The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตร

หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

193

คำอธบิ ายรายวชิ า พลเมืองดี มสี ุข

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 เวลาเรยี น 104 ชว่ั โมง/ปี

ศกึ ษาพุทธประวัติ ปฏิบัติตนตามหลักเบญจศีล -เบญจธรรม หรือหลกั คำสอนของศาสนาท่ตี นนับถือ
การมสี ่วนรว่ มและเข้ารว่ มพิธีกรรมส่วนรวมต่าง ๆ ตามประเพณี วฒั นธรรม มีสว่ นรว่ มในการแสดงดนตรีไทย
สากลในรูปแบบเด่ยี ว หรือกล่มุ และสร้างสรรค์นำไปใช้ – ประยุกตผ์ ลงานศลิ ปวัฒนธรรม วนั สำคัญ หรือ
เทศกาลต่าง ๆ ในชวี ิตประจำประวัน นำเสนอผลงานศลิ ปะด้านทัศนศลิ ป์ ดนตรี นาฏศิลป์ บทบาทและหนา้ ท่ี
ของสมาชิกท่ดี ใี นครอบครัว และโรงเรียน รับผิดชอบและปฏบิ ตั ิตนบนพ้ืนฐานสทิ ธิของตนเองโดยไมล่ ะเมดิ สิทธิ
ของอนื่ และเคารพต่อสถาบนั หลักของชาติ สถานที่ท่ีเก่ยี วข้องกบั ครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชน ประวัติความ
เปน็ มาของตนเอง และครอบครวั สงั เกตอารมณ์ พฤติกรรม ความร้สู ึกของตนเองและผ้อู ืน่ วิธกี ารสร้างพันธ
ภาพที่ดีกบั ผู้อ่นื รบั รแู้ ละหลีกเลีย่ งภาวะหรอื สถานการณท์ ี่กอ่ ให้เกดิ ความขดั แย้ง

โดยฝกึ ปฏบิ ตั ติ นตามกรอบของเบญจศีล - เบญจธรรม หรอื หลักคำสอนของศาสนาท่ีตนนบั ถือ สอ่ื สาร
ด้วยท่าที่ท่ีสภุ าพ มสี ติ สอบถาม ค้นหาคำตอบของเรือ่ งราวของตนเอง เข้ารว่ มประเพณี วฒั นธรรม การแสดง
ดนตรีไทย สากล ของชุมชน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

เพือ่ ใหเ้ กิด ภาคภมู ิใจ ม่ันใจ เหน็ อกเห็นใจ ให้เกียรติ และเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผอู้ ่ืน กระบวนการ
คดิ ท่ีพิจารณาคิดไตร่ตรองอย่างมีเหตผุ ล การสือ่ สารในบริบทพหวุ ัฒนธรรม รบั รูว้ ่าตวั เองเป็นส่วนหนงึ่ ของทมี ที่
ตอ้ งทำงานร่วมกันใหส้ ำเร็จ เข้าใจผลกระทบทเี่ กิดข้ึนต่อเนื่องจากการกระทำของตนที่มีผลต่อผู้อืน่ ใช้ส่งิ ของใน
ชีวิตประจำวันอย่างประหยดั ไม่เหลือทิ้ง ใช้เทคโนโลยีอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ สร้างสรรค์ รู้เทา่ ทัน มคี วามฉลาด
ทางดจิ ิทัล คำนงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต ส่งิ แวดล้อม และสังคม

ผลลัพธก์ ารเรียนรู้

Lo-So-01 / Lo-So-02 / Lo-So-03 / Lo-So-06 / Lo-So-08 / Lo-So-09 / Lo-So-10 / Lo-Pe-07 /
Lo-Pe-08 / Lo-Art-03 / Lo-Art-04 / Lo-Art-06 / Lo-Art-07

สมรรถนะหลกั

1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขัน้ สงู (Higher Order Thinking : HOT)
3.การสือ่ สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม(Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยู่รว่ มกับธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

194

คำอธิบายรายวชิ า พลเมืองดี มีสุข

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 เวลาเรยี น 104 ช่ัวโมง/ปี

ศึกษาพุทธประวัติ ปฏบิ ัติตนตามหลักเบญจศีล -เบญจธรรม หรือหลักคำสอนของศาสนาทีต่ นนับถือ
ความสำคัญ พุทธศาสนา ศาสดา และคมั ภีร์ของศาสนาต่าง ๆ ขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ หน้าท่ี มายาทไทย
การยอมรับ การแตกตา่ งของคนในสังคม วนั สำคญั ที่แสดงเหตกุ ารณ์สำคญั ในอดตี ถึงปจั จบุ ัน สร้างสรรค์
ถา่ ยทอดจินตนาการ และเช่ือมโยงงานทัศนศลิ ป์ นำเสนอผลงานศลิ ปะดา้ นทศั นศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์ ท่ี
เกีย่ วกบั เร่ืองใกล้ตวั ในชวี ิตประจำวนั เคารพสทิ ธิ เสรีภาพของผู้อืน่ รับผิดชอบ และปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสม
ตามบทบาทหนา้ ทข่ี องตน ประโยชนข์ องการปฏิบตั ิตตนตามประเพณี วัฒนธรรมในครอบครัว และท้องถ่นิ
ระบุบคุ คลท่ที ำประโยชน์ตอ่ ท้องถนิ่ หรือประเทศชาตแิ ละผลงานของคนในท้องถน่ิ ท่าภาคภมู ใิ จ วางแผนการใช้
จ่ายอย่างเหมาะสม ระบุทรัพยากรที่นำมาผลิตผลงานสนิ ค้า ประโยชนข์ องสินค้าและบริการ ที่ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั ระบตุ ำแหนง่ ลกั ษณะทางกายภาพของส่ิงต่าง ๆ ทีป่ รากฏในแผนผงั แผนท่ี และรูปถา่ ย

โดยฝกึ ปฏิบัติตนตามกรอบของเบญจศลี - เบญจธรรม หรอื หลกั คำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ วาง
แผนการใช้ทรพั ยากรและการใช้จา่ ยในชวี ิตประจำวัน แยะแยะความตอ้ งการ และความจำเปน็ สืบค้นประวัติ
ความเป็นมาของโรงเรียน และชมุ ชน มีสว่ นรว่ มในการป้องกนั รบั มอื แก้ปญั หา สง่ิ แวดลอ้ มในชั้นเรียน
โรงเรยี น และชมุ ชน อภิปรายความเหมาะสม และยอมรบั ความคิดเหน็ สว่ นใหญ่ดว้ ยเหตุผล

เพอ่ื ใหเ้ กดิ การรู้เทา่ ทันการเปล่ียนแปลง สามารถควบคมุ ตนเองในการปฏบิ ัตติ ามมารยาทของชาวพุทธ/
มุสลมิ ให้เกยี รติและเคารพในสิทธิของผ้อู ่นื เข้าใจเหตุและผลของปัญหา ประโยชน์และโทษของสื่อที่มีผลต่อ
ตนเองอย่างเดน่ ชดั รับผิดชอบตามบทบาทหนา้ ที่ดว้ ยความใสใ่ จ รบั ผดิ ชอบและปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่าง
เหมาะสม ใชเ้ ทคโนโลยีอย่างมีประสทิ ธภิ าพใช้เทคโนโลยอี ยา่ งมีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ รูเ้ ท่าทนั มคี วาม
ฉลาดทางดจิ ิทลั คำนงึ ถึงผลกระทบต่อชวี ิต ส่งิ แวดล้อม และสงั คม

ผลลัพธ์การเรยี นรู้

Lo-So-01 / Lo-So-02 / Lo-So-03 / Lo-So-04 / Lo-So-05 / Lo-So-06 / Lo-So-08 / Lo-So-09 /

Lo-So-10 / Lo-Art-02 / Lo-Art-04 / Lo-Art-06 / Lo-Art-07

สมรรถนะหลกั

1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคดิ ขนั้ สูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่ือสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลังทำงานเป็นทมี (Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองทีเ่ ขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

195

คำอธิบายรายวชิ า พลเมอื งดี มีสขุ

ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลาเรียน 104 ช่ัวโมง/ปี

ศกึ ษาพุทธประวตั ิ หลกั การดำเนนิ ชวี ิตในสงั คม วเิ คราะห์การใช้จ่ายของตนเอง วางแผนการนำเงินทีเ่ หลือ
มาใช้จ่ายอย่างเหมาะสม การผลิตและบริโภคสนิ ค้า และบรกิ าร ปัญหาพื้นฐานทางเศษฐกิจท่ีเกดิ จากความหมาย
ของทรัพยากรกบั ความต้องการของมนุษยท์ ี่มีไม่จำกัด การสืบค้นเหตุการณ์สำคัญของโรงเรยี นและชมุ ชม และใช้
หลักฐาน และแหล่งข้อมูลความสัมพันธ์ของสถาบันหลักของชาติและธรรมชาติกับชุมชนและท้องถ่ินที่สืบเนื่อง
มาถึงปัจจุบัน ผลการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อวิถีชีวิตของตนเอง โรงเรียน และชุมชน ประยุกต์ใช้ผลงาน
ศิลปะวัฒนธรรมในด้านทัศนศิลป์ ดนตรี นาฎศิลป์ จากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน ชุมชนและท้องถิ่น อาชีพใน
ชมุ ชน ข้อมูลทางภูมิศาสตรใ์ นโรงเรยี นและชุมชนโดยใช้แผนผัง แผนท่ี และรปู ถ่าย บอกตำแหน่งที่ต้งั ของสถานที่
สำคัญของชุมชน การใช้ประโยชน์ และการประกอบอาชีพจากส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติในชุมชน ประยุกต์ใช้
ประโยชน์จากแผนท่ี แผนผัง และรูปถ่าย ในการวางแผนจัดบ้าน จัดห้องเรยี น และการใช้ชีวติ บทบาทหน้าท่ขี อง
สมาชิกของชุมชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามกระบวนการทางประชาธิปไตยน้อมรับความแตกต่างของคนใน
ชุมชน และตัดสินใจแก้ปัญหาหรือความขัดแย้งในสถานการณ์ต่าง ๆ บทบาทหน้าท่ีของตนท่ีได้รับมีส่วนร่วมใน
การแสดงดนตรีไทย สากล รูปแบบเด่ียวและกลุ่มในโรงเรียน ชุมชน และท้องถ่ิน การปฏิบัติต่อบุคคลอ่ืนอย่าง
ปราศจากอคติ และการกล่ันแกล้ง ยอมรับความคิดความเชื่อและการปฏิบัติส่วนบุคคลอื่นที่แตกต่างของคนใน
ชุมชน ลักษณะที่สำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชม เปรียบเทียบความเหมือน และ
ความต่างทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง และชุมชนอ่ืน ๆ ความหมายและความสำคัญของสถาบันหลัก ร่วม
กิจกรรมที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนร่วมภายใต้ความดูแลและคำแนะนำ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นตามขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวฒั นธรรมไทย

โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล สถานการณ์ สืบค้น เช่ือมโยง ประยุกต์ใช้ สร้างความรู้ด้วยตนเอง
แสดงความคดิ เห็น สะท้อนผลการทำงาน สำรวจขอ้ มลู

เพอื่ สามารถควบคุมตนเองในการปฏิบตั ิตามมารยาทของชาวพุทธ/มุสลิม สรุปความเข้าใจของตนเก่ียวกับ
เรื่องนั้นได้จากการต้ังคำถาม การฟัง การอ่านข้อมูลเรื่องราว ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับบุคคล
ใกล้ตัวที่มีผลต่อการส่ือสาร รับผิดชอบและปฏิบัติตาตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม ใช้เทคโนโลยีอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ สรา้ งสรรค์ รู้เทา่ ทัน มคี วามฉลาดทางดจิ ทิ ลั คำนึงถึงผลกระทบต่อชวี ิต ส่ิงแวดลอ้ ม และสังคม

ผลลัพธก์ ารเรียนรู้

Lo-So-01 / Lo-So-02 / Lo-So-04 / Lo-So-05 / Lo-So-06 / Lo-So-07 / Lo-So-08 / Lo-So-09 /
Lo-So-10 / Lo-So-11 / Lo-So-12 / Lo-Art-04 / Lo-Art-06 / Lo-Art-07

196

สมรรถนะหลัก

1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขนั้ สูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การสื่อสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลังทำงานเปน็ ทมี (Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองท่ีเขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยู่รว่ มกับธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

197

คำอธบิ ายรายวิชา พลเมืองดี มสี ขุ

ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 144 ช่วั โมง/ปี

สืบค้นประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต ของบุคคลสำคัญในชุมชน และในจังหวัดสตูล ประวัติและผลงานของ
บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับจังหวัดสตูล ศึกษาการอ่านแผนท่ีแสดงที่ตั้งและอาณาเขตของ
ประเทศไทยและประเทศเพื่อนนบ้าน วิเคราะห์ลักษณะทางวัฒนธรรมของไทยและความแตกต่างทางวัฒนธรรม
กบั ประเทศเพื่อนบ้าน การใช้แผนท่ี รูปภาพ ภาพถ่าย ทางอากาศและภาพจากดาวเทียมในการศึกษาสิ่งแวดลอ้ ม
ทางกายภาพในจงั หวัด ภมู ิภาคท่ีตนเองอาศัยอยู่และประเทศไทย ลักษณะภมู ิประเทศ ภูมิอากาศ และทรพั ยากร
ทางธรรมชาติ ท่ีส่งผลต่อการตั้งถิ่นฐาน แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติในจังหวัด ปฏิบัติ
ตามบทบาทหน้าที่ ระเบียบ กฎ กติกา ข้อตกลงของสังคมตามแนวทางประชาธิปไตย ติดตามและวิเคราะห์
ข่าวสาร เหตุการณ์ สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในสังคม การทำความดีของบุคคลในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
เรียนรู้และปฏิบัติแนวทางการช่วยเหลือผู้อ่ืนในสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความงามจากการ
สัมผัส รับรู้ธรรมชาติอธิบายถึงแรงบัลดาลใจและความช่ืนชมของตนเองท่ีเกี่ยวผลงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรี
นาฎศิลป์มีความต้ังใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ที่ตนเองชื่นชอบ ถ่ายทอด
ความคิด ความรู้สึก จินตนาการ สะท้อนถงึ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เรอ่ื งราวใกล้ตวั ในชีวิตประจำวันท่ีเช่ือมโยง
กับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ด้วยการเชื่อมโยงส่วนประกอบทางทัศนศิลป์ จัดองค์ประกอบทางศิลปะเป็น
ผลงานทศั นศลิ ป์ ได้อยา่ งหลากหลาย และประยุกตใ์ ช้เทคนิควิธีการใหมด่ ้วยกระบวนการกลุ่ม และเลือกใช้วสั ดุ
อุปกรณ์ ให้สอดคล้องกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลป์และภูมิปัญญาท้องถ่ิน สืบค้น และเปรียบเทียบ ประวัติ
ความเป็นมา ความเหมือนและความแตกต่างของนาฏศิลป์ไทย และนาฏศิลป์ประเทศเพ่ือนบ้าน จาก
แหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยี ใช้ภาษาท่า นาฏยศัพท์ ในการสื่อความหมาย แสดงนาฏศิลป์ไทย
นาฏศิลป์พ้ืนบ้าน หรือนาฏศิลป์ร่วมสมัยใน รูปแบบต่าง ๆ ทั้งเด่ียวและกลุ่ม อย่างม่ันใจและงดงาม สะท้อน
อารมณ์ของตนเอง และสร้างสรรค์การเคล่ือนไหวในรูปแบบการแสดง ต่าง ๆ ท่ีสอดคล้องกับประเพณี
วัฒนธรรมท้องถ่ิน แสดงออกถึงการรับรู้และชื่นชมความงามด้วยหลักการทางองค์ประกอบศิลป์ ด้วยความ
ม่ันใจ เกี่ยวกับงานศิลปะ ท้ังของตนเองของผู้อ่ืน อย่างสุภาพ รับฟัง ปรับปรุงผลงานของตนให้สมบูรณ์
เช่ือมโยงผลงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์ กับวัฒนธรรม ชีวิตประจำวันเป็นสื่อแสดงความงามได้อย่าง
อสิ ระ โดยประยกุ ตใ์ ช้เพ่ือแกป้ ัญหาสิ่งแวดลอ้ มใกลต้ ัว

โดยกระบวนการสบื ค้นขอ้ มูล นำเสนอผลงาน วเิ คราะห์ข้อมูล ฝกึ ปฏบิ ตั ิแนวทางในการช่วยเหลือผู้อื่น

เพอ่ื ให้เกิดการรู้เทา่ กนั การเปลีย่ นแปลงที่เกิดจากปัญหาและภาวะวิกฤตสามารถฟ้ืนฟู้สูภ่ าวะสมดุลได้ วาง
แผนการแก้ปัญหาโดยการรวบรวมข้อมูลเพื่อการแก้ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ความเข้าใจ
บริบทสังคมที่มีความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล เคารพและเห็นประโยชน์
ของความแตกต่างหลากหลาย ปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลง กฎหมาย อย่างถูกต้องและเหมาะสม ใช้เทคโนโลยี
อย่างมปี ระสิทธิภาพ สรา้ งสรรค์ รู้เท่าทัน มคี วามฉลาดทางดจิ ิตอล คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต ส่ิงแวดล้อม และ
สังคม

198

ผลลพั ธ์การเรียนรู้

Lo-So-05 / Lo-So-06 / Lo-So-07 / Lo-So-08 / Lo-So-09 / Lo-So-10 / Lo-So-11 / Lo-Art-01 /
Lo-Art-02 / Lo-Art-05 / Lo-Art-06 / Lo-Art-07
LO-Hw-๐๑ LO-Hw-๐๒ LO-Hw-๐๓

สมรรถนะหลกั

1.การจัดการตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขนั้ สูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การสอ่ื สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม(Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง(Active Citizen: AC)
6.การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

199

คำอธิบายรายวิชา พลเมืองดี มสี ุข

ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 144 ชวั่ โมง/ปี

ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างมีสติ มีสมาธิในการทำการบ้าน ช่วยเหลือการทำงานบ้าน ปฏิบัติตามคำ
สอนของศาสนาท่ีตนนับถือ วิธกี ารแกไ้ ขปัญหาในชีวติ ของตนเอง และชว่ ยเหลือหมคู่ ณะ สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม
รอบตัว และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สืบค้นประวัติศาสตร์ชาติไทย วิถีชีวิต บุคคคลสำคัญของชาติ
นำเสนอประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย สืบค้นประวัติศาสตร์ชาติไทย วิถีชีวิต
บุคคคลสำคัญของชาติ นำเสนอประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยความภูมิใจ
สรุปลักษณะทางวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน และวิเคราะห์ผลเสียจากการไม่เคารพความแตกต่างทาง
วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิตท่ีเป็นผลมาจากอิทธิพลของส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ และการเปล่ียนแปลงของ
ส่ิงแวดล้อมและภัยพิบัติในจังหวัด ภูมิภาคที่ตนอาศัยอยู่ และประเทศไทย ติดตาม คาดการณ์แนวโน้มการ
เปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดล้อมและภัยพิบัติในจังหวัด ภูมิภาคท่ีตนอาศัยอยู่ และประเทศไทย ปฏิบัติตามกฎ
กติกาของชุนชนและท้องถิ่นท่ีเก่ียวข้องกับการใช้ชีวิตของนักเรียน ศึกษาและวิเคราะห์ข่าวและเหตุการณ์ที่
ละเมิดสิทธิเด็กในสังคมไทย ปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่นจากการละเมิดสิ ทธิเด็ก สร้าง
ความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม ไม่ตัดสินผู้อ่ืนโดยใช้อคติ แบ่งปันสิ่งของต่าง ๆ ของตนให้กับผู้อ่ืนตามความ
เหมาะสม โดยไม่สร้างความเดือดร้อนต่อตนเอง ผู้อ่ืน และส่วนรวม แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ ของรูปร่าง
รูปทรง เส้น สีสนั พ้ืนผิวของวัสดุธรรมชาติ ด้วยวธิ ีการร่างภาพ เพื่อเรียนรู้องค์ประกอบของศิลปะที่ปรากฎอยู่
ในธรรมชาติอธิบายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความงามจากการสัมผัสอาชีพในชุมชนในการจัดแสดงผล
งานทัศนศิลป์ที่ตนสร้างข้ึนในช้ันเรียนมีสมาธิและมีความตั้งใจแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ที่ตนเองช่ืนชอบ ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก จินตนาการ สะท้อนถึงธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม เรื่องราวใกล้ตัว ในชีวิตประจำวันท่ีเช่ือมโยงกับตนเอง ครอบครัว ด้วยการเชื่อมโยงส่วนประกอบ
ทางทัศนศิลป์ จัดองค์ประกอบทางศิลปะเป็นผลงานทัศนศิลป์ ได้อย่างหลากหลาย และประยุกต์ใช้เทคนิค
วธิ ีการใหมด่ ้วยกระบวนการกลุ่ม และเลือกใช้วัสดอุ ุปกรณ์ ใหส้ อดคล้องกับเรื่องราวประวตั ิศาสตร์ศิลป์และภูมิ
ปญั ญาท้องถิ่น สืบค้น และเปรียบเทียบ ประวัติความเป็นมา ความเหมือนและความแตกต่างของนาฏศลิ ป์ไทย
และนาฏศิลป์ประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงผลงานศิลปะทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์ กับวัฒนธรรม
ชีวิตประจำวันเป็นส่ือแสดงความงามได้อย่างอิสระ รวมทั้งการร่วมสร้างงานศิลปะ โดยประยุกต์ใช้เพ่ือ
แก้ปัญหาส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว สร้างและรักษาสัมพันธภาพท่ีดีกับบุคคลอื่นที่ยอมรับความแตกต่างระหว่างของ
บคุ คล เขา้ ใจและยอมรบั ความสามารถของสมาชกิ ทีมท่ีแตกต่างกัน มีทักษะแกไ้ ขความขัดแย้ง

โดยปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างมีสติ มีสมาธิ ฝึกปฏิบัติตามหลักคำสอนในศาสนาท่ีตนนับถือ สืบค้น
ข้อมลู นำเสนอ วเิ คราะห์ข้อมูล

เพ่ือให้เกิดการรับรู้ เข้าใจ รู้เท่าทัน อารมณ์ ความรู้สึกความคิด และความเครียดที่ เกิดข้ึนใน
ชีวิตประจำวันของตนเอง เข้าใจสาเหตุและสามารถจัดการอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง
การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีในทีม ให้ความไว้วางใจซ่ึงกันและกัน
ความเคารพในการคิดเห็นและการคิกท่ีแตกต่าง เคารพสิทธเิ สรภาพของผู้อ่นื และตระหนักในสิทธเิ สรีภาพของ

200

ตนเอง ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ รู้เท่าทัน มีความฉลาดทางดิจิทัล คำนึงถึงผลกระทบต่อ
ชีวิต สิง่ แวดลอ้ ม และสงั คม

ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้

Lo-So-01 / Lo-So-02 / Lo-So-05 / Lo-So-06 / Lo-So-07 / Lo-So-08 / Lo-So-09 / Lo-So-10 /

Lo-So-11 / Lo-Art-01 / Lo-Art-02 / Lo-Art-05 / Lo-Art-07 / Lo-Pe-08

LO-Hw-๐๑ LO-Hw-๐๒ LO-Hw-๐๓

สมรรถนะหลัก

1.การจัดการตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขนั้ สงู (Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่ือสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลังทำงานเป็นทมี (Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองทีเ่ ข้มแข็ง(Active Citizen: AC)
6.การอยรู่ ่วมกับธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

201

คำอธบิ ายรายวชิ า พลเมืองดี มสี ุข

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 144 ชั่วโมง/ปี

ปฏิบัติกจิ วัตรประจำวันอย่างมีสติ มีสมาธใิ นการทำการบ้าน มีช่วยเหลือการทำงานบ้าน ปฏิบตั ิตามคำ
สอนของศาสนาที่ตนนับถือ และเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา ตามความเหมาะสม ตัดสินใจเลือก
บริโภคสินค้าและบรกิ าร ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและตดิ ตามและตรวจสอบขอ้ มูลข่าวสารที่เกยี่ วข้องกบั การบรโิ ภคใน
ชีวิตประจำวันและกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน ใช้ของใช้ส่วนตัว ของเล่น และเลือกใช้
ทรัพยากรอ่ืน ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด คุ้มค่า กำหนดเป้าหมายและการจัดการทรัพยากรของ
ครอบครัวอย่างพอเพียง หาทางออกของการใช้ทรัพยากรในโรงเรียนและชุมชนให้เกดิ ประโยชน์สูงสุด ตระหนัก
กึงผลกระทบของการใช้ทรัพยากรที่มีต่อตนเอง และส่วนรวม อ่าน ดู ฟังข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกจริง
ท่ีเกี่ยวข้องกับการไม่เคารพความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม และวิเคราะห์ผลเสียการไม่เคารพความ
แตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ร้จู ัก รปู้ ระโยชน์และคณุ ค่า รู้วธิ ีการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน
ท้องถิ่น และเข้าร่วมกิจกรรม ตามความเมาะสม ปฏิบัติตนตามแนวทางประชาธิปไตย ติดตาม ข่าวสาร
เหตุการณ์สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในสังคมหาทางออกกับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาหรือความขั ดแย้งใน
สถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการตามวิถีประชาธิปไตย ยอมรับผลจากการตัดสินใจร่วมกัน และเข้าร่วม
กิจกรรมเป็นอาสาสมคั รด้วยความรู้สกึ ว่าเป็นสมาชิกของชมุ ชน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ของรปู ร่าง รูปทรง
เส้น สีสัน พ้ืนผิวของวัสดุธรรมชาติ ด้วยวิธีการร่างภาพ เพ่ือเรียนรู้องค์ประกอบของศิลปะท่ีปรากฎอยู่ใน
ธรรมชาติอธิบายและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความงามจากการสัมผัสอาชีพในชุมชนในการจัดแสดงผลงาน
ทัศนศิลป์ท่ีตนสร้างขึ้นในช้ันเรียนมีสมาธิและมีความต้ังใจแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ สืบค้น
และเปรียบเทียบ ประวัติความเป็นมา ความเหมือนและความแตกต่างของนาฏศิลปไ์ ทย และนาฏศลิ ป์ประเทศ
เพื่อนบ้าน จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยี ใช้ภาษาท่า นาฏยศัพท์ ในการสื่อความหมาย แสดง
นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์พ้ืนบ้าน หรือนาฏศิลป์ร่วมสมัยใน รูปแบบต่าง ๆ ท้ังเด่ียวและกลุ่ม อย่างมั่นใจและ
งดงาม สะท้อนอารมณ์ของตนเอง และสร้างสรรค์การเคล่ือนไหวในรูปแบบการแสดง ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับ
ประเพณี วัฒนธรรมท้องถ่นิ อยา่ งสร้างสรรค์ เหมาะสมกบั วัย เช่ือมโยงผลงานศิลปะทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศลิ ป์
กับวัฒนธรรม ชีวิตประจำวันเป็นสื่อแสดงความงามได้อย่างอิสระ รวมทั้งการร่ว มสร้างงานศิลปะ โดย
ประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ แกป้ ัญหาส่งิ แวดล้อมใกลต้ วั ชมุ ชน ทอ้ งถ่ิน

โดยใช้กระบวนการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ปฏิบัติตนตามแนวทาง
ประชาธิปไตย เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอาสาสมัคร วางแผนข้ันตอนการ
ทำงาน กำหนดเป้าหมาย วเิ คราะห์ขอ้ มูล

เพื่อใหเ้ กิดการมีเป้าหมายในชีวิต การเห็นคุณค่าในตัวเอง การแสดงออกอย่างสรา้ งสรรค์ วางแผนการ
แก้ปัญหาโดยเก็บ รวบรวม และวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ความเคารพในการคิดเห็นและ
วัฒนธรรมท่ีแตกต่าง กระบวนการทำงานอย่างร่วมมือรวมพลังอย่างเป็นระบบ มีบทบาทในการตัดสินใจและ
สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยยึดม่ันในความเท่าเทียมของสังคมเป็นธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และ

202

สันติวิธี ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ รู้เท่าทัน มีความฉลาดทางดิจิทัล คำนึงถึงผลกระทบต่อ
ชีวติ สิ่งแวดล้อม และสังคม

ผลลพั ธ์การเรยี นรู้

Lo-So-01 / Lo-So-05 / Lo-So-06 / Lo-So-08 / Lo-So-09

Lo-Art-01 / Lo-Art-02 / Lo-Art-05 / Lo-Art-07

LO-Hw-๐๑ LO-Hw-๐๒ LO-Hw-๐๓

สมรรถนะหลกั

1.การจัดการตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคดิ ขนั้ สงู (Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่อื สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี (Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองท่เี ข้มแข็ง(Active Citizen: AC)
6.การอยู่รว่ มกับธรรมชาติฯ(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

203

คำอธิบายรายวิชาสุขภาวะพาเพลนิ

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๕๖ ชว่ั โมง/ปี

ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ดูแลสุขอนามัยของตนเอง เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ โดยใช้
เทคโนโลยีดิจิทัล หรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในการสืบค้นข้อมูล หลีกเลี่ยงพฤติกรรมท่ีเสี่ยงต่อสุขภาพ รับรู้และ
สังเกตอาการเจ็บป่วยของตนเอง ดูแลและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสมตามวัย เลือกรับประทานอาหารท่ีมี
ประโยชน์ รักสุขภาพของตนเอง รับรู้สถานการณที่เป็นปัญหาหรือก่อให้เกิดปัญหา สามารถหลีกเลี่ยง และขอ
ความช่วยเหลือจากบุคคลที่ไว้วางใจได้อย่างเหมาะสม สำรวจตนเอง รู้จักตนเอง เรียนรู้การทำกิจกรรมใน
ชีวิตประจำวันของตนเอง จนเกิดความม่ันใจและความภาคภูมิใจ สังเกตอารมณ์ พฤติกรรม ความรู้สึกของ
ตนเอง รับรู้และหลีกเล่ียงภาวะ หรือสถานการณ์ท่ีก่อให้เกิดความขัดแย้ง เรียนรู้วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับ
ผู้อน่ื อยู่ร่วมกบั ผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ

โดยวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง การจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง
การสรา้ งสัมพนั ธภาพทีด่ ีกับผูอ้ น่ื

เพ่ือให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีความรบั ผิดชอบในตนเอง มีกระบวนคิดทหี่ ลากหลาย การแสดงออก
อย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพื้นฐานด้านการคิดริเร่ิม คิดวิเคราะห์ รับส่งสารบนพื้นฐาน
ความเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบใน
บทบาทหน้าท่ีของตนและของทีม ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความ
กระตอื รอื ร้นในการเรยี น

ผลลัพธ์การเรียนรู้ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑

LO – Pe – ๐๑/ LO – Pe – ๐๒ / LO – Pe – ๐๓ / LO – Pe – ๐๔/ LO – Pe – ๐๕/ LO – Pe – ๐๖/
LO – Pe – ๐๗/ LO – Pe – ๐๘ / Lo – Sci – ๐๘

สมรรถนะหลัก

1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขัน้ สงู (Higher Order Thinking : HOT)
3.การสอื่ สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม(Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองท่เี ข้มแขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

204

คำอธบิ ายรายวิชาสุขภาวะพาเพลนิ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา ๕๖ ชว่ั โมง/ปี

ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ดูแลตนเองทั้งร่างกาย จิตใจ และสุขอนามัยทางเพศ เรียนรู้
ขอ้ มูลเก่ียวกับสุขภาพ โดยใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ัล หรอื แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในการสืบค้นข้อมูล หลกี เลี่ยงพฤติกรรมที่
เส่ียงต่อสุขภาพ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเพศ และสถานที่ท่ีเป็นอันตราย รับรู้และสังเกตอาการเจ็บป่วยของ
ตนเอง ใช้ยาสามัญประจำบ้านได้ ดูแลและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสมตามวัย เลือกรับประทานอาหารที่มี
ประโยชน์ รักสุขภาพของตนเอง ระบุปัญหาอย่างง่าย แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง รวมถึงขอความช่วยเหลือจาก
บคุ คลทไี่ ว้วางใจอย่างเหมาะสม สำรวจตนเอง รู้จักตนเอง มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง บอกความคิด
ของตนเอง เรียนรู้การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของตนเอง จนเกิดความม่ันใจและความภาคภูมิใจ สังเกต
อารมณ์ พฤติกรรม ความรูส้ ึกของตนเอง รู้จักแยกแยะพฤติกรรมท่ีเหมาะสมและไม่เหมาะสม รบั รู้และหลีกเล่ียง
ภาวะ หรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เรียนรู้วิธีสร้างสัมพันธภาพท่ีดีกับผู้อ่ืน อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี
ความสุข

โดยวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง การจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง
การสรา้ งสมั พนั ธภาพทดี่ กี ับผูอ้ ่นื

เพ่ือให้เกิดความภาคภมู ิใจ และมีความรบั ผิดชอบในตนเอง มีกระบวนคิดทีห่ ลากหลาย การแสดงออก
อย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพื้นฐานด้านการคิดริเร่ิม คิดวิเคราะห์ รับส่งสารบนพ้ืนฐาน
ความเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบใน
บทบาทหน้าที่ของตนและของทีม ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความ
กระตือรือร้นในการเรียน

ผลลพั ธ์การเรยี นรู้ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒

LO – Pe – ๐๑/ LO – Pe – ๐๒ / LO – Pe – ๐๓ / LO – Pe – ๐๔/ LO – Pe – ๐๕/ LO – Pe – ๐๖/
LO – Pe – ๐๗/ LO – Pe – ๐๘/Lo – Sci – ๐๘

สมรรถนะหลัก
1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคดิ ข้นั สูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การสื่อสาร(Communication: CM)

4.การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี (Teamwork and Collaboration: TC)

5.การเปน็ พลเมืองท่เี ข้มแขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติฯ(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

205

คำอธบิ ายรายวิชาสุขภาวะพาเพลิน

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา 56 ชัว่ โมง/ปี

ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ดูแลตนเองทั้งร่างกาย จิตใจ และสุขอนามัยทางเพศ เรียนรู้
ข้อมูลเก่ยี วกบั สขุ ภาพ โดยใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ัล หรือแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ในการสืบค้นข้อมูล หลกี เล่ียงพฤตกิ รรมที่
นำไปสู่การถูกล่วงละเมิดทางเพศ และอุบัติเหตุที่จะเกิดข้ึนกับตนเอง สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ด้านสุขภาพ
เพ่ือนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย รับรู้และสังเกตอาการเจ็บป่วยของตนเอง ใช้ยา สามัญประจำ
บ้านได้ ดูแลและป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ยาเสพติด สามารถปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น ได้ เลือก
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รักสุขภาพของตนเอง รับรูไดถึงปัญหา สาเหตุของ ปัญหา แก้ปัญหาด้วย
ตนเองภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ สำรวจตนเอง รู้จักตนเอง สามารถแยกจุดเด่น จุดด้อย ของตนเอง แสดงออก
ด้วยพฤติกรรมท่ีเหมาะสม เข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ของตนเอง บอก
ความคิดของตนเอง เรียนรู้การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของตนเอง จนเกิดความม่ันใจและความภาคภูมิใจ
สังเกตอารมณ์ พฤติกรรม ความรู้สึกของตนเอง รู้จักแยกแยะพฤติกรรมท่ีเหมาะสมและไม่ เหมาะสม รับรู้และ
หลีกเลี่ยงภาวะ หรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เห็นความสำคัญของครอบครัว การมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมครอบครัว สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนด้วยการส่ือสารที่เหมาะสม และอยู่ร่วมกับ
ผูอ้ ืน่ อยา่ งมคี วามสุข

โดยวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง การจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง
การสร้างสมั พันธภาพท่ดี กี ับผู้อืน่

เพื่อให้เกิดความภาคภมู ิใจ และมีความรบั ผิดชอบในตนเอง มีกระบวนคิดทหี่ ลากหลาย การแสดงออก
อย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพ้ืนฐานด้านการคิดริเริ่ม คิดวิเคราะห์ รับส่งสารบนพ้ืนฐาน
ความเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบใน
บทบาทหน้าท่ีของตนและของทีม ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความ
กระตอื รอื รน้ ในการเรียน

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

LO – Pe – ๐๑/ LO – Pe – ๐๒ / LO – Pe – ๐๓ / LO – Pe – ๐๔/ LO – Pe – ๐๕/ LO – Pe – ๐๖/

LO – Pe – ๐๗/ LO – Pe – ๐๘/ Lo – Sci – ๐๘

สมรรถนะหลกั
1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขน้ั สงู (Higher Order Thinking : HOT)
3.การสื่อสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม(Teamwork and Collaboration: TC)

5.การเป็นพลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง(Active Citizen: AC)
6.การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

206

คำอธิบายรายวชิ าสุขภาวะพาเพลิน

ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๗๒ ชั่วโมง/ปี

ปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ เปรียบเทียบการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายตนเองกับ
เกณฑ์มาตรฐาน เรียนรู้การทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย สามารถเลือกซ้ืออาหารได้ด้วย
ตนเอง เรียนรู้ข้อมูลเร่ืองเพศ พฤติกรรมทางเพศ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ป้องกัน หลีกเล่ียงโรค
อุบัติเหตุท่ีพบบอ่ ยในชวี ิตประจำวัน รับรูไดถึงสถานการณทเี่ ป็นปัญหาและเข้าใจถึงลักษณะของการถกู คุกคาม
ทางเพศ รับข้อมูลข่าวสารที่เก่ียวของกับสุขภาพ โดยเข้าใจผลเสียที่มีต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ
สติปัญญา แลกเปล่ียนประสบการณ์ของตนเอง สถานการณในชุมชน สังคมอย่างมีสติกับบุคคลท่ีหลากหลาย
รับรู้ปัญหา และแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในชีวิตของตนเอง มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ และความรู้สึกท่ี
เกิดข้ึน โดยรู้ขีดจำกัดด้านอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง รู้จักควบคุมและจัดการอารมณ์ ความรู้สึกของ
ตนเองต่อสถานการณ์ในด้านบวกและลบ เข้าใจผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อ่ืน บรรเทา
ความเครียดได้ สร้างและรักษาสัมพันธภาพท่ีดีภายในครอบครัว ยอมรับความแตกต่างระหว่างของบุคคล เห็น
ความสำคัญของครอบครัว การมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและกลุ่มเพ่ือน
และอยรู่ ว่ มกับผอู้ ่ืนอยา่ งมีความสุข

โดยวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง การจัดการอารมณ์และความรู้สึกของ
ตนเอง การสร้างสัมพันธภาพท่ดี กี บั ผูอ้ น่ื

เพ่ือให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีความรับผิดชอบในตนเอง มีกระบวนคิดท่ีหลากหลาย การแสดงออกอย่าง
สร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพ้ืนฐานด้านการคิดริเริ่ม คิดวิเคราะห์ รับส่งสารบนพื้นฐานความ
เข้าใจและเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมท่ีแตกต่าง มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบในบทบาท
หน้าท่ีของตนและของทีม ปฏิบัติตนตามกฎ กตกิ า ข้อตกลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความกระตือรือร้นใน
การเรยี น

ผลลพั ธ์การเรยี นรู้ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
LO – Pe – ๐๑/ LO – Pe – ๐๒ / LO – Pe – ๐๓ / LO – Pe – ๐๔/ LO – Pe – ๐๕/ LO – Pe – ๐๖/

LO – Pe – ๐๗/ LO – Pe – ๐๘ /LO – So – ๐๑ / LO – So – ๐๒

สมรรถนะหลกั
1.การจัดการตนเอง(Self-Management: SM)

2.การคดิ ข้นั สูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่อื สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม(Teamwork and Collaboration: TC)

5.การเป็นพลเมืองทเี่ ข้มแข็ง(Active Citizen: AC)
6.การอยู่รว่ มกบั ธรรมชาติฯ(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

207

คำอธบิ ายรายวิชาสขุ ภาวะพาเพลนิ

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา 72 ช่ัวโมง/ปี

ปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ เรียนรู้การทำงานของระบบสืบพันธ์ุ และระบบไหลเวียนโลหิต
วธิ ีการดูแลระบบการทำงานต่าง ๆ สามารถเลือกซอ้ื อาหารได้ด้วยตนเอง เรียนรู้ข้อมลู เรื่องเพศ พฤติกรรมทาง
เพศ หลีกเล่ียงสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย รับรูไดถึงสถานการณที่เป็นปัญหาและเข้าใจถึงลักษณะของการถูก
คุกคามทางเพศ รับข้อมูลข่าวสารท่ีเกี่ยวของกับสุขภาพโดยเข้าใจผลเสียที่มีต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
และสติปัญญา แลกเปล่ียนประสบการณ์ของตนเอง สถานการณในชุมชน สังคมอย่างมีสติกับบุคคลท่ี
หลากหลาย มีสติ รู้เท่าทนั อารมณ์ และความรู้สกึ ที่เกิดขึน้ โดยรู้ขีดจำกัดด้านอารมณ์และความร้สู ึกของตนเอง
รู้จกั ควบคมุ และจัดการอารมณ์ ความรู้สึกของตนเองต่อสถานการณใ์ นด้านบวกและลบ เข้าใจผลดแี ละผลเสียท่ี
เกิดข้ึนต่อตนเองและผู้อื่น สืบค้นวิธีการบรรเทาความเครียด อาการวิตกกังวลและความโศกเศร้า เลือกวิธีที่
เหมาะสมกับตนเอง นำมาปรับใช้ในชีวิตจริง สร้างและรักษาสัมพันธภาพท่ีดีภายในครอบครัว ยอมรับความ
แตกต่างระหว่างของบุคคล เห็นความสำคัญของครอบครัว มีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว สร้างความสัมพันธ์
ในครอบครวั และกลุ่มเพอื่ น และอยูร่ ่วมกบั ผูอ้ น่ื อย่างมคี วามสุข
อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง

โดยวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง การจัดการอารมณ์และความรู้สึกของ
ตนเอง การสรา้ งสมั พนั ธภาพท่ีดีกับผ้อู นื่

เพ่ือให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีความรับผิดชอบในตนเอง มีกระบวนคิดทห่ี ลากหลาย การแสดงออก
อย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพื้นฐานด้านการคิดริเร่ิม คิดวิเคราะห์ รับส่งสารบนพื้นฐาน
ความเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบใน
บทบาทหน้าที่ของตนและของทีม ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความ
กระตอื รอื รน้ ในการเรียน

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕

LO – Pe – ๐๑/ LO – Pe – ๐๒ / LO – Pe – ๐๓ / LO – Pe – ๐๔/ LO – Pe – ๐๕/ LO – Pe – ๐๖/
LO – Pe – ๐๗/ LO – Pe – ๐๘ /LO – Art – ๐๓ / LO – Art – ๐๔ / LO – Art – ๐๖/ LO – Sci – ๐๑

208

สมรรถนะหลัก
1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขั้นสูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่ือสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี (Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเป็นพลเมืองทเ่ี ขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

209

คำอธบิ ายรายวชิ าสุขภาวะพาเพลิน

ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๗๒ ชว่ั โมง/ปี

ปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ เรียนรู้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ และระบบหายใจ วิธีการดูแล
ระบบการทำงานต่าง ๆ ในร่างกาย สามารถวิเคราะห์ฉลากโภชนาการและยา เลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์
สุขภาพได้ วิเคราะห์ปญั หาสุขภาพของตนเอง ใช้ยา และปฐมพยาบาลได้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม เขา้ ใจการ
เปลี่ยนแปลงทางเพศตามช่วงวัย การปฏิบัติท่ีแสดงออกถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+)
และการดูแลสุขอนามัยทางเพศ อภิปรายผลเสียของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร พฤติกรรมทางเพศ
หลีกเลี่ยงสถานการณ์ท่ีไม่ปลอดภัย ป้องกัน หลีกเลี่ยงโรคและอุบัติเหตุท่ีพบบ่อยในชีวิตประจำวัน ตลอดจน
แสดงพฤตกิ รรมที่รบั ผิดชอบต่อสขุ ภาพของตนเองและสว่ นรวม รับรูไดถงึ สถานการณทเี่ ป็นปัญหาและเข้าใจถึง
ลักษณะของการถูกคุกคามทางเพศ รับข้อมูลข่าวสารที่เก่ียวของกับสุขภาพโดยเข้าใจผลเสียท่ีมีต่อร่างกาย
จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา แลกเปล่ียนประสบการณ์ของตนเอง สถานการณในชุมชน สังคมอย่างมีสติ
กับบคุ คลที่หลากหลาย มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ และความรู้สึกที่เกิดข้ึน โดยร้ขู ีดจำกัดด้านอารมณ์และความรู้สึก
ของตนเอง รู้จักควบคุมและจัดการอารมณ์ ความรู้สึกของตนเองต่อสถานการณ์ในด้านบวกและลบโดยไม่
ทำลายความรสู้ ึกของผู้อ่นื และเหน็ ความสำคัญของการจัดการอารมณของตนเองสร้างและรักษาสมั พันธภาพท่ี
ดภี ายในครอบครวั ยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งของบุคคล

โดยวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง การจัดการอารมณ์และความรู้สึกของ
ตนเอง การสร้างสัมพนั ธภาพทด่ี กี บั ผูอ้ น่ื

เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีความรบั ผิดชอบในตนเอง มีกระบวนคิดทีห่ ลากหลาย การแสดงออก
อย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพื้นฐานด้านการคิดริเร่ิม คิดวิเคราะห์ รับส่งสารบนพื้นฐาน
ความเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมท่ีแตกต่าง มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบใน
บทบาทหน้าท่ีของตนและของทีม ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลงอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความ
กระตอื รอื ร้นในการเรยี น

ผลลัพธก์ ารเรียนรู้ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖

LO – Pe – ๐๑/ LO – Pe – ๐๒ / LO – Pe – ๐๓ / LO – Pe – ๐๔/ LO – Pe – ๐๕/ LO – Pe – ๐๖/
LO – Pe – ๐๗/ LO – Pe – ๐๘ /LO – Art – ๐๓ / LO – Art – ๐๔ / LO – Art – ๐๖ / LO – Sci – ๐๑

210

สมรรถนะหลัก
1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขั้นสูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่ือสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี (Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเป็นพลเมืองทเ่ี ขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาตฯิ (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
scienc

211

คำอธิบายรายวชิ าเทคโนโลยีดจิ ิทลั

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลา ๔๕ ช่ัวโมง /ปี

ศึกษาเก่ียวกับการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันหรือสถานการณ์จำลองโดยใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะและร่วมกันแสดงวิธีการแก้ปัญหาด้วยข้อความหรือแผนภาพ ด้วยความพยายามและกระตือรือร้นในการ
แก้ปัญหาอย่างอย่างมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ร่วมกันออกแบบหรือเขียนโปรแกรม Scratch, KidBrigh IDE, code.org
หรือตามความสนใจจากสถานการณ์ต่างๆที่กำหนดให้ อธิบายและนำเสนอแนวทางหรือวิธีการแก้ปัญหาได้
อย่างสร้างสรรค์ เลือกใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชั่นในการทำงานหรือแก้ปัญหาร่วมกันตามวัตถุประสงค์
ออกแบบการบันทึกข้อมูล รวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลและลงข้อสรุป และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ
ต่างๆ อย่างง่ายตามความเหมาะสมระบุคำค้นที่กระชับในการค้นหาข้อมูลข่าวสารจากข้อความ ภาพ เสียง ใช้
เทคนิคการค้นหาข้ันสูง ในการค้นหาข้อมูลท่ีมีความเฉพาะเจาะจง ส่ือสารผ่านอินเทอร์เน็ตในการทำงาน
ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างเหมาะสม และแนวทางปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจ ร่วมกันสร้างช้ินงานเพ่ือ
แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จากสถานการณ์ต่างๆ โดยร่วมกันทำงานเป็นทีม ระบุปัญหา วางแผนแก้ปัญหา
ตรวจสอบผลและปรับปรุงแก้ไข โดยเลือกใช้เทคโนโลยใี นการสะทอ้ นผลท่ีมตี อ่ ตนเองและผอู้ ่ืนหรือผลกระทบท่ี
เกดิ ข้ึน

โดยฝึกทักษะการแกป้ ญั หาเชิงตรรกะ รวบรวมข้อมลู จดั เกบ็ จดั เตรียม ประมวลผล นำเสนอขอ้ มลู

ประเมินความเช่อื ถือ เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า ใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั อย่างเหมาะสม ปลอดภยั

เพือ่ ใหเ้ กดิ สมรรถนะหลกั การจัดการตนเอง การคดิ ข้นั สงู การสอ่ื สาร การรวมพลงั งานทำงานเป็นทีม
การเปน็ พลเมืองที่เข้มแข็ง และการอย่รู ่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งยง่ั ยืน

ผลลพั ธ์การเรยี นรู้ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4

LO-Tec-๐1/ LO-Tec-๐2/ LO-Tec-๐3/ LO-Tec-๐4/ LO-Tec-๐5

สมรรถนะหลกั 6 ประการ
1.การจัดการตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคดิ ขั้นสูง(Higher Order Thinking : HOT)

3.การส่ือสาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม(Teamwork and Collaboration: TC)

5.การเปน็ พลเมืองทีเ่ ขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาติฯ(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
science)

212

คำอธิบายรายวิชาเทคโนโลยดี ิจิทลั

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลา ๔๕ ช่ัวโมง /ปี

ศกึ ษาเกี่ยวกบั การปญั หาจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันหรอื สถานการณ์จำลองโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ
และร่วมกันแสดงวิธีการแก้ปัญหาด้วยข้อความหรือแผนภาพ ด้วยความพยายามและกระตือรือร้นในการ
แก้ปัญหาอย่างอย่างมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ร่วมกันออกแบบหรือเขียนโปรแกรม Scratch, KidBrigh IDE, code.org
หรือตามความสนใจจากสถานการณ์ต่างๆที่กำหนดให้ อธิบายและนำเสนอแนวทางหรือวิธีการแก้ปัญหาได้
อย่างสร้างสรรค์ เลือกใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชั่นในการทำงานหรือแก้ปัญหาร่วมกันตามวัตถุประสงค์
ออกแบบการบันทึกข้อมูล รวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลและลงข้อสรุป และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ
ต่างๆ ตามความเหมาะสม ร่วมกันแสดงความคิดเกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากข้อความ
ภาพ วีดิโอที่กำหนดให้ แยกแยะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจับประเด็นสำคัญท้ังเชิงบวกและลบ ส่ือสารผ่าน
อินเทอร์เน็ตในการทำงานร่วมกับผู้อ่ืนอย่างเหมาะสม ระบุวิธีปกป้องตนเองจากการระรานทางไซเบอร์ และ
แนวทางปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจ ร่วมกันออกแบบช้ินงานเพ่ือแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และ
นำไปใช้จริง จากสถานการณ์ต่างๆในชุมชน โดยร่วมกันทำงานเป็นทีม ระบุปัญหา วางแผนแก้ปัญหา
ตรวจสอบผลและปรับปรุงแก้ไข โดยเลือกใช้เทคโนโลยีในการแสดงความคิดเห็นท่ีมีต่อตนเองและผู้อ่ืนหรือ
ผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ

โดยฝึกทักษะการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ การเขียนโปรแกรม ออกแบบ ตรวจหาข้อผิดพลาดของ

โปรแกรม รวบรวมข้อมูล จัดเก็บ จัดเตรียม ประมวลผล นำเสนอข้อมูล ประเมินความเช่ือถือ เลือกใช้

เทคโนโลยีอย่างคมุ้ คา่ สร้างสิง่ ของเครอื่ งใช้เพือ่ แก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั อยา่ งเหมาะสม ปลอดภยั

เพอื่ ให้เกดิ สมรรถนะหลัก การจดั การตนเอง การคิดขั้นสงู การสือ่ สาร การรวมพลังงานทำงานเปน็ ทีม

การเปน็ พลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งย่งั ยนื

ผลลัพท์การเรยี นรู้ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5

LO-Tec-๐1/ LO-Tec-๐2/ LO-Tec-๐3/ LO-Tec-๐4/ LO-Tec-๐5

สมรรถนะหลกั 6 ประการ
1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคดิ ข้นั สูง(Higher Order Thinking : HOT)
3.การส่อื สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม(Teamwork and Collaboration: TC)
5.การเปน็ พลเมืองท่ีเขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอย่รู ว่ มกับธรรมชาติฯ(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
science)

213

คำอธิบายรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทลั

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา ๔๕ ชวั่ โมง / ปี

ศกึ ษาเก่ียวกับการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันหรอื สถานการณ์จำลองโดยใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะและร่วมกนั แสดงวิธีการแก้ปัญหาด้วยขอ้ ความหรอื แผนภาพ ด้วยความพยายามและกระตือรอื ร้นในการ
แก้ปัญหาอย่างอย่างมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ร่วมกันออกแบบหรือเขียนโปรแกรม Scratch, KidBrigh IDE, code.org
หรือตามความสนใจจากสถานการณ์ต่างๆที่กำหนดให้ อธิบายและนำเสนอแนวทางหรือวิธีการแก้ปัญหาได้
อย่างสร้างสรรค์ เลือกใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคช่ันในการทำงานหรือแก้ปัญหาร่วมกันตามวัตถุประสงค์
ออกแบบการบันทึกข้อมูล รวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลและลงข้อสรุป และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ
ต่างๆ ตามความเหมาะสม ร่วมกันวิเคราะห์เก่ียวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากแหล่งข่าวใน
เว็บไซต์ต่าง ๆ หรือข้อความที่โพสบนโซเซียลต่าง ๆ แยกแยะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจับประเด็นสำคัญทั้งเชิง
บวกและลบ ระบุแหล่งท่ีมาข้อมูลได้อย่างถูกต้อง สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตในการทำงานร่วมกับผู้อ่ืนอย่าง
เหมาะสม ระบุวิธีปกป้องตนเองจากการระรานทางไซเบอร์ และแนวทางปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจ
ร่วมกันพฒั นาชิ้นงานเพื่อแกป้ ัญหาในชุมชนไดอ้ ย่างคุ้มค่าสรา้ งสรรคแ์ ละนำไปใชจ้ ริง โดยร่วมกนั ทำงานเป็นทีม
ในการวเิ คราะห์และรวบรวมปัจจัยที่เกยี่ วข้องกับสถานการณ์ ระบุปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ตรวจสอบผลและ
ปรับปรุงแก้ไข เลือกใช้เทคโนโลยี สะท้อนผลหรอื นำเสนอข้อมลู ตามความสนใจอยา่ งสร้างสรรค์

โดยฝึกทักษะการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ การเขียนโปรแกรม ออกแบบ ตรวจหาข้อผิดพลาดของ

โปรแกรม รวบรวมข้อมูล จัดเก็บ จัดเตรียม ประมวลผล นำเสนอข้อมูล ประเมินความเช่ือถือ เลือกใช้

เทคโนโลยีอย่างค้มุ ค่า สรา้ งสง่ิ ของเคร่ืองใช้เพ่อื แกป้ ัญหา ใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ลั อยา่ งเหมาะสม ปลอดภัย

เพือ่ ให้เกดิ สมรรถนะหลัก การจดั การตนเอง การคิดขน้ั สูง การสอื่ สาร การรวมพลงั งานทำงานเป็นทีม
การเปน็ พลเมอื งทีเ่ ขม้ แขง็ และการอยูร่ ่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งย่ังยืน

ผลลพั ท์การเรยี นรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

LO-Tec-๐1/ LO-Tec-๐2/ LO-Tec-๐3/ LO-Tec-๐4/ LO-Tec-๐5

สมรรถนะหลกั 6 ประการ
1.การจดั การตนเอง(Self-Management: SM)
2.การคิดขั้นสงู (Higher Order Thinking : HOT)
3.การสอื่ สาร(Communication: CM)
4.การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม(Teamwork and Collaboration: TC)

5.การเปน็ พลเมืองที่เขม้ แขง็ (Active Citizen: AC)
6.การอยรู่ ่วมกับธรรมชาติฯ(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and
science)

214

10. แนวทางการบริหารจดั การหลกั สตู ร

หลักสูตรสถานศึกษาคือ กลไกหลักในการขับเคล่ือนและดำเนินการจัดการศึกษาให้บรรลุผล
ตามเป้าหมายและจุดเน้นของสถานศึกษา ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาจึงต้องมีการวางระบบการสร้าง
ความรู้ความเข้าใจให้บุคลากรในระบบนิเวศทางการศึกษาให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจความสำคัญ พร้อมท้ัง
มีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีการเตรียมความพร้อม วางแผนและศึกษาข้อมูลบริบทรอบด้าน
อย่างครอบคลุมชัดเจน สร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนท่ีสำคัญ รวมทั้งอาจจัดให้มีการรับฟัง
ความคิดเห็นจากผู้เรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ผู้แทน
ภาคเอกชน และผู้แทนภาคประชาสังคมในพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา และเตรียมพร้อมสำหรับการติดตาม
และประเมนิ ผลการพัฒนาคณุ ภาพของผ้เู รยี น

หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐานพุทธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา เป็นหลักสูตรที่ใช้บริบทจัดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนา
สมรรถนะของผู้เรียน ซ่ึงสามารถปรับเปล่ียนได้ตามสถานการณ์ของชุมชน สังคม ประเทศไทย และโลก
โรงเรยี นได้ดำเนนิ การตามขัน้ ตอนการจัดทำหลักสูตรสถานศกึ ษาฐานสมรรถนะ ดงั แสดงในแผนภาพตอ่ ไปน้ี

พัฒนา 1. เตรียมความพร้อม 215
บุคลากร ในการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ บริหารจัดการ
- ระบบ
วธิ ีการ หลกั สตู ร
- ชดุ ความรู้ - จัดระบบ
กลไก
ความ ขอ้ มูล แนวคิด (รา่ ง) การบรหิ าร
พรอ้ ม บรบิ ท สำคญั กรอบ สถานศกึ ษา
ของ - บรหิ าร
บุคลากร หลักสตู รฯ จดั การ
หลักสตู ร
- ประกัน
คุณภาพ
ภายใน

2. รา่ งหลักสตู รสถานศกึ ษาฐานสมรรถนะ
และตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร

- รา่ งหลักสูตรตามองค์ประกอบทก่ี ำหนด
- ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง เหมาะสม ของหลกั สตู ร
- ตรวจสอบเพอ่ื ใหก้ ารรบั รอง

3. นำหลกั สตู รสถานศกึ ษาฐานสมรรถนะไปใช้
และปรับปรงุ

- สร้างความเขา้ ใจ และวางระบบการนำหลกั สูตรไปใช้
- ออกแบบโครงสรา้ งรายวชิ า รายวชิ า/ กิจกรรม
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้
- จดั กิจกรรมการเรียนรู้ และปรบั ปรุง

4. ประเมนิ หลักสตู รสถานศกึ ษาฐานสมรรถนะ

- เก็บรวบรวมขอ้ มลู การใช้หลกั สูตร

- ประเมินผลการใชห้ ลักสตู ร

- ปรบั ปรงุ หลักสูตรใหส้ มบรู ณ์

216

แผนภาพแสดงการจัดทำและใช้หลกั สูตรสถานศกึ ษาฐานสมรรถนะ
การจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะให้มีประสิทธิภาพ มีรายละเอียดของการดำเนินการ
ในแต่ละขัน้ ตอน ดงั น้ี

ข้นั ตอนท่ี 1 เตรยี มความพร้อมในการจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษาฐานสมรรถนะ

1) แต่งตัง้ คณะกรรมการ
แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยแต่งตั้งคณะบุคคลที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบ

การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะจากภาคส่วนต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ซ่ึงเป็นผู้ท่ียอมรับ
ในหลักการของหลกั สูตรฐานสมรรถนะและพร้อมเปลยี่ นแปลง

2) จัดทำข้อมูลความต้องการจำเป็นตามบริบทของสถานศึกษา ชุมชน ท้องถ่ิน และสถานการณ์
ปัจจุบัน

จัดทำข้อมูลความต้องการจำเป็นของผู้เรียนแต่ละระดับ และจุดเน้นตามบริบทของ
สถานศึกษา ชุมชนและท้องถิ่น เน่ืองจากหลักสูตรฐานสมรรถนะให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้ผู้เรียนนำ
ส่ิงที่ได้เรียนรู้ไปใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิต บริบทของสถานศึกษาจึงเก่ียวข้องโดยตรงกับผู้เรียน ทั้งส่วนที่เป็น
สถานการณ์ หรือปัญหาท่ีเกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือการใช้ชีวิตในอนาคตของผู้เรียน รวมท้ังสถานการณ์ของ
ประเทศและโลกปจั จบุ ันท่ีบง่ บอกถึงสมรรถนะท่ีผู้เรียนตอ้ งมีเพื่อการใช้ชวี ติ ในอนาคต

3) ศกึ ษาการจดั การศึกษาฐานสมรรถนะ
ศกึ ษาการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ ซ่ึงประกอบด้วย 1) หลักสูตรฐานสมรรถนะ 2) การจัด

การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ และ 3) การวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ ซึ่งองค์ประกอบทั้ง 3 องค์ประกอบ
มีความสอดคล้องและสัมพันธ์กันตลอดแนว เพ่ือทำความเข้าใจในหลักการของหลักสูตรฐานสมรรถนะ
อันจะนำมาสูก่ ารจดั ทำหลกั สตู รสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

4) ศึกษาหลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐานพุทธศกั ราช 2565ระดบั ประถมศึกษา

ศึกษา หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา ซ่ึงมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ วิสัยทัศน์
หลกั การ จดุ หมาย คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะหลัก 6 ด้าน และกลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ข้นั ตอนท่ี 2 ร่างหลักสตู รสถานศึกษาฐานสมรรถนะ และตรวจสอบคณุ ภาพหลักสตู ร

1) จัดทำ หลักสูตรโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ พุทธศักราช 2565 ตาม(ร่าง)กรอบหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา และรายละเอียดของหลักสูตร ได้แก่
วิสัยทัศน์ พันธกิจ สมรรถนะหลัก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ โครงสร้างหลักสูตร
สถานศึกษา คำอธิบายรายวิชา/ กิจกรรม การวัดและประเมินผลและเกณฑ์การจบการศึกษา พร้อมท้ังจัดทำ
เอกสารระเบยี บการวัดและประเมินผล ใหต้ รงตามเป้าหมายของ (รา่ ง) กรอบหลักสูตรฯ ท่ีกำหนด ตามข้นั ตอน
ต่อไปน้ี

1.1) วิเคราะห์เช่ือมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ของ หลักสูตรฐานสมรรนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ
กับบริบทของสถานศึกษาท่ีดำเนินการไวข้ ้ันตอนที่ 1 เพ่ือปรับ หรือเพิ่มเติมผลลพั ธ์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับ
สภาพบรบิ ท จดุ เนน้ ความพร้อม และความต้องการของสถานศกึ ษา และความถนดั ความสามารถ ความสนใจ
และความต้องการของผเู้ รยี น

217

1.2) กำหนดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ โดยศึกษากรอบโครงสร้างเวลาเรียน
ของหลักสูตรฐานสมรรนะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ สมรรถนะหลัก และผลลัพธ์การเรียนรู้ ตามกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ แล้วพิจารณาจดั ทำรายวชิ า และเวลาเรยี น ใหส้ อดคลอ้ งกับบรบิ ทและจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา

หลักสตู รโรงเรียนบ้านห้วยนำ้ ดำ พทุ ธศักราช 2565 ตาม(รา่ ง)กรอบหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2565ระดับประถมศึกษา ได้กำหนดแนวการจดั โครงสร้างเวลาเรียนของ
สถานศกึ ษา ในลักษณะการกำหนดชว่ งเวลาที่ยดื หยุน่ เพือ่ ให้สถานศึกษาได้พิจารณากำหนดโครงสรา้ งเวลาใน
การจดั การเรยี นรทู้ ่ีเอื้อตอ่ การพฒั นาผู้เรยี นให้บรรลุสมรรถนะตามกรอบหลักสูตรฯ และตามผลการวเิ คราะห์
บริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา สถานศกึ ษาพจิ ารณาและดำเนนิ การจัดโครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยมี
หลกั การ ดงั นี้

1. ยึดสมรรถนะหลักและผลการวิเคราะห์บริบทและจุดเน้นของสถานศึกษาเป็นเป้าหมาย
ของการพัฒนาผูเ้ รยี นและการจัดเวลาในการเรียนรู้

2. พัฒนาผู้เรียนตามความสามารถ ความต้องการ ความสนใจและเส้นทางการเรียนรู้
ของผเู้ รียน

3. ยดื หยุ่นตามบรบิ ทและระบบนเิ วศทางการศกึ ษา (Ecosystem) ของแตล่ ะโรงเรียน
4. บูรณาการการจัดการเรียนรู้ ทง้ั ภายในกลมุ่ สาระการเรียนรู้และข้ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้
5. พฒั นาคุณภาพผเู้ รียนตามจดุ เน้นของช่วงวยั และจุดเน้นการจดั การศกึ ษา
1.3) กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชา การกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชา
กำหนดจากข้อมูล

- ความต้องการจำเป็นของผู้เรียนในชั้นปี/ รายภาค
- จุดเน้นตามบริบทของสถานศึกษาที่ได้จัดทำในขน้ั ตอนที่ 1
- คำบรรยายพฤตกิ รรมระดับการพฒั นาของสมรรถนะหลกั ท่ีเกย่ี วข้อง
- ผลลพั ธ์การเรยี นรู้ช่วงชัน้ ของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ท่เี กยี่ วข้อง
ผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา เป็นความคาดหวังว่าผู้เรียนจะกระทำได้ โดยระบุสมรรถนะหลัก
ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง สมรรถนะเฉพาะ (ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะท่เี ชือ่ มโยงกัน) และสถานการณ์
การบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้เม่ือจบช่วงช้ัน กำหนดให้ผู้เรียนใช้เวลาเรียนภายใน ๓ ปี
ซึ่งสถานศึกษาสามารถจะกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้แต่ละปี/ รายภาค ไต่ลำดับจากง่ายไปยาก หรือผลลัพธ์
การเรียนรู้เหมือนกันในแต่ละปี แต่มีความเข้มข้นของสมรรถนะเฉพาะ ระดับการพัฒนาสมรรถนะหลัก และ
สถานการณ์ท่ีหลากหลายและซับซอ้ นมากขนึ้
1.4) จดั ทำคำอธิบายรายวิชา
จัดทำคำอธิบายรายวิชา โดยนำผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชาช้ันปี/ รายภาค มาเขียน
เปน็ คำอธิบายรายวชิ า ซง่ึ สามารถเขยี นได้หลายลกั ษณะ มีองคป์ ระกอบที่สำคัญ ดงั นี้
1.4.1) ช่ือรายวิชา สำหรับช่ือรายวิชา สถานศึกษาสามารถกำหนดได้ตาม
ความเหมาะสม ท้ังนี้ ตอ้ งสื่อความหมายได้ชัดเจน สอดคล้องกบั ผลลัพธก์ ารเรยี นรชู้ นั้ ปี/ รายภาค
1.4.2) เวลาเรยี น
1.4.3) ข้อความที่เป็นการระบุรายละเอียดของความรู้ ทักษะ เจตคติและค่านิยม
ที่ผู้เรียนต้องใช้ร่วมกันเพื่อให้บรรลุความสามารถที่คาดหวังดังกล่าวมาเขียนเรียบเรียงเป็นคำอธิบายรายวิชา
ซ่งึ ประกอบด้วย

218

- ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่แสดงรายละเอียดพฤติกรรมบ่งชี้ของสมรรถนะหลัก
โดยระบุว่าผ้เู รียนทำอะไรได้ อย่างไร ในระดับใด ในเง่อื นไขใด สถานการณใ์ ด

- สมรรถนะเฉพาะ ซ่งึ ประกอบด้วย ความรู้ ทักษะ และคณุ ลกั ษณะท่ีเชอ่ื มโยงกนั
- สถานการณแ์ ละบรบิ ทการเรียนรู้ ท่ใี ชใ้ นการจัดการเรียนรูผ้ ่านรปู แบบ ส่อื วธิ ีการ
ที่หลากหลายอย่างเหมาะสม
ทั้งน้ี อาจมีการกำหนดรายละเอียดอื่น ๆ ที่สถานศึกษาเห็นว่าสำคัญจำเป็น เช่น
แนวทางการวัดและประเมินผลที่ระบุรายละเอียดเก่ียวกับวิธีการ และเคร่ืองมือ นอกจากน้ี การคำอธิบายรายวิชา
ควรเขียนให้มีความกระชับ อาจแบ่งย่อหน้า หรือไม่แบ่งย่อหน้าก็ได้ แต่ต้องมีความชัดเจนเพียงพอในการนำไป
ออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้
2) ตรวจพิจารณาคณุ ภาพหลักสตู ร
เมื่อจัดทำร่างหลักสูตรสถานศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรมีการพิจารณาคุณภาพ ความถูกต้อง
เหมาะสม โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบ หรือการรับฟังความคิดเห็นจาก
ผ้ทู เี่ กีย่ วขอ้ ง เพ่อื นำขอ้ มูลทไี่ ด้มาพิจารณาปรับปรงุ แก้ไขใหส้ มบรู ณ์ย่งิ ขึน้
3) เสนอคณะกรรมการสถานศึกษา/ คณะกรรมการขับเคล่ือนพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา
พิจารณาให้ความเหน็ ชอบ
นำเสนอ หลกั สูตรฐานสมรรนะโรงเรยี นบา้ นห้วยน้ำดำ และระเบียบการวดั และประเมินผล
ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา/ คณะกรรมการขบั เคลื่อนพื้นทีน่ วัตกรรมการศึกษา เพื่อพิจารณาให้ความ
เหน็ ชอบ หากมีข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ ให้นำข้อเสนอแนะดงั กล่าวไปพจิ ารณาหลักสูตรฐานสมรรนะ
โรงเรียนบา้ นห้วยนำ้ ดำ ใหม้ ีความเหมาะสมและชดั เจนยง่ิ ข้ึนก่อนการอนุมัตใิ ช้หลกั สูตร และเมื่อได้รบั ความ
เห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษา/ คณะกรรมการขับเคลอ่ื นฯ แลว้ ใหจ้ ัดทำเป็นประกาศ หรือคำสง่ั
เรือ่ ง ให้ใชห้ ลักสตู รสถานศกึ ษา โดยผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาและประธานกรรมการสถานศึกษาเป็นผ้ลู งนาม หรอื
ผู้บรหิ ารสถานศึกษาเป็นผลู้ งนามเพียงผู้เดียว หรอื ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เห็นชอบ
ขั้นตอนที่ 3 นำหลกั สูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะไปใช้ และปรบั ปรุงการจัดการเรียนรู้
1) นำหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะไปใช้
น ำห ลั ก สู ต รส ถ าน ศึ ก ษ าฐ าน ส ม ร รถ น ะซ่ึ งได้ ก ำห น ด ค ำอ ธิบ า ย รา ย วิช าไว้ แ ล้ วไป จั ด ท ำ
โครงสร้างรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ตามเปา้ หมาย
1.1) จดั ทำโครงสร้างรายวิชา
จัดทำโครงสร้างรายวิชา เพ่ือช่วยให้เห็นภาพรวมของรายวิชาประกอบด้วย
ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ และเวลาเรยี นของแตล่ ะหนว่ ย โดยมีขอ้ คำนงึ ในการจดั ทำโครงสร้างรายวชิ า ดงั นี้
⚫ การจัดลำดับหน่วยการเรียนรู้ ให้พิจารณาจากลำดับของการพัฒนาสมรรถนะเฉพาะ
ให้มีความต่อเน่ืองจากง่ายไปยาก จากใกล้ตัวไปไกลตัวเพ่ือให้ผู้เรียนได้ส่ังสม ความรู้ ทักษะ เจตคติ/ ค่านิยม
และนำส่ิงที่ได้รับมาพัฒนาสมรรถนะหลักอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นการประเมินเพ่ือพัฒนาความก้าวหน้า
โดยคำนงึ ถึงพัฒนาการ ศกั ยภาพ และธรรมชาติของผูเ้ รยี นเป็นสำคญั
⚫ ความเชื่อมโยงของหน่วยการเรียนรู้ที่จัดขึ้นว่ามีความเกี่ยวเนื่องเช่ือมโยงกันอย่างไร
เป็นลำดับข้ันตอนหรือไม่ หรือสามารถเรียนรู้แบบแยกส่วนได้ รวมทั้งหลักฐานการเรียนรู้ของรายวิชา
มีความสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยท่ีจัดขึ้นหรือไม่ อย่างไร ซ่ึงจะนำมาสู่การจัดการเรียนรู้
ทีม่ ีความหมาย และกระตุ้นให้ผู้เรยี นเกดิ ความคิดเช่อื มโยงและบูรณาการอย่างเป็นระบบ

219

⚫ การกำหนดเวลาเรียนของแตล่ ะหน่วยการเรยี นรู้ พิจารณาจากเวลา ความเขม้ ข้นของ
ผลลัพธ์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ โดยเวลาเรียนที่กำหนดข้ึนอาจต้องพิจารณาว่า นอกจากจะเป็นเวลาเรียนใน
ห้องเรียนที่กำหนดตามโครงสรา้ งเวลาเรียนแล้ว อาจมีความจำเป็นที่นักเรียนจะต้องการศึกษาด้วยตนเองนอก
ห้องเรียน หากเป็นเช่นนั้นครูผู้สอนจะต้องพิจารณาว่านักเรียนจะเป็นต้องใช้มีความเหมาะสมแล้ว
ทั้งในรายวิชาของตนเอง และต้องพิจารณาร่วมกับครผู ู้สอนคนอื่นท่ีรบั ผิดชอบจัดการเรียนรู้ในระดบั ชน้ั เดียวกัน
ด้วยว่าเพ่มิ ภาระใหก้ ับผู้เรยี นจนลดประสิทธภิ าพการเรยี นรหู้ รือไมอ่ ีกด้วย

⚫ เมื่อนักเรียนเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้สุดท้ายจบลง นักเรียนต้องบรรลุจุดมุ่งหมายของ
รายวิชา กล่าวคือ นักเรียนควรได้รับการพัฒนาจนมีศักยภาพที่จะต่อยอดความชำนาญไปใช้ในสถานการณ์
หรือบริบทที่ทา้ ทาย และใกล้เคียงกับชีวิตจริง หลังจากออกแบบหน่วยการเรยี นรู้แลว้ ครผู ู้สอนสามารถกำหนด
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเน้ือหา หรือกิจกรรมภายในหน่วยการเรียนรู้ โดยอาจกำหนดให้เป็นช่ือ
ทีเ่ ร้าความสนใจ และท้าทายความสามารถของผเู้ รียน

1.2) จดั ทำหนว่ ยการเรยี นรู้
จัดทำหน่วยการเรียนรู้ โดยพิจารณาผลลัพธ์การเรียนรู้รายปี/ รายภาค สมรรถนะหลัก และ

สมรรถนะเฉพาะท้ังด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ท่ีเช่ือมโยงและเก่ียวข้องเป็นเร่ืองเดียวกัน มาบูรณาการ
เป็นหน่วยการเรียนรู้ และจัดการเรียนการสอนในลักษณะองค์รวม ซึ่งสามารถจัดการเรียนการสอนบูรณาการ
กับกลุม่ สาระการเรียนรู้อนื่ ๆ ได้ เพอ่ื พฒั นาผู้เรียนให้มสี มรรถนะ

การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้ (Learning) ควบคู่
กับการประเมินเพ่ือการพัฒนา (Formative Assessment) ให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามจุดประสงค์การเรียนรู้
เชงิ สมรรถนะ (Objective) ซึง่ เป็นเปา้ หมายการเรยี นรู้ โดยมรี ายละเอยี ด ดังต่อไปน้ี

1. การกำหนดจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้เชงิ สมรรถนะ
2. การกำหนดการประเมนิ การเรียนรู้ และหลักฐานการเรียนรู้
3. การกำหนดการจัดการเรยี นรู้
โดยสรุป หน่วยการเรยี นรมู้ ีองคป์ ระกอบดงั น้ี
๑. ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ และเวลาเรยี น
๒. ผลลัพธ์การเรียนรรู้ ายวิชาชัน้ ป/ี รายภาค
๓. สมรรถนะหลักท่ีเกย่ี วขอ้ ง (ตามระดับการพัฒนา)
๔. สมรรถนะเฉพาะ (ทง้ั ด้านความรู้ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะทีเ่ ชือ่ มโยงกนั )
๕. จุดประสงคก์ ารเรยี นรเู้ ชิงสมรรถนะ
๖. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างจุดประสงค์เชงิ สมรรถนะ กบั หลักฐานการเรียนรู้
๗. การจดั การเรียนรู้
๘. เกณฑ์การประเมนิ

220

ดังแสดงในภาพแผนตอ่ ไปน้ี
ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ และเวลาเรยี น

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรรู้ ายวิชาชน้ั ปี/ รายภาค

สมรรถนะหลกั ที่เก่ยี วข้อง สมรรถนะเฉพาะ
(ตามระดบั การพัฒนา) (ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคณุ ลกั ษณะ

ท่เี ชอื่ มโยงกัน)

จุดประสงคก์ ารเรยี นรเู้ ชงิ สมรรถนะ

การจัดการเรยี นรู้ หลักฐานการเรยี นรู้

เกณฑ์การประเมนิ

2) ระบบการจัดการเรียนรูค้ วบคูก่ ารประเมนิ เพ่ือพัฒนาสมรรถนะผู้เรยี น
การประเมินเป็นส่วนหน่ึงที่บูรณาการอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ควบคู่

การประเมินเพ่ือพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนจึงเป็นระบบท่ีแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างท่ีมีองค์ประกอบท่ีหลากหลาย
ที่แสดงใหเ้ หน็ วา่ การจดั การเรยี นร้ดู ำเนินการควบคู่ไปพรอ้ มกบั การประเมนิ ตลอดแนว ดงั นี้

1. การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ ออกแบบการเรียนรู้ และออกแบบ
การประเมิน

การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้พิจารณาให้เหมาะสมตามสมรรถนะหลักและระดับ
สมรรถนะ ผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา/ ช่วงช้ัน/ รายปี/ รายภาค และสมรรถนะเฉพาะ โดยบ่งบอกระดับสมรรถนะ
ทน่ี ำมาใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หลังจากกำหนดจุดประสงคก์ ารเรียนรู้เชิงสมรรถนะแล้ว ครผู ู้สอน
ดำเนินการออกแบบการจัดการเรียนรู้ และการประเมินไปพร้อมกัน ครูสามารถกำหนดวิธีการในการเก็บ
รวบรวมหลักฐานการเรียนรู้ดังกล่าวด้วยเคร่ืองมือและช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยพิจารณากิจกรรมการเรียนรู้
ที่ส่งเสริมและเชื่อมโยงการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ในแต่ละ
ช่ ว ง ข อ ง ก า ร เรี ย น รู้ ใน ห น่ ว ย ก า ร เรี ย น รู้ ห รื อ แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น รู้ เป็ น ห ลั ก ฐ า น ส ำ คั ญ ท่ี แ ส ด ง ให้ เห็ น
ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน ก่อนที่จะไปถึงการทำผลงาน หรือช้ินงานที่แสดงการมีสมรรถนะ
ในตอนท้ายของการเรียนรู้ โดยครอบคลุมทุกช่วงเวลาของกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือให้สามารถดำเนินการ
เกบ็ รวบรวมหลกั ฐานที่แสดงพฤติกรรมบง่ ชไี้ ดท้ นั ทว่ งที

2. วงจรการปฏิบัติการประเมนิ เพ่อื การเรียนรู้
วงจรน้ีสำคัญอย่างยิ่ง แสดงใหเ้ หน็ กจิ กรรมการประเมินท่ีบูรณาการกับกระบวนการเรียนรู้

ในการจัดการเรียนรู้ ครูสามารถเริ่มด้วยการประเมินวินิจฉัยเพ่ือศึกษาพื้นฐานความรู้เดิม หรือจุดอ่อนจุดแข็ง

221

ของผู้เรียนท่ีมีอยูเ่ ดิมก่อนเรียน หรือการเรยี นรู้ หรือสมรรรถนะเดมิ กอ่ นเรยี นของผู้เรียน ซึง่ ชว่ ยให้ครูออกแบบ
การเรยี นรู้ หรอื ปรบั การจดั การเรยี นรู้ให้เหทมาะสมกบั ความต้องการของผเู้ รยี นรายบุคคลได้

จากน้ันครูอธิบายเป้าหมายการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจ ท้ังจุดประสงค์การเรียนรู้
เชิงสมรรถนะของการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้/ แผนการจัดการเรียนรู้/ คร้งั รวมทงั้ ภาพความคาดหวัง
ของผลงาน หรือชิ้นงาน หรือพฤติกรรมทผี่ ู้เรียนต้องนำมาแสดงให้ผูเ้ รยี นทราบ ซ่ึงจะเปน็ การกำหนดมาตรฐาน
การประเมินการเรียนรู้ให้เข้าใจตรงกันระหว่างผู้เรียนท่ัวไปทุกคน และทำให้ผู้เรียนทราบเป้าหมาย
และเกดิ ความรับผดิ ชอบในการเรียนรู้ของตนเอง

หลังจากท่ีเข้าใจภาพความคาดหวังของการเรียนรู้ตรงกันแล้ว จึงเริ่มดำเนินการจัด
การเรียนรู้ควบคู่การประเมินเพื่อพัฒนา หมายความว่าในระหว่างการจัดการเรียนรู้ ครูและผู้เรียนติดตาม
การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นระยะ ๆ ด้วยวิธีการประเมินความก้าวหน้า (Formative Assessment) ท่ีใช้
ท้ังการประเมินโดยครู เพ่ือน และการประเมินตนเองของผู้เรียน การประเมินความก้าวหน้าทำให้ได้หลักฐาน
การเรียนรู้ที่แสดงความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นลำดับ มีการให้ข้อมูลป้อนกลับและการสนับสนุนช่วยเหลือ
ผู้เรียนตามความต้องการท่ีวิเคราะห์จากหลักฐานการเรียนรู้ ในขณะเดียวกันผู้เรียนจะกำกับติดตามการเรียนรู้
ของตนเองได้ โดยไมต่ อ้ งรอใหถ้ งึ การประเมนิ ในชว่ งทา้ ยของการเรยี นรู้

ข้อมูลที่แสดงความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละช่วง หรือจุดสำคัญ (Key Point)
ควรได้รับการบันทึกลงในแบบแบบฟอร์มอย่างต่อเน่ืองและสม่ำเสมอ เพื่อให้ครู ผู้เรียน หรือผู้เก่ียวข้อง
เห็นพัฒนาการในการเรียนรู้ของผู้เรียน ครู หรือผู้เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนช่วยเหลือตามความต้องการ
ของผู้เรียนจากพัฒนาการที่เห็นได้ และผู้เรียนกำกับติดตามการเรียนรู้ของตนเองจากการได้เห็นเส้นทาง
การเรยี นรู้ของตนเองได้ชดั เจนขึ้น

หากผู้เรียนได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในระหว่างทางอย่างเหมาะสม และเม่ือต้องประเมิน
สรปุ ผล (Summative Assessment) เพอื่ ตัดสนิ วา่ ผูเ้ รยี นมีสมรรถนะตามจดุ ประสงค์การเรียนรหู้ รือไม่ ผ้เู รยี น
จะสามารถบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ได้ แต่หากผู้เรียนยังไม่บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ สามารถปรับปรุง
แก้ไขผลงาน หรือช้ินงาน โดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือที่เหมาะสมและมีคุณภาพยิ่งข้ึน และประเมินซ้ำได้
หรือแม้กระทั่งผู้เรียนที่บรรลุสมรรถนะแล้ว หากต้องการต่อยอดการเรยี นรู้ของตนเองให้บรรลุในระดับที่สูงข้ึน
กส็ ามารถทำได้

เช่นเดียวกับการประเมินความก้าวหน้า ข้อมูลการประเมินสรุปผลควรได้รับการบันทึก
เพ่ือให้เห็นระดับการบรรลุสมรรถนะของผู้เรียนตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ต่าง ๆ และสามารถ
รวมเป็นแฟ้มสะสมงานของผู้เรียนได้ ซึ่งหากต้องการให้มีความละเอียดสามารถนำข้อมูลการประ เมิน
ความกา้ วหนา้ มาใส่ในแฟม้ สะสมงานไดด้ ว้ ย

3. การพฒั นาตอ่ ยอด
เมื่อผู้เรียนมีสมรรถนะตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้แล้ว จะพัฒนาต่อเน่ืองตามวัตถุประสงค์

การเรียนรู้อื่นต่อไป ซ่ึงเป็นไปตามกระบวนการต้ังแต่การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ออกแบบการจัด
การเรียนรู้และการประเมิน และวงจรการปฏิบัติการประเมินเพ่ือการเรียนรู้ควบคู่การเรียนรู้ เป็นวงจร
ตอ่ เนื่องกนั ทำให้การเรยี นรเู้ กิดเป็นเสน้ ทางการเรยี นรขู้ องผเู้ รียนรายบคุ คลต่อไป

การเรยี นรู้ควบคูก่ ารประเมนิ เพื่อพฒั นา

วงจรของการปฏิบัติการประเมนิ เพอ่ื การ

จำกรกะาํดหบั นสดมจรุดรปถรนะะสงค์ ออกแบบ ประเมนิ วนิ ิจฉัย/ จดั ก
การเรยี นรู้ และออกแบบการประเมิน ศึกษาพ้ืนฐานเดิม การป

ตามสมรรถนะหลกั วง; ตคี วาม
และระดับสมรรถนะ พฤตกิ

ตามผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ ราย
รายวิชา/ ช่วงชั้น/ รายปี
ผเู้ รยี น
ตามสมรรถนะเฉพาะ และกําก

222

รเรยี นรู้ ประเมนิ ซํ้า พฒั นาต่อยอด
ตามความต้องการ ตามลําดับการเรียนรู้
การเรียนรคู้ วบคู่
ประเมนิ เพื่อพัฒนา

มและบันทึก ใหข้ อ้ มลู ได้รับ
กรรมบง่ ชี้ ปอ้ นกลบั การสนบั สนนุ
ยบคุ คล ชว่ ยเหลอื

นสะทอ้ นคิด
กบั การเรียนรู้

223

11. แนวทางการจัดการเรียนรู้ และการประเมินการเรียนรู้

1. การจัดการเรยี นรู้
สถานศกึ ษาจัดกระบวนการเรียนรดู้ ้วยวธิ ีการท่หี ลากหลาย ในรปู แบบต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
1.1 จัดการเรียน รู้แบ บ Active Learning ซ่ึงเป็ น กระบ วน การจัด การเรียน รู้ตามแน วคิ ด

การสร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ท่ีเน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพ่ือช่วยให้ผู้เรียน
สามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านส่ือหรือกิจกรรม
การเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น
โดยกระบวนการคิดข้ันสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจาก
กิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558)

ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2553) ได้กล่าวถึงลักษณะของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
เป็นดังนี้

1) เป็นการเรียนการสอนท่ีพัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด การแก้ปัญหา และการนำ
ความร้ไู ปประยุกตใ์ ช้

2) เปน็ การเรียนการสอนทเ่ี ปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นร่วมในกระบวนการเรยี นรูส้ งู สดุ
3) ผเู้ รียนสร้างองค์ความรแู้ ละจดั กระบวนการเรยี นรู้ด้วยตนเอง
4) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างปฏิสัมพันธ์
รว่ มกนั ร่วมมือกนั มากกว่าการแข่งขนั
5) ผู้เรียนเรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน การมีวินัยในการทํางาน และการแบ่งหน้าที่ความ
รับผิดชอบ
6) เป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนอ่าน พูด ฟัง คิดอย่างลุ่มลึก ผู้เรียนจะเป็นผู้
จัดระบบการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง
7) เปน็ กิจกรรมการเรียนการสอนทเ่ี นน้ ทักษะการคิดข้นั สงู
8) เป็นกิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลข่าวสาร หรือสารสนเทศ และหลักการ
ความคิดรวบยอด
9) ผสู้ อนจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจดั การเรยี นรู้ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนเป็นผปู้ ฏบิ ัติดว้ ยตนเอง
10) ความรูเ้ กิดจากประสบการณ์ การสร้างองคค์ วามรู้ และการสรุปทบทวนของผเู้ รียน
ณัชนัน แกว้ ชัยเจริญกิจ (2550) ได้กลา่ วถึง บทบาทของอาจารย์ผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม
แนวทางของ Active Learning ดังนี้
1) จัดให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอนกิจกรรมต้องสะท้อนความต้องการในการ
พฒั นาผเู้ รยี นและเน้นการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงของผู้เรียน
2) สร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วม และการเจรจาโต้ตอบท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดี
กับผู้สอนและเพื่อนในช้นั เรยี น
3) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เป็นพลวัต ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมรวมทั้ง
กระต้นุ ใหผ้ ้เู รียนประสบความสำเรจ็ ในการเรียนรู้
4) จัดสภาพการเรียนรู้แบบร่วมมือ ส่งเสริมใหเ้ กดิ การรว่ มมอื ในกลุ่มผูเ้ รียน
5) จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนใหท้ ้าทาย และให้โอกาสผูเ้ รยี นไดร้ บั วธิ กี ารสอนที่หลากหลาย

224

6) วางแผนเกี่ยวกบั เวลาในจัดการเรยี นการสอนอย่างชัดเจน ท้งั ในสว่ นของเนือ้ หา และกจิ กรรม
7) ครูผสู้ อนต้องใจกว้าง ยอมรับในความสามารถในการแสดงออก และความคิดเของทผี่ ้เู รยี น
ตัวอย่างเทคนคิ การจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างให้เกิดข้ึนได้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
รวมท้ังสามารถใช้ได้กับนกั เรียนทกุ ระดบั ทัง้ การเรยี นรเู้ ป็นรายบคุ คล การเรียนรู้แบบกลมุ่ เลก็ และการเรียนรู้แบบ
กลุ่มใหญ่ McKinney (2008) ได้เสนอตัวอย่างรูปแบบหรือเทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนร้ทู ี่จะช่วยให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรูแ้ บบ Active Learning ไดด้ ี ไดแ้ ก่
1) การเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้
ผู้เรียนคดิ เก่ียวกับประเด็นที่กำหนดแต่ละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนั้นให้แลกเปล่ยี นความคิดกบั เพอ่ื น
อีกคน 3-5 นาที (Pair) และนำเสนอความคดิ เหน็ ตอ่ ผู้เรียนทง้ั หมด (Share)
2) การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้
ผู้เรยี นได้ทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื โดยจดั เปน็ กลมุ่ ๆ ละ 3-6 คน
3) การเรียนรู้แบบทบทวนโดยผู้เรียน (Student-led review sessions) คือการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้และพิจารณาข้อสงสัยต่าง ๆ ในการปฏิบัติกิจกรรม
การเรยี นรู้ โดยครจู ะคอยช่วยเหลือกรณที ี่มีปัญหา
4) การเรียนรู้แบบใช้เกม (Games) คือการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ผู้สอนนำเกมเขา้ บรู ณาการใน
การเรยี นการสอน ซงึ่ ใช้ได้ทง้ั ในขน้ั การนำเข้าสู่บทเรยี น การสอน การมอบหมายงาน และหรอื ข้ันการประเมินผล
5) การเรียนรู้แบบวิเคราะห์วีดีโอ (Analysis or reactions to videos) คือการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ท่ีให้ผู้เรียนได้ดูวีดีโอ 5-20 นาที แล้วให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น หรือสะท้อนความคิดเก่ียวกับสิ่งท่ีได้ดู
อาจโดยวธิ กี ารพูดโต้ตอบกัน การเขยี น หรือ การรว่ มกนั สรุปเป็นรายกลุ่ม
6) การเรียนรู้แบบโต้วาที (Student debates) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนได้
นำเสนอขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากประสบการณแ์ ละการเรยี นรู้ เพื่อยนื ยันแนวคิดของตนเองหรอื กลมุ่
7) การเรียนรู้แบบผู้เรียนสร้างแบบทดสอบ (Student generated exam questions) คือการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ทใ่ี หผ้ เู้ รียนสรา้ งแบบทดสอบจากสิ่งท่ไี ด้เรยี นรู้มาแลว้
8) การเรียนรู้แบบกระบวนการวิจัย (Mini-research proposals or project) คือการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ีองิ กระบวนการวิจยั โดยใหผ้ ู้เรยี นกำหนดหวั ข้อที่ต้องการเรยี นรู้ วางแผนการเรยี น เรียนรู้ตาม
แผน สรุปความรู้หรือสร้างผลงาน และสะท้อนความคิดในส่ิงท่ีได้เรียนรู้ หรืออาจเรียกว่าการสอนแบบโครงงาน
(project-based learning) หรือ การสอนแบบใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (problem-based learning)
9) การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้
ผู้เรียนได้อ่านกรณีตัวอย่างท่ีต้องการศึกษา จากน้ันให้ผู้เรียนวิเคราะห์และแลกเปล่ียนความคิดเห็นหรือแนวทาง
แกป้ ัญหาภายในกล่มุ แล้วนำเสนอความคิดเหน็ ตอ่ ผ้เู รยี นทั้งหมด
10) การเรยี นรู้แบบการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) คอื การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ที่ผู้เรียนจดบันทึกเร่ืองราวต่างๆ ท่ีได้พบเห็น หรือเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งเสนอความคิดเพ่ิมเติม
เกี่ยวกบั บันทกึ ท่ีเขยี น
11) การเรียนรู้แบบการเขียนจดหมายข่าว (Write and produce a newsletter) คือการจัด
กิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ให้ผเู้ รียนร่วมกันผลิตจดหมายข่าว อันประกอบด้วย บทความ ขอ้ มูลสารสนเทศ ขา่ วสาร และ
เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน แลว้ แจกจ่ายไปยงั บคุ คลอน่ื ๆ

225

12) การเรียนรู้แบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้
ผู้เรียนออกแบบแผนผังความคิด เพื่อนำเสนอความคิดรวบยอด และความเชื่อมโยงกันของกรอบความคดิ โดยการ
ใช้เส้นเป็นตวั เชอื่ มโยง อาจจัดทำเป็นรายบุคคลหรอื งานกลุ่ม แลว้ นำเสนอผลงานตอ่ ผเู้ รียนอน่ื ๆ จากน้นั เปดิ โอกาส
ใหผ้ เู้ รียนคนอ่ืนไดซ้ กั ถามและแสดงความคิดเหน็ เพ่ิมเติม

1.2. จัดการเรียนรู้แบบ STEM Education คือ การสอนแบบบูรณ าการข้าม กลุ่มสาระวิชา
(Interdisciplinary Integration) ระหว่าง ศาสตร์สาขาต่างๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science: S) เทคโนโลยี
(Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer: E) และ คณิตศาสตร์(Mathematics: M) โดยนำจุดเด่นของ
ธรรมชาติตลอดจนวธิ กี ารสอนของแต่ ละสาขาวชิ ามาผสมผสานกันอยา่ ง ลงตัว เพื่อใหผ้ ู้เรียนนำความรทู้ กุ แขนงมา
ใช้ในการแก้ปัญหา การค้นคว้า และการพัฒนาส่ิงต่างๆ ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ซ่ึงอาศัยการจัดการเรียนรู้ท่ี
ครูผู้สอนหลายสาขาร่วมมือกัน เพราะในการทำงานจริงหรือในชีวิตประจำวันนั้นต้องใช้ความรู้หลายด้านในการ
ทำงานท้ังส้ินไม่ได้แยกใช้ ความรู้เป็นส่วนๆ นอกจากน้ี STEM Education ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนา ทักษะ
สำคัญในโลกโลกาภิวัตน์ หรือทักษะที่จำเป็นสำหรับ ศตวรรษท่ี 21 อีกด้วย ทั้งน้ี STEM Education เป็นการจัด
การศึกษาทม่ี แี นวคดิ และลกั ษณะดังน้ี

1) เป็นการบู รณ าการข้ามกลุ่มสาระวิชา (Interdisciplinary Integration) นั่นคือเป็ น
การบูรณาการระหว่างศาสตร์สาขาต่างๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (S) เทคโนโลยี (T) วิศวกรรมศาสตร์ (E) และ
คณติ ศาสตร์ (M) ท้งั น้ไี ดน้ ำจุดเด่นของธรรมชาตติ ลอดจนวิธีการสอนของแตล่ ะ สาขาวชิ ามา ผสมผสานกนั อย่างลง
ตัว ดงั น้ี

- วิทยาศาสตร์ (S) เน้นเกี่ยวกับความเข้าใจใน ธรรมชาติ โดยนักการศึกษามักชี้แนะให้อาจารย์
ครูผู้สอนใช้วิธีการสอนวิทยาศาสตร์ด้วยกระบวนการสืบเสาะ (Inquiry-based Science Teaching) กิจกรรมการ
สอนแบบแก้ปัญหา (Scientific Problem-based Activities) ซ่ึงเป็นกิจกรรมที่ เหมาะกับผู้เรียนระดับ
ประถมศึกษา แต่ไม่เหมาะกับผู้เรียน ระดับมัธยมศึกษา หรือมหาวิทยาลัย เพราะทำให้ผู้เรียนเบ่ือหน่ายและไม่
สนใจ แต่การสอนวิทยาศาสตร์ใน STEM Education จะทำให้นักเรียนสนใจ มีความกระตือรือร้น รู้สึก ท้าทาย
และเกิดความมั่นใจในการเรียน ส่งผลให้ผู้เรียนสนใจท่ี จะเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์ในระดับช้ันที่สูงขึ้น และ
ประสบความสำเรจ็ ในการเรียน

- เทคโนโลยี(T) เป็นวิชาท่ีเก่ียวกับกระบวนการ แก้ปัญหา ปรับปรุง พัฒนาส่ิงต่างๆ หรือ
กระบวนการต่างๆ เพ่ือตอบสนองความต้องการของคนเรา โดยผ่านกระบวนการ ท างานทางเทคโนโลยีท่ีเรียกว่า
Engineering Design หรือ Design Process ซ่ึงคล้ายกับกระบวนการสืบเสาะ ดังน้ัน เทคโนโลยีจึงมิได้หมายถึง
คอมพวิ เตอร์ หรือ ICT ตามทค่ี นส่วน ใหญเ่ ขา้ ใจ

- วิศวกรรมศาสตร์(E) เป็นวิชาท่ีว่าด้วยการคิด สร้างสรรค์พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ให้กับนิสิต
นักศึกษาโดยใช้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีซึ่งคน ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นวชิ าท่ีสามารถ
เรียนได้แต่ จากการ ศกึ ษาวจิ ัยพบว่าแมแ้ ตเ่ ด็กอนบุ าลก็สามารถเรยี นได้ดีเช่นกนั

- คณิตศาสตร์ (M) เป็นวิชาที่มิได้หมายถึงการนับ จำนวนเท่าน้ัน แต่เก่ียวกับองค์ประกอบอื่นที่
สำคัญ ประการแรก คือกระบวนการคิดคณิตศาสตร์ (Mathematical Thinking) ซึ่งได้แก่การเปรียบเทียบ การ
จำแนก/จัดกลุ่มการ จัดแบบรูป และการบอกรูปร่างและคุณสมบัติ ประการที่สอง คือภาษาคณิตศาสตร์ เด็กจะ
สามารถถ่ายทอดความคิดหรือ ความเข้าใจความคิดรวบยอด (Concept) ทางคณิตศาสตร์ได้โดยใช้ภาษา
คณิตศาสตร์ในการส่ือสาร เช่น มากกว่า น้อยกว่า เล็กกว่า ใหญ่ กว่า ฯลฯ ประการสุดท้าย คือการสง่ เสริมการคิด
คณิตศาสตร์ข้ันสูง (Higher-Level Math Thinking) จาก กิจกรรมการเล่นของเด็กหรือการทำกิจกรรมใน
ชีวิตประจำวัน

226

2) เป็นการบูรณาการท่ีสามารถจัดสอนได้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาตอน
ปลาย โดยพบวา่ ใน ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดเป็นนโยบายทาง การศกึ ษาให้ แตล่ ะรัฐนา STEM Education
มาใช้ ผลจากการศึกษาพบว่า ครูผู้สอนใช้วิธีการสอนแบบ Project-based Learning, Problem-based
Learning, Design-based Learning ทำให้นักเรยี นสามารถ สร้างสรรค์พฒั นาชิ้นงานไดด้ ีและถ้าครผู ู้สอนสามารถ
ใช้STEM Education ในการสอนไดเ้ ร็วเท่าใดก็ จะย่ิงเพ่ิมความสามารถและศกั ยภาพผู้เรยี นได้มากขึ้นเท่าน้ันซ่ึงใน
ขณะนี้ในบางรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกามี การนำ STEM Education ไปสอนต้ังแต่ระดับวัยก่อนเรียน
(Preschool) ดว้ ย

3) เป็นการสอนที่ ทำให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน และสอดคล้องกับแนว
การพฒั นาคนให้มีคณุ ภาพในศตวรรษท่ี ๒๑ เช่น ดา้ นปัญญา ผเู้ รียนเข้าใจในเน้ือหาวิชา ดา้ นทักษะการคิด ผูเ้ รียน
พั ฒ น าทั ก ษ ะก ารคิ ด โด ย เฉพ าะก ารคิ ด ขั้ น สู ง เช่ น ก ารคิ ด วิเค ราะห์ ก ารคิ ด ส ร้างส รรค์ ฯ ล ฯ
ด้านคณุ ลักษณะ ผู้เรียนมีทักษะการทำงานกลุม่ ทักษะการสอ่ื สารท่ีมีประสิทธิภาพ การเป็นผนู้ ำตลอดจนการ น้อม
รับคำวิพากษ์วจิ ารณ์ของผอู้ ื่น จากแนวคิดขา้ งต้นนกั การศกึ ษาก็ยงั ได้มีบูรณาการศาสตร์อ่นื ประกอบเพื่อให้การจัด
การศึกษา STEM Education น้ันครอบคลุมและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างแท้จริงแบบรอบด้าน เช่น การจดั การศึกษา
STEAM Education ที่มีการบูรณาการศิลปะ (A) ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสถ่ายทอดหรือประยุกต์ใช้แนวคิดสำคัญ
(Concept) ด้วยความคิดสรา้ งสรรคแ์ ละมีจนิ ตนาการย่ิงข้ึนผูเ้ รียนยังสามารถสอ่ื สารความคดิ ของตนเอง ในรปู แบบ
ของดนตรีและการเคลื่อนไหว การส่ือสารด้วยภาษาท่าทางหรือ การวาดภาพ หรือการสร้างโมเดลจำลอง ทำให้
ชน้ิ งานนั้นๆ มีองค์ประกอบด้านความสุนทรีย์ และความ สวยงาม เพิ่มขึ้น เกิดเป็นช้ินงานท่ีมีความสมบูรณ์ทั้งการ
ใชง้ านและ ความสวยงาม นอกจาก STEM Education จะเปน็ การบูรณาการ ศาสตร์ท้ัง ๔ สาขาดังท่ีกล่าวขา้ งต้น
แล้ว ยังเป็น การบูรณาการ ด้านบริบท (Context Integration) ท่ีเก่ียวข้องกับชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งจะทำให้
การสอน น้ันมีความหมายต่อผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเรียนน้ันๆ และสามารถนำไป ใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจำวันได้ซ่ึงจะเพ่ิมโอกาสการทำงาน การเพิ่มมูลค่า และสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ ด้าน
เศรษฐกจิ ได้

4) ขน้ั ตอนการจดั การการเรียนรตู้ ามวธิ ีสอนลักษณะสำคัญของสะเตม็ ศึกษา ประกอบดว้ ย
5 ประการ ได้แก่

4.1) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้บูรณาการความรู้ และ ทักษะของวิชาที่เกี่ยวข้อง
ในสะเตม็ ศกึ ษาในระหวา่ งการเรียนรู้

4.2) มกี ารทา้ ทายผู้เรียนใหไ้ ด้แกป้ ัญหาหรอื สถานการณท์ ีผ่ สู้ อนกำหนด
4.3) มกี จิ กรรมกระตุ้นการเรียนร้แู บบแอกทีฟ (active learning) ของผูเ้ รยี น
4.4) ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในศตวรรษท่ี 21 ผ่านการทำกิจกรรม หรือ
สถานการณ์ทผ่ี ู้สอนกำหนดใหแ้ ละ
4.5) สถานการณ์หรือปัญหาท่ีใช้ในกิจกรรมมีความ เช่ือมโยงกับชีวิตประจำวันของ
ผู้เรยี นหรอื การประกอบอาชีพในอนาคต
3. การจัดการเรียนรแู้ บบโครงงานฐานวจิ ยั
การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัย (Research – Based Learning; RBL) เป็นการจัดการเรียนรู้
แบบบูรณาการที่ให้ผู้เรียนได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ผ่านการทำโครงงานด้วยกระบวนการวิจัย การจัดการ
เรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัยมี 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ จิตตปัญญาศึกษา การคิดเชิงระบบ และชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัยใช้จัดการเรีย นรู้ ใน 2 ภาคการศึกษา

227

โดยภาคการศึกษาท่ี 1 เน้นการพัฒนาเค้าโครงโครงงานฐานวิจัย และภาคเรียนท่ี 2 เน้นในเรื่องการทำวิจัยและ
การนำเสนอผลการวิจัย จะมีข้นั ตอนในการจดั การเรยี นรูจ้ ำนวน 14 ข้ันตอน ดังนี้

2. การประเมนิ การเรยี นรู้
2.1 การประเมนิ การเรียนรู้มจี ุดมุ่งหมายหลักเพอ่ื พัฒนาผ้เู รียน
การประเมินการเรียนรู้ของผ้เู รียนตั้งอยู่บนหลกั การที่สำคญั ว่า การประเมินเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ท่ี

มีความหมาย สร้างแรงจูงใจ และส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา ในช่วงเวลาที่
เหมาะสม มีความเก่ียวข้องเช่ือมโยงและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ การประเมินเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่เป็น
บวกส่งเสริมให้ผู้เรียนแสดงออกถึงการพัฒนาสมรรถนะตามเกณฑ์การปฏิบัติ (Performance Criteria) ท่ีกำหนด
เป็นการวดั องิ เกณฑ์ ประเมินความก้าวหน้าตามอตั ราตนเองเมือ่ ผเู้ รยี นพร้อม ผู้เรยี นได้รับทราบเกณฑ์การประเมิน
และข้อมูลพัฒนาการของตนเองที่ชัดเจนเพ่ือเป็นข้อมูลป้อนกลับในการพัฒนาสมรรถนะ ผู้เรียนสามารถเล่ือน
ระดับการพัฒนาได้ (Advancement) หากแสดงถึงหลักฐาน หรือร่องรอยการปฏิบัติ (Evidence) ที่บ่งบอกความ
ชำนาญ (Mastery) ของผู้เรียน หากไม่ผ่านผู้เรียนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเพื่อพัฒนาสู่ระดับ
สมรรถนะข้ันถัดไป การประเมินบูรณาการอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการประเมินเน้นการรวบรวม
หลักฐานการเรียนรู้เพ่ือให้ได้สารสนเทศเก่ียวกับพัฒนาการของผู้เรียนท้ังในด้านสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะ
หลัก เพ่ือใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเน่ือง การประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนดำเนินการท้ังการประเมินเพื่อ
พัฒนาและการประเมินเพ่ือสรุปผล ด้วยวิธีการท่ีหลากหลายและสอดคล้องกับวัยและความต้องการจำเป็นของ
ผเู้ รียน และธรรมชาตขิ องศาสตร์ การประเมนิ เพอื่ พฒั นาเปน็ จดุ เนน้ หลักของหลักสูตรฐานสมรรถนะและมีบทบาท
สำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเฉพาะในระหว่างการจัดการเรียนรู้ การประเมินเพ่ือพัฒนาให้
ความสำคัญกับสมรรถนะเฉพาะซ่ึงครอบคลุมความรู้ ทักษะ คุณลักษณะและเจตคติ และสมรรถนะหลักซึ่งเน้น
กระบวนการผ่านผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยพิจารณาจากหลักฐานการเรียนรู้เทียบกับเกณฑ์ การประเมินเพ่ือพัฒนา

228

ควรดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนรู้เป็นระยะ ซึ่งเป็นการแสดงความก้าวหน้าในการเรียนรู้ และให้ข้อมูล
ป้อนกลับ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียน รวมถึงส่งเสริมและช้ีแนะการเรียนรู้ในลำดับต่อไป และวางแผน
เปา้ หมายและเส้นทางการเรียนรู้ในอนาคต ผเู้ รียนควรมีส่วนร่วมในการประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อพัฒนาทักษะ
ในการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ และเพื่อวิเคราะห์การเรียนรู้ รวมทั้งเพ่ือเพิ่มแรงจูงใจและ
กำกบั การเรยี นรูข้ องตนเอง

2.2 การประเมินเพื่อสรุปผล
เป็นการพิจารณาสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลักเพื่อทำการตัดสินใจในหลายลักษณะ ทั้งการตัดสิน
ผลการเรียน การเล่ือนช้ัน และการจบการศึกษา การประเมินสรุปผลพิจารณาหลักฐานการเรียนรู้เทียบกับเกณฑ์
การประเมินสรุปผลสมรรถนะเฉพาะประเมินผ่านผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อผู้เรียนพร้อม หรือเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้
สว่ นการประเมินสมรรถนะหลักประเมินเม่ือจบปกี ารศึกษา เพอ่ื สะท้อนภาพการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนตลอด
แนว
2.3 การประเมินจากหลักฐาน (Evidence - based Assessment)
จากการประเมินเพื่อพัฒนาและประเมินรวบยอดท่ีระบุไว้ในข้างต้น จะประกอบด้วยหลักฐาน หรือ
ร่องรอยการปฏิบัติ (Evidence) ท่ีบ่งบอกความชำนาญ (Mastery) ของผู้เรียน หากไม่ผ่านผู้เรียนจะได้รับความ
ชว่ ยเหลอื อย่างทันท่วงทเี พ่อื พัฒนาสรู่ ะดบั สมรรถนะข้นั ถดั ไป
3.4 การประเมิน 360๐ (360๐ Assessment)
โรงเรียนมีการให้นักเรียนประเมินตนเองเพ่ือนประเมินเพ่ือน ครูประเมินนักเรียน นักเรียนประเมินครู
ผู้ปกครองประเมินนักเรียน ดงั น้ี

• ในการประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน (ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ) ใช้การ
ประเมินจากตัวผู้เรียน เพื่อนผู้เรียน ครู ผปู้ กครอง และคนในชมุ ชน

• ในการประเมนิ กล่มุ สาระการเรยี นรู้บรู ณาการ
ชว่ งช้นั ท่ี 1 ( ศิลปะ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา สังคมศกึ ษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ )
ช่วงชั้นท่ี 2 ( ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
เทคโนโลยีดิจทิ ลั การจดั การในครัวเรอื นและการประกอบการ

3. การตัดสินผลการเรียน
3.1 ตดั สินผลการเรียนตามผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
ในการตัดสินผลลัพธ์การเรียนรู้รายปแี ละผลลัพธก์ ารเรียนร้ชู ่วงช้ัน กำหนดระดบั ความสามารถของผเู้ รียน

เป็น 4 ระดับ ดังน้ี
A หมายถึง ผเู้ รียนผา่ นการประเมนิ ผลลพั ธ์การเรยี นรใู้ นระดับเหนอื ความคาดหวัง/ดีเยย่ี ม
B หมายถงึ ผู้เรียนผ่านการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ในระดบั สามารถ/ดี
C หมายถึง ผเู้ รียนผา่ นการประเมนิ ผลลพั ธ์การเรียนร้ใู นระดับกำลังพัฒนา/ปานกลาง
D หมายถงึ ผ้เู รียนผ่านการประเมนิ ผลลัพธ์การเรียนรูใ้ นระดบั เรม่ิ ตน้ /พอใช้

3.2 ตดั สนิ ผลการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ในการตัดสินผลการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียน กำหนดระดับเช่ียวชาญของผู้เรียนเป็น 4 ระดับ
ได้แก่ ระดบั เร่ิมต้น ระดับกำลังพฒั นา ระดบั สามารถ และระดับเหนือความคาดหวัง ซ่ึงมรี ายละเอียดดงั เอกสาร
แนบ

229

4. การรายงานผลการพัฒนาและการเล่ือนชน้ั
4.1 การรายงานผลการพฒั นา
1) การรายงานผลการเรียนรู้ในระหว่างช้ันปีและเมื่อจบช่วงชั้นให้อิงสมรรถนะ โดยมี

องค์ประกอบอย่างน้อย 2 ส่วน ได้แก่ ผลการเรียนรู้ตามผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีผู้เรียนบรรลุ และสรุปผลระดับ
สมรรถนะหลักทผ่ี เู้ รยี นบรรลุ

2) หากผเู้ รยี นยา้ ยสถานศึกษาระหวา่ งการศึกษาภายในช้ันปี สถานศึกษาดำเนนิ การสรุปรายงาน
ผลการเรียนรขู้ องผเู้ รยี นในปกี ารศกึ ษาท่ีผา่ นมาและผลการเรียนรทู้ บี่ รรลุในช่วงเวลาน้นั

4.2 การเลือ่ นชน้ั
4.2.1 การเล่อื นชน้ั ระหวา่ งชน้ั ปี
1) ผู้เรียนต้องผ่านตามผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีกำหนดในรายวิชาท่ีเรียนในระหว่าง

การศกึ ษา หรือช้ันปีท่ี 1 - 2 ของแตล่ ะช่วงชั้น
2) ถ้าผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต่ำ หรือไม่เป็นไปตามระดับที่คาดหวังท่ีสถานศึกษา

กำหนด สถานศึกษาสามารถให้ผูเ้ รียนเลื่อนระดับช้ันปีได้ โดยจัดกิจกรรม หรือระบบสนับสนุนอนื่ ซ่ึงสอดคลอ้ งกับ
หลักสูตรสถานศกึ ษา เพ่อื ช่วยให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรตู้ ามท่ีหลักสตู รสถานศกึ ษากำหนด

3) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ สมรรถนะหลัก 6 ดา้ นโดยการวิเคราะหส์ มรรถนะ
เฉพาะเทียบกบั เกณฑ์จากสว่ นกลาง

4) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ผา่ นตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษา
กำหนด

5) ผู้เรยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นและบรบิ ทของสถานศกึ ษา และกจิ กรรม
พฒั นาผเู้ รยี น โดยมีผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด

4.2.2 การเลือ่ นชนั้ เม่ือจบช่วงชน้ั
การเลื่อนชั้นเมื่อจบช่วงช้ันเป็นการตัดสินผลการเรียนรู้ในภาพรวมเม่ือจบการศึกษ าหรือช้ันปี
สดุ ทา้ ยของช่วงช้นั ดังน้ี
1.ผเู้ รียนผา่ นเกณฑ์ผลลัพธก์ ารเรียนร้ทู ุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้
2.ผเู้ รียนมีสมรรถนะหลักตามเกณฑ์ทีส่ ่วนกลางกำหนดในระดบั สามารถข้นึ ไปอย่างน้อย 2 ดา้ น

4.2.3 เกณฑก์ ารเลอ่ื นชัน้
- เกณฑก์ ารเลอื่ นช้ันระหวา่ งช้ันปี
1) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรยี นไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนท้งั หมด
2) ผเู้ รยี นต้องได้รบั การประเมนิ ทุกผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ และผา่ นตามเกณฑท์ ี่
สถานศกึ ษากำหนด
3) ผูเ้ รยี นต้องได้รับการประเมินสมรรถนะหลกั และผา่ นตามเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษา
กำหนด
4) ผู้เรียนต้องไดร้ บั การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น และผ่านตามเกณฑท์ ี่
สถานศึกษากำหนด
- เกณฑก์ ารเลื่อนชน้ั เม่ือจบช่วงชน้ั
1) ผูเ้ รยี นต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทั้งหมด
2) ผา่ นเกณฑผ์ ลลพั ธ์การเรียนรทู้ ุกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้พ้ืนฐาน

230

3) ผา่ นเกณฑ์ผลลัพธ์การเรียนรูท้ ุกกลุ่มสาระการเรียนรู้บูรณาการ
4) มีสัมฤทธทิ์ างการเรียนดา้ นสมรรถนะระดบั สามารถขึ้นไปอยา่ งน้อย 2 ดา้ น
5) มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผา่ นตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด
6) มีผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น จำนวน 3 กิจกรรม ไดแ้ ก่กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี และกจิ กรรมชุมนมุ

5. การจบการศกึ ษา
5.1 มีผลการประเมินผลลัพธก์ ารเรียนรู้ ตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด
5.2 มีผลการพัฒนาสมรรถนะหลัก โดยมีสมรรถนะหลักอย่างน้อย 2 สมรรถนะ อยู่ในระดับ “สามารถ”

ข้ึนไป
5.3 มเี วลาเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมด
5.4 สถานศึกษาเปน็ ผู้พจิ ารณาอนมุ ัตกิ ารจบการศึกษา
5.5 หลักฐานการจบการศึกษาองิ สมรรถนะ โดยมีองค์ประกอบดังน้ี
5.5.1 ผลการเรียนตามผลลัพธ์การเรียนรู้
5.5.2 ผลการประเมินสมรรถนะหลกั

231

ภาคผนวก

232

คำสงั่ โรงเรยี นบ้านห้วยน้ำดำ

ที่ 11/ ๒๕๖๕

เร่ือง แตง่ ต้ังบคุ ลากรรับผิดชอบดำเนินการจัดทำ (รา่ ง) หลักสตู รฐานสถานศกึ ษา

ของโรงเรยี นบ้านห้วยนำ้ ดำ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕

……………………………………………………………………………………………………………

ด้วยโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำกำหนดจัดทำโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตามแนวทางพ้ืนท่ี

นวัตกรรม เพื่อเพ่มิ ความรู้ ทักษะ ประสบการณต์ รงให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรยี นบ้านหว้ ยนำ้ ดำใน

การจัดทำหลกั สตู รสถานศึกษาโดยใชก้ ระบวนการพฒั นาแบบมสี ่วนร่วม

เพ่ือใหก้ ารจัดทำ (ร่าง) หลกั สูตรฐานสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำเป็นไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และ

มาตรา ๒๗ แหง่ พระราชบัญญตั ิระเบยี บขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ จงึ แต่งตั้งรับผดิ ชอบ

ดำเนินการจัดทำหลักสูตรของโรงเรยี นบา้ นหว้ ยน้ำดำ ดังน้ี

๑. คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย

๑.๑ นางรชั นี ทองเงนิ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน ประธาน

๑.๒ นางสาวอาภรณ์ ชอบแต่ง ครู กรรมการ

๑.๓ คณะกรรมการสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นห้วยนำ้ ดำ

๑) นายสรุ ยิ า ล่านยุ้ ประธานคณะกรรมการฯ กรรมการ

๒) นายปรชี า ยกแก้ว ผูแ้ ทนผปู้ กครอง กรรมการ

๓) นางสุดา จิตต์หลงั ผู้แทนครู กรรมการ

๔) นางปรีดา พรหมทอง ผู้แทนองค์กรชมุ ชน กรรมการ

๕) นายอาซาน แกสมาน ผูแ้ ทนองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ กรรมการ

๖) นายมนต์ พลู สวสั ดิ์ ผู้แทนศิษย์เกา่ กรรมการ
๗) นายมฮู ำหมัด หมัดยโู สะ๊ ผแู้ ทนองคก์ รศาสนา กรรมการ

๘) นางสจุ ินต์ คงปาน ผทู้ รงคุณวฒุ ิ กรรมการ

๙) นางสุดา จติ ตห์ ลัง ผแู้ ทนครู กรรมการ

๑.๔ นางยภุ า ดลุ ยาภรณ์ ครู กรรมการ/เลขานกุ าร

หน้าที่ : ประสานงานอำนวยความสะดวกเพื่อให้การรับผิดชอบดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักสูตร

สถานศกึ ษาของโรงเรียนบ้านหว้ ยนำ้ ดำ ดำเนนิ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย

233

๒. คณะกรรมการดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำระดับ

สถานศึกษา ประกอบดว้ ย

๒.๑ นางนชุ จรี แกสมาน ครผู ู้ช่วย

๒.๒ นางหอเดียะ มาราสา ครู

๒.๓ นางสาวรุจิรา สารีฝีน ครู

๒.๔ นางชฎาธาร แสงอุดม ครู

๒.๕ นางสุดา จติ ต์หลงั ครู

๒.๖ นางสาวนัสรนี มนู ะ ครู

๒.๗ นายประมวล สนี าม ครู

๒.๘ นางยุภา ดลุ ยาภรณ์ ครู

๒.๙ นางสาวอาภรณ์ ชอบแตง่ ครู

๒.๑๐ นางสาวนัสรีน มูนู ครผู ู้ช่วย

หน้าท่ี : ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักสูตรฐานสถานศึกษาและรายละเอียดของหลักสูตร ได้แก่

วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ สมรรถนะหลัก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ กลุ่มสาระการเรียนรู้

โครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา คำอธิบายรายวิชา/ กิจกรรม การวัดและประเมินผลและเกณฑ์การจบ

การศึกษา พร้อมท้ังจัดทำ เอกสารระเบียบการวัดและประเมินผล ให้ตรงตามเป้าหมายของ (ร่าง) กรอบ

หลักสตู รฯ ที่กำหนด

๓. คณะกรรมการดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักสูตรฐานสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

ระดบั ช้ันเรยี น ประกอบดว้ ย

๓.๑ นางสาวนัสรีน มูนะ ครูผู้ชว่ ย จดั ทำหลกั สูตรสาระวชิ าภาษาไทย

๓.๒ นางชฎาธาร แสงอุดม ครู จดั ทำหลักสตู รสาระวิชาคณิตศาสตร์

๓.๓ นางสุดา จิตต์หลัง ครู จัดทำหลักสูตรสาระวชิ าภาษาองั กฤษ

๓.๔ นางสาวรุจิรา สารฝี ีน ครู จัดทำหลักสูตรสาระวชิ าวิทยาศาสตร์

๓.๕ นางสาวอาภรณ์ ชอบแต่ง ครู จัดทำหลกั สูตรสาระวิชาสงั คมศกึ ษา

๓.๖ นางหอเดยี ะ มาราสา ครู จดั ทำหลักสตู รสาระวชิ าศลิ ปะ

๓.๗ นางนชุ จรี แกสมาน ครูผู้ชว่ ย จดั ทำหลกั สตู รสาระวิชาศิลปะ

๓.๘ นายประมวล สีนาม ครู จดั ทำหลกั สูตรสาระวชิ าสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

๓.๙ นางยุภา ดุลยาภรณ์ ครู จัดทำหลกั สูตรสาระวิชาเทคโนโลยดี ิจิทลั และการ

จัดการในครัวเรอื นและการประกอบการ

หน้าที่ : ดำเนินงานวิเคราะห์องค์ประกอบการจัดทำหลักสูตรจาก (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษา

ข้ันพ้ืนฐาน ระดับประถมศึกษา จาก School Concept สู่การออกแบบผลลัพธ์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ โดยใช้

234

สาระสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนร้แู ละผลลัพธก์ ารเรยี นรเู้ มอ่ื จบช่วงชั้นทสี่ อดคล้องกบั สมรรถนะของโรงเรยี น
และสมรรถนะของ สพฐ. นำสู่การออกแบบ Theme-Roadmap ออกแบบ Lesson Plan บูรณาการสาระท่ี
ประกอบด้วย K S A รายเทอม รายปี และออกแบบการวัด-ประเมินผลจากพฤติกรรมบ่งชี้สู่สมรรถนะของ
ผ้เู รยี น

ให้ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทไ่ี ด้รบั แตง่ ตงั้ ปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ีความรับผิดชอบ รอบคอบ
อย่างเต็มท่ี เต็มกำลัง เตม็ ความสามารถ เพ่อื นำผลสกู่ ารพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมตอ่ ไป

ท้ังน้ตี ั้งแตบ่ ดั นเ้ี ปน็ ตน้ ไป
ส่ัง ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕

(ลงช่อื )
(นางรชั นี ทองเงิน)

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนำ้ ดำ


Click to View FlipBook Version