The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตร

หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

93

 ผลลพั ธ์การเรยี นรรู้ ายช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4

LO-Eng-01 ฟงั พดู โดยใชค้ ำศพั ทพ์ นื้ ฐาน วลี ประโยค ข้อความที่เก่ียวข้องกับชีวิตประจำวัน ตนเอง
ครอบครวั บุคคลโรงเรยี น และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตัว ได้อยา่ งมน่ั ใจและถกู ต้อง

LO-Eng-02 ปฏบิ ตั ิตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่าย ๆ เก่ยี วกับคำศพั ท์ และโครงสร้างประโยค
ใชภ้ าษาเพื่อการสื่อสารไดถ้ ูกต้องตามกาลเทศะ และใชภ้ าษาในการนำเสนอได้อย่างมนั่ ใจและ
ถูกตอ้ ง

LO-Eng-03 อา่ น พูดคำศัพท์จากบทความภาษาอังกฤษท่ีเก่ียวข้องกับเทศกาลต่าง ๆของประเทศตนเอง
และตา่ งประเทศอย่างเขา้ ใจ

LO-Eng-04 อ่าน แสดงความคิดเหน็ กลุ่มคำ ประโยคเดีย่ ว สัญลกั ษณ์ เครื่องหมายเก่ยี วกับตนเอง ครอบครวั
โรงเรยี น สิง่ แวดลอ้ ม อาหาร เครื่องดมื่ เวลาวา่ ง เป็นวงคำศัพทส์ ะสมประมาณ 550-700 คำ

LO-Eng-05 เขียนส่ือสารเรอื่ งใกลตวั และกิจกรรมต่างๆที่แสดงความรู้สกึ ของตนเอง ความต้องการและ
ความชอบ พรอ้ มทง้ั ให้เหตผุ ล

LO-Eng-06 เขียนเพ่ือขอและใหข้ ้อมูล ตนเอง เพ่ือนและครอบครัว เขียนโต้ตอบในการสือ่ สารระหวา่ งบุคคล
เขียนแสดงความต้องการ ขอความชว่ ยเหลือในสถานการณง์ ่าย ๆ ได้ถกู ต้อง เหมาะสม

LO-Eng-07 สนทนา และเขยี น โต้ตอบข้อมูลเรอ่ื งใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว เหตุการณ์หรอื
ประเด็นตา่ ง ๆ รอบตัว ทอ่ี ยู่ในความสนใจ

LO-Eng-08 เขียนคำ กลมุ่ คำทมี ีความหมายสัมพนั ธ์กบั สงิ่ ต่าง ๆ ใกลต้ วั และใช้ภาษาใช้ภาษาตา่ งประเทศใน
การสบื คน้ และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ

LO-Eng-09 บอก เขยี น วางแผน ออกแบบการนำเสนอเรื่องที่ไดจ้ ากการสืบค้นขอมูลท้ังจากแหลง่ เรยี นรู้จริง
ใกลต้ วั บา้ น โรงเรยี น ไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม

LO-Eng-10 ใชภ้ าษาเพื่อสรา้ ง ความสมั พนั ธ์ แลกเปลยี่ น ความเข้าใจทางวัฒนธรรมได้อยา่ งเหมาะสมและ
ถูกตอ้ ง

 ผลลพั ธ์การเรยี นรรู้ ายช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

LO-Eng-01 ฟัง พูด โดยใช้คำศัพท์พื้นฐาน วลี ประโยค ข้อความที่เกย่ี วข้องกับชวี ติ ประจำวัน ตนเอง
ครอบครัว บุคคล โรงเรยี น และสงิ่ ต่าง ๆ รอบตวั ได้อย่างมัน่ ใจและถูกต้อง สนทนาโต้ตอบ
แลกเปลี่ยนความคดิ เห็น ขอ้ มูล การสือ่ ความหมาย ความร้สู ึก อารมณต์ ่อสถานการณ์ในชีวิต
ประจำวนั ไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม

LO-Eng-02 ปฏบิ ัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ เก่ียวกบั คำศพั ทแ์ ละโครงสรา้ งประโยค ใช้
ภาษาเพื่อการสอ่ื สารได้ถูกต้องตามกาลเทศะ และใชภ้ าษาในการนำเสนอไดอ้ ยา่ งม่นั ใจและ
ถูกต้อง

94

LO-Eng-03 อา่ น พดู คำศัพท์จากบทความภาษาอังกฤษทเ่ี กีย่ วข้องกบั เทศกาลต่าง ๆของประเทศตนเอง

และตา่ งประเทศอย่างเขา้ ใจ

LO-Eng-04 อ่าน แสดงความคดิ เห็นกลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ เครอ่ื งหมายและความหมายเกี่ยวกบั
ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น สง่ิ แวดลอ้ ม อาหาร เครอื่ งด่ืม เวลาว่างและนันทนาการ สขุ ภาพและ
สวสั ดิการ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ 750-950 คำ

LO-Eng-05 เขียนสื่อสารเรือ่ งใกลตัวและกิจกรรมต่างๆที่แสดงความรู้สกึ ของตนเอง ความต้องการและ
ความชอบ พร้อมทงั้ ให้เหตุผล

LO-Eng-06 เขยี นเพ่ือขอและใหข้ ้อมลู ตนเอง เพื่อนและครอบครวั เขยี นโตต้ อบในการส่ือสารระหวา่ งบุคคล
เขยี นแสดงความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง เหมาะสม

LO-Eng-07 สนทนา และเขียน โต้ตอบข้อมูลเร่ืองใกลต้ ัวประสบการณ์ สถานการณ์ ขา่ ว เหตุการณ์หรือ
ประเดน็ ตา่ ง ๆ รอบตัว ทีอ่ ยใู่ นความสนใจ

LO-Eng-08 เขียนคำ กลมุ่ คำทีมีความหมายสมั พันธก์ บั สง่ิ ต่าง ๆ ใกลต้ วั และใชภ้ าษาใชภ้ าษาต่างประเทศใน
การสืบคน้ และรวบรวมขอ้ มูลต่าง ๆ

LO-Eng-09 บอก เขยี น วางแผน ออกแบบการนำเสนอเร่ืองที่ไดจ้ ากการสืบคน้ ขอมลู ทงั้ จากแหล่งเรยี นร้จู รงิ
ใกลต้ ัว บ้าน โรงเรยี น ไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม

LO-Eng-10 ใชภ้ าษาเพ่ือสร้าง ความสมั พนั ธ์ แลกเปลย่ี น ความเขา้ ใจทางวฒั นธรรมได้อย่างเหมาะสมและ
ถูกตอ้ ง

 ผลลัพธก์ ารเรียนร้รู ายชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6

LO-Eng-01 ฟัง พดู โดยใช้คำศัพท์พืน้ ฐาน วลี ประโยค ข้อความที่เกย่ี วข้องกับชวี ิตประจาวัน ตนเอง

ครอบครวั บคุ คล โรงเรียน และสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัว ได้อย่างมัน่ ใจและถกู ต้อง สนทนาโต้ตอบ

แลกเปล่ียนความคดิ เห็น ข้อมูล การสื่อความหมาย ความรู้สึกอารมณต์ ่อสถานการณ์ใน

ชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม

LO-Eng-02 ปฏบิ ตั ติ ามคำส่ัง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ เก่ียวกบั คำศัพท์และโครงสรา้ งประโยค ใช้

ภาษาเพอ่ื การสนทนาโตต้ อบไดถ้ ูกตอ้ งตามกาลเทศะ และใชภ้ าษาในการนำเสนอได้อยา่ งม่ันใจ

และถูกต้อง

LO-Eng-03 อา่ น พดู คำศัพท์จากบทความภาษาองั กฤษท่ีเก่ียวข้องกบั เทศกาลต่าง ๆของประเทศตนเองและ

ตา่ งประเทศอย่างเขา้ ใจ

LO-Eng-04 อา่ น แสดงความคดิ เห็นกลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ เคร่อื งหมายและความหมายเกี่ยวกบั
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่งิ แวดล้อม อาหาร เครอ่ื งดื่ม เวลาว่างนันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดิการ การซอื้ -ขาย และลมฟ้าอากาศ เป็นวงคำศพั ทส์ ะสมประมาณ 1,050-1,200 คำ

LO-Eng-05 เขียนส่อื สารเร่ืองใกลตวั และกิจกรรมต่างๆที่แสดงความรู้สกึ ของตนเอง ความตอ้ งการและ
ความชอบ พรอ้ มทั้งให้เหตุผล

LO-Eng-06 เขยี นเพื่อขอและใหข้ ้อมูล ตนเอง เพื่อนและครอบครัว เขียนโต้ตอบในการส่อื สารระหว่างบุคคล

95

เขียนแสดงความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลอื ในสถานการณ์ง่าย ๆได้ถูกต้อง เหมาะสม
LO-Eng-07 สนทนา และเขียน โตต้ อบข้อมูล แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ เรื่องใกล้ตัวประสบการณ์ สถานการณ์

ข่าว เหตุการณห์ รอื ประเดน็ ต่าง ๆ รอบตวั ที่อย่ใู นความสนใจ
LO-Eng-08 เขยี นคำ กลมุ่ คำทมี ีความหมายสัมพนั ธก์ ับส่ิงตา่ ง ๆ ใกลต้ วั และ ใช้ภาษาต่างประเทศใน

การสืบค้นและรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ
LO-Eng-09 บอก เขียน วางแผน ออกแบบการนำเสนอ สรา้ งผลงานเร่ืองท่ีไดจ้ ากการสบื คน้ ขอมูลทัง้ จาก

แหล่งเรยี นรู้จรงิ ใกลต้ วั บ้าน โรงเรียน ได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
LO-Eng-10 ใชภ้ าษาเพ่อื สร้าง ความสมั พันธ์ แลกเปล่ยี น ความเขา้ ใจทางวัฒนธรรมได้อยา่ งเหมาะสมและ

ถกู ตอ้ ง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ

 สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
พฒั นาการการเรียนรดู้ ้านสุนทรียศาสตร์ (ทศั นศิลป์ ดนตรี นาฏศลิ ป)์
เด็กประถมศึกษาในช่วงช้ันท่ี ๒ เป็นช่วงวัยท่ีสามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้ แต่จะเป็นการคิด

ในเชิงรูปธรรม เด็กมีความสนใจเรียนรู้จากของจริง พัฒนาการด้านสุนทรียะอยู่ในข้ันความสนใจสื่อท่ีเป็นจริง
การพฒั นาประสบการณ์สนุ ทรยี ะให้กับเด็กในชว่ งชน้ั น้มี คี วามเกีย่ วข้องกับการพัฒนาสมองทั้งสองซีก

สมองซีกซ้ายรับรู้ภาษา ตรรกะ คำนวณ คณิตศาสตร์ เป็นสมองที่ทำหน้าที่ด้านการคิดวิเคราะห์
การคิดเชิงเหตุผล สมองซีกขวารับรู้ด้านจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบองค์รวม การจัด
การเรียนรู้อย่างมีดุลยภาพจากสมองท้ังสองซีก จะส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียะของเด็กและส่งเสริม
ความสามารถในการคิดข้นั สงู การเรยี นรู้ไปพร้อมกนั ได้อยา่ งเตม็ ศักยภาพ

การส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียศาสตร์ ควรส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาการทำงานของสมอง
ผ่านกระบวนการรับรู้จากประสาทสัมผัสท้ังห้าและใจ เพ่ือให้เกิดการซึมซับประสบการณ์สุนทรียะ
โดยกระบวนการดังกล่าว ผ่านการสังเกตธรรมชาติ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ท้ังในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน
ท่ีสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของเด็ก ด้วยการลงมือปฏิบัติการจริงด้วยตนเองผ่านกิจกรรมศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี
นาฏศิลป์) ท่ีมีความท้าทาย ก่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงรุก และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ
จะช่วยส่งเสริมสมรรถนะด้านการเข้าใจตนเอง การจัดการตนเอง มีวินัยในการทำงาน และการทำงานร่วมกับ
ผู้อื่นและทกั ษะการสือ่ สารไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ

การจัดการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียศาสตร์จะเน้นการเรียนรู้ท้ังจากประสบการณ์ตรง
และประสบการณ์ทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างย่ิงการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ได้ชมงาน ได้ฟัง ได้ดู งานศิลปะชิ้นเอกของศิลปินต่าง ๆ รวมท้ังศิลปินท้องถิ่น โดยการได้สัมผัสวัตถุ หรือการ
ชมการแสดงต่าง ๆ ทางศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีหลากหลาย หรือจัดให้มี
สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมการเกิดประสบกาณ์สุนทรียะโดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็ก
ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ กระตุ้นการเรียนรู้ให้เกิดการคิดแก้ปัญหา หรือประดิษฐ์คิดค้น วัสดุ วิธีการ
ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เด็กกระทำด้วยตนเองได้ และมีความสามารถส่ือสารกับผู้อื่น ทำให้เกิด
การเรียนรู้เชิงรุก จะก่อให้เกิดความซึมซับในการเรียนรู้ เกิดความซาบซึ้งในศิลปะ ตะหนักถึงความสำคัญ

96
และเห็นคุณค่าของศิลปะ จิตสำนึกสาธารณะและส่งเสริมสมรรถนะด้านการเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม
การทำงานเป็นทมี ความเปน็ พลเมืองและการอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาตแิ ละวิทยาการอย่างย่ังยืน

การส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียะน้ีเกี่ยวข้องกับทฤษฎีพหุปัญญาที่ให้ความสำคัญกับการจัด
การเรียนรู้แบบบูรณาการ อาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการบูรณาการระหว่างศาสตร์ทางศิลปะ (ทัศนศิลป์
ดนตรี นาฏศิลป์) การบูรณาการข้ามศาสตร์ หรือการบูรณาการศิลปะแต่ละแขนงกับบริบททางเศรษฐกิจ
สงั คม วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ และสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ของเด็กเปน็ การส่งเสริมการพัฒนาปัญญา
ดา้ นต่าง ๆ ทีห่ ลากหลายตามความถนัดและความสนใจของเด็ก การส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียะควบคู่ไปกับ
การส่งเสรมิ พฒั นาการด้านรา่ งกาย อารมณ์ และสังคม

ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาติของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
นักเรียนในช่วงช้ันท่ี ๒ เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางด้านร่างการท่ี เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
มีความสามารถในการใช้กล้ามเน้ือมัดเล็กให้ประสานงานกันได้อย่างมีความสมดุลและใช้ในการทำงานได้ดี
เป็นชว่ งวัยท่ีเด็กให้ความสำคัญกบั กลุ่มเพื่อน อาจมีการแยกกลุ่ม ชาย-หญงิ เพราะเด็ก ชาย-หญิง มีความสนใจ
ต่างกัน การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ทางการเรยี นรู้จงึ ควรเน้นการทำงานร่วมกัน และให้ความสำคัญ
กับความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมถึงสไตล์ของการเรียนรู้ท่ีแตกต่างกัน เด็กวัยน้ีชอบเรียนรู้ในส่ิงท่ีท้าทาย
แปลกใหม่และเรียนรู้ในเรื่องที่ตน และกลุ่มเพ่ือนให้ความสนใจ มีความสามารถในการสังเกตรายละเอียดมากข้ึน
มีความสนใจในการสร้างสรรค์ศิลปะท่ีสอดคล้องกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและ
วถิ ีชีวติ ประจำวนั รอบตวั หรอื ประสบการณจ์ ริงในชวี ติ ผสมผสานกบั จินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
จดุ เนน้ การพัฒนา
ด้านท่ี ๑ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเจตคติ และการสร้างประสบการณ์สุนทรียะ ได้แก่
ความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ความเชื่อ ความสนใจ คุณธรรม ค่านิยม การช่ืนชมและความซาบซึ้งในศิลปะ
จากกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่เี น้นการสรา้ งประสบการณ์สนุ ทรียะทง้ั ทางตรงและทางอ้อมจากการได้สมั ผัสธรรมชาติ
สภาพแวดล้อมและผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) พร้อมทั้งฝึกฝนกระบวนการทางศิลปะ
ซ่ึงเริ่มต้นด้วยการใช้ศิลปะเพื่อพัฒนาจิตใจเพ่ือการสะท้อนย้อนมองถึงสภาวะจิต และกาย เพ่ือสร้างความ
พร้อมและพัฒนาความสามารถในการจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ และการใช้กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้
เกิดความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ นักเรียนไม่เพียงมีความรู้ และทักษะทางด้านศิลปะเท่าน้ัน
แต่ควรได้รับการพัฒนาถึงระดับท่ีเกิดความตระหนักรู้เชิงคุณค่า และมีทัศนคติเชิงบวก ร่วมกันรักษางาน
วัฒนธรรมทางศิลปะของไทย ของชุมชนให้คงดำรงอยู่อย่างมีบทบาทต่อไปในสังคม ควรฝึกให้นักเรียน
กล้าแสดงออกทางศิลปะอย่างสร้างสรรค์ ด้วยรูปแบบและกลวิธีทางศิลปะที่หลากหลาย ฝึกการรับฟัง
ความคิดเห็นที่มีผลต่อการพัฒนางานศิลปะของตนเอง เพื่อส่ือสารและลดช่องว่างระหว่างส่ิงที่ตนเองเห็นกับ
ผลงานศิลปะท่ีสร้างข้นึ รวมถงึ ส่ิงทผี่ อู้ ื่นเห็นและรบั รู้
ด้านท่ี ๒ การบูรณาการความรู้และทักษะทางศิลปะ ทั้งการบูรณาการระหว่างศาสตร์ทางศิลปะ
(ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) การบูรณาการศิลปะกับศาสตร์อ่ืน ๆ การบูรณาการศิลปะแต่ละแขนงกับบริบท
ทางสังคม วัฒนธรรม ธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม ภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นและการบูรณาการระหว่าง
ศิลปะไทยกับศิลปะสากล เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดจากการผสมผสานทางความคิดใหม่
กระบวนการสร้างสรรค์ใหม่ก่อให้เกิดผลงานศิลปะรูปแบบใหม่ หรือเป็นการสร้างสรรค์ท่ีตระหนักถึง
ความสำคัญของดุลยภาพในการอนุรักษ์และการพัฒนารูปแบบศิลปะของไทยในกระแสสากล โดยคำนึงถึง
รากฐานหรือสาระสำคัญของศิลปะและวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถ่ินเป็นสำคัญ รวมถึงการสร้างความตระหนัก
ถึงความสำคญั ของการมจี ิตสำนกึ การมีสว่ นร่วมและจติ สำนึกสาธารณะรับผิดชอบตอ่ สังคม

97
การจัดกิจกรรมเน้นการรับรู้จากส่ิงท่ีเป็นจริง หรือประสบการณ์ใหม่ ๆ ท่ีมีความท้าทายการคิด
แก้ปัญหาและการสร้างสรรค์ด้วยวัสดุ วิธีการที่หลากหลายด้วยการลงมือทำจริงของนักเรียนเอง หรือ
การทำงานร่วมกับผู้อ่ืน สอดคล้องกับการพัฒนาการของเด็กวัยนี้ท่ีชอบความท้าทาย เป็นวัยที่มุ่งสร้าง
ความสัมพันธ์ทางสังคมกับกลุ่มท่ีมีความสนใจคล้าย ๆ กัน การจัดกิจกรรมบูรณาการจึงส่งเสริมสมรรถนะของ
ผู้เรียนทั้งในด้านการจัดการตนเอง การคิดข้ันสูง การส่ือสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
และการอยู่รว่ มกับธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งย่งั ยนื
การนำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
ระดับตนเอง การนำสุนทรียภาพไปใช้ในชีวติ คือ เปน็ ผ้มู ีสายตามองเห็นคณุ ค่า ความงามของสรรพส่ิง
รอบตัว เกิดความคิดเชิงบวกและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะและสุนทรียภาพในชีวิตและ
สิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตและทำงานอย่างมีศิลปะ สามารถแสดงความคิดเห็น
ในการวเิ คราะห์ผลงานทต่ี นฝกึ ฝน ผลงานของเพ่อื น สรา้ งสัมพนั ธ์กับศิลปิน เปดิ กว้างส่งู านของผ้อู ืน่
ระดับชุมชนและสังคม รู้จักการใช้งานศิลปะเป็นส่วนประกอบสร้าง แรงบันดาลใจ แรงศรัทธา
เสริมเอกภาพของกลุ่มคน ชุมชน สังคม โดยมีศิลปะเป็นเครื่องจรรโลงจิตใจ และน้อมนำไปสู่การสร้างงาน
ศลิ ปะสาธารณะกุศล ศิลปะเพ่ือชุมชน ศลิ ปะในวัฒนธรรมประเพณี ในวาระหรือเทศกาลที่สำคญั ต่าง ๆ และใช้
เปน็ สอ่ื นำเสนอการแกไ้ ขปญั หาของสังคม
การบูรณาการกับกลุม่ สาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
บูรณาการระหว่างทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ อย่างสอดคล้องและกลมกลืน และบูรณาการกับ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ดงั นี้

ภาษาไทย/ ภาษาองั กฤษ ภาษาและดนตรี นาฏศิลป์ เป็นสอื่ ประกอบทีเ่ กือ้ กลู กัน การฝึกทักษะ
ทางภาษาของเด็กในวัยช่วงชั้นที่ ๒ ผ่านการแสดงออกด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษร อาจเป็นส่วนหนึ่งของ
งานแห่งจินตนาการ จากการกระทำที่แสดงโดยภาพวาด บทละคร ลำดับเรื่องในภาพยนตร์ บทเพลงบรรเลง
ที่คัดย่อมา ท่าเต้น-การฝึกให้เล่าเร่ือง (เป็นกลุ่มหรือใช้บันทึกดิจิทัล) สร้างการกระทำหรือสถานการณ์ใหม่
ในรูปแบบท่ีออกแบบท่าเต้นการพูด การอภิปราย การแสดงบทบาทสมมติ ฝึกฝนการออกเสียงที่ชัดเจน
มีจังหวะ มีลีลา มีท่วงทำนอง เป็นการเรียนที่มีความร่ืนรมย์ ล่ืนไหล มีความสุข และสามารถถ่ายทอดอารมณ์
ความรู้สกึ ได้ตรงกับความหมายและความเป็นจริงมากข้ึน

สังคมศึกษา เป็นส่ือในการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ ความผูกพันของคนในสังคม มรดก
ภูมิปัญญาของชาติในระดับพ้ืนถ่ิน ระดับชาติ และระดับ นานาชาติ ประวัติศาสตร์ศิลปะผสมผสาน
การแสดงออกทางศลิ ปะทงั้ หมด ในอดีตและปัจจุบนั ท้ังระดับปญั ญาชนผู้รูแ้ ละประชาชนระดบั กว้างและชุมชน
เป็นเส้นทางบ่มเพาะวัฒนธรรมทางศิลปะให้แก่นักเรียน โดยเป็นการผสมผสานระหว่างได้สัมผัสผลงานศิลปะ
และการได้รับองค์ความรู้โดยไม่หยุดอยู่ท่ีขอบเขตตามจารีตของวิจิตรศิลป์ ดนตรี ขบั ร้อง การละคร การเต้นรำ
วรรณกรรมและภาพยนตร์ เพ่ือการสืบสานมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ท่ีเรียนรู้ตามความนิยมหรือแบบ
ประเพณีดั้งเดิม ให้อุดมด้วยการฝึกฝนทางศิลปะทุกแขนง ถ่ายทอดเป็นเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์และ
ถ่ายทอดจินตนาการออกมาด้วยงานศิลปะเพื่อทำความเข้าใจความเปล่ียนแปลงของสังคม โลกและระบบ
ธรรมชาติ

คณิตศาสตร์ จากพื้นฐานที่ได้จากช่วงชั้นท่ี ๑ ในเรื่อง เส้น รูปร่าง รูปทรง ปริมาณหรือขนาด
ความหนาบาง พ้ืนที่ พื้นผิว แผนภูมิ และสีอ่อนแก่ การจำแนก แยกแยะ จัดกลุ่ม จัดองค์ประกอบศิลปะ
ด้วยเส้นและรูปร่างรูปทรงเรขาคณิต และการประกอบลายศิลปะไทย อย่างสมมาตร สมดุลในลายแม่บท
ทั้งแบบสมบูรณ์และแบบแตกลายหรือขยายอย่างมี Pattern การจัดองค์ประกอบศิลป์ ด้วยจังหวะของรูปและ

98
ที่ว่าง (Solid and Void) ท้ังบนหน้ากระดาษ หรือการแสดงบนเวที ช่วงช้ันที่ ๒ ขยายทักษะและแนวคิด
(พ้นื ที่ มมุ มอง สดั สว่ น การวดั ฯลฯ) ซงึ่ สามารถเช่ือมโยงกับสง่ิ ทีพ่ ัฒนาข้ึนในวิชาคณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ การสำรวจและสงั เกตธรรมชาตเิ ป็นกระบวนการรว่ ม
ท้งั ด้านวทิ ยาศาสตร์และสุนทรียศาสตร์ ทช่ี ่วยใหเ้ ด็กรู้จักและเข้าใจสรรพสง่ิ ในธรรมชาติดว้ ยการสัมผัสและ
มปี ระสบการณต์ รง สามารถเห็นรายละเอียดและระบุ ต้งั คำถามเพื่อการสืบค้นที่มาของปรากฏการณต์ ่าง ๆ
รถู้ งึ ทม่ี าของวสั ดสุ ำคัญที่ใชส้ ร้างชิ้นงานศิลปะ การสรา้ งแบบจำลองทางวทิ ยาศาสตร์และผลการทดลอง
กระบวนการแปรรปู วัสดุธรรมชาติทีน่ ำมาสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะ การคน้ พบความสัมพันธร์ ะหว่างความรสู้ ึก
เกยี่ วกับสแี ละคณุ ภาพทางกายภาพของวสั ดุของสี (เมด็ สี สาร สารยดึ เกาะ สารที่ทำให้แห้งเรว็ (siccative) ฯลฯ)
ผลกระทบท่เี กิดจากการใช้ (การทำแบบใส ๆ การเคลือบฝีแปรงแบบหนา การเคลอื บทำใหแ้ ขง็ ระยะใชว้ ิธีฉีดพ่น…)
รองรับ ผสมกบั ส่อื อนื่ ๆ ทำความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ประสาทสมั ผสั มติ ขิ องสี โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ความสมั พนั ธ์
ระหว่างปริมาณ (รูปแบบ พื้นผิว ขอบเขตสภาพแวดล้อม) และคณุ ภาพ (เฉดสีความเข้มข้น เฉดสี แสง ฯลฯ)
สีและเสยี งเป็นวทิ ยาศาสตร์ ท่ีผ่านการคำนวณมาตัง้ แต่อดีต จนกลายเป็นวิทยาศาสตรธ์ รรมชาติ เป็นหลกั การ
ให้ยดึ ถือ ซึ่งวิทยาศาสตร์และศลิ ปะไดผ้ สมกนั อย่างกลมกลืน งานด้านดนตรีและนาฏศิลป์ถกู นำไปใช้
ในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สขุ ภาพ จติ วทิ ยา ก่อใหเ้ กิดสรรพวิชาใหมใ่ นปัจจบุ นั

99

 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

๑. สัมผัส ซึมซบั สนุ ทรียภาพและสร้างสรรคผ์ ลงานศลิ ปะทุกแขนง

๑.๑ ร้จู กั ชื่นชมสนุ ทรียภาพ (Art Appreciation) จากธรรมชาติ ๑. การจัดการตนเอง
สภาพแวดล้อมใกลต้ วั วัฒนธรรม วถิ ีชีวติ ประจำวัน รวมถงึ ๒. การคดิ ขนั้ สูง
ผลงานศลิ ปะอันเกี่ยวเนอ่ื งกบั คณุ ค่าในชวี ติ และการสร้างสรรค์ ๓. การส่ือสาร
ผลงานศลิ ปะจากการรบั รูท้ างการมองเห็น การสมั ผัส การรบั ชม ๕. การเปน็ พลเมอื งทีเ่ ข้มแข็ง
การได้ฟังและการบูรณาการข้ามประสาทสมั ผัส ๖. การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาติ

๑.๒ ใช้ศลิ ปะ เพื่อการพฒั นาจิตใจผา่ นการทำงานอย่างมสี มาธิ สังเกต และวิทยาการอยา่ งยัง่ ยืน
เห็น เขา้ ใจและรบั รู้สนุ ทรยี ภาพ ผ่านความสมั พนั ธข์ องพหปุ ระสาท
สัมผสั (กาย - ใจ - มือ - ตา - หู ) กบั ธรรมชาติและวัสดอุ ปุ กรณ์
ให้เหมาะสมกับวัย

๒. สรา้ งและนำเสนองานศิลปะ จากจนิ ตนาการ ความคิด สรา้ งสรรค์ โดยเข้าใจธรรมชาติ และเปรียบเทียบ

ความเหมือน และความแตกตา่ งระหว่าง ศลิ ปะ ประวัตศิ าสตร์ และ วฒั นธรรม

ภูมิปญั ญาท้องถิ่น ภมู ปิ ญั ญาไทย

๒.๑ รับรู้ และรจู้ ักการใช้องคป์ ระกอบทางทัศนศิลป์ เช่น รปู ร่าง รูปทรง ๑. การจดั การตนเอง

พน้ื ผวิ สี แสงเงา และมที ักษะพ้ืนฐานในการใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ ถา่ ยทอด ๒. การคิดข้นั สงู

ใช้ความคิดและจินตนาการแสดงออกทางศิลปะ โดยเข้าใจธรรมชาติ ๓. การสือ่ สาร

เปรยี บเทยี บและเช่ือมโยงความสัมพนั ธข์ อง ศลิ ปะ ประวตั ศิ าสตร์ ๔. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม

๒.๒ เรยี นรู้และแก้ปัญหาจากการปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลองและสงั เกตผลท่เี กิด ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง

จากการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ทักษะทางศลิ ปะใหเ้ หมาะสม ๖. การอยูร่ ว่ มกับธรรมชาติ

ตามคุณลักษณะในการสรา้ งสรรค์ผลงาน และนำเสนองานศิลปะ และวทิ ยาการอย่างยั่งยนื

ให้บรรลเุ ปา้ หมายตามบรบิ ทของผเู้ รียนแต่ละคน

๒.๓ สร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ปท์ ีเ่ ปน็ อตั ลักษณ์และความรู้สึกของตนเอง

ถ่ายทอดความคดิ ความรสู้ ึก จินตนาการ ธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม

ทเ่ี ช่อื มโยงกับตนเองและผูอ้ ืน่ โดยการลองผิดลองถกู ด้วยวิธีการ

ทหี่ ลากหลายจนคน้ พบและประยุกตใ์ ชเ้ ทคนิควธิ กี ารใหม่

ดว้ ยกระบวนการกลมุ่

100

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

๓. ดนตรีวิจักขณ์ (Music Appreciation) ร้อง เลน่ เตน้ และเคลือ่ นไหวตามจงั หวะและเสียงดนตรี

๓.๑ อ่านและเขยี นเครื่องหมายสญั ลกั ษณ์ตัวโน้ตเบือ้ งตน้ ของดนตรีไทย ๑. การจดั การตนเอง

และดนตรีสากล ๒. การคดิ ข้นั สูง

๓.๒ จำแนกแนวเพลงต่าง ๆ จากการฟงั และเปรียบเทียบประเภทของ ๓. การสื่อสาร

เครื่องดนตรีไทย ดนตรีพนื้ บ้าน และดนตรีสากล จากภาพและเสียง ๔. การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี

๓.๓ ขบั ร้อง และบรรเลงเพลงไทยเดิม ไทยสากล เพลงลูกท่งุ หรอื ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

เพลงสากลในแนวดนตรีต่าง ๆ ถูกต้องตามจังหวะ ทำนองของเพลง ๖. การอย่รู ่วมกบั ธรรมชาติ

ตรงตามระดบั เสียง และสื่ออารมณข์ องบทเพลง และวิทยาการอย่างยั่งยนื

๓.๔ ขบั รอ้ ง และบรรเลงรวมวงดนตรีไทย วงดนตรีพ้นื บ้าน หรือวงดนตรี

สากล และนำเคร่ืองดนตรปี ระเภทตา่ ง ๆ มารว่ มบรรเลงผสมผสาน

เป็นแนวเพลงรว่ มสมยั และเผยแพรผ่ ่านส่ือเทคโนโลยตี ่าง ๆ

๓.๕ แสดงออกถงึ ความรสู้ ึกเก่ยี วกบั ดนตรปี ระเภทตา่ ง ๆ จากการฟัง

การขบั ร้อง และการบรรเลงดนตรีด้วยเครือ่ งดนตรีไทยพน้ื บา้ น เคร่ือง

ดนตรไี ทย หรอื เคร่ืองดนตรีสากล และนำมาประยุกต์ใช้

ในกจิ กรรม วันสำคญั เทศกาลต่าง ๆ

๔. สร้างสรรค์การเคลือ่ นไหวในรปู แบบต่าง ๆ อย่างมแี บบแผน

๔.๑ สืบค้น อธิบาย และเปรียบเทยี บ ประวัติความเปน็ มาของการละเล่นของ ๑. การจัดการตนเอง

ไทย นาฏศลิ ป์ไทย และนาฏศิลปป์ ระเทศเพ่ือนบ้าน ๒. การคดิ ขน้ั สูง

๔.๒ เปรียบเทยี บ ใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ ในการส่ือความหมาย ๓. การส่ือสาร

การแสดงนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ประเทศเพื่อนบา้ น ได้อย่างถกู ต้อง ๔. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม

๔.๓ แสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย นาฏศลิ ปพ์ ืน้ บา้ น หรือนาฏศลิ ป์รว่ มสมัย ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง

ในรูปแบบตา่ ง ๆ ท้ังเดี่ยวและกล่มุ และประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ๖. การอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติ

ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และวิทยาการอยา่ งย่งั ยนื

๔.๔ ถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สกึ ผ่านการแสดง ระบำ รำ ฟ้อน

ละครสน้ั หรือกจิ กรรมต่าง ๆ ท่สี อดคลอ้ งกับประเพณี วฒั นธรรม

ท้องถน่ิ อย่างสรา้ งสรรค์

101

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

๕. ศลิ ปะวจิ กั ขณ์ วิเคราะห์ วิพากษ์ และเชื่อมโยงผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) กับวัฒนธรรม ใน

ชวี ิตประจำวนั และในท้องถ่ิน

๕.๑ เขา้ ใจและอธิบายความสำคญั ของงานศลิ ปะ ท่มี าของงานศลิ ปะ ๑. การจดั การตนเอง

ในทอ้ งถน่ิ การใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ วธิ กี ารสรา้ งงานศลิ ปะในทอ้ งถ่นิ ๒. การคดิ ขนั้ สูง

และเชื่อมโยงมุมมองทัศนคติของตนเองกับวัฒนธรรมทางศิลปะ ๓. การสอ่ื สาร

๕.๒ รบั รู้ และแสดงออกถึงอารมณ์ ความร้สู ึก ความประทบั ใจ ๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม

เก่ยี วกับศลิ ปะ ของตนเองและผอู้ ่นื ผ่อนคลายบำบัด และมคี วามสขุ ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

ในการทำงานศลิ ปะ ๖. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติ

๕.๓ แสดงความเหน็ ต่อผลงานศลิ ปะของตนเอง งานของผูอ้ ่ืน และวทิ ยาการอยา่ งย่ังยนื

หรอื งานที่ทำร่วมกบั เพ่อื น อย่างสรา้ งสรรค์ วจิ ารณอ์ ยา่ งสภุ าพ

มีเหตุผล เปิดใจรบั ฟังความเห็นของผู้อื่น เพื่อนำมาปรับปรุงผลงาน

ของตนใหส้ มบูรณ์

๕.๔ เห็นคุณค่างานศลิ ปะทีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม นำเสนอผลงานศลิ ปะ

(ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) โดยใช้เทคโนโลยรี ูปแบบตา่ ง ๆ

102

 ผลลัพธ์การเรยี นร้เู มอื่ จบชว่ งชน้ั ท่ี ๒
๑. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความงามจากการสัมผสั รับรู้ธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและผลงานศิลปะ อธิบาย

ถึงแรงบันดาลใจและความชื่นชมของตนเองเกี่ยวกับผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์)
มีสมาธิและมคี วามตั้งใจในการสร้างสรรคผ์ ลงานศิลปะ
๒. สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ที่ตนเองชื่นชอบ ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก จินตนาการ สะท้อนถึงธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อม เร่ืองราวใกล้ตัว ในชีวิตประจำวันท่ีเช่ือมโยงกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียนและท้องถ่ิน
ด้วยการเช่ือมโยงส่วนประกอบทางทัศนศิลป์ จัดองค์ประกอบทางศิลปะเป็นผลงานทัศนศิลป์
ได้อย่างหลากหลาย และประยุกต์ใช้เทคนิควิธีการใหม่ด้วยกระบวนการกลุ่ม และเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์
ให้สอดคล้องกบั เรื่องราวประวัติศาสตรศ์ ิลป์และภูมิปญั ญาท้องถนิ่
๓. ขับร้องและบรรเลงได้ตามจังหวะ ทำนองเพลงและสื่ออารมณ์ของบทเพลงได้อย่างถูกต้อง ใช้เคร่ืองหมาย
สัญลักษณ์ตัวโน้ตในการขับร้องและบรรเลงเพลง จำแนกและเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง
ของแนวเพลงและเครอ่ื งดนตรไี ทย ดนตรีพน้ื บา้ น ดนตรสี ากลจากภาพและเสียง
๔. ขับร้อง และบรรเลงรวมวงดนตรีพ้ืนบ้าน วงดนตรีไทย วงดนตรีสากลประเภทต่าง ๆ ผสมผสาน
เป็นแนวเพลงร่วมสมัย ด้วยความมั่นใจ ถูกต้องตามทำนอง จังหวะ และมีความไพเราะ เผยแพร่ผ่านสื่อ
เทคโนโลยีต่าง ๆ รับฟัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสียงดนตรีของตนเองและผู้อื่น ด้วยความสุภาพและ
สรา้ งสรรค์ ชนื่ ชม และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในกจิ กรรม วันสำคัญ เทศกาลตา่ ง ๆ
๕. สืบค้น และเปรียบเทียบ ประวัติความเป็นมา ความเหมือนและความแตกต่างของนาฏศิลป์ไทย
และนาฏศิลป์ประเทศเพ่ือนบ้าน จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยี ใช้ภาษาท่า นาฏยศัพท์
ในการสื่อความหมาย แสดงนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์พ้ืนบ้าน หรือนาฏศิลป์ร่วมสมัยใน รูปแบบต่าง ๆ
ทั้งเด่ียวและกลุ่ม อย่างมั่นใจและงดงาม สะท้อนอารมณ์ของตนเอง และสร้างสรรค์การเคลื่อนไหว
ในรปู แบบการแสดงต่าง ๆ ที่สอดคลอ้ งกบั ประเพณี วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ เหมาะสมกบั วยั
๖. แสดงออกถึงการรับรู้และชื่นชมความงามด้วยหลักการทางองค์ประกอบศิลป์ แสดงอารมณ์ ความคิด
ความรู้สึก ความประทับใจ และนำเสนอผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ด้วยความม่ันใจ
วิเคราะห์ วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับงานศิลปะ ทั้งของตนเองของผู้อ่ืน อย่างสุภาพ รับฟัง
ปรบั ปรุงผลงานของตนให้สมบรู ณ์
๗. เช่ือมโยงผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) กับวัฒนธรรม ชีวิตประจำวันเป็นสื่อแสดงความงาม
ได้อย่างอิสระ รวมทั้งการร่วมสร้างงานศิลปะ โดยประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ชุมชน
ทอ้ งถ่ิน

103

 ผลลพั ธ์การเรียนรรู้ ายชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4

LO-Art -01 แสดงความคดิ เห็นสมั ผสั รับรู้ อธบิ าย สรา้ งสรรค์ ผลงานศิลปะ เชน่ ทศั นศิลป์ ๒ มิติ ๓ มิติ เชน่
งานสื่อผสม งานวาดภาพระบายสี โดยการสรา้ งแรงบนั ดาลใจ ชน่ื ชม และตง้ั ใจ
LO-Art -02 สรา้ งสรรค์ ถ่ายทอด จนิ ตนาการ เช่ือมโยง ประยกุ ตใ์ ช้ผลงานทัศนศลิ ป์ส่ิงแวดลอ้ ม ส่วนประกอบ
องค์ประกอบวธิ ีการ กระบวนการกลมุ่ เรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลป์ภูมิปัญญาท้องถ่นิ เช่น บทบาทของงาน
ทัศนศลิ ปท์ ่ีสะท้อนชีวติ และสังคม อิทธพิ ลของความเช่อื ความศรทั ธา ในศาสนา ของไทยดว้ ยความชนื่ ชอบ
LO-Art -03 ขับร้อง บรรเลง ใช้ จำแนกเปรียบเทียบเครื่องหมาย สญั ลกั ษณต์ วั โน้ต เครื่องดนตรีไทย ดนตรี
พืน้ บ้าน ดนตรีสากล เชน่ การเคล่อื นที่ข้ึน ลง ของทำนองเพลง องค์ประกอบของดนตรี ศัพท์สังคีตในบทเพลง
ประโยค และอารมณ์ของบทเพลงท่ีฟงั ร้องผา่ นการสือ่ อารมณ์
LO-Art -04 ขับรอ้ ง บรรเลง เผยแพร่ รับฟงั แสดงความคิดเหน็ สร้างสรรค์ ประยกุ ตใ์ ช้ ผสมผสานดนตรี
พน้ื บ้านดนตรีไทย ดนตรีสากล เทคโนโลยตี า่ ง ๆ ที่เกยี่ วข้องกนั ระหวา่ งดนตรีกับวถิ ีชีวิต ประเพณี วฒั นธรรม
ไทย และวัฒนธรรมตา่ ง ๆ เรื่องราวดนตรีในประวัติศาสตร์ดว้ ยความม่นั ใจ
LO-Art -05 ประวตั คิ วามเปน็ มา ความเหมือนและความแตกตา่ งของนาฏศลิ ป์ไทยแหล่งข้อมูลตา่ ง ๆ รูปแบบ
การแสดง ตา่ ง ๆ เช่น องค์ประกอบนาฏศลิ ป์ ภาษาทา่ นาฏยศพั ท์พน้ื ฐาน การเคล่ือนไหว การแสดงนาฏศิลป์
การละครง่าย ๆดว้ ยความ มน่ั ใจ เหมาะสมกบั วัย
LO-Art -06 นำเสนอ แสดงออก รบั รู้ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคิดเห็น รบั ฟงั ปรบั ปรุง องค์ประกอบศลิ ป์
ผลงานงานศลิ ปะ เช่น แผนภาพ แผนผัง ภาพประกอบเร่ืองราวเก่ียวกบั เหตุการณ์ตา่ ง ๆ ความแตกต่างระหว่าง
งานทศั นศลิ ป์ทสี่ รา้ งสรรค์ด้วยวสั ดุอปุ กรณแ์ ละวธิ ีการทีแ่ ตกต่างกัน ด้วยความช่ืนชม ประทับใจ
7. เชอ่ื มโยง สร้างงาน ประยกุ ต์ใช้แกป้ ัญหาผลงานศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์) กับวฒั นธรรม
สิง่ แวดล้อมใกล้ตัว ชมุ ชน ทอ้ งถ่นิ เช่น ความสัมพันธ์และประโยชนข์ องนาฏศิลป์ การละครได้ อย่างอิสระ

 ผลลัพธก์ ารเรียนรูร้ ายชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5

LO-Art -01 แสดงความคดิ เหน็ สมั ผัส รบั รู้ อธิบาย สรา้ งสรรค์ ผลงานศลิ ปะ เชน่ ทัศนศลิ ป์ ๒ มติ ิ ๓ มิติ
เชน่ งานส่ือผสม งานวาดภาพระบายสี งานป้ันโดยการสรา้ งแรงแรงบันดาลใจ ช่ืนชม และต้ังใจ
LO-Art -02 สรา้ งสรรค์ ถา่ ยทอด จนิ ตนาการ เชอ่ื มโยง ประยุกตใ์ ชผ้ ลงานทัศนศิลป์ส่ิงแวดลอ้ มสว่ นประกอบ
องค์ประกอบวธิ ีการ กระบวนการกลุ่มเรื่องราวประวัติศาสตรศ์ ลิ ป์ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินเช่น บทบาทของงาน
ทัศนศิลปท์ สี่ ะท้อนชีวิตและสังคม อิทธพิ ลของความเชื่อ ความศรทั ธา ในศาสนา ของไทยของตา่ งชาติ ชืน่ ชอบ
LO-Art -03 ขบั ร้อง บรรเลง ใช้ จำแนกเปรียบเทียบเครือ่ งหมาย สัญลักษณต์ ัวโนต้ เครื่องดนตรีไทย ดนตรี
พ้ืนบา้ น ดนตรสี ากล เช่น การเคลอื่ นท่ีขน้ึ ลง ของทำนองเพลง องค์ประกอบของดนตรี ศัพทส์ ังคตี ในบทเพลง
ประโยค และอารมณ์ของบทเพลงท่ีฟงั ร้อง และบรรเลงเครื่องดนตรี ดน้ สดอย่างงา่ ย โน้ตไทยและสากลใน
รูปแบบต่างผ่านการสื่ออารมณ์

104

LO-Art -04 ขับรอ้ ง บรรเลง เผยแพร่ รับฟัง แสดงความคิดเห็น สร้างสรรค์ ประยกุ ตใ์ ช้ ผสมผสานดนตรี
พน้ื บ้านดนตรีไทย ดนตรีสากล เทคโนโลยตี ่าง ๆ ที่เกย่ี วข้องกันระหวา่ งดนตรีกับวถิ ีชวี ติ ประเพณี วฒั นธรรม
ไทย และวัฒนธรรมตา่ ง ๆ เรื่องราวดนตรใี นประวตั ิศาสตร์ อิทธิพลของวัฒนธรรมต่อดนตรดี ้วยความมน่ั ใจ
LO-Art -05 ประวัติความเปน็ มา ความเหมือนและความแตกต่างของนาฏศิลป์ไทยแหลง่ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ รปู แบบ
การแสดง ตา่ ง ๆ เชน่ องค์ประกอบนาฏศลิ ป์ ภาษาท่า นาฏยศัพท์พื้นฐาน การเคล่ือนไหว การแสดงนาฏศลิ ป์
การละครง่าย ๆ ลลี าหรอื อารมณ์ และเครอื่ งแต่งกายหรอื อุปกรณป์ ระกอบการแสดงงา่ ย ๆดว้ ยความ ม่ันใจ
เหมาะสมกับวัย
LO-Art -06 นำเสนอ แสดงออก รับรู้ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เหน็ รบั ฟัง ปรบั ปรุงองค์ประกอบศลิ ป์
ผลงานงานศิลปะ เช่น แผนภาพ แผนผัง ภาพประกอบเร่ืองราวเกยี่ วกับเหตุการณต์ ่าง ๆ ความแตกต่างระหว่าง
งานทัศนศิลป์ทส่ี รา้ งสรรค์ด้วยวัสดอุ ุปกรณ์และวิธกี ารท่ีแตกตา่ งกัน ปัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ดว้ ย
ความชืน่ ชม ประทับใจ
LO-Art -07 เช่อื มโยง สรา้ งงาน ประยุกตใ์ ช้ แก้ปญั หา ผลงานศิลปะ (ทัศนศลิ ป์ ดนตรี นาฏศลิ ป)์ กบั
วัฒนธรรมสิ่งแวดลอ้ มใกล้ตวั ชมุ ชน ท้องถน่ิ เชน่ ความสมั พันธแ์ ละประโยชนข์ องนาฏศิลป์ การละครได้ อย่าง
อสิ ระ

 ผลลัพธก์ ารเรียนร้รู ายชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6

LO-Art -01 แสดงความคิดเหน็ สมั ผัส รบั รู้ อธบิ าย สรา้ งสรรค์ ผลงานศลิ ปะ เช่นทัศนศิลป์ ๒ มิติ ๓ มิติ เช่น
งานสอ่ื ผสม งานวาดภาพระบายสี งานปัน้ งานพมิ พ์ภาพโดยการสร้างแรงแรงบันดาลใจ ชืน่ ชม และต้งั ใจ
LO-Art -02 สรา้ งสรรค์ ถา่ ยทอด จินตนาการ เชือ่ มโยง ประยุกตใ์ ชผ้ ลงานทัศนศลิ ปส์ งิ่ แวดลอ้ มส่วนประกอบ
องค์ประกอบวธิ ีการ กระบวนการกลุ่มเรื่องราวประวตั ิศาสตรศ์ ิลป์ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นเชน่ บทบาทของงาน
ทศั นศลิ ป์ท่ีสะท้อนชวี ิตและสังคม อิทธพิ ลของความเชอื่ ความศรัทธา ในศาสนา ของไทยของตา่ งชาติ และ
วฒั นธรรมทมี่ ผี ลต่อการสร้างงานทัศนศลิ ป์ในทอ้ งถิ่นชน่ื ชอบ
LO-Art -03 ขับร้อง บรรเลง ใช้ จำแนกเปรียบเทยี บเครอ่ื งหมาย สญั ลกั ษณ์ตวั โน้ต เครื่องดนตรีไทย ดนตรี
พืน้ บา้ น ดนตรีสากล เช่น การเคลือ่ นที่ขน้ึ ลง ของทำนองเพลง องค์ประกอบของดนตรี ศัพทส์ ังคตี ในบทเพลง
ประโยค และอารมณ์ของบทเพลงท่ีฟัง รอ้ ง และบรรเลงเครื่องดนตรี ดน้ สดอย่างง่าย โน้ตไทยและสากลใน
รปู แบบต่าง ๆ รลู้ ักษณะของผ้ทู ี่จะเลน่ ดนตรีได้ดี องคป์ ระกอบดนตรี ความรสู้ กึ ของบทเพลงท่ีฟงั ดนตรี
ประกอบกิจกรรมทางนาฏศลิ ป์ผา่ นการส่ืออารมณ์
LO-Art -04 ขบั รอ้ ง บรรเลง เผยแพร่ รับฟัง แสดงความคิดเห็น สรา้ งสรรค์ ประยกุ ต์ใช้ ผสมผสานดนตรี
พน้ื บา้ นดนตรีไทย ดนตรสี ากล เทคโนโลยตี า่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกันระหว่างดนตรกี ับวถิ ชี ีวติ ประเพณี วฒั นธรรม
ไทย และวฒั นธรรมต่าง ๆ เร่ืองราวดนตรใี นประวัตศิ าสตร์ อิทธพิ ลของวัฒนธรรมต่อดนตรี รคู้ ณุ ค่าดนตรีท่มี า
จากวฒั นธรรมตา่ งกนั การอนุรกั ษ์ดว้ ยความมั่นใจ

105

LO-Art -05 ประวัติความเป็นมา ความเหมือนและความแตกตา่ งของนาฏศลิ ป์ไทยแหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ รปู แบบ
การแสดง ต่าง ๆ เชน่ องค์ประกอบนาฏศิลป์ ภาษาท่า นาฏยศพั ท์พืน้ ฐาน การเคล่ือนไหว การแสดงนาฏศลิ ป์
การละครง่าย ๆ ลีลาหรอื อารมณ์ และสามารถออกแบบเคร่ืองแตง่ กายหรอื อุปกรณป์ ระกอบการแสดงงา่ ย ๆ
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์และการละครกบั สิ่งท่ีประสบในชีวติ ประจำวนั การชมการแสดง ความรู้สึกที่มี
ตอ่ งานนาฏศิลป์ๆดว้ ยความ มั่นใจ เหมาะสมกบั วัย
LO-Art -06 วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเหน็ รบั ฟงั ปรบั ปรุงองค์ประกอบศิลป์ ผลงานงานศลิ ปะ เชน่
แผนภาพ แผนผัง ภาพประกอบเร่ืองราวเกี่ยวกบั เหตุการณต์ า่ ง ๆ ความแตกตา่ งระหว่างงานทศั นศลิ ปท์ ่ี
สรา้ งสรรค์ดว้ ยวสั ดอุ ุปกรณ์และวธิ กี ารท่ีแตกต่างกัน ปัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ หลกั การลด และเพ่มิ
ในงานป้นั การ
LO-Art -07 ส่ือความหมายในงานทัศนศิลป์ของตนเอง วธิ ีการปรบั ปรงุ งานให้ดขี ึน้ ดว้ ยความชนื่ ชม ประทับใจ
เช่ือมโยง สร้างงาน ประยุกต์ใช้แกป้ ญั หาผลงานศิลปะ (ทศั นศลิ ป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์) กบั วัฒนธรรมส่ิงแวดลอ้ ม
ใกล้ตวั ชมุ ชน ท้องถิ่น เช่น ความสัมพนั ธแ์ ละประโยชนข์ องนาฏศิลป์ การละครได้ อย่างอสิ ระ

106

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

 สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้

ความสำคญั ของกลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนมีสุขภาวะท้งั กายและจิตทดี่ ีซงึ่ มีความสำคัญ
เพราะเกยี่ วโยงกับทุกมิติของชีวิต ทุกคนควรได้เรียนรู้เร่ืองสุขภาพ เพื่อจะได้มีความรู้ ความเข้าใจท่ีถูกต้อง
มีเจตคติ คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม รวมท้ังมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพจนเป็นนิสัย ทำให้ผู้เรียนเกิด
สมรรถนะในการใช้ชีวิต ส่งผลให้สังคมโดยรวมมีคุณภาพ
ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาติของกลุม่ สาระการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้นป้ี ระกอบดว้ ย สุขศึกษาและพลศกึ ษา ดังนี้
สุขศึกษา มุ่งเน้นการจัดโอกาสการเรียนรู้ให้เกิดการปฏิบัติทาง จนเป็นนิสัย มีความรับผิดชอบต่อ
ตนเองและผู้อ่ืน อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อการมี
สขุ ภาพกายและจิตท่ดี ี
พลศึกษา มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเคล่ือนไหวท่ีต้องควบคุมร่างกายและจิตใจในการทำกิจกรรม
ทางกาย การออกกำลังกาย การเล่นเกม และกีฬา ชว่ ยให้รา่ งกายเจรญิ เติบโตสมวยั มีสุขภาพดี มีระเบียบ วินัย
อดทน สรา้ งสรรค์ความสามัคคี มคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและผูอ้ ่ืน
จุดเน้นการพฒั นา
การพัฒนาผู้เรียนในช่วงชั้นท่ี 2 น้ี มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนสร้างเสริมสุขภาพและ
ความปลอดภัยของตนเองและผู้อ่ืน มีการเคลื่อนไหวร่างกายและกิจกรรมกีฬา ตามกฎ กติกาและข้อตกลง
อย่างสนุกสนานและปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อ่ืน สามารถจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง สร้างและ
รกั ษาสมั พนั ธภาพท่ดี ีกับผู้อนื่ ได้

เป้าหมายสำคัญดังกล่าว ประกอบด้วยสมรรถนะเฉพาะ 3 สมรรถนะซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง
กับสมรรถนะหลักทั้ง 6 สมรรถนะ และบูรณาการกันเป็นผลลัพธ์การเรียนรชู้ ่วงชน้ั ท่ี 2 จำนวน 8 ข้อ สำหรับ
นำไปกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 ต้องคำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลัก
และสมรรถนะเฉพาะด้วย โดยจัดกิจกรรม ประสบการณ์ หรือสถานการณ์จากเร่ืองราวใกล้ตัวไปสู่ไกลตัว
จากง่ายไปยาก ตามพัฒนาการของผู้เรยี น ฝกึ ปฏบิ ตั ิอยา่ งตอ่ เนอื่ ง

สำหรบั ช่วงชน้ั ท่ี 2 จากผลลพั ธ์การเรียนรูด้ ังกล่าว อาจจัดประสบการณ์การเรยี นรเู้ ป็น 3 กลุ่ม ดงั นี้
การสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น เป็นการจัดประสบการณ์

ให้ผู้เรียนได้ดูแลรักษาร่างกาย และสุขภาพของตนเองให้ทำงานตามปกติ สามารถดูแลสุขภาพทางเพศ
ตามช่วงวัยได้ ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศและไม่แสดงพฤตกิ รรมคุกคามทางเพศผ้กู ับอื่น
ท้ังกายและวาจา หลีกเลี่ยงและปฏิเสธอย่างรู้ทันในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยและไม่เหมาะสม
รวมท้ังหลีกเล่ียงบุคคล สถานการณ์ สถานที่ สภาพแวดล้อม ท่ีจะนำไปสู่การเก่ียวข้องกับบุหรี่ สุรา สารเสพติด
การติดเกมและการพนัน ตลอดจนชักชวนให้ผู้อ่ืนหลีกเลี่ยงส่ิงท่ีเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อ่ืน โดยรู้ทันส่ือ
และระวังอันตรายจากบุคคลที่รู้จักผ่านทางออนไลน์ซึ่งอาจนำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ การข่มเหงรังแก
และการใช้ความรุนแรงทางออนไลน์ ตลอดจนสามารถป้องกันและหลีกเล่ียงโรคและอุบัติเหตุท่ีพบบ่อย
ในชีวิตประจำวนั ได้ บอกปัญหาสุขภาพของตนเอง ใชย้ าตามคำแนะนำของแพทย์ ให้การปฐมพยาบาลได้อย่าง

107

ถูกต้องและเหมาะสม และแสดงพฤติกรรมท่ีรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและส่วนรวม โดยรับรู้และ
แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ด้านการดูแล รักษาสุขภาพร่างกาย การป้องกันโรค การใช้ยาและการปฐมพยาบาล
เพือ่ การดูแลสขุ ภาพท่ีดี

การเคล่ือนไหวร่างกายและกิจกรรมกีฬาตามกฎ กติกาและข้อตกลง อย่างสนุกสนานและ
ปลอดภัยท้ังต่อตนเองและผู้อื่น เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เคล่ือนไหวร่างกายแบบผสมผสาน
และมีกิจกรรมทางกายด้วยตนเองและร่วมกับผู้อ่ืน ท้ังแบบอยู่กับที่ แบบเคลื่อนที่ และแบบใช้อุปกรณ์ประกอบ
ผ่านการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวเร่ืองการรับแรง การใช้แรง ความสมดุลของร่างกายอย่างมีสติ สม่ำเสมอ
และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อ่ืน โดยเห็นคุณค่าของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งสามารถออกกำลังกาย เล่นเกม เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมที่ตนเองชอบ
อย่างมีความสามารถ โดยเห็นประโยชน์ที่เกิดกับตนเองและผู้อื่นจากการปฏิบัติเป็นประจำ เป็นทั้งผู้เล่นและ
ผู้ดำเนินการได้อย่างเหมาะสมตามวัย ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นเกมและกีฬา
มีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา ปฏิบัติตามกฎ กติกาและข้อตกลง วิเคราะห์ทักษะการเล่น จุดแข็ง ก ลวิธี
การเลน่ ของทีมเพ่อื ปรบั ปรงุ ทมี ใหป้ ระสบความสำเรจ็

การควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง สร้างและรักษาสัมพันธภาพท่ีดีกับผู้อ่ืน
เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนรู้จักมีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ และความรู้สึกที่เกดิ ขึ้น นำไปสู่การควบคุมตนเอง
ให้แสดงอารมณ์และความรู้สึกในสถานการณ์ต่าง ๆ และการบรรเทาความเครียดอย่างเหมาะสมและเข้าใจ
ผลดีและผลเสียท่ีเกิดข้ึนต่อตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสร้างและรักษาสัมพันธภาพท่ีดีกับครอบครัว เพื่อนและ
บุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน แก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง ยอมรับความแตกต่าง
ระหวา่ งของบคุ คล

การนำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
การจดั กจิ กรรมการเรียนรใู้ ห้บรรลุเป้าหมาย จนเกดิ สมรรถนะ ควรออกแบบกจิ กรรมทเี่ อื้อตอ่ การนำไปใช้
ในชีวิตจริง จัดการเรียนรู้ท่ีเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และเรียนรู้จากการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เช่น
ออกแบบการเรีย นรู้ที่ให้ ผู้เรียนได้เปรียบเทียบการเจริญ เติบโตและพัฒ น าการ ของร่างกายและจิตใจตนเอง
กับเกณฑ์มาตรฐาน สามารถบอกเหตุและผลของการรับประทานอาหาร การเคล่ือนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย
การเล่นกีฬา การพักผ่อนและการนอนหลับที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีและการเจริญเติบโต การวางแผนดูแล
สุขภาพของตนเองและผู้อื่น อภิปรายสะท้อนความรู้สึกของตนเองเม่ือถูกสัมผัสร่างกาย เล่าเรื่องสถานการณ์หรือ
เหตุการณ์แนวทางการปฏิบัติตนเพ่ือให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ ฝึกทักษะการปฏิเสธและทักษะ
การสื่อสารให้ผู้อ่ืนหลีกเลี่ยงสารเสพติด การติดเกมและการพนัน วางแผนการปฏิบัติตนเพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยง
และรักษาสุขภาพ สามารถปฐมพยาบาลตนเองได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และปฐมพยาบาลเคล่ือนย้ายผู้ป่วย
อย่างปลอดภัย จัดสถานการณ์ให้นักเรียนได้ตัดสินใจใช้ยาสามัญประจำบ้านที่ถูกต้องตามอาการ
และการเจ็บป่วย จัดกิจกรรมการเคล่ือนไหวร่างกายแบบผสมผสานและมีกิจกรรมทางกายด้วยตนเองและ
ร่วมกับผู้อ่ืน สามารถออกกำลังกาย เล่นเกม เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคล คู่ และทีม ท่ีตนเองชอบ
อย่างมีความสามารถ จัดสถานการณ์ท่ีท้าทายให้นักเรียนได้ทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกันกับเพื่อน มีโอกาส
ให้ทำงานกับเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนในระดับช้ัน นักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ เป็นสถานการณ์ ท่ีเน้นให้นักเรียน
ได้ทำความรู้จักกับบุคคลท่ีไม่คุ้นเคย เพ่ือฝึกการสร้างสัมพันธภาพ โดยจัดสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้
ของผู้เรียน ประสานความร่วมมือในการทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ชุมชน รวมถึงการติดตาม
ความก้าวหน้า หรือพฒั นาการของผเู้ รยี นอยา่ งตอ่ เนอื่ ง

108

การบูรณาการกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ
ดงั ตวั อยา่ ง ตอ่ ไปน้ี

ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ จัดสถานการณ์โดยใช้คำศัพท์และเร่ืองราวการเล่นเกม การละเล่นพ้ืนเมือง
การออกกำลังกาย และเล่นกีฬาเพ่ือพัฒนาความสามารถในการอ่าน การตงั้ คำถามเพ่ือสืบคน้ ข้อมูล การบันทึก
และสรปุ ขอ้ มลู ตลอดจนการใช้ภาษาเพ่อื การนำเสนอเรอ่ื งราวจากกจิ กรรม

คณิตศาสตร์ นับจำนวนท่ีเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การอ่านข้อมูลจากสถิติอย่างง่ายเพ่ือทำความเข้าใจ
เร่ืองราวรอบตัวที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การคำนวณผ่านการเล่นเกม การเล่นกีฬา การเคลื่อนไหวร่างกาย
ตามรปู แบบและทศิ ทางต่าง ๆ

ศิลปะ ใช้จินตนาการในการสร้างสรรค์งานศิลปะท่ีส่ือความหมายของเรื่องราว สะท้อนความคิด
และความรสู้ กึ ในหัวขอ้ ทีน่ ำเสนอ

สังคมศึกษา จัดกิจกรรมบูรณาการในประเด็นเก่ียวกับการอยู่ร่วมกันในสังคม สามารถปฏิบัติตน
ตามข้อตกลง ระเบียบ กฎกติกา มารยาท หลักเกณฑ์ของสังคม ได้อย่างมีความรับผิดชอบ ให้ความร่วมมือ
ในการทำงานเป็นทมี ผา่ นการเลน่ การออกกำลังกาย และการเล่นกฬี าร่วมกนั

วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ จัดกิจกรรมบูรณาการในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์จริง
ในชีวิตประจำวัน เช่น การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การจัดส่ิงแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยจากมลพิษ
ทางดนิ นำ้ อากาศ

109

 ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

๑. การสร้างเสริมสขุ ภาพและความปลอดภัยของตนเองและผู้อ่นื

1.1 ความสามารถในการดูแลรักษาร่างกาย และสุขภาพของตนเอง ๑. การจดั การตนเอง
ให้ทำงานตามปกติ ๒. การคิดข้ันสงู
๓. การสอื่ สาร
1.2 ความสามารถในการป้องกันตนเองจากอุบตั เิ หตุ และการใช้ ๕. การเปน็ พลเมืองที่เข้มแขง็
สารเสพตดิ ๖. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

1.3 ความสามารถในการดูแลสขุ ภาพทางเพศท่ีเหมาะสมกับวัย และวิทยาการอยา่ งยง่ั ยืน
1.4 ความสามารถในการใช้และรูเ้ ท่าทนั ส่ือเทคโนโลยอี ย่างถูกต้องปลอดภยั
1.5 ความสามารถในการปฐมพยาบาลตนเองและผู้อน่ื ให้ปลอดภัยจาก

การเจ็บปว่ ย

2. การเคลื่อนไหวร่างกายและกิจกรรมกีฬาตามกฎ กติกาและข้อตกลง อย่างสนุกสนานและปลอดภัย

ทัง้ ตอ่ ตนเองและผ้อู ่ืน

2.1 ความสามารถในการเคล่ือนไหวรา่ งกายแบบผสมผสาน ๑. การจัดการตนเอง

2.2 ความสามารถในการทำกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน ๒. การคิดขน้ั สูง
2.3 ความสามารถในการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ๓. การส่ือสาร
2.4 ความสามารถในการออกกำลงั กาย เล่นเกม และกีฬา อยา่ งสร้างสรรค์ ๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็
สนกุ สนาน และปลอดภยั

๖. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ

และวิทยาการอย่างยั่งยืน

3. การจดั การอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ของตนเอง กับผู้อ่นื สรา้ งและรักษาสัมพนั ธภาพท่ีดีกับผู้อนื่

3.1 ความสามารถในการควบคมุ อารมณ์ และความรู้สึกของตนเอง ๑. การจัดการตนเอง
3.2 ความสามารถในการปรับอารมณ์ และความรูส้ ึก ให้เกิดความสมดุล ๒. การคิดข้ันสูง
3.3 ความสามารถในการสร้างและรกั ษาสัมพนั ธภาพทดี่ ีกับผู้อน่ื ๓. การสื่อสาร
๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็

 ผลลพั ธ์การเรยี นรูเ้ มือ่ จบช่วงชั้นที่ ๒

๑. ดูแลรักษาร่างกายและสุขภาพของตนเองให้ทำงานตามปกติ โดยวิเคราะห์เหตุและผลของการรับประทาน
อาหาร การขับถ่าย การเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การพักผ่อนและการนอนหลับ
ท่ีส่งผลต่อการมีสุขภาพดีและการเจริญเติบโต รับรู้และแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารด้านการสร้างเสริมสุขภาพ
ขอ้ มลู บนฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และผลติ ภัณฑ์สุขภาพ ส่อื โฆษณา ในการตดั สินใจเลอื กซ้ือและเลือกใช้
อยา่ งมีเหตุผล

110

๒. ดูแลสุขภาพทางเพศตามช่วงวัย ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศและไม่แสดงพฤติกรรม
คุกคามทางเพศผู้อื่น ทั้งกายและวาจา ด้วยความเข้าใจในผลเสียหรืออันตรายที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง
อันอาจนำไปสู่ปัญหาทางเพศและผลกระทบอื่น ๆ ที่ตามมา รู้ทันส่ือ และระวังอันตรายจากบุคคลที่รู้จัก
ผ่านทางออนไลน์ซ่ึงอาจนำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ การข่มเหงรังแก และการใช้ความรุนแรง
ทางออนไลน์ โดยหาทางออกได้อย่างเหมาะสม ปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ท่ีไว้ใจหรือ
หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบ หลกี เลย่ี งและปฏเิ สธอยา่ งรทู้ นั สถานการณท์ ีไ่ มป่ ลอดภัยและไมเ่ หมาะสม

3. หลีกเล่ียงบุคคล สถานการณ์ สถานที่ สภาพแวดล้อม ท่ีจะนำไปสู่การเกี่ยวข้องกับบุหรี่ สุรา สารเสพติด
การติดเกมและการพนัน โดยเข้าใจผลเสียท่ีมีต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจน
ชักชวนให้ผู้อืน่ หลกี เลยี่ งสง่ิ ท่เี ปน็ อนั ตรายตอ่ ตนเองและผูอ้ ืน่

4. ป้องกันและหลีกเล่ียงโรคและอุบัติเหตุท่ีพบบ่อยในชีวิตประจำวัน แจ้งผู้ใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือ
บอกปัญหาสุขภาพของตนเอง ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ให้การปฐมพยาบาลได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม และแสดงพฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและส่วนรวมโดย รับรู้และแลกเปล่ียน
ขอ้ มลู ข่าวสาร ด้านการป้องกันโรค การใช้ยาและการปฐมพยาบาล เพ่อื การดแู ลสุขภาพที่ดี

5. เคลื่อนไหวร่างกายแบบผสมผสานและมีกิจกรรมทางกายด้วยตนเองและร่วมกับผู้อ่ืน ท้ังแบบอยู่กับท่ี
แบบเคล่ือนที่ และแบบใช้อุปกรณ์ประกอบ ผ่านการฝึกทักษะการเคล่ือนไหวเรื่องการรับแรง การใช้แรง
ความสมดุลของร่างกายอย่างมีสติ สม่ำเสมอ และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อ่ืน
โดยเห็นคุณค่าของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายอยา่ งตอ่ เน่ือง

6. ออกกำลังกาย เล่นเกม เล่นกฬี าไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีม ที่ตนเองชอบและมีความสามารถ
โดยเห็นประโยชน์ทเี่ กดิ กบั ตนเองและผูอ้ ื่นจากการปฏิบตั ิเป็นประจำ เปน็ ทง้ั ผู้เลน่ และผู้ดำเนินการได้อย่าง
เหมาะสมตามวยั ยอมรบั ความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเลน่ เกมและกีฬา มีความสามคั คี มีนำ้ ใจ
นกั กฬี า ปฏบิ ัติตามกฎ กตกิ าและข้อตกลง วเิ คราะห์ทักษะการเล่น จุดแข็ง กลวิธกี ารเล่นของทมี เพอื่
ปรบั ปรุงทมี ให้ประสบความสำเรจ็

7. มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ และความรู้สกึ ที่เกิดขึ้น โดยรู้ขีดจำกัดด้านอารมณ์และความร้สู ึกของตนเอง รู้สาเหตุ
ของความเครียด นำไปสู่การควบคุมตนเองให้แสดงอารมณ์และความรูส้ ึกในสถานการณ์ต่าง ๆ และการบรรเทา
ความเครยี ดอย่างเหมาะสมและเขา้ ใจผลดแี ละผลเสียท่ีเกิดข้ึนต่อตนเองและผู้อ่ืน

8. สร้างและรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัว เพ่ือนและบุคคลที่เก่ียวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน
แกไ้ ขความขดั แยง้ โดยไม่ใช้ความรนุ แรง ยอมรับความแตกตา่ งระหวา่ งของบุคคล

111

 ผลลัพธก์ ารเรยี นรูร้ ายชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4

LO-Pe -01 ดแู ลรกั ษาร่างกายวิเคราะหเ์ คลื่อนไหวรา่ งกาย เล่นกฬี ารบั รู้แลกเปล่ียน ตัดสนิ ใจ เลอื กซ้ือ
เลือกใช้ ข้อมูลขา่ วสารข้อมลู บนฉลาก ผลิตภณั ฑ์อาหาร ยาสขุ ภาพ สื่อโฆษณา เชน่ การปฏบิ ัตติ นตามหลกั สุข
บญั ญัติแห่งชาติ การบริโภคอาหารและยา การจำแนกอาหาร 5 หมู่ อย่างมเี หตผุ ล
LO-Pe -02 ดแู ล ป้องกนั ตนเองเข้าใจรู้ทันสอ่ื รู้จกั ปรกึ ษา ขอความช่วยเหลอื หลีกเลย่ี ง ปฏิเสธเกย่ี วกับ
ปลอดภยั จากการคกุ คามทางเพศปัญหาทางเพศ ผลกระทบการลว่ ง ละเมดิ ทางเพศ การข่มเหงรังแก และการ
ใชค้ วามรุนแรงทางออนไลน์ เชน่ วธิ ีสร้างสัมพันธภาพในครอบครวั และกลุ่มเพื่อนวธิ หี ลกี เลยี่ งพฤติกรรมท่ี
นำไปสูก่ ารลว่ งละเมิดทางเพศ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
LO-Pe -03 หลีกเลี่ยงเขา้ ใจสถานการณ์ สถานที่ สภาพแวดล้อม บุหร่ี สรุ า สารเสพตดิ การพนัน เช่น ผลเสีย
ของการสูบบุหรี่ และการดมื่ สรุ า ทมี่ ีตอ่ สขุ ภาพและการป้องกนั ปัจจัยท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ การใช้สารเสพติด
ผลกระทบของการใช้ยา และสารเสพตดิ ทม่ี ผี ลเสียทีม่ ีต่อรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญา
LO-Pe -04 รบั รเู้ กย่ี วกับปญั หา สขุ ภาพการปฐมพยาบาลข้อมูลข่าวสาร การป้องกัน โรค การใชย้ า เชน่
คำแนะนำเม่ือมีอาการเจบ็ ป่วย ลักษณะของการมสี ขุ ภาพดี ของใช้และของเล่นทมี่ ีผลเสยี ตอ่ สขุ ภาพ อาการ
และวธิ ีป้องกนั การเจบ็ ป่วย การบาดเจบ็ ท่ีอาจเกดิ ขึน้ กบั พฤตกิ รรมทรี่ บั ผดิ ชอบ
LO-Pe -05 สืบคน้ จบั ประเด็นลำดบั เหตกุ ารณน์ ำเสนอ วิธีการ ทำกิจกรรม การกระทำ ปฏบิ ัติ แสดง
ประวัตคิ วามเปน็ มา วถิ ีชีวติ และบคุ คลพฒั นาการทางประวตั ิศาสตรแ์ ละความต่อเนื่องจากอดีตถงึ ปัจจุบนั ของ
จังหวดั ภมู ภิ าคทีต่ นอาศัยอยู่หลักฐาน วฒั นธรรมของผคู้ นในแตล่ ะท้องถน่ิ สถาบันหลัก และสัญลกั ษณข์ อง
ชาติไทย เชน่ ประวตั คิ วามเป็นมา วถิ ีชวี ิต บคุ คลในจังหวัด ภูมภิ าคทต่ี นอาศยั อยู่ ประวตั ิและผลงานของบุคคล
สำคัญทางประวตั ิศาสตร์ชาติไทยทเี่ กยี่ วข้องกบั ท้องถิน่ อยา่ งเหน็ คณุ คา่ และภาคภมู ิใจในความเป็นท้องถน่ิ และ
ความเป็นไทย ดว้ ยความตระหนกั
LO-Pe -06 ออกกำลังกาย เล่นเกม เล่นกีฬาไทยปฏบิ ัติ ยอมรบั ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกาและข้อตกลง วิเคราะห์
ทกั ษะการเลน่ เกีย่ วกับกีฬาไทย กฬี าสากลประเภทบคุ คลและทีม ผเู้ ล่น ผู้ดำเนินการ ความแตกต่างกลวิธกี าร
เลน่ ตามกฎ กตกิ า ขอ้ ตกลง เชน่ กฬี าไทย กฬี าสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด กลไก
ในการเล่นกีฬาดว้ ยความช่นื ชอบ มีความสามคั คี มนี ำ้ ใจนักกีฬาเหมาะสม ตามวัย
LO-Pe -07 มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ รู้สาเหตุ ควบคุม บรรเทา เข้าใจ เก่ยี วกับผลดแี ละผลเสยี ที่เกดิ ขน้ึ ต่อตนเอง
และผูอ้ น่ื ขีดจำกัดด้านอารมณแ์ ละความรสู้ กึ เช่น ปจั จยั ท่ีมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก ผลกระทบท่เี กิดข้นึ จาก
ความเครยี ด การควบคุมตนเอง สาเหตุของความเครียด วิธีแก้ปัญหา ความเครยี ดโดยให้แสดงอารมณ์และ
ความรู้สึก
LO-Pe -08 สร้าง แก้ไขความขดั แย้งไม่ใช้ความรนุ แรง ยอมรับเก่ียวกบั ครอบครวั เพอื่ นและบคุ คลท่ีเกยี่ วข้อง
กบั การใชช้ ีวติ ประจำวัน เช่นสมาชกิ ในครอบครวั และความรักความผกู พนั ของสมาชกิ ท่มี ีต่อกนั บทบาทหนา้ ท่ี
ของตนเอง และสมาชิกในครอบครวั ความสำคญั ของเพอื่ น ความสำคญั และความแตกต่างของครอบครัวท่มี ี
ต่อตนเอง ดว้ ยการรกั ษาสมั พันธภาพทด่ี ี

112

 ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้รายชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5

LO-Pe -01 ดแู ลรกั ษารา่ งกายวเิ คราะหเ์ คล่ือนไหวรา่ งกาย เล่นกฬี ารบั รู้ แลกเปลยี่ น ตัดสินใจ เลือกซื้อ
เลอื กใช้ ข้อมูลขา่ วสารข้อมูลบนฉลาก ผลติ ภัณฑอ์ าหาร ยาสุขภาพ สอื่ โฆษณา เชน่ การปฏิบัตติ นตามหลกั สุข
บญั ญัตแิ หง่ ชาติ การบริโภคอาหารและยา การจำแนกอาหาร 5 หมู่ การอ่านฉลากยาหรืออุปกรณเ์ ครอ่ื งใช้
อยา่ งมีเหตผุ ล
LO-Pe -02 การล่วง ละเมดิ ทางเพศ การข่มเหงรงั แก และการใช้ความรนุ แรงทางออนไลน์ เช่นวธิ ีสร้าง
สมั พันธภาพในครอบครวั และกลมุ่ เพื่อนวธิ ีหลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมทีน่ ำไปสู่การลว่ งละเมิดทางเพศ ยกตัวอยา่ ง
วิธกี ารปฏเิ สธการกระทำท่เี ป็นอันตรายและไมเ่ หมาะสมในเรือ่ งเพศ การเปล่ยี นแปลงทางเพศ
LO-Pe -03 หลกี เลีย่ งเขา้ ใจสถานการณ์ สถานท่ี สภาพแวดลอ้ ม บุหร่ี สุรา สารเสพตดิ การพนัน เชน่ ผลเสยี
ของการสบู บุหร่ี และการด่ืมสรุ า ท่ีมตี ่อสุขภาพและการป้องกัน ปัจจัยท่ีมอี ิทธพิ ลต่อการใชส้ ารเสพตดิ
ผลกระทบของการใช้ยา และสารเสพตดิ ที่มีผลต่อร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ความ
ปลอดภัยจากการใชย้ าและหลกี เลี่ยงสารเสพตดิ
LO-Pe -04 รับรเู้ กย่ี วกบั ปัญหา สุขภาพการปฐมพยาบาลข้อมลู ข่าวสาร การป้องกัน โรค การใชย้ าเช่น
คำแนะนำเม่ือมีอาการเจบ็ ปว่ ย ลักษณะของการมีสขุ ภาพดี ของใช้และของเลน่ ทีม่ ีผลเสียตอ่ สขุ ภาพ อาการ
และวธิ ปี อ้ งกนั การเจ็บปว่ ย การบาดเจ็บทอ่ี าจเกดิ ขึน้ สภาวะอารมณ์ ความรูส้ ึกที่มผี ลตอ่ สุขภาพ ปฏิบัตติ นใน
การป้องกนั โรคท่ีพบบ่อยในชวี ติ ประจำวันกบั พฤตกิ รรมท่ีรับผิดชอบ
LO-Pe -05 สืบค้น จับประเดน็ ลำดับเหตุการณ์นำเสนอ วิธีการ ทำกจิ กรรม การกระทำ ปฏบิ ตั ิ แสดง
ประวตั ิความเปน็ มา วิถชี วี ิตและบคุ คลพัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์และความต่อเนอื่ งจากอดตี ถึงปจั จบุ ันของ
จงั หวัด ภมู ิภาคท่ีตนอาศัยอยู่หลักฐาน วัฒนธรรมของผ้คู นในแตล่ ะท้องถ่ินสถาบนั หลกั และสัญลกั ษณข์ อง
ชาตไิ ทยเช่น ประวัติความเปน็ มา วิถชี ีวติ บุคคลในจังหวัด ภมู ภิ าคที่ตนอาศยั อยู่ ประวตั ิและผลงานของบุคคล
สำคัญทางประวตั ิศาสตรช์ าติไทยทีเ่ ก่ยี วข้องกบั ท้องถนิ่ บทบาทหน้าทคี่ วามเป้นสมาชิกในชุมชน ความแตกตา่ ง
ทางวฒั นธรรม ข่าวและเหตุการณณ์ ืที่เกดิ ขน้ึ ในโลกจริงและโลก
LO-Pe -06 ออกกำลงั กาย เล่นเกม เลน่ กฬี าไทยปฏบิ ัติ ยอมรับปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกาและข้อตกลง วเิ คราะห์
ทักษะการเลน่ เก่ยี วกบั กีฬาไทย กฬี าสากลประเภทบคุ คลและทีม ผู้เล่น ผู้ดำเนนิ การ ความแตกต่างกลวิธกี าร
เล่น ตามกฎ กตกิ า ขอ้ ตกลง เชน่ กฬี าไทย กฬี าสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อยา่ งละ ๑ ชนิด กลไก
ในการเล่นกีฬา ประโยชน์และหลกั การออกกำลังกายเพื่อสขุ ภาพ ดว้ ยความชื่นชอบ มีความสามัคคี มนี ำ้ ใจ
นักกีฬาเหมาะสม ตามวัย
LO-Pe -07 มสี ติ รเู้ ท่าทันอารมณ์ รสู้ าเหตุ ควบคมุ บรรเทา เข้าใจ เก่ยี วกบั ผลดีและผลเสยี ท่ีเกดิ ขน้ึ ต่อตนเอง
และผ้อู น่ื ขีดจำกดั ด้านอารมณ์และความรูส้ ึกเชน่ ปจั จัยท่ีมีผลตอ่ อารมณ์ ความรสู้ ึก ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจาก
ความเครียด การควบคุมตนเอง สาเหตุของความเครยี ด วิธแี ก้ปัญหาความเครยี ด สถานการณท์ ม่ี ผี ลต่อออารมณ์
และจติ ใจโดยให้แสดงอารมณ์และความร้สู ึก
LO-Pe -08 สร้าง แก้ไขความขดั แยง้ ไม่ใช้ความรุนแรง ยอมรับเก่ยี วกบั ครอบครวั เพ่ือนและบคุ คลที่เก่ียวข้อง
กบั การใช้ชวี ิตประจำวัน เช่นสมาชกิ ในครอบครัวและความรกั ความผกู พันของสมาชกิ ที่มีตอ่ กัน บทบาทหน้าที่
ของตนเอง และสมาชกิ ในครอบครวั ความสำคญั ของเพอ่ื น ความสำคัญ และความแตกต่างของครอบครัวทมี่ ี
ตอ่ ตนเอง วธิ ีสรา้ งสัมพนั ธภาพในครอบครัวและกลุ่มเพ่อื นคุณลกั ษณะของความเปน็ เพ่ือนและสมาชิกที่ดขี อง
ครอบครัว ดว้ ยการรักษาสัมพันธภาพท่ีดี โดยบอกระดบั ความรุนแรง ของอารมณ

113

 ผลลพั ธก์ ารเรียนรรู้ ายช้ันประถมศึกษาปีที่ 6

LO-Pe -01 ดูแลรกั ษารา่ งกายวิเคราะหเ์ คล่ือนไหวรา่ งกาย เล่นกีฬารบั รู้ แลกเปล่ียน ตัดสินใจ เลือกซ้ือ
เลอื กใช้ ข้อมลู ข่าวสารข้อมูลบนฉลาก ผลติ ภณั ฑ์อาหาร ยาสุขภาพ ส่อื โฆษณา เชน่ การปฏบิ ตั ิตนตามหลักสขุ
บัญญตั ิแหง่ ชาติ การบรโิ ภคอาหารและยา การจำแนกอาหาร 5 หมู่ การอ่านฉลากยาหรืออปุ กรณเ์ คร่ืองใช้
การเลอื กซอื้ ของท่มี ปี ระโยชน์ ผลดี ผลเสยี ของการออกกำลังกาย อย่างมีเหตผุ ล
LO-Pe -02 ดแู ล ป้องกันตนเองเข้าใจรทู้ ันส่อื รู้จักปรึกษา ขอความชว่ ยเหลอื หลกี เลีย่ ง ปฏเิ สธเกยี่ วกับ
ปลอดภัยจากการคกุ คามทางเพศปญั หาทางเพศ ผลกระทบการลว่ ง ละเมิดทางเพศ การข่มเหงรงั แก และการ
ใช้ความรนุ แรงทางออนไลน์ เช่นวิธสี รา้ งสัมพนั ธภาพในครอบครวั และกลุม่ เพอื่ นวธิ ีหลกี เล่ียงพฤติกรรมท่ี
นำไปสู่การลว่ งละเมดิ ทางเพศ ยกตัวอย่างวิธกี ารปฏิเสธการกระทำทีเ่ ป็นอันตรายและไม่เหมาะสมในเร่อื งเพศ
การเปล่ยี นแปลงทางเพศ พฤติกรรมเส่ียงท่ีอาจนำไปสูก่ ารมีเพศสัมพนั ธ์ การติดเชอื้ เอดส์ และการต้ังครรภ์
ก่อนวัยอนั ควร
LO-Pe -03 หลกี เลีย่ งเข้าใจสถานการณ์ สถานที่ สภาพแวดลอ้ ม บหุ ร่ี สุรา สารเสพตดิ การพนนั เช่น ผลเสยี
ของการสูบบุหร่ี และการดื่มสุรา ท่มี ตี ่อสขุ ภาพและการป้องกัน ปจั จัยท่ีมอี ิทธพิ ลตอ่ การใชส้ ารเสพติด
ผลกระทบของการใชย้ า และสารเสพตดิ ทีม่ ผี ลต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา ความ
ปลอดภัยจากการใช้ยาและหลกี เลีย่ งสารเสพตดิ สาเหตุของการติดสารเสพติด และชักชวนให้ผู้อน่ื หลกี เลย่ี งสารเสพ
ตดิ ที่มผี ลเสียท่มี ีต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา
LO-Pe -04 ปอ้ งกัน หลกี เลี่ยงขอความช่วยเหลอื คำแนะนำแสดง รับรู้เกี่ยวกบั ปญั หา สขุ ภาพการปฐม
พยาบาลข้อมลู ข่าวสาร การป้องกัน โรค การใช้ยาเช่น คำแนะนำเม่ือมีอาการเจ็บปว่ ย ลกั ษณะของการมี
สุขภาพดี ของใชแ้ ละของเล่นท่มี ผี ลเสียต่อสุขภาพ อาการและวธิ ีป้องกนั การเจบ็ ป่วย การบาดเจ็บทอี่ าจเกิดขนึ้
สภาวะอารมณ์ ความรู้สึกทีม่ ีผลต่อสขุ ภาพ ปฏบิ ตั ิตนในการปอ้ งกนั โรคท่พี บบ่อยในชีวิตประจำวนั การป้องกนั
และแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มท่ีมผี ลต่อสุขภาพกบั พฤตกิ รรมที่รับผิดชอบ
LO-Pe -05 สบื คน้ จบั ประเดน็ ลำดบั เหตุการณ์นำเสนอ วิธีการ ทำกิจกรรม การกระทำ ปฏบิ ัติ แสดง
ประวตั ิความเป็นมา วถิ ชี วี ติ และบคุ คลพฒั นาการทางประวัตศิ าสตรแ์ ละความต่อเนอ่ื งจากอดีตถึงปจั จุบันของ
จงั หวัด ภมู ภิ าคท่ีตนอาศยั อยู่หลกั ฐาน วัฒนธรรมของผูค้ นในแต่ละท้องถิ่นสถาบันหลัก และสัญลักษณ์ของ
ชาติไทยเช่น ประวัติความเป็นมา วิถีชวี ิต บุคคลในจังหวดั ภมู ิภาคท่ีตนอาศยั อยู่ ประวัติและผลงานของบุคคล
สำคัญทางประวตั ิศาสตร์ชาติไทยทเ่ี กี่ยวข้องกบั ท้องถ่นิ บทบาทหน้าที่ความเป้นสมาชิกในชุมชน ความแตกต่าง
ทางวัฒนธรรม ข่าวและเหตกุ ารณืท่ีเกิดขน้ึ ในโลกจริงและโลกเสมือน มรดกทางภมู ิปญั ญา วนั สำคัญท่เี กีย่ วกับ
ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ สถาบนั หลัก และสญั ลักษณ์ของชาติไทย อยา่ งเหน็ คุณคา่ และภาคภมู ิใจใน
ความเปน็ ท้องถิน่ และความเป็นไทย ด้วยความตระหนัก
LO-Pe -06 ออกกำลงั กาย เลน่ เกม เล่นกีฬาไทยปฏบิ ัติ ยอมรับปฏบิ ัติตามกฎ กติกาและข้อตกลง วิเคราะห์
ทักษะการเล่นเกยี่ วกับกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและทีม ผู้เลน่ ผดู้ ำเนินการ ความแตกต่างกลวธิ ีการ
เล่น ตามกฎ กติกา ขอ้ ตกลง เชน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนดิ กลไก
ในการเลน่ กีฬา ประโยชน์และหลกั การออกกำลังกายเพื่อสขุ ภาพ สมรรถภาพทางกาย การสรา้ งเสริม
บคุ ลิกภาพ กฎ กติกา ตามชนิดกฬี าท่เี ล่น
LO-Pe -07 มีสติ รเู้ ทา่ ทันอารมณ์ รสู้ าเหตุ ควบคุม บรรเทา เขา้ ใจ เกี่ยวกบั ผลดแี ละผลเสียที่เกดิ ขนึ้ ต่อ
ตนเองและผู้อ่นื ขีดจำกัดด้านอารมณ์และความรสู้ กึ เชน่ ปจั จยั ทม่ี ผี ลต่ออารมณ์ ความรู้สึก ผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ
จากความเครียด การควบคมุ ตนเอง สาเหตุของความเครียด วธิ แี ก้ปัญหาความเครยี ด สถานการณท์ ม่ี ผี ลต่ออ

114

อารมณ์และจติ ใจ กิจกรรมคลายความเครียด สื่อเทคโนโลยีที่มีผลต่อตนเองทั้งทางบวกและทางลบโดยให้แสดง
อารมณ์และความร้สู กึ
LO-Pe -08 สร้าง แกไ้ ขความขดั แย้งไมใ่ ช้ความรุนแรง ยอมรบั เก่ยี วกบั ครอบครัว เพอื่ นและบคุ คลท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ
การใชช้ วี ติ ประจำวนั เชน่ สมาชกิ ในครอบครวั และความรักความผกู พันของสมาชกิ ทมี่ ีตอ่ กนั บทบาทหน้าท่ีของตนเอง
และสมาชกิ ในครอบครวั ความสำคัญของเพือ่ น ความสำคัญ และความแตกต่างของครอบครวั ทมี่ ีต่อตนเอง วิธสี ร้าง
สมั พนั ธภาพในครอบครวั และกล่มุ เพอื่ นคุณลักษณะของความเปน็ เพ่อื นและสมาชกิ ท่ีดขี องครอบครวั ความสำคญั
ของการมคี รอบครวั ทอ่ี บอุ่นตามวัฒนธรรมไทย พฤตกิ รรมที่พึงประสงค์ และไม่พึงประสงค์ในการแกไ้ ขปัญหาความ
ขดั แย้งในครอบครวั และกลมุ่ เพอ่ื นด้วยการรักษาสัมพันธภาพทีด่ ี

กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา

 สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ความสำคัญของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา
สังคมศึกษาเป็นศาสตร์บูรณาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ประกอบด้วยวิชาสำคัญคือ
ประวตั ิศาสตร์ ศลี ธรรม หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง เศรษฐศาสตร์ และภูมศิ าสตร์ สงั คมศึกษามีเป้าหมายสำคัญที่มุ่งพฒั นา
ผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พลเมืองท่ีมีลักษณะหลายระดับ ประกอบด้วยการเป็นพลเมืองของท้องถ่ิน
พลเมืองไทย พลเมืองอาเซยี น พลเมืองโลก และพลเมืองดจิ ทิ ัล ม่งุ พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นให้มีมมุ มองหลากหลาย
และมีมโนทัศน์สำคัญสำหรับใช้ทำความเข้าใจโลกและชีวิตที่กว้างขวาง เป็นผู้มีความสามารถที่จะเรี ยนรู้
เพม่ิ พูนประสบการณ์ พฒั นาตนเอง และใชศ้ ักยภาพของตนอย่างร้เู ท่าทันการเปล่ียนแปลง สามารถปรับเปลย่ี น
เรยี นรู้ ตลอดจนร่วมมอื กันเพือ่ สร้างการเปลยี่ นแปลงให้แก่ชมุ ชนและสงั คม
กลมุ่ สาระการเรียนรู้นี้ มสี มรรถนะเฉพาะ ๗ สมรรถนะ ได้แก่
1. ประยุกต์ใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอ่ืนที่ตนนับถือในชีวิตประจำวันอย่างมี
สตปิ ัญญา สามารถชว่ ยเหลือผอู้ ื่นและอยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ติสุข
2. กำกับตนเองและตัดสินใจใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรในฐานะผู้บริโภคอย่างมีเป้าหมาย รับผิดชอบ
และรู้เท่าทัน เพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและพอเพียงระดับโรงเรียน
และชมุ ชน
3. ใช้วิธีการทางประวัตศิ าสตรด์ ว้ ยการตรวจสอบและตัดสินขอ้ มูลหลกั ฐานโดยไม่ใชอ้ คติ เลอื กใชแ้ ละ
แปลความหมายข้อมูลหลักฐาน ลำดับเหตุการณ์ ความต่อเนื่อง และความเปล่ียนแปลงของสังคม เพื่อนำเสนอ
เร่ืองราว ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นไทยและสถาบันหลักของชาติ และสร้างสรรค์ต่อยอด
องคค์ วามรใู้ นการพฒั นาทอ้ งถิ่นและสงั คมไทยอย่างภาคภมู ิใจและเคารพในความแตกต่างหลากหลาย
4. ติดตาม คาดการณ์แนวโน้มการเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล้อม ดำเนินชีวิตตามแนวทางของ
การพัฒนาท่ีย่ังยืนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมในจังหวัด และภูมิภาคท่ีตนอาศัยอยู่
ดว้ ยความเข้าใจในปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดลอ้ ม และปฏิบตั ิสัมพันธ์ระหว่างมนษุ ย์กบั ส่งิ แวดลอ้ ม
โดยใช้ภมู สิ ารสนเทศท่ีเก่ยี วข้อง
5. ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ วิถีวัฒนธรรมของชุมชน กติกาทางสังคมอย่างรับผิดชอบ ปกป้อง
สิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น หาทางออกร่วมกันกับผู้เก่ียวข้อง โดยใช้กระบวนการตามวิถีประชาธิปไตย
เข้ารว่ มกิจกรรมสาธารณะประโยชนข์ องโรงเรียนและชุมชนดว้ ยความสมคั รใจ

115

6. รู้เท่าทันและจัดการอารมณ์ เวลา ความต้องการในการใช้ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลอย่าง
เหมาะสม ประเมินความน่าเชือ่ ถือและผลกระทบจากการใช้ส่ือสารสนเทศ สร้างและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ
อยา่ งมมี ารยาท เหน็ อกเห็นใจ ใหเ้ กยี รติผ้อู น่ื และรบั ผิดชอบ เพอื่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและชมุ ชน

7. ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ระบุปัญหาและการเปล่ียนแปลงในโรงเรียนและชุมชน
กำหนดเป้าหมาย จัดลำดับสาเหตุ รวบรวมข้อมูล วางแผนวิธีการทำงานร่วมกับผู้เก่ียวข้อง ตัดสินใจลงข้อสรุป
และสะท้อนการแกป้ ัญหา

สมรรถนะเฉพาะทั้ง ๗ สมรรถนะดังกล่าว มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสมรรถนะหลักทั้ง ๖ สมรรถนะ
และบูรณาการกันเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงช้ัน ๑๐ ข้อ ซึง่ เปน็ เปา้ หมายของช่วงชั้นนี้

ผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงช้ันท่ี ๒ ทั้ง ๑๐ ข้อ ดังกล่าว นำไปกำหนดเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา
ปีที่ ๔ – ๖ โดยต้องคำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะด้วย เพื่อให้เม่ือผู้เรียนบรรลุ
ผลลัพธ์การเรียนร้ชู ั้นปีแล้ว จะนำไปสูก่ ารบรรลผุ ลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ชว่ งช้ันตามทีห่ ลกั สตู รกำหนดไว้

ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลุ่มสาระการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้นี้ ว่าด้วยการศึกษาอย่างเป็นระบบเพ่ือทำความเข้าใจตนเองและสังคม โดยการ
ปฏิบัติตนตามหลักของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอ่ืนท่ีตนนับถือด้วยสำนึกที่ดี ท่ีได้รับการปลูกฝงั การพัฒนา
ระบบความคิด พิจารณา ไตร่ตรองก่อนตัดสินใจทำส่ิงใด ๆ ทำให้เป็นผู้มีจิตใจดีท่ีส่งผลต่อการคิดดี พูดดี และ
ทำแต่ส่ิงที่ดี อันเป็นประโยชน์และสร้างสันติสุขท้ังต่อตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม หาคำตอบเก่ียวกับเรื่องราว
ทเ่ี กิดขึ้นในอดตี ทำให้เข้าใจสังคมในอดีตได้ใกล้เคยี งกับความเป็นจริงมากท่ีสุด เพ่อื นำมาเสรมิ สร้างความเข้าใจ
ในสังคมปัจจุบันท่ีมีรากประวัติศาสตร์ซ่ึงเก่ียวข้องสัมพันธ์กับสถาบันหลัก อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะความภาคภูมิใจในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ อันส่งผลต่อ
พฤติกรรมในการใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างเหมาะสม การปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ และสิทธิเสรีภาพ
ในการอยู่ร่วมกัน รวมไปถึงความรับผิดชอบต่อตนเองในการใช้จ่าย และการใช้ทรัพยากรโดยคำนึงถึงผลกระทบ
ตอ่ ตนเองและสงิ่ แวดล้อม อนั จะนำไปส่กู ารเปน็ สมาชิกท่ีดขี องประเทศชาติ
การออกแบบกรอบคิดหลักของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา สอดรับกับกรอบคิดของกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ การดำเนินการเรียนรู้ให้ไปถึงสมรรถนะทั้ง ๖ ประการ ได้น้ัน ต้องอาศัยการปฏิบัติทั้งกายภาวนา ศีล
ภาวนา จิตภาวนา ปัญญาภาวนา ซ่ึงสามารถที่จะถ่ายทอดศีลธรรมไปสู่ชีวิตตามทฤษฎีและหลักการในการ
เรยี นรู้ตา่ ง ๆ
การปฏิรูปการเรียนรู้สังคมศึกษา เป็นการศึกษาถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์และการอยู่ร่วมกัน
ในสังคมในฐานะเป็นพลเมืองของชาติภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ
ของโลกซึ่งร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ให้เกิดความมั่นคงทางสังคมโดยมีศีลธรรมตามท่ีปรากฏในพระพุทธศาสนา
และศาสนาอื่นเป็นฐาน (ตามมาตรา ๖๗ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐) กลุ่มสาระ
การเรียนรู้น้ี ช่วยใหผ้ ู้เรยี นใช้ชวี ติ ทง้ั ในฐานะปัจเจกบุคคล และการอยูร่ ่วมกนั ในสงั คม เป็นพลเมืองดี
สำหรับช่วงชัน้ ท่ี ๒ ไดจ้ ดั ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ช่วงชนั้ เป็น ๔ หวั ขอ้ ดงั น้ี
ศาสนธรรมนำทางชีวิต เป็นการบูรณาการให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาอื่นท่ีตนนับถือ มีสติ สมาธิในการศึกษาและทำกิจวัตรประจำวัน ใช้สติปัญญาในการช่วยเหลือ
เกื้อกูลและแก้ปัญหาในชวี ิตของตนเอง

116

การวางแผนการเงินและการใช้ทรัพยากร เป็นการบูรณาการให้นักเรียนได้วางแผนการใช้จ่ายของ
ตนเองและครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย รู้เท่าทันโฆษณา ตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน วางแผนและ
กำหนดการใช้ทรพั ยากรของครอบครัวและโรงเรียนอยา่ งคำนึงถงึ หลักพอเพียง และความยง่ั ยนื

ประเทศไทยและเพ่ือนบ้าน เป็นการบูรณาการให้นักเรียนใช้ค้นหา เช่ือมโยงหลักฐาน ตีความ
และนำเสนอผลการศึกษาเก่ียวกับเร่ืองราวในอดีตของครอบครัว ชุมชนของตนเองและชุมชนอ่ืนท่ีมีบริบท
แตกต่างกันไป ศึกษาการเกิดขึ้นของรัฐโบราณ ศึกษาประวัติศาสตร์สังคม ผู้คน และดินแดนต่าง ๆ
ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน นำไปสู่การปฏิบัติตนที่แสดงถึงความภาคภูมิใจในครอบครัว โรงเรียน
ชมุ ชน และประเทศชาติ

รู้เท่าทันส่ือ เท่าทันตนเอง เท่าทันสังคม เป็นการบูรณาการให้ผู้เรียนตระหนักและเท่าทันความคิด
ของตนเอง ท่ีได้รับอิทธิพลจากสื่อและค่านิยมของสังคม เท่าทันสื่อโฆษณา มีวิจารณญาณในการเลือก
สรา้ งและสง่ ต่อส่ือสารสนเทศ ใชส้ ่อื สังคมออนไลน์เพอ่ื นำเสนอความคิดหรือผลปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นตวั อย่างได้

การนำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
จากการฝึกฝนให้ผู้เรียนได้ใช้ศาสนธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้สามารถดูแลตนเอง
ในชวี ิตประจำวันอย่างเป็นปกตสิ ุข
จากการพัฒนาคุณสมบัติการเป็น “นักประวัติศาสตร์ที่ดี กล่าวคือ รู้จักสังเกต ไต่ถาม จดจำและนำ
ส่ิงที่ศึกษาจดจำมาได้ มาวิเคราะห์หาเหตุผลที่ถูกต้องต่อไป” (หนังสือสายธารประวัติวิทยา, สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) ฝึกฝนใช้กระบวนการสืบค้นเร่ืองราวในอดีตของครอบครัว โรงเรียน
ชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ท้องถิ่นและสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์ ทำให้ผู้เรียนมีสมรรถนะในการสื่อสารด้วยภาษา เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูล
ท่ีน่าเชื่อถือ อาศัยการคิดขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง ซึ่งผู้เรียนสามารถ
นำไปใชใ้ นการทำความเขา้ ใจและคน้ หาข้อมลู เร่อื งราวตา่ ง ๆ ทตี่ นเองอยากหาคำตอบ
จากการฝึกฝนให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติสุข ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย
ทางความคิด ความเชื่อและการปฏิบัตขิ องบุคคล เขา้ ใจการอยู่ร่วมกนั ตามกฎ กติกา และข้อตกลง ตระหนักถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสิ่งแวดล้อมที่ตอ้ งร่วมกันดูแลรักษา นำไปสู่การทำตนให้เป็นประโยชน์ รว่ มรับรู้
และแกป้ ัญหาโดยไม่สร้างความเดือดรอ้ นใหก้ บั ตนเองและผูอ้ น่ื และไม่ส่งผลเสยี ต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
จากการฝึกฝนเรื่องการออม การวางแผนและใช้เงิน รวมทั้งใช้ทรัพยากรอย่างมีสติ ตระหนักถึง
ผลท่ีเกิดข้ึนจากการใช้เงินและใช้ทรัพยากรของตนเอง ช่วยลดปัญหาทางการเงินและการใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้
คณุ คา่ ท่จี ะเกิดขน้ึ ในอนาคต ทั้งในระดับตนเอง และครอบครัว
การบรู ณาการกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ

ภาษาไทย/ ภาษาต่างประเทศ สามารถจัดสถานการณ์จากการฟัง การอ่านวรรณกรรม
สำหรับเด็ก นิทาน ตำนาน เร่ืองราวเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในอดีตที่หลากหลาย ซึ่งมีรากฐานมาจาก
พระพุทธศาสนาและศาสนาอ่ืน วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมถึงประเพณีที่ดีงาม โดยใช้คำศัพท์และเรื่องราว
เกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมาและวิถีชีวิตในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน พัฒนาความสามารถในการอ่าน
การตั้งคำถามเพ่ือสืบค้นข้อมูล การบันทึกและสรุปข้อมูล ตลอดจนการใช้ภาษาเพื่อการนำเสนอเร่ืองราวที่ตน
สนใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

คณิตศาสตร์ สามารถใช้ทักษะการอ่านและแปลข้อมูลจากสถิติอย่างง่ายเพื่อทำความเข้าใจ
เร่ืองราวรอบตัว สามารถบูรณาการร่วมกันในเร่ืองการคำนวณเงินเพ่ือวางแผนการใช้จ่ายและใช้ทรัพยากร

117

ให้คุ้มค่า และบูรณาการในเร่ืองการอ่านปฏิทินและการคำนวณเวลาเพ่ือเช่ือมโยงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม
ทางวัฒนธรรมประเพณใี นรอบปีและการทำความเข้าใจประวัตคิ วามเปน็ มาของครอบครัว โรงเรียนและชุมชน

ศิลปะ สามารถใชจ้ ินตนาการในการสร้างสรรคง์ านศลิ ปะทสี่ ่อื เร่อื งราวที่มีความหมายและมีคุณค่า
ต่อความคิด ความสนใจ และความรู้สึกจากสถานการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว เพื่อให้การส่ือสาร
มีความชดั เจน และน่าสนใจมากขึ้น

สุขศึกษาและพลศึกษา สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรม เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพจิต
ในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น สามารถจัดการอารมณ์และความรู้สึกอย่างรู้เท่าทัน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความรัก
ความสามัคคีรู้จักให้อภัย ร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจและการพ่ึงพาซ่ึงกันและกันในการ ร่วมกัน
แกป้ ญั หาความขัดแยง้ ในฐานะทีเ่ ปน็ สมาชิกของครอบครวั โรงเรียนและชุมชน

วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สามารถจัดกิจกรรมบูรณาการในประเด็นเก่ียวกับทรัพยากร
และส่ิงแวดล้อม รับรู้และเข้าใจระบบความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติในห่วงโซ่ที่เกื้อกูลกัน เพ่ือการปฏิบัติตน
ให้เหมาะสม อนรุ ักษธ์ รรมชาติ และพรอ้ มรับมือกับภยั พิบัติ

 ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

๑. ประยกุ ต์ใช้หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอื่นทตี่ นนบั ถือในชีวิตประจำวันอยา่ งมสี ติปญั ญา

สามารถช่วยเหลือผูอ้ นื่ และอยู่ร่วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข

๑.๑ มีสติ สมาธิ ในการศึกษาและทำกจิ วตั รประจำวนั จดั การอารมณ์ ๑. การจัดการตนเอง

และความรสู้ ึกของตนเองโดยการพฒั นากาย วาจา ใจ ตามแนวทาง ๒. การคดิ ข้ันสงู

ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอ่ืนที่ตนนับถือ ๓. การส่ือสาร

๑.๒ ปฏบิ ตั ิตามหลกั กุศลกรรมบถ ๑๐ หรือหลักปฏบิ ัตติ ามคำสอน ๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม

ในศาสนาอ่ืนท่ีตนนับถือ ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

๑.๓ ใชป้ ญั ญาในการช่วยเหลอื เก้ือกลู และแกป้ ัญหาในชีวติ ของตนเอง ๖. การอยู่รว่ มกับธรรมชาติ

หมู่คณะ และสังคมอยา่ งมีโยนโิ สมนสิการ ตลอดถงึ สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั เพ่อื และวิทยาการอยา่ งยั่งยืน

อย่รู ่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ

๑.๔ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน มีมุทติ ารู้จักชน่ื ชมยินดีในความสำเร็จของผู้อื่น

ใชห้ ลกั สนั ตวิ ธิ ใี นการสื่อสาร การทำงานและอยรู่ ่วมกับผู้อ่ืน

ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลเมืองโลก บนพน้ื ฐานของหลกั ธรรม

ในพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นที่ตนนบั ถอื

๑.๕ สง่ เสริมและอนรุ กั ษ์ธรรมชาตสิ ิง่ แวดล้อมและใช้เทคโนโลยี ใหเ้ กิดประโยชน์

และมคี ุณคา่ ต่อการเรียนรู้และการดำเนนิ ชวี ิตอย่างพอเพียง

๒. กำกับตนเองและตัดสนิ ใจใช้จ่าย และใช้ทรัพยากรในฐานะผบู้ รโิ ภคอย่างมเี ป้าหมาย รับผิดชอบ

และรู้เทา่ ทัน เพอื่ นำไปสกู่ ารมีสว่ นรว่ มในการจัดการทรพั ยากรอย่างมีประสิทธภิ าพและพอเพียง ระดับ

โรงเรียนและชมุ ชน

๒.๑ วางแผนการใชจ้ า่ ยของตนเองและครอบครัวอย่างเหมาะสมและมีวินยั ๑. การจดั การตนเอง

ชว่ ยลดคา่ ใช้จา่ ยในครอบครัว ตดั สินใจบริโภคอยา่ งรทู้ ันโฆษณา ติดตามและ ๒. การคิดขั้นสูง

ตรวจสอบขอ้ มูลข่าวสารท่เี ก่ยี วข้องกับการบรโิ ภค ๓. การส่ือสาร

ในชีวิตประจำวันและกฎหมายคุ้มครองสิทธผิ ู้บริโภค วางแผน ๔. การรวมพลังทำงานเป็นทีม

118

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

การออมเงนิ ของตนเองอยา่ งมีเป้าหมาย ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็

๒.๒ จัดลำดบั ความสำคญั เพ่ือตัดสนิ ใจเลอื กใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน

หาทางออกรว่ มกันกับผูเ้ ก่ียวขอ้ งในการจัดการทรัพยากรของครอบครวั

และโรงเรียน อยา่ งประหยดั คุ้มคา่ และพอเพียง ดว้ ยความตระหนกั ถึง

ผลกระทบของการใชท้ รัพยากรทม่ี ีตอ่ ตนเอง และสว่ นรวม

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

๓. ใชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ดว้ ยการตรวจสอบและตัดสินข้อมลู หลักฐานโดยไม่ใช้อคติ เลือกใชแ้ ละแปล

ความหมายข้อมูลหลกั ฐาน ลำดับเหตุการณ์ ความตอ่ เน่ือง และความเปลย่ี นแปลงของสงั คม เพื่อ

นำเสนอเร่ืองราว ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ไทยและสถาบนั หลักของชาติ

และสรา้ งสรรคต์ ่อยอดองคค์ วามรู้ในการพัฒนาท้องถ่ินและสังคมไทยอยา่ งภาคภมู ใิ จและเคารพ

ในความแตกต่างหลากหลาย

๓.๑ สบื คน้ คำตอบของเรื่องราว ประวตั คิ วามเปน็ มา วถิ ีชีวิตและบุคคล ๒. การคิดขน้ั สูง

จบั ประเดน็ สำคัญ ลำดบั เหตุการณ์ทแ่ี สดงพัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ และ ๓. การสื่อสาร

ความต่อเน่ืองจากอดีตถึงปัจจุบันของจังหวัด ภูมภิ าคทต่ี นอาศัยอยู่ และ ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็

ประเทศ พัฒนาการสถาบันพระมหากษัตริยก์ ับชาติไทย

นำเสนอเรอื่ งราวทส่ี ืบคน้ โดยแสดงข้อมลู และแหลง่ หลกั ฐานทีเ่ ก่ียวข้อง ด้วย

วธิ ีการทีห่ ลากหลาย อย่างเห็นคณุ ค่าและภาคภูมิใจ และทำกิจกรรมใน

ชวี ิตประจำวันท่แี สดงถงึ ความตระหนกั ของผลการกระทำในอดตี

ทีม่ ีตอ่ ปจั จบุ ัน และผลของการกระทำในปจั จบุ ันที่มีผลต่ออนาคต

๓.๒ วเิ คราะหค์ วามคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย

ในภมู ภิ าคต่าง ๆ และประเทศเพ่ือนบ้าน เคารพความแตกต่างหลากหลาย

ทางวัฒนธรรมของผู้คนในแต่ละท้องถนิ่ ของไทย

และประเทศเพื่อนบ้าน

๔. ตดิ ตาม คาดการณ์แนวโน้มการเปล่ยี นแปลงของสิ่งแวดล้อม ดำเนนิ ชีวิตตามแนวทางของ

การพฒั นาทยี่ ่ังยืน มีส่วนร่วมในการบรหิ ารจดั การทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในจงั หวัด และภมู ิภาค

ทต่ี นอาศัยอยู่ ดว้ ยความเขา้ ใจในปรากฏการณ์การเปลยี่ นแปลงของส่งิ แวดล้อม และปฏบิ ัติสัมพันธร์ ะหวา่ ง

มนษุ ยก์ ับสง่ิ แวดลอ้ ม โดยใช้ภูมิสารสนเทศท่เี กี่ยวข้อง

๔.๑ ต้งั คำถาม สบื คน้ วิเคราะหแ์ ละสรุปข้อมูลวถิ ีการดำเนินชวี ติ ของคน ๑. การจดั การตนเอง

ในจงั หวัด ภูมิภาคทตี่ นอาศัยอยู่ และประเทศไทย ท่เี ปน็ ผลมาจากอิทธิพล ๒. การคดิ ขั้นสงู

ของสง่ิ แวดล้อมทางกายภาพ ด้วยการใชแ้ ผนที่ รปู ถ่าย ภาพถ่ายทางอากาศ ๓. การสอ่ื สาร

และภาพจากดาวเทยี ม ด้วยความเข้าใจอทิ ธพิ ลของสงิ่ แวดล้อมทางกายภาพ ๔. การรวมพลังทำงานเปน็ ทมี

ท่ีมผี ลตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
๔.๒ ตดิ ตาม คาดการณ์แนวโนม้ การเปล่ยี นแปลงของสงิ่ แวดล้อม ๖. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ

และภยั พิบตั ิ มีส่วนร่วมในการป้องกนั แกป้ ญั หาส่งิ แวดล้อม และวิทยาการอย่างย่ังยนื
และรับมือกบั ภยั พิบัตใิ นชุมชนโดยกำหนดแนวทางและบอกเหตผุ ล

ทเ่ี ลือกแนวทางนน้ั ด้วยความเขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสง่ิ แวดล้อมกบั การ

ดำเนนิ ชวี ิตของคนในจังหวัดภมู ิภาคท่ตี นอาศยั อยู่ และประเทศไทย

119

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก

๕. ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา้ ที่ วิถวี ัฒนธรรมของชมุ ชน กติกาทางสงั คมอยา่ งรับผดิ ชอบ ปกป้องสทิ ธิเสรภี าพ

ของตนเองและผู้อื่น หาทางออกร่วมกันกบั ผู้เก่ียวข้อง โดยใช้กระบวนการตามวิถปี ระชาธิปไตย เข้าร่วม

กจิ กรรมสาธารณะประโยชน์ของโรงเรียนและชมุ ชนด้วยความสมคั รใจ

๕.๑ ปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมตามบทบาทหนา้ ท่ี ระเบียบ กฎ กตกิ า และ ๑. การจัดการตนเอง

วิถวี ฒั นธรรมของชมุ ชนและท้องถน่ิ ดว้ ยความรับผดิ ชอบต่อสังคม ๒. การคิดข้ันสงู

ชน่ื ชมการทำความดีของบคุ คลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน รว่ มกนั ๓. การสอื่ สาร

หาทางออกกบั ผเู้ กยี่ วข้องในการแกป้ ัญหาหรือความขัดแย้ง ๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม

ในสถานการณต์ ่าง ๆ โดยใช้กระบวนการประชาธปิ ไตย ศรัทธา ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
และปฏบิ ตั ิตามหลักการเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตยอนั มี

พระมหากษัตริยท์ รงเป็นพระประมุข วเิ คราะหก์ ารเปล่ียนแปลง

ที่เกิดขนึ้ แสวงหาแนวทางแก้ปัญหารว่ มกนั และยอมรับ

ผลจากการตัดสินใจร่วมกนั

๕.๒ ติดตามข่าวสารและตรวจสอบข้อมูลเกยี่ วกบั ขา่ วสาร เหตกุ ารณ์

สถานการณ์ท่ีเกดิ ขึน้ ในสงั คม เพอ่ื รับมือ ป้องกนั และแกป้ ญั หา

ในการดำเนนิ ชีวติ

๕.๓ ปกป้องสิทธเิ สรีภาพของตนเองและผู้อนื่ เคารพในความหลากหลายของ

บุคคล ไม่กลั่นแกลง้ เพ่ือนทางรา่ งกาย วาจา และความสัมพันธ์

ทางสังคม (Social bullying)

๕.๔ ให้เกยี รติ เห็นอกเหน็ ใจผู้อน่ื (Empathy) ชว่ ยเหลือผู้อ่ืนในสถานการณ์

ต่าง ๆ ไมด่ ว่ นตดั สินผ้อู ืน่ โดยใชอ้ คติ แบง่ ปันสิ่งของต่าง ๆ ของตนให้กบั

ผอู้ ืน่ ตามความเหมาะสม

๕.๕ ปฏบิ ัติตนได้อยา่ งถูกต้องท่แี สดงถึงการเคารพสถาบันหลกั และ

สญั ลกั ษณ์ของชาติไทย และเขา้ ร่วมกิจกรรมเป็นอาสาสมัคร

ดว้ ยความรู้สกึ ว่าเปน็ สมาชิกของชมุ ชน ตามกำลังของตน

๖. รู้เทา่ ทนั และจัดการอารมณ์ เวลา ความต้องการใช้ส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ัลอยา่ งเหมาะสม ประเมิน

ความนา่ เชื่อถือและผลกระทบจากการใชส้ ือ่ สารสนเทศ สรา้ งและเผยแพรข่ ้อมลู สารสนเทศอย่างมี

มารยาท เหน็ อกเห็นใจ ใหเ้ กียรตผิ ู้อน่ื และรบั ผดิ ชอบ เพื่อให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและชุมชน

๖.๑ รู้เทา่ ทนั สอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทัล ท่ีมตี ่อการหล่อหลอมค่านยิ ม ๑. การจดั การตนเอง

ใหแ้ กส่ งั คม และสง่ ผลต่อการปฏิบตั ิตนของตนเอง ๒. การคดิ ขั้นสูง

๖.๒ รับรแู้ ละจัดการอารมณ์ ความรสู้ กึ ของตนเองในการใช้สอ่ื สารเทศและ ๓. การสอื่ สาร

ดจิ ิทลั ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็

๖.๓ ประเมินความน่าเชอื่ ถือ คาดการณผ์ ลกระทบท่ีตามมาจากการใช้ส่อื

สารสนเทศ และเลอื กแนวทางปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม

120

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก

๗. ตดิ ตามและตรวจสอบข้อมลู ข่าวสาร ระบุปัญหาและการเปลย่ี นแปลงในโรงเรยี นและชมุ ชน

กำหนดเป้าหมาย จดั ลำดับสาเหตุ รวบรวมข้อมูล วางแผนวธิ ีการทำงานร่วมกับผ้เู ก่ียวข้อง ตัดสินใจลง

ข้อสรุป และสะท้อนการแก้ปัญหา

๗.๑ ตดิ ตามและตรวจสอบข้อมลู ขา่ วสารท้ังแหลง่ ข้อมลู เจ้าของแหล่งขา่ ว ๒. การคดิ ขัน้ สูง

เพ่ือประเมนิ ความนา่ เช่ือถือ สาระสำคญั และคัดสรรสารสนเทศ ๓. การสอื่ สาร

ไปใชป้ ระโยชนก์ บั ชวี ติ ของตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน ๔. การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี

๗.๓ จัดกระทำข้อมูลสารสนเทศ เพ่ือวิเคราะห์ปัญหาและการเปล่ียนแปลง ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง

เพื่อออกแบบและวางแผนปฏิบัติการ ดำเนินการตามแผน แล้วสะท้อน

ผลการทำงาน

 ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้เมือ่ จบช่วงช้นั ที่ ๒

1. มีสติ สมาธิ ในการศกึ ษาและทำกิจวัตรประจำวนั จดั การอารมณ์และความรูส้ ึกของตนเองโดยการพัฒนากาย
วาจา ใจ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนบั ถือ และปฏิบตั ิตามหลักกุศลกรรมบถ ๑๐ หรือหลักปฏิบตั ติ ามคำ
สอนในศาสนาอืน่ ทต่ี นนับถอื

2. สามารถใช้ปัญญาในการช่วยเหลือเก้ือกูลและแก้ปัญหาในชีวิตของตนเอง หมู่คณะ และสังคม ตลอดถึง
สิ่งแวดล้อมรอบตัวเพ่ืออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ใช้หลักสันติวิธีในการส่ือสาร
การทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก บนพื้นฐานของหลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนาและศาสนาท่ีตนนับถือ รวมทั้งส่งเสริมและอนุรักษ์ธรรมชาติส่ิงแวดล้อมและใช้
เทคโนโลยใี หเ้ กดิ ประโยชน์และมคี ณุ คา่ ต่อการเรยี นรู้และการดำเนินชีวิตอยา่ งพอเพียง

3. วางแผนการใช้จ่ายของตนเองและครอบครัวอย่างเหมาะสมและมีวินัย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว
ตัดสินใจบริโภคอย่างรู้ทันโฆษณา สื่อและสารสนเทศของสินค้าและบริการ ติดตามและตรวจสอบข้อมูล
ข่าวสารทีเ่ กีย่ วข้องกบั การบริโภคในชีวิตประจำวนั และกฎหมายคุ้มครองสทิ ธผิ ู้บรโิ ภค วางแผนการออมเงิน
ของตนเองอยา่ งมเี ปา้ หมาย

4. จัดลำดับความสำคัญเพ่ือตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน หาทางออกร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้อง
ในการตัดสินใจกำหนดเป้าหมายและการปฏิบัติเพ่ือการจัดการทรัพยากรของครอบครัวและโรงเรียน
อย่างประหยัด คุ้มค่า และพอเพียง ดว้ ยความตระหนักถงึ ผลกระทบของการใช้ทรัพยากรท่ีมีต่อตนเอง และ
สว่ นรวม

5. สืบค้นคำตอบของเร่ืองราว ประวัติความเป็นมา วิถีชีวิตและบุคคล จับประเด็นสำคัญ ลำดับเหตุการณ์
ที่แสดงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และความต่อเน่ืองจากอดีตถึงปัจจุบันของจังหวัด ภูมิภาคที่ตนอาศัยอยู่
และประเทศ นำเสนอเรื่องราวท่ีสืบค้นโดยแสดงข้อมูลและแหล่งหลักฐานที่เก่ียวข้องด้วยวิธีการ
ท่ีหลากหลาย และทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในความเป็นท้องถ่ินและ
ความเป็นไทย แสดงถึงความตระหนักของผลการกระทำในอดีตที่มีต่อปัจจุบัน ผลของการกระทำในปัจจุบัน
ท่ีมีผลต่ออนาคต และการเคารพความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นของไทย
ตลอดจนปฏิบตั ติ นได้อยา่ งถกู ต้องแสดงถึงการเคารพสถาบันหลัก และสญั ลกั ษณข์ องชาตไิ ทย

6. วิเคราะห์ความคล้ายคลึงของวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพ่ือนบ้านจากการอ่านเรื่อง ดูภาพ หรือแลกเปล่ียน
ประสบการณ์กับบุคคล และส่ือสารในโลกจริงและโลกเสมือนอย่างเคารพความแตกต่างหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมในประเทศเพ่อื นบา้ น

121

7. ต้ังคำถาม สืบค้น วิเคราะห์และสรุปข้อมูลวิถีการดำเนินชีวิตท่ีเป็นผลมาจากอิทธิพลของส่ิงแวดล้อม
ทางกายภาพ ติดตาม คาดการณ์แนวโน้มการเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล้อมและภัยพิบัติในจังหวัด ภูมิภาค
ที่ตนอาศัยอยู่ และประเทศไทย ด้วยการใช้แผนที่ รูปถ่าย ภาพถ่ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียม
เข้าร่วมกิจกรรม ร่วมเป็นอาสาสมัครในการป้องกัน แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และรับมือกับภัยพิบัติในชุมชน
โดยร่วมกันกำหนดแนวทาง วางแผนข้ันตอนการทำงาน บอกเหตุผลท่ีเลือกแนวทางนั้น และอธิบายผลดี
และผลเสียท่ีเกิดข้ึนต่อตนเองและผู้อื่น ท่ีแสดงถึงความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการ
ดำเนินชวี ติ

8. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ ระเบียบ กฎ กติกา และวิถีวัฒนธรรมของชุมชนและท้องถ่ิน
ด้วยความรับผิดชอบต่อสงั คม ชนื่ ชมการทำความดีของบุคคลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ปกป้องสทิ ธิ
เสรีภาพของตนเองและผู้อื่น เคารพในความหลากหลายของบุคคล ไม่กล่ันแกล้งเพื่อนทางร่างกาย วาจา
และความสัมพันธ์ทางสังคม (Social bullying) ให้เกียรติ เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน (Empathy) ช่วยเหลือผู้อื่น
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ด่วนตัดสินผู้อ่ืนโดยใช้อคติ แบ่งปันส่ิงของต่าง ๆ ของตนให้กับผู้อื่นตามความเหมาะสม
โดยไมส่ รา้ งความเดอื ดร้อนตอ่ ตนเอง ผูอ้ ่ืน และส่วนรวม

9. ติดตามข่าวสารและตรวจสอบข้อมูลเก่ียวกับข่าวสาร เหตุการณ์ สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในสังคม เพื่อรับมือ
ป้องกันและแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และร่วมกันหาทางออกกับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาหรือความขัดแย้ง
ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการตามวิถีประชาธิปไตย วิเคราะห์การเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นและยอมรับ
ผลจากการตัดสินใจร่วมกัน รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอาสาสมัครด้วยความรู้สึกว่าเป็นสมาชิกของชุมชน
ตามกำลังของตน

10. รู้เท่าทันและจัดการอารมณ์ เวลา ความต้องการในการใช้สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลอย่างเหมาะสม
ประเมินความน่าเชอ่ื ถือและผลกระทบจากการใช้ส่ือสารสนเทศ สรา้ งและเผยแพร่ข้อมลู สารสนเทศอยา่ งมี
มารยาท เห็นอกเห็นใจ ใหเ้ กยี รติผอู้ ่นื และรับผิดชอบ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและชมุ ชน

 ผลลัพธก์ ารเรียนรรู้ ายชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4

LO-So-01 ปฏบิ ตั กิ ิจวัตรประจำวนั อย่างมสี ติ มสี มาธิในการทำการบา้ น และมีความมุ่งม่นั ตั้งใจชว่ ยเหลอื การ
ทำงานบ้าน
LO-So-02 หาวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาในชีวิตของตนเอง และชว่ ยเหลือหมู่คณะ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั และ
อยรู่ ว่ มกันในสงั คมอย่างมีความสขุ
LO-So-03 ออกแบบบนั ทึกค่าใช้จา่ ยของตนเองและค่าใช้จ่ายของครอบครวั และวางแผนการออมเงินของ
ตนเอง เพื่อชว่ ยลดคา่ ใชจ้ ่ายของครอบครัว ด้วยความต้งั ใจ และมีวินยั
LO-So-04 ใช้ของใช้สว่ นตวั ของเล่น และเลอื กใชท้ รพั ยากรอ่ืน ๆ ในชวี ติ ประจำวนั อย่างประหยดั คมุ้ คา่
LO-So-05 สบื คน้ ประวัติความเปน็ มา วิถีชีวิต ของบุคคลสำคญั ใน ชุมชน และในจังหวัดสตลู นำเสนอประวัติ
และผลงานของบุคคลสำคัญทางประวตั ศิ าสตร์ที่เกี่ยวกบั ท้องถน่ิ ด้วยความภูมิใจ
LO-So-06 อ่านแผนที่แสดงทีต่ ัง้ และอาณาเขตของประเทศไทยกบั ประเทศเพ่ือนบา้ น วิเคราะห์ลกั ษณะทาง
วัฒนธรรมของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ดว้ ยความเข้าใจในความแตกต่างทางวฒั นธรรม

122

LO-So-07 ใช้แผนที่ รปู ถา่ ย ภาพถ่ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียมในการศึกษาสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ
ในจงั หวดั ภูมิภาคที่ตนอาศัยอยู่ และประเทศไทย วิเคราะหภ์ มู ิประเทศ ภมู ิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ ท่ี
สง่ ผลต่อการตัง้ ถ่ินฐาน คาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดล้อมและภยั พบิ ัตใิ นจังหวดั
LO-So-08 ปฏบิ ัติตนอยา่ งเหมาะสมตามบทบาทหนา้ ที่ ระเบียบ กฎ กตกิ า ข้อตกลงของสงั คม ชื่นชม การทำ
ความดีของบคุ คลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน เรยี นรูแ้ ละฝึกปฏบิ ัติแนวทางในการช่วยเหลือผู้อื่น ใน
สถานการณ์ต่าง ๆ โดยการทำความดีดว้ ยหัวใจ
LO-So-09 ปฏบิ ัตติ นตามแนวทางประชาธปิ ไตย ตดิ ตามและวิเคราะห์ขา่ วสาร เหตุการณ์ สถานการณ์ทีเ่ กิดขึ้น
ในสังคม
LO-So-10 ใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างมีประสิทธิภาพ สรา้ งสรรค์ รู้เท่าทัน มีความฉลาดทางดจิ ิทัล คำนงึ ถงึ ผลกระทบ
ต่อชวี ิต สง่ิ แวดล้อม และสงั คม

 ผลลัพธ์การเรียนรู้รายชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5

LO-So-01 ปฏิบัตกิ ิจวัตรประจำวันอย่างมสี ติ มีสมาธิในการทำการบา้ น มีความมุ่งม่นั ตั้งใจช่วยเหลือการ
ทำงานบา้ น และปฏบิ ัตติ ามคำสอนของศาสนาทีต่ นนบั ถือ ดว้ ยความม่งุ มั่นต้ังใจ
LO-So-02 หาวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาในชีวิตของตนเอง และชว่ ยเหลือหมู่คณะ สงั คม และส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ออ่ น
นอ้ มถ่อมตนในการส่ือสาร การทำงาน และอยู่ร่วมกับผู้อนื่ ในสังคมในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลเมืองโลก
อย่างมีความสขุ
LO-So-03 ออกแบบบันทึกค่าใช้จา่ ยของตนเองและค่าใชจ้ า่ ยของครอบครัว และวางแผนการออมเงนิ ของ
ตนเอง เพ่ือชว่ ยลดค่าใช้จา่ ยของครอบครวั ด้วยความตง้ั ใจ และมวี นิ ยั ตัดสินใจ เลือกบริโภคสินค้าและบริการ
ไดอ้ ย่างเหมาะสม
LO-So-04 ใช้ของใชส้ ่วนตวั ของเล่น และเลอื กใช้ทรพั ยากรอ่นื ๆ ในชวี ิตประจำวันอย่างประหยัด คมุ้ ค่า
กำหนดเป้าหมายและการจดั การทรัพยากรของครอบครวั อย่างพอเพยี ง
LO-So-05 สืบคน้ ประวัติศาสตรช์ าติไทย วถิ ชี วี ิต บคุ คคลสำคญั ของชาติ นำเสนอประวตั ิและผลงานของบุคคล
สำคัญทางประวตั ิศาสตรช์ าติไทยดว้ ยความภมู ิใจ
LO-So-06 อา่ นแผนท่ีแสดงทีต่ ้ังและอาณาเขตของประเทศไทยกบั ประเทศเพ่ือนบ้าน วเิ คราะหล์ กั ษณะทาง
วัฒนธรรมของไทยและประเทศเพ่ือนบา้ น สรุปลักษณะทางวฒั นธรรมของประเทศเพ่ือนบ้าน และวิเคราะห์
ผลเสยี จากการไม่เคารพความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม
LO-So-07 วเิ คราะหว์ ิถีการดำเนนิ ชีวิตท่เี ป็นผลมาจากอิทธิพลของสิง่ แวดล้อมทางกายภาพ และการ
เปลยี่ นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ มและภัยพิบัติในจังหวัด ภูมภิ าคทต่ี นอาศยั อยู่ และประเทศไทย ตดิ ตาม คาดการณ์
แนวโนม้ การเปลี่ยนแปลงของสง่ิ แวดล้อมและภัยพบิ ัติในจงั หวัด ภมู ิภาคท่ตี นอาศยั อยู่ และประเทศไทย
LO-So-08 ปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกาของชนุ ชนและท้องถิ่นที่เกีย่ วข้องกับการใช้ชีวิตของนักเรยี นศึกษาและ
วิเคราะห์ข่าวและเหตุการณท์ ี่ละเมดิ สิทธิเดก็ ในสังคมไทย ปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเองและผูอ้ ื่นจากการ
ละเมดิ สิทธิเดก็ สรา้ งความสมั พันธท์ ี่ดีทางสงั คม ไม่ตัดสินผู้อืน่ โดยใชอ้ คติ แบ่งปนั ส่ิงของตา่ ง ๆ ของตนให้กบั
ผูอ้ นื่ ตามความเหมาะสม โดยไมส่ ร้างความเดอื ดร้อนต่อตนเอง ผูอ้ ่ืน และส่วนรวม

123

LO-So-09 ปฏิบัติตนตามแนวทางประชาธิปไตย ติดตาม ข่าวสาร เหตุการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
หาทางออกกับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาหรือความขัดแย้งในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการตามวิถี
ประชาธิปไตย
LO-So-10 ใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ สร้างสรรค์ รู้เท่าทัน มคี วามฉลาดทางดจิ ิทัล คำนงึ ถงึ ผลกระทบ
ต่อชวี ิต สงิ่ แวดลอ้ ม และสงั คม

 ผลลัพธ์การเรียนรู้รายชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6

LO-So-01 ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างมีสติ มีสมาธิในการทำการบ้าน มีความมุ่งมั่นตั้งใจช่วยเหลือการ
ทำงานบ้าน ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ และเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา ตามความ
เหมาะสม
LO-So-02 หาวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาในชีวิตของตนเอง และชว่ ยเหลือหมคู่ ณะ สังคม และสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั ออ่ น
น้อมถ่อมตนในการส่ือสาร การทำงาน ใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างรู้คุณค่า ใช้เทคโนโลยีให้เกิด
ประโยชน์ต่อการเรยี นรแู้ ละทำงานและดำเนินชวี ติ อย่างพอเพียง
LO-So-03 ออกแบบบันทึกค่าใช้จ่ายของตนเองและค่าใช้จ่ายของครอบครัว และวางแผนการออมเงินของ
ตนเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว ด้วยความตั้งใจ และมีวินัย ตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าและบริการ
ได้อย่างเหมาะสมและติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารท่ีเก่ียวข้องกับการบริโภคในชีวิตประจำวันและ
กฎหมายคุ้มครองสทิ ธิผบู้ ริโภคไดอ้ ย่างชัดเจน
LO-So-04 ใช้ของใช้ส่วนตัว ของเล่น และเลือกใช้ทรัพยากรอ่ืน ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด คุ้มค่า
กำหนดเป้าหมายและการจัดการทรัพยากรของครอบครัวอย่างพอเพียง หาทางออกของการใช้ทรัพยากรใน
โรงเรียนและชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตระหนักกึงผลกระทบของการใช้ทรัพยากรที่มีต่อตนเอง และ
ส่วนรวม
LO-So-05 ลำดับเหตุการณ์ของการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ชาติไทยและความต่อเน่ืองจากอตีดจนถึง
ปัจจบุ ัน เคารพความแตกต่างของวัฒนธรรมของผู้คนในแตล่ ะท้องถ่นิ ของไทย และยึดมั่นในสถาบนั หลักของชาติ
LO-So-06 อ่าน ดู ฟังข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกจริง ท่ีเกี่ยวข้องกับการไม่เคารพความแตกต่าง
หลากหลายทางวฒั นธรรม และวิเคราะหผ์ ลเสยี การไมเ่ คารพความแตกต่างหลากหลายทางวฒั นธรรม
LO-So-07 กำหนดแนวทาง วางแผนข้ันตอนการทำงาน และเข้าร่วมกิจกรรม อาสาสมัครในการป้องกัน
แก้ปัญหาส่ิงแวดล้อม และรับมือกับภัยพิบัติในชุมชน อธิบายผลดีและผลเสียท่ีเกิดข้ึนต่อตนเองและผู้อื่น ท่ี
แสดงถึงความเขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างส่ิงแวดล้อมกบั การดำเนนิ ชีวิต
LO-So-08 รู้จัก รู้ประโยชน์และคุณค่า รู้วิธีการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน ท้องถ่ิน และเข้าร่วม
กจิ กรรม ตามความเมาะสม
LO-So-09 ปฏิบัติตนตามแนวทางประชาธิปไตย ติดตาม ข่าวสาร เหตุการณ์สถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในสังคม
หาทางออกกับผู้เก่ียวข้องในการแก้ปัญหาหรือความขัดแย้งในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการตามวิถี
ประชาธิปไตย ยอมรับผลจากการตัดสินใจร่วมกัน และเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอาสาสมัครด้วยความรู้สึกว่าเป็น
สมาชกิ ของชุมชน

124

LO-So-10 ใช้ส่ือสารสนเทศทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อตนเองและผู้อน่ื มีมารยาทในการเผยแพร่ขอ้ มูลสารสนเทศ และ
ประเมนิ ผลกระทบจากการใช้ส่ือสารสนเทศ สร้าง และผลิตส่ือสารสนเทศได้อยา่ งเหมาะสม

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การจดั การในครัวเรอื นและการประกอบการ

 สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้

ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารจดั การในครัวเรอื นและการประกอบการ
การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการเป็นสมรรถนะท่ีต้องได้รับการสร้างเสริมและลงมือปฏิบัติ
อย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้สามารถนำไปใช้ในการทำกิจกรรมและการดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย เป็นระบบ
มีประสิทธิภาพดว้ ยความมัน่ ใจ
กลุ่มสาระการเรียนรู้นี้มีสรรมถนะเฉพาะ ๔ ด้าน ประกอบด้วย ๑) ดูแลบ้านและความเป็นอยู่
ของสมาชิกในบ้าน รวมถึงแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ด้วยความรับผิดชอบและกระตือรือร้น โดยคำนึงถึง
ความปลอดภัยและการอยู่ร่วมกันด้วยดีเป็นหลัก ๒) ทำงานอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสร้างงานที่แปลกใหม่หรือ
ต่อยอดจากของเดิมด้วยตนเองหรือร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เพ่ือนและผู้อื่น เหมาะสมกับการเปล่ียนแปลง
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความรับผิดชอบ ขยัน อดทน มุ่งมั่น ซื่อสัตย์ ประณีต และมีทักษะทางสังคม
ในการทำงาน 3) ค้นหาแนวทางและโอกาสในการจัดจำหน่าย หรอื สร้างรายได้ตามความสนใจของตนเองและ
มีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพสุจริต โดยประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะพ้ืนฐาน การเป็นผู้ประกอบการท่ีดี
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาสินค้าและบริการ และ๔) ทำงานโดยใช้ทรัพยากร พลังงาน
และเทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่า พอเพียง เหมาะสมกับสถานะทางเศรษฐกิจ ให้เกิดประโยชน์และคำนึงถึงผลเสีย
ต่อตนเองและส่วนรวม สมรรถนะเฉพาะท้ัง ๔ สมรรถนะดังกล่าว มีความสัมพันธ์เช่ือมโยงกับสมรรถนะหลัก
ทงั้ ๖ สมรรถนะ และบูรณาการกนั เป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ชว่ งชัน้ ๓ ข้อ ซ่ึงเป็นเปา้ หมายการเรียนรู้ของช่วงชัน้ นี้
ผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงช้ันท่ี ๒ ท้ัง ๓ ข้อ เป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ - ๖ ที่ต้อง
คำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะด้วย เพื่อให้เมื่อผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ช้ันปี
นำไปสกู่ ารบรรลผุ ลลัพธ์การเรียนรู้ชว่ งช้ันตามทีห่ ลกั สตู รกำหนดไว้
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้
การเรียนรู้การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการในช่วงชั้นที่ ๒ เป็นการเรียนรู้ท่ีมีความชัดเจน
มากย่ิงข้ึน ต่อเนื่องเช่ือมโยงจากการเรียนรู้การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการในช่วงชั้นที่ ๑ ที่บูรณาการ
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมตา่ ง ๆ
ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาให้เกิดสมรรถนะเฉพาะของการจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ
จากการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ การลงมือทำด้วยตนเองและการสะท้อนผลการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ
เพื่อเพ่ิมเติมความรู้ทำความเข้าใจ วิเคราะห์ และประเมินตนเอง รวมทั้งผลงานอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ
ไปพร้อมกับการพัฒนาสมรรถนะการทำงานบ้าน การทำงาน และการประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ
และมที กั ษะทางสังคม
จดุ เน้นการพฒั นา
การสอนจัดการในครัวเรือนและการประกอบการในช่วงชั้นที่ ๒ เป็นการพัฒนาสมรรถนะผ่านการเรียนรู้
หลักการ ขั้นตอน การฝึกปฏิบัติ การลงมือทำทั้งการทำงานบ้าน การทำงาน และการประกอบการ เพื่อให้
ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะการจดั การในครัวเรอื นและการประกอบการ

125

การจัดการเรียนรู้ในช่วงชนั้ ที่ ๒ ได้ใหค้ วามสำคัญกับการเรียนรทู้ ่เี พิ่มเตมิ และเข้มขน้ มากยิ่งข้ึนต่อเน่ือง
จากการจัดการเรียนรู้ในช่วงช้ันท่ี ๑ โดยในช่วงช้ันน้ี ผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้และพัฒนาด้านต่าง ๆ
รวมท้ังผู้เรียนยังสามารถบอกความสนใจของตนเองได้ ครูจึงควรจัดการเรียนรู้ในรูปแบบท่ีหลากหลาย
สอดคลอ้ งกับพัฒนาการตามชว่ งวัยท่ีสง่ เสริมให้ผู้เรียนไดเ้ รียนทั้งในส่วนขององค์ความร้แู ละทกั ษะตามหลักสตู ร
และตามความสนใจ เนน้ การลงมอื ทำ สง่ เสริมให้เกดิ ความคดิ สร้างสรรคแ์ ละการต่อยอด

การนำไปใชใ้ นชีวติ จริง
ความรู้ ความเข้าใจ และการมีทักษะการจัดการในครัวเรือนและผู้ประกอบการในช่วงช้ันนี้
เปน็ ประโยชนก์ ับผู้เรียน ครอบครวั และผ้อู ื่น โดยผู้เรียนสามารถนำไปใช้และประยุกต์ใช้ในการดแู ลทำงานบา้ น
การทำงาน และการประกอบการ ได้อย่างถูกต้อง สามารถเช่ือมโยงกับบริบท สถานการณ์และการนำไปใช้
ในชีวิตจริง โดยผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้ และพัฒนาหรือฝึกปฏิบัติอย่างต่อเน่ือง เกิดความคล่องแคล่ว ม่ันใจ
ในการทำงาน ต่อยอดสรา้ งสิง่ ตา่ ง ๆตามความสนใจและเกิดประโยชน์
การบูรณาการกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
การเรียนรู้การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการในช่วงช้ันที่ ๒ น้ี ผู้เรียนจะได้เรียนรู้
ผ่านการรับ แลกเปล่ียนความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ท้ังจากการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติในและนอกห้องเรียน เพ่ือให้
สามารถทำงานบ้าน ทำงานต่าง ๆ และการประกอบการได้ถูกต้อง เหมาะสม ซึ่งการเรียนรู้การจัดการ
ในครัวเรือนและการประกอบการ นอกจากจัดให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนและบริบทความพร้อม
ตา่ ง ๆ แลว้ ยงั ตอ้ งมีการบรู ณาการรว่ มกับกจิ กรรมแนะแนวและกลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่ ๆ เช่น

กิจกรรมแนะแนว การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จักอาชีพที่หลากหลาย ทั้งอาชีพในท้องถ่ิน
อาชีพต่าง ๆ และอาชีพที่สนใจ การสำรวจความสนใจในอาชีพในรูปแบบต่างๆ เช่น การพูดคุยสนทนา
การแลกเปล่ยี น การทำแบบวัดแววความสนใจในอาชีพ และสรา้ งเสริมลักษณะนิสัยท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการทำงาน

คณิตศาสตร์ การประยุกต์ใช้ความรู้เร่ือง การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย กำไร ขาดทุน ร้อยละ
การชัง่ ตวง วดั สารในชวี ิตประจำวัน

ภาษาไทย ใช้ภาษาในการสื่อสารเพื่อนำเสนอสินค้าอย่างหลากหลาย ทั้งการพูดและการเขียน
การติดต่อประสานงานเพอ่ื ดำเนนิ กิจกรรมที่เก่ยี วข้อง เช่น การขออนญุ าตใชพ้ ้ืนท่ีขาย การติดตอ่ ขอยืมวสั ดุ

ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ ข้อความบนฉลากแนะนำผลิตภัณฑ์หรือวิธีการใช้อุปกรณ์ การส่ือสาร
ในการทำงานและชีวติ ประจำวัน

สุขศึกษาและพลศึกษา การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการ การดูแลตนเอง
และผู้อื่นเม่ือเจ็บป่วยอย่างปลอดภัย รวมทั้งการปฐมพยาบาลท่ีอาจเกิดขึ้นจากการทำงานบ้าน การทำงาน
และการประกอบการ

สังคมศึกษา นำความรู้เรื่องสินค้าและบริการ การทำบัญชีครัวเรือนการเลือกซ้ือสินค้า
อยา่ งรู้เทา่ ทนั โฆษณา และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาเชื่อมโยงมาประยุกตใ์ ช้

วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ/ เทคโนโลยีดิจิทัล นำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี มาใชใ้ นการทำงานและการผลิตสินคา้ และบริการตามความสนใจ

ศิลปะ ประยุกต์ใช้ความรู้ทางศิลปะ ในการดูแลรักษาจัดบ้านให้สะอาดเป็นระเบียบให้น่าอยู่
ออกแบบสินค้าและบริการใหน้ า่ สนใจ

126

 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

1. ดแู ลบา้ นและความเปน็ อยู่ของสมาชิกในบ้านรวมถึงแบง่ เบาภาระ ๑. การจดั การตนเอง

ผปู้ กครอง ด้วยความรบั ผดิ ชอบและกระตือรือรน้ โดยคำนงึ ถึง ๒. การคิดข้ันสงู

ความปลอดภยั และการอยูร่ ว่ มกนั ด้วยดีเป็นหลัก ๓. การส่ือสาร

๔. การรวมพลังทำงานเป็นทมี

๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง

๖. การอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาติ

และวิทยาการอย่างยงั่ ยืน

2. ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ รวมท้งั สรา้ งงานทแี่ ปลกใหม่หรือต่อยอด ๑. การจดั การตนเอง

จากของเดิมด้วยตนเองหรือร่วมกบั สมาชิกในครอบครวั เพื่อนและผู้อนื่ ๒. การคดิ ขั้นสงู

เหมาะสมกับการเปลยี่ นแปลงในสถานการณต์ ่าง ๆ ด้วยความรบั ผดิ ชอบ ๓. การส่อื สาร

ขยนั อดทน มุ่งมั่น ซ่ือสัตย์ ประณีต และมีทักษะทางสังคมในการทำงาน ๔. การรวมพลังทำงานเป็นทีม

๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็

๖. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ

และวิทยาการอยา่ งยง่ั ยืน

3. ค้นหาแนวทางและโอกาสในการจดั จำหนา่ ย หรอื สร้างรายได้ ๑. การจัดการตนเอง

ตามความสนใจของตนเองและมเี จตคติทด่ี ตี ่อการประกอบอาชพี สุจริต โดย ๒. การคิดขนั้ สูง

ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และทกั ษะพ้นื ฐานการเปน็ ผู้ประกอบการท่ีดี ๓. การส่อื สาร

ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง การพัฒนาสนิ คา้ และบริการ ๔. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม

๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็

๖. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ

และวิทยาการอย่างยงั่ ยนื

4. ทำงานโดยใช้ทรัพยากร พลังงานและเทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่า พอเพียง ๑. การจดั การตนเอง

เหมาะสมกับสถานะทางเศรษฐกิจ ให้เกิดประโยชน์และคำนึงถึงผลเสียต่อ ๒. การคิดขั้นสูง

ตนเองและส่วนรวม ๔. การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม

๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

๖. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติ

และวทิ ยาการอย่างยั่งยืน

127

 ผลลพั ธ์การเรียนรูเ้ ม่อื จบชว่ งชน้ั ที่ ๒

๑. ดูแลบ้านและความเป็นอยู่ของสมาชิกในบ้านรวมถึงแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ด้วยความรับผิดชอบ
กระตือรือร้นและมุ่งม่ันในการทำงาน นำไปสู่การวางแผนและลงมือทำงานอย่างเป็นระบบโดยคำนึงถึง
เหตแุ ละผลของวิธีทำงานแบบต่าง ๆ ใช้ทรัพยากร พลงั งานและเทคโนโลยี อยา่ งรู้คุณค่า พอเพียง เหมาะสม
กับสถานะทางเศรษฐกิจ ให้เกิดประโยชน์และคำนึงถึงผลเสียต่อตนเองและส่วนรวมโดยคำนึงถึง
ความปลอดภัยและการ อยรู่ ่วมกันดว้ ยดเี ป็นหลัก

2. ทำงานอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสร้างงานที่แปลกใหม่หรือต่อยอดจากของเดิมด้วยตนเอง หรือร่วมกับ
เพื่อนและผู้อ่ืนตามหน้าที่และบทบาทท่ีสอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
โดยกำหนดเป้าหมายท่ีเป็นไปได้ ประยุกต์ใช้ความรู้ในการวางแผนการทำงานท่ีคำนึงถึงความปลอดภัย
เป็นหลัก ลงมือทำตามแผนโดยใช้ทรัพยากร พลังงานและเทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่าและพอเพียง ตรวจสอบ
แก้ไขและปรับปรุงการทำงานให้บรรลุเป้าหมายท่ีวางไว้ด้วยความรับผิดชอบ ขยัน อดทน มุ่งม่ัน ซ่ือสัตย์
ประณีต กล้าแสดงความคิดเห็น ของตนเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน เข้าใจและยอมรับความสามารถ
ของสมาชิกทีมท่ีแตกตา่ งกนั รว่ มกนั แก้ไขความขดั แยง้ มที กั ษะทางสังคม ในการทำงาน

3. ค้นหาแนวทางและโอกาสในการจัดจำหน่าย สร้างรายได้ตามความสนใจของตนเอง และมีเจตคติที่ดี
ต่อการประกอบอาชีพสุจริต โดยประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะพ้ืนฐานของการเป็นผู้ประกอบการที่ดี
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการวางแผนการผลิต การพัฒนาสินค้าและบริการอย่างเป็นระบบ
ด้วยตนเอง หรือรว่ มกับครอบครัวและผอู้ นื่

 ผลลพั ธ์การเรยี นรูร้ ายชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4

LO-Hw-๐1 ดแู ล แบ่งเบาภาระ กระตือรือรน้ มุง่ ม่ันวางแผน ลงมอื คำนึง วิธีทำงาน รู้คณุ คา่ เก่ยี วกับ
สมาชกิ ในบา้ น ระบบ ทรพั ยากร พลงั งานและเทคโนโลยี สถานะทางเศรษฐกิจ ประโยชน์ เช่น บทบาทหนา้ ที่
ความรับผดิ ชอบ อปุ กรณ์ ทรัพยากรที่เลอื กใช้ภายในและนอกบ้าน การจัดหมวดหมู่ ประโยชน/์ โทษ อยา่ ง
เหมาะสม
LO-Hw-๐2 สร้าง ประยุกตใ์ ช้ วางแผน แก้ไขและปรบั ปรุง เขา้ ใจ ยอมรบั เก่ียวกบั หน้าทแ่ี ละบทบาท
สถานการณ์ ทรพั ยากร พลงั งานและเทคโนโลยี เช่น กิจกรรมที่ต้องใชก้ ระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
ข้นั ตอนการทำงาน ทักษะพื้นฐานในการทำงาน อย่างรู้คุณค่า รับผดิ ชอบ ขยนั อดทน มงุ่ ม่นั ซ่อื สตั ย์ ประณตี
กล้าแสดงความคดิ เหน็
LO-Hw-๐3 ค้นหา จัดจำหน่าย สรา้ งรายได้ ประยุกต์ใชค้ วามร้อู ทักษะพืน้ ฐาน วางแผนการผลติ พัฒนาสินค้า
บริการ เก่ียวกับอาชีพสุจรติ ผู้ประกอบการ หลักปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพียง ระบบ เชน่ เรยี นรเู้ รื่ออาชีพ ตา่ งๆ
จากสถานทีจ่ ริงหรือแหลง่ เรยี นรู้ ขอ้ มลู เบ้ืองตน้ เกีย่ วกับสถานการ์ปัจจุบนั ความสนใจของตวั เองท่ีนำปสกู่ าร
สรา้ งรายไดด้ ้วยการมีเจตคติที่ดี

128

 ผลลพั ธ์การเรียนรู้รายช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

LO-Hw-๐1 ดูแล แบ่งเบาภาระ กระตือรือร้น มุ่งม่ัน วางแผน ลงมือ คำนึง วิธีทำงาน รู้คุณค่า เก่ียวกับ
สมาชกิ ในบ้าน ระบบทรัพยากร พลังงานและเทคโนโลยี สถานะทาง เศรษฐกิจ ประโยชน์ เชน่ บทบาทหน้าท่ี
ความรับผิดชอบ อุปกรณ์ ทรัพยากรที่เลือกใช้ภายในและนอกบ้าน การจัดหมวดหมู่ การจัดหมวดหมู่
ประโยชน์/โทษ การใช้พลงั งาน ค่าใช้จา่ ย การทำความสะอาด ความปลอดภยั ในบ้าน อย่างเหมาะสม
LO-Hw-๐2 สร้าง ประยุกต์ใช้ วางแผน แก้ไขและปรับปรุง เข้าใจ ยอมรับ เก่ียวกับหน้าท่ีและบทบาท
สถานการณ์ ทรัพยากร พลังงานและเทคโนโลยี เช่น กิจกรรมท่ีต้องใช้กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนการทำงาน ทักษะพ้ืนฐานในการทำงาน ทรัพยากร พลังงาน เทคโนโลยีที่ใช้อย่างรู้คุณค่า รับผิดชอบ
ขยัน อดทน มงุ่ มนั่ ซ่ือสัตย์ ประณตี กลา้ แสดงความคิดเห็น
LO-Hw-๐3 ค้นหา จัดจำหน่าย สร้างรายได้ ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะพื้นฐาน วางแผนการผลิต พัฒนาสินค้า
บริการเก่ียวกับอาชีพสุจริตผู้ประกอบการ หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ระบบ เช่น เรียนรู้เรื่ออาชีพต่างๆ
จากสถานท่ีจริงหรือแหล่งเรียนรู้ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการ์ปัจจุบัน ความสนใจของตัวเองที่นำปสู่การ
สร้างรายได้ ทกั ษะเบื้องต้นในการผลิตสนิ คา้ และบริการ จดุ เด่น จุดด้อย วธิ ีการทห่ี ลากหลายด้วยการมีเจตคตทิ ีด่ ี
 ผลลัพธ์การเรียนรรู้ ายชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

LO-Hw-๐1 ดูแล แบ่งเบาภาระ กระตือรือร้น มุ่งมั่น วางแผน ลงมือ คำนึง วิธีทำงาน รู้คุณค่า เก่ียวกับ
สมาชกิ ในบ้าน ระบบทรพั ยากร พลังงานและเทคโนโลยี สถานะทาง เศรษฐกิจ ประโยชน์ เช่น บทบาทหน้าท่ี
ความรับผิดชออุปกรณ์ ทรัพยากรที่เลือกใช้ภายในและนอกบ้าน การจัดหมวดหมู่ การจัดหมวดหมู่ ประโยชน์/
โทษ การใช้พลังงาน ค่าใช้จ่าย การทำความสะอาด ความปลอดภัยในบ้าน กิจกรรมที่ทำร่วมกัน บริบท และ
กาละเทศะอย่างเหมาะสม
LO-Hw-๐2 สร้าง ประยุกต์ใช้ วางแผน แก้ไขและปรับปรุง เข้าใจ ยอมรับ เกี่ยวกับหน้าท่ีและบทบาท
สถานการณ์ ทรัพยากร พลังงานและเทคโนโลยี เช่น กิจกรรมที่ต้องใช้กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
ข้ันตอนการทำงาน ทักษะพ้ืนฐานในการทำงาน ทรัพยากร พลังงาน เทคโนโลยีที่ใช้ ผลการทำงาน ข้อดี
ข้อจำกัด ประโยชน์ แนวทางการทำงานเป็นทีม หน้าทีท่ีรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย อย่างรู้คุณค่า
รับผิดชอบ ขยนั อดทน มุ่งมั่น ซ่ือสัตย์ ประณีต กลา้ แสดงความคิดเห็นพร้อมทัง้ เคารพระบบธรรมชาติและเห็น
ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติตาม ความจำเป็น และไม่เป็นส่วนหน่ึง ท่ีทำให้เกิด
ความเสียหายหรอื การ เปลีย่ นแปลงทส่ี ่งผลกระทบต่อ ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
LO-Hw-๐3 ค้นหา จัดจำหน่าย สร้างรายได้ ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทักษะพนื้ ฐาน วางแผนการผลิต พัฒนาสินค้า
บริการเกี่ยวกับอาชีพสุจริต ผู้ประกอบการ หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ระบบ เช่น เรียนรู้เรื่ออาชีพต่างๆ
จากสถานที่จริงหรือแหล่งเรียนรู้ ข้อมูลเบ้ืองต้นเก่ียวกับสถานการ์ปัจจุบัน ความสนใจของตัวเองท่ีนำปสู่การ
สร้างรายได้ ทักษะเบื้องต้นในการผลิตสินค้าและบริการ จุดเด่น จุดด้อย วิธีการที่หลากหลาย การโน้มน้าวใจ
ลูกค้า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บัญชีคำนวณต้นทุนท่ีมีค่าใช้จ่าย การทำเกษตรกรรมด้วยการมีเจตคติที่ดี
และบอกความเปล่ยี นแปลงทีเ่ กิดขึน้ ที่สง่ ผลตอ่ การดำเนินชวี ติ

129

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ

 สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และระบบธรรมชาติเปน็ สาระทเ่ี น้นการสบื เสาะ (inquiry) เพ่ือเข้าใจ
ระบบธรรมชาติ การจัดประสบการณเ์ รยี นรู้ในชว่ งช้ันท่ี 2 ยังตอ้ งเนน้ ให้ผเู้ รียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่ใกลต้ ัวท่ีสนใจ
และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น ได้สืบเสาะค้นหาคำตอบเพื่อเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ผา่ นการสังเกต การทดลองร่วมกับการวิเคราะห์แบบจำลองหรือขอ้ มลู ตา่ ง ๆ รวมถึงได้แก้ปัญหาทสี่ นใจ โดยใช้
ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เคร่ืองมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อย่างง่าย และใช้คณิตศาสตร์
ร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือเข้าถึง จัดการ และนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม ผู้เรียนควรได้รับการปลูกฝัง
ให้สร้างเจตคติท่ีดีต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าใจและสามารถปรับพฤติกรรมของตนเองเพื่ออยู่ร่วมกับ
ธรรมชาติ รกั ษาสงิ่ แวดล้อม และตระหนกั ถึงการใช้และรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างเหมาะสม
เป้าหมายสำคัญของการจัดประสบการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
ชว่ งชั้นที่ 2
1. ใช้กระบวนการสืบเสาะ (Inquiry process) ในการตั้งคำถาม ค้นหาหลักฐาน รวบรวมและ
วเิ คราะห์ข้อมูลตา่ ง ๆ เพื่อทำความเข้าใจแนวคดิ สำคญั ทางวิทยาศาสตร์ทจ่ี ำเป็นต่อการดำรงชีวิต
2. ใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน และปลอดภัย รวมทั้งใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์
ในการสืบเสาะ จัดการและนำเสนอขอ้ มูลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. มีจินตนาการ จิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยดี ิจทิ ลั อยา่ งสรา้ งสรรค์
4. ตระหนักถงึ ความสมั พันธ์ของวทิ ยาศาสตร์กับระบบธรรมชาติ ผลของวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
วทิ ยาการต่าง ๆ ท่มี ีตอ่ มวลมนุษย์และสง่ิ แวดลอ้ มในระบบธรรมชาติ
ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ (Science) เป็นความรู้ที่เกิดจากสติปัญญาและความพยายามของมนุษย์ในการศึกษา
เพ่ือทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นโดยธรรมชาติทั้งบนโลกและในเอกภพ วิทยาศาสตร์จึงให้ความสำคัญ
กบั การสืบเสาะหาคำตอบเพ่ือทำความเข้าใจธรรมชาติ การสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการที่ต้องใช้
ความรู้ จินตนาการ เคร่ืองมือต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูล จัดรูปแบบของ
ข้อมูล ใช้สมรรถนะด้านภาษา เพื่อทำความเข้าใจข้อมูล สื่อสารความคิด และนำเสนอข้อมูล ดังนั้น ความรู้
กระบวนการ และจิตวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิต และการอยู่ร่วมกัน
กับธรรมชาตอิ ย่างสมดลุ
กระบวนการสืบเสาะ (Inquiry Process) เป็นกระบวนการท่ีนำไปสู่การเรียนรู้และอธิบาย
ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เชิงวิทยาศาสตร์ ระหว่างการสืบเสาะผู้เรียนจะต้องใช้การให้เหตุผลเชิงตรรกะ (Logic)
หลักฐานเชิงประจักษ์ (Empirical Evidence) จินตนาการ และการคิดสร้างสรรค์ เป็นการทำงานอย่างเป็น
ระบบ รอบคอบ มีอิสระและไม่เป็นลำดับขั้นท่ีตายตัว ในช่วงช้ันที่ 2 ควรจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ
ธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์ ดังนี้
• ปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนโลกหรือในเอกภพท่ีเกิดข้ึนอย่างเป็นแบบรูป (Pattern) สามารถเข้าใจได้
ด้วยสตปิ ัญญา วิธีการศึกษาทเี่ ป็นระบบ มนษุ ยส์ ามารถเรียนรแู้ ละทำความเข้าใจได้

130

• แนวคิดทางวิทยาศาสตร์มีความไม่แน่นอน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากพบหลักฐาน (Evidence)
ใหม่ทีน่ ำไปสกู่ ารสร้างคำอธบิ าย หรอื องค์ความรู้ใหมท่ างวทิ ยาศาสตร์

• ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีความคงทนและเช่ือถือได้ เพราะการสร้างการอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ต้องผา่ นวิธกี ารตา่ ง ๆ อย่างตอ่ เนื่อง ซ้ำแลว้ ซำ้ เลา่ เป็นระยะเวลาหน่งึ จนมั่นใจในคำอธบิ ายนั้น

• วิทยาศาสตร์เช่ือถอื หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ท่ีไดจ้ ากการสงั เกต ทดลอง หรือวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
จดุ เน้นการพัฒนา
การจดั ประสบการณ์เรียนรเู้ พื่อพัฒนาสมรรถนะของผ้เู รียน ในชว่ งชนั้ ที่ 2 ผู้เรยี นควรได้เรียนรู้แนวคิด
สำคัญทางวิทยาศาสตร์ผ่านการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการกับสถานการณ์หรือปรากฏการณ์
ในชีวิตจรงิ ทอ่ี ยรู่ อบตัวผู้เรยี น โดยอาจจดั การเรียนรผู้ า่ นธีมตอ่ ไปน้ี

ทรพั ยากรธรรมชาติ

ปรากฏการณ์ สงิ่ แวดล้อม
ธรรมชาติและ
ภยั อันตราย วิทยาศาสตร์
และระบบธรรมชาติ

สุขภาพและโรคภยั ความกา้ วหนา้
ของวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี

จุดเนน้ การพฒั นาผา่ นแต่ละหัวข้อ มดี ังนี้

• สุขภาพและโรคภัย
ผู้เรียนได้เรียนรู้แนวคิดสำคัญทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงทางเคมีและสารละลาย

ระบบย่อยอาหาร การเกิดเสียง การเคลื่อนท่ีของเสียง เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง เสียงค่อย และมลพิษทางเสียง
เพื่อให้เกิดความตระหนักในการการดูแลสุขภาพกายและจิตของตนเอง และการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย
จากมลพิษทางเสียง

• ทรพั ยากรธรรมชาติ
ผู้เรียนได้เรียนรู้แนวคิดสำคัญทางวิทยาศาสตร์เก่ียวกับสถานะและการเปล่ียนสถานะ ของสสาร

กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง ฝน หิมะ และลูกเห็บ การหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ
ปริมาณน้ำจืดท่ีมนุษย์นำมาใช้ได้เทียบกับปริมาณน้ำท้ังหมดบนโลก การปรับเปล่ียนพฤติกรรมการใช้น้ำ
การแกไ้ ขปัญหาแหลง่ นำ้ หรือแนวทางการอนุรกั ษน์ ้ำในชุมชนเพื่อใหช้ ุมชนมีน้ำใช้อยา่ งไม่ขาดแคลน

131

• สิง่ แวดล้อม
ผู้เรียนได้เรียนรู้แนวคิดสำคัญทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต

ของพืชและสัตว์ ส่ิงท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ วัฏจักรชีวิตของพืชดอกและสัตว์ ผลของ
การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่มีต่อพืชและสัตว์ และการดูแลและปกป้องสภาพแวดล้อมให้ความเหมาะสมกับ
การดำรงชวี ิตของพืชและสตั ว์

• ปรากฏการณ์ธรรมชาตแิ ละภยั อนั ตราย
ผเู้ รียนได้เรียนรู้แนวคดิ สำคัญทางวทิ ยาศาสตรเ์ กี่ยวกับแสงและการมองเหน็ การเปลย่ี นแปลงรูปร่าง

ดวงจันทร์บนทอ้ งฟา้ เงา อปุ ราคา ระบบสุรยิ ะ การเกิดปรากฏการณ์เรอื นกระจก ประโยชน์และผลกระทบของ
ปรากฏการณ์เรอื นกระจกตอ่ สิ่งมชี ีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม แหล่งทมี่ าหรือกจิ กรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก และ
แนวทางในการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจกเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงที่ช่วยลดผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้น
ตอ่ ส่งิ มีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม

• ความกา้ วหนา้ ของวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผเู้ รียนไดเ้ รียนรแู้ นวคิดสำคัญทางวิทยาศาสตรเ์ ก่ียวกับการเปลี่ยนพลังงานในกิจกรรมต่าง ๆ การต่อ

วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน การเขียน
แผนภาพวงจรไฟฟ้า แรงเสียดทาน แรงโน้มถ่วง มวล และน้ำหนัก สมบัติการนำไฟฟ้า สมบัติการนำความร้อน
และสมบัตดิ ้านความแข็งของวสั ดุ

ขอบเขตเนอ้ื หาและกลวธิ ีสอนเพอื่ พัฒนาสมรรถนะผเู้ รียนตามช่วงวัย
ผูเ้ รียนในช่วงช้ัน 2 (อายุ 10 - 12 ปี) สามารถพัฒนาการคดิ เชิงเหตผุ ลกับสถานการณ์ท่ีเป็นรูปธรรม
และเร่ิมคิดเชิงเหตุผลกับสถานการณ์ที่เป็นนามธรรมได้บ้าง สามารถวางแผน จดจำ และนำกลยุทธ์ต่าง ๆ
มาใช้จัดระบบการสืบเสาะได้ มีความสามารถในการประยุกต์กลยุทธ์การจำท่ีหลากหลายและละเอียดละออ
เป็นระบบมากขึ้น เข้าใจความหมายของคำศัพท์ท่ีเป็นคำท่ีมีความหมายเดียวกัน และความสัมพันธ์เป็นกลุ่ม
ความหมายเดียวกันมากข้นึ มีการใชโ้ ครงสรา้ งทางไวยากรณท์ ซี่ ับซอ้ นมากขึน้ ใชก้ ลยทุ ธ์ในการสนทนามากข้นึ
การจัดการเรียนรู้สำหรับช่วงช้ันนี้จึงควรให้ผู้เรียนเรียนรู้และฝึกใช้คำศัพท์ท่ีหลากหลาย แต่มี
ความหมายเดียวกนั ร่วมกบั การใช้ไวยากรณ์ท่ีซบั ซอ้ นมากข้ึนในการอธิบายหรือส่ือสารความเห็นหรือส่งิ ท่คี ้นพบ
รวมถึงฝกึ ใช้กลวธิ ีการส่ือสารเพื่อโน้มนา้ วหรอื โตแ้ ย้งแนวคิดของผอู้ ื่นทง้ั ในรูปแบบการพูดและการเขียน จะเป็น
ประโยชน์ต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญพัฒนาคลังคำศัพท์และไวยากรณ์ที่เหมาะสม
ตามวัย และฝึกความสามารถในการฟังอย่างมีความหมาย เรียนรู้คำศัพท์เชิงวิทยาศาสตร์และคำศัพท์ใหม่ ๆ
อย่างต่อเนื่อง รู้จักจับสาระสำคัญจากการอ่านหรือการฟัง และแสดงความคิดเห็นต่อส่ิงที่อ่านอย่างมี
จนิ ตนาการ ตลอดช่วงชั้นผู้เรียนควรฝกึ สื่อสารและให้เหตุผลอยา่ งมตี รรกะ
โดยธรรมชาติ ผูเ้ รียนในช่วงช้ันน้ียงั มีความกระตือรือรน้ ชา่ งสังเกต ชอบต้ังคำถาม สามารถคิดอย่างมี
เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ และคิดเชิงวิพากษ์ได้มากขึ้น ผู้เรียนจึงควรเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นในการฝึก
การตั้งคำถามท่ีนำสู่การสังเกตหรือการทดลอง ลงมือสังเกตด้วยประสาทสัมผัสร่วมกับการใช้อุปกรณ์และ
เครือ่ งมอื ทางวทิ ยาศาสตร์ หรอื เครือ่ งมอื ดิจทิ ลั อย่างงา่ ย และใชเ้ ทคโนโลยรี ่วมในการออกแบบการบนั ทึกขอ้ มูล
การเก็บรวบรวมหลักฐาน การจัดการและการนำเสนอข้อมูลอย่างมีเหตุผล สามารถแสดงความเห็นหรอื โต้แย้ง
ด้วยหลักฐานหรือข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ นอกจากน้ี ผู้เรียนในช่วงชั้นนี้เป็นช่วงวัยท่ีต้องการการยอมรับ
จากเพื่อน ดงั น้ัน ผู้สอนจงึ ควรฝกึ ฝนกระบวนการทำงานรว่ มกันทำงานเป็นทีม การรู้จกั รับฟัง เคารพความเห็น
ทีแ่ ตกต่าง และยอมรับความแตกต่างหลากหลายของคนในทีม

132

การนำไปใชใ้ นชวี ติ จริง
ผู้สอนควรจัดให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกันในการสืบเสาะหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านการตั้งคำถาม
การสังเกต การทดลอง การใช้เคร่ืองมือต่าง ๆ การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ จำแนกหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ
การใช้ภาษาเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเหมาะสมในการแสดงความเห็น อธิบาย ลงข้อสรุป การอ่าน และทำความเข้าใจ
ข้อมูลที่นำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ การรู้จักรับฟังและยอมรับความคิดเห็นท่ีแตกต่างจากตนเอง การเชื่อม่ัน
ในความคิดเห็นที่มีหลักฐานท่ีน่าเช่ือถือ สนุกกับการแก้ปัญหา การทำงานอย่างมุ่งม่ัน ไม่ย่อท้อ เป็นสมาชิก
ของทีมทีเ่ คารพกฎ กตกิ า เคารพในความแตกต่างหลากหลายของสมาชิกในทีม เหลา่ นล้ี ้วนพัฒนาผเู้ รียนใหเ้ กิด
สมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลักตามเป้าหมายของหลกั สูตรในช่วงชั้นที่ 2
การบูรณาการกบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ

ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ สามารถจัดสถานการณ์ ให้นักเรียนได้เรียนรู้และใช้คำศัพท์
ทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับภาษาของตนเองในการส่ือสารด้วยการพูดหรือเขียน เพื่อนำมาใช้ในการบันทึกผล
การสืบเสาะ สื่อสารความคิด และนำเสนอเร่ืองราว และฝึกการสรุปสาระสำคัญของสารที่อ่านแล้วส่ือสาร
ดว้ ยภาษาอย่างมีกลยุทธแ์ ละเข้าใจง่าย

สังคมศึกษา สามารถจัดสถานการณ์การเรียนรู้ในเร่ืองทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
ในการติดตาม ตรวจสอบข้อมูลเก่ียวกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในสังคม เพ่ือร่วมกันหาแนวทาง
ในการแก้ไขปญั หาในสงั คม ไมป่ ฏิบัติตนเปน็ ส่วนหน่งึ ของปัญหาสังคมและสง่ิ แวดล้อม

คณิตศาสตร์ นำความรู้ทางคณิตศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เช่น การวัดความยาว
หรือความสูง การวัดปริมาตร นอกจากน้ีใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เพ่ือจัดการข้อมูล และเลือกรูปแบบ
การนำเสนอขอ้ มูลทีเ่ หมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์

สุขศึกษา บูรณาการผลลัพธ์การเรียนรู้เก่ียวกับระบบย่อยอาหารร่วมกับผลลัพธ์การเรียนรู้
เกี่ยวกบั การรบั ประทานอาหารทีเ่ หมาะสมเพื่อใหร้ า่ งกายมสี ุขภาพแข็งแรง

เทคโนโลยีดิจิทัล บูรณาการผลลัพธ์การเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจทิ ัลเก่ียวกับ
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรวบรวมข้อมูล ออกแบบการบันทึกข้อมูลจัดเก็บ จัดเตรียม ประมวลผล วเิ คราะห์
และการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาร่วมกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และระบบธรรมชาติ

133

 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั

1. อธบิ ายปรากฏการณอ์ ย่างเป็นวิทยาศาสตร์ 2. การคิดข้นั สูง
3. การสอ่ื สาร
1.1 สร้างคำอธบิ ายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณ์ โดยใช้ 6. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาตแิ ละ
ข้อมลู หรือหลักฐานท่รี วบรวมได้จากการสังเกตหรือทดลอง
วทิ ยาการอยา่ งยั่งยนื
1.2 ยอมรับและเชื่อถือคำอธบิ ายท่ีมขี ้อมลู และหลักฐานที่น่าเชื่อถือ
เพียงพอ

1.3 เชือ่ มโยงสาเหตุและผลของปรากฏการณ์กบั การดำรงชีวิตของมนุษย์
และส่ิงแวดลอ้ ม

1.4 คาดการณ์ปรากฏการณ์อย่างสมเหตสุ มผลโดยอาศัยความรู้
เชิงวทิ ยาศาสตร์และข้อมูลทีไ่ ด้จากการสังเกตหรือการทดลอง

2. ประเมินและออกแบบการสบื เสาะเชิงวิทยาศาสตร์

2.1 สงั เกต ต้งั คำถาม ตั้งสมมตฐิ าน และทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกบั 1. การจดั การตนเอง

ปรากฏการณ์ 2. การคิดข้ันสูง

2.2 ประเมินและเลอื กวธิ กี ารเกบ็ รวมรวมหลกั ฐานโดยการสงั เกตหรอื การ 6. การอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติและ

ทดลอง และออกแบบการบันทกึ ข้อมลู เพื่อตอบคำถามหรือ วิทยาการอย่างยงั่ ยนื

สมมติฐานเก่ียวกบั ความนา่ เชื่อถือและความสมเหตสุ มผลของข้อมลู

และหลกั ฐาน และลงขอ้ สรปุ

2.3 ใสใ่ จ พยายาม กระตือรือรน้ ในการสืบเสาะเพ่อื เก็บรวบรวมหลักฐาน

ในการอธิบายปรากฏการณ์

3. ตีความหมายข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

3.1 จดั การขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการสังเกตหรอื ทดลองให้อยูใ่ นรปู แบบทเี่ หมาะสม 2. การคิดขนั้ สูง
เชน่ รูปภาพ สญั ลกั ษณ์ แผนภาพ แผนภูมิ ตาราง หรอื กราฟ 3. การส่อื สาร
6. การอยู่ร่วมกับธรรมชาตแิ ละ
3.2 แปลความหมายขอ้ มลู ทอี่ ยูใ่ นรปู แบบต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนภมู ิ
ตาราง หรือกราฟ วิทยาการอย่างยั่งยืน

3.3 ลงขอ้ สรุปโดยอาศยั ข้อมูลและหลกั ฐานที่ได้มาจากการสังเกตหรือ
การทดลอง และไมด่ ว่ นตัดสินใจเมอ่ื ยงั ไม่มหี ลักฐานท่นี า่ เช่ือถือ
เพยี งพอ

4. แก้ปัญหา สรา้ งนวตั กรรม และการอยรู่ ่วมกัน

4.1 แก้ปญั หาหรือสรา้ งเครื่องมือเคร่ืองใชเ้ พ่ือตอบสนองความต้องการ ใน 2. การคิดขัน้ สูง

ชวี ิตโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการทำงานรว่ มกับผู้อื่น 4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม

4.2 ประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตรห์ รือศาสตรอ์ ื่น ๆ ในการปฏิบัตติ น 5. การเปน็ พลเมอื งทีเ่ ข้มแข็ง
ในชีวติ ประจำวนั โดยคำนงึ ถึงส่วนรวมและการอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาติ 6. การอยู่รว่ มกบั ธรรมชาตแิ ละ
วิทยาการอย่างยัง่ ยนื
ไดอ้ ย่างเหมาะสม

134

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
2. การคดิ ขั้นสงู
5. ใชแ้ ละเขา้ ใจภาษาเชิงวทิ ยาศาสตร์ 3. การส่ือสาร

5.1 ทำความเข้าใจ จบั ประเดน็ สำคญั จากการฟังหรืออา่ นข้อมลู ท่มี ีภาพ 3. การสื่อสาร
แผนภาพ แผนภมู ิ ตาราง กราฟ ภาษาสัญลักษณ์ และคำศัพท์ 6. การอยูร่ ว่ มกบั ธรรมชาติและ
ทางวิทยาศาสตร์
วทิ ยาการอยา่ งยั่งยนื
5.2 แลกเปล่ียนความคิดเห็น อธิบาย คาดการณ์ ให้เหตผุ ล
เชิงวทิ ยาศาสตร์ สรปุ ผลการทำกจิ กรรมอย่างตรงไปตรงมา
ตรงตามจดุ ประสงค์ ดว้ ยคำศัพทท์ างวิทยาศาสตร์ สอื่ หรือวิธกี าร
ทเ่ี หมาะสม

6. ใชเ้ ครื่องมือในการเรียนรู้

6.1 เลือกและใชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณท์ างวิทยาศาสตร์ เครื่องมือดิจทิ ลั
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและหลกั ฐานท่สี ังเกตหรือทดลองไดอ้ ยา่ ง
ถูกต้องและเหมาะสม

6.2 ใช้คณติ ศาสตร์หรือเคร่ืองมือดิจทิ ลั เพือ่ จัดการและนำเสนอข้อมูล

 ผลลัพธก์ ารเรียนรเู้ มือ่ จบช่วงชั้นที่ 2

1. วิเคราะห์และระบุลักษณะท่ีมีการเปล่ียนแปลงทางเคมี ลักษณะของสารละลายท่ีพบในชีวิตประจำวัน
อธิบายการทำงานของอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร และความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการย่อยอาหารกับ
การเปลี่ยนแปลงทางเคมีท่ีเกิดข้ึนในร่างกายจากหลักฐานท่ีรวบรวมได้อย่างกระตือรือร้น และทำงาน
ร่วมกนั โดยแบง่ บทบาทหนา้ ท่ี กำหนดเป้าหมาย จัดลำดบั ขัน้ ตอนการทำงาน และปฏบิ ตั งิ านจนสำเร็จ

2. สงั เกต ทดลอง และอธบิ ายการเกิดเสียง การเคลอ่ื นท่ีของเสียง เสียงสงู เสยี งตำ่ เสยี งดัง เสียงค่อย และ
วิเคราะห์ สาเห ตุ ท่ี ท ำให้ เกิด มล พิ ษ ท างเสีย งโดยป ระเมิ น ความ น่ าเช่ื อ ถือแ ละความ สม เห ตุสม ผ ล
ของหลักฐาน ไม่ประพฤติตนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษทางเสียง และนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตน
ให้ปลอดภัยจากมลพิษทางเสียงเพื่อให้มีสุขภาพกายและจิตที่ดีด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิด
ประโยชน์ต่อตนเองและผูอ้ ่ืน

3. ร่วมกันทำงานเป็นทีมในการรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำงานอย่างเป็นขั้นตอนในการสร้าง
แบบจำลองเพื่ออธิบายกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง ฝน หิมะ และลูกเห็บ
โดยอาศัยความรูเ้ ก่ยี วกับสถานะและการเปลี่ยนสถานะของสสารและจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้

4. วิเคราะห์แบบจำลองวัฏจักรน้ำร่วมกับข้อมูลปริมาณน้ำบนโลก เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำจืดท่ีมนุษย์
นำมาใช้ได้เทียบกับปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลก ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และเครื่องมือดิจิทัล
ในการจัดการและนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม และนำเสนอแนวทางการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
การใช้น้ำของคนในบ้านหรือในโรงเรียน วิเคราะห์ จัดลำดับสาเหตุของปัญหา และร่วมกัน
หาแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือนำเสนอแนวทางการอนุรักษ์น้ำในชุมชน เพ่ือเป็นส่วนหน่ึงที่ช่วยให้
ชุมชนมีน้ำใช้อยา่ งไมข่ าดแคลน

5. สร้างคำอธบิ ายและแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกีย่ วกับความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ มีชีวติ กับส่งิ แวดลอ้ ม
ในแหล่งทอี่ ยู่ในเร่ืองการปรับตัวด้านโครงสรา้ งและลกั ษณะของสง่ิ มีชีวิตที่เหมาะสมกบั การดำรงชวี ิต
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่งิ มีชวี ิตกับสง่ิ มีชวี ติ ในการถา่ ยทอดพลงั งานและการเปน็ ที่อยู่อาศัย โดยแบง่

135

บทบาทหน้าที่ในการเลือกวธิ กี ารรวบรวมขอ้ มลู ทีเ่ หมาะสม จดั การขอ้ มูล และเลือกรูปแบบ
การนำเสนอขอ้ มูลให้ผูอ้ ่นื เข้าใจไดง้ ่าย และสอดคล้องกบั จุดประสงค์ รับรู้ความสำคญั ของความสัมพนั ธ์
ของส่ิงมีชีวิตกับสิง่ แวดลอ้ มโดยบอกแนวทางการดูแลส่ิงแวดลอ้ มอย่างมเี หตุผลและปฏบิ ตั ิตนเพ่ือใหก้ าร
ถ่ายทอดพลังงาน การดำรงชีวิต และความหลากหลายของสิ่งมีชวี ิตเปน็ ไป
ตามธรรมชาติ
6. อธิบายการมองเห็นส่ิงต่าง ๆ รอบตัวและการเกิดเงา คาดการณ์การมองเห็นปรากฏการณ์
การเปล่ียนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์บนท้องฟ้า พยายามหาสาเหตุและอธิบายการเกิดปรากฏการณ์
อุปราคาได้อย่างสมเหตุสมผล โดยอาศัยความรู้เร่ืองแสงกับการมองเห็น การเกิดเงา ร่วมกับการสังเกต
และการสร้างแบบจำลอง สื่อสารความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนพ้ืนฐานของความเข้าใจ
อยา่ งมีเหตผุ ลและตระหนกั ถงึ ความแตกต่างในดา้ นความเช่ือและวฒั นธรรมของคนในสงั คม นำเสนอโดย
เลอื กใช้ส่ือและวิธีการที่เหมาะสม
7. วิเคราะห์ความสมเหตุสมผลของดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะกับการดำรงชีวิตของส่ิงมีชีวิตจากการสังเกต
แบบจำลองระบบสุริยะและรวบรวมข้อมลู และนำเสนอโดยใช้แบบจำลองหรอื ในรูปแบบท่ีนา่ สนใจ เพ่ือ
นำไปสู่ความตระหนกั ว่าโลกเป็นดาวดวงเดยี วในระบบสรุ ิยะทเี่ หมาะสมกับการดำรงชวี ิต
8. สร้างคำอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยอาศัยหลักฐานและการเช่ือมโยงความรู้
จากการสังเกต จากแบบจำลอง และจากข้อมูลที่รวบรวมได้ และนำเสนอประโยชน์และผลกระทบของ
ปรากฏการณเ์ รือนกระจกตอ่ ส่ิงมีชีวิตและส่งิ แวดลอ้ ม
9. วิเคราะห์พฤติกรรมห รือกิจกรรมต่าง ๆ ของตนเองและสมาชิกในครอบครัวที่ก่อให้เกิด
แก๊สเรือนกระจกด้วยเหตุและผล แสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
ในการเสนอแนวทางในการลดกิจกรรมท่ีก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจกและนำเสนอหรือสื่อสาร
ผ่านช่องทางต่าง ๆ ท่ีน่าสนใจและเหมาะสม และมุ่งม่ันในการลงมือปฏิบัติเพื่อเป็นส่วนหน่ึงท่ีช่วยลด
ผลกระทบทจ่ี ะเกดิ ข้ึนตอ่ สิง่ มีชีวติ และสงิ่ แวดลอ้ ม
10. ตั้งคำถามและสมมติฐานเพ่ือนำไปสู่การทดลองและอธิบายผลของแรงเสียดทานที่มีต่อวัตถุ สังเกตและ
อธิบายเก่ียวกับผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ ความสัมพันธ์ระหว่างแรงโน้มถ่วง มวล และน้ำหนักของ
วัตถุ และการวัดน้ำหนักของวัตถุด้วยเคร่ืองชั่งสปริง ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องแรงเสียดทาน แรงโน้มถ่วง
มวล และน้ำหนัก ในการแก้ปัญหาหรืออธิบายสถานการณ์หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอ
ผา่ นส่ือหรือวิธกี ารที่เหมาะสม
11. ร่วมกันทำงานเป็นทีมอย่างกระตือรือร้นในการสร้างเครื่องมือหรือเคร่ืองใช้อย่างสร้างสรรค์
เพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการ โดยเลือกใช้ความรู้เก่ียวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน สมบัติการนำไฟฟ้า
สมบัติการนำความร้อน และสมบัติด้านความแข็งของวัสดุ ประเมิน ตนเองในด้านผลงานและ
การทำงานในบทบาทการเป็นสมาชิกของทมี

136

 ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้รายชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4

LO-Sci-๐1 สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสารที่มกี ารเปล่ียนแปลงทางกายภาพอภิปรายและลงข้อสรปุ เก่ียวกับการ
เปล่ียนแปลงทางกายภาพได้อย่างกระตือรือร้น และ ทำงานร่วมกันโดยแบ่งบทบาทหน้าที่ หนดเป้าหมาย
จดั ลำดบั ขัน้ ตอนการทำงาน และปฏบิ ตั งิ าน
LO-Sci-๐2 สังเกต อภิปราย และอธิบายการ เกิดเสียง ทิศทางการเคลื่อนที่ของ เสียง และการเคลื่อนท่ีของ
เสียง ผ่านตวั กลางของเสยี ง ทดลองและอธบิ ายการเกิดและ การได้ยนิ เสียงดัง เสียงคอ่ ย ตลอดจน ทดลองและ
อธิบายการเกิดเสียง สูง เสียงต่ำและสามารถอธิบายลักษณะเสียงต่างๆในสถานการณ์รอบตัวตลอดจนและไม่
ประพฤติตนเป็นสาเหตทุ ่ีทำใหเ้ กดิ มลพษิ ทางเสียง
LO-Sci-๐3 ร่วมกันทำงานเป็นทีมในการรับฟัง แลกเปล่ียนความคิดเห็น และทำงานอย่างเป็นขั้นตอนในการ
สำรวจแหล่งน้ำผิวดินท่ีพบในชุมชนและร่วมกันต้ังคำถาม เก่ียวกับสมบัติของน้ำในสถานะของแข็ง ของเหลว
และแกส๊ ลงขอ้ สรปุ เก่ียวกบั สมบตั ิของนำ้ ในแต่ละสถานะได้อยา่ งถูกต้อง
LO-Sci-๐4 วิเคราะห์แบบจำลองวัฏจักรน้าร่วมกับข้อมูลปริมาณน้ำ บนโลก เพ่ือเปรียบเทียบปริมาณน้าจืดท่ี
มนษุ ยน์ ำมาใชไ้ ด้เทยี บกบั ปริมาณน้าทงั้ หมด
LO-Sci-๐5 สืบเสาะ โดยการสำรวจการใช้เครื่องมือในการจัดทำข้อมูลเพื่ออธิบายโครงสร้างและลักษณะของ
สิ่งมีชีวิตและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตโดยบอกแนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างมีเหตุผลและป ฏิบัติตนเพ่ือให้
พลังงาน การดำรงชีวิต การถ่ายทอดและความหลากหลายของสิ่งมชี วี ติ เป็นไปตามธรรมชาติ
LO-Sci-๐6 ต้ังคำถาม สังเกต ระบุ แหล่งกำเนิดแสง เขียนแผนภาพรังสีของแสงในการเดินทางของแสงทดลอง
ตัวกลางในการเดินทางของแสงสื่อสารความรู้และแลกเปล่ียนความคิดเห็นบนพ้ืนฐานของความเข้าใจอย่าง มี
เหตผุ ลและตระหนกั ถึงความแตกตา่ งในด้านความเช่อื และวัฒนธรรมของคนในสงั คม
LO-Sci-๐7 จับประเด็นสำคัญจากการ รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ ความสมเหตุสมผลท่ีดาวต่าง ๆ ในระบบ
สรุ ยิ ะ สามารถมี ส่ิงมชี ีวิตอาศยั อยู่จากแบบจำลองและขอ้ มลู ท่รี วบรวม
LO-Sci-๐8 อธิบายการเกิดปรากฏการณ์ เรือนกระจกที่เกิดข้ึนตาม ธรรมชาติและ เชื่อมโยงความรู้จากการ
สังเกต จากแบบจำลอง และจากข้อมูล ที่รวบรวมได้นำเสนอประโยชน์และผลกระทบของ ปรากฏการณ์เรือน
กระจกต่อส่งิ มีชีวติ และสิง่ แวดลอ้ ม
LO-Sci-๐9 ระบุแหล่งที่มาที่ก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจกชนิดต่าง ๆ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ วิเคราะห์
พฤติกรรมหรือ กิจกรรมต่าง ๆ ของตนเองและ สมาชิกในครอบครัวท่ีก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจกโดยใช้เหตุ
และผล ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับแนวทางในการลด กิจกรรมท่ีก่อให้เกิดแก๊สเรือน มุ่งม่ัน ตั้งใจ ใน
การลงมอื ปฏบิ ตั ิเพอ่ื ชว่ ยลด ผลกระทบทจ่ี ะเกิดขน้ึ ต่อ สง่ิ มีชีวติ และสงิ่ แวดลอ้ ม
LO-Sci-10 สังเกตและอธิบายผลของ แรงโน้มถ่วงท่ีมีต่อวัตถุต่าง ๆ บนโลก อธิบายวิธีการและใช้เครื่องชั่ง
สปรงิ และระบุหนว่ ยในการชง่ั นา้ หนักของวตั ถุ และอธิบาย สมั พันธร์ ะหว่างแรงโน้มถว่ ง มวล และนา้ หนักของ
วตั ถจุ ากหลกั ฐาน ทีร่ วบรวม
LO-Sci-11 ประเมินและเลือกวิธีการทดลอง เพื่ออธิบายสมบัติด้านความแข็ง ของวัสดุท่ี พบในชีวิตประจำวัน
อธิบายสถานการณ์ที่พบใน ชีวิตประจำวันโดยใชค้ วามรู้ สมบัติด้านความแข็งใน สถานการณ์ตา่ ง ๆ ที่เก่ยี วข้อง
กับสมบัติด้าน ความแข็งของ ต้ังคำถามเพื่อนำไปสู่การทดลองเก่ียวกับสมบัติด้านความแข็ง ของวัสดุต่าง ๆ
รว่ มกนั ตง้ั สมมตฐิ าน อภิปรายเกีย่ วกับตวั แปรทเี่ ก่ยี วขอ้ งในการ ทดลอง ได้อย่างถกู ตอ้ ง

137

 ผลลพั ธ์การเรียนรรู้ ายชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

LO-Sci-๐1 สังเกตการเปล่ียนแปลงของสารท่ีมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอภิปรายและลงข้อสรุปเกี่ยวกับการ
เปล่ียนแปลงทางทางเคมีได้อย่างกระตือรอื ร้น และทำงานร่วมกันโดยแบ่งบทบาทหน้าที่ กำหนดเป้าหมาย จัด
ลำ ดบั ขัน้ ตอนการทำงาน และปฏิบตั งิ าน จนสำเร็จ
LO-Sci-๐2 สังเกต อภิปราย และอธิบายการ เกิดเสียง ทิศทางการเคลื่อนท่ีของ เสียง และการเคลื่อนที่ของ
เสยี ง ผ่านตวั กลางของเสียง ทดลองและอธิบายการเกิดและ การได้ยนิ เสียงดัง เสียงคอ่ ย เกิดเสียง สูง เสยี งต่ำ
ตวั กลางของเสียงชนิดต่างๆและสามารถอธิบายเสียงในสถานการณ์ต่างๆรอบตัวตลอดจนไม่ประพฤติตนที่เป็น
สาเหตุทำให้เกดิ มลพิษทางเสียง
LO-Sci-๐3 ร่วมกันทำงานเป็นทีมในการรับฟัง แลกเปล่ียนความคิดเห็น และทำงานอย่างเป็นข้ันตอนในการ
สำรวจแหล่งน้ำผิวดินที่พบในชุมชนและร่วมกันตั้งค าถาม เกี่ยวกับสมบัติของน้ำในสถานะของแข็ง ของเหลว
และแกส๊
ลงข้อสรุปเก่ียวกับสมบัติของน้ำในแต่ละสถานะ และสืบค้นข้อมูลรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเกิด เมฆ
หมอก น้ำคา้ ง นำ้ คา้ งแขง็ ฝน หิมะ ลูกเห็บไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
LO-Sci-๐4 ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และเคร่ืองมือดิจิทัลในการ จัดการและนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม
และนำเสนอแนวทางการปรับเปล่ียนพฤติกรรมการใช้น้า ของคนในบ้านหรือในโรงเรียน วิเคราะห์ จัดลำดับ
สาเหตุของปัญหา และร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือนำเสนอแนวทางการอนุรักษ์น้าในชุมชน เพ่ือ
เปน็ ส่วนหน่งึ ทช่ี ว่ ยให้ชุมชนมนี า้ ใช้อย่าง ไม่ขาดแคลน
LO-Sci-๐5 ร่วมกันจดั การข้อมูล เลือก รูปแบบการนำเสนอเพ่ืออธิบาย โครงสรา้ งและลักษณะของ สิ่งมีชีวิตท่ี
เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิตตามบทบาทหน้าท่ีท่ี ได้รับมอบหมาย สร้างคำอธิบายเช่ือมโยง เกี่ยวกับโครงสร้าง
และลักษณะ ของสง่ิ มีชีวิตที่เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิตและการปรับตัวของ สงิ่ มีชวี ิต โดยบอกแนวทางการดูแล
สง่ิ แวดล้อมอยา่ งมเี หตผุ ลและปฏบิ ัติตนเพ่ือให้ พลังงาน การด ารงชีวติ การถ่ายทอดและความหลากหลายของ
สิ่งมชี ีวิตเปน็ ไปตามธรรมชาติ
LO-Sci-๐6 ต้งั คำถาม สังเกต ระบุ แหลง่ กำเนดิ แสงเขยี นแผนภาพรังสขี องแสงในการเดินทางของแสง
ทดลองตัวกลางในการเดินทางของแสงสื่อสารความรู้และแลกเปล่ียนความคิดเห็นบนพ้ืนฐานของความเข้าใจ
อย่าง มเี หตผุ ลและตระหนักถึงความแตกต่างในดา้ นความเช่อื และวัฒนธรรมของคนในสงั คม
LO-Sci-๐7 ตั้งคำถาม สืบค้น อ่าน และจับประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความ แตกต่างของดวงอาทิตย์ โลก ดวง
จันทร์ ดาวเคราะห์ และวัตถุ ท้องฟ้าอื่น ๆ ในระบบสุริยะ และการเคลื่อนที่ที่สัมพันธ์กันอย่าง เป็นระบบของ
ดาวและวัตถุท้องฟ้าอ่ืน ๆ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของข่าวหรือสถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับการย้ายถิ่นฐานของ
มนษุ ย์
LO-Sci-๐8 นำเสนอประโยชน์และ ผลกระทบของปรากฏการณ์ เรือนกระจกที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้สังเกตภาพโลกท่ีมีชั้นบรรยากาศปกคลุม ต้ังคำถามเกี่ยวกับ อุณหภูมิอากาศเมื่อมีสสาร
บางชนดิ ในชั้นบรรยากาศปกคลมุ โลก
LO-Sci-๐9 ระบุแหล่งท่ีมาท่ีก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจกชนิดต่าง ๆ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ วิเคราะห์
พฤติกรรมหรือ กิจกรรมต่าง ๆ ของตนเองและ สมาชิกในครอบครัวที่ก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจกโดยใช้เหตุ
และผล ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับแนวทางในการลด กิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน มุ่งม่ัน ต้ังใจ ใน
การลงมอื ปฏิบัตเิ พอื่ ช่วยลด ผลกระทบที่จะเกิดข้นึ ตอ่ สิง่ มีชวี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม

138

LO-Sci-10 ต้ังคำถามและสมมติฐานเพ่ือ ทดลองเก่ียวกับผลของแรง เสียดทานที่มีต่อวัตถุบนพื้นผิว ต่าง ๆ
นำเสนอการประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องแรงเสียดทานในการ แก้ปัญหา วิเคราะห์หรืออธิบาย สถานการณ์หรือ
กิจกรรมตา่ ง
LO-Sci-11 ร่วมกันทำงานเป็นทีมอย่างกระตือรือร้นในการสร้างเครื่องมือหรือเครื่องใช้อย่างสร้างสรรค์เพ่ือ
แก้ปัญหาหรอื ตอบสนองต่อความต้องการ เลือกใช้ความรเู้ กี่ยวกบั วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย การต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบ
อนุกรม การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ประเมินตนเองในด้านผลงานและการทำงานใน
บทบาทการเป็นสมาชิกของทีม

 ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้รายชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6

LO-Sci-๐1 สังเกตการเปล่ียนแปลงของสารที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอภิปรายและลงข้อสรุปเก่ียวกับการ
เปล่ียนแปลงทางทางเคมีอธิบายการทำงานของระบบย่อยอาหารและความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการย่อย
อาหารกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีได้อย่างกระตือรือร้น และทำงานร่วมกันโดยแบ่งบทบาทหน้าที กำหนด
เป้าหมายจดั ลำดบั ขน้ั ตอนการทำงานและปฏบิ ัติงาน
LO-Sci-๐2 สังเกต อภิปราย และอธิบายการ เกิดเสียง ทิศทางการเคลื่อนที่ของ เสียง และการเคล่ือนท่ีของ
เสียง ผ่านตัวกลางของเสียง การเกิดและ การได้ยินเสียงดัง เสียงค่อย การเกิดเสียง สูง เสียงต่ำวิเคราะห์
สาเหตุท่ีทำให้เกิดมลพิษ ทางเสียงในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยประเมินความน่าเช่ือถือและ ความสมเหตุสมผล
ของหลักฐานท่ี รวบรวมได้ และไม่ประพฤติตนเป็นสาเหตุท่ีทำให้ เกิดมลพิษทางเสียง พร้อมท้ังนำเสนอ แนว
ทางการปฏิบัติตนให้ ปลอดภัยจากมลพิษทางเสียงด้วย วิธีการท่ีเหมาะสมเพื่อให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเองและ
ผูอ้ ่ืน
LO-Sci-๐3 ร่วมกันทำงานเป็นทีมในการรับฟัง แลกเปล่ียนความคิดเห็น และทำงานอย่างเป็นขั้นตอนในการ
สร้าง แบบจำลองเพ่ืออธิบายกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง ฝน หิมะ และลูกเห็บ โดยอาศัย
ความรู้เกย่ี วกับสถานะและการเปลีย่ นสถานะของสสารและจากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
LO-Sci-๐4 ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และเครื่องมือดิจิทัลในการ จัดการและนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม
และนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้า ของคนในบ้านหรือในโรงเรียน วิเคราะห์ จัดลำดับ
สาเหตุของปัญหา และร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือนำเสนอแนวทางการอนุรักษ์น้าในชุมชน เพื่อ
เปน็ สว่ นหน่ึงทชี่ ่วยใหช้ มุ ชนมีน้าใช้อย่าง ไม่ขาดแคลน
LO-Sci-๐5 ร่วมกันจดั การขอ้ มูล เลือก รูปแบบการนำเสนอเพ่ืออธิบาย โครงสรา้ งและลักษณะของ ส่ิงมีชีวติ ที่
เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิตตามบทบาทหน้าท่ีท่ี ได้รับมอบหมาย สร้างคำอธิบายเช่ือมโยง เก่ียวกับโครงสร้าง
และลักษณะ ของสิ่งมชี ีวิตทีเ่ หมาะสมกบั การ ดำรงชีวิตและการปรบั ตวั ของ สงิ่ มีชวี ิต โดยบอกแนวทางการดแู ล
สิ่งแวดล้อมอย่างมีเหตุผลและปฏิบัติตนเพื่อให้ พลังงาน การดำรงชีวิต การถ่ายทอดพลังงานและความ
หลากหลายของสิง่ มชี วี ิตเป็นไปตามธรรมชาติ
LO-Sci-๐6 สงั เกตและอธบิ ายแบบรูปการ เปลี่ยนแปลงรปู รา่ งของดวงจันทร์บนท้องฟ้าและ คาดการณร์ ูปร่าง
ของดวงจนั ทร์ บนทอ้ งฟา้ อธิบายสาเหตกุ ารมองเห็นการ เปล่ียนแปลงรปู ร่างของ ดวงจันทร์ โดยใช้แบบจำลอง
สังเกตและอธิบายการเกิดเงา ลักษณะของเงาท่ีปรากฏบนฉาก ลักษณะและการเกิดเงามืดและ เงามัวจาก
หลักฐานท่ีรวบรวมได้ ประยุกต์ใช้ความรู้เร่ืองการ เกิดเงาในการแก้ปัญหาและอธิบาย สถานการณ์ต่าง ๆ ใน
ชีวิตประจำวันสื่อสารความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนพ้ืนฐานของความเข้าใจอย่าง มีเหตุผลและ
ตระหนกั ถึงความแตกต่างในด้านความเชื่อและวัฒนธรรมของคนในสงั คม นำเสนอ

139

LO-Sci-๐7 ต้ังคำถาม สืบค้น อ่าน และจับประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความ แตกต่างของดวงอาทิตย์ โลก ดวง
จันทร์ ดาวเคราะห์ และวัตถุ ท้องฟ้าอื่น ๆ ในระบบสุริยะ และการเคลื่อนที่ท่ีสัมพันธ์กันอย่าง เป็นระบบของ
ดาวและวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของข่าวหรือสถานการณ์ที่เก่ียวข้องกับการย้ายถ่ินฐานของ
มนุษย์
LO-Sci-๐8 เช่ือมโยงความรู้เก่ียวกับอุณหภูมิอากาศเพื่อนำไปสู่การอธิบายการเกิดนำเสนอการเกิดและ
ประโยชน์ของปรากฏการณ์เรอื นกระจกใน รปู แบบต่าง ๆต้ังคำถามเกีย่ วกับอุณหภูมอิ ากาศ ใช้รูป กราฟแสดง
ข้อมูล ปริมาณแก๊สเรือนกระจก หรือสถานการณ์ข่าวต่าง ๆ และลงข้อสรุปโดยอาศัยข้อมูลหรือ หลักฐานที่
รวบรวมได้
LO-Sci-๐9 ระบุแหล่งท่ีมาท่ีก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจกชนิดต่าง ๆ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ วิเคราะห์
พฤติกรรมหรือ กิจกรรมต่าง ๆ ของตนเองและ สมาชิกในครอบครัวท่ีก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจกโดยใช้เหตุ
และผล ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับแนวทางในการลด กิจกรรมท่ีก่อให้เกิดแก๊สเรือน มุ่งมั่น ตั้งใจ ใน
การลงมอื ปฏบิ ัติเพอื่ ช่วยลด ผลกระทบท่จี ะเกดิ ขึ้นตอ่ สง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
LO-Sci-๐10 นำเสนอการประยุกต์ใชค้ วามรู้ เร่อื งแรงโน้มถ่วง มวล และ นา้ หนกั ในการแกป้ ัญหาหรอื อธบิ าย
สถานการณ์ต่าง ๆ ท่ี เก่ียวข้องและผ่านส่ือหรือวิธีการท่ี เหมาะสมโดยต้ังคำถามและสมมติฐานเพื่อ ทดลอง
เก่ียวกับผลของแรง เสียดทานที่มีต่อวัตถุบนพื้นผิว ต่าง ๆนำเสนอการประยุกต์ใช้ความรู้เร่ืองแรงเสียดทานใน
การ แกป้ ัญหา วิเคราะหห์ รืออธบิ าย สถานการณ์หรอื กิจกรรมตา่ งๆ
LO-Sci-๐11 ร่วมกันทำงานเป็นทีมอย่างกระตือรือร้นในการสร้างเคร่ืองมือหรือเครื่องใช้อย่างสร้างสรรค์เพื่อ
แก้ปัญหาหรอื ตอบสนองต่อความต้องการ เลือกใช้ความรูเ้ ก่ียวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย การต่อ เซลล์ไฟฟา้ แบบ
อนุกรม การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ประเมินตนเองในด้านผลงานและการทำงานใน
บทบาทการเปน็ สมาชิกของทมี

กลมุ่ สาระการเรียนรู้เทคโนโลยีดจิ ิทัล

 สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้

ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล
การเรียนรู้เพ่ือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลมีความจำเป็นต่อคนทุกช่วงวัย สำหรับในช่วงช้ันท่ี 2
เป็นวัยท่ีพร้อมต่อการเรียนรู้ และให้ความสนใจกับเรื่องราวใหม่ ๆ เพื่อเปิดมุมมองรอบตัวหรือในบริบท
ที่แตกต่างออกไป เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นเคร่ืองมือหนึ่งท่ีช่วยให้นักเรียนได้ฝึกกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
และยังช่วยให้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ท่ีตอบสนองต่อความสนใจเหล่าน้ันได้ การจัดประสบการณ์
เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในช่วงช้ันน้ีเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสร้างพ้ืนฐานกระบวนการคิด
วิเคราะห์และแก้ปัญหา ใช้เหตุผลและมีตรรกะ มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนางาน ส่งเสริมการคิด
เชิงวิพากษ์ สามารถค้นหา รวบรวม ประมวลผลข้อมูลเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหา เข้าใจถึงข้อจำกัดของข้อมูล
และอนั ตรายจากการใช้เทคโนโลยี เพ่อื การใชง้ านอย่างปลอดภัยและรู้เท่าทนั
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกล่มุ สาระการเรยี นรู้
เทคโนโลยีดิจิทัลถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน การติดต่อสื่อสาร หรือเพื่อ
แก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีดิจิทัลเก่ียวข้องกับเครื่องมือ ระบบ และ
ทรัพยากรต่าง ๆ ท่ีใช้ในการสร้าง รวบรวม ประมวลผล จดั เก็บ แสดงขอ้ มูล เพ่ือใหไ้ ด้ผลลัพธท์ ่ีถูกต้อง แมน่ ยำ
รวดเร็ว การเรียนรู้เก่ียวกับเทคโนโลยีดิจิทัลจะรวมถึงการใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท้ังปัญหา

140

ทางคอมพิวเตอร์และปัญหาอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน มีทักษะในการติดต่อสื่อสาร การเข้าถึงแหล่งข้อมูล
และใช้งานเทคโนโลยีดิจทิ ัลได้อยา่ งปลอดภัย สำหรับนักเรยี นในช่วงชัน้ ท่ี 2 จะได้เพิม่ พนู ความร้เู ก่ียวกับการใช้
เทคโนโลยีดิจิทัล ประกอบด้วย การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ อัลกอริทึม การออกแบบและเขียน
โปรแกรม การรวบรวม ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล การสร้างทางเลือก การประเมินความน่าเช่ือถือ
ของข้อมูล การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งเป็นความรู้ในระดับพื้นฐานที่เป็นประโยชน์
ต่อการเรียนรู้ การดำเนินชีวิตประจำวัน พัฒนาทักษะ กระบวนการคิดที่จำเป็นในการแก้ปัญหา ให้สามารถ
ดำรงชวี ติ อย่รู ่วมกับการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ได้อย่างย่ังยนื

จุดเน้นการพัฒนา
การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล
ในช่วงชั้นท่ี 2 ผเู้ รยี นจะไดเ้ รียนรู้และไดร้ ับการพฒั นาผา่ นหัวขอ้ ต่อไปนี้

• การแกป้ ญั หาและการเขยี นโปรแกรม
เป็นการจัดประสบการณ์เก่ียวกับการคิดแก้ปัญหาอย่างมีตรรกะ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องได้ตามเง่ือนไข แสดงวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้อัลกอริทึมที่ชัดเจนเข้าใจง่าย
เขียนโปรแกรมเพอ่ื แกป้ ญั หาและปรบั ปรงุ แก้ไขข้อผดิ พลาด มคี วามพยายามและมุ่งมัน่ ในการแก้ปัญหา

• การจัดการและใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั
เป็นการจัดประสบการณ์เกี่ยวกับเกี่ยวกับข้อมูล การรวบรวม จัดเก็บ จัดเตรียม และนำข้อมูล
ไปประมวลผลด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล นำเสนอข้อมูลในรูปแบบตาราง
แผนภูมิ กราฟ สร้างทางเลือกจากข้อมูลและเง่ือนไขที่กำหนดและตัดสินใจเลือกทางเลือกอย่างมีเหตุผล
มมี ารยาทในการใหแ้ ละการใชข้ อ้ มลู เขา้ ใจถงึ คุณคา่ และตระหนกั ถงึ ความเอนเอยี งของข้อมลู

• การใช้เทคโนโลยีดจิ ิทัลอย่างปลอดภยั และเหมาะสม
เป็นการจัดประสบการณ์เก่ียวกับการใช้โปรแกรมค้นหา ระบุคำค้นท่ีกระชับ ตรงประเด็น ใช้เทคนิค
การค้นหาข้อมูลแบบต่าง ๆ ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลและแหล่งข้อมูล แยกแยะข้อเท็จจริง
และข้อคิดเห็นจากข้อมูลที่พบในเว็บไซต์และส่ือสังคมออนไลน์ก่อนนำข้อมูลไปใช้งาน ติดต่อส่ือสาร
ผ่านช่องทางต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตอย่างมีมารยาทและเข้าใจถึงผลกระทบจากการใช้งาน ปกป้องตนเอง
จากการระรานทางไซเบอร์ รักษาอตั ลกั ษณ์และร่องรอยทางดจิ ิทัลได้อยา่ งเหมาะสม

• การสรา้ งและใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า
เป็นการจัดประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างของเล่น ชิ้นงาน หรือส่ิงของเครื่องใช้เพ่ือตอบสนอง
ความตอ้ งการหรือแก้ปัญหา เลอื กใช้เทคโนโลยไี ด้ตามหนา้ ที่ใชส้ อยและใช้อยา่ งคุ้มค่า
การนำไปใช้ในชีวิตจรงิ
เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนกลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลในช่วงช้ันที่ 2 จะทำให้นักเรียน
มพี ้ืนฐานกระบวนคิดแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล มีตรรกะ แก้ปัญหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนและเป็นระบบ
สามารถออกแบบลำดับข้ันตอนในการแก้ปัญหาท่ีมีความชัดเจนและยืดหยุ่น ค้นหาจุดหรือข้ันตอน
ของการทำงานท่ีทำให้ผลลัพธ์ผิดพลาดไม่เป็นไปตามความต้องการ มีความพยายามในการแก้ปัญหา สามารถ
ทำงานร่วมกันเป็นทีม รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นท่ีแตกต่างเพื่อให้ได้แนวทางในการแก้ปัญหา
ทห่ี ลากหลาย
นักเรียนนำทักษะการรวบรวม ประมวลผล นำเสนอข้อมูล ไปใช้ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์เพ่ือหาคำตอบหรือข้อสรุปของปัญหา สร้างทางเลือกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยพิจารณาข้อมูล
และเงือ่ นไขท่ีมี พจิ ารณาถึงผลกระทบและมีมารยาทในการให้ขอ้ มลู หรือการนำข้อมลู ของผู้อ่ืนมาใชง้ าน

141

นั ก เรี ย น น ำ วิ ธี ก า ร ค้ น ห า ข้ อ มู ล อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ไป ใช้ ใน ก า ร ค้ น ห า ข้ อ มู ล ห รื อ ห า ค ำ ต อ บ
เพื่อประโยชน์ในการเรียนและการดำเนินชีวิต ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูลและแหล่งข้อมูล แยกแยะ
ขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็นก่อนนำข้อมูลไปใช้งานหรอื เผยแพรต่ อ่ ใช้อินเทอรเ์ น็ตในการติดตอ่ สื่อสารและทำงาน
ร่วมกับผู้อื่นอย่างมมี ารยาท เคารพในความคิดเห็นของผู้อ่ืน สามารถรบั มอื และจดั การปัญหาหากพบการระราน
ทางไซเบอร์ สร้างอตั ลกั ษณแ์ ละร่องรอยทางดจิ ิทัลของตนเองอยา่ งเหมาะสมเพ่ือการเป็นพลเมอื งท่ีเขม้ แข็ง

การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
ภาษาไทย สามารถจัดให้นักเรียนได้ฝึกการสื่อสารจากการอธิบายอัลกอริทึมด้วยภาษาท่ีมี

ความชัดเจน ไม่กำกวม เรียบเรียงประโยคให้ผู้อื่นเข้าใจข้ันตอนการทำงานและเหตุผลของคำส่ังได้ การเขียน
อีเมลตามหลักการเขียนจดหมายท่ีมีองค์ประกอบครบสมบูรณ์ การเรียบเรียงและสรุปประเด็นจากการค้นหา
ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตด้วยภาษาของตนเอง การเขียนอ้างอิงแหล่งท่ีมาของข้อมูล การใช้ภาษา
ในการติดต่อส่ือสารอย่างมีมารยาทผ่านช่องทางติดต่อส่ือสารต่าง ๆ การนำเสนอข้อมูลด้วยการพูด เขียน
หรือสรา้ งงานนำเสนอเพอื่ สือ่ สารเร่ืองราวใหน้ ่าสนใจ

ภาษาอังกฤษ สามารถจัดให้นักเรียนรู้จักคำศัพท์ต่าง ๆ โดยใช้เมนูหรือคำส่ังต่าง ๆ ในโปรแกรม
เป็นภาษาอังกฤษและเชื่อมโยงกับโปรแกรมอ่ืน ๆ ในกรณีที่มีการใช้คำท่ีใกล้เคียงหรือแตกต่างกัน เพ่ือพัฒนา
เป็นคลังคำศัพท์ที่เก่ียวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ฝึกทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการแปลภาษา
ด้วยเคร่ืองมือการค้นหาขั้นสูง ออกแบบบทสนทนาระหว่างตัวละคร ในการเขียนโปรแกรมท่ีมีเรื่องราวและ
การโตต้ อบ

ศิลปะ นำศิลปะมาใช้ในการออกแบบและสร้างงานนำเสนอ หรือใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างงาน
ศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ช้ินงานมีความสวยงามและสื่อสารความคิดให้น่าสนใจ เขียนโปรแกรม
สร้างงานศิลปะ เช่น ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว (animation) เร่ืองราว และเกม ฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม
ผ่านกิจกรรมศิลปะ เช่น โปรแกรมวาดภาพ pixel art โปรแกรมผสมสีน้ำ โปรแกรมวนซ้ำวาดลวดลายหรือ
สร้างลายเส้นให้เป็นภาพต่าง ๆ เผยแพร่ผลงานศิลปะของตนโดยแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของ ปกป้องงาน
ลิขสิทธข์ิ องตนเอง ไม่ละเมิดสทิ ธขิ องผูอ้ ่ืน

สุขศกึ ษาและพลศึกษา สามารถบูรณาการการเรียนรู้เกี่ยวกับการบอกข้ันตอนท่ีชัดเจนในการทำ
กิจกรรม กำหนดกติกา หรือวิธีการเล่นกีฬา ด้วยการเขียนเป็นข้อความหรือผังงาน ใช้ซอฟต์แวร์บันทึกข้อมูล
นำ้ หนัก ส่วนสูง และขอ้ มูลอนื่ ๆ เพอื่ วเิ คราะห์การเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย

สังคมศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้ในเร่ืองการเป็นพลเมืองท่ีรู้จักปกป้องสิทธิและเสรีภาพของ
ตนเอง ยอมรับความแตกต่าง ไม่กล่ันแกล้งผู้อื่น การปกป้องตนเองจากการระรานทางไซเบอร์ และความเข้าใจ
เก่ียวกับอตั ลักษณ์เพื่อให้สามารถจัดการอัตลักษณ์ของตนเองผ่านการใช้งานเทคโนโลยีดจิ ิทัลได้อย่างเหมาะสม
ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์กับผู้อ่ืน ช่วยเหลือผู้อื่น และเพ่ือส่งเสริมความมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชน
เช่น การสำรวจความคิดเห็น การทำโพล (poll) การสร้างตารางคำนวณค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมร่วมกัน
ค้นหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เปรียบเทียบแนวคิดที่แตกต่างกัน แยกแยะ
ข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็น เคารพความคิดเห็นท่ีแตกต่าง การแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และสมเหตุสมผล
ตอ่ ประเด็นทางสงั คมและชุมชน

การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ สามารถบูรณาการความรู้ในการวางแผนการ
ทำงาน และจัดการงานต่าง ๆ อย่างเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามท่ีต้องการและใช้เวลาได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่าและพอเพียง ใช้ซอฟต์แวร์ในการคำนวณต้นทุน ทำบัญชี

142

รายรับ-รายจ่าย และประมวลผลข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขายสินค้าและบริการโดยไม่ขาดทุน
ใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ลั ในการทำโฆษณา โบรชัวร์ ป้ายโฆษณาสินค้า

คณิตศาสตร์/ วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการประมวลผล
ข้อมูล นำเสนอข้อมูล นำความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์มาสร้างของเล่น ส่ิงของเคร่ืองใช้ที่มีการใช้
แม่เหลก็ ไฟฟ้า หรอื กลไกต่าง ๆ ตามความสนใจหรือเพือ่ แก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่พบ เขยี นโปรแกรมจำลอง
ปรากฏการณ์ธรรมชาติให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น วัฏจักรน้ำ การโคจรของดาวเคราะห์ การเกิด
กลางวัน-กลางคืน สุริยุปราคา จันทรุปราคา ใช้โปรแกรมตารางทำงานในการคำนวณและสร้างกราฟ
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ สร้างความคุ้นเคยกับพิกัด มุม และมุมภายใน
ของรูปหลายเหลี่ยมด้วยการเขียนโปรแกรมให้ตัวละครเคล่ือนที่และวาดภาพเรขาคณิต จำลองการเคลื่อนที่ใน
แนวเส้นตรงด้วยการเขียนโปรแกรมภาพเคล่ือนไหว เขียนโปรแกรมคำนวณอย่างง่ายโดยรับข้อมูลนำเข้า และ
ใช้สูตรคำนวณต่าง ๆ เชน่ การทอนเงิน การลดราคาสนิ ค้า ดอกเบย้ี ทบตน้ ปริมาตร และมวล

บรู ณาการเทคโนโลยีดจิ ิทลั กบั ทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สามารถนำแนวคิดในการวิเคราะห์ วางแผน
ออกแบบอัลกอริทึมหรือขั้นตอนการแก้ปัญหา และการค้นหาวิธีการต่าง ๆ ไปใช้ในการแก้ปัญหาอย่าง
มีประสิทธิภาพ ใช้ความรู้และเทคนิคเก่ียวกบั การค้นหาข้อมูลในการหาคำตอบที่สงสัยหรือเข้าถึงแหล่งเรยี นรู้
ทตี่ ้องการ ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูลและแหล่งข้อมูล อ้างอิงแหลง่ ข้อมูลท่ีนำมาใช้งาน ใช้เทคโนโลยี
ดจิ ิทัลเปน็ เครื่องมือในการสร้างกระบวนการคิดเพ่อื แก้ปญั หาหรือสร้างชิน้ งานตามวัตถุประสงค์ ใช้ซอฟต์แวร์
ในการจัดการงานหรือทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื

 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ

สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
1. แก้ปญั หาและเขียนโปรแกรม
1.1 แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ 1. การจัดการตนเอง
1.2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมเพอ่ื แกป้ ญั หา ตรวจหาข้อผิดพลาดของ 2. การคิดขนั้ สูง
4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
โปรแกรม 6. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ

2. จดั การขอ้ มลู และใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทลั และวิทยาการอยา่ งย่งั ยนื
2.1 ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทลั ในการรวบรวมข้อมูล จดั เก็บ จัดเตรียม
2. การคิดข้ันสูง
ประมวลผล นำเสนอขอ้ มลู เพื่อการแก้ปัญหาหรอื ตัดสนิ ใจ 3. การสือ่ สาร
4. การรวมพลังทำงานเป็นทีม
3. ร้เู ทา่ ทนั ดจิ ทิ ัล 6. การอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาติ
3.1 เข้าถงึ แหล่งข้อมูล ประเมินความน่าเชื่อถือของแหลง่ ข้อมลู
3.2 ใชเ้ ทคโนโลยีดิจทิ ัลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และวิทยาการอยา่ งยั่งยืน

1. การจดั การตนเอง
2. การคดิ ขั้นสงู
3. การสอื่ สาร
4. การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม


Click to View FlipBook Version