The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aoy50411462, 2024-06-27 03:30:02

หลักสูตรวิทย์ 2567

รวมวิทย์

เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 223 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน น า ไปสู่การขอรับสิทธิที่เกี่ยวข้อง ทางกฎหมายเพื่อคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองได้ ในทางกลับกัน เมื่อตระหนักรู้ว่า ปัญญาหรือความคิดของตนเอง เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าแล้ว ปัญญาหรือความคิดของผู้อื่นก็มี มูลค่าเช่นกัน ดังนั น จึงต้อง หลีกเลี่ยงการละเมิดทรัพย์สินทาง ปัญญาของผู้อื่น สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 224 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว23103 วิทยำศำสตร์6 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่3 เวลำ 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์สืบค้นข้อมูล และอธิบายปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศ รูปแบบ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สายใยอาหาร การสะสมสารพิษในโซ่อาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ สมบัติ ทางกายภาพและการใช้ประโยชน์จากวัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี การ เขียนสมการข้อความ กฎทรงมวล การเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนของปฏิกิริยา ปฏิกิริยาเคมีใน ชีวิตประจ าวัน ประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และแนวทางการแก้ปัญหาที่ เกิดจากปฏิกิริยาเคมีและอธิบายการวัดปริมาณทางไฟฟ้า ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทานไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน การท างานของชิ นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พื นฐาน พลังงานไฟฟ้าและก าลังไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การส ารวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล และการ อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถน าเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้มีความสามารถในการ ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์คุณธรรมจริยธรรม และ ค่านิยมที่เหมาะสม มำตรฐำน/ตัวชี้วัด ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11 ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 รวม 26 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 225 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ ว23103 วิทยำศำสตร์ 6 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เวลำ 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 5 ปฏิกิริยาเคมี และวัสดุใน ชีวิต ประจ าวัน ว 2.1 ม.3/3 - การเกิดปฏิกิริยาเคมี 1 3 ว 2.1 ม.3/4 - กฎทรงมวล 2 3 ว 2.1 ม.3/5 -ปฏิกิริยาดูดความร้อน -ปฏิกิริยาคายความร้อน 2 3 ว 2.1 ม.3/6 - ปฏิกิริยาเคมีที่พบชีวิตประจ าวัน ปฏิกิริยาการเผาไหม้การเกิดสนิมของ เหล็ก ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ ปฏิกิริยาของกรดกับเบส ปฏิกิริยาของ เบสกับโลหะ การเกิดฝนกรด การ สังเคราะห์ด้วยแสง 5 3 ว 2.1 ม.3/7 ว 2.1 ม.3/8 ประโยชน์และโทษปฏิกิริยาเคมีที่พบใน ชีวิตประจ าวันต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 2 3 ว 2.1 ม.3/1 ว 2.1 ม.3/2 วัสดุในชีวิตประจ าวัน - พอลิเมอร์เซรามิก และวัสดุผสม 5 6 6 ไฟฟ้า ว 2.3 ม.3/1 ว 2.3 ม.3/2 ว 2.3 ม.3/3 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย กระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ ความต้านทาน 5 6 ว 2.3 ม.3/4 ว 2.3 ม.3/5 การต่อตัวต้านทานหลายตัว แบบ อนุกรมและแบบขนาน 6 6 ไฟฟ้าในชีวิต ประจ าวัน ว 2.3 ม.3/6 ว 2.3 ม.3/7 - ชิ นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ตัว เก็บประจุโดยชิ นส่วนแต่ละชนิด ท า หน้าที่แตกต่างกันเพื่อให้วงจรท างานได้ ตามต้องการ 8 6 ว 2.3 ม.3/8 ว 2.3 ม.3/9 - ก าลังไฟฟ้า - พลังงานไฟฟ้า - วงจรไฟฟ้าในบ้าน 3 3


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 226 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน - การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าใน ชีวิตประจ าวัน 7 ระบบนิเวศ และความ หลากหลาย ทางชีวภาพ ว 1.1 ม.3/1 -ระบบนิเวศ 4 3 ว 1.1 ม.3/2 - ความสัมพันธ์กันสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต - ประชากร - กลุ่มสิ่งมีชีวิต 5 3 ว 1.1 ม.3/3 ว 1.1 ม.3/4 ว 1.1 ม.3/5 ว 1.1 ม.3/6 - การหมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร - การถ่ายทอดพลังงานจากผู้ผลิตไปยัง ผู้บริโภคล าดับต่าง ๆ -สายใยอาหาร -โซ่อาหาร พลังงานในโซ่อาหาร -สารพิษสะสม -การดูแลรักษาระบบนิเวศให้เกิดความ สมดุล 4 6 ว 1.3 ม.3/9 ว 1.3 ม.3/10 ว 1.3 ม.3/11 - ความหลากหลายทางชีวภาพ -การรักษาสมดุลระบบนิเวศ - การดูแลรักษาความหลากหลายทาง ชีวภาพ 6 6 สอบกลำงภำค 1 20 สอบปลำยภำค 1 20 รวมตลอดภำคเรียน 60 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 227 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว23104 วิทยำกำรค ำนวณ 3 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาขั นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน (Internet of Things: IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนา แอปพลิเคชันข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือกและประเมินผล ซอฟต์แวร์ หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูล การประเมินการความน่าเชื่อถือของข้อมูล การสืบค้นหา แหล่งต้นตอของข้อมูล เหตุผลวิวัติ ผลกระทบจากข่าวสารที่ผิดพลาด การรู้เท่าทันสื่อ กฎหมายที่เกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ การใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยชอบธรรม รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก และน าเสนอการตัดสินใจได้อย่าง มีประสิทธิภาพออกแบบและเขียนโปรแกรม เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอย่าง สร้างสรรค์ ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างรู้เท่าทัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจตรวจสอบการสืบค้นข้อมูลและการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ความคิดความเข้าใจสามารถสื่อสารสิ่ง ที่เรียนรู้มีความสามารถในการตัดสินใจน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์มีความสามารถใน การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี ตัวชี้วัด ว 4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4 รวม 4 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 228 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ว 23104 วิทยำกำรค ำนวณ 3 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียน มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 พัฒนา แอปพลิเคชั่น ว 4.2 ม.3/1 การพัฒนาแอปพลิเคชันที่ดีต้อง มีการวางแผนการด าเนินการ อย่างเป็นระบบ กระบวนการ ทางวิศวกรรมสามารถน ามา ประยุกต์ในการวางแผนการ ด าเนินงานได้แก่ การศึกษาความ ต้องการของผู้ใช้งานการ ออกแบบการสร้างแอปพลิเคชัน และการทดสอบ ในแต่ละ ขั นตอนเหล่านี หากพบความไม่ เหมาะสม อาจมีการย้อนกลับไป ปรับปรุงการด าเนินการใน ขั นตอนอื่นๆ ก่อนหน้าได้ ขั นตอนเหล่านี เมื่อน ามาปฏิบัติ จริงอาจประกอบไปด้วย รายละเอียดปลีกย่อยจ านวนมาก กระดานคัมบังและการ์ดคัมบัง เป็นเทคนิคที่ไม่ซับซ้อนและนิยม น ามาใช้ในการจัดล าดับความ เร่งด่วนและความส าคัญของงาน ย่อยแต่ละงาน ง่ายต่อการ ก าหนดผู้รับผิดชอบและติดตาม ความก้าวหน้า ช่วยให้สามารถ บริหารเวลาและก าลังคนอย่าง เหมาะสม 4 10 ๒ สร้างสรรค์ ผลงานด้วย Scratch ว 4.2 ม.3/1 การสร้างแอปพลิเคชั่นหรือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ให้ผู้อื่นได้ใช้ งานมีหลายรูปแบบ Scratch เป็นภาษาโปรแกรมเชิงกราฟที่ 5 10


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 229 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียน มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน น ามาพัฒนาแอปพลิเคชันอย่าง ง่ายได้โดยมีบล็อกค าสั่งต่างๆ ให้ เลือกใช้งานจ านวนมากสามารถ ใช้งานได้สะดวก และท าให้ โปรแกรมมีความน่าสนใจ เช่น มี การใช้งานบล็อก List ที่สามารถ น าข้อมูลในรายการมา ประมวลผลเขียนโปรแกรม ร่วมกับวีดีโอ ตรวจจับการสัมผัส ใช้งานร่วมกับปุ่มบนคีย์บอร์ด ซึ่ง จะท าให้การพัฒนาแอปพลิเคชัน มีความน่าสนใจ และท าได้ สะดวก 3 การ ประมวลผล ข้อมูล ว 4.2 ม.3/2 การรวบรวมข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผลจะท าให้ได้ สารสนเทศเพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้ อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งการ ประมวลผลเป็นการกระท ากับ ข้อมูล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มี ความหมายและมีประโยชน์ต่อ การน าไปใช้งานการใช้ซอฟต์แวร์ หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสร้างทางเลือก ประเมินผล น าเสนอ จะช่วยให้ แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นย าตัวอย่างปัญหา เช่น การเลือกโปรโมชันโทรศัพท์ให้ เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งาน สินค้าเกษตรที่ต้องการและ สามารถปลูกได้ในสภาพดินของ ท้องถิ่น 4 10


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 230 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียน มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 4 อินเทอร์เน็ต ของสรรพสิ่ง ว 4.2 ม.3/1 อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งหรือไอ โอทีท าให้เราสามารถส่งค่าจาก เซนเซอร์ต่างๆ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต เพื่อรวบรวมและน าข้อมูลมา ประมวลผลโดยอาจน าผลลัพธ์ไป ใช้ในการตัดสินใจสั่งงานอุปกรณ์ อื่นๆ ได้ระบบไอโอที ประกอบด้วยอุปกรณ์ไอโอทีซึ่ง เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ เชื่อมต่อกับเซนเซอร์เพื่อวัดค่า ต่างๆ ซึ่งสามารถสั่งงานอุปกรณ์ ไฟฟ้าให้เปิดหรือปิดการท างาน ได้และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล กับอุปกรณ์ไอโอทีอื่นๆได้โดย เชื่อมต่อเข้ากับระบบ อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เกตเวย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอาจท า ที่เครื่องบริการในรูปแบบของ การจัดเก็บข้อมูลหรือเครื่องโบ รกเกอร์ในรูปของ 3 10 5 การใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศ อย่างรู้เท่าทัน ว 4.2 ม.3/3 ม.3/4 การส่งผ่านข่าวสารที่มีหัวข้อที่ อุปกรณ์อื่นสนใจรับรู้อุปกรณ์ฝั่ง ผู้ใช้เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ สมาร์ตโฟนก็สามารถรับรู้ และ ส่งข่าวสารกับอุปกรณ์ไอโอทีที่ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้เช่นกัน ท าให้เราสามารถตรวจสอบ สถานะของเซนเซอร์ต่างๆ ได้ ตลอดเวลาและยังส่งสัญญาณ ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ จาก ทุกหนทุกแห่งได้อีกด้วยการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมี ความปลอดภัยและมีความสุขนั น ผู้ใช้จ าเป็นต้องมีความรู้ ความ เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี และมี 2 20


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 231 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียน มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ศิลปะในการใช้ชีวิตในสังคม ดิจิทัลที่มีความซับซ้อนได้อย่าง เหมาะสม ก่อนที่จะใช้ข้อมูล ต่างๆ จะต้องประเมินความ น่าเชื่อถือโดยพิจารณาใน ประเด็นของพรอมท์ ได้แก่การ น าเสนอความสัมพันธ์ วัตถุประสงค์ วิธีการ แหล่งที่มา และเวลาโดยต้องตรวจสอบ ความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา และเวลาโดยต้องตรวจสอบ ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล และสอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อให้สามารถน าไปแก้ปัญหาได้ ผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวัง รู้เท่าทันสื่อ และข่าวลวงต่างๆ และปฏิบัติตามที่กฎหมาย ก าหนด เพราะความผิดพลาด เพียงเล็กน้อยอาจก่อปัญหาใหญ่ และอาจท าให้ชีวิตเปลี่ยนไป ในทางที่ไม่เหมาะสมได้ สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 235 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว20281 โปรแกรมประยุกต์เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาความรู้พื้นฐานในการใช้โปรแกรมประมวลผลค า (Microsoft Word ) ในการสร้างเอกสาร รายงาน ตาราง น าเสนอผลงานผ่านทางข้อความและรูปภาพ โปรแกรมการค านวณ (Microsoft Excel) ในการสร้างแผ่น งาน ตาราง น าเสนอแผนภูมิและใช้สูตรหรือฟังก์ชั่นในการค านวณ เพื่อใช้ในการท างานต่าง ๆ สามารถน าเสนอ ข้อมูลด้วยโปรแกรม (PowerPoint) สามารถสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานด้วยโปรแกรม Microsoft Access ได้ โดยใช้ทักษะกระบวนการท างานที่มุ่งเน้นการฝึกวิธีการท างานอย่างสม่ าเสมอ เป็นรายบุคคล และการ ท างานเป็นกลุ่ม มีทักษะกระบวนการในการสร้างสรรค์ ท างานด้วยความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ เสียสละ มีระเบียบวินัย ท างานตามขั้นตอนมีจิตสาธารณะ เห็นคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นและใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด คุ้มค่า น าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ในการเรียนรู้ พร้อมทั้งสอดแทรก มาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อน าไปใช้ในการด ารงชีวิตอย่างมีความสุข ในฐานะพลเมืองของประชาคมอาเซียนและ สังคมโลก เพื่อให้เกิดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีในการสืบค้น ปฏิบัติได้อย่าง สร้างสรรค์บนพื้นฐานของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้ง 8 ประการ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ผลกำรเรียนรู้ 1. มีความรู้ความเข้าใจในความหมายของโปรแกรม, ประโยชน์ของโปรแกรม, ส่วนประกอบของโปรแกรม , การสร้างไฟล์เอกสาร, การจัดการกับไฟล์เอกสาร, การพิมพ์ แก้ไข และตั้งค่าหน้ากระดาษ, การตกแต่งไฟล์ เอกสาร ของโปรแกรมประมวลผลค า (Microsoft Word) 2. มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งาน, ส่วนประกอบของโปรแกรม, การสร้างไฟล์เอกสาร, การจัดการกับ ไฟล์เอกสาร, การพิมพ์ แก้ไข และตั้งค่าหน้ากระดาษ, การตกแต่งไฟล์เอกสาร ของโปรแกรมการค านวณ (Microsoft Excel) 3. มีความรู้ความเข้าใจใน การสร้างงานน าเสนอกับ PowerPoint การสร้างแผ่นงาน, การสร้างและวาง โครงร่างและจัดการกับสไลด์, การสร้างและใส่เอฟเฟคให้กับงานน าเสนอของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 4. มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานโปรแกรม Microsoft Access สามารถสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานในแฟ้มเดียวกันได้ รวมทั้งหมด 4 ผลกำรเรียนรู้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 236 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 ว20281 โปรแกรมประยุกต์เบื้องต้น จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำเรียน 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค =80 : 20 ที่ หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำร เรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 Microsoft Word ข้อที่ 1 โปรแกรม Microsoft Word 2016 เป็น โปรแกรมส ำหรับช่วยสร้ำงงำนเอกสำรซึ่ง ตัวโปรแกรมมีควำมง่ำยต่อกำรใช้งำนในผู้ เริ่มต้นสร้ำงเอกสำร โดยโปรแกรม Microsoft Word 2016 สำมำรถสร้ำง เอกสำรในรูปแบบต่ำง ๆ ไม่ว่ำจะเป็น จดหมำยเวียน, รำยงำน, บทควำม รวมถึงใบโฆษณำ หรือ บทควำมประกอบ ภำพ เป็นต้น อีกทั้งผู้ใช้งำนยังสำมำรถ พิมพ์ข้อควำม , จัดรูปแบบข้อควำม , แทรกข้อควำม WordArt , ใส่เลขหน้ำ , แทรกชำร์ต , แทรกรูปภำพ หรือตำรำง นอกจำกนั้นยังสำมำรถสั่งพิมพ์ออกทำง เครื่องพิมพ์เพื่อน ำไปใช้งำนตำม วัตถุประสงค์ 10 15 2 Microsoft Excel ข้อที่ 2 โปรแกรม Microsoft Excel เป็น โปรแกรมหนึ่งที่ท างานภายใต้โปรแกรม ระบบปฏิบัติการ วินโดวส์โดยโปรแกรม ส าเร็จรูปMicrosoft Excel จัดเป็น โปรแกรมทางด้านการจัดการกับกระดาษ ท าการ (Worksheet หรือ Spreadsheet) ที่มีขีดความสามารถสูง ทั้งในด้านการค านวณ, การจัดการ ฐานข้อมูล (Database), การสร้าง แผนภูมิ (Chart), การใช้แผนที่ข้อมูล (Data Map), และการวาดรูปในแบบ กราฟิก ตลอดจนการเชื่อมโยงไปยัง อินเตอร์เน็ต 10 15 3 Microsoft PowerPoint ข้อที่ 3 โปรแกรมการสร้างงานพรีเซนเตชั่นที่ ได้รับความนิยมมากคือโปรแกรม 10 15


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 237 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำร เรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน PowerPoint โดยจะช่วยให้เราสามารถ น าข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ, ภาพ, เสียง และ วีดีโอ มาเรียบเรียงเป็นเรื่องราว และ จัดล าดับให้น าเสนอออกมาด้วยการ เคลื่อนไหวที่ชวนน่าติดตาม และเพิ่ม ความสนใจต่อผู้ชมทุกคน ด้วยเหตุนี้จึงท าให้ PowerPoint ถูก น ามาใช้ในงานพรีเซนเตชั่นอย่าง กว้างขวาง ได้แก่ การน าเสนอแผนงาน และ การประชุมในบริษัทฯ ไปจนถึงการ สัมมนา การสร้างสื่อการเรียนการสอน ในสถานศึกษา และการสร้างเป็นสื่อ ประชาสัมพันธ์สินค้า หรือ องค์กร ใน หน่วยงานต่าง ๆ 4 Microsoft Access ข้อที่ 4 Microsoft Access คือ โปรแกรมเพื่อ พัฒนาระบบฐานข้อมูล มีตารางเก็บ ข้อมูลและสร้างแบบสอบถามได้ง่าย มี วัตถุคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและ ฟอร์ม สร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษา เบสิก เพื่อประมวลผลตามหลักภาษา โครงสร้าง สามารถใช้โปรแกรมนี้เป็น เพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจาก ภายนอกเรียกใช้ก็ได้ 10 15 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 238 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว 20281 หุ่นยนต์พื้นฐำน 1 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับไมโครคอนโทลเลอร์และความเป็นมาของบอร์ดไมโครบิต ส่วนประกอบของบอร์ด ไมโครบิต ส่วนประกอบของโปรแกรม Make Code ส าหรับการเขียนโปรแกรมควบคุมบอร์ดไมโครบิต การใช้งานโปรแกรม Make Code ในการควบคุมบอร์ดไมโครบิต โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การสื่อสารและการอภิปราย การปฏิบัติการเขียนโปรแกรม Make Code ในการควบคุมบอร์ดไมโครบิต เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ การปฏิบัติงาน น าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มีคุณธรรม จริยธรรม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์เหมาะสม ผลกำรเรียนรู้ 1. บอกความเป็นมาของบอร์ดไมโครบิตได้ถูกต้อง 2. บอกส่วนประกอบและการท างานของบอร์ดไมโครบิตได้ 3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรม Make Code ได้ 4. อธิบายหลักการท างานของกลุ่มเครื่องมือต่างๆในการเขียนโปรแกรมควบคุมการท างานของ บอร์ดไมโครบิตด้วยโปรแกรม Make Code ได้ 5. เขียนโปรแกรมควบคุมการท างานของบอร์ดไมโครบิตด้วยโปรแกรม Make Code ได้ 6. ออกแบบและเขียนโปรแกรมควบคุมการท างานของบอร์ดไมโครบิตด้วยโปรแกรม Make Code เพื่อแก้ปัญหาตามเงื่อนไขที่ก าหนดได้ รวมทั้งหมด 6 ผลกำรเรียนรู้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 239 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 ว20281 หุ่นยนต์พื้นฐำน 1 จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำ 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค =80 : 20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิด รวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 ความรู้เกี่ยวกับ ไมโครคอนโทลเลอร์ และความเป็นมาของ บอร์ดไมโครบิต 1.บอกความเป็นมาของ บอร์ดไมโครบิตได้ถูกต้อง 2. บอกส่วนประกอบและ การท างานของบอร์ดไม โครบิตได้ ความรู้เกี่ยวกับ ไมโครคอนโทลเลอร์และ ความเป็นมาของบอร์ดไม โครบิต 4 10 2 โปรแกรม Make Code ส าหรับการ เขียน โปรแกรมควบคุม บอร์ดไมโครบิต 3.บอกส่วนประกอบของ โปรแกรม Make Code ได้ โปรแกรม Make Code ส าหรับการเขียน โปรแกรมควบคุมบอร์ดไม โครบิต 6 10 3 การใช้งานโปรแกรม Make Code ส าหรับ การเขียน โปรแกรมควบคุม บอร์ดไมโครบิต 4. อธิบายหลักการท างาน ของกลุ่มเครื่องมือต่างๆใน การเขียน โปรแกรมควบคุมการ ท างานของบอร์ดไมโครบิต ด้วยโปรแกรม Make Code ได้ 5. เขียนโปรแกรมควบคุม การท างานของบอร์ดไม โครบิตด้วยโปรแกรม Make Code ได้ 6. ออกแบบและเขียน โปรแกรมควบคุมการ ท างานของบอร์ดไมโครบิต ด้วยโปรแกรม Make การใช้งานโปรแกรม Make Code ส าหรับ การเขียน โปรแกรมควบคุมบอร์ดไม โครบิต - กลุ่มค าสั่ง Basic - การท าป้ายไฟวิ่ง - การใช้งาน Show LEDs - กลุ่มค าสั่ง Input - การใช้งาน on button 10 10


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 240 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิด รวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน Code เพื่อแก้ปัญหาตาม เงื่อนไขที่ก าหนดได้ 4 การใช้งานโปรแกรม Make Code ส าหรับ การเขียน โปรแกรมควบคุม บอร์ดไมโครบิต 4. อธิบายหลักการท างาน ของกลุ่มเครื่องมือต่างๆใน การเขียน โปรแกรมควบคุมการ ท างานของบอร์ดไมโครบิต ด้วยโปรแกรม Make Code ได้ 5. เขียนโปรแกรมควบคุม การท างานของบอร์ดไม โครบิตด้วยโปรแกรม Make Code ได้ 6. ออกแบบและเขียน โปรแกรมควบคุมการ ท างานของบอร์ดไมโครบิต ด้วยโปรแกรม Make Code เพื่อแก้ปัญหาตาม เงื่อนไขที่ก าหนดได้ การใช้งานโปรแกรม Make Code ส าหรับ การเขียน โปรแกรมควบคุมบอร์ดไม โครบิต - การใช้งาน on shake - กลุ่มค าสั่ง music - กลุ่มค าสั่ง LED - กลุ่มค าสั่ง Loops - การเพิ่มค าสั่ง พิเศษ - การเขียน โปรแกรมควบคุม หุ่นยนต์เคลื่อนที่ 20 30 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 241 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว20283 กำรออกแบบกรำฟิกเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก หลักการ วิธีการออกแบบกราฟิก ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก ระบบคอมพิวเตอร์ส าหรับงานคอมพิวเตอร์กราฟิก การใช้งานซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงค าสั่งที่ส าคัญในการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ในโปรแกรมกราฟิกได้อย่างช านาญ การน าภาพจาก แหล่งภาพต่างๆ มาสร้างสรรค์งานกราฟิกให้มีจินตนาการตามความคิดริเริ่ม ทั้งยังศึกษาหลักการออกแบบเทคนิค การใช้โปรแกรมการออกแบบ คอมพิวเตอร์กราฟิกได้จากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อน ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งาน ฝึกปฏิบัติการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกด้วยโปรแกรมกราฟิก ประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งาน เพื่อให้ผู้เรียนน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีนิสัยรักการท างาน มีจิตส านึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง สามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมมีจริยธรรม คุณธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม ผลกำรเรียนรู้ 1. อธิบายความมายกราฟิกมี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกราฟิกและคอมพิวเตอร์กราฟิก 2. สามารถอธิบายหลักการท างาน ส่วนประกอบของโปรแกรม Photoshop CS6 ได้ 3. สามารถใช้เครื่องมือต่างๆในToolbox Photoshop และประยุกต์ใช้ในการสร้างงานได้ 4. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้งานเลเยอร์ (layer) ได้ 5. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้งานเครื่องมือการตัดต่อและปรับแต่งภาพได้ 6. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้งานเครื่องมือการปรับขนาดและรูปทรงได้ 7. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้งานเครื่องมือในการสร้างข้อความได้ 8. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้งานเครื่องมือการวาดภาพระบายสีภาพได้ 9. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้งานเครื่องมือในการรีทัชภาพได้ 10. สามารถประยุกต์ใช้ Photoshop CS6 ออกแบบ สร้างผลงาน ตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งหมด 10 ผลกำรเรียนรู้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 242 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ว20283 กำรออกแบบกรำฟิกเบื้องต้น จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำ 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค =80 : 20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 รู้จักการออกแบบ เบื้องต้น 1.อธิบายความมาย กราฟิกมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับกราฟิก และคอมพิวเตอร์กราฟิก 2.สามารถอธิบาย หลักการท างาน ส่วนประกอบของ โปรแกรม Photoshop CS6 ได้ กราฟิกมี ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกราฟิกและ คอมพิวเตอร์กราฟิก 4 5 2 แถบเครื่องมือ 3.สามารถใช้เครื่องมือ ต่างๆในToolbox Photoshop และ ประยุกต์ใช้ในการสร้าง งานได้ 4.มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้ งานเลเยอร์ (layer) ได้ การประยุกต์ใช้Toolbox Photoshop และการใช้ งานเลเยอร์ (layer) 4 5 3 3.การใช้เครื่องมือ เบื้องต้น 5.สามารถประยุกต์ใช้ งานเครื่องมือการตัดต่อ และปรับแต่งภาพได้ 6.เครื่องมือการปรับ ขนาดและรูปทรงได้ อธิบายความหมาย ความส าคัญ และการเข้าใช้งานโปแกรม Photoshop CS6 ได้ การตั้งค่าขนาดและความ ละเอียดของภาพ 10 10


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 243 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 4 การใช้งานชุด เครื่องมือส าหรับ วาดภาพและสร้าง ตัวอักษร ใน Toolbox 7. มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้ งานเครื่องมือในการสร้าง ข้อความได้ 8.การใช้งานชุดเครื่องม ือ ในการเล ือกสีและ ชุด เครื่องมือ Quick mask ใน Toolbox อธิบาย หลักการ และหน้าที่ใน การท างานชุดเครื่องม ือ ในการเล ือกสีใน Toolbox ของโปรแกรม Adobe Photoshop CS6 การประยุกต์ใช้งานเครื่องมือใน การสร้างข้อความได้ การใช้งานชุดเครื่องม ือในการ เล ือกสีและ ชุดเครื่องมือ Quick mask ใน Toolbox อธิบายหลักการ และหน้าที่ใน การท างานชุดเครื่องม ือในการ เล ือกสีใน Toolbox ของ โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 10 20 5 การสร้างสรรค์ ภาพกราฟิก 9.สามารถประยุกต์ใช้ งานเครื่องมือในการรีทัช ภาพได้ 10. สามารถประยุกต์ใช้ Photoshop CS6 ออกแบบ สร้างผลงาน ตามจินตนาการอย่าง สร้างสรรค์ เทคนิควิธีการแต่งภาพ เป็น เทคนิคง่ายๆ ที่ท าให้ รูปภาพ ธรรมดา ดูโดดเด่น และน่าสนใจยิ่งขึ้น เทคนิคนี้นักเรียน สามารถน าไป ประยุกต์ใช้ในงานน่าสนใจมาก ยิ่งขึ้น 10 20 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 244 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว20284 กำรสร้ำงเกมเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการซอฟต์แวร์ระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ การสร้างเกมด้วยโปรแกรมConstruct 2การออกแบบและสร้างตัวละคร การออกแบบและสร้างเกม การออกแบบและสร้างเกม แบบAction การออกแบบและสร้างเกมแบบ Shooting พร้อมทั้งทดสอบและการส่งออกไฟล์เกมได้ โดยใช้ทักษะการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม Construct 2 การออกแบบและสร้างตัวละคร การออกแบบและสร้างเกม การออกแบบและสร้างเกมแบบ Shooting การออกแบบและสร้างเกมแบบ Action พร้อมทั้งการส่งออกไฟล์เกมได้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการท างาน สร้างเกมด้วยโปรแกรม Construct 2 ได้ส าเร็จโดยปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีจิตสาธารณะ และรักความเป็นไทย ผลกำรเรียนรู้ 1. ความรู้เกี่ยวกับการซอฟต์แวร์ระบบโดยใช้ทักษะการปฏิบัติงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ 2. ความรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ประยุกต์ โดยใช้ทักษะการปฏิบัติงานอย่างมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น ในการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม 3. สรุปการพัฒนาเกมและการพัฒนาโปรแกรม Construct 2 สามารถบอกคุณสมบัติของโปรแกรม สามารถล าดับขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม อธิบายวิธีการเข้าใช้ เปิด บันทึกและเลิกใช้ สามารถ บอกส่วนประกอบของโปรแกรม Construct 2 โดยใช้ทักษะการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม Construct 2 โดยปฏิบัติกิจกรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน 4. บอกบอกความหมายของ Spriteสรุปวิธีการสร้างตัวละครจาก Sprite Editor แบบภาพเดี่ยว สรุปวิธีการสร้างตัวละครจากโปรแกรม Banned Story สรุปวิธีการสร้างตัวละครจาก Sprite Editor แบบภาพเคลื่อนไหว อธิบายการสร้างฉากพื้นหลังอย่างง่าย ใช้ทักษะการปฏิบัติ การสร้างและออกแบบตัวละคร โดยปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มีจิตสาธารณะ 5. อธิบายการก าหนดการเคลื่อนที่ของตัวละคร สรุปวิธีการก าหนดฉากพื้นหลังในเกม สรุปขั้นตอน การสร้างกระสุนปืนเพื่อยิง ใช้ทักษะการปฏิบัติการออกแบบและสร้างเกม โดยปฏิบัติกิจกรรม ด้วยความซื่อสัตย์มุ่งมั่นในการท างาน และมีจิตสาธารณะ 6. สรุปการสร้างแต้มคะแนน สรุปวิธีการสร้างศัตรูในเกมแบบ Shooting บอกขั้นการก าหนด พลังชีวิต สรุปวิธีการแทรกเสียงประกอบในเกมใช้ทักษะการปฏิบัติการสร้างเกมแบบ Shooting โดยปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมีจิตสาธารณะ 7. อธิบายการก าหนดการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ตัวละครแบบ Action บอกวิธีการก าหนด องค์ประกอบฉากแบบ Action การเปลี่ยนฉากของเกมใช้ทักษะการปฏิบัติการสร้างเกม แบบ Action โดยปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมีจิตสาธารณะ


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 245 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย 8. สรุปวิธีการสร้างเมนูฉากเริ่มเกมและหลักการใช้สีการส่งออกไฟล์เกมแบบ HTML 5 ใช้ทักษะ การปฏิบัติส่งออกไฟล์เกม โดยปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีวินัย มุ่งมั่นในการท างาน และรักความเป็นไทย รวมทั้งหมด 8 ผลกำรเรียนรู้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 246 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ว20284 กำรสร้ำงเกมเบื้องต้น จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำ 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค =80 : 20 ที่ หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 ความรู้เกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ระบบ ข้อ 1 ความรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ระบบประกอบ ด้วยระบบปฏิบัติการ โปรแกรมแปลภาษา และโปรแกรมอรรถประโยชน์โดยใช้ทักษะ การปฏิบัติอย่างมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ 10 10 2 ความรู้เกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ข้อ 2 ความรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ประยุกต์โดยใช้ ทักษะการปฏิบัติมุ่งมั่นในการท างานอย่าง สร้างสรรค์ 8 10 3 การสร้างเกมด้วย โปรแกรม Construct 2 ข้อ 3, 4, 5, 6, 7, 8 สร้างเกมด้วยโปรแกรม Construct 2 การ ออกแบบและสร้างตัวละคร การออกแบบ และสร้างเกม การออกแบบและสร้างเกมแบบ Action การออกแบบและสร้างเกมแบบ Shooting การทดสอบและการส่งออกไฟล์เกมได้โดย ใช้ทักษะการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม Construct 2 การออกแบบและสร้างตัวละคร การ ออกแบบและสร้างเกม การออกแบบและ สร้างเกมแบบ Action การออกแบบและ สร้างเกมแบบ Shooting พร้อมทั้งส่งออกไฟล์เกม โดยปฏิบัติ กิจกรรมอย่างมีวินัยใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีจิตสาธารณะและรักความเป็นไทย 18 40 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 247 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว20285 โครงงำนคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เวลำเรียน 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ สืบค้นข้อมูล รูปแบบ ฝึกปฏิบัติ กระบวนการด าเนินงานการท าโครงงาน จากปัญหาหรือเรื่องที่สนใจจะศึกษา อธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศน าเสนองาน หลักการและขั้นตอนการ พั ฒ น า โ ป ร แ ก ร ม ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ ค รื่ อ ง มื อ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ กั บ โ ค ร ง ง า น ปฏิบัติการสร้างโครงงานโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ โดยใช้ความรู้ ความคิด จินตนาการ ทักษะ เหตุผลและกระบวนการต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศตลอดจนประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ระบบการสื่อสารข้อมูลในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่มาเชื่อมดยงสัมพันธ์กันจนเกิดความรู้ใหม่ที่มีความสอดคล้อง และเชื่อมโยงกันได้ โดยบูรณาการด้านความรู้อื่น ๆ หรือจากรายวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้มี ความรู้ความเข้าใจและสามารถน าเอาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ในการสร้างโครงงานได้อย่างมีจิตส านึกและมีความ รับผิดชอบ ใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติกระบวนการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความสามารถ ในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม ตะหนักและเห็นคุณค่าของการใฝ่เรียนรู้มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มุ่งมันในการ ท างานสามารถท างานได้อย่างเป็นระบบระเบียบ มีจิตสาธารณะ และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ ผลกำรเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย หลักการและประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ 2. บอกขั้นตอนการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ 3. สามารถค้นคว้าหาข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลในเรื่องที่ตนเองสนใจ 4. จัดท าข้อเสนอโครงงานตามแนวทางของการจัดท าข้อเสนอโครงงาน 5. ใช้คอมพิวเตอร์พัฒนาโครงงานตามความสนใจของตนเอง 6. เข้าใจรูปแบบวิธีการและสามารถจัดท ารูปเล่มรายงาน รวมทั้งหมด 6 ผลกำรเรียนรู้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 248 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ว20285 โครงงำนคอมพิวเตอร์เบื้องต้น จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำเรียน 40 ชั่วโมง อัตรำส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80:20 ที่ ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบ ยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 เทคโนโลยีกับโครงงาน คอมพิวเตอร์ ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ความหมายและความส าคัญ ของโครงงานคอมพิวเตอร์และ ประเภทของสื่อคอมพิวเตอร์ 6 10 2 การพัฒนาโครงงาน คอมพิวเตอร์ ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 ข้อที่ 4 กระบวนการของโครงงาน การวิเคราห์ปัญหาของ โครงงานและการเลือก คุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน ปฏิบัติการติดต่อสื่อสาร ค้นหาผ่านอินเตอร์เน็ต 10 10 3 ซอฟแวร์ที่ใช้จัดท า โครงงาน ข้อที่ 4 ข้อที่ 5 โปรแกรมหรือซอฟแวร์เป็น องค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์ กับชิ้นงานที่จะจัดท าโครงงาน คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสม 10 10 4 การจัดท าโครงงาน คอมพิวเตอร์ ข้อที่ 5 ข้อที่ 6 การจัดท าโครงงาน คอมพิวเตอร์ตามกระบวนการ ปฏิบัติการใช้ซอฟแวร์ในการ จัดท าโครงงานคอมพิวเตอร์จน ส าเร็จเป็นชิ้นงาน 14 30 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 249 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มเติม ว20286 กำรผลิตสื่อมัลติมิเดีย ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาความรู้พื้นฐาน การท างาน น าภาพ VDO เข้ามาใช้ ตลอดจนการใช้Transition , Effect และ Plugin ต่าง ๆ ในการท าเทคนิคพิเศษเช่น การท า Title ท าตัวอักษรให้เคลื่อนไหว รวมทั้งการน าเสนองาน หรือ Upload เข้า Website โดยเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชีวิตประจ าวัน การใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม ที่ต้องไม่ ละเมิดความคิดผู้อื่น ด้วยวิธีสอนสาธิต ปฏิบัติ ส่งงานผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ด้านการตัดต่อภาพยนตร์ และการใช้ทักษะชีวิต การ อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล และสามารถใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารได้ อย่างสร้างสรรค์ และมีจิตส านึก ความรับผิดชอบ ผลกำรเรียนรู้ 1. ให้มีความเข้าใจและทราบถึงหลักของการสื่อความหมายของภาพยนตร์ 2. ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการขั้นตอนในการผลิตสื่อภาพยนตร์ 3. ให้มีความเข้าใจ และมีทักษะในการวางแผนงานส าหรับการผลิตสื่อภาพยนตร์ 4. ให้มีทักษะในการใช้โปรแกรมตัดต่อภาพยนต์ได้ 5. ให้สามารถสร้างสรรค์ภาพยนตร์ และเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งหมด 5 ผลกำรเรียนรู้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 250 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ว20286 กำรผลิตสื่อมัลติมีเดีย จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำ 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1. นิยามความหมาย ของสื่อภาพยนตร์ (Introduction to Film Studies ข้อที่ 1 1. ความหมายของภาพยนตร์ 2. ประวัติความเป็นมาของ ภาพยนตร์ 3. ภาพยนตร์ในประเทศไทย 2 5 2. บทบาท,หน้าที่, อิทธิพลของสื่อ ภาพยนตร์ ข้อที่ 2 1. ด้านความบันเทิง 2. การเสนอข่าวและสาระ ทั่วไป 3. ด้านการศึกษา 4. ด้านค่านิยมของบุคคลและ สังคม 5. ด้านการโฆษณาและ ประชาสัมพันธ์ 2 5 3. การสื่อ ความหมายของ ภาพยนตร์ ข้อที่ 3 1. มุมกล้อง (Camera Angle) 2. ขอบเขตของภาพ 3. การเคลื่อนไหว (Movement) 4. การก าหนดบทบาทของ ผู้ชม (audience Role) 5. การเชื่อมต่อภาพ (Scene matching) 6. การล าดับเรื่องราวในการ สร้างภาพยนตร์ 2 5 4. การเขียนบท ภาพยนตร์ (Screenwriting) ข้อที่ 3 1.การค้นคว้าหาข้อมูล (research) 2.การก าหนดประโยคหลัก ส าคัญ (premise) 3.การเขียนเรื่องย่อ (synopsis) 2 5


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 251 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 4.การเขียนโครงเรื่องขยาย (treatment) 5.บทภาพยนตร์ (screenplay) 6.บทถ่ายท า(shooting script) 7.บทภาพ (storyboard) 5. การใช้งาน โปรแกรม Corel VideoStudio Pro Adobe premiere Pro ข้อที่ 4 1.การจัดการเกี่ยวกับภาพ 2.การจัดการเกี่ยวกับข้อความ 3 การจัดการเกี่ยวกับเสียง 20 20 6. สร้างชิ้นงาน สร้างสรรค์ ข้อที่ 5 - อ อ ก แ บ บ และน าเสนอ แ ผ น ป ฏิ บั ติ ง าน ในก า ร สร้างชิ้นงาน 1.ออกแบบ และน าเสนอ แผนปฏิบัติงาน ในการสร้าง ชิ้นงาน 2.น าเสนอผลงาน ติดตาม และประเมินชิ้นงาน 12 20 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 253 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำและโครงสร้ำงรำยวิชำพื้นฐำน ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำเพิ่มพื้นฐำน ว31101 วิทยำศำสตร์ชีวภำพ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับการล้าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การรักษาดุลยภาพของน ้าและสารในร่างกาย การ รักษาดุลยภาพของกรด – เบส ของเลือด การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน กลไก การต่อต้านหรือท้าลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จ้าเพาะ กลไกการต่อต้านหรือท้าลายสิ่งแปลกปลอมแบบจ้าเพาะ ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน สารอินทรีย์ในพืช สารอินทรีย์ที่จ้าเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง สารอินทรีย์ที่ไม่จ้าเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช การ ตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า พันธุกรรม และวิวัฒนาการ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ วิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ มนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั ง ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และน้าความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ ค่านิยมที่เหมาะสม ตัวชี้วัด ว1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4 ว1.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10, ม.4/11, ม.4/12 ว1.3 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6 รวมทั้งหมด 22 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 254 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ว31101 วิทยำศำสตร์ชีวภำพ จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำ 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 การล้าเลียงสารเข้า และออกเซลล์ ว1.2 ม.4/1 1. การล้าเลียงสารผ่านเข้าและออก จากเซลล์ 6 10 2 การรักษาดุลยภาพของ ร่างกายมนุษย์ ว1.2 ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7 1. การรักษาดุลยภาพของน ้าและสาร ในร่างกาย 2. การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของ เลือด 3. การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ ภายในร่างกาย 4. ระบบภูมิคุ้มกัน 9 13 3 การด้ารงชีวิตของพืช ว1.2 ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10, ม.4/11, ม.4/12 1. สารอินทรีย์ในพืช 2. ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการ เจริญเติบโตของพืช 3. การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า 8 12 4 พันธุกรรมและ วิวัฒนาการ ว1.3 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6 1. การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 2. ยีนกับการควบคุมลักษณะทาง พันธุกรรม 3. การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม 4. เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ 5. วิวัฒนาการและความหลากหลาย ของสิ่งมีชีวิต 9 13 5 ชีวิตในสิ่งแวดล้อม ว1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4 1. ระบบนิเวศ 2. มนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 8 12 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 255 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว 31102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 1 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาการวิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์หรือ คณิตศาสตร์ รวมทั งประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ นต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางใน การพัฒนาเทคโนโลยี สามารถระบุปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและ แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการเทคนิคในการแก้ปัญหาโดยค้านึงถึงความ ถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้ ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จ้าเป็นภายใต้เงื่อนไขและ ทรัพยากรที่มีอยู่น้าเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลายโดยใช้ซอฟต์แวร์ ช่วยในการออกแบบ วางแผนขั นตอนการท้างาน และด้าเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้ เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ นภายใต้กรอบเงื่อนไขหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และน้าเสนอผลการ แก้ปัญหา พร้อมทั งเสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด เพื่อให้เกิดความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และ เทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รหัสตัวชี้วัด ว4.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 256 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ว 31102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 1 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง อัตรำส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80:20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 เทคโนโลยีน่ารู้ ว 4.1 ม.4/1 1. ระบบทางเทคโนโลยีที่ ซับซ้อน 2 10 ว 4.1 ม.4/1 2. การเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี 2 5 ว 4.1 ม.4/1 3. ผลกระทบของเทคโนโลยี 2 5 2 ความรู้และ ทักษะพื นฐาน เฉพาะด้าน ว 4.1 ม.4/5 4. วัสดุและเครื่องมือพื นฐาน 3 5 ว 4.1 ม.4/5 5. กลไกลไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ 3 5 3 กระบวนการ ออกแบบ ว 4.1 ม.4/2 ว 4.1 ม.4/3 ว 4.1 ม.4/4 6. กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม 4 15 ว 4.1 ม.4/2 ว 4.1 ม.4/3 ว 4.1 ม.4/4 ว 4.1 ม.4/5 7. กรณีศึกษาการแก้ปัญหา ตามกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม 4 15 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 257 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว31103 วิทยำกำรค ำนวณ 1 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงค้านวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบ การคิด เชิงนามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงค้านวณเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจ้าวัน ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิง ค้านวณในการออกแบบขั นตอนวิธีส้าหรับแก้ปัญหา การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก และเงื่อนไขของปัญหา การออกแบบขั นตอนวิธี การท้าซ ้า การจัดเรียงและค้นหาข้อมูล ตัวอย่างการออกแบบ ขั นตอนวิธีเพื่อแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ อธิบายแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จ้าเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั นตอนการแก้ปัญหา การ เขียนรหัสล้าลองและผังงาน การเขียนออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย ที่มีการใช้งานตัวแปร เงื่อนไข และ การวนซ ้า เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมูล การ สร้างทางเลือกและ ประเมินผลเพื่อตัดสินใจซอฟต์แวร์และ บริการบนอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูล แนว ทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการ อัตลักษณ์ การพิจรณาความเหมาะสมของ เนื อหา ข้อตกลงและข้อก้าหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมูล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารเพื่อรวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่างๆ และความรู้จากศาสตร์อื่น มาประยุกต์ใช้ สร้างความรู้ใหม่ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการด้าเนินชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใช้อย่างปลอดภัยมี จริยธรรม ตลอดจนน้าความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และ การด้ารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ มำตรฐำน/ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.5/1 ว 4.2 ม.4/1 รวม 6 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 258 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ว31103 วิทยำกำรค ำนวณ 1 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง อัตรำส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80:20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 แนวคิดเชิง ค้านวณ ว 4.1 ม.4/1 ว 4.1 ม.4/2 - ขั นตอนวิธี - การแยกส่วนประกอบและ การย่อยปัญหา - การหารูปแบบ - การคิดเชิงนามธรรม 6 20 2 การแก้ปัญหา และขั นตอนวิธี ว 4.1 ม.4/3 ว 4.1 ม.4/4 ว 4.1 ม.4/5 - การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ - การระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก เงื่อนไขของปัญหา - การออกแบบขั นตอนวิธี - การท้าซ ้า - การจัดเรียง และค้นหาข้อมูล 6 20 3 การพัฒนา โครงงาน ว 4.2 ม.4/1 - การก้าหนดปัญหา - การศึกษาและก้าหนดขอบเขต ของปัญหา - การวางแผนและออกแบบ โครงงาน - การด้าเนินงาน - การสรุปผลและการเผยแพร่ 6 20 สอบกลำงภำคเรียน 20 สอบปลำยภำคเรียน 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 259 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว32103 วิทยำศำสตร์กำยภำพ 1 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่5 เวลำ 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ เกี่ยวกับ ธาตุและสารประกอบ แบบจ้าลองอะตอม อนุภาคมูลฐาน สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ไอโซโทป การจัดเรียงอิเล็กตรอน ชนิดของธาตุแนวโนมความเปนโลหะและอโลหะของธาตุในตารางธาตุกลุ่มธาตุ เรพรีเซนเททีฟ กลุ่มธาตุทรานซิชัน สมบัติการน้าไฟฟ้า การให้และรับอิเล็กตรอนระหว่างกลุ่มโลหะและอโลหะ ประโยชน์และอันตรายที่เกิดจากธาตุเรพรีเซนเททีฟ ธาตุแทรนซิชัน พันธะเคมีสารละลายอิเล็กโทรไลต์ สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ สารประกอบอินทรีย์และอนินทรีย์ ประเภทไฮโดรคาร์บอนอิ่มและไม่อิ่มตัว ความหมาย สมบัติทางกายภาพของพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ ความเป็นกรดเบสของสารประกอบอินทรีย์ การ ละลายในตัวท้าละลายชนิดต่างๆ สมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอเซต โครงสร้างของพอลิเมอร์การน้าไปใช้ ประโยชน์ผลกระทบ แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์สมการเคมี ปัจจัยที่มี ผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี การใช้ประโยชน์จากความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ใน ชีวิตประจ้าวันหรือในอุตสาหกรรม ความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ สมบัติของสารกัมมันตรังสี ความหมายของ ครึ่งชีวิตและปริมาณของสารกัมมันตรังสี ประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกันอันตรายที่เกิดจาก กัมมันตรังสี โดยใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การเขียน การระบุการค้านวณ การแปลความหมาย การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ การทดลอง อธิบาย และสรุปผลที่เกิด จากความรู้ ความคิด ความเข้าใจ เพื่อให้มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้และน้าความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง รหัสตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/1, ว 2.1 ม.5/2, ว 2.1 ม.5/3, ว 2.1 ม.5/4, ว 2.1 ม.5/5, ว 2.1 ม.5/6, ว 2.1 ม.5/7, ว 2.1 ม.5/8, ว 2.1 ม.5/9, ว 2.1 ม.5/10, ว 2.1 ม.5/11, ว 2.1 ม.5/12, ว 2.1 ม.5/13, ว 2.1 ม.5/14, ว 2.1 ม.5/15, ว 2.1 ม.5/16, ว 2.1 ม.5/17, ว 2.1 ม.5/18, ว 2.1 ม.5/19, ว 2.1 ม.5/20, ว 2.1 ม.5/21, ว 2.1 ม.5/22, ว 2.1 ม.5/23, ว 2.1 ม.5/24, ว 2.1 ม.5/25 รวมทั้งหมด 25 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 260 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 ว32101 วิทยำศำสตร์กำยภำพ 1 จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลำ 40 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 อากาศ ว 2.1 ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3 ม.5/4 ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7 1.1 องค์ประกอบในอากาศ 1.2 อะตอม 1.3 ธาตุ 1.4 การใช้ประโยชน์จากอากาศ 1.5 มลพิษทางอากาศ 6 5 2 น ้า ว 2.1 ม.5/8 ม.5/9 ม.5/10, ม.5/11, ม.5/12, ม.5/13 2.1 โมเลกุลของน ้า 2.2 สารในแหล่งน ้า 2.3 การละลายของสารในน ้า 10 15 3 อาหาร ว 2.1 ม.5/14 ม.5/15 ม.5/16 ม.5/17 ม.5/18, ม.5/19 3.1 ไขมันและน ้า 3.2 คาร์โบไฮเดรต 3.3 โปรตีน 3.4 วิตามินและเกลือแร่ 3.5 บรรจุภัณฑ์ส้าหรับอาหาร 12 20 4 พลังงาน ว 2.1 ม.5/20 ม.5/21 ม.5/22 ม.5/23 ม.5/24 ม.5/25 4.1 เชื อเพลิง 4.2 แบตเตอรี่ 4.3 สารกัมมันตรังสี 12 20 สอบกลำงภำคเรียน 20 สอบปลำยภำคเรียน 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 261 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว32103 วิทยำศำสตร์กำยภำพ 2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 เวลำเรียน 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลความเร็วกับเวลาของการเคลื่อนที่ของวัตถุ เพื่ออธิบายความเร่งของ วัตถุผลของความเร่งที่มีต่อการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ได้แก่ การเคลื่อนที่แนวตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ การ เคลื่อนที่แบบวงกลม และการเคลื่อนที่แบบสั่น สังเกต วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรง ลัพธ์ที่กระท้าต่อวัตถุและมวลของวัตถุการหาแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่อยู่ในระนาบเดียวกันที่กระท้าต่อ วัตถุโดยการเขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุคู่หนึ่ง ๆ แรงโน้มถ่วงของ การเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ รอบโลก การเกิดสนามแม่เหล็กเนื่องจากกระแสไฟฟ้าแรงแม่เหล็กที่กระท้าต่ออนุภาค ที่มีประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กที่กระท้าต่อลวดตัวน้าที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านใน สนามแม่เหล็ก การท้างานของมอเตอร์ การเกิดอีเอ็มเอฟ พลังงานนิวเคลียร์ฟิชชันและฟิวชัน และความสัมพันธ์ ระหว่างมวลกับพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากฟิชชันและฟิวชัน แรงเข้มและแรงอ่อน การเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้าอธิบายการสะท้อน การหักเห การเลี ยวเบน การรวมคลื่นทั่วไป และคลื่นเสียง ความถี่ ธรรมชาติ การสั่นพ้อง และผลที่เกิดขึ นจากการสั่นพ้อง ความเข้มเสียงกับระดับเสียงความถี่กับระดับเสียง การเกิด เสียงสะท้อนกลับ บีต ดอปเพลอร์ และการสั่นพ้องของเสียง การน้าความรู้เกี่ยวกับเสียงไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ้าวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผิดปกติในการมองเห็นสี การท้างานของแผ่นกรองแสงสี การผสม แสงสี การผสมสารสี และส่วนประกอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการส้ารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การสืบเสาะหาความรู้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การอภิปรายและลงข้อสรุป โดยกระบวนการท้างานระบบกลุ่มและการระดมสมอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการคิด สามารถน้าเสนอองค์ความรู้ที่ค้นพบด้วยรูปแบบและวิธีการที่ เหมาะสม สามารถตัดสินใจบนพื นฐานของหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เห็นคุณค่าของการน้าองค์ความรู้ที่ค้นพบและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ้าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ มำตรฐำน/ตัวชี้วัด ว 2.2 ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3 ม.5/4 ม.5/5 ม.5/6 ม.5/7 ม.5/8 ม.5/9 ม.5/10 ว 2.3 ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3 ม.5/4 ม.5/5 ม.5/6 ม.5/7 ม.5/8 ม.5/9 ม.5/10 ม.5/11 ม.5/12 รวม 22 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 262 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 ว32103 วิทยำศำสตร์กำยภำพ 2 เวลำเรียน 40 ชั่วโมง อัตรำส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80:20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 แรงและการ เคลื่อนที่ ว 2.2 ม.5/1 • การเคลื่อนที่ของวัตถุที่มี การเปลี่ยนความเร็วเป็น การเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง ความเร่งเป็นอัตราส่วน ของความเร็วที่เปลี่ยนไป ต่อเวลาและเป็นปริมาณ เวกเตอร์ ในกรณีที่วัตถุที่ อยู่นิ่งหรือเคลื่อนที่ในแนว ตรงด้วยความเร็วคงตัว วัตถุนั นมีความเร่งเป็น ศูนย์ • วัตถุมีความเร็วเพิ่มขึ น ถ้า ความเร็วและความเร่งมี ทิศเดียวกัน และมี ความเร็วลดลง ถ้า ความเร็วและความเร่งมี ทิศตรงกันข้าม 7 10 ว 2.2 ม.5/2 • เมื่อมีแรงหลายแรงกระท้า ต่อวัตถุหนึ่งโดยแรงทุก แรงอยู่ในระนาบเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธ์ที่ กระท้าต่อวัตถุนั นได้ โดยรวมแบบเวกเตอร์ ว 2.2 ม.5/3 • เมื่อแรงลัพธ์มีค่าไม่เท่ากับ ศูนย์กระท้าต่อวัตถุจะท้า ให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วย ความเร่งมีทิศทางเดียวกับ แรงลัพธ์โดยขนาดของ ความเร่งขึ นกับขนาดของ


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 263 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน แรงลัพธ์กระท้าต่อวัตถุ และมวลของวัตถุ ว 2.2 ม.5/4 • แรงกระท้าระหว่างวัตถุคู่ หนึ่ง ๆ เป็นแรงกิริยาและ แรงปฏิกิริยา แรงทั งสองมี ขนาดเท่ากัน เกิดขึ นพร้อม กัน กระท้าต่อวัตถุคนละ ก้อน แต่มีทิศทางตรงข้าม ว 2.2 ม.5/5 • วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วย ความเร่งคงตัว หรือ ความเร่งไม่คงตัว อาจ เป็นการเคลื่อนที่แนวตรง การเคลื่อนที่แนวโค้ง หรือการเคลื่อนที่แบบสั่น การเคลื่อนที่แนวตรงด้วย ความเร่งคงตัว น้าไปใช้ อธิบายการตกแบบเสรี การเคลื่อนที่แนวโค้งด้วย ความเร่งคงตัวในแนวดิ่ง น้าไปใช้อธิบายการ เคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนที่แนวโค้งด้วย ความเร่งมีทิศทางตั งฉาก กับความเร็วตลอดเวลา น้าไปใช้อธิบายการ เคลื่อนที่แบบวงกลมการ เคลื่อนที่กลับไปกลับมา ด้วยความเร่งมีทิศทางเข้า สู่จุดที่แรงลัพธ์เป็นศูนย์ เรียกจุดนี ว่าต้าแหน่ง สมดุล ซึ่งน้าไปใช้อธิบาย การเคลื่อนที่แบบสั่นหรือ การเคลื่อนที่แบบแกว่ง 2 แรงในธรรมชาติ ว 2.2 ม.5/6 • ในบริเวณที่มีสนามโน้ม ถ่วง เมื่อมีวัตถุที่มีมวล จะมีแรงโน้มถ่วงซึ่งเป็น 7 10


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 264 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน แรงดึงดูดของโลกกระท้า ต่อวัตถุ แรงนี น้าไปใช้ อธิบายการเคลื่อนที่ของ วัตถุต่าง ๆ เช่น ดาวเทียม และดวงจันทร์ รอบโลก ว 2.2 ม.5/7 • กระแสไฟฟ้าท้าให้เกิด สนามแม่เหล็กในบริเวณ รอบแนวการเคลื่อนที่ของ กระแสไฟฟ้า หาทิศทาง ของสนามแม่เหล็ก เนื่องจากกระแสไฟฟ้าได้ จากกฎมือขวา ว 2.2 ม.5/8 • ในบริเวณที่มี สนามแม่เหล็ก เมื่อมี อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า เคลื่อนที่โดยไม่อยู่ในแนว เดียวกับสนามแม่เหล็ก หรือมีกระแสไฟฟ้าผ่าน ลวดตัวน้าโดย กระแสไฟฟ้าไม่อยู่ในแนว เดียวกับสนามแม่เหล็ก จะมีแรงแม่เหล็กกระท้า ซึ่งเป็นพื นฐานในการ สร้างมอเตอร์ ว 2.2 ม.5/9 • เมื่อมีสนามแม่เหล็ก เปลี่ยนแปลงตัดขดลวด ตัวน้า ท้าให้เกิดอีเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นพื นฐานในการ สร้างเครื่องก้าเนิดไฟฟ้า ว 2.2 ม.5/10 • ภายในนิวเคลียสมีแรง เข้มที่เป็นแรงยึดเหนี่ยว ของอนุภาคในนิวเคลียส และเป็นแรงหลักที่ใช้


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 265 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน อธิบายเสถียรภาพของ นิวเคลียส นอกจากนี ยังมี แรงอ่อน ซึ่งเป็นแรงที่ใช้ อธิบายการสลายให้ อนุภาคบีตาของธาตุ กัมมันตรังสี 3 พลังงาน ว 2.3 ม.5/2 • การน้าพลังงานทดแทน มาใช้เป็นการแก้ปัญหา หรือตอบสนองความ ต้องการด้านพลังงาน เช่น การเปลี่ยนพลังงาน นิวเคลียร์เป็นพลังงาน ไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังงาน นิวเคลียร์ และการ เปลี่ยนพลังงาน แสงอาทิตย์เป็นพลังงาน ไฟฟ้าโดยเซลล์สุริยะ • เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่น้ามา แก้ปัญหาหรือตอบสนอง ความต้องการทางด้าน พลังงานเป็นการน้า ความรู้ทักษะและ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์มาสร้าง อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การใช้ พลังงานมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ น 6 10 ว 2.3 ม.5/1 • พลังงานที่ปลดปล่อย ออกมาจากฟิชชัน หรือ ฟิวชันเรียกว่าพลังงาน นิวเคลียร์ โดยฟิชชันเป็น ปฏิกิริยาที่นิวเคลียสที่มี มวลมากแยกออกเป็น นิวเคลียสที่มีมวลน้อย กว่า ส่วนฟิวชันเป็น


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 266 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ปฏิกิริยาที่นิวเคลียสที่มี มวลน้อยรวมตัวกันเกิด เป็นนิวเคลียสที่มีมวล มากขึ น พลังงาน นิวเคลียร์ที่ปลดปล่อย ออกมาจากฟิชชันและฟิว ชันมีค่าเป็นไปตาม ความสัมพันธ์ระหว่าง มวลกับพลังงาน 4 ปรากฎการณ์ของ คลื่นกล ว 2.3 ม.5/3 • เมื่อคลื่นเคลื่อนที่ไปพบ สิ่งกีดขวาง จะเกิดการ สะท้อน เมื่อคลื่น เคลื่อนที่ผ่านรอยต่อ ระหว่างตัวกลางที่ต่างกัน จะเกิดการหักเห เมื่อคลื่น เคลื่อนที่ไปพบขอบสิ่งกีด ขวางจะเกิดการเลี ยวเบน เมื่อคลื่นสองขบวนมาพบ กันจะเกิดการรวมคลื่น เกิดรูปร่างของคลื่นรวม หลังจากคลื่นทั งสอง เคลื่อนที่ผ่านพ้นกันแล้ว จะแยกกัน โดยแต่ละ คลื่นยังคงมีรูปร่างและ ทิศทางเดิม 6 10 ว 2.3 ม.5/4 • เมื่อกระตุ้นให้วัตถุสั่นแล้ว หยุดกระตุ้น วัตถุจะสั่น ด้วยความถี่ที่เรียกว่า ความถี่ธรรมชาติ ถ้ามี แรงกระตุ้นวัตถุที่ก้าลังสั่น ด้วยความถี่ของการออก แรงตรงกับความถี่ ธรรมชาติของวัตถุนั น จะ ท้าให้วัตถุสั่นด้วยแอมพลิ จูดมากขึ น เรียกว่า การ


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 267 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน สั่นพ้อง เช่น การสั่นพ้อง ของอาคารสูง การสั่น พ้องของสะพาน การสั่น พ้องของเสียงในเครื่อง ดนตรีประเภทเป่า 5 เสียง ว 2.3 ม.5/5 • เสียงมีการสะท้อน การ หักเห การเลี ยวเบนและ การรวมคลื่นเช่นเดียวกับ คลื่นอื่น ๆ 6 10 ว 2.3 ม.5/6 • ความถี่ของคลื่นเสียงเป็น ปริมาณที่ใช้บอกเสียงสูง เสียงต่้าโดยความถี่ที่คน ได้ยินมีค่าอยู่ระหว่าง 20-20,000 เฮิรตซ์ ระดับ เสียงเป็นปริมาณที่ใช้บอก ความดังของเสียงซึ่ง ขึ นกับความเข้มเสียง โดย ความเข้มเสียงเป็น พลังงานเสียงที่ตกตั งฉาก บนพื นที่หนึ่งหน่วยใน หนึ่งหน่วยเวลาเสียงที่มี ความดังมากเกินไปเป็น อันตรายต่อหู ว 2.3 ม.5/7 • เมื่อเสียงจากแหล่งก้าเนิด เดินทางไปกระทบวัตถุ แล้วสะท้อนกลับมายัง ผู้ฟัง ถ้าผู้ฟังได้ยินเสียงที่ ออกจากแหล่งก้าเนิดและ เสียงที่สะท้อนกลับมา แยกจากกัน เสียงที่ได้ยิน นี เป็นเสียงสะท้อนกลับ • เมื่อคลื่นเสียงสองขบวนที่ มีความถี่ใกล้เคียงกันมา รวมกันจะเกิดบีต


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 268 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน • เมื่อแหล่งก้าเนิดเสียง เคลื่อนที่ ผู้ฟังเคลื่อนที่ หรือทั งแหล่งก้าเนิดและ ผู้ฟังเคลื่อนที่ ผู้ฟังจะได้ ยินเสียงที่มีความถี่ เปลี่ยนไป เรียกว่า ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ • ถ้าอากาศในท่อถูก กระตุ้นด้วยคลื่นเสียงที่มี ความถี่เท่ากับความถี่ ธรรมชาติของอากาศใน ท่อนั น จะเกิดการสั่นพ้อง ของเสียง ว 2.3 ม.5/8 • ความรู้เกี่ยวกับเสียง น้าไปใช้ประโยชน์ในด้าน ต่าง ๆ เช่น คลื่นเหนือ เสียงหรืออัลตราซาวนด์ ใช้ในทางการแพทย์ บี ตของเสียงในการ ปรับเทียบเสียงของเครื่อง ดนตรี การสั่นพ้องของ เสียงใช้ในการออกแบบ เครื่องดนตรีและอธิบาย การเปล่งเสียงของมนุษย์ 6 แสงสี ว 2.3 ม.5/9 • เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสีบาง สี โดยขึ นกับสารสีบนผิว วัตถุ และสะท้อนแสงสีที่ เหลือออกมา ท้าให้ มองเห็นวัตถุเป็นสีต่าง ๆ ขึ นกับแสงสีที่สะท้อน ออกมา ความผิดปกติใน การมองเห็นสีหรือตา บอดสีเกิดจากความ 8 10


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 269 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน บกพร่องของเซลล์รูป กรวยบนจอตา ว 2.3 ม.5/10 • แผ่นกรองแสงสียอมให้ แสงสีบางสีผ่านออกไปได้ และกั นบางแสงสี • การผสมแสงสีท้าให้ได้ แสงสีที่หลากหลาย เปลี่ยนไปจากเดิม ถ้าน้า แสงสีปฐมภูมิในสัดส่วนที่ เหมาะสมมาผสมกันจะได้ แสงขาว • การผสมสารสีท้าให้ได้ สารสีที่หลากหลาย เปลี่ยนไปจากเดิม ถ้าน้า สารสีปฐมภูมิในปริมาณที่ เท่ากันมาผสมกันจะได้ สารสีผสมเป็นสีด้า • การผสมแสงสีและการ ผสมสารสีสามารถ น้าไปใช้ประโยชน์ในด้าน ต่าง ๆ เช่น ด้านศิลปะ ด้านการแสดง ว 2.3 ม.5/11 • คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกิด จากการรบกวนประจุ ไฟฟ้า ประกอบด้วย สนามแม่เหล็กและ สนามไฟฟ้าที่ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยสนามทั งสองมีทิศทาง ตั งฉากกัน และตั งฉากกับ ทิศทางการเคลื่อนที่ของ คลื่น • อุปกรณ์บางชนิดท้างาน โดยอาศัยคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้า เช่น เครื่องควบคุม


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 270 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ระยะไกล เครื่องถ่ายภาพ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ เครื่องถ่ายภาพการ สั่นพ้องแม่เหล็ก ว 2.3 ม.5/12 • ในการสื่อสารโดยอาศัย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อ ส่งผ่านสารสนเทศจากที่ หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง สารสนเทศจะถูกแปลงให้ อยู่ในรูปสัญญาณส้าหรับ ส่งไปยังปลายทางซึ่งจะมี การแปลงสัญญาณ กลับมาเป็นสารสนเทศที่ เหมือนเดิม • สัญญาณที่ใช้ในการ สื่อสารมีสองชนิดคือ แอ นะล็อกและดิจิทัล การ ส่งผ่านสารสนเทศด้วย สัญญาณดิจิทัลสามารถ ส่งผ่านได้โดยมีความ ผิดพลาดน้อยกว่า สัญญาณแอนะล็อก สอบกลำงภำคเรียน 20 สอบปลำยภำคเรียน 20 รวมตลอดภำคเรียน 40 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 271 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว32101 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ หรือความต้องการที่ค้านึงถึงผู้ใช้ด้วยการคิดเชิงออกแบบ และความรู้ ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อท้าความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ ง และรอบด้าน เพื่อพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาที่ตรงความต้องการ พัฒนาโครงงานเพื่อแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่ตนเอง สนใจโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ศึกษาการพัฒนาผลงาน การสร้างประโยชน์จากผลงาน และการ คุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อน้าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหรือสร้างประโยชน์จากผลงานของตนเอง และ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเองให้เป็นที่รู้จักและก่อให้เกิดประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.5/1 รวมทั้งหมด 1 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 272 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว32101 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้ / ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 ความรู้และการคิด เชิงออกแบบเพื่อ การแก้ปัญหา ว 4.1 - ความรู้กับการแก้ปัญหา - การคิดเชิงออกแบบกับการ แก้ปัญหา 4 15 2 โครงงานกับการ แก้ปัญหา ว 4.1 - การแก้ปัญหาด้วยการท้า โครงงาน - การพัฒนาโครงงานโดยใช้ กระบวนการออกแบบ 10 25 3 การสร้างประโยชน์ จากผลงาน ว 4.1 - การสร้างประโยชน์ - สิทธิและการคุ้มครองผลงาน - การน้าเสนอผลงาน 6 20 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 273 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว32104 วิทยำกำรค ำนวณ 2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาหลักการของวิทยาการข้อมูล และหลักการคิดเชิงออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้บริการ หรือ ผลิตภัณฑ์ วิธีการเก็บข้อมูลและเตรียมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล เครื่องมือทาง เทคโนโลยี สารสนเทศที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การน้าเสนอข้อมูล การแปลงข้อมูลให้เป็น ภาพ การเลือกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและตัวอย่างกรณีศึกษา ตัวชี้วัด ว. 4.2 ม.5/1 รวมทั้งหมด 1 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 274 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว32104 วิทยำกำรค ำนวณ 2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้ / ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1. ข้อมูลมีคุณค่า ว 4.2 ม.5/1 - ยุคของข้อมูลและสารสนเทศ - วิทยาการข้อมูล - กระบวนการวิทยาการข้อมูล - การคิดเชิงออกแบบส้าหรับ วิทยาการข้อมูล 8 15 2. การเก็บรวบรวม และส้ารวจข้อมูล ว 4.2 ม.5/1 - การเก็บรวบรวมข้อมูล - การเตรียมข้อมูล - การส้ารวจข้อมูล - ข้อมูลส่วนบุคคล 4 15 3. การวิเคราะห์ ข้อมูล ว 4.2 ม.5/1 - การวิเคราะห์เชิงพรรณนา - การวิเคราะห์เชิงท้านาย 4 10 4 การท้าข้อมูลให้ เป็นภาพ และการ สื่อสารด้วยข้อมูล ว 4.2 ม.5/1 - การสื่อสารด้วยข้อมูล - การท้าข้อมูลให้เป็นภาพ - การท้าข้อมูลให้เป็นภาพอย่าง เหมาะสม - การเล่าเรื่องราวจากข้อมูล - ข้อควรระวังในการน้าเสอน ข้อมูล 4 20 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 275 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว33101 วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 เวลำเรียน 40 ชั่วโมง จ ำนวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เกี่ยวกับการก้าเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพหลังเกิดบิกแบง ในช่วงเวลาต่าง ๆ ตามวิวัฒนาการของเอกภพ หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎี บิ กแบง จากความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกับระยะทางของกาแล็กซี การค้นพบไมโครเวฟพื นหลังจากอวกาศโครงสร้าง และองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก ต้าแหน่งของระบบสุริยะ การสังเกตเห็นทางช้างเผือกของคนบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน อุณหภูมิ ขนาด จากดาวฤกษ์ก่อนเกิดจนเป็นดาวฤกษ์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่างกับโชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างสี อุณหภูมิผิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ล้าดับวิวัฒนาการที่สัมพันธ์กับมวลตั งต้น และการ เปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ และการแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ และ ลักษณะของดาวเคราะห์ที่เอื อต่อการด้ารงชีวิตโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ และผลของลมสุริยะ พายุสุริยะที่มีต่อโลกรวมทั งประเทศไทย การส้ารวจอวกาศโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ในช่วงความยาวคลื่นต่างๆ ดาวเทียม ยานอวกาศสถานีอวกาศ การแบ่งชั นและสมบัติของโครงสร้างโลก หลักฐานทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนการเคลื่อนที่ของ แผ่นธรณี รูปแบบแนวรอยต่อของแผ่นธรณีที่สัมพันธ์การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบิด กระบวนการเกิด ขนาด ความรุนแรง และผลจากแผ่นดินไหว กระบวนการเกิดและผลจากสึนามิ ปัจจัยส้าคัญที่มีผลต่อ การได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันในแต่ละบริเวณของโลก การหมุนเวียนของอากาศที่เป็นผลมาจากความ แตกต่างของความกดอากาศ ทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศที่เป็นผลมาจากการหมุนรอบตัวเองของโลก การหมุนเวียน ของอากาศตามเขตละติจูดและผลที่มีต่อภูมิอากาศ ปัจจัยที่ท้าให้เกิดการหมุนเวียนของน ้าผิวหน้าในมหาสมุทรและ รูปแบบการหมุนเวียนของน ้าผิวหน้าในมหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของอากาศและน ้าผิวหน้าในมหาสมุทรที่มีต่อ ลักษณะภูมิอากาศ ลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและภูมิอากาศของโลก สัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศที่ส้าคัญจากแผนที่อากาศ เทคโนโลยีสารสนเทศในการน้าเสนอ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี สารสนเทศที่มีผลต่อการด้าเนินชีวิตอาชีพ สังคม และวัฒนธรรม โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะประยุกต์ใช้ อธิบาย ระบุ วิเคราะห์ สืบค้น ข้อมูล น้าเสนอ ยกตัวอย่าง ออกแบบ ปฏิบัติตน แปลความหมาย วางแผน และใช้เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง ปฏิบัติตนให้ปลอดภัย อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน มีจริยธรรม เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการ แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ มำตรฐำน/ตัวชี้วัด ว 3.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10 ว 3.2 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10 ม.6/11 ม.6/12 ม.6/13 ม.6/14 ว 4.2 ม.6/1 รวม 25 ตัวชี้วัด


เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 276 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 ว33101 วิทยำศำสตร์โลกและอวกำศ เวลำเรียน 40 ชั่วโมง อัตรำส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80:20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้/ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 โลกในเอกภพ 13 20 เอกภพ ว3.1 ม.6/1 ว3.1 ม.6/2 ว3.1 ม.6/3 - การก้าเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ - หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง - กาแลกซี่และการแลกซี่ทางช้างเผือก ดาวฤกษ์ ว3.1 ม.6/4 ว3.1 ม.6/5 ว3.1 ม.6/6 ว3.1 ม.6/7 - สมบัติของดาวฤกษ์ - ก้าเนิดและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ระบบสุริยะ ว3.1 ม.6/8 ว3.1 ม.6/8 ว3.1 ม.6/9 - ก้าเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขต บริวารของดวงอาทิตย์ - โครงสร้างและปรากฎการณ์บนดวง อาทิตย์ เทคโนโลยี อวกาศ ว3.1 ม.6/10 - เทคโนโลยีอวกาศกับการส้ารวจอวกาศ - เทคโนโลยีอวกาศกับการประยุกต์ใช้ 2 กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงภำยในโลก 12 20 โครงสร้างโลก ว3.2 ม.6/1 - ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาโครงสร้างโลก - การแบ่งชั นโครงสร้างโลก การแปรสัณฐาน ของแผ่นธรณี ว3.2 ม.6/2 ว3.2 ม.6/3 - แนวคิดของทฤษฏีทวีปเลื่อนและ หลักฐานสนับสนุน - แนวคิดของทฤษฏีการแผ่ขยายพื น มหาสมุทรและหลักฐานสนับสนุน - การแปรสัณฐานของแผ่นธรณี ธรณีพิบัติภัย ว3.2 ม.6/4 ว3.2 ม.6/5 ว3.2 ม.6/6 ว3.2 ม.6/4-6 - ธรณีสัณฐานและธรณีโครงสร้างที่เกิดจาก การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี- ภูเขาไฟระเบิด - แผ่นดินไหว - สึนามิ 3 ลมฟ้ำอำกำศและภูมิอำกำศ 13 20


Click to View FlipBook Version