The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สุขฤทัย พรหมรับ-ดุษฎีนิพนธ์-ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by man Wee, 2022-08-03 12:27:54

สุขฤทัย พรหมรับ-ดุษฎีนิพนธ์-ฉบับสมบูรณ์

สุขฤทัย พรหมรับ-ดุษฎีนิพนธ์-ฉบับสมบูรณ์

230

1) ทักษะคอมพวิ เตอร์ขน้ั พ้ืนฐาน (Basic Computer Skills)
2) ทกั ษะคอมพวิ เตอร์/เทคโนโลยีขน้ั สงู (Advanced Computer/Tech Skills)
3) ระบบความปลอดภัยในออนไลน์ (Online Safety)
4) การประเมนิ เนือ้ หา (Content Evaluation)
5) การหางานออนไลน์ (Online Job Search)

โปรดทบทวนตัวเอง แลว้ ตอบในใจวา่ ท่านเข้าใจขัน้ ตอนการพฒั นาทักษะการรู้
ดจิ ิทัล ตามทศั นะของ Ruesink วา่ อย่างไร ?
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………...........................................

Roscorla กล่าวถึง การสนับสนุนระดับดิจิทัลร่วมกันและการเรียนรู้การนำเข้าส่ือ
(Support Community-Level Digital and Media Literacy Initiatives) 10 ขั้นตอนในการสร้าง
เสริมสร้างการเรยี นรดู้ ิจทิ ลั และการเรยี นรู้ส่ือไว้ ดังนี้

1) จัดทำแผนทที่ รพั ยากรทมี่ ีอย่รู ่วมกันและเสนอทนุ ช่วยเหลอื เล็กนอ้ ย
2) สนบั สนนุ เครอื ขา่ ยโปรแกรมการเรยี นรูภ้ าคฤดูรอ้ นระดบั ประเทศ
3) สร้างกลุ่มเยาวชนด้านดจิ ทิ ลั และการเรยี นรสู้ ่อื
4) สรา้ งการเช่อื มโยงการศกึ ษาสหวทิ ยาการในระดับอดุ มศึกษา
5) สรา้ งการดำเนินการระดบั ทอ้ งถ่ิน
6) ความรว่ มมือกบั สอื่ และบรษิ ทั เทคโนโลยี
7) พัฒนามาตรฐานการออนไลนข์ องสอ่ื และการเรยี นรู้ดจิ ิทลั
8) เริม่ โครงการเพ่ือความบันเทงิ ด้านการศึกษา
9) จดั ประกาศการแข่งขันท่ัวทง้ั รฐั บริการสาธารณะผลิตเยาวชนขนึ้
10) สนบั สนุนการประชมุ ประจำปีและการแขง่ ขนั แสดงผลงานนกั การศึกษา

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้
ดิจิทลั ตามทศั นะของ Roscorla ว่าอย่างไร ?
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………...........................................

Equip team กล่าวถึง การเรียนรู้ดิจิทัลครอบคลุมทักษะต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการท่ี
นกั เรยี นเรยี นรทู้ ำงานรว่ มกนั และสรุปขอ้ มลู ทกั ษะดจิ ิทลั มีแนวคิด 4 ประการ ดังน้ี

1) ปรับความสนใจวิชาห้องปฏิบัติการด้วยการรู้เรียนรู้ดิจิทัล (Refocus Lab Time With
Digital Literacy)

231

2) สร้างแบบจำลองการเรียนรู้ดิจิทัลในห้องสมุด (Model Digital Literacy In the
Library)

3) ปรับปรุงชั้นเรียนหลักด้วยการเรียนรู้ดิจิทัล (Enhance Core Classes With Digital
Literacy)

4) การคิดแบบมองภาพใหญ่ (Better Yet, Think Big Picture)

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้
ดิจิทลั ตามทศั นะของ Equip team วา่ อยา่ งไร ?
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………...........................................
Murphy กล่าวถึง 4 ขั้นตอนสู่โครงการเรียนรู้ดิจิทัลที่เท่าเทียมและมีประสิทธิผล ว่าการ
เรียนรู้ดิจิทัลขยายขอบเขตเทคโนโลยีโดยเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้การทำงาน และการเข้าสังคมของ
นักเรียน ด้วยการฝึกฝนทกั ษะดจิ ิทัลในลำดับทส่ี ูงข้นึ
1) แสดงวสิ ยั ทัศนข์ องโปรแกรมให้ชัดเจน
2) สรา้ งรูปแบบการดำเนนิ การ
3) กำหนดกรอบสำหรบั การจัดตำแหนง่
4) มสี ว่ นรว่ มกับครูตลอดเร่ิมดำเนนิ การโปรแกรมและอ่ืน ๆ

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้
ดิจทิ ลั ตามทัศนะของ Murphy ว่าอยา่ งไร ?
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………...........................................

Spencer กลา่ วถึง ข้ันตอนในการพัฒนาการเสริมสร้างทักษะดิจทิ ลั ท่สี ามารถทำไดเ้ พ่ือทำ
ให้โรงเรียนมีการเรยี นรู้ดจิ ิทัล ดงั น้ี

1) การควบคุมดูแลซอฟต์แวร์ทั้งโรงเรียน (Harness the Power of Whole-School
Software)

2) การทำงานรว่ มกนั และแบ่งปันแนวทางปฏิบัติท่ีดีที่สดุ ทางออนไลน์ (Collaborate and
Share Best Practice Online)

3) นำเอาอุปกรณไ์ อทีส่วนตวั มาใช้ (BYOD)
4) การตรวจสอบนโยบาย (Reviewing Policies)
5) การจัดการเรียนรู้การบูรณาการระหว่างศาสตร์สาขาต่าง ๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (S)
เทคโนโลยี (T) วิศวกรรมศาสตร์ (E) และคณิตศาสตร์ (M): (STEM Clubs)
6) การปรับปรุงหลกั สตู ร (Updating the Curriculum)

232

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้
ดิจทิ ัล ตามทศั นะของ Spencer วา่ อยา่ งไร ?
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………...........................................

แบบประเมนิ ตนเอง
1) ท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Killen, Beetham
and Knight ชัดเจนดแี ล้วหรือไม่
[ ] ชดั เจนดแี ลว้ [ ] ยงั ไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Killen,
Beetham and Knight กล่าวถึงขั้นตอนการพฒั นาทกั ษะการรู้ดิจิทัล วา่ อย่างไร?
2) ท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Stenger ชัดเจนดี
แลว้ หรอื ไม่
[ ] ชดั เจนดีแลว้ [ ] ยังไม่ชดั เจนดีพอ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Stenger กลา่ วถงึ ขั้นตอนการพฒั นาทักษะการรดู้ ิจทิ ัล วา่ อยา่ งไร?
3) ท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Ruesink ชัดเจนดี
แลว้ หรือไม่
[ ] ชัดเจนดีแล้ว [ ] ยังไมช่ ดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Ruesink กล่าวถึงขั้นตอนการพัฒนาทกั ษะการรูด้ ิจิทัล วา่ อย่างไร?
4) ท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Roscorla ชัดเจนดี
แลว้ หรือไม่
[ ] ชดั เจนดีแลว้ [ ] ยังไมช่ ัดเจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Roscorla กลา่ วถึงขนั้ ตอนการพัฒนาทกั ษะการรู้ดิจทิ ัล ว่าอย่างไร?
5) ทา่ นเขา้ ใจขนั้ ตอนการพฒั นาทักษะการรู้ดิจทิ ลั ตามทัศนะของ Equip team ชดั เจน
ดแี ล้วหรอื ไม่
[ ] ชัดเจนดแี ล้ว [ ] ยังไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชดั เจนดีพอ โปรดกลับไปศกึ ษาใหม่อีกคร้ัง แลว้ ตอบคำถามในใจว่า Equip
team กล่าวถึงขัน้ ตอนการพัฒนาทักษะการรูด้ ิจทิ ัล อย่างไร?
6) ท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Murphy ชัดเจนดี
แล้วหรือไม่
[ ] ชดั เจนดแี ล้ว [ ] ยังไม่ชดั เจนดีพอ

233

หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Murphy กล่าวถึงข้ันตอนการพัฒนาทักษะการรดู้ ิจทิ ลั อยา่ งไร?
7) ท่านเข้าใจขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Spencer ชัดเจนดี
แลว้ หรือไม่
[ ] ชดั เจนดีแลว้ [ ] ยงั ไม่ชัดเจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Spencer กลา่ วถึงข้นั ตอนการพฒั นาทักษะการรู้ดจิ ิทลั อย่างไร?

หมายเหตุ
หากต้องการศึกษารายละเอียดของแต่ละทัศนะจากต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ โปรด

“Ctrl & Click” เว็บไซต์ของแต่ละแหล่งได้ ดงั นี้
1) Killen, Beetham and Knight : https://bit.ly/2ENKLIp
2) Stenger : https://bit.ly/3gIubXQ
3) Ruesink : https://bit.ly/31B0rrF
4) Roscorla : https://bit.ly/3beHkHa
5) Equip team : https://bit.ly/34Q5Dd0
6) Murphy : https://bit.ly/3b4cCjS
7) Spencer : https://bit.ly/35dFG7t

เอกสารอา้ งอิง
Clare Killen, C., Beetham, H., and Knight, S. (2017). Strategic steps towards

organizational digital capability. Retrieved August 28, 2020, from
https://bit.ly/2ENKLIp
Equip Team (2019). How are you planning to implement your digital literacy
program?. Retrieved August 28, 2020, from https://bit.ly/34Q5Dd0
Murphy, A. M. (2019). Four steps to an equitable and effective digital literacy
program. Retrieved August 28, 2020, from https://bit.ly/3b4cCjS
Roscorla. T. (2020). Ten steps to strengthen digital and media literacy. Retrieved
August 28, 2020, from https://bit.ly/3beHkHa
Ruesink. M. (2014). 5 Ways to develop your digital literacy skills. Retrieved August 28,
2020, from https://bit.ly/31B0rrF
Spencer, B. (2018). Digital literacy and your school: Steps to becoming digitally
literate. Retrieved August 28, 2020, from https://bit.ly/35dFG7t
Stenger. M. (2018). Seven ways to teach digital literacy. Retrieved August 28, 2020,
from https://bit.ly/3gIubXQ

234

ค่มู อื ชดุ ท่ี 6
ทัศนะเก่ยี วกบั การประเมินทักษะการรู้ดิจิทัล

นางสาวสุขฤทัย พรหมรบั

ดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาการบรหิ ารการศกึ ษา
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตอสี าน

ปี พ.ศ. 2564

235

5.6 คมู่ อื ชดุ ที่ 6 ทศั นะเกยี่ วกับการประเมินทักษะการรดู้ จิ ิทัล

วตั ถุประสงค์การเรยี นรู้
หลงั จากการศึกษาคู่มือชุดนแ้ี ลว้ ท่านมีพฒั นาการด้านพุทธิพสิ ยั (Cognitive Domain) ซึ่ง

เป็นจุดมุ่งหมายทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางสมองหรือสติปัญญาตามแนวคิดของ
Benjamin S. Bloom โดยจําแนกพฤติกรรมในขอบเขตนี้ออกเป็น 6 ระดับ เรียงจากพฤติกรรมที่
สลับซับซ้อนน้อยไปหามาก หรือจากทักษะการคิดขั้นต่ำกว่าไปหาทักษะการคิดขั้นสูงกว่า ดังนี้ คือ
ความจำ (Remembering) ความเข้าใจ (Understanding) การประยกุ ต์ใช้ (Applying) การวเิ คราะห์
(Analyzing) การประเมนิ (Evaluating) และการสร้างสรรค์ (Creating) ดังน้ี

1) บอกคุณสมบัติ จับคู่ เขียนลำดับ อธิบาย บรรยาย ขีดเส้นใต้ จำแนก หรือระบุการ
ประเมินทกั ษะการรู้ดิจทิ ัลได้

2) แปลความหมาย อธิบาย ขยายความ สรุปความ ยกตัวอย่าง บอกความแตกต่าง หรือ
เรียบเรยี งการประเมินทักษะการรดู้ จิ ิทลั ได้

3) แก้ปัญหา สาธิต ทำนาย เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เปลี่ยนแปลง คำนวณ หรือปรับปรุง
การประเมินทกั ษะการรู้ดิจทิ ลั ได้

4) แยกแยะ จัดประเภท จำแนกให้เห็นความแตกต่าง หรือบอกเหตุผลการประเมินทักษะ
การรู้ดจิ ิทัลได้

5) วัดผล เปรียบเทียบ ตีคา่ ลงความเหน็ วิจารณ์การประเมินทักษะการรดู้ จิ ทิ ัลได้
6) รวบรวม ออกแบบ จดั ระเบียบ สรา้ ง ประดษิ ฐ์ หรอื วางหลกั การการประเมินทักษะการ
รูด้ จิ ิทลั ได้
โดยมีทศั นะเกยี่ วกับการประเมนิ ทักษะการรู้ดจิ ทิ ลั ของแหล่งอ้างอิงทางวชิ าการต่าง ๆ ดังนี้
1) การประเมนิ ทักษะการร้ดู ิจิทัล ตามทศั นะของ Covello
2) การประเมินทักษะการรดู้ ิจิทลั ตามทศั นะของ Rodríguez-de-Dios, Igartua &
González-Vázquez
3) การประเมินทักษะการรูด้ จิ ิทัล ตามทัศนะของ Cote & Milliner (2017)
4) การประเมนิ ทักษะการรูด้ จิ ิทลั ตามทัศนะของ Cote & Milliner (2018)
คำชี้แจง
1) โปรดศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินทักษะการรู้ดิจทิ ัลจากทัศนะที่นำมากลา่ วถึงแต่
ละทัศนะ โดยแต่ละทัศนะท่านจะต้องทำความเข้าใจที่สามารถอธิบายกับตัวเองได้ว่า เขากล่าวถึง
ความสำคญั วา่ อยา่ งไร หลงั จากการศกึ ษาเนื้อหาแต่ละทศั นะแลว้ โปรดทบทวนความรคู้ วามเขา้ ใจของ
ท่านอกี ครั้งจากแบบประเมนิ ผลตนเองในตอนท้ายของคู่มือ
2) เนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัลจากทัศนะที่นำมากล่าวถึงแต่ละทัศนะมี
แหลง่ อ้างอิงตามท่ีแสดงไว้ในตอนท้ายหลังแบบประเมนิ ผลตนเอง หากทา่ นตอ้ งการศึกษารายละเอียด
ของทัศนะเหล่านั้น ซึ่งต้นฉบับเป็นบทความภาษาอังกฤษ ท่านสามารถจะสืบค้นต่อได้จากเว็บไซต์ท่ี
ระบไุ ว้ในแหลง่ อา้ งองิ น้ัน ๆ

236

ทัศนะเก่ยี วกับการประเมนิ ทักษะการรู้ดิจทิ ัล
Covello กล่าวถึง มาตรฐานการประเมินสำหรบั ทักษะการรู้ดจิ ิทัล (Digital Literacy) ซึ่ง

ผู้พัฒนาได้พึ่งพาสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานานาชาติ (ISTE) NETS-S มาตรฐานเทคโนโลยี
การศกึ ษาสำหรับนกั เรียนเพอื่ ระบุผลลพั ธท์ เ่ี หมาะสมทสี่ ดุ NETS-S ประกอบดว้ ย 6 หมวดหมู่ ดงั นี้

1) ความคิดสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
2) การสื่อสารและความร่วมมือ (Communication and Collaboration)
3) ความคลอ่ งแคล่วในการวจิ ัยและสารสนเทศ (Research and Information Fluency)
4) การคิดเชิงวพิ ากษ์ การแก้ปญั หาและการตัดสินใจ (Critical Thinking, Problem
Solving, and Decision Making)
5) พลเมืองดิจทิ ัล (Digital Citizenship)
6) การดำเนนิ งานด้านเทคโนโลยีและแนวคดิ (Technology Operations and Concepts)
1. ความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
นักเรียนสาธิตการคิดอย่างสร้างสรรคส์ ร้างความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่
เป็นนวัตกรรมโดยใช้เทคโนโลยี นักเรียน: ( Students Demonstrate Creative Thinking,
Construct Knowledge, and Develop Innovative Products and Processes Using
Technology. Students)

1.1 ใช้ความรทู้ มี่ อี ยู่เพอ่ื สร้างแนวคิดผลิตภัณฑห์ รือกระบวนการใหม่ (Apply Existing
Knowledge to Generate New Ideas, Products, or Processes)

1.2 สร้างผลงานต้นฉบับเป็นวิธีการแสดงออกส่วนบุคคลหรือกลุ่ม (Create Original
Works as a Means of Personal or Group Expression)

1.3 ใชแ้ บบจำลองและแบบจำลองเพ่อื สำรวจระบบและปัญหาท่ซี ับซ้อน
(Use Models and Simulations to Explore Complex Systems and Issues)

1.4 ระบุแนวโน้มและการพยากรณ์ความเป็นไปได้ (Identify Trends and Forecast
Possibilities)

2. การส่อื สารและความรว่ มมอื (Communication and Collaboration)
นักเรียนใช้สื่อดิจิทัลและระบบในการสื่อสารและเครื่องมือในระบบปฏิบัติการณ์ทำงาน
ร่วมกันระยะไกล เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ส่วนบุคคลและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้อื่น นักเรียน:
(Students Use Digital Media and Environments to Communicate and Work Collaboratively,
Including at a Distance, to Support Individual Learning and Contribute to the Learning of
Others Students)

2.1 มีปฏิสัมพันธ์ การทำงานร่วมกัน และเผยแพร่กับเพ่ือน ผู้เชีย่ วชาญ หรือบุคคลอืน่
ที่ใช้เครื่องมือในระบบปฏิบัติการณ์และสื่อดิจิทัลที่หลากหลาย (A. Interact, Collaborate, and
Publish with Peers, Experts, or Others Employing A Variety of Digital Environments and
Media.)

237

2.2 การสื่อสารข้อมูลและความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพให้กับผู้ชมหลายคนโดยใช้
ความหลากหลายของสื่อและรูปแบบ (B. Communicate Information and Ideas Effectively to
Multiple Audiences Using a Variety of Media and Formats.)

2.3 พัฒนาความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม และการรับรู้ทั่วโลกโดยการมีส่วนร่วมกับ
ผู้เรียนของวัฒนธรรมอื่น ๆ (C. Develop Cultural Understanding and Global Awareness by
Engaging with Learners of Other Cultures.)

2.4 มีส่วนร่วมกับทีมโครงการในการผลิตงานต้นฉบับหรือแก้ปัญหา (D. Contribute
to Project Teams to Produce Original Works or Solve Problems.)

3. ความคล่องแคล่วในการวิจัยและสารสนเทศ (Research and Information
Fluency)

นักเรียนใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อรวบรวมประเมินผลและใช้ข้อมูล นักเรียน: (Students
Apply Digital Tools to Gather, Evaluate, and Use Information. Students :)

3.1 วางแผนกลยุทธ์เพื่อเป็นแนวทางในการสอบถาม (A. Plan Strategies to Guide
Inquiry)

3.2 การค้นหา จัดระเบียบ วิเคราะห์ ประเมินผล สังเคราะห์ และใช้ข้อมูลอย่างมี
จริยธรรมจากแหล่งข้อมูล และสื่อที่หลากหลาย (B. Locate, Organize, Analyze, Evaluate,
Synthesize, and Ethically Use Information from A Variety of Sources and Media)

3.3 ประเมินและเลือกแหล่งข้อมูล และเครื่องมือดิจิทัลตามความเหมาะสม
เฉพาะกับงาน (C. Evaluate and Select Information Sources and Digital Tools Based on
the Appropriateness to Specific Tasks)

3.4 ประมวลผลขอ้ มูลและรายงานผล (D. Process Data and Report Results.)
4. การคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ (Critical Thinking, Problem
Solving, and Decision Making)
นักเรียนใช้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการวางแผน และดำเนินการวิจัย จัดการ
โครงการแก้ปัญหา และตัดสินใจอย่างชาญฉลาด โดยใช้เครื่องมือและแหล่งข้อมูลดิจิทัลที่เหมาะสม:
( Students Use Critical Thinking Skills to Plan and Conduct Research, Manage Projects,
Solve Problems, and Make Informed Decisions Using Appropriate Digital Tools and
Resources. Students)

4.1 ระบแุ ละกำหนดปญั หาท่ีแทจ้ รงิ และคำถามสำคัญสำหรบั การตรวจสอบ
(A. Identify and Define Authentic Problems and Significant Questions for Investigation.)

4.2 วางแผนและจัดการกิจกรรมเพื่อพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาหรือทำให้โครงการเสร็จ
สมบรู ณ์ (B. Plan and Manage Activities to Develop a Solution or Complete a Project)

4.3 รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุแนวทางแก้ไข หรือตัดสินใจอย่างชาญฉลาด
(C. Collect and Analyze Data to Identify Solutions and/or Make Informed Decisions)

238

4.4 ใช้กระบวนการที่หลากหลาย และมุมมองที่หลากหลาย เพื่อสำรวจวิธีการ
แก้ปญั หาอนื่ ๆ (D. Use Multiple Processes and Diverse Perspectives to Explore Alternative
Solutions)

5. พลเมืองดิจิทลั (Digital Citizenship)
นักเรียนเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับมนุษย์วัฒนธรรม และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และ
ฝึกฝนพฤติกรรมทางกฎหมาย และจรยิ ธรรม นกั เรยี น: (Students Understand Human, Cultural,
and Societal Issues Related to Technology and Practice Legal and Ethical Behavior.
Students)

5.1 สนับสนุนและฝึกการใช้ข้อมูล และเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ถูกกฎหมาย และมี
ค ว า ม ร ั บ ผ ิ ด ช อ บ ( A. Advocate and Practice Safe, Legal, and Responsible Use of
Information and Technology)

5.2 แสดงทัศนคตทิ ด่ี ีตอ่ การใชเ้ ทคโนโลยที ีก่ ารทำงานร่วมกนั สนับสนนุ การเรียนรู้และ
ก า ร ผ ล ิ ต ( B. Exhibit a Positive Attitude toward Using Technology That Supports
Collaboration, Learning, and Productivity)

5.3 แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบส่วนบุคคลในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ( C.
Demonstrate Personal Responsibility for Lifelong Learning)

5.4 แสดงความเปน็ ผนู้ ำดา้ นการเป็นพลเมอื งดิจิทลั (D. Exhibit Leadership for Digital
Citizenship.)

6. การดำเนินงานด้านเทคโนโลยีและแนวคิด (Technology Operations and
Concepts)

นักเรียนแสดงความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับแนวคิดระบบ และการปฏิบัติงานด้าน
เทคโนโลยี นักเรียน: (Students Demonstrate a Sound Understanding of Technology
Concepts, Systems, and Operations.Students)

6.1 เข้าใจและใช้ระบบเทคโนโลยี ( A. Understand and Use Technology
Systems)

6.2 เลือกและใช้แอปพลิเคชันอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล (B. Select and
Use Applications Effectively and Productively)

6.3 แก้ไขปัญหาระบบ และแอปพลิเคชัน (C. Troubleshoot Systems and
Applications)

6.4 ถ่ายทอดความรู้ปัจจุบันไปสู่การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ (D. Transfer Current
Knowledge to Learning of New Technologies)

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเข้าใจการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัล
ตามทศั นะของ Covello ว่าอย่างไร ?
……………....................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................

239

Rodríguez-de-Dios, Igartua & González-Vázquez กล่าวถึง การเรียนรู้ดิจิทัล
เติบโตขึ้นอย่างมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเรียนรู้ดิจิทัลมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากผลกระทบทาง
จิตวิทยาต่อวัยรุ่น เพื่อป้องกันความเสี่ยงของเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจมีปัจจัย
หลกั ๆ ทง้ั หมด 6 ประการ ดังน้ี

1) ทกั ษะด้านเทคโนโลยี (Technological skill)
2) ทกั ษะความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal security skill)
3) ทักษะทส่ี ำคญั (Critical skill)
4) ทักษะความปลอดภยั ของอปุ กรณ์ (Devices security skill)
5) ทักษะการให้ขอ้ มูล (Informational skill)
6) ทักษะการส่ือสาร (Communication skill)
การวเิ คราะหป์ จั จยั เชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis)
1. ปัจจัย (Factors)

1.1 ทกั ษะดา้ นเทคโนโลยี (Technological Skill)
-บ๊คุ มารค์ เว็บไซตท์ ี่ชอบ เพ่ือให้สามารถดไู ด้ในภายหลัง (Bookmark a Website I Like
So I Can View It Later)
-ดาวน์โหลด บันทึกภาพท่ีพบทางออนไลน์ (Download/Save a Photo I Found
Online)
-ดาวนโ์ หลดข้อมลู ที่พบทางออนไลน์ (Download Information I Found Online)
-เช่ือมตอ่ กบั เครือข่าย Wi-Fi จากโทรศพั ท์มือถือเสมอ ไมว่ า่ จะเป็นอปุ กรณ์ใด หรืออยู่ที่
ไหนก็ตาม (Connect Always to A Wi-Fi Network From Smartphone, No Matter the Device
or Where I am)
-ใช้แป้นพิมพ์ลัด เช่น CTRL + C o cmd + C เพื่อทำสำเนา (Use Shortcut Keys
(e.g. CTRL+C o cmd+C for Copy))
-ฉันไมช่ อบการดาวนโ์ หลดแอปพลิเคชนั สำหรบั โทรศพั ท์มือถือ เนอื่ งจากฉันพบว่ายาก
ทีจ่ ะเรยี นรวู้ ิธีใช้งาน (บันทกึ ใหม)่ (I Don’t Like Downloading Apps for Smartphones as I Find
Difficult to Learn How to Use Them (Recoded))
-หากตอ้ งการตดิ ตั้งโปรแกรมใหม่บนคอมพวิ เตอร์ จะขอใหผ้ ูอ้ ่ืนทำ เพราะฉันทำไม่ได้ (If
I Want to Install New Programs on My Computer, I Will Ask Someone to Do It for Me
Because I Don’t)
-เข้าใจ และเขยี นใหม่ (Know (Recoded)
1.2 ทักษะความปลอดภยั สว่ นบคุ คล (Personal Security Skill)
-ปิดใช้งานฟังก์ชันแสดงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ เช่น แอปพลิเคชัน Facebook
(Deactivate the Function Showing My Geographical Position (E.G. Facebook, Apps))
-สามารถโพสต์รูปภาพ และวิดีโอของคนอื่นทางออนไลน์ (I Know When I Can Post
Pictures and Videos of Other People Online)

240

-ใช้ปุ่มรายงานการละเมิดในเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ เช่น มีคนใช้ภาพถ่ายของฉันโดย
ไมไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากฉัน (Use ‘Report Abuse’ Buttons on Social Media Sites (E.G. Someone
Uses My Photo Without My Permission))

-เปลี่ยนการตั้งค่าการแชร์ของโซเชียลมีเดีย เพื่อเลือกสิ่งที่คนอื่นเห็น เช่น เพื่อนของ
เพื่อน เพื่อนเท่านั้น ฉันเท่านั้น (Change The Sharing Settings of Social Media to Choose
What Others Can See About Me (Friends of Friends, Friends Only, Only Me))

-ฉันรู้ผลของการดาวน์โหลดเพลง และภาพยนตร์ที่ผิดกฎหมาย (I Know the
Consequences of Illegal Downloading of Music and Movies)

1.3 ทกั ษะทีส่ ำคัญ (Critical Skill)
-เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อตัดสินใจว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือไม่ (Compare
Different Sources to Decide If Information is True)
-พิจารณาว่าข้อมลู ท่ีค้นหาออนไลนเ์ ชือ่ ถือไดห้ รอื ไม่ (Determine If the Information
I Find Online Is Reliable)
-ระบุผู้เขียนข้อมูลและประเมินความน่าเชื่อถือ (Identify the Author of the
Information and Evaluate Their Reliability)
-เปรียบเทยี บแอปพลิเคชันตา่ ง ๆ เพอ่ื เลอื กแอปพลเิ คชันทน่ี า่ เช่ือถือและ ปลอดภยั ที่สุด
(Compare Different Apps In Order to Choose Which One Is Most Reliable and Secure)
-หากฉนั พบคนออนไลน์ ฉันรวู้ ิธีตรวจสอบวา่ โปรไฟล์ของพวกเขาเป็นของจริงหรือไม่ (If
I Meet Someone Online, I Know How to Check If Their Profile Is Real)
1.4 ทกั ษะความปลอดภัยของอปุ กรณ์ (Devices Security Skill)
-ใช้ซอฟต์แวร์เพื่อตรวจจับ และลบไวรัส (Use Software to Detect and Remove
Viruses)
-ตรวจจับไวรสั ในอุปกรณ์ดจิ ิทลั ของฉนั (Detect a Virus In My Digital Device)
-บล็อกเมล์ที่ไม่ต้องการ หรืออีเมลขยะ สแปม (Block Unwanted or Junk
Mail/Spam)
-หากบางอย่างไม่ทำงานในขณะที่ฉนั ใช้อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ฉัน
มักจะรู้ว่ามันคืออะไร และจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร (If Something Doesn’t Work Occurs While
I am Using a Device (Computer, Smartphone, etc.), I Usually Know What It Is and How
to Fix the Problem)
1.5 ทักษะการใหข้ ้อมูล (Informational Skill)
-ฉันยากที่จะตัดสินใจว่าคำหลักที่ดีที่สุด สำหรับการค้นหาออนไลน์คืออะไร (บันทึก
ใหม่) (I Find Hard to Decide What the Best Keywords are for Online Searching (Recoded))
-ฉันพบว่าเกิดความสับสนในวิธีการที่เว็บไซต์จำนวนมากได้รับการออกแบบ (บันทึก
ใหม)่ (I Find Confusing the Way In Which Many Websites are Designed (Recoded))

241

-บางครัง้ ฉันพบว่ายากทจี่ ะตดั สินวา่ ข้อมูลมีประโยชน์สำหรับจุดประสงค์ของฉันอย่างไร
(เขียนใหม่) (Sometimes I Find Difficult to Determine How Useful the Information Is for
My Purpose (Recoded))

-ฉันรู้สึกเหนื่อยเมื่อค้นหาข้อมูลออนไลน์ ( I Get Tired When Looking for
Information Online)

-บางครั้งฉนั หยุดที่เวบ็ ไซต์โดยไม่รูว้ ่าไปถึงที่นั่นไดอ้ ย่างไร (Sometimes I End Up on
Websites Without Knowing How I Got There)

1.6 ทักษะการสือ่ สาร (Communication Skill)
-ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ฉันต้องการที่จะสื่อสารกับมันจะดีกว่าที่จะใช้วิธีการหนึ่งในช่วงอื่น ๆ
การโทรออก การส่งข้อความ ส่งข้อความในโทรศัพท์มือถือ (Whatsapp) การส่งอีเมล ฯลฯ
(Depending on Who I Want to Communicate With, it is Better to Use One Method Over
the Other (Make a Call, Send a Whatsapp Message, Send an Email, etc.))
-ส่งไฟล์ใด ๆ ไปยังผู้ติดต่อ โดยใช้โทรศัพท์มือถือ (Send any File to a Contact
Using a Smartphone)
-ไม่ว่าฉันจะสื่อสารเรื่องอะไรกับใคร อิโมจิมีประโยชน์เสมอ (No Matter with Who I
Communicate: Emojis are Always Useful)

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเข้าใจการประเมินทกั ษะการรดู้ ิจิทัล
ตามทัศนะของ Rodríguez-de-Dios, Igartua & González-Vázquez วา่
อย่างไร ?
……………….............................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................

Cote & Milliner ได้ทำการสำรวจนักศึกษาวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ
College of Tourism and Hospitality (CTH) ในปีแรกเป็นระยะเวลาหนึ่งปี แบบสอบถามเกี่ยวกับ
ความรูท้ างคอมพิวเตอร์ท่สี ร้างโดย Son, Robb และ Charismadjiri (2011) มี 5 ขั้นตอน ดังน้ี

1) การประเมินทักษะดิจิทัลของนักเรียนด้วยตนเอง (Student’s Self-Assessment of
Digital Skills)

2) การประเมินตนเองของนักเรียนเกี่ยวกับความสามารถในการใช้ดิจิทัลต่อไปน้ี
(Students’ Self-Assessment of Their Ability to Complete the Following Digital Tasks)

3) การประเมินตนเองของนกั เรียนเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติกจิ กรรมที่เกีย่ วข้อง
กับอินเทอร์เน็ตดังต่อไปนี้ ( Students’ Self-Assessment of Their Ability to Fulfill the
Following Internet-Related Tasks)

242

4) การประเมินตนเองของนักเรียนเกี่ยวกบั ความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมที่เกีย่ วข้อง
กับอินเทอร์เน็ตดังต่อไปนี้ ( Students’ Self-Assessment of Their Ability to Fulfill the
Following Internet-Related Tasks)

5) ผลความรู้ท่ัวไปเกยี่ วกับคอมพิวเตอร์ (General Computer Knowledge Results)
ตอนที่ 1 การประเมินทักษะดิจิทัลของนักเรียนด้วยตนเอง (Student’s Self-
Assessment of Digital Skills)
1. การใช้เครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์ (Social Networking)
2. การใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถอื (Smartphone/Cellphone Email)
3. การใช้อนิ เทอร์เนต็ (Internet)
4. การใช้อเี มล (E-Mail)
5. การคน้ หาข้อมูลในวกิ ิพีเดีย (Wiki)
6. การใช้มัลติมเี ดียเสยี งและภาพยนตร์ (Multimedia (Audio & Film))
7. การใช้โปรแกรมท่ชี ่วยในการประมวลผลคำ (Word Processing)
8. การใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ มีลกั ษณะเป็นตาราง (Spreadsheet)
9. แกไ้ ขกราฟิกและรปู ภาพ (Graphic & Photo Editing)
10. การใช้โปรแกรมที่ชว่ ยในการนำเสนอ (Presentation Software)
11. เกมส์คอมพวิ เตอร์ (Computer Games)
12. การดาวน์โหลดและติดต้งั โปรแกรม (Download & Install Programs)
13. ขอ้ ความสนทนา (Text Chatting)
14. การรักษาความปลอดภัยของซอฟตแ์ วร์ (Security Software)
15. การประชุมทางวิดีโอ (Video Conferencing)
16. การสนทนาออนไลน์หรือที่ประชุมสำหรับการอภิปราย (Online Discussions or
Forums)
17. การแบ่งปันไฟล์ (File Sharing Services)
18. ฐานข้อมูล (Database)
19. การเกบ็ ขอ้ มลู ในรูปแบบออนไลน์ (Cloud Computing)
20. การบันทึกบทความของตนเองลงบนเวบ็ ไซต์ (Blogging)
21. ออกแบบเวบ็ ไซต์ (Website Design)
ตอนที่ 2 การประเมินตนเองของนักเรียนเกี่ยวกับความสามารถในการใช้ดิจิทัลต่อไปน้ี
(Students’ Self-Assessment of Their Ability to Complete the Following Digital Tasks)
1. คณุ สามารถเปดิ และปิดเคร่ืองคอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้องหรอื ไม่ (Can You Properly
Turn on and Shut Down a Computer?)
2. คณุ สามารถสร้างเอกสารในโปรแกรมท่ีใช้สำหรับการพิมพร์ ายงาน (Microsoft Word)
พ้นื ฐานไดห้ รือไม่ (Can You Create a Basic Microsoft Word Document?)
3. คุณสามารถย่อเล็กสุด ขยาย และย้ายหน้าต่างบนเดสก์ท็อปได้หรือไม่ (Can You
Minimize, Maximize and Move Windows on the Desktop?)

243

4. คุณสามารถเริ่ม และออกจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่ (Can You Start and
Exit a Computer Program?)

5. คุณสามารถพิมพ์เอกสารโดยใช้เครื่องพิมพ์ได้หรือไม่ (Can You Print a Document
Using a Printer?)

6. คุณสามารถคัดลอก ตัด และวางในเอกสารได้หรือไม่ (Can You Copy, Cut and
Paste Inside a Document?)

7. คุณสามารถเปลี่ยนรปู แบบตวั อกั ษรและขนาดในเอกสารไดห้ รอื ไม่ (Can You Change
the Font Style and Size In a Document?)

8. คุณสามารถสร้างกระดาษคำนวณโดยใช้โปรแกรมทางด้านตารางคำนวณ(Excel)
พนื้ ฐานไดห้ รอื ไม่ (Can You Create A Basic Excel Spreadsheet?)

9. คุณสามารถทำการจัดการไฟล์รวมถึงการลบและเปลี่ยนชื่อไฟล์ ฯลฯ ได้หรือไม่ (Can
You Perform File Management Including Deleting and Renaming Files, etc.?)

10. คุณสามารถส่งและรับส่งิ ท่ีแนบมาผ่านข้อความอเี มลได้หรือไม่ (Can You Send and
Receive Attachments Through Email Messages?)

11. คุณสามารถเปลี่ยนความสว่างและความคมชัดของจอภาพได้หรือไม่ (Can You
Change Monitor Brightness and Contrast?)

12. คุณสามารถสร้างงานนำเสนออย่างง่ายโดยใช้โปรแกรมสำหรับการจัดสร้างงาน
นำเสนอข้อมูล(Power Point) ได้หรือไม่ (Can You Create a Simple Presentation Using Power
Point?)

13. คุณสามารถปรับขนาดภาพถ่ายไดไ้ หม (Can You Resize a Photograph?)
14. คุณสามารถติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ได้หรือไม่ (Can You Install a Software
Program?)
15. คุณสามารถย้ายไฟล์จากอุปกรณ์ที่บันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์(Hard Drive) ไปยัง
อุปกรณ์ที่บันทึกข้อมูลแบบพกพา(USB Drive) ได้หรือไม่ (Can You Move A File From a Hard
Drive to A USB Drive?)
16. คณุ สามารถเขียนไฟล์ลงบนแผ่นซีดีได้หรอื ไม่ (Can You Write Files Onto a CD?)
17. คณุ สามารถตดิ ตงั้ โปรแกรมเคร่ืองพมิ พไ์ ดห้ รอื ไม่ (Can You Install a Printer?)
18. คุณสามารถสแกนไวรัสในดิสก์หรือไฟล์ได้หรือไม่ (Can You Scan a Disk or File
for Viruses?)
19. คุณสามารถบันทกึ และแก้ไขเสยี งไดห้ รือไม่ (Can You Record and Edit Sounds?)
20. คณุ สามารถแปลงไฟล์ Microsoft Word เป็น PDF ไดห้ รือไม่ (Can You Convert a
Microsoft Word File to a PDF?)
21. คุณสามารถสร้างฐานข้อมูลอย่างง่าย เช่นใช้ Access (Are You Able to Create a
Simple Database (E.G. Using Access))
22. คุณสามารถใช้ตัวแก้ไขวิธีการป้อนข้อมูล (Input Method Editor) ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพหรือไม่ (Are You Able to Useห Input Method Editor (IME) Effectively?)

244

23. คุณสามารถสร้างหน้าเว็บแบบง่ายได้หรือไม่ (Can You Create a Simple Web
Page?)

ตอนที่ 3 การประเมินตนเองของนักเรียนเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมท่ี
เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตดังต่อไปนี้ (Students’ Self-Assessment of Their Ability to Fulfill
the Following Internet-Related Tasks)

1. คุณสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ตได้หรือไม่ (Are You Able to
Connect Your Computer to the Internet?)

2. คุณสามารถป้อน URL ในแถบที่อยู่ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ (Are You Able to
Correctly Enter a URL In the Address Bar?)

3. คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต และบันทึกได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ เชน่
JPEG ห ร ื อ PDF ( Are You Able to Download a File From the Internet and Save It
Appropriately? (E.G. JPEG Or PDF))

4. คุณสามารถทำการประชุมทางวิดีโอออนไลน์ได้หรือไม่ (Are You Able to Conduct
Video Meetings Online?)

5. คุณสามารถสร้างบัญชีบนเว็บไซต์ที่ต้องการ ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านได้หรือไม่ เช่น
Twitter Gmail ห ร ื อ Facebook ( Are You Able to Create An Account On Websites That
Require a Username and Password? (E.G. Twitter, Gmail or Facebook))

6. คุณสามารถเพม่ิ เว็บเพจในรายการบุ๊คมาร์คของคุณไดห้ รือไม่ (Are You Able to Add
a Webpage to Your List of Bookmarks?)

ตอนที่ 4 การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี นเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมท่ี
เกีย่ วข้องกับอนิ เทอรเ์ นต็ ดงั ตอ่ ไปนี้ (Students’ Self-Assessment of their Ability to Fulfill
the Following Internet-Related Tasks)

1. เครือข่ายสังคมเป็นรูปแบบของเว็บไซต์ เช่น Twitter, Mixi หรือ Facebook (Social
Networks (E.G. Twitter, Mixi, or Facebook))

2. การเก็บข้อมูลในรูปแบบออนไลน์ เช่น Dropbox หรือ Google Drive (Cloud
Computing (E.G. Dropbox or Google Drive))

3. บรกิ ารค่นั หน้าออนไลน์ (Social Bookmarking)
4. การนำเอาไฟลเ์ สยี งดิจทิ ลั มาออนไลน์ ในรูปแบบรายการวทิ ยุ (Podcasting)
5. ซอฟต์แวร์ใช้ในการแตง่ เพลงออนไลน์ เช่น Open Office Google Documents และ
Microsoft Office ( Online Composition Software ( E. G. Open Office, Google Documents
and Microsoft Office))
6. ระบบปฏิบัติการที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ทั้งหมด เช่น Ubuntu, Gentoo,
BSD และ Unix (Operating Systems (E.G. Ubuntu, Gentoo, BSD and Unix))
7. โทรศพั ทม์ อื ถอื (Smartphone)

245

ตอนที่ 5 ผลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (General Computer Knowledge
Results)

1. โฟลเดอรค์ อื อะไร (What Is A Folder?)
2. จำนวนตัวอักษรที่มากที่สุด ในการส่งข้อความแบบสั้น (How Many Characters are
Allowed for a Tweet?)
3. ทีอ่ ย่เู วบ็ (URL) คอื อะไร (What Is A URL?)
4. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เครื่องมือค้นหา (Which of the Following Is Not a Search
Engine?)
5. สมองหลกั ของคอมพวิ เตอร์คอื อะไร (What Is the Main Brain of the Computer?)
6. ฟังก์ชันหลักของเซิร์ฟเวอร์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์คืออะไร (What Is the Main
Function of A Server In a Networked Environment?)
7. โปรแกรมประเภทใดที่ใช้แก้ไขไฟล์รูปแบบการเก็บแฟ้มข้อมูลที่มีภาพ (GIF) หรือไฟล์
รูปแบบการบีบอัดแฟ้มภาพ (JPEG) (What Kind of Program Is Used to Edit a GIF File or a
JPEG File?)
8. ข้อมูลที่เหมาะกับซีดีและดีวีดีเป็นอย่างไร (How Much Information Fits on a CD
and a DVD?)
9. ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นมารยาทที่ไม่ดีในการใช้อีเมล (Which of the Following Is
Considered Poor Email Etiquette?)
ตวั อยา่ งไฟลเ์ สยี งมาตรฐาน (WAV) และตัวแปลงไฟล์ออนไลน์ (AIFF) คอื อะไร (What are
WAV and AIFF Files Examples of?)

โปรดทบทวนตัวเอง แลว้ ตอบในใจว่าทา่ นเข้าใจการประเมินทักษะการรดู้ ิจิทัล
ตามทศั นะของ Cote & Milliner (2017) ว่าอย่างไร ?
………………………………………………………………….....................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................

Cote & Milliner ได้พัฒนาเครื่องมือแบบสอบถาม เพื่อสำรวจความรู้ทางดิจิทัลของครู
ภาษาอังกฤษ 42 คนที่ทำงานในมหาวิทยาลัยเอกชนญี่ปุ่น โดยดัดแปลงแบบสอบถามมาจาก Son,
Robb & Charismiadji ปี 2011 พิจารณาสิทธิ์ของการใช้และการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ เครื่องมือการ
ประเมนิ ผลสำเร็จจากการพฒั นาทักษะการรูด้ ิจิทลั มีขอ้ คำถามในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี

1) การประเมนิ การใชท้ กั ษะดิจทิ ัลของตนเอง (Self-Assessment of Digital Skills)
2) การเข้าถึงที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และคำถามการใช้งาน (Computer- Related
Access and Usage Questions)
3) คำถามที่เกี่ยวข้องกับทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ( Computer Related Skills
Questions)

246

4) การรบั รู้เก่ียวกับการใชค้ อมพวิ เตอรข์ องครู (Teacher Perceptions of Computers)
ตอนที่ 1 การประเมินการใช้ทักษะดิจิทัลของตนเอง (Self-Assessment of Digital
Skills)
1. ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในระดบั ใดต่อไปน้ี (How Would You Rate
Your Computer Skills on the Following?)

1.1 การใช้อเี มล (E-Mail)
1.2 การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ (Internet)
1.3 การใชโ้ ปรแกรมที่ช่วยในการประมวลผลคำ (Word Processing)
1.4 การใช้อเี มลในโทรศพั ท์มือถือ (E-Mail (Mobile))
1.5 การใชโ้ ปรแกรมทีช่ ่วยในการนำเสนอ (Presentation Software)
1.6 การใช้โปรแกรมทช่ี ว่ ยในการค้นหาข้อมลู (Web Search Engines)
1.7 การดาวน์โหลดและติดตงั้ โปรแกรม (Downloading and Installing Programs)
1.8 การใช้เครือข่ายสงั คมออนไลน์ (Social Networking)
2. การใชแ้ อพพลเิ คชั่นดา้ นการสือ่ สารด้วยเสยี ง (Communications Applications)
2.1 การใช้แชทออนไลน์ (Online Chat)
2.2 ความปลอดภยั ทางอินเทอร์เน็ต (Internet Security)
2.3 การใช้แอพพลิเคช่นั มัลติมเี ดีย (Multimedia Applications)
2.4 การประชมุ ทางวดิ โี อออนไลน์ (Online Video Conferencing)
2.5 การสนทนาออนไลน์ (Online Discussions)
2.6 การใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์ มลี กั ษณะเป็นตาราง (Spreadsheet)
2.7 การคน้ หาขอ้ มูลในวิกพิ เี ดีย (Wiki)
2.8 ฐานข้อมลู (Database)
2.9 การใชแ้ อพพลิเคชั่นบลอ็ ก (Blog Applications)
2.10 การเกบ็ ข้อมลู ในรปู แบบออนไลน์ (Cloud Computing)
2.11 ออกแบบเว็บไซต์ (Website Design)
2.12 เกมส์คอมพวิ เตอร์ (Computer Games)
ตอนที่ 2 การเข้าถึงที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และคำถามการใช้งาน (Computer-
Related Access and Usage Questions)
1. คุณมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอรเ์ น็ตที่บ้านหรือไม่ (Do You Have a Computer
Connected to the Internet at Home?)
2. คุณมีบัญชีอีเมลนอกจากสมาร์ทโฟนหรือบัญชีมหาวิทยาลัยของคุณหรือไม่ (Do You
Have an Email Account Outside Your Smartphone or University Account?)
3. คุณใช้บริการเว็บเมลหรือไม่ (Do You Use a Webmail Service?)
4. คุณมีหน้าแรกของเว็บไซต์(Homepage)ส่วนตัวหรือไม่ (Do You have a Personal
Homepage?)

247

5. คุณเข้าใจฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐานของส่วนประกอบฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์หรือไม่
(เช่น CPU และฮาร์ดดิสก)์ (Do You Understand the Basic Functions of Computer Hardware
Components? (E.G. CPU And Hard Disk))

6. คุณใช้แป้นพมิ พ์ลดั หรอื ไม่ (Do You Use Keyboard Shortcuts?
7. คุณใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มหาวิทยาลัยหรือไม่ (Do You Use a
Computer Connected to the Internet at University?)
8. คุณใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการสอนหรือไม่ (Do You Use a Computer for Teaching
Purposes?
9. คุณจะพบว่ามันง่ายทีจ่ ะเรียนรู้อะไรในการอ่านได้จากหน้าจอคอมพิวเตอรห์ รือไม่ (Do
You Find It Easy to Learn Something By Reading It From a Computer Screen?)
10. คุณใช้ซีดีรอมเพื่อเสริมการเรียนการสอนหรือไม่ (Do You Use CD-ROMs to
Supplement Your Teaching?)
11. คุณใช้เว็บไซต์เพื่อเสริมการสอนของคุณหรือไม่ (Do You Use Websites to
Supplement Your Teaching?)
ตอนท่ี 3 คำถามท่เี กยี่ วข้องกับทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์ (Computer Related Skills
Questions)
1. คุณสามารถเปดิ และปิดคอมพวิ เตอร์ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ (Can You Properly Turn
on and Shutdown a Computer?)
2. คุณสามารถเริ่มและออกจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่ (Can You Start And
Exit a Computer Program?)
3. คุณสามารถพิมพ์เอกสารโดยใช้เครื่องพิมพ์ได้หรือไม่ (Can You Print a Document
Using a Printer?)
4. คุณสามารถสร้างเอกสาร Microsoft Word พื้นฐานได้หรือไม่ (Can You Create a
Basic Microsoft Word Document?)
5. คุณสามารถส่งและรับสิ่งที่แนบมาผ่านข้อความอีเมลได้หรือไม่ (Can You Send and
Receive Attachments Through Email Messages?)
6. คุณสามารถคน้ หาข้อมลู โดยใช้การใชโ้ ปรแกรมที่ชว่ ยในการค้นหาข้อมูลไดห้ รือไม่ (Can
You Search for Information Using a Web Search Engine?)
7. คุณสามารถย้ายไฟล์จากอุปกรณ์ที่บันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์ (Hard Drive) ไปยัง
อุปกรณ์ที่บันทึกข้อมูลแบบพกพา(USB Drive) ได้หรือไม่ (Can You Move a File From a Hard
Drive to a USB Drive?)
8. คุณสามารถดาวน์โหลดและบันทึกไฟล์จากเว็บได้หรือไม่ (Can You Download and
Save Files From the Web?)
9. คณุ สามารถเปลีย่ นรปู แบบตวั อกั ษรและขนาดในเอกสารได้หรอื ไม่ (Can You Change
the Font Style and Size In a Document?)

248

10. คุณสามารถเปลี่ยนความสว่างและความคมชัดของจอภาพได้หรือไม่ (Can You
Change Monitor Brightness and Contrast?)

11. คุณสามารถย่อเล็กสุดขยายและย้ายหน้าต่างบนเดสก์ท็อปได้หรือไม่ (Can You
Minimize, Maximize And Move Windows on the Desktop?)

12. คณุ สามารถทำการจดั การไฟล์รวมถึงการลบและเปลี่ยนชื่อไฟล์ ฯลฯ ไดห้ รอื ไม่ (Can
You Perform File Management Including Deleting And Renaming Files, etc.?)

13. คณุ สามารถคัดลอก ตัดขอ้ ความ และวางในเอกสารไดห้ รือไม่ (Can You Copy, Cut
And Paste Inside a Document?)

14. คุณสามารถสร้างงานนำเสนออย่างง่ายโดยใช้โปรแกรมสำหรับการจัดสร้างงาน
นำเสนอขอ้ มลู (Power Point) ได้หรอื ไม่ (Can You Create a Simple Presentation Using Power
Point?)

15. คุณสามารถติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ได้หรือไม่ (Can You Install a Software
Program?)

16. คุณสามารถเขียนไฟล์ลงบนแผ่นซดี ไี ดห้ รอื ไม่ (Can You Write Files Onto a CD?)
17. คุณสามารถปรับขนาดภาพถา่ ยไดไ้ หม (Can You Resize a Photograph?)
18. คุณสามารถสร้างกระดาษคำนวณโดยใช้โปรแกรมทางด้านตารางคำนวณ (Excel)
พื้นฐานได้หรือไม่ (Can You Create a Basic Excel Spreadsheet?)
19. คุณสามารถสแกนไวรัสในดิสก์หรือไฟล์ได้หรือไม่ (Can You Scan A Disk or File
for Viruses?)
20. คุณสามารถใช้เคร่ืองมือการประชมุ ทางวิดีโอบนเวบ็ ได้ไหม (Can You Use a Video
Conferencing Tool on the Web?)
21. คณุ สามารถบนั ทึกและแก้ไขเสยี งไดห้ รือไม่ (Can You Record and Edit Sounds?)
22. คุณสามารถสร้างฐานข้อมูลอย่างง่ายโดยใช้โปรแกรมในการจัดการระบบฐานข้อมูล
(Access) หรือใช้โปรแกรมทางด้านตารางคำนวณ(Excel) ได้หรือไม่ (Can You Create a Simple
Database Using Access or Excel?)
23. คุณสามารถสร้างหน้าเว็บแบบง่ายได้หรือไม่ (Can You Create a Simple Web
Page?)
24. โฟลเดอรค์ ืออะไร (What Is a Folder?)
25. ขอ้ มูลที่เหมาะกับซดี ีและดีวีดีเป็นอย่างไร (How Much Information Fits on a CD
and a DVD?)
26. โปรแกรมประเภทใดท่ใี ช้แก้ไขไฟล์รูปแบบการเก็บแฟ้มข้อมูลท่ีมีภาพ (GIF) หรือไฟล์
รูปแบบการบีบอัดแฟ้มภาพ (JPEG) (What Kind Of Program Is Used to Edit a GIF File or a
JPEG File?)
27. สมองหลักของคอมพิวเตอร์คืออะไร (What Is the Main Brain of the Computer?)
28. ฟังก์ชันหลักของเซิร์ฟเวอร์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์คืออะไร (What Is the Main
Function of a Server In a Networked Environment?)

249

29. ตัวอยา่ งไฟลเ์ สยี งมาตรฐาน (WAV) และตวั แปลงไฟล์ออนไลน์ (AIFF) คอื อะไร (What
are WAV and AIFF Files Examples of?)

30. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เครื่องมือค้นหา (Which of the Following Is Not a Search
Engine?)

31. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่อุปกรณ์ส่งออก (Which of the Following Is Not an Output
Device?)

32. ที่อยู่เวบ็ (URL) คืออะไร (What Is a URL?)
ตอนที่ 4 การรับรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ของครู (Teacher Perceptions of
Computers)
1. ฉนั สนุกกับการใช้คอมพิวเตอร์ (I Enjoy Using Computers)
2. ฉันรู้สกึ สะดวกสบายในการใชค้ อมพวิ เตอร์ (I Feel Comfortable Using Computers)
3. ฉันยินดีที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (I’m Willing to Learn More
About Computers)
4. ฉนั คดิ ว่าคอมพวิ เตอร์ใชง้ านยาก (I Think Computers are Difficult to Use)
5. ฉันรู้สึกถูกคุกคามเมื่อคนอื่นพูดถึงคอมพิวเตอร์ (I Feel Threatened When Others
Talk About Computers)
6. ฉันเชื่อว่าการเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉัน (I Believe That It Is
Important for Me to Learn How to Use Computers)
7. ฉันต้องการที่จะใช้คอมพิวเตอร์ในห้องเรียน (I Would Like to Use Computers In
the Classroom)
8. ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถพัฒนาการสอนของฉันได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ (I Feel That My
Teaching Could Be Improved By Using Computers)
9. ฉันคิดว่าคอมพิวเตอร์สามารถทำให้การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่น่าสนใจมากขึ้น (I
Think That Computers Can Make Foreign Language Learning More Interesting)
10. ฉันเชื่อว่าการฝึกอบรมในการเรียนรู้ภาษาโดยใช้คอมพิวเตอร์ควรรวมอยู่ในการสอน
ของครูภาษา (I Believe That Training In Computer Assisted Language Learning Should Be
Included In Language Teacher Education)

โปรดทบทวนตัวเอง แลว้ ตอบในใจว่าท่านเข้าใจการประเมินทักษะการรู้ดิจิทลั
ตามทัศนะของ Cote & Milliner (2018) วา่ อย่างไร ?
……………….............................................................................................................
...............................................................................................................................
............................................................................................. .................................

250

แบบประเมนิ ตนเอง
1) ท่านเข้าใจการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Covello ชัดเจนดีแล้ว
หรือไม่
[ ] ชดั เจนดีแล้ว [ ] ยงั ไมช่ ดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Covello กลา่ วถงึ การประเมนิ ทักษะการร้ดู จิ ิทลั ว่าอยา่ งไร?
2) ทา่ นเขา้ ใจการประเมนิ ทักษะการรู้ดจิ ทิ ัล ตามทัศนะของ Rodríguez-de-Dios,
Igartua & González-Vázquez ชดั เจนดแี ลว้ หรือไม่
[ ] ชัดเจนดแี ล้ว [ ] ยงั ไมช่ ดั เจนดีพอ
หากยงั ไมช่ ดั เจนดีพอ โปรดกลบั ไปศกึ ษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า
Rodríguez-de-Dios, Igartua & González-Vázquez กลา่ วถงึ การประเมินทักษะ
การรู้ดิจทิ ัล วา่ อย่างไร?
3) ท่านเข้าใจการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Cote & Milliner (2017)
ชัดเจนดีแลว้ หรือไม่
[ ] ชดั เจนดแี ลว้ [ ] ยังไมช่ ดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Cote
& Milliner (2017) กลา่ วถงึ การประเมินทักษะการรู้ดจิ ิทัล วา่ อย่างไร?
4) ท่านเข้าใจการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัล ตามทัศนะของ Cote & Milliner (2018)
ชดั เจนดีแล้วหรอื ไม่
[ ] ชัดเจนดแี ล้ว [ ] ยงั ไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Cote
& Milliner (2018) กล่าวถงึ การประเมินทกั ษะการรู้ดจิ ทิ ลั วา่ อยา่ งไร?

หมายเหตุ
หากต้องการศึกษารายละเอียดของแต่ละทัศนะจากต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ โปรด

“Ctrl & Click” เวบ็ ไซตข์ องแตล่ ะแหลง่ ได้ ดังนี้
1) Covello : https://bit.ly/30vgzJw
2) Rodríguez-de-Dios, Igartua & González-Vázquez : https://bit.ly/3vvCrCu
3) Cote & Milliner (2017) : https://bit.ly/3322lS2
4) Cote & Milliner (2018) : https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1195805.pdf

เอกสารอ้างอิง
Cote, T. & Milliner, B. (2018). A survey of EFL teacher’s digital literacy. Teaching

English with Technology. 18(4):71-89

251

Cote, T.J. & Milliner, B. (2017). Preparing Japanese students’ digital literacy for study
abroad: Is more training needed?. The jalt call Journal 2017: Regular Papers.
13(3):187-197

Covello, S. (2010). A review of digital literacy assessment instruments. IDE-712:
Analysis for Human Performance Technology Decisions. Retrieved June 13,
2020, from https://bit.ly/30vgzJw

Rodríguez-de-Dios, I., Igartua, J.J. & González-Vázquez, A. (2016). Development and
validation of a digital literacy scale for teenagers. Fourth International
Conference on Technological Ecosystems for Enhancing Multiculturality-
TEEM’16. 16(4):1067-1073

252

253

5.7 คู่มอื ประกอบโครงการครูผู้สอนนำความรูส้ กู่ ารพฒั นานักเรียน

วัตถปุ ระสงค์เพื่อการปฏิบตั ิ

คู่มือเชิงปฏิบัติการประกอบโครงการครูนำความรู้สู่การพัฒนานักเรียนน้ี จัดทำขึ้นเป็นให้
ท่านได้ทราบถึงประเด็นต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ท่านนำความรู้ที่ท่านได้รับจากโครงการแรก คือ โครงการ
พัฒนาความรู้ของครูผู้สอนเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลให้กับนักเรียน ไปสู่การปฏิบัติ คือ
การพฒั นานักเรยี น ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ล ดังน้ี

1. ทบทวนถึงคณุ ลักษณะหรอื ทักษะการรู้ดิจิทัล ท่คี าดหวงั ให้เกิดขึ้นกับนักเรียน หลังจาก
ได้รับการพัฒนาจากท่านตามโครงการครูผู้สอนนำความรู้สู่การพัฒนานักเรียน ในระยะ 2-3 เดือน
หลังจากนี้

2. ทบทวนถึงหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เป็นทางเลือกท่ี
หลากหลายเพื่อการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทลั จากทัศนะของนักวิชาการหรือหนว่ ยงานที่ท่านได้ศึกษา
มาจากคู่มือประกอบโครงการแรก คือ โครงการพัฒนาความรู้ของครูผู้สอนเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะ
ดิจิทัล เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาของท่าน ซึ่งหากมีมากมาย อาจเลือกใช้แนวทางการพัฒนาที่
ทา่ นเห็นว่าสำคญั

3. ทบทวนถึงขั้นตอนการพัฒนาดิจิทัล จากทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานที่ทา่ นได้
ศึกษามาจากคู่มือประกอบโครงการแรก คือ โครงการพัฒนาความรู้ของครูผู้สอนเกี่ยวกับการพัฒนา
ทักษะดิจทิ ลั เพ่อื ใช้เปน็ แนวทางการพฒั นาของทา่ นเอง ซึ่งอาจจะยึดถือตามทัศนะใดทัศนะหน่ึง หรือ
บรู ณาการขนึ้ ใหม่จากหลาย ๆ ทัศนะ

4. ระบุถึงหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เป็นทางเลอื กที่หลากหลาย
เพ่ือการพัฒนา และขนั้ ตอนการพัฒนาที่ทา่ นนำไปใช้ในการพฒั นานักเรยี น

5. ให้ข้อสังเกตถึงปัจจยั ที่ส่งผลในทางบวก และปญั หาหรอื อุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของ
ท่านในการพฒั นาทกั ษะดิจิทัลแก่นักเรียน

6. ระบถุ ึงวิธกี ารท่ีท่านนำมาใชเ้ พ่ือแก้ไขปญั หาหรืออปุ สรรคต่อการปฏิบัตงิ านของท่านใน
การพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่นกั เรียน

7. ระบุถงึ บทเรยี นสำคัญทีไ่ ดจ้ ากการการพฒั นาทักษะดจิ ิทลั แก่นักเรียน
8. ระบถุ ึงขอ้ เสนอแนะสำคัญเพือ่ ให้การพฒั นาทักษะดจิ ทิ ลั แกน่ กั เรยี นประสบผลสำเรจ็

254

ทบทวนความร้คู วามเข้าใจจากโครงการพฒั นาเพ่ือการเรียนรูข้ องครู
เพอ่ื พฒั นาทักษะดจิ ิทลั แกน่ ักเรยี น

1. ทบทวนคุณลักษณะหรือทักษะการรู้ดจิ ิทัลท่คี าดหวังใหเ้ กดิ ขนึ้ กบั นกั เรยี น
1.1 ความคาดหวังคุณลกั ษณะของนักเรยี นที่มีทักษะการร้ดู ิจทิ ัลจากนานาทศั นะทาง

วชิ าการ
ในเว็บไซต์ของ British Columbia (n.d.) ให้ทัศนะว่า คนที่มีทักษะดิจิทัลเป็นคนที่มี

คุณลักษณะ ดังนี้
1) การค้นคว้าข้อมูลและการรู้สารสนเทศ (Research and Information Literacy) : ใช้

เครื่องมือดิจิทัลเพื่อรวบรวมประเมินผลและข้อมูลการใช้งาน (Apply Digital Tools to Gather,
Evaluate, and Use Information)

2) การวิจารณ์ความคิด การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ (Critical Thinking, Problem
Solving, and Decision Making)

3) ความคดิ สร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
4) พลเมอื งดจิ ิทลั (Digital Citizenship)
5) การสื่อสารและการทำงานรว่ มกนั (Communication and Collaboration)
6) การดำเนินงานและแนวคิดด้านเทคโนโลยี ( Technology Operations and
Concepts)
ในเว็บไซต์ของ Quizlet (n.d.) ให้ทัศนะว่า คนที่มีทักษะการรู้ดิจิทัล เป็นคนที่มี
คุณลักษณะ ดังนี้
1) เทคโนโลยี (Technology) ต้องใช้งานได้ จะต้องเหมาะสม สามารถใช้งานได้ (It Must
Work; It Must Be Appropriate; Learners Must Be Able to Use It)
2) การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet Access) ต้องรวดเร็วพอสำหรับกิจกรรมในการ
ทำงานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ (Must Be Fast Enough for the Activity to Work Effectively)
3) คำศัพท์ (Terminology) ภาษาทใี่ ชจ้ ะต้องเหมาะสมกบั ผเู้ รียน (The Language Used
Must be Appropriate for the Learners)
4) รูปแบบการสอน (Teaching Style) รูปแบบการสอนที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการ
เรยี นรู้ทแ่ี ตกต่างกนั ทำให้การเรยี นรู้สามารถเข้าถงึ ได้ (Use a Teaching Style That Is Supportive
of a Different Learning Environment. Make the Learning Accessible)
5) เวลา (Timing)
6) ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการรู้ดิจิทัล (Knowledge and Expertise - In Digital
Literacy)
7) ความร้แู ละความเช่ยี วชาญในการสอน (Knowledge and Expertise - In Teaching)
8) รจู้ ักผ้เู รยี น (Know Your Learners)
ในเว็บไซต์ของ Media Smarts (n.d.) ให้ทัศนะว่า คนที่มีทักษะการรูด้ ิจิทัล เป็นคนที่
มคี ุณลักษณะ ดังนี้

255

1) การใชง้ าน (Use)
2) ความเขา้ ใจ (Understand)
3) สร้าง (Create)
4) ส่ือดจิ ทิ ัลเป็นเครอื ขา่ ย (Digital Media are Networked)
5) สื่อดิจิทัลเป็นแบบถาวรค้นหาและแบ่งปันได้( Digital Media are Persistent,
Searchable And Shareable)
6) สื่อดิจิทัลมีผู้ชมที่ไม่รู้จักและไม่คาดคิด (Digital Media have Unknown and
Unexpected Audiences)
7) ประสบการณ์สื่อดิจิทัลเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้รู้สึกจริงเสมอไป (Digital Media
Experiences are Real, But Don’t Always Feel Real)
8) วิธีที่เราตอบสนองและประพฤติตนเมื่อใช้สื่อดิจิทัล ได้รับอิทธิพลจาก Platforms ซึ่ง
สะท้อนอคติและสมมติฐานของผู้สร้าง (How We Respond and Behave When Using Digital
Media Is Influenced By the Architecture of the Platforms, Which Reflects the Biases and
Assumptions of Their Creators)
Heick (2015) ใหท้ ศั นะวา่ คนทม่ี ที กั ษะการรดู้ จิ ิทัล เปน็ คนทม่ี ีคุณลกั ษณะ ดงั นี้
1) ความเขา้ ใจ (Comprehension)
2) การพ่งึ พาซง่ึ กันและกัน (Interdependence)
3) ปจั จัยทางสงั คม (Social Factors)
4) การสร้างขนึ้ ใหม่ (Curation)
ในเว็บไซต์ของ Wiki UBC (n.d.) ให้ทัศนะว่า คนที่มีทักษะการรู้ดิจิทัล เป็นคนที่มี
คณุ ลักษณะ ดังนี้
1) การอ่านและการเขยี น (Reading and Writing)
2) การเขา้ ถงึ ทวั่ โลก (Global Reach)
เวบ็ ไซตข์ อง Teaching Adults (n.d.) ให้ทัศนะว่า คนท่ีมที กั ษะการรดู้ ิจิทัล เป็นคนที่
มีคณุ ลักษณะ ดงั น้ี
1) ความสามารถ (Ability)
2) ทักษะ (Skills)
3) ความรู้ (Knowledge)
1.2 ความคาดหวังคุณลักษณะของนักเรียนที่มีทักษะการรู้ดิจิทัลจากแนวคิดการ
ประเมนิ
จากผลการศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของทักษะการรู้ดิจิทัลของ British Columbia
Website (n.d.) Quizlet Website (n.d.) Media Smarts Website (n.d.) Heick (2015) Wiki UBC
Website (n.d.) และ Teaching Adults Website (n.d.) และจากการศึกษาแนวคิดการประเมิน
ทักษะการรู่ดิจิทัลของ Covello (2010) Rodríguez-de-Dios, Igartua & González-Vázquez
(2016) Cote & Milliner (2017) และ Cote & Milliner (2018) ได้ข้อคำถามเพื่อใช้ในแบบประเมิน
การบรรลุความคาดหวงั จากการพัฒนาทักษะการรู้ดจิ ิทลั ของนักเรียนในด้านต่าง ๆ ดงั น้ี

256

ทกั ษะการใช้เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั
1) นกั เรยี นมคี วามสนุกในการใช้คอมพิวเตอร์
2) นกั เรยี นอยากเรยี นรู้เพ่มิ เติมเกย่ี วกบั คอมพิวเตอร์
3) นักเรียนสามารถสรา้ งเอกสารในโปรแกรม Microsoft Word พืน้ ฐานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
4) นกั เรียนสามารถเรมิ่ และออกจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์และใช้โปรแกรมตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่าง
ถกู ต้อง
5) นักเรยี นสามารถพมิ พ์เอกสารโดยใช้เคร่ืองพิมพ์ได้อย่างถูกต้อง
6) นกั เรยี นสามารถเช่อื มต่อคอมพิวเตอร์กบั อนิ เทอร์เน็ตได้
7) นักเรียนสามารถปอ้ น URL ในแถบทอี่ ยู่ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
8) นักเรียนสามารถดาวนโ์ หลดไฟลจ์ ากอินเทอรเ์ นต็ และบันทกึ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
9) นักเรียนสามารถสร้างบัญชีบนเว็บไซต์ที่ต้องการ ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านได้ เช่น Line
Gmail หรอื Facebook
10) นกั เรียนเขา้ ใจฟังก์ชนั การใช้งานพ้นื ฐานของสว่ นประกอบฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
พฤตกิ รรมการเขา้ ถึงและการใชส้ อื่ ดิจิทัล
1) นักเรยี นมกี ารใชแ้ อพพลิเคชนั ต่าง ๆ บนเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์
2) นกั เรยี นใชโ้ ทรศัพท์มือถอื ในการใชง้ านบนเครือข่ายสงั คมออนไลน์
3) นกั เรียนเลน่ เกมส์คอมพวิ เตอร์
4) นกั เรยี นดาวน์โหลดและตดิ ต้ังโปรแกรม
5) นกั เรียนมขี อ้ ความสนทนาออนไลน์
6) นกั เรียนมกี ารแบง่ ปันไฟล์งาน และสอื่ ต่าง ๆ บนสังคมออนไลน์
การปฏิบัติตนและมารยาทในการใช้สื่อดิจทิ ัล
1) นักเรียนร้จู ักการแบ่งเวลาในการใช้สื่อดจิ ิทัลอย่างเหมาะสม
2) นักเรียนสามารถประเมินและเลือกแหล่งข้อมูลเว็บไซต์ที่สร้างสรรค์และเหมาะสมกับ
ตนเอง
3) นกั เรยี นสามารถแยกแยะ วเิ คราะห์ขอ้ มูล กอ่ นทจ่ี ะส่งหรือแชร์ขอ้ มูลไปให้ผอู้ น่ื
4) นักเรียนสามารถเลือกใช้คำศัพท์ ไอคอน สัญลักษณ์ รูปภาพและเครื่องหมายต่าง ๆ
ท่สี ภุ าพและเหมาะสม
5) นกั เรยี นสามารถเลอื กใช้อปุ กรณ์เคร่อื งมือดิจทิ ลั ไดอ้ ย่างเหมาะสม ถกู ที่ถูกเวลา
6) นกั เรยี นรูถ้ ึงความเหมาะสมของการโพสต์ภาพ ข้อความ คลิปต่าง ๆ ในสอ่ื ดจิ ทิ ลั
ทกั ษะการใช้ดจิ ิทลั เพ่ือการดำเนนิ งานด้านเทคโนโลยี
1) นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจทิ ลั อย่างเหมาะสม
2) นักเรียนเลือกและฝึกการใช้แอพพลิเคชันต่าง ๆ ในเครื่องมือดิจิทัลได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ
3) นักเรียนสามารถค้นคว้าและแก้ไขข้อมลู ผา่ นเคร่ืองมือดิจทิ ัลได้ถกู ต้องและเหมาะสม
4) นักเรียนร้ถู ึงการใช้อุปกรณ์สอ่ื เทคโนโลยแี ละใช้อย่างถูกวิธี
ทักษะการใชด้ จิ ิทลั เพ่ือการส่ือสาร ความร่วมมอื สรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม

257

1) นักเรียนใช้สื่อดิจิทัลในการสื่อสารและการติดต่อปฏิสัมพันธ์ การทำงานร่วมกับผู้อ่ืน
และการเรียนรู้

2) นักเรียนสื่อสารข้อมูลและความคิดโดยใช้เครื่องมือดิจิทัลที่หลากหลายบนโลกดิจิทัลได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

3) นักเรียนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารโดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือดิจิทัลได้อย่าง
เหมาะสม

4) นักเรียนสามารถรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารผ่านอีเมลหรือแอพพลิเคชันต่าง ๆ เช่น ไลน์
(Line) เฟซบ๊กุ (Facebook) โดยใช้เครอ่ื งมอื ดิจิทลั

5) นักเรียนใช้ความรู้ด้านดิจิทัลสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้เครื่องมือดิจิทัลบนโลกสังคม
ออนไลน์ได้อยา่ งเหมาะสมและคล่องแคล่ว

ทักษะการใชด้ จิ ิทัลเพื่อสืบค้นข้อมูลและสารสนเทศ
1) นักเรียนใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อค้นหา วิเคราะห์ ประเมินผล สังเคราะห์ข้อมูล จาก
แหล่งข้อมลู ทหี่ ลากหลายและเหมาะสมกบั ตน
2) นกั เรยี นประเมนิ เปรยี บเทียบและเลือกแหล่งข้อมลู และเครือ่ งมือดิจิทลั ที่เหมาะสมกับ
ตน
3) นักเรียนเปรียบเทียบแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อตัดสินใจว่าข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือเป็นจริง
หรือไม่
ทกั ษะการใชด้ จิ ิทัลเพื่อความเปน็ พลเมืองดจิ ิทลั
1) นกั เรียนร้ถู งึ ความเป็นพลเมอื งดจิ ทิ ลั สิทธิของตนในสังคมออนไลน์
2) นักเรียนรถู้ งึ ผลของการดาวน์โหลดเพลง และภาพยนตร์ทีผ่ ดิ กฎหมาย
3) นกั เรียนรวู้ า่ ควรกระทำการใดทไี่ ม่ละเมิดสิทธขิ องผ้อู ื่นในสังคมออนไลน์
4) นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบส่วนบคุ คลในการใช้สื่อเทคโนโลยบี นสื่อสงั คมออนไลน์
5) นักเรียนรู้จักการสร้างและเขียนข้อความบนสังคมออนไลน์โดยเคารพสิทธิของผู้อ่ืน
กฎหมายลขิ สทิ ธิ์และทรพั ยส์ ินทางปัญญา
ทกั ษะการใชด้ จิ ิทลั เพื่อการป้องกนั และความปลอดภัยทางโลกดิจิทัล
1) นักเรยี นรกู้ ารใชง้ านฟงั ก์ชนั แสดงตำแหนง่ ทต่ี ้งั บนแอพพลิเคชัน เชน่ เฟซบุก๊
2) นักเรียนใช้การตั้งค่าการแชรข์ องโซเชียลมีเดีย เพื่อเลือกสิ่งที่คนอื่นเห็นเกี่ยวกับตนเอง
ไดอ้ ย่างเหมาะสม
3) นกั เรยี นร้ถู ึงการเปิดเผยข้อมลู สว่ นตัวทเ่ี หมาะสมเพ่ือความปลอดภัยของตนในสื่อสังคม
ออนไลน์
4) นกั เรยี นตดิ ตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและมกี ารอปั เดตอย่างสม่ำเสมอ
2. ทบทวนหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายเพื่อ

การพัฒนาทักษะการรู้ดิจทิ ัล

Ruesink (2014)

1) ทักษะคอมพวิ เตอร์ขัน้ พ้นื ฐาน (Basic Computer Skills)
2) ทกั ษะคอมพิวเตอร์ / เทคโนโลยีขัน้ สงู (Advanced Computer/Tech Skills)

258

3) ความปลอดภัยในระบบออนไลน์ (Online Safety)
4) การประเมนิ ผลเนอ้ื หา (Content Evaluation)
5) คน้ หางานออนไลน์ (Online Job Search)
Pappas (2017)
1) ส่งเสรมิ การสำรวจด้วยตนเอง (Encourage Self-Exploration)
2) สรา้ งคูม่ ือทรัพยากรออนไลน์ (Create an Online Resource Guide)
3) ตง้ั กฎพ้นื ฐานบางอย่าง (Set Some Ground Rules)
4) ประเมินผลกลยุทธ์ E-Learning ปจั จุบนั (Evaluate Your Current Elearning
Strategy)
5) รวมการจำลองการรู้ดจิ ิทัล (Include Digital Literacy Simulations)
6) สนบั สนุนเนอื้ หา E-Learning ทสี่ ร้างโดยผูเ้ รยี น (Encourage Learner-Generated
Elearning Content)
7) จัดทำกิจกรรมสด (Host a Live Event)
เว็บไซตข์ อง Webwise Ie (n.d.)
1) การคดิ เชงิ วพิ ากษ์ (Critical Thinking)
2) ทกั ษะความปลอดภยั ออนไลน์ (Online Safety Skills)
3) วัฒนธรรมดิจทิ ลั (Digital Culture)
4) การทำงานร่วมกันและความคิดสรา้ งสรรค์ (Collaboration and Creativity)
5) การค้นหาข้อมลู (Finding Information)
6) การสอ่ื สารและมารยาทในการสื่อสาร (Communication and Netiquette)
7) ทักษะการใช้งาน (Functional Skills)
เวบ็ ไซต์ของ Teaching Adults (n.d.)
1) ความรดู้ ิจทิ ลั เป็นความรู้เฉพาะทาง (Tutor Knowledge)
2) การวางแผนลว่ งหน้าและการปรบั ตวั (Advance Planning and Adaptability)
3) รปู แบบการสอนทีเ่ หมาะสม (Appropriate Teaching Style)
เว็บไซต์ของ National Library (n.d.)
1) มคี วามเขา้ ใจเน้ือหาดจิ ทิ ัล (Digital Content)
2) การรวบรวมเน้อื หา (Curating Content)
3) คำนึงถงึ ลขิ สทิ ธิ์และครเี อทีฟคอมมอนส์ (Copyright and Creative Commons)
Lakin (2017)
1) เข้าใจความสำคัญของการรู้ดิจิทัล (Understand the Importance of Digital
Literacy)
2) ยอมรบั วา่ คณุ เป็นศัตรทู ี่เลวร้ายทสี่ ดุ ของคณุ เอง (Recognize That You’re Your Own
Worst Enemy)
3) เรม่ิ พ้ืนฐานของการรดู้ ิจทิ ัล (Start with the Basics of Digital Literacy)
4) การสร้างพนื้ ฐาน (Build on the Basics)

259

5) ยอมรบั การคดิ เชงิ วพิ ากษ์ (Embrace Critical Thinking)
Devaney (2016)
1) มสี ่วนรว่ มในการดำเนินการเชงิ กลยทุ ธ์ (Engage In Strategic Implementations)
2) ม่งุ เนน้ ไปท่ีนกั เรยี นในฐานะผูผ้ ลิต (Focus on Students As Makers)
3) สร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการศึกษา (Build Industry-Education
Partnerships)
4) พัฒนาความร่วมมือท่ชี าญฉลาด (Develop Smart Collaborations: Governments)
Stenger (2018)
1) เน้นความสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์ (Emphasise the Importance of Critical
Thinking)
2) ใช้โซเชียลมีเดียสำหรับการเรียนรู้และการร่วมมือ (Use Social Media for Learning
And Collaborating)
3) ให้แนวทางในการหลีกเลี่ยงการลอกเลียนแบบ (Provide Guidance on How to
Avoid Plagiarism)
4) สอนนักเรียนในจัดการตัวตนออนไลน์ของตน (Teach Students to Manage Their
Online Identity)
5) ช่วยนักเรียนจัดการการรบกวนแบบดิจิทัล (Help Students Manage Digital
Distractions)
6) จัดทำบรบิ ทท่แี ท้จริงสำหรับการปฏบิ ตั ิ (Provide Authentic Contexts For Practice)
7) การแนะนำนักเรียนออกจากความสะดวกสบายของตนเอง (Guide Students Out of
Their Comfort Zone)
เว็บไซตข์ อง Applied Educational System (n.d.)
1) การรดู้ ิจทิ ัลวธิ ีการ Roundup จาก Edutopia (Digital Literacy Resource Roundup
From Edutopia)
2) อนิ เทอร์เนต็ ยอดเยย่ี มจาก Google (Be Internet Awesome From Google)
3) Inctrl เป็นโปรแกรมใช้งานผ่านหนา้ เวบ็ ไซต์ท่ีมบี ทเรียนและกิจกรรมทีส่ อนแนวคดิ หลัก
เกี่ยวกับการรู้ดิจิทัล ( Inctrl is a Website with Lessons and Activities That Teach Key
Concepts of Digital Literacy)
4) การศกึ ษาทวั่ ไป (Common Sense Education)
5) ศนู ย์ธรุ กิจและไอที 21 จากระบบการศึกษาประยกุ ต์ (Business & IT Center 21 From
Applied Educational Systems)
3. ทบทวนโมเดลขั้นตอนทางเลือกที่หลากหลายเพื่อการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลจาก
นานาทัศนะเชงิ วชิ าการ
Killen, Beetham and Knight (2017)
1) วสิ ยั ทศั น์และความตัง้ ใจ (Vision and Intent)
2) ออกแบบและสร้าง (Design and Construct)

260

3) สำรวจและกำหนดบรบิ ท (Explore and Contextualize)
4) สนับสนุนและรวบรวม (Support and Consolidate)
Stenger (2018)
1) ความสำคัญของการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ (Emphasize the Importance of
Critical Thinking)
2) ใชส้ ื่อสังคมเพ่ือการเรยี นรู้และการทำงานร่วมกัน (Use Social Media for Learning
and Collaborating)
3) คำแนะนำเก่ียวกับวธิ ีหลกี เล่ียงการลอกเลียนแบบ (Provide Guidance on how to
avoid Plagiarism)
4) สอนให้นกั เรยี นจัดการขอ้ มลู ประจำตัวออนไลน์ของนักเรยี น (Teach Students to
manage their Online Identity)
5) การจัดการสงิ่ รบกวนทางดิจทิ ลั (Help Students manage Digital Distractions)
6) จัดเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรบั การปฏบิ ตั ิทแ่ี ทจ้ ริง (Provide Authentic Contexts
for Practice)
7) นำนกั เรียนออกจากพ้นื ที่ปลอดภยั (Guide Students out of their Comfort Zone)
Ruesink (2014)
1) ทกั ษะคอมพิวเตอรข์ ั้นพื้นฐาน (Basic Computer Skills)
2) ทักษะคอมพิวเตอร/์ เทคโนโลยขี ้ันสูง (Advanced Computer/Tech Skills)
3) ระบบความปลอดภัยในออนไลน์ (Online Safety)
4) การประเมนิ เน้ือหา (Content Evaluation)
5) การหางานออนไลน์ (Online Job Search)
Roscorla (2020)
1) จัดทำแผนท่ีทรพั ยากรทีม่ ีอย่รู ่วมกนั และเสนอทุนช่วยเหลือเลก็ นอ้ ย (Map Existing
Community Resources and offer small Grants)
2) สนบั สนุนเครอื ขา่ ยโปรแกรมการเรียนรภู้ าคฤดูร้อนระดับประเทศ (Support a
National Network of Summer Learning Programs)
3) สร้างกลมุ่ เยาวชนด้านดิจทิ ัลและการเรียนรู้สื่อ (Create a Digital and Media
Literacy Youth Corps)
4) สรา้ งการเชือ่ มโยงการศึกษาสหวิทยาการในระดับอดุ มศึกษา (Build Interdisciplinary
Bridges in higher Education)
5) สรา้ งการดำเนนิ การระดับทอ้ งถ่นิ (Create District Level Initiatives)
6) ความรว่ มมือกบั สื่อและบรษิ ทั เทคโนโลยี (Partner with Media and Technology
Companies)
7) พัฒนามาตรฐานการออนไลนข์ องสื่อและการเรยี นรู้ดจิ ทิ ัล (Develop Online
Measures of Media and Digital Literacy)

261

8) เร่ิมโครงการเพ่ือความบันเทงิ ดา้ นการศกึ ษา (Start an Entertainment Education
Initiative)

9) จดั ประกาศการแข่งขนั ทั่วทัง้ รัฐบรกิ ารสาธารณะผลติ เยาวชนข้ึน (Host a Statewide,
Youth-produced Public Service Announcement Competition)

10) สนบั สนุนการประชุมประจำปีและการแข่งขันแสดงผลงานนกั การศึกษา (Support an
annual Conference and Educator Showcase Competition)

เว็บไซตข์ อง Equip team (2019)
1) ปรับความสนใจวชิ าห้องปฏิบตั กิ ารด้วยการรู้เรยี นรู้ดิจิทัล (Refocus Lab Time with
Digital Literacy)
2) สรา้ งแบบจำลองการเรยี นรูด้ จิ ทิ ลั ในห้องสมุด (Model Digital literacy in the
Library)
3) ปรับปรงุ ชัน้ เรยี นหลกั ด้วยการเรยี นร้ดู ิจิทลั (Enhance Core Classes with Digital
Literacy)
4) การคิดแบบมองภาพใหญ่ (Better Yet, Think Big Picture)
Murphy (2019)
1) แสดงวิสยั ทศั น์ของโปรแกรมใหช้ ัดเจน (Articulate the Program’s Vision)
2) สร้างรูปแบบการดำเนนิ การ (Build an Implementation Model)
3) กำหนดกรอบสำหรบั การจัดตำแหน่ง (Scope a Framework for Alignment)
4) มีสว่ นร่วมกบั ครตู ลอดเร่ิมดำเนนิ การโปรแกรมและอ่ืน ๆ (Engage Teachers
Throughout the Program Launch and Beyond)
Spencer (2018)
1) การควบคมุ ดูแลซอฟต์แวรท์ ง้ั โรงเรียน (Harness the Power of Whole-School Software)
2) การทำงานรว่ มกนั และแบง่ ปันแนวทางปฏบิ ตั ิทด่ี ีทีส่ ุดทางออนไลน์ (Collaborate and
Share Best Practice Online)
3) นำเอาอปุ กรณ์ไอทสี ว่ นตวั มาใช้ (BYOD)
4) การตรวจสอบนโยบาย (Reviewing Policies)
5) การจดั การเรยี นรู้การบูรณาการระหวา่ งศาสตร์สาขาตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ วิทยาศาสตร์ (S)
เทคโนโลยี (T) วิศวกรรมศาสตร์ (E) และคณติ ศาสตร์ (M): (STEM Clubs)
6) การปรบั ปรงุ หลักสตู ร (Updating the Curriculum)

หมายเหตุ

เมือ่ ท่านดำเนินการพัฒนาทกั ษะการรดู้ จิ ิทลั ครบตามระยะเวลาที่กำหนดแลว้ ขอความ
กรณุ าท่านโปรดตอบแบบประเมนิ ผลการปฏิบตั ิ และสะท้อนผลการปฏบิ ัติ จาก Google Form
ตามลิงคห์ รือ QR Code ด้านล้างน้ดี ้วย จักขอบพระคุณยิ่ง

************************************

262

แบบสอบถาม โครงการครนู ำความรู้สู่การเสรมิ สร้างทักษะการรดู้ ิจิทลั ให้กบั นักเรยี น
https://bit.ly/3b3tzfC

บทท่ี 6
สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

การวิจัยเรื่อง โปรแกรมออนไลน์เพื่อเสริมพลังการเรียนรู้ของครูสู่การพัฒนาทักษะการรู้
ดิจิทัลของนักเรยี น (Online Program to Empower Teacher Learning to Develop Students’
Digital Literacy Skills) นี้ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D)
ตามทัศนะของวิโรจน์ สารรัตนะ (2561) ที่เห็นว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยกระบวนการวิจัยและ
พัฒนามีจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้พัฒนาบุคลากรสู่การพัฒนาคุณภาพของงานที่มีปรากฏการณ์หรือ
ข้อมูลเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นว่ามีความจำเป็นเกิดขึ้น เช่น เป็นผลสืบเนื่องจากการกำหนดความ
คาดหวังใหม่ที่ท้าทายของหน่วยงาน หรือการเปลี่ยนแปลงในกระบวนทัศนก์ ารทำงานจากเกา่ สูใ่ หม่ท่ี
บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะในกระบวนทัศน์ใหม่ และในปัจจุบันมีหลักการ แนวคิด
ทฤษฎีที่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการบริหารการศึกษาเกิดขึ้นมากมาย ที่คาดหวังว่าหากบุคลากร
ทางการศึกษามีความรู้ (Knowledge) แล้วกระตุ้นให้พวกเขานำความรู้เหล่านี้สู่การปฏิบัติ (Action)
ก็จะก่อให้เกิดพลัง (Power) ให้การปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ยิ่งขึ้น ตามแนวคิด “Knowledge + Action = Power” หรือตามคำกล่าวที่ว่า “Make Them
Know What To Do, Then Encourage Them Do What They Know”หรือ “Link To On-The-
Job Application”

การวิจัยในคร้ังนี้มีวัตถปุ ระสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ตามแนวคดิ
“Knowledge + Action = Power” ทป่ี ระกอบด้วยโครงการ 2 โครงการ คือ 1) โครงการพัฒนาเพ่ือ
การเรยี นรู้ของครูเกี่ยวกับการพฒั นาทักษะการรดู้ ิจิทัล 2) โครงการครนู ำผลการเรียนรู้ส่กู ารเสรมิ สร้าง
ทักษะการรู้ดิจิทัลให้กับนักเรียน โดยมีคู่มือประกอบแต่ละโครงการ 2) เพื่อประเมินความมี
ประสิทธิภาพของโปรแกรมออนไลน์จากผลการวิจัยเชิงทดลองในภาคสนาม 2 ระยะ คือ การพัฒนา
ครู และครูพัฒนานักเรียน และ 3) เพื่อระดมสมองของครูที่เป็นกลุ่มทดลองให้ทราบถึงข้อเสนอแนะ
เพือ่ การปรบั ปรงุ แกไ้ ขโปรแกรมออนไลน์

สมมติฐานในการวิจัย มี 2 ประการ คือ 1) ผลการทดสอบผลการเรียนรู้ของครูที่เป็นกลุ่ม
ทดลองหลังการดำเนินงานในโครงการพัฒนาเพื่อการเรียนรู้ของครูเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการรู้
ดิจิทัล เป็นไปตามเกณฑม์ าตรฐาน 90/90 และ 2) ผลการประเมนิ ทักษะการร้ดู ิจิทัลของนักเรียนตาม
โครงการครนู ำผลการเรียนรู้สกู่ ารเสรมิ สรา้ งทกั ษะการรู้ดิจิทลั ใหก้ บั นักเรยี นมีค่าเฉลี่ยของคะแนนหลัง
การพฒั นาสงู กวา่ กอ่ นการพัฒนาอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถิติ

ในการวิจยั ได้กำหนดขอบเขตของการวิจัย ดงั นี้ 1) กลุ่มทดลอง (Experiment Group) ใน
การวจิ ัยและพฒั นาโปรแกรมออนไลนเ์ พื่อพัฒนาครสู ู่การเสริมสร้างทักษะการรู้ดิจทิ ัลของนักเรียน คือ
ครูในโรงเรียนบ้านหนองแวงบวรวิทย์ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงเรียนขยาย
โอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีครูจำนวน 10 คน และมี
นกั เรยี น 60 คน ระยะเวลาดำเนนิ การทดลองในภาคสนาม คอื ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 และ

264

2) กล่มุ ประชากร (Population) ซงึ่ เป็นเป้าหมายอา้ งองิ ในการนำผลการวจิ ยั ไปเผยแพรเ่ พื่อใช้ให้เกิด
ประโยชน์หลังการวิจัยและพัฒนา คือ ครูในโรงเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ทุกโรงท่ัวประเทศ ตามหลกั การของการวจิ ัยและพัฒนา
(Research and Development : R&D) ที่วิจัยและพัฒนานวัตกรรมใด ๆ ขึ้นมา แล้วนำนวัตกรรม
นั้นไปทดลองใช้ในพื้นที่ทดลองแห่งใดแห่งหนึ่งที่มีคุณลักษณะเป็นตัวแทนของประชากร เมื่อผลจาก
การทดลองพบว่านวัตกรรมนั้นมีคุณภาพหรือมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็แสดงว่า สามารถ
เผยแพรเ่ พอื่ การนำไปใชป้ ระโยชนก์ บั ประชากรที่เปน็ กลุม่ อ้างองิ ในการวิจัยได้

การดำเนินงานวิจัย ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนตามลำดับดังนี้ (1) การจัดทำคู่มือประกอบ
โครงการ (2) การตรวจสอบคุณภาพคู่มือ/หน่วยการเรียนรู้และการปรับปรุงแก้ไข (3) การสร้าง
เครื่องมือเพื่อใช้ในการทดลองในภาคสนาม (4) การทดลองในภาคสนาม (5) การเขียนรายงานการ
วิจัยและเผยแพรผ่ ลการวิจัย โดยมีผลการวจิ ยั ดงั นี้

6.1 สรปุ ผลการวจิ ัย

จากการดำเนินงานวิจัย 5 ขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยสรุปผลการวิจัยและพัฒนา
โปรแกรมออนไลน์เพื่อเสรมิ พลงั การเรยี นร้ขู องครสู ู่การพัฒนาทักษะการรดู้ ิจิทลั ของนักเรยี น ไดด้ งั น้ี

6.1.1 โครงการและคมู่ ือประกอบโครงการ
6.1.1.1 โครงการพัฒนาเพือ่ การเรียนรู้ของครเู กี่ยวกบั การพัฒนาทักษะการร้ดู ิจิทัล

มีคู่มือประกอบโครงการ 6 ชุด โดยแต่ละชุดมีการนำเสนอเนื้อหาจากผลการศึกษาวรรณกรรมที่
เกยี่ วข้อง ดงั น้ี

1) คู่มือเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับนิยามของทักษะการรู้ดิจิทัล มีหัวข้อจากทัศนะของ
นักวิชาการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ The importance of digital literacy in K-12 (Loveless,
2019), What is digital literacy? (Lynch, 2017), What is digital literacy? (Heitin, 2016), The
definition of digital literacy (Heick, 2 0 1 5 ), What is digital literacy? (Western Sydney
University, 2018), Digital literacy (Wikipedia, 2018), What is digital literacy? (Common
Sense Media, n.d.), What is digital literacy and why does it matter? (Renaissance, n.d.)

2) คู่มือเพอื่ การเรียนรู้เกย่ี วกบั ความสำคัญของทักษะการรดู้ ิจิทัล มีหัวข้อจากทัศนะ
ของนักวิชาการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ 7 Reasons why digital literacy is important for
teachers (Levy, 2018), Why digital literacy is important for kids (Teach Your Kids Code
Website, 2018), The importance of digital literacy (Living Medicareful, 2018) , Why digital
literacy matters (National Library, n.d.), 5 Benefits of digital literacy (Gov Connection,
n.d.), Why is digital literacy important (Purposeful Technology Weebly, n.d.), Digital
literacy (Speed Matters, n.d.)

3) คู่มือเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะที่แสดงถึงทักษะการรู้ดิจิทัล มีหัวข้อจาก
ทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ 4 Principles of digital literacy (Heick, 2015),
Digital literacy (British Columbia, n.d.), Characteristics of effective digital literacy learning
delivery (Quizlet, n.d.), Digital literacy fundamentals (Media Smarts, n.d.), Characteristics

265

of digital literacy (Wiki UBC, n. d. ), Characteristics of effective digital literacy learning
delivery (Teaching Adults, n.d.)

4) คู่มือเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล มีหัวข้อจาก
ทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ 5 Ways to develop your digital literacy skills
(Ruesink, 2014), 7 Tips to promote digital literacy and tech skills in e-learning (Pappas,
2017), 4 Ways your institution can improve digital literacy for student workforce success
(Devaney, 2016), How to develop your digital literacy skills (Lakin, 2017), 7 Ways to
teach digital literacy (Stenger, 2018), Developing digital literacy skills (Webwise Ie, n.d.),
Characteristics of effective digital literacy learning delivery (Teaching Adults, n. d. ) ,
Strategies for developing digital literacy (National Library, n.d.), How to teach digital
literacy in the classroom. (Applied Educational System, n.d.)

5) คู่มือเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล มีหัวข้อจาก
ทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานตา่ ง ๆ ดังนี้ Strategic steps towards organizational digital
capability (Killen, Beetham and Knight, ( 2017) , Seven ways to teach digital literacy
(Stenger, 2018), 5 Ways to develop your digital literacy skills (Ruesink, 2014), Ten steps
to strengthen digital and media literacy (Roscorla, 2020), Four steps to an equitable
and effective digital literacy program (Murphy, 2019), Digital literacy and your school:
Steps to becoming digitally literate (Spencer, 2018) , How are you planning to
implement your digital literacy program? (Equip Team, 2019)

6) คมู่ อื เพ่อื การเรยี นรู้เก่ียวกับการประเมินทกั ษะการรู้ดิจิทลั มหี วั ขอ้ จากทัศนะของ
นักวิชาการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ A review of digital literacy assessment instruments.
IDE-712 : Analysis for Human Performance Technology Decisions (Covello, 2010), Development
and validation of a digital literacy scale for teenagers (Rodríguez-de-Dios, Igartua & González-
Vázquez, 2016), Preparing Japanese students’ digital literacy for study abroad: Is more
training needed? (Cote & Milliner, 2017), A survey of EFL teacher’s digital literacy. Teaching
English with Technology (Cote & Milliner, 2018)

6.1.1.2 โครงการครูนำผลการเรียนรู้สู่การเสริมสร้างทักษะการรู้ดิจิทัลให้กับ
นักเรียน มีคู่มือเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ครูได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลให้กับ
นักเรียน นำเสนอสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ 1) ลักษณะหรือคุณลักษณะของทักษะการรู้ดิจิทัลท่ี
คาดหวงั ใหเ้ กดิ กับนกั เรยี น 2) แนวทางการพัฒนาทักษะการรู้ดิจทิ ลั และ 3) ขัน้ ตอนการพัฒนาทักษะ
การรู้ดิจิทัล ในตอนท้ายของคู่มือมีแบบประเมินตนเองของครูต่อการนำ ข้อเสนอ แนะแนวทางการ
พฒั นา และขั้นตอนการพฒั นาเชิงวชิ าการหรือเชงิ ทฤษฎีไปใช้ และการให้ความเห็นต่อจุดเด่นจุดด้อย
ของคู่มือทุกชุด รวมทั้งความคิดเห็นในลักษณะเป็นการสะท้อนผล (reflection) เพื่อการปรับปรุงใน
ขอ้ บกพร่องของค่มู ือ

6.1.1.3 ข้อบกพร่องของคู่มือที่ได้จากการตรวจสอบ และได้รับการปรับปรุงแก้ไข
แลว้ มดี ังน้ี

266

1) การตรวจสอบภาคสนามเบ้ืองต้น (ระยะท่ี 1) มีขอ้ บกพร่องท่ีไดร้ ับปรับปรุงแก้ไข
แลว้ ดังน้ี

-การเรียบเรียงเนื้อหาให้มีความกระชับและเน้นการเปน็ ประโยชนใ์ นการนำไปใช้ให้
ชดั เจนตรงประเดน็ ตามวตั ถุประสงค์การเรียนร้ขู องแตล่ ะคู่มือ

-การเรียบเรยี งสำนวนการแปลภาษาให้เข้าใจงา่ ยมากกวา่ นี้
-ปรับปรุงการนำเสนอในแตล่ ะสว่ นให้ใช้สีสนั และเนน้ ภาพสญั ลักษณ์ให้น่าสนใจมาก
ข้ึน
-ตรวจสอบการสะกดคำ ให้ถูกต้องและชัดเจน
2) การตรวจสอบภาคสนามครั้งสำคัญ (ระยะที่ 2) มีข้อบกพร่องที่ได้รับปรับปรุง
แกไ้ ขแล้ว ดังน้ี
-การตรวจสอบเนื้อหาในคู่มือบางส่วนว่าข้อมูลที่นำมาใช้การนำเสนอข้อมูลนั้นมี
ประโยชนต์ ่อการนำไปใช้หรอื ไมอ่ ย่างไร
-ปรับปรุงสำนวนภาษาแปล และเรียบเรียงข้อความให้อา่ นเข้าใจง่ายและกระชับมาก
ขึ้น ยังมีการใช้คำที่แต่งตา่ งกัน เช่น ดิจิทัล ดิจิตัล ดิจิตอล ควรใช้ให้เหมือนกันทุกคำ และมีคำที่พิมพ์
ตกหล่น ควรตรวจสอบสระ วรรณยกุ ต์ ให้ถกู ตอ้ ง
-ตกแตง่ รูปภาพปกคมู่ ือใหด้ ึงดดู และน่าสนใจ ใชข้ นาดตวั อกั ษรท่ใี หญข่ ้ึน เพอื่ ให้เห็น
ไดช้ ดั เจน
3) การตรวจสอบหลังการพัฒนาความรู้ให้แก่ครู มีข้อบกพร่องที่ได้รับปรับปรุงแก้ไข
แล้ว ดงั น้ี
-ปรับเนื้อหาให้กระชับ เนื้อหาเข้าใจง่าย ครอบคลุม และทันสมัยเพื่อให้เนื้อหาดีมี
สาระ มีกระบวนการแนวคดิ ตา่ ง ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ไดใ้ นชวี ิตประจำวนั
-การสะกดคำ ผิดเลก็ น้อย ควรตรวจสอบการให้ละเอียดใหถ้ ูกต้องตามหลักวชิ าการ
-บางข้อความใช้คำที่วิชาการมากเกินไปทำให้อ่านไม่ค่อยเข้าใจ ต้องอ่านซ้ำอีกรอบ
เนื่องจากเป็นเน้ือหาทแ่ี ปลมาจากภาษาองั กฤษ
-เนื้อหาเป็นสำนวนภาษาที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ ควรมีทั้งคำศัพทภ์ าษาไทยและ
ภาษาองั กฤษด้วยในเน้อื หาโดยเฉพาะ
-คำศัพท์วิชาการเฉพาะที่ค่อนข้างยาก ถ้าหากมีคำแปลข้าง ๆ ก็ช่วยทำให้ผู้ศึกษา
ศึกษาได้เข้าใจได้ง่าย
-ควรใช้คำให้ตรงกนั และเหมือนกันทง้ั หมดในทุกคู่มือ เช่น ดจิ ทิ ัล ดจิ ติ ัล ดิจิตอล
-ตรวจสอบการสะกดคำ และด้านเนื้อหาให้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาและหลัก
วชิ าการ
-รูปแบบการนำเสนอควรให้หลากหลายไม่ซ้ำเดิมในแต่ละคู่มือ ควรเพิ่มสีสันให้
สวยงาม ให้ดึงดูดผู้อ่านด้วยภาพกราฟิก การ์ตูน ถ้าเพิ่มการตกแต่งหัวข้อ ข้อความให้โดดเด่น จะ
น่าสนใจและดึงดดู ผูอ้ ่านเพ่มิ มากข้ึน
-รูปแบบในการนำเสนอดี มีกิจกรรมถามเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ผู้
ศึกษาไดก้ ระตุ้นความคดิ แตค่ วรเพมิ่ สือ่ รูปภาพตา่ ง ๆ ท่มี คี วามหลากหลายนา่ สนใจ

267

-ตัวหนังสอื ขนาดเล็กไป ควรเน้นคำ หัวขอ้ ให้โดดเดน่ ชดั เจน ใช้สีสนั ตกแตง่ เพ่มิ เติม
4) การตรวจสอบหลังการทดลองในภาคสนาม มีข้อบกพร่องที่ได้รับปรับปรุงแก้ไข
แล้ว ดงั น้ี
-โดยรวมคู่มือทั้ง 6 ชุดมีเนื้อหาที่มีสาระ และมีกระบวนการแนวคิดต่าง ๆ ทันสมัย
เพราะทักษะดิจิทัลเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน โดยรวมเนื้อหาเป็น
ประโยชน์ตอ่ การนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้
-มีการนำเนื้อหาข้อมูลความรู้จากนักวิชาการต่างประเทศมานำเสนอได้ดีมาก มี
ประเด็นใหค้ ิด มีคำถามและข้อเสนอแนะในแต่ละเรือ่ ง แต่เนื้อหาในบางคู่มือมีเน้ือหามากเกินไป ควร
เรยี บเรียงใหม่ให้สมบูรณ์ ใหก้ ระชับ ครอบคลมุ และใหอ้ ่านเข้าใจงา่ ยมากขึ้น
-ทั้ง 6 คู่มือมีการนำเสนอเรื่องแต่ละเรื่องที่แต่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นนิยาม ลักษณะ
หรือแนวทางการพัฒนา ของทักษะการรู้ดจิ ิทัลถือว่าโดยรวมดีมาก ทางคณะครูที่เป็นกลุม่ ทดลอง ขอ
เสนอข้อแนะนำว่าควรมีการจัดทำให้เป็นรูปเล่มที่สวยงาม เรียบเรียงเนื้อหาให้กระชับและปรับปรุง
แก้ไขในบางประเด็นที่ค่อนข้างมาก หรือเสริมเพิ่มเติมในบางส่วนทีย่ ังขาด ให้สมบูรณ์ ทำเป็นคู่มือให้
นักเรยี นเรียนรู้เพิม่ เตมิ ในห้องสมดุ โรงเรยี น และนำเสนอคู่มือนไี้ ปสโู่ รงเรียนอ่ืน ๆ ต่อไป
-ด้านภาษาที่ใช้ในคู่มือ เนื่องจากเป็นเนื้อหาวิชาการที่แปลมาจากแหล่งอ้างอิง
บทความ หลักวิชาการจากต่างประเทศ การใช้สำนวนภาษา เมื่อแปลความ ถ้าเป็นคำศัพท์วิชาการ
เฉพาะ ควรมีการกำกับข้อความต้นฉบับไว้ด้านข้างทุกคำ ซึ่งทางคณะครูที่เป็นกลุ่มทดลองได้ศึกษา
คู่มือแล้ว เห็นว่าสำนวนที่ใช้แปลได้ชัดเจน สละสลวย ถือว่าอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย แต่มีบางประโยค
หรือบางคำที่ยังแปลผดิ ทางคณะได้ทำให้เป็นตัวหนังสือสแี ดง เพือ่ ให้นำไปแก้ไข โดยรวมแลว้ ใช้ภาษา
ได้เหมาะสมกับระดับความรแู้ ละทกั ษะทางดิจทิ ัลของบุคคลท่วั ไป
-โดยรวมคู่มือทั้ง 6 ชุดนั้นมีรูปแบบการนำเสนอในรูปแบบของกิจกรรมถามเพ่ือ
ทบทวนความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ได้กระตุ้นความคิด และการมีส่วนร่วม (Participatory Activity)
เหมอื นกนั ทง้ั 6 คูม่ อื ขอเสนอแนะให้ใช้รปู แบบการนำเสนอทหี่ ลากหลาย การตกแตง่ หวั ข้อ ข้อความ
ให้โดดเด่น มีความน่าสนใจ มีสีสันสวยงาม ควรเพิ่มสื่อ รูปภาพต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายจะทำให้
งานวิจัยน่าสนใจมากขึ้นและดึงดูดผอู้ า่ นเพิม่ ข้ึน
-คู่มือทั้ง 6 ชุด คณะครูที่เป็นกลุ่มทดลองได้นำไปศึกษาแล้ว เห็นว่ามีประโยชน์มาก
ในยุคปัจจุบันนี้ ทักษะการรู้ดิจิทัลสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ของ
ครูผู้สอนและนักเรียน ควรนำไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ ถูกต้องทั้งด้านเนื้อหา ด้านภาษาเพิ่มเติม
และนำเสนอผ่านโซเชียล หรือระบบออนไลน์ต่าง ๆ หรือจัดทำเป็นรูปเล่มให้สวยงามแล้วตีพิมพ์ให้
หอ้ งสมดุ โรงเรยี น หรอื เผยแพร่ใหก้ บั นักเรยี นจะเป็นประโยชนอ์ ย่างมาก
6.1.1.4 ประสทิ ธิภาพของโปรแกรมออนไลน์ท่ีส่งผลต่อการการเรียนรู้ของครูท่ีเป็นกลุ่ม
ทดลอง
จากผลการทดสอบผลการเรียนรู้ของครูหลังการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาความรู้
ของครผู สู้ อนเก่ียวกับการพัฒนาทักษะการร้ดู ิจิทลั เพอื่ แสดงให้ทราบวา่ คู่มือประกอบโครงการท่ีใช้ใน
การพัฒนาครูมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และมีผลการเรียนรู้หลังการพัฒนาสูงกว่า

268

ก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคญั ทางสถติ ิ ที่แสดงว่าการเสนอเนื้อหาในคู่มือประกอบโครงการทุกชุดมี
ประสทิ ธิภาพที่สามารถนำไปใชพ้ ัฒนาครูให้เกิดการเรยี นรู้ได้ตามเกณฑ์ท่กี ำหนด ดงั นี้

6.1.1.5 ผลการทดสอบเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 90 ตัวแรก ผลจากการ
วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดสอบผลการเรียนรู้ของครูที่เป็นกลุ่มทดลองจำนวน 10 คนหลังการพัฒนา
(Posttest) จากแบบทดสอบผลการเรียนรู้ของครูซึ่งมี 6 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ แต่ละวัตถุประสงค์
การเรียนรู้มีข้อสอบ 6 ข้อ รวมข้อสอบทั้งฉบับ 36 ข้อ เพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 90 ตัว
แรกซ่ึงหมายถึงจำนวนรอ้ ยละของคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลงั เรียน พบว่า มีคะแนนเฉล่ียเท่ากับ
33.90 คะแนนจากคะแนนเต็ม 36 คะแนน เมื่อคิดเป็นร้อยละแล้วได้ 94.17 ซึ่งมีค่าร้อยละที่สูงกว่า
เกณฑท์ ่ีกำหนดไว้รอ้ ยละ 90

6.1.1.6 ผลการทดสอบเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 90 ตัวหลัง ผลจากการ
วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดสอบผลการเรียนรู้ของครูที่เป็นกลุ่มทดลองหลังการพัฒนา (Post-test)
จากแบบทดสอบซึ่งมี 6 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ แต่ละวัตถุประสงค์การเรียนรู้มีข้อสอบ 6 ข้อ รวม
ข้อสอบทั้งฉบับ 36 ข้อ เกณฑ์การผ่านแต่ละวตั ถุประสงค์การเรียนรู้จะต้องตอบข้อสอบถูกอย่างน้อย
5 ข้อจาก 6 ข้อ ซึ่งเท่ากับร้อยละ 83.33 ของคะแนนเต็มของแต่ละวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อ
เปรยี บเทยี บกบั เกณฑ์มาตรฐาน 90 ตวั หลังซึ่งหมายถงึ รอ้ ยละของจำนวนครทู ่สี ามารถทำแบบทดสอบ
ได้ผ่านทุกวัตถุประสงค์ จากจำนวนครูทั้งหมด 10 คน พบว่า มีครูร้อยละ 98.33 ที่สามารถทำ
แบบทดสอบได้ผ่านทกุ วตั ถุประสงค์ ซ่ึงมีคา่ รอ้ ยละท่สี ูงกว่าเกณฑ์ท่ีกำหนดไว้ร้อยละ 90

6.1.1.7 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการทดสอบผลการเรียนรู้ของครูก่อนและ
หลังการพัฒนาด้วยการทดสอบที (T-test) พบว่า ครูที่เป็นกลุ่มทดลองทั้ง 10 คนมีผลการเรียนรู้
หลงั การพัฒนาสูงกว่ากอ่ นการพฒั นาอย่างมนี ยั สำคัญทางสถิติทรี่ ะดับ 0.05

6.1.1.8 ประสิทธิภาพของโปรแกรมออนไลน์ที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างทักษะการรู้
ดิจิทลั ของนักเรียน

จากผลการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัลของนักเรียนหลังการดำเนินตามโครงการครูนำ
ความรู้สู่การพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลให้กับนักเรียน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาพโดยรวมของโปรแกรม
ออนไลน์ที่พัฒนาขึ้น เมื่อครูนำเอาไปปฏิบัติตามแล้ว มีประสิทธิภาพที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างทักษะ
การรู้ดิจิทัลของนักเรียน “หลัง” การพัฒนาสูงกว่า “ก่อน” การพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
หรือไม่นั้น ผลการทดสอบค่าที (t-test) พบว่า นักเรียนที่เป็นกลุ่มทดลองได้คะแนนเฉลี่ยจากการ
ทดสอบหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงให้เห็นว่า
โปรแกรมอบรมด้วยตนเองออนไลน์ที่ประกอบด้วย 2 โครงการ แต่ละโครงการมีคู่มือประกอบนั้น มี
ประสิทธิภาพที่สามารถจะนำไปใช้เพื่อพัฒนานักเรียนที่เป็นกลุ่มทดลองให้เกิดทักษะการรู้ดิจิทัลได้
และสามารถที่จะนำไปเผยแพร่ให้ประชากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนา คือ ครูและนักเรียนใน
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกโรงทั่ว
ประเทศ ไดน้ ำไปใช้ได้อย่างมผี ลการวิจัยรบั รอง

269

6.2 อภปิ รายผล

จากผลการวจิ ัยทสี่ รุปดงั กลา่ วขา้ งตน้ ผูว้ ิจัยขอนำมาอภปิ รายผลในประเดน็ ต่าง ๆ ดังนี้

6.2.1 จากผลการวิจัยที่พบว่า โปรแกรมออนไลน์เพื่อเสริมพลังการเรียนรู้ของครูสู่การ
พัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลของนักเรียน มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดและเป็นไปตามสมมติฐาน
การวจิ ยั ท่ีต้งั ไว้ คอื ครูท่ีเป็นกล่มุ ทดลองมีผลการเรียนรู้หลงั การดำเนนิ งานในโครงการพัฒนาเพื่อการ
เรียนรู้ของครูผู้สอนเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และครูมีผลการเรียนรู้หลังการพัฒนาสูงกวา่
ก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 รวมทั้งนักเรียนตามโครงการครูนำผลการ
เรียนรู้สู่การเสริมสร้างทักษะการรู้ดิจิทัลให้กับนักเรียนมีผลการประเมินทักษะการรู้ดิจิทัลหลังการ
พัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นั้น แสดงให้เห็นว่า โปรแกรม
ออนไลน์ที่เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้ สามารถนำเอาไปเผยแพร่เพื่อใช้กับโรงเรียนขยาย
โอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของประชากร
เป้าหมายเพื่อการเผยแพร่นวัตกรรมจากการวิจัย (Target Population for Dissemination of
Research Innovation) ได้ทุกโรงทั่วประเทศ ตามหลักการของการวิจัยและพัฒนา (Research and
Development : R&D) ที่วิจัยและพัฒนานวัตกรรมใด ๆ ขึ้นมา แล้วนำนวัตกรรมนั้นไปทดลองใช้ใน
พื้นที่ทดลองแห่งใดแห่งหนึ่งที่มีคุณลักษณะเป็นตัวแทนของประชากรเป้าหมาย เมื่อผลจากการ
ทดลองพบว่านวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็แสดงว่า สามารถเผยแพร่เพื่อการ
นำไปใช้ประโยชนก์ ับประชากรเป้าหมายในการวจิ ยั ได้ ทั้งนี้ อาจเนื่องจากว่า การดำเนนิ การวิจัยและ
พัฒนาในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่กำหนดในบทที่ 3 อย่างคำนึงถึง
ความถูกต้องตามหลักการวิจัย หลักการทางวิชาการ และหลักการทางสถิติวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง
เคร่งครัด ทั้งในขั้นตอนการจัดทำคู่มือประกอบโครงการ ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพคู่มือและการ
ปรับปรุงแก้ไข ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ในการทดลองในภาคสนาม และขั้นตอนการทดลอง
ในภาคสนาม และได้คำนึงถึงหลักการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัล ดังทัศนะของนิตยา วงศ์
ใหญ่ (2560) ท่ีเห็นว่า การพัฒนาทุนมนษุ ย์สยู่ ุคดิจิทลั ดว้ ยการเตรยี มความพร้อมให้บุคลากรทุกกลุ่มมี
ความรู้และ ทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัล มีความสามารถในการพัฒนาและใช้
สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มคี วามตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
ให้เกิดประโยชน์และ สรา้ งสรรค์ และสอดคลอ้ งกบั ทศั นะของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2562) ทกี่ ล่าววา่
กลไกสำคัญของการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภาคการศึกษาจึงมีส่วน
สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคนไทยให้มีความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence : DQ) เพื่อให้มี
ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการ “เขา้ ใจ ใช้ และสร้าง” ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยดี ิจทิ ัลได้ เพราะ
ความฉลาดทางดิจิทัลในระดับพลเมืองดิจิทัลเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับนักเรียนในยุค
ปจั จุบันนี้

6.2.2 จากกระบวนการวิจัยและพัฒนาได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่านวัตกรรมท่ี
พัฒนาขึ้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้พัฒนาบุคลากรสู่การพัฒนาคุณภาพของงาน และในปัจจุบันมี
หลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการบริหารการศึกษาเกิดขึ้นมากมาย ที่คาดหวัง
ว่าหากบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ (Knowledge) แล้วกระตุ้นให้พวกเขานำความรู้เหล่านี้สู่การ
ปฏิบัติ (Action) ก็จะก่อให้เกิดพลัง (Power) ให้การปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

270

และประสิทธิผลยิ่งขึ้น ตามแนวคิด “Knowledge + Action = Power” นั้น สอดคล้องกับแนวคิด
ใหม่เกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพของบุคลากรทางการศึกษาตามทัศนะของ Gusky (2000) และ Hoy
and Miskel (2001) ที่กล่าวว่า การทำหน้าท่ขี องผู้บริหารโรงเรียนเพื่อพัฒนาครูผ้สู อนจะต้องคำนึงถึง
ความมีประโยชน์ที่ส่งผลต่อเป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษา (Ultimate Goal) ด้วย ซึ่งก็คือ
นักเรียน (Students) ดังนั้น การดำเนินงานวิจัยโดยกำหนด 2 โครงการ คือ 1) โครงการพัฒนาเพื่อ
การเรียนรู้ของครูผ้สู อน และ 2) โครงการครูผสู้ อนนำผลการเรยี นรู้สกู่ ารพัฒนานักเรียน จึงสอดคล้อง
กบั แนวคิดของการวิจยั และพัฒนาในงานวจิ ัยน้ีทใี่ ห้ความสำคัญกับการพัฒนาคนสกู่ ารพัฒนางาน และ
สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาวิชาชีพของบุคลากรทางการศึกษา ทัศนะดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับ
ทศั นะของ สุรศกั ด์ิ ปาเฮ (2553) ที่กลา่ วว่า เน่ืองจากสภาพสังคมมีการเปล่ยี นแปลง จงึ มีความจำเป็น
ที่ต้องมีการพัฒนาครูและเตรียมครูที่จะเข้าสู่วิชาชีพให้มีสมรรถนะสูง เพราะครูต้องพัฒนา ผู้เรียนให้
สามารถเผชิญสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นการศึกษาและพัฒนาครูเพื่อเพม่ิ
สมรรถนะทางวิชาชีพให้เกิดขึ้น จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างครูให้บังเกิดศักยภาพ
ทางสมรรถนะที่สูงก้าวสู่ความเป็น “ครูมืออาชีพ (Professional Teacher )” ที่แท้จริงต่อไป
สอดคล้องกบั ทัศนะของ สรุ ียม์ าศ สุขกสิ (2563) ท่กี ลา่ ววา่ การวิจยั เพอ่ื ศกึ ษาความต้องการพัฒนาครู
มืออาชีพ ครูต้องเป็นผู้ปฏิบัติการสอนที่มีคุณลักษณะ 5 ด้านคือ ด้านการพัฒนาการเรียนการสอน
ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ด้านการ
พัฒนาบุคลิกภาพ และด้านการพัฒนาตนเอง ซึ่งต้องพัฒนาความเป็นมืออาชีพให้ครูสามารถพัฒนา
ตนเองและสามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักเรียนได้ ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะของ Jeansut (2021)
ที่กล่าวว่า จุดมุ่งหมายสำคัญของการจัดการศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของบุคคลอย่างเป็น
ระบบและต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้น ผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
ศึกษา ซึ่งเป็นบุคคลที่จะจัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน จึงต้องมี
กระบวนการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ทักษะ และเจตคติที่ดีใน
การประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามความคาดหวังของ กระทรวงศึกษาธิการ (2564)
การจัดการศึกษาต้องปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลง
ของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพฒั นาผู้เรยี นทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทกั ษะและคณุ ลักษณะ ที่
เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานส่งเสริมให้มีสมรรถนะทางภาษาและ
ดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้มีสมรรถนะทั้งด้านการจัดการเรียนรู้
ดว้ ยภาษาและดิจทิ ัล สามารถปรบั วิธีการเรียนการสอน การใชส้ ่ือทท่ี นั สมัย และมคี วามรับผิดชอบต่อ
ผลลพั ธท์ างการศึกษาทเ่ี กดิ กับผเู้ รยี นสูงสดุ

6.2.3 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในการวจิ ยั ครง้ั นี้ ให้ความสำคญั กับโปรแกรมออนไลน์
(Online Program) ตามยุคสมัยความก้าวหน้าทางดิจิทัลเทคโนโลยี แทนโปรแกรมที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์
(Printed Media) ที่เคยเป็นมา เนื่องจากโปรแกรมออนไลน์หรือสื่อออนไลน์มีความสะดวกและ
ประหยัดต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ดังทัศนะของ สมศักดิ์ ศรีสันติสุข (2563) ที่กล่าวว่า
ปัจจัยส่วนบุคคล ครอบครัวและสิ่งแวดล้อม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้การ สื่อสารทาง
อินเทอร์เน็ต การสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ ปัจจัยด้าน ครอบครัว กลุ่มเพื่อน
สถาบันการศึกษา มีบทบาทต่อการติดต่อสื่อสารและการเรียนรู้ของนักเรียนทางอินเทอร์เน็ต

271

สอดคลอ้ งกับ ทัศนะของ วราพร ดำจับ (2562) ทกี่ ล่าววา่ สื่อสังคมออนไลนเ์ ปน็ เครื่องมือการส่ือสาร
ทไ่ี ด้มีการนำมาประยกุ ตใ์ ช้เพ่ือพฒั นาการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นระบบและมคี วามต่อเน่ือง
มากขึ้นโดยลำดับ การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพด้วยกระบวนการเรียนรู้ โดยการ ถ่ายทอดความรู้
การฝึกอบรม การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดการสภาพแวดล้อมสังคมแห่ง การเรียนรู้และ
ปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลได้เรียนรูอ้ ย่างต่อเนื่องไร้ขีดจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ ในการที่จะเรียนรู้
ผู้เรียนสามารถสร้างความเข้าใจ สร้างแนวคิดเรื่องที่จะเรียนรู้ได้อย่างชัดเจนมี ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
ผูเ้ รียนและผู้สอน เกิดการเรียนรูไ้ ดต้ ลอดชีวิต และทัศนะของ เจรญิ ภวู ิจิตร (2564) ท่กี ล่าววา่ การจัด
เรยี นการเรียนรู้ทางออนไลนใ์ นยุคดจิ ิทัล เปน็ นวัตกรรมทางการศึกษาทเ่ี ปลยี่ นแปลงวิธีเรียนที่เป็นอยู่
เดิมเป็นการเรียนที่ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าสำหรับการจัดการเรียนการสอน แบบออนไลน์อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ โดยรปู แบบการเรียนการสอนมีหลากหลายวธิ ี ทีจ่ ะทำให้ผู้สอนและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์
ร่วมกันได้ การพิจารณาองค์ประกอบและรูปแบบ ที่สอดคล้อง เหมาะสมกับลักษณะวิชา และบริบท
ของผูเ้ รยี นจะนำไปสู่ การจัดการเรยี นรทู้ างออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ การเปล่ยี นแปลงพนื้ ท่ีการ
เรียนรู้เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์คอนเทนต์
(Content) อำนวยความสะดวก การสอนได้แค่ปลายนิ้ว ทำให้เราสามารถเรียนรู้ทุกเนือ้ หาได้จากทุก
คน ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันในการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal) ดังนั้น โปรแกรม
ออนไลน์หรือสื่อออนไลน์มีความสำคัญเป็นอย่างสูงในการพัฒนาการศึกษาในปัจจุบัน ที่ได้มีความ
ต้องการให้ระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา และพัฒนาสู่เป็นการศึกษาตลอดชีวิต
(Lifelong Education) ซึ่งให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง ( Self - directed
Learning) มุ่งพัฒนาบุคคลให้สามารถพัฒนาตนเอง และปรับตนเองให้กา้ วทันความเปลีย่ นแปลงของ
ของโลกในยคุ ปัจจุบนั

6.2.4 การจัดการศึกษาสำหรับศตวรรษท่ี 21 มีทักษะอน่ื ๆ ทส่ี ำคัญ เช่น ทักษะการรู้เท่า
ทันสื่อ (Media Literacy Skills) ทักษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy Skills) ทักษะเชิง
นวัตกรรม (Innovative Skills) ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking Skills) ทักษะการคิด
สร้างสรรค์ (Creative Thinking Skills) ทักษะการปรับตัว (Adaptation Skills) และทักษะความ
รับผิดชอบ (Responsibility Skills) เป็นต้น ทั้งนี้ ทักษะการรู้ดิจิทัลถือว่ามีความสำคัญด้วยทักษะ
หนึง่ เพราะทักษะการรู้ดิจิทัลเป็นทักษะแห่งอนาคต และเปน็ ทกั ษะแหง่ ความกา้ วหน้าของเทคโนโลยี
ดิจิทัลที่เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการรู้ดิจิทัลและก้าวทันตอ่
การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทลั ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะของ พรชนิตว์ ลีนาราช (2560) กล่าววา่
การรู้ดิจิทัลเป็นหัวข้อสำคัญในบริบทที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเกิน
กว่าสังคมจะตามทัน ในขณะความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นนี้ทำให้บุคคลสามารถทำงานได้รวดเร็วและ
ง่ายดายมากขึ้น สามารถค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ ดูหนังฟังเพลง ส่งหรือเผยแพร่ข้อความให้
ผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย จากสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวทำให้เกิดความท้าทายอย่างเร่งด่วนเพื่อนำมาซึ่งบรรทัด
ฐานทางสังคม รูปแบบการตลาดและกรอบกฎหมายโครงสร้างทางสังคม มาตรฐานหรือกฎเกณฑ์ของ
พฤตกิ รรมที่เหมาะสม ในบริบทสภาพแวดล้อมดิจิทัลและยังไม่มีการรับรู้แพรห่ ลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในบริบทการเรียนการสอนใน ระดับต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการ (2562) กล่าวว่า ความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การส่งต่อและเปลี่ยนผ่านข้อมูลมหาศาลเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

272

มากกว่ายุคไหน ๆ ดังนั้น หากขาดการพิจารณาอยา่ งรู้เท่าทัน ขาดความฉลาดทางดจิ ิทัล นอกจากจะ
ไม่สามารถสร้างโอกาสและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อาจทำให้กลายเป็นเหยื่อของผู้ไม่
ประสงคด์ ีได้ เพอ่ื ให้ตระหนักถึงความสำคัญองค์ความรู้นักเรียน จงึ ฝกึ อบรมพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับ
ครู ดังนนั้ การพฒั นาทกั ษะดจิ ิทลั ให้กับนกั เรยี นเปน็ สิง่ จำเป็นในปจั จุบัน เนื่องจากความความกา้ วหน้า
ของเทคโนโลยี ความเปล่ยี นแปลงของสังคม ความเปลี่ยนของการจดั การศึกษา มีกิจกรรมต่าง ๆ เกิด
เพม่ิ ขึ้นมากมายของนักเรียน เช่น การเรยี นร้ผู ่านระบบออนไลน์ การคน้ หาขอ้ มูล เป็นต้น การพัฒนา
ทักษะดิจิทัลจึงมจี ำเป็นอย่างยิง่ ท่ีตอ้ งให้ทุกคนในสังคมได้ตระหนักถึงความสำคญั ของความรู้นักเรยี น
ด้านทักษะดิจทิ ลั

6.2.5 แนวการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลของนักเรียน จากทัศนะของนักวิชาการที่นำมา
กลา่ วถงึ ในการวิจยั น้ี ถอื เปน็ แนวการพฒั นาจากนานาชาติ เพราะไดจ้ ากการศึกษาค้นคว้าจากการท่ีมี
ผู้นำเสนอไว้ทางอินเทอร์เน็ตจากหลากหลายประเทศ มีหลากหลายแนวทาง บางแนวทางเสนอแนะ
เป็นวิธีการ (Ways) เช่น Lakin (2017) ที่กล่าวถึง 5 วิธีในการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัล (Digital
Literacy) ว่าสิ่งสำคัญในการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลนั้นจะต้องเข้าใจความสำคัญของการรู้ดิจิทัล
ยอมรับว่าคุณเป็นศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของคุณเองในการพัฒนาความรู้และทักษะการรู้ดิจิทัล ซึ่งต้อง
เรียนรู้วธิ ีนำเทคโนโลยดี จิ ทิ ัลน้ีเขา้ มาในชีวติ ของเรา แทนทีจ่ ะมองกระบวนการเรยี นรู้ทักษะทางดิจิทัล
เป็นกำแพงขนาดยักษ์ ให้มองว่าเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ สามารถคิดได้ว่าความรู้
ใหม่นี้ จะขยายขอบเขตและสามารถทำใหเ้ รานั้นพัฒนาตนเองกับสิ่งใหม่ ๆ บางแนวทางเสนอแนะเป็น
แนวคิด (Ideas) เช่น ทัศนะของ Equip Team Website (2019) ที่กล่าวถึง แนวคิดที่ 1 ปรับความ
สนใจวิชาห้องปฏิบัติการด้วยการรู้เรียนรู้ดิจิทัล แนวคิดที่ 2 สร้างแบบจำลองการเรียนรู้ดิจิทัลใน
ห้องสมุด แนวคิดที่ 3 ปรับปรุงชั้นเรียนหลักด้วยการเรียนรู้ดิจิทัล แนวคิดที่ 4 การคิดแบบมองภาพ
ใหญ่ บางแนวทางเสนอแนะเปน็ กลยทุ ธ์ (Strategies) เชน่ ทศั นะของ Killen, Beetham and Knight
(2017) ที่กล่าวถึง กลยุทธ์ที่ 1 วิสัยทัศน์และความตั้งใจ (Vision and Intent) กลยุทธ์ที่ 2 ออกแบบ
และสร้าง (Design and Construct กลยุทธ์ที่ 3 สำรวจและกำหนดบริบท (Explore and
Contextualize) กลยุทธ์ที่ 4 สนับสนุนและรวบรวม (Support and Consolidate ) บางแนวทางมี
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับขั้นตอน (Steps) เช่น Spencer (2018) กล่าวถึง แนวคิดเกี่ยวกับขั้นตอนการ
เสรมิ สร้างทกั ษะดจิ ทิ ัลวา่ การเรยี นร้แู บบดจิ ิทลั ไมใ่ ช่กระบวนการทีละขน้ั ตอนง่าย ๆ การเรยี นรดู้ ิจิทัล
นั้นเป็นความคิดและคุณในฐานะโรงเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะแนะนำโครงการใดและนำไปใช้ตาม
การตัดสินใจของคุณเองในสิ่งที่คุณเห็นว่าจำเป็น มีจำนวนของตัวแปรที่นำไปสู่การเป็นการเรี ยนรู้
ดิจิทัลที่มีและขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันดิจิทัลที่เราใช้อยู่ และยิ่งเราส่งเสริมและสนับสนุน
การเรียนรู้ดิจิทัลในโรงเรียนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้นและจะได้รับประโยชน์
มากขึ้นเท่านั้น เป็นต้น ดังนั้น ในการนำเอาข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลของ
นักเรียน จากทัศนะของนักวิชาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ควรจะต้องสร้างกระบวนการพัฒนาทักษะ
การรู้ดจิ ิทัลของนักเรยี นเป็นข้ันตอนโดยเริ่มต้นทักษะการรู้ดิจิทลั แบบง่าย ๆ จากนั้นให้เพิ่มความยาก
ทักษะ มีวิธีการจัดการองค์ความรู้ ลำดับความสำคัญด้านทักษะดิจิทัลเพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะ
แวดล้อมและบรบิ ทในการพฒั นาการศึกษาหรือการจัดการเรยี นรู้นกั เรยี น เพือ่ ใหเ้ กิดความชัดเจนของ
กระบวนการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลของนกั เรียน มีกระบวนสร้างสื่อที่เป็นปัจจุบันและทันสมัย โดย

273

อาจจะประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยี Metaverse มาชว่ ยเป็นส่ือในการเรยี นรู้ และในสถานการณ์ปัจจุบันที่มี
การเปลี่ยนแปลง ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และ ซอร์ฟแวร์ (Software) ที่นำมาใช้ในการจัดเรียนรู้ ครู
ต้องพัฒนาให้มีองค์ความรู้เพื่อประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการจัดการศึกษาอยู่เสมอ
นอกจากนัน้ แนวทางการพัฒนาในยุคของเทคโนโลยีดิจิทลั เช่นในปจั จุบัน ยังจะมนี กั วิชาการนำเสนอ
แนวคิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันทีเ่ กิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ต้อง
ปรับการใช้ชีวิตหลายอย่าง ทั้งการดูแลตนเอง การใช้ดิจิทัลออนไลน์ เพื่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ การ
เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นตอ่ การปรบั ตัวในกจิ กรรมออนไลน์ เช่น การทำงานที่บ้าน การเรียนที่บ้าน จึงมี
ความจำเปน็ ท่ีนักเรียนต้องได้รับการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทลั เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้
เทคโนโลยีดจิ ิทัลน้ีในการเรยี นรู้และพัฒนาตนเองไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

6.2.6 กระบวนการในการดำเนินงานวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยกำหนดขั้นตอนดังนี้ คือ มี
กระบวนการสืบคน้ ข้อมลู จากหลายแหล่งขอ้ มลู เพอ่ื พัฒนาคมู่ ือ และ พฒั นาคูม่ ือเพ่ือการเรียนรู้ของครู
โดยเป็นเน้ือหาท่ีแปลเปน็ ภาษาไทยจากแหลง่ อา้ งองิ ทเี่ ปน็ ภาษาอังกฤษ ซ่ึงผวู้ ิจยั เหน็ ว่า จึงอาจมคี วาม
บกพร่องในการใช้สำนวนภาษาเพื่อการสื่อสารที่อาจขาดความชดั เจน แต่ประสิทธิภาพที่ทำให้ครูเกดิ
การเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่กำหนด และครูสามารถนำผลการเรียนรู้ไปพัฒนานักเรียนทำให้นักเรียนมี
ทักษะการรู้ดิจิทัลเพิ่มขึ้น ดังนั้น การพัฒนาคู่มือเรื่องภาษาต้องคำนึงถูกต้องหลักวิชาการ การใช้
สำนวนภาษาเมื่อแปลความถ้าเป็นคำศัพท์วิชาการเฉพาะ ควรมีการอธิบายกำกับ เพื่อให้สื่อสารได้
เข้าใจไดง้ า่ ย เพอื่ ใหค้ ู่มือมีความเหมาะสมกบั บุคลากรครูทุกระดับความรู้ และคมู่ อื ต้องภาษาท่ีมีความ
เหมาะสมกับคนในทุกช่วงวัยได้ศึกษา สำหรับการจัดทำคู่มือประกอบโครงการ ซึ่งหลังจากการจัดทำ
คู่มือแล้ว ผู้วิจัยมีขั้นตอนในการตรวจสอบคุณภาพก่อนดำเนินงานทดลองในภาคสนาม 2 ครั้ง และ
ในช่วงทดลองในภาคสนามอกี 2 คร้ัง ไดร้ ับขอ้ เสนอแนะเพ่ือการปรบั แก้ไขที่สำคญั คอื การเรียบเรียง
สำนวนการแปลภาษาให้เข้าใจง่าย และ เนื้อหามากเกินไป ไม่กระชับ และครอบคลุม เพื่อให้อ่าน
เขา้ ใจงา่ ย ทงั้ นีอ้ าจมีสาเหตุจาก การพฒั นาคูม่ ือเปน็ เน้อื หาทแี่ ปลเปน็ ภาษาไทยจากแหล่งอา้ งอิงที่เป็น
ภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้วิจัยไม่มีความเชีย่ วชาญในภาษาตา่ งประเทศเท่าทีค่ วร ประกอบกับคำศัพท์เฉพาะ
ทางด้านดิจิทัลมีความยากต่อการแปลเพื่อสื่อสารให้เข้าใจง่าย ดังนั้นจึงเป็นข้อคิดหรือเป็นบทเรียน
สำหรบั ผ้ทู ำวิจยั และพัฒนาในลักษณะของการจัดทำคู่มือทำนองเดียวกนั นี้ว่าควร ศึกษา ค้นคว้า และ
เข้าใจเนอ้ื หาอย่างท่องแท้ เพอ่ื มาสรุปเรียบเรียงคูม่ ือเพ่ือให้ กระชบั และเปน็ ภาษาทเ่ี ข้าใจง่าย ควรมี
นวัตกรรมด้านอื่น ๆ เช่น QR Code หรือ Metaverse เป็นต้น มาเพื่อช่วยให้คู่มือง่ายต่อการใช้งาน
(Easy to Use) และสามารถดึงดูดการใชง้ านเพ่มิ มากขึ้น

6.3 ข้อเสนอแนะ

6.3.1 ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การนำไปใช้ มดี ังนี้
6.3.1.1 โปรแกรมออนไลน์ที่เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาจากกลุ่มทดลองที่ใช้ใน

งานวิจัยนี้ สามารถนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ในกลุ่มประชากรเป้าหมาย (Target
Population) คือ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐานทกุ โรงท่ัวประเทศ ตามหลักการของการวจิ ัยและพฒั นาท่ีวจิ ัยและพัฒนานวตั กรรมใด ๆ ขนึ้ มา
แล้วนำนวัตกรรมนั้นไปทดลองใช้ในพื้นที่ทดลองแห่งใดแห่งหนึ่งที่มีคุณลักษณะเป็นตัวแทนของ กลุ่ม

274

ประชากรเป้าหมายในการเผยแพรน่ วตั กรรม เมอื่ ผลจากการทดลองพบว่านวตั กรรมน้นั มีคุณภาพหรือ
มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็แสดงว่า สามารถนำนวัตกรรมนั้นไปเผยแพร่เพื่อการนำไปใช้
ประโยชนก์ ับกลุ่มประชากรเปา้ หมายเพอ่ื การเผยแพร่ได้

6.3.1.2 ในการนำไปใช้ประโยชน์นั้น โรงเรียนที่เป็นกลุ่มประชากรเป้าหมายจะต้อง
คำนึงถึงแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาครูให้เกิดความรู้ (Knowledge) หรือเกิดการเรียนรู้
(Learning) แล้วกระตุ้นให้ครูนำความรู้หรือผลการเรียนรู้เหล่านั้นสู่การปฏิบัติ (Action) เพื่อให้เกิด
พลัง (Power) ให้การปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น ตาม
แนวคิด “Knowledge + Action = Power” หรือตามคำกล่าวที่ว่า “Make Them Know What
To Do, Then Encourage Them Do What They Know”หรือ “Link To On-The-Job Application”
และตามแนวคิดการพัฒนาวิชาชีพครู (Teacher Professional Development) ที่ถือว่าการพัฒนาใด ๆ
จะต้องคำนึงถึงความมีประโยชน์ต่อนักเรียนซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด (Ultimate Goal) หรือแนวคิดตามคำ
กล่าวที่ว่า “ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนควรเป็นเป้าหมายสูงสุดของกิจกรรมใด ๆ ของการพัฒนาวิชาชีพครู”
(Student achievement should be the ultimate goal of any teacher professional development
activities)

6.3.1.3 องค์ความรู้เกี่ยวกับทักษะการรู้ดิจิทัลในคู่มือประกอบโครงการของโปรแกรม
ออนไลน์ในงานวิจัยนี้ เป็นผลจากการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องจากนานาทัศนะของนักวิชาการ
หรอื หนว่ ยงานทางวชิ าการจากหลากหลายประเทศ เป็นนานาทศั นะทเี่ ป็นสากล และเปน็ นานาทัศนะ
ที่ไม่เจาะจงว่าควรใช้ในการพัฒนากับนักเรียนในระดับใด หรือกลุ่มใด หรือสังกัดใด เพียงแต่ใน
งานวิจัยนี้ ผู้วิจัยกำหนดกลุ่มทดลองเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มประชากรเป้าหมายเพื่อการเผยแพร่นวัตกรรมจากการวิจัย
(Target Population for Dissemination of Research Innovation) จึงหมายถึงโรงเรียนขยาย
โอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกโรงทั่วประเทศตาม
หลกั การของการวจิ ัยและพัฒนาท่กี ล่าวถงึ ข้างตน้ แต่เนื่องจากวรรณกรรมทเี่ กยี่ วข้องเปน็ องค์ความรู้ท่ี
เป็นสากลที่ไม่เจาะจงว่าควรใช้ในการพัฒนากับนักเรียนในระดับใด หรือกลุ่มใด หรือสังกัดใด ดังนั้น
โรงเรียนอื่นในสังกัดอื่นก็สามารถจะนำคู่มือประกอบโครงก ารของโปรแกรมออนไลน์ซึ่งถือเป็น
นวตั กรรมจากงานวจิ ัยนี้ไปใชใ้ ห้เป็นประโยชน์ได้อยา่ งมีวจิ ารณญาณ (Critically)

6.3.1.4 องค์ความรู้เกี่ยวกับทักษะการรู้ดิจิทัลในคู่มือประกอบโครงการของโปรแกรม
ออนไลน์ในงานวิจัยนี้ เป็นผลจากการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องจากนานาทัศนะของนักวิชาการ
หรือหน่วยงานทางวิชาการก่อนปี พ.ศ. 2565 หรือก่อนปี ค.ศ. 2022 ซึ่งในอนาคตพัฒนาการทาง
ความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลอาจมีเพิ่มเติม หลากหลาย และก้าวหน้ากว่าช่วงเวลาที่ผ่าน
มา ดังนั้น ครูผู้นำคู่มือประกอบโครงการของโปรแกรมออนไลน์ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมจากงานวิจัยนี้ไป
ใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ควรไดม้ ีการศกึ ษาวรรณกรรมทเี่ กดิ ข้ึนใหม่ ๆ เพ่มิ เตมิ ด้วย

6.3.1.5 ในการนำคู่มือประกอบโครงการของโปรแกรมออนไลน์ซึ่งถือเป็นนวัตกรรม
จากงานวิจัยนี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ครูจะต้องพัฒนาตนเองตามหลักการเรียนรู้ด้วยตนเอง
(Self-Learning) ให้ครบถ้วนและปฏิบัติตามคำชี้แจงทุกชุด รวมทั้งทำแบบทดสอบผลการเรียนรู้ของ
ครูทำแบบประเมินตนเองถึงระดับการนำข้อเสนอทางเลือกเชิงวิชาการสู่การปฏิบัติ การทบทวน

275

ตนเองถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่
เกิดขึ้น เพอ่ื เป็นการทดสอบตนเองและสะท้อนผลตนเองเปน็ ระยะ ๆ ด้วย

6.3.2 ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การวจิ ยั ต่อไป มดี ังน้ี
6.3.2.1 การจัดการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 นอกจากทักษะการรู้ดิจิทัล (Digital

Literacy Skills) ในงานวิจัยน้ีแล้ว ยงั มคี วามตอ้ งการจำเปน็ เพือ่ การพฒั นาทักษะอื่น ๆ ให้กับนกั เรียน
ด้วย เช่น ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy Skills) ทักษะการรู้สารสนเทศ (Information
Literacy Skills) ทักษะเชิงนวัตกรรม (Innovative Skills) ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical
Thinking Skills) ทักษะการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking Skills) ทักษะการปรับตัว
(Adaptation Skills) และทักษะความรบั ผิดชอบ (Responsibility Skills) เปน็ ต้น ดงั นน้ั อาจทำวิจัย
และพฒั นาโปรแกรมออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะอืน่ ๆ ด้วย อนั จะทำให้เกดิ องคค์ วามรู้เก่ยี วกับแนวการ
พัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 ที่นักเรยี นจำเปน็ ต้องมี

6.3.2.2 การวิจัยและพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ในงานวิจัยนี้ เน้นการนำเสนอองค์
ความรู้จากผลการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในคู่มือเป็นรูปแบบการเขียน (Writing Style) ในการ
ทำวิจยั และพฒั นาครั้งถัดไป อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมการนำเสนอในรปู แบบอืน่ อาทิ เช่น การทำเป็น
วดิ โี อ (Video Production Format) เป็นตน้ เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกบั ความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยีในยุค
ปัจจุบนั

6.3.2.3 ควรมีการศึกษาการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D)
สำหรับครูเรื่องการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดทักษะการรู้ดิจิทัล ควรมีศึกษาความต้องการในการ
พฒั นาทกั ษะดา้ นดิจิทัลของนกั เรียนในแตล่ ะพ้ืนที่และเป็นปัจจุบัน เพอ่ื จะได้ทราบถึงความต้องการใน
การพัฒนานำไปสู่การกำหนดแนวทางในการพัฒนาครูและนักเรียน เพื่อเพิ่มศักยภาพผลการ
ดำเนนิ งานให้มีประสิทธภิ าพมากข้ึน

บรรณานกุ รม

1. ภาษาไทย

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2550). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ งปรบั ปรงุ แก้ไขการกำหนดพ้ืนท่ี
การศึกษาและกำหนดเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาเพ่มิ เติม พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ :
กระทรวงศึกษาธกิ าร.

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2562). แนวปฏิบตั ขิ องการสรา้ งและสง่ เสริมการรู้ดจิ ิทลั สำหรบั ครู. สำนกั งาน
เลขาธิการสภาการศึกษา พฤษภาคม 2562.

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2563). นโยบายและจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธิการปีงบประมาณ 2564.
กรุงเทพฯ : กระทรวงศกึ ษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2564). นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร ปงี บประมาณ
พ.ศ.2564-2565. กลมุ่ สารนิเทศ สำนกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร.

เจรญิ ภวู จิ ิตร. (2564). การจดั การเรยี นรทู้ างออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดจิ ิทลั . Rajapark
Journal Vol. 15 No. 40 May-June 2021: 35-50.

ทิพยาพัศ คลังแสง. (2556). “การบริหารงานตามหลกั พรหมวิหาร 4 ของผู้อำนวยการสถานศกึ ษาใน
โรงเรยี นสงั กัด เทศบาลนครนครสวรรค์” วทิ ยานพิ นธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑติ . บัณฑติ
วิทยาลัย : มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั .

นภาพร สิงหทัต. (ม.ป.ป.). คณุ ลักษณะที่ดีของเครื่องมือในการวจิ ัย. สบื ค้นเมือ่ 22 ตุลาคม 2564
จาก https://bit.ly/3E35x09

นิตยา วงศใ์ หญ.่ (2560). แนวทางการพฒั นาทักษะการรู้ดจิ ิทลั ของดจิ ิทลั เนทีฟ. Veridian E-
Journal. 10(2):1630-1642.

เปรือ่ ง กมุ ุท. (2519). เทคนิคการเขยี นบทเรียนโปรแกรม. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.

พรชนิตว์ ลีนาราช. (2560). ทักษะการรดู้ ิจิทลั เพ่อื พฒั นาคุณภาพการเรยี นร.ู้ วารสารห้องสมดุ T.L.A.
Bulletin. 61(2):76-92.

พระธรรมปิฎก (ประยทุ ธ์ ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบบั ประมวลธรรม. (พิมพค์ ร้ังที่
12). กรุงเทพฯ: สือ่ ตะวัน.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรงุ เทพฯ:
เอส. อาร์. พรนิ้ ติ้ง แมส โปรดักส์ จำกดั .

พระราชบญั ญัติ ระเบียบบรหิ าราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. 2546. (2546). สำนกั พมิ พ์

คณะรัฐมนตรีและราชกจิ จานุเบกษา. เล่ม 120 ตอนท่ี 62ก.

พีรวิชญ์ คำเจริญ และ วรี พงษ์ พลนิกรกิจ. (2561). เด็กกับการรู้เทา่ ทนั ดจิ ทิ ัล. วารสารวชิ าการ
นวัตกรรมสอื่ สารสังคม. 6(2):22-31.

พทุ ธทาสภิกข.ุ (2523). ฆราวาสธรรม. กรงุ เทพฯ : การพิมพพ์ ระนคร.

277

พทุ ธทาสภิกข.ุ (2549). ศกึ ษาธรรมะอยา่ งถูกวธิ ี ธรรมวิภาคนวกภมู .ิ (พมิ พ์ครง้ั ที่ 8). กรุงเทพฯ :
สุขภาพใจ

มนตรี แย้มกสิกร (2551). เกณฑ์ประสิทธิภาพในงานวิจัยและพัฒนาสื่อการสอน: ความแตกต่าง
90/90 Standard และ E1/E2 (How to use efficiency criterion in media research
and development : The Difference between 90/90 Standard and E1/E2).
วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบรู พา. 19(1), 1-16.

เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี. ( 2552 ). การวัดผลและการสร้างแบบสอบผลสัมฤทธิ์. (พิมพ์ครั้งที่ 8).
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

โยธิน แสวงดี. (ม.ป.ป.). แผนงานวจิ ยั และชดุ โครงการวิจยั : การเขียนโครงการวิจยั แบบบูรณาการเพือ่
ขอทนุ สำหรับการวจิ ยั เชงิ ปฏิบตั กิ ารในพนื้ ที่ (Area Based Research).
https://rdo.psu.ac.th/th/images/D3/PR-news/2563/Research/YOTIN-
AreaBasedResearch.ppt

โรงเรียนบ้านหนองแวงบวรวิทย์. (2562). รายงานการประเมนิ ตนเอง (Self-Assessment Report :
SAR) โรงเรยี นบ้านหนองแวงบวรวิทย์ ปีการศกึ ษา 2562. ฝ่ายวิชาการโรงเรียนหนองแวง
บวรวทิ ย.์

ล้วน สายยศ และ องั คณา สายยศ. (2543). เทคนคิ การวัดผลการเรียนร้.ู (พมิ พ์ครั้งท่ี 2). กรุงเทพฯ :
สุวรี ยิ าสาส์น.

วราพร ดำจบั . (2562). สอื่ สังคมออนไลน์กบั การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารศลิ ปศาสตร์
มหาวิทยาลยั แม่โจ.้ ปีที่ 7 ฉบับท่ี 2 ประจำเดือน กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562: 143-159.

วกิ ิพเี ดยี สารานกุ รมเสร.ี (2563). ประถมศึกษา. สบื คน้ เม่ือ 20 ธันวาคม 2563, จาก
https://bit.ly/2KWjzKM

วโิ รจน์ สารรตั นะ. (2561). การวิจยั ทางการบรหิ ารการศกึ ษา: แนวคิด แนวปฏิบัติ และกรณศี ึกษา.
(e-Book). (พิมพ์ครงั้ ท่ี 4). กรุงเทพฯ : ทพิ ยวิสทุ ธ.์ิ

ศิริชยั กาญจนวาสี, ทววี ัฒน์ ปิตยานนท์ และดิเรก ศรีสุโข (2551). การเลอื กใช้สถิติทเี่ หมาะสมสk
หรบั การวิจัย. (พิมพ์คร้ังท่ี 5). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

ศิริวรรณ วงั คําดน. (2559). ความหมายของการประถมศึกษา. สืบคน้ เมื่อ 15 ธันวาคม 2563, จาก
https://bit.ly/3hkdzYm

ศนู ยก์ ลางข้อมลู ด้านการศึกษาสำหรบั ประชาชน กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2563). สถติ ทิ างการศกึ ษา.
สืบค้นเมอ่ื 18 ธันวาคม 2563, จาก https://edc.moe.go.th/

สมศักด์ิ ศรีสันตสิ ุข. (2563). พฤติกรรมการใชส้ ่อื สงั คมออนไลนข์ องนักเรียนมัธยมศึกษา ในเขตนคร
หลวงเวียงจนั ทน์ สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว. มนษุ ยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 37.
ปี (2) พฤษภาคม-สิงหาคม 2563: 120-142.

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาต.ิ (2543). รายงานการประเมนิ ผล 1 ทศวรรษ
โครงการการขยายโอกาสทางการศึกษา. กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภาลาดพร้าว.

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน. (2547). แนวทางการขยายชนั้ เรยี นในสถานศกึ ษาขน้ั
พืน้ ฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน.

278

สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน. (2561). นโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ขน้ั พืน้ ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561. สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน.

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน. (2563). นโยบายสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564-2565. กรุงเทพฯ : สำนกั งานคณะกรรมการ
การศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน. (2563). ประวัติความเปน็ มาและโครงสรา้ งองค์กร.
สืบคน้ เมอ่ื 19 ธนั วาคม 2563, จาก https://bit.ly/2WNXGQz

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ สำนักนายกรฐั มนตร.ี (2542). พระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทสยาม
สปอรต์ ซินดเิ คต จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ สำนักนายกรฐั มนตร.ี (2542.). พระราชบัญญตั ิการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ : บริษัทสยาม
สปอรต์ ซนิ ดิเคต จำกดั .

สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาต.ิ (2560). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม
แหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพฯ : สำนกั งานสภาพฒั นาเศรษฐกจิ และ
สังคมแหง่ ชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาติ. (2563). โครงการวิจัย/ชดุ โครงการวจิ ัย.
https://nriis.go.th/FileUpload/AttatchFile/News/256110291020186004256.docx

สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2560). แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ :
กระทรวงศกึ ษาธิการ.

สำนกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี (2546). กฎกระทรวงว่าด้วยการแบง่ ระดับและประเภทของการศึกษา

ขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2546. ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ 120 ตอนท่ี 36ก.

สชุ าติ ประสิทธ์ริ ัฐสินธุ์. (2546). ระเบียบวิธีการวจิ ยั ทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์คร้ังที่ 12). กรุงเทพฯ :

บริษทั เฟ่ืองฟ้า พร้ินติ้ง.

สรุ ศกั ด์ิ ปาเฮ. (2553). การพัฒนาวิชาชพี ครสู ยู่ คุ ปฏริ ปู การศึกษาในทศวรรษท่ีสอง. เอกสาร

ประกอบการประชุมสัมมนาทางวิชาการเรอื่ ง “การพฒั นาครทู ้งั ระบบตามยุทธศาสตร์การ

ปฏิรูปการศกึ ษาทศวรรษท่ีสอง” (พ.ศ. 2552-2561).

สุรยิ า ฆอ้ งเสนาะ. (2558). ปญั หาของโรงเรยี นขนาดเล็ก. กรงุ เทพฯ : สำนักวิชาการ สำนักงาน
เลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร.

สุรยี ์มาศ สขุ กสิ. (2563). การศกึ ษาความต้องการพัฒนาครูมืออาชพี สู่ความเป็นประเทศไทย 4.0.
วารสารวชิ าการศรปี ทุม ชลบรุ .ี ปีที่ 16 ฉบบั ที่ 4 เดือนเมษายน-มถิ นุ ายน 2563: 21-27.

279

2. วิทยานพิ นธ์

พระมหานพดล สที อง. (2554). ความสมั พันธร์ ะหวา่ งคณุ ธรรมดา้ นสังคหวัตถุ4 และขันติ-โสรจั จะกบั
พฤติกรรมการเป็นสมาชกิ ท่ีดีขององค์การของบุคลากร:กรณีศึกษา บคุ ลากรของสำนกั
นโยบายและยุทธศาสตรส์ ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสขุ .
วทิ ยานิพนธศ์ ิลปศาสตรมหาบัณฑติ , จิตวทิ ยาอุตสาหกรรมและองคก์ าร, มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนอื .

พระมหาสมควร ศรสี งคราม. (2550). การศึกษาความสมั พันธร์ ะหว่างสปั ปุริสธรรมและพละธรรมกับ
การปฏิบตั ิงานของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา กลุ่มเขตกรุงธนบุรีใต้ สังกดั กรุงเทพมหานคร.
วิทยานิพนธป์ รญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑิต, บณั ฑิตวิทยาลัย, มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิ
โรฒ.

3. ภาษาองั กฤษ

Aiken, L. (1985). Psychological testing and assessment (5th ed.). Baston: Allyn and
Bacon.

Amadi, E.C. (2008). Introduction to educational administration; A module. Harey
Publications.

Applied Educational System (n.d.). How to teach digital literacy in the classroom.
Retrieved August 3, 2019, from https://bit.ly/2M6W7tD

Bamte. (n.d.). Educational administration - Meaning, authoritarian and democratic
educational management. Retrieved from
http://bawmte.blogspot.com/2018/05/educational-administration-
meaning.html

British Columbia. (n.d.). Digital literacy. Retrieved July 29, 2019, from
https://bit.ly/2YwwynJ

Chaichanawirote U. & Vantum, C. (2017). Evaluation of Content Validity for Research
Instrument. Journal of Nursing and Health Sciences. 11 (2), 105-111.

Churches, A. (2010, January). 21st century pedagogy. Retrieved from
https://www.researchgate.net/figure/21-st-Century-Pedagogy-Churches-A-
2008_fig5_307753183

Clare Killen, C., Beetham, H., and Knight, S. (2017). Strategic steps towards
organizational digital capability. Retrieved August 28, 2020, from
https://bit.ly/2ENKLIp

Common Sense Media. (n.d.). What is digital literacy?. Retrieved June 18, 2019, from
https://bit.ly/2qYv4DQ


Click to View FlipBook Version