เดก็ และเยาวชนในพ้นื ทเ่ี หลา น้ยี ากจนและขาดแคลน กจิ กรรมตองครอบคลุมการเสรมิ เรอื่ งปจ จยั 4
คอื อาหาร ท่อี ยอู าศัย (หอพกั ) เครื่องนุง หม ยารักษาโรค (สุขภาพ) รวมท้ังการเรียนและการสอื่ สาร
เพอื่ พัฒนาศักยภาพนกั เรียน
เชิญทองถ่ินและภาคีอ่ืนๆ มาเขารวมกิจกรรมเพ่ือความย่ังยืนและการสนับสนุนที่ตอเน่ือง
เนื่องจากพื้นท่ีมีขอ จํากัดดา นทรพั ยากร
พยายามหาแกนนําเยาวชนตัวจริงเพื่อมาเปนผูนํากิจกรรม ซ่ึงอาจไมใชคนกลุมเดียวกับท่ีโรงเรียน
ตง้ั ขนึ้ กไ็ ด ถามีเยาวชนทีเ่ ปนชนเผา และพืน้ ราบ ตอ งมแี กนนาํ ทัง้ สองกลุม
อาจใชเทคโนโลยีเขาชวย เชน ระบบการสอนทางไกลผานอินเตอรเน็ต ส่ือ VCD วิดิทัศน
เพราะทรัพยากรในพ้ืนท่อี าจมีขอ จํากัดโดยเฉพาะการสอนและการติววชิ าการ
การเสริมวิชาชีวิตเพ่ือใหเยาวชนกลับไปมีชีวิตในชุมชนเดิมอยางมีคุณภาพมากขึ้น เชน การเกษตร
เลย้ี งสัตว อนามยั สวนบุคคลและครอบครัว รวมท้งั การงานดา นอาชีพ
เยาวชนในพื้นที่สวนใหญยังขาดแรงจูงใจในการเรียน จําเปนตองมีกิจกรรมสรางแรงจูงใจใหเด็ก
และเยาวชน เชน การเสรมิ ใหเกิดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน และงานดานสายอาชีพ เปน ตน
องคป ระกอบท่ี 4 : การจดั สง่ิ แวดลอมในโรงเรยนทีเ่ อ้อื ตอ สุขภาพ
สิ่งแวดลอมท่ีเอื้อตอสุขภาพ หมายถึง สิ่งแวดลอมทางกาย จิตและสังคมท่ีมีผลตอการสงเสริม
สุขภาพนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน ไดแก สภาพแวดลอมของโรงเรียน มาตรการรักษาความปลอดภัย
ในโรงเรียน เพ่ือใหปลอดภยั จากอุบัติเหตุ สิง่ เสพติด อบายมุข อาชญากรรมและการลวงละเมดิ ทางเพศ ฯลฯ
กรณโี รงเรยี นมพี น้ื ท/ี่ บรเิ วณกวา งมาก ไมส ามารถทาํ รว้ั กน้ั ได โรงเรยี นควรมรี ะบบการดแู ลใหน กั เรยี น
มีความปลอดภัยจากสภาพแวดลอ มภายนอกโรงเรยี น
การดําเนินการตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลในโรงเรียน หมายถึง การดําเนินการ
ตามกฎหมายควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในประเด็นการขายและการดื่มเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล (ตาม พ.ร.บ.
ควบคุมเครอื่ งด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ. 2551) ดงั น้ี
1. การขายเครื่องด่ืมแอลกอฮอลภายในโรงเรียน ม.27 (5) หามขายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลใน
สถานศกึ ษา
2. การด่ืมเครื่องด่ืมแอลกอฮอลภายในโรงเรียน ยกเวน ที่พักสวนบุคคลหรือสโมสรหรือ
การจัดเลี้ยงตามประเพณี (งานแตงงาน) ม.31 (4) หามด่ืมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในสถานศึกษาตามกฎหมาย
วา ดว ยการศึกษาแหงชาติ
ไมมีการกระทําผิดกฎหมายฯ หมายถึง มีการดําเนินการตรวจสอบ และไมพบการกระทําผิด
กฎหมายควบคมุ เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลใ นบริเวณโรงเรยี น ทุกจุดท่ีมีการตรวจสอบ
จุดท่ีทําการตรวจสอบ หมายถึง บริเวณตางๆ ภายในโรงเรียน ไดแก โรงอาหาร สนามกีฬา/
อาคารศูนยกีฬา หอพักนักศึกษา (ถามี) ซุมอาหาร/รานคา ใตอาคารเรียนและบริเวณโดยรอบ สวนหยอม
ลานกจิ กรรม สโมสรนักศกึ ษา/ชมรม ลานจอดรถ/อาคารจอดรถ
¤ÙÁ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 89
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
องคประกอบท่ี 5 : บรการอนามยั โรงเรยน
แบบบนั ทึกการตรวจสขุ ภาพดวยตนเอง เปนเคร่ืองมือในการเฝาระวงั สขุ ภาพ ประเมินสถานการณ
และแนวโนมการเปลี่ยนแปลงดานสุขภาพ นอกจากน้ันในแบบบันทึกมีรายละเอียดความรูท่ีมีประโยชน ดังนั้น
บุคลากรสาธารณสุขหรือครูตองชี้แจงวัตถุประสงคใหนักเรียนเขาใจและสอนวิธีการประเมินสุขภาพ การบันทึกผล
และการใชแ บบบนั ทึกอยางคุมคา และตอ เนอ่ื ง
การตรวจการไดยิน นักเรียนช้ัน ป.1, ป.3, ป.5 ควรไดรับการคัดกรองการไดยินดวยเครื่องตรวจ
การไดยิน ซ่ึงบุคลากรสาธารณสุขสามารถขอยืมเคร่ืองมือไดจากโรงพยาบาลในพื้นที่ กรณีท่ีไมมีเครื่องมือ
ใหใ ชวธิ ที ดสอบการไดย นิ อยางงาย มี 2 วธิ ีคือ
1) ใชนิ้วหัวแมมือและน้ิวช้ีถูกันหางจากหูประมาณ 1 น้ิว ทําขณะผูถูกตรวจหันหลังใหผูตรวจ
และผตู รวจถามวา ไดยนิ เสียงหรือไม ทําเชนนท้ี ัง้ หูซายและหขู วา
2) ใหผูถูกตรวจยืนหันหลังใหและหางจากผูตรวจ 5 ฟุต ผูตรวจเรียกชื่อหรือพูดใหทําตามคําส่ัง
ดว ยเสียงปกติ ถา ผถู ูกตรวจขานตอบหรอื ปฏิบตั ติ ามคําสง่ั ได ถือวา ปกติ
การตรวจภาวะขาดสารไอโอดีน นักเรียนชั้น ป.1, ป.3, ป.5 ควรไดรับการตรวจคัดกรอง
โดยบคุ ลากรสาธารณสุข ดงั นี้
1. โรงเรียนเตรียมสถานทีท่ มี่ แี สงสวา งเพียงพอ
2. นกั เรียนผูรบั การตรวจหนั หนาเขา หาแสงสวา ง
3. ผูตรวจหันหนา เขาหาผรู ับการตรวจ
4. ระดับสายตาของผูตรวจอยูร ะดับเดยี วกับผรู ับการตรวจ
5. มองดูคอผรู บั การตรวจในทาปกติ
6. ใหผรู บั การตรวจแหงนคอ (อยา แหงนจนตึงมาก)
7. ใหผ ูรบั การตรวจกลืนนาํ้ ลาย ดูวามีกอ นเคล่อื นทีข่ ึน้ ลงหรอื ไม
8. ใชม อื คลาํ ดกู อ นตรงบรเิ วณของตอมไทรอยด
การแบงคอพอกตามมาตรฐานองคการอนามัยโลก (WHO) และ ICCIDD (International Control of
Iodine Deficiency Disorders)
ระดับ 0 - มองไมเห็น คลาํ ไมได
ระดับ 1 - มองไมเห็น ตอ งแหงนคอจงึ มองเห็น เมอื่ กลนื นํ้าลายจะเห็นตอมไทรอยด
เลื่อนข้ึนลงหรอื มองไมเห็น ตอ งคลําจะพบวา คลาํ ไดโตกวา ขอปลายของ
น้วิ หัวแมม อื ของผรู บั การตรวจ
ระดบั 2 - มองเหน็ กอนชัดเจนในทา ปกติ
90 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
บริการทันตกรรมปองกัน หมายถึง บุคลากรทันตสาธารณสุขจัดบริการทันตกรรมปองกันใหกับ
นักเรียนตามสิทธิประโยชนภายใตระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนาท่ี สปสช. กําหนด ไดแก การใชฟลูออไรด
เฉพาะที่ การเคลือบหลุมรอ งฟน การฝก ทกั ษะการแปรงฟน ของเดก็
การทดสอบประสิทธิภาพการแปรงฟน หมายถึง การใชสียอมฟนเพ่ือประเมินความสะอาด
ในการแปรงฟนโดยการยอ มสีกอนและหลังการแปรงฟน
เงอ่ื นไข การใหว คั ซนี ปอ งกนั คอตบี บาดทะยกั (dT) วคั ซนี ปอ งกนั โปลโิ อ (OPV) และวคั ซนี ปอ งกนั หดั
หดั เยอรมนั และคางทมู (MMR) มีดงั น้ี
1. นักเรียนชัน้ ป.1
1.1 ในรายที่ไมเคยไดรบั วัคซีน DTP-HB หรอื DTP และ OPV มากอ นในอดตี ตอ งไดรบั dT
และ OPV 2 ครง้ั หางกัน 1-2 เดือน ในชนั้ ป.1 และตองไดร บั อกี 1 ครงั้ ในชั้น ป.2
1.2 ในรายที่เคยไดรับวัคซีน DTP-HB หรอื DTP และ OPV มาแลว 1 ครง้ั ตอ งไดร บั dT
และ OPV 2 ครัง้ หา งกัน 1-2 เดือน ในชนั้ ป.1 และตอ งไดร ับอกี 1 ครงั้ ในช้ัน ป.2
1.3 ในรายที่เคยไดรับวัคซีน DTP-HB หรือ DTP และ OPV มาแลว 2-4 คร้ัง ตองไดรับ
วคั ซีน dT และ OPV 1 คร้ัง ในชน้ั ป.1
1.4 ในรายท่ีเคยไดรับวัคซีน DTP-HB หรือ DTP และ OPV มาแลว 5 ครั้ง ไมตองฉีด
วคั ซนี dT และ OPV อีกในชั้น ป.1 แตตอ งไดรับ dT กระตุน 1 คร้ังในชนั้ ป.6
1.5 การใหวคั ซีน MMR ในนักเรียนช้ัน ป.1 ตองไดร บั วคั ซีน MMR ทกุ คน
2. นกั เรียนช้นั ป.2
2.1 นกั เรียนท่มี ปี ระวตั ิตามขอ 1.1 ทีไ่ ดร บั dT และ OPV 2 คร้งั เมื่ออยูชนั้ ป.1 ตอ งไดรับ
dT และ OPV อกี 1 คร้ัง ในชน้ั ป.2
2.2 นกั เรียนทีม่ ีประวตั ติ ามขอ 1.2 ท่ไี ดร ับ dT และ OPV 1 ครัง้ เมอื่ อยูชนั้ ป.1 ตอ งไดร ับ
dT และ OPV อกี 1 ครัง้ ในชัน้ ป.2
2.3 การใหวัคซีน MMR ตองตรวจสอบนักเรียนช้ัน ป.2-ป.6 วาไดรับวัคซีนเมื่ออยูช้ัน ป.1
หรือไมและถาพบวา ยังไมไดร บั ใหด าํ เนนิ การฉดี วัคซีน MMR ดว ย
3. นักเรยี นชน้ั ป.6
นกั เรยี นชัน้ ป.6 ควรไดร ับการรบั วคั ซนี dT กระตนุ ทกุ คน
การฉีดวัคซนี ทกุ ชนดิ ในโรงเรยี น ตอ งแจง ใหผ ูป กครองรับทราบ กรณีผปู กครองไมอ นุญาตใหฉีด
วัคซีน ควรแนะนําใหนํานักเรียนไปรับบริการที่สถานบริการสาธารณสุข โรงพยาบาลหรือคลินิก และบันทึกเปน
หลกั ฐานในบตั รบนั ทึกสขุ ภาพประจําตัวนักเรยี น (สศ.3)
(ขอมูลอางอิงจากมาตรฐานการดําเนินงานสรางเสริมภูมิคุมกันโรค ฉบับปรับปรุง ฉบับวันที่ 8
พฤษภาคม 2555 สํานกั โรคตดิ ตอ ทัว่ ไป กรมควบคมุ โรค)
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 91
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
องคประกอบที่ 6 : สขุ ศึกษาในโรงเรยน
สขุ บัญญัติแหงชาติ หมายถงึ ขอกาํ หนดในการปฏิบตั ติ นเพอ่ื การมีสขุ ภาพดี
การสงเสริมใหเกิดกิจกรรมการเรียนรูเร่ืองสุขบัญญัติ 10 ประการ สามารถจัดกิจกรรมไดหลาย
รปู แบบ อาจเนน เฉพาะแตล ะประเดน็ ของสขุ บญั ญตั ิ เปน วชิ าเสรมิ ในชวั่ โมงกจิ กรรมของโรงเรยี น เชน การเลา นทิ าน
การสาธิต การแสดงละคร จัดประกวด เกมสุขบัญญัติ การจัดกิจกรรมรณรงคในวันสุขบัญญัติแหงชาติ
“28 พฤษภาคม” หรือการสรา งแกนนํานกั เรียนหรือการจัดตั้งชมรมสุขบัญญัติ ฯลฯ
การสอนและจัดกิจกรรมการเรียนรูในเร่ืองเพศศึกษาและทักษะชีวิตในนักเรียน ประกอบดวย
1. พัฒนาการทางเพศ 2. สขุ อนามยั ทางเพศ 3. พฤตกิ รรมทางเพศ
4. ทกั ษะชีวติ 5. สมั พนั ธภาพระหวา งบคุ คล และ 6. สังคมและวฒั นธรรม
ทกั ษะชวี ติ หมายถงึ ความสามารถของบคุ คลทจ่ี ะจดั การกบั ปญ หาตา ง ๆ รอบตวั ในสภาพสงั คมปจ จบุ นั
รวมถึงการเตรยี มตวั ใหพ รอ มสําหรบั การปรบั ตัวในอนาคตดว ย (อางอิง : 6 คําถามสรา งทกั ษะชีวติ : ประสบการณ
สําหรับครูทุกกลุมสาระการเรียนรู, 2555) องคประกอบในการสงเสริมทักษะชีวิตของวัยรุนจะขยายไปถึงความ
ฉลาดทางอารมณและการสรางความเขมแข็งทางใจ มี 4 องคประกอบ ไดแ ก
1) การตระหนักรูและเห็นคุณคาในตนเองและผูอ่ืน หมายถึง การรูความถนัดความสามารถ
จุดเดนและจุดดอยของตนเอง มีความคาดหวังกับตัวเองอยางเหมาะสม มีความอดทนในการฝกฝนสิ่งท่ี
ตนเองถนัดใหเกิดความสําเร็จท่ีนาภาคภูมิใจ มองโลกในแงดี พูดใหกําลังใจตนเองเปน พรอมกับเขาใจ
ความแตกตางของแตละบุคคล ยอมรับเห็นคุณคาและภาคภูมิใจในตนเองและผูอ่ืน รวมถึงการมีเปาหมายชีวิต
และรับผดิ ชอบตอ สังคม
2) การคิดวิเคราะห ตัดสินใจและแกไขปญหาอยางสรางสรรค หมายถึง ความสามารถ
ในการแยกแยะขอมูล ขาวสาร ปญหาและสถานการณรอบตัว สามารถวิพากษวิจารณและประเมินสถานการณ
รอบตัว ดวยหลักเหตุผลและขอมูลที่ถูกตอง สามารถรับรูปญหา สาเหตุของปญหา สามารถหาทางเลือกและ
ตัดสินใจแกปญหาตางๆ ไดอยางสรางสรรค รวมทั้งจัดการชีวิตไดจนเกิดความเชื่อม่ันในการเผชิญและ
แกไ ขปญ หา
3) การจัดการกับอารมณและความเครียด หมายถึง ความสามารถในการทําความเขาใจและรูเทาทัน
ภาวะอารมณของตนเองและบุคคลอ่ืน รูสาเหตุของความเครียด รูวิธีการควบคุมอารมณและความเครียดอยาง
เหมาะสมและถูกวิธี รูวิธีผอนคลายและหลีกเลี่ยง รูจักหาทางปรับเปล่ียนพฤติกรรมท่ีกอใหเกิดอารมณอันไมพึง
ประสงค ใหเ ปนไปในทางทีด่ ี
4) การสรางความสัมพันธภาพที่ดีตอผูอื่น หมายถึง การเขาใจมุมมอง อารมณความรูสึกของผูอื่น
สามารถใชภาษาพูดและภาษากายเพื่อส่ือสารความรูสึกนึกคิดของตนเอง สามารถรับรูความรูสึกและ
ความตองการของผูอ่ืน ยอมรับ ใสใจและเปนกําลังใจใหกันและกัน สามารถวางตัวไดถูกตองเหมาะสมใน
สถานการณตางๆ มีวิธีจัดการกับความขัดแยงอยางเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการส่ือสารเพ่ือสราง
สัมพันธภาพท่ีดี สรางความรว มมอื และทํางานรว มกับผูอน่ื ไดอ ยางมคี วามสุข
92 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั อยา งการจดั กจิ กรรม
1. โรงเรียนสามารถขอสนับสนุนสื่อเร่ือง “เติมเต็มความเขมแข็งทางใจ” ชุดท่ี 1 และชุดที่ 2
จากกรมสขุ ภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข หรือ สาํ นกั งานกองทุนสนบั สนุนการสรางเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.)
2. ครูหรือผูน ํากจิ กรรมตอ งศกึ ษาเนอื้ หาสือ่ กอ นใช เพราะตองมีการเกร่ินนํากอนใชสื่อ
3. นําส่ือที่ไดไปใชในการจัดกิจกรรมคาย หรือในชั่วโมง Homeroom หรือใชในชมรม
TO BE NUMBER ONE หรือกลุมตางๆ ในโรงเรียน เนื่องจากเปนสื่อ DVD ที่ตองเปดใหนักเรียนดูและ
มีการทํากิจกรรมกลุม และตอบคําถาม มีการแจก “จดหมายจากอาหมอ” ใหนําไปอาน ส่ือมีสองชุด คือ
ชุดที่ 1 มี 8 ตอน (ตอนที่ 1-8) ชุดท่ี 2 มี 8 ตอน (ตอนที่ 9-16) ใชเวลาตอนละประมาณ 50 นาที
ตองใชสื่อตามลําดับจากตอนท่ี 1-16 เพราะเนื้อหาจะเปนเร่ืองราวที่ตอเนื่องกัน ไมควรใชขามตอน
แตสามารถใชไดทีละตอน เนื่องจากเน้ือหาจะจบในแตละตอน เพียงแตเร่ืองราวและตัวละครจะมีพัฒนาการ
ไปตามช้นั เรยี นและอายุท่ีเพ่มิ ขน้ึ
องคประกอบที่ 7 : โภชนาการและอาหารทีป่ ลอดภยั
ภาวะการเจริญเตบิ โต มคี วามสัมพนั ธก ับการบรโิ ภคอาหาร หมายถึง นักเรยี นที่มกี ารเจริญเติบโตดี
ทั้งสว นสูงและน้าํ หนักอยใู นเกณฑด ี มดี งั นี้
1. สว นสูงตามเกณฑอยใู นเกณฑด ี มี 3 ระดบั คือ
- สวนสูงตามเกณฑ เปน สว นสูงทต่ี องสงเสริมใหเ ดก็ มกี ารเจริญเตบิ โตอยูในระดบั น้ี
- คอ นขา งสงู แสดงวาเดก็ มีการเจรญิ เตบิ โตดีมาก
- สงู กวา เกณฑ แสดงวา เด็กมกี ารเจรญิ เติบโตมากกวา เกณฑทว่ั ไปในอายุเดียวกนั
2. น้ําหนักตามเกณฑสวนสูงอยูในเกณฑดี หมายถึง มีรูปรางสมสวน แสดงวาเด็กมีน้ําหนัก
เหมาะสมกับสว นสูง ซึง่ ตอ งสง เสริมใหเดก็ มกี ารเจริญเตบิ โตอยูใ นระดบั นี้
ภาวะการเจริญเติบโตไมดี หมายถึง การที่มีน้ําหนักมากกวาเกณฑ (อวน) หรือน้ําหนักนอยกวา
เกณฑ (ผอม) และสวนสงู ต่าํ กวา เกณฑ (เตีย้ ) ไดแ ก
1. น้ําหนกั มากกวาเกณฑ (อวน)
- นา้ํ หนกั ทอ่ี ยใู นเกณฑท เ่ี สยี่ งตอ การมภี าวะโภชนาการเกนิ หมายถงึ ทว ม แมว า อยใู นเกณฑป กติ
แตเ ปนการเตอื นใหร ะวังวาหากไมด ูแล นาํ้ หนกั จะเพิ่มขน้ึ อยูในข้ันเริม่ อว นได
- นํ้าหนกั ท่อี ยูในเกณฑภาวะโภชนาการเกิน แบง เปน 2 ระดบั คือ
เร่ิมอวน (อวนระดับ 1) แสดงวามีนํ้าหนักมากกวาเด็กที่มีสวนสูงเทากัน มีโอกาสท่ีจะเปน
ผูใหญอวนในอนาคต หากไมควบคุมน้ําหนักจะมีผลทําใหเด็กมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคเร้ือรังตั้งแตวัยเด็ก
เชน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสงู โรคหวั ใจ ขอเขาเสื่อม เปนตน
อวน (อวนระดับ 2) แสดงวามีนํ้าหนักมากกวาเด็กที่มีสวนสูงเทากันอยางมาก มีโอกาส
ที่จะเปนผูใหญอวนมากในอนาคต หากไมควบคุมน้ําหนักจะมีผลทําใหเด็กมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคเร้ือรัง
ตง้ั แตวัยเด็กและมคี วามรุนแรงมากกวา วยั ผูใหญ
¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 93
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
2. นาํ้ หนกั นอยกวาเกณฑ (ผอม)
- นา้ํ หนกั ทอี่ ยใู นเกณฑท เี่ สยี่ งตอ การขาดอาหาร หมายถงึ คอ นขา งผอม แมว า อยใู นเกณฑป กติ
แตเ ปนการเตอื นใหระวงั หากไมด ูแล นํ้าหนักจะไมเ พ่ิมขึน้ หรอื ลดลงอยูในระดบั ผอมได
- นํ้าหนักท่ีอยูในเกณฑขาดอาหาร หมายถึง มีรูปรางผอม แสดงวามีน้ําหนักนอยกวาเด็ก
ทมี่ ีสว นสงู เทากนั สาเหตุจากไดร บั อาหารไมเ พยี งพอ
3. สว นสูงตํ่ากวา เกณฑ (เต้ยี )
- สวนสูงอยูในเกณฑท่ีเส่ียงตอการขาดอาหาร หมายถึง คอนขางเตี้ย แมวาจะอยูในระดับ
ปกติ แตเ ปน การเตอื นใหร ะวัง หากไมดแู ล สวนสงู จะไมเ พมิ่ เติม จะเปน เด็กเตย้ี ได
- สว นสูงอยูใ นเกณฑขาดอาหาร หมายถึง เตี้ย คอื สวนสูงนอยกวาเกณฑ การเจรญิ เตบิ โตไมด ี
แสดงใหเห็นถงึ การไดร ับอาหารไมเพยี งพอเปนเวลานาน เรือ้ รัง
อาจพบการแปลผลท่ผี ิดในกรณีท่เี ดก็ เตย้ี ซ่ึงมกั พบวา เด็กมีรปู รา งสมสว นเชนกัน ในกรณเี ชน นี้ถอื วา
เด็กมีภาวะการขาดอาหาร (เต้ยี ) แมว า เด็กจะมรี ูปรางสมสว นกต็ าม
ระบบเฝา ระวงั การเจริญเตบิ โตของเดก็ นักเรียน มรี ายละเอยี ดดังตอไปน้ี
1. มเี ครอื่ งมอื ทไ่ี ดม าตรฐาน ไดแ ก เครอ่ื งชง่ั นา้ํ หนกั และเครอ่ื งวดั สว นสงู ทไี่ ดม าตรฐาน เพราะทาํ ให
ไดข อมลู น้ําหนักและสว นสูงท่ีถกู ตอ ง ซึ่งมีผลตอการแปลผลภาวะการเจรญิ เติบโตและแนวโนม การเจรญิ เตบิ โต
1.1 เครื่องช่ังน้ําหนักควรมีความละเอียด 0.1 กิโลกรัม (100 กรัม) แตไมเกิน 0.5 กิโลกรัม
(500 กรมั ) ทงั้ เครอื่ งชง่ั แบบชนดิ เขม็ และแบบดจิ ติ อล เพราะทาํ ใหอ า นคา นา้ํ หนกั ไดอ อกมาเปน ทศนยิ ม 1 ตาํ แหนง
เชน 28.3 กิโลกรัม นอกจากนั้นตองมีการทดสอบมาตรฐานเครื่องชั่งน้ําหนักโดยการนําลูกตุมนํ้าหนักมาตรฐาน
หรอื ส่งิ ของทร่ี นู า้ํ หนกั เชน ดมั เบล มาวางบนเครือ่ งช่งั นา้ํ หนกั เพื่อดูวา นํ้าหนกั ไดตามนา้ํ หนกั ลูกตมุ หรอื สง่ิ ของน้นั
หรอื ไม
1.2 เคร่ืองวัดสวนสูง ใชกับเด็กอายุ 2 ปข้ึนไป โดยใชเครื่องวัดสวนสูงที่เปนไม หรือ
อลูมิเนียมหรือกระดาษพ้ืนผิวไมนูนปองออกมา ตัวเลขมีความละเอียด 0.1 เซนติเมตร และเรียงตอกัน เชน
จาก 0, 1, 2,...10 เซนตเิ มตร การติดต้งั ตองตดิ ตง้ั ใหถกู ตอ งโดยวางทาบกับผนังหรือเสาที่ต้งั ฉากกับพืน้ ยดึ ใหแ นน
ไมโยกเยก ไมเอียง และบริเวณท่ียืน พ้ืนตองเรียบไดระดับ ไมเอียง ไมนูน และมีไมฉากสําหรับวัดคาสวนสูง
สว นเคร่ืองวัดสวนสงู ทเี่ ปนกระดาษ มักใชกับเดก็ ปฐมวัย เชน ศนู ยเด็กเล็ก ตองระมดั ระวังในการติดต้ัง เนอื่ งจาก
ตัวเลขเริ่มตนของแผนวัดสวนสูงไมเทากัน บางแผนเร่ิมตนที่ 50 เซนติเมตร บางแผนเริ่มตนท่ี 60 เซนติเมตร
ดงั นนั้ จึงตองวัดระยะทต่ี ิดตัง้ สงู จากพืน้ ตามตัวเลขทีก่ าํ หนดบนแผน วดั สวนสงู
2. มีการประเมินการเจรญิ เติบโตนักเรียนโดยการช่งั น้ําหนกั -วดั สว นสงู ทุกคน
การประเมนิ การเจรญิ เตบิ โตของเดก็ ทนี่ ยิ มใช คอื การชงั่ นาํ้ หนกั และวดั สว นสงู จะทาํ ใหท ราบวา
เด็กไดรับพลังงานและสารอาหารเพียงพอหรือไม โดยประเมินการเจริญเติบโตทุก 6 เดือน (เทอมละ 1 คร้ัง
เทอมที่ 1 เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เทอมท่ี 2 เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) เพ่ือติดตามการเปล่ียนแปลงของ
นํา้ หนกั และสวนสงู ทาํ ใหส ามารถสงเสรมิ การเจริญเติบโตใหอ ยูในระดับดี หรือปอ งกนั ไมใ หเ กดิ ปญ หาโภชนาการ
ขาดและเกนิ หรอื หากมีปญหาโภชนาการแลวจะไดจ ดั การแกไ ขไดท ันทว งที
94 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
3. มีการประเมนิ พฤตกิ รรมบริโภคอาหารทกุ 6 เดือน
การประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร จะทําใหทราบวาเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
ทเ่ี หมาะสมหรือไม เด็กทม่ี กี ารเจรญิ เตบิ โตดอี าจมีพฤตกิ รรมบางอยางไมถ กู ตอ ง เชน การไมก ินผกั ผลไม เปน ตน
เปนขอมูลสําหรับการใหคําแนะนําปรึกษาไดถูกตองตามสภาพปญหาของเด็กแตละคน เด็กขาดอาหาร
เด็กมีพฤติกรรมการบริโภคท่ีไมถูกตอง เชน กินนมมาก ขาวและกับขาวไมคอยกิน เปนตน ดังนั้นเม่ือทราบ
สาเหตุแลวก็ตองใหคําแนะนําตามสภาพปญหาที่พบจากการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และควรทํา
ทุก 6 เดอื น
4. มีการแปลผลและอธิบายผลการประเมินการเจริญเติบโตพรอมใหคําแนะนําปรึกษาเปน
รายคน
เมื่อทําการช่ังนํ้าหนักและวัดสวนสูงเสร็จแลว จะตองทําการแปลผลโดยการจุดน้ําหนักและ
สวนสูงลงบนกราฟการเจริญเติบโตของเด็กและลากเสนเช่ือมโยงจุดน้ําหนักและสวนสูงในแตละครั้ง จะเห็น
เสนการเจริญเติบโตของเด็กซึ่งสามารถบอกแนวโนมหรือทิศทางการเจริญเติบโตได และยังทราบภาวะ
การเจริญเติบโตของเด็กดวย ดังนั้นควรแจงผลการเจริญเติบโต ใหกับพอแม/ผูปกครองและนักเรียน โดยแจง
ทงั้ ภาวะการเจรญิ เตบิ โตและแนวโนมการเจริญเติบโต เพ่ือจะไดรว มกนั ดําเนนิ การสงเสรมิ การเจรญิ เติบโตของเด็ก
ปองกนั หรอื แกป ญหาเด็กขาดอาหาร/เด็กอวนไดทนั ทว งที
5. มีการดําเนนิ การสงเสรมิ การเจริญเตบิ โตของเด็กนกั เรียน
เมื่อทราบผลการประเมินภาวะการเจริญเติบโตและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็ก
ตองรวบรวมขอมูลดังกลาวมาวิเคราะหรวมกับปจจัยอื่น ๆ ที่อาจสงผลตอการบริโภคอาหาร เชน การเจ็บปวย
ฟน ผุ นอนไมเพยี งพอ ความเครยี ด รายได แหลงอาหาร เปนตน
ยาเม็ด/ยานํา้ เสริมธาตุเหลก็
การใหน กั เรยี นรบั ประทานยาเมด็ เสรมิ ธาตเุ หลก็ สปั ดาหล ะ 1 เมด็ (60 มลิ ลกิ รมั ) หรอื ยานาํ้ 1 ชอ นชา
(12.5 มิลลิกรัม) เปนส่ิงจําเปน เพราะสวนใหญเด็กนักเรียนไดรับธาตุเหล็กจากอาหารไมเพียงพอ หรือมีอาการ
เสียเลือดอยางเร้ือรังจากการมีประจําเดือน โรคพยาธิปากขอ ฯลฯ ผลเสียของภาวะโลหิตจางทําใหเด็กเติบโตชา
เซอ่ื งซึม เฉือ่ ยชา เรยี นหนงั สอื ไมท นั เจ็บปว ยงาย เสี่ยงตอการติดเช้ือไดงายและรุนแรงกวา เด็กปกติ โรคโลหติ จาง
จากการขาดธาตุเหล็กไมสามารถสังเกตอาการไดดวยตาเปลา มีการศึกษาพบวาถาใหนักเรียนทุกคนไดรับ
ประทานยาเม็ด/ยาน้ําเสริมธาตุเหล็กตามปริมาณท่ีแนะนํา จะสามารถปองกันภาวะโลหิตจางจากการขาด
ธาตุเหล็กได นอกจากนี้ยาเม็ด/ยาน้ําเสริมธาตุเหล็กมีราคาถูกและไมเปนอันตรายตอเด็ก แตมีประโยชนและ
มผี ลตอสตปิ ญ ญาและการเรยี นรู
¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 95
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ธงโภชนาการ
การจัดทําภาพ “ธงโภชนาการ” มีจุดมุงหมายเพื่อแนะนํา “สัดสวน” “ปริมาณ” และ
“ความหลากหลาย” ของอาหารท่ีคนไทยควรบริโภคใน 1 วัน ดวยรูปแบบที่เขาใจงาย สัดสวนปริมาณ
และความหลากหลายของอาหารที่นํามาใชแนะนําในการบริโภคพิจารณามาจากผลงานวิจัยเก่ียวกับชนิด
และปริมาณอาหารที่คนไทยควรบริโภค เพ่ือใหไดพลังงานและสารอาหารเพียงพอกับความตองการของรางกาย
และหนวยตวงวดั ที่นิยมใชใ นครัวเรอื นของครอบครวั ไทย “ธงโภชนาการ” จงึ เปนสญั ลกั ษณของการบรโิ ภคอาหาร
ท่ีมีเอกลักษณของความเปนไทยที่จะชวยนําไปสูการ “กินพอดี สุขีทั่วไทย” ตามเจตนารมณของขอปฏิบัติการ
บริโภคอาหาร เพือ่ สุขภาพที่ดีของคนไทย หรอื โภชนบัญญัติ 9 ประการ
ธงโภชนาการ คือ เครื่องมือที่จะชวยอธิบายและทําความเขาใจโภชนบัญญัติ 9 ประการ
เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติโดยกําหนดเปน ภาพ “ธงปลายแหลม” แสดงกลุมอาหารและสัดสวนการกินอาหาร
ในแตละกลุมมากนอยตามพ้ืนท่ี สังเกตไดชัดเจนวาฐานใหญดานบนเนนใหกินมากและปลายธงขางลาง
บอกใหกินนอยๆ เทาที่จําเปน โดยอธบิ ายไดด งั นี้
1. กนิ อาหารใหค รบ 5 หมู
2. กลุมอาหารทบ่ี ริโภคจากมากไปนอย แสดงดวยพน้ื ทใ่ี นภาพ
3. อาหารท่ีหลากหลายชนิดในแตละกลุม สามารถเลือกกินสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันได
ภายในกลุมเดียวกัน ทั้งกลุมผัก กลุมผลไมและกลุมเนื้อสัตว สําหรับกลุมขาว-แปง
ใหกนิ ขาวเปนหลัก อาจสลบั กับผลิตภัณฑทีท่ ําจากแปง เปนบางม้ือ
4. ปริมาณอาหาร บอกจํานวนเปนหนวยครัวเรือน เชน ทัพพี ชอนกินขาว แกว และผลไม
กําหนดปริมาณเปน สวน ตามภาพท่ี 1
5. ชนดิ ของอาหารทีค่ วรกนิ ปริมาณนอยๆ เทา ท่จี ําเปน คือ กลุมนํา้ มัน น้าํ ตาล เกลือ
96 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ภาพที่ 1 ปรมิ าณอาหารตามธงโภชนาการ
โดยมรี ายละเอยี ดของสัดสว นตามช้นั ของธงโภชนาการดงั ตอไปน้ี
ช้นั ท่ี 1 กลมุ ขา ว แปง กนิ ปรมิ าณมากที่สดุ เพราะเปน แหลง พลงั งาน
ช้ันท่ี 2 กลมุ ผกั และผลไม กินปริมาณรองลงมา เพอ่ื ใหไดว ิตามิน แรธ าตุ และใยอาหาร
ชั้นท่ี 3 กลุมเน้ือสัตว ถ่ัว ไข และกลุมนม กินปริมาณพอเหมาะเพื่อใหไดโปรตีนคุณภาพดี
เหลก็ และแคลเซยี ม
ชัน้ ท่ี 4 กลุมนํ้ามัน นํา้ ตาล เกลือ กนิ แตน อยเทาทจี่ าํ เปน
¡ª¹Ô¹éÑ »·ÃèÕ ÔÁ1Ò³¡ÅÁØÁ‹ Ò¢¡ÒŒ·ÇÊèÕ ´Ø á໾§‡ÃÒÐ໚¹áËÅ‹§¾Å§Ñ §Ò¹
ª¡¹Ô¹éÑ »·ÃèÕ ÔÁ2Ò³¡ÅËØÁͼ§Å¡Ñ §áÁÅÒСàžÁ‹Øè×ͼãËÅäŒä´ÁÇŒ Œ ÔμÒÁ¹Ô á˸ÒμØáÅÐãÂÍÒËÒÃ
¡ª¹Ô¹éÑ »·ÃèÕ ÔÁ3Ò³¡Å¾Ø‹ÁÍàà¹ËéÍ× ÁÊÒμÑ ÐÂྶè×ÍÑèÇãË䢌䴋 Œâá»ÅÃÐμ¡Õ¹Å¤‹ÁØ Ø³¹ÀÁÒ¾´Õ àËÅç¡ áÅÐá¤Åà«ÂÕ Á
¡ª¹Ôѹé á·μÕè 4‹¹ÍŒ ¡ÂÅà·‹ÁØ Ò‹¹·íéÒÕè¨ÁíÒѹ໹¹š íÒé μÒÅ à¡Å×Í
ภาพที่ 2 สัดสวนอาหารตามชั้นของธงโภชนาการ
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 97
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
- หนว ยตวงวดั ระดับครัวเรือน
1. ทพั พี ใชใ นการตวงนบั ปรมิ าณอาหารกลมุ ขา ว-แปง และผกั
ขา วสกุ 1 ชอ น ประมาณ 15 กรมั หรือ ประมาณ ½ ถวยตวง
ผกั สกุ 1 ทพั พี ประมาณ 80 กรมั หรอื ประมาณ ½ ถวยตวง
2. ชอ นกินขา ว ใชใ นการตวงนบั ปริมาณอาหารกลมุ เนื้อสัตว
เน้ือสกุ 1 ชอนกินขาว ประมาณ 15 กรัม
เนอ้ื สตั วส ามารถเลอื กเปลย่ี นเปน อาหารในกลมุ เดยี วกนั ไดค อื เนอ้ื สตั ว 1 ชอ นกนิ ขา ว
สามารถเลือกเปล่ียนเปน ปลาทู ½ ตัว หรือไข ½ ฟอง หรือ เตาหเู หลือง ¼ แผน
3. สว น ใชก บั ปริมาณผลไม
ผลไม 1 สวน สาํ หรบั ผลไมท่ีเปน ผล ปริมาณดงั น้ี คอื
กลว ยน้าํ วา 1 ผล
กลวยหอม 1 ผล
สม เขยี วหวาน 1 ผลใหญ
เงาะ 4 ผล หรอื
ผลไม 1 สวน สําหรับผลไมผลใหญท่ีหั่นเปนชิ้นพอคํา ไดแก มะละกอ หรือสับปะรด
หรอื แตงโมประมาณ 6-8 คาํ
- ปรมิ าณของอาหารตามธงโภชนาการจําแนกตามพลังงานและกลุม อาหารใน 1 วนั
ชนิดและปริมาณของอาหารท่ีคนไทยควรกินใน 1 วัน ตามธงโภชนาการ สําหรับเด็กตั้งแต
อายุ 6 ปขึ้นไปถึงผูใหญและผูสูงอายุ โดยแบงตามการใชพลังงานเปน 3 ระดับ คือ 1,600 2,000 และ
2,400 กิโลแคลอรี
ตาราง แสดงปรมิ าณอาหารทค่ี นไทยควรกนิ ใน 1 วัน จําแนกตามพลังงานและกลุมอาหาร
กลุม อาหาร หนวย พลังงาน (กิโลแคลอร)ี
ครวั เรอื น
ขาว-แปง 1,600 2,000 2,400
ผกั ทัพพี
ผลไม ทพั พี 8 10 12
สว น
เนือ้ สัตว ชอ นกินขา ว 4(6) 5 6
นม แกว
ชอนชา 3(4) 5 5
น้ํามัน น้ําตาลและเกลอื
6 9 12
2(1) 1 1
ใชแตนอ ยเทาท่จี ําเปน
1,600 กโิ ลแคลอรี สําหรับ เดก็ อายุ 6-13 ป หญิงวัยทาํ งานอายุ 25-60 ป ผูสงู อายุ 60 ปข้ึนไป
2,000 กิโลแคลอรี สําหรับ วยั รุนหญงิ - ชาย อายุ 14-25 ป วยั ทํางานอายุ 25-60 ป
2,400 กโิ ลแคลอรี สาํ หรับ หญงิ -ชาย ท่ีใชพ ลงั งานมาก ๆ เชน เกษตรกร ผูใชแ รงงาน นักกีฬา
98 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
องคประกอบที่ 8 : การออกกาํ ลงั กาย กีฬาและนนั ทนาการ
ออกกําลังกายอยางนอยวันละ 30 นาที หมายถึง การออกกําลังกาย 30 นาทีติดตอกัน และ
การออกกําลังกายสะสม เชน คร้ังละ 10 นาที 3 ครง้ั ใน 1 วัน
การจัดกิจกรรม/มีเวลาวาง หมายถึง โรงเรียนเปนผูจัดกิจกรรม หรือจัดใหมีเวลาวางนอกเหนือ
จากการเรยี น และใหอ สิ ระตามความพอใจในการเลือกกิจกรรมออกกําลังกาย กีฬาและนนั ทนาการ
องคประกอบท่ี 9 : การใหค าํ ปรกษาและสนบั สนนุ ทางสงั คม
การคัดกรองนักเรียน หมายถึง การนําขอมูลนักเรียนที่ไดจากเคร่ืองมือและวิธีการตางๆ ในการ
รจู ักนกั เรยี นเปน รายบุคคลมาพิจารณา วิเคราะหแ ละจดั กลุมตามระดบั ปญ หาของนกั เรียน ดงั นี้
1. นักเรียนกลุมเส่ียง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง หมายถึง นักเรียนท่ีมีพฤติกรรมไมเหมาะสมกับวัย
หรือมีพฤติกรรมท่ีไมเหมาะสม เชน แสดงออกเกินขอบเขต พฤติกรรมการแสดงออกตอตานกฎเกณฑ ไมรับฟง
เริ่มมีบางพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม เชน ดานเพศ สูบบุหรี่ พกอาวุธ รังแกผูอื่นทางกายหรือวาจา หรือมีปญหา
การเรียน มีปญหาการปรับตัว เขากับเพื่อนไมได แยกตัว ไมมีเพ่ือน หรือมีประวัติครอบครัวที่มีความเสี่ยง เชน
ครอบครวั แตกแยก มีการทาํ รายในครอบครวั คนในครอบครัวเสพยาเสพตดิ หรือตดิ สรุ า/บุหร่ี
2. นกั เรยี นกลมุ มปี ญ หา หมายถงึ นกั เรยี นทมี่ ปี ระวตั หิ รอื การคดั กรองพบวา มปี ญ หา เชน มปี ระวตั ิ
เสพยา ติดบุหรี/่ สรุ า หนีเรียน/มีปญ หาการเรยี น มปี ญหาทางสตปิ ญ ญา มพี ฤตกิ รรมทางเพศท่ีไมเหมาะสม
กิจกรรมการคัดกรอง
- ครูประจําชั้นเปนผูดําเนินการทําระเบียนสะสมนักเรียนในแตละช้ันป (ตามคูมือแนวทาง
การรจู กั นกั เรยี นเปนรายบุคคลและคดั กรองนกั เรียน ระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน)
- การคัดกรองนักเรียน ใชเครื่องมือ เชน แบบประเมินจุดแข็งและจุดออน (Strengths and
Difficulties Questionnaires : SDQ) แบบสาํ รวจตน ทนุ ชวี ติ เดก็ และเยาวชนไทย (Developmental Assets : DA)
แบบคัดกรองภาวะซึมเศรา และความเสีย่ งตอการฆา ตวั ตาย (DS8) เครือ่ งชวี้ ดั คุณภาพชวี ติ ขององคการอนามยั โลก
ชดุ ยอ ฉบบั ภาษาไทย แบบทดสอบการติดเกม (Game Addiction Screening Test : GAST)
หนวยงานสนับสนุน/แนะนํา : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุนราชนครินทร กลุมงาน
สุขภาพจติ โรงเรียน หมายเลขโทรศัพท 0 2248 8999
กิจกรรมชวยเหลือนักเรียนเฉพาะราย หมายถึง กิจกรรมตามระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน
เปนการดําเนินงานโดยคณะครู และผูเกี่ยวของ เพ่ือชวยเหลือนักเรียนกลุมเสี่ยง หรือนักเรียนที่มีปญหายุงยาก
ซับซอ น ซึง่ ครูแนะแนวไดร บั การสง ตอจากครทู ่ีปรกึ ษาและติดตามผล เม่ือเสรจ็ ส้ินการชวยเหลือในแตละกรณี
ในกรณีกลุม เสยี่ ง และกรณยี งุ ยากซบั ซอ นในการแกป ญหา และตองการความคดิ เห็นทางการแพทย
และการดูแลที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากทีมสาธารณสุข โรงเรียนจะพิจารณาเชิญทีมบุคลากรสาธารณสุข เชน
จิตแพทยเด็กและวัยรุน พยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช นักสังคมสงเคราะห นักจิตวิทยาคลินิก หรือนักจิตวิทยา
โรงเรยี น ฯลฯ เขา รว มชวยเหลอื เปนรายกรณดี ว ย
¤Ù‹Á×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 99
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
กรณยี งุ ยากซับซอน หมายถึง นกั เรยี นทมี่ ปี ญหา ดงั ตอ ไปน้ี
- นกั เรยี นทมี่ ีความคดิ ฆาตัวตาย พยายามฆาตวั ตายหรือเคยลงมือฆาตวั ตายแลว
- นักเรียนท่ีมีอาการของโรคจิต ไดแก การไดยินเสียงแวว เห็นภาพหลอน หวาดระแวง
มคี วามคิดผดิ ปกตริ ุนแรง พฤติกรรมเปล่ียนแปลงจนไมส ามารถดํารงชวี ิตอยางปกติสขุ ได
- นกั เรียนที่ตั้งครรภ หรอื มแี ฟน/คูนอนหลายคน
- นักเรียนท่ีติดสารเสพติด โดยไมสามารถหยุดใชไดเอง ซึ่งอาจเกิดจากภาวะเสพติดท่ีรุนแรง
เรอ้ื รงั มอี าการอยากยา ซึง่ อาจบรรเทาไดด วยการบาํ บัดรกั ษาจากผูเชย่ี วชาญ หรืออยใู นครอบครัวท่ีมสี งิ่ แวดลอม
ท่ีไมเ อ้ืออาํ นวยตอการเลิกยา หรือมีบทบาทเปนผูจําหนา ยยาเสพตดิ
- นกั เรยี นทมี่ อี ารมณรุนแรง เชน ซึมเศรา แยกตวั หรอื วติ กกังวล กา วราว ควบคมุ อารมณต นเอง
ไมไ ด
- นักเรยี นทีถ่ ูกทารุณกรรม ทัง้ ทางรา งกาย จิตใจ หรอื ทางเพศ
- นักเรยี นทป่ี ระสบเหตกุ ารณรุนแรงในชวี ติ เชน การฆาตกรรม การขมขืน อุบตั ิเหตุท่ีมีการสญู เสีย
รุนแรง
- ปญ หาการเรียน ปญหาอารมณ และปญ หาพฤตกิ รรมอื่นๆ ทีร่ นุ แรง
หนวยงานสนับสนุน/เอกสาร
- คมู อื การดาํ เนนิ งานโครงการ 1 โรงพยาบาล 1 โรงเรยี น One Hospital One School : OHOS
- แนวทางการประชุมปรึกษารายกรณี (Case conference) : ในสถานศึกษา สําหรับบุคลากร
สาธารณสขุ
- กลมุ งานสุขภาพจติ โรงเรยี นและชุมชน สถาบันสุขภาพจติ เดก็ และวยั รนุ ราชนครินทร
โทรศพั ท 0 2248 8999 ตอ 71315-6 โทรสาร 0 2248 8998 www.smartteen.net
บริการใหการปรึกษาดานสุขภาพจิตหรือปองกันพฤติกรรมเส่ียง หมายถึง โรงเรียนมีบุคลากร
ท่ีมีทักษะและสามารถใหการปรึกษานักเรียนท่ีมีปญหาสุขภาพจิต เชน เครียด ซึมเศรา มีความไมสบายใจ
ทอแท ปรับตัวเขากับเพ่ือนไมได หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เชน ด่ืมเหลา/สูบบุหรี่ มีพฤติกรรมทางเพศไมเหมาะสม
มีพฤติกรรมกาวราวหรือทํารายคนอ่ืน หนีเรียนหรือปฏิเสธการไปเรียน โดยจัดรูปแบบใหงายสําหรับนักเรียน
ในการรับการปรึกษาและไดรับการชว ยเหลืออยา งทนั ทว งทที ี่มปี ญ หา ดงั นี้
1. โรงเรียนมีบุคลากรท่ีจบดานการใหการปรึกษาหรือจิตวิทยา หรือจิตวิทยาแนะแนว หรือ
มีการมอบหมายครูที่มีศักยภาพในการรับฟง เขาใจและใหการปรึกษานักเรียน โดยนักเรียนรับรูชองทาง และ
สามารถเขาถึงไดง ายในการขอรับการปรึกษา
2. บุคลากรหรือครูท่ีมีหนาที่ใหการปรึกษามีการจดบันทึกและประสานงานการชวยเหลือ
ประเด็นในการใหก ารปรึกษา การประสานสงตอ นักเรยี นเพอื่ รับการชว ยเหลอื /รักษา
3. ครู/บุคลากรที่มีหนาท่ีใหการปรึกษา มีการประสานขอมูลกับครูประจําชั้น และมีการทํางาน
รวมกับผูปกครอง เครือขาย/หนวยงานภายนอกโรงเรียนในการใหการชวยเหลือเด็กที่มีปญหา/พฤติกรรมเส่ียง
เชน การวางแผนการชวยเหลือนักเรียนท่ีมีปญหารวมกับผูปกครอง ใหความรวมมือกับหนวยงานภายนอก/
เครือขายในการสง เสรมิ ปองกนั และแกไ ขปญหาพฤตกิ รรมเสยี่ ง/ปญ หาสขุ ภาพจติ นักเรยี น
100 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
หนวยงานสนบั สนนุ /แนะนํา
- สถาบันสุขภาพจิตเดก็ และวยั รนุ ราชนครนิ ทร กลมุ งานพฒั นาวชิ าการ โทรศัพท 0 2248 8999
- สํานักสง เสรมิ และพฒั นาสุขภาพจติ กรมสุขภาพจิต
- หนวยงาน/รพ.จิตเวช สงั กดั กรมสขุ ภาพจติ หรือหนว ยงานจิตเวช ของโรงพยาบาลสังกดั
กระทรวงสาธารณสุข
- องคก ารแพธ (PATT to Health) โทรศัพท 0 2611 3001-5
องคป ระกอบที่ 10 : การสง เสรมสขุ ภาพบคุ ลากรในโรงเรยน
บคุ ลากรในโรงเรยี น หมายถงึ บคุ คลในโรงเรยี นทไ่ี มใ ชน กั เรยี น ไดแ ก ผบู รหิ าร ครู พนกั งาน ขา ราชการ
ลกู จาง นักการภารโรง คนงาน ฯลฯ
การประเมินสุขภาพ หมายถึง บุคลากรในโรงเรียนมีการตรวจสุขภาพประจําปจากสถานบริการ
สาธารณสุข หรือการประเมินสุขภาพดวยตนเอง โดยใชแบบประเมินสุขภาพตนเองและหากพบวามีอาการเส่ียง
ตองพบแพทย
¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 101
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
วา ง P. 102
วา ง P. 104
ก นน น
น ับ
หลังจากโรงเรียนผานการประเมินรับรองเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับทองแลว ระยะตอมา
เปนการพัฒนาโรงเรียนสูเกณฑมาตรฐานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชร ท่ีเนนการวัดผลลัพธดานสุขภาพ
พฤตกิ รรมสขุ ภาพของนกั เรยี นและผลการดาํ เนนิ งานตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประกอบดว ยมาตรฐาน
3 ดาน ดงั น้ี
มาตรฐานท่ี 1 การดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสขุ ภาพ : ตวั ชีว้ ดั ที่ 1
มาตรฐานท่ี 2 การดาํ เนนิ งานสุขภาพของนักเรยี นแกนนาํ : ตวั ช้วี ัดท่ี 2 และ 3
มาตรฐานที่ 3 ผลสาํ เร็จของการดําเนินงาน
3.1 ภาวะสขุ ภาพของนกั เรยี น : ตวั ชว้ี ดั ท่ี 4-10
3.2 โครงการแกไ ขปญหาในโรงเรียน : ตัวชว้ี ดั ที่ 11
3.3 งานตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1) นํ้าบริโภคปลอดภยั และเพยี งพอ : ตัวชว้ี ัดที่ 12
2) สขุ านาใช : ตัวชี้วัดที่ 13
3) โภชนาการและสุขาภบิ าลอาหาร : ตวั ชีว้ ดั ท่ี 14-16
4) การปอ งกันอบุ ตั เิ หตุ : ตัวช้วี ดั ที่ 17
5) การปอ งกันและแกไขมลภาวะทีม่ ผี ลกระทบตอ สุขภาพ : ตัวชว้ี ดั ท่ี 18-19
รายละเอยี ดการดําเนนิ งานโรงเรียนสง เสริมสขุ ภาพระดบั เพชรในบทที่ 7 น้ี ประกอบดวย 2 สว น คอื
1. เกณฑมาตรฐานการประเมินโรงเรยี นสง เสริมสุขภาพระดบั เพชร
2. แนวทางการดําเนนิ งานโรงเรยี นสง เสริมสุขภาพระดบั เพชร
¤Ù‹Á×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 105
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
1. เกณฑม าตรฐานการประเมนิ โรงเรยนสง เสรมสุขภาพระดบั เพชร
มาตรฐานดา น ตวั ชว้ ัด เกณฑ แหลง ขอมลู /วธพสิ ูจน วธการเกบ็ รวบรวมขอ มูล
1. ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น 1. โรงเรียนผานการ ณ ปจจุบันเปนโรงเรียน - เกียรติบัตรหรือหนังสือ 1. ต ร ว จ ส อ บ เ อ ก ส า ร ก า ร รับ ร อ ง
โ ร ง เ รี ย น ส ง เ ส ริ ม ประเมินรับรองเปน สงเสริมสุขภาพระดับทอง รับรองโรงเรียนสงเสริม ระดบั ทอง ต้ังแตว นั ท่ีไดรบั การรบั รองถึง
สขุ ภาพ โ ร ง เ รี ย น ส ง เ ส ริ ม สุขภาพระดับทอง จาก วันที่ประเมินโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ
สขุ ภาพระดบั ทอง กรมอนามัยหรือสํานักงาน ระดับเพชรตอ งไมเกนิ 3 ป
สาธารณสขุ จังหวดั 2. สุมตรวจสอบแฟม 10 องคประกอบ
เชน การใหสุขศกึ ษา การบริการอนามัย
ในโรงเรียน (เชน ผลการตรวจสายตา
การไดย นิ การไดร บั ยาเมด็ เสรมิ ธาตเุ หลก็
ฯลฯ)
3. สอบถามครหู รือนกั เรียน
2. ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น 2. มีการจัดตั้งชมรม นักเรียนดําเนินกิจกรรม - เอกสารชมรมสุขภาพ 1. ตรวจสอบเอกสารเพื่อดูความ
สุขภาพของนักเรียน สุขภาพที่มีแกนนํา อยา งนอ ย 6 เดือนขึ้นไป - สุมสอบถามนักเรยี น ครบถว นของขอ มูล ดงั นี้
นั ก เ รี ย น ร ว ม ตั ว กั น * คาํ สงั่ แตง ตงั้ นกั เรยี นแกนนาํ ชมรม
ดํ า เ นิ น กิ จ ก ร ร ม ระบุชนั้ ปทศ่ี กึ ษาเปนขอมลู ปจ จุบัน
สขุ ภาพอยา งตอ เน่อื ง
* บนั ทกึ การประชมุ ของนกั เรยี นทมี่ ี
ความตอ เนอ่ื ง (อยา งนอ ยเดอื นละ 1 ครง้ั )
6 เดือนข้ึนไป
* แผนปฏิบัติงาน/กิจกรรม ระบุ
วนั เดือน ป และชอื่ ผูรบั ผิดชอบ
2. พิจารณาเนื้อหาบันทึกการประชุม
ของนักเรียนวามีความสอดคลองและ
เปน ไปตามแผนกิจกรรมท่ีระบุไวห รือไม
3. สอบถามนักเรียนแกนนํา/สมาชิก/
นักเรียนทั่วไปจํานวนตามขนาดโรงเรียน
เร่ืองการรับรูกิจกรรมของชมรมและ
การมสี ว นรว ม (รบั รอู ยา งนอ ยรอ ยละ 80)
3. มีโครงงานสุขภาพ มี โ ค ร ง ง า น ที่ ป ร ะ ส บ - เ อ ก ส า ร โ ค ร ง ง า น ท่ี 1. ตรวจสอบเอกสารตามหัวขอ ดังน้ี
ของนักเรียนท่ีประสบ ความสําเร็จอยางนอย ลดปญหาดานสุขภาพหรือ * ขอมูลปญหาและวิธีการไดมาของ
ผลสาํ เรจ็ ชดั เจนในการ 1 เร่อื ง สิ่งแวดลอ ม ปญ หาที่นาํ มาทาํ โครงการ
ลดปญหาสุขภาพหรือ - สอบถามนักเรียนหรือ * วัตถุประสงคของโครงงานมีความ
สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี น ผเู กี่ยวของ ชดั เจน สามารถวดั ได
หรอื ชุมชน * ชอ่ื นร.เปน ผจู ดั ทาํ /ชอื่ ครทู ปี่ รกึ ษา
* กลุมเปาหมายและการคัดเลือก
กลมุ เปา หมายทจี่ ะดาํ เนนิ การ
106 ¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
มาตรฐานดา น ตัวชว้ ัด เกณฑ แหลง ขอ มลู /วธพสิ จู น วธการเก็บรวบรวมขอ มลู
* ก า ร ท บ ท ว น ว ร ร ณ ก ร ร ม ที่
เกี่ยวขอ งกับโครงงาน
* แผนปฏิบัติงาน/กิจกรรม ท่ีระบุ
วัน เดอื น ป และชอื่ ผรู ับผดิ ชอบ
* เคร่อื งมือท่ีใชป ระเมินผลสาํ เรจ็
* สรุปผลเปรียบเทียบกอน-หลัง
ทาํ โครงงาน
2. สอบถามรายละเอียดข้ันตอนการ
ทาํ กิจกรรมจากผจู ัดทําโครงงาน
3. ผลสําเร็จของการ
ดาํ เนินงาน
3.1 ภาวะสุขภาพ 4. ภาวะการเจริญ
ของนกั เรยี น เติบโต
4.1 นั ก เ รี ย น มี 4.1 ไมเกนิ รอยละ 7 - เอกสารรายงาน 1. ตรวจสอบความถูกตองของขอมูล
- สอบถามครู เชนตัวเลข/การแปลผล/ความครบถวน
น้ําหนักตามเกณฑ (มีรายงานทุกช้ันรวมชั้นอนุบาลและมี
4.2 ไมเ กนิ รอ ยละ 5 ตวั อยางการแปลผลของนักเรยี น
สวนสูง (W/H) เกิน รายคน 1 หอง)
2. ประสานครูเพ่อื เตรียมขอมูลนักเรียน
เกณฑ (เริ่มอวน ลวงหนากอนวันประเมินโดยใชวิธีสุม
ตัวแทนที่กระจายทุกช้ันทุกหองเรียน
และอว น) (30-100 คน)
3. วนั ประเมิน
4.2 นั ก เ รี ย น มี
* ตรวจสอบคุณภาพ เครื่องวัด
สว นสงู ตามเกณฑอ ายุ สวนสูง/เครื่องช่ังน้ําหนักและการติดต้ัง
วา ไดมาตรฐานหรอื ไม
(H/A) ตํ่ากวาเกณฑ
* ช่ังน้ําหนัก/วัดสวนสูงนักเรียน
(คอ นขา งเตยี้ และเตย้ี ) ที่ถูกสมุ
* สอบถามครูเก่ียวกับขั้นตอน/
กระบวนการไดมาของขอมูล เชน
วิธีการวัด บันทึกผลการเก็บรวบรวม
ขอ มูล และแปลผล
* สอบถามการแกไ ข นร. ทม่ี ปี ญ หา
* สอบถามการใชแบบบันทึกการ
ตรวจสุขภาพดวยตนเอง ตรวจสอบ
ขอ มูล การบนั ทึก และสอบถามนักเรียน
จํานวนตามขนาดโรงเรียน เร่อื งการรบั รู
ภาวะการเจรญิ เตบิ โตของตนเอง
¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 107
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
มาตรฐานดา น ตวั ช้วดั เกณฑ แหลงขอมลู /วธพสิ ูจน วธการเก็บรวบรวมขอ มูล
5. นักเรียนไมมีฟนแท - รอยละ 45 ข้ึนไป - เอกสารรายงานภาพรวม 1. ตรวจสอบเอกสารสรุปขอมูลการ
ผุ อดุ และถอน สํ า ห รั บ นั ก เรี ย น ชั้ น และรายงานการผานเกณฑ ตรวจฟนของนักเรียน ช้ัน ป.1-ป.6
ประถมศกึ ษาปท ี่ 1-6 ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษา (ระดับประถมศึกษา) ชั้น ป.1-ม.3
- รอยละ 35 ข้ึนไป และ/หรือชนั้ มัธยมศกึ ษา (รร.ขยายโอกาส) และ ม.1-ม.3
สํ า ห รั บ นั ก เรี ย น ชั้ น - ตรวจฟน นกั เรยี นโดยวธิ สี มุ (รร.มัธยมศึกษา) ซ่ึงตรวจโดยบุคลากร
มธั ยมศึกษาปท ี่ 1-3 - สอบถามครู สาธารณสุข พรอมทั้งระบุ วัน เดอื น ป
ที่ตรวจ
2. สุมตรวจฟนจํานวนตามขนาด
โรงเรียน เพ่ือดูความสอดคลองของ
สภาพที่เปนจรงิ และขอ มลู ในเอกสาร
3. สอบถามครูผูรับผิดชอบเกี่ยวกับ
ข้ันตอนการดําเนินงานและการแกไข
นักเรียนทมี่ ปี ญหา
6. นกั เรยี นอายุ 7-18 ป นักเรียนผานเกณฑ - เอกสารรายงาน 1. ตรวจสอบเอกสารรายงานผาน
มีสมรรถภาพทางกาย ประเมินท้ัง 3 ดาน - สอบถามครู เกณฑ สมรรถภาพทางกายในภาพรวม
ท่ีสัมพันธกับสุขภาพ รอยละ 80 ขึ้นไป ของโรงเรยี น ตง้ั แตน กั เรยี นชน้ั ป.1 ขนึ้ ไป
(Health related และมีตัวอยางรายงานผลการทดสอบ
Physical Fitness) นกั เรียนรายคน 1 หอ ง
ผา นเกณฑ 2. ตรวจสอบความถกู ตอ งของการเลอื ก
กิจกรรมแตละดานท่ีนํามาทดสอบและ
แปลผล
3. สอบถามครูผูรับผิดชอบเก่ียวกับ
การดําเนินงานและการแกไขนักเรียน
ทีไ่ มผ านเกณฑ
7. นักเรียนท่ีมีปญหา นั ก เ รี ย น ที่ มี ป ญ ห า - เอกสารรายงานผลการ 1. ตรวจสอบเอกสารรายงานการ
สุขภาพจิตไดรับการ สุขภาพจิตทุกคนไดรับ ประเมนิ SDQ ประเมิน SDQ โดยครูในภาพรวมของ
ดูแลชวยเหลือ การดแู ลชว ยเหลือ - เอกสารรายงานการ โรงเรียนในปการศึกษาปจจุบัน และ
ดูแลชวยเหลือนักเรียน มีตัวอยางรายงานการประเมิน SDQ
รายบคุ คล นักเรียน รายคน 1 หอง (หรือแบบ
- สอบถามครู ประเมินสขุ ภาพจิตอน่ื ๆ)
2. สุมตรวจสอบความถูกตองของ
การแปลผลจากแบบประเมิน SDQ
(25 ขอ) ฉบับครูเปนผูประเมินหรือ
แบบประเมนิ สขุ ภาพจิตอ่นื ๆ
3. ตรวจสอบรายงานการดแู ล/ชว ยเหลอื
นกั เรียนท่ีมปี ญหารายคน
4. สอบถามครูผูรับผิดชอบเกี่ยวกับ
การดาํ เนนิ งานเพอ่ื สง เสรมิ /แกไ ข นกั เรยี น
ทง้ั กลมุ ปกติ กลมุ เสย่ี งและกลมุ มปี ญ หา
108 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
มาตรฐานดา น ตวั ช้วดั เกณฑ แหลงขอมลู /วธพสิ ูจน วธการเกบ็ รวบรวมขอมลู
8. นักเรียนมีความรู มีการจัดกิจกรรมพัฒนา - เอกสารรายงานการจดั 1. ตรวจสอบเอกสารรายงานการจัด
แ ล ะ ทั ก ษ ะ ด า น ผูเรียนดานสุขอนามัย กิจกรรมพรอมท้ังสรุปผล กิจกรรมพัฒนาผูเรียนดานสุขอนามัย
สขุ อนามยั ทางเพศ ท า ง เ พ ศ อยางนอย การดาํ เนินงาน ทางเพศและผลการดําเนินงาน (การจัด
ภาคการศึกษาละ 1 เรอ่ื ง - สอบถามครู กิจกรรมสงเสริมความรูและทักษะ/
- สอบถามนักเรยี น มชี มรม)
2. สอบถามครูผูรับผิดชอบเกี่ยวกับ
การดําเนินงานและการมีสวนรวมของ
นักเรยี น
3. สอบถามนักเรียนแกนนํา/สมาชิก/
นักเรียนทัว่ ไปจาํ นวนตามขนาดโรงเรยี น
เรื่องการรับรูกิจกรรมดังกลาว (รับรู
อยางนอยรอยละ 80)
9. ก า ร สู บ บุ ห ร่ี ใ น - ไมม ี - เอกสารกิจกรรมการ 1. สาํ รวจรอ งรอยการสบู บหุ รใ่ี นโรงเรยี น
โรงเรียน รณรงคไมสูบบหุ ร่ี 2. สุมสอบถามนักเรียนช้ัน ป.4 ข้ึนไป
- สํารวจสภาพจริง ในจํานวนตามขนาดโรงเรียน วาเคย
- สุมสอบถามนกั เรียน พบเหน็ เพ่อื น ครู ภารโรง หรือบคุ ลากร
ในโรงเรียนสูบบหุ รใี่ นโรงเรียนหรือไม
3. สอบถามกิจกรรมการรณรงค
10. นกั เรยี นทมี่ สี ายตา นั ก เ รี ย น ช้ั น ป ร ะ ถ ม - เอกสารรายงานผลการ 1. ตรวจสอบเอกสารสรุปรายงานผล
และการไดยินผิดปกติ ศึกษาปที่ 1 และ/หรือ ตรวจสายตาและการ การตรวจสายตาและการไดยินของ
ไดรับการแกไ ข ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ไดย ิน นักเรยี น ชนั้ ป.1 และ/หรอื ม.1
ทุกคนท่ีมีปญหาไดรับ - เอกสารรายงานการ ทกุ หอ งเรียน
การแกไข แกไขปญหานักเรียน 2. ตรวจสอบการแกไขปญหานักเรียน
รายบคุ คล รายบุคคลท่ีมีสายตาและการไดยินผิด
- สอบถามครู ปกติ
- สอบถามนกั เรยี น 3. สอบถามรายละเอียดการดําเนินงาน
กับครูผูรับผิดชอบ
4. สุมสอบถามนักเรียนชั้น ป.1 และ/
หรือ ม.1 ท่ีมีสายตาและการไดยิน
ผดิ ปกติ
3.2 โครงการแกไข 11. มีโครงการแกไข มี โ ค ร ง ก า ร ท่ี ป ร ะ ส บ - เอกสารโครงการ 1. ตรวจสอบเอกสารตามหวั ขอ ดงั นี้
ปญ หาในโรงเรียน ปญหาดานสุขภาพ ความสําเร็จอยางนอย - สอบถามครู * ขอมูลปญ หาและวธิ กี ารไดม าของ
หรือส่ิงแวดลอมที่มี 1 โครงการ ปญหาทนี่ ํามาทําโครงการ
ความชุกสูงหรือเปน * วตั ถุประสงคข องโครงการมีความ
อันตรายตอสุขภาพ
ข อ ง นั ก เ รี ย น ไ ด เ ป น ชัดเจน และสามารถวดั ได
ผลสาํ เร็จ * ชอ่ื ครเู ปนผจู ัดทาํ /ชอื่ นร. เปนผู
รวมทํา
¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 109
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
มาตรฐานดา น ตัวชว้ ัด เกณฑ แหลง ขอมูล/วธพสิ ูจน วธการเกบ็ รวบรวมขอ มูล
* กลุมเปาหมาย/วิธีการคัดเลือก
กลมุ เปาหมายทจี่ ะดําเนนิ การ
* แผนปฏิบัติงาน/กิจกรรม ท่ีระบุ
วัน เดอื น ป และชื่อผรู ับผดิ ชอบ
* เคร่อื งมอื ท่ีใชประเมนิ ผลสําเรจ็
* สรุปผลเปรียบเทียบ กอน-หลัง
ทาํ โครงการ
(*โครงการตอ งไมซ า้ํ กบั โครงงานสขุ ภาพ
ของนักเรยี นในตัวช้ีวดั ที่ 3)
2. สอบถามรายละเอยี ดขัน้ ตอนการทาํ
กจิ กรรมจากผูจ ัดทําโครงการ
3.3 งานตามนโยบาย 12. นาํ้ บรโิ ภคปลอดภยั 1. มี ผ ล ก า ร ต ร ว จ - ผลการตรวจวิเคราะห 1. ตรวจสอบรายงานผลการตรวจ
กระทรวงศกึ ษาธิการ และเพียงพอ วิเคราะหคุณภาพนํ้า คุณภาพนาํ้ บริโภค วิเคราะหคุณภาพน้ําบริโภคตองไมเกิน
3.3.1 นํ้าบริโภค ผานเกณฑมาตรฐาน - สํารวจสภาพจริง 1 ป (นับจากวันท่ีวิเคราะหถึงวันท่ี
ปลอดภัยและเพียงพอ คุ ณ ภ า พ น้ํ า บ ริ โ ภ ค ประเมิน) และตรวจสอบการผานเกณฑ
กรมอนามัย พ.ศ. 2553 แตละรายการ ท้ัง 20 รายการ
ไมเ กนิ 1 ป 2. กรณีอยูในเขตน้ําประปาดื่มได
2. มีผลการตรวจดาน ตรวจสอบเอกสารการรับรองทุก 2 ป
แบคทีเรีย (โคลิฟอรม แ ล ะ มี ผ ล ต ร ว จ โ ค ลิ ฟ อ ร ม แ ล ะ
แ บ ค ที เ รี ย แ ล ะ ฟ คั ล ฟคัลโคลิฟอรมแบคทีเรีย ทุก 6 เดือน
โ ค ลิ ฟ อ ร ม แ บ ค ที เ รี ย ) 3. สํารวจปริมาณจุดบริการนํ้าดื่มและ
ผา นเกณฑ ทกุ 6 เดอื น คาํ นวณตามสดั สวนผูใช
จํานวนตัวอยางสงตรวจ 4. สํารวจสภาพจริงเพ่ือดูสุขลักษณะ
คุณภาพน้าํ บริโภค ของจุดบริการน้ํา เชน แหลงน้ํา/จุดท่ี
นร.ไมเกิน 300 คน สงตรวจ ความสะอาดบริเวณรอบจุด
ผา นเกณฑอ ยา งนอ ย 1 จดุ บริการ กอกน้ํา ภาชนะบริการนํ้าดื่ม
นร. 301-1,500 คน ภาชนะสาํ หรบั ด่มื นํ้าของนักเรียน ฯลฯ
ผา นเกณฑอ ยา งนอ ย 2 จดุ 5. สอบถามเร่ืองการเฝาระวังคุณภาพ
นร.1,500-5,000 คน และการใชแ กว นาํ้ สว นตวั ของนกั เรียน
ผา นเกณฑอ ยา งนอ ย 3 จดุ
นร. 5,001 คน ขน้ึ ไป
ผา นเกณฑอ ยา งนอ ย 4 จดุ
หมายเหตุ จดุ ท่ี 1 สง ตรวจ
วิเคราะหน้ําบริโภคครบ
20 รายการ ตามเกณฑ
กรมอนามัย
จุดท่ี 2, 3 และ 4 ตรวจ
เฉพาะโคลิฟอรมแบคทีเรีย
และฟค ลั โคลฟิ อรม แบคทเี รยี
3. มีจุดบริการนํ้าด่ืม 1
ทต่ี อ นกั เรยี นและบคุ ลากร
75 คน
110 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
มาตรฐานดา น ตวั ชว้ ดั เกณฑ แหลงขอ มลู /วธพิสูจน วธการเก็บรวบรวมขอมลู
3.3.2 สุขานา ใช 13. สวมผานเกณฑ สวม ทุกจุด ผานเกณฑ - รายงานตามแบบสาํ รวจ 1. สํารวจสวมทุกจุด โดยใชแบบสํารวจ
มาตรฐาน HAS มาตรฐาน 16 ขอ - สาํ รวจสภาพจรงิ สวมตามเกณฑมาตรฐานสวมสาธารณะ
ระดับประเทศ
2. สอบถามครูหรือนักเรียนเก่ียวกับ
กิ จ ก ร ร ม ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น เ พื่ อ รั ก ษ า
มาตรฐาน
3.3.3 โภชนาการ 14. มี ก า ร จั ด ห รื อ ทุกวนั เปดเรยี น - เอกสาร/นโยบาย 1. สํารวจอาหารวางและเครื่องด่ืมที่จัด
และสขุ าภิบาลอาหาร จําหนายอาหารวาง - สํารวจสภาพจริงและ บริการ/จําหนายในโรงเรียน รวมถึง
รายการอาหารวางและ การจําหนายในชวงเย็นหลังเลิกเรียน
แ ล ะ เ ค ร่ื อ ง ดื่ ม ที่ มี เครื่องด่ืมที่จัดบริการ/ โดยสอบถาม/สัมภาษณ/สังเกต
คุณคาทางโภชนาการ จาํ หนายในโรงเรียน หากพบวามีปริมาณโซเดียม น้ําตาล
ไมหวานจัด ไมเค็มจัด
และไมมไี ขมันสูง และไขมันเกินเกณฑที่กําหนดตองให
คําแนะนาํ ท่ีถกู ตอ ง เพ่ือการปรบั เปลย่ี น
ใหจาํ หนายอาหาร/ขนมท่เี ปนประโยชน
ตอ สขุ ภาพ
15. มีการสงเสริมให นักเรียนไดรับประทาน - รายงานการคํานวณผัก 1. ตรวจสอบปริมาณผกั มี 2 กรณี
นั ก เรี ย น ทุ ก ค น ไ ด ผักเพียงพอตามปริมาณ และรายการอาหารยอน 1.1 โรงเรยี นจดั บรกิ ารอาหารเอง
บริโภคผักม้ือกลางวัน ทแ่ี นะนาํ ทกุ วันเปดเรียน หลงั 1 เดือน *สํารวจการซ้ือผักแตละวันมีปริมาณ
ตามปรมิ าณที่แนะนํา ปรมิ าณผัก - สอบถามครผู รู บั ผดิ ชอบ เพียงพอหรือไม (วิธีคํานวณปริมาณผัก
นักเรียนชั้นอนุบาล หรือผปู ระกอบอาหาร ท่ีซ้ือ ระบใุ นแนวทางการดําเนนิ งาน)
3 ชอ นกนิ ขาว/มอื้ /คน - สมุ สอบถามนกั เรียน *สาํ รวจเมนูอาหารยอ นหลัง 1 เดือน
นักเรียนชั้นประถมฯ - สาํ รวจ/สงั เกตสภาพจรงิ เพอ่ื ใหเ ด็กไดรบั ประทานผักหลายชนิด
4 ชอ นกินขาว/ม้อื /คน *สุมสอบถามนักเรียนจาํ นวนตามขนาด
นักเรียนชั้นมัธยมฯ ของโรงเรยี น วาในรอบ 1 สัปดาหท่ีผา นมา
5 ชอนกนิ ขา ว/มือ้ /คน มีรายการอาหารตามขอมลู ของโรงเรยี น
หรือไม
*สํารวจปริมาณอาหารประเภทโปรตีน
(เนื้อสัตว/ไข) ไปพรอมกันตามปริมาณ
ทแี่ นะนาํ ในแนวทางการดําเนินงาน
1.2 โรงเรยี นใหรานคามาจดั จาํ หนาย
*สํารวจรายการอาหารของรานคาท่ี
ขายอาหารตองมีผักเปนสวนประกอบหลัก
อยา งนอย รานละ 2 เมนู
*สํารวจ/สอบถามรานคาแตละรานวา
ขายอาหารไดกี่จาน/ชาม นํามาคํานวณ
ปริมาณท่ีตองซ้ือผัก (เฉลี่ย นร. 1 คน
รบั ประทาน 1 จานหรอื ชาม)
¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 111
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
มาตรฐานดา น ตัวช้วัด เกณฑ แหลง ขอ มลู /วธพสิ ูจน วธการเก็บรวบรวมขอ มลู
(การคํานวณปริมาณผักท่ีแตละราน
ตองซ้ือใชหลักการเดียวกันกับขอ 1.1)
เชน รานท่ี 1 นร. ประถม 100 คน
ซ้ือกวยเต๋ียว 100 ชามตองซื้อผัก
= 100 คน x 70 กรัม = 7 กิโลกรัม
หรือ นร. มัธยมซื้อกวยเต๋ียว 100 ชาม
ตองซ้อื ผัก
= 100 คน x 90 กรัม = 9 กโิ ลกรัม
คํานวณเชนน้ีทุกรานเพื่อทราบวาแตละ
รา นซ้ือผักเพยี งพอหรอื ไม
2. สังเกตการตักอาหารของผูจําหนายให
ไดปรมิ าณผักตามทีก่ าํ หนด
3. สงั เกตผกั ท่ีเหลอื ท้งิ ถาเหลอื มากตอ ง
หาวธิ ีสง เสริมใหร บั ประทานผักเพ่ิมข้นึ
4. สงั เกต การจัดเมนทู ม่ี ผี ักของ นร.
16. โรงอาหารผาน โรงอาหารผานเกณฑ - รายงานตามแบบประเมนิ - ประเมนิ โรงอาหารโดยใชแบบประเมนิ
เ ก ณ ฑ ม า ต ร ฐ า น มาตรฐาน 30 ขอ - สํารวจสภาพจริง สุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน
สุ ข า ภิ บ า ล อ า ห า ร - ผลตรวจสุขภาพผูปรุง/ - ตรวจสอบผลการตรวจสุขภาพผูปรุง/
ในโรงเรียน ผเู สิรฟ ทุกคน ผูเสิรฟในรอบปที่ผานมา (ตรวจสุขภาพ
ท่วั ไป X-ray ปอดและตรวจอุจจาระหรือ
ไวรสั ตบั อกั เสบชนดิ เอในกรณที ีส่ งสยั )
4) การปอ งกนั อบุ ตั เิ หตุ 17. การบาดเจ็บใน ไมมีนักเรียนบาดเจ็บท่ี - รายงานการเกิดอุบัติเหตุ - สํารวจขอมูลการบาดเจ็บหรืออุบัตเิ หตุ
โรงเรยี นทท่ี าํ ใหน กั เรยี น ทําใหตองพักรักษาตัว ของนักเรียน ภายในโรงเรียนของนักเรยี น
ตองพักรักษาตัวใน ในโรงพยาบาลในชวง - รายงานการใชบริการ (ระบุสถานทเี่ กิด)
โรงพยาบาล รอบปท่ีผา นมา หองพยาบาลของนักเรียน - สุมสอบถามนักเรียนช้ัน ป.4 ข้ึนไป
- สุม สอบถามนักเรยี น จํานวนตามขนาดโรงเรียน วาในรอบ
1 ปที่ผานมามีนักเรียนท่ีไดรับบาดเจ็บ
ในโรงเรียนจนตองทําใหเขารับการพัก
รกั ษาตัวในโรงพยาบาลหรอื ไม
5) การปองกันและ 18. มกี ารจดั การปญ หา มีการจัดการทุกปญหา - เอกสารรายงาน - สํารวจบริเวณรอบโรงเรียนวามีสาเหตุ
ที่กอใหเกิดมลภาวะที่มีผลกระทบตอ
แกไขมลภาวะที่มีผล ท่ีเกิดจากมลภาวะ (ถามี) - สาํ รวจสภาพจริง สุขภาพของนกั เรียนหรอื ไม
- สอบถามครู
กระทบตอสุขภาพ ภายนอกโรงเรียนท่ีมี - สอบถามครู
ผลกระทบตอสขุ ภาพ
19. โรงเรยี นผา นเกณฑ สิ่งแวดลอมในโรงเรียน - รายงานตามแบบประเมนิ - ประเมินสิ่งแวดลอมในโรงเรียนโดย
มาตรฐานสุขาภิบาล ผานเกณฑมาตรฐาน - สํารวจสภาพจรงิ ใชแบบประเมินสุขาภิบาลส่ิงแวดลอม
ส่งิ แวดลอมในโรงเรยี น 28 ขอ ในโรงเรียน
112 ¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
2. แนวทางการดาํ เนนิ งานโรงเรยนสงเสรมสขุ ภาพระดับเพชร
ตัวชว้ ัดที่ 1
โรงเรยนผา นการประเมนิ รับรองเปนโรงเรยนสง เสรมสุขภาพระดบั ทอง
ความหมาย
โรงเรียนผานการประเมินรับรองเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับทอง หมายถึง โรงเรียนที่มี
ผลการดําเนินงานตาม 10 องคประกอบของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพและไดรับการประเมินรับรองเปนโรงเรียน
สงเสริมสุขภาพระดับทอง ณ ปจจุบัน โดยนับจากวันรับรองท่ีระบุในใบเกียรติบัตรจนถึงวันท่ีประเมินโรงเรียน
สงเสรมิ สุขภาพระดับเพชรไมเ กิน 3 ป
เกณฑประเมิน ณ ปจจบุ นั เปนโรงเรยี นสง เสริมสุขภาพระดับทอง
วตั ถปุ ระสงค
เพื่อใหโรงเรียนที่ผานการประเมินรับรองเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับทอง มีกระบวนการ
ดําเนินกิจกรรมสงเสริมสุขภาพในโรงเรียนอยางตอเน่ือง รักษามาตรฐาน และพรอมที่จะพัฒนากาวสูระดับเพชร
อยา งมีคณุ ภาพ
แนวทางการดําเนนิ งาน
โรงเรยี นมกี ารดําเนินงานตาม 10 องคประกอบของโรงเรยี นสงเสรมิ สุขภาพ ดังน้ี
1. โรงเรียนดําเนินการพัฒนา ปรับปรุงและรักษามาตรฐานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับทอง
ตามเกณฑท ่กี าํ หนดอยางตอ เน่ือง
2. โรงเรยี นประเมนิ ตนเองตามมาตรฐานและรบั การประเมนิ จากทมี ประเมนิ ระดบั อาํ เภอ หลงั จากนนั้
ทมี ประเมนิ ระดบั อาํ เภอสง ผลการประเมนิ ใหส าํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั พจิ ารณารบั รองการเปน โรงเรยี นสง เสรมิ
สุขภาพระดบั ทอง
3. สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั หรอื กรมอนามยั จดั ทาํ เกยี รตบิ ตั รรบั รองการเปน โรงเรยี นสง เสรมิ
สขุ ภาพระดบั ทองใหโ รงเรยี นใชเ ปนหลักฐานการผานเกณฑใ นตวั ชี้วดั ท่ี 1 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพระดับเพชร
ผลที่ไดร ับ
โรงเรียนมกี ารดําเนินงานสงเสรมิ สขุ ภาพอยา งตอ เนือ่ ง รกั ษามาตรฐานและพัฒนาสคู วามยงั่ ยืน
¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 113
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตัวช้วัดท่ี 2
มกี ารจัดต้ังชมรมสขุ ภาพท่มี แี กนนํานักเรยนรวมตวั กนั
ดําเนนิ กิจกรรมสุขภาพอยา งตอเน่อื ง
ความหมาย
มีการจัดต้ังชมรมสุขภาพท่ีมีแกนนํานักเรียนรวมตัวกันดําเนินกิจกรรมสุขภาพอยางตอเน่ือง
หมายถึง การท่นี กั เรียนแกนนําอยางนอ ย 6 คนขึน้ ไป รวมตวั กนั จดั ต้งั ชมรมหรอื ชุมนมุ เพื่อทาํ กิจกรรมดานสขุ ภาพ
หรอื สิง่ แวดลอมท่มี ผี ลกระทบตอสขุ ภาพ อยางนอ ยเดือนละ 1 ครัง้ ตอ เนือ่ งทกุ เดือน โดยมคี รเู ปน ทปี่ รกึ ษา
เกณฑประเมิน นักเรยี นดาํ เนินกจิ กรรมอยางนอย 6 เดือนขึน้ ไป
วัตถปุ ระสงค
เพือ่ พัฒนาศกั ยภาพนักเรียนแกนนาํ ใหม ี 1) ทักษะการเปนผูนํา กลา คิด กลาแสดงออกและตดั สินใจ
2) ทักษะการบริหารจัดการและการทํางานเปนทีม และ 3) ทักษะการส่ือสาร ท้ัง 3 ทักษะนี้สงผลใหมีการ
ดาํ เนินงานของชมรมอยา งตอเน่อื ง
แนวทางการดาํ เนนิ งาน
เปนการดําเนินงานที่ตอเนื่องจากองคประกอบท่ี 2 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเรื่องการบริหาร
จดั การในโรงเรียน ทีเ่ นนการสนบั สนนุ ใหนักเรียนมีสวนรว มในกจิ กรรมสขุ ภาพ โดยมีแนวทางการดําเนนิ งาน ดงั น้ี
1. ผูบริหาร/ครู ชี้แจงใหนักเรียนมีความตระหนักถึงประโยชนและความสําคัญของชมรมสุขภาพ
ในโรงเรยี น เชน ชมรมเดก็ ไทยทําได ชมรมนํ้าดื่มปลอดภัยดว ย อ.11 ชมรมรกั ไดร ักเปน ใหสมวัย ชมรม อย.นอย
ชมรมสอื่ ไอทีสรางสรรค รูเทา ทันสอ่ื ชมรมคนรักษสงิ่ แวดลอ ม ฯลฯ
2. ครูที่ปรึกษาคัดเลือกนักเรียนแกนนําอยางนอย 6 คนข้ึนไป เพื่อทํากิจกรรมใหครอบคลุม
โดยการรบั สมัคร คัดเลือกหรือสงผแู ทนหองเรยี น ฯลฯ
3. ผูบริหารลงนามคําสั่งแตงตั้งชมรม โดยระบุรายช่ือนักเรียนแกนนํา ระดับช้ันและกําหนด
บทบาทหนา ที่ พรอ มทงั้ แตง ตงั้ ครทู ปี่ รกึ ษาชมรม เพอ่ื ทาํ หนา ทสี่ นบั สนนุ ใหน กั เรยี นมกี ารประชมุ และดาํ เนนิ กจิ กรรม
สขุ ภาพอยา งนอยเดอื นละ 1 ครั้ง
4. ครูชแ้ี จงบทบาทหนา ท่รี ับผดิ ชอบแกน ักเรยี นท่ีเปนผูนาํ กลมุ และสมาชกิ ชมรม
5. นักเรียนแกนนาํ สรรหาสมาชกิ ชมรมเพอื่ ทาํ กิจกรรมสุขภาพรวมกัน
6. กระบวนการทํางานของชมรม ตองมีการวางแผนรวมกัน มีการจดั ทาํ แผนปฏบิ ตั งิ านหรือปฏิทนิ
การทาํ งานทรี่ ะบุชื่อนักเรยี นผูรับผิดชอบ กิจกรรม และระยะเวลาท่ีดาํ เนินการ
7. นักเรยี นบนั ทกึ การปฏบิ ัติกจิ กรรมและบันทึกการประชุมทกุ ครั้ง เพื่อติดตามความกา วหนา
ผลท่ีไดรับ
นักเรียนไดฝกทักษะการเปนผูนํา การแสดงความคิดเห็นและไดเรียนรูวิธีการวางแผน การทํางาน
เปน ข้ันตอน และสามารถทาํ งานรว มกบั ผูอ น่ื ไดอ ยา งมคี วามสุข
114 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตัวชว้ ัดที่ 3
มีโครงงานสขุ ภาพของนักเรยนท่ปี ระสบผลสําเรจ็ ชัดเจนในการลดปญ หาสขุ ภาพ
หรอสิง่ แวดลอม ในโรงเรยนหรอชมุ ชน
ความหมาย
มีโครงงานสุขภาพของนักเรียนท่ีประสบผลสําเร็จชัดเจนในการลดปญหาสุขภาพหรือ
สงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน หมายถงึ โครงงานสขุ ภาพทน่ี กั เรยี นมบี ทบาทหลกั ในการกาํ หนดหวั ขอ โครงงาน
วางแผน ดาํ เนินการ ตรวจสอบ ตดิ ตามประเมินผลการดําเนินงานและจัดทํารายงาน โดยมคี รู เปน ท่ปี รกึ ษา
เกณฑป ระเมนิ มีโครงงานทปี่ ระสบความสาํ เรจ็ อยา งนอ ย 1 เรื่อง
วัตถุประสงค
เพ่ือใหนักเรียนสามารถคนหาปญหาดานสุขภาพหรือสิ่งแวดลอมในโรงเรียน นํามาดําเนินการแกไข
ในรูปแบบโครงงานสุขภาพ ซึ่งเปนการนํากระบวนการเรียนรูแบบมีสวนรวมจากการปฏิบัติจริงมาใชในการ
สรา งพฤตกิ รรมสขุ ภาพแกน กั เรยี น
แนวทางการดําเนินงาน
เปนการดําเนินงานท่ีตอเนื่องจากองคประกอบที่ 2 และ 3 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพเรื่องการ
บริหารจัดการในโรงเรียนและโครงการรวมระหวางโรงเรียนและชุมชน เนนใหนักเรียนมีสวนรวมในการจัดทํา
โครงงานเพ่ือแกไขปญหาสุขภาพหรอื สง่ิ แวดลอ มในโรงเรียน โดยมีแนวทางการดาํ เนนิ งานดังน้ี
1. นักเรียนสามารถคนหาปญหาสุขภาพหรือสิ่งแวดลอมไดหลายวิธี เชนการสํารวจ การสังเกต
การสอบถาม การวัด การคนหาขอมูลจากแหลงที่เชื่อถือได เชน สมุดบันทึกกิจกรรมอนามัยโรงเรียน (อร.14)
บัตรบันทึกสุขภาพประจําตัวนักเรียน (สศ.3) แบบบันทึกการตรวจสุขภาพดวยตนเองสําหรับนักเรียน ฯลฯ
นาํ มาลาํ ดบั ความสาํ คญั เพอื่ เลอื กหวั ขอ โครงงาน โดยระบสุ ถานการณป ญ หากอ นทาํ โครงงานเพอื่ เปรยี บผลสาํ เรจ็
หลงั ทําโครงงาน
2. นักเรียนรวมกําหนดวัตถุประสงค กลุมเปาหมาย ระยะเวลา กิจกรรม และบทบาทหนาท่ีให
ชดั เจน รวมทง้ั จัดทําแผนปฏิบตั ิงาน
3. นักเรยี นดาํ เนนิ งานตามแผนและบนั ทึกผลการปฏบิ ัติงานเปนระยะ
4. สรปุ ผลการดาํ เนนิ งานโดยเปรียบเทียบขอ มลู กอนและหลังดําเนินการวา ปญหาลดลงหรอื ไม
5. จัดทาํ รายงานและนาํ เสนอโครงงานเพ่ือเผยแพรส สู าธารณะ
¤Á‹Ù ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 115
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
การจดั ทํารายงานโครงงานดา นสขุ ภาพหรอสิง่ แวดลอม ประกอบดวย
ชอ่ื โครงงาน
รายชื่อนกั เรยี นท่จี ดั ทาํ โครงงาน ระบุช้ันและปการศกึ ษา
ชอื่ ครทู ่ีปรกึ ษา
ระยะเวลาดําเนินงาน ระบชุ วงเวลาเริ่มตน และสิ้นสุดโครงงาน
หลักการและเหตุผล โดยอธิบายวาโครงงานนี้มีความสําคัญอยางไร มีความเปนมาอยางไร
เหตุใดจึงเลือกทําโครงงานน้ีและแสดงขอมูลสถานการณปญหาที่เปนตัวเลข จํานวน รอยละ
และอตั ราจากแหลง ขอ มูลทีเ่ ชอื่ ถือได
วตั ถปุ ระสงค ระบสุ ง่ิ ทต่ี อ งการแกไ ขใหส อดคลอ งกบั สถานการณป ญ หา มจี าํ นวนขอ ไมม ากเกนิ ไป
และมีเครื่องมอื วัดผลสาํ เรจ็ ได
กลมุ เปาหมาย/ขอบเขต กาํ หนดใหชัดเจนวา จะดาํ เนินการในกลุมเปาหมาย/พน้ื ทใี่ ด
ทบทวนวรรณกรรม ท่เี กีย่ วของกับการทาํ โครงงาน
วิธีดําเนินงาน ประกอบดวยขั้นตอนกิจกรรมการดําเนินงานท้ังหมดต้ังแตเริ่มจนกระท่ังส้ินสุด
การทาํ โครงงาน
จัดทําแผนปฏิบัติงาน โดยระบุกิจกรรมตามปฏิทินการทํางาน กําหนดระยะเวลาและ
ผรู บั ผดิ ชอบ
สรุปผลสําเร็จโดยเปรียบเทียบขอมูลกอน-หลังทําโครงงาน พรอมท้ังแสดงเคร่ืองมือวัดผล
ที่มีขอมูลจากการดําเนินงานโครงงาน หากมีวัตถุประสงคหลายขอตองแสดงเคร่ืองมือและ
ขอ มูลทั้งหมดตามวตั ถุประสงคท กี่ ําหนดไว
ผลที่ไดรับ
นักเรยี นมีทักษะในการคิดวเิ คราะห การคนหาปญ หา การแสวงหาความรูแ ละแกไ ขปญหาซึ่งเกดิ จาก
การทําโครงงานสุขภาพ ดวยกระบวนการเรียนรูอ ยา งมสี ว นรว ม
116 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตัวชว้ ดั ที่ 4
ภาวะการเจรญเตบิ โต
ความหมาย
ภาวะการเจริญเติบโต หมายถึง สภาวะของรางกายเด็กที่สัมพันธกับการบริโภคอาหารและการใช
ประโยชนจากสารอาหาร
นกั เรยี นมนี า้ํ หนกั ตามเกณฑส ว นสงู (W/H) เกนิ เกณฑ (เรมิ่ อว นและอว น) หมายถงึ นกั เรยี นตงั้ แต
ช้ันอนุบาลข้ึนไปที่มีการเจริญเติบโตไมสมสวน เน่ืองจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไมเหมาะสม (บริโภคอาหาร
มากเกินไปโดยเฉพาะอาหารท่ีมีพลังงานสูงและขาดการออกกําลังกาย) โดยนํานํ้าหนักเทียบกับสวนสูงจาก
กราฟแสดงเกณฑอ างองิ การเจริญเตบิ โตของเดก็ ไทยอายุ 5-18 ป กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2542
แลว แปลผลพบวา อยูใ นภาวะเร่มิ อวนและอว น
นกั เรียนมสี ว นสงู ตามเกณฑอายุ (H/A) ต่าํ กวาเกณฑ (คอ นขางเตย้ี และเตย้ี ) หมายถงึ นกั เรยี น
ต้ังแตชั้นอนุบาลขึ้นไปที่มีการเจริญเติบโตไมไดมาตรฐาน เนื่องจากมีการขาดอาหารทั้งระยะส้ันและระยะยาว
โดยนําสวนสูงเทียบกับอายุจากกราฟแสดงเกณฑอางอิงการเจริญเติบโตของเด็กไทยอายุ 5-18 ป กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2542 แลว แปลผลพบวา อยใู นภาวะคอ นขางเตย้ี และเตยี้
เกณฑประเมนิ
- นกั เรียนมนี ํ้าหนกั ตามเกณฑส วนสูง (W/H) เกินเกณฑ (เริ่มอว นและอวน) ไมเ กินรอยละ 7
- นักเรียนมสี ว นสงู ตามเกณฑอายุ (H/A) ตาํ่ กวาเกณฑ (คอนขางเตีย้ และเตยี้ ) ไมเกนิ รอยละ 5
ท้ังน้ี การรายงานขอ มลู ภาวะการเจรญิ เติบโตของโรงเรียน มีเงอื่ นไขดงั นี้
มีรายงานภาวะการเจริญเติบโตเปนรายบุคคลครบทุกช้ันเรียน ต้ังแตระดับอนุบาลขึ้นไป
(ตามแบบฟอรมในภาคผนวก)
มีรายงานสรุปภาวะการเจริญเติบโตเปนรายชั้นครบทุกชั้นเรียน ตั้งแตระดับอนุบาลข้ึนไป
(ตามแบบฟอรม ในภาคผนวก)
การคํานวณคารอยละของภาวะการเจริญเติบโตท่ีการผานเกณฑประเมิน ใหคิดคารอยละ
ของนักเรียนตง้ั แตช ้นั ประถมศึกษาปที่ 1 ขนึ้ ไป
วัตถปุ ระสงค
1. เพื่อใหมีการดําเนินงานเฝาระวังการเจริญเติบโตของนักเรียนภาคการศึกษาละ 1 คร้ัง
อยา งตอ เนื่อง
2. เพื่อใหมีการดาํ เนนิ การสงเสรมิ การเจริญเตบิ โตของนกั เรียน
3. เพอื่ ใหม กี ารปอ งกนั และแกไ ขปญ หาเดก็ กลมุ ขาดอาหาร (เตย้ี , ผอม) กลมุ เสยี่ งตอ การขาดอาหาร
(คอนขางเตีย้ , คอนขางผอม) กลุม เส่ยี งตอ ภาวะอวน (ทว ม) และกลุมเดก็ อว น (เรม่ิ อว นและอว น)
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 117
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
แนวทางการดาํ เนนิ งาน
เปนการดําเนินงานท่ีตอเนื่องจากองคประกอบที่ 7 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ เร่ืองโภชนาการ
และอาหารที่ปลอดภัย ซึ่งการเจริญเติบโตของเด็กเปนตัวช้ีวัดสําคัญตอสุขภาพและคุณภาพชีวิตต้ังแตเด็กจนถึง
ผูสูงอายุ มผี ลตอ โครงสรางของรา งกาย สติปญญา ภูมิตา นทานโรค และโรคไมติดตอเรอื้ รัง
การเฝาระวังการเจริญเติบโตของเด็กเปนการควบคุมกํากับการเปล่ียนแปลงน้ําหนักสวนสูงใหเปน
ไปตามเกณฑการเจริญเติบโตท่ีดี เพื่อใหนักเรียนมีสวนสูงระดับดี (สูงตามเกณฑ คอนขางสูง หรือสูงกวาเกณฑ)
และรูปรางสมสวน หมายถึง นักเรียนมีการเจริญเติบโตดีทั้งสวนสูงและน้ําหนัก (ในคนเดียวกัน) เปนผลมาจาก
การไดรับสารอาหารสําคัญตอการเจริญเติบโตเพียงพอและไดสมดุล ไดแก โปรตีน แคลเซียม สังกะสี ไอโอดีน
ธาตุเหลก็ วติ ามินเอ วติ ามินบี โฟเลต และวิตามนิ ซี ฯลฯ ลกั ษณะการเจริญเตบิ โตของเด็กมี 3 แบบคอื
1) เดก็ มีสว นสูงระดับสงู ตามเกณฑแ ละมีรปู รา งสมสว น
2) เดก็ มสี ว นสงู ระดับคอนขา งสูงและมีรปู รางสมสวน
3) เด็กมีสว นสงู ระดับสูงกวาเกณฑแ ละมีรปู รา งสมสว น
โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งาน (รายละเอยี ดการดาํ เนนิ งาน ศกึ ษาไดจ ากหนงั สอื แนวทางการดาํ เนนิ งาน
เฝาระวังการเจรญิ เติบโตของเดก็ อายุ 6-18 ป) ดังนี้
1. ประเมินภาวะการเจริญเติบโตของนักเรียนทุกคนภาคการศึกษาละ 1 คร้ัง โดยการ
ชงั่ นา้ํ หนกั และวดั สว นสงู (เครอื่ งชง่ั ตอ งทาํ การตรวจสอบใหไ ดม าตรฐาน) และแปลผลโดยใชก ราฟแสดงเกณฑอ า งองิ
การเจริญเติบโตของเด็กไทยอายุ 5-18 ป กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2542 คํานวณอายุนักเรียน
เปน ปและเดอื น (เศษของเดอื นที่มากกวา 15 วนั ใหป ด ขึน้ เปน 1 เดอื น) จากนัน้ จดุ น้าํ หนักสวนสูงบนกราฟสว นสงู
ตามเกณฑอายุ และกราฟน้ําหนักตามเกณฑสวนสูงแลวลากเสนเชื่อมจุด เพื่อใหทราบถึง ภาวะการเจริญเติบโต
และแนวโนม การเจริญเตบิ โต
2. ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนทุกคนภาคการศึกษาละ 1 คร้ัง
ตามแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (ภาคผนวก) เพ่อื ใหทราบวามีพฤติกรรมใดไมเหมาะสมและมีการ
ปรบั ปรงุ แกไ ข
3. แจงและอธิบายผลการประเมินทุกคร้ังใหกับนักเรียนและพอแม/ผูปกครอง เพื่อใหทราบถึง
ภาวะการเจรญิ เติบโต แนวโนม การเจรญิ เตบิ โตและพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของเด็ก
4. ใหคําแนะนาํ ปรึกษาทางโภชนาการเปน รายคน ตามภาวะการเจริญเติบโตของเด็ก
5. นาํ ขอมลู มาใชประโยชน
รวบรวมและสรปุ ขอ มูลภาวะการเจรญิ เติบโต
รวบรวมและสรปุ ขอมูลพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
วเิ คราะหขอ มูลคนหาสาเหตุของปญหาทุพโภชนาการ (ขาดและเกนิ )
วางแผนการดําเนินงานรวมกันโดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการ
สงเสริมสุขภาพของโรงเรียน แบงเปน 3 แผนคือ ก) แผนสงเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก ข) แผนปองกันและ
แกไขปญหาเดก็ ขาดสารอาหารและกลมุ เสี่ยง ค) แผนปองกนั และแกไขปญ หาเด็กอว น และกลมุ เสย่ี ง
118 ¤ÁÙ‹ ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
6. สงเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก เปนการดําเนินงานท่ีมุงเนนใหเด็กมีการเจริญเติบโตใน
ระดบั ดตี อไป หรือมีการเจรญิ เติบโตดกี วา เดิม คอื อยูใ นระดับสว นสูงตามเกณฑ คอ นขางสงู หรอื สูงกวา เกณฑและ
มรี ปู รางสมสว น โดยมีแนวโนม การเจรญิ เตบิ โตดี
7. ปอ งกนั หรอื แกไ ขเดก็ ขาดสารอาหารและกลมุ เสย่ี ง ควรดาํ เนนิ การแกไ ขปญ หา ทงั้ เดก็ ขาดอาหาร
(นําหนักนอยกวาเกณฑ/เตี้ย/ผอม) และกลุมเส่ียง (คอนขางเต้ีย,คอนขางผอม) เพื่อปองกันไมใหกลุมเส่ียง
เปล่ยี นระดับภาวะการเจริญเติบโตเปนเดก็ ขาดสารอาหาร โดยครู ผูปกครอง และอปท.มสี ว นรวมเพื่อใหเ ดก็ ไดรบั
สารอาหารเพมิ่ ข้ึน ครบถวน และไดส มดลุ
8. ดําเนินการปองกัน หรือแกไขเด็กอวนและกลุมเส่ียง ควรดําเนินการแกไขปญหาทั้งเด็กอวน
(เริ่มอวนและอวน) และกลุมเสี่ยง (ทวม) เพ่ือปองกันไมใหกลุมเสี่ยงเปล่ียนระดับภาวะการเจริญเติบโตเปน
เด็กอว น โดยเนนการควบคุมนํ้าหนักไมใ หเพม่ิ มากเกนิ ไป และไมค วรลดนํ้าหนักเดก็ ยกเวน รายทีม่ ีนา้ํ หนกั มากๆ
ซ่ึงตองอยูในความดูแลของแพทย โดยครู ผูปกครอง และอปท.มีสวนรวม เพื่อใหเด็กไดรับอาหารที่ใหพลังงาน
ลดลง รับสารอาหารครบถวน และไดสมดลุ
9. ติดตามภาวะการเจริญเติบโต และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กขาดสารอาหาร
เดก็ อวน กลุมเส่ียง และเดก็ ทีม่ แี นวโนม การเจรญิ เตบิ โตไมด ี ดงั น้ี
9.1 ประเมินภาวะการเจริญเตบิ โตทกุ เดอื น
9.2 ประเมนิ พฤติกรรมการบรโิ ภคอาหาร
กลุมเดก็ ขาดอาหาร/เด็กอว นประเมินทกุ 2 สัปดาห
กลุมเสี่ยงตอการขาดสารอาหารและกลุมเสี่ยงตออวน รวมทั้งเด็กที่มีแนวโนมการ
เจรญิ เตบิ โตไมด ี ประเมนิ ทกุ เดอื น หากเดก็ มพี ฤตกิ รรมการกนิ ดขี นึ้ แลว เปลย่ี นความถ่ี
ในการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดย
เด็กขาดสารอาหารและเดก็ อว นประเมินทกุ เดอื น
กลุม เส่ยี ง/กลุมทมี่ แี นวโนม การเจรญิ เติบโตไมด ี ประเมินทกุ 2 เดือน
ผลท่ีไดรับ
นกั เรยี นไดรับการเฝา ระวังการเจรญิ เติบโต ภาคการศกึ ษาละ 1 ครง้ั อยางตอเนอื่ ง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 5 ขึ้นไปสามารถประเมินภาวะการเจริญเติบโตของตนเองไดอยาง
ถูกตอ ง
นกั เรยี นทราบและเขา ใจภาวะและแนวโนมการเจรญิ เตบิ โตของตนเอง
นกั เรยี นทราบพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมและไมเ หมาะสมของตนเอง
นักเรียนมีความรแู ละสามารถนาํ ไปปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมบรโิ ภคอาหารท่ไี มเหมาะสมได
นกั เรียนมีภาวะและแนวโนมการเจรญิ เตบิ โตทดี่ ี
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 119
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตัวช้วดั ที่ 5
นักเรยนไมมีฟน แทผ ุ อดุ และถอน
ความหมาย
นกั เรียนไมมีฟนแท ผุ อดุ และถอน หมายถึงนักเรียนไมม รี อยโรคฟนแท (ฟนถาวร) ผุ ถูกอุดและถอน
ณ วันท่ีทาํ การประเมนิ
ฟนแทผ ุ หมายถึง ฟนทผ่ี เุ ปน รชู ดั เจน หรอื ฟนทีอ่ ดุ แลวและมีรอยผอุ กี
ฟน แทถ ูกถอน หมายถงึ ฟนทถ่ี ูกถอนเนอื่ งจากฟนผุ หรือสาเหตอุ นื่ ๆ เชน อบุ ตั เิ หตุ
ฟนแทถ กู อดุ หมายถึงฟน ทถ่ี ูกอดุ เน่ืองจากฟน ผุ หรอื ดว ยสาเหตุใดๆ
หมายเหตุ ฟนทีเ่ คลือบหลุมรองฟน (Sealant) ไมน ับเปนฟน อุด
เกณฑป ระเมนิ
รอยละ 45 ขน้ึ ไปสําหรับนักเรยี นประถมศกึ ษาปท ี่ 1-6 ไมมฟี นแทผ ุ อดุ และถอน
รอ ยละ 35 ข้นึ ไปสาํ หรับนักเรยี นมัธยมศึกษาปท ่ี 1-3 ไมม ฟี นแทผุ อดุ และถอน
วัตถุประสงค
เพอื่ ประเมนิ ผลลพั ธจ ากกจิ กรรมสง เสรมิ ทนั ตสขุ ภาพ ซง่ึ โรงเรยี นไดด าํ เนนิ การภายใตห ลกั การโรงเรยี น
สงเสรมิ สุขภาพอยางตอ เน่ือง จนสามารถสงผลลัพธดานสขุ ภาพชอ งปากของนักเรยี นได
แนวทางการดําเนินงาน
เปนการดําเนินงานตอเน่ืองจากองคประกอบที่ 5 6 และ 7 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ
เรื่อง บริการอนามัยโรงเรียน สุขศึกษาในโรงเรียน และโภชนาการและอาหารท่ีปลอดภัย ทําใหเกิดพฤติกรรม
อนามัยท่เี หมาะสม สง ผลตอ การควบคมุ และปอ งกันโรคฟนผุ โดยมีแนวทางการดําเนนิ งานดงั นี้
1. โรงเรียนจัดกิจกรรมแปรงฟนหลังอาหารกลางวันดวยยาสีฟนผสมฟลูออไรดสมํ่าเสมอทุกวัน
และดแู ลใหนกั เรียนทกุ คนไดท าํ กจิ กรรมทกุ วัน
2. โรงเรยี นจดั การเรยี นรบู รู ณาการในหลกั สตู ร ใหม หี นว ยการเรยี นรเู รอ่ื งสขุ ภาพชอ งปากในกลมุ สาระ
ตางๆทุกชั้นป จัดใหมีหลักสูตรพัฒนาผูเรียน เพื่อเพ่ิมทักษะการทําความสะอาดชองปาก และมีความรูเทาทัน
ในการเลอื กบริโภคอาหารหรือขนม
3. โรงเรยี นมีนโยบายชดั เจนในการจัดสิง่ แวดลอมทเ่ี อื้อตอสขุ ภาพชอ งปาก ในประเด็นตอ ไปน้ี
การจัดระเบียบรานคาในโรงเรียน ใหปลอดน้ําอัดลม ขนมกรุบกรอบ ลูกอม ทอฟฟและ
ควบคุมปริมาณน้าํ ตาลในเคร่ืองดม่ื
การจัดใหมสี ถานทแี่ ปรงฟนถูกสขุ ลกั ษณะ และเพยี งพอกบั จาํ นวนเด็ก
การจดั ใหม ีสนามเดก็ เลน ที่ปลอดภัยเพื่อปอ งกนั อบุ ัติเหตุตอ ฟน
การจดั หานาํ ดืม่ สะอาดเพ่ือบริโภคในโรงเรยี น
120 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
4. โรงเรียนดําเนินงานรวมกับเครือขายผูปกครอง เพ่ือฝกปฏิบัตินักเรียนอยางตอเน่ือง โดยเฉพาะ
การแปรงฟนกอนนอนและกอนอาหารเชา รวมทั้งควบคุมการรับประทานขนมและอาหารวางท่ีบาน โดยมี
แบบฟอรมสอ่ื สารการดแู ลพฤตกิ รรมระหวางบานและโรงเรยี น
5. โรงเรยี นดาํ เนนิ งานรว มกบั องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ ในการสนบั สนนุ ทง้ั ดา นงบประมาณ และ
การจัดการสิ่งแวดลอมที่เอื้อตอสุขภาพเด็ก ไดแก การกําหนดเทศบัญญัติหรือบัญญัติองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
เพ่ือจัดระเบียบรานคารอบโรงเรียน ไมมีการจําหนายอาหารหรือเครื่องดื่มท่ีเปนโทษตอสุขภาพ การสนับสนุน
งบประมาณแกโรงเรียนในการจัดทําสถานท่ีแปรงฟนใหเพียงพอและถูกสุขลักษณะ สนับสนุนงบประมาณ
ในการจัดซื้อแปรงสฟี นและยาสฟี น เพม่ิ เตมิ ใหกบั โรงเรยี น
6. มีการจัดระบบการดูแลสุขภาพฟนอยางตอเน่ือง โดยการตรวจเฝาระวังภาวะสุขภาพชองปาก
ปล ะ 2 คร้งั ครอู นามยั หรือครปู ระจําช้นั มีการลงบนั ทึก และประสานงานกับบคุ ลากรสาธารณสขุ ในการใหบ ริการ
ดูแลรกั ษาอยา งเหมาะสม
ผลที่ไดรับ
นักเรียนไดทํากิจกรรมทันตสุขภาพอยางจริงจังและตอเน่ือง เพื่อปองกันการเกิดโรคฟนผุในฟนแท
มีการเฝาระวงั ทนั ตสขุ ภาพ และไดร ับการตรวจฟน รวมท้ังไดร บั การชว ยเหลอื ในรายทมี่ ปี ญหา
¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 121
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ช้วัดที่ 6
นักเรยนอายุ 7-18 ป มสี มรรถภาพทางกายท่สี ัมพนั ธกับสุขภาพ
(Health-related Physical Fitness) ผา นเกณฑ
ความหมาย
นกั เรยี นอายุ 7-18 ป มสี มรรถภาพทางกายที่สมั พันธกบั สขุ ภาพ (Health-related Physical
Fitness) ผา นเกณฑ หมายถึง นกั เรียนทม่ี อี ายรุ ะหวาง 7-18 ป ไดร ับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ท้งั 3 ดาน
คือ 1) ดานความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ (Cardiovascular endurance) 2) ดานความ
แข็งแรงและความอดทนของกลามเน้ือ (Muscle-strength endurance) 3) ดานความออนตัว (Flexibility)
และผานเกณฑต้ังแตร ะดบั ปานกลางขนึ้ ไป (ปานกลาง ดีและดีมาก) ทั้ง 3 ดาน
เกณฑประเมนิ นกั เรยี นผานเกณฑป ระเมนิ ทัง้ 3 ดาน รอยละ 80 ข้ึนไป
วตั ถปุ ระสงค
เพ่อื สง เสริมใหน ักเรยี นมีสมรรถภาพทางกายท่ดี ีและมีการออกกําลังกายเปนประจาํ
แนวทางการดาํ เนินงาน
เปน การดาํ เนนิ งานทต่ี อ เนอื่ งจากองคป ระกอบที่ 8 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ เรอ่ื งการออกกาํ ลงั กาย
กฬี าและนันทนาการ โดยมแี นวทางการดําเนินงาน ดงั นี้
1. จดั กิจกรรมสงเสริมใหนกั เรียนทุกคนไดออกกําลังกายเปน ประจาํ ซงึ่ มหี ลายรปู แบบ เชน
การเพม่ิ เวลาและเงื่อนไขใหนักเรยี นออกกาํ ลงั กายมากขนึ้
ใหนักเรียนไดอ อกกาํ ลงั กายตามชนิดของกีฬาทช่ี อบและถนัด
การใหนกั เรยี นแกนนําเปนผูนาํ ออกกําลงั กาย
ประกวด แขง ขนั มอบรางวัลผทู ี่มผี ลงานเดน ดานการออกกําลังกาย
รณรงคประชาสัมพันธใหนักเรียน บุคลากรในโรงเรียน ผูปกครองและชุมชนไดทํากิจกรรม
ออกกําลงั กายรวมกนั
2. การทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนท้ัง 3 ดาน ครูเลือกกิจกรรมทดสอบแตละดานได
การแปลผลวา นักเรยี นแตล ะคนผา นเกณฑท ดสอบสมรรถภาพทางกาย มีเงอื่ นไขดงั น้ี
เลอื กกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพดานละ 1 กจิ กรรม (รายละเอียดในภาคผนวก)
นกั เรยี นแตล ะคนจะตอ งมผี ลการทดสอบสมรรถภาพทางกายผา นเกณฑก ารประเมนิ ในระดบั
ปานกลาง ดีหรือดีมาก และนักเรียนคนนั้นตองผานเกณฑประเมินทั้ง 2 ข้ันตอน คือ 1) ผานเกณฑประเมิน
ในแตละดาน 2) ผานเกณฑประเมนิ ครบท้ัง 3 ดา น จึงจะถือวา นกั เรยี นผนู นั้ ผา นเกณฑ
122 ¤‹ÁÙ Í× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
3. โรงเรยี นใชเ กณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายสาํ หรบั เดก็ ไทยระดบั อายุ 7-18 ป ของกรมพลศกึ ษา
กระทรวงการทองเทย่ี วและกฬี า พ.ศ. 2555 ในการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น
4. โรงเรียนดําเนินการชวยเหลือ ใหคําแนะนําหรือแกไขนักเรียนที่มีผลการทดสอบสมรรถภาพ
ทางกายไมผา นการประเมิน
5. การจดั กิจกรรมออกกําลงั กายในเด็กทม่ี ีปญหา เชน อว น ผอม เตย้ี ตองจดั กจิ กรรมในรูปแบบ
เฉพาะควบคูการจัดการดานโภชนาการ โดยกระตุนใหมีการเคล่ือนไหว ออกกําลังกายทุกวัน อยางนอย
วันละ 60 นาที เหมือนเด็กปกติทัว่ ไป มขี อ แนะนาํ ดังน้ี
เด็กอว น มกั จะมพี ฤตกิ รรมนง่ั ๆ นอนๆ ในแตละวนั ไมควรนงั่ เลน หรอื ทํากิจกรรมติดตอกนั
นานเกิน 2 ชัว่ โมง ควรกระตนุ ใหมกี ารเลน เคลอื่ นไหว ออกกาํ ลงั กายอยางนอยครั้งละ 30 นาที หลังรับประทาน
อาหารกลางวัน หลังเลิกเรียนและในชวงเย็นที่บาน โดยเลือกออกกําลังกายชนิดที่มีการแบกรับนํ้าหนักตัวนอย
หรือรับแรงกระแทกตา่ํ เชนการเดิน วายนา้ํ การปน จกั ยาน ฯลฯ
เด็กผอม มีสุขภาพไมคอยสมบูรณแข็งแรง กิจกรรมออกกําลังกายในแตละวัน ควรเลือก
กิจกรรมท่ีเปนลักษณะการเคล่ือนไหว ออกกําลังกายแบบสะสมเปนชวงๆ ครั้งละอยางนอย 10 นาที รวมกัน
ใหได 60 นาที เลอื กกิจกรรมชนดิ ท่ีไมร นุ แรง หรือไมใชความเรว็ มาก
เด็กเต้ีย ควรออกกําลังกายประเภทท่ีมีการกระโดด เพิ่มแรงกระแทกของกระดูกขอตอ
ในแนวดิ่ง เชน บาสเกตบอล วอลเลยบอล กระโดดเชือก ฯลฯ เพ่ือกระตุนเสริมสรางมวลกระดูกรวมกับ
การรบั ประทานแคลเซยี ม
ผลท่ีไดร ับ
นักเรยี นมีการออกกาํ ลงั กายเปนประจาํ สขุ ภาพรางกายแขง็ แรงและมสี มรรถภาพทางกายที่ดี
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 123
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ชว้ ดั ท่ี 7
นักเรยนทม่ี ีปญหาสขุ ภาพจตไดร บั การดแู ลชว ยเหลือ
ความหมาย
นักเรียนที่มีปญหาสุขภาพจิตไดรับการดูแลชวยเหลือ หมายถึง นักเรียนท่ีผานการคัดกรองปญหา
โดยใชแบบประเมินจุดแข็งจุดออน (Strengths and Difficulties Questionnaire : SDQ) พ.ศ. 2546 หรือ
แบบประเมินปญหาสุขภาพจิตอ่ืน แลวพบวา นักเรียนมีปญหาสุขภาพจิต โรงเรียนจึงดําเนินการดูแลชวยเหลือ
นกั เรยี นอยา งท่วั ถึงและตรงตามสภาพปญ หา
เกณฑประเมิน นักเรยี นท่ีมีปญหาสขุ ภาพจิตทกุ คนไดรับการดูแลชวยเหลอื
วตั ถปุ ระสงค
เพ่ือคัดกรองปญหาสุขภาพจติ ในนักเรยี นและใหการชวยเหลืออยางตอเน่อื งและสมํา่ เสมอ
แนวทางการดําเนนิ งาน
เปน การดาํ เนนิ งานทต่ี อ เนอ่ื งจากองคป ระกอบท่ี 9 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ เรอื่ งการใหค าํ ปรกึ ษา
และสนับสนุนทางสังคม ซึ่งเปนส่ิงที่โรงเรียนปฏิบัติเปนปกติในระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน โดยมีแนวทาง
การดาํ เนนิ งานดังนี้
1. ครูประจําชั้นหรือครูท่ีปรึกษา สังเกตพฤติกรรมและทําความรูจักนักเรียนเปนรายบุคคลในชวง
ระยะเวลาหนึ่งจนม่ันใจวารูจักนักเรียนดีแลว จึงทําการประเมินสุขภาพจิตนักเรียนโดยเลือกใชแบบประเมิน
อยา งใดอยางหนึ่ง ไดแก
1.1 แบบประเมินจุดแข็งจุดออน (Strengths and Difficulties Questionnaire : SDQ)
พ.ศ. 2546
บุคลากรสาธารณสขุ แนะนาํ วิธีการใชแบบประเมินจุดแข็งจุดออน (Strengths and
Difficulties Questionnaire : SDQ) พ.ศ. 2546 ใหแกค รปู ระจาํ ชั้นหรือครูทปี่ รึกษา เพื่อคัดกรองนกั เรียนรายคน
(ศกึ ษารายละเอยี ดในภาคผนวก)
การประเมินเพื่อผานเกณฑมาตรฐานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพระดับเพชร ใชผลการ
คัดกรองจากขอมูล SDQ ท่ีประเมินโดยครู และนํามาแปลผลภาวะสุขภาพจิตของนักเรียนรายคน ต้ังแตช้ันป.1
เปน ตนไป เพอื่ จัดกลมุ นกั เรียน (กลมุ ปกติ กลุม เสีย่ ง หรือกลุม มีปญหา)
1.2 แบบประเมินปญ หาสุขภาพจติ อ่นื ๆ เชน แบบประเมนิ IQ EQ ฯลฯ
สรปุ ผลการประเมินปญหาสุขภาพจติ ของนกั เรียนเปนรายคนและจดั กลุม
2. นาํ ผลสรปุ การจดั กลมุ นกั เรยี นมาหาคา รอ ยละในระดบั ชนั้ และภาพรวมของโรงเรยี น ทง้ั นี้ นกั เรยี น
กลุมปกติและกลุมเส่ียงจะนํามาคิดรวมเปนรอยละของนักเรียนท่ีมีสุขภาพจิตปกติ สวนนักเรียนกลุมมีปญหา
ตอ งไดร บั การดแู ลชวยเหลือ
124 ¤‹ÙÁ×Í¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
3. มีการเฝาระวังนักเรียนกลุมเส่ียง และชวยเหลือนักเรียนกลุมท่ีมีปญหาสุขภาพจิต พรอมท้ัง
บันทึกผลการดําเนินการแกไข ติดตามความกาวหนา ประเมินสถานการณ และใหการชวยเหลือนักเรียนเปน
รายบคุ คลอยา งเหมาะสม
4. จัดกิจกรรมสงเสริมสุขภาพจิตอยางตอเน่ือง สรางบรรยากาศและสิ่งแวดลอมทางสังคม
ภายในโรงเรียนใหนาอยู มีสัมพันธภาพท่ีดีระหวางครู บุคลากร นักเรียน และชุมชน เพื่อการอยูรวมกันอยาง
มีความสขุ
5. จัดใหมีชองทางการเขาถึงขอมูลขาวสารและความรูท่ีถูกตอง มีการติดตอสื่อสารแลกเปล่ียน
เรยี นรรู ะหวา งเครือขาย ท่วั ประเทศ เชน www.tobenumber 1. net /www.tobefriend.in.th
6. มีการประสานงานความรวมมือระหวางครู ผูปกครอง หนวยงานสาธารณสุข และองคกรตางๆ
ทเี่ กี่ยวขอ งเพอื่ หาแนวทางแกไขรวมกนั รวมทงั้ การตดิ ตามประเมินผลเปนระยะ
ผลที่ไดร บั
นักเรียนมสี ขุ ภาพจติ ดี อยูใ นโรงเรยี นอยา งมคี วามสุข และนกั เรยี นทีม่ ีปญหาสขุ ภาพจติ ไดร บั การดแู ล
ชวยเหลือหรือสง ตอ
¤‹ÙÁ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 125
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตัวช้วัดที่ 8
นกั เรยนมคี วามรแู ละทกั ษะดา นสุขภาพอนามัยทางเพศ
ความหมาย
นักเรียนมีความรูและทักษะดานสุขภาพอนามัยทางเพศ หมายถึง การสงเสริมใหนักเรียน
มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับเร่ืองเพศที่ถูกตอง และสามารถนําความรูไปใชดําเนินชีวิตทางเพศท่ีเหมาะสม
และปลอดภัย โดย
- โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรูนอกหองเรียน เพ่ือสงเสริมและปองกันพฤติกรรมเส่ียงเรื่องเพศ
เนนใหนักเรียนเรียนรูและฝกทักษะที่จําเปน เชน การรับรูและเขาใจการเปลี่ยนแปลงตามชวงวัยทั้งดานรางกาย
และอารมณ มีทัศนคติท่ีถูกตอง มีพฤติกรรมการแสดงออกที่เหมาะสมตามเพศวัย การรูจักปฏิเสธ การตัดสินใจ
แกไขปญหาเฉพาะหนา การควบคุมอารมณตนเอง การปองกันตนเองจากความเส่ียงหรืออันตรายในชีวิต
ประจําวันและโรคภยั ท่เี กดิ จากการมีเพศสัมพนั ธทไี่ มป ลอดภัย และอนามัยการเจริญพนั ธุ
- โรงเรยี นมีการแกไข ใหค าํ ปรึกษา ดูแลชว ยเหลือหรอื สง ตอ นักเรียนทมี่ ีปญหาไปยงั สถานบรกิ าร
สาธารณสขุ หรือหนว ยงานดา นสงั คม
เกณฑประเมนิ
มกี ารจดั กิจกรรมพฒั นาผูเรียนดา นสขุ อนามยั ทางเพศ อยา งนอ ยภาคการศึกษาละ 1 เร่ือง
วัตถปุ ระสงค
1. เพ่ือใหผูบริหาร ครู นักเรียน ผูปกครองและชุมชน มีสวนรวม เห็นความสําคัญและใหการ
สนับสนุนการดําเนนิ งานกจิ กรรมเร่ืองสุขอนามัยทางเพศในโรงเรียน
2. เพอ่ื ปอ งกนั และลดปญ หาพฤตกิ รรมเสย่ี งดา นเพศสมั พนั ธ การตง้ั ครรภ โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ
และโรคเอดส
แนวทางการดําเนนิ งาน
เปนการดําเนินงานท่ีตอเน่ืองจากองคประกอบที่ 6 ของโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ เร่ืองสุขศึกษา
ในโรงเรียน โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งานดงั นี้
1. โรงเรียนกําหนดนโยบายและสนับสนุนใหมีการจัดอบรมครู เพื่อสรางความเขาใจและ
ความรวมมือจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาที่เปนรูปธรรมเหมาะสมตามชวงช้ันอยางจริงจัง เนนสาระที่
จําเปนเพ่ือลดปญหาความรุนแรงทางเพศ การตั้งครรภไมพรอม และเร่ืองเพศกับเอดส/โรคติดตอทางเพศสัมพันธ
ท้ังในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา
2. สง เสรมิ และสนบั สนนุ การทาํ กจิ กรรมรว มกนั ระหวา งครู นกั เรยี น และผปู กครอง เพอื่ สมั พนั ธภาพ
ทด่ี ีและเกิดความไววางใจกัน
126 ¤Ù‹Á×Í¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
3. จัดกิจกรรมสงเสริมและปองกัน เชน สงเสริมการตั้งชมรมหรือชุมนุมของนักเรียน การจัดคาย
เยาวชนรุนใหมใสใจสุขภาวะทางเพศ การรณรงค/ประชาสัมพันธเรื่องการรูเทาทันระหวางภัยคุกคามจากบุคคล
และสื่อตางๆ วิธีการคุมกําเนิดฯลฯ เนนการมีสวนรวมของนักเรียนแกนนําที่ผานการอบรมเปนผูใหคําปรึกษา
โดยครูและบุคลากรสาธารณสุขเปนพี่เล้ียง แนวทางการจัดกิจกรรมเสริมทักษะและการเรียนรูนอกหองเรียน
แบงเปน 2 ระดับ ดังนี้
ระดับประถมศึกษา จัดกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรูเรื่องเขาใจพฤติกรรมทางเพศของตนเอง
ตามชวงวัย รูจักปฏิเสธและปองกันตัวเองจากคนแปลกหนาและบุคคลใกลชิด หลีกเลี่ยงสถานการณอันตราย
ตอการถกู ทาํ รา ยหรอื ลวงละเมิดทางเพศ รูจักแหลง /บคุ คลทส่ี ามารถใหการชวยเหลือ ฯลฯ
ระดับมัธยมศึกษา จัดกิจกรรมสงเสริมทักษะการเรียนรู เร่ืองการคบเพ่ือนตางเพศ การเคารพสิทธิ
การยกยอ งใหเ กยี รติและรบั ผิดชอบตอ เพศตรงขา ม คานยิ ม ทัศนคติ ศีลธรรม รจู ักประเมนิ ความเส่ยี งและปองกนั
ตนเอง หลีกเล่ียงสถานการณอันตรายตอการถูกทํารายหรือลวงละเมิดทางเพศ สําหรับผูที่มีความเสี่ยงเรื่องเพศ
ใหแนะนาํ วธิ กี ารปอ งกนั การต้ังครรภและการติดเชอื้ ทางเพศสมั พันธและโรคเอดส
4. มกี ารคดั กรอง ใหค าํ ปรกึ ษาและชว ยเหลอื นกั เรยี นทมี่ ปี ญ หาตามระบบการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น
และสงตอไปยงั สถานบริการสาธารณสุขหรอื หนว ยงานดานสงั คม
5. จัดหาสอ่ื ขอมูลทีท่ นั สมยั เชือ่ ถอื ไดและสงเสรมิ ใหน กั เรยี นเขาถงึ ขอมลู ขา วสารทจ่ี ําเปน
6. มีการติดตามประเมินผลการดําเนินงานเปนระยะ และนํามาปรับปรุงแกไขปญหาใหทันกับ
สถานการณ
7. มกี ารประเมนิ พฤตกิ รรมเสยี่ ง หรือทดสอบความรูและทักษะของนักเรยี นทกุ ชน้ั ปการศกึ ษาละ
1 ครง้ั เพือ่ ประเมินความรู และทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยทางเพศและการปอ งกนั ตนเองตามชว งวัย
ผลที่ไดร บั
1. นกั เรียนมีความรูความเขา ใจดานสขุ อนามัยทางเพศเพ่ิมข้นึ และมพี ฤตกิ รรมเสย่ี งลดลง
2. ครู นกั เรียน และผูปกครอง มที ศั นคติทีถ่ ูกตองเรอ่ื งเพศ มสี มั พนั ธภาพที่ดี สามารถพดู คยุ หรอื
ทํากจิ กรรมรวมกันมากข้ึน
3. นักเรียนทม่ี ีปญหาไดรับการดแู ลชว ยเหลือหรอื สง ตอ
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 127
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ชว้ ดั ที่ 9
การสูบบหุ ร่ในโรงเรยน
ความหมาย
การสูบบุหร่ีในโรงเรียน หมายถึง การที่นักเรียนและบุคลากรทุกระดับของโรงเรียนสูบบุหร่ี ยาเสน
ซิการและอืน่ ๆ ท่รี ะบใุ นกฎหมายวาดว ยยาสูบ ขณะที่อยภู ายในโรงเรียน
เกณฑประเมนิ ไมม กี ารสูบบหุ รี่ในโรงเรียน
วตั ถปุ ระสงค
เพือ่ ใหโ รงเรียนเปนสถานท่ีปลอดบหุ ร่ี
แนวทางการดาํ เนินงาน
เปน การดาํ เนนิ งานทต่ี อ เนอื่ งจากองคป ระกอบท่ี 4 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพคอื การจดั สงิ่ แวดลอ ม
ในโรงเรียนที่เอื้อตอสุขภาพ กลุมเปาหมายของการไมสูบบุหรี่ในโรงเรียนตามตัวชี้วัดน้ีหมายถึง นักเรียน บุคลากร
ของโรงเรยี น รวมทงั้ ผทู ปี่ ฏบิ ตั งิ านอยใู นโรงเรยี นเปน ประจาํ เชน ผขู ายอาหาร เปน ตน โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งาน
ดงั นี้
1. มีการประกาศนโยบายใหโ รงเรียนเปน เขตปลอดบหุ รแ่ี ละมมี าตรการจริงจงั
2. มีเครื่องหมายปลอดบุหรี่ติดท่ีทางเขาโรงเรียน ทางเขาอาคารหรือบริเวณอื่นๆ เชน หองสุขา
หอ งสมดุ สนามกฬี าในรม หอ งประชมุ สนามเด็กเลน บรเิ วณท่ีผูปกครองนง่ั รอนกั เรียน ฯลฯ
3. ไมร ับการอุดหนุนดานการเงินและสิง่ อ่นื จากอตุ สาหกรรมยาสบู
4. จัดกิจกรรมรณรงคเพื่อสงเสริมใหโรงเรียน บานและชุมชนเปนเขตปลอดบุหรี่ เชน การจัด
สภาพแวดลอ มท่ปี องกันไมใหเ ดก็ เขาถงึ ไดง า ย และผใู หญเ ปนแบบอยางที่ดี
5. มกี ารเฝา ระวงั และใหค าํ ปรกึ ษาหรอื แกไ ขนกั เรยี นทม่ี พี ฤตกิ รรมเสยี่ งหรอื มปี ญ หา โดยประสานงาน
กบั บคุ ลากรสาธารณสขุ และผปู กครอง
ผลท่ีไดรบั
นกั เรยี นและบคุ ลากรของโรงเรยี นอยใู นสิง่ แวดลอมทป่ี ลอดจากบุหร่ี
128 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ช้วดั ที่ 10
นักเรยนทม่ี สี ายตาและการไดยนิ ผดิ ปกติไดร บั การแกไข
ความหมาย
นักเรียนท่ีมีสายตาและการไดยินผิดปกติไดรับการแกไข หมายถึง โรงเรียนมีการจัดบริการตรวจ
คดั กรองสายตาและการไดย ินใหนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 1 และนักเรียนมธั ยมศึกษาปท ่ี 1 ทุกคน โดยบุคลากร
สาธารณสุขหรือครูอนามยั หรือนกั เรยี นแกนนําที่ไดรับความรู คาํ แนะนาํ หรอื อบรมวธิ ีการตรวจคดั กรองทถี่ กู ตอ ง
เพ่ือคนหาเด็กที่มีความผิดปกติหรือมีปญหาตั้งแตระยะเริ่มแรกของการศึกษา และนักเรียนที่มีปญหาไดรับการ
ชวยเหลือ เน่ืองจากความผิดปกติดังกลาวมีผลตอการเรียนรู การประกอบอาชีพในอนาคตและคุณภาพชีวิต
ของนกั เรียน
เกณฑประเมิน
นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1 และนักเรยี นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ทกุ คนที่มีปญ หาไดร ับการแกไ ข
วัตถุประสงค
1. เพอื่ ใหม ีการเฝา ระวงั ลดความรุนแรงของโรคหรือความพิการ
2. เพ่ือใหนักเรียนที่มีความผิดปกติหรือมีปญหาทางสายตาและการไดยิน ไดรับการชวยเหลือ
อยา งเหมาะสม
แนวทางการดําเนนิ งาน
เปนการดําเนนิ งานท่เี ช่ือมโยงตอเนื่องกบั องคป ระกอบที่ 5 ของโรงเรียนสง เสรมิ สขุ ภาพ เรอื่ งบริการ
อนามัยโรงเรียน โดยมแี นวทางการดําเนนิ งาน ดังนี้
1. การตรวจคดั กรอง
การวดั สายตา เปน การตรวจสายตาโดยใชเครอ่ื งมอื เชน Snellen test หรือ E-chart ถาคาการ
มองเหน็ ตั้งแต 20/50 หรือ 6/18 ขึน้ ไปอยางนอ ย 1 ขาง ควรสง ตอ เพื่อการตรวจหาสาเหตุและใหการชว ยเหลอื
(แนวทางดูแลสุขภาพเด็กไทย ของราชวิทยาลัยกุมารแพทยแหงประเทศไทย แนะนําใหมีการตรวจวัดสายตา
ทุก 2 ป ในกลมุ เดก็ วัยเรียนคือตรวจในชวงอายุ 6 ป 8 ป 10 ป กลุมวยั รุน ตรวจในชว งอายุ 11-14 ป 15-17 ป
และ 18-21 ป)
การไดยิน คัดกรองเบ้ืองตนโดยการซักถามและใชเทคนิคการตรวจอยางงายโดยใชนิ้วหัวแมมือ
และนว้ิ ชถ้ี กู นั เบาๆ หา งจากรหู ปู ระมาณ 1 นว้ิ และผตู รวจยนื ดา นหลงั ผถู กู ตรวจ ตรวจหทู ลี ะขา ง ถา ขา งใดขา งหนง่ึ
ไมไดยินเสียง ใหสงสัยวาหูขางนั้นมีความผิดปกติ ควรสงตอเพื่อการตรวจหาสาเหตุและใหการชวยเหลือ
กอนทําการตรวจ ควรจัดเตรยี มสถานที่เพอื่ ลดเสียงรบกวน
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 129
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
2. กจิ กรรมสงเสริมและการปองกนั
ดานสายตา โรงเรยี นมกี ารจดั สภาพแวดลอมภายในหองเรยี นใหเ หมาะสม เชน
การติดตั้งทีวีใหอยูในระดับสายตา บริเวณสวนกลางหนาหองเรียน ไมควรติดต้ังดาน
ซาย-ขวาหรอื สงู มากเกินกวาระดบั สายตา
การจัดโตะ เรียน ควรหางจากกระดานหรือกระดานไวทบอรด หนา ชน้ั เรียนประมาณ 2 เมตร
ในแนวตรง การจัดโตะเรียนในลักษณะท่ีเด็กหันหนา ทําใหมองเห็นกระดานหรือผูสอนท่ีอยูหนาหองเรียนไมถนัด
และทําใหเ กิดปญ หาเก่ยี วกบั สายตาหรือบริเวณกลามเนอื้ ทค่ี อ
ปรับแสงสวา งภายในหองเรยี นใหเหมาะสม ไมม ืดหรอื แสงจา เกินไป พยายามลดแสงสะทอ น
ใหมากที่สุดเพื่อปองกันการระคายเคืองสายตา กรณีใชกระดานไวทบอรดและจอคอมพิวเตอรตองระวังเรื่อง
แสงสะทอ นเขาตาเดก็
บริหารกลา มเนอื้ สายตาและพกั สายตาระหวางใชงานเปน ระยะ ทุก 1 ชัว่ โมง
การดูแลและปองกันอุบัติเหตุท่ีอาจเกิดข้ึนตอสายตาได โดยเฉพาะในเด็กเล็กขณะเลนกัน
รวมทั้งเก็บวัตถุของมีคมและสารเคมีสารพิษท่ีเปนอันตราย การสังเกตอาการผิดปกติหรือซักถามเด็กเก่ียวกับ
การมองเหน็ ระหวา งการเรียนการสอน ฯลฯ
ดา นการไดยิน
มีมาตรการปองกัน และแกไขเพื่อลดระดับเสียง กรณีท่ีมีเสียงดังรบกวนการเรียนมาก เชน
สถานทตี่ ัง้ โรงเรยี นอยูใกลถ นนใหญท ่มี เี สียงยานพาหนะดังมาก ฯลฯ
การดูแลปองกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เชน ใชไมแคะหู การใชหูฟงที่เปดเสียงดังมากและ
เปน เวลานาน
ครู และผปู กครองสงั เกตอาการผดิ ปกติ หรอื ซกั ถามเดก็ เกย่ี วกบั การไดย นิ เพอ่ื ใหก ารชว ยเหลอื
ไดทนั เวลา สว นมากการไดยินผดิ ปกตเิ กิดจากขหี้ ูอุดตัน ซึ่งสามารถชวยเหลือใหเ ด็กกลบั มาไดยินตามปกติ
3. สง เสรมิ การใหความรเู พอื่ ใหเ กดิ พฤติกรรมทเ่ี หมาะสม เชน
การรบั ประทานผกั และผลไมท ม่ี วี ติ ามนิ เอ สารอาหารบาํ รงุ สายตา เชน ผกั คะนา ผกั ปวยเลง
ผกั โขม ผกั ตาํ ลงึ ผักบุง แครอท ฟก ทอง ขา วโพด มะละกอ มะมว งสกุ ฯลฯ
ใหความรูเร่ืองการใชเวลาใหคุมคาเพื่อการปองกันการติดเกม การใชสื่อที่ไมเหมาะสม
หรือใชเ วลานานเกินไป
ฝกทักษะการประเมินสุขภาพดวยแบบบันทึกการตรวจสุขภาพดวยตนเองในเด็กตั้งแต
ช้ัน ป.5 ขึน้ ไป เพือ่ ใหร ูจกั สังเกตอาการผิดปกติหรอื การเปลยี่ นแปลงทเ่ี กิดขึ้นกับตวั เอง
4. การฝก วินยั การใชส่ือเทคโนโลยีท้งั ทโ่ี รงเรยี นและทีบ่ าน โดยประสานความรว มมือกบั ผูป กครอง
เชน กําหนดขอตกลงระหวางเด็กกับผูปกครองเร่ืองการใชเวลาหนาจอทีวี และจอทุกประเภทไมเกิน 1-2 ชั่วโมง
ตอ วัน รวมท้งั สง เสริมการใชส ่อื อยางสรางสรรคแ ละเหมาะสม
ผลท่ีไดรับ
1. นักเรยี นกลมุ เปาหมายไดร บั การตรวจคดั กรองอยา งครอบคลมุ
2. นกั เรยี นที่มคี วามผดิ ปกตไิ ดร บั การแกไข สามารถเรยี นรหู นังสอื ไดอยางเต็มศักยภาพ
130 ¤ÙÁ‹ Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตัวช้วัดท่ี 11
มโี ครงการแกไขปญหาดานสขุ ภาพหรอสิ่งแวดลอ มท่ีมีความชกุ สูง
หรอเปนอนั ตรายตอสขุ ภาพของนกั เรยนไดเ ปน ผลสําเร็จ
ความหมาย
มโี ครงการแกไ ขปญ หาดา นสขุ ภาพหรอื สงิ่ แวดลอ มทมี่ คี วามชกุ สงู หรอื เปน อนั ตรายตอ สขุ ภาพของ
นกั เรียนไดเ ปน ผลสาํ เรจ็ หมายถึง โครงการทคี่ รแู ละบคุ ลากรในโรงเรียนเปน ผูด าํ เนนิ การ เพอื่ แกไขหรอื ลดปญ หา
ทีเ่ ปนอันตรายตอ สขุ ภาพ โดยนกั เรยี น ผูป กครอง ชุมชนหรอื หนว ยงานอ่ืนท่ีมีสว นรว มในกิจกรรมของโครงการ
ปญหาสุขภาพหรือส่ิงแวดลอมท่ีมีความชุกสูง หมายถึง ปญหาท่ีสงผลกระทบตอสุขภาพนักเรียน
ท่มี รี ะดบั สัดสว น ปรมิ าณ หรอื จาํ นวนทีส่ ูงมากกวาเกณฑม าตรฐานทก่ี าํ หนด
- กรณีโรงเรียนไมมีปญหาสุขภาพที่เปนอันตรายหรือมีความชุกสูง สามารถจัดทําโครงการเพื่อ
สงเสริมสุขภาพนักเรยี น
- กรณโี รงเรยี นตอ งการสง โครงการตอ เน่อื งเพอ่ื ประเมนิ ผา นตวั ชวี้ ดั ที่ 11 ตอ งดสู ถานการณป ญ หา
วา มคี วามสําคัญในระดับท่มี ีความชกุ สูงหรือมผี ลกระทบตอ สุขภาพของนักเรยี นมากกวาปญหาอื่นหรือไม
เกณฑป ระเมนิ มโี ครงการทป่ี ระสบความสาํ เร็จอยางนอย 1 โครงการ
วตั ถุประสงค
เพอื่ ใหโรงเรยี นมีการแกไ ขปญ หาสขุ ภาพของนักเรียนหรอื สง่ิ แวดลอมในโรงเรียน
แนวทางดาํ เนินงาน
เปน การดาํ เนนิ งานทตี่ อ เนอื่ งกบั องคป ระกอบท่ี 2 และ 3 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพเรอ่ื งการบรหิ าร
จัดการในโรงเรียนและโครงการรวมระหวางโรงเรียนและชุมชน ซึ่งเนนใหโรงเรียนเปนผูดําเนินการแกไขปญหา
สขุ ภาพในโรงเรยี นโดยบุคลากรของโรงเรียน และนกั เรียนหรือชมุ ชนเขามามสี วนรว ม โดยมีแนวทางการดาํ เนินงาน
ดังนี้
1. ผูบริหารเห็นความสําคัญของการสงเสริมสุขภาพของบุคลากรและนักเรียน มีการสื่อสารให
ผเู กยี่ วขอ งตระหนกั ถงึ สง่ิ ทม่ี ผี ลกระทบตอ สขุ ภาพ เพอ่ื ใหเ กดิ การมสี ว นรว มในการคน หาปญ หา จดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั
เลือกหวั ขอ โครงการ และมอบหมายครูผรู บั ผดิ ชอบ
2. ครูผรู ับผิดชอบกาํ หนดวัตถุประสงค เปา หมาย ระยะเวลา กิจกรรม และบทบาทหนาทีใ่ หชดั เจน
รวมทง้ั จดั ทาํ แผนปฏบิ ตั งิ าน
3. ดําเนนิ งานตามแผนและบนั ทึกผลการปฏิบัตงิ านเปนระยะ
4. สรุปผลการดําเนินงานโดยเปรียบเทียบผลการดําเนินงานกอนและหลัง เพ่ือแสดงผลสําเร็จ
โครงการ
5. จัดทาํ รายงานและนาํ เสนอโครงการเพอ่ื เผยแพรส ูสาธารณะ
¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹ 131
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
6. โรงเรียนอาจจัดทําโครงการสงเสริมหรือแกไข โดยพิจารณาจากประเด็นปญหาท่ีมีแนวโนม
เพิ่มสูงขึ้นในปจจุบัน เชน ปญหาการใชส่ือเทคโนโลยีท่ีไมเหมาะสม ความรุนแรง ยาเสพติด ความเส่ียงเร่ืองเพศ
พฤตกิ รรมบรโิ ภคไมเหมาะสม ฯลฯ
การจดั ทาํ รายงานโครงการดานสุขภาพหรอสิ่งแวดลอ ม ประกอบดวย
ชอื่ โครงการ
ชือ่ ครผู รู บั ผิดชอบ
ระยะเวลาดําเนินการ ระยะเวลาเร่ิมตนและส้ินสุดโครงการ กรณีโครงการตอเนื่องตองกําหนด
ชว งเวลาเพือ่ วดั ผลการดําเนินงานโครงการวา ทาํ ใหปญ หาลดลงหรอื ไม อยางไร
หลักการและเหตุผล ระบุความสําคญั และความเปน มาของโครงการ สาเหตุที่เลือกทําโครงการ
และแสดงขอมลู สถานการณปญหาท่ีเปนตัวเลข จํานวน รอยละหรอื อตั รา จากแหลง ขอมลู ทเ่ี ช่อื ถอื ได
วัตถุประสงคและเปาหมาย ระบุสิ่งที่ตองการแกไข ใหสอดคลองกับสถานการณปญหา
มจี ํานวนขอไมมากเกินไป และมีเครื่องมือวดั ได
กลุม เปาหมาย กําหนดใหชดั เจนวา จะดาํ เนนิ การในกลมุ เปา หมายและพื้นท่ีใด
วธิ ดี าํ เนนิ งาน ประกอบดว ยขนั้ ตอนกจิ กรรมการดาํ เนนิ งานทงั้ หมด ตงั้ แตเ รมิ่ ตน จนกระทง่ั สนิ้ สดุ
โครงการ
มแี ผนปฏบิ ัติการที่กําหนดกิจกรรม ระยะเวลา และผรู บั ผดิ ชอบ
สรปุ รายงานโครงการ แสดงผลสาํ เรจ็ โดยเปรยี บเทยี บขอ มลู กอ น-หลงั ทาํ โครงการ พรอ มเครอ่ื งมอื
วัดผล
ผลท่ีไดร ับ
โรงเรียนทราบสถานการณปญหาสุขภาพและมกี ารแกไขปญ หาสขุ ภาพนักเรียนอยางตอเนอ่ื ง
132 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ชว้ ัดท่ี 12
นํา้ บรโิ ภคปลอดภัยและเพยี งพอ
ความหมาย
นํ้าบริโภคปลอดภัยและเพยี งพอ หมายถงึ นา้ํ ท่ีโรงเรยี นนาํ มาใหน กั เรยี นและบคุ ลากรในโรงเรียนด่มื
ปรุง/ประกอบอาหาร ลางหนาและแปรงฟน เปนนํ้าจากแหลงนํ้าธรรมชาติ เชน นํ้าฝน น้ําบอต้ืน น้ําบอบาดาล
หรือแหลงอื่นๆ ทั้งที่ผานระบบทอหรือใสภาชนะ ไดแก นํ้าประปา น้ําบรรจุขวด ฯลฯ โดยแหลงนํ้าบริโภค
ดังกลา วตองมาจากแหลงน้ําทถี่ กู หลกั สุขาภิบาล คุณภาพนํา้ ตองไดมาตรฐานนาํ้ บรโิ ภคกรมอนามยั ป พ.ศ. 2553
และมีปริมาณเพียงพอ คือมีจุดบริการน้ําด่ืม 1 ที่ตอนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน 75 คน หรือมีปริมาณ
นํา้ บรโิ ภค 5 ลติ รตอคนตอวัน (ใชด ่มื 2 ลิตร และใชป รงุ ประกอบอาหาร ลา งหนา แปรงฟน 3 ลติ ร) ท้ังน้ตี องมี
นา้ํ บรโิ ภคใหบรกิ ารตลอดเวลา
การตรวจวิเคราะหคุณภาพนํ้าบริโภค หมายถึง การตรวจวิเคราะหคุณภาพน้ําทางหองปฏิบัติการ
ซง่ึ สามารถตรวจทศ่ี นู ยห อ งปฏบิ ตั กิ ารกรมอนามยั หรอื หอ งปฏบิ ตั กิ ารทางราชการ หรอื เอกชนทไี่ ดร บั รองมาตรฐาน
และใชวิธีการตรวจวิเคราะหเชนเดียวกับศูนยหองปฏิบัติการกรมอนามัย และประเมินผลโดยใชเกณฑมาตรฐาน
คณุ ภาพนํา้ บรโิ ภคกรมอนามัย พ.ศ. 2553
เกณฑประเมนิ
1. มีผลการตรวจวิเคราะหคุณภาพน้ํา ผานเกณฑมาตรฐานคุณภาพน้ําบริโภคกรมอนามัย
พ.ศ. 2553 ไมเกิน 1 ป และมีผลการตรวจดานแบคทีเรีย (โคลิฟอรมแบคทีเรีย และฟคัลโคลิฟอรมแบคทีเรีย)
ผานเกณฑ ทุก 6 เดือน โดยการสงตัวอยางนํ้าบริโภคตรวจวิเคราะห ใหระบุประเภทน้ําบริโภคใหชัดเจน เชน
นาํ้ ประปา นาํ้ ฝน หรอื นาํ้ บรรจขุ วด ฯลฯ
จาํ นวนตัวอยา งสง ตรวจคณุ ภาพน้าํ บรโิ ภคและการผา นเกณฑ
นักเรียนจาํ นวน ไมเกิน 300 คน สงตวั อยางน้าํ และผานเกณฑอ ยา งนอย 1 จดุ
นักเรยี นจํานวน 300 – 1,500 คน สง ตัวอยา งนํา้ และผานเกณฑอยางนอ ย 2 จดุ
นักเรยี นจํานวน 1,500 – 5,000 คน สงตวั อยา งนาํ้ และผานเกณฑอ ยางนอ ย 3 จดุ
นักเรียนจํานวน 5,100 คนข้ึนไป สงตัวอยา งน้ําและผา นเกณฑอยา งนอย 4 จดุ
หมายเหตุ จดุ ท่ี 1 สงตรวจวเิ คราะหนาํ้ บรโิ ภคครบ 20 รายการ ตามเกณฑก รมอนามยั
จดุ ท่ี 2, 3 และ 4 ตรวจเฉพาะโคลฟิ อรม แบคทีเรียและฟคลั โคลิฟอรมแบคทีเรีย
กรณีผลการตรวจวิเคราะหคุณภาพน้ําบริโภคทางหองปฏิบัติการไมผานเกณฑ ใหดําเนินการ
แกไขปรบั ปรงุ แลวสงตรวจวิเคราะหใหมเฉพาะขอ มลู ทไ่ี มผ า นเกณฑ ภายใน 6 เดือน หากแกไ ขไมทันตามกาํ หนด
จะตอ งตรวจวเิ คราะหใ หมท้ัง 20 รายการ
กรณีโรงเรียนอยูในพื้นท่ีสํานักงานการประปาท่ีประกาศเปนนํ้าประปาดื่มได ตองมีเอกสาร
การรับรองคุณภาพภายในระยะเวลาการรับรองของกรมอนามัย และโรงเรียนมีผลตรวจวิเคราะห น้ําบริโภคดาน
แบคทเี รยี (โคลิฟอรม และฟคลั โคลฟิ อรม แบคทเี รยี ) ทกุ 6 เดือน
2. มจี ุดบรกิ ารนํ้าด่มื 1 ทีต่ อ นักเรียนและบุคลากร 75 คน
¤ÁÙ‹ Í× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹ 133
âçàÃÂÕ ¹Ê‹§àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
วัตถปุ ระสงค
1. เพอื่ ใหนักเรยี นและบุคลากรมนี ํ้าบรโิ ภคทีส่ ะอาดปลอดภัยและเพียงพอ
2. เพือ่ ปองกันการเจบ็ ปวยจากโรคทเ่ี กดิ จากน้ําบริโภคทไี่ มสะอาด
แนวทางการดาํ เนนิ งาน
1. มีการจัดหานํ้าด่มื นํ้าใชท ่ีสะอาดและเพียงพอ รวมทงั้ แหลงนาํ้ ท่ีสะอาด และควบคมุ คุณภาพนาํ้
ไมใหแ หลง นา้ํ สกปรกอยางสมา่ํ เสมอ ดังน้ี
สํารวจ พัฒนาและปรับปรุงระบบนํ้าบริโภคในโรงเรียน โดยการตรวจสอบระบบนํ้าบริโภค
ทั้งแนวทอ กอกน้ํา และภาชนะเก็บน้ําใหอยูในสภาพดี สะอาด ไมชํารุด กรณีใชเคร่ืองกรองน้ําตองลางทําความ
สะอาดและเปลี่ยนไสก รองตามคาํ แนะนาํ ของผลิตภัณฑ
มีการเฝาระวังน้ําบริโภคในโรงเรียน โดยทดสอบคุณภาพนํ้าบริโภคเบื้องตนดวยชุดทดสอบ
โคลิฟอรมแบคทีเรียภาคสนาม (อ11) อยางนอยภาคเรียนละ 1 คร้ัง (ชวงเปดภาคการศึกษา) และบันทึกผล
หากพบวามีการปนเปอนแบคทีเรียตองดําเนินการแกไขปรับปรุง และทดสอบซ้ําจนกระทั่งผลทดสอบไมพบ
การปนเปอ น จงึ สง ตรวจสอบคณุ ภาพตามเกณฑม าตรฐานคณุ ภาพนา้ํ บรโิ ภคกรมอนามยั พ.ศ. 2553 ทงั้ 20 รายการ
(ข้ันตอนการดาํ เนนิ งานนา้ํ บรโิ ภคปลอดภัยในภาคผนวก)
สงเสริมใหนักเรียนมีกิจกรรมและทักษะการเฝาระวังคุณภาพนํ้าบริโภค ในชมรมสุขภาพ
หรือบรู ณาการในกลุม สาระการเรียนรู
2. ภาชนะเก็บนํ้าและภาชนะด่ืมนํ้าประจําตัว ควรทํามาจากวัสดุที่ใชสําหรับผลิตภัณฑอาหาร
มกี ารจดั เกบ็ ท่ถี กู สขุ ลกั ษณะเพือ่ ปองกนั การปนเปอนฝุน ละออง แมลง พาหนะนําโรค ฯลฯ และนักเรยี นไมค วรใช
แกว นา้ํ รวมกนั กรณโี รงเรยี นจดั บรกิ ารแกว นาํ้ ดม่ื ใหน กั เรยี นและมกี ารหมนุ เวยี นการใช ตอ งแยกภาชนะอยา งชดั เจน
ระหวางแกว น้ําท่ใี ชแลว กับแกวทย่ี งั ไมใ ช รวมทัง้ การลางและจดั เก็บใหสะอาดกอ นนํามาใช
3. โรงเรยี นบางแหง ทข่ี าดแคลนนา้ํ ควรจดั หาทเ่ี กบ็ สาํ รองนา้ํ หรอื ประสานหนว ยงานทเี่ กยี่ วขอ ง เชน
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน การประปา เพ่ือสนับสนุนใหมีนํ้าบริโภคเพียงพอ หากจําเปนตองซ้ือนํ้าดื่มบรรจุขวด
ควรตรวจสอบคณุ ภาพเพือ่ ความปลอดภยั
4. การตรวจสอบพ้ืนท่ีสํานักงานการประปาที่ประกาศเปนนํ้าประปาบริโภค สอบถามไดจาก
ศูนยอ นามยั หรือผานทางเว็บไซตส ํานักสุขาภบิ าลอาหารและนํา้ กรมอนามยั ที่
http:// foodsan.anamai.moph.go.th/main.php?filename=water standard
5. การสงเสรมิ ใหโ รงเรยี นรกั ษาสภาพมาตรฐานคุณภาพน้าํ ดม่ื อยา งตอเนอ่ื ง โดย
โรงเรียนจัดสรรหรือขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหนวยงานหรือองคกรในพื้นที่
ในการตรวจวิเคราะหคุณภาพน้าํ บรโิ ภค
หากมปี ญ หาทางดา นเทคนคิ วชิ าการ สามารถสอบถามรายละเอยี ดไดท ส่ี าํ นกั งานสาธารณสขุ
จังหวดั ศูนยอนามยั หรอื สาํ นักสุขาภิบาลอาหารและนํา้ กรมอนามัย
ผลท่ีไดร บั
นักเรยี นและบุคลากรมนี าํ้ บรโิ ภคทส่ี ะอาดปลอดภยั เพียงพอ และปองกนั การเจบ็ ปว ยจากโรคที่เกดิ
จากน้ําบริโภคที่ไมสะอาด
134 ¤Á‹Ù Í× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÂÕ ¹Ê§‹ àÊÃÁÔ Ê¢Ø ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ช้วัดท่ี 13
สวมผานเกณฑมาตรฐาน HAS
ความหมาย
สว มผา นเกณฑม าตรฐาน HAS หมายถงึ สว มในโรงเรยี นทกุ จดุ /ทผ่ี า นเกณฑม าตรฐานสว มสาธารณะ
ระดับประเทศ (HAS)
เกณฑประเมิน
สว มทกุ จุด/ท่ผี านเกณฑมาตรฐาน 16 ขอ
วัตถปุ ระสงค
เพอื่ พฒั นาสว มในโรงเรยี นใหบรรลุเปาหมาย 3 ดา นคอื สะอาด (Health) เพียงพอ (Accessibility)
และปลอดภยั (Safety)
แนวทางการดาํ เนินงาน
เปน การดาํ เนนิ งานตอ เนอื่ งจากองคป ระกอบท่ี 4 ของโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ เรอื่ ง การจดั สงิ่ แวดลอ ม
ในโรงเรียนที่เออ้ื ตอสขุ ภาพ และสอดคลองกบั งานตามนโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยมีแนวทางการดําเนินงาน
ดงั น้ี
1. โรงเรียนศึกษาเกณฑมาตรฐานสวมสาธารณะระดับประเทศ (HAS) 16 ขอ และมอบหมาย
ผูร บั ผดิ ชอบใหชดั เจน
2. โรงเรยี นและนกั เรียนดําเนินการพัฒนาสว มในโรงเรียนทุกแหงใหเปนไปตามเกณฑม าตรฐาน
3. โรงเรียนควบคุมกํากับเร่ืองการดูแลรักษาความสะอาดสวมและบริเวณโดยรอบ การตรวจ
ซอมอุปกรณช าํ รดุ การหา มสบู บหุ รี่ รวมท้ังสง เสริมนักเรยี นใหม พี ฤติกรรมการใชส ว มอยางถกู ตอ ง
ผลที่ไดรับ
1. สว มมีความสะอาด ปลอดภัย เพยี งพอ และรกั ษามาตรฐานตามเกณฑอยา งตอเนอ่ื ง
2. นักเรยี นไดใชส ว มทถี่ กู สขุ ลักษณะ และมีพฤติกรรมการใชสว มทดี่ ี
¤Ù‹ÁÍ× ¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹ 135
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
ตวั ช้วัดที่ 14
มกี ารจดั หรอจาํ หนา ยอาหารวา งและเคร่องด่ืมทมี่ คี ุณคาทางโภชนาการ
ไมห วานจัด ไมเ ค็มจัด และไมม ีไขมันสูง
ความหมาย
อาหารวา งและเครอ่ื งดม่ื ทมี่ คี ณุ คา ทางโภชนาการ ไมห วานจดั ไมเ คม็ จดั และไมม ไี ขมนั สงู หมายถงึ
อาหารท่ีบริโภคระหวางมื้ออาหารหลัก ที่มีประโยชนใหพลังงานและมีสารอาหารที่จําเปนตอรางกายครบถวน
เพียงพอ ไดแก โปรตีน แคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ วติ ามินซี วติ ามินบี 1 วติ ามนิ บี 2 หรอื ใยอาหารไมนอ ยกวา
2 ชนิด โดยแตละชนิดมีปริมาณนํ้าตาล โซเดียม และน้ํามัน/ไขมันในระดับต่ําไมเกินเกณฑที่กําหนด พลังงาน
ท่ีไดรับจากการรับประทานอาหารวาง โดยเฉล่ียแตละมื้อในเด็กอายุ 4-5 ปไมควรเกินม้ือละ 130 กิโลแคลอรี
เดก็ อายุ 6-13 ปไ มเกินม้ือละ 160 กโิ ลแคลอรี และเดก็ อายุ 14-19 ป ไมเกนิ มือ้ ละ 200 กโิ ลแคลอรี โรงเรียน
ไมมกี ารจดั และจําหนายอาหารวา งหรอื ขนมทมี่ ีรสหวานจัด เคม็ จดั และมไี ขมันสงู
อาหารวางรสหวานจัด หมายถึง อาหารหรือขนมที่มีคุณคาทางโภชนาการต่ําและมีผลเสียตอการ
เจริญเติบโตเปนอันตรายตอสุขภาพ ทําใหรับประทานอาหารมื้อหลักไดนอย สงผลตอการขาดสารอาหาร
(ผอม, เตี้ย) หากรับประทานอาหารมื้อหลักมากดวย เด็กจะมีภาวะอวน อาหารวางรสหวานจัด ไดแก
ขนมท่มี ปี รมิ าณนา้ํ ตาลสงู เกนิ 12 กรัม หรือเกนิ ประมาณ 3 ชอนชาตอ ม้อื (นํ้าตาล 1 ชอ นชา หนัก 4 กรัม) เชน
ช็อกโกแลต ท็อฟฟ ลูกอม อมยิ้ม นมอัดเม็ด หมากฝรั่ง เยลล่ี ขาวโพดอบกรอบ ขนมปงกรอบ บิสกิต
เวเฟอรไสตางๆ คกุ ก้ี หวานเย็นหรอื ไอศกรีม ฯลฯ
เครื่องด่ืมท่ีมีรสหวานจัด หมายถึง เครื่องด่ืมท่ีมีปริมาณน้ําตาลท่ีระบุในฉลากโภชนาการหรือ
เติมนาํ้ ตาลเกนิ รอยละ 5 ตอ การบรโิ ภค 1 คร้ัง เชน นมเปรีย้ ว นมปรงุ แตงรส นา้ํ อดั ลม นาํ้ ผลไมร สตา งๆ ชาเขียว
การบริโภคนํ้าตาล ควรรับประทานแตนอย ท้ังในอาหารม้ือหลักและอาหารวาง การบริโภคนํ้าตาล
ใน 1 วนั สาํ หรับกลมุ อายุ 6-13 ป ไมค วรเกิน 4 ชอนชา (16กรัม) และกลุมอายุ 14-18 ป ไมค วรเกนิ 6 ชอ นชา
(24 กรัม)
อาหารวางรสเค็มจัด หมายถึง อาหารที่มีปริมาณโซเดียมระบุในฉลากโภชนาการเกินรอยละ 4
ของปริมาณโซเดียมท่ีแนะนําใน 1 วัน ตอการบริโภค 1 ครั้ง หรือปริมาณโซเดียมเกิน 100 มิลลิกรัมตอคร้ัง
หรอื มเี กลือเกนิ 0.25 กรมั เชน ขนมซอง ขนมถงุ ประเภทปลาเสนปรุงรส มนั ฝรัง่ ทอด ขา วเกรยี บ สาหรา ย ฯลฯ
โซเดียม หมายถงึ แรธ าตทุ ่จี าํ เปน ตอ รางกาย มหี นา ที่รกั ษาความสมดุลของของเหลวในรางกายและ
ความดันโลหิตใหอยูในระดับปกติ ถาไดรับมากเกินไปเปนประจํา จะมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
โรคไต โรคหวั ใจ ฯลฯ แหลงของโซเดียม ไดแก อาหารธรรมชาติ เครอื่ งปรงุ รส เชนเกลือ นํ้าปลา ซีอวิ๊ อาหารแปรรูป
เชน ผกั ดอง ไขเค็ม ไสกรอก หมูยอ บะหมีก่ งึ่ สาํ เรจ็ รปู ขนม อาหารขบเคีย้ ว ฯลฯ
136 ¤‹ÁÙ ×Í¡ÒôÒí à¹Ô¹§Ò¹
âçàÃÕ¹ʋ§àÊÃÁÔ ÊØ¢ÀÒ¾ ¾.È. 2558
เกลอื เครือ่ งปรุงรสเคม็ ที่มโี ซเดยี มปริมาณสงู เกลือ 1 ชอ นชา (5 กรัม) จะมีโซเดยี ม 2,000 มิลลิกรมั
การบริโภคเกลือ ควรรับประทานในปริมาณเล็กนอยท้ังอาหารมื้อหลักและอาหารวาง ใน 1 วัน ไมควรบริโภค
โซเดียมเกิน 2,400 มิลลิกรัม หรือเกลือไมค วรเกิน 1 ชอ นชา
ปริมาณโซเดยี มทีค่ วรไดร บั ตอวัน
กลมุ อายุ ปริมาณโซเดียมตอ วนั (มลิ ลิกรัม)
6-8 ป 325-950
9-12 ป 400-1,175
13-15 ป 500-1,500
16-18 ป 525-1,600
อาหารวางที่มีไขมันสูง หมายถึง อาหารวางที่มีคุณคาทางโภชนาการต่ํา ไขมันสูงมีผลเสียตอการ
เจริญเติบโตของเด็ก ทําใหเด็กมีภาวะอวน เส่ียงตอภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
อาหารวางที่มีไขมันสูง ไดแก อาหารท่ีปรุงโดยใชนํ้ามันมากเกิน 2.5 กรัมตอมื้อ หรือมากกวาครึ่งชอนชา
(น้ํามัน 1 ชอนชา หนัก 5 กรัม) หรืออาหารทอดดวยนํ้ามันทวม เชน มันฝรั่งทอด ลูกช้ินทอด ไสกรอกทอด
ขนมซอง ขนมเบเกอร่ี เคกหนา ครีม คุกก้ี พฟั พาย พซิ ซา ฯลฯ
เกณฑป ระเมิน จัดหรอื จาํ หนา ยทุกวันเปด เรยี น
วตั ถุประสงค
เพือ่ ใหนกั เรยี นบรโิ ภคอาหารวา งทม่ี คี ุณคาทางโภชนาการ ไมห วานจัด ไมเ ค็มจดั และไมมไี ขมันสงู
แนวทางการดําเนนิ งาน
1. มกี ารสํารวจอาหารวางและเครอื่ งดื่มทีจ่ ัด/จําหนา ยในโรงเรียน
2. อาหารวา งมคี ุณคา ทางโภชนาการ ท่ีควรนํามาจัดหรอื จําหนายในโรงเรียน มดี งั นี้
นม นมสดรสจืดวันละ 1-2 มอื้ ๆ ละ 1 กลอง/ถุง (200 ซซี )ี ใหกลมุ เด็กทว่ั ไป สําหรับเดก็ ทวม
เริ่มอวนหรืออวน ใหด่ืมนมพรองมันเนยหรือนมขาดมันเนยแทน และจําหนายนม/ผลิตภัณฑนมในรานสหกรณ/
รา นคา เชน นมสดรสจดื นมพรอ งมนั เนย และโยเกริ ต รสธรรมชาติ ฯลฯ
ผลไม ควรรับประทานผลไมสดวันละ 1-2 สวน ถาเปนผลไมตากแหงตองไมเติมน้ําตาล
เชน กลวยตากไมช ุบนํา้ ผงึ้ ฯลฯ
พชื หัว และถ่ัวเมล็ดแหง เชน ขาวโพดตม มนั เทศตม เผือกตม ถั่วลิวสงตม ฯลฯ
ขนมไทยรสไมหวานจัด ปริมาณ 1 ถวยเล็ก โดยมีอาหารกลุมขาว-แปง (พืชหัว) กลุมผัก
กลมุ ผลไม กลุมเนือ้ สัตว (ถ่วั เมลด็ แหง) หรือกลุมนมเปน สวนประกอบ เชน ฟก ทองแกงบวด กลวยบวชชี เตาสวน
ขาวตมมดั ถ่วั เขียวตม น้าํ ตาล ฯลฯ
อาหารวางอื่นๆ มีกลุมผัก กลุมผลไม กลุมเน้ือสัตว (ถ่ัวเมล็ดแหง) หรือกลุมนม
เปน สวนประกอบ เชน ซาลาเปาไสห มแู ดง ขนมจบี แซนวิชไสทูนา ขนมปง ไสหมูหยอง ฯลฯ
¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôÒí à¹¹Ô §Ò¹ 137
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558
3. ตรวจสอบปริมาณนา้ํ ตาล เกลือ ไขมนั ในอาหารวางและเคร่ืองดมื่ ดังน้ี
3.1 ตรวจสอบปริมาณนํา้ ตาล
ขนมท่ีทําเอง ใหดูจากสูตรขนม แยกสวนประกอบแตละชนิดและนํ้าหนักเปนกรัม
และจํานวนช้ินหรือถวยท่ีไดจากสูตรน้ัน ดูปริมาณนํ้าตาลที่ใชทั้งหมด หารดวยจํานวนช้ินหรือถวย
จะไดปริมาณนํ้าตาลตอช้ินหรือถวย ถาเด็กกินขนมคนละ 1 ช้ินจะไดน้ําตาลปริมาณที่แนะนําได แตถาเด็กกิน
2 ช้ิน จะตองคูณปริมาณน้ําตาลดวย 2 ถาปริมาณน้ําตาลสูงเกิน 12 กรัม หรือเกินประมาณ 3 ชอนชาตอม้ือ
ตอ งลดปรมิ าณนา้ํ ตาลหรอื เปลีย่ นเปนขนมอืน่ แทน
ขนมสาํ เรจ็ รูปทม่ี บี รรจุภณั ฑ ใหด ูจากฉลากโภชนาการ แตถา ไมม ี ใหด จู าก
สวนประกอบและคาํ นวณปรมิ าณนํา้ ตาล
เครื่องด่ืมสําเร็จรูปท่ีมีปริมาณน้ําตาลระบุในฉลากโภชนาการไมเกิน รอยละ 5
ตอ การบริโภค 1 คร้ัง หรือมีนํา้ ตาลเกิน 5 กรมั ในเครอ่ื งด่มื 100 ซีซี
เครอื่ งดืม่ ผสมเอง
กรณไี มใ สน ้าํ แข็ง การคาํ นวณปริมาณนาํ้ ตาลในเครือ่ งด่ืม เชน
น้ําตาลไมเกิน 5 กรมั ตอ น้ํา 100 ซีซี หรอื
นํา้ ตาลครง่ึ ขีด (50 กรมั ) ตอน้ํา 1 ลติ ร (1,000 ซีซี) หรอื
น้าํ ตาลครึง่ กโิ ลกรมั (500 กรมั ) ตอนํา้ 10 ลิตร
กรณใี สนา้ํ แขง็ การคาํ นวณปริมาณน้าํ ตาลในเคร่ืองดืม่ เชน
นา้ํ ตาลไมเกนิ 10 กรัม ตอ นํ้า 100 ซีซี หรอื
นํ้าตาล 1 ขดี (100 กรัม) ตอน้าํ 1 ลิตร (1,000 ซซี ี) หรือ
น้าํ ตาล 1 กิโลกรัม ตอน้ํา 10 ลติ ร
ปรบั ลดปรมิ าณนาํ้ ตาลและไมน าํ อาหารทมี่ นี าํ้ ตาลเกนิ กาํ หนด มาจาํ หนา ยในโรงเรยี น
3.2 ตรวจสอบปริมาณเกลือโซเดยี ม โดย
ตรวจสอบปริมาณโซเดียมท่ีระบุในฉลากโภชนาการ ไมเกินรอยละ 4 ของปริมาณ
โซเดียมท่ีแนะนําใน 1 วัน ตอการบริโภค 1 คร้ัง หรือปริมาณโซเดียมไมเกิน 100 มิลลิกรัมตอคร้ัง หรือมีเกลือ
ไมเ กนิ 0.25 มิลลิกรมั ถาเกนิ แสดงวามีรสเค็มจัด
3.3 ตรวจสอบปริมาณไขมนั โดยสงั เกตจาก
อาหารวางท่ปี รงุ เอง ใชน ํา้ มนั ไมมากเกิน 2.5 กรมั ตอม้ือ หรอื ไมมากกวาครงึ่ ชอ นชา
(นํ้ามัน 1 ชอ นชา หนกั 5 กรมั ) ถาเกนิ หรอื อาหารทอดดวยนํ้ามัน/ทวม แสดงวา มีไขมันสงู
อาหารวางท่ีมีบรรจุภัณฑใหดูจากฉลากโภชนาการ ไขมันท้ังหมดตองไมเกิน
2.5 กรัม ถา เกนิ แสดงวา มไี ขมนั สงู
ผลที่ไดร บั
โรงเรียนมีการจัดหรือจําหนายอาหารท่ีมีคุณคาทางโภชนาการ และสงเสริมพฤติกรรมให
นักเรียนรบั ประทานอาหารวางและเคร่ืองดม่ื ทรี่ สไมห วานจัด ไมเค็มจัด และไมมไี ขมันสูง
138 ¤‹ÙÁÍ× ¡ÒôíÒà¹¹Ô §Ò¹
âçàÃÕ¹ʧ‹ àÊÃÔÁ梯 ÀÒ¾ ¾.È. 2558