The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patcharee6886, 2023-01-12 04:27:22

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

การดำเนินการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

ตวั ช้วัดที่ 15

มีการสงเสรมใหน กั เรยนทกุ คนไดบ รโภคผกั มอื้ กลางวนั ตามปรมาณทีแ่ นะนาํ

ความหมาย

มีการสงเสริมใหนักเรียนทุกคนไดบริโภคผักม้ือกลางวันตามปริมาณที่แนะนํา หมายถึง โรงเรียน
มีการจัดบริการหรือจําหนายอาหารกลางวันท่ีมีผักเปนสวนประกอบทุกวันเปดเรียน โดยมีปริมาณผักในจาน
หรือถาดอาหารกลางวันเพียงพอตามปริมาณที่แนะนํา ท้ังนี้ การจัดอาหารกลางวันตองคํานึงถึงอาหาร
ท่ีมีประโยชนและคุณคาทางโภชนาการประเภทอ่ืน ไดแก กลุมเน้ือสัตว ขาว/แปง เพ่ือใหเด็กไดรับสารอาหาร
ครบถวนและมปี ริมาณเพียงพอ

เกณฑประเมิน

นักเรียนไดร ับประทานผกั เพียงพอตามปรมิ าณทีแ่ นะนํา ทุกวันเปดเรียน
3 ชอนกนิ ขาว/มอ้ื /คน (นักเรยี นชนั้ อนบุ าล)
4 ชอ นกินขาว/ม้ือ/คน (นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษา)
5 ชอ นกนิ ขาว/มอื้ /คน (นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษา)

วัตถปุ ระสงค

เพ่ือใหโรงเรียนมีการจัดอาหารกลางวันท่ีมีคุณคาทางโภชนาการตามปริมาณที่แนะนําทุกวัน

เปดเรยี น

แนวทางการดาํ เนนิ งาน

เด็กวัยเรียนมีความตองการพลังงานและสารอาหารเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมความพรอม
กอนเขาสูวัยรุน และวัยรุนเปนชวงท่ีมีการเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว อาหารจึงมีผลตอโครงสรางของรางกาย
ความสามารถในการเรยี นรจู ดจาํ และการสรา งภมู ติ า นทานโรค รวมทงั้ การทาํ กจิ กรรมตา งๆ การจดั อาหารกลางวนั
ใหมีคุณคาทางโภชนาการ เนนอาหารมื้อกลางวันเปนอาหารม้ือหลักมื้อหน่ึงจะทําใหเด็กไดรับพลังงานและ
สารอาหารท่คี รบถว นเพยี งพอตอความตองการของรา งกาย มแี นวทางการดาํ เนินงานดังนี้

1. มีการดแู ลการตกั อาหารใหไ ดตามปริมาณที่แนะนํา ดงั น้ี

ระดับชนั้ ผกั เนื้อสตั ว ขาว-แปง
ระดับอนบุ าล 3 ชอ นกินขาว (หรือ 1 ทพั พ)ี 1.5 ชอ นกินขา ว 2 ทพั พี
ระดบั ประถมศึกษา 2 ชอนกนิ ขา ว 3 ทัพพี
ระดบั มัธยมศึกษา 4 ชอ นกินขา ว 3 ชอ นกินขา ว 4 ทพั พี
5 ชอ นกินขา ว

¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 139

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


2. มกี ารกาํ หนดรายการอาหารลว งหนา 1 เดอื น เพอ่ื ตรวจสอบวา อาหารทจี่ ดั นน้ั มคี วามหลากหลาย
โดยกาํ หนดชนดิ อาหารทสี่ ําคัญ ไดแ ก

จัดอาหารใหม ไี ขเปน สวนประกอบ สปั ดาหละ 1-2 วัน
จดั อาหารใหม เี นอ้ื ปลาเปน สว นประกอบ สัปดาหละ 1-2 วัน
จดั อาหารท่ีเปนแหลง ธาตเุ หล็ก สัปดาหล ะ 1 วนั
จดั รายการอาหารทมี่ ผี กั เปน สว นประกอบทุกวัน

การแยกกลมุ ขา ว-แปง กลมุ ผกั หรอื กลมุ ผลไมต ามชนิดอาหาร

ชนิดอาหาร กลมุ ขา ว-แปง กลมุ ผัก กลุมผลไม
ขาวโพดเทยี น
ขาวโพดขา วเหนยี ว
ขาวโพดเหลอื ง
มะละกอดบิ
ขาวโพดออ น
มะมวงดิบ
มะมวงสุก
มะละกอสุก
สับปะรดหาม,สกุ

3. วิธกี ารคาํ นวณปรมิ าณผกั และเนอื้ สัตวท ีซ่ ื้อเพือ่ ประกอบอาหารม้อื กลางวนั ดังนี้

กลมุ อาหาร จํานวนกรัมตอ นักเรียน 1 คน ตอมื้อ
ผัก
ระดับอนบุ าล ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษา
เนอื้ สัตว 50
70 90

30 40 60
(หรือไข 1 ฟอง) (หรือไข 1 ฟอง) (หรือไข 1 ฟอง + เนือ้ สตั ว1 ชอ นโตะ )

140 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั อยา งการคํานวณปริมาณผกั ทซ่ี ือ้ ในแตล ะวนั ดังนี้

นกั เรยี นช้นั อนบุ าลจาํ นวน 100 คนตองซอื้ ผกั 50 กรมั x 100 คน = 5,000 กรัม หรอื 5 กิโลกรัม

นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาจาํ นวน 100 คนตอ งซ้ือผัก 70 กรัม x 100 คน = 7,000 กรัม หรอื 7 กิโลกรมั

นักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาจาํ นวน 100 คนตอ งซ้อื ผกั 90 กรัม x 100 คน = 9,000 กรมั หรือ 9 กิโลกรมั

กรณีครูและบุคลากรรับประทานอาหารท่ีโรงเรียน ตองคํานวณปริมาณผักของครูและบุคลากร

คนละ 120 กรมั รวมเขาไปดว ย

4. กรณีโรงเรียนใหรานคามาจัดจําหนาย การซ้ือผักหรือเนื้อสัตว/ไข รวมทั้งการตักอาหารใหได
ตามปริมาณทีแ่ นะนาํ ใชหลักการเดยี วกบั กรณโี รงเรียนจดั บริการ

4.1 การกําหนดรายการอาหารทีข่ าย ดงั นี้
รานขายขาวราดแกง อาหารที่ขายประกอบดวยรายการอาหารท่ีมีเนื้อสัตวเปน

สวนประกอบอยางนอ ย 2 เมนู และรายการอาหารที่มผี ักเปน สวนประกอบอยางนอย 2 เมนู
รานอาหารจานเดียว เชนขาวขาหมู ขาวหมูแดง ตองมีผักใหเติมท่ีหนาราน

กรณที ่เี ปนขา วมันไก ควรเปน ขา วธรรมดาที่ไมม นั
รานกว ยเต๋ียวตองมผี ักใหเ ติมทห่ี นาราน

4.2 สาํ รวจจาํ นวนนักเรียนเฉลย่ี ตอวนั ท่ีมาซอ้ื อาหารแตละรานท่ขี ายอาหารม้อื หลัก
คํานวณปรมิ าณผกั /เนอ้ื สัตวท ต่ี องซื้อ โดยใชหลกั เกณฑเชน เดยี วกับขอ 3
ตักอาหารใหมปี รมิ าณผักตามขอ 1
ตรวจสอบปริมาณอาหารในจานท่ีนักเรียนซ้ือ ใหมีปริมาณกลุมขาวแปง กลุมผักและ

กลุมเน้ือสตั วตามปริมาณที่แนะนาํ
5. จัดทําโครงการ/โครงงาน/กิจกรรม/มาตรการ ท่ีจูงใจใหเด็กรับประทานอาหารแตละกลุม

ตามปริมาณทแ่ี นะนาํ

ผลที่ไดร บั
นกั เรียนไดรับประทานอาหารมื้อหลกั ที่มีคุณคาทางโภชนาการและไดรบั สารอาหารครบถว น

¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 141

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวช้วดั ท่ี 16

โรงอาหารผานเกณฑม าตรฐานสขุ าภิบาลอาหารในโรงเรยน

ความหมาย

โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน หมายถึง โรงเรียนมีการจัดการและ
ควบคุมโรงอาหารตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน เพ่ือใหอาหารปลอดภัยจากเช้ือโรค พยาธิ และ
สารเคมที เี่ ปนอนั ตรายตอสขุ ภาพ

เกณฑประเมนิ โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐาน 30 ขอ

วัตถุประสงค

เพอื่ ใหโ รงอาหารเปน สถานทสี่ ําหรบั การปรุง ประกอบอาหารและใหบรกิ ารอาหารท่ถี กู สุขลักษณะ

แนวทางการดําเนนิ งาน

เปนการดําเนินงานที่ตอเนื่องจากองคประกอบท่ี 4 และ 7 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเรื่อง
การจัดสิ่งแวดลอมในโรงเรียนที่เอ้ือตอสุขภาพ และเร่ืองโภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย และสอดคลองกับงาน
ตามนโยบายกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยมแี นวทางการดาํ เนินงาน ดังนี้

1. วางแผนการดาํ เนนิ งานดา นสขุ าภบิ าลอาหารและกาํ หนดการปอ งกนั ไวล ว งหนา เชน การปอ งกนั
สัตวพาหะไมใหอาศัยหรือกินอาหารในโรงอาหาร ความปลอดภัยในสถานที่และวัสดุอุปกรณ การจัดระเบียบ
ส่งิ ของเคร่ืองใชต างๆ สขุ อนามัยของผูปรงุ และผูเสริ ฟ ฯลฯ

2. สงเสริมการเรียนรูและฝกทักษะของนักเรียน เพื่อใหเกิดพฤติกรรมการบริโภคอยางปลอดภัย
ไดแก การสงั เกตฉลากผลติ ภัณฑ พฤตกิ รรมผปู รงุ ผูเ สิรฟ และภาชนะอปุ กรณท เ่ี หมาะสมกับอาหาร เชน เมลามนี
ไมค วรใชกับอาหารทร่ี อนจัด ฯลฯ

3. ควบคุมใหมีการตรวจสุขภาพประจําปของผูปรุง และผูเสิรฟทุกคน โดยมีผลการตรวจอุจจาระ
เพ่ือคัดกรองโรคติดตอระบบทางเดินอาหารและผลเอกซเรยปอด เพ่ือคัดกรองโรคระบบทางเดินหายใจ
ถามีอาการนาสงสยั เชน ตวั เหลือง ตาเหลือง ออนเพลยี ฯลฯ ใหตรวจไวรสั ตับอกั เสบชนดิ เอ รวมดวย

4. มมี าตรการ แนวทางปฏบิ ตั แิ ละสรา งความเขา ใจแกผ ปู รงุ ผเู สริ ฟ รวมทง้ั บคุ ลากรของโรงเรยี นและ
ผูขายอาหารจากภายนอก

ผลที่ไดรบั

เพอ่ื ใหนักเรียนไดรับประทานอาหารทสี่ ะอาด และมพี ฤตกิ รรมการบริโภคทปี่ ลอดภัย

142 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั ช้วัดที่ 17

การบาดเจบ็ ในโรงเรยนทท่ี าํ ใหนกั เรยนตองพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ความหมาย

การบาดเจ็บในโรงเรียนที่ทําใหนักเรียนตองพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หมายถึง นักเรียนมีการ
บาดเจ็บขณะอยูภายในโรงเรียน และแพทยผูรักษามีความเห็นวาตองพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ในชวงรอบป
ท่ีผา นมา โดยนบั ยอ นหลงั 1 ป ถดั จากวันประเมิน

การบาดเจ็บในโรงเรียน หมายถึง อุบัติเหตุและการบาดเจ็บท่ีทําใหนักเรียนตองพักรักษาตัว
ในโรงพยาบาลไดแก อุบัติเหตุและการบาดเจ็บท่ีเกิดจากอาคารเรียน บอ/สระนํ้า สนามและเคร่ืองเลน
วัสดุอุปกรณ เครื่องใชไฟฟา สารเคมีท่ีเปนอันตราย การขับข่ียานพาหนะ และการจราจรในโรงเรียนและพื้นที่
รับผิดชอบภายนอกโรงเรยี น รวมทัง้ การทะเลาะวิวาท หรอื พฤติกรรมรุนแรง ฯลฯ

เกณฑประเมนิ ไมมีนกั เรียนบาดเจ็บที่ทําใหตอ งพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ในชวงรอบปที่ผานมา

วตั ถุประสงค

เพ่ือเฝา ระวงั และปอ งกนั การเกดิ อบุ ตั ิเหตใุ นโรงเรยี น

แนวทางการดาํ เนินงาน

เปนการดําเนินงานตอเนื่องจากองคประกอบท่ี 4 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ เรื่องการจัด
สิ่งแวดลอมในโรงเรียนท่ีเอื้อตอสุขภาพ และสอดคลองกับงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีแนวทาง
การดําเนินงานดงั น้ี

1. มีนโยบายสง เสรมิ ความปลอดภยั ในโรงเรียน ไดแก
สงเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง ไป-กลับ ระหวางบานและโรงเรียน เชน

การจราจรในโรงเรยี น การสวมหมวกนริ ภัยทกุ ครง้ั ขณะโดยสาร หรอื ขับข่จี กั รยานยนต ฯลฯ
การเฝา ระวังจดุ เสี่ยงตา งๆ เชน ประตรู ั้ว ทางตา งระดบั ทอ /รางระบายนาํ้ สวทิ ช/สายไฟ

ตูทาํ นํา้ เย็น (ตอ งตอสายดนิ ทกุ จดุ ) เครอ่ื งเลนชาํ รดุ /ผุกรอนเปนสนมิ ฯลฯ
การจัดทาํ ขอ มลู การบาดเจ็บเพ่ือใชว างแผน ปอ งกนั และแกไข
จัดกจิ กรรมใหความรู ฝก ทักษะและวนิ ัยเกีย่ วกับกฎจราจร
การดูแลเด็กเพ่ือปองกันอันตรายจากการพลัดตก หกลม ชนกระแทก จมนํ้า สารพิษ

สตั วกัด ความรอนลวก ไฟฟาและอุบัติเหตจุ ราจร สอนใหเ ด็กรจู กั อันตรายและหลีกเล่ยี งการเขาใกลแ หลงนา้ํ
2. มีมาตรการความปลอดภัยและคุมครองนักเรียนจากความรุนแรง เชน นักเรียนรังแกกัน

โดยใชค วามรนุ แรง การลงโทษ การทาํ รายจติ ใจ การพกพาอาวุธ ฯลฯ
3. มีแผนฉกุ เฉิน แผนบรรเทาสาธารณภัย และระบบสงตอไปยงั สถานบริการ/โรงพยาบาลใกลเ คียง

บคุ ลากรในโรงเรียนควรไดรบั การฝกทงั้ การปฐมพยาบาลและการกูชีพเบอ้ื งตน
4. มีกิจกรรมเสรมิ หลักสูตรเพอื่ ฝกฝนทักษะความปลอดภยั ใหแกน กั เรยี น

ผลที่ไดรบั

โรงเรียนมกี ารเฝาระวังและปอ งกันการเกดิ อบุ ัติเหตเุ พือ่ ใหนกั เรยี นอยใู นสิ่งแวดลอมท่ปี ลอดภัย

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 143

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตวั ชว้ ดั ที่ 18

มกี ารจัดการปญหาทเ่ี กิดจากมลภาวะภายนอกโรงเรยน
ที่มีผลกระทบตอ สขุ ภาพ

ความหมาย

มกี ารจดั การปญ หาทเี่ กดิ จากมลภาวะภายนอกโรงเรยี นทมี่ ผี ลกระทบตอ สขุ ภาพ หมายถงึ โรงเรยี น
มีการแกไขปญหาสภาวะส่ิงแวดลอมที่เปล่ียนแปลงหรือเกิดมลภาวะ ซ่ึงสงผลกระทบตอส่ิงแวดลอมในโรงเรียน
และเปนอันตรายตอสุขภาพนักเรียน ครูและบุคลากร เชน ขยะ มลภาวะทางนํ้า เสียง ความรอน อากาศ ควัน
ฝนุ ละออง แมลงวัน ฯลฯ

เกณฑป ระเมนิ มีการจดั การทกุ ปญหา (ถามี)

วตั ถุประสงค

เพื่อใหโ รงเรยี นจดั การแกไ ขปญ หามลภาวะภายนอกท่มี ีผลกระทบตอสุขภาพนักเรียนและชมุ ชน

แนวทางการดาํ เนินงาน

เปน การดาํ เนนิ งานตอ เนอ่ื งจากองคป ระกอบท่ี 4 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ เรอ่ื งการจดั สงิ่ แวดลอ ม
ในโรงเรียนท่ีเออื้ ตอ สขุ ภาพ และสอดคลอ งกบั งานตามนโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งาน
ดังน้ี

1. คนหาปญหามลภาวะดวยวิธีการตางๆ เชน สํารวจ สังเกต แหลงขอมูลท่ีมีอยูท้ังภายในและ
ภายนอกโรงเรียน เพื่อใหไดปญหาท่ีกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพ เชน ปญหาการกําจัดขยะ มลภาวะทางน้ํา
เสียง ความรอ น อากาศ ฝนุ ละออง แมลงวนั ฯลฯ

2. การปรับปรงุ แกไ ขสภาพแวดลอม เพอ่ื ใหเกดิ ผลดีตอ สุขภาพของทกุ คนอยางยั่งยืน ควรเกิดจาก
การมีสว นรวมของผูเ ก่ยี วขอ ง ไดแก ผูบ รหิ าร ครู บคุ ลากร นกั เรยี น และชุมชน

3. กรณีโรงเรยี นไมส ามารถแกไขไดเ อง ควรมีการประสานงานกับผกู อมลภาวะ หรือทาํ หนังสอื แจง
หนวยงานทีเ่ กี่ยวของ เพื่อแกไขปญ หารว มกัน และมีการตดิ ตามผลการแกไ ข

4. สงเสริม สรางจิตสํานึก และรณรงครวมกับชุมชนใหเกิดความตระหนัก และรวมกันรักษา
สง่ิ แวดลอม ลดภาวะโลกรอนและอนุรักษธรรมชาติ ถงึ แมว าโรงเรยี นไมมีปญหาจากมลภาวะภายนอก

ผลท่ีไดร ับ

นกั เรียน ครู บคุ ลากร และชมุ ชนอยใู นสิ่งแวดลอมทีป่ ลอดจากมลภาวะท่มี ีผลกระทบตอสุขภาพ

144 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ตัวชว้ ัดที่ 19

โรงเรยนผา นเกณฑม าตรฐานสขุ าภิบาลสงิ่ แวดลอ มในโรงเรยน

ความหมาย

โรงเรียนผานเกณฑมาตรฐานสุขาภิบาลส่ิงแวดลอมในโรงเรียน หมายถึง โรงเรียนมีการจัดการ
ควบคมุ และปอ งกันการแพรก ระจายของโรคติดตอ จัดสภาพแวดลอมใหถ กู สขุ ลกั ษณะ และจดั อาคารสถานทีใ่ หมี
ความม่ันคงแข็งแรง เพื่อใหเ ดก็ มคี วามปลอดภยั

เกณฑประเมิน สิง่ แวดลอ มในโรงเรียนผานเกณฑมาตรฐาน 28 ขอ

วัตถปุ ระสงค

เพื่อใหโ รงเรยี นบริหารจัดการสิ่งแวดลอ มตามมาตรฐานสุขาภบิ าลสงิ่ แวดลอ มในโรงเรียน

แนวทางการดําเนนิ งาน

เปน การดาํ เนนิ งานทตี่ อ เนอ่ื งจากองคป ระกอบที่ 4 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ เรอื่ งการจดั สงิ่ แวดลอ ม
ในโรงเรยี นทเี่ อื้อตอ สุขภาพ และสอดคลองกับงานตามนโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งาน
ดงั นี้

1. จดั สิ่งแวดลอ มท่ปี ลอดภยั ถกู สุขลักษณะและจดั ระเบยี บสิ่งของเครอ่ื งใชต างๆ
2. สาํ รวจ ปรับปรุง ซอมแซม และแกไขบริเวณทีเ่ ปน จุดเส่ยี งอยา งสม่ําเสมอ
3. มีการกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือของเสีย เชน นํ้าโสโครก ขยะมูลฝอยหรือของเสีย ไมใหเปนแหลง
แพรก ระจายเชื้อโรค หรือแหลงเพาะพันธุแมลงและสัตวพาหะนําโรค เชน ยงุ แมลงสาบ แมลงวัน หนู สุนัข แมว
สวนการจัดการขยะในโรงเรียนดําเนินการอยางครบวงจร ดวยวิธีการท่ีเหมาะสมกับประเภทของขยะ ตองมีการ
เก็บรวบรวมและนาํ ไปกําจัดอยา งถูกวิธี ดังนี้

- จัดตงั้ ถังขยะแยกประเภท มีฝาปดมดิ ชดิ ปองกันแมลง และสตั วพ าหะนาํ โรค
- ใหความรูแกนักเรียน เรื่องคัดแยกขยะกอนทิ้ง และการลดปริมาณขยะดวยวิธีการตางๆ
เชน ใชใ บตองแทนพลาสตกิ หรอื โฟม เศษอาหารนาํ ไปเลย้ี งสตั ว หรอื ทาํ ปยุ ชวี ภาพ (EM) เศษใบไมท าํ ปยุ หมกั ฯลฯ
- มีการดําเนินงานธนาคารขยะอยางเปนระบบ สามารถชวยลดปริมาณขยะทั้งในโรงเรียน
และชุมชนและทําใหนักเรียนมีพฤติกรรมท่ีดี มีระเบียบวินัย รักษาความสะอาด รูจักออมเงิน เห็นคุณคาของการ
แยกขยะเพื่อนํามาขาย หรือแลกเปน สิง่ ของท่เี ปนประโยชน เชน นม ไข ฯลฯ
4. วางแผนการดําเนินงานดานความปลอดภัยและกําหนดมาตรการปองกันไวลวงหนา เชน มีการ
ซกั ซอ มสถานการณใ นภาวะฉุกเฉนิ
5. จัดสิ่งแวดลอมทางสังคม เชนการสรางบรรยากาศท่ีนาอยู สงเสริมสัมพันธภาพท่ีดีระหวางครู
นักเรยี น รนุ พี่รนุ นองและเพอ่ื น เพื่อใหอยูรว มอยา งมีความสขุ ไมใชความรนุ แรงในการตัดสนิ ปญ หาและลงโทษ

ผลท่ีไดรบั

นกั เรยี นอยใู นสง่ิ แวดลอ มทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะและเออ้ื ตอ การดาํ รงชวี ติ อยา งมคี วามสขุ ขณะอยใู นโรงเรยี น

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 145

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


วา ง 146


วา ง 148


ก. แบบสํารวจ/ประเมนิ

แบบสาํ รวจสว มตามเกณฑมาตรฐานสวมสาธารณะ
ระดบั ประเทศ
แบบประเมนิ สขุ าภิบาลอาหารในโรงเรยน
แบบประเมินสขุ าภิบาลส่งิ แวดลอ มในโรงเรยน
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมบรโภค
แบบประเมนิ จดแขง็ จดออน (SDQ)


วา ง 150


แบบสํารวจสว มตามเกณฑมาตรฐานสวมสาธารณะระดบั ประเทศ

ช่อโรงเรยน……………………………………….อาํ เภอ………………………จงั หวดั ……………………วนั ทส่ี าํ รวจ………………

รายละเอียดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
ผา น ไมผาน
ความสะอาด (Health : H)

1. พ้ืน ผนงั เพดาน โถสวม ทีก่ ดโถสว ม โถปสสาวะ ท่กี ดโถปสสาวะ
สะอาด ไมมคี ราบสกปรก อยใู นสภาพดี ใชง านได

2. น้าํ ใชส ะอาด เพียงพอ และไมมลี กู น้ํายงุ ภาชนะเกบ็ กักนาํ้ ขนั ตักนํ้า
สะอาด อยใู นสภาพดี ใชง านได

3. กระดาษชําระเพียงพอตอ การใชงานตลอดเวลาทเี่ ปดใหบรกิ าร
(อาจจาํ หนา ยหรอื บรกิ ารฟรี) หรอื สายฉีดชําระท่สี ะอาด อยูในสภาพดี
ใชงานได

4. อางลางมอื กอกนา้ํ กระจก สะอาด ไมม คี ราบสกปรก อยใู นสภาพดี
และใชงานได

5. สบูลางมือ พรอมใหใ ชตลอดเวลาท่เี ปด ใหบ รกิ าร
6. ถงั รองรบั มลู ฝอย สะอาด มีฝาปด อยูในสภาพดี ไมรว่ั ซมึ ตั้งอยใู น

บรเิ วณอา งลางมอื หรือบรเิ วณใกลเ คยี ง
7. มกี ารระบายอากาศดี และไมม กี ลนิ่ เหมน็
8. สภาพทอ ระบายส่งิ ปฏกิ ลู และถงั เกบ็ กกั ไมร ่ัว แตก หรอื ชาํ รุด
9. จัดใหม ีการทาํ ความสะอาด และระบบการควบคมุ ตรวจตราเปน ประจาํ

ความเพยี งพอ (Accessibility : A)

10. จดั ใหม สี วมน่งั ราบสาํ หรบั ผพู ิการ ผสู ูงวัย หญงิ ตงั้ ครรภ และ
ประชาชนทั่วไปอยางนอยหนงึ่ ที่

11. สวมสาธารณะพรอมใชงานตลอดเวลาท่ีเปด ใหบรกิ าร

ความปลอดภยั (Safety : S)

12. บรเิ วณที่ต้ังสว มตอ งไมอยูทล่ี บั ตา/เปลี่ยว
13. กรณที ีม่ ีหองสว มตง้ั แต 2 หองขน้ึ ไป ใหแยกเปนหอ งสว มสาํ หรบั

ชาย-หญิง โดยมปี ายหรอื สญั ลักษณท่ชี ดั เจน
14. ประตู ที่จบั เปด -ปด และทลี่ อ็ คดานใน สะอาด อยใู นสภาพดี ใชงานได
15. พน้ื หอ งสวมแหง
16. แสงสวางเพยี งพอ สามารถมองเหน็ ไดท วั่ บริเวณ

¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 151

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ สขุ าภบิ าลอาหารในโรงเรยน

(สําหรับประเมนิ โรงเรยี นสงเสรมิ สขุ ภาพระดบั เพชร)

ช่อโรงเรยน……………………………………….อําเภอ………………………จงั หวดั ……………………วันท่สี ํารวจ………………

วธการใชแ บบสํารวจ

1. ใหกาเครอื่ งหมาย “ ” ในชองผลการประเมิน “ผา น” หรอื “ไมผ า น” แตล ะขอ ในกรณที ไี่ มม ี
กจิ กรรมท่รี ะบไุ วในขอมาตรฐาน และไมเ ปนปญหาทางดานสขุ าภิบาลอาหารใหถ อื วา ผานมาตรฐานในขอนน้ั

2. กรณีโรงเรียนไมมีโรงอาหาร หรือปรุงอาหารมาจากภายนอก ใหบุคลากรสาธารณสุขที่
รบั ผดิ ชอบงานอนามยั สง่ิ แวดลอ ม หรอื ผปู ระเมนิ ออกไปตรวจสถานทเี่ ตรยี มและปรงุ ตามแบบสาํ รวจ หากไมส ามารถ
ตรวจสถานท่ีจริงได ใหตรวจสอบจากหลักฐานการควบคมุ กํากบั ของโรงเรยี น

3. สําหรับโรงเรียนที่มีรานจําหนายอาหารมากกวา 1 รานข้ึนไป การใหผานมาตรฐานแตละขอ
รา นอาหารจะตองปฏบิ ัติใหถ กู ตองตามมาตรฐานทกุ ราน

เร่อง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมิน หมายเหตุ
ผาน ไมผ าน

ก. สถานท่ี 1. สะอาด เปน ระเบียบ
รับประทาน 2. โตะ เกาอี้ สะอาด แข็งแรง จัดเปนระเบยี บ
อาหาร และ 3. มีการระบายอากาศที่ดี
บรเิ วณทั่วไป

ข. บรเิ วณทีเ่ ตรยี ม 4. สะอาด เปนระเบียบ พ้ืนทําดวยวัสดุถาวร
ปรุงอาหาร แขง็ เรยี บ สภาพดี

5. มีการระบายอากาศรวมท้ังกล่ินและควัน
จากการทาํ อาหารไดด ี เชน มปี ลอ งระบาย
ควนั หรือพดั ลมดูดอากาศท่ใี ชก ารไดด ี

6. ไมเ ตรียมและปรงุ อาหารบนพน้ื
7. โตะเตรียม-ปรุงอาหารและผนังบริเวณ

เตาไฟตอ งทาํ ดว ยวสั ดทุ ท่ี าํ ความสะอาดงา ย
(เชนสแตนเลส กระเบื้อง) มีสภาพดี และ
พ้นื โตะ ตองสูงจากพ้นื อยา งนอย 60 ซม.

152 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เรอ่ ง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมนิ หมายเหตุ
ผา น ไมผ า น

ค. อาหาร น้ํา 8. อาหารและเครื่องด่ืมในภาชนะบรรจุที่
นา้ํ แขง็ ปด สนทิ ตองมีเลขสารบบอาหาร เชน
เครอ่ื งดื่ม
9. อาหารสด เชน เนื้อสัตว ผักสด ผลไม
และอาหารแหง มีคุณภาพดี แยกเก็บเปน
สดั สว นไมป ะปนกนั วางสงู จากพนื้ อยา งนอ ย
60 ซม. สาํ หรับอาหารสดตอ งลางใหสะอาด
กอนนาํ มาปรุง

10. อาหารและเคร่ืองด่ืมในภาชนะบรรจุที่
ปดสนิท มีคุณภาพดี เก็บเปนระเบียบ
วางสูงจากพื้นอยางนอย 30 ซม.

11. อาหารท่ีปรุงสําเร็จแลวเก็บในภาชนะที่
สะอาด มกี ารปกปด วางสงู จากพน้ื อยา งนอ ย
60 ซม.

12. มีตูสําหรับปกปดอาหารท่ีปรุงสําเร็จแลว
และดา นหนาของตตู องเปนกระจก

13. น้ําดื่ม เคร่ืองดื่ม น้ําผลไม ตองสะอาด
ใสภาชนะที่สะอาด มีฝาปด มีกอกหรือ
ทางเทรินนํ้าหรือมีอุปกรณที่มีดามสําหรับ
ตักโดยเฉพาะและวางสูงจากพ้ืนอยางนอย
60 ซม.

14. นาํ้ แขง็ ทใี่ ชบ รโิ ภคตอ งสะอาด ใสใ นภาชนะที่
สะอาด มีฝาปด มีอุปกรณที่มีดามสําหรับ
ตัก โดยเฉพาะวางสูงจากพื้นอยางนอย
60 ซม. และตอ งไมม ีสิ่งของอ่นื แชรวมไว

ง. ภาชนะอุปกรณ 15. ภาชนะอุปกรณเชน จาน ชาม ชอน สอม
ฯลฯ ตองทําดวยวัสดุท่ีไมเปนอันตราย
เชน สเตนเลส กระเบ้ืองเคลือบขาว แกว
อลมู เิ นยี ม เมลามนี สขี าวหรอื สอี อ น ตะเกยี บ
ตองเปนไมไมตกแตง สหี รือพลาสตกิ สีขาว

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 153

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


ผลการประเมิน
เรอ่ ง รายละเอียดมาตรฐาน ผาน ไมผา น หมายเหตุ

16. ภาชนะใสนํ้าสมสายชู นํ้าปลา และนํ้าจ้ิม

ตอ งทาํ ดว ยแกว กระเบอื้ งเคลอื บขาวมฝี าปด

และชอนตัก ทําดวยกระเบ้ืองเคลือบขาว

หรือสเตนเลส สําหรับเครื่องปรุงรสอ่ืนๆ

ตองใสในภาชนะท่ีทําความสะอาดงาย

มีฝาปดและสะอาด

17. ลางภาชนะอุปกรณดวยวิธีการอยางนอย

2 ข้นั ตอน โดย

ขนั้ ตอนที่ 1 ลา งดว ยนา้ํ ยาลา งภาชนะ และ

ขั้นตอนที่ 2 ลางดว ยน้ําสะอาด 2 คร้ัง หรอื

ลางดวยน้ําไหลและอุปกรณ

ก า ร ล  า ง ต  อ ง สู ง จ า ก พ้ื น

อยา งนอ ย 60 ซม.

18. ใชอางลางภาชนะอุปกรณที่มีทอระบายนํ้า

ท่ใี ชการไดด ี อยา งนอ ย 2 อาง

19. จาน ชาม ถวย แกวนํ้า ถาดหลุม ฯลฯ

เก็บควํ่าในภาชนะโปรงสะอาดหรือตะแกรง

วางสงู จากพนื้ อยา งนอ ย 60 ซม. หรอื เกบ็ ใน

ภาชนะหรือสถานทท่ี ่สี ะอาด มกี ารปกปด

20. ชอน สอม ตะเกียบ วางตั้งเอาดามข้ึนใน

ภาชนะโปรง สะอาด หรือวางเปนระเบียบ

ในภาชนะท่ีสะอาดและมีการปกปด ตั้งสูง

จากพืน้ อยางนอ ย 60 ซม.

21. เขียงตองมีสภาพดีไมแตกราวหรือเปนรอง

มีเขียงใชเฉพาะอาหารสุกและอาหารดิบ

แยกจากกัน มีฝาชีครอบ (ยกเวนครัวที่มี

การปอ งกนั แมลงวนั แลว )

154 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เรอ่ ง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมนิ หมายเหตุ
ผาน ไมผา น

จ. การรวบรวมขยะ 22. ใชถ งั ขยะท่ีไมร ่วั ซึม และมีฝาปด
และนํ้าโสโครก 23. มที อ หรอื รางระบายนา้ํ ทมี่ สี ภาพดไี มแ ตกรา ว
ระบายนํ้าจากหองครัว และท่ีลางภาชนะ
อุปกรณ ลงสูทอระบายน้ําหรือแหลง
บําบัดไดดี และตองไมระบายน้ําเสียลงสู
นาํ้ สาธารณะโดยตรง
24. มีบอดักเศษอาหารและดักไขมันท่ีใชการ
ไดด ี กอ นระบายนํ้าเสียทงิ้

ฉ. หอ งน้าํ หอ งสว ม 25. หอ งน้าํ หองสวม ตองสะอาดไมมีกลนิ่ เหมน็ ตามหลกั ฐาน
มีนําใชเพยี งพอ ขอ 6 หอ งสวม
ในแบบประเมิน
26. หองสวมแยกเปนสัดสวน ประตูไมเปดสู สขุ าภิบาล
บรเิ วณทเี่ ตรยี ม-ปรงุ อาหาร ท่ีลาง และเก็บ สิ่งแวดลอม
ภาชนะอุปกรณ ท่ีเก็บอาหาร และตอง ในโรงเรียน
มีอางลางมือท่ีใชการไดดีอยูในบริเวณ
หองสวม

ช. ผูปรุง ผูเ สิรฟ 27. แตง กายสะอาด สวมเสื้อมีแขน
28. ผกู ผา กนั เปอ นสขี าว หรอื มเี ครอ่ื งแบบ ผปู รงุ

จะตองสวมหมวก หรือเนทคลุมผมดว ย
29. ตองเปนผูมีสุขภาพดี ไมเปนโรคติดตอ

ไมเปนโรคผิวหนัง สําหรับผูปรุงจะตองมี
หลักฐานการตรวจสุขภาพในปน้ันใหตรวจ
สอบได
30. มีสุขนิสัยที่ดี เชน ตัดเล็บสั้น ไมสูบบุหร่ี
ในขณะปฏิบัติงาน ไมใชมือหยิบจับอาหาร
ท่ีปรงุ เสร็จแลวโดยตรง

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 155

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมินสุขาภิบาลสิ่งแวดลอ มในโรงเรยน

(สําหรบั ประเมนิ โรงเรยี นสงเสริมสุขภาพระดบั เพชร)

วธการใชแบบสาํ รวจ

1. ใหก าเครอื่ งหมาย “ ” ในชองผลการประเมนิ ในแตละขอ “ผา น” “มเี งอ่ื นไข” หรือ “ไมผ าน”

2. เกณฑมาตรฐานบางประการสําหรับพิจารณาประกอบการใชแ บบประเมนิ

2.1 ความสัมพันธดา นความสงู ของโตะ และเกา อ้ี (แบบประเมินขอ 10)

ความสงู ของโตะ เรยี น (ซม.) ความสูงของเกาอี้ (ซม.)

50 30

55 35

65 40

76 45

การจดั โตะเรยี นและเกา อี้

- มีทางเดนิ ระหวา งแถวของโตะเรียน ไมนอ ยกวา 45 ซม.

- แถวรมิ สุดหางจากผนังหอ ง ไมน อยกวา 60 ซม.

- แถวหนาหา งจากกระดานดํา ไมน อยกวา 2 ม.

- โตะ เรยี นแถวหลงั สุดหา งจากกระดานดาํ ไมเ กนิ 9 ม.

2.2 มาตรฐานจาํ นวนหอ งสว ม ทป่ี สสาวะ อา งลา งมือ สําหรบั โรงเรียน

ระดับ หองสว ม (ท่/ี คน) ท่ปี สสาวะ (ท/ี่ คน) อา งลา งมือ (ที/่ คน)
ชาย 1/50 หญงิ 2/50 ชาย 1/50 ชาย-หญงิ 1/ 50
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษา

หมายเหตุ : ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 63 (พ.ศ. 2551) ออกความตามใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

2.3 เกณฑส ถานที่แปรงฟน
สถานท่ีแปรงฟน เพียงพอ พิจารณาจากกอกน้ําในสัดสวนอยางนอย 1 กอก/

เดก็ 5 คน/รอบ (จาํ นวนรอบการแปรงฟนของนกั เรยี นขน้ึ กับการจดั การของโรงเรยี น)
สถานที่แปรงฟนมีความสูงเหมาะสมกับวัย เชน สําหรับเด็กประถมศึกษา มีความสูง

60 เซนติเมตร

156 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมินสขุ าภิบาลสิ่งแวดลอมในโรงเรยน

(สาํ หรับประเมินโรงเรียนสงเสริมสขุ ภาพระดบั เพชร)

ชอ่ โรงเรยน……………………………………….อาํ เภอ………………………จังหวัด……………………วนั ที่สํารวจ………………

เร่อง รายละเอยี ดมาตรฐาน ผลการประเมิน
ผา น มเี ง่อนไข ไมผ าน หมายเหตุ

1. สนามและบรเิ วณ 1. บริเวณโดยรอบโรงเรยี นสะอาดและปลอดภัย

2. มขี อบเขตบรเิ วณรอบโรงเรยี น เชน รว้ั แนวตน ไม
ฯลฯ โดยร้วั และประตูร้วั มีความม่นั คงปลอดภัย

3. มีการจัดระเบียบการจราจรทางเขา-ออก
จุดจอดรถ เปนสัดสวนและปลอดภัย พรอม
ปายสญั ลักษณก ารจราจร

4. สนามกีฬา สนามเด็กเลน เครื่องเลนในสนาม
จัดเปนสัดสวนม่ันคง ปลอดภัยและมีระบบ
การตรวจสอบใหอยใู นสภาพพรอมใชง าน

5. มีบริเวณสําหรับพักผอนหยอนใจ เปนระเบียบ
สวยงามและไมอยใู นจดุ ทลี่ ับตา

2. อาคารเรยี น 6. อาคารเรียนพื้น ผนัง เพดาน และบันไดสะอาด
แขง็ แรงและมคี วามปลอดภยั โดยมกี ารจดั ระเบยี บ
การข้นึ ลง พรอ มมปี ายสญั ลกั ษณ

7. จัดวางส่งิ ของเปนระเบยี บ เหมาะสม ปลอดภยั
และสวยงาม

3. หองเรียน/ 8. สภาพหองมคี วามสะอาด เปนระเบียบ
หองสมุด 9. มกี ารระบายอากาศดีและมีแสงสวางเพียงพอ

10. ขนาดของวัสดุ อุปกรณ เชนโตะเกาอ้ีมีขนาด
เหมาะสมกบั นักเรยี น เพียงพอและสภาพดี

4. หอ งพยาบาล 11. หอ งพยาบาลอยชู น้ั ลา งในอาคาร จดั เปน สดั สว น
ไมอยใู นทีล่ ับตา อปุ กรณข องใชส ะอาดสภาพดี

12. มียาเวชภัณฑ และวัสดุอุปกรณ ที่จําเปน
จัดเก็บเปนระเบียบ มีปายบอกชื่อยาชัดเจน
และยาไมหมดอายุ

13. ในหองหรือบริเวณใกลเคียงมีท่ีลางมือ และ
ทาํ ความสะอาดเครื่องมือ/อุปกรณ

14. สําหรับโรงเรียนสหศึกษา มีเตียงพักแยก
สําหรับชาย-หญงิ และมีทีก่ ้นั ชัดเจน

¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 157

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


เรอ่ ง รายละเอียดมาตรฐาน ผลการประเมิน
5. ทแี่ ปรงฟน ผาน มเี ง่อนไข ไมผ าน หมายเหตุ
6. การกาํ จัดขยะ/ 15. จัดใหม ที ่ีแปรงฟน กอ กนํ้า และกระจก สะอาด
เพียงพอ เหมาะสมกับวัยและอยูในสภาพ
นํ้าเสยี / ใชงานไดดี
พาหะนาํ โรค
16. ภาชนะรองรับขยะที่สะอาด สภาพดี มีฝาปด
7. การปองกันและ ไมร่ัวซึม ไมแตกราว มีจํานวนเพียงพอตอการ
ความปลอดภัย รองรับขยะ มีการทําความสะอาดและจัดเก็บ
ออกจากอาคารทุกวัน ไมมีขยะเกลื่อนกลาด
8. กจิ กรรมการจัด ในบริเวณโรงเรียน
การสิง่ แวดลอม
ท่ีเออ้ื ตอ สุขภาพ 17. มีการคัดแยกขยะแตละประเภท และจัดใหมี
ภาชนะรองรบั ขยะแยกประเภทพรอ มสญั ลกั ษณ

18. มีท่ีพักรวมขยะที่มิดชิด ปองกันสัตวและแมลง
พาหะนําโรค มกี ารนาํ ไปกําจดั อยางถกู วธิ ี มกี าร
ดแู ลใหส ะอาดอยเู สมอ และมกี ารรวบรวมนา้ํ เสยี
ท่ีเกิดขึน้ ลงระบบบําบดั หรอื รางระบายน้าํ

19. มีทอ/รางระบายน้ําสภาพดีไมอุดตันโดยไมมี
น้ําทวมขังเปนแหลงเพาะพันธุสัตวและแมลง
พาหะนําโรค

20. มีการบําบัดนํ้าเสียอยางเหมาะสม เชน
บอดักไขมนั หลมุ ซึม หรอื ระบบรอ งซึม

21. มีการควบคุมกําจัดแมลง สัตวพาหะนําโรค
ไดแก หนู แมลงวัน แมลงสาบ เปน ตน

22. มีการตรวจสอบแหลงเพาะพันธุยุงลายโดย
ภาชนะขังน้ําในโรงเรียนตองไมมียุงลาย และ
กําจดั แหลง เพาะพนั ธุยงุ

23. มีการติดต้ังอุปกรณไฟฟาอยางปลอดภัยและ
ตรวจสอบใหอ ยใู นสภาพพรอ มใชง าน

24. มีระบบปองกัน/อุปกรณชวยในการดับไฟใหอยู
ในสภาพพรอ มใชงาน

25. มีการใหความรูในเรื่องการดับเพลิงเบ้ืองตน
และฝก ซอมหนไี ฟ อยางนอ ยปละ 1 ครั้ง

26. มีการจัดการแหลงน้ําท่ีมีความเส่ียง/จุดเสี่ยง
เชน ลอ มรัว้ ตดิ ปา ยเตือน ฯลฯ

27. จัดใหมีอุปกรณสําหรับชวยคนตกนํ้า เชน ไม
เชอื ก ถงั แกลลอนพลาสติกเปลา

28. มีการจัดกิจกรรมการจัดการสิ่งแวดลอม
และความปลอดภัยในโรงเรียนไดแก การลด
ปริมาณและใชประโยชนจากขยะ การปองกัน
อบุ ตั ิเหตุ พฤติกรรมอนามยั เปน ตน

158 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ พฤติกรรมการบรโภคอาหารของเดก็ อายุ 6-13 ป

ช่อ-สกลุ …………………………………………………………………………คร้ังท่…ี …………….วนั ท่ี………………………………………..

ความหมาย พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารแตล ะขอ นน้ั หมายถงึ พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสม หากพฤตกิ รรมในขอ ใด

ไมป ฏบิ ัติ แสดงวา ตอ งปรบั ปรงุ พฤตกิ รรมในเรอื่ งนนั้

วธประเมนิ 1. ประเมินพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารในชว ง 1 สัปดาห ทผ่ี านมา

2. ใหท าํ เครื่องหมาย “ ” ลงในชองปฏิบัตหิ รือไมป ฏบิ ตั ิในพฤติกรรมแตละขอ

พฤติกรรมการบรโภคอาหารที่เหมาะสม ปฏิบัติ ไมป ฏบิ ตั ิ
นอยกวา มากกวา

1. กินอาหารเชา ท่มี กี ลุมอาหารอยางนอย 2 กลมุ คือ กลมุ ขา ว-แปง

และเน้ือสตั ว หรอื กลุมขาว-แปง และนมทกุ วนั

2. กนิ อาหารหลัก วนั ละ 3 มอื้ (เชา กลางวนั เย็น) ทุกวนั

3. กินอาหารวา ง วนั ละ 2 คร้งั (ชวงสายและชวงบา ย) ทกุ วัน

4. ปริมาณอาหารทบ่ี รโิ ภคในแตล ะกลุม

4.1 กินอาหารกลมุ ขาว-แปง วันละ 8 ทพั พี ทกุ วัน

4.2 กินอาหารกลมุ ผัก วนั ละ 4 ทพั พี ทุกวัน

4.3 กินอาหารกลมุ ผลไม วันละ 3 สว น ทกุ วนั

4.4 กินอาหารกลุมเนื้อสัตว วนั ละ 6 ชอนกินขาว ทกุ วัน

4.5 ดื่มนม

นมรสจืด วันละ 3 แกวหรือกลอง ทุกวัน สําหรับเด็กไมอวน

นมพรองมันเนย/นมขาดมันเนย วันละ 3 แกวหรือกลอง

ทกุ วัน สาํ หรบั เดก็ อว น

5. กินปลาสปั ดาหละอยางนอย 3 วนั

6. กนิ ไข สัปดาหละ 3-7 วนั ๆ ละ 1 ฟอง

7. กนิ อาหารที่เปนแหลงธาตเุ หลก็ เชน ตับ เลอื ด สปั ดาหล ะ 1-2 วัน

8. กนิ ยาเมด็ เสรมิ ธาตุเหลก็ (เลือกใหตรงตามภาวะการเจริญเติบโตของเดก็ )

สปั ดาหละ 1 คร้งั ๆ ละ 1 เม็ด สําหรับเดก็ ที่มกี ารเจรญิ เตบิ โตดี

ทุกวันๆ ละ 1 เม็ด สําหรับเด็กที่ขาดอาหารและกลุมเส่ียง

เปน เวลา 1 เดือน

¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 159

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


พฤตกิ รรมการบรโภคอาหารทเ่ี หมาะสม ปฏบิ ัติ ไมปฏบิ ตั ิ
นอยกวา มากกวา

9. กินอาหารประเภทผดั ทอด และกะทิ
(เลอื กใหต รงตามภาวะการเจริญเติบโตของเดก็ )
ไมมากกวา 3 อยา งตอ วัน สําหรับเดก็ ทมี่ ีการเจริญเตบิ โตดี
ไมมากกวา 2 อยา งตอวัน สาํ หรบั เด็กอว นและกลุม เสี่ยง
มากกวา 3 อยางตอวนั สาํ หรบั เด็กขาดอาหารและกลุมเสี่ยง

10. ไมก นิ เนือ้ สัตวต ดิ มัน เชน หมสู ามช้นั ขาหมู คอหมู หนงั ไก หนังเปด
11. ไมกินขนมท่ีมีรสหวาน เชน ไอติมหวานเย็น ช็อคโกแล็ต หมากฝร่ัง

ลกู อม เยลลี่ เปนตน
12. ไมด่ืมเครื่องดื่มท่ีมีรสหวาน เชน น้ําอัดลม น้ําหวาน โกโกเย็น

ชาเยน็ น้าํ ปน น้าํ ผลไม นมเปรย้ี ว เปนตน
13. ไมก ินขนมเบเกอรี่ เชน เคก พาย โดนทั เปน ตน
14. ไมกินขนมขบเค้ียว เชน ปลาเสนปรุงรส มันฝร่ังทอด ขนมปง เวเฟอร

ขนมปง แทง เปน ตน
15. ไมเติมเคร่ืองปรุงรสเค็ม เชน น้ําปลา ซีอ๊ิว แม็กกี้ ในอาหารที่

ปรุงสุกแลว ทกุ ครั้ง
16. ไมเติมนํา้ ตาลในอาหารทปี่ รุงสกุ แลว

160 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ พฤติกรรมการบรโภคอาหารของเดก็ อายุ 14-18 ป

ชอ่ -สกลุ …………………………………………………………………………ครั้งท…่ี …………….วนั ท…ี่ ……………………………………..

ความหมาย พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารแตล ะขอ นน้ั หมายถงึ พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสม หากพฤตกิ รรมในขอ ใด

ไมปฏบิ ัติ แสดงวา ตองปรับปรุงพฤตกิ รรมในเรื่องน้นั

วธประเมิน 1. ประเมินพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารในชว ง 1 สปั ดาห ทผี่ านมา

2. ใหทาํ เครือ่ งหมาย “ ” ลงในชองปฏิบัตหิ รือไมปฏบิ ตั ิในพฤติกรรมแตละขอ

พฤตกิ รรมการบรโภคอาหารท่ีเหมาะสม ปฏบิ ตั ิ ไมปฏบิ ัติ
นอ ยกวา มากกวา

1. กินอาหารเชาทม่ี ีกลมุ อาหารอยางนอ ย 2 กลุม คือ กลุมขา ว-แปง
และเนื้อสัตว หรือกลมุ ขา ว-แปง และนมทุกวัน

2. กินอาหารหลัก วันละ 3 มอ้ื (เชา กลางวัน เย็น) ทุกวนั

3. กินอาหารวา ง วนั ละ 2 ครั้ง (ชวงสายและชว งบาย) ทกุ วัน

4. ปรมิ าณอาหารทีบ่ รโิ ภคในแตล ะกลุม

4.1 กนิ อาหารกลุมขาว-แปง วันละ 10 ทัพพี ทุกวัน

4.2 กนิ อาหารกลมุ ผัก วันละ 5 ทพั พี ทกุ วัน

4.3 กินอาหารกลมุ ผลไม วันละ 4 สว น ทกุ วัน

4.4 กนิ อาหารกลมุ เน้ือสตั ว วนั ละ 9 ชอนกินขาว ทกุ วัน

4.5 ดื่มนม
นมรสจดื วันละ 3 แกวหรือกลอง ทกุ วนั สาํ หรับเดก็ ไมอวน
นมพรองมนั เนย/นมขาดมนั เนย วันละ 3 แกวหรือกลอ ง

ทกุ วัน สําหรับเดก็ อว น
5. กินปลาสัปดาหละอยางนอย 3 วัน
6. กินไข สปั ดาหล ะ 3-7 วนั ๆ ละ 1 ฟอง

7. กนิ อาหารทีเ่ ปน แหลง ธาตุเหลก็ เชน ตับ เลอื ด สปั ดาหล ะ 1-2 วนั
8. กินยาเม็ดเสรมิ ธาตเุ หลก็ (เลือกใหต รงตามภาวะการเจรญิ เตบิ โตของเดก็ )

สปั ดาหล ะ 1 ครั้งๆ ละ 1 เมด็ สําหรบั เด็กท่มี ีการเจรญิ เตบิ โตดี

ทุกวันๆ ละ 1 เม็ด สําหรับเด็กที่ขาดอาหารและกลุมเสี่ยง
เปนเวลา 1 เดอื น

¤Ù‹Á×Í ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 161

âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


พฤตกิ รรมการบรโภคอาหารทเี่ หมาะสม ปฏบิ ัติ ไมป ฏบิ ัติ
นอ ยกวา มากกวา

9. กนิ อาหารประเภทผัด ทอด และกะทิ
(เลือกใหตรงตามภาวะการเจริญเตบิ โตของเดก็ )
ไมมากกวา 3 อยา งตอวนั สาํ หรับเดก็ ทม่ี ีการเจรญิ เติบโตดี
ไมม ากกวา 2 อยางตอ วัน สําหรับเด็กอวนและกลุม เสี่ยง
มากกวา 3 อยา งตอวนั สาํ หรับเดก็ ขาดอาหารและกลมุ เสยี่ ง

10. ไมก ินเนอื้ สตั วต ดิ มัน เชน หมสู ามช้นั ขาหมู คอหมู หนงั ไก หนงั เปด
11. ไมกินขนมที่มีรสหวาน เชน ไอติมหวานเย็น ช็อคโกแล็ต หมากฝร่ัง

ลูกอม เยลล่ี เปน ตน
12. ไมดื่มเครื่องด่ืมที่มีรสหวาน เชน นํ้าอัดลม น้ําหวาน โกโกเย็น ชาเย็น

น้ําปน น้าํ ผลไม นมเปรยี้ ว เปน ตน
13. ไมก ินขนมเบเกอร่ี เชน เคก พาย โดนัท เปน ตน
14. ไมกินขนมขบเค้ียว เชน ปลาเสนปรุงรส มันฝร่ังทอด ขนมปง

เวเฟอร ขนมปง แทง เปน ตน
15. ไมเติมเคร่ืองปรุงรสเค็ม เชน นํ้าปลา ซีอิ๊ว แม็กกี้ ในอาหารที่ปรุง

สกุ แลว ทุกครง้ั
16. ไมเติมนาํ ตาลในอาหารทป่ี รงุ สุกแลว

162 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


แบบประเมนิ จดแขง็ และจดออน (Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ)
พ.ศ. 2546

แบบประเมินจุดแข็งจุดออน (Strengths and Difficulties Questionnaire = SDQ) น้ี
เปนแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาจาก The Strengths and Difficulties
Questionnaire (SDQ) และเปนเครื่องมือที่ผานการวิจัยแลววามีประสิทธิภาพในการคัดกรองปญหาเด็กไดดี
สามารถชวยเหลือครูในการคัดกรองปญหา และใหการชวยเหลือเบ้ืองตนแกเด็กในโรงเรียน เหมาะที่จะใชกับเด็ก
อายรุ ะหวา ง 4-16 ป แบบประเมนิ แตล ะชุดมี 2 หนา โดยมรี ายละเอียดดังน้ี

หนาแรก เปนลักษณะพฤติกรรมจํานวน 25 ขอ มีลักษณะของพฤติกรรมทั้ง จุดออน (ดาน 1-4)
และจดุ แข็ง (ดาน 5) โดยสามารถจดั เปนกลุมพฤตกิ รรม 5 ดา น ไดแ ก

ดานที่ 1 ปญ หาดา นอารมณ
ดา นท่ี 2 ปญ หาพฤตกิ รรมอยไู มนง่ิ /สมาธิสนั้
ดา นท่ี 3 ปญหาพฤตกิ รรมเกเร
ดานที่ 4 ปญ หาความสัมพนั ธก ับเพ่ือน
ดา นท่ี 5 ความสามารถทางสงั คม
คะแนนรวมในดานท่ี 1-4 เปนคะแนนท่ีแสดงถึงจุดออนของเด็กในดานนั้นๆ (Total Difficulties
score) สว นคะแนนในดา นที่ 5 เปน คะแนนท่แี สดงถงึ จดุ แข็งของเด็ก (Strength score) ซ่ึงเปนสว นสาํ คญั ในการ
พิจารณานําจุดแข็งมาใชเพ่ือใหการชวยเหลือแกปญหาจุดออนดานอื่นๆ แกเด็กตอไป ในขณะเดียวกันคะแนน
ดานความสามารถทางสังคมก็เปนตัวบงช้ีใหครูไดทราบถึงความยากงายในการแกปญหา ถาเด็กมีจุดแข็ง
(คะแนนดานความสามารถทางสังคมสูง) การใหความชวยเหลือปญหาพฤติกรรมจะงายกวาเด็กท่ีไมมีจุดแข็ง
(คะแนนดานความสามารถทางสงั คมตาํ่ ) เปนตน
หนาที่ 2 ในดานหลังของแบบประเมิน เปนการประเมินผลกระทบของพฤติกรรมวามีความเรื้อรัง
สงผลกระทบตอบุคคลรอบขาง ตอตัวเด็กเอง มีผลตอสัมพันธภาพทางสังคม และชีวิตประจําวันของเด็ก
มากนอ ยเพยี งไร ซง่ึ ในสว นนี้ใชค ําสรปุ วา “เปนระดบั ความรนุ แรงของปญ หา”

ขอ แนะนาํ ในการใช

1. แบบประเมนิ จุดแข็งและจุดออน มี 3 ชดุ คือ

แบบประเมนิ ทน่ี ักเรียนประเมนิ ตนเอง ใชสาํ หรบั เดก็ อายุ 11-16 ป

แบบประเมินทีค่ รูประเมนิ นกั เรยี น ใชสําหรบั เดก็ อายุ 4-16 ป

แบบประเมนิ ที่ผูปกครองประเมินนักเรียน ใชส ําหรับเด็กอายุ 4-16 ป

แบบประเมินท้ัง 3 ชุดน้ี มีลักษณะขอคําถามคลายคลึงกัน รวมท้ังการตรวจใหคะแนน

ยกเวน เกณฑก ารแปลผลตา งกันเล็กนอย

2. ครูหรือผูปกครองที่จะประเมินพฤติกรรมนักเรียน ควรทําความรูจักและมีความใกลชิดกับ

นักเรยี นไมนอ ยกวา 6 เดอื นและ/หรือชว งระยะเวลาที่ครูมน่ั ใจวา รูจ กั นกั เรียนดีแลว

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 163

âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558


3. ควรประเมินทั้ง 25 ขอใหสมบูรณในคร้ังเดียวกัน โดยคร้ังแรกใหนักเรียนประเมินตนเองกอน
และใชช ดุ คร/ู ชดุ ผปู กครอง ทาํ การประเมนิ นกั เรยี นซา้ํ ควรเปน ระยะเวลาทใี่ กลเ คยี งกนั เพอ่ื ดผู ลทไ่ี ดว า สอดคลอ งกนั
หรือไม

4. กรณีที่เห็นวาผลที่ไดขัดแยงกับความเปนจริง อาจใชแบบประเมินชุดน้ีในการสัมภาษณหรือ
ใชเ ครอื่ งมอื อน่ื ชว ยในการพจิ ารณาเพม่ิ เตมิ อยา ลมื วา ไมม เี ครอ่ื งมอื ชนดิ ใดสมบรู ณแ บบ ขนึ้ อยกู บั สภาพความพรอ ม
ของผตู อบแบบประเมนิ เปน สาํ คญั แบบประเมนิ เปน เครอื่ งมอื เพอื่ ชว ยเหลอื ในการคดั กรองปญ หานกั เรยี นเทา นน้ั
ไมใ ชเปนตวั ชี้นําครใู นการตัดสนิ ปญหานักเรยี น การประเมนิ พฤตกิ รรมนักเรียน เปนการประเมินในชว ง 6 เดอื น
ท่ีผา นมา ยกเวน การใชเพ่อื ตดิ ตามลกั ษณะพฤติกรรมของนักเรียน

เกณฑก ารวเคราะหผ ล

1. ใหใชแบบบันทึกคะแนนและวิเคราะหผล บันทึกผลการประเมินและรวมคะแนนในแตละดาน
ดานจุดแข็งคือความสามารถทางสังคม และดานจุดออน คือปญหาดานอารมณ พฤติกรรมอยูไมน่ิง/สมาธิสั้น
ปญ หาพฤติกรรมเกเร/ความประพฤติ ปญหาความสัมพนั ธกบั เพ่อื น และคะแนนรวมปญหาพฤตกิ รรม โดยบนั ทกึ
ใหสอดคลอ งในชุดเดก็ ประเมนิ ตนเอง ชุดครปู ระเมนิ และชดุ ผปู กครองประเมนิ

2. นําผลคะแนนท่ีไดในแตละดานคือจุดแข็ง 1 ดานและคะแนนรวมจุดออนทั้ง 4 ดาน เทียบกับ
เกณฑการวิเคราะห

3. การแปลผล แบงออกเปน 2 ดาน คือ 1) ดานบวก หรือดานความสามารถทางสังคม
แปลผลวานักเรียนมีจุดแข็ง หรือไมมีจุดแข็ง 2) ดานลบ ใชคะแนนรวมของจุดออนท้ัง 4 ดานนํามาแปลผล
นกั เรียนแตละคนวา อยใู นกลุม ปกติ เสีย่ ง หรือมีปญหา

4. กรณีท่ีประเมินครบทั้ง 3 ชุด หากผลการวิเคราะหแตกตางกันใหคํานึงวา มีโอกาสเปนไปได
เน่ืองจากอาจมีมุมมองท่ีแตกตางกัน ท้ังน้ีควรดําเนินการศึกษาขอมูลเพ่ิมเติม เพ่ือประกอบการอธิบาย ผลที่ได
รวมทัง้ การวางแผนใหก ารชวยเหลอื ตอไป

5. สามารถใชแบบประเมนิ ดานสขุ ภาพจิตอน่ื ๆ ได เชน แบบประเมนิ IQ EQ ฯลฯ

164 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 165

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558


166 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558


วา ง 168


ข. แบบรายงาน

แบบสรปุ การประเมนิ ตนเองของโรงเรยน
สง เสรมสุขภาพระดบั เพชร
แบบรายงานการประเมนิ ภาวะการเจรญเติบโต
แบบรายงานผลการตรวจสุขภาพชอ งปากและฟน
แบบรายงานการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ของนักเรยน
แบบรายงานการประเมินจดแขง็ จดออ น (SDQ)
แบบรายงานการทดสอบสายตาและการไดยนิ


วา ง 170


แบบสรุปการประเมนิ ตนเองตามเกณฑโ รงเรยี นสงเสริมสุขภาพระดบั เพชร

โรงเรยี น........................................................................................................สงั กดั ................................................................ตําบล...................................................................
อําเภอ.....................................................จังหวดั ....................................................มนี ักเรียน.....................................คน ขนาดโรงเรยี น เลก็ กลาง ใหญ

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ มาตรฐานดาน/ตวั ช้วี ัด เกณฑประเมิน ขอมลู
การดําเนนิ งานโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558 ณ ปจจบุ ันเปน โรงเรียนสงเสริม คร้ังท่ี 1 ..................................... ครง้ั ท่ี 2 ..........................................
1. โรงเรียนผานการประเมินรับรองเปนโรงเรียน สขุ ภาพระดบั ทอง ครั้งท่ี 3 ..................................... ครั้งที่ 4 ..........................................
สง เสริมสขุ ภาพระดบั ทอง ...........................................................................................................
นักเรียนดาํ เนินกจิ กรรม
การดําเนนิ กจิ กรรมสุขภาพของนักเรียนแกนนํา อยางนอย 6 เดือนขึน้ ไป รายการชมรมดานสุขภาพ...................................................................
2. มีการจัดต้ังชมรมสุขภาพท่ีมีแกนนํานักเรียน ............................................................................................................
รวมตัวกันดาํ เนนิ กิจกรรมสุขภาพอยา งตอเน่ือง มีโครงงานท่ปี ระสบความสาํ เร็จ ชอ่ื ชมรมทมี่ ีการดําเนินการตอเน่อื ง (ตวั อยาง 1 ชมรม)
อยา งนอย 1 เรอ่ื ง ............................................................................................................
3. มีโครงงานสุขภาพของนักเรียนที่ประสบผลสําเร็จ รายงานโครงงานของนักเรียนดานสุขภาพหรือส่ิงแวดลอม.................
ชัดเจนในการลดปญหาสุขภาพหรือส่ิงแวดลอมใน ช่อื โครงงานที่ประสบความสาํ เร็จ 1 โครงงาน.....................................
โรงเรียนหรือชุมชน

ผลสําเรจ็ ของการดาํ เนินงาน ไมเกนิ รอยละ 7 - จาํ นวนนักเรียนท่ีช่งั นําหนัก/วดั สวนสงู ท้งั หมด = ………………..คน
4. ภาวะการเจรญิ เตบิ โต ไมเ กนิ รอ ยละ 5
4.1 นกั เรยี นมีนํา หนักตามเกณฑสวนสูง (W/A) - จาํ นวนนกั เรยี นที่เร่มิ อวนและอว น ………………..คน
เกินเกณฑ (เร่มิ อวนและอวน)
คดิ เปนรอยละ ....................
4.2 นกั เรยี นมสี ว นสูงตามเกณฑอ ายุ (H/A)
ตํากวาเกณฑ (คอนขางเต้ยี และเตย้ี ) - จาํ นวนนกั เรียนคอนขา งเตี้ยและเตยี้ ………………..คน

คิดเปนรอยละ ....................

171


172

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ มาตรฐานดา น/ตวั ชีว้ ัด เกณฑป ระเมิน ขอมูล

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558 5. นักเรยี นไมม ีฟน แทผ ุ อดุ และถอน : รอ ยละ 45 ขน้ึ ไปสาํ หรบั นกั เรยี น - นกั เรยี นชัน้ ป.1-ป.6 ทีไ่ ดร ับการตรวจฟน ทง้ั หมด = …………..คน

ประถมศกึ ษาปท ่ี 1-6 ไมม ฟี น แทผ ุ นักเรียนที่ไมม ีฟน แทผุ อดุ ถอน …………..คน

อดุ และถอน คดิ เปน รอ ยละ ..............

: รอ ยละ 35 ขน้ึ ไปสาํ หรบั นกั เรยี น - นักเรยี นชั้น ม.1-ม.3 ทไ่ี ดรับการตรวจฟน ท้ังหมด = …………..คน

มัธยมศึกษาปท่ี 1-3 ไมมีฟนแทผุ นกั เรียนทไ่ี มม ีฟน แทผุ อุด ถอน …………..คน

อดุ และถอน คดิ เปนรอ ยละ ..............

6. นักเรียนอายุ 7-18 ปมีสมรรถภาพทางกายท่ี นักเรียนผานเกณฑประเมินทั้ง - นักเรียนชัน้ ป.1 ขึ้นไปท่ไี ดร ับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
สัมพันธกับสุขภาพ (Health-related Physical 3 ดาน
Fitness) ผานเกณฑ ทั้งหมด = …………..คน

รอ ยละ 80 ขน้ึ ไป นักเรยี นผานเกณฑระดบั ปานกลางขนึ้ ไป …………..คน

คิดเปน รอ ยละ ..............

7. นักเรียนท่ีมีปญหาสุขภาพจิตไดรับการดูแล นกั เรยี นทม่ี ปี ญ หาสขุ ภาพจติ ทกุ คน - นกั เรียนท่ไี ดรับการประเมนิ ดา นสขุ ภาพจิต ทงั้ หมด = …………..คน

ชวยเหลอื ไดร บั การดแู ลชว ยเหลอื นักเรยี นทีม่ ปี ญหาสุขภาพจติ …….…....คน

คดิ เปน รอยละ ..............

นกั เรยี นทม่ี ปี ญ หาสขุ ภาพจติ ไดร บั การดแู ลชว ยเหลอื = ………....คน

คดิ เปน รอ ยละ ..............

8. นกั เรยี นมคี วามรแู ละทกั ษะดา นสขุ อนามยั ทางเพศ มกี ารจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นดา น ชอ่ื กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น (หรอื โครงการ/ชมรม)..................................

สขุ อนามยั ทางเพศ ......................................................................................................

อยา งนอ ยภาคการศกึ ษาละ 1 เรอ่ื ง ดาํ เนนิ งานภาคการศกึ ษาท.่ี ..............................ป. ............................


มาตรฐานดา น/ตัวชี้วดั เกณฑป ระเมนิ ขอ มูล

9. การสบู บหุ รี่ในโรงเรยี น ไมม ีการสูบบหุ ร่ใี นโรงเรยี น ช่ือกิจกรรมหรือโครงการรณรงค/ปองกัน............................................

.............................................................................................................

10. นักเรียนท่ีมีสายตาและการไดยินผิดปกติ ไดรับ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 1 1. นกั เรยี นชนั้ ป.1 ทไี่ ดร บั การตรวจสายตาและการไดย นิ ทง้ั หมด......คน

การแกไข และ/หรือชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 มีปญหาดานสายตา ...............คน ไดรับการแกไข..................คน

ทุกคน ทมี่ ีปญหาไดรบั การแกไ ข มปี ญหาดา นการไดย ิน..............คน ไดร บั การแกไ ข...................คน

2. นกั เรยี นชน้ั ม.1 ทไ่ี ดร บั การตรวจสายตาและการไดย นิ ทง้ั หมด.......คน

มีปญหาดานสายตา ...............คน ไดรับการแกไข..................คน

มปี ญหาดา นการไดย ิน..............คน ไดรบั การแกไ ข...................คน

11. มีโครงการแกไขปญหาสุขภาพหรือส่ิงแวดลอม มโี ครงการทีป่ ระสบความสําเรจ็ รายการโครงการดา นสขุ ภาพ...................................................................
ท่ีมีความชุกสูงหรือเปนอันตรายตอสุขภาพ อยางนอย 1 โครงการ ............................................................................................................
นักเรยี นไดเ ปน ผลสําเร็จ ..............................................................................................................
ชอ่ื โครงการที่ประสบความสําเร็จ 1 โครงการ
..............................................................................................................

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 12. น้าํ บริโภคปลอดภยั และเพยี งพอ - มผี ลการตรวจวเิ คราะหค ณุ ภาพนาํ้ - จาํ นวนจดุ ทส่ี ง ตวั อยา งตรวจวเิ คราะห นาํ้ บรโิ ภค (20 รายการ)........จดุ
ผานเกณฑมาตรฐานคุณภาพ วนั ท่รี ายงานผล.....................................................
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558 นาํ บรโิ ภค กรมอนามยั พ.ศ.2553 - จาํ นวนจุดทีส่ ง ตัวอยางตรวจโคลิฟอรมแบคทเี รียและฟคัลโคลิฟอรม
ไมเกิน 1 ป และมีผลการตรวจ แบคทเี รยี ทุก 6 เดอื น.......................................จดุ
ดานแบคทีเรีย (โคลิฟอรม วันท่ีรายงานผล.....................................................
แบคทีเรียและฟคัลโคลิฟอรม - จํานวนจดุ บรกิ ารน้าํ ดืม่ ................จุดตอผใู ช. ................คน
แบคทเี รยี ) ผา นเกณฑท กุ 6 เดอื น - ระบแุ หลง นาํ้ บรโิ ภคในโรงเรยี น
- มจี ดุ บรกิ ารนาํ้ ดม่ื 1ทตี่ อ นกั เรยี น ..............................................................................................................
และบคุ ลากร 75 คน

173


174

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ มาตรฐานดา น/ตวั ชว้ี ดั เกณฑป ระเมิน ขอ มูล
13. สวมผานเกณฑมาตรฐาน HAS
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558 สวมทุกจุดผานเกณฑมาตรฐาน จาํ นวนนกั เรยี นหญิงทั้งหมด...........คน นกั เรยี นชายท้งั หมด...........คน
16 ขอ - จํานวนหอ งสวม/ที่ปส สาวะในโรงเรยี น

นกั เรียนหญงิ ..........ท่ี นักเรยี นชาย................ที่
สวมนง่ั ราบ.............ท่ี โถปสสาวะชาย............ท่ี

14. มีการจัดหรือจําหนายอาหารวางที่มีคุณคาทาง ทกุ วันเปด เรยี น ตวั อยา งรายการอาหารวา ง/เครื่องดมื่ ทีจ่ ําหนายในโรงเรียน
โภชนาการ ไมหวานจัด ไมเค็มจัดและไมมี ขนม/อาหารวา ง...................................................................................
ไขมันสูง .............................................................................................................
เครื่องด่ืม..............................................................................................
.............................................................................................................

15. มีการสงเสริมใหนักเรียนทุกคนไดบริโภคผัก นกั เรยี นไดร บั ประทานผกั เพยี งพอ ปริมาณผกั ทีซ่ ื้อตอมอื้ ตอ วัน

มอ้ื กลางวัน ตามปรมิ าณทแ่ี นะนํา ตามปริมาณท่ีแนะนําทุกวัน 1. กรณโี รงเรียนจดั หรอื จําหนายอาหารกลางวัน

เปดเรียน จํานวนนักเรยี นท้งั หมด......................คน

นักเรยี นช้นั อนบุ าล ชนั้ อนบุ าล...............คน/ชนั้ ประถมฯ.............คน/ชนั้ มธั ยมฯ............คน

: 3 ชอ นกินขา ว/มื้อ/คน รวมปรมิ าณผักท่ีซื้อทงั้ หมด......................กโิ ลกรัม

2. กรณีใหรานคาจําหนาย (เฉพาะรานขายอาหารม้ือหลัก เชน

นกั เรยี นช้ันประถมศึกษา ขายขาวแกง กวยเตี๋ยว ฯลฯ)

: 4 ชอ นกินขา ว/ม้อื /คน รา นที่ 1 ขาย...............รวมปรมิ าณผกั ทซี่ อ้ื ทงั้ หมด.................ก.ก.ตอ มอ้ื

รา นท่ี 2 ขาย...............รวมปรมิ าณผกั ทซี่ อ้ื ทง้ั หมด.................ก.ก.ตอ มอื้

นักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษา รา นที่ 3 ขาย...............รวมปรมิ าณผกั ทซี่ อ้ื ทง้ั หมด.................ก.ก.ตอ มอื้

: 5 ชอนกินขา ว/มอื้ /คน รา นท่ี 4 ขาย...............รวมปรมิ าณผกั ทซี่ อ้ื ทง้ั หมด.................ก.ก.ตอ มอ้ื

(จํานวนท่ีขายอาหารรวมทุกเมนู......................จาน/ชาม ตอวัน

เฉล่ยี นร. 1 คน รับประทานอาหาร 1 จาน/ชาม)


มาตรฐานดาน/ตัวชว้ี ัด เกณฑประเมนิ ขอ มลู

16. โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐานสุขาภิบาล โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐาน ผลการดําเนินงาน...............................................................................
อาหารในโรงเรยี น 30 ขอ .............................................................................................................

17. การบาดเจ็บในโรงเรียนท่ีทําใหนักเรียนตอง ไมมีนักเรียนบาดเจ็บท่ีทําใหตอง ผลการดําเนินงาน...............................................................................
พักรกั ษาตวั ในโรงพยาบาล พกั รกั ษาตวั ในโรงพยาบาล ในชว ง .............................................................................................................
รอบปท่ผี านมา

18. มีการจัดการปญหาที่เกิดจากมลภาวะภายนอก มกี ารจดั การทุกปญ หา (ถา ม)ี ระบุปญหามลภาวะ (ถา มี)...................................................................
โรงเรยี นท่ีมีผลกระทบตอ สขุ ภาพ .............................................................................................................
การแกไข..............................................................................................
.............................................................................................................

19. โรงเรียนผานเกณฑมาตรฐานสุขาภิบาล สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นผา นเกณฑ ผลการดําเนินงาน..............................................................................

สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี น 28 ขอ ............................................................................................................

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ ขอรับรองวา ขอมูลการประเมนิ ดังกลา วขา งตน เปน ความจรงิ ลงชอื่ ..............................................................ผูบ รหิ ารโรงเรียน
(.............................................................)
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตาํ แหนง ............................................................
วนั ท.่ี .....................................................

175


176

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ สแรบปุ บรารายยงงาานนกกาารรปปรระะเเมมินินภภาาววกะากราณรเเจจรริญญิ เตเตบิ ิบโตโต(น(นกั กัเรเียรียนนรารยาคยนค)น)

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558 โรงเรยี น...............................................................ช้นั ..............หอ งเรียนท่ี..............ภาคเรียนที่...........ปก ารศกึ ษา...................วัน/เดอื น/ป ท่ีประเมนิ ...........................

ลําดับ ช่อื -สกุล วดป. อายุ นา้ํ หนกั สว นสูง น้ําหนกั ตามเกณฑส วนสงู (W/H) สวนสงู ตามเกณฑอ ายุ (H/A)

ท่ี เกดิ ป/ เดอื น (กก.) (ซ.ม.) ผอม คอ นขาง สมสว น ทวม เร่ิม อว น เต้ีย คอนขาง สงู ตาม คอนขาง สงู กวา

ผอม อวน เตย้ี เกณฑ สูง เกณฑ

รวม


178

¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ แบบรายงานการประเมนิ ภาวะการเจรญิ เตบิ โตของนักเรยี นชนั้ อนุบาล

âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558 โรงเรียน...............................................................................ช้นั .....................ภาคเรยี นที.่ ....................ปการศึกษา........................วัน/เดอื น/ป..............................

ชนั้ จํานวนนกั เรียน จาํ นวนนกั เรยี นที่ นา้ํ หนกั ตามเกณฑส ว นสงู (W/H) สวนสูงตามเกณฑอายุ (H/A)
อนุบาล 1
ท้งั หมด ชงั่ น้ําหนักและ ผอม คอนขา ง สม ทวม เริ่ม อวน เตย้ี คอนขา ง สูงตาม คอนขาง สงู
(คน) วดั สว นสงู (คน) ผอม สว น อวน เตยี้ เกณฑ สงู กวา เกณฑ

อนบุ าล 2

อนุบาล 3

รวม


ค. การจดั ทํารายงาน

การจัดทาํ รายงานผลการดาํ เนนิ งาน
โรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพระดบั เพชร
การจดั ทาํ ผลงานวชาการของโรงเรยน


Click to View FlipBook Version