43
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้
ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
พฒั นาการการเรยี นรู้ดา้ นสุนทรียศาสตร์ (ทัศนศลิ ป์ ดนตรี นาฏศิลป์)
เด็กประถมต้น (ช่วงชั้นที่ ๑) เป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ขยายความจุอย่างมาก
จึงเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสทองในการพัฒนาสมองที่สำคัญ ๔ ด้าน ได้แก่ ๑) พัฒนาสมองส่วนเช่ือมต่อ
(Corpus Callosum) เพ่ือสร้างสมดุลระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา ซ่ึงมีผลต่อพัฒนาการทั้ง Psychomotor
ความเข้าใจเชิงโครงสร้าง เชิงระบบ รวมถึงการทำงานเซลล์กระจกเงา (Mirror Neurons) ใน Premotor Cortex
ซึ่งเป็นเซลล์ท่ีตอบสนองต่อพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ท่ีเรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบผู้อื่น
๒) พัฒนาการทำงานของสมองส่วนหน้าให้เกิดโครงข่ายของเซลล์ประสาทในชุดที่รับรู้ความละเอียดประณีต
ซับซ้อน การตัดสินใจ การคิดวิจารณญาณ การสะท้อนคิดอย่างลึกซ้ึง (Executive Function) ๓) การพัฒนา
ของสมองส่วนหน้าที่ไปช่วยกำกับการทำงานของสมองส่วน Limbic System และ Amygdala ท่ีเก่ียวข้องกับ
อารมณ์และความทรงจำ และ ๔) การพัฒนาสมองส่วน Cerebellum ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของ
ร่างกาย มีจังหวะ ท่วงที ลีลา และการทำงานของร่างกายทุกส่วนกับขอบเขตและมิติของพ้ืนท่ี ซ่ึงต้องอาศัย
ศิลปะท้ังทัศนศิลป์และดนตรีเป็นฐานปฏิบัติเรียนรู้ และสามารถกระตุ้นพัฒนาการของสมองทั้ง ๔ หน้าท่ี
ดงั กลา่ วได้โดยตรง
การทำงานของสมองทั้ง ๔ ส่วนนี้ สามารถจะกระตุ้นให้เกิดประสิทธิภาพด้วยการเรียนรู้ฝึกฝน
ด้านศิลปะ ท้ังทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ ผ่านท้ังกระบวนการการรับรู้สมั ผัสสนุ ทรียภาพ และกระบวนการ
สร้างงานศิลปะ รวมทั้งการใช้ศิลปะเพ่ือการพัฒนาจิตใจ (Contemplative Arts) มองเห็นความสัมพันธ์
ของความรู้สึกท่ีมีผลต่อการทำงานและการพัฒนาด้านจิตใจ ถ้าหากพลาดการใช้โอกาสแห่งการเชื่อมโยงของ
เซลล์สมองชุดเหล่าน้ี เซลล์สมองจะตัดวงจรนี้ออกโดยอัตโนมัติ และยากทีจ่ ะสร้างขน้ึ ใหมใ่ นวยั ทีโ่ ตขึน้
ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรียนรู้
ธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงชั้นท่ี ๑ นี้ เป็นวัยท่ีกระตือรือร้นในการเล่น กล้าทดลอง
หาประสบการณ์ตรงด้วยตนเองอย่างไม่กลัวถูกผิด พร้อมที่จะสร้างสรรค์ผลงานจากความฝัน ความทรงจำ
ความรสู้ ึกต่าง ๆ เช่น การประดิษฐ์ การถ่ายทอดจินตนาการ นักเรียนควรไดท้ ดลองเล่น เช่น เลน่ กับผลกระทบ
ของสี วัสดุ ส่ิงที่ใช้ในการสร้างสรรค์งาน เล่นกับเสียงที่มีความแตกต่าง และการละเล่นแบบต่าง ๆ
ท่ีมีท้ังบทร้อง ด้วยลีลาและท่าทางที่หลากหลาย นักเรียนจะค่อย ๆ เห็นและยอมรับความหลากหลายของ
งานศลิ ปะทกุ แขนง ท่ีเปน็ การแสดงออกของอารมณ์ความรสู้ ึกท้ังของตนเองและหมู่คณะ
นักเรียนในช่วงชั้นนี้ ชอบท่ีจะอ่านโลกและให้ความหมายกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ชอบมีเพื่อนเล่นและ
เล่นเป็นกลุ่ม ร่วมกันสร้างเรื่องราวโดยนำความรู้สึกและความเข้าใจ ผนวกกับจินตนาการ ออกมาเป็นงาน
สร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกแขนง นักเรียนจะเร่ิมตระหนักถึงความสัมพันธ์ของการนำความรู้สึกนึกคิดนั้น
มาบอกเล่าใหม่ ที่แสดงถงึ ประสบการณ์ของนักเรียน หรือประสบการณ์ทนี่ ักเรยี นได้มรี ว่ มกับผู้อน่ื
44
จุดเนน้ การพฒั นา
ด้านท่ี ๑ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเจตคติ (Affective Domain) ได้แก่ ความรู้สึกนึกคิด
ความซาบซ้ึง ทัศนคติ ความเช่ือ ความสนใจ คุณธรรม และค่านิยม ควรได้รับการส่งเสริมให้สามารถซึมซับ
รับรู้คุณค่า ความงาม ความประณีต สุนทรียภาพ ในธรรมชาติและสิ่งรอบตัว พร้อมท้ังฝึกฝนกระบวนการ
ทางศลิ ปะ ซึ่งเริ่มต้นดว้ ยการใช้ศลิ ปะเพ่ือการพฒั นาจิตใจ (Contemplative Arts) เพอ่ื การสะท้อนย้อนมองถึง
สภาวะจิตและกาย และสามารถจัดการตนเองให้เป็นปกติพร้อมที่จะสร้างผลงานศิลปะท้ังในด้านทัศนศิลป์
ดนตรี และนาฏศิลป์ นักเรียนไม่เพียงมีความรู้ทางด้านศิลปะหรือมีทักษะในการสร้างงานศิลปะเท่านั้น
แต่ควรจะได้พัฒนาถึงระดับท่ีเกิดความตระหนักรู้เชิงคุณค่า และมีทัศนคติเชิงบวก ควรฝึกให้นักเรียน
กล้าสร้างสรรค์งานและนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย และฝึกการรับฟังความคิดเห็นท่ีมีผลต่อการพัฒนา
งานศิลปะท้ังของตนเองและของผู้อ่ืนเพื่อสื่อสารและลดช่องว่างระหว่างสิ่งท่ีตนเองเห็นกับผลงานท่ีสร้างข้ึน
รวมถงึ ส่ิงทผี่ ูอ้ ื่นเหน็ และรับรู้
ด้านท่ี ๒ การผสานศิลปะสากลกับศิลปะและวัฒนธรรมไทย เป็นกระบวนการพัฒนาความเป็น
พลเมืองท่ีม่ันคงด้วยการมีรากฐาน ภูมิปัญญา ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย อย่างทัดเทียมกับสากล ด้วยความ
ภาคภูมใิ จ สำหรับเดก็ วยั น้ีจะไม่เพียงมีผลในการกล่อมเกลาทางด้านสนุ ทรยี ภาพ แต่ไปถึงสุนทรียภาพท่ีแฝงอยู่
ในภูมิธรรม ภูมิปัญญาไทย สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในวัยน้ีที่กำลังสร้างความสัมพันธ์ของตนเองและ
ผอู้ น่ื รวมท้ังส่งิ แวดล้อมทางสังคมอยา่ งแนบแนน่
การนำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
ระดับตนเอง การนำสุนทรียภาพไปใช้ในชีวิต คือ เป็นผู้มีสายตามองเห็นคุณค่า ความงามของ
สรรพสิ่งรอบตัว เกิดความคิดเชิงบวกและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะและสุนทรียภาพในชีวิต
และส่งิ แวดล้อมรอบตวั ทำกิจกรรมทกุ อย่างในชวี ิตและทำงานอย่างมีศลิ ปะ
ระดับชุมชนและสังคม รู้จักการใช้งานศิลปะเป็นส่วนประกอบสร้าง แรงบันดาลใจ แรงศรัทธา
เสริมเอกภาพของกลุ่มคน ชุมชน สังคม โดยมีศิลปะเป็นเคร่ืองจรรโลงจิตใจ และน้อมนำไปสู่การสร้างงาน
ศิลปะสาธารณะกศุ ล ศิลปะเพอื่ ชุมชน ศลิ ปะในวฒั นธรรมประเพณี ในวาระ หรือเทศกาลท่สี ำคัญต่าง ๆ
การบูรณาการกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
บูรณาการระหว่างทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ อย่างสอดคล้องและกลมกลืน และบูรณาการกับ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ ดังน้ี
ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ วรรณกรรม ภาษา และดนตรี นาฏศิลป์ เป็นสื่อประกอบท่ีเกื้อกูลกัน
เป็นการฝึกทักษะทางภาษาของเด็กในวัยช่วงชั้นที่ ๑ เป็นอย่างดี ได้ออกเสียงท่ีชัดเจน มีจังหวะ มีลีลา
มีท่วงทำนอง ทำให้การเรียนรู้คำกลอน บทร้องเล่น เป็นการเรียนท่ีมีความร่ืนรมย์ ล่ืนไหล มีความสุข และ
สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ได้ตรงกับความหมาย เกิดปฏิภาณไหวพริบในการใช้ภาษา และเป็นท่ีมา
ของคลังคำที่หลากหลาย เด็กในวัยน้ีสามารถใช้การวาดภาพเป็นส่ือถ่ายทอดแทนภาษาเขียนเพื่อให้ตนเอง
เกิดความเขา้ ใจความหมาย หรือบันทึกเรอ่ื งราวทีเ่ ป็นความรสู้ กึ นกึ คิดต่าง ๆ ได้อยา่ งชดั เจน เพอ่ื ทดแทนชุดภาษา
ทไี่ ม่เพียงพอ และสามารถสอื่ กับผอู้ ่ืนให้เขา้ ใจความคิดและความหมายเหลา่ น้ัน
45
สังคมศึกษา เป็นสื่อในการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ ความผูกพันของครอบครัว โรงเรียน
และชุมชนโดยรอบ นำเสนอองค์ประกอบของพ้ืนท่ีโดยการใช้แผนผัง แผนท่ี การกำหนดสถานท่ีสำคัญต่าง ๆ
ทิศทาง ขอบเขตในระดับต่าง ๆ ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ผ่านการดูงานจิตรกรรม อ่านตำนาน
และบันทึกเป็นภาพวาด ทำความเข้าใจเหตุการณ์ท่ีไกลตัว (Space and Time) เพื่อทำความเข้าใจ
ความเปล่ียนแปลงของโลกและระบบธรรมชาติกอ่ นทีจ่ ะมีมนษุ ยเ์ กิดข้ึน
คณิตศาสตร์ ในเร่ืองเส้น รูปร่าง รูปทรงขนาด ความหนาบาง พื้นท่ี พ้ืนผิว และสีอ่อนแก่
การจำแนก แยกแยะ จดั กลุม่ จดั องค์ประกอบศิลปะด้วยเสน้ และรปู ร่าง รูปทรงเรขาคณติ ทงั้ แบบสมบรู ณ์และ
แบบแตกลาย หรือขยายอย่างมี Pattern การจัดองค์ประกอบศิลป์ ด้วยจังหวะของรูปและที่ว่าง (Solid and Void)
ทงั้ บนหนา้ กระดาษ หรอื การแสดงบนเวที ตลอดจนคา่ ความยาวของเสยี ง การเกิดระดบั เสยี งในดนตรี
วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ การสำรวจและสังเกตธรรมชาติเป็นกระบวนการร่วม
ท้ังด้าน วิทยาศาสตร์และสุนทรียศาสตร์ ท่ีช่วยให้เด็กรู้จักและเข้าใจสรรพส่ิงในธรรมชาติด้วยการสัมผัส
และมีประสบการณ์ตรง สามารถเห็นรายละเอียดและระบุ ตั้งคำถามเพื่อการสืบค้นที่มาของปรากฏการณ์ต่าง ๆ
และกระบวนการแปรรูปวัสดุธรรมชาติเพื่อนำมาสร้างงานศิลปะ เช่น สีเพ่ือการวาดภาพ ดินสำหรับงานป้ัน
ท้ังน้ี เด็กจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการสกัดสีด้วยวิธีง่าย ๆ จากการบด ค้ัน ดอกไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ ฝน ดิน หิน และ
การทดลองเพ่ิมคุณสมบัติของสีด้วยน้ำมะนาว น้ำข้ีเถ้า หรือการเตรียมดินปั้น ด้วยกระบวนการคัดแยก
ย่อย กรอง ละลาย กระบวนการเล่นน้ี นอกจากเด็กจะได้รู้ถึงที่มาของวัสดุสำคัญที่ใช้สร้างช้ินงานศิลปะแล้ว
ยังได้ความเขา้ ใจพ้ืนฐานทางดา้ นวทิ ยาศาสตรไ์ ปพร้อมกนั
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
สมรรถนะเฉพาะ ๑. การจัดการตนเอง
๑. สัมผัส ซึมซับสนุ ทรียภาพและสรา้ งสรรค์ผลงานศิลปะ ๒. การคดิ ขั้นสูง
๑.๑ รจู้ กั ชนื่ ชมสุนทรยี ภาพ (Art Appreciation) จากธรรมชาติ ๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
๖. การอยูร่ ่วมกับธรรมชาติ
สภาพแวดลอ้ มใกลต้ ัว วฒั นธรรม วถิ ีชวี ติ ประจำวัน รวมถงึ ผลงาน
ศิลปะอนั เกยี่ วเนื่องกับคุณค่าในชวี ติ และการสรา้ งสรรคผ์ ลงานศิลปะ และวทิ ยาการอยา่ งยงั่ ยืน
จากการรับรทู้ างการมองเห็น การสมั ผสั การรับชม การได้ฟังและ
การบูรณาการข้ามประสาทสัมผัส
๑.๒ ใช้ศลิ ปะ เพอ่ื การพฒั นาจติ ใจผ่านการทำงานอยา่ งมสี มาธิ สงั เกต
เหน็ เขา้ ใจและรบั รูส้ ุนทรียภาพ ผา่ นความสัมพันธ์ของพหปุ ระสาท
สมั ผสั (กาย – ใจ – มอื – ตา – หู ) กบั ธรรมชาติ
46
๒. การสร้างงานทศั นศลิ ป์ ๑. การจดั การตนเอง
๒.๑ รับรู้ สงั เกต ใช้ภาษาทางทัศนศิลป์อยา่ งเข้าใจความหมายและเข้าใจ ๒. การคิดขน้ั สงู
๓. การส่อื สาร
ความสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบทางทศั นศลิ ป์ เชน่ เส้น รปู ร่าง และ ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
รูปทรง ความกลมกลืน ความสมดุล ความเป็นเอกภาพ สามารถ ๖. การอย่รู ่วมกับธรรมชาติ
สอื่ ความหมายทางรปู แบบและเร่ืองราวตามจินตนาการและความคดิ
สร้างสรรคไ์ ด้ และวทิ ยาการอย่างยัง่ ยืน
๒.๒ ทดลองและสังเกตผลที่เกดิ จากการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ของตนเอง และ
นำไปประยุกตใ์ ช้ในการสรา้ งสรรค์ และการนำเสนองานศิลปะ
๒.๓ สร้างสรรค์งานทศั นศิลปท์ ี่ตนเองช่ืนชอบ หรือร่วมสร้างสรรค์กับผ้อู นื่
ถา่ ยทอดจินตนาการจากธรรมชาติ สภาพแวดลอ้ ม เร่อื งราวใกล้ตวั
ทีเ่ ช่ือมโยงกบั วถิ ชี ีวติ ประจำวัน ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน และ
จากประสบการณ์ โดยการลองผิดลองถูกดว้ ยวิธีการท่หี ลากหลาย
จนคน้ พบสิ่งใหม่
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
๓. ร้อง เลน่ เตน้ และเคลื่อนไหวตามเสียงดนตรี
๓.๑ สนกุ กบั การร้องเพลง หรือบรรเลงดนตรีท่ีเหมาะกบั ช่วงวยั เรยี นรู้ ๒. การคดิ ขั้นสูง
๓. การสือ่ สาร
อารมณ์ของบทเพลงที่ฟัง ๔. การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
๓.๒ ฟัง อธิบาย เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของเสยี งทม่ี า ๖. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติ
จากธรรมชาติและเครื่องดนตรีตา่ ง ๆ รปู แบบการเกดิ เสียง และวทิ ยาการอยา่ งยัง่ ยืน
และอธบิ ายบทเพลงด้วยองค์ประกอบดนตรี
๓.๓ ใช้รปู ภาพ สญั ลักษณแ์ ทนเสียง หรือโน้ตเพลง
๓.๔ ขบั รอ้ ง เคาะจังหวะ และบรรเลงดนตรีอย่างถูกตอ้ ง ดว้ ยความม่นั ใจ
๓.๕ มีสว่ นรว่ มในการแสดงดนตรีไทย สากล หรือของท้องถิ่น ในรูปแบบ
เดี่ยว หรอื กล่มุ ดว้ ยความมัน่ ใจ และเหมาะสมกบั วยั รวมทั้งการเป็นผู้
ดู ผู้ชมและผู้แสดงทีเ่ ข้าใจบทบาทหนา้ ทข่ี องตน
47
๔. สรา้ งสรรค์การเคล่ือนไหวในรปู แบบต่าง ๆ อยา่ งอิสระ
๔.๑ สนกุ กับการเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย เลียนแบบธรรมชาติ คน สตั ว์ ส่งิ ของ ใน ๑. การจัดการตนเอง
ลกั ษณะตา่ ง ๆ อย่างอสิ ระ สรา้ งสรรค์และมสี นุ ทรียภาพ ๒. การคิดขั้นสงู
๔.๒ ใชภ้ าษาท่า สือ่ ความหมายแทนคำพดู และแสดงการเคล่อื นไหวรา่ งกายที่ ๓. การสอื่ สาร
สะทอ้ นอารมณ์ของตนเอง
๔.๓ แสดงทา่ ทางประกอบการละเล่นพื้นบา้ น นาฏศิลป์ไทย หรอื นาฏศลิ ป์
ประเทศเพื่อนบ้าน ทเี่ หมาะสมกับวัย
๔.๔ สนุกกับการละเลน่ พื้นบา้ น และเลา่ ถงึ การแสดงนาฏศลิ ปใ์ นทอ้ งถนิ่
ทต่ี นเองช่ืนชอบ
๕. ศิลปะวจิ ักขณ์ วิเคราะห์ วิพากษ์ และเชื่อมโยงผลงานศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์) กบั วัฒนธรรม
ในชวี ิตประจำวันและในท้องถ่ิน
๕.๑ รับรู้ ช่ืนชมความงามของผลงานศิลปะทีม่ ีคณุ คา่ ทางสุนทรยี ะ ๑. การจดั การตนเอง
แสดงออกถึงอารมณ์ ความร้สู ึก ความประทับใจ และความคิดเห็น ๒. การคดิ ขน้ั สงู
ทีส่ ะท้อนประสบการณ์สนุ ทรียะทส่ี ัมพันธ์กับผลงานศลิ ปะ ๓. การส่ือสาร
๕.๒ แสดงความเหน็ ตอ่ ผลงานศิลปะของตนเอง งานของผ้อู นื่ หรอื งานท่ีทำ ๔. การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี
ร่วมกับเพื่อน อยา่ งสร้างสรรค์ สุภาพ มีเหตผุ ล เปดิ ใจรบั ฟงั ความเหน็ ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็
ของผู้อน่ื และนำมาปรบั ปรงุ ผลงานของตนให้สมบรู ณ์ ๖. การอยู่รว่ มกบั ธรรมชาติ
๕.๓ เห็นคณุ คา่ ของประวตั ิศาสตร์ศิลป์ สบื สาน ประยุกต์งานศลิ ปะ และวทิ ยาการอย่างยงั่ ยนื
และวฒั นธรรมในท้องถนิ่ เพ่ือนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน วันสำคัญ หรอื
เทศกาลต่าง ๆ
ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้เมอื่ จบช่วงช้ันที่ ๑
๑. สัมผัสถึงสุนทรียภาพ รับรู้ความงาม ความไพเราะ เกิดความประทับใจ อธิบายความคิด ความรู้สึกของตน
ชื่นชม มีแรงบันดาลใจในการถ่ายทอด และบูรณาการเชื่อมโยงธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม ด้วยงานศิลปะ
(ทัศนศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์)
๒. สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ท่ีตนเองช่ืนชอบ ถ่ายทอด ความคดิ ความรู้สกึ จินตนาการ สะท้อนถึงธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม เร่ืองราวใกล้ตัว ในชีวิตประจำวันท่ีเชื่อมโยงกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และท้องถิ่น
เป็นองคป์ ระกอบทางทัศนศลิ ป์ เช่น เส้น รูปรา่ ง รูปทรง วัสดุ อปุ กรณ์ และสี ดว้ ยรูปแบบทีห่ ลากหลาย
๓. ร้องเพลง หรือบรรเลงดนตรีสอดคล้องกับอารมณ์ของบทเพลงที่ฟัง ใช้รูปภาพ สัญลักษณ์แทนเสียง
หรือโน้ตเพลง ในการเคาะจังหวะ ขับร้อง หรือบรรเลงเพลงอย่างถูกต้อง อธิบายองค์ประกอบทางดนตรี
เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างของเสียงท่ีมาจากธรรมชาตแิ ละเคร่ืองดนตรีต่าง ๆ และรปู แบบ
การเกดิ เสยี งแบบตา่ ง ๆ
48
๔. มีส่วนร่วมในการแสดงดนตรีไทย สากล หรือของท้องถ่ิน ในรูปแบบเด่ียวหรือกลุ่ม ด้วยความม่ันใจ
เหมาะสมกบั วัย รวมทง้ั การเปน็ ผ้ดู ู ผชู้ มทเ่ี ข้าใจบทบาทหน้าทขี่ องตน
๕. สนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกาย เพ่ือแสดงท่าทางเลียนแบบในลักษณะต่าง ๆ อย่างอิสระ สร้างสรรค์
และมีสุนทรียภาพ ใช้ภาษาท่าในการส่ือความหมายแทนคำพูด ที่สะท้อนอารมณ์ของตนเอง ในรูปแบบ
การละเล่นพื้นบ้าน นาฏศิลป์ไทย หรือนาฏศิลป์ประเทศเพื่อนบ้าน ที่เหมาะสมกับวัย และเล่าถึงนาฏศิลป์
ในทอ้ งถิ่นทต่ี นเองชน่ื ชอบ
๖. รับรู้ ชืน่ ชมความงาม ความไพเราะ แสดงออกทางอารมณ์ ความคิด ความรสู้ ึก ความประทบั ใจ และ
นำเสนอผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ด้วยความม่นั ใจ แสดงความเห็นต่อผลงานศิลปะของ
ตนเอง งานของผู้อ่ืน หรอื งานทที่ ำรว่ มกับเพื่อน อยา่ งสรา้ งสรรค์ สุภาพ มเี หตผุ ล เปดิ ใจรบั ฟังความเหน็
ของผู้อืน่ และนำมาปรับปรุงผลงานของตนใหส้ มบรู ณ์
๗. เชื่อมโยง ผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) กับวัฒนธรรม ชีวิตประจำวัน เป็นสื่อแสดงความงาม
ได้อย่างอิสระ ร่วมสร้างสรรค์ ประยุกต์งานศิลปะ และวัฒนธรรมในท้องถิ่น เพ่ือนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
วนั สำคัญ หรอื เทศกาลตา่ ง ๆ
ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้รายชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
LO-Art-01 สมั ผสั รับรู้ มแี รงบนั ดาลใจ เกย่ี วกับความงามของสุนทรียภาพ สสี นั รูปรา่ ง รูปทรง พืน้ ผิว และ
ศลิ ปะในด้าน ทัศนศลิ ป์ไดถ้ ูกต้องและเหมาะสมตามวยั
LO-Art-02 สร้างสรรคผ์ ลงาน ถา่ ยทอดจินตนาการ และเชื่อมโยงงานทัศนศิลป์ทเี่ ก่ียวกับเรื่องราวใกล้ตัว ใน
ชวี ิตประจำวันองค์ประกอบทางทัศนศลิ ป์ เช่น เส้น และรูปร่างสะท้อนถงึ ธรรมชาติ สิง่ แวดลอ้ มด้วย ความร้สู ึก
LO-Art-03 อธิบายเปรียบเทียบเกย่ี วกับอารมณ์ของบทเพลงทฟ่ี ัง องคป์ ระกอบทางดนตรี เครอื่ งดนตรีต่างๆที่
พบเจอ ในโรงเรยี น ร้องเพลง ขบั ร้อง บรรเลงดนตรีท่ีใช้เคาะจังหวะอย่างถูกต้อง
LO-Art-04 เขา้ ใจเกีย่ วกบั บทบาทหนา้ ท่ีของตนท่ีไดร้ บั มสี ่วนร่วมในการแสดงดนตรีไทย สากล รูปแบบเด่ียว
หรือกล่มุ ในโรงเรียนด้วยความมั่นใจรวมท้ัง เปน็ ผู้ดู ผชู้ มที่ดแี ละเหมาะสมกบั วยั
LO-Art-05 สนุกกบั การแสดงทา่ ทางการเคล่ือนไหวร่างกาย สรา้ งสรรค์ท่าทางเลียนแบบในลกั ษณะต่าง ๆใช้
ภาษาท่าในการส่อื ความหมายแทนคำพูด ชืน่ ชอบการละเล่นพืน้ บา้ น ได้เหมาะสมกับวัย
LO-Art-06 รบั รู้ ช่นื ชม แสดงออกนำเสนอ สรา้ งสรรค์ ความงาม ความไพเราะเกี่ยวกบั ผลงานศลิ ปะในด้าน
(ทัศนศลิ ป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์) จากแหลง่ เรียนรู้ในโรงเรียนด้วยความรสู้ ึกมั่นใจ และประทับใจ
LO-Art-07 เชือ่ มโยง สรา้ งสรรค์นำไปประยุกต์ใช้ ผลงานศลิ ปะวฒั นธรรมในชวี ติ ประจำวัน ในโรงเรียน ใน
ดา้ น (ทศั นศลิ ป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์)รวมถึง ศลิ ปะวันสำคัญ หรือเทศกาลตา่ ง ๆได้ อย่างอสิ ระ
ผลลพั ธ์การเรยี นรรู้ ายชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
LO-Art-01 สมั ผัส รบั รู้ มีแรงบนั ดาลใจเกิดความประทบั ใจ เกีย่ วกับความงามของสุนทรยี ภาพ สสี ัน รปู รา่ ง
รูปทรง พน้ื ผวิ ความอสิ ระในการถา่ ยทอดผา่ นภาพวาดของงานศลิ ปะในด้าน ทัศนศลิ ป์ไดถ้ กู ต้องและเหมาะสม
ตามวยั
49
LO-Art-02 สร้างสรรค์ ถ่ายทอดจนิ ตนาการและ เช่อื มโยงงานทศั นศิลปท์ ีเ่ ก่ยี วกับเร่ืองราวใกลต้ ัว ใน
ชีวติ ประจำวัน
องคป์ ระกอบทางทศั นศลิ ป์ เช่น เสน้ และรูปร่างสะท้อนถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมดว้ ย ความรสู้ กึ
LO-Art-03 อธบิ าย เปรยี บเทยี บเกีย่ วกับอารมณข์ องบทเพลงท่ีฟัง องคป์ ระกอบทางดนตรี เคร่อื งดนตรตี ่างๆที่
พบเจอ ในโรงเรียน ร้องเพลง ขบั ร้อง บรรเลงดนตรที ี่ใช้ เคาะจังหวะอย่างถูกต้อง
LO-Art-04 เข้าใจเกย่ี วกบั บทบาทหนา้ ที่ของตนที่ได้รับมีส่วนรว่ มในการแสดงดนตรีไทย สากล รูปแบบเด่ียว
หรอื กลมุ่ ในโรงเรยี นและชมุ ชนดว้ ยความมัน่ ใจรวมทง้ั เป็นผดู้ ู ผ้ชู มทีด่ ีและเหมาะสมกับวัย
LO-Art-05 สนุกกบั การแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกาย สรา้ งสรรค์ท่าทางเลียนแบบในลักษณะต่าง ๆใช้
ภาษาทา่ ในการสอ่ื ความหมายแทนคำพดู ชนื่ ชอบการละเล่นพื้นบา้ นนาฏศิลปไ์ ทย หรือนาฏศลิ ป์ประเทศเพื่อน
บ้านไดเ้ หมาะสมกบั วัย
LO-Art-06 รับรู้ ชนื่ ชม แสดงออกนำเสนอ แสดงออก สร้างสรรค์ ความงาม ความไพเราะเกี่ยวกับผลงาน
ศิลปะในด้าน
(ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) จากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน และชมุ ชนดว้ ยความรสู้ กึ ม่นั ใจ และประทับใจ
LO-Art-07 เชอื่ มโยง สรา้ งสรรค์นำไปใช้ ประยุกต์ ผลงานศิลปะวฒั นธรรมในชีวิตประจำวัน ในโรงเรยี น
ชุมชน ในด้าน (ทศั นศลิ ป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์)รวมถงึ ศิลปะวันสำคัญ หรอื เทศกาลตา่ ง ๆได้ อยา่ งอิสระ
ผลลัพธก์ ารเรียนรรู้ ายชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3
LO-Art-01 สัมผสั รับรู้ มีแรงบันดาลใจเกดิ ความประทบั ใจ อธบิ าย ช่ืนชมถา่ ยทอด และเช่ือมโยงความงาม
ของสุนทรยี ภาพ สีสัน รปู ร่าง รูปทรง พน้ื ผิว ความอสิ ระในการถา่ ยทอดผา่ นภาพวาด งานปัน้ และคุณสมบตั ิ
ของดนิ หรือวสั ดุอนื่ ๆของงานศิลปะบรเิ วณรอบรัว้ โรงเรยี น ในดา้ น ทัศนศิลป์ได้ถกู ต้องและเหมาะสมตามวัย
LO-Art-0๒. สร้างสรรค์ผลงาน ถ่ายทอดจินตนาการและ เช่ือมโยงงานทัศนศิลปท์ ีเ่ กยี่ วกับเรอ่ื งราวใกล้ตัว ใน
ชีวิตประจำวันองคป์ ระกอบทางทัศนศิลป์ เชน่ เส้น และรูปร่างสะท้อนถงึ ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ มด้วย ความรสู้ ึก
LO-Art-0๓ อธิบายเปรยี บเทยี บเกีย่ วกบั อารมณ์ของบทเพลงท่ีฟัง องค์ประกอบทางดนตรี เครือ่ งดนตรตี ่างๆท่ี
พบเจอ ในโรงเรียน ร้องเพลง ขบั รอ้ ง บรรเลงดนตรีที่ใช้ เคาะจงั หวะอย่างถูกต้อง
LO-Art-0๔ เข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าท่ีของตนท่ีได้รับมีส่วนรว่ มในการแสดงดนตรีไทย สากล รูปแบบเดี่ยว
หรือกลมุ่ ในโรงเรียนชมุ ชน และทอ้ งถ่ินด้วยความมน่ั ใจรวมทัง้ เปน็ ผู้ดู ผู้ชมท่ีดแี ละเหมาะสมกบั วยั
LO-Art-0๕ สนุกกบั การแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกาย สร้างสรรค์ ทา่ ทางเลียนแบบในลกั ษณะต่าง ๆใช้
ภาษาทา่ ในการสอื่ ความหมายแทนคำพูด ชนื่ ชอบ การละเล่นพ้นื บา้ นนาฏศิลปไ์ ทย หรือนาฏศลิ ป์ประเทศ
เพ่อื นบ้าน นาฏศลิ ป์ในท้องถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั วัย
LO-Art-0๖ รับรู้ ชื่นชม แสดงออกนำเสนอ แสดงออก สร้างสรรค์ ความงาม ความไพเราะเกีย่ วกับผลงาน
ศลิ ปะในดา้ น
(ทศั นศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) จากแหลง่ เรยี นรู้ในโรงเรยี น ชมุ ชนและท้องถิน่ ดว้ ยความร้สู ึกมน่ั ใจ และประทับใจ
50
LO-Art-0๗ เชื่อมโยง สร้างสรรค์นำไปใช้ ประยกุ ต์ ผลงานศิลปะวัฒนธรรมในชวี ติ ประจำวนั ในโรงเรยี น
ชุมชน และท้องถิน่ ในดา้ น (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์)รวมถงึ ศลิ ปะวนั สำคัญ หรอื เทศกาลตา่ ง ๆได้ อย่าง
อสิ ระ
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความสำคญั ของกลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนมีสุขภาวะท้ังกายและจิตทีด่ ีซ่ึงมีความสำคัญ
เพราะเกยี่ วโยงกบั ทุกมิติของชีวิต ทุกคนควรได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพ เพื่อจะได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง
มีเจตคติ คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพจนเป็นนิสัย ทำให้ผู้เรียนเกิด
สมรรถนะในการใช้ชีวิต ส่งผลให้สังคมโดยรวมมีคุณภาพ
ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้นป้ี ระกอบดว้ ย สขุ ศึกษาและพลศึกษา ดังน้ี
สุขศึกษา มุ่งเน้นการจัดโอกาสการเรียนรู้ให้เกิดการปฏิบัติทางสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตจนเป็นนิสัย
มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผอู้ น่ื อนั จะนำไปสู่การปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรมสุขภาพของบคุ คล ครอบครวั และ
ชมุ ชน เพอื่ การมสี ุขภาพกายและจติ ทด่ี ี
พลศึกษา มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเคล่ือนไหวท่ีต้องควบคุมร่างกายและจิตใจในการทำกิจกรรม
ทางกาย การออกกำลังกาย การเล่นเกม และกีฬา ชว่ ยให้ร่างกายเจรญิ เติบโตสมวัย มสี ขุ ภาพดี มรี ะเบียบ วินัย
อดทน สรา้ งสรรค์ความสามัคคี มคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเองและผอู้ นื่
จุดเนน้ การพัฒนา
การพัฒ นาผู้เรียน ในช่วงช้ันที่ 1 น้ี มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียน มีสุขภาพกายท่ีดี
และการเจริญเติบโตที่เหมาะสม มีกิจกรรมทางกายอย่างสนุกสนานและปลอดภัย มีสุขภาพจิตที่ดี มีทักษะ
ในการดำเนนิ ชวี ิต และใชข้ ้อมลู สารสนเทศเสรมิ สร้างสุขภาพทีด่ ี
เป้าหมายสำคัญดังกล่าว ประกอบด้วยสมรรถน ะเฉพาะ ๓ สมรรถนะ ซึ่งมีความสัมพันธ์
เชื่อมโยงกับสมรรถนะหลักท้งั 6 สมรรถนะ และบรู ณาการกันเป็นผลลพั ธ์การเรยี นรู้ชว่ งชั้นท่ี 1 จำนวน 8 ข้อ
สำหรับนำไปกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 - 3 ต้องคำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลัก
และสมรรถนะเฉพาะด้วย โดยจัดกิจกรรม ประสบการณ์ หรือสถานการณ์จากเร่ืองราวใกล้ตัวไปสู่ไกลตัว
จากงา่ ยไปยาก ตามพัฒนาการของผ้เู รยี น ฝึกปฏิบัตอิ ย่างตอ่ เน่ือง
สำหรบั ชว่ งชน้ั ท่ี ๑ จากผลลัพธ์การเรียนรู้ดงั กลา่ ว อาจจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้เป็น 3 กลุ่ม ดงั นี้
การมีสุขภาพกายที่ดีและการเจริญเติบโตท่ีเหมาะสม เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน
สร้างนิสัยการดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ดูแลและป้องกันตนเอง
ให้ปลอดภัยจากอาการเจ็บป่วย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ท่ีเป็นอันตราย และรู้จักขอความช่วยเหลือจากบุคคล
ทไ่ี ว้วางใจ รวมทง้ั การใช้ข้อมูลดา้ นสุขภาพให้เกิดประโยชน์ต่อการพฒั นาสุขภาพ
การมีกิจกรรมทางกายอย่างสนุกสนานและปลอดภัย เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน
มีกิจกรรมทางกายด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายท้ังแบบอยู่กับท่ี เคลื่อนท่ี และแบบมีอุปกรณ์ เล่นเกม การละเล่น
พ้ืนเมือง ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาท้ังประเภทเด่ียว ประเภทคู่ และประเภททีม เป็นประจำสม่ำเสมอ
51
ดว้ ยความสนุกสนาน และปลอดภยั และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยจัดพ้ืนที่ปลอดภัยในการทำกิจกรรมท้ังก่อนและ
หลงั ทำกิจกรรม
การมีสุขภาพจิตท่ีดีและมีทักษะในการดำเนินชีวิต เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน
เห็นคุณค่าของตนเอง รู้จักและจัดการอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตนเองอย่างเหมาะสม มีความเห็นอก
เห็นใจผอู้ ืน่ สร้างสมั พันธภาพทด่ี กี ับผู้อ่นื และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม
การนำไปใชใ้ นชีวิตจริง
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ให้บรรลุเป้าหมาย จนเกิดสมรรถนะ ควรออกแบบกิจกรรมท่เี อ้ือต่อการนำไปใช้
ในชีวิตจริง จัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และเรียนรู้จากการปฏิบัติท่ีหลากหลายรูปแบบ
เช่น ออกแบบการเรียนรู้ท่ีให้ผู้เรียนตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารเหมาะสมกับวัย ป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุ
ต่าง ๆ ท้ังที่บ้าน โรงเรียนและระหว่างการเดินทางได้ จัดสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติการ
เอาตัวรอดจากเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุ และสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง
จัดพื้นท่ีให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถตามศักยภาพ ฝึกให้รู้จักอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตนเอง
และสามารถจัดการได้ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวัน จัดกิจกรรม เกม หรือกีฬา ร่วมกับเพ่ือนในห้อง
ต่างห้อง หรือต่างโรงเรียน ฯลฯ โดยจัดสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ประสานความร่วมมือ
ในการทำกจิ กรรมรว่ มกับครอบครัว ชมุ ชน ตดิ ตามความกา้ วหนา้ หรือพฒั นาการของผเู้ รยี นอยา่ งต่อเน่อื ง
การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
ดงั ตวั อยา่ ง ตอ่ ไปนี้
ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ จัดสถานการณ์ โดยใช้คำศัพท์และเร่ืองราวการ เล่นเกม
การละเล่นพื้นเมือง การออกกำลังกาย และเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่าน การตั้งคำถาม
เพ่อื สืบคน้ ข้อมลู การบนั ทึก และสรปุ ขอ้ มลู ตลอดจนการใช้ภาษาเพอ่ื การนำเสนอเร่อื งราวจากกิจกรรม
คณิตศาสตร์ นับจำนวนที่เก่ียวข้องกับสุขภาพ การอ่านข้อมูลจากสถิติอย่างง่ายเพ่ือทำความเข้าใจ
เร่ืองราวรอบตัวท่ีเก่ียวกับการดูแลสุขภาพ การคำนวณผ่านการเล่นเกม การเล่นกีฬา การเคลื่อนไหวร่างกาย
ตามรปู แบบและทศิ ทางตา่ ง ๆ
ศิลปะ ใช้จินตนาการในการสร้างสรรค์งานศิลปะท่ีสื่อความหมายของเรื่องราว สะท้อนความคิด
และความรู้สกึ ในหวั ขอ้ ทนี่ ำเสนอ
สังคมศึกษา จัดกิจกรรมบูรณาการในประเด็นเก่ียวกับการอยู่ร่วมกันในสังคม สามารถ
ปฏิบัติตนตามข้อตกลง ระเบียบ กฎกติกา มารยาท หลักเกณฑ์ของสังคม ได้อย่างมีความรับผิดชอบ
ใหค้ วามร่วมมอื ในการทำงานเป็นทีมผา่ นการเลน่ การออกกำลังกาย และการเลน่ กีฬาร่วมกัน
วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ จัดกิจกรรมบูรณาการในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์จริง
ในชีวิตประจำวัน เช่น การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การจัดสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยจาก
มลพิษทางดนิ น้ำ อากาศ
52
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
1. การมีสุขภาพกายทด่ี ีและการเจรญิ เตบิ โตทเี่ หมาะสม
1.1 ความสามารถในปฏบิ ัตติ นตามหลักสุขบัญญตั ิแหง่ ชาติ 1. การจดั การตนเอง
1.2 ความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเองในไดส้ มวยั 2. การคิดขน้ั สูง
1.3 ความสามารถในการดูแลตนเองใหป้ ลอดภัยและหลีกเลีย่ งสถานการณ์ 3. การส่ือสาร
5. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง
และสภาพแวดลอ้ มท่เี สี่ยงและเปน็ อันตรายตอ่ สุขภาพ
6. การอยรู่ ่วมกับธรรมชาติ
1.4 ความสามารถในการใชข้ ้อมูลขา่ วสารเพ่อื สรา้ งเสริมสุขภาพ
และวิทยาการอย่างย่งั ยืน
2. การมกี ิจกรรมทางกายอย่างสนุกสนานและปลอดภัย
2.1 ความสามารถในการเคล่อื นไหวอวยั วะทุกสว่ นไดอ้ ยา่ งสัมพนั ธ์กัน 1. การจดั การตนเอง
2.2 ความสามารถในการเคล่ือนไหวหลากหลายรปู แบบ อย่างปลอดภัย 2. การคิดขั้นสูง
2.3 ความสามารถในการทำกิจกรรมทางกาย เล่นเกม เล่นการละเล่น 3. การส่ือสาร
พ้ืนเมือง ออกกำลังกาย และเล่นกีฬา อย่างปลอดภัย และมีน้ำใจ 4. การรวมพลังทำงานเป็นทีม
5. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง
นกั กีฬา
6. การอย่รู ่วมกับธรรมชาติ
2.4 ความสามารถในสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
และวิทยาการอยา่ งยั่งยืน
3. การมสี ุขภาพจติ ท่ีดีและมีทกั ษะในการดำเนินชีวิต
3.1 ความสามารถในการรบั รู้และเขา้ ใจอารมณ์ ความรูส้ กึ ของตนเอง และ 1. การจดั การตนเอง
ผอู้ ่นื 2. การคิดขน้ั สูง
3.2 ความสามารถในการสื่อสารอารมณ์ ความรูส้ ึกของตนเองไดอ้ ยา่ ง 3. การส่ือสาร
เหมาะสม 4. การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
3.3 ความสามารถในการสรา้ งสัมพันธภาพทดี่ ี กบั ผู้อืน่ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็
3.4 ความสามารถในการแก้ปัญหาและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมตาม
สถานการณ์
ผลลพั ธ์การเรียนรเู้ ม่ือจบช่วงชั้นท่ี 1
1. ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ดูแลสุขอนามัยทางเพศ ทำกิจวัตรประจำวัน กิน นอน พักผ่อน
เลน่ และกิจกรรมนันทนาการท่ีสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย อารมณ์ และสังคมอย่างสมดุลและเหมาะสม
ตามวัย ด้วยความเข้าใจ ถึงผลดีต่อสุขภาพกายและจิต ดู ฟัง อ่าน และแลกเปล่ียนข้อมูลด้านสุขภาพ
ท่ีเหมาะสมกับวัย เพอื่ นำมาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อย่างปลอดภัย และเสริมสรา้ งนสิ ยั เกี่ยวกับการดแู ลสขุ ภาพ
2. รับรู้และหลีกเล่ียงการนำตนเองไปอยู่ในสถานการณ์และสภาพแวดล้อมท่ีเส่ียงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ปฏิบัติตนตามคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือจากบุคคลท่ีไว้วางใจอย่างเหมาะสม เม่ือมีอาการเจ็บป่วย
บาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตุ เหตุรา้ ย หรอื อยใู่ นสถานการณ์ท่เี ป็นอนั ตรายตอ่ ตนเอง
๓. สังเกตส่ิงแวดล้อมและข้อมูลข่าวสารรอบตัว ระมัดระวัง ดูแลและป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
อาการเจบ็ ป่วยหรือโรคภยั ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสมตามวยั และสขุ ภาพรายบคุ คล
53
4. มีสมรรถภาพทางกาย มีกิจกรรมทางกาย เคล่ือนไหวอวัยวะทุกส่วนได้สัมพันธ์กัน มีทักษะการเคลื่อนไหว
พนื้ ฐานได้อย่างถูกตอ้ ง และหลากหลายรปู แบบท้ังมีอปุ กรณแ์ ละไม่มีอุปกรณ์ ด้วยความแรง ระยะทาง หรือ
มีความแมน่ ยำในบรบิ ททเ่ี หมาะสมอยา่ งมีสติ โดยคำนงึ ถงึ ความปลอดภัยของตนเองและผูอ้ ่ืน
5. เล่นเกม เล่น การละเล่นพื้ นเมือง ออกกำลังกาย และเล่นกีฬา อย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
ด้วยความสนุกสนาน มีน้ำใจนักกีฬา รับรู้และปฏิบัติตามกฎกติกา มารยาท ข้อตกลงร่วมกันและรักษา
ส่ิงแวดล้อม โดยจัดพน้ื ที่ปลอดภัยในการทำกจิ กรรมทงั้ ก่อนและหลังทำกจิ กรรม
6. สำรวจตนเอง และบอกความคิดความต้องการ ความรู้สึก ความสามารถ จุดเด่น จุดดอ้ ย และขอ้ จำกัดของ
ตนเองในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันทั้งส่วนตัวและร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนแลกเปล่ียนความคิด ข้อมูล
เพอื่ ปรับปรุงและพฒั นาตนเอง ใหเ้ กิดความม่นั ใจและความภาคภูมใิ จ
7. สังเกตอารมณ์ พฤติกรรม ความรู้สึกของตนเองและบุคคลรอบข้าง แสดงออกด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสม
ตามสถานการณ์อย่างมีเหตุผล รับรู้และหลีกเล่ียงภาวะหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
หรือความไม่สบายใจ หาทางออกในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ท่ีไม่เป็นการทำร้ายหรือใช้ความรุนแรง
ขอความช่วยเหลือ คำปรกึ ษา คำแนะนำ จากพอ่ แม่ ผูป้ กครอง ครู หรอื ผู้ใหญท่ ีไ่ วว้ างใจ
8. มีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัวและกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข และมีการสื่อสารให้เกิดสมั พันธภาพที่ดี
กบั คนอน่ื
ผลลพั ธ์การเรยี นรู้รายชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑
LO-Pe-01 ปฏิบัตติ นหลักสขุ บัญญัติแหง่ ชาตเิ ก่ียวกบั การดูแล สขุ อนามัยทางเพศ ท้ังภายในและภายนอก
รวมถึงข้อมลู ด้านสขุ ภาพและนิสัยเก่ียวกับการดูแลสุขภาพได้ถูกต้อง สมดุล และเหมาะสมตามวัย
LO-Pe-02 พดู เพื่อสื่อสารข้อเท็จจรงิ ความคิดเห็น เก่ียวกับความสัมพันธ์ของสมาชกิ ในครอบครัว เคารพความ
แตกต่างและความหลากหลาย ได้ถูกต้องเหมาะสมและเปน็ กลาง
LO-Pe-03 สงั เกต ระมัดระวงั ดแู ลและปอ้ งกนั ตัวเองจาก ขอ้ มูลขา่ วสารท่ไี ด้รบั รอบตัวเก่ยี วกับ อบุ ัตเิ หตุ ต่าง
ๆท่เี กดิ จากภยั ใกลต้ ัว จากโรงเรียนได้ เหมาะสมตามวยั
LO-Pe-04 ทกั ษะ มีสติในการเข้ารว่ มกิจกรรมสรา้ งเสรมิ สมรรถนะทางกาย ความปลอดภัยในการ เคลอ่ื นไหว
อวยั วะทกุ สว่ น ในโรงเรียนโดยคำนึงถึงความปลอดภัย
LO-Pe-0๕ รับรู้ ปฏบิ ัตติ ามกฎกติกา ข้อตกลง เกม การละเลน่ พืน้ เมือง กจิ กรรม เกมกฬี า เช่นโยนบอล
โยนห่วง หรือกีฬาอ่นื ๆในทอ้ งถ่ินโดยมนี ำ้ ใจนกั กีฬา
LO-Pe-06 สำรวจ บอกแลกเปล่ยี น พฒั นาตนเอง ปรับปรุง จากขอ้ มูลทไ่ี ด้เกยี่ วกับการเจรญิ เติบโตของ
ร่างกายในด้านรปู ร่าง นำ้ หนกั สว่ นสงู ตามเกณฑท์ ี่กำหนด รวมถงึ กจิ กรรมทที่ ำในชีวิตประจำวันดว้ ยความ
มัน่ ใจและความภาคภูมิใจ
LO-Pe-0๗ สังเกตรบั รูแ้ สดงออกแกป้ ัญหาจากคำปรึกษา คำแนะนำจากพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครู หรอื ผู้ใหญ่ที่
ไวว้ างใจเก่ยี วกบั การปรับเปล่ียนที่เปลี่ยนแปลงไปตามวยั ด้วยพฤติกรรมท่ีเหมาะสม สร้างสรรค์
LO-Pe-08 สอื่ สารและมีส่วนรว่ มกจิ กรรมของครอบครัว การดำเนินชวี ติ ของสมาชิกในครอบครวั โรงเรียน
การสร้างสัมพนั ธภาพกับครอบครวั และเพ่ือนอย่างมีความสุข
54
ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้รายช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2
LO-Pe-0๑ ปฏิบตั ติ น ดูแลกิจวตั รประจำวนั หลกั สุขบัญญัตแิ ห่งชาติเก่ียวกบั การดูแล สุขอนามัยทางเพศ ทัง้
ภายในและภายนอก รวมถงึ ข้อมูลด้านสขุ ภาพ ในชวี ิตประจำวนั เช่น การกิน การพักผอ่ นและนสิ ัยเก่ียวกับ
การดูแลสุขภาพได้ถูกต้อง สมดลุ และเหมาะสมตามวัยพดู
LO-Pe-02 เพ่ือส่ือสารข้อเท็จจรงิ ความคดิ เหน็ เก่ยี วกับความสมั พันธ์ของสมาชิกในครอบครวั เคารพความ
แตกตา่ งและความหลากหลายได้ถูกต้องเหมาะสมและเปน็ กลาง
LO-Pe-03 สงั เกต ระมัดระวงั ดแู ลและป้องกันตัวเองจาก ข้อมูลขา่ วสารที่ได้รบั รอบตัวเก่ยี วกบั อบุ ัตเิ หตุ
ตา่ ง ๆทเี่ กดิ จากภยั ใกลต้ วั จากโรงเรยี น และชมุ ชนได้ เหมาะสมตามวัย
LO-Pe-04 ทักษะ มสี ติในการเข้าร่วมกจิ กรรมสรา้ งเสริมสมรรถนะทางกาย ความปลอดภัยในการ เคลือ่ นไหว
อวยั วะทุกสว่ นในรูปแบบท้ังท่ีมอี ุปกรณ์และไม่มีอุปกรณด์ ว้ ยความ ในโรงเรียนโดยคำนึงถึงความปลอดภยั
LO-Pe-05 รบั รู้ ปฏิบัตติ ามกฎกติกา ข้อตกลง เกม การละเลน่ พื้นเมือง กิจกรรม เกมกีฬา เชน่ โยนบอล
โยนหว่ ง หรือกีฬาอนื่ ๆในท้องถิน่ โดยมนี ำ้ ใจนักกีฬา
LO-Pe-0๖ สำรวจ บอกแลกเปล่ียน พฒั นาตนเอง ปรับปรงุ จากข้อมลู เกีย่ วกบั การเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกายใน
ดา้ นรูปร่าง น้ำหนกั สว่ นสูง ตามเกณฑท์ ี่กำหนด ปัจจยั สำคัญทม่ี ผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของร่างกาย รวมถงึ
กิจกรรมท่ีทำในชวี ิตประจำวนั ดว้ ยความมั่นใจและความภาคภูมใิ จ
LO-Pe-07 สังเกตรบั รูแ้ สดงออกแก้ปัญหาจากคำปรกึ ษา คำแนะนำจากพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครู หรือผู้ใหญ่ที่
ไว้วางใจเก่ียวกบั การปรับเปล่ียนพฤติกรรม ควบคุมอารมณ์ ท่เี ปล่ยี นแปลงไปตามวัยด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสม
สรา้ งสรรค์
LO-Pe-0๘ สือ่ สาร และมีส่วนร่วมมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัว การดำเนินชีวิตของสมาชิกในครอบครัว
โรงเรียน ชมุ ชน การสร้างสมั พันธภาพกบั ครอบครวั และเพื่อนอยา่ งมีความสขุ
ผลลัพธ์การเรยี นรู้รายช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3
LO-Pe-0๑ เข้าใจหลักสุขบัญญตั ิแห่งชาตเิ กย่ี วกบั การดแู ล สุขอนามยั ทางเพศ ท้ังภายในและภายนอก รวมถงึ
ข้อมลู ดา้ นสุขภาพ ในชีวติ ประจำวัน เช่น การกนิ การพกั ผ่อนนิสัยเกีย่ วกบั การดแู ลสขุ ภาพ และปรบั เปลย่ี น
พฤติกรรมให้เหมาะสมตามวยั ผา่ นการ ฟัง ดู หรอื อ่านจากสื่อวีดที ัศนต์ ่างๆได้ถกู ตอ้ ง สมดุล และเหมาะสมตาม
วัย
LO-Pe-02 พดู เพอ่ื สื่อสารข้อเทจ็ จรงิ ความคิดเห็น เกี่ยวกับความสัมพันธข์ องสมาชิกในครอบครัว เคารพความ
แตกตา่ งและความหลากหลายได้ถูกต้องเหมาะสมและเป็นกลาง
LO-Pe-03 สงั เกต ระมัดระวัง ดแู ลและป้องกันตัวเองจาก ขอ้ มูลข่าวสารทไ่ี ดร้ บั รอบตัวเกี่ยวกบั อุบัตเิ หตุ ต่าง
ๆที่เกดิ จากภยั ใกลต้ ัว จากโรงเรียน ชุมชนและทอ้ งถ่นิ ได้ เหมาะสมตามวัย
LO-Pe-04 ทักษะ มสี ตใิ นการเข้าร่วมกจิ กรรมสรา้ งเสรมิ สมรรถนะทางกาย ความปลอดภัยในการ เคล่อื นไหว
อวัยวะทกุ สว่ นในรปู แบบทั้งท่ีมอี ุปกรณ์และไม่มอี ปุ กรณ์ดว้ ยความแรง หรอื ระยะทาง ในโรงเรียนโดยคำนงึ ถึง
ความปลอดภยั
LO-Pe-05 รบั รู้ ปฏบิ ัติตามกฎกตกิ า ข้อตกลง เกม การละเลน่ พ้ืนเมือง กจิ กรรม เกมกีฬา เชน่ โยนบอล
โยนหว่ ง หรือกีฬาอ่นื ๆในท้องถ่ินโดยมีนำ้ ใจนกั กีฬา
LO-Pe-06 สำรวจ บอกแลกเปลี่ยน พฒั นาตนเอง ปรับปรงุ จากข้อมูลเกย่ี วกบั การเจรญิ เติบโตของรา่ งกายใน
ด้านรูปร่าง นำ้ หนกั สว่ นสูง ตามเกณฑท์ ี่กำหนด ปจั จยั สำคัญทีม่ ผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตของร่างกาย การเลือก
55
อาหารที่มีประโยชน์ ปรมิ าณอาหารทีเ่ หมาะสมต่อสุขภาพ รวมถึงกจิ กรรมทท่ี ำในชวี ิตประจำวันดว้ ยความ
มัน่ ใจและความภาคภมู ิใจ
LO-Pe-07 สังเกตรับรแู้ สดงออกแก้ปัญหาจากคำปรึกษา คำแนะนำจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู หรอื ผ้ใู หญ่ท่ี
ไวว้ างใจเก่ียวกบั การปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกทีเ่ ปล่ียนแปลงไปตามวัยดว้ ยพฤตกิ รรม
เหมาะสม สรา้ งสรรค์
LO-Pe-08 สอ่ื สารและมสี ว่ นร่วมมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมของครอบครัว การดำเนินชวี ติ ของสมาชกิ ในครอบครวั
โรงเรียน ชมุ ชน และทอ้ งถิน่ การสรา้ งสัมพนั ธภาพกับครอบครวั และเพ่ือนอย่างมีความสุข
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา
สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้
ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา
สังคมศึกษาเป็นศาสตร์บูรณาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ประกอบด้วยวิชาสำคัญคือ
ประวัติศาสตร์ ศลี ธรรม หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง เศรษฐศาสตร์ และภูมศิ าสตร์ สังคมศึกษามเี ปา้ หมายสำคญั ท่ีมุ่งพฒั นา
ผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พลเมืองท่ีมีลักษณะหลายระดับ ประกอบด้วยการเป็นพลเมืองของท้องถ่ิน
พลเมอื งไทย พลเมืองอาเซียน พลเมืองโลก และพลเมืองดจิ ิทัล มุง่ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีมุมมองหลากหลาย
และมีมโนทัศน์สำคัญสำหรับใช้ทำความเข้าใจโลกและชีวิตที่กว้างขวาง เป็นผู้มีความสามารถท่ีจะเรียนรู้
เพ่ิมพูนประสบการณ์ พัฒนาตนเอง และใชศ้ ักยภาพของตนอย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับเปลี่ยน
เรยี นรู้ ตลอดจนร่วมมอื กนั เพ่ือสรา้ งการเปล่ยี นแปลงใหแ้ ก่ชมุ ชนและสังคม
กลมุ่ สาระการเรียนรู้นี้ มสี มรรถนะเฉพาะ ๖ ประการ ไดแ้ ก่
๑. ปฏิบัติตนสอดรับกับหลักศีลธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นที่ตนนับถือ สามารถจัดการ
อารมณ์อย่างมสี ติสมั ปชัญญะ อดทนและแกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในชีวติ ประจำวนั
๒. วางแผนการใช้ทรัพยากรและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด คุ้มค่า และพอเพียง
ในระดับตนเองและครอบครวั
๓. ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ด้วยการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์อย่างมีเหตุผล เพื่อเข้าใจการเปล่ียนแปลง สาเหตุและผลสืบเนื่องของเหตุการณ์ในอดีต
ท่ีมีต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน เห็นคุณค่าของสถาบันหลักของชาติ และท้องถ่ินที่ตนอาศัยอยู่ เพื่อสร้าง
สำนึกร่วมในการพฒั นาชมุ ชน ทอ้ งถนิ่ และอยู่ร่วมกนั อย่างสนั ตทิ ่ามกลางความแตกตา่ งหลากหลาย
๔. ติดตามการเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล้อมอยู่รอบตัวและชุมชน ตัดสินใจดำเนินกิจกรรม
ในชีวิตประจำวันอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในการป้องกัน รับมือ แก้ปัญหา ส่ิงแวดล้อม
ในช้ันเรียน โรงเรียนและชุมชน ด้วยความเข้าใจในปรากฏการณ์การเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล้อม และ
ความสัมพันธ์ที่สมดลุ ระหวา่ งมนุษย์กบั สิง่ แวดลอ้ ม
๕. รับผิดชอบต่อบทบาทหน้าท่ี ปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเอง เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อ่ืน
มสี ่วนร่วมในการตดั สนิ ใจและแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั ในชั้นเรยี น และโรงเรยี น โดยสนั ติวิธี
๖. เลือกและจัดการเวลาในการใช้ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน ไม่ให้เกิดผลเสียต่อ
ตนเองและผู้อ่ืน ตัดสินใจที่จะเชื่อหรือไม่เช่ือ ปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตาม โดยเข้าใจวัตถุประสงค์ ประโยชน์
56
และโทษของสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล สร้างและส่งต่อข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและ
ครอบครวั
สมรรถนะเฉพาะท้ัง ๖ สมรรถนะดังกล่าว มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสมรรถนะหลักทั้ง ๖ สมรรถนะ
และบูรณาการกนั เปน็ ผลลพั ธ์การเรียนรูช้ ว่ งชนั้ ๑๒ ข้อ ซึ่งเปน็ เป้าหมายของช่วงชนั้ น้ี
ผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงชั้นท่ี ๑ ท้ัง ๑๒ ข้อ ดังกล่าว นำไปกำหนดเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๑ - ๓ โดยต้องคำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะด้วย เพ่ือให้เม่ือผู้เรียนบรรลุ
ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้ชั้นปแี ล้ว จะนำไปสกู่ ารบรรลผุ ลลัพธก์ ารเรยี นรชู้ ่วงชน้ั ตามทห่ี ลักสูตรกำหนดไว
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้นี้ ว่าด้วยการศึกษาอย่างเป็นระบบเพ่ือทำความเข้าใจตนเองและสังคม โดยการ
ปฏิบัติตนตามหลักของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นที่ตนนับถือด้วยสำนึกที่ดี ท่ีได้รับการปลูกฝัง การพัฒนา
ระบบความคิด พิจารณา ไตร่ตรองก่อนตัดสินใจทำสิ่งใด ๆ ทำให้เป็นผู้มีจิตใจดีที่ส่งผลต่อการคิดดี พูดดี และ
ทำแต่ส่ิงท่ีดี อันเป็นประโยชน์และสร้างสันติสุขทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม หาคำตอบเก่ียวกับเรื่องราว
ที่เกิดข้ึนในอดตี ทำให้เขา้ ใจสังคมในอดตี ได้ใกล้เคยี งกับความเป็นจรงิ มากที่สุด เพ่อื นำมาเสรมิ สร้างความเข้าใจ
ในสังคมปัจจุบันที่มีรากประวัติศาสตร์ซึ่งเก่ียวข้องสัมพันธ์กับสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ประวัติศาสตร์ของกลุ่มคนท่ีมีความหลากหลาย ท่ีมีลักษณะผสมผสานและก่อรูปเป็นวัฒนธรรมและสังคม
มีการเปล่ียนแปลงอย่างต่อเนื่องเป็นพลวัต โดยเฉพาะความภาคภูมิใจในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม
และประเทศชาติ อันส่งผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างเหมาะสม การปฏิบัติตน
ตามบทบาทหน้าที่ และสิทธิเสรีภาพในการอยู่ร่วมกัน รวมไปถึงความรับผิดชอบต่อตนเองในการใช้จ่าย และ
การใช้ทรัพยากรโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเป็นสมาชิกที่ดีของ
ประเทศชาติ
จุดเนน้ การพฒั นา
การออกแบบกรอบคิดหลักของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ด้านศีลธรรมจัดให้สอดรับกับ
กรอบคิดของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การดำเนินการเรียนรู้ให้ไปถึงสมรรถนะท้ัง ๖ ประการ ได้นั้น ต้องอาศัย
การปฏิบัติทั้งกายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา ปัญญาภาวนา ซึ่งสามารถท่ีจะถ่ายทอดศีลธรรมไปสู่ชีวิต
ตามทฤษฎแี ละหลักการในการเรยี นรตู้ ่าง ๆ
การปฏิรูปการเรียนรู้สังคมศึกษา เป็นการศึกษาถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์และการอยู่ร่วมกัน
ในสังคมในฐานะเป็นพลเมืองของชาติภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ
ของโลกซ่ึงร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ให้เกิดความม่ันคงทางสังคมโดยมีศีลธรรมตามที่ปรากฏในพระพุทธศาสนา
และศาสนาอื่นเป็นฐาน (ตามมาตรา ๖๗ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐) กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้น้ี ชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นใช้ชวี ติ ทงั้ ในฐานะปจั เจกบุคคล และการอยูร่ ว่ มกันในสังคม เปน็ พลเมอื งดี
สำหรบั ชว่ งชนั้ ที่ ๑ ได้จัดผลลพั ธก์ ารเรยี นร้ชู ว่ งชน้ั เปน็ ๖ หวั ขอ้ ดังน้ี
ศาสนธรรมนำทางชีวิต เพื่อพัฒนาตน ครอบครัว และชุมชน เป็นการบูรณาการให้นักเรียน
ได้ประยุกต์ใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นที่ตนนับถือ เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาพฤติกรรม
ลักษณะนิสัย จิตใจ และปัญญา อันจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์และความสงบสุขในครอบครัว โรงเรียน และ
ชุมชน
การวางแผนการเงินและการใช้ทรัพยากร เป็นการบูรณาการให้นักเรียนได้วางแผนร่วมกับคน
ในครอบครัว เพ่ือน และครู เรียนรู้และพัฒนาตนเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินและใช้ทรัพยากรอย่างมีการวางแผน
57
และประหยัด เพื่อลดค่าใช้จ่ายของตนเอง ครอบครัวและโรงเรียน เห็นความสำคัญของการประหยัด
และออม สามารถประยุกต์ใช้แนวยคิดของการพัฒนาที่ยั่งยืนและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้
ในการดำเนนิ ชีวิต
เหตุการณ์ในอดีตของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน รวมท้ังความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับ
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการบูรณาการให้นักเรียนใช้ค้นหาเรื่องราวความเป็นมาของครอบครัว และ
โรงเรียนอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันกับเพ่ือนและผู้เกี่ยวข้อง จนสามารถทำความเข้าใจ
เหตุการณ์ต่าง ๆ นำเสนอโดยมีหลักฐานและแหล่งข้อมูลท่ีชัดเจนมาสนับสนุน นำไปสู่การปฏิบัติตนท่ีแสดงถึง
ความภาคภูมิใจในครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ
ชีวิตในบ้าน โรงเรียน และชุมชน เป็นการบูรณาการให้นักเรียนฝึกการใช้ชีวิตจากสังคมใกล้ตัว
ไปสู่สังคมท่ีไกลตัว และสังคมในโลกเสมือน ท่ีคำนึงถึงบทบาท สิทธิ หน้าที่และเสรีภาพ เป็นสมาชิกของสังคม
ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกและปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มีความแตกต่าง และทำประโยชน์ต่อ
ส่วนรวม อยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยไม่สร้างควาอมเดือดร้อนต่อตนเอง ผู้อื่น ส่วนรวม และสำรวจข้อมูลโดยใช้
แผนท่ี แผนผงั รปู ถ่าย เพอ่ื จัดระเบียบและดแู ลรกั ษาสิ่งแวดล้อม
วัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย เป็นการบูรณาการให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
ท่มี ีการผสมผสาน เลือกรับและปรับใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมของชุมชนและท้องถ่ิน
โดยคำนงึ ถึงประโยชนส์ ่วนรวมมากอ่ นประโยชน์ส่วนตน เคารพสถาบันหลักและสญั ลักษณ์ของชาติไทย
รู้เท่าทันส่ือ เท่าทันตนเอง เป็นการบูรณาการให้ผู้เรียนตระหนักและเท่าทันความคิดของตนเอง
ท่ีได้รับอิทธิพลจากส่ือและค่านิยมของสังคม เท่าทันส่ือโฆษณา มีวิจารณญาณในการเลือก สร้างและส่งต่อ
ส่ือสารสนเทศ
การนำไปใช้ในชีวิตจริง
จากการฝึกฝนให้ผู้เรียนได้ใช้ศาสนธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้สามารถดูแลตนเอง
ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งเป็นปกติสขุ
จากการพัฒนาคุณสมบัติการเป็น “นักประวัติศาสตร์ท่ีดี กล่าวคือ รู้จักสังเกต ไต่ถาม จดจำและนำ
สิ่งที่ศึกษาจดจำมาได้ มาวิเคราะห์หาเหตุผลท่ีถูกต้องต่อไป” (หนังสือสายธารประวัติวิทยา, สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) ฝึกฝนใช้กระบวนการสืบค้นเร่ืองราวในอดีตของครอบครัว โรงเรียน
ชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ท้องถิ่น เข้าใจพัฒนาการของสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ สถาบันชาติ
ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีสมรรถนะในการส่ือสารด้วยภาษา เพ่ือค้นหาข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูล
ท่ีน่าเช่ือถือ อาศัยการคิดขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง ซ่ึงผู้เรียนสามารถ
นำไปใชใ้ นการทำความเขา้ ใจและค้นหาข้อมูลเร่ืองราวต่าง ๆ ทีต่ นเองอยากหาคำตอบ
จากการฝึกฝนให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติสุข ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย
ทางความคิด ความเช่ือและการปฏิบัตขิ องบุคคล เขา้ ใจการอยู่ร่วมกันตามกฎ กติกา และข้อตกลง ตระหนักถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสิ่งแวดล้อมที่ต้องร่วมกันดูแลรักษา นำไปสู่การทำตนให้เป็นประโยชน์ ร่วมรับรู้
และแก้ปัญหาโดยไมส่ ร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผอู้ ่ืน และไมส่ ง่ ผลเสยี ตอ่ สง่ิ แวดล้อม
จากการฝึกฝนเรื่องการออม การวางแผนและใช้เงิน รวมทั้งใช้ทรัพยากรอย่างมีสติ ตระหนักถึงผลที่เกิดข้ึน
จากการใช้เงินและใช้ทรัพยากรของตนเอง ช่วยลดปัญหาทางการเงินและการใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า ท่ีจะ
เกิดขึ้นในอนาคตทั้งในระดับตนเอง และครอบครัว มีจติ สำนึกและปฏิบตั ิตามตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
และพัฒนาทย่ี ัง่ ยืน
58
การบูรณาการกบั กล่มุ สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ
ภาษาไทย/ ภาษาต่างประเทศ สามารถจัดสถานการณ์จากการฟัง การอ่านวรรณกรรม
สำหรับเด็ก นิทาน ตำนาน เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในอดีตท่ีหลากหลาย ซ่ึงมีรากฐานมาจาก
พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมถึงประเพณีที่ดีงาม โดยใช้คำศัพท์และเรื่องราว
เก่ียวกับประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิตในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน พัฒนาความสามารถในการอ่าน
การตั้งคำถามเพ่ือสืบค้นข้อมูล การบันทึกและสรุปข้อมูล ตลอดจนการใช้ภาษาเพื่อการนำเสนอเรื่องราว
ท่ตี นสนใจไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
คณิตศาสตร์ สามารถใช้ทักษะการอ่านและแปลข้อมูลจากสถิติอย่างง่ายเพื่อทำความเข้าใจ
เร่ืองราวรอบตัว สามารถบูรณาการร่วมกันในเร่ืองการคำนวณเงินเพ่ือวางแผนการใช้จ่ายและใช้ทรัพยากร
ให้คุ้มค่า และบูรณาการในเร่ืองการอ่านปฏิทินและการคำนวณเวลาเพื่อเช่ือมโยงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม
ทางวฒั นธรรมประเพณีในรอบปีและการทำความเข้าใจประวัติความเปน็ มาของครอบครัว โรงเรียนและชุมชน
ศลิ ปะ สามารถใช้จินตนาการในการสร้างสรรคง์ านศิลปะทสี่ ื่อเรอ่ื งราวที่มีความหมายและมีคณุ ค่า
ต่อความคิด ความสนใจ และความรู้สึกจากสถานการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว เพื่อให้การสื่อสาร
มคี วามชดั เจน และนา่ สนใจมากขึน้
สุขศึกษาและพลศึกษา สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพจิต
ในการอยู่ร่วมกันกับผู้อ่ืน สามารถจัดการอารมณ์และความรู้สึกอย่างรู้เท่าทัน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความรัก
ความสามัคคี รู้จักให้อภัย ร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจและการพ่ึงพาซ่ึงกันและกันในการร่วมกัน
แก้ปัญหาความขัดแย้งในฐานะทเ่ี ป็นสมาชิกของครอบครัว โรงเรยี นและชุมชน
วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สามารถจัดกิจกรรมบูรณาการในประเด็นเก่ียวกับทรัพยากร
และสิ่งแวดลอ้ ม รับรแู้ ละเข้าใจระบบความสัมพันธ์ของมนุษย์กบั ธรรมชาติในห่วงโซท่ ี่เกื้อกูลกัน เพื่อการปฏิบัติ
ตนให้เหมาะสม อนุรกั ษธ์ รรมชาติ และพร้อมรบั มือกับภัยพิบตั ิ
59
ความสมั พันธร์ ะหว่างสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
๑. ปฏบิ ตั ติ นสอดรับกับหลักศลี ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาอน่ื ทต่ี นนบั ถือ สามารถจดั การอารมณ์อยา่ งมี
สติสมั ปชัญญะ อดทนและแกไ้ ขปญั หาทเี่ กิดขนึ้ ในชีวิตประจำวนั
๑.๑ ศรทั ธา เคารพ และตระหนักรู้ถงึ พระคุณของพระรตั นตรยั หรือศาสดาใน ๑. การจัดการตนเอง
ศาสนาอ่ืนท่ีตนนับถือ ๒. การคิดข้นั สงู
๑.๒ ฝกึ ตนตามกรอบของเบญจศีล เบญจธรรม หรือหลักคำสอนของศาสนา ๓. การสือ่ สาร
ทตี่ นนับถือ ๔. การรวมพลังทำงานเป็นทมี
๑.๓ ดำเนินชีวิตในสงั คมยุคปกติใหม่อยา่ งมีสติ สมาธแิ ละปัญญาทีก่ ่อให้เกิดการ ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็
คดิ ข้ันสงู ๖. การอย่รู ว่ มกับธรรมชาติ
๑.๔ สอื่ สารดว้ ยทา่ ทีทส่ี ุภาพ มสี ติ เคารพพอ่ แม่ ครู หรือผู้ใหญ่ เคารพความ และวทิ ยาการอย่างย่ังยืน
แตกต่างระหว่างกัน เพื่ออย่รู ่วมกนั อยา่ งสันตสิ ุขในครอบครัว โรงเรยี น
ชุมชน ในฐานะเปน็ พลเมืองไทย
๑.๕ อยรู่ ว่ มและใชส้ อยทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดล้อมอยา่ งรู้คุณค่า
เพ่ือให้เกดิ ความสมดลุ อย่างย่ังยนื และใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เทา่ ทนั
และพอเพียง
๒. วางแผนการใช้ทรัพยากรและการใชจ้ า่ ยในชวี ติ ประจำวันอย่างประหยัด คุม้ คา่ และพอเพยี ง ในระดบั ตนเอง
และครอบครวั
๒.๑ วางแผนการใช้จ่ายและออมเงินของตนเองอยา่ งเหมาะสมและมีวนิ ยั ๑. การจดั การตนเอง
และชว่ ยลดค่าใชจ้ า่ ยในครอบครัว ๒. การคิดขัน้ สงู
๒.๒ ใชท้ รัพยากรในชวี ติ ประจำวนั อย่างประหยดั คุ้มค่า และพอเพยี ง ๔. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
เพอ่ื ลดคา่ ใช้จ่าย ใช้ของส่วนรวมอย่างระมดั ระวัง ดว้ ยความตระหนักถึง ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
ผลกระทบของการใชท้ รัพยากรท่ีมตี อ่ ตนเอง ครอบครัว และโรงเรยี น
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
60
๓. ใชว้ ิธีการทางประวัตศิ าสตร์ดว้ ยการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์
อยา่ งมเี หตผุ ล เพ่ือบอกผลกระทบของเหตุการณท์ ี่มตี ่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน เห็นคุณค่าของท้องถนิ่
ทต่ี นอาศัยอยู่และสถาบันหลักของชาติ เพอื่ สรา้ งสำนึกรว่ มในการพัฒนาชมุ ชน ทอ้ งถ่ิน
และอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติทา่ มกลางความแตกต่างหลากหลาย
๓.๑ สอบถาม คน้ หาคำตอบของเร่ืองราวของตนเอง บคุ คลในครอบครัว ๒. การคิดขัน้ สูง
โรงเรยี นและชมุ ชน ความสมั พนั ธ์ของสถาบันหลักของชาติกบั ชมุ ชน ๓. การส่อื สาร
และท้องถน่ิ ประวตั ิความเป็นมาและวถิ ีชีวิต ลำดบั เวลาและเหตกุ ารณ์ ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็
สำคญั ทีส่ ง่ ผลตอ่ การเปล่ียนแปลงของครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชน
จากอดตี ถงึ ปัจจุบนั โดยแสดงหลักฐานและแหลง่ ข้อมูล
ที่เก่ยี วข้อง อย่างเห็นคณุ ค่าและภาคภูมใิ จ และทำกิจกรรม
ในชีวติ ประจำวนั ที่แสดงถึงความตระหนักของผลการกระทำในอดีต
ทมี่ ีต่อปัจจบุ นั และผลของการกระทำในปจั จบุ ันทมี่ ผี ลต่ออนาคต
๓.๒ ปฏิบัติและร่วมกิจกรรมตามประเพณีและวฒั นธรรมของชมุ ชน
อยา่ งเห็นคุณคา่ และคำนึงถึงผลทอ่ี าจเกดิ ข้ึนต่อตนเอง
ผ้อู ่นื และส่ิงแวดลอ้ มในชมุ ชน
๔. ตดิ ตามการเปลีย่ นแปลงของส่ิงแวดล้อมอยรู่ อบตัวและชมุ ชนตัดสินใจดำเนินกจิ กรรมในชีวติ ประจำวนั
อย่างรับผดิ ชอบตอ่ ส่งิ แวดล้อม มีส่วนรว่ มในการป้องกนั รับมือ แก้ปัญหา สิ่งแวดล้อมในชัน้ เรียน โรงเรียน
และชุมชน ด้วยความเขา้ ใจในปรากฏการณ์การเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ ม และความสัมพันธท์ ี่สมดลุ
ระหว่างมนษุ ย์กบั สิ่งแวดล้อม
๔.๑ ใช้แผนผงั แผนทีแ่ ละรูปถ่ายในการระบวุ า่ ตนเองอยู่ ณ พนื้ ที่ใด ๒. การคดิ ข้ันสูง
ในโรงเรียน ชุมชน ค้นหาสถานทบ่ี นแผนท่ี และอธบิ ายลกั ษณะ ๔. การรวมพลังทำงานเป็นทมี
สงิ่ แวดล้อมต่าง ๆ ในบ้าน ห้องเรียน โรงเรียน และลักษณะ ทาง ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง
กายภาพในชมุ ชน ๖. การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาติ
๔.๒ มสี ว่ นรว่ มในการจดั ระเบียบและดูแลรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ มทบ่ี ้าน หอ้ งเรียน และวทิ ยาการอยา่ งยง่ั ยนื
โรงเรยี น ดว้ ยความเข้าใจในความสมั พนั ธร์ ะหว่างสง่ิ แวดล้อมกบั ชวี ิต
ความเปน็ อยู่ของตนเองและส่วนรวม
61
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
๕. รับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ ปกป้องสิทธเิ สรีภาพของตนเอง เคารพสทิ ธิเสรีภาพของผู้อื่น มีส่วนร่วม
ในการตัดสนิ ใจและแก้ไขปญั หาร่วมกนั ในช้นั เรยี น และโรงเรียน โดยสันติวิธี
๕.๑ ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนา้ ทีท่ มี่ ีต่อครอบครวั โรงเรยี น และชมุ ชน ๑. การจดั การตนเอง
ใช้และยอมรบั ข้อตกลง กฎ กติกาทีส่ รา้ งขึน้ ร่วมกนั ๔. การรวมพลังทำงานเปน็ ทมี
๕.๒ แลกเปลยี่ นความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ล รว่ มตัดสินใจในการแก้ปัญหา ๕. การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแขง็
หรอื ความขัดแยง้ ในสถานการณต์ ่าง ๆ และทำกิจกรรมรว่ มกัน
อยา่ งมีมารยาท ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เตม็ ใจเสียสละ
ประโยชนส์ ่วนตนเพ่ือส่วนรวมด้วยความรสู้ ึกว่าเป็นสมาชกิ
ของครอบครวั ชั้นเรยี น และโรงเรยี น
๕.๓ รักษาสิทธิพืน้ ฐานของตน ไมล่ ะเมิดสิทธขิ องผู้อื่น ปฏิเสธเพือ่ ไม่ให้ตน
ถกู รงั แก หรือละเมิดสิทธเิ สรีภาพ ทง้ั ร่างกายจิตใจ ทรัพยส์ ินและ
แจง้ ผใู้ หญ่ที่เกย่ี วขอ้ ง
๕.๔ แสดงพฤติกรรมทง้ั ทางกายและวาจาในการยอมรับความคิด
ความเช่อื และการปฏิบตั ิของบุคคลอ่นื ท่ีแตกต่างกันโดยปราศจากอคติ
และการเหมารวม รวมทัง้ ไม่กลั่นแกลง้ เพื่อน (Bullying)
๕.๕ ปฏิบัติตนได้อยา่ งถูกต้องที่แสดงถึงการเคารพสถาบันหลกั และสัญลักษณ์
ของชาติ และร่วมกจิ กรรม ที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ตาม
กำลังของตน
๖. เลอื กและจดั การเวลาในการใช้สื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทัลอยา่ งร้เู ท่าทนั ไม่ให้เกิดผลเสยี ต่อตนเองและ
ผู้อื่น ตัดสนิ ใจทีจ่ ะเชือ่ หรือไม่เชื่อ ปฏบิ ัตติ ามหรอื ไม่ปฏิบตั ิตาม โดยเขา้ ใจวตั ถปุ ระสงค์ ประโยชน์ และโทษ
ของสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล สรา้ งและส่งตอ่ ขอ้ มลู สารสนเทศ เพอื่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและครอบครัว
๖.๑ เลือกใช้ และจดั การเวลาในการใช้ส่อื สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล ๑. การจัดการตนเอง
อยา่ งรเู้ ท่าทัน ๒. การคดิ ขน้ั สูง
๖.๒ ใช้วจิ ารณญาณและความร้ดู ้านสอื่ สารสนเทศและดิจิทลั ประกอบ ๓. การสื่อสาร
การคดิ และตดั สินใจในการกระทำต่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั
๖.๓ สร้างและส่งต่อข้อมลู สารสนเทศอยา่ งใคร่ครวญ รับผดิ ชอบตอ่ ผล
ท่จี ะเกิดขน้ึ รวมทั้งใช้ให้เป็นประโยชนต์ อ่ ตนเองและครอบครัว
ผลลพั ธ์การเรียนรู้เมือ่ จบช่วงชั้นที่ ๑
1. มีศรัทธา เคารพ และตระหนักรู้ในพระคุณของพระรัตนตรัยหรือศาสดาในศาสนาอื่นที่ตนนับถือ
หมั่นฝึกตนตามหลักเบญจศีล เบญจธรรม หรือหลักคำสอนของศาสนาท่ีตนนับถือ สามารถจัดการตนเอง
และดำเนนิ ชีวิตในสังคมยคุ ปกติใหม่อยา่ งมสี ติ สมาธแิ ละปัญญาทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การคิดขน้ั สูง
2. สามารถสื่อสารด้วยท่าทีท่ีสุภาพ มีสติ เคารพพ่อแม่ ครู หรือผู้ใหญ่ เคารพในความแตกต่างระหว่างกัน
อยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตรในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ในฐานะเป็นพลเมืองไทย ใช้สอยธรรมชาติ
สิง่ แวดล้อมอย่างรคู้ ุณค่าเพือ่ ใหเ้ กิดความสมดลุ อย่างยง่ั ยืน และใช้เทคโนโลยใี นชีวิตประจำวันอย่างรู้เท่าทัน
และพอเพียง
62
3. ร่วมกับสมาชิกในครอบครวั ในการระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อนำไปสู่การแยกแยะความต้องการ
และความจำเป็น วางแผนการใช้จ่าย และออมเงินอย่างเหมาะสมและมีวินัย เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ด้วยกันในการลดค่าใช้จา่ ย
4. ระมัดระวังในการใช้ของส่วนรวมและทรัพยากรในการทำงาน การทำกิจกรรม การทำกิจวัตรประจำวัน
อย่างประหยัด คุ้มค่า และพอเพียง ด้วยความตระหนักถึงผลของการใช้ทรัพยากรท่ีมีต่อตนเอง ครอบครัว
และโรงเรียน
5. นำเสนอเรื่องราวของตนเอง บุคคล วัตถุ และสถานท่ีท่ีเกี่ยวข้องกับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
ความสัมพันธ์ของสถาบันหลักของชาติกับชุมชนและท้องถ่ิน ประวัติความเป็นมา และวิถีชีวิต ลำดับเวลา
และเหตุการณ์สำคัญ ท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุบัน และอธิบายผลของการเปลี่ยนแปลง
ที่มีต่อวิถีชีวิตของตนและคนในชุมชน โดยแสดงหลักฐาน และแหล่งข้อมูลท่ีเก่ียวข้องด้วยภาพและภาษา
ของตนเองที่เข้าใจง่าย ชัดเจน จากการสอบถาม ค้นหาคำตอบอย่างเป็นขั้นตอน และทำกิจกรรม
ในชีวิตประจำวันท่ีแสดงถึงความตระหนักของผลการกระทำในอดีตที่มีต่อปัจจุบันและผลของการกระทำ
ในปจั จุบนั ทม่ี ีผลต่ออนาคต ด้วยความร้สู กึ ถงึ การเปน็ สว่ นหนึง่ ของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
6. สำรวจข้อมูลเก่ียวกับตำแหน่ง ระยะและทิศทางของส่ิงต่างๆและสถานที่ โดยประยุกต์ใช้แผนท่ี แผนผัง
รูปถ่าย เพ่ือการวางแผนการทำงาน การใช้ชีวิต และการร่วมจัดระเบียบและดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมท่ีบ้าน
ห้องเรียน โรงเรียน และชุมชน ด้วยความตระหนักในเหตุและผลของการกระทำของตนเองและ
คนในชุมชนที่มีตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม ซึง่ สง่ ผลกระทบตอ่ ชีวติ ความเป็นอยู่
7. ทำกิจกรรมและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างมีมารยาท ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ ยอมรับข้อตกลง กฎ กติกา
ที่สร้างร่วมกัน แลกเปล่ียนความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ร่วมตัดสินใจในการแก้ปัญหาหรือความขัดแย้ง
ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเต็มใจเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวมด้วยความรู้สึกว่าเป็นสมาชิกของ
ครอบครัว ชนั้ เรียน และโรงเรียน
8. ปฏิบัติตนบนพื้นฐานสิทธิของตน ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ปฏิเสธเพื่อไม่ให้ตนถูกรังแกหรือละเมิดสิทธิ
เสรีภาพ ท้ังร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินและแจ้งผู้ใหญ่ที่เก่ียวข้อง แสดงพฤติกรรมเชิงบวกท้ังทางกายและ
วาจาเมื่อร่วมกิจกรรมหรือทำงานกับผู้อ่ืน ที่แสดงถึงการยอมรับความคิด ความเช่ือและการปฏิบัติของ
บุคคลอ่ืนที่แตกต่างกันโดยปราศจากอคติ และการเหมารวม รวมทั้งไม่กลั่นแกล้งเพ่ือน (Bullying) ควบคุม
อารมณแ์ ละความรสู้ กึ ของตน ไมท่ ำให้ผูอ้ ่ืนเดอื ดร้อน
9. เขา้ ร่วมกจิ กรรมตามประเพณแี ละวฒั นธรรมของชมุ ชนอย่างเหน็ คณุ คา่ และไม่กอ่ ให้เกดิ ผลเสยี ต่อตนเอง
ผอู้ ื่นและสง่ิ แวดล้อมในชมุ ชน
10.ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องท่ีแสดงถึงการเคารพสถาบันหลักและสัญลักษณ์ของชาติไทย และร่วมกิจกรรม
ทท่ี ำประโยชนเ์ พ่อื ส่วนรวมตามกำลังของตนภายใตก้ ารดแู ลและคำแนะนำ
11.เลือกและจัดการเวลาในการใช้ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน โดยรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
ตอ่ ตนเองและผูอ้ ื่น
12.ตัดสินใจท่ีจะเช่ือหรือปฏิบัติ โดยเข้าใจวัตถุประสงค์ ประโยชน์ และโทษของส่ือ สารสนเทศ ดิจิทัล
สรา้ งและสง่ ต่อข้อมลู สารสนเทศ เกดิ ประโยชน์ต่อตนเองและครอบครวั
63
ผลลพั ธ์การเรยี นร้รู ายชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1
LO-So-01 บอกพุทธประวัติ และปฏบิ ัติตนตามหลกั เบญจศีล -เบญจธรรม หรือหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับ
ถือ ด้วยความม่ันใจ
LO-So-02 ปฏบิ ัติตนเป็นสมาชกิ ท่ีดขี องครอบครัวและโรงเรียนรู้วิธีการเข้าถึงสือ่ ทห่ี ลากหลาย ส่อื สารเร่ืองราว
ใกล้ตวั
LO-So-03 เหน็ ประโยชนข์ องการออม บอกผลของทางเลือกที่ตัดสนิ ใจในการใช้จ่าย อย่างมวี ินยั
LO-So-04 ยกตัวอย่างการใชท้ รพั ยากรในชวี ิตประจำวันอย่างประหยัดและค้มุ คา่ ดว้ ยความตระหนักถงึ ผลของ
การใชท้ รพั ยากรที่มีตอ่ ตนเอง ครอบครัวและโรงเรียน
LO-So-05 บอกวนั เดือน ปี และการนับช่วงเวลาตามปฏิทินที่ใช้ในชวี ิตประจำวนั เรียงลำดับเหตุการณ์ใน
ชวี ิตประจำวนั ตามวันเวลาทีเ่ กดิ ข้นึ
LO-So-06 บอกสถานที่ทเ่ี กีย่ วข้องกับครอบครวั โรงเรียน และชุมชน บอกประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเองและ
ครอบครวั ด้วยความรู้สกึ ถงึ การเปน็ ส่วนหนึง่ ของครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชน
LO-So-07 ระบสุ ิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติ และทม่ี นุษยส์ ร้างข้นึ ระบุความสัมพนั ธ์ของตำแหน่ง ระยะ ทิศของ
ส่งิ ตา่ งๆ การดูแลส่งิ แวดล้อมทบ่ี ้านและห้องเรยี น ดว้ ยความเต็มใจ
LO-So-08 บอกบทบาทและหนา้ ท่ีของสมาชิกในครอบครัวและโรงเรียน รบั ผดิ ชอบและปฏิบตั ติ นอยา่ ง
เหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ตนเองในฐานะสมาชกิ ของครอบครวั และโรงเรียน
LO-So-09 ปฏิบัติตนบนพ้ืนฐานสทิ ธิของตนโดยที่ไมล่ ะเมดิ สิทธิของผอู้ ืน่ ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตน
ไม่ทำให้ผู้อืน่ เดือดร้อน รบั ผิดชอบและปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสม
LO-So-10 มสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมและพิธีกรรมสว่ นรวมตา่ ง ๆ ตามประเพณี และวฒั นธรรมทเี่ หมาะสมตามวยั
อยา่ งเห็นคุณคา่
LO-So-11 ปฏิบตั ติ นได้ถูกต้อง รับผดิ ชอบและปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ตนเอง และเคารพ
ตอ่ สถาบันหลกั ของชาติ
LO-So-12 ใช้เทคโนโลยีอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ สรา้ งสรรค์ รู้เทา่ ทัน มคี วามฉลาดทางดิจทิ ัล คำนงึ ถึงผลกระทบ
ตอ่ ชีวิต สง่ิ แวดลอ้ ม และสงั คม
ผลลัพธก์ ารเรียนรู้รายชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
LO-So-01 บอกพุทธประวตั ิ และปฏบิ ัติตนตามหลกั เบญจศลี -เบญจธรรม หรือหลักคำสอนของศาสนาท่ีตนนบั
ถือ บอกความสำคัญเกยี่ วกบั พุทธศาสนา ศาสดาและคัมภีร์ของศาสนาตา่ ง ๆ ดว้ ยความม่ันใจ
LO-So-02 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ หน้าท่ที ี่ต้องปฏิบตั ิ มารยาทไทย การยอมรบั ความ
แตกตา่ งของคนในสงั คม ความสามารถและการปฏิบัตติ นของบุคคลอ่ืนท่ี แตกตา่ งกนั
LO-So-03 บอกทม่ี าของรายได้ รายจา่ ยของตนเอง และครอบครัว แยกแยะความตอ้ งการ และความจำเป็น
วางแผนการใช้จ่ายอยา่ งเหมาะสม และมวี ินยั
LO-So-04 ระบุทรัพยากรที่นำมาผลติ สนิ คา้ และบริการท่ีใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน ผลของการใช้ทรัพยากรในการ
ผลิตทห่ี ลากหลายท่มี ีต่อราคา คณุ ค่าและประโยชน์ของสนิ คา้ และบริการ รวมทง้ั ส่งิ แวดลอ้ ม ดว้ ยความ
ตระหนกั ถึงผลของการใช้ทรัพยากรทม่ี ตี ่อตนเอง ครอบครัวและโรงเรยี น
LO-So-05 วันสำคัญท่ปี รากฏในปฏิทนิ ทแ่ี สดงเหตกุ ารณ์สำคัญในอดีตและปัจจบุ ัน แสดงเหตุการณ์ได้
ตามลำดบั เหตุการณท์ ่เี กดิ ขึ้นในครอบครัวหรอื ในชีวติ ของตนเองโดยใช้หลักฐานท่ีเกยี่ วข้อง
64
LO-So-06 สืบค้นประวตั ิความเป็นมาของโรงเรยี น และชมุ ชน นำเสนออาชีพหลกั ของครอบครัว โดยตระหนัก
ถึงของผลการกระทำในอดีตท่ีมตี อ่ ปจั จบุ ัน
LO-So-07 ระบตุ ำแหน่งและลกั ษณะทางกายภาพของสง่ิ ต่างๆทป่ี รากฏในแผนผงั แผนท่ี และรปู ถ่าย อธิบาย
ความสำคญั ของส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติและท่ีมนุษยส์ ร้างขน้ึ รักษาและฟนื้ ฟสู ่งิ แวดล้อมภายในโรงเรียน และ
ชุมชน ดว้ ยความตระหนักในเหตแุ ละผลของการกระทำ
LO-So-08 อธิบายความสมั พันธ์ของตนเอง และสมาชกิ ในครอบครัว ระบผุ ู้มบี ทบาท อำนาจในการตดั สนิ ใจใน
โรงเรียน รบั ผิดชอบและปฏบิ ัติตนอยา่ งเหมาะสมตามบทบาทหน้าทีต่ นเองในฐานะสมาชิกของครอบครวั ชน้ั
เรียนและโรงเรียน เคารพต่อสถาบนั หลกั ของชาติ
LO-So-09 เคารพในสทิ ธิ เสรภี าพของผอู้ ื่น ปฏเิ สธเพื่อไม่ให้ตนเองถูกรงั แกและไม่ละเมิดสิทธิของผู้อ่ืน ทงั้
ร่างกาย จติ ใจ และทรัพยส์ ิน รบั ผิดชอบและปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ตนเองบอกประโยชน์
ของการปฏิบตั ิตนตามความประเพณีและวฒั นธรรมในครอบครัวและท้องถิ่น ยกตวั อยา่ งวัฒนธรรม ประเพณี
และภูมิปัญญาไทยที่ภาคภมู ใิ จและควรอนรุ ักษ์ไว้ เห็นคณุ ค่าและความสำคัญของประเพณี วฒั นธรรมไทย
LO-So-10 ระบุบคุ คลทท่ี ำประโยชนต์ ่อท้องถิ่นหรือประเทศชาติ และผลงานของคนในท้องถน่ิ ทน่ี า่ ภาคภมู ใิ จ
รับผิดชอบและปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสม
LO-So-11 รจู้ กั สื่อ สารสนเทศ และสื่อดิจิทลั รวู้ ธิ กี ารเขา้ ถึงส่อื ทห่ี ลากหลาย ตระหนักถึงประโยชน์และโทษของ
สอื่ ท่ีมตี ่อตนเองแยกแยะความแตกตา่ งของส่อื วตั ถปุ ระสงค์ของสอ่ื และสารสนเทศ รู้วิธกี ารเข้าถึงสือ่ ที่
หลากหลายตระหนกั ถงึ ประโยชน์และโทษของสอ่ื ท่มี ีต่อตนเอง
LO-So-12 ใชเ้ ทคโนโลยีอย่างมีประสทิ ธิภาพ สร้างสรรค์ รู้เท่าทนั มีความฉลาดทางดิจทิ ัล คำนึงถึงผลกระทบ
ตอ่ ชวี ิต ส่ิงแวดล้อม และสังคม
65
ผลลพั ธ์การเรยี นรู้รายชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
LO-So-01 บอกพทุ ธประวตั ิ และปฏบิ ตั ิตนตามหลักเบญจศลี - เบญจธรรม หรือหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับ
ถือ บอกความสำคญั เกยี่ วกับพทุ ธศาสนา ศาสดาและคัมภรี ข์ องศาสนาต่าง ๆ และ บอกความสัมพันธข์ องศาสนา
กบั การดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั ดว้ ยความมั่นใจ
LO-So-02 สรปุ ประโยชน์และปฏบิ ัตติ นตามประเพณี วัฒนธรรมในครอบครวั และท้องถ่ิน บอกพฤติกรรม
ตนเอง และเพ่ือน ๆ ในชวี ติ ประจำวัน สาเหตุท่ที ำให้พฤติกรรมการดำเนนิ ชีวิตในปจั จุบนั ของนักเรยี น
LO-So-03 วเิ คราะห์การใชจ้ ่ายของตนเอง วางแผนการนำเงนิ ที่เหลือจ่ายมาใชอ้ ยา่ งเหมาะสม สามารถรบั ร้ไู ด้
ถึงสถานการณท์ ีเ่ ปน็ ปัญหาหรือก่อใหเ้ กิดปญั หาและบอกผลของทางเลอื กทตี่ ดั สนิ ใจ
LO-So-04 อธิบายได้ว่าทรพั ยากรทม่ี ีอยู่จำกัดมผี ลตอ่ การผลติ และบรโิ ภคสนิ คา้ และบริการ ปญั หาพืน้ ฐานทาง
เศรษฐกิจท่ีเกดิ จากความหายากของทรพั ยากรกบั ความตอ้ งการของมนษุ ย์ที่มไี ม่จำกดั ดว้ ยความตระหนักถงึ ผลของ
การใชท้ รพั ยากรท่ีมตี ่อตนเอง ครอบครัวและโรงเรียน
LO-So-05 วธิ กี ารสบื ค้นเหตุการณส์ ำคัญของโรงเรยี นและชุมชนโดยใชห้ ลกั ฐาน และแหลง่ ขอ้ มูล
ความสมั พันธข์ องสถาบันหลักของชาติกับชมุ ชนและท้องถนิ่ ท่สี ืบเน่อื งมาจนถึงปัจจุบัน อธิบายผลของการ
เปลย่ี นแปลงท่มี ีผลต่อวิถีชีวติ ของตนเอง โรงเรยี น และชุมชน โดยใช้แหล่งขอ้ มูล หลักฐานและสอบถาม คน้ หา
คำตอบอย่างเปน็ ข้ันตอน นำเสนออาชีพหลักในชุมชน โดยตระหนกั ถึงของผลการกระทำในอดีตท่ีมตี ่อปจั จุบัน
LO-So-06 สำรวจข้อมลู ทางภูมิศาสตร์ในโรงเรยี นและชมุ ชนโดยใช้แผนผัง แผนที่ และรูปถ่าย บอกตำแหนง่
ทต่ี ัง้ ของสถานท่ีสำคญั ภายในชุมชน การใชป้ ระโยชน์ และการประกอบอาชพี จากสง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาตใิ น
ชมุ ชน ประยกุ ตใ์ ชป้ ระโยชน์จากแผนที่ แผนผัง และรู้ถา่ ย ในการวางแผนการจัดบ้าน จดั หอ้ งเรยี น และการใช้
ชวี ิต ด้วยความตระหนกั ในเหตุและผลของการกระทำ
LO-So-07 ระบุบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกของชุมชน มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตย
น้อมรบั ความแตกตา่ งของคนในสังคม และตดั สนิ ใจแก้ปญั หาหรอื ความขดั แย้งในสถานการณต์ ่าง ๆ โดยการเต็ม
ใจ และเสียสละ
LO-So-08 แสดงพฤติกรรมทางบวก การปฏิบัติต่อบุคคลอื่นโดยปราศจากอคติ และการกล่นั แกลง้ ยอมรับ
ความคิดความเช่ือและการปฏิบตั สิ ่วนบคุ คลอ่ืนท่ีแตกตา่ งของคนภายในสงั คม
LO-So-09 สรปุ ลักษณะทส่ี ำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมของชมุ ชน เปรียบเทียบความ
เหมือนและความตา่ งทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกบั ชุมชนอื่น ๆ อยา่ งเหน็ คุณค่า
LO-So-10 บอกความหมายและความสำคัญของสถาบันหลัก เขา้ รว่ มกจิ กรรมทีท่ ำประโยชนเ์ พ่อื สว่ นรวม
ภายใตค้ วามดูแลและคำแนะนำ ระบุเอกลักษณ์ที่โดดเด่นตามขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมไทย
LO-So-11 จัดการเวลาในการใชส้ ่ือสารสนเทศ และดจิ ิทลั อย่างร้เู ท่าทัน รวู้ ิธกี ารเขา้ ถึงสอื่ ทห่ี ลากหลาย
ตระหนกั ถึงประโยชน์และโทษของสื่อที่มีตอ่ ตนเอง
LO-So-12 ใช้เทคโนโลยีอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ สร้างสรรค์ รู้เท่าทนั มคี วามฉลาดทางดจิ ิทัล คำนงึ ถึงผลกระทบ
ต่อชีวิต ส่ิงแวดล้อม และสงั คม
66
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และระบบธรรมชาติเป็นสาระทเ่ี น้นการสบื เสาะ (inquiry) เพ่ือเข้าใจ
ระบบธรรมชาติ การจัดประสบการณ์เรียนรู้ในช่วงช้ันน้ีเร่ิมจากการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากส่ิงท่ีใกล้ตัวท่ีสนใจ
และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น เน้นให้ผู้เรียนสืบเสาะและแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน ใชเ้ ทคโนโลยีเพือ่ เขา้ ถึงแหลง่ ข้อมูลอย่างปลอดภัย สร้างเจตคติท่ดี ตี อ่ วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ปรับตวั และอยู่รว่ มกบั ธรรมชาติ รักษาส่ิงแวดล้อม และตระหนกั ถึงการใช้ทรพั ยากร
เป้าหมายสำคัญของการจัดประสบการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
ชว่ งชั้นท่ี 1
1. เข้าใจแนวคิดและความรู้พื้นฐานในวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต สามารถใช้และเข้าถึง
เทคโนโลยีไดอ้ ย่างเหมาะสม รู้เทา่ ทัน และปลอดภยั
2. เป็นผู้ท่ีมีจินตนาการ จิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
3. ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของวิทยาศาสตรก์ ับระบบธรรมชาติ ผลของวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
วิทยาการต่าง ๆ ทม่ี ตี ่อมวลมนุษยแ์ ละสิ่งแวดล้อมในระบบธรรมชาติ
ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ (Science) เป็นความรู้ท่ีเกิดจากสติปัญญาและความพยายามของมนุษย์ในการศึกษา
เพ่ือทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนโดยธรรมชาติทั้งบนโลกและในเอกภพ วิทยาศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับ
การสืบเสาะหาคำตอบเพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติ การสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการท่ีต้องใช้ความรู้
จินตนาการ เครื่องมือต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูล จัดรูปแบบของข้อมูล
ใช้สมรรถนะด้านภาษา เพ่ือทำความเข้าใจข้อมูล ส่ือสารความคิด และนำเสนอข้อมูล ดังนั้น ความรู้ กระบวนการ
และจิตวิทยาศาสตร์ มคี วามสำคัญกบั การนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิต และการอยู่รว่ มกนั กบั ธรรมชาตอิ ยา่ งสมดลุ
กระบวนการสืบเสาะ (Inquiry Process) เปน็ กระบวนการท่นี ำไปสูก่ ารเรียนรแู้ ละอธบิ ายปรากฏการณต์ า่ ง ๆ
เชิงวิทยาศาสตร์ ระหว่างการสืบเสาะผู้เรียนจะต้องใช้การให้เหตุผลเชิงตรรกะ (Logic) หลักฐานเชิงประจักษ์
(Empirical Evidence) จินตนาการ และการคิดสร้างสรรค์ เป็นการทำงานอย่างเป็นระบบ รอบคอบ มีอิสระ
และไมเ่ ป็นลำดบั ขนั้ ทีต่ ายตัวมีธรรมชาตใิ นการเรียนรู้ ดังน้ี
• ปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนโลกหรือในเอกภพท่ีเกิดข้ึนอย่างเป็นแบบรูป (Pattern) สามารถเข้าใจได้
ดว้ ยสตปิ ัญญา วิธีการศึกษาท่ีเป็นระบบ มนษุ ย์สามารถเรยี นร้แู ละทำความเข้าใจได้
• แนวคิดทางวิทยาศาสตร์มีความไม่แน่นอน สามารถเปล่ียนแปลงได้ หากพบหลักฐาน (Evidence) ใหม่
ท่นี ำไปสู่การสร้างคำอธบิ าย หรือองค์ความรู้ใหมท่ างวทิ ยาศาสตร์
• ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีความคงทน และเชื่อถือได้ เพราะการสร้างการอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ต้องผ่านวิธีการต่าง ๆ อยา่ งตอ่ เน่อื ง ซำ้ แลว้ ซ้ำเลา่ เปน็ ระยะเวลาหน่ึงจนมน่ั ใจในคำอธิบายน้นั
• วิทยาศาสตรเ์ ชอ่ื ถือหลักฐานเชิงประจักษ์ทีไ่ ดจ้ ากการสังเกต ทดลอง หรอื วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี (Technology) เป็นสิ่งทมี่ นุษยส์ ร้างหรือพัฒนาข้ึน ซึง่ อาจเป็นได้ท้งั ชนิ้ งานหรือวธิ ีการเพ่อื ใช้
แก้ปัญหา สนองความต้องการ หรือเพ่ิมความสามารถในการทำงานของมนุษย์ เทคโนโลยีจึงเกิดจากการผสาน
67
ทักษะ เทคนิค วิธีการ และความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน กระบวนการทางเทคโนโลยีให้ความสำคัญกับ
การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ รวมถึงการระบุเหตุผลของคำตอบ นอกจากน้ี เรายังสามารถใช้
เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เช่น ใช้สร้างชิ้นงาน เทคโนโลยีอื่นหรือนวัตกรรม ใช้เข้ าถึง
แหล่งขอ้ มลู บนอินเทอรเ์ นต็ ใช้รว่ มกับวิทยาการแขนงตา่ ง ๆ
จดุ เน้นการพฒั นา
การจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน ในช่วงชั้นที่ 1 ผู้เรียนควรได้รับ
ประสบการณ์เรียนรู้ผ่านการบูรณาการผลลัพธ์การเรียนรู้โดยอาจบูรณาการข้าม กลุ่มสาระการเรียนรู้หรือ
ภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ การบรู ณาการภายในกลมุ่ สาระการเรียนรู้อาจบูรณาการผ่านธีมต่าง ๆ ดงั น้ี
ทรัพยากรธรรมชาติ
ปรากฏการณ์ ส่งิ แวดล้อม
ธรรมชาตแิ ละ
ภยั อันตราย วิทยาศาสตร์ และ
ระบบธรรมชาติ
เทคโนโลยี ความก้าวหน้า
ในชวี ิตประจำวนั ของวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
จดุ เนน้ การพฒั นาผ่านแต่ละหวั ข้อ มีดังน้ี
• ทรพั ยากรธรรมชาติ
ผู้เรียนควรได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะ สมบัติและความสำคัญของดิน
และน้ำ รวมถึงประโยชน์ของดินและน้ำต่อมนุษย์ จึงต้องดูแลเพ่ือให้มีใช้ได้อย่างยั่งยืน สมดุล ไม่กระทบ
สิ่งแวดล้อม ผู้เรียนควรประพฤติตนโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่า ลดการใช้เม่ือไม่จำเป็น และอาจ
บูรณาการร่วมกับวิทยาการคำนวณในด้านฝึกการแก้ปัญหาอย่างเป็นลำดั บข้ันตอนและเขียนโปรแกรมคำสั่ง
ดว้ ยบตั รภาพหรือบัตรคำ
• สิ่งแวดล้อม
ผู้เรียนควรได้รับการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้เก่ียวกบั สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต
ของพืชและสตั ว์ สิง่ ที่จำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ิตของพืชและสัตว์ วฏั จกั รชวี ติ ของพืชดอกและสตั ว์ ผลของการเปลี่ยนแปลง
สิง่ แวดล้อมทม่ี ีต่อพืชและสัตว์ และการดแู ลและปกป้องสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกบั การดำรงชีวติ ของพืชและสตั ว์
และอาจบูรณาการร่วมกบั วทิ ยาการคำนวณในด้านฝกึ การแก้ปัญหาอยา่ งเป็นลำดับขั้นตอนและเขียนโปรแกรม
คำส่ังด้วยบตั รภาพหรอื บัตรคำ
• ปรากฏการณธ์ รรมชาตแิ ละภัยอนั ตราย
ผู้เรียนควรได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เก่ียวกับปรากฏการณ์กลางวัน กลางคืน การขึ้นและตก
ของดวงอาทิตย์ และการกำหนดทิศ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง ได้เรียนรู้
68
เกี่ยวกับการเกิดลม ผลของลมต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม รวมถึงการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากวาตภัยและ
อุทกภัย และอาจบูรณาการร่วมกับวิทยาการคำนวณในด้านฝึกการแก้ปัญหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนและเขียน
โปรแกรมคำสั่งดว้ ยบัตรภาพหรอื บตั รคำ
• ความก้าวหน้าของวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้เรียนควรได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เก่ียวกับการฝึกฝ นการนำความรู้มาแก้ปัญหาหรือ
พฒั นาช้ินงานด้วย โดยประยุกต์ใช้ความรใู้ นเรื่องแรง ผลของแรงท่ีมีตอ่ วัตถตุ ่าง ๆ แรงแม่เหล็ก หรือสมบัตขิ อง
วัสดุ ในแก้ปัญหาหรอื การสร้างชนิ้ งานอย่างง่าย
• เทคโนโลยใี นชวี ติ ประจำวนั
ผู้เรียนควรได้รับการจัดประสบการณ์เก่ียวกับการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน มีความมุ่งมั่นและเห็นว่า
การแก้ปัญหาเป็นเร่ืองที่สนุกและท้าทาย รวมท้ังใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ สื่อสารได้อย่าง
เหมาะสมและปลอดภัย สร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับวัย สร้างชิ้นงานหรือเคร่ืองมืออย่างง่ายในการเล่น
การทำงาน การแก้ปัญหา หรอื การใช้ชีวติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ขอบเขตเน้ือหาและกลวิธสี อนเพ่ือพฒั นาสมรรถนะผเู้ รยี นตามช่วงวยั
ผู้เรียนในช่วงช้ัน 1 (อายุ 7 - 9 ปี) สามารถพัฒนาการคิดเชิงเหตุผลกับสถานการณ์ท่ีเป็นรูปธรรมและ
ใกลต้ ัว โดยมผี ู้สอนเปน็ ผแู้ นะนำชว่ ยเหลือในการวางแผนและจดั ระบบการสบื เสาะตามขนั้ ตอนหรอื วิธีการ
การฝึกให้ผู้เรยี นช้ัน ป.1 และ ป.2 จดจำคำศัพท์ ความหมายของคำศัพท์ สร้างคลังคำศัพท์เหมาะสม
ตามวัย จะเป็นประโยชนต์ ่อการเรียนรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์ ผู้สอนจงึ มีบทบาทสำคัญพฒั นาคลงั คำศัพท์ท่ีเหมาะสม
ตามวัย ด้วยการนำอ่านบทความส้ัน ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และวิทยาการต่าง ๆ เพ่ือฝึกการฟังอย่างมี
ความหมาย รู้จักและสะสมคำศัพท์ที่หลากหลายตลอดช่วงชั้น (ป.1 - 3) ควรฝึกผู้เรียนให้สื่อสารด้วยการใช้
ภาษาในการพดู และเขยี นคำหรอื ข้อความสน้ั ๆ เพ่ือสรา้ งคำอธบิ าย แสดงความเห็น ลงข้อสรปุ
โดยธรรมชาติ ผู้เรียนในช่วงช้ันนี้มีความกระตือรือร้น ช่างสังเกต ชอบตั้งคำถาม ชอบทำกิจกรรมร่วมกับ
เพ่ือน ชอบเรียนรู้ส่ิงใหม่ ๆ แต่ยังคงต้องพัฒนากล้ามเนื้อต่าง ๆ ต่อเน่ืองจากช่วงชั้นอนุบาล ดังน้ัน ผู้เรียนจึง
ควรเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นในการฝึกการสังเกตด้วยประสาทสัมผัสที่เหมาะสมกับกิจกรรม รวมถึงฝึกการ
หยิบจับ และใช้อุปกรณ์อย่างง่ายร่วมกับการสังเกตด้วยประสาทสัมผัส ช่วง ป.2 และ ป.3 สามารถเรียนรู้ที่จะ
สร้างคำถามทน่ี ำไปสู่การสบื เสาะ (Testable Question) และใช้เทคโนโลยีในการสืบคน้ จัดกระทำข้อมูล นำเสนอ
ขอ้ มูล หรือสร้างนวตั กรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น ของเล่น ของใช้ โดยประยุกต์ใช้ความรูแ้ ละวิธีการของตนเอง
โดยอาศัยการช่วยเหลือหรือแนะนำ ดังน้ัน ผู้สอนจึงควรเลือกใช้กลวิธีสอนท่ีเน้นการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น
และมีส่วนร่วมเพ่ือพัฒนาความรู้ ทักษะ และเจตคติของผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวม และประเมินเพ่ือพัฒนา
การเรยี นรู้ของผเู้ รียนอยา่ งตอ่ เนื่องและใหผ้ ลสะท้อนกลับเชิงสร้างสรรค์กบั นกั เรยี นอยา่ งสม่ำเสมอ
การนำไปใช้ในชวี ติ จรงิ
จากการฝึกฝนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติโดยการรวบรวมข้อมูลที่สังเกต หรือทดลองได้จะทำให้ผู้เรียน
พัฒนาสมรรถนะในดา้ นการสืบเสาะ การตีความหมายข้อมูลเพือ่ อธบิ ายปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบตัว ซ่ึงผู้เรียนตอ้ งใช้
สมรรถนะการคิดขั้นสงู ในการวเิ คราะห์หลักฐานตา่ ง ๆ เพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติและระบบธรรมชาติ
ฝึกการทำงานและการมีส่วนร่วมในทีม การรับรู้และจัดการอารมณ์ของตนเองให้สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วง
สามารถสือ่ สารในการใชภ้ าษาเชิงวทิ ยาศาสตร์ได้อยา่ งเหมาะสมในการแสดงความเห็น อธบิ าย และลงขอ้ สรุป
จากการฝึกฝนให้ผู้เรียนได้อ่านและทำความเข้าใจข้อมูลท่ีนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนา
สมรรถน ะเฉพาะในด้านการใช้และเข้าใจภาษาเชิงวิทยาศา สตร์ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถอ่านและแป ล
ความหมายขอ้ มูลท่พี บในชวี ิตประจำวนั และไดฝ้ ึกฝนการนำคณติ ศาสตร์และเทคโนโลยีมาใชใ้ นการเรยี นรู้
จากการฝกึ ฝนให้ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อนื่ ในการสบื เสาะ สร้างช้ินงาน และแก้ปัญหา ช่วยให้
ผู้เรียนเรยี นร้ทู ี่จะรบั ฟังและยอมรบั ความคดิ เหน็ ท่ีแตกต่างจากตนเอง เช่อื ม่ันในความคดิ เห็นท่ีมีหลกั ฐานที่น่าเชอื่ ถือ
69
สนุกกับการแก้ปัญหา ได้พัฒนาสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม ตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมพลัง
ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานอย่างมุ่งม่ัน ไม่ย่อท้อ เป็นพลเมืองท่ีเคารพกฎ กติกา สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น
ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย
การบูรณาการกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
ภาษาไทย/ ภาษาอังกฤษ สามารถจัดสถานการณ์ให้นักเรียนรู้จักคำศัพท์ต่าง ๆ พัฒนาเป็น
คลังคำศัพท์เฉพาะตนเพื่อช่วยให้สามารถใช้ภาษาของตนเองด้วยการพูดหรือเขียนเพื่อนำมาใช้ในการบันทึกผล
การสืบเสาะ ส่อื สารความคิด และนำเสนอเร่อื งราว
สังคมศึกษา สามารถจัดสถานการณ์การเรียนรู้ในเร่ืองทรัพยากร ธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม ทิศกับ
การใช้แผนผังหรือแผนท่ี สามารถเช่ือมโยงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ทั้งด้านภูมิปัญญา และกระบวนการ
แกป้ ญั หาของบุคคลในอดีตมาเช่ือมโยงกับองค์ความรแู้ ละการแกป้ ญั หาทางวทิ ยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ นำความรู้ทางคณิตศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และจัดกระทำข้อมูล
ในรูปตารางทางเดียว หรือแผนภมู ริ ูปภาพ
ศิลปะ นำศิลปะมาเป็นการดำเนินเร่ืองราวในการสืบเสาะหาความรู้ หรือประยุกต์ใช้ความรู้
ทางวิทยาศาสตร์ ในการทำความเข้าใจหรือการทำงานทางศิลปะและภูมิปัญญาในชุมชน นอกจากนี้
ยงั ใช้สมรรถนะทางศลิ ปะมาร่วมสรา้ งสรรคช์ ิ้นงานจากการแกป้ ัญหาใหม้ ีความสวยงามและน่าสนใจมากขนึ้
บูรณาการเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันกับทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เน้นฝึกทักษะพ้ืนฐาน
การแก้ปัญหาในการจัดลำดับข้ันตอนการทำงานหรือการทำกิจกรรม โดยอภิปรายและเปรียบเทียบ
ความแตกต่างของผลลัพธ์ในการทำงานจากขั้นตอนการแก้ปัญหา เพ่ือให้ได้ขนั้ ตอนที่เหมาะสมหรือได้แนวทาง
ท่ีหลากหลาย นอกจากนี้ให้นักเรียนฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างช้ินงานหรือเข้าถึงแหล่งเรียนรู้
ที่สนใจเพ่ือค้นหาความรู้ และส่งเสริมทักษะพื้นฐานในการเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมโดยการสร้างของเล่น ของใช้
ตามความสนใจ ซึ่งโรงเรียนสามารถจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ท้ังน้ีตัวอย่าง
ของการบรู ณาการวิทยาศาสตร์ร่วมกบั วทิ ยาการคำนวณแสดงไวใ้ นธีมทรพั ยากร สิ่งแวดล้อม และปรากฏการณ์
ธรรมชาติและภัยอนั ตราย
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
1. อธิบายปรากฏการณ์อย่างเปน็ วิทยาศาสตร์ 3. การสื่อสาร
6. การอยูร่ ว่ มกับธรรมชาติ
1.1 สรา้ งคำอธบิ ายปรากฏการณ์ทีค่ ุน้ เคย ไมซ่ บั ซ้อน โดยใชห้ ลกั ฐาน
ทีส่ ังเกต หรือทดลองได้ และวิทยาการอยา่ งย่งั ยืน
1.2 เลือกคำอธบิ ายทางวทิ ยาศาสตรท์ ีส่ อดคล้องกับหลกั ฐานทมี่ ี 2. การคดิ ข้ันสงู
2. ประเมนิ และออกแบบการสบื เสาะเชงิ วิทยาศาสตร์ 4. การรวมพลังทำงานเป็นทีม
6. การอยู่รว่ มกับธรรมชาติ
2.1 สังเกต ตง้ั คำถาม ต้งั สมมติฐานและพยากรณผ์ ล ทดสอบสมมตฐิ าน
และการพยากรณ์ ลงข้อสรุป เก่ียวกบั ปรากฏการณท์ ่ีคุ้นเคย และวิทยาการอย่างยัง่ ยืน
ไมซ่ ับซ้อน
2.2 รวบรวมหลักฐานโดยการสงั เกตหรอื การทดลองอย่างงา่ ย
ที่ประกอบด้วยตัวแปรตน้ 1 ตวั แปร และตวั แปรตาม 1 ตัวแปร
2.3 มุ่งม่นั ในการเก็บรวบรวมหลกั ฐานเพ่อื ใช้อธิบายปรากฏการณ์
70
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
3. ตคี วามหมายข้อมูลและหลกั ฐานทางวิทยาศาสตร์ 2. การคดิ ขน้ั สูง
4. การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
3.1 แปลความหมายชดุ ข้อมูล หรือแบบรปู ซำ้ ท่ีไมซ่ ับซ้อน และมจี ำนวน 6. การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาติ
ชุดขอ้ มูลไม่มาก
และวิทยาการอย่างยง่ั ยนื
3.2 เปลีย่ นรูปแบบการจดั กระทำชดุ ข้อมูลง่าย ๆ จากรูปแบบหนึง่
เปน็ รูปแบบหนง่ึ เชน่ รูปภาพ แผนภูมิรปู ภาพ แผนภมู ิแท่ง
ตารางทางเดยี ว ข้อความ
3.3 ใชช้ ุดขอ้ มูลที่จดั กระทำแล้วมาประกอบข้อสรปุ
4. แกป้ ัญหา สร้างนวตั กรรม และการอยู่ร่วมกนั
4.1 ใชค้ วามรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยใี นการปฏบิ ัติตน ประยุกต์ใชใ้ น 1. การจดั การตนเอง
ชีวิตประจำวนั และอยู่รว่ มกันกับธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม 2. การคิดข้ันสูง
4.2 แกป้ ัญหา แสดงวิธีการ หรือขั้นตอนการแก้ปัญหาอยา่ งเป็นระบบโดย 3. การส่ือสาร
ระบุเหตผุ ล หรือข้อสรปุ ของคำตอบ 4. การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
4.3 มคี วามมุ่งมัน่ ในการแก้ปัญหา เห็นการแกป้ ญั หาเปน็ เรือ่ งท่ีทา้ ทาย 6. การอย่รู ่วมกบั ธรรมชาติ
และวิทยาการอยา่ งยง่ั ยืน
และสนุกกับการแก้ปัญหา
5. ใชแ้ ละเขา้ ใจภาษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์ 3. การส่ือสาร
6. การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาติ
5.1 ฟังเขา้ ใจ ใช้ภาษาทั้งพูดและเขยี นเพ่ือสื่อสาร หรือบอกวิธีการหรือเหตผุ ล
5.2 อ่านและทำความเข้าใจเอกสารทีม่ ีภาพ แผนภูมิรูปภาพ หรือ และวิทยาการอย่างยงั่ ยืน
ตารางทางเดียว
5.3 อธิบาย ให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ สรุปผลการทำกิจกรรมด้วยภาษาพูด
ภาษาสัญลักษณ์ ภาษากาย ภาษาภาพ ได้อย่างเหมาะสม
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
6. ใชเ้ ครอื่ งมือในการเรยี นรู้ 1. การจดั การตนเอง
2. การคิดขัน้ สูง
6.1 เลอื กและใช้เคร่ืองมือพน้ื ฐานทางคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ 3. การสื่อสาร
และเทคโนโลยใี นการเรยี นร้หู รอื แกป้ ัญหา 4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
5. การเป็นพลเมอื งที่เข้มแข็ง
6.2 เขา้ ถงึ แหลง่ ข้อมูล สอื่ สารบนอินเทอร์เนต็ และใช้เทคโนโลยี 6. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติ
อยา่ งเหมาะสม รูเ้ ทา่ ทนั และปลอดภยั
และวิทยาการอยา่ งย่งั ยนื
71
ผลลพั ธ์การเรยี นร้เู มื่อจบช่วงช้ันที่ 1
1. วเิ คราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ดินและน้ำของตนเองและครอบครัวที่ส่งผลทั้งในแง่บวกและแง่
ลบกับตนเองและผู้อื่น บอกแนวการปฏิบัติตนในการใช้ประโยชน์จากดินและน้ำในการทำกิจวัตรต่าง ๆ
ได้อยา่ งเหมาะสมและมเี หตุผล โดยประยุกตใ์ ชค้ วามรู้เก่ียวกบั ลกั ษณะ สมบัติ และประโยชนข์ องดนิ และ
น้ำจากการสังเกตและใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย เลือกใช้สื่อในการนำเสนอการดูแลรักษาดินและน้ำให้เข้าใจ
งา่ ยและเหมาะสม
2. ฟงั อ่าน บันทกึ รายละเอียดอยา่ งตรงไปตรงมาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติทน่ี ำมาใช้ทำเทคโนโลยี ต่าง
ๆ วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ของตนเองที่ส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมี
เหตุผล แสดงความตระหนักโดยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหาแนวทางและเขียนลำดับข้ันตอนในการลด
การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันเพ่ือลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลงมือปฏิบัติตาม
แนวทางตามที่เสนอไว้
3. ตัดสนิ ใจร่วมกนั และปฏิบตั ิตามบทบาทหนา้ ทีท่ ี่ได้รบั มอบหมายในการออกแบบการบนั ทึกข้อมูล เลือกใช้
เคร่ืองมืออย่างง่ายและลงข้อสรุปเกี่ยวกับส่ิงท่ีจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของพืชและ
สตั ว์ และวัฏจักรชีวิตของพืชดอกและสตั ว์ในท้องถ่ิน และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลเก่ียวกับความ
เหมาะสมของสภาพแวดล้อมกับการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์จากหลักฐานท่ีรวบรวมได้ เลือกรูปแบบ
การนำเสนอที่เหมาะสมกับข้อมูลหรือให้น่าสนใจและนำเสนอด้วยภาษาที่เหมาะสมกับวัย รวมทั้ง
ตระหนั กถึงสิ่งท่ีจำเป็ นต่อการดำรงชีวิตของพื ชและสัตว์ โดยบ อกแน วท างการดูแลพื ชและสัตว์ ให้
เจรญิ เตบิ โตและดำรงชีวติ อยใู่ นสภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสม
4. ร่วมกันค้นหาส่ิงเจอื ปนท่ีพบในอากาศ น้ำ และดิน จากการสังเกตและใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย และรว่ มกัน
แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลเพ่ือระบุสาเหตุที่ทำให้อากาศ น้ำ และดิน เกิดการปนเป้ือนและ
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเอง สิ่งมีชีวิต และส่ิงแวดล้อมจากหลักฐานท่ีรวบรวมได้ รับผิดชอบตาม
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาวิธีการลดขยะและสิ่งเจือปน แสดงความตระหนัก
โดยนำเสนอแนวทางการลดปัญหาขยะและส่ิงเจอื ปนท่ีพบในดิน น้ำ และอากาศที่สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สิง่ มชี ีวิต และส่งิ แวดล้อม
5. ต้ังคำถามและสร้างคำอธิบายการเกิดปรากฏการณ์กลางวัน กลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์
และการกำหนดทิศ โดยร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเช่ือมโยงส่ิงท่ีได้จากการสังเกตจาก
แบบจำลอง วิเคราะห์ข้อมูลและลงข้อสรุป ประยุกต์ใช้ความรู้เร่ืองการกำหนดทิศในการกำหนดตำแหน่ง
หรอื ทศิ ทางของสถานที่ต่าง ๆ
6. รับผดิ ชอบตามหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายในการรวบรวมหลกั ฐานตา่ ง ๆ เพ่ือนำไปสู่การสรา้ งคำอธิบายการ
เกดิ ลม นำเสนอเกี่ยวกับผลของลมต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อมจากขอ้ มูลที่รวบรวมได้ โดยมีการเลือกสื่อ
ทใ่ี ชใ้ นการสือ่ สารให้เหมาะสมกับบุคคล
7. วางแผนการปฏิบัติตนท่ีเป็นไปได้จริงเพ่ือให้มีความปลอดภัยจากวาตภัยและอุทกภัย โดยอาศัยความรู้
เกย่ี วกับลกั ษณะของภยั ธรรมชาติ
8. สื่อสารความเข้าใจเกี่ยวกับแรง ผลของแรงที่มีต่อวัตถุต่าง ๆ และแรงแม่เหล็กท่ีสังเกตได้จากการทำ
กจิ กรรมหรือพบในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันผา่ นส่อื และภาษาที่เหมาะสม เข้าใจงา่ ย เลือกใช้
วัสดุใหเ้ หมาะกบั วตั ถุประสงคก์ ารใช้งานโดยพิจารณาจากสมบตั ิของวสั ดุอย่างมีเหตุผล และมีส่วนร่วมใน
การทำงานกับผู้อื่นและรับผิดชอบตามหน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายในการประยุกต์ใช้ความรู้เร่ืองแรงและ
สมบัติของวสั ดุเพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื สรา้ งของเลน่ ของใช้อย่างงา่ ย
72
9. แก้ปัญหาอย่างง่ายหรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างมีขั้นตอน แสดงวิธีการหาคำตอบหรือ
วิธีแกป้ ัญหา ระบเุ หตุผลที่นำไปสคู่ ำตอบ มคี วามมุ่งม่นั ในการแกป้ ัญหาใหส้ ำเรจ็
10. ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั หรือแหล่งเรยี นรใู้ นการสืบค้นข้อมลู สรุปความเขา้ ใจจากข้อมลู และตดิ ต่อส่อื สารใน
ชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและปลอดภยั
๑1. สร้างของเล่นหรือของใช้เพ่ือแก้ปัญหาตามความสนใจโดยร่วมกันทำงานเป็นทีม เลือกและใช้สิ่งของ
เครอ่ื งใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ตามหน้าทใ่ี ช้สอยไดอ้ ยา่ งปลอดภยั
ผลลพั ธ์การเรียนรู้รายชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1
LO-Sci-๐๑ สงั เกต ต้ังคำถามสว่ นประกอบของดินในท้องถิ่นจำแนกชนดิ ของดนิ และอธบิ ายการใชป้ ระโยชน์
จากดินในทอ้ งถนิ่ วเิ คราะห์พฤติกรรมการใชด้ ินของตนเองและครอบครวั รว่ มกนั อภิปรายและนำเสนอการดูแล
รกั ษาดินและการปฏบิ ัตติ นในการใช้ประโยชนจ์ ากดินในท้องถิ่นในการทำกิจวัตรต่าง ๆ ไดอ้ ย่างงา่ ยเหมาะสม
และมี เหตุผล
LO-Sci-๐2 ต้งั คำถาม ฟังการอา่ นจากครูเพ่ือรบั รู้เกีย่ วกับการใช้ประโยชนข์ องดินและน้ำจาก ชีวติ ประจำวัน
ของตนเองหรือจากกิจกรรมหรือสงิ่ ต่าง ๆ รอบตวั หรือทพี่ บในชมุ ชน รว่ มกนั อภปิ รายและ นำเสนอประโยชน์
ดินและนำ้ โดยใช้คำพดู ของตัวเอง หรือวาดภาพ
LO-Sci-๐3 เลอื กใชเ้ ครือ่ งมอื อยา่ งงา่ ยและลงข้อสรุปเกี่ยวกับสง่ิ ทจ่ี ำเป็นตอ่ การเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวิต
ของพืช และสัตวแ์ ละวฏั จักรชีวิตของพชื ดอกและสตั ว์ในท้องถิน่
LO-Sci-๐4 สังเกตรว่ มกนั ค้นหาสิ่งเจอื ปนที่พบในอากาศ น้ำ และดนิ และใชเ้ ครื่องมอื อย่างงา่ ย และร่วมกัน
แสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตุผลเพ่ือระบสุ าเหตุทที่ ำให้อากาศ นำ้ และดิน เกิดการปนเปื้อนและ ผลกระทบท่ี
อาจเกิดขึน้ ต่อตนเอง สงิ่ มีชวี ติ และสง่ิ แวดล้อมจากหลกั ฐานทรี่ วบรวมได้
LO-Sci-๐5 สงั เกต ต้งั คำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์กลางวนั - กลางคืน การข้นึ -ตกของดวงอาทิตย์และรวบรวม
ข้อมูล เก่ยี วกบั การเกดิ กลางวนั -กลางคนื และการข้ึนและตกของดวง อาทติ ยแ์ ละการกำหนดทศิ โดยมคี วาม
ม่งุ ม่นั ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและมจี ติ วิทยาศาสตร์และมีทักษะกระบวนการกลุม่ ในการทำงาน
LO-Sci-๐6 สงั เกต ต้งั คำถาม เก่ยี วกบั กจิ กรรมท่ีเก่ยี วข้องกบั การเกดิ ลมและ ผลกระทบทีม่ ตี อ่ สิ่งมีชีวติ และ
สิ่งแวดลอ้ มใชค้ วามรู้ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยใี นการปฏิบัติตน ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวนั และอยู่
ร่วมกนั กับธรรมชาตไิ ด้อยา่ งเหมาะสม
LO-Sci-๐7 อธิบายลักษณะและผลกระทบ จากวาตภยั และอุทกภยั จาก ข้อมูลท่ีสงั เกตและรวบรวมได้
LO-Sci-๐8 สงั เกตการทำของเล่นของใช้ในห้องเรียนทดลองการเกดิ แรงดึงแรงผลัก และการเปลี่ยนแปลงการ
เคลือ่ นทข่ี องวัตถใุ นลกั ษณะต่างๆ เช่น การบีบ บิด ทบุ ดัด ดงึ รว่ มกนั ทำงานเป็นทีมอยา่ งมเี หตุผล และมสี ่วน
ร่วมใน การทำงานกบั ผูอ้ ื่นและรับผิดชอบตามหน้าท่ีที่ไดร้ ับมอบหมายในการประยุกต์ใชค้ วามรู้
LO-Sci-๐9 แก้ปัญหาอยา่ งง่ายในชีวติ ประจำวันอย่างมที นี่ ำไปส่คู ำตอบ มีความมุ่งม่นั ในการแกป้ ัญหาให้
สำเร็จไดจ้ ากกิจกรรมที่ทำไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
LO-Sci-10 แกป้ ัญหาอย่างง่ายในชีวิตประจำวันอยา่ งมีที่นำไปสู่คำตอบ มคี วามมงุ่ ม่นั ในการแก้ปญั หาให้สำเร็จ
ไดจ้ ากกจิ กรรมทีท่ ำไดอ้ ย่างถูกต้อง
LO-Sci-๐11 สร้างของเล่น หรือของใช้เพ่ือแกป้ ัญหาตามความสนใจโดยร่วมกนั ทำงานเปน็ ทีม เลอื กและใช้
สง่ิ ของเครื่องใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ตามหนา้ ท่ีใชส้ อยได้อยา่ งปลอดภัย
73
ผลลัพธก์ ารเรยี นรรู้ ายช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2
LO-Sci-๐1 สงั เกต ต้งั คำถามส่วนประกอบของดินในทอ้ งถน่ิ จำแนกชนดิ ของดินและอธิบายการใชป้ ระโยชน์
จากดินในท้องถ่ินวเิ คราะห์พฤติกรรมการใชด้ นิ ของตนเองและครอบครัวรว่ มกนั อภปิ รายและนำเสนอการดูแล
รักษาดนิ และการปฏิบตั ิตนในการใช้ประโยชนจ์ ากดนิ ในท้องถิ่นในการทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้อยา่ งงา่ ยเหมาะสม
และมีเหตุผล
LO-Sci-๐2 ตง้ั คำถาม การสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผสั ทเ่ี หมาะสมร่วมกบั การใช้อุปกรณอ์ ย่างงา่ ย เช่น แว่น
ขยาย เพ่ือสบื เสาะ ค้นหาสว่ นประกอบของดนิ ลกั ษณะและสมบตั ิของดนิ ฝึกการจำแนก โดยให้ จำแนกและ
ระบุชนดิ ของดินในชมุ ชนและการใชป้ ระโยชนด์ ินในชุมชน สืบเสาะเก่ยี วกบั ลักษณะและสมบัติ ของนำ้ ท่ี
นำมาใช้ในการอุปโภคและบริโภค แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับแนวการปฏบิ ตั ติ นในการใช้ ประโยชน์จากดินและ
น้ำได้อย่างเหมาะสม รว่ มกันนำเสนอการดูแลรักษาดินและน้ำ โดยเลอื กใชส้ ื่อในการ นำเสนอใหเ้ หมาะสม
LO-Sci-๐3 เลือกใชเ้ ครือ่ งมืออยา่ งง่ายและลงข้อสรปุ เกย่ี วกบั ส่งิ ทีจ่ ำเปน็ ต่อการเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ิต
ของพืช และสัตวแ์ ละวฏั จักรชีวิตของพชื ดอกและสัตวใ์ นท้องถิน่ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตุผลเกย่ี วกบั
ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมกบั การดำรงชีวติ ของพืชและสตั ว์จากหลกั ฐานท่รี วบรวมได้ เลือก รปู แบบ
การนำเสนอที่เหมาะสมกับข้อมูลหรือใหน้ า่ สนใจและนำเสนอด้วยภาษาที่เหมาะสมกับวัย รวมทงั้
ตระหนักถึงสงิ่ ทจี่ ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ ของพืชและสัตวโ์ ดยการ
LO-Sci-๐4 สงั เกตร่วมกันค้นหาสิง่ เจือปนท่ีพบในอากาศ น้ำ และดิน และใช้เคร่ืองมืออย่างงา่ ย และรว่ มกนั
แสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผลเพ่ือระบสุ าเหตทุ ีท่ ำใหอ้ ากาศ นำ้ และดนิ เกิดการปนเปื้อนและ ผลกระทบที่
อาจเกดิ ข้ึนตอ่ ตนเอง ส่งิ มีชีวติ และสง่ิ แวดล้อมจากหลักฐานทีร่ วบรวมไดร้ บั ผดิ ชอบตาม หนา้ ทท่ี ่ไี ดร้ บั
มอบหมายในการรวบรวมข้อมูลเพือ่ หาวิธีการลดขยะและส่ิงเจือปน
LO-Sci-๐5 สรา้ งคำอธบิ ายสาเหตุการเกิด กลางวัน กลางคืน โดยวเิ คราะห์ ขอ้ มลู และใช้หลกั ฐานทร่ี วบรวม
ไดจ้ ากแบบจำลอง ตั้งคำถามและรวบรวมข้อมูล เก่ียวกับการข้ึนและตกของดวง อาทติ ย์และการกำหนดทิศ
สรา้ งคำอธิบายสาเหตุการเกดิ ปรากฏการณ์การขึ้นและตก ของดวงอาทิตย์และการ กำหนดทิศ โดยวิเคราะห์
และ ใช้หลักฐานทร่ี วบรวมได้จาก แบบจำลองโดยมคี วามมุ่งมน่ั ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลและมีจิตวทิ ยาศาสตร์
และมที ักษะกระบวนการกลมุ่ ในการทำงาน
LO-Sci-๐6 สังเกต ตั้งคำถามบอกกิจกรรมท่ีพบในชวี ิตประจำวันที่เปน็ การใช้ประโยชน์จากลม รบั รู้ลกั ษณะ
และผลกระทบของลมท่ีพัดแรงและภยั อันตรายทีเ่ กิดจากนำ้ ทว่ มจากสื่อ ตา่ ง ๆ เชน่ สถานการณจ์ ำลอง ภาพ
ข่าว เหตกุ ารณ์คลิปวดิ ีโอ และบอกการปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภยั จากลมท่ี พดั แรงและภัยอันตรายจากนำ้ ท่วม และ
นำอธิบายลกั ษณะและผลกระทบ จากวาตภัยและอทุ กภยั จาก ขอ้ มลู ท่ีสงั เกตและรวบรวมได้
LO-Sci-๐7 ระบุความสามารถของตนเอง และเพื่อนไดบ้ รรยายกจิ กรรม/งาน ทตี่ นเองและเพ่ือน อาจต้องการ
ความชว่ ยเหลอื เพื่อทำให้สำเรจ็
LO-Sci-๐8 สงั เกตการทำงานของแรงแม่เหล็กทมี่ ีต่อของเลน่ ของใช้ส่ือสารความเขา้ ใจเก่ยี วกับแรงและผลของ
แรงที่มีผลตอ่ วตั ถตุ ่างๆรว่ มกันอภิปรายการทำงานของแรงแมเ่ หล็ก แรงกระทำระหว่างแรงแมเ่ หล็ก สมบัตขิ อง
แมเ่ หล็กอย่างมีเหตุผล และมีสว่ นรว่ มใน การทำงานกบั ผู้อ่ืนและรับผิดชอบตามหนา้ ทที่ ี่ได้รับมอบหมายในการ
ประยุกต์ใช้ความรู้
LO-Sci-๐9 แกป้ ัญหาอยา่ งง่ายหรือทำกิจกรรมในชีวติ ประจำวนั อยา่ งมีขน้ั ตอน แสดงวธิ ีการหาคำตอบหรอื วิธี
แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง จากกจิ กรรมท่ีทำ
74
LO-Sci-10 ใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลหรือแหล่งเรียนรใู้ นการสืบคน้ ข้อมลู โดย สรุปความเขา้ ใจจากข้อมลู และ
ติดตอ่ สอ่ื สารในชีวิตประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและปลอดภัยสรุป
LO-Sci-11 สร้างของเล่น หรอื ของใชเ้ พ่ือแกป้ ญั หาตามความสนใจโดยร่วมกันทำงานเปน็ ทีม เลอื กและใช้
สิ่งของเคร่อื งใชใ้ นชีวิตประจำวันตามหนา้ ที่ใชส้ อยได้อย่างปลอดภัยโดย
ผลลพั ธ์การเรียนร้รู ายช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3
LO-Sci-๐1 สงั เกต ตง้ั คำถามสมบัติทางกายภาพของนำ้ ในทอ้ งถนิ่ สำรวจและอธิบายสมบตั ิทางกายภาพของ
นำ้ จากแหล่ง น้ำในท้องถ่ินและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์วิเคราะห์พฤติกรรมการใชน้ ำ้ จากแหล่งน้ำในท้องถิ่น
ร่วมกนั อภิปรายและนำเสนอการดแู ลรกั ษาน้ำการปฏิบตั ิตนในการใชป้ ระโยชนจ์ ากนำ้ ในการทำกิจวัตรต่าง ๆ
ได้อยา่ งงา่ ยอย่างเหมาะสม
LO-Sci-๐2 การสังเกต การรับสารท่ีเปน็ ขอ้ มลู จากการฟงั จากครู หรอื ผู้ปกครอง สืบค้น อา่ นข้อมลู บน
อนิ เทอร์เนต็ จากเว็บไซตท์ น่ี า่ เชอ่ื ถอื เกี่ยวกบั ทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาใชท้ ำวัสดุใกลต้ ัว วเิ คราะหพ์ ฤติกรรม
การใช้เทคโนโลยตี ่าง ๆ ของตนเองต่อการใชท้ รัพยากรธรรมชาตอิ ย่างมเี หตผุ ล แสดงความตระหนักโดยมี สว่ น
รว่ มในการตัดสินใจหาแนวทางในการลดการใชเ้ ทคโนโลยีตา่ ง ๆ และทรัพยากรธรรมชาติโดยเขยี นลำดับ
ขั้นตอน เชน่ เขียนโคด้ อย่างง่ายด้วยการใชบ้ ตั รคำส่ัง และปฏบิ ตั ติ นตามแนวทางทรี่ ว่ มตัดสินใจ
LO-Sci-๐3 เลือกใชเ้ ครื่องมอื อยา่ งง่ายและลงข้อสรปุ เกี่ยวกบั ส่งิ ท่จี ำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวติ
ของพืช และสัตวแ์ ละวัฏจักรชีวติ ของพชื ดอกและสตั วใ์ นท้องถน่ิ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ลเก่ียวกับ
ความเหมาะสมของสภาพแวดลอ้ มกบั การดำรงชีวติ ของพืชและสัตวจ์ ากหลกั ฐานท่รี วบรวมได้ เลือก รปู แบบ
การนำเสนอที่เหมาะสมกับขอ้ มูลหรือให้น่าสนใจและนำเสนอดว้ ยภาษาทเ่ี หมาะสมกับวยั รวมท้งั ตระหนักถงึ
สง่ิ ที่จำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวิตของพืชและสตั วโ์ ดยบอกแนวทางการดูแลพืชและสัตว์ให้ เจริญเตบิ เตบิ โตและ
ดำรงชวี ติ อยู่ในสภาพแวดลอ้ มทีเ่ หมาะสม โดยการ
LO-Sci-๐4 สังเกตร่วมกนั ค้นหาสิง่ เจือปนท่ีพบในอากาศ นำ้ และดิน จากการสังเกตและใชเ้ คร่ืองมืออยา่ งงา่ ย
และรว่ มกัน แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมีเหตผุ ลเพอื่ ระบสุ าเหตุที่ทำให้อากาศ นำ้ และดิน เกิดการปนเป้ือนและ
ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นต่อตนเอง ส่ิงมชี ีวิต และส่ิงแวดล้อมจากหลักฐานทรี่ วบรวมไดร้ ับผิดชอบตาม หน้าทที่ ่ี
ได้รับมอบหมายในการรวบรวมขอ้ มลู เพื่อหาวธิ ีการลดขยะและส่งิ เจอื ปน แสดงความตระหนกั โดยนำเสนอแนว
ทางการลดปัญหาขยะและสงิ่ เจือปนท่ีพบในดนิ นำ้ และอากาศท่สี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง สง่ิ มีชวี ิต และ
สง่ิ แวดล้อม
LO-Sci-๐๕ สรา้ งคำอธบิ ายสาเหตกุ ารเกดิ กลางวนั กลางคืน โดยวเิ คราะห์ ข้อมูลและใช้หลักฐานทร่ี วบรวม
ได้จากแบบจำลองร่วมกันระดมความคดิ เก่ยี วกับเกิดปรากฏการณ์นีโ้ ดยวิเคราะห์ ข้อมลู ลักษณะของโลก การ
หมนุ รอบตวั เองของโลก ร่วมกันวเิ คราะห์ข้อมูลและแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ถึงแบบจำลอง อธบิ ายสาเหตุการ
เกิดกลางวนั กลางคนื โดยใช้แผนภาพหรอื อปุ กรณ์อยา่ งง่ายอยา่ งกระตือรือรน้ โดยความมงุ่ ม่ันในการเกบ็
รวบรวมขอ้ มลู และมจี ิตวทิ ยาศาสตรแ์ ละมีทกั ษะกระบวนการกลุม่ ในการทำงาน
LO-Sci-๐6 สงั เกต ตง้ั คำถามอธิบายการเกดิ ลมจากหลักฐานท่ี ไดจ้ ากแบบจำลอง หรอื จากสื่อ ตา่ ง ๆ โดยมี
ความรับผดิ ชอบตาม หน้าที่ท่ีไดร้ บั มอบหมายในการ รวบรวมหลกั ฐานต่าง ๆ นำเสนอเก่ยี วกบั ผลของลมต่อ
สิ่งมชี วี ิตและส่งิ แวดลอ้ ม โดย เลือกสอ่ื ท่ีใช้ในการสื่อสารให้ เหมาะสมกับบคุ คล
LO-Sci-๐7 แสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ลในการวางแผนการปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภัยจากวาตภัยและอุทกภยั
75
LO-Sci-๐8 สื่อสารความเข้าใจเก่ยี วกบั แรงผลของแรงที่มีตอ่ วตั ถตุ า่ งๆทดลองเปรยี บเทียบสมบตั ิการดดู ซับบำ้
ของวัสดุชนดิ ต่างๆในชวี ิตประจำวนั การเลอื กใช้วสั ดุในชวี ติ ประจำวนั อย่างมีเหตุผล และมีส่วนร่วมใน การ
ทำงานกบั ผู้อนื่ และรบั ผิดชอบตามหน้าที่ที่ไดร้ ับมอบหมายในการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
LO-Sci-๐9 แกป้ ญั หาอย่างง่ายหรือทำกิจกรรมในชวี ิตประจำวันอย่างมีขน้ั ตอน แสดงวิธีการหาคำตอบหรือวธิ ี
แก้ปัญหา ระบุเหตผุ ลทีน่ ำไปสคู่ ำตอบ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งจากกจิ กรรมที่ทำ
LO-Sci-10 ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัลหรือแหล่งเรยี นร้ใู นการสืบค้นข้อมูล สรุปความเข้าใจจากขอ้ มลู
LO-Sci-11 สรา้ งของเล่น หรอื ของใชเ้ พื่อแก้ปญั หาตามความสนใจโดยรว่ มกนั ทำงานเปน็ ทีม เลอื กและใช้
ส่งิ ของเครือ่ งใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ตามหนา้ ทใี่ ชส้ อยได้อยา่ งปลอดภยั โดย
76
8.2 ช่วงชัน้ ที่ 2 (ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6)
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความสำคัญของกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสำหรับการส่ือสารท่ีสำคัญของคนไทย ทำให้เกิดความเข้าใจท่ีตรงกัน
ท้ังระดับบุคคลและระดับสังคม เป็นเครื่องมือสำหรับการคิด การรู้คิดด้วยภาษาไทยจะช่วยให้การเรียนรู้
และการแสวงหาความรู้ในศาสตร์อ่ืน ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภาษาไทยเป็นสำนึกร่วม เป็นมรดก
ทางวัฒนธรรม และเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนเป็นเคร่ืองมือสำหรับการสร้างสรรค์และการเข้าถึง
สุนทรยี ภาพ ดงั นน้ั การใช้ภาษาไทยจงึ เป็นสมรรถนะทีต่ ้องศึกษาและฝกึ ฝนจนเกดิ ความชำนาญ
กลุ่มสาระการเรียนรู้นี้มีสมรรถนะเฉพาะ 4 สมรรถนะ ได้แก่ 1) การฟัง การดู และการพูด
เพ่ือพัฒนาการคิด2) การอ่านเพื่อพัฒนาการคิด 3) การเขียนเพื่อพัฒนาการคิด และ 4) การเข้าใจธรรมชาติ
ของภาษาและการใช้ภาษาไทย
สมรรถนะเฉพาะท้ัง 4 สมรรถนะดังกล่าว มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสมรรถนะหลักทั้ง 6 สมรรถนะ
และบูรณาการกนั เป็นผลลัพธก์ ารเรียนรู้ชว่ งชั้น 12 ขอ้ ซ่งึ เป็นเป้าหมายของช่วงชนั้ น้ี
ผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงช้ันท่ี 2 ท้ัง 12 ข้อ นำไปกำหนดเป็นผลลัพธก์ ารเรียนรู้ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6
โดยต้องคำนึงถึงการบูรณาการสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะด้วย เพื่อให้เมื่อผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์
การเรียนรูช้ ัน้ ปีแลว้ จะนำไปสู่การบรรลผุ ลลพั ธก์ ารเรียนรชู้ ่วงช้ันตามทห่ี ลักสตู รกำหนดไว้
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาตขิ องกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
การเรียนรู้ภาษาไทยในช่วงช้ันที่ 2 เป็นการเรียนรู้การใช้ภาษาที่นักเรียนต้องได้รับการพัฒนาให้สูงข้ึน
จากการเรียนรใู้ นชว่ งช้นั ที่ 1
นักเรียนจะได้รับการพัฒนาสมรรถนะการฟังจากการฟังและการดูส่ือต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจ
วิเคราะห์ และประเมินความน่าเชื่อถอื จากการฟงั หรือการดูอยา่ งมีเหตผุ ล ไปพรอ้ ม ๆ กบั การพัฒนาสมรรถนะการพูด
ทั้งการพูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องเหมาะสมกับบุคคล โอกาส
และกาลเทศะ รวมท้ังมมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
นอกจากน้ี นักเรียนยังต้องได้รับการพัฒนาสมรรถนะการอ่าน เพ่ือให้สามารถอ่านบทอ่านประเภทต่าง ๆ
ได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถเข้าใจเน้ือหาสาระ แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น จับใจความสำคัญของเรื่อง
รวมทั้งนำความรู้ความคิดจากเร่ืองไปใช้ในชีวิตจริง และยังต้องได้รับการพัฒนาสมรรถนะการเขียน
เพื่อให้สามารถเขียนสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้คำและประโยคได้อย่างถูกหลักการใช้ภาษา
ในการสือ่ ความหมาย เพอื่ สอื่ สารและเรียนรู้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และมมี ารยาทในการอ่านและการเขยี น
จดุ เนน้ การพัฒนา
การสอนภาษาไทยในช่วงชั้นท่ี 2 เป็นการพัฒนาสมรรถนะการใช้ภาษาของนักเรียน ผ่านการเรียนรู้
หลักภาษาไทยและโครงสร้างภาษาไทยจากสื่อต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดสมรรถนะการใช้ภาษาเพ่ือสื่อสาร
ในบริบทต่าง ๆ และเกดิ สมรรถนะการใช้ภาษาในฐานะเคร่อื งมือการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นที่ 2 ยังคงให้ความสำคัญกับเป็นการเรียนรอู้ ย่างมีความหมายเช่นเดียวกับ
การจัดการเรียนรู้ในช่วงช้ันที่ 1 โดยในช่วงชั้นน้ี นักเรียนจะมีการปรับตัวและพร้อมที่จะเรียนรู้ได้มากข้ึน
ครูจึงควรจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องและส่งเสริมความสามารถในการรับรู้และการเรียนรู้ตามศักยภาพของนักเรียน
77
ท้ังการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตลอดจนความซาบซ้ึงในคุณค่า
และความงามของภาษาไทย โดยออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีหลากหลายและสอดคล้อง
กบั พฒั นาการของนักเรียนแต่ละคน
การนำไปใช้ในชีวติ จรงิ
การเข้าใจธรรมชาติของภาษาและการใช้ภาษาไทยในช่วงชั้นน้ี มีวัตถุประสงค์สำคัญเพ่ือให้นักเรียน
ได้ฝึกการฟัง การดู การพูด การอ่าน และการเขียน ผ่านการเรียนรู้หลักการใช้ภาษาและโครงสร้างภาษาไทย
จากสื่อต่าง ๆ เพ่ือให้นักเรียนเกิดสมรรถนะการใช้ภาษาที่สูงขึ้นเพื่อส่ือสารในบริบทต่าง ๆ และเกิดสมรรถนะ
การใช้ภาษาในฐานะเคร่ืองมือการเรียนรู้ การสอนอ่านเขียนจึงนอกจากเพ่ือให้นักเรียนสามารถอ่านเขียน
ได้อย่างถูกต้อง ชัดเจนแล้ว ยังเพิ่มความคล่องแคล่วในการอ่านและการเขียนมากยิ่งข้ึน จากนั้นจะเป็นการพัฒนา
การเรียนรู้เก่ียวกับการเข้าใจความหมายของเร่ือง การจับใจความสำคัญ การคิดวิเคราะห์ และการนำไปใช้
ในชีวิตจรงิ อย่างเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์
การใช้ภาษาไทยเพื่อให้สามารถส่ือสารได้ท้ังการเรียนในช้ันเรียนและทุกเวลาที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์
ส่ือสารกับผู้อ่ืน นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาหรือฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
การบรู ณาการกบั กลุม่ สาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
การเรียนรู้ภาษาไทยในช่วงชั้นท่ี 2 นี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านการรับสารต่าง ๆ ท้ังจากการฟัง ดู
และการอ่าน เพ่ือให้สามารถส่งสาร คือ การเขียนและการพูดได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
ดว้ ยเหตุนี้ การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนอกจากจำเปน็ ต้องเชื่อมโยงบนฐานของสถานการณ์
และบริบทต่าง ๆ แล้ว ยงั ตอ้ งมีการบูรณาการรว่ มกบั วิชาอ่ืน ๆ เชน่
คณิตศาสตร์ อ่านและเขียนแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ ฟัง ดู และอ่านโจทย์คณิตศาสตร์
ตีความ แก้ปัญหา พูดนำเสนอ แสดงวิธีคิด เขียนคำที่ส่ือความหมายถึงการบวก การลบ การคูณ การหาร ใช้ภาษา
และสัญลกั ษณท์ างคณิตศาสตรใ์ นการส่ือสาร การส่อื ความหมาย และการนำเสนอได้อย่างอยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ภาษาอังกฤษ เรยี นรู้ ฟัง ดู และพูดคำศัพท์ เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ทัง้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ศิลปะ วาดภาพประกอบเรื่องราวท่ีได้ฟังหรือดู พูดหรือเขียนสื่อสารความคิด ความรู้สึก หรือ
เร่อื งราวจากผลงานทางทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศิลป์
สุขศึกษาและพลศึกษา อธิบายหรือนำเสนอความสำคัญหรือการปฏิบัติตนจากสิ่งที่ได้เรียนรู้
จากสือ่ ต่าง ๆ เช่น วธิ กี ารดูแลสุขภาพ เพศศกึ ษา การออกกำลงั กายและกฬี า
สังคมศึกษา ใช้แผนท่ี ภาพถ่าย อธิบายลักษณะสำคัญของชุมชน และประเทศ การจัดทำแผน
การใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดความคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม เรียนรู้และวิเคราะห์เร่ืองราว
จากบทอ่านที่มีเนื้อหาเก่ียวกับวันสำคัญประเพณีและวัฒนธรรม ชุมชน ท้องถ่ิน สภาพแวดล้อม ศาสนา
พิธีกรรม ประวัติของท้องถ่ิน นิทานในท้องถิ่น เพลงพ้ืนบ้าน อ่านข้อมูลจากแผ่นพับสำหรับโฆษณาหรือ
ปา้ ยโฆษณาสินค้า หรือแพลตฟอร์มดิจิทลั เชน่ สภาพอากาศ แผนทีก่ ารเดนิ ทาง
วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สื่อสารความรู้ความคิดท่ีเกิดขึ้นจากกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ การนำเสนอผลงานจากการสำรวจหรือศกึ ษาสงิ่ ต่าง ๆ ทั้งการพูดหรือการเขียนอธิบายใหผ้ ู้อื่น
เข้าใจโดยมกี ารอา้ งอิงที่ถูกตอ้ ง
78
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
1. การฟงั การดู และการพูดเพ่อื พัฒนาการคิด
1.1 ฟังและ/ หรือดสู ื่อต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกบั สถานการณ์ในชวี ติ ประจำวนั ชมุ ชน ๑. การจัดการตนเอง
และสงั คม แลว้ พดู สรุป ตั้งคำถาม วเิ คราะห์ รวมทั้งแสดงความรู้ 2. การคิดขั้นสงู
ความรูส้ ึก และความคดิ เห็นอยา่ งมีเหตผุ ล 3. การสอื่ สาร
1.2 ฟงั และ/ หรือดูส่ือต่าง ๆ อย่างตัง้ ใจแลว้ พูดเลา่ เร่ือง พูดนำเสนอ 4. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
รายละเอยี ด สาระสำคญั และขอ้ คิด รวมทัง้ แสดงความคิดเห็นและ 5. การเป็นพลเมอื งทเ่ี ข้มแข็ง
ความรสู้ กึ อย่างสร้างสรรค์
1.3 ฟงั และ/ หรือดูส่ือต่าง ๆ วิเคราะหค์ วามนา่ เช่ือถือ พดู แสดง
ความคดิ เหน็ อย่างมเี หตุผล เพ่ือใหส้ ามารถเลือกฟังและดูสื่อ
ด้วยตนเองได้อยา่ งเหมาะสม
1.4 พูดโนม้ นา้ ว พดู ปฏเิ สธ และพูดโตต้ อบอย่างถกู ต้อง สภุ าพ
ถกู กาลเทศะ และมัน่ ใจ ทง้ั ในโลกจริงหรอื โลกเสมอื นจรงิ
ดว้ ยความเขา้ ใจ และเคารพในความแตกต่างเพื่อให้เกดิ ประโยชน์
แก่ตนเองและผู้อืน่
1.5 พูดแสดงความคดิ เห็นและความรูส้ กึ เกี่ยวกับการพูดของตนและผูอ้ ืน่
ได้อย่างเปน็ กลาง ให้เกยี รติ และเคารพในความแตกต่าง
2. การอา่ นเพอ่ื พฒั นาการคิด
2.1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง เพื่อถ่ายทอดความหมาย ๑. การจัดการตนเอง
2. การคิดข้ันสงู
และ/ หรืออารมณ์ความรู้สึกได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และไพเราะ 3. การสอื่ สาร
5. การเป็นพลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง
2.2 อ่านสัญลักษณ์ แผนผัง แผนท่ี แผนภมู ิ ตาราง กราฟ ๖. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติ
และอนิ โฟกราฟิก จากส่ือต่าง ๆ วิเคราะหค์ วามหมายของข้อมูล
แล้วนำไปปรบั ใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและผู้อ่นื และวทิ ยาการอย่างยง่ั ยนื
2.3 อา่ นเร่อื งจากส่ือต่าง ๆ แลว้ ต้ังคำถาม ตอบคำถาม จบั ใจความสำคญั
สรุปความรู้และข้อคิด วิเคราะห์ข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ ตีความ
ความหมายโดยตรงและโดยนัย ประเมินคา่ รวมทั้งนำไปประยกุ ต์ใช้
ในชีวิตจริง
2.4 อ่านวรรณคดีและวรรณกรรม แลว้ วเิ คราะห์ ตคี วาม ประเมินคา่
และแสดงความคดิ เห็น เพ่อื นำไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
2.5 อา่ นบทอา่ นตามความสนใจจากส่ือต่าง ๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ และนำเสนอ
เรอื่ งท่ีอ่านไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์
79
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
3. การเขียนเพื่อพัฒนาการคิด
3.1 เขียนสอ่ื สารในสถานการณต์ ่าง ๆ โดยใชค้ ำได้ถูกต้อง ชัดเจน ๑. การจดั การตนเอง
และเหมาะสม ด้วยลายมือทส่ี วยงามและเปน็ ระเบยี บ 2. การคิดขนั้ สงู
3. การสอื่ สาร
3.2 เขียนจดหมาย จดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์ ยอ่ ความ เขียนบันทึก 5. การเปน็ พลเมืองท่เี ข้มแข็ง
และเขยี นสรุปความจากการศึกษาคน้ ควา้ ได้ถกู ต้องตามรปู แบบ ๖. การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาติ
โดยไมล่ ะเมิดสิทธิข์ องผู้อ่นื
และวิทยาการอยา่ งยงั่ ยนื
3.3 เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นดว้ ยตัวอักษรหรือสัญลักษณ์
ผา่ นส่ือต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสมกับบคุ คล โอกาส และกาลเทศะ
โดยไมล่ ะเมิดสิทธข์ิ องผูอ้ นื่
3.4 เขียนโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด แลว้ นำไปใชใ้ นการเขยี นเรือ่ งตาม
จนิ ตนาการ และเขยี นเรยี งความอย่างถกู ต้องเหมาะสม
3.5 เขียนแสดงความคิดเหน็ และความร้สู กึ เก่ยี วกบั งานเขยี นของตนเอง
และผอู้ ่ืนอย่างสรา้ งสรรค์และเป็นกลาง
4. การเขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและการใช้ภาษาไทย
4.1 ใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ทัง้ โลกจริงและ 2. การคิดขนั้ สูง
โลกเสมอื นจรงิ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับบุคคล โอกาส และกาลเทศะ 3. การสือ่ สาร
4.2 ใช้ภาษาไทยมาตรฐานได้ถกู ต้อง เหมาะสมกับบุคคล โอกาสและ 5. การเปน็ พลเมอื งทเ่ี ข้มแข็ง
กาลเทศะ เรียนรภู้ าษาถิ่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจในความหลากหลาย
ตลอดจนเห็นคณุ คา่ ของภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่
4.3 เขา้ ใจความหมายและการใช้คำ สำนวน คำราชาศพั ท์ คำยืมทีม่ าจาก
ภาษาต่างประเทศที่ถูกต้อง เพ่อื นำไปใชใ้ นการรบั รู้ข้อมูลอยา่ งเขา้ ใจ
และใช้ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสมกบั บุคคล โอกาส และกาลเทศะ
4.4 ใช้ประโยคถูกต้องตามหลักภาษา เพื่อนำไปใช้ในการส่ือสารไดถ้ กู ต้อง
เหมาะสม
4.5 แต่งบทร้อยกรองได้ถูกต้องและมีวรรณศลิ ป์ เพ่ือนำไปประกอบการพูด
การนำเสนอ หรือการเขียนให้มคี วามน่าสนใจ
80
ผลลพั ธก์ ารเรียนรเู้ ม่อื จบชว่ งช้นั ที่ 2
1. ฟงั และ/ หรือดูสอ่ื ต่าง ๆ แล้วสามารถวเิ คราะหค์ วามนา่ เช่ือถอื พูดส่อื สารในรปู แบบต่าง ๆ พดู แสดงการคดิ
วิเคราะห์ ความรู้ ความรสู้ ึก และความคิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ รวมทง้ั สามารถเลือกฟงั และดู
สือ่ ทีเ่ หมาะสมแก่ตนเอง
2. พดู โน้มน้าว พูดปฏิเสธ และพูดโต้ตอบดว้ ยความม่ันใจอย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม รวมท้ังพูดแสดงความคดิ เหน็
และความรสู้ ึกเกี่ยวกบั การพดู ของตนและผอู้ ่นื อย่างเป็นกลางและสรา้ งสรรค์
3. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง เหมาะสม และไพเราะ
4. อา่ นวิเคราะหค์ วามหมายของข้อมูลจากสอ่ื ตา่ ง ๆ ได้ถูกต้อง และนำไปปรับใช้ให้เกดิ ประโยชน์
5. อ่านเรื่องจากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งวรรณคดแี ละวรรณกรรม แล้วสามารถตงั้ คำถาม ตอบคำถาม จับใจความ
สรปุ ความ วเิ คราะห์ ตีความ ประเมินค่า แสดงความคิดเห็น และนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง ตลอดจนมี
นิสัยรักการอา่ น
6. เขยี นส่ือสารในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยลายมือที่เปน็ ไปตามมาตรฐานโครงสร้างตวั อักษรไทย โดยใช้คำได้ถูกต้อง
และเหมาะสม
7. เขยี นสือ่ สารในรปู แบบต่าง ๆ ไดถ้ ูกต้องตามมาตรฐาน รวมท้ังเขยี นแสดงความรสู้ กึ และความคดิ เห็น
ดว้ ยตวั อกั ษรหรอื สัญลักษณ์ผ่านสื่อตา่ ง ๆ ได้เหมาะสมกับบคุ คล โอกาส และกาลเทศะ ตลอดจนเขยี น
ประเมนิ งานเขยี นของท้ังตนเองและผู้อื่นอย่างเป็นกลางและสร้างสรรค์
8. เขียนโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด แล้วนำไปเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการและเรียงความได้ถูกต้องและเหมาะสม
9. ใช้ภาษาพูดและภาษาเขยี นในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมท้ังภาษาไทยมาตรฐานไดถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมกบั บุคคล
โอกาส และกาลเทศะ ตลอดจนเข้าใจความหลากหลายของผ้อู ืน่ โดยเรียนรู้ผา่ นภาษาถ่ิน
10. ใช้คำ คำยืม คำราชาศัพท์ และสำนวนได้ถูกต้อง เหมาะสมกับบุคคล โอกาส และกาลเทศะ รวมทัง้ ใช้
ประโยคสอ่ื สารได้ถูกตอ้ งตามหลักภาษา
11. แตง่ บทร้อยกรองได้ถูกต้องและมีวรรณศลิ ป์ ตลอดจนนำไปใชป้ ระกอบการพดู การนำเสนอ หรือการเขยี น
ให้นา่ สนใจยิง่ ขึ้น
12. มีเจตคติทดี่ ตี ่อการใช้ภาษาไทยอยา่ งถกู ต้อง
81
ผลลพั ธก์ ารเรียนรรู้ ายชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4
LO–Th-01 ฟัง ดูเร่ืองเล่า บทความส้ันๆ ข่าวและเหตุการณ์ประจำวัน โฆษณา ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ แล้ว
สามารถวิเคราะห์ความน่าเช่ือถือ พูดแสดงการคิดเห็น วิเคราะห์ความรู้ ความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมี
เหตผุ ลและสร้างสรรค์ รวมทง้ั สามารถเลือกฟงั และดสู ่ือทเ่ี หมาะสมแก่ตนเอง
LO–Th–02 มีความเข้าใจในความหมาย หลักการพูดสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ และสามารถพูดสื่อสารได้
อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
LO–Th–03 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองจากคำที่มี ร ล เป็นพยัญชนะต้น คำท่ีมีพยญั ชนะ
ควบกลำ้ คำทมี่ ีอักษรนำ คำท่ีประสมอักษรยอ่ และเครือ่ งหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง และมมี ารยาทในการอา่ น
LO–Th–04 สามารถอ่านสญั ลักษณ์ และแผนผงั และอ่านหนงั สอื ตามความสนใจไดอ้ ย่างถูกต้อง และนำไป
ปรบั ใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั
LO–Th–05 อา่ นจับใจความ และสามารถสรุปความรแู้ ละข้อคิดจากเร่ืองทอี่ า่ นเพื่อนำไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวนั ตลอดจนมีนสิ ัยรกั การอา่ น
LO–Th–06 คัดลายมือดว้ ยตวั บรรจงคร่ึงบรรทัดตามรปู แบบการเขียนตวั อกั ษรไทย ใชค้ ำไดถ้ ูกต้อง เขียน
สอ่ื สาร เขยี นแนะนำตวั ได้อย่างถกู ต้อง และมมี ารยาทในการเขียน
LO–Th–07 มคี วามรู้ และความเข้าใจเรื่องการเขียนเพ่ือการสื่อสาร ความหมายและลกั ษณะของสญั ลกั ษณ์
ท่ีปรากฏในส่ือ ต่าง ๆ สามารถเขยี นคำขวัญได้อยา่ งถกู ต้องตามมาตรฐาน เหมาะสมกบั บคุ คล โอกาส
กาลเทศะเปน็ กลางและสรา้ งสรรค์
LO–Th–08 นำแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคิดไปพฒั นางานเขียนและเขยี นเรอื่ งตามจินตนาการ
ไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
LO–Th-09 ใช้ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิน่ ได้เหมาะสมกบั บคุ คล โอกาสและกาลเทศะตลอดจนเข้า
ใจความหลากหลายของผู้อืน่ โดยเรียนรูผ้ า่ นภาษาถิ่น
LO–Th–10 บอกชนดิ ของคำ ประโยคสามัญ สำนวนทีเ่ ป็นคำพังเพยและสุภาษิตได้ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั
บคุ คล โอกาส และกาลเทศะ รวมทั้งใชป้ ระโยคสื่อสารได้ถูกตอ้ งตามหลักภาษา
LO–Th–11 แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนส่แี ละแต่งคำขวญั ได้ถูกต้องและมวี รรณศิลป์
LO–Th–12 มีเจตคติที่ดีต่อการใชภ้ าษาไทยอยา่ งถูกต้อง รกั การเรียนภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการอนุรกั ษ์
ภาษาไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ
ของชาติ
82
ผลลพั ธ์การเรยี นร้รู ายชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
LO–Th-01 ฟัง ดูส่ือต่าง ๆ พูดส่ือสารในรูปแบบต่าง ๆ พูดแสดงการคิดวิเคราะห์ ความรู้สึก และแสดงความ
คิดเห็นอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ เลือกฟังและดูสื่อที่เหมาะสมแก่ตนเอง และสามารถวิเคราะห์ความ
นา่ เชือ่ ถือจากเร่ืองทฟี่ ังและดูในชวี ิตประจำวันได้
LO–Th–02 มีความเข้าใจในความหมาย หลักการพูดสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ และสามารถพูดเล่าเร่ือง พูด
นำเสนอ และพดู แสดงความคดิ เห็นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
LO–Th–03 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง จากคำท่ีมีพยัญชนะควบกล้ำ คำท่ีมีอักษรนำ คำ
ท่ีมีตัวการันต์ อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน ข้อความที่เป็นการบรรยายและพรรณนา ข้อความที่มี
ความหมายโดยนัยไดถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมและ และไพเราะ
LO–Th–04 สามารถอ่านตาราง แผนภูมิ งานเขยี นเชิงอธิบาย คำส่งั ข้อแนะนำและปฏบิ ัติตาม อา่ นหนงั สือ
ตามความสนใจได้อย่างถูกต้อง และนำไปปรับใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั
LO–Th–05 อ่านเพือ่ วเิ คราะห์ และตคี วามจากเรื่องที่อ่าน และนำไปประยกุ ต์ใช้จากส่ือต่าง ๆ สามารถ
แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรอ่ื งที่อ่าน ตลอดจนมีนิสยั รักการอา่ น
LO–Th–06 รู้และเข้าใจเกี่ยวกบั การเขียนจดหมาย การเขียนย่อความได้อย่างถูกต้อง สามารถคัดลายมอื ตวั
บรรจงคร่งึ บรรทดั โดยใชค้ ำไดถ้ กู ต้องเหมาะสม และมมี ารยาทในการเขยี น
LO–Th–07 มีความรู้ และความเขา้ ใจเรื่องการเขียนแสดงความร้สู ึกและความคดิ เห็นเกีย่ วกบั เร่ืองท่ดี ูได้
อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เหมาะสมกบั บุคคล โอกาสกาลเทศะเปน็ กลางและสร้างสรรค์
LO–Th–08 นำแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขยี นและเขียนเรื่องตามจินตนาการ
ไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
LO–Th-09 ใช้ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น รวมทง้ั ใชค้ ำทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศไดเ้ หมาะสมกับบคุ คล
โอกาสและกาลเทศะ ตลอดจนเข้าใจความหลากหลายของผูอ้ ืน่ โดยเรียนรู้ผา่ นภาษาถนิ่
LO–Th–10 บอกชนดิ ของคำประโยคและส่วนประกอบของประโยค ใช้คำราชาศัพท์ คำท่ีมาจาก
ภาษาต่างประเทศ สำนวนทเ่ี ป็นคำพงั เพยและสภุ าษติ ได้ถูกตอ้ ง เหมาะสมกับบุคคล โอกาสและกาลเทศะ
รวมทง้ั ใชป้ ระโยคสือ่ สารได้ถูกต้องตามหลักภาษา
LO–Th–11 แต่งบทร้อยกรองประเภทกาพยย์ านี11 ได้ถูกต้องและมวี รรณศิลป์
LO–Th–12 มีเจตคติที่ดีต่อการใชภ้ าษาไทยอย่างถกู ต้อง รกั การเรียนภาษาไทย เห็นคณุ ค่าของการอนรุ ักษ์
ภาษาไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนไ์ ด้อย่างถูกต้องเหมาะสม และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ
ของชาติ
83
ผลลัพธ์การเรียนรู้รายชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
LO–Th-01 ฟัง ดูส่ือต่าง ๆ แล้วสามารถวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือได้ สามารถพูดส่ือสารในรูปแบบต่าง ๆ
พูดแสดงการคิดวิเคราะห์ ความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ เลือกฟังและดูส่ือที่
เหมาะสมแกต่ นเอง และพดู แสดงความรคู้ วามเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเรือ่ งท่ีฟงั และดูสอ่ื โฆษณา
LO–Th–02 พดู โนม้ น้าวในสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ย่างมเี หตุผลและน่าเชอ่ื ถือ
LO–Th–03 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยท่ีประกอบด้วยคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ อักษรย่อ
และเคร่ืองหมายวรรคตอน วัน เดือน ปี แบบไทย ข้อความท่ีเป็นโวหารต่าง ๆ สำนวนเปรียบเทียบสามารถ
ถ่ายทอด ความหมาย และอารมณค์ วามรสู้ กึ จากเรอ่ื งทอี่ า่ นได้ดี และมีมารยาทในการอ่าน
LO–Th–04 สามารถอา่ นแผนท่ี กราฟ และงานเขียนเชงิ อธิบาย คำส่ัง ข้อแนะนำและปฏบิ ตั ติ าม อธิบาย
ความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมแิ ละกราฟ และอา่ นหนังสือตามความสนใจอย่าง
ถูกต้อง และอธบิ ายคุณค่าท่ีไดร้ ับเพ่ือนำไปปรับใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
LO–Th–05 อา่ นเพ่อื ประเมินค่า แสดงความคดิ เห็น สามารถแยกข้อเท็จจริง และข้อคดิ เหน็ จากเรื่องที่อา่ น
อธบิ ายการนำความร้แู ละความคิดจากเร่ืองท่ีอา่ นไปตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาในการดำเนินชวี ิต ตลอดจนมนี ิสยั รกั การ
อ่าน
LO–Th–06 รู้และเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเขยี นบนั ทึก และหลักการใช้คำให้ถูกต้อง สามารถคัดลายมือตัวบรรจง
ครงึ่ บรรทัด โดยใช้คำได้ถูกต้องเหมาะสม และมีมารยาทในการเขียน
LO–Th–07 มีความรู้ และความเข้าใจเร่ืองการเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นเกีย่ วกับเรอื่ งทีอ่ ่าน
และจากจากสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างถูกตอ้ งตามมาตรฐาน เหมาะสมกับบุคคล โอกาสกาลเทศะเปน็ กลางและ
สรา้ งสรรค์
LO–Th–08 นำแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคิดไปพฒั นางานเขยี น เขยี นเรียงความและเขยี นเร่ือง
ตามจนิ ตนาการได้ถูกต้องและเหมาะสม
LO–Th-09 ใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น รวมทง้ั ใชค้ ำท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศไดเ้ หมาะสมกบั บคุ คล
โอกาสและกาลเทศะตลอดจนเขา้ ใจความหลากหลายของผู้อน่ื โดยเรยี นรผู้ า่ นภาษาถน่ิ
LO–Th–10 บอกชนดิ ของคำใช้คำราชาศัพท์คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ กลมุ่ คำหรือวลี ประโยคสามัญ
ประโยครวมประโยคซ้อน สำนวนที่เป็นคำพังเพย และสภุ าษติ ได้ถูกต้อง เหมาะสมกบั บคุ คล โอกาสและ
กาลเทศะรวมทง้ั ใช้ประโยคส่ือสารได้ถกู ต้องตามหลกั ภาษา
LO–Th–11 แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพได้ถูกตอ้ งและมีวรรณศิลป์
LO–Th–12 มีเจตคติทด่ี ตี ่อการใชภ้ าษาไทยอยา่ งถูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการอนรุ กั ษ์
ภาษาไทย สามารถนำความรู้ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิ
ของชาติ
84
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
สาระสำคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้
ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความคิดของนักเรียนในช่วงช้ันท่ี ๒ ช่วยให้นักเรียน
คดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และตัดสินใจแก้ปัญหาได้อยา่ งเหมาะสม มีวิจารณญาณบนหลักเหตุผลอย่างรอบด้าน
รู้เท่ากันการเปล่ียนแปลงทางสังคม ส่ิงแวดล้อม และเทคโนโลยี การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ทางคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนจะส่งผลให้นักเรยี นมีความสามารถในการคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ คดิ อย่างมีเหตุผล
เป็นระบบ มีแบบแผน สื่อสาร นำเสนอ เลือกใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้
คณิตศาสตรย์ ังเป็นเครอื่ งมือในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือให้มีความเข้าใจ
เก่ียวกับปรากฏการณ์ต่าง ๆ รอบตัว สามารถแก้ปัญหาในชีวิตจริง อยู่ร่วมกับธรรมชาติและผู้อื่นในสังคม
ได้อยา่ งมีความสขุ
ลกั ษณะเฉพาะ/ ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการคำนวณ การคิด การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์
เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง สำหรับนักเรียนช่วงช้ันที่ 2 จะได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบเก่ียวกับจำนวน
การดำเนินการของจำนวน การวัด รูปเรขาคณิต แบบรูปและความสัมพันธ์ และสถิติ ใช้การให้เหตุผล
ทีส่ มเหตุสมผลเพอื่ สร้างข้อคาดการณแ์ ละข้อสรปุ ทน่ี ำไปสทู่ ฤษฎี กฎ สูตร และนำไปใช้
คณิตศาสตร์มีความถูกต้องเท่ียงตรง คงเส้นคงวา มีระเบียบแบบแผน เป็นเหตุเป็นผล เพ่ือให้ได้
ข้อสรุปและนำไปใช้ประโยชน์ คณิตศาสตร์มีลักษณะเป็นภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจตรงกันในการส่ือสาร
สอ่ื ความหมายและถา่ ยทอดความร้รู ะหวา่ งศาสตร์ต่าง ๆ
จดุ เนน้ การพัฒนา
ในกลุม่ สาระการเรียนรู้นี้ สำหรับนักเรียนในช่วงชนั้ ท่ี 2 มจี ดุ เนน้ ในการพัฒนาดงั นี้
จำนวนและการดำเนินการเน้นต่อยอดกระบวนการคิดจากช่วงช้ันที่ 1 มาสู่การเรียนรู้จำนวนนับและ
การดำเนินการของจำนวนนับท่ีมากกว่า 100,000 ผ่านกิจกรรมแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์จากสถานการณ์
ต่าง ๆ ในชีวิตจริงจนเกิดการคิดท่ียืดหยุ่นและรอบคอบ จากน้ันขยายแนวคิดทั้งด้านความรู้และทักษะต่าง ๆ
ไปใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับเศษส่วนและทศนิยม การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน ทศนิยม
เช่ือมโยงกับสถานการณ์ท่ีเกี่ยวกับการวัดและเรขาคณิต แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอัตราส่วนและร้อยละ
บูรณาการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตจรงิ แก้ปญั หาด้วยแนวคิดท่หี ลากหลายหรือแตกตา่ งอย่างมมุ านะ
แบบรูปและความสัมพันธ์เน้นเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของจำนวนและสิ่งต่าง ๆ ท่ีอยู่ในลักษณะของ
แบบรูปโดยสังเกต ค้นหาความสัมพันธ์ สร้างข้อคาดการณ์และข้อสรุปเพื่อนำไปสู่การสร้างแบบรูป สร้างสรรค์
ผลงาน หรอื แก้ปัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ดว้ ยแนวคดิ ท่หี ลากหลายหรอื แตกต่าง
รปู เรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติเน้นการสร้างข้อคาดการณ์และข้อสรปุ ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
โดยสำรวจ สังเกต วัด หรือสร้างแบบจำลอง เพื่ออธิบายลักษณะและบอกส่วนต่าง ๆ สร้างข้อคาดการณ์
ใหเ้ หตุผล เสนอขอ้ โต้แย้ง โดยมขี ้อเทจ็ จริงทางคณิตศาสตร์รองรับ จนนำไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับสมบัตติ ่าง ๆ และ
แนวคิดหรือวิธีการหาความยาวรอบรูป พ้ืนท่ี ปริมาตรและความจุ นำไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ดว้ ยแนวคิดทหี่ ลากหลายหรือแตกต่าง
85
เวลาและระยะเวลาในช่วงช้ันนี้เป็นการต่อยอดการเรียนรู้จากช่วงชั้นที่ 1 เน้นการเชื่อมโยงกับ
สถานการณ์ในชีวิตจริง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรียน หรือชุมชน ท่ีมีการแสดงเวลาเป็นชั่วโมง
นาที และวนิ าที
ข้อมูลแล ะก ารน ำเสน อข้อมู ล เน้น การใช้ก ระบ วน การทางสถิติเพ่ื อห าค ำตอบ จาก ปัญ ห า ที่ส นใจ
ในโรงเรียนหรือชุมชน โดยเก็บรวบรวมข้อมูล นำเสนอข้อมูลโดยใช้เคร่ืองมือพ้ืนฐานหรือซอฟต์แวร์ วิเคราะห์
ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล รวมทั้งใช้ข้อมูลจากส่ือต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน เพื่ออธิบายสถานการณ์ คาดการณ์
หรอื ตดั สนิ ใจ
การนำไปใช้ในชีวิตจริง
ในช่วงชั้นที่ 2 เม่ือนักเรียนไดเ้ รียนร้คู ณิตศาสตร์ผ่านการสะท้อนความคิด (reflect) จากประสบการณ์
ในการแก้ปัญหา จะทำให้นักเรียนมองเห็นปัญหาในชีวิตจริงด้วยมุมมองของตนเองและผู้อื่น คิดวิเคราะห์
คิดอย่างเป็นระบบ เพ่ือตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลและเหมาะสมกับสถานการณ์
มีแนวคิดท่ีหลากหลายและยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา ต่อยอดแนวคิดและกระบวนการเรียนรู้เพ่ือสร้างแนวคิด
ใหม่หรือแก้ปัญหาท่ีเกิดขึ้นในชีวิตจริง รวมถึงค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบของปัญหาท่ีสนใจหรือสร้างสรรค์
สิ่งใหม่ ๆ นอกจากน้ีนักเรียนสามารถส่ือสาร สื่อความหมาย และนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนแนวคิด
ของตนเอง หรือโต้แย้งแนวคดิ ของผ้อู ่ืนอย่างสมเหตุสมผลซง่ึ นำไปสู่การอยู่รว่ มกนั ในสังคมอย่างมีความสขุ
การบูรณาการกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
ภาษาไทย/ ภาษาต่างประเทศ สามารถส่ือสารด้วยภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านการอ่าน ฟัง เขียน พูด โดยใช้คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ เช่น อ่านและเขียนแสดง
จำนวนของสิ่งต่าง ๆ จำนวนเงิน เวลา ตารางหรือแผนภูมิแสดงข้อมูลในบทความ รายงาน ข่าว ป้ายประกาศ
หรือปา้ ยโฆษณา ฟังประกาศหรือโฆษณาจากส่ือต่าง ๆ นำเสนอผลงานอย่างเปน็ ลำดับขั้นตอน
ศิลปะ สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะตามจินตนาการ โดยใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เช่น
ออกแบบและประดิษฐ์ลวดลายตา่ ง ๆ ของเลน่ ของใช้ หรือแบบจำลองของส่ิงต่าง ๆ โดยใช้ความรู้เรอื่ งสว่ นของ
เส้นตรง เส้นต้ังฉาก เส้นขนาน การวัด รูปเรขาคณิต มาตราส่วน ออกแบบจังหวะหรือทำนองเพลง ออกแบบ
ท่าการแสดง โดยใช้ความรู้เร่ืองแบบรูป รวมท้ังสามารถส่ือสาร ส่ือความหมาย และนำเสนอแนวคิดหรือ
เรอ่ื งราวของตนเองผ่านงานศิลปะ
สุขศึกษาและพลศึกษา สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในกจิ กรรมต่าง ๆ เช่น ออกแบบ
ท่ากายบริหารหรือท่าเต้นประกอบเพลงโดยใช้ความรเู้ รื่องแบบรูป กำหนดตารางการแข่งขัน บอกวันและเวลา
ในการแข่งขัน บอกระยะเวลาว่ิงหรือว่ายน้ำ อ่านกราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กไทย
อ่านอุณหภมู ิรา่ งกายจากเคร่ืองวดั อุณหภูมิ การอา่ นฉลากโภชนาการ
สังคมศกึ ษา สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น จัดทำแผนภาพลำดับ
เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตามระยะเวลาหรือช่วงเวลา บอกพื้นท่ีของจังหวัดตนเองหรือประเทศจากแผนที่
ท่ีมีมาตราส่วน วางแผนการใช้จ่ายของตนเองและครอบครัว รวมถึงใช้กระบวนการทางสถิติในการแก้ปัญหา
สิ่งแวดล้อมในชมุ ชน เชน่ การลดปริมาณขยะมูลฝอย การลดการใช้พลาสตกิ
วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้เป็นเครื่องมือ
ในการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น วัดและบันทึกความยาว น้ำหนัก อุณหภูมิ ปริมาตรที่วัดได้
เป็นทศนิยม วัดและบันทึกระยะเวลาเป็นนาที วนิ าที ออกแบบตารางบันทึกข้อมูล ออกแบบและนำเสนอข้อมูล
ที่รวบรวมได้ด้วยตาราง แผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม และกราฟเส้น อ่านและแปลความหมายข้อมูล
เพื่อลงข้อสรปุ อธบิ ายเหตุการณ์ ปรากฎการณ์ คาดการณ์ ตัดสินใจ
86
เทคโนโลยีดิจิทัล สามารถบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเรียนรู้และแก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ เช่น สืบค้นและประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ใช้ซอฟต์แวร์เพ่ือช่วย
ในการคำนวณ การวดั หรือนำเสนอขอ้ มูล
การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้
เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์แนวทาง วางแผน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ เช่น สำรวจตลาดและ
วิเคราะห์ข้อมลู คำนวณต้นทุน กำไร ขาดทุน ทำบัญชรี ายรับรายจ่ายต่าง ๆ ในการประกอบการ การออกแบบ
ผลติ ภณั ฑ์เพอ่ื เพม่ิ มลู คา่ หรอื ลดตน้ ทนุ
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
สมรรถนะเฉพาะ 1. การจัดการตนเอง
2. การคิดข้ันสูง
1. การแกป้ ัญหา 3. การสือ่ สาร
5. การเปน็ พลเมืองที่เข้มแข็ง
1.1 มคี วามอยากรู้อยากเห็น มองเห็นปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6. การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติ
ในชวี ิตจรงิ ด้วยมมุ มองของตนเอง (thinking mathematically)
และวทิ ยาการอย่างยั่งยนื
1.2 แก้ปัญหาในชีวติ จรงิ ดว้ ยแนวคดิ ของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ
และเรยี นรู้คณิตศาสตร์ผ่านการสะท้อนความคิด (reflect) 1. การจัดการตนเอง
จากประสบการณ์ของตนเองหรอื แลกเปลี่ยนกับผูอ้ ่นื 2. การคิดขนั้ สูง
3. การส่ือสาร
1.3 มคี วามกระตือรอื รน้ และมมุ านะในการแก้ปญั หาทางคณติ ศาสตร์ 4. การรวมพลังทำงานเปน็ ทมี
1.๔ ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของการใชค้ ณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หา 5. การเปน็ พลเมืองท่ีเข้มแขง็
2. การส่ือสาร และนำเสนอ (Communication and presentation) 6. การอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติ
2.1 ส่ือสารแนวคิดทางคณิตศาสตรข์ องตนเองอย่างมั่นใจ โดยใช้ และวิทยาการอย่างยง่ั ยืน
การแสดงแทนทางคณิตศาสตรท์ ห่ี ลากหลาย ดว้ ยสือ่ ของจริง
รปู ภาพ งานศลิ ปะ แผนภาพ ภาษา หรอื สัญลกั ษณ์ 2. การคิดข้นั สูง
3. การสื่อสาร
2.2 รับฟงั เขา้ ใจความหมาย เคารพในความแตกตา่ งระหว่างตนเอง 4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
กับผอู้ ื่นเหน็ คุณค่าแนวคดิ ของผู้อ่ืน 6. การอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติ
2.3 แสดงวิธคี ิด หลกั ฐาน หรือข้อมลู ประกอบการแกป้ ัญหา และวิทยาการอย่างยง่ั ยืน
เพ่ือนำเสนอแนวคดิ หรือวธิ กี ารของตนเองอย่างเป็นระบบ
3. การใหเ้ หตุผล
3.1 ใหเ้ หตผุ ลทางคณิตศาสตร์สนับสนุนแนวคดิ หรือข้อคาดการณข์ อง
ตนเองไดอ้ ย่างสมเหตสุ มผล ให้เหตุผลเชิงตรรกะ (logical
reasoning) โดยใชข้ ้อเท็จจริง สมบัติตา่ ง ๆ หรือข้อสรปุ ทั่วไปทาง
คณิตศาสตร์
3.2 รับฟัง พจิ ารณาแนวคิดของผู้อน่ื หรือข้อมูลในรูปแบบตา่ ง ๆ
ประกอบการตัดสนิ ใจเพ่ือสนับสนุนหรือโตแ้ ย้งอยา่ งเหมาะสม
3.3 ตระหนกั ถึงความจำเปน็ และความสำคญั ในการให้เหตุผล
87
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลัก
4. การสร้างข้อสรุปท่ัวไป และขยายแนวคดิ (Generalization and extension)
4.1 สร้างข้อคาดการณ์ ผา่ นการสังเกต ค้นหาลักษณะรว่ มท่ีเกดิ ข้ึนจาก 2. การคิดขน้ั สูง
กรณีเฉพาะ โดยใชม้ ุมมองทางคณติ ศาสตร์ ทัง้ ดา้ นความรูแ้ ละ 6. การอยู่รว่ มกบั ธรรมชาติ
วธิ ีการเรียนรู้ (how to learn) เพอ่ื สรา้ งข้อสรุปทวั่ ไป และวิทยาการอยา่ งยง่ั ยืน
(generalization)
4.2 ขยายแนวคดิ (extension) โดยใชค้ วามรแู้ ละวิธกี ารเรยี นรู้
(how to learn) ทไ่ี ด้เรียนรู้มากอ่ นเพอ่ื สร้างแนวคิดใหม่ หรอื
แก้ปญั หาในสถานการณต์ ่าง ๆ ในชวี ติ จริง
5. การคดิ สรา้ งสรรค์
5.1 คิดได้อย่างหลากหลาย ละเอียดละออ แตกต่างจากเดิม คิดรเิ ริ่ม 2. การคิดขั้นสูง
5.2 ประยกุ ตแ์ ละนำไปใช้ได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว ยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา 6. การอยรู่ ่วมกับธรรมชาติ
ในสถานการณต์ ่าง ๆ และวิทยาการอย่างยงั่ ยืน
6. การใช้เครอ่ื งมือและเทคโนโลยีในการเรยี นรู้
6.1 ใช้และแบง่ ปันส่อื การเรียนรูแ้ ละเทคโนโลยีต่าง ๆ เพ่ือแสดงแนวคิด 2. การคิดขน้ั สูง
สร้างความเขา้ ใจ หรือแก้ปญั หา 3. การสื่อสาร
4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี
6.2 สืบค้น ตรวจสอบแหลง่ ทีม่ า (origin) ของข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ 5. การเปน็ พลเมืองท่ีเข้มแข็ง
ต่าง ๆ และเลือกใชป้ ระกอบการเรยี นรู้และแก้ปัญหาในชวี ติ จริงได้ 6. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
อยา่ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ และร้เู ทา่ ทัน
และวิทยาการอย่างย่ังยืน
ผลลัพธ์การเรียนรเู้ ม่ือจบชว่ งชัน้ ที่ ๒
1. สื่อสารทางคณิตศาสตร์เก่ียวกับจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยม ร้อยละและอัตราส่วนได้ถูกต้อง และนำไปใช้
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
2. อธิบายความสัมพันธ์ของจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับ
เศษสว่ น และทศนิยม พร้อมให้เหตุผล
3. อธิบายความสัมพันธ์ของแบบรูป แสดงแนวคิดประกอบการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ สร้างข้อคาดการณ์
และขอ้ สรปุ และแก้ปัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างหลากหลายหรอื แตกตา่ งจากเดิม
4. อธิบายสถานการณ์ในชีวิตจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินการของจำนวนนับ เศษส่วน และทศนิยม สร้างตัวแบบ
เชิงคณิตศาสตรใ์ นการดำเนนิ การ หาผลลพั ธ์ของการดำเนนิ การได้อย่างคลอ่ งแคล่ว ยืดหยุ่น รอบคอบ และ
แปลความหมายภาษาและสัญลกั ษณท์ างคณติ ศาสตร์เป็นสถานการณ์ในชวี ติ จรงิ
5. แก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยม ร้อยละและอัตราส่วนในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยแนวคิด
ทห่ี ลากหลายหรือแตกต่างจากเดมิ อย่างมุมานะ และกระตือรือรน้ พร้อมทัง้ แลกเปลีย่ นแนวคดิ ร่วมกับผู้อื่น
โดยตระหนกั ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
6. ส่อื สารเกีย่ วกับระยะเวลาไดถ้ กู ตอ้ ง และแกป้ ญั หาในสถานการณต์ ่าง ๆ อย่างมุมานะ และกระตอื รือรน้
7. ส่ือสารทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับจุด มุม เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง รังสี เส้นตั้งฉาก และเส้นขนาน โดยใช้
สญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ได้ถกู ต้อง พร้อมทัง้ อธบิ ายสมบัติของเส้นขนาน และนำไปใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ
88
8. ให้เหตุผล สร้างข้อคาดการณ์และข้อสรุปเกี่ยวกับสมบัติของรูปสามเหล่ียม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม และขยาย
แนวคิดเพื่อหาความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปสามเหลี่ยม รูปส่ีเหลี่ยม และวงกลมในสถานการณ์ต่าง ๆ
ด้วยวธิ ที ห่ี ลากหลาย
9. ให้เหตุผลในการจำแนก อธิบายลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของแบบจำลอง และสร้างแบบจำลองของปริซึม
พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลม สร้างข้อคาดการณ์และข้อสรุปเก่ียวกับการหาปริมาตรและ
ความจขุ องทรงสี่เหล่ยี มมุมฉาก และหาปริมาตรและความจขุ องทรงส่เี หลี่ยมมมุ ฉาก
10.แก้ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสามเหล่ียม รูปส่ีเหล่ียม และวงกลม ปริมาตรและ
ความจุของทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยแนวคิดที่หลากหลายหรือแตกต่างจากเดิม
อยา่ งมมุ านะ และกระตอื รอื รน้ พร้อมทัง้ แลกเปลย่ี นแนวคิดรว่ มกบั ผู้อ่ืน
11. จัดการข้อมูล และนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง ตาราง กราฟเส้น แผนภูมิรูปวงกลม ได้อย่างเหมาะสม
โดยใช้เทคโนโลยี วิเคราะห์และแปลความหมายของข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ สื่อสารและใช้ข้อมูลเพ่ือแก้ปัญหา
ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ อธิบายเหตุการณ์ คาดการณ์ หรอื ตดั สนิ ใจอย่างรูเ้ ท่าทนั
12.รว่ มกนั วางแผน มสี ว่ นรว่ มในการแก้ปัญหาทางสถิติในสถานการณต์ ่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั โรงเรียนและชุมชน
อยา่ งมมุ านะ กระตอื รือร้น และสรา้ งสรรค์
ผลลพั ธก์ ารเรยี นรรู้ ายชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
LO – Mat – 01 สอ่ื สารเก่ยี วกับจำนวนนบั ทม่ี ากกวา่ 100,000 เศษส่วนและทศนิยม สามารถนำไปใช้ ใน
สถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งมุ่งม่ัน
LO – Mat – 02 อธบิ ายและแสดงความสัมพันธ์ของจำนวนนบั เศษส่วนและทศนิยม จากสถานการณ์ตา่ งๆใน
ชีวติ จริง และเขยี นแสดงจำนวนนับ และทศนยิ มในรูปกระจาย เปรยี บเทียบและเรียงลำดับ
เศษส่วนและทศนยิ มพร้อมใหเ้ หตผุ ล
LO – Mat – 03 สือ่ สารและนำเสนอขอ้ คาดการณ์และข้อสรุปทไ่ี ดจ้ ากความสมั พันธ์ของแบบรปู และ
แก้ปัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆได้อยา่ งสมเหตสุ มผล
LO – Mat – 04 เลอื กใชว้ ิธกี ารตา่ งๆในการหาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารและผลลพั ธ์ของการบวก ลบ
คูณ หารระคนของจำนวนนบั และการบวก การลบเศษสว่ น และจำนวนคละและทศนิยม
ไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ เชื่อมโยงความสัมพันธ์และสมบัติตา่ งๆเก่ียวกบั จำนวนและนำไปใช้ ใน
สถานการในชวี ิตจรงิ อย่างมเี หตผุ ล
LO – Mat – 05 แกป้ ัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนบั การบวก และการลบเศษสว่ น
การบวกและการลบทศนิยมไม่เกนิ สามตำแหนง่ ดว้ ยแนวคดิ ที่หลากหลาย พรอ้ มทง้ั
แลกเปลย่ี นแนวคดิ รว่ มกบั ผอู้ นื่ โดยเลอื กใชเ้ ครื่องมือการเรยี นรู้ทเ่ี หมาะสม
LO – Mat – 06 สื่อสารเกยี่ วกับระยะเวลาได้ถูกตอ้ ง และแก้ปญั หาเกี่ยวกับเวลา โดยใช้ความสัมพนั ธ์
ระหว่างหนว่ ยเวลา อยา่ งมุมานะ และกระตอื รือรน้
LO – Mat – 07 ระบแุ ละอธบิ ายสว่ นประกอบและลักษณะของจดุ เส้นตรง ส่วนของเสน้ ตรง รงั สี มุม วัด
ขนาด บอกชนิดของมุม และสร้างมุมขนาดต่าง ๆ พร้อมทั้งเขยี นแสดงดว้ ยสญั ลักษณ์
LO – Mat – 08 จำแนกและอธบิ ายเกีย่ วกบั ชนิดและสมบตั ขิ องรปู สเี่ หลย่ี มมุมฉาก หาความยาวรอบรูป
และพื้นที่ของรปู สเี่ หล่ยี มมุมฉาก นำไปใช้ ในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยวธิ ที หี่ ลากหลาย
LO – Mat – 09 จำแนกและบอกลักษณะและสว่ นตา่ งๆของปริซึม พรี ะมดิ ทรงกระบอก กรวย และ
89
ทรงกลม พรอ้ มสรา้ งแบบจำลองรูปเรขาคณิตสามมิตแิ ต่ละชนิดพรอ้ มใหเ้ หตุผล
LO – Mat – 10 แกป้ ัญหาเกีย่ วกบั ความยาวรอบรูป พ้ืนทขี่ องรปู สามเหลีย่ ม ส่ีเหลีย่ ม และวงกลมอยา่ ง
มุง่ ม่นั พร้อมแลกเปล่ยี นแนวคิดร่วมกับผู้อนื่
LO – Mat – 11 อ่าน วิเคราะห์ และแปลความหมายของข้อมลู จากแผนภูมิแท่ง เขยี นแผนภมู แิ ทง่ เพอื่
อธบิ ายหรอื แกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่างๆอย่างเหมาะสม
LO – Mat – 12 วางแผนตั้งคำถามจากประเดน็ ปัญหาที่สนใจ ประเมินและเลอื กวธิ ีการเก็บรวบรวม จดั การ
ขอ้ มูลทเ่ี หมาะสม วิเคราะห์ แปลความหมายขอ้ มลู และใช้ขอ้ มูลแกป้ ัญหาสถานการณต์ า่ งๆ
อย่างสรา้ งสรรค์
ผลลัพธ์การเรยี นรรู้ ายช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
LO – Mat – 01 สอื่ สารเก่ยี วกับการบวก ลบ คูณ และหารเศษส่วนและทศนิยม หาค่าประมาณ หาร้อยละ
เปอรเ์ ซน็ ต์ และนำไปใช้ ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งมงุ่ มน่ั
LO – Mat – 02 อธบิ ายและแสดงความสัมพนั ธ์ของ เศษส่วน ทศนยิ ม และรอ้ ยละจากสถานการณ์ต่าง ๆ ใน
ชีวติ จรงิ และเขียนแสดงทศนยิ มในรปู กระจายตามคา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั
เปรยี บเทยี บและเรยี งลำดบั ของเศษส่วน ทศนิยม พร้อมให้เหตผุ ลในการเปรียบเทยี บ
LO – Mat – 03 สรา้ งขอ้ คาดการณ์และข้อสรุปของแบบรูป และแกป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆได้อยา่ ง
สมเหตสุ มผล
LO – Mat – 04 อธิบาย และหาผลลพั ธ์การบวก การลบ การคณู การหาร ทศนิยมและเศษสว่ น
จำนวนคละ ได้อยา่ งคล่องแคลว่ เช่อื มโยงความสัมพนั ธแ์ ละสมบัติตา่ งๆเกย่ี วกับจำนวนและ
นำไปใช้ ในสถานการในชีวิตจรงิ อยา่ งมีเหตุผล
LO – Mat – 05 แก้ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษสว่ น การคูณ และการหารทศนยิ ม
ร้อยละ ดว้ ยแนวคิดท่ีหลากหลาย พรอ้ มทั้งแลกเปลีย่ นแนวคดิ รว่ มกบั ผู้อ่ืน โดยเลอื กใช้
เคร่อื งมอื การเรียนรู้ท่ีเหมาะสม
LO – Mat – 06 อธบิ ายสมบตั ิของเสน้ ขนาน สรา้ งเสน้ ขนานและนำไปใช้ในสถานการณต์ า่ งๆได้
LO – Mat – 07 จำแนกและอธิบายชนดิ และสมบัติของรูปสี่เหลยี่ ม การสรา้ งรปู ส่ีเหล่ียม ความยาวรอบรูป
ของรูปส่ีเหลี่ยม และพ้นื ท่ีของรปู ส่เี หล่ยี มดา้ นขนานและรปู ส่ีเหลย่ี มขนมเปยี กปูน นำไปใช้
ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ดว้ ยวธิ ีที่หลากหลาย
LO – Mat – 08 สรา้ งขอ้ คาดการณแ์ ละข้อสรปุ เกี่ยวกบั การหาปริมาตร และความจขุ องทรงสเี่ หล่ยี มมมุ ฉาก
และความจขุ องภาชนะทรงสีเ่ หล่ยี มมุมฉาก นำไปใช้ ในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้
LO – Mat – 09 แกป้ ญั หาเกยี่ วกับปริมาตรและความจุของทรงส่ีเหล่ยี มมุมฉาก รปู เรขาคณิตสามมติ ิท่ี
ประกอบด้วยทรงส่ีเหลี่ยมมมุ ฉากในสถานการณต์ ่างๆอย่างมุง่ มั่นพร้อมแลกเปล่ยี นแนวคิด
รว่ มกบั ผู้อ่ืน
LO – Mat – 10 อ่าน วิเคราะห์ แปลความหมายของข้อมูล จากกราฟเส้น เขียนและนำเสนอกราฟเสน้ เพ่ือ
อธิบายหรอื แก้ปัญหาในสถานการณต์ ่างๆอยา่ งเหมาะสม
LO – Mat – 11 วางแผนตัง้ คำถามจากประเด็นปญั หา สง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรียนและชมุ ชน ประเมินและเลือก
วิธกี ารเก็บรวบรวม จดั การขอ้ มลู ทีเ่ หมาะสม วิเคราะห์ แปลความหมายขอ้ มูลและใช้ข้อมลู
แกป้ ญั หาสถานการณ์ต่างๆ อยำ่ งสรำ้ งสรรค์
90
ผลลัพธก์ ารเรยี นรรู้ ายชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6
LO – Mat – 01 สื่อสารเก่ยี วกบั เศษส่วน ทศนยิ ม ร้อยละและอัตราส่วน ได้ถูกต้อง และสามารถแก้โจทย์
ปญั หาและนำไปใช้ ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมงุ่ ม่นั
LO – Mat – 02 อธิบายและแสดงความสมั พนั ธ์ของเศษสว่ น จำนวนคละ ทศนยิ ม รอ้ ยละและอตั ราสว่ นจาก
สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวติ จรงิ เปรยี บเทยี บและเรียงลำดับทศนยิ ม เศษสว่ น และจำนวนคละ
พร้อมใหเ้ หตุผลในการเปรียบเทียบ
LO – Mat – 03 ส่อื สารและนำเสนอขอ้ คาดการณ์และข้อสรปุ ทไ่ี ดจ้ ากความสมั พนั ธ์ของแบบรปู สรา้ งแบบรปู
และแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆได้อยา่ งสมเหตสุ มผล
LO – Mat – 04 อธิบาย และหาผลลัพธ์การบวก และการลบ และการบวก การลบ การคูณ การหารระคนเศษส่วน
จำนวนคละ และการหารทศนิยมไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ เชอื่ มโยงความสมั พนั ธ์และสมบัตติ ่างๆ
เก่ียวกับจำนวนและนำไปใช้ ในสถานการในชีวติ จรงิ อยา่ งมีเหตผุ ล
LO – Mat – 05 แกป้ ญั หาเกย่ี วกับการบวก และการลบ การคณู การหารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ
การหารทศนยิ ม และอัตราส่วนและรอ้ ยละดว้ ยแนวคิดที่หลากหลาย พร้อมท้งั แลกเปล่ียน
แนวคดิ รว่ มกบั ผูอ้ ื่น โดยเลอื กใช้เคร่ืองมือการเรยี นร้ทู ่ีเหมาะสม
LO – Mat – 06 ใหเ้ หตุผล สรา้ งขอ้ คาดการณแ์ ละข้อสรุป ขยายแนวคิดเพอื่ หาความยาวรอบรูปและพ้ืนที่
ของรปู สามเหลีย่ ม รปู ส่เี หลีย่ ม รูปหลายเหลยี่ มและวงกลมในสถานการณต์ ่าง ๆ ดว้ ยวธิ ที ี่
หลากหลาย
LO – Mat – 07 อ่าน วิเคราะห์ แปลความหมายของข้อมูล จากแผนภมู ริ ูปวงกลมและใชข้ ้อมลู เพื่ออธบิ าย
หรอื แก้ปญั หาในสถานการณต์ ่าง ๆ ออกแบบและจัดการข้อมลู พร้อมนำเสนอข้อมลู ดว้ ย
แผนภมู วิ งกลมได้อย่างเหมาะสม
LO – Mat – 08 วางแผน เก็บข้อมูล จำแนกขอ้ มลู นำเสนอข้อมูลด้วยรปู แบบที่เหมาะสม โดยบรู ณาการ
เชอ่ื มโยงความรู้กบั ศาสตร์อนื่ ๆ แปลความหมายข้อมลู และใช้ข้อมลู แก้ปญั หาสถานการณ์
ตา่ งๆ อย่างสรา้ งสรรค์
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ
สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ
ด้วยภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลท่ีมีการใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดภาษาหนึ่งและมีความสำคัญ
เป็นอย่างย่ิงในการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ นอกจากน้ียังเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตอ่ สอ่ื สารในชวี ิตประจำวัน การแสดงออก การจดั การตนเอง การแสวงหาความรู้
เชื่อมโยงกับวิชาอ่ืน ๆ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่การเพ่ิมขีดความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ
ลักษณะเฉพาะ/ ธรรมชาติของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ในด้านต่าง ๆ และเป็นเครื่องมือสำหรับ
การสื่อสารสร้างความเข้าใจในความแตกต่างในด้านเช้ือชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม นอกจากนี้ ภาษาอังกฤษ
ยังสามารถช่วยกระตุ้นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน รวมท้ังเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจอันดี
91
กับผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกัน อันนำไปสู่สัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน ผู้เรียนภาษาอังกฤษจะได้รับ
การพฒั นาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขยี นคำศพั ท์ ประโยคง่าย ๆ เพ่อื สร้างความเข้าใจเรื่องราว พรอ้ ม ๆ กับ
แลกเปล่ียนความรู้ แสดงความคิดเห็น และความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม โดยผู้เรียนควรได้รับแรงเสริม
และกำลังใจจากครูให้มีความกล้า รู้สึกสนุก มีความเพลิดเพลินในการเรียนรู้ภาษา เกิดความคุ้นเคย และความมั่นใจ
ในการฝึกสนทนา โตต้ อบ และเพ่มิ โอกาสให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษท้งั ในและนอกชนั้ เรียน
จดุ เน้นการพฒั นา (ช่วงช้ันท่ี 2)
ในชว่ งช้ันท่ี 2 ภาษาอังกฤษมุง่ เนน้ การติดตอ่ สื่อสารในแงม่ ุม/ มิตติ ่าง ๆ ได้แก่
1) สามารถสนทนา สอบถาม โต้ตอบกับบุคคลอื่น เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน หรือสิ่งท่ีสนใจ ด้วยวลี
ประโยคพืน้ ฐานและบทสนทนาสั้น ๆ ได้
๒) เข้าใจและสามารถโต้ตอบกับผู้พูด/ คู่สนทนา โดยใช้สำนวนท่ีพบบ่อยในชีวิตประจำวันได้อย่าง
ถูกต้องและเหมาะสมกบั ช่วงวัย
๓) สามารถบรรยายข้อมูล และลักษณะเบื้องต้นเก่ียวกับบุคคล สิ่งของ และสถานที่ต่าง ๆ รอบตัว
โดยใช้วลี ประโยค คำกริยาพนื้ ฐานและคำคุณศพั ท์ท่ีเหมาะสมกับชว่ งวัย
๔) สามารถเขยี นคำ วลี หรอื ประโยค จากรูปภาพ สญั ลักษณ์ หรือจินตนาการของตนเองได้
๕) สามารถบอกใจความสำคัญจากการอ่านและการฟังวลีประโยคบทสนทนา หรือบทความส้ัน ๆ
ทเ่ี ก่ียวข้องกบั ชีวิตประจำวนั
* หมายเหตุ ได้ใช้สมรรถนะตามกรอบอ้างอิง FRELE-TH เป็นพื้นฐาน เพื่อความชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อการจัด
การเรียนการสอน ช่วยให้ครูวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR
และ FRELE-TH
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมรรถนะหลกั และสมรรถนะเฉพาะ
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
1. ฟัง พดู เพ่ือการสื่อสาร
1.1 ฟังและพูดคำศัพทพ์ ้ืนฐาน วลี ประโยค ข้อความท่ีเกี่ยวข้องกับ 1. การจดั การตนเอง
ชีวิตประจำวันโดยเน้นการออกเสยี งภาษาอังกฤษทถี่ ูกต้อง 3. การส่ือสาร
1.2 ฟงั พดู เรื่องราวเก่ียวกับตนเอง ครอบครวั บุคคล โรงเรยี น 4. การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี
และสิง่ ต่าง ๆ รอบตวั โดยใช้คำ และวลที ส่ี ั้นและง่าย ได้อย่างถูกต้อง 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็
และม่ันใจ
1.3 สนทนา โต้ตอบและแลกเปล่ียนความคิดเห็น ข้อมูล สื่อความหมาย
ความรู้สึก อารมณ์ ได้อย่างเหมาะสมและมน่ั ใจ
2. อ่านเพ่ือความเข้าใจ
2.1 อ่านและตอบคำถามเก่ียวกับข้อมูลต่างๆ จากบทสนทนา นิทาน 1. การจัดการตนเอง
เร่อื งราว และบทความส้ัน ๆ ทเ่ี หมาะสมกับช่วงวยั ได้ 2. การคดิ ข้ันสูง
2.2 อา่ นเพ่ือบอกใจความสำคญั บอกรายละเอยี ด จากบทสนทนา นทิ าน 3. การสอื่ สาร
เรื่องราว และบทความสั้น ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้ 6. การอยูร่ ว่ มกบั ระบบธรรมชาติ
และวิทยาการอยา่ งยัง่ ยืน
92
สมรรถนะเฉพาะ สมรรถนะหลกั
3. เขียนเพื่อแสดงความคดิ เห็นและสะท้อนความร้สู กึ
3.1 เขยี นเพื่อแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ แสดงความรสู้ ึก 1. การจัดการตนเอง
ความคิดเหน็ ของตนเองเกี่ยวกับเร่อื งใกลต้ ัวและกิจกรรมต่าง ๆ 2. การคิดข้นั สูง
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 3. การสือ่ สาร
3.2 เขยี นใหข้ ้อมลู เกย่ี วกบั ตนเอง ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว ขา่ ว เหตุการณ์ 5. การเป็นพลเมอื งท่ีเข้มแขง็
ปจั จุบัน และประเดน็ ต่าง ๆ ที่สนใจ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
4. ใชภ้ าษาเพ่ือการเรียนรู้ และทำงานร่วมกับผู้อื่น
4.1 สอ่ื สารความต้องการของตนเอง และแลกเปลย่ี นความคิดเห็น 1. การจดั การตนเอง
อย่างมีเหตุผลในการปฏิบัติกจิ กรรมร่วมกนั กบั ผู้อน่ื ได้อย่าง 2. การคิดขั้นสงู
เหมาะสม 3. การสอ่ื สาร
4.2 ใชภ้ าษาเพ่ือสบื คน้ ข้อมลู เก่ยี วกบั สง่ิ ต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์ ข่าว 4. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
เหตุการณห์ รือประเดน็ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม 5. การเปน็ พลเมอื งที่เข้มแข็ง
จากแหล่งความร้ตู า่ ง ๆ และแลกเปลย่ี นความรรู้ ว่ มกับผอู้ ืน่ 6. การอยู่ร่วมกบั ระบบธรรมชาติ
4.3 สร้างช้ินงานเก่ียวกับภาษาอย่างสร้างสรรค์จากการฟัง ดูหรืออ่าน และวิทยาการอยา่ งยั่งยืน
ข้อมูล เหตุการณ์และสถานการณ์รอบตัว และสามารถนำเสนอ
ในรปู แบบ และวธิ ีการที่หลากหลาย ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
4.4 ใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสาร สร้างความสัมพันธ์ แลกเปลยี่ น ยอมรับ
และเข้าใจวฒั นธรรม วถิ ชี ีวติ ท่ีหลากหลาย
ผลลพั ธ์การเรียนรู้เม่ือจบช่วงช้ันท่ี 2
1. ใช้คำศัพท์พื้นฐาน วลี ประโยค ข้อความท่ีเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ตนเอง ครอบครัว บุคคล
โรงเรยี น และสิ่งต่าง ๆ รอบตวั ไดอ้ ยา่ งมัน่ ใจและถกู ต้อง
๒. ฟัง พูด สนทนาโต้ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อมูล รวมทั้งการส่ือความหมาย ความรู้สึก อารมณ์
ต่อสถานการณ์ในชีวิตประจำวนั ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง
๓. อ่านและตอบคำถามเก่ยี วกับข้อมลู ตา่ ง ๆ ทเ่ี หมาะสมกับชว่ งวยั ได้อยา่ งถูกต้อง
๔. อา่ นเพือ่ บอกใจความสำคัญ และรายละเอียดทเ่ี หมาะสมกบั ชว่ งวัยได้อย่างถกู ต้อง
๕. เขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น และความรู้สึกของตนเอง เก่ียวกับเรื่องใกล้ตัวและกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสม
๖. เขยี นให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง เหตกุ ารณป์ ัจจบุ นั และประเด็นตา่ งๆ ทีส่ นใจ ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
๗. สนทนาและโต้ตอบข้อมูลเก่ียวกับของตนเอง และแลกเปล่ียนความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ในการปฏิบัติ
กจิ กรรมรว่ มกนั กับผูอ้ ื่น ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๘. ใชภ้ าษาเพอื่ สบื คน้ ข้อมูลจากแหลง่ ความรตู้ ่าง ๆ และแลกเปล่ียนความรู้ในการทำงานร่วมกับผู้อนื่
9. แสวงหาความรู้และสร้างผลงานทางภาษาอย่างสร้างสรรค์ผ่านการนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย
จากการฟัง ดหู รอื อ่านขอ้ มลู เกี่ยวกบั เหตุการณ์และสถานการณ์รอบตัวไดอ้ ย่างถูกต้อง
10. ใช้ภาษาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แลกเปล่ียนยอมรับ และเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่าง
เหมาะสม