหมือนกับในต่างประเทศเช่นแหล่งโบราณสถานต่าง ๆ เหมือนกับประเทศต่าง ๆ ทางยุโรป ซึ่ง
สง่ เสริมให้ประชาชนเข้าใจความสาคัญของศิลปะตา่ ง ๆ ในปจั จบุ ันประเทศไทยเพิ่งจะมีการส่งเสริมให้
ประชาชนรักศิลปะแหล่ง โบราณสถาน ต่าง ๆ ดังน้ันบทบาทของผู้นาชุมชนและสมาชิกในชุมชนท่ีมี
ต่อการอนุรักษ์โบราณสถานคือการส่งเสริมองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับชุมชน เช่น การอนุรักษ์ต้องไม่
เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของวัสดุท่ีใช้ในการซ่อมแซมแหล่งโบราณสถานนั้น ควรใช้วัสดุแบบเดิมให้
มากที่สดุ จึงจะเป็นการอนรุ ักษ์ที่แท้จริง และควรสง่ เสรมิ การสรา้ งอาคารต่าง ๆ ในปัจจบุ ันท่จี ะพัฒนา
ไปสู่การเป็นโบราณสถานเป็นแหล่งศึกษาประวัตศิ าสตร์ และชาติพันธข์ องบรรพบุรุษในคนรนุ่ ใหม่ยุค
ปัจจุบัน มากกว่าท่ีจะไปทุ่มเทอนุรักษ์แหล่งโบราณสถานในอดีตซึ่งไม่คุ้มค่า รัฐควรส่งเสริมการศึกษา
ดา้ นการอนุรักษ์ประเพณี วฒั นธรรม การอนุรักษ์ การรักษาแหลง่ โบราณสถานให้แก่ประชาชน ดังน้ัน
การท่ีประชาชนไมม่ สี ่วนรว่ มในการทะนบุ ารงุ รกั ษาแหล่งโบราณสถานจงึ ไมใ่ ช่ความผดิ ของประชาชน

๔.๓.๒ การจัดการอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพ้ืนทอ่ี ุทยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพ
นอกจาการจัดฝึกอบรมให้มีความรู้ด้านการอนุรักษ์โบราณสถานแล้ว ที่สาคัญคือต้องมี
การจัดงบประมาณสนับสนนุ ใหแ้ ก่วัดที่มโี บราณสถาน จากการให้สมั ภาษณเ์ กบ็ ขอ้ มูล พบว่า
ในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพในปัจจุบัน กรมศิลปากรมี
บทบาทท่ีสาคัญในการจัดการ โดยการร่วมมือของชุมชนกับกรมศิลปากรในการเป็นหน่วยเฝ้าระวัง
อย่างไม่เป็นทางการในฐานะประชาชนท่ีรักและหวงแหนมรดกของชาติในบริเวณแหล่งโบราณสถาน
โบราณวัตถุในชุมชนบทบาทของผู้นาชุมชนหรือชุมชนนั้นต้องมีการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน
หรอื องค์กรต่างทเ่ี กีย่ วข้องมใี หโ้ บราณสถานถูกทาลาย๔๕
พระสงฆ์ ผ้นู าชุมชนและชุมชนต้องมีบทบาทหลักและสาคัญในการจัดการด้วยเพราะเป็น
คนที่อยู่ใกล้ชิดกับโบราณสถานมากที่สุด และพระสงฆ์พูดอะไรชาวบ้านมักจะเช่ือถือว่าเป็นคนมีศีล
พูดอะไรชาวบ้านเขามามักจะเชื่อ คนธรรมดาก็พูดกนั เอง เพราะฉะนน้ั ในฐานะท่ีพระสงฆเ์ ป็นอดุ มเพศ
เพศสูง และเขานบั ถือ ถ้าพระสงฆเ์ ปน็ คนมีบทบาทในการอนุรักษ์ เป็นคนที่มีความรู้ ถ้าพระสงฆม์ านา
มันจะสามารถทีจ่ ะทาได้อย่างสาเร็จมีอิทธพิ ล แต่อยา่ ลืมว่าปญั หาตอนนี้พระสงฆพ์ ระสงฆ์ ผู้นาชุมชน
และชุมชนก็ไม่มีความรู้ความสามารถอะไร เพราะฉะน้ัน ต้องให้ความรู้พระสงฆ์และผู้นาชุมชนก่อน
ให้ความรู้แก่ชุมชน เราถึงจะอนุรักษ์ได้ ตอนน้ีแม้เราจะให้เขามาอนุรักษ์แต่ปัญหาคือเขาไม่มีความรู้

๔๕ สมั ภาษณ์ นางสรุ ิยา สุดสวาท, หวั หนา้ อทุ ยานประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ.

๑๗๓

อาจจะรู้แต่รู้ไม่ถูกต้อง เขาก็อนุรักษ์ไปตามที่เขาไม่รู้มันก็เกิดความเสียหาย เหมือนกับนักโบราณคดี
เขาก็จะรู้ว่าเขาต้องขุด ขุดของโบราณอะไรต่าง ๆ เขาต้องรู้ว่าจะขุดอย่างไรไม่ให้ของเสียหาย พวกน้ี
หลักธรรมในการที่จะส่งเสริมในการอนุรักษ์โบราณสถาน หลักธรรมอย่างเช่น อปริหานิยธรรม ๗
ประการหลักธรรมท่ีจะไม่ให้เกิดความเส่ือม เป็นหลักเป็นทางการมันมีอยู่ ๗ ข้อ ต้องศึกษาใน
รายละเอียดอย่างเช่นหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ เม่ือประชุมก็พร้อมเพียงกันประชุม เวลาเลิกก็พร้อม
เพียงกนั เลิกประชุมเปน็ ต้น๔๖

ก า ร จั ด ก า ร ใน ก า ร อ นุ รั ก ษ์ โ บ ร า ณ ส ถ า น น้ั น ต้ อ ง มี ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ใช้ ห ลั ก ธ ร ร ม ท า ง
พระพทุ ธศาสนา และการมีส่วนร่วมจากหลาย ๆ ฝ่าย และพระสงฆต์ ้องเปน็ ผู้ที่มคี วามรูค้ วามสามารถ
ด้วย ดังคาให้สัมภาษณ์ว่าพระสงฆ์โดยฐานะและหน้าท่ีของท่าน ถ้าเป็นโบราณสถานทาง
พระพุทธศาสนา พระสงฆ์มีพันธกิจ มีภาระหน้าที่หลัก ๖ อย่าง ๑ คือหน้าที่การปกครองคณะสงฆ์
ด้วยกันเอง ๒ จัดการศึกษาให้กับพระเจ้าพระสงฆ์ รวมถึงลูกหลานชาวบ้านบางส่วนด้วย ๓ คือการ
เผยแผ่พระพุทธศาสนา การปกครองศึกษาเผยแพร่ ๔ อุปการสาธารณูปการก็คือ ก็คือการดูแลวัตถุ
สถานสิ่งก่อสร้าง ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน ศาสนาพิธี ทางพระพุทธศาสนา ทางการอนุรักษ์ส่งเสริม
สร้างสรรค์ ดูแลให้มีความเรียบร้อย ใช้คาว่าสาธารณูปการเป็นพันธกิจอันท่ี ๔ ของพระสงฆ์ ๕
การศึกษาสงเคราะห์ ๖ ศาสนวตั ถุ ต้องยกเอาข้อ ๔ สาธารณูปการคือท่านมีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว ใน
การส่งเสริมอนุรกั ษโ์ บราณสถาน แต่ว่าบางครั้งก็ทาหน้าที่ไม่ได้เพราะไมม่ ีความรู้ ปัญหาอปุ สรรคก็คือ
ไม่มีหลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้แก่พระสงฆ์ ฉะน้ัน ก็ต้องมีหลกั สูตรฝึกอบรมให้ความรแู้ ก่พระสงฆ์ใน
การอนุรักษ์โบราณสถาน มหาวิทยามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็มีการเปิดสอนหลักสูตรพุทธ
ศิลปกรรม ในระดับปริญญาตรีเปิดมาหลายรุ่นแล้ว๔๗ และนิสิตผู้ท่ีจบพุทธศิลปกรรมก็มีผลงาน
มากมาย มีคนเขา้ มาสนใจเรียนนา่ จะมีทงั้ ฆราวาสและพระภิกษุ อนั นีม้ คี วามจาเป็นในการจัดหลักสตู ร
แม้จะมีความเกรง ๆว่าจะมีการให้ไปขุดตรงน้ันตรงนี้ไม่ใช่ พระก็อย่าไปขุดสิเราก็ไปดูแลศึกษาหา
ความรู้รายวิชา ในหลักสูตรน้ีมีทั้งส่วนท่ีเป็นการหลักวิชาการว่าด้วยการบูรณะปฏิสังขรณ์ การดู
ลักษณะของวัตถุว่าอยู่ในลักษณะไหน ของยุคไหน เหมือนกับท่ีเขาเรียนที่มหาลัยศิลปากรน่ันแหละ
คลา้ ย ๆ กันแต่ว่าเนน้ เฉพาะทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกบั การอนรุ ักษ์โบราณสถานโบราณวัตถุเปน็ การ
เฉพาะ ส่วนบทบาททา่ นมพี ันธกิจของทา่ นอยู่แล้ว

๔๖ สมั ภาษณ์ พระครูถาวรพัชรโสภณ, เจ้าคณะอาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์.
๔๗ สัมภาษณ์ พระครูสีลพัชโรภาส, เจ้าอาวาสวัดบึงศรีเทพรัตนาราม ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์.

๑๗๔

ในการจัดการส่วนท่ีเป็นงบประมาณใน การอนุรักษ์โบราณ สถานพื้นที่อุทยาน
ประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ ทีจ่ ะไปช่วยท่านในการดแู ลรกั ษาบางวัดน่าจะมี โบราณสถานอยู่ในน้ันท่านกไ็ ด้
แต่ดู ๆ แต่ว่างบประมาณท่ีจะเข้าไปดูแลเนื่องจากว่ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกรมศิลป์บางคร้ังท่านก็ต้อง
หางบประมาณมาดูแลเอง ซ่ึงก็เกินกาลังของท่าน เรื่องความร่วมมือร่วมใจการเห็นคุณค่า คนที่มี
หน้าที่รกั ษาไว้จะได้มา ถ้าไม่มงี บประมาณก็ช่วยกันหางบประมาณมาดูแลแทน น้ีคือเร่ืองงบประมาณ
ในส่วนที่ยังไม่ได้ข้ึนทะเบียน ของกรมศิลป์ หรือแม้แต่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่น่ัน
แหละ บางทีก็มีมากกว่าท่ียังไม่ข้ึนก็คือติดด้วยข้อกฎหมายอะไรต่อมิอะไรนั่นแหละ ก็อย่างท่ีอาตมา
บอกว่าเขาไม่มีกาลังพอท่ีจะไปดูตามสถานท่ีต่าง ๆ ท่ีรับผิดชอบเร่ืองน้ี บางท่ีก็ได้แต่ไปปักหมุด
หมายเลขกันพื้นท่ีเอาไว้ คนในพ้ืนท่ีก็เข้าไปทาอะไรไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมาย ก็ต้องไปดูแล
เรือ่ งพวกนใี้ หท้ า่ นมีช่องทางโดยสะดวกทจี่ ะเข้ามามีสว่ นรว่ ม พระสงฆ์และชมุ ชนท่ีเป็นเจา้ ของพื้นท่มี า
ดูแลโดยสะดวกในการอนุรักษ์โบราณสถาน ก็ต้องทาหน้าที่ภารกิจเร่ืองนี้เพ่ือให้ท่านมีส่วนร่วม ส่วน
ฐานะและบทบาทการทาหน้าท่ีอื่นของพระสงฆ์ในการอนุรักษ์โบราณสถาน อาตมาคิดว่าจะทา
นอกเหนือจากที่วางไว้มาก เพราะว่าถ้าโบราณสถานเหล่านั้นได้รับการข้ึนทะเบียนเป็นของกรม
ศิลปากรแล้ว บางท่ีก็จะมีปัญหาการไปบริหารอะไรมันมาก มันก็มีผลประโยชน์ท่ีเกิดข้ึนจากการ
ท่องเทยี่ วก็ดี จากกจิ กรรมอนื่ ๆ กด็ ี ก็อาจมปี ญั หาความขดั แย้งในพื้นท่ไี ด้

เพราะฉะนั้น การจัดการในงบประมาณในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยาน
ประวตั ิศาสตรศ์ รีเทพจึงต้องใชค้ วามระวัง ถา้ ไม่อยากเกี่ยวขอ้ งตรง ๆ ก็อยากจะใหท้ าหนา้ ที่ในฐานะผู้
ประสานหน่วยงาน เน่อื งจากมีภาวะผู้นาสถาบันส่งอยู่แล้วเพราะฉะน้ัน วดั และชุมชนควรทาหน้าที่ใน
ฐานะคอยเฝ้าสังเกต และทาหนา้ ท่ใี นการประสานงานในส่วนงานรับผดิ ชอบในฐานะเป็นตัวกลาง เพื่อ
ช่วยกันดูแลรักษาอนรุ ักษ์ ไม่ควรปล่อยปละละเลย มาทาหน้าที่ทุกอย่างตรงนี้ให้แข็งขัน๔๘ เรียกว่าถ้า
มีปัญหากพ็ ร้อมท่ีจะเป็นผูน้ าแก้ปัญหา ถา้ ไม่มีงบประมาณก็อาศัยบารมีจากส่วนงานต่างๆ บางคร้ังรัฐ
ไม่มีงบประมาณในการดูแล พระสงฆ์ที่เป็นเจ้าของพ้ืนที่ แต่พระสงฆ์อาจจะรู้จักคนที่เขามีพอ มี
งบประมาณ หรอื รู้จักสว่ นงานอื่นที่พอมีงบประมาณสนับสนุน อาจจะเปน็ องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
หรือนักธรุ กิจทม่ี ่ังค่ังในพืน้ ท่ี แตพ่ ระต้องเป็นผู้ประสานงาน เพราะว่าหากส่วนงานท่ีรับผิดชอบโดยตรง
ไปของบประมาณจากเอกชนก็เป็นไปได้ยาก เพราะอาจจะเกี่ยวกับเรื่องเกียรติยศ เพราะฉะนั้น วัด
ต้องเป็นตัวกลางในการประสานกับชุมชนให้ส่วนงานต่าง ๆ มาดาเนินการ พระเป็นแต่เพียงผู้คอย

๔๘ สมั ภาษณ์ นางสาวกัญจนณ์ ัฏฐ์ ภารฤทธ,ิ์ กานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์.

๑๗๕

อานวยความสะดวก ทาหน้าท่ีเป็นประธาน หรือคอยดูแลความเรียบร้อย แนวทางในในการอนุรักษ์
โบราณสถานพื้นทีอ่ ุทยานประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ กค็ วรจะมีรปู แบบเป็นไปในลกั ษณะท่ีกล่าวมาน้ี๔๙

สรุปได้ว่า การจัดการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รีเทพ พบว่าการมี
สว่ นร่วมเป็นกระบวนการใหป้ ระชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวขอ้ งในการจดั การ ดาเนนิ งาน และพฒั นาเป็น
กระบวนการที่ต่อเนื่อง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจึงจาเป็นต้องให้ความสาคัญกับลาดับและขั้นตอน
และความเชื่อมโยง การจัดการที่ต้องดาเนินการไปตามลาดับหรือขั้นตอนจากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับ
หนง่ึ โดยต้องสร้างความพร้อมดา้ นต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การทีป่ ระชาชน ชมุ ชน สามารถเข้าไปมสี ่วน
ในการจัดการในการกาหนดนโยบายพัฒนาท้องถ่ิน และมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์จากการจดั การ
รวมทั้งมีส่วนในการควบคุมประเมินผลโครงการต่าง ๆ ของท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในลักษณะที่เป็น
กระบวนการของการพัฒนาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการจัดการต้ังแต่เร่ิมต้นจนกระท่ังส้ินสุด
เห็นได้ว่าแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการจัดการทรัพยากรทางโบราณคดีในประเทศไทยดังกล่าวจะดู
เหมือนว่าเป็นแบบแผนการจัดการท่ียังให้ความสาคัญต่อการอนุรักษ์สงวนทรัพยากรเอาไว้มิให้
เสียหายหรือสูญหายไปแต่ก็มีการประยุกต์ใช้ประโยชน์ของโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีในการ
พัฒนาด้านเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากข้ึนซ่ึงเป็นการเปล่ียนแปลงแบบแผนในการ
จัดการอย่างรวดเร็วแต่แท้จริงแล้วส่วนที่ยังไม่มีการเปล่ียนแปลงเลยในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมาก็คือ
ยังเป็นการจัดการแบบรวมศูนย์โดยหน่วยราชการส่วนกลางที่มีอานาจตามกฎหมายท่ีไม่ได้ให้
ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของหน่วยงานอื่นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและประชาชนท่ีอาศัยอยู่
ในพื้นท่ที โ่ี บราณสถานหรือแหลง่ โบราณคดีนั้นตงั้ อยมู่ ากนัก

๔.๓.๓ การสรา้ งเครือขา่ ยอนรุ กั ษโ์ บราณสถานพน้ื ทอี่ ทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ
การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็น

แนวทางในการจัดการองค์กร และเครือข่าย โดยเป็นองค์กรและเครือข่ายท่ีมุ่งเน้นการดาเนินการ
ภายใต้กรอบแนวคดิ หลักการ วัตถปุ ระสงค์และเป้าหมายท่ปี ระกอบด้วย ๑) วัด ซงึ่ สว่ นมากมีพ้นื ท่ีอยู่
ในเขตคุ้มครองมรดกโลก มีกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับพ้ืนที่มรดกโลก ๒) หน่วยงานราชการ ภาครัฐ ท่ีมี
หน้าเก่ียวข้องในการบริหาร จัดการ โบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมไปจนถึงพื้นท่ีที่อยู่ในเขตคุ้มครอง
มรดกโลก และ ๓) ภาคชุมชน ทั้งสามภาคส่วนนี้ เป็นเครือข่ายการจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพ โดยที่ผ่านมาการจัดการพื้นท่ีมรดกโลกในพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มีองค์กรที่
ปฏิบัติงานในเร่ืองเดียวกันอยู่หลายองค์กร และกระจายอยู่ในหลาย ๆ หน่วยงาน แต่องค์กรเหล่าน้ัน

๔๙ สัมภาษณ์ นางสุรยิ า สดุ สวาท, หวั หน้าอุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ.

๑๗๖

ขาดการจัดทาขั้นตอนและระบบการประสานงานร่วมกัน เช่น กรมศิลปากร เทศบาลศรีเทพ และ
วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ ดาเนินการกันอย่างอิสระโดยมีความสัมพันธ์และ
เก่ียวข้องในด้านการประสานและร่วมมอื ในทางปฏิบตั ิร่วมกันน้อยมาก

ท้ังน้ี เป็นด้วยงานในแต่ละด้านน้ันยังไม่มีการกาหนดว่าหน่วยงานใดจะเป็น
หน่วยงานหลักรับผิดชอบในการเป็นตัวนา นอกจากนี้ ยงั ขาดการจัดทาแผนหลักในเรื่องน้ัน ๆ ข้ึน ทา
ให้การปฏิบัติงานขาดแนวทางท่ีจะไปสู่จุดร่วมกันในแนวเดียวกันได้ ขณะเดียวกันน้ีในบางงานมีแผน
แม่บทท่ีจะเป็นแนวทางการปฏิบัติร่วมของหน่วยต่าง ๆ แต่ยังมีหน่วยปฏิบัติบางหน่วยยังไม่มีการทา
แผนปฏิบัติเป็นรายปีขึ้น ทาให้งานเป็นไปอย่างซ้าซ้อนกัน อย่างไรก็ตามสามารถจาแนกออกเป็น ๓
ภาคส่วน โดยแบ่งตามบทบาทการสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพในดา้ นต่าง ๆ ขอบเขตการดาเนนิ งานรว่ มกนั และนโยบายของแต่ละภาคสว่ น จาแนกไดด้ ังนี้

๔.๓.๓.๑ วดั
ทางวัดเองได้เข้าไปมีส่วนรว่ มในเรอ่ื งศิลปวัฒนธรรม และเปน็ แหล่งท่ีมาของความ
เช่ือ ความศรัทธาในพิธีกรรม วัดเป็นแหล่งอารยะธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นแหล่ง
ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนในชุมชนตั้งแต่คนรุ่นหลัง๕๐ วัดจึงมีบทบาทสาคัญในการจัดการฟ้ืนฟู
และรักษาไว้ ซ่งึ ความเช่ือ ขนบธรรมเนียมประเพณี วถิ ีชวี ติ ค่านิยมในอดีต เพื่อให้คนรนุ่ หลังไดเ้ รียนรู้
และรักษาไว้๕๑ ในการทางานร่วมกันวัดยังให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ภาครัฐเป็นผู้นาเครือข่าย
สนับสนุนงบประมาณในการสืบสานประเพณี และช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมของวดั ๕๒โบราณสถาน
ของวัด ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในกาหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย ในเรื่องวัฒนธรรมและทางวัดเองก็นา
แนวทางมาใช้แตต่ อ้ งไมข่ ัดกับข้อกาหนดทวี่ ัดจะทาได้๕๓
วัดมีการขอความร่วมมือจากทีมสนับสนุน คือ ภาคประชาสังคม ในการร่วม
กิจกรรม และมีส่วนผลักดันให้ประเพณีมีสืบต่อไป เป็นส่วนสาคัญในการสนับสนุนกิจการอนุรักษ์
โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ หากไม่มีประชาชนเข้ามาร่วมสร้าง ร่วมสืบสาน
ประเพณีอันดีงาม ไมม่ ีสานกึ รักในชุมชนของตน วัดเองก็ไม่สามารถทาหน้าที่และบทบาทในการเป็นผู้

๕๐ สัมภาษณ์ พระไพโรจน์ มหานาโม, วัดเนนิ อเี ก้งิ ตาบลนาสนนุ่ อาเภอศรีเทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ.์
๕๑ สัมภาษณ์ นางสาวกญั จน์ณฏั ฐ์ ภารฤทธ์,ิ กานนั ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรเี ทพ จังหวดั เพชรบรู ณ.์
๕๒ สัมภาษณ์ นายสาเร็จ สุขพ่อค้า, นายกองค์การบริหารส่วนตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.
๕๓ สัมภาษณ์ นางสาวสุริยา สุดสวาท, หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรี
เทพ จังหวดั เพชรบูรณ์.

๑๗๗

ลงมือทาได้อย่างมีประสิทธภิ าพ และประสิทธิผลในเรื่องของบทบาทในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัด
กิจกรรมอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ท่ีได้รับการประสานงานจากภาครัฐ
และภาคประชาสงั คม๕๔

การเข้าไปร่วมอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นั้นทางวัด
เองก็ทาไม่ได้มาก ไม่ว่าจะทาอะไรที่ไปเก่ียวขอ้ งกับโบราณสถานหรือใช้พื้นที่ก็มีจากัด วัดจึงมีบทบาท
แค่สอดส่องดูแลในส่วนท่ีทาได้ งานหลักของวัดคือ ดูแลพื้นที่ ให้ความรู้เก่ียวกับประวัติศาสตร์ สืบ
สานประเพณี ปลูกฝังจิตสานึกให้ประชาชนในการไม่ไปบุกรุกทาลาย๕๕ วัดได้เข้าไปมีส่วนผลักดันใน
การร้ือฟ้ืนประเพณีดั้งเดิม ประเพณีบางส่วนอาจต้องใช้โบราณสถาน วัดเองต้องประสานงานขอใช้ได้
เฉพาะในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา๕๖ บางส่วนของวัด มีพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแต่
ไม่ใช่ท้ังหมด จาเป็นท่ีวัดต้องปิดก้ันพ้ืนท่ีบางส่วนไม่ให้ประชาชนเข้าไป และทาได้แค่ส่วนที่เป็นพ้ืนที่
วัดที่จะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนทั้งในพ้ืนท่ีและนอกพื้นท่ีให้มาทาการค้าขาย โดยอาศัยหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน มีสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นของมีช่ือเสียงในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อ
ประชาสัมพันธ์พ้ืนท่ีนี้เป็นแหล่งอารยะธรรม แหล่งประวัติศาสตร์ มีวิถีการกิน การอยู่ อาชีพ ความ
เช่อื ค่านิยม สมกับเปน็ อทุ ยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ๕๗

๔.๓.๓.๒ หน่วยงานภาครฐั
ภาครฐั ได้ทางานรว่ มกันกับวัดและภาคประชาสังคมโดย เปิดโอกาสใหว้ ัดและภาค
ประชาสังคมเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือกับวัดและภาคประชาสังคมในกิจกรรม
ต่าง ๆ รว่ มจัดงานนิทรรศการและงานมโหรสพรนื่ เริงร่วมกับชมุ ชน๕๘ ประสานงานการแสดงจากสภา
วัฒนธรรมท่ีเป็นเครือข่าย เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ กลุ่มชุมชน รื้อฟื้นประเพณีดั้งเดิม ภาครัฐได้ทา
งานร่วมกันกับภาคประชาสังคม และวัดในการขอความช่วยเหลือให้ทางภาคประชาสังคมให้ข้อมูลที่
ถูกต้องแก่ประชาชนในชุมชนเพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกทาลาย สร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนเพื่อ

๕๔ สัมภาษณ์ นายสาเร็จ สุขพ่อค้า, นายกองค์การบริหารส่วนตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์.

๕๕ สมั ภาษณ์ นางสาวกัญจนณ์ ฏั ฐ์ ภารฤทธ์ิ, กานนั ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์.
๕๖ สัมภาษณ์ นายไพบูลย์ ตะกรุดโฉม, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๕ ตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบรู ณ.์
๕๗ สัมภาษณ์ นายเลาะ กล่นิ เทศ, ขา้ ราชการบานาญ ตาบลศรเี ทพ อาเภอศรีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์.
๕๘ สมั ภาษณ์ นางสุริยา สุดสวาท, หัวหนา้ อทุ ยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ.

๑๗๘

สอดส่องดูแลพื้นท่ี๕๙ สร้างครือข่ายร่วมกับประชาชนในการช่วยปรับสภาพแวดล้อมของพ้ืนที่อุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรีเทพให้ดีข้ึน และร่วมทางานกันกับทางวัด ในการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาค
ทรัพย์ เพ่ือการก่อสร้างและการซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ขอความร่วมมือชุมชนช่วยกันรื้อ
ฟื้นสืบสานประเพณี รณรงค์แนวคิดเร่ืองทาบุญโดยใช้กระบวนการจิตอาสา เป็นเครื่องมือในการ
สื่อสาร และสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นวิถีสู่สุขภาวะทางปัญญา ท่ีจะทาให้คนใน
สังคมเกิดการฝึกใจให้มีเมตตากรุณา และละลดความเห็นแก่ตัว ร่วมกันทางานกับภาคประชาสังคม
และวัดในการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนท้ังในพื้นท่ีและนอกพ้ืนที่ให้มาทาการค้าขายโดยอาศัย
หลักเศรษฐกจิ พอเพยี งของชุมชน มีสนิ ค้าตา่ ง ๆ ที่เปน็ ของมีชื่อเสียงในจงั หวดั เพชรบรู ณ์๖๐

๔.๓.๓.๓ ชุมชน
ชมุ ชนได้ร่วมทางานกันกับทางวัดและภาครฐั ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมจัดงาน
นิทรรศการและงานมโหรสพร่ืนเริง ภาคประชาสังคมได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐพัฒนาอุทยาน
ประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ ร้ือฟ้ืนประเพณีดั้งเดิม ความร่วมมอื ชุมชนชว่ ยกันรือ้ ฟนื้ สืบสานประเพณี ๖๑
ชุมชนได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐ ในการให้ความร่วมมือในดาเนินกิจกรรม
ต่าง ๆ เช่น เข้าไปร่วมจัดกิจกรรม ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนในชุมชนเพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุก
ทาลาย สร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนเพ่ือสอดส่องดูแลพื้นที่ ชุมชนได้ร่วมทางานกันกับทาง
ภาครัฐในการสร้างแนวร่วมกับประชาชนในการช่วยปรับสภาพแวดล้อมของพ้ืนที่ อุทยาน
ประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพให้ดีข้นึ ชุมชนไดร้ ่วมทางานกันกับทางวดั เชิญชวนใหป้ ระชาชนร่วมบรจิ าคทรพั ย์
เพื่อการก่อสร้างและการซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ส่ิงต่าง ๆ ชุมชนได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐ
ประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนทั้งในพ้ืนที่และนอกพื้นท่ีให้มาทาการค้าขาย โดย
อาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน มีสินค้าต่าง ๆ ทเี่ ป็นของมีช่ือเสียงในจังหวัดเพชรบรู ณ์ ชมุ ชน
ได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐในการขอความร่วมมือชุมชนช่วยกันรื้อฟื้นสืบสานประเพณี รณรงค์
แนวคิดเรื่องทาบุญโดยใช้กระบวนการจิตอาสา เป็นเคร่ืองมือในการส่ือสาร และสร้างการเรียนรู้ผ่าน
ประสบการณ์ตรง ซ่ึงเป็นวิถีสู่สุขภาวะทางปัญญา ท่ีจะทาให้คนในสังคมเกิดการฝึกใจให้มีเมตตา
กรุณา และละลดความเหน็ แก่ตวั ๖๒ ภาคประชาสังคมได้รว่ มทางานกันกับทางวดั สนับสนนุ และร่วมกัน

๕๙ สัมภาษณ์ นายสาเร็จ สุขพ่อค้า, นายกองค์การบริหารส่วนตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ.์

๖๐ สัมภาษณ์ นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ ภารฤทธ,ิ์ กานันตาบลศรีเทพ อาเภอศรีเทพ จังหวดั เพชรบรู ณ์.
๖๑ สัมภาษณ์ นางสุริยา สุดสวาท, หวั หนา้ อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ.
๖๒ สมั ภาษณ์ นายสาเร็จ สขุ พอ่ คา้ , นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตาบลศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ.์

๑๗๙

พัฒนาพื้นที่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ชุมชนได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐ เป็นสื่อกลาง
ระหว่างภาครฐั วดั ประชาชน

ภาครัฐ วัด ประชาชนได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐให้ในการความรู้เก่ียวกับ
ประวัติความเป็นมาของโบราณสถานโบราณวัตถุ อาคาร สถานที่ ชุมชนได้ร่วมทางานกันกับทาง
ภาครฐั ให้ในการให้ข้อมูลทางวิชาการด้านสาธารณสุขแก่ชุมชน เข้าร่วมการอบรมให้ความรู้ ชุมชนได้
รว่ มทางานกันกับทางภาครัฐให้ในพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรเี ทพ และการทางานจิตอาสาในพ้ืนท่ี
พ้นื ทอ่ี ุทยานประวัตศิ าสตร์ศรีเทพอยา่ งถกู ต้องโดยนักโบราณคดีจากกรมศลิ ปากร และดาเนนิ การตาม
การจัดทาผังแม่บทและกาหนดแผนการพัฒนา มีเจ้าหน้าที่อานวยความสะดวกด้านวิชาการแก่
นักท่องเที่ยว ชุมชนได้ร่วมทางานกันกับทางภาครัฐโดยการทารายงานการใช้งบประมาณ พัฒนา
บุคลากรให้มปี ระสิทธภิ าพในการทางาน

สรุปได้ว่า การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพภาครัฐเป็นเครือข่ายนา โดยการกาหนดแนวทางให้เครือข่ายวัด และชุมชนทาหน้าที่อย่างมี
ขอบเขตที่จากัด เครือข่ายวัด เป็นเครือข่ายทา เน้นกระบวนการลงมือทางานด้วยขอบเขต และ
ข้อบังคับที่มีอย่างจากัด ส่วนเครือข่ายภาครัฐเป็นเครือข่ายสนับสนุนการการมีส่วนร่วมของวัดและ
ชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามบทบาท
แต่ละด้าน เช่น บทบาทด้านวัฒนธรรม บทบาทด้านวิชาการ ในแต่ละด้านนั้นเป็นบทบาทปกติแต่มี
ความเกี่ยวข้องที่ต้องทางานร่วมกันกับภาครัฐ คือ บางส่วนอาจจะต้องขออนุญาตจากทางภาครัฐใน
การที่จะทาหน้าท่ีของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี แม้ว่าเมื่อบทบาทเหล่านี้คือวิถีชีวิตปกติแต่เม่ือมีกฎ
ขอ้ บังคบั ย่อมทาใหง้ านและบทบาทน้นั ลา่ ชา้ ลง บางสว่ นกต็ อ้ งการกาลงั เสริมจากภาคประชาสงั คม

สรุปได้ว่า จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนท่ี
อุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรเี ทพ จังหวดั เพชรบูรณ์ ผวู้ จิ ัยนาเสนอรปู แบบการมสี ่วนรว่ มของวัดและชมุ ชน
ในการจัดการพ้ืนที่อทุ ยานประวัตศิ าสตรศ์ รเี ทพ ดังนี้

๑. การให้ความรู้การอนรุ ักษโ์ บราณสถานพ้นื ทีอ่ ทุ ยานประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ
การอนุรกั ษ์โบราณสถานท่ีจะประสบความสาเร็จได้ดนี ั้น ควรเร่ิมตน้ การให้ความรู้
ท่ีการปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้มีความรักในศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของชาติ ทั้งนี้ผู้วิจัยมองว่า การ
ปลูกฝังให้ประชาชนมีความรักศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่นเป็นแรงจูงใจสาคัญท่ีสามารถ
นามาใชใ้ นการอนุรกั ษ์โบราณสถาน เพราะจะทาให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชานได้เข้ามีบทบาทใน
การดาเนินการอนุรักษ์โบราณสถาน มาตรการสร้างแรงจูงใจ นี้ในหลายประเทศได้นามาใช้สนับสนุน
ให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถาน ผู้วิจัยมองว่า ในอุทยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพ ซ่ึงมีโบราณสถานอยู่มากมาย หน่วยงานของรัฐ ยังไม่เคยมีการกาหนดมาตรการสร้างจูงใจใน

๑๘๐

ลักษณะของการให้ความช่วยเหลือ แก่ประชาชนผู้อยู่ในเขตพื้นที่โบราณสถานซึ่งอาจถูกโยกย้ายออก
จากเขตพ้ืนที่โบราณสถานด้วยขอ้ บังคับทางกฎหมาย หรือการสนับสนุนเงินงบประมาณแก่ประชาชน
ผู้มีท่ีดินซึ่งมีโบราณสถานอยู่ในที่ดินของตน หรือวัดท่ีมีโบราณสถานอยู่ในเขตพ้ืนที่ของวัด โดยผู้เป็น
เจ้าของหรือครอบครองโบราณสถานจะต้องเป็นผู้จัดหางบประมาณค่าใช้จ่าย ในการบูรณะซ่อมแซม
โบราณสถานนัน้ ๆ ดว้ ยตนเอง

ทั้งน้ีเพราะหน่วยงานของรัฐมักอ้างอยู่เสมอว่ามิใช่หน้าท่ีของรัฐท่ีจะต้องให้เงิน
ช่วยเหลือแก่ภาคเอกชนในการซ่อมแซมและดูแลรักษาอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เป็นกรรมสิทธ์ิของ
เอกชน แต่หากว่าโบราณสถานนั้น ๆ มีคุณค่าในเชิงมดกทางวัฒนธรรม หรือมีคุณค่าในทาง
ประวตั ิศาสตร์ คือ เป็นโบราณสถานแล้ว ถือว่าส่ิงก่อสร้างนั้นมิใช่สมบัติเฉพาะของเจา้ ของเท่าน้ัน แต่
เป็นสมบัติของมนุษยชาติด้วย ดังนั้น เจ้าของโบราณสถานจึงไม่สมควรท่ีจะต้องรับผิดชอบภาระใน
การซ่อมแซมและบารุงรักษาโบราณสถานนั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่หน่วยงานของรัฐจะต้องยื่นมือเข้ามา
ช่วยเหลือหรือสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซม ดังนั้น การให้ความรู้เพ่ือการสร้างแรงจูงใจให้
ประชาชนได้เหน็ ว่าโบราณสถานน้ันไม่ว่าจะอยใู่ นเขตกรรมสิทธ์ิของตนก็ตาม แตค่ ุณค่าประวัติศาสตร์
หรือคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรมมิได้จากัดอยู่เฉพาะของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่มันเป็นสมบัติ
ของคนร่วมกันเม่ือเป็นสมบัตขิ องส่วนรวม คนอน่ื ก็มิสิทธ์ิในการที่จะปกปอ้ งดูแลรักษา หรอื แม้กระท่ัง
สิทธิ์ในการท่ีจะได้รับ ผลประโยชน์จากโบราณสถานนั้นๆ ด้วย โดยเฉพาะผู้นาชุมชนน้ันมีส่วนสาคัญ
มากในการส่งเสริมการอนุรักษ์โบราณสถาน ควรให้ผู้นาชุมชนหรือประชาชนมีความรู้ มีความรักใน
แหลง่ โบราณสถานสง่ เสริมให้ประชาชนมีความเข้าใจเหมือนกับในต่างประเทศเช่นแหลง่ โบราณสถาน
ตา่ ง ๆ เหมอื นกบั ประเทศตา่ ง ๆ ทางยุโรป ซ่ึงสง่ เสริมใหป้ ระชาชนเขา้ ใจความสาคัญของศิลปะต่าง ๆ
ในปัจจุบันประเทศไทยเพิ่งจะมีการส่งเสริมให้ประชาชนรักศิลปะแหล่ง โบราณสถาน ต่าง ๆ ดังน้ัน
บทบาทของผู้นาชุมชนและสมาชิกในชุมชนท่ีมีต่อการอนุรักษ์โบราณสถานคือการส่งเสริมองค์ความรู้
ที่ถูกต้องให้กับชุมชน เช่น การอนุรักษ์ต้องไม่เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของวัสดุท่ีใช้ในการซ่อมแซม
แหลง่ โบราณสถานน้ัน ควรใช้วสั ดุแบบเดมิ ใหม้ ากที่สุดจึงจะเป็นการอนุรักษ์ท่ีแทจ้ ริง และควรส่งเสริม
การสร้างอาคารต่าง ๆ ในปัจจุบันที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นโบราณสถานเป็นแหล่งศึกษาประวัตศิ าสตร์
และชาติพันธข์ องบรรพบรุ ุษในคนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบนั มากกว่าท่ีจะไปทุ่มเทอนุรักษ์แหล่งโบราณสถาน
ในอดีตซ่ึงไม่คุ้มค่า รัฐควรส่งเสริมการศึกษาด้านการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม การอนุรักษ์ การ
รักษาแหล่งโบราณสถานให้แก่ประชาชน ดังน้ันการท่ีประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการทะนุบารุงรักษา
แหลง่ โบราณสถานจึงไมใ่ ช่ความผดิ ของประชาชน

๒. การจัดการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ พบว่า
การมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการ ดาเนินงาน และ

๑๘๑

พัฒนาเป็นกระบวนการที่ต่อเน่ือง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจึงจาเป็นต้องให้ความสาคัญกับลาดับ
และขั้นตอน และความเช่ือมโยง การจัดการท่ีต้องดาเนินการไปตามลาดับหรือขั้นตอนจากระดับหน่ึง
ไปสู่อีกระดับหนึ่งโดยต้องสร้างความพร้อมด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การท่ีประชาชน ชุมชน
สามารถเข้าไปมีส่วนในการจัดการในการกาหนดนโยบายพัฒนาท้องถ่ิน และมีส่วนร่วมในการรับ
ประโยชน์จากการจัดการรวมทั้งมีส่วนในการควบคุมประเมินผลโครงการต่าง ๆ ของท้องถิ่น การมี
ส่วนร่วมในลักษณะท่ีเป็นกระบวนการของการพัฒนาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการจัดการต้ังแต่
เริ่มต้นจนกระท่ังส้ินสุด เห็นได้ว่าแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการจัดการทรัพยากรทางโบราณคดีใน
ประเทศไทยดังกล่าวจะดูเหมือนว่าเป็นแบบแผนการจัดการท่ียังให้ความสาคัญต่อการอนุรักษ์สงวน
ทรัพยากรเอาไว้มิให้เสียหายหรือสูญหายไปแต่ก็มีการประยุกต์ใช้ประโยชน์ของโบราณสถานและ
แหล่งโบราณคดีในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวมากข้ึนซึ่งเป็นการ
เปลี่ยนแปลงแบบแผนในการจัดการอย่างรวดเร็วแต่แท้จริงแล้วส่วนท่ียังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยใน
ระยะหลายสิบปีท่ีผ่านมาก็คือยังเป็นการจัดการแบบรวมศูนย์โดยหน่วยราชการส่วนกลางท่ีมีอานาจ
ตามกฎหมายท่ีไม่ไดใ้ ห้ความสาคัญกบั การมีส่วนรว่ มของหน่วยงานอ่ืนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและ
ประชาชนทอ่ี าศัยอยูใ่ นพนื้ ท่ีท่โี บราณสถานหรือแหลง่ โบราณคดีนน้ั ต้งั อยู่มากนัก

๓. การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
สรุปได้ว่า การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพภาครัฐเป็น
เครือข่ายนา โดยการกาหนดแนวทางให้เครือข่ายวัด และชุมชนทาหน้าที่อย่างมีขอบเขตที่จากัด
เครือข่ายวัด เป็นเครือข่ายทา เน้นกระบวนการลงมือทางานดว้ ยขอบเขต และข้อบังคบั ท่ีมีอย่างจากัด
ส่วนเครือข่ายภาครัฐเป็นเครือข่ายสนับสนุนการการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ จังหวดั เพชรบูรณ์ ตามบทบาทแตล่ ะด้าน เช่นบทบาท
ด้านวัฒนธรรม บทบาทด้านวิชาการ ในแต่ละด้านนั้นเป็นบทบาทปกติแต่มีความเกี่ยวข้องที่ต้อง
ทางานร่วมกันกับภาครัฐ คือ บางส่วนอาจจะต้องขออนุญาตจากทางภาครัฐในการท่ีจะทาหน้าท่ีของ
ตนให้ลุล่วงไปด้วยดี แม้ว่าเมื่อบทบาทเหล่าน้ีคือวิถีชีวิตปกติแต่เม่ือมีกฎ ข้อบังคับย่อมทาให้งานและ
บทบาทนั้นลา่ ช้าลง บางสว่ นก็ตอ้ งการกาลงั เสริมจากภาคประชาสงั คม

๑๘๒

๔.๔ องคค์ วามรู้จากการวิจัย

งานวิจัย “รูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดการพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์” ทาให้ผ้วู ิจัยค้นพบองค์ความร้จู ากการวิจยั

การประสานความรว่ มมือแบบเครือข่ายการจัดการ
- ภาครฐั
- วัด
- ชมุ ชน

การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนรุ ักษโ์ บราณสถานพน้ื ที่อทุ ยาน
ประวตั ิศาสตรศ์ รีเทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

๑. การมสี ่วนรว่ มของวัดและชุมชน
๒. การกาหนดบทบาทหน้าท่ีของคณะทางานเครือขา่ ย
๓. แนวทางการทางานของเครือขา่ ย

รปู แบบการมีส่วนรว่ มของวัดและชุมชนในการจดั การพื้นทีอ่ ทุ ยาน
ประวัติศาสตรศ์ รเี ทพ จงั หวัดเพชรบรู ณ์
๑. การให้ความรู้
๒. การจัดการ
๓. การสรา้ งเครอื ขา่ ย

แผนภาพท่ี ๔.๑ องคค์ วามรู้ทีไ่ ดจ้ ากการวิจัย
จากแผนภาพ แสดงองค์ความรูท้ ี่ได้จากการวิจัย รูปแบบการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชน
ในการจัดการพืน้ ทีอ่ ทุ ยานประวตั ิศาสตร์ศรเี ทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์ ซ่ึงอธบิ ายในรายละเอยี ด ดงั น้ี
ดา้ นการศึกษาแนวคดิ เกี่ยวกบั การส่งเสรมิ การอนรุ ักษ์โบราณสถาน พบวา่

๑๘๓

๑) ต้องมีการให้ความรู้ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย ควรศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิ
ปญั ญาของไทยในด้านต่าง ๆ ของท้องถิ่นจังหวัด ภูมิภาค และประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาท่ี
เป็นภูมปิ ญั ญาของทอ้ งถ่นิ มุ่งศกึ ษาให้รคู้ วามเปน็ มาในอดตี และสภาพการณใ์ นปัจจุบัน กล่าวคือการ
ขาดบคุ ลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาอนุรกั ษ์โบราณสถาน ทั้งนี้เพราะหน่วยงานของรัฐท่ีมี
หน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เช่นกรมศิลปากร เป็นต้น มีบุคลากรน้อย จึงส่งผลต่อการลงมาดูแลโบราณ
โดยรวม และก่อให้เกิดปัญหาอ่ืน ๆ ตามมา เช่นการบุกรุกพื้นท่ีเขตโบราณสถานของประชาชน เป็น
ตน้ ปัญหาท่ีสาคัญประการหนึ่งคือบุคลากรท่ีเกี่ยวขอ้ งกับโบราณสถานขาดองค์ความรู้ท่ถี ูกตอ้ งในการ
อนุรักษ์ ปัญหาที่เกิดจากการบุกรุกพื้นท่ีของประชาชนอันเป็นที่มาของปัญหาอ่ืน ๆ ตามมา เช่น
ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอยเป็นต้นนอกจากน้ัน นโยบายการพัฒนาของหน่วยงานปกครองท้องถิ่น เช่น
การก่อสร้างสาธารณูปโภคเป็นต้นรุกล้าเข้าไปในเขตโบราณสถาน ก็เป็นการทาลายโบราณสถานโดย
ออ้ ม รวมท้ังการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทับซ้อนเขตพนื้ ท่ีโบราณสถานอีกด้วย ต้องมีการจัดการส่งเสริม
การอนุรักษ์ โดยการปลุกจิตสานึกให้คนในท้องถ่ินตระหนักถึงคุณค่าแก่นสาระและความสาคัญของ
ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมตามประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ สร้างจิตสานึก
ของความเป็นคนท้องถ่ินนั้นๆ ที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท่ีเป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ิน รวมทั้ง
สนับสนุนให้มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือพิพิธภัณฑ์ชุมชนข้ึน เพ่ือแสดงสภาพชีวิตและความเป็นมาของ
ชุมชน อันจะสรา้ งความรูแ้ ละความภมู ใิ จในชุมชนทอ้ งถ่นิ ด้วย

๒) ปัญหาด้านการจัดการงบประมาณ หรือกลา่ วได้ว่า ปัญหาด้านการบริหารงบประมาณ
เป็นปัญหาที่สาคัญประการหน่ึงที่จะขับเคลื่อนงานอนุรักษ์โบราณสถานในท่ีต่าง ๆ ให้ดาเนินไปได้
การขาดงบประมาณ เน่อื งจากว่าในประเทศไทยมีแหล่งโบราณสถานอยมู่ ากมาย การทีห่ น่วยงานผู้ท่ีมี
ความรับผิดชอบโดยตรงจะจัดสรรงบประมาณลงมา เพ่ือใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถานได้อย่างท่ัวถึง
เป็นเรื่องท่ีเป็นไปได้ยาก ทั้งน้ี เพราะหากมีการจัดสรรงบประมาณโดยมองไปท่ีความสาคัญของ
โบราณสถาน เช่น โบราณสถานที่ผู้รับผิดชอบคิดว่ามีความสาคัญในอันดับต้น ๆ ก็อาจได้รับการ
จัดสรรงบประมาณลงไปดูแลได้อย่างท่ัวถึง แต่ในทางตรงกันข้าม หากแหล่งโบราณสถานนั้น
หน่วยงานของรัฐมองว่าไม่ค่อยมีความสาคัญในทางประวัติศาสตร์มากนัก หรืออยู่ห่างไกลออกไป ก็
อาจได้รับการจัดสรรงบประมาณในจานวนน้อย หรือ ไม่ได้รับการจัดสรรเลยก็เป็นได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น
โบราณสถานดังกล่าวน้ี ก็อาจทรุดโทรมไปก่อนเวลาอันควร หรือหากมีการจัดสรรงบประมาณลงไป
เพ่ือการฟ้ืนฟู ก็อาจสายเกินไปแล้ว เพราะโบราณสถานเหล่านั้นอาจถูกทาลายจนไม่เหลือความเป็น
โบราณสถานและยากทีจ่ ะฟ้ืนฟูขึน้ มาได้

๓) ต้องมีการส่งเสริมกิจกรรม โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการสืบสาน
และพัฒนาภูมิปัญญาของชุมชนต่าง ๆ เพ่ือจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่าง

๑๘๔

ตอ่ เนื่อง และส่งเสริมการเสริมสร้างปราชญ์ท้องถ่ินโดยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ
ของชาวบ้าน ผ้ดู าเนินงานให้มโี อกาสแสดงศกั ยภาพด้านภูมิปญั ญา ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มี
การยกย่องประกาศเกียรตคิ ุณในลักษณะต่าง ๆ

๑๘๕

บทท่ี ๕

สรปุ อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาน้ีมีวัตถุประสงค์การวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์
โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์” ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อ
ศึกษาแนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัด
เพชรบูรณ์ ๒) เพ่ือศึกษาการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยาน
ประวตั ิศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ ๓) เพ่ือนาเสนอรูปแบบการมีส่วนรว่ มของวดั และชุมชน
ในการจดั การพ้นื ทอี่ ทุ ยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ สรุปผลการวิจัย ไดด้ งั น้ี

๕.๑ สรุปผลการวจิ ัย

๕.๑.๑ แนวคิดการมีส่วนร่วม และอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรี
เทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์

สรุปได้ว่า ในการอนุรักษ์โบราณสถาน ถือเป็นหน้าที่ของวัดและชุมชนท่ีจะต้องทาตาม
หลักพระธรรมวินัย และตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ โดยแนวทางในการอนุรักษ์นั้นสามารถทาได้
ด้วยการดูแลรักษารวมท้ังการให้ความรู้ในการอนุรักษ์โบราณสถานแก่ประชาชน การให้ความรว่ มมือ
ในการอนุรักษโ์ บราณสถานกับหน่วยงานราชการที่เกีย่ วข้อง ปจั จบุ ันแนวทางการอนุรกั ษ์โบราณสถาน
พ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มีลาดับขั้นตอน คือ ขั้นที่ ๑ ในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นท่ี
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพนั้น หากมีสิ่งใดชารุดเสียหาย หรือเป็นสิ่งท่ีควรซ่อมแซมจะต้องแจ้งแก่
ผดู้ แู ลเป็นสาคัญ ข้ันที่ ๒ ในการอนรุ ักษจ์ ะต้องดารงรกั ษาส่วนทดี่ ีเดน่ สาคัญ เมื่อสรา้ งส่วนใหม่จะต้อง
ให้สอดคล้องกับของเก่าให้ดีขึ้น โดยทางอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นั้นมี
หลักการสาคัญท่ีเป็นนโยบายว่า ๑) การอนุรักษ์เป็นไปเพ่ือการเก็บรักษาส่วนที่ดีให้มากที่สุด และ มี
สอดคล้องกับของ เก่าท่ีเหลืออยู่ ๒) การอนุรักษ์ส่ิงก่อสร้างท่ีใกล้เคียงจะต้องร่วมอนุรักษ์ไปใน
แนวทางเดียวกันหรือให้คงอยู่อย่างเดิมให้มากท่ีสุด ๓) จะต้องแน่ใจแล้วว่าในการอนุรักษ์น้ันมี
ความสาคญั มีคณุ ค่าอย่างแท้จรงิ ถึงจะเริ่มลงมืออนุรกั ษ์ และร่วมรบั ผดิ ชอบตดั สินใจการดาเนนิ การทุก

๑๘๖

ครั้งเพ่ือสร้างความสานึกรักในโบราณสถานของตนเองด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ จากช่างกรม
ศิลปกรเป็นผู้แนะนาซึ่งการอนุรักษ์โบราณสถานท่ีกล่าวมามีความสอดคล้องถูกต้องกับตามหลัก
วิชาการและการอนรุ กั ษท์ ี่กรมศิลปากรดาเนินการอยู่

๕.๑.๒ การมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยาน
ประวตั ิศาสตรศ์ รเี ทพ จงั หวัดเพชรบูรณ์

การมีส่วนรว่ มของวดั และชมุ ชนในการอนุรักษ์โบราณสถานพื้นที่อุทยานประวตั ิศาสตร์ศรี
เทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์ สรุปได้วา่ จากสภาพปัญหาทเี่ กิดข้ึนในปัจจุบันจึงเป็นการอันสมควรท่ีชาวบา้ น
ในชุมชนและหนว่ ยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ควรตระหนักถึงความสาคัญและรว่ มหาแนวทางในการแก้ไข
สภาพปัญหาทีเ่ กิดข้ึนน้ีต่อไป ผวู้ จิ ัยจงึ แยกแนวอนุรักษ์โบราณสถานพนื้ ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
เป็น ๓ แนวทาง คือ แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีในระดับนโยบาย แนวทางการ
อนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนา
แหลง่ โบราณคดีขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน

๑. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีในระดับนโยบาย ได้แก่ รัฐจะต้องเป็น
ผู้ท่ีให้ข้อมูลความรู้ที่เก่ียวข้องในแหล่งโบราณคดีแก่พระสงฆ์และชาวบ้าน รัฐโดยกระทรวงการ
ทอ่ งเทย่ี วและกฬี า ควรมีนโยบายส่งเสรมิ สนับสนุนให้มมี ัคคเุ ทศก์ทอ้ งถน่ิ เพม่ิ มากขึ้น และหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องกับการควบคุมบังคับใช้กฎหมาย ควรนากฎหมายท่ีเก่ียวกับการอนุรักษ์โบราณสถาน
โบราณวัตถุ มาบังคับใช้อย่างเด็ดขาด ตลอดจนตราข้อบัญญัติท้องถ่ินเพ่ิมเติมในการอนุรักษ์
โบราณสถานพ้นื ที่อุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรีเทพ

๒. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหลง่ โบราณคดีระดับวัดและชุมชน จากผลการสารวจ
ทพ่ี บภายในชุมชนหลายแห่งที่มีแหล่งโบราณคดี มีสภาพปญั หาในรูปแบบท่ีใกล้เคียงกนั เน่อื งจากขาด
ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีแห่งน้ัน ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ผู้นาท่ีจะ
เข้ามาดูแลจากเหตุผลท่ีกล่าวมาในข้างต้นนั้นถือได้ว่าเป็นปัญหาหลักสาคัญที่ทาคนให้ในชุมชนควร
ร่วมมือและจัดหาแนวทางที่ใช้การแก้ปัญหาร่วมกัน ควรมีการปลูกฝังจิตสานึกในการอนุรักษ์และจิต
สาธารณะต่อการรักษาโบราณสถานพื้นท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ภายในชุมชนของคนที่อยู่ใกล้
กับโบราณสถานพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นที่ตรงกันในเร่ืองท่ีควรให้
เด็กหรือเยาวชนเข้ามามสี ่วนร่วมในการอนรุ ักษ์เพ่ือที่จะปลูกฝังจิตสานึกให้กบั เด็กหรือเยาวชนเหล่านี้
มาทาการพัฒนาต่อๆไปในอนาคต ควรจะมีการจัดอบรมให้ความรูแ้ ก่คนในชุมชน เพ่ือส่งผลที่จะช่วย
ในการเสริมสร้างถึงจิตสานึกของคนในชุมชนให้มีการอนุรักษ์ดูแลรักษาแหล่งโบราณคดีแห่งน้ีให้มาก
ขึ้นและอยู่คู่ชุมชนนั้นๆ ต่อไป มีการจัดทาหนังสือหรือส่ือภาพเคล่ือนไหว โดยให้เด็กนักเรียนหรือ

๑๘๗

เยาวชนที่ได้รับการเรียนการสอนจากโรงเรียนเข้ามาร่วมสร้าง เว็บบอร์ดหรือเว็บไซต์แนะนาสถานท่ี
ท่องเทย่ี วแหลง่ โบราณคดที างที่อย่ใู นชุมชนน้ันๆ

ภายในชุมชนควรที่จะต้องมีการตั้งผู้นาหรือการตั้งตัวแทนขึ้นมาเพื่อเป็นผู้ท่ีคอยบังคับ
ควบคุมให้ชาวชุมชนร่วมกันสอดส่องดูแลความเรียบร้อยของแหล่งโบราณคดี สิ่งที่ผู้นา พระสงฆ์และ
ชาวบ้านต้องทาภายในชุมชน ต้องมีร่วมกันจัดกิจกรรมหรือเพณีในลักษณะเชิงท่องเท่ียวเพื่อดึงดูดให้
บุคคลทั้งในและนอกเข้ามา มีการให้ความรู้เก่ียวแหล่งโบราณคดี และคอยเป็นหูเป็นตา ให้กับรัฐใน
การสอดส่องดูแลแหล่งโบราณคดีซึ่งเป็นมรดกของชาติ ที่เสมือนแหล่งเรียนรู้ที่สาคัญให้ไว้ชนรุ่นหลัง
ไดศ้ กึ ษา วัดและชุมชนตอ้ งร่วมมอื กันทาการอนรุ กั ษแ์ หล่งโบราณคดีข้ันพน้ื ฐาน ซึ่งสามารถดาเนินการ
ได้อย่างต่อเน่ือง เพื่อหยุดหรือบรรเทาเหตุแห่งการเส่ือมสภาพของโบราณสถาน โดยการดาเนินการ
น้ันไม่มีผลให้ลักษณะทางกายภาพของโบราณสถานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อรอการดาเนินการ
อนุรกั ษข์ ้นั สูงท่เี หมาะสมในลาดับต่อไป

๓. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับจังหวัดและองค์กรทางด้าน
วัฒนธรรม จากข้อมูลซึ่งเป็นผลท่ีสามารถสรุปได้จากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสาหรับแนว
ทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับจังหวัดและองค์กรทางดา้ นวัฒนธรรมอย่างท่ีควรจะ
เปน็ เพราะแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนานับวา่ มีความสาคัญในการพฒั นาท้องถน่ิ ในหลายดา้ น
ตลอดจนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจท่ีสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณี เสริมสร้างภูมิทัศน์ให้แก่
ชุมชน นอกจากนี้แหล่งโบราณคดียังเป็นแหล่งรวมของศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีวิถี
ชีวิตท่ีสั่งสมสืบทอดต่อกันมาจากชุมชนที่ต้ังถิ่นฐานมาแต่โบราณ ซ่ึงส่ิงเหล่านี้นับเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนน้ันๆ และมีคุณค่าอย่างยิ่ง จึงจาเป็นท่ีหน่วยงานราชการระดับ
จังหวัดและองค์กรทางด้านวัฒนธรรมจะต้องเข้ามามีบทบาทและรับผิดชอบโดยตรง เช่นหน่วยงาน
ราชการต้องมีส่วนสนับสนุนการช่วยดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับแหล่งโบราณคดีโดยร่วมมือและ
ประสานงานกับสานักศิลปากร คอยประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงมีศักยภาพสามารถ
ช่วยดูแลถากถางวัชพืชที่ปกคลุมโบราณสถานให้สะอาด เรียบร้อยพัฒนาภูมิทัศน์ และอ่ืน ๆ ได้ผู้ว่า
ราชการจังหวดั และองคก์ รทางด้านวัฒนธรรมระดับจงั หวดั ควรกาหนดแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนา
แหล่งโบราณคดีท่ีอยู่ในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบเป็นวิสัยทัศน์ในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดี
อยา่ งตอ่ เนื่อง เพอ่ื จะไดเ้ กดิ การอนุรกั ษ์และพฒั นาอย่างต่อเน่ืองและเป็นระบบตอ่ ไป

ฝา่ ยปกครองท้องถ่ินและฝ่ายปกครองท้องท่ีควรเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเข็มแขง็ และเป็นไป
ในทิศทางเดียวกัน ท้ังเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตาบล ตลอดจนสภาวัฒนธรรมตาบลและสภา
วัฒนธรรมอาเภอ ควรขยายเครือข่ายในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีเพิ่มมากขึ้น และนา
เครือข่ายเหล่านั้นมาร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถานพ้ืนท่ีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัด


Click to View FlipBook Version