The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patcharee6886, 2023-01-12 04:27:22

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


¤‹ÙÁÍ×
¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾

¾.È. 2558

¨Ñ´·Óâ´Â
ÊÓ¹¡Ñ Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¡ÃÁ͹ÒÁÑÂ

¡ÃзÃǧÊÒ¸ÒóʢØ

ISBN : 978-616-11-2509-7


ช่ือหนังสือ คมู อื การดำเนนิ งานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2558
ISBN 978-616-11-2509-7
จำนวนหนา
จัดทำโดย 264 หนา

ปท ่พี มิ พ สำนกั สง เสริมสขุ ภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข
จำนวนพิมพ 88/22 ถนนตวิ านนท ต.ตลาดขวัญ อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000
พฤษภาคม พ.ศ. 2558
9,000 เลม

พิมพท่ี โรงพิมพชุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด
79 ถนนงามวงศวาน เขตจตจุ ักร กทม. 10900


§Ò¹¢Í§á¼‹¹´Ô¹¹Ñé¹ à»š¹§Ò¹Ê‹Ç¹ÃÇÁ Áռŷèաnjҧ¢ÇÒ§
à¡èÕÂÇ¢ŒÍ§¡ÑººŒÒ¹àÁ×ͧáÅкؤ¤Å·Ø¡½†Ò àÁè×Í໚¹§Ò¹Ê‹Ç¹ÃÇÁ
áÅÐÁÕ¼Åà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ºÑ ¤¹ËÁÁ‹Ù Ò¡ »˜ÞËÒ¢ŒÍ¢Ñ´áÂŒ§μÒ‹ §æ Í¹Ñ à¹×èͧ
ÁÒ¨Ò¡¤ÇÒÁ¤Ô´àËç¹äÁ‹μç¡Ñ¹ ¡ç‹ÍÁà¡´Ô Á¢Õ Ö¹é ºŒÒ§à»š¹»Ã¡μÔ¸ÃÃÁ´Ò
¢ŒÒÃÒª¡ÒüŒÙ»¯ÔºÑμÔºÃÔËÒçҹ¢Í§á¼‹¹´Ô¹ μÅÍ´¨¹·Ø¡¤¹·Ø¡½†ÒÂ
·Õèà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§ ¨Ö§μŒÍ§ÁÕ㨷Õè˹ѡṋ¹áÅÐແ´¡ÇŒÒ§ ÃѺ¿˜§¤ÇÒÁ¤Ô´
·èÕáμ¡μ‹Ò§áÁŒ¡ÃзÑ觤ÓÇԾҡɏÇÔ¨ÒóÍ‹ҧÁÕÊμÔ ãªŒ»˜ÞÞÒáÅÐ
àËμØ¼Å໚¹à¤Ãè×ͧ»¯ÔºÑμÔÇÔ¹Ô¨©Ñ â´Â¶×ÍNjҤÇÒÁ¤Ô´àËç¹áÅÐ
¤ÓÇԾҡɏÇÔ¨Òó¹Ñé¹ ¤×Í¡ÒÃÃдÁÊμÔ»˜ÞÞÒáÅлÃÐʺ¡Òó
ÍѹËÅÒ¡ËÅÒ¨ҡ·Ø¡½†Ò à¾×èÍ»ÃÐ⪹á¡‹¡Òû¯ÔºÑμÔºÃÔËÒçҹ
áÅСÒÃᡌ䢻˜ÞËÒμ‹Ò§æ ãËŒ§Ò¹·Ø¡Ê‹Ç¹·Ø¡´ŒÒ¹¢Í§á¼‹¹´Ô¹
ÊÓàÃ稼Å໚¹¤ÇÒÁà¨ÃÔÞÁÑ蹤§á¡‹»ÃÐà·ÈªÒμÔáÅлÃЪҪ¹
Í‹ҧ᷌¨Ã§Ô .

ÍÒ¤ÒÃà©ÅÁÔ ¾ÃÐà¡ÕÂÃμÔ âç¾ÂÒºÒÅÈÔÃÃÔ Òª
Çѹ·Õè óñ Á¹Õ Ò¤Á ¾Ø·¸È¡Ñ ÃÒª òõõö


คน

กรมอนามัยไดด เนินงานโครงการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเพ่ือพัฒนาเด็กและเยาวชนดานสุขภาพ
ควบคูไปกับการพัฒนาดานการศึกษา โดยการพัฒนาศักยภาพโรงเรียนใหเปนจุดเร่ิมตนและศูนยกลางของการ
พัฒนาสุขภาพ รวมทั้งพัฒนาชุมชนใหมีสวนรวมในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว ต้ังแตปพ.ศ.2541
และเพื่อใหโรงเรียนมีแนวทางการด เนินงานเปนมาตรฐานเดียวกัน กรมอนามัยไดจัดท เกณฑมาตรฐาน
การประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพใหครอบคลุมทั้ง 10 องคประกอบโรงเรียนสงเสริมสุขภาพขึ้นในพ.ศ.2545
โดยแบงระดับการรับรองโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเปน 3 ระดับ คือระดับทอง เงิน และทองแดง และจัดท
เกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชรขึ้นในพ.ศ.2552 ต้ังแต พ.ศ.2545 จวบจน
ปจจุบัน เกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตาม 10 องคประกอบยังมิไดถูกน มาปรับปรุง
หรือแกไข เม่ือกระทรวงสาธารณสุขมีการขับเคล่ือนแนวคิดเร่ืองการบูรณาการในการจัดท ยุทธศาสตรของ
กระทรวงในพ.ศ.2557 โรงเรียนสงเสริมสุขภาพซึ่งมีความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรดานการพัฒนากลุมเด็ก
วัยเรียนและยุทธศาสตรดานการพัฒนาสุขภาพกลุมเด็กวัยรุน และมีหนวยงานของกรมตางๆ เก่ียวของกับ
กลุมเปาหมายดังกลาว กรมอนามัยรวมกับหนวยงานเหลาน้ัน ไดด เนินการปรับปรุงเกณฑมาตรฐาน
การประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตาม 10 องคประกอบ ใหสอดคลองกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป
ในลักษณะที่มีผลกระทบตอสุขภาพของเด็กและเยาวชน ดังน้ัน กรมอนามัยจึงจัดท คูมือการด เนินงาน
โรงเรยี นสงเสรมิ สขุ ภาพ พ.ศ.2558 ขน้ึ

คูมือการด เนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเลมน้ี จัดท เปนฉบับรวมเลมโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ
ทุกระดับ เพื่อเชื่อมโยงความคิดและพัฒนาการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตามล ดับ กรมอนามัยหวังเปนอยางยิ่งวา
คูมือการด เนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ พ.ศ.2558 จะเปนประโยชนแกโรงเรียนและหนวยงานท่ีเกี่ยวของ
น ไปใชเ ปน แนวทางการปฏิบัติใหบ รรลผุ ลส เรจ็ ตอไป

กรมอนามยั
2558


สารบัญ

น เสน ทางสรางเดก็ ไทยสู ดี เกง มีสขุ น

บทท 1 พฒั นาการของโรงเรียนสง เสริมสุขภาพ 1
บทท 2 3
บทท 3 กา วสูโรงเรยี นสงเสริมสุขภาพ 7
บทท 4 12
บทท 5 การรบั รองเปน โรงเรียนสง เสริมสขุ ภาพ 14
บทท 6 16
การพฒั นาสูความสําเรจ็ เพ่อื คณุ ภาพชีวิตท่ดี ีของเดก็ อยา งยั่งยนื 17
17
การดาํ เนนิ งานโรงเรียนสง เสรมิ สขุ ภาพ 19
21
เกณฑม าตรฐานการประเมนิ โรงเรยี นสงเสริมสขุ ภาพ 23
25
องคป ระกอบที่ 1 นโยบายของโรงเรยี น 29
องคประกอบท่ี 2 การบริหารจัดการในโรงเรยี น 32
องคป ระกอบท่ี 3 โครงการรว มระหวางโรงเรยี นและชุมชน 36
องคป ระกอบที่ 4 การจดั สิง่ แวดลอมในโรงเรียนท่เี ออื้ ตอ สขุ ภาพ 37
องคป ระกอบที่ 5 บริการอนามัยโรงเรียน 39
องคป ระกอบท่ี 6 สุขศึกษาในโรงเรียน 40
องคประกอบท่ี 7 โภชนาการและอาหารทีป่ ลอดภยั
องคป ระกอบท่ี 8 การออกกาํ ลงั กาย กีฬา และนันทนาการ 69
องคประกอบท่ี 9 การใหค ําปรกึ ษาและสนับสนนุ ทางสังคม 70
องคป ระกอบที่ 10 การสงเสริมสขุ ภาพบุคลากรในโรงเรียน 71
แนวทางการดาํ เนนิ งานตาม 10 องคป ระกอบ โรงเรยี นสงเสรมิ สุขภาพ 78
81
น ก ก. แบบรายงานและแบบประเมนิ ทีใ่ ชใ นการประเมนิ โรงเรยี นสง เสรมิ สุขภาพ
- แบบสรปุ ผลการประเมินโรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพ
- แบบประเมินสุขาภิบาลสิ่งแวดลอมในโรงเรียน
- แบบประเมินสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน

ข. นยิ ามศพั ทและขอ แนะนาํ ในการดาํ เนนิ งานโรงเรยี นสง เสริมสขุ ภาพ


สารบัญ (ตอ)



บทท 7 การด เนินงานโรงเรียนสง เสรมิ สขุ ภาพระดบั เพชร 105

เกณฑม าตรฐานการประเมินโรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพระดับเพชร 106

แนวทางการด เนินงานโรงเรยี นสง เสริมสุขภาพระดบั เพชร

ตัวชีว้ ดั ท่ี 1 โรงเรยี นผา นการประเมนิ รบั รองเปน โรงเรยี นสงเสริมสุขภาพระดบั ทอง 113
ตวั ช้วี ดั ที่ 2 มกี ารจัดต้งั ชมรมสุขภาพท่มี ีแกนน นักเรียนรวมตวั กัน 114

ด เนนิ กจิ กรรมสขุ ภาพอยา งตอเน่อื ง

ตวั ชีว้ ดั ที่ 3 มีโครงงานสขุ ภาพของนักเรยี นท่ีประสบผลส เรจ็ ชดั เจนในการลด 115
ปญ หาสขุ ภาพหรอื สง่ิ แวดลอ ม ในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน

ตัวชวี้ ัดที่ 4 ภาวะการเจริญเตบิ โต 117

นักเรยี นมีน้ หนักตามเกณฑสวนสงู (W/H) เกินเกณฑ (เรมิ อวนและอวน) 120
นักเรียนมสี วนสูงตามเกณฑอ ายุ (H/A) ต่ กวาเกณฑ (คอ น า เ ยและเ ย) 122

ตวั ชวี้ ัดที่ 5 นกั เรียนไมมฟี นแทผุ อุด และถอน

ตวั ชี้วัดที่ 6 นักเรยี นอายุ 7-18 ป มสี มรรถภาพทางกายทส่ี มั พนั ธก บั สุขภาพ

(Health-related Physical Fitness) ผานเกณฑ

ตวั ชว้ี ัดท่ี 7 นกั เรยี นทมี่ ปี ญ หาสุขภาพจติ ไดรบั การดูแลชว ยเหลือ 124
ตัวชว้ี ดั ที่ 8 นกั เรยี นมีความรแู ละทักษะดา นสขุ ภาพอนามัยทางเพศ 126
ตัวช้ีวัดที่ 9 การสบู บหุ รีใ่ นโรงเรยี น 128

ตวั ชีว้ ดั ท่ี 10 นักเรียนทมี่ สี ายตาและการไดยินผิดปกตไิ ดร บั การแกไข 129

ตัวชว้ี ัดที่ 11 มีโครงการแกไขปญหาดา นสขุ ภาพหรอื สง่ิ แวดลอมทีม่ คี วามชกุ สงู 131

หรือเปน อนั ตรายตอสุขภาพของนกั เรยี นไดเ ปนผลส เร็จ

ตัวชว้ี ัดที่ 12 น้ บริโภคปลอดภยั และเพยี งพอ 133

ตัวชวี้ ัดท่ี 13 สวมผานเกณฑม าตรฐาน HAS 135

ตวั ช้ีวัดที่ 14 มกี ารจดั หรือจ หนายอาหารวางและเคร่ืองดมื่ ทม่ี คี ณุ คา 136

ทางโภชนาการ ไมหวานจดั ไมเคม็ จัด และไมมไี ขมันสงู

ตัวชี้วดั ท่ี 15 มีการสง เสริมใหน ักเรียนทุกคนไดบริโภคผักมื้อกลางวนั ตามปริมาณทแี่ นะน 139

ตัวช้วี ดั ท่ี 16 โรงอาหารผา นเกณฑมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารในโรงเรยี น 142

ตัวชีว้ ัดที่ 17 การบาดเจบ็ ในโรงเรยี นทที่ ใหน กั เรยี นตอ งพักรกั ษาตัวในโรงพยาบาล 143
ตัวชว้ี ัดที่ 18 มกี ารจดั การปญ หาที่เกดิ จากมลภาวะภายนอกโรงเรียน 144

ท่มี ีผลกระทบตอสุขภาพ

ตวั ชว้ี ัดที่ 19 โรงเรยี นผา นเกณฑมาตรฐานสขุ าภบิ าลส่ิงแวดลอมในโรงเรยี น 145


สารบัญ (ตอ)

นก น

ก. แบบส รวจ/ประเมิน 149
- แบบส รวจสวมตามเกณฑมาตรฐานสวมสาธารณะระดับประเทศ 151
- แบบประเมนิ สขุ าภบิ าลอาหารในโรงเรียน 152
- แบบประเมินสุขาภบิ าลสิ่งแวดลอ มในโรงเรียน 156
- แบบประเมนิ พฤติกรรมการบริโภคอาหารของเดก็ อายุ 6-13 ป 159
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของเดก็ อายุ 14-18 ป 161
- แบบประเมนิ จุดแขง็ และจุดออ น (SDQ) 163
169
ข. แบบรายงาน 171
- แบบสรุปการประเมินตนเองตามเกณฑโ รงเรยี นสงเสริมสุขภาพระดับเพชร 176
- แบบรายงานการประเมนิ ภาวะการเจรญิ เติบโต 179
- แบบรายงานผลการตรวจสุขภาพชอ งปากและฟน 181
- แบบรายงานการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น 183
- แบบรายงานการประเมนิ จดุ แข็งจุดออน (SDQ) 185
- แบบรายงานการทดสอบสายตาและการไดย นิ 187
189
ค. การจัดท รายงาน 195
- การจัดท รายงานผลการด เนนิ งานโรงเรยี นสงเสริมสุขภาพระดบั เพชร 197
- การจดั ท ผลงานวชิ าการของโรงเรียน 199
201
ง. นิยามศัพท องคค วามรู และขอแนะน การด เนนิ งาน 202
โรงเรยี นสง เสริมสุขภาพระดบั เพชร 205
208
1. โรคธาลัสซเี มีย (Thalassemia) ปองกันได 210
2. การออกก ลังกายเพอ่ื สุขภาพเปนประจ 213
3. การนอนหลบั ชว ยพัฒนาสมอง และการเจรญิ เติบโต 214
4. หู ตา รกั ษาไว ใชส่อื อยา งสรางสรรค 217
5. การดูแลสขุ ภาพจติ ดว ย “ตน ทนุ ชีวติ ทกั ษะ ภูมคิ มุ กัน และภูมปิ ญญา” 224
6. การปองกนั พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศและสทิ ธิที่พึงทราบ 226
7. บุหรี่ ติดงา ยเลิกยาก
8. การรกั ษามาตรฐานคณุ ภาพน้ บรโิ ภค
9. การจดั เก็บยาและใชย าใหป ลอดภัยในหองพยาบาล
10. การบ บดั น้ เสียกอ นปลอ ยสสู าธารณะ
11. ความเชอื่ มโยงระหวางมาตรฐาน โรงเรยี นสง เสริมสุขภาพและมาตรฐานการศึกษา

บ นก
ัท


นท ก ท ก

จากกระแสโลกาภิวัฒน ท่ีเกิดจากความเจริญทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยเฉพาะ
ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) เปนปจจัยสําคัญที่สงผลกระทบท้ังดานบวก
และดานลบตอเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และคุณภาพชีวิตของประชาคมโลก สังคมไทยจึงตองมีการปรับตัว
โดยการ “พัฒนาคน” ทั้งดานคุณภาพและสมรรถนะของบุคคลใหมีพ้ืนฐานในการคิด เรียนรู และทักษะ
การจัดการและการดํารงชีวิต ที่สามารถเผชิญกับปญหาสังคมและเศรษฐกิจท่ีเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง
จําเปนตองปรับกระบวนการพัฒนาพรอมกับการสรางโอกาสและหลักประกันใหทุกคนในสังคม โดยความรวมมือ
ของทุกภาคสวนเพ่ือใหคนไทยไดรับการพัฒนาทั้งดานสติปญญา กระบวนการเรียนรูและทักษะความรับผิดชอบ
ตอ ตนเอง เพอื่ ประโยชนใ นการรวมพฒั นาทอ งถน่ิ และประเทศชาตติ อไป

เด็กวัยเรียนและเยาวชนเปนกลุมเปาหมายท่ีสําคัญย่ิงของการพัฒนา ดังพระราชดํารัสของ
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช ในปเด็กสากล พุทธศักราช 2522 ที่วา “เด็กเปนผูที่รับชวง
ทุกสิ่งทุกอยางจากผูใหญ รวมทั้งภาระความรับผิดชอบในการธํารงรักษา ความสุขสงบของประชากรโลก”
และในอนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็กขององคการสหประชาชาติ (UN Convention on the right of the child)
ซึ่งประเทศไทยลงนามและมีผลบังคับใชตั้งแตป 2535 มีสาระสําคัญท่ีมุงคุมครองสิทธิเด็ก 4 ประการ คือ
สิทธิในการอยูรอด (Servival Rights) สิทธิในการไดรับการปกปองคุมครอง (Protection Rights) สิทธิ
ในการพัฒนา (Development Rights) และสิทธิในการมีสวนรวม (Participation Rights) ซึ่งรัฐตอง
ดําเนินการใหเด็กไดรับการคุมครองในสิทธิดังกลาว การลงทุนกับเด็กและเยาวชนยอมมีผลคุมคามากกวา
การลงทนุ ใดๆ เด็กท่ไี ดร ับการพัฒนาอยา งถูกตอง เหมาะสมจะนาํ ไปสูการเปน ผใู หญท ีม่ คี ุณภาพ

สภาพปญหาเดก็ และเยาวชน

จากสภาพสังคมและสิ่งแวดลอมในปจจุบันท่ีเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว สงผลตอวิถีชีวิตของ
เด็กวัยเรียนและเยาวชน โดยเฉพาะดานพฤติกรรมเส่ียงจากการไดรับแบบอยางที่ไมเหมาะสม มีคานิยมและ
วัฒนธรรมตามกระแสสังคมที่ไมถูกตอง นําไปสูปญหาที่เกิดจากตัวเด็ก ครอบครัว และสภาพแวดลอมทางสังคม
เชน การมีเพศสัมพันธกอนวัยอันควร การตั้งครรภไมพึงประสงค โรคเอดส ยาเสพติด ความรุนแรง
และอุบัติเหตุ เปนตน

ปญหาดังกลาว หากไมมีการปองกันลวงหนา จะกอใหเกิดความสูญเสียนานัปการ จําเปนตอง
ใหความสําคัญและเรงสรางคุณภาพท้ังการศึกษาควบคูไปกับสุขภาพ เพ่ือพัฒนาศักยภาพใหเด็กและเยาวชน
เปนผทู ่มี ีคณุ ภาพชวี ติ ที่ดี

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 1

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


การเสรมสรา งพลังความรสู ูส ขุ ภาวะ

สุขภาพกับการศึกษา ตองดําเนินการควบคูกันไปในลักษณะเกื้อกูลซ่ึงกันและกันของทุกฝาย

ท่ีเก่ียวของ เพ่ือผลลัพธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดตอเด็กนักเรียนและเยาวชน ดังนั้นนับตั้งแตป 2540
แนวทางการพัฒนาเด็กวัยเรียนและเยาวชน จึงมีความชัดเจนเปนรูปธรรมมากขึ้นท้ังเชิงยุทธศาสตรและ

เปาหมาย โดยเฉพาะจาก 2 มติ สิ ําคญั ของนโยบายชาติ ไดแ ก
1. มิติแหง “การปฏิรูปการศึกษา” กลาวถึง “การประกันคุณภาพการศึกษา” ดานกระบวนการ

เรียนการสอนโดยเนนผูเรียนเปนสําคัญ บนพื้นฐานกระบวนการจัดการศึกษาตามปรัชญาหลัก 3 ประการ คือ
การศึกษาเพ่ือปวงชน การศกึ ษาตลอดชวี ติ และการศึกษาเพ่อื การแกไ ขปญหาทง้ั มวล

2. มิติแหง “การปฏิรปู ระบบสขุ ภาพ” กลาวถึง “การสรางหลักประกนั สขุ ภาพถว นหนา” ซึง่ เปนการ
ใหสิทธิข้ันพื้นฐานของประชาชน บุคคลยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขที่ไดมาตรฐาน

โดยกระบวนการจัดการดานสุขภาพตามปรัชญาหลัก 3 ประการ คือ สุขภาพเพื่อปวงชน สุขภาพเพ่ือชีวิต และ
สขุ ภาพเพื่อแกไขปญ หาทั้งมวล

จงึ เห็นไดว า ท้ัง 2 มิติ ตา งมคี วามเชอื่ มโยงจากรากฐานปรชั ญาเดยี วกัน

กท ก

ท ก กึ ท

การพัฒนาเดก็ และเยาวชนสปู ระชาคมอาเซยน

การพัฒนาเดก็ และเยาวชน ตองกาํ หนดเปา หมายใหช ดั เจน โดยเฉพาะดา นสุขภาพซ่ึงเปนความจาํ เปน
พ้ืนฐานสําคัญในการดํารงชีวิต หากเด็กมีพัฒนาการทางรางกาย สติปญญาและจิตใจที่สมบูรณ แข็งแรง มีทักษะ
สามารถดูแลสุขภาพตนเองและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และมีความพรอมในการเรียนรู ยอมสงผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศึกษา การพัฒนาการเรียนรูสูประชาคมอาเซียน จะประสบความสําเร็จหรือไมเพียงใด อยูท่ีกระบวนการ
จัดการโดยมุงเนนท่ีประสิทธิภาพของสถาบันการศึกษาใหสามารถเปนแกนนําหรือศูนยกลางการพัฒนา
การศึกษาควบคูไปกับการสรางสุขภาพ ภายใตความรวมมือจากทุกฝายท่ีเก่ียวของ ต้ังแตครอบครัวของเด็ก
ชมุ ชนและองคก รในทอ งถน่ิ ซง่ึ เปน สถาบนั พน้ื ฐานทางสงั คม ทม่ี คี วามสาํ คญั ยง่ิ ตอ การพฒั นาใหเ ดก็ และเยาวชนไทย
มีคณุ ภาพมาตรฐานทดั เทียมกับประเทศอนื่

2 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ั นก น

ความหมายของ “โรงเรยนสง เสรมสุขภาพ”

องคการอนามัยโลก (WHO : 1998) ไดใหคําจํากัดความของ โรงเรียนสงเสริมสุขภาพ คือ โรงเรียน
ที่มีขีดความสามารถแข็งแกรงม่ันคง ท่ีจะเปนสถานที่ท่ีมีสุขภาพอนามัยที่ดี เพ่ือการอาศัย ศึกษาและทํางาน

(A health promoting school is a school constantly strengthening its capacity as a healthy
setting for living, learning and working)

สํานักสงเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2545) ไดใหความหมายของโรงเรียน
สงเสริมสุขภาพ คือ โรงเรียนท่ีมีความรวมมือรวมใจกันพัฒนาพฤติกรรมและสิ่งแวดลอมใหเอื้อตอสุขภาพ

อยา งสมํ่าเสมอ เพอื่ การมีสุขภาพดขี องทุกคนในโรงเรียน

แนวคดิ โรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพ

การดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ เปนการพัฒนาที่มีความครอบคลุมทุกมิติดานสุขภาพและ
ส่ิงแวดลอม โดยสรางกระบวนการเรียนรูรวมกันของทุกคนท้ังในโรงเรียนและชุมชน ใหสามารถนําความรู และ
ทักษะดานสุขภาพมาประยุกตใชในชีวิตประจําวัน ดวยการดูแลใสใจสุขภาพของตนเองและผูอื่น รวมท้ังสามารถ
ตัดสินใจในการควบคุมสภาวการณท่ีมีผลกระทบตอสุขภาพ โดยเฉพาะนักเรียนจะไดรับการปลูกฝงทัศนคติ
ฝกทักษะและพฤติกรรมสุขภาพท่ีเหมาะสม สมาชิกในชุมชนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อยูในส่ิงแวดลอมที่
สะอาดและปลอดภัย ทาํ ใหบรรลเุ ปาหมายของการพัฒนาคนใหมคี ณุ ภาพชวี ิตทีด่ ีและอยใู นสงั คมอยา งมีความสุข

การดาํ เนินงานสง เสรมสุขภาพเดก็ วัยเรยนและเยาวชน

การดําเนินงานอนามัยโรงเรียน (School Health Program) ในอดีตเนน 4 เร่ืองหลัก คือ
สุขศึกษาในโรงเรียน (School Health Education) อนามัยสิ่งแวดลอมในโรงเรียน (School Health
Environment) บรกิ ารอนามัยโรงเรยี น (School Health Service) และความสมั พันธร ะหวา งบานและโรงเรยี น
(School and Home Relationship)

ตอมามีการปรับเปลี่ยนวิธีการดําเนินงานอนามัยโรงเรียนจากขอเสนอแนวคิด “โรงเรียนสงเสริม
สุขภาพ” ของคณะผูเช่ียวชาญดานการสงเสริมสุขภาพและสุขศึกษาขององคการอนามัยโลก ซึ่งประเทศไทยโดย
กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการรวมกับสํานักงานภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต (SEARO)
ขององคการอนามัยโลก จัดประชุม Intercountry Consultation on Health Promoting School
เม่ือวันท่ี 2-5 ธันวาคม 2540 ณ กรุงเทพมหานคร ผูเขาประชุมประกอบดวยผูแทน กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ทบวงมหาวทิ ยาลยั และผแู ทนจาก 7 ประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต สบื เนอ่ื งจาก

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 3

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


การประชุมดังกลาว กรมอนามัยจึงนําแนวคิดและกลยุทธ โรงเรียนสงเสริมสุขภาพน้ีมาดําเนินการในชวงเวลา

ท่ีตรงกับแผนพัฒนาการสาธารณสุข ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) โดยลักษณะการทํางานอยูบนพ้ืนฐาน
การมีสวนรวมของผูเก่ียวของทุกหนวยงาน องคกร และประชาชนในชุมชน มีการพัฒนาโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ

อยา งตอ เนอื่ ง ดงั น้ี

พ.ศ. 2541 กรมอนามัยเร่ิมดําเนินการกลยุทธโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ โดยกําหนดเปาหมาย
ถา ยทอดแนวคิด และพฒั นาโรงเรยี นสงเสรมิ สขุ ภาพตนแบบจังหวัดละ 1 โรงเรียน (มีโรงเรยี นตน แบบ ของจังหวัด
ศนู ยอนามัยและสว นกลาง รวม 89 โรงเรียน) และจัดทาํ คมู อื แนวทางการดําเนนิ งาน

พ.ศ. 2542 มติคณะรัฐมนตรีมีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพแหงชาติ
ซึ่งกรมอนามัยไดจัดประชุมคณะกรรมการดังกลาวและผลการประชุมทําใหเกิดเปาประสงคของนโยบายโรงเรียน

สงเสริมสุขภาพ กรมอนามัยจึงจัดประชุมแถลงนโยบายโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย และจัดอบรมผูนําเพ่ือดําเนินงานโรงเรียน สงเสริมสุขภาพ

แกผูบริหารโรงเรียนตนแบบจํานวน 89 โรงเรียน สวนระดับจังหวัดมีการถายทอดแนวคิด แกฝายการศึกษาและ
สาธารณสขุ ระดบั อาํ เภอท่วั ประเทศ และขยายผลสูร ะดบั อําเภอ อาํ เภอละ 1 โรงเรยี น

พ.ศ. 2543 มีการจัดทําเกณฑประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพดานกระบวนการ 5 องคประกอบ คือ
1) นโยบายดานสงเสริมสุขภาพ 2) คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพ 3) การคนหาและกําหนดปญหาสุขภาพ
4) แผนงาน/โครงการดานสงเสริมสุขภาพ 5) การดําเนินงานตามแผนและการติดตามผล โดยกําหนดเปาหมาย
ใหมีโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตําบล ตําบลละ 1 โรงเรียนและจัดประชุมสัมมนาเครือขาย โรงเรียนสงเสริมสุขภาพ
ระดับประเทศเพ่ือประชาสัมพันธสูสาธารณะ สวนในระดับจังหวัดมีการประชุมถายทอดแนวคิดสูระดับตําบล

ท่วั ประเทศ

พ.ศ. 2544 มีการลงนามขอตกลงความรวมมือในการพัฒนาโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระหวาง
กรมอนามัย กรมสามัญศึกษาและสํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ (สปช.) ตอมากรมอนามัย
ไดจดั ประชมุ โรงเรียนสงเสริมสุขภาพทง้ั 4 ภาค ซึง่ มีผูแ ทนองคกรปกครองสวนทองถนิ่ เขา รว มประชมุ สว นระดับ
จังหวัดมีการประชุมช้ีแจงผูเกี่ยวของระดับตําบล เพื่อขยายผลสูโรงเรียนท่ียังไมไดเขารวมโครงการ (มีโรงเรียน
สงเสรมิ สุขภาพผา นการประเมิน รอยละ 9.6 และมีโรงเรียนเขารวมโครงการ รอ ยละ 32)

พ.ศ. 2545 จัดทําเกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตาม 10 องคประกอบ
โรงเรียนสงเสริมสุขภาพ และแบงการประเมินเปน 3 ระดับ คือ ระดับทอง เงิน และทองแดง ในขณะเดียวกัน
กรมอนามยั ไดจ ดั ประชมุ ชแ้ี จงผบู รหิ ารโรงเรยี นในเขตกรงุ เทพมหานคร เพอื่ สรา งความเขา ใจแนวทางการดาํ เนนิ งาน

และจัดอบรมพัฒนาผูประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ (มีโรงเรียนสงเสริมสุขภาพผานการประเมิน รอยละ 22.6
และมโี รงเรยี นเขา รว มโครงการ รอยละ 84.3)

พ.ศ. 2546 จัดทําคูมือการดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ และจัดประชุมสัมมนาวิชาการ
และมหกรรมโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ (มีโรงเรียนสงเสริมสุขภาพผานการประเมิน รอยละ 43.9 และมีโรงเรียน
เขา รว มโครงการรอยละ 88.3)

4 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


พ.ศ. 2547 ไดข ยายเปา หมายสโู รงเรยี นในฝน ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร จงึ เกดิ โครงการ “โรงเรยี นในฝน
สรรคส รางอนามยั ดี” (มโี รงเรยี นสง เสรมิ สุขภาพผา นการประเมนิ รอยละ 51.3)

พ.ศ. 2548 เริ่มโครงการ “เด็กไทยทําได” เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนดานสุขภาพ เนนการ
ใหความสําคัญและการมีสวนรวมของนักเรียน และการดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเปนไปอยางตอเน่ือง

(มโี รงเรยี นสงเสรมิ สุขภาพผา นการประเมนิ รอยละ 68.2 และเพิ่มขึน้ เปน รอยละ 88.8 ในป 2549)
พ.ศ. 2550 มีการลงนามขอตกลงความรวมมือในการพัฒนาสุขภาพนักเรียนระหวาง กรมอนามัย

และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยกําหนดนโยบายพรอมทั้งจัดทําแผนปฏิบัติการรวมกัน

เพอื่ ใชเ ปน กรอบการปฏบิ ตั งิ านสสู ขุ ภาวะทย่ี งั่ ยนื ของนกั เรยี น ภายใตก ลยทุ ธโ รงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ ซง่ึ กรมอนามยั

ไดมุงเนนพัฒนาศักยภาพนักเรียนใหสามารถคิด วิเคราะห ประเมินสถานการณสุขภาพและวางแผนแกไขปญหา

ในรูปแบบของโครงงานสุขภาพ โดยนํารองจังหวัดละ 1 โรงเรียน และมีการขยายผลการดําเนินงานโรงเรียน
สงเสริมสุขภาพอยางตอเนอ่ื ง (มีโรงเรยี นสง เสริมสุขภาพผา นการประเมนิ รอยละ 93.6)

พ.ศ. 2551 มีการลงนามขอตกลงความรวมมือการพัฒนาระบบประกันสุขภาพการศึกษาเพื่อ
สรางสุขภาวะระหวางกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ โดยกระทรวงศึกษาจะเปนแกนหลัก

ในการผลักดันการสรางเสริมสุขภาวะนักเรียนและกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนและสรางเครือขาย

การดาํ เนนิ งาน

พ.ศ. 2552 มีโรงเรียนท่ีเขารวมโครงการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพและผานการประเมินคอนขางสูง
รอยละ 96.8 กรมอนามัยจึงไดพัฒนาเกณฑมาตรฐานในระดับท่ีสูงข้ึนคือโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชร
ซึ่งเนนคุณภาพโดยวัดผลลัพธที่เกิดจากกระบวนการดําเนินงานตาม 10 องคประกอบทั้งดานสุขภาพและ
ดานพฤติกรรมสุขภาพ ผนวกกับผลลัพธจากการดําเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ พรอมทั้งจัดทํา

คูมือเกณฑมาตรฐาน และชี้แจงแนวทางใหผูเกี่ยวของทราบ โดยเร่ิมดําเนินการในป 2552 และมีทีมประเมินจาก
สวนกลางรวมกบั ศูนยอนามยั มีโรงเรียนผานการประเมนิ เปน โรงเรยี นสง เสริมสุขภาพระดับเพชรจํานวน 37 แหง

พ.ศ. 2553 การประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชรในชวงเวลา 2 ปแรกพบปญหาอุปสรรค
ในการประเมินโรงเรียน จึงมีการทบทวน ปรับปรุงเกณฑมาตรฐานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชรคร้ังท่ี 1
และจัดทาํ คูมอื 2 เลม คอื คมู อื การดาํ เนินงานโรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพ และคมู อื ผูป ระเมนิ โรงเรยี น สง เสริมสขุ ภาพ
เปนฉบับรวมเลมของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพทุกระดับ ผลการดําเนินงานในป 2553 มีโรงเรียนผานการประเมิน
เปน โรงเรยี นสง เสริมสขุ ภาพระดบั เพชร จํานวน 60 แหง และในป 2554 มีจํานวน 65 แหง

พ.ศ. 2555 กรมอนามัยจัดอบรมชี้แจงทีมประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชร ประกอบดวย
นักวิชาการจากศูนยอนามัย สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดและสํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร

การดาํ เนินงานในป 2555 มโี รงเรียนทผี่ า นการประเมนิ เปน โรงเรยี นสงเสริมสุขภาพระดับเพชร จาํ นวน 105 แหง
พ.ศ. 2556 การประเมนิ โรงเรียนสงเสรมิ สขุ ภาพระดบั เพชร ตัง้ แตปงบประมาณ 2556 ดาํ เนนิ การโดย

ทีมประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชร ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไดลงนามคําส่ังแตงต้ัง และกรมอนามัย

ไดปรับปรุงเนื้อหาเกณฑมาตรฐาน และแนวทางการประเมินโรงเรียนใหชัดเจนมากข้ึน สอดคลองกับ

บรบิ ทโรงเรียนและสถานการณปญ หาสขุ ภาพนักเรียนในปจจุบนั เพ่อื ใชเปนแนวทางการดาํ เนินการตอไป

¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 5

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


พ.ศ. 2557 มีการขับเคลื่อนแนวคิดเรื่องบูรณาการ ในการจัดทํายุทธศาสตรของกระทรวงสาธารณสุข
โดยโรงเรียนสงเสริมสุขภาพมีความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรดานพัฒนาสุขภาพกลุมเด็กวัยเรียนและยุทธศาสตร

ดานการพัฒนาสุขภาพกลุมวัยรุน หนวยงานของกรมตางๆ ท่ีเก่ียวของกับกลุมเปาหมายท้ังสองกลุมจึงดําเนินการ

ปรับปรุงเกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตาม 10 องคประกอบ ใหสอดคลองกับ
ความเปลย่ี นแปลงของสถานการณท ่ีมผี ลกระทบตอ สุขภาพเด็กและเยาวชน

อยางไรก็ตาม การดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ ตองอาศัยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย

ทุกภาคสวนในสังคม ไดแก ผูบริหารโรงเรียน ครู นักเรียน และชุมชน ฯลฯ เปนกําลังสําคัญในการขับเคล่ือน

การดําเนินงานใหบรรลผุ ลสาํ เร็จ

6 ¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


กน

การเขารวมโครงการโรงเรยนสงเสรมสุขภาพ

โรงเรียนทุกสังกัดท้ังภาครัฐและเอกชนเขารวมโครงการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพได โดยแสดง
ความจํานงกับหนวยงานตนสังกัดระดับจังหวัดหรือสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรับคูมือการดําเนินงาน
โรงเรียนสงเสริมสุขภาพสําหรับใชเปนแนวทางในการดําเนินงานเพ่ือพัฒนาสูการประเมินรับรองในระดับตางๆ
ตอไป

ขัน้ ตอนการกาวสูโรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพ

การพัฒนาโรงเรียนสูโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ เกิดจากผูบริหาร คณะครูและนักเรียนมีความ
ตระหนักถึงความสําคัญของการมีสุขภาพดี และความจําเปนในการสรางพฤติกรรมสุขภาพท่ีถูกตองต้ังแตเด็ก
รวมท้ังมุงมั่นสรางใหโรงเรียนเปนศูนยกลางของการพัฒนาความเปนอยูอยางมีสุขภาพดีของทุกคนในชุมชน
โดยโรงเรยี นดาํ เนินการตามขัน้ ตอน ดังน้ี

1. สรางความสนับสนนุ ของ มุ น อง น่
ผูบริหารโรงเรียนควรช้ีแจงแก ครู นักเรียน ผูปกครอง ผูนําชุมชนและประชาชนในทองถ่ิน

เก่ียวกับความสําคัญและความจําเปนในการดําเนินงานสรางสุขภาพเพ่ือสรางความเขาใจและความรวมมือระหวาง
โรงเรยี นและชมุ ชน

2. ัด งั คณ กรรมการสงเสรมสขุ ภาพของ รงเร น
คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนสรรหากลุมบุคคลท่ีสนใจงานสงเสริมสุขภาพ และ

การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของนกั เรยี นและชมุ ชน แตง ตงั้ เปน คณะกรรมการสง เสรมิ สขุ ภาพของโรงเรยี นประกอบดว ย
ครู นักเรียน ผูปกครอง บุคลากรสาธารณสุขและผูแทนองคกรในชุมชน โดยคณะกรรมการชุดนี้ ทําหนาท่ี
ในการรวมกันคน หาแนวทางปฏิบัติเพ่ือพฒั นาสกู ารเปนโรงเรียนสงเสริมสขุ ภาพ

3. ดั ังคณ กรรมการ ีป่ รกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาสรรหาและแตงตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาจากผูนําชุมชน และ

ผูท่ีสนใจ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทํางานรวมกับโรงเรียนในการเผยแพรขาวสารดานการสงเสริมสุขภาพ
ตลอดจนระดมทรัพยากรในทองถิ่น เพื่อสนับสนุนและสรางความแข็งแกรงในการดําเนินงานโรงเรียนสงเสริม
สขุ ภาพ

¤Ù‹Á×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 7

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


4. นก
คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียนสํารวจสถานการณดานสุขภาพของโรงเรียนและชุมชน

เพ่ือรวบรวมขอมูลพื้นฐานในการดําเนินงานสงเสริมสุขภาพ เชน สถานการณปญหาสุขภาพ สภาพส่ิงแวดลอม

ทางสังคม ระเบียบ กฎเกณฑ รวมทั้งทรพั ยากรในชุมชนทีเ่ อื้อตอ การสง เสริมสขุ ภาพ

5. ก น น นก ท น

คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียน นําผลการวิเคราะหสถานการณสุขภาพของ

โรงเรียนและชุมชน มารวมกันระดมความคิดในการกําหนดประเด็นเพ่ือดําเนินการสงเสริมสุขภาพตาม

สภาพปญ หา/ความตอ งการของนักเรยี น บุคลากรในโรงเรยี น ผูปกครองและชมุ ชน

6. ั ท น บั ก
คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียนกําหนดนโยบายและแผนปฏิบัติการใหสอดคลอง

กับสภาพปญหา พรอมท้ังกําหนดเปาหมายการดําเนินงาน รูปแบบกิจกรรม บทบาทที่เก่ียวของ ตัวช้ีวัดในการ

ตดิ ตามประเมินผล การประสานความรวมมือระหวา งโรงเรยี นกบั ชุมชนและระบบรายงานใหช ัดเจน

7. น
คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียน ติดตามความกาวหนาในการดําเนินงาน โดยการ

จัดประชุมแลกเปล่ียนขอมูลขาวสารระหวางผูเก่ียวของ มีการประเมินผลการดําเนินงาน การเผยแพร

ประชาสัมพนั ธผ ลสาํ เรจ็ และการปรับแผนงานเพอ่ื แกไขขอบกพรอ งในการดําเนินงานเปน ประจาํ อยา งตอเน่อื ง

8. ก ั น บั ท น

คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียนแตละโรงเรียน มีการผลักดันและสนับสนุน

การดําเนินงานซึ่งกันและกัน ดวยการสรางเครือขายโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ โดยมีการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร

ประสบการณ และแหลงทรัพยากร ตลอดจนมีการจูงใจใหโรงเรียนอื่นๆ ท่ียังไมรวมโครงการ เกิดความต่ืนตัว

และรวมดําเนนิ การสง เสรมิ สขุ ภาพในโรงเรียนตามแนวทางโรงเรยี นสงเสริมสขุ ภาพ

8 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


หลกั การพฒั นาการดําเนนิ งานโรงเรยนสง เสรมสุขภาพ

การพัฒนาโรงเรียนสงเสริมสุขภาพตามหลักการบริหารงานโดยใชวงจรคุณภาพ (Quality Circle)
ดังน้ี

1. ก น นน น (PLAN) 2. ก บั ก (DO)

¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 9

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


3. ก บ/ทบท น/ น (CHECK) 4. ก ับ ก / ั น (ACT)

สรปุ ผลการตรวจสอบ ทบทวนและ
นิเทศงานตามองคป ระกอบ/ตัวชว้ี ดั
โรงเรยี นสงเสริมสุขภาพ
นาํ ผลการตรวจสอบ ทบทวนและนเิ ทศงาน
ไปใชปรับปรุงแกไ ข การดาํ เนนิ งาน
หรือกิจกรรมของโรงเรียนสง เสริมสุขภาพ
ในปการศึกษาตอไป

นก นน น น

บั ั นกั น
*น
* *น น * กนน
*ก * น นน *




* กท น
*ก /

10 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ประโยชนท เ่ี กดิ ข้นจากการเปนโรงเรยนสง เสรมสุขภาพ

โรงเรียนไดรบั รแู นวทางการสงเสริมสุขภาพนักเรียน บคุ ลากรในโรงเรยี นและขยายผลสชู ุมชน
นักเรียนไดเรียนรูวิถีชีวิตในการสรางพฤติกรรม ซึ่งจะปลูกฝงใหเกิดการปฏิบัติตนท่ีจะนําไปสู
การมสี ขุ ภาพดตี งั้ แตเด็กควบคไู ปกับการศกึ ษา เพ่ือใหเ ดก็ “ดี เกง มสี ุข”
ครู ผูปกครอง และสมาชิกของชุมชนจะไดรับความรูเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยเพ่ือนําไปปฏิบัติ
ใหเ กิดทกั ษะการดแู ลสขุ ภาพทเ่ี หมาะสม
ตัวช้ีวัดของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพมีความสอดคลองกับตัวชี้วัดการประเมินคุณภาพการศึกษา
กอ ใหเ กิดผลดตี อโรงเรยี นในการรับการประเมินจากภายนอก
โรงเรียนมโี อกาสไดร บั ความรว มมอื และการชวยเหลอื จากชุมชนและองคกรตางๆ เพิ่มข้ึน

ประโยชนดังกลาวขางตน เปนความทาทายภายใตเง่ือนไขที่จํากัดของทรัพยากร คน เวลา และ
งบประมาณของฝายการศกึ ษา สาธารณสขุ และทองถน่ิ ทางเลือกที่เหมาะสมคือ “การบูรณาการความรวมมอื
ในเร่องการศึกษาควบคูไปกับการมีสุขภาพดี” โดยมีเปาหมายสูงสุดคือ ภาพลักษณของเด็กวัยเรียน
และเยาวชนไทยท่ีดี เกง และมีความสุข อันเปนความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูประบบสุขภาพ
ซ่ึงจะนาํ ไปสูก ารบรรลุถงึ ปรชั ญาการพัฒนา “คน” อยา งแทจรงิ

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 11

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ก บั น น

ขัน้ ตอนการรับรองเปนโรงเรยนสง เสรมสุขภาพ

1. สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดรวมกับหนวยงานตนสังกัดของโรงเรียนในพ้ืนที่ ช้ีแจงหนวยงาน
ฝายสาธารณสขุ ฝา ยการศึกษา ตลอดจนโรงเรียนทแี่ สดงเจตจํานงเขารว มพฒั นา

2. โรงเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยใชเ กณฑม าตรฐานการประเมนิ โรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ 10 องคป ระกอบ
เพื่อคนหาส่งิ ท่ียงั ไมไดดาํ เนินการ หรือดาํ เนนิ การไมค รบถวน

3. โรงเรียนพัฒนาใหเขาสูเกณฑมาตรฐาน โดยใชวงจร PDCA คือ วางแผน ดําเนินการ ทบทวน
ตรวจสอบ แกไขเพื่อปรับแผนใหม ท้ังในสวนท่ีสามารถดําเนินการไดเองและสวนที่จําเปนตองขอรับการสนับสนุน
จากบคุ คล/หนวยงานทเี่ กี่ยวของในพน้ื ที่ ซึ่งสามารถขอรบั คําแนะนาํ ไดจากทมี ประเมินระดบั อาํ เภอ

4. เมื่อโรงเรียนดําเนินการไดครอบคลุมทุกองคประกอบ และเห็นวาผานเกณฑมาตรฐานการประเมิน
โรงเรียนสงเสริมสุขภาพแลว สามารถแจงความประสงคขอรับการประเมินไดบุคลากรสาธารณสุขผูรับผิดชอบ
งานอนามัยโรงเรยี น

5. โรงเรียนนําผลจากการผานเกณฑประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับทองมาเปนขอมูลเบ้ืองตน
เพ่อื กา วสรู ะดับเพชร

6. โรงเรียนประเมินตนเองโดยใชเกณฑมาตรฐานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชรเพื่อคนหา
ส่งิ ที่ยังไมถงึ เกณฑและพัฒนาเขาสเู กณฑ

7. เม่ือโรงเรียนเห็นวาผานเกณฑมาตรฐานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชร จะตองจัดทําเอกสาร
ท่ีแสดงใหเห็นถึงผลการบรรลุตัวช้ีวัดตางๆ ตามแบบฟอรม (ภาคผนวก) สงผานทีมประเมินระดับอําเภอไปยัง
ทีมประเมินระดบั จงั หวัดเพอ่ื ประเมินในเบ้อื งตน

8. เมื่อโรงเรียนไดรับการประเมินวาผานเกณฑโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชรในเบื้องตน
จากทีมประเมินระดับจังหวัดแลว สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดแจงศูนยอนามัยเพ่ือขอรับการประเมินรับรอง
โรงเรียน

9. หลังจากทีมประเมินจากศูนยอนามัยไดประเมินโรงเรียนและพิจารณาใหผานการประเมิน
ในระดบั เพชรแลว สง เอกสารรายงานของโรงเรียน (รายงานท่ีแกไขแลว) และสรุปผลการประเมนิ ของศนู ยอ นามัย
เพ่อื ใหกรมอนามัยพิจารณาการรบั รองเปน โรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพระดบั เพชรตอไป

12 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


กระบวนการรบั รองเปน โรงเรยนสง เสรมสุขภาพ

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 13

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ก ัน ก ัน


การพัฒนาโรงเรียนสงเสริมสุขภาพสูความสําเร็จและยั่งยืน ตองอาศัยความสามารถและความรวมมือ

ของหนวยงานทุกระดับ ในการรวมพลังสรางความเขมแข็ง และความรวมมือภายใตบริบทพ้ืนที่ของโรงเรียน
โดยบทบาทของผูเกย่ี วของในการพัฒนาเพ่อื ความสาํ เรจ็ และยง่ั ยนื ประกอบดว ย

1. บ น
ผูบริหารโรงเรียน เปนบุคคลสําคัญและเปนผูที่มีวิสัยทัศนเร่ืองการสรางสุขภาพ เห็นประโยชน

และใหความสําคัญ มีความมุงมั่นต้ังใจท่ีจะพัฒนาโรงเรียนตามแนวทางโรงเรียนสงเสริมสุขภาพอยางจริงจัง

โดยการผลกั ดนั สง เสริม สนับสนุน สรางขวัญกําลังใจใหค รู นกั เรยี น ผูปกครอง และสมาชิกของชมุ ชน

2.
คณะครูทํางานเปนทีม เขาใจบทบาทหนาที่ตนเอง และการประสานการดําเนินการดานสุขภาพ

ท่ีมีเปาหมายรวมกัน เพ่ือการพัฒนาสุขภาพตนเอง นักเรียน และบุคลากรทุกคน ไมใชครูอนามัยหรือครูคนใด

คนหนึ่งเปนผรู ับผิดชอบ

3. นัก น กนน นน
นักเรียนแกนนําเปนบุคคลสําคัญที่โรงเรียนตองพัฒนาใหเปนผูนําดานสุขภาพ ดวยการสงเสริม

ใหนกั เรียนรวมกลุมกัน จัดต้ังชมรมสุขภาพและทํากิจกรรมสุขภาพในโรงเรียนและชุมชน โดยโรงเรียนและชุมชน

เปนผูสนับสนุน

4. ก ก น
คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียน ทําหนาท่ีในการกําหนดทิศทางการพัฒนา

เปน ผทู มี่ คี วามสนใจและเขา ใจการทาํ งานดา นสขุ ภาพสาํ หรบั กลมุ เดก็ และเยาวชน เขา ใจวตั ถปุ ระสงคข องการพฒั นา

โรงเรียนใหเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ โดยคณะกรรมการมีการประสานงานอยางสมํ่าเสมอ เปนที่ปรึกษา

ใหขอเสนอแนะ และติดตามผลการดําเนินงานเปน ระยะ

5. ก น นน
การพัฒนาใหชุมชนมีสวนรวม เร่ิมจากการสรางความเขาใจและทัศนคติท่ีดีเรื่องสงเสริมสุขภาพ

รวมท้ังไดรับทราบปญหาท่ีมีผลกระทบตอสุขภาพในชุมชน เม่ือชุมชนเกิดความตระหนัก ใหความสําคัญ และ

เห็นประโยชนของการสงเสริมสุขภาพ ชุมชนจะเขามามีสวนรวมในการพัฒนาสุขภาพมากข้ึน ซ่ึงเปนส่ิงสําคัญ

ที่ทาํ ใหชุมชนเขม แข็ง

6. ก ท ั ก น น
การระดมทรัพยากรในชุมชน ทุกคนในชุมชนสรรหาและคนหาแหลงทุน หรือทรัพยากรท่ีมีคุณคา

ในชุมชน ไดแก ปราชญชาวบาน วัฒนธรรม วิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ และทุนทางสังคมอื่นๆ เพ่ือนํามา

ปรับใชใ หเ กิดประโยชนต อการดาํ เนนิ งานดานสขุ ภาพ

14 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


7. น
เครือขายโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเปนรูปแบบหนึ่ง ท่ีทําใหเกิดการพัฒนาดวยการขยายผล

การดําเนินงาน โดยการสนับสนุน ชวยเหลือเกื้อกูลกัน การแลกเปล่ียนประสบการณเรียนรู การสรางและ
บรหิ ารจดั การเครอื ขายโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ ซึง่ จะทําใหเครอื ขา ยมีความเขม แขง็

ัน บ ัน
1. ทีมงานท่ีทรงคุณภาพ มีความตระหนัก มีความรู ความเขาใจ ทุมเทและเสียสละ ท้ังทีมงานครู
และนกั เรยี น

ผูบริหารมีวิสัยทัศน นโยบายและรูปแบบการบริหารจัดการ โดยใชโรงเรียนเปนฐานในการ

ขบั เคล่ือนพฒั นา มกี ารกําหนดผรู ับผิดชอบอยา งชดั เจน

คณะครูและนักเรียนมุงมั่นต้ังใจ รวมแรงรวมใจในการทํางานเปนทีม และรวมเปนเจาของ

โครงการ

2. ภาคีเครือขายที่เขมแข็ง ไดแก คณะกรรมการสถานศึกษา ผูปกครอง ผูนําชุมชน ศิษยเกา
อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.) ฯลฯ มีการประสานความรวมมืออยางเขมแข็ง รวมคิด รวมทํา
รวมตัดสินใจ รวมแกป ญ หาและรวมพัฒนา

3. การระดมทรัพยากร ไดแก การระดมทุนเพ่ือการพัฒนาสภาพแวดลอม อาคารสถานที่ และวัสดุ
อปุ กรณท ่ีจาํ เปน อยางเพียงพอ ปลอดภัยและมมี าตรฐาน

4. การบรหิ ารจดั การแบบมสี ว นรว ม ไดแ ก การมสี ว นรว มของทกุ ภาคสว นในการดาํ เนนิ งาน ทกุ ขนั้ ตอน
ต้งั แตก ารวางแผน การดําเนนิ งาน การประเมนิ ผล

และยัง่ ยนื 5. พัฒนาสิ่งใหมใหเกิดขึ้น โดยการคนควาและพัฒนาอยางสรางสรรค เพื่อใหเกิดความตอเนื่อง

6. คนหาเครือขายใหมๆ เสมอ ขยายเครือขายการสงเสริมสุขภาพใหมากข้ึนท้ังในระดับอําเภอ
จังหวัดและประเทศ

7. การแลกเปลย่ี นเรียนรแู ละเผยแพรผลงานระหวา งเครอื ขา ยและหนว ยงานทเ่ี กี่ยวขอ ง

3 ั นก ั น ัน

1. ั น ก : ผบู ริหารตองมีนโยบายทชี่ ัดเจน มีกลยุทธส รางแรงจูงใจในการทํางาน
: บคุ ลากรในโรงเรยี นรวมดาํ เนนิ การ ศกึ ษาขอ มลู สภาพปญหา
: บุคลากรสาธารณสุขใหการสนับสนุนองคความรูวิชาการดานสุขภาพ
และสงิ่ แวดลอ ม

2. ั นก : คณะกรรมการบริหารโรงเรียนตระหนักถึงความสําคัญและมีสวนรวม
ในการพฒั นาการดําเนินงานโรงเรียนสง เสรมิ สขุ ภาพ

: หนวยงานท่ีเกี่ยวของ มีการนิเทศ กํากับ ติดตามเพ่ือการพัฒนาอยาง
ตอ เนอ่ื ง

3. ั ั : ผปู กครองนกั เรยี นและชมุ ชนควรมสี ว นรว มในการดาํ เนนิ กจิ กรรม/โครงการ
หรือเขา รวมกิจกรรม

¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 15

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ก นน น น

การดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเปนกระบวนการดําเนินงานเพื่อใหเกิดกิจกรรมสงเสริม

สขุ ภาพและปอ งกนั โรคตามองคป ระกอบของโรงเรยี นสง เสริมสุขภาพ 10 ประการ แบง เปน 2 ดา น คือ
1) ดา นกระบวนการ ไดแ ก

องคประกอบท่ี 1 นโยบายของโรงเรียน
องคประกอบท่ี 2 การบรหิ ารจัดการในโรงเรยี น
2) ดานการสงเสรมิ สุขภาพและส่ิงแวดลอม ไดแ ก

องคประกอบที่ 3 โครงการรวมระหวา งโรงเรยี นและชุมชน
องคประกอบท่ี 4 การจดั สิ่งแวดลอมในโรงเรียนทเี่ ออ้ื ตอสขุ ภาพ
องคป ระกอบท่ี 5 บริการอนามยั โรงเรยี น
องคป ระกอบท่ี 6 สุขศึกษาในโรงเรยี น
องคป ระกอบที่ 7 โภชนาการและอาหารท่ีปลอดภัย
องคป ระกอบที่ 8 การออกกาํ ลงั กาย กฬี าและนันทนาการ
องคป ระกอบที่ 9 การใหคาํ ปรกึ ษาและสนับสนนุ ทางสังคม
องคประกอบท่ี 10 การสง เสริมสขุ ภาพบคุ ลากรในโรงเรียน

บั ก ับ น

ระดบั ทองแดง

ผานเกณฑป ระเมนิ ขัน้ ดมี าก 4 องคป ระกอบ โดยตองผา นตวั ชี้วัดทกุ ตัว

ผานเกณฑก ารประเมินข้ันดีใน 6 องคป ระกอบที่เหลอื

ระดับเงิน

ผานเกณฑป ระเมินขัน้ ดีมาก 6 องคป ระกอบ โดยตอ งผานตัวชี้วัดทกุ ตวั

ผา นเกณฑก ารประเมนิ ขน้ั ดใี น 4 องคป ระกอบทีเ่ หลือ

ระดบั ทอง

ผานเกณฑประเมินขั้นดมี าก 8 องคป ระกอบ โดยตอ งผานตวั ชว้ี ัดทกุ ตวั

ผา นเกณฑก ารประเมนิ ขั้นดใี น 2 องคประกอบทีเ่ หลอื

รายละเอียดการดาํ เนินงานโรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพในบทที่ 6 ประกอบดวย 2 สว น คอื
1. เกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรยี นสง เสรมิ สุขภาพ
2. แนวทางการดาํ เนนิ งานโรงเรียนสง เสริมสขุ ภาพ

16 ¤Ù‹Á×Í ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


1. เกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพ

องคป ระกอบท่ี 1 นโยบายของโรงเรยน

ตัวช้วัด เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลงขอ มลู /
ท่ีได วธพสิ ูจน

การกาํ หนดนโยบายสงเสริมสขุ ภาพ

ของโรงเรยี น

1. มกี ารแตง ตั้งคณะกรรมการสง เสรมิ คณะกรรมการ 3 ใน 5 ขึน้ ไป (5) .................... - คาํ ส่งั แตง ตงั้
นอยกวา 3 ใน 5 (3) - ประกาศ
สุขภาพของโรงเรยี นหรอื คณะทํางาน หรอื คณะทาํ งาน ไมม ี (0) ของโรงเรียน

ทีท่ าํ หนาทีเ่ ก่ียวกับการสงเสรมิ สุขภาพ มสี ดั สว นอยา ง - สอบถามหรือ
สมั ภาษณผ ูบรหิ าร
ของโรงเรยี น อยางเปน ลายลกั ษณอ ักษร นอ ย 3 ใน 5 โรงเรยี น

ซ่งึ ประกอบดวยครู นักเรยี น ผปู กครอง มาจากประชาชน

เจา หนา ท่ีสาธารณสุข และผูแ ทนองคกร และองคกร

ในชมุ ชน ในชมุ ชน

2. โรงเรยี นมนี โยบายสง เสรมิ สุขภาพที่ 8 ประเด็น ครอบคลุม 8 ประเดน็ (10) .................... - เอกสารนโยบาย
ครอบคลมุ ประเด็น ดังตอไปนี้ ครอบคลมุ 7 ประเด็น (7) ดานสง เสรมิ สุขภาพ
1) การสง เสริมส่ิงแวดลอมทาง ครอบคลมุ 5-6 ประเด็น (5) ของโรงเรียน
กายภาพและทางสงั คมทเ่ี ออ้ื ตอ ครอบคลุม 3-4 ประเด็น (3) - สอบถามหรือ
การพฒั นาสขุ ภาพนักเรียน ครอบคลมุ 1-2 ประเด็น (1) สมั ภาษณผ บู รหิ าร
2) การสงเสรมิ เฝา ระวัง และ ไมมีการกาํ หนดนโยบาย (0) โรงเรียน
แกไขปญหาสขุ ภาพ
3) การพฒั นาพฤตกิ รรมสุขภาพ
ตามสุขบญั ญตั แิ หง ชาติ
4) การคุมครองผูบรโิ ภคในโรงเรยี น
5) การสง เสรมิ สขุ ภาพจิตและเฝา ระวัง
พฤติกรรมเสีย่ ง
6) การพฒั นาระบบการเรยี นรูดาน
สุขภาพโดยมีผเู รยี นเปน สําคญั
7) การสง เสรมิ สุขภาพบคุ ลากร
ในโรงเรยี น
8) สง เสรมิ การมีสวนรวมของชุมชน
ในการพฒั นาสุขภาพนกั เรยี น
บคุ ลากรในโรงเรยี นและชมุ ชน

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 17

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวช้วัด เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอมูล/
8 ประเดน็ ทีไ่ ด วธพสิ จู น
การถา ยทอดนโยบายสูก ารปฏบิ ตั ิ
3. มแี ผนงาน/โครงการ/กิจกรรม รองรับ มคี รบตามนโยบาย8ประเด็น (10) .................... - แผนพัฒนา

นโยบายสงเสรมิ สขุ ภาพ มี 7 ประเดน็ (7) คุณภาพการศึกษา

มี 5-6 ประเด็น (5) - แผนปฏบิ ตั ิการ

มี 3-4 ประเด็น (3) ประจาํ ป

มี 1-2 ประเดน็ (1) - แผนงาน/โครงการ

ไมมี (0)

4. บคุ ลากรในโรงเรียนทราบนโยบาย ทกุ คน ทุกคน (10) .................... - สุมสอบถามหรอื
ท่เี กีย่ วกบั การสงเสริมสขุ ภาพ
รอ ยละ 80 ขนึ้ ไป (5) สัมภาษณบ คุ ลากร

นอยกวารอยละ 80 (3) ในโรงเรียน

ไมม ีการรบั รู (0) ตามขนาดโรงเรียน

5. ผปู กครองและชมุ ชนทราบนโยบายหรอื รอ ยละ 60 รอ ยละ 60 ขนึ้ ไป (10) .................... - สมุ สอบถามหรือ
กิจกรรมท่ีเกยี่ วกบั การสงเสรมิ สุขภาพ ขน้ึ ไป รอยละ 51-59 (5) สมั ภาษณ
นอ ยกวารอ ยละ 50 (3) ผูป กครอง/
ไมม ีการรบั รู (0) คนในชมุ ชน

- รายงานการจดั
ประชมุ ผปู กครอง

6. นกั เรียนทราบนโยบายหรือกิจกรรม รอยละ 80 รอยละ 80 ขึ้นไป (10) .................... - สมุ สอบถามหรอื
ที่เกย่ี วกบั การสง เสรมิ สุขภาพ ขึน้ ไป รอยละ 71-79 (5) สมั ภาษณน ักเรยี น
นอ ยกวารอยละ 70 (3) ชน้ั ป.4 ข้ึนไป
ไมมีการรับรู (0) (หรือม.1 ข้ึนไป

สาํ หรบั โรงเรียน
มัธยม)
ตามขนาดโรงเรยี น

รวมคะแนนทไี่ ด

หมายเหตุ : การคิดรอยละของตัวชี้วดั ท่ี 4, 5, 6 คดิ จากจาํ นวนตัวอยา งท่สี มุ ทั้งหมด

สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคป ระกอบท่ี 1 (คะแนนเต็ม 55 คะแนน)

ผานเกณฑป ระเมินขั้นดมี าก (41 คะแนนข้ึนไป)

ผานเกณฑประเมนิ ข้ันดี (36 - 40 คะแนน)

ผา นเกณฑป ระเมินขนั้ พื้นฐาน (30 - 35 คะแนน)

ควรพฒั นาตอ ไป (0 - 29 คะแนน)

18 ¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบท่ี 2 การบรหารจดั การในโรงเรยน

ตัวชว้ ัด เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู /
ทไ่ี ด วธพสิ จู น

การจดั ทําโครงการสงเสรมิ สุขภาพ 1 โครงการ 1 โครงการขนึ้ ไป (15) .................... - โครงการหรอื
1. มีการจัดทาํ โครงการสงเสริมสขุ ภาพ ขึน้ ไป ไมมี (0) เอกสารอนื่ ๆ

อยา งเปน ระบบครบทกุ ขน้ั ตอนตอไปนี้
* มกี ารรวบรวม วิเคราะหป ญ หาและ

ความตอ งการโดยใชก ระบวนการกลมุ
* มคี วามสอดคลองกับสภาพปญ หา

ของโรงเรียน
* มีการระบุกจิ กรรมและกาํ หนดเวลา
* มีการระบุถงึ การมสี ว นรว มของ

ผูเกีย่ วของ
* มีการระบุการใชท รัพยากรและ/หรือ

ภูมปิ ญ ญาทองถิ่นใหเ กดิ ประโยชน
* มีการระบุกจิ กรรมสง เสริมสขุ ภาพ

ท่สี อดคลองกับกจิ กรรมการเรยี น
การสอน

การจดั องคก ร 1 โครงการ 1 โครงการขน้ึ ไป (5) .................... - โครงการหรือ
2. มคี ณะทาํ งานรบั ผิดชอบในแตล ะ ขนึ้ ไป ไมม ี (0) เอกสารอ่นื ๆ

โครงการสงเสริมสุขภาพประกอบดว ย
ครู นักเรียนและผูปกครอง/เจาหนาที่
สาธารณสขุ /องคก รในชมุ ชน

3. มีผูนํานักเรียนสง เสริมสขุ ภาพหรือ สัดสว น 2 ใน 3 2 ใน 3 ขน้ึ ไป (5) .................... - อร.14
ผนู าํ เยาวชนสาธารณสุขในโรงเรยี น ของแกนนํา นอยกวา 2 ใน 3 (3) - คําสั่งแตง ตั้งผูน าํ /
หรอื แกนนํานักเรียนดา นสขุ ภาพ นกั เรียนที่ผาน ไมมี (0) แกนนาํ
โดยมกี ารจดั ตงั้ ชมรม/ชมุ นุม/กลุม การอบรม
ปฏิบัติงานตามบทบาทหนา ท่ี 2 ใน 3 ขน้ึ ไป - สอบถามผนู าํ /
นอยกวา 2 ใน 3 แกนนํานักเรียน
การนเิ ทศ/ติดตาม สัดสวน 2 ใน 3 ไมมี ตามขนาดโรงเรยี น
4. โครงการสง เสริมสขุ ภาพ มกี ารนิเทศ/ ขึ้นไปของ
โครงการดา น (10) .................... - บนั ทึกผลการนิเทศ/
ติดตามโดยระบบของโรงเรียนอยา ง (5) ติดตามของโรงเรยี น
ตอ เนอื่ ง มสี รุปผลการนิเทศและมีการ สุขภาพทง้ั หมด (0) และแนวทางแกไข
นาํ ผลการนเิ ทศไปใชพฒั นางาน
ปญหา

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 19

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวช้วัด เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลงขอ มลู /
ท่ีได วธพิสจู น

การประเมนิ ผล สัดสวน 2 ใน 3 2 ใน 3 ข้ึนไป (10) .................... - บันทกึ ผลการ
5. มกี ารประเมินโครงการสงเสริมสขุ ภาพ ขึน้ ไปของ นอยกวา 2 ใน 3 (5) ประเมิน
โครงการ ไมมี (0)
ดา นสขุ ภาพ
ทง้ั หมด

6. มีการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานของ สดั สว น 2 ใน 3 2 ใน 3 ขึ้นไป (5) .................... - บันทกึ การ
ผูนาํ /แกนนํานักเรยี นดานสุขภาพ ขน้ึ ไปของชมรม/ นอ ยกวา 2 ใน 3 (3) ปฏบิ ัติงานของผูนํา
กลมุ ดา นสขุ ภาพ ไมมี (0) - บันทึกผลการ
ทั้งหมด
ประเมิน

รวมคะแนนที่ได

สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคประกอบที่ 2 (คะแนนเตม็ 50 คะแนน)

ผา นเกณฑประเมินข้นั ดีมาก (38 คะแนนขน้ึ ไป)
ผานเกณฑป ระเมินขั้นดี (33 - 37 คะแนน)
ผานเกณฑป ระเมนิ ขน้ั พ้นื ฐาน (28 - 32 คะแนน)
ควรพฒั นาตอไป (0 - 27 คะแนน)

20 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 3 โครงการรวมระหวา งโรงเรยนและชมุ ชน

ตวั ชว้ ัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอมูล/
ท่ีได วธพิสจู น

1. โครงการทเี่ กย่ี วขอ งกบั สุขภาพเกิด สัดสวน 4 ใน 4 ใน 5 ข้ึนไป (15) .................... - แผนงาน/โครงการ
จากการมีสวนรวมระหวางโรงเรยี น 5 ขน้ึ ไปของ
และชมุ ชน โครงการ 3 ใน 5 (10) - รายงานสรปุ ผล
ดานสขุ ภาพ
ทั้งหมด นอยกวา 3 ใน 5 (5) การดําเนนิ งาน

ไมม ี (0)

2. ชมุ ชนมีสว นรวมในโครงการ 5 ขัน้ ตอน 5 ขั้นตอน (15) .................... - แผนงาน/โครงการ
อยางเปนระบบ 5 ขน้ั ตอนตอไปน้ี 4 ขั้นตอน (12) - รายงานสรปุ ผล
อยางนอ ย 1 โครงการ 3 ขนั้ ตอน (9) การดําเนนิ งาน
1) รวมวเิ คราะหส ภาพและสาเหตุ 1 -2 ข้ันตอน (6) - บันทกึ การประชุม
ของปญหา ไมม ี (0) - ภาพกิจกรรม
2) รว มวางแผน
3) รว มดาํ เนินการ
4) รวมตรวจสอบทบทวน
5) รวมแกไขพัฒนาปรบั ปรุง

3. โรงเรยี นจดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรยี น มีการจัด ปละ 2 ครง้ั (10) .................... - รายงานการจัด
ปละ 1 ครัง้ (5) กจิ กรรม
เพ่อื ใหนักเรยี นมีสวนรว มพฒั นาสขุ ภาพ กิจกรรม ไมมี (0) - ภาพกจิ กรรม

ของคนในชมุ ชน ในชุมชน โรงเรียนจัดกิจกรรม (10) .................... - รายงานการจัด
สรา งสรรคร ว มกบั ชมุ ชน กจิ กรรม
4. โรงเรียนรว มกับชุมชนพฒั นาพน้ื ท่เี พ่ือ มพี ้นื ทแี่ ละ โดยเด็กและเยาวชน
มีสว นรวม ปล ะ 2 คร้งั - ภาพกจิ กรรม
ดําเนนิ กิจกรรมสรา งสรรคสาํ หรบั เดก็ กจิ กรรมสําหรับ โรงเรียนจดั กิจกรรม
ปละ 1 คร้งั (5)
และเยาวชน เดก็ และเยาวชน ไมมี
(0)
5. นกั เรยี นมีความพึงพอใจตอ โครงการ รอยละ 80 รอ ยละ 80 ขึ้นไป
รว มระหวา งโรงเรียนและชมุ ชน ขนึ้ ไป นอ ยกวารอ ยละ 80 (5) .................... - สุม สอบถามหรือ
ไมมี (3) สัมภาษณน ักเรยี น
(0) ชน้ั ป.4 ขึ้นไป

(หรือ ม.1 ขน้ึ ไป
สาํ หรับโรงเรียน
มัธยม) ตามขนาด
โรงเรยี น

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 21

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวชว้ ดั เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู /
ที่ได วธพิสจู น
6. ประชาชนมีความพงึ พอใจตอโครงการ รอ ยละ 60
รว มระหวางโรงเรียนและชุมชน ขนึ้ ไป รอ ยละ 60 ขนึ้ ไป (5) .................... - สอบถามหรือ

นอยกวารอ ยละ 60 (3) สมั ภาษณผ ปู กครอง

ไมม ี (0) หรือประชาชน
ตามขนาดโรงเรยี น

รวมคะแนนทีไ่ ด
หมายเหตุ : การคดิ รอ ยละของตวั ช้วี ดั ท่ี 5 และ 6 คดิ จากจาํ นวนตัวอยางทส่ี ุมทั้งหมด

สรุปผลการประเมินตามองคป ระกอบท่ี 3 (คะแนนเตม็ 60 คะแนน)

ผานเกณฑป ระเมินขนั้ ดมี าก (45 คะแนนขึน้ ไป)
ผานเกณฑป ระเมินขนั้ ดี (39 - 44 คะแนน)
ผานเกณฑประเมินข้นั พื้นฐาน (33 - 38 คะแนน)
ควรพัฒนาตอไป (0 - 32 คะแนน)

22 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบท่ี 4 การจดั ส่งิ แวดลอ มในโรงเรยนทีเ่ อื้อตอสุขภาพ

ตวั ชว้ ัด เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอ มูล/
ท่ไี ด วธพสิ ูจน
1. มาตรฐานสขุ าภิบาลส่งิ แวดลอ ม ผานมาตรฐาน ขอละ 1 คะแนน
ในโรงเรียน (47 ขอ) .................... - ผลการประเมิน
สุขาภิบาล
สิง่ แวดลอมของ
โรงเรยี นตามแบบ
ประเมินในภาคผนวก
และสงั เกตสภาพจริง
เพ่ิมเติมโดย
ผูประเมนิ

2. การเกดิ อบุ ตั ิเหตุจากสิ่งแวดลอ ม ไมมี ไมมี (10) ................... - รายงานการเกิด
ในโรงเรยี น จนไมส ามารถเรยี นได
(ตง้ั แตป การศกึ ษาท่ีผา นมาจน มไี มเ กนิ รอยละ 5 (5) อุบัตเิ หตุของนกั เรียน
ถงึ ปจจบุ ัน)
มีเกนิ รอยละ 5 (0) ในโรงเรยี น

ยอ นหลงั 1 ป

3. โรงเรยี นมีมาตรการและการดาํ เนนิ งาน มี มคี รอบคลุมท้ัง (10) ................... - เอกสารแสดงการ
ควบคมุ เครื่องด่ืมแอลกอฮอล
และบหุ ร่ีในโรงเรียน เครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอลแ ละบหุ ร่ี กาํ หนดมาตรการ

มีเร่ืองใดเรอ่ื งหน่ึง (5) และการดําเนินงาน

ไมมี (0) - สุมตรวจสอบ

สถานทตี่ าง ๆ เชน

โรงอาหาร

สนามกีฬา รา นคา

ใตอ าคารเรียน

และบริเวณโดยรอบ

- สุมสอบถามหรือ

สมั ภาษณน ักเรยี น

ช้ัน ป.4 ขน้ึ ไป

(หรอื ม.1 ขึ้นไป

สําหรับโรงเรียน

มัธยมศึกษา)

ตามขนาดโรงเรียน

¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 23

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวช้วัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู /
ที่ได วธพิสูจน
4. นักเรียนมคี วามพึงพอใจตอบรรยากาศ รอ ยละ 70
ภายในโรงเรยี น ขนึ้ ไป รอยละ 70 ข้นึ ไป (5) .................... - สุมสอบถามหรอื

นอยกวารอ ยละ 70 (3) สัมภาษณน กั เรยี น

ไมมี (0) ช้ัน ป.4 ข้นึ ไป
(หรอื ม.1 ข้ึนไป

สําหรบั โรงเรียน

มัธยม)

ตามขนาดโรงเรียน

รวมคะแนนท่ไี ด

หมายเหตุ : การคดิ รอ ยละของตวั ชวี้ ัดที่ 3, 4 คดิ จากจํานวนตัวอยา งท่สี ุม ทั้งหมด

สรปุ ผลการประเมินตามองคประกอบท่ี 4 (คะแนนเตม็ 72 คะแนน)

ผานเกณฑประเมินขั้นดีมาก (54 คะแนนข้ึนไป) และผา นมาตรฐานสุขาภิบาลส่งิ แวดลอ มครบอยา งนอ ย 30 ขอ ทีม่ เี ครอื่ งหมาย
ผานเกณฑป ระเมนิ ขน้ั ดี (47 - 53 คะแนน) และผา นมาตรฐานสขุ าภบิ าลส่งิ แวดลอมครบอยางนอย 30 ขอ ทีม่ เี ครื่องหมาย
ผานเกณฑประเมินขนั้ พ้นื ฐาน (40 - 46 คะแนน) และผานมาตรฐานสุขาภบิ าลสิ่งแวดลอ มครบอยางนอ ย 30 ขอ ท่มี เี ครอื่ งหมาย
ควรพัฒนาตอไป (0 - 39 คะแนน)

24 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบที่ 5 บรการอนามยั โรงเรยน

สําหรบั โรงเรยนประถมศึกษา

ตัวช้วัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอ มลู /
ทีไ่ ด วธพสิ ูจน

การตรวจสขุ ภาพนกั เรียน

1. นกั เรยี นช้ัน ป.1, ป.3, ป.5 ไดรบั การ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - อร.14

ตรวจสุขภาพโดยบุคลากรสาธารณสุข รอยละ 80 ขึ้นไป (3) - สศ.3/ระเบียนสะสม

อยา งนอยปละ 1 ครงั้ นอ ยกวา รอยละ 80 (0) - รายงานการตดิ ตาม

2. นกั เรยี นท่มี ปี ญ หาสขุ ภาพไดร ับการ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - อร.14

ตดิ ตามเพอื่ ชว ยเหลือ/แกไข/สง ตอ รอ ยละ 80 ขึ้นไป (3) - แบบบนั ทกึ การตรวจ

นอ ยกวา รอ ยละ 80 (0) สขุ ภาพดวยตนเอง

หรือเอกสารอนื่ ท่ีมี

ลกั ษณะคลายกัน

การเฝาระวงั สุขภาพ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - อร.14
3. นักเรยี นชนั้ ป.5, ป.6 ประเมิน
รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป (3) - แบบบนั ทึกการตรวจ
สุขภาพตนเองและบนั ทกึ ลงใน
แบบบันทึกฯ ภาคเรยี นละ 1 ครั้ง นอ ยกวา รอ ยละ 80 (0) สขุ ภาพดว ยตนเอง

หรือเอกสารอื่นท่มี ี

ลกั ษณะคลายกัน

4. นักเรียนชัน้ ป.1, ป.3, ป.5 ไดร บั การ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - อร.14
ทดสอบสายตาปล ะ 1 คร้งั รอ ยละ 80 ขึ้นไป (3) - สศ.3/ระเบยี นสะสม
นอ ยกวา รอ ยละ 80 (0) - เอกสารอ่นื ทีม่ ี

ลกั ษณะคลายกนั

5. นักเรยี นชัน้ ป.1, ป.3, ป.5 ไดร ับการ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - เชน เดยี วกบั
ทดสอบการไดยินอยางงา ย ปละ 1 คร้งั รอยละ 80 ข้ึนไป (3) ตวั ชว้ี ดั ท่ี 4
นอยกวา รอ ยละ 80 (0)

6. นักเรียนชน้ั ป.1, ป.3, ป.5 ไดรบั การ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - เชนเดยี วกับ
ตรวจโดยวธิ ีคลาํ คอ (เพอ่ื ตรวจหา รอยละ 80 ขน้ึ ไป (3) ตวั ชี้วดั ที่ 4
ความผิดปกตจิ ากภาวะขาดสารไอโอดนี นอยกวารอ ยละ 80 (0)
และความผิดปกติอ่ืนๆ บริเวณคอ)
โดยบคุ ลากรสาธารณสขุ ปล ะ 1 ครั้ง

7. นกั เรียนช้ัน ป.1- ป.6 ไดรับการตรวจ ทุกคน ทกุ คน (5) .................... - เชนเดยี วกับ
สขุ ภาพชองปากโดยทนั ตบุคลากรหรือ รอยละ 80 ขน้ึ ไป (3) ตวั ช้วี ดั ที่ 4
ครู ภาคเรียนละ 1 ครงั้ นอ ยกวา รอยละ 80 (0)

¤Á‹Ù ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 25

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั ช้วัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอมลู /
8. นักเรียนไดรบั บรกิ ารทนั ตกรรมปองกนั ทกุ คน ท่ีได วธพิสูจน

ทกุ คน (5) .................... - เชน เดียวกบั

รอยละ 80 ขึน้ ไป (3) ตวั ช้วี ัดที่ 4

นอยกวา รอยละ 80 (0) - สุมตรวจนกั เรยี น

ช้ัน ป.1 และ ป.6

เพอื่ ดูสภาวะโรคฟนผุ
และบริการเคลือบ

หลมุ รองฟน

9. นกั เรยี น ไดร บั การทดสอบประสทิ ธิภาพ รอ ยละ 50 รอยละ 50 ขน้ึ ไป (5) .................... - เชนเดยี วกับ
การแปรงฟน โดยครหู รอื บุคลากร ขนึ้ ไป รอ ยละ 40 - 49 (3) ตัวชี้วดั ที่ 4
สาธารณสุข ภาคเรียนละ 1 ครัง้ นอ ยกวา รอยละ 40 (0) - สมุ ตรวจนกั เรียน

ชน้ั ป.6 จาํ นวนตาม
ขนาดโรงเรยี น เพอื่ ดู
สภาวะเหงือกอักเสบ

10. นกั เรยี นช้นั ป.1 ไดรับวัคซนี ปอ งกัน รอยละ 95 รอ ยละ 95 ขน้ึ ไป (5) .................... - อร.14
หดั หดั เยอรมนั คางทมู (MMR) ข้นึ ไป รอ ยละ 80 - 94 (3) - สศ.3/ระเบียนสะสม
นอยกวา รอ ยละ 80 (0)

11. นักเรียนชนั้ ป. 1 ที่ไมเ คยไดรบั วคั ซนี ทุกคน ทกุ คน (5) .................... - อร.14
ปองกันวณั โรค (BCG) มากอ นหรือไมม ี ทกุ คน ไมครบทุกคน (0) - สศ.3/ระเบียนสะสม
ประวตั ิแนชัดและไมม ีรอยแผลเปน
ตอ งไดร ับการฉีดวัคซีน BCG 1 ครัง้ ทกุ คน (5) .................... - อร.14
ไมค รบทุกคน (0) - สศ.3/ระเบยี นสะสม
12. นักเรยี นช้นั ป.1 ที่ไมเคยไดร ับวคั ซนี
ปอ งกนั โรคคอตีบ บาดทะยกั
ไอกรน (DTP) หรอื DTP-HB
และวคั ซีนปองกนั โรคโปลโิ อ (OPV)
หรอื เคยไดร ับนอยกวา 5 คร้ัง
ตอ งไดร บั วัคซีน dT และ OPV
ตามเงอื่ นไข
(รายละเอียดในภาคผนวก)

26 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั ช้วัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอมลู /
8. นักเรียนไดรบั บรกิ ารทนั ตกรรมปองกนั ทกุ คน ท่ีได วธพิสูจน

ทกุ คน (5) .................... - เชน เดียวกบั

รอยละ 80 ขึน้ ไป (3) ตวั ช้วี ัดที่ 4

นอยกวา รอยละ 80 (0) - สุมตรวจนกั เรยี น

ช้ัน ป.1 และ ป.6

เพอื่ ดูสภาวะโรคฟนผุ
และบริการเคลือบ

หลมุ รองฟน

9. นกั เรยี น ไดร บั การทดสอบประสทิ ธิภาพ รอ ยละ 50 รอยละ 50 ขน้ึ ไป (5) .................... - เชนเดยี วกับ
การแปรงฟน โดยครหู รอื บุคลากร ขนึ้ ไป รอ ยละ 40 - 49 (3) ตัวชี้วดั ที่ 4
สาธารณสุข ภาคเรียนละ 1 ครัง้ นอ ยกวา รอยละ 40 (0) - สมุ ตรวจนกั เรียน

ชน้ั ป.6 จาํ นวนตาม
ขนาดโรงเรยี น เพอื่ ดู
สภาวะเหงือกอักเสบ

10. นกั เรยี นช้นั ป.1 ไดรับวัคซนี ปอ งกัน รอยละ 95 รอ ยละ 95 ขน้ึ ไป (5) .................... - อร.14
หดั หดั เยอรมนั คางทมู (MMR) ข้นึ ไป รอ ยละ 80 - 94 (3) - สศ.3/ระเบียนสะสม
นอยกวา รอ ยละ 80 (0)

11. นักเรียนชนั้ ป. 1 ที่ไมเ คยไดรบั วคั ซนี ทุกคน ทกุ คน (5) .................... - อร.14
ปองกันวณั โรค (BCG) มากอ นหรือไมม ี ทกุ คน ไมครบทุกคน (0) - สศ.3/ระเบียนสะสม
ประวตั ิแนชัดและไมม ีรอยแผลเปน
ตอ งไดร ับการฉีดวัคซีน BCG 1 ครัง้ ทกุ คน (5) .................... - อร.14
ไมค รบทุกคน (0) - สศ.3/ระเบยี นสะสม
12. นักเรยี นช้นั ป.1 ที่ไมเคยไดร ับวคั ซนี
ปอ งกนั โรคคอตีบ บาดทะยกั
ไอกรน (DTP) หรอื DTP-HB
และวคั ซีนปองกนั โรคโปลโิ อ (OPV)
หรอื เคยไดร ับนอยกวา 5 คร้ัง
ตอ งไดร บั วัคซีน dT และ OPV
ตามเงอื่ นไข
(รายละเอียดในภาคผนวก)

26 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบที่ 5 บรการอนามัยโรงเรยน

สาํ หรับโรงเรยนมัธยมศึกษา

ตวั ชว้ ัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มูล/
ทไี่ ด วธพิสูจน

การตรวจสขุ ภาพนกั เรยี น ทกุ คน ทุกคน (10) .................... - อร.14
1. นกั เรยี นช้นั ม.1,ม.4 ไดร ับการตรวจ ทกุ คน รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป (5) - สศ.3/ระเบียนสะสม
นอ ยกวา รอ ยละ 80 (0) - เอกสารอ่ืนท่ีมี
สุขภาพโดยบุคลากรสาธารณสุขปละ
1 คร้ัง ทกุ คน ลักษณะคลา ยกนั
รอ ยละ 80 ข้ึนไป
การเฝา ระวังสขุ ภาพ นอยกวา รอ ยละ 80 (10) .................... - อร.14
2. นกั เรยี นชั้น ม.1 ขนึ้ ไป ประเมินสุขภาพ (5) - แบบบนั ทึกการ
(0) ตรวจสุขภาพ
ตนเอง และบันทกึ ลงใน แบบบันทึกฯ
ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั ดว ยตนเองหรือ
เอกสารอ่ืนทมี่ ี
ลักษณะคลา ยกนั

3. นกั เรียนชั้น ม.1, ม.4 ไดรบั การทดสอบ ทุกคน ทุกคน (10) .................... - อร.14
สายตาปล ะ 1 ครั้ง รอยละ 80 ขึ้นไป (5) - สศ.3/ระเบยี นสะสม
นอ ยกวา รอ ยละ 80 (0) - เอกสารอ่ืนท่มี ี

ลักษณะคลา ยกนั

การจัดบรกิ ารรักษาพยาบาลเบ้ืองตน

4. นักเรียนทม่ี ีปญ หาสขุ ภาพ ทุกคน ทุกคน (5) .................... - สมุ สอบถามหรือ

(เชน มไี ข เปน หวดั ปวดทอง ฯลฯ) ไมครบทกุ คน (0) สัมภาษณน ักเรยี น

ไดร ับการรกั ษา ไมม นี กั เรียนทีม่ ปี ญหา (5) ทมี่ ีปญหาสุขภาพ

สขุ ภาพท่ีตองรกั ษา - สมดุ บนั ทกึ ผรู บั บรกิ าร

ของหองพยาบาล

5. นักเรยี นทเ่ี จบ็ ปวยเกนิ ขอบเขต ทกุ คน ทุกคน (5) .................... - สมดุ บนั ทกึ ผรู บั บรกิ าร
การบรกิ าร ของหอ งพยาบาล
(เชน หอบหืด โลหิตจาง ฯลฯ) ไมครบทุกคน (0) ของหอ งพยาบาล
ไดรบั การแนะนําชว ยเหลอื /
สง ตอ เพอื่ การรกั ษา ไมม ีนักเรยี นท่เี จบ็ ปวย (5)

เกินขอบเขตการบริการของ

หอ งพยาบาล

รวมคะแนนที่ได

หมายเหตุ : การคดิ รอ ยละของตวั ช้ีวัดที่ 4 คดิ จากจาํ นวนตวั อยา งทีส่ ุมท้งั หมด

สรุปผลการประเมนิ ตามองคประกอบที่ 5 โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา (คะแนนเต็ม 40 คะแนน)

ผา นเกณฑป ระเมนิ ขั้นดีมาก (30 คะแนนขนึ้ ไป)

ผา นเกณฑประเมินข้นั ดี (26 - 29 คะแนน)

ผานเกณฑประเมินขนั้ พนื้ ฐาน (22 - 25 คะแนน)

ควรพัฒนาตอไป (0 - 21 คะแนน)

28 ¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 6 สขุ ศึกษาในโรงเรยน

สาํ หรับโรงเรยนประถมศกึ ษา

ตัวชว้ ดั เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลงขอมูล/
ทีไ่ ด วธพสิ ูจน
1. นักเรยี นเคยไดรบั การฝกทักษะ รอ ยละ 80
ในเร่อื งตอ ไปนี้ ขน้ึ ไป รอยละ 80 ข้ึนไป (3) .................... - สมุ สอบถามหรือ
1.1 การรักษาความสะอาดของ รอยละ 60 - 79 (2) สัมภาษณน กั เรียน
รางกาย นอยกวา รอ ยละ 60 (0) ช้นั ป.4 ขน้ึ ไป

1.2 การลางมอื รอ ยละ 80 รอ ยละ 80 ขึ้นไป ตามขนาดโรงเรยี น
ขน้ึ ไป รอ ยละ 60 - 79
1.3 การเลือกอาหารที่มีประโยชน นอยกวา รอ ยละ 60 (3) .................... - เชน เดียวกับ
ตอรา งกาย รอ ยละ 80 (2) ตัวชว้ี ัดที่ 1.1
ข้ึนไป รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป (0)
1.4 การไมรับประทานอาหารท่ีมี รอยละ 60 - 79
สารอนั ตราย รอยละ 80 นอ ยกวา รอยละ 60 (3) .................... - เชนเดียวกับ
ข้นึ ไป (2) ตัวชวี้ ัดที่ 1.1
1.5 การหลกี เลย่ี งเคร่อื งดม่ื รอยละ 80 ขึ้นไป (0)
แอลกอฮอล สารเสพติด รอ ยละ 80 รอ ยละ 60 - 79
รวมท้งั บหุ ร่ี ขนึ้ ไป นอ ยกวา รอยละ 60 (3) .................... - เชน เดียวกับ
(2) ตัวชว้ี ัดที่ 1.1
1.6 การปอ งกนั อบุ ัตเิ หตุ อบุ ตั ิภัย รอ ยละ 80 รอ ยละ 80 ขึ้นไป (0)
ขน้ึ ไป รอ ยละ 60 - 79
1.7 การหลกี เลี่ยงการพนัน นอยกวา รอ ยละ 60 (3) ................... - เชน เดยี วกับ
การเที่ยวกลางคืน รอ ยละ 80 (2) ตวั ชว้ี ัดที่ 1.1
ขึน้ ไป รอยละ 80 ขน้ึ ไป (0)
1.8 กจิ กรรมการเรยี นรใู นเรอื่ ง รอยละ 60 - 79
เพศศึกษาและทักษะชวี ิตใน รอยละ 80 นอยกวา รอ ยละ 60 (3) .................... - เชน เดียวกับ
นกั เรยี น ขน้ึ ไป (2) ตัวชว้ี ดั ท่ี 1.1
รอยละ 80 ขึ้นไป (0)
รอยละ 60 - 79
นอยกวา รอยละ 60 (3) .................... - เชน เดยี วกับ
(2) ตวั ช้วี ดั ที่ 1.1
รอ ยละ 80 ขึ้นไป (0)
รอยละ 60 - 79
นอยกวา รอยละ 60 (3) .................... - เชน เดยี วกบั
(2) ตวั ชวี้ ัดท่ี 1.1
(0) - แผนการสอน/

ผลการดาํ เนินงาน

¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 29

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวชว้ ดั เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู /
3 กจิ กรรม ทไ่ี ด วธพสิ ูจน
2. มีกิจกรรมเผยแพรค วามรูดา นสขุ ภาพ
ในโรงเรียน (เชน เสยี งตามสาย ขึ้นไป 3 กิจกรรม ขน้ึ ไป (10) ................... - สอบถามครูอนามัย
การรณรงค ปายนิเทศ นิทรรศการ
แจกเอกสาร ฯลฯ) ทุกคน นอ ยกวา 3 กจิ กรรม (5) - บันทึกการจดั

3. นกั เรียนช้นั ป.1 - ป.6 แปรงฟน ไมม ี (0) กจิ กรรม
หลังอาหารกลางวันทุกวันดวยยาสีฟน
ผสมฟลูออไรด ทุกคน (10) ................... - สุมตรวจสอบ
รอยละ 80 ข้นึ ไป (5) นักเรยี นชั้น ป.1-ป.6
4. นกั เรียนทกุ ชนั้ ไมม เี หา ทกุ คน นอ ยกวารอยละ 80 (0) พรอ มดสู ถานที่และ

ทุกคน อุปกรณ
รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป - สังเกตกิจกรรม
นอ ยกวารอ ยละ 80
การแปรงฟน

(10) ................... - สุมตรวจผม
(5) นักเรยี นหญิง
(0) ตามขนาดโรงเรยี น

รวมคะแนนท่ไี ด
หมายเหตุ : การคดิ รอ ยละของตวั ชวี้ ดั ขอ 1, 3, 4 คิดจากจาํ นวนตัวอยา งทีส่ มุ ทงั้ หมด

สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคป ระกอบท่ี 6 โรงเรยี นประถมศกึ ษา (คะแนนเต็ม 54 คะแนน)

ผา นเกณฑประเมนิ ขน้ั ดมี าก (40 คะแนนข้ึนไป)
ผานเกณฑป ระเมินข้นั ดี (35 - 39 คะแนน)
ผานเกณฑประเมินขนั้ พน้ื ฐาน (30 - 34 คะแนน)
ควรพฒั นาตอ ไป (0 - 29 คะแนน)

30 ¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 6 สุขศึกษาในโรงเรยน

สําหรบั โรงเรยนมัธยมศกึ ษา

ตัวชว้ ดั เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู /
ที่ได วธพสิ ูจน
1. นกั เรยี นเคยไดร ับการฝก ทกั ษะในเรือ่ ง รอยละ 80
ตอไปน้ี ขึน้ ไป รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป (3) .................... - สุมสอบถามหรอื
1.1 การเลอื กซอ้ื อาหารท่มี ปี ระโยชน รอ ยละ 60 - 79 (2) สัมภาษณน ักเรยี น
ตอรา งกาย นอยกวา รอ ยละ 60 (0) ทุกระดับช้ัน

1.2 การไมร บั ประทานอาหารที่มสี าร รอ ยละ 80 รอ ยละ 80 ขึ้นไป ตามขนาดโรงเรียน
รอยละ 60 - 79
อันตราย ข้ึนไป นอ ยกวา รอยละ 60 (3) .................... - เชน เดียวกับ
(2) ตวั ช้ีวัดท่ี 1.1
1.3 การหลกี เล่ยี งเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล รอยละ 80 รอยละ 80 ข้นึ ไป (0)
รอยละ 60 - 79
สารเสพติด รวมทง้ั บหุ ร่ี ขน้ึ ไป นอ ยกวา รอ ยละ 60 (3) .................... - เชนเดยี วกับ
(2) ตัวชี้วดั ท่ี 1.1
1.4 การปอ งกนั อบุ ตั เิ หตุ อบุ ัตภิ ยั รอ ยละ 80 รอยละ 80 ขนึ้ ไป (0)
ข้นึ ไป รอ ยละ 60 - 79
นอยกวา รอ ยละ 60 (3) .................... - เชน เดยี วกับ
1.5 การหลีกเลี่ยงการพนัน รอ ยละ 80 (2) ตวั ชี้วัดท่ี 1.1
การเทยี่ วกลางคนื ขึ้นไป รอ ยละ 80 ขึ้นไป (0)
รอ ยละ 60 - 79
1.6 กิจกรรมการเรียนรูในเรือ่ ง รอยละ 80 นอ ยกวา รอ ยละ 60 (3) ................... - เชน เดียวกบั
เพศศึกษาและทกั ษะชวี ติ ขึน้ ไป (2) ตัวช้ีวดั ท่ี 1.1
ในนักเรยี น รอ ยละ 80 ขนึ้ ไป (0)
รอยละ 60 - 79
2. มีกิจกรรมเผยแพรค วามรู ดา นสุขภาพ 3 กจิ กรรม นอ ยกวา รอ ยละ 60 (3) .................... - เชนเดียวกับ
ในโรงเรยี น (เชน เสยี งตามสาย ขน้ึ ไป (2) ตวั ชี้วดั ที่ 1.1
การรณรงค ปายนิเทศ นิทรรศการ 3 กิจกรรม ขึ้นไป (0) - แผนการสอน/
แจกเอกสาร ฯลฯ) นอ ยกวา 3 กิจกรรม
ไมม ี ผลการดําเนนิ งาน

(10) - สอบถามครูอนามยั
(5) - บนั ทกึ การจดั กจิ กรรม
(0)

รวมคะแนนที่ได

หมายเหตุ : การคิดรอยละของตัวช้ีวดั ขอ 1 คิดจากจาํ นวนตวั อยางที่สมุ ทัง้ หมด

สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคประกอบท่ี 6 โรงเรยี นมัธยมศึกษา (คะแนนเต็ม 28 คะแนน)

ผา นเกณฑประเมนิ ข้นั ดมี าก (21 คะแนนขน้ึ ไป)

ผานเกณฑประเมนิ ขน้ั ดี (18 - 20 คะแนน)

ผา นเกณฑประเมนิ ข้ันพ้นื ฐาน (15 - 17 คะแนน)

ควรพัฒนาตอ ไป (0 - 14 คะแนน)

¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 31

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบท่ี 7 โภชนาการและอาหารท่ีปลอดภยั

สําหรบั โรงเรยนประถมศึกษา

ตัวช้วัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอมลู /
ท่ีได วธพิสูจน
1. นักเรยี นชัน้ อนุบาล - ป.6 มสี วนสงู รอ ยละ 70
ระดบั ดแี ละรปู รา งสมสวน ขน้ึ ไป รอ ยละ 70 ข้นึ ไป (10) .................... - อร.14
รอยละ 60 - 69 (7) - รายงานการเฝา ระวงั
รอยละ 50 - 59 (5) ภาวะการเจรญิ เตบิ โต
นอ ยกวารอยละ 50 (0) ของนกั เรียน

2. นกั เรียนทีม่ ปี ญหา ภาวะเริม่ อว น ทกุ คน ทุกคน (5) .................... - โครงการหรอื

อวน ผอม และเตยี้ ไดรบั การแกไ ข รอยละ 80 ขึ้นไป (3) กจิ กรรมแกไขปญหา

นอยกวา รอยละ 80 (0) นักเรยี นอวน ผอม

เตี้ย

3. นกั เรยี นไดรบั ประทานอาหาร ทุกคน ทุกคน (5) .................... - สุม สอบถามหรือ
ครบ 5 กลมุ อาหารตามสดั สวน
ธงโภชนาการ ทกุ วนั รอ ยละ 80 ข้ึนไป (3) สัมภาษณนกั เรียน

นอยกวา รอ ยละ 80 (0) ช้นั ป.4 ข้นึ ไป

ตามขนาดโรงเรยี น

- รายการอาหาร

กลางวันของโรงเรียน

4. นกั เรยี นชั้น ป.1 ขึน้ ไปไดร ับยาเม็ด ทุกคน ทุกคน (5) .................... - โครงการ/กิจกรรม
เสรมิ ธาตุเหล็ก 1 เมด็ (60 มลิ ลกิ รมั )/ รอ ยละ 80 ข้นึ ไป (3) ของโรงเรียน
ยาน้าํ 1 ชอ นชา (12.5 มลิ ลิกรมั ) นอยกวา รอ ยละ 80 (0) - สมุ สอบถามนกั เรยี น
ตอ สัปดาห
ตามขนาดโรงเรยี น

5. นกั เรยี นมีความรเู รอ่ื งธงโภชนาการ ทุกคน ทุกคน (5) .................... - สุมสอบถามหรือ
และสามารถเลือกรับประทานอาหาร รอยละ 80 ขึ้นไป (3) สมั ภาษณนักเรยี น
ที่มีคุณคา ถกู หลักโภชนาการ นอยกวา รอ ยละ 80 (0) ชัน้ ป.4 ขึน้ ไป

ตามขนาดโรงเรยี น

6. นกั เรยี น ป.1 - ป.6 ไดดืม่ นมรสจืด ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - สมุ สอบถามหรือ

ทกุ วนั รอยละ 80 ขน้ึ ไป (3) สัมภาษณนักเรยี น

นอ ยกวา รอยละ 80 (0) ช้ัน ป.4 ข้ึนไป

ตามขนาดโรงเรียน

7. การเกบ็ รกั ษานมไวท อ่ี ณุ หภมู ทิ เ่ี หมาะสม ทุกวนั ทุกวัน (5) .................... - สาํ รวจสภาพจริง
ตามชนิดของนม เชน นมพาสเจอรไรซ ไมครบทกุ วนั (0) - สมุ ทดสอบอณุ หภมู ิ
(นมถงุ ) เกบ็ ทอ่ี ณุ หภูมิ ไมเกนิ
8 องศาเซลเซียส ....................
....................

32 ¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 7 โภชนาการและอาหารทปี่ ลอดภัย

สาํ หรับโรงเรยนประถมศึกษา

ตวั ชว้ ดั เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลงขอ มลู /
ทีไ่ ด วธพสิ จู น

8. การจดั วางเครื่องปรงุ ทุกชนดิ ทกุ จดุ บรกิ าร ไมมี (5)
ทจ่ี ดุ บรกิ าร และรานคา ทีจ่ ดั จําหนาย มี (0)
อาหารในโรงอาหารหรือภายใน
บริเวณโรงเรยี น .................... - สาํ รวจสภาพจรงิ
(5)
9. การจดั จาํ หนาย หรือบริการอาหาร/ ไมมี ไมม ี (0)
อาหารวา ง/ขนม ทมี่ ีผลเสยี ตอ สุขภาพ มี
ไมม คี ณุ คาทางโภชนาการ และมรี ส .................... - ผลการประเมิน
หวานจัด เคม็ จดั และมันจัด สุขาภิบาลอาหาร
(เชน ขนมถุง ท็อฟฟ ขนมกรบุ กรอบ ตามแบบประเมิน
อาหารทอดนํ้ามันซ้าํ นา้ํ อดั ลม เปนตน ) ในภาคผนวก

10. มาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารในโรงเรียน ผานมาตรฐาน ขอละ 1 คะแนน - สงั เกตสภาพจรงิ
โดยผปู ระเมิน
(30 ขอ )

รวมคะแนนที่ได

หมายเหตุ : การคิดรอยละของตัวชี้วัดท่ี 3, 4, 5, 6 คิดจากจํานวนตวั อยางท่ีสมุ ทั้งหมด

สรุปผลการประเมนิ ตามองคประกอบท่ี 7 โรงเรียนประถมศกึ ษา (คะแนนเตม็ 80 คะแนน)

ผานเกณฑป ระเมนิ ข้ันดมี าก (60 คะแนนขึน้ ไป) และผา นมาตรฐานสขุ าภิบาลอาหารครบอยา งนอย 15 ขอท่ีมเี ครื่องหมาย

ผา นเกณฑประเมินข้ันดี (52 - 59 คะแนน) และผานมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารครบอยางนอ ย 15 ขอ ท่มี ีเครอื่ งหมาย

ผานเกณฑประเมินขน้ั พ้นื ฐาน (44 - 51 คะแนน) และผา นมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารครบอยา งนอ ย 15 ขอ ท่ีมเี ครอื่ งหมาย

ควรพัฒนาตอไป (0 - 43 คะแนน)

¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 33

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบท่ี 7 โภชนาการและอาหารทป่ี ลอดภัย

สําหรับโรงเรยนมัธยมศกึ ษา

ตัวช้วัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลงขอมูล/
ทไี่ ด วธพสิ จู น
1. นักเรียนมีสว นสูงระดับดี และรปู รา ง รอ ยละ 70
สมสวน ข้นึ ไป รอยละ 70 ขึน้ ไป (10) .................... - อร.14

รอ ยละ 60 - 69 (7) - รายงานการเฝาระวงั

รอ ยละ 50 - 59 (5) ภาวะการเจรญิ เตบิ โต

นอ ยกวารอ ยละ 50 (0) ของนักเรยี น

2. นักเรยี นทมี่ ปี ญ หาภาวะเริ่มอวน ทุกคน ทกุ คน (5) .................... - โครงการหรือ
อวน ผอมและเตี้ย ไดรบั การแกไข
รอ ยละ 80 ขึ้นไป (3) กิจกรรมแกไ ขปญหา

นอ ยกวา รอ ยละ 80 (0) นกั เรยี นอว น ผอม

เต้ยี

3. นกั เรยี นไดร บั ประทานอาหารครบ ทุกคน ทุกคน (5) .................... - สุมสอบถามหรอื

5 กลุมอาหารตามสดั สวนของ รอ ยละ 80 ขึ้นไป (3) สัมภาษณนกั เรยี น

ธงโภชนาการ ทุกวัน นอยกวา รอ ยละ 80 (0) ช้ัน ป.4 ขึน้ ไป

ตามขนาดโรงเรียน

4. นักเรยี นมคี วามรูเ ร่อื งธงโภชนาการ ทกุ คน ทกุ คน (5) .................... - เชน เดียวกับ
และสามารถเลือกรับประทาน รอ ยละ 80 ขึน้ ไป (3) ตวั ชีว้ ดั ที่ 3
อาหารที่มีคุณคา ถูกหลักโภชนาการ นอ ยกวา รอยละ 80 (0)
และความปลอดภัย

5. การจดั วางเคร่ืองปรุงทุกชนดิ ทกุ จุดบริการ ไมม ี (5) .................... - สํารวจสภาพจริง
มี (0)
ท่จี ุดบริการ และรานคา ทจ่ี ดั จาํ หนา ย

อาหารในโรงอาหารหรือภายในโรงเรยี น

6. การจัด จําหนาย หรอื บรกิ ารอาหาร/ ไมมี ไมม ี (5) .................... - สาํ รวจสภาพจริง
อาหารวา ง/ขนม ท่มี ีผลเสยี ตอ สขุ ภาพ มี (0)
ไมม ีคณุ คา ทางโภชนาการ และ
มีรสหวานจัด เคม็ จัด และมันจดั
(เชนขนมถงุ ทอ็ ฟฟ ขนมกรุบกรอบ
อาหารนํา้ มันทอดซ้ํา นํ้าอดั ลม เปน ตน )

34 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวช้วดั เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู /
ทไ่ี ด วธพสิ จู น
7. มาตรฐานสุขาภบิ าลอาหารในโรงเรียน ผานมาตรฐาน ขอ ละ 1 คะแนน
(30 ขอ ) ................ - ผลการประเมิน
สุขาภิบาลอาหาร
ตามแบบประเมิน
ในภาคผนวก

- สงั เกตสภาพจริง
โดยผูประเมิน

รวมคะแนนท่ีได

หมายเหตุ : การคิดรอยละของตัวชวี้ ัดที่ 3, 4 คดิ จากจาํ นวนตัวอยางท่สี ุมทั้งหมด

สรุปผลการประเมนิ ตามองคประกอบที่ 7 โรงเรียนมัธยมศึกษา (คะแนนเตม็ 65 คะแนน)

ผานเกณฑประเมนิ ขน้ั ดีมาก (49 คะแนนข้นึ ไป) และผา นมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารครบอยา งนอย 15 ขอ ท่มี ีเคร่อื งหมาย

ผานเกณฑประเมินขน้ั ดี (42 - 48 คะแนน) และผา นมาตรฐานสขุ าภิบาลอาหารครบอยางนอ ย 15 ขอ ท่มี เี คร่ืองหมาย

ผา นเกณฑป ระเมินขั้นพื้นฐาน (36 - 41 คะแนน) และผา นมาตรฐานสุขาภบิ าลอาหารครบอยา งนอย 15 ขอ ทมี่ ีเครอ่ื งหมาย

ควรพฒั นาตอ ไป (0 - 35 คะแนน)

¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 35

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบที่ 8 การออกกาํ ลังกาย กีฬาและนนั ทนาการ

ตัวชว้ ัด เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลง ขอมูล/
ทไี่ ด วธพสิ จู น
1. มสี ถานที่และอปุ กรณอ อกกาํ ลงั กาย มีท้งั สถานท่ี
กฬี าและนันทนาการที่อยูใ นสภาพ และอปุ กรณ มสี ถานที่และอปุ กรณ (5) .................... - สงั เกตสภาพจริง
พรอมใชง านและปลอดภัย มีสถานทแ่ี ตไ มม ีอปุ กรณ (3)
มีอปุ กรณแตไ มมีสถานที่ (3)
ไมม ที งั้ สถานที่ (0)
และอปุ กรณ

2. จัดกิจกรรม/มเี วลาวา งในการ สัปดาหล ะ สปั ดาหละ 3 วนั (10) ................... - สอบถาม
ออกกําลังกาย/กฬี า สาํ หรบั นักเรียน 3 วันๆ ละ วนั ละ 30 นาที ครูพลานามยั
30 นาที สปั ดาหละ 3 วัน
ไมถึงวนั ละ 30 นาที (5) - บนั ทกึ การจดั
ไมเ ปน ไปตามเกณฑใดเลย กิจกรรม

(0)

3. มชี มรม/ชุมนุม/กลุมจัดกิจกรรม 1 ชมรม/ 1 ชมรมขนึ้ ไป (5) ................... - บันทกึ ของชมรม/
ออกกาํ ลังกาย กีฬา นันทนาการ ชมุ นมุ /กลมุ ไมมี (0) ชมุ นมุ /กลมุ
ในโรงเรียน
ขึ้นไป ทกุ คน (10) ................... - รายงานผล
4. นกั เรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพ รอยละ 80 ขน้ึ ไป (5) การทดสอบ
ทางกายตามเกณฑท ดสอบทไ่ี ดร บั ทุกคน นอยกวา รอ ยละ 80 (0) สมรรถภาพนักเรียน
การยอมรับ อยางนอยปละ 1 คร้งั ไมม ีการทดสอบ (0)

5. นกั เรยี นมสี มรรถภาพทางกาย รอยละ 60 รอ ยละ 60 ขึ้นไป (10) ................... - เชน เดยี วกบั
ผา นเกณฑมาตรฐาน ข้ึนไป รอยละ 50 - 59 (5) ตวั ชวี้ ดั ท่ี 4
นอยกวา รอ ยละ 50 (0)
6. ใหค ําปรึกษาแกน ักเรียนท่ีไมผา นเกณฑ ทกุ คน
ทดสอบสมรรถภาพทางกายและ ทกุ คน (5) ................... - สอบถามครู
ตดิ ตามความกา วหนา รอ ยละ 80 ขึน้ ไป (3) พลานามยั
นอยกวา รอยละ 80 (0) - บนั ทึกของ

ครูพลานามัย
- สุมสอบถามนักเรยี น

ทไ่ี มผ า นเกณฑท ดสอบ
ตามขนาดโรงเรยี น

รวมคะแนนทไี่ ด

หมายเหตุ : การคิดรอ ยละของตวั ชี้วดั ที่ 6 คิดจากจาํ นวนตัวอยา งท่ีสมุ ท้ังหมด

สรุปผลการประเมินตามองคประกอบท่ี 8 (คะแนนเต็ม 45 คะแนน)

ผานเกณฑประเมินขัน้ ดมี าก (33 คะแนนขึน้ ไป)

ผา นเกณฑป ระเมนิ ข้ันดี (29 - 32 คะแนน)

ผา นเกณฑประเมินขัน้ พ้นื ฐาน (25 - 28 คะแนน)

ควรพฒั นาตอ ไป (0 - 24 คะแนน)

36 ¤‹ÙÁ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบท่ี 9 การใหค าํ ปรกษาและสนับสนนุ ทางสงั คม

ตวั ชว้ ัด เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอมลู /
ท่ีได วธพิสูจน
1. ครูประจาํ ช้ันคดั กรองและสามารถ ครปู ระจําชัน้
ระบุนกั เรยี นท่มี ปี ญหาได ทกุ คน ทกุ คน (10) ................... - รายงานระเบยี น

ไมค รบทกุ คน (5) สะสมของนกั เรยี น

ไมไดทํา (0) - บนั ทกึ การคัดกรอง

และจดั กลมุ นักเรยี น

รายบคุ คล

- รายงานการคดั กรอง

พฤตกิ รรมเสยี่ งของ

นกั เรยี น

2. นกั เรยี นทมี่ ีพฤตกิ รรมเสย่ี งหรือคัดกรอง ทกุ คน ทกุ คน (10) ................... - รายงานการคดั กรอง
อยใู นกลุม เสยี่ ง และกลุมท่ีมปี ญ หา ไมครบทุกคน (5) พฤติกรรมเสย่ี งของ
ไดร บั การเฝา ระวงั และชว ยเหลือ ไมไดท าํ (0) นกั เรยี น
เบอื้ งตน
- รายงานระบบดูแล
ชว ยเหลือ

3. โรงเรียนมีกิจกรรมชวยเหลือนักเรยี น นกั เรยี นทกุ คน ครบทกุ คน (10) ................... - รายงานการ
เฉพาะรายท่ีมีปญหายุง ยากซับซอน ทีไ่ ดร ับการ ไมครบทุกคน (5) ชว ยเหลอื
โดยการประสานงานขอคําปรกึ ษา ประเมนิ วา ไมไ ดทาํ (0)
จากเครอื ขาย บคุ ลากรสาธารณสุข มปี ญ หายงุ ยาก
หรือผูเก่ยี วขอ ง ซบั ซอน

4. นักเรียนท่ีมปี ญ หาเกินขดี ความสามารถ ทกุ คน ทกุ คน (5) ................... - สุมสมั ภาษณนักเรยี น
ของโรงเรียนไดรับการสง ตอ เพ่อื ไมค รบทกุ คน (3) กลุมเส่ยี งหรอื
ชว ยเหลอื /รักษา/บาํ บดั ไมมกี ารสงตอ (0) กลุมที่มปี ญหาใน

5. นักเรยี นท่ีมีพฤตกิ รรมเสยี่ งและมีปญ หา ทกุ คน ทุกคน รายงานการคดั กรอง
ทไ่ี ดรับการชวยเหลือหรือสงตอ ไดรบั ไมครบทกุ คน ตามขนาดโรงเรยี น
การติดตามและดูแลตอเนอ่ื งจากครู ไมม ีการติดตาม - รายงานการ สง ตอ

(5) ................... - เชน เดียวกับ
(3) ตวั ชว้ี ัดท่ี 4
(0) - รายงานการติดตาม

¤‹ÙÁ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 37

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั ชว้ ัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลงขอมลู /
ท่ไี ด วธพสิ ูจน
6. โรงเรยี นมีบคุ ลากรหรือบริการใหคํา
ปรึกษาดา นสขุ ภาพจติ หรือปอ งกัน มี มี (5) ................... - เชนเดยี วกับ
พฤติกรรมเสีย่ งสําหรบั นกั เรยี น
ไมมี (0) ตวั ช้ีวัดที่ 4

- รายงานการให

คาํ ปรึกษา

รวมคะแนนที่ได

หมายเหตุ : การคิดรอยละของตัวชีว้ ดั ที่ 4, 5, 6 คดิ จากจํานวนตัวอยา งที่สมุ ทัง้ หมด

สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคป ระกอบท่ี 9 (คะแนนเต็ม 45 คะแนน)

ผานเกณฑป ระเมินขน้ั ดมี าก (33 คะแนนขน้ึ ไป)
ผานเกณฑป ระเมินขน้ั ดี (29 - 32 คะแนน)
ผานเกณฑป ระเมนิ ข้ันพืน้ ฐาน (25 - 28 คะแนน)
ควรพฒั นาตอ ไป (0 - 24 คะแนน)

38 ¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


Click to View FlipBook Version