The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตร

หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านห้วยน้ำดำ
พุทธศักราช 2565

ตาม (รา่ ง) กรอบหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
พุทธศักราช 2565 ระดบั ประถมศึกษา

สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสตลู
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

กระทรวงศกึ ษาธิการ

คำนำ

หลักสูตรโรงเรียนห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานพุทธศักราช 2565 ระดับประถมศึกษา ได้พัฒนาข้ึนตามแนวคิดการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ
มเี ป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีสมรรถนะหลักท่ีสำคัญ จำเป็น และส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนไดบ้ ่มเพาะ พัฒนา
และต่อยอดสมรรถนะหลักและสมรรถนะอ่ืนได้เต็มตามศักยภาพ ตามความจำเพาะเจาะจงของบุคคล
(Personalization)ตามความเช่ือท่ีว่ามนุษย์มีหน้าท่ีในการพยายามค้นหาตัวเอง และเลือกสร้างลักษณะของ
ตนเองตามที่อยากจะเป็น การจัดการศึกษาตามแนวคิดนี้ จึงมุง่ ให้ผเู้ รียนทบทวน พิจารณา ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ
และตรวจสอบเพื่อให้ค้นพบและรู้จักตนเองอยู่เสมอ เพ่ือพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเป็นองค์รวม และ
สอดคล้องกับการจัดการศึกษาเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาคุณภาพของประชากร ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนา
ประเทศในทุกมิติ ด้วยสถานการณ์ของโลกปัจจุบันที่ผันผวน ไม่แน่นอน สลับซับซ้อน ความคลุมเครือ และ
เปล่ียนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา การจัดการศึกษาโดยเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานจึงจำเป็นต้องเตรยี มเด็ก
และเยาวชนของชาติใหเ้ ข้มแข็งและสามารถดำรงอยู่ได้ทา่ มกลางภาวะวิกฤติและการเปล่ียนแปลงท้ังวิถีชวี ิต ดัง
เป้าหมายการจดั การศกึ ษาที่กำหนดไว้ใน แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 และมาตรฐานการศึกษา
ของชาติ พ.ศ. 2561 ทีล่ ้วนมุ่งพัฒนา “ผลลัพธ์ทีเ่ กดิ ในตวั ผูเ้ รียน”

ในหลักสตู รโรงเรียนบา้ นหว้ ยนำ้ ดำ พทุ ธศกั ราช 2565 ตาม(รา่ ง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2565 ระดับประถมศึกษา ฉบับนี้ ได้บูรณาการตามร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช2565 ของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย แนวคิดพ้ืนฐานของการพัฒนาหลักสูตร
วิสัยทัศน์ของโรงเรียน หลักการเป้าหมาย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะหลัก กลุ่มสาระการเรียนรู้
โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายหน่วยการเรียนรู้ การจัดหน่วยการเรียนรู้ แนวทางการบริหารการจัดการ
หลกั สตู ร แนวทางการจัดการเรียนรู้ และการประเมนิ การเรียนรู้ ผู้ท่เี กยี่ วขอ้ งและผทู้ ่ีนำหลกั สตู รฉบับนี้ไปใช้ได้
เข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถกู ตอ้ งและบรรลผุ ลตามทตี่ ้องการ

หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช2565 ระดับประถมศึกษา ฉบับน้ี สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ด้วยความร่วมมือจากบุคคล
หลายฝ่าย ประกอบด้วย ศึกษาธิการจังหวัดสตูล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล
ศึกษานิเทศศึกษาธิการจังหวัดสตูล ศึกษานิเทศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล คณะกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพื้นฐานของโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน คณะครู และผูท้ ่มี ีส่วนเกยี่ วข้องทุกภาคส่วนทม่ี ีส่วนร่วม
ดำเนินการ ทางโรงเรียนจงึ ขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสน้ี

โรงเรียนบ้านห้วยนำ้ ดำ

ประกาศโรงเรียนบา้ นห้วยน้าดา

เรื่อง ให้ใชห้ ลักสูตรโรงเรียนบา้ นหว้ ยนำ้ ดำ พุทธศกั ราช 2565 ตาม(รา่ ง)กรอบหลักสูตรแกนกลาง

การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานพทุ ธศักราช 2565 ระดับประถมศึกษา
...............................................................................................................................................................

เพ่ือให้การจัดการศึกษาตาม (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2565 ระดับ
ประถมศึกษา และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2545 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2545 มาตรา 27 กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานมีหน้าท่ีจัดทำสาระของหลักสูตร ตาม (ร่าง) กรอบ
หลกั สูตรการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2565 กำหนด ดังนน้ั สถานศึกษาจึงได้จัดทำหลักสูตรโรงเรียนบา้ น
ห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2565
ระดับประถมศึกษาขึ้น ซ่ึงกำหนดกลุ่มสาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย สมรรถนะเฉพาะ และผลลัพธ์การเรียนรู้
เม่ือจบช่วงชั้น คือ ช่วงช้ันท่ี 1 (ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 - ๓) กำหนด 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ และ
ช่วงชั้นที่ 2(ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6) กำหนด 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์
ภาษาอังกฤษศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา การจัดการในครัวเรือนและการประกอ บการ
วิทยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ เทคโนโลยดี ิจิทัล พัฒนาสมรรถนะหลัก 6 ดา้ นผ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดย
ผสมผสานระหว่างสมรรถนะหลักกับสมรรถนะเฉพาะ ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพ่ือกำหนดเป็นผลลัพธ์
การเรยี นรู้เม่อื จบชว่ งช้นั ของแต่ละกลุ่มสาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมเพ่ิมเติมตามจุดเน้นและบรบิ ทของสถานศึกษา
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ
พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2565 ระดับ
ประถมศึกษา เปน็ ท่เี รียบรอ้ ยแลว้ โดยใหใ้ ชท้ ุกชัน้ เรยี น ในปีการศกึ ษา 2565 เปน็ ตน้ ไป

ทั้งน้ีหลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2565 ระดับประถมศึกษา ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ในคราวประชุม คร้ังที่ 1/2565 เม่ือวันที่ 9 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565
จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐานพุทธศักราช 2565 ระดับประถมศกึ ษาทุกชนั้ ปี ต้ังแตบ่ ัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 9 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. 2565

สุรยิ า ลา่ นุ้ย (นางรชั นี ทองเงิน)
(นายสุริยา ลา่ นุ้ย) ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นหว้ ยน้ำดำ
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
โรงเรยี นบ้านห้วยน้ำดำ

สารบัญ หนา้

คำนำ 1
ส่วนที่ 1 4
ขอ้ มูลท่ัวไป 5
ส่วนท่ี 2 6
1. แนวคดิ พื้นฐานของการพัฒนาหลักสตู ร 7
2. วิสยั ทศั น์ 8
3. หลกั การของหลกั สูตร 24
4. จดุ หมายของหลักสตู ร 25
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
6. สมรรถนะหลัก 6 ดา้ น และระดบั สมรรถนะ 10 ระดบั 25
7. กลุ่มสาระการเรยี นรู้ 31
8. ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมรรถนะหลกั กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้ 38
43
8.1 ผลลพั ธก์ ารเรียนรูช้ ัน้ ปี (ป.1 - 3) ใน 7 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ 50
• ภาษาไทย 54
• คณิตศาสตร์ 66
• ภาษาอังกฤษ
• ศลิ ปะ 76
• สขุ ศึกษาและพลศึกษา 84
• สังคมศึกษา 90
• วทิ ยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ 95
106
8.2 ผลลัพธก์ ารเรียนรชู้ นั้ ปี (ป.4 - 6) ใน 9 กลุม่ สาระการเรียนรู้ 114
• ภาษาไทย 124
• คณิตศาสตร์ 129
• ภาษาอังกฤษ 139
• ศิลปะ 147
• สุขศกึ ษาและพลศึกษา 149
• สังคมศึกษา 214
• การจัดการในครัวเรอื นและการประกอบการ 223
• วทิ ยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ
• เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั

9. โครงสร้างเวลาเรยี น
คำอธิบายรายวชิ า

10. แนวทางการบริหารจัดการหลกั สตู ร
11. แนวทางการจัดการเรยี นรู้ และการประเมินการเรยี นรู้

ข้อมลู พืน้ ฐานโรงเรยี นบา้ นหว้ ยนำ้ ดำ

โรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ ท่ีต้ัง หมู่ท่ี ๑๐ ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล 91๑๓๐0
สั ง กั ด ส ำ นั ก ง า น เข ต พื้ น ท่ี ก า ร ศึ ก ษ า ป ร ะ ถ ม ศึ ก ษ า ส ตู ล โท ร ศั พ ท์ 0 7 4 - ๗ ๙ ๑ ๑ ๑
E-Mail:[email protected] เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
มเี น้ือที่ 1๕ ไร่ เขตพื้นที่บริการมี 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ท่ี 1 และ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลควนกาหลง อำเภอ ควนกาหลง
จังหวัดสตูล มีนักเรยี นจำนวน ๑๔๑ คน ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 13 คน เป็นโรงเรียน
ขนาดกลาง ก่อต้ังเม่ือ พ.ศ. 2510 ด้วยความรว่ มมือร่วมใจของชาวบ้านท่ีเห็นความสำคัญของการศึกษา ซ่ึงมี
นายอาต มรรคาเขต กำนันตำบลทุ่งนุ้ย ในขณะนั้น และนายบรรยงค์ ดุลยาภรณ์ ได้สละท่ีดินจำนวน 15 ไร่ เพ่ือ
ใช้สร้างอาคารเรียน และเปิดทำการสอน เมื่อวันท่ี 20 กรกฎาคม 2510 โดยมีนายเจื้อน ฟองละมุล
ครูโรงเรียนบ้านดุสน มารกั ษาการในตำแหนง่ ครใู หญ่ โดยเปิดสอนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1 มีนักเรียนท้ังส้ิน 14
คน และในปีต่อมาโรงเรียนได้ขยายข้ันเรียน จนถึงชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 และปัจจุบันมีนางรัชนี ทองเงิน
เปน็ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน

โรงเรยี นบ้านหว้ ยน้ำดำ เป็นโรงเรียนนำร่องพื้นท่ีนวัตกรรมจังหวัดสตลู ในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนนั้น
โรงเรียนใช้หลักการบูรณาการ การมีส่วนร่วม เนน้ กระบวนการเรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย การเรียนรแู้ บบลงมือปฏิบัติ
Active Learning และใช้โครงงานฐานวิจัย (RBL) เป็นเครื่องมือต้นทางในการจัดการเรียนรู้ นำไปสู่การคิดค้น
และพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างหลากหลายมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนท้ัง ด้านความรู้ ทักษะ เจคคติ
และสมรรถนะ

ทุนชุมชน โรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม ประชากรใน
ชุมชนประกอบหลากหลายอาชีพ มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ได้แก่ การทำสวนยางพารา สวนปาล์ม
และสว่ นผลไม้ ฯลฯ

ทุนโรงเรียน ด้านสถานที่ มีอาคารเรียน อาคารประกอบ มีห้องน้ำห้องส้วม สนามเด็กเล่น
สนามฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ ด้านทรัพยากร สถานที่ตั้งของโรงเรียน อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการ ได้แก่
ทว่ี า่ การอำเภอควนกาหลง สำนักเกษตรอำเภอควนกาหลง สถานตี ำรวจภูธรควนกาหลง สำนกั งานที่ดินอำเภอ
ควนกาหลง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ โรงงาน
อุตสากรรม ได้แก่ บริษัทกว๋างเข่นิ รับเบอร์ จำกัด โรงไฟฟ้าชีวมวล กรีนเพาเวอร์ มัสยิดธรรมประทีป มัสยิดอัลอติก
วดั ควนนิมิตตาราม ศนู ย์พัฒนาเด็กเล็ก ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ ได้แก่ คลองหว้ ยน้ำดำ คลองบาราเกต เขาค้อม
ฯลฯ บคุ ลากรมจี ำนวนเพียงพอ ตรงความถนดั ของแตล่ ะวิชาเอก มีภมู ปิ ญั ญาชุมชนทหี่ ลากหลาย อาชีพ

มาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา ระดับการศกึ ษาขั้นพื้นฐานม
สถานศกึ ษาสง่ เสรมิ ให้ครูจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโดยกระบวนการ Active Learning จัดการเรียนรู้
ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีหลักสูตรสถานศึกษาที่
เน้นให้ผเู้ รียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจรงิ มีแผนการการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถจัดกิจกรรมได้
จริง ผู้เรียนได้รับการฝึกทักษะการแสดงออก แสดงความคดิ เห็น สรุปองค์ความรู้ นำเสนอผลงาน สามารถนำไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ และมีแผนIEP ของเด็กพิเศษเรียนร่วม ตาม โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อพฒั นาความคดิ รวบยอด และได้ใช้กระบวนการคดิ เป็นรายกลุ่มเล็กและกลุ่ม
ใหญ่อย่างหลากหลายเกี่ยวกับสิ่งท่ีได้กระทำลงไปทุกกลุ่มสาระ และมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ
โครงงานฐานวิจัยในทุกชั้นเรียน มีการนำความรู้ท่ีได้มาถ่ายทอดให้ผู้อ่ืน และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
โรงเรียนส่งเสริมให้ครูใช้สื่อการเรียนการสอน นวัตกรรมและเทคโนโลยี ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินให้กับผู้เรยี นได้เรียนรู้

อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงมือปฏิบัติจรงิ ในกิจกรรมต่างๆ มีแหลง่ การเรียนรู้ทเ่ี อ้ือต่อการเรียนรู้ ครูมีการผลิต
สื่อ ใช้สื่อและใช้ส่ือเทคโนโลยี ใช้แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน เช่น ห้องพยาบาล ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
ห้องสมุด ห้องสหกรณ์โรงเรียน ใต้ถุนอาคารเรียน แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน วัด สำนักงานเทศบาลตำบลคลอง
ขุด รวมท้ังนำภูมิปัญญาท้องด้านการทำขนมท้องถ่ิน มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้
ด้วยตนเองจากส่อื ท่ีหลากหลาย ครูใช้แรงเสริมในการช่วยพัฒนาการจัดการเรียนรู้ มีการบริหารจัดการชั้นเรียน
เชิงบวก ครูผู้สอนมีการบริหารจัดการช้ันเรียน โดยเน้นปฏิสัมพันธ์เชิงบวกโดยครูรักเด็กเหมือนลูก เด็กรักครู
เหมือนพ่อแม่ เด็กรักเด็กเหมือนเป็นพ่ีน้องครอบครัวเดียวกัน ทำให้การเรียนของนักเรียนเป็นไปด้วยความสุข
เช่น กิจกรรมการทักทายระหว่างครูกับนักเรียน และครูรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลทำให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่าง
ความสุข โรงเรียนมีการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลมีการประเมินความก้าวหน้ามีการวิเคราะห์ผลการประเมิน
และนำผลการประเมินไปพัฒนาการเรียนรู้กับผู้เรียนรายกลุ่มเพ่ือจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสม ครูและผู้ท่ีมีส่วน
เกี่ยวข้องมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ
สร้างชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ

สว่ นท่ี 2

1

1. แนวคิดพ้นื ฐานของการพัฒนาหลักสูตร

ตามทีก่ ระทรวงศึกษาธิการ ไดป้ ระกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ตามคำสั่ง กระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ 293/2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 สัง่ ณ วนั ท่ี 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 โดยกำหนดใชท้ ุกโรงเรียน โรงเรียนบา้ นห้วยนำ้ ดำ
ได้จัดทำหลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 ขึ้นเพ่ือให้สถานศึกษาได้นำไปใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพในด้าน
ความรู้ ทักษะ คุณธรรมและค่านิยมท่ีพึงประสงค์ ให้สามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการ
เปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิตนั้น กระทรวงศึกษาธิการและ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ไดม้ ีประกาศและคำสั่ง แกไ้ ข ปรบั ปรุงการใช้หลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ตามลำดบั

ต่อมาวันท่ี 25 มกราคม พ.ศ. 2555 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้มีคำสั่งท่ี
110/2555 เร่ือง การแก้ไขโครงสร้างเวลาเรียนและเกณฑ์การจบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พื้นฐานพทุ ธศักราช 2551 สั่ง ณ วนั ท่ี 25 มกราคม พ.ศ. 2555

วันท่ี 28 พฤศจิกายน 2557 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเพ่ิม
วชิ าหนา้ ที่พลเมอื งเป็นรายวิชาเพมิ่ เติม ในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

วันท่ี 31 ตุลาคม 2559 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การบริหาร
จัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานในโครงการลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ และได้ประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การบริหารจัดการเวลาเรียนภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1-3 ในสถานศึกษา
ขนั้ พื้นฐาน

วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2560 กระทรวงศึกษาธกิ าร ได้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอ่ื ง การบริหาร
จดั การเวลาเรยี นของสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน

วันท่ี 7 สิงหาคม 2560 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ.
1239/2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภมู ิศาสตรใ์ นกลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พธุ ศกั ราช 2551

วันท่ี 5 มกราคม พ.ศ.2561 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีคำสั่ง สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ท่ี 30/2561 เร่ือง ใหเ้ ปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วดั กลุ่ม
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พธุ ศักราช 2551

วันที่ 8 มกราคม 2561 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้ออกประกาศ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เรื่อง การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุธศักราช
2551

ต่อมากระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา ลดความ
เหล่ือมล้ำทางการศึกษา ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันจัดการศึกษา จึงจัดต้ังพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาเพ่ือ
ส่งเสริมให้สถานศึกษามีอิสระในการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการที่คล่องตัว ให้ครูใช้เวลา

2

ในการพัฒนานักเรียนอย่างเต็มท่ี ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพสูง มีการคิดค้น
พัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับบรบิ ทและสามารถขยายวิธปี ฏบิ ัติที่ดีมีประสิทธิภาของสถานศึกษาใน
พื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาไปยังสถานศึกษาในพื้นที่อื่นได้ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศพื้นท่ีนวัตกรรม
การศึกษา จำนวน 6 พ้ืนท่ี ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสตูล จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด
กาญจนบุรี และจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ในสว่ นของจังหวัดสตูลมโี รงเรียนเรียนนำร่องพืน้ ที่นวัตกรรมการศึกษา
ของจังหวัดสตูลจำนวน 14 โรงเรียน เพ่ือให้ครู นักเรียน ชุมชน สามารถร่วมกันจัดกระบวนการเรียนรู้ตาม
แนวทางพ้ืนทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาสตูล โรงเรียนจงึ นำกระบวนการจัดการเรยี นรโู้ ครงงานฐานวิจัย 5 หน่วย 14
ขน้ั ตอน มาใชร้ ะดับประถมศึกษา

ในปีการศึกษา 2563 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักมาตรฐาน
การศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ ได้ทำโครงการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียน 10 ด้าน ระดับ
ประถมศึกษาตอนต้น สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2562 มีนโยบายให้โรงเรียนพื้นท่ีนวัตกรรมเป็น
โรงเรียนนำรอ่ งการพัฒนาและใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำจึงต้อง
ปรับปรุงหลกั สูตรเป็นหลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2563 (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) เพื่อให้สถานศึกษาได้นำไปใช้ในการจัด
การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี ุณภาพในด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่ีพึงประสงค์ ให้สามารถใช้
เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงและแสวงหาความรู้เพ่ือการพัฒนาตนเองอย่าง
ต่อเน่ืองตลอดชีวิต ให้สอดคล้องกับกรอบสมรรถนะ บริบทของโรงเรียน ชุมชน สังคม ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
ข้างต้น

ในปีการศึกษา 2564 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้
จัดทำกรอบสมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน โรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำจึงต้องปรับปรุงหลักสูตรเป็นหลักสูตรโรงเรียน
บ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2564 (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ฉบับ
ปรับปรุง พุทธศักราช 2560) เพ่ือให้สถานศึกษาได้นำไปใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ในด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรม และคา่ นิยมที่พึงประสงค์ ให้สามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตในสังคมท่ี
มีการเปลี่ยนแปลงและแสวงหาความรู้เพ่ือการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ให้สอดคล้องกับกรอบ
สมรรถนะ บรบิ ทของโรงเรียน ชุมชน สังคม

ในปีการศึกษา 2565 โรงเรียนได้ปรับปรุงหลักสูตรเป็นหลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช
2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา เพ่ือ
พัฒนาข้ึนตามแนวคิดการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ ซ่ึงมีความแตกต่างจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ท่ีพัฒนาขึ้นตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน ซ่ึงมีเป้าหมายเพ่ือพัฒนาผู้เรียนทุก
คนให้มีคุณภาพอย่างน้อยตามท่ีมาตรฐานกำหนด ส่วน เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา
ผูเ้ รียนทุกคนใหม้ ีสมรรถนะหลกั ท่สี ำคัญจำเป็น และส่งเสริมให้ผเู้ รียนได้บม่ เพาะ พัฒนา และต่อยอดสมรรถนะ
หลักและสมรรถนะอ่ืนได้เต็มตามศักยภาพ ตามความจำเพาะเจาะจงของบุคคล (Personalization) ตามความ
เช่ือท่ีว่ามนุษย์มีหน้าท่ีในการพยายามค้นหาตัวเอง และเลือกสร้างลักษณะของตนเองตามท่ีอยากจะเป็น การ
จัดการศึกษาตามแนวคิดนี้จึงมุ่งให้ผู้เรียนทบทวน พิจารณา ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ และตรวจสอบ เพ่ือให้ค้นพบ
และรจู้ ักตนเองอยู่เสมอ เพื่อพฒั นาศกั ยภาพของตนเองอยา่ งเปน็ องค์รวม

การจัดการศึกษาซึ่งหมายถึงการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ ตาม หลักสูตรฐานสมรรนะโรงเรียนบา้ นห้วยน้ำดำ ระดับประถมศึกษา จงึ มีเป้าหมายในการพฒั นา
สมรรถนะหลักของผู้เรียนท่ีเหมาะสมตามช่วงวัย จัดสภาพแวดล้อมและเส้นทางการเรียนรู้ (Learning

3

Pathways) ท่ีหลากหลาย จัดระบบสนับสนุนการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียน (Differentiated
Learning) ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ใช้ส่ือและสถานการณ์การเรียนรู้ท่ีร่วมสมัย หลากหลายและ
ยืดหยุ่น ตามความสนใจและความถนัดของผเู้ รียน บริบท และจุดเน้นของสถานศึกษาและชุมชนแวดล้อม เน้น
ประเมินการเรียนรู้เพื่อพัฒนาและสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนตามเกณฑ์การปฏิบัติที่เป็นธรรม เช่ือถือได้
เอือ้ ต่อการถ่ายโยงการเรียนรู้และพฒั นาในระดับทส่ี งู ขน้ึ ตามความเชี่ยวชาญของผูเ้ รียนอย่างต่อเนือ่ ง

4

2. วสิ ยั ทัศน์

ผู้เรยี นมีสมรรถนะหลัก ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ มีทกั ษะพืน้ ฐานในการประกอบอาชีพ สบื สานอาชพี ของ
ชุมชน เปน็ ผู้ใฝ่เรียนรู้ เปน็ คนดี มคี ุณธรรม ตามวถิ พี หวุ ัฒนธรรม

School concept ของโรงเรียนบา้ นห้วยนำ้ ดำ
สบื สานอาชีพของชมุ ชน สรา้ งคนดีสูส่ งั คม
สืบสานอาชีพของชุมชน : หมายถึงการศึกษาเรียนรู้อาชีพของครอบครัว และ อาชีพในชุมชนอย่าง

ละเอียดถี่ถ้วนด้วยความมงุ่ ม่ันต้ังใจและวิเคราะห์อาชีพหลัก ของชุมชน เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ
และเจตคตทิ ดี่ ี พรอ้ มทจ่ี ะสืบ สานตอ่ ยอดให้คงอย่คู ูก่ ับชมุ ชนตลอดไป

สรา้ งคนดี : หมายถึงการปฏบิ ัติตนเป็นคนดี ตามหลักศาสนาที่ตนนบั ถือ และตาม ข้อตกลงของสังคม
มีจิตอาสา ร่วมช่วยเหลือและพัฒนาชมุ ชนโดยการทา้ ความดี ดว้ ยหัวใจ

สรรถนะหลักของโรงเรียน
1. วิเคราะห์และเลือกฝึกทักษะอาชีพของบชุมชนตามความสนใจเพ่ือสืบสานต่อยอดและนำไป

ประกอบเปน็ อาชพี หลกั หรืออาชีพเสรมิ ในการดำรงชวี ติ ได้อย่างเหมาะสม
2. เปน็ ผนู้ ำและเป็นแบบอยา่ งดา้ นจติ อาสา รว่ มกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน์ กจิ กรรมบริการ เพ่ือพัฒนา

ช่วยเหลอื ชมุ ชน และสังคม
3. ปฏบิ ัติตติ นตามหลักศาสนาท่ตี นนับถือและเข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนา พร้อมกับเรยี นรศู้ าสนาอื่นๆ

ในชมุ ชน เพ่อื การอยรู่ ่วมกนั ในสังคมพหวุ ัฒนธรรมอย่างมีความสขุ

5

3. หลักการของหลักสตู ร

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหว้ ยน้ำดำ พทุ ธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐานพทุ ธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา กำหนดหลักการสำคญั ของหลักสตู ร ไว้ดงั นี้

1. เป็นหลักสูตรท่ีมีเป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนที่เหมาะสมตามช่วงวัย เน้นการพัฒนา
ผู้เรียนรายบุคคล (Personalization) อย่างเป็นองค์รวม (Holistic Development) เพื่อการเป็นเจ้าของ
การเรยี นรู้และพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง (Life-Long Learning)

2. เป็นหลักสตู รที่เช่ือมโยงระหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะในการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้
(Learning Outcome) เพื่อการพฒั นาผเู้ รยี นให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตและการทำงาน

3. เป็นหลักสูตรท่ีจัดสภาพแวดล้อมและเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Pathway) ที่หลากหลาย และ
ระบบสนบั สนุนการเรียนรู้ท่สี อดคล้องกับพหปุ ัญญาและธรรมชาติของผเู้ รียน

4. เป็นหลกั สตู รที่มกี ระบวนการจัดการเรียนร้เู ชิงรกุ (Active Learning) กระบวนการเรียนรู้ด้วย
โครงงานฐานวจิ ัย (PBL) การใชส้ ือ่ และสถานการณ์การเรยี นรรู้ ่วมสมัย มคี วามหลากหลาย และยืดหยนุ่ ตาม
ความสนใจ ความถนัดของผเู้ รียน (Differentiated Instruction) บริบท จดุ เน้นของสถานศึกษา และชุมชน
แวดลอ้ ม

5. เป็นหลักสูตรที่มุ่งใช้การประเมินเพ่ือการพัฒนาการเรียนรู้และสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียน
ตามเกณฑก์ ารปฏิบัติ (Performance) ที่เปน็ ธรรม เชื่อถอื ได้ เอ้ือต่อการถ่ายโยงการเรียนรู้และพัฒนาในระดับ
ทสี่ งู ข้ึนตามระดับความสามารถ

6

๔. จุดหมายของหลกั สตู ร

การพัฒนาผเู้ รยี นตาม หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหว้ ยนำ้ ดำ พุทธศกั ราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพทุ ธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา มจี ุดหมายเพ่ือพัฒนาให้ผู้เรยี นมคี วามรู้
ทักษะ คุณลักษณะและเจตคติทจี่ ำเป็นตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต และมีความสามารถ ดังน้ี

1. รู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน จัดการอารมณ์และความเครียด ปัญหาและภาวะวิกฤต
สามารถฟื้นคนื สู่สภาวะสมดลุ (Resilience) และมสี ุขภาวะและมีสัมพันธภาพที่ดกี ับผอู้ ื่น

2. มีทักษะการคิดขั้นสูงอย่างมีคุณธรรม มีความสามารถในการนำและกำกับการเรียนรู้ของตนเอง
อย่างมเี ป้าหมาย

3. สื่อสารอยา่ งฉลาดรู้ สร้างสรรค์ มพี ลัง ดว้ ยความรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสังคม
4. จัดระบบและกระบวนการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีความเป็นผู้ประกอบการ
ภาวะผู้นำ และจดั การความขดั แย้งภายใต้สถานการณท์ ี่มคี วามซบั ซอ้ น
5. ปฏิบัตติ นอยา่ งรับผิดชอบ มคี ุณธรรม จริยธรรม ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก
6. เข้าใจพ้ืนฐานเก่ียวกับปรากฏการณ์ของโลกและจักรวาล เข้าถึงและรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี
เพ่อื การดำรงชวี ิตและอย่รู ว่ มกบั ธรรมชาตอิ ย่างย่ังยนื

7

๕. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นค่านิยมร่วมที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน อันเป็นคุณลักษณะ
ที่สังคมต้องการในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและจิตสํานึกเพ่ือให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข
ทง้ั ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ประกอบด้วย

1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ มีทัศนคติ
ท่ีถูกต้องต่อบ้านเมือง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ เคารพสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์ และยึดม่ันในวถิ ีชวี ิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

2) ซ่ือสัตย์สุจริต เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดม่ันในความถูกต้อง ประพฤติตรง
ตามความเป็นจรงิ ต่อตนเองและผู้อื่นท้ังทางกาย วาจาและใจ ยึดหลักความจริงและความถูกต้องในการดำเนินชีวิต
มคี วามละอายและเกรงกลวั ต่อการกระทำผิด

3) มีวินัย หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์และระเบียบ
ขอ้ บังคับ ท้ังของตนเอง ครอบครวั โรงเรียนและสงั คมเปน็ ปกตวิ ิสยั และไม่ละเมดิ สิทธิของผู้อน่ื

4) อยู่อย่างพอเพียง เป็นคุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล
รอบคอบ มีคุณธรรม อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ
มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีภูมิคุ้มกันในบุคคลที่ดีและปรับตัว เพ่ืออยู่ในสังคม
ได้อย่างมคี วามสุข

5) มีจิตสาธารณะ เป็นคุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์
ทก่ี อ่ ให้เกิดประโยชน์แก่ผอู้ นื่ ชุมชน และสงั คม ด้วยความเต็มใจและกระตือรือร้นโดยไม่หวังผลตอบแทน

8

6. สมรรถนะหลัก 6 ดา้ น

สมรรถนะหลัก (Core Competencies) ตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม
(รา่ ง)กรอบหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2565ระดบั ประถมศกึ ษา หมายถงึ สมรรถนะ
ที่กำหนดให้เป็นพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นความสามารถติดตัวเม่ือจบการศึกษา มี
ลักษณะเป็นสมรรถนะข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือคร่อมวิชา สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนได้ในกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ ทีห่ ลากหลาย หรอื สามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นการพฒั นาผู้เรยี นใหเ้ รียนรสู้ าระตา่ ง ๆ ได้
ดีขึ้น เป็นสมรรถนะที่มีลักษณะ “content – free” คือ ไม่ข้ึนกับเน้ือหาสาระของศาสตร์ใด ๆ อย่างไรก็ตาม
สมรรถนะหลักโดยตัวมันเองไม่ได้ปราศจากความรู้ แต่ความรู้ที่เป็นองค์ประกอบของสมรรถนะหลักจะเป็นองค์
ความรู้เชิงกระบวนการ (Procedural Knowledge) ซ่ึงเป็นชุดของขั้นตอนหรือการปฏิบัติเพ่ือดำเนินการให้
บรรลุเป้าหมายของสมรรถนะน้ัน ๆ เป็นได้ทั้งกระบวนการท่ีใช้เฉพาะศาสตร์หรือบูรณาการข้ามศาสตร์ เช่น
ความรูท้ ี่เป็นองค์ประกอบของสมรรถนะการคิดขั้นสูงเป็นเป็นชุดความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกบั กระบวนการคิดประเภท
ต่าง ๆ เชน่ การคิดวเิ คราะห์ การคิดเชงิ วิพากษ์ และการคิดสร้างสรรค์

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหว้ ยนำ้ ดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้
พ้ืนฐานพุทธศักราช 2565ระดับประถมศกึ ษา กำหนดสมรรถนะหลกั 6 ด้าน เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนา
ผูเ้ รยี นระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ดงั น้ี

1. การจดั การตนเอง
2. การคิดข้นั สูง
3. การสื่อสาร
4. การรวมพลังทำงานเป็นทมี
5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
6. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน

9

1. สมรรถนะการจดั การตนเอง (Self-Management: SM)

นยิ าม
การรู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน การพัฒนาปัญญาภายใน ตั้งเป้าหมายในชีวิต

และกำกับตนเองในการเรียนรู้และใช้ชีวิต การจัดการอารมณ์และความเครียด รวมถึงการจัดการปัญหาและ
ภาวะวิกฤต สามารถฟ้ืนคืนสู่สภาวะสมดุล (Resilience) เพื่อไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายในชีวิต มีสุขภาวะที่ดี
และมีสัมพันธภาพกับผู้อน่ื ไดด้ ี

องค์ประกอบ
1. การเห็นคุณค่าในตนเอง : การรู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเอง รู้จุดเด่น ข้อจำกัด ความสนใจ

ความสามารถ ความถนัด และภาคภูมิใจในตนเอง ม่ันใจในตนเอง เห็นอกเห็นใจ ให้เกียรติและเคารพสิทธิ
ตนเองและผู้อนื่ มคี วามรบั ผิดชอบในตนเอง

2. การมีเป้าหมายในชีวิต : การต้ังเป้าหมายในชีวิต มีวินัยในตนเอง สามารถบริหารจัดการเวลา
ทรัพยากร สามารถพง่ึ พาและกำกบั ตนเองให้ไปสู่เปา้ หมายในชีวิต และมีสุขภาวะที่ดี

3. การจัดการอารมณ์และความเครียด : การรับรู้ เข้าใจ รู้เท่าทัน อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด
และความเครียดท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจำวันของตนเอง เข้าใจสาเหตุและสามารถจัดการอารมณ์ ความรู้สึก และ
ความคดิ ของตนเอง

4. การจัดการปัญหาและภาวะวกิ ฤต : การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ จากปัญหาและภาวะ
วิกฤต สามารถฟื้นคนื สู่สภาวะสมดุลได้ สามารถเตรยี มการ ป้องกนั และแก้ไข เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชวี ิต
และทรพั ยส์ ิน

10

ระดับสมรรถนะการจัดการตนเอง

ระดับการพฒั นา ป.1-3 ระดับความสามารถ ม.4-6
ระดบั คำบรรยายระดบั เร่ิมต้น ป.4-6 ม.1-3

รูจ้ กั ตนเอง (Knowing Self) ทางดา้ นกายภาพ ความชอบ ความสนใจ จดั การชวี ติ ประจำวนั

1 ของตนเอง รับรูแ้ ละจัดการอารมณแ์ ละความรสู้ กึ พืน้ ฐาน ปฏบิ ัติตนตามบรรทดั ฐาน
ทางสงั คมภายใต้การดูแลของผู้อน่ื

2 ร้จู กั ตนเองในจุดเดน่ จุดควรพฒั นา มวี นิ ยั ในการดูแลจัดการชีวิตประจำวันของตนเอง รบั รู้ กำลัง
และจัดการอารมณแ์ ละความรู้สึกพืน้ ฐาน รู้ถูกผดิ ในการปฏิบตั ิตนตามบรรทัดฐานทางสังคม พัฒนา
ภายใต้การดแู ลของผู้อื่น ตระหนักรูใ้ นสถานการณท์ ีเ่ ป็นปัญหาในชีวิตประจำวนั

3 รจู้ กั ความสามารถของตนเอง มวี นิ ยั ในการดแู ลจดั การชวี ิตประจำวนั ของตนเอง รบั รูแ้ ละ สามารถ เรม่ิ ตน้
จดั การอารมณแ์ ละความเครียด แยกแยะสิ่งถกู ผิด หลีกเลยี่ งการนำพาตวั เองเข้าไปสู่ภาวะเสี่ยง
ตามคำแนะนำ อดทนต่อปัญหาในชีวติ ประจำวันและการเรียน

รู้จักความสามารถของตนเอง มวี นิ ยั ในการดแู ลจัดการชวี ติ ประจำวนั ของตนเอง รบั รู้ เหนอื กำลัง
ความ พฒั นา
4 และจัดการอารมณแ์ ละความเครยี ด ตระหนักรผู้ ิดชอบชวั่ ดี จัดการปญั หาชีวติ ประจำวนั คาดหวัง
และการเรยี นตามคำแนะนำ พร้อมเผชญิ และยอมรบั ปญั หาท่เี กิดขนึ้

มมี โนทศั น์เกี่ยวกบั ตัวเอง (Self Concept) ทีถ่ ูกตอ้ ง สามารถตัดสินใจและมงุ่ มนั่ ทจ่ี ะจัดการ สามารถ เรม่ิ ตน้

5 สิ่งทจ่ี ำเป็นสำหรบั ชวี ติ และการเรยี นของตนเอง รับรแู้ ละจดั การอารมณแ์ ละความเครียด
ละเวน้ การกระทำที่ไมค่ วรทำ รู้ทนั การเปลย่ี นแปลงที่เกดิ ขนึ้ จัดการปัญหาชวี ติ ประจำวนั
และการเรยี นตามคำแนะนำ

มีความมนั่ ใจและภาคภมู ิใจในตนเอง (Self Esteem) สามารถตัดสินใจและวางแผนเก่ยี วกบั เหนือ กำลัง
ความ พฒั นา
6 ชวี ติ และการเรยี นของตนเอง มวี ินยั และจงู ใจตนเองใหไ้ ปสเู่ ป้าหมาย รบั รู้และจดั การอารมณ์ คาดหวงั
และความเครียด มีจดุ ยนื และความเชอื่ ของตวั เอง ปรับตวั รับการเปล่ียนแปลงทเี่ กดิ ขน้ึ
และสามารถฟ้นื คืนจากสภาพปญั หาเม่ือเผชิญภาวะวกิ ฤตตามคำแนะนำ

มีความภาคภมู ใิ จในตนเอง มกี รอบความคดิ แบบเติบโต (Growth Mindset) สามารถกำกับ สามารถ เร่ิมต้น

7 ตนเองให้ลงมือทำตามแผนเกยี่ วกับชีวิตและการเรียนของตนเอง รับรแู้ ละจดั การอารมณ์
และความเครยี ด แสดงออกตามความเชื่อและจดุ ยนื ของตวั เอง แก้ไขปญั หา มีความรบั ผดิ ชอบ
ในผลของการกระทำของตนเอง และฟื้นคืนจากสภาพปัญหาเมอ่ื เผชิญภาวะวกิ ฤตตามคำปรึกษา

มีกรอบความคดิ แบบเติบโต สามารถกำกบั ตนเองให้ลงมอื ทำตามแผนเกี่ยวกบั ชวี ติ เหนือ กำลงั
ความ พฒั นา
8 และการเรียนของตนเอง และสะทอ้ นความกา้ วหนา้ ของตนเอง รู้ทันและจดั การอารมณ์ คาดหวัง
และความเครียด มคี วามรบั ผิดชอบในผลของการกระทำของตนเอง วางแผนปอ้ งกนั ปัญหา
และความเสี่ยง และฟ้นื คนื จากสภาพปญั หาเม่ือเผชิญภาวะวกิ ฤต

มภี าพอนาคตของตนเอง (Ideal Self) ทตี่ อ้ งการจะเปน็ มองเห็นข้อจำกัดและแนวทาง สามารถ

9 การพฒั นาตนเอง กำหนด ลงมือทำ ปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม ค่านยิ ม และความเช่อื ของตนเอง
ตามแผนพัฒนาตนเอง ร้ทู นั และจดั การอารมณแ์ ละความเครียด และสามารถฟน้ื คนื
จากสภาพปัญหาได้ด้วยตนเองเมอ่ื เผชิญภาวะวกิ ฤต

10 มีความสุขกับชวี ิตท่ตี นเองเปน็ อยู่ มงุ่ ม่นั เพอ่ื ความสำเร็จแมต้ ้องเผชญิ ความทา้ ทายท่เี ข้ามา เหนือ
ในชวี ติ รู้ทนั และจดั การอารมณ์และความเครียด สามารถสรา้ งมุมมอง ค่านิยมใหม่ ใหก้ ับตนเอง ความ
และสามารถฟ้ืนคนื จากสภาพปญั หาเมอื่ เผชิญภาวะวิกฤต คาดหวงั

11

2. สมรรถนะการคดิ ข้นั สงู (Higher Order Thinking: HOT)

นยิ าม
สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตัดสินใจอย่างมีวิจารญาณบนหลักเหตุผลอย่างรอบด้าน

โดยใช้คุณธรรมกำกับการตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ มีความสามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วยความเข้าใจ
ถึงความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งท่ีอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ใช้จินตนาการและความรู้สร้างทางเลือกใหม่
เพือ่ แกป้ ัญหาท่ซี บั ซ้อนได้อยา่ งมเี ป้าหมาย

องค์ประกอบ
1. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking: HOT-CTC) หมายถึง กระบวนการคิด

ท่ีพิจารณาไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล มีจุดประสงค์เพื่อตัดสินว่าส่ิงใดควรเช่ือหรือควรกระทำ โดยมีหลักฐาน
สนับสนุนซ่ึงเป็นผลมาจากการตีความ ประเมิน วเิ คราะห์ สรปุ ความ และอธิบายตามหลกั ฐาน แนวคิด วิธกี าร
กฎเกณฑ์ หรือบริบทต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกับข้อมูลที่รวบรวมหรือข้อมูลจากการสังเกต ประสบการณ์ การใช้เหตุผล
การสะท้อนคิด การสื่อสาร และการโต้แย้ง นำไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านอ่ืน ๆ เช่น ความเหมาะสม
ตามหลักกฎหมาย ศีลธรรม คณุ ธรรม คา่ นยิ ม ความเชอ่ื และบรรทดั ฐานทางสงั คมและวัฒนธรรม

2. การคิดเชิงระบบ (System Thinking: HOT-STM) หมายถึง กระบวนการคิดที่มองเห็น
ภาพรวมโครงสร้างทั้งหมดท่ีเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นหน่ึงเดียวกันอย่างเป็นระบบ ภายใต้บริบท/ ปัจจัย
ของส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดสถานการณ์น้ัน ๆ โดยมองสถานการณ์ให้ลึกลงไปกว่าเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น เห็นแบบแผน
หรือรูปแบบท่ีเกิดข้ึน เห็นรากเหง้าของสถานการณ์และปัจจัยต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับสถานการณ์น้ัน ๆ จนเกิด
ความเข้าใจอย่างลึกซ้ึงในสถานการณ์น้ัน นำไปสู่การออกแบบระบบ เปรียบเทียบแบบจำลองความคดิ ทำนาย
ผลลพั ธ์ของการแทรกแซงระบบ และประเมินระบบได้

3. การคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking: HOT-CRT) หมายถึง กระบ วนการคิด
ท่ีหลากหลาย ริเริ่ม ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอดความคิด เพ่ือการแก้ปัญหาหรือสร้างทางเลือก
ท่ีมีประสิทธิภาพ การสร้างความก้าวหน้าในความรู้ หรือการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการ
และทักษะพื้นฐานด้านการคิดริเร่ิม คิดคล่อง คิดยืดหยุ่น คิดละเอียดลออ คิดหลากหลาย คิดวิเคราะห์
และสังเคราะห์ เพ่ือให้ได้ส่ิงใหม่ท่ีดีกว่า แตกต่างไปจากเดิม มีประโยชน์ และมีคุณค่าต่อตนเอง ผู้อ่ืน และ
สังคมมากกว่าเดิม ซึ่งส่ิงใหม่ในที่นี้อาจเป็นการปรับหรือประยุกต์ส่ิงเดิมให้อยู่ในรูปแบบใหม่ หรือเป็นการต่อยอด
จากสิง่ เดิม หรือเป็นการรเิ ริ่มสิ่งใหม่ขึ้นมาท้ังหมด

4. การคิดแก้ปัญหา (Problem Solving Thinking: HOT-PRB) หมายถึง กระบวนการคิด
ท่ีใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการกำหนดปัญหา เข้าใจเหตุและผลของปัญหา วางแผน
การแก้ปัญหาโดยรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาท่ีหลากหลาย และเลือกวิธีการ
แก้ปัญหาท่ีดีที่สุด ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแผนท่ีวางไว้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน เก็บ และวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อประเมนิ และตรวจสอบผลของการแกป้ ัญหา ปรับปรงุ จนปัญหาได้รับการแก้ไข

สำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ณ วันท่ี 27 พฤศจกิ ำยน 2563

12

ระดบั สมรรถนะการคดิ ขัน้ สูง

ระดบั การพฒั นา ระดับความสามารถ

ระดบั คำบรรยายระดบั ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6

ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตส่ิงต่าง ๆ รอบตัวสถานการณ์ หรือ

1 ปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน สังเกต จำแนก สำรวจ วางแผน รวบรวมข้อมูลหรือทรัพยากร เร่ิมต้น
สรุปข้อมูล และเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างง่ายได้ สามารถจินตนาการและเสนอความคิดได้

อย่างอิสระ ตลอดจนสามารถผลติ ผลงานอยา่ งงา่ ยโดยอาศยั ตน้ แบบ

ต้ังคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตส่ิงต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์ หรือ

ปรากฏการณ์ในชีวติ ประจำวัน สังเกต จำแนก หรอื ระบุความสัมพันธ์ของส่ิงท่ีเก่ียวข้องกับ

2 ปรากฏการณ์หรือสถานการณ์นั้น ๆ ได้ สามารถสำรวจ วางแผน รวบรวมข้อมูลหรือ กำลงั
ทรัพยากร สรุปข้อมูล และเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างง่ายได้ พร้อมแสดงเหตุผลและ พฒั นา
ประเมินความเหมาะสมของคำตอบ สามารถจินตนาการและเสนอความคิดได้อย่าง

คล่องแคล่ว หลายประเภทและหลายทิศทาง ตลอดจนสามารถผลิตผลงานอย่างง่าย

โดยอาศัยตน้ แบบ

ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตส่ิงต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์ หรือ

ปรากฏการณ์ในชีวติ ประจำวัน สงั เกต จำแนก หรอื ระบุความสัมพันธข์ องส่ิงที่เกี่ยวข้องกับ

ปรากฏการณ์หรือสถานการณ์น้ัน ๆ ได้ สามารถสำรวจ วางแผน รวบรวมข้อมูลหรือ

3 ทรัพยากร แปลความหมายข้อมูลด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ และสรุปข้อมูล เพ่ือ สามารถ เริ่มต้น
เปรียบเทียบ ประเมิน ตดั สินใจ หรอื เสนอแนวทางแกป้ ญั หาอย่างงา่ ยได้ พร้อมแสดงเหตุผล

โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา สามารถจินตนาการและ

เสนอความคิดได้อย่างคล่องแคล่ว หลากหลาย โดยใช้ความคิดท่ีแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร

ตลอดจนสามารถผลติ ผลงานตามจินตนาการโดยอาศัยต้นแบบ

ต้ังคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์ หรือ

ปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันโดยละเอียด ระบุความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ

4 ปรากฏการณ์หรือสถานการณ์นั้น ๆ ได้ สามารถวางแผนและดำเนินการสำรวจตรวจสอบ เหนอื กำลัง
เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล แปลความหมายข้อมูลด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ และสรุป ความ พัฒนา
ข้อมูล พร้อมท้ังประเมินความถูกต้องและข้อจำกัดของข้อมูล เพ่ือเปรียบเทียบ ประเมิน คาดหวัง
ตดั สนิ ใจ หรือเสนอแนวทางแกป้ ัญหาอย่างง่ายได้ สามารถจินตนาการและเสนอความคิดได้

อย่างคล่องแคล่ว หลากหลาย โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจาก

ของเดมิ

ตั้งคำถามหรอื ระบุปัญหาท่ีซับซ้อน จากการสังเกตสงิ่ ต่าง ๆ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์

ในชีวิตประจำวันโดยละเอียด สามารถวางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือก

5 วิธีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล วเิ คราะห์ข้อมลู แปลความหมายข้อมูล เพ่อื สรา้ งขอ้ สรุปทแี่ มน่ ยำ สามารถ เริม่ ตน้
และน่าเช่ือถือ พร้อมนำเสนอและเปรียบเทียบข้อสรุปท่ีเหมอื นหรอื แตกต่างกบั ขอ้ สรุปของ

ตน สามารถพฒั นาชน้ิ งานหรือวิธกี าร โดยใชค้ วามคดิ ท่ีแปลกใหม่ ทไ่ี มซ่ ้ำใครหรือพฒั นาต่อ

ยอดจากของเดิม วิเคราะหอ์ งค์ประกอบของชิน้ งานหรือวิธกี ารเพอ่ื สร้างแบบจำลองอยา่ งง่าย

ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ท่ีซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์

หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ

สามารถวางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เหนอื
ความ กำลัง
6 เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้ วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล ลง คาด พฒั นา
ข้อสรุปได้อย่างถูกต้อง นำเสนอข้อสรุปรวมทั้งเปรียบเทียบและประเมินข้อสรุปท่ีแตกต่าง หวัง
หรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตน และสามารถปรับปรุงข้อสรุปของตนตามข้อมูลและ
หลักฐานใหม่สร้างแบบจำลองเพ่ือแสดงโครงสร้างของปัญหาหรือสถานการณ์ได้ พัฒนา

ชิ้นงานหรือวิธีการโดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิม

ให้เหมาะสมตอ่ การใชง้ านจรงิ

13

ระดบั สมรรถนะการคิดขั้นสูง (ตอ่ ) ป.1-3 ระดบั ความสามารถ
ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6
ระดบั การพฒั นา
ระดบั คำบรรยายระดับ สามารถ เริ่มต้น

ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ เหนือ กำลงั
สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหา ความ พฒั นา
เป็นปญั หาย่อย ๆ สามารถวางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ คาดหวงั
หรอื เทคโนโลยี เลอื กวธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะหข์ อ้ มูลเพ่ือสร้างข้อสรุปทแ่ี ม่นยำ
สามารถ
7 และน่าเชื่อถือ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้ สามารถลงข้อสรุปได้อย่าง
ถูกต้อง เปรียบเทียบและประเมินข้อสรุปที่แตกต่างหรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตน เหนอื
โดยใช้เหตุผลและหลักฐานท่ีหลากหลายและสามารถปรับปรุงข้อสรุปของตนตามข้อมูล ความ
และหลักฐานใหม่ สร้างแบบจำลองเพื่อแสดงโครงสร้างของปัญหาหรือสถานการณ์ คาดหวงั
ได้ พัฒนาชิ้นงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ท่ีไม่ซ้ำใครหรือ
พฒั นาต่อยอดจากของเดมิ ให้เหมาะสมต่อการใชง้ านจริง

ต้ังคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ
สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน ประเมินคำถามว่าสามารถสำรวจ
ตรวจสอบได้หรือไม่ ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ สามารถ
วางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์

8 ข้อมูลเพือ่ สร้างข้อสรุปทีแ่ มน่ ยำและนา่ เชอ่ื ถือ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและขอ้ เทจ็ จรงิ ได้
นำเสนอข้อสรุปรวมท้ังเปรียบเทียบและประเมินข้อสรุปท่ีแตกต่างหรือตรงกันข้ามกับ
ข้อสรปุ ของตน โดยใช้เหตุผลและหลกั ฐานท่ีหลากหลายและสามารถปรบั ปรุงข้อสรปุ ของ
ตนตามขอ้ มูลและหลักฐานใหม่ สร้างแบบจำลองความคิด เพื่ออธบิ ายแนวคดิ ทีใ่ ชใ้ นการ
ออกแบบระบบได้ สามารถพัฒนาช้ินงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดท่ีแปลก
ใหมท่ ่ีไมซ่ ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดมิ ใหเ้ หมาะสมตอ่ การใชง้ านจรงิ

ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ท่ียากและซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ
สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันหรือจากผลท่ีไม่คาดคิดมาก่อน เพ่ือหา
ข้อมูลเพ่ิมเติม ประเมินคำถามว่าสามารถสำรวจตรวจสอบได้หรือไม่ ระบุสาเหตุของ
ปญั หา สามารถแยกปัญหาเป็นปญั หาย่อย ๆ สามารถวางแผนและดำเนนิ การการสำรวจ
ตรวจสอบ เลือกวิธกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล พร้อมทงั้ ประเมินความถูกต้อง วเิ คราะหข์ ้อมูล
เพ่ือสร้างข้อสรุปท่ีแม่นยำและน่าเชื่อถือ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้

9 ประเมินผลกระทบของปัญหาโดยใช้วิธีการที่เหมาะสมและครอบคลุมทุกมิติ นำเสนอ
ข้อสรปุ รวมทั้งเปรยี บเทียบและประเมินข้อสรุปที่แตกต่างหรอื ตรงกันขา้ มกับข้อสรุปของ
ตน โดยใช้เหตุผลและหลักฐานที่หลากหลายและสามารถปรับปรุงข้อสรุปของตน
ตามข้อมูลและหลักฐานใหม่ สามารถสร้างแบบจำลองความคิดเพื่ออธิบายแนวคิดที่ใช้
ในการออกแบบการแกป้ ัญหา สามารถทำนายผลลัพธ์ท่เี กดิ ข้ึนเมอ่ื มีการปัจจัยอ่ืนเข้ามา
ในระบบ พัฒนาช้ินงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร
หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิมให้เหมาะสมต่อการใช้งานจริง เขียนสะท้อนความคิด
เกยี่ วกับเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้
ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ท่ียากและซับซ้อน จากการสังเกตส่ิงต่าง ๆ
สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันหรือจากผลท่ีไม่คาดคิดมาก่อน เพ่ือหา
ข้อมลู เพ่ิมเติมและหาความสมั พันธข์ องส่ิงตา่ ง ๆ รวมทงั้ ประเมินคำถามว่าสามารถสำรวจ
ตรวจสอนได้หรือไม่ ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ สามารถ
วางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้ง
ประเมินความถูกต้องและข้อจำกัดของข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือสร้างข้อสรุปท่ีแม่นยำ

10 และนา่ เช่ือถอื รวมท้งั พิจารณาขอ้ จำกดั ของการวิเคราะหแ์ ละตคี วามหมายขอ้ มลู สามารถ
เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้ นำเสนอข้อสรุปรวมท้ังเปรียบเทียบและ
ประเมินข้อสรุปที่แตกต่างหรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตนโดยใช้เหตุผลและหลักฐาน
ที่ ห ล า ก ห ล า ย แ ล ะ ส า ม า ร ถ ป รั บ ป รุ งข้ อ ส รุ ป ข อ งต น ต า ม ข้ อ มู ล แ ล ะ ห ลั ก ฐ า น ให ม่
สร้างแบบจำลองเพ่ืออธิบายแนวคิด ทำนายหรือประเมินผลลัพธ์ พัฒนาช้ินงาน วิธีการ
หรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ท่ีไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิม
ให้เหมาะสมตอ่ การใช้งานจรงิ และสง่ ผลดีตอ่ สังคม เขยี นสะท้อนความคดิ เก่ยี วกับเน้ือหา
และกระบวนการเรียนรู้ และระบุสิ่งทตี่ ้องส่ิงท่ีจะทำในอนาคตเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ของ
ตนเองและพัฒนาสงั คม

14

3. สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM)

นิยาม
มีความสามารถรับรู้ รับฟัง ตีความ และส่งสารด้วยภาษาต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา

โดยใช้กระบวนการคิด ซ่ึงจะนำไปสู่การเรียนรู้ ความเข้าใจ ในระบบคุณค่า การแก้ปัญหาร่วมกันผ่านกลวิธี
การสื่อสาร อยา่ งฉลาดรู้ สรา้ งสรรค์ มพี ลัง โดยคำนงึ ถึงความรับผดิ ชอบต่อสังคม

องคป์ ระกอบ
1. การรับสารอย่างมีสติและถอดรหัสเพื่อให้เกิดความเข้าใจ หมายถึง การรับสารด้วยความใส่ใจ

ผ่านประสาทสัมผัสในการรับสาร ตลอดจนสามารถตีความ1สารที่ส่งมาได้ทั้งความคิด ความรู้สึก เจตนา
ตลอดจนสามารถตคี วามสารและสามารถนำสารมาใช้พฒั นาตนเองและสงั คม

2. การรับส่งสารบนพ้ืนฐานความเข้าใจและความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรม
ท่ีแตกต่าง หมายถึง การรับส่งสารด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการเจรจาต่อรอง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล
สารสนเทศ องค์ความรู้ ประสบการณ์ ผ่านช่องทางหรือสื่อที่มีความหลากหลาย ท้ังส่ือบุคคล ส่ือธรรมชาติ
ส่ือสิ่งพิมพ์ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และส่ือระคน โดยปราศจากความขัดแย้งต่าง ๆ และรู้เท่าทัน บนพ้ืนฐานความเข้าใจ
ในบริบทสงั คมท่ีมคี วามคดิ และวัฒนธรรมทแ่ี ตกต่าง ท้ังในระดบั ชมุ ชน ชาติ และสากล

3. การเลือกใช้กลวธิ ีการสือ่ สารอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเพอ่ื บรรลุ
วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร หมายถึง การเลือกใช้วิธีการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา
ตลอดจนการสื่อความหมายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร โดยมีความรับผิดชอบ
ต่อผลทจี่ ะเกดิ ข้นึ ในสงั คมและวัฒนธรรมท่ีแตกต่างทง้ั ในระดบั ชมุ ชน ชาติ และสากล

14

ระดบั สมรรถนะการสื่อสาร

ระดบั การพฒั นา ระดบั ความสามารถ

ระดบั คำบรรยายระดบั ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6

1 ใช้ประสาทสัมผัสในการรับและส่งสารอย่างตั้งใจ เข้าใจความแตกต่างทางกายภาพท่ีมีผลต่อการส่ือสาร เร่ิมต้น
ใช้สอื่ ภาพ เสยี ง คำพดู ท่าทาง สัญลกั ษณ์ใกลต้ ัว และผลงานอยา่ งงา่ ย ๆ ในการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา

รับและส่งสารอย่างต้ังใจโดยใช้ประสาทสัมผัส เข้าใจนัยตรง บอกข้อมูลและความรู้สึกที่มีต่อสารในสถานการณ์

2 ใกลต้ ัวแบบตรงไปตรงมา โดยเลอื กและผลิตสื่อที่เหมาะสมกับบุคคลผ่านการเคลอื่ นไหว ท่าทาง เสียง ภาษา กำลงั
ภาพ สัญลักษณ์ และผลงานแบบง่าย ๆ พร้อมทั้งคำนึงถึงประโยชน์และโทษของการส่ือสารท่ีมีผลกระทบ พัฒนา
ต่อตนเอง

รับและส่งสารท่ีเป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง และความรู้สึกท่ีมีรายละเอียดมากขึ้นในสถานการณ์ใกล้ตัว มีความอดทน

3 ในการรับสารแลกเปลีย่ นประสบการณแ์ ละสื่อสาร โดยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกบั บุคคลใกลต้ ัว สามารถ เริม่ ต้น
คำนึงถึงประโยชน์และโทษของสื่อท่ีมีต่อตนเอง สามารถส่ือสารเรื่องราวใกล้ตัวทั้งท่ีเป็นภาษา ภาพ เสียง

สัญลักษณ์ ทา่ ทาง การแสดงออกทางศลิ ปะอย่างงา่ ย โดยเลือกและผลิตสือ่ ใหเ้ หมาะกบั บคุ คล และกาลเทศะ

4 รับและสง่ สารทเี่ ก่ียวขอ้ งกับสถานการณ์ท่ีใกล้ตัว จับประเดน็ สำคัญ หรือวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารได้ อธิบาย เหนอื กำลงั
ความรสู้ กึ ท่ีเกดิ ข้นึ จากการรบั สารประเภทตา่ ง ๆ ที่มคี วามซับซ้อนมากข้ึน มคี วามอดทนในการรับและสง่ สาร ความ พัฒนา
ใช้ส่ือที่มีความหลากหลายข้ึน เข้าใจผลกระทบของส่ือที่มีต่อตนเอง มีจุดมุ่งหมาย และกลวิธีในการสื่อสารและ คาดหวัง
การผลติ สอื่ เพือ่ ส่ือสาระทีเ่ ปน็ ประโยชน์ต่อตนเองได้อย่างเหมาะสม

รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในชุมชน สังคม อย่างมีสติ จับประเด็นสำคัญ ข้อคิด ทั้งเชิงบวก สามารถ เรมิ่ ต้น

5 และลบท่ีได้รับตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร แลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างมีสติกับบุคคลท่ีหลากหลายขึ้น
ในสถานการณ์ท่ีมีความซับซ้อน ทั้งโลกจริงและโลกเสมือน มีมารยาทและจริยธรรมในการส่ือสาร เลือกใช้
กลวธิ ใี นการผลติ สื่อและสอื่ สารทเี่ หมาะสม และเกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและต่อกล่มุ ตามจุดมุ่งหมายทก่ี ำหนดไว้

รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ สรุปประเด็น ตีความ และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง เหนอื กำลงั
ความ พัฒนา
6 (ข้อมลู ข่าวสาร) ความดี (แก่นแนวคดิ ) และความงาม (อารมณ์ สนุ ทรยี ะ) แบบงา่ ยได้ ส่อื สารอย่างสร้างสรรค์ คาดหวงั
เพ่ือการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยคำนึงถึงผลกระทบของการส่ือสาร รู้ผลกระทบของส่ือ ประเมินคุณค่าและ
จริยธรรมในการสื่อสาร ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร การผลิตส่ือ และออกแบบการสื่อสาร
เพื่อให้เกดิ ประโยชนต์ ่อตนเอง ต่อกล่มุ และตอ่ สังคม

รับและส่งสารผ่านสื่อท่ีหลากหลาย โดยปราศจากอคติ สรุปประเด็น ตีความ วิเคราะห์ และประเมินคุณค่า สามารถ เรมิ่ ต้น

7 ในมิติความจริง ความดี ความงาม ที่มีความซับซ้อนมากข้ึน และเข้าใจกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับการสื่อสาร
สามารถออกแบบการสื่อสารท่ีซับซ้อนได้อย่างมีศิลปะ และสร้างสรรค์ในการสื่อสารมากข้ึน โดยคำนึงถึง
ประโยชนท์ ั้งตอ่ ตนเอง กลมุ่ และสงั คมของตนเอง ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้

รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนผ่านส่ือที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์จุดเด่น เหนือ กำลงั
ความ พฒั นา
8 จุดด้อย ประเมินคุณค่าของสารที่เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก หรือท่ีทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริง คาดหวัง
หรือท่ีเป็นไปตามอุดมการณ์ สื่อสารทางบวก ผลิตส่ือท่ีใช้เทคโนโลยีการส่ือสารที่ซับซ้อนได้ โดยคำนึงถึง
กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง และสามารถออกแบบการสื่อสารผ่านสื่อหลากหลายประเภทได้อย่างเหมาะสมกับ
กลุม่ เป้าหมายท่ีตอ้ งการ คำนึงถงึ สิทธิและประโยชนข์ องสว่ นรวมและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสงั คม

9 รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนและมีนัยแฝงผ่านส่ือท่ีหลากหลาย โดยปราศจากอคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์ สามารถ
จดุ เด่น จุดด้อย ประเมินคุณคา่ ของสารน้ันไดล้ ึกข้ึน มีพฤตกิ รรมทางกาย วาจาและใจในการสื่อสารกับบคุ คล
ท่ีมีความต่างอย่างเห็นอกเห็นใจได้อย่างเหมาะสม รู้สึกรว่ มและเข้าใจความรู้สึกต่อบุคคลท่ีมีความต่างจากตนเอง
มีกลยุทธ์ในการผลติ ส่ือและสื่อสารผ่านสอ่ื หลากหลายประเภทได้อยา่ งมีศิลปะและมพี ลังดว้ ยความรับผิดชอบ
ต่อสังคม (Social Responsibility)

รับและส่งสารผ่านส่ือท่ีหลากหลายรูปแบบและมีความซับซ้อนหรือมีนัยมากขึ้น เข้าใจ วิเคราะห์ วิพากษ์ เหนอื
ความ
10 และนำสารที่ได้รับไปใช้ประโยชน์เพ่ือการพัฒนาตนเอง ชุมชน หรือสังคมได้ ใช้กลยุทธ์ในการผลิตส่ือและ คาดหวงั
สื่อสารได้อย่างมีสติและวิจารณญาณ และรู้สึกร่วมและเข้าใจความรู้สึก (Empathy) เพ่ือสร้างความเข้าใจ
โดยคำนงึ ถงึ ความแตกต่างในทกุ มติ ิด้วยความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมและการสร้างสงั คมที่พฒั นาอยา่ งย่งั ยนื

สำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ ณ วนั ที่ 27 พฤศจกิ ำยน 2563

15

4. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC)
นิยาม
สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ท้ังของตนเอง และ

ร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม มีแผน ขั้นตอน ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีภาวะผู้นำ
มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการประสานความคิดเห็นท่ีแตกต่างสู่การตัดสินใจและแก้ปัญหาเป็นทีม
อยา่ งรับผิดชอบร่วมกนั สร้างความสมั พนั ธท์ ี่ดแี ละจดั การความขัดแยง้ ภายใต้สถานการณท์ ย่ี ุ่งยาก

องค์ประกอบ
1. เป็นสมาชิกทีมที่ดีและมีภาวะผู้นำ มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบในบทบาทหน้าท่ี

ของตนและของทีม มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่แตกต่าง นำจุดเด่นของตนและสมาชิกมาใช้
ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย สะท้อนการทำงานของตนเองและทีม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของทีม
สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ให้เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจ ประสานความร่วมมือภายในทีม
และระหว่างทีม สร้างคา่ นิยมใหม่ในการทำงานรว่ มกัน และการพัฒนาทีมท่เี ขม้ แขง็ สามารถเปน็ ต้นแบบผสู้ รา้ ง
การเปลี่ยนแปลง

2. กระบวนการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังอย่างเป็นระบบ สามารถจัดระบบการทำงาน
กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และร่วมกับผู้อ่ืน ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน
ขัน้ ตอน และกระบวนการทำงานเป็นทีม เห็นภาพความสำเร็จของทีม คำนึงถึงประโยชน์ของทมี ก่อนประโยชน์
ส่วนตน แบ่งบทบาทหน้าที่ให้เหมาะสมกับศักยภาพของสมาชิก รับผิดชอบตามบทบาทหน้าท่ีด้วยความใส่ใจ
มีความพยายามในการทำงานและสนับสนุนช่วยเหลือให้เกิดความสำเร็จ เคารพ รับฟัง แลกเปล่ียน และ
ประสานความคิดเห็นที่แตกต่าง ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดข้ันสูงในการตัดสินใจเป็นทีมท่ีมีประสิทธิภาพ
ประเมินและปรับปรุงกระบวนการทำงานรว่ มกันอยา่ งเป็นระบบ ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ รว่ มรับผิด
และรับชอบต่อผลการตัดสินใจของทีม เห็นคณุ ค่าของการทำงานแบบร่วมมือรวมพลงั

3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการจัดการความขัดแย้ง มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานร่วมกับ
ผู้อื่น เห็นคุณค่าของสัมพันธภาพที่ดี สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีในทีม ให้ความไว้วางใจซ่ึงกันและกัน
ปฏิบัติต่อผู้อ่ืนด้วยความจริงใจ เห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน เคารพและเห็นประโยชน์ของ
ความแตกต่างหลากหลาย มที กั ษะและใช้วธิ ีการปอ้ งกนั และจัดการความขดั แย้งได้อย่างเป็นระบบ

สำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ ณ วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ำยน 2563

16

ระดับสมรรถนะการรวมพลังทำงานเปน็ ทีม ป.1-3 ระดบั ความสามารถ ม.4-6
ป.4-6 ม.1-3
ระดบั การพัฒนา เริ่มตน้ เริ่มต้น
ระดบั คำบรรยายระดบั เรม่ิ ตน้ กำลัง
กำลงั พัฒนา
1 รบั รบู้ ทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง มงุ่ ม่ันทำงานและทำกิจกรรมของตนเองและ พฒั นา กำลัง สามารถ
ร่วม กับ ผู้ อ่ื น ได้สำเร็จ ต าม ข้ อ ต ก ลง ก ฎ ก ติก า แ ละแ สดงอ อ ก พัฒนา เหนือ
อย่างเหมาะสมในสถานการณต์ า่ ง ๆ ตามคำชแี้ นะ สามารถ ความ
รู้และรับผิดชอบในบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง มีความม่นั ใจในการทำงานตาม เหนอื คาดหวงั
ความ
2 ขัน้ ตอนต่าง ๆ ให้สำเร็จ ตามคำแนะนำ และปฏิบัติตามกฎ กติกา ของทีม คาดหวงั
เม่ือ ได้รับ ก ารชี้แ น ะเพ่ื อ สนั บ สนุ นก ารท ำกิจก รรมร่วมกับ ผู้อื่ น
ให้บรรลุผลสำเร็จ สามารถรับรู้ความรู้สึกของผู้อ่ืนและตอบสนองต่อ สามารถ เริม่ ต้น
สถานการณ์ตา่ ง ๆ ตามคำแนะนำ
มีความรับผิดชอบและใช้จุดเด่นในการทำงานให้สำเร็จ รักการทำงาน เป็น เหนือ กำลงั
ความ พฒั นา
3 สมาชิก ที ม ท่ี มี ส่ว น ร่วม ใน ก ารตัดสิ น ใจ ก ารก ำห น ดเป้ าห ม าย คาดหวงั
การสร้างข้อตกลงและการทำงานของทีม แสดงออกถึงความเข้าใจ
ต่อเพือ่ นในทมี ด้วยความเปน็ มติ รตามคำแนะนำ สามารถ

4 เป็นสมาชิกทีมท่ีรับผิดชอบต่อบทบาทและงานตามท่ีได้รับมอบหมาย เหนอื
จัดระบบความคิดก่อนลงมือทำงานอย่างเป็นลำดับข้ันและปฏิบัติงานจน ความ
สำเร็จ รวมทั้งการช่วยเหลือเพอื่ นในทีม โดยปฏบิ ัติต่อผอู้ ืน่ อยา่ งเป็นมติ ร คาดหวงั
เปน็ สมาชิกที่ริเริ่มกำหนดเป้าหมาย วิธกี ารทำงานทัง้ ของตนเองและทีม ใช้

5 ความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนการทำงานอย่างเป็นลำดับข้ัน
และปฏิบัติงานจนสำเร็จ วิเคราะห์และสะท้อนการทำงาน แสดง
ความคิดเห็นและสนบั สนุนการทำงานของสมาชกิ ในทมี ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย

6 เป็นผู้นำตนเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการทำงานเพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายของตนเองและทีม จัดระบบความคิดและการทำงาน สะท้อนผล
การทำงานโดยตระหนกั ถึงเป้าหมายและสมั พันธภาพเชงิ บวกของทีม
เปน็ ผนู้ ำตนเอง สร้างการมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจและกระบวนการทำงาน
ตรวจสอบและพัฒนางานร่วมกับผู้อ่ืนอย่างเป็นระบบ มีวิธีการทำงานท่ี

7 โปร่งใสตรวจสอบได้ สร้างสัมพันธภาพเชิงบวก และจัดการความขัดแย้ง
ด้วยความเข้าใจและยอมรับ ความแตกต่าง ความเสมอภาคและเท่าเทียม
กั น โ ด ย ไ ม่ เ ลื อ ก ป ฏิ บั ติ เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง ทุ ก ค น ใ น ที ม
อย่างเทา่ เทียมกัน
มีภาวะผู้นำ ใช้ทักษะการคิดขั้นสูง เพ่ือมองเห็นภาพความสำเร็จ ตัดสินใจ

8 และทำงานอย่างมีส่วนร่วม เพ่ือขับเคล่ือนทีมให้บรรลุเป้าหมาย
ดว้ ยกระบวนการทำงานท่ีโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ อกี ท้งั รกั ษาสัมพันธภาพเชิง
บวกในทมี

มีภาวะผู้นำ เสริมสร้างความสัมพันธ์ เชิงบวกและคุณค่าของการรวมพลัง

9 ทำงานเป็นทีม มีความสามารถในการประสานความคดิ เห็นที่แตกต่าง และ
ท ำ งา น ด้ ว ย ค ว า ม โป ร่งใส ต รว จ ส อ บ ได้ แ ล ะ ส า ม า รถ จั ด ก า ร
ความขดั แย้งได้

10 มีคุณ ลักษณ ะของผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจ
เห็นคุณค่าของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สร้างพลวัตรของการทำงาน
เปน็ ทีม เพื่อขบั เคลือ่ นส่เู ปา้ หมายความสำเรจ็ ของงานและของทีม

สำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ ณ วันท่ี 27 พฤศจิกำยน 2563

17

5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทเี่ ขม้ แข็ง (Active Citizen: AC)
นิยาม
การปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเอง

และผู้อื่น เคารพในกฎกติกาและกฎหมาย มีส่วนร่วมทางสังคมอย่างมีวิจารณญาณ อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนท่ามกลาง
ความหลากหลาย เห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีบทบาทในการตัดสินใจและสร้างการเปลี่ยนแปลง
ทางสงั คม โดยยดึ ม่นั ในความเทา่ เทยี มเปน็ ธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และสันติวิธี

องค์ประกอบ
๑. พลเมืองรู้เคารพสิทธิ เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อ่ืน ตระหนักในสิทธิเสรีภาพของตนเอง

ช่วยเหลือ ให้เกียรติ และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืนบนพ้ืนฐานของการพ่ึงพาอาศัยกัน โดยปราศจากอคติ ไม่เลือกปฏิบัติ
เพื่อการอย่รู ่วมกันอยา่ งสันติ

๒. พลเมืองรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าท่ี ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลง กฎหมาย อย่างถูกต้อง
และเหมาะสม รับผิดชอบบทบาทหน้าทีต่ นเองในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก

๓. พลเมืองมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ ติดตามสถานการณ์และประเด็นปัญหาของสังคม
อยา่ งมีวิจารณญาณ มีสว่ นร่วมทางสังคมดว้ ยจติ สาธารณะและสำนกึ สากล

๔. พลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง มีความกระตือรือร้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
ทางสงั คม บนพน้ื ฐานของความเท่าเทียมเป็นธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และสนั ติวิธี

สำนักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ณ วนั ที่ 27 พฤศจิกำยน 2563

18

ระดบั สมรรถนะการเปน็ พลเมืองทีเ่ ข้มแข็ง

ระดบั การพฒั นา ระดบั ความสามารถ ม.4-6
ระดับ คำบรรยายระดบั ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3

1 เข้าใจผลกระทบของการกระทำอะไรที่ตามใจตนเอง รับผิดชอบและปฏิบัติตน
ตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่วนรวมและแจ้งผู้เก่ียวข้อง เรมิ่ ต้น
เม่อื พบปัญหาในช้ันเรียน

มีความสามารถในการยับย้ังช่ังใจ เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น รู้จักปฏิเสธ

2 ช่วยเหลือผู้อื่นเม่ือได้รับการร้องขอ รับผิดชอบและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม กำลัง
ตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่วนรวมต่าง ๆ ท่ีโรงเรียน พัฒนา
จัดขึ้นหรือครูมอบหมายและแจ้งผู้เก่ียวข้องเม่ือพบปัญหาหรือความขัดแย้ง

ในช้นั เรยี น

อิสระที่จะคิดและแสดงออกที่รับผิดชอบและไม่ทำให้ผู้อ่ืนเดือดร้อน เคารพสิทธิ

3 เสรีภาพของผู้อ่ืน ช่วยเหลือผู้อ่ืน รับผิดชอบและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม
ตามบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง เคารพต่อสถาบนั หลักของชาติ ติดตามข้อมูลข่าวสาร สามารถ เรม่ิ ตน้
ทเี่ กยี่ วข้องกบั ตนเอง ครอบครวั เพื่อนรว่ มชนั้ เรียน มีส่วนรว่ มในกจิ กรรมส่วนรวมตา่ ง ๆ
ในระดบั ชนั้ เรียนหรอื โรงเรียน แกไ้ ขปัญหาความขัดแย้งในชนั้ เรยี นอยา่ งมีเหตุผล

อดทนอดกล้ันในความคิดเห็นและการแสดงออกที่แตกต่าง ยอมรับความแตกต่าง

หลากหลาย ช่วยเหลือและแบ่งปันกับผู้อ่ืน รับผิดชอบและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม เหนอื
ความ
4 ตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ คาดหวัง กำลัง
ทรงเป็นประมุข เคารพต่อสถาบันหลักของชาติ ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร พฒั นา
เข้ า ร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ ร่ ว ม เป็ น อ า ส า ส มั ค ร ใน กิ จ ก ร ร ม ส า ธ า ร ณ ะ ป ร ะ โย ช น์

ระดับโรงเรียนและชุมชน หาทางออกร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา

หรอื ความขัดแย้งอย่างมเี หตุผล

รู้จักและปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อื่น ยอมรับและเคารพ สามารถ เร่มิ ตน้
ความแตกต่างหลากหลาย พยายามท่ีจะเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือและแบ่งปันกับผอู้ ื่น

5 รับผิดชอบและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ในฐานะพลเมือง
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เคารพต่อสถาบันหลัก
ของชาติ ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมเป็นอาสาสมัคร
ในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ระดับโรงเรียนและชุมชน หาทางออกร่วมกัน
กับผู้เกี่ยวขอ้ งในการแก้ปัญหา โดยใชก้ ระบวนการปรกึ ษาหารอื ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย

รูจ้ ักและปกป้องสิทธเิ สรีภาพของตนเอง และผู้อ่ืน พยายามท่ีจะเห็นอกเห็นใจและ เหนือ กำลงั
ช่วยเหลือผู้อ่ืน เคารพและปฏิบัตติ นตามกฎ กตกิ าทางสังคม มีความรับผิดชอบต่อ ความ พัฒนา
ผลการกระทำตามบทบาทหน้าท่ีพลเมืองประชาธิปไตย ติดตามและประเมิน คาดหวงั

6 ความถูกตอ้ งและน่าเชื่อถือของข้อมูล ริเรมิ่ และมีสว่ นรว่ มทางสังคมในประเด็นทีส่ นใจ
ระดับท้องถิ่นและประเทศ ด้วยจิตสาธารณะ กระตือรือร้นในการหาทางออก
และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นปัญหา โดยคำนึงถึง
ความเท่าเทียมเป็นธรรมด้วยสันติวิธีและวิถีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเปน็ ประมขุ

สำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ณ วนั ท่ี 27 พฤศจิกำยน 2563

19

ระดับสมรรถนะการเป็นพลเมอื งที่เข้มแข็ง (ต่อ) ป.1-3 ระดบั ความสามารถ
ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6
ระดับการพฒั นา
ระดับ คำบรรยายระดับ สามารถ เรม่ิ ตน้

รจู้ กั และปกปอ้ งสทิ ธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อนื่ พยายามทจ่ี ะเหน็ อกเห็นใจผู้อ่ืน เหนอื กำลัง
ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน ให้เกียรติ ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่เลือกปฏิบัติ ความ พฒั นา
เคารพและปฏิบัติตนตามกฎ กติกาทางสังคม มีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ คาดหวัง
พลเมืองประชาธิปไตย ติดตามและประเมินความถูกต้องและน่าเช่ือถือของข้อมูล
สามารถ
7 ท่ีเก่ียวข้องกับการเปล่ียนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม
ริเร่ิมและมีส่วนร่วมทางสังคมในประเด็นที่สนใจระดับท้องถิ่นและประเทศ เหนือ
ด้วยจิตสาธารณะ กระตือรือร้นในการหาทางออกร่วมกันและริเริ่มในการสร้าง ความ
การเปลี่ยนแปลงของท้องถ่ิน ภูมิภาค และประชาคมโลก เก่ียวกับประเด็นปัญหา คาดหวงั
โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมเป็นธรรม ด้วยสันติวิธีและวิถีประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข

ยึดม่ันในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค พยายามที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนบนพ้ืนฐานของการพึ่งพาอาศัยกันโดยปราศจากอคติ

8 ใช้วิจารณญาณในการติดตามสถานการณ์และประเด็นปัญหา ริเร่ิมและมีส่วนร่วม
ทางสังคมในประเด็นที่หลากหลายระดับภูมิภาคและประชาคมโลก ด้วยจิต
สาธารณะและสำนึกสากล กระตือรือร้นในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
เก่ียวกับประเด็นปัญหาของท้องถ่นิ ด้วยค่านยิ มประชาธิปไตย

ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค เคารพและปฏิบัติตามกฎ
กติกาทางสังคม พยายามที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นท้ังในโลกจริงและโลกเสมือน
บนพ้ืนฐานของการพึ่งพากันโดยปราศจากอคติ ไม่เลือกปฏิบัติ มีความรับผิดชอบ
ต่อบทบาทหน้าท่ีพลเมืองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

9 ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย ใช้วิจารณญาณในการติดตามสถานการณ์
และประเด็นปัญหา ริเร่ิมและมีส่วนร่วมทางสังคมในประเด็นท่ีหลากหลาย
ระดับภูมิภาคและประชาคมโลก ด้วยจิตสาธารณะและสำนึกสากล กระตือรือร้น
ในการร่วมสร้างการเปล่ียนแปลงเชิงบวก เก่ียวกับประเด็นปัญหาของท้องถิ่น
ด้วยความเช่ือมน่ั ในสงั คมที่เทา่ เทยี มเป็นธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และแนวทาง
ทไ่ี ม่เกิดความรุนแรงต่อสงั คมและตอ่ ตวั เอง

ยึดมั่นและปกป้องในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค ส่ือสารผ่านช่องทาง

10 สาธารณะระดับภูมิภาคและประชาคมโลก ด้วยจิตสาธารณะ สำนึกสากล
ดว้ ยความเชื่อมั่นในสงั คมที่เทา่ เทียมเป็นธรรม ค่านิยมประชาธปิ ไตย และแนวทาง
ท่ไี ม่เกิดความรุนแรงต่อสังคมและตอ่ ตัวเอง แนวทางสันติวธิ ี

สำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ณ วันที่ 27 พฤศจกิ ำยน 2563

20

6. สมรรถนะการอยรู่ ่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอยา่ งยงั่ ยืน (Sustainable coexistence with living
in the harmony of nature and science: SLNS)
นยิ าม
มคี วามเขา้ ใจพนื้ ฐานเก่ียวกับปรากฏการณ์ของโลกและเอกภพและความสัมพันธข์ องคณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์และธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ใช้และรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี มีความอยากรู้ อยากเห็น
ช่างสังเกต เห็นคณุ คา่ สามารถแก้ปญั หา หรือสรา้ งสรรค์นวตั กรรมไดเ้ พ่อื การดำรงชวี ิตและอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติ
อยา่ งยัง่ ยืน

องค์ประกอบ
๑. การเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกและในเอกภพ: สืบเสาะ ทำความเข้าใจข้อเท็จจริง

สาเหตุ กระบวนการ และผลกระทบทีเ่ กิดขึ้นของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ทีเ่ กดิ ขน้ึ บนโลก และในเอกภพ
๒. การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์เพื่อการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ

อย่างย่ังยืน: มองเห็นปัญหา เช่ือมโยงและประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพ่ือแกป้ ัญหา หรือสร้างสรรคน์ วตั กรรม เพื่อการดำรงชีวติ และอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ
อย่างยง่ั ยืน

๓. การสร้าง ใช้ และรู้เท่าทันวทิ ยาการเทคโนโลยี: สร้างและใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
สร้างสรรค์ รเู้ ท่าทนั มคี วามฉลาดทางดิจิทลั คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต ส่งิ แวดลอ้ ม และสังคม

๔. การมีคุณลักษณะทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับการเข้าใจระบบธรรมชาติและ
การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน: มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต เข้าใจระบบธรรมชาติ เห็นคุณค่าของ
คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพอื่ การดำรงชวี ติ และอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

สำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ ณ วันที่ 27 พฤศจิกำยน 2563

21

ระดบั สมรรถนะการอยู่รว่ มกับธรรมชาติ และวิทยาการอยา่ งย่ังยืน

ระดับการพฒั นา ระดบั ความสามารถ
ป.4-6 ม.1-3
ระดับ คำบรรยายระดับ ป.1-3 ม.4-6
เริ่มตน้
ช่างสงสัย มจี ินตนาการ สังเกต ซกั ถาม เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู อยา่ ง กำลัง
พัฒนา
กระตอื รือรน้ บอกข้อเทจ็ จริง ลงความเหน็ จากการสังเกต จำแนก สามารถ เริ่มต้น

1 ความแตกต่างของขอ้ มูล นำเสนอขอ้ มูลในรปู แบบท่ีเหมาะสม และอธิบาย
สถานการณ์ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั ตนเองและสงิ่ รอบตวั ทำกิจกรรม กิจวตั รตา่ ง ๆ เริ่มตน้
และแก้ปัญหาโดยใช้ความรูค้ ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ/ หรือเทคโนโลยี

ใช้เทคโนโลยอี ย่างปลอดภัยและเหมาะสม มสี ่วนรว่ มในการดูแลสง่ิ แวดลอ้ ม

รอบตวั ใชส้ ง่ิ ของอยา่ งประหยัด

ชา่ งสงสยั กระตือรอื รน้ ในการตง้ั คำถามและรวบรวมขอ้ มลู โดยใช้เคร่อื งมอื

อย่างง่าย อา่ นขอ้ มลู และลงข้อสรุปเพือ่ อธิบายสาเหตขุ องสถานการณใ์ กล้

2 ตวั จากความสมั พันธข์ องหลักฐานทรี่ วบรวมได้ แก้ปญั หาจากสถานการณ์ กำลงั
ใกลต้ ัวหรือสิง่ แวดลอ้ มโดยใชค้ วามรูค้ ณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และ/ หรอื พฒั นา
เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภยั และเหมาะสม มีสว่ นรว่ มในการ

ดูแลส่งิ แวดลอ้ มในโรงเรียนหรือชุมชน

ใชส้ ่งิ ของอย่างใสใ่ จและรูค้ ณุ ค่า

กระตือรือร้นและมีฉันทะในการใฝห่ าความรู้ ตัง้ คำถามทีน่ ำไปสกู่ ารหา

คำตอบและรวบรวมข้อมูลโดยใชเ้ คร่อื งมืออย่างง่าย เลือกรูปแบบ

การนำเสนอ วิเคราะห์ และประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของข้อสรุป อธิบาย

3 สาเหตขุ องปรากฏการณ์จากหลกั ฐานทรี่ วบรวมไดแ้ ละเชอ่ื มโยงผลทม่ี ตี อ่ สามารถ
ชวี ติ และสงิ่ แวดล้อมในชุมชน ออกแบบแนวทางและลงมอื แกป้ ัญหา

จากสถานการณ์ใกลต้ ัวหรอื สิง่ แวดล้อมโดยใช้ความรคู้ ณติ ศาสตร์

วิทยาศาสตร์ และ/ หรอื เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยอี ยา่ งปลอดภยั และ

เหมาะสม ใส่ใจ ดแู ลส่งิ แวดล้อมในบรเิ วณบา้ น โรงเรยี น หรือชมุ ชน

ของตนเอง ใชท้ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งร้คู ณุ ค่า

รวบรวมข้อมูลอยา่ งซือ่ สัตย์ ออกแบบและเลือกใชเ้ ครือ่ งมอื ท่เี หมาะสม

ประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของขอ้ มลู วเิ คราะหข์ ้อมูลทจ่ี ดั การเพ่อื ลงข้อสรปุ

อธิบายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณจ์ ากหลักฐานท่ีรวบรวมได้

4 โดยใชค้ วามรใู้ นศาสตร์ตา่ ง ๆ และเช่อื มโยงผลต่อธรรมชาติ และ เหนือ
ส่ิงแวดลอ้ มในชุมชน คาดการณเ์ กี่ยวกบั ปรากฏการณโ์ ดยอาศยั หลกั วชิ า ความ
และไม่มีอคติ ออกแบบแนวทางและลงมอื แกป้ ัญหาจากสถานการณ์ คาดหวงั

ตา่ ง ๆ ในธรรมชาติหรอื สิง่ แวดลอ้ ม โดยใชค้ วามรู้คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์

และเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีตามวัตถปุ ระสงคอ์ ย่างคุ้มค่าและปลอดภยั

รบั รู้และมจี ติ สำนกึ ในการดูแลธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

ใส่ใจ และมฉี นั ทะในการใฝ่หาความรู้ สงั เกต ตงั้ คำถามทนี่ ำไปสกู่ ารหา

คำตอบเก่ียวกบั ปรากฏการณ์ทัว่ ไป ประเมนิ และเลือกวธิ กี ารรวบรวมขอ้ มูล

ทส่ี อดคลอ้ งกบั คำถาม ประเมินความน่าเชอ่ื ถือของขอ้ มลู จัดการและ

นำเสนอขอ้ มลู หลายประเภทไดอ้ ยา่ งเหมาะสม วิเคราะหแ์ ละเลือก

ชดุ ขอ้ มูลท่ีสอดคลอ้ งกบั สมมติฐาน และประเมินข้อสรุปและข้อกล่าวอา้ ง

5 อธบิ ายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณจ์ ากหลกั ฐานที่รวบรวมได้
โดยใชค้ วามรใู้ นศาสตรต์ ่าง ๆ และเช่ือมโยงผลต่อธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม
ในชุมชน คาดการณ์เกีย่ วกับปรากฏการณโ์ ดยอาศัยหลักวิชาอยา่ งมีเหตผุ ล

และไม่มีอคติ แก้ปญั หาปจั จุบนั ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับ

การเปล่ียนแปลงของปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ในระบบธรรมชาติ โดยใชค้ วามรู้

คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างคุ้มคา่

ปลอดภยั และเหมาะสม รับรูแ้ ละเหน็ ตวั เองเป็นสว่ นหนงึ่ ของระบบ

ธรรมชาติ ใช้ทรพั ยากรธรรมชาติตามความจำเป็น

สำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ ณ วันท่ี 27 พฤศจกิ ำยน 2563

22

ระดบั สมรรถนะการอยู่ร่วมกบั ธรรมชาติ และวทิ ยาการอยา่ งยัง่ ยืน (ตอ่ ) ระดับความสามารถ ม.4-6
ป.4-6 ม.1-3
ระดบั การพัฒนา เริ่มต้น
ระดับ คำบรรยายระดบั ป.1-3 เหนือ กำลัง กำลัง
ความ พัฒนา พัฒนา
มุ่งมั่นในการหาสาเหตุของปรากฏการณ์ ออกแบบวิธีการรวบรวมข้อมูล คาดหวงั
วเิ คราะห์และนำเสนอขอ้ มลู ทค่ี อ่ นข้างซบั ซอ้ นและประเมนิ ความสมเหตุ สม
ผลของข้อสรุปและการอนุมาน ยอมรับและยินดีเปล่ียนแปลงข้อสรุปเมื่อมี สามารถ
หลักฐานท่ีน่าเชื่อถือเพียงพอ อธิบายสาเหตุและกระบวนการของ
ปรากฏการณ์จากหลักฐานที่รวบรวมได้โดยใช้ความรใู้ นศาสตร์ต่าง ๆ และ เหนอื
ความ
6 เช่ือมโยงผลต่อธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในระดับประเทศอย่างเป็นระบบ คาดหวงั
คาดการณ์ เก่ียวกับ ป รากฏ ก ารณ์ โดยอาศัยห ลักวิชาและข้อมูล
รอบด้าน แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี และปฏิบตั ิตนเพื่ออย่รู ่วมกับการเปล่ียนแปลงของปรากฏการณ์
ใ น ร ะ บ บ ธ ร ร ม ช า ติ ไ ด้ อ ย่ า ง เห ม า ะ ส ม ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี
โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเอง สังคมและส่ิงแวดล้อม และรู้เท่าทัน
ใน ก า ร สื่ อ ส า รผ่ า น โล ก ดิ จิ ทั ล ใช้ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ อ ย่ า ง
มีความรับผิดชอบ

มุ่งม่ัน อดทน และจดจ่อในการหาสาเหตุของปรากฏการณ์ที่ค่อนข้าง
ซับซ้อน สังเกต ตั้งคำถาม ออกแบบ ประเมิน และปรับปรุงวิธีการ
และเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบและประเมิน
ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ประเมินและปรับปรุงการนำเสนอข้อมูล
ให้เหมาะสม ใช้ความรู้ในการประเมินความสมเหตุสมผลของข้อสรุป
และการอนุมาน อธิบายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณ์

7 จากหลักฐานท่ีรวบรวมได้ และใช้ความรู้ หลักการ ทฤษฎี หรือกฎ
และเช่ือมโยงผลต่อชีวิต ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในระดับประเทศ
อย่างเป็นระบบ พยากรณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์อย่างสมเหตุสมผลและใช้
ข้อมูลรอบด้าน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าท่ีไม่คาดคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต
ของมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ ด้วยคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี มีส่วนร่วมในการปกป้องหรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนหรือ
ชมุ ชน โดยเสนอแนวทาง นำไปปฏิบตั ิ ตรวจสอบผลและปรบั ปรงุ วิธีการ ใช้
เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลท่ีเกิดข้ึนต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม สร้าง
และแบ่งปนั ข้อมูลอย่างปลอดภัย

สร้างโครงงานตามหัวข้อที่กำหนด โดยตั้งคำถาม กำหนดขอบเขตท่ีศึกษา
ออกแบบ ประเมิน และปรับปรุงวิธีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและ
เลอื กการอนมุ านทต่ี รงกบั เง่อื นไขและขอ้ จำกัดอย่างมีเหตผุ ล อธบิ ายสาเหตุ
แ ล ะ ก ระ บ ว น ก า รข อ งป รา ก ฏ ก า ร ณ์ ที่ ซั บ ซ้ อ น จ า ก ห ลั ก ฐ า น
ที่รวบรวมได้ โดยใช้ความรู้ หลักการ ทฤษฎี กฎ และปัจจัยต่าง ๆ
ที่เก่ียวข้อง และเชื่อมโยงผลต่อชีวิต ส่ิงแวดล้อม และธรรมชาติอย่าง

8 เป็นระบบ พยากรณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์อยา่ งสมเหตุสมผล ใช้ขอ้ มลู รอบ
ด้านและน่าเชื่อถือ วิเคราะห์ปัญหาในเชิงระบบจากสถานการณ์
ท่ีซับซ้อนในธรรมชาติ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและมีวิจารณญาณ
ด้วยคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีส่วนร่วมสร้างสมดุล
เพ่ือการดำรงชีวิตในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนโดยเสนอแนวทาง
นำไปปฏิบัติ ตรวจสอบผลและปรับปรุงวิธีการอย่างมุ่งมั่น อดทน ใช้
เทคโนโลยีท่ีหลากหลายในการทำงาน และจัดการผลท่ีเกิดข้ึน เคารพ
กฎหมาย มีจริยธรรม เห็นคุณค่าของระบบธรรมชาติโดยปรับตัว
ใหอ้ ย่รู ว่ มกนั ได้อยา่ งสมดุล

สำนักวชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ณ วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ำยน 2563

23

ระดับสมรรถนะการอยู่รว่ มกบั ธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยง่ั ยืน (ต่อ) ระดับความสามารถ ม.4-6
ป.4-6 ม.1-3
ระดบั การพัฒนา สามารถ
ระดับ คำบรรยายระดับ ป.1-3
เหนอื
สร้างโครงงานตามความสนใจ โดยตง้ั คำถาม วิเคราะห์ สังเคราะห์หลักการ ความ
หรอื ทฤษฎีอย่างรอบด้านเพื่อออกแบบวิธีการรวบรวมข้อมูล ประเมินและ คาดหวงั
ป รั บ ป รุ ง ก า ร น ำ เ ส น อ ข้ อ มู ล วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล
เพื่อการอนุมาน เลือกใช้โมเดลในการวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือนำไปสู่ข้อสรุป
และตอบข้อสงสัย อธิบายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณ์
ท่ีซบั ซ้อนและสนใจโดยบรู ณาการความรหู้ ลากหลายสาขาวิชาและเช่อื มโยง

9 ผลต่อธรรมชาติ วิเคราะห์ ปั ญ ห าใน เชิงระบ บจาก สถานก ารณ์
ในระบบธรรมชาติ แก้ปัญ หาอย่างเป็นระบบและมีวิจารณ ญ าณ
โดยบู รณ าการศาสตร์ต่าง ๆ อย่างแน่วแน่ ไม่ย่อท้อ ป ฏิบั ติตน
เพ่ือดำรงชีวิตในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล มีส่วนร่วม
ในการสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน โดยเสนอแนวทางในการปกป้องหรือ
ฟนื้ ฟู และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มได้อย่างเหมาะสมและยัง่ ยืน
ใช้เทคโนโลยเี พื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและโอกาสในการแข่งขัน รู้เท่าทัน
การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
วิเคราะห์ สังเคราะห์หลักการหรือทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง
เพื่อกำหนดขอบเขตโครงงานท่ีศึกษา ออกแบบวิธีการรวบรวมข้อมูล
อย่างมีประสทิ ธิภาพและสร้างสรรค์ ประเมินจดุ แขง็ ของชดุ ขอ้ มูล สรา้ งและ
ยืนยันความถูกต้องของข้อสรุป อธิบายสาเหตุ กระบวนการ และ
ความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนในระบบธรรมชาติโดยบูรณาการ

10 ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลท่ีเป็น
จุดวิกฤตซ่ึงมีผลต่อความอยู่รอดของมนุษย์และโลกจากสถานการณ์
ในระบบธรรมชาติ สร้างนวัตกรรมเพ่ือแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ สร้างสรรค์
และมีวิจารณญาณ โดยบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ อย่างมุ่งม่ันและเด็ดเด่ียว
ส ร้ า ง จิ ต ส ำ นึ ก ข อ ง ค น ใ น ชุ ม ช น ป ก ป้ อ ง ห รื อ ฟื้ น ฟู แ ล ะ
อ ยู่ร่วม กับ ธรรมชาติแ ละ สิ่งแ ว ดล้อ ม ได้อ ย่างสม ดุลแ ละ ยั่งยื น
ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพหรือการเพ่ิมมูลค่าของผลผลิต
และโอกาสในการแข่งขัน คำนึงถงึ ผลทจ่ี ะเกดิ ข้นึ อยา่ งรอบดา้ น

สำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ณ วันท่ี 27 พฤศจกิ ำยน 2563

24

7. กลุ่มสาระการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(รา่ ง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้นื ฐานพทุ ธศกั ราช 2565ระดับประถมศกึ ษา กำหนดกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย สมรรถนะเฉพาะ และ
ผลลพั ธก์ ารเรียนรเู้ ม่อื จบชว่ งชั้น ดังน้ี

• ชว่ งชัน้ ท่ี 1 (ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 - ๓) กำหนด 7 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ดงั นี้
๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร์
๓. ภาษาองั กฤษ
๔. ศลิ ปะ
๕. สุขศกึ ษาและพลศึกษา
๖. สงั คมศึกษา
๗. วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ

• ช่วงชน้ั ท่ี 2 (ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6) กำหนด 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังน้ี
๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร์
๓. ภาษาองั กฤษ
๔. ศลิ ปะ
๕. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
๖. สังคมศึกษา
7. การจัดการในครวั เรือนและการประกอบการ
8. วทิ ยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ
9. เทคโนโลยีดิจทิ ลั

ความหมายขององค์ประกอบกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
สมรรถนะเฉพาะ (Specific Competencies) เป็นสมรรถนะเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย
ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) เจตคติ (Attitudes) และค่านิยม (Values) ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
ท่กี ำหนดสำหรบั นักเรยี นในแต่ละชว่ งช้นั

ผลลัพธ์การเรียนรู้เม่ือจบช่วงชั้น (Learning Outcome) เป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้
เมื่อจบช่วงช้ัน ผลลัพธ์การเรียนรู้ประกอบด้วย พฤติกรรมท่ีสะทอ้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ ทคี่ รูผู้สอน
ต้องนำไปใช้เป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบการจัดการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล เพ่ือพัฒนาผู้เรียน
ผลลัพธ์การเรยี นรเู้ ม่อื จบชว่ งชัน้ เป็นภาพรวมความสามารถของนกั เรียนตามกลุม่ สาระการเรียนรู้

25

8. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมรรถนะหลกั กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นห้วยนำ้ ดำ พทุ ธศักราช 2565 ตาม(รา่ ง)กรอบหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2565ระดบั ประถมศกึ ษา กำหนดแนวคดิ การพฒั นาสมรรถนะหลัก 6 ด้าน
ผ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผสมผสานระหว่างสมรรถนะหลักกับสมรรถนะเฉพาะของแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เพ่ือกำหนดเป็นผลลัพธก์ ารเรียนรเู้ ม่ือจบช่วงชนั้ ของแตล่ ะกลุม่ สาระการเรียนรู้ ดังนี้
8.1 ชว่ งชน้ั ท่ี 1 (ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 - ๓)
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
 สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ความสำคัญของกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสำหรับการส่ือสารท่ีสำคัญของคนไทย ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
ท้ังระดับบุคคลและระดับสังคม เป็นเครื่องมือสำหรับการคิด การรู้คิดด้วยภาษาไทยจะช่วยให้การเรียนรู้
และการแสวงหาความรู้ในศาสตร์อื่น ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภาษาไทยเป็นสำนึกร่วม เป็นมรดก
ทางวัฒนธรรม และเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนเป็นเคร่ืองมือสำหรับการสร้างสรรค์และการเข้าถึง
สุนทรียภาพ ดงั นน้ั การใชภ้ าษาไทยจงึ เป็นสมรรถนะทีต่ อ้ งศกึ ษาและฝึกฝนจนเกดิ ความชำนาญ
กลุ่มสาระการเรียนรู้น้ีมีสมรรถนะเฉพาะ 4 สมรรถนะ ได้แก่ 1) การฟัง การดู และการพูด
เพ่ือพัฒนาการคิด 2) การอ่านเพื่อพัฒนาการคิด 3) การเขียนเพ่ือพัฒนาการคิด และ 4) การเข้าใจธรรมชาติ
ของภาษาและการใช้ภาษาไทย
สมรรถนะเฉพาะท้ัง 4 สมรรถนะดังกล่าว มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสมรรถนะหลักท้ัง 6 สมรรถนะ
และบูรณาการกนั เปน็ ผลลัพธก์ ารเรียนรู้ชว่ งชนั้ 9 ข้อ ซึง่ เปน็ เปา้ หมายของชว่ งชน้ั น้ี
ผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงช้ันที่ 1 ทั้ง 9 ข้อ นำไปกำหนดเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3
โดยต้องคำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะด้วย เพ่ือให้เม่ือผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์
การเรียนรู้ช้นั ปแี ลว้ จะนำไปส่กู ารบรรลผุ ลลัพธก์ ารเรยี นรู้ชว่ งชน้ั ตามทีห่ ลกั สตู รกำหนดไว้
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกล่มุ สาระการเรียนรู้
การเรียนรูภ้ าษาไทยในช่วงชั้นท่ี 1 เป็นการเรียนรู้การใช้ภาษาที่เก่ียวข้องกับบริบทใกล้ตวั เร่มิ ต้นจาก
เรือ่ งของตวั เอง เรอ่ื งที่เก่ยี วข้องกบั ตวั เอง สถานการณ์ หรือบรบิ ทใกลต้ วั ของนักเรียน ทง้ั ในและนอกโรงเรยี น
นักเรียนจะได้รับการพัฒนาสมรรถนะการฟังจากการฟังและ/ หรือดูส่ิงต่าง ๆ เพ่ือเรียนรู้คำศัพท์ และสร้าง
ความเข้าใจเร่อื งราวไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาสมรรถนะการพูดจากการพูดสนทนาและการเล่าเรื่อง เพ่ือแลกเปลี่ยน
ความรู้ แสดงความคิดเห็น และความรู้สึก รวมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
ถกู กาลเทศะ บคุ คล รวมท้งั มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
ในขณะเดียวกัน นักเรียนก็ต้องได้รับการพัฒนาสมรรถนะการอ่านจากการอ่านบทอ่านประเภทต่าง ๆ
เพื่อให้สามารถอ่านออกและเข้าใจเน้ือหาสาระของบทอ่านไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาสมรรถนะการเขียน
เพ่ือให้สามารถเขียนสะกดคำได้ถูกต้องตามโครงสร้างภาษา และเขียนข้อความแสดงความรู้ความเข้าใจ
ความคิด ความรู้สึก โดยใช้คำและประโยคง่าย ๆ ตรงตามวัตถุประสงค์ได้อย่างถูกหลักการใช้ภาษาในการสื่อ
ความหมาย เพ่ือสื่อสารและเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีมารยาทในการอ่านและการเขียน ท้ังนี้ วิธีการสอน

26
อ่านเขียนแบบแจกลูกสะกดคำ และอ่านตามครู ยังคงเป็นวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ สำหรับจัดการเรียนการสอน
ให้นกั เรยี นสามารถอ่านออกและเขียนได้

จุดเน้นการพัฒนา
การสอนภาษาไทยในช่วงช้ันที่ 1 เป็นการพัฒนาสมรรถนะการใช้ภาษาของนักเรียน ผ่านการเรียนรู้
หลักภาษาไทยและโครงสร้างภาษาไทยพื้นฐานจากส่ือต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดสมรรถนะการใช้ภาษา
เพื่อส่ือสารในบริบทต่าง ๆ และเกิดสมรรถนะการใช้ภาษาในฐานะเครื่องมือการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้
ในช่วงช้ันท่ี 1 เป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยคำนึงพัฒนาการการเรียนรู้ภาษาของนักเรียนเป็นสำคัญ
เนื่องจากเป็นวัยท่ีเพ่ิงก้าวออกมาจากระดับปฐมวัย หรือครอบครัว นักเรียนจึงมีความแตกต่างระหว่างบุคคล
ท้ังด้านการใช้ภาษา การเรียนรู้ร่วมกับเพ่ือน และการใช้ชีวิตกับผู้อ่ืนที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ในเบ้ืองต้นครูควร
จัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสามารถในการรับรู้และการเรียนรู้ของนักเรียน ปรับพื้นฐานของนักเรียน
แต่ละคน โดยออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบนฐานของสถานการณ์ หรือบริบทใกล้ตัวของนักเรียน
ท้ังในและนอกโรงเรียน เช่น การใช้ภาษาพูดเพอื่ ส่ือสารในห้องเรียน ห้องสมุด โรงอาหาร เป็นต้น รวมทง้ั ออกแบบ
กิจกรรมการอ่านและการเขียนโดยใช้วิธีการสอนหลากหลาย เพื่อให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ และสื่อสารได้
อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน โดยใช้บทอ่านในหนังสือหรือส่ือประเภทต่าง ๆ
ในชีวติ ประจำวัน เช่น บทอ่านสำหรับเดก็ วรรณคดีไทย ปา้ ยโฆษณา ประกาศ
การนำไปใช้ในชวี ิตจริง
การเข้าใจธรรมชาติของภาษาและการใช้ภาษาไทยในช่วงชั้นนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพ่ือให้นักเรียน
ได้ฝึกการฟัง การดู การพูด การอ่าน และการเขียน ผ่านการเรียนรู้หลักการใช้ภาษาและโครงสร้างภาษาไทย
พ้ืนฐานจากสื่อต่าง ๆ เพ่ือให้นักเรียนเกิดสมรรถนะการใช้ภาษาเพื่อส่ือสารในบริบทต่าง ๆ และเกิดสมรรถนะ
การใช้ภาษาในฐานะเคร่ืองมือการเรียนรู้ ท้ังนี้ การสอนอ่านเขียนในเบื้องต้นเพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านเขียน
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ชัดเจน ยงั คงเน้นการสอนอ่านเขยี นโดยการแจกลูกสะกดคำเป็นหลัก จากนั้นจะเป็นการเรียนรู้
เก่ียวกับการเข้าใจความหมายของคำ การนำไปใช้แต่งประโยคอย่างง่ายในบริบทและสถานการณ์ต่าง ๆ
รวมทงั้ การใช้ภาษาไทยได้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
การใช้ภาษาไทยเพ่ือให้สามารถส่ือสารได้ในบริบทต่าง ๆ ท้ังการเรียนในชั้นเรียนและทุกเวลาท่ีต้องมี
การปฏิสัมพันธ์ส่ือสารกับผู้อ่ืน นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาหรือฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพ่ือให้การสื่อสาร
เป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
การบูรณาการกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
การเรียนรู้ภาษาไทยในช่วงชั้นท่ี 1 น้ี นักเรียนจะได้เรียนรู้ผา่ นการรับสารต่าง ๆ ท้ังจากการฟัง การดู
และการอ่าน เพื่อให้สามารถส่งสาร คือ การเขียนและการพูดได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
ด้วยเหตุน้ี การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนนอกจากจำเป็นต้องเชื่อมโยงบนฐานของสถานการณ์
หรือบริบทใกล้ตัวแลว้ ยังตอ้ งมีการบูรณาการร่วมกบั วชิ าอน่ื ๆ เชน่

คณิตศาสตร์ อ่านและเขียนแผนภาพแผนภูมิ แผนผัง ฟัง ดู และอ่านโจทย์คณิตศาสตร์ ตีความ
แก้ปัญหา พูดนำเสนอ แสดงวิธีคิด เขยี นคำที่ส่ือความหมายถึงการบวก การลบ การคูณ การหาร แสดงความสัมพนั ธ์
ของจำนวนทเี่ ป็นรูปธรรม รบั ฟังและอธิบายให้เหตุผลความสมั พันธ์ของจำนวน

ภาษาองั กฤษ เรยี นรู้ ฟงั ดู และพดู คำศัพท์ ทั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
ศิลปะ วาดภาพประกอบคำ ประโยค เร่ืองราวเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน แล้วเขียน
เร่ืองราวเกย่ี วกบั ภาพท่ตี นวาดขึน้
สุขศึกษาและพลศึกษา พูดนำเสนอความรู้ท่ีได้จากการดูคลิปสถานการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับ
ชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลสุขภาพ การรักษาส่ิงแวดล้อม ฟัง ดู และอ่านวิธีการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ฉลากต่าง ๆ
การปฏิบตั ติ นเกีย่ วกับสขุ อนามยั อา่ นสัญลักษณ์ หรือป้ายเตือนในโรงเรยี น และชุมชน

27

สังคมศึกษา อ่านแผนผังโรงเรียน แผนผังหมู่บ้าน ชุมชนที่ตนเองอยู่ อ่าน และเขียนบันทึก
รายรับ - รายจ่ายในครัวเรือน เรียนรู้เร่ืองราวจากบทอ่านที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวันสำคัญประเพณีและวัฒนธรรม
ชุมชน ท้องถ่ิน สภาพแวดล้อม ศาสนา พิธีกรรม ประวัติของท้องถ่ิน นิทานในท้องถิ่น เพลงพ้ืนบ้าน อ่านข้อมูล
จากแผ่นพับสำหรับโฆษณาหรือป้ายโฆษณาสินค้า หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น สภาพอากาศ แผนท่ี
การเดนิ ทาง

วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สืบค้น หาแหล่งข้อมูลท่ีต้องการศึกษาได้สอดคล้องกับ
ความต้องการ หรือได้ตรงตามสถานการณ์ หรือข้อความท่ีกำหนดให้ สังเกต พูด เขียน หรือวาดภาพเก่ียวกับ
พืชและสัตว์ท่ีมีในท้องถิ่น สรุปความเข้าใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้จากปรากฏการณ์ ธรรมชาติ สถานการณ์ ในรูปแบบต่าง ๆ
ตามความสนใจ

 ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
1. การจัดการตนเอง
สมรรถนะเฉพาะ 2. การคดิ ขัน้ สูง
3. การสอื่ สาร
1. การฟงั การดู และการพูดเพือ่ พฒั นาการคิด 5. การเป็นพลเมอื งทเ่ี ข้มแข็ง

1.1 ฟังและ/ หรือดอู ยา่ งตงั้ ใจแล้วปฏิบตั ิตามคำสัง่ คำชี้แจง และ 1. การจัดการตนเอง
คำแนะนำได้ถูกต้องเหมาะสม 2. การคิดขัน้ สงู
3. การสอ่ื สาร
1.2 ฟังและ/ หรือดสู ื่อต่าง ๆ อย่างต้งั ใจแล้วพูดเล่าเร่ือง บอกรายละเอยี ด 5. การเปน็ พลเมอื งทีเ่ ข้มแข็ง
และสาระสำคัญ รวมท้ังแสดงความคดิ เห็นและความรู้สึกอย่าง ๖. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
สรา้ งสรรค์
และวทิ ยาการอย่างยงั่ ยนื
1.3 พูดสื่อสารไดต้ รงตามวตั ถุประสงคอ์ ย่างเหมาะสม
1.4 พดู แสดงความคิดเห็นและความร้สู ึกเก่ียวกบั การพดู ของตน 1. การจัดการตนเอง
2. การคิดขัน้ สูง
ไดอ้ ย่างเปน็ กลาง
1.5 สนทนาแลกเปล่ียนความรู้ ความคดิ เห็น และประสบการณ์กบั ผอู้ นื่

ในสถานการณต์ ่าง ๆ โดยเคารพในความหลากหลาย
2. การอา่ นเพ่อื พัฒนาการคดิ

2.1 อา่ นออกเสียงคำในบทอ่านและส่ือประเภทตา่ ง ๆ ที่กำหนดให้
อย่างตั้งใจและถูกต้อง รวมทัง้ เข้าใจความหมายของคำ แล้วสามารถ
อา่ นออกเสยี งตลอดจนทำความเขา้ ใจบทอ่านและสือ่ ทพ่ี บ
ในชีวิตประจำวนั

2.2 อ่านบทอ่านและสื่อประเภทต่าง ๆ แล้วลำดบั เหตุการณ์ ต้งั คำถาม
และตอบคำถามเพื่อสรุปเร่ืองและบอกข้อคดิ ตลอดจนคาดคะเน
เหตุการณ์จากเรือ่ งที่อ่านอยา่ งมเี หตผุ ล

2.3 อ่านบทอา่ นและสื่อประเภทต่าง ๆ แล้วนำความรูแ้ ละขอ้ คิด
ไปปรับใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและผู้อนื่

2.4 อ่านบทอ่านตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเรอ่ื งที่อา่ น
ไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์

3. การเขียนเพ่อื พฒั นาการคดิ

3.1 คดั ลายมือและเขียนคำอยา่ งตั้งใจและถูกต้อง แล้วสามารถนำไปใช้
ในการเขยี นสื่อสารในชีวิตประจำวนั ได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม

28

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก

3.2 เขยี นสือ่ สารได้ตรงตามวตั ถุประสงค์และรปู แบบการเขยี น 3. การสอื่ สาร
โดยไมล่ ะเมิดสิทธิ์ของผอู้ ่นื 5. การเป็นพลเมอื งท่ีเข้มแข็ง

3.3 เขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการอย่างสร้างสรรค์
3.4 เขยี นแสดงความคิดเหน็ และความรู้สึกเก่ียวกับงานเขยี นของตน

ไดอ้ ยา่ งเปน็ กลาง

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

4. การเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและการใช้ภาษาไทย 2. การคิดข้ันสงู
3. การสื่อสาร
4.1 ใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนไดถ้ ูกต้อง เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ 5. การเปน็ พลเมอื งทเ่ี ข้มแข็ง
4.2 ใช้ภาษาไทยมาตรฐานได้ถกู ต้อง เหมาะสมกบั บุคคลและกาลเทศะ

เรียนรู้ภาษาถิน่ เพ่ือใหเ้ กิดความเข้าใจในความหลากหลาย
4.3 อา่ นและเขยี นสะกดคำตามหลักการได้ถกู ต้องและนำไปใช้อ่าน

และเขยี นสะกดคำใหม่ในชวี ิตประจำวนั
4.4 แตง่ ประโยคอย่างง่ายตรงตามเจตนาในการสื่อสารและเหมาะสม

กับบริบท

 ผลลัพธก์ ารเรียนรเู้ มอื่ จบชว่ งชั้นที่ 1
1. มีสมาธิในการฟังและการดู เข้าใจและตอบสนองต่อส่ิงที่ฟังและดู สามารถถ่ายทอดเนื้อหาของสิ่งท่ีฟังและดู

รวมทัง้ แสดงความคดิ เห็นและความรู้สกึ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
2. พูดเพ่อื สอื่ สารข้อเทจ็ จรงิ ความคดิ เห็น ความรู้สึก ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมและเป็นกลาง โดยเคารพในความหลากหลาย
3. อ่านออกเสียงคำไดถ้ ูกต้อง เข้าใจความหมายของคำที่อ่านออกเสียง สามารถอ่านออกเสียงและเข้าใจตัวบท

ไดห้ ลากหลายมากขึน้
4. มีสมาธิในการอ่าน เข้าใจสิ่งท่ีอ่าน มีนิสัยรักการอ่าน สามารถวิเคราะห์สิ่งท่ีอ่านและนำข้อคิดจากการอ่าน

ไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้อยา่ งสร้างสรรค์
5. คัดลายมือและเขียนคำได้ถูกต้อง แล้วสามารถนำไปใช้ในการเขียนเพื่อส่ือสารในชีวิตประจำวันได้ชัดเจนและ

เหมาะสม
6. เขียนสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เขียนแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกเก่ียวกับงานเขียนของตน

ไดเ้ หมาะสมเปน็ กลางโดยไมล่ ะเมดิ สทิ ธ์ขิ องผู้อน่ื
7. เขียนเร่อื งตามจินตนาการอยา่ งสร้างสรรค์
8. ใชภ้ าษาพูดและภาษาเขยี นได้ถกู ต้อง เหมาะสมกบั บคุ คลและกาลเทศะ
9. มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อการใช้ภาษาไทยอยา่ งถกู ต้อง

29

 ผลลัพธก์ ารเรียนรู้รายชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1
LO– Th-01 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ และคำช้ีแจงง่าย ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ตอบคำถามและพูดแสดงความ
คิดเหน็ แสดงความรูสึกจากเรือ่ งที่ฟงั และดไู ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
LO–Th–02 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับวัตถุประสงค์ และหลักการพูดส่ือสารในชีวิตประจำวัน ความหมาย
และลกั ษณะการพูดเล่าเรื่อง เลา่ ประสบการณใ์ นชวี ติ ประจำวนั ท่ีเก่ยี วกบั การทำความดี มมี ารยาทในการพูด
LO–Th–03 รู้ และเข้าใจหลักการอ่านออกเสียงคำในบทร้อยแก้ว ความหมายของคำ สามารถอ่านออกเสียง
คำได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม ตัง้ ใจ มีสมาธใิ นการอา่ น รวมถึงมีมารยาทในการอ่าน
LO–Th–04 มีความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ลกั ษณะหนังสอื ทดี่ ี มีประโยชน์ เหมาะสมกับวยั สามารถเลือกอา่ นบทอ่าน
ต่างๆที่ตนเองสนใจไดท้ ง้ั ยังมีสมาธใิ นการอา่ นและมนี สิ ัยรักการอา่ น
LO–Th–05 คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัดตามมาตรฐานโครงสร้างตัวอกั ษรไทยมคี วามรเู้ กีย่ วกบั คำศัพทจ์ าก
บัญชีคำพน้ื ฐาน ป.1 และเน้ือหาในบทเรียน ป.1 สามารถนำคำศัพท์ทีฝ่ ึกเขียนไปใช้ในการสอ่ื สารใน
ชวี ติ ประจำวัน ตั้งใจเขยี นดว้ ยความถูกตอ้ งเหมาะสม สวยงาม เปน็ ระเบียบและมีมารยาทในการเขียน
LO–Th–06 มีความรู้ ความเข้าใจในวัตถุประสงค์การเขียนรูปแบบตา่ งๆ เชน่ การเขยี นประโยคอย่างง่าย
หรอื การเขยี นเล่าเรื่องราวเกยี่ วกบั ตนเอง สามารถเขยี นใหม้ ีความเหมาะสมกับกาลเทศะ มีมารยาทในการเขียน
LO–Th–07 เข้าใจความหมายและลักษณะของจนิ ตนาการ หลกั การเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ บรบิ ทใน
ครอบครัวและหอ้ งเรยี นสามารถเขียนเรือ่ งได้อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมีมารยาทในการเขยี น
LO–Th–08 รู้ เขา้ ใจความหมายของคำ ประโยค หลกั การอา่ นแจกลูกประสมคำ การเขียนคำ การแต่ง
ประโยค สามารถใชภ้ าษาพูดและเขียนไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ และมเี จตคตทิ ด่ี ีต่อ
การใชภ้ าษาอย่างถูกตอ้ ง
LO–Th-09 เลือกใชค้ ำไดเ้ หมาะสมกบั โอกาสและกาลเทศะ รวมถงึ มีเจตคติที่ดีต่อการใชภ้ าษาไทยอย่าง
ถูกต้อง

 ผลลพั ธ์การเรยี นรู้รายช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2
LO–Th-01 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ และคำชี้แจงที่ซับซ้อนได้อย่างเหมาะสม ต้ังคำถาม ตอบคำถาม เล่า
เรอื่ งทีฟ่ งั และดู รวมถึงพดู แสดงความคิดเห็น แสดงความรูสกึ จากเรอ่ื งที่ฟัง และดไู ดอ้ ย่างเหมาะสม
LO–Th–02 มีความรู้ ความเข้าใจวัตถุประสงค์และ หลักการพูดสื่อสาร ความหมายและลักษณะการพูดแสดง
ความรู้สึก และการสนทนา สามารถเล่าประสบการณในชีวิตประจําวันที่เก่ียวกับการทำความดีมีมารยาทในการ
พดู และเหน็ ความสำคัญของการพดู เก่ยี วกับการทำความดี
LO–Th–03 รู้ และเข้าใจเก่ียวกับหลักการอ่านออกเสียงคำในบทร้อยแก้ว บทรอ้ ยกรอง และความหมายของ
คำ สามารถอ่านออกเสียง ทำความเข้าใจ ลำดับเรื่องราว ตั้งคำถาม และตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง ต้ังใจ มี
สมาธใิ นการอา่ น รวมถึงมีมารยาทในการอา่ น
LO–Th–04 มคี วามเขา้ ใจเก่ียวกับลกั ษณะของหนังสือท่ีดี มีประโยชน์ เหมาะสมกับวัย สามารถเลือกอา่ นบท

อ่านต่างๆ ทตี่ นเองสนใจได้ มีความเขา้ ใจในบทอา่ น ทง้ั ยงั มีสมาธใิ นการอ่าน และมนี สิ ัยรกั การอ่าน

LO–Th–05 คัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด ตามมาตรฐานโครงสร้างตวั อกั ษรไทย มีความรเู้ ก่ียวกบั คำศัพท์

จากบญั ชคี ำพนื้ ฐาน ป.2 และเน้อื หาในบทเรียน ป.2 สามารถนำคำศัพท์ทฝี่ กึ เขยี นไปใช้ในการสอ่ื สารใน

ชวี ติ ประจำวนั ตัง้ ใจเขยี นดว้ ยความถูกตอ้ งเหมาะสม สวยงาม เปน็ ระเบียบและมีมารยาทในการเขยี น

30

LO–Th–06 มีความรู้ ความเข้าใจในวตั ถปุ ระสงค์การเขยี นรปู แบบต่างๆ เช่น การเขยี นเลา่ เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั

ตนเอง สามารถเขยี นและวิเคราะหง์ านเขียนอยา่ งเหมาะสม มมี ารยาทในการเขียน และมีใจเปน็ กลาง ไม่ละเมิด

สิทธ์ิของผอู้ น่ื

LO–Th–07 เข้าใจความหมาย และลักษณะของจนิ ตนาการ หลกั การเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ บรบิ ทใน

โรงเรียน สามารถเขยี นเร่อื งได้อยา่ งสร้างสรรค์ เขียนแสดงความรู้สกึ เก่ียวกับงานเขยี นของตนอย่างเป็นกลาง

และมีมารยาทในการเขียน

LO–Th–08 รู้ เข้าใจความหมายของคำ ประโยค สามารถสือ่ สารไดต้ ามประเภทและเจตนาในการส่งสาร ใช้

ภาษาพดู และเขียนได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสมกบั บุคคลและกาลเทศะ เข้าใจและเคารพในความแตกตา่ ง และมี

เจตคติทด่ี ตี ่อการใชภ้ าษาไทย

LO–Th-09 เลือกใช้คำได้เหมาะสมกบั โอกาสและกาลเทศะ รวมถึงมีเจตคติที่ดีต่อการใชภ้ าษาไทยอยา่ งถูกต้อง

 ผลลพั ธ์การเรยี นรู้รายชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
LO–Th-01 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ และคำช้ีแจงท่ีซับซ้อนได้อย่างเหมาะสม ตั้งคำถาม ตอบคำถาม เล่า
รายละเอียด และบอกสาระสำคัญเกีย่ วกบั เรื่องท่ีฟังและดู รวมถึงพูดแสดงความคิดเห็น แสดงความรูสึกจากเรื่อง
ทีฟ่ งั และดไู ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
LO–Th–02 มคี วามรู้ ความเข้าใจวัตถปุ ระสงค์ และหลักการพูดสอ่ื สาร ความหมาย และลักษณะการพูดแสดง
ข้อเท็จจริงและ ความคิดเห็น และการสนทนา มีใจเป็น กลาง โดยเคารพในความหลากหลาย มี มารยาทในการ
พูด และเห็นความสำคัญของการพดู เก่ยี วกับการทำความดี
LO–Th–03 รู้ และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการอ่านออกเสียงคำในบทอาขยาน ความหมายของคำ สามารถอ่าน
ออกเสียง อ่านทำความเข้าใจ ลำดบั เรื่องราว สรุปความ ต้ังคำถาม ตอบคำถาม และคาดคะเนได้อย่างถูกต้อง
ตง้ั ใจ มีสมาธใิ นการอ่าน รวมถึงมมี ารยาทในการอ่าน
LO–Th–04 มคี วามเขา้ ใจเกี่ยวกับลกั ษณะของหนังสือทด่ี ี มีประโยชน์ เหมาะสมกบั วยั สามารถเลอื กอ่านบท
อ่านตา่ งๆ ท่ีตนเองสนใจ เข้าใจบทอา่ น วิเคราะหบ์ ทอ่าน แล้วนำข้อคดิ ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่าง
สรา้ งสรรคท์ ้ังยังมสี มาธิในการอ่านและมนี สิ ัยรักการอา่ น
LO–Th–05 คดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด ตามมาตรฐานโครงสรา้ งตัวอกั ษรไทย มีความรเู้ ก่ยี วกบั คำศัพท์
จากบญั ชีคำพ้นื ฐาน ป.3 และเน้อื หาในบทเรียน ป.3 สามารถนำคำศัพท์ทฝ่ี ึกเขยี นไปใช้ในการสือ่ สารใน
ชวี ิตประจำวัน ตงั้ ใจเขียนด้วยความถูกตอ้ งเหมาะสม สวยงาม เป็นระเบยี บและมีมารยาทในการเขียน
LO–Th–06 มคี วามรู้ ความเข้าใจในวตั ถุประสงค์การเขยี นรูปแบบตา่ งๆ เช่น การเขียนประสบการณ์ของ
ตนเอง สามารถเขยี นและวเิ คราะหง์ านเขยี นอยา่ งเหมาะสม มีมารยาทในการเขียน และมีใจเป็นกลาง ไมล่ ะเมดิ
สทิ ธ์ิของผอู้ ่นื
LO–Th–07 เข้าใจความหมาย และลกั ษณะของจนิ ตนาการ หลักการเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ บรบิ ทใน
ชมุ ชน และสงั คม สามารถเขียนเรอื่ งได้อยา่ ง สรา้ งสรรคเ์ ขยี นแสดงคดิ เห็นเกี่ยวกับงานเขียนของตนอยา่ งเป็น
กลางและมมี ารยาทในการเขียน
LO–Th–08 รู้ เข้าใจความหมายของประโยค การประโยค สามารถสอื่ สารไดต้ ามประเภทและเจตนาในการสง่
สาร เชน่ การเขียนจดหมายลาครู สามารถใชแ้ ละปรับประยกุ ตภ์ าษาพดู และเขียนไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสมกับ
บุคคลและกาลเทศะเขา้ ใจและเคารพในความแตกต่างและมีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การใช้ภาษาไทย

31

LO – Th - 09 เลอื กใชค้ ำได้เหมาะสมกบั โอกาสและกาลเทศะ รวมถึง มเี จตคตทิ ี่ดีต่อการใช้ภาษาไทยอย่าง
ถูกต้อง

กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์

 สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้

ความสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความคิดของนักเรียนในช่วงชั้นท่ี 1 ทำให้สามารถ
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์
ใหก้ ับนักเรียนจะส่งผลใหน้ ักเรียนมคี วามสามารถในการคดิ อยา่ งมีเหตุผล สื่อสารนำเสนอ คิดสร้างสรรค์ และ
สามารถเลือกใช้เคร่ืองมือในการนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากน้ี
คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตรอ์ ่ืน ๆ เพ่ือให้มีความเขา้ ใจ
เก่ยี วกบั ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ใกลต้ ัว อยู่ร่วมกบั ธรรมชาติและผูอ้ ่นื ในสงั คมได้อย่างมีความสุข
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์เป็นศาสตรท์ ี่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ การคิด และการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์
เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนช่วงชั้นท่ี 1 จะได้เรียนรู้คณิตศาสตร์ท่ียังไม่เคยมีประสบการณ์
การเรียนรู้มาก่อน ได้แก่ จำนวน การดำเนินการของจำนวน การวัด รูปเรขาคณิต แบบรูปและความสัมพันธ์
และสถิติ ที่เป็นความรู้เบื้องต้น โดยใช้การให้เหตุผลท่ีสมเหตุสมผลสร้างองค์ความรู้ต่าง ๆ ขึ้น และนำไปใช้
อยา่ งเป็นระบบ
คณิตศาสตร์มีความถูกต้องเที่ยงตรง คงเส้นคงวา มีระเบียบแบบแผน เป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้
ได้ข้อสรุปและนำไปใช้ประโยชน์ คณิตศาสตร์มีลักษณะเป็นภาษาสากลท่ีทุกคนเข้าใจตรงกันในการสื่อสาร
สอ่ื ความหมายและถา่ ยทอดความรู้ระหวา่ งศาสตรต์ า่ ง ๆ
จุดเนน้ การพัฒนา
ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้นี้ สำหรบั นักเรียนในชว่ งช้นั ท่ี 1 มจี ุดเน้นในการพัฒนา ดงั นี้
จำนวนและการดำเนินการเป็นการเริ่มต้นพัฒนากระบวนการคิดโดยให้นักเรียนใช้จำนวนนับ และ
การดำเนินการของจำนวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 บูรณาการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
ผ่านกิจกรรมแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ จนเกิดความคล่องแคล่วและนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
คณติ ศาสตรเ์ น้อื หาอน่ื หรือวชิ าอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบบรูปของจำนวนและแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณิตและรูปอ่ืน ๆ เป็นการเช่ือมโยงความสัมพันธ์
ของส่ิงต่าง ๆ ในลักษณะแบบรูปผ่านกิจกรรมบูรณาการกับธรรมชาติและชีวิตประจำวัน ให้นักเรียนใช้
การค้นหาความสัมพันธ์ ส่ือสารและนำเสนอข้อสรุปและขยายแนวคิดนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงาน
ตามจินตนาการ
การวัดความยาว น้ำหนักและปริมาตร เน้นทักษะเกี่ยวกับการวัดโดยการลงมือปฏิบัติ ให้นักเรียน
สังเกตเครื่องวัดและใช้เคร่ืองวัดให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด สื่อสารและเชื่อมโยงการวัดกับความรู้
เรื่องจำนวนและการดำเนินการบูรณาการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันผ่านกิจกรรมแก้ปัญหา
คณิตศาสตรจ์ นเกิดความคล่องแคลว่ และใช้เป็นทักษะพ้นื ฐานในการสืบเสาะหาความรู้ในศาสตรแ์ ขนงอ่นื

32

เงินและการวางแผนเกี่ยวกับเงิน เน้นการสื่อสาร นำเสนอ และเชื่อมโยงความรู้เร่ืองเงินกับความรู้
เร่ืองจำนวนและการดำเนินการบูรณาการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันผ่านกิจกรรมแก้ปัญหา
คณิตศาสตร์จนเกิดความคล่องแคล่ว นำไปใช้ในชีวิตประจำวันและใช้เป็นทักษะพื้นฐานในการวางแผน
การเงนิ เพอื่ นำไปส่กู ารจดั การเรอ่ื งเงนิ อย่างมีประสทิ ธิภาพ

เวลาและระยะเวลาเป็นการบูรณาการให้นักเรียนใช้การสื่อสารเรื่องเวลาและระยะเวลาผ่านการทำ
กิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัว เพ่ือนและผู้เก่ียวข้อง ชุมชนและสังคม แก้ปัญหาเก่ียวกับเวลาและระยะ
เพือ่ นำไปสกู่ ารจัดการเกยี่ วกบั เวลาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพผา่ นการบนั ทึกกจิ กรรมทร่ี ะบเุ วลา

ข้ อ มู ล แ ล ะ ก า ร น ำ เส น อ ข้ อ มู ล เป็ น ก า ร บู ร ณ า ก า ร ให้ นั ก เรี ย น ใช้ ก า ร ต้ั ง ค ำ ถ า ม ใน สิ่ ง ท่ี ส น ใจ
ในชีวิตประจำวัน เก็บรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลผ่านกิจกรรมแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ และสามารถ
วิเคราะห์ แปลความหมายจากแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง ตาราง และนำไปใช้แก้ปัญหาได้อย่าง
สมเหตสุ มผลเพือ่ นำไปสกู่ ระบวนการแกป้ ญั หาทางสถิติ

การนำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
เม่ือนักเรียนได้ฝึกฝนและเรียนรู้คณิตศาสตร์ในช่วงช้ันท่ี 1 จะทำให้นักเรียนมองเห็นปัญหา และ
วิเคราะห์ปัญหาด้วยมุมมองของตนเองอย่างมีเหตุผลและมีแนวคิดท่ีหลากหลายและยืดหยุ่น ต่อยอดแนวคิด
ในการแก้ปัญหาเพอ่ื สร้างแนวคิดใหม่หรือแก้ปัญหาในสถานการณ์อ่นื ซง่ึ นักเรียนนำไปใช้ทำความเขา้ ใจปัญหา
ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แก้ปัญหาด้วยความมุ่งม่ัน ค้นหาข้อมูล หรือเร่ืองราวต่าง ๆ ท่ีตนเองสนใจและ
อยากหาคำตอบหรือสร้างสรรค์ส่ิงใหม่ ๆ สำหรับตนเอง นอกจากนี้นักเรียนสามารถส่ือสาร ส่ือความหมาย
และนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ ของตนเองเพ่ือสนับสนุนแนวคิดของตนเอง หรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อ่ืนอย่าง
สมเหตสุ มผลซึ่งนำไปใชใ้ นการอยู่รว่ มกันในสังคมอย่างมีความสุข
การบูรณาการกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ

ภาษาไทย/ ภาษาต่างประเทศ สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ
ในสถานการณ์ หรือเร่ืองราวต่าง ๆ โดยใช้คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ เช่น อ่านและเขียนแสดงจำนวนของสิ่งต่าง ๆ
หรือจำนวนเงิน บอกเวลา บันทึกกิจกรรมท่ีระบุเวลา รวมทั้งควรส่งเสรมิ การอ่าน การเขียนและการใช้ภาษา
เพอ่ื นำเสนอเรื่องราวในการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์

ศิลปะ สามารถใช้แบบรูปของรูปเรขาคณิตและรูปอ่ืน ๆ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ตามจินตนาการ และสือ่ สาร สือ่ ความหมายและนำเสนอแนวคิดของตนเองหรือเรื่องราวผา่ นงานศิลปะ

สุขศึกษาและพลศึกษา สามารถนำความรู้เก่ียวกับจำนวน แบบรูป การอ่านข้อมูลจากตาราง
และเวลา ไปใช้ในการกำหนดจำนวนคร้ังและท่ากายบริหาร กำหนดตารางการแข่งขัน เวลาและระยะเวลา
ในการแขง่ ขนั

สังคมศึกษา สามารถนำความรู้เก่ียวกับเงิน เพื่อวางแผนการใช้จ่ายเงินและทรัพยากรให้คุ้มค่า
และการอ่านปฏิทิน การคำนวณเวลาเพื่อเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีในรอบปี
และการทำความเข้าใจประวัติความเป็นมาของครอบครัว โรงเรียนและชมุ ชน

วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สามารถนำความรู้เก่ียวกับคณิตศาสตร์ไปใช้เป็นเคร่ืองมือ
ในการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ใช้การวัดและเลือกเคร่ืองวัดท่ีเหมาะสม
เพ่ือเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้การนับจำนวนข้อมูล ใช้แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง และตารางในการนำเสนอ
ขอ้ มูล

33

 ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

1. การแก้ปัญหา

1.1 มีความอยากรู้อยากเหน็ สามารถมองเห็นปัญหาทางคณิตศาสตร์ 1. การจัดการตนเอง

ในชีวิตจริงด้วยมมุ มองของตนเอง (thinking mathematically) 2. การคิดขน้ั สงู

1.2 แกป้ ัญหาในชีวติ จรงิ ผ่านการลงมอื แก้ปญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ 3. การส่ือสาร
4. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
และเรยี นรู้คณิตศาสตร์ผา่ นการสะท้อนความคิด (reflect)

จากประสบการณ์ 6. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ

1.3 มคี วามมมุ านะในการทำความเข้าใจและแกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ และวิทยาการอยา่ งยั่งยนื

1.4 ตระหนักและเห็นคุณค่าของการใชค้ ณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หา

2. การส่ือสาร และนำเสนอ (Communication and presentation)

2.1 สื่อสารแนวคิดทางคณติ ศาสตรข์ องตนเองอยา่ งมนั่ ใจ โดยใช้ 1. การจดั การตนเอง

การแสดงแทนทางคณิตศาสตรท์ ่ีหลากหลาย ดว้ ยสอื่ ของจริง 3. การสื่อสาร

รปู ภาพ งานศลิ ปะ แผนภาพ ภาษา หรือสัญลกั ษณ์ 4. การรวมพลังทำงานเป็นทมี

2.2 รบั ฟัง เขา้ ใจความหมาย และเหน็ คุณค่าแนวคิดของผู้อนื่ 5. การเปน็ พลเมอื งท่เี ขม้ แข็ง

2.3 นำเสนอข้อมูลทางคณติ ศาสตรไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม 6. การอยู่รว่ มกบั ธรรมชาติ
และวิทยาการอย่างยงั่ ยืน

3. การให้เหตุผล

3.1 ให้เหตผุ ลสนับสนนุ แนวคดิ ของตนเองได้อย่างสมเหตุสมผล 2. การคิดขัน้ สูง

โดยมขี ้อเทจ็ จรงิ ทางคณติ ศาสตรร์ องรับ 3. การส่ือสาร

3.2 รบั ฟงั พจิ ารณาแนวคดิ ของผู้อนื่ หรือข้อมูลในรูปแบบตา่ ง ๆ 4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
ประกอบการตัดสินใจเพ่อื สนับสนนุ หรอื โตแ้ ย้งอยา่ งเหมาะสม 6. การอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติ

3.3 ตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญในการให้เหตผุ ล และวิทยาการอย่างยัง่ ยืน

4. การสร้างข้อสรุปท่ัวไป และขยายแนวคิด (Generalization & Extension)

4.1 สร้างข้อสรุปทวั่ ไป (generalization) โดยสังเกต คน้ หาลกั ษณะรว่ ม 2. การคิดข้ันสูง

ทเี่ กิดข้ึนซำ้ ๆ (pattern) จากมุมมองทางคณติ ศาสตร์ ท้ังด้านความรู้ 6. การอยูร่ ว่ มกับธรรมชาติ

และวธิ ีการเรียนรู้ (how to learn) และวิทยาการอยา่ งยงั่ ยืน

4.2 ขยายแนวคิด (extension) จากข้อสรุปท่วั ไป โดยนำไปใชแ้ ก้ปัญหา

ในสถานการณ์ต่าง ๆ

5. การคิดสร้างสรรค์

5.1 คิดได้อยา่ งหลากหลาย แตกต่างจากเดิม คดิ รเิ ริ่ม 2. การคิดขั้นสงู

5.2 ประยกุ ต์ และนำไปใชไ้ ด้อย่างคล่องแคลว่ ยดื หยุ่นในการแก้ปญั หา 6. การอยูร่ ว่ มกับธรรมชาติ

5.3 ต่อยอดแนวคดิ หรือแนวทางแก้ปญั หา เพ่ือสร้างแนวคิดใหม่ หรือ และวิทยาการอย่างยั่งยืน

แก้ปัญหาในสถานการณ์อ่ืนในชวี ติ จรงิ

34

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก

6. การใช้เครื่องมือในการเรยี นรู้ (Use aids and tools) 3. การสื่อสาร
4. การรวมพลังทำงานเป็นทีม
6.1 ใช้สื่อการเรียนรตู้ ่าง ๆ (manipulatives) เพือ่ สร้างความเข้าใจ 6. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ
และแนวคดิ ของตนเอง
และวิทยาการอย่างย่งั ยืน
6.2 สบื ค้น ตรวจสอบแหล่งท่มี า (origin) ของข้อมลู จากแหล่งเรียนรู้
ตา่ ง ๆ และเลือกใช้ประกอบการเรียนร้แู ละแก้ปญั หาในชีวิตจรงิ
ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั สถานการณ์

 ผลลพั ธ์การเรียนรเู้ ม่ือจบชว่ งชั้นที่ 1
1. สื่อสารทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับจำนวนนับได้อย่างถูกต้อง และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่าง

เหมาะสม
2. อธิบายความสัมพันธ์ของจำนวนนับโดยใช้การรวม (compose) หรือการแยก (decompose)

ของจำนวน เปรียบเทียบและเรยี งลำดับจำนวนพร้อมใหเ้ หตุผล
3. อธิบายความสัมพันธ์ของแบบรูปซ้ำของจำนวน รูปเรขาคณิตและรปู อนื่ ๆ และแบบรปู ของจำนวนนบั ที่

เพิ่มข้ึน หรือลดลงทีละเทา่ ๆ กัน พร้อมให้เหตผุ ล สร้างข้อสรุป และขยายแนวคิดเพื่อสร้างแบบรูปและ
ร่วมกันแก้ปญั หาในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายหรือแตกตา่ งจากเดิม
4. อธิบายสถานการณ์ในชีวิตจริงที่จะนำการบวก การลบ การคูณ และการหารมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
สร้างตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ในการดำเนินการ คำนวณและเลือกใช้เคร่ืองมือในการบวก การลบ
การคูณ และการหาร โดยเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์และสมบัติต่าง ๆ ของการดำเนินการได้อย่าง
ยืดหยุ่นและคล่องแคล่ว และแปลความหมายภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เป็นสถานการณ์
ในชีวติ จรงิ
5. แก้ปญั หาเก่ียวกับจำนวนนบั ในสถานการณ์ต่าง ๆ ดว้ ยแนวคิดที่หลากหลายหรือแตกต่างจากเดิม อย่าง
มมุ านะ พรอ้ มท้งั แลกเปล่ียนแนวคิดร่วมกับผู้อนื่ โดยตระหนกั ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
6. อธิบายสถานการณใ์ นชีวิตจริงท่เี กยี่ วกบั การวัดความยาว น้ำหนกั และปริมาตร เลือกใช้หน่วยการวดั
และเครื่องวัดเพ่ือวดั และบอกความยาว น้ำหนัก และปริมาตรไดอ้ ย่างเหมาะสม
7. สื่อสารเกีย่ วกับเวลา ระยะเวลา ได้ถูกตอ้ ง โดยเช่อื มโยงกับสถานการณใ์ นชวี ติ จรงิ
8. สื่อสารเก่ียวกับเงิน เปรียบเทียบจำนวนเงิน แลกเงินได้อย่างถูกต้องหลากหลาย และนำไปใช้
ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
9. แก้ปัญหาเก่ียวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เวลา และเงิน ในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยแนวคิด
ท่ีหลากหลายหรือแตกต่างจากเดมิ อยา่ งมมุ านะ พรอ้ มทงั้ แลกเปล่ียนแนวคิดรว่ มกับผูอ้ นื่
10. รับรู้และอธิบายลักษณะของรูปร่างต่าง ๆ จากสิ่งของ สิ่งแวดล้อมรอบตัว สถานการณ์ในชีวิตจริง
ผ่านการสังเกตและการสร้างรปู รา่ ง เชอ่ื มโยงส่ลู กั ษณะของรปู เรขาคณิตสองมติ ิ รูปเรขาคณิตสามมติ ิ
11. ให้เหตุผลในการจำแนกและบอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสองมิติ รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปที่มีแกน
สมมาตร และนำไปใชใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆ
12. จัดการข้อมูล และนำเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง หรือตารางทางเดียว
ส่ือสาร แปลความหมายของข้อมูล และใช้ข้อมูลเพ่ืออธิบายเหตุการณ์ ตัดสินใจ หรือแก้ปัญหา
ในสถานการณต์ า่ ง ๆ
13. ร่วมกนั แกป้ ัญหาทางสถิตใิ นสถานการณ์ใกล้ตัว หรือสิง่ แวดลอ้ มในบรเิ วณบ้าน โรงเรียน หรือชุมชนของ
ตนเอง อย่างมมุ านะ และสร้างสรรค์

35

 ผลลัพธ์การเรียนรู้รายชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1

LO–Mat–01 สอ่ื สาร ส่ือความหมายเกย่ี วกับจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100 จากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันได้ อยา่ ง
ถูกต้องและมัน่ ใจ

LO–Mat–02 แสดงความสมั พนั ธ์ของจำนวนนับไมเ่ กิน 100 โดยใชก้ ารรวม หรอื การแยก ของจำนวน เปรียบเทียบ
และเรียงลำดบั จำนวนพร้อมให้เหตผุ ล

LO–Mat–03 แสดงความสัมพนั ธ์แบบรปู ของจำนวนทเ่ี พิ่มขนึ้ หรอื ลดลงทลี ะ 1 และทีละ 10 แบบรปู ซำ้ ของจำนวน
รูปเรขาคณติ และรปู อ่นื ๆ พร้อมให้เหตผุ ลโต้แยง้ หรอื สนบั สนุน ความคิดเกยี่ วกบั ความสมั พันธ์

LO–Mat–04 บอกความหมาย พร้อมท้งั หาผลบวก ผลลบ โดยเชอ่ื มโยงความสัมพนั ธแ์ ละสมบตั ิ
ตา่ ง ๆของการดำเนินการได้อย่างยืดหยนุ่ และ คลอ่ งแคลว่ และแปลความหมายภาษาและสญั ลกั ษณ์
ทางคณติ ศาสตร์เปน็ สถานการณใ์ นชวี ิตจริง

LO–Mat–05 แกป้ ญั หาเกยี่ วกบั จำนวนนับในสถานการณต์ า่ ง ๆ ดว้ ยแนวคิดทีห่ ลากหลายหรือ
แตกต่างจากเดิม พร้อมทง้ั แลกเปลยี่ นแนวคิดร่วมกบั ผ้อู ืน่ โดยตระหนกั ถึงความแตกตา่ งระหว่างบุคคล

LO–Mat–06 อธิบายสถานการณใ์ นชีวติ จรงิ ท่ีเกี่ยวกับการวดั ความยาว เปน็ เซนติเมตร เปน็ เมตร
และน้ำหนักเป็นกโิ ลกรมั เป็นขดี เลอื กใช้หน่วยการวัด และเครอื่ งวัดเพือ่ วัดและบอก
ความยาว นำ้ หนัก ได้อย่างเหมาะสม

LO–Mat–07 อา่ นเวลาเป็นนาฬกิ าจากหนา้ ปัดนาฬกิ า พรอ้ มบอกกิจกรรมทีท่ ำในแตล่ ะชว่ งเวลา
ได้อยา่ งถกู ต้อง โดยเช่อื มโยงกับสถานการณ์ในชีวติ จรงิ

LO–Mat–08 บอกและแสดงจำนวนเงินจำกเงินเหรยี ญและธนบตั รชนิดตำ่ ง ๆ อำ่ นและเขียน

เก่ียวกบั จำนวนเงนิ เปรยี บเทียบจำนวนเงิน โดยเชอ่ื มโยงกบั สถำนกำรณ์ ตำ่ ง ๆ ในชีวติ จรงิ ได้

อยำ่ งถกู ตอ้ ง

LO–Mat–09 แกป้ ญั หาการบวกและการลบเกี่ยวกบั น้ำหนกั ทีม่ ีหนว่ ยเปน็ กโิ ลกรมั เป็นขดี ใน สถานการณต์ า่ ง ๆ
ดว้ ยแนวคิด ทห่ี ลากหลายหรือแตกต่างจากเดมิ อย่างมมุ านะพร้อมท้ังแลกเปลยี่ นแนวคดิ ร่วมกบั ผู้อื่น

LO–Mat–10 อธบิ ายและสรุปลักษณะของรูปเรขาคณติ จากส่ิงของ สิ่งแวดล้อมรอบตัวสถานการณ์
ในชีวติ จรงิ พร้อมบอกชอ่ื รูปเรขาคณติ สองมติ ิ โดยเชือ่ มโยงสลู่ กั ษณะของรปู เรขาคณิตสองมติ ิ รปู
เรขาคณติ สามมิติ และนำไปใชใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆได้อยา่ งเหมาะสม

LO–Mat–11 ให้เหตุผลในการจำแนกและบอกลกั ษณะของรปู เรขาคณติ วาดรูปตามขอบของส่งิ ของและตามแบบ
ของรูปพร้อมด้วยบอกช่ือรปู เรขาคณติ สองมติ ิ โดยเชือ่ มโยงสลู่ ักษณะของรปู
เรขาคณติ สองมิติ รปู เรขาคณติ สามมิติ และนำไปใชใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆได้

LO–Mat–12 อา่ นและแปลความหมายข้อมลู และเก็บขอ้ มลู อย่างงา่ ยของข้อมลู ตา่ งๆ รวมทง้ั ขอ้ มูล
เกยี่ วกบั อาชีพ ประเพณแี ละวฒั นธรรมในชมุ ชน และใช้ข้อมูลเพือ่ อธบิ ายเหตุการณ์
ตัดสนิ ใจหรือแก้ปญั หาในสถานการณต์ ่างๆได้

LO–Mat–13 เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู อยา่ งงา่ ย บันทึกข้อมูล ทเ่ี กบ็ ไดด้ ว้ ยรอยขีด แสดงความคิดเหน็ สื่อสาร แปล
ความหมายข้อมลู ด้วยภาษาตนเอง ใช้ขอ้ มลู เพื่อตัดสนิ ใจหรือแกป้ ัญหาในสถานการณ์
ตา่ ง ๆอย่างมมุ านะ และสร้างสรรค์

36

 ผลลัพธ์การเรยี นรู้รายชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2

LO–Mat–01 ส่ือสาร สอื่ ความหมายเกี่ยวกบั จำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 จากสถานการณ์ในชวี ติ ประจำวนั
ได้ อย่างถูกตอ้ งและม่ันใจ

LO–Mat–02 อธบิ ายความสมั พันธข์ องจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 การนบั เพิ่ม นับลด จำนวนคู่ จำนวนค่ี
เขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย และเปรยี บเทยี บและเรยี งลำดับจำนวน พร้อมให้เหตผุ ล

LO–Mat–03 แสดงความสัมพนั ธ์ของแบบรูปของจำนวนท่ีเพมิ่ ขึ้นหรอื ลดลงทีละ 2 ทีละ 5 ทีละ 100
และแบบรูปซ้ำของจำนวน พร้อมใหเ้ หตผุ ล สร้างข้อสรปุ และขยายแนวคิดเพือ่ สรา้ งแบบรปู
ซ้ำในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งหลากหลาย

LO–Mat–04 เลอื กใช้วิธีหาผลบวก ผลลบ ผลคณู ผลหาร โดยเชอ่ื มโยงความสัมพันธ์และสมบัติตา่ ง ๆ ของ
การดำเนนิ การได้อย่างยืดหยุ่นและ คล่องแคล่ว และแปลความหมายภาษาและสัญลักษณท์ าง
คณิตศาสตรเ์ ปน็ สถานการณใ์ นชวี ติ จรงิ

LO–Mat–05 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั การบวก การลบ การคูณ หรอื การหารในสถานการณต์ า่ ง ๆ ดว้ ยแนวคดิ ท่ี
หลากหลายหรอื แตกตา่ งจากเดิม พรอ้ มทง้ั แลกเปลยี่ นแนวคดิ ร่วมกบั ผอู้ นื่ โดยตระหนกั ถึง
ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล

LO–Mat–06 อธบิ ายและเปรียบเทยี บสถานการณ์ในชวี ิตจรงิ ที่เก่ยี วกบั การวัดความยาวเป็นเซนตเิ มตร
และมลิ ลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร นำ้ หนกั เป็นกิโลกรัมและกรัม กโิ ลกรมั และขดี ปริมาตร
และความจุเปน็ ลิตรและมิลลิลิตร โดยใชค้ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยการวดั คาดคะเน
เลือกใชห้ นว่ ยการวดั และเครอ่ื งวัดเพื่อวัดและบอกความยาว น้ำหนัก และปรมิ าตรได้อย่าง
เหมาะสม

LO–Mat–07 บอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาที จากนาฬกิ าแบบดิจทิ ัล และนาฬกิ าแบบใชเ้ ขม็ จาก
สถานการณ์ตา่ ง ๆ รบั รู้เก่ยี วกบั ระยะเวลา บอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที สำรวจ
ปฏิทนิ บอกช่ือ วนั วันที่ เดอื น ปี (พ.ศ. และ ค.ศ.) ของวนั สำคญั ต่าง ๆ จากปฏทิ ิน ได้
ถูกต้อง โดยเชอื่ มโยงกับสถานการณใ์ นชวี ิตจรงิ

LO–Mat–08 บอกและเขยี นจำนวนเงินจากเงนิ เหรยี ญและธนบตั รชนิดตา่ ง ๆ โดยบอกเปน็ บาท
สตางค์ หรือเป็นบาทและสตางค์ แลกเงินเหรยี ญและธนบัตร อา่ นและเขยี นแสดงจำนวน
เงินแบบใช้จุด เปรียบเทยี บจำนวนเงนิ ได้อย่างถูกตอ้ ง โดยเชือ่ มโยงกบั สถานการณ์
ต่าง ๆ ในชีวติ จริง

LO–Mat–09 แก้ปัญหาเก่ยี วกับความยาวทีม่ หี น่วยเปน็ เมตรและเซนตเิ มตร น้ำหนัก ปรมิ าตรและความจทุ มี่ ี
หน่วยเปน็ ช้อนชา ชอ้ นโตะ๊ ถ้วยตวง ลติ ร และเวลา ในสถานการณต์ ่าง ๆ ด้วยแนวคดิ ที่
หลากหลายหรือแตกตา่ งจากเดมิ อยา่ งมมุ านะ พร้อมทัง้ แลกเปล่ียนแนวคดิ ร่วมกบั ผอู้ ื่น

LO–Mat–10 อธิบายลกั ษณะของรปู เรขาคณติ สองมิตเิ ขยี นรปู เรขาคณิตสองมติ ิ สร้างชน้ิ งานโดยใชแ้ บบ
ของรปู เชอื่ มโยงส่ลู ักษณะของรูปเรขาคณติ สองมติ ิ รปู เรขาคณิตสามมติ ิ และนำไปใช้ใน
สถานการณต์ ่างๆอยา่ งสรา้ งสรรค์

LO–Mat–11 ใหเ้ หตผุ ลในการจำแนกรูปเรขาคณติ สองมติ เิ ขียนรูปเรขาคณิตสองมิติ สรา้ งชิน้ งานโดยใช้
แบบของรปู กระดาษจุด เช่ือมโยงสู่ลกั ษณะของรปู เรขาคณติ สองมิติ รูปเรขาคณติ สามมติ ิ
และนำไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้

LO–Mat–12 อา่ นและเขียนแผนภูมิรปู ภาพ แผนภูมแิ ท่งของขอ้ มูลตา่ งๆรวมทงั้ ข้อมูลเกย่ี วกับอาชพี ,
ประเพณีและวฒั นธรรมในชุมชนเพอื่ อธบิ ายเหตกุ ารณ์ ตัดสนิ ใจ หรอื แกป้ ัญหาใน
สถานการณต์ า่ ง ๆไดอ้ ย่างเหมาะสม

LO–Mat–13 ตงั้ คำถามจากประเด็นปญั หาที่สนใจรอบตวั ดว้ ยตนเอง เกบ็ และรวบรวมขอ้ มูล จดั กระทำ
และนำเสนอข้อมลู ด้วยแผนภูมิ ใหเ้ หตผุ ล ส่อื สาร แปลความหมายข้อมลู ใชข้ อ้ มูลเพือ่
ตัดสินใจหรอื แกป้ ัญหาในสถานการณต์ า่ ง ๆอยา่ งมุมานะ และสร้างสรรค์

37

 ผลลพั ธ์การเรียนรู้รายชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3

LO – Mat – 01 สอื่ สาร สอื่ ความหมายเกย่ี วกับจำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000 จากสถานการณ์ใน
ชวี ติ ประจำวันได้ อยา่ งถูกต้องและม่นั ใจ

LO – Mat – 02 เขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจายจำนวนนบั ไม่เกิน 100,000 เปรียบเทยี บและ
เรยี งลำดับจำนวน พร้อมใหเ้ หตุผล

LO – Mat – 03 แสดงความสมั พนั ธ์ของแบบรปู ของจำนวนทเี่ พ่มิ ข้นึ หรอื ลดลงทีละเท่าๆกนั แบบรปู เรขาคณติ
และรปู อน่ื ๆ สรา้ งข้อสรุปและขยายแนวคิด เพ่อื สรา้ งแบบรูปและแกป้ ัญหาในสถานการณ์
ต่างๆ พร้อมให้เหตผุ ล

LO – Mat – 04 เลือกใช้วิธหี าผลบวก ผลลบ ผลคณู ผลหารระคน โดยเชอื่ มโยงความสัมพนั ธ์ และสมบัตติ ่างๆ
ของการดำเนนิ การไดอ้ ย่าง คล่องแคลว่ และแปลความหมายภาษาและสัญลกั ษณ์ทาง
คณิตศาสตรเ์ ป็นสถานการณ์ในชวี ติ จรงิ

LO – Mat – 05 แกป้ ญั หาของจำนวนนับไม่เกิน 100,000 ในสถานการณต์ ่าง ๆ ด้วยแนวคดิ ท่ีหลากหลาย
หรือแตกต่างจากเดิม พรอ้ มทั้งแลกเปลยี่ นแนวคิดรว่ มกบั ผู้อน่ื โดยตระหนกั ถงึ ความแตกตา่ ง
ระหว่างบคุ คล

LO – Mat – 06 อธิบายและเปรียบเทยี บสถานการณใ์ นชวี ติ จรงิ ท่เี กยี่ วกับการวัดความยาว เป็นเซนติเมตร
และมลิ ลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร กโิ ลเมตรและเมตร น้ำหนักเป็นกโิ ลกรมั และกรมั
กิโลกรัม และขดี เมตริกตนั และกิโลกรัม และปริมาตรและความจุเป็นลติ รและมิลลติ ร และ
ช้อนชา ช้อนโตะ๊ ถว้ ยตวง โดยใช้ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหน่วยการวดั คาดคะเนความยาว
น้ำหนัก ปริมาตร เลอื กใชห้ นว่ ยการวดั และเครือ่ งวัดเพือ่ วดั และบอกความยาว น้ำหนกั
และปริมาตรได้อยา่ งเหมาะสม

LO – Mat – 07 บอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาทจี ากนาฬกิ า อ่านและเขียนแสดงเวลาโดยใชม้ หัพภาคหรอื ใช้
ทวิภาคในสถานการณ์ ตา่ ง ๆ สามารถหาระยะเวลาเป็นชั่วโมงและนาทแี ละเปรยี บเทียบ
ระยะเวลาโดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งชัว่ โมงกบั นาที อ่านและเขยี นบันทึกกจิ กรรมที่ระบุ
เวลาไดถ้ ูกตอ้ ง โดยเชือ่ มโยงกบั สถานการณใ์ นชีวิตจรงิ

LO – Mat – 08 บอกและเขยี นแสดงจำนวนเงินจากเงินเหรียญและธนบตั รชนดิ ต่าง ๆ โดยบอกเป็นบาท
สตางค์ หรือเป็นบาทและสตางค์ แลกเงินเหรียญและธนบัตร อา่ นและเขยี นแสดงจำนวน
เงินแบบใช้จดุ เปรยี บเทยี บจำนวนเงนิ โดยเชอื่ มโยงกบั สถานการณ์ ต่าง ๆ ในชวี ิตจรงิ ได้
หลากหลายวธิ แี ละคล่องแคลว่

LO – Mat – 09 แก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกับการวัดความยาวเปน็ เซนตเิ มตรและมลิ ลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร
กิโลเมตรและเมตร น้ำหนกั เป็นกโิ ลกรมั และกรัม กิโลกรัม และขดี เมตรกิ ตนั และกิโลกรัม
และปริมาตรและความจเุ ป็นลิตรและมิลลิตร และช้อนชา ช้อนโตะ๊ ถว้ ยตวง เวลาเปน็ นาฬิกา
และนาที และเงิน ในสถานการณต์ ่าง ๆ ด้วยแนวคิด ทหี่ ลากหลายหรอื แตกต่างจากเดมิ
อยา่ งมุมานะ พรอ้ มทง้ั แลกเปลยี่ นแนวคดิ รว่ มกับผูอ้ น่ื

LO – Mat – 10 อธบิ ายลกั ษณะของรปู สามเหลี่ยม รปู สเ่ี หลี่ยม รปู หลายเหลยี่ ม วงกลม วงรี ใช้รูป
เรขาคณติ ในการสรา้ งสรรค์ ชนิ้ งาน เช่อื มโยงสูล่ กั ษณะของรูปเรขาคณิตสองมิติ รูป
เรขาคณติ สามมิติ และนำไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งสรา้ งสรรค์

LO – Mat – 11 ให้เหตผุ ลในการจำแนกรูปเรขาคณติ สองมิติ รปู หลายเหลี่ยม รูปท่มี ีแกนสมมาตรและรปู ท่ี
ไม่มีแกนสมมาตร ใชร้ ปู เรขาคณติ ในการสรา้ งสรรค์ ชนิ้ งาน เช่อื มโยงสลู่ กั ษณะของรปู
เรขาคณติ สองมิติ รูปเรขาคณติ สามมติ ิ และนำไปใช้ในสถานการณต์ า่ ง ๆได้

LO – Mat – 12 อ่าน เขยี น เก็บรวบรวมขอ้ มูลและนำเสนอขอ้ มลู โดยใช้แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแทง่ หรือ
ตารางทางเดียว ส่ือสารแปลความหมายของขอ้ มูลและใช้ขอ้ มูลเพ่อื อธบิ ายเหตุการณ์
ตดั สินใจ หรือแกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

LO – Mat – 13 แก้ปญั หาทางสถิตใิ นสถานการณ์ใกลต้ ัวหรือสิ่งแวดลอ้ มในบริเวณบ้าน โรงเรียนหรอื ชุมชน
ของตนเองอย่างมมุ านะ และสร้างสรรค์

38

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ

 สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ความสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ
ด้วยภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลท่ีมีการใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดภาษาหนึ่งและมีความสำคัญ
เป็นอย่างย่ิงในการติดต่อส่ือสารระหว่างประเทศ นอกจากน้ียังเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
เป็นเคร่ืองมอื สำคัญในการติดตอ่ ส่อื สารในชีวิตประจำวัน การแสดงออก การจดั การตนเอง การแสวงหาความรู้
เชื่อมโยงกับวิชาอ่ืน ๆ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่การเพ่ิมขีดความสามารถ
ในการแขง่ ขนั ของประเทศ
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรียนรู้
เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ในด้านต่าง ๆ และเป็นเคร่ืองมือสำหรับ
การส่ือสารสร้างความเข้าใจในความแตกต่างในด้านเช้ือชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม นอกจากน้ี ภาษาอังกฤษ
ยังสามารถช่วยกระตุ้นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน รวมท้ังเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจอันดี
กับผู้อ่ืน โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกัน อันนำไปสู่สัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน ผู้เรียนภาษาอังกฤษ
จะได้รับการพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนคำศัพท์ ประโยคง่าย ๆ เพ่ือสร้างความเข้าใจเร่ืองราว
พร้อม ๆ กับแลกเปลี่ยนความรู้ แสดงความคิดเห็น และความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม โดยผู้เรียนควรได้รับ
แรงเสริมและกำลังใจจากครูให้มีความกล้า รู้สึกสนุก มีความเพลิดเพลินในการเรียนรู้ภาษา เกิดความคุ้นเคย
และความมั่นใจในการฝึกสนทนา โต้ตอบ และเพมิ่ โอกาสใหน้ ักเรยี นไดใ้ ช้ภาษาองั กฤษท้ังในและนอกช้นั เรียน
จดุ เนน้ การพฒั นา (ชว่ งชัน้ ท่ี 1)
ในชว่ งชน้ั ท่ี 1 ภาษาอังกฤษมงุ่ เน้นการตดิ ตอ่ สอ่ื สารในแง่มมุ / มติ ิตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่
1) รู้คำศัพทท์ พ่ี บบอ่ ยๆ และสำนวนพืน้ ฐานเกีย่ วกับตนเอง ครอบครัว และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
2) เข้าใจและสามารถโต้ตอบกับผู้พูด/ คู่สนทนาได้ ในการแสดงความคิด อารมณ์ ความรู้สึก โดยใช้
ประโยคง่าย ๆ
3) ให้ขอ้ มูลส่วนตวั เบ้อื งต้นเก่ยี วกบั ตนเอง โดยใชค้ ำและวลี ที่สนั้ และงา่ ย หรือใช้ประโยคพืน้ ฐานได้
4) เข้าใจคำศัพท์ วลี ประโยคสั้นๆรวมไปถึงคำส่ังที่ใช้บ่อย ๆ ในสถานการณ์ท่ีคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น
ทงั้ ในการพูดและการเขียน
5) สามารถใช้คำศัพท์ วลีส้ันๆ และสำนวนท่ีใช้ในการสื่อสารเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เพื่อส่ือสารและ
บรรยายขอ้ มลู สว่ นบุคคล สี ตวั เลขพ้ืนฐาน สิง่ ของพ้ืนฐาน กจิ วัตรประจำวัน ฯลฯ
6) สามารถจดจำและใช้คำศัพท์ได้ถูกต้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำโดด ๆ ระดับพื้นฐาน และใช้วลีส้ัน ๆ
เก่ยี วกบั สถานการณ์ในชีวติ ประจำวนั ที่พบไดท้ ่วั ไป

* หมายเหตุ ได้ใช้สมรรถนะตามกรอบอ้างอิง FRELE-TH เป็นพื้นฐาน เพ่ือความชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อ
การจัดการเรียนการสอน ช่วยให้ครูวิเคราะห์ได้ง่ายข้ึน สอดคล้องกับระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ
ตามกรอบ CEFR และ FRELE-TH

39

 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก

1. ฟัง พูดเพ่ือการส่ือสาร

1.1 ฟงั และพูดคำศัพท์งา่ ย ๆ สะกดคำ บอกความหมายของคำ วลี 1. การจัดการตนเอง

ทเ่ี กี่ยวข้องใกลต้ ัวในชวี ติ ประจำวนั โดยเนน้ การออกเสยี งภาษาอังกฤษ 2. การคิดขั้นสูง

อย่างถูกต้อง 3. การส่ือสาร

1.2 ฟงั พูดเร่ืองราวเก่ียวกับตนเอง ครอบครวั บุคคล หรือส่ิงตา่ ง ๆ ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
รอบตัว ใช้ข้อมูลสว่ นตัวเบ้ืองต้นเกี่ยวกับตนเอง โดยใชค้ ำและวลี ๖. การอยรู่ ว่ มกับระบบธรรมชาติ

ท่สี ้นั และง่าย หรอื ใช้ประโยคพ้ืนฐานได้อย่างเหมาะสมและม่ันใจ และวิทยาการอยา่ งยั่งยืน

1.3 ใช้คำศัพท์ วลีสนั้ ๆ และสำนวนที่ใช้ในชวี ติ ประจำวนั เพ่ือสื่อสารและ

บรรยายข้อมลู ส่วนบุคคล กิจวตั รประจำวันได้อย่างถูกต้อง

และเหมาะสม

2. อ่านเพ่ือความเขา้ ใจ

2.1 อ่านประโยคอย่างง่ายเกีย่ วกบั ตนเอง บุคคล เหตุการณ์ 1. การจดั การตนเอง

ในสถานการณ์ ใกลต้ วั จากสอ่ื ท่ีหลากหลายแลว้ ปฏิบตั ิตาม 2. การคิดขน้ั สูง

ได้อยา่ งเหมาะสม 3. การส่ือสาร

2.2 อ่านบทความสั้นๆ ง่ายๆ เพ่ือเรยี นรู้ เข้าใจ และบอกความรสู้ ึกของ ๖. การอยู่รว่ มกับระบบธรรมชาติ
ตนเองเกี่ยวกับเน้ือหาทีส่ นใจจากสื่อและแหลง่ เรียนรทู้ ี่หลากหลาย และวิทยาการอยา่ งยั่งยืน

3. เขียนเพ่ือแสดงความคิดและสะท้อนความรสู้ กึ

3.1 เขียนประโยคอย่างง่ายเพ่ือนำเสนอข้อมูล แสดงความคิด ความรู้สึก 1. การจัดการตนเอง

เกี่ยวกบั ตนเอง ครอบครวั บุคคล และสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัวได้อย่าง 2. การคิดขั้นสูง

ถูกต้องและเหมาะสม 3. การสื่อสาร

3.2 เขียนคำศัพท์ วลี และประโยคสัน้ ๆ ที่ตนเองสนใจ จากส่ือ และ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
6. การอยรู่ ว่ มกบั ระบบธรรมชาติ
แหล่งเรียนรทู้ ี่หลากหลาย

และวิทยาการอย่างยัง่ ยืน

4. ใชภ้ าษาเพื่อการเรียนรู้ และทำงานร่วมกับผู้อนื่

4.1 สนทนา ส่ือสารความต้องการของตนเอง และแลกเปล่ยี นความคิด 1. การจดั การตนเอง

โดยใชว้ ลี ประโยคง่ายๆ รว่ มกับผู้อ่นื ในสถานการณ์ทีห่ ลากหลายใน 2. การคิดขน้ั สูง

ชวี ิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม 3. การสื่อสาร

4.2 สรา้ งชนิ้ งานเก่ียวกับภาษาอย่างสรา้ งสรรคใ์ ห้เหมาะกับบุคคล 4. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม

เหตุการณ์และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

6. การอยรู่ ว่ มกับระบบธรรมชาติ

และวิทยาการอย่างย่ังยืน

40

 ผลลพั ธก์ ารเรียนรเู้ มื่อจบชว่ งช้นั ท่ี 1

1. ฟัง พูดคำศัพท์ บอกความหมายวลี ภาษาอังกฤษอย่างง่ายเก่ียวกับตนเอง ครอบครัวและโรงเรียน
โดยออกเสยี งภาษาองั กฤษไดอ้ ย่างถกู ต้อง

2. ฟัง พูด โต้ตอบ บอกความต้องการของตนเอง แลกเปล่ียนและนำเสนอข้อมูลด้วยคำสั้น ๆ และง่าย ๆ
เก่ียวกับเรื่องราวของตนเอง ครอบครัว เพื่อน เหตุการณ์ในสถานการณ์ใกล้ตัวในชีวิตประจำวันและ
ปฏิบัตติ ามได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจ

3. ฟัง พูดเกี่ยวกับเน้ือหาที่สนใจ จากส่ือวีดิทัศน์ นิทาน เร่ืองสั้น โฆษณา โดยเลือกใช้คำหรือประโยค
อย่างงา่ ย เพือ่ แสดงความคิดเห็นท่ีมีต่อเหตุการณ์ หรือเรอื่ งราวนน้ั ๆ อย่างเหมาะสม

4. อ่านประโยคคำสั่ง คำแนะนำอยา่ งง่าย และนำไปปฏิบัติตามไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
5. อ่านนิทาน เร่ืองสั้น การ์ตูน ได้อย่างถูกต้อง และบอกความรู้สึกของตนเองจากเร่ืองท่ีอ่าน

ได้อยา่ งเหมาะสม
6. เขียนประโยคอย่างง่ายเกี่ยวกับตนเอง บุคคล และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

กับบคุ คลตามกาลเทศะ
7. ใช้ทักษะการเขียนคำ วลี หรือประโยคอย่างง่าย เพ่ือแสดงความคิดหรือสะท้อนความรู้สึก

ไดอ้ ย่างเหมาะสม
8. ใช้วลี ประโยคอย่างง่ายในการสนทนา ส่ือสารความต้องการของตนเอง และแลกเปล่ียนความคิด

ในการทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนอย่างเหมาะสม
เลือกใช้ส่ือ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางภาษาที่สะท้อนการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง
อย่างเหมาะสม
9. เลือกใช้สื่อ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางภาษาท่ีสะท้อนการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง
อย่างเหมาะสม

 ผลลพั ธ์การเรียนรู้รายช้ันประถมศึกษาปที ี่ 1
LO-Eng-01 ฟัง พูด คำ วลี ส้นั ๆ ที่เกย่ี วข้องกับสงิ่ ใกล้ตัวในชีวิตประจำวนั และบอกความหมายอย่างถูกตอ้ ง

และมัน่ ใจ

LO-Eng-02 ฟงั พูด คำศัพท์ที่พบบ่อยๆ สำนวนพ้ืนฐานเกีย่ วกบั ตนเอง ครอบครัว และส่งิ ต่าง ๆ รอบตัว
โดยใช้คำ วลี และประโยคพน้ื ฐานท่สี ัน้ และงา่ ย บอกขอ้ มลู สว่ นตัวเก่ียวกับตนเอง สี ตัวเลข
สงิ่ ของ และคำสง่ั ทใ่ี ช้บอ่ ย ๆ ในชวี ิตประจำวนั สามารถสอ่ื สารได้อยา่ งเหมาะสมและมน่ั ใจ

LO-Eng-03 ฟัง พดู ข้อมูลเกยี่ วกับเรื่องราวของบุคคล เหตกุ ารณ์ สถานการณใ์ กลต้ วั โดยเลือกใช้คำหรือ

ประโยคอยา่ งง่ายในการตอบคำถาม

LO-Eng-04 อา่ นออกเสยี งประโยค คำสั่ง คำแนะนำ และสะกดคำงา่ ยๆถูกต้องเหมาะสมตามหลักการอ่าน

LO-Eng-05 อ่านและสรปุ เนอื้ หา แสดงความร้สู ึกจากการอา่ นนิทานเร่ืองโปรด เรือ่ งสั้น และการต์ นู นำมา

ถา่ ยทอดกบั เพื่อนร่วมช้นั เรียนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและถกู ต้อง

LO-Eng-06 เขียนให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองครอบครวั เพ่ือน โรงเรียนโดยใชค้ ำศัพทง์ ่าย ๆ ในการสร้าง

ประโยคให้ได้ใจความท่สี มบูรณแ์ ละเหมาะสม

41

LO-Eng-07 เขยี นและสรปุ โดยใชป้ ระโยคอยา่ งง่ายจากนิทาน วดี ิทัศน์ เกม ส่ือแอปพลิเคชันทางการเรียนรู้
บทความและข่าวสารไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

LO-Eng-08 บรรยายข้อมูลสว่ นบคุ คล สี ตวั เลขพ้ืนฐาน สง่ิ ของพ้นื ฐาน กจิ วัตรประจำวัน ใช้คำศพั ท์ วลสี ้นั ๆ
และสำนวนทใ่ี ชใ้ นการสือ่ สารเรอ่ื งราวในชีวติ ประจำวนั พรอ้ มทง้ั ระบุความสามารถของตนเอง
และเพือ่ น ในวงคำศัพท์ประมาณ 150 – 200 คำ

LO-Eng-09 ใชท้ กั ษะฟัง พูด อา่ น เขียน เพื่อสร้างช้นิ งานบูรณาการความรู้รว่ มกับวิชาอน่ื ๆ ในรปู แบบ
ผลงานทเี่ ปน็ รปู ธรรมที่เหมาะสมกับสถานการณป์ ัจจบุ ันตามความถนดั และความสนใจ

 ผลลพั ธ์การเรยี นรู้รายชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2
LO-Eng-01 ฟัง พูด คำ วลี สนั้ ๆ และบอกความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครวั และโรงเรียนได้

อยา่ งถกู ต้องและม่ันใจ
LO-Eng-02 ฟัง พูด คำศัพทท์ ่พี บบ่อยๆ สำนวนพ้ืนฐานเก่ียวกับตนเอง ครอบครวั และสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั

โดยใช้คำ วลี และประโยคพ้ืนฐานทส่ี นั้ และงา่ ย บอกข้อมลู ส่วนตัวเกี่ยวกับตนเอง สี ตวั เลข
สง่ิ ของ และคำสัง่ ทีใ่ ช้บอ่ ย ๆ ในชีวิตประจำวัน สามารถสือ่ สารและปฎิบัติตามได้อยา่ ง
เหมาะสมและมัน่ ใจ
LO-Eng-03 ฟัง พดู และดู เรื่องราวสัน้ บทสนทนาหรือข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อ วดี ทิ ัศน์ นิทาน เรอื่ งสั้น
โฆษณา และตอบคำถามได้
LO-Eng-04 อา่ นประโยค คำสั่ง คำแนะนำอยา่ งง่ายตามหลักการอา่ นเก่ยี วกบั ตนเอง บคุ คล เหตุการณใ์ น
สถานการณ์ ใกล้ตวั จากสือ่ ทีห่ ลากหลายแล้วปฏบิ ัตติ ามไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
LO-Eng-05 อ่านและสรปุ เน้อื หา แสดงความร้สู ึกจากการอา่ นนิทานเร่ืองโปรด เรื่องสั้น และการต์ นู นำมา
ถา่ ยทอดกับเพ่ือนร่วมชัน้ เรียนได้อยา่ งเหมาะสมและถูกต้อง
LO-Eng-06 เขยี นให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเองครอบครัว เพ่ือน โรงเรียน และสิ่งรอบตวั บอกความรู้สึก โดยใช้
คำศัพท์ง่าย ๆ ในการสรา้ งประโยคให้ไดใ้ จความทีส่ มบูรณ์ ถูกต้องและเหมาะสมตามกาลเทศะ
LO-Eng-07 เขียนแสดงความรูส้ กึ และแสดงความคดิ เห็นจากนทิ าน วีดิทศั น์ เกม ส่อื แอปพลเิ คชนั ทางการ
เรียนรู้ บทความและข่าวสารได้อย่างเหมาะสม
LO-Eng-08 บรรยายข้อมลู สว่ นบคุ คล สี ตัวเลขพนื้ ฐาน สง่ิ ของพื้นฐาน กิจวัตรประจำวนั ใชค้ ำศพั ท์ วลี
สัน้ ๆ และสำนวนทใ่ี ช้ในการสื่อสารเร่ืองราวในชีวติ ประจำวัน พร้อมท้ังระบุความสามารถของ
ตนเองและเพื่อน ในวงคำศัพท์ประมาณ 250 – 300 คำ
LO-Eng-09 ใช้ทกั ษะฟัง พูด อา่ น เขยี น เพื่อสรา้ งชิ้นงานบรู ณาการความรรู้ ว่ มกบั วิชาอนื่ ๆ ในรูปแบบ
ผลงานทเี่ ปน็ รปู ธรรมท่เี หมาะสมกบั สถานการณ์ปจั จุบนั ตามความถนดั และความสนใจ

42

 ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้รายชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3

LO-Eng-01 ฟงั พูด คำ วลี สนั้ ๆ บอกความหมาย อ่านคำเกย่ี วกับตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น ชุมชนได้อย่าง
ถูกตอ้ งและมน่ั ใจ

LO-Eng-02 ฟัง พูด คำศัพทท์ ่ีพบบ่อยๆ สำนวนพ้ืนฐานเกย่ี วกบั ตนเอง ครอบครวั และสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัว
โดยใช้คำ วลี และประโยคพื้นฐานทีส่ น้ั และงา่ ย บอกขอ้ มูลสว่ นตวั เกย่ี วกบั ตนเอง สี ตวั เลข
สิง่ ของ และคำสง่ั ท่ใี ชบ้ อ่ ย ๆ ในชวี ติ ประจำวนั สามารถส่ือสารท้งั ท่ีเปน็ ภาษา ภาพ เสยี ง
สัญลกั ษณ์ ท่าทาง แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ได้อยา่ งเหมาะสมและม่ันใจ

LO-Eng-03 ฟัง พูด ถา่ ยทอดความร้สู กึ แสดงความคดิ เห็นจากการฟัง อ่าน และดูดว้ ยประโยคอย่างง่าย
จากส่อื วดี ิทัศน์ นทิ านเร่อื งส้นั โฆษณา ได้อยา่ งเหมาะสม

LO-Eng-04 อา่ นประโยค คำสัง่ คำแนะนำอย่างง่ายตามหลกั การอา่ นเก่ยี วกบั ตนเอง บคุ คล เหตุการณใ์ น
สถานการณ์ ใกล้ตวั จากส่อื ท่ีหลากหลายแล้วปฏิบตั ิตามไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

LO-Eng-05 อ่านและสรปุ เนื้อหา แสดงความรู้สึกจากการอา่ นนทิ านเรื่องโปรด เรอื่ งส้ัน และการต์ ูนนำมา
ถา่ ยทอดกบั เพอื่ นรว่ มชั้นเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสมและถกู ต้อง

LO-Eng-06 เขียนใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง ครอบครัว เพ่อื น โรงเรยี น และส่งิ รอบตวั โดยใชค้ ำศพั ท์ง่าย ๆ
ในการสรา้ งประโยคใหไ้ ด้ใจความทสี่ มบูรณ์ พรอ้ มทงั้ เขียนบอกความรู้สึกและแสดงความ
คิดเห็นโดยใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ

LO-Eng-07 เขยี นแสดงความรู้สกึ แสดงความคิดเหน็ และสรปุ โดยใช้ประโยคอยา่ งงา่ ยจากนิทาน วดี ิทัศน์
เกม ส่อื แอปพลเิ คชันทางการเรียนรบู้ ทความและขา่ วสารได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

LO-Eng-08 บรรยายข้อมูลส่วนบุคคล สี ตวั เลขพ้ืนฐาน สงิ่ ของพน้ื ฐาน กจิ วตั รประจำวัน ใช้คำศัพท์ วลี
ส้ันๆ และสำนวนทใ่ี ช้ในการสอ่ื สารเรื่องราวในชวี ติ ประจำวนั พรอ้ มทง้ั ระบคุ วามสามารถของ
ตนเองและเพ่ือน ในวงคำศัพท์ประมาณ 350 – 450 คำ

LO-Eng-09 ใช้ทักษะฟงั พูด อา่ น เขยี น เพ่ือสรา้ งช้ินงานและนำเสนอขอ้ มลู โดยบรู ณาการความรู้ร่วมกบั
วิชาอน่ื ๆในรูปแบบผลงานทีเ่ ปน็ รูปธรรมที่เหมาะสมกบั สถานการณป์ ัจจุบนั ตามความถนดั และ
ความสนใจ


Click to View FlipBook Version