เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 149 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.5 1. ทดลอง และอธิบายการท าวัตถุที่เป็น กลางทางไฟฟ้าให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขัด สีกันและการเหนี่ยวน าไฟฟ้าสถิต • การน าวัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้ามาขัดสีกันจะท า ให้วัตถุไม่เป็นกลางทางไฟฟ้า เนื่องจากอิเล็กตรอน ถูกถ่ายโอนจากวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่งโดยการ ถ่ายโอนประจุเป็นไปตาม กฎการอนุรักษ์ประจุ ไฟฟ้า • เมื่อน าวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าไปใกล้ตัวน าไฟฟ้าจะ ท าให้เกิดประจุชนิดตรงข้ามบนตัวน าทางด้านที่ ใกล้วัตถุและประจุชนิดเดียวกันด้านที่ไกลวัตถุ เรียกวิธีการนี้ว่า การเหนี่ยวน าไฟฟ้าสถิต ซึ่ง สามารถใช้วิธีการนี้ในการท าให้วัตถุมีประจุได้ 2. อธิบาย และค านวณแรงไฟฟ้าตามกฎ ของคูลอมบ์ • จุดประจุไฟฟ้ามีแรงกระท าซึ่งกันและกัน โดยมี ทิศอยู่ในแนวเส้นตรงระหว่างจุดประจุทั้งสองและ มีขนาดของแรงระหว่างจุดประจุแปรผันตรง กับผลคูณของขนาดของประจุทั้งสอง และแปรผกผันกับก าลังสองของระยะห่างระหว่าง จุดประจุ ซึ่งเป็นไปตามกฎของคูลอมบ์ เขียนแทนได้ด้วยสมการ 2 12 1 2 12 r q q F = k เมื่อ 4 0 1 k = 3. อธิบาย และค านวสนามไฟฟ้าและแรง ไฟฟ้าที่กระท ากับอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่ อยู่ในสนามไฟฟ้า รวมทั้งหาสนามไฟฟ้า ลัพธ์เนื่องจากระบบจุดประจุโดยรวมกัน แบบเวกเตอร์ • รอบอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า 1 q มีสนามไฟฟ้า ขนาด 2 1 r q E = k ท าให้เกิดแรงไฟฟ้ากระท าต่ออนุภาค ที่มีประจุไฟฟ้า q2 ตามสมการ 2 12 q F E = • สนามไฟฟ้าต าแหน่งใด ๆ มี ความสัมพันธ์กับแรงไฟฟ้าที่กระท าต่อประจุไฟฟ้า ตามสมการ • สนามไฟฟ้าลัพธ์เนื่องจากจุดประจุหลายจุด ประจุเท่ากับผลรวมแบบเวกเตอร์ของสนามไฟฟ้า เนื่องจากจุดประจุแต่ละจุดประจุ • ตัวน าทรงกลมที่มีประจุไฟฟ้ามีสนามไฟฟ้า ภายในตัวน าเป็นศูนย์ และสนามไฟฟ้าบนตัวน ามี ทิศทาง ตั้งฉากกับผิวตัวน านั้น โดสนามไฟฟ้าเนื่องจาก ประจุบนตัวน าทรงกลมที่ต าแหน่งห่างจากผิว
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 150 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ออกไปหาได้เช่นเดียวกับสนามไฟฟ้า เนื่องจากจุด ประจุที่มีจ านวนประจุเท่ากันแต่อยู่ที่ศูนย์กลาง ของทรงกลม • สนามไฟฟ้าของแผ่นโลหะคู่ขนานเป็น สนามไฟฟ้าสม่ าเสมอ 4. อธิบาย และค านวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้าและความต่างศักย์ระหว่างสอง ต าแหน่งใด ๆ • ประจุที่อยู่ในสนามไฟฟ้ามีพลังงานศักย์ไฟฟ้า ค านวณได้จากสมการ r q q U k 1 2 = • พลังงานศักย์ไฟฟ้าที่ต าแหน่งใด ๆ ต่อหนึ่งหน่วย ประจุ เรียกว่า ศักย์ไฟฟ้าที่ต าแหน่งนั้น โด ศักย์ไฟฟ้าที่ต าแหน่งซึ่งอยู่ห่างจากจุดประจุ แปรผันตรงกับขนาดของประจุ และแปรผกผันกับ ระยะทางจากจุดประจุถึงต าแหน่งนั้น เขียนแทนได้ด้วยสมการ r Q V = k • ศักย์ไฟฟ้ารวมเนื่องจากจุดประจุ หลายจุดประจุ คือ ผลรวมของศักย์ไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุ แต่ละจุดประจุ เขียนแทนได้ด้วยสมการ = = n i i i r q V k 1 • ความต่างศักย์ระหว่างสองต าแหน่งใด ๆ ใน บริเวณที่มีสนามไฟฟ้าคือ งานในการเคลื่อนประจุ บวกหนึ่งหน่วยจากต าแหน่งหนึ่งไปอีก ต าแหน่งหนึ่ง เขียนแทนได้ด้วยสมการ q W V V A B B A → − = • ความต่างศักย์ระหว่างสองต าแหน่งใด ๆ ใน สนามไฟฟ้าสม่ าเสมอขึ้นกับขนาดของสนามไฟฟ้า และระยะทางระหว่างสองต าแหน่งนั้น ใน แนวขนานกับสนามไฟฟ้า ตามสมการ VB −VA = Ed 5. อธิบายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธ์ระหว่างประจุไฟฟ้า ความ ต่างศักย์และความจุของตัวเก็บประจุ และ อธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และ • ตัวเก็บประจุประกอบด้วยตัวน าไฟฟ้าสองชิ้นที่ คั่นด้วยฉนวน โดยปริมาณประจุที่เก็บได้ขึ้นอยู่กับ ความต่างศักย์คร่อมตัวเก็บประจุและความจุของ ตัวเก็บประจุ ตามสมการ
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 151 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ความจุสมมูลรวมทั้งค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง V Q c = • ตัวเก็บประจุจะมีพลังงานสะสมซึ่งมีค่าขึ้นกับ ความต่างศักย์และปริมาณประจุ ตามสมการ U = QV 2 1 • เมื่อน าตัวเก็บประจุมาต่อแบบอนุกรม ความจุ สมมูลมีค่าลดลง ตามสมการ ... 1 1 1 1 1 2 3 = + + + c c c c • เมื่อน าตัวเก็บประจุมาต่อแบบขนาน ความจุ สมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ ... C = C1 +C2 +C3 + 6. น าความรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตไปอธิบาย หลักการท างานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบาง ชนิด และปรากฏการณ์ในชีวิตประจ าวัน • ความรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตสามารถน าไปอธิบายการ ท างานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น เครื่อง ก าจัดฝุ่นในอากาศ เครื่องพ่นสี เครื่องถ่าย ลายนิ้วมือ และเครื่องถ่ายเอกสาร • ความรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตยังสามารถน าไปอธิบาย ปรากฏการณ์ในชีวิตประจ าวันได้ เช่น ฟ้าผ่า ประกายไฟจากการเสียดสีกันของวัตถุ ซึ่งช่วยให้ สามารถป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น 7. อธิบายการเคลื่อนที่ของ อิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟ้าในลวด ตัวน า ความสัมพันธ์ระหว่าง กระแสไฟฟ้าในลวดตัวน ากับความเร็วลอย เลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่น ของอิเล็กตรอนในลวดตัวน าและ พื้นที่หน้าตัดของลวดตัวน า และค านวณ ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง • เมื่อต่อลวดตัวน ากับแหล่งก าเนิดไฟฟ้า อิเล็กตรอนอิสระที่อยู่ในลวดตัวน าจะเคลื่อนที่ใน ทิศตรงข้ามกับสนามไฟฟ้า ท าให้เกิดกระแสไฟฟ้า ซึ่งทิศของกระแสไฟฟ้ามีทิศทางเดียวกับ สนามไฟฟ้า หรือมีทิศทางจากจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูง ไปยังจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ ากว่า • กระแสไฟฟ้าในตัวน าไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับ ความเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระความ หนาแน่นของอิเล็กตรอนอิสระในตัวน าและ พื้นที่หน้าตัดของตัวน า ตามสมการ I = nevd A 8. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความ ต้านทานกับความยาวพื้นที่หน้าตัด และ สภาพต้านทานของตัวน าโลหะที่อุณหภูมิ คงตัว และค านวณปริมาณต่าง ๆที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งอธิบายและค านวณความ • เมื่ออุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟ้าในตัวน าโลหะ ความต่างศักย์ที่ปลายทั้งสองและความต้านทาน ของตัวน านั้นมีความสัมพันธ์กันตามกฎของโอห์ม เขียนแทนได้ด้วยสมการ V R I = 1
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 152 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ต้านทานสมมูล เมื่อน าตัวต้านทานมาต่อ กันแบบอนุกรมและแบบขนาน • ความต้านทานของวัตถุเมื่ออุณหภูมิคงตัวขึ้นอยู่ กับชนิดและรูปร่างของวัตถุ ตามสมการ A l R = • ค่าความต้านทานของตัวต้านทานอ่านได้จาก แถบสีบนตัวต้านทาน • เมื่อน าตัวต้านทานมาต่อแบบอนุกรมความ ต้านทานสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ ... R = R1 + R2 + R3 + • เมื่อน าตัวต้านทานมาต่อแบบขนาน ความต้านทานสมมูลมีค่าลดลง ตามสมการ ... 1 1 1 1 1 2 3 = + + + R R R R 9. ทดลอง อธิบาย และค านวณอีเอ็มเอฟ ของแหล่งก าเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้ง อธิบายและค านวณพลังงานไฟฟ้า และ ก าลังไฟฟ้า • แหล่งก าเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์ที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่วงจรพลังงาน ไฟฟ้าที่ประจุไฟฟ้าได้รับต่อหนึ่งหน่วยประจุไฟฟ้า เมื่อเคลื่อนที่ผ่านแหล่งก าเนิดไฟฟ้า เรียกว่า อีเอ็มเอฟ ค านวณได้จากสมการ = v + Ir • พลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าในหนึ่ง หน่วยเวลา เรียกว่า ก าลังไฟฟ้า ซึ่งมีค่าขึ้นกับ ความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า ค านวณได้จาก สมการ W = IVt และ P = IV 10. ทดลอง และค านวณอีเอ็มเอฟสมมูล จากการต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและ แบบขนานรวมทั้งค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่ง ประกอบด้วยแบตเตอรี่และตัวต้านทาน •เมื่อน าแบตเตอรี่มาต่อแบบอนุกรม อีเอ็มเอฟ สมมูลและความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ n = + + ...+ 1 2 และ n r = r + r +...+ r 1 2 ตามล าดับ • เมื่อน าแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟสมมูลมีค่าคงเดิม และความต้านทาน ภายในสมมูลมีค่าลดลง ตามสมการ n = = = ... = 1 2 และ n r r r r 1 ... 1 1 1 1 2 = + + + ตามล าดับ
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 153 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง • กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงที่ ประกอบด้วยแบตเตอรี่และตัวต้านทานค านวณได้ ตามสมการ R r I + = 11. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทน เป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและ อภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่น ามา แก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ ทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้าน ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าด้าน ค่าใช้จ่าย • การน าพลังงานทดแทนมาใช้เป็นการแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เช่นการ เปลี่ยนพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานไฟฟ้า ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการเปลี่ยนพลังงาน แสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเซลล์สุริยะ • เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่น ามาแก้ปัญหาหรือ ตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานเป็นการ น าความรู้ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาสร้าง อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การใช้ พลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ม.6 1. สังเกต และอธิบายเส้นสนามแม่เหล็ก อธิบายและค านวณฟลักซ์แม่เหล็กใน บริเวณที่ก าหนดรวมทั้งสังเกต และอธิบาย สนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าใน ลวดตัวน าเส้นตรงและโซเลนอยด์ • เส้นสนามแม่เหล็กเป็นเส้นสมมติที่ใช้แสดง บริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก โดยบริเวณที่มีเส้นสนาม แม่เหล็หนาแน่นมากแสดงว่าเป็นบริเวณที่ สนามแม่เหล็กมีความเข้มมาก 2. อธิบาย และค านวณแรงแม่เหล็กที่ กระท าต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ ใสนามแม่เหล็กแรงแม่เหล็กที่กระท าต่อ เส้นลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางใน สนามแม่เหล็ก รัศมีความโค้งของการ เคลื่อนที่เมื่อประจุเคลื่อนที่ตั้งฉากกับ สนามแม่เหล็ก รวมทั้งอธิบายแรงระหว่าง เส้นลวดคู่ขนานที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน • อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้าไปใน สนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงกระท าต่ออนุภาคนั้น ค านวณได้จากสมการ F = ILBsin • กรณีที่ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ตั้งฉากเข้าไปใน สนามแม่เหล็ก จะท าให้ประจุเคลื่อนที่เปลี่ยนไป โดยรัศมีความโค้งของการเคลื่อนที่ค านวณได้จาก สมการ qB mv r = • ลวดตัวน าที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ใน สนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงกระท าต่อลวดตัวน านั้น โดยทิศทางของแรงหาได้จากกฎมือขวา และ ค านวณขนาดของแรงได้จากสมการ F = ILBsin
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 154 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง • เมื่อวางเส้นลวดสองเส้นขนานกันและมี กระแสไฟฟ้าผ่านทั้งสองเส้น จะเกิดแรงกระท าระหว่างลวดตัวน าทั้งสอง 3. อธิบายหลักการท างานของแกลแวนอ มิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งค านวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง • เมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดตัวน าที่อยู่ใน สนามแม่เหล็กจะมีโมเมนต์ของแรงคู่ควบกระท า ต่อขดลวดท าให้ขดลวดหมุน ซึ่งน าไปใช้อธิบาย การท างานของแกลแวนอมิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้า กระแสตรง โดยโมเมนต์ของแรงคู่ควบค านวณได้ จากสมการ M = NIABcos 4. สังเกต และอธิบายการเกิดอีเอ็มเอฟ เหนี่ยวน ากฎกาเหนี่ยวน าของฟาราเดย์ และค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนความรู้เรื่องอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าไป อธิบายการท างานของเครื่องใช้ไฟฟ้า • เมื่อมีฟลักซ์แม่เหล็กเปลี่ยนแปลงตัดขดลวด ตัวน าจะเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าในขดลวดตัวน า นั้นอธิบายได้โดยใช้กฎการเหนี่ยวน าของ ฟาราเดย์เขียนแทนได้ด้วยสมการ t B = − • ทิศทางของกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวน าหาได้โดยใช้ กฎของเลนซ์ • ความรู้เกี่ยวกับอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าไปใช้อธิบาย การท างานของเครื่องก าเนิดไฟฟ้า และการท างาน ของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น แบลลัสต์ แบบขดลวดของหลอดฟลูออเรสเซนต์การเกิด อีเอ็มเอฟกลับในมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้า เหนี่ยวน า และกีตาร์ไฟฟ้า 5. อธิบาย และค านวณความต่างศักย์อาร์ เอ็มเอสและกระแสไฟฟ้าอาร์เอ็มเอส • ไฟฟ้ากระแสสลับที่ส่งไปตามบ้านเรือน มีความ ต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปตาม เวลาในรูปของฟังก์ชันแบบไซน์ • การวัดความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าสลับใช้ค่า ยังผลหรือค่ามิเตอร์ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยแบบรากที่สอง ของก าลังสองเฉลี่ย ค านวณได้จากสมการ 2 V0 Vrms = 2 0 I I rms = 6. อธิบายหลักการท างานและประโยชน์ ของเครื่องก าเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส การแปลงอีเอ็มเอฟของหม้อแปลง และ ค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง • เครื่องก าเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส มีขดลวด ตัวน า 3 ชุด แต่ละชุดวางท ามุม 120 องศา ซึ่งกัน และกัน ไฟฟ้ากระแสสลับจากขดลวดแต่ละชุด จะ
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 155 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง มีเฟสต่างกัน 120 องศา ซึ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพ ในการผลิตและการส่งพลังงานไฟฟ้า • ไฟฟ้ากระแสสลับที่ส่งไปตาบ้านเรือนเป็นไฟฟ้า กระแสสลับที่ต้องเพิ่มอีเอ็มเอฟจากโรงไฟฟ้าแล้ว ลดอีเอ็มเอฟให้มีค่าที่ต้องการโดยใช้หม้อแปลงซึ่ง ประกอบด้วยขดลวดปฐมภูมิและขดลวดทุติยภูมิ • ไฟฟ้ากระแสสลับที่ผ่านขดลวดปฐมภูมิของหม้อ แปลงจะท าให้เกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวน าในขดลวด ทุติยภูมิของหม้อแปลง โดยอีเอ็มเอฟในขดลวด ทุติยภูมิขึ้นกับอีเอ็มเอฟในขดลวดปฐมภูมิและ จ านวนรอบของขดลวด ทั้งสอง ตามสมการ 1 2 1 2 N N = 8. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์แสงโพ ลาไรส์เชิงเส้น และแผ่นโพลารอยด์รวมทั้ง อธิบายการน าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วง ความถี่ต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้และหลักการ ท างานของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง • การเหนี่ยวน าต่อเนื่องระหว่างสนามแม่เหล็กและ สนามไฟฟ้า ท าให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแผ่ออก จากแหล่งก าเนิด • คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประกอบด้วยสนามแม่เหล็ก และสนามไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดย สนามทั้งสองมีทิศตั้งฉากกันและตั้งฉากกับ ทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น • แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง โดยแสงใน ชีวิตประจ าวันเป็นแสงไม่โพลาไรส์ เมื่อแสงนั้น ผ่านแผ่นโพลารอยด์ สนามไฟฟ้าจะมีทิศทางอยู่ใน ระนาบเดียวเรียกว่า แสงโพลาไรส์เชิงเส้นสมบัติ ของแสงลักษณะนี้เรียกว่า โพลาไรเซชัน • คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีความถี่ต่าง ๆ มากมาย โดย ความถี่นี้มีค่าต่อเนื่องกันเป็นช่วงกว้าง เรียกว่า สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า • ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ท างานโดยอาศัยคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า เช่น เครื่องฉายรังสีเอกซ์เครื่อง ควบคุมระยะไกล เครื่องระบุต าแหน่งบนพื้นโลก เครื่องถ่ายภาพเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์และเครื่อง ถ่ายภาพการสั่นพ้องแม่เหล็ก 8. สืบค้น และอธิบายการสื่อสารโดยอาศัย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่าน • การสื่อสารเพื่อส่งผ่านสารสนเทศจากที่หนึ่งไป อีกที่หนึ่ง ท าได้โดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สารสนเทศจะถูกแปลงให้อยู่ในรูปสัญญาณส าหรับ
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 156 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สารสนเทศและเปรียบเทียบการสื่อสาร ด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล ส่งไปยังปลายทางซึ่งจะมีการแปลงสัญญาณ กลับมาเป็นสารสนเทศที่เหมือนเดิม • สัญญาณมีสองชนิดคือแอนะล็อกและดิจิทัลโดย การส่งผ่านสารสนเทศด้วยสัญญาณดิจิทัลมีความ ผิดพลาดน้อยกว่าสัญญาณแอนะล็อก 4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะของสสารสภาพยืดหยุ่นของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุง และหลักของอาร์คิมีดิส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคติ และสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติและพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลียร์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ฟิสิกส์อนุภาค รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.4 - - ม.5 - - ม.6 1. อธิบาย และค านวณความร้อนที่ท าให้ สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ ความร้อนที่ท าให้ สสารเปลี่ยนสถานะ และความร้อนที่เกิด จากการถ่ายโอนตามกฎการอนุรักษ์ พลังงาน • เมื่อสสารได้รับหรือคายความร้อน สสารอาจมี อุณหภูมิเปลี่ยนไป และสสารอาจเปลี่ยนสถานะโดย ไม่เปลี่ยนอุณหภูมิ ซึ่งปริมาณความร้อนที่ท าให้ สสารเปลี่ยนอุณหภูมิค านวณได้จากสมการ Q = mcT ส่วนปริมาณของพลังงานความร้อนที่ท าให้สสาร เปลี่ยนสถานะค านวณได้จากสมการ Q = mL • วัตถุที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะถ่ายโอนความร้อนไปสู่ วัตถุที่มีอุณหภูมิต่ ากว่า เป็นไปตามกฎการอนุรักษ์ พลังงาน โดยปริมาณความร้อนที่วัตถุหนึ่งให้จะ เท่ากับปริมาณความร้อนที่วัตถุหนึ่งรับเขียนแทนได้ ด้วยสมการ QÅ´ = Qà¾ÔèÁ • เมื่อวัตถุมีอุณหภูมิเท่ากันจะไม่มีการถ่ายโอนความ ร้อน เรียกว่าวัตถุอยู่ในสมดุลความร้อน 2. อธิบายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการ ยืดและหดตัวของวัสดุที่เป็นแท่ง เมื่อถูก กระท าด้วยแรงค่าต่าง ๆ รวมทั้งทดลอง อธิบายและค านวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาวและมอดุลัสของยัง • สมบัติที่วัสดุเปลี่ยนรูปและกลับสู่รูปเดิม เมื่อหยุด ออกแรงกระท าเรียกว่า สภาพยืดหยุ่น ถ้ายังออก แรงต่อไป วัสดุจะขาดหรือเสียรูปอย่างถาวร
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 157 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง และน าความรู้เรื่องยืดหยุ่นไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน • ในกรณีที่วัตถุมีการเปลี่ยนแปลงค านวณได้จาก สมการ L0 L = • อัตราส่วนความเค้นตามยาวต่อ ความเครียด ตามยาว เรียกว่า มอดุลัสของยัง ซึ่งมีค่าขึ้นกับชนิด ของวัสดุ ค านวณได้จากสมการ Q Y = หรือ 0 / / L L F A Y = • ถ้าวัสดุมีมอดุลัสของ ยังสูงแสดงว่าวัสดุนั้นเปลี่ยนแปลงความยาวได้น้อย ถ้าออกแรงเพิ่มขึ้นเกินขีดจ ากัดสภาพยืดหยุ่น วัสดุ ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้สมบัตินี้น าไปใช้ พิจารณาในการเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งาน 3. อธิบาย และค านวณความดันเกจ ความ ดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทั้งอธิบายหลักการท างานของแมนอ มิเตอร์บารอมิเตอร์ และเครื่องอัดไฮ ดรอลิก • ภาชนะที่มีของเหลวบรรจุอยู่จะมีแรงเนื่องจาก ของเหลวกระท าต่อพื้นผิวภาชนะ โดยขนาดของ แรงที่ของเหลวกระท าตั้งฉากต่อพื้นที่หนึ่งหน่วยเป็น ความดันในของเหลว • ความดันที่เครื่องมือวัดได้ เรียกว่า ความดันเกจ ค านวณได้จากสมการ P gh g = ส่วนผลรวมของ ความดันบรรยากาศและความดันเกจ เรียกว่าความ ดันสัมบูรณ์ ค านวณได้จากสมการ P = P0 + Pg • ค่าของความดันอ่านได้จากเครื่องวัดความดัน เช่น แมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ • เมื่อเพิ่มความดัน ณ ต าแหน่งใด ๆ ในของเหลวที่ อยู่นิ่งในภาชนะปิด ความดันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผ่านไป ทุก ๆ จุดในของเหลวนั้น เรียกว่า กฎพาสคัล กฎนี้ น าไปใช้อธิบายการท างานของเครื่องอัดไฮดรอลิก 4. ทดลอง อธิบาย และค านวณขนาดแรง พยุงจากของไหล • วัตถุที่อยู่ในของไหลทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะ ถูกแรงพยุงจากของไหลกระท า โดยขนาด แรงพยุงเท่ากับขนาดน้ าหนักของของไหลที่ถูกวัตถุ แทนที่ตามหลักของอาร์คิมีดีสซึ่งใช้อธิบายการลอย การจมของวัตถุต่าง ๆในของไหล ขนาดแรงพยุงจาก ของไหลค านวณได้ จากสมการ FB = Vg 5. ทดลอง อธิบาย และค านวณความตึง ผิวของของเหลว รวมทั้งสังเกตและอธิบาย แรงหนืดของของเหลว • ความตึงผิวเป็นสมบัติของของเหลวที่ยึดผิว ของเหลวไว้ด้วยแรงดึงผิว ปรากฏการณ์ที่เป็นผล จากความตึงผิว เช่น การเดินบนผิวน้ าของแมลงบาง
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 158 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ชนิด การซึมตามรูเล็ก หรือ การโค้งของผิวของเหลว โดยความตึงผิวของของเหลวค านวณได้ จากสมการ l F = • ความหนืดเป็นสมบัติของของไหล วัตถุที่เคลื่อนที่ ในของไหลจะมีแรงเนื่องจากความหนืดต้านการ เคลื่อนที่ของวัตถุ เรียกว่า แรงหนืด 6. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลี รวมทั้งค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และน าความรู้เกี่ยวกับสมการความ ต่อเนื่องและสมการแบร์นูลลีไปอธิบาย หลักการท างานของอุปกรณ์ต่าง ๆ • ของไหลอุดมคติเป็นของไหลที่มีการไหลอย่าง สม่ าเสมอ ไม่มีความหนืด บีบอัดไม่ได้ และไหลโดย ไม่หมุน มีอัตราการไหลตามสมการความต่อเนื่อง Av = ค่าคงตัว • ต าแหน่งสองต าแหน่งบนสายกระแสเดียวกันของ ของไหลอุดมคติที่ไหลอย่างสม่ าเสมอ จะมีผลรวม ของความดันสัมบูรณ์ พลังงานจลน์ต่อหนึ่งหน่วย ปริมาตร และพลังงานศักย์ต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร เป็นค่าคงตัวตามสมการแบร์นูลลี P + v + gh = 2 2 1 ค่าคงตัว 7. อธิบายกฎของแก๊สอุดมคติและค านวณ ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง • แก๊สอุดมคติเป็นแก๊สที่โมเลกุลมีขนาดเล็กมากไม่มี แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล มีการเคลื่อนที่แบบ สุ่ม และมีการชนแบบยืดหยุ่น • ความสัมพันธ์ระหว่างความดัน ปริมาตร และ อุณหภูมิของแก๊สอุดมคติเป็นไปตามกฎของแก๊ส อุดมคติ เขียนแทนได้ด้วยสมการ PV = nRT = NkBT 8. อธิบายแบบจ าลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส และอัตราเร็วอาร์เอ็ม เอสของโมเลกุลของแก๊ส รวมทั้งค านวณ ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง • จากแบบจ าลองของแก๊สอุดมคติ กฎการเคลื่อนที่ ของนิวตัน และจากกฎของแก๊สอุดมคติ ท าให้ สามารถศึกษาสมบัติทางกายภาพบางประการของ แก๊สได้ ได้แก่ ความดัน พลังงานจลน์เฉลี่ยและ อัตราเร็วอาร์เอ็มเอส ของโมเลกุลของแก๊สได้ • จากทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ความดันและพลังงาน จลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สมีความสัมพันธ์ตาม สมการ PV NEk 3 2 = ส่วนอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของ โมเลกุลของแก๊สค านวณได้จากสมการ
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 159 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง m k T v B rms 3 = 9. อธิบาย และค านวณงานที่ท าโดยแก๊ส ในภาชนะปิดโดยความดันคงตัว และ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความร้อน พลังงานภายในระบบ และงานรวมทั้ง ค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและน า ความรู้เรื่องพลังงานภายในระบบไป อธิบายหลักการท างานของเครื่องใช้ใน ชีวิตประจ าวัน • ในภาชนะปิดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของ แก๊สโดยความดันคงตัว งานที่เกิดขึ้ค านวณได้จาก สมการ W = PV • โมเลกุลของแก๊สอุดมคติในภาชนะปิดจะมีพลังงาน จลน์ โดยพลังงานจลน์รวมของโมเลกุลเรียกว่า พลังงานภายในของแก๊สหรือพลังงานภายในระบบ ซึ่งแปรผันตรงกับจ านวนโมเลกุลและอุณหภูมิ สัมบูรณ์ของแก๊ส • พลังงานภายในระบบมีความสัมพันธ์กับความร้อน และงาน เช่น เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนในระบบ ปิด ผลของการถ่ายโอนความร้อนนี้จะเท่ากับผลรวม ของพลังงานภายในระบบที่เปลี่ยนแปลงกับงาน เป็นไปตามกฎการอนุรักษ์พลังงานเรียกกฎข้อที่หนึ่ง ของอุณหพลศาสตร์แสดงได้ด้วยสมการ Q = U +W • ความรู้เรื่องพลังงานภายในระบบสามารถน าไป ประยุกต์ในด้านต่าง ๆ เช่น การท างานของ เครื่องยนต์ความร้อน ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ 10. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎี อะตอมของโบร์ และการเกิดเส้นสเปกตรัม ของอะตอมไฮโดรเจน รวมทั้งค านวณ ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง • พลังค์เสนอสมมติฐานเพื่ออธิบายการแผ่รังสีของ วัตถุด า ซึ่งสรุปได้ว่า พลังงานที่วัตถุด าดูดกลืนหรือ แผ่ออกมามีค่าได้เฉพาะบางค่าเท่านั้น และค่านี้จะ เป็นจ านวนเท่าของ hf เรียกว่า ควอนตัมพลังงาน โดยแสงความถี่ f จะมีพลังงานตามสมการ E = nhf • ทฤษฎีอะตอมของไฮโดรเจนที่เสนอโดยโบร์อธิบาย ว่า อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสในวงโคจร บางวงได้โดยไม่แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ้าอิเล็กตรอน มีการเปลี่ยนวงโคจรจะมีการรับหรือปล่อยพลังงาน ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตามสมมติฐานของ พลังค์ ซึ่งสามารถน าไปค านวณรัศมีวงโคจรของ อิเล็กตรอน และพลังงานอะตอมของไฮโดรเจนได้ ตามสมการและตามล าดับ
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 160 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง • ทฤษฎีอะตอมของโบร์สามารถน าไปค านวณความ ยาวคลื่นของแสงในสเปกตรัมเส้นสว่างของอะตอม ไฮโดรเจนตามสมการ 2 2 2 n mke h rn = และ = − 2 2 2 4 1 2 1 h n mk e En ตามล าดับ 11. อธิบายปรากฏการณ์ โฟโตอิเล็กทริก และค านวณพลังงานโฟตอน พลังงานจลน์ ของโฟโตอิเล็กตรอนและฟังก์ชันงานของ โลหะ • ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกเป็นปรากฏการณ์ที่ อิเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะเมื่อมีแสงที่มีความถี่ เหมาะสมมาตกกระทบ โดยจ านวนโฟโตอิเล็กตรอน ที่หลุดจะเพิ่มขึ้นตามความเข้มแสงและพลังงานจลน์ สูงสุดของโฟโตอิเล็กตรอนจะขึ้นกับความถี่ของแสง นั้น โดยพลังงานของแสงหรือโฟตอนตามสมมติฐาน ของพลังค์ • ไอน์สไตน์อาศัยกฎการอนุรักษ์พลังงานและ สมมติฐานของพลังค์ อธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิ เล็กทริกตามสมการ max W Ek hf = + • การทดลอง พลังงานจลน์สูงสุดของโฟโต อิเล็กตรอนและฟังก์ชันงานของโลหะค านวณได้จาก สมการ k s E = eV max และ W = hf0 ตามล าดับ 12. อธิบายทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค รวมทั้งอธิบาย และค านวณความยาวคลื่น เดอบรอยล์ • การค้นพบการแทรกสอดและการเลี้ยวเบนของ อิเล็กตรอนสนับสนุนความคิดของเดอบรอยล์ที่เสนอ ว่า อนุภาคแสดงสมบัติของคลื่นได้โดยเมื่ออนุภาค ประพฤติ 13. อธิบายกัมมันตภาพ รังสี และความ แตกต่างของรังสีแอลฟา บีตา และแกมมา • กัมมันตภาพรังสีเป็ปรากฏการณ์ที่ธาตุกัมมันตรังสี แผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่อง รังสีที่ออกมามี ๓ ชนิด คือ แอลฟา บีตา และแกมมา • การแผ่รังสีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงนิวเคลียสของ ธาตุกัมมันตรังสี ซึ่งเขียนแทนได้ด้วยสมการการ สลายให้แอลฟา X Y He A Z A Z 4 2 4 → 2 + − − การสลายให้บีตาลบ e A Z A Z X→ Y+ e + v + − 0 1 1 การสลายให้บีตาบวก e A Z A Z X→ Y+ e + v − + 0 1 1 การสลายให้แกมมา
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 161 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง → + * X X A Z A Z 14. อธิบาย และค านวณ กัมมันตภาพของ นิวเคลียสกัมมันตรังสี รวมทั้งทดลอง อธิบายและค านวณจ านวนนิวเคลียส กัมมันตภาพรังสีที่เหลือจากการสลาย และครึ่งชีวิต • ในการสลายของธาตุกัมมันตรังสี อัตราการแผ่รังสี ออกมาในขณะหนึ่ง เรียกว่า กัมมันตภาพปริมาณนี้ บอกถึงอัตราการลดลงของจ านวนนิวเคลียสของธาตุ กัมมันตรังสี ค านวณได้จาก สมการ A = N • ช่วงเวลาที่จ านวนนิวเคลียสลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง ของจ านวนเริ่มต้น เรียกว่า ครึ่งชีวิต โดยจ านวนนิวเคลียส กัมมันตภาพรังสีที่เหลือจากการสลายและครึ่งชีวิต ค านวณได้จากสมการ t N N e − = 0 และ 2 2 1 In T = ตามล าดับ 15. อธิบายแรงนิวเคลียร์ เสถียรภาพของ นิวเคลียสและพลังงานยึดเหนี่ยว รวมทั้ง ค านวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง • ภายในนิวเคลียสมีแรงนิวเคลียร์ที่ใช้อธิบาย เสถียรภาพของนิวเคลียส • การท าให้นิวคลีออนในนิวเคลียสแยกออกจากกัน ต้องใช้พลังงานเท่ากับพลังงานยึดเหนี่ยวซึ่งค านวณ ได้จากความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน ตาม สมการ 2 E = (m)c • นิวเคลียสที่มีพลังงานยึดเหนี่ยวต่อนิวคลีออนสูงจะ มีเสถียรภาพดีกว่านิวเคลียสที่มีพลังงานยึดเหนี่ยว ต่อนิวคลีออนต่ า โดยพลังงานยึดเหนี่ยวต่อนิวคลี ออนค านวณได้จากสมการ A m c A E 2 ( ) = 16. อธิบายปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน และฟิวชันรวมทั้งค านวณพลังงาน นิวเคลียร์ • ปฏิกิริยาที่ท าให้นิวเคลียสเกิดการเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบหรือระดับพลังงาน เรียกว่า ปฏิกิริยา นิวเคลียร์ • ฟิชชันเป็นปฏิกิริยาที่นิวเคลียสที่มีมวลมากแตก ออกเป็นนิวเคลียสที่มีมวลน้อยกว่าส่วนฟิวชันเป็น ปฏิกิริยาที่นิวเคลียสที่มีมวลน้อยรวมตัวกันเกิดเป็น นิวเคลียสที่มีมวลมากขึ้น • พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากฟิชชันหรือฟิวชัน เรียกว่า พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งมีค่าเป็นไปตาม ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงานตามสมการ 2 E = (m)c
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 162 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 17. อธิบายประโยชน์ของพลังงาน นิวเคลียร์ และรังสี รวมทั้งอันตรายและ การป้องกันรังสีในด้านต่าง ๆ • พลังงานนิวเคลียร์และรังสีจากการสลายของธาตุ กัมมันตรังสีสามารถ น าไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ขณะเดียวกันต้องมี การป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ 18. อธิบายการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์ อนุภาคแบบจ าลองมาตรฐาน และการใช้ ประโยชน์จากการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์ อนุภาคในด้านต่าง ๆ • การศึกษาโปรตอนและนิวตรอนในนิวเคลียสด้วย เครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูงพบว่า โปรตอนและ นิวตรอนประกอบด้วยอนุภาคอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า เรียกว่า ควาร์ก ซึ่งยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วยแรงเข้ม • นักฟิสิกส์ยังได้ค้นพบอนุภาคที่เป็นสื่อของแรงเข้ม ซึ่งได้แก่ กลูออน และอนุภาคที่เป็นสื่อของแรงอ่อน ซึ่งได้แก่ W - โบซอน และ Z – โบซอน • อนุภาคที่ไม่สามารถแยกเป็นองค์ประกอบได้ รวมทั้งอนุภาคที่เป็นสื่อของแรง จัดเป็นอนุภาค มูลฐานในแบบจ าลองมาตรฐาน • แบบจ าลองมาตรฐานเป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบาย พฤติกรรมและอันตรกิริยาระหว่างอนุภาคมูลฐาน • การค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาคน าไปสู่การ พัฒนาเทคโนโลยีที่น ามาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการแพทย์ มีการใช้เครื่องเร่งอนุภาคในการ รักษาโรคมะเร็ง การใช้เครื่องถ่ายภาพรังสีระนาบ ด้วยการปล่อยโพซิตรอนในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง ด้านการรักษาความปลอดภัยมีการใช้ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในการตรวจวัตถุ อันตรายในสนามบิน
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 186 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย รายวิชาที่เปิด รายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษา ม.1-ม.3 ว 21101 วิทยาศาสตร์ 1 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 21102 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 21103 วิทยาศาสตร์ 2 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 21104 วิทยาการค านวณ 1 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 22101 วิทยาศาสตร์ 3 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 22102 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 22103 วิทยาศาสตร์ 4 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 22104 วิทยาการค านวณ 2 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 23101 วิทยาศาสตร์ 5 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 23102 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 23103 วิทยาศาสตร์ 6 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 23104 วิทยาการค านวณ 3 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต รายวิชาเพิ่มเติม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ม.1-ม.3 ว 20287 โปรแกรมประยุกต์เบื้องต้น จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 20281 พื้นฐานหุ่นยนต์1 จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 20283 การออกแบบกราฟิกเบื้องต้น จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 20284 การสร้างเกมเบื้องต้น จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 20285 โครงงานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 20286 การผลิตสื่อมัลติมิเดีย จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต รายวิชาพื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษา ม.4-ม.6 ว 31101 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 31102 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 31103 วิทยาการค านวณ 1 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1(เคมี) จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 32102 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2(ฟิสิกส์) จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 32102 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 32104 วิทยาการค านวณ 2 จ านวนชั่วโมง 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต ว 33101 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 187 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย รายวิชาเพิ่มเติม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ม.4-ม.6 ว 30201 ฟิสิกส์ 1 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30202 ฟิสิกส์ 2 จ านวนชั่วโมง 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต ว 30203 ฟิสิกส์ 3 จ านวนชั่วโมง 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต ว 30204 ฟิสิกส์ 4 จ านวนชั่วโมง 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต ว 30205 ฟิสิกส์ 5 จ านวนชั่วโมง 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต ว 30206 ฟิสิกส์ 6 จ านวนชั่วโมง 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต ว 30221 เคมี 1 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30222 เคมี 2 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30223 เคมี 3 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30224 เคมี 4 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30225 เคมี 5 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30226 เคมี 6 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30241 ชีววิทยา 1 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30242 ชีววิทยา 2 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30243 ชีววิทยา 3 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30244 ชีววิทยา 4 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30245 ชีววิทยา 5 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30246 ชีววิทยา 6 จ านวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต ว 30281 การออกแบบสิ่งของเครื่องใช้ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30282 การเขียนโปรแกรม Python จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30283 โครงงานคอมพิวเตอร์ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30284 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30285 การเขียนโปรแกรมภาษาซี จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30286 การตัดต่อสื่อมัลติมีเดีย จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30287 โปรแกรมกราฟฟิก จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30288 การสร้างเว็ปไซต์ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30289 การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30290 การเขียนโปรแกรม จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว 30291 โปรแกรมฐานข้อมูล จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ว30292 การสร้างงานโมชั่นกราฟิก จ านวนชั่วโมง 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 189 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำและโครงสร้ำงรำยวิชำพื้นฐำน ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว21101 วิทยำศำสตร์1 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่1 เวลำเรียน 60 จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ ความส าคัญและความหมายของรู้วิทยาศาสตร์ กระบวนการท างานของ นักวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การจ าแนกและ องค์ประกอบของสารบริสุทธิ์ การศึกษาเซลล์ โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ด้วยกล้องจุลทรรศน์ การล าเลียงสารเข้าออกเซลล์ด้วยวิธีการแพร่และออสโมซิส การด ารงชีวิตของพืช การ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศของพืช การขยายพันธุ์พืชดอก การสังเคราะห์ด้วยแสง การล าเลียงน า ธาตุอาหารและอาหารของพืช โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกา เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12, ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18 ว 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8 รวมทั้งหมด 26 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 190 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 ว 21101 วิทยำศำสตร์ 1 จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลำ 60 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 เรียนรู้ วิทยาศาสตร์ อย่างไร - - ความส าคัญและความหมาย ของ วิทยาศาสตร์ - กระบวนการท างานของ นักวิทยาศาสตร์ - ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 6 5 2 สมบัติของสาร บริสุทธิ์ ว 2.1 ม.1/4 ม.1/5,ม.1/6 - จุดเดือดของสารบริสุทธิ์และ สารผสม - จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์ และ สารผสม - ความหนาแน่นของสาร บริสุทธิ์และ สารผสม - ประเภทของพลาสติก 12 13 3 การจ าแนกและ องค์ประกอบ ของสารบริสุทธิ์ ว 2.1 ม.1/7 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 - การจ าแนกประเภทสารบริ สุทธ์ - ธาตุและสารประกอบ - โครงสร้างอะตอม - การจ าแนกธาตุและการใช้ ประโยชน์ - การน าธาตุไปใช้มีผลอย่างไร บ้าง 10 12 4 หน่วยพื นฐาน ของสิ่งมีชีวิต ว 1.2 ม.1/1,ม.1/2 ม.1/3,ม.1/4 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/5 - โลกใต้กล้องจุลทรรศน์ - โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ - ระบบของสิ่งมีชีวิต - การแพร่ - การออสโมซิส 12 13
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 191 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 5 การด ารงชีวิต ของพืช ว 1.2 ม.1/11 ม.1/12 , ม.1/13, ม.1/16,ม.1/17, ม.1/18 ม.1/6 ม.1/7, ม.1/8 ม.1/9, ม.1/10 ม.1/14, ม.1/15 - การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก - การขยายพันธุ์พืช - ปัจจัยการสังเคราะห์ด้วยแสง - ผลผลิตของการสังเคราะห์ ด้วยแสง - ธาตุอาหารของพืช ผลผลิต ของพืช - การล าเลียงในพืช 20 17 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 60 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 192 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว21102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 1 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 เวลำ 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี การท างานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จ าเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันในด้านการเกษตร และ อาหาร และสร้างชิ นงานหรือพัฒนาวิธีการ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจตรวจสอบ การ สืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อน าแนวคิดเชิงนามธรรมและขั นตอนการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือการ แก้ปัญหา ในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตระหนัก ถึงการใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความเสียหายให้แก่ ผู้อื่น ตัวชี้วัด ว4.1 ม.1/1 ,ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 ,ม.1/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 193 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 ว21102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 1 จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 เทคโนโลยีรอบตัว ว4.1 ม.1/1 เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ น หรือพัฒนาขึ น ซึ่งอาจเป็นได้ทั ง ชิ นงานหรือวิธีการ เพื่อใช้ แก้ปัญหา สนองความต้องการ หรือเพิ่มความสามารถในการ ท างานของมนุษย์ 2 5 2 การเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยี ว4.1 ม.1/2 เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาตั งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุหรือปัจจัยมา จากหลายด้าน เช่น ปัญหา ความ ต้องการ ความก้าวหน้าของ ศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม 2 5 3 ระบบทาง เทคโนโลยี ว4.1 ม.1/2 ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของ ส่วนต่าง ๆ ตั งแต่สองส่วนขึ นไป ประกอบเข้าด้วยกันและท างาน ร่วมกันเพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค ์ โดยในการท างานของระบบทาง เทคโนโลยีจะประกอบไปด้วย ตัว ป้อน (input) กระบวนการ (process) และผลผลติ (output) ที่สัมพันธ์กัน นอกจากนี ระบบทาง เทคโนโลยีอาจมีข้อมูลย้อนกลับ (feedback) เพื่อใช้ปรับปรุงการ ท างานได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งการ วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีช่วย ให้เข้าใจองค์ประกอบและการ ท างานของเทคโนโลยี รวมถึง สามารถ ปรับปรุงให้เทคโนโลยี ท างานได้ตามต้องการ 2 10
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 194 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 4 วัสดุและเครื่องมือ ช่างพื นฐาน ว4.1 ม.1/5 การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับ งานจะต้องใช้ความรู้เรื่องสมบัติ ของวัสดุและในการลงมือสร้าง ชิ นงานต้องเลือกใช้อุปกรณ์ หรือ เครื่องมืออย่างเหมาะสมกับ ประเภทของวัสดุ ใช้อย่างถูกต้อง และค านึงถึงความปลอดภัยในการ ใช้งาน 2 10 5 กลไกไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ เบื องต้น ว4.1 ม.1/5 ความรู้เกี่ยวกับกลไก ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ สามารถ ประยุกต์ใช้เพื่อการสร้างชิ นงานที่ ตอบสนองความต้องการของเราได้ 2 10 6 กระบวนการ ออกแบบเชิง วิศวกรรม ว4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 การแก้ปัญหาตามกระบวนการ ออกแบบเชิง วิศวกรรม ประกอบด้วย 6 ขั นตอน ได้แก่ ระบุ ปัญหารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ปัญหาออกแบบวิธีการ แก้ปัญหา วางแผนและด าเนินการ แก้ปัญหาทดสอบประเมินผล และ ปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือ ชิ นงาน และน าเสนอ วิธีการ แก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือ ชิ นงาน 4 10 7 กรณีศึกษาการ ท างานตาม กระบวนการ ออกแบบเชิง วิศวกรรม ว4.1 ม.1/1 , ม. 1/2, ม.1/3, ม. 1/4 ประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางานตามกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม 6 10 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 195 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว21103 วิทยำศำสตร์2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่1 เวลำเรียน 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับพลังงานความร้อน แบบจ าลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ ความร้อนกับการ เปลี่ยนอุณหภูมิของสสาร ความร้อนกับการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร ค่าความร้อนจ าเพาะของสารเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การถ่ายโอนความร้อน การถ่ายโอนความร้อนของของแข็ง ของเหลว แก๊สและการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลางสมดุลความ ร้อน ลมฟ้าอากาศรอบตัวบรรยากาศของเรา อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศและลม แรงกระท าต่อวัตถุของ อากาศ การเคลื่อนที่ของลมความชื น ปัจจัยที่มีผลต่อความชื นสัมพัทธ์ เมฆและฝน การพยากรณ์อากาศ ประโยชน์ของค าพยากรณ์อากาศ มนุษย์และการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ พายุ และการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิอากาศโลก โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกตการ สืบค้นข้อมูลการทดลอง การลงความเห็นจากข้อมูล การสื่อความหมายข้อมูล การจ าแนกประเภทการ ตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป การวิเคราะห์ การอธิบายและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและสามารถน าความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ พร้อมทั ง มีความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ การมีวินัย การสร้างสรรค์ มุ่งมั่นในการท างาน อยู่อย่างพอเพียง มีจิต วิทยาศาสตร์ มีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย และมีค่านิยมที่เหมาะสม ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.1/9, ม.1/10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 รวมทั้งหมด 17 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 196 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 ว 21103 วิทยำศำสตร์2 จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลำ 60 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ หน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 พลังงานความร้อน 24 25 1.1 เรื่อง พลังงาน ความร้อน ว 2.1 ม.1/9 -สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค ซึ่งอาจเป็นอะตอม โมเลกุล หรือ ไอออน โดยสสารชนิดเดียวกันที่มี สถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมี การจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของ อนุภาคแตกต่างกัน 2 1.2 เรื่อง แบบจ าลอง อนุภาคของ สสาร ในแต่ละ สถานะ ว 2.1 ม.1/9 ว 2.1 ม.1/10 - สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค ซึ่งอาจเป็นอะตอม โมเลกุล หรือ ไอออน โดยสสารชนิดเดียวกันที่มี สถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมี การจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของ อนุภาคแตกต่างกัน 2 1.3 เรื่อง ความร้อน กับการเปลี่ยน อุณหภูมิของ สสาร ว 2.3 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/2 -ความร้อนท าให้สสารเปลี่ยน อุณหภูมิ เมื่อสสารได้รับความร้อน อาจท าให้สสารมีอุณหภูมิเพิ่มขึ น ในทางตรงกันข้ามเมื่อสสารสูญเสีย ความร้อนอาจท าให้สสารมีอุณหภูมิ ลดลง 2 1.4 เรื่อง ความร้อน กับการขยายตัว หรือหดตัวของ สสาร ว 2.3 ม.1/3 ว 2.3 ม.1/4 -สสารได้รับความร้อน สสารจะ ขยายตัว เนื่องจากความร้อนท าให้ อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ นและระยะห่าง ระหว่างอนุภาคมากขึ น ในทาง 2
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 197 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ หน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน กลับกัน เมื่อสสารสูญเสียความร้อน สสารจะหดตัว เนื่องจากความร้อน ท าให้อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลงและ ระยะห่างระหว่างอนุภาคลดลง 1.5 เรื่อง ความร้อน กับการ เปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร ว 2.3 ม.1/3 ว 2.3 ม.1/4 -ความร้อนอาจท าให้สสารเปลี่ยน สถานะ เมื่อสสารได้รับความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่เร็วขึ นและ เคลื่อนที่ออกห่างกันมากขึ น แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะลดลง จน สสารเปลี่ยนสถานะ 2 1.6 เรื่องค่าความ ร้อนจ าเพาะของ สารเกี่ยวข้องกับ สิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ว 2.3 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/2 - ความร้อนจ าเพาะของสาร คือ ปริมาณ ความร้อนที่ท าให้สารมวล 1 กรัมมี อุณหภูมิเปลี่ยนไป 1 องศาเซลเซียส 2 1.7 เรื่องการถ่ายโอน ความร้อน ว 2.3 ม.1/6 ว 2.3 ม.1/5 - ความร้อนถ่ายโอนจากบริเวณที่มี อุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิ ต่ า 2 1.8 เรื่องการถ่ายโอน ความร้อนของ ของแข็ง ว 2.3 ม.1/6 ว 2.3 ม.1/5 - การถ่ายโอนความร้อนโดยการสั่น ของอนุภาค ความร้อนจะถ่ายโอน จากบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งพลังงาน ความร้อนไปยังบริเวณที่ห่างออกไป การน าความร้อนเกิดขึ นกับสสารได้ ทุกสถานะ สสารแต่ละชนิดจะน า ความร้อนได้แตกต่างกัน 2 1.9 เรื่องการถ่ายโอน ความร้อนของ ของเหลวและ แก๊ส ว 2.3 ม.1/6 ว 2.3 ม.1/5 -การพาความร้อนเกิดขึ นกับสสารที่ เป็นของเหลวและแก๊ส ตัวกลางจะ พาความร้อนไปพร้อมกับ การ เคลื่อนที่ของอนุภาคของตัวกลาง และความรู้เกี่ยวกับการพาความร้อน 2
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 198 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ หน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน สามารถน าไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ ต่าง ๆ ได้ 1.10 เรื่องการถ่ายโอน ความร้อนโดย ไม่อาศัยตัวกลาง ว 2.3 ม.1/6 ว 2.3 ม.1/5 -การแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่าย โอนความร้อนโดยไม่ต้องอาศัย ตัวกลางที่เป็นอนุภาคของสสาร แต่ ความร้อนถ่ายโอนโดยแผ่รังสี อินฟราเรดซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 2 1.11 เรื่องสมดุล ความร้อน ว 2.3 ม.1/6 ว 2.3 ม.1/5 - ความร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มี อุณหภูมิสูงกว่า ไปยังสสารที่มี อุณหภูมิต่ ากว่าจนกระทั่งอุณหภูมิ ของสสารทั งสองเท่ากันสภาพที่สสาร ทั งสองมีอุณหภูมิ เท่ากัน เรียกว่า สมดุลความร้อน 2 1.12 เรื่องสร้างตู้ ขนส่งสินค้ากัน ความร้อนได้ อย่างไร ว 2.3 ม.1/7 - ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความ ร้อนสามารถน าไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิต ประจ าวันหรือใช้ในการอธิบาย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ นตามธรรมชาติ ได้ 2 2 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 30 25 2.1 เรื่องลมฟ้า อากาศรอบตัว ว 3.2 ม.1/1 -มนุษย์ด ารงชีวิตอยู่ภายใต้ บรรยากาศชั นโทรโพสเฟียร์ซึ่งเกิด สภาพลมฟ้าอากาศต่าง ๆ เช่น ลม เมฆ ฝน ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 2 2.2 เรื่องบรรยากาศ ของเรา ว 3.2 ม.1/1 -บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกแบ่งเป็น 5 ชั น ได้แก่ ชั นโทรโพสเฟียร์ชั นสตรา โตสเฟียร์ ชั นมีโซสเฟียร์ ชั นเทอร์โมส เฟียร์ และชั นเอกโซสเฟียร์ บรรยากาศแต่ละชั นเกิด 2
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 199 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ หน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ปรากฏการณ์และส่งผลต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน 2.3 เรื่องอุณหภูมิ อากาศ ว 3.2 ม.1/2 -อุณหภูมิอากาศในรอบวันมีการ เปลี่ยนแปลงในแบบรูปเดียวกัน โดย อุณหภูมิอากาศในช่วงเช้าจะมีค่าต่ า และค่อย ๆ สูงขึ นจนกระทั่งมีค่าสูง ที่สุดในช่วงบ่าย จากนั นจะค่อย ๆ ลดต่ าลง จนต่ าที่สุดในช่วงเวลาเช้า มืด 2 2.3 เรื่องความกด อากาศและลม ว 3.2 ม.1/2 -ความดันอากาศเปลี่ยนแปลงได้โดย มีปัจจัยส าคัญคือระดับความสูงของ พื นที่และอุณหภูมิของอากาศ พื นที่ที่ มีระดับความสูงมาก ความดันอากาศ มีค่าต่ า ส่วนพื นที่ที่มีความสูงน้อย ความดันอากาศจะมีค่าสูง 2 2.4 เรื่องแรงกระท า ต่อวัตถุของ อากาศ ว 3.2 ม.1/2 -อากาศมีแรงกระท าต่อวัตถุทุกทิศ ทุกทาง 2 2.5 เรื่องการ เคลื่อนที่ของลม ว 3.2 ม.1/2 -ความดันอากาศระหว่างบริเวณ 2 บริเวณ มีค่ามากกว่า อากาศจะ เคลื่อนที่จากบริเวณหนึ่งไปยังอีก บริเวณหนึ่งได้เร็วกว่า และระยะทาง ระหว่างบริเวณที่มีความดันอากาศ แตกต่างกันนั นมีค่ามากกว่า อากาศ จะเคลื่อนที่จากบริเวณหนึ่งไปยังอีก บริเวณหนึ่งได้ช้ากว่า 2 2.6 เรื่องความชื น ว 3.2 ม.1/2 -ไอน าในอากาศท าให้อากาศมี ความชื น 2
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 200 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ หน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 2.7 เรื่องปัจจัยที่มีผล ต่อความชื น สัมพัทธ์ ว 3.2 ม.1/2 ว 2.2 ม.1/1 -ปัจจัยที่มีผลต่อค่าความชื นสัมพัทธ์ คือ อุณหภูมิอากาศ และลักษณะทาง กายภาพของพื นที่ 2 2.8 เรื่องเมฆและฝน ว 3.2 ม.1/4 -เมฆมีหลายลักษณะ จัดประเภทเมฆ โดยใช้ลักษณะและความสูงเป็น เกณฑ์ เมฆและฝนมีการเปลี่ยนแปลง ขึ นอยู่กับ ปริมาณไอน าในอากาศ และสภาพแวดล้อมของพื นที่ที่ส่งผล ต่อปริมาณไอน า ในอากาศ อุณหภูมิ อากาศ ฤดูและ ลม 2 2.9 เรื่องการ พยากรณ์อากาศ ว 3.2 ม.1/4 -การพยากรณ์อากาศมีขั นตอนคร่าว ๆ คือการตรวจอากาศเพื่อรวบรวม ข้อมูลองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 2 2.10 เรื่อง ประโยชน์ ค าพยากรณ์ อากาศ ว 3.2 ม.1/4 ว 3.2 ม.1/5 - ค าพยากรณ์อากาศมีประโยชน์ใน การวางแผนการด ารงชีวิต เพื่อให้ ด ารงชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย การพยากรณ์อากาศที่แม่นย า อาศัย ข้อมูลองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ ที่ครอบคลุม และความรู้พื นฐานเพื่อ การวิเคราะห์แปลผล 2 2.11 เรื่องมนุษย์และ การเปลี่ยนแปลง ลมฟ้าอากาศ ว 3.2 ม.1/3 -ลมฟ้าอากาศมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลาเมื่อองค์ประกอบของลม ฟ้าอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไป บางครั งการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศจะเกิดอย่างรุนแรงซึ่งส่งผล กระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อย่างมาก 2
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 201 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ หน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 2.12 เรื่องพายุ ว 3.2 ม.1/3 -พายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากอากาศมี อุณหภูมิสูงขึ นท าให้น าระเหยเพิ่มขึ น และลอยสูงขึ น ไอน าในอากาศเกิด การควบแน่นเป็นละอองน าเกิดเป็น เมฆขนาดใหญ่จากนั นจะเกิดฝนตก หนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า หรืออาจเกิด ลูกเห็บตก 2 2.13 เรื่องการ เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิอากาศ โลก ว 3.2 ม.1/6 ว 3.2 ม.1/7 -ภูมิอากาศโลกก าลังเปลี่ยนแปลง และส่ง ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมอย่างมาก กิจกรรมของ มนุษย์ได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลกดังกล่าว 2 2.14 เรื่องปฏิบัติตน อย่างไรเพื่อ รับมือกับการ เปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก ในอนาคต ว 3.2 ม.1/6 ว 3.2 ม.1/7 -เราควรศึกษาถึงสาเหตุ ปัจจัย และ ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลกเพื่อหาทางแก้ไข สาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และ เรียนรู้ที่จะรับมือ ต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก 2 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 30 รวมตลอดภำคเรียน 60 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 202 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน วิทยำกำรค ำนวณ 1 ว21104 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 เวลำ 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จ าเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั นตอนการแก้ปัญหา การเขียนรหัสล าลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้งานตัวแปร เงื่อนไข และการวนซ าเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือกและประเมินผลเพื่อตัดสินใจ ซอฟต์แวร์และบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของ เนื อหา ข้อตกลงและข้อก าหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมูล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อน าแนวคิดเชิงนามธรรมและขั นตอนการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือการ แก้ปัญหา ในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตระหนัก ถึงการใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความเสียหายให้แก่ ผู้อื่น ตัวชี้วัด ว4.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 203 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 ว21104 วิทยำกำรค ำนวณ 1 จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำเรียน 20 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 แนวคิดเชิง นามธรรม ว4.2 ม.1/1 แนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือก คุณสมบัติในการแก้ปัญหา 2 10 2 การแก้ปัญหา ว4.2 ม.1/1 ว4.2 ม.1/2 ขั นตอนการแก้ปัญหา การเขียน อัลกอริทึมด้วยภาษาธรรมชาติ 2 10 3 การโปรแกรมด้วย ภาษาไพทอน ว4.2 ม.1/1 ว4.2 ม.1/2 ภาษาคอมพิวเตอร์ หลักการเขียน โปรแกรมและการประกาศตัวแปร ชนิดข้อมูลพื นฐานและการแปลงชนิด ข้อมูลภาษาไพทอน การท างานแบบ วนซ าและการท างานแบบทางเลือก ฝึกเขียนโปรแกรมจากอัลกอริทึม 6 30 4 การโปรแกรมด้วย Scratch ว4.2 ม.1/1 ว4.2 ม.1/2 รู้จักและติดตั งโปรแกรม Scratch เรียนรู้ค าสั่งเคลื่อนที่ (เดินเล่นกัน เถอะ) เรียนรู้ค าสั่งรูปร่าง (สนทนาพา เพลิน) เรียนรู้ค าสั่งเสียง (วงดนตรี ของฉัน) 6 30 5 ข้อมูลและการ ประมวลผล ว4.2 ม. 1/3 ข้อมูลและการรวบรวมข้อมูล การ ประมวลผลข้อมูลและการสร้าง ทางเลือกเพื่อตัดสินใจ ซอฟต์แวร์ จัดการข้อมูล 2 10 6 การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย ว8.2 ม.1/4 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ 2 10 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 204 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว22101 วิทยำศำสตร์3 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เวลำ 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบของสารละลายและปัจจัยที่มีผลต่อสภาพ ละลายได้ของสาร การใช้ตัวท าละลายอย่างถูกต้องและปลอดภัย การหาความเข้มข้นของสารละลายในหน่วย ร้อยละ มวลต่อมวล มวลต่อปริมาตร ปริมาตรต่อปริมาตร การน าความรู้เรื่องความเข้มข้นของสารไปใช้ ประโยชน์ หน้าที่ ความส าคัญ ของระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบประสาท ระบบ สืบพันธุ์ของมนุษย์การเคลื่อนที่ของวัตถุ ต าแหน่งของวัตถุ ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว แรง ในชีวิตประจ าวัน แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงและความดันของของเหลว แรงพยุง โมเมนต์ของแรง สนามของ แรง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การตั งค าถาม การสร้างสมมติฐาน และบันทึกจัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ที่เหมาะสม ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.7/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17 ว 2.1 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6 ว 2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.7/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15 ว 4.1 ม.2/1 รวมทั้งหมด 35 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 205 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ว 22101 วิทยำศำสตร์3 จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลำ 60 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 ธรรมชาติของ วิทยาศาสตร์และ จิตวิทยาศาสตร์ ว 4.1 ม.2/1 - ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ - จิตวิทยาศาสตร์ 2 5 2 สำรละลำย บทที่ 1 องค์ประกอบของ สารละลายและ ปัจจัยที่มีผลต่อ สภาพละลายได้ ว 2.1 ม 2/4 ว 2.1 ม 2/5 - องค์ประกอบของสารละลาย - สารละลายอิ่มตัว - สภาพละลายได้ของสาร -ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ -การใช้ตัวท าละลายอย่างถูกต้อง และปลอดภัย 14 15 บทที่ 2 ความ เข้มข้นของ สารละลาย ว 2.1 ม 2/6 - ความเข้มข้นของสารละลาย - การน าสารละลาย เข้มข้นมาใช้ ประโยชน์ 3 ร่ำงกำยมนุษย์ บทที่ 1 ระบบ อวัยวะในร่างกาย ของเรา ว 1.2 ม 2/6 ว 1.2 ม 2/7 ว 1.2 ม.2/8 ว 1.2 ม.2/9 ว 1.2 ม 2/1 ว 1.2 ม 2/2 ว 1.2 ม 2/3 ว 1.2 ม 2/4 ว 1.2 ม 2/5 ว 1.2 ม 2/10 ว 1.2 ม 2/11 ว 1.2 ม 2/12 ว 1.2 ม 2/13 ว 1.2 ม 2/14 ว 1.2 ม 2/15 ว 1.2 ม 2/16 ว 1.2 ม 2/17 - ระบบหมุนเวียนเลือด-เซลเม็ดเลือด - การท างานของหัวใจ - กิจกรรมที่มีผลต่อการหายใจ - ระบบหายใจ - การหายใจเข้า-ออกเกิดขึ นได้ อย่างไร - ความจุอากาศของปอด - วิธีท าให้ระบบหายใจท างานเป็น ปกติ - โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ - ระบบขับถ่าย - ส่วนประกอบไต หน้าที่ - กิจกรรม 3.7 ดูแลรักษาไตได้ อย่างไร - ระบบประสาท - ปฎิกิริยาเมื่อถูกเคาะบริเวณหัวเข่า - นักเรียนตอบสนองได้ดีแค่ไหน 22 20
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 206 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน - ระบบสืบพันธุ์เพศชาย-หญิง - การตั งครรภ์ - การคุมก าเนิด - ผลกระทบของการตั งครรภ์ก่อนวัย อันควร 4 กำรเคลื่อนที่และ แรง บทที่ 1 การเคลื่อนที ว 2.2 ม 2/1 ว 2.2 ม 2/14 ว 2.2 ม 2/15 - ต าแหน่ง ระยะทางและการกระจัด - อัตราเร็วและความเร็ว - การกระจัดแรงลัพธ์ 22 20 บทที่ 2 แรงใน ชีวิตประจ าวัน ว 2.2 ม 2/2 ว 2.2 ม 2/6 ว 2.2 ม 2/7 ว 2.2 ม 2/8 ว 2.2 ม 2/9 ว 2.2 ม 2/3 ว 2.2 ม 2/4 ว 2.2 ม 2/5 ว 2.2 ม 2/10 ว 2.2 ม 2/11 ว 2.2 ม 2/12 ว 2.2 ม 2/13 ว 2.2 ม 2/12 - แรงเสียดทานและปัจจัย ประโยชน์ โทษ - แรงเสียดทานสถิต - แรงเสียดทานจลน์ - แรงและความดันของของเหลว-ปัจจัย - แรงพยุงของของเหลว-ปัจจัย - โมเมนต์ของแรง-ปัจจัย - สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และ สนามโน้มถ่วง - แรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้าและแรงโน้ม ถ่วงที่กระท าต่อวัตถุ - แรงและสนามของแรง-ปัจจัย ประโยชน์ สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 60 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 207 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว22102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เวลำ 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้ม เทคโนโลยีในอนาคต เลือกใช้เทคโนโลยีโดยค านึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ประยุกต์ใช้ความรู้ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จ าเป็นเพื่อออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาในชุมชนหรือท้องถิ่นในด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ นงานหรือ พัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการแก้ปัญหา ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย ตัวชี้วัด ว 4.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 รวม 4 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 208 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ว 22102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 2 จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 มาแก้ปัญหากัน เถอะ ว 4.2 ม.2.1 เทคโนโลยีการจัดการ สิ่งแวดล้อม 1 10 การวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา 1 การรวบรวมข้อมูลเพื่อ แก้ปัญหา 2 2 ออกแบบกัน ก่อน ว 4.2 ม.2.2 การวิเคราะห์แนวทางการ แก้ปัญหา 1 20 การสร้างทางเลือกในการ ออกแบบ 1 การออกแบบแนวทางการ แก้ปัญหา 2 การสร้างแบบจ าลอง 2 3 วางแผน สร้างสรรค์ และ น าเสนอ ว 4.2 ม.2.3 การวางแผนการแก้ปัญหา 1 10 สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงมือสร้าง ชิ นงาน 1 การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข 1 การน าเสนอ 1 4 คาดการณ์ เทคโนโลยีใน อนาคต ว 4.2 ม.2.4 การเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี และการ เลือกใช้เทคโนโลยี 3 20 คาดการณ์เทคโนโลยีใน อนาคต 3 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 209 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว22103 วิทยำศำสตร์ 4 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เวลำ 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ งาน ก าลัง และหลักการท างานของเครื่องกลอย่างง่าย พลังงานกลและกฎการ อนุรักษ์พลังงาน วิธีการแยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบ กระดาษ การสกัดด้วยตัวท าละลาย โครงสร้างภายในโลกและการเปลี่ยนแปลงบนผิวโลก กระบวนการเกิด ดิน หน้าตัดด้านข้างของดิน ปัจจัยในการเกิดดิน สมบัติบางประการของดินและการใช้ประโยชน์ดิน กระบวนการเกิดแหล่งน าผิวดินและแหล่งน าใต้ดิน การใช้น าและแนวทางการใช้น าอย่างยั่งยืนในท้องถิ่น ภัยธรรมชาติบนผิวโลก ผลกระทบของน าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดินทรุด กระบวนการเกิด สมบัติ เชื อเพลิงซากดึกด าบรรพ์ การใช้ประโยชน์จากเชื อเพลิงซากดึกด าบรรพ์ และ ผลกระทบจาก การใช้เชื อเพลิงซากดึกด าบรรพ์ พลังงานทดแทน ข้อดีและข้อจ ากัดของพลังงานทดแทน แนว ทางการใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมในท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การส ารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การตั งค าถาม การสร้างสมมติฐาน และบันทึกจัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ที่เหมาะสม ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ว 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 รวมทั้งหมด 19 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 210 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ว22103 วิทยำศำสตร์ 4 จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลำ 60 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 งำนและพลังงำน บทที่ 1 งาน ก าลัง และเครื่องกลอย่าง ง่าย ว 2.3 ม 2/1 ว 2.3 ม 2/2 ว 2.3 ม 2/3 - งานและก าลัง - เครื่องกลอย่างง่าย ประโยชน์ - พื นเอียง - รอก - คาน - ล้อและเพลา ลิ่ม สกรู - กิจกรรมท้ายบท สร้างเครื่องทุ่นแรง ของคุณยายได้อย่างไร - พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงาน จลน์ - ปัจจัยที่มีผลต่อพลังงานศักย์โน้มถ่วง 15 15 บทที่ 2 พลังงานกล และกฎการอนุรักษ์ พลังงาน ว 2.3 ม 2/4 ว 2.3 ม 2/5 ว 2.3 ม 2/6 - ปัจจัยที่มีผลต่อพลังงานจลน์ - ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานศักย์ โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ - การเปลี่ยนและการถ่ายโอนพลังงาน โดยใช้กฎการอนุรักษ์พลังงาน - กิจกรรมท้ายบท ออกแบบรางรถไฟ เหาะจ าลองได้อย่างไร 2 กำรแยกสำร บทที่ 1 การแยกสาร และการน าไปใช้ ว 2.1 ม 2/1 ว 2.1 ม 2/2 ว 2.1 ม 2/3 ว 2.1 ม 2/3 - วิธีการแยกสาร - การระเหยแห้ง และการตกผลึก - การกลั่นอย่างง่าย - โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ - การสกัดด้วยตัวท าละลาย - การน าความรู้เรื่องการแยกสารไปใช้ ประโยชน์ - กิจกรรมท้ายบท การผลิตน าตาลทราย ใช้วิธีการใดบ้างในการแยกสาร 14 15
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 211 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำน กำรเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 3 โลกและกำร เปลี่ยนแปลง บทที่ 1 โครงสร้าง ภายในโลกและการ เปลี่ยนแปลงบนผิว โลก ว 3.2 ม 2/4 ว 3.2 ม 2/5 - กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา บนผิวโลก - กระบวนการผุพังอยู่กับที่ทางกายภาพ - กระบวนการผุพังอยู่กับที่ทางเคมี - การกร่อนและการสะสมตัว ของตะกอน - ภูมิลักษณ์บนผิวโลกเกิดขึ นได้อย่างไร 22 25 บทที่ 2 ดินและน า ว 3.2 ม 2/6 ว 3.2 ม 2/7 ว 3.2 ม 2/8 ว 3.2 ม 2/9 - ดิน ชั นดินและชั นหน้าตัดดิน - สมบัติบางประการของดิน - แหล่งน าผิวดิน - แหล่งน าใต้ดิน - ใช้น าอย่างไรให้มีน าใช้อย่างยั่งยืน บทที่ 3 ภัยธรรมชาติ บนผิวโลก ว 3.2 ม 2/10 - ภัยธรรมชาติจากน าท่วม แผ่นดินถล่ม และการกัดเซาะชายฝั่ง 4 ทรัพยำกรพลังงำน บทที่ 1 แหล่ง พลังงาน ว 3.2 ม 2/1 ว 3.2 ม 2/2 ว 3.2 ม 2/3 - เชื อเพลิงซากดึกด าบรรพ์ - พลังงานทดแทน - การใช้พลังงานในอนาคต 5 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 60 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 212 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว22102 วิทยำกำรค ำนวณ 2 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เวลำ 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงค านวณในการแก้ปัญหา หรือการท างานที่พบในชีวิต จริงการออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา การเขียนโปรแกรมโดยใช้ ซอฟต์แวร์Scratch, python, java และ c อภิปรายองค์ประกอบและหลักการท างานของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปัญหาเบื องต้น ตลอดจนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย มีความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิในการเผยแพร่ผลงาน โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) และการเรียนรู้ แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และน าเสนอผ่านการท ากิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะใน การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถน าเอาแนวคิดเชิง ค านวณมาประยุกต์ใช้ในการสร้างโครงงานได้ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การน าข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน น าเสนอข้อมูลและ สารสนเทศได้ตามวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะการคิดเชิงค านวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อช่วย ในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรู้เท่าทัน และรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนน าความรู้ความเข้าใจใน วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อสังคมและการด ารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการ แก้ปัญหาและมีทักษะในการสื่อสาร มีความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ว 4.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 รวม 4 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 213 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ว22102 วิทยำกำรค ำนวณ 2 จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1. แนวคิดเชิง ค านวณ กับการ แก้ปัญหา ว 4.2 ม.2/1 แนวคิดเชิงค านวณ คือ แนวคิดใน การแก้ปัญหาต่าง ๆ เพราะเป็น กระบวนการที่มีล าดับขั นตอนที่ ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแถว ตามล าดับของนักเรียน หรือ ปัญหาการจัดเรียงเสื อผ้า อีกทั ง เป็นกระบวนการที่มนุษย์และ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกัน ได้ ดังนั นจึงควรน าแนวคิดเชิง ค านวณเข้ามาใช้ในการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใน การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ 2 10 2. การออกแบบ ขั นตอนการ ท างานด้วยการ เขียนโปรแกรม ด้วยภาษา Python ว 4.2 ม.2/2 การออกแบบขั นตอนการท างาน ของโปรแกรมหรือการออกแบบ อัลกอริทึม เป็นการออกแบบ ล าดับขั นตอนการท างานของ โปรแกรม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ลั ก ษ ณ ะ คื อ ก า ร ใ ช้ ภาษาธรรมชาติ การใช้รหัส จ าลอง และการใช้ผังงาน โดย ภ า ษ า ไ พ ท อ น เ ป็ น ภ า ษ า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง ที่เหมาะส าหรับผู้เ ริ่ ม ต้น เ ขี ยน โ ป ร แ ก ร ม ไ ป จ น ถึ ง ก า ร ป ร ะยุกต์ใช้ง านใน ร ะดับ สูง เนื่องจากเป็นภาษาที่มีโครงสร้าง และไวยากรณ์ค่อนข้างง่าย ไม่ ซับซ้อน ท าให้ง่ายต่อความเข้าใจ มีการน าตัวแปร และฟังก์ชันมา 9 20
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 214 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ช่วยในการท างาน ตลอดจนมี โ ค รง ส ร้ าง ก า รท าง าน แบบ เรียงล าดับ และโครงสร้างการ ท างานแบบเลือกท า เพื่อให้ สามารถค านวณ ประมวลผลได้ ตามที่ต้องการ 3. ระบบ คอมพิวเตอร์ ว 4.2 ม.2/3 ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง การท างานของคอมพิวเตอร์ที่มี ส่วนต่างๆ มาท างานร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการ ท างานอย่างมีระบบ ประกอบไป ด้วยหน่วยต่าง ๆ ท างานร่วมกัน อย่างเป็นระบบ คือ หน่วยรับ ข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจ าหลัก หน่วยความจ าส ารอง และหน่วย แสดงผลข้อมูล และในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการสื่อสารได้เข้า มามีบทบาทต่อการด ารงชีวิต ของมนุษย์มากขึ น ซึ่ง องค์ประกอบของการสื่อสาร ข้อมูลประกอบไปด้วยข้อมูล ข่าวสาร ผู้ส่งสาร สื่อกลาง ผู้รับ สาร และโปรโตคอล นอกจากนั นระบบเครือข่ายใน ปัจจุบันยังแบ่งเป็น เครือข่าย ส่วนบุคคล เครือข่ายท้องถิ่น เครือข่ายระดับเมือง และ เครือข่ายระดับประเทศ 5 20 4 การใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศ อย่างปลอดภัย ว 4.2 ม.2/4 เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามี บทบาทกับชีวิตของผู้คนใน หลากหลายด้าน และถือเป็น เครื่องมือที่มีความส าคัญอย่างยิ่ง ต่อการด าเนินชีวิตของคนใน 4 10
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 215 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน สังคมปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยี สารสนเทศได้รับการพัฒนาให้มี รูปแบบที่มีความน่าสนใจและอยู่ ใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ น เทคโนโลยีจึงสร้างทั ง คุณประโยชน์และโทษให้กับผู้ใช้ ทั งโดยตั งใจหรือไม่ตั งใจ สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 20 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 216 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน วิชำ วิทยำศำสตร์ 5 รหัสวิชำ ว23101 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่3 เวลำเรียน 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ในรุ่นลูก ความส าคัญของการแบ่งเซลล์แบบ ไมโทซิสและไมโอซิส โรคทางพันธุกรรม ประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมการเกิดคลื่น และส่วนประกอบของคลื่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ประโยชน์และอันตราย ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ปรากฏการณ์เกี่ยวกับแสง การสะท้อนของแสงและการหักเหของแสง การท างานของ ทัศนอุปกรณ์ความสว่างและการมองเห็น อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดจากการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวง อาทิตย์ด้วยแรงโน้มถ่วง การเกิดฤดูการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์การเกิดข้างขึ น ข้างแรม การ เปลี่ยนแปลงเวลาขึ นและตกของดวงจันทร์การเกิดน าขึ น น าลง เทคโนโลยีอวกาศ โครงการส ารวจอวกาศ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การส ารวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล และการ อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถน าเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้มีความสามารถในการ ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์คุณธรรมจริยธรรม และ ค่านิยมที่เหมาะสม มำตรฐำน/ตัวชี้วัด ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18 ม.3/19 ม.3./20 ม.3/21 ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 รวม 24 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 217 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ ว23101 วิทยำศำสตร์ 5 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เวลำ 60 ชั่วโมง จ ำนวน 1.5 หน่วยกิต สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 วิทยาศาสตร์ กับการ แก้ปัญหา ความส าคัญของวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์ 3 5 2 พันธุศำสตร์ ว1.3 ม.3/1 ว1.3 ม.3/2 ว1.3 ม.3/3 - ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต - โครโมโซม -ความสัมพันธ์ยีน ดีเอ็นเอและโครโมโซม - โครโมโซมและการค้นพบของเมนเดล - ฮอมอโลกัสโครโมโซม -โครโมโซมมนุษย์ - แอลลีลเด่น แอลลีลด้อย 6 6 ว 1.3 ม.3/4 ว 1.3 ม.3/5 ว 1.3 ม.3/6 - กระบวนการแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต - ไมโทซิส ไมโอซิส - การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือ โครโมโซม - โรคทางพันธุกรรม 6 6 ว 1.3 ม.3/7 ว 1.3 ม.3/8 - สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม - การใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม 3 5 3 คลื่นและแสง ว 2.3 ม.3/10 ว 2.3 ม.3/11 ว 2.3 ม.3/12 - คลื่นกล - คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 5 5 ว 2.3 ม.3/13 ว 2.3 ม.3/14 -การสะท้อนแสง 6 6 ว 2.3 ม.3/15 ว 2.3 ม.3/16 ว 2.3 ม.3/17 ว 2.3 ม.3/18 -การหักเหของแสง -สเปกตรัมของแสงขาว -การมองวัตถุ -ความบกพร่องทางสายตา 8 8
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 218 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อหน่วย กำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 3 คลื่นและ แสง ว2.3 ม.3/19 ว2.3 ม.3/20 ว2.3 ม.3/21 ความสว่าง 2 2 4 ระบบสุริยะ ของเรำ ว 3.1 ม.3/1 แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับ ดาวบริวาร 4 4 ว 3.1 ม.3/2 ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ ของโลกรอบดวงอาทิตย์ 4 4 ว 3.1 ม.3/3 ปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวง จันทร์ 5 3 ว 3.1 ม.3/4 เทคโนโลยีอวกาศ 6 6 สอบกลำงภำค 20 สอบปลำยภำค 20 รวมตลอดภำคเรียน 60 100
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 219 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำพื้นฐำน ว23102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี3 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 เวลำเรียน 20 ชั่วโมง จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และความสัมพันธ์ของ เทคโนโลยีกับศาสตร์อื่น ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อสรุปกรอบของ ปัญหา เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จ าเป็นโดยค านึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั งเลือกใช้ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภัย เพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในงานอาชีพด้านการเกษตร อาหาร พลังงานและขนส่ง ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.3/1 , 1 ม.3/2 ,1 ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 รวม 5 ตัวชี้วัด
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 220 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ว23102 กำรออกแบบและเทคโนโลยี 3 จ ำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำเรียน 20 ชั่วโมง สัดส่วนคะแนน ระหว่ำงภำค : ปลำยภำค = 80 : 20 ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน 1 เทคโนโลยีเปลี่ยน โลก ว4.1 ม.3/1 มนุษย์ต้องการด าเนินชีวิตอย่าง สะดวกสบายจึงพยายามคิดค้น เทคโนโลยีที่จะน า มาอ า นวย ความสะดวกและใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ นในการด า รงชีวิต อีก ทั งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้าน เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ท า ให้เทคโนโลยี มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ประกอบกับ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ที่ พัฒนาขึ นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ โดยวิทยาศาสตร์เป็นพื น ฐานความรู้ที่น า ไปสู่การพัฒนา เทคโนโลยี และเทคโนโลยีที่ถูก พัฒนาขึ นสามารถน า ไปสร้าง เครื่องมือที่น า ไปใช้ ศึกษาค้นคว้า จนเกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ อีก มากมาย 6 15 2 เทคโนโลยี แก้ปัญหา ว4.1 ม.3/2, ม. 3/3,ม.3/4 การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา เทคโนโลยีนั นจะต้องอาศัยองค์ ความรู้จากหลากหลายศาสตร์มา บูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนา เทคโนโลยีให้ตอบสนองต่อความ ต้องการหรือแก้ปัญหาของมนุษย์ ดังนั นการแก้ปัญหาในชุมชนหรือ ในงานอาชีพ จะต้องประยุกต์ใช้ ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ โดยผ่าน กระบวนการออกแบบเชิง 4 15
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 221 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน วิศวกรรมแนวคิดแบบลีนสามารถ น า มาประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหา ท า ให้มี แนวทางในการสังเกตปัญหาที่ เกิดขึ นหรือความสูญเสียใน กระบวนการท า งานการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือกแนวคิดนั น สามารถใช้วิธีการระดมความคิด ซึ่งมีหลักการและขั นตอนที่เอื อให้ เกิดความคิด หรือแนวทางใหม่ ๆ โดยจะต้องระวังการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น การ น า เสนอสามารถท า ได้หลาย รูปแบบ เช่น การเขียนรายงาน การน า เสนอผลงานด้วยวาจา การน า เสนอผลงานด้วย โปสเตอร์ การจัดนิทรรศการ การ น า เสนอผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจ ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายรูปแบบ ร่วมกันตามความเหมาะสม 2 เทคโนโลยี แก้ปัญหา ว4.1 ม.3/2, ม. 3/3,ม.3/4 การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา เทคโนโลยีนั นจะต้องอาศัยองค์ ความรู้จากหลากหลายศาสตร์มา บูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนา เทคโนโลยีให้ตอบสนองต่อความ ต้องการหรือแก้ปัญหาของมนุษย์ ดังนั นการแก้ปัญหาในชุมชนหรือ ในงานอาชีพ จะต้องประยุกต์ใช้ ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ โดยผ่าน กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมแนวคิดแบบลีนสามารถ น า มาประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหา ท า ให้มี แนวทางในการสังเกตปัญหาที่ เกิดขึ นหรือความสูญเสียใน 6 15
เอกสารประกอบหลักสูตรโรงเรียนนครไทย พุทธศักราช 2567 222 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนนครไทย ที่ ชื่อ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร เรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระส ำคัญ/ ควำมคิดรวบยอด เวลำ (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน กระบวนการท า งานการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือกแนวคิดนั น สามารถใช้วิธีการระดมความคิด ซึ่งมีหลักการและขั นตอนที่เอื อให้ เกิดความคิดหรือแนวทางใหม่ ๆ โดยจะต้องระวังการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น การ น า เสนอสามารถท า ได้หลาย รูปแบบ เช่น การเขียนรายงาน การน า เสนอผลงานด้วยวาจา การน า เสนอผลงานด้วย โปสเตอร์ การจัดนิทรรศการ การ น า เสนอผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจ ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายรูปแบบ ร่วมกันตามความเหมาะสม 3 เทคโนโลยีเพิ่ม มูลค่า ว4.1 ม.3/2 ทรัพย์สินทางปัญญานั นเกิดขึ น จากความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้าง การมีทรัพย์สินทางปัญญา ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติได้ จึงถือ ได้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาสามารถ เพิ่มมูลค่าให้กับผลงานของตนเอง ตลอดจนสามารถแปลงทรัพย์สิน ทางปัญญาให้เป็นเงินทุนเพื่อ ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ ทั งนี ระยะเวลาในการคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่าง ๆ อาจมีความแตกต่างกัน รวมทั ง อาจมีค่าใช้จ่ายในการด า เนินการ จดทะเบียน ผู้สร้างผลงานจึงต้อง ศึกษาและท า ความเข้าใจให้ถ่อง แท้ เพื่อให้สามารถเลือกจด ทะเบียนตามประเภททรัพย์สิน ทางปัญญาและช าระ ค่าธรรมเนียมได้อย่างถูกต้อง และ 4 15