The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patcharee6886, 2023-01-12 04:27:22

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

องคประกอบที่ 10 การสง เสรมสขุ ภาพบคุ ลากรในโรงเรยน

ตัวชว้ ัด เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) คะแนน แหลงขอ มูล/
ทุกคน ทีไ่ ด วธพสิ ูจน
1. ผูบ รหิ าร/ครู/บุคลากร ในโรงเรียน
มีการประเมินสขุ ภาพอยา งนอยปล ะ ทกุ คน (10) ................... - สุม สมั ภาษณ
1 ครัง้ และนาํ ขอมลู ไปใชใ นการ
จัดกลมุ บุคลากรตามภาวะสุขภาพ รอ ยละ 80 ข้นึ ไป (5) บคุ ลากรในโรงเรียน
(กลุม ปกติ กลมุ เส่ยี ง และกลุมพบโรค)
นอยกวารอ ยละ 80 (3) ตามขนาดโรงเรยี น

ไมมีการประเมนิ (0) - หลักฐานการตรวจ

สุขภาพ

- หลักฐานอ่นื ๆ

2. บุคลากรกลุม เสี่ยงและกลมุ พบโรค ทกุ คน ทกุ คน (10) ................... - บันทึกการใหบ ริการ
ไดร ับบรกิ าร ปรกึ ษา/แนะนํา รอ ยละ 80 ขึ้นไป (5) ปรึกษา/แนะนาํ
ดานสุขภาพโดยบคุ ลากรสาธารณสุข นอ ยกวา รอยละ 80 (3)
ไมม บี ุคลากร 2 กลุมนี้ (0)

3. บคุ ลากรไดร บั ขอ มลู ขาวสารเรื่อง ทุกคน ทุกคน (10) ................... - สุมสัมภาษณ
สุขภาพอยา งนอ ยสัปดาหละ 1 คร้งั รอ ยละ 80 ขึ้นไป (5) บุคลากรในโรงเรยี น
(จากทกุ แหลงขอ มลู เชน โทรทศั น รอยละ 80 นอยกวารอยละ 80 (3) ตามขนาดโรงเรยี น
เสยี งตามสาย หนงั สอื พิมพ ฯลฯ) ขึน้ ไป ไมม ีขอมลู (0)

4. บคุ ลากรในโรงเรียนรว มกจิ กรรม รอ ยละ 80 ข้ึนไป (10) ................... - เชนเดียวกบั
ที่โรงเรียนจัดขน้ึ เพื่อสงเสริมหรอื นอ ยกวา รอยละ 80 (5) ตัวชวี้ ดั ที่ 3
แกไขปญหาสุขภาพ เชน กจิ กรรม ไมม กี ารรวมกจิ กรรม (0))
ออกกาํ ลงั กาย, สง เสรมิ โภชนาการ,
นันทนาการ ฯลฯ

รวมคะแนนที่ได
หมายเหตุ : การคิดรอ ยละของตวั ชีว้ ดั ที่ 1, 3, 4 คดิ จากจํานวนตัวอยางทส่ี ุมทงั้ หมด

สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคประกอบท่ี 10 (คะแนนเตม็ 40 คะแนน)

ผานเกณฑป ระเมินขัน้ ดมี าก (30 คะแนนขึน้ ไป)
ผา นเกณฑประเมนิ ขัน้ ดี (26 - 29 คะแนน)
ผา นเกณฑประเมนิ ขั้นพนื้ ฐาน (22 - 25 คะแนน)
ควรพัฒนาตอไป (0 - 21 คะแนน)

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 39

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


2. แนวทางการดาํ เนินงานตาม 10 องคประกอบ
โรงเรยนสงเสรมสุขภาพ

องคประกอบท่ี 1
นโยบายของโรงเรยน

ความหมาย

นโยบายของโรงเรียน หมายถึงการกําหนดทิศทางการดําเนินงานดานสงเสริมสุขภาพท่ีแสดงออกถึง
ความมุงมั่นต้ังใจของโรงเรียน ซ่ึงสงผลตอกิจกรรมและการจัดสรรทรัพยากรเพ่ือสนับสนุนกิจกรรม
สงเสรมิ สุขภาพ

วตั ถุประสงค

เพื่อใหโรงเรียนมีนโยบายดานการสงเสริมสุขภาพท่ีเกิดจากความเห็นชอบของผูเกี่ยวของทั้งภายใน
และภายนอกโรงเรยี น แนวทางการดําเนินงานในองคประกอบน้ี มี 2 สว น

1. การกําหนดนโยบายสงเสรมิ สขุ ภาพของโรงเรียน
2. การถา ยทอดนโยบายสกู ารปฏิบตั ิ

แนวทางการดําเนินงาน ตวั ชว้ ัด

1. การกาํ หนดนโยบายสง เสรมสุขภาพของโรงเรยน

การกาํ หนดนโยบายเปน ปจ จยั สาํ คญั ของการดาํ เนนิ งาน

ใหบรรลุเปาหมายการมีสุขภาพท่ีดีของนักเรียน บุคลากรใน

โรงเรียนและชุมชน โดยมแี นวทางการดาํ เนินงานดงั นี้

1. โรงเรียนมีคําส่ังแตงตั้งคณะกรรมการสงเสริม 1. มีการแตงตั้งคณะกรรมการสงเสริมสุขภาพ

สขุ ภาพของโรงเรยี น ของโรงเรียนหรือคณะทํางานท่ีทําหนาท่ีเกี่ยว

คณะกรรมการฯประกอบดวย ครู นักเรียน กับการสงเสริมสุขภาพอยางเปนลายลักษณ

ผูปกครอง บุคลากรสาธารณสุขและชุมชน โดยมีสัดสวน อักษร

อยางนอย 3 ใน 5 มาจากประชาชนหรือองคกรในชุมชน

และมีการจัดประชุมอยางสม่ําเสมอ อยางนอยปละ 1-2 คร้ัง

เพอ่ื ใหช ุมชนมีสว นรว มในการดาํ เนินงานอยางเขม แข็ง

40 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


น ท ก นน น ัั

2. โรงเรียนมีนโยบายสงเสริมสุขภาพ ใหครอบคลุม 2. โรงเรยี นมนี โยบายสง เสรมิ สขุ ภาพครอบคลมุ
ประเดน็ สําคัญดานสง เสรมิ สุขภาพ 8 ประเด็น ประเดน็ ดังตอ ไปนี้

โรงเรียนมีการประกาศนโยบายเปนลายลักษณอักษร 1) การสง เสรมิ สงิ่ แวดลอ มทางกายภาพและ
เพ่ือใหมีทิศทางการดําเนินงานที่ชัดเจน โดยกําหนดประเด็น ทางสังคมที่เอ้ือตอการพัฒนาสุขภาพ

ดานสุขภาพใหครอบคลุมท้ัง 8 ขอ (รายละเอียดตามตัวชี้วัด นักเรยี น

ที่ 2) เนื่องจากประเด็นท้ัง 8 ขอ ท่ีกําหนดไวเปนส่ิงจําเปน 2) การสงเสริม เฝาระวัง และแกไขปญหา
ที่ควรดาํ เนินการ สขุ ภาพ

3) การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพตาม
สขุ บญั ญัตแิ หง ชาติ

4) การคมุ ครองผูบ รโิ ภคในโรงเรียน
5) การสงเสริมสุขภาพจิตและเฝาระวัง
พฤตกิ รรมเสี่ยง

6) การพัฒนาระบบการเรียนรูดานสุขภาพ
โดยมีผูเรยี นเปน สําคญั

7) การสงเสริมสุขภาพบคุ ลากรในโรงเรียน
8) สงเสริมการมีสวนรวมของชุมชนในการ
พัฒนาสุขภาพนักเรียน บุคลากรใน

โรงเรียนและชุมชน

2. ก ท น บ ก บั 3. มแี ผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมรองรบั นโยบาย
โรงเรียนมีการถายทอดนโยบายสูการปฏิบัติและ สงเสรมิ สขุ ภาพ

ผูเกี่ยวของไดแก ครู บุคลากร ผูปกครอง และนักเรียนได 4. บุคลากรในโรงเรียนทราบนโยบายเก่ียวกับ
รับทราบเพื่อนําไปสูการปฏบิ ัติ สามารถดําเนนิ การ ไดหลายวธิ ี การสงเสรมิ สุขภาพ

เชน 5. ผูปกครองและชุมชนทราบนโยบายหรือ
ทําปายประกาศถาวรหรือช่ัวคราว พิมพในวารสาร กจิ กรรมเก่ยี วกบั การสง เสรมิ สขุ ภาพ

ของโรงเรยี น คมู อื โรงเรียน ฯลฯ 6. นกั เรยี นทราบนโยบายหรอื กจิ กรรมเกย่ี วกบั

ประกาศนโยบายในการประชมุ ตา งๆ เชน ประชมุ ครู การสง เสริมสขุ ภาพ

ประชุมนักเรียน หรือประชุมผูปกครอง ใหทุกคน

รบั ทราบนโยบาย

ผูบริหารกํากับติดตามใหมีการจัดทําแผนงาน

โครงการตามประเดน็ การสง เสรมิ สขุ ภาพทกี่ าํ หนด

ไว 8 ประเดน็

ผลท่ีไดรบั

1. โรงเรียนมนี โยบายสง เสรมิ สขุ ภาพท่ีชดั เจน
2. ผเู ก่ียวของรบั ทราบนโยบาย มคี วามเขาใจและใหความรวมมอื ในการดําเนนิ งาน

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 41

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบท่ี 2
การบรหารจัดการในโรงเรยน

ความหมาย

การบริหารจัดการในโรงเรียน หมายถึง การจัดองคกร และการบริหารงานในดานการวางแผน
การประสานงานระหวางหนวยงานหรือบุคคล เพ่ือใหรูบทบาทหนาท่ีท้ังของตนและภาคีตางๆ ที่เก่ียวของ
รวมท้งั การประเมินผล

วตั ถปุ ระสงค

เพอื่ ใหโรงเรยี นมรี ะบบบริหารจดั การโครงการสงเสรมิ สุขภาพอยา งเปนระบบ และมปี ระสทิ ธิภาพ

แนวทางการดาํ เนินงานในองคป ระกอบนี้ มี 3 สวน คอื
1. การจัดทําโครงการสง เสรมิ สขุ ภาพ
2. การจัดองคก ร
3. การนิเทศ ตดิ ตามและการประเมินผล

แนวทางการดําเนนิ งาน ตัวช้วดั

1. การจดั ทาํ โครงการสง เสรมสขุ ภาพ 1. มกี ารจัดทาํ โครงการสง เสรมิ สขุ ภาพอยา ง

การจัดทําโครงการดานสุขภาพมีความแตกตางจาก เปนระบบครบตามข้ันตอนตอไปน้ี

โครงการอ่ืนคือ มีความสอดคลองกับสภาพปญหาจริงของ 1.1 มีการรวบรวม วิเคราะหปญหาและ

โรงเรียนและแนวคิดโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ ซ่งึ ครอบคลุมมิติ ความตองการโดยใชกระบวนการกลมุ

ของการสง เสรมิ สขุ ภาพ ทง้ั 3 เรอ่ื ง ดงั น้ี 1.2 มีความสอดคลองกับสภาพปญหา

1.1 การเฝาระวังและแกไขปญหาดานสุขภาพ และ ของโรงเรยี น

ดานส่ิงแวดลอมท่ีสงผลกระทบตอสุขภาพ เชน อาสาสมัคร 1.3 มกี ารระบกุ ิจกรรมและกําหนดเวลา

อย.นอย เฝาระวังและสํารวจรานอาหาร การประเมินภาวะ 1.4 มกี ารระบกุ ารมสี ว นรว มของผเู กย่ี วขอ ง

การเจรญิ เตบิ โตและการแกไ ขภาวะโภชนาการขาดและเกนิ ฯลฯ 1.5 มกี ารระบกุ ารใชท รพั ยากรและ/หรอื

1.2 การสงเสริมสุขภาพและการปองกันโรค เชน ภมู ิปญ ญาทองถ่นิ ใหเ กดิ ประโยชน

โครงการตานภัยจากบุหร่ีและยาเสพติด ฯลฯ 1.6 มีการระบุกิจกรรมสงเสริมสุขภาพ

1.3 การปรับปรุงส่ิงแวดลอมทั้งดานกายภาพและ ที่สอดคลอ งกบั กจิ กรรมการเรียนการสอน

สงั คมในโรงเรยี นใหป ลอดภยั เชน การจดั ระบบจราจรในโรงเรยี น

การพัฒนาโรงอาหารใหเปน ไปตามเกณฑมาตรฐาน ฯลฯ

42 ¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แนวทางการดําเนนิ งาน ตวั ชว้ ัด

2. การจดั องคกร

การจัดองคกรเพ่ือดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ 2. มีคณะทํางานรับผิดชอบในแตละโครงการ

ตองการการมีสวนรวมจากนักเรียน บุคลากรและสมาชิก สงเสริมสุขภาพ ประกอบดวย ครู นักเรียน

ในชุมชนอยางมาก เพ่ือใหเกิดความยั่งยืน โดยมีแนวทาง ผูปกครอง บุคลากรสาธารณสุขและองคกร

การดาํ เนินงาน ดังน้ี ในชมุ ชน

2.1 สํารวจปญหาและความตองการ โดยการระดม 3. มีผูนํานักเรียนสงเสริมสุขภาพ หรือผูนํา

ความคิดเห็นจากผูเก่ียวของดวยวิธีการตางๆ เชน ใชแบบ เยาวชนสาธารณสุขในโรงเรียน หรือแกนนํา

สอบถาม เชญิ มาใหคําปรกึ ษา ฯลฯ นักเรียนดานสุขภาพโดยมีการจัดตั้งชมรม/

2.2 เชญิ ผเู กย่ี วขอ งเขา มามสี ว นรว มในการดาํ เนนิ งาน ชุมนมุ /กลุม ปฏบิ ัติงานตามบทบาทหนาท่ี

2.3 มกี ารระบกุ จิ กรรมบทบาทหนา ทแ่ี ละผรู บั ผดิ ชอบ

ไมควรมอบหมายใหครูคนใดคนหนึ่ง หรือครูอนามัย

เพยี งคนเดียว

3. การนิเทศ ตดิ ตาม และการประเมนิ ผล

มีแนวทางการดาํ เนินงานดงั น้ี 4. โครงการสงเสริมสุขภาพ มีการนิเทศ/

3.1 บูรณาการงานรวมกับการนิเทศ/ติดตามปกติ ติดตามโดยระบบของโรงเรียนอยางตอเน่ือง

ของโรงเรียน มีสรุปผลการนิเทศและมีการนําผลการนิเทศ

3.2 กําหนดวธิ กี ารประเมินผลไวในโครงการ โดยระบุ ไปใชพ ฒั นางาน

ผูรับผดิ ชอบการประเมินใหชดั เจน

3.3 บันทึกผลการนิเทศ/ติดตามเพ่ือเปนขอมูล 5. มีการประเมนิ โครงการสงเสริมสขุ ภาพ

สาํ หรับการพฒั นางานตอ ไป ส่ิงท่คี วรบันทึก ไดแ ก 6. มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผูนํา/

มีการดําเนินงานตามข้ันตอนหรือไม ถาไม แกนนาํ นักเรียนดา นสุขภาพ

เพราะเหตุใด

มสี ่งิ ทไ่ี มค าดคิดหรอื ปญ หาอปุ สรรคอะไร

ใชท รพั ยากรเหมาะสมหรือไม

ผลลัพธทเ่ี กดิ ขึ้นเปนอยา งไร

3.4 รายงานผลการประเมนิ ตอ ผูบังคบั บัญชา

ผลที่ไดรับ

1. โรงเรียนมีแผนงาน/โครงการสงเสริมสุขภาพท่ีเกิดจากการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของ เปนไปตาม

ความตองการและสอดคลองกบั ปญ หา

2. โรงเรยี นมกี ารพัฒนางานอยา งตอเนื่องและแกไ ขปญ หาทเ่ี กดิ ขนึ้ อยา งมีประสทิ ธภิ าพ

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 43

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบที่ 3
โครงการรว มระหวางโรงเรยนและชมุ ชน

ความหมาย

โครงการรว มระหวา งโรงเรยี นและชมุ ชน หมายถงึ โครงการหรอื กจิ กรรมดา นสขุ ภาพและดา นสงิ่ แวดลอ ม
ท่โี รงเรยี นและภาคีตา งๆ ในชุมชน ดําเนินการรว มกันตามขน้ั ตอนการมสี ว นรวม

วตั ถปุ ระสงค

เพ่ือใหโรงเรียนและชุมชนรวมดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพใหเกิดประสิทธิภาพและผูเกี่ยวของ
มีความพึงพอใจ

แนวทางการดําเนนิ งาน ตัวช้วัด

การดําเนินงานดานสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม 1. โครงการที่เก่ียวของกับสุขภาพ เกิดจาก
ในโรงเรยี นมี 3 รูปแบบ ไดแก 1) ดําเนินการโดยครู บุคลากร การมีสวนรว มระหวา งโรงเรยี นและชมุ ชน
หรือผูเกี่ยวของภายในโรงเรียน 2) บูรณาการในหลักสูตรหรือ 2. ชุมชนมีสวนรวมในโครงการอยางเปน
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน และ 3) ดําเนินการรวมกับชุมชน ระบบ 5 ขน้ั ตอน อยางนอ ย 1 โครงการดังนี้
การดําเนินการจะสําเร็จไดตองดําเนินการท้ังในโรงเรียน 1) รวมวิเคราะหสภาพและสาเหตุของ
ครอบครวั และชุมชน โดยมีแนวทางการดําเนนิ งาน ดงั นี้
ปญหา
1. รวมวิเคราะหสภาพและสาเหตุของปญหา 2) รว มวางแผน
โดยศึกษาจากขอมูลการสํารวจหรือสารสนเทศในโรงเรียน/ 3) รว มดําเนนิ การ
ชมุ ชน 4) รวมตรวจสอบ ทบทวน
2. รวมวางแผน โดยใหชุมชนรวมแสดงความคิดเห็น 5) รวมแกไ ข พฒั นา ปรบั ปรงุ
เพ่ือกําหนดความตองการ กลุมเปาหมาย วัตถุประสงค 3. โรงเรียนจัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน
กิจกรรม บุคคล/หนวยงานท่ีรับผิดชอบ และผลสัมฤทธ์ิของ เพ่ือใหนักเรียนมีสวนรวมพัฒนาสุขภาพของ
โครงการใหเ กดิ ความชดั เจนในการปฏบิ ัติ
คนในชุมชน
3. รวมดําเนินการ โดยทุกฝายท่ีเกี่ยวของปฏิบัติตาม 4. โรงเรียนรวมกับชุมชนพัฒนาพ้ืนที่เพ่ือ
บทบาทหนาท่ี พรอมท้ังประชาสัมพันธการดําเนินงาน ดาํ เนนิ กจิ กรรมสรา งสรรคส าํ หรบั เดก็ และเยาวชน
เปนระยะ ใหช ุมชนไดร ับทราบ
5. นักเรียนมีความพึงพอใจตอโครงการรวม
4. รวมตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาและปรับปรุง ระหวา งโรงเรยี นและชมุ ชน
โดยประเมินผลการดําเนินงานในรูปแบบตางๆ เชน จัดเสวนา 6. ประชาชนมคี วามพงึ พอใจตอ โครงการรว ม
ประชาคมหมบู า น สมั ภาษณ สาํ รวจความพงึ พอใจของนกั เรยี น ระหวา งโรงเรียนและชุมชน
และชุมชน เพอื่ นาํ มาปรบั ปรุง

ผลที่ไดรับ

1. ชมุ ชนมสี ว นรว มมากขน้ึ มคี วามรสู กึ รว มเปน เจา ของ เกดิ การเรยี นรแู ละมที ศั นคตทิ ด่ี ตี อ การสง เสรมิ
สุขภาพของตนเองและสมาชกิ ในชุมชน

2. ปญหาสขุ ภาพไดรบั การแกไ ข/ปรับปรงุ อยา งสอดคลองกบั บรบิ ทของพืน้ ที่

44 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบท่ี 4
การจัดส่งิ แวดลอมในโรงเรยนทีเ่ อื้อตอสขุ ภาพ

ความหมาย

การจดั สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นทเี่ ออ้ื ตอ สขุ ภาพ หมายถงึ การจดั การ ควบคมุ ดแู ลปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ ม
ในโรงเรียนใหถูกสุขลักษณะ นาอยู มีบรรยากาศท่ีดี มีความปลอดภัยตอสุขภาพกาย สุขภาพจิตของนักเรียน
และบุคลากรในโรงเรียน

วัตถุประสงค

โรงเรียนมีการจัดการสิ่งแวดลอมตามมาตรฐานสุขาภิบาลส่ิงแวดลอมในโรงเรียนและพระราชบัญญัติ
ท่ีเกย่ี วของ รวมท้งั การสรา งความสัมพนั ธท่ดี ีระหวา งนักเรียน บคุ ลากรและชมุ ชน

แนวทางการดําเนนิ งานในองคป ระกอบนี้มี 2 สว น คอื
1. การจดั สิ่งแวดลอมทางกายภาพใหถ กู สุขลกั ษณะ
2. การจดั สงิ่ แวดลอมทางสงั คมในโรงเรยี น ท่มี ีผลตอสุขภาพจติ ของนักเรียนและบุคลากร

แนวทางการดําเนนิ งาน ตัวชว้ ดั

1. การจัดส่งิ แวดลอมทางกายภาพใหถ ูกสุขลกั ษณะ 1. มาตรฐานสุขาภิบาลส่ิงแวดลอมใน

1.1 การจัดสิ่งแวดลอมทางกายภาพใหถูกสุขลักษณะ โรงเรยี น

ตามมาตรฐานสุขาภิบาลส่ิงแวดลอมมีแนวทางดําเนินงาน 2. การเกิดอุบัติเหตุจากสิ่งแวดลอมใน

ดังน้ี โรงเรียนจนไมสามารถมาเรียนได (ตั้งแต

ผูรับผิดชอบ (ตามท่ีโรงเรียนมอบหมายและ/ ปก ารศกึ ษาท่ผี า นมาจนถึงปจจุบัน)

หรือรวมกับนักเรียน) ประเมินสิ่งแวดลอม 3. โรงเรียนมีมาตรการและการดําเนินงาน

ทุกปการศึกษาโดยใช “แบบประเมินสุขาภิบาล ควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลและบุหรี่ใน

สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี น” (ภาคผนวก) โรงเรียน

สรุปผลการประเมินเสนอตอคณะกรรมการ

สงเสริมสุขภาพของโรงเรียนและผูบริหารเพื่อ

รบั ทราบปญหาและแนวทางแกไข

จัดทําแผนงาน/โครงการเพื่อปรับปรุงแกไข

ส่ิงแวดลอมในโรงเรียนตามมาตรฐานและ

ประเมินผล

พฒั นาปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ มใหม คี วามปลอดภยั

ตอสุขภาพ เชน การกําจัดแหลงเพาะพันธุยุง

การปรบั ปรงุ เคร่ืองเลน และอุปกรณไ ฟฟา ฯลฯ

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 45

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แนวทางการดําเนนิ งาน ตวั ชว้ ดั

1.2 โรงเรียนกําหนดมาตรการหามด่ืมเคร่ืองดื่ม
แอลกอฮอลและหามสูบบุหรี่ในโรงเรียนโดยผูบริหาร
จัดทําเปนลายลักษณอักษรและช้ีแจงใหทุกคนรับทราบ
ชดั เจน
1.3 มีปายหามด่ืมเครื่องดื่มแอลกอฮอลและหามสูบบุหรี่
เห็นไดชัดเจนในโรงเรียน (ตามพระราชบัญญัติควบคุม
เครื่องด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติ
คมุ ครองสุขภาพผูไมส ูบบุหร่ี พ.ศ. 2535)

2. การจัดสิ่งแวดลอมทางสังคมในโรงเรยนที่มีผลตอ
สุขภาพจตของนกั เรยนและบุคลากร
ส่ิงแวดลอมทางสังคมมีผลตอสุขภาพจิตที่สะทอน 4. นักเรียนมีความพึงพอใจตอบรรยากาศ
ออกมาเปนความรูสึกพึงพอใจตอบรรยากาศในการทํางาน ภายในโรงเรียน
รวมกันของสมาชิก ซ่ึงสงผลดีตอพฤติกรรมสุขภาพของ
นกั เรียน บคุ ลากร และชุมชน ซึง่ มแี นวทางการดาํ เนนิ งาน
ดงั นี้
1. สนับสนุนใหนักเรียนมีสวนรวม เชน รวมเปน
คณะทํางาน/คณะกรรมการตางๆ ในโรงเรียน
2. สนับสนุนกิจกรรมชุมนุม/ชมรมของนักเรียน
อยา งสมา่ํ เสมอ เชน การจดั สถานทใี่ หเ ปน ทต่ี ง้ั ชมุ นมุ /ชมรม
และสนับสนนุ งบประมาณแกช ุมนุม/ชมรม
3. เปดโอกาสใหนักเรียนไดนําเสนอผลงานหรือ
เผยแพรกจิ กรรมใหผ ูอน่ื รับทราบ

ผลที่ไดรับ

1. นักเรียนไดอยูในโรงเรียนที่มีสิ่งแวดลอมท่ีเหมาะสม สะอาด และไดเรียนรูถึงการจัดสิ่งแวดลอม
ทถ่ี กู ตอง

2. นกั เรียนไดรับการปลูกฝง สขุ นิสยั และเสริมสรา งพฤตกิ รรมดา นอนามยั สิง่ แวดลอ มทีด่ ีตั้งแตว ยั เรียน
3. ทกุ คนมีสมั พนั ธภาพทดี่ ตี อกนั ดวยบรรยากาศแหงมติ รภาพและใหเกยี รติกัน

46 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบท่ี 5
บรการอนามยั โรงเรยน

ความหมาย

บริการอนามัยโรงเรียน หมายถึง โรงเรียนจัดใหมีบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่จําเปนสําหรับนักเรียน
ทุกคน เพื่อเฝาระวังและคนหาอาการผิดปกติหรือความบกพรองดานสุขภาพเบื้องตน ทําใหทราบภาวะสุขภาพ
ทเี่ ปล่ียนแปลงไป และเปน การปอ งกนั มิใหเกิดความรุนแรงของโรค หรอื เกดิ ความพิการในภายหลัง

วัตถุประสงค

เพ่ือใหนักเรียนไดรับการตรวจสุขภาพ มีการเฝาระวังภาวะสุขภาพ และการรักษาพยาบาลเบื้องตน
แนวทางการดาํ เนนิ งานในองคประกอบนม้ี ี 3 สวนคือ
1. การตรวจสขุ ภาพนักเรยี น
2. การเฝาระวังภาวะสุขภาพ
3. การจดั บริการรักษาพยาบาลเบื้องตน
โดยการดําเนนิ งานดังกลา วแบง เปน 2 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศกึ ษา ดงั น้ี

สําหรับโรงเรยนประถมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตวั ชว้ ดั

1. การตรวจสุขภาพนักเรยน
การตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน การใหบ รกิ ารโดยบคุ ลากร 1. นักเรยี นชัน้ ป.1, ป.3, ป.5 ไดรบั การตรวจ

สาธารณสุข ซึ่งเปนบริการข้ันพ้ืนฐานที่เด็กทุกคนควร สุขภาพโดยบุคลากรสาธารณสุขอยางนอย

ไดร บั ตามชดุ สทิ ธปิ ระโยชนข องหลกั ประกนั สขุ ภาพถว นหนา ปล ะ 1 คร้ัง

มแี นวทางดําเนนิ การ ดงั นี้ 2. นกั เรยี นทมี่ ปี ญ หาสขุ ภาพไดร บั การตดิ ตาม

1.1 ครูอนามัย ประสานงานกับบุคลากรสาธารณสุข เพอื่ ชวยเหลอื /แกไข/สง ตอ

เพื่อวางแผน นัดหมายวันเวลา เตรียมสถานท่ีใหบริการ

ในโรงเรยี น และการนํานักเรียนเขารับบรกิ ารตรวจสขุ ภาพ

1.2 การใหบ ริการตรวจสขุ ภาพนักเรยี น

นักเรียนชั้น ป.1, ป.3, ป5 ครูอนามัย

ประสานงานกับครูประจําช้ัน เพ่ือช่ังนํ้าหนัก/วัดสวนสูง

ประเมนิ ภาวะการเจรญิ เตบิ โต ทดสอบสายตาดว ย E-Chart

หรอื แผนภมู สิ เนลเลน และบนั ทึกผลในบัตรบันทกึ สุขภาพ

ประจําตวั นักเรียน (สศ.3) ไวใ หเรยี บรอ ยกอนวันนดั หมาย

บุคลากรสาธารณสุขตรวจสุขภาพนักเรียน

ชนั้ ป.1, ป.3, ป.5 และสรปุ ผลการตรวจสขุ ภาพใหผ บู รหิ าร

โรงเรยี นทราบ เพอ่ื รว มกนั ชว ยเหลอื /แกไ ขนกั เรยี นทมี่ ปี ญ หา

สุขภาพ

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 47

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรบั โรงเรยนประถมศึกษา

แนวทางการดาํ เนินงาน ตวั ชว้ ดั

1.3 ครูประจําช้ัน/ครูที่ปรึกษา แนะนํานักเรียนท่ีมี
ปญ หาสขุ ภาพใหไ ปรบั บรกิ ารทสี่ ถานบรกิ ารสขุ ภาพ โดยใชส ทิ ธิ
ตามโครงการหลักประกนั สขุ ภาพ หรือรวบรวมรายช่อื นกั เรยี น
และสง ตอใหบ ุคลากรสาธารณสขุ ติดตาม/แกไข

2. การเฝาระวังสุขภาพ 3. นกั เรยี นชนั้ ป.5 และ ป.6 ประเมนิ สขุ ภาพ
2.1 นกั เรยี นช้ัน ป.5 และ ป.6

- ครปู ระสานงานกบั บคุ ลากรสาธารณสขุ เพอ่ื ขอรบั ตนเองและบันทึกลงในแบบบันทึกฯ ภาคเรยี นละ

แบบบันทึกการตรวจสุขภาพดวยตนเองทุกตนปการศึกษา 1 ครง้ั

(หรือโรงเรียนจัดซื้อเอง) สําหรับนักเรียน ชั้น ป.5 และ

ป.6

- ครูสอน/สาธิตวิธีการประเมินสุขภาพตนเอง

เบื้องตนแกนักเรียนพรอมทั้งดูแลกํากับใหนักเรียนทุกคน

ตรวจสุขภาพตนเอง หรือจับคูกับเพ่ือนสลับกันทดสอบ

และบันทึกผลตามรายการที่ระบุในแบบบันทึก โดย

ดาํ เนนิ การภาคเรียนละ 1 ครัง้

- มีการสงตอแบบบันทึกนี้ตามตัวนักเรียน

ถึงช้ัน ป.6 ควบคูไปกับบัตรบันทึกสุขภาพประจําตัว

นกั เรยี น (สศ.3)

- ครูประจําชั้น/ครูท่ีปรึกษา แนะนํานักเรียนท่ีมี

ปญหาสุขภาพใหไปรับบริการท่ีสถานบริการสุขภาพ

โดยใชส ิทธิตามโครงการหลกั ประกันสขุ ภาพ หรือรวบรวม

รายชอื่ นกั เรยี นและสง ตอ ใหบ คุ ลากรสาธารณสขุ ในชว งเวลา

ทเ่ี ขามาใหบรกิ ารในโรงเรยี น
2.2 ทดสอบสายตา ปล ะ 1 ครัง้ ชว งตนปก ารศกึ ษาโดย 4. นักเรียนชั้น ป.1, ป.3, ป.5 ไดรับการ
- นักเรียนช้ัน ป.1, ป.3 ครูอนามัยหรือ ทดสอบสายตา ปละ 1 คร้ัง

ครูประจําช้ันหรือนักเรียนแกนนําที่ผานการอบรมเปน

ผทู ําการทดสอบเบ้อื งตน

- นักเรียนชั้น ป.5 ครูอนามัยหรือครูประจําช้ัน

หรือนักเรียนแกนนําท่ีผานการอบรม ดูแลกํากับให

นักเรียนทดสอบสายตาดวยตนเอง หรือจับคูกับเพื่อน

สลบั กนั ตรวจและบนั ทกึ ผลในบตั รบนั ทกึ สขุ ภาพประจาํ ตวั

นกั เรียน (ส.ศ.3) และแบบบนั ทกึ ฯ

48 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรับโรงเรยนประถมศึกษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตัวชว้ ัด

2.3 ทดสอบการไดย ิน ปล ะ 1 คร้งั แกนักเรียนชน้ั ป.1, 5. นักเรียนชั้น ป.1, ป.3, ป.5 ไดรับการ

ป.3, ป.5 โดยบุคลากรสาธารณสุข และโรงเรยี นจดั เตรียม ทดสอบการไดย ินอยางงาย ปละ 1 ครั้ง

หองตรวจที่ไมมเี สยี งรบกวน 6. นักเรียนชั้น ป.1, ป.3, ป.5 ไดรับการ

2.4 ตรวจภาวะขาดสารไอโอดีนและความผิดปกติ ตรวจโดยวิธีคลําคอ (เพ่ือตรวจหาความผิดปกติ

บริเวณคอปละ 1 ครั้ง โดยบุคลากรสาธารณสุขตรวจ จากภาวะขาดสารไอโอดนี และความผดิ ปกตอิ นื่ ๆ

นักเรียน ชั้น ป.1, ป.3, ป.5 และโรงเรียนจัดเตรียม บริเวณคอ) โดยบุคลากรสาธารณสขุ ปล ะ 1 ครงั้

หอ งตรวจท่ีมแี สงสวา งเพียงพอ 7. นักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ไดรับการตรวจ

2.5 ตรวจสุขภาพชองปาก โดย สุ ข ภ า พ ช อ ง ป า ก โ ด ย ทั น ต บุ ค ล า ก ร ห รื อ ค รู

- ทันตบุคลากรหรือครู ตรวจสุขภาพชองปาก ภาคเรยี นละ 1 ครั้ง

นักเรยี นชั้น ป.1-ป.6 8. นกั เรียนไดรับบริการทนั ตกรรมปองกนั

- ทันตบุคลากรใหบริการทันตกรรมปองกันเชน 9. นักเรียนไดรับการทดสอบประสิทธิภาพ

การเคลอื บหลมุ รอ งฟน ฯลฯ แกน ักเรยี น การแปรงฟนโดยครูหรือบุคลากรสาธารณสุข

- บุคลากรสาธารณสุขหรือครูประเมินความ ภาคเรียนละ 1 ครัง้

สะอาดของการแปรงฟนของนักเรียนโดยการยอมสีฟน 10. นกั เรยี น ชน้ั ป.1 ไดร บั การฉดี วคั ซนี ปอ งกนั

กอ นและหลงั การแปรงฟน หดั หัดเยอรมนั คางทูม (MMR)

2.6 การสรา งเสรมิ ภมู คิ มุ กนั โรค โดยบคุ ลากรสาธารณสขุ 11. นักเรียน ช้ัน ป.1 ท่ีไมเคยไดรับวัคซีน

เปนผูใหบริการและครูอนามัย/โรงเรียนประสานเร่ือง ปองกันวัณโรค (BCG) มากอนหรือมีประวัติ

ดังตอไปนี้ ไมแนชัดและไมมีรอยแผลเปน ตองไดรับการ

แจงผูปกครองเพือ่ ขออนญุ าต ฉีดวัคซีน BCG 1 ครัง้

นัดหมายวนั กบั บคุ ลากรสาธารณสุข 12. นกั เรยี นชนั้ ป.1ทไ่ี มเ คยไดร บั วคั ซนี ปอ งกนั

จัดเตรียมนกั เรยี นท่ตี องฉีดวัคซนี โรคคอตีบบาดทะยักไอกรน (DTP) หรือวัคซีน

ประสานครูประจําชั้นใหดูแลนักเรียนขณะฉีด ปอ งกนั โรคคอตบี บาดทะยกั ไอกรนไวรสั ตบั อกั เสบ

วัคซนี และหลังฉีดวัคซนี ชนิดบี (DTP-HB) และวัคซีนปองกัน โรคโปลิโอ

(OPV) หรือเคยไดรับนอยกวา 5 ครั้ง ตองไดรับ

วคั ซีน dT และ OPV ตามเงื่อนไข (รายละเอยี ด

ในภาคผนวก)

13. นกั เรยี นชนั้ ป.6 ไดร บั การฉดี วคั ซนี ปอ งกนั

โรคคอตีบ บาดทะยกั (dT) กระตนุ

¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 49

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรบั โรงเรยนประถมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตัวช้วดั

3. การจัดบรการรกั ษาพยาบาลเบื้องตน 14. นักเรียนที่มีปญหาสุขภาพ (เชน เหา

หองพยาบาลในโรงเรียนและการจัดบริการรักษา พยาธิ ฯลฯ) ไดร ับการรกั ษา

พยาบาลเบื้องตนโดยครูอนามัย เปนบริการสุขภาพ 15. นกั เรยี นทเ่ี จบ็ ปว ยเกนิ ขอบเขตการบรกิ าร
พื้นฐานที่โรงเรียนทุกแหงจัดใหนักเรียน มีแนวทาง ของหองพยาบาล (เชน ภาวะโลหิตจาง คอพอก
การดาํ เนินการ ดงั น้ี
โรคในชองปาก ฟนผุ ฯลฯ) ไดรับการสงตอ
3.1 จัดหายาและเวชภัณฑที่จําเปนสําหรับหอง
พยาบาลใหเพียงพอ (รายละเอียดในภาคผนวก) เพื่อรกั ษา
16. นักเรียนมีปญหาสุขภาพ เชน ภาวะอวน
3.2 ครอู นามยั /ครพู ยาบาลใหก ารดแู ลรกั ษาเบอ้ื งตน
และบันทึกหลักฐานการใหบริการ ไมควรใหนักเรียน ผอม เตี้ย ฯลฯ เขารวมกิจกรรมแกไขปญหาท่ี
หยิบยา/จายยาหรือใหการรักษาพยาบาลเอง (การบันทึก โรงเรยี นจัดขน้ึ

การใหบริการในหองพยาบาล ควรเพ่ิมบันทึกสาเหตุ

การเจ็บปวยและลงช่ือผูจายยาใหชัดเจน โดยเฉพาะ

รายท่ีเกิดจากอุบัติเหตุในโรงเรียนตองระบุสถานที่

เกิดอุบตั ิเหตุ)

3.3 มีการนําขอมูลการเจ็บปวยของนักเรียนมา

วิเคราะหและจัดบริการรักษาพยาบาลไดถูกตองตาม

สาเหตุท่ีแทจริง เชน นักเรียนปวดทอง สาเหตุอาจ

เกดิ จากไมไดร ับประทานอาหารเชา ไมใชเ ปน โรคกระเพาะ

อาหารอักเสบ หรืออาการปวดศีรษะสาเหตุอาจเกิดจาก

พักผอนไมเพียงพอ หรืออาการซึมเศราไมสบายบอย

เพราะถูกเพ่อื นรังแก ฯลฯ

(* ขอ มูลปญหาสุขภาพนกั เรยี นอาจดูจากสมดุ บนั ทกึ

กิจกรรมอนามัยโรงเรียน หรือ อร.14 ซ่ึงบันทึกขอมูล

การดําเนินงานสงเสริมสุขภาพในโรงเรียนโดยบุคลากร

สาธารณสุข)

3.4 ครูอนามัย/ครูพยาบาลสงตอนักเรียนที่เจ็บปวย

เกินขอบเขตการบริการของหองพยาบาลไปรับบริการท่ี

หนวยงานสาธารณสขุ ในพ้ืนท่ี

3.5 โรงเรียนจัดกิจกรรมแกไขนักเรียนท่ีมีปญหา

สุขภาพ โดยเนนใหนักเรียนที่มีปญหาสุขภาพเขารวม

กิจกรรมดงั กลา ว

50 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรบั โรงเรยนมัธยมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตัวช้วดั

1. การตรวจสุขภาพนักเรยน 1. นักเรียนชั้น ม.1, ม.4 ไดรับการตรวจ

การตรวจสุขภาพนักเรียน เปนการใหบริการโดย สขุ ภาพโดยบคุ ลากรสาธารณสขุ ปล ะ 1 ครงั้
บุคลากรสาธารณสุข ซ่ึงเปนบริการข้ันพ้ืนฐานที่เด็กทุกคน

ควรไดรับ ตามชุดสิทธิประโยชนของหลักประกันสุขภาพ

ถว นหนา มีแนวทางดาํ เนนิ การดังนี้

1.1 ครูอนามัย ประสานงานกับบุคลากรสาธารณสุข

เพอ่ื วางแผน นดั หมายวนั เวลา เตรยี มสถานทใ่ี หบ รกิ ารในโรงเรยี น

และนํานักเรียนเขา รับการตรวจสุขภาพ

1.2 การบรกิ ารตรวจสขุ ภาพนกั เรยี น

นกั เรยี นชนั้ ม.1, ม.4 ครอู นามยั ประสานงาน

กบั ครปู ระจาํ ชน้ั เพื่อชั่งนาํ้ หนกั /วัดสว นสูง ประเมนิ ภาวะการ

เจรญิ เตบิ โต ทดสอบสายตาดว ย E-Chart หรอื แผนภมู สิ เนลเลน

และบันทึกผลในบัตรบันทึกสุขภาพประจําตัวนักเรียน (สศ.3)

ไวใหเ รียบรอ ยกอ นวนั นดั หมาย

บุคลากรสาธารณสุขตรวจสุขภาพนักเรียน

ช้ัน ม.1, ม.4 และสรุปผลการตรวจสุขภาพใหผูบริหาร

โรงเรียนทราบเพื่อรวมกันชวยเหลือ/แกไขนักเรียนท่ีมีปญหา

สุขภาพ

1.3 ครูประจําช้ัน/ครูที่ปรึกษา แนะนํานักเรียนท่ีมี

ปญ หาสขุ ภาพใหไ ปรบั บรกิ ารทสี่ ถานบรกิ ารสขุ ภาพ โดยใชส ทิ ธิ

ตามโครงการหลกั ประกนั สุขภาพ หรอื รวบรวมรายชอ่ื นักเรียน

และสงตอใหบคุ ลากรสาธารณสุขติดตาม/แกไข

2. การเฝาระวังสุขภาพ 2. นักเรียนช้ัน ม.1 ข้ึนไป ประเมินสุขภาพ

ในระดับมัธยมศึกษา เนนใหนักเรียนตรวจสุขภาพ ตนเองและบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ฯ ภาคเรยี นละ

และดูแลสุขภาพดวยตนเองและอยูในความดูแลของ 1 คร้ัง

ครูที่ปรึกษาและครอู นามัย โดยมกี ารดําเนินการดงั นี้ 3. นักเรียนช้ัน ม.1, ม.4 ไดรับการทดสอบ

1. ประสานงานกับเจาหนาที่สาธารณสุขเพ่ือขอรับ สายตาปล ะ 1 ครั้ง

แบบบันทึกการตรวจสุขภาพดวยตนเองสําหรับนักเรียน

ม.1 ทุกคนตนปการศึกษา (หรือโรงเรียนจัดซ้ือเอง) และ

ใหน ักเรยี นไดใชแ บบบนั ทกึ อยางตอเนือ่ งจนจบชนั้ ม.6

¤Á‹Ù ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 51

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แนวทางการดาํ เนนิ งาน สาํ หรบั โรงเรยนมธั ยมศกึ ษา

ตัวชว้ ัด

2. ครูอนามัยประสานงานกับครูประจําชั้นหรือครู
ทป่ี รกึ ษาเพอ่ื ใหน กั เรยี นชน้ั ม.1 ขน้ึ ไป ตรวจสขุ ภาพตนเอง
ตามรายการท่ีระบุในแบบบันทึก และลงบันทึกการตรวจ
ตนเองไวทุกครง้ั โดยดาํ เนนิ การภาคเรียนละ 1 ครัง้

3. ครูอนามัยประสานงานกับครูท่ีปรึกษาเพื่อให
นักเรียนช้ัน ม.1, ม.4 ทุกคนไดทดสอบสายตาตนเอง
อยางนอยปละ 1 ครั้ง ซ่ึงสามารถทําพรอมกับการตรวจ
สขุ ภาพตนเอง

4. ครูอนามัยมอบหมายหนาท่ีใหนักเรียนแกนนํา
ดานสุขภาพท่ีไดรับการอบรม เชน แกนนําชมรม
เดก็ ไทยทาํ ได ผนู าํ ยสร. ชมรม To Be Number One ฯลฯ
มีสว นรวมในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ ในหองพยาบาล

3. การจัดบรการรกั ษาพยาบาลเบื้องตน 4. นักเรียนที่มีปญหาดานสุขภาพ (เชน มีไข

มแี นวทางการดําเนินงานดงั นี้ เปน หวัด ปวดทอง ฯลฯ) ไดร ับการรักษา

1. จัดหายาและเวชภัณฑท่ีจําเปนสําหรับหอง 5. นกั เรยี นทเ่ี จบ็ ปว ยเกนิ ขอบเขตการบรกิ าร

พยาบาลใหเพียงพอ โดยพิจารณาตามสภาพปญหา ของหองพยาบาล (เชน หอบหดื โลหติ จาง ฯลฯ)

การเจบ็ ปวยของนักเรียน และบคุ ลากรในโรงเรียน ไดร บั การแนะนําชว ยเหลอื /สง ตอ เพ่อื การรักษา

2. ครูประจําชั้นสงตอนักเรียนท่ีเจ็บปวยไปยังหอง

พยาบาล

3. ครูอนามัย/ครูพยาบาลใหการดูแลรักษาเบื้องตน

แกนักเรียนและบุคลากรท่ีเจ็บปวยหรือมีปญหาสุขภาพ

และสงตอนักเรียนหรือบุคลากรที่เจ็บปวยเกินขอบเขต

การบริการของหองพยาบาล ไปรบั บริการทส่ี ถานพยาบาล

ผลที่ไดร ับ

นกั เรยี นทกุ คนไดร บั บรกิ ารสขุ ภาพทเ่ี หมาะสมตามวยั ไดแ ก การตรวจสขุ ภาพ และเฝา ระวงั ภาวะสขุ ภาพ

สําหรบั รายท่ีมปี ญหาสขุ ภาพตองไดร บั การชวยเหลือ

52 ¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบที่ 6
สุขศึกษาในโรงเรยน

ความหมาย

สุขศึกษาในโรงเรียน หมายถึง การที่โรงเรียนจัดกิจกรรมสุขศึกษาท้ังในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนา
ผเู รียน เพือ่ มงุ ใหนักเรียนเกิดการเรยี นรู และมีการฝกปฏบิ ตั ิทีน่ าํ ไปสกู ารมพี ฤตกิ รรมสขุ ภาพทีเ่ หมาะสม

วัตถุประสงค

1. เพ่ือใหน กั เรยี นมที กั ษะสขุ ภาพ (Health Skills) และทกั ษะชีวติ (Life Skills)
2. เพอ่ื ใหนกั เรียนมีพฤติกรรมสขุ ภาพท่ีเหมาะสม และมกี ารปฏิบัติอยา งตอ เนือ่ ง

แนวทางการดําเนินงานในองคประกอบนี้คือ การใหความรู เสริมสรางเจตคติตามสุขบัญญัติแหงชาติ
และฝกปฏิบัติดวยตนเอง เพือ่ ใหเกิดทักษะและพฤตกิ รรมสุขภาพทเี่ หมาะสม

การดาํ เนินงานดังกลา วแบง เปน 2 ระดับ คือ ระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา ดังนี้

สาํ หรบั โรงเรยนประถมศึกษา

แนวทางการดําเนินงาน ตัวชว้ ดั

นักเรียนระดับประถมศึกษาเปนวัยที่มีความพรอม 1. นกั เรยี นเคยไดรับฝกทักษะในเรอื่ งตอ ไปนี้

ในการเรยี นรู ซง่ึ เปน ชว งสาํ คญั ในการปลกู ฝง พฤตกิ รรมสขุ ภาพ 1.1 การรักษาความสะอาดของรา งกาย

จนเกิดการปฏิบัติเปนประจํา โดยใหความรูและฝกทักษะที่ 1.2 การลางมือ

จาํ เปน เพอื่ ดแู ลสขุ ภาพตนเองเบอื้ งตน มแี นวทางการดาํ เนนิ งาน 1.3 การเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชนตอ

ดงั น้ี รางกาย

1. การเรียนรูและฝกทักษะตามสุขบัญญัติแหงชาติ 1.4 การไมรับประทานอาหารที่มีสาร

10 ขอ ไดแก อันตราย

1) ดูแลรกั ษารา งกายและของใชใ หสะอาด 1.5 การหลีกเลี่ยงเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล

2) รักษาฟนใหแข็งแรงและแปรงฟนทุกวันอยาง สารเสพติด รวมทง้ั บุหร่ี

ถกู ตอง 1.6 การปอ งกนั อบุ ัตเิ หตุ อุบัตภิ ยั

3) ลางมือใหสะอาดกอนกินอาหารและหลังการ 1.7 การหลกี เลย่ี งการพนนั การเทยี่ วกลางคนื

ขับถา ย 1.8 กิจกรรมการเรียนรูในเร่ืองเพศศึกษา

4) กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และทกั ษะชีวิตในนักเรียน

และหลีกเล่ยี งอาหารรสจดั สีฉูดฉาด

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 53

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรบั โรงเรยนประถมศึกษา

แนวทางการดาํ เนินงาน ตัวชว้ ดั

5) งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนันและ 2. มีกิจกรรมเผยแพรความรูดานสุขภาพ

การสาํ สอ นทางเพศ ในโรงเรียน (เชน เสียงตามสาย การรณรงค

6) สรา งความสมั พนั ธใ นครอบครัวใหอ บอนุ ปายนิเทศ นิทรรศการ แจกเอกสาร ฯลฯ)

7) ปองกันอุบัติภัยดวยการไมประมาท 3. นักเรยี นช้นั ป.1-ป.6 แปรงฟนหลงั อาหาร

8) ออกกําลังกายสมํ่าเสมอและตรวจสุขภาพ กลางวันทุกวนั ดวยยาสฟี นผสมฟลูออไรด

ประจาํ ป 4. นักเรียนทกุ ชัน้ ไมมีเหา

9) ทําจติ ใจใหร า งเริง แจม ใสอยูเสมอ

10) มสี าํ นกึ ตอ สวนรวม รวมสรา งสรรคส งั คม

รวมทงั้ การเทย่ี วกลางคนื และการเรยี นรเู รอื่ งเพศศกึ ษา

และทักษะชวี ติ

2. จดั กจิ กรรมใหน กั เรยี นไดร บั รแู ละฝก การคดิ เกยี่ วกบั

เหตุการณใกลตัวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันและปญหา

เพศศกึ ษา เชน ขา วในหนงั สอื พมิ พ ภัยจากสือ่ / IT

3. สนับสนุนใหผูปกครองมีสวนรวมในการดูแลให

นักเรียนปฏิบัติตามส่ิงท่ีนักเรียนไดรับการฝกจากโรงเรียน

เพอื่ ใหม กี ารปฏบิ ตั อิ ยา งตอ เนื่องจนเปน พฤตกิ รรม

4. โรงเรียนจัดสภาพแวดลอมเพ่ือฝกปฏิบัติทักษะ

เชน

- มอี า งลา งมือไวบรเิ วณโรงอาหาร

- จดั บรเิ วณวางแกว นา้ํ สว นตวั ของนกั เรยี นทกุ คน

ท่หี ลังหอ งเรยี น

- จัดสถานทีส่ ําหรับแปรงฟน หลังอาหารกลางวัน

- จดั เวลาใหนักเรียนจบั คกู นั ตรวจสุขภาพตนเอง

5. สงเสริมใหนักเรียนไดทํากิจกรรมพัฒนาผูเรียน

เกี่ยวกบั สขุ ภาพ เชน จดั ทําโครงงานสงเสรมิ หรือแกไขปญหา

สุขภาพ

54 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สําหรับโรงเรยนมธั ยมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนินงาน ตวั ช้วดั

เรอ่ื งสขุ ศกึ ษาในโรงเรยี นเนน การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 1. นักเรียนเคยไดรับการฝกทักษะในเร่ือง

เพื่อสรางทักษะการดูแลสุขภาพตนเอง (Skill-based ตอ ไปน้ี

Health Education) และทักษะชีวิต (Life Skills) เพ่ือให 1.1 การเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชนตอ

เด็กสามารถเผชิญและจัดการกับปญหาตางๆ ท่ีเกิดขึ้น รางกาย

ในชวี ิตประจาํ วัน มแี นวทางการดาํ เนนิ งาน ดงั นี้ 1.2 การไมรับประทานอาหารที่มีสาร

1. การฝกทักษะในระดับมัธยมศึกษาตามหัวขอ อันตราย

สขุ บญั ญตั ิแหง ชาติ 10 ประการ 1.3 การหลีกเลี่ยงเครื่องด่ืมแอลกอฮอล

2. จัดกิจกรรมใหนักเรียนไดมีการฝกปฏิบัติจริงใน สารเสพติด รวมทง้ั บหุ ร่ี

เรอื่ งตา งๆ เชน 1.4 การปอ งกันอบุ ัตเิ หตุ อุบัติภัย

- ฝกทักษะเร่ืองการตรวจสารปนเปอนใน 1.5 การหลีกเล่ียงการพนัน การเที่ยว

อาหาร กลางคืน

- ฝกการวิเคราะหคํานวณคุณคาทางโภชนาการ 1.6 กิจกรรมการเรียนรูในเร่ืองเพศศึกษา

ของอาหาร และทักษะชีวิตในนักเรยี น

- ฝกการวเิ คราะหจดุ เสีย่ งตางๆ ในโรงเรยี นหรอื 2. มีกิจกรรมเผยแพรความรูดานสุขภาพใน

รอบบริเวณโรงเรียน เรื่องความปลอดภัย โรงเรยี น (เชน เสยี งตามสาย การรณรงค ปา ยนเิ ทศ

และรว มกนั วางแผนปอ งกนั เปน ตน นิทรรศการ แจกเอกสาร ฯลฯ)

3. จัดกิจกรรมใหนักเรียนไดฝกการคิด วิเคราะห

กรณีศึกษาตางๆ ที่เปนเหตุการณใกลตัวท่ีเกิดขึ้นในชีวิต

ประจําวันและปญหาของวัยรุน เชน ขาวในหนังสือพิมพ

เรื่องสารเสพติด ภัยจากสื่อ/IT ความปลอดภยั ทางเพศ ฯลฯ

4. เปดโอกาสใหนักเรียนไดแสดงออกหรือแสดง

ความคิดเห็น เชน จัดเวทีอภิปรายหัวขอท่ีอยูในความสนใจ

ของสังคมท่ีเก่ียวกับสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิต

จัดเสวนาเรอื่ ง “รกั นวลสงวนตัวไมตองกลวั เอดส” จัดโตเวที

เรือ่ ง “สุราเปน น้ําอมฤตหรอื เปน พิษตอ สุขภาพ” ฯลฯ

5. สนับสนุนการจัดกิจกรรมชุมนุม/ชมรมของ

นักเรียน เชน ชมรมคมุ ครองผบู รโิ ภค ชมรมรกั ษสง่ิ แวดลอ ม

ฯลฯ

ผลที่ไดรบั

นักเรียนมีทักษะในการดูแลสุขภาพเบื้องตน มีทักษะในการแกไขปญหาและมีพฤติกรรมสุขภาพ
ที่ถกู ตองเหมาะสม

¤‹ÙÁ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 55

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบท่ี 7
โภชนาการและอาหารทีป่ ลอดภัย

ความหมาย

โภชนาการ และอาหารที่ปลอดภัย หมายถึง การสงเสริมใหนักเรียนมีภาวะการเจริญเติบโตสมวัย
โดยจัดอาหารที่มคี ณุ คา ตอสุขภาพ สะอาด และปลอดภยั ใหกบั นักเรยี นและบุคลากรในโรงเรียน

วตั ถปุ ระสงค

1. เพื่อเฝาระวัง ปองกันและแกไขปญหาดานโภชนาการ เชน โรคขาดโปรตีนและพลังงาน โรคอวน
โรคขาดสารไอโอดนี โรคโลหติ จางจากการขาดธาตุเหลก็

2. เพ่อื ใหน ักเรยี นและบคุ ลากรไดร บั ประทานอาหารที่มีคณุ คา ทางโภชนาการ และมีความปลอดภัย
3. เพือ่ ใหม ีสถานท่รี บั ประทานอาหาร ปรงุ อาหาร และจาํ หนา ยอาหาร ท่ีถกู สขุ ลักษณะ

แนวทางการดาํ เนนิ งานในองคป ระกอบน้ี ประกอบดว ย 2 สวนคอื
1) โภชนาการในโรงเรียน
2) การสุขาภิบาลอาหาร ซง่ึ ครอบคลมุ เรือ่ งความปลอดภยั ของอาหาร

โดยการดําเนินงานดงั กลา วแบง เปน 2 ระดบั คือ ระดบั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ดงั นี้

สําหรับโรงเรยนประถมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตวั ชว้ ดั

1. โภชนาการในโรงเรยน มแี นวทางการดําเนินงานดงั น้ี 1. นกั เรียนชั้นอนบุ าล - ป.6 มีสวนสูงระดับดี

1) ประสานงานและวางแผนรวมกับบุคลากร และรูปรางสมสวน

สาธารณสุขเรื่องการใหความรูเร่ืองโภชนาการหรือ 2. นกั เรยี นทมี่ ปี ญ หาภาวะเรมิ่ อว น อว น ผอม

บูรณาการในกลมุ สาระวชิ าตา งๆ และเต้ีย ไดร บั การแกไ ข

2) การบริหารจดั การเรื่องโภชนาการในโรงเรียนโดย 3. นกั เรียนไดรบั ประทานอาหารครบ 5 กลมุ

2.1 ดูแลนักเรียนทุกคนใหไดรับประทานอาหาร อาหารตามสดั สว นธงโภชนาการทกุ วนั

กลางวันทุกวัน โดยเฉพาะนักเรียนที่ไมไดรับประทาน 4. นักเรียนช้ัน ป.1 ข้ึนไปไดรับยาเม็ดเสริม

อาหารเชา ธาตเุ หลก็ 1 เมด็ (60 มลิ ลกิ รมั ) หรอื ยานาํ 1 ชอ นชา

2.2 ควบคุมกํากับ ใหมีการจําหนายหรือจัดทํา (12.5 มลิ ลิกรมั ) ตอ สัปดาห

อาหารกลางวันท่ีมีคุณคาทางโภชนาการครบถวน 5. นักเรียนมีความรูเรื่อง ธงโภชนาการและ

2.3 ควบคุมไมใหมีการจําหนายอาหารท่ีมีคุณคา สามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณคา

ทางโภชนาการตํ่า เชน อาหารทอดนํ้ามันซ้ํา นํ้าอัดลม ถกู หลักโภชนาการ

ขนมถงุ ลูกอม ทอฟฟ ฯลฯ 6. นกั เรยี น ป.1-ป.6 ไดด มื่ นมรสจดื ทุกวนั

56 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรับโรงเรยนประถมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตัวชว้ ัด

2.4 ควบคุม หลีกเล่ียง ลดอาหารที่มีไขมันสูง 7. การเก็บรักษานมไวท่ีอุณหภูมิที่เหมาะสม

หวานจัด เคม็ จัด และไมมปี ระโยชนต อรา งกาย ตามชนิดของนม เชน นมพาสเจอรไรซ (นมถุง)

2.5 จําหนายอาหารที่มีประโยชนตอสุขภาพ เชน เก็บทอ่ี ณุ หภูมไิ มเ กนิ 8 องศาเซลเซียส

นม ผลไม ขา วกลอ ง ฯลฯ 8. การจัดวางเครื่องปรุงทุกชนิดท่ีจุดบริการ

2.6 จัดอาหารเสริม เชน นม นมถ่ัวเหลือง และรานคาท่ีจัดจําหนายอาหารในโรงอาหาร

ถ่ัวเขียวตมนํ้าตาล ใหนักเรียนรับประทาน ทุกวันหรือ หรอื ภายในบริเวณโรงเรยี น

อยางนอ ยสปั ดาหละ 1 ครั้ง 9. การจัด จําหนาย หรือบริการอาหาร/

2.7 จัดกิจกรรมออกกําลังกายใหเหมาะสมแก อาหารวา ง/ขนม ทมี่ ผี ลเสยี ตอสขุ ภาพ ไมมคี ุณคา

นักเรียนท้ังกลุมอวน ผอมและเต้ีย เปนกรณีพิเศษ เชน ทางโภชนาการ และมีรสหวานจัด เค็มจัด และ

จดั คายเด็กอว น มนั จดั (เชน ขนมถงุ ทอ็ ฟฟ ขนมกรบุ กรอบ อาหาร

2.8 กรณีโรงเรียนมีงบประมาณจํากัด อาจจะมี ทอดนา้ํ มันซํ้า นํ้าอัดลม เปน ตน)

การจัดการไดหลายรปู แบบ เชน

- จัดสรรพื้นท่ีสําหรับปลูกพืชผักสวนครัว

เล้ียงปลา ไก เพื่อผลิตวัตถุดิบในการ

ประกอบอาหาร หรือจัดต้ังกองทุนอาหาร

กลางวนั

- จัดกลุมแมบานอาสาสมัครประกอบอาหาร

ใหนักเรียน หรือนําผลผลิตทางเกษตร

ของครอบครัวมาสนับสนุนอาหารกลางวัน

หรอื สนบั สนุนงบประมาณ

3) นักเรียนทุกคนไดรับการประเมินภาวะการ

เจริญเติบโตอยา งนอยภาคเรียนละ 1 ครง้ั ดังนี้

- ช่ังนํ้าหนัก วัดสวนสูง แลวนําไปเทียบกับ

กราฟแสดงเกณฑอางอิงการเจริญเติบโต

ของกรมอนามัย ซึ่งเปนขอมูลที่บอกไดวา

นักเรียนไดรับสารอาหารเพียงพอตอการ

เจริญเติบโตของรางกายหรอื ไม

- ครูประจําช้ัน/ครูอนามัยสรุปและรวบรวม

รายช่ือนักเรียนที่มีปญหาภาวะเริ่มอวน

อวน ผอมและเต้ีย เพื่อดาํ เนินการแกไข

- ติดตามประเมินซํ้าทุกเดือนจนกวาภาวะ

การเจรญิ เตบิ โตจะเปน ปกติ

¤Ù‹Á×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 57

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สาํ หรับโรงเรยนประถมศึกษา

แนวทางการดําเนินงาน ตวั ชว้ ัด

4) ดแู ลใหนกั เรียนทกุ คน (อายุ 6 ปขึ้นไป) ไดรบั ยาเม็ด
เสริมธาตเุ หล็ก 1 เม็ด หรอื ยาน้าํ 1 ชอ นชา สปั ดาหละ 1 คร้งั
อยา งสมาํ่ เสมอ (ตามชดุ สทิ ธปิ ระโยชนข องระบบหลกั ประกนั
สุขภาพถวนหนา) โดยขอรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก/ยานํ้า
จากบุคลากรสาธารณสุข เพ่ือควบคุม และปองกันภาวะ
โลหิตจาง ซึ่งสงผลตอพัฒนาการเรียนรูและผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศึกษา

สําหรบั ผูท ่เี ปนพาหะธาลัสซเี มยี สามารถรบั ยาได ยกเวน
นักเรียนที่มีอาการแสดงชัดเจน (ซีด ตาเหลือง ตับมามโต
ด้งั จมูกแบน ตาหาง กระดูกแกมนูน หนาผากสงู ฟน บนย่ืน)

2. การสุขาภิบาลอาหาร 10. มาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารในโรงเรยี น
มีวัตถุประสงคเพื่อใหโรงอาหารของโรงเรียนมีการจัด

เตรียมการปรุงอาหาร ภาชนะ และอุปกรณท่ีเกี่ยวของกับ
อาหาร ใหถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และปองกันโรคที่
อาจเกิดจากสุขาภิบาลอาหารท่ีไมถูกสุขลักษณะ เชน
โรคทองรวง ซึ่งมแี นวทางดาํ เนินการดงั นี้

1) ประเมินสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียนตามแบบ
ประเมนิ ของกรมอนามัย (ภาคผนวก) ทุกตนปก ารศกึ ษา

2) ดาํ เนินการแกไขปรบั ปรุงใหถ กู ตองตามมาตรฐาน
3) ควบคุมดูแลดานความปลอดภัยของอาหาร
โดยเฉพาะสารปนเปอน เชน จุลินทรีย สารบอแรกซ
สารฟอกขาว ยาฆาแมลง ฯลฯ โดย

- ใหความรูเร่ืองการเลือกซ้ืออาหารแกนักเรียน
หรอื ผเู ก่ียวของ เชน ผปู รงุ อาหาร ผูข าย

- ประสานงานกับบุคลากรสาธารณสุขในการ
ตรวจสอบความปลอดภยั ดานอาหาร

- สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เชน อ.ย.นอย
ตรวจสอบสารปนเปอนในอาหาร ฯลฯ

58 ¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


สําหรบั โรงเรยนมัธยมศกึ ษา

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตวั ช้วดั

การดําเนินงานในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษามีวิธีการ 1. นักเรียนมีสวนสูงระดับดี และรูปราง

ดาํ เนินการเชนเดียวกับโรงเรียนประถมศกึ ษา สมสว น

2. นกั เรยี นทมี่ ปี ญ หาภาวะเรมิ่ อว น อว น ผอม

และเตีย้ ไดร ับการแกไ ข

3. นักเรยี นไดร บั ประทานอาหารครบ 5 กลมุ

อาหารตามสัดสว นธงโภชนาการทุกวนั

4. นักเรียนมีความรูเรื่องธงโภชนาการและ

สามารถเลอื กรบั ประทานอาหารทม่ี คี ณุ คา ถกู หลกั

โภชนาการและความปลอดภัย

5. การจัดวางเคร่ืองปรุงทุกชนิดท่ีจุดบริการ

และรานคาที่จัดจําหนายอาหารในโรงอาหาร

หรอื ภายในบรเิ วณโรงเรียน

6. การจัด จําหนาย หรือบริการอาหาร/

อาหารวา ง/ขนมทมี่ ผี ลเสียตอสุขภาพ ไมม ีคณุ คา

ทางโภชนาการ และมีรสหวานจัด เค็มจัด และ

มนั จดั (เชน ขนมถงุ ทอ็ ฟฟ ขนมกรบุ กรอบ อาหาร

ทอดน้าํ มันซํ้า นํ้าอดั ลม เปนตน)

7. มาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารในโรงเรยี น

ผลท่ีไดรบั

1. นกั เรยี นมีการเจริญเตบิ โตเปน ไปตามเกณฑแ ละไมมีภาวะการขาดสารอาหาร
2. นักเรียนมีความรูและทักษะในการเลอื กรับประทานอาหารทมี่ คี ุณคา ทางโภชนาการและปลอดภัย
3. มีโรงอาหารและการบริการอาหารที่ไดมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน และเปนแบบอยาง
แกนกั เรยี นและผปู กครอง

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 59

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 8
การออกกําลังกาย กีฬา และนนั ทนาการ

ความหมาย

การออกกําลังกาย กีฬา และนันทนาการ หมายถึง การสงเสริมใหนักเรียนและบุคลากร
ในโรงเรียน มีการออกกําลังกายเพ่ือสุขภาพ โดยจัดสถานที่ อุปกรณ และจัดกิจกรรมในรูปแบบตางๆ
รวมทงั้ การเปด โอกาสใหป ระชาชน มสี ว นรวมในกจิ กรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นตามความเหมาะสม

วตั ถุประสงค

1. เพอ่ื ใหโ รงเรยี นมีสถานท่ี อปุ กรณ รวมทง้ั กิจกรรมออกกาํ ลงั กาย กีฬา และนันทนาการ
2. เพื่อสง เสริมใหเกดิ ชมรม ชมุ นมุ /กลมุ ออกกําลังกาย กีฬา และนนั ทนาการในโรงเรยี น
3. เพื่อใหนักเรยี นทกุ คนมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑมาตรฐาน

แนวทางการดําเนนิ งานในองคป ระกอบนี้มี 2 สวนคอื
1. การจัดสิ่งแวดลอมเพื่อสงเสริมการออกกําลังกาย กีฬา และนันทนาการในโรงเรียน และการสราง
ความสมั พันธร ะหวา งโรงเรยี นและชุมชนผานทางกจิ กรรมการออกกําลังกาย
2. การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น

แนวทางการดาํ เนินงาน ตัวช้วดั

1. การจัดส่ิงแวดลอมเพื่อสงเสรมการออกกําลังกาย 1. มีสถานท่ีและอุปกรณออกกําลังกาย กีฬา

กฬี า และนันทนาการ และนันทนาการที่อยูในสภาพ พรอมใชงานและ

มีแนวทางดําเนินงาน ดงั นี้ ปลอดภัย

1. จดั ใหม สี ถานทสี่ าํ หรบั การออกกาํ ลงั กายทเี่ หมาะสม 2. จดั กจิ กรรม/มเี วลาวา งในการออกกาํ ลงั กาย/

กับประเภทของกีฬา กฬี าสาํ หรับนกั เรยี น

2. จัดหาอุปกรณสําหรับกีฬาใหเพียงพอ เหมาะสม 3. มชี มรม/ชมุ นมุ /กลมุ จดั กจิ กรรมออกกาํ ลงั กาย

กับสถานท่ีและดูแลตรวจสอบ ซอมแซม อุปกรณใหอยูใน กฬี า และนนั ทนาการในโรงเรียน

สภาพดี

3. จัดใหมีครู บุคลากรหรือนักเรียนดูแลเรื่องความ

ปลอดภัยในการเลนกีฬา

4. จัดกิจกรรมสงเสริมการออกกําลังกายเพ่ือกระตุน

ใหนักเรียน และบุคลากรในโรงเรียนเห็นความสําคัญและ

ออกกําลังกายเปน ประจํา

60 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตวั ช้วดั

การบรหิ ารกายหนา เสาธงชว งเชา และออกกาํ ลงั กาย
หลังรบั ประทานอาหารกลางวนั หรือชวงเยน็ หลงั เลิกเรียน

จัดกิจกรรมใหนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน
ไดออกกําลังกายเพื่อสุขภาพอยางนอยวันละ 60 นาที
สปั ดาหละ 5 วนั

จัดชวงเวลาวางใหนักเรียนและครูไดออกกําลังกาย
รว มกนั อยา งนอ ยสัปดาหละ 1 วัน

5. สงเสริมใหมีการจัดตั้งชุมนุม/ชมรมออกกําลังกาย
เชน ชมรมลลี าศ ชมรมมวยไทย ชมรมแอโรบคิ ชมรมเดนิ /วง่ิ
ชมรมเชียรล ดี เดอร ฯลฯ

6. เปด โอกาสใหช ุมชนมีสวนรว มทํากิจกรรม เชน
- เชิญชวนผปู กครอง ชุมชนเขา รว มกจิ กรรมกฬี า
- จัดกีฬาเช่ือมความสามัคคีระหวางโรงเรียน
กับชุมชน เชน กีฬาสี กีฬากลุม กีฬาตําบล
กีฬาอําเภอ กีฬาตานยาเสพติด กีฬาเยาวชน
ฯลฯ

7. จัดกิจกรรมออกกําลังกายสําหรับเด็กที่อวน ผอม
เตี้ย โดยมีรูปแบบเฉพาะปญหา ควบคูกับการจัดการ
ดานโภชนาการ

2. การพัฒนาสมรรถภาพรา งกาย 4. นักเรียนไดรับการทดสอบสมรรถภาพ

ความสมบรู ณแ ขง็ แรงทางดา นรา งกาย นอกจากประเมนิ ทางกายตามเกณฑก ารทดสอบทไี่ ดร บั การยอมรบั

จากภาวะการเจริญเติบโตยังสามารถประเมินไดจากการ อยางนอยปล ะ 1 คร้ัง

ทดสอบสมรรถภาพทางกาย โดย 5. นกั เรยี นมสี มรรถภาพทางกายผา นเกณฑ

1. โรงเรียนจัดสภาพแวดลอมที่สงเสริมสมรรถภาพ มาตรฐาน

รา งกาย 3 ดา น ดงั นี้ 6. ใหคําปรึกษาแกนักเรียนที่ไมผานเกณฑ

ดา นความอดทนของระบบไหลเวยี นโลหติ และ ทดสอบสมรรถภาพทางกายและติดตามความ

หายใจ เปนกิจกรรมเพ่ือความสมบูรณของระบบหัวใจ กา วหนา

และระบบหายใจ โดยออกกําลังกายทุกวันๆ ละอยางนอย

60 นาที ตอเน่ืองหรือแบงเปนชวงๆ ละ 10 นาที เชน

การวิ่งเลน วายนํ้า ปนจักรยาน ฟุตบอล วอลเลยบอล

เทเบลิ เทนนิส แบดมินตัน ยิมนาสติก ฯลฯ

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 61

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตวั ช้วัด

ดานความแข็งแรงและอดทนของกลามเนื้อ
เปนการฝกตานแรงเพ่ือสรางความแข็งแรงของกลามเนื้อ
โดยออกกําลังกายอยางนอย 3 วันตอสัปดาห (8-10 ครั้ง
ตอ ชดุ /1-2 ชดุ ตอ วนั ) เชน การดนั พนื้ ยกนาํ้ หนกั เลน โหนบาร
ฯลฯ

ดานความออนตัวของกลามเน้ือ เปนการ
ยดื -เหยยี ด เพ่อื สรา งความสมบูรณพ รอ มของการเคลื่อนไหว
ของขอ โดยออกกาํ ลงั กายอยางนอ ย 3 ครง้ั ตอ สัปดาห เชน
การน่ังงอตัวไปขา งหนา ฯลฯ

การจัดกิจกรรมออกกําลังกายสําหรับเด็กท่ีมีปญหา
อวน ผอม เตีย้ มีรปู แบบเฉพาะปญหา ควบคกู บั การจัดการ
ดา นโภชนาการ ตวั อยา ง เชน เดก็ อว นควรเลอื กออกกาํ ลงั กาย
ชนิดที่มีการแบกรับน้ําหนักตัวนอย หรือแรงกระแทกตํ่า
เพ่ือหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บของขอตอ ไดแก การเดิน
ปนจกั รยาน การออกกําลงั กายในน้ํา ฯลฯ

2. มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียน
ทุกคนอยางนอยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั

3. แจงผลการทดสอบใหนักเรียนทราบทุกครั้ง
เพื่อกระตนุ ใหนักเรยี นเอาใจใสต อ สขุ ภาพของตนเอง

4. สงเสริมนักเรียนกลุมปกติใหมีการออกกําลังกาย
เปนประจํา และแกไขกลุมที่ไมผานการทดสอบ โดยให
คําแนะนําและจัดกิจกรรมเสริมท่ีคํานึงถึงสรีระรางกาย
และภาวะสขุ ภาพของนักเรยี นแตละคน

5. ติดตามความกา วหนาดว ยการทดสอบซํา้

ผลที่ไดร ับ

1. นกั เรียนและบุคลากรในโรงเรยี นมกี ารออกกําลังกายเปนประจาํ

2. มีชมรมกีฬา ตามความสนใจของนักเรยี น บคุ ลากรในโรงเรียนและชุมชน

62 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 9
การใหคําปรกษาและสนับสนุนทางสงั คม

ความหมาย

การใหคําปรึกษาและสนับสนุนทางสังคม หมายถึง การสงเสริม สนับสนุน ชวยเหลือในรูปแบบตางๆ
เพ่ือปองกันและแกไขปญหาทางกาย จิตใจ และพฤติกรรมของนักเรียน โดยความรวมมือของผูเกี่ยวของ ไดแก
ครู ผูปกครอง บุคลากรสาธารณสขุ และชุมชน

วัตถุประสงค

1. โรงเรียนมีการเฝาระวงั และประเมินสถานการณป ญหาของนักเรียน
2. โรงเรียนมรี ะบบดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี นอยางตอ เนือ่ งและทนั เหตกุ ารณ

แนวทางการดาํ เนนิ งาน ตวั ช้วดั

แนวทางการใหคําปรึกษาและการสนับสนุนทางสังคม 1 ครูประจําช้ันคัดกรองและสามารถระบุ

มีดังน้ี นักเรยี นทีม่ ีปญหาได

1. ครูที่ปรึกษา/ครูประจําชั้น ทําความรูจักนักเรียน 2. นกั เรยี นทมี่ พี ฤตกิ รรมเสยี่ งหรอื คดั กรองอยู

เปนรายบุคคล โดยศึกษาจากขอมูลในกิจกรรมเยี่ยมบาน ในกลมุ เสย่ี งและกลมุ ทมี่ ปี ญ หาไดร บั การเฝา ระวงั

การพูดคุย สอบถามนักเรียน ผูปกครอง หรือการประเมิน และชว ยเหลอื เบอ้ื งตน

ดว ยเครอ่ื งมอื ตา งๆ เพอื่ ใหร จู กั และคนุ เคยกบั นกั เรยี นมากขน้ึ 3. โรงเรยี นมกี จิ กรรมชว ยเหลอื นกั เรยี นเฉพาะ

จนเกิดความไววางใจ รายทม่ี ปี ญ หายงุ ยากซบั ซอ นโดยการประสานงาน

2. วิเคราะหผลการประเมินและจัดกลุม (กลุมปกติ ขอคําปรึกษาจากเครือขาย บุคลากรสาธารณสุข

กลุมเสี่ยงและกลุมมีปญหา) เพ่ือการวางแผนใหคําปรึกษา หรอื ผเู กีย่ วขอ ง

หรือจัดกิจกรรมสงเสริมในกลุมปกติ และดูแลชวยเหลือ 4. นักเรียนที่มีปญหาเกินขีดความสามารถ

กลมุ เสีย่ งและกลมุ มีปญหาอยางเหมาะสม ของโรงเรยี นไดร บั การสง ตอ เพอ่ื ชว ยเหลอื /รกั ษา/

3. การจัดกิจกรรม หลากหลายรูปแบบตามความ บาํ บัด

เหมาะสม เชน 5. นักเรียนที่มีพฤติกรรมเส่ียงและมีปญหา

3.1 ประชมุ ผปู กครองทง้ั ระดบั โรงเรยี นและชน้ั เรยี น ทไ่ี ดรบั การชวยเหลือหรือสงตอ ไดรับการติดตาม

เพื่อใหครูและผูปกครองไดมีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความ และดูแลตอเน่ืองจากครู

คิดเห็นและรวมกันหาแนวทางสงเสริม หรือแกไขทั้งท่ีบาน

และท่โี รงเรยี น

¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 63

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แนวทางการดาํ เนินงาน ตวั ช้วดั

3.2 โรงเรียนมีสถานท่ีใหนักเรียนไดทํากิจกรรม 6. โรงเรยี นมบี คุ ลากรหรอื บรกิ ารใหค าํ ปรกึ ษา

เสรมิ หลกั สตู รตามชว งวยั เชน ดา นสขุ ภาพจติ หรอื ปอ งกนั พฤตกิ รรมเสยี่ ง สาํ หรบั

* ชมรม/ชุมนุมในระดับประถมศึกษา นักเรยี น

จดั กจิ กรรมทส่ี อดคลอ งกบั สาระวชิ าเพอ่ื ฝก ทกั ษะ

* ระดับมัธยมศึกษา นักเรียนมีมุมเพ่ือนใจ

วยั รนุ กิจกรรมเพ่ือนชว ยเพ่ือน ชมรม To be Number One

หรอื ชมรมอน่ื ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดพ ดู คยุ ปรกึ ษาและชว ยเหลอื

ซงึ่ กนั และกัน

4. กรณีท่ีปญหามีความซับซอน โรงเรียนประสานงาน

ขอคําปรึกษาจากเครือขาย บุคลากรสาธารณสุข หรือ

ผเู กยี่ วของเปน เฉพาะราย

ผลท่ีไดรับ

นักเรียนมีการปรับตัวท่ีดี มีพฤติกรรมเหมาะสม อยูในสังคมไดอยางมีความสุข และนักเรียนกลุมเสี่ยง

และมปี ญหาไดรับการชว ยเหลือ

64 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคป ระกอบท่ี 10
การสง เสรมสขุ ภาพบุคลากรในโรงเรยน

ความหมาย

การสงเสริมสุขภาพบุคลากรในโรงเรียน หมายถึง การสงเสริมใหครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียน
สนใจดูแลตนเองใหมีสุขภาพแข็งแรง มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและเปนแบบอยางท่ีดีแกนักเรียน
ผูปกครองและชุมชน

วตั ถปุ ระสงค

โรงเรยี นมีการจัดสภาพแวดลอ มในโรงเรียน และมีกิจกรรมสงเสริมสขุ ภาพสาํ หรับครแู ละบคุ ลากร

แนวทางการดําเนนิ งาน ตวั ช้วัด

การสงเสริมสุขภาพสําหรับครูและบุคลากรใน 1. ผูบริหาร/ครู/บุคลากรในโรงเรียน มีการ

โรงเรยี น มีแนวทางการดําเนินงาน ดงั น้ี ประเมินสุขภาพอยางนอยปละ 1 ครั้ง และ

1. สนับสนุนใหครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียน นําขอมูลไปใชในการจัดกลุมบุคลากรตามภาวะ

ไดรับการประเมินสุขภาพตนเองและตรวจสุขภาพประจําป สขุ ภาพ (กลมุ ปกติ กลุมเสยี่ ง และกลมุ พบโรค)

อยางนอ ย ปละ 1 ครั้ง 2. บคุ ลากรกลุมเส่ียงและกลมุ พบโรค ไดรับ

2. มกี ารเผยแพรข อ มลู ขา วสารหรอื มสี อ่ื ดา นสขุ ภาพ บรกิ าร ปรึกษา/แนะนาํ ดานสขุ ภาพ โดยบุคลากร

เผยแพรในโรงเรียน สาธารณสขุ

3. ครูและบคุ ลากรเขา รวมกิจกรรมดานสขุ ภาพโดย 3. บุคลากรไดรับขอมูลขาวสารเร่ืองสุขภาพ

- ทดสอบสมรรถภาพรา งกายทุกป อยางนอ ยสัปดาหล ะ 1 ครั้ง (จากทกุ แหลง ขอ มูล

- ออกกําลงั กายเปนประจํา เชน โทรทัศน เสียงตามสาย หนงั สือพิมพ)

- การจัดสถานทีท่ าํ งานใหนา อยู 4. บุคลากรในโรงเรียนรวมกิจกรรม

ดานสงเสริมสุขภาพท่ีจัดขึ้นเพื่อสงเสริมหรือ

แกไขปญ หาสุขภาพ เชน กจิ กรรมออกกําลังกาย,

สงเสรมิ โภชนาการ, นันทนาการ ฯลฯ

ผลท่ีไดร บั

ครูและบุคลากรในโรงเรียนเปนแบบอยางท่ีดีดานสุขภาพ สามารถดูแลและแกไขปญหาสุขภาพของตนเอง

ไดอยา งเหมาะสม

¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 65

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


วา ง 66


ก. แบบรายงานและแบบประเมนิ ที่ใชในการประเมนิ
โรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพ

ข. นิยามศัพทและขอ แนะนาํ ในการดําเนนิ งาน
โรงเรยนสง เสรมสุขภาพ


วา ง 68


ก. แบบรายงานและแบบประเมิน
ที่ใชในการประเมนิ โรงเรยนสง เสรมสขุ ภาพ


แบบสรปุ ผลการประเมนิ โรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพ

องคป ระกอบ ระดับการผา นเกณฑประเมิน ควรพัฒนา
โรงเรยนสง เสรมสขุ ภาพ ข้นั ดีมาก ข้นั ดี ขน้ั พนื้ ฐาน ตอ ไป

1. นโยบายโรงเรยี น
2. การบริหารจัดการในโรงเรียน
3. โครงการรวมระหวา งโรงเรยี นและชมุ ชน
4. การจัดสง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นท่ีเอ้ือตอสุขภาพ
5. บริการอนามัยโรงเรยี น
6. สขุ ศึกษาในโรงเรยี น
7. โภชนาการและอาหารทปี่ ลอดภยั
8. การออกกาํ ลงั กาย กีฬาและนนั ทนาการ
9. การใหค ําปรกึ ษาและสนบั สนนุ ทางสงั คม
10. การสง เสริมสขุ ภาพบุคลากรในโรงเรยี น

รวม

การรับรองเปนโรงเรยนสง เสรมสขุ ภาพ

ผานเกณฑป ระเมนิ ระดับทอง ระดบั เงนิ ระดบั ทองแดง
ไมผ า นเกณฑป ระเมิน

70 ¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ สุขาภบิ าลสิ่งแวดลอมในโรงเรยน

(สาํ หรับประเมินองคป ระกอบท่ี 4 การจดั สิ่งแวดลอมในโรงเรยี นที่เออื้ ตอ สุขภาพ)

วธการใชแบบสํารวจ

1. ใชก าเครอื่ งหมาย “ ” ในชองผลการประเมินในแตละขอ “ผาน” “มเี งือ่ นไข” หรอื “ไมผ า น”

2. ขอ ท่มี ีเครื่องหมาย เปน ขอทีต่ อ งดําเนนิ การ รวมจาํ นวนท้งั ส้ิน 30 ขอ

3. เกณฑมาตรฐานบางประการสําหรับพจิ ารณาประกอบการใชแบบประเมนิ

3.1 ความสัมพันธด านความสูงของโตะ และเกา อ้ี (แบบประเมินขอ 10)

ความสงู ของโตะ เรียน (ซม.) ความสงู ของเกาอ้ี (ซม.)

50 30

55 35

65 40

75 45

การจดั โตะเรยี นและเกาอี้

- มที างเดินระหวา งแถวของโตะเรียน ไมน อยกวา 45 ซม.

- แถวรมิ สุดหา งจากผนงั หอ ง ไมนอ ยกวา 60 ซม.

- แถวหนาหา งจากกระดานดาํ ไมนอ ยกวา 2 ม.

- โตะ เรียนแถวหลังสุดหางจากกระดานดํา ไมเ กิน 9 ม.

3.2 มาตรฐานจํานวนหอ งสวม ทปี่ สสาวะ อา งลางมือ สําหรบั โรงเรียน

โรงเรยน หองสว ม (ท/ี่ คน) ท่ปี สสาวะ (ท/ี่ คน) อา งลางมือ (ที่/คน)
ประถม ชาย 1/50 หญงิ 2/50 ชาย 1/50 ชาย - หญิง 1/ 50
มัธยมศึกษา ชาย 1/50 หญิง 2/50 ชาย 1/50

หมายเหตุ : ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 63 (พ.ศ. 2551) ออกความตามใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

¤Á‹Ù ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 71

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


3.3 เกณฑก ารประเมนิ นาํ้ ดื่มสะอาด ปลอดภยั
มผี ลการทดสอบดว ยชดุ ทดสอบโคลฟิ อรม แบคทเี รยี ภาคสนาม อยา งนอ ยภาคการศกึ ษาละ 1 ครงั้

(ผลการทดสอบตองไมพบการปนเปอนโคลิฟอรมแบคทีเรีย และหากพบการปนเปอน ตองมีกระบวนการแกไข
และทดสอบซํา้ จนไมพบการปนเปอน)

จํานวนจดุ เก็บตัวอยางตามขนาดของโรงเรียน 1 จดุ
จํานวนนักเรยี นและบุคลากร ไมเกนิ 300 คน 2 จุด
จํานวนนักเรียนและบคุ ลากร ระหวาง 301-1,500 คน 3 จุด
จํานวนนักเรียนและบคุ ลากร ระหวา ง 1,501-5,000 คน 4 จดุ
จํานวนนักเรยี นและบคุ ลากร 5,001 คน ขึ้นไป

สาํ รวจ/ปรับปรงุ ระบบ
น้ําด่มื ในโรงเรยี น

ทดสอบคุณภาพน้ําดวยชดุ ทดสอบ
โคลฟิ อรม แบคทีเรียภาคสนาม

พบการ ไมพบการ
ปนเปอ น ปนเปอ น

บันทึกผลตามแบบรายงาน
การตรวจโคลฟิ อรมแบคทเี รียภาคสนาม

72 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบรายงานการตรวจโคลิฟอรม แบคทีเรยภาคสนาม

แบบรายงาน
การตรวจโคลฟิ อรมแบคทีเรยี ภาคสนาม

3.4 เกณฑส ถานทแี่ ปรงฟน
1. สถานท่ีแปรงฟน เพียงพอ พิจารณาจากกอกนํ้าในสัดสวนอยางนอย 1 กอก/

เด็ก 5 คน/รอบ (จํานวนรอบการแปรงฟน ของนักเรยี นขน้ึ กบั การจัดการของโรงเรียน)
2. สถานท่ีแปรงฟนมีความสูงเหมาะสมกับวัย เชน สําหรับเด็กประถมศึกษา มีความสูง

60 เซนตเิ มตร

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 73

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ สขุ าภิบาลสิง่ แวดลอ มในโรงเรยน

(สําหรับประเมินองคประกอบที่ 4 การจดั สงิ่ แวดลอมในโรงเรียนท่ีเอื้อตอ สขุ ภาพ)

ชอ่ โรงเรยน…………………………………………………อําเภอ…………………………………..จงั หวัด…………………………………วันทส่ี าํ รวจ…………………………..

เรอ่ ง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
ผา น มีเงอ่ นไข ไมผา น

1. สนามและบริเวณ 1. บรเิ วณโดยรอบโรงเรียนสะอาดและปลอดภัย
2. มีขอบเขตบรเิ วณรอบโรงเรียน เชน ร้ัว แนว

ตนไม ฯลฯ โดยร้ัวและประตรู ัว้ มีความม่ันคง
ปลอดภยั
3. มกี ารจัดระเบยี บการจราจรทาง เขา - ออก
จุดจอดรถ เปนสัดสว นและปลอดภัย
พรอมปายสัญลักษณการจราจร
4. สนามกฬี า สนามเด็กเลน เคร่อื งเลน ในสนาม
จดั เปนสดั สว นม่นั คง ปลอดภยั และมีระบบ
การตรวจสอบใหอยใู นสภาพพรอมใชงาน
5. มบี ริเวณสําหรบั พักผอนหยอ นใจ เปนระเบียบ
สวยงามและไมอ ยูในจดุ ทลี่ ับตา

2. อาคารเรียน 6. อาคารเรยี น พน้ื ผนงั เพดาน และบนั ได สะอาด
แข็งแรงและมคี วามปลอดภัยโดยมกี ารจดั
ระเบยี บการขึ้นลง พรอมมีปายสญั ลักษณ

7. จดั วางสง่ิ ของเปน ระเบียบ เหมาะสมปลอดภยั
และสวยงาม

3. หอ งเรียน/หอ งสมุด 8. สภาพหอ งมคี วามสะอาด เปนระเบียบ
9. มีการระบายอากาศดีและมีแสงสวางเพียงพอ
10. ขนาดของวสั ดุ อปุ กรณ เชน โตะ เกา อ้มี ขี นาด
เหมาะสมกับนักเรยี น เพียงพอและสภาพดี

4. หอ งพยาบาล 11. หอ งพยาบาลอยชู น้ั ลา งในอาคาร จดั เปน สดั สว น
ไมอยูในท่ลี ับตา อุปกรณข องใชสะอาด สภาพดี

12. มียาเวชภัณฑ และวสั ดุอุปกรณ ท่จี าํ เปน
จัดเก็บเปนระเบยี บ มปี า ยบอกชอ่ื ยาชดั เจน
และยาไมห มดอายุ

13. ในหองหรอื บริเวณใกลเคียงมีที่ลา งมอื
และทําความสะอาดเครอ่ื งมือ /อุปกรณ

14. สําหรับโรงเรียนสหศึกษา มีเตียงพกั แยก
สาํ หรบั ชาย-หญิงและมที ีก่ นั้ ชัดเจน

74 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เรอ่ ง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
5. น้ําด่มื /น้ําใช ผา น มีเงอ่ นไข ไมผา น
15. มนี ้าํ ด่ืม/นา้ํ ใชมีคุณภาพและความเพียงพอ
6. หอ งสวม - มีน้ําดื่มสะอาด ปลอดภยั และมปี ริมาณ
เพียงพอ
- นํ้าใชส ะอาด และมปี รมิ าณเพียงพอ

16. ที่เก็บนํ้าด่มื สะอาด มีฝาปด มีกอ กสาํ หรับเปด
หากเปน ตกู ดนํ้าเยน็ ตองมีการตอสายดนิ
ปอ งกนั ไฟฟา ดูด

17. มภี าชนะดื่มน้ําประจําตวั ไมใ ชรวมกันหรอื
เปน น้ําดม่ื แบบนํา้ พุ

18. พนื้ ผนงั เพดาน โถสว ม ทีก่ ดโถสว ม
โถปส สาวะ ทก่ี ดโถปส สาวะ สะอาด
ไมม ีคราบสกปรก อยใู นสภาพดี ใชง านได

19. น้าํ ใชส ะอาด เพยี งพอ และไมม ลี กู นา้ํ ยงุ
ในภาชนะเก็บกักนาํ้ ขันตักนา้ํ สะอาด อยูใน
สภาพดี ใชงานได

20. กระดาษชาํ ระเพียงพอตอ การใชงานตลอดเวลา
ทเ่ี ปดใหบ รกิ าร (อาจจาํ หนา ยหรือบรกิ ารฟรี)
หรือสายฉดี ชาํ ระทสี่ ะอาด อยใู นสภาพดี
ใชงานได

21. อา งลางมอื กอกนาํ้ กระจก สะอาด
ไมมีคราบสกปรก อยใู นสภาพดใี ชงานได

22. สบลู างมอื พรอมใหใ ชตลอดเวลาที่เปด ใหบ ริการ
23. ถงั รองรบั มลู ฝอย สะอาด มฝี าปด อยใู นสภาพดี

ไมรั่วซมึ ต้งั อยูในบริเวณอางลา งมอื หรือ
บริเวณใกลเคียง
24. มกี ารระบายอากาศดีและไมม ีกลิ่นเหมน็
25. สภาพทอ ระบายส่งิ ปฏกิ ลู และถงั เก็บกัก
ไมร ัว่ แตก หรอื ชํารดุ
26. จัดใหม ีการทําความสะอาด และระบบการ
ควบคมุ ตรวจตราเปน ประจาํ
27. จัดใหม ีสว มนัง่ ราบสาํ หรับผพู กิ าร ผูสูงวัย
หญงิ ตงั้ ครรภแ ละประชาชนท่ัวไป อยางนอ ย
1 ที่
28. สว มสาธารณะพรอ มใชงานตลอดเวลา ท่เี ปด ให
บริการ

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 75

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เรอ่ ง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
ผา น มเี งอ่ นไข ไมผา น

29. บริเวณท่ตี งั้ สวมตองไมอยทู ่ีลบั ตา/เปล่ยี ว
30. แยกเปนหอ งสวมสําหรับชาย-หญงิ

โดยมีปายหรือสญั ลกั ษณท่ีชดั เจน
31. ประตทู จี่ ับเปด -ปด และทลี่ อ็ คดา นในสะอาด

อยใู นสภาพดี ใชง านได
32. พื้นหองสวมแหง
33. แสงสวางเพยี งพอ สามารถมองเหน็ ได

ทัว่ บริเวณ

7. ทีแ่ ปรงฟน 34. จัดใหม ีท่แี ปรงฟน กอ กนา้ํ และกระจกสะอาด
เพียงพอ เหมาะสมกับวยั และอยใู นสภาพ
ใชง านไดด ี

8. การกาํ จดั ขยะ/ 35. ภาชนะรองรับขยะทส่ี ะอาด สภาพดี มฝี าปด
นาํ้ เสยี /พาหะนําโรค ไมร ั่วซมึ ไมแตกรา ว มจี ํานวนเพียงพอตอ การ
รองรับขยะ มกี ารทาํ ความสะอาดและจัดเกบ็
ออกจากอาคารทุกวัน ไมม ขี ยะเกลือ่ นกลาด
ในบรเิ วณโรงเรียน
36. มีการคัดแยกขยะแตล ะประเภท และจัดให
มีภาชนะรองรบั ขยะแยกประเภท พรอ ม
สัญลกั ษณ
37. มที ีพ่ ักรวมขยะท่มี ดิ ชดิ ปอ งกนั สตั วและ
แมลงพาหะนาํ โรค มีการนําไปกาํ จดั อยา ง
ถูกวธิ ี มกี ารดแู ลใหสะอาดอยเู สมอ และ
มกี ารรวบรวมน้ําเสยี ทเี่ กิดขน้ึ ลงระบบบาํ บัด
หรือรางระบายนา้ํ
38. มที อ/รางระบายนาํ้ สภาพดี ไมอุดตนั โดยไมม ี
นาํ้ ทว มขังเปน แหลงเพาะพนั ธุสตั วแ ละ
แมลงพาหะนําโรค
39. มกี ารบําบดั น้ําเสียอยา งเหมาะสม เชน
บอดักไขมัน หลมุ ซมึ หรือระบบรอ งซมึ
40. มกี ารควบคุมกําจัดแมลง สัตวพ าหะนาํ โรค
ไดแก หนู แมลงวัน แมลงสาบ เปนตน
41. มกี ารตรวจสอบแหลงเพาะพนั ธุยงุ ลาย
โดยภาชนะขงั นาํ้ ในโรงเรยี นตอ งไมมียงุ ลาย
และ กําจดั แหลง เพาะพันธุย ุง

76 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เร่อง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
ผาน มีเง่อนไข ไมผ าน

9. การปอ งกนั และรกั ษา 42. มกี ารตดิ ตั้งอปุ กรณไฟฟาอยา งปลอดภัย

ความปลอดภยั และตรวจสอบใหอ ยใู นสภาพพรอ มใชง าน

43. มรี ะบบปองกนั /อุปกรณช วยในการดับไฟ

ใหอ ยูในสภาพพรอ มใชงาน

44. มีการใหค วามรูใ นเรอ่ื งการดบั เพลงิ เบือ้ งตน

และฝกซอมหนีไฟ อยางนอยปละ 1 คร้งั

45. มีการจดั การแหลงน้ําทม่ี ีความเสยี่ ง/จดุ เสี่ยง

เชน ลอ มรัว้ ติดปายเตือน ฯลฯ

46. จดั ใหมอี ุปกรณสาํ หรบั ชวยคนตกน้าํ เชน

ไม เชอื ก ถงั แกลลอนพลาสตกิ เปลา

10. กจิ กรรมการจดั การ 47. มีการจดั กจิ กรรมการจัดการสิง่ แวดลอ ม

ส่ิงแวดลอ มท่ีเออ้ื และความปลอดภัยในโรงเรยี น ไดแ ก

ตอสุขภาพ การลดปรมิ าณและใชป ระโยชนจ ากขยะ

การปอ งกนั อบุ ตั เิ หตุ พฤติกรรมอนามยั

เปน ตน

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 77

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ สุขาภิบาลอาหารในโรงเรยน

(สําหรบั ประเมินองคประกอบท่ี 7 โภชนาการและอาหารท่ีปลอดภยั )

วธการใชแ บบสํารวจ

1. ใหกาเคร่อื งหมาย “ ” ในชองผลการประเมิน “ผา น” หรอื “ไมผา น” แตละขอ ในกรณีท่ีไมมี
กจิ กรรมทร่ี ะบุไวในขอมาตรฐาน และไมเปนปญหาทางดานสุขาภบิ าลอาหาร ใหถ อื วา ผานมาตรฐานในขอนน้ั

2. กรณีโรงเรียนไมมีโรงอาหาร หรือปรุงอาหารมาจากภายนอก ใหบุคลากรสาธารณสุขท่ีรับผิดชอบ
งานอนามัยสิ่งแวดลอม หรือ ผูประเมินออกไปตรวจสถานท่ีเตรียมและปรุงตามแบบสํารวจ หากไมสามารถ
ตรวจสถานที่จริงได ใหต รวจสอบจากหลักฐานการควบคมุ กาํ กบั ของโรงเรยี น

3. สําหรับโรงเรียนที่มีรานจําหนายอาหารมากกวา 1 รานขึ้นไป การใหผานมาตรฐานแตละขอ
รานอาหารจะตองปฏิบัติใหถ กู ตองตามมาตรฐานทกุ รา น

4. ขอทีม่ ีเครื่องหมาย เปน ขอทตี่ อ งดาํ เนินการ รวมจาํ นวนทงั้ สิ้น 15 ขอ

เร่อง รายละเอียดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
ผาน ไมผาน

ก. สถานทีร่ ับประทาน 1. สะอาด เปนระเบียบ
อาหาร และบรเิ วณ 2. โตะ เกาอี้ สะอาด แขง็ แรง จัดเปนระเบียบ
ทวั่ ไป 3. มกี ารระบายอากาศทีด่ ี

ข. บรเิ วณ ท่เี ตรียม 4. สะอาด เปนระเบยี บ พนื้ ทําดว ยวัสดถุ าวร แขง็ เรยี บ
ปรุงอาหาร สภาพดี

ค. อาหาร น้ํา 5. มีการระบายอากาศรวมทัง้ กลิน่ และควนั จากการ
นาํ้ แข็ง ทําอาหารไดด ี เชน มปี ลองระบายควนั หรือพัดลมดูด
เครื่องดม่ื อากาศทีใ่ ชการไดดี

6. ไมเตรียมและปรงุ อาหารบนพื้น
7. โตะ เตรยี ม–ปรงุ อาหารและผนงั บริเวณเตาไฟ ตอ งทาํ ดวย

วัสดทุ ่ที ําความสะอาดงาย (เชน สเตนเลส กระเบ้อื ง)
มีสภาพดี และพ้นื โตะตองสงู จากพ้นื อยางนอ ย 60 ซม.

8. อาหารและเครื่องด่มื ในภาชนะบรรจุทป่ี ด สนทิ
ตอ งมเี ลขสารบบอาหาร เชน 11-1-01722-2-0016

9. อาหารสด เชน เนอ้ื สัตว ผกั สด ผลไมแ ละอาหารแหง
มีคณุ ภาพดแี ยกเกบ็ เปนสดั สว นไมป ะปนกนั วางสูงจาก
พ้นื อยา งนอย 60 ซม. สําหรับอาหารสดตองลางใหส ะอาด
กอนนํามาปรุง

10. อาหารและเครอ่ื งดืม่ ในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนิท มคี ุณภาพดี
เกบ็ เปน ระเบยี บ วางสงู จากพนื้ อยา งนอ ย 30 ซม.

78 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เร่อง รายละเอียดมาตรฐาน ผลการประเมนิ หมายเหตุ
ง. ภาชนะอุปกรณ ผา น ไมผ า น
11. อาหารทปี่ รุงสาํ เร็จแลว เกบ็ ในภาชนะที่สะอาด
มีการปกปด วางสูงจากพน้ื อยา งนอ ย 60 ซม.

12. มตี สู าํ หรบั ปกปดอาหารทปี่ รงุ สาํ เรจ็ แลว
และดานหนาของตู ตองเปน กระจก

13. น้ําดื่ม เคร่ืองดื่ม นํ้าผลไมตองสะอาด ใสภาชนะที่สะอาด
มฝี าปด มีกอ กหรือทางเทรินนํ้าหรือมอี ปุ กรณทีม่ ดี าม
สาํ หรบั ตักโดยเฉพาะและวางสงู จากพน้ื อยา งนอ ย 60 ซม.

14. น้ําแขง็ ทใ่ี ชบรโิ ภคตองสะอาด ใสใ นภาชนะท่ี สะอาด
มีฝาปด มอี ปุ กรณท่มี ีดามสําหรบั ตัก โดยเฉพาะวางสูง
จากพนื้ อยางนอ ย 60 ซม. และตอ งไมม ีส่ิงของอ่ืน
แชรวมไว

15. ภาชนะ เชน จาน ชาม ชอ น สอม ฯลฯ ตอ งทําดวย
วัสดุทไ่ี มเ ปน อันตราย เชน สเตนเลส กระเบื้องเคลอื บขาว
แกว อลูมิเนียม เมลามนี สีขาวหรอื สีออ น ตะเกยี บตอง
เปน ไม ไมตกแตงสหี รือพลาสติกสีขาว

16. ภาชนะใสน้าํ สม สายชู น้ําปลา และนํ้าจม้ิ ตอ งทําดวยแกว
กระเบือ้ งเคลือบขาว มีฝาปดและชอ นตัก ทาํ ดวย
กระเบอื้ งเคลอื บขาว หรอื สเตนเลส สาํ หรับเครอื่ งปรงุ
รสอน่ื ๆ ตอ งใสใ นภาชนะที่ทําความสะอาดงาย มีฝาปด
และสะอาด

17. ลา งภาชนะอปุ กรณดวยวิธีการอยางนอ ย 2 ข้นั ตอน โดย
ข้ันตอนท่ี 1 ลา งดว ยนาํ้ ยาลางภาชนะ และ
ขน้ั ตอนที่ 2 ลางดวยนํา้ สะอาด 2 คร้ัง หรอื ลา งดว ย
นํา้ ไหลและอุปกรณการลางตอ งสงู จาก
พ้นื อยา งนอ ย 60 ซม.

18. ใชอ า งลางภาชนะอุปกรณท ีม่ ที อระบายนา้ํ ทีใ่ ชการไดด ี
อยางนอย 2 อา ง

19. จาน ชาม ถว ย แกวน้ํา ถาดหลมุ ฯลฯ เก็บคว่าํ ในภาชนะ
โปรง สะอาดหรอื ตะแกรงวางสงู จากพ้นื อยา งนอ ย 60 ซม.

หรือ เก็บในภาชนะหรอื สถานที่ท่ีสะอาด มกี ารปกปด
20. ชอน สอ ม ตะเกยี บ วางตงั้ เอาดามขึน้ ในภาชนะโปรง

สะอาดหรือวางเปนระเบยี บในภาชนะทสี่ ะอาดและ
มีการปกปด ตง้ั สูงจากพ้ืนอยางนอย 60 ซม.

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 79

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เรอ่ ง รายละเอียดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
จ. การรวบรวมขยะ ผา น ไมผ า น
21. เขียงตอ งมสี ภาพดไี มแตกรา วหรอื เปน รอ ง มีเขยี งใช
และน้ําโสโครก เฉพาะอาหารสกุ และอาหารดบิ แยกจากกนั มีฝาชคี รอบ ตามมาตรฐาน
(ยกเวน ครัวท่ีมีการปองกันแมลงวนั แลว ) ขอ 6 หอ งสวม
ฉ. หองนํา้ หอ งสวม ในแบบประเมนิ
22. ใชถงั ขยะท่ีไมร ั่วซมึ และมีฝาปด สุขาภบิ าล
ช. ผูปรุง ผเู สริ ฟ 23. มีทอ หรอื รางระบายนํา้ ทม่ี ีสภาพดี ไมแ ตกรา ว ส่ิงแวดลอ ม
ในโรงเรียน
ระบายนา้ํ จากหอ งครัว และท่ลี า งภาชนะอปุ กรณ
ลงสทู อระบายนา้ํ หรอื แหลง บาํ บัดไดด ี และตอ งไมระบาย
นาํ้ เสยี ลงสูนํ้าสาธารณะโดยตรง
24. มบี อดกั เศษอาหารและดกั ไขมนั ทใี่ ชการไดด ี
กอนระบายนาํ้ เสียทงิ้

25. หองนํ้า หอ งสวม ตอ งสะอาด ไมมกี ล่นิ เหมน็
มีน้ําใชเพยี งพอ

26. หอ งสวมแยกเปนสดั สวน ประตไู มเ ปด สูบ ริเวณ
ที่เตรียม–ปรงุ อาหาร ท่ีลา ง และเก็บภาชนะอุปกรณ
ท่เี กบ็ อาหาร และตองมีอา งลางมอื ที่ใชก ารไดดีอยใู น
บริเวณหอ งสว ม

27. แตง กายสะอาด สวมเสือ้ มแี ขน
28. ผูกผา กันเปอ นสีขาว หรือมีเครื่องแบบ ผูป รงุ จะตอง

สวมหมวกหรอื เนทคลมุ ผมดว ย
29. ตองเปนผมู ีสุขภาพดี ไมเ ปน โรคติดตอ ไมเ ปน โรคผวิ หนงั

สาํ หรับผปู รงุ จะตองมหี ลกั ฐานการตรวจสขุ ภาพในปน้ัน
ใหต รวจสอบได
30. มีสขุ นิสัยท่ดี ี เชน ตดั เล็บส้นั ไมสูบบหุ ร่ีในขณะปฏบิ ตั ิงาน
ไมใชม อื หยบิ จับอาหารทีป่ รงุ เสร็จแลว โดยตรง

80 ¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ข. นยิ ามศพั ทแ ละขอ แนะนาํ ในการดาํ เนนิ งาน
โรงเรยนสงเสรมสุขภาพ


วา ง 82


การสุมสอบถามหรอสมั ภาษณนกั เรยน

เกณฑมาตรฐานการประเมิน โรงเรียนสงเสริมสุขภาพ 10 องคประกอบ มีตัวช้ีวัดในบางองคประกอบ
ทใ่ี ชว ธิ กี ารสมุ สอบถามหรอื สมั ภาษณน กั เรยี นในการเกบ็ ขอ มลู หรอื พสิ จู นก ารดาํ เนนิ งานซง่ึ มแี นวทางการดาํ เนนิ งาน

ดงั น้ี

1. โรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส สุมนักเรียนช้ันประถมศึกษา
ปท่ี 4 ข้ึนไป

2. โรงเรยี นมัธยมศึกษา สมุ นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ขึน้ ไป
3. จํานวนนักเรียนทสี่ ุม เปนไปตามขนาดของโรงเรียน คอื โรงเรยี นขนาดเลก็ จํานวน 5 คน

โรงเรยี นขนาดกลาง จํานวน 10 คน
โรงเรยี นขนาดใหญ จาํ นวน 20 คน

¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 83

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบท่ี 1 : นโยบายของโรงเรยน

คณะกรรมการสงเสริมสุขภาพของโรงเรียนหรือคณะทํางาน หมายถึง คณะกรรมการ
ท่ีแตงตั้งข้ึนเฉพาะ หรือคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีเพิ่มเติมบางสวนและสามารถทําหนาท่ีเพ่ิมเติม
ในการสง เสริมสุขภาพ ในคําส่งั แตงตั้งอาจจะมีคณะกรรมการทปี่ รกึ ษาเพอ่ื ใหคําแนะนาํ ชว ยเหลอื

นอกจากคณะกรรมการชุดนี้แลว โรงเรียนอาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานท่ีเปน
บคุ ลากรในโรงเรียนเพมิ่ เตมิ เพอื่ ใหการดําเนินงานมีความคลองตวั เนอ่ื งจากการสงเสรมิ สขุ ภาพรวมทั้งการปองกนั
หรือแกไขบางเรื่อง สามารถดําเนินงานโดยบุคลากรในโรงเรียนได เชนผนวกเขาไปในหลักสูตรหรือกิจกรรมพัฒนา
ผูเ รียน ฯลฯ

การประกาศนโยบายสงเสริมสุขภาพของโรงเรียน 8 ขอ เปนประเด็นที่กําหนดในตัวชี้วัดที่มี
ความสอดคลองกับองคประกอบของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ ไมจําเปนตองเหมือน 8 ขอตามท่ีกําหนดใน
ตัวชี้วดั แตใหครอบคลุมในเรอ่ื งตา ง ๆ ครบทุกประเดน็ และโรงเรยี นสามารถประกาศนโยบายเพิม่ เตมิ ได

การสง เสรมิ ส่ิงแวดลอมทางกายภาพและทางสงั คมทเี่ อ้อื ตอการพฒั นาสขุ ภาพนักเรยี น
ส่ิงแวดลอมทางกายภาพ ประกอบดวยสุขาภิบาลส่ิงแวดลอมในโรงเรียน การปองกันอุบัติเหตุ
อุบตั ิภยั และการดําเนินการใหโรงเรียนเปนเขตปลอดบุหร่ีและเครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล
ตัวอยางการสง เสริมสิ่งแวดลอ มทางกายภาพ
1. ประกาศนโยบายโรงเรียน/สถานศึกษาเปนเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมายทาง website/
facebook หรอื ชองทางการประชาสมั พันธข องโรงเรียน โดยจัดทาํ เปน ลายลักษณอักษร
2. จัดสภาพแวดลอ มและบรรยากาศที่ไมเออ้ื ตอการสบู บุหร่ี

- ติดเคร่ืองหมายหามสูบบุหรี่ใหเห็นชัดเจนภายในอาคารสถานที่และ/หรือบริเวณทาง
เขา -ออก

- ไมม อี ปุ กรณ/ส่งิ อํานวยความสะดวกในการสูบบหุ ร่ี
ทง้ั น้ี การดาํ เนินการดังกลาวจะเปนไปตาม
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2553 (โรงเรียนเปนสถานที่ปลอดบุหร่ีตาม
กฎหมาย)
พระราชบัญญตั ิคุมครองสุขภาพของผูไมสูบบุหร่ี พ.ศ. 2535 กระทรวงสาธารณสุข
พระราชบัญญัตคิ ุมครองเดก็ พ.ศ. 2546 มาตราท่ี 26 และ 45 กระทรวงศึกษาธิการ
สิ่งแวดลอมทางสังคม หมายถึง ความสัมพันธระหวางครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียน
ตลอดจนสมาชกิ อนื่ ๆ เชน ภารโรง แมค า คนขายของภายในและรอบโรงเรียน รวมถงึ วฒั นธรรม วิถีชวี ิต คานิยม
และความเชอ่ื ของครูและนักเรียน

84 ¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั อยา งการสง เสริมสิง่ แวดลอมทางสังคม
1. ชวยกนั ดูแลรกั ษาอุปกรณและเคร่ืองมอื เครอื่ งใชข องโรงเรียน เชน โตะ เกา อ้ี อุปกรณการเรยี น
อปุ กรณก ีฬา เมือ่ ใชแ ลวใหเก็บเขาท่ี ถาพบวา มสี งิ่ ของใดชํารุด มีเจาหนาท่ที ี่รับผดิ ชอบซอมแซม
2. ใชนํ้าและไฟฟาอยางประหยัด เชน เม่ือเปดกอกน้ําแลวใหปดสนิท ไฟฟาตามหองเรียน
และอาคารเรยี น เม่อื เลิกใชแลว ใหชวยกนั ปด ใหเ รียบรอ ย ซงึ่ เปนการชวยประหยัดพลังงานดว ย
3. ปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมในโรงเรียน เชน แตงกายถูกตองตามที่โรงเรียนกําหนด พูดจาสุภาพ
เรียบรอย แสดงความเคารพคุณครูอยางเหมาะสม เปนแบบอยางของพฤติกรรมท่ีดีท่ีโรงเรียนพยายามถายทอด
ใหกับนักเรียนในแตล ะรุน เขาแถวซื้ออาหาร เปนตน
4. การสรางสัมพันธภาพท่ีดีระหวางนักเรียนกับนักเรียน เชน กิจกรรมการปองกันการรังแกกัน
ในโรงเรียน หรือบนโลกออนไลน ในช่ัวโมงการจัดกิจกรรมโฮมรูม ใหเด็กนักเรียนเห็นความสําคัญและเขาใจ
ความรูสึกผูอ่ืนเม่ือถูกรังแก หรือการใชหนังสือนอกเวลาเปนส่ือในการพูดคุยกับเด็ก เชน หนังสือ “ชวยดวย...
ฉนั ถูกรงั แก”

องคประกอบท่ี 2 : การบรหารจัดการในโรงเรยน

การจัดทําโครงการสงเสริมสุขภาพภายใตแนวคิดของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ เปนการ
ดําเนินงานที่เนนการสงเสริมปองกันเปนหลัก และแกไขในสวนท่ีเปนปญหาไปพรอมกัน เชน การสงเสริม
โภชนาการ : โดยจัดทํา “โครงการอาหารกลางวันเพ่ือใหนักเรียนทุกคนไดรับประทานอาหารท่ีมีคุณคา
ครบถวน” ควบคูไปกับ “โครงการแกไขนักเรียนที่มีปญหา (อวน ผอม เตี้ย)” ตัวอยางการจัดทําโครงการ
สงเสริมโภชนาการและอาหารปลอดภัยที่ครอบคลุมมิติ ท้ัง 3 ประการ ไดแก การเฝาระวังและแกไขปญหา
การสง เสริมสุขภาพและปองกนั โรค และการปรบั ปรุงแกไ ขปญ หาสงิ่ แวดลอม ประกอบดว ยกิจกรรมดังน้ี

1. การเฝา ระวงั ภาวะการเจริญเติบโต โดยช่งั น้ําหนัก วัดสวนสูง และประเมนิ การเจรญิ เตบิ โต
2. การแกไ ขปญ หานักเรยี นทีม่ ีภาวะโภชนาการท้ังขาดและเกิน
3. การจัดอาหารกลางวันท่ีมีคุณคาทางโภชนาการและใหนักเรียนทุกคนไดรับตามปริมาณที่

แนะนาํ ในธงโภชนาการ
4. การรณรงคเ ลอื กซอื้ อาหารทป่ี ลอดภยั
5. การจัดต้ังชมรมนกั เรียนหรอื ชุมนมุ คมุ ครองผบู รโิ ภค
6. การอบรมนกั เรยี นแกนนํา เพอ่ื เปน อาสาสมคั รเฝาระวังและสํารวจอาหาร
การนเิ ทศ ตดิ ตามโดยระบบของโรงเรยี น หมายถงึ การนเิ ทศ ตดิ ตามภายในของผบู รหิ ารโรงเรยี น
ตามระบบทีก่ ําหนดไว

¤Á‹Ù ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 85

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


องคประกอบที่ 3 : โครงการรว มระหวางโรงเรยนและชุมชน

การดําเนินงานโครงการสงเสริมสุขภาพในโรงเรียนมี 3 รูปแบบ ไดแก 1) ดําเนินการโดยครู
บุคลากรหรือผูเก่ียวของภายในโรงเรียน 2) บูรณาการในหลกั สูตรหรือกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และ 3) ดําเนินการ
รวมกบั ชุมชน ในองคป ระกอบนเ้ี นน การมสี ว นรว มของชุมชน

การมสี ว นรว มของชมุ ชน หมายถงึ การทป่ี ระชาชนและองคก รในชมุ ชนมสี ว นรว มในกระบวนการ
ดําเนินงานทุกข้ันตอนต้ังแตการรับรูสถานการณหรือปญหา แสดงความคิดเห็น วิเคราะหปญหา กําหนด
ความตองการ วางแผน ดําเนินการ ตรวจสอบ แกไข พัฒนา และปรับปรุง ซ่ึงจะชวยสรางความรูสึกท่ีดีและ
เกดิ ความรว มมอื กับโรงเรียน

การเปดโอกาสใหชุมชนมีสวนรวมในโครงการ/กิจกรรมของโรงเรียน เพ่ือใหชุมชนไดมีสวนรับรู
สถานการณในพื้นท่ี มีความตระหนักและเห็นความสําคัญ รวมท้ังปรับเปล่ียนทัศนคติของคนในชุมชน
เรือ่ งสขุ ภาพวา เปน หนาที่ทีท่ กุ คนตองดูแลเอาใจใส ไมใ ชหนาทข่ี องบุคคลหรอื หนวยงานใดหนวยงานหน่งึ เทานน้ั

พ้ืนท่ีเพื่อดําเนินกิจกรรมสรางสรรคสําหรับเด็กและเยาวชน หมายถึง พ้ืนท่ีท่ีจัดข้ึน
สําหรับเด็กและเยาวชนมาทํากิจกรรมรวมกัน เปนเวลาท่ีนอกเหนือจากการเรียน หรือการทํางาน เปนเวลา
ท่ีเด็กและเยาวชนมีโอกาสเปนเจาของ และเปนผูบริหาร โดยเด็กและเยาวชนมีสวนรวมในการแสดงความ
คิดเหน็ หรือเปน ผูจ ัดกระบวนการ จัดกิจกรรมที่ตอบสนองความตอ งการของเดก็ และเยาวชน ซึง่ อาจเปนกิจกรรม
เพื่อพัฒนาการเรียนรู พัฒนาความคิดเห็นและจินตนาการ หรือพัฒนาสุขภาพทางกายและทักษะทางดาน
กีฬา หรือพัฒนาอาชีพ ซึ่งนําไปสูความสุข สนุกสนาน ความสามัคคีสมานฉันท เปนพื้นท่ีสรางประสบการณ
สรางโอกาสใหเติบโตพัฒนาตามวัย โดยเปนพ้ืนท่ีท่ีปลอดภัย และคํานึงถึงสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน
เปน สาํ คัญ

การจัดพื้นท่ีเพ่ือดําเนินกิจกรรมสรางสรรคสําหรับเด็กและเยาวชน อาจเปนพ้ืนที่ในโรงเรียน
หรือในชุมชน เปนการรวมมือกันระหวางโรงเรียน ชุมชนและ/หรือภาคีเครือขายในชุมชนท้ังท่ีเปนภาครัฐ
ภาคเอกชน องคกรประชาชน กลุมคน/ชมรม/มูลนิธิ/สมาคม โดยใหเด็กและเยาวชนทั้งในระบบและ
นอกระบบการศึกษาไดมีโอกาสแสดงออกในกิจกรรมท่ีเหมาะสม สอดคลองกับความตองการของเด็กและเยาวชน
และผูใหญจ ากโรงเรยี น ชมุ ชนและภาคเี ครือขา ยตาง ๆ เปนผใู หก ารสนบั สนนุ ดังตัวอยางตอไปนี้

1. โรงเรียนพัฒนาและเปดพ้ืนท่ีในโรงเรียนสําหรับเด็กและเยาวชนมาทํากิจกรรม เชน
การออกกําลังกาย สอนกีฬา สอนศิลปะ ดนตรี จัดพื้นท่ีใหปราชญชาวบานมาถายทอดภูมิปญญาทองถ่ิน
แกเด็กและเยาวชนท่ีสนใจ ตัวอยางเชน โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง เปดสนามกีฬาใหนักเรียน เด็กและเยาวชน
ในชุมชนสําหรับเลนกีฬา จัดใหมีหองโหราศาสตร หรือโรงเรียนหนองตาบง จังหวัดกาญจนบุรี จัดใหมีกิจกรรม
สงเสริมการอานโดยเพ่ือนสอนเพื่อน ฝกอาชีพและสรางเสริมรายไดดวยการทําดอกไมประดิษฐโดยครู
เปนผูฝก สอน เปน ตน

86 ¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


2. โรงเรียนทํากิจกรรมรวมกับชุมชนและ/หรือภาคีเครือขายในชุมชน เชน กิจกรรม

ท่ีโรงเรียนรวมกับ อบต.จัดพ้ืนที่ในชุมชน โดยขอความรวมมือจากภาคีเครือขายตางๆ เชน โครงการบาน
หลังเรียนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการสงเสริมกิจกรรมรักการอาน การใชเวลาวางใหเกิดประโยชน

โดยจัดที่จวนผูวาราชการจังหวัด มีพ้ืนท่ีสําหรับพูดคุยหรือจัดเวทีแลกเปล่ียนเรียนรู หรือโครงการบานหลังเรียน

ของจังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดมุมตางๆ ใหเยาวชนมาใชหลังเลิกเรียน

และวันหยุดราชการตามความสนใจ อาทิ มุมทําการบาน มุมสืบคนขอมูล มุมศาสนา มุมบันเทิงศึกษา มุมไอซีที

มุมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ การศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชนโดยผานกิจกรรมนันทนาการ ดนตรี กีฬา

ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี

ภาคีเครือขายในชุมชนที่สามารถดึงเขามามีสวนรวมได เชน องคการบริหารสวนทองถ่ิน

สถานบริการสาธารณสุข ศูนยอนามัย ศูนยสุขภาพจิต เทศบาล สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบ

ศูนยบริการวิชาการหรือสํานักบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยในพื้นท่ี สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

(สพป.) และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัด
(พมจ.) แผนงานส่อื สรา งสุขภาวะเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนแหง ประเทศไทย เปนตน

3. โรงเรียนทํากิจกรรมรวมกับชุมชนและ/หรือภาคีเครือขายในชุมชนโดยเด็กและเยาวชน

มีสว นรวม รปู แบบการดาํ เนนิ งานขึน้ อยกู บั วา โรงเรยี นอยูใ นพื้นที่แบบใด ยกตวั อยางเชน

น ท ก นน น บบบ บท นท บบ นท นบท

สรางความตระหนักและ สวนใหญพ้ืนที่เหลานี้มักไมมีปญหา อาจมีขอจํากัดในดานงบประมาณทําให
เห็นความสําคัญของการ งบประมาณทําใหผ ูบริหารและเจาหนาที่ ผูบริหารและเจาหนาท่ีรับผิดชอบงานเด็ก
มีสวนรวมของเด็กและ รับผิดชอบงานเด็กและเยาวชนตระหนัก และเยาวชนตระหนักและเขาใจโดยการ
เ ย า ว ช น แ ก ผู มี ส ว น และเขาใจโดยการพูดคุยใหเหตุผล พดู คุยใหเหตุผลเลา ประสบการณ เยีย่ มชม
เ กี่ ย ว ข อ ง ใ น อ ง ค ก ร เลา ประสบการณ เยย่ี มชมทศั นศกึ ษาและ ทัศนศึกษาและดูงานจากชุมชนตัวอยางที่
ปกครองสว นทอ งถิ่น ดูงานจากชุมชนตัวอยางที่เปนตนแบบ เปน ตนแบบ (พ้นื ที่เทศบาลตําบลบานแปะ

(พื้นที่เทศบาลตําบลหนองปาครั่ง จงั หวดั เชียงใหม)
จังหวัดเชียงใหม)

สราง/คนหาแกนนําเด็ก ถาไมมีแกนนํา พยายามสรรหาแลว ถา ไมม แี กนนาํ พยายามสรรหาแลว รวมกลมุ
และเยาวชนในชุมชน รวมกลุมอาจทํารวมกับเจาหนาที่ อาจทํารวมกับเจาหนาท่ีของทองถิ่น

ของทองถ่ิน เชน กองสาธารณสุข เชน กองสาธารณสุข กองการศึกษา
กองการศึกษา กองสวัสดกิ ารสงั คม ฯลฯ กองสวัสดิการสังคม ฯลฯ อาจเริ่มจาก
อาจเร่ิมจากการใหเด็กและเยาวชน การใหเด็กและเยาวชนทํางานรวมกับ
ทํางานรวมกับทีมงานเทศบาล ไดแก ทีมเทศบาล ไดแก กิจกรรม ดานกี า
การบาํ เพญ็ ประโยชนทาํ ความสะอาดวดั ดา นศาสนา วั นธรรมประเพณี ดา นอาชพี
เล้ียงอาหารเด็กกําพรา ล เพื่อสราง ดานการศึกษา
ใหเกิดความรูสึกท่ีดีจากการเปนผูให
แลวใหมีการสรปุ บทเรยี นสั้น

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 87

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


น ท ก นน น บบบ บท นท บบ นท นบท

ถา มอี งคก รเยาวชนอยแู ลว เชน สภาเดก็ ถามีองคกรเยาวชนอยแู ลว เชน สภาเดก็
และเยาวชน ตองวิเคราะหวาทํางานได และเยาวชน ตองวิเคราะหวาทํางานได
หรือไม หรือตองเพ่ิมศักยภาพท่ีจําเปน หรือไม หรือตองเพ่ิมศักยภาพที่จําเปน
เชน การคิดเปนทักษะผูนํา ฯลฯ เช น ก า ร คิ ด เ ป น ทั ก ษ ะ ผู นํ า ฯ ล ฯ
กลุมแกนนําท่ีเปนเด็กและเยาวชน กลุมแกนนําที่เปนเด็กและเยาวชน
มีสวนในการคิดแผนงานดานเด็กและ มีสวนในการคิดแผนงานดานเด็กและ
เยาวชนกับเจาหนาที่องคกรปกครอง เยาวชนกับเจาหนาท่ีองคกรปกครอง
ส ว น ท อ ง ถ่ิ น ( ก อ ง ส า ธ า ร ณ สุ ข ส ว น ท อ ง ถ่ิ น ( ก อ ง ส า ธ า ร ณ สุ ข
กองการศกึ ษา กองสวสั ดกิ ารสงั คม) กองการศกึ ษา กองสวสั ดกิ ารสงั คม)

การจัดกิจกรรมสําหรับ ควรเปนกิจกรรมที่เด็กและเยาวชนสนใจ ตองเปนไปตามที่เด็กและเยาวชนสนใจ

เดก็ และเยาวชน จริงๆ เน่ืองจากเปนกลุมที่มีทางเลือก แมวาวิถีชีวิตในชนบทจะมีทางเลือก

มากมายท้ังศูนยการคา รานเกม ไมมากนักก็ตามกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา

ซ่ึงกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา เปนกิจกรรม เปนกิจกรรมพื้นฐานท่ีเด็กและเยาวชน

พื้นฐานที่เด็กและเยาวชนมีสวนรวม มีสวนรวมไดไมยาก แตทองถ่ินตอง

ไดไมยาก แตทองถ่ินตองสนับสนุน สนับสนุนการทําสนาม หรือจัดสถานที่ให

การทาํ สนามหรอื จดั สถานทใ่ี หด ดู ี นา เลน ดูดีนาเลนและปลอดภัย ที่สําคัญคือตอง

และปลอดภัย ที่สําคัญคือตองจัดอยาง จดั อยางตอ เนอ่ื ง

ตอเนื่อง

ประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งาน ประเมินผลรวมกันระหวางเด็กและ ประเมนิ ผลรว มกนั ระหวา งเดก็ และเยาวชน
รว มกัน เยาวชนและเจาหนาที่องคกรปกครอง และเจาหนาท่ีองคกรปกครองสวนทองถิ่น

สวนทองถิ่นที่รับผิดชอบงานเด็กและ ท่ีรับผิดชอบงานเด็กและเยาวชน เพ่ือนํา
เยาวชน เพอื่ นาํ เขา สแู ผนงานของทอ งถนิ่ เขาสูแผนงานของทองถิ่นอันจะไดรับ
อันจะไดรับการสนับสนนุ อยา งตอ เนอ่ื ง การสนับสนนุ อยา งตอ เนอ่ื ง

กจิ กรรมเพอื่ สรา งแรงจงู ใจ ยกตวั อยา งเชน ใหท นุ การศกึ ษาแจกรางวลั ยกตวั อยา งเชน ใหท นุ การศกึ ษา แจกรางวลั

ใหเ ดก็ และเยาวชน พาไปทศั นศกึ ษาตามศกั ยภาพขององคก ร พาไปทัศนศึกษาตามศักยภาพขององคกร

สว นทองถน่ิ สวนทอ งถ่ิน

สําหรับรูปแบบพ้ืนท่ีเขตชนบทหางไกลที่มีขอจํากัดในดานงบประมาณ การหวังพ่ึงองคกรปกครอง
สวนทองถิน่ เปนไปไดย าก จําเปนตองหาแหลงสนับสนุนดานอ่นื รูปแบบการดาํ เนินงานคอื

การดําเนินกิจกรรมควรมุงไปท่ีโรงเรียน เพราะเยาวชนสวนใหญอยูที่โรงเรียน และหลังเลิกเรียน
กจ็ ะพกั อยทู ี่หอพักในโรงเรียน

วิสัยทศั นของผูบ รหิ ารโรงเรียนเปนปจ จัยหลักซง่ึ มผี ลตอความสาํ เรจ็ ของกิจกรรม

88 ¤Á‹Ù ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


Click to View FlipBook Version